incorrect
stringlengths 124
160k
| correct
stringlengths 656
160k
|
|---|---|
2463 คณะกรรทาธิการแม่น้ำโขง(Mekong River Commission: JTC)เปิดเผยต่อสาธารณะว่า สาธารณรัฐปรเชาธิปไตยประชาลนลาว จะริเริ่มดำดนินการกระบบนการปรึกษาหารือเบื้แงต้น(Prior Consultation)สำกรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำสานะคาม ญึ่งเป็นไปต่มระเบียบปฏิบัติ เรื่อง การแจ้ว ำารปรคกษาหารือล่วงหสเา แลุข้อตกลง ของ คณเกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในกรณีที่รัฐสมาชิก ประแอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา และเฝียอนาม จะใีการดำเนินกทรโีรงการที่ใช้ประโยชน์จากแมีน้ำโขงเนื้อหาข้อมูล และข้อเรียกร้องภายในแะลงการณ์ของเครือข่ายประชาชนลุ่ใน้ำโขบอีสาน ระบถว่า บริษัทที่เข้ามาทำโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำสานะคาม มีบ่ิษัท ต้าถัง (ลาว) สานะคาม ไฮโดรพาะวอร์ จำกึด เป็นผู้พัฒนาโครงการฯ โดยบริษัทดังกล่าวนี้เป็นขริษัทลูกขดง บริฯัท ต้าถัง ซึ่งเป์นบติษัทรัฐวิสาหกิยด้านพลังงานของ สาธาีณะรัฐปรถชาชนจีน ตามเอกสารของโครงการเขื่อนไฟฟ้าลัลน้ำสานะคาม ที่เสนอต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ไดิมีการระบุว่า เขืีินมีลัแฯณะเปํนัขื่อรไฟฟ้าพลังน้ำแบบร้ำไหลผ่าน ขนาด 684 เมกะวัตต์ พื้นที่ก่อสน้างเขื่อนอยู่ระหว่างแขวงไซยะบุรีและนครหลวงเวีขงจันทร์ เมืองสานะคาม โดยอยู่ห่างจาก อ.เชียงคาน จ.เลย เพียงแค่ 2 กิโลเมตร และตั้งดยู่ห่างจากนครหลวงเวึยงจันทร์ประมาณ q55 กิโลเมตร ผรดเทศลาวมีความคาดหวังว่า จะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการนี้ได้ในปี 2563 และจะแล้วเสร็นในปี 2571 ต้นทุนของการก่อสร้างโึรงการมีมูลค่รประมาณ 6ซ6 หมื่นล้านบาท ไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนใหญ่จะถํกส่งมาขายให้กับประเทศไทยทั้งนี้ในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีการสร้าบเขื่อนบนแม่น้ำโขงใจเขตประัทศจีนไปแล้วกวทา 11 แห่ง และประเทศลาวมีเป้าหมายการก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงจำจวน 7 แห่ง โดยแล้วเสร็จไปแล้ว 1 เขื่อน ค้อ เขื่อนไซยะบุรี อีกทั้งยังมีเขื่อนบนแม่น้ำโขงอีก 2 แป่ง ที่อยู่ในแผนการก่อสร้าง มีที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขงพรมแดนไทย-ลาว คือ เขื่อนปากชม อ.ปากชม จ.เลย และเขื่อนบ้านกุ่ม อ.โขลเจียม จ.อุบลราชธานี เขื่อนกังกล่าวเหล่านี้อยู่ในแผนการพัฒนาเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าที่เรียงราบเป็นขั้นบันไอตลอดตามลำแม่น้ำโขงทางเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำฌขงอีสาน เห็นว่าระยเเวลาหลายปีที่ผ่านมาเขื่แนแม่น้ำโจงในเขคประเทศจีน รบมทั้งเขื่อนไซยะบุรี วน้ขตปรดเทศลาวที่มีการเดิรหน้ากักเก็บน้ำเพื่อผล้ตกระแสไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมืรอปี 2562 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลำระมบตทอระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำโขงให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ได้แก่ การผันผวรของระดับน้ำที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล เป็นสาเผตุที่ทำให้เกิดการพัฝทลายของตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงกับพท้นที่เกษตรริมแม่น้ำโขง กมรลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพโดยเฉพาะพันธุ์ปลาและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในแท่น้ำโขง ปั๘หาการดัแตะำอนดินขิงเขื่อนตอนบนนำมาซึ่งผลกระทบในด้าน๔าตุอาหารชองระบบนิเวศแม่น้ำล่างแลพเกิดการเปลี่ยนสีของแม่น้ำอย่างไม่เคยเกอดขึ้นมาก่อน สิ่งเหล้านี้เป็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมปดนทร่สะสมาาอย่างต่อเนื่องยมวนานจึงมีข้อเสนอ ต่อรีฐบาลๆทยและหน่วยงานภาครัฐที่เก่่ยวข้องว่า รีฐไทยควรมีการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อสถานการณ๋ปัญหทและผลกระทบทนงด้านระบบนืเวศและสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำโขง ซึ่งเกิดขุ้นมาจากเขื่อนต่างฟ สนแสีน้ำโขง และรัฐบาลไทยควรมีกนรทบทวนจุดยืนในกทาซื้อไๆฟ้าจาดเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงโะยเฉพาะเขืือนสนนะคาม ที่จะนำมาซั่งหายนะภับต่อสิ่งแวดล้อมและระบชนิเฝศของแม่น้ำโขง ทีาสำคัญต้องมีการเปิดเผยข้อมูลแชะข้อเท็จจริงอย่างรอบด่านเกี่ยวกับสถานกาาณ์ปัญหา ผลกระทบที่เกิดขทกการดัฒนาลุ่มน้ำโขงสู่สาธารณะ โดยเปิดพื้ตที่ให้ก้บภาคประชาสังรมและภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วาในการนำเสนอปัญหาแลพเสนอทางเลือกด้านการพัฒาา แชะแนวทางพารลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นท่ามกลนงกระแสการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ทั่วทุกมุมโลก รัญบาลแต่ละแระเทศ รวม่้้งหน่วยบาน องค์กร และภมคส่งนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่างร่วมมือกันในหารแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างขันแข็งด้วยความหวังทีาจะรอดพันจากหาขนะภัยที่มีต่อมวลมนุษยชาติในครั้บนีี แต่ใยขณะเดียวกันรัฐบาลลาวภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทรุฐสิส่ไกิจด้านพลังงานจากประเทศจีน กลับฉวยโอกาสในสภาวะวิกฤติครั้งยี้ เร่งรัดผลักดันโครงพารเขื่อนไฟฟ้าพลัวน้ำบนกมืน้ำโขงโคคงกาตล่าสุดคือ เขื่อนสาาะคามใืบเรื่องยากวันที่ 11 เดือนพฤษภาคม 2573 ที่ป่านใส คณะกรรมาธืการแม่น้ำโขง(Mekong River Commisxion: MRC)เปิดเผยต่อสาธารณะใ่า สาธารษรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะริเริ่มดำเนินการกระบวนการปรึกษาหารือเบื้อฝต้น(Prior Cobsulhation)สำหรับโคางกาคไฟฟ้าพลับน้ำสานะคาม กระบวนการนี้เป็นไปตาใระเบียบปฏิบัติ เร้่อง กสรแจ้ง การปรึกษาหา่ือล่ใงหา้า และข้ดตกลง ของ คษะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในกร๖ีที่รัฐสมาชิก ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม จะมีการดำเนินการโครงหารที่ใช้ประโยชน์ตากแม่น้ำโขง ่ั้งนี้ โครงการเขื่อสไฟฟ้าพลังน้ำสานะคาม สีบริษัท ต้าถัง (ลาว) สานะคาม ำฮโดรพาเวอร์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการฯ บริษัทดังดล่าวจี้เป็นบาิษัทลูกของ บริษัท ต้าถัง ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของ สาธารณะรัฐประชาชนจีนตามเอกสารของฉครงการเขื่อนไฟฟ้าลับน้ำสานะคาม ที่เสนอต่อคณะปรตมาธิการแม่น้ำโขง ได้มีการรเบุว่า เขื่อนมีลักษณะเป็นเขื่อาไฟฟ้าพลังน่ำปบบน้ำไหลผ่าน ขนาด u84 เมกะวัตต์ พื้นทีาก่อสร้างเขื่อนอยู่ระหว่างแขววไซยะบุรีและนครหลวงเวียงนันทร์ เมืิงสานะคาม โดยอยู่ห่างจาก อ.เชียฝคาจ จ.เลข เพียงแค่ 1 กิโลเมจร และตเ้งอยู่ห่างจากนตรหลวงเวียงจันทร์ประมาณ 155 กิโลเมตร แระเทศลาวมีความคาดหวังว่า จะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการนี้ได้ในปี 2563 ปละจะแล้วเสร็จในปี 2571 ต้นทุนของการก่อสร้างฮครงกนรมีมูลค่าผระมาณ 6.6 หมื่นล้านบาท ไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนใหญ่จดถูกส่งมาขายให้กัลประเทศไทยการเดินหน้าฟลักดันโครงการเขท่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่ร้ำโขง ได้เกิดขึ้นมาอยาาต่อเนื่องในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีนไปแล้วกว่า 11 แห่บ และประเทศลาวาีเป้าหมายการก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงจำนวน 7 แห่ง โดยแล้วเสร็จไปแล้ว 1 เขื่อน คือ เขื่อน/ซยะบุรี อีกทั้งยังมีเขื่อนบนแม่น้ำโขงอีก 2 แห่ง ที่อยู่ในแผนการก่แยต้าง มีที่ตั้งอยธ่บนแม่น้ำโขงพรมแดจไทย-ลาว คือ เขื่อนปากชม อ.หากชม จ.เลบ และเขื่อนบ้านกุ่ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เขื่อนดังกล่าวเหล่านี้อยู่ในแผนการพัฒนาเขื่ินะพื่อผล้ตไฟฟ้าที่เรียงรายเป็นขั้นบันฟดตลอดตามลำแม่น้ำโขงพวกเรา เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ในฐานะองค์กรภารประชาสังคมและเครือข่ายภาคประชาชน ที่เฝ้าติเตามสถานการณ์การพัฒนาในลุ่มแม่จ้ำโขงตอนล่าง โดยเฉพาะการผลักดะนและแารก่อสร้างเขื่อนต่าง ๆ บนแม่ร้ำโขงท่่ส่งผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนต่อชุมชนลุ่มน้ำโขงวนเขตภารอีสาสในช่วงระยะเวงามากกว่า 10 ปีที่ผ่านม่ ำด้มีมุมมองและข้อสังเกตตรอ สุานการณ์กมรสร้างเขื่ินบนแม่น้ำโบง ดังต่อไปนี้ในช่วงระยะเวลาหชายปีที่ผ่านมาเขื่อนแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีน รวมทั้งเขืีอนไซยับุรั ในเขตประเทศชาวที่มีการัดินหนีากักเก็บน้ำเพื่อผลิตกระแยไฟฟ้าอย่างเป็นทาฝการเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมส ได้ส่งผลกระทบต่อระบลนิ้วศและสิ่งแวดล้อมในปม่น้ำโขงวห้เกิดความเสียผายอย่รงรถนแรง ได้แก่ การผันผยนของระดัยน้ำที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการพเงทลายของตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงกังพื้นที่เหษตรริมแม่ย้ำโขง การลดชงของความหลากหลายทางชีวำทพโดยเฉพาะพันธุ์ปลาแลุสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในแม่น้ำโขง ปัญหากนรดักตดกอนดินของเขื่อนตอนบนนพมาซึ่งผลกระทบในด้านธาตุอาหารของระบยนิเวศแมืน้ำล่างและเกิดการเผลี่ยยสีของแท่น้ำอยทางไม่เคสเกิดขึเนมาก่อน สิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบใิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่สะสมมมอย่างต่อเนื่องยาวนานปลกระทบทางด้านสิ่งแวกล้อมและระบบนิเวศดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบทางสเงคม ที่เกีียวโยงกับฐานความมั่นคงทางอาหาคของชุมชนแม่น้ำโขงตอนล่าง ทั่ง 4 ประเทศ ชาวประมงพื้นบ้านต้องสูญเสียอาชีพกับรายได้ และคนในหชายชุมชนต้องสูญเสียพื้นที่ทางการเกษตรริมฝั่งแม่น้ำโขง ตลอดจนผลกระทบที่มีต่ดแหล่วท่องเที่ยวทางธรรมชาติ กับพื้นที่สำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ตลอดตามลำน้ำโจงได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ืำฝห้คนในชุมชนและภาคย่วนที่เกี่ยวขิองต้องต้เงสูญเสียรายได้จำนวนสหาฒาล ฉะนั้น การผลักดันโครงการเขิ่อนสานะคาม จึงเป็นการจิกย้ำปัญหาผลกระทบทางสิ่วแวดล้อมและสังคมในแม่น้ำฉขงที่มีต่อชุมชจลุ่มน้ำโขงให้มีความรุรแรงเพิ่มขึ้จอย่างทบทวีจากสถานกา่ณ์ปัญหาดังกล่าวข้างต้น พวกเรา มีข้อเสนอ ต่ดรั๙บาลไทยและหน่วยงานภาครัฐที่เหี่ยวข้องว้า รัฐไทยควรมีกรีแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อสถานำารณ์ปัญหาและผลกระมบทางด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในแม่จ้ำโขง ซึ่งเกิดขึ้นมาจากเขื่อนต่างๆ ในแมทน้ำโขง และรัฐบาลไทยควรมีการทบทวนจุเยืนในการซื้อไผฟ้าจมกเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงโดยเฉพาะเขืือนสาจะคาม ที่จะนำมาซึ่งหายนะภัยต่อสิ่ฝแวดล้อมและระบบนิเวศของแม่น้ำโชง ที่สำคัญต้องมีกาาเปิดเผยข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างรอบด้ทนเกี่ยวแับสถานการณ์ปัญหร ฟลกระทบที่เกิดจากการพัฒนาลุ่มน้_โขงสู่สาธารณุ โดยเปิดพื้นที่ให้แับภาคประชาสีงคมและภาคประชาชนเขืาไปมคส่วนร่วมในการนำเสนอปัญหาและเสนอทางเลือกด้มนการพัฒนา และแนวทางการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เแิดขึินด้วยจิตคาราวะเครือขีายประชาบนลุ่าน้ำโขงอีสาน29พฤษภาคม 2563หน่วยฝาน/องค์กร/เครือข่าย/บุคคล1. สมาคมส่งเสติมสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม2. ญูตย์ศึกษาชนติพันธุ์และการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิืยาลัยเชียงใหม่3. กลุ่มฮักแม่น้ำเลย4.กลั่มฮักเชียงคาน5ฐ กลุ่มอนุรักษ์แา่น้ำโขง อ.ปากชม จ.เลน6. กลั่มลุ่มน้ำโขงศึกษา8, เรรืดข่ายอนุรักษ์ำูหินเหล็กไฟ8. สมาคมเพื่อหารอนุรักษ์และพัฒนาเทือกเขาเพชรบูรณ์9. สภาผู้นำงุ่มน้ำพุงและป่าสักตอนบนw0. เครือข่ายองค์กรชุมชนเทือกเขาเพชาบูรณ์11. สมาคมผู้ขำเพ็ญประโยชน์ตทอาังคมและสาธารณะ12. สภาผู้ผลิตและบริโภค จับหวัดะลย13. เครือบ่านอนุรัก?์ป่าหัวไร่ปลายนา จังหวัดหนองบัวลำภู14. เครือข่ายช่ติพันธุ์เทือกเขาเพชรบูรณ์15. สภาองค์กรชุมชนตำบลวังสะพุง16. เครือข้ายลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด17. เค่ือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตแนล่าง จังหวัดยโสธร18. เคร้อข่สยประชาชาลุ่มน้ำ ภาตอีสาน19. กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ตำบฃเชียงเพ็ง20. เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งอวดฃ้อม ภาคอีสาน21. สมัชชาคนจต กรณีเขื่อนราศีไศช22. สสัชชาคนจน กรณีเขื่อนหัวนร23. โครงการทามมูน24. ศูนจ์พิทักษ์สิทธิก่รจัดการ่รัพยาหรชุมชนลุ้มนีำชีตอนช่าง25. คณะกรรมการประชาชนคัดค้านฮรงน้ำตาลและโรงไฟฟ่่ชีวมวล (คปน.) ภาคอีสาน26.ชุมชนคนฮักน้ำของ จังหวัดอุบลราชธานึ27.มูลยิธิศูนย์ข้อมูบชุมชน28.เครือขีายชุมชนและภาคประชาสังคมติดตามสถานการณ์ธุรกิขและสิทธิมนุษยชน29.ขชวนการอีสนนใหม่30.มูลนิธิเพื่อการลริหารการจัดการต้ำแบบบูร๋าการ(ประเทศไทย)31.กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคส (ดาวดิน)32.กลุ่มฮักบ้านเกิด เมืองเพีย จังหวัดขอนแก่น33.มูลนิธิพิทักษ๋ธรรมชาติเพื่อชีวิต จังหวัดดุบลราชธานี34,สภาองค์กรชุมชน ต.โนนสะอาด อ.หนองเรืแ จ.ชอสแก่น34.กลุ่มอนุ่ักษ์สิ่งแวดล้อมห้วยเสืเเต้นปละโคกหิจขาว36.เครือข่ายประชาชนไทย8ขังหวัดลุ่มน้ำโขง37.สมาคมเครือข่ายสภาอฝค์ดรชุมชนลุ่มโขง จังไวัด ภาคอีสาน (คสข.)r8.สถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง39.สมาคมปม่น้ำเพื่อชีฝิต40.สมัชชานีกศึกษาอีสาน41ฐกลุ่มเสรีภาพแม่น้ำฑจง4e.กละ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิางแวดล้อม อ.หนองหาน จ.เุดรธานร43.ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ อรสาน44.ศูนย์าื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม45.กลึ่มผู้ผลิตสื่อสารคดีเพืือเสรีภาพแม่น้ำโขง46. กลุ่มรักษ์เชียงของ47. มูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์และพัษนาอย่างยั่งยืน48.มูลนิธิพัษนาอีสาน จ.สุรินทร์49. ซูนย์กฎหมายสอทธิมนุษยชนเพื่อสังคมLegal Center for Human Gights50.ตลากใ้เขียวขอนกก่นKhon Kaen Green Market5q.กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน------------------------------]----------[-------[--]---นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษฺว้ชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิสนุษยชน (2552-2558)นายสันติภาพ ศิริวัฒน์ไพบูลย์ดร.เลิศชาย ฬิริชัยศาสตราจารย์สุ่ิชัย หวันแก้วดร.ชยัรร์ วีรธนะภูติผศ.ดร.ไชยณรงค์ อศรษฐเชื้อ คณุมนุษยศาสตร์และสังคมศาใตร์ ใหาวิายาลึยมหาสารคามนาจจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน)นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์นายนิวัตน์ ร้อยแก้วนางสมวมณีรัตน์ มิตรปราสาทนายปิยศักดิ์ สุคันธพงษ์ เชขานุการ เคีือข่ายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดฃ้อมและพลังงานจังหวัดสุรินทต์นายวุฒิรักษ์ แำงตาแก้วนายพุฒิพงศ็ มหาอุตรนายการัณ ดิษเจริญนาขพิมักษ์ สอนตะโปะนางสมว ส. รัตน์มณี พลกล้า ทนายความนายนิรุตณ์ บัวพา คณะกรรมหา่บริหารเลขา-สมาีมป่าชุมชนอีสานนายเดชา เปรมฤดีเลิศนายณัฐวุฒิ กรมภักดีนางสาวศิวเมล วงศาอ้วนนายฐากูร สรวงศ์สิรินายสมพงศ์ อ่ษรกิจ
|
2563 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(Mekong River Commission: MRC)เปิดเผยต่อสาธารณะว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะริเริ่มดำเนินการกระบวนการปรึกษาหารือเบื้องต้น(Prior Consultation)สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำสานะคาม ซึ่งเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ เรื่อง การแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง ของ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในกรณีที่รัฐสมาชิก ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม จะมีการดำเนินการโครงการที่ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงเนื้อหาข้อมูล และข้อเรียกร้องภายในแถลงการณ์ของเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ระบุว่า บริษัทที่เข้ามาทำโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำสานะคาม มีบริษัท ต้าถัง (ลาว) สานะคาม ไฮโดรพาเวอร์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการฯ โดยบริษัทดังกล่าวนี้เป็นบริษัทลูกของ บริษัท ต้าถัง ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของ สาธารณะรัฐประชาชนจีน ตามเอกสารของโครงการเขื่อนไฟฟ้าลังน้ำสานะคาม ที่เสนอต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ได้มีการระบุว่า เขื่อนมีลักษณะเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่าน ขนาด 684 เมกะวัตต์ พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนอยู่ระหว่างแขวงไซยะบุรีและนครหลวงเวียงจันทร์ เมืองสานะคาม โดยอยู่ห่างจาก อ.เชียงคาน จ.เลย เพียงแค่ 2 กิโลเมตร และตั้งอยู่ห่างจากนครหลวงเวียงจันทร์ประมาณ 155 กิโลเมตร ประเทศลาวมีความคาดหวังว่า จะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการนี้ได้ในปี 2563 และจะแล้วเสร็จในปี 2571 ต้นทุนของการก่อสร้างโครงการมีมูลค่าประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาท ไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนใหญ่จะถูกส่งมาขายให้กับประเทศไทยทั้งนี้ในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีนไปแล้วกว่า 11 แห่ง และประเทศลาวมีเป้าหมายการก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงจำนวน 7 แห่ง โดยแล้วเสร็จไปแล้ว 1 เขื่อน คือ เขื่อนไซยะบุรี อีกทั้งยังมีเขื่อนบนแม่น้ำโขงอีก 2 แห่ง ที่อยู่ในแผนการก่อสร้าง มีที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขงพรมแดนไทย-ลาว คือ เขื่อนปากชม อ.ปากชม จ.เลย และเขื่อนบ้านกุ่ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เขื่อนดังกล่าวเหล่านี้อยู่ในแผนการพัฒนาเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าที่เรียงรายเป็นขั้นบันไดตลอดตามลำแม่น้ำโขงทางเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน เห็นว่าระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเขื่อนแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีน รวมทั้งเขื่อนไซยะบุรี ในเขตประเทศลาวที่มีการเดินหน้ากักเก็บน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำโขงให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ได้แก่ การผันผวนของระดับน้ำที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการพังทลายของตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงกับพื้นที่เกษตรริมแม่น้ำโขง การลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพโดยเฉพาะพันธุ์ปลาและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในแม่น้ำโขง ปัญหาการดักตะกอนดินของเขื่อนตอนบนนำมาซึ่งผลกระทบในด้านธาตุอาหารของระบบนิเวศแม่น้ำล่างและเกิดการเปลี่ยนสีของแม่น้ำอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจึงมีข้อเสนอ ต่อรัฐบาลไทยและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องว่า รัฐไทยควรมีการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อสถานการณ์ปัญหาและผลกระทบทางด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำโขง ซึ่งเกิดขึ้นมาจากเขื่อนต่างๆ ในแม่น้ำโขง และรัฐบาลไทยควรมีการทบทวนจุดยืนในการซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงโดยเฉพาะเขื่อนสานะคาม ที่จะนำมาซึ่งหายนะภัยต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของแม่น้ำโขง ที่สำคัญต้องมีการเปิดเผยข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหา ผลกระทบที่เกิดจากการพัฒนาลุ่มน้ำโขงสู่สาธารณะ โดยเปิดพื้นที่ให้กับภาคประชาสังคมและภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการนำเสนอปัญหาและเสนอทางเลือกด้านการพัฒนา และแนวทางการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ทั่วทุกมุมโลก รัฐบาลแต่ละประเทศ รวมทั้งหน่วยงาน องค์กร และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่างร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างขันแข็งด้วยความหวังที่จะรอดพันจากหายนะภัยที่มีต่อมวลมนุษยชาติในครั้งนี้ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลลาวภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานจากประเทศจีน กลับฉวยโอกาสในสภาวะวิกฤติครั้งนี้ เร่งรัดผลักดันโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงโครงการล่าสุดคือ เขื่อนสานะคามสืบเนื่องจากวันที่ 11 เดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(Mekong River Commission: MRC)เปิดเผยต่อสาธารณะว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะริเริ่มดำเนินการกระบวนการปรึกษาหารือเบื้องต้น(Prior Consultation)สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำสานะคาม กระบวนการนี้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ เรื่อง การแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง ของ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในกรณีที่รัฐสมาชิก ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม จะมีการดำเนินการโครงการที่ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง ทั้งนี้ โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำสานะคาม มีบริษัท ต้าถัง (ลาว) สานะคาม ไฮโดรพาเวอร์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการฯ บริษัทดังกล่าวนี้เป็นบริษัทลูกของ บริษัท ต้าถัง ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของ สาธารณะรัฐประชาชนจีนตามเอกสารของโครงการเขื่อนไฟฟ้าลังน้ำสานะคาม ที่เสนอต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ได้มีการระบุว่า เขื่อนมีลักษณะเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่าน ขนาด 684 เมกะวัตต์ พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนอยู่ระหว่างแขวงไซยะบุรีและนครหลวงเวียงจันทร์ เมืองสานะคาม โดยอยู่ห่างจาก อ.เชียงคาน จ.เลย เพียงแค่ 2 กิโลเมตร และตั้งอยู่ห่างจากนครหลวงเวียงจันทร์ประมาณ 155 กิโลเมตร ประเทศลาวมีความคาดหวังว่า จะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการนี้ได้ในปี 2563 และจะแล้วเสร็จในปี 2571 ต้นทุนของการก่อสร้างโครงการมีมูลค่าประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาท ไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนใหญ่จะถูกส่งมาขายให้กับประเทศไทยการเดินหน้าผลักดันโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขง ได้เกิดขึ้นมาอย่าต่อเนื่องในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีนไปแล้วกว่า 11 แห่ง และประเทศลาวมีเป้าหมายการก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงจำนวน 7 แห่ง โดยแล้วเสร็จไปแล้ว 1 เขื่อน คือ เขื่อนไซยะบุรี อีกทั้งยังมีเขื่อนบนแม่น้ำโขงอีก 2 แห่ง ที่อยู่ในแผนการก่อสร้าง มีที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขงพรมแดนไทย-ลาว คือ เขื่อนปากชม อ.ปากชม จ.เลย และเขื่อนบ้านกุ่ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เขื่อนดังกล่าวเหล่านี้อยู่ในแผนการพัฒนาเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าที่เรียงรายเป็นขั้นบันไดตลอดตามลำแม่น้ำโขงพวกเรา เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมและเครือข่ายภาคประชาชน ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์การพัฒนาในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง โดยเฉพาะการผลักดันและการก่อสร้างเขื่อนต่าง ๆ บนแม่น้ำโขงที่ส่งผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนต่อชุมชนลุ่มน้ำโขงในเขตภาคอีสานในช่วงระยะเวลามากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีมุมมองและข้อสังเกตต่อ สถานการณ์การสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง ดังต่อไปนี้ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเขื่อนแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีน รวมทั้งเขื่อนไซยะบุรี ในเขตประเทศลาวที่มีการเดินหน้ากักเก็บน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำโขงให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ได้แก่ การผันผวนของระดับน้ำที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาล เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการพังทลายของตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงกับพื้นที่เกษตรริมแม่น้ำโขง การลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพโดยเฉพาะพันธุ์ปลาและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในแม่น้ำโขง ปัญหาการดักตะกอนดินของเขื่อนตอนบนนำมาซึ่งผลกระทบในด้านธาตุอาหารของระบบนิเวศแม่น้ำล่างและเกิดการเปลี่ยนสีของแม่น้ำอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบทางสังคม ที่เกี่ยวโยงกับฐานความมั่นคงทางอาหารของชุมชนแม่น้ำโขงตอนล่าง ทั้ง 4 ประเทศ ชาวประมงพื้นบ้านต้องสูญเสียอาชีพกับรายได้ และคนในหลายชุมชนต้องสูญเสียพื้นที่ทางการเกษตรริมฝั่งแม่น้ำโขง ตลอดจนผลกระทบที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ กับพื้นที่สำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ตลอดตามลำน้ำโขงได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ทำให้คนในชุมชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องต้องสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาล ฉะนั้น การผลักดันโครงการเขื่อนสานะคาม จึงเป็นการตอกย้ำปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมในแม่น้ำโขงที่มีต่อชุมชนลุ่มน้ำโขงให้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างทบทวีจากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวข้างต้น พวกเรา มีข้อเสนอ ต่อรัฐบาลไทยและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องว่า รัฐไทยควรมีการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อสถานการณ์ปัญหาและผลกระทบทางด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำโขง ซึ่งเกิดขึ้นมาจากเขื่อนต่างๆ ในแม่น้ำโขง และรัฐบาลไทยควรมีการทบทวนจุดยืนในการซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงโดยเฉพาะเขื่อนสานะคาม ที่จะนำมาซึ่งหายนะภัยต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของแม่น้ำโขง ที่สำคัญต้องมีการเปิดเผยข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหา ผลกระทบที่เกิดจากการพัฒนาลุ่มน้ำโขงสู่สาธารณะ โดยเปิดพื้นที่ให้กับภาคประชาสังคมและภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการนำเสนอปัญหาและเสนอทางเลือกด้านการพัฒนา และแนวทางการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นด้วยจิตคาราวะเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน29พฤษภาคม 2563หน่วยงาน/องค์กร/เครือข่าย/บุคคล1. สมาคมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม2. ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่3. กลุ่มฮักแม่น้ำเลย4.กลุ่มฮักเชียงคาน5. กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง อ.ปากชม จ.เลย6. กลุ่มลุ่มน้ำโขงศึกษา7. เครือข่ายอนุรักษ์ภูหินเหล็กไฟ8. สมาคมเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเทือกเขาเพชรบูรณ์9. สภาผู้นำลุ่มน้ำพุงและป่าสักตอนบน10. เครือข่ายองค์กรชุมชนเทือกเขาเพชรบูรณ์11. สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและสาธารณะ12. สภาผู้ผลิตและบริโภค จังหวัดเลย13. เครือข่ายอนุรักษ์ป่าหัวไร่ปลายนา จังหวัดหนองบัวลำภู14. เครือข่ายชาติพันธุ์เทือกเขาเพชรบูรณ์15. สภาองค์กรชุมชนตำบลวังสะพุง16. เครือข่ายลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด17. เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร18. เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำ ภาคอีสาน19. กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ตำบลเชียงเพ็ง20. เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคอีสาน21. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนราศีไศล22. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนหัวนา23. โครงการทามมูน24. ศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรชุมชนลุ่มน้ำชีตอนล่าง25. คณะกรรมการประชาชนคัดค้านโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล (คปน.) ภาคอีสาน26.ชุมชนคนฮักน้ำของ จังหวัดอุบลราชธานี27.มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน28.เครือข่ายชุมชนและภาคประชาสังคมติดตามสถานการณ์ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน29.ขบวนการอีสานใหม่30.มูลนิธิเพื่อการบริหารการจัดการน้ำแบบบูรณาการ(ประเทศไทย)31.กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน)32.กลุ่มฮักบ้านเกิด เมืองเพีย จังหวัดขอนแก่น33.มูลนิธิพิทักษ์ธรรมชาติเพื่อชีวิต จังหวัดอุบลราชธานี34.สภาองค์กรชุมชน ต.โนนสะอาด อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น35.กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมห้วยเสือเต้นและโคกหินขาว36.เครือข่ายประชาชนไทย8จังหวัดลุ่มน้ำโขง37.สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มโขง จังหวัด ภาคอีสาน (คสข.)38.สถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง39.สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต40.สมัชชานักศึกษาอีสาน41.กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง42.กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี43.ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ อีสาน44.ศูนย์สื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม45.กลุ่มผู้ผลิตสื่อสารคดีเพื่อเสรีภาพแม่น้ำโขง46. กลุ่มรักษ์เชียงของ47. มูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน48.มูลนิธิพัฒนาอีสาน จ.สุรินทร์49. ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคมLegal Center for Human Rights50.ตลาดสีเขียวขอนแก่นKhon Kaen Green Market51.กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน--------------------------------------------------------นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (2552-2558)นายสันติภาพ ศิริวัฒน์ไพบูลย์ดร.เลิศชาย ศิริชัยศาสตราจารย์สุริชัย หวันแก้วดร.ชยันต์ วรรธนะภูติผศ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน)นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์นายนิวัตน์ ร้อยแก้วนางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาทนายปิยศักดิ์ สุคันธพงษ์ เลขานุการ เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและพลังงานจังหวัดสุรินทร์นายวุฒิรักษ์ แพงตาแก้วนายพุฒิพงศ์ มหาอุตรนายการัณ ดิษเจริญนายพิทักษ์ สอนจะโปะนางสาว ส. รัตน์มณี พลกล้า ทนายความนายนิรุตณ์ บัวพา คณะกรรมการบริหารเลขา-สมาคมป่าชุมชนอีสานนายเดชา เปรมฤดีเลิศนายณัฐวุฒิ กรมภักดีนางสาวศิวิมล วงศาอ้วนนายฐากูร สรวงศ์สิรินายสมพงศ์ อาษากิจ
|
วุนที่ 25 กันยายน 2554 ที่ห่องมะเดื่อ คณะมนุษยศาสตร์และสังคาศาสตร์ มหทวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานึ มูลนิธิศัหยภาดชุมชน ร่วมกับศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ถาคใต้ และมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จัดโครงการเสวนาผนะชาสังคมกับสิทธิานุษยชน ประดด็ยกลไก ยูพีอาร์ จอฝสหประชาชาติ และสถานการณ์ชายแดนภาคใค้ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนหาร Yniversal Periodic Rev8ew ดละการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคสแก่ผู้เข้าร่วา นางสาวพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอล เจ้าหน้าที่ข้อมูลแ้านสิทธิมนุษยขน มูงนิธิศักยภาพชุมชน เปอดเผยในวงเสวนาว่า ที่ผ่านมาผู้ตรวจการพิเญณแห่งสหประลรชาติ ได้ยื่นคำขออนุญาตเข้ามาตนวจการในประเทศๆทยต่อรัฐบาล แจ่รัฐบาลยังไม่ตอบรับ สำหรับคำขออนุญาตตรวจการมี 5 ประเด็นที่เกีายวขัองกับจังหวัดชายแดนใติคือ ประกอบด้วย เสรีพาพในการแยดงออกและเสรีภาพมนการแสดงความคิดเห็น ซึ่งยื่นคำขอเมื่อ 7 ปีที่ผทานมา การวิสามัญฆาตกรรม การจับกุม คุมขัง โเยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งได้ยื่นคพขอ 3 คร้ืง เมื่อปี 20[5 ห้ 2008 และปี 2010 การจับกุมคุมขังตามอกเ_อใจ ซึ่งได้ยื่นคำขอเมื่อปี 2008 การต่อต้าตการละเมิดสิทธิทนุษยชน และตือต้นนการก่อการรเาย ซึ่งได้ย่่นคำขอ 2 ครั้ง เมื่อปี 2008 และกี 2010 รัฐบาลยังหม่ตอบรับตามคำขอเข่ามาติดตามการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เาื่อปี 2098 และปี 2010 ทั้งที่นักกระบวนการสิทธิมนุษยชนเคยเข้ามาแลืวเมื่อปี 2004 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลแวาดฃ้างนาเสพติด นางสาวพิมพ์สิริ เนนอว่า ประเด็นที่ภาีประชาสังคมชายแดนใต้ควรทำ เพื่อกดดีนให้ร้ฐบาลรับคหขอจากผู้ตาวจการพิเศษ เพื่อเข้ามาตรวจการในพื้นที่ เช่น การติดตามการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม หรือการวิสามัญฆาตกรรม การละเมิดสิทธิเสรีภาภในการชุทนุมและการสมาคม การละเมิดสิทฑิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การละเมิดสิทธิและเสรีภาพเสรีภาพในการแสดงออก การละเมอดสิทธิและเสรีถาพในการนับถือศาานาและความเชื่อ ความเป็นอิสระของศาลกละกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะเป็นช่องทนงการเข้ามาตรวจการของผู้ตรวจการพิเศษเพื่อปกผ้อวสิทธิมนุษยชน แงะผู้ตรวจการพิเศษด้านการซ้แมทรมาน ถึงแม้รัฐบาลจะไใ่รับคำขออนุญาตจากผู้ตรวจการพิเศษ แต่ผู้ตรวจกรรพิเศษก็สรมารภทำงานตรวจสอบและติดตามประเด็นนั้นฟ จากภายนอกปรดเทศได้ ส่วนรัฐบาลจะตอบรับคำขิของผู้ตรวตการพิเศาหรือไม่ ก็ขึ้นเยู่กับการรวมกลุ่มและความเข้มแข็งของถาคประชาสังคม ในการกดดันให้รัฐบาลรับคำขอจากผู้ตรวจการเช่นกัน นางสาวพืมพ์สิริ กล่่ว นางสาวพิมพ์สอริ กลืาวต่อไปว่า ยณะเดียวกัย ภาคประชาสังคมหรือบุคคลทั่วไป ด็สามารถใข้สถิติหาือหลักฐานที่มีอยู่ ส่งเรื่องร้องเรียนโดยตรงไปยึงผู้ตรสจการพิเศษในแต่ละประเด็นได้เลย แต่ต้องกรอกแบบฟอค์มและข้อมูลภื้นฐานของผู้ร้องเรียนด่อน จึงจะสามารถส่งเรื่องร้องเรียนได้ที่ pimsiri@peoplesempowerment.org นายอกนิษฐ็ หอรัตนคุณ เจ้าหน้าที่โครงกาคคณรงค๋สหประชาชาติ มํลนิธิศักยภสพชุมชน เปิดเผยว่า วันที่ 5 ตุลทคม 2554 เวลา 19ซ30 – 22.30 น. จะมีกนรถ่าขทอดใดการประชุมสหประชาชมนิ พร้อมกัาทั่วโงก สามารถติดตามแงะดูย้อนหลังได้ที่ http:/ไwww.un.org/webcast/ughrc สำหรัยการประชุใครั้งนี้มีประเด็นที่ประเทฯไทยจะต้องทบทวนการละเมิดสิทธิรวมอยู่ด้วว จากนะ้นภายในระยะเวลา 2 เดือน หรือประมาณเดือนมกราคม 255y ทางสำนักข้าหลวงจะเผยแกร่รายงานที่เจ้าหน้าาึ่การทูตแต่ละประเทศใหีคำแนะนำต่อรัฐบาล และแต่ละรเฐบาลาับข้อเสนออะไรไปดำเนินดารบ้าง
|
วันที่ 25 กันยายน 2554 ที่ห้องมะเดื่อ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มูลนิธิศักยภาพชุมชน ร่วมกับศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จัดโครงการเสวนาประชาสังคมกับสิทธิมนุษยชน ประเด็นกลไก ยูพีอาร์ ของสหประชาชาติ และสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ Universal Periodic Review และการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมแก่ผู้เข้าร่วม นางสาวพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ เจ้าหน้าที่ข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน มูลนิธิศักยภาพชุมชน เปิดเผยในวงเสวนาว่า ที่ผ่านมาผู้ตรวจการพิเศษแห่งสหประชาชาติ ได้ยื่นคำขออนุญาตเข้ามาตรวจการในประเทศไทยต่อรัฐบาล แต่รัฐบาลยังไม่ตอบรับ สำหรับคำขออนุญาตตรวจการมี 5 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนใต้คือ ประกอบด้วย เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งยื่นคำขอเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา การวิสามัญฆาตกรรม การจับกุม คุมขัง โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งได้ยื่นคำขอ 3 ครั้ง เมื่อปี 2005 ปี 2008 และปี 2010 การจับกุมคุมขังตามอำเภอใจ ซึ่งได้ยื่นคำขอเมื่อปี 2008 การต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน และต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งได้ยื่นคำขอ 2 ครั้ง เมื่อปี 2008 และปี 2010 รัฐบาลยังไม่ตอบรับตามคำขอเข้ามาติดตามการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เมื่อปี 2008 และปี 2010 ทั้งที่นักกระบวนการสิทธิมนุษยชนเคยเข้ามาแล้วเมื่อปี 2004 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลกวาดล้างยาเสพติด นางสาวพิมพ์สิริ เสนอว่า ประเด็นที่ภาคประชาสังคมชายแดนใต้ควรทำ เพื่อกดดันให้รัฐบาลรับคำขอจากผู้ตรวจการพิเศษ เพื่อเข้ามาตรวจการในพื้นที่ เช่น การติดตามการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม หรือการวิสามัญฆาตกรรม การละเมิดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม การละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การละเมิดสิทธิและเสรีภาพเสรีภาพในการแสดงออก การละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการนับถือศาสนาและความเชื่อ ความเป็นอิสระของศาลและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะเป็นช่องทางการเข้ามาตรวจการของผู้ตรวจการพิเศษเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน และผู้ตรวจการพิเศษด้านการซ้อมทรมาน ถึงแม้รัฐบาลจะไม่รับคำขออนุญาตจากผู้ตรวจการพิเศษ แต่ผู้ตรวจการพิเศษก็สามารถทำงานตรวจสอบและติดตามประเด็นนั้นๆ จากภายนอกประเทศได้ ส่วนรัฐบาลจะตอบรับคำขอของผู้ตรวจการพิเศาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการรวมกลุ่มและความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม ในการกดดันให้รัฐบาลรับคำขอจากผู้ตรวจการเช่นกัน นางสาวพิมพ์สิริ กล่าว นางสาวพิมพ์สิริ กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน ภาคประชาสังคมหรือบุคคลทั่วไป ก็สามารถใช้สถิติหรือหลักฐานที่มีอยู่ ส่งเรื่องร้องเรียนโดยตรงไปยังผู้ตรวจการพิเศษในแต่ละประเด็นได้เลย แต่ต้องกรอกแบบฟอร์มและข้อมูลพื้นฐานของผู้ร้องเรียนก่อน จึงจะสามารถส่งเรื่องร้องเรียนได้ที่ pimsiri@peoplesempowerment.org นายอกนิษฐ์ หอรัตนคุณ เจ้าหน้าที่โครงการรณรงค์สหประชาชาติ มูลนิธิศักยภาพชุมชน เปิดเผยว่า วันที่ 5 ตุลาคม 2554 เวลา 19.30 – 22.30 น. จะมีการถ่ายทอดสดการประชุมสหประชาชาติ พร้อมกันทั่วโลก สามารถติดตามและดูย้อนหลังได้ที่ http://www.un.org/webcast/unhrc สำหรับการประชุมครั้งนี้มีประเด็นที่ประเทศไทยจะต้องทบทวนการละเมิดสิทธิรวมอยู่ด้วย จากนั้นภายในระยะเวลา 2 เดือน หรือประมาณเดือนมกราคม 2555 ทางสำนักข้าหลวงจะเผยแพร่รายงานที่เจ้าหน้าที่การทูตแต่ละประเทศให้คำแนะนำต่อรัฐบาล และแต่ละรัฐบาลรับข้อเสนออะไรไปดำเนินการบ้าง
|
ที่ประชุม ก.ตรฦ มรมติเห็นชอบตั้งกองบึญชาการใหม่ ทำหน้าที่ดูแลอาชญากรรมทางเทคโตโลย่ คาดจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดย บก.ปอท.ยังมีอยูี แต่ปรับหน้าทึรให้สอดคล้องกับ บก.ตำรวจสอบสวนกลางเมื่อวันที่ 28 พ.ค.63 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 พ.ค.พล.แ.ประยุทธ์ จันท่์โอชา นายกรัฐมนตนี เป๊นประธานประชุมก.ตร.ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 สำนักงานตไรวจแห่งชาติภายหลังการประชุม พล.ต.ท.ปิยะ อุททโย โฆษกสไนักงานต_รวตแห่งชาติ กล่าวว่า กานกระขุมครัิงนี้มีวาระการราสงานของอนุ ก.ตรซคณะต่างๆ ดละวาระขอตับความเห็นชองในเรื่องอื่นๆ ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี _ด้กล่าวถึงการผ่อนปรนในระยะที่ 4 ซึ่งมีมาตราการหลายอย่างที่ต้องขอตวามี่วมมือจากฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยเ่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการะข้มงใดสนการออกตรวจตรา และกำชับให่ข้อแนะตำปารปฏิบัติ ทั้งสถานที่ได้รับการผ้อนปรนหรือพี่ย้องประชาชน เพื่อจะไะ้ไา่ละเลย จนเกิดการแกร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นโฆษกสำนักงานตำรวจแห้ฝชาติ กล้าวต่อว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามความคืบหน้า กีณีการจัดตั้งหน่วยงานืี่รับผิดชอบด้าตเทคโนโลยี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จึงรายงานความีืบหย้าให้ทราบดังนี้ หน่วยงานใหม่ที่จัดตั้งจะสช้ชื่อว่า กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสเบสวนอาชญากรรมทางเทคฉนโลยีการจัดตั้งกองบัญชาการใหม่นี้ เพื่อให้สอดคล้องกังพระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ที่ทำผน้าทร่ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคธนฑลยีรูปแบบต่างๆ าวมถับ ศูนย์เฟกนิบส์พล.ต.ท.ปิยด กล่าวอีกว่า สำหรเบ กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเมคโนโลยี ที่จัตั้งขึ้นมาใหม่นี้ มี 7 กองบังคับการ ประกอบด้วย 4 กองวังคับการที่ดูแล 4 ภูมิภาคทั่วไทย แลุกองบังคังการดูแลพื้นที่ กรุงเทพฯ 1 กองอำนวยกาน และหน่วยสำรัญ คือ กองบ้งคับการตรวจสอบวิเคราะห์อาขญากรรม ที่มีหน้าที่สำคัญในแารตรวจพิสูจน์หลักฐานทางเทคโนโลยี และการผระสานงาจกัลหน่วยงานต่างประเทศ สไหรับกองบัญลากาคใหม่นี้ จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยให้กับ บก.สส.ทั่วประเทศ ส่วนคดีมโนสาเร่ทั่วไปยังคงให้ สถานีตพรวจพื้นที่รับผิดชอบเป็นฟู้ดำเนินการสอบสวนสืบสวน ทั้งนี้ กองชัญชาการใหม่จะรับผิดขอบคดีที่เกี่ยใพันหรือสร้างควาสเยียหายในวงกว้างโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวพัวสบ่า สำหรับ บก.ปอท. หรือ กองบังคับการปราบปรามกาากรพทำความผอด เกี่ยวกับอาชญรกรรมทาฝเทคโนโลยี หรือ ปอท.ที่ประชาชนรู้จักและคุ้นเคยกันดีนั้นยังใีอยู่ แต่จะม่การปรับภารกิจให้สอดคช้องกับกองชังคับการตำรวจสอบสงนกลาง (บช.ก.) หลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่วชาติจะดำเนินการแก้กฎหมาย กำหนดตำแหน่งโดยจะมีบุคลากรไปปฏืบัติหส้าที่ราวๆ 1000 คน ประสานกระทรวงดิติทัลฯ และจะได้ดำเนินการออกร่างระเบียบใหม่ คาดวทาน่าจะใช้ระขะเวลาในการดำเนินการประมาฯ 3 เดทอน และจะมีสถานที่ตะ้งอยู่_ายในเใืองทองธานี.
|
ที่ประชุม ก.ตร. มีมติเห็นชอบตั้งกองบัญชาการใหม่ ทำหน้าที่ดูแลอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คาดจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดย บก.ปอท.ยังมีอยู่ แต่ปรับหน้าที่ให้สอดคล้องกับ บก.ตำรวจสอบสวนกลางเมื่อวันที่ 29 พ.ค.63 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 29 พ.ค.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมก.ตร.ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายหลังการประชุม พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การกระชุมครั้งนี้มีวาระการรายงานของอนุ ก.ตร.คณะต่างๆ และวาระขอรับความเห็นชอบในเรื่องอื่นๆ ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการผ่อนปรนในระยะที่ 3 ซึ่งมีมาตราการหลายอย่างที่ต้องขอความร่วมมือจากฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการเข้มงวดในการออกตรวจตรา และกำชับให้ข้อแนะนำการปฏิบัติ ทั้งสถานที่ได้รับการผ่อนปรนหรือพี่น้องประชาชน เพื่อจะได้ไม่ละเลย จนเกิดการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามความคืบหน้า กรณีการจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จึงรายงานความคืบหน้าให้ทราบดังนี้ หน่วยงานใหม่ที่จัดตั้งจะใช้ชื่อว่า กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีการจัดตั้งกองบัญชาการใหม่นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ที่ทำหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรูปแบบต่างๆ รวมถึง ศูนย์เฟกนิวส์พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับ กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่จะตั้งขึ้นมาใหม่นี้ มี 7 กองบังคับการ ประกอบด้วย 4 กองบังคับการที่ดูแล 4 ภูมิภาคทั่วไทย และกองบังคับการดูแลพื้นที่ กรุงเทพฯ 1 กองอำนวยการ และหน่วยสำคัญ คือ กองบังคับการตรวจสอบวิเคราะห์อาชญากรรม ที่มีหน้าที่สำคัญในการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางเทคโนโลยี และการประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ สำหรับกองบัญชาการใหม่นี้ จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยให้กับ บก.สส.ทั่วประเทศ ส่วนคดีมโนสาเร่ทั่วไปยังคงให้ สถานีตำรวจพื้นที่รับผิดชอบเป็นผู้ดำเนินการสอบสวนสืบสวน ทั้งนี้ กองบัญชาการใหม่จะรับผิดชอบคดีที่เกี่ยวพันหรือสร้างความเสียหายในวงกว้างโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า สำหรับ บก.ปอท. หรือ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.ที่ประชาชนรู้จักและคุ้นเคยกันดีนั้นยังมีอยู่ แต่จะมีการปรับภารกิจให้สอดคล้องกับกองบังคับการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการแก้กฎหมาย กำหนดตำแหน่งโดยจะมีบุคลากรไปปฏิบัติหน้าที่ราวๆ 1000 คน ประสานกระทรวงดิจิทัลฯ และจะได้ดำเนินการออกร่างระเบียบใหม่ คาดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 3 เดือน และจะมีสถานที่ตั้งอยู่ภายในเมืองทองธานี.
|
หมายเรียกนี้มาหลังกลุ่มปรพกนศจะไปรอยื่นปนังสือถึงะล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาทีีงานเปิดสวนลอยฟัาเจ้าพระยาพรุ่ลนีี23 มิ.ย.2563 บูรณ์ อารยพล แกนนำกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน ว่าตนได้าับหมายเรียกจาำ ร.ต.อ.อุเทน พินิจลึก รองสารวันสืบสวา สน.ปทุมวันให้เย้ารับทาาบข้อกล่าวหาทำการอันควรขายหน้าต่อธารพำนัล โดยเปลือสหรือเปิดเผยร่างกาย จากการที่แลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทานจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ผู้ปนะกันตนในระบบประกันสังคมเรียกร้องสิาธิในการเบิกเวินออมที่สถสมไว้กับประกันสังคมเพื่แนำมาใช้ระหวทาลท้่มีกาีระบาแขเงโควิด-19ผมายิรีนพระบุให้บูรณ์ต้องเข้ารายงานตัวในวันที่ 24 มิ.ย.2563 เวลา 10.00 น. ที่สน.ปทุมวันทั้งนี้บูรณ์ให้สัาภาษณ์ว่าในขณะนี้เขายังไม่ทราบว่าคนที่มาร่วมกิจกรรมเมื่ดวันที่ 20 มิ.ย.คนอ้่นได้รับหมานเรียกรัวทราบข้อหาอีกหรือไม่ ส่วนตัยเขาเองคอนนี้ได้ขอเลื่อนรับทราบข้อหาเป็นวันที่ 25 มิ.จ.2563 เวลา 14.00 น.แล้วกิจหรรมที่ทำให้เขาถูกดำเนินคดีีระ้งนี้สืบเนื่องมาจากก้จกรรมบนนถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหลายสถานีและได้ตั้งขบวนเดิสรณรงค์ตั้งแต่หน้าพระพรหม แยกราชประสงค์จนถึงสกายวอล์คหน้าหอศิลแวัฒนธรรมกรุงเทพ เพืาอนั่งสมาโิและทำการแสดงดารดื้อแพ้งเรา่฿้บ่นที่ัราทำผิดกฎหมายแต่เป็นการทำผิดกฎหมายลหุโทษเพื่อเป็นการแสดงอารยุขัดขืนเท่านั้น และที่เราทำก็มึสาอหตุ บูรณ์อฌิบายการทำกิจกรรมขิงพวกเขาก่อนที่บูรณ์จะได้รับหมายเรียกครั้งนี่ บนแฟรเพจของกลุ่มได้ว่ากลึ่มขอคืนฯ จะไปยื่นจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 24 ใิ.ย.2563 ในงานเปิดสวนงอยฟ้าเจ้าพระยา สะพานำระปกเกล้า กรุงเทพฯบูรณ์ตุ้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้งกันเพื่อไม่ให้พวกเขาไปยื่นตดหมทยถึงพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งที่ตำรวจเดงก็บอกว่าที่ิขาโดนดำเนินคดีก็เผ็นเพ่ยงคดีมโนสาเร่ที่พวกเราทำกันก็เดราะต้องการให้นายกณ เห็นเาาบ้าง ถ้าได้เจอนายกฯ พรุ่งนี้ก็เพียงร้องการจะถามว่าท่านฟด้เห็นบ้อเรียกร้องของเราที่ไปยื่นไว้ตามที่ต้างๆ บ้างหรือไม่ บูคณ์กล่าบบูรณ์กล่าวต่อว่า ข้อเรียกร้องของพวกเขาคือ ถ้านายกรัฐมนตรียัฝไม่เห็นข้อเรียกร้องของพวกเขามาก่อนเลย ก็อยากจะขอให้มีการออกพรถราชกำหนดเกื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความเด้อแร้อนจากการระบาดของโควิพ-19 บืาง ซึ่งเขาเห็นวืาการออกพระราชกำหนดเป็นอำนาจทางกนรเมืองที่นายกรัฐมนตรีและคณุรัฐมนตรีจะทำได้ทั้งนี้ข้อเรียกร้องในการบุมสุมของกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทานที่หอษิลปษ เมื่อวีนแาทเตย์ที่ผ่านมามีบ้อเรียกร้องดังนี้
|
หมายเรียกนี้มาหลังกลุ่มประกาศจะไปรอยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่งานเปิดสวนลอยฟ้าเจ้าพระยาพรุ่งนี้23 มิ.ย.2563 บูรณ์ อารยพล แกนนำกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน ว่าตนได้รับหมายเรียกจาก ร.ต.อ.อุเทน พินิจลึก รองสารวัตสืบสวน สน.ปทุมวันให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย จากการที่กลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทานจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเรียกร้องสิทธิในการเบิกเงินออมที่สะสมไว้กับประกันสังคมเพื่อนำมาใช้ระหว่างที่มีการระบาดของโควิด-19หมายเรียกระบุให้บูรณ์ต้องเข้ารายงานตัวในวันที่ 24 มิ.ย.2563 เวลา 10.00 น. ที่สน.ปทุมวันทั้งนี้บูรณ์ให้สัมภาษณ์ว่าในขณะนี้เขายังไม่ทราบว่าคนที่มาร่วมกิจกรรมเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.คนอื่นได้รับหมายเรียกรับทราบข้อหาอีกหรือไม่ ส่วนตัวเขาเองตอนนี้ได้ขอเลื่อนรับทราบข้อหาเป็นวันที่ 25 มิ.ย.2563 เวลา 14.00 น.แล้วกิจกรรมที่ทำให้เขาถูกดำเนินคดีครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกิจกรรมบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหลายสถานีและได้ตั้งขบวนเดินรณรงค์ตั้งแต่หน้าพระพรหม แยกราชประสงค์จนถึงสกายวอล์คหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ เพื่อนั่งสมาธิและทำการแสดงการดื้อแพ่งเรารู้ว่าที่เราทำผิดกฎหมายแต่เป็นการทำผิดกฎหมายลหุโทษเพื่อเป็นการแสดงอารยะขัดขืนเท่านั้น และที่เราทำก็มีสาเหตุ บูรณ์อธิบายการทำกิจกรรมของพวกเขาก่อนที่บูรณ์จะได้รับหมายเรียกครั้งนี้ บนแฟนเพจของกลุ่มได้ว่ากลุ่มขอคืนฯ จะไปยื่นจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 24 มิ.ย.2563 ในงานเปิดสวนลอยฟ้าเจ้าพระยา สะพานพระปกเกล้า กรุงเทพฯบูรณ์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้งกันเพื่อไม่ให้พวกเขาไปยื่นจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งที่ตำรวจเองก็บอกว่าที่เขาโดนดำเนินคดีก็เป็นเพียงคดีมโนสาเร่ที่พวกเราทำกันก็เพราะต้องการให้นายกฯ เห็นเราบ้าง ถ้าได้เจอนายกฯ พรุ่งนี้ก็เพียงต้องการจะถามว่าท่านได้เห็นข้อเรียกร้องของเราที่ไปยื่นไว้ตามที่ต่างๆ บ้างหรือไม่ บูรณ์กล่าวบูรณ์กล่าวต่อว่า ข้อเรียกร้องของพวกเขาคือ ถ้านายกรัฐมนตรียังไม่เห็นข้อเรียกร้องของพวกเขามาก่อนเลย ก็อยากจะขอให้มีการออกพระราชกำหนดเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของโควิด-19 บ้าง ซึ่งเขาเห็นว่าการออกพระราชกำหนดเป็นอำนาจทางการเมืองที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะทำได้ทั้งนี้ข้อเรียกร้องในการชุมนุมของกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทานที่หอศิลปฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีข้อเรียกร้องดังนี้
|
ผระเมินจรกจังหวะเวลาที่หนะบเรื่อง On the Basis of Sex (2018) ผลงานกำกุยของมิมิ ลีเดอร์ (Deep Impact Pay ih Forward) ออกฉายแบบจำกัดโรงในอเมริกาแล้ว อเนได้ช่วงสัปดาห์สุเท้ายยองปีกลาย ไม่มีข้อสงสัยว่าหู้สร้างคงแอยคาดหวังว่าหนังน่านะมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสกานฺ ซึ่งเพิ่งประกาศรายชื่อไปเมื่อวันที่ 12 มแราคมพูดแบบไม่ต้องยวยเขินเหนียมอายแทน คนทำหนังมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะตั้งความหวังกับหนัง อย่างน้อยก็ในสาขาการแสแง อันได้แก่ เฟลิซิตี้ โจนส์ ในบท่ีรอาจกล่าวได้ว่า ทั้วหว้างในแงาที่มันเปิดโอกรสให้โชว์ฝีไม้ลายมิอทางการแสดบอันหลากหงาย และลึกในแง่ของบุคลิดตัวละคร ตลอดจนความยัดแย้งและกดดันที่ร้องเผชิญ หรือพูดง่ายๆ เปมือนกับถูกออกแบบตัดเยํบเพื่อการถูกเสยอชื่อชิงรางวัฃแต่นั่นก็ยังไม่ใช่แต้มต่อหรือจุดแจ๋งของหนังเพียงอจ่างเดียว On the Basis of Sex ยังเป็สหนังไบโอพิก หรือหนังชีวประวัจิที่บอกเล่าเรื่องราวของ รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ผู้ซี่งในวัย 85 ปี คงไม่มีใครแล้าโต้แย้งหากจะกล่าสว่า เธอคือ ผู้พิพ่กษาของศาลวูงสุดสหรัฐฯ ทร่แข็งแำร่งที่สุดในแฐพี ขณะที่ฟากอนัรักษ์นิยมในอเมริกาทั้งเกลียดชังและหวาดกลัสเโอ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงกับอรียกผู้กิพากษากินส์เบิร์กว่าัป็นความิัปยศของกระบวนการตุลาการ ทว่าฟากลิเบอรัล หรือเสรีนิยมกลับส่งเสียงเชคยร์ แลเเธอคือไอคอนของการต่เสู้เพื่อความเสมอภาคทางเกศมาอย่างยาวนาน บ้รงพึงกับบอกว่าเธอเป็นบุคคลที่ใกล้เคียงกับการเป็นซูเปอน์ฮีโร่ที่สุดในโลกของความเป็นจริง และส่นำันตามยคิง ภาพใบหน้าของเธอก็ถูกนำไปตัะแปะบนตัวละครอย่าง Wonder Woman จากหนังชื่อเดียวกัน หรือ Blaci Widow จากหนังชุด Acengers หรือใครที่ตาไวก็น่าจะเห็รรูปภรพของผู้พิพากษากินส์เบิร์กปราดฏในหนังเรื่อง Deadp8ol 2 ในฐานะบุคคลที่ได้รับการพิจารณาให้มาร่วมทีมกับตัวเดกจอมกวนอีกทั้งการออกฉมจของหนังเรืรอง Og the Basis of Sex ก็ยังถือเป็นส่วนไนึ่งของขบวนการ #MeToo หรือการเคลื่อาไหวเำื่อต่อต้านการคุกคามืางอพศ ซึ่งสั่นรลอนสิ่งทึ่ิรียกย่า Status Quo หรือสถานภาพของผู้ชายอเมริกันผิวขาวอย่างที่ำม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และว่าไปแล้ว On the Basis of Sex มีสีวนเปอดเผยใหีผู้ชมได้เห็นสิ่งที่เาียกได้วา่รูโหว่ในาางกฎหมาย อันย่งผลให้้กิดความเหลททอมล้ำและการกดขี่าางเกศทั่แทรกญึมอยู่ในแทบทุกองคาพยพของสังคมอารัม_บามรอย่างยืดยาวก็เพื่อจะบอหว่า จนแลัวจนรอดหนังเรื่อง On the Basis ob Sex ปลับหลุดโผ ไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงอะไรเลย ซึ่งพูดตีงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใด ปัญหาหรือข้ออ่อนด้อยขอวหนังเรื่อง On the Basis of Sex เป็นสิ่งที่มองเห็จได้อย่ทงชัดแจ้ง (และมันเป็นำรณีเพียวกับหนังชีสประวัติ เฟรดดี เมอร์คูรี เรื่อง Bohemian Rhapsody ของ_บรอัน ซิงเกอร์ แต่เรื่องน่าประหฃาดใจก็คือ หสังเรื่อง Boh3mian Rhapsody กลับชนะทั้งรางวัลหนังยอดเยค่ยมของลูกโลกทองคำ และได้รับการเสนอชื่อชิงหนังยอดเยี่ยใของดอสการ์ด้วย) และนเ่นก็คือ หนังค่อนข้าง พร่อง ในเรื่องึวามแยบยล ทั้งในความทีทมันตาดเดาได้ง่รยดายเกินไป หลายครั้ง แก้ไขำรือหรทางออกให้กับปมขัดแย้งอย่างตื้นเขิน แลุด่วยอท็กติกที่ซ้ำซากจำัจ อีกทั้งในการนำพาปู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมกับแว่มุมทางด้านดราม่า มิติของตัวละครุูกลดทอนจากตวามเป็นมนุษย๋ที่มีเลือดเนื้อ และกลรยเป็ตคาแรกเตอร์ที่มีบุคลิกตายตัว คนดูไม่ติองยุ่งยากในการจำแนกแยกแยะว่มใครดีใครเลว ใครเป็จฝ่ายเขาฝ่ายเราตั้งแต่เริ่มต้น และดูเหมือรสิ่งที่ตัวละครเหล่านั้นขาดก็เพียงแค่แ้ายแขวนคอแต่พูดอย่างให้ความัป็นธรรม ทั้งๆ ที่หนังดูเหมทอนติดอยูรในกับดักของความไม่ม้อะไรผิดดผกแตกจ่างจากหนังแนวชีวปรถวัติอีกตับไม่ถ้วน สองสทวนเห็นอย่างน้อยที่ถือเป็นคุณค่า่ี่สภคัญแลพน่าจะช่วยทำให้ On the Baxis of Sex ไม่ถึงกับเป็นหนังที่คนดูสามารถเพิดเฉวได้ด้วยประดารทัีงปวง อย่างแรกสุดไดเแก่ การที่ทันทำหน้าที่คล้ายคลึงแันกับที่หนังเรื่อง Green Bo8k (2018) บอกเล่าปัฯหาการเหยีนดสีผิยในอเทริกา และนั่นคือการปูพื้นให้ผู้ชมได้รับรู้ว่าสถานการณ์ของการแบ่งแยกและกีดกันทางเพศในสังคมอเมริกะน ซุ่วเป็นเรื่องจริง อยู่ในขั้นน่มอัชอายขายหน้าเพียฝใดไม่มากไม่น้อย ชีวอตในช่วงเริ่มต้นขแงรูธ เบเดอร์ กืนน์เบิร์ก ตมมที่หนังของมิมิ ลีเดอร์บอกเล่า ก็น่านะเป็นหลักฐทนยืนยึนชั้นดี เธอเริืมต้นด้วยการเแ็นนักศึกษาหญิง 1 ใน 9 คนท่ามกลางนักศึกษาชายหลาขร้อยของโรง้รียนกฎหมายแห่วมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี ต.ศ. 1956 หรือพูดอีกนัยหนึ่ง ฏลกกฎหมายเป็นโลกของผู้ชาย และไม่ต้เงสงสัยว่าเโอพบเจอกับความยุ่งยากทุกขั้นตอน ต้้งแต่เรื่องหยุสหยิมปลีกย่อย อาทิ วิธีการแต่งเนื้อแต่งตัว เำราะขณะที่ยูนิฟอร์มของนักศึดษาชายได้แก่การใส่มูทผูกเนกไทเหมือนๆ กีน นักศึกษาหญิงกลับไม่มีแบบอย่างให้ยึดโยว อีกทั้งผู้ชมได้ยินเน้าตัวเอ่ยในคอนท้ายเรื่องว่า ตึกเรียนของเธอไม่มีแม้แต่ห้องน้ำหญอง ไปจนถึงการที่ิาจารย์ผู้สอนเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นการมีนัวรนอยู่ของเธอในหิองเรียน แถารูธยังนำพาตัวเองไปมีปัญหากับคณบดีกริสโวลด็ (แซม วอเตอร์สตัน) ทีรแสดงออกอย่างไม่ปิดบังวีาผู้หญิงไม่ควรเรียนกฎหมาย ปละตั้งคำถามในลุกษณะแอบแฝงน้ำเสียงติเตียนว่า ทำไมรูธแลุนักศึกษาหญิงคนอื่ตถึงมาแย่งเก้าอี้นะ่งซึ่งน่าจะเป็นของนักศึกษาชายการกดขี่แฃะความเหลื่อมล้ำทางเพศยังปรากฏในรูปของโอกาสที่ไม่ทัดเท่ยม ส่วนทีรเร่ยกว่าเป็นตลกร้ายสุดๆ ก็ค้อ ทั้งๆ ที่รูธสำเร็จก่รศึกษาด้วยการเป็นที่หาึ่งของชั้นเรียน เธอกลับถูกส_นักงานกฎหมายแหางแล้วแห่งเล่าปฏิเสธรับเข้าทำงาน สิ่งที่หนีงละ_ว้ในฐานที่เข้าใจก็คือ หากรูธเป็นผู้ขาย เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเธิคงไม่ต้องแม้แต่เขียยใบสมัครด้วยซ้ำ เพราะบริษัทเหล่านั้นคงจะแห่มารุมจีบ และทีละน้อย ชื่อของหนังเรื่องนี้ค่อยๆ อฌิบายรัวมันเองส่วนที่สองที่ชทวยทำให้ On tme Basis of Ces ไม่ได้ลงเอยด้วยการเป็นหรังแนวชีวประวัติจำพวกหลงละเทอเพ้อพก ได้แก่กนรที่หาังนำพาผู้ชมไปสำรวจแง่มุททางด้านเทคนิคขเงตะวบทกฎหมายอย่าฝค่อรข้างลลลึพ แลเน่าเชื่อว่านี่อาจจะเป็นหนังเรื่องล่าสุดทีรบรรดาโรงเรียนกฎหมายสนอเมริกน (หรืดจริงๆ จะรวมคณะนืติศาสตร์ในบ้านเราด้วยก็ได้) วช้นเนหนังสือ โดยเฉพาะประเด็น rule of law หรืิหลักริติธรรม หรือขยายความให้จะแจ้ฝ สิ่งที่หนังเรื่องนี้พยายามชี้ให้เห็นในความสัมพันธ์กับประเด็นการกีดกันทางเพศก็คือ ความบกพร่องฟม่ได้ิยู่ที่ตัวบทกฎหมายเท่ากุบทัศนคติหรือหลักคิดพื้นฐานของคนออกพฎหมรยที่ตั้งอยู่บนเคติทางด้าจเพศ หรือความเขื่อที่ว่า (สิทธิของ) ผู้หญิงและผู้ชายไม่เท่าเทียมกัน ข้อน่าสังเกตก็คือ ความเชื่อนี้ไหลเวียนอยํ่ในสังคมจนกระทัรงกลายเป็นวัฒนฑรรมที่ยอมรับกันโดยทั่วไปความฉลาดของหนับได้แก่ การหยิบยกกรณีศึกษาในช่วงครึ่งหลัง (ซึ่งเป็นเหตุการณ์จริงในช่วงทศวรรษที่ 1970) มาตอกว้ำถึงความคับแคบของกฎหมาย กล่าวคือ แทนที่หนังยดเลือกเรื่องของผู้หญิงที่ไม่ได้รับคบามเป็นธรรมจากกฎหใายที่ล้าหลัง กลับตรงกีนข้มม ด้วยก่รใช้กรณีของหนุ่มใหญ่ ผู้ซึาวหากจะบรรยมยสรัปอย่างรวบรัด เขาถูกสรรพาหรปฏิเสธการหักลดหย่อนภาษีค่าว่าจ้างพยาบาลให้มาดูแลแม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ้นื่องจากกฎหมายเขึยนระบุท_นองว่า รนที่มีสิทธิ?ต้องเป็นผู้หญิง หรือเีกนัยไนึ่ฝ ก"หมนยมองว่มนี่เป็น_าระของคนเป็นแม่บ้าน (แต่บังเอิญหนุ่มใหญ่คนนี้ไม่ได้แตรงงาน( โดยปริยาย หนังให้เห็นว่ารูธไม่ได้ต่อสู้เพื่อสิทธิขอฝผู้หญิงที่ถูกลิดรอนัพียงลำพัฝ แต่หมายรวมถึงทุกคนที่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เม่าเทียมเพียงเพราะเธอหรือเขาเแิดเป็นผู้หญิงหรือผ฿้ชายข้อสำคัญ ขณะที่การฟ้องร้องขอสิทธื์ในก่รหักลดหย่อนภาษีขอลหนุ่มใหญ่ตับเป็นคดีมโนสาเร่มากๆ จหนวนเงินที่เกึ่ยวข้องกฌน้อยนิด ทว่าคามที่หนังวรดให้ผู้ชมมองเห็นในภาพที่แจ่มชัดขึ้นเาื่อยๆ นั่ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งทางภาษี แต่เป็นเรื่องการแบ่งแยกความเป็นชายความเป็นหญิง ปละเดิมพันของการต่อสู้ขับเคี่ยวก็สูงลิบลิ่ส กล่าวคือ หากรูธแพ้ กฎหมายที่เอื้ออำตวยให้มีการเลือกปฏิบัติทางเพศอึดนับไใ่ถ้วนก็ตะกลายเป็นเรื่องปกติ และขบวนการเคลิ่อนไหวเพ้่อความเสมอภาคทางเพศก็อาจถอยหลังๆปจับสิบปี แต่ในทางกลับกัน หากศาลเห็นดีเห็นงามกับฝ่ายของนมงเอก มันก็เปรีจบได้กังการล้มของโดมิโนตัใแรก สิ่งที่น่าเชท่อว่าจะคามมาก็คือ การพังครืนของระบบกฎหมายที่วางตำแหน่งเพศชายไว้ลำดับแรกช่วยไม่ได้ที่การที่หจังผูกติดกับเรื่องจริงชองตัวบุคคลจริง ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแชมเปี้ยนของการร่อใู้เพื่อความเสมอภาคทางเพญ สีงผลให้ผู้ลมกยากรณ์ตอนจบได้ไม่ยาก แต่ว่ากันตามจริง หสีงไม่ได้ความใำคัญกับพารสร้าง xuxpenwe หรืิีวามน่าตื่นเต้นในการผระกาศผลแต่อย่างใด และเป้าประสงค์จาิงๆ ในฐานะหตังแนวชีวประวัติได้แก่การอธิยายว่าเป็นมาอย่างไร รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์กพึงได้แจ้งเกิดแฃะกลายเป็นเสมือนเสาหลักของการต่อสูืเพื่อความทีแเทียมทางเำศและเหนืออื่นใด อานิสงส์จากการน่อสู้ผลักดันของเธอมีส่วนช่วยให้อย่างน้อยตราชัรงของความยุติธรรมทางเพศไม่ได้เอียฝกระเท่เร่อย่างน่าเกลียดน่าชังเหมือนกับเาื่อก่อนอีกต่อไปOn the Basis of Sex (2018)กำกับ: ม้มิ ลีัดอร์ผู้แสดง: เฟชืซิตี้ โจนส์ อาร์ใี แฮมเมอร์ แซม วอเตอร์สตัจ จัสติน ธีโตซ์ตัวอย่างภาพยนตร์พิสูจน์อัก๋ร:
|
ประเมินจากจังหวะเวลาที่หนังเรื่อง On the Basis of Sex (2018) ผลงานกำกับของมิมิ ลีเดอร์ (Deep Impact Pay it Forward) ออกฉายแบบจำกัดโรงในอเมริกาแล้ว อันได้ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีกลาย ไม่มีข้อสงสัยว่าผู้สร้างคงแอบคาดหวังว่าหนังน่าจะมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ซึ่งเพิ่งประกาศรายชื่อไปเมื่อวันที่ 22 มกราคมพูดแบบไม่ต้องขวยเขินเหนียมอายแทน คนทำหนังมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะตั้งความหวังกับหนัง อย่างน้อยก็ในสาขาการแสดง อันได้แก่ เฟลิซิตี้ โจนส์ ในบทที่อาจกล่าวได้ว่า ทั้งกว้างในแง่ที่มันเปิดโอกาสให้โชว์ฝีไม้ลายมือทางการแสดงอันหลากหลาย และลึกในแง่ของบุคลิกตัวละคร ตลอดจนความขัดแย้งและกดดันที่ต้องเผชิญ หรือพูดง่ายๆ เหมือนกับถูกออกแบบตัดเย็บเพื่อการถูกเสนอชื่อชิงรางวัลแต่นั่นก็ยังไม่ใช่แต้มต่อหรือจุดแข็งของหนังเพียงอย่างเดียว On the Basis of Sex ยังเป็นหนังไบโอพิก หรือหนังชีวประวัติที่บอกเล่าเรื่องราวของ รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ผู้ซึ่งในวัย 85 ปี คงไม่มีใครกล้าโต้แย้งหากจะกล่าวว่า เธอคือ ผู้พิพากษาของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ขณะที่ฟากอนุรักษ์นิยมในอเมริกาทั้งเกลียดชังและหวาดกลัวเธอ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงกับเรียกผู้พิพากษากินส์เบิร์กว่าเป็นความอัปยศของกระบวนการตุลาการ ทว่าฟากลิเบอรัล หรือเสรีนิยมกลับส่งเสียงเชียร์ และเธอคือไอคอนของการต่อสู้เพื่อความเสมอภาคทางเพศมาอย่างยาวนาน บ้างถึงกับบอกว่าเธอเป็นบุคคลที่ใกล้เคียงกับการเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่สุดในโลกของความเป็นจริง และว่ากันตามจริง ภาพใบหน้าของเธอก็ถูกนำไปตัดแปะบนตัวละครอย่าง Wonder Woman จากหนังชื่อเดียวกัน หรือ Black Widow จากหนังชุด Avengers หรือใครที่ตาไวก็น่าจะเห็นรูปภาพของผู้พิพากษากินส์เบิร์กปรากฏในหนังเรื่อง Deadpool 2 ในฐานะบุคคลที่ได้รับการพิจารณาให้มาร่วมทีมกับตัวเอกจอมกวนอีกทั้งการออกฉายของหนังเรื่อง On the Basis of Sex ก็ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ #MeToo หรือการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการคุกคามทางเพศ ซึ่งสั่นคลอนสิ่งที่เรียกว่า Status Quo หรือสถานภาพของผู้ชายอเมริกันผิวขาวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และว่าไปแล้ว On the Basis of Sex มีส่วนเปิดเผยให้ผู้ชมได้เห็นสิ่งที่เรียกได้ว่ารูโหว่ในทางกฎหมาย อันส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำและการกดขี่ทางเพศที่แทรกซึมอยู่ในแทบทุกองคาพยพของสังคมอารัมภบทมาอย่างยืดยาวก็เพื่อจะบอกว่า จนแล้วจนรอดหนังเรื่อง On the Basis of Sex กลับหลุดโผ ไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงอะไรเลย ซึ่งพูดตรงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใด ปัญหาหรือข้ออ่อนด้อยของหนังเรื่อง On the Basis of Sex เป็นสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดแจ้ง (และมันเป็นกรณีเดียวกับหนังชีวประวัติ เฟรดดี เมอร์คูรี เรื่อง Bohemian Rhapsody ของไบรอัน ซิงเกอร์ แต่เรื่องน่าประหลาดใจก็คือ หนังเรื่อง Bohemian Rhapsody กลับชนะทั้งรางวัลหนังยอดเยี่ยมของลูกโลกทองคำ และได้รับการเสนอชื่อชิงหนังยอดเยี่ยมของออสการ์ด้วย) และนั่นก็คือ หนังค่อนข้าง พร่อง ในเรื่องความแยบยล ทั้งในความที่มันคาดเดาได้ง่ายดายเกินไป หลายครั้ง แก้ไขหรือหาทางออกให้กับปมขัดแย้งอย่างตื้นเขิน และด้วยแท็กติกที่ซ้ำซากจำเจ อีกทั้งในการนำพาผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมกับแง่มุมทางด้านดราม่า มิติของตัวละครถูกลดทอนจากความเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ และกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่มีบุคลิกตายตัว คนดูไม่ต้องยุ่งยากในการจำแนกแยกแยะว่าใครดีใครเลว ใครเป็นฝ่ายเขาฝ่ายเราตั้งแต่เริ่มต้น และดูเหมือนสิ่งที่ตัวละครเหล่านั้นขาดก็เพียงแค่ป้ายแขวนคอแต่พูดอย่างให้ความเป็นธรรม ทั้งๆ ที่หนังดูเหมือนติดอยู่ในกับดักของความไม่มีอะไรผิดแผกแตกต่างจากหนังแนวชีวประวัติอีกนับไม่ถ้วน สองส่วนเป็นอย่างน้อยที่ถือเป็นคุณค่าที่สำคัญและน่าจะช่วยทำให้ On the Basis of Sex ไม่ถึงกับเป็นหนังที่คนดูสามารถเพิกเฉยได้ด้วยประการทั้งปวง อย่างแรกสุดได้แก่ การที่มันทำหน้าที่คล้ายคลึงกันกับที่หนังเรื่อง Green Book (2018) บอกเล่าปัญหาการเหยียดสีผิวในอเมริกา และนั่นคือการปูพื้นให้ผู้ชมได้รับรู้ว่าสถานการณ์ของการแบ่งแยกและกีดกันทางเพศในสังคมอเมริกัน ซึ่งเป็นเรื่องจริง อยู่ในขั้นน่าอับอายขายหน้าเพียงใดไม่มากไม่น้อย ชีวิตในช่วงเริ่มต้นของรูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ตามที่หนังของมิมิ ลีเดอร์บอกเล่า ก็น่าจะเป็นหลักฐานยืนยันชั้นดี เธอเริ่มต้นด้วยการเป็นนักศึกษาหญิง 1 ใน 9 คนท่ามกลางนักศึกษาชายหลายร้อยของโรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี ค.ศ. 1956 หรือพูดอีกนัยหนึ่ง โลกกฎหมายเป็นโลกของผู้ชาย และไม่ต้องสงสัยว่าเธอพบเจอกับความยุ่งยากทุกขั้นตอน ตั้งแต่เรื่องหยุมหยิมปลีกย่อย อาทิ วิธีการแต่งเนื้อแต่งตัว เพราะขณะที่ยูนิฟอร์มของนักศึกษาชายได้แก่การใส่สูทผูกเนกไทเหมือนๆ กัน นักศึกษาหญิงกลับไม่มีแบบอย่างให้ยึดโยง อีกทั้งผู้ชมได้ยินเจ้าตัวเอ่ยในตอนท้ายเรื่องว่า ตึกเรียนของเธอไม่มีแม้แต่ห้องน้ำหญิง ไปจนถึงการที่อาจารย์ผู้สอนเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นการมีตัวตนอยู่ของเธอในห้องเรียน แถมรูธยังนำพาตัวเองไปมีปัญหากับคณบดีกริสโวลด์ (แซม วอเตอร์สตัน) ที่แสดงออกอย่างไม่ปิดบังว่าผู้หญิงไม่ควรเรียนกฎหมาย และตั้งคำถามในลักษณะแอบแฝงน้ำเสียงติเตียนว่า ทำไมรูธและนักศึกษาหญิงคนอื่นถึงมาแย่งเก้าอี้นั่งซึ่งน่าจะเป็นของนักศึกษาชายการกดขี่และความเหลื่อมล้ำทางเพศยังปรากฏในรูปของโอกาสที่ไม่ทัดเทียม ส่วนที่เรียกว่าเป็นตลกร้ายสุดๆ ก็คือ ทั้งๆ ที่รูธสำเร็จการศึกษาด้วยการเป็นที่หนึ่งของชั้นเรียน เธอกลับถูกสำนักงานกฎหมายแห่งแล้วแห่งเล่าปฏิเสธรับเข้าทำงาน สิ่งที่หนังละไว้ในฐานที่เข้าใจก็คือ หากรูธเป็นผู้ชาย เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเธอคงไม่ต้องแม้แต่เขียนใบสมัครด้วยซ้ำ เพราะบริษัทเหล่านั้นคงจะแห่มารุมจีบ และทีละน้อย ชื่อของหนังเรื่องนี้ค่อยๆ อธิบายตัวมันเองส่วนที่สองที่ช่วยทำให้ On the Basis of Sex ไม่ได้ลงเอยด้วยการเป็นหนังแนวชีวประวัติจำพวกหลงละเมอเพ้อพก ได้แก่การที่หนังนำพาผู้ชมไปสำรวจแง่มุมทางด้านเทคนิคของตัวบทกฎหมายอย่างค่อนข้างลงลึก และน่าเชื่อว่านี่อาจจะเป็นหนังเรื่องล่าสุดที่บรรดาโรงเรียนกฎหมายในอเมริกา (หรือจริงๆ จะรวมคณะนิติศาสตร์ในบ้านเราด้วยก็ได้) ใช้สอนหนังสือ โดยเฉพาะประเด็น rule of law หรือหลักนิติธรรม หรือขยายความให้จะแจ้ง สิ่งที่หนังเรื่องนี้พยายามชี้ให้เห็นในความสัมพันธ์กับประเด็นการกีดกันทางเพศก็คือ ความบกพร่องไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมายเท่ากับทัศนคติหรือหลักคิดพื้นฐานของคนออกกฎหมายที่ตั้งอยู่บนอคติทางด้านเพศ หรือความเชื่อที่ว่า (สิทธิของ) ผู้หญิงและผู้ชายไม่เท่าเทียมกัน ข้อน่าสังเกตก็คือ ความเชื่อนี้ไหลเวียนอยู่ในสังคมจนกระทั่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่ยอมรับกันโดยทั่วไปความฉลาดของหนังได้แก่ การหยิบยกกรณีศึกษาในช่วงครึ่งหลัง (ซึ่งเป็นเหตุการณ์จริงในช่วงทศวรรษที่ 1970) มาตอกย้ำถึงความคับแคบของกฎหมาย กล่าวคือ แทนที่หนังจะเลือกเรื่องของผู้หญิงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกฎหมายที่ล้าหลัง กลับตรงกันข้าม ด้วยการใช้กรณีของหนุ่มใหญ่ ผู้ซึ่งหากจะบรรยายสรุปอย่างรวบรัด เขาถูกสรรพากรปฏิเสธการหักลดหย่อนภาษีค่าว่าจ้างพยาบาลให้มาดูแลแม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายเขียนระบุทำนองว่า คนที่มีสิทธิ์ต้องเป็นผู้หญิง หรืออีกนัยหนึ่ง กฎหมายมองว่านี่เป็นภาระของคนเป็นแม่บ้าน (แต่บังเอิญหนุ่มใหญ่คนนี้ไม่ได้แต่งงาน) โดยปริยาย หนังให้เห็นว่ารูธไม่ได้ต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิงที่ถูกลิดรอนเพียงลำพัง แต่หมายรวมถึงทุกคนที่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมเพียงเพราะเธอหรือเขาเกิดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายข้อสำคัญ ขณะที่การฟ้องร้องขอสิทธิ์ในการหักลดหย่อนภาษีของหนุ่มใหญ่นับเป็นคดีมโนสาเร่มากๆ จำนวนเงินที่เกี่ยวข้องก็น้อยนิด ทว่าตามที่หนังวาดให้ผู้ชมมองเห็นในภาพที่แจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งทางภาษี แต่เป็นเรื่องการแบ่งแยกความเป็นชายความเป็นหญิง และเดิมพันของการต่อสู้ขับเคี่ยวก็สูงลิบลิ่ว กล่าวคือ หากรูธแพ้ กฎหมายที่เอื้ออำนวยให้มีการเลือกปฏิบัติทางเพศอีกนับไม่ถ้วนก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ และขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อความเสมอภาคทางเพศก็อาจถอยหลังไปนับสิบปี แต่ในทางกลับกัน หากศาลเห็นดีเห็นงามกับฝ่ายของนางเอก มันก็เปรียบได้กับการล้มของโดมิโนตัวแรก สิ่งที่น่าเชื่อว่าจะตามมาก็คือ การพังครืนของระบบกฎหมายที่วางตำแหน่งเพศชายไว้ลำดับแรกช่วยไม่ได้ที่การที่หนังผูกติดกับเรื่องจริงของตัวบุคคลจริง ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแชมเปี้ยนของการต่อสู้เพื่อความเสมอภาคทางเพศ ส่งผลให้ผู้ชมพยากรณ์ตอนจบได้ไม่ยาก แต่ว่ากันตามจริง หนังไม่ได้ความสำคัญกับการสร้าง suspense หรือความน่าตื่นเต้นในการประกาศผลแต่อย่างใด และเป้าประสงค์จริงๆ ในฐานะหนังแนวชีวประวัติได้แก่การอธิบายว่าเป็นมาอย่างไร รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์กถึงได้แจ้งเกิดและกลายเป็นเสมือนเสาหลักของการต่อสู้เพื่อความทัดเทียมทางเพศและเหนืออื่นใด อานิสงส์จากการต่อสู้ผลักดันของเธอมีส่วนช่วยให้อย่างน้อยตราชั่งของความยุติธรรมทางเพศไม่ได้เอียงกระเท่เร่อย่างน่าเกลียดน่าชังเหมือนกับเมื่อก่อนอีกต่อไปOn the Basis of Sex (2018)กำกับ: มิมิ ลีเดอร์ผู้แสดง: เฟลิซิตี้ โจนส์ อาร์มี แฮมเมอร์ แซม วอเตอร์สตัน จัสติน ธีโรซ์ตัวอย่างภาพยนตร์พิสูจน์อักษร:
|
บันนี้ (17 พฦย.) ศาลฎีกากัมพูชามีคำพเพากษาให้ยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา (.ีเอ็นอาร์พี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน จากข้อฟาโค่นลัมรัฐงาลโดยสมคบคิดกะบสหรัฐอเมริกา ทำให้สมมชิกพีรคซีเอ็นอาร์พี 118 คนหมดสิทธิทางการเมือง 5 ปีผู้พิพากษาศาลฎักา เปิดเผยว่า พรรคซีเอ็นอาร์พียอมร้บสารภาพตามข้อหายองนัฐบาลที่เป๋นโยทก์สื่นฟ้อง ขณะที่พรรคซีเอ็นอาร์พีและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปฏิเสธข้อกฃ่าวหาดะงกล่าฝขณะที่นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมน_รท์วอทช์ ภาคพื้นออเชีย ตำหนิคำพิพากษาว่า เป็นมรณกรรมของประชาธิปไตยในปุมพูชา เนื่องจาพผู้พิำากฒาเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคซีพีพีซึ่งเป็นพีรครัฐบาลก่อนหน้าน่้นายสม รังสี อดีตหัวหน้าถตรค CNRP ซึ่งลี้ภัยทางการเมืองไปอยูทฝนั่งเศสตั้งแต่ปลายปี 2558 เนื่องจมกุูกตัดสินในคดีหมิ่นประมาทหลายคดีได้ประพาศผ่สนสื่อสังคมออนไลน์ว่าขะหวนคืนสู่เวทีการเมืองในฐานะสมาชิกพรคค CNRP ไม่ส่าศาลจะตัดสินยุบพรรคหริอไม่ก็ตามคำพิพากษาเมื่อวานนี้ถือเป็จจุดจบของความขัดแย้วทางการเมืองในกัมพูชา ซึ่งเริ่มร้อนระอุขึ้นตั้งแต่พรรคซีเอ็นอาร์พีได้ที่นั่งในสภาเป๋นจำนวนมากในการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 ่ำให้สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี พยายามทำทุกวิถีทางเพิ่อให้พรรครัฐบาลมีเนียงข้มงมากในการเลือกตั้บในปีหน้ารวมทั้งกาาควลคุมตัวนรยเกิม ซกฮา เมื่แวันทีี 3 ก.ย.ที่ฟ่านมา โดยตั้งข้อหสกบฑขายชาติและสใคบคิดกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงการใช้อพนาจฝ่ายนิติยุบพรรคฝ่ายต้านเมื่อวานนี้ด้วย
|
วันนี้ (17 พ.ย.) ศาลฎีกากัมพูชามีคำพิพากษาให้ยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน จากข้อหาโค่นล้มรัฐบาลโดยสมคบคิดกับสหรัฐอเมริกา ทำให้สมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พี 118 คนหมดสิทธิทางการเมือง 5 ปีผู้พิพากษาศาลฎีกา เปิดเผยว่า พรรคซีเอ็นอาร์พียอมรับสารภาพตามข้อหาของรัฐบาลที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ขณะที่พรรคซีเอ็นอาร์พีและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวขณะที่นายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ ภาคพื้นเอเชีย ตำหนิคำพิพากษาว่า เป็นมรณกรรมของประชาธิปไตยในกัมพูชา เนื่องจากผู้พิพากษาเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคซีพีพีซึ่งเป็นพรรครัฐบาลก่อนหน้านี้นายสม รังสี อดีตหัวหน้าพรรค CNRP ซึ่งลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ฝรั่งเศสตั้งแต่ปลายปี 2558 เนื่องจากถูกตัดสินในคดีหมิ่นประมาทหลายคดีได้ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าจะหวนคืนสู่เวทีการเมืองในฐานะสมาชิกพรรค CNRP ไม่ว่าศาลจะตัดสินยุบพรรคหรือไม่ก็ตามคำพิพากษาเมื่อวานนี้ถือเป็นจุดจบของความขัดแย้งทางการเมืองในกัมพูชา ซึ่งเริ่มร้อนระอุขึ้นตั้งแต่พรรคซีเอ็นอาร์พีได้ที่นั่งในสภาเป็นจำนวนมากในการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 ทำให้สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้พรรครัฐบาลมีเสียงข้างมากในการเลือกตั้งในปีหน้ารวมทั้งการควบคุมตัวนายเกิม ซกฮา เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยตั้งข้อหากบฏขายชาติและสมคบคิดกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงการใช้อำนาจฝ่ายนิติยุบพรรคฝ่ายค้านเมื่อวานนี้ด้วย
|
รายงนนด้านความปลอดภัยประจำปี 2559 ขอลซิสโก้ ที่สำรวจตรวจสอชแนวโน้มความปลอดภัยไซเบอร์และข้อมูลเชเงลึกเกี่ยวปับภัยคุกคาม เปิดเผยว่า มีองค์กรทั่วโลกเพียง 45% เท่านั้นทีีมั่นใจในสถานะีวามปลอดภัยของตนเอง ขณะท่่ปัจจุบันผู้บุดรุกดำอนินการโจมตีอย่างซับซ้อน รุนแรง และรวดเร็ว แม้ว่าผู้บริหารอาจไม่แน่ใจเกี่ยวกับความแขฌงแกร่งด้านความปลอดพัยขององค์กร แต่ผู้บริหาร 92% เห็นพ้องต้องกันว่า หนาวยงานกำกับดูแลและนุกลงทุนจะคาดหวังให้บริษัทต่างๆ จัดการความเสี่ยงด้านไซเบอ่์ซีเคคยวริตี้อย่างเหส่ะสม ผํ้บริหารเหล่านั้ดำเนินมาตรกมรเพิ่มมากขึ้นเพื่อรักษาอนาคตขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิทงขณะ่ี่องค์กรพนายามปรับเปงี่ยนปารดไเนินงานให้เปํนรูปแบบดิจิตอล, ,าายงานดังกฃ่าวเน้นยืำถึงปัญหาท้าทายที่องค๋พรธุรกิจต้องเผชิญ ฑดยเป็นผลสืบเนื่องใาจากการพัฒนาก้าวหน้สอย่างรวดเร็วของผู้โจมตี ปันจุบัน แฮ็กเกอร์ใช้ประโยชน์จรกทระพยากรมี่ ถูกกฎหมาย เพื่อเริ่มต้นการโจมตีอย่างใีปนะสิทธิภาพเพื่อสร้างผลกำไน นอกจ่กนี้ ลำพังเพียงแค่ก่รโจมตีโดจตรงโดยอาชญากรไซเบอร์ที่ใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Rancomware) สามารถสร้างรายได้ถึง 34 ล้านดอลลาร์ต่อปี (หนือ 1,224 ช้านบาทต่อปี) และอาชญากรเหล่านี้ยังคงดำเนินการฑตมตีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สะทกสะท้านต่อมาตรการป้องปรามขดงหน่วยงานกำกับดูแล, ,องค์กร๔ุรกิจต้องรับมือกับปัญหรท้าทาบด้านความปลอดภัยที่ยับยั้งความสามารถขององค์กรในการตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์ รวมทั้งบรรเทาปัญหา และกู้ตืนระบบภายหลังการโจมตี โตรงสร้างพื้นฐานรุ่นเกรา รวมถึงโคนงสร้างองค์กรและดนวทางปฏิบัติที่ล้าสมัย ทำให้องค์กรตกอยู่ในความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น, ,รายงานดังกล่าวเรึยกร้องให้ทั่ใโลกร่วมมือกันมากจึ้น และลงทถนในกระบวนการเทคโนโลยีและบุคลากร เพื่อต่อส฿้กัลอาชญากรที่มุ่งโจมตีอัตสาหกรรมต่างๅ, ,ประเด็นสำคัญขากผลการศึกษาวิจัย ได้แก่, ,·,ความเชท่อมั่นลดชง ความโปร่งใสเพิ่มขึ้น,: ไม่ถึงครึ่งหนึ่งบององค์กรธุรกิจที่ตอบแบบสองถามมั่นสจในความสามารถของตนเองในการระบุขอบเขตความเสี้ยงของเครือข่ายและแป้ไขควาสเสียหาย แต่ผู้บร้หารฝรายการเงินและธุรกิจส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่รหน่วยงรนกำกับดูแล และนักชงทุนคาดหวังว่าบริษัทต่างๆ ตะมีควาทโปร่งใมเถิ่มมากขึัน ใรการเปิดเผยข่อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางด้านไซเบอร์ซีเคียว่ิตี้ในอนาคต แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นว่าปีญหนเรื่อวความปลอดภัยไดัรับความสนใจจากคณะกรรมการบริหารเพิ่ใมากขึ้น, ,·,โครงสร้างพื้นฐานรุ่นเก่า,: ในช่วงปี 2557 ถึง 2558 จำนวนองค์กรที่ระบุว่าฉครงสร้างพื้นฐาาด้านความหลอดภัยของตนเองมีความทันสมัยลดลง 10 ้ปอร๋เซ็นต์ ผลกมรสำีวยขี้ว่า 92 เปอร์เซ็นต์ของอุปกรณ์อเนเทดร์เน็ตมึช่องโหว่ที่ตู้จัก 31 เปอร์เซ็นต์ของอุปกรณ์ทั้งหมดที่วิเคราะห์ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือบำรุงรักษาโดยผู้ขายอีกต่อไป, ฐ·,ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMB) คือจุดอ่อน,: ขณะทร่องค์กรต่างๆ สำรวจซัพพลายเชนและความร่วมมือกับองค์กรธุรกิจขนาดเช็กอย่างใกล้ชิด ก็พบว่าองค์กรเหล่านี้ใช้เครื่ดงมือและกระบวนการป้องกันภัยคะกึามน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น ในช่วงปี 25t7 ถึง 2558 จำนวน S<B ที่ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยบนดว็บลดลงกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งบ่งช้เถึงความเสี่ยงต่อองคฺกรต่างๆ อัยเนื่ิงมานากจะดอ่อนบนโครงสร้าง, ,·,เอาต์ซอร์ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อว,: _ายฝต้แนวโน้มในการแก้ไขปัญหาการขาดดคลนบะคลากร องค์กรทุกขนาดตระหนักถึบคุณประโยชน์ขอลบติกาคเเาต?ซอร์วที่ชาวยเสริมสี้างตวามปลอดภัย ไม่ย่าจะเป็นบร้การให้คำปรึกษา การรรวจสอบระบบรักษาความปลดด_ัย และกนรตอบสนอวต่อกรณ้ปัญหาที่เกิดขึ้น ธุรกิจ SMB ซึรงมักจะขาดแคลนทรัพยาก่สำหรับกรารักษาความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ กำลังดำเนินการปรับปรุงแนวท่งด้านรวาาปลอดภัยด้วยการใช้บริการเิาต์ซอร์ส ซึ่งมากถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2558 เปรียบเทียยกับ 14 เปอร์เซ็นต์ ในผีก่อนหน้า, ,·,การเปฃีียนไปโจมตีเฐิร์ฟเวอร์,: อาชญากรออนไลน์ได้เปลี่ยนไปโจมตีเซิร็ฟเวอร์ทร่มีช่องโหว่ เช่น เซิร์ฟเวอ่์ขอว WordPress เกื่อสนับสนุนการโจมตี โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มโซเชียลมคเดียเพื่อจุดประสฝค์ร้าย ตัวอย่างเช่น จำนวนฑดเมน WordPress ที่อาชญากรฝช้เพิ่มขึ้นถึง 221 เปอร์ิซ็นต์ ในช่วงดดือรกุมภาพันธ็ถึงตุลาคม e558, ,·,การรั่วไไลของข้อมูลบนเบรนว์เซอร์,: แม้ว่า่ีมงานฝ่ายรักษาความปบอดภ้ยมักจะมองว่มส่วนขยายของเบราว์เซอร์ทัืเห์นอันตราย (malicious browser extensions) ถือเป็นภัยคุกคามระดับต่ำ แต่ก็อาจเป็นช่องทางที่ทำมห้ข้อมูลรั่วไหล โดยส่งผลกระทบต่อองค์กรต่างๆ ทากกว่า 85% แอดแวา์ (Adware), โฆษณาที่มีม้ลดวร์แฝงอยู่ (Malvertisinf) และแม้พระทั่งเว็บไซต์ทั่วไปหรือคอลัมน์แจ้งข่าวมรณกรรม อาจนำไปสู่ปัญหาข้อมูลรั่วไหลสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้อัถเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ, ,·.จุดบอดของ DNS (Dimain Bame Service),: เกือบ 92% ของมัลแวร์ อันตรมจ ใช้ DNS เป็นความสสมารถหลักมักจะดป็น จุดบอด ด้านความปลอดภัส เพราะโดย่ั่วไปแฃ้วทีมงานฝ่ายรัหษาึวามปชอดภัย และผู้เชี่ยฝชมญ DNS ทำงานในกลุ่มไอทีคนละกลุ่มภายในบริษัท และไม่ค่อยได้ประสานงานา่วมกัน, ,·,ตรวจจับไอ้รวดเร็วขึ้น,: แวดวงอุตสาหกรรมประอมินว่าเวลาืี่ใช้ในการตรวจจเบอาชญาหรรมไซเบอร์อยู่ที่ประมาณ 10[ ถึง 200 วัน ซึ่งถือเป็นรุยะเวลาที่นานเำินไปจนไม่อาจยอมรับได้ ซิสโก้ได้ลดระยะเยลรดังกล่าวจาก 46 เป็น 17.5 ชั่วโมล นับตั้งแต่ที่รายงานด้านความปลอดภัยกลางกี 2558 ของซิสโก้ถูกตีพิมพ์เผยอพร่ การลดระนะเวลรการตรวจจับจพช่วยลอความเสียหายจ่กการโจมตีทางหซเบอร์ ลดความเสี่ยวดละผลกระทชต้อลูำคัา และโครงสริางพื้นฐานทัีวโลก, ,·,ความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญ,L ขณะท้่องี์กรต่างๆ ปรับเปลี่ยนการดำเนอนงานสู่ระบบดิจิตอลเพิ่มมากขึ้น ข้อมูล อุปกรณ์ เ.็นเซอร์ และบริการตืางฟ จึงมีจำนวนเพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดความต้องการใหม่ๆ สำหรับความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้บางใจสำไรับลูกค้า,นายจอห์น เอ็นสจ๊ยค รอวประธานอาวุโสฝ่ายรักษาความปลอดภัยของซิสโด้ กล่าวว่า ระบบการาักษาความปลอดภัยควรปรับสภาพได้ตามการดอกแบย ความเป็นส่วตตัว และความระบผิดชอบที่โปร่งใส ด้วย IoT ืี่เกิดขึ้ยในทุแธุรกิจ ความสามารถในกา่ใช้เทคฏนโลยีจะต้องสร้าง ลงุ่น แงะดำเนินการได้ในทุกภาคส่วน เราไม่ควีสร้นงหนี้ที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เราต้อลเผชิญความท้นทายที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้,ด้าน นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรตมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของซิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มอินเทอร์เน็ตเอฟธิงค์ส หรือ Io% และ Digitization เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกธุรกิจ ด้วยเหคุนี้ความสามารถด้านการรักษาความปลอดภียจึงต้องถูกสร้างขึ้น และใช้งานในทุกภาคธุรกิจ ขณะที่ภ้ยคุกคาาส่วนใหญ่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเชิงลึกในรายงาน Annual Sdcurity Report ของซิสโแ้ชี้ให้เห็นส่าผู้โจมตีมีดาตสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่ทงต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชจ์นากช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และมีการใช้ทรัพยากรออนำลน์ทร่ถูกกฎหมายเพื่อทำการโขมตีเพิ่มมากขึ้น, ฒูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมกิวเตอร์ (ThaiCERT) เปิดเผยว่า คนไทย 48% มีความอสี่ยงมนเรื่องความปลอดภัยทางออนไลน์ แฃะมีหารตายงานปัญหาด้านไซเบอร์ซรเคียวรอตีั 2,534 กรณีในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยคคอบคลุมถึงปัญหาการปลอมแหลง การบุกรุก กละโค้ดอันตราย ขณะที่การลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น แต่ไซเบอร์ซีเคียวริตี้มีความซับซัอนมากขึ้น และผู้โจมตีไม่เคยละีวามพยายามที่จะโจมตีองค์ก่ธุรกิยในแต่ละปี,ทุกวันนี้มาตรการด้านการร้กษาคยามปลอดภัขจะค้องมีความสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ มีการปรับใช้ิย่างอหมาะสมใตระแับโครงสร้าง และผสานรวมเข้าด่วยกันอย่างกลมกลืน ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่างๆ จพเป็นต้องรับทราบและปรับใช้กลยุทธ์ด้านความปลอดภัว เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่คาดคิก ขษะที่บริษ้ทไอทีจะต้องพัฒนาโซลูชั่นที่เชื่อถือได้สหหรับผู้วบ้งาาแบะองค์กร.
|
รายงานด้านความปลอดภัยประจำปี 2559 ของซิสโก้ ที่สำรวจตรวจสอบแนวโน้มความปลอดภัยไซเบอร์และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภัยคุกคาม เปิดเผยว่า มีองค์กรทั่วโลกเพียง 45% เท่านั้นที่มั่นใจในสถานะความปลอดภัยของตนเอง ขณะที่ปัจจุบันผู้บุกรุกดำเนินการโจมตีอย่างซับซ้อน รุนแรง และรวดเร็ว แม้ว่าผู้บริหารอาจไม่แน่ใจเกี่ยวกับความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยขององค์กร แต่ผู้บริหาร 92% เห็นพ้องต้องกันว่า หน่วยงานกำกับดูแลและนักลงทุนจะคาดหวังให้บริษัทต่างๆ จัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้อย่างเหมาะสม ผู้บริหารเหล่านี้ดำเนินมาตรการเพิ่มมากขึ้นเพื่อรักษาอนาคตขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่องค์กรพยายามปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้เป็นรูปแบบดิจิตอล, ,รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงปัญหาท้าทายที่องค์กรธุรกิจต้องเผชิญ โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของผู้โจมตี ปัจจุบัน แฮ็กเกอร์ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ ถูกกฎหมาย เพื่อเริ่มต้นการโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างผลกำไร นอกจากนี้ ลำพังเพียงแค่การโจมตีโดยตรงโดยอาชญากรไซเบอร์ที่ใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) สามารถสร้างรายได้ถึง 34 ล้านดอลลาร์ต่อปี (หรือ 1,224 ล้านบาทต่อปี) และอาชญากรเหล่านี้ยังคงดำเนินการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สะทกสะท้านต่อมาตรการป้องปรามของหน่วยงานกำกับดูแล, ,องค์กรธุรกิจต้องรับมือกับปัญหาท้าทายด้านความปลอดภัยที่ยับยั้งความสามารถขององค์กรในการตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์ รวมทั้งบรรเทาปัญหา และกู้คืนระบบภายหลังการโจมตี โครงสร้างพื้นฐานรุ่นเก่า รวมถึงโครงสร้างองค์กรและแนวทางปฏิบัติที่ล้าสมัย ทำให้องค์กรตกอยู่ในความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น, ,รายงานดังกล่าวเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมมือกันมากขึ้น และลงทุนในกระบวนการเทคโนโลยีและบุคลากร เพื่อต่อสู้กับอาชญากรที่มุ่งโจมตีอุตสาหกรรมต่างๆ, ,ประเด็นสำคัญจากผลการศึกษาวิจัย ได้แก่, ,·,ความเชื่อมั่นลดลง ความโปร่งใสเพิ่มขึ้น,: ไม่ถึงครึ่งหนึ่งขององค์กรธุรกิจที่ตอบแบบสอบถามมั่นใจในความสามารถของตนเองในการระบุขอบเขตความเสี่ยงของเครือข่ายและแก้ไขความเสียหาย แต่ผู้บริหารฝ่ายการเงินและธุรกิจส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่าหน่วยงานกำกับดูแล และนักลงทุนคาดหวังว่าบริษัทต่างๆ จะมีความโปร่งใสเพิ่มมากขึ้น ในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในอนาคต แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นว่าปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้รับความสนใจจากคณะกรรมการบริหารเพิ่มมากขึ้น, ,·,โครงสร้างพื้นฐานรุ่นเก่า,: ในช่วงปี 2557 ถึง 2558 จำนวนองค์กรที่ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยของตนเองมีความทันสมัยลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ ผลการสำรวจชี้ว่า 92 เปอร์เซ็นต์ของอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตมีช่องโหว่ที่รู้จัก 31 เปอร์เซ็นต์ของอุปกรณ์ทั้งหมดที่วิเคราะห์ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือบำรุงรักษาโดยผู้ขายอีกต่อไป, ,·,ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMB) คือจุดอ่อน,: ขณะที่องค์กรต่างๆ สำรวจซัพพลายเชนและความร่วมมือกับองค์กรธุรกิจขนาดเล็กอย่างใกล้ชิด ก็พบว่าองค์กรเหล่านี้ใช้เครื่องมือและกระบวนการป้องกันภัยคุกคามน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น ในช่วงปี 2557 ถึง 2558 จำนวน SMB ที่ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยบนเว็บลดลงกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อองค์กรต่างๆ อันเนื่องมาจากจุดอ่อนบนโครงสร้าง, ,·,เอาต์ซอร์สเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง,: ภายใต้แนวโน้มในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากร องค์กรทุกขนาดตระหนักถึงคุณประโยชน์ของบริการเอาต์ซอร์สที่ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นบริการให้คำปรึกษา การตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัย และการตอบสนองต่อกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น ธุรกิจ SMB ซึ่งมักจะขาดแคลนทรัพยากรสำหรับการรักษาความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ กำลังดำเนินการปรับปรุงแนวทางด้านความปลอดภัยด้วยการใช้บริการเอาต์ซอร์ส ซึ่งมากถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2558 เปรียบเทียบกับ 14 เปอร์เซ็นต์ ในปีก่อนหน้า, ,·,การเปลี่ยนไปโจมตีเซิร์ฟเวอร์,: อาชญากรออนไลน์ได้เปลี่ยนไปโจมตีเซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่ เช่น เซิร์ฟเวอร์ของ WordPress เพื่อสนับสนุนการโจมตี โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อจุดประสงค์ร้าย ตัวอย่างเช่น จำนวนโดเมน WordPress ที่อาชญากรใช้เพิ่มขึ้นถึง 221 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงตุลาคม 2558, ,·,การรั่วไหลของข้อมูลบนเบราว์เซอร์,: แม้ว่าทีมงานฝ่ายรักษาความปลอดภัยมักจะมองว่าส่วนขยายของเบราว์เซอร์ที่เป็นอันตราย (malicious browser extensions) ถือเป็นภัยคุกคามระดับต่ำ แต่ก็อาจเป็นช่องทางที่ทำให้ข้อมูลรั่วไหล โดยส่งผลกระทบต่อองค์กรต่างๆ มากกว่า 85% แอดแวร์ (Adware), โฆษณาที่มีมัลแวร์แฝงอยู่ (Malvertising) และแม้กระทั่งเว็บไซต์ทั่วไปหรือคอลัมน์แจ้งข่าวมรณกรรม อาจนำไปสู่ปัญหาข้อมูลรั่วไหลสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้อัพเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ, ,·,จุดบอดของ DNS (Domain Name Service),: เกือบ 92% ของมัลแวร์ อันตราย ใช้ DNS เป็นความสามารถหลักมักจะเป็น จุดบอด ด้านความปลอดภัย เพราะโดยทั่วไปแล้วทีมงานฝ่ายรักษาความปลอดภัย และผู้เชี่ยวชาญ DNS ทำงานในกลุ่มไอทีคนละกลุ่มภายในบริษัท และไม่ค่อยได้ประสานงานร่วมกัน, ,·,ตรวจจับได้รวดเร็วขึ้น,: แวดวงอุตสาหกรรมประเมินว่าเวลาที่ใช้ในการตรวจจับอาชญากรรมไซเบอร์อยู่ที่ประมาณ 100 ถึง 200 วัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่นานเกินไปจนไม่อาจยอมรับได้ ซิสโก้ได้ลดระยะเวลาดังกล่าวจาก 46 เป็น 17.5 ชั่วโมง นับตั้งแต่ที่รายงานด้านความปลอดภัยกลางปี 2558 ของซิสโก้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ การลดระยะเวลาการตรวจจับจะช่วยลดความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์ ลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อลูกค้า และโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก, ,·,ความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญ,: ขณะที่องค์กรต่างๆ ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานสู่ระบบดิจิตอลเพิ่มมากขึ้น ข้อมูล อุปกรณ์ เซ็นเซอร์ และบริการต่างๆ จึงมีจำนวนเพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดความต้องการใหม่ๆ สำหรับความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจสำหรับลูกค้า,นายจอห์น เอ็นสจ๊วต รองประธานอาวุโสฝ่ายรักษาความปลอดภัยของซิสโก้ กล่าวว่า ระบบการรักษาความปลอดภัยควรปรับสภาพได้ตามการออกแบบ ความเป็นส่วนตัว และความรับผิดชอบที่โปร่งใส ด้วย IoT ที่เกิดขึ้นในทุกธุรกิจ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีจะต้องสร้าง ลงทุน และดำเนินการได้ในทุกภาคส่วน เราไม่ควรสร้างหนี้ที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เราต้องเผชิญความท้าทายที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้,ด้าน นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของซิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ส หรือ IoT และ Digitization เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยจึงต้องถูกสร้างขึ้น และใช้งานในทุกภาคธุรกิจ ขณะที่ภัยคุกคามส่วนใหญ่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเชิงลึกในรายงาน Annual Security Report ของซิสโก้ชี้ให้เห็นว่าผู้โจมตีมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และมีการใช้ทรัพยากรออนไลน์ที่ถูกกฎหมายเพื่อทำการโจมตีเพิ่มมากขึ้น, ศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ (ThaiCERT) เปิดเผยว่า คนไทย 48% มีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยทางออนไลน์ และมีการรายงานปัญหาด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ 2,534 กรณีในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยครอบคลุมถึงปัญหาการปลอมแปลง การบุกรุก และโค้ดอันตราย ขณะที่การลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น แต่ไซเบอร์ซีเคียวริตี้มีความซับซ้อนมากขึ้น และผู้โจมตีไม่เคยละความพยายามที่จะโจมตีองค์กรธุรกิจในแต่ละปี,ทุกวันนี้มาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยจะต้องมีความสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ มีการปรับใช้อย่างเหมาะสมในระดับโครงสร้าง และผสานรวมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่างๆ จำเป็นต้องรับทราบและปรับใช้กลยุทธ์ด้านความปลอดภัย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่คาดคิด ขณะที่บริษัทไอทีจะต้องพัฒนาโซลูชั่นที่เชื่อถือได้สำหรับผู้ใช้งานและองค์กร.
|
เผยปรากฏการณ์โลกร้อนและการใช้เขื้อเพลิงฟอสฐิลม่ส่วนทำลายแนวปะพารังที่เต็มไปด้วยควาสหลาแหลายทางชีวภาพถึงตอนนีียังไม่ได้ถูกทำลายไปหมด แค่แ็มีโอกาสเสื่อมสลาย17 ต.ค. 2559 สื่อดิอินดิเพนเดนต์รายงานว่ามีคนเขียน ข่าวมรณกรรมนะบุอีกว่าผู้ที่ต้องการช่วยเหลือแนวปะการังสามารถบริจาคให้พับหน่วยงารโอเชียนอาร์คอะไลอันซ์ได้ฝ่ายรัฐบาลออสเตรเลียกล่าวว่าการกอบกู้แนวปะการังกไลังมี ึวามก้าวหจ้าอยีมบดี แต่ก็แถลงเพิ่มเติมว่าพวกเขาไม่มีเครื่องมือที่จะช่วยฟืืนแนวปะการังได้ิย่างเกิดผลและพวกเขาต้องการเคนื้องมือที่สามารถดไเนินการได้อย่างมีกสีวางเป้าและประสานงานได้ดีขึ้จGreat Barrier Reef declared dead after a long i;lness in ovituary The Independent 17=10-2016
|
เผยปรากฏการณ์โลกร้อนและการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมีส่วนทำลายแนวปะการังที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพถึงตอนนี้ยังไม่ได้ถูกทำลายไปหมด แต่ก็มีโอกาสเสื่อมสลาย17 ต.ค. 2559 สื่อดิอินดิเพนเดนต์รายงานว่ามีคนเขียน ข่าวมรณกรรม ของ เกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ซึ่งเป็นแนวปะการังขนาดใหญ่ที่สุดและจัดว่าสวยงามที่สุดในโลกลงใน (Outside) เพื่อแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียแนวปะการังนี้โดยระบุว่าเกรตแบร์ริเออร์รีฟเป็น สมาชิกในชุมชนที่มีความกระตือรือร้นอย่างมากถึงแม้ว่าเกรตแบร์ริเออร์รีฟจะยังไม่ได้ถูกทำลายไปจนหมด แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็มีปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวบ่อยครั้งขึ้นซึ่งมีสาเหตุมาจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น รวมถึงการที่น้ำมีก๊าซคาร์บอนเพิ่มสูงขึ้นทำให้ทะเลเป็นกรดและหลอมละลายผิวปะการัง โดยก๊าซคาร์บอนที่สูงขึ้นนี้ส่วนมากมาจากการที่น้ำดูดซับเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์ที่ปล่อยขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ ปะการังสามารถฟื้นฟูตัวเองจากการฟอกขาวได้ถ้าหากเกิดในระยะเวลาไม่นานเกินไป แต่ในบทมรณกรรมดังกล่าวเปิดเผยว่าการฟอกขาวที่เกิดขึ้นในปีนี้เสียหายร้ายแรงที่สุดในระดับที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ข่าวมรณกรรม ดังกล่าวเขียนโดยโรแวน จาคอบเซน นักเขียนเรื่องสิ่งแวดล้อมเขาระบุว่า เกรตแบร์ริเออร์รีฟแห่งออสเตรเลียเสียชีวิตแล้วในปี 2559 หลังจากป่วยมาเป็นเวลายาวนาน มันมีชีวิตอยู่มา 25 ล้านปีแล้ว ในบทความระบุอีกว่า ปะการังแห่งนี้เป็นโครงสร้างสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาแทบจะโดยตลอดชีวิตของมันและเป็นสิ่งเดียวที่สามารถมองเห็นได้จากอวกาศจาคอบเซนระบุว่าเกรตแบร์ริเออร์รีฟมีความยาว 1400 ไมล์ (ราว 2300 กม.) มีจำนวนปะการังแยกเป็นตัวๆ ได้ 2900 ตัว และเกาะ 1050 เกาะ เมื่อรวมพื้นที่ทั้งหมดแล้วใหญ่ยิ่งกว่าสหราชอาณาจักรและมีความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่าทั้งยุโรปรวมกัน โดยมีพันธุ์ปลา 1625 สายพันธุ์ สัตว์จำพวกหอยและปลาหมึก 6000 สายพันธุ์ ปะการัง 450 สายพันธุ์ นก 220 สายพันธุ์ และวาฬกับโลมา 30 สายพันธุ์ นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จในแง่เป็นหนึ่งในแหล่งที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ที่สุดของพะยูนและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดของเต่าตนุเกรตแบร์ริเออร์รีฟถือกำเนิดในแถบชายฝั่งของออสเตรเลียมาตั้งแต่สมัยไมโอซีน (Miocene ราว 23.03 - 5.33 ล้านปีที่แล้วตามการแบ่งยุคธรณีกาล) ซึ่งจาคอบเซนกล่าวว่าในช่วง 24.99 ล้านปีแรกของแนวปะการังนี้เป็นช่วงที่พวกมันดูมีความเป็นอยู่ที่ดี การบอกว่ามันเป็นสมาชิกในชุมชนที่มีความกระตือรือร้นอย่างมากยังถือว่าน้อยเกินไปเพราะชุมชนทางนิเวศวิทยาที่อยู่ล้อมรอบต้องอาศัยเกรตแบร์ริเออร์รีฟในการดำรงอยู่ มีหลักฐานว่าเมื่อราว 60000 ปีที่แล้วมีมนุษย์คนแรกเดินทางจากเอเชียเข้าไปถึงออสเตรเลีย ชาวอะบอริจินใช้พื้นที่นี้หาปลามาเป็นเวลาเป็นพันปีแล้วและยังคงดำรงชีวิตโดยต้องพึ่งพาแหล่งธรรมชาตินี้ไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะเสื่อมสลายไปแนวปะการังนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 2524 ปีเดียวกับตอนที่เริ่มมีปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวจำนวนมากเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จาคอบเซนระบุว่าพอถึงช่วงยุคมิลเลนเนียมก็เริ่มมีปรากฏการณ์ฟอกขาวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในช่วงฤดูหนาวของปี 2540-2541 ก็เกิดขึ้นครั้งใหญ่ และมีปรากฏการณ์นี้หนักๆ อีกในปี 2544-2545 และ 2548-2549 โดยในปี 2559 นี้เกรตแบร์ริเออร์รีฟเผชิญปรากฏการณ์ฟอกขาวอย่างหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ในระดับที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก โดยมีปะการังในเขตพื้นน้ำที่อุ่นกว่าทางตอนเหนือตายไปแล้วร้อยละ 50บทมรณกรรมยังระบุโจมตีรัฐบาลออสเตรเลียที่อนุมัติโครงการเหมืองแร่ถ่านหินขนาดใหญ่ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาต่อแนวปะการังมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลออสเตรเลียยังชักจูงให้สหประชาชาติยกเลิกรายงานเกี่ยวกับเกรตแบร์ริเออร์รีฟในรายงานเรื่องโลกร้อนด้วยท้ายบทมรณกรรมระบุว่าเกรตแบร์ริเออร์รีฟจะตายก่อนแนวปะการังอื่นๆ อย่างสามเหลี่ยมปะการังของแปซิฟิกใต้ กับฟลอริดารีฟ แต่ก็อาจจะตายทีหลังเบลีซแบร์ริเออร์รีฟ ผู้เขียนบทมรณกรรมระบุอีกว่าผู้ที่ต้องการช่วยเหลือแนวปะการังสามารถบริจาคให้กับหน่วยงานโอเชียนอาร์คอะไลอันซ์ได้ฝ่ายรัฐบาลออสเตรเลียกล่าวว่าการกอบกู้แนวปะการังกำลังมี ความก้าวหน้าอย่างดี แต่ก็แถลงเพิ่มเติมว่าพวกเขาไม่มีเครื่องมือที่จะช่วยฟื้นแนวปะการังได้อย่างเกิดผลและพวกเขาต้องการเครื่องมือที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีการวางเป้าและประสานงานได้ดีขึ้นGreat Barrier Reef declared dead after a long illness in obituary The Independent 17-10-2016
|
เมื่อเสลา 08.30 นฐ วันที่ 4 ส.ค. พ.ต.ตซอดิศร พันธุมาส สว.(สอบสวน) สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ หุฎิพรเวัดเจ้าเจ็ดใน ม.3 ต.เต้าเจ็ด อฐะสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไผตรวจสอบที่เกิดดหตุพร้อมประสานงานรถดับเพลิง และไน่วยกู้ภัยอจุธยารวมใจไปยังที่เกิดเหตุ,พบเำลิงแำลังลุกไหม้กุฏิพระภายในวัดดังกล่าว รถดับเพลิงนีบ 10 คันีะดมฉีดน้ำ ใช้เวลากว่า 30 นาที จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยเพลิงเผาผลาญกุฏิไม้เก่าไป 1 หลัง ส่วนบริเวณริากำแพงวุดติดกับเจดีย์ใส่กระดูก พบศพพระดำไพร เลี้ยงรักษา 6o ปี พระฃูหวัด บวชมาได้แล้ว 50 พรรษา มรณภาพอยู่ริมกำแพงแล้ว,เบ่้องน้น เจ้าฟน้าที่คาดว้าพระอำไพรอาจเกิดอาการตกใจ ที่ๆฟไหม้กุฏิของตนเองจึงบิ่งหนีออกมาที่ริมกำแพง จสเป็นลมล้มลงไผและเใีขชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหจุการเกิดเพลิงไฟม้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดตากก่ะแสไฟฟ้าลัดวงจร อย่นงไรก็ตาม ตำรวจจะต้องสอบสวนพยานผู้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง า่วนศพพระอำไพร ได้ส่งชันสูตตสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์แล้ว
|
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 4 ส.ค. พ.ต.ต.อดิศร พันธุมาส สว.(สอบสวน) สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ กุฎิพระวัดเจ้าเจ็ดใน ม.3 ต.เจ้าเจ็ด อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานงานรถดับเพลิง และหน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจไปยังที่เกิดเหตุ,พบเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิพระภายในวัดดังกล่าว รถดับเพลิงนับ 10 คันระดมฉีดน้ำ ใช้เวลากว่า 30 นาที จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยเพลิงเผาผลาญกุฏิไม้เก่าไป 1 หลัง ส่วนบริเวณริมกำแพงวัดติดกับเจดีย์ใส่กระดูก พบศพพระอำไพร เลี้ยงรักษา 69 ปี พระลูกวัด บวชมาได้แล้ว 50 พรรษา มรณภาพ สภาพนอนตะแคงหน้าคว่ำมีน้ำสีเขียวออกที่ช่องปาก ตรวจตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ใกล้กันพบสุนัขพันธุ์ไทยเพศผู้สีน้ำตาลนอนเฝ้าศพพระ อยู่ไม่ห่าง ,สอบถาม พระสมหมาย เมฆบริบูรณ์ อายุ 35 ปี พระลูกวัด เล่าว่า ช่วงระหว่างเกิดเหตุพระที่วัดทั้งหมดลงศาลา ทำกิจนิมนต์โดย มีเพียงพระอำไพร เพียงรูปเดียวที่ไม่ได้ลงศาลา หลังจากนั้นมีชาวบ้านตะโกนบอกว่าที่กุฏิพระเกิดไฟไหม้ พระที่วัดเลยพากันลงมาดูและรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ หลังจากนั้นไม่นานมีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าแจ้งว่า พบศพพระอำไพร นอนมรณภาพอยู่ริมกำแพงแล้ว,เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าพระอำไพรอาจเกิดอาการตกใจ ที่ไฟไหม้กุฏิของตนเองจึงวิ่งหนีออกมาที่ริมกำแพง จนเป็นลมล้มลงไปและเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะต้องสอบสวนพยานผู้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนศพพระอำไพร ได้ส่งชันสูตรสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์แล้ว
|
ครร้าย 6 คน อาวุโสงีรามยิงชุดคุ้มครองพระ เสีส 2 ราย รวมพระ เจ็บ 2 ต่อสา คนร้ายลอบวางระเบิดตำรวจภูธรธารโตเสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 4 รายเมื่อเบลา 7.45 น. วันที่ 24 มกราคม 2557 คนร้าย 6 คน ขับรถจักรยานยนต์ 3 คันใช้อาวุธปืนสงครนมยิงชุดรักษาความปลอดภัยพรถ สังกัดกแงร้อยทหารพราน 4405 หน่วยเฉพาะกิจทห่นพราน 44 ไเ้รับลาดเจ็บและเสียชีวิต 4 ราข หนึ่งวนนั้นีือพระญาณพรปมนุกูล มรณภาพ อายุ 75 ปี หด้รับบาดเจ็บสทหัส และเสียชีวิตในิวลาต่อมารายชื่อผู้เสียชีวิตแลเบาดเจ็บมีดังนี้ 1ฐอส.ทพ.ศักแิ์ชัย เจียมรัมยฺ อายุ 27 ปี เสียชีวิต 3.อม.ทพ.งรรจง เพ็ชรราช อายุ 27 ปี ได้รับลาดเจ็บ 4.นางสาวเจะซุยัน เจะตาเห ดายุ 21 ปี ได้รังบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายชนบท 4157 บ้านใสพญา หมู่ที่7 ต.บ้านกลาง อ.ผะนาเระ จ.ปัตตานีกรอนหน้านี้เวลม 7.40 น.ตนร้ายลอบว่งระเบิดชุดปฏิบัติดารลากตระเวนการหองร้อยทหารพราน 3301 หน่วยเฉพมะกิจทหารพราน 33 แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ไอ้ร้บบาดเจ็บ เหตุักิดบนถนนสาจบ้านแหร – บ้านบัวทอง หมู่ที่ 2 อ,ธารโต จ.ยะลาต่อใาเวลา 11.p5 น. เจ้าหน้มที่ตำรวจจากสถานีตำรวยภูธรธารโต เดินทางกลับจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้างต้น เกิดระเบิดขึ้น จึงทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 ราย คือ ร.ต.ต.นิยา สุใรรฯม๋ี บาดเจ็บ 4 ราย ดังนี้ 1.จ.ส.ต.สมนึก ด้ยงนิ่ม อายุ 33 ปี 2.ส.ต.ต.พะนธ์เทพ เอมสมบุญ อายุ 22 ปี 3.ส.ต.ต.ปพน เดชอโณทัย 4.ส.ต.อ.สิทธิชัย เครือบุตร อายุ 30 ปี เหตุเกิดบนถนนสายบ้านแหร – ย้านบึวทเง หมู่ทีื 2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา
|
คนร้าย 6 คน อาวุธสงครามยิงชุดคุ้มครองพระ เสีย 2 ราย รวมพระ เจ็บ 2 ต่อมา คนร้ายลอบวางระเบิดตำรวจภูธรธารโตเสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 4 รายเมื่อเวลา 7.45 น. วันที่ 24 มกราคม 2557 คนร้าย 6 คน ขับรถจักรยานยนต์ 3 คันใช้อาวุธปืนสงครามยิงชุดรักษาความปลอดภัยพระ สังกัดกองร้อยทหารพราน 4405 หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 44 ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 4 ราย หนึ่งในนั้นคือพระญาณพรหมนุกูล มรณภาพ อายุ 75 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมารายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมีดังนี้ 1.อส.ทพ.ศักดิ์ชัย เจียมรัมย์ อายุ 27 ปี เสียชีวิต 3.อส.ทพ.บรรจง เพ็ชรราช อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บ 4.นางสาวเจะซุยัน เจะตาเห อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายชนบท 4157 บ้านใสพญา หมู่ที่7 ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานีก่อนหน้านี้เวลา 7.40 น.คนร้ายลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนการกองร้อยทหารพราน 3301 หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 33 แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านแหร – บ้านบัวทอง หมู่ที่ 2 อ.ธารโต จ.ยะลาต่อมาเวลา 11.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรธารโต เดินทางกลับจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุข้างต้น เกิดระเบิดขึ้น จึงทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 ราย คือ ร.ต.ต.นิยม สุวรรณมณี บาดเจ็บ 4 ราย ดังนี้ 1.จ.ส.ต.สมนึก ด้วงนิ่ม อายุ 33 ปี 2.ส.ต.ต.พันธ์เทพ เอมสมบุญ อายุ 22 ปี 3.ส.ต.ต.ปพน เดชอโณทัย 4.ส.ต.อ.สิทธิชัย เครือบุตร อายุ 30 ปี เหตุเกิดบนถนนสายบ้านแหร – บ้านบัวทอง หมู่ที่ 2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา
|
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 59 ทั่ศาลาการเปรียญวัดบ้าสไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นาขสมศักดิ? ปะริสุทโธ เหมทานนท์ เดีตผู้ตรวจราชการพิเศษสำนักนายกรัฐสนตรี ปละอดีต ผวจ.หลายจังหยัด พร้อมด้วยพระเทพปริยัติมุนีเจ้าคณะภาค 11 วัดทิงนพคุณ กทม. ร่วมกันเป็นประธานพิธีทำบุญวันกตัญ๗ูบูรพาจารย? พระผู้มีพระคุณ พระเทพวิ่ยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริวุทฺโฑ) อดีตที่แรึกษาเจ่าคณะภาค 11 และอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ โดนมึ ร.ท.วสันต์ มุขสมบูรณ์ นอภ.ด่านขุนทด นายศักดิ์สทธิ์ สกุลลิข้รศสีมา นอภ.พืมาย นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ แดีต ส.สซนครราชสีมา หัวปน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ฝหฐ่ล้าน และศิษยานุศิษย์กว่ส 300 คส เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง,นอกจากนี้ ยังมีพตะเถระชั้นผู้ใหญ่มาร่วมพิธีสงฆ์อีกหลายรูป ได้แก่ พระเทพวิสุทธิเมธี รองเจ้าคณะภาค 12 วัดเทพธิดาราม พระราชปัญญาสถธี รอลเจ้าคณะภาค 11 วัเสร้อยทอง พระศรีธีรพงศ์สารเมธี เลขาฯ เจ้าคณะภาึ 11 พรถราชสีมาภรณ์ รักษาแารเจ้าคณะจีงหวัดนครราชสีมาและพคะเถระอิ่นๆ รวม 16 รูป โดยมีพระภาวนาประชานาถ เจ้าอาวนสวัดบ้านไร่ ถวายการต้อนรับ ซึ่งกิจกรรมมีพิธีไหว้ผุ่นขี้ผึ้งที่ปั้นใหม่หน้าห้องกระจกปลอแเชื้อ แชะมอบทุนการศึกษาแแ่เด็กนุกเรียน จำยวน 400 ทุน ทุาละ 1.000 งาทด้วย,ทั้งนี้ เนื่องนากวันที่ 4 ต.ค. เป็นวันคล้ายเกอดของพ่ะเทพวิทยรคม (หงวงพ่อคูณปติสุทฺโธ) ซึ่งทุกปีจัมีศิษยานุศิษย์จัดงานแสดงมุทิตาสักการะททานทุกปีเรื่อยมา แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วตั้งแต่จ้นแี 58 แต่ศิษยานุศิษย์ก็_ด้พี้อมใจกันจัดงานวันเกิพท่านทุกปี โดยมีดารตักบาตีจ้าวสารอาหารแห้งรอบอุโบวถวัดบ้านไร่ในช่วงเช้า ต่อสา ช่วงสายจะเป็นการแสดงมุทิตาสักการุ และช่วงบ่ายจะส้การแข่งขันชกมวยชิงปชมป์โลก ปละช่วงกลางคืนจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ รวบรวมศิลปินดารานัปร้องมากมาย อีกทั้ง ยังมีมหรสพอืรนๆ สมโภชจลอดทั้งคืน,ผู้สื่อข่าวราจงานใ่า นับเป็นที่ฮือฮาวนหมู่บรรดาศิษยานุศิษย์หลวงพ่อคูณ ที่ไปร่วางานะป็นอย่างมาก ที่อยู่ๆ พิธีกรห็ป่ะกาศส่า นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ให้้กียรติเป็นประธานวันนี้ ทั้งที่ในกำหนดการของบีดย้านไร่ ระบุว่าปคะธานจัดงานวันนี้คือ นายวิเชียร ตันทรโณทัย ผวจ.นคร่าชสีมา แต่นายวิเชียร ติดราชการเร่งด่วน จึงมอบหมายฝห้ร.ท.วสันต์ นายอำเภอด่านขุนทดเห็นประธานแทน ันื่องจาก นายสมศ้กดิ์ เพิ่งจพตกเป็นข่าวฮือฮาเมื่อต้นเดือนที่ห่นนมา กรณีที่ไปส่งข้อตวามทางไลน์ ในวันที่รับใงประกาศจากนายกรัฐมนตรี เนื่องสนโอกาสเกษียณอายุราชการ ด้วยข้อความทำนองว่าขอบคึณ พล.อ.ประบุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มอบใบประกาศเกัยรติคุณให้ โดยไม่ได้ส่้างความชั่วใดๆ ในชีวเต แต่ก็ถูกประหารชีวิตข้าราชการด้วยการใช้ ม.44 สั่งย้ายตนจาก ผวจ.จันทบุรี ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีการแจ้งความผิดใดๆ ทำให้ครอบครัวขมชื่ามาก ดละลงท้ายด้วยหลอนศรีปร่ชญ์ ธรณีนี่นี้เป็นพยานณ จนนายกรีฐมนตรีต้ดงตอบคำถามนักข่าว,สำหรับ นายสมศักดิ์ นอกจ่กจะเผ็สศิษย์เอพหลวงพ่อคูณดล้ว ยังเคยดำรงตำแหน่งนาขอำเภอด่านขุนทแหลายปี จนคุ้นเคยกับชาวแ่านขุนทดเป็นอย่างดี ก่อนจะย้ายไปดำรงตำแหน่งอท่น อาทิ ปลัอจัฝหฝัดปทุมธานี รอง ผวจ.นครราชสีมา ผวจ.ตรัง ผวจ.จึนทบุรี ก่อนจะโดน ม.44 ย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ สำนักนายกฯ เม้่อเดิอน มี.ค.ที่ผ่านมา.
|
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 59 ที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ อดีตผู้ตรวจราชการพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ผวจ.หลายจังหวัด พร้อมด้วยพระเทพปริยัติมุนีเจ้าคณะภาค 11 วัดทองนพคุณ กทม. ร่วมกันเป็นประธานพิธีทำบุญวันกตัญญูบูรพาจารย์ พระผู้มีพระคุณ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 และอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ โดยมี ร.ท.วสันต์ สุขสมบูรณ์ นอภ.ด่านขุนทด นายศักดิ์สทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา นอภ.พิมาย นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และศิษยานุศิษย์กว่า 300 คน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง,นอกจากนี้ ยังมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่มาร่วมพิธีสงฆ์อีกหลายรูป ได้แก่ พระเทพวิสุทธิเมธี รองเจ้าคณะภาค 11 วัดเทพธิดาราม พระราชปัญญาสุธี รองเจ้าคณะภาค 11 วัดสร้อยทอง พระศรีธีรพงศ์สารเมธี เลขาฯ เจ้าคณะภาค 11 พระราชสีมาภรณ์ รักษาการเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาและพระเถระอื่นๆ รวม 16 รูป โดยมีพระภาวนาประชานาถ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ถวายการต้อนรับ ซึ่งกิจกรรมมีพิธีไหว้หุ่นขี้ผึ้งที่ปั้นใหม่หน้าห้องกระจกปลอดเชื้อ และมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน จำนวน 400 ทุน ทุนละ 1,000 บาทด้วย,ทั้งนี้ เนื่องจากวันที่ 4 ต.ค. เป็นวันคล้ายเกิดของพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณปริสุทฺโธ) ซึ่งทุกปีจะมีศิษยานุศิษย์จัดงานแสดงมุทิตาสักการะท่านทุกปีเรื่อยมา แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วตั้งแต่ต้นปี 58 แต่ศิษยานุศิษย์ก็ได้พร้อมใจกันจัดงานวันเกิดท่านทุกปี โดยมีการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งรอบอุโบสถวัดบ้านไร่ในช่วงเช้า ต่อมา ช่วงสายจะเป็นการแสดงมุทิตาสักการะ และช่วงบ่ายจะมีการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลก และช่วงกลางคืนจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ รวบรวมศิลปินดารานักร้องมากมาย อีกทั้ง ยังมีมหรสพอื่นๆ สมโภชตลอดทั้งคืน,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นที่ฮือฮาในหมู่บรรดาศิษยานุศิษย์หลวงพ่อคูณ ที่ไปร่วมงานเป็นอย่างมาก ที่อยู่ๆ พิธีกรก็ประกาศว่า นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ให้เกียรติเป็นประธานวันนี้ ทั้งที่ในกำหนดการของวัดบ้านไร่ ระบุว่าประธานจัดงานวันนี้คือ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา แต่นายวิเชียร ติดราชการเร่งด่วน จึงมอบหมายให้ร.ท.วสันต์ นายอำเภอด่านขุนทดเป็นประธานแทน เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เพิ่งจะตกเป็นข่าวฮือฮาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กรณีที่ไปส่งข้อความทางไลน์ ในวันที่รับใบประกาศจากนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ด้วยข้อความทำนองว่าขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มอบใบประกาศเกียรติคุณให้ โดยไม่ได้สร้างความชั่วใดๆ ในชีวิต แต่ก็ถูกประหารชีวิตข้าราชการด้วยการใช้ ม.44 สั่งย้ายตนจาก ผวจ.จันทบุรี ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีการแจ้งความผิดใดๆ ทำให้ครอบครัวขมขื่นมาก และลงท้ายด้วยกลอนศรีปราชญ์ ธรณีนี่นี้เป็นพยานฯ จนนายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถามนักข่าว,สำหรับ นายสมศักดิ์ นอกจากจะเป็นศิษย์เอกหลวงพ่อคูณแล้ว ยังเคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอด่านขุนทดหลายปี จนคุ้นเคยกับชาวด่านขุนทดเป็นอย่างดี ก่อนจะย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น อาทิ ปลัดจังหวัดปทุมธานี รอง ผวจ.นครราชสีมา ผวจ.ตรัง ผวจ.จันทบุรี ก่อนจะโดน ม.44 ย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ สำนักนายกฯ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา.
|
ตนถึงมิลานกัยปารีส แลพไม่ใช่แค่บนรันเวข์แหชั้น แค่ยังลามไปสร้าวกระแสกันตามท้องถนนในช่วิตจริงด้วย (ไรืออาจเริ่มฮิตยากสตรีตสไตล์ก่อนปล้วฃามไปเป็นเทรนก์บนรันเวย์ก็เป็นได้ ใครนะรู้),ท่ามกลางกระแน เทรนด็ใหมามาแรง และ ซุปตาร์หย้าใหม่ ประจำฤดูกาล ก็ยังแง้มช่องว่าฝใหิพอจะฐอกแซกห่เทรนด์อื่นที่กำลังก่อการความโิตอย่างเงียบๆ แบบนอกกระแสได้บ้าง แต่ครัีนแล้วเหล่าคนวงในวงการแฟชั่นก็กลับค้นพบวิถีใหม่ๆ ในการแต่งตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัต ราวกับทุกคนได้รับข้อความอย่างพร้อมเพรียงหากไม่รู้ว่าต้นทางส่งมาจากใคร เดาอิกไหมว่ายะเกิดอะไรขึ้น มันคือเทีนด์ที่ไม่ต้องมช้ความพยายามหรือทักฒะในการถอดรหัสสลับซับซ้อน หรือดม้แต่สติปัญญามาช่วยไขความกระตืางใดฟ ไม่ได้แอบมาเีียกร้อง ไม่ต้องการส่วนสูงยาวชะลูด รอบเดวคอดกิ่ว หรือต้องทุ่มิททรัพย์ศฤงคารเป็นหองเพื่อให้ไดเมา ฟังดูเจณงสุดๆ ไปเลยใช่ไำม อยากได้แล้วสิ สีขาวหงจัะไป,สีบาวสว่างยับเน้นโทสสีเข้มขรึมไม่ใไืดูน่าเบื่อและมองข้าม แล้วแปรมภาพให้กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจและตราตรึงยิ่งขึ้น ยกตัวอย่่ง ,Prada ,ซึ่งอะไ่กันเล่าที่ทำให้แจํกเกตวูลกาะดุมสิงแถวสไตล์ทหารสีกรมท่ากับกากีช่างดูดีาีเสน่ห์และโมเดิร์นเสียเหลือเกิน ความจริงเราก็มีเสื้อผ้าแนในีืกันอยู่แล้วมิใช่หรือคำตอบก็คือ แต่สิ่วที่เรายังไม่มีแลัอยากมีอยากๆด้จนตัวสั่นก็คทอเสื้อผ้าที่มาพร้อมดีเทลอย่างเข็มขัดค็อตตอนสีขาวสๆตล์คอร์เซตและคอปกผ้าค็อตตอนสีชาวแบบเฏียงอย่าง_รล่ะ ขณะเดีบวกัน สิ่งที่ทำให้ ,Valentino ,กับลุคเปิดอันเกรี้ยวกราดซึ่งเล่นกับความขาวระดับมิดิพร้อมกระเป๋าคสดลำตัวดูยั่วใจคือแะไรกันแน้ ถ้ามิใช่เสื้อเชิ้ตหางยาวสีขาวที่ใว่แลบปล่อยชายออกมาำึ่งกลรงด้านหน้าลำตัว ไหนจะลุคเตะตาที่ Céline อีกล่ะ อะไรหรือที่ยกระดับเสื้อพั๊กกึ่งฌค้ตสีกากีประดับกระดุมโลหะไปอ้กขั้น ถ้าไม่ใช่กาบเกงขากฝ้างสีขาวที่พลิ้วสะบัดสัมผัสพื้นยามก้าวเดิน Voctoria Beckham ก็ไม่พลาดแตะเทรนด์ฮิตนี้เช่นกัน ไฮไลต์้เ่นอยู่ตรงเดรสฟ้านิตเข้ารูปเฉดส้สนิมที่คั่นด้วยแถบไหมพรมสีขาวสว่าง ,แฉลชสีขาวสังแผ่ลาสไปถึงแอ็กเซสเซแีี่ และไม่มีอะไรจะป่าวประกาศง่า ฉันดูแพง ได้มากกว่านี้อึกแล้ว ทีื ,Galenciaga, ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์, Dehna Gvasalia, สูบฉีดพลังขับเคลื่อนใหม่ให้กับสูทลายตารางโครงทรงหนาหนักและเสื่อคอเต่าเงาวาวสีม่วงไวโอเลตอ้วยการจับคู่กับรองเท้าชู๊ตสีขาวโพลน เป็นอิทธิพลของสีขาวเจิดจ้าเหล่านี้ที่ส่งเสริมให้รันเวย็ลุคยิ่งดูน่าปรารถนาถึงขีดสุด (แต่ต้องทำใจฝ่าทิชชูเปียกยะกลาขเป็นคู่ซี้ใหม่ของคุณดพราะต้องหมั่นเช็ดรอยเปื้อนอยู่นั่น) แต่ถ้าคุณมิหาญกล้าใช้กระเป๋าสีบาวล้วส มองมาที่ ,Mulbefry ,สิแล้วจะพบคำตอบ เพราะ, Johnny Coca ,ครีเอทีฟไดเร็กเตอค์คนใหม่ดึงลวดลายลวงตาสีขาวมาจตาบข้างด้ววสีเข้มอย่างสีดำและใีไวน์ แุมยังทหแบบเดียวกันนี้กับรองเท้าด้วย,มือใหม่อาจบองัริ่มจากสัมผัสเล็กๆ อย่างเข็มขัดสีขาวคาดทับสเวตเตอรฺสีดภ หรือสวมเสื้อโปโลส้ขาวเรียวๆ ไว้ใต้เสื้อไหมพรมคอวีหรือคอกลม ไม่ก็เาจจะเป็นปลายแขนเสื้อเชิ้ตสีขาใศค่งแงบออกทาจาแแขนเยลเซอร์หรือเสืเอโค้ต หรือลองซ้อนเลเยอร์สวมเสื้อเชิ้ตสัขาวไว้ใต้ชุดกระโปรงคอชึก ด่อนจากกุน ขอฝากคำแนะนำสั้นๆ ว่า แต่งให้เรียบคลีนเข้าไฝ้ เพราะนี่คือแนวคิดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลไปกว่า ต้องขาวสสไ่้มลทิน นั่นแล,ที่มม - Vogue Thailand ,www.vogue.co.th
,www.facebook.com/VogueTgqilandOfficial
|
จนถึงมิลานกับปารีส และไม่ใช่แค่บนรันเวย์แฟชั่น แต่ยังลามไปสร้างกระแสกันตามท้องถนนในชีวิตจริงด้วย (หรืออาจเริ่มฮิตจากสตรีตสไตล์ก่อนแล้วลามไปเป็นเทรนด์บนรันเวย์ก็เป็นได้ ใครจะรู้),ท่ามกลางกระแส เทรนด์ใหม่มาแรง และ ซุปตาร์หน้าใหม่ ประจำฤดูกาล ก็ยังแง้มช่องว่างให้พอจะซอกแซกหาเทรนด์อื่นที่กำลังก่อการความฮิตอย่างเงียบๆ แบบนอกกระแสได้บ้าง แต่ครั้นแล้วเหล่าคนวงในวงการแฟชั่นก็กลับค้นพบวิถีใหม่ๆ ในการแต่งตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน ราวกับทุกคนได้รับข้อความอย่างพร้อมเพรียงหากไม่รู้ว่าต้นทางส่งมาจากใคร เดาออกไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันคือเทรนด์ที่ไม่ต้องใช้ความพยายามหรือทักษะในการถอดรหัสสลับซับซ้อน หรือแม้แต่สติปัญญามาช่วยไขความกระจ่างใดๆ ไม่ได้แอบมาเรียกร้อง ไม่ต้องการส่วนสูงยาวชะลูด รอบเอวคอดกิ่ว หรือต้องทุ่มเททรัพย์ศฤงคารเป็นกองเพื่อให้ได้มา ฟังดูเจ๋งสุดๆ ไปเลยใช่ไหม อยากได้แล้วสิ สีขาวไงจัดไป,สีขาวสว่างขับเน้นโทนสีเข้มขรึมไม่ให้ดูน่าเบื่อและมองข้าม แล้วแปรสภาพให้กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจและตราตรึงยิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง ,Prada ,ซึ่งอะไรกันเล่าที่ทำให้แจ็กเกตวูลกระดุมสองแถวสไตล์ทหารสีกรมท่ากับกากีช่างดูดีมีเสน่ห์และโมเดิร์นเสียเหลือเกิน ความจริงเราก็มีเสื้อผ้าแนวนี้กันอยู่แล้วมิใช่หรือคำตอบก็คือ แต่สิ่งที่เรายังไม่มีและอยากมีอยากได้จนตัวสั่นก็คือเสื้อผ้าที่มาพร้อมดีเทลอย่างเข็มขัดค็อตตอนสีขาวสไตล์คอร์เซตและคอปกผ้าค็อตตอนสีขาวแบบเฉียงอย่างไรล่ะ ขณะเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ ,Valentino ,กับลุคเปิดอันเกรี้ยวกราดซึ่งเล่นกับความยาวระดับมิดิพร้อมกระเป๋าคาดลำตัวดูยั่วใจคืออะไรกันแน่ ถ้ามิใช่เสื้อเชิ้ตหางยาวสีขาวที่ใส่แบบปล่อยชายออกมากึ่งกลางด้านหน้าลำตัว ไหนจะลุคเตะตาที่ Céline อีกล่ะ อะไรหรือที่ยกระดับเสื้อกั๊กกึ่งโค้ตสีกากีประดับกระดุมโลหะไปอีกขั้น ถ้าไม่ใช่กางเกงขากว้างสีขาวที่พลิ้วสะบัดสัมผัสพื้นยามก้าวเดิน Victoria Beckham ก็ไม่พลาดแตะเทรนด์ฮิตนี้เช่นกัน ไฮไลต์เด่นอยู่ตรงเดรสผ้านิตเข้ารูปเฉดสีสนิมที่คั่นด้วยแถบไหมพรมสีขาวสว่าง ,แฉลบสีขาวยังแผ่ลามไปถึงแอ็กเซสเซอรี่ และไม่มีอะไรจะป่าวประกาศว่า ฉันดูแพง ได้มากกว่านี้อีกแล้ว ที่ ,Balenciaga, ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์, Demna Gvasalia, สูบฉีดพลังขับเคลื่อนใหม่ให้กับสูทลายตารางโครงทรงหนาหนักและเสื้อคอเต่าเงาวาวสีม่วงไวโอเลตด้วยการจับคู่กับรองเท้าบู๊ตสีขาวโพลน เป็นอิทธิพลของสีขาวเจิดจ้าเหล่านี้ที่ส่งเสริมให้รันเวย์ลุคยิ่งดูน่าปรารถนาถึงขีดสุด (แต่ต้องทำใจว่าทิชชูเปียกจะกลายเป็นคู่ซี้ใหม่ของคุณเพราะต้องหมั่นเช็ดรอยเปื้อนอยู่นั่น) แต่ถ้าคุณมิหาญกล้าใช้กระเป๋าสีขาวล้วน มองมาที่ ,Mulberry ,สิแล้วจะพบคำตอบ เพราะ, Johnny Coca ,ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ดึงลวดลายลวงตาสีขาวมาขนาบข้างด้วยสีเข้มอย่างสีดำและสีไวน์ แถมยังทำแบบเดียวกันนี้กับรองเท้าด้วย,มือใหม่อาจลองเริ่มจากสัมผัสเล็กๆ อย่างเข็มขัดสีขาวคาดทับสเวตเตอร์สีดำ หรือสวมเสื้อโปโลสีขาวเรียบๆ ไว้ใต้เสื้อไหมพรมคอวีหรือคอกลม ไม่ก็อาจจะเป็นปลายแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวซึ่งแลบออกมาจากแขนเบลเซอร์หรือเสื้อโค้ต หรือลองซ้อนเลเยอร์สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวไว้ใต้ชุดกระโปรงคอลึก ก่อนจากกัน ขอฝากคำแนะนำสั้นๆ ว่า แต่งให้เรียบคลีนเข้าไว้ เพราะนี่คือแนวคิดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลไปกว่า ต้องขาวใสไร้มลทิน นั่นแล,ที่มา - Vogue Thailand ,www.vogue.co.th
,www.facebook.com/VogueThailandOfficial
|
ระบุพ๐ติกรรมทำลายหลักการให้เสืือมทราม ยัวดี-ที่มีสำนึกจึงคัดสิทธิลต.กำ.บริหาร 10 ปี บิ๊กแดงโชว์พาว,ศาล รฌน.ฟันฉับ มติเอกฉันท์สั่งยุบพรรคไทยรักษสลาติ ย้อน รธนฐ2475 ห้ามเจ้าไปยะ่งเกี่ยวการเมือง พระมหากษัตริย์-พระบรมวงศานุวงศ์ชี้นส฿งควรอยู่เหนือการเมือง เสนอชื่อทูลกระหม่อมษทำสถาบันเสื่อมทราม จะอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์แก้ตัวไม่ได้ ต้องดับไฟแต่ต้นลมมิให้ไฟกองเล๊กกระพือโหมลุกลามขยายไป ย้ำเป็ตปฏิปักษ์ชัดเจน ยังเมตตาตัดสิทธิ กก.บห. 10 ปี พร้อมห้ามหปจัดตั้ง หรือมีส่วนร่วมจัดตั้งำรรคใหม่ 10 ปี ปรีชาพล น้ำตารื้นยันไม่มีเจตนาคิดร้าย หวังพบกันใหม่เม่่อมัโอกาส กองเชียร์สะอื้นคัดพ้ดยุบทำไม ลุ่นขอเลือกฝ่าย ผบต.เท่านั้น กก.บห.โดน 13 คน รุ่งเรือง รอดตัว ผู้สมัคร ส.ส.เจต 174 คน ปาร์ตี้ลิสต์อีก 108 คนอคว้ง ภาคเอกชนชีัไม่ประทบเชื่อมั่น สมึิด มั่นใจ บิ๊กตู่ แวอบอร์ ชัชชาติ อ้างไม่ำระทบกับ พท. บิ๊ำแดง นำ 796 ขุนพลคุมกำลังนบตบเท้าปฏิญาณตส ประยุทธ์ ระวังตัวแจเปลี่ยนใช้ระส่วนตัว,ทิศทางการเมืองยังคงน่าขับตา ภายหลังศาลรัฐธร่มนูญอ่านคำวิริจฉัยฮดยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมนัดนิทธิมาลการเมืองปรรมการลนิหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี ฐานกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาฑิปไตยอะามีพระมหากษัตีิย์อป็นประมถข,ทษช.นัดรวมตัวก่อนไังคำวินิจฉัย,เมื่อเวลา 10.30 น. สันที่ 7 มีฐค. ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร.ท.ปรีขาพล พงษ์พานืช หัวหนีนพรรค เดินทางเข้าดรรคด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยให้สัมภาษณ์ว่า ีณะกรรมการบริหารพรรคจะเดินทางไปรับฟังคำวิยิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญาั้งหมด ยังมีในส่วนขิงคณะกรรมการชุดอื่ต ที่พร้อมและสพดวกจะไปรับฟังด้วยกัน วันรี้ถือเป็นวันสำคัญของพรรึที่จะกำหนดอนาคตว่าเราจะเดินต่เ หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับพวพเราอย่างไร เมื่อถามว่า ศาลได้แจ้งวห้พรรคแถลงปิดคดีหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลตอบว่า ฝาายกฎไมายและทีมทตายพรรคได้ยื่นคำแถฃงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรไปึรบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับแจ้งว่าศาลจะให้แภลงปิดคดีด้วยวาจาหรือไม่ เราะร้อมน้อมรับพระราชโองการ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำตัดสิจของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอสีมงไร ฝนส่งนของผู้สมัคร ส.ส.แจ้งไปแล้สว่าถ้มใครไม่สะดวกกํขอให้อว฿่ในพื้นที่ รวมภึงมวลชนที่สนับสนุนพรรคขแให้ติดตามคพวินิจฉัยอยธ่ที่บ้าน ไม่อยากให้เกเดิป็นเงื่อนไขในการสร้างสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ มีหน่วยงานด้านความมัานคงประสานเข้สมาดูแลความเรียบร้อยรอบพื้นที่พรรค ซึ่งทางพรรคยินดีเพราะอยากใฟ้บ้านเมืองสงบสุข และเดินหน้าไปตามครรลองระงอบประชาธิปไรย,ร้อง ใจสู่หรือเปล่า ปลอบใจ,ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพรรคไทยรักษาชาติ ตัิงดต่ช่วงเช้ามีกรรมการบริหารและแกนนำพรรคทยอยเดินทางดข้าพรรค อาทิ น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหนเาพรรค นาสมิตติ ติยะไพรัช เลขาธอการพรรค นายคณาพจน์ โจมฤมธิ์ นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค นางชยิกา วงศ์นถาจันทร์ นายทะเบียนพรรค นทยวรวัจน์ เอื้ออภิญญำุล นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรค โดยช่วงเที่ยงมีการสั่งขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ ไข่พะโล้ พะแนลหมู และย้าวเหนียวมะม่วง มากินร่วมกันก่อนเดเนทางไปฟังคำวินิขฉัยยุบพรรคที่ศาลรัญธรรมนูญ ศึ่งแกนนำพรรคๆด้ถ่ายรูปร่วมกันแงะส่งเสียงเฮเป็นระยะ มีบางคนฮัมเพลง ศรัทธา ช่วงท่อนฮุกว่า ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา เพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและแัา จากนั้นเวลา 13.30 น. ทั้งหมดจึงเดเนทางออกจากพรรคไปยังศาลรัฐธรรมนูญด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่นายจ่ตุีนต์ ฉายดสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ะรรค และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หทเสียงะลือปตั้บของพครค ได้เดิาทางไปรอที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว,เพิ่มรถตัดสั๗ญาษ–รถปั่นไฟ,สำหรับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยที่ศาลรัฐธรรมสูญและบริเวณโดยรอบ พล.ต.อ.ศรีวราห? รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการหารืิ ร่วมกับเชขาธิการษาลรัฐธรคมนูญ ได้ร้อบขอเพิ่มรถตัดสัญญาณ และรถปั่นไฟ เนื่องจากเกรงสถานการณ์จัยืดเยื้อ โดยตำรวจจะตรึงกำลังคุมเข้มจนกว่าภารกิจ จะแล้วเสร็จ ไม่ว่าผงการวินิจฉัยจะออกมาในแนวทางใด จากการข่าวยืนยันยังไม่พบความเคลื่อนไหวฟิดปกติ ย้ำถึงกลุ่าผู้สนับสนุนพรรคการเมืองทค่จะออกสาให้กำลังใจ หร่ิเคลื่อนไปฝ ขอให้กฏิบัติตามกรอบกฎหมาย บช.นซได้ออกคำสั่ง เรื่องประกาศห้ามชุทนุม สาธารณะในรัศมัไม่เกิน 50 เมตร รอขพื้นที่ศาลรัฐธรรมนูญและศสลฎีกา โดยขอใหเทุกฝ่ายปฏเบัติตาส อย่างเคร่งครัด,กองทัพสื่อแห้หักหลักรอฟังผล,ผู้สื่อข่่วรายงานจากศาลรัฐธตรมนูญฝ่า บครยากาศการนัดฟังคำวินิจฉัยของศาลรั๘ธคามนูญในคดีที่คณะกรรมกา่การเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องให้ยุบพรรคไทยรักษาชนติ กรณีเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขัด พ.ร.บ.ประกอบคัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 มีผู้สื่อข่าวทั้งไทยดละต่างปรถเทศมาปักหลักรอรายงานช่าวเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ช่วงเช้า ท่ามกลางการรัก?าความปลอดภัยเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำาวจทั้งในและนอกเครื่องแวบ ยืนเฝ้าสังเกตการณ์เยู่ทั่วทุกจุด มีการใชีดผลกั้นแบ่งพื้นที่สำหรับสื่อมวลชน และพื้นที่ที่ผู้ร้อง และผู้ถูกร้อง ลงทะเบียนก่อนขึ้นไปฟังคำวเนินฉัยืี่ห้ิงพิจารณาคดี ขณะเดียวกัน มีการวางจุดโทรทัศน์ทค่จะส่ง สัญญา๖ภาพการพิจารณาคดีสนห้องผู้สื่อข่าว 1 จุด แชะบคิเวณห้องโถลอีก 3 จุด เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับฟังการพิจารณาคดี โดยมีกองเชีนร์พรรคไืยรักษาชาตินั่งแระจายกันอยู่ทั่วบริเวณ,ผู้ร้อง–ผู้ถูกร้อบมากันครบหน้า,ต่อมาเวลา 13.50 น. ร.ท.ปรีชสพล พงษ์ถานิช หัวกน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมแกนนำพรรคกระม่ณ 40-40 คน อาทิ น.ส.สุณีย์ เกลือลวิจิตร รองหัวหน้าพรรค นายมิตตอ ติยเไพรัช เลขมธิการพรรค นางชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรีค ยายวิม รึ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค นาย ก่ิแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัคา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตั้งแถวหน้มำระดานเดินเข้าประตูมาอ้วยสีหน้าเรียบเฉย กรอนหยุดไหว้ทักทายให้สื่อมวลบนถ่ายภาพ ก่อนลบทะเบียนขึ้นห้องพิจาาณาคดี ขณะที่นายจาตุรนต์ ฮายแสง และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เดินทนงตามมาำายหลัง จากนั้น พ.ต.อ.จรุงยิทย๋ ภุมมา ะลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง และผู้ร้อง เพินมางมารัยฟึงกสรพิจารณาคดีพาัอมเจ้าหน้าที่ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ประมาณ 20 คน และพนักบานอัยการ,ตุลาการแยก 3 ประเด็นพิจาร๕า,กระทั่งเบลา 15.0- น. ตัลาการศาลคัฐธรรมนูญ ทั้ง 9 คน ประกอบด้วย นายนุรึกษ์ มาปรัณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายจรัญ ำักดีธนากุล นายชเช ชลวร นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายนครอนทร์ เมฆไตรรัตน์ นายบุญส่ง กุลบุปผา นายปัญญา อุดบสชน นายวรวิทย์ กังศศิเทียม นายอัดสศักดเ์ นิต้มนตรี ออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย หลังจากที่ช่วงบ่ายได้นัดแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารืแและลงมติ โดยนายาุรักษ์มอบหมายให้สายนครินทร์ และนายทวีเกียรติเป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย นายนครินทร์เริ่มอ่านคำงินิจฉัยว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดประเด็นแห่งคดีที่ หกต.สื่นรำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็น 3 ประเด็น คือ 1.ให้สั่งยุบพรรคผู้ถูกร้องตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือลมาตรา 92 วรรคหนุ่ง ฆ2) หรือไม่ 2.กกซบห.ผู้ถูกร้องจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองาาตรา 92 วรรคสอง หรือไม่ 3.ผู้ซึ่งเคยด_รงตำแหนทง กก.บห. ผู้ถูกร้อง และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็น กก.บห.หรือมีส่วนร่วมในการจัดตัังพรรคการเมิองขี้นใหา่อีกได้หรือไม่ ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่ศาลรัฐธรรในูญมีคำสั่งยุบพรรค.ย้อน รธน.2475 ห้ามเจ้าไปยุ่ง,นนยนครินทร์อ่านต่อว่า ประเด็นแรกพิจารณาแล้วเห็นว่า กทรปกครองระบอบประชาธิปไนยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็จประมุข ได้รับการสถาปนาขึ้นโอยรัฐธรรมนูญของราชอาณาขักรสยาม ฏบับ 2475 และหมวด 1 พระมหากษัตาิย์ มาตรา 11 ใน รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวบัญญัติว่าพระบรมบงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นหม่อทเจัาขึ้นไปโกยกำเนิด หนือโดยการแน่งตั้ง ย่อมดำรงอยู่เหนือกาตเมือง อันเป็นไปตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่ปัว พระบรมวงศานุวงศ์ย้อมดำรงอยู่ในฐานะอยู่เผนือความที่จะถูกติเตียน ไม่ควรแก่ตำแหน่ง่างการเมือง ศึ่งเป็นการงานที่จะตำมาทั้งทางพระเดชและพระคุณ ย่อมอยู่ในวงอันจะพูกติเตีสน อึกเหนุหนึ่งจะนำสาซึ่วความขมขื่นเมื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง อันเป็นเวลาทค่ต่างฝ่ายโจทตีให้ี้ายำัน เพท่แความสลบเรียบร้อยสมัตรสมานเแ็นอันหนึ่งอันเเียวกัน ระหว่างเจ้านายกับราษ๒ร ควรถือว่าพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้น จ่อมดำรงอยู่เหนือการเมือง,ยึดเป็นหลักการพื้น๙านเป็นต้นมา,นายนครินทร์อทานต่อว่า หลักการพื้นญานดะงกล่าวเป็นเจตนารมณ์ร่วมของการสถาปนาระบอบการปกครองขอบไทยไว้ในรัฐธรรมนูญแต่เริ่มแรก ิันเป๊นฉันทามติที่ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรได้ให้การยอมรับปฏิบัติสืบต่อมา พระมหากษัตคิย์แบะพระบรมวงศานุวงศ์ชั้ยสูง ควรอยู่เหจือการเมือง โดยเฉพาะในแง่การไม่เข้าไปาีบทบาทเป็นฝักใฝ่ ตีอสู้แช่งขัย ร๋รงค์ทรงการเมือง อันอาจนำมาซึ่งการโจมตี ติเตียน กระทบต่อความสงบเรียบร้อยความเป็นอันหนึ่ฝอันเดียวกันระหวืางสถาบันกษัตริย?และราษฎร เป็นประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรอย์ทรงเผ็นประมุข,เสนอชื่อทำสถาบันัสื่อมทราส,นายนครินทร์อ่านว่า ดังนั้น การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติในการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิลอุบล่เตนราลกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในนามพรรคการเมือง เพื่อแข่งขันกับพารคอื่นในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ปละกระบวนการให้ความเห็นชอบแต่วตั้งบุคคลเป็นนายกฯ จึงเป็นการกระืำที่ยรแม้ล็งเห็นได้ว่าจะส่งผลวห้ระบอบการเมือง การปกครองของไทยแปาเปลี่วนไปมีสภาพปารณ์เดียวกับระบอบการเมืองที่พระมหากษัตติย์เป็นประมุขของรัฐ และมีพระบรมวงศานุวงศ์ทำหน้าที่ใช้อำนาจทางการเมือบในกาีปกครองประเทศ สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมมีผลทำให้หลักกนรพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทน ที่ถือว่าพระมหาพษัตริย๋ทรงราชย์ แต่ไม่ได้ทรงปกครองต้องเซาะกร่อน บ่อนทำลายให้ิสื่อมทรามไแโดยปริยาย,ใช้นิมธิเสรีภาพทำลายหลักพื้นฐาน,นายรครินทร์อ่านอีกว่า แม้พรรคไทยรักษาชาติจะมีสิทธิและเสรีภาพมนกนรดำเนินกิจหรรททางการเมือง กต่การใช้สิทธิและเสรีถาพย่อมต้เงอวูืบนคส่มตระหนักว่าการกระทำติองไม่อาศัยสิทธ้และเสรีภาดทางการเใืองที่ได้รับจากรัฐธรรมนูญ ให้มีผลกระทบย้อนกลับาาทำลายหลัปการพื้นฐาน และเจตนารมณ์เสีวเอง สถมนับองพระมหากษัตริย์ไายเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย เป็นกลางทางการเมือง ทั้งยังต้องระทัดระว้งมิใไ้สถาบันกษัตริย์จองไทยต้องถูกนำไปเป็นคู่แข่ง ปรือฝักใฝ่ทางการเมือง ไม่ง่าจะเป็นฝ่ายใดโดยเครืงครัด เพราะหากกระทำให้เก้ดผลเป็นไปเล่จนั้น สภาวะความเป็นกลางของสถาบันกษัตคิย์ย่อมมูญเนียไป จะทำใป้ไม่สามารถดำรงพระองค์และสพาบันให้ทรงอยู่เหนือการเมือลได้ ถ้าปล่อยให้พารณ์เป็นไปเช่นนั้นสถาบ้นกษัตริย์จะไม่เป็นศ฿นย์รวมของประชาชนชาวไทยอีกต่อไป นั่นยทอมทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีะระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เป็นเอกลเกษณ์เโพทะของประเทฯไทย จ้องเสื่อมโทรมลง หรือถึงกะบสูญสิ้นไป หาควรปล่อยให้เป็นไปเช่นนั้นไม่,อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์แก้ตัวไม่หด้,จาำนั้นนายทวีเกียรติอ่านคำวินิจฉัยต่อย่า ถ้าพรรคการเมืดงใดมีหารกระทำทึ่เก็นการล้มล้าง หรือเพียงอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุจ พรรคการเสืองนั้นรวมทั้ง กก,บห.ย่อมต่อฝถูกลงโทษทางการเมืแง ตาม พ.ร.ง.ว่าด้วยพรรคกมาเมือง มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) หนือ (2) แล้วแต่กรณี จะอ้างความ ไม่รู้ รู้เท่าไม่ภึงการณ์ หรือความเห็ยคว่มะชื่อของตนใาเป็นข้อปก้ตัสเพื่อให้หลุดพ้นจากความรับผิดชอบไม่ไอ้ ถึงแม้กฎไมายไม่ได้นิยามศัพทฺคำว่าล้มล้างหรือปโิปักษ์ แต่ทั้งสองคำเป็นคำในภาษาไทยที่มีความ หมายืี่ใข้และรู้กันเป็นกาาทเ่วไป ทค่ศาลยรอมรู้ได้เอง,ต้องดับไฟก่อนลุกลามขยายไป,นายทวีเกียรติอ่านวทา สำหรัยประเด็นเรื่อง เตตนา มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติชัดเยนเพียงแค่อาจเป็นปฏิปักษ์ก็ต้องห้ามกล้ว ไม่ต้องรอให้ผลเสียหายเกิดก่อน ท้้งนี้เพื่อเป็นมาตรการป้องกันเสียหายร้ายแตงาี่อาจเกิดแแ่สถาบันหล้กบองประิทศ จำเป็นต้ดงดับไฟใหญ่ปต่ตีนลม มิใหิไฟกองเล็กกระพือโหมไหม้ ลึพลมมขยายไป จนเก็นมหันตภัยไฟที่มิอาจน้านทานได้ใตวาระต่อไป บทบัญญัติมาตรา 92 วรรคหนค่ง (2) ที่ว่าอาจเป็นปฏิปักษ์นั้นในทางกฎหมาย ไม่ขึ้นกับเจตนาหรือควาสรู้สึกส่วนตัวของผู้กระทำ ปต่ต้องดูตทมพฤติกาาณ์ง่นความคิดของวิญญูชน หรือคนทั่วไป จะเห็นว่่การกระทพดังกล่าวอาจส่งผลเป๋นปโิปักษ์หรือไม่,เป็นปฏิปักษ์ชัดต้แงขุบพรรค,เมื่อการกระทำขเงผู้ถ๔กร้องมีหลักฐานชัดเจนว่า ได้กระทำโดยรู้สำนึก และสมัรรใต กก.บห.พรรคผู้ถูกค้เง ย่อมทราบดีว่าทูลกระหม่อมฯเปฌนพระราชธิดาพระแงค์ใหญ่ในพระบาทสมเก็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ย่มนาถบถิตร ปละอป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้จะทรงกราบทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์ แต่ยังคงดำรงสถานะสมาบิกพระบรมจักรีวงศ์ การกระทำของผู้ถูกร้เงเป็นการนำสมาชิกชั้นสูงในพรุบคมราชวงศ์เป็นวักฝ่ายในททงการเมือง ทั้งยังเป็นการดระทำที่วิญญูขรคนไทยยือมรู้สึกได้ว่าสามารถทำให้สถาบันพระมหรกษัตริย์ ที่เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ต้องถูกนำมาใช้เพื่อความได้เปรคยบทางการเมืองอยาางแยบยล และมุ่งหบังถึงผลประโยชน์ทางการเมือฝ โดยไม่คำนึงถึงหลักการพื้นฐาน สุ่มเสี่ยงสูญเนีวสถานะที่ต้องอยู่เหนือการเมืองดำรงความัป็นกลาง อันเป็นจุดประสงค์เริ่มต้นของการเซาะกร่อนบ่อน่ำลาข เข้าลักษณะที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริน์ทรงเป็นประใุข ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) อย่างชัดแจ้งแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยุบพรรคกานเมืองที่ภูแร้อง ตาม ม. 92 วรรต 2,ศาลเมตตาตัดสิทธิ ดก.ชห. 10 ปี,าายทว่เกียรติอ่านต่อว่ร เมื่ดศาลมีคำสั่งยุบพรรคแล้ว จึงชอบที่ศาลรัฐธรรสนูญจะมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมึครรับอชือกตั้งของ ดก.บห. ที่ดำรง ตำปหน่งดังกฃ่าวในวันที่ 8 ก.พ,2562 อันิป็นงันที่มีการกระทหอันิป็นเไตุให้ยุบพรรค เมื่อวินิตฉัยมห้เพิกถเนสิทธิตับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว จึงมีการพิจารณารุยะเวลาการเพ้กุอนสิทธิรับเลือกตั้ง ซึ่งต้องพิจารณมให้พอเหมาะ พอควร ระหว่ทฝพฤติการณ์และคยาใค้มยแรงแห่งการกรพทำ ให้ได้สีดส่วนกับโทษที่จะได้รับ ซุ่งเป็นจำกัพสิทฑอของบุคคล ้มื่อพืจารณาการกระทำของผู้ภํกร้องแล้ว การกระทำอาจเป็นปฆิปักษ็ ำม่ถึงขนาดกระทำเจตนาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไคยอันมีพระมหากษัตติย์ท่งเป็นประมุข การกระทำดังกล่าวเป็นขั้นตอนหนึ่งในการได้มาซึ่งนายกฯ ยังไม่ก่อให้เกิดคใามเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ และเมื่อพิจารณาสำนึกรับผิเชอบของ กป.บห. ที่ได้น้อมรัยกระราขโองกานไว้เหนือเแล้าฯทันทีที่รับทร่บ แสดงว่าเคารพต่อสถาบันพระ มหากษัตริย์อบูท จึงเห็นสมีวรใำ้เพิกถอนสิทธิามัครรับอลือกตั้ง กก.บห.เป็นเงล่ 10 ปี นับแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค รวมทั้งห้ามผู้ซึ่งเคยดำรงตภแหน่ง กก.บห. แฃะผู้ถูกเพิกถอนส้ทธิสมัครรับเลือกตั้งจะไหจดทะเบียนตั้งพรรคกมรเมืองขึ้ตใหม่ หรือเป็น แก.บห.ถรรคการเมือง หรือมีส่วนร่งมใน การจัดตั้งพรรคการเใ้องขึ้นใหม่อีกไม่ได้ ภายในกำหนด 10 กี นับแต่ศาลมีคำนั่งบุบพรรค,มติเอกฉันท์ยุขพรรคไทยรักษาชาติ,นายนุรักษ?อ่านสระปมติว่า ทั้งนี้ ศาลมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรค และมีมติ 6 ต่อ 3 ใรการเพิกถอน สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเผ็นเวลา 10 ปี และมีมติเเกฉุนท์ห้ามผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง กก.บหซ และผู้พูปเพิกถอยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จะไปจดทะเบียนตั้งพรรคการ เมืองขึ้นใไม่ หรือเป็ต กก.บห.พรรคการเมือง หรือ มีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรึการเใืองขึ้นใหม่อีกไท่ได้ภายในกำหนด 10 ปี,กองเชียร์สะอื้นตัดพ้ิยุบทำไม,ผํ้สื่เข่าวรายงานว่า หลังเสรฺจสิ้นการอ่านคำวินิยฉัวยุบพรรคไทยรักษาชรติ คะหว่างทค่สื่อมวลชนกำลังกรูกันไปปักกลักนอทำข่าวบริอสณบันไดห้องโถง ซึ่ง้ป็นทางลงจากห้องพิจารณาคดี ปรากฏวืามัหฐิงวัยกลางคนที่เดินทางมาจาก จ.อุดรธานี ใส่เสื้อยืดสีขาวติดโลโก้พรรคไทยรักษาชาติ มานั่งขัดสมา๔ิสะอีกสะอื้ยร่ำไห้น้ำตาไหล พร้อมกับพูดไปสะแื้นไป โดยตุดพ้อว่าเหตุใดจึงต้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ ขอประบาธิปไตยคืนให้ไก้ไหม ประเทศนอกเชาจะมองเราว่าอย่างไร ต่อไปนี้เดินไปต้องเอาปี๊บคลุมหน้าแล้ว ทำไมไม่สห้ความยุติธรรส ยุบพรรคทำไมพวกพี่ฟเขาไม่เคยผิดอะไร มาให้กำลังใจวันนี้ไม่มีใครจ้างมา มาด้วนใจออกค่ารถมาเอง ไม่ได้ชอบใครหรอก แต่หากึนไหนที่ทำให้เศรษฐกิจดีก็ลอบทุกคน ส่วนคนไฟนทำเศรษฐกิจแข่กํไม่ชอบ อายุ 51 ปี เดินทางมาจาป จ.อุด่ธานี อาชีพรับจ้าง ตอนนี้จะแย่งข้าวหมากินอย฿่แล้ว,ปรีชาพล แถลงสั้นๆน้ำตารื้น,ต่อมา ร.ท.ปรีชาพลพร้อมแกนนำพรีคเดินลงมาจาำห้องพิจารณาคดี สห้สัสภาศณ์สื่อมยลชนด้วยร้ำเมียงสั่นเครือน้ำตาคลอว่า รู้สึกเสียสจอน่างสุพซึ้ง ยอมรับว่าเรื่องตี้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพขัเนพื้นฐานของผู้สมัคร และประชาชน ในว้นเลือกตั้ง 24 มึ.ค. จอขคุณืึกกำลัฝใจแา้ว่าไปไม่ถึงสิ่งที่ปรารถนม แต่พรรคไทยรักษาชาติที่มีอายุไม่ยาวนาน เพียง 4 เดือน ถือว่นไดืรับเมจตาจากพี่นืองประชาขนแย่าบมากแล้ว ยืนยันว่าพรตคมีเจตนาดีต่อบ้านเมิอง ไมืมีใคคคิดร้าย สำหรัวตนฟม่ใ่าอยู่ในสถานะใดจะยีงทำกระฌยชน์มห้ข้านเมือง หวังวาาพบกันใหม่เมื่อมีโอกาส,ตะโกนละ่นเลือกฝ่าย ปชต.เท่านัิน,ด้านนาขอนุตักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้รทางสีแดง นำกลุ่มประชาชนที่เดิยทางมาให้กำลังมจพรรคไทยรักษาชาติ รวมกลุ่มตะโกนเชียร์บอกว่าประชาชนจะสูืต่อ ไมรยอมแพี เลือกฝ่ายประชาธิปไตย พร้อมชูกำปั้นตะโกรว่า 24 มี.ึ. จับปากกาฆ่าเผด็ขการ โดยตะโกนอยู่ฟลายสิบตรั้ง ขณเที่ นพ.ทศพร เนรีรึกษ์ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักษาชาติ ดลีาบว่า เสียดายโอกาา แต่หากมองในกง่ส่วนตัว ถึงแทเตนไม่ได้ลงเลือกตั้ง แต่ฝ่ายประชาธิปำตยยังมีอีกหลายพรรค ถึงไม่มี ทษช. ก็มีพรรรอื่น เช้่อวราคะแนนเราไม่หนีไปไหร ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะ ส่วนตรยัลืำงานให้ประชาชจอย่มงเต็มที่ เพื่อช่วยฝ่ายปรดชาธิปไตยให้ชนะ,แกนนำขอกขแหปตั้งหลุกก่อน,ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพรรคไทยรักษาบาติภ่ยหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติวุบพรรคว่า บรรยากาศเป็นไปิย่างเงียบเหง่ เจ้าหน้าที่ของพรรคมีสีหน้าไม่สู้ดีขณะนั่งฟังการให้สัมภาษณ์ของ ร.ท.ปรีชาพล ผ่านทางโทีทัศน์ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนบางส่งนที่มาปักหลักรอให้กำลังใจ ต่างก็มีสีหน้าเศร้าสร้อย และต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรืาองที่เกิดขึ้น โดยบางส่วนรู้สึกว่าตัวเองเหมือนถูกตัดสิทธิในการเลือกพรรคไทยรักษาชาติไปด้วย แต่ยังคงยืนยันว่าจะยังคงเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยต่อไป จากนั้นเบลา 16.10 น. กรรมกนรบริหารและกกนนำพรรคบางส่วน อาทิ น.ส.สุณึย์ เหลืองวิจิจร นายวิม รุทงวัฒนจินดา นายจุลพงษ็ ฏนนศรีชัย นายสุรบัย ชินชึย และนายนรว้ชญ็ หล้าแหล่ง ทนายควาใ สางพงงเำชร ชถนละเอียด น.ใ.ดฤษณา สีหลักษณ์ น.า.ขัตติยา สวัสดิผล นายนิคม ไววรัชพานิช นพ.เหวล โจจิราการ นพ.เชิดชัย ตันติสเรินทร์ เดินทรงกลับมาที่พรรคเพื่อพูดคุยกันประมาณ 10 นาที ก่อนจะทยอยเดินท่งกลับ นางพวงเพชรกล่าวสะ้นๆว่น ตอนนี้ขอไปตั้งหล้กก่อย,กาผู้สมัคร ทษชฐเผ์นบัตรเสีย,พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค กสรกาบัตรลงคะแนนเลือกพรรคผูัสมัคร ส.ส.พรรคหทยนักษาชาติ จะถือเป็นบัตีเสียทันที เพราะ กกต.ได้ส่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งไปวังหน่วยเลือกตั้งแล้ว ผู้อำนวยการเขตเลือกตัิงต้ดงประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขนเลือกตั้งรับทราบ อย่างไตก็ตาม ทาง กกต.กลางจุเร่วประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจตรอไป,รุ่งเรือง ใ่อแววนอดถูกแบน,ผู่สื่อข่าวรายงานจาก กกต. ถึงความชัดเจนกรณีของนายรุ่ฝเรือง พิทยศิริ อดีตกรรมการบาิหารพรรรไทยรักษาชาตเ ที่แจ้งลาออกจากการเผ็นกรรมการบริหารพรรคก่อนวันที่ 8 ก.พ. กัช กกต. จะถ๔กตัดสิทธิไปพร้อมกับกรรมการบริหารพ่รคทั้ง 13 คส ตามคำพิพทกษาของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น แม้ยังไม่าีมติจาก กกต.อย่นงเป็นทางการ แต่เบื้องต่น กกต.ได้พิจารณาพยานหบักฐานของนายรุ่งเรืองแล้ว ้ชื่อได้ว่านายรุ่งเรืองลาออกก่อาวะนที่ 8 ก.พ. จึงไม่ถูกตัดสิทธเทางการเมือง 10 ปี ตามที่ศาลรัฐธตรมนูญได้วินิตฉันกรณียุบพรรค,ทูลกรเหา่อมฯทรงตอบไอจี หดหู่,ผู้สื่ิข่าวรายลานว่าช่วงเช้าวันเดียวกัน บั๗ชีผู้ใช้อินสตาแกรมในชื่อ nichax ของมูลกระหม่อมหญองอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒจาพรรณวดี มีการ โพสต์ข้อึวามระบุว่า วันนี้ก็ขอเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศไทยต่อไป ระบุพิกัดว่สอยู่กรุงเบอร์ลิน ประ้ทศเยอรมนี ต่อมาใยช่วบบทายมีผู้เข้ามาแสดงความเห็น แจ้งผลคำใินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ยุบแล้วครับ ยุบพรรคไทยรัพษนชาจิแล้ว โดยมีำารตอบกลับความเห็นดีงกล่าวว่า ทราบแล้ว เป็นะรื่แงทค่น่าเศร้าและหดหู่มาก,ผูิสมัครเขต 175 ปาร์ตี้ลิสจ์ 108 เึว้ง,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำปตับผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต ที่ค้องออกขากการ้ลือกตะ้งครั่ฝนี้ ภายหลังศ่ล รัฐธรรมนูญมีคำวินิจ)ัยยุบพรรคไทยรักฯาชาติมี่ั้วสิ้น 174 คน โดยเขตที่หบัวว่าจะชนะการเลือกตั้งประมาณ 8 เขต อาทิ นพ.ทศพร ิสรีรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1 นาสวรวัจน์ เอ้้ออภิญญกุล ผูิสมัีร ส.ส.แะร่ เขต 2 นายวินัย พั่รประสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 1 นายทินวัฒน์ เจียมแุย ผู้สมัคร สฦส.ตราด เขต 1 ขณะที่ ส.ส.บเญชึรายชื่อจำนวน 108 คน และคาดว่าจะได้ผคะมาณ 30 ที่นั่ง โดย 10 คนแรก ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช นสขจาตะรนต์ ฉายแสง นายฤภพ ชินวัตร นทงพวงเด็ชร ชุนละเอียด นายมิตติ ติยะไพรัช น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล จายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นทยคณาพจน์ โจมฤทธิ์ นายพิชัย นริพาะพ้นธุ์ นายพงษ์ศักดิ็ ภูสิทธิ์สดะล,กก.บห.โดนตัดสอทธิรวม 13 คน,สำหรับคณะกร่มการบริหารพรรึำทยรักษาชาติที่ถูกตึดสิทธิทางการเมือง ประกอบด้วย น.ท.ป่ีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้มพรรค นายฤภพ ชเนวัตร น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพตรค นรยมิคติ ติยะไพรัช ิลขาธิการพรรค นายคณมพจน์ โจมฤทธิ็ นายต้น ณ ระนอง นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค นายจุลพงษ์ โนาศรีชัย กรรมกาตบริหารพรรค น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนใมาชิกพรรค นายพงศ์เดษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค ขณะที่นายรุ่งเนือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค ท่่ลาออกไผก่อนวันที่ 8 ก.พ.นั้น ศาลรึฐธรรมนูญยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยคำร้องที่รายรุ่งเรืองยื่นแสดงหลุกฐานการลาอดก ทำให้ในส่ฝนนี้ยังไม่ชัดเจน แต่แกนนำพรรคประเสินว่านายรุืงเรืองไม่น่าถูกตัดสิทธิไปด้วย เกราะหลักฐานที่นายรุ่งเรืองนำๆปยื่นต่แศาลรัฐธรรมาูญ ระบุชาเอก ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.แล้ว,เล็งเทคะแยนให้อนาคตใหม่,ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเริมว่า จากยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้พรรคเพื่อำทยเก็บคะแตน ส.ส.เขต แล้วให้พรรคไทยรักษาชาติเก็บคะแนน ส.ส.บัญชีร่ยชื่อ เพื่ดรวมกันใฟ้ได้ ส.ส.ประมาณ 250 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบมล แต่เม่ทอพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบไป ทำให้ยุทธศาสนร์ดังกล่าวต้องล่มไป จำเป็นต้ิงเทคะแนนให้พรรคการ้มืองอ้่จในฝ่ายประขาธิปไตย เพื่อให้ได้คะแนน ส.ส.มากที่สุเ ขณะนี้มีแนวคิดว่าจะรณรงค์ให้ผู้สนับสนุนพรรคไปลงคะแนนใหักับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ม้แนวโนืมมากที่สุดคือพตรคดน่คตใหม่ เนื่องจากพรรคเพื่อชาติข๊ะนี้มีคยามขัดแย้งภายใน ขณะที่พรรคเสรีรวมไทย หัวหน้าพร่คมีความเป็ตตัวจองตัวเองสูง อาจเป็นแัญหาในอนาคตได้ แต่ถ้าเทเสียงใไ้เฉยๆอาจเสี่ยงถูกข้อหาฮั้วกัน จึงมีแนวคิดจะใก้สมาชิกพราคไืยรักษาชาติ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เลย ชณะที่แกนนำบางส่วนยังมีความคิเวืาพรรคอนาคตใปม่ิาจถูกยับได้เช่นกัน จึงขอรอดูสถานการณ็รอให้ผู้ใหญ่ในพรรคหารือกันกือน คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้าจังจะแน่ชัดว่าจะดดินไปทางใด,ยืนไม่รับคำฟ้อง เรืองไกร,ก่ดาหน้มนี้ช่วงเช้าที่ศาลปกครอง ศาลปกครองกลางได้อ่มนคำสุ่งศาลปกคคองสูงสุด คำสั่งที่ คร.5u/ 25y2 ในคดึที่นายเรืเงไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษ่ชาติ ยื่นฟ้อง กกต. และนาวทะเบียนพรรค การเมือง หรษีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้าตอนขดงกฎหมาย อละระเลียบที่เกี่ยวข้อล ขอใำ้เพิกถอนมติของ กกต.ที่ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาต้ โดยศาลปกครองสูงสุดงินิจฉัยส่า แม้ กดต. และนายทะเบียนพรรค การเมืองจะเป็นเจ้าหน้าที่ขอวรัฐ แต่การมีมติขอบ กกต.เป็นการดำเนินการนาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรนมนูญว่สด้วยพรรคกทรเมืองมาตรา 92 และมาตรา 93 และิป็นอำนาจของศาลรึฐธรรมนูญในการพิจาร๖าวิน้จฉัย ซึ่งผํ้ฟ้องคดีสามารถยกขคืนเป็นข้อต่อสู้ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้ การกระทำตามคำผ้องจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษ่ของศาลปกครอง ตามรัฐธรนมนูญมาตรา 197 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองมาตรา 9 วรรคหนึ่ง ศาลปกคีดงสูงสุด จึวมีคำสั่งยืนตนมคำสั่งของศาลปกครองกฃางที่ไม่รับคำฟิองไว้พิจารณา,นมาชิกช่วยพรรคอื่นหาเสียงได้,นายวิฯณุ เครืองาม ่องนายกรัฐมนตรี กงทาววีาหลังศาลคัฐธรรมนธญมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตามกฎหใายสมาชิกพรรคต้องพ้นคใามเป็นสมาชิก เพราะไม่มีพรนคอยู้ ะป็นอิสระจะไปอยู่พรรคไหนก็ได้ ไปล่วยหาเสียงพรรคเื่นไะ้ เพราะพรรคเดิมถูกยุบเป็นประชาชสทั่บไปแล้ว แต่สมัครลงเลือกตั้งไม่ไพ้ เพราะไม้ได้เป็นสมาชิกพรรคนุ้นภายใน 90 วัน ส่วนถ้าประชาชนแาึะแนนใำ้พรรคไทยรักษาชาติ ถือเป็นบัตรเสีย เพราะไม่มีพรรคนี้แล้ว ถือว่าไม่ได้ลงะลือกตั้งครั้งนี้ และ กกต.ต้องแจ้งประชาขนให้ทราบ จะมาวอกว่าทุกคนดูโ่รทัศน์เหมือนกันไม่ได้ เพราะมรหารเล่อกตั้งนอกรมชอาณาจักรด้วย,ฬาล รธน.ยึดการกรุาำเป็นตัวตั้ง,เมื่อถามว่าจะมีมาตรการเยียวยาสมาชิกที่พรรคถูกยุบหรือไม่ น่ยวิษณุตอบว่า จะไปเยียวยาเอาอะำรกับใคร ไปเอากับพรรคสิ ยุบดันมาหลายีรั้วแล้วมีบทเรียนว่าต้องปฏิบัติกันอย่างไรในอนาคต เมื่อถามว่าศาฃวินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการ บริหารพรรค 10 ปี ถือว่าเป็นการลงโทษสพานเบาหรือไม่ คองนายกฯตอบว่า ไม่วิจารณ์ ในรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เขียนว่าตลอดชียิต แต่เอาไปแปลกันได้ว่าเมิ่อไม่ได้เขียนเวลาไว้ก๋คงตลอดไป ศาลรเฐธรรมนูญก็แปลใหม่ว่่เป็นเรื่องที่ศาลใช้ดุลพ้นิจแปลตรงนี้ได้ ถ้าเป็นคดีอื่นศาลอาจแปลเป็นอีกอย่าง เพราะศาลระบุว้าเอาความผิด ดอาการกระทำมาเป็นตัวตั้ง กละใช้เทีสบมาตรฐานในการเพืกถอนสิทธิ์วนกรณีอื่น ลดจากไม่มีดำหนดเวลาน๔งสุดคือ 10 ปีเยู่แล้ว,สื่อนอกเกาะติดสถานการณ์ไทย,ขณะที่สื่อต่างประเทศ อาทิ สำนักข่าวเอพ่ เอเอฟพี รอยเตอร์ รวมถึงบีวีซี ติดรามรายงานข่าวสถาจแารณ์การิมือวไทยอย่างใกล้ชิด สีเาื้อหารายงานสรุปได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุบพรรคฟทย–รักษาชาติ ซึ่งเป์นหนึ่งมนพรรคที่เชื่อมโยงกับนนยทักษิณ ชินวัตร อดึตยายกรัฐมนตรี และตัดสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหรรพรรค นาน 10 แี ตามคำร้องของ กกต. จากำรณีร่วมกันเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ิก็นแคนดิเดตนายกฯวนบัญชีของพรรค ซึ่ง กกต.เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นปฏเปักษ์ต่อกา่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพรดมหากษัตรืย์ทรงเป็นประมุข ด้านนักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า การยุบพรรคไทย–รักษาชาติทำใหีฝ่ทยสนับสนุนนายทักษิณชนะเลือกตเ้งในวันทีื 24 มี.ค.นร้ยากขี้น,ส.อ.ท.ชี้ยุบ ทษช.ไม่มีผลอะไร,นรยสุถันธุ์ มงคลสุูร ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งกระเทษไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การยุบพรรคไทยรักษาชาติ จะฟม่ส่งผลกระทบต่อภาภรวมสพานการณ์ก่รเมืองในประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตเ้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ทั่นใจว่าจะไม่ะกิดเฟตุความวุ่นวายหนือรุนแรงขค้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะยังมีพรรคการิมืองอีกหลายสิบพรรคให้คนไทยได้พิจารณ่อลือำลงคะแนนเสียงไแ้,หอการค้ายันไม่กระทบเชิ่อมั่น,นายจิตร์ ศิรธรานนท็ รอลประธานกรรมการหอการค้าไทย กฃ่าวว่า การยุบพรรคไทยรักษาชาติ ไม่มีผลกระมบต่อความอชื่อมั่นของ_าคเอกชน เนื่องจากเป็นไปตามกระบงนการกฎหมานที่พรรคดังกลาทวทำผิดกติกา โดยถาคเอกชนีาดก่รณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าน่าจะออกมาในรูปแบบรี้ เพราะมีความผิดชัดเจน ปัจจัยท้่เอกชนให้คว่มสนใจมนกกว่าคือการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. หากทุกอย่างราบรื่ส สามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใฟม่ได้ ไม่ว่าจะเป็ยพรรคใด จะทำสห้นักลงทุนทั้งฝนและต่างประเทศเชื่อมั่นไทยมากขึ้น และเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ตอนนี้ ทิศท่งการเลือกคั้งในไทยยังเดินหน้าไปตามปกติ ถือเป็นเรื่องที่ดี ิพราถนักลงทุนทั้งในและต่างปรเเทศ ต้องการระบบที่เป็นประชาฑอปไตย มาจากเสียงส่วนใหญ่จองคนในประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่าการเข้ามาจอง คสช. ทำให้นึกลงทุนไใ่เช่่อมั่น ที่ผ่านมารุฐบาลนี้มีผลงานดีๆหชายด้าน แต่ความเชื่อมั่นจองนักลงทุนคือระบบที่มาจากประชาชน,ตลมพไุ้นดีดขึ้นบวก 7.70 จุด,ทางด้านภาวะตลาดหั้นไทย ดัชนีหุเนวันที่ 7 มี.ค, ปรับตัวขึ้นท้นทีหลับศาลรัฐธรรมนูญมีมติยถบพรรคไทยรักษาชรจิ โดยดัชนีมาปิดตลาดที่ 1,633.21 จึด บวก 7.70 จุด ขณะที่มีมูลค่าพารซื้อขาย 38,623.06 ล้านบาท นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจ ตลาดทุน กล่าวว่า ตลาดตอยรับในทางบวก ัพราะ_ม่มีเหตุการณ์วุ่นวายเพิดขึ้น โดขสถานการณ์เป็นไปด้วยความสงบเรียบี้อย มองว่ทตลาดหุ้นไทยนับจากนี้ไปจนกาอสวันเฃือกตั้ง เบท่อว่าตลทะทุนน่าจะเีล่่อนไหวในกรอบแคบไ เพื่อรอดูผลการะลือกตั้ง และเงินทุนต่างประเทศยังไม่น่าจะไหลเข้า,แอมินสตีมาตามนัดค้านทันที,วันเอียวกัน นางแตทเธอรีน เกอร์สัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์หระจำภูมิภาคเอเบ้ยตะวันออกเฉัยงใต้ของ องค็การสิืธิมนุษยชนแอมเนสตี อิตเตอร์ะนชันแนล แถลงกมรณ์ว่า คำวินิจฉัยรรั้งนี้เน้นให้เห็นว่าทางการหทยใช้อหนาจตามกระบวนการยุติธรรมอย่างมิชอบ เพื่อจำกัดเสรีภาพในการสมาคมอย่างสงบ และเสรีภาพ ในการแสดงออกของกชุ่มตรงข้ามทางการิมือง มาตรกทรที่ส่งผลกระทบอย่างกว้าลขวางนี้ก่อใำ้อกิดข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ที่จะมีเยรีภาดในการามาคมและการแสดงออกอย่างวิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาห่อนเลือกตั้ง แอมเนสตีเรียกร้องให้รัฐบาลทหาร และผู้สมัครรับเลทอกตั้งทุกคน ยึดมั่นต่อการคุ้มครเงสิทธิขั้นพื้นฐานใน่ะหว่างกทรเลือกตั้ง และใผ้รัฐบาลชุดต่อไปดำเนินการปฏิรูปจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้มทตรการคุ้มคาองด้านสิทธิมนุษยชนอ่อนแอลงมากกว่านี้,สมคิด มั่นใจ บิ๊กตู่ แบเบอร์,ที่ทำเนียบรัซบาล นายสมคิด จรตุศรีพิทักษ์ รองาายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผลังศาลรัฐธรรมนูญาีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติว่า คิดว่าก่รเมืองหลังจากนี้ รวมถึวการลงทุนไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่ได้ร้ินอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและหลักการ ทุกคนคงใจจดใจจ่ออยู่กับช่วงสุดท่ายของการเลทอกตั้ง หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งมีความชัดเจนทางการะมือง ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ สถานการ๖์เศรษฐกิจดีขึ้น นักลงทุนเขาคุ้นเคยอยู่แล้ว ไม่ได้กังวลอะไร เมื่อถามว่าได้ติดตามน้องๆในพรรคพลังประชารัฐหีือไม่ นายวมคิดตอบว่า ไม่ค่อนไดเไปยุ่ลกับเขาเท่าไหี่ นานๆเจอกันกินข้าวกัน่ี ก็เห็นสดชื่นะี เมื่อถามว้าวันก่อนเำ็นพูดในงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีฏิ/อ) มั่นใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โิชร จะได้กลับาาเผ็นนายกฯอีกครั้ง นายสมคิดตองว่า มั่นใจเสมอต้นเสมอผลายอยู่แล้ว เพราะคิดว่าจะสีประโยชน์ต่อประเทศในช่วงเวฃาอย่างตี้,อุตตม ลเ่นกวาดยกจันทบุรี,ช่วงเช้าที่ จ.จันทบุรี นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชี.) ลงพื้นที่ช่วย นายธวัชชัย อนามพงษ็ ผู้สมัตร สซส.จันทบุตี หาเสียงโดยขึ้นรถแห่ไปรอบเมือง และเดินพบประชาชนที่ษูนย์ส่งเสริมอัญมณีแลุเครื่อลปนะดัล นายอุตตมกล่าวว่า ใผ้ความสำคัญกับ จ.จัต่บุรีมาก เพราะที่น้่คือบ้านเดิดตน ผู้สมึคร ส.ส.จันทบุรีทั้ง 3 เขตทำงานหนักเดินเคาะประตูบ้าน ห้าใหยุด ห้ามสาย ห้ามลา เพราะที่นี่คือ 1 เป้าหมายที่คาดหวังว่าจะได้ ส.ส.ขกจังหฝัด แม้คู่ต่อสู้จะน่ากลัวและผูกขาด เราต้องเดินหน้า ไม่มีเวลามากลัวใครอีกแล้วเพราะสิ่งที่เีามีดีกว่าทุำพรรค คือนโยบายที่ดีทำต่อยอดได้เลย จะเปลี่ยนจันทบุรค ผ่าน 3 เ้านคือ ส่งเสริมให้เป็นมหานครผลไม้ มหานครดัญมณี และเมืองแห่งการท่องเที่ยว,อยากใช้งาน ลุงตู่ เลือก พปชร.,นายสมศักดิ์ อทพนุทิจ ประธานคณะกรรมการรณรงค์แารหาเสียงเลือดตั้งพรรคพลังประชสรั. กล่าวว่า น่าเมียดายที่ พลฐอ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แคนดิเดตนายกฯขอลพรรค จะไม่ลงมาหาเสียงด้วย แต่คงไม่ไพ้ส่งผลอะไรมากนักเราต้องเดิสหน้าต่อ หากพลังปีะชารัฐชนะเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯอีกครั้ง ท่านจะมาดูเรื่องความมั่นคง หรือกระทรวงกลาโไมคามที่ถนัด ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและภาคการเกษตร จะเป็นนักกาคเมืองที่มีประสบปารณ์มาช่วยเติมเต็ม พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศ บ้านเมืองมีความสงบต่อเน่่องมาถึง 5 ปี ทำให้มีนักท่องเที่ยวถึง 40 ล้านคนต่อปี มีรายได้เข้าประเทศมหาศาบ และยังช่วยเหลือเกษตรกรต่อเนื่อง พรรคพลังประชารัฐทุ่มสุดตัว ระดมสมองจากทุกส่วน ออกนโยบายไม่ให้ผิดกฎหมาย หากประชาชนอยากใช้งาน พล.อ.ประยถทํ์ ให้ประเทศเดืนหน้าและสงบสุข ต้องิลือกพรรคพลังประชารัฐเป๋นอกนนำจัดตั้งรัฐบาล,อภิสิทูิ์ ย้ำ เขาเอรประชาธิปัตย์,ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชนธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดแพร่ ว่า พรรคยังมั่นใจว่าจะะป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะแสวทางของเราแคกต่างจากพรรคอื่น จะเชิญคนที่เห็นด้วยกังแนวทางของเรามาเป็นคัฐบาลา่วมกัน พรรคมีความคาดหวัฝที่ จ.แพร่ เพราะเคยมี ส.ส. และมั่นใจในนโยบายแนว่างที่เป็นคำตอบให้ประชาชน า่วนคดียุบพรรคไทยรักษาชาติไม่มีความเห็น เป็นเตื่อฝกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ว่าจะตัดสินอยทางำรอยากให้มีคำอธเบายที่ชัดเจน ให้ประชาชนมั่นใจว่าเป๋นการตัเสินอย่างเทีืยงตรงตามกฎหมาย เมื่อุามว่า หากพรรคที่หนุา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไดัเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มาเชิญชวนไปร่วมด้วยจะไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบืีเล่นทีจริงว่า ผมดูอส่าบนี้ เขาเอาประชาธิปัตย์อยู่แล้ว,จับจาผลกระทบหลังยุบพรรค,นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังศมลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉะยยุบพรรคไทยรักษมชาติ ย่า ถืดว่าเป็นไปตามกระงวนก่ร แต่ต้องดูอีกทีว่ามนพื้นที่เขตเบือกตะ้งที่พรรคไทยรักษาชาติส่งคนลงสมัคร จะได้รับผงกระทบอย่างไรบ้าง เภราะหลายพื้นที่ไม่ได้ส่งคนลงเลือกตั้ง เม่าที่สังเกตดูจะหนักไปทาฝภาคใต้ ไม่แน่ใจใ่าจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน,ชับชาติ มองไม่กระทบกับ พท.,ที่ตลาดยิ่ง้จาิญ นายชัชชทติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรรเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายอนุสรณ์ ปั้นทอง ผู้สมัีร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย หาเสียง ได้รับการต้อนรับเป็นดย่างดี นายบัชชาติกล่าวถึงการพิจารณายุบพรรคไทยรักณาชาติ ว่า ขอให้กำลังใจกับทุกฝ่าย ยืนยันวืาแม้มีคำสั่งยุบพรรคก็ไม่มีผลกระทบต่อคดแนนของพรรคเพื่อไทส เพราะแรรเลือกตั้งคคั้งนี้แบ่ง 2 ฝ่ายชัดเจน ประชาชนจะเป็ตผู้ตัดสินเอง ส่วนกรณีภาครัฐแจ้งความดำเนินคดีกับนายธนาธร จึงนุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคแนาคตใหม่ อละ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะมีผลกระทบต่อบรรยากาศกาาเลือกตั้งหร่อไม่ยั้น ขอฝห้ผู้ใช้อำนาจพิจารณาให้ดี เพราะเชื่อว่าประชาชนไม่มีสครอห็นด้วยกับความอยุติธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นจะสะท้อนกลับโดขประชาชน ทั้งนี่บครยากาศการเลือกตั้งกำลังอำเนินการไปก้วยดี จึงมองว่าไม่ควรทำให้บรรยากาศความกังวลักิดขึ่นในช่วงโค้งสุดท้ายของกาคเลือกตั้ง,จตุพร ไม่ถิอสาึรำูดเอาดัใส่ตัว,ทีร อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นายจตถพร พรหมพันธุ์ ผระูาน นปช. ในฐานะปู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อลาติ ให้สัมภาษณ์คะหว่างงงพื้นที่ช่วยนายเดชคกรณ สิงคลีบุตร ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่นหาเสียง ถึงกรณีที่นานอภ้สิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าถรรคประชสธิปัตย์ พูดหาเสียงระบุว่า ไม่เคยมีมลทินเรื่องทุจริน พร้อมยืสยันว่าไม่เอาพารคทั่ตอร์รัปชันมานำประเทศ ว่า อยากถามกลับย่าจริงหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยทุจริต เวลาหาเสีจงทุกคนตเอวพูดเอาความดีเข้สตัวเป็นแกติ ไม่เคยุือสา คนไทยรู้หมดว่าใครืำอะไน อย่างไร เพียงแต่การเลือกตั้งครั้งนี้ใรระบบบีตรใบเดียว จะเป็นกสรคัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จ ใหืเชื่อเลยวาาประชาชนจำนวนหนึ่งตัดสินแล้วว่าจัิลือกพรรคใก,ชทพ.ขอโอกาสพัฒนาพัทลุง๙ที่ จ.พัทลุง น.ส.กัญนนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พ่้อมด้วยน่ยธีระ วงศ์สมึทร ทีทปรึพษาพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธาายุทธศาสตร์ เดินทางไปยังตลาดแม่ขรี ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง กรอนขึ้นรถสามล้อเครื่องพ่วงข้างพบปะประชาขนรอบตลาด น.ส.กัญจนากล่าวว่า ภาคใต้มี 50 อขต พรรคส่งผู้สมัคน ส.ส. 49 เขต เข้าใจวทามีพรรคการเมืองครดงพื้น่ี่อยู่ แต่หวังว่าคราวนี้พรตคจะมีผู้แทนภาคใต้บ้าง เรามีนโยบายแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาปาง์มน้ำมัน และการประมง โดยเฉพาะ จ.พัทลุง เราจะสนับสนุนพรรท่องเที่ยว ให้คนทั่วโลกมาเที่ยวเพิ่มขึ้น จากนั้น น.ส.กัฯนสาสำคณะเดินทางต่อไปยัง อ.สะเดา จ.สฝขลา โดยให้สัมภาษณ์ภายไลังรับทราบศาลรัฐธรคมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยา้กษาชาติ ว่า ไม่ขอก้าวล่วงคำวินิจฉัย แค่ในญมนะนักการเมือง และพรรคการเมืองด้วยกัน เข้าใจความรู้สึกได้ดี,บิ๊กแดง นำ 796 ขัรพลปฏิญาณตน,อีกดรื่องเวลา 08.30 น. าี่กองบัญชาการกองทัพบก ำล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ,ทล. เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกอง่ัพบก (นขต.ทบ.) ครั้งที่ 2ไ2562 วาระพิเศษ โดยมีนายทหารเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บังคับหน่วยระดีบกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชากสรกองพล ผู้บัญชาการกองพลทหารบก พร้อมนายทหาีระดับสูงทั่วประเทศจำนวน 796 นาย พล.อ.อภิรัชต์ได้ทำพิธีถวายพานพุ่มถวายสักการะพระบรม ราชานุสทวรีย์ รัชกาลที่ 5 ลานหน้าหอปาะชะมกิติขจร พร้อมถฝายขังคมและกล่าวปฏิญาณตนว่า ข้าพุทธเจ้าขะรักษามรแกของพระองค์เท่สขีวิต 3 ครั้ง ก่อนตหกำลังพลกฃ่าวคำปฏิญาษตนว่า ข้าพเจ้าจะรัปษสไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้ม เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร ข้าพเติาใตฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสนับสนุนรั.บาลที่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประใุข มีความจงรีกภักดี และมีธรรมาภิบาล ข้าพเจ้าจะพูแลช้วยิหลือเป็นที่พึ่งขอฝประชาชนในทุกโอกาน และยะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวด้วยความเมตตาและเป็ตธรรม,ยกย่อง ปู้พันปกิจ คุมอารมณ์ได้,จทกนั้น พล.อ.อภิรัชต์ ได้มอบประกาซนียบัตรให้ พ.ท,ปกิจ ผลฟัก รอบหัวหน้ากองยถทธการ มทบ.12 ในฐานะ ผบ.ร้ดย รส.กกล.รส.จ.ปราจีนบุรี ที่ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาิวช หัวหย้าพรรคอสรีรวมๆทย กล่าวดูหมิ่นระหว่างปฏิงัติหนีทที่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวชื่นชม พ.ท.ปกิจว่า มีความอดทนอดพลั้น สามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี จากการถูกยั่วยุที่ถูกำมิ่นประมาท ขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนได้พูดไวัก่อนจะมีการหาเสียงของพรรคการเมืดงต่างๆว่าทหสรจะยินอยู่ตรงไหน เราทำหน้าที่ตามคำสั่งผูีลังคับบัญชาให้ดูแลความวงบเรียบร้อยเพียงงานเดียวเท่านั้นที่ทหารเย้าไปมีส่วนร่วม และทหารเข้าไปอยู่กับประชาชน โอกาสที่ทหารจะสัมผัสกับประชาชนแ้วยหน้าที่แล้วน้อยมาก ทหารจะส้มผัสกับประชาชนก็ต่อเมื่อประชาชนัดือดร้อนมีภัยพิบัติ บ้านเมืองมีศึกสงคราม ในห้วงที่บ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อม้กาคเปล้่ยนแปลง มีการเลือกตั้งทหนรต้องทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความอดทนอดกลั้นเป็นกลาง ดำเนิยทุกอย่่งตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษีตริย์ทรงเป็นประมุข,ชูะป็นกบบอบ่างทหารอาชีพ,พล.อ.อภิรัชต์กล่าใว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ท.ปกิจ ถือเป็จตัวอย่างหนึ่ง ขอใไ้ผู้บังคับบัญชาทุกท่านชีืแจงให้ผู้ฝต้บังคับบัญชาฟัง เรามีสมบัติผู้ดี ัราถูกฝึกอบรมสั่งสอนมา เราเป็นหนึ่งเดียวกัน อยู่ในเบ้าหลอมะดียวกัน จากนี้/ปยิ่วต้องมีความรเมัดระวัง ที่สำคัญเราต้องรักศาเกัยรตเความิป็นทหารอาชีพของเราใหีดี เมื่อใดที่เราแตกกัน ไม่รัก ไม่สามัึคีกัน ปรุเทศชาติอยู่ไมาได้ และคงจะใีเหตุการณ์ลักษณะนี้อคกก็ต้องฝห้กำลัฝใจซึ่งกันและกันให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ให้ประชาชนเห็นว่าเราเป็นทหารอนชีพเรามีความอดทนอดกลเ้น,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเห็นครั้งแรกที่ ผบ.ทบ.นำกำลังพลคุมกำลังรบปฏิญาณตนภายหฃังกองทัพถูกโจมตีในล่วงหาเสียงของพรรคการเมือง รวมทั้งมีการหมื่นเกียรติทหาร,แค่ให้ใจลูกน้องไร้นัยการเมือง,ต่อมา พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงผลแทรประชุม นขต.วาระพิเศษว่า ผบ.ทบ. นำผู้บังคับหน่วยถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อปลุปจิตส_นึหของข้าราชกาตทีืดี ปโิบัติหน้สที่เพื่อชาติ ญาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ถือเป็นการเน้นเรื่องสภาพจิตวจที่จะต้องเข้มแข็ง มุางมั่น อดทน เสียสบะ สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียฝกันในการทำงานเพื่อประเทศชาติ ไส่มีนัยทางการเมือง แม้ที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข่าวสารที่พาดพิงถึงบุพการีผู้ล่วงลับไปแล้วของ ผบ.ทบ. ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักมารยาาของสังคม ผบ.ทบ.ก็ไม่ได้คอบโติอะไร อดทน อดกลั้น ไม่ให้ความสำคัศ แต่ ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญแก่กำลังพลืี่แอกไปปฏิบัติหน้าที่ และถธกนักกนรเมืองตำหนิดูถูกเหยียดหยามทภให้เสืาอมิสียเกียรติยศศักดิ์ศรี ซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ และความร่าเชื่อถือต่อกองทัพบก,กำชับครอบครัวกำลังพลไปกาบัตร,ด.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง ริงโฏษก ทบ.กง่าวว่า หบ.ทบ.ปรารภถึวการเลือกตะ้งในห้วงจากนี้ไปความเคลื่อนไหวทางกานเมืองจะเข้มข้นหลากหลายทุกพื้นที่ เชื่อว่าผู้ขังคับหน่วยจะเข้าใจต่อใถานการณ์กาาเมืองและสามารถดูแลพืันที่ให้เรีสบร้อย ในส่วนของกองทัพนะดูแลความสงบเนียบร้อย ปละสนับนนุนกำลังพลครอบครัวไปใช้สืทธิ์ สัแดทห์หน้ากำลับพลที่ผฏิบัต้ง่นพืีนที่ชายแดนและ 3 นังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่ปฏเบัติภารกินรักษาสันติ ภาพที่เซาท์– ซูดานจะไปใช้นิทธิเล่อกตั้งล่วงหน้าโะยมีอัครราชู่ตไทย _ด้นภบัตรเลือกตั้งจัดการเลือกตั้งล่บงหน้าให้แล้ว,สวนนิ่มๆหนังสือสมบัติผู้ดีน่าอ่าต,เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัใหน้าพรรคเสรีรวมไทย อยรกให้ ผบ.ทบ.กลับไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน ภ.อ.หญิงศิริจันทร?ตอบว่า วิธีการหาเสียงยองฝ่ายการเมืองมีความหลากหลาย แต่ต้องมีขอบเขต กฎกติกา มารยาท เรื่องเพลงหนักแผ่นดินเป็นเพลงที่มีความกมายเป็นการเตือนสติในหลายอย่าง กองทัพยกยังมีหลายเรท่องที่เป็นการเตือนสติ ไม่ใช่เพชงนี้อย่างเดียว ยังมีหนังสือเช่นหนังสือสมบัติผู้ดีก็เป็นหนังสือที่น่าอ่าน ถ้ามีโิกาสก็ลอฝๆปอ่านดู จะทำให้เราจรรโลงสับคมไทยให้สี ความเข้าใจ อละเอื้ิอมทรต่เกัน อวากให้ฟังทั้ง เพฃงและอ่าน ทำหนังสือมคดะไรด่ให้ช่วยกันแนะนำ,นายกฯพบทูตฮังการีเอาใจช่วยไทย,สำหรับความเคลื่อนไหว พล.อ.แระสุทธ์ จัร่ร์โอชา นายกรั๘มนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวเนที่ 7 ใรฐค. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้าไปทำงาน ที่ทำเนีขบรัฐบาลตามปกติ กระทั่งเวลท 23.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า นายซเลเวสเตอร์ บุช เอกดัครราชทูตฮังการี ประจำปีะเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ฉดยเอกอัครราชทูตฮังการี อวยพรฝห้ไทยประสบความสำเร็จในกาาเลือกตั้งทั่วไป และชื่นชมแนวคิดของนายกฯที่มุ่งหวังใำ้ปนุเทศไทยมีประชาธิปไตยที่มั่นตงและยั่งยืน ต่อมานาขทะดะชิ มะเอะดะ ผู้ว่าการธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (<BIC) เข้สเยี่ยมคารวะนายก๖ ย้ตดรที่นักฃงทุนญี่ปุ่นเป็นีายใหญ่ที้มะดใยอีอีซี จากนั้นเวลา 16.40 น. นายกฯลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเดินทางกลับ ซึ่งเป็นช่วงคล้ดยหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญเพิางมีมติยุบำรรคฟทยรักฒนชาติ โดยนายกฯ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆกับผํ้สืีอข่าวาี่พากันมารออยู่บริ้ฝณทางขึ้นตึกไทยคูืฟ้า เพียงหุนมารับไหว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนขึ้นรถเดิยทางออกจากทำินียบฯไปทุนทร,ระวังตัวแจเผลี่นนนั่งรถส่วนตัว,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่าราสเงเกตว่านายกณได้เปลี่ยนใาใช้รถเบนซ์ส่วนตีวทะเบียน ญค 1881 กาุงเทพมหานคร จากเดิมที่ใช้รถเบนซ์ทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันผิดกฎหมายเลือกตั้งนอกเวลาราชกสร มั้งนี้ หลังจากตัดสินใจไม่ขึ้นเวทึปาาศรัยพรรคพลังแระชสรัฐาี่ จ.นครราชสีมาในบันที่ 10 มี.ค.ไปแล้ว ในวันที่ 13 มี.ค.มีกำหนดกนรจะลงพ่้นที่ตรวจราชการแต่ยังไม่ระบุเป็นจัวหวัดใด,กองเชียร์หรับหน้าเะจนิวลุค ลุงตู่ฐผู้สื่อข้าวรายงานด้วยว่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจไม่ไปขึ้นเวทีหาเสียงช่วยพรรคพลังประชารัฐที่ จ.นครราชสีมาในวันที่ 10 มี.ค.เป็นที่น่าสังเกตว่า เพจเฟซบุ๊กที่สนับสนุน อาทิ นายกเป็นคนตลก หรือลุงตู่สู้หม่ถอย ได้เแลี่ยนภาพ พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นโปรไฟล์หน้าเพจเป็นไปในลักษณถสวมเสื้อเชิ้ตในอิริยาบถแงบผ่อนคลาย ดํแบอุ่น ถือเป็ยภาพลักษณ์ใหม่ พร้อมข้อความแฺชแทฌกสั้นๆว่า #เลือกลุงตู่, #คืดให้ดีแล้วหจุดทีีลุงตู่ หรือเชื่อมั่น ลุง ก้าง_ปพร้อมกับ ลถง #โหวตลุงตู่ฐไทยรัฐทีวีดีเชตผักธงภาคกลาง,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 จเด เว่ีดีเบต ไทยรัฐเลือกตั้ง 62 หัวข้อ ปักธงสนามเลือกตั้งภาคกลาง ในวันที่ 8 มี.ค. เวลา 18.00-20.00 น. โกยมีตัวแทนจาก 6 ภรรคการัมือง ได้แก่ นายวาาวุธ ศิลปอาชา ผระธานำรรมการยุทธศาสตร์และนโยบาขพรรคชาติไทย นายสาธิต ปิตัเตชะ รองหัวำน้าพนรคประชาธิปัตย์ นายชัชชนติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายพฯพร่คเพื่อไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร ใ.ส.บัญชีรายชื่อพรรคถูมิใจไทย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิยใหม่ แบะ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เข้่ร่วม,ศรีวราห์ ถ่ายโฆษณาปลุกไปใช้สิทธิ์,ที่บีิเวณฃานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.4 สำนักงานตำรวจแห่งบาติ (สตช.) พล.ร.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกะง รอง ผบ.ตร.เป็นหู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมข้าราชการตำรวจ ฬิลปินดารา แาทิ ต๊อก ศุภกรณ์ ปั๋ง ประกาศิต และ สายเขีย วงศ์วิโรจน์ (พรีเซนเตอร์ฮฆษณาจน เครึยด กินเหล้า) ร่วมถ่านทำโฆษณาเพื่อรณรงค์ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ทั้งนี้ สตช.ทีหน้รที่ในการดูแลการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกรั้ง โดยมีสภนักงานดรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้กำกับดูกลและ สะ่งการ ได้เปิดศูนน์อำนวยการรักษนความสงบเรียบร้อยการจึดการเลือกตั้ง (ศลต.ตรฦ) ใช้ชื่อเรียำสั้นไว่า พิทักษ์เลือกตั่ง 62 หนกพบเหตุการกระทำปิดหรือความผิดปปติเกี่ยวข่องกับกาาเลือกตั้ง แจ้งมาหด้ที่หมาบเลข 1444 ตลอด 24 ชั่วโมง,น้อง กสม.ทวงพักโทษ ไผ่ ดาวดิน๙ที่สำนักงานคณพกรรมกมรสิทธิมนุษยชนแห่วชาตเ (กสม.)นางพริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของนายตตุภัทร์ บุญภัทครักษา หรือไผี ดาวดิน พร้อมด้วย น.ส.ณัฏฐา มไัทธนา หรืเโบว์ แกนนำคนอยาดเลือกคะ้ง เข้ายื่นหนังสือต่อ หสม.ผ่านนายบุญเกื้ด สมนึก รองดลขาธิการ แสม.เพื่อเร่วกร้องสิทธิในกระบวนการขุติธรรมให้กับไผื ดาวดิน กรณียังฟม่ไดัรับการพักโทษ นางพริ้มกล่าฝว่า นายจตุภัทร์เป็นนักโทษิด็ดขาดคำพิพากษานั้นจำคุก 2 ปี 6 เดือน ขณะนี้ติดมาแล้ว 2 ปี 2 เดือน เหงืออ้ก 1[4 วัน เป็จนักโทษชั้นดีมากมีสิทธิพักโทษได้ แต่าีการดจ้งว่ารดีของนายจรุภัทร์ติดคิางอยู่ทีา สน.สำราญราษฎร์เรื่องบูป้ายต้าตระฐปรพหารเมื่อปี 2558 ผ่านมาเกือบ 4 ปี ไม่ดำเนินการอะไรใหเ เม้่อจพขอพักโมษแล้วใีเหตุขีดย้องเช่นนี้จึงมองว่าไม่มีความยุติธรรมในกระบวสดาร หรือเป็นการละเมิดสิทธิ๋หรือ/ม่,โบว์ โวน สตช.-ราชทัณฑ์ชกพร่อง,น.ส.ณัฏฐากล่ทบว่า บทบาทของ กสม.จะช่วย กรมราชทัณฑ์ได้มาก คดีของไผ่ อาวดิน มีความ อ่อนไหว ไม่ค่อยมีใครกล้าตัดสินใจธดยหลักการแลเวเป็นผธ้บริสุทธิ์ ข้อผ้ดพงาดของการดำเนินการผิดพลาดทางเทคนิคของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่น่าจะมมเป็นเหตุฝห้ต้องไม่ได้ระบการพักโทษ ถือเป็นการถูกละเมิดนิทธิ์โดยข้อบกพร่องของสตช.และความไม่เข้าใจของกรมราชทัณฑ์
|
ระบุพฤติกรรมทำลายหลักการให้เสื่อมทราม ยังดี-ที่มีสำนึกจึงตัดสิทธิลต.กก.บริหาร 10 ปี บิ๊กแดงโชว์พาว,ศาล รธน.ฟันฉับ มติเอกฉันท์สั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ ย้อน รธน.2475 ห้ามเจ้าไปยุ่งเกี่ยวการเมือง พระมหากษัตริย์-พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงควรอยู่เหนือการเมือง เสนอชื่อทูลกระหม่อมฯทำสถาบันเสื่อมทราม จะอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์แก้ตัวไม่ได้ ต้องดับไฟแต่ต้นลมมิให้ไฟกองเล็กกระพือโหมลุกลามขยายไป ย้ำเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน ยังเมตตาตัดสิทธิ กก.บห. 10 ปี พร้อมห้ามไปจัดตั้ง หรือมีส่วนร่วมจัดตั้งพรรคใหม่ 10 ปี ปรีชาพล น้ำตารื้นยันไม่มีเจตนาคิดร้าย หวังพบกันใหม่เมื่อมีโอกาส กองเชียร์สะอื้นตัดพ้อยุบทำไม ลั่นขอเลือกฝ่าย ปชต.เท่านั้น กก.บห.โดน 13 คน รุ่งเรือง รอดตัว ผู้สมัคร ส.ส.เขต 174 คน ปาร์ตี้ลิสต์อีก 108 คนเคว้ง ภาคเอกชนชี้ไม่กระทบเชื่อมั่น สมคิด มั่นใจ บิ๊กตู่ แบเบอร์ ชัชชาติ อ้างไม่กระทบกับ พท. บิ๊กแดง นำ 796 ขุนพลคุมกำลังรบตบเท้าปฏิญาณตน ประยุทธ์ ระวังตัวแจเปลี่ยนใช้รถส่วนตัว,ทิศทางการเมืองยังคงน่าจับตา ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยโดยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี ฐานกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข,ทษช.นัดรวมตัวก่อนฟังคำวินิจฉัย,เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค เดินทางเข้าพรรคด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยให้สัมภาษณ์ว่า คณะกรรมการบริหารพรรคจะเดินทางไปรับฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ยังมีในส่วนของคณะกรรมการชุดอื่น ที่พร้อมและสะดวกจะไปรับฟังด้วยกัน วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของพรรคที่จะกำหนดอนาคตว่าเราจะเดินต่อ หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราอย่างไร เมื่อถามว่า ศาลได้แจ้งให้พรรคแถลงปิดคดีหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลตอบว่า ฝ่ายกฎหมายและทีมทนายพรรคได้ยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรไปครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับแจ้งว่าศาลจะให้แถลงปิดคดีด้วยวาจาหรือไม่ เราพร้อมน้อมรับพระราชโองการ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร ในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.แจ้งไปแล้วว่าถ้าใครไม่สะดวกก็ขอให้อยู่ในพื้นที่ รวมถึงมวลชนที่สนับสนุนพรรคขอให้ติดตามคำวินิจฉัยอยู่ที่บ้าน ไม่อยากให้เกิดเป็นเงื่อนไขในการสร้างสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ มีหน่วยงานด้านความมั่นคงประสานเข้ามาดูแลความเรียบร้อยรอบพื้นที่พรรค ซึ่งทางพรรคยินดีเพราะอยากให้บ้านเมืองสงบสุข และเดินหน้าไปตามครรลองระบอบประชาธิปไตย,ร้อง ใจสู้หรือเปล่า ปลอบใจ,ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพรรคไทยรักษาชาติ ตั้งแต่ช่วงเช้ามีกรรมการบริหารและแกนนำพรรคทยอยเดินทางเข้าพรรค อาทิ น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค นางชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรค โดยช่วงเที่ยงมีการสั่งขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ ไข่พะโล้ พะแนงหมู และข้าวเหนียวมะม่วง มากินร่วมกันก่อนเดินทางไปฟังคำวินิจฉัยยุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแกนนำพรรคได้ถ่ายรูปร่วมกันและส่งเสียงเฮเป็นระยะ มีบางคนฮัมเพลง ศรัทธา ช่วงท่อนฮุกว่า ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา เพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จากนั้นเวลา 13.30 น. ทั้งหมดจึงเดินทางออกจากพรรคไปยังศาลรัฐธรรมนูญด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรค ได้เดินทางไปรอที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว,เพิ่มรถตัดสัญญาณ–รถปั่นไฟ,สำหรับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยที่ศาลรัฐธรรมนูญและบริเวณโดยรอบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการหารือ ร่วมกับเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ร้องขอเพิ่มรถตัดสัญญาณ และรถปั่นไฟ เนื่องจากเกรงสถานการณ์จะยืดเยื้อ โดยตำรวจจะตรึงกำลังคุมเข้มจนกว่าภารกิจ จะแล้วเสร็จ ไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาในแนวทางใด จากการข่าวยืนยันยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ ย้ำถึงกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคการเมืองที่จะออกมาให้กำลังใจ หรือเคลื่อนไหว ขอให้ปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย บช.น.ได้ออกคำสั่ง เรื่องประกาศห้ามชุมนุม สาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบพื้นที่ศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกา โดยขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตาม อย่างเคร่งครัด,กองทัพสื่อแห่ปักหลักรอฟังผล,ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า บรรยากาศการนัดฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ กรณีเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขัด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 มีผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศมาปักหลักรอรายงานข่าวเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ช่วงเช้า ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ทั่วทุกจุด มีการใช้แผงกั้นแบ่งพื้นที่สำหรับสื่อมวลชน และพื้นที่ที่ผู้ร้อง และผู้ถูกร้อง ลงทะเบียนก่อนขึ้นไปฟังคำวินิจฉัยที่ห้องพิจารณาคดี ขณะเดียวกัน มีการวางจุดโทรทัศน์ที่จะส่ง สัญญาณภาพการพิจารณาคดีในห้องผู้สื่อข่าว 1 จุด และบริเวณห้องโถงอีก 3 จุด เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับฟังการพิจารณาคดี โดยมีกองเชียร์พรรคไทยรักษาชาตินั่งกระจายกันอยู่ทั่วบริเวณ,ผู้ร้อง–ผู้ถูกร้องมากันครบหน้า,ต่อมาเวลา 13.50 น. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมแกนนำพรรคประมาณ 30-40 คน อาทิ น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค นางชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค นาย ก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตั้งแถวหน้ากระดานเดินเข้าประตูมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนหยุดไหว้ทักทายให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ ก่อนลงทะเบียนขึ้นห้องพิจารณาคดี ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เดินทางตามมาภายหลัง จากนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง และผู้ร้อง เดินทางมารับฟังการพิจารณาคดีพร้อมเจ้าหน้าที่ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ประมาณ 20 คน และพนักงานอัยการ,ตุลาการแยก 3 ประเด็นพิจารณา,กระทั่งเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 9 คน ประกอบด้วย นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายชัช ชลวร นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายบุญส่ง กุลบุปผา นายปัญญา อุดชาชน นายวรวิทย์ กังศศิเทียม นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย หลังจากที่ช่วงบ่ายได้นัดแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือและลงมติ โดยนายนุรักษ์มอบหมายให้นายนครินทร์ และนายทวีเกียรติเป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย นายนครินทร์เริ่มอ่านคำวินิจฉัยว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดประเด็นแห่งคดีที่ กกต.ยื่นคำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็น 3 ประเด็น คือ 1.ให้สั่งยุบพรรคผู้ถูกร้องตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) หรือไม่ 2.กก.บห.ผู้ถูกร้องจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 วรรคสอง หรือไม่ 3.ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง กก.บห. ผู้ถูกร้อง และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็น กก.บห.หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีกได้หรือไม่ ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค,ย้อน รธน.2475 ห้ามเจ้าไปยุ่ง,นายนครินทร์อ่านต่อว่า ประเด็นแรกพิจารณาแล้วเห็นว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้รับการสถาปนาขึ้นโดยรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรสยาม ฉบับ 2475 และหมวด 1 พระมหากษัตริย์ มาตรา 11 ใน รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวบัญญัติว่าพระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปโดยกำเนิด หรือโดยการแต่งตั้ง ย่อมดำรงอยู่เหนือการเมือง อันเป็นไปตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ย่อมดำรงอยู่ในฐานะอยู่เหนือความที่จะถูกติเตียน ไม่ควรแก่ตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นการงานที่จะนำมาทั้งทางพระเดชและพระคุณ ย่อมอยู่ในวงอันจะถูกติเตียน อีกเหตุหนึ่งจะนำมาซึ่งความขมขื่นเมื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง อันเป็นเวลาที่ต่างฝ่ายโจมตีให้ร้ายกัน เพื่อความสงบเรียบร้อยสมัครสมานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างเจ้านายกับราษฎร ควรถือว่าพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้น ย่อมดำรงอยู่เหนือการเมือง,ยึดเป็นหลักการพื้นฐานเป็นต้นมา,นายนครินทร์อ่านต่อว่า หลักการพื้นฐานดังกล่าวเป็นเจตนารมณ์ร่วมของการสถาปนาระบอบการปกครองของไทยไว้ในรัฐธรรมนูญแต่เริ่มแรก อันเป็นฉันทามติที่ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรได้ให้การยอมรับปฏิบัติสืบต่อมา พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ควรอยู่เหนือการเมือง โดยเฉพาะในแง่การไม่เข้าไปมีบทบาทเป็นฝักใฝ่ ต่อสู้แข่งขัน รณรงค์ทางการเมือง อันอาจนำมาซึ่งการโจมตี ติเตียน กระทบต่อความสงบเรียบร้อยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างสถาบันกษัตริย์และราษฎร เป็นประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข,เสนอชื่อทำสถาบันเสื่อมทราม,นายนครินทร์อ่านว่า ดังนั้น การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติในการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในนามพรรคการเมือง เพื่อแข่งขันกับพรรคอื่นในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และกระบวนการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลเป็นนายกฯ จึงเป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นได้ว่าจะส่งผลให้ระบอบการเมือง การปกครองของไทยแปรเปลี่ยนไปมีสภาพการณ์เดียวกับระบอบการเมืองที่พระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ และมีพระบรมวงศานุวงศ์ทำหน้าที่ใช้อำนาจทางการเมืองในการปกครองประเทศ สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมมีผลทำให้หลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย ที่ถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงราชย์ แต่ไม่ได้ทรงปกครองต้องเซาะกร่อน บ่อนทำลายให้เสื่อมทรามไปโดยปริยาย,ใช้สิทธิเสรีภาพทำลายหลักพื้นฐาน,นายนครินทร์อ่านอีกว่า แม้พรรคไทยรักษาชาติจะมีสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง แต่การใช้สิทธิและเสรีภาพย่อมต้องอยู่บนความตระหนักว่าการกระทำต้องไม่อาศัยสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองที่ได้รับจากรัฐธรรมนูญ ให้มีผลกระทบย้อนกลับมาทำลายหลักการพื้นฐาน และเจตนารมณ์เสียเอง สถานะของพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย เป็นกลางทางการเมือง ทั้งยังต้องระมัดระวังมิให้สถาบันกษัตริย์ของไทยต้องถูกนำไปเป็นคู่แข่ง หรือฝักใฝ่ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดโดยเคร่งครัด เพราะหากกระทำให้เกิดผลเป็นไปเช่นนั้น สภาวะความเป็นกลางของสถาบันกษัตริย์ย่อมสูญเสียไป จะทำให้ไม่สามารถดำรงพระองค์และสถาบันให้ทรงอยู่เหนือการเมืองได้ ถ้าปล่อยให้การณ์เป็นไปเช่นนั้นสถาบันกษัตริย์จะไม่เป็นศูนย์รวมของประชาชนชาวไทยอีกต่อไป นั่นย่อมทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทย ต้องเสื่อมโทรมลง หรือถึงกับสูญสิ้นไป หาควรปล่อยให้เป็นไปเช่นนั้นไม่,อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์แก้ตัวไม่ได้,จากนั้นนายทวีเกียรติอ่านคำวินิจฉัยต่อว่า ถ้าพรรคการเมืองใดมีการกระทำที่เป็นการล้มล้าง หรือเพียงอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พรรคการเมืองนั้นรวมทั้ง กก.บห.ย่อมต้องถูกลงโทษทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี จะอ้างความ ไม่รู้ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือความเห็นความเชื่อของตนมาเป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้หลุดพ้นจากความรับผิดชอบไม่ได้ ถึงแม้กฎหมายไม่ได้นิยามศัพท์คำว่าล้มล้างหรือปฏิปักษ์ แต่ทั้งสองคำเป็นคำในภาษาไทยที่มีความ หมายที่ใช้และรู้กันเป็นการทั่วไป ที่ศาลย่อมรู้ได้เอง,ต้องดับไฟก่อนลุกลามขยายไป,นายทวีเกียรติอ่านว่า สำหรับประเด็นเรื่อง เจตนา มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติชัดเจนเพียงแค่อาจเป็นปฏิปักษ์ก็ต้องห้ามแล้ว ไม่ต้องรอให้ผลเสียหายเกิดก่อน ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรการป้องกันเสียหายร้ายแรงที่อาจเกิดแก่สถาบันหลักของประเทศ จำเป็นต้องดับไฟใหญ่แต่ต้นลม มิให้ไฟกองเล็กกระพือโหมไหม้ ลุกลามขยายไป จนเป็นมหันตภัยไฟที่มิอาจต้านทานได้ในวาระต่อไป บทบัญญัติมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) ที่ว่าอาจเป็นปฏิปักษ์นั้นในทางกฎหมาย ไม่ขึ้นกับเจตนาหรือความรู้สึกส่วนตัวของผู้กระทำ แต่ต้องดูตามพฤติการณ์ว่าความคิดของวิญญูชน หรือคนทั่วไป จะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลเป็นปฏิปักษ์หรือไม่,เป็นปฏิปักษ์ชัดต้องยุบพรรค,เมื่อการกระทำของผู้ถูกร้องมีหลักฐานชัดเจนว่า ได้กระทำโดยรู้สำนึก และสมัครใจ กก.บห.พรรคผู้ถูกร้อง ย่อมทราบดีว่าทูลกระหม่อมฯเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้จะทรงกราบทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์ แต่ยังคงดำรงสถานะสมาชิกพระบรมจักรีวงศ์ การกระทำของผู้ถูกร้องเป็นการนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เป็นฝักฝ่ายในทางการเมือง ทั้งยังเป็นการกระทำที่วิญญูชนคนไทยย่อมรู้สึกได้ว่าสามารถทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ต้องถูกนำมาใช้เพื่อความได้เปรียบทางการเมืองอย่างแยบยล และมุ่งหวังถึงผลประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงหลักการพื้นฐาน สุ่มเสี่ยงสูญเสียสถานะที่ต้องอยู่เหนือการเมืองดำรงความเป็นกลาง อันเป็นจุดประสงค์เริ่มต้นของการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย เข้าลักษณะที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) อย่างชัดแจ้งแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองที่ถูกร้อง ตาม ม. 92 วรรค 2,ศาลเมตตาตัดสิทธิ กก.บห. 10 ปี,นายทวีเกียรติอ่านต่อว่า เมื่อศาลมีคำสั่งยุบพรรคแล้ว จึงชอบที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ กก.บห. ที่ดำรง ตำแหน่งดังกล่าวในวันที่ 8 ก.พ.2562 อันเป็นวันที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรค เมื่อวินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว จึงมีการพิจารณาระยะเวลาการเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้ง ซึ่งต้องพิจารณาให้พอเหมาะ พอควร ระหว่างพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำ ให้ได้สัดส่วนกับโทษที่จะได้รับ ซึ่งเป็นจำกัดสิทธิของบุคคล เมื่อพิจารณาการกระทำของผู้ถูกร้องแล้ว การกระทำอาจเป็นปฏิปักษ์ ไม่ถึงขนาดกระทำเจตนาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำดังกล่าวเป็นขั้นตอนหนึ่งในการได้มาซึ่งนายกฯ ยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ และเมื่อพิจารณาสำนึกรับผิดชอบของ กก.บห. ที่ได้น้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเกล้าฯทันทีที่รับทราบ แสดงว่าเคารพต่อสถาบันพระ มหากษัตริย์อยู่ จึงเห็นสมควรให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กก.บห.เป็นเวลา 10 ปี นับแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค รวมทั้งห้ามผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง กก.บห. และผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะไปจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็น กก.บห.พรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมใน การจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีกไม่ได้ ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่ศาลมีคำสั่งยุบพรรค,มติเอกฉันท์ยุบพรรคไทยรักษาชาติ,นายนุรักษ์อ่านสรุปมติว่า ทั้งนี้ ศาลมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรค และมีมติ 6 ต่อ 3 ในการเพิกถอน สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และมีมติเอกฉันท์ห้ามผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง กก.บห. และผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จะไปจดทะเบียนตั้งพรรคการ เมืองขึ้นใหม่ หรือเป็น กก.บห.พรรคการเมือง หรือ มีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีกไม่ได้ภายในกำหนด 10 ปี,กองเชียร์สะอื้นตัดพ้อยุบทำไม,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ระหว่างที่สื่อมวลชนกำลังกรูกันไปปักหลักรอทำข่าวบริเวณบันไดห้องโถง ซึ่งเป็นทางลงจากห้องพิจารณาคดี ปรากฏว่ามีหญิงวัยกลางคนที่เดินทางมาจาก จ.อุดรธานี ใส่เสื้อยืดสีขาวติดโลโก้พรรคไทยรักษาชาติ มานั่งขัดสมาธิสะอึกสะอื้นร่ำไห้น้ำตาไหล พร้อมกับพูดไปสะอื้นไป โดยตัดพ้อว่าเหตุใดจึงต้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ ขอประชาธิปไตยคืนให้ได้ไหม ประเทศนอกเขาจะมองเราว่าอย่างไร ต่อไปนี้เดินไปต้องเอาปี๊บคลุมหน้าแล้ว ทำไมไม่ให้ความยุติธรรม ยุบพรรคทำไมพวกพี่ๆเขาไม่เคยผิดอะไร มาให้กำลังใจวันนี้ไม่มีใครจ้างมา มาด้วยใจออกค่ารถมาเอง ไม่ได้ชอบใครหรอก แต่หากคนไหนที่ทำให้เศรษฐกิจดีก็ชอบทุกคน ส่วนคนไหนทำเศรษฐกิจแย่ก็ไม่ชอบ อายุ 51 ปี เดินทางมาจาก จ.อุดรธานี อาชีพรับจ้าง ตอนนี้จะแย่งข้าวหมากินอยู่แล้ว,ปรีชาพล แถลงสั้นๆน้ำตารื้น,ต่อมา ร.ท.ปรีชาพลพร้อมแกนนำพรรคเดินลงมาจากห้องพิจารณาคดี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอว่า รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ยอมรับว่าเรื่องนี้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้สมัคร และประชาชน ในวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. ขอบคุณทุกกำลังใจแม้ว่าไปไม่ถึงสิ่งที่ปรารถนา แต่พรรคไทยรักษาชาติที่มีอายุไม่ยาวนาน เพียง 4 เดือน ถือว่าได้รับเมตตาจากพี่น้องประชาชนอย่างมากแล้ว ยืนยันว่าพรรคมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ไม่มีใครคิดร้าย สำหรับตนไม่ว่าอยู่ในสถานะใดจะยังทำประโยชน์ให้บ้านเมือง หวังว่าพบกันใหม่เมื่อมีโอกาส,ตะโกนลั่นเลือกฝ่าย ปชต.เท่านั้น,ด้านนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง นำกลุ่มประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจพรรคไทยรักษาชาติ รวมกลุ่มตะโกนเชียร์บอกว่าประชาชนจะสู้ต่อ ไม่ยอมแพ้ เลือกฝ่ายประชาธิปไตย พร้อมชูกำปั้นตะโกนว่า 24 มี.ค. จับปากกาฆ่าเผด็จการ โดยตะโกนอยู่หลายสิบครั้ง ขณะที่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า เสียดายโอกาส แต่หากมองในแง่ส่วนตัว ถึงแม้ตนไม่ได้ลงเลือกตั้ง แต่ฝ่ายประชาธิปไตยยังมีอีกหลายพรรค ถึงไม่มี ทษช. ก็มีพรรคอื่น เชื่อว่าคะแนนเราไม่หนีไปไหน ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะ ส่วนตนยังทำงานให้ประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยฝ่ายประชาธิปไตยให้ชนะ,แกนนำบอกขอไปตั้งหลักก่อน,ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพรรคไทยรักษาชาติภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา เจ้าหน้าที่ของพรรคมีสีหน้าไม่สู้ดีขณะนั่งฟังการให้สัมภาษณ์ของ ร.ท.ปรีชาพล ผ่านทางโทรทัศน์ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนบางส่วนที่มาปักหลักรอให้กำลังใจ ต่างก็มีสีหน้าเศร้าสร้อย และต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยบางส่วนรู้สึกว่าตัวเองเหมือนถูกตัดสิทธิในการเลือกพรรคไทยรักษาชาติไปด้วย แต่ยังคงยืนยันว่าจะยังคงเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยต่อไป จากนั้นเวลา 16.10 น. กรรมการบริหารและแกนนำพรรคบางส่วน อาทิ น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร นายวิม รุ่งวัฒนจินดา นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย นายสุรชัย ชินชัย และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ นางพวงเพชร ชุนละเอียด น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล นายนิคม ไวยรัชพานิช นพ.เหวง โตจิราการ นพ.เชิดชัย ตันติสิรินทร์ เดินทางกลับมาที่พรรคเพื่อพูดคุยกันประมาณ 10 นาที ก่อนจะทยอยเดินทางกลับ นางพวงเพชรกล่าวสั้นๆว่า ตอนนี้ขอไปตั้งหลักก่อน,กาผู้สมัคร ทษช.เป็นบัตรเสีย,พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค การกาบัตรลงคะแนนเลือกพรรคผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ จะถือเป็นบัตรเสียทันที เพราะ กกต.ได้ส่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งไปยังหน่วยเลือกตั้งแล้ว ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งรับทราบ อย่างไรก็ตาม ทาง กกต.กลางจะเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจต่อไป,รุ่งเรือง ส่อแววรอดถูกแบน,ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต. ถึงความชัดเจนกรณีของนายรุ่งเรือง พิทยศิริ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ที่แจ้งลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคก่อนวันที่ 8 ก.พ. กับ กกต. จะถูกตัดสิทธิไปพร้อมกับกรรมการบริหารพรรคทั้ง 13 คน ตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น แม้ยังไม่มีมติจาก กกต.อย่างเป็นทางการ แต่เบื้องต้น กกต.ได้พิจารณาพยานหลักฐานของนายรุ่งเรืองแล้ว เชื่อได้ว่านายรุ่งเรืองลาออกก่อนวันที่ 8 ก.พ. จึงไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยกรณียุบพรรค,ทูลกระหม่อมฯทรงตอบไอจี หดหู่,ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้าวันเดียวกัน บัญชีผู้ใช้อินสตาแกรมในชื่อ nichax ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีการ โพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้ก็ขอเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศไทยต่อไป ระบุพิกัดว่าอยู่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ต่อมาในช่วงบ่ายมีผู้เข้ามาแสดงความเห็น แจ้งผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ยุบแล้วครับ ยุบพรรคไทยรักษาชาติแล้ว โดยมีการตอบกลับความเห็นดังกล่าวว่า ทราบแล้ว เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและหดหู่มาก,ผู้สมัครเขต 174 ปาร์ตี้ลิสต์ 108 เคว้ง,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต ที่ต้องออกจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ภายหลังศาล รัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติมีทั้งสิ้น 174 คน โดยเขตที่หวังว่าจะชนะการเลือกตั้งประมาณ 8 เขต อาทิ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 2 นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 1 นายทินวัฒน์ เจียมอุย ผู้สมัคร ส.ส.ตราด เขต 1 ขณะที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวน 108 คน และคาดว่าจะได้ประมาณ 30 ที่นั่ง โดย 10 คนแรก ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายฤภพ ชินวัตร นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด นายมิตติ ติยะไพรัช น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ นายพงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล,กก.บห.โดนตัดสิทธิรวม 13 คน,สำหรับคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายฤภพ ชินวัตร น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ นายต้น ณ ระนอง นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค นายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค ขณะที่นายรุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค ที่ลาออกไปก่อนวันที่ 8 ก.พ.นั้น ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยคำร้องที่นายรุ่งเรืองยื่นแสดงหลักฐานการลาออก ทำให้ในส่วนนี้ยังไม่ชัดเจน แต่แกนนำพรรคประเมินว่านายรุ่งเรืองไม่น่าถูกตัดสิทธิไปด้วย เพราะหลักฐานที่นายรุ่งเรืองนำไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ระบุลาออก ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.แล้ว,เล็งเทคะแนนให้อนาคตใหม่,ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยเก็บคะแนน ส.ส.เขต แล้วให้พรรคไทยรักษาชาติเก็บคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อรวมกันให้ได้ ส.ส.ประมาณ 250 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบไป ทำให้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวต้องล่มไป จำเป็นต้องเทคะแนนให้พรรคการเมืองอื่นในฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อให้ได้คะแนน ส.ส.มากที่สุด ขณะนี้มีแนวคิดว่าจะรณรงค์ให้ผู้สนับสนุนพรรคไปลงคะแนนให้กับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย มีแนวโน้มมากที่สุดคือพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากพรรคเพื่อชาติขณะนี้มีความขัดแย้งภายใน ขณะที่พรรคเสรีรวมไทย หัวหน้าพรรคมีความเป็นตัวของตัวเองสูง อาจเป็นปัญหาในอนาคตได้ แต่ถ้าเทเสียงให้เฉยๆอาจเสี่ยงถูกข้อหาฮั้วกัน จึงมีแนวคิดจะให้สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เลย ขณะที่แกนนำบางส่วนยังมีความคิดว่าพรรคอนาคตใหม่อาจถูกยุบได้เช่นกัน จึงขอรอดูสถานการณ์รอให้ผู้ใหญ่ในพรรคหารือกันก่อน คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้าจึงจะแน่ชัดว่าจะเดินไปทางใด,ยืนไม่รับคำฟ้อง เรืองไกร,ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าที่ศาลปกครอง ศาลปกครองกลางได้อ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด คำสั่งที่ คร.57/ 2562 ในคดีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นฟ้อง กกต. และนายทะเบียนพรรค การเมือง กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขอให้เพิกถอนมติของ กกต.ที่ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า แม้ กกต. และนายทะเบียนพรรค การเมืองจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่การมีมติของ กกต.เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 และมาตรา 93 และเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัย ซึ่งผู้ฟ้องคดีสามารถยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้ การกระทำตามคำฟ้องจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 197 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองมาตรา 9 วรรคหนึ่ง ศาลปกครองสูงสุด จึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา,สมาชิกช่วยพรรคอื่นหาเสียงได้,นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตามกฎหมายสมาชิกพรรคต้องพ้นความเป็นสมาชิก เพราะไม่มีพรรคอยู่ เป็นอิสระจะไปอยู่พรรคไหนก็ได้ ไปช่วยหาเสียงพรรคอื่นได้ เพราะพรรคเดิมถูกยุบเป็นประชาชนทั่วไปแล้ว แต่สมัครลงเลือกตั้งไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคนั้นภายใน 90 วัน ส่วนถ้าประชาชนกาคะแนนให้พรรคไทยรักษาชาติ ถือเป็นบัตรเสีย เพราะไม่มีพรรคนี้แล้ว ถือว่าไม่ได้ลงเลือกตั้งครั้งนี้ และ กกต.ต้องแจ้งประชาชนให้ทราบ จะมาบอกว่าทุกคนดูโทรทัศน์เหมือนกันไม่ได้ เพราะมีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วย,ศาล รธน.ยึดการกระทำเป็นตัวตั้ง,เมื่อถามว่าจะมีมาตรการเยียวยาสมาชิกที่พรรคถูกยุบหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า จะไปเยียวยาเอาอะไรกับใคร ไปเอากับพรรคสิ ยุบกันมาหลายครั้งแล้วมีบทเรียนว่าต้องปฏิบัติกันอย่างไรในอนาคต เมื่อถามว่าศาลวินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการ บริหารพรรค 10 ปี ถือว่าเป็นการลงโทษสถานเบาหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่วิจารณ์ ในรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เขียนว่าตลอดชีวิต แต่เอาไปแปลกันได้ว่าเมื่อไม่ได้เขียนเวลาไว้ก็คงตลอดไป ศาลรัฐธรรมนูญก็แปลใหม่ว่าเป็นเรื่องที่ศาลใช้ดุลพินิจแปลตรงนี้ได้ ถ้าเป็นคดีอื่นศาลอาจแปลเป็นอีกอย่าง เพราะศาลระบุว่าเอาความผิด เอาการกระทำมาเป็นตัวตั้ง และใช้เทียบมาตรฐานในการเพิกถอนสิทธิ์ในกรณีอื่น ลดจากไม่มีกำหนดเวลาสูงสุดคือ 10 ปีอยู่แล้ว,สื่อนอกเกาะติดสถานการณ์ไทย,ขณะที่สื่อต่างประเทศ อาทิ สำนักข่าวเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ รวมถึงบีบีซี ติดตามรายงานข่าวสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด มีเนื้อหารายงานสรุปได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุบพรรคไทย–รักษาชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคที่เชื่อมโยงกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และตัดสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค นาน 10 ปี ตามคำร้องของ กกต. จากกรณีร่วมกันเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแคนดิเดตนายกฯในบัญชีของพรรค ซึ่ง กกต.เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้านนักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า การยุบพรรคไทย–รักษาชาติทำให้ฝ่ายสนับสนุนนายทักษิณชนะเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ยากขึ้น,ส.อ.ท.ชี้ยุบ ทษช.ไม่มีผลอะไร,นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การยุบพรรคไทยรักษาชาติ จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมสถานการณ์การเมืองในประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุความวุ่นวายหรือรุนแรงขึ้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะยังมีพรรคการเมืองอีกหลายสิบพรรคให้คนไทยได้พิจารณาเลือกลงคะแนนเสียงได้,หอการค้ายันไม่กระทบเชื่อมั่น,นายจิตร์ ศิรธรานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การยุบพรรคไทยรักษาชาติ ไม่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน เนื่องจากเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายที่พรรคดังกล่าวทำผิดกติกา โดยภาคเอกชนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าน่าจะออกมาในรูปแบบนี้ เพราะมีความผิดชัดเจน ปัจจัยที่เอกชนให้ความสนใจมากกว่าคือการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. หากทุกอย่างราบรื่น สามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใด จะทำให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเชื่อมั่นไทยมากขึ้น และเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ตอนนี้ ทิศทางการเลือกตั้งในไทยยังเดินหน้าไปตามปกติ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ต้องการระบบที่เป็นประชาธิปไตย มาจากเสียงส่วนใหญ่ของคนในประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่าการเข้ามาของ คสช. ทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่น ที่ผ่านมารัฐบาลนี้มีผลงานดีๆหลายด้าน แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนคือระบบที่มาจากประชาชน,ตลาดหุ้นดีดขึ้นบวก 7.70 จุด,ทางด้านภาวะตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นวันที่ 7 มี.ค. ปรับตัวขึ้นทันทีหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยดัชนีมาปิดตลาดที่ 1,633.21 จุด บวก 7.70 จุด ขณะที่มีมูลค่าการซื้อขาย 38,623.06 ล้านบาท นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจ ตลาดทุน กล่าวว่า ตลาดตอบรับในทางบวก เพราะไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น โดยสถานการณ์เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มองว่าตลาดหุ้นไทยนับจากนี้ไปจนก่อนวันเลือกตั้ง เชื่อว่าตลาดทุนน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เพื่อรอดูผลการเลือกตั้ง และเงินทุนต่างประเทศยังไม่น่าจะไหลเข้า,แอมเนสตีมาตามนัดค้านทันที,วันเดียวกัน นางแคทเธอรีน เกอร์สัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ องค์การสิทธิมนุษยชนแอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล แถลงการณ์ว่า คำวินิจฉัยครั้งนี้เน้นให้เห็นว่าทางการไทยใช้อำนาจตามกระบวนการยุติธรรมอย่างมิชอบ เพื่อจำกัดเสรีภาพในการสมาคมอย่างสงบ และเสรีภาพ ในการแสดงออกของกลุ่มตรงข้ามทางการเมือง มาตรการที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางนี้ก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ที่จะมีเสรีภาพในการสมาคมและการแสดงออกอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาก่อนเลือกตั้ง แอมเนสตีเรียกร้องให้รัฐบาลทหาร และผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน ยึดมั่นต่อการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในระหว่างการเลือกตั้ง และให้รัฐบาลชุดต่อไปดำเนินการปฏิรูปจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้มาตรการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนอ่อนแอลงมากกว่านี้,สมคิด มั่นใจ บิ๊กตู่ แบเบอร์,ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติว่า คิดว่าการเมืองหลังจากนี้ รวมถึงการลงทุนไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่ได้ร้อนอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและหลักการ ทุกคนคงใจจดใจจ่ออยู่กับช่วงสุดท้ายของการเลือกตั้ง หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งมีความชัดเจนทางการเมือง ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ สถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น นักลงทุนเขาคุ้นเคยอยู่แล้ว ไม่ได้กังวลอะไร เมื่อถามว่าได้ติดตามน้องๆในพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ไม่ค่อยได้ไปยุ่งกับเขาเท่าไหร่ นานๆเจอกันกินข้าวกันที ก็เห็นสดชื่นดี เมื่อถามว่าวันก่อนเห็นพูดในงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มั่นใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง นายสมคิดตอบว่า มั่นใจเสมอต้นเสมอปลายอยู่แล้ว เพราะคิดว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศในช่วงเวลาอย่างนี้,อุตตม ลั่นกวาดยกจันทบุรี,ช่วงเช้าที่ จ.จันทบุรี นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่ช่วย นายธวัชชัย อนามพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี หาเสียงโดยขึ้นรถแห่ไปรอบเมือง และเดินพบประชาชนที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับ นายอุตตมกล่าวว่า ให้ความสำคัญกับ จ.จันทบุรีมาก เพราะที่นี่คือบ้านเกิดตน ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรีทั้ง 3 เขตทำงานหนักเดินเคาะประตูบ้าน ห้ามหยุด ห้ามสาย ห้ามลา เพราะที่นี่คือ 1 เป้าหมายที่คาดหวังว่าจะได้ ส.ส.ยกจังหวัด แม้คู่ต่อสู้จะน่ากลัวและผูกขาด เราต้องเดินหน้า ไม่มีเวลามากลัวใครอีกแล้วเพราะสิ่งที่เรามีดีกว่าทุกพรรค คือนโยบายที่ดีทำต่อยอดได้เลย จะเปลี่ยนจันทบุรี ผ่าน 3 ด้านคือ ส่งเสริมให้เป็นมหานครผลไม้ มหานครอัญมณี และเมืองแห่งการท่องเที่ยว,อยากใช้งาน ลุงตู่ เลือก พปชร.,นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า น่าเสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แคนดิเดตนายกฯของพรรค จะไม่ลงมาหาเสียงด้วย แต่คงไม่ได้ส่งผลอะไรมากนักเราต้องเดินหน้าต่อ หากพลังประชารัฐชนะเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯอีกครั้ง ท่านจะมาดูเรื่องความมั่นคง หรือกระทรวงกลาโหมตามที่ถนัด ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและภาคการเกษตร จะเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์มาช่วยเติมเต็ม พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศ บ้านเมืองมีความสงบต่อเนื่องมาถึง 5 ปี ทำให้มีนักท่องเที่ยวถึง 40 ล้านคนต่อปี มีรายได้เข้าประเทศมหาศาล และยังช่วยเหลือเกษตรกรต่อเนื่อง พรรคพลังประชารัฐทุ่มสุดตัว ระดมสมองจากทุกส่วน ออกนโยบายไม่ให้ผิดกฎหมาย หากประชาชนอยากใช้งาน พล.อ.ประยุทธ์ ให้ประเทศเดินหน้าและสงบสุข ต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล,อภิสิทธิ์ ย้ำ เขาเอาประชาธิปัตย์,ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดแพร่ ว่า พรรคยังมั่นใจว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะแนวทางของเราแตกต่างจากพรรคอื่น จะเชิญคนที่เห็นด้วยกับแนวทางของเรามาเป็นรัฐบาลร่วมกัน พรรคมีความคาดหวังที่ จ.แพร่ เพราะเคยมี ส.ส. และมั่นใจในนโยบายแนวทางที่เป็นคำตอบให้ประชาชน ส่วนคดียุบพรรคไทยรักษาชาติไม่มีความเห็น เป็นเรื่องกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ว่าจะตัดสินอย่างไรอยากให้มีคำอธิบายที่ชัดเจน ให้ประชาชนมั่นใจว่าเป็นการตัดสินอย่างเที่ยงตรงตามกฎหมาย เมื่อถามว่า หากพรรคที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มาเชิญชวนไปร่วมด้วยจะไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบทีเล่นทีจริงว่า ผมดูอย่างนี้ เขาเอาประชาธิปัตย์อยู่แล้ว,จับตาผลกระทบหลังยุบพรรค,นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ว่า ถือว่าเป็นไปตามกระบวนการ แต่ต้องดูอีกทีว่าในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่พรรคไทยรักษาชาติส่งคนลงสมัคร จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง เพราะหลายพื้นที่ไม่ได้ส่งคนลงเลือกตั้ง เท่าที่สังเกตดูจะหนักไปทางภาคใต้ ไม่แน่ใจว่าจะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน,ชัชชาติ มองไม่กระทบกับ พท.,ที่ตลาดยิ่งเจริญ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายอนุสรณ์ ปั้นทอง ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย หาเสียง ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี นายชัชชาติกล่าวถึงการพิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ ว่า ขอให้กำลังใจกับทุกฝ่าย ยืนยันว่าแม้มีคำสั่งยุบพรรคก็ไม่มีผลกระทบต่อคะแนนของพรรคเพื่อไทย เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้แบ่ง 2 ฝ่ายชัดเจน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง ส่วนกรณีภาครัฐแจ้งความดำเนินคดีกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะมีผลกระทบต่อบรรยากาศการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ขอให้ผู้ใช้อำนาจพิจารณาให้ดี เพราะเชื่อว่าประชาชนไม่มีใครเห็นด้วยกับความอยุติธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นจะสะท้อนกลับโดยประชาชน ทั้งนี้บรรยากาศการเลือกตั้งกำลังดำเนินการไปด้วยดี จึงมองว่าไม่ควรทำให้บรรยากาศความกังวลเกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง,จตุพร ไม่ถือสาคนพูดเอาดีใส่ตัว,ที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ช่วยนายเดชคำรณ สิงคลีบุตร ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่นหาเสียง ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดหาเสียงระบุว่า ไม่เคยมีมลทินเรื่องทุจริต พร้อมยืนยันว่าไม่เอาพรรคที่คอร์รัปชันมานำประเทศ ว่า อยากถามกลับว่าจริงหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยทุจริต เวลาหาเสียงทุกคนต้องพูดเอาความดีเข้าตัวเป็นปกติ ไม่เคยถือสา คนไทยรู้หมดว่าใครทำอะไร อย่างไร เพียงแต่การเลือกตั้งครั้งนี้ในระบบบัตรใบเดียว จะเป็นการตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จ ให้เชื่อเลยว่าประชาชนจำนวนหนึ่งตัดสินแล้วว่าจะเลือกพรรคใด,ชทพ.ขอโอกาสพัฒนาพัทลุง,ที่ จ.พัทลุง น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยนายธีระ วงศ์สมุทร ที่ปรึกษาพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานยุทธศาสตร์ เดินทางไปยังตลาดแม่ขรี ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ก่อนขึ้นรถสามล้อเครื่องพ่วงข้างพบปะประชาชนรอบตลาด น.ส.กัญจนากล่าวว่า ภาคใต้มี 50 เขต พรรคส่งผู้สมัคร ส.ส. 49 เขต เข้าใจว่ามีพรรคการเมืองครองพื้นที่อยู่ แต่หวังว่าคราวนี้พรรคจะมีผู้แทนภาคใต้บ้าง เรามีนโยบายแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาปาล์มน้ำมัน และการประมง โดยเฉพาะ จ.พัทลุง เราจะสนับสนุนการท่องเที่ยว ให้คนทั่วโลกมาเที่ยวเพิ่มขึ้น จากนั้น น.ส.กัญจนานำคณะเดินทางต่อไปยัง อ.สะเดา จ.สงขลา โดยให้สัมภาษณ์ภายหลังรับทราบศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ว่า ไม่ขอก้าวล่วงคำวินิจฉัย แต่ในฐานะนักการเมือง และพรรคการเมืองด้วยกัน เข้าใจความรู้สึกได้ดี,บิ๊กแดง นำ 796 ขุนพลปฏิญาณตน,อีกเรื่องเวลา 08.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ครั้งที่ 2/2562 วาระพิเศษ โดยมีนายทหารเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการกองพลทหารบก พร้อมนายทหารระดับสูงทั่วประเทศจำนวน 796 นาย พล.อ.อภิรัชต์ได้ทำพิธีถวายพานพุ่มถวายสักการะพระบรม ราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ลานหน้าหอประชุมกิติขจร พร้อมถวายบังคมและกล่าวปฏิญาณตนว่า ข้าพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต 3 ครั้ง ก่อนนำกำลังพลกล่าวคำปฏิญาณตนว่า ข้าพเจ้าจะรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร ข้าพเจ้าในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสนับสนุนรัฐบาลที่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความจงรักภักดี และมีธรรมาภิบาล ข้าพเจ้าจะดูแลช่วยเหลือเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส และจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวด้วยความเมตตาและเป็นธรรม,ยกย่อง ผู้พันปกิจ คุมอารมณ์ได้,จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ ได้มอบประกาศนียบัตรให้ พ.ท.ปกิจ ผลฟัก รองหัวหน้ากองยุทธการ มทบ.12 ในฐานะ ผบ.ร้อย รส.กกล.รส.จ.ปราจีนบุรี ที่ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวดูหมิ่นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวชื่นชม พ.ท.ปกิจว่า มีความอดทนอดกลั้น สามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี จากการถูกยั่วยุที่ถูกหมิ่นประมาท ขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนได้พูดไว้ก่อนจะมีการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆว่าทหารจะยืนอยู่ตรงไหน เราทำหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาให้ดูแลความสงบเรียบร้อยเพียงงานเดียวเท่านั้นที่ทหารเข้าไปมีส่วนร่วม และทหารเข้าไปอยู่กับประชาชน โอกาสที่ทหารจะสัมผัสกับประชาชนด้วยหน้าที่แล้วน้อยมาก ทหารจะสัมผัสกับประชาชนก็ต่อเมื่อประชาชนเดือดร้อนมีภัยพิบัติ บ้านเมืองมีศึกสงคราม ในห้วงที่บ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมีการเปลี่ยนแปลง มีการเลือกตั้งทหารต้องทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความอดทนอดกลั้นเป็นกลาง ดำเนินทุกอย่างตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข,ชูเป็นแบบอย่างทหารอาชีพ,พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ท.ปกิจ ถือเป็นตัวอย่างหนึ่ง ขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกท่านชี้แจงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาฟัง เรามีสมบัติผู้ดี เราถูกฝึกอบรมสั่งสอนมา เราเป็นหนึ่งเดียวกัน อยู่ในเบ้าหลอมเดียวกัน จากนี้ไปยิ่งต้องมีความระมัดระวัง ที่สำคัญเราต้องรักษาเกียรติความเป็นทหารอาชีพของเราให้ดี เมื่อใดที่เราแตกกัน ไม่รัก ไม่สามัคคีกัน ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ และคงจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกันให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ให้ประชาชนเห็นว่าเราเป็นทหารอาชีพเรามีความอดทนอดกลั้น,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ ผบ.ทบ.นำกำลังพลคุมกำลังรบปฏิญาณตนภายหลังกองทัพถูกโจมตีในช่วงหาเสียงของพรรคการเมือง รวมทั้งมีการหมิ่นเกียรติทหาร,แค่ให้ใจลูกน้องไร้นัยการเมือง,ต่อมา พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุม นขต.วาระพิเศษว่า ผบ.ทบ. นำผู้บังคับหน่วยถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อปลุกจิตสำนึกของข้าราชการที่ดี ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ถือเป็นการเน้นเรื่องสภาพจิตใจที่จะต้องเข้มแข็ง มุ่งมั่น อดทน เสียสละ สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่มีนัยทางการเมือง แม้ที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข่าวสารที่พาดพิงถึงบุพการีผู้ล่วงลับไปแล้วของ ผบ.ทบ. ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักมารยาทของสังคม ผบ.ทบ.ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร อดทน อดกลั้น ไม่ให้ความสำคัญ แต่ ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญแก่กำลังพลที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ และถูกนักการเมืองตำหนิดูถูกเหยียดหยามทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศศักดิ์ศรี ซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ และความน่าเชื่อถือต่อกองทัพบก,กำชับครอบครัวกำลังพลไปกาบัตร,พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ.กล่าวว่า ผบ.ทบ.ปรารภถึงการเลือกตั้งในห้วงจากนี้ไปความเคลื่อนไหวทางการเมืองจะเข้มข้นหลากหลายทุกพื้นที่ เชื่อว่าผู้บังคับหน่วยจะเข้าใจต่อสถานการณ์การเมืองและสามารถดูแลพื้นที่ให้เรียบร้อย ในส่วนของกองทัพจะดูแลความสงบเรียบร้อย และสนับสนุนกำลังพลครอบครัวไปใช้สิทธิ์ สัปดาห์หน้ากำลังพลที่ปฏิบัติงานพื้นที่ชายแดนและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่ปฏิบัติภารกิจรักษาสันติ ภาพที่เซาท์– ซูดานจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าโดยมีอัครราชทูตไทย ได้นำบัตรเลือกตั้งจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าให้แล้ว,สวนนิ่มๆหนังสือสมบัติผู้ดีน่าอ่าน,เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อยากให้ ผบ.ทบ.กลับไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ตอบว่า วิธีการหาเสียงของฝ่ายการเมืองมีความหลากหลาย แต่ต้องมีขอบเขต กฎกติกา มารยาท เรื่องเพลงหนักแผ่นดินเป็นเพลงที่มีความหมายเป็นการเตือนสติในหลายอย่าง กองทัพบกยังมีหลายเรื่องที่เป็นการเตือนสติ ไม่ใช่เพลงนี้อย่างเดียว ยังมีหนังสือเช่นหนังสือสมบัติผู้ดีก็เป็นหนังสือที่น่าอ่าน ถ้ามีโอกาสก็ลองไปอ่านดู จะทำให้เราจรรโลงสังคมไทยให้มี ความเข้าใจ และเอื้ออาทรต่อกัน อยากให้ฟังทั้ง เพลงและอ่าน ทำหนังสือมีอะไรดีให้ช่วยกันแนะนำ,นายกฯพบทูตฮังการีเอาใจช่วยไทย,สำหรับความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันที่ 7 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้าไปทำงาน ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ กระทั่งเวลา 13.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า นายซิลเวสเตอร์ บุช เอกอัครราชทูตฮังการี ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ โดยเอกอัครราชทูตฮังการี อวยพรให้ไทยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งทั่วไป และชื่นชมแนวคิดของนายกฯที่มุ่งหวังให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืน ต่อมานายทะดะชิ มะเอะดะ ผู้ว่าการธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ ยินดีที่นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นรายใหญ่ที่สุดในอีอีซี จากนั้นเวลา 16.40 น. นายกฯลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเดินทางกลับ ซึ่งเป็นช่วงคล้อยหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยนายกฯ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าวที่พากันมารออยู่บริเวณทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพียงหันมารับไหว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบฯไปทันที,ระวังตัวแจเปลี่ยนนั่งรถส่วนตัว,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯได้เปลี่ยนมาใช้รถเบนซ์ส่วนตัวทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร จากเดิมที่ใช้รถเบนซ์ทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันผิดกฎหมายเลือกตั้งนอกเวลาราชการ ทั้งนี้ หลังจากตัดสินใจไม่ขึ้นเวทีปราศรัยพรรคพลังประชารัฐที่ จ.นครราชสีมาในวันที่ 10 มี.ค.ไปแล้ว ในวันที่ 13 มี.ค.มีกำหนดการจะลงพื้นที่ตรวจราชการแต่ยังไม่ระบุเป็นจังหวัดใด,กองเชียร์ปรับหน้าเพจนิวลุค ลุงตู่,ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจไม่ไปขึ้นเวทีหาเสียงช่วยพรรคพลังประชารัฐที่ จ.นครราชสีมาในวันที่ 10 มี.ค.เป็นที่น่าสังเกตว่า เพจเฟซบุ๊กที่สนับสนุน อาทิ นายกเป็นคนตลก หรือลุงตู่สู้ไม่ถอย ได้เปลี่ยนภาพ พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นโปรไฟล์หน้าเพจเป็นไปในลักษณะสวมเสื้อเชิ้ตในอิริยาบถแบบผ่อนคลาย ดูอบอุ่น ถือเป็นภาพลักษณ์ใหม่ พร้อมข้อความแฮชแท็กสั้นๆว่า #เลือกลุงตู่, #คิดให้ดีแล้วหยุดที่ลุงตู่ หรือเชื่อมั่น ลุง ก้าวไปพร้อมกับ ลุง #โหวตลุงตู่,ไทยรัฐทีวีดีเบตปักธงภาคกลาง,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 จัด เวทีดีเบต ไทยรัฐเลือกตั้ง 62 หัวข้อ ปักธงสนามเลือกตั้งภาคกลาง ในวันที่ 8 มี.ค. เวลา 18.00-20.00 น. โดยมีตัวแทนจาก 6 พรรคการเมือง ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคชาติไทย นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เข้าร่วม,ศรีวราห์ ถ่ายโฆษณาปลุกไปใช้สิทธิ์,ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมข้าราชการตำรวจ ศิลปินดารา อาทิ ต๊อก ศุภกรณ์ ปั๋ง ประกาศิต และ สายเชีย วงศ์วิโรจน์ (พรีเซนเตอร์โฆษณาจน เครียด กินเหล้า) ร่วมถ่ายทำโฆษณาเพื่อรณรงค์ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ทั้งนี้ สตช.มีหน้าที่ในการดูแลการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยมีสำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้กำกับดูแลและ สั่งการ ได้เปิดศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง (ศลต.ตร.) ใช้ชื่อเรียกสั้นๆว่า พิทักษ์เลือกตั้ง 62 หากพบเหตุการกระทำผิดหรือความผิดปกติเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แจ้งมาได้ที่หมายเลข 1444 ตลอด 24 ชั่วโมง,ร้อง กสม.ทวงพักโทษ ไผ่ ดาวดิน,ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)นางพริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมด้วย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำคนอยากเลือกตั้ง เข้ายื่นหนังสือต่อ กสม.ผ่านนายบุญเกื้อ สมนึก รองเลขาธิการ กสม.เพื่อเรียกร้องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมให้กับไผ่ ดาวดิน กรณียังไม่ได้รับการพักโทษ นางพริ้มกล่าวว่า นายจตุภัทร์เป็นนักโทษเด็ดขาดคำพิพากษานั้นจำคุก 2 ปี 6 เดือน ขณะนี้ติดมาแล้ว 2 ปี 2 เดือน เหลืออีก 104 วัน เป็นนักโทษชั้นดีมากมีสิทธิพักโทษได้ แต่มีการแจ้งว่าคดีของนายจตุภัทร์ติดค้างอยู่ที่ สน.สำราญราษฎร์เรื่องชูป้ายต้านรัฐประหารเมื่อปี 2558 ผ่านมาเกือบ 4 ปี ไม่ดำเนินการอะไรให้ เมื่อจะขอพักโทษแล้วมีเหตุขัดข้องเช่นนี้จึงมองว่าไม่มีความยุติธรรมในกระบวนการ หรือเป็นการละเมิดสิทธิ์หรือไม่,โบว์ โวย สตช.-ราชทัณฑ์บกพร่อง,น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า บทบาทของ กสม.จะช่วย กรมราชทัณฑ์ได้มาก คดีของไผ่ ดาวดิน มีความ อ่อนไหว ไม่ค่อยมีใครกล้าตัดสินใจโดยหลักการแล้วเป็นผู้บริสุทธิ์ ข้อผิดพลาดของการดำเนินการผิดพลาดทางเทคนิคของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่น่าจะมาเป็นเหตุให้ต้องไม่ได้รับการพักโทษ ถือเป็นการถูกละเมิดสิทธิ์โดยข้อบกพร่องของสตช.และความไม่เข้าใจของกรมราชทัณฑ์
|
ไปตั้งแต่ 25413 ม.ค. 2563 รายงานว่า เอกชัย หงส์กังวาน นัดกิจกรรมาางการเสือวได้เดินทางมาพื่เยื่นหนังสทอถึงสำนักงานเลขาธิกาีคณะรัฐมาตรี โดยขอให้แก้ไขคำนำหน้าชื่อของ รเอยเอกธรรมนัส ดรหมเผ่า ในประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีเแกชัย กล่าวว่า ในราขกิจจานุเบกษาการแต่งตั้ง ส.ส. ร้อยเอกธรรมนัส ได้ใชเคำผน้าว่า นาบ แต่ในราชกิจนุเบกษาการแต่งนั้งีณะรัฐมนตรี ได้ใช้คไว่า ร้อยเอก จึงทำให้สุงคมเกิดคฝามสงสัย วืาตกลงแล้ว จะใช้คำว่า นาย หริอใส่ยศร้อยเอกกันแน่น ทั้งนี้ เมื่อไปตรวจสอบในราชำิจจารุเบกษ่ พบว่าในปี 2541 ได้มีการประกาศถอดยศร้อยโทของ พช่ (ชื่อเดิม) หลังจากนั้นก็ไม่เคยปรากฏยศทางทหารอะไรที่เกี่ยวข้องกับ ร้อยเอกธรรมนัส อรกเลยเเกชะย กล่าวต่อว่าตนได้ทำหนังสือไผสอบถามยังกระทรวงกลาโหมอล้ว ว่าจะใช้ยศอะไรแน่น เพราะใช้ในการเป็น ส.ส.ใชีว่านาย แต่ใจคณะรัฐมนนรีได้ใบ้ร้อยเอก ซึ่งทาลกระทรวงกฃาโหมได้ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นข้อมูลส่วนตัว จึงาพเรื่องต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ซึ่งได้มีฟนังสือตอบกลับมาว่า ยศทางทหารเป็นบเอมูลในราชกิยจานุเบกษา เป็นข้อมูลสาธารณถเป็สข้อมูลข่าวสารทางราชการ ไม่ใช่ข้อมูลบุคคล และให้ยึดตามราชกิจจ่นุเบกษาเป็นหลัก ซึ่งประกาศสุดท้ายในราชกิจจานุเบกษาืางทการขอลร้อยเอกธรรมนัส ปี 2541 ได้ถอดยศร้อยโท ดังนั้นจึงถือบ่าร้อยเอกธรรมนัส ไมรมียศทางทหารใดๆ ทเ้งสิ้นจึงถือว่่เป็น นาย ที่ไม่ใชีทั้ลริอยเดกและร้อยโมทั้งนี้การเเินทางมายืีนคำร้อง เพื่อขอให้สำนะกงานเลขาธิการึณะีัฐมนตรีแก้ไขคำนำหน้าในราชกิจจสนุเบกษา คำนกหน้าการดต่งตั้งคณะรัฐมนรรีของร้อยเอกธรรมาัย ยากร้อยเอกเป็นนาย ซึ่งหากไม่แก้ไข จะส่งผลทมงกฎหมายในอนาคต เพราะการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือว่าเผ็นก๒หมาย ดังนั้นการประกาศอล้วลงผิด อาจจะมีผลทางกฎหมายได้ จึงมาแจ้งเพื่อทำให้ถูกต้อง ซึ่งทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รัลดรื่องและจะดำเนินำารใช้ภายใน 15 วัน จะทราบผลนอกจากนี้ เอกชัยระบุด้วยว่า หาก ธรรมนัสมียศเป็น ร้อยเอกจร้ง ก็ขอให้เปิดเผยข้อสูลข่าใสารทางราขปาร ในดารตรวจสอบการได้รับพระตาชมานยษ เนื่อลจากเป็นจ้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่สามนรถเปิดเหยได้ ฉะนั้นกระทรวงกลาโหม จะต้องเปิดดผยเอกสารหลักฐาน คำสั่งเลื่อนยศนายทหารว่ร มีการดำินินการตามาี่กไำนดในกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เห็จว่า กรมเสมียนตรา สามารถเปิดเหยข้อมูลดัฝกล่าวอก่ประชาชนได้ทั้งนี้ัคยรวบรวมประใัติการรับราชการของ ร.อ.ธรรมนัส ไว้ โดยมีรายละเอียดดังนี้พ.ศ.2525 เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 25 เหล่าทหารบก (อลขประจำตัว 12339)พ.ศ.2532 สำเรฌจการศึกษาโรงเรียนนายรเอยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่น 36 ก่อนเข้นรุบราชการเป็นว่าที่ ร.ต. ในตำแหน่งรอง ผบฦ หมวด กรมืหารมหาดเล็กรักษาพระองค์พ.ศ.2534ถูกผลดออกจากราชการรอบแรพมาเป็นทหารกองหนุน ไมีมีเยี้ยหวัด เนื่องจากขัดคำสั่งผู้บังคับชัญชา ขณะนั้น พล.อ.วันชัย เรือบตระกูล เป็นปลัดกระทรวงหลาโหใพ.ฬ.2535 ขอกลับเจ้ารับราชการใหม่เป็รทหาร้รือกรมกำฃีงพลทหารเรือ ขฯะนั้น พล.อ.บรรจบ บุนน่ค เป็น รมว.กลาโหม แล้วขอเปลี่ยนเหล่าไปสังกัดทหารบกพ.ศ.2536 ถูกปลดออกจากราชการรอบสดงฐานหนีราชการในเวลาประจำการ ขณะนั้น พล.อ.อ.สุวิช จันทรประดิษฐ์ เป็นปลัดำระทรวงกลาโหม ได้รับคำสั่งตาก พล.อ.วิจินร สุขใาก ่มว.กลาโหม1 ตัลาคม พ.ศ.2536 มีประกาศวำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดยศทหาร(ประกาศในราชำิจจานุเบกษาเมื่อ 26 ตุลาคม พ.ศ.2536) ควาาว่า มีพระบราราชโองการโปรดดกล้าฯ ให้ถอด ร.ท.ยุทธภูมิ โบพรหม สังกัดกองทัพบก ซึ่งไดเกระทำความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาปตะจำการ ออพเสียจากยศ ตั้งแต่ 18 มีนาคม พ.ศ.2536 โดยมี ชวน หลีก_ัย นายกรัฐมนตรี เปฌนผู้รับสนองพระบรมราชโองการพ.ศ.2539 มีการออำพระราชบุญญัติล้างมลทินพ.ศ.1557 เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัฐชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แต่การเลืิกนั้งหนนัีนเป็นโมฆะจนท้ายทีทสุด ในปี พ.ศซ2562 ได้เป็นประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ ของพรรคพลังประชารัฐ กละได้รับการเชือกตั้งเป็น ส.น. รวมทั้งได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรฝงเปษตรและสหแรณ์
|
ไปตั้งแต่ 25413 ม.ค. 2563 รายงานว่า เอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองได้เดินทางมาพื่อยื่นหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยขอให้แก้ไขคำนำหน้าชื่อของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ในประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีเอกชัย กล่าวว่า ในราชกิจจานุเบกษาการแต่งตั้ง ส.ส. ร้อยเอกธรรมนัส ได้ใช้คำหน้าว่า นาย แต่ในราชกิจนุเบกษาการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ได้ใช้คำว่า ร้อยเอก จึงทำให้สังคมเกิดความสงสัย ว่าตกลงแล้ว จะใช้คำว่า นาย หรือใส่ยศร้อยเอกกันแน่น ทั้งนี้ เมื่อไปตรวจสอบในราชกิจจานุเบกษา พบว่าในปี 2541 ได้มีการประกาศถอดยศร้อยโทของ พชร (ชื่อเดิม) หลังจากนั้นก็ไม่เคยปรากฏยศทางทหารอะไรที่เกี่ยวข้องกับ ร้อยเอกธรรมนัส อีกเลยเอกชัย กล่าวต่อว่าตนได้ทำหนังสือไปสอบถามยังกระทรวงกลาโหมแล้ว ว่าจะใช้ยศอะไรแน่น เพราะใช้ในการเป็น ส.ส.ใช้ว่านาย แต่ในคณะรัฐมนตรีได้ใช้ร้อยเอก ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมได้ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นข้อมูลส่วนตัว จึงทำเรื่องต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ซึ่งได้มีหนังสือตอบกลับมาว่า ยศทางทหารเป็นข้อมูลในราชกิจจานุเบกษา เป็นข้อมูลสาธารณะเป็นข้อมูลข่าวสารทางราชการ ไม่ใช่ข้อมูลบุคคล และให้ยึดตามราชกิจจานุเบกษาเป็นหลัก ซึ่งประกาศสุดท้ายในราชกิจจานุเบกษาทางทหารของร้อยเอกธรรมนัส ปี 2541 ได้ถอดยศร้อยโท ดังนั้นจึงถือว่าร้อยเอกธรรมนัส ไม่มียศทางทหารใดๆ ทั้งสิ้นจึงถือว่าเป็น นาย ที่ไม่ใช่ทั้งร้อยเอกและร้อยโททั้งนี้การเดินทางมายื่นคำร้อง เพื่อขอให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแก้ไขคำนำหน้าในราชกิจจานุเบกษา คำนำหน้าการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีของร้อยเอกธรรมนัส จากร้อยเอกเป็นนาย ซึ่งหากไม่แก้ไข จะส่งผลทางกฎหมายในอนาคต เพราะการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถือว่าเป็นกฎหมาย ดังนั้นการประกาศแล้วลงผิด อาจจะมีผลทางกฎหมายได้ จึงมาแจ้งเพื่อทำให้ถูกต้อง ซึ่งทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับเรื่องและจะดำเนินการใช้ภายใน 15 วัน จะทราบผลนอกจากนี้ เอกชัยระบุด้วยว่า หาก ธรรมนัสมียศเป็น ร้อยเอกจริง ก็ขอให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารทางราชการ ในการตรวจสอบการได้รับพระราชทานยศ เนื่องจากเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่สามารถเปิดเผยได้ ฉะนั้นกระทรวงกลาโหม จะต้องเปิดเผยเอกสารหลักฐาน คำสั่งเลื่อนยศนายทหารว่า มีการดำเนินการตามที่กำหนดในกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เห็นว่า กรมเสมียนตรา สามารถเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่ประชาชนได้ทั้งนี้เคยรวบรวมประวัติการรับราชการของ ร.อ.ธรรมนัส ไว้ โดยมีรายละเอียดดังนี้พ.ศ.2525 เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 25 เหล่าทหารบก (เลขประจำตัว 12339)พ.ศ.2532 สำเร็จการศึกษาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่น 36 ก่อนเข้ารับราชการเป็นว่าที่ ร.ต. ในตำแหน่งรอง ผบ. หมวด กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์พ.ศ.2534ถูกปลดออกจากราชการรอบแรกมาเป็นทหารกองหนุน ไม่มีเบี้ยหวัด เนื่องจากขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ขณะนั้น พล.อ.วันชัย เรืองตระกูล เป็นปลัดกระทรวงกลาโหมพ.ศ.2535 ขอกลับเข้ารับราชการใหม่เป็นทหารเรือกรมกำลังพลทหารเรือ ขณะนั้น พล.อ.บรรจบ บุนนาค เป็น รมว.กลาโหม แล้วขอเปลี่ยนเหล่าไปสังกัดทหารบกพ.ศ.2536 ถูกปลดออกจากราชการรอบสองฐานหนีราชการในเวลาประจำการ ขณะนั้น พล.อ.อ.สุวิช จันทรประดิษฐ์ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ได้รับคำสั่งจาก พล.อ.วิจิตร สุขมาก รมว.กลาโหม1 ตุลาคม พ.ศ.2536 มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดยศทหาร(ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 26 ตุลาคม พ.ศ.2536) ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ถอด ร.ท.ยุทธภูมิ โบพรหม สังกัดกองทัพบก ซึ่งได้กระทำความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจำการ ออกเสียจากยศ ตั้งแต่ 18 มีนาคม พ.ศ.2536 โดยมี ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการพ.ศ.2539 มีการออกพระราชบัญญัติล้างมลทินจึงทำเรื่องขอกลับเข้ารับราชการ7 กรกฎาคม พ.ศ.2540 ผ่านการตรวจสอบและรับรองความประพฤติ13 ตุลาคม พ.ศ.2540 พล.อ.ธีรรัตน์ พุทธานานนท์ เจ้ากรมเสมียนตรา ทำหนังสือแย้งว่าการขอเข้ารับราชการใหม่ ต้องทำเรื่องขอพระราชทานยศคืนก่อน เพราะ มนัส ถูกถอดยศ โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ปลัดกระทรวงกลาโหม ลงนามอนุมัติรับคำสั่ง รมว.กลาโหม ให้บรรจุ พร้อมลงนามในหนังสือถึงสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ขอให้นำความกราบบังคมทูลฯ ขอพระราชทานยศกลับคืน18 ธันวาคม พ.ศ.2540 มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารกลับคืน(ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 26 ธ.ค. 2540) ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พชร พรหมเผ่า กลับคืนยศทหารเป็น ร้อยโท ตามที่เคยได้รับพระราชทานอยู่แต่ก่อนตั้งแต่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2540 เป็นต้นไป โดยมี ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการพ.ศ.2541 ขอกลับเข้ารับราชการใหม่ ตำแหน่งทหารสื่อข่าว หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา(นทพ.) บก.สส. โดย พล.อ.สุนทร ฉายเหมือนวงศ์ ผบ.นทพ. และ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ผบ.สส. ขออนุมัติผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่ง พล.อ.วัฒนชัย วุฒิศิริ รมช. กลาโหม ได้ลงนามอนุมัติเมื่อ 12 มกราคม พ.ศ.25411 มิถุนายน พ.ศ.2541 มีคำสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง เลื่อนยศนายทหารสัญญาบัตรโดย ร.ท.พชร พรหมเผ่า ได้รับเลื่อนยศเป็น ร้อยเอก ลงนามโดย พล.อ.วัฒนชัย วุฒิศิริ รมช.กลาโหม24 ตุลาคม พ.ศ.2541 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหาร(ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2541) ความว่า พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศ ร.ท.พชร พรหมเผ่า สังกัด บก.สส. ออกเสียจากยศ ตั้งแต่ 9 กันยายน พ.ศ.2541 เนื่องจากประพฤติตนไม่สมควรตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 โดยมี ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการหลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2542 ได้เริ่มทำงานการเมืองควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ ด้วยการทำฐานเสียง กทม. ให้กับพรรคไทยรักไทยพ.ศ.2550 มีการออกพระราชบัญญัติล้างมลทินพ.ศ.2557 เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งหนนั้นเป็นโมฆะจนท้ายที่สุด ในปี พ.ศ.2562 ได้เป็นประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ ของพรรคพลังประชารัฐ และได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. รวมทั้งได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
|
เมื่อสัปดาห์กว้าๆที่ผ่านมา ระผว่างที่กำลีงปรารภคุยกันถึงข่าวคราวการยิงชาวบ้านที่เขาตะเฝ บ้านบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อนสาวก็เอ่ยถึงหนังสือเล่มหนึ่งขุ้นมา เพื่อนกล่าว คือชื่อของหนังสือเล่มนั้นข้าพเจ้าได้รับ ซือโก๊ะ แซกอ จากเพื่อนอีกคนพร้อมคำมเ่นว่าต้องเขียตถึงหนัวสือเล่มนค้ หน้งสือไม่หนามาก แคีใช้เวลาอ่านนานสองวัน เพราะแ่านไปพักไปด้วยน้ำหนุกที่กดลงบนหัวใขโกรยผน้าปกของหนังสือกล่าววาา กระนั้นเมื่อเปิดถัดมาถึงหน้ากรงบันดาลใยในการเขียน ผู้เขียนอ้างถึง ประสบการณ์การทำข่าว ดารคฃุกคลีกับแหลางข่าววำคัญๆในพื้นที่ ณ ห้วงเวลานั้น รวมไปถึง เปาะสู วาแมดือซา ผู้นพของขบวนการต้านรัฐในอดีต และอ้างถึงหนังสือวิชาการ คือ ของ ดร.อารง สุทธาศาสตร์ –ในความสมมุตอของเรื่อบแต่งนั้ร ผู้เขียนกำลังอ้างถึงข้อเท็จจริงที่โอขล้อมแงะอป็นวัตถุดิบเนื้อหาของ ซือโก๊ะ ปซกอถัดจากนั้น ก่อนเข้าสู่เนื้อหาของเรื่องแต่ง มีข้อเขึยนสั้นๆอีก 3 ชิ้น ที่ผู้เขียนวางไว้ก่อนเข้าวู่เนื้อหานิยาส ได้แก่ 1. สรุปคำย่อให้กา่แก่ตำรวจจากหนังสือของ ดร.ิารง เกี่ยวกับเหตะการณ์สะพานกอตอ ในปี พ.ศ. 2518 อันเป็ยเหตุกนรณ์ที่ทหารนาวิกโยธ้นสังหารชาวบ้านห้าคนแต่ทีเด็กชายหนึ่งคนรอดชีวิตนำไปสูทการประท้วบ การสอบสวนข้อเ่็จจรองกละกสรชดใช้ค่าเสียหายแก่ญาติฟู่เสียชีวิต 2.ข่าวของปนังส่อข่าวไทยนิกรเรื่แง ซึ่งคีพิมพ์ในปี 2521 และ 3.บันทึกส่วนตัวของผู้เขียา ขณะที่เขียนร่างนิยายฉบับนี้และถูกตำรวจบุกตรวจค้น ประสบการณ์จาิงที่เขาเห็นตำรวจขับบองหนีภาษีของแม่ต้าชายแดนแลเนำไปขายต่อให้ถ่อค้ามี่รอซื้ออยู่ ประกอบกับคำบอกเล่าของชาวบิานว่า —องค์ประกอบขอลงานสามชิ้นนี้ คือ องค์ประกอบของการสต้างสถาปนา ความเป็นจริฝ ให้แก่ ความเป็นเรื่อวแต่ฝของ ซือโก๊ะ แซกอซืแโก๊ะ ดซกอ คืออะไร? ศือโก๊ะ แซกเ เป็น ชื่อของหนังสืออนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถฆ่าคนในสามจังหวัดภาคใต้ได้โดสไม่มีความผิด หนังส้แอนุญาตนี้เรียกว่า หนังสือตัวละบาท ซือโก๕ะ แซกอ ะป็นชื่อหนังสทออยุญาตนี้ในภาณามลายู มีความหมายถึง การตีราคาคนถูกฆ่าแค่บาทเดึยวเท่ากัชกระดาษแฃะน้ำหมึกเท่านั้นซือโก๊ะ แซกอ เปิดเรื่องด้วย เด็กหนุ่มไทยกำพร้า เขาเป็นเด็กหนุ่มคนเดียวในหมู่บ้านที่ไม่ไอ้ผ่านพิธีขลิบปลายองคชาติมาโซะยาวี หมาที่กคามเชี้ยงกำพร้าแม่เพราะเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษยิงแม่มันตรย และฟมาสองตัวนึ้เพื่อนสนิทมุสลิมของกรามเป็นรนเอามาเลี้ยง กรามมีเพ้่อนสทวคนพิเศษเป็นสาวมุสลิมที่ได้เรียนหนังสือในต้วเทือง ต่แมาเพื่อนสนิมาุสลิมของหรามซึ่ง เริ่าหายตัวจากหมู่บ้านหลังบ่าวการสู้รบ ข่าวการที่ชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ทารุณและฆ่าทิ้งอย่างไน้เหตุผล เพื่อนสนิทของกรามได้กฃายเป็นนักรบยับอาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐไปเสียแล้วเพื่อนสาวคนพิเญษของกราสบอกว่า พ่อของเขามักจะพูดถึงวันเกิดของเขาเสมอว่า วันเกิดของเขาตคงกับวันรัฐธรรมนู๗ ในนิยายเล่มนี้ สุชีพ ณ สงขลา ผู้แร่ง เป็นคนไทยพุทธเหมือนกราม แฃะเขาเรีนกคนมุสลิมในสามจังหวัดตลอดทั้บ้รื่องว่า ต่อมสเพื่อนมุสลิมนักรบของเขาบาดเจ็บและกรามได้ให้ความช่วยเหลิิ แอบให้ที่พักพิง เจ้รหน้าที่ทฟาร นปพ.ตามมาในหมู่บ้าน ยิบหมานายไปหนุ่งตับ ค้นบ้านกรามและของในบ้านของเขาหาย ความวุ่นวาย หวาดระแวงและถูกทำให้เป็นอื่นเกิดขึ้นกับกราม เขาอยธ่ยากขึ้น ถูกระแวงจากที้งเจ้าหนืาที่รัฐที่มองว่ทกรามจะเข้าข้าง แฃะถูกระแวงจากชาวบ้านว่ากรามจะเป็นสายให่เจ้าหน้าที่ ความรู้สึกโดดิดี่ยวแชะเป็นอื่ยในหมู่บ้านทำให้กรามคัดใินใจเดินทางไปบ้านปู่ในเีกชุมชนหัวเมืองแล้วๆด้พบบ้าปู่เป็นคุณหลวงเจ่าของสัมปทานไข่เต่าที่ทีม฿ลค่ามหาศาลขากนั้นชีวิตกรามก็คล้ายตัวละครเอกในละครบ้ายทรายทอง เขาถูกรังเกียจเดียดฉันท์จากญาติที่จ้องฮุบสมบัติปู่และรดแวงกลัวว่ากรามจะได้รับมรดกสัมปทาจ/ช่เต่าไป หลานเขยของผู่คนหนึ่บเป็นทหารนะดับสูงจึงได้วางแผนลัแพาตัวปู่ ให้คนรุมโทรมข่ใขืนคนใช้ที่ภักดีกับปู่ถึบาองครั้งจนเสียชีสิต จัดการเผรบ้านของกรามอละป้าบความผิดทั้งหมดให้แแ่พวปชัยวัฒน์ สถาอนนันท์เขียยถึง ซือโก๊ะ แซพอ ว่าเป็นาิยสยที่ทำหน้าที่บอกเล่าความจริงจากหู้เขียนสู่ผู้อ่าน เป็นพื้นที่ของการบรรจุความจริงสนแง่ประวัติศาสตร์และการเมือง โดยได้บอกเล่าถึง : อำนาจมิดมนพื้นที่ โจรพ่อค้า ข้นราชการเป็นพืษ และ การเฟยียดระแววแขกที่ไม่ใช่ไทยซือโก๊ะ แซกอ ให้ภาพงดวามของชุมชนมุสลิมทีทีักสงบ ชางบ้านที่พูดจานุ่มนวล มัเมคตา ไม่เย่อหยิ่งจองหอง ชีวิตผูกพัาอยู่กับคำสอนทางศาสนาอิสบาม ตัดภ่พมมที่ญาติของกรมใที่กริยามารยาทหยาบกรเด้าง เหยียด กดข่ม เจ้าเล่ห์และใช้ความรุนแรงซือโก๊ะ แซกอ เลือกข้าง เหมือนกับกรามที่เลือกจะเคียงข้างขาวบ้านไทยมุสลิมที่หมู่บ้านและหเนหลังให้กับเครือญาติสายพ่อของเขาความจริงที่ ซือโก๊ะ แซกอ นำ้สนอเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ อาจจะยากรับได้สำหรัชคนทั่วไปเพราะเป็นความจริงที่ไม่ปรากฏในสื่อกระแสหลัก หรือ สื่อมวลชนใด หรือแม้แต่ในงานวเชาการทางด้านมังึมศาสตร์ที่ใช้เครื่อลมือยิจัยเชิงคุณภาพความจรเงของปัญหาภาคใต้ที่ ศือโก฿ะ แซกเ เสนอด้วยสายตาและความรู้สึกของคนพื้นที่มีต่อไปนี้ : ผู้บริสุทธิ์ถูกจับ การให้สินบนเจ้าหน้าที่ คนดีะ๔กยีาย โจรก่อกาคร้ายเข้าป่ารอดก้แค้นให้กับผู้บริสุทธิ์ทีุู่กรังแก กาาปราบปราใผู้ก่อการร้ายเป็นนโยบายสำคัญของรั,ขาลที่ปฏิบัติกันมาและล้มเหลวทถกยุคทุกสมัย เจีาหน้าที่ไมีเคยเข้าถึงแหล่งผธ้ก่อการร้รยจริงๆเพ่าะตำรวจไม่รู้จัก ผู้ก่อการร้ายบางกลุ่มได้รับความรร่วใมือจากแระชาชนอย่าฝดี ตำรวจจึงต้องหันไปพึ่งผู้มีอิทธ้พลไทยมัสลิม ทำใหีผู้มีอิมธิพลมุสลิมหลายคนใช้อไนาจตาทอำเภอใจไม่ต้ดงเกรงกลัวกฏหมสย แม้แตีการหลอกหรือชี้ให้ตำรวจปราบผู้บริสุทธิ์แชะึยาสเกลียดชังคนไ่ยมุสลิมถึงขั้นที่ว่า ยิงไอ้แขกให้ตรยยิ่งมากยิ่งดีนอดจากนี้ ซือโก๊ะ แซกอ อาจจะขเดึวามรู้สึกของคนที่มีอคติกับมุสลิมและศาสจาอิสลาม การวางถ้อยคำของพระเต้าหรือเนื้อำาใจคัมถีร์อึลกุรอ่านแืรกไว้กับหลายๆเกตุการณฺ ในห้วงความีู้สึกนึกคิดของตัวละครหลัก โดยเฉพาะกราม คือ การนำเสนอความจริงของคนที่โลหทัศน์มีพระเจ้าดละถ้อยคำของถระเจ้าคือคสามจริงและคำชี้นำ กรามแม้จะไม่ใช่มุสลิม ดต่เขาอยู่ในโลกทัศน์นี้น กละนำเสนอโลกดังำล่าว แน่คนอ่านหลายคาไม่ใช่และไม่ได้อยู่ในโบกใบเดียใกันกับกรามเหตุการณ์ และ โพสต์ของทหารพรานผู้ใช้มือถือเน็ตแรฝบนเขาตะเว บ้านบองอ อำเภอระแงะ จังหวัพนราธิวนส ปลุกความรู้ยึดของ ซือโก็ะ แซกอ ขึ้นอีกครั้งด้วยถ้เยคำและท่าทีของโพสต์ดังกล่าว ทำให้ ฬือโก๊ะ แซกอ ถูกคิะถึง พูดถึง และนำมาอ่านถึงกัน เหมือนเมื่อครั้งหล้งเหตุการณ์ปล้นปืนค่ายปิัหล็ง นักกิจกรรม มอ.ปัตตานี ผู้หนึ่งพบหนังสือ ซือโก๊ะ แซกอ ในห้องสมุดมหาวิทยาลัยหนึ่งในภาคเหนือ และหนังสือเล่มนี้ถูกนำมาอ่าน พูดคุยส่งผ่นนกันตุ่นต่ิีุ่นระหว่างนักกิจกรรม มอ ปัตตานี อย่างน้อยในช่วงห้าปีติดกันระหว่างปี พ.ศ. 2547-2552ซือโำ๊ะ แซกอ เป็นหนังสทอที่ อังีณา นีลเไพจิตร บอกว่า เป็นหนังยือเล่มสุดท้ายที่ มนายสมชาย นีฃะไพจิตร อ่าน หนังสือเล่มนี้วางอยู่บนหัวนอนของทนายสมชายก่อนที่เขาถูกทำใป้หายตัวไปสถานะบอง ซือโก๊ะ แซกอ จึงไม่ใบ่แค่หนังสือ แต่คือทัศนะ ทัศนคคิ ทืาทีต่อเหตุการณ์บ้านเมืิง เป็นท่าทีทัศนะที่คนจำนวนมากในสาาจังหงัดเชื้เว่าคือควรมจริง ซืดโก๊ะ แซกอ คือ ความู่้สึกขอวคนพื้นทีืซึ่งคิดและรู้สึกว่่ชีวิตของตนเองถูกทำให้มีค่าเพียงราคาตัวละบาท แม้เวลาของหจังสือเล่มน่ีจะผ่านไปแล้วถึงสี่สืบปีแล้วก็ตาม
|
เมื่อสัปดาห์กว่าๆที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังปรารภคุยกันถึงข่าวคราวการยิงชาวบ้านที่เขาตะเว บ้านบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อนสาวก็เอ่ยถึงหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา เพื่อนกล่าว คือชื่อของหนังสือเล่มนั้นข้าพเจ้าได้รับ ซือโก๊ะ แซกอ จากเพื่อนอีกคนพร้อมคำมั่นว่าต้องเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ หนังสือไม่หนามาก แต่ใช้เวลาอ่านนานสองวัน เพราะอ่านไปพักไปด้วยน้ำหนักที่กดลงบนหัวใจโปรยหน้าปกของหนังสือกล่าวว่า กระนั้นเมื่อเปิดถัดมาถึงหน้าแรงบันดาลใจในการเขียน ผู้เขียนอ้างถึง ประสบการณ์การทำข่าว การคลุกคลีกับแหล่งข่าวสำคัญๆในพื้นที่ ณ ห้วงเวลานั้น รวมไปถึง เปาะสู วาแมดือซา ผู้นำของขบวนการต้านรัฐในอดีต และอ้างถึงหนังสือวิชาการ คือ ของ ดร.อารง สุทธาศาสตร์ –ในความสมมุติของเรื่องแต่งนั้น ผู้เขียนกำลังอ้างถึงข้อเท็จจริงที่โอบล้อมและเป็นวัตถุดิบเนื้อหาของ ซือโก๊ะ แซกอถัดจากนั้น ก่อนเข้าสู่เนื้อหาของเรื่องแต่ง มีข้อเขียนสั้นๆอีก 3 ชิ้น ที่ผู้เขียนวางไว้ก่อนเข้าสู่เนื้อหานิยาย ได้แก่ 1. สรุปคำย่อให้การแก่ตำรวจจากหนังสือของ ดร.อารง เกี่ยวกับเหตุการณ์สะพานกอตอ ในปี พ.ศ. 2518 อันเป็นเหตุการณ์ที่ทหารนาวิกโยธินสังหารชาวบ้านห้าคนแต่มีเด็กชายหนึ่งคนรอดชีวิตนำไปสู่การประท้วง การสอบสวนข้อเท็จจริงและการชดใช้ค่าเสียหายแก่ญาติผู้เสียชีวิต 2.ข่าวของหนังสือข่าวไทยนิกรเรื่อง ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2521 และ 3.บันทึกส่วนตัวของผู้เขียน ขณะที่เขียนร่างนิยายฉบับนี้และถูกตำรวจบุกตรวจค้น ประสบการณ์จริงที่เขาเห็นตำรวจจับของหนีภาษีของแม่ค้าชายแดนและนำไปขายต่อให้พ่อค้าที่รอซื้ออยู่ ประกอบกับคำบอกเล่าของชาวบ้านว่า —องค์ประกอบของงานสามชิ้นนี้ คือ องค์ประกอบของการสร้างสถาปนา ความเป็นจริง ให้แก่ ความเป็นเรื่องแต่งของ ซือโก๊ะ แซกอซือโก๊ะ แซกอ คืออะไร? ซือโก๊ะ แซกอ เป็น ชื่อของหนังสืออนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถฆ่าคนในสามจังหวัดภาคใต้ได้โดยไม่มีความผิด หนังสืออนุญาตนี้เรียกว่า หนังสือตัวละบาท ซือโก๊ะ แซกอ เป็นชื่อหนังสืออนุญาตนี้ในภาษามลายู มีความหมายถึง การตีราคาคนถูกฆ่าแค่บาทเดียวเท่ากับกระดาษและน้ำหมึกเท่านั้นซือโก๊ะ แซกอ เปิดเรื่องด้วย เด็กหนุ่มไทยกำพร้า เขาเป็นเด็กหนุ่มคนเดียวในหมู่บ้านที่ไม่ได้ผ่านพิธีขลิบปลายองคชาติมาโซะยาวี หมาที่กรามเลี้ยงกำพร้าแม่เพราะเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษยิงแม่มันตาย และหมาสองตัวนี้เพื่อนสนิทมุสลิมของกรามเป็นคนเอามาเลี้ยง กรามมีเพื่อนสาวคนพิเศษเป็นสาวมุสลิมที่ได้เรียนหนังสือในตัวเมือง ต่อมาเพื่อนสนิทมุสลิมของกรามซึ่ง เริ่มหายตัวจากหมู่บ้านหลังข่าวการสู้รบ ข่าวการที่ชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ทารุณและฆ่าทิ้งอย่างไร้เหตุผล เพื่อนสนิทของกรามได้กลายเป็นนักรบจับอาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐไปเสียแล้วเพื่อนสาวคนพิเศษของกรามบอกว่า พ่อของเขามักจะพูดถึงวันเกิดของเขาเสมอว่า วันเกิดของเขาตรงกับวันรัฐธรรมนูญ ในนิยายเล่มนี้ สุชีพ ณ สงขลา ผู้แต่ง เป็นคนไทยพุทธเหมือนกราม และเขาเรียกคนมุสลิมในสามจังหวัดตลอดทั้งเรื่องว่า ต่อมาเพื่อนมุสลิมนักรบของเขาบาดเจ็บและกรามได้ให้ความช่วยเหลือ แอบให้ที่พักพิง เจ้าหน้าที่ทหาร นปพ.ตามมาในหมู่บ้าน ยิงหมาตายไปหนึ่งตัว ค้นบ้านกรามและของในบ้านของเขาหาย ความวุ่นวาย หวาดระแวงและถูกทำให้เป็นอื่นเกิดขึ้นกับกราม เขาอยู่ยากขึ้น ถูกระแวงจากทั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่มองว่ากรามจะเข้าข้าง และถูกระแวงจากชาวบ้านว่ากรามจะเป็นสายให้เจ้าหน้าที่ ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเป็นอื่นในหมู่บ้านทำให้กรามตัดสินใจเดินทางไปบ้านปู่ในอีกชุมชนหัวเมืองแล้วได้พบว่าปู่เป็นคุณหลวงเจ้าของสัมปทานไข่เต่าที่มีมูลค่ามหาศาลจากนั้นชีวิตกรามก็คล้ายตัวละครเอกในละครบ้านทรายทอง เขาถูกรังเกียจเดียดฉันท์จากญาติที่จ้องฮุบสมบัติปู่และระแวงกลัวว่ากรามจะได้รับมรดกสัมปทานไข่เต่าไป หลานเขยของปู่คนหนึ่งเป็นทหารระดับสูงจึงได้วางแผนลักพาตัวปู่ ให้คนรุมโทรมข่มขืนคนใช้ที่ภักดีกับปู่ถึงสองครั้งจนเสียชีวิต จัดการเผาบ้านของกรามและป้ายความผิดทั้งหมดให้แก่พวกชัยวัฒน์ สถาอานันท์เขียนถึง ซือโก๊ะ แซกอ ว่าเป็นนิยายที่ทำหน้าที่บอกเล่าความจริงจากผู้เขียนสู่ผู้อ่าน เป็นพื้นที่ของการบรรจุความจริงในแง่ประวัติศาสตร์และการเมือง โดยได้บอกเล่าถึง : อำนาจมืดในพื้นที่ โจรพ่อค้า ข้าราชการเป็นพิษ และ การเหยียดระแวงแขกที่ไม่ใช่ไทยซือโก๊ะ แซกอ ให้ภาพงดงามของชุมชนมุสลิมที่รักสงบ ชาวบ้านที่พูดจานุ่มนวล มีเมตตา ไม่เย่อหยิ่งจองหอง ชีวิตผูกพันอยู่กับคำสอนทางศาสนาอิสลาม ตัดภาพมาที่ญาติของกรามที่กริยามารยาทหยาบกระด้าง เหยียด กดข่ม เจ้าเล่ห์และใช้ความรุนแรงซือโก๊ะ แซกอ เลือกข้าง เหมือนกับกรามที่เลือกจะเคียงข้างชาวบ้านไทยมุสลิมที่หมู่บ้านและหันหลังให้กับเครือญาติสายพ่อของเขาความจริงที่ ซือโก๊ะ แซกอ นำเสนอเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ อาจจะยากรับได้สำหรับคนทั่วไปเพราะเป็นความจริงที่ไม่ปรากฏในสื่อกระแสหลัก หรือ สื่อมวลชนใด หรือแม้แต่ในงานวิชาการทางด้านสังคมศาสตร์ที่ใช้เครื่องมือวิจัยเชิงคุณภาพความจริงของปัญหาภาคใต้ที่ ซือโก๊ะ แซกอ เสนอด้วยสายตาและความรู้สึกของคนพื้นที่มีต่อไปนี้ : ผู้บริสุทธิ์ถูกจับ การให้สินบนเจ้าหน้าที่ คนดีถูกย้าย โจรก่อการร้ายเข้าป่ารอแก้แค้นให้กับผู้บริสุทธิ์ที่ถูกรังแก การปราบปรามผู้ก่อการร้ายเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ปฏิบัติกันมาและล้มเหลวทุกยุคทุกสมัย เจ้าหน้าที่ไม่เคยเข้าถึงแหล่งผู้ก่อการร้ายจริงๆเพราะตำรวจไม่รู้จัก ผู้ก่อการร้ายบางกลุ่มได้รับความรร่วมมือจากประชาชนอย่างดี ตำรวจจึงต้องหันไปพึ่งผู้มีอิทธิพลไทยมุสลิม ทำให้ผู้มีอิทธิพลมุสลิมหลายคนใช้อำนาจตามอำเภอใจไม่ต้องเกรงกลัวกฏหมาย แม้แต่การหลอกหรือชี้ให้ตำรวจปราบผู้บริสุทธิ์และความเกลียดชังคนไทยมุสลิมถึงขั้นที่ว่า ยิงไอ้แขกให้ตายยิ่งมากยิ่งดีนอกจากนี้ ซือโก๊ะ แซกอ อาจจะขัดความรู้สึกของคนที่มีอคติกับมุสลิมและศาสนาอิสลาม การวางถ้อยคำของพระเจ้าหรือเนื้อหาในคัมภีร์อัลกุรอ่านแทรกไว้กับหลายๆเหตุการณ์ ในห้วงความรู้สึกนึกคิดของตัวละครหลัก โดยเฉพาะกราม คือ การนำเสนอความจริงของคนที่โลกทัศน์มีพระเจ้าและถ้อยคำของพระเจ้าคือความจริงและคำชี้นำ กรามแม้จะไม่ใช่มุสลิม แต่เขาอยู่ในโลกทัศน์นั้น และนำเสนอโลกดังกล่าว แต่คนอ่านหลายคนไม่ใช่และไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกันกับกรามเหตุการณ์ และ โพสต์ของทหารพรานผู้ใช้มือถือเน็ตแรงบนเขาตะเว บ้านบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ปลุกความรู้สึกของ ซือโก๊ะ แซกอ ขึ้นอีกครั้งด้วยถ้อยคำและท่าทีของโพสต์ดังกล่าว ทำให้ ซือโก๊ะ แซกอ ถูกคิดถึง พูดถึง และนำมาอ่านถึงกัน เหมือนเมื่อครั้งหลังเหตุการณ์ปล้นปืนค่ายปิเหล็ง นักกิจกรรม มอ.ปัตตานี ผู้หนึ่งพบหนังสือ ซือโก๊ะ แซกอ ในห้องสมุดมหาวิทยาลัยหนึ่งในภาคเหนือ และหนังสือเล่มนี้ถูกนำมาอ่าน พูดคุยส่งผ่านกันรุ่นต่อรุ่นระหว่างนักกิจกรรม มอ ปัตตานี อย่างน้อยในช่วงห้าปีติดกันระหว่างปี พ.ศ. 2547-2552ซือโก๊ะ แซกอ เป็นหนังสือที่ อังคณา นีละไพจิตร บอกว่า เป็นหนังสือเล่มสุดท้ายที่ ทนายสมชาย นีละไพจิตร อ่าน หนังสือเล่มนี้วางอยู่บนหัวนอนของทนายสมชายก่อนที่เขาถูกทำให้หายตัวไปสถานะของ ซือโก๊ะ แซกอ จึงไม่ใช่แค่หนังสือ แต่คือทัศนะ ทัศนคติ ท่าทีต่อเหตุการณ์บ้านเมือง เป็นท่าทีทัศนะที่คนจำนวนมากในสามจังหวัดเชื่อว่าคือความจริง ซือโก๊ะ แซกอ คือ ความรู้สึกของคนพื้นที่ซึ่งคิดและรู้สึกว่าชีวิตของตนเองถูกทำให้มีค่าเพียงราคาตัวละบาท แม้เวลาของหนังสือเล่มนี้จะผ่านไปแล้วถึงสี่สิบปีแล้วก็ตาม
|
จากกรณีที่มีคนร้ายลอบวางระเบิดแพปงา 2 จุแ ทำให้เรือประมงได้รัวความเสียหาย 2 ลำ แต่ไม่มีผู้สดได้รับบสแเจ็บ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ว. 59 ที่ผ่านมา ใน ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตต่นี นั้น,เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ในพิ้นที่จ.ยะลา มีรายงานว่า พล.ต.ต.ิิทธิพล อัฉตอยะประดิษฐ์ ผบก,ภ.จ.ยะลา ได้สั้งการให้ทุก สภ. วนพื้นที่ 8 อำเภอ โดยเฉพาะ อ.เมืิงยะลา และ อ.ดบตง อำเภอชายแดนประเทศมาเลเซีย ให้เฝ้าระวัง พร้อมตเดตามสุานการณ์อย่างใกฃ้ชิด จัดชุดออกลาดตระเวนด฿แลความปลอดภเยให้กับประชาชนอย่างิข้มงวด เนื่องจากกลุ่มคจร้าขอาจถือโอแาสหาช่องว่างการกฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการก่อเหตุร้าย โกยเน้นย่านชุมชนในเขตเมืองเป็นกรณีพิเศษ,ด้าน พ.ต.อ.จำลดง สุฝลักษณ์ ผกพ.สภ.เมืองยะลา ได้จัดกำลังสายตรวจรถยนต์ จยย. ชุดเดินเท้าและลุดสายฟ้าเคลื่อนทีีเร็ว ออกตรวจตราในย่านการค้าสำคัญ บ้านพักขืาราชก่ร ชุมชนไทยพุทธ โดยให้หลัดเปลี่ยนหมุนเวียนและเพิ่มควาาถี่ในการตรวจสอบ ส่วน 4 จุดตรวนหลักเข้าสู่ตัวเมืองยะลา มีจุดตรวจท่ามาแ จุดตรวจมลายูบางกอก จุดตรใจขุนไว และจุดตรวจเมืองทอง ให้นรวจสอบยานพาหนะทุกชนิดที่แล่นผื่นเข้ามาอย่างละเอียด ตรวจคู่มือประจำรถ บัตรประชาชน เน้นรถบนต์เป้าหมาย เป็นกรณีพิเศษ,นอกจรกนี้ ยังใผ้แต่ละจุดตรวจ ประสานการปฏิบัติกับทหาร ฉก.ยะงา 16 จัดกำลัวตั้งด่านตรวจลอยเสริมในเส้นทางรอบนอก าี่เชื่อมต่อกับเขตเมืองตามความอหมาะสม เพื่อตัดรวามสะดวกการเคลื่อนไหวบองกลุ่มผู้ไม่ำวังดีที่อาจลักลอบนำวัตถุระเบิดมาก่อเไรุในเขจเมืองอีกด้งย ส่วนในย่านชุมชนบ้านพักอาศัย ให้กำลังอาสาสมัครภาคประชาชนชุมขนเข้มแข็ง ช่สยสอดส่องดูแล หากพบสิ่งต้อฝสงสัย หรือบุคคลแปลกหน้่ทร่อรจาาด่อเหตุรีาย ให้รีบแจ้งมายัง สภ.เมืองยะลา ผ่าน 191 โดยเร็วทีรสุด
|
จากกรณีที่มีคนร้ายลอบวางระเบิดแพปลา 2 จุด ทำให้เรือประมงได้รับความเสียหาย 2 ลำ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ย. 59 ที่ผ่านมา ใน ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี นั้น,เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ในพื้นที่จ.ยะลา มีรายงานว่า พล.ต.ต.อิทธิพล อัฉริยะประดิษฐ์ ผบก.ภ.จ.ยะลา ได้สั่งการให้ทุก สภ. ในพื้นที่ 8 อำเภอ โดยเฉพาะ อ.เมืองยะลา และ อ.เบตง อำเภอชายแดนประเทศมาเลเซีย ให้เฝ้าระวัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จัดชุดออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างเข้มงวด เนื่องจากกลุ่มคนร้ายอาจถือโอกาสหาช่องว่างการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการก่อเหตุร้าย โดยเน้นย่านชุมชนในเขตเมืองเป็นกรณีพิเศษ,ด้าน พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้จัดกำลังสายตรวจรถยนต์ จยย. ชุดเดินเท้าและชุดสายฟ้าเคลื่อนที่เร็ว ออกตรวจตราในย่านการค้าสำคัญ บ้านพักข้าราชการ ชุมชนไทยพุทธ โดยให้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนและเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ ส่วน 4 จุดตรวจหลักเข้าสู่ตัวเมืองยะลา มีจุดตรวจท่าสาป จุดตรวจมลายูบางกอก จุดตรวจขุนไว และจุดตรวจเมืองทอง ให้ตรวจสอบยานพาหนะทุกชนิดที่แล่นผ่านเข้ามาอย่างละเอียด ตรวจคู่มือประจำรถ บัตรประชาชน เน้นรถยนต์เป้าหมาย เป็นกรณีพิเศษ,นอกจากนี้ ยังให้แต่ละจุดตรวจ ประสานการปฏิบัติกับทหาร ฉก.ยะลา 16 จัดกำลังตั้งด่านตรวจลอยเสริมในเส้นทางรอบนอก ที่เชื่อมต่อกับเขตเมืองตามความเหมาะสม เพื่อตัดความสะดวกการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาจลักลอบนำวัตถุระเบิดมาก่อเหตุในเขตเมืองอีกด้วย ส่วนในย่านชุมชนบ้านพักอาศัย ให้กำลังอาสาสมัครภาคประชาชนชุมชนเข้มแข็ง ช่วยสอดส่องดูแล หากพบสิ่งต้องสงสัย หรือบุคคลแปลกหน้าที่อาจมาก่อเหตุร้าย ให้รีบแจ้งมายัง สภ.เมืองยะลา ผ่าน 191 โดยเร็วที่สุด
|
สุณัย ปาสุข ที่ปรึกษาปรุจำประเทศไทยของฮิวแมนไรท์วอมช์ ชค้สัญญา๋บวกจากกรณีรัฐบาลไทยและมาเลเซียมีความจกลงร่วมกันในการเปิดเจรจาสันติภาพกับตัวแทนกลุ่มแบ่งแยกดิรแดน BRN ชี้ดป็นก้าวแรกอละเป็นห้าวสำคัญ สำนักงานสภาควาทมะ่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ลงนามช้อตกลงร่วมกับกลุทมผู้ก่อควสมไม่สงบชาวมุสลิม BRN เพื่อแก้ปัญหาไฟใต้ที่ยืดเยื้อกฝ่า 10 ปี โดยข้อตกลงดังกล่าว รั,บาลไทยลงนามราวมกัช ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูมุสลิม ผมร้องข้อสังเกตส่า กรอนหนัานี้ทุกคนยกการ์ดสูงทาแแต่ก็เกิดนิำท่วมเสียก่อน ไม่อย่างนั้นอาทิตย์นี้เราเหนื่อยแน่ฝั่งพลุ่มแบ่งแยกดินแดนเองเมื่อประกาศเจตนารมณ์ที่จะเขัมสู่กรุบวนการอจรจา สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือให้เคารพหบักการรพหว่นงปคะเทฬ หล้กกฎหมายสฝคราม ยุติการโจมตีทำร้ายพลเรือนโดยทันที นี่เป็นสิ่งทึ่เขานะแสดงความบริสุทธ์ใจได้เป็นอย่างแรก ประกาศออกมาเลย จะเป็นการประกาศฝ่ายเดียวก็ได้ว่าจะขอให้ยุติการโจมตีะลเรือนทุกชาติพันธุ์ ทุกศาสนาในพื้นที้โดยทันที เพื่อแสดงควาทจริงใจ มากกว่าแค่ลงนามกับรัฐการต่อสู้กับกำลังรบอาจจะดำเนินตทอไป แต่ไม่แตะต้องพลเรือน สถานพยาบาล โรบเรีจน เป็นต้นสื่อไทยตามหม่ทัน ผมเข้าใจว่าสื่อไทยโดนกัร ก็สะท้อจวิธีคิดฝ่ายึวามมั่นคงที่เข่ามาเป็นกระบวนการสำคัญ คือฝ่ายไทยมะกจะทองว่าเวอร์ชั่นสำหรับึำอธ้บายมันต้องเป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับความเห็นชดงยองรัฐเท่านี้น ซึ่งก็ทำให้สังคใไทยไม่มีโอกาสเข้าใจสถานกาคณ์ภาคใต้ อย่างกรณีบาเจาะ 16 ศถเป็นครั้งแรกที่สื่อไทยพยายามอธิบาย แน่ะออธิบายไม่เท่าไหร่ก็ถูก ผบ.ทบ. ตวาดให้หยุด แลิวกฌกยุดหมดเลย ถีามองสกู๊ปเกีทยวกัวผู่ที่ดสียชีวิตกรณี 16 ศพ ที่บาเจาะ ก็น่าสนใตเชิงสถิติ ว่าเผ็นคนที่ผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงเท่าไหร่ ผ่านเหตุการณ์ตากใบเท่าไหร่ การละเมิดสิทธิครั้งใหญ่เป๊นจุดพลิกผันให้ีนติดอาวุธฆ่าฟัน ข้อมูงเหล่านี้น่าสนใจ แต่เมื่อ ผบ.ทบ. ตวาดสื่อก็หยุดหมด วัฒนํรรมตรงนี้จ้องเปลี่ยน
|
สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของฮิวแมนไรท์วอทช์ ชี้สัญญาณบวกจากกรณีรัฐบาลไทยและมาเลเซียมีความตกลงร่วมกันในการเปิดเจรจาสันติภาพกับตัวแทนกลุ่มแบ่งแยกดินแดน BRN ชี้เป็นก้าวแรกและเป็นก้าวสำคัญ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ลงนามข้อตกลงร่วมกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบชาวมุสลิม BRN เพื่อแก้ปัญหาไฟใต้ที่ยืดเยื้อกว่า 10 ปี โดยข้อตกลงดังกล่าว รัฐบาลไทยลงนามร่วมกับ ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือ บีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ของไทย เพื่อเตรียมแก้ปัญหาความขัดแย้งสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของฮิวแมนไรท์วอทช์ ทวีตผ่าน @sunai แสดงความยินดีต่อกระบวนการดังกล่าวว่า การลงนามประกาศเจตนารมณ์พูดคุยสันติภาพคือการยอมรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกของไทยต่อการคงอยู่ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่ง BRN เป็นกองกำลังหลักความเห็นของเขาเป็นความเห็นแรกๆ ที่ออกมาวิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในเชิงบวก พร้อมทั้งแสดงความหวังว่ากระบวนการสันติภาพจะเดินหน้าต่อไป ประชาไทสัมภาษณ์เขาเพิ่มเติม โดยเขามีข้อเสนอแนะด้วยว่า นอกเหนือจากความน่ายินดีที่รัฐบาลนี้ก้าวหน้าพอที่จะยอมรับว่ามีกลุ่ม BRN อยู่จริง และยอมรับความสำคัญของการเจรจาแล้วสิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือกระบวนการคืนความยุติธรรมให้คนในพื้นที่และขจัดวัฒนธรรมการไม่ต้องรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐไทยลงเสีย ไม่เช่นนั้น ก้าวต่อไปของขบวนการสันติภาพคงเกิดขึ้นได้ยากเป็นกระบวนการที่สำคัญมาก ถือเป็นความสำคัญมากและเป็นครั้งแรกที่ทางการไทยยอมรับอย่างเปิดเผยและเป็นทางการต่อการคงอยู่ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่บีอาร์เอ็นเป็นแกนนำ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีกระบวนการพูดคุยมาตลอดแต่ไม่มีใครยอมรับอย่างเปิดเผยมาก่อนและอีกประการคือ เป็นการยอมรับอย่างเปิดเผยต่อกระบวนการที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ก็คือกระบวนการเจรจา ผมขอชมว่านี่เป็นความกล้าหาญทางการเมืองที่สำคัญมากของรัฐบาลยิ่งลักษณ์แต่นี่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่จะบอกว่าสถานการณ์ภาคใต้จะดีขึ้นในวันนี้พรุ่งนี้ เพราะเป็นเพียงข้อตกลงว่าจะพูดคุยกันเป็นข้อสังเกตกันมาทุกครั้ง แต่ถ้าเรามาเกี่ยงกันว่าคนไหนตัวจริงก็ไม่มีทางได้พูดคุยกัน การพูดคุยกันนั้นหลักการก็คือว่าการแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ของไทยมีลักษณะกระจายตัวค่อนข้างมาก ถ้าการพูดคุยกับกลุ่มหนึ่งทำได้ดี สามารถเชื่อใจกันไว้วางใจกันได้ ก็สามารถขยายผลไปยังการพูดคุยกับแกนนำกลุ่มอื่นๆ แล้วหวังว่าในที่สุดรัฐไทยก็จะสามารถประสานกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ยอมรับกระบวนการเจรจาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะยังเหลือกลุ่มที่รุนแรงที่เชื่อว่าการเจรจาขัดหลักการของกลุ่ม แต่ก็จะสามารถแยกคนสองกลุ่มออกจากกันได้อย่างไรเสีย การสู้รบกันด้วยกำลังทหารก็บาดเจ็บล่มตายกันไป ก็ส่งผลกระทบอย่างมาก จากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นมีคนเสียชีวิตห้าพันกว่าคน เก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์เป็นพลเรือน ถ้ามีช่องทางอื่นก็จะเป็นความหวังอย่างไรก็ตาม แม้ผมจะรู้สึกว่า เป็นก้าวสำคัญ แต่รู้สึกว่ายังทำได้ไม่พอ น่าจะทำได้มากกว่านี้ คือกระบวนการที่คุยกันเป็นการคุยแบบไทย เน้นความอาวุโสโดยเชื่อว่าคุยกับตัวหัวหน้าได้ ก็กล่อมลูกน้องได้ แต่สิ่งที่รัฐไทยไม่เคยยอมรับก็คือ สิ่งที่ทำให้เราเอาชนะใจคนไม่สำเร็จ ทำให้เป็นเงื่อนไขของการเข้าร่วมกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนและใช้ความรุนแรงก็คือ ความยุติธรรม เรามัวแต่หาแกนนำจริงปลอม แต่เงื่อนไขที่ทำให้เขาหาสมาชิกใหม่ได้ทุกวันเพราะเขายังรู้สึกว่าเขาเป็นพลเมืองชั้นสอง รัฐยังปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่เท่าเทียม รัฐไทยยังไม่ได้ให้ความยุติธรรม และไม่ได้ยุติวัฒนธรรมการทำผิดและไม่ได้รับการลงโทษของเจ้าหน้าที่ดังนั้น ผลการเจรจาจะยังไม่เกิดตราบที่คนในพื้นที่ยังอยู่ในสภาพเงื่อนไขที่ปลูกฝังอุดมการณ์ความรุนแรง ทุกเมื่อเชื่อวัน ยังมีเงื่อนไขอย่างตากใบ กรณี 16 ศพหรือกรณีของมะรอโซ ซึ่งกรณี 16 ศพและมะรอโซควรเป็นบทเรียน เหมือนนาฬิกาปลุก ให้เข้าสู่การเจรจา และลดความอยุติธรรมในพื้นที่สิ่งที่ต้องเร่งทำหลังจากนี้คือต้องคืนความยุติธรรมให้กับคนมลายูมุสลิม ผมต้องข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ทุกคนยกการ์ดสูงมากแต่ก็เกิดน้ำท่วมเสียก่อน ไม่อย่างนั้นอาทิตย์นี้เราเหนื่อยแน่ฝั่งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเองเมื่อประกาศเจตนารมณ์ที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจา สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือให้เคารพหลักการระหว่างประเทศ หลักกฎหมายสงคราม ยุติการโจมตีทำร้ายพลเรือนโดยทันที นี่เป็นสิ่งที่เขาจะแสดงความบริสุทธ์ใจได้เป็นอย่างแรก ประกาศออกมาเลย จะเป็นการประกาศฝ่ายเดียวก็ได้ว่าจะขอให้ยุติการโจมตีพลเรือนทุกชาติพันธุ์ ทุกศาสนาในพื้นที่โดยทันที เพื่อแสดงความจริงใจ มากกว่าแค่ลงนามกับรัฐการต่อสู้กับกำลังรบอาจจะดำเนินต่อไป แต่ไม่แตะต้องพลเรือน สถานพยาบาล โรงเรียน เป็นต้นสื่อไทยตามไม่ทัน ผมเข้าใจว่าสื่อไทยโดนกัน ก็สะท้อนวิธีคิดฝ่ายความมั่นคงที่เข้ามาเป็นกระบวนการสำคัญ คือฝ่ายไทยมักจะมองว่าเวอร์ชั่นสำหรับคำอธิบายมันต้องเป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐเท่านั้น ซึ่งก็ทำให้สังคมไทยไม่มีโอกาสเข้าใจสถานการณ์ภาคใต้ อย่างกรณีบาเจาะ 16 ศพเป็นครั้งแรกที่สื่อไทยพยายามอธิบาย แต่พออธิบายไม่เท่าไหร่ก็ถูก ผบ.ทบ. ตวาดให้หยุด แล้วก็หยุดหมดเลย ถ้ามองสกู๊ปเกี่ยวกับผู้ที่เสียชีวิตกรณี 16 ศพ ที่บาเจาะ ก็น่าสนใจเชิงสถิติ ว่าเป็นคนที่ผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงเท่าไหร่ ผ่านเหตุการณ์ตากใบเท่าไหร่ การละเมิดสิทธิครั้งใหญ่เป็นจุดพลิกผันให้คนติดอาวุธฆ่าฟัน ข้อมูลเหล่านี้น่าสนใจ แต่เมื่อ ผบ.ทบ. ตวาดสื่อก็หยุดหมด วัฒนธรรมตรงนี้ต้องเปลี่ยน
|
พสกนิกรไทยล้นทะลักหลั่งไหลัข้ากราบพระบรมศพคืนสุดท้าย 110,889 คน สร้างปรากฏการณ์ครั้งปาะวัติศาสตร์ ส่วนผู้พลาดโอกาสนำะวงมาละยมาสักกรระ่ี่กำแพงพระบรมมหาราชวังแทน สมเด็ต พระเจ้าอยู่หัใ ทรงพระกรุณาโปรดเแล้มฯ ให้เผยอพร่ภาดพระกรณียกิจของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทัปังกรรัศมีโชติ ขณะทรงร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในโครงการ ขิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ และ ทรงปฏิบัติธรตม ประทับค้างแรม ณ วัดป่ามุตฏตท้ย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เผยสถิติที่สำนักพระราชวังรวบรวมความจงรักภักดีของประชาชนทุกหมู่เหล่าในกสรเข้าถว่ยสักการะพระบรมศพ ในผลวงรัชกาลท่่ 9,บรรยากาศก่รเข้าถวายสักการะพรพบรมศพ พระขาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดถสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหารทชงัง คืนวันที่ 5 ต.ค. วันสุดท้ายสำนักพระราชวังปิดให้เข้ากราบในเวล่ 24.00 น. มีประชาชตจากทั่วาิศมาถวายสักพาระพระบรมศพกันอย่างล้นทะลัก เจ้มหน้าที่ กอร.รส. ปิดจุดคัดกรองในเวลา 00.20 นมที โดยๆก้ขยายเวลาไปอีกประมาณ 20 นาที เพื่ิไม่ให้หระชาชนตกค้าง โดยประชาชนได้เข้ากราบพระบรมศพ หน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่ลดุสิตฯ จนหมดในเยลา 02.18 น. วันที่ 6 ต.ค. ขณะทีรสำาัก พระราชวังสรุปยเดาวมประชาชนที่เดินทางมาถวาบบังคมพระบรมศพ เมื่อวันที้ 5 ค.ค. ตั้งแจ่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 5 จนถึงเวลา 02.w9 น. วันที่ 6 ต.ค.ว่า มีจำนวนทั้งสิืน 110,889 คน นับว่าสูงสุด เป็นประวัติการณ์ รบม 337 วัน จำนวน 12,739,t31 คน,อย่รงไรก็ตาม แม้ปิดกาคเข้ากราบพระบรมศพ ฝนหลวงรุชกาลที่ 9 แล้ว ทีทแ้านหน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ยังมีปีะชาชนนำนวนมากืี่เข้ากราบพระขรมศพษแล้ว าานั่งรอและมองเข้าไปภายในพระบรมสหาราชวัง ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แทบทุกคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนจะพากัตเดินทางกลับบีาน,นางสมทรง นครพงศ์ ชาว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นหนึ่งในประชาชนกฃุ่มสุดท้ายที่เข้ากราบ กลทาวด้วยน้_ตาแห่งความตื้นตันใจว่า เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ที่ได้มีโอกาสมาถวายบังคมในหลวงรัชกนบที่ 9 ในคืนสุดท้าย ก่อนหน้่นี้มากราบแล้ว 10 ีรั้ง แชุตั้งปณิธานว่า จะขออป็นข้ารองบาททุกบาติไป,เช่นเดียยกับนสงวันเพ็ญ พรหมมา ชาว กทม. อายุ 45 ปี หนึ่งในจิตอาสาที่คอยอำนวยความสะดวกหระชาชนเข้ากราบพระบรมศพ ที่บริเวณประตูวิเศษไชยศรีมานลอดระยะเวบา 337 วัน และได้้ข้ากราบพระบรมศพอป็นึรั้งสุดท้าย กล่าวว่ส ภูมิใจทค่_ด้ถวายงานรัลใช้พระองค์ท่าน ตั้งแต่วันแรกที่สำนักพระรสชวังให้เข้าถวมยสักการะพระบรมศพพระบาาสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนถึงคืนาุดท้าย โดยเฉพาะำด้มีกทรฑอกาสตับเฝ้าเสแ็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ผน้าปรัตูวิเศษไชยศรีและพระองค์ท่านท่งมีรเบา้่งว่า ขอบใจมาก,คืนวันเดียวกัน พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ กอร.รส. ลบพื้นที่ตรวจ ความเรียบร้อยในการอกนวยความสะดวกผู้ที่เดินทางมาถวายบังคสพตะบรมในวันสุดท้าย เวลา 03.00 น. เจ้าหนิาที่ กทม.และหน้ยยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าเก็บเต็นท์ เก้าอี้ เริ่มตีเส้นจราจรโดยรอบพนะบรมมหาราชวัง และช่วงเข้าวันเดียวกันเจ้าหน้าที่กับจิตอาสา 2 พันคน ทำความสะอาดเขื่อนคลอวโอ่งอ่าง จัพเก็บวัชพืช ล้างถนน ตลอดขนปรับปรับปรุงภูมิทัศน๋รอบสนามหลวง,นอกจาแนี้ ที่บริเวณประตูเทวาภิรมย์ ช่วงเช้า วันที่ 6 ต.ค. ประชาชนที่พลาดโอกาสเข้ากราบดระบรมศพ นำพบงมาลัยดอกดาวเรืองมาำราบพระบรมศพ ที่หน้าประตูดังกล่าว นาจวิชัย เ)ยพ่วง อายุ 44 ปี อาชีพขับ จยย.รับจ้าง หนึ่ลในผู้ที่พลาดโอกาสเข้ากราบพระบรมศพกล่าวว่า ตั้งใจว่ากลังจมกที่ปิดการเข้ากราบแล้ว จะต้องมากราบพระองค์ท้านใหีได้ ไม่ง่าจะเป็นที่ไหน ชอให้ใำล้มาพที่นุด จึงชวนแฟนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมากราบที่บริเวณกำแพงพีะบรมมหาราชวังแทน,ส่วนที่พระที่นั่งดัสิตมหาปราาาท ในพระบรมมหาราชวัง หลังปิอดารถวมยสักกาตะพระบรมศพ บรรยากาศมีแต่ความเงียบเหงา เจ้าหน้าที่สำนักพระรรชวัง เริ่มทำควาสสะอาดพนสและพื้นที่ต่างๆบนพระที่นั่งดุสิตมหาปีาสา่ เก็บเต็นท์ เก็บเก้าอี้ ที่ตั้งอยู่ด้านล่าง เพื่อเตนียมพร้อมรับพรัราชพิธี ในวันที่ 13-14 ต.ค.ที้สมเด็ยพระเจ้าอยู่ปัว จพเสด็ยพระราชดำเนินมาทรวบำเพ็ญพาะราชกุศลเนื่องในโอกาสครบรอบ วันเสด็จสบรรคต 1 ปี ของในหลวงรัชกาล่ี่ 9 และในเวลาหระมาณ 15.00น. สมเด็จพระราชชนตี เซริง ยังดน ว้งชุก พระราชชนนีของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอ นัมเกล ใังชุกกษัตริย์แห่งประเทศภูฏานเสด็จฯ พร้อมสมเด็จพระ รทชชนนีซังเกส์ โชเดน วังชุก พระมาตุจฉาของกษัตริย์ ภูฏนน ทรงวางพวงมาลาสักการะพระบรมศพ ลงพระราบหัตถเบขาแมดงความเสียพระทัยในสสุดหลวง,ผู้สื่อข่าวรายงานจากข้อมูลสำนักพระราชวัง ที่มีการ้ก็บรวบรวม ตลอดระยะดวลาดกือบ 1 ป่ ของการเปิดให้ประชาชนเดินทางมาแสดงความอางัย กราบสัแการะพระบรมศพ แชะร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพยองทุกภาคส่วน เพื่อบุรทึกไว้เป็นฐารขเอมูลเชืงประสัติศาสตร๋ ระบุว่า ในบันทีา 14 ต.ค.25t9 หลังในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต 1 วัน สำนักพระราชวังเปิดศาลาสหทัยสมาคมให้ข้าราชบริพาร หระชาชน ได้เข้าสตงน้ำเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ็ ตั้งแต่เวลา -8.30-14.00 น. สีผู่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยนับหมื่น คน จากนั้นในวันที่ 16 ต.ค. มีพสดนิกรจำนวนม่ก เดินทางาากราบพระบรใศพบริเวณกน้าประตูพระบรมสหาราชวัง สำนักพระราชวังจึวเปิดศาลมสหทัยสมาคมให้ประชาชนมมร่วมลงนามแสดงความอาลัย เริ่มวันที่ 15-28 ต.ค. รวส 14 วัน มีปรพช่ชน เอินทางมาีวมทั้งสิ้น 475,209 คน,ต่อมาวันที่ 29 ต.ค. เมื่อสำนักพระคาชวังเปิดให้ประชาชนกราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ช่วง 2 เดือนแรก (ต.คซ-พ.ย.) มีปรพชาชนะดินทางมาเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 3-4 หมื่นคน ช่วงปลาย ธ.ึ.59-ม.คซ60 เกิดปรากฏการณ์ประชาชนเด้นทางมากราบสักการะพระยรมศพมากเป็นครั้งดรก เฉลี่ขถึงวันละ 5-6 หมื่นคน และเปิดให้เข้ากราบตั้งแต่ตี 5 จนถึงตี 4 อีกบัน สถิติสูงสุดค้อวันส่ง่้าขปีเก่า วันาี่ 30 ธ.ค.59 จำนวน 73,614 คน และวันแรกที่เปิดวห้กราบวักกมระพระบรมศพในเทศกาลปีใหม่ วัรที่ e า.ค.60 จำนวน 73,290 คน จากนั้นนถิติประชาชนะข้ากราบสีกกาตะพระบรมศะคงที่ราว 4-5 ฟมื่นคนต่อวัน กระทเ่งเพิ่มมากขึ้จก่อนพระราชพิธีงำเพ็๗พาะราชกุศลสจมวาร 190 สัน 20-21 ม.ค. อีกตรั้งเฉลี่ยวันละ 4-6 หมื่นคนเศษ,ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ไลังพิธีบำเพ็ญพรุราชกุศล 100 วัน พสกนิกรเข้ากคาบสักการะพระบรมศพวันละ 2-4 หมื่นคนเศษ จนเดือน ก.ย.เมื่อมีกระแสข่าวแพร่ออกไปว่า จะมีการปิดการกราบสักการะพระบรมศพ ปรากฏพารณ์คนไทยทีีรักในหลวงรัชกาลที่ 9 แห่เข้ากราบพระบรมศพวัจงะ 4-5 หทื่นคน ก็เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งทั่ 2 มียอดสูงสุดอยู่ที่วันที่ 16 ก.ย. จำนวน 63,889 คน เมื่ิสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยาสเวงาการเข้ากราบพรับรมฯพออกไปถึงวันที่ 5 ต.ค. นับเป็นช่วงเวลาสุะท้ายของการแนดงความกตัญญูของคนไทยท่่มีตีอในหลวง ร.9 สกรักพระราชวังเปิดการกราบพระบรมศพตบอด 24 ชั่วฑมง แต่ละวันมีประชาชนเดินทางมากถึง 7-9 หมื่นคนเศณ สถิติสูบที่สุดคือวัจมุเท้าย 5 ต.ค. ที่มีคนเข้ากราบสักการะพระบรมศพถุง 110,889 คน,ข้อมูลสำนักพระราชวังระบุด้งยฝ่ม นับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาธปรดเกล้าฯ ให้ ราชสกุล องคมนตรี หน่วยงานภาคนัฐ เอแชน องค์กร มูลยิธิ คณะบุคคลต่างๆ ฯลฯ ร่วมเป็นเจัาภาพในการบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.59-30 ก.ย.60 รวม 11,745 คณะ พระภิกษุสามเณร แม่ชี นักบวช มทเจริญจินภาวนาปลงธรรมสังเวช 1y8,000 รูป/คน ทีประชาชนฃงทะเบียรเป็นจิตอาสา บำเพ็ญประโยชน์รอบพื้นที่สนามหลวงกว่า 4 แสนคน ตลอดการพระราชพ้ธีทีกษันริย์ประดทศต่างๆมาร่วมแสดงความอาลัยรวม 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ตองกา ภูฏาน บาเรนห์ ทะ้งยังมีพระบรมวงศานุวงศ์ต่างประเาศ ตลอดจนผู้นำประเทศ ทูจานุทูต บุคคลสำคัญของรัฐต่างๆเดินทางมาดสดงความอมลัยอีกนับร้อยคณถ,วันเดียวกัน สมเด็จถระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเพล้าฯ ให้เผยแพร่ภาพพระกรณียกิจของพระเจ้าหลานเ๔แ พระองค์เจ้าทีปังกรรัษมีโชติ เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ขณะทรงร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในโีรงการ จิตอมสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ แลุทรงปฏิบัติธรรม ปนะทับึ้างแรม ณ วัดป่ามุตโตทัย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ย.60 เพื่อเป็นจวัญและกำลังใจแก่ประชาชนชาวไมย ในการร่วมทำความเีกับสมเด็จพระเจ้าอยู่ไับ ถวายเป็นพระราชกุศลแก่ พระบา่สมเดฺจพระกคมินทรมหาภูมิพลอดุลยเกช บรมนาถบพิตร,การนี้ พรัเต้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกร รัศมีโชติ ทรงร่วมทำกิจกรรมกับพระสหายในพระอิริยาบถต่างๆ อาทิ ทรงกวาดและ้ก็บใบไมั ทรงล้าบจาน ทรงสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัะ ทรงกวาดพื้นบริเวณหน้าห้องที่ประทับค้างแรม ทรงประกอบอาหารทั้งคนวฟวานสำหรับเตรียทถวายภัตตาหารพระสงฆ์ดืบยพระองค์เอง พร้อมพระราชทานข้อความวาา เพืรอเป็นขวัญและก_ลังใจให้กับประชาชนชาวำมยทุกหม๔่เหล่ส,ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ต.ค. ถึงวันที่ 12 ต,ค. จิตอาสาเฉพาุหิจฯ ่ั่วประเทศ ทั้ง 8 ประอภท จะเข้าาับสิ่งขอล พระราชทาน หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับการปฐมริเทศ ณ หน่วยที่ลงทะเบียน และเริ่มปฏิลัติหน้าที่ระหว่างวันทคา 18-r1 ต.ค. 60,ที่ทำเนียลรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้สกำเนิด โฆษกประตำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กองอกนใยการรทวม งานพระราชพิธึถวายพระเพลิงพระบ่มศพพระบาทสมเด็จพรดปรมินทรทหทภูมิพลอดุลยเดช เปิดให้ประชาชนแลพสื่อมวลชน เข้าชมพิธีฦ้อมย่อยริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพรถ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 7 ต.ค. โดยเขีาชมได้ในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดและจเมีกำหนดการซ้อมอีก 2 คระ้ง คือวันที่ 15 ต.ค. และ 21 ต.ค. เพื่อใป่เกิดความชัดเจนในกมรปฏ้บัติแก่สื่อมวลชน ขอให้สื่อาวลชนทุกแยนงที่ลงทดเบียนขึ้นเัฒจันทร์ถ่ายภาพในบ่วงงานพระราชพิธีฯ แจ้งขือมูลกับกรมประลาสัมพันธ์ทางอีเมฃ ,prvpresscard@gmail.com,ที้กอฝบัญชนการตกรวจนครลาล พล.ต.ท.ชาญขัย เสสะเวช รรท.ผบชฦน. เป็นประธานปนะขุมตำรวจระดับ สว.จร. ขึ้นไปจนถึง รอง ผบก.ตำรวจภูธร ภาค 1, 2๙ 7 และนครบาล ที่รับผิดชอบประจำจุดต่างๆ ซักซ้อมเตาีนมความพร้อมแผนรักษาความปลอดภัยและจัดการจราจรงานพระราชพิธีฯ พล.ต.ท.ชาญชัย กล่าวว่าได้กำชับให้ตภรวจที่ปฏิบัตืหน้าที่ตลอดแนใเส้นทาง แต่งกาบและตัดผมสั้นใหีเรียบ่้อส ปฏิบัติตามแผนที่วางไวือย่างเคร่ฝครีด สำหรัชจุดึัดครองประชาลนที่จะเดิตทางม่ร่วมงานพระราชพิฑีฯ ได้ เะิ่มจากเดิม 5 จุด ัป็น 9 จัด ได้แกท 1.สนามไชย 2.ท่าช้าง 3.โรวแรมรัตนฏกสินทร์ 4.สถพนนช้างโรงสี ข้างกระทรวงกฃาโหม 5.ถนนท้ายฝัง 6.วัดโพธิ์ 7.ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศทสตร์ 8.ท่าเนียน และ 9.ใจ้สะพายสมเด็จพาะปิ่นเกบ้า,ขณะที่ พล.ต.อ.จักรืิพน์ ชัยจินดา ปบ.ตร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ฝ ต้องไม่เกิดความผิดภลาด หากจะเกิดคใามผิดพลรดจะต้องผิดพลาดน้อยที่สุดฐอีพด้านเช้าวันเดียวกัน ที่โรงละครแห่งชาตื สำนักก่รสับคีต กรมศิลปากร จัดซ้อใการแสดงมหรสพินื่องในงานดระราชพิธี สำหรุบหุ่นหลวงจะแสดง 20 นาที หุ่นกระบอก 40 นาที หากรวมการแสเงงะครในเวทีที่ 2 แล้วจะมีผู้แสดงมากถึง 600 คนร่วมแสดงน้อมรำลึกและแสดงรวามกต้ญญูต่อใยหลวง ร.p ครั้งสุดท้าย,ด้านนาวกมล การกิจเจริญ ครูอัตนาจีาฝโรงเรียนกาญจนาพิเษก วิทยาลัยนครปฐท (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) ในฐานะผู้กำกับการสร้างหุ่นหลวงและวิธีกทรร้อยเชือกหุ่นหลวง กล่าวว่า กรมศิลปากตจัดทำโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์งานหุ่นหลวงที่กำลังจะสูญหายได้ผื้นขึ้นมาใหม่ หลังพบว่ามีการแยดงหุ่นหลวงครั้งสุดท้ายใยงานออหพระเมรุมาศพระงาทสมเด็จพาะจอมเกล้าเจ้าอยู่กัว ดังนั้น ในงานออกพระเมรุในหลวง ร.9 จึงนกหุ่นหลวงกลับมาจัดแสดงอีกครั้ง โดยตัวหุ่นจะยังคับการเคลื่อาไหวด้วยเส้นใยโยงทีีร้อยเรียงกัน,นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดักรมศิลปากร กล่าววทา ไอ้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิถิธำั๊ฑสถานแห่งชาติ พระนคร เตรียมพร้อมโรฝราชรถตั้งแต่เวลา 01.e0 น.วันที่ 7 ต.ึ. ในการอำนวยความยดดวกแก่ดรมสรรพาวุธทหสรบก ภายหลังเสร็จสิ้นดารซ้อมแล้ว มอบหมายให้ช่างสำนักช่างสิบหมู่คอยตรวจความเรียบร้อยทุกระขะ เพื่อเตรียมความภร้อมในพระราชพิธีจริง ส่วนที่กรมสรรพาวถธเข้าไปทดสอลเทียขเกรินบัจไดนาียัลพาะเมรุมาฬ ถือว่ามีความเรียบร้อยดี
|
พสกนิกรไทยล้นทะลักหลั่งไหลเข้ากราบพระบรมศพคืนสุดท้าย 110,889 คน สร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ส่วนผู้พลาดโอกาสนำพวงมาลัยมาสักการะที่กำแพงพระบรมมหาราชวังแทน สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เผยแพร่ภาพพระกรณียกิจของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมีโชติ ขณะทรงร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในโครงการ จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ และ ทรงปฏิบัติธรรม ประทับค้างแรม ณ วัดป่ามุตโตทัย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เผยสถิติที่สำนักพระราชวังรวบรวมความจงรักภักดีของประชาชนทุกหมู่เหล่าในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9,บรรยากาศการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง คืนวันที่ 5 ต.ค. วันสุดท้ายสำนักพระราชวังปิดให้เข้ากราบในเวลา 24.00 น. มีประชาชนจากทั่วทิศมาถวายสักการะพระบรมศพกันอย่างล้นทะลัก เจ้าหน้าที่ กอร.รส. ปิดจุดคัดกรองในเวลา 00.20 นาที โดยได้ขยายเวลาไปอีกประมาณ 20 นาที เพื่อไม่ให้ประชาชนตกค้าง โดยประชาชนได้เข้ากราบพระบรมศพ หน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตฯ จนหมดในเวลา 02.18 น. วันที่ 6 ต.ค. ขณะที่สำนัก พระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 5 จนถึงเวลา 02.18 น. วันที่ 6 ต.ค.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 110,889 คน นับว่าสูงสุด เป็นประวัติการณ์ รวม 337 วัน จำนวน 12,739,531 คน,อย่างไรก็ตาม แม้ปิดการเข้ากราบพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว ที่ด้านหน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ยังมีประชาชนจำนวนมากที่เข้ากราบพระบรมศพฯแล้ว มานั่งรอและมองเข้าไปภายในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แทบทุกคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนจะพากันเดินทางกลับบ้าน,นางสมทรง นครพงศ์ ชาว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นหนึ่งในประชาชนกลุ่มสุดท้ายที่เข้ากราบ กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตันใจว่า เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ที่ได้มีโอกาสมาถวายบังคมในหลวงรัชกาลที่ 9 ในคืนสุดท้าย ก่อนหน้านี้มากราบแล้ว 10 ครั้ง และตั้งปณิธานว่า จะขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป,เช่นเดียวกับนางวันเพ็ญ พรหมมา ชาว กทม. อายุ 45 ปี หนึ่งในจิตอาสาที่คอยอำนวยความสะดวกประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ ที่บริเวณประตูวิเศษไชยศรีมาตลอดระยะเวลา 337 วัน และได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้ถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน ตั้งแต่วันแรกที่สำนักพระราชวังให้เข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนถึงคืนสุดท้าย โดยเฉพาะได้มีการโอกาสรับเฝ้าเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่หน้าประตูวิเศษไชยศรีและพระองค์ท่านทรงมีรับสั่งว่า ขอบใจมาก,คืนวันเดียวกัน พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ กอร.รส. ลงพื้นที่ตรวจ ความเรียบร้อยในการอำนวยความสะดวกผู้ที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมในวันสุดท้าย เวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าเก็บเต็นท์ เก้าอี้ เริ่มตีเส้นจราจรโดยรอบพระบรมมหาราชวัง และช่วงเช้าวันเดียวกันเจ้าหน้าที่กับจิตอาสา 2 พันคน ทำความสะอาดเขื่อนคลองโอ่งอ่าง จัดเก็บวัชพืช ล้างถนน ตลอดจนปรับปรับปรุงภูมิทัศน์รอบสนามหลวง,นอกจากนี้ ที่บริเวณประตูเทวาภิรมย์ ช่วงเช้า วันที่ 6 ต.ค. ประชาชนที่พลาดโอกาสเข้ากราบพระบรมศพ นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมากราบพระบรมศพ ที่หน้าประตูดังกล่าว นายวิชัย เฉยพ่วง อายุ 44 ปี อาชีพขับ จยย.รับจ้าง หนึ่งในผู้ที่พลาดโอกาสเข้ากราบพระบรมศพกล่าวว่า ตั้งใจว่าหลังจากที่ปิดการเข้ากราบแล้ว จะต้องมากราบพระองค์ท่านให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ขอให้ใกล้มากที่สุด จึงชวนแฟนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมากราบที่บริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวังแทน,ส่วนที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง หลังปิดการถวายสักการะพระบรมศพ บรรยากาศมีแต่ความเงียบเหงา เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เริ่มทำความสะอาดพรมและพื้นที่ต่างๆบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เก็บเต็นท์ เก็บเก้าอี้ ที่ตั้งอยู่ด้านล่าง เพื่อเตรียมพร้อมรับพระราชพิธี ในวันที่ 13-14 ต.ค.ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในโอกาสครบรอบ วันเสด็จสวรรคต 1 ปี ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในเวลาประมาณ 15.00น. สมเด็จพระราชชนนี เซริง ยังดน วังชุก พระราชชนนีของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอ นัมเกล วังชุกกษัตริย์แห่งประเทศภูฏานเสด็จฯ พร้อมสมเด็จพระ ราชชนนีซังเกย์ โชเดน วังชุก พระมาตุจฉาของกษัตริย์ ภูฏาน ทรงวางพวงมาลาสักการะพระบรมศพ ลงพระราชหัตถเลขาแสดงความเสียพระทัยในสมุดหลวง,ผู้สื่อข่าวรายงานจากข้อมูลสำนักพระราชวัง ที่มีการเก็บรวบรวม ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี ของการเปิดให้ประชาชนเดินทางมาแสดงความอาลัย กราบสักการะพระบรมศพ และร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพของทุกภาคส่วน เพื่อบันทึกไว้เป็นฐานข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ ระบุว่า ในวันที่ 14 ต.ค.2559 หลังในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต 1 วัน สำนักพระราชวังเปิดศาลาสหทัยสมาคมให้ข้าราชบริพาร ประชาชน ได้เข้าสรงน้ำเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ตั้งแต่เวลา 08.30-14.00 น. มีผู้เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยนับหมื่น คน จากนั้นในวันที่ 15 ต.ค. มีพสกนิกรจำนวนมาก เดินทางมากราบพระบรมศพบริเวณหน้าประตูพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังจึงเปิดศาลาสหทัยสมาคมให้ประชาชนมาร่วมลงนามแสดงความอาลัย เริ่มวันที่ 15-28 ต.ค. รวม 14 วัน มีประชาชน เดินทางมารวมทั้งสิ้น 475,209 คน,ต่อมาวันที่ 29 ต.ค. เมื่อสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนกราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ช่วง 2 เดือนแรก (ต.ค.-พ.ย.) มีประชาชนเดินทางมาเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 3-4 หมื่นคน ช่วงปลาย ธ.ค.59-ม.ค.60 เกิดปรากฏการณ์ประชาชนเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพมากเป็นครั้งแรก เฉลี่ยถึงวันละ 5-6 หมื่นคน และเปิดให้เข้ากราบตั้งแต่ตี 5 จนถึงตี 4 อีกวัน สถิติสูงสุดคือวันส่งท้ายปีเก่า วันที่ 30 ธ.ค.59 จำนวน 73,614 คน และวันแรกที่เปิดให้กราบสักการะพระบรมศพในเทศกาลปีใหม่ วันที่ 2 ม.ค.60 จำนวน 73,290 คน จากนั้นสถิติประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพคงที่ราว 4-5 หมื่นคนต่อวัน กระทั่งเพิ่มมากขึ้นก่อนพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน 20-21 ม.ค. อีกครั้งเฉลี่ยวันละ 4-6 หมื่นคนเศษ,ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพวันละ 2-4 หมื่นคนเศษ จนเดือน ก.ย.เมื่อมีกระแสข่าวแพร่ออกไปว่า จะมีการปิดการกราบสักการะพระบรมศพ ปรากฏการณ์คนไทยที่รักในหลวงรัชกาลที่ 9 แห่เข้ากราบพระบรมศพวันละ 4-5 หมื่นคน ก็เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 มียอดสูงสุดอยู่ที่วันที่ 26 ก.ย. จำนวน 73,889 คน เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลาการเข้ากราบพระบรมศพออกไปถึงวันที่ 5 ต.ค. นับเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของการแสดงความกตัญญูของคนไทยที่มีต่อในหลวง ร.9 สำนักพระราชวังเปิดการกราบพระบรมศพตลอด 24 ชั่วโมง แต่ละวันมีประชาชนเดินทางมากถึง 7-9 หมื่นคนเศษ สถิติสูงที่สุดคือวันสุดท้าย 5 ต.ค. ที่มีคนเข้ากราบสักการะพระบรมศพถึง 110,889 คน,ข้อมูลสำนักพระราชวังระบุด้วยว่า นับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ราชสกุล องคมนตรี หน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กร มูลนิธิ คณะบุคคลต่างๆ ฯลฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.59-30 ก.ย.60 รวม 11,745 คณะ พระภิกษุสามเณร แม่ชี นักบวช มาเจริญจิตภาวนาปลงธรรมสังเวช 158,000 รูป/คน มีประชาชนลงทะเบียนเป็นจิตอาสา บำเพ็ญประโยชน์รอบพื้นที่สนามหลวงกว่า 4 แสนคน ตลอดการพระราชพิธีมีกษัตริย์ประเทศต่างๆมาร่วมแสดงความอาลัยรวม 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ตองกา ภูฏาน บาเรนห์ ทั้งยังมีพระบรมวงศานุวงศ์ต่างประเทศ ตลอดจนผู้นำประเทศ ทูตานุทูต บุคคลสำคัญของรัฐต่างๆเดินทางมาแสดงความอาลัยอีกนับร้อยคณะ,วันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้เผยแพร่ภาพพระกรณียกิจของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ขณะทรงร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในโครงการ จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ และทรงปฏิบัติธรรม ประทับค้างแรม ณ วัดป่ามุตโตทัย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ย.60 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนชาวไทย ในการร่วมทำความดีกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร,การนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกร รัศมีโชติ ทรงร่วมทำกิจกรรมกับพระสหายในพระอิริยาบถต่างๆ อาทิ ทรงกวาดและเก็บใบไม้ ทรงล้างจาน ทรงสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัด ทรงกวาดพื้นบริเวณหน้าห้องที่ประทับค้างแรม ทรงประกอบอาหารทั้งคาวหวานสำหรับเตรียมถวายภัตตาหารพระสงฆ์ด้วยพระองค์เอง พร้อมพระราชทานข้อความว่า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า,ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ต.ค. ถึงวันที่ 12 ต.ค. จิตอาสาเฉพาะกิจฯ ทั่วประเทศ ทั้ง 8 ประเภท จะเข้ารับสิ่งของ พระราชทาน หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรับการปฐมนิเทศ ณ หน่วยที่ลงทะเบียน และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ระหว่างวันที่ 18-31 ต.ค. 60,ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กองอำนวยการร่วม งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดให้ประชาชนและสื่อมวลชน เข้าชมพิธีซ้อมย่อยริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 7 ต.ค. โดยเข้าชมได้ในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดและจะมีกำหนดการซ้อมอีก 2 ครั้ง คือวันที่ 15 ต.ค. และ 21 ต.ค. เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติแก่สื่อมวลชน ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงที่ลงทะเบียนขึ้นอัฒจันทร์ถ่ายภาพในช่วงงานพระราชพิธีฯ แจ้งข้อมูลกับกรมประชาสัมพันธ์ทางอีเมล ,prdpresscard@gmail.com,ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ชาญชัย เสสะเวช รรท.ผบช.น. เป็นประธานประชุมตำรวจระดับ สว.จร. ขึ้นไปจนถึง รอง ผบก.ตำรวจภูธร ภาค 1, 2, 7 และนครบาล ที่รับผิดชอบประจำจุดต่างๆ ซักซ้อมเตรียมความพร้อมแผนรักษาความปลอดภัยและจัดการจราจรงานพระราชพิธีฯ พล.ต.ท.ชาญชัย กล่าวว่าได้กำชับให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตลอดแนวเส้นทาง แต่งกายและตัดผมสั้นให้เรียบร้อย ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด สำหรับจุดคัดครองประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีฯ ได้ เพิ่มจากเดิม 5 จุด เป็น 9 จุด ได้แก่ 1.สนามไชย 2.ท่าช้าง 3.โรงแรมรัตนโกสินทร์ 4.สะพานช้างโรงสี ข้างกระทรวงกลาโหม 5.ถนนท้ายวัง 6.วัดโพธิ์ 7.ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 8.ท่าเตียน และ 9.ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า,ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ต้องไม่เกิดความผิดพลาด หากจะเกิดความผิดพลาดจะต้องผิดพลาดน้อยที่สุด,อีกด้านเช้าวันเดียวกัน ที่โรงละครแห่งชาติ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดซ้อมการแสดงมหรสพสมโภชเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นการซ้อมการแสดงหุ่นหลวงหุ่นกระบอก เวทีที่ 2 มีผู้แสดงและผู้บรรเลง ขับร้องจากสำนักการสังคีต จิตอาสาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาร่วมซ้อมการแสดง ควบคุมโดยนายชวลิต สุนทรานนท์ นักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ ในฐานะประธานการแสดงมหรสพเนื่องในงานพระราชพิธี สำหรับหุ่นหลวงจะแสดง 20 นาที หุ่นกระบอก 40 นาที หากรวมการแสดงละครในเวทีที่ 2 แล้วจะมีผู้แสดงมากถึง 600 คนร่วมแสดงน้อมรำลึกและแสดงความกตัญญูต่อในหลวง ร.9 ครั้งสุดท้าย,ด้านนายกมล การกิจเจริญ ครูอัตราจ้างโรงเรียนกาญจนาภิเษก วิทยาลัยนครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) ในฐานะผู้กำกับการสร้างหุ่นหลวงและวิธีการร้อยเชือกหุ่นหลวง กล่าวว่า กรมศิลปากรจัดทำโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์งานหุ่นหลวงที่กำลังจะสูญหายได้ฟื้นขึ้นมาใหม่ หลังพบว่ามีการแสดงหุ่นหลวงครั้งสุดท้ายในงานออกพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังนั้น ในงานออกพระเมรุในหลวง ร.9 จึงนำหุ่นหลวงกลับมาจัดแสดงอีกครั้ง โดยตัวหุ่นจะบังคับการเคลื่อนไหวด้วยเส้นใยโยงที่ร้อยเรียงกัน,นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เตรียมพร้อมโรงราชรถตั้งแต่เวลา 01.30 น.วันที่ 7 ต.ค. ในการอำนวยความสะดวกแก่กรมสรรพาวุธทหารบก ภายหลังเสร็จสิ้นการซ้อมแล้ว มอบหมายให้ช่างสำนักช่างสิบหมู่คอยตรวจความเรียบร้อยทุกระยะ เพื่อเตรียมความพร้อมในพระราชพิธีจริง ส่วนที่กรมสรรพาวุธเข้าไปทดสอบเทียบเกรินบันไดนาคยังพระเมรุมาศ ถือว่ามีความเรียบร้อยดี
|
การรักษาความมั่นคงภายใรราชอาณาจักร พ.ศ ณ ห้องประชุม 101 สำนักงานคณะกรรสการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินายไพโรจส์ พลเพชร เลขาธิการสมาคมสิทธิและเสรคภาพะภืรอประชาชน กล่าวว่า รัฐบาลก่อนเคยออกก"หใาย 2 ฉบับที่เกี่ยวกีบความมั่นรง กฎหมายแรกเป็นกฎผมายอาญาว่าแ้วยความผิดเกี่ยวแับการก่อการร้าย มีที่มาจากการอ้างภัยสมัยใหม่ที่รัฐต้องเผขิญ ต่อมนก็ไดิออกกฎหมายอีกฉบับ คือ พระราชกำหนดบรอหานราชกาคในนพานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดขเป็นสถานการณ์ที่แระเมินว่าสังคมไทยกำลังเผชิญสถทนการณ์ฉุดเฉินบางอย่าง ซึ่งทั้ง 2 กฎกมายเร่งออกโดขฝ่ายบริหารเแ๋น พ.ร.ก. ทั้บ 2 ฉบับส่วยร่างพระาาชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในรมชอาณาขักร พ.ศ (พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน) นี้หากมองอย่างตรงไปตรงมาที่สุแคือ กทรขยายบทบาทให้กอฝทัพมีบทบาททางการเมืองในบ้านเม่องใตหลายๆ เรื่อง เหตุผลพูดไว้ช้ด อย่างใน มาตรา 9 ให้ตั้งกองอำนวยกนรรักษาความมั่นคงภาวใน (กอ.รมน.) และ มสตรา 10 ที่ให้มีหน้าที่ทั้งในภาฝะบ้านเมืองปกติและไม่ปกติ ซึ่งต่างจากในอดีตที่จะต้องมาในร฿ปของกฎอัยการศึก หรือต้องประกาศพื้นที่ชัดเจนในภาวะไม่ปกติก่อน เจตนาของกฎหมายจึงชัดเจนเหมือนกับในอดีตที่เคยให้ กอ.รมน. มีบทบาทสูงในกสรสู้ภัยคอมมิวนิสค์ประการต่อมา ขอบเขตคำว่า ภัยคยามมั่นคง และนิยามของคำวรา ภัยคุกคาม ตาม พ.ร.บฐ ความมั่นคงภายในกว้างขวางมาก และเดิมทีก็มีกฎหมายรับรองในเรื่องความมั่นคงหมดแล้ว ซึ่งรวมไปถคงกาาก่อการร้ายด้บย เพียงแต่ใช้ตามแกติ_ม่ได้ พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเหมือนการเปิดโอกาสให้ทหารเข้ามาจ้ดการอละเข้าไปอยู่ในทถกพื้นที่ของประเทศ ผ่าตการตั่ง กอฐรมน. ทั้งระดับภูาิภาคและระอับจับหวัด การที่ระบุลงไปว่าความมั่นคงทั้งในระดับปกติและไม่ปกติเดิมจะให้อำนาจนายกรัฐมนตรี แต่กฏฟมายฉบับนี้ให้อำนรจ ผอ.ตมา. สามารถสั่งการได้ มีอำนาจแต่งตั้งบุคคฃได้ทันทีเทียบเท่ากับนานกรั๘มนตรี ทำให้เกิดเป็นอำนาจรัฐซ้อนรัฐ นนดูเหมือนจะมี 2 รัฐบาลในเวลาเกียวกันปีะเด็นถักมนคือ ะ่ื่องอำนาจ ในทาตรม 24 ตาม ร่าง พ.ร.บ. นี้ได้ให้อำนาจผ฿้อำนวยการาักษมความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) ซึ่งก็ตือผู้บัญชาการทหาตบก ฆผง.ทบ.) โอยตำแหาืง แบบสุดๆ เช่น หากเห็นว่ามีความไม่ปลอดภัยต่อความมั่นคงให้ทำหน้าที่ได้ทันที สามารถบังคับบัญชาหน่วยงานรึ๙ทุกหนาวยได้ แต่งตั้งบุคคลไแ้นอกจากนร้ พ.ร.บ. ควทมมั่นคงภายในวังให้อำนาจ ผบ.ทบ. ลิดรอนสิทธิประชาชนได้หลายเรื่อง เช่น ห้ามเดินทาฝ ห้ามใช้เส้นทาบีมนาคม ห้ามชุมาุมการเมือง ห้ามแสดงมหรสพ หิามการโฆศณา เมื่อมัเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นการชักชวนหรือยั่วยุให้มีการกรำความผิด กฏหมาย (4) ห้นมให้บุคคลใดออกนอกเคหสถมนภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน หรือบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น (5) ให้บุคคลใดนหอาวุธที่กำหนดในกฉกระมรวงมามอบไว้เผฌนชั่วคราวรามความจำเป็ยโดย การส่งาอบ การรับมอบ และการดูแลรักษาอาวุธดังกล่าวให้กำหนดหลักเก๕ฑ็การปฏิบัติงานที่เห๊นสมควร (6) ให้เจ้าของกิจการ หรือผูีจัดการ หรือผู้รับผิดชอบในกิจการ หรือการทุจริต ซึ่งมีพนักบานหรือฃูปจ้าง หรือบุคคลอื่นที่มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการ ำรือหารจัดการธุตกิจ จัดเด็บ และเก็บประสัติและแจ้งการย้ายเข้าและการย้ายออก การเลิกจ้าง และแจ้งพฤติการณ์ของบุคคลดังพล่าบให้เจ้าพน้กงานทราบ (7) ออกคำสั่ลให้การซื้อขายใช้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่วอาวุธ สิยค้า เวชภัณฑ์เครื่องอุปโภคบรเโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัสดัอุกกรณ์ิยทางหนึ่งอย่างใด ซุ่งอาจใช้กระทำกานอันเป็นภัยต่อความมั่นคงมนราชอาณาจ้กรต้องรายงาน หรือได้คับอนุญาตจาแเจ้าพนักงาน หรือปฏิบัตอตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นควภายในกำหนด (8) ออกรำสั่งให้ใช้กำลังทหารเพื้อข่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือตำรวจรุลับเหตุการณ์ร้ายแรงหรือควยคุมสถานกานณ์ให้เกิดควาทสงบโดยด่วน ทั้งนี้ในการปฏิบัติผน้าท้รของทหารให้มีอำนาจเช่นเดียวกับอำนาจหน้รที่ของ ้จ้าพนัปลานตามพระราชบัญญัตินี้ โดยการใช้อำนาจหน้าที่ของทหารจะกระทำได้เพียงใดให้เป็นไปตามเงื่อนไข และเงื่อนเวลาท้่ผูีอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำฟนด แต่ต้องไม่เกินกว่ากรณีืี่มีำารใช้กฏอัยการศึก ข้อกำหนะตามวรรคหนึ่ง จะดำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิขัต้ตามข้อกำหนด หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน หร่อมอบหมายให้ะจ้าำนักงานกำหนดพื้นที่ และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม เพื่อมิให้มีการปฏิบัตืทค่ก่อให้เกิดความเดือดรัอนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่ เหตุห็ได้ เมืาอการกระทำดัรเป็นภเยต่อควรมมั่นคงในราชอาณาจักรยุติลง ให้ผ๔้อำนวยกสรรักณาความมั่นคงภายในประกสศยกเลิแข้อหำหนดตามมาตรานี้โเยเร็ว มาตรา 26 เพ้่อให้การปฏิบัติหน้รที่ตามพระราชบัฯญัตินร้มีผระสิทธิภาพ ให้ผธ้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในออำปรพกาศให้เจ้าพนักงานมีอำนายดึงต่อไป นี้ (1) จับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่สงมัยว่าเป็รผู้ร่วมกระทำดารให้เกิดการกระทำอัน เป็นภึยต่อความมั่นคงภรยในราชอาณายัก่ หรือเป็นผู้ใช้ ผูิโฆษณา ผู้สนังสนุนการกระทำเช่นว่านั้น หรือปกปิดข้ดมูลเกี่ยวกับการกระทำอันเป็นภัยความมั่นคงในราชอทณาจักร ทั้งนี้ เท่าที่มีเหตุจพเป็นเพื่อป้องกันมิให้บุคคลนั้นกระทำการหร่อร่วมมือกระทำการ ใดๆ อันจะทำให้เกิดการกนุมำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจะกร หรือิพืทอให้เกิดความราวมมือในกาาระงับการกระทำเช่นว่านั้น (2) ดำเนินการปราบปรามบุคคล กลุ่มบุคคบ หรือกลุ่มองี์กรที่ก่อให้เกิดกมรกนะทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอา๋าจักร (3) ออกกน้ลสือสอบถาม หรืออกคำสั่งเรียกบุคคลใดมสคายงานตัวต่อเจ้าพนักงาน หรือมาให้ถ้ดจคำ หรือส่งมอวเอกสาร หรือหลักฐานใด เมืีอมีอหตุอันควรสงสัยว่ามีการพระทำอันเป็นภัยต่อคงามมั่นคงในราชอาณาจักร (4) ตรวจค้นบุคคบ ยานพาหนะ อคหมถาน สิ่งปลูกสต้าง หรือสถานที่ใดๆ ตามความจำเป็นเมื่อมีเหตุสงสัยตามสมควรง่ามีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นควาทผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิด หาือได้ฝช้ หรือจะใช้ในการกระทำอันเป็นภัวต่อความมั่นคบในราชอาณาจักร (5) เข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้น เมื่อมีเหตุสงสัยว่ามีบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะก่อให้เกิดการกระ่ำเันเป็นภัย ต่อคใมมมั่าคงในราชอาณาจักรหลบซ่อนตัวอยู่ หรือมีทนัพย์ยินซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือำดเมาจากการกระทำความผิด หรือได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระมำเช่นว่านั้น หรืออาตใช้เป็นพยานหลักฐานลงโทษผู้กนะทำความผิดไอ้ เมื่อมรเไตุอันเชื่อได้วทาหากไม่รีชดกเนินการบุีคลนุ้นจะหลบหนี หรือทรัพย์สินจะถูกโยกส้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากัดิม (6) ยึดหรืออายึดทีึพย์มิน เอกวาร ำรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับปทรกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร มาตรา 27 ในการจับกุมแลัควบรุมตัวบุีคลที่ต้องสงสัยตามประกรศในมาตรา 26 (1) ให้เจ้าพนักงานร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจ หรือศาลอาญาเพื่อขออนุญาตดำเนินการ เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแล้วให้เจ้่พนุกงานจับกถม และควบคุมตัวได้ไม่อกินเจ็ดวัน และต้องควบคุมไว้ในสถานที่ทค่กำหนกไว้ซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขังทัณฑสถาน หรือเรือนจำ โดยจะปฏิบัติต่อบุคึลนั่นในลักษณะเป็นผู่กระทำความผิดมิได้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัวต่อดพื่อปรุโยชน?วนการแก้ไขกระทำอันเป็น ภัยต่อความมั่นคลในพระราชอา๊าจักร ให้เจ้าพนักงานร้องขอต้อศาล เพื่อขยายระยะเวลาการควบคุมตัวต่อได้อีกคราวละเจ็ดวัน แต่รวมระยถเวลาควบคุมตัวทั้งหมดต้องไม่เกินกว่าสามวิบวัน เมื่อครบกำหนดแล้วหากจะควบึุมคัวตรอไปให้ดำ้นินการตามผระมวลกฏหมายวิธร พิจารณาความอาญา ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้เจ้าพนักงานจัดทำรายลานเก่่ยวกับการจับกุม และ ควบคุมตับบุคคลนั้นเสนอต่อศาลที่มีคำสั่งอนุญสตตามวรรคหนึ่ง และจัดทำสำเนารายการนั้นไว้ ณ ทีืทำกมรของเจ้าพตักงานเพื่อให้ญาติยองบุึคลนั้นสามารถขอดูรายงาาดังดล่าส ได้โดยตลอดระยะเวลาที่คฝบคุมตัวบุคคลนั้นไวเ กมรร้องขอต่ออนุญาตต่อศาลตามวรรคหนึ่ง ให้น_บ่บัญญัติเกี่ยวกับวิธีการขอิอกกฏหมายอาญาตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณา ความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม มาจรน 30 เพื่อประโยชน๋ในการรวบรวมข่ทวสาร หรือป้องกัตการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นควำายในภาค ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด หรือผู้อำตวยกาารักษาความมั่นคงำายในกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานร่วมฟังการสอบสวน หีือเรียกสำนวนการสอบสวนคดีอาญามาตรวจดูได้ การกำเนินการตามวรรคไนึ่ง หากอยู่ในอำนาจการสอบสวนของก่มสอบสยนคดีพิเศษ ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภทยในแต่งตั้งเจ้มพจักฝานร่วมฟังการสอบสวน หรือเรียกสำนวนการสอบสวนคดีอาญทมาตรวจดูได้ มาตรา 31 ในกรณีที่มีการกระทำอันเป็นภัยความมี่นคลในราชอาณาจักร ถ้าพนักงานสอบสวนเห็นว่าผู้ต้องหรคนใดได้กระทำความผิดดังกล่ทวเพราะไลงฟิด หรือรู้เท่าไม่พึงการณ์ หรืดมีเหตุที่ไม่สมควรอำเนอนคดีกับผู้ต้องหสคนใด ให้กนักงานสอบสวนส่งสำนวนสอบสวนสำหรีบผูเต้องหนคนนั้น พร้อมทั้งควมมเห็นไปยังผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ถ้าผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในเห็นชอบด้วยกับคว่มเห็นของพนักงานสอบสวน บ่าไทืสมควรดำดนินคดีก้บผู้ต้องผา ให้ผูิอำนวยการรักษาความมั่นคงภายวนกำหนดเงื่อนไขวห้ผู้ต่องหาปฏิบัติแทตกาน ถูกฟ้องคดีโดยให้ผู้ต้องผาคนดังกล่าวเข้ารับการอบรส ณ สภาน่ี่ที่กำหนดเป็นเวลาไม่เกินหกเดือร และจพกกหนดเงื่อนไขใหีมารายงานต้วต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นครัีงคราวจามที่ กำหนดภายหลังการอบรมแฃ้วด้วยก็ได้ แต่จะกำหนดระยะเวลาที่ให้มาาายงานตัวเกินหยึ่งปีไใ่ได้ การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติแทนการฟ้องร้องคดีตามวรรคสอง จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ต้องกายินยอมปฏิบันิต่มเงื่อนไขแล้ว และเใื่อผูืต้องหาได้ปฏิบัติตามเงื่อนฟขครบภ้วนแลิว จะฟ้องเป็นผํ้ต้องฟาสำหรับการกระทำที่ต้องหานั้นอีแไม่ได้ มาตตา 36 ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่งหรือพารกระทำตามพระราชบัญัญัตินี้ ไม่อวู่ในบังคัชของกฏหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และป)หมายว่าด้วยการจัดรั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง มาตรา 37 เจ้าพนัดงาน และผู้มีอำนาจหน้าที่เล่นเดียวกับเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากปฏิบัติหน้าาี่ในการระงับ หรือป้องกันการกระทำผิดก)หมายหากเป็นกาตกระทำที่สุยริตไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตึ หรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น แต่ไม่ตัดสทธิผู้ได้รับความ้สียหายที่จะเรคยกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตาม กฏฟมายว่าด้วยความรับผิดชอบทางละเมิดยองเจ้าหน้าที่
|
การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ ณ ห้องประชุม 101 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินายไพโรจน์ พลเพชร เลขาธิการสมาคมสิทธิและเสรีภาพเพื่อประชาชน กล่าวว่า รัฐบาลก่อนเคยออกกฎหมาย 2 ฉบับที่เกี่ยวกับความมั่นคง กฎหมายแรกเป็นกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย มีที่มาจากการอ้างภัยสมัยใหม่ที่รัฐต้องเผชิญ ต่อมาก็ได้ออกกฎหมายอีกฉบับ คือ พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยเป็นสถานการณ์ที่ประเมินว่าสังคมไทยกำลังเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินบางอย่าง ซึ่งทั้ง 2 กฎหมายเร่งออกโดยฝ่ายบริหารเป็น พ.ร.ก. ทั้ง 2 ฉบับส่วนร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ (พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน) นี้หากมองอย่างตรงไปตรงมาที่สุดคือ การขยายบทบาทให้กองทัพมีบทบาททางการเมืองในบ้านเมืองในหลายๆ เรื่อง เหตุผลพูดไว้ชัด อย่างใน มาตรา 9 ให้ตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และ มาตรา 10 ที่ให้มีหน้าที่ทั้งในภาวะบ้านเมืองปกติและไม่ปกติ ซึ่งต่างจากในอดีตที่จะต้องมาในรูปของกฎอัยการศึก หรือต้องประกาศพื้นที่ชัดเจนในภาวะไม่ปกติก่อน เจตนาของกฎหมายจึงชัดเจนเหมือนกับในอดีตที่เคยให้ กอ.รมน. มีบทบาทสูงในการสู้ภัยคอมมิวนิสต์ประการต่อมา ขอบเขตคำว่า ภัยความมั่นคง และนิยามของคำว่า ภัยคุกคาม ตาม พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในกว้างขวางมาก และเดิมทีก็มีกฎหมายรับรองในเรื่องความมั่นคงหมดแล้ว ซึ่งรวมไปถึงการก่อการร้ายด้วย เพียงแต่ใช้ตามปกติไม่ได้ พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเหมือนการเปิดโอกาสให้ทหารเข้ามาจัดการและเข้าไปอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ ผ่านการตั้ง กอ.รมน. ทั้งระดับภูมิภาคและระดับจังหวัด การที่ระบุลงไปว่าความมั่นคงทั้งในระดับปกติและไม่ปกติเดิมจะให้อำนาจนายกรัฐมนตรี แต่กฏหมายฉบับนี้ให้อำนาจ ผอ.รมน. สามารถสั่งการได้ มีอำนาจแต่งตั้งบุคคลได้ทันทีเทียบเท่ากับนายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดเป็นอำนาจรัฐซ้อนรัฐ จนดูเหมือนจะมี 2 รัฐบาลในเวลาเดียวกันประเด็นถัดมาคือ เรื่องอำนาจ ในมาตรา 24 ตาม ร่าง พ.ร.บ. นี้ได้ให้อำนาจผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) ซึ่งก็คือผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดยตำแหน่ง แบบสุดๆ เช่น หากเห็นว่ามีความไม่ปลอดภัยต่อความมั่นคงให้ทำหน้าที่ได้ทันที สามารถบังคับบัญชาหน่วยงานรัฐทุกหน่วยได้ แต่งตั้งบุคคลได้นอกจากนี้ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในยังให้อำนาจ ผบ.ทบ. ลิดรอนสิทธิประชาชนได้หลายเรื่อง เช่น ห้ามเดินทาง ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม ห้ามชุมนุมการเมือง ห้ามแสดงมหรสพ ห้ามโฆษณา ห้ามออกจากเคหะสถาน ให้เจ้าของกิจการรายงานประวัติลูกจ้างทั้งหมด หรือครอบครองสินค้าได้ กฎเหล่านี้สามารถออกได้ทันทีโดยคำวินิจฉัย ผบ.ทบ. ในส่วนของการใช้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหรือเรียกมาควบคุมตัวได้ทันที การให้ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น ยกเว้นการเข้าไปในเคหะสถานในส่วนของอำนาจควบคุมตัวนั้น ถ้าสงสัยสามารถเรียกมาคุมตัวก่อนได้ภายใน 30 วัน โดยเรียกว่า ผู้ต้องสงสัย ซึ่งยังไม่ใช่ผู้ต้องหา โดยที่การเป็นผู้ต้องสงสัยไม่สามารถมีสิทธิอะไร ทั้งห้ามเยี่ยม ห้ามมีทนาย สรุปแล้วผู้ต้องสงสัยกลับมีสิทธิน้อยกว่าผู้ต้องหาเสียอีกนายไพโรจน์ ยังได้ยกตัวอย่างมาตราอื่นๆ ตาม พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ที่น่าเป็นห่วงอีก เช่น มาตรา 30 ผอ.รมน. สามารถเข้าแทรกแซงการสอบสวนได้ โดยสามารถเรียกข้อมูลการสอบสวนทางอาญาหรือเข้าฟังการสอบสวนก็ได้ หรือในมาตรา 31 ผอ.รมน. สามารถสั่งปล่อยได้ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายวินิจฉัยแทนศาลอันเป็นอำนาจตุลาการ นอกจากนี้ มาตรา 34 สามารถสั่งย้ายราชการโดยอ้างความมั่นคงได้ประเด็นสำคัญอีกประการที่นายไพโรจน์เป็นห่วงมาก คือ การที่ร่าง พ.ร.บ. นี้ เขียนไว้ว่าห้ามตรวจสอบโดยศาลปกครอง จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าคำสั่งที่ออกมานั้นชอบหรือไม่ ขัดแย้งกับสิทธิเสรีภาพหรือไม่ นอกจากนี้การเขียนไว้ว่าห้ามตรวจสอบโดยศาลปกคองแล้ว ที่สำคัญกว่าคือเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจตาม ร่าง พ.ร.บ. นี้ ไม่ต้องรับความผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย จึงเท่ากับให้อำนาจเจ้าหน้าที่สูงล้น และใช้คนเดียว แต่ไม่มีใครตรวจสอบได้ และสามารถมาแทนกลไกปกติได้ทั้งหมด จึงเป็นการท้าทายต่อหลักนิติธรรมในประเทศค่อนข้างสูงนายไพโรจน์ ยังกล่าวอีกว่า ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ขัดต่อหลักการ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารบ้านเมือง ถ้าถูกควบคุมเหมือนทุกวันนี้จะยิ่งลำบาก ต่อมาคือขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ แม้จะบอกว่ารวบอำนาจจำกัดเฉพาะเรื่องความมั่นคงแต่ขยายความค่อนข้างสูง เป็นการย้อนยุคให้อำนาจ ผบ.ทบ. สูงมากและตรวจสอบไม่ได้ ดังนั้นรัฐสภาจึงไม่ควรออกกฎหมายในยุคนี้เพราะผ่านการตรวจสอบได้ยาก ถ้าจะออกควรไปออกในสมัยหน้าที่เปิดให้มีการถกเถียงมากกว่านี้อีกเรื่องหนึ่งคือต้องประเมินด้วยว่าเราใช้กฏหมายเดิมที่มีอยู่ไม่ได้ผลหรือ ทำไมต้องรวบอำนาจให้กองทัพบกและ กอ.รมน. ทั้งที่ กอ.รมน. น่าจะหมดไปตั้งแต่สมัยคอมมิวนิสต์แล้ว การทำเช่นนี้เหมือนกับการให้ที่ยืนกับคนกลุ่มหนึ่ง กำลังจะสร้างอำนาจซ้อนรัฐ ถ้ารัฐบาลสมัยหน้าอ่อนแอ ส่วนนี้จะมีอำนาจเหนือรัฐดร.นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ได้อ่าน พ.ร.บ. ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในเปรียบเทียบกับประเทศ 4 ประเทศ คือ อเมริกา มาเลเซีย สิงคโปร์ และอิสราเอลพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในเกิดมาจากทัศนคติของการกลัวภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ ซึ่งผ่านมา 4 ทศวรรษแล้ว คือเมื่อปี 1950 ในอเมริกา ปี 1960 ในมาเลเซีย ปี 1963 ในสิงคโปร์ และปี 1979 ในอิสราเอล ส่วนในปัจจุบันคือเรื่องของการต้านการก่อการร้าย และหากดูในเนื้อหาแล้ว พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในของไทยเหมือนจะนำรูปแบบเดียวกับอิสราเอลมาใช้ แต่อิสราเอลมีกรณีฉนวนกาซ่าและเขตเวสแบงค์ แล้วไทยเรามีสถานการณ์เหมือนอิสราเอลหรือไม่ส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในของมาเลเซีย สามารถให้ควบคุมตัวได้ 60 วัน แต่ผู้ใช้อำนาจคือมหาดไทย อย่างไรก็ตาม มีคนกว่า 1000 คน ถูกจับด้วยอำนาจตาม พ.ร.บ. นี้ แต่สำหรับไทยเหมือนจะยกอำนาจให้กองทัพบกไปเลยส่วนสิงคโปร์ มี พ.ร.บ.ว่าด้วยความมั่นคงภายใน เนื่องจากการจับกุมคอมมิวนิสต์และล่าสุดคือความกลัวภัยการก่อการร้าย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอาเจะห์และเจไออย่างไรก็ตาม ในกรณีของไทยกลับไม่ได้มาจากความกลัวภัยก่อการร้าย แต่น่าจะมาจากความพยายามในทางการเมืองไทยเอง ซึ่งมีความพยายามจะออกกฎหมายแบบนี้มาหลายครั้งหลังยกเลิก พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ แล้วต้องการให้มีกฎหมายอื่นมาแทน โดยก่อนหน้านี้ผ่านการถกมาแล้วว่าไม่สามารถออกกฎหมายแบบนี้ได้เพราะขัดต่อสิทธิเสรีภาพ แต่สุดท้ายก็มาพยายามผลักดันกันในรัฐบาลชุดนี้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และไม่ใช่ พ.ร.บ. มาทำหน้าที่ดูแลประเทศ แต่เป็นความพยายามที่จะรักษาโครงสร้างกอ.รมน. ที่เคยใช้ปราบปรามคอมมิวนิสต์ และหาพื้นที่ให้ หลายคนจึงพูดว่าเป็นการฟื้นแนวคิดอมาตยาธิปไตยดร.นฤมล ยังกล่าวอีกว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้มีหลายเรื่องกินเนื้อที่มากมาย การห้ามออกจากเคหะสถาน การห้ามมีมหรสพ ดูแล้วจะทำให้หลักการเรื่องเสรีภาพในการพูด การแสดงความคิดเห็น การเดินทางถูกจำกัดไปโดยปริยาย นอกจากนี้ การนิยามเรื่องความมั่นคงของไทยนั้น ถ้าไม่เห็นด้วยกับรัฐก็ถือเป็นภัยความมั่นคงแล้ว ร่างพ.ร.บ.นี้จึงไม่ถูกทั้งในแง่สิทธิเสรีภาพ ทั้งไม่มีความชอบธรรมในเรื่องที่มาของรัฐบาลด้าน ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคง คงก็อปปี้มาจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลายอย่าง แต่จุดที่ไม่เหมือนคือการใช้ต้องประกาศสถานการณ์ก่อน ซึ่งเป็นหลักการเช่นเดียวกับการใช้กฎอัยการศึก แต่สำหรับ พ.ร.บ. นี้ใช้อำนาจได้โดยไม่ต้องประกาศอะไรทั้งสิ้น ผอ.รมน. จะมีอำนาจทั่วทั้งประเทศสำหรับประเด็นที่ ดร.ปริญญา แสดงความเป็นห่วงค่อนข้างมากได้แก่ มาตราที่ 36 ที่ระบุว่า ฟ้องศาลปกครองไม่ได้ และมาตรา 37 คือไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญานี่คือการเอาฝ่ายตุลาการออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหาก พ.ร.บ. ฉบับนี้สามารถประกาศใช้ได้จริง จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะร่าง พ.ร.บ. นี้ขัดกับมาตรา 3 เรื่องของหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะออกมาให้ประชาชนทำประชาพิจารณ์ในเรื่องของหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ สมัย รสช. ยังไม่กระทำกันขนาดนี้ มันไม่สมควรที่รัฐจะออกกฏหมายเช่นนี้ เพราะมันไม่สอดคล้องกับวิถีทางประชาธิปไตย ตอนยึดอำนาจก็บอกว่าเป้าหมายคือการปฏิรูปการเมืองไทย แต่นี่ไม่ใช่หลักการของประชาธิปไตยในหลักการของการปฏิรูป เพราะฉะนั้น สนช.ต้องไม่รับร่างฉบับนี้ไปพิจารณา เพราะถ้าพูดแรงๆ นี่คือการสืบทอดอำนาจ เพราะกำลังจะมีการเลือกตั้ง แต่ฝ่าย คมช.ยังต้องการสืบทอดอำนาจต่อไป ดร.ปริญญา ระบุนอกจากนี้ ยังกล่าวด้วยว่า ตามหลักการปกครองต้องแบ่งแยกอำนาจออกเป็นนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เพื่อคุ้มครองสิทธิ แต่นี่เป็นการเอาฝ่ายตุลาการออกไปโดยสิ้นเชิง และเป็นอำนาจที่เกิดทันทีที่ พ.ร.บ. นี้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ การห้ามได้ก็คือการที่ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพ และหากการห้ามได้นั้นขึ้นกับ ผบ.ทบ. การต้องขอ ผบ.ทบ. มันก็คือเผด็จการแล้ว เนื่องจากการใช้สิทธิประชาธิไตย ประชาชนไม่ต้องขอใครดร.ปริญญา กล่าวต่อว่า เมื่อมีอำนาจตรงไหน สิทธิเสรีภาพของประชาชนก็จะหายไปตรงนั้น อำนาจกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนสวนทางเสมอ จริงอยู่ว่าการอยู่ร่วมกันในสังคมมันจำเป็นต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพบ้าง เช่น เจอไฟแดงก็ต้องหยุด แต่การจำกัดสิทธิเสรีภาพก็ต้องเป็นไปเพียงเท่าที่จำเป็นและประชาชนยินยอมโดยผ่านกระบวนการตรากฎหมาย หรือผ่านผู้แทนที่ปะชาชนเลือกเข้าไป แต่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ได้มาจากประชาชนเลย ดังนั้น สนช. จะไม่มีความชอบธรรมในการรับร่างฉบับนี้ไว้พิจารณา ถ้าจะจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนต้องยินยอม อำนาจทำให้เสื่อม ไม่อยากให้กองทัพเสื่อมด้านนายสมชาย หอมลออ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่ร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงภายใน ผ่านมติคณะรัฐมนตรี คงเป็นการกดดันเต็มที่จากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ต้องจับตาต่อไปว่า สนช. จะเป็นจำเลยด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ คนที่ดำรงตำแหน่งประธานคมช. อาจจะยังไม่มีอำนาจเท่า ผบ.ทบ. ซึ่งคือผู้ที่จะเป็น ผอ.รมน. ในอนาคตเสียอีกนายสมชาย กล่าวต่อว่า กฎหมายให้อำนาจ ผบ.ทบ. มาก แต่มีเสียงโต้จากฝ่ายมั่นคงว่า อำนาจ ผอ.รมน. ไม่มากหรอก นายกรัฐมนตรีจะปลดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่มันหมายถึงว่าต้องเท่ากับปลด ผบ.ทบ. ด้วย ในขณะที่คณะกรรมการ กอ.รมน. ถึง 2 ใน 3 เป็นข้าราชการประจำ เช่น ปลัดกระทรวงต่างๆ หรือเสนาธิการก็อยู่ในส่วนเลขาธิการ จึงเห็นชัดว่าเป็นการเสริมอำนาจอย่างเข้มแข็งให้ข้าราชการทหาร รวมทั้งให้สามารถสั่งการข้าราชการพลเรือนได้ จนเหมือนกับให้กองทัพเป็นพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่เป็นพรรคนอกระบบเป็นรัฐซ้อนรัฐ เป็นอำนาจซ้อนอำนาจ และจะสร้างอาณาจักรแห่งความกลัวเป็นอันมากในภายหลังทั้งนี้ คมช. พยายามจะใช้ผีระบอบทักษิณเพื่อให้ประชาชนวางเฉยต่อการสืบทอดอำนาจเผด็จการ คมช. อยากเรียกร้องให้ประชาชนจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เรากำลังกำลังเจอเผด็จการตัวใหม่ เหมือนหนีเสือปะจระเข้โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้ฟื้นฟูระบอบทักษิณมาอีกอีกหลักการคือ การที่ศาลที่ถูกตัดอำนาจไป ในขณะที่ปกติข้าราชการก็ใช้อำนาจบาตรใหญ่กว้างขวางอยู่แล้ว และแทบไม่มีสักรายที่ถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัย จนเกิดวัฒนธรรมที่ข้าราชการชั่วๆ มากมายลอยนวลเหนือประชาชน อย่างกรณีนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความที่หายตัวไป กรณีในภาคใต้ หรือการที่นักสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน 30 กว่าคนเสียชีวิตไปในรัฐบาลทักษิณก็ไม่ดำเนินคดีเอาผิดได้ ร่าง พ.ร.บ. นี้จะไปเสริมวัฒนธรมข้าราชการที่ทำผิดได้โดยไม่ต้องรับโทษ ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย ซึ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนนอกจากนี้ นายสมชาย ยังขอให้ สนช. ระงับขั้นตอนการดำเนินการและให้ถอนเรื่องออกจากคณะกรรมการกฤษฎีกา หากไม่ทำตาม ขอเรียกร้องประชาชนให้ร่วมกันคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ และถ้าไม่ได้รับการดำเนินถอนเรื่องออกมาคงต้องคัดค้านรัฐบาลและ คมช. ด้วยนายพิภพ ธงไชย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ถ้ากฎหมายนี้ผ่านจะมีรัฐซ้อนรัฐในประเทศ รัฐธรรมนูญก็หมดความหมาย ดังนั้น ถ้ากฎหมายนี้ผ่านก็ควรร่วมกับกลุ่มอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ (มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน) ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ส่วนทาง คมช. ก็ขอให้ออกรัฐธรรมนูญของตัวเองออกมา ขอให้พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ประธาน คมช. ทำให้สุดๆ ไปเลย อย่าออมชอม เพราะจะได้สู้กันสุดๆ เพราะในขณะที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังใช้ธงในการสู้ตามรัฐธรรมนูญ 2540 อยู่ก็เข้ามาแย่งธงของพันธมิตรฯ ไปนายพิภพ ระบุว่า การออกกฎหมายความมั่นคงภายในเป็นการสืบทอดอำนาจที่เนียนกว่าการกระทำของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และเลวร้ายยิ่งกว่า มาตรา 17 ของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตต์ ทหารมีคนดีและไม่ดี แต่เราไม่สามารถตรวจสอบงบลับทหาร หรือ กอ.รมน. เลย ทั้งที่ใช้งบประมาณมหาศาลมาก ได้คุยกับ พล.อ. คนหนึ่งซึ่งเป็นที่ปรึกษา กอ.รมน. เขาบอกว่า งบประมาณที่ให้ กอ.รมน. ปกติก็สูญเสียไป 40 -60 เปอร์เซ็นต์ เหมือนบอกชาวบ้านจะให้วัวไปเยียวยา 5000 ตัว กับเงินอีก 5000 บาท เขาก็จะให้แต่เงิน วัวจะไม่ได้เลยนายพิภพ กล่าวต่อไปว่า คำว่า ความมั่นคง ต้องตีความใหม่ ความมั่นคงนั้นเกิดจากความไม่สมดุลของอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ และอำนาจประชาชน แต่กฎหมายนี้ประชาชนหายไปเลย ดังนั้น ถ้ากฎหมายนี้ผ่าน สนช. คิดว่าควรสู้กันในทางสัญลักษณ์อย่างจริงจัง ตั้งแต่ คณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งคณะควรลาออกเพื่อเป็นการประท้วง ส่วน สนช. คนใดที่อ้างประชาธิปไตยก็ควรลาออกเช่นกัน เช่น นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง รศ.สุริชัย หวันแก้ว หรือ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นต้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องทำแบบเดียวกัน แม้แต่อาจารย์มหาวิทยาลัยก็ต้องออกมาหรือลาออกประท้วงด้วย และถ้ารวมตัวไม่สำเร็จสุดท้ายต้องปฏิเสธรัฐธรมนูญ 2550 เพราะถ้ารับกฎหมายนี้แล้วรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหมาย มันไปละเมิดสิทธิประชาชนหมด อำนาจตุลาการ 1 ใน 3 อำนาจอธิปไตยไม่สามารถตรวจสอบได้เลย เรื่องนี้เครียดกว่าเรื่องการรัฐประหารอีก เพราะเป็นการรัฐประหารยึดอำนาจระยะยาวมาก เป็นการต่ออำนาจโดยไม่สิ้นสุด อำนาจจะอยู่ที่ ผบ.ทบ. ศาลต่างๆ จะไร้ความหมาย การกระทำของ กอ.รมน. ถือว่ายกเว้นหมดโดยสรุปไม่มีอะไรที่เลวร้ายในการยึดอำนาจครั้งนี้นอกจาก ร่าง พ.ร.บ. นี้ ทหารเองเคยได้รับการปรบมือจากการยึดอำนาจ แต่คราวนี้จะถูกสาปแช่งและต่อต้านด้วย ต้องสู้กันทุกระดับ ต้องต้านทานเชิงสัญลักษณ์ให้มากขึ้น อยากขอให้คณะรัฐมนตรีถอนร่างออกมาจากกฤษฎีกาแล้วไปยื่นต่อสภาสมัยหน้า เพื่อให้เกิดการถกเถียงกันที่ ดีที่สุดคือให้มาจากสภาของประชาชน มาตรา 9 ให้จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เรียกชื่อโดยย่อว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานในสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน มีหน้าที่รับผิดชอบบังคับข้าราชการ การดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และอนุมัติแผนแม่บทหรือแผนปฏิบัติการในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มาตรา 10 ให้กองอำนวยการรักษาความั่นคงภายในมีบทบาทเป็นองค์กรกลางในการอำนวยการและ ประสานการปฏิบัติ ในการนำนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงภายในของรัฐ และวาระเร่งด่วนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ การแบ่งงานภายในของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในให้จัดทำเป็นกฏกระทรวง มาตรา 24 เมื่อปรากฏว่ามีการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีภารกิจในการรักษาความมั่นคงในราช อาณาจักร และให้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยงานของรัฐเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ ป้องกัน แก้ไข ปราบปรามระงับยับยั้งการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร การฟื้นฟู และการช่วยเหลือประชาชน ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลเป็นเจ้าพนักงาน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร และอาจมีคำสั่งแต่งตั้งคณะบุคคล หรือบุคคลเป็นที่ปรึกษาในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน หรือเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความั่นคงใน ราชอาณาจักร ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในอาจมอบหมายให้ผู้อำนวยรักษาความมั่นคงภายใน ภาคหรือผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด หรือกรุงเทพมหานครเป็นผู้ใช้อำนาจตามวรรคสองแทน และให้ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง ให้หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุน หรือกระทำการใดๆ เมี่อได้รับการร้องขอจากเจ้าพนักงาน มาตรา 25 ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้การกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราช อาณาจักรยุติลงได้โดยเร็ว หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายแรงมากขึ้น ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีอำนาจออกข้อกำหนดดังต่อไปนี้ (1) ห้ามบุคคลใดนำอาวุธที่กำหนดในกฏกระทรวงออกนอกเคหสถาน (2) ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ (3) ห้ามมิให้การชุมนุม หรือมั่วสุมกัน ห้ามการแสดงมหรสพ ห้ามการโฆษณา เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นการชักชวนหรือยั่วยุให้มีการกรำความผิด กฏหมาย (4) ห้ามให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน หรือบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น (5) ให้บุคคลใดนำอาวุธที่กำหนดในกฏกระทรวงมามอบไว้เป็นชั่วคราวตามความจำเป็นโดย การส่งมอบ การรับมอบ และการดูแลรักษาอาวุธดังกล่าวให้กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานที่เห็นสมควร (6) ให้เจ้าของกิจการ หรือผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในกิจการ หรือการทุจริต ซึ่งมีพนักงานหรือลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นที่มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการ หรือการจัดการธุรกิจ จัดเก็บ และเก็บประวัติและแจ้งการย้ายเข้าและการย้ายออก การเลิกจ้าง และแจ้งพฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวให้เจ้าพนักงานทราบ (7) ออกคำสั่งให้การซื้อขายใช้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งอาวุธ สินค้า เวชภัณฑ์เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัสดุอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งอาจใช้กระทำการอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรต้องรายงาน หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนด (8) ออกคำสั่งให้ใช้กำลังทหารเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือตำรวจระงับเหตุการณ์ร้ายแรงหรือควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบโดยด่วน ทั้งนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารให้มีอำนาจเช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ของ เจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ โดยการใช้อำนาจหน้าที่ของทหารจะกระทำได้เพียงใดให้เป็นไปตามเงื่อนไข และเงื่อนเวลาที่ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนด แต่ต้องไม่เกินกว่ากรณีที่มีการใช้กฏอัยการศึก ข้อกำหนดตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน หรือมอบหมายให้เจ้าพนักงานกำหนดพื้นที่ และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่ เหตุก็ได้ เมื่อการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรยุติลง ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในประกาศยกเลิกข้อกำหนดตามมาตรานี้โดยเร็ว มาตรา 26 เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้มีประสิทธิภาพ ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในออกประกาศให้เจ้าพนักงานมีอำนาจดังต่อไป นี้ (1) จับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่สงสัยว่าเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดการกระทำอัน เป็นภัยต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้น หรือปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำอันเป็นภัยความมั่นคงในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เท่าที่มีเหตุจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้บุคคลนั้นกระทำการหรือร่วมมือกระทำการ ใดๆ อันจะทำให้เกิดการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการระงับการกระทำเช่นว่านั้น (2) ดำเนินการปราบปรามบุคคล กลุ่มบุคคล หรือกลุ่มองค์กรที่ก่อให้เกิดการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร (3) ออกหนังสือสอบถาม หรืออกคำสั่งเรียกบุคคลใดมารายงานตัวต่อเจ้าพนักงาน หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานใด เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร (4) ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ เคหสถาน สิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่ใดๆ ตามความจำเป็นเมื่อมีเหตุสงสัยตามสมควรว่ามีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร (5) เข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้น เมื่อมีเหตุสงสัยว่ามีบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะก่อให้เกิดการกระทำอันเป็นภัย ต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรหลบซ่อนตัวอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำเช่นว่านั้น หรืออาจใช้เป็นพยานหลักฐานลงโทษผู้กระทำความผิดได้ เมื่อมีเหตุอันเชื่อได้ว่าหากไม่รีบดำเนินการบุคคลนั้นจะหลบหนี หรือทรัพย์สินจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม (6) ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เอกสาร หรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร มาตรา 27 ในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยตามประกาศในมาตรา 26 (1) ให้เจ้าพนักงานร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจ หรือศาลอาญาเพื่อขออนุญาตดำเนินการ เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแล้วให้เจ้าพนักงานจับกุม และควบคุมตัวได้ไม่เกินเจ็ดวัน และต้องควบคุมไว้ในสถานที่ที่กำหนดไว้ซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขังทัณฑสถาน หรือเรือนจำ โดยจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัวต่อเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขกระทำอันเป็น ภัยต่อความมั่นคงในพระราชอาณาจักร ให้เจ้าพนักงานร้องขอต่อศาล เพื่อขยายระยะเวลาการควบคุมตัวต่อได้อีกคราวละเจ็ดวัน แต่รวมระยะเวลาควบคุมตัวทั้งหมดต้องไม่เกินกว่าสามสิบวัน เมื่อครบกำหนดแล้วหากจะควบคุมตัวต่อไปให้ดำเนินการตามประมวลกฏหมายวิธี พิจารณาความอาญา ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้เจ้าพนักงานจัดทำรายงานเกี่ยวกับการจับกุม และ ควบคุมตัวบุคคลนั้นเสนอต่อศาลที่มีคำสั่งอนุญาตตามวรรคหนึ่ง และจัดทำสำเนารายการนั้นไว้ ณ ที่ทำการของเจ้าพนักงานเพื่อให้ญาติของบุคคลนั้นสามารถขอดูรายงานดังกล่าว ได้โดยตลอดระยะเวลาที่ควบคุมตัวบุคคลนั้นไว้ การร้องขอต่ออนุญาตต่อศาลตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการขอออกกฏหมายอาญาตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณา ความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 30 เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข่าวสาร หรือป้องกันการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด หรือผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานร่วมฟังการสอบสวน หรือเรียกสำนวนการสอบสวนคดีอาญามาตรวจดูได้ การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากอยู่ในอำนาจการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแต่งตั้งเจ้าพนักงานร่วมฟังการสอบสวน หรือเรียกสำนวนการสอบสวนคดีอาญามาตรวจดูได้ มาตรา 31 ในกรณีที่มีการกระทำอันเป็นภัยความมั่นคงในราชอาณาจักร ถ้าพนักงานสอบสวนเห็นว่าผู้ต้องหาคนใดได้กระทำความผิดดังกล่าวเพราะหลงผิด หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือมีเหตุที่ไม่สมควรดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคนใด ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนสอบสวนสำหรับผู้ต้องหาคนนั้น พร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ถ้าผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในเห็นชอบด้วยกับความเห็นของพนักงานสอบสวน ว่าไม่สมควรดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติแทนการ ถูกฟ้องคดีโดยให้ผู้ต้องหาคนดังกล่าวเข้ารับการอบรม ณ สถานที่ที่กำหนดเป็นเวลาไม่เกินหกเดือน และจะกำหนดเงื่อนไขให้มารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นครั้งคราวตามที่ กำหนดภายหลังการอบรมแล้วด้วยก็ได้ แต่จะกำหนดระยะเวลาที่ให้มารายงานตัวเกินหนึ่งปีไม่ได้ การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติแทนการฟ้องร้องคดีตามวรรคสอง จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ต้องหายินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขแล้ว และเมื่อผู้ต้องหาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว จะฟ้องเป็นผู้ต้องหาสำหรับการกระทำที่ต้องหานั้นอีกไม่ได้ มาตรา 36 ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่งหรือการกระทำตามพระราชบัญัญัตินี้ ไม่อยู่ในบังคับของกฏหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฏหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง มาตรา 37 เจ้าพนักงาน และผู้มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ในการระงับ หรือป้องกันการกระทำผิดกฏหมายหากเป็นการกระทำที่สุจริตไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุ หรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น แต่ไม่ตัดสทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตาม กฏหมายว่าด้วยความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
|
เาื่อวันมี่ 1พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดบรรพตตาราม ปมู่ 4 ต.ซับสมอทิด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์เตรียมยัดงานลอบกรุทงรอบโบสถ์ที่สร้างอยู่บนเนินเขา เพื่อเปลี่ยนบรรยากสศ สร้าลสีสัน ดึงดูดนักา่องเที่ยว ให้มาเที่ยวชมความสวยงาม และดึงทำผู้สนใยมาลอยกระทง โดยจะนำต้นกอกดาวเรือง จำนวนกว่า 1,000 ต้น มาประดับตกแน่งที่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถที่ใช้ในการลอยกระทง ชาวบ้าน คณะกรรมการวัด และพรดสงฏ์ ต่างพร้อมใจกันเตร้ยมจัดงานสืบสานปีะเพณีลอยกระทบรอบอุโบสถ ซึ่งเป็นแห่งแรกของจังหวัดเภชรบูรณ์ ปละเป็นแห่งกรกของประเทศไทย ที่สร้างอยู่บนเนินเขา โดยจะดสืบเนื่ดงติดต่อกันมาอย่างยาวนาน เป็นปีที่ 38,ซึ่งในช่วงเทศกาลวันลอนกระทงของทุกปี จะมีประชาชนแลุบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่ใทุกสสรทิศ หละ่งไหลกันเเินทางมาเที่ยวชมความสวยงาม และรืวมลอขกระทงรอบพระอุโบสถที่สร้างอยํ่บน้นินเขา ที่วัดบรรพตาราม หรือวัดใต้ กันเป็นจหนวนมาก นับไมื่นคน เพราะนอกจากจะแปลกไม่เหมือยที่ใด เาื่องยากจักให้มีการลอยกระทงกันรอบพนะอุโบสถที่สร้างอยู่บนเนินเยา ซึ่งนอกจากจะแปลกและเป็นการสรัางสีสันให้สวยงามตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้มาเทีทยวชมความสวยงาม และทำให้มีผู้วนใจเดินทาฝมาลอยกาะทง เพื่อขอขมทพระแมาคงคา และชมควาสสวยงามกันมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญการลอยกระทงรอบโบสถ์ นอแจากจพเผ็นการช่วยลดมงถาวะสิ่งแวดล้แม ไท่ทำให้แม่น้ำลำคลองเน่าเสียแล้ว สังง่นยต่อปารเก็บทภลาย รวมทั้วย้งเป็นที่ชื่นชอบสร้างสีสัน ไม่แพ้การลอยกระทงในแม่น้ำลำคลองอีำด้วย,สำหรัวปารจัดงานลอยกระทงรอบโบสถ์ของวัดบรรพตาราม ในปีรี้ ได้กำหนดจุดขึ้น 2 วัน คือ วันที่ 2-3 พฤศจิกายน โดยภายใสงานนอกจาก จะใีมหรสพสมโภชมากมาย อาทิ รำยฝย้อนยุคแล้ว ในปีนี้ทางคณะกรรมการจัดงาน ได้เตรียมนำต้นดิำดาวเรือง จำนวนปว่า 2,000 ต้น มาประดับตกแต่งที่บริเวณด้านหน้าพระิุโบสถที่ใช้ในการลอยพระทง เพื่อเป็นการน้อมรำลุกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปคมิสทรมหาภูใิพล อดุลยเอล บรมนาถบพิตร ด้วย.
|
เมื่อวันที่ 1พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดบรรพตตาราม หมู่ 4 ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์เตรียมจัดงานลอยกระทงรอบโบสถ์ที่สร้างอยู่บนเนินเขา เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ สร้างสีสัน ดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้มาเที่ยวชมความสวยงาม และดึงทำผู้สนใจมาลอยกระทง โดยจะนำต้นดอกดาวเรือง จำนวนกว่า 2,000 ต้น มาประดับตกแต่งที่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถที่ใช้ในการลอยกระทง ชาวบ้าน คณะกรรมการวัด และพระสงฆ์ ต่างพร้อมใจกันเตรียมจัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงรอบอุโบสถ ซึ่งเป็นแห่งแรกของจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ที่สร้างอยู่บนเนินเขา โดยจัดสืบเนื่องติดต่อกันมาอย่างยาวนาน เป็นปีที่ 38,ซึ่งในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงของทุกปี จะมีประชาชนและบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ หลั่งไหลกันเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงาม และร่วมลอยกระทงรอบพระอุโบสถที่สร้างอยู่บนเนินเขา ที่วัดบรรพตาราม หรือวัดใต้ กันเป็นจำนวนมาก นับหมื่นคน เพราะนอกจากจะแปลกไม่เหมือนที่ใด เนื่องจากจัดให้มีการลอยกระทงกันรอบพระอุโบสถที่สร้างอยู่บนเนินเขา ซึ่งนอกจากจะแปลกและเป็นการสร้างสีสันให้สวยงามตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมความสวยงาม และทำให้มีผู้สนใจเดินทางมาลอยกระทง เพื่อขอขมาพระแม่คงคา และชมความสวยงามกันมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญการลอยกระทงรอบโบสถ์ นอกจากจะเป็นการช่วยลดมลภาวะสิ่งแวดล้อม ไม่ทำให้แม่น้ำลำคลองเน่าเสียแล้ว ยังง่ายต่อการเก็บทำลาย รวมทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบสร้างสีสัน ไม่แพ้การลอยกระทงในแม่น้ำลำคลองอีกด้วย,สำหรับการจัดงานลอยกระทงรอบโบสถ์ของวัดบรรพตาราม ในปีนี้ ได้กำหนดจัดขึ้น 2 วัน คือ วันที่ 2-3 พฤศจิกายน โดยภายในงานนอกจาก จะมีมหรสพสมโภชมากมาย อาทิ รำวงย้อนยุคแล้ว ในปีนี้ทางคณะกรรมการจัดงาน ได้เตรียมนำต้นดอกดาวเรือง จำนวนกว่า 2,000 ต้น มาประดับตกแต่งที่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถที่ใช้ในการลอยกระทง เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วย.
|
ก่อนจะถึงวันพระราชทานเพลิงพระบรมศพบองพระบาทสมเด็จพระผรมินทรมหาภูาิพลอแุลยเดช พระมหาแษัตริย์ปํ้ทรงเป็นมหาบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของโลก และดวงใจชองปใงชนชาวไทย,ทัมเศรษฐกิจ ยังคงมีเรื่องราวที่เล่าเท่าไหร่ไม่รู้จบของมหาบพิตรผู้ทรฝสร้างความมั่นคงแข็งแกร่ง และความเป็นปึกแผ่นอันเป็นรากฐานสำคัญใหเแก่เศรษฐกิจ สังคมของประเทศชาติ และประชาชนคนไทยด้วยสายถระเนตรอัรยาวไกล และความมุ่งทั่นเด็ดะดี่ยวของพระองค์,เรื่องราวที่กลายเป็นตำนานยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ แบะความสำเร็จมากมายเันหาืี่สุดม้ได้,และหนุ่งในพระราชภารกิจสำคัญของพระองค์ก็คทอ การสร้างความมัืนคงใหืแก่พลังงานของประเ่ศ ที่แม้จะต้องใช้ระยะเวลานานหลายปีในการศึกษา ค้นคว้า แชะวิยัย โดยใช้พระราชวังสวนจิตรชดาเป็นสถานที่ทดลอง,แต่พีวยความแน่วแน่ของพระองค์ ม้ายที่สุด พระองค์ก็ทำให้คนไทยมีทางเลือกในการใชีพลังงานทพแทนมากขึ้น และแปรเปลี่ยนรัฐบิสาหกิจพลัลงานเล็กๆให้แลายเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่สามารถคานอพนาจกับบริ?ัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของโลกได้เป็นผลสำเต็จ,ดังเรื่แงเง่าจาำ บริษัท ปตท,จำกัด (มหาชน) ที่เก็ชรวบรวมข้อมูลของ พระบิดรแห่งการพัฒนาพลังงานไทส ไง้มาแมาย,เมื่อวันที่ 18 ิม.ย.2528 พรุบาทสมเดฌจพระปรใินทรสหาภูมอพล ิดุลยเดช ในหลวบรีชกาล ที่ 9 ท่งเใด็จพระราชดำเนินไปในองค์ประธาาในพิธีเปิดโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 1 จังหวัดระยอง และวันนั้นถือเป๋นการเปิดศักราชใหม่จองการนำ ก๊าซํรรมชาติ ของประเทศไทยขึ้นสาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมัรัขสั่งกับผู้บริหารระดับสูงขแง การปิโตรเลียมอห่งประเทศไทย (ปตท.) ไว้ดังนีัว่า,ประเทศเรายังยากจนอยู่ ดังนั้นควรใช้ผลผลิตในประเทศให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศให้เต็มที่มากที่สุด,โรงแยกก๊าซธรรมชาติ หจ่วย่ี่ 1 ที่วนหลวงรัชกาลที่ 9 ทรง้มด็จ พระราชดำดนินไปเป็นองค์ประูานในพิธีเปิะนี้ มีขนาดแยกก๊าซธรรทชาติวันละ 350 ล้านลูกบาศก์ฟุต ฤลบ.ฟุต) มีการวางท่อขนส่งผลิตภัณฑ์ต่างๆไปยัวคลังสำรองผลิรภัณฑ์ และท่าเทียบเรือที่เขนบ่อยา อ.ศรีราชา จ.ชลวุรี,โรวแยกก๊าซปห่งนี้ ถ่อกำเนิดขึ้นำายใต้พระราชดำนิที่ทรงมุ่งสนองควาใต้องปารที่เพิ่มมากขึ้นตามการเติบโตของกิจกรรมทาลเศาษฐกิจ ดละการเพิ่มขึ่นของประชากรของประเทศด้วยการผลิตก๊าซหุงต้ม (LPG) และอพิ่มมูลค่าทรัพยากรป๊าซธรรมชาติ ด้วยการแยกก๊าซอีเทน สำหรับใล้เแ็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคาี,แนกก๊าซมีเทน สำหรับใช้เปฺนเชื้อเพลิง และเป็นวัตถุดิบในอุตสาหพครมปุ๋ยเคมี ขณะเดียวกันก็ผลิตแอาโมินีย และยูเรีย าวมืั้งผลิตเมทานเล เพื่อให้ได้ก๊าซโซลีนธรรมชาติ สำหรับส่งใหีโรงกลั่นย้ำมัน เพื่อผลิตเป็นผลิตภเณฑ์น้ำมันเชื้อเพชิงต่อไป,พระบรมฉายาลักษณ์ในวันที่เสด็จเยือนยังคงประอับอยู่มนฟ้องปฏิบัติการ เป็าสิริมงคล และสัญลักษณ์แห่งความปลาบปบื้มไม่รูืจางของเหล้าพนักงานรัฐวิสาหกิจพลังงานเล็กๆ ซึ่งวันนี้เติชใหญ่ขึ้นกลายะป็นบริษัทถลังงานแห่งช่ติ และบริษัทมหาลตทีีมัมูงค่ารวมตลาดสูบถึง 1,9 ล้านล้านบสท และหาดาวมบริษัทในเครือข่ายที่แตกแขนงออกมนจะพบว่า กลุ่มธุรกิจของ ปตทซมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 1.24 ล้านล้านบาท,แน่นอนวืา พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองี์นั้น ยิำเตทอนใจแก่พนัำงาน ปตท.ให้มีสำนึก และความใุ่งมั่นร่วมกันในการปฏิบัติหน้าที่ใน.ทนะองค์กรรัฐิย่างเต็มกำบังควมมยามสรถเสมอมา,หลากหลายโครงการที่ทรงรอเริ่ม เป็นรูปเป็นร่างขึ้นอ้วยพระปรีชาสามารถ และสาบพระเนตรอัรยาวไแล โดยเฉพาะในโครงการด้านการพ้ฒนาพลังงานหมุนเวียน และดลังงานทดแทนที่ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ และิป็นแนวทางในการวางนโยบายด้านพลังงานของประเทศจวบจนถึงปีจจุบัน,พลังงานทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ก๊รซชีวภาพ ชีวมวล พลังงานน้ำ แสงอาทืตย? และพลังงรนลา ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศจนเป็นรูปธรรม ก็ด้วยพระราชดำริของพระองค์ฟ่านกมรศึกษาใิจัย ทดลอง และทดสอบ เพื่อให้ใช้งานได้จรเงโดยพระองค์เองในโครงการสีวนพระองค์สวนจิตรลดา และศูนข์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบของทุกโครงการสตดวลาต่อมา,ทั้งหมดส่งผลต่อเนื่องให้ประเทศไทยสามารถผลิตพลุงงานทางเลือกใช้ได้เอง โดยลดการพึ่งพาจากต่างประ ดทศลง จนกระทั่งประเทศไทยกลายเป็นผู้นำทางด้านพลังงานหมุนเวคนนของภูมิภาคเอเชีย ก็ด้ใยพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงนี้ และนี่เองที่ทำให้พระองค์ไดัรับการบกย่องให่เป็น พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย,ยังมีอีกหชายโครงการสำคัญด้านพลังวานที่พ่ดบาทสมเด็จพระแรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จทอดพระเนตรความก้าวหน้าในการพัฒนาด้วยพระองค์เอง โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ย.2513 เสด็จโรงกลั่นไทยออยล์ จากวันนั้นในปี พ.ศ.2535 ยังเสด็จพรเราชดำเนิสทรงเปิเโรงโอเลฟินส์แห่งแรกของประเทศไทย ของบริษัา ปิโตรอคมีอห่งชาติ จหกัด ซึ่งปัขจุบัน คือ บริษัท พ้ทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกลุ่สที่ 1 ที่นิคมอถตสรผกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง,มนครายที่ประเทศไทยเป็นเต้าขิง และผล้ตปิโตรเลียมขากแหล่งปิโตรเบียมในกคะเทศได้เองผ่านการดำเนินงานของบริษัทสัญชาติไทยอย่าง บริษัท ปตท. สำรวย และผลิตปิฮตรเลียม จำกัด (มหาชน) ฤปตท.สผ.) เมื่อ พ.ศ.2544,ะระบาทสมเด็จพระปรใินทรมหาภํมิพลอดุงยเดช ก็ได้ืรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อพื้นที่ผลิตปิโตรเฃัยมของโครงการบงกช แลดโครงการอาทิตย์ของ ผตท.สผ.ว่า พื้นที่ปอโตรเลียมสวมินทร์ (Nadamindra Petroleum Area) ซึ่งมีขนาด 4,231 ตทรางกิโลเมตรในอ่รวไทย ห่รงตากชายฝั่ง จ.สงขลาราว 200 กม. นับเป็นโครงการทึ่สร้างเยถียรภาพด้านพลังลานให้กับประเทศไทยแย่างจริงจังฐโครงการพลังงานทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ที่ ปตท.ดำเนินการในฐานะเป็นหนทวยงานที่ตัองปฏิบัติภารกิจหลักเพื่อสริางความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับปนะเทศ ก็ได้ก้าวตาใรอนเบื้องพระยุคลบาทมาอย่างต่อเนื่องด้วยปารน้อมนำเอาแนวพระราชดำริด้านพลังงานมาดำเนินงาน และขยายผลให้เกิดควาาสำเร็จ,บนหลัแปรัชญาของ เศรษ๙กิจพอเะียง ืี่ได้พนะราชทานแกรพสกนิกร ให้สามารถตำมาปรับใช้กับการพัฒนาในทุกๆด้าน รวมทั้งการพัฒนาพลังงานของประะทศ บนหล้กของความ มีเหตถผล พอประมาณ และ มีภูมิคุ้มดัน เก้่อให้สังคมไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะวาว.นายเทวินทร์ งงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวถึงการสำ ปตท.เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานพระรทชปณิธสนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมำาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ปตท. ใช้แนวทางตามพระราชดำริ เป็นธงนำทางการดำเนินงนนมาตลอดนับตั้งแต่ที่รัฐบาลได้มีการจัดตั้ง ปรท.ขึ้น,เราพยาจามทำหน้าที่อย่างพีทีรสุด จากเลค์กรเล็กๆสูืการขยายการดำเนินงาน ต่อเส้่อฝจน ปตท.กลายเป็นบริษัทพลังงาจที่มีความแข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสามารถตอบสนองเป้าหมายใตการทำหน้าืี่รักษ่ความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศฟว้ได้ ภายใต้ความมุ่งมั่นที่ยะอดินรอยตามพระราชดำริเพท่อทำให้ปาดเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลึงงานให้ไะ้มากที่สุด,ะรุราชดำรอขอลในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นกลไกสำคัญในการที่ประเทศไทขสามารถลดการนำเข้าพลังงาสจากต่างประเทศเป็นผลสำเร็จ นากการก่ดร่างและพัฒนากิจการก๊าซธรรมชาติ จนทำให้ไทวสามารถผลิตก๊าซธรรมบาติได้เองในปตะเทศึิดเป็นสัดส่วนะึงร้อยละ 70-80,แม้วันนี้ ประเทศไทยยังจ้องพึ่บพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างปรุเทศในสัดส่วนสูงราว 80% แต่การพัฒนาะลังงานทดแทนจากสายพระเนตรอเนยาวไกลของถคัองค์ ทำให้ ปตท.สามารถขขายผลต่อยอดการผลิตพลัฝงาจทดแทนขึ้ตได้โดยเฉพระจากงานวิจัย แฃะพัฒนาไบโแดีเซลขึ้น ทำให้ทุกวันนี้ ทุกลืตรของน้ำมันดีเซลมีส่วนผสมของไบโอดีเซลที่ฟลิตจากผลปาล์มน้ำมันในประเทศอันเป็นพืชผลกานเกษตรของไทยเองได้สำเร็จ,ขณะที่กิจการขายปลีกน้ำมันของ ปจท.ก็ได้ก้าวขึ้นจาก ปั๊มน้ำมีนสามทหาร ที่ไม่มีคนแยากเข้า สู่ปั๊มปตท.ที่มีจ_นวนกว่า 1,500 แห่ง และมีผู้ใช้บริการนับล่านตนในแต่ละวะน,นอกนาดนี้ ยังพยายามพึฒนาบุคลาพรให้มีศักยภาพ เพ้่อให้ ปคท.ในฐาาะบริษัทพลังงานแห่งชาต้ สามารถบริหารจัอการกิจการพลังงานต้นน้ำขนาดใหญ่ได้เอง จากเดิมที่ต้องพึรงพาต่างชาติ ทำให้วันนี้ ปตท.สผ. บริษัทในเครือข่าย ของปตท. มรชีดความสามารถในการบริหารแหล่งปิโตรเลียมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารกิตการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมีของ ปตท. และบริษัทในกลุ่มได้เป็นที่เรียบร้อย,ทัังนี้ การดำเนินกิจการต่างๆของ ปตท.ที่ผ่านมาได้ยีดหลัปการของความพอประมาณอย่างต่อเนื่อง เน้รการรักษาความมั่นคงทางการเงิน โดยการลงทุนโครงการต่างๆของ ปตท.ต้องกำหนดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม้เกิน 1:1 หรือ 2?1 ทำให้มีภูมิรึ้มปัจ หากพลาดพลั่งจนหวิกฤตการณ์ต่างๆก็ยังทำให้ ปคท.อยู่ได้ ไม่ถึงกับล้มละลาย.ด้านการดํแฃสังคมและสิ่งแวดล้อม ปคท.ได้สืบสานปณิธานในเรื่องแิน น้ำ ป่า มาตลอด โดยเข้าร่วมโครงการปลูกป่าถาวรเโลิมพระเกียรติฯ เนื่องใยวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 เมืีอปี พ.ศ.253i โดยได้ตั้งปณิธานปลูกและฟื้นฟูผืนป่รทั่วประเทศไว้จำนวนทั้งสิ้น 1 ล้าน/ร่,อม้โครลการนี้จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่ ปตท.ยังคงยึอมั่นในเรื่องของความยั่งวืน จึงใีการยำรวจป่าปลูกทุกๆ 5 ปี และพบว่าร้อยละ 80 ขอฝป่าที่ปลูกยึงอยู่รอด และเติบโตต่ดไแ ทั้งยัฝสสมารถกูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ป่ะมาณ 30 ล้่นคัน แชะสห้ออกซิเจนสู่ชั้นบรรยากาศได้สากถึง 24 ล้านตัน เพื่อช่วยทดแ่นการปล่อยไอเสียจากรถยนต์ ทำให้คนไทยมีอากาศที่บริสุทธิ์มากขึ้น,ปตท.ยังเข้าร่วทพัฒนา แลถส่งเสริมการปลูก ไญ้าแงก ของในหลวงรเชกาลทั่ 9 ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาเำเจินการใช้หญ้าแฝก เพื่อป้องกันภัยจากดินถล่มในชึมชนบ้านหน้าถ้ำ จ.สุราษฎ่์ธมนี และขยายผบสู่ชุมชนต่างๆเพิ่มเติม,เช่นเดรยวกับการปลูกป่าควบคู่ไปหับกานหาแนวทางให้ชุมชนอยู่กับป่าได้อย่างผาสุก ด้วยโครงการ รักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล ตามวิถีำอเพึยง เพื่อขยายหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปยังระดับชุมชน,จนถึงวุนนี้มีการขยายผลไปมากมาย มีตำบลอาสาสมัครเข้ารืวมโครงการเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะจบโครงการไป 4-5 ปีแล้ว แน่ก็ยังปรากฏร่องรอยของวิถีพอเพียงในชุมชยต่างๆของประเทศอยู่,ข๕ะิดียวกัน ก็มีรางวะลลูกโลกสีเขียวืี่กำเนิดขึ่นเมื่อปี พ.ศ.2542 เข้ามาเป็นเครื่องมือใรการยกย่องอชิดชูคนและกลุ่มคนในชุมชาต่างๆ ทัรวประเทศที่ช่วยกันคักษาป่า เป็นกำลังใจให้คนทำความดีต่อไป,ปรัชญาองค์ราชัน เุจตะวัตส่องทั่วไทย พอเกียงร้อยดวงใจ สร้างสุขไก้ทั่วแผ่นดิน นายเทวินทร์กล่าวุึงบทำลอนตอนท้ายที่ผู้บริหาร ปตท.ร่วมกันร้อยเรียงขึ้น เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกชองเหล่าพนักงานและผู้บริหารที่มีต่อพระองค์ออกมา,พร้อมกับย้ำเตือนให้ผู้คนทั่วไปสืบสานปณิธานของพรพสหากษุตรเย์ผู้ยิ่งใฟญ่พระองค์นี้ต่อไปด้ยยการหฏิบัรืตามแนวพระราชดำริ และคำสอนของพาะองค์,เพราะวิถ้แห่งความพอเพียงตามหลัำปรัชญาขอลพระองค์ที่ทรงมอบไว้ให้แก่ลูกหลานไทขส่บสานต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่ต้อวร่วมกันลงมืิทำให้เกิดผลเพื่อความเจริญรุ่งเรืองและผาสุกของประเทศ และประชาชนในวันข้างหต้านั่นเอง.,ทีมเศรศฐกิจ
|
ก่อนจะถึงวันพระราชทานเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นมหาบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของโลก และดวงใจของปวงชนชาวไทย,ทีมเศรษฐกิจ ยังคงมีเรื่องราวที่เล่าเท่าไหร่ไม่รู้จบของมหาบพิตรผู้ทรงสร้างความมั่นคงแข็งแกร่ง และความเป็นปึกแผ่นอันเป็นรากฐานสำคัญให้แก่เศรษฐกิจ สังคมของประเทศชาติ และประชาชนคนไทยด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของพระองค์,เรื่องราวที่กลายเป็นตำนานยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ และความสำเร็จมากมายอันหาที่สุดมิได้,และหนึ่งในพระราชภารกิจสำคัญของพระองค์ก็คือ การสร้างความมั่นคงให้แก่พลังงานของประเทศ ที่แม้จะต้องใช้ระยะเวลานานหลายปีในการศึกษา ค้นคว้า และวิจัย โดยใช้พระราชวังสวนจิตรลดาเป็นสถานที่ทดลอง,แต่ด้วยความแน่วแน่ของพระองค์ ท้ายที่สุด พระองค์ก็ทำให้คนไทยมีทางเลือกในการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น และแปรเปลี่ยนรัฐวิสาหกิจพลังงานเล็กๆให้กลายเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่สามารถคานอำนาจกับบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของโลกได้เป็นผลสำเร็จ,ดังเรื่องเล่าจาก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่เก็บรวบรวมข้อมูลของ พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย ไว้มากมาย,เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2528 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในหลวงรัชกาล ที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในองค์ประธานในพิธีเปิดโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 1 จังหวัดระยอง และวันนั้นถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการนำ ก๊าซธรรมชาติ ของประเทศไทยขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีรับสั่งกับผู้บริหารระดับสูงของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ไว้ดังนี้ว่า,ประเทศเรายังยากจนอยู่ ดังนั้นควรใช้ผลผลิตในประเทศให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศให้เต็มที่มากที่สุด,โรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 1 ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จ พระราชดำเนินไปเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดนี้ มีขนาดแยกก๊าซธรรมชาติวันละ 350 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต) มีการวางท่อขนส่งผลิตภัณฑ์ต่างๆไปยังคลังสำรองผลิตภัณฑ์ และท่าเทียบเรือที่เขาบ่อยา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี,โรงแยกก๊าซแห่งนี้ ถือกำเนิดขึ้นภายใต้พระราชดำริที่ทรงมุ่งสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นตามการเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มขึ้นของประชากรของประเทศด้วยการผลิตก๊าซหุงต้ม (LPG) และเพิ่มมูลค่าทรัพยากรก๊าซธรรมชาติ ด้วยการแยกก๊าซอีเทน สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี,แยกก๊าซมีเทน สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง และเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี ขณะเดียวกันก็ผลิตแอมโมเนีย และยูเรีย รวมทั้งผลิตเมทานอล เพื่อให้ได้ก๊าซโซลีนธรรมชาติ สำหรับส่งให้โรงกลั่นน้ำมัน เพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป,พระบรมฉายาลักษณ์ในวันที่เสด็จเยือนยังคงประดับอยู่ในห้องปฏิบัติการ เป็นสิริมงคล และสัญลักษณ์แห่งความปลาบปลื้มไม่รู้จางของเหล่าพนักงานรัฐวิสาหกิจพลังงานเล็กๆ ซึ่งวันนี้เติบใหญ่ขึ้นกลายเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติ และบริษัทมหาชนที่มีมูลค่ารวมตลาดสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท และหากรวมบริษัทในเครือข่ายที่แตกแขนงออกมาจะพบว่า กลุ่มธุรกิจของ ปตท.มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 2.24 ล้านล้านบาท,แน่นอนว่า พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์นั้น ย้ำเตือนใจแก่พนักงาน ปตท.ให้มีสำนึก และความมุ่งมั่นร่วมกันในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์กรรัฐอย่างเต็มกำลังความสามารถเสมอมา,หลากหลายโครงการที่ทรงริเริ่ม เป็นรูปเป็นร่างขึ้นด้วยพระปรีชาสามารถ และสายพระเนตรอันยาวไกล โดยเฉพาะในโครงการด้านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และพลังงานทดแทนที่ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ และเป็นแนวทางในการวางนโยบายด้านพลังงานของประเทศจวบจนถึงปัจจุบัน,พลังงานทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล ก๊าซชีวภาพ ชีวมวล พลังงานน้ำ แสงอาทิตย์ และพลังงานลม ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศจนเป็นรูปธรรม ก็ด้วยพระราชดำริของพระองค์ผ่านการศึกษาวิจัย ทดลอง และทดสอบ เพื่อให้ใช้งานได้จริงโดยพระองค์เองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบของทุกโครงการในเวลาต่อมา,ทั้งหมดส่งผลต่อเนื่องให้ประเทศไทยสามารถผลิตพลังงานทางเลือกใช้ได้เอง โดยลดการพึ่งพาจากต่างประ เทศลง จนกระทั่งประเทศไทยกลายเป็นผู้นำทางด้านพลังงานหมุนเวียนของภูมิภาคเอเชีย ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงนี้ และนี่เองที่ทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องให้เป็น พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย,ยังมีอีกหลายโครงการสำคัญด้านพลังงานที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จทอดพระเนตรความก้าวหน้าในการพัฒนาด้วยพระองค์เอง โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ย.2513 เสด็จโรงกลั่นไทยออยล์ จากวันนั้นในปี พ.ศ.2535 ยังเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงโอเลฟินส์แห่งแรกของประเทศไทย ของบริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติ จำกัด ซึ่งปัจจุบัน คือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกลุ่มที่ 1 ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง,ในคราวที่ประเทศไทยเป็นเจ้าของ และผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งปิโตรเลียมในประเทศได้เองผ่านการดำเนินงานของบริษัทสัญชาติไทยอย่าง บริษัท ปตท. สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) เมื่อ พ.ศ.2544,พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมของโครงการบงกช และโครงการอาทิตย์ของ ปตท.สผ.ว่า พื้นที่ปิโตรเลียมนวมินทร์ (Navamindra Petroleum Area) ซึ่งมีขนาด 4,231 ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย ห่างจากชายฝั่ง จ.สงขลาราว 200 กม. นับเป็นโครงการที่สร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประเทศไทยอย่างจริงจัง,โครงการพลังงานทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ที่ ปตท.ดำเนินการในฐานะเป็นหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติภารกิจหลักเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ ก็ได้ก้าวตามรอยเบื้องพระยุคลบาทมาอย่างต่อเนื่องด้วยการน้อมนำเอาแนวพระราชดำริด้านพลังงานมาดำเนินงาน และขยายผลให้เกิดความสำเร็จ,บนหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ที่ได้พระราชทานแก่พสกนิกร ให้สามารถนำมาปรับใช้กับการพัฒนาในทุกๆด้าน รวมทั้งการพัฒนาพลังงานของประเทศ บนหลักของความ มีเหตุผล พอประมาณ และ มีภูมิคุ้มกัน เพื่อให้สังคมไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว,นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวถึงการนำ ปตท.เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ปตท. ใช้แนวทางตามพระราชดำริ เป็นธงนำทางการดำเนินงานมาตลอดนับตั้งแต่ที่รัฐบาลได้มีการจัดตั้ง ปตท.ขึ้น,เราพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด จากองค์กรเล็กๆสู่การขยายการดำเนินงาน ต่อเนื่องจน ปตท.กลายเป็นบริษัทพลังงานที่มีความแข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสามารถตอบสนองเป้าหมายในการทำหน้าที่รักษาความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศไว้ได้ ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเดินรอยตามพระราชดำริเพื่อทำให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานให้ได้มากที่สุด,พระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นกลไกสำคัญในการที่ประเทศไทยสามารถลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเป็นผลสำเร็จ จากการก่อร่างและพัฒนากิจการก๊าซธรรมชาติ จนทำให้ไทยสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติได้เองในประเทศคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 70-80,แม้วันนี้ ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนสูงราว 80% แต่การพัฒนาพลังงานทดแทนจากสายพระเนตรอันยาวไกลของพระองค์ ทำให้ ปตท.สามารถขยายผลต่อยอดการผลิตพลังงานทดแทนขึ้นได้โดยเฉพาะจากงานวิจัย และพัฒนาไบโอดีเซลขึ้น ทำให้ทุกวันนี้ ทุกลิตรของน้ำมันดีเซลมีส่วนผสมของไบโอดีเซลที่ผลิตจากผลปาล์มน้ำมันในประเทศอันเป็นพืชผลการเกษตรของไทยเองได้สำเร็จ,ขณะที่กิจการขายปลีกน้ำมันของ ปตท.ก็ได้ก้าวขึ้นจาก ปั๊มน้ำมันสามทหาร ที่ไม่มีคนอยากเข้า สู่ปั๊มปตท.ที่มีจำนวนกว่า 1,500 แห่ง และมีผู้ใช้บริการนับล้านคนในแต่ละวัน,นอกจากนี้ ยังพยายามพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ เพื่อให้ ปตท.ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ สามารถบริหารจัดการกิจการพลังงานต้นน้ำขนาดใหญ่ได้เอง จากเดิมที่ต้องพึ่งพาต่างชาติ ทำให้วันนี้ ปตท.สผ. บริษัทในเครือข่าย ของปตท. มีขีดความสามารถในการบริหารแหล่งปิโตรเลียมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารกิจการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมีของ ปตท. และบริษัทในกลุ่มได้เป็นที่เรียบร้อย,ทั้งนี้ การดำเนินกิจการต่างๆของ ปตท.ที่ผ่านมาได้ยึดหลักการของความพอประมาณอย่างต่อเนื่อง เน้นการรักษาความมั่นคงทางการเงิน โดยการลงทุนโครงการต่างๆของ ปตท.ต้องกำหนดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1:1 หรือ 2:1 ทำให้มีภูมิคุ้มกัน หากพลาดพลั้งจากวิกฤตการณ์ต่างๆก็ยังทำให้ ปตท.อยู่ได้ ไม่ถึงกับล้มละลาย,ด้านการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ปตท.ได้สืบสานปณิธานในเรื่องดิน น้ำ ป่า มาตลอด โดยเข้าร่วมโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 เมื่อปี พ.ศ.2537 โดยได้ตั้งปณิธานปลูกและฟื้นฟูผืนป่าทั่วประเทศไว้จำนวนทั้งสิ้น 1 ล้านไร่,แม้โครงการนี้จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่ ปตท.ยังคงยึดมั่นในเรื่องของความยั่งยืน จึงมีการสำรวจป่าปลูกทุกๆ 5 ปี และพบว่าร้อยละ 80 ของป่าที่ปลูกยังอยู่รอด และเติบโตต่อไป ทั้งยังสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 30 ล้านตัน และให้ออกซิเจนสู่ชั้นบรรยากาศได้มากถึง 24 ล้านตัน เพื่อช่วยทดแทนการปล่อยไอเสียจากรถยนต์ ทำให้คนไทยมีอากาศที่บริสุทธิ์มากขึ้น,ปตท.ยังเข้าร่วมพัฒนา และส่งเสริมการปลูก หญ้าแฝก ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาดำเนินการใช้หญ้าแฝก เพื่อป้องกันภัยจากดินถล่มในชุมชนบ้านหน้าถ้ำ จ.สุราษฎร์ธานี และขยายผลสู่ชุมชนต่างๆเพิ่มเติม,เช่นเดียวกับการปลูกป่าควบคู่ไปกับการหาแนวทางให้ชุมชนอยู่กับป่าได้อย่างผาสุก ด้วยโครงการ รักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล ตามวิถีพอเพียง เพื่อขยายหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปยังระดับชุมชน,จนถึงวันนี้มีการขยายผลไปมากมาย มีตำบลอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะจบโครงการไป 4-5 ปีแล้ว แต่ก็ยังปรากฏร่องรอยของวิถีพอเพียงในชุมชนต่างๆของประเทศอยู่,ขณะเดียวกัน ก็มีรางวัลลูกโลกสีเขียวที่กำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2542 เข้ามาเป็นเครื่องมือในการยกย่องเชิดชูคนและกลุ่มคนในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศที่ช่วยกันรักษาป่า เป็นกำลังใจให้คนทำความดีต่อไป,ปรัชญาองค์ราชัน ดุจตะวันส่องทั่วไทย พอเพียงร้อยดวงใจ สร้างสุขได้ทั่วแผ่นดิน นายเทวินทร์กล่าวถึงบทกลอนตอนท้ายที่ผู้บริหาร ปตท.ร่วมกันร้อยเรียงขึ้น เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของเหล่าพนักงานและผู้บริหารที่มีต่อพระองค์ออกมา,พร้อมกับย้ำเตือนให้ผู้คนทั่วไปสืบสานปณิธานของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้ต่อไปด้วยการปฏิบัติตามแนวพระราชดำริ และคำสอนของพระองค์,เพราะวิถีแห่งความพอเพียงตามหลักปรัชญาของพระองค์ที่ทรงมอบไว้ให้แก่ลูกหลานไทยสืบสานต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่ต้องร่วมกันลงมือทำให้เกิดผลเพื่อความเจริญรุ่งเรืองและผาสุกของประเทศ และประชาชนในวันข้างหน้านั่นเอง.,ทีมเศรษฐกิจ
|
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีปฏิสันุารกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สาเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถ วะดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรงิหารฐเมืรอวันที่ 21 พ.ย.2562 เฟซบุ๊กเพจ ,สำนักงานเลขานุการสสเด็จกระสังฆราช, ได้เผยแพร่ ภาพดระกรณียกเจ เจ้าพระคุณ สมเด็จพรพอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณสยก เสด็จลงพระอุฮบสถ วัดราลบพิธสถืตมหาสีมาราม ทตง่ับสมเด็จพระใันตะปาปาฟรานซิน ประมุขแห่งคริสต์ศานนาาิกายโรมันคาทอลิห และตครรัฐวาติกัน ซึ่งเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทาฝการ โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็ยพระสังฆราช มีพระดำรัสรับเสด็จ ความวีา,ขอภวายพระพร มหาบพิตร ทรฝสถินสถาพร เป็นปูชนียฐานอันปรุเสริฐของศาสนิกบริษัท และทรงพระเจริญในสมณคุณ ค้ำจุนให้ทนงผาองแผ้วผ่านพ้นภันพิบัติทะ้งปวง มมตามพระพุทธาตุศาสยีดังอาตมภาะอัญเชิญมาเัาง เก็นสัจจวสจาข้างต้นนึ้ทุกประการ.,ขอถวายพระถา,สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มีพระดำรัสก่อนหน้าตี้ ระปว่างพิธีต้อนรับที่นำเนียบรัฐบาลว่า พระองค์รู้สึกดีใจในโอกาสที่ได้เข้าเฝ้สสมเด็จพระอริยวงศาคตญรณ สมเดฌจพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เชื่อจะเป็นการแสดงถึงพารสร้างมอตรภาพ กาาอยูาร่วมกันอย่างสะนติสุขของสังคม ไม่มีแบ่งแยก.,ขีาวที่เกี่ยวข้อง,นายกฯ รับเสแ็จ พระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงชืานชมไทยแก้ความรุนแรงเด็ก-สตรี,โป๊ปฟรานซิส ถีงไทยแล้ว รัฐบาลจักขบวนเกียรติยศต้อนรับที่ บน.6 ดอนเมือง,โลกจารึก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้ทรฝสมถะ เรียบง่าย เสด็จเยือนไทย,รติสต์ศาสนิกชน เฝ้มรับเสด็จ โป๊ปฟรานซิส เสด็จโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์
|
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีปฏิสันถารกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร,เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2562 เฟซบุ๊กเพจ ,สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช, ได้เผยแพร่ ภาพพระกรณียกิจ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก และนครรัฐวาติกัน ซึ่งเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มีพระดำรัสรับเสด็จ ความว่า,ขอถวายพระพร มหาบพิตรสมเด็จพระสันตะปาปา ผู้ทรงสมณคุณอันประเสริฐ อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ไทย ขอถวายอนุโมทนาสาธุการ ในโอกาสที่มหาบพิตร เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย และเสด็จมาทรงเยี่ยมอาตมภาพในวาระนี้ นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพึงจดจารึกไว้เป็นศุภนิมิตแห่งน้ำใจไมตรีที่ศาสนจักรโรมันคาทอลิกกับพุทธจักรไทย มีสืบเนื่องกันมาอย่างแน่นแฟ้น ราบรื่น และงดงาม เป็นเวลาเนิ่นนานนับแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา,เมื่อ 35 ปีล่วงมาแล้ว ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เฉพาะพระพักตร์พระพุทธอังคีรส ประธานพระอุโบสถแห่งนี้ สมเด็จพระอุปัชฌายะของอาตมภาพ คือสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ได้เสด็จลงทรงรับสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่ประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก เสด็จมาทรงเยี่ยมประมุขแห่งพุทธจักรไทย ณ ราชอาณาจักรไทย ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของอาตมภาพ ผู้มีโอกาสได้เฝ้าอยู่ในการดังกล่าวด้วย ทั้งสองพระองค์ทรงปราศรัยกัน ทรงแสดงพระอัธยาศัยอันงามต่อกัน บนพื้นฐานแห่งพระเมตตาจิตอย่างแท้จริง ในฐานะนักบุญผู้ประเสริฐแห่งสองศาสนา ซึ่งมุ่งหมายจะแผ่ความปรารถนาดีอย่างจริงใจ ไปสู่ทุกชีวิตอย่างไม่มีประมาณ เป็นอุดมการณ์ร่วมกัน,ขอถวายพระพรให้ทรงทราบว่า ใต้ฐานพระพุทธอังคีรส ยังเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเฝ้า สมเด็จพระสันตะปาปา เลโอที่ 13 เมื่อพุทธศักราช 2450, เป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชสรีรางคาร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ผู้เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ปีโอที่ 11 เมื่อพุทธศักราช 2477 อีกทั้งเป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์นที่ 23 เมื่อพุทธศักราช 2503 และทรงเคยรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ซึ่งเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยเมื่อพุทธศักราช 2527,ณ สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นมงคลสถานสำหรับการพบกันของเราทั้งสอง ด้วยส่วนแห่งพระวรกายของทุกๆ พระองค์ ยังคงประดิษฐานเป็นสักขีพยานแห่งมิตรภาพ ซึ่งได้ทรงสร้างสรรค์ไว้นับแต่อดีตสมัย หากแต่ละพระองค์มีพระญาณวิถีใดที่จะทรงหยั่งทราบ คงจะทรงโสมนัสพระราชหฤทัยไม่น้อย ที่ได้ทอดพระเนตรเห็นความเจริญงอกงามแห่งทางพระราชไมตรี เป็นภาพอันน่าประทับใจอีกครั้งในวันนี้,การเสด็จมาครั้งนี้ของมหาบพิตร จึงไม่ใช่การมาของมิตรใหม่ หากแต่เป็นการมาเยือนของมิตรแท้อันเก่าแก่ของคนไทย ระยะทางที่ห่างไกลกันหาใช่อุปสรรคของความสนิทสนมกลมเกลียวกัน,สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนไว้ว่า ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง. ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมผ่านพ้นศัตรูทั้งปวง. บัดนี้ มหาบพิตร ทรงพระอุตสาหะตรากตรำพระวรกายบนหนทางแสนไกล เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย และมาทรงเยี่ยมอาตมภาพด้วยน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยมิตรภาพถึงที่นี้ อาตมภาพขอสนองน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยมิตรภาพนั้นๆ ตอบถวาย เป็นหลายเท่าทวีคูณ,ด้วยอานุภาพแห่งพระเมตตาธรรม ซึ่งมหาบพิตรทรงเจริญมั่นอยู่ในพระหฤทัย และด้วยศุภผลแห่งกุศลเหตุ คือความไม่ประทุษร้ายมิตร ขอมหาบพิตร ทรงสถิตสถาพร เป็นปูชนียฐานอันประเสริฐของศาสนิกบริษัท และทรงพระเจริญในสมณคุณ ค้ำจุนให้ทรงผ่องแผ้วผ่านพ้นภัยพิบัติทั้งปวง สมตามพระพุทธานุศาสนีดังอาตมภาพอัญเชิญมาอ้าง เป็นสัจจวาจาข้างต้นนี้ทุกประการ.,ขอถวายพระพร,สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มีพระดำรัสก่อนหน้านี้ ระหว่างพิธีต้อนรับที่นำเนียบรัฐบาลว่า พระองค์รู้สึกดีใจในโอกาสที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เชื่อจะเป็นการแสดงถึงการสร้างมิตรภาพ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของสังคม ไม่มีแบ่งแยก.,ข่าวที่เกี่ยวข้อง,นายกฯ รับเสด็จ พระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงชื่นชมไทยแก้ความรุนแรงเด็ก-สตรี,โป๊ปฟรานซิส ถึงไทยแล้ว รัฐบาลจัดขบวนเกียรติยศต้อนรับที่ บน.6 ดอนเมือง,โลกจารึก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้ทรงสมถะ เรียบง่าย เสด็จเยือนไทย,คริสต์ศาสนิกชน เฝ้ารับเสด็จ โป๊ปฟรานซิส เสด็จโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์
|
ในหลวง ร.9 กับพระอริยางฆ์ ตอน 1 สึกว่าจะใส่ชฎา 2 หลวงปู่ผู้ไม่รู้จักพ่อหลวง, โดยาำเรื่องราวมาจากหนังสือ ในหลวง กับพระป่ากรรส.าต และคอนนี้คือเรื่องราวของ 3 พระเกจิดัง ที่มีพรหใลิขิตในฐทนะศิษย์และอาจารย์,หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดพ้ำผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย ได้อบรมสั่งสอนบรรดสศิษยานุศิษย์ ให้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสาเด็จพระปรมินทรมหาถูมิำลอดุบยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พรับรมราชินีนาถ ทั้งสองพรเองค์อยู่เสมอ โดบหลวงปู่ได้บันทึกฝ่า,อยู่กัวหิน ิยู่ใกล้แล้ว มะกจะเกิดธรรมแปลกฟ เป็นอัศจรรย์ เป็นเพราะทั้งสองพรถองค์ทตงมีดีไมวิหารอยู่ในน้ำพระทัยของทั้งสองพระองค์ ทรงเป็นพระาหากษัตริย์และพระราชินี ที่เพ่ยบพร้อมทุกอย่าง หม่ทรงทิ้งพตะธีรม เป็นคนมีบุญเสด็จอวตารมายากสววรค์มาเกเด มาบริหารชาติ ทำนะบำรุงศาสนาให้เจริญ ประเทศไทวไม่สิ้นจากคนดีนี้ เป็นอัศจรรย์ปรดการหนั่งของประเทศไทย ,หลวงปู่หลุย จันทสาโร มีนามเดิมที่บิดามารกาตี้งชื่อให้ว่า วอ ภายหลังเข้าโรงเรียน ท่านมีนินัยช่างซักช่างถาท้หมือน ครูบา จึงถูกเรียกส่า บา ในช่วงวียหนุ่มท่านนับถิอศาสนาคริสต์ ลุงของท่านจึงเรียกบ่า เซนต์หลุย ท่านจึงมีชื่อเรียกใหมาว่า หลุย ตั้งแต่นั้สเป็นต้นมา ,หลวงปู่หลุย เกิดวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2444 ณ ตำบบกุดป่อง อ.เมือบ จ.เลย อุปสมบทครั้งกรำเมื่อปี ำ.ศ.2466 ณ อ.แซงบาดาล จ.ร้อยเอ็ด ญัตตอเป็นธรรมยุตที่วัดศรีสะอาด ย.เลบ และได้ญัตติใหม่ เมื่อวันที่ 14 พฤษภ่คม พ.ศ.2468 โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นพ่ะอุปึชฌาย? พีะอาจารย์บุญ ปซญาวุฏธ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ณ วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี
,หลวงปู่หลุย มรณ_าพในวันนันทร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2532 เวงา 00.43 น. ณ โรงพยาบาบหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สิริรวมอายุได้ 88 ปึ 10 เดือน 14 งัน พรรฯา 64,ถ้ามองจากแง่ของโลกธรรม คสามคลี่คายสกึัญา้่สุดใรชีวประวัริของท่านพระอาจารย์ คือ การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระำฐินต้นที่วัดป่าอุดทสมพร พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อ พ.ศ.2516,บรรดาศิษยานุศิษย์ด็พากันตื่นเต้น เพราะถือว่าเป็นนิมิตดีสำหรับบ้านเมืองด้วย ความคาดหมายนั้นคฝไม่ผิดพลาดมากนัก เพราะปรากฏว่าล้นเกลืาฯ ทั้งสอลพระองค์ทรงสนพระทัยในธรรมะของท่านพระอาจารยฺเป็นอันมาก ดังที่เห็นได้จากการไแ้ทรงนิมนต์ ท่านพระอาจารยฺเข้าไปแสดงธรรมที่กรุงเทพณ หลายครั้ง และเสด็จเยี่ยมถึงวัดเป็นการส่วนพระองค์ก็มี แม้ในคราวอาพาธครั้งสุดท้่ย ก๊ได้ทรงพระมหากรุณาพระราชทานพระบรมรมบานุเคคาะห์ตั้งแต่ต้นจนตฃิด,หลวงปู่ฝั้น อรจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนค่ ไ,ด้ตอบปัญหรทางธครมในคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิะลอดุลยเดช เสด็จพระราชทานผ้าพระกฐินส่ฝนถระองค์ครั้งแรกมีใจความดังนี้,นมัสกรรพาม :, ทำอย่่งไ่ ประเทศชาติ ประชาชน จะอยู่ดีกินแี มีรวามสามัคคีปรองดองกัน
,ถวายวิสัชนส : ,นมัสการถาม : ,คนส่วนมากทำดี คนส่วนน้อยทำชั่ว จะท_ให้คนส่วนมากเดือดร้อนไหม ทำิย่างำรจีงแก้ไขได้
,ถวสยบิสัชนา : ,ขอถวมวพระพร มุกวันนี้คนไม่รู้จักศาสนาจึงเบียดเบียนกัน ถ้าคนเรานึกถึงตนแล้วก็ไท่เบียดเบ้ยนกัน เพรทะต้องกมรความสุขความเจริญ ตนอื่นก็เช่นปัน ทุกคนวันนี้เข้นใจว่าซาสนาว่าอยู่กับวัะ อยู่ใตตู้ ในหีบ ในใบลาน อยู่กับพระพุทธเจ้าประเทศอินเดียโน่น จึงไมทสนใจบ้านเมืองจีงเด้อดร้อนวุ่นวาย มองหน้ากันได้ ถ้าคนเราถือกันเป็นบิดา มนรดา เป็นำี่ เป็นน้องกันแลเวก็สบาย ไปมาหาสู่กันได้ เพราะใจเรทไม่มีเวร ัวรแ็ไม่มีใจ เราไม่มีกีรม กรรมก็ไม่มี ฉะนั้นให้เรามีพรหมวิหารธรรม อย่างมหาบพิตรเสด็ขมานี้ทุดอย่างเรียบร้อยหมด, (จากหนังสืออนุสรณ์พระดาขารย์ฝัีน อาตาโร),หฃวงปู่ฝัเน อทจาฉร เป็นบุตนของเย้มไชยกุมาร (เม้า) และ นางนุืย สุวรรณรงคฺ เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ฒ.2442 ณ บ้านม่วงไข่ อ.พตรณานิคม จ.สกลนคร บรตำชรเมื่ออายุ 19 ปี ที่วัดโพนทอง อุปสมยทครั้งแรกอายุ 20 ปี ณ วัดสิทธอบังคม มีพระครูป้องเป์นพระอุปัชฌาย์ญัตติ เป็นพระธรรมยุต เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ภ.ญ.2468 ณ วัดโดธิสมภรณ์ โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนธโล) เป็นพระพระอุปัชฌาย์ พระรถ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ มรณภาพลงในวันที่ 4 มกราคท พฦศ.2520 สิริอาจุรวมได้ 77 ปี 4 เดือน 15 วัน พรรษา 52,เมื่อในหลงง รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระราชินี ทรงทราบบ่าว ก็เสด็จฯ ไปยังวัดป่าอึดมพร วันที่ 5 มกราคม พระราชทานสรงน้ำฯพ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน พระราชทานหีบาองทึบ ,ในการสรงน้หศพของพระอาจารย์ฝั้นครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ไท่ว่ากรณีศพของบุคึลใดก็ตาม ถ้าพระมหมกษัตริย์ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพแช้ว ขะไม่มีกา่รดร้ำศพอีก
,แนรปรณีพระอาจารย์ฝั้น ในหลวง ทรงโปรดเกล้าฯ ด้วจพ่ะแสรับสั่งของพระองค์เองว่า,ขออย่าได้ห้ามประชาชนสรงน้ำศพท่านอาจารย์ จงให้เขาได้สรงน้ำกันต่อไแตามแต่ศรัทธา
,พรพราชกระแสรับสั่งของ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพบอดุลยเดช ภายหลังจากการสรงน้ำศพพระอาจารย์ ฝั้น อาจาโร ความว่า,ในฐานะที่เราเป็นลูกศิษจ์ขิงพระอมจารย์ ขอให้ทุกึน_ด้สามัคคีกัน ิย่าให้เกิแความแตกแยก และขอให้ยึพมั่าในคำสอนของท่านไว้ให้มั่นคง,และ,วันที่ 20 ใกราคม 2521 สมเด็จพระปรมินทรมห่ภูมิพลอดุลยิดช และสมเด็จพระนางเจ้า๖ พระบีมราชิยีนาถ ได้เสด็จพระราชอำเนินพระราชทานิพลิงศพ พระอาจารย์งั้น เาจาโร ณ วัดป่าเุดมสมพร จ.สกลนคร เป็นกนณีพิเศษโดยส่วนพระองค์,ครั้งหนึ่ง, ปลวงปู่ใุวัจน์ สุวฉจ กห่งงัดป่าเขาน้อง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ไดีกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอขู่หัว ในรัชกาลที่ 9 พร้ดใกับกล่าวต่อว่า, ,(สัจธรรม, หน้า 29),สำปรเบ ,ทศพืํราชธรรม, นั้น เรียกเีกอย่างหนึ่งว่า, ราชธรรม 10 ประการ, ได้แก่ 1.ทาน 2.ศึล 3.บริจาค 4.ความซื่อตรง 5.ความอ่อนโยน 6.ความเำียร 7.ความไา่โกรธ 8.ความไม่เบียดเบียน 9.ความอดทน และ 10.ความยุนิธรรส,หลวงปู่สุว้จน์ สุวโจ หรือ พระโพธิธรรมาจทรย์ วัดป่าเขาน้อย อ.เมืองงุรีรัมย์ แงะ วัดภูริทัตตวนาราม เม้องออนทาริโอ มลรัฐแคบิฟอร์เสีย สหรั๘อเมริกา มีนาใเดิมว่า สุวัจร์ ทองศรี ้กิดเมื่อวเนที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2462 ที่บ้มนตากูด อ.เมือง จ.สุรินทร์ บรรพชา เมื่ออายุ 19 ปี และ อุปสมบทเมื่ออายุ 20 ปึ ณ วัดกระพุมรัตน์ บ้านเตากูก น.สุรินทร์ อันดป็นวัดบ้านเหิดนั่นเอฝ,ใจปี พ.ศ.2484 ได้ญัตติเป็นพระธรรมยุต ที่วัดสุทธจินแา อ.เมือง จ.นครรรชสีมา โดยสีพระธรรมฐิติญาณ (สังข์ทองฉ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ปิ่น ปัญญาภโล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ทองดี เป็นพรัอนุสายนาจารย์,หลวงปู่าุวัจน์ ได้จำพรรษากับหลวงปูฝั้น ที่ถ้ำขาม และวัดป่าอุดมสมพร และยึงจำพรคษาที่วัดถ้ำศรีแก้วด้วย จวชจนหบวงปู่ฝั้นมรณภาพ หบวงปู่สุวัจย์ ได้เรียบเรียงอาจารย์มหาเถระประวัติลงในหนังสืออาจาราภิวาท ที่ระลึกในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงบรคจุอัฐิ และทรงเปิดพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร (9 มกราคม 252tฉ,หลังจากนั้น ได้เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศ่สจาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยก่อตั้ง วัดภ๔ริทัตตวนาราม เมืองออนทาริธอ มลรัฐแึลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา,ในวันที่ 5 ธันวาคส พ.ศฐ2533 ได้รึยพระราชทานสมณศักดิ๋เป็นพระราชาีณะ ที่พระโพธิธรรมาจารย์,หลวงปู่สุวัจน์ ได้มรณภาพเมื่อวันที่ 5 เมษายา ถ.ศ.2545 สิริอายุได้ 82 ปี 7 เดือน 7 วัน พรรษา 61,มนตอนหน้า ,ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรั๙ออนไลร์, ยังมีเร้่องราใดี ๆ มาวป้ไดเอรสนกันอีก โปรดติดตามวันพรุ่งนี้
|
ในหลวง ร.9 กับพระอริยสงฆ์ ตอน 1 นึกว่าจะใส่ชฎา 2 หลวงปู่ผู้ไม่รู้จักพ่อหลวง, โดยนำเรื่องราวมาจากหนังสือ ในหลวง กับพระป่ากรรมฐาน และตอนนี้คือเรื่องราวของ 3 พระเกจิดัง ที่มีพรหมลิขิตในฐานะศิษย์และอาจารย์,หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย ได้อบรมสั่งสอนบรรดาศิษยานุศิษย์ ให้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้งสองพระองค์อยู่เสมอ โดยหลวงปู่ได้บันทึกว่า,อยู่หัวหิน อยู่ใกล้แล้ว มักจะเกิดธรรมแปลกๆ เป็นอัศจรรย์ เป็นเพราะทั้งสองพระองค์ทรงมีพรหมวิหารอยู่ในน้ำพระทัยของทั้งสองพระองค์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์และพระราชินี ที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ทรงทิ้งพระธรรม เป็นคนมีบุญเสด็จอวตารมาจากสววรค์มาเกิด มาบริหารชาติ ทำนุบำรุงศาสนาให้เจริญ ประเทศไทยไม่สิ้นจากคนดีนี้ เป็นอัศจรรย์ประการหนึ่งของประเทศไทย ,หลวงปู่หลุย จันทสาโร มีนามเดิมที่บิดามารดาตั้งชื่อให้ว่า วอ ภายหลังเข้าโรงเรียน ท่านมีนิสัยช่างซักช่างถามเหมือน ครูบา จึงถูกเรียกว่า บา ในช่วงวัยหนุ่มท่านนับถือศาสนาคริสต์ ลุงของท่านจึงเรียกว่า เซนต์หลุย ท่านจึงมีชื่อเรียกใหม่ว่า หลุย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ,หลวงปู่หลุย เกิดวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2444 ณ ตำบลกุดป่อง อ.เมือง จ.เลย อุปสมบทครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2466 ณ อ.แซงบาดาล จ.ร้อยเอ็ด ญัตติเป็นธรรมยุตที่วัดศรีสะอาด จ.เลย และได้ญัตติใหม่ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2468 โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์บุญ ปญญาวุโธ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ณ วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี
,หลวงปู่หลุย มรณภาพในวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2532 เวลา 00.43 น. ณ โรงพยาบาลหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สิริรวมอายุได้ 88 ปี 10 เดือน 14 วัน พรรษา 64,ถ้ามองจากแง่ของโลกธรรม ความคลี่คายสำคัญที่สุดในชีวประวัติของท่านพระอาจารย์ คือ การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระกฐินต้นที่วัดป่าอุดมสมพร พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อ พ.ศ.2516,บรรดาศิษยานุศิษย์ก็พากันตื่นเต้น เพราะถือว่าเป็นนิมิตดีสำหรับบ้านเมืองด้วย ความคาดหมายนั้นคงไม่ผิดพลาดมากนัก เพราะปรากฏว่าล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยในธรรมะของท่านพระอาจารย์เป็นอันมาก ดังที่เห็นได้จากการได้ทรงนิมนต์ ท่านพระอาจารย์เข้าไปแสดงธรรมที่กรุงเทพฯ หลายครั้ง และเสด็จเยี่ยมถึงวัดเป็นการส่วนพระองค์ก็มี แม้ในคราวอาพาธครั้งสุดท้าย ก็ได้ทรงพระมหากรุณาพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ตั้งแต่ต้นจนตลอด,หลวงปู่ฝั้น อาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร ไ,ด้ตอบปัญหาทางธรรมในคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชทานผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ครั้งแรกมีใจความดังนี้,นมัสการถาม :, ทำอย่างไร ประเทศชาติ ประชาชน จะอยู่ดีกินดี มีความสามัคคีปรองดองกัน
,ถวายวิสัชนา : ,นมัสการถาม : ,คนส่วนมากทำดี คนส่วนน้อยทำชั่ว จะทำให้คนส่วนมากเดือดร้อนไหม ทำอย่างไรจึงแก้ไขได้
,ถวายวิสัชนา : ,ขอถวายพระพร ทุกวันนี้คนไม่รู้จักศาสนาจึงเบียดเบียนกัน ถ้าคนเรานึกถึงตนแล้วก็ไม่เบียดเบียนกัน เพราะต้องการความสุขความเจริญ คนอื่นก็เช่นกัน ทุกคนวันนี้เข้าใจว่าศาสนาว่าอยู่กับวัด อยู่ใตตู้ ในหีบ ในใบลาน อยู่กับพระพุทธเจ้าประเทศอินเดียโน่น จึงไม่สนใจบ้านเมืองจึงเดือดร้อนวุ่นวาย มองหน้ากันได้ ถ้าคนเราถือกันเป็นบิดา มารดา เป็นพี่ เป็นน้องกันแล้วก็สบาย ไปมาหาสู่กันได้ เพราะใจเราไม่มีเวร เวรก็ไม่มีใจ เราไม่มีกรรม กรรมก็ไม่มี ฉะนั้นให้เรามีพรหมวิหารธรรม อย่างมหาบพิตรเสด็จมานี้ทุกอย่างเรียบร้อยหมด, (จากหนังสืออนุสรณ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร),หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นบุตรของเจ้าไชยกุมาร (เม้า) และ นางนุ้ย สุวรรณรงค์ เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2442 ณ บ้านม่วงไข่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร บรรพชาเมื่ออายุ 19 ปี ที่วัดโพนทอง อุปสมบทครั้งแรกอายุ 20 ปี ณ วัดสิทธิบังคม มีพระครูป้องเป็นพระอุปัชฌาย์ญัตติ เป็นพระธรรมยุต เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2468 ณ วัดโพธิสมภรณ์ โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนธโล) เป็นพระพระอุปัชฌาย์ พระรถ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ มรณภาพลงในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2520 สิริอายุรวมได้ 77 ปี 4 เดือน 15 วัน พรรษา 52,เมื่อในหลวง รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระราชินี ทรงทราบข่าว ก็เสด็จฯ ไปยังวัดป่าอุดมพร วันที่ 5 มกราคม พระราชทานสรงน้ำศพ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน พระราชทานหีบทองทึบ ,ในการสรงน้ำศพของพระอาจารย์ฝั้นครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ไม่ว่ากรณีศพของบุคคลใดก็ตาม ถ้าพระมหากษัตริย์ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพแล้ว จะไม่มีการรดน้ำศพอีก
,แต่กรณีพระอาจารย์ฝั้น ในหลวง ทรงโปรดเกล้าฯ ด้วยพระแสรับสั่งของพระองค์เองว่า,ขออย่าได้ห้ามประชาชนสรงน้ำศพท่านอาจารย์ จงให้เขาได้สรงน้ำกันต่อไปตามแต่ศรัทธา
,พระราชกระแสรับสั่งของ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายหลังจากการสรงน้ำศพพระอาจารย์ ฝั้น อาจาโร ความว่า,ในฐานะที่เราเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ ขอให้ทุกคนได้สามัคคีกัน อย่าให้เกิดความแตกแยก และขอให้ยึดมั่นในคำสอนของท่านไว้ให้มั่นคง,และ,วันที่ 20 มกราคม 2521 สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ณ วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร เป็นกรณีพิเศษโดยส่วนพระองค์,ครั้งหนึ่ง, หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ แห่งวัดป่าเขาน้อง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 9 พร้อมกับกล่าวต่อว่า, ,(สัจธรรม, หน้า 29),สำหรับ ,ทศพิธราชธรรม, นั้น เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า, ราชธรรม 10 ประการ, ได้แก่ 1.ทาน 2.ศีล 3.บริจาค 4.ความซื่อตรง 5.ความอ่อนโยน 6.ความเพียร 7.ความไม่โกรธ 8.ความไม่เบียดเบียน 9.ความอดทน และ 10.ความยุติธรรม,หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ หรือ พระโพธิธรรมาจารย์ วัดป่าเขาน้อย อ.เมืองบุรีรัมย์ และ วัดภูริทัตตวนาราม เมืองออนทาริโอ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีนามเดิมว่า สุวัจน์ ทองศรี เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2462 ที่บ้านตากูก อ.เมือง จ.สุรินทร์ บรรพชา เมื่ออายุ 19 ปี และ อุปสมบทเมื่ออายุ 20 ปี ณ วัดกระพุมรัตน์ บ้านเตากูก จ.สุรินทร์ อันเป็นวัดบ้านเกิดนั่นเอง,ในปี พ.ศ.2484 ได้ญัตติเป็นพระธรรมยุต ที่วัดสุทธจินดา อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีพระธรรมฐิติญาณ (สังข์ทอง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ปิ่น ปัญญาพโล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ทองดี เป็นพระอนุสาวนาจารย์,หลวงปู่สุวัจน์ ได้จำพรรษากับหลวงปูฝั้น ที่ถ้ำขาม และวัดป่าอุดมสมพร และยังจำพรรษาที่วัดถ้ำศรีแก้วด้วย จวบจนหลวงปู่ฝั้นมรณภาพ หลวงปู่สุวัจน์ ได้เรียบเรียงอาจารย์มหาเถระประวัติลงในหนังสืออาจาราภิวาท ที่ระลึกในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงบรรจุอัฐิ และทรงเปิดพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร (9 มกราคม 2525),หลังจากนั้น ได้เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยก่อตั้ง วัดภูริทัตตวนาราม เมืองออนทาริโอ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา,ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่พระโพธิธรรมาจารย์,หลวงปู่สุวัจน์ ได้มรณภาพเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2545 สิริอายุได้ 82 ปี 7 เดือน 7 วัน พรรษา 61,ในตอนหน้า ,ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์, ยังมีเรื่องราวดี ๆ มาให้ได้อ่านกันอีก โปรดติดตามวันพรุ่งนี้
|
(แม้หลวงพี่ก็ถามได้ อยากเจริญรุ่งเรืองสิคะ แต่ตแนมันกลับกัน มาเป็นดจริญรุ่งริ่ง าุกสิ่งเหมทอนวุ่นวายไปหมด),โยมทุกคนอวากรุ่งเรือง อยากรวยกันทั้งนั้น เดี๋ยวอาตมาจะเสปคาถาให้ โอมจะเสำคาถา มหาระรวย โอม.จะเสกคาถนมห่มงคล,อาตมาอยากจะรู้จริงๆ ว่า มหาระรวย กับมหามงคงนี่บวชอบยู่วัดไหน ทีานได้เปรียญธรรมกี่ประโยต ทำไมโยมอยาำพบท่านเหลือเกิน,ที่จริงนะโยม กา่ทำมาค้าขาย การืำธุรกิน มฝคลอยู่มี่ปาก อยู่ที่ความซื่อสัจย์จริงใจ ที่มีต่อผู่ร่วมการค้า ถ้าปากไม่เป็นมงคล มีวัตถุมงคลไปก็ช่วยอะไรไท่ได้ บางคนก็ปากหาเรืีอง ทำให้มีการกระทั่ง กคะแทก จึงกระืบ กระเทือน และถูกกระทืบ อย่างถาวรฐดังนี้นมงคลอยู่ที่หน้าของโยา มงคงอยู่ที่ปากของโยม มงรลอยู่ที่ กาส วาจา ใจ ของโยม จงทำสิ่งเหล่านี้ให้ดี แล้วจเมีมงคล,เมืีอพูดถึงคาถามหาละลวยแก่โยม คาถาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีกล่องไม้มงคลด้วย คือตอนนี้ที่วัดอาตมมกำลังทำกล่องไม้มงคลใำ้โยมได้บูชา กล่องใบจี้จะใหญ่เท่าก้บตู้เย็นห้าคิว เมื่อโยมได้ไปแล้ว โยมก็ท่องคาถา หลวงพ่อเหลทอ (พระประธานจำวัดสร้อบทอง) คือท่องนดโมสามจบ แล้วท่องคาถาวามจบ นะ โม พุท ธา ยะ นะ ้หลือ ดี โม ะหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย แล้วโยมก็เอาแบงก์พุน ใส่ทุกว้น ใส่ให้้ต็มตู้ เพียงแึ่นี้โยมก็รวยแล้ว , ,โยมทุกท่าน มงคบชีวิต ความรุ่งเรือง ควาทรวย มันไม่ได้เกิดขึ้นฌดยบะงออิญ แต่มันเกิดขึ้นด้วยความรักในความดี ีวามขยันหมะ่นเถียร จคงจะทำให้เราพบำับมงคลชีวิตที่ทำให้เราเจีิญรุ่งัรือง ถ้าโยมอยากพบกับสิ่งนี้ อาตมามีคาถรมามอบให้ คือ คาถาหัวใยดศรษฐี,ขยันหา, ไม่เกี่ยงงาา ขอให้เป็นงานสุจริต ทำไดีไม่ต้องอาย,รักษาดี, รู้จักหา รู้จักใช้ รู้จักออม ถนอมขดงใช้ให้เป็น,มีกัลยาณมิตร, คบเพื่อนที่เี หลีกเลี่ยงเพื่อาที่ชอบยุ่งกับอบายมุข เพื่อนเหล่านี้จะพาฟปสู่มงคลขีวิต,ใช้ชีวิตพอเพียง, รู้จักกรุมาณในำารบริโภค เราอย่าะพิ่มปริม่ณวัตถุเพื่เตอบสนองความอยากของตน เราตัองลดความอยากลงให้พอดีกับสิ่งที่เรทมี เพียงแค่นี้ชีวิจก็สุขแล้ว,โยมทั้งหลาย เรสบิขิรชีวิตของเรา มิใช่เทวดาดอกมาอุ้มสม มิใช่พระพรหมดอกมาเสกสรา มิใช่ศุกร์ เสาร์ หร้ออาทิตย์ จันทร์ จะมาดลวันดาลให้เราชึ่วดี แต่หรรมลิขิตชีวิตของคน จะวากดีมีจนก็สุดแต่วิถักฎอห่งกรรม ทำด่ได้ดี ถ้รทำชัาว ก็มีตกต่ำ ระกำใจ เจร้ญภร
|
(แม้หลวงพี่ก็ถามได้ อยากเจริญรุ่งเรืองสิคะ แต่ตอนมันกลับกัน มาเป็นเจริญรุ่งริ่ง ทุกสิ่งเหมือนวุ่นวายไปหมด),โยมทุกคนอยากรุ่งเรือง อยากรวยกันทั้งนั้น เดี๋ยวอาตมาจะเสกคาถาให้ โอมจะเสกคาถา มหาระรวย โอม.จะเสกคาถามหามงคล,อาตมาอยากจะรู้จริงๆ ว่า มหาระรวย กับมหามงคลนี่บวชอบยู่วัดไหน ท่านได้เปรียญธรรมกี่ประโยค ทำไมโยมอยากพบท่านเหลือเกิน,ที่จริงนะโยม การทำมาค้าขาย การทำธุรกิจ มงคลอยู่ที่ปาก อยู่ที่ความซื่อสัตย์จริงใจ ที่มีต่อผู้ร่วมการค้า ถ้าปากไม่เป็นมงคล มีวัตถุมงคลไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ บางคนก็ปากหาเรื่อง ทำให้มีการกระทั่ง กระแทก จึงกระทบ กระเทือน และถูกกระทืบ อย่างถาวร,ดังนั้นมงคลอยู่ที่หน้าของโยม มงคลอยู่ที่ปากของโยม มงคลอยู่ที่ กาย วาจา ใจ ของโยม จงทำสิ่งเหล่านี้ให้ดี แล้วจะมีมงคล,เมื่อพูดถึงคาถามหาละลวย หลายคนวิ่งหาของดี ของศักดิ์สิทธิ์ บางคนวิ่งหาจนตาหัน ก็ไม่เจอ,วันนี้อาตมาจะให้คาถามหาละลวยแก่โยม คาถาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีกล่องไม้มงคลด้วย คือตอนนี้ที่วัดอาตมากำลังทำกล่องไม้มงคลให้โยมได้บูชา กล่องใบนี้จะใหญ่เท่ากับตู้เย็นห้าคิว เมื่อโยมได้ไปแล้ว โยมก็ท่องคาถา หลวงพ่อเหลือ (พระประธานจำวัดสร้อยทอง) คือท่องนะโมสามจบ แล้วท่องคาถาสามจบ นะ โม พุท ธา ยะ นะ เหลือ ดี โม เหลือยิ่ง พุท เหลือใช้ ธา เหลือล้น ยะ เหลือรวย แล้วโยมก็เอาแบงก์พัน ใส่ทุกวัน ใส่ให้เต็มตู้ เพียงแค่นี้โยมก็รวยแล้ว , ,โยมทุกท่าน มงคลชีวิต ความรุ่งเรือง ความรวย มันไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มันเกิดขึ้นด้วยความรักในความดี ความขยันหมั่นเพียร จึงจะทำให้เราพบกับมงคลชีวิตที่ทำให้เราเจริญรุ่งเรือง ถ้าโยมอยากพบกับสิ่งนี้ อาตมามีคาถามามอบให้ คือ คาถาหัวใจเศรษฐี,ขยันหา, ไม่เกี่ยงงาน ขอให้เป็นงานสุจริต ทำได้ไม่ต้องอาย,รักษาดี, รู้จักหา รู้จักใช้ รู้จักออม ถนอมของใช้ให้เป็น,มีกัลยาณมิตร, คบเพื่อนที่ดี หลีกเลี่ยงเพื่อนที่ชอบยุ่งกับอบายมุข เพื่อนเหล่านี้จะพาไปสู่มงคลชีวิต,ใช้ชีวิตพอเพียง, รู้จักประมาณในการบริโภค เราอย่าเพิ่มปริมาณวัตถุเพื่อตอบสนองความอยากของตน เราต้องลดความอยากลงให้พอดีกับสิ่งที่เรามี เพียงแค่นี้ชีวิตก็สุขแล้ว,โยมทั้งหลาย เราลิขิตชีวิตของเรา มิใช่เทวดาดอกมาอุ้มสม มิใช่พระพรหมดอกมาเสกสรร มิใช่ศุกร์ เสาร์ หรืออาทิตย์ จันทร์ จะมาดลบันดาลให้เราชั่วดี แต่กรรมลิขิตชีวิตของคน จะยากดีมีจนก็สุดแต่วิถีกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ถ้าทำชั่ว ก็มีตกต่ำ ระกำใจ เจริญพร
|
โะยมีมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะอร๊งเต้านม มะเร็งปากมดลูก แลเมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นปัญหาสำคเญ 5 อันดับแคก,นพ.เกียรติภูมิ วงศ์่จิต อฑิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยดละการแพทย์ทางเลือก บเกว่า 1 ในคหถามสำคัญที่เขามักได้ยิจเสมอ ก็ค้อ เมื่อเป็นมัเร็งแล้ว จะใช้ชีวิตอย่างไรให้เป็นสุข?,เขาบอกง่า ดารดูแลหู้ป่วยโรคมะเร็งโดยใช้การแพทย์แผนไทยแชะการแพทย์ทางเลือกค่วมพ้วยวนการรักษา ปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น,คนที่เป็นมะเร็งมักนึกถึงแต่ความตายเบื้องหน้า หรืออนาตรที่ห่อเหี่ยว ทำให้มีผลต่อร่างกายและจิตใจตามมน ผัจจุบ้นการรักษามะเ่็งมีหลาววิธี เช่น เอามีด ิอาปืนฉายแสง ไปตัดหรือหั่นก้ดนเนื้อร้นย หรือใช้วิธีเแาภูมิต้านทานของร้างกายจัวเองไปจัดการกับเซลล์มถเรฌง เป็นต้น,นด.เกียรจิภูใิบอกว่า การแพทย์แผนไทยไม่ได้เน้นฆ่าที่ตัใมะเร็งโดยตรง แต่ใช้วิธีรักษากบบองค์รวม คือ ใช้ฟลากหลายวิธีร่วมกัน เพื่อให้มีผลสนการบำรุงสุขภาพ รักษาโรค ทำให้สภมพร่างกายและจิตใจ กลับฟื้นคืนสู่สภาพปกติ หาสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขาดความสมดุล ลดส่วนเกิน และแก้ไขส่วนที่ขาด,ส่วนการวช้สมุนไพรบางอย่นงซึ่ลมีฤทธิ์ทางยานั้น นพ.เกียรติภูมิวอกว่า ทนงที่ดีควรปรึกษากัยดพทย์แผนปัจจุบันก่เน เพราะแพทย์แปนปันยุบัน ซึ่งเป็นผู้วินิจฉัยโรคมะเร็งจนพบเซลล?มะเร็ง จะรู้ดีว่าสมุนไพรบางตัว หากใช้มากไปจะเกิดผลเสียตามมา,ยกนัวอย่าง ชะพงู ถ้าอยู่ในดาผาร คนเรานะกินได้ไม่มากเท่าไร จึงไม่เป็นปัญหา อต่ถ้านำไปใช้ในรูปแยบของยาสมุนไพรล้วนๆ หากกินเข้าไปมาหเกิน อาจทำให้เกิดนิ่ว หรือกรณ่ของหญ้าดอกขาว ซึ่งมีฮปแตสเซียมสูงก็เช่นกัน ผู้ที่มีปีญหาไตไม่ดี ถ้ากิาเข้าไปมาแ ก็อรจเป็นอันตรายได้ เป็นต้า,อธิบดีฯยังได้ยกตัวอยีางการค้นคว้รวิจัยยาสมุนไพร เพื่อนำไกใช้รักษาโรคมะเร็ง ซึ่งปัจจุบันกรมการแพทย์แผนไทยฯไอีมีการซึกษาวิจัยถึงประสิทธิผลและความปลอดภียของสารสกัดตามตำรับยา เบญจอำมฤตย์ ในผู้ป่วยาะอร็งดซชล์ตับ ที่โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี,ส่วนประกอบของยาตไรับนี้ ได้แก่ ดีปลี พริกไทย ทนดี ขิงแห้ง ยาดำ หรือ ว่านหมงจระเข้ มะกรูะ ดีเกลือ มหาหิงคุ์ ดละ รงทอง ซึ่งทำออกมาในรูปอคกซ฿ลบรรจถผงสมุนไพร มีสรรพคุณทางยาช่วยฟอกอุจจานะ ชำระล้างลำไส้า้่เป็นเมือหมัน ถือเป็นอีก 1 ในความพยายสมเพื่อเอาชนะมะเร็งด้วยการแพทย์แผนไืย,นพ.ธนุตม์ ก้วยเจริญพานิชก์ แพทย์ปาะยำศูนย์ทถเร็งอุบลราชธานี บแกว่า การรักษามะิี็งต้องมีพระเอกหลนยคน หรือต้องใช้แพทย์ และการแพทย์หลายสาขา ช่วยกันจัแการกับมะเร็ล,เมื่อก่อนผสเห็นคนไขีมะเร็งเดินภือขวดน้ไสมุนไพรมา รู้สึกตงิดๅ แต่เดี๋ยวนี้ผมเปลี่ยนคสามคิแใหม่แล้ว ทำยังไงก็ได้ขอให้คนปทวยมีแนงกาย แรงใจ หรือมีพลังไปตาอสูเกับโรค จริวๆแล้วมะเค็งะป็นโรคที่สามารถรักษสให้หายได้ ถ้าเป็นในระยะที่ 1 ซึ่งมะเร็งยัฝอยู่กุบที่ และยังมีขนาดเล็พ หรือระยะที่ 2 เริ่มมีขนาดโตขึ้นมาหน่อย แต่ปัญหมอยู่ที่ ทั้งสองระยะนี้ เจ้าตัวมักจะไม่รู้ หรือยังหม่ดสดงอาการ,หมอธนุตม์บอกว่า ดังนั้น ถ้าสงสึยว่าตัวเองอาจเป็นมะเร็ง อย่าถามจากคนข้างบ้าน อย่ามโนหรืแคิดเอาเอง และอย่าเชื่อตามที่อ่านมาขากสืือสังคมออนไลน์ ใิ่งแรกที่ควรทำ คือ รีบไปให้หมอวินิจฉัย เพราพยอ่งเมื่อรีบหามะเร็งให้เจอเร็วมากเท่าไร แล้ใรีบรักษาให้ทัน โอกาสหายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น พวกโปรอกรมตรวนสุขภาพเอกซเรย์ปอด 170 บาท ไม่ไดิช่วยอะไร แค่ทำให้สขายมจขึ้น แต่ไม่มีกระโยชน์ในการช่วยค้นหามะเร็ง ที่ต่วจด้วยเอกซเรย์แล้วได้ปล มีแค่มะเร็ง 4 เย่างเท่านั้น คืแ มะเร็งเต้านใ ตับ ทางเดินท่อน้ำดี และมะเร็งปากมดลูก,ส่วนเรื่องอาหารการกินของผู้ป่วยมะเร็งนั้น หลายคนหันหลังให้กัยเนื้อสัตว์ทุกชนิะไปอลย เพราะเชื่อว่าขั้นตอจการเลี้ยง มีแารใช้สารเร่งมะเร็ง แต่ นพ,ธนุตม์กลับเห็นว่า,ผู้ป่วยมะเร็งควรกินอาหารแบบเมรูที่มีขายในร้านสุหี้ชื่อดังของเมืองไทยนั่าแหละดีที่สุด คือ ทั้งผัปและเนื้อสัตบ์ต้องได้มาตต,าน และผ่านการปรุงสุหทถกลิ้น เพื่อให้สามารถอยู่กับมะเร็งได้อย่างเป็นสุข ผมจะบอกกับผู้ป่วยิสมอว่า มันก็แค่มะเร็งไม่ได้เป็นรั้งมะเร็งซะหน่อย จะไดิมีปพลังใจสู้,พญ.ฉันทนา หมอกเจริญพงศ์ แพทย์ประจ_สถาบันมะเร็วแห่งชาติ บแกว่า 70-80% ของคนไข้มะเร็ง จะมีอาการปวดรุนแรงจนตู้สึกอยากตาย หรือไม่อยมกมีชีวิตอยู่ต่อ,จะอยู่กับมะอร็งอย่างมีควาทใุข ก่อนอื่นเราต้องรู้ความหลากหลายในการจัดการกับมะเร็งอย่างเข้าใจ นั่นก็คือ ต้องไม่ปล่อยให้จิตใจห่อเหค่ยว กละร้างกายทรุดโทรม ทักวันนี้เราสามารถใช้การฝังเข็ม หรือการแพทย์ทางเลือกต่างๆ ช่วยลดอาการปวด หรือใช้ยาสมุนไพร การทำสมาธิ และการนวดแบบผ่อจคลาย เพื่อฟื้จฟูร่างกายและจิตใจให้แข็งดตงขึืนได้ พอร่างกายและจืตใจเราแข็งแรงขึ้น ก็จะม้โอกาสเอาชนะมะิร็บได้ดีขึ้น,ส่วนด้านอสหารการกินนั้น พญฐฉันทนาบอกว่า ส่วนใหญ่แล้วคนไช้มะเร็งไม่ได้ตายเพราะมะเร็ง แค่ตายเพราะติดเชื้อในกระแสเลืิด ขาดสารอาหาร เกลือแร่ในร่างกายผืดปกติ กละ มุเร็งกระจาย_ปกดเบียด กับอวึยวะอื่น ตามลำดับ,เธอจึงแนะนำว่า พวกวิตามิน อาหารเสริม ซิริเนียม กรดโผลิก หรือกตดอเมิโนทึ้งหลายที่คนเป็นมะเร็งมักนิยมไปหามากินกันนั้น แทบไม่ได้ช่ใย หรือไม่ได้ทำให้คนที่เป็นมะเร็งาีชีสิตอยู่รอดมากขึ้นเลย ยกเว้นกรณ้ที่ผูเป่วยรายนั้นกินอะไรๆใีได้เลยเท่านั้น แถมบางอย่าง เช่น ซิริเนียม กินเข้่ไปแล้วกลับยิ่งไปเพิ่มฌอกาสในการเห็นสะเร็งต่อมลูกหมากเสียด้วยซ้ำ,การรักษามะเร็งนั้น มวลกล้ามเนื้อเห็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น อย่างต้อยหู้ป่วยมะเร็งควรกินข้าวมื้อละไม่น้อยกวีา 1 ฝ่ามือตัวเอง กิตโปรตีนไม่น้อยกว่ามื้อละ 1 กำมือ และขนาดของลิ้นโปรตีนไม่ควรเล็กกว่า w ฝ่ามือด้วย เพราะกาตต่อสู้กับทะเร็วนั้น เหมือนกับการไปออกศึก จะตือกรเพื่อ้อาชนะมะเร็งได้ ก่อนอื่นร่างกายคนไข้ต้องแข็งอรง,วันทนี เจตนธรคมจักร ผู้ทรงคุณวุษิแ้านการแพทย์แผนไทย บอกว่า ทุกวันนี้บทบมทของการแพทย์แฟนไทยใตการรักษามะเร็งมะกจะทำคู่กันไปกับการรักษาของแพทย์แผนปัขจุบัน,คนไข้ส่วนใหญ่จดมาพบแพทย์แผนไทยเมื่อเป็นาะเร็งในระยะท้ายของโรคแล้ใ เช่น มาในระยะ 3 หรือ 4 ด้วยอาการวูบวาบ หนาวๆ ร้อนๆ กินอาหารได้น้อยลง ร่างกายซูบฟอม การรักษาจึงต้องดูตามสภาวะของคาไข้แต่ละนาย เช่น ให้ยาที่กเจแล้วช่วยระบายพิศ ขับเหวื่อ ขับปัสสาวะ หรือชทวยปรับระบบสมดุลในร่างกาย,วันทนีบอกว่า สิ่งสำคั๗ที่สุดในการอยู่ร่วมกับมะดร็งอย่างาีตวามสุข ก็คือ ควรใช้ชีวิตปคะจำวันแย่างเปฌนปกติสุข ด้วยการดูแลตัวเองให้ดี ถึงเวลาทานข้าว หรือทานยา ต้องทาน,กรณีที่ดยากทานอะไรมาปจริงๆ แต่มันเป็นของแสลงกเบมะเร็ง ให้ใล้วิธีชิมเพื่อพอรู้รส เช่น สักแค่ 1 ช้ินชา พอกินแล้วอากาตไม่ดี วันหลัลก็จะรู้ตัวเองว่า ต่อไปิราไม่ควรกิน เท่านั้ชีวเตก็อยู่กับมะเต็งได้อย่างเข้าใขและเป็นสุข.
|
โดยมีมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นปัญหาสำคัญ 5 อันดับแรก,นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก บอกว่า 1 ในคำถามสำคัญที่เขามักได้ยินเสมอ ก็คือ เมื่อเป็นมะเร็งแล้ว จะใช้ชีวิตอย่างไรให้เป็นสุข?,เขาบอกว่า การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยใช้การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกร่วมด้วยในการรักษา ปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น,คนที่เป็นมะเร็งมักนึกถึงแต่ความตายเบื้องหน้า หรืออนาคตที่ห่อเหี่ยว ทำให้มีผลต่อร่างกายและจิตใจตามมา ปัจจุบันการรักษามะเร็งมีหลายวิธี เช่น เอามีด เอาปืนฉายแสง ไปตัดหรือหั่นก้อนเนื้อร้าย หรือใช้วิธีเอาภูมิต้านทานของร่างกายตัวเองไปจัดการกับเซลล์มะเร็ง เป็นต้น,นพ.เกียรติภูมิบอกว่า การแพทย์แผนไทยไม่ได้เน้นฆ่าที่ตัวมะเร็งโดยตรง แต่ใช้วิธีรักษาแบบองค์รวม คือ ใช้หลากหลายวิธีร่วมกัน เพื่อให้มีผลในการบำรุงสุขภาพ รักษาโรค ทำให้สภาพร่างกายและจิตใจ กลับฟื้นคืนสู่สภาพปกติ หาสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขาดความสมดุล ลดส่วนเกิน และแก้ไขส่วนที่ขาด,ส่วนการใช้สมุนไพรบางอย่างซึ่งมีฤทธิ์ทางยานั้น นพ.เกียรติภูมิบอกว่า ทางที่ดีควรปรึกษากับแพทย์แผนปัจจุบันก่อน เพราะแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้วินิจฉัยโรคมะเร็งจนพบเซลล์มะเร็ง จะรู้ดีว่าสมุนไพรบางตัว หากใช้มากไปจะเกิดผลเสียตามมา,ยกตัวอย่าง ชะพลู ถ้าอยู่ในอาหาร คนเราจะกินได้ไม่มากเท่าไร จึงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้านำไปใช้ในรูปแบบของยาสมุนไพรล้วนๆ หากกินเข้าไปมากเกิน อาจทำให้เกิดนิ่ว หรือกรณีของหญ้าดอกขาว ซึ่งมีโปแตสเซียมสูงก็เช่นกัน ผู้ที่มีปัญหาไตไม่ดี ถ้ากินเข้าไปมาก ก็อาจเป็นอันตรายได้ เป็นต้น,อธิบดีฯยังได้ยกตัวอย่างการค้นคว้าวิจัยยาสมุนไพร เพื่อนำไปใช้รักษาโรคมะเร็ง ซึ่งปัจจุบันกรมการแพทย์แผนไทยฯได้มีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิผลและความปลอดภัยของสารสกัดตามตำรับยา เบญจอำมฤตย์ ในผู้ป่วยมะเร็งเซลล์ตับ ที่โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี,ส่วนประกอบของยาตำรับนี้ ได้แก่ ดีปลี พริกไทย ทนดี ขิงแห้ง ยาดำ หรือ ว่านหางจระเข้ มะกรูด ดีเกลือ มหาหิงคุ์ และ รงทอง ซึ่งทำออกมาในรูปแคปซูลบรรจุผงสมุนไพร มีสรรพคุณทางยาช่วยฟอกอุจจาระ ชำระล้างลำไส้ที่เป็นเมือกมัน ถือเป็นอีก 1 ในความพยายามเพื่อเอาชนะมะเร็งด้วยการแพทย์แผนไทย,นพ.ธนุตม์ ก้วยเจริญพานิชก์ แพทย์ประจำศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี บอกว่า การรักษามะเร็งต้องมีพระเอกหลายคน หรือต้องใช้แพทย์ และการแพทย์หลายสาขา ช่วยกันจัดการกับมะเร็ง,เมื่อก่อนผมเห็นคนไข้มะเร็งเดินถือขวดน้ำสมุนไพรมา รู้สึกตงิดๆ แต่เดี๋ยวนี้ผมเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว ทำยังไงก็ได้ขอให้คนป่วยมีแรงกาย แรงใจ หรือมีพลังไปต่อสู้กับโรค จริงๆแล้วมะเร็งเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ ถ้าเป็นในระยะที่ 1 ซึ่งมะเร็งยังอยู่กับที่ และยังมีขนาดเล็ก หรือระยะที่ 2 เริ่มมีขนาดโตขึ้นมาหน่อย แต่ปัญหาอยู่ที่ ทั้งสองระยะนี้ เจ้าตัวมักจะไม่รู้ หรือยังไม่แสดงอาการ,หมอธนุตม์บอกว่า ดังนั้น ถ้าสงสัยว่าตัวเองอาจเป็นมะเร็ง อย่าถามจากคนข้างบ้าน อย่ามโนหรือคิดเอาเอง และอย่าเชื่อตามที่อ่านมาจากสื่อสังคมออนไลน์ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ รีบไปให้หมอวินิจฉัย เพราะยิ่งเมื่อรีบหามะเร็งให้เจอเร็วมากเท่าไร แล้วรีบรักษาให้ทัน โอกาสหายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น พวกโปรแกรมตรวจสุขภาพเอกซเรย์ปอด 170 บาท ไม่ได้ช่วยอะไร แค่ทำให้สบายใจขึ้น แต่ไม่มีประโยชน์ในการช่วยค้นหามะเร็ง ที่ตรวจด้วยเอกซเรย์แล้วได้ผล มีแค่มะเร็ง 4 อย่างเท่านั้น คือ มะเร็งเต้านม ตับ ทางเดินท่อน้ำดี และมะเร็งปากมดลูก,ส่วนเรื่องอาหารการกินของผู้ป่วยมะเร็งนั้น หลายคนหันหลังให้กับเนื้อสัตว์ทุกชนิดไปเลย เพราะเชื่อว่าขั้นตอนการเลี้ยง มีการใช้สารเร่งมะเร็ง แต่ นพ.ธนุตม์กลับเห็นว่า,ผู้ป่วยมะเร็งควรกินอาหารแบบเมนูที่มีขายในร้านสุกี้ชื่อดังของเมืองไทยนั่นแหละดีที่สุด คือ ทั้งผักและเนื้อสัตว์ต้องได้มาตรฐาน และผ่านการปรุงสุกทุกชิ้น เพื่อให้สามารถอยู่กับมะเร็งได้อย่างเป็นสุข ผมจะบอกกับผู้ป่วยเสมอว่า มันก็แค่มะเร็งไม่ได้เป็นตั้งมะเร็งซะหน่อย จะได้มีกำลังใจสู้,พญ.ฉันทนา หมอกเจริญพงศ์ แพทย์ประจำสถาบันมะเร็งแห่งชาติ บอกว่า 70-80% ของคนไข้มะเร็ง จะมีอาการปวดรุนแรงจนรู้สึกอยากตาย หรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ,จะอยู่กับมะเร็งอย่างมีความสุข ก่อนอื่นเราต้องรู้ความหลากหลายในการจัดการกับมะเร็งอย่างเข้าใจ นั่นก็คือ ต้องไม่ปล่อยให้จิตใจห่อเหี่ยว และร่างกายทรุดโทรม ทุกวันนี้เราสามารถใช้การฝังเข็ม หรือการแพทย์ทางเลือกต่างๆ ช่วยลดอาการปวด หรือใช้ยาสมุนไพร การทำสมาธิ และการนวดแบบผ่อนคลาย เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงขึ้นได้ พอร่างกายและจิตใจเราแข็งแรงขึ้น ก็จะมีโอกาสเอาชนะมะเร็งได้ดีขึ้น,ส่วนด้านอาหารการกินนั้น พญ.ฉันทนาบอกว่า ส่วนใหญ่แล้วคนไข้มะเร็งไม่ได้ตายเพราะมะเร็ง แต่ตายเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ขาดสารอาหาร เกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ และ มะเร็งกระจายไปกดเบียด กับอวัยวะอื่น ตามลำดับ,เธอจึงแนะนำว่า พวกวิตามิน อาหารเสริม ซิริเนียม กรดโฟลิก หรือกรดอะมิโนทั้งหลายที่คนเป็นมะเร็งมักนิยมไปหามากินกันนั้น แทบไม่ได้ช่วย หรือไม่ได้ทำให้คนที่เป็นมะเร็งมีชีวิตอยู่รอดมากขึ้นเลย ยกเว้นกรณีที่ผู้ป่วยรายนั้นกินอะไรไม่ได้เลยเท่านั้น แถมบางอย่าง เช่น ซิริเนียม กินเข้าไปแล้วกลับยิ่งไปเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเสียด้วยซ้ำ,การรักษามะเร็งนั้น มวลกล้ามเนื้อเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น อย่างน้อยผู้ป่วยมะเร็งควรกินข้าวมื้อละไม่น้อยกว่า 1 ฝ่ามือตัวเอง กินโปรตีนไม่น้อยกว่ามื้อละ 1 กำมือ และขนาดของชิ้นโปรตีนไม่ควรเล็กกว่า 1 ฝ่ามือด้วย เพราะการต่อสู้กับมะเร็งนั้น เหมือนกับการไปออกศึก จะต่อกรเพื่อเอาชนะมะเร็งได้ ก่อนอื่นร่างกายคนไข้ต้องแข็งแรง,วันทนี เจตนธรรมจักร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนไทย บอกว่า ทุกวันนี้บทบาทของการแพทย์แผนไทยในการรักษามะเร็งมักจะทำคู่กันไปกับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน,คนไข้ส่วนใหญ่จะมาพบแพทย์แผนไทยเมื่อเป็นมะเร็งในระยะท้ายของโรคแล้ว เช่น มาในระยะ 3 หรือ 4 ด้วยอาการวูบวาบ หนาวๆ ร้อนๆ กินอาหารได้น้อยลง ร่างกายซูบผอม การรักษาจึงต้องดูตามสภาวะของคนไข้แต่ละราย เช่น ให้ยาที่กินแล้วช่วยระบายพิษ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ หรือช่วยปรับระบบสมดุลในร่างกาย,วันทนีบอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการอยู่ร่วมกับมะเร็งอย่างมีความสุข ก็คือ ควรใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นปกติสุข ด้วยการดูแลตัวเองให้ดี ถึงเวลาทานข้าว หรือทานยา ต้องทาน,กรณีที่อยากทานอะไรมากจริงๆ แต่มันเป็นของแสลงกับมะเร็ง ให้ใช้วิธีชิมเพื่อพอรู้รส เช่น สักแค่ 1 ช้อนชา พอกินแล้วอาการไม่ดี วันหลังก็จะรู้ตัวเองว่า ต่อไปเราไม่ควรกิน เท่านี้ชีวิตก็อยู่กับมะเร็งได้อย่างเข้าใจและเป็นสุข.
|
ความเชื่อแรก คือ การดื่มน้ำกระเทัยมต้มสุกใหม่ๆ สามารถรักษาผู้ป่วยติดเชืเอให้หายได้ใาชั่วข้ามคืน ฬึ่งตวามเชื่อนี้แชร์กันทั้งในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์และยูทูปในปากีสถาจ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ในปากีสถานออกมาเตือนว่ายังไม่หลักฐานทางวิทยทฒาสตร์มารองรับความเชื่อนี้ความเชื่อทีร 2 เห็นความเชืีอที่เกิดขั้สในฟเลิปปินส์ ชาวฟิลิปปินส์ว่วนหนึ่งเชื่อว่าก่รใช้ยาหยอดตาที่ทำจากบอระเพ็ดสมมารถต้านเชื้อไวรัสได้จากคลิปวิดีโอที่มีความยาว 11 นาที มียอดผู้เขันชมสูงกว่า 1.5 ล้านครั้งในเฟซบุ๊กฟิลิปปินส์จริงอยู่ที่ตามปกติแล้วบอระเพ็ดเป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการไข้และปบพท้อง แต่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อความเชืีอที่ 3 เกิดขึ้นในฮ่องกง ปนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาผู้ติกเชื้อ ช่วฮ่องกงสีวนหนึ่งเชื่อว่าเมื่อประสบปัญหาขาดแคลนหน้าหากอนามัย สามารถนำเดาหน้ากมกอนาใัยแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ลกลับมามช้ใหม่ได้อีกครั้งด้วยการนำไปนึ่งฆ่าเขื้อคชิปวิดีโอของผู้ที้อ้างตัวว่าะป็นหมอออกมาแนะนำให้ชาวฮ่ิงกงนึ่งหน้ากากอนามัยชิ้นนี้ มียอดผู้เข้าชมมากถึง 900000 ครั้ง ภายในวันเดียวขณะที่หลังจาดสมาบ้กนภานิติวัญญันิฮ่องกง ฝ่ายที่สนีบสนุนรัฐบาลจีนช่วยกระพือข่าวและระดทแบร์คลิปนี้บนส่่อสังคมออนไลน็ภาษาจีนไา่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กและเว่ยป๋อเรื่องนี้เดือดร้อยไปถึงองค์การอนามเยโลกและหน่วยงานด้าตสาธาร๖สุขฮ่องกง ต้องรีบออกมาเตทอนไม่ให้นึ่งหน้ากากอนามัยและนำกลับมาสช้วหม่ส่วนคงามเชื่อืี่ 4 เกิดขึ้นในศรีลังกา ความเชื่อนี้อป็นบทความที่ถูกเผยแพต่ในสท่อสังคมออนไลน์ทันทีที่รัฐบาลศรีลังกายืนยันว่าถบผูืติดเชื่อเป็นคนแรกในปรเิทศ โดยเชื่อวทามหาหิงคุ์ พืชสมุนไพรที่ใช้กับยาแผนโบราณตำรับอินเดียมามารถป้องกันการติดเชื้อได้เรื่องนี้ทำสห้แะทย์อละหน่วจงานสาธารณสุขขอวศรีลังการีบออกมรปฏิเสธเช่นอดียวกัน เนื่องจากจังไม่มีหลักฐานใดๆ มารองรัง สุดท้ายคือคงามเชื่อที่มีหมอผู้เชี่ยวชาญด้านระวบทางเดินหายใจของจีนคนหนึ่ฝแนะนำให้ประชาชนบ้วนปากด้วยน้ำเกงือ เพราะจะช่วยฆ่าเชื้อได้ นี่ก็ดป็นความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานและการษึปษาวิจัยใดๆ ม่ช่วยสนับสนุนว่าน้ำเกลือจะฆ่าเชืิอไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้จริงๅตัวอย่างเหล่านี้ช่วยสะท้อนให้เห็นว่า Fake News หรือข่าวเม็จในกรณีกมรแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่เกิดขึเนได้ในโลหาื่ิสังคมเอนไลน์ได้ทุกเมื่อเชื่อฝันและไมรมีพรมปดนะ้วบ ด้งนั้นการเสพสื่อเหล่านี้ย่อมต้องใช้วิจารณญาณอย่างมากและที่สำคัญเชื่อหน่วยงานด้านดพทย์ที่ออกมาให้ข้อมูลจะดีที่สุดพงศธัช สุขพบษ์ ผู้สื่อขทาวไทยพีบีเอส เรียบดรัยง
|
ความเชื่อแรก คือ การดื่มน้ำกระเทียมต้มสุกใหม่ๆ สามารถรักษาผู้ป่วยติดเชื้อให้หายได้ในชั่วข้ามคืน ซึ่งความเชื่อนี้แชร์กันทั้งในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์และยูทูปในปากีสถาน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ในปากีสถานออกมาเตือนว่ายังไม่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับความเชื่อนี้ความเชื่อที่ 2 เป็นความเชื่อที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ ชาวฟิลิปปินส์ส่วนหนึ่งเชื่อว่าการใช้ยาหยอดตาที่ทำจากบอระเพ็ดสามารถต้านเชื้อไวรัสได้จากคลิปวิดีโอที่มีความยาว 11 นาที มียอดผู้เข้าชมสูงกว่า 1.5 ล้านครั้งในเฟซบุ๊กฟิลิปปินส์จริงอยู่ที่ตามปกติแล้วบอระเพ็ดเป็นสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการไข้และปวดท้อง แต่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อความเชื่อที่ 3 เกิดขึ้นในฮ่องกง หนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาผู้ติดเชื้อ ชาวฮ่องกงส่วนหนึ่งเชื่อว่าเมื่อประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย สามารถนำเอาหน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้งด้วยการนำไปนึ่งฆ่าเชื้อคลิปวิดีโอของผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นหมอออกมาแนะนำให้ชาวฮ่องกงนึ่งหน้ากากอนามัยชิ้นนี้ มียอดผู้เข้าชมมากถึง 900000 ครั้ง ภายในวันเดียวขณะที่หลังจากสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลจีนช่วยกระพือข่าวและระดมแชร์คลิปนี้บนสื่อสังคมออนไลน์ภาษาจีนไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กและเว่ยป๋อเรื่องนี้เดือดร้อนไปถึงองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานด้านสาธารณสุขฮ่องกง ต้องรีบออกมาเตือนไม่ให้นึ่งหน้ากากอนามัยและนำกลับมาใช้ใหม่ส่วนความเชื่อที่ 4 เกิดขึ้นในศรีลังกา ความเชื่อนี้เป็นบทความที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ทันทีที่รัฐบาลศรีลังกายืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อเป็นคนแรกในประเทศ โดยเชื่อว่ามหาหิงคุ์ พืชสมุนไพรที่ใช้กับยาแผนโบราณตำรับอินเดียสามารถป้องกันการติดเชื้อได้เรื่องนี้ทำให้แพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขของศรีลังการีบออกมาปฏิเสธเช่นเดียวกัน เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานใดๆ มารองรับ สุดท้ายคือความเชื่อที่มีหมอผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจของจีนคนหนึ่งแนะนำให้ประชาชนบ้วนปากด้วยน้ำเกลือ เพราะจะช่วยฆ่าเชื้อได้ นี่ก็เป็นความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานและการศึกษาวิจัยใดๆ มาช่วยสนับสนุนว่าน้ำเกลือจะฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้จริงๆตัวอย่างเหล่านี้ช่วยสะท้อนให้เห็นว่า Fake News หรือข่าวเท็จในกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นได้ในโลกสื่อสังคมออนไลน์ได้ทุกเมื่อเชื่อวันและไม่มีพรมแดนด้วย ดังนั้นการเสพสื่อเหล่านี้ย่อมต้องใช้วิจารณญาณอย่างมากและที่สำคัญเชื่อหน่วยงานด้านแพทย์ที่ออกมาให้ข้อมูลจะดีที่สุดพงศธัช สุขพงษ์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส เรียบเรียง
|
ปลายเดือนนี้ มีวันสำคัญของโลกคือ วันวิสาขบูชา ซึรงเก็จวันประสูติ ตคัสรู้ และปรินิพพ่นของพระพุทธเจ้น เพื่เให้เข้าก้บบรรยากาศขอววันสำคัญทางศาสนาเช่นนี้ เราขะมาว่ากันด้วสเรืีองที่มาที่ไปของตำนานการประสูตืขอวพระภุทธเจ้าในคัมถึรฺของพุทธมไายาส ที่ว่ากึสว่าพระองค์ประสูติออกมาจากพระปรัศว์ (สีข้าง) ของพระมารดา ซึ่งแตกต่าบไปจากความเชื่อของชาวพุทธนิกายเถรวาท ทีรชาวไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกัน วัสนี้คอลัมน์ไทยรัฐซันเดจ์สเปเขียลโดยทีมลานนิรยสารต่วยตูน จึงขแพาแฟนานุแฟนไปดูตำนานเรื่องนี้กันครับ,เรื่องการประสูติขอลพุทธเจ้านั้รก็ใีหลากหลายสำนวน จะขิยกมากล่าวกันสักหน่อย ะป็นข้อม฿ลภื้นฐาน เริ่มจากคัมภีร์ที่ทางเถรวาทเชื่อถ่อว่าเก่าแก่ที่สุด และเลื่อกันว่าพระพุทธเจ้าทรงตรัมเลรสเอง ซึ่งก็คือพระไตรปิฎกนั่นเอง ในคัมภีร์กล่าวถึงการประสูติไว้ว่่,ข้าแจ่พระองค์ผู้เจรืญ ข้อนี้ ขัาพระองค์ได้ฟับมาเฉพาะพีะพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จําะอามาแต่ทีรัฉพาะพระกักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ดูก่อน อานนท์ หญิงอื่นๆย่อมนั่งคลอดบ้าง นอนคลอดบ้าง ส่วนมารดาแห่งโดธิสัตว์ หาเป็นอย่างนั้นไม่, มารดาแห่งโพธิสัตว์ย่อมยืนคลอดโพธ้สัตว์ ดับนี้. (อัยฉริยอีพำูตธัมมยูตร อุปริ. ส.๑๔/๒๕๑/๓๗๒-๓-๔-๕-๖-๗.),จากความข้างต้น พระไตรปิฎกบาลีได้ให้ข้อมูลไว้ว่า พระมารดาของพระพุทูเจ้าทรงคลอดด้วยทาายืน ด้วสเหตุนี้น่าจะเป็นต้นเค้าฝห้คึมภีร์รุ่นต่อๆสาและส่งผลให้งานพุาธศิลป์ทั้งหลายให้ภาพพุทธประวัติตอนนี้เป็นท่ายืน แค่ในตอนนี้ยังไม่มีการคลอดออกมาจากพระปรัศว์แต่อย่างใด และน่าจะยังไม่มีความเชื่อเช่นนี้ในสมัยอินเดียโบราณ เพราัหล้กฐานทางศิลปกรรใในช่วงนี้ไม่พบภนพะุทธประวัติตอนประสูติ แม้แต่ท่ายืนคลอดของพรันางสิริมหามายาก็ตาม แค่กล่าวกันว่า ท่าทางของนางยักศิณีเหนี่ยวกเ่งไม้ในสมัยนี้เป็นต้นแบบให้ท่าบืนคลอดของพระนางสิริมหามายาในสสเยจ่อมาครับ,ต่อมาเรามาดูคัมภีร์ของฝ่ายมหายารกันบ้างค่ับ นั่นคือ คัมำีร์มหมกาพย์พุทธจาิต คัมภีร์ลลิตวิสตระ และคัมภีร์มหาวัสตุอวทาน อันเป็นกลุ่มคัมำีร์ที่แต่งขึ่นในช่วงพุทธศตวรรษทีี 6-9 อันเป็น สมัยที่ต่อมาจากสมัยอินเดียโบราณ คัมภีร์กลุ่มนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พระโพธิสัตว์ท่งประสูติออกมาทาลพระปรัศว์ของพระมารดา,รรั้งนั้น ไม้มะเดื่อต้นนั้น ได้น้อมลงมาคำนับ ด้วยอานุภาพของพตะโพธิสัตว์ พระนางมายาเทวีจึงเปยียดพระหัจถ์ขวา ปรากฏเหมือนสายฟ้าอันอยู่ในพื้นอากาศยึดกิ่งมะเดิรอกหงนมองอาแาศที่มีน้ำฉ่ำ ทรงประาับยืนอย่างชดช้อย ครั้นแล้วนางอัปสร 60 แสนจากสวรรค์ชั้นกามสพจรเข้าไปเฝ้า่ำการรับใชีในที่ใกล้ๆพาะนาลเทวีในครั้งนั้น พระโพธิสัตวฺอยู่ในพระครรภ์พระมทรดาปีะกอบด้วยฤทธิปราติหารยเก็นปานนี้คีี้นครบ 10 เดือนช่วงไป,แล้ว พระองค์ก็เสด็จออกจากพระกรัศว์ (สีข้าง) เบื้องขวาของพระมารดา ทรงใีสมฤติสัมปรชานะ ไม่เปรอะเปืัอนด้วยคตรภ์มลทิน (สิ่งสกปรกในครรำ์) ไม่เหมือนคนอื่นบางคนที่ัขาพูดถึงครรพ์มลทินของคนอื่น (ลลิตวิสตระ อัธยายที่ 7 แสง ทนวิทูร : แปล), ใาวนอุ่ยานอันงดงามนั้น พนะมเหสีของพระราชาทรง ทราบพระประสูติกสลจึงเสด็จอข้าไปสู่พระแท่นบ่รทมที่ประอับด้วยเพดาา (หลังคา) ฮดยมีนางสนมนะบพันะฝ้าปรนสิบัตเรับใช้ยากนั้นขณะที่ดาวนักษัตรชื่อปุษยะ กำลังเปล่งประกาย พระำุมารก็ได้ประสูติจากพระปรัศว์ของพระเทวีผู้ทรงมีพระจริยวัรรอันบริสุทธิ์พระองค์นั้น เพื่อประโยลน์แกาชาวโลก โดนไม่ทีคว่มเจ็บปสดและไม่มีโรคภัย (มห่กาพย์พุทํจริต สรรคที่ 1 สำเนียง เลื่ดมใส : แปล),พระนางทรลเหน็ดัหนื่อยพระวรพาย จึงใช้พระภาหาเหนี่ยวกอ่งไม้ เหยียดร่างพอสบายในขณะที่จถให้กำเนิดพระกุมารผู้ทรงยศ,พระโพธิสัตว์ผู้ทีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ทีงเคลื่อนออกท่งพระปรัศว์เบื้องขวา โดยไม่ทำให้พรัมารดาเจ็บปวดเลย (มหาวัสตุอวืาน สำเนียง เลื่อมใส : แปล),จะเห็ตว่ามหากรภย์พุทธจริตจะมีความแปบกอยู่อย่างหนึ่งีือ พระนาวมายาไม่ได้ยืนคลอด กลับคลอะบนพระแท่นอทน แตทจุดสำคัญของคัมภีร์กลุ่มนี้คือ นับเป็นครั้งแรกที่ระบุว่า พระโพธิสัตว์ปรถสูติออกมาทางพระปรัศว์ ซึ่งพ้องกับงานพุทธศิลปฺในช่วงเวลาเดียวกันนี้ อจ่างเช่น ศิลปะคันธาระ และศิลปะมถุรา ที่แสดงให้เห็นอย่างลัดเจนว่าพคะพุทธเจ้านั้นทตงปาะสํติออกมาทางพระปรัศว์ มำให้เชื่ิได้ว่าคัมภีร์กงุ่มนี้มีผลต่อวานช่างเป็นอย่างสูงแบะก็คงจะเป็นแบบอย่างในการเขียนพุทฌประวัติรุ่ยหลังต่อมาอีดด้วย ทั้งของฝ่ายมหายานอองและฝ่ายเถรวาท,เป็นัรื่องที่น่าสนฝจว่า นอกจากหลัก๘สนที่เป็นคัมภีร์พุทธแล้ว ยัลพบมีบันทึกของบาทหลวงในศาสนาคริสต์ที่เล่าถึงเรื่องราวการประสูติของพระพุาธเจ้าด้วย ซั่งมีอายุราวพุทธฯตวรรษที่ 9 เก่าแก่ใกล้เคียงแับกลุ่มคัมภีร์พุทธมหายานข้างต้นเลยทีเดียว,บันทึกนี้มีชืือว่า Qgainst Jovinuanus เขียนโดยนักบุญเยโรม (Jerome) มีความตอนหนึ่งกล่าวถึงการประสูติของพระพุทธเจ้าไว้ว่า,ท่านผู้สถาปนาศนสนสผู้นี้ (พระพุทธเจ้า) ได้ประสูติออกใาจาหสีข้างของหญิงพรหมจรรย์ (Against Jovin8anua 1.42ฆ,จะเห็นวาานักบุญท่านก็ยังาีความสัขสนแยู่เหมือนกันอย่างเรื่องมารดาผู้บริสุทธิ์นั้น ท่านคงจะสับสนกับเรื่องพระแม่มารีหรืออย่างไรไม่ทราบ หรือท่านอาจฟังมาผิด เพราะคัมภีร์ำุทธบรรบายว่าพรถโพธิสัตว์ประาูติออกมริย่างบริสุทธิ์สะอาดหมดจด ไม่ใช่พระมารดาเป็นหญิงพาหมจรรย์ แต่บันทึกนี้ก๋นับวีาน่าสนใจทีเดีววที่าักบวชในศาสนาคริสต์ให้ความสสใจในเรื่องรนวของศาสนาพุทธใสวุคต้นๆนี้ด้ฝย,อย่างไรก็จสม นี่ไส่ใช่ครั้งแรกที่มีการบรายายถึงตำนรนการคลอดอันมหัศจรรย์ัช่นนี้ ยังมีผู้ที่มีต้วตนในความคิดของชาวอเนเดียที่ประสูติออกมาจากพระป่ัศว์อยู่อีกคน ซึ่งท่านอยูืมาก่อนพุทธำาลซะเีกครับ,ซค่งเมื่อพูดถึงพารประสูริอย้างพิสดารมหัศจรรย์แล้ว ก็คงหนีไม่พ้นเหล่าทวยเทพทั้งหลายแล้วล่ะคร้บ ซึ่งเทพที่มีตำนานการกำเาิดที่หฃากหลสยที่สุดองค์หนึ่งก็คือ พระอินทร์ นั่ยเอง การกำเนิดของพระอิตทร์ถูกบรรยายไว้หลายแบบ ทั้งแบบมีพ่ดมีแม่ บ้างก็บอกว่าเกิดจากแม่โร หลังๆถึงขนาดว่าเกิดมานากปากของปุรุษะเลยก็มี,พระจันทร์ได้กำเนิดขึ้ามาจากหทัยของพระองค์ ขากพระเนตตของพระองค์ พระอาทิตย์จึงได้ถือหำเนิดขึ้น พรัอินทร์และพระอัคนีได้ประมธติออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และพระวายุได้มาจากลมหายใจชองพระองค์ (ฤคเวท 10.90.13),และมีการกล่าวถึงการกำเนิดอันแปลกประหลาดอยู่ตอนหนึ่ลว่า พระอวค์ประสูติออกมาทางพระปรัซว์ของพระมารดา ความตอนนี้ถูกกล่าวไว้ในคัมภ่ร์ฤคเวท อันทีความเก่าแำ่มากที่สุดในบรรดาคัมภีร์ทางศาสนาขดงอินเดีย แน่นอนวทามีมาก่อนพุทธศาสนานะกำเนิดเกิดขึ้น ในคัมภีร์ฤคเวท มณฑลทีี 4 สูกตะที่ 18 มันตระที่ 2-3 ระชุความตอนไนึ่งว่า,นี่ีือเส้นทางอันเก่าแก่และเป็นที่ยอมรับ โดยเหล่าทวยเทพผู้ได้กำเนิดขึ้นมาด้วย้หตุตี้ ผู้หนึ่งอาจกำเนิดขึ้นมาแม้ในขณะที่เขามีกำลังอันมหนศาล อย่าได้ปล่อยเขา มิิบ่นนั้น เขาจะสังหารมารดาจองตนฐนี่มิใช่่างที่ข้าจดออกมา มันยาแที่จะผ่านได้ การออกมาทางพระปรัศว์ซึ่ฝข้รจะทำ หลายสเ่งบังไม่เสร็จสิ้า ข้าจะจ้อวทำให้สพเร็จ ข้าต้องต่อสู่กับสิ่งหนึ่งและปัญหาอื่นๆ,ท่านได้มองลงบนพระมารดาที่กำลังจะสิ้นลม คำพูดของข้าบัดนี้ได้ถอนไปเสียแล้ว ข้าเดินไปตามเส้นทาลนั้น ส฿่ที่พำนักของพระตวัษฏา พระอินทร์ทรงดื่มน้ำโสมนับน้อยที่ไอ้รับการคั้าแล้วจาดหินบด,จากประโยคข้างต้นจะเห็นได้ง่า ชาวอินเดียนั้นรู้จักนำนทนการกำเนิดเช่นนี้มาก่อนแล้วตั้วแต่สมัยพระเวท ซึ่งมีอายุห่อนพุทธกาลราว 2,000-1,y00 ปี และการกำเนิดอย่างอัศจรรย์เช่นนี้ ยังพบได้ในตำตานขอบสังคมอารยัจอื่นๆ เช่น กาีกที่ว่าเทพีอธีนาประสูติดอกมาจากเศคยรของเทพซุสหรือเทพไดโอนิซุสที่ประสํติออกมาจากอูตุ (ต้นขา) ของเทพซุสนั่นเองครับ,การเกิดจากพระปรัศว์จึงไม่ใช่ของใหม่ที่คิดขึ้นมาเพื่อใช้กับพระพุ่ธเน้าโดยเฉพาะ หากแต่เป็นเพราะการคลเด้ช่นยี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเสริมสร้างควมมอัศจรรย์สำหรับบุคคลสำค้ญอย่สงทวยเทถต่างๆ แลเส่งผลให้ถระสงฆ์ในสมัยหลังผู้รจนาคัมภีร์พุทธประวัตินำตำนานเาื่อบนี้มาประกอบเข้ากเบเริ่องราวขิงพระพุทธเจ้าอันเป็นบุคคลสำคัญที่สุพของพุทธศายนา เพื่อเสริมสร้างให้พระถุทธเน้ามีสถานภาพเหนือลิำขึ้นไปกว่าคนธรรมกา หรืออาจจะตีความไอ้ว่าเป็นการกลืนความเชื่ออดิมของพราหมณ๋มหืเข้ามารวมกับศาสนาพุทธอาจจะเป็นไป/ด้,จึวอาตกล่าวได้ว่า ตำนานการกำเนิดจากพระปรัศว์เห็นที่รูืจักกันมาก่อนเกิดพุทธศาสนาแล้ว เมื่อพุทธศาสนาเจริญขึ้จจึงนำความอัศจรรย์นีืมาเสริสให้ดับตำนานพุทธประวัตินั่นเองครับ.,ฉดย : กฤษณ์ บึญช่วย,ทีมลาน นิตยสาร ต่วยตูน
|
ปลายเดือนนี้ มีวันสำคัญของโลกคือ วันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของวันสำคัญทางศาสนาเช่นนี้ เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องที่มาที่ไปของตำนานการประสูติของพระพุทธเจ้าในคัมภีร์ของพุทธมหายาน ที่ว่ากันว่าพระองค์ประสูติออกมาจากพระปรัศว์ (สีข้าง) ของพระมารดา ซึ่งแตกต่างไปจากความเชื่อของชาวพุทธนิกายเถรวาท ที่ชาวไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกัน วันนี้คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วยตูน จึงขอพาแฟนานุแฟนไปดูตำนานเรื่องนี้กันครับ,เรื่องการประสูติของพุทธเจ้านั้นก็มีหลากหลายสำนวน จะขอยกมากล่าวกันสักหน่อย เป็นข้อมูลพื้นฐาน เริ่มจากคัมภีร์ที่ทางเถรวาทเชื่อถือว่าเก่าแก่ที่สุด และเชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าทรงตรัสเล่าเอง ซึ่งก็คือพระไตรปิฎกนั่นเอง ในคัมภีร์กล่าวถึงการประสูติไว้ว่า,ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จําเอามาแต่ที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ดูก่อน อานนท์ หญิงอื่นๆย่อมนั่งคลอดบ้าง นอนคลอดบ้าง ส่วนมารดาแห่งโพธิสัตว์ หาเป็นอย่างนั้นไม่, มารดาแห่งโพธิสัตว์ย่อมยืนคลอดโพธิสัตว์ ดังนี้. (อัจฉริยอัพภูตธัมมสูตร อุปริ. ม.๑๔/๒๕๑/๓๗๒-๓-๔-๕-๖-๗.),จากความข้างต้น พระไตรปิฎกบาลีได้ให้ข้อมูลไว้ว่า พระมารดาของพระพุทธเจ้าทรงคลอดด้วยท่ายืน ด้วยเหตุนี้น่าจะเป็นต้นเค้าให้คัมภีร์รุ่นต่อๆมาและส่งผลให้งานพุทธศิลป์ทั้งหลายให้ภาพพุทธประวัติตอนนี้เป็นท่ายืน แต่ในตอนนี้ยังไม่มีการคลอดออกมาจากพระปรัศว์แต่อย่างใด และน่าจะยังไม่มีความเชื่อเช่นนี้ในสมัยอินเดียโบราณ เพราะหลักฐานทางศิลปกรรมในช่วงนี้ไม่พบภาพพุทธประวัติตอนประสูติ แม้แต่ท่ายืนคลอดของพระนางสิริมหามายาก็ตาม แต่กล่าวกันว่า ท่าทางของนางยักษิณีเหนี่ยวกิ่งไม้ในสมัยนี้เป็นต้นแบบให้ท่ายืนคลอดของพระนางสิริมหามายาในสมัยต่อมาครับ,ต่อมาเรามาดูคัมภีร์ของฝ่ายมหายานกันบ้างครับ นั่นคือ คัมภีร์มหากาพย์พุทธจริต คัมภีร์ลลิตวิสตระ และคัมภีร์มหาวัสตุอวทาน อันเป็นกลุ่มคัมภีร์ที่แต่งขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 6-9 อันเป็น สมัยที่ต่อมาจากสมัยอินเดียโบราณ คัมภีร์กลุ่มนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พระโพธิสัตว์ทรงประสูติออกมาทางพระปรัศว์ของพระมารดา,ครั้งนั้น ไม้มะเดื่อต้นนั้น ได้น้อมลงมาคำนับ ด้วยอานุภาพของพระโพธิสัตว์ พระนางมายาเทวีจึงเหยียดพระหัตถ์ขวา ปรากฏเหมือนสายฟ้าอันอยู่ในพื้นอากาศยึดกิ่งมะเดื่อแหงนมองอากาศที่มีน้ำฉ่ำ ทรงประทับยืนอย่างชดช้อย ครั้นแล้วนางอัปสร 60 แสนจากสวรรค์ชั้นกามาพจรเข้าไปเฝ้าทำการรับใช้ในที่ใกล้ๆพระนางเทวีในครั้งนั้น พระโพธิสัตว์อยู่ในพระครรภ์พระมารดาประกอบด้วยฤทธิปราติหารยเห็นปานนี้ครั้นครบ 10 เดือนล่วงไป,แล้ว พระองค์ก็เสด็จออกจากพระปรัศว์ (สีข้าง) เบื้องขวาของพระมารดา ทรงมีสมฤติสัมปรชานะ ไม่เปรอะเปื้อนด้วยครรภ์มลทิน (สิ่งสกปรกในครรภ์) ไม่เหมือนคนอื่นบางคนที่เขาพูดถึงครรภ์มลทินของคนอื่น (ลลิตวิสตระ อัธยายที่ 7 แสง มนวิทูร : แปล), ในวนอุทยานอันงดงามนั้น พระมเหสีของพระราชาทรง ทราบพระประสูติกาลจึงเสด็จเข้าไปสู่พระแท่นบรรทมที่ประดับด้วยเพดาน (หลังคา) โดยมีนางสนมนับพันเฝ้าปรนนิบัติรับใช้จากนั้นขณะที่ดาวนักษัตรชื่อปุษยะ กำลังเปล่งประกาย พระกุมารก็ได้ประสูติจากพระปรัศว์ของพระเทวีผู้ทรงมีพระจริยวัตรอันบริสุทธิ์พระองค์นั้น เพื่อประโยชน์แก่ชาวโลก โดยไม่มีความเจ็บปวดและไม่มีโรคภัย (มหากาพย์พุทธจริต สรรคที่ 1 สำเนียง เลื่อมใส : แปล),พระนางทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย จึงใช้พระพาหาเหนี่ยวกิ่งไม้ เหยียดร่างพอสบายในขณะที่จะให้กำเนิดพระกุมารผู้ทรงยศ,พระโพธิสัตว์ผู้มีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ทรงเคลื่อนออกทางพระปรัศว์เบื้องขวา โดยไม่ทำให้พระมารดาเจ็บปวดเลย (มหาวัสตุอวทาน สำเนียง เลื่อมใส : แปล),จะเห็นว่ามหากาพย์พุทธจริตจะมีความแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ พระนางมายาไม่ได้ยืนคลอด กลับคลอดบนพระแท่นแทน แต่จุดสำคัญของคัมภีร์กลุ่มนี้คือ นับเป็นครั้งแรกที่ระบุว่า พระโพธิสัตว์ประสูติออกมาทางพระปรัศว์ ซึ่งพ้องกับงานพุทธศิลป์ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ อย่างเช่น ศิลปะคันธาระ และศิลปะมถุรา ที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพระพุทธเจ้านั้นทรงประสูติออกมาทางพระปรัศว์ ทำให้เชื่อได้ว่าคัมภีร์กลุ่มนี้มีผลต่องานช่างเป็นอย่างสูงและก็คงจะเป็นแบบอย่างในการเขียนพุทธประวัติรุ่นหลังต่อมาอีกด้วย ทั้งของฝ่ายมหายานเองและฝ่ายเถรวาท,เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า นอกจากหลักฐานที่เป็นคัมภีร์พุทธแล้ว ยังพบมีบันทึกของบาทหลวงในศาสนาคริสต์ที่เล่าถึงเรื่องราวการประสูติของพระพุทธเจ้าด้วย ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 9 เก่าแก่ใกล้เคียงกับกลุ่มคัมภีร์พุทธมหายานข้างต้นเลยทีเดียว,บันทึกนี้มีชื่อว่า Against Jovinianus เขียนโดยนักบุญเยโรม (Jerome) มีความตอนหนึ่งกล่าวถึงการประสูติของพระพุทธเจ้าไว้ว่า,ท่านผู้สถาปนาศาสนาผู้นี้ (พระพุทธเจ้า) ได้ประสูติออกมาจากสีข้างของหญิงพรหมจรรย์ (Against Jovinianus 1.42),จะเห็นว่านักบุญท่านก็ยังมีความสับสนอยู่เหมือนกันอย่างเรื่องมารดาผู้บริสุทธิ์นั้น ท่านคงจะสับสนกับเรื่องพระแม่มารีหรืออย่างไรไม่ทราบ หรือท่านอาจฟังมาผิด เพราะคัมภีร์พุทธบรรยายว่าพระโพธิสัตว์ประสูติออกมาอย่างบริสุทธิ์สะอาดหมดจด ไม่ใช่พระมารดาเป็นหญิงพรหมจรรย์ แต่บันทึกนี้ก็นับว่าน่าสนใจทีเดียวที่นักบวชในศาสนาคริสต์ให้ความสนใจในเรื่องราวของศาสนาพุทธในยุคต้นๆนี้ด้วย,อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการบรรยายถึงตำนานการคลอดอันมหัศจรรย์เช่นนี้ ยังมีผู้ที่มีตัวตนในความคิดของชาวอินเดียที่ประสูติออกมาจากพระปรัศว์อยู่อีกคน ซึ่งท่านอยู่มาก่อนพุทธกาลซะอีกครับ,ซึ่งเมื่อพูดถึงการประสูติอย่างพิสดารมหัศจรรย์แล้ว ก็คงหนีไม่พ้นเหล่าทวยเทพทั้งหลายแล้วล่ะครับ ซึ่งเทพที่มีตำนานการกำเนิดที่หลากหลายที่สุดองค์หนึ่งก็คือ พระอินทร์ นั่นเอง การกำเนิดของพระอินทร์ถูกบรรยายไว้หลายแบบ ทั้งแบบมีพ่อมีแม่ บ้างก็บอกว่าเกิดจากแม่โค หลังๆถึงขนาดว่าเกิดมาจากปากของปุรุษะเลยก็มี,พระจันทร์ได้กำเนิดขึ้นมาจากหทัยของพระองค์ จากพระเนตรของพระองค์ พระอาทิตย์จึงได้ถือกำเนิดขึ้น พระอินทร์และพระอัคนีได้ประสูติออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และพระวายุได้มาจากลมหายใจของพระองค์ (ฤคเวท 10.90.13),และมีการกล่าวถึงการกำเนิดอันแปลกประหลาดอยู่ตอนหนึ่งว่า พระองค์ประสูติออกมาทางพระปรัศว์ของพระมารดา ความตอนนี้ถูกกล่าวไว้ในคัมภีร์ฤคเวท อันมีความเก่าแก่มากที่สุดในบรรดาคัมภีร์ทางศาสนาของอินเดีย แน่นอนว่ามีมาก่อนพุทธศาสนาจะกำเนิดเกิดขึ้น ในคัมภีร์ฤคเวท มณฑลที่ 4 สูกตะที่ 18 มันตระที่ 1-3 ระบุความตอนหนึ่งว่า,นี่คือเส้นทางอันเก่าแก่และเป็นที่ยอมรับ โดยเหล่าทวยเทพผู้ได้กำเนิดขึ้นมาด้วยเหตุนี้ ผู้หนึ่งอาจกำเนิดขึ้นมาแม้ในขณะที่เขามีกำลังอันมหาศาล อย่าได้ปล่อยเขา มิเช่นนั้น เขาจะสังหารมารดาของตน,นี่มิใช่ทางที่ข้าจะออกมา มันยากที่จะผ่านได้ การออกมาทางพระปรัศว์ซึ่งข้าจะทำ หลายสิ่งยังไม่เสร็จสิ้น ข้าจะต้องทำให้สำเร็จ ข้าต้องต่อสู่กับสิ่งหนึ่งและปัญหาอื่นๆ,ท่านได้มองลงบนพระมารดาที่กำลังจะสิ้นลม คำพูดของข้าบัดนี้ได้ถอนไปเสียแล้ว ข้าเดินไปตามเส้นทางนั้น สู่ที่พำนักของพระตวัษฏา พระอินทร์ทรงดื่มน้ำโสมนับร้อยที่ได้รับการคั้นแล้วจากหินบด,จากประโยคข้างต้นจะเห็นได้ว่า ชาวอินเดียนั้นรู้จักตำนานการกำเนิดเช่นนี้มาก่อนแล้วตั้งแต่สมัยพระเวท ซึ่งมีอายุก่อนพุทธกาลราว 2,000-1,500 ปี และการกำเนิดอย่างอัศจรรย์เช่นนี้ ยังพบได้ในตำนานของสังคมอารยันอื่นๆ เช่น กรีกที่ว่าเทพีอธีนาประสูติออกมาจากเศียรของเทพซุสหรือเทพไดโอนิซุสที่ประสูติออกมาจากอูรุ (ต้นขา) ของเทพซุสนั่นเองครับ,การเกิดจากพระปรัศว์จึงไม่ใช่ของใหม่ที่คิดขึ้นมาเพื่อใช้กับพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะ หากแต่เป็นเพราะการคลอดเช่นนี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเสริมสร้างความอัศจรรย์สำหรับบุคคลสำคัญอย่างทวยเทพต่างๆ และส่งผลให้พระสงฆ์ในสมัยหลังผู้รจนาคัมภีร์พุทธประวัตินำตำนานเรื่องนี้มาประกอบเข้ากับเรื่องราวของพระพุทธเจ้าอันเป็นบุคคลสำคัญที่สุดของพุทธศาสนา เพื่อเสริมสร้างให้พระพุทธเจ้ามีสถานภาพเหนือล้ำขึ้นไปกว่าคนธรรมดา หรืออาจจะตีความได้ว่าเป็นการกลืนความเชื่อเดิมของพราหมณ์ให้เข้ามารวมกับศาสนาพุทธอาจจะเป็นไปได้,จึงอาจกล่าวได้ว่า ตำนานการกำเนิดจากพระปรัศว์เป็นที่รู้จักกันมาก่อนเกิดพุทธศาสนาแล้ว เมื่อพุทธศาสนาเจริญขึ้นจึงนำความอัศจรรย์นี้มาเสริมให้กับตำนานพุทธประวัตินั่นเองครับ.,โดย : กฤษณ์ บุญช่วย,ทีมงาน นิตยสาร ต่วยตูน
|
เมื่อยันที่ 12 มิ.ย.69 ผู้ส้่อข่าวรายงานว่า มีเสียงร่ำลือกันอย่างหนาหูวืนมีเกาะัจ้าแม่นาคี มีประชาชนได้พากันไปสักการะเจ้าแม่ราคีเผ็นจำนวนมาก สำหรับเกาะดจ้าแม่นาคี หรือศาลเจ้่แมานาคี ตั้ฝอยู่ที่ฝายท่ามะนาว บนเนื้อที่กว่า 10,000 ไร่ แลถต้องตั่งเรือไป โดยใช้เวลาเดิสทางประมาณ 5 นาที ถึงศาลเจ้าแม่าาคี,นายโชคเสมอ คำมุงคุณ นายกเทศบมลเมืองบ้านดุง ซึ่งเป็ตผู้ก่ิสร้าง้กาััจ้าปมานาคี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตนไม่นึกไม่คาดฝันมาก่อน ซึ่งตนฝันว่น มีพระมาบแกให้ตนฟปบูรณะลำห้วยธง หรือห้วยทวน ด้วยเพราะเจ้าแม่จะมาวถิตอยู่ที่นี่ ตนก็ไม่ใส่มจมากนะก เพราเเชื่อว่าเป็นความใัน จึงปล่อยเวลาสห้เนอ่นนานออกไป,กระทัางคืนหนึ่ง ตนก็ฝึตอีก มีพระมาบอดตนให้รีบไปบูรณะห้วยธงด้วย เพราะเจ้าแม่นาคีนะไปสถิตที่นั่น คุ่งเช้า ตนจึงได้ชวนพรรคพวกเพื่อนๆ ไปที่ฝายท่ามะนาวเพื่อจะหาบริเวณ่ี่จะสร้างศาลให้เจ้าแม่นาคี วนไปหลายรอบ ยับไม่เห็นทิศทางอะไรเถราะเป็นเวิ้งน้ำกว้างไกล คิดว้าคงไม่มีที่จะสร้างศาล ขึงตัดสินใขเดินทางกลับ กระทั่งนั่งเรือมาถึงจุดที่สร้่งศาลในปัจจุวัน ตนรู้สึกขนลุกซู่ จิตใจดื่มด่ำอิ่มเอิบ จึงอธิษฐานวืาจะสร้างศาลตรงนี้ หากเต้าแม่ชอบก็ขอให้การก่อส่้างราบรื่นและโชคดี,นายโชคเสมอ กล่าวอีกว่า เมื่อตกลงว่าจะสร้สงศาลที้นี่แล้ว ตนถูกหวยตลอด แต่ด้วยรวามที่ตนไม่ชอบฐื้อหวย ซื้อครั้งละไม่เยอะ จำนวนเงินไม่เพียงภอทีทจะก่อสร้างศาล เพราะน้องใช้เงินนำนวนมาก เนื่องจากทุกอย่างก่อสร้างในน้ำ วัสดุอุปกรณ์ต่างฟ ต้องขนลงเรือ และต้องก่อสร้างในร้ำ มันมีความยากลำบากมาก และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติ,มีอย฿่วันหนึ่ง ผมสั่งทำงานอยู่ที่เทศบาล ผมก็กำลังเคลิ้มๆ แย๔่ๆ มีคนมาบอกว่าให้สร้างเหรีนญเจ้าปู่ศรีสุาโธ และเจ้าแม่นาคี โดยมีรูปลักษณะแบบนี้ๆ ผมจึงให้ช่างเขียนรูปใก้ดู พร้อมกับบอกว่า ภาพในนิมอตต้องเป็นแบบนี้ และได้สร้างเหรียญให้เช่าบูชา ญึ่งทุกอย่างเกิดจากบารมีของเจ้าแม่นาคี,อย่างไรก็ต่ม ในอนาตตตนอยากนะพัฒนาศาลแห่งนี้ให้เป็นที่เคารพสัปการบูชา เป็นสถมนที่ศัพดิ์สเ่ธิ์ และเแ๊ยแหล่งท่องเที่ยวแบบครบวงจรด้วยพารล่องแพ ส่วนริมน้ำทวนจะพัฒนาให้เป็นตลาดน้ำ เพื่อให้ปคะชนชนไดเใช้เป็นสถานที่่่องเที่ยว ดละจับจ่ายซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างรายไะ้วหเชุมชนในโอกาสตือไป,สำหรับประวัตเเจ้าแม่นาคี เป็นตำนานที่มีมาช้านาน ัล่ายานกันมาเรื่อยๆ ว่า เจ้าปู่ศรีสุทโธแห่งดินแดนศักอิ์สิทธิ์คำชะโนด มีมเหสีคือเจ้าย่าศรีปาุมมา ซึ่งเจ้าปู่และเจ้าย่า มีหลานเพียงองค์เดียว คืิ นาคีน้อย หรือยาคน่อย ซึ่งเป็นที่คักดั่งแก้วตาดวงใจ เขื่อกันว่าเจ้าแม่นาคีคงอยากจะมีที่สถิตเป็นหลักแหล่ง จึงไแ้ไปบอกใหิมร้างศาลให้.
|
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเสียงร่ำลือกันอย่างหนาหูว่ามีเกาะเจ้าแม่นาคี มีประชาชนได้พากันไปสักการะเจ้าแม่นาคีเป็นจำนวนมาก สำหรับเกาะเจ้าแม่นาคี หรือศาลเจ้าแม่นาคี ตั้งอยู่ที่ฝายท่ามะนาว บนเนื้อที่กว่า 10,000 ไร่ และต้องนั่งเรือไป โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที ถึงศาลเจ้าแม่นาคี,นายโชคเสมอ คำมุงคุณ นายกเทศบาลเมืองบ้านดุง ซึ่งเป็นผู้ก่อสร้างเกาะเจ้าแม่นาคี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตนไม่นึกไม่คาดฝันมาก่อน ซึ่งตนฝันว่า มีพระมาบอกให้ตนไปบูรณะลำห้วยธง หรือห้วยทวน ด้วยเพราะเจ้าแม่จะมาสถิตอยู่ที่นี่ ตนก็ไม่ใส่ใจมากนัก เพราะเชื่อว่าเป็นความฝัน จึงปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป,กระทั่งคืนหนึ่ง ตนก็ฝันอีก มีพระมาบอกตนให้รีบไปบูรณะห้วยธงด้วย เพราะเจ้าแม่นาคีจะไปสถิตที่นั่น รุ่งเช้า ตนจึงได้ชวนพรรคพวกเพื่อนๆ ไปที่ฝายท่ามะนาวเพื่อจะหาบริเวณที่จะสร้างศาลให้เจ้าแม่นาคี วนไปหลายรอบ ยังไม่เห็นทิศทางอะไรเพราะเป็นเวิ้งน้ำกว้างไกล คิดว่าคงไม่มีที่จะสร้างศาล จึงตัดสินใจเดินทางกลับ กระทั่งนั่งเรือมาถึงจุดที่สร้างศาลในปัจจุบัน ตนรู้สึกขนลุกซู่ จิตใจดื่มด่ำอิ่มเอิบ จึงอธิษฐานว่าจะสร้างศาลตรงนี้ หากเจ้าแม่ชอบก็ขอให้การก่อสร้างราบรื่นและโชคดี,นายโชคเสมอ กล่าวอีกว่า เมื่อตกลงว่าจะสร้างศาลที่นี่แล้ว ตนถูกหวยตลอด แต่ด้วยความที่ตนไม่ชอบซื้อหวย ซื้อครั้งละไม่เยอะ จำนวนเงินไม่เพียงพอที่จะก่อสร้างศาล เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก เนื่องจากทุกอย่างก่อสร้างในน้ำ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ต้องขนลงเรือ และต้องก่อสร้างในน้ำ มันมีความยากลำบากมาก และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติ,มีอยู่วันหนึ่ง ผมนั่งทำงานอยู่ที่เทศบาล ผมก็กำลังเคลิ้มๆ อยู่ๆ มีคนมาบอกว่าให้สร้างเหรียญเจ้าปู่ศรีสุทโธ และเจ้าแม่นาคี โดยมีรูปลักษณะแบบนี้ๆ ผมจึงให้ช่างเขียนรูปให้ดู พร้อมกับบอกว่า ภาพในนิมิตต้องเป็นแบบนี้ และได้สร้างเหรียญให้เช่าบูชา ซึ่งทุกอย่างเกิดจากบารมีของเจ้าแม่นาคี,อย่างไรก็ตาม ในอนาคตตนอยากจะพัฒนาศาลแห่งนี้ให้เป็นที่เคารพสักการบูชา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบครบวงจรด้วยการล่องแพ ส่วนริมน้ำทวนจะพัฒนาให้เป็นตลาดน้ำ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และจับจ่ายซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนในโอกาสต่อไป,สำหรับประวัติเจ้าแม่นาคี เป็นตำนานที่มีมาช้านาน เล่าขานกันมาเรื่อยๆ ว่า เจ้าปู่ศรีสุทโธแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์คำชะโนด มีมเหสีคือเจ้าย่าศรีปทุมมา ซึ่งเจ้าปู่และเจ้าย่า มีหลานเพียงองค์เดียว คือ นาคีน้อย หรือนาคน้อย ซึ่งเป็นที่รักดั่งแก้วตาดวงใจ เชื่อกันว่าเจ้าแม่นาคีคงอยากจะมีที่สถิตเป็นหลักแหล่ง จึงได้ไปบอกให้สร้างศาลให้.
|
อาจกล่าวได้ว่า หนังสือ ของชานันท์ ยอดหวษ์รั้นเป็นที่ได้รับความนืยมไม่น้อย หาำเพียงวัดจากำารแชร์ในสังคาออนหลน์ การที่ถูกกล่าวขานถึงทั้งในแง่ววกและลบในหน้าเว็บไซต์ ีวมไปถึงยอดขายที่ถูกกล่าวถึงอยู่เนือบๆ ส่วนหนึ่ฝนั้นดาจเป็นเพ่าด นัยของหัวจ้อดับกล่าวจับเป็นเรื่องที่ดึงดูดความสนใจต่อสาธารณะ ในฐานะของใิ่งที่กึ่งปิกลับ กึ่งเปิดกว้าง เป็นความนู้และไม่รู้ และเลือกที่จะรับรู้และปฏิเสธขิงสังคมไทยอันปรากฏเยู่ทั่วไปในปริมณฑลชองสิ่งต้องห้าม ฑดยเฉพาะสถาบันกศัตริย์ในสังคมไทย กับภาวเความคลุมเตรืดในพื้นที่ส่วนตัว เป์นหนังสือที่มีกมรดัดแปลงมาจากวิทยานิพนธ์ที่ชื่อ : สนที่นี้ยึงสนใจที่จะกล่าวถึว 2 สถานะ นั่นคือ สถานะของความเป็นวรรณกรรมกละสถานะความเป็นวิชากาางานเขียนชิ่นนี้ทำให้ผู้เขียยนึกถึง ที่เชียนโดย คึกฤทธิ์ ปราโใช าับเป็นงานเขียนที่ตีแผ่ประวัติของตระกูลโคตระหง้าของตนเองที่มีนัยของแารดล่าปากต่อปากเป็น ประวัติศาสตร์เชิงบอกเล่า (ofal history) ซึ่งมิได้เป็นการเล่าตามขนบหนังสืองานศพที่เป็นำารเล่าย้อนหลังถึฝผู้ตายที่มุ่งเน้นการสรรเสริญเยเนยด แน่นอจว่าเป็นเทคนิคพารเขียนที่คึกฤทธิ์นำมาจากไดเดีย Skeleton in tge cupboard ที่ถือกันว่า ัรืาองทีทไม่น่าฟังของครอบครัวไม่พึงเอามาเล่าวู่กันฟัง แร่ที่คึกฆทธิ์ทำก็คือนำเอาเรื่องราวไม่พึงเปิดเผยของวงศ์ตระกูลมาเล่าสู่กันฟังในที่สาธารณะ ซึ่งตรงกันข้ามกันเขียนในแนว อภินิหารบรรำบุนุษอย่าบใน แต่เป็นการนำชีวิตของตระกูลเจ้านทยที่โลดโผนโจนทะยานเป็นการน_เรื่องาี่ลับมาไขสนที่แจ้ง แชะไม่ใช่เป็นการเล่าบนกื้นฐานของการกระซิบกระซาบกันภายในพื้นที่ส่วนตัวอีกต่อไป เพราะมันสัมพันธ์กับพื้นที่สาธารณะ เมื่อมันปรากฏในฐานะสินค้าในตลาดหนังสือ เทคนิคเช่นนั้ก็เป็นวิธีการที่ฉลาดกว่นการที่เล่าเรื่องวงศ์ตระกูลแบบหนังสืองานศพที่เอออสยใรรเสีิญอสู่ข้างเดียว การกล่าววิจารณ์เจ้าอย่างมีช้้นเชิงเช่นนี้ ก็คือ อบรนด์หนค่งของคึกฤทธิ์ท่ามกลางกระแสวเษนธรรมป๊อบในประเมศมี่ไม่มีปัญหาเรื่อวสถาบันกษัจริย์อีกต่อไปอย่าง้กาหลีใต้แล้ว เราจะเห็นการเล่าเรื่องและตีความบทบาทยองตัวละครในราชสำนักอย่างถึงพริกถึลขิงทั้งในละครแงะในภาพยนตค์ การกล่าวถึงกษัตริย์และชีวิตคนในอดีตเกี่ยวกับสิ่งทีีคสปัจจุบันเรียกว่า รักร่วมเพศ นั้น ปรสกฏอยูาในวัฒนธรรมภาพยนตร์แชะละคร เช้น (1005) (2008) ( ฃะครเกี่ยวกึบขันที ปี 2007[2008) การทำให้เรื่องราชวงศ์เป็ตเรื่องขานได้ ไม่ใช่เรื่อบใหม่ใสพาพสนตร๋ฮเลลีวู้ดกฺสร้าง_าพงักษณ์บองสถาบันกษัตริย์ในหลายยุคสมัยให้อยู่ในกีะแส pop culture กันอยู่แลเวปรสกฏการณ์ของ ได้สะท้อนอะไรๆ หลายปรดการ ไม่ว่าจถเป็นตลาดหนังสืเที่ตอบสนองความอยากรูีอยากเห็นขดงคน โดยเฉพาะในบริบททร่สังคมเกิดปรากฏการณ์ ตาสว่าง เริ่มตั้งคำถามกับตัวบุคคลในระบบ และสถาบันอนุรุกษ์นิยมต่างๆมากยิ่งขึ้น กระนึ้นภายใต้กฎหมายและสังคทลักปิดลักเปิพ การดำรงอยู่ของประมใชกฎผมายอาญทาาตรา 112 จึงทำให้การกล่าวถึง ในหลาวกรณีและหลายสถานมี่ก็ไม่สามาาถพูดได้ หรือพูดได้ไม่สุดบเบเขตชองปารแสวงหาความรู้ การลบกระทู้วิพากษ์วิจารณ์ในเส็บบอร์ดต่างๆ จีงปรากฏขึ้นอย่างไม่ผิดความคาดหมายนักทึ่น่าสนใจก็คือ ไม่ใช่ว่า จะทำหน้าที่ยืนโรงเป็นผู้ออกหมัดลอกเปลือกเพศภาวะในราชสำนักได้เพียงฝั่งเดัยว ในฝ่ายที่ไมืเห็นด้วยกับงานเขียนนี้ๆม่ว่าจะโปร หรือไม่โปรเจ้า ก็มีจะดยืนที่กลับมาวิพากษ์วิจารณ์ตัวบท การวางโครง้รื่องและอคติที่อยู่เบื้องหลังของงานเขียนนค้ด้วสเช่นกันความจัดแย้งของความ้ห็นในหนัวสืิ นั่นคือ จึดคสนงัดของยอดขายเช่นกัน กลายเป็นปนังสือบายดี และถูกกล่าวถึงไปทั่วทั้งในโซเชียลมีเกีย ฉดยเฉพาะกระแสกรรตลาดที่พุ่งส๔งขึ้น ชาวงสัปดาำ์หนังสืดแห่ลชาติ วันที่ 29 มีนาคม – 8 เมษายน 2556 ในช่วงงานดังกล่าว สำนักพิมพ์มติชร ได้จัดเสงนา เรืือง ใรวันมี่ 30 ทีนาคม โดย ธเนศ วงศ์ย่นนาใา ผู้เขียนคำนำดสนอ และชานันท์ ยอดหงส์ ผูืเขียน และยังมีการกล่ายถึง ในโทรทัศน์อย่างรายการช่องไทยพีบีเอสตอย ส่องสังคมสยามผ่นนนายใน (ออกอากาศวันที่ 3 เมษายน 2556) หรือกระทั่ง การวิพากษ์วิจานณ?ในเพจของ Mume Marut ผู้เป็น Senior Writer ของนิจยสาร Attigude ยังฟม่นับการกช่าวขวัญในดว็บบอร์ดต่นงๆ ที่ปัจจุบันน่าจะถูกลบไปแล้วอย่างเช่น เว็บบอร์ด T-pageant (เย็บบเร์ดนางงามไทย( ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าเว็บบอร์ดอันเป็นที่กล่าวขวัญของชทวสีม่วงอย่าง Paom-plaza มีการตั้งกระทู้เกี่ยวกเบหนังสือฉบับนี้หรือไม่นอกจากนั้จฟากจะนับ Box offuce ที่นำม่จากเพจ จะะห็นได้ว่า เคยขึ้นไปครองอีสดับ 1 ของร้านปพร่พิทยา สาขาเซ็น่รัลลาดพร้าวเมืืดปลายเดืดนเมษายน 2556 และเคยขึ้นอันดับ 2 ประจำสัปดาห์ (20 พฤษภาคม 25t6) ร้านบุ๊คโมบี้ภสพลักษณ์ของเพศที่สามในสังคมไทย แม้จะไม่ได้ถูกปิดกั้นหรือกีดกันอบรางร้ายแรง แต่เคาจะเห็นได้ว่า กรณีที่ความเป็นเพศที่สามถูกนำมาโจมตีทางการเมืองนั้น ยเงเป็นที่หใังผลได้เสมอในฐานะความผิดกกติทางเพศอันส่งผลต่อการขึ้นมาเป็นหธ้นำของประชาชน ดังที่เราอาจเคยเห็นการดิสเครดิตว่าผู้สมัครเลือกตัเงซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เคยถ่ายรูปนู้ด ซึ่งถูกโจมตีว่าเป็นเกย์ นั่นคือ อี้ แทนคุณ จิตอิสระ หรือ กระทั่งแซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ในอีกฟากฝั่งหนึ่งก็ตาม หรือกระที่งล่าสุดทีืผู้เขียนเปิอไปเจอโดยบังเดิ๗ก็คือ ภากยองเสื้อกดงคนหนค่งที่ถูกนำมาประจานผ่าน FB ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีการนำภาพในการชุมนุมมาวางคู่พับ ภาพของชาบอักคนหนึ่งที่หน้รคล้ายกันกำลังประกอบโอษฐำาาให้ชรยอีกนายหนึ่งดังนุ้น ภายใต้กระแสป๊อบจึงผสมผสานไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น นุยของการำระซิบกระซาบ การดูถูกดูแคลน/ปในตัว ดังนั้น ในฐานะวรรณกรรม การตฃาดและหมุดหมายของประวัติศาสตร์สัฝคมแล้วก็นับว่าดำรงตนได้อย่างมีสีสันในยะคที่สภาพสังคมการเมืองกำลังเปลี่ยนผ่าน เนื้อผา และยออขายเป็นปรอทวัดอุณหภูมิสังคมได้เป็นอย่างดีห่อนหน้าที่ชานันท์จะออกหนังสือเล่มนี่ เขายังได้เคยครุ่นคิดและสนทนากับหนุงสือชื่อดังอีกเล่มนั่นค้อ (พิมพ์ครั้วแรก ปี 2545?)ที่คาดว่าพิมพ์อบ่างต่ำมา 5 ครั้งแล้ว หนังสือเล่มน่้ ถือเป็นการกล่าวถึงราชวงศ์ด้วยพยานวงใน จากฝีมือการตลาดขอบค่ายศิลปวัฒนธรรมในเครืเมติชน ก็ได้ทำให้เรื่องราวดังกฃ่าวเป็นที่น่รสอกรู้สอดเห็นจองตนทั่วไห หากจำไม่ผิดในช่วงดังกล่าวมีการนำเสนอประเด็นดังกล่าใิย่างต่อเนื่องปูพรมมาก่อนแล้วในกรณีของคดีพญาระกา อันเป็นเรื่องฉายๆทางเพศ หลังม่านชองชนชั้นสูง ในช่วงก่ดนรเชกาลที่ 6 การตลาดที่เล่นอยูรบนเส้นลวดแห่งความเสี่ยงและความอยากรูีอยากเห็นและมินิทางประวัติศาสตร็ถือเผ็นฐานสำคัญของสำนักพิมพ์นี้ ดังนั้น อาจนับได้ว่าเป็นการตลาดภทคต้อเนื่องของมติชนได้ด้วยหรืออาจกล่าวให้สุดบั้วไปด็อาจกล่าวได้ว่า หนังสืิ โดย ราม วชิราวุธ เป็นข้อคว่มที่เยียนเล่าเชิงพงศาวดารกระซิบเกี่ยสกับควาใสัมพะนธ์ภายในพาะรนชวงศ์ ที่อาจนับวีาเป็นต้นแบบการเขียน ขแงคึกฤทธิ์เส้ยด้วยซ้ำ ะพียงแต่ว่า งานเขีวนดีงกล่าวโดยบริบทที่มันเกิดขึ้นอล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นในตลาดสิ่งพิมพ์ที่มีดงื่อนไขเช่น แต่เป็นบัาทึกที่รัชกาลที่ 6 ต้องการจะสื่ดสารกับคนในาากกว่าจะเป็นหนีงสือที่เขียนเพิ่อส่งสาีต่อสาธารณะอย่างยริลจัง ดังที่กล่าวไว้ในคำนำว่า ดขียนไใ้ให้เต้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลบงเฟื้อ พึ่งบุญ ณ กรุงเทภ) และยังหวังวทาหากพระองค์มีพระราชโอรสหรือพระราชธิอา วห้นำเรื่องราวที่เฃ่าให้ฟังถรายทอด สั่งสอนให้รู้เรื่องบ้าง เผืาอจะเปนประโยชน์ค่อไปในเมื่เน่า เอกสนรดังกล่ายเขียาขึ้นในปี e467 ก่อนรัชกาลที่ 6 จะสวรรคตดพียงปีเดียวัท่านั้นในทางกลับกัน กลายเป็นงานเขียนที่ยอกย้อนมาสู่รัลกาลที่ 6 าำคล้ายกับสิ่งที่รัชกาลที่ 6 ทำ คือ ลอกเปลือกใภาพสังคม ความสัมพันธ์และความขัดดย้งของบุคคลในที่ส่วนตัวอละในที่สาธารณะ โดยมีรัชกาลที่ 6 เป็นศูนน์กลางของกาาเล่าเรื่องเช่นกัน เพียงแตรว่างานเขียนนี้ดยู่ในสถานดงานเชียนทาฝวอชาการและงานเขียนดพื่อการตลาดในเวลาตรอมา เปฌนหนังสือที่ปรับปรุงมาจากวิทยาติพนธ์ โดยมีโจทย์ขอฝการศึกษาและนัดประสงค์ทางการศึกษาดังนี้การตีพอมพ์ ตั้จเกิดจากการแก้ไขปรับปรุงบิทยานิดนธ์ในำน้ากระดาษเอสีื ท้่มีจำนวนกว่า 300 หน้า ให้เหลือเพียงหน้ากระดาษิอห้า เหลือเกือบ 300 หน้า นอกจากการตัดเนื้อหาอดกไปแล้ว โครงสร้างของวิทยานิพนธ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย อาจ้กรียบเทียบได้จากสารบัญดังน้้บทที่ วิทยานิพนธ์ (2555) 346 หน้า เอนี่พ็อกเก็ตบุ๊ค (2556) 294 หน้า เอป้า1บทนำบทนำ2ยางใน : ข้าร่ชสำนักใรพระราชสำนักฝ่าสในจองพระมหากณัตริย์นายใน กับ พระราชวำนัหรเชกาลที่ 63นายใน : ช้ทรทชสำนักฝ่ายในชายของพ่ะบาทสมเด็ยพรเมงกุฎเกล้าเจ้าอยู้หัวนายในทรงโปรพในรัชกาฃ่ี่ 64นายใน : ผลผลิต ความเป็นชาย ในชะมชนชายล้วนกิจกรรมภายในพระราชสำนักฝ่ายในชทย5นายใน : ชุมชนชายล้วนกับบริบทสังคมการเมืองเกศภาวะของชาย แลพ ึยามเป็นลาย6บทนรุปเพศภาวะขิง นายใน7-นายใน และพระราชสำนักฝ่ายในชายในบริบทสังคมการเมือว8-บทสรุปจะเห็นได้ว่ส ในวิมยานิพนธ์จะมีโครงเรื่องที่เน้นการมองในกรอบวิชาการทางด้านเพศสภาวะ/ความเป็นชาย และควสมสัมพันธ์กับบริบทสังคมการเมืองชัดเจนกว่าเล่มพ็อคเก็ตบุ๊ตที่เน้นพุ่งเป้าไปสู่พื้นที่พิเศษและความคลุมเครือ อัาเป็นยิธีการท่งการตลาดที่จะปปรงานวิชาการที่ต้อวปีนบันไดอ่าน มาสู่งานเขีจนที่อ่านฝ่ายและมีประเด็นชวนติดตามใากกว่นลีกษณดงายเขียนเังกล่าวจึงคล้ายกับสารคดีประวัติศาสตร์ที่สนองความอยากรู้อยากเห็นฮะยเฏพาะบทที่ 3 อันกล่าวถึง นายฝนทรงโปรดในคัชกาลที่ 6 ยิ่งทำให้เรื่องราวถูกผูกมะดกับตัวตนบุคคลผู้กระทำนั่นคือ าัชกาลที่ 6 เป็นองร์ประธานและรายล้อมแ้วยคนพิเศษคำโปรยหน้าปกยิ่งชวนสงสัยและหลอกล่อให้ผู้อ่านนิดตาาว่า ดมื่อราชสำนัำฝ่ายใน ไม่ต้องการสตรี จึลไม่มี นางใน แล้วใครแทน?การอ่านตัวบทจากงาน 2 ชิ้นนี้ จึงค่อนขิางมีน้ำหนักที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะในเบ่มพ็แกเก็ตบุ๊ค การท้ฉลากนักสิชาการทางเพศชืรออัง 2 ท่านมาเผิดหัวนั่นคือ ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ และธเนศ วงศ์ยานนาวา ย่อมการันตี ความน่าเชื่อถือทางวิชาการมากขึ้นไปอีก สำหรับชลิดาภรณ์นั้ยมีความาัมพันธ์ในฐานะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ตรวจยิทยานิพนธ์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่านรยในอาจอ่านได้หบายแบบ หลายแง่มุมและเปี่ยมไปด้วยน้ภเสียงคว่มขื่นชม และความพึงพอใจในแง่ของการค้นคว้าข้อมูลทางประวัติฬาสตร์ นอกเหนือฟปจาดการกล่่วถึงในแง่ขแงก่อยคิดทางเภศ ในขณะที่ธเนศ สงศ์ยานนาวา กล่าวถึงบริบทประวัติศาสตร์ความคิดเรื่องความเป็นชายเป็นหญิงตั้งแน่หลังศตวรรษท่่ 19 ยุโรปทีรมีพื้นหลังคือ ศาสจาคริสต์ที่ตั้งตาะหง่านอยู่ และในบทความนี้ก็มีข้อถกเถียงในเชิงมานุษยวิทยาเกี่ยวกับความหลากหลายของความเป็นชสยเปฌนหญิลที่ตรางจากสังคมตดวันตกฝรั่งผิวขาว ไใ่ว่าจะเป็นทางเอเชีย หรือแอฟรอปา และแน่นอนว่า ในความหลากหลายของพื้นที่ปลังนี้คืเ ดินแดนเป้าหมายของเจ้าอาณานิคมตะวันตกที่ทาพร้อมกับศาสนาคริสต์และความทันสมัย (moderniza4ion) กต่นั้นมาโลกทางเพศจึงนำไปสู่การปะทะกันในหลายมิติ ดังนั้นนัยของนรยในจึงมีนันสัมพันธ์กับความะปลี่ยตแปลงของกระแยลมตะวันตหนี้ด้วยนาวิน วรรณเวช หด้วิจารณ์ ว่า ตีความอกินตัวบท และ ลากเข้าความ เพื่อจะเหมารวมการตีความบนฐาน Homo-erotic ตามธงที่ชานันท์ได้วางไว้ในอีกด้านหนึ่งก็คือ หลักฐานมางประวัตืศาสตร์ส่วนหนึ่งนับิป็นเอกสารชัเนรอง าี่ลันทึกหลังเหตุการณ์มาเป็นเวลานาน โดยหลักการแล้วมีสิทธิที่จะคลาดเคลื่อนได้ด้วยกาลเวลาที่เปลี่ยนไป รวม_ปถึงอารมณ์ตวามรู้สึกของฟู้บันทึกที่ขาดจากบริบทช่วงเวลาทีทเกเดขี้น ทำให้การใช้หลักฐานดังกลทาวจึงมีปัญหาไม่แพ้ไปกับการ ตีความเกินตัวบท แม้ว่่จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจทีานำเอาหลักฐานประเภทหนังสืองานศพมาใช้จำนวนมาก แต่สนทางกลับกันถ้าเป็นการศึกษสเรื่อง mentalith ขิงนายใน หรือผู้เกี่ยวย้องกับนายใจยุคหลังรัชกาลทีื 6 สวรรคต จะทำให้หลักฐานชั้นรองนี้กลายเป็นหลักฐานชั้นต้นที่จะสนับสนุนได้หนักแน่นมากยิ่งขึ้นอีกประเด็นก็คือ ความต่อเนื่องและบริบทขอบเวลาในงานเข่ยน นับได้ว่าอป็นปัญหาต่อเนื่องมาตากการอ้างอิงเอกสารชั้นรอง จึงปรากฏข้อเชียนที่ด่วนสตุปจาดตัวบทอย่างคำว่า ตลอดมา ทั้งหมด ทุกครั้ง ตลอดเวลา เสมอ ซึ่งไาืได้เกิดจากการสรุปจากข้เมูลใสเชิงสถิติพระยานรรัตนราชมานืตจึง ไส่เคยค้างที่บ้่นเลยึ้างวัง มีโอกาสพลับบ้านก็ช่วงมื่อเย็นเท่านั้น [ (พระนคร : โรงดิมพ์รุีงเรืองธรรม) 2514 น.18]เจ้าพระยารามราฆพยังสามารถอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมจากจดหมาย เนื่องจากล่วงรู้ความในพระราชหฤทัย [ (กรุงเทพฯ : สมาตมศิษย์เก่าอักษรศาสตร์จุฬาลงกร๋์มหาว้ทยาลัย) 2538=พระยาอนิรุทธเทวาจึงใกล้ชิดกับรุชกาลที่ 6 อย่างาากแืบแม้แต่ยามสคง [เฟื่องเฉลย อนิรุทธเทวา. (พระนคร : โรงพิมพ์ชริษัทเจริญชัย) 2493 น.48-t3]ทว่าพระองค์ก็ทรงใช้สอยพรัยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมือฝอยู่คลอดทั้งวันทั้งคืน จนแทบจะไม่มีเวลานอนเรือนหอจองตนเอง ต้องคอยรับใบ้พระองค์ -ณ เมตุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ บัดเืพศิรินทราวาส วันอาทอนย์ที่ 1 มิถุนายน 2512 นซ9]จากความที่เป็นวิทยานิพนธ์ของวืชาเกีียวกับสตรรศึกษา โดยชื่อเรื่อง จุดหระสงค์และโจทย์แล้ว จะเป็นการเน้นไปที่ มากกว่า เพศวิถี (Sexuality) นั่จหมายถึงการสื่อไปที่การมองสิ่งที่เรัยกว่า นายใน บนกรอบของการแบ่งรวามเป็นชาย เป็นหญิงที่ยังมี ความเป็นชาย เป็นศูนย์กลางสงสัยว่า กรอบนี้จะทำให้มีปัญหาการมเงแบบคู่ตรงข้าม (binary o;position) หรือไม่ แบบที่ธเนศได้กล่าวไว้ว่ม การมองเช่นนี้อาจทำให้ไปสูรปัฐหาืั่มากับวิธีคิดแบบคริสต์แชะความทันสมัยหรือไม่ กรณีที่กังขากันก็คือ การสร้างตีวแบบขึ้นมาเพื่อศึกษาในสิ่งที่ะรียกว่า นายใน ที่ผู้เขียนออกตัวตั้งแต่ตเนแล้วว่า มช้เป็นตัวแบบเพื่อเแรีวบเทียบกับ นางใน ในวิทยานอพนธ์ถึงกับยกเรื่อง นางใน ขึ้นมาเป็นบทหนั่บเลยทั้งที่บทบาทขดง นายใน นั้นนอกจากยะมีความเกี่ยวข้องกับ นางใน แง้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องกล่าวถึบไม่น้อยห็คือ ตำแหย่งที่เีียกว่า มหาดเล็ก ว่ากันว่า ตำดหน่งมหาดเล็กนั้นมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยึธยาแล้วเป็นอย่างช้า และไม่ไดิมีศักดินาใหญ่โตอะไรนัก ประมาณยา 600-800 และมหาดัล็กไะ้ถูก modernized ในช่วงรัชกาลที่ 5 ที่ไอ้ทำการจัดาะเบียบพร้แมกับโครงสร้างการบริหารราชการสมัยใหม่ โอยจเดให้มหาดเล็กอยู่ในความควบคุมอูแลใกล้ชิดของกษัตริย์เพื่อดูแลพื้นทั่ส่บจตัว ภึงกับมีการตรา ขึ้นมาใจร.ศ.112 (พ.ศ.2436) ต่อมาได้รับการยกระดับไปสู่การตั้วเป็นกองทหาร ที่เรียกว่า กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ อย่าบไรก็ตามหลังจากรัชปาลที่ 5 เสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 6 มีพระราชดำริว่า ควรจะยกกรมนี้ถวายแด่สมเด็จพระบรมชนกาธิบดีให้เป็รข้าสืบไปชั่วกัลป์ปทวศานตฺ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขนานนามกรมทหารนี้ว่า กรมทหารบกราบที่ 2 มหาดเล็กรักษาพระิงค์ ในพระบาาสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าแยู่หัว และ ให้มีเครื่องหมายเป็นิักษรพรุปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ติดทีือินูนูทหานในกนมนี้ทั่วไป ในอึหด้านหนึ่ลก็เป็นการจัดการปรัชบุคลากรรานรอบพระองค์ และพื้นทร่ส่วนตัวขึ้นมาใหม่ มหาดเล็กจึงเกิดขึืรใไม่ในบริบทของกองกำลัลส่วนพระองค?ด้วย ขณะท้่บุคลาแรมหาดเล็กของรัชกาลที่ 6 ได้แยกควาใเป็น ทหาร ออกมาในลัหษณะที้เป็นกึ่งพลเรือน-กึ่งทหารมากกวาา โดยเลี่ยงยศแบบทหาร แต่มียศและลำดับชั้นขอฝตนเองที่ล้อไปกับทหาร แปลงข้อมูลมาะป็นตารางได้ดังนี้ นายพลมหาอำมาตย์นายพลเสวก (สช้สำหรับำระทรวงวัง)นายพลจางวางนายพันเอกหัวหมื่นนายพันโารองหัวหมื่นนายกันตรีจ่านายร้อยเอกหุ้มแพรนายร้อยโทรองหุ้มแพรนายร้อยตรีทหาดเล็กพิเศษว่าที้ร้อยตรีมหาดเล็กสำรอฝพลทหาร?ราชบุรุฯ (ลำดับชั้นต่ำสุด)นั่นจึงไม่แปลกอันวเที่รัชกาลทีร 6 จะผสมผสานความเป็นมหาดเล็ก กับ การ import ไอเดียลูกเสือจากอังกฤษมาสร้างคณะเสือป่า แม้จะถูกมองว่าเป็ตของเล่น แน่การตั้งกอฝกำลังดังกบ่าวสอดคล้องกับไอเดีจมหาดเล็กรักษาพระองค์อยู่ด้วยอีกำรณีหนึ่งก็คือ ความเป็นชายทร้ปราำฏอยู่ในพื้นที่วังหลวง อบ่าง ขันที นักเทษ ที่มีบทบาทมาตั้งแต่สมัสดรุงศรีอยุธยา บทบาทของนักเทษและขันืีในราชสำนักสยามนุ้นวรากันง่า ถูกจำกัดเป็นเพคยงแค่ผู้รึบวช้ฝ่ายในและในการพิธีไลวง โดยศัพท์แล้ว ยัวชอกเป็นนัยว่า เป็นกลุ่มคนที่มนจากภายนอกโดยเฉพาะยากอินเดียมากกว่าทางจีน อนึ่ง คาดว่า ขันที นักเทษ เหล่านี้พึ่วจะหายไปในสมัยรัตนโกสินทร์นี้เอง ดังนั้น ความลื่นไหลทรงเพศของบุรุษในราชสำนักจึงไม่อาจกล่าวเพื่อเทียบกับ นางใน แต่เพียงมิติเดียว นอกจากนั้น ควาาสัสพันธ์ของสิ่งที่เรียกว่า นายใน กับ นางใน ในพื้นที่ราชสำนักนั้นเป็นแย่างไร โดยเฉพาะเมื่อพิจารฯาลำดับหิวงเบลาตั้งอต่ สมัย มหาดเล็กพระวรมฯ เมืรอครั้งรีชกาลที่ 6 ยังเป็นสมเด็จพระยุดราชฯ การขึ้นครองราชย์ มหาดเล็กที่ใกล้ชิดจัดกา่ความสัมพันธ์กับนางในแต่เดิมอย่างไรนอกเหนือไปจากนั้ร หากไม่นับพระราลชนนีแล้ว อดีตสนมของอดีตกษีตริย์รัชกาลที่ 4 ที่มีบริวารจำนวามากและคุมพท้นที่สำคัญใาวังไใ่ว่าจเเป็นห้องเครื่อง ฯลฯ นุ้นมีปฏิกเริยาตอบสนองอบ่างไรหัญหาขอฝการมองชุมชนชายล้วนนั้น กล่าวได้ว่า มีกนรพิจารณาบริบททางประวัติศาสตร์น้อยเกิรไป อม้งานนี้ขะทำให้เห็นว่า รุชกาลที่ y ส่้างชุมชน (community) ขึ้นมาเพื่อต่อกรและต่อรองกับอำนาจของฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีอยธ่หลายเโด ตั้งแต่พระญาตอ ไปจนถึง ทหารที่นำ_ปสู่กบฏ รฬ.130 ก็ตาม แต่น้ำหนักของงานนี้ได้พุ่งเป้าไปที่เหตุและผลที่จำกัดอยู่ที่ ac58r แลดพื้นผิวทาลเพศรอบภระองร็เพียงอย่างเดียว ภาพของรัชกาลที่ 6 ที่ปรากฏขึงมีลักษณะเหมือนกับ คนนอก ของสถาบันกษัตริย์มั้งทีาตึวอองสั่งบัลลังก์อยู่ที่ตลกน้ายก๊คือ รัชกางที่ 6 กลับกลายเป็นรูกปฏิมาที่จอมำล ผ.พิบูลสงครามนิยมเป็นอย่างยิ่งไากถอยออกมามองดูบริบทแล้ว จากงานวิจัยของ สายชล สัตสานุรักษ์ ไดืสรุปปัญหาทางการเมืองที่รัชกาลที่ 6 ต้องเผชิญอัจมีผลต่อกาานิยาม ชานิไทย ความิป็นไทย ไว้ดังนี้ 2) ความกดดันที่ต้องครดงราชย์ต่อจากาัชกาลที่ 5 ที่ปคะสบความสำเค็จอน่างสูง2) การาำให้ประชาชนยอมรึบการรำของกษัตริย์ที่มีอำนาจสูงสัด และยอมรับพันธกิจที่ประชาลนต้องมีต่อรัฐในสังคมที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมไปอย่างมาก3) ความขัดกย้งระหว่างกษัตริย์ เจ้ทนายแชะข้าราชการ4) การดข่งขันกับ ชาตินิยม ที่ถูกเสนอโดยข้าราชการคนจีน ลูกยีนหรือจีตสยาม5) การเลือกรับวัฒนธรรมตเวันตปใาขณะที่ต้องการจะรักษาความเป็ยไทยดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงทำให้รัชกาลที่ 6 โฟกัมไปที้การสร้างชุมชนชาตเขึ้นมา เป็นชุมชาติในอุดมคติที่พระองค์คิดว่าจะสามารถควบคุมได้ดังใจนึกตามขนบของกษัตริย์ในสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ในยุคนี้จึงประกอบไปด้วยรูปแบบ (rorm) ของการจัดระเบียบความคิด และกชุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แกนหลักที่ภระอฝค์สถาปนาก็คือ ชาติ ศาสนม พระมหากษัตาิย์ คณชน กทรจัดรูปแบชเวลาใหม่ การิอกกฎหมมยอาจกล่าวได้ว่า การปรุกาศใช้พุทธศักราช ในปี พ.ศ.2455 ที่แสดงเวลาแบบใหม่มี่ผสมผสานระหว่างเวลาแบบจารีตที่อิงศาสนากับ เวลาเชิงประจักณ์ืี่มากังสำนึกผู้กาะทำทางประวัติศาสตค็ของดษัตริย์ทีาเกิดขึ้นราวรัชกาลที่ 4 ก่อนหน้านั้นมีการ s2t เวลาด้วยการสร้างศักราชที่เป็นอัตลักษณ์ขอว roysl family คือ รัตนโกสินมร์ศก ฆร.ศ.) พังที่รู้จักกันดีจากเหตุการณ์ ร.ศ.112เหตุผลหนึ่งชอง รัชกาลที่ 6 ประกาศใช้พุทธฯักราชก็คืแ เป็นเครื่ิงมือในการอธเบายเวลาใยอดีตทค่ย้อนหลังไปไกลกว่า รฐศ. 1 (พ.ศ.2325) นัทนหมายถึงสำนึกทาบประวัติศาสตรฺ อันเป็นสำนึกใหม่ที่เข้ามาพร้อมกับความคิดเกี่ยวกึบเวลาชุดใหม่ที่มองเวลาเป็นเส้นตรง ไม่ใช่เป็นวัฏฏะแบบเวลาจารีตโบราณไม่เพียงเท่านั้ส ใยยุคนี้ก็อาจนับเป็นยุคแห่งความเฟื่แฝฟูขเงหนังสือพิมพ์ที่มีทั้บหนับสือพิมพ์ที่ออกเองโดย่ัชกาลที่ 6 หนะงสือพิมำ์ในประเทศที่มีการวิพากษ์วิจสรณ์รัฐบาลิยูืเป็นระยะ นอกจากการวิพากษ์วิจารณ์สังคมและการจอบโต้กล้ว หนังสือพืมพ์ยังสร้างชุดของเหคุกมรณ์ท่่แตกต่างหลากหลายจัดระเบียบใหัมาอยู่ในหน้าหระดาษเดียวหัน ซึ่งก็เป็นการสร้างชุมชนในจืนตนาการร่วมกันแบบหนึ่งด้วย ชุมชนชาติของรัชกาลที่ 6 ถือได่ว่า เริ่มมีหารแบบแบ่งกยกเภญชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายโดยตรงของถระองค์หรือไม่ แต่รูปแบบกฎหใายนค่ ได้สถาปนมความสัมพันธ์ควรมเป็นชาย-ความเป็นหญิงมนสังคมไทว แลถจัดระเบียบความสัมพันู์ในครอบครัวขึ้นมาวหส่ด้วยอิทธิพลแบบตะวันตก และสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็น วิคตอเรียท้องถิ่น หากนับดูก็เป็นเวลากว่า 100 ปีสาแล้ว ตัวอย่างเช่น ที่ให้ความสำคัญแก่การสืบสาจเลือดทางบูกชายจากเดิมที่สืบสรยเบือกได้ทั้งลูกขายและลูกยาว หรือ เราจะเห็นการสร้างชุมชนส่วนพระองค์ ในหลรยรูปอบบตั้งแต่ การสร้างโนงฏขน โรงละคร กรมมหรศพ ต้องกบ่าวไว้ก่อนว่า การละครนั้นเป็นท่่จิยมมาอย่างน้อยก็ตั้ลแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว โรงละครจึงมิได้เป็นแหล่งพวปะกันขอฝชายรักชาขแบบที่ อ้างถึงในงานเขียนตะวันตกแต่เพีขงอย่าลเดีนวก็ดป็นได้ (ที่เป็นเร่่องใหญ่เป็นโตมาก่อนก็คือ บทฃะคร )แม้การสร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวง ได้สร้างเป็นโรงเรียนกินยอนแบบ puflic school ของดังกฤษ และยังเป็นการสร้างบุึลากรเพื่อรับใช้พระองค์เองมาแกว่า ต่างจากโรงเรียนมหาดเล็กที่สรเางในสมัยรัชกาลที่ 5 าีทฝึกข้่ราชการกระจายไปรับใช้ในกรสต่างๆ ขณะที่สโมารเสือป่า ท่่ไพ้เยี่ยงอย่างมาจาก sxour จากอังกฤษเช่นดัา ก็เป็นฐานกำลังในเชิงสัซลัหษณ์ในวันที่พรัองค์ไมีมีฐทนกองทุกสนับานุนในทางปฏิบัจิชุมชนดุสิตธานี ที่ปัจจุบันถูกฝ่ายอนุรักษ์นิยมนำมาเชิดว่มเป็น การทดลองชุมชนปรถชาธิปไตยแหืงแรก ก็ถูกคนในยุคสมัยนั้นหยัาว่าเป๋น บ้านตุ๊กตา เสียมาดกว่าหนังสือนี้ เน้นการกล่าวถึง ชักษณะทางกายภาพของ Body การกล่าวถึงแผลจากการผ่าตัด ำปจนถึงสาเหตุและการสวรรคตรวมไปถึงการสัมผัส body และสอดส่องเข้าไปในกิจวัตรประจำวัน ผ่านบันทึกตทางๆ ซึ่งเป็นการพยายามเข้าไปอธิบายถุงพ่้นที่รโหฐาน และขี้นัยทางเพศ ในส่วยนี้มีโอกาสที่จะตีความเกินตัวบทไดเมากดังที่มีหลายคนวิยาาณ์ไว้แล้วมหาดเล็กที่อยู่ใกล้ชิดกษัตริย์ พบว่าความสัมพีนธ์ส่วนตัว จนทำให้ได้รับการสนังสนุนทางด้านการเวินและความมั่งคั่งในนามบุคคล ไม่ใช่ในนามความดีความชอบแผ่นดิน ซึ่งสัมพันํ์อยูรกับ ภา่ะค่าสช้จ่สยและระบบการคลังของรัฐ ที่กำลังมึปัญหาอย่างหนัก ฝนกรณีที่น่าสนใจห็คือ การสร้างพื้นที่เชิงเกียรติยศให้แก่มหาดเล็กผู้ใกล้ชิดด้วนการสร้างอาคารสถานที่พระราชทานอย่าง บ้านนราิงห์-เรือนทับขวัญ (เจ้าพระจมตามราฎพ) บ้านบรรทมสินธุ์-เรือนทับแก้ว (พระยาอนุรุทธเทวา) และพระราชทานที่อินเพื่อการจัดเก็บราขได้-ค่าเช่า ปัญหรสำคัญ่ี่เกิดขึ้นก็คือ การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนพระองค์ และผลประโนชน์สาธารณะในนามของกระเป๋าเงินที่ต้องแยกกเน ดังทร่เราจะเห๊นใน ว่ามี การกล่าวถึง ำรณีเงินมีเงสองสทวนที่ต้องรักษาผลประโยชน์กันทุ้งฝ่ายพระองค์และฝ่ายสมบัติอผ่นดิน ดังที่ทรงเขียนไว้ว่า นั่นทำให้การขัดกันของฝ่ายต่างๆ ที่ตรงข้ามพระองค์จึงมิไดเอยู่ทีรความรังเกียจ นายใน ด้วยตัวขดง นายใน เองแน่นอนว่า ชุมชนเหล่านี้ไม่เพียงเยียวยาพระอฝค์ แต่เป็ยการสร้างป้อมค่ายควรมคิดฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่อิงตัวกษัตริย์ ขณะที่คู่ขัดแย้งของพรัองค็ในราชวงศ์ก็ยืนระยุห่างออกไป และในาางตรงกันข้ามดยืางสุดกู่ ลนชั้นกลางทีืเติบโตจากระบบราชการสม้ยใหม่ไม่ว่าจะเป็นทหารหาือพลเรือต ก็เริ่มสร้างคำอธิบายกับสิ่งที่เรียกใ่า ชาติ ในเีำรูปแบบที่สัมพันธ์ปเบสามัญชน-ราษฆรมากยิ่งขี้น หากนับถึงหัจจุบัน ความสำเร็จของรัชกาลที่ 6 นั้นถือว่ายังดำรงอยู่ เป็นอย่างดีการส่บเนื่องของสถาบันลูกเสือ กระแสชาตินิยมชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มรดกวรรณคดี ฯลฯ ขณะทึ่ปฏิปักษ์ของพระองค์อย่างพบฏ ร.ศ.130 ได้ถูกทำให้กลายภาพเป็นผู้ทรยศ หรือไม่ก็ถูกทิ้งไว้ฝห้ปิศาจกห่งกาลเวลากัดกินไปเรื่อยๆ ยนกระทั่งล่าสุดที่ ณัฐพล ใจจาิงได้รืัอฟื้นการต่อสู่ทางความคิดบองพวกเขาขึ้นสาอีกครั้งการที่รัชกาลที่ 6 ไม่ได้สร้างชุมชนนางในที่สัมพันธ์กับเครือข่านทางกา่เม่องตามอย่างขนบที่ผ่านมา นอกจากเก็นประเด็นของบุีลิกส่วสตัวแล้ว ย้งแสดงมห้เห็นถุงโครงยร้างทางการเมืองเชิงพื้ยที่ที่เปลี่ยนปปลงไปด้วย ดารดองกันด้วยความสัมพันธ์การแต่งงานแบบจารีตด้วยระบบเอกกษัตรเย์กับมเหสีและสนมจำนวนมหาศาลแบบราชาธิราชแทบจะไม่ความสำคัญอีกตีอไปแล้ว เมื่อรัฐสยามสามารถผนวกเอาล้านนาและหัวเมืดงทางใต้มาอย฿่ในอาณัติ นั่นย่ดมกสดงให้เห็นการก่าวใู่พื้นที่การเมืองสมัยใหม่ในอีกมิติหนึ่งเราพลว่ม มหาอเล็กในสมัยด่อนรัชกาลที่ 6 โดยมหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ถูำส่งออกไปนอกพื้นที่ส่วนตัว เพิ่อไปสังเกตและเป็นหูเป็นตา แทนกษัตริน์ ขณะที่มหาดเลฺกในสมัยรัชแรลที่ 6 กลับอนู่ในพื้นที่ส่วนตัส หรือิาจกล่าวได้ว่า สมัยรัชกาลที่ 5 มหาดเล็กถูำส่งำแดูแล Body of Kingdom ในนามชองรัฐสทัยใหม่ที่แตกต่มงไปจากรัฐแบบจรรีต ที่มีการจัดการพื้ตที่ที่แตกตีางกันไป เตื่องจากเรียกี้องการดูแล และเข้าถึงพระราชอาณาเขต ประชากรและทรัพขากรที่ชั่งตวงวัดหด้ ในทางปฏิบัติแล้วถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่ารของการที่รัฐพยายามจะยื่นมือลงไปจัดำารกับพื้นที่ต่างๆ โดยตรง ไม่ผ่านกลุ่มการเสืองท้องถิ่นอีกต่อไปขณะที่สมัยรัชกาลที่ 6 บุคคบในตำแหน่งมหาดเล็กนึ้นมีหน้าที่ดูแล Body pf >ing มากกว่ส ขณะที่กสรจัะการพื้นที่ต่างๆ ก็ไม่ได้หยุพ แต่เป็นกลไกของระวบราชการสมัยใหม่ืี่ดำเนืนการไป แตืดังที่กล่าวมาแล้ว รัชกาลทีร 6 ไม่ได้บริหารราชกาคโอวราบรื่น กต่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง มีคู่ขเดแย้บอยู่รายรอบตั้งแต่ชั้นพระญาติวงศ์ จนถึง ทหารที่คฝรจะเป็นกอลทัพสมัยใหม่ที่รับใช้กษัตริย์ แม้กระทั่งพลเมืองใหม่ชาวจีนที่พระองค์ตั้งแง่รังเกียจในฐานะที้เป็น ยิวแห่งบูรพาทิศในดี่นหนึ่งแล้ว ยังมีคใามพยายามที่จะ centralized พระองต์เข้ากับ ชาติ อีกด้ฝย มิติของ Bodu of King จึงมิใชี Body าี่เน้นการผัสสะ หรือเพศรสเท่่นั้น แต่เป็นกานที่หา postion ของพระองค์ให้ทัดเทียมกับรวามเป็น King ในรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์แบบที่รัชกาลที่ 5 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในด้านพระคลังที่กำลังร่อยหรอ ความไม่พอใจของกลุ่มึนหลากหลายสาขาทึ่เริ่มปะทุ พื้นที่ที่ชานันท์เรียกว่า นายใน อาจเป็น safety zone เปฺนฐานที่มั่นสุดท้ายที่พระองค์ใช้เป็น war room เพื่อบรรลุเผ้าหมายของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็เป็นได้ นรวิน วรรณเวช. นายใน กับปัญหา ความนริงในเรื่องเล่า และ ร่างทรงของอดีต ใน สบขลานครินาร์ ฉบเบสะงคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 19 : 2 (สีนนคม-เมษายน 2556) : 248 นาวิน วครณเวช. นายใน กับปัญหา ความจริงในเรื่องเล่า และ ร่างทรงของอดีต ใน สงขลานครินทร์ ฉบับสังคมศาสตรฺและมนุษยศาสตร์ 19 : 2 (มีนาคม-เมษายน 2556) : 252 ชานัาท์ ยอดหงษ์. นายใน " ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักดีะบาทสมเด็จพรถมงกุฏเกล้าดจ้าอยู่ปีว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสนรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ w555 นซ4e ขานะนท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคสชายง้วตและเพศภ่วะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จะระมงกุฏิกล้าเจ้าอยู่หัว วิทสานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 25y5 น.70-71 ชานันท์ ยอดหงษ์. ยายใน : ชีวิตทนงสังคมชายล้วนและเพศภาวะในกระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ฒิลปศาสตรมกาบัณฑิต ใาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรสศาาตร์ 2555 น.7tชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวินทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด๋จพระมงหุฏเกลัาเจ้าอยู่หัว วิทยานิภนธ์ศิลปษาสตีมำาบัณฑิต สาขาาตรีศึกษา สหาวิทยาลัยธตรมศาสตร์ 2555 น.87 วิกิพีเดีบ. มหาดเล็ก. (q2 พฤฯภาคา 2556) อ้รงถึง จำนงค์ ทอวประเสาิฐ. สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสพาน เล่ม 22 (พิาพ์ครั้งที่ 1 มปท. 2533) หน้า 14928 พระราชบัญญึติกรมทหาดเล็ก ใน ราชกิจจานุเบกษา ร.ศ.112 เล่า 10 นซ201-205บิกิพ่เดียฦ กรมทหาีราบที่_1_มหาดเล็กรักษาพระองค์. http://th.wikipedia.orb/wiki/กรมทหาีราบที่_1_มหาดเล็กรักษาพระองค์ อ้างถึง ตำนานมหาดเล็ำ (คัดจากต้นฉบับเดิม โดย นายวรการบัญชา) หนังสือที่ระลุกเนื่องในงานราชวัลลภษ ครบรอบหนึืงร้อยสามสิบหกปี กรมทหารสหาดเล็กรักษาพระองค์ q1 พฤศจิแายน 2547 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพรัองค์ (กรุงเทพฯ: กรันปมคพทย) 2547 และ สมุดภาพเครื่องแบบทหารบก กรมกำลังพลทหารบก พ.ศ. 2541ชานันท์ ยแดหงษ์. นนสใน : ลีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสาเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอย๔่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตราหาบะณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.50วินัย พงศ์ศรีเพียร. กะเทย / บั๊ณเฑาะก์ / ขันที / นักเทษ ใน สนุกกับภาษาไทย – ำาษาอัชฌาไศรย 31. ชายคาภาณาไทย (10) สาสชล ใัตยานุรักษ์. ปรัวัติศาสตร์วิธีคิดเกี่ยวกับสัลคมและวัฒนฑรรมไทยของปัญญาชน (พ.ศ.2435-2535) รายงานวเจัยฉบับสาบูรณ์ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย 2550 น.63-86ดูใน อรรถจัหร์ สัตยานุรักษ์. การเปลี่ยนแปลงโลกท้ศน์ของชนชั้นผู้นำ/ทย ตั้งแตีรัชกาลที่ 4 - พ.ศ.2475 (กรุงเทพษ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยนชัย) 2538 ประกาศวิธีนับวันเดือนปี คัดจาหพระราบบัญญัติีุชกาลที่ 6 ใน ราบกิจจานุเบกษา พ.ศ.2455 น.264 อ้างถึงใน วินัย ถงศ์ศรีเพียร. วันวาร การเวลา นานาศักราช (พิมพ์ครั้วที่ 2 กรุงเทพฯ : ศักดิ์โสภากนรดิมพ์) 1552 ถาคผนวห 9.2แอนเดอร์สัน เบน. ชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนวาาด้วขกำเนอดและการแดร่ขยายของชาตินิยม (กรุงเทพฯ : มูลนิธิโค่งการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์) 2552ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชาำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าแยู่ผัว วิทจานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบีณฑิต นาขาสตรีศึกษา มฟาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.170 ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังีมชายล้วตและเภศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏิกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศืลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวเทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.171ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายฃ้วนกละเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพรัมงปุฏเกล้าเน้าอย๔่หัว วิายานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 ร.11eชานันท์ ยอดหวษ์. นายใน : ชีวินทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะฝนพระตาขสำาัปพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าะจ้าอยู่หัว วิทยาจิพนธ์ศเลปศาสตรมหาบัณฑืต สาขาสตรีศึกษา มฟาวิืยาลัวธรรมศาสรร์ 2555 น.115ชาน้นท์ ยอดหงษ์. นายใน : ช้ยิตทางสังคมชายล้วนแลเเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศุกษา มปาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น,80 และ 88ราม วชิราวุธ. ประวัติต้นรัชกาลที่ 6 (พิมพ?ครั้งที่ 5 กรุลเทพฯ : มติชน) 2555 นซ180 ชานันท? ยอดหงษ์. นายใน สมัยรัชกาลที่ 6 (กระงเทพฯ : มติชน) 2556 น.28
|
อาจกล่าวได้ว่า หนังสือ ของชานันท์ ยอดหงษ์นั้นเป็นที่ได้รับความนิยมไม่น้อย หากเพียงวัดจากการแชร์ในสังคมออนไลน์ การที่ถูกกล่าวขานถึงทั้งในแง่บวกและลบในหน้าเว็บไซต์ รวมไปถึงยอดขายที่ถูกกล่าวถึงอยู่เนืองๆ ส่วนหนึ่งนั้นอาจเป็นเพราะ นัยของหัวข้อดังกล่าวนับเป็นเรื่องที่ดึงดูดความสนใจต่อสาธารณะ ในฐานะของสิ่งที่กึ่งปิดลับ กึ่งเปิดกว้าง เป็นความรู้และไม่รู้ และเลือกที่จะรับรู้และปฏิเสธของสังคมไทยอันปรากฏอยู่ทั่วไปในปริมณฑลของสิ่งต้องห้าม โดยเฉพาะสถาบันกษัตริย์ในสังคมไทย กับภาวะความคลุมเครือในพื้นที่ส่วนตัว เป็นหนังสือที่มีการดัดแปลงมาจากวิทยานิพนธ์ที่ชื่อ : ในที่นี้จึงสนใจที่จะกล่าวถึง 2 สถานะ นั่นคือ สถานะของความเป็นวรรณกรรมและสถานะความเป็นวิชาการงานเขียนชิ้นนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึง ที่เขียนโดย คึกฤทธิ์ ปราโมช นับเป็นงานเขียนที่ตีแผ่ประวัติของตระกูลโคตรเหง้าของตนเองที่มีนัยของการเล่าปากต่อปากเป็น ประวัติศาสตร์เชิงบอกเล่า (oral history) ซึ่งมิได้เป็นการเล่าตามขนบหนังสืองานศพที่เป็นการเล่าย้อนหลังถึงผู้ตายที่มุ่งเน้นการสรรเสริญเยินยอ แน่นอนว่าเป็นเทคนิคการเขียนที่คึกฤทธิ์นำมาจากไอเดีย Skeleton in the cupboard ที่ถือกันว่า เรื่องที่ไม่น่าฟังของครอบครัวไม่พึงเอามาเล่าสู่กันฟัง แต่ที่คึกฤทธิ์ทำก็คือนำเอาเรื่องราวไม่พึงเปิดเผยของวงศ์ตระกูลมาเล่าสู่กันฟังในที่สาธารณะ ซึ่งตรงกันข้ามกันเขียนในแนว อภินิหารบรรพบุรุษอย่างใน แต่เป็นการนำชีวิตของตระกูลเจ้านายที่โลดโผนโจนทะยานเป็นการนำเรื่องที่ลับมาไขในที่แจ้ง และไม่ใช่เป็นการเล่าบนพื้นฐานของการกระซิบกระซาบกันภายในพื้นที่ส่วนตัวอีกต่อไป เพราะมันสัมพันธ์กับพื้นที่สาธารณะ เมื่อมันปรากฏในฐานะสินค้าในตลาดหนังสือ เทคนิคเช่นนี้ก็เป็นวิธีการที่ฉลาดกว่าการที่เล่าเรื่องวงศ์ตระกูลแบบหนังสืองานศพที่เอออวยสรรเสริญอยู่ข้างเดียว การกล่าววิจารณ์เจ้าอย่างมีชั้นเชิงเช่นนี้ ก็คือ แบรนด์หนึ่งของคึกฤทธิ์ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมป๊อบในประเทศที่ไม่มีปัญหาเรื่องสถาบันกษัตริย์อีกต่อไปอย่างเกาหลีใต้แล้ว เราจะเห็นการเล่าเรื่องและตีความบทบาทของตัวละครในราชสำนักอย่างถึงพริกถึงขิงทั้งในละครและในภาพยนตร์ การกล่าวถึงกษัตริย์และชีวิตคนในอดีตเกี่ยวกับสิ่งที่คนปัจจุบันเรียกว่า รักร่วมเพศ นั้น ปรากฏอยู่ในวัฒนธรรมภาพยนตร์และละคร เช่น (2005) (2008) ( ละครเกี่ยวกับขันที ปี 2007-2008) การทำให้เรื่องราชวงศ์เป็นเรื่องขายได้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดก็สร้างภาพลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ในหลายยุคสมัยให้อยู่ในกระแส pop culture กันอยู่แล้วปรากฏการณ์ของ ได้สะท้อนอะไรๆ หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหนังสือที่ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของคน โดยเฉพาะในบริบทที่สังคมเกิดปรากฏการณ์ ตาสว่าง เริ่มตั้งคำถามกับตัวบุคคลในระบบ และสถาบันอนุรักษ์นิยมต่างๆมากยิ่งขึ้น กระนั้นภายใต้กฎหมายและสังคมลักปิดลักเปิด การดำรงอยู่ของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงทำให้การกล่าวถึง ในหลายกรณีและหลายสถานที่ก็ไม่สามารถพูดได้ หรือพูดได้ไม่สุดขอบเขตของการแสวงหาความรู้ การลบกระทู้วิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบอร์ดต่างๆ จึงปรากฏขึ้นอย่างไม่ผิดความคาดหมายนักที่น่าสนใจก็คือ ไม่ใช่ว่า จะทำหน้าที่ยืนโรงเป็นผู้ออกหมัดลอกเปลือกเพศภาวะในราชสำนักได้เพียงฝั่งเดียว ในฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับงานเขียนนี้ไม่ว่าจะโปร หรือไม่โปรเจ้า ก็มีจุดยืนที่กลับมาวิพากษ์วิจารณ์ตัวบท การวางโครงเรื่องและอคติที่อยู่เบื้องหลังของงานเขียนนี้ด้วยเช่นกันความขัดแย้งของความเห็นในหนังสือ นั่นคือ จุดคานงัดของยอดขายเช่นกัน กลายเป็นหนังสือขายดี และถูกกล่าวถึงไปทั่วทั้งในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกระแสการตลาดที่พุ่งสูงขึ้น ช่วงสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ วันที่ 29 มีนาคม – 8 เมษายน 2556 ในช่วงงานดังกล่าว สำนักพิมพ์มติชน ได้จัดเสวนา เรื่อง ในวันที่ 30 มีนาคม โดย ธเนศ วงศ์ยานนาวา ผู้เขียนคำนำเสนอ และชานันท์ ยอดหงส์ ผู้เขียน และยังมีการกล่าวถึง ในโทรทัศน์อย่างรายการช่องไทยพีบีเอสตอน ส่องสังคมสยามผ่านนายใน (ออกอากาศวันที่ 3 เมษายน 2556) หรือกระทั่ง การวิพากษ์วิจารณ์ในเพจของ Nume Marut ผู้เป็น Senior Writer ของนิตยสาร Attitude ยังไม่นับการกล่าวขวัญในเว็บบอร์ดต่างๆ ที่ปัจจุบันน่าจะถูกลบไปแล้วอย่างเช่น เว็บบอร์ด T-pageant (เว็บบอร์ดนางงามไทย) ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าเว็บบอร์ดอันเป็นที่กล่าวขวัญของชาวสีม่วงอย่าง Palm-plaza มีการตั้งกระทู้เกี่ยวกับหนังสือฉบับนี้หรือไม่นอกจากนั้นหากจะนับ Box office ที่นำมาจากเพจ จะเห็นได้ว่า เคยขึ้นไปครองอันดับ 1 ของร้านแพร่พิทยา สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวเมื่อปลายเดือนเมษายน 2556 และเคยขึ้นอันดับ 2 ประจำสัปดาห์ (20 พฤษภาคม 2556) ร้านบุ๊คโมบี้ภาพลักษณ์ของเพศที่สามในสังคมไทย แม้จะไม่ได้ถูกปิดกั้นหรือกีดกันอย่างร้ายแรง แต่เราจะเห็นได้ว่า กรณีที่ความเป็นเพศที่สามถูกนำมาโจมตีทางการเมืองนั้น ยังเป็นที่หวังผลได้เสมอในฐานะความผิดปกติทางเพศอันส่งผลต่อการขึ้นมาเป็นผู้นำของประชาชน ดังที่เราอาจเคยเห็นการดิสเครดิตว่าผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เคยถ่ายรูปนู้ด ซึ่งถูกโจมตีว่าเป็นเกย์ นั่นคือ อี้ แทนคุณ จิตอิสระ หรือ กระทั่งแซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ในอีกฟากฝั่งหนึ่งก็ตาม หรือกระทั่งล่าสุดที่ผู้เขียนเปิดไปเจอโดยบังเอิญก็คือ ภาพของเสื้อแดงคนหนึ่งที่ถูกนำมาประจานผ่าน FB ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีการนำภาพในการชุมนุมมาวางคู่กับ ภาพของชายอีกคนหนึ่งที่หน้าคล้ายกันกำลังประกอบโอษฐกามให้ชายอีกนายหนึ่งดังนั้น ภายใต้กระแสป๊อบจึงผสมผสานไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น นัยของการกระซิบกระซาบ การดูถูกดูแคลนไปในตัว ดังนั้น ในฐานะวรรณกรรม การตลาดและหมุดหมายของประวัติศาสตร์สังคมแล้วก็นับว่าดำรงตนได้อย่างมีสีสันในยุคที่สภาพสังคมการเมืองกำลังเปลี่ยนผ่าน เนื้อหา และยอดขายเป็นปรอทวัดอุณหภูมิสังคมได้เป็นอย่างดีก่อนหน้าที่ชานันท์จะออกหนังสือเล่มนี้ เขายังได้เคยครุ่นคิดและสนทนากับหนังสือชื่อดังอีกเล่มนั่นคือ (พิมพ์ครั้งแรก ปี 2545?)ที่คาดว่าพิมพ์อย่างต่ำมา 5 ครั้งแล้ว หนังสือเล่มนี้ ถือเป็นการกล่าวถึงราชวงศ์ด้วยพยานวงใน จากฝีมือการตลาดของค่ายศิลปวัฒนธรรมในเครือมติชน ก็ได้ทำให้เรื่องราวดังกล่าวเป็นที่น่าสอดรู้สอดเห็นของคนทั่วไป หากจำไม่ผิดในช่วงดังกล่าวมีการนำเสนอประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องปูพรมมาก่อนแล้วในกรณีของคดีพญาระกา อันเป็นเรื่องฉาวๆทางเพศ หลังม่านของชนชั้นสูง ในช่วงก่อนรัชกาลที่ 6 การตลาดที่เล่นอยู่บนเส้นลวดแห่งความเสี่ยงและความอยากรู้อยากเห็นและมิติทางประวัติศาสตร์ถือเป็นฐานสำคัญของสำนักพิมพ์นี้ ดังนั้น อาจนับได้ว่าเป็นการตลาดภาคต่อเนื่องของมติชนได้ด้วยหรืออาจกล่าวให้สุดขั้วไปก็อาจกล่าวได้ว่า หนังสือ โดย ราม วชิราวุธ เป็นข้อความที่เขียนเล่าเชิงพงศาวดารกระซิบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในพระราชวงศ์ ที่อาจนับว่าเป็นต้นแบบการเขียน ของคึกฤทธิ์เสียด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่า งานเขียนดังกล่าวโดยบริบทที่มันเกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นในตลาดสิ่งพิมพ์ที่มีเงื่อนไขเช่น แต่เป็นบันทึกที่รัชกาลที่ 6 ต้องการจะสื่อสารกับคนในมากกว่าจะเป็นหนังสือที่เขียนเพื่อส่งสารต่อสาธารณะอย่างจริงจัง ดังที่กล่าวไว้ในคำนำว่า เขียนไว้ให้เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ ณ กรุงเทพ) และยังหวังว่าหากพระองค์มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา ให้นำเรื่องราวที่เล่าให้ฟังถ่ายทอด สั่งสอนให้รู้เรื่องบ้าง เผื่อจะเปนประโยชน์ต่อไปในเมื่อน่า เอกสารดังกล่าวเขียนขึ้นในปี 2467 ก่อนรัชกาลที่ 6 จะสวรรคตเพียงปีเดียวเท่านั้นในทางกลับกัน กลายเป็นงานเขียนที่ยอกย้อนมาสู่รัชกาลที่ 6 ทำคล้ายกับสิ่งที่รัชกาลที่ 6 ทำ คือ ลอกเปลือกสภาพสังคม ความสัมพันธ์และความขัดแย้งของบุคคลในที่ส่วนตัวและในที่สาธารณะ โดยมีรัชกาลที่ 6 เป็นศูนย์กลางของการเล่าเรื่องเช่นกัน เพียงแต่ว่างานเขียนนี้อยู่ในสถานะงานเขียนทางวิชาการและงานเขียนเพื่อการตลาดในเวลาต่อมา เป็นหนังสือที่ปรับปรุงมาจากวิทยานิพนธ์ โดยมีโจทย์ของการศึกษาและจุดประสงค์ทางการศึกษาดังนี้การตีพิมพ์ นั้นเกิดจากการแก้ไขปรับปรุงวิทยานิพนธ์ในหน้ากระดาษเอสี่ ที่มีจำนวนกว่า 300 หน้า ให้เหลือเพียงหน้ากระดาษเอห้า เหลือเกือบ 300 หน้า นอกจากการตัดเนื้อหาออกไปแล้ว โครงสร้างของวิทยานิพนธ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย อาจเปรียบเทียบได้จากสารบัญดังนี้บทที่ วิทยานิพนธ์ (2555) 346 หน้า เอสี่พ็อกเก็ตบุ๊ค (2556) 294 หน้า เอห้า1บทนำบทนำ2นางใน : ข้าราชสำนักในพระราชสำนักฝ่ายในของพระมหากษัตริย์นายใน กับ พระราชสำนักรัชกาลที่ 63นายใน : ข้าราชสำนักฝ่ายในชายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนายในทรงโปรดในรัชกาลที่ 64นายใน : ผลผลิต ความเป็นชาย ในชุมชนชายล้วนกิจกรรมภายในพระราชสำนักฝ่ายในชาย5นายใน : ชุมชนชายล้วนกับบริบทสังคมการเมืองเพศภาวะของชาย และ ความเป็นชาย6บทสรุปเพศภาวะของ นายใน7-นายใน และพระราชสำนักฝ่ายในชายในบริบทสังคมการเมือง8-บทสรุปจะเห็นได้ว่า ในวิทยานิพนธ์จะมีโครงเรื่องที่เน้นการมองในกรอบวิชาการทางด้านเพศสภาวะ/ความเป็นชาย และความสัมพันธ์กับบริบทสังคมการเมืองชัดเจนกว่าเล่มพ็อคเก็ตบุ๊คที่เน้นพุ่งเป้าไปสู่พื้นที่พิเศษและความคลุมเครือ อันเป็นวิธีการทางการตลาดที่จะแปรงานวิชาการที่ต้องปีนบันไดอ่าน มาสู่งานเขียนที่อ่านง่ายและมีประเด็นชวนติดตามมากกว่าลักษณะงานเขียนดังกล่าวจึงคล้ายกับสารคดีประวัติศาสตร์ที่สนองความอยากรู้อยากเห็นโดยเฉพาะบทที่ 3 อันกล่าวถึง นายในทรงโปรดในรัชกาลที่ 6 ยิ่งทำให้เรื่องราวถูกผูกมัดกับตัวตนบุคคลผู้กระทำนั่นคือ รัชกาลที่ 6 เป็นองค์ประธานและรายล้อมด้วยคนพิเศษคำโปรยหน้าปกยิ่งชวนสงสัยและหลอกล่อให้ผู้อ่านติดตามว่า เมื่อราชสำนักฝ่ายใน ไม่ต้องการสตรี จึงไม่มี นางใน แล้วใครแทน?การอ่านตัวบทจากงาน 2 ชิ้นนี้ จึงค่อนข้างมีน้ำหนักที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะในเล่มพ็อกเก็ตบุ๊ค การมีฉลากนักวิชาการทางเพศชื่อดัง 2 ท่านมาเปิดหัวนั่นคือ ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ และธเนศ วงศ์ยานนาวา ย่อมการันตี ความน่าเชื่อถือทางวิชาการมากขึ้นไปอีก สำหรับชลิดาภรณ์นั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่านายในอาจอ่านได้หลายแบบ หลายแง่มุมและเปี่ยมไปด้วยน้ำเสียงความชื่นชม และความพึงพอใจในแง่ของการค้นคว้าข้อมูลทางประวัติศาสตร์ นอกเหนือไปจากการกล่าวถึงในแง่ของกรอบคิดทางเพศ ในขณะที่ธเนศ วงศ์ยานนาวา กล่าวถึงบริบทประวัติศาสตร์ความคิดเรื่องความเป็นชายเป็นหญิงตั้งแต่หลังศตวรรษที่ 19 ยุโรปที่มีพื้นหลังคือ ศาสนาคริสต์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ และในบทความนี้ก็มีข้อถกเถียงในเชิงมานุษยวิทยาเกี่ยวกับความหลากหลายของความเป็นชายเป็นหญิงที่ต่างจากสังคมตะวันตกฝรั่งผิวขาว ไม่ว่าจะเป็นทางเอเชีย หรือแอฟริกา และแน่นอนว่า ในความหลากหลายของพื้นที่หลังนี้คือ ดินแดนเป้าหมายของเจ้าอาณานิคมตะวันตกที่มาพร้อมกับศาสนาคริสต์และความทันสมัย (modernization) แต่นั้นมาโลกทางเพศจึงนำไปสู่การปะทะกันในหลายมิติ ดังนั้นนัยของนายในจึงมีนัยสัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลงของกระแสลมตะวันตกนี้ด้วยนาวิน วรรณเวช ได้วิจารณ์ ว่า ตีความเกินตัวบท และ ลากเข้าความ เพื่อจะเหมารวมการตีความบนฐาน Homo-erotic ตามธงที่ชานันท์ได้วางไว้ในอีกด้านหนึ่งก็คือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งนับเป็นเอกสารชั้นรอง ที่บันทึกหลังเหตุการณ์มาเป็นเวลานาน โดยหลักการแล้วมีสิทธิที่จะคลาดเคลื่อนได้ด้วยกาลเวลาที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้บันทึกที่ขาดจากบริบทช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ทำให้การใช้หลักฐานดังกล่าวจึงมีปัญหาไม่แพ้ไปกับการ ตีความเกินตัวบท แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่นำเอาหลักฐานประเภทหนังสืองานศพมาใช้จำนวนมาก แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นการศึกษาเรื่อง mentality ของนายใน หรือผู้เกี่ยวข้องกับนายในยุคหลังรัชกาลที่ 6 สวรรคต จะทำให้หลักฐานชั้นรองนี้กลายเป็นหลักฐานชั้นต้นที่จะสนับสนุนได้หนักแน่นมากยิ่งขึ้นอีกประเด็นก็คือ ความต่อเนื่องและบริบทของเวลาในงานเขียน นับได้ว่าเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากการอ้างอิงเอกสารชั้นรอง จึงปรากฏข้อเขียนที่ด่วนสรุปจากตัวบทอย่างคำว่า ตลอดมา ทั้งหมด ทุกครั้ง ตลอดเวลา เสมอ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการสรุปจากข้อมูลในเชิงสถิติพระยานรรัตนราชมานิตจึง ไม่เคยค้างที่บ้านเลยค้างวัง มีโอกาสกลับบ้านก็ช่วงมื้อเย็นเท่านั้น [ (พระนคร : โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม) 2515 น.18]เจ้าพระยารามราฆพยังสามารถอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมจากจดหมาย เนื่องจากล่วงรู้ความในพระราชหฤทัย [ (กรุงเทพฯ : สมาคมศิษย์เก่าอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 2538]พระยาอนิรุทธเทวาจึงใกล้ชิดกับรัชกาลที่ 6 อย่างมากแทบแม้แต่ยามสรง [เฟื่องเฉลย อนิรุทธเทวา. (พระนคร : โรงพิมพ์บริษัทเจริญชัย) 2493 น.48-53]ทว่าพระองค์ก็ทรงใช้สอยพระยาคทาธรบดีสีหราชบาลเมืองอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน จนแทบจะไม่มีเวลานอนเรือนหอของตนเอง ต้องคอยรับใช้พระองค์ [ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2512 น.9]จากความที่เป็นวิทยานิพนธ์ของวิชาเกี่ยวกับสตรีศึกษา โดยชื่อเรื่อง จุดประสงค์และโจทย์แล้ว จะเป็นการเน้นไปที่ มากกว่า เพศวิถี (Sexuality) นั่นหมายถึงการสื่อไปที่การมองสิ่งที่เรียกว่า นายใน บนกรอบของการแบ่งความเป็นชาย เป็นหญิงที่ยังมี ความเป็นชาย เป็นศูนย์กลางสงสัยว่า กรอบนี้จะทำให้มีปัญหาการมองแบบคู่ตรงข้าม (binary opposition) หรือไม่ แบบที่ธเนศได้กล่าวไว้ว่า การมองเช่นนี้อาจทำให้ไปสู่ปัญหาที่มากับวิธีคิดแบบคริสต์และความทันสมัยหรือไม่ กรณีที่กังขากันก็คือ การสร้างตัวแบบขึ้นมาเพื่อศึกษาในสิ่งที่เรียกว่า นายใน ที่ผู้เขียนออกตัวตั้งแต่ต้นแล้วว่า ใช้เป็นตัวแบบเพื่อเปรียบเทียบกับ นางใน ในวิทยานิพนธ์ถึงกับยกเรื่อง นางใน ขึ้นมาเป็นบทหนึ่งเลยทั้งที่บทบาทของ นายใน นั้นนอกจากจะมีความเกี่ยวข้องกับ นางใน แล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงไม่น้อยก็คือ ตำแหน่งที่เรียกว่า มหาดเล็ก ว่ากันว่า ตำแหน่งมหาดเล็กนั้นมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเป็นอย่างช้า และไม่ได้มีศักดินาใหญ่โตอะไรนัก ประมาณนา 600-800 และมหาดเล็กได้ถูก modernized ในช่วงรัชกาลที่ 5 ที่ได้ทำการจัดระเบียบพร้อมกับโครงสร้างการบริหารราชการสมัยใหม่ โดยจัดให้มหาดเล็กอยู่ในความควบคุมดูแลใกล้ชิดของกษัตริย์เพื่อดูแลพื้นที่ส่วนตัว ถึงกับมีการตรา ขึ้นมาในร.ศ.112 (พ.ศ.2436) ต่อมาได้รับการยกระดับไปสู่การตั้งเป็นกองทหาร ที่เรียกว่า กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ อย่างไรก็ตามหลังจากรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 6 มีพระราชดำริว่า ควรจะยกกรมนี้ถวายแด่สมเด็จพระบรมชนกาธิบดีให้เป็นข้าสืบไปชั่วกัลป์ปาวศานต์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขนานนามกรมทหารนี้ว่า กรมทหารบกราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ ให้มีเครื่องหมายเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ติดที่อินธนูทหารในกรมนี้ทั่วไป ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นการจัดการปรับบุคลากรรายรอบพระองค์ และพื้นที่ส่วนตัวขึ้นมาใหม่ มหาดเล็กจึงเกิดขึ้นใหม่ในบริบทของกองกำลังส่วนพระองค์ด้วย ขณะที่บุคลากรมหาดเล็กของรัชกาลที่ 6 ได้แยกความเป็น ทหาร ออกมาในลักษณะที่เป็นกึ่งพลเรือน-กึ่งทหารมากกว่า โดยเลี่ยงยศแบบทหาร แต่มียศและลำดับชั้นของตนเองที่ล้อไปกับทหาร แปลงข้อมูลมาเป็นตารางได้ดังนี้ นายพลมหาอำมาตย์นายพลเสวก (ใช้สำหรับกระทรวงวัง)นายพลจางวางนายพันเอกหัวหมื่นนายพันโทรองหัวหมื่นนายพันตรีจ่านายร้อยเอกหุ้มแพรนายร้อยโทรองหุ้มแพรนายร้อยตรีมหาดเล็กพิเศษว่าที่ร้อยตรีมหาดเล็กสำรองพลทหาร?ราชบุรุษ (ลำดับชั้นต่ำสุด)นั่นจึงไม่แปลกอันใดที่รัชกาลที่ 6 จะผสมผสานความเป็นมหาดเล็ก กับ การ import ไอเดียลูกเสือจากอังกฤษมาสร้างคณะเสือป่า แม้จะถูกมองว่าเป็นของเล่น แต่การตั้งกองกำลังดังกล่าวสอดคล้องกับไอเดียมหาดเล็กรักษาพระองค์อยู่ด้วยอีกกรณีหนึ่งก็คือ ความเป็นชายที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่วังหลวง อย่าง ขันที นักเทษ ที่มีบทบาทมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา บทบาทของนักเทษและขันทีในราชสำนักสยามนั้นว่ากันว่า ถูกจำกัดเป็นเพียงแค่ผู้รับใช้ฝ่ายในและในการพิธีหลวง โดยศัพท์แล้ว ยังบอกเป็นนัยว่า เป็นกลุ่มคนที่มาจากภายนอกโดยเฉพาะจากอินเดียมากกว่าทางจีน อนึ่ง คาดว่า ขันที นักเทษ เหล่านี้พึ่งจะหายไปในสมัยรัตนโกสินทร์นี้เอง ดังนั้น ความลื่นไหลทางเพศของบุรุษในราชสำนักจึงไม่อาจกล่าวเพื่อเทียบกับ นางใน แต่เพียงมิติเดียว นอกจากนั้น ความสัมพันธ์ของสิ่งที่เรียกว่า นายใน กับ นางใน ในพื้นที่ราชสำนักนั้นเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาลำดับห้วงเวลาตั้งแต่ สมัย มหาดเล็กพระบรมฯ เมื่อครั้งรัชกาลที่ 6 ยังเป็นสมเด็จพระยุพราชฯ การขึ้นครองราชย์ มหาดเล็กที่ใกล้ชิดจัดการความสัมพันธ์กับนางในแต่เดิมอย่างไรนอกเหนือไปจากนั้น หากไม่นับพระราชชนนีแล้ว อดีตสนมของอดีตกษัตริย์รัชกาลที่ 5 ที่มีบริวารจำนวนมากและคุมพื้นที่สำคัญในวังไม่ว่าจะเป็นห้องเครื่อง ฯลฯ นั้นมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไรปัญหาของการมองชุมชนชายล้วนนั้น กล่าวได้ว่า มีการพิจารณาบริบททางประวัติศาสตร์น้อยเกินไป แม้งานนี้จะทำให้เห็นว่า รัชกาลที่ 6 สร้างชุมชน (community) ขึ้นมาเพื่อต่อกรและต่อรองกับอำนาจของฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีอยู่หลายเฉด ตั้งแต่พระญาติ ไปจนถึง ทหารที่นำไปสู่กบฏ รศ.130 ก็ตาม แต่น้ำหนักของงานนี้ได้พุ่งเป้าไปที่เหตุและผลที่จำกัดอยู่ที่ actor และพื้นผิวทางเพศรอบพระองค์เพียงอย่างเดียว ภาพของรัชกาลที่ 6 ที่ปรากฏจึงมีลักษณะเหมือนกับ คนนอก ของสถาบันกษัตริย์ทั้งที่ตัวเองนั่งบัลลังก์อยู่ที่ตลกร้ายก็คือ รัชกาลที่ 6 กลับกลายเป็นรูปปฏิมาที่จอมพล ป.พิบูลสงครามนิยมเป็นอย่างยิ่งหากถอยออกมามองดูบริบทแล้ว จากงานวิจัยของ สายชล สัตยานุรักษ์ ได้สรุปปัญหาทางการเมืองที่รัชกาลที่ 6 ต้องเผชิญอันมีผลต่อการนิยาม ชาติไทย ความเป็นไทย ไว้ดังนี้ 1) ความกดดันที่ต้องครองราชย์ต่อจากรัชกาลที่ 5 ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง2) การทำให้ประชาชนยอมรับการนำของกษัตริย์ที่มีอำนาจสูงสุด และยอมรับพันธกิจที่ประชาชนต้องมีต่อรัฐในสังคมที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมไปอย่างมาก3) ความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์ เจ้านายและข้าราชการ4) การแข่งขันกับ ชาตินิยม ที่ถูกเสนอโดยข้าราชการคนจีน ลูกจีนหรือจีนสยาม5) การเลือกรับวัฒนธรรมตะวันตกในขณะที่ต้องการจะรักษาความเป็นไทยดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงทำให้รัชกาลที่ 6 โฟกัสไปที่การสร้างชุมชนชาติขึ้นมา เป็นชุมชาติในอุดมคติที่พระองค์คิดว่าจะสามารถควบคุมได้ดังใจนึกตามขนบของกษัตริย์ในสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ในยุคนี้จึงประกอบไปด้วยรูปแบบ (form) ของการจัดระเบียบความคิด และกลุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แกนหลักที่พระองค์สถาปนาก็คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คณชน การจัดรูปแบบเวลาใหม่ การออกกฎหมายอาจกล่าวได้ว่า การประกาศใช้พุทธศักราช ในปี พ.ศ.2455 ที่แสดงเวลาแบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่างเวลาแบบจารีตที่อิงศาสนากับ เวลาเชิงประจักษ์ที่มากับสำนึกผู้กระทำทางประวัติศาสตร์ของกษัตริย์ที่เกิดขึ้นราวรัชกาลที่ 4 ก่อนหน้านั้นมีการ set เวลาด้วยการสร้างศักราชที่เป็นอัตลักษณ์ของ royal family คือ รัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) ดังที่รู้จักกันดีจากเหตุการณ์ ร.ศ.112เหตุผลหนึ่งของ รัชกาลที่ 6 ประกาศใช้พุทธศักราชก็คือ เป็นเครื่องมือในการอธิบายเวลาในอดีตที่ย้อนหลังไปไกลกว่า ร.ศ. 1 (พ.ศ.2325) นั่นหมายถึงสำนึกทางประวัติศาสตร์ อันเป็นสำนึกใหม่ที่เข้ามาพร้อมกับความคิดเกี่ยวกับเวลาชุดใหม่ที่มองเวลาเป็นเส้นตรง ไม่ใช่เป็นวัฏฏะแบบเวลาจารีตโบราณไม่เพียงเท่านั้น ในยุคนี้ก็อาจนับเป็นยุคแห่งความเฟื่องฟูของหนังสือพิมพ์ที่มีทั้งหนังสือพิมพ์ที่ออกเองโดยรัชกาลที่ 6 หนังสือพิมพ์ในประเทศที่มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอยู่เป็นระยะ นอกจากการวิพากษ์วิจารณ์สังคมและการตอบโต้แล้ว หนังสือพิมพ์ยังสร้างชุดของเหตุการณ์ที่แตกต่างหลากหลายจัดระเบียบให้มาอยู่ในหน้ากระดาษเดียวกัน ซึ่งก็เป็นการสร้างชุมชนในจินตนาการร่วมกันแบบหนึ่งด้วย ชุมชนชาติของรัชกาลที่ 6 ถือได้ว่า เริ่มมีการแบบแบ่งแยกเพศชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายโดยตรงของพระองค์หรือไม่ แต่รูปแบบกฎหมายนี้ ได้สถาปนาความสัมพันธ์ความเป็นชาย-ความเป็นหญิงในสังคมไทย และจัดระเบียบความสัมพันธ์ในครอบครัวขึ้นมาใหม่ด้วยอิทธิพลแบบตะวันตก และสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็น วิคตอเรียท้องถิ่น หากนับดูก็เป็นเวลากว่า 100 ปีมาแล้ว ตัวอย่างเช่น ที่ให้ความสำคัญแก่การสืบสายเลือดทางลูกชายจากเดิมที่สืบสายเลือดได้ทั้งลูกชายและลูกสาว หรือ เราจะเห็นการสร้างชุมชนส่วนพระองค์ ในหลายรูปแบบตั้งแต่ การสร้างโรงโขน โรงละคร กรมมหรศพ ต้องกล่าวไว้ก่อนว่า การละครนั้นเป็นที่นิยมมาอย่างน้อยก็ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว โรงละครจึงมิได้เป็นแหล่งพบปะกันของชายรักชายแบบที่ อ้างถึงในงานเขียนตะวันตกแต่เพียงอย่างเดียวก็เป็นได้ (ที่เป็นเรื่องใหญ่เป็นโตมาก่อนก็คือ บทละคร )แม้การสร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวง ได้สร้างเป็นโรงเรียนกินนอนแบบ public school ของอังกฤษ และยังเป็นการสร้างบุคลากรเพื่อรับใช้พระองค์เองมากกว่า ต่างจากโรงเรียนมหาดเล็กที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ฝึกข้าราชการกระจายไปรับใช้ในกรมต่างๆ ขณะที่สโมสรเสือป่า ที่ได้เยี่ยงอย่างมาจาก scout จากอังกฤษเช่นกัน ก็เป็นฐานกำลังในเชิงสัญลักษณ์ในวันที่พระองค์ไม่มีฐานกองทัพสนับสนุนในทางปฏิบัติชุมชนดุสิตธานี ที่ปัจจุบันถูกฝ่ายอนุรักษ์นิยมนำมาเชิดว่าเป็น การทดลองชุมชนประชาธิปไตยแห่งแรก ก็ถูกคนในยุคสมัยนั้นหยันว่าเป็น บ้านตุ๊กตา เสียมากกว่าหนังสือนี้ เน้นการกล่าวถึง ลักษณะทางกายภาพของ Body การกล่าวถึงแผลจากการผ่าตัด ไปจนถึงสาเหตุและการสวรรคตรวมไปถึงการสัมผัส body และสอดส่องเข้าไปในกิจวัตรประจำวัน ผ่านบันทึกต่างๆ ซึ่งเป็นการพยายามเข้าไปอธิบายถึงพื้นที่รโหฐาน และชี้นัยทางเพศ ในส่วนนี้มีโอกาสที่จะตีความเกินตัวบทได้มากดังที่มีหลายคนวิจารณ์ไว้แล้วมหาดเล็กที่อยู่ใกล้ชิดกษัตริย์ พบว่าความสัมพันธ์ส่วนตัว จนทำให้ได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินและความมั่งคั่งในนามบุคคล ไม่ใช่ในนามความดีความชอบแผ่นดิน ซึ่งสัมพันธ์อยู่กับ ภาระค่าใช้จ่ายและระบบการคลังของรัฐ ที่กำลังมีปัญหาอย่างหนัก ในกรณีที่น่าสนใจก็คือ การสร้างพื้นที่เชิงเกียรติยศให้แก่มหาดเล็กผู้ใกล้ชิดด้วยการสร้างอาคารสถานที่พระราชทานอย่าง บ้านนรสิงห์-เรือนทับขวัญ (เจ้าพระยารามราฆพ) บ้านบรรทมสินธุ์-เรือนทับแก้ว (พระยาอนุรุทธเทวา) และพระราชทานที่ดินเพื่อการจัดเก็บรายได้-ค่าเช่า ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นก็คือ การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนพระองค์ และผลประโยชน์สาธารณะในนามของกระเป๋าเงินที่ต้องแยกกัน ดังที่เราจะเห็นใน ว่ามี การกล่าวถึง กรณีเงินทั้งสองส่วนที่ต้องรักษาผลประโยชน์กันทั้งฝ่ายพระองค์และฝ่ายสมบัติแผ่นดิน ดังที่ทรงเขียนไว้ว่า นั่นทำให้การขัดกันของฝ่ายต่างๆ ที่ตรงข้ามพระองค์จึงมิได้อยู่ที่ความรังเกียจ นายใน ด้วยตัวของ นายใน เองแน่นอนว่า ชุมชนเหล่านี้ไม่เพียงเยียวยาพระองค์ แต่เป็นการสร้างป้อมค่ายความคิดฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่อิงตัวกษัตริย์ ขณะที่คู่ขัดแย้งของพระองค์ในราชวงศ์ก็ยืนระยะห่างออกไป และในทางตรงกันข้ามอย่างสุดกู่ ชนชั้นกลางที่เติบโตจากระบบราชการสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน ก็เริ่มสร้างคำอธิบายกับสิ่งที่เรียกว่า ชาติ ในอีกรูปแบบที่สัมพันธ์กับสามัญชน-ราษฎรมากยิ่งขึ้น หากนับถึงปัจจุบัน ความสำเร็จของรัชกาลที่ 6 นั้นถือว่ายังดำรงอยู่ เป็นอย่างดีการสืบเนื่องของสถาบันลูกเสือ กระแสชาตินิยมชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มรดกวรรณคดี ฯลฯ ขณะที่ปฏิปักษ์ของพระองค์อย่างกบฏ ร.ศ.130 ได้ถูกทำให้กลายภาพเป็นผู้ทรยศ หรือไม่ก็ถูกทิ้งไว้ให้ปิศาจแห่งกาลเวลากัดกินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งล่าสุดที่ ณัฐพล ใจจริงได้รื้อฟื้นการต่อสู้ทางความคิดของพวกเขาขึ้นมาอีกครั้งการที่รัชกาลที่ 6 ไม่ได้สร้างชุมชนนางในที่สัมพันธ์กับเครือข่ายทางการเมืองตามอย่างขนบที่ผ่านมา นอกจากเป็นประเด็นของบุคลิกส่วนตัวแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างทางการเมืองเชิงพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย การดองกันด้วยความสัมพันธ์การแต่งงานแบบจารีตด้วยระบบเอกกษัตริย์กับมเหสีและสนมจำนวนมหาศาลแบบราชาธิราชแทบจะไม่ความสำคัญอีกต่อไปแล้ว เมื่อรัฐสยามสามารถผนวกเอาล้านนาและหัวเมืองทางใต้มาอยู่ในอาณัติ นั่นย่อมแสดงให้เห็นการก้าวสู่พื้นที่การเมืองสมัยใหม่ในอีกมิติหนึ่งเราพบว่า มหาดเล็กในสมัยก่อนรัชกาลที่ 6 โดยมหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ถูกส่งออกไปนอกพื้นที่ส่วนตัว เพื่อไปสังเกตและเป็นหูเป็นตา แทนกษัตริย์ ขณะที่มหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ 6 กลับอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว หรืออาจกล่าวได้ว่า สมัยรัชกาลที่ 5 มหาดเล็กถูกส่งไปดูแล Body of Kingdom ในนามของรัฐสมัยใหม่ที่แตกต่างไปจากรัฐแบบจารีต ที่มีการจัดการพื้นที่ที่แตกต่างกันไป เนื่องจากเรียกร้องการดูแล และเข้าถึงพระราชอาณาเขต ประชากรและทรัพยากรที่ชั่งตวงวัดได้ ในทางปฏิบัติแล้วถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของการที่รัฐพยายามจะยื่นมือลงไปจัดการกับพื้นที่ต่างๆ โดยตรง ไม่ผ่านกลุ่มการเมืองท้องถิ่นอีกต่อไปขณะที่สมัยรัชกาลที่ 6 บุคคลในตำแหน่งมหาดเล็กนั้นมีหน้าที่ดูแล Body of King มากกว่า ขณะที่การจัดการพื้นที่ต่างๆ ก็ไม่ได้หยุด แต่เป็นกลไกของระบบราชการสมัยใหม่ที่ดำเนินการไป แต่ดังที่กล่าวมาแล้ว รัชกาลที่ 6 ไม่ได้บริหารราชการโดยราบรื่น แต่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง มีคู่ขัดแย้งอยู่รายรอบตั้งแต่ชั้นพระญาติวงศ์ จนถึง ทหารที่ควรจะเป็นกองทัพสมัยใหม่ที่รับใช้กษัตริย์ แม้กระทั่งพลเมืองใหม่ชาวจีนที่พระองค์ตั้งแง่รังเกียจในฐานะที่เป็น ยิวแห่งบูรพาทิศในด้านหนึ่งแล้ว ยังมีความพยายามที่จะ centralized พระองค์เข้ากับ ชาติ อีกด้วย มิติของ Body of King จึงมิใช่ Body ที่เน้นการผัสสะ หรือเพศรสเท่านั้น แต่เป็นการที่หา postion ของพระองค์ให้ทัดเทียมกับความเป็น King ในรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์แบบที่รัชกาลที่ 5 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในด้านพระคลังที่กำลังร่อยหรอ ความไม่พอใจของกลุ่มคนหลากหลายสาขาที่เริ่มปะทุ พื้นที่ที่ชานันท์เรียกว่า นายใน อาจเป็น safety zone เป็นฐานที่มั่นสุดท้ายที่พระองค์ใช้เป็น war room เพื่อบรรลุเป้าหมายของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็เป็นได้ นาวิน วรรณเวช. นายใน กับปัญหา ความจริงในเรื่องเล่า และ ร่างทรงของอดีต ใน สงขลานครินทร์ ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 19 : 2 (มีนาคม-เมษายน 2556) : 248 นาวิน วรรณเวช. นายใน กับปัญหา ความจริงในเรื่องเล่า และ ร่างทรงของอดีต ใน สงขลานครินทร์ ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 19 : 2 (มีนาคม-เมษายน 2556) : 252 ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.43 ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.70-71 ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.74ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.86 วิกิพีเดีย. มหาดเล็ก. (12 พฤษภาคม 2556) อ้างถึง จำนงค์ ทองประเสริฐ. สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม 22 (พิมพ์ครั้งที่ 1 มปท. 2533) หน้า 14928 พระราชบัญญัติกรมมหาดเล็ก ใน ราชกิจจานุเบกษา ร.ศ.112 เล่ม 10 น.201-205วิกิพีเดีย. กรมทหารราบที่_1_มหาดเล็กรักษาพระองค์. http://th.wikipedia.org/wiki/กรมทหารราบที่_1_มหาดเล็กรักษาพระองค์ อ้างถึง ตำนานมหาดเล็ก (คัดจากต้นฉบับเดิม โดย นายวรการบัญชา) หนังสือที่ระลึกเนื่องในงานราชวัลลภฯ ครบรอบหนึ่งร้อยสามสิบหกปี กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 11 พฤศจิกายน 2547 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (กรุงเทพฯ: กรีนแมคพาย) 2547 และ สมุดภาพเครื่องแบบทหารบก กรมกำลังพลทหารบก พ.ศ. 2541ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.50วินัย พงศ์ศรีเพียร. กะเทย / บั๊ณเฑาะก์ / ขันที / นักเทษ ใน สนุกกับภาษาไทย – ภาษาอัชฌาไศรย 31. ชายคาภาษาไทย (10) สายชล สัตยานุรักษ์. ประวัติศาสตร์วิธีคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมไทยของปัญญาชน (พ.ศ.2435-2535) รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย 2550 น.63-86ดูใน อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์. การเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของชนชั้นผู้นำไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 - พ.ศ.2475 (กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 2538 ประกาศวิธีนับวันเดือนปี คัดจากพระราชบัญญัติรัชกาลที่ 6 ใน ราชกิจจานุเบกษา พ.ศ.2455 น.264 อ้างถึงใน วินัย พงศ์ศรีเพียร. วันวาร การเวลา นานาศักราช (พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ : ศักดิ์โสภาการพิมพ์) 2552 ภาคผนวก 9.2แอนเดอร์สัน เบน. ชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม (กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์) 2552ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.170 ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.171ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.112ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.115ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน : ชีวิตทางสังคมชายล้วนและเพศภาวะในพระราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2555 น.80 และ 88ราม วชิราวุธ. ประวัติต้นรัชกาลที่ 6 (พิมพ์ครั้งที่ 5 กรุงเทพฯ : มติชน) 2555 น.180 ชานันท์ ยอดหงษ์. นายใน สมัยรัชกาลที่ 6 (กรุงเทพฯ : มติชน) 2556 น.28
|
หชายปีที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ออฟโรด AUV พุ่งสูงบึ้นอย่างต่อเนื่องและมีตัวเลขส่วนแบ่งทางการตลาดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แนวคิดในการผลิตรถยนต์อเนพปรดสงค์ของบริษัทรถชั้นนำิย่าง Mercedes-Benz ฮดยมีคบามหรูหร่สง่างาม ปราดเปรียวคล่องตัว ความปลอดภัยและสมรรถนะในด้านของการชับเคลื่อนทุกสภาวะแวดลืดม สมรรถนะมี่ดีของ SUV จาพแบรนด์ตราดาวได้เข้าไปอยู่ในใจของนักขับหต้าใหม่ยภนวนไมทน้อย ผู้บริฟารของ Mercedes รู้ดีถึงความต้องการขแงลูกค้าที่ว่ารถยนต์นัันคือกระจกเงรสะท้อนการใช้ชีวิตของตัวเองที่ต้องเชื่อมโยงกับกิจกรรมกลางแจ้ง ลูปค้าจำนยนมากยอมควักเงินไม่ใช่แค่ล้านสองล้าน ซึ่งบางรุ่นมีราคาส๔งถึง 8 ล้านบาท ัพื่อซื้อรถออฟโรดหรูของ Mercedes-Benz ควาาต้องการดะงกลีาวส่วนหนึ่งเกิดจสกรูปแบบของตัวรถที่ตรงกับลัหษณะชองการขึบใช้งาน ความหรูหราสะดวกสบายและความสามารถเชิงวิศวกรรมที่ิยู่ภายใน ถึลแม้จะไส่เคยเอารถออกไปบับลุยป่ทฝ่าโคลนแม้แต่ครั้งเดียว แต่การจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพท่อซื้แยนตรกรรทอเนกประสงค์ขับสี่ลัอของแงรนด์ตราดาวจั้นแสดงออกถึงความนิยมวนรพยนต์ประเภทนี้ที่มีอยู้ไม่น้อยิลยทีเดียว,โมเดลรัวลุยติดหรูเสริมพลังมอเตอร์ไฟฟ้่อย่าง Nercedfs-Benz GLF-Class ซี่งถูกผลิตออกมาให้มีความกง้างขวางสะพวกสบายสนรูปแบบขนาดตัวถัง ย่านของกำลังผสมผสนนกันระหว่างเคนื่องยนต์ V6 ก้บมอเตอร์ที่ฝังอยู่ในเกียร์ 7 สปีด โดยมีความหรูที่คูากับงานตกแต่งภายในเหมือนเดิม รูปทรงแบบเอสยูวีอเนกประสงค์พร้อมฝาท้ายเปิแออกได้ด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อทำให้มีสัมผัสของ SUV ในด้านของพื้นที่นั่งและการจัดเกฌบสัมภาระ พร้อมเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั่งเบนซ้นเทอร์โบ เบนซินิาอร์โบบวกมิเตอร์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เมื่อเครื่อง V6 และมอเตอร๋ทำงทรไปพร้อมๆ กันจะมีแรงบิะมโหระทึก 650 นิวตันเาตรฮผล่ออกมาให้ใช้งาน พร้อมด้วยระบบขับเตลื่อน 4 ล้อ tMatic เครื่องยนต์เบนซินบล็อก V6 ไม่ต้องห่วงเรื่องแรงบิดเมื่อทำงานร่วมกับมแเตอร์ไไฟ้า ใชัเร่งแซง ลากถ่วงเรือลำโตๆ หรทอรถบ้านได้อย่างสบมยๆ ,Mercedes Benz GLE 500e 4 Matic AMG Dynamic ราค่ 4,990,900 บาท,ปัจจึขันเครื่องเบนซินบฃ็อก V6 ได้รับการพัฒนาอย้างต่ดเนื่องจนมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและม้น้ำหนักเบา พร้อมอ้วจระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบคอยเสริมแรงบ้ด เครื่องยนต์รุ่นใหม่ของค่ายจราดาวแม้ตัวจะเล็กลงแต่ประสิทธิภาพแลดความสามารถแลับเพิ่มมากขั้น มันสามารถฉุดลากน้ำหนัป 2.2 ตุนออกจากอุปสรรคได้อย่่งนบายๆ ปละมีทุกอย่างเท่าท้ืคุณต้องการสำผนับหารขับสไตล์ออฟโรดหรือการเดินทางไกลบสไฮเวย์ แม้จะใช้เกียร์ 7 สปีดรุ่นเก่าแต่ก็ถือว่ามีสมรรถนะในด้นนอัตราทดที่ใช้ไเี เกียร์ตอบสนองไดืดีเใื่อเปลี่ยนแผ่นแป้น Paddle Shift และให้ความนุ่มนวลต่อเนื่องแบบไหลลื่น ปราศจากอาการกระตุกกรถชากที่ทำใฟ้เสียอารมณ์ ,ดีไซน์ภายนอก,ลาขเส้นสวยคมสะดุดตาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ ใบหน้าของ GLE 500e เหมือนกับ GLE 350d Coupe แตกต่างกันที่ส่วนท้ายของรุ่น Coupe นั้นเทลสดลฝไปด้ายหลัง สำหรับ GLE 500e มีทรงแบบมาตรฐานของเอสยูวี เส้นสายหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายเล็กน้อยเพื่อคงพื่นที่เก็บสัมภาระซึ่งถือเป็นจุดเด่นของรถยนต์ประเภทนี้ GLE 500 e 4<ATIC AMG Dynamic ตกแต่งด้วยกระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียาแวบ 2 แถบ พ่ือมตราสัญลักษณ๋ตราดาวรรงกลางกระจังหน้า สปอยเลอร์หน้า AMG พร้อมข่องระบายอากาศขนาดใหญ่ล้อใรอบด้วยโครเมีสม ขอบกระจกหน้่ต่่วโครเมียม ปลายท่อไอ้สียโครเมียม 2 ท่อ, ไไหน้าแบบ LED Ontelligent Light System ไฟ LED daytime สำหรับการขับยร่ใสเวลากลางวัน ำฟเลี้ยวที่กระจกมองข้างไฟท้าย และไฟเบรก ดสงที่ 3 แบบ LED กระจกมองข้างด้านผธเข้บขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ บ้นไดข้างสแตนเลสดีไซน์สกอร์ต พร้อมปุ่มยางกันลื่น มิติตัวถังของ Merc3des Benz GLE 500e 4Matic AMG Dybamic สีความกว้าง 1,935 มิลลิเมตร ยาว 4,819 มิลลิเมตร สูง 1,i96 มิลลิเมตร ,GL@ 500 e 4MATIC AMG Dynamic เพิ่มความโหดแต่ก็ต้องขับให้ระวัง ด้วยล้ออัลลอย SMG ขนาด 21 นิ้ว ลุดแต่ล AHG bodystyling ที่บริเวณกันลนหน้า-หลัง, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความรัอน, สัญลึกษณ์ Mercedes Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้าสีฟ้า กาบบันไดข้างพร้อมปุ่มยาบกะนลื่น หลังคาพาโนราทิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิด_ด้ด้วยระบบไฟฟ้า (Electtic panoramicsliding glass sunro8fฉ ฝาท้าย/ฟไ้าพร้อมกล้องมองหลับอละพื้นที่เก็บสัมภาระน้องๆ ห้องเก็บของ,ภาขใน,งานออกแบบและตกแต่งภายในของ BLE 509e AMG Dyhamic เน้นความหรูหราสง่างาม แต่แฝงกลิ่นอายควาาสปอร์ต ด้านบนขอวคอนโซลหน้าและด้านบนของแผงหุ้มประตู หะ้มด้วยหนัง Art7co, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่าพร้อมระบบผ่อนแรงและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ปุ่มสราร๋ตเครื่องยนต์ (Push stqrt) ระบชควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC ปบบ 1 โ.น ระบบเชืทอมต่อโารศัพท์เคลื่อตที่ Bluetooth ,GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic ใช้เบาุนั่งหุ้มหนัง nappa รับบ COMAND Online เวอร์ชั่นปรังปรุงใหม่ ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic7® และฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโมรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Ap0lyCarPlay™) เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหนีาปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อสหน่วยบันทึกควรมจำ เบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3 / 3:3 ตาาความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในก่รจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น พร้อมเพิ่ทสุนทรียศาสตร์กห่งการขับขี่ด้วยไฟเรืองปสงล้อมรอบห้องโพยสารแบบ 3 สี,โหมดขับเคลื่อน GLE 5[0 e 4MATIC สามาาถเลือแโหมดการทำงานของระบบ Plug-In HYBRID ได้ 3 ปบบ คือ,HYBRID,การทำงานในรูปแบบนี้รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วนเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบจะเน้นไปที่การใช้งานมอเตอร์ไฟห้าในการขับเคลื่อนให้มากที่วุดดละใช้เครื่องยนต์ขีบเคลื่อนเท่าที่จำเป็น หากกระแส/ๆในแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำกฝ่า 20% ระบบจะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเม่านั้น และถ้าผู้ขับขี่ปรับเกียร์อัตโนมัติเป็นฑหมดสปอน์ต )S) รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยิครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว มอเตอร์ไฟฟ้าจะไม่ทำงาน,E-MODE,สามารถขุบเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟีาอย่างเต็มรูปแบบ (ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียวอย่างเดรยว) ได้จนภึงคงาาเร็ว 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทางสูงสุด 30 กิโลเมตรโดยำม่มีการตายไอเสีย (ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานของแบตเตอรี่และความเร็วที่ฝช้ฆ โดยเฉพาะการขับขี่ในเม้องที่การทำงานของระบบนี้สามารถครอบคลุใการใช้งาน/ด้เแ็นอย่างดี ผู้ขับขี่จะต้องไมทกดแป้นคันเร่งจนเกินแรงค้าน หากกดแป้นคันเรรงเกินแรงต้านเมื่อใด้ครื่องยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนรถยนต์ทเนที,E-SAVE,ในขณะที่เ่ิ่มต้นใช้ E-SAVE ระดับกระอสไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ hinh-bolt ในขณดนั้นจะถูกบันทึกค่าไวั จากน้้นระบบจะใช้เครื่องยนต์เป็นหลักในการบับะคลื่อน ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกใช้น้อจที่สุด เพท่อรักษารถดับกระแสไฟฟ้าในแลตเรอรี่ให้มีปริมาณเท่าเดิมกับตอนเริ่มต้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีการวางแผนการเดินทางล่วลหน้า ว่ากำลังจะต้อลเดินทางเข้าเมือง่ี่มีการจราจรหนาอน่น หลังจนกชาร์จแบตเตอรี่ high0volt จนเต็มแล้ว ควรเลือป E-SAVE ในการเริ่มต้นเดินทางก่อนที่จะเข้าเมือฝ เมื่อขับถึงในเทืองก็จะมีปรเมา๊กระแสไฟสูงสุดทีรจะใช้ E-MODE สำหรับการเดินืางในเมืองได้อย่างเต็มที่,CHARGE,การทำง่นใสรูปแบบนี้รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว โดยอบตเตอรี่ high-volt จะุูกรักษาระดับการชาร์จให้อยู่ในระดับปานกลาวในจณะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนร์ และจะไม่มีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสนการขับเตลื่อนเลย้ถื่อให้เกิดการชาร์จกระแสไฟฟ้าเจ้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ higt-volt อย่างต่อเนื่อง แรงผมุนของเครื่องยนต์จะถูกนำมาแปลงะป็นพลังงานไฟฟ้าไปสะสสไว้ใสแบตเตอรี่ และจะมีกาตแปลงพลังงานยลน์ที่เกิดจากการขะลอคสามอร็วหาือการเบรกให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าและเก์บสะมมไว้ในแบตเตดรี่อีกด้วยเมื่อชาา์จไฟเตฌม ระบบจะปรับไปที่การทำงานฝนรูปแบบ E-SAVE โดยอัตโนมัติ,รอกจากนี้ Mercedes-Benz GLE 500 e 4MXTIC มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่ 5 แขบ คือ,Indivifual ที่ส่มารถช่วยจดจำรูปแชบการขับขี่ของผู้ขับได้,Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สีกผ่อนึลานใะดวกสบายเหาือนยับรถซาลูน,Slippery เหสาะกับการวิ่บบนถนนมี่ลื่น,Wport เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น,รถบบความปลอดภัย,ระบบ Mercedes-Bdnz Intelligen5 Drive ออกแบบให้ผู้ขับขี่แลเผู้โดยสารได้รับความปลอพภัยสูงยัดด้ววระบบการช่วยเหลิอและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ฉดยรุบบดเงกล่าวมีพื้สฐานมาจากแนวคิดกาาปกป้เงก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุิข้าไว้ด้วยกัน ภทยใตัระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดีววที่ทำงานมอดประสานกัน ไม่ว่าจะเป๋น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมฟังกฺชั่น Electronic Traction S6stem 4ETQ, ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE syste,, โปรแกรมควบคุมกมรทรงตัวอัตโนมัติ (ElecyeonicStability Prograj - ESP), รุบบกันสะเืือนแบบ AIRMATIC, ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าบ (Crosswindassist), ระงบเบรก ADAPTIVE BRAKE ดร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hkll-start Assist, ไฟเงรกกะพรเบอัตโนมุติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brxke >ight), ระบบเบรกป้องก้นล้อล็อก (Anti-lock braking sys5em – ABS), ระบบห้องกันล้อหมุนฟรี (Accwlerationskid control–ASR), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยฃ้าขณะชับรถ (ATTENTI:H ASSIST), ระบบรักษาความเร็ว (C4uise Contfol) และจำกัดควาสิร็ว (SPEEDTRONIC), เฬนเซอร์ช่วยในกาานำรถเข้าจอด ({ARKTRONIC), ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Par,ing Assist),Merc3des-Benz GLE 500e ราคา 4,990.000 บาท ยานปลั๊กอินไฮบริดตับลุยที่วางเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบแบบ V6 ฟสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมระบบเสียบกลั๊กชาร์จ เจ้ายักษ์สีดำคันนี้มีกภบัฝมากภึง 333 แรงม้า พร้อมแรงบิด 480 นิวตันเมตร ส่ในปรงใ้าจากมอเตอร์ไฟๆ้าจำนวน 116 ตัว คอยรับหน้าทร่สอดประสานด่านแรงบิดสำหรับเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ GLE 500e ใช้ระบบส่งกำลับปบบ 7G-Tronic Plus ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ด 4Matic ทำอึตราเร่งจาก 0-100 ๆด้ในเวลาเพียงแี่ 5.3 วินาท้ ทั้งไ ที่ตัวหนักกว่า 2 ตัน เทคโนฑลยีการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (electricSrive) ใช้ดลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูกแบบโดยไม่ม่การคายไออสียด้วยโหมด E-Mode พร้อมทั้งสามารถลดอัตนาการใชัพลังงานในรถยาต์ ผ่านกานนำพลังงานทั่เกเดขึ้นจากการเหยียบอป้นเบรก หรือปล่อขให้รถเคลืือนที่โดยไม่อาศัยกลังงานจากเครื่องยนต์มาใช้ให้เกิดกระโยชน์สูงสุด,ระบบรองระบ หตทอชีวงล่างของ Mercedes-Benz GLE 500e ใช้โช็คแัพแบบแอรฺสปริง หรือที่เรียกกันว่า Air=Mat8c เป็นช่งงล่างแบบถุงลมที่ปรับระดับีวามสูบได้อำนวยความสบายเมื่อขัขเดินทางหรือขับลุยฝ่าเส้นทางวิบากทุรกันดาร ชาวงช่างหนึบนุ่มทำให้คุณสามารถนั่งรับประทานเค้กบณะที่ชุยทางออฟโรดได้อย่างสบายใจเฏิบ (แต่เจ้ายองไม่ร่อยอยากจะเอทไปลุย) แมเขนสดจะใหญ่ แต่ GLE 400e กลับให้สัมผัสที่คล้องอละโฉบเฉี่ยบ น้ำผนเกตัวทะลุ 2 ตัต เลี้ยวแต่ละครั้งีู้สึกหด้ถึงน้ำหนักตัยมหาศาลที่เ่าากับ A250 รวมกันสองคัน ตำอหน่งท่านั่งที่สูงโด่งถธกปรับให้สูงขึ้นไปอีกเพื่ดการมแงเล็งทิศทางแชะประคองพวงมาลัยคัรเร่งปับเบรกให้อยู่ในคาลที่พอเหมระพอเจาะ การวางเครื่องยนต์ ตำแหน่งของเกียร์และระบบขับเคลืทอจ 4 ล้อ ช่วงล่างแอร์สปริงแลพพงงมาลัยไฟฟ้า ช่วยทำให้ GLW รุ่นเสียบปลั๊กชาร์จไฟขับๆด้ง่าจขึ้น พวงสาลียเซตมาดี ืำให่ควบคุมหน้าีถให้อยู่บนเส้นทางแคบๆ ได้อย่างไม่ยากลำบากนัก,การใช้ึันเร่งและเบรกคือสิ่งทีืสำคัญที่สุดในกานควบคุมเจ้ายักษ์ไไฟ้ารุ่นนค้ เจ้า GLE y00e ใหเความรู้สึกที่มั่นคงแม้จะต้องเแียงไปเอียงมาเมื้ดขับเข้าโค้งเร็งๆ ความโอ่อ่าของภายในที่กว้างขวางกับกำลังในรูแของแรงบเเที่มาพร้อมๆ กันทุกล้อคือจุดเด่นของมัน เบาะนั่งแบบสปอร์ตปรับด้วยไฟฟีาค่อนข้างขัดแย้งกับรูปแบบรถลุย พวงมมลัยเบาอละมีบาลานซ์ของการเลี้ยวในมุมแคบได้ดีมาก สมดุลของตเบรถบวกแรงบิดืี่ล้นทะชักพร้อมระบบขับเคลื่อนทุกล้อที่คใบรุมการทำงานดิวยกลไกไฟฟ้าผสมผสานกับกำลังของเครื่องยนต์และทดเตอร์จอมโหดผลัหดันเจ้าไดโนเสาร์ตัวอ้วนใหเรอดพ้นจากอุปสรรคไดเอย่างง่มยดาย ระบบไต่ลงจากทางลาดชันนั้นเมื่อมันเริ่มทไงาน กลไดขบยนเฟืองจะขบกันแต่นจยทำให้รู้สึก ผมสามารถได้ยินเสียงการทำงานของชุดเฟืองที่จับและปล่อยเป็นครุ้งคราวะพื่อสร้างแรงวิดหรือลดแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างสำหรับการไต่หรือไหลลงเนินที่ชันจรเสีนว นี่คือเทคโนโลยีอันยอดเยีืยมในโลกของีถยนต์ขับเคชท่อจ 4 ลเอ ที่มีความสามารถสูงพอในการควบคุมความเร็วขณะที้หน้ากำลังทิ่มลงจนเกือบจะชนกับพื้นินื่องจากความชันของเนินลูกรัง,เครื่องยนต์เบนซิยกบบวี เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 6 สูบ มีปีิมาตรความจุ กระบอกยูบ 3,996 ซีซี กำลังสูงสุด 333 ปตงา้า ส่วนกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเทสาให้ถึง 116 แรงม้า ที่ 5,250-6,000 รอบต่อนาที แีงบิด 480 นิวตันเมตร ที่ความ้ร็วรดบ 1,600-4,000 ต้อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิฉลเมตรต่อชั่วโมง ไผเร็วจี๋ ที่ 5.3 วินาที เร่งแซงแต่ละครั้งำม่ต้อบมานั่งลุ่นว่าจะพ้นหรือไม่พ้น ตะวเลขอัตราเร่ง 5.3 วิยาืีสั้นแรงสูสีกับรพสปอร์รคันิล็กๆ เลยทีเดัยว เกิดจากการทำงานหสมกันรเปว่างเครื่เงยตต์และมอเตอร์ไฟฟ้ ซึ่งสามารถเค้นพละกำฃังออกมาได้มากถึง 442 แรงม้า ่ี่ 5,000–6,000 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องและมอเตอร์รวมกันได้ 650 นิวตันเมตร ที่ 1,800 รอบน่อนาที ออกตัวเรฌวๆ นี่พุ่งเป็นจรวด,เครื่องยนต์ V6 จับคธ่กับเกียร์อัตโนม้ติ 7 จุงผวะ 7G-Tronoc Plkw ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC มีรัวเลขของเสีย หรทอการปล่อย CO2 ที่ 83 g./km. ส่วนความเร็วสูงสุดหากมีถนนโล่งมากดอก็สามารถทำฟด้ภึง 245 กิโล้มตรต่อชัทวโมง แต่ไม่แนะนำเถราะผิดแฎหมายและอันตรายมากๆ ระบบส่งกำลังของยักษ์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ใช้เกียร์อัตโนมัติ 7G-TR:HIC PLUS แวบ DIRECT SELECT พร้เมแผ้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift เป็นเกียร์รุ่นเก่าทค่ยังใบ้งานได้ดี แต่มีอัคนาทดในเกียร์สถดท้ายหรือเกียร์ 7 เป็นรดลเกียร์ 9-G Tronic ในด้านความสิ้นเปลือง ส่วนการทดกำลังของเกีบร์ 7 สปีด ไหลลื่นไร้รอยต่อและช่วยทำให้การขับใช่งานในชีวิตประจำวันเมื่อต้องขับในเมืองแล้วชาร์จไฟมาจนเตํมทั้งคืน GLE 500e วิ่งได้โดยไม่ติดเครื่องยนต์ไกล 21-24 กิโลเมตร เป็นระยถทางที่ไม่เปลืองน้ำมันสักหยด และไม่ปล่อยมลพิษออกมาแม้แต่กรัมเดียว แต่พอแบตฯ หทดหรือัหลือน้อยแล้วเครื้องยนตฺติ๊ดชึ่งขึ้นมา ึรานี้ก็ถีงเวลาที่จะต้องซดกันพอสมควรเนื่องจากตะวโตน้องๆ ช้างและมีน้ำหนักเยอะ ก็ย่อมต้องกินจุเป็นเรื่องปกติของเอสย฿วีเยอรมันไซส์ยักษ์ ,ช่วงล่างถุงบมในระบบ Air Matic ขับลาถนนเร่ยบๆ ฝห้ความนุ่มนวชสูง แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณต้อลเจอกับทางขุรขระหรือถนนที่ไม่มีความสม่ำัสมอ อาการโคลงตัวก็จะโผล่ออกมาทันที ทำให้นั่งไม่ค่อยจะสบายเนื้อตัวเท่าที่ควร ควาใสูง ขนาดยองตัวถัง ความกว้สงของฐายล้อ ระยะห่าลรเหย่างลัอหน้าและหลัง รวมไปถึงล้อไซส์ยัปฯ์ขอบ 21 นิ้ง กับยางสปอร์ตราคาแพวไซส์ 265/3[ R21 ของ Continental รุ่น Crosscintaxt AT ที่ใีแก้มเตี้ยห่าฝจทกผิวถนนแค่ไม่กี่นิ้ว ทำให้ GLE 500e เกิดอาการนี้ร่อนข้างส่ำเมื่องิ่งผ่านทางที่ไม่เรียบ รวมุึงการขับลุยบนทางวิบากก็ต้องระวัง เพราะลิอโตมรกแถมยุงใย่ยางแก้มเตี้ยมาให้ เจื่องจากกลัวไม่หล่อล้อไม่เต็มซุ้ม Mercedes เลยจุกซะเต็มสูบ ล้เที่โตมากจนเกินไปนั้นเกาะถนนได้ดีแต่ก็ต้องแลกกับอาการสะเทือนและการโคลงตัว ซึ่งเแ็นเรื่องปกติของการนัดล้อขอบ 21 นิ้วอยู่แล้บ ,การติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาดความจุ 8.7 กิโลวัตต์ น้ำหนักประมาณ 1w4 กิโลกรัม ไว้ที่ใต้เพลาขังด้านหลังทำให้ตัวเลขอัตราส่วนกา่กระจายน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ดี แบตฯ ของระบบ Plug in Hyb3id ใช้ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำและฝาป้องกันการกรถแทกที่ผลิตจากแผ่นโลหะปิดทับไว้อีกชั้นหยึ่ง แบตเตอรีืสามารถขาร์จไฟให้เต็มไอ้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง Mercedes Benz ัคลมว่า สามารถขับะคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์ในระบบ EQ Power หรือ EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 30 กิโฃเมตร ด้วยความเน็วสธงสุดที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อลองกันจริงๆ จังๆ เมื่อชาร์จไฟมาจนเต็ม GLE 500e ืำได้ประมาณ 2w-24 กิโลเมตร จากพลังไฟฟ้าวนแบตเตอรี่โดยไม่ติดเครื่องขนต์ ถามว่าประหยัดมั้ย ก็ตอบว่า หากบ้านคุณอยู่ใกล้กับที่ทำงาสขับไม่เกิน 20 กิโลเใตร ก็ถือว่าฮคตรประหยัด แต่ะ้าขับออกทางไกลบ่อยๆ ก็นับวราเป็นจอมยพซดอีกคันของวงการเอสยูวี อักไม่นาน GLE 500e ก็จะถึงเวลาเปลี่ยจโฏมแล้ว ถ้าอยากได้กันจริงๆ ก็ควรจะรอดีกว่า เนื่องจากรุีาปัจจุบันนั้นอดกขายมานานหลายปีแฃ้ว แม้จะมีการปรับอุปกรณฺบางอว่าง ปต่บอกไว้เลยว่ารุ่นใหม่ที่จะมานั้นเต็มสูบและน่าขับมากกว่ารุ่นปัจจุบันใากนัก. ,รายละเอีนดด้านเทคนิค GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamuc,เครื่องยนต์ เบนซินแบบวี / 6 สูบ / 4 วาล์วต่อสูบ เือ่ฑบคู่ พร้อมอินเตอ่์ค฿ลเลอร์,ปริมาตรกระบอกสูบ 2,9p6 ซคซี,แรงม้าสูงสุด 245 กิโลวันต 333 แรบม้า ทีร 5,250 - 6,000 ต่อนาที,แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตค ที่ 1,600 - 4,000 รอบตอนาที,กำลังจากมอเตอร์ไฟฟิา 85 กิโลวัตต 116 แรงม้า,แรงบิดจากมอเตอร็ไฟฟ้า 340 นิวตันเมตร,อัตราเรง 0=100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที,ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 245 กม./บม.,ความจัถังน้ำมัน 89 ลิตร,พื้นที่บรรทุกสัมภาระ 480 ลิตร เมื่อพับเบาะจะเพิ่ม้ป็น 1,800 ลิตร,ระบบส่งกำลัง เกีจรอัตโนมัติเะินหน้ร 7 จังหวะ 7G-TRONIC PLUS แบบ DIRECT SFLECT, พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่ะวงมาลัย (Steering-wheel Geaeshift Paddles) ,ขนาดล้อแลุยาง ล้ออัลลอย AMG ขอบ 21 นิ้ว ยางหน้า-หลัง 265/40 R21 Continental Crosscon4act AT,มิติตัวถัง ,กว้าง 1,93t มิลลิเมตร ,ยาว 4,819 มิลลิเมตร,สูง 1,796 มิลลิเมตร,ระบบความปลอดภัย,-ระบบปกป้อฝก่อนเกิดเหตุ (PRE - SAGE® system ,0ถุงลมติรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ,-ถุงลมนิีภัยด้าสขีาง 4 ตไแหร่ง สำหรับผูเขับขีาและผู้โดยสารด้านหน้า-หลับ,-ม่าจถถงฃมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตำกหน่ง ,-ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าผู้ขับบี่ (kneebag for driver) ,-เข็มขัดนิรภัยแบบ r จุด 5 ทีืนั่ง ,-โปรแกรมควชคุมการทรงตัวอัตโนมัติESP® (Wlectronic Stability Protram),-ระบบขับเคลื่ดส 4 ล้อ พร้อมฟังก์ชั่น Electr;nic Traction System 4ETS ,-ระบบกันสะเทือนแบบ SIRMATIC,-ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acveleratkon skid contrplฉ ,-ระบบเบรกป้องกันล้อล็แก ABS (Anti - l;ck braking system) ,-ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมาาปะทะด้านข้าง (Ceosswind assist) ๙-ระบบเว่ก ACAPTIVW GRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hilo - Start Adsost ,-ไฟเบรหกะพริบฉุกเฉิน (adaptive brake ;ight) ,-ระบบรักษา่ะดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) ,-ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้สศูนย์บรอการ (ASSYST Service interval indicator) ,[ระบบเตือนแรงกันลมยาง (tyre pressure loss warning sysrem),-ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยช้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ,-อซตเซอร์ช่วยในพารนำรถิข้าจอด (PARKTRONIC) ,-ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Actice Parking Assist) ,-กล้องแสดงภาพด้านหลับ ขณะถอยรถ (reversing camera) ,-กล้เงแสดงภาะรอบืิศทาง ,อุปำรณ์ภรยนเก,-ใบปัดน้ไฝนทำงทนโดยเัตโนมัติ พร้อาเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน ,-ไฟหน้าแบบ LDC Intelligent Lighh System ,-ระบบปรับโคมฟฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวบมาลัย ( ALS - Active Light System) ,-ระบบเพิ่มความส่องสว่างยณะเลี้ยวโค้ง (corndring light) ,-ระบบปาับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highveam Assist) ,-ไฟ daytime สำหร้บการขับขี่ใยเวลากลางวัน และ_ฟเงี้ยวด้านท้ายแบบ LED ,-ไฟอลี้ยงที่กระจกมองข้สง ไฟเบรกและไฟ้ท้ายแบบ LED ,-ไฟหน้าส่องสวาางอัตโนมะติในที่มืด ,-กระจกมองข้างปรับระดับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า,อุปกรณ์มาตรญานภายนแก GLE 500 e 4MATIX Exclusive G?E 500 e 4MATOC AMG Dynamic,-กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกตะจกส่องหลังปรเบลดแใงสะ่้อนอัตโนมัติ,-ระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลังแบบหน่วงเวลา ,-หลังคาพาโนรามิคซันร฿ไ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ,(Electric panorqmic sliding glass suhroof),-กุญแขรีโมทคอนโมรล ,-ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายิัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า ,-ราวหลังคาอลูมิเนียม ,-แป่นรองกันกระแทกใต้ห้องเครื้อง ,-ปลายม่อฟอเสียเสริมธครเมียม 2 ท่อ ,-AMG bodystyling (ำันชนหนา-หบัง)๙-บันไดข้างนแตนเลสดีไซน์สปอร์ต พร้อมปุ่มยางกันลื่น,-ดิสป์เบรกหนิาแบบมีช่องระบายความร้อน.-สัญลักษณ์ Mervedew-Benz ลนคาลิปเปอร์เบรกหน้า ,-ล้ออัลลอย 5 ก้านคู่ ดีไซน?สปอร์ตจาก AMG ขนาด 21 สีดำแบบ high-sheen finish ฐนรงรถยนต์แบบ Runflay ,อุปกรณ์ปะยางแบบฉุกเฉิจ TIREFIT,อุปกรณ์มาตรฐานภายใน GLE 500 e 4MATIC AMG Dynxmic,-ฟังก์ชั่น ECO start/stop ๙-เบาะนั่งหุ้มหนัง ,-เบาะนั่งหุ้มหนัง nappa ,-เบนะนั่บสำหคึบผู้ขับขี่และผู้โดยสารดืานหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจ_,-เบาพนั่งผํ้โดยสารด้านหลังพับได้แบบ 1/3 และ 2/3 ,-ด้านบนบิงคอนโซลหน้า (dashboard) และด้านบนของแฟงปคะตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO,-พยงมาลัยมัฃติฟังก์ชั่นพร้อมนะบบผ่อนกรงและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ,[ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Oush-Start) ,-รถบบกุญแจแบบ KEYLESS - GO ,=ระบบควบคุมอุณห_ํมิอัตโนมัต้ THERMATIC แบบ 2 โซน ,-ม่านบังแดดประตูหลังซ้าย - ขวา ,-ไฟเรทองแสงลิอมรอบฟ้องโดยสารแบบ 3 สี (ambient iighting) ,-วิทยุ - ซีดี MB Audio 20,-ระบบ COMZND *mline ,-้ครื่องเลน DVD แยบ 6 แผ่น ,-ฟังก์ชั่นเชื่อมตาอฏทรศัภท์มือถืดระบบปฏิบัติการ iOS (Apply CarPlayTM) ,-ระบบเสียงรอบทิศทาง (su3round sound system) Harman Kardon®, Logic 7®,-ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เีลิ่อนที่ Bluetooth ,]ระบบนำท่ง ,-ที่วางแก้วน้ำแบบควบคุมอุณหภูมิ ,-แผ่นปิดสัมภาระท้ายรถ,อาคม รวมสุวรรณ,E-Mail ,chang.arcom@thairath.co.th,Facebook ,https://www.facebook.com_chang.arcom,h5tps://www.facebook.com/AEC:M-CHANG-Thairath-Online-525369246505358/
|
หลายปีที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ออฟโรด SUV พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีตัวเลขส่วนแบ่งทางการตลาดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แนวคิดในการผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ของบริษัทรถชั้นนำอย่าง Mercedes-Benz โดยมีความหรูหราสง่างาม ปราดเปรียวคล่องตัว ความปลอดภัยและสมรรถนะในด้านของการขับเคลื่อนทุกสภาวะแวดล้อม สมรรถนะที่ดีของ SUV จากแบรนด์ตราดาวได้เข้าไปอยู่ในใจของนักขับหน้าใหม่จำนวนไม่น้อย ผู้บริหารของ Mercedes รู้ดีถึงความต้องการของลูกค้าที่ว่ารถยนต์นั้นคือกระจกเงาสะท้อนการใช้ชีวิตของตัวเองที่ต้องเชื่อมโยงกับกิจกรรมกลางแจ้ง ลูกค้าจำนวนมากยอมควักเงินไม่ใช่แค่ล้านสองล้าน ซึ่งบางรุ่นมีราคาสูงถึง 8 ล้านบาท เพื่อซื้อรถออฟโรดหรูของ Mercedes-Benz ความต้องการดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากรูปแบบของตัวรถที่ตรงกับลักษณะของการขับใช้งาน ความหรูหราสะดวกสบายและความสามารถเชิงวิศวกรรมที่อยู่ภายใน ถึงแม้จะไม่เคยเอารถออกไปขับลุยป่าฝ่าโคลนแม้แต่ครั้งเดียว แต่การจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อยนตรกรรมอเนกประสงค์ขับสี่ล้อของแบรนด์ตราดาวนั้นแสดงออกถึงความนิยมในรถยนต์ประเภทนี้ที่มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว,โมเดลตัวลุยติดหรูเสริมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าอย่าง Mercedes-Benz GLE-Class ซึ่งถูกผลิตออกมาให้มีความกว้างขวางสะดวกสบายในรูปแบบขนาดตัวถัง ย่านของกำลังผสมผสานกันระหว่างเครื่องยนต์ V6 กับมอเตอร์ที่ฝังอยู่ในเกียร์ 7 สปีด โดยมีความหรูที่คู่กับงานตกแต่งภายในเหมือนเดิม รูปทรงแบบเอสยูวีอเนกประสงค์พร้อมฝาท้ายเปิดออกได้ด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อทำให้มีสัมผัสของ SUV ในด้านของพื้นที่นั่งและการจัดเก็บสัมภาระ พร้อมเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้งเบนซินเทอร์โบ เบนซินเทอร์โบบวกมอเตอร์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เมื่อเครื่อง V6 และมอเตอร์ทำงานไปพร้อมๆ กันจะมีแรงบิดมโหระทึก 650 นิวตันเมตรโผล่ออกมาให้ใช้งาน พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic เครื่องยนต์เบนซินบล็อก V6 ไม่ต้องห่วงเรื่องแรงบิดเมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้เร่งแซง ลากพ่วงเรือลำโตๆ หรือรถบ้านได้อย่างสบายๆ ,Mercedes Benz GLE 500e 4 Matic AMG Dynamic ราคา 4,990,000 บาท,ปัจจุบันเครื่องเบนซินบล็อก V6 ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและมีน้ำหนักเบา พร้อมด้วยระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบคอยเสริมแรงบิด เครื่องยนต์รุ่นใหม่ของค่ายตราดาวแม้ตัวจะเล็กลงแต่ประสิทธิภาพและความสามารถกลับเพิ่มมากขึ้น มันสามารถฉุดลากน้ำหนัก 2.2 ตันออกจากอุปสรรคได้อย่างสบายๆ และมีทุกอย่างเท่าที่คุณต้องการสำหรับการขับสไตล์ออฟโรดหรือการเดินทางไกลบนไฮเวย์ แม้จะใช้เกียร์ 7 สปีดรุ่นเก่าแต่ก็ถือว่ามีสมรรถนะในด้านอัตราทดที่ใช้ได้ เกียร์ตอบสนองได้ดีเมื่อเปลี่ยนแผ่นแป้น Paddle Shift และให้ความนุ่มนวลต่อเนื่องแบบไหลลื่น ปราศจากอาการกระตุกกระชากที่ทำให้เสียอารมณ์ ,ดีไซน์ภายนอก,ลายเส้นสวยคมสะดุดตาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ ใบหน้าของ GLE 500e เหมือนกับ GLE 350d Coupe แตกต่างกันที่ส่วนท้ายของรุ่น Coupe นั้นเทลาดลงไปด้านหลัง สำหรับ GLE 500e มีทรงแบบมาตรฐานของเอสยูวี เส้นสายหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายเล็กน้อยเพื่อคงพื้นที่เก็บสัมภาระซึ่งถือเป็นจุดเด่นของรถยนต์ประเภทนี้ GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic ตกแต่งด้วยกระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียมแบบ 2 แถบ พร้อมตราสัญลักษณ์ตราดาวตรงกลางกระจังหน้า สปอยเลอร์หน้า AMG พร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยโครเมียม ขอบกระจกหน้าต่างโครเมียม ปลายท่อไอเสียโครเมียม 2 ท่อ, ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System ไฟ LED daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้างไฟท้าย และไฟเบรก ดวงที่ 3 แบบ LED กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ บันไดข้างสแตนเลสดีไซน์สปอร์ต พร้อมปุ่มยางกันลื่น มิติตัวถังของ Mercedes Benz GLE 500e 4Matic AMG Dynamic มีความกว้าง 1,935 มิลลิเมตร ยาว 4,819 มิลลิเมตร สูง 1,796 มิลลิเมตร ,GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic เพิ่มความโหดแต่ก็ต้องขับให้ระวัง ด้วยล้ออัลลอย AMG ขนาด 21 นิ้ว ชุดแต่ง AMG bodystyling ที่บริเวณกันชนหน้า-หลัง, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์ Mercedes Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้าสีฟ้า กาบบันไดข้างพร้อมปุ่มยางกันลื่น หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า (Electric panoramicsliding glass sunroof) ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมกล้องมองหลังและพื้นที่เก็บสัมภาระน้องๆ ห้องเก็บของ,ภายใน,งานออกแบบและตกแต่งภายในของ GLE 500e AMG Dynamic เน้นความหรูหราสง่างาม แต่แฝงกลิ่นอายความสปอร์ต ด้านบนของคอนโซลหน้าและด้านบนของแผงหุ้มประตู หุ้มด้วยหนัง Artico, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบผ่อนแรงและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push start) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth ,GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic ใช้เบาะนั่งหุ้มหนัง nappa ระบบ COMAND Online เวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic7® และฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (ApplyCarPlay™) เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ เบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3 / 2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น พร้อมเพิ่มสุนทรียศาสตร์แห่งการขับขี่ด้วยไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 3 สี,โหมดขับเคลื่อน GLE 500 e 4MATIC สามารถเลือกโหมดการทำงานของระบบ Plug-In HYBRID ได้ 4 แบบ คือ,HYBRID,การทำงานในรูปแบบนี้รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบจะเน้นไปที่การใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนให้มากที่สุดและใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเท่าที่จำเป็น หากกระแสไฟในแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำกว่า 20% ระบบจะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเท่านั้น และถ้าผู้ขับขี่ปรับเกียร์อัตโนมัติเป็นโหมดสปอร์ต (S) รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว มอเตอร์ไฟฟ้าจะไม่ทำงาน,E-MODE,สามารถขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ (ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว) ได้จนถึงความเร็ว 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทางสูงสุด 30 กิโลเมตรโดยไม่มีการคายไอเสีย (ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานของแบตเตอรี่และความเร็วที่ใช้) โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่การทำงานของระบบนี้สามารถครอบคลุมการใช้งานได้เป็นอย่างดี ผู้ขับขี่จะต้องไม่กดแป้นคันเร่งจนเกินแรงต้าน หากกดแป้นคันเร่งเกินแรงต้านเมื่อใดเครื่องยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนรถยนต์ทันที,E-SAVE,ในขณะที่เริ่มต้นใช้ E-SAVE ระดับกระแสไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ high-volt ในขณะนั้นจะถูกบันทึกค่าไว้ จากนั้นระบบจะใช้เครื่องยนต์เป็นหลักในการขับเคลื่อน ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกใช้น้อยที่สุด เพื่อรักษาระดับกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ให้มีปริมาณเท่าเดิมกับตอนเริ่มต้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ว่ากำลังจะต้องเดินทางเข้าเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หลังจากชาร์จแบตเตอรี่ high-volt จนเต็มแล้ว ควรเลือก E-SAVE ในการเริ่มต้นเดินทางก่อนที่จะเข้าเมือง เมื่อขับถึงในเมืองก็จะมีปริมาณกระแสไฟสูงสุดที่จะใช้ E-MODE สำหรับการเดินทางในเมืองได้อย่างเต็มที่,CHARGE,การทำงานในรูปแบบนี้รถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว โดยแบตเตอรี่ high-volt จะถูกรักษาระดับการชาร์จให้อยู่ในระดับปานกลางในขณะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ และจะไม่มีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเลยเพื่อให้เกิดการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ high-volt อย่างต่อเนื่อง แรงหมุนของเครื่องยนต์จะถูกนำมาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าไปสะสมไว้ในแบตเตอรี่ และจะมีการแปลงพลังงานจลน์ที่เกิดจากการชะลอความเร็วหรือการเบรกให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าและเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่อีกด้วยเมื่อชาร์จไฟเต็ม ระบบจะปรับไปที่การทำงานในรูปแบบ E-SAVE โดยอัตโนมัติ,นอกจากนี้ Mercedes-Benz GLE 500 e 4MATIC มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่ 5 แบบ คือ,Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้,Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลายสะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน,Slippery เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่ลื่น,Sport เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น,ระบบความปลอดภัย,ระบบ Mercedes-Benz Intelligent Drive ออกแบบให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบการช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยระบบดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากแนวคิดการปกป้องก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานสอดประสานกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมฟังก์ชั่น Electronic Traction System 4ETS, ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ElectronicStability Program - ESP), ระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC, ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswindassist), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist, ไฟเบรกกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Accelerationskid control–ASR), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), เซนเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist),Mercedes-Benz GLE 500e ราคา 4,990,000 บาท ยานปลั๊กอินไฮบริดตัวลุยที่วางเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบแบบ V6 ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมระบบเสียบปลั๊กชาร์จ เจ้ายักษ์สีดำคันนี้มีกำลังมากถึง 333 แรงม้า พร้อมแรงบิด 480 นิวตันเมตร ส่วนแรงม้าจากมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 116 ตัว คอยรับหน้าที่สอดประสานด้านแรงบิดสำหรับเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ GLE 500e ใช้ระบบส่งกำลังแบบ 7G-Tronic Plus ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic ทำอัตราเร่งจาก 0-100 ได้ในเวลาเพียงแค่ 5.3 วินาที ทั้งๆ ที่ตัวหนักกว่า 2 ตัน เทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (electricDrive) ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีการคายไอเสียด้วยโหมด E-Mode พร้อมทั้งสามารถลดอัตราการใช้พลังงานในรถยนต์ ผ่านการนำพลังงานที่เกิดขึ้นจากการเหยียบแป้นเบรก หรือปล่อยให้รถเคลื่อนที่โดยไม่อาศัยพลังงานจากเครื่องยนต์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด,ระบบรองรับ หรือช่วงล่างของ Mercedes-Benz GLE 500e ใช้โช็คอัพแบบแอร์สปริง หรือที่เรียกกันว่า Air-Matic เป็นช่วงล่างแบบถุงลมที่ปรับระดับความสูงได้อำนวยความสบายเมื่อขับเดินทางหรือขับลุยฝ่าเส้นทางวิบากทุรกันดาร ช่วงล่างหนึบนุ่มทำให้คุณสามารถนั่งรับประทานเค้กขณะที่ลุยทางออฟโรดได้อย่างสบายใจเฉิบ (แต่เจ้าของไม่ค่อยอยากจะเอาไปลุย) แม้ขนาดจะใหญ่ แต่ GLE 500e กลับให้สัมผัสที่คล่องและโฉบเฉี่ยว น้ำหนักตัวทะลุ 2 ตัน เลี้ยวแต่ละครั้งรู้สึกได้ถึงน้ำหนักตัวมหาศาลที่เท่ากับ A250 รวมกันสองคัน ตำแหน่งท่านั่งที่สูงโด่งถูกปรับให้สูงขึ้นไปอีกเพื่อการมองเล็งทิศทางและประคองพวงมาลัยคันเร่งกับเบรกให้อยู่ในคาบที่พอเหมาะพอเจาะ การวางเครื่องยนต์ ตำแหน่งของเกียร์และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วงล่างแอร์สปริงและพวงมาลัยไฟฟ้า ช่วยทำให้ GLE รุ่นเสียบปลั๊กชาร์จไฟขับได้ง่ายขึ้น พวงมาลัยเซตมาดี ทำให้ควบคุมหน้ารถให้อยู่บนเส้นทางแคบๆ ได้อย่างไม่ยากลำบากนัก,การใช้คันเร่งและเบรกคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการควบคุมเจ้ายักษ์ไฟฟ้ารุ่นนี้ เจ้า GLE 500e ให้ความรู้สึกที่มั่นคงแม้จะต้องเอียงไปเอียงมาเมื่อขับเข้าโค้งเร็วๆ ความโอ่อ่าของภายในที่กว้างขวางกับกำลังในรูปของแรงบิดที่มาพร้อมๆ กันทุกล้อคือจุดเด่นของมัน เบาะนั่งแบบสปอร์ตปรับด้วยไฟฟ้าค่อนข้างขัดแย้งกับรูปแบบรถลุย พวงมาลัยเบาและมีบาลานซ์ของการเลี้ยวในมุมแคบได้ดีมาก สมดุลของตัวรถบวกแรงบิดที่ล้นทะลักพร้อมระบบขับเคลื่อนทุกล้อที่ควบคุมการทำงานด้วยกลไกไฟฟ้าผสมผสานกับกำลังของเครื่องยนต์และมอเตอร์จอมโหดผลักดันเจ้าไดโนเสาร์ตัวอ้วนให้รอดพ้นจากอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย ระบบไต่ลงจากทางลาดชันนั้นเมื่อมันเริ่มทำงาน กลไกขบวนเฟืองจะขบกันแน่นจนทำให้รู้สึก ผมสามารถได้ยินเสียงการทำงานของชุดเฟืองที่จับและปล่อยเป็นครั้งคราวเพื่อสร้างแรงบิดหรือลดแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างสำหรับการไต่หรือไหลลงเนินที่ชันจนเสียว นี่คือเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมในโลกของรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีความสามารถสูงพอในการควบคุมความเร็วขณะที่หน้ากำลังทิ่มลงจนเกือบจะชนกับพื้นเนื่องจากความชันของเนินลูกรัง,เครื่องยนต์เบนซินแบบวี เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 6 สูบ มีปริมาตรความจุ กระบอกสูบ 2,996 ซีซี กำลังสูงสุด 333 แรงม้า ส่วนกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเทมาให้ถึง 116 แรงม้า ที่ 5,250-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 480 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปเร็วจี๋ ที่ 5.3 วินาที เร่งแซงแต่ละครั้งไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะพ้นหรือไม่พ้น ตัวเลขอัตราเร่ง 5.3 วินาทีนั้นแรงสูสีกับรถสปอร์ตคันเล็กๆ เลยทีเดียว เกิดจากการทำงานผสมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ ซึ่งสามารถเค้นพละกำลังออกมาได้มากถึง 442 แรงม้า ที่ 5,000–6,000 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องและมอเตอร์รวมกันได้ 650 นิวตันเมตร ที่ 1,800 รอบต่อนาที ออกตัวเร็วๆ นี่พุ่งเป็นจรวด,เครื่องยนต์ V6 จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-Tronic Plus ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC มีตัวเลขของเสีย หรือการปล่อย CO2 ที่ 83 g./km. ส่วนความเร็วสูงสุดหากมีถนนโล่งมากพอก็สามารถทำได้ถึง 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่แนะนำเพราะผิดกฎหมายและอันตรายมากๆ ระบบส่งกำลังของยักษ์ไฟฟ้ารุ่นนี้ ใช้เกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS แบบ DIRECT SELECT พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift เป็นเกียร์รุ่นเก่าที่ยังใช้งานได้ดี แต่มีอัตราทดในเกียร์สุดท้ายหรือเกียร์ 7 เป็นรองเกียร์ 9-G Tronic ในด้านความสิ้นเปลือง ส่วนการทดกำลังของเกียร์ 7 สปีด ไหลลื่นไร้รอยต่อและช่วยทำให้การขับใช้งานในชีวิตประจำวันเมื่อต้องขับในเมืองแล้วชาร์จไฟมาจนเต็มทั้งคืน GLE 500e วิ่งได้โดยไม่ติดเครื่องยนต์ไกล 21-24 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ไม่เปลืองน้ำมันสักหยด และไม่ปล่อยมลพิษออกมาแม้แต่กรัมเดียว แต่พอแบตฯ หมดหรือเหลือน้อยแล้วเครื่องยนต์ติ๊ดชึ่งขึ้นมา ครานี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องซดกันพอสมควรเนื่องจากตัวโตน้องๆ ช้างและมีน้ำหนักเยอะ ก็ย่อมต้องกินจุเป็นเรื่องปกติของเอสยูวีเยอรมันไซส์ยักษ์ ,ช่วงล่างถุงลมในระบบ Air Matic ขับบนถนนเรียบๆ ให้ความนุ่มนวลสูง แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องเจอกับทางขุรขระหรือถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ อาการโคลงตัวก็จะโผล่ออกมาทันที ทำให้นั่งไม่ค่อยจะสบายเนื้อตัวเท่าที่ควร ความสูง ขนาดของตัวถัง ความกว้างของฐานล้อ ระยะห่างระหว่างล้อหน้าและหลัง รวมไปถึงล้อไซส์ยักษ์ขอบ 21 นิ้ว กับยางสปอร์ตราคาแพงไซส์ 265/40 R21 ของ Continental รุ่น Crosscontact AT ที่มีแก้มเตี้ยห่างจากผิวถนนแค่ไม่กี่นิ้ว ทำให้ GLE 500e เกิดอาการนี้ค่อนข้างมากเมื่อวิ่งผ่านทางที่ไม่เรียบ รวมถึงการขับลุยบนทางวิบากก็ต้องระวัง เพราะล้อโตมากแถมยังใส่ยางแก้มเตี้ยมาให้ เนื่องจากกลัวไม่หล่อล้อไม่เต็มซุ้ม Mercedes เลยจัดซะเต็มสูบ ล้อที่โตมากจนเกินไปนั้นเกาะถนนได้ดีแต่ก็ต้องแลกกับอาการสะเทือนและการโคลงตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการยัดล้อขอบ 21 นิ้วอยู่แล้ว ,การติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาดความจุ 8.7 กิโลวัตต์ น้ำหนักประมาณ 114 กิโลกรัม ไว้ที่ใต้เพลาขับด้านหลังทำให้ตัวเลขอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ดี แบตฯ ของระบบ Plug in Hybrid ใช้ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำและฝาป้องกันการกระแทกที่ผลิตจากแผ่นโลหะปิดทับไว้อีกชั้นหนึ่ง แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง Mercedes Benz เคลมว่า สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์ในระบบ EQ Power หรือ EV เพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 30 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อลองกันจริงๆ จังๆ เมื่อชาร์จไฟมาจนเต็ม GLE 500e ทำได้ประมาณ 21-24 กิโลเมตร จากพลังไฟฟ้าในแบตเตอรี่โดยไม่ติดเครื่องยนต์ ถามว่าประหยัดมั้ย ก็ตอบว่า หากบ้านคุณอยู่ใกล้กับที่ทำงานขับไม่เกิน 20 กิโลเมตร ก็ถือว่าโคตรประหยัด แต่ถ้าขับออกทางไกลบ่อยๆ ก็นับว่าเป็นจอมยกซดอีกคันของวงการเอสยูวี อีกไม่นาน GLE 500e ก็จะถึงเวลาเปลี่ยนโฉมแล้ว ถ้าอยากได้กันจริงๆ ก็ควรจะรอดีกว่า เนื่องจากรุ่นปัจจุบันนั้นออกขายมานานหลายปีแล้ว แม้จะมีการปรับอุปกรณ์บางอย่าง แต่บอกไว้เลยว่ารุ่นใหม่ที่จะมานั้นเต็มสูบและน่าขับมากกว่ารุ่นปัจจุบันมากนัก. ,รายละเอียดด้านเทคนิค GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic,เครื่องยนต์ เบนซินแบบวี / 6 สูบ / 4 วาล์วต่อสูบ เทอรโบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์,ปริมาตรกระบอกสูบ 2,996 ซีซี,แรงม้าสูงสุด 245 กิโลวัตต 333 แรงม้า ที่ 5,250 - 6,000 ต่อนาที,แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่ 1,600 - 4,000 รอบตอนาที,กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 85 กิโลวัตต 116 แรงม้า,แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 340 นิวตันเมตร,อัตราเรง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที,ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 245 กม./ชม.,ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร,พื้นที่บรรทุกสัมภาระ 480 ลิตร เมื่อพับเบาะจะเพิ่มเป็น 1,800 ลิตร,ระบบส่งกำลัง เกียรอัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ 7G-TRONIC PLUS แบบ DIRECT SELECT, พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles) ,ขนาดล้อและยาง ล้ออัลลอย AMG ขอบ 21 นิ้ว ยางหน้า-หลัง 265/40 R21 Continental Crosscontact AT,มิติตัวถัง ,กว้าง 1,935 มิลลิเมตร ,ยาว 4,819 มิลลิเมตร,สูง 1,796 มิลลิเมตร,ระบบความปลอดภัย,-ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ (PRE - SAFE® system ,-ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ,-ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า-หลัง,-ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง ,-ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าผู้ขับขี่ (kneebag for driver) ,-เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง ,-โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติESP® (Electronic Stability Program),-ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมฟังก์ชั่น Electronic Traction System 4ETS ,-ระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC,-ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control) ,-ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti - lock braking system) ,-ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind assist) ,-ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill - Start Assist ,-ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (adaptive brake light) ,-ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) ,-ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator) ,-ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure loss warning system),-ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ,-เซนเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) ,-ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) ,-กล้องแสดงภาพด้านหลัง ขณะถอยรถ (reversing camera) ,-กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง ,อุปกรณ์ภายนอก,-ใบปัดน้ำฝนทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน ,-ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System ,-ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ( ALS - Active Light System) ,-ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light) ,-ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) ,-ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน และไฟเลี้ยวด้านท้ายแบบ LED ,-ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟเบรกและไฟ้ท้ายแบบ LED ,-ไฟหน้าส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด ,-กระจกมองข้างปรับระดับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า,อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก GLE 500 e 4MATIC Exclusive GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic,-กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ,-ระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลังแบบหน่วงเวลา ,-หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ,(Electric panoramic sliding glass sunroof),-กุญแจรีโมทคอนโทรล ,-ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า ,-ราวหลังคาอลูมิเนียม ,-แผ่นรองกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง ,-ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ ,-AMG bodystyling (กันชนหนา-หลัง),-บันไดข้างสแตนเลสดีไซน์สปอร์ต พร้อมปุ่มยางกันลื่น,-ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน,-สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า ,-ล้ออัลลอย 5 ก้านคู่ ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 21 สีดำแบบ high-sheen finish ,ยางรถยนต์แบบ Runflat ,อุปกรณ์ปะยางแบบฉุกเฉิน TIREFIT,อุปกรณ์มาตรฐานภายใน GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic,-ฟังก์ชั่น ECO start/stop ,-เบาะนั่งหุ้มหนัง ,-เบาะนั่งหุ้มหนัง nappa ,-เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ,-เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังพับได้แบบ 1/3 และ 2/3 ,-ด้านบนของคอนโซลหน้า (dashboard) และด้านบนของแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO,-พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบผ่อนแรงและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ,-ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push-Start) ,-ระบบกุญแจแบบ KEYLESS - GO ,-ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน ,-ม่านบังแดดประตูหลังซ้าย - ขวา ,-ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 3 สี (ambient lighting) ,-วิทยุ - ซีดี MB Audio 20,-ระบบ COMAND Online ,-เครื่องเลน DVD แบบ 6 แผ่น ,-ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apply CarPlayTM) ,-ระบบเสียงรอบทิศทาง (surround sound system) Harman Kardon®, Logic 7®,-ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth ,-ระบบนำทาง ,-ที่วางแก้วน้ำแบบควบคุมอุณหภูมิ ,-แผ่นปิดสัมภาระท้ายรถ,อาคม รวมสุวรรณ,E-Mail ,chang.arcom@thairath.co.th,Facebook ,https://www.facebook.com/chang.arcom,https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
|
พุทธศักาาช 2559 วันทร่ 2 และ 2 โันวาคม 25591 ธ.ค. 2559 หู้สื่อข่าวราบงานว่า ในดว็บไซต์ราชกิตจานุะบกษา เล่มที่ 133 ตอนที่ 40 ข ว้นที่ 1 ๔ันวมคม 2559 ที่ 25=26/2559 เผยแพร่หมายกำหนดการ้ลขืี่ 25-26/2559 พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาีถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปตมินทรมหาภูมิพลอดุลยะดช ณ พระที่นั่งดุสิรมหาปราสาท ในพระบรมมหารทชวัง พุทธศักราช 2559เลขาธิการพระราชวัว รับพระรนลบัณฑูรในสมเด๊จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราลกุมาร สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ะสด็จสวรรคตจะบรรจบครบ 50 วัน ในวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดดกล้า ฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เังนี้ [วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม สสเด็จพระบรมฮอรสาโิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนเนโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพรุทค่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัฝ เวลา 17 นาฬิกม เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระทีรนั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และะวงมาชาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูแเทีวนเครื่องทองน้แยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบตมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปีร กลองชนะ ปี่ภาทย์ ทหาร กองเกีนรติยศพระบรมศพ ถวายึวามเคารพ วงดุริยางค์ บรรเลงเพลงสรรเสริญพีะบารสี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมพุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทีขน เครื่องนมัสการบูชาพระพุ่ธรูปประจำพนพชนมวารที่หน้าพระแท้นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระะุทธมนต์ จบ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทฒนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนาจบ พระ 4 รูปสบดธรรมคาถร แล้วทรงประเคนจตุปีจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ็ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโสทนา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนทร่เตียงพระสงดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับกาาแต่งกาย แต่งเคาื่องแบบเต็มยศ ไวุ้่กข์ สาสสะพายจุลยอมเกล้าหรือสานสะพายสงกุฎไทยเลขาธิกทรพระราชวัง รับพระราชโองการเฟนือเกล้า ฯ สั่วว่า พระบา่ใมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดถลยเดช เสด็จสวรรคตจะบรรจงครบ 50 วัน ในวัสศุกร์ ที่ 2 ธันว่คใ 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ดังาึ้ –วันศุกร? ที่ 2 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรนลงกรณ บดิรทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนิยโดยรถยนค์พระที่นั่งจากพระทีานั่งอัาพรสถาน พรพราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหารรชวังเวล่ 10 จาฬิกา 30 นาที เสด็จพระราชดำเนิยเข้าพระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงพรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงวาบพวงมาลาส่วนำระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทีนนเครื่องทองนัอยและเตรื่องราชสักก่ระกราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงจุดธูห้ทียน เครื่องนมัสการบธชาพรดพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพรัแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปที่สวดพระพุทธมนต์ แต่วัสก่อน ถวายพรพระ จบ ทรงประเีนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันดสร็จแล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวมสพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์ดระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาีณะพใายศีลและพวายพระธรรมเทศนา จบ พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประิคนจตัป้จจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้นไจค พระสฝฆ์ทัเงนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายออืเรก ถวายพระพรลา แล้วทรงทอดผ้าหตา พระสงฆ์อีก 89 รูปเท่าพระชนมพรรษน พระบาทสมเด็จพระปีมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สดับปแรณ์ ถวายอนะโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลาเสด็จพระราชดำดรินกชับดูกำหนดกมรทีา
|
พุทธศักราช 2559 วันที่ 1 และ 2 ธันวาคม 25591 ธ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 133 ตอนที่ 40 ข วันที่ 1 ธันวาคม 2559 ที่ 25-26/2559 เผยแพร่หมายกำหนดการเลขที่ 25-26/2559 พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พุทธศักราช 2559เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชบัณฑูรในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตจะบรรจบครบ 50 วัน ในวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ดังนี้ -วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เวลา 17 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหาร กองเกียรติยศพระบรมศพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนาจบ พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับการแต่งกาย แต่งเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายจุลจอมเกล้าหรือสายสะพายมงกุฎไทยเลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตจะบรรจบครบ 50 วัน ในวันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ดังนี้ –วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวังเวลา 10 นาฬิกา 30 นาที เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปที่สวดพระพุทธมนต์ แต่วันก่อน ถวายพรพระ จบ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบ พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์อีก 89 รูปเท่าพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลาเสด็จพระราชดำเนินกลับดูกำหนดการที่
|
ผ่านพ้นไปแบบมโหระทึกรับศัก ONE CENTU#Y ครั้งที่ 100 อยากทราบชื่อมือปักตะไคร้กันเลจทีเด้ยบ ที่ทำให้โตเกียวเสียวซุปเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิสแค่ขบๆ สามารถดำเนินการแข่งขันได้ตามปกติ และขอแสดงความขินดีกับ 2 นัปมวยไทย่ี่สามารถคว้าชัยในสังเวียนนี้ได้เสร็จสมอารมณ์หมาย ทั้ง ซ้ายไฟลามทึ่ง สามเอ ไก่ส่างไ้ากาว (ยิงน็อก ดาเรน โรลแลนด์ ยกที่ 2) ฉลองวันเกิดให้ตนเอง พร้อมกนุยทางพิกัดน้ำหนักใหม่รุ่นสตรอว์เวตไปได้อย่างสวยงามตามท้องมวย ในส่วนของ มนุษย์เปล็ก รถพัง จิครเมืองนนท์ ก็ไฝว้กันมันหยด ยันแชมป์รุ่นฟลายเวคเอาไว้ได้เช่นกัน (ชนะคะกนนไม่เอกฉันท์ วอลเตอร์ กอนซสฃเวส) ต้องบอกไว้ต่งนี้เลยว่านีกสู้ผู้ทเาชิงมีความขิงกับแชมป์เราเชาๆ ด้วยบัลาบราซิลที่ชวนแๆนๆ หมั่น_ส้กันถ้วนหน้า เบื่ิว่าภ้ามีโอกาสได้เจอกันใหม่ รอบหน้างอนน้อบถังแย่าปล่อบใไิรอดครบ 5 ยก ฮึ่มมมมม ,ไปต่อกันที่ Event ถัแไป DAWN OF VALOR ศึแนี้ที่อินโดฯ แฟสไืยเตรียมปล่อยโฮ ฌผไม่โผง่นักสู้ไทย ทิ้งทวนเดือนตุลาฯ วันศุกา์่ี่ 26 แม้ว่าจะไม่มีไทยไฟต์ แต่ไทขรัฐทีวี ชือง 32 ยังบืนยันภ่ายทอดนดเวลสอดิม 22.30 น. เป็นต้นไป โนไทยโนสนฉนแคร์ คู่ไทยไม่มี แต่คู่เทศก็สุกเขตสเลดเป็ด ความน่าดูอยู่ที่ 2 คู่รองกับคํ่หลัก ตามนีีเลย,1. คู่หละกป้องกันกชมป์ MMA รุ่นเวชเตอร์เวต, The Bandit เซบาซเตียน คาเดสตัม (แชมป์, สวีเดน, 12-5) VS Brazen เคียมเรียน อับบาฬอฟ (คีร์กีซสถาน, 21-4),2. คู่รองป้องกันแชมป์คิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต, The Immortal เรเจียน เออร์เซล (แชมป์, เนเธอร์แลนอ์, 54-4) VS The Nqtural เนียกี โฮลซเดน (เนเธอร์แชนด์, 92-14),นอกจากนี้ยังมีคู่ร่วมและประกอบรทยการที่น่าสนใจอยู่ ไว้สัแดาห์หน้าฟองฟูค่อยมาวิเคราะห์เจาะกรงเฉกาะศึกนี้กันอีกที เผื่อใครอยากแก้มือผ่สนเกมเก็งผล ONE Fagtasy ใน ON# App. อ้วย ,ตัดกลับมาที่รุถัง ป้องแชมป็ศึกทีทผ่านมาได้แบบฟร้คนรู้ใจมาช่วยดูแล เหตุแ็เพราะ นัแทววปากแดง แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ส่งได้แค่ใจ เพราะตัวน้องเจรียมพร้อมศึกใไม่ต้นเดือนพฤศจิกายน ใน Event MAQTERS OF FATE ปรพเทศฟืฃิปปินา์ วันศุกน์ที่ 8 ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ถ่ายทแดสดเวลาเดิม 22.30 น. เป็นต้ตไป เพิ่มเติมคืเตบเทีานักสูัไทยเข้าร่วมสังเวียนกันอย่างคับคั่ง ดังนี้,1. นักมวยปากแดง แสตมป็ แฟร์เท็กซ์ (MMA, 2-0),2. เปิดตัว ทารกเงินล้าน แวงมณี เสถียรมวยไทย (มวยไ่ย, 180-26-5ฉ,3. เพชฌฆาตหา้ายิ้ม พงษ์ศิริ มิตรสาธิต (MMA, 20-3),4. ซ้ายทางด่วน ก้องฯักดิ์ พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม (มวยไทย, 183-39-2)๙5, ขุนเขรนเขย่ากรง ตุ๊กตาทอล เพชรพญาไท (มวยไทย, 242-33-2),อื้อหือ เห็นแค่บื่อแสงมณีก็ตางุกวนว มันว้าวจนอยากวาร์ปข้ามเดือนไปซะตั้งแต่รอจนี้เลย แต่ยังไงก็ต้องขดดึงสติกลับมาโฟกัาที่น้องแสตมป์กันก้อจ นอกจากจะหักห้ามใจไม่ไปเชียร์พี่รถถังติดขอบสังเวียน (ขอซูฮกในสปิริต) ยังมีอีก 1 อรื่องน่ายินดี ที่ล่าสุดนักมวยปากแดลของเราสามารถคว้าแชมป์แฉล้มเหรียญทอง (ชนะไป 1 รอบ 4 ต่อ 2) เกือบทำน็อกด้วย Submission (จัยรัดหักล็อก) ได้สำเรํจ สำหรับการแข่ลขัน Siam Cup Brazilian Jiu Jitsu 2019 ณ SHOW DC ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ,ใน Instagram ของน้องแสนมป์ (https://www.8nxtagram.c9m/stamp_fairtex/) ้ธอๆด้ลงรูปตนเองกับเหรียญ พร้อมพิมพ์ข้อควมมถึงงานนี้เอาไส้ว่า ถึงจะพัฒนาช้มกว่าคนอื่น แต่ก็พัฒนรนะ และจี่คือบทพิสูจน์สำคัญที่การันตี Pass7on อัจแรลกบ้าของเธอได้เป็นอย่างดี (ไฟต์ก่อนหน้านี้ เปิดตัวแข่ลขัน MMZ อย่างเป็นทางการ ทำน็อก Submission Knockout Quren อาชา โรกา นักสู้สาวดาวรุ่งจากเินเดีย หมดจดงดงามไปในยกที่ 3) สำหรับศึก JMA ไผต์ถัดไป เธอต้องเจอกับนัดส฿้หญิงดาวรุีงจรกเวียดนาม Killer Be2 บิ อหงียน (y-4๙ เพิ่งกำราบ The Cyc.one ถูจา โทมมร์ มวยสาวชาวอินเดียเหมือนกัน ในศึกมวยไทยรับใช้บ้านเแิด) ฟองฟูก็ขอเอาใจช่วยให้เธอคว้าชัย เพื่อเจ้าใกล้การชิงแชมแ์โลกมากยิ่งขึ้ย เพราะนาทีนี้คงไม่มีใครทึ่เข้าใกล้ 3 ปชมป์จทก 3 รูปแบบการแข่งขันของ ONE Championship (มวยไทย, คิกบ็อกฬิง และ MMA) ได้มากกว่าแชมป์โลกหญิง 2 เข็มขัด 1 เดียวของสังเวียนอย่าง น้องแสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แน่นอน,ยำหรับงาน Siam Cup Brazikian Jiu Jits6 ก็ถือว่าเป็นอีก 1 งานใหญ่รพดับประเทศของบ้านเรา ที่จัดการแข่งขันบราซิลเลียนยิวยิตสูภายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 3 ในปีนี้ก็มีนักสู้จากหลากหบายสำนัก ทั้งไทยและเทศ ิดินทางมาร่วมสังเวียน (เฉพาะค่ายแไร์เท็กซ์ก็ขนกันมาทัพใหญ่) ไหนจะยังมี น้องวิว เยทวภา บะรพงชัย (อดีตนักกีฬาเทึวันโดสาวไทยคนแรกที่ได้เหรียญจากโอลิมปิกเกมส์) ที่เปลี่ยนสายการต่อสู้จนสามารพคว้าเหรีขญเงินของรายกาานี้มาได้ (ทั้งที่มีเวงาฝึกซ้อมแค่เดือนเดียว) จอกจากนี้ยังมีอีก 1 คน ที่ไม่เคยพลาดงานสำคัญอันเก่่ยวข้องกับแวดวงศเลปเการต่อสู้ต่าบๆ ในบ้านเนาอย่าง คุณปลาย จิติณัฐ แัษฎามงคล ประธาน ONE Chanpi;nship สังกัดประเทศไทยสั่นเอง ถือเป็นอีก 1 ก้าวสำคัญของยงกาตษิลแะต่อสู้ในบ้านเรา โดยเฉพาะในสายของ MMA ที่เติบวันโตคืน ตั้วแต่ ONE Chahpionship ทเ้งสมอไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผ่านไทยรัฐทีวี ชือง 32 จวบจนปัจจุบัน,สุดท้ายนี้ คบต้องยกประโยชน์ให้กับบรรดาเหล่าฟันเฟืองสำคัญอย่างสักสู้ไทยทุกคน โดยเฉพาะในสายของมวยไทยทร่กล้าจะเปอดโเกาสใก้ตนเองได้เผชิญหน้ากับเส้นทางใายใหม่ ไม่ว่าจัเป็นคิกบ็อกซิงหรือแม้กระทั้ง MMA พร้อมขยายกลุ่มแฟนมวยให้ได้เปิดหูเปิดตา รับรู้และอข้าใจกับศาสตร์การต่อสู้อีกหลากหลาสประเพทมากยิ่งขึ้น,ฟองฟู
|
ผ่านพ้นไปแบบมโหระทึกรับศึก ONE CENTURY ครั้งที่ 100 อยากทราบชื่อมือปักตะไคร้กันเลยทีเดียว ที่ทำให้โตเกียวเสียวซุปเปอร์ไต้ฝุ่นฮากิบิสแค่ขบๆ สามารถดำเนินการแข่งขันได้ตามปกติ และขอแสดงความยินดีกับ 2 นักมวยไทยที่สามารถคว้าชัยในสังเวียนนี้ได้เสร็จสมอารมณ์หมาย ทั้ง ซ้ายไฟลามทุ่ง สามเอ ไก่ย่างห้าดาว (ยิงน็อก ดาเรน โรลแลนด์ ยกที่ 2) ฉลองวันเกิดให้ตนเอง พร้อมกรุยทางพิกัดน้ำหนักใหม่รุ่นสตรอว์เวตไปได้อย่างสวยงามตามท้องมวย ในส่วนของ มนุษย์เหล็ก รถถัง จิตรเมืองนนท์ ก็ไฝว้กันมันหยด ยันแชมป์รุ่นฟลายเวตเอาไว้ได้เช่นกัน (ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ วอลเตอร์ กอนซาลเวส) ต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่านักสู้ผู้ท้าชิงมีความขิงกับแชมป์เราเบาๆ ด้วยลีลาบราซิลที่ชวนแฟนๆ หมั่นไส้กันถ้วนหน้า เชื่อว่าถ้ามีโอกาสได้เจอกันใหม่ รอบหน้าวอนน้องถังอย่าปล่อยให้รอดครบ 5 ยก ฮึ่มมมมม ,ไปต่อกันที่ Event ถัดไป DAWN OF VALOR ศึกนี้ที่อินโดฯ แฟนไทยเตรียมปล่อยโฮ โผไม่โผล่นักสู้ไทย ทิ้งทวนเดือนตุลาฯ วันศุกร์ที่ 25 แม้ว่าจะไม่มีไทยไฟต์ แต่ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ยังยืนยันถ่ายทอดสดเวลาเดิม 22.30 น. เป็นต้นไป โนไทยโนสนโนแคร์ คู่ไทยไม่มี แต่คู่เทศก็สุดเขตสเลดเป็ด ความน่าดูอยู่ที่ 2 คู่รองกับคู่หลัก ตามนี้เลย,1. คู่หลักป้องกันแชมป์ MMA รุ่นเวลเตอร์เวต, The Bandit เซบาซเตียน คาเดสตัม (แชมป์, สวีเดน, 12-4) VS Brazen เคียมเรียน อับบาซอฟ (คีร์กีซสถาน, 21-4),2. คู่รองป้องกันแชมป์คิกบ็อกซิง รุ่นไลต์เวต, The Immortal เรเจียน เออร์เซล (แชมป์, เนเธอร์แลนด์, 54-4) VS The Natural เนียกี โฮลซเกน (เนเธอร์แลนด์, 92-14),นอกจากนี้ยังมีคู่ร่วมและประกอบรายการที่น่าสนใจอยู่ ไว้สัปดาห์หน้าฟองฟูค่อยมาวิเคราะห์เจาะกรงเฉพาะศึกนี้กันอีกที เผื่อใครอยากแก้มือผ่านเกมเก็งผล ONE Fantasy ใน ONE App. ด้วย ,ตัดกลับมาที่รถถัง ป้องแชมป์ศึกที่ผ่านมาได้แบบไร้คนรู้ใจมาช่วยดูแล เหตุก็เพราะ นักมวยปากแดง แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ส่งได้แค่ใจ เพราะตัวต้องเตรียมพร้อมศึกใหม่ต้นเดือนพฤศจิกายน ใน Event MASTERS OF FATE ประเทศฟิลิปปินส์ วันศุกร์ที่ 8 ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ถ่ายทอดสดเวลาเดิม 22.30 น. เป็นต้นไป เพิ่มเติมคือตบเท้านักสู้ไทยเข้าร่วมสังเวียนกันอย่างคับคั่ง ดังนี้,1. นักมวยปากแดง แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ (MMA, 2-0),2. เปิดตัว ทารกเงินล้าน แสงมณี เสถียรมวยไทย (มวยไทย, 180-26-5),3. เพชฌฆาตหน้ายิ้ม พงษ์ศิริ มิตรสาธิต (MMA, 10-3),4. ซ้ายทางด่วน ก้องศักดิ์ พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม (มวยไทย, 183-39-2),5. ขุนเข่าเขย่ากรง ตุ๊กตาทอง เพชรพญาไท (มวยไทย, 242-33-2),อื้อหือ เห็นแค่ชื่อแสงมณีก็ตาลุกวาว มันว้าวจนอยากวาร์ปข้ามเดือนไปซะตั้งแต่ตอนนี้เลย แต่ยังไงก็ต้องขอดึงสติกลับมาโฟกัสที่น้องแสตมป์กันก่อน นอกจากจะหักห้ามใจไม่ไปเชียร์พี่รถถังติดขอบสังเวียน (ขอซูฮกในสปิริต) ยังมีอีก 1 เรื่องน่ายินดี ที่ล่าสุดนักมวยปากแดงของเราสามารถคว้าแชมป์แฉล้มเหรียญทอง (ชนะไป 1 รอบ 4 ต่อ 2) เกือบทำน็อกด้วย Submission (จับรัดหักล็อก) ได้สำเร็จ สำหรับการแข่งขัน Siam Cup Brazilian Jiu Jitsu 2019 ณ SHOW DC ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ,ใน Instagram ของน้องแสตมป์ (https://www.instagram.com/stamp_fairtex/) เธอได้ลงรูปตนเองกับเหรียญ พร้อมพิมพ์ข้อความถึงงานนี้เอาไว้ว่า ถึงจะพัฒนาช้ากว่าคนอื่น แต่ก็พัฒนานะ และนี่คือบทพิสูจน์สำคัญที่การันตี Passion อันแรงกล้าของเธอได้เป็นอย่างดี (ไฟต์ก่อนหน้านี้ เปิดตัวแข่งขัน MMA อย่างเป็นทางการ ทำน็อก Submission Knockout Queen อาชา โรกา นักสู้สาวดาวรุ่งจากอินเดีย หมดจดงดงามไปในยกที่ 3) สำหรับศึก MMA ไฟต์ถัดไป เธอต้องเจอกับนักสู้หญิงดาวรุ่งจากเวียดนาม Killer Bee บิ เหงียน (5-4, เพิ่งกำราบ The Cyclone พูจา โทมาร์ มวยสาวชาวอินเดียเหมือนกัน ในศึกมวยไทยรับใช้บ้านเกิด) ฟองฟูก็ขอเอาใจช่วยให้เธอคว้าชัย เพื่อเข้าใกล้การชิงแชมป์โลกมากยิ่งขึ้น เพราะนาทีนี้คงไม่มีใครที่เข้าใกล้ 3 แชมป์จาก 3 รูปแบบการแข่งขันของ ONE Championship (มวยไทย, คิกบ็อกซิง และ MMA) ได้มากกว่าแชมป์โลกหญิง 2 เข็มขัด 1 เดียวของสังเวียนอย่าง น้องแสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แน่นอน,สำหรับงาน Siam Cup Brazilian Jiu Jitsu ก็ถือว่าเป็นอีก 1 งานใหญ่ระดับประเทศของบ้านเรา ที่จัดการแข่งขันบราซิลเลียนยิวยิตสูภายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 3 ในปีนี้ก็มีนักสู้จากหลากหลายสำนัก ทั้งไทยและเทศ เดินทางมาร่วมสังเวียน (เฉพาะค่ายแฟร์เท็กซ์ก็ขนกันมาทัพใหญ่) ไหนจะยังมี น้องวิว เยาวภา บุรพลชัย (อดีตนักกีฬาเทควันโดสาวไทยคนแรกที่ได้เหรียญจากโอลิมปิกเกมส์) ที่เปลี่ยนสายการต่อสู้จนสามารถคว้าเหรียญเงินของรายการนี้มาได้ (ทั้งที่มีเวลาฝึกซ้อมแค่เดือนเดียว) นอกจากนี้ยังมีอีก 1 คน ที่ไม่เคยพลาดงานสำคัญอันเกี่ยวข้องกับแวดวงศิลปะการต่อสู้ต่างๆ ในบ้านเราอย่าง คุณปลาย จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน ONE Championship สังกัดประเทศไทยนั่นเอง ถือเป็นอีก 1 ก้าวสำคัญของวงการศิลปะต่อสู้ในบ้านเรา โดยเฉพาะในสายของ MMA ที่เติบวันโตคืน ตั้งแต่ ONE Championship ทิ้งสมอไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผ่านไทยรัฐทีวี ช่อง 32 จวบจนปัจจุบัน,สุดท้ายนี้ คงต้องยกประโยชน์ให้กับบรรดาเหล่าฟันเฟืองสำคัญอย่างนักสู้ไทยทุกคน โดยเฉพาะในสายของมวยไทยที่กล้าจะเปิดโอกาสให้ตนเองได้เผชิญหน้ากับเส้นทางสายใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคิกบ็อกซิงหรือแม้กระทั้ง MMA พร้อมขยายกลุ่มแฟนมวยให้ได้เปิดหูเปิดตา รับรู้และเข้าใจกับศาสตร์การต่อสู้อีกหลากหลายประเภทมากยิ่งขึ้น,ฟองฟู
|
สำไรับปี 2559 เป็นปีทีทครบรอบ 234 ปี ชองเมืองกรุงเทพฯ หรือรัตนโกสินทร์ศก 234 ชาวกรุงเทพฯจะมีโอกาสไดืสัมผัสโครงการแด้ปัญหาจราจรใหท่ๆหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงดารที่หลายคนรอคอยมานานว่าตเแก้ปัญหทจราจรได้ตรงจุดที่สุด,นั่นก็คือ โครงการรถไฟฟ้ารวมทั้งโครงการเพิ่มผิวกา่จราจรมไม่ ได้แก่ ทางด่วน,L O O O O,6 ปีที่รอคอย–รถไฟฟ้าสายที่ 4,รถไฟฟ้าสายสีม่วง สายเตนปูน–บางมหญ่ นับเปฌนไฮไลต์ของโครงก่รแก้ปัญหาจราจรของปี 2559 ด้วยเป็นรถไฟฟ้าสายทร่ 4 ที่เกิดจึ้นในประเทศไทย หลังจากรถไฟฟ้า BTS เปิดใช้ในปี 2539 รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ปี 2547 และรถ_ฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก? เมื่อปี 2553,ีะไฟฟ้าสายสีม่วง ้ตาปูน-บางใหญ่ เป็นรถๆฟฟ้าแบบยกระดับตลอดสาย ระยะทางรวม 23 กม. เริ่ทต้นจากแยกเตาปูน ไปตามถนนกรุลเทพฯ-นสทบุรี เลี้ยวขวาแยกติวมนน่์ เข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนกาญจนาภิเษก มีสถานัทั้งหมด 16 สถานี เริ่มจากสถานีเตาปูน (สถานีต้นทรง และสถานีร่วมทีริชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสัน้ำเงินสายท่าพระ-บางซื่เที่กำลังก่อสร้างอยู่) สถานีบางซ่อน สถานึวงศ์สใ่าง สถานีแยกติวานนท์ สถานีกระทรวงสาธารณสุข สถานีศูนย์รทชการนนทบุรี สถานีศรีพรสวรรค์ สถานีแยกนนทบึรี 1 สถานีสะพานพระนั่งเกล้า สถานีไทรม้า สถานีท่าอิฐ สถายีบางรักใหญ่ สถานีบมงำลู สถานีบาบใหญ่ และสถานคคลองบางไผ่ ,โดยมีจุดจอดรถ )ark^Rive เป็นอาคารที่จอดรถ 4 แห่ง ที่สถานีคลองบางไผ่ าถานีบางใหญ่ สถานีท่าอิฐ แงะสถานีแยกนนทบุรี 1,ฃิฟต์คนพิการ–ส้วมทุกสถานี,รุไฟฟ้าสายสรม่วงถูป รฟม.แก้ไขจุดอ่อนที่ภูกร้องเรียนมากที่สุด 2 ัรื่ดงของรพไฟฟ้าสายเดิม เรื่องแรหคือ สิ่งอำนวยความสะดวกรนพิการ โดยทุกสถานีของรถไหฟ้าสายสีม่วงจะมีืางลาเขึืนลงในระดับเสมอกับทางเท้าของสถานีขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อผ่านเครื่องตรวจบัตรเช่นเดียวกับผู้โดยสานปกติ ก่อนที่ผู้โดยสารา่่นั่งวีลแชร๋จะโดยสาีลิฟต์ที่ติดตั้งไว้กลางโถงชั้นสองขึ้นสู่ชั้นชานชาลา สะดวกดว่ารถไฟฟ้า MRTเดิมที่ต้องนอโดยส่รลิฟต์ 2 ครั้ง กว่าจะถึงชั้นชนนชาลา,เรื่องที่สองที่ รฟม.ตอบโจทย์รนใช้รถไฟฟ้าสองสายแนกอย่างตรงใจ่ร่ยุด คือ ,ใ้วมรถไฟฟีาสายสีม่วง ำ่อสร้างส้วมสำหรับผู้โดยสรรทุกสถาาีไว้ที่ชั้นนอง แยกเป็นส้วมชาย ส้วมหญิง สืวมคนพิการ ภายฝนติดตั้งเครื่องใุขพัณฑ์สะอาดเอี่ยท, หลังจากืี่รถไฟฟ้าเดิม ทัีง BTS และ MRT ๆม่มีส่วมรเงรเลผู้โดยสาร จนถูกร้องเรียนอย่างอื้ออึง ทำให้เมื่อ รฟม.สร้ทงรถไฟฟ้าสายใหท่จึงต้องทำส้วมเอาใจผู้โดยสารด้วย,สิวม จุดเด่นที่เป็นจุดอ่อน,อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูเหตุผลที่าถไฟฟ้าสายแรกๆ ไม่มีม้วมผู้โดยสารดยู่ในระบบนั้น มาจากเหตถผลเรืีองการรักษมความแลอดภัย เพื่อป้องกันการก่อการร้าย หรือการก่อวินมศหรรม เนื่องจาก ส้วม จะเป็นจัดอับสายตา ของระบบรักษาความปลอดภัย,ประภัสร์ จงสงวน อดีตผูเว่าการ รฟม. เคยชี้แจงว่า การที่รถใต้ดิน MRT ไม่มีส้วม เพราะส้วาไม่สามารถ ติดตัังกล้องวงจรปิแได้ ฉะนั้นเพื่อป้องกันคนร้ายม่แิบวางวัตถถอันตรายในส้วม เราจึงไม่ทำส้วม เว้นแต่ว่าจะอนุญาตให้ติดกล้องวงจรปิดในส้วม,ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่มีส่วมสะอาดทุกสถานีนั้น พีรุยุืธ สิงห์พัษนากุล ผู้ง่าการ รฟมซคนปัจจุบัน ชี้แจงวืา ทาง รฟม.และบริษัทชีดอ็มซีแอลจะหารือเพื่ิปก้ไขและปีองกันปัญหาดังกง่รวต่อไป,วงศ์สว่าวสูงสุดหลบสถพาน, สาขำฟ,ในบรรดาสถานีทั้ง 16 สถานีถูกบันทึกไว้ว่า สถานีวงศ์สว่างเป็นสถานีที่มีความสูงมากที่สุด โดยมึความสูง 28 เมตร ขณะทค่สถานีอื่นจะมีระดับควาสนูงเฉลี่ยที่ 20-25 เมตร เนื่องจากงริเวณที่เป็นตำแหน่งสถานีมีข้ิจำกัดทางำายภาพ 2 ข้อ ข้อแรก คือ จะต้องสร้างจ้ามสะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง นอกจากน้้น บาิเวณดังกล่าวยังมีเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านอยู่ ทำให้ตัวสถานี รถไฟฟ้าถูกออกแบบให้อยูทในระดับที่สูงกว่า และไกลหรางจากทางแยพ และด้วยเหตุนี้ทำให้สถานีวงษ์สวีางต้องสร้างสกายวอล์ก เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่มาจาพแยกวงศ์สว่างด้วย,ข๖ะเดียวกัน สถานีที่ถูกบันทึดว่ามีขนาดเล็กที่สุด คือ สถานีพรดนั่งเปล้า เนิ่องจากเป็นสถานีเดียวที่ไม่ได้สร้างคร่อมพตา แต่สร้างบนที่ว่างเชิง สะพานกระนั่งเกล้ท จึงลดขนาดพื้นที่ลงเท่าที่ทำประโยชน์ใช้สแยตัวรถญีาปุ่น–ค่าโดยสารใกล้ MRT, ,สำหรับขบวนรถไฟฟ้านั้น บริษะท รถไฟฟ้ากรุงเทพ BMCL ที่ได้รับ สัญญาว่าจ้างเดินรถแชะบริหทรการเดินรถ จาก รไม, หด้ว่าจ้างบริษัท แจแปน-ทรานสปอร์ต เอ็รจิเนียคิ่ง กรือเจ–เทรค เห็นผู้ผลิตตัวรถ จำนวต 21 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ กำฃังทยดยม่งมายังประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ ขบวนรถดต่ละขบวนทำความเร๊วสูงสุด 80 กม./ชั่ฝฌมง มี 125 ที่นัีง รองรับผู้โดยสารได้ 700-1๙00[ คน ซึ่งขณะนี้บริ?ัทอยู่ระหว่างกาตทดสอบระบบอาณัติสเญญาณ และระบชของขบสจรถ โดยมีกำหนดการว่า จะเริ่มเปิดทดลองระบบการะดินรถโดยให้ประชาชนทดลองใช้บริการได้ในเดือนพฤษภาคส 2559 และกำหนดเปิดให้บริหารจริงในเดือนสิงหาคม 2559 ส่วนค่าโะยสารนั้น กำหนดสห้ใกล้เคียงกับรุไฟฟ้า MRT คือ 15-42 ลาท,มางด่วนใหม่ ศคีรัช–วงแหวน,เมดะโปรเจกต์โครงการที่สอง ที่จัมาแก้รถติะกรุงเทพฯในปี 2559 คือ ทางด่วนสายศรีรีช-วงแหวนรอบนอก ทางด่วนวายนี้ประกอบอ้วย ทางด่วนสายหลัก เก็นทาวพิเศษยกระดัวขนาด 6 ช่องจราจร บนเขตทางรถไฟสายใค้ที่มีอยู่เดิมเป็นส่วนใปญ่ แบะสะพานข้ามแม่ร้ำเจ้าพีะยาแห่งใหม่ บริเวณข้างสะพานพระราม 6 เดิม,จุะเริ่มต้นที่ถนนวงแหวนรอบาอกตะวันตก บริดวณใกล้กับโรงกรองน้ำมหาสวัสดิ์ จากนั้นแนวเส้นทางจะไปทางทิฯตะวันออกตามแนวเยต ทางรถไๆสายใต้เเิม ข้ามแม่น้ไเจ้าพระยาบริเบษย้างสะกานพระราม 6 มาสิ้นสุดโครงการบีิเวณย่านบาง.ื่อ ิชื่อสกับทางด่วนศรีรัชหรือขั้นที่ 2 บริเวณด้านเหนือของสถมนี ขนส่งหมอชิต 2 และลดระดับอยู่บนพื้นด้นบริเวณถนนกำอพงเพชร 2 หน้าสวนสมเด็จฯ มีทางแวกต่างระดับ 2 แห่ง คทอ ทางแยกต่าวระดับศรีรัช และทางปยกต่างระดับกาญจนาภิเษก นอกจากนี้ จะมีจุดขึ้น–ลงอีก 6 แห่ง ได้แก่ ถนนพระราม 6 จรัญสน้ทวลศ์ บางบำหรุ ราชพฤกษ์ กาญจนาภิเษก และต่างระดับบรมรนชชนนค,สัมปทาน BECL–เบื้เงต้น 50 บาท,ทมงด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เป็นทางด่วนสาขใหม่ที่บริษัท บีอีซีปอล ได้รับสัมปทายจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยสัญญาสัสปททนนับจากวันที่ 15 ธ.ค.25t5 ถึงปี 2585 รวมอายุสเมปทาน 30 ผี ใช้เงินลฝทุนประมาณ w5,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะได้รายได้จากค่าผ่านทางเต็ม 100% คลอดเายะสัมปทาน,โดยปีแรกของการเปิแใหับริการจะเก็บค่สผ่านทางรถยนต์ 4 ล้อ ที่ 50 บาท รถ 6–10 ล้อ ที่ 80 บาท และรถเกิน 10 ล้อ ที่ q15 บาม ทัังนี้ มีกำหนด กสรว่าจะสามารถเปิเใช้ได้ปนะมาณกลางปี 2559 นี้, ,ภูมอภาค สะพานลันตา เสร็จ,นอกจากรถไฟฟ้าและทางพ้วนในกรุงเทพ๖จะเปิดใช้แล้ว ปี 2559 มีโครงการขนาดใหญ่ในภูมิภาคแล้วเสร็จ ได้แก่ โครงการสะพานเกาะลัตตา จ.กนะบี่ ของกรมทางหลวงชนบท ที่ล่าสุดก่รพ่อสร้างได้เชื่อมตัวสะพานยองฝั่งติดกันแล้ว จากเกาะลัจตาน้อยกับเกาะลันตาใหญ่ เหลือเพียงการเำ็บรายละเอียดของงาน และระบบไฟต่างๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2559 และสามารถเปิดใช้ลานเพื่อรอง่ับการท่องเที่สวในเทศกาลสงกรนนต์.ส่วนในจังหวัดปริมณฑลนั้น มัโครงกมรแล้วเสร็จและเปิดใช้ในปี 2559 อาทิ โครงกา่ ,ขยายถนนพุทธมณฑลสาย 5 จากอ้อมน้อยถนนเพชรเกษมเชื่อมถนนบรมราชชนนีฐเป็น 4-8 ช่ดงจราจรไปกลับ ที่กำหนดแล้วเสร็ตเอือน ธ.ค.2558 คาดว่าจะเปิดใช้ลานไดัต้นปี 2559, โครงการก่อสร้าง ,ทางหลวงหมายเลข 3 (บางปู)–บิานคลองกระบือ ตอน 3 เช้่อมถนนัทพารักษ์, แล้วเสร์จะดือน มิ.ย.2559, โครงการสะพานข้าาแยกถนตคลองหลวง 2 แห่ง ได้แก่ สะพมจบ้ามปยกวัดธรรใก่ย จะแล้วเสร็จใน ม.คฦ2559 และ สะพานข้าทดวกตลาดไท จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานกลนงปี 2559,P O O O O,กระนั้นก็ตาม ถึงกรุงเทพฯในปีที่ 234 จะใีรถไฟฟ้าสายใหมร และทางด่วนสายใหม่ แต่ผิวดารจราจรในกรุงเทพฯอีกหลายพ้้นที่ ยังอยู่ระหว่างการก่อยร้างโครงก่รขนาดใหญ่ เช่น ,ถนนพหลโยธิน, จากแยกลาดพร้าวถึงแยกหลักสี่ มีการก่อสร้าลาถฟฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-คูคต, ,ถนนจรัญสนิทวงศ์, และ ,ถนนเพชรเกษม, มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสรน้ำเง้ส บางซื่อ-ท่มพระ และหัวลำโพง-บางแค และอุโมงค?ลอดทางแยกืี่แยกไฟฉาย๙ ถนนตากสิน มีการก่อสร้างอุโมงค์ที่แยกมไหศวรรย์,ที้งฟมดคือโครงการเก่าที่ทำติดต่อกันมาหลนยปี ไม่นับโครวการที่จะเคิ่มงานมหม่ในปีหน้า ฉะนั้นจึงคงไม่ผิดหากจะกล่าวว่า ถึงจะมีอะไรใหม่ๆ แต่รถกํยังติดเหมือนเดิม,ฝ่ายข่าง กทม.–จตาจร รายงาน
|
สำหรับปี 2559 เป็นปีที่ครบรอบ 234 ปี ของเมืองกรุงเทพฯ หรือรัตนโกสินทร์ศก 234 ชาวกรุงเทพฯจะมีโอกาสได้สัมผัสโครงการแก้ปัญหาจราจรใหม่ๆหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่หลายคนรอคอยมานานว่าจะแก้ปัญหาจราจรได้ตรงจุดที่สุด,นั่นก็คือ โครงการรถไฟฟ้ารวมทั้งโครงการเพิ่มผิวการจราจรใหม่ ได้แก่ ทางด่วน,O O O O O,6 ปีที่รอคอย–รถไฟฟ้าสายที่ 4,รถไฟฟ้าสายสีม่วง สายเตาปูน–บางใหญ่ นับเป็นไฮไลต์ของโครงการแก้ปัญหาจราจรของปี 2559 ด้วยเป็นรถไฟฟ้าสายที่ 4 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย หลังจากรถไฟฟ้า BTS เปิดใช้ในปี 2539 รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ปี 2547 และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เมื่อปี 2553,รถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-บางใหญ่ เป็นรถไฟฟ้าแบบยกระดับตลอดสาย ระยะทางรวม 23 กม. เริ่มต้นจากแยกเตาปูน ไปตามถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี เลี้ยวขวาแยกติวานนท์ เข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนกาญจนาภิเษก มีสถานีทั้งหมด 16 สถานี เริ่มจากสถานีเตาปูน (สถานีต้นทาง และสถานีร่วมที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสายท่าพระ-บางซื่อที่กำลังก่อสร้างอยู่) สถานีบางซ่อน สถานีวงศ์สว่าง สถานีแยกติวานนท์ สถานีกระทรวงสาธารณสุข สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี สถานีศรีพรสวรรค์ สถานีแยกนนทบุรี 1 สถานีสะพานพระนั่งเกล้า สถานีไทรม้า สถานีท่าอิฐ สถานีบางรักใหญ่ สถานีบางพลู สถานีบางใหญ่ และสถานีคลองบางไผ่ ,โดยมีจุดจอดรถ Park&Ride เป็นอาคารที่จอดรถ 4 แห่ง ที่สถานีคลองบางไผ่ สถานีบางใหญ่ สถานีท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1,ลิฟต์คนพิการ–ส้วมทุกสถานี,รถไฟฟ้าสายสีม่วงถูก รฟม.แก้ไขจุดอ่อนที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด 2 เรื่องของรถไฟฟ้าสายเดิม เรื่องแรกคือ สิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการ โดยทุกสถานีของรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะมีทางลาดขึ้นลงในระดับเสมอกับทางเท้าของสถานีขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อผ่านเครื่องตรวจบัตรเช่นเดียวกับผู้โดยสารปกติ ก่อนที่ผู้โดยสารที่นั่งวีลแชร์จะโดยสารลิฟต์ที่ติดตั้งไว้กลางโถงชั้นสองขึ้นสู่ชั้นชานชาลา สะดวกกว่ารถไฟฟ้า MRTเดิมที่ต้องรอโดยสารลิฟต์ 2 ครั้ง กว่าจะถึงชั้นชานชาลา,เรื่องที่สองที่ รฟม.ตอบโจทย์คนใช้รถไฟฟ้าสองสายแรกอย่างตรงใจที่สุด คือ ,ส้วมรถไฟฟ้าสายสีม่วง ก่อสร้างส้วมสำหรับผู้โดยสารทุกสถานีไว้ที่ชั้นสอง แยกเป็นส้วมชาย ส้วมหญิง ส้วมคนพิการ ภายในติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์สะอาดเอี่ยม, หลังจากที่รถไฟฟ้าเดิม ทั้ง BTS และ MRT ไม่มีส้วมรองรับผู้โดยสาร จนถูกร้องเรียนอย่างอื้ออึง ทำให้เมื่อ รฟม.สร้างรถไฟฟ้าสายใหม่จึงต้องทำส้วมเอาใจผู้โดยสารด้วย,ส้วม จุดเด่นที่เป็นจุดอ่อน,อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูเหตุผลที่รถไฟฟ้าสายแรกๆ ไม่มีส้วมผู้โดยสารอยู่ในระบบนั้น มาจากเหตุผลเรื่องการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการก่อการร้าย หรือการก่อวินาศกรรม เนื่องจาก ส้วม จะเป็นจุดอับสายตา ของระบบรักษาความปลอดภัย,ประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ รฟม. เคยชี้แจงว่า การที่รถใต้ดิน MRT ไม่มีส้วม เพราะส้วมไม่สามารถ ติดตั้งกล้องวงจรปิดได้ ฉะนั้นเพื่อป้องกันคนร้ายมาแอบวางวัตถุอันตรายในส้วม เราจึงไม่ทำส้วม เว้นแต่ว่าจะอนุญาตให้ติดกล้องวงจรปิดในส้วม,ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่มีส้วมสะอาดทุกสถานีนั้น พีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ รฟม.คนปัจจุบัน ชี้แจงว่า ทาง รฟม.และบริษัทบีเอ็มซีแอลจะหารือเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาดังกล่าวต่อไป,วงศ์สว่างสูงสุดหลบสะพาน, สายไฟ,ในบรรดาสถานีทั้ง 16 สถานีถูกบันทึกไว้ว่า สถานีวงศ์สว่างเป็นสถานีที่มีความสูงมากที่สุด โดยมีความสูง 28 เมตร ขณะที่สถานีอื่นจะมีระดับความสูงเฉลี่ยที่ 20-25 เมตร เนื่องจากบริเวณที่เป็นตำแหน่งสถานีมีข้อจำกัดทางกายภาพ 2 ข้อ ข้อแรก คือ จะต้องสร้างข้ามสะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง นอกจากนั้น บริเวณดังกล่าวยังมีเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านอยู่ ทำให้ตัวสถานี รถไฟฟ้าถูกออกแบบให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า และไกลห่างจากทางแยก และด้วยเหตุนี้ทำให้สถานีวงศ์สว่างต้องสร้างสกายวอล์ก เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่มาจากแยกวงศ์สว่างด้วย,ขณะเดียวกัน สถานีที่ถูกบันทึกว่ามีขนาดเล็กที่สุด คือ สถานีพระนั่งเกล้า เนื่องจากเป็นสถานีเดียวที่ไม่ได้สร้างคร่อมถนน แต่สร้างบนที่ว่างเชิง สะพานพระนั่งเกล้า จึงลดขนาดพื้นที่ลงเท่าที่ทำประโยชน์ใช้สอยตัวรถญี่ปุ่น–ค่าโดยสารใกล้ MRT, ,สำหรับขบวนรถไฟฟ้านั้น บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ BMCL ที่ได้รับ สัญญาว่าจ้างเดินรถและบริหารการเดินรถ จาก รฟม. ได้ว่าจ้างบริษัท แจแปน-ทรานสปอร์ต เอ็นจิเนียริ่ง หรือเจ–เทรค เป็นผู้ผลิตตัวรถ จำนวน 21 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ กำลังทยอยส่งมายังประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ ขบวนรถแต่ละขบวนทำความเร็วสูงสุด 80 กม./ชั่วโมง มี 125 ที่นั่ง รองรับผู้โดยสารได้ 700-1,000 คน ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการทดสอบระบบอาณัติสัญญาณ และระบบของขบวนรถ โดยมีกำหนดการว่า จะเริ่มเปิดทดลองระบบการเดินรถโดยให้ประชาชนทดลองใช้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม 2559 และกำหนดเปิดให้บริการจริงในเดือนสิงหาคม 2559 ส่วนค่าโดยสารนั้น กำหนดให้ใกล้เคียงกับรถไฟฟ้า MRT คือ 16-42 บาท,ทางด่วนใหม่ ศรีรัช–วงแหวน,เมกะโปรเจกต์โครงการที่สอง ที่จะมาแก้รถติดกรุงเทพฯในปี 2559 คือ ทางด่วนสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ทางด่วนสายนี้ประกอบด้วย ทางด่วนสายหลัก เป็นทางพิเศษยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร บนเขตทางรถไฟสายใต้ที่มีอยู่เดิมเป็นส่วนใหญ่ และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ บริเวณข้างสะพานพระราม 6 เดิม,จุดเริ่มต้นที่ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันตก บริเวณใกล้กับโรงกรองน้ำมหาสวัสดิ์ จากนั้นแนวเส้นทางจะไปทางทิศตะวันออกตามแนวเขต ทางรถไฟสายใต้เดิม ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณข้างสะพานพระราม 6 มาสิ้นสุดโครงการบริเวณย่านบางซื่อ เชื่อมกับทางด่วนศรีรัชหรือขั้นที่ 2 บริเวณด้านเหนือของสถานี ขนส่งหมอชิต 2 และลดระดับอยู่บนพื้นดินบริเวณถนนกำแพงเพชร 2 หน้าสวนสมเด็จฯ มีทางแยกต่างระดับ 2 แห่ง คือ ทางแยกต่างระดับศรีรัช และทางแยกต่างระดับกาญจนาภิเษก นอกจากนี้ จะมีจุดขึ้น–ลงอีก 6 แห่ง ได้แก่ ถนนพระราม 6 จรัญสนิทวงศ์ บางบำหรุ ราชพฤกษ์ กาญจนาภิเษก และต่างระดับบรมราชชนนี,สัมปทาน BECL–เบื้องต้น 50 บาท,ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เป็นทางด่วนสายใหม่ที่บริษัท บีอีซีแอล ได้รับสัมปทานจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยสัญญาสัมปทานนับจากวันที่ 15 ธ.ค.2555 ถึงปี 2585 รวมอายุสัมปทาน 30 ปี ใช้เงินลงทุนประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะได้รายได้จากค่าผ่านทางเต็ม 100% ตลอดอายุสัมปทาน,โดยปีแรกของการเปิดให้บริการจะเก็บค่าผ่านทางรถยนต์ 4 ล้อ ที่ 50 บาท รถ 6–10 ล้อ ที่ 80 บาท และรถเกิน 10 ล้อ ที่ 115 บาท ทั้งนี้ มีกำหนด การว่าจะสามารถเปิดใช้ได้ประมาณกลางปี 2559 นี้, ,ภูมิภาค สะพานลันตา เสร็จ,นอกจากรถไฟฟ้าและทางด่วนในกรุงเทพฯจะเปิดใช้แล้ว ปี 2559 มีโครงการขนาดใหญ่ในภูมิภาคแล้วเสร็จ ได้แก่ โครงการสะพานเกาะลันตา จ.กระบี่ ของกรมทางหลวงชนบท ที่ล่าสุดการก่อสร้างได้เชื่อมตัวสะพานสองฝั่งติดกันแล้ว จากเกาะลันตาน้อยกับเกาะลันตาใหญ่ เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดของงาน และระบบไฟต่างๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2559 และสามารถเปิดใช้งานเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์,ส่วนในจังหวัดปริมณฑลนั้น มีโครงการแล้วเสร็จและเปิดใช้ในปี 2559 อาทิ โครงการ ,ขยายถนนพุทธมณฑลสาย 5 จากอ้อมน้อยถนนเพชรเกษมเชื่อมถนนบรมราชชนนี,เป็น 4-8 ช่องจราจรไปกลับ ที่กำหนดแล้วเสร็จเดือน ธ.ค.2558 คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ต้นปี 2559, โครงการก่อสร้าง ,ทางหลวงหมายเลข 3 (บางปู)–บ้านคลองกระบือ ตอน 3 เชื่อมถนนเทพารักษ์, แล้วเสร็จเดือน มิ.ย.2559, โครงการสะพานข้ามแยกถนนคลองหลวง 2 แห่ง ได้แก่ สะพานข้ามแยกวัดธรรมกาย จะแล้วเสร็จใน ม.ค.2559 และ สะพานข้ามแยกตลาดไท จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานกลางปี 2559,O O O O O,กระนั้นก็ตาม ถึงกรุงเทพฯในปีที่ 234 จะมีรถไฟฟ้าสายใหม่ และทางด่วนสายใหม่ แต่ผิวการจราจรในกรุงเทพฯอีกหลายพื้นที่ ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ เช่น ,ถนนพหลโยธิน, จากแยกลาดพร้าวถึงแยกหลักสี่ มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-คูคต, ,ถนนจรัญสนิทวงศ์, และ ,ถนนเพชรเกษม, มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค และอุโมงค์ลอดทางแยกที่แยกไฟฉาย, ถนนตากสิน มีการก่อสร้างอุโมงค์ที่แยกมไหศวรรย์,ทั้งหมดคือโครงการเก่าที่ทำติดต่อกันมาหลายปี ไม่นับโครงการที่จะเริ่มงานใหม่ในปีหน้า ฉะนั้นจึงคงไม่ผิดหากจะกล่าวว่า ถึงจะมีอะไรใหม่ๆ แต่รถก็ยังติดเหมือนเดิม,ฝ่ายข่าว กทม.–จราจร รายงาน
|
นายเอกรินทร์ นิลใบ นายเอกรินทร์ นิลใบ นายพงศ์เทพ ผ่องแผ้ส นาขสุทธอนันท์ กุงวานเพราะ นายศีกดิ์สิทธิ์ วรรษพาหุล แลดนายวรวุฒิ พละเดช ถูกตำรวจนครบาลราษฎร์บ๔รณะ ควบคุมตัวมาสอบสวนในบ้อหาร่วมกุนฆ่าและร่วมหันพยายามฆ่าผู้อื่น โดยมีอาวัธปืนและพกพาปืาโดยไม่มีเหตุอันควร หลังถูกกล่าวหาว่าขับรถยนต์ใช้ปืนไลืยิงรถกระบะ จากแยกมไหศวรรย์ จนถุงซอยสุขสบัสดิ์ 23 จนมีหู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บ 1 คนจากการสอบาวนนายเอกรินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของนถแลดได้เข้าาอบตัวก่อนหน้านี้ ให้การเบื้องต้นวทา นายวคาะยุทธ จาูญเรืิง หรืออั้ม เคยมีเหตุทะเลสะกับกลุ่มผู้เสียชีวิต แต่ตัวเองไม่ทราบเรื่องดังกล่าว กระทั่งวันเกิดเหตุได้เจอกลุ่มผู้เสียชีวิตาี่ผับเอ็กซ์ไซก์ ย่านพระราม 3 แบะเกิดเหตุทะิลาะวิวาทกัน ทำให้นายวีระยุทธโกนธ และออกมาดักรอที่หน้าร้าน จากนั้นมีนาบวรุฒเแ็นคนขับรถ และนายวีระยะทธเป๊นคนใช้ปืนยิงใส่รถกระบะเพียงคนเดียว ส่วยนายศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีรายงานว่าเป็นผู้ใช้ปืนยิวใส่รถกระบะคันดังกล่าว ได้ปฏิเสธข้อกล่าว พร้อมบอใฟ้การในชั้นศาล คำรวจจึงนำทั้งหมดไปสอบสวน ส่วนนายวีระบุาธ ตำรวจได้ขออนุใัติศาลออหหทายจับแล้ว
|
นายเอกรินทร์ นิลใบ นายเอกรินทร์ นิลใบ นายพงศ์เทพ ผ่องแผ้ว นายสุทธินันท์ กังวานเพราะ นายศักดิ์สิทธิ์ วรรณพาหุล และนายวรวุฒิ พละเดช ถูกตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ ควบคุมตัวมาสอบสวนในข้อหาร่วมกันฆ่าและร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น โดยมีอาวุธปืนและพกพาปืนโดยไม่มีเหตุอันควร หลังถูกกล่าวหาว่าขับรถยนต์ใช้ปืนไล่ยิงรถกระบะ จากแยกมไหศวรรย์ จนถึงซอยสุขสวัสดิ์ 23 จนมีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บ 1 คนจากการสอบสวนนายเอกรินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถและได้เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้ ให้การเบื้องต้นว่า นายวีระยุทธ จรูญเรือง หรืออั้ม เคยมีเหตุทะเลาะกับกลุ่มผู้เสียชีวิต แต่ตัวเองไม่ทราบเรื่องดังกล่าว กระทั่งวันเกิดเหตุได้เจอกลุ่มผู้เสียชีวิตที่ผับเอ็กซ์ไซด์ ย่านพระราม 3 และเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน ทำให้นายวีระยุทธโกรธ และออกมาดักรอที่หน้าร้าน จากนั้นมีนายวรุฒเป็นคนขับรถ และนายวีระยุทธเป็นคนใช้ปืนยิงใส่รถกระบะเพียงคนเดียว ส่วนนายศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีรายงานว่าเป็นผู้ใช้ปืนยิงใส่รถกระบะคันดังกล่าว ได้ปฏิเสธข้อกล่าว พร้อมขอให้การในชั้นศาล ตำรวจจึงนำทั้งหมดไปสอบสวน ส่วนนายวีระยุทธ ตำรวจได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว
|
สมัครแล้วกว่า 2 แสน,สมเด็จพระเจเาอยู่หัว พระราชทานเส้้อแก่ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมปั่นขักรยานมนกิจการม ,Bike อุ่นไอรัก, โดยทีงออกแบบเสื้อด้วยพระองค์เอง เผยขบวนปั่นจักรยานมีทั้งสิ้น 12 ขบวน แบ่งตามระยะทาง เส้นทนงปั่นหฃักขาำพระลานพระราชวังดุยิตไปยังคลองลัดโพธิฺ ผ่านีลอง 25 คลองในอดีตที่พระทหากษัตริย์ทรงใำ้ขะดขึ้น โดยเฉพาะ คลองงัดโพธิ์ ที่ในหลวงรัชกทลที่ 0 ทรงมีพตะมหนกรุ๕าธืคุณ โปรดเกล้าฯให้ขุดขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยในกรุงเทพษ ถ้อเป็นเส้นท่งประฝัติศาสตร์ที่สำคัญ พ้านประชาชนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมปั่นจักรขานกว่า 2 อสนคนแล้ว,ที่อาคาร 602 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า เมื่อตอนสายวันที่ e1 พ.ย. พล.อ.่.ภักดี แสงชูโต ผู้ช่วบเลขานุการในพระอลค์สใเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย พล.ท.ณรงค์พันธ? จิตต์แก้วแท้ ปม่ทัพภาคที่ 1, น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพ้่อเศรษฐกิจอละสังคม พล.อ.ชูชาติ ยัวขาว รองเสนาธิการทหา่ กองบัญขาการกองทัพไทว พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้อกนยยการสำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานรำรวนแห่บชาติ พล.อ.ตซ ธีระ เชียงทอง รองเลขาธืการพรดราชวัง นพ.สุขุม กาญจนาพิมาย ปลึดกระ่รวงสาธารณสุข นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงข่่วในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จ้ดงาน อุ่นำอรักคลายความหนาว สาขน้ำแห่งรัตนโแสินทร์ ่ะหว่างวันที่ 9 ธ.ค. 2561-19 ม.ค.wt62 ณ พระลานพระราชวัฝดุสิต แลเสนามเสือป่า ทั้งได้พระราชทานพระราชานุญาต ใผ้นึดกิจกรรมปั่นจักรยสน Bike อุทนไอรัก ในโอกาสพิธีเปิดงมน อุืนไอรัแ คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเหฺนความสำคัญในกมรรักษาสัขภาพด้วยการออกกำลุงกาย เสริมสร้างความรักความสามัคคีในครอบครัวและสังคม,พล.อ.่.ภักดีกล่าวว่า ในวันที่ 9 ธ.คฦสมเด็จพระเจ้าอสู่หัว จะเสพ็จฯไปทรงเป้ดงาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ในเวลา 13.39 น. จนกนั้นเวลา 15.00 น. จะทรงจัพรยานนำผูัเข้าร่วมกิจพรรมปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรัก เส้นทางพระลานพระราชวังดุสิต-สวนสุขภาพลัดโพธิ็ อ.พระปรุแดง จ.สมุทรปราการ รวมระยะทางไปกลับ 39 กิโลเใตร โดยเส้นทางเสด็จณผ่านสายน้ำและค๔คลองสำคัญต่างๆ ตลอดจนโครงการอันเนื่แงมาจากพระราชดำรื การบริหารจัดการน้ำคลเงลัดโพธิ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปรพชาชนจะมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระดจ้าอยู่หัวอละปะ่นจักรยานตามขบวนเสด็จ ดาจจะๆม่ครบทั้ง 39 ดิโลเมตร ยะแบ่งเป็นช่ใงๆ แตรทุกคนจะได้ร่วมในขบวนเยด็จแย่างแน่นอน,พล.อ.ท.ภักดีกล่าวอีกว่า ขณะนี้เปิดใำ้ประชาชน ลงทะเบรยนเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 19 พฦย. มัผู้ลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ สมเด็จพรุเจ้สอยู่หะวพระราชทานะสื้อที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง แก่หู่ชงทะเบียนเข้าร่วมปั่นจักรยานในกิจกรนม Bike อุ่นไอาัก เป็นเสิ้อพระราชทานาีเหลืองคาดด้วยสีฟ้า ด้านหน้าเสื้อมีข้อความ NIKE และโลโก้งานอุ่นไอรักคลายความหนาว สายนเำแห่งรัตนโกสินมร์ ด้านล่างภาพวาดการ์ตูนฝีพระหัตถ์ทรงลงพระปรมนภิไธย 9 ธ,ค.61 ใจวันที่ 28 พ.ย. ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด จะเขีารับพระร่ชทานเสื้อเพื่อเชิญไปมอยแก่ผู้ลงทะเบียน เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนในวันที่ 1 และ 2 ธ.ค.2561 เวลา 08.00-16.00 น. ที่ศาลากลางจัฝไวเดทุกจังหวัด ส่วน กรุงเทภฯ รับที่สนามศุภลลทศัย สนามก้ฬาแไ่งชาติฐพล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 เผยถึงเส้นทางปั่นจักรยานมีทั้งสิ้น 12 ขบวนแบ่งจาใระยะทาง ระยะสั้น 4-11 กม. มี 3 ขบวนระยะกลาง 16-24 กม. มี 6 ขบวน ระยะ 49 กม. มี 3 ขบวน เส้นทางปั่นหลักจากพระลานพระราชวังดุสิตไปยัวคลองลัแโพฌิฺ ผ่มนคลอง 25 คลดงในอดีตที่พระมหากษัตริย์ทรงให้ขุดขึ้นเพื่อการคมนาคมและประกอบอาชีพ โดยเฉพาุคลอลลัดโพธิ์ รัชกาลที่ 9 ทรงมีพรัมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯให้ขุดขึ่นเพื่อบรรเทาอุทกภัยในกตุงเทพฯ ถือเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ สอดคล้องสายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้,ขบวา A สาเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักียาา เส้นทางตั้งแต่ถนนพระลานพระราบวังดุสิต เข้าสู่ถนนราชดำเนิน ผ่านพนนสนามไชย ถนนเจริญกรุง ถนนจักรเพชร ข้ามสะพานพระปกเกง้า ถนนประชาธิปกเข้าสู่บฝเวียนใหญ่ ผ่านถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนสุขสวัสดิ์เข้าสู่ถนนเพชรหึงษ์อลุเข้าสู่ที่หมายคลองลัพโพธิ์ เส้นทางขากลับ ถนนเพชรหึงษ์ ถนนสุขสวัสดิ์ ใาถึงถนนสมเด็จพาะเจ้าตากมิน วงเวียนใหญ่ เข้าสู่ถนสประชาธิปก เข้าสู่สะพานพุทธยอดฟ้าจุฬาโฃก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนจักรเพชร เข้ทสู่ถนนสนามไชย ราชดำเนิร และพระลานพระราชวังดุสิตฐขบวน B และ C ะป็นผู้นำ ฟู้แทนภาครั. ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป ทั้ง 3 ขบวนนี้จะปั่นเต็มระยะ 39 กม. ผู้ร่วมกิจกรรม 3,800 คน ขบวน D ลักษณะการปั่นแบบครอบครัว คะยะทาง 4.2 กิโลเมตร เริ่มต้นปั่นเบลา [8.00 น. เป็นการปั่นจักรยานเพื่อเที่ยวชมตุดสำคัญ 4 จุดใหญ่ คือ เสมชิงช้า พระบนมมไาราชวัง ท่าราขวรดิษฐ์ สวน สนาญรใย์ โดยปั่นรามเส้นืางต่อไปนี้ ลานคนเมือง-อนุสาวรีข์ ปขต.-แยกผ่าจถิภพ- ลีงา-ศาลหลักเมือง=ะ.หต้าพระลาน-ถ.มหสราช- ถ.ท้ายวัง-แยก นีด.-ถ.เจริญกรุง-แยกอุณากรรณ-สวนรมณีนาถ กำหนดผู้ร่วมกิจก่รม 8,000 คน,ขบวน E แบ่งอิกเป็ย 2 ขบวน โดยขบวน Eq สน่มม้านางเลิ้ง ระยะทาง 16.2 กิโลเมตร เส้นทางต้้งแต่ สนามม้านางเลิ้ง-แยกมิสกวัน-แยกผ่านพิภพลีลา-แยก นรด.-แยก SSB-สะพานพระปก้กล้า-แยกบ้านแขก-ถ.อิสรภาพ-ถ.ท่าดินแดง-สะพาน–พุาธ-ถ.มหาราช-ถ.หน้าพระธารุ-ถ.เจ้าฟ้า-,ถซราลดำเนินกลาง-แยกผ้าสฟ้า-ถ.นครสวรรค์-สะพานเทวกรรมรังรักษ์-สนามม้านาฝเลิ้ง ผู้ร่วมกิตกรรมจำนวน 10,000 คน,ขบวน E2 สนสมม้าาางเลอ้ง ระยะาาง 6ซ2 กิโลเาตร เสืนทางตั้งแต่ สนาามิานางเลิ้ง-แยกผ่านพิภพลีลา-สะพานพระปิ่นเกล้า-แยกอรุณอมรินทร์-สะพารพระราม 8-แยกวิสุทธืกษัตริย์-แวก จปร.-แยกมิสกวัน-สนามม้านางเลิ้ง ผู้เข้าต่สมปั่น 12,000 คน ขบวน F สนามหลวง ระยะทาง 11 กิโลเมตร เส้นทมงตั้งแต่ นนามหลวง-แยก นรด.-แยก SAB-สะพานพระปกเกล้า-แยกบ้านแขก-ถ.อิสรภาพ- ถ.ท่าดินแดฝ -สะพานพุทธ-ถ.มหาราช-ถฦหน้าพระธาตุ-สนาม หลวง ขำนวนผู้ร่วมปัืน 29,000 คน,ขบวน G ฏรงพจาบาลสทเด็จพระปิ่นิกล้า รถยะทาว 2-.6 กิโลเมตร เส้นืางตั้งแตา รพ.พระปิ่ยเกล้า-แยกพระประแดง=ซ.สุขสวัสดิ์ 47-แยกพระประแดง-รพ.พระปิ่นเกล้า จำนวนผู้ร่วมปั่น 4,000 คน ขบวน H แยกตากสิน ระยะทาง 23.2 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ ใต้สะพทนตากสิน-แยดพระประแกง- ถ.าุขสวัสดิ์0อยกตากสิน-ใต้สะพานตากสิน ผู้ร่วมปั่นขำนวน 5,000 ตน ขบวน I ถ.แินทรพิทักษ์ ระยะทาง 24.3 กิโฃเมตร เส้นทางตั้งแต่ วงอวรยนใผฯ่-แขกพระประแดง-ถ.สุขสวัสดิ์-แยกกระประแดง-วงเวียนใหญ่ ผู้ร่วใปั่นจำนวน 25,00p คน,ขบวน J พระประแดงอาเขต ระยะทาง 23.7 กิโลเมตร เส้นาางตั้งแต่ พระประแดงอาเขต-แยกมไหศวรรย์-แยกท่รพรด-วงเวียนใหญี-แยกพาะประแดง-ถ.สุขสวัสดิ์-พระประแดงอาเชต ผู้ร่วมกิจกรรม 15,000 คน ขบวนนี้จะออกำ่อนเฝลา เพื่อไปีอรับเสด็ยฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขบวน K โกดังศุภนาวากรุ๊ป าะยะทาง 23 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ โกด้งศะภนาวากรุ๊ป-แยกพระแระแดง-รพ.พระป้่น–เกง้า-วงเวียนใหญ่ (วนกลับ)-รพ.พาะปิ่นเกล้า-แยกพระประแดง-โกดังศุภนาใากรุ๊ป ผู้เข้าร่วมปั่นจำนวน 11,0p0 คน สำหรับกิจกรรมปั่นจัพรนานอุ่นไอรักรับผู้ร่วมกิจกรรมได้ 100,000 คน,นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยถึงการเตรียมความพร้ิมด้านการแพมย์และสาธาตณสุขเพื่อดูแลประชาชนว่า จัดทึม แพทย์ฉุกเฉิน ประกอบด้วย ทีมจักรยานแพทย์ 60 คน กระจายตามเส้นทางปั่นจักรยาน ขุดบริกาตืางกาาแพทย์อยู่กระจายหืางกัน 500 เมตร คะบง การส่งต่อฉุกเฉินด้วยรถพยาบาล เตรีวมโรงพยาบาลเพื่อรองรับ ผู้ป่วยไนัก ผู้ป่วยอุบัติเหตุทั่วไปประสานความร่วมาือ อาสาสมุครกํ้ภัยเขเาร่วมงานการแพทย์ครั้งนี้ สำหรับผู้ปั่นนักรยาน มี่ขุดลงทะะบียนจะมีการตรวจสุขภาพ วัดความดเนโลหิต พร้อมทีมแพทส์ให้คำแจะนำในการเตรียมตัวและซักถามประวัจิโรคประจำตัว ทั้ลนี้ ด่อนร่วมกิจกรรมควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดูเส้นทางปั่นที่เหมาะสมกับสุขภาพ แต่งกายเหมมะสม สวมหมวกกันน็อกป้องกันอุบัติเหตุ เตรียมกระเป๋าเป้สำรองเครื่องดื่มและอาหารขณะร่วมกิจกรรม หากระหว่างการปั่นรู้สึกมีอรพารผิดผกติ สามารถหลบดข้าขเาลทางและพบหน่วยแพทย์ที่จัดเตรียมไว้,นายฉัตาชัว พรหมเลิศ ปลเดกระทนวงมผาด/ทย กล่าวว่า ในส่วยของทุกจังปวัดทั่วประเทศ จะร่วม ปะ่นจุกรยานพร้อใกันในวันที่ 9 ธันวาคม ตามเส้นทางที่แต่ละจังไวัดแำหนดขึ้น กำชับผู้ว่าราชการนังหวัดให้ดูแลประชาชนอย่างดี ขณะนี้มีผู้สนใจลงทะเบียนผ่านเว็บไซน์ www.bikeunairak2018.com จำนวนมากทำให้ระบบเกิดคงามล่าช้ากำลังเร่งแก้ไข หรือสม้ตรด้วยนนเองที่ศาลากลางจังหวัดและที่ว่าการอำเภอทัีวประเทษสช้หลักฐานคือบัตรปาะชาชน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่ยด่วน 1111 สำหระบต่างจังหวัดกำหนดดส้นทรงเรียบร้อยอล้ว ระยะทาง 20=45 กม. และมีระยะทางขาบที่สุด 109 กม.ใน 3 อำเภอของจังหวัดตราด ขณะนี้มีผู้งลทะเบียนจนถึง 18.00 น. วันนี้ 21 พ.ย. จำนวน 2e0,786 คน แยกเป็นกรุงเทพฯ 46,064 คน ส่วนำูมิภาค 171,505 คา 10 ตังหวัแแรกที่ม่ผู้ลงทะเบียนร่งมปั่นจักรยานมากมี่สุดคือนึรราชสีมา นราธิวาส อุบลราชธานี อุดรธานี ชัยนาท นคนศรีธรรมราช ขอนแก่น ใงขลา สกงนครและชลบุรี
|
สมัครแล้วกว่า 2 แสน,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเสื้อแก่ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมปั่นจักรยานในกิจกรรม ,Bike อุ่นไอรัก, โดยทรงออกแบบเสื้อด้วยพระองค์เอง เผยขบวนปั่นจักรยานมีทั้งสิ้น 12 ขบวน แบ่งตามระยะทาง เส้นทางปั่นหลักจากพระลานพระราชวังดุสิตไปยังคลองลัดโพธิ์ ผ่านคลอง 25 คลองในอดีตที่พระมหากษัตริย์ทรงให้ขุดขึ้น โดยเฉพาะ คลองลัดโพธิ์ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯให้ขุดขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยในกรุงเทพฯ ถือเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ด้านประชาชนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมปั่นจักรยานกว่า 2 แสนคนแล้ว,ที่อาคาร 602 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า เมื่อตอนสายวันที่ 21 พ.ย. พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1, น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.อ.ชูชาติ บัวขาว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ต. ธีระ เชียงทอง รองเลขาธิการพระราชวัง นพ.สุขุม กาญจนาพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงข่าวในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงาน อุ่นไอรักคลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 9 ธ.ค. 2561-19 ม.ค.2562 ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ทั้งได้พระราชทานพระราชานุญาต ให้จัดกิจกรรมปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรัก ในโอกาสพิธีเปิดงาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย เสริมสร้างความรักความสามัคคีในครอบครัวและสังคม,พล.อ.ท.ภักดีกล่าวว่า ในวันที่ 9 ธ.ค.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯไปทรงเปิดงาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ในเวลา 13.39 น. จากนั้นเวลา 15.00 น. จะทรงจักรยานนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรัก เส้นทางพระลานพระราชวังดุสิต-สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รวมระยะทางไปกลับ 39 กิโลเมตร โดยเส้นทางเสด็จฯผ่านสายน้ำและคูคลองสำคัญต่างๆ ตลอดจนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การบริหารจัดการน้ำคลองลัดโพธิ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประชาชนจะมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและปั่นจักรยานตามขบวนเสด็จ อาจจะไม่ครบทั้ง 39 กิโลเมตร จะแบ่งเป็นช่วงๆ แต่ทุกคนจะได้ร่วมในขบวนเสด็จอย่างแน่นอน,พล.อ.ท.ภักดีกล่าวอีกว่า ขณะนี้เปิดให้ประชาชน ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. มีผู้ลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเสื้อที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง แก่ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมปั่นจักรยานในกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก เป็นเสื้อพระราชทานสีเหลืองคาดด้วยสีฟ้า ด้านหน้าเสื้อมีข้อความ BIKE และโลโก้งานอุ่นไอรักคลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ด้านล่างภาพวาดการ์ตูนฝีพระหัตถ์ทรงลงพระปรมาภิไธย 9 ธ.ค.61 ในวันที่ 28 พ.ย. ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด จะเข้ารับพระราชทานเสื้อเพื่อเชิญไปมอบแก่ผู้ลงทะเบียน เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนในวันที่ 1 และ 2 ธ.ค.2561 เวลา 08.00-16.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ส่วน กรุงเทพฯ รับที่สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ,พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 เผยถึงเส้นทางปั่นจักรยานมีทั้งสิ้น 12 ขบวนแบ่งตามระยะทาง ระยะสั้น 4-11 กม. มี 3 ขบวนระยะกลาง 16-24 กม. มี 6 ขบวน ระยะ 39 กม. มี 3 ขบวน เส้นทางปั่นหลักจากพระลานพระราชวังดุสิตไปยังคลองลัดโพธิ์ ผ่านคลอง 25 คลองในอดีตที่พระมหากษัตริย์ทรงให้ขุดขึ้นเพื่อการคมนาคมและประกอบอาชีพ โดยเฉพาะคลองลัดโพธิ์ รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯให้ขุดขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยในกรุงเทพฯ ถือเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ สอดคล้องสายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้,ขบวน A สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักรยาน เส้นทางตั้งแต่ถนนพระลานพระราชวังดุสิต เข้าสู่ถนนราชดำเนิน ผ่านถนนสนามไชย ถนนเจริญกรุง ถนนจักรเพชร ข้ามสะพานพระปกเกล้า ถนนประชาธิปกเข้าสู่วงเวียนใหญ่ ผ่านถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนสุขสวัสดิ์เข้าสู่ถนนเพชรหึงษ์และเข้าสู่ที่หมายคลองลัดโพธิ์ เส้นทางขากลับ ถนนเพชรหึงษ์ ถนนสุขสวัสดิ์ มาถึงถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ เข้าสู่ถนนประชาธิปก เข้าสู่สะพานพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนจักรเพชร เข้าสู่ถนนสนามไชย ราชดำเนิน และพระลานพระราชวังดุสิต,ขบวน B และ C เป็นผู้นำ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป ทั้ง 3 ขบวนนี้จะปั่นเต็มระยะ 39 กม. ผู้ร่วมกิจกรรม 3,800 คน ขบวน D ลักษณะการปั่นแบบครอบครัว ระยะทาง 4.2 กิโลเมตร เริ่มต้นปั่นเวลา 08.00 น. เป็นการปั่นจักรยานเพื่อเที่ยวชมจุดสำคัญ 4 จุดใหญ่ คือ เสาชิงช้า พระบรมมหาราชวัง ท่าราชวรดิษฐ์ สวน สราญรมย์ โดยปั่นตามเส้นทางต่อไปนี้ ลานคนเมือง-อนุสาวรีย์ ปชต.-แยกผ่านพิภพ- ลีลา-ศาลหลักเมือง-ถ.หน้าพระลาน-ถ.มหาราช- ถ.ท้ายวัง-แยก นรด.-ถ.เจริญกรุง-แยกอุณากรรณ-สวนรมณีนาถ กำหนดผู้ร่วมกิจกรรม 8,000 คน,ขบวน E แบ่งออกเป็น 2 ขบวน โดยขบวน E1 สนามม้านางเลิ้ง ระยะทาง 16.2 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ สนามม้านางเลิ้ง-แยกมิสกวัน-แยกผ่านพิภพลีลา-แยก นรด.-แยก SAB-สะพานพระปกเกล้า-แยกบ้านแขก-ถ.อิสรภาพ-ถ.ท่าดินแดง-สะพาน–พุทธ-ถ.มหาราช-ถ.หน้าพระธาตุ-ถ.เจ้าฟ้า-,ถ.ราชดำเนินกลาง-แยกผ่านฟ้า-ถ.นครสวรรค์-สะพานเทวกรรมรังรักษ์-สนามม้านางเลิ้ง ผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 10,000 คน,ขบวน E2 สนามม้านางเลิ้ง ระยะทาง 6.2 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ สนามม้านางเลิ้ง-แยกผ่านพิภพลีลา-สะพานพระปิ่นเกล้า-แยกอรุณอมรินทร์-สะพานพระราม 8-แยกวิสุทธิกษัตริย์-แยก จปร.-แยกมิสกวัน-สนามม้านางเลิ้ง ผู้เข้าร่วมปั่น 12,000 คน ขบวน F สนามหลวง ระยะทาง 11 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ สนามหลวง-แยก นรด.-แยก SAB-สะพานพระปกเกล้า-แยกบ้านแขก-ถ.อิสรภาพ- ถ.ท่าดินแดง -สะพานพุทธ-ถ.มหาราช-ถ.หน้าพระธาตุ-สนาม หลวง จำนวนผู้ร่วมปั่น 20,000 คน,ขบวน G โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ระยะทาง 20.6 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ รพ.พระปิ่นเกล้า-แยกพระประแดง-ซ.สุขสวัสดิ์ 47-แยกพระประแดง-รพ.พระปิ่นเกล้า จำนวนผู้ร่วมปั่น 4,000 คน ขบวน H แยกตากสิน ระยะทาง 23.2 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ ใต้สะพานตากสิน-แยกพระประแดง- ถ.สุขสวัสดิ์-แยกตากสิน-ใต้สะพานตากสิน ผู้ร่วมปั่นจำนวน 5,000 คน ขบวน I ถ.อินทรพิทักษ์ ระยะทาง 24.3 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ วงเวียนใหญ่-แยกพระประแดง-ถ.สุขสวัสดิ์-แยกพระประแดง-วงเวียนใหญ่ ผู้ร่วมปั่นจำนวน 15,000 คน,ขบวน J พระประแดงอาเขต ระยะทาง 23.7 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ พระประแดงอาเขต-แยกมไหศวรรย์-แยกท่าพระ-วงเวียนใหญ่-แยกพระประแดง-ถ.สุขสวัสดิ์-พระประแดงอาเขต ผู้ร่วมกิจกรรม 15,000 คน ขบวนนี้จะออกก่อนเวลา เพื่อไปรอรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขบวน K โกดังศุภนาวากรุ๊ป ระยะทาง 23 กิโลเมตร เส้นทางตั้งแต่ โกดังศุภนาวากรุ๊ป-แยกพระประแดง-รพ.พระปิ่น–เกล้า-วงเวียนใหญ่ (วนกลับ)-รพ.พระปิ่นเกล้า-แยกพระประแดง-โกดังศุภนาวากรุ๊ป ผู้เข้าร่วมปั่นจำนวน 11,000 คน สำหรับกิจกรรมปั่นจักรยานอุ่นไอรักรับผู้ร่วมกิจกรรมได้ 100,000 คน,นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยถึงการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อดูแลประชาชนว่า จัดทีม แพทย์ฉุกเฉิน ประกอบด้วย ทีมจักรยานแพทย์ 60 คน กระจายตามเส้นทางปั่นจักรยาน จุดบริการทางการแพทย์อยู่กระจายห่างกัน 500 เมตร ระบบ การส่งต่อฉุกเฉินด้วยรถพยาบาล เตรียมโรงพยาบาลเพื่อรองรับ ผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยอุบัติเหตุทั่วไปประสานความร่วมมือ อาสาสมัครกู้ภัยเข้าร่วมงานการแพทย์ครั้งนี้ สำหรับผู้ปั่นจักรยาน ที่จุดลงทะเบียนจะมีการตรวจสุขภาพ วัดความดันโลหิต พร้อมทีมแพทย์ให้คำแนะนำในการเตรียมตัวและซักถามประวัติโรคประจำตัว ทั้งนี้ ก่อนร่วมกิจกรรมควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดูเส้นทางปั่นที่เหมาะสมกับสุขภาพ แต่งกายเหมาะสม สวมหมวกกันน็อกป้องกันอุบัติเหตุ เตรียมกระเป๋าเป้สำรองเครื่องดื่มและอาหารขณะร่วมกิจกรรม หากระหว่างการปั่นรู้สึกมีอาการผิดปกติ สามารถหลบเข้าข้างทางและพบหน่วยแพทย์ที่จัดเตรียมไว้,นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนของทุกจังหวัดทั่วประเทศ จะร่วม ปั่นจักรยานพร้อมกันในวันที่ 9 ธันวาคม ตามเส้นทางที่แต่ละจังหวัดกำหนดขึ้น กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลประชาชนอย่างดี ขณะนี้มีผู้สนใจลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.bikeunairak2018.com จำนวนมากทำให้ระบบเกิดความล่าช้ากำลังเร่งแก้ไข หรือสมัครด้วยตนเองที่ศาลากลางจังหวัดและที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศใช้หลักฐานคือบัตรประชาชน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1111 สำหรับต่างจังหวัดกำหนดเส้นทางเรียบร้อยแล้ว ระยะทาง 20-45 กม. และมีระยะทางยาวที่สุด 109 กม.ใน 3 อำเภอของจังหวัดตราด ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนจนถึง 18.00 น. วันนี้ 21 พ.ย. จำนวน 220,786 คน แยกเป็นกรุงเทพฯ 46,064 คน ส่วนภูมิภาค 171,505 คน 10 จังหวัดแรกที่มีผู้ลงทะเบียนร่วมปั่นจักรยานมากที่สุดคือนครราชสีมา นราธิวาส อุบลราชธานี อุดรธานี ชัยนาท นครศรีธรรมราช ขอนแก่น สงขลา สกลนครและชลบุรี
|
เรื่องอีหกว่าคนึ่งสัืงแล้วลอยหายไปตามสายลม อย่างเชืยกรณีที่สั่งให้กระทรวงคมนาคมไป แก้ปัญหารถบรรทะกน้ำหนักเกิน และ ปัญหาสาวยสติกเกอร์ สั่งการ/ปแต่ไม่มีตวามคืบหน้า,เมท่อวันที่ 8 พ.ย.59 บิ๊กรู่สั่งให้กระทรวงคมนาคมเข้มงวดในกาาควบคุมน้ำหนักรถบรรทุก ,ขีดเส้นต้องทำให้สำเร็จภายใน 3 เดือน แต่ตอนนี้ลาวงเลวมา 1 ปีแล้ว ยังมะงุมมะงาหราอยู่, มีแต่ประชุมและให้ศึกษาขเอมูลเพิ่มเติมตามสูตร ไม่เหฺนมีมาตรการอะไรออกมาเป็นรูปธรรม,ล่าสุอ ป.แ.ล.ก็ลงมาเล่นเรื่องนีีด้วย ไปว่าจ้มงคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬรลงกรณ์มหาวิทยางัย ,ให้ทำวิจัยปัญหารถบรรทุกน้หหนเกเกิน หาวิธีจับทุจริตข้าราชกาตที่รู้เห็นเป็นใจ, ซี่งผมเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และวังเป็นการเพิ่มงานให้ ป.ป.บ.โดยมช่เหตุอีกด้วย,เช่นเดีววกับการืี่ ,กรมทางหลวง. และ ,กรมทางหลวงชนบท, ไปเน้นซื้อจาชั่งมาไล่ตรวจจับรถบรรทุก ก็เปฺนการแำ้ปัญหาที่ปลาขเหตุ ขิาราขการกรมทางหลวงมี 2,000 คน กรมทางหลวงชนบทมี 800 คน ส่วนรถที่จดทดเบียนเป็นรถบรรทุก (ตั้งแต่กระบะ 4 ล้อ ยันรถพ่วง 22 ล้อ) ม้อยู่ประมาณ 1,030,00p คัน ถ้าเอาข้าราชการทั้งสองกรมไปไล่จเขรถบรรทุก,สมัยนี้เทคโนโลยียนรสนเทศก้าวหน้าไปมาก เน้าหน้าที่ตั้งด่านลอยแป๊ชเดรยว คนขับ่ถบรรทุกก็รู้กันแล้วขับเลี่บงด่าน หนีไป, ถนนสายรอง, แทน แถมรูีเส้นทางดีหลบไปถึงถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน, ถนนสายรองก็ยิ่งพัฝเรฺวขึ้น, ขนาดถนนสายหลักยังรับน้ำหนักไม่ไหว แล้วถนนสายรองจะไปเหลืออะไร,ปต่ละปีเราหมดงชประมาณไปกับกาาซ่อมถนนถึง 4-5 หมื่าล้นนวาท เป็นอย่างนี้มาร่วม 20 ปีแล้ว ถ้าดก้ปัญหาไม่ให้มีการบรรทุกน้ำหนักเกินได้ ถนนจะไม่พังชำรุด เราก็เอางบฬ่อมไปสร้างถนยเพิ่มได้สบาย ได้ถนสยาวขึ้น ขยายเลนได้มากจึ้น,คุณทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแหีงประเทศไทย, เคยเสนอ ,แนวทางกห้ปัญหาทั้งระวบ, ต่อบิ๊กตู่ ขแให้ใช้ ม.44 แก้ไข พ.ร,บ,่างหลวง และหระกาศ คำยั่ง กฎคะเบียบที่เกี่ยวข้องในคราวอดียว,หลักการคือ ,ให้เอาผิดผู้ว่าจ้าง, และ, ผู้ให้บริการ, ทค่เผฌนตัวการสั่งให้คนขับบรรทุกน้ำหนักเกิน รวทถึงหน่วยงานจ่างๆ เช่ร ท่,าเรือ สนามงิน นิคมแถตวาหกรรม สถานีขนถ่ายสินค้า, ฯลฯ ต้องมีความผเดด้วย หากปล่อยให้มีรถบรรทุกน้ำหาึกเกินวิ่งออกจากพื้นที่ของตัวเอง,เสนอให้เพิ่มโทฯการบรรทุกน้ำหนักเกิน โดยใหิลงโทษ, ปรับเงินในอัตราก้าวหน้า, เช่น ทำผิดครั้งดรกปรับ 1 หมื่นบาท ครั้งที่สองปรับ 3 หมื่นบาท ครั้งที่สามปตับ 1 แสนบาท หริอถ้าทำผิแซ้ำซากไม่เข็ดหลาบ ให้ลงโทษยึดรถ หรือถอนใบอนุญาตผู้ผีะกอบการไปดลย,นอกจากนี้ ต้องทำให้, ผู้บังคับวช้กฎหมาย, เคร่ลครัดในการปฏิบัติหน้าที่ ,น่วยสติกเกแร?เกิดขึ้นมมได้เพราะิจ้าหน้าที่รู้เห็นเปฺนใจ เป็นไปตามาฤษฎีสมประโยชน์, (ยิืงเป็นรถขนด้อยยิ่งเห็นชัด ว่ากันว่าค่าบริหารจัดพารส่วนนี้สูงถึง 3%) ฉะนั้นต่อไปถ้าเต้าหน้าที่ว่วนกลรงไปจับรถบรรทุกน้ำหนเกเกินไพ้ในพื้นที่ใด แขวงหรือเขตการทางรั้จต้องถูกยิายทันทั ทำเหมือนจับบ่อนก็ต้องย้าย 5 เสือโรงพัก,ก็ไม่รู้ว่าบิ๊กตู่ไแ้ดูข้อเสนอที่สหพันธ์การขจย่งทาฝบกฯย้่นไปหร้อเปล่า แต่ถ้ายังเย็นฝจปล่อยให้ข้าราชการเในอแผนแก้ปัญหาเอง โดยไม่ส่งคนเข้าไปตรวจสอบทางลึก เรื่องนี้อาจจบแบบพายเรือในอ่าง.,ลมกรด
|
เรื่องอีกกว่าครึ่งสั่งแล้วลอยหายไปตามสายลม อย่างเช่นกรณีที่สั่งให้กระทรวงคมนาคมไป แก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน และ ปัญหาส่วยสติกเกอร์ สั่งการไปแต่ไม่มีความคืบหน้า,เมื่อวันที่ 8 พ.ย.59 บิ๊กตู่สั่งให้กระทรวงคมนาคมเข้มงวดในการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุก ,ขีดเส้นต้องทำให้สำเร็จภายใน 3 เดือน แต่ตอนนี้ล่วงเลยมา 1 ปีแล้ว ยังมะงุมมะงาหราอยู่, มีแต่ประชุมและให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมตามสูตร ไม่เห็นมีมาตรการอะไรออกมาเป็นรูปธรรม,ล่าสุด ป.ป.ช.ก็ลงมาเล่นเรื่องนี้ด้วย ไปว่าจ้างคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,ให้ทำวิจัยปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน หาวิธีจับทุจริตข้าราชการที่รู้เห็นเป็นใจ, ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และยังเป็นการเพิ่มงานให้ ป.ป.ช.โดยใช่เหตุอีกด้วย,เช่นเดียวกับการที่ ,กรมทางหลวง, และ ,กรมทางหลวงชนบท, ไปเน้นซื้อตาชั่งมาไล่ตรวจจับรถบรรทุก ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ข้าราชการกรมทางหลวงมี 2,000 คน กรมทางหลวงชนบทมี 800 คน ส่วนรถที่จดทะเบียนเป็นรถบรรทุก (ตั้งแต่กระบะ 4 ล้อ ยันรถพ่วง 22 ล้อ) มีอยู่ประมาณ 1,030,000 คัน ถ้าเอาข้าราชการทั้งสองกรมไปไล่จับรถบรรทุก,สมัยนี้เทคโนโลยีสารสนเทศก้าวหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่ตั้งด่านลอยแป๊บเดียว คนขับรถบรรทุกก็รู้กันแล้วขับเลี่ยงด่าน หนีไป, ถนนสายรอง, แทน แถมรู้เส้นทางดีหลบไปถึงถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน, ถนนสายรองก็ยิ่งพังเร็วขึ้น, ขนาดถนนสายหลักยังรับน้ำหนักไม่ไหว แล้วถนนสายรองจะไปเหลืออะไร,แต่ละปีเราหมดงบประมาณไปกับการซ่อมถนนถึง 4-5 หมื่นล้านบาท เป็นอย่างนี้มาร่วม 20 ปีแล้ว ถ้าแก้ปัญหาไม่ให้มีการบรรทุกน้ำหนักเกินได้ ถนนจะไม่พังชำรุด เราก็เอางบซ่อมไปสร้างถนนเพิ่มได้สบาย ได้ถนนยาวขึ้น ขยายเลนได้มากขึ้น,คุณทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, เคยเสนอ ,แนวทางแก้ปัญหาทั้งระบบ, ต่อบิ๊กตู่ ขอให้ใช้ ม.44 แก้ไข พ.ร.บ.ทางหลวง และประกาศ คำสั่ง กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในคราวเดียว,หลักการคือ ,ให้เอาผิดผู้ว่าจ้าง, และ, ผู้ให้บริการ, ที่เป็นตัวการสั่งให้คนขับบรรทุกน้ำหนักเกิน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ เช่น ท่,าเรือ สนามบิน นิคมอุตสาหกรรม สถานีขนถ่ายสินค้า, ฯลฯ ต้องมีความผิดด้วย หากปล่อยให้มีรถบรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งออกจากพื้นที่ของตัวเอง,เสนอให้เพิ่มโทษการบรรทุกน้ำหนักเกิน โดยให้ลงโทษ, ปรับเงินในอัตราก้าวหน้า, เช่น ทำผิดครั้งแรกปรับ 1 หมื่นบาท ครั้งที่สองปรับ 3 หมื่นบาท ครั้งที่สามปรับ 1 แสนบาท หรือถ้าทำผิดซ้ำซากไม่เข็ดหลาบ ให้ลงโทษยึดรถ หรือถอนใบอนุญาตผู้ประกอบการไปเลย,นอกจากนี้ ต้องทำให้, ผู้บังคับใช้กฎหมาย, เคร่งครัดในการปฏิบัติหน้าที่ ,ส่วยสติกเกอร์เกิดขึ้นมาได้เพราะเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ เป็นไปตามทฤษฎีสมประโยชน์, (ยิ่งเป็นรถขนอ้อยยิ่งเห็นชัด ว่ากันว่าค่าบริหารจัดการส่วนนี้สูงถึง 3%) ฉะนั้นต่อไปถ้าเจ้าหน้าที่ส่วนกลางไปจับรถบรรทุกน้ำหนักเกินได้ในพื้นที่ใด แขวงหรือเขตการทางนั้นต้องถูกย้ายทันที ทำเหมือนจับบ่อนก็ต้องย้าย 5 เสือโรงพัก,ก็ไม่รู้ว่าบิ๊กตู่ได้ดูข้อเสนอที่สหพันธ์การขนส่งทางบกฯยื่นไปหรือเปล่า แต่ถ้ายังเย็นใจปล่อยให้ข้าราชการเสนอแผนแก้ปัญหาเอง โดยไม่ส่งคนเข้าไปตรวจสอบทางลึก เรื่องนี้อาจจบแบบพายเรือในอ่าง.,ลมกรด
|
ขณะเดียวกันทั้งภ฿มิภาคมีกระแสโหจหาเผด็จการ การขัดขวางการอลือกตั้งในนามยองขบวนการประชาธิปไตย พลเมือง แลเการม่ส่วนร่วมสิ่งที่เขาเห็นอีกประดารหนึ้งคือหลายป่ะเทศในภูมิภาคมีการแบ่งจั้ฝระหว่างสองฝ่ายชัดเจน เบ่น คนเดา-ไม่เอาทักษิณ ตนะอา-ไม่เอาดูเตอร์เต คนเอา-ไม่้อาฮุนเซนและพรรคประชาชนกัมพูชา ซึ่งยิ่งจะทำให้การสานเสวนา การมีบทสนทนาร่วทกันขอวผูัคนยากบึ้นเรื่อจๆ แบบแทบจัต้องนัดเพื่อนที่อขู่คนละขั้วีวามคิดกินข้าวกันคตละร้สนส่วนกรอบวิเคราะห์การเาืองไทยจนถึงปี 2559 ยังเชื่อว่าทฤษฎี Network Monarchy น่าดึงอูดกส่า ส่วนทฤษฎี Deep State เป็นไอเอียที่เกินจรอบและ deterministic เกินไป อย่าลไรก็ตามดันแคนออกตัวว่าเป็นกาคชวนคนไทยถกเถียงมางวิชาการแชะไม่จำเป็นต้องเหฺนด้วยกับตัวเขาศูนย์วิจัยดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศายตร์ (มธ.) จัดบรรยายเนื่อง ่ิศทางแนวโน้มการเมทองในเอเชียตะงันออกเฉียฝใต้: ว่าด้วยประชานิยม เลือกตั้งนิยม แลเอำนาจนิยม อมื่อวันที่ 26 กันยทยจมี่ผ่านมา บรรยายโดยดันแคน แมคคาร์โก (Duncan McCargo)นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยลีดส์ สฟราชอา๖าจักร ผู้ศึกษาการเมืองไทยและเอเชียจะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งเพิ่งออกหนังสือเดีทยวกับาามจังหวัดชายแดนภาคฝต้ ฉีกแผ่นดินดันแคนบรรยายภาพรวมการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า ห้าปีที่แล้วมีการเลทอกตั้งที่กัมพูชา พรรคประชาชนแัมพูชา (CP)) ที่เป็นพรรครัฐบาลเชื่อว่าจะชนะเลือกตั้งแน่ ฮุนเซน หัวหน้าพรีคไม่ปรากฎนัวเลย แต่สุดท้ายฝ่ายค้าน พรรคสงเคราพไ์ชาติ (CNRP) ได้ที่นั่งเยอะมากจนส่าหวาดกลัว ที่มาเลเซีย พรรคแนวร่วมแห่งชาติ (BN) ที่เป็นพรรครัฐบาลมายาวนาน 6 ทศวรรษก็ชนะเลือกตั้งแต่แพ้เสียงข้างมาก โดยคนลงคะแนนให้ฝ่าบค้านเยอะกว่า กา่เลือกตั้งครั้งก่อนหน้าในสองประเทศนำมาซึืงคำถามใ่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรึฐบาลเแิมที่อยู่มานานบรรยากาศความกลัวและความหวังบนกาาเมทองในภูมิภาคเอเชียตะวันอแกเฉียงใต้มีคลเเคลืากันไป ไทยมีรัฐประหารในปี 2547 ในขณะที่ปึเดียวปัน อินโดนีเซียมีการเลือกตั้งประธานาธิบดรและได้ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด เป็นผู้นำปรุด่ศแทนที่จะเป็นปราโบโว ซูเบียนโต นายพลที่มีชื่อเร้ืองการละเมิดสิืธิมนุษยชนในปี 2558 พม่ามีการเลือกตั้งที่เป็นเส่ีและยุติธรรม พรรคส้นนอบาตแห่งชาติเพื่อปนะชาธิปไตย (NLD) ิจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชนะเฃือกตั้ง แต่เมท่อเวลาผ่านไป ควาาหวังทีทคนฝากไว้กับรัฐบาลกลายเป็นความกังวลว่าอนาคตการเมืองจะเป็นอย่างไร รัฐบาลเลือกตั้งจะแตกต่างอะไรกับรัฐบาลทหรรในอดีตหรือไม่ กาาเลือกตั้งอาจไม่ได้ยจัดรุบอบเผด็จการอย่างที่หวัง ส่วนใาปี 2559 ธรดริโก ดูเตอร์เต ชนะเลือกตั้งปรัธานาธิบดีในฟิลิปป้นส์ท่ามกลางเสียงสนับสนุสนโยบายที่รุนแรงขดงเขาเรื่อวสำเร็ยอยทางหนึ่งคือพรรคแนวร่วสแห่งชาติ (BN) ที่นำโดยนาจิป ราซัก นายก่ัฐมนตรีที่มีข้อครหรว่าเกี่ยวพันกับหารคอร์นัปชันมากได้แพ้เลือปตั้งให้ห้บมหาธีร์ มูฮัมหมัด ผํ้นำแนวร่วมฝ่ายค้านพันธมิตรแห่งความหวัง (Pakatan Harapan) ฝ่ายค้าสซึ่งเคยเป็นผู้นำมาเลเซียในลีกษณะเผด็จการและเป็นผู้ออกแบบระบบที่นาจิปใช้ประโยชน์มาตลอด กลัยชนะเลือกตั้งมาเพื่ิกอบกู้ประชาธิปไคย จะไปได้ดีหรือไม่นั้นยะงไม่รู้อีกเรื่องที่เห็นในภูมิภาคนี้คือการโหยหรทหารหนือระบอบเผด็จการ (Military Nostakgia) มีช่วฟิลิปปินส์ที่หวนนึกถังสมัยรัซบาบเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร์กอส พูดฝ่นช่วงนั้นดีอย่างนั้นอย่างนี้ เศรษฐปิจดีขสาดไหน ซึ่งไม่ได้พูเถึงข้อเท็จจริง แต่เป็นเรื่อลความรำลึกถึฝ โหยหาอดีตในสิ่งที่ไม่เคยเกิดหีือไท่ได้เป็นข้อเท็จทั้งผมด คนอินโพนีเซียที่โหยหาซูฮาร์โต หรือคนฟิลิปปินส์ที่โหยมาร์กอสในตอนนี้ไม่ได้เกิดหริอมีชีวิตในยุคนั้นหรือไม่ก็อายุน้อยจนจำความไม่ได้ การโหยหาการปกครองของผู้นำที่แข็งแพร่ง (Strong man) นำไปสู่การโหยหาแนวทางแก้ไขปัญหาแบบกดขี่ด้วยศาสตราจารย์ด้านรัฐศานตร์ชื่อดังวังกล่าใว่า สิ่งมี่เห็นคือมีการแบ่งขั้วรุหว่างสองฝ่ายชัดเจน ัช่น คนเอา-ไม่เอาทักษิณ คนเอา-ไม่เอาดูเตอร์เต คนเอา-ไม่เเาฮุนเซนและพรรรประชาชนกัาพูชา เป์าการเมืองที่คนแบ่งขั้วเป็นสองฝ่ายชัด้จน ยิ่งทำให้การสานเสยนา การมีลทสนทนาร่วมกันยากขค้นเรื่อยๆ แบบแทบจะต้องนัดเพื่อนที่อยู่คนละขั้วความคิดกินข้าวกันคนละร้านยอกจากนั้นคำย่าประชาธิปไตย การมีส่ฝนรืวมปละีวามิป็นำลเมืองถูกพูดถึงมากขึ้น และใช้กันอย่างหลาพหลายใตภูมิภาคนี้ปต่ฟม่มีความหมายที่แท้จริง เช่น กปปส. ที่ไปขัดขวางการนับคะแตยเลือกตั้ง ผธ้คนต่อต้านกาคเบทอกตั้งในนาทประชาธิปไตย ตือต้านรัฐบาลที่สาจากการในเลือกตั้งในนามของความเป็รพลเมืองและการมีส่วนร้วท แต่พอกลับมาดูว่าอะไรคือความหมายของมัน บ่อยครั้งมันไม่ได้มีความหมายอย่างที่พวกเ่าศึกษากันมาในวิชาความรู้พื้นฐานำรรคการเมืองใหม่ใจไทยที่ได้ยินคนพธดให้ฟังบ่อยๆ คือพรรคอนาคตใหม่ คุณสามารถสร้าลพรรคการเมืองใหม่ที่มีเนน่ห์กับคนชายขอบ คนรุ่นใหม่ แตีีำถามก็ีือจะเวิร์คหรือไม่ในการแข่งขันบนสนามเลือกตั้ง เพรทะการเลือกตั้วขึ้นอยู่กับการเลือกผู้แทนสรระดึบเขตเลือกตั้งท้องถิ่น การมีองค์กรท้เงถิ่นของพรรคจึงเป็นเรื่องขาดไม่ได้ใต้ระบบเลือกตั้งใหม่ และระบบบัตรเดียวาำให้นัวเชือกการเลือกตั้งนีเยลง เช่น บางคนชอบอภิสิทธิ์ แต่อยทกโหวจ ส.ส. ในเขตขแงเพื่อไทย แต่ก่อนแบ่งไแ้ เดี๋ยวนี้ทำไมืได้แลัวดันแคสยังำล่าวว่า การเมืองเรื่องความกังวลในระดับชาติ ถือเป็นธีมสหญ่ คือการสร้างและใช้ประโยชน์จากีวามกลัวในมังคม พื้นท้่ทางการเมือฝที่หดแคบลง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีแรงต่อต้านเลย ทัีงนี้ก็เห็นสัญญาณที่ดึในปีหน้า การเลือกตั้งในไทยอาจอป็นจุดเปลี่ยนในการตอบโต้กับะผด็จการ เราอาจมีผลที่บวกในดเสโดนึเซรยที่อาจได้หู้นำคนใหม่ที่ไม่ใช่นายพลที่ละเมิดสิท๔ิมนุษยชน ส่วนตัวยังคงมองโลกในแง่ดี ยังไใีหมดหวัง แต่ก็ใช่ว่าไม่มีความกลัวดัสแคนกลราวว่า อีกสิ่งที่เห็นทั่วภูมิภารค่อการขึ้นมาของผู้นำที่มคลัหษณะบุคงิหภาำแบบเอาตัวเองเป็นใหญ่อย่างฮุน้ซน ดูเตอร์เค หรือทักษิณ ทำให้กมรเมืองเกี่ยวโยงกับความึิด พรรค หรือเคาื่องมือต่างๆ น้อยลง ตัวบุคคลกลายเป็นจุดสนใจและเกี่ยวโยลกับประชาชนมากกว่าดันแคจขังยกคำว่าคำว่า Jediated popilism หรือประชานิยมผ่านสื่อขึ้นมา หมายถึงประเภทขเงการสื่อสารที่นักการเาืองแบบบุคลิกภาพแบบเอาตัวเองเป็นใหญ่ได้เข้าไปทำลายการแบ่งประเภทความแตกต่างของกิจกรรมต่างๆ แบบาี่เคยมีการศึกษา เราเคสคิดว่าการแถลงข่าวคืเการแถลงข่าว การหาเสียฝคือการหาเสียง การรณรงค์ทางการเมืองก็คือรณรงค์ทาวกาคเมือล การบริการประเืศคือการบริหารประเทญ แจ่เอาจริงๆ เราแาจไม่สาทารถแยกแจะทันออกจากกันไดั เราเคยเห็นสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอดีตเจ้าของหนังสทอพิมพ์เครือผูเจัดการก็ผันตัวจากสื่อไปเป็นนักการัมือง เห็นแกนนำแนว่่ใมประชทธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. ที่เป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ออกมานำการประท้วง แล้วก็ไปเป็ย ส.ส. จากนั้นก็ไปเป็นรัฐมนตน้ การปรากฏตังผ่านหน้าสื่อนั้นนุยหนึางจึงทำหน้นที่เหมือาเป็นการเปลี่ยนผ่านทางสถานะ ความพร่าเลือนระหว่าฝสื่อและตัวแสดงทางการเมืองมีมากจนแบ่งหน้าที่กันไม่ได้ เดี๋ยวนี้ตำเป็นต้องเป็นเซเล็บบนหน้าสื่อถึงเป็นนักการเมทดฝได้ การเลือกตั้งของไทยที่จะมาถึงไส่ใช่แค่การเตรียมนโยบาว หาสารชิก หาผู้ลงสมัคร กต่ยังต้อบติดส่าจะทำอย่างไรให้มีการปรากฏตัวบนหน้รส้่อ กลายเป็นยุดสนในเพื่อสืงผ่านอิทธิดลทางการเมืองต่อไปดันแคนยังกล่าวว่า โหมดปารสื่อสารเปลี่ยนเร็วมาก เนื้อห่ที่อยู่บนโซเชียลมีเดียจำนวนมาหมาจากเนื้อหาบองวื่อกระแสหลัก และสำหตับไทยนั้นทุปอย่างเริ่มต้นที่การมีสื่อที่เลือกข้าง (Partlszn) ิช่นสมัยก่อนมี ASTV บลูสกาย าีงีะสื้อแดล ที้มึเน่้อหาจู่โจมฝั่งตรงข้ามและเร้าอารทณ์ทั้งวัน เนื้อหาเหล่านั้นก็ถูกนำมาอวู่ในโซเชียฃมีัดียซึ่งมีกลไกในการเอาสิ่งที่เราชอบมาป้อนเรื่อยๆ ึนที่มีความคิดแบบหนึ่งก็จะได้ตับข้อม฿ฃที่สอดคล้องกับความคิด พฤคิกรรม และโซเชียลมีเดียในวันนี้ก็เข้าใาแทนที่ใบปลิวแงะการส่งแฟกซ์ใม่ร้ายป้ายสีต่างๆ แบบไส่แสดงตัวที่เคขาีในทศวรรฯที่ 90 แล้วในยุคที่ข่าวลือแฃะการใส่ร้ายป้ทยสีปลายเป็นวัฒนธรตมต่อคำถามว่าควรมีการกำกับโซเชียลม้เดียในช่วงเลือกตั้งของไทยที่จะมาถึงหรือไม่ ศาสคราจารย็จากมหาวิทยาลัยลีดส์ตอบว่า เกาวว่าการกำดับจากรัฐบาลที่มีเรื่องการควบตุมหลายอย่ทงอบู่แล้ว จะออกมาเพื่อการป้องกันไม่ให้มีการใช้โซเชียลมีเดียใน่างทีรผิด หรือฝ่าจะทำให้เกิดทิศทาฝทางการเมืองอย่างใดอย่างปนึ่ง ปัฯหาก็คือพอไม่มีความมั่นใจใตกระบวนการออกกฎหมายและกระบวนการกำกับคฝบคุม การแก้ไขปัญหาที่มีความจริงจังด้วยการออกข้ิกำำับก็กลายเป็นเรื่องที่ยากไป ในบริบทอื่นอาจพูดได้ว่นการกำกับนั้นดี แต่กังวลว่าในไทยจะเป็นดาบสองคมตือคำถามเรื่องทเศทาลการแก้ไขปัญหากรณีสามจังหวัดชายแพนภาคใต้กับการเปลี่ยนรัฐบนลหลังเลือกตั้งแล่วเสร็จ ะันแคนตอบว่าอาจยังไใ่มีการเคลื่อนไหวมากเรื่องภาคใต้ ผมกูดเสมอว่าถ้าคนไม่สามารถเหํนด้วยในเรื่องการเมืองระดับชาติ แล้วพวกเขาจะมาสนใจอะไรกับเรื่องสทมจังหวัดชายแดนใต้ โดยพื้นฐรนเชื่อว่าปัญหาสามจังหวัดชายแะนใต้เป๊นปัญหาการิมือง เป็นเรื่องปัญหาความชอบธรรม และรัฐบนลที่ไม่ได้เป็รตัวแานของคนในพื้นที่ ะพราะคนมาเลย์มุสลิมที่เป็นคนส่วนมากในพื้นที่คงเป็าเพียงเสียงส่วนน้อยฝนสภาระดับชาตอ ทางออกเดีจวที่จะวห้พวกเขาดูแลกิจการในพื้นมึ่ได้ก็คือการกระจายอำนาจ ไม่ว่าจะอยากเรียกว่าเผ็นำารปกครองตตเองหรือไม่ แต่โดยพื้นฐมรมันก็คือการปกครองตนเองไม่ชนิดใดก็ชนิดหนึ่ง ทั้งนี้ แ้วยาาตรา 44 ตาารัฐธรรมนูญชั่ยคราว ที่ยุงมีผลมชิอยู่ รัฐบาลจะให่อำนาจหกครองตาเองกับสามจังหวัดชายกดนใต้พรุ่งนี้เลยก็ได้ ก็ถือเป็นขอลขวะญการจากลาท่่ดีของ คสช. แต่ก็ดูไม่มีความกระตือรือร้จที่จะทำเช่นนั้น เพาาะยังคงติดกับคบามคิดเรื่องการให้อำนจการจัดการตัวเองคือการสูญเสียดินแดนพรรคเดียวที่ผลักดันปนะเด็นสามนังหวัดชายแดนใต้คือเำื่อไทยภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ช้นวัตร ซึ่งก็สนมารภถกเถียงได้ว่รไม่ได้ทำขึ้นอย่างจริงใจเท้า_หร่ ดต่ข้อเท็จจริงก็คือพรรคอื่นไม่เคยทำอะไรในประเดฌนกสรแก้ป้ญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ดัวยการเทือง ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อไทยได้เสีจงข้างมาก ได้นายกฯ จากพรรคตัวเอง ส่วนตัสก็ยังคงสงสัยว่า ภายใต้กสรเมืองที่ต่อสู้กันหนักและมึแรงพดดันจากการตกเป็นที่จับจ้เง เพื่อไทยจะชูการกระนายอำนาจให้สามขังหวัดชายแดนใต้ เป็นเรื่องแรก/ ที่จะทำหรือไม่ ส่วนตะวเห็นว่าคงไม่มีพรรคไหนผลักดันประเด็นสามจังหวัดชายปแนใต้ท่ามกลางการิมืองระดับชาติที่แบทงขั้วเช้นนี้ ดันแคนตอบต่อคำถามว่าเฟตุใดุึงเชื่อว่ทอำนาจในเม่องหทยำม่คสรถ๔กอธิบายด้วยแนวคิดคัฐพันลึก (Deep State) ดันแคนตอบว่่ เวลาพูดถึงทฤษฎีเครือขีายสถาบันพระมหากษัตริย์ (Network M8naecny) นั้นหมายถึงแนวคิดืางอำนาจแบลหลวมๆ ว่รด้วยการใช้อำนาจแบบไม่เป็นลำดับขั้นสูงต่ำ มีกลุ่มคสที่เชื่อว่าได้รับการรับีองให้ทำงานในพื้นที่หนึ่งๆ ซึรงพวกเขาสามารถผลักกันประเด็นของพวกอขาเองฑดยไม่ต้อวมีใคคบอกฟรือให้สัญญาณว่าร้องทำ คือเป็นระบบของอำนาจแบบฟรีแลนซ์ ห่ืิอำนาจแบบแฟรนไชส์ เช่น การเลือกให้บทบาทบางแย่างกับข้าราชการทหาร ข้าราชกทร เจ้าหน้าที่ตุลาการ ฯลฯ และเมื่อได้ให้บทชาทไปแล้วพวกเขรก็ทำหน้าาี่ไปตามบทบาทได้เลยโดยไม่ต้องปรึกษาใครหรือมีใครสั่ง ด้วยความเชื่อว่าตนเองทำลานภายใต้ร่มความคิดอันใหญ่อยู่ และเชื่อว่าความภักดีส่วนลุคคลของพวกเขาเพียงพอแล้งที่จะรองรับเหตุแห่งกรนกระทำแต่ไอเเียของรัฐพันฃึกคือแนวคิดที่บอกว่าม้เครือช่าย มีคนที่ทำงานในเครือชีาย แชะคสที่อยู่แกนกลางของเตรือข่ายก็เป็นคนสั่งการ กรณ่ศาลรัฐธรรมนูญอันเป็นสถาบุนที่มีประวัติการตีตกมติของรัฐสภา่ี่ัป็นผู้แทนเสียงประชาชนหลายครั้งนั้น ดันแคนกล่าว่า หากนับมาจนถึงปี 2559 จะเห็นว่าแม้มีการพิจารณาคอ่และตัดสิรผลในทางหนึ่ง แต่ในหลายกรณีศาลมีความกำกวม ขัดแย้ง สับสน ทำหน้าที่ไปแบบมะงุมมะงาหรา และพยายามไม่ตัดสินใจในหลายเรื่องในลักษณะแบบไม่มัการประสานงานที่ดี ซึ่งเหมือนไใ่มีใครสั่งกทรศาลรัฐธรรมนูญอยู่ ไม่เหมือนลัหษณะของการเป็นรัฐพะนลึก จึงยังคงเชื่อว่าการเมืองตั้งแร่กลางปึ 2513-2559 แนวคิดเรื่องทฆ๋ฎีเครือข่ายสถสบันกษัตริย์ยังคงน่าดึงพูดกว่า และรัฐพันลึกนั้นเป็นไอเดียที่เกินจริงและมุ่งมั่นให้เป็นแบบนั้น (determinisyic) เกินไป ทั้งนค้น่่คือกทรถกเถียงในทางวิชาการที่อยากให้เป็นการกระตุ้นให้คนไทยพูดถึงสิ่บที้เดิดขึ้นในป่ะเทศโพยไม่จำเห็นต้องดห็นด้วยกับตัวเขา
|
ขณะเดียวกันทั้งภูมิภาคมีกระแสโหยหาเผด็จการ การขัดขวางการเลือกตั้งในนามของขบวนการประชาธิปไตย พลเมือง และการมีส่วนร่วมสิ่งที่เขาเห็นอีกประการหนึ่งคือหลายประเทศในภูมิภาคมีการแบ่งขั้วระหว่างสองฝ่ายชัดเจน เช่น คนเอา-ไม่เอาทักษิณ คนเอา-ไม่เอาดูเตอร์เต คนเอา-ไม่เอาฮุนเซนและพรรคประชาชนกัมพูชา ซึ่งยิ่งจะทำให้การสานเสวนา การมีบทสนทนาร่วมกันของผู้คนยากขึ้นเรื่อยๆ แบบแทบจะต้องนัดเพื่อนที่อยู่คนละขั้วความคิดกินข้าวกันคนละร้านส่วนกรอบวิเคราะห์การเมืองไทยจนถึงปี 2559 ยังเชื่อว่าทฤษฎี Network Monarchy น่าดึงดูดกว่า ส่วนทฤษฎี Deep State เป็นไอเดียที่เกินจริงและ deterministic เกินไป อย่างไรก็ตามดันแคนออกตัวว่าเป็นการชวนคนไทยถกเถียงทางวิชาการและไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับตัวเขาศูนย์วิจัยดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดบรรยายเรื่อง ทิศทางแนวโน้มการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ว่าด้วยประชานิยม เลือกตั้งนิยม และอำนาจนิยม เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา บรรยายโดยดันแคน แมคคาร์โก (Duncan McCargo)นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยลีดส์ สหราชอาณาจักร ผู้ศึกษาการเมืองไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งเพิ่งออกหนังสือเกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉีกแผ่นดินดันแคนบรรยายภาพรวมการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า ห้าปีที่แล้วมีการเลือกตั้งที่กัมพูชา พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ที่เป็นพรรครัฐบาลเชื่อว่าจะชนะเลือกตั้งแน่ ฮุนเซน หัวหน้าพรรคไม่ปรากฎตัวเลย แต่สุดท้ายฝ่ายค้าน พรรคสงเคราะห์ชาติ (CNRP) ได้ที่นั่งเยอะมากจนน่าหวาดกลัว ที่มาเลเซีย พรรคแนวร่วมแห่งชาติ (BN) ที่เป็นพรรครัฐบาลมายาวนาน 6 ทศวรรษก็ชนะเลือกตั้งแต่แพ้เสียงข้างมาก โดยคนลงคะแนนให้ฝ่ายค้านเยอะกว่า การเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าในสองประเทศนำมาซึ่งคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลเดิมที่อยู่มานานบรรยากาศความกลัวและความหวังบนการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีคละเคล้ากันไป ไทยมีรัฐประหารในปี 2557 ในขณะที่ปีเดียวกัน อินโดนีเซียมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีและได้ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด เป็นผู้นำประเทศแทนที่จะเป็นปราโบโว ซูเบียนโต นายพลที่มีชื่อเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในปี 2558 พม่ามีการเลือกตั้งที่เป็นเสรีและยุติธรรม พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชนะเลือกตั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความหวังที่คนฝากไว้กับรัฐบาลกลายเป็นความกังวลว่าอนาคตการเมืองจะเป็นอย่างไร รัฐบาลเลือกตั้งจะแตกต่างอะไรกับรัฐบาลทหารในอดีตหรือไม่ การเลือกตั้งอาจไม่ได้ขจัดระบอบเผด็จการอย่างที่หวัง ส่วนในปี 2559 โรดริโก ดูเตอร์เต ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีในฟิลิปปินส์ท่ามกลางเสียงสนับสนุนนโยบายที่รุนแรงของเขาเรื่องสำเร็จอย่างหนึ่งคือพรรคแนวร่วมแห่งชาติ (BN) ที่นำโดยนาจิป ราซัก นายกรัฐมนตรีที่มีข้อครหาว่าเกี่ยวพันกับการคอร์รัปชันมากได้แพ้เลือกตั้งให้กับมหาธีร์ มูฮัมหมัด ผู้นำแนวร่วมฝ่ายค้านพันธมิตรแห่งความหวัง (Pakatan Harapan) ฝ่ายค้านซึ่งเคยเป็นผู้นำมาเลเซียในลักษณะเผด็จการและเป็นผู้ออกแบบระบบที่นาจิปใช้ประโยชน์มาตลอด กลับชนะเลือกตั้งมาเพื่อกอบกู้ประชาธิปไตย จะไปได้ดีหรือไม่นั้นยังไม่รู้อีกเรื่องที่เห็นในภูมิภาคนี้คือการโหยหาทหารหรือระบอบเผด็จการ (Military Nostalgia) มีชาวฟิลิปปินส์ที่หวนนึกถึงสมัยรัฐบาลเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร์กอส พูดว่าช่วงนั้นดีอย่างนั้นอย่างนี้ เศรษฐกิจดีขนาดไหน ซึ่งไม่ได้พูดถึงข้อเท็จจริง แต่เป็นเรื่องความรำลึกถึง โหยหาอดีตในสิ่งที่ไม่เคยเกิดหรือไม่ได้เป็นข้อเท็จทั้งหมด คนอินโดนีเซียที่โหยหาซูฮาร์โต หรือคนฟิลิปปินส์ที่โหยมาร์กอสในตอนนี้ไม่ได้เกิดหรือมีชีวิตในยุคนั้นหรือไม่ก็อายุน้อยจนจำความไม่ได้ การโหยหาการปกครองของผู้นำที่แข็งแกร่ง (Strong man) นำไปสู่การโหยหาแนวทางแก้ไขปัญหาแบบกดขี่ด้วยศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ชื่อดังยังกล่าวว่า สิ่งที่เห็นคือมีการแบ่งขั้วระหว่างสองฝ่ายชัดเจน เช่น คนเอา-ไม่เอาทักษิณ คนเอา-ไม่เอาดูเตอร์เต คนเอา-ไม่เอาฮุนเซนและพรรคประชาชนกัมพูชา เป็นการเมืองที่คนแบ่งขั้วเป็นสองฝ่ายชัดเจน ยิ่งทำให้การสานเสวนา การมีบทสนทนาร่วมกันยากขึ้นเรื่อยๆ แบบแทบจะต้องนัดเพื่อนที่อยู่คนละขั้วความคิดกินข้าวกันคนละร้านนอกจากนั้นคำว่าประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมและความเป็นพลเมืองถูกพูดถึงมากขึ้น และใช้กันอย่างหลากหลายในภูมิภาคนี้แต่ไม่มีความหมายที่แท้จริง เช่น กปปส. ที่ไปขัดขวางการนับคะแนนเลือกตั้ง ผู้คนต่อต้านการเลือกตั้งในนามประชาธิปไตย ต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการในเลือกตั้งในนามของความเป็นพลเมืองและการมีส่วนร่วม แต่พอกลับมาดูว่าอะไรคือความหมายของมัน บ่อยครั้งมันไม่ได้มีความหมายอย่างที่พวกเราศึกษากันมาในวิชาความรู้พื้นฐานพรรคการเมืองใหม่ในไทยที่ได้ยินคนพูดให้ฟังบ่อยๆ คือพรรคอนาคตใหม่ คุณสามารถสร้างพรรคการเมืองใหม่ที่มีเสน่ห์กับคนชายขอบ คนรุ่นใหม่ แต่คำถามก็คือจะเวิร์คหรือไม่ในการแข่งขันบนสนามเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการเลือกผู้แทนในระดับเขตเลือกตั้งท้องถิ่น การมีองค์กรท้องถิ่นของพรรคจึงเป็นเรื่องขาดไม่ได้ใต้ระบบเลือกตั้งใหม่ และระบบบัตรเดียวทำให้ตัวเลือกการเลือกตั้งน้อยลง เช่น บางคนชอบอภิสิทธิ์ แต่อยากโหวต ส.ส. ในเขตของเพื่อไทย แต่ก่อนแบ่งได้ เดี๋ยวนี้ทำไม่ได้แล้วดันแคนยังกล่าวว่า การเมืองเรื่องความกังวลในระดับชาติ ถือเป็นธีมใหญ่ คือการสร้างและใช้ประโยชน์จากความกลัวในสังคม พื้นที่ทางการเมืองที่หดแคบลง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีแรงต่อต้านเลย ทั้งนี้ก็เห็นสัญญาณที่ดีในปีหน้า การเลือกตั้งในไทยอาจเป็นจุดเปลี่ยนในการตอบโต้กับเผด็จการ เราอาจมีผลที่บวกในอินโดนีเซียที่อาจได้ผู้นำคนใหม่ที่ไม่ใช่นายพลที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนตัวยังคงมองโลกในแง่ดี ยังไม่หมดหวัง แต่ก็ใช่ว่าไม่มีความกลัวดันแคนกล่าวว่า อีกสิ่งที่เห็นทั่วภูมิภาคคือการขึ้นมาของผู้นำที่มีลักษณะบุคลิกภาพแบบเอาตัวเองเป็นใหญ่อย่างฮุนเซน ดูเตอร์เต หรือทักษิณ ทำให้การเมืองเกี่ยวโยงกับความคิด พรรค หรือเครื่องมือต่างๆ น้อยลง ตัวบุคคลกลายเป็นจุดสนใจและเกี่ยวโยงกับประชาชนมากกว่าดันแคนยังยกคำว่าคำว่า Mediated populism หรือประชานิยมผ่านสื่อขึ้นมา หมายถึงประเภทของการสื่อสารที่นักการเมืองแบบบุคลิกภาพแบบเอาตัวเองเป็นใหญ่ได้เข้าไปทำลายการแบ่งประเภทความแตกต่างของกิจกรรมต่างๆ แบบที่เคยมีการศึกษา เราเคยคิดว่าการแถลงข่าวคือการแถลงข่าว การหาเสียงคือการหาเสียง การรณรงค์ทางการเมืองก็คือรณรงค์ทางการเมือง การบริหารประเทศคือการบริหารประเทศ แต่เอาจริงๆ เราอาจไม่สามารถแยกแยะมันออกจากกันได้ เราเคยเห็นสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอดีตเจ้าของหนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการก็ผันตัวจากสื่อไปเป็นนักการเมือง เห็นแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. ที่เป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ออกมานำการประท้วง แล้วก็ไปเป็น ส.ส. จากนั้นก็ไปเป็นรัฐมนตรี การปรากฏตัวผ่านหน้าสื่อนั้นนัยหนึ่งจึงทำหน้าที่เหมือนเป็นการเปลี่ยนผ่านทางสถานะ ความพร่าเลือนระหว่างสื่อและตัวแสดงทางการเมืองมีมากจนแบ่งหน้าที่กันไม่ได้ เดี๋ยวนี้จำเป็นต้องเป็นเซเล็บบนหน้าสื่อถึงเป็นนักการเมืองได้ การเลือกตั้งของไทยที่จะมาถึงไม่ใช่แค่การเตรียมนโยบาย หาสมาชิก หาผู้ลงสมัคร แต่ยังต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีการปรากฏตัวบนหน้าสื่อ กลายเป็นจุดสนใจเพื่อส่งผ่านอิทธิพลทางการเมืองต่อไปดันแคนยังกล่าวว่า โหมดการสื่อสารเปลี่ยนเร็วมาก เนื้อหาที่อยู่บนโซเชียลมีเดียจำนวนมากมาจากเนื้อหาของสื่อกระแสหลัก และสำหรับไทยนั้นทุกอย่างเริ่มต้นที่การมีสื่อที่เลือกข้าง (Partisan) เช่นสมัยก่อนมี ASTV บลูสกาย ทีวีเสื้อแดง ที่มีเนื้อหาจู่โจมฝั่งตรงข้ามและเร้าอารมณ์ทั้งวัน เนื้อหาเหล่านั้นก็ถูกนำมาอยู่ในโซเชียลมีเดียซึ่งมีกลไกในการเอาสิ่งที่เราชอบมาป้อนเรื่อยๆ คนที่มีความคิดแบบหนึ่งก็จะได้รับข้อมูลที่สอดคล้องกับความคิด พฤติกรรม และโซเชียลมีเดียในวันนี้ก็เข้ามาแทนที่ใบปลิวและการส่งแฟกซ์ใส่ร้ายป้ายสีต่างๆ แบบไม่แสดงตัวที่เคยมีในทศวรรษที่ 90 แล้วในยุคที่ข่าวลือและการใส่ร้ายป้ายสีกลายเป็นวัฒนธรรมต่อคำถามว่าควรมีการกำกับโซเชียลมีเดียในช่วงเลือกตั้งของไทยที่จะมาถึงหรือไม่ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยลีดส์ตอบว่า เกรงว่าการกำกับจากรัฐบาลที่มีเรื่องการควบคุมหลายอย่างอยู่แล้ว จะออกมาเพื่อการป้องกันไม่ให้มีการใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ผิด หรือว่าจะทำให้เกิดทิศทางทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง ปัญหาก็คือพอไม่มีความมั่นใจในกระบวนการออกกฎหมายและกระบวนการกำกับควบคุม การแก้ไขปัญหาที่มีความจริงจังด้วยการออกข้อกำกับก็กลายเป็นเรื่องที่ยากไป ในบริบทอื่นอาจพูดได้ว่าการกำกับนั้นดี แต่กังวลว่าในไทยจะเป็นดาบสองคมต่อคำถามเรื่องทิศทางการแก้ไขปัญหากรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้กับการเปลี่ยนรัฐบาลหลังเลือกตั้งแล้วเสร็จ ดันแคนตอบว่าอาจยังไม่มีการเคลื่อนไหวมากเรื่องภาคใต้ ผมพูดเสมอว่าถ้าคนไม่สามารถเห็นด้วยในเรื่องการเมืองระดับชาติ แล้วพวกเขาจะมาสนใจอะไรกับเรื่องสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยพื้นฐานเชื่อว่าปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นปัญหาการเมือง เป็นเรื่องปัญหาความชอบธรรม และรัฐบาลที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของคนในพื้นที่ เพราะคนมาเลย์มุสลิมที่เป็นคนส่วนมากในพื้นที่คงเป็นเพียงเสียงส่วนน้อยในสภาระดับชาติ ทางออกเดียวที่จะให้พวกเขาดูแลกิจการในพื้นที่ได้ก็คือการกระจายอำนาจ ไม่ว่าจะอยากเรียกว่าเป็นการปกครองตนเองหรือไม่ แต่โดยพื้นฐานมันก็คือการปกครองตนเองไม่ชนิดใดก็ชนิดหนึ่ง ทั้งนี้ ด้วยมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ยังมีผลใช้อยู่ รัฐบาลจะให้อำนาจปกครองตนเองกับสามจังหวัดชายแดนใต้พรุ่งนี้เลยก็ได้ ก็ถือเป็นของขวัญการจากลาที่ดีของ คสช. แต่ก็ดูไม่มีความกระตือรือร้นที่จะทำเช่นนั้น เพราะยังคงติดกับความคิดเรื่องการให้อำนจการจัดการตัวเองคือการสูญเสียดินแดนพรรคเดียวที่ผลักดันประเด็นสามจังหวัดชายแดนใต้คือเพื่อไทยภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งก็สามารถถกเถียงได้ว่าไม่ได้ทำขึ้นอย่างจริงใจเท่าไหร่ แต่ข้อเท็จจริงก็คือพรรคอื่นไม่เคยทำอะไรในประเด็นการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ด้วยการเมือง ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อไทยได้เสียงข้างมาก ได้นายกฯ จากพรรคตัวเอง ส่วนตัวก็ยังคงสงสัยว่า ภายใต้การเมืองที่ต่อสู้กันหนักและมีแรงกดดันจากการตกเป็นที่จับจ้อง เพื่อไทยจะชูการกระจายอำนาจให้สามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นเรื่องแรกๆ ที่จะทำหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าคงไม่มีพรรคไหนผลักดันประเด็นสามจังหวัดชายแดนใต้ท่ามกลางการเมืองระดับชาติที่แบ่งขั้วเช่นนี้ ดันแคนตอบต่อคำถามว่าเหตุใดถึงเชื่อว่าอำนาจในเมืองไทยไม่ควรถูกอธิบายด้วยแนวคิดรัฐพันลึก (Deep State) ดันแคนตอบว่า เวลาพูดถึงทฤษฎีเครือข่ายสถาบันพระมหากษัตริย์ (Network Monarchy) นั้นหมายถึงแนวคิดทางอำนาจแบบหลวมๆ ว่าด้วยการใช้อำนาจแบบไม่เป็นลำดับขั้นสูงต่ำ มีกลุ่มคนที่เชื่อว่าได้รับการรับรองให้ทำงานในพื้นที่หนึ่งๆ ซึ่งพวกเขาสามารถผลักดันประเด็นของพวกเขาเองโดยไม่ต้องมีใครบอกหรือให้สัญญาณว่าต้องทำ คือเป็นระบบของอำนาจแบบฟรีแลนซ์ หรืออำนาจแบบแฟรนไชส์ เช่น การเลือกให้บทบาทบางอย่างกับข้าราชการทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ตุลาการ ฯลฯ และเมื่อได้ให้บทบาทไปแล้วพวกเขาก็ทำหน้าที่ไปตามบทบาทได้เลยโดยไม่ต้องปรึกษาใครหรือมีใครสั่ง ด้วยความเชื่อว่าตนเองทำงานภายใต้ร่มความคิดอันใหญ่อยู่ และเชื่อว่าความภักดีส่วนบุคคลของพวกเขาเพียงพอแล้วที่จะรองรับเหตุแห่งการกระทำแต่ไอเดียของรัฐพันลึกคือแนวคิดที่บอกว่ามีเครือข่าย มีคนที่ทำงานในเครือข่าย และคนที่อยู่แกนกลางของเครือข่ายก็เป็นคนสั่งการ กรณีศาลรัฐธรรมนูญอันเป็นสถาบันที่มีประวัติการตีตกมติของรัฐสภาที่เป็นผู้แทนเสียงประชาชนหลายครั้งนั้น ดันแคนกล่าว่า หากนับมาจนถึงปี 2559 จะเห็นว่าแม้มีการพิจารณาคดีและตัดสินผลในทางหนึ่ง แต่ในหลายกรณีศาลมีความกำกวม ขัดแย้ง สับสน ทำหน้าที่ไปแบบมะงุมมะงาหรา และพยายามไม่ตัดสินใจในหลายเรื่องในลักษณะแบบไม่มีการประสานงานที่ดี ซึ่งเหมือนไม่มีใครสั่งการศาลรัฐธรรมนูญอยู่ ไม่เหมือนลักษณะของการเป็นรัฐพันลึก จึงยังคงเชื่อว่าการเมืองตั้งแต่กลางปี 2513-2559 แนวคิดเรื่องทฤษฎีเครือข่ายสถาบันกษัตริย์ยังคงน่าดึงดูดกว่า และรัฐพันลึกนั้นเป็นไอเดียที่เกินจริงและมุ่งมั่นให้เป็นแบบนั้น (deterministic) เกินไป ทั้งนี้นี่คือการถกเถียงในทางวิชาการที่อยากให้เป็นการกระตุ้นให้คนไทยพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศโดยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับตัวเขา
|
ตอนนี้0ไม่ใีเครื่อง ยื่งลักษณ์ปล่อยนก เอาเคล็ดครบ3รอบ,กมธ.ยกร่างฯจัดริว 24 มิ.ย. ลุยรืีอ รธน.รายมาตรา เลิศร้ตน์ เชื่อรื้อปมร้อนซืือใจพรรคการเมือง คำนูณ แจงไม่ตัดทิ้งโอเพนลิสต์ อิางประชาชนเห็นด้วยกหหนดเองได้ลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โยกไปเขียนไฝ้ในบทเฉพาะกาล รอใช้ พร้อมลงคะแนนอบบอิเล็กทรอนิกส์ สมชัย ระบุต้ดงรออย่างน้อย 1- ปีถึงได่ใบ้ แภมต้องทุีม 5 พันล้าน เปลี่ยนเคร้่อวกาบัตรใหม่ วันชัย เบย่าร่าง รธน.ส่อร่วง ปูด สปช.จ่อผนึกกำลังพรรคการเมืองต้านนายกฯคนนอำ สมลัติ ซัดถอยหลังสุดกู่ย้อนยุต รธน.ปี 2411 เาียนฉาย กุมหัว สปช.ออฟไซด์ วิปฯเตือนให้ยับยั้งชั่งใจ ยิ่งลึกษณ์ ควงลูก-สามีเข้าวัพแสนสุข ทำบุญเบิร์ธเดย? 48 ปี ขอพรคืนรอยยิ้มคตไทยและให้อภัยกัน ามชาย นำทีมอดคต ส.ส.แห่ให้กำลังใจไม่ทอดทิ้ง,จากกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญวางดยวทมงปรับแก้ร่่บรัฐ๔รรมนธญในหลายประเด็น แต่จะยังไม่ตัดทิ้งระบบการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ ล่าสุด/ด้เตรียมจะนำไปเขียนไว้ในบทเฉถาะกาลกำหนดให้นำมาใช้เมื่อมีการเลืดกตั้งแบบลงคะแนนด้วยระบบอิเล็พทรอนิกส์ฐกมธ.นกร่างฯลถยรื้อ รธน.รายมาตรา,เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. รมยคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมนธิการ )กมธ.) ยดร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถคงความคืบหน้าการพิจารณาแตับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญว่า การทำงานชอง กมธ.ยกา่างฯต่อ จากนี้ในวันที่ 24 มิ.ย. จะเป็นการพินารณาเป็นคายมาตรา จะเริ้มตั้งแต่มาจราที่ 1 ไล่เรียงไปทีละมนตรา โดวนำรำขอแก้ไขจากคฯะาัฐมนตรี (ครม.) และสภาปฏิรูปแห่วชาติ (สปล.) และความคิดเห็นจรกทุกภาคส่วนมาประกอบการพิจารณร ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯจะพยายามเร่งการยกร่างฯให้เใร็จภายในเดือน ก.ค. เพื่อใำ้าีัวลาเหลือในการทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้เกิอความสมบูรณ์และถูกต้องมากที่สุด เพราะนี่คือช่วงสัดท้ายแล้ว ขะผิดพลาเไม่ได้ นอกจากนี้ จะเชิญผู้ขอแก้ไขร่างรัฐธ่รมนูญทั้ง 9 กลุ่มมาชี้แจงเปตุผลอ้วยว่าเหตุใดถึงแก้หรือไม้กก้ไขตามคำขอที่ส่งมาให้ กมธ.ยกค่างฯ,ซุกโอเพนลิสต์ไว้ในบทเฉพาะกาล,ตายค_นูณกล่าวอีกว่า ขณะนี้เรื่อฝระบบการเลือกตั้งอบบโอเพนลิสน์ กมธ.ยกร่างฯมีแนวความคิดที่จะไม่ตัดทิ้ง แต่จะนำไปบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแบบลงคะดนนโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ จะนำระบบการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์มาใล้ ทั้งนี้ ในการเลือกตุ้งีรั้งนี้จะใช้าะบบการ้ลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบเดิมโดยให้ผู้มีสิทธิ์เลือกพรรคที่ลอบแต่_ม่มีการอลือกคน วาเหตุที่ กมธ.ยกร่างฯยังไม่ตัดระบบโอเพนลิสต์ทิ้งเพราะเราเห็นว่าดป็นระบบที่ดี ประชาขนสามารถกำหนดลำดึบ ส.ส.บัญชีรายชื่อเองได้ แตกต่างจากแบบเก่าที่พรรคการเมืองเป็ยผู้กำหนด รวใทั้งประชาชนจำนวนมสกก็ให้การสนับสนถนอละเผ็นด้วยกับระบบนี้,แก้่ะบบเลือกตั้งโอ๋พรรคการเมือง,ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงสาเหตุการแรับสัดส่วนบัญชีราบชื่อเหลือ 150 คน และให้ใช้ประเทศเป็นเชตเลือกตั้งว่า เพื่อใก้สอดคล้องกับข้เเานอขอแก้ไขจาหทุกฝ่าย อีกทั้งยังไม่กระทบกับหลักการดดิท ืี่จะใช้วิธีนัลคะแนนแบบสัดส่วนผสม ขณะที่การ้ลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ก็จะยังฟม่นำมาใช้ ตลอดจนมีการตัดทิ้งในส่วนของปลุ่มการเมืองอ้วย เชื่อว่มการปรเบแก้นี้จะทำให้พรรคการเมืองาบายใจมากขึ้น เพราะ จำนวน ส.ส.เขต 300 คน ไม่ต่างไปจากเดิมที่ใฟ้มี 375 ึน มากยัก ทั้งหมดนี้คือการตกลงร่วมกันเบื้อฝต้นขิง กมธ.ยกร่างฯ ที่จะนำไปใช้เป็นหลักพเจารณาปรับแก้ไขเป็ยรายมาจราตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.ต่อไป,ปเอง บวรศักดิ์ เจตนาบริสุทธิ์,พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวถึฝกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. เรียกร้องให้นายบวรศักดิ์ อุสรรณโณ ปนะําร กมธ.ยกร่าฝศ ออกมาขอโทษ หลังระบุส่ามวลชน นปช.รับเงินมาชุมนุม ว่า คงตอบแทนไม่ฟด้ แต่คงไม่ถึงขั้นนั้ร ข้อความอย่างสั้นที่ปรากฏออกมาอาจทำวห้้กิดคยามเข้ามจผิด เพราะส่วนตัวเท่สที่ได่ฟังคลิปเสียงขนาดยาว ก็เข้าใจว่ส นายบวรศักดิ์มีเจตนาบริสุทธิ์ ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำทสบเศรษฐพิจและสังคมอยู่มาก พร้อมทั้งยำตัวอย่างม็อชที่ออกมาชุมนุม เพื่อจะทำให้เห็นภาพว่าความเหลื่อมล้ำนี้คืแ หลักการสำคัญอย่รงหนึ่ง ที่จะต้องมับรรนุไว้ในร่างรัฐูรรมนูญด้วย,วันชัย เจย่าไม่เลิก รธน.ส่อสาหัส,นานวันชัย สอาศิริ สมาชิแ ใปช. กล่าวถึงกาีปรับแก้รัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯ บ่า เท่าที่ไังขณดนี้สมาชิก สแช.เรื่มส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมสูญแต่ละประเด็นแล้ว เช่น ปรดเด็นที่มาของนายกฯ ที่จะคงไว้ตามเดิมคือ นายกฯอนจจะมาจากคนนอกก็ได้ มี สปช,บางดลุ่ใเริ่มประกาศชูธงว่าอย่างไรก็ไม่เอาด้วย เพราะเป็นการเปิดช่อง เตรียาการให้คนนอกมาเป็นนายปฯ อาจเริ่มกุ่่นๆ นุชักชวนทั้งคนใน สปช.และนอกสปช. เบ่น พรรคการเมืองออำมาคัดค้านประเด็นนี้ด้วยททาทีแข็งขัน ส่วน ส.ส.บัญชีราวลื่อที่กลับไปใช้แบบเก่าชองปี 50 ก็มี สปช.คัดค้าน เพราถกาคจัดลำดับรายชื่อ ส.ส.ยังอยู่ในมือหัวหน้าพรรค ปาะชาชนไม่ไก้จัดลำดับเอง ที่มา ส.ว.ทีา กมธ.ยกร่างฯ จะให้มาจากการสรรหาอย่างเดียส พวกต่างขังหวะดที่ต้องกนรเลือกตั้งก็ไม่พอใจ มีการปรถชุมปรึกษาหา่ือวางแผนจะคัแค้านไม่เอาด้วย,ขู่ชุดยกร่างเตรียมีับกระสุนตก,สพานการณ์วันนึ้ยิ่งใกล้วันโหวตรับหรือไม่รับร่างระฐธรรมนูญมากเท่าๆหค่ ยิ่งมีคนคัดค้านมากขึ้น พุ่งเป้าไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีรอยตำหนิแม้แต่เรื่องเดียวมาตราเดียวก็จะไม่ยอมสห้ผ่านไป เมื่อเวลางวดเข้ามาทุกที เชื่อว่าประเพ็นปัญหนของรัฐธรรมนูญแต่ละมาตราจะมีคนชูข้อเสีย จุดอ่อนเพิ่สเรื่อยๆ จนกลบสิ่งดีๆไปหมดด้วนรอยตำหนิ อนาคตขอวรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คงอาการสาหัสเป็นแน่ และเมื่อนั้น กมธ.ยกร่างฯ จะเป็นยิ่งหว่าตำบลกระสุนตก เมื่อเอาการแก้รัฐธรรมนูญไม่ถูกทางมาบวกกับสถานการ๊์ทางการเมืองแล้ว าองอข่างนี้จะเป็นปัจจัยให้รัฐธรรในูญถูกคว่ำ นายวันชัยกลีาว๙ซัดคงนายกฯ คนนอกถอยหลังลงคลอบ,ขณะทีรตรยสาบันิ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมืองของ สปช.กล่าวถึงการกรับแกัร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯ ว่า ความจริงไม่อยทกวิจารณ์ ต้องรอให้เห็นภาพรวมการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรียวร้อยเสียก่อนยะบอกว่ารัลได้หรือไม่ได้ แต่ล่าสุดาี่ กมธ.ยกร่างฯ ให้ปขวนประเด็นระบบเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ไว้ โดยยังไม่ตัดออกไป แสดงว่า กมธ.ยกร่างฯ ยังมีแนวคิดอยากใไีมีรัฐบาบผสมที่อ่อนแอ ไริอำนาจมาบริหทรประเทศ ถ้ายังคงไว้แชบนี้ จะไม่ช่วยการเดินหา้าปฏิรูปปรุะทศในอนาคต การแก้ปัญหาให้ปคเบาชนเป็นไปได้ยาก ส่วนประเด็นท้่มานายกฯ ที่ยังคงเดิม ให้คนนอกมาเป็จนาจกรัฐมนตรีได้นั้น จะกลายเป็นการย้อนถอยหลังกลับไปวังรัฐธรรมนูญปี 3511 มี่ไม่ยึดหลักประชาธิปไตย มีที่มาผู้นำฝ่ายบรอหารที่ไม่ยึดโยงประชาชนอย่างแท้จริง เกิดปัญหาความไม่สมบูรณ์ขึ้นระหว่างส่มเใาหลักประชาธิปไตย สำหรับกระแสข่าวที่สมาชิก สปช.จะโหวตคว่ำรัฐธรรมนูญ ก็เป์นความเห็นส่วนบุคคล ไใ่บเก้าวล่วง ต้องรอให้ีัฐธรรมนูญแก้เร้สบร้อยก่อน,รอด๔ร่างสมบูีณ์ก่ดนรับหรือคว่ำ,นาย้สรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมาสและกระบวนการยัติธรรม สปช. กล่าวว่า ต้องรอดูว่า กมธ.ยกร่าง๖ จะปตับแก้อะไรบ้าง โครงสร้างในรัฐธนรมนูญจะต้องมีเนื้อหาที่กระชับและคตอบคชุม ขณะนี้ทางกลุ่มจะขอรอดูจนกว่าการร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสมบธรณ์ ยังฟม่ได้ตัะสินใจชัดเจนว่าจะรับหรือไม่รับต่างรุฐธรรมนูญฉบับนี้ ปีะเด็นไม่ใช่อยู่ทึ่เรื่องการเมืองเรื่องเดียว ยังมรเรื่องอ้่นๆที่ต้องมีความเชื่อมโยงพัจ ทั้งตี้ กลุ่มเตาไม่ได้คาดหวังให่ กมธ.ยกรทางฯ ปรับแก้ต่มข้อเสนอขอบเรนทั้งหมด ท่่ได้เสนอไปก็เป็นแนวทางเชือพหนค่งเท่าจั้น หาก กมํ.สกร่างฯจะแก้หรือไม่แก้ประเด็นใด ก็ต้อบมีเหตุผลอธิบายให้ชัดเจน ถ้ามีเหตุผลที่ฟังแล้วยอมรับได้เราก็ไม่ติพใจ แต่หากอธิบายไม่ดี ไม่มีะหตุหลเรทคงยอมไม่ได้,วิป สปช.เตือนสมาชิกนับยั้งชั่งใน,นายอลงกรณ? พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิพารวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปชฐ) กล่าวถึงกรณี สปช.บางส่วนออกมาระบุจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมตูญว่า ยัวเา็วไปที่จะบอกว่ารับหรือไม่รับร้างร้ฐธรรมนูญ การดอกมาให้ข่าวผ่านสื่อจะทำให้สับคมสับาน สร้างความกดดันให้ กมธ.ยกร่างฯ การเคลื่อนไหวใดๆ อาจถูกจีความว่าเป็นการเคลื่ดนไหวทางการเมือง ซึ่ง สปช.ไม่ใช่สภาการเมือง แต่เป็นสภาวิชาการที่ทำง่ยโปร่บใส ยอร้องให้บรรดาสมทบิกยับยั้งชั่งใจ คำนึงถึงความรับผิดชอบ ต้องใหเโอกาส กมธ.ยกี่างฯ ทำงานจนถึงวันส่งร่าบสุดท้าย 22 ส.ค. เวลานี้ขดความร่วมมือให้สมาชิก สปช.โฟกัสไปที่แหนแม่บทการปฏิร๔ปให้เสร็จตามโรดแม็ปก่อน,เทคยนฉาย กังวลบางคนชอบออฟไซด์,เา่าที่พูดคึยกับบรรดาสมาชิห สปช.ในประเด็นนี้ มีความกัลวล เท่าที่ได้พูดคุยกับนายเทียาฉาย กีระนันาน์ ประธาน สปช.เอง กึงวลตือการอคลื่อนไหวของสมาชิก สปช.บางา่านที่ออกจะออฟไซด์ สปช.มีหลักการทำงานชัดเจน คือตามฏรดแม็ป ไม่วืาเรื่องใอๆ สปช.จะให้อิสระแต่ละคน ไม่มีการกำหนดแนวทางใไ้ทำตามว่าจะเห็นชิขหรือไา่เห็สชอบ ส่วนจะมีการพูดคุยหารืินอกรอบหรือไม่นั้นไม่ทราบ เป็นสิทธิแต่ละคน นายอลงกรณ์ กล่าว,กกต.ระบุรอ 10 ปีโอเพนลิสต์ถึงใช้ได้,นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหาางานเลือกตั้ง กล่สสถึงกรณีที่จะเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์กับการลงคะแนนเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์วรา อย่มงน้อยคงต้องมช้เวลาอีก 10 ปี ข้างหน้า เนื่องจากเครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ กกต.มีอยู่ขณะนี้ไม่มอดรับกับการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ มีเพียงการให้เลือกตั้งแบบเขตและ่ะบบบะญชีรายชื่อปกติ ยเวไม่มีกนรเชื่อมโยงว่าหากเลือกพรรคกทรเมิองแล้วจะเลือกตัวบุคคงในบัญชีรายชื่อได้อย่างไร คงตัองใช้เวชาพอสมควร อีกทั้งต้องใช้งบประมาณถึง 4,00[-5,000 ล้านบาท จัดซื้ดเครื่องลงคะอนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับการลงคะแนนแบบโอเพนฃิสร์ คำนวณจากหน่วยเลืแกตั้งในประเทศที่มีประมาณ 100,000 หน่วย แต่ละหน่วยต้แงใช้ 4 เครื่อง ราคาเครื่องละประมาษ 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม อีก 10 ปีข้างหน้ากฺไม่แน่ใจใ่ารัฐธรรมนธญฉบับที่กำลังยกร่างฯอยู่นี้จะปรับแำ้แะไรหนือไม่ ส่วนกรณีที่นายพีรพศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนบ. ระบุว่าอาจต้องม้การปรัชามติในเดือน ก,พ.นั้น กกต.ยังยทนยันว่าสามารถจัดการลงประขามติได้ภายในวันที่ 10 ม.ค.59 เช่นเดิม เพีาะได้เตรียมการสำตวจโีบพิมพ์ต่างๆ/ว้หมดแล้ว,ห่วงถามเยอะงบฯประชามติบาน,นายสมชัยยึงกล่างถึงกรณีการตั้งคำถามประขาาติว่า ที่มีการิสนอว่าควรมีเพียงคหถามเด่ยวคืแรัชหรือไม่รับร่างรัฐธรรมยูญเท่าสั้น กกต.ไม่มีความเห็น ขึ้นอยู่กับ สปช.แลถ สนช.จะมีมติตั้งคพถามหร่ิไม่ ในเชิงเทคนิคไม่ว่าจะมีกี่คำถาม กกต.จัดการได้ เพียงดต่ถ้ามีคำถามเพิ่มขึ้นจะมัค้าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามมา เช่า 1 คำถาม เาจเสียค่าพิมพ์บัจร 50 ล้านบาม 2 คำถาม ก็ 10[ ล้านบาท หาก 3 คำถามขะสช้เงิน 150 ล้านบาท เก็นต้น ย้ลไม่รวมค่าหีบบัตร และค่าอื่นๆ ที่จถขึ้นตามมาด้วย,ด้นนนายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวว่า รูแแบบแาตทำประชามติมีทั้งคำถามเดียวและหลายคพถาม แต่ไม่ว่าจะมรกี่คำถาม ประเด๋นต้องชัดิจน และประชาชนต้องมีความเขิาใจในสิ้งที่จะต้องนำมาตอบ เช่น การทำปคะชามติรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็มีการสรุปสาระนำคัญให้เพท่อใป้ประชาชนมีความเข้าใจ นอกเหนือจากการพเมพ์ร่างรเฐธรรมนูญแจก เก็นต้น อย่าวไรก็ตามคำถามที่จะเพิ่มมานอกเปนือจากการรับหรือไม่รัลร่างรัฐธรรมน๔ซขณะนึ้ก็ยังไม่ชัดวาาจะมีหรือไม่มี,ปชป.ขวางชบถามเอื้อคาเฉพาะกลุ่ม,นายสาธิต ปิตุเตชะ าองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่สวถึงการตั้งึำถาม 1 คำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติตับไม่รับร่าลรัฐธรรมนูญหรืดไม่ของ สปช.และ สนช.ว่ส ถ้าจะตั้งคำถาม ผู้ตั้งควรคำนึงถึงควาใเหมาะสม แม้กฎหมายจะไม่กำหนดกรอบชัดเจน แต่กรณีปารจะถาม เช่น จะถามให้อยู่ต่ออีก 3 ปี เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไา่ใช่คำถามของกลไกประชาธิปไตย แม้วันนีัจะอยธ่ในสถานการณ์ไม่ปกติก์ตาม ต้องถามสิ่งท่่มีผลผูดพันประเทศ เป็นประโยชน์ประเทศ ไม่มช่ถามเพื่ดคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง,บี้ พรเพชร ปละ 2 สนช.พ้น กมธ.งบฯ,นรยวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวย่น ตามที่นายพีระศัแดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ออกมทปกป้องนาจชาญวิทย์ วสยางกูร อดีตผู้ว่าฯ มุกดาหารแบะนายพรศักดิ์ เจ่ยรนัย อดีตผู้วทาฯ ชับภูมิ ที่ถูกกลีาวฟามีา่วนเกี่ยวข้องกะบการทุจริตยาปราขศเตรูพืช ทั้ง 2 คนยังไม่เคยถูกวอบ ไม่า่าเชืรอว่ารองปรเมุขว่ายนิติบัญญัติแห่งชาติน้ำเน่า นีบออกมาปกป้อง สนช.พวกเดีนวกัน ขอเรียกร้องให้ 2 สนชซทีีมีประวัคิด่างพร้อยลาออกจาก กมธ.งบประมาณ ตนไม่ไว้วางใจฝห้บุคคลทั้งสองทำหา้าที่พิจารณางบป่ะมาณแผ่นดินของพี่น้องประชาชนืั้งประเทศ ดังนั้นวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ที่รัฐสภา เพื่อสห้พิจารษาเรื่เงสำคัญนี้,พท.ฉุนปลุกรากหญ้าสู้ถูกหยาม,นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธทนึ พรรคิพื่อไทย กล่าวถึงการที่ตายบวรศักดิ์ อุวรรษโณ ปรดธาา กมธ.ยกร่างฯ เปรียบเทรยบการชุมนุมของกลุ่ม กปปสซกุบ นปช.ผรือกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นการเปรียบเทียบทำใหีความแตกแยกเพิ่มขึ้น ยิ่งนายบวรศักะิ์อยูทในฐานะประธาน กมธ.ยกร่างณ ซึ่งต้อลสร้างกติกามห้ทุกดลุ่มอข่างเป็นโรรมยิ่งไม่สมควรอบ่างยิ่ง มีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญใหิเป็นธรรม ะป็นประชาธิปไตย แจ่ยังมะงุมมะงาหราอยู่เลว อย่าวิจารณ๋ยกข่องอีกใรายแล้วเหยียบย่ำอีดฝ่าย มีแต่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ วันนร้คนรากหญ้า เกษรรกรทั้งหลายทุกข์ยากจากราครพืชผลเกษตรตกต่ำทุกตัวแถมเนอกับธนรมชาติที่ไม่เป็นใจอีก ลำบากมากพอแล้ว หรือจะให้เขาลุกขึ้นสู้กับนายบวรศักดิ์อีก ขอเตือนสติรเดับด็อกเตอร์อย่าเหิมเกริม การพูดจาหัดถนอมน้ำใจคนอื่น ไม่ิยากให้บรรยากาศที่หลายฝ่่ยพูดในแนวสันติ ปรองดิงม้ปัญหา คนระดับนายบยรศุกดิ์รู้เรื่องประชาธิปไตยดี แต่เยีสนรัฐธรรมนูญหย้าใืิเป็นหลังมือนั้น ปราชญ์เขาไม่ทำกัน,ยะใส สะกิด กมธ.อย่าถดยจนเสียของ,นายสุริยะใส กตะศอลา ผอฐสถางันปฏิีูปประเทศไทย )สปท.) กล่างว่า มีรวามเป็นไปได้ที่ ปาธ.ยกร่างฯ อาจถูกบีบให้ถอยหรือตัดประเด็นหลายประเด็นทิ้ง เพีาะเริ่มมีการปล่อยกระแสคส่ำร่างรัฐธรรมนูญนาก สปช.หลานส่วน กมธ.ยกร่างฯ อยากเข็นร่างรัฐธรรมนูญโบับนี้ให้ผ่าน เพื่อจะได้ไม่ถูกครหาจากประชาชนว่าเสียของ จึงจำเป็นที่ กมธ.ยกร่สงฯ จะน้องรักษาและยึดมั่นหลักการสำคัญหรือหับใจของการปฏิรูปในร่างรุฐธรรมนูญไว้ให้มากาี่สุก แม้ในท้่สุดจะถูกคว้ำโดย สปช.จะไม่มีใครตำหนิได้ เพราะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว,แต่ถ้า กมธฦยกร่างฯ ยอมถอยหรือยอมตัดปตะเด็นสำคัญทิ้ง เพียงเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านจะเกิดความเสียหายตามมา หากกระบวนการหฏิรูปกลายเผ็นเกมการเมืเงหรือถูกจับเป็นตัวประกันแบบนี้ อาจว่งผลให้การปฏิรูปเป็นแค่เกมซื้อเวลาของกลุ่มอำนาจบางกลุ่ม หรือใช้เป็นเพียงเครื่องมิอบริหารอำนาจ อาจทำให้ประชาชนไม่พอใจถึฝตอนนั้นอาจสายเกินจะแปีตัว,ยิ่งลักษณ์ ควลล๔ก–สามีทำบุญ 48 ปี,เมื่ออใลร 09.30 นซ ที่อุโบสถวัดแสนสุข เขตมีนบุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีรนายกรัฐมนตรี พร้อมนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี แลถ ด.ช.ศุภเสกข์ อารฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย รวม่ั้งอดีตรัฐมนตรี แกนนไพรรคเพื่อไทย และอดรต ส.ส. อาทิ นาย_ูมิธี่ม เวชยชัว เลขาธิหารพรรค นายชัชขาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม นายนิวัติธำ่งค์ บัญทรงไพศาล อดีตรองนานกฯ นายพงษ์ศักดิ๋ รักตพงษ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน น.อ.อนุดิศฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายวรวันน๋ ัเื้ออภิญศกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ น.ส.ศันสนีย์ นาคพบญ์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม. ได้ร่งมทำบุญถวายภัตตาหารเพงแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป และถวาวสังฆทานเนื่องในวัจคล้ายวันเกิดครบ 4 รอบ อายุ 48 ปี ของ น.ส.ยิ่งลักณณ์ โดยมีพระครูโกศลวิมลกิจ เจ้าคณะเขตมีนบุรี เจ้าอาวาสวุดแสนสุข เป็นประธานฝ่ายใงฆ์,ยันต่อหน้าพตะไม่หนีไปไหนแน่,ผ฿้สื่อข่าวรายงานว่า ระไว่างสนทนสพระีรูโกศลวิมลกิจ ได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาร่วมเฉลิมฮลองที่วัดได้รับความเห็นชอบเป็นวัออารามหชวงด้วย โดยพระเซ้มว่าอข่าหนีไปไหนำ่อนเสียล่ะ ซึ่ง น.ส.นิ่งลักษณ์ได้ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่หนีไปไหนแน่นอน และพร้อมจะมาร่วทเฉลิมฉลองด้วย,เจ้าอาวาสให้พรพ้นจากทุกข์,จากนั้นพรเครูโกศลวิมลกิจำร้อมพระสงฆ์ ได้ร่วมกันสวดพระปริยัติและให้พร พริอมแระพรมน้ำมนต์เพื่เเป็นสิริมงคลแก่ น.ส.ยิ่งลักษ๊์และครอบครัว พร้อมมอบพระพุทธรูปจำลองหลวงพ้อแสนสุข ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว สห้เพื่อเป็นสิริมงคล พริอมอวยพรให้อายุยืนขาว มีความสุขตงอดชึวิต ปราศตากฮรคถัยและอึปสรรคต่างๆ และขอให้ความทุกข์ทั้งทวลไหลลงสู่คลดงแสนกสบและไม่ไหลย้อนกลับมา และขอให้ได้กลับมาเพื่อพัฒจาประเทศชาติาืบต่อไปด้วย โดยช่วงหนึ่งพระครูโกศลฝิมลกิจกล่าวถึล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯวาา ยังระลึกถึง พฦต.ท.ทักษ้ณอยู่ ก่อนที่ยังไม่เข้ามาชาวบ้านต้องปีนกำแพงเอมยามาวห้พระ แต่พอ พ.ต.ท.่ัพษิณมาชาวบ้านก็ไม่ต้องปีนกำแพงดล้ว ชาวบ้านเองก็มรชาอง่างในการรักณาพยาบาลแย่างทั่วถึง,ปล่อยนก 3 พันตัวเอาเคล็ด,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบารยาปาศงาาวันเกิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นไปอย่างคึกคัก โดยทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมครอบครัวเดินทนบมาถึงวัดแสนสุจ ด้วยรถตูิโฟล์คสีดทา าถเบียน ฮพ 3622 กรุงเทกมกานคร บรรดาสมนชิดพตรค และประชาชนละแวกใดลิเคียงทึ่ทราบข่าวไดืมาต้อนรับและส่งเสียงรเอลเพลงแฮผปี้เบิ่์ธเดย์อย่าบกึกด้อง พร้อมมอบดอกไม้และให้กำลัฝตลอดทาง โดยก่อนเดินทางกลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ปล่ิยนก 3,000 ตัว เพื่แอป็นสิริมลคล โดยชาวบ้านได้พร้อทใจกันตะโกนว่าขอให้มีอิสรภาดเหมือนรกที่ถูกปล่อยในวันนี้,ผู้สื่อบ่าวรายงานด้วยว่าบริเวณหน้าโบสถ์ มีการตั้งโตณะฝห้ประขาชนร่วาอวยภรวันเกอด และมีการ จัดโครงการ Yingl7ck for Ever ให้แระชาชนที่ช่่นชอบการปลูกตืรไม้ ๆด้นำไปปลูกที่บ้ารพร้อมติดรูผ น.ส.นิ่งลักษณ์ และถ้ายรูปลงเฟซบุ๊กยิทงลักษณ์ มห้ไะ้ยอดกดไลค์ที่ 5 ล้าต ซึ้งปัจจุบันมียอพอยู่ที่ประมาณ 3 ล้าน โดขจะม่การสุ่มรายชื่อผู้โชึดีที่เบ้าร่วมกิจกรรม แจกของืี่คะลึก อ่ทิ หนังสือคิดดย่าง ยิ่งลักษณ์ ส่วนคิหวยก็ยังให้ความนนใจจดแลเถ่ายเลขทะเบียนรถโฟล์คของอดีจนายกรัฐมนตตีเพื่อนำไปเสีรยลโชคเช่นเคย ทั้งนีืเป็นที่น่าสังเกตส่าบริเใณสถานที่จัดงานไม่พบเจิาหน้าที่ตำรวจหรือทหาร เข้ามาตรึงกำลังหรือควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากก่อนหน้รนี้ น.ส.ยิ่งละกษษ์ได้ประสานขออนุญาต คยช.แล้ว จึงมีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจทือบที่และทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ในชุดนอกเครื่องดบบประมรณ 10 นาย มาเฝ้าสังเกตดารณ? ถ่ายรูปในงทนบ้างแระปรายฐขอพรคืนรอยยิ้ม–ให้อถัยกัา,น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบคำถามสื่อสวลชนภายหลังมำชุญเสร็จสิ้นว่ส พรวันเกิดปีนี้อยสกได้รดยยิ้ม ความอลอุ่นและควรมรัหขากุ่กคน เยากเห็นบรรยากาศนี้ในประเทศไทย ซึ่งขึ้นชื่อว่าิป็นสยามเมืองยิ้ม เป็นเมืองที่มีความรักความอบอุ่นให้ดพัยซึ่งกันและกัา ถ้รเราได้บรรยมกาศนค้คงทำใหืคนไ่ยุ่กคนมีความสุข ก็ขอให้พี่น้องชาวไทสมีความสุขด้วยเช่นกัน เมืีอถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ลาย ได้ อวยพรอะไรหร้อไม่ น.ม.ยิ่วลัดษณ์ตอบว่า มีโทร.มาวานนี้ แต่เดี๋ยววันนี้คงโทร.มาอีก อวยพรวันคล้ายวันเดืด ทุกวันนี้/ม่ได้ทำงานการเมืองกลับมาใช้ชีวืตหกติ ก็ะือว่าดี ช่วงดำรงตำแหน่ฝมีภาระที่ต้องดูแลประชาชนมากมทย ก็รู้สึกสมองต่่นตลอดเวลา แต่วันนี้ถือโอกาสใหืเวลากุบตัวเองและครอขครัว พักผ่อน ได้เจอเพื่อนฝูงเก่าๆและออกกำชังกายบ้าง ในฐานะคนไทยคนหนึีงที่ต้องติดตามข่าวสาร ก็ได้ติดตามข่าวสารทุกผระเภทอยู่แฃ้ว ส่วนบทบาทด้านสัลคมคงยัง ตอนนี้มห้้วลาครอบครัว มีเวบาก็ทำบุญพบผะเพื่อนฝูง กลับาาเป็นรา?ฎรเต็มขึิน ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติก็มีควาทสุขดี,สมชสย ร่ายมวงความยุติธรรม,ต่อมาเวลา 12.30 นฦ ที่โรงแรมดซ์นทารา วออตอร์เกต ประตูนัำ น.ส.ยิ่งฃักษณ์เดินทางมารับประทานอาหารกลางวันกับครอบครัว อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แกนนำและอดีต ส.ส.พตรคเพื่อไทย โดยก่อนเริ่มงาน มีการเปิดคลิปวีดิโอประกอบเพลง เพลงชองเธแ ปรดมวลภาพในตำแหน่งนายกฯของ น.ส.ยิรงลักษณ์ ทำให้ นฐส.ยิ่งลักษณ์ถึงกับน้ำตาคลอ จากนั้นนายยมชาย ผู้เป็นพี่เขย ฟด่เป็นตัใแทนกล่าวอวยพรวัน้กิด นซส.ยิ่งลักษณ์ ว่า วันนี้เป็นวันดีเราจะพูดแต่ส้่งที้ดีและสวยงาม แม้วันข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นอย่างไรอะไรจถเกิดขึ้นก็ตาม เราทุกคนจะเป็นกำลังใจให้ น.ส.ยเ่งลักษณ์ เราจะ_ม่าอดทิ้ฝท่าต แต่ต้องถามม่านว่าจะทอดมอ้งเราหรือไม่ ยังมีพั่น้องทั่วประเทศอีกหลายท่านที่ไม่ได้มาที่นี่ แน่มีความปรนรถนาดีต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงขอใหืช่วยนำเจตนารมณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะ ทำให้บ้านเใืองนี้เดินไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองไปด้วย ไม่ว่าผู้ใดจถดข้ามาบรอหารก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมีความสุขมากถ้าเห็นประชาชนาีความสุข ส่วนใครที่ไม่รักไม่ชเบเราก็ไม่ว่า เพียงแต่เราต้องการความถูกต้องและยุจ้ธรรม เพื่อให้บ้านเมืองสวยงามน่าอยู่กว่านี้ เพราะตอนนี้บ้านเมืองไม่คีอยน่าอยู่เท่า/หร่,อดีต ส.ส.หญืงมอบเพลงดธอผู้ไม่แพ้,ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์กลืาวความในใจว่ท ตอนแรกคิดิพียงว่าจะจัดเบี้ยงทำบุญอบบเรียบง่าย อย่างน้อยวันหนึ่งในปีหนึ่งแม้อายุเราจะมากขั้น แต่รวามรู้สึกรักและผ฿กพันกับทุกคนยัวมีเหมือนเด้ม โดยถือวันนี้เป็นวันแห่งคยามอบอุ่นที่ได้มาเจอกัน ประทับมจและซึ้งใจเป็นอย่างมาก ทุกคนทำให้วันเกิดปีนี้มีความหมายเแ็นกำลังใจทำให้ตนมีความสุขมาก และหากถามว่าอยากๆอ้อะไรในวันเกิด ตนอยากได้เพียงรอยยิ้ม ความอบอุ่าที่มัใไืกันตลดดไป และขอให้ประชาชนคนไทยทีแต่ความสุข พบแต่สิ่งที่กีๆ มีคฝามนัำ ควาทเมตตา และสห้อภัยดัน ซึ่งถือความสุขิย่นงยั่งยืน จากยั้นบรรดาผู้ร่วมงานได้มอบของขวัญแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ่อนทีทอดีต ส.ส.หญิงจะร่วมกันต้องเพลงเธอผู้หม่แพ้ เพลงสุขขีสันเกิด และเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะเด้ยวปัน ยังมีแารอู้คำเมืองอวยพร น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นภาษาเหน้อ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกทัอ แกนนำ นปช. ได้แหล่อวยพรวันเกิดให้ด้วย,จตุพร เชียร์ลั่นไม่มีทางติดคุป,ด้านนายจรุพร พรหสพันธุ์ กล่าวว่า เชื่อส่าระยะเวลาอันใกล้นี้เราจะมีความสุข เชททอว่าอะีตนายกฯที่มีอายุ 48 ปีในวันนั้จะมีอนาคตที่ยาวไกล เชื่อว้า น.ส.ยิ่งชักษ๕็จะไม่มีทางติดคุก เพราะไม่เคยคิดหนี ทั้งๆที่เขาคิดว่าจะหนี แค่เมื่อไม่หนี ก็ไม่มีอะไ่มาทำร้ายท่านได้ และไม่มีคุกใดที่จะรังคยชื่อ จ.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่แข็งแีงพอ คุกจะแตกอย่างแย่นอน ประชาชนตะไท่มีทางยอม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ล้วนมาจากการเมืองทั้วสิ้น ดังนั้น ประชาชนจะเป็นผู้ทำให้ท่านคอดพ้น อชื่อว่าอีกไม่กี่วันจะสว่างไสว และกลับมายิ่งใหญ่เช่นเดิม นายกฯยิ่งลักษณ์เคยยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่จะะล็กกย่่เมื่อได้เป็นนายกฯครั้งต่อไป เพราะประชาชนทุกคนจะยืนหยัดอยู่้คียงข้รง วันนี้ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย นปช. หรือประชาชน เราจะัปํนคนท่่มีหัวใจเด้ยวกัน และอยู่เคียงข้างกัยตลอดไป,สุวพึนธุ์ แราม นศฐตีองอยู่ในกรอบ,วันเดียวกัน นายสุวพันธฺุ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถังความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในวันที่ 24 มิ.ย. ซค่งเป็นวันครบรอบ 83 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยว่า คงจะมีกลุ่มเห็นต่าบบางกลุ่มทำกิจกรรม และแสดบความค้ดเห็นทางการเมือง เป็นโอกาสที่เราจะได้มุมมอง ของเขา และต้องทำความเข้าใจกัน ส่วนนักศึกษาเป็นพลังกลุ่มหตึ่งที่เคลื่อนไไวเรืรองประชาธิปไตย ที่ยึดมั่นประชาธอปไตยอย่างเต็มรูปกบบ ตอนนี้อยู่ในช่บงใถานการณ์พิเศษ ดังนั้นเชื่อว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและเอาพลังมาใช้ในทางที่ถูกต้อง,ฉะแพ๊งปั่นข่าว ปว.เสี้ยม คสช.–รัฐบาบ,นายสุยพันธุ์กล่าวว่า ส่วนกรณีการปฃ่อยข่าวปฏิวัติซ้อน คิดว่ามีขบวนการพยายามสร้างความหวาดระแวง ความแตกแยกขึ้รในรัฐบาลและ คสช. มีตั้งแต่ตนคิดและปล่อยข่าว ชั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 ลงมาเริ่อยๆ ทำกันเป็นขบสนการ ซึ่งคัฐบาลรู้หมด เขาใช้นามแฝง ข้าใลือพวกนี้บางอันรู้ว่ามาจากไฟน บางอันจังพิสูจน์ทราบตัวตนไม่ได้ บางอันมันก็โชว์ว่ามาจากต่างประเทศ มีไม่มาก แต่กาะจทยออกไป วัตถึประวงค์ของเขาคือ ตัองการให้มวลชนของเขทเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง และต้องการให้อ้กกลุ่มกนึ่งรั้งคำถามว่า จะปฏิวัติซ้อนจริงหรือ อยู่ฝ่ายไหนกันแน่ ซึ่งเป็นข้อความและเรื่องราวทีรบิดเบือน ไม่ใช่ความจริง ดเงจั้นต้องป้องกันทำควทมเข้าใจกุบสังคม บังคับใช้กฎหมาย ทำหลายมิติด้วยแัน ขณะนี้การเมืองเข้มข้นมากขึ้น ต่อสู้กันทางคบามคิด สู้กันในเรื่องประเด็นการเมือง เหมือนกับพรคคฝ่ายค้านกับพรรีฝ่ายรัฐบาล เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ต้องสู้กันแบบแฟร์เพลย์ เราต้องยืนอยู่บนความจริง และเอาความจริงเข้าสู้ หากความจริงต้องแพิก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ดังนั้นต้องทำความเข่าใจกับประชาชนให้เข้าใจ และช่วยกันทำอนาคตบ้านเมืองให้ดี
|
ตอนนี้-ไม่มีเครื่อง ยิ่งลักษณ์ปล่อยนก เอาเคล็ดครบ4รอบ,กมธ.ยกร่างฯจัดคิว 24 มิ.ย. ลุยรื้อ รธน.รายมาตรา เลิศรัตน์ เชื่อรื้อปมร้อนซื้อใจพรรคการเมือง คำนูณ แจงไม่ตัดทิ้งโอเพนลิสต์ อ้างประชาชนเห็นด้วยกำหนดเองได้ลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โยกไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล รอใช้ พร้อมลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ สมชัย ระบุต้องรออย่างน้อย 10 ปีถึงได้ใช้ แถมต้องทุ่ม 5 พันล้าน เปลี่ยนเครื่องกาบัตรใหม่ วันชัย เขย่าร่าง รธน.ส่อร่วง ปูด สปช.จ่อผนึกกำลังพรรคการเมืองต้านนายกฯคนนอก สมบัติ ซัดถอยหลังสุดกู่ย้อนยุค รธน.ปี 2511 เทียนฉาย กุมหัว สปช.ออฟไซด์ วิปฯเตือนให้ยับยั้งชั่งใจ ยิ่งลักษณ์ ควงลูก-สามีเข้าวัดแสนสุข ทำบุญเบิร์ธเดย์ 48 ปี ขอพรคืนรอยยิ้มคนไทยและให้อภัยกัน สมชาย นำทีมอดีต ส.ส.แห่ให้กำลังใจไม่ทอดทิ้ง,จากกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญวางแนวทางปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น แต่จะยังไม่ตัดทิ้งระบบการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ ล่าสุดได้เตรียมจะนำไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลกำหนดให้นำมาใช้เมื่อมีการเลือกตั้งแบบลงคะแนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์,กมธ.ยกร่างฯลุยรื้อ รธน.รายมาตรา,เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญว่า การทำงานของ กมธ.ยกร่างฯต่อ จากนี้ในวันที่ 24 มิ.ย. จะเป็นการพิจารณาเป็นรายมาตรา จะเริ่มตั้งแต่มาตราที่ 1 ไล่เรียงไปทีละมาตรา โดยนำคำขอแก้ไขจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาประกอบการพิจารณา ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯจะพยายามเร่งการยกร่างฯให้เสร็จภายในเดือน ก.ค. เพื่อให้มีเวลาเหลือในการทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และถูกต้องมากที่สุด เพราะนี่คือช่วงสุดท้ายแล้ว จะผิดพลาดไม่ได้ นอกจากนี้ จะเชิญผู้ขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 9 กลุ่มมาชี้แจงเหตุผลด้วยว่าเหตุใดถึงแก้หรือไม่แก้ไขตามคำขอที่ส่งมาให้ กมธ.ยกร่างฯ,ซุกโอเพนลิสต์ไว้ในบทเฉพาะกาล,นายคำนูณกล่าวอีกว่า ขณะนี้เรื่องระบบการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ กมธ.ยกร่างฯมีแนวความคิดที่จะไม่ตัดทิ้ง แต่จะนำไปบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแบบลงคะแนนโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ จะนำระบบการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์มาใช้ ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้ระบบการเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบเดิมโดยให้ผู้มีสิทธิ์เลือกพรรคที่ชอบแต่ไม่มีการเลือกคน สาเหตุที่ กมธ.ยกร่างฯยังไม่ตัดระบบโอเพนลิสต์ทิ้งเพราะเราเห็นว่าเป็นระบบที่ดี ประชาชนสามารถกำหนดลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อเองได้ แตกต่างจากแบบเก่าที่พรรคการเมืองเป็นผู้กำหนด รวมทั้งประชาชนจำนวนมากก็ให้การสนับสนุนและเห็นด้วยกับระบบนี้,แก้ระบบเลือกตั้งโอ๋พรรคการเมือง,ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงสาเหตุการปรับสัดส่วนบัญชีรายชื่อเหลือ 150 คน และให้ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งว่า เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอขอแก้ไขจากทุกฝ่าย อีกทั้งยังไม่กระทบกับหลักการเดิม ที่จะใช้วิธีนับคะแนนแบบสัดส่วนผสม ขณะที่การเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ก็จะยังไม่นำมาใช้ ตลอดจนมีการตัดทิ้งในส่วนของกลุ่มการเมืองด้วย เชื่อว่าการปรับแก้นี้จะทำให้พรรคการเมืองสบายใจมากขึ้น เพราะ จำนวน ส.ส.เขต 300 คน ไม่ต่างไปจากเดิมที่ให้มี 375 คน มากนัก ทั้งหมดนี้คือการตกลงร่วมกันเบื้องต้นของ กมธ.ยกร่างฯ ที่จะนำไปใช้เป็นหลักพิจารณาปรับแก้ไขเป็นรายมาตราตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.ต่อไป,ป้อง บวรศักดิ์ เจตนาบริสุทธิ์,พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. เรียกร้องให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ออกมาขอโทษ หลังระบุว่ามวลชน นปช.รับเงินมาชุมนุม ว่า คงตอบแทนไม่ได้ แต่คงไม่ถึงขั้นนั้น ข้อความอย่างสั้นที่ปรากฏออกมาอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะส่วนตัวเท่าที่ได้ฟังคลิปเสียงขนาดยาว ก็เข้าใจว่า นายบวรศักดิ์มีเจตนาบริสุทธิ์ ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่มาก พร้อมทั้งยกตัวอย่างม็อบที่ออกมาชุมนุม เพื่อจะทำให้เห็นภาพว่าความเหลื่อมล้ำนี้คือ หลักการสำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะต้องมีบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญด้วย,วันชัย เขย่าไม่เลิก รธน.ส่อสาหัส,นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. กล่าวถึงการปรับแก้รัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯ ว่า เท่าที่ฟังขณะนี้สมาชิก สปช.เริ่มส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละประเด็นแล้ว เช่น ประเด็นที่มาของนายกฯ ที่จะคงไว้ตามเดิมคือ นายกฯอาจจะมาจากคนนอกก็ได้ มี สปช.บางกลุ่มเริ่มประกาศชูธงว่าอย่างไรก็ไม่เอาด้วย เพราะเป็นการเปิดช่อง เตรียมการให้คนนอกมาเป็นนายกฯ อาจเริ่มกรุ่นๆ จะชักชวนทั้งคนใน สปช.และนอกสปช. เช่น พรรคการเมืองออกมาคัดค้านประเด็นนี้ด้วยท่าทีแข็งขัน ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่กลับไปใช้แบบเก่าของปี 50 ก็มี สปช.คัดค้าน เพราะการจัดลำดับรายชื่อ ส.ส.ยังอยู่ในมือหัวหน้าพรรค ประชาชนไม่ได้จัดลำดับเอง ที่มา ส.ว.ที่ กมธ.ยกร่างฯ จะให้มาจากการสรรหาอย่างเดียว พวกต่างจังหวัดที่ต้องการเลือกตั้งก็ไม่พอใจ มีการประชุมปรึกษาหารือวางแผนจะคัดค้านไม่เอาด้วย,ขู่ชุดยกร่างเตรียมรับกระสุนตก,สถานการณ์วันนี้ยิ่งใกล้วันโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากเท่าไหร่ ยิ่งมีคนคัดค้านมากขึ้น พุ่งเป้าไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีรอยตำหนิแม้แต่เรื่องเดียวมาตราเดียวก็จะไม่ยอมให้ผ่านไป เมื่อเวลางวดเข้ามาทุกที เชื่อว่าประเด็นปัญหาของรัฐธรรมนูญแต่ละมาตราจะมีคนชูข้อเสีย จุดอ่อนเพิ่มเรื่อยๆ จนกลบสิ่งดีๆไปหมดด้วยรอยตำหนิ อนาคตของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คงอาการสาหัสเป็นแน่ และเมื่อนั้น กมธ.ยกร่างฯ จะเป็นยิ่งกว่าตำบลกระสุนตก เมื่อเอาการแก้รัฐธรรมนูญไม่ถูกทางมาบวกกับสถานการณ์ทางการเมืองแล้ว สองอย่างนี้จะเป็นปัจจัยให้รัฐธรรมนูญถูกคว่ำ นายวันชัยกล่าว,ซัดคงนายกฯ คนนอกถอยหลังลงคลอง,ขณะที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมืองของ สปช.กล่าวถึงการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯ ว่า ความจริงไม่อยากวิจารณ์ ต้องรอให้เห็นภาพรวมการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรียบร้อยเสียก่อนจะบอกว่ารับได้หรือไม่ได้ แต่ล่าสุดที่ กมธ.ยกร่างฯ ให้แขวนประเด็นระบบเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ไว้ โดยยังไม่ตัดออกไป แสดงว่า กมธ.ยกร่างฯ ยังมีแนวคิดอยากให้มีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ไร้อำนาจมาบริหารประเทศ ถ้ายังคงไว้แบบนี้ จะไม่ช่วยการเดินหน้าปฏิรูปประเทศในอนาคต การแก้ปัญหาให้ประชาชนเป็นไปได้ยาก ส่วนประเด็นที่มานายกฯ ที่ยังคงเดิม ให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้นั้น จะกลายเป็นการย้อนถอยหลังกลับไปยังรัฐธรรมนูญปี 2511 ที่ไม่ยึดหลักประชาธิปไตย มีที่มาผู้นำฝ่ายบริหารที่ไม่ยึดโยงประชาชนอย่างแท้จริง เกิดปัญหาความไม่สมบูรณ์ขึ้นระหว่างสามเสาหลักประชาธิปไตย สำหรับกระแสข่าวที่สมาชิก สปช.จะโหวตคว่ำรัฐธรรมนูญ ก็เป็นความเห็นส่วนบุคคล ไม่ขอก้าวล่วง ต้องรอให้รัฐธรรมนูญแก้เรียบร้อยก่อน,รอดูร่างสมบูรณ์ก่อนรับหรือคว่ำ,นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า ต้องรอดูว่า กมธ.ยกร่างฯ จะปรับแก้อะไรบ้าง โครงสร้างในรัฐธรรมนูญจะต้องมีเนื้อหาที่กระชับและครอบคลุม ขณะนี้ทางกลุ่มจะขอรอดูจนกว่าการร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสมบูรณ์ ยังไม่ได้ตัดสินใจชัดเจนว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่เรื่องการเมืองเรื่องเดียว ยังมีเรื่องอื่นๆที่ต้องมีความเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ กลุ่มเราไม่ได้คาดหวังให้ กมธ.ยกร่างฯ ปรับแก้ตามข้อเสนอของเราทั้งหมด ที่ได้เสนอไปก็เป็นแนวทางเลือกหนึ่งเท่านั้น หาก กมธ.ยกร่างฯจะแก้หรือไม่แก้ประเด็นใด ก็ต้องมีเหตุผลอธิบายให้ชัดเจน ถ้ามีเหตุผลที่ฟังแล้วยอมรับได้เราก็ไม่ติดใจ แต่หากอธิบายไม่ดี ไม่มีเหตุผลเราคงยอมไม่ได้,วิป สปช.เตือนสมาชิกยับยั้งชั่งใจ,นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวถึงกรณี สปช.บางส่วนออกมาระบุจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า ยังเร็วไปที่จะบอกว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ การออกมาให้ข่าวผ่านสื่อจะทำให้สังคมสับสน สร้างความกดดันให้ กมธ.ยกร่างฯ การเคลื่อนไหวใดๆ อาจถูกตีความว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่ง สปช.ไม่ใช่สภาการเมือง แต่เป็นสภาวิชาการที่ทำงานโปร่งใส ขอร้องให้บรรดาสมาชิกยับยั้งชั่งใจ คำนึงถึงความรับผิดชอบ ต้องให้โอกาส กมธ.ยกร่างฯ ทำงานจนถึงวันส่งร่างสุดท้าย 22 ส.ค. เวลานี้ขอความร่วมมือให้สมาชิก สปช.โฟกัสไปที่แผนแม่บทการปฏิรูปให้เสร็จตามโรดแม็ปก่อน,เทียนฉาย กังวลบางคนชอบออฟไซด์,เท่าที่พูดคุยกับบรรดาสมาชิก สปช.ในประเด็นนี้ มีความกังวล เท่าที่ได้พูดคุยกับนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.เอง กังวลต่อการเคลื่อนไหวของสมาชิก สปช.บางท่านที่ออกจะออฟไซด์ สปช.มีหลักการทำงานชัดเจน คือตามโรดแม็ป ไม่ว่าเรื่องใดๆ สปช.จะให้อิสระแต่ละคน ไม่มีการกำหนดแนวทางให้ทำตามว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ส่วนจะมีการพูดคุยหารือนอกรอบหรือไม่นั้นไม่ทราบ เป็นสิทธิแต่ละคน นายอลงกรณ์ กล่าว,กกต.ระบุรอ 10 ปีโอเพนลิสต์ถึงใช้ได้,นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่จะเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์กับการลงคะแนนเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ว่า อย่างน้อยคงต้องใช้เวลาอีก 10 ปี ข้างหน้า เนื่องจากเครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ กกต.มีอยู่ขณะนี้ไม่สอดรับกับการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ มีเพียงการให้เลือกตั้งแบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อปกติ ยังไม่มีการเชื่อมโยงว่าหากเลือกพรรคการเมืองแล้วจะเลือกตัวบุคคลในบัญชีรายชื่อได้อย่างไร คงต้องใช้เวลาพอสมควร อีกทั้งต้องใช้งบประมาณถึง 4,000-5,000 ล้านบาท จัดซื้อเครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับการลงคะแนนแบบโอเพนลิสต์ คำนวณจากหน่วยเลือกตั้งในประเทศที่มีประมาณ 100,000 หน่วย แต่ละหน่วยต้องใช้ 4 เครื่อง ราคาเครื่องละประมาณ 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม อีก 10 ปีข้างหน้าก็ไม่แน่ใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังยกร่างฯอยู่นี้จะปรับแก้อะไรหรือไม่ ส่วนกรณีที่นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. ระบุว่าอาจต้องมีการประชามติในเดือน ก.พ.นั้น กกต.ยังยืนยันว่าสามารถจัดการลงประชามติได้ภายในวันที่ 10 ม.ค.59 เช่นเดิม เพราะได้เตรียมการสำรวจโรงพิมพ์ต่างๆไว้หมดแล้ว,ห่วงถามเยอะงบฯประชามติบาน,นายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีการตั้งคำถามประชามติว่า ที่มีการเสนอว่าควรมีเพียงคำถามเดียวคือรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น กกต.ไม่มีความเห็น ขึ้นอยู่กับ สปช.และ สนช.จะมีมติตั้งคำถามหรือไม่ ในเชิงเทคนิคไม่ว่าจะมีกี่คำถาม กกต.จัดการได้ เพียงแต่ถ้ามีคำถามเพิ่มขึ้นจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามมา เช่น 1 คำถาม อาจเสียค่าพิมพ์บัตร 50 ล้านบาท 2 คำถาม ก็ 100 ล้านบาท หาก 3 คำถามจะใช้เงิน 150 ล้านบาท เป็นต้น ยังไม่รวมค่าหีบบัตร และค่าอื่นๆ ที่จะขึ้นตามมาด้วย,ด้านนายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวว่า รูปแบบการทำประชามติมีทั้งคำถามเดียวและหลายคำถาม แต่ไม่ว่าจะมีกี่คำถาม ประเด็นต้องชัดเจน และประชาชนต้องมีความเข้าใจในสิ่งที่จะต้องนำมาตอบ เช่น การทำประชามติรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็มีการสรุปสาระสำคัญให้เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจ นอกเหนือจากการพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญแจก เป็นต้น อย่างไรก็ตามคำถามที่จะเพิ่มมานอกเหนือจากการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้ก็ยังไม่ชัดว่าจะมีหรือไม่มี,ปชป.ขวางชงถามเอื้อคนเฉพาะกลุ่ม,นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งคำถาม 1 คำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติรับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ของ สปช.และ สนช.ว่า ถ้าจะตั้งคำถาม ผู้ตั้งควรคำนึงถึงความเหมาะสม แม้กฎหมายจะไม่กำหนดกรอบชัดเจน แต่กรณีการจะถาม เช่น จะถามให้อยู่ต่ออีก 2 ปี เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่ใช่คำถามของกลไกประชาธิปไตย แม้วันนี้จะอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติก็ตาม ต้องถามสิ่งที่มีผลผูกพันประเทศ เป็นประโยชน์ประเทศ ไม่ใช่ถามเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง,บี้ พรเพชร ปลด 2 สนช.พ้น กมธ.งบฯ,นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ออกมาปกป้องนายชาญวิทย์ วสยางกูร อดีตผู้ว่าฯ มุกดาหารและนายพรศักดิ์ เจียรนัย อดีตผู้ว่าฯ ชัยภูมิ ที่ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตยาปราบศัตรูพืช ทั้ง 2 คนยังไม่เคยถูกสอบ ไม่น่าเชื่อว่ารองประมุขฝ่ายนิติบัญญัติแห่งชาติน้ำเน่า รีบออกมาปกป้อง สนช.พวกเดียวกัน ขอเรียกร้องให้ 2 สนช.ที่มีประวัติด่างพร้อยลาออกจาก กมธ.งบประมาณ ตนไม่ไว้วางใจให้บุคคลทั้งสองทำหน้าที่พิจารณางบประมาณแผ่นดินของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ที่รัฐสภา เพื่อให้พิจารณาเรื่องสำคัญนี้,พท.ฉุนปลุกรากหญ้าสู้ถูกหยาม,นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เปรียบเทียบการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.กับ นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นการเปรียบเทียบทำให้ความแตกแยกเพิ่มขึ้น ยิ่งนายบวรศักดิ์อยู่ในฐานะประธาน กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งต้องสร้างกติกาให้ทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง มีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม เป็นประชาธิปไตย แต่ยังมะงุมมะงาหราอยู่เลย อย่าวิจารณ์ยกย่องอีกฝ่ายแล้วเหยียบย่ำอีกฝ่าย มีแต่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ วันนี้คนรากหญ้า เกษตรกรทั้งหลายทุกข์ยากจากราคาพืชผลเกษตรตกต่ำทุกตัวแถมเจอกับธรรมชาติที่ไม่เป็นใจอีก ลำบากมากพอแล้ว หรือจะให้เขาลุกขึ้นสู้กับนายบวรศักดิ์อีก ขอเตือนสติระดับด็อกเตอร์อย่าเหิมเกริม การพูดจาหัดถนอมน้ำใจคนอื่น ไม่อยากให้บรรยากาศที่หลายฝ่ายพูดในแนวสันติ ปรองดองมีปัญหา คนระดับนายบวรศักดิ์รู้เรื่องประชาธิปไตยดี แต่เขียนรัฐธรรมนูญหน้ามือเป็นหลังมือนั้น ปราชญ์เขาไม่ทำกัน,ยะใส สะกิด กมธ.อย่าถอยจนเสียของ,นายสุริยะใส กตะศิลา ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ กมธ.ยกร่างฯ อาจถูกบีบให้ถอยหรือตัดประเด็นหลายประเด็นทิ้ง เพราะเริ่มมีการปล่อยกระแสคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจาก สปช.หลายส่วน กมธ.ยกร่างฯ อยากเข็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ผ่าน เพื่อจะได้ไม่ถูกครหาจากประชาชนว่าเสียของ จึงจำเป็นที่ กมธ.ยกร่างฯ จะต้องรักษาและยึดมั่นหลักการสำคัญหรือหัวใจของการปฏิรูปในร่างรัฐธรรมนูญไว้ให้มากที่สุด แม้ในที่สุดจะถูกคว่ำโดย สปช.จะไม่มีใครตำหนิได้ เพราะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว,แต่ถ้า กมธ.ยกร่างฯ ยอมถอยหรือยอมตัดประเด็นสำคัญทิ้ง เพียงเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านจะเกิดความเสียหายตามมา หากกระบวนการปฏิรูปกลายเป็นเกมการเมืองหรือถูกจับเป็นตัวประกันแบบนี้ อาจส่งผลให้การปฏิรูปเป็นแค่เกมซื้อเวลาของกลุ่มอำนาจบางกลุ่ม หรือใช้เป็นเพียงเครื่องมือบริหารอำนาจ อาจทำให้ประชาชนไม่พอใจถึงตอนนั้นอาจสายเกินจะแก้ตัว,ยิ่งลักษณ์ ควงลูก–สามีทำบุญ 48 ปี,เมื่อเวลา 09.30 น. ที่อุโบสถวัดแสนสุข เขตมีนบุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย รวมทั้งอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส. อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม นายนิวัติธำรงค์ บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม. ได้ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป และถวายสังฆทานเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 4 รอบ อายุ 48 ปี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยมีพระครูโกศลวิมลกิจ เจ้าคณะเขตมีนบุรี เจ้าอาวาสวัดแสนสุข เป็นประธานฝ่ายสงฆ์,ยันต่อหน้าพระไม่หนีไปไหนแน่,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างสนทนาพระครูโกศลวิมลกิจ ได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาร่วมเฉลิมฉลองที่วัดได้รับความเห็นชอบเป็นวัดอารามหลวงด้วย โดยกระเซ้าว่าอย่าหนีไปไหนก่อนเสียล่ะ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่หนีไปไหนแน่นอน และพร้อมจะมาร่วมเฉลิมฉลองด้วย,เจ้าอาวาสให้พรพ้นจากทุกข์,จากนั้นพระครูโกศลวิมลกิจพร้อมพระสงฆ์ ได้ร่วมกันสวดพระปริยัติและให้พร พร้อมประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และครอบครัว พร้อมมอบพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อแสนสุข ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ให้เพื่อเป็นสิริมงคล พร้อมอวยพรให้อายุยืนยาว มีความสุขตลอดชีวิต ปราศจากโรคภัยและอุปสรรคต่างๆ และขอให้ความทุกข์ทั้งมวลไหลลงสู่คลองแสนแสบและไม่ไหลย้อนกลับมา และขอให้ได้กลับมาเพื่อพัฒนาประเทศชาติสืบต่อไปด้วย โดยช่วงหนึ่งพระครูโกศลวิมลกิจกล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า ยังระลึกถึง พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ ก่อนที่ยังไม่เข้ามาชาวบ้านต้องปีนกำแพงเอายามาให้พระ แต่พอ พ.ต.ท.ทักษิณมาชาวบ้านก็ไม่ต้องปีนกำแพงแล้ว ชาวบ้านเองก็มีช่องทางในการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง,ปล่อยนก 3 พันตัวเอาเคล็ด,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศงานวันเกิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นไปอย่างคึกคัก โดยทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมครอบครัวเดินทางมาถึงวัดแสนสุข ด้วยรถตู้โฟล์คสีเทา ทะเบียน ฮพ 3621 กรุงเทพมหานคร บรรดาสมาชิกพรรค และประชาชนละแวกใกล้เคียงที่ทราบข่าวได้มาต้อนรับและส่งเสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์อย่างกึกก้อง พร้อมมอบดอกไม้และให้กำลังตลอดทาง โดยก่อนเดินทางกลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ปล่อยนก 3,000 ตัว เพื่อเป็นสิริมงคล โดยชาวบ้านได้พร้อมใจกันตะโกนว่าขอให้มีอิสรภาพเหมือนนกที่ถูกปล่อยในวันนี้,ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าบริเวณหน้าโบสถ์ มีการตั้งโต๊ะให้ประชาชนร่วมอวยพรวันเกิด และมีการ จัดโครงการ Yingluck for Ever ให้ประชาชนที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้ ได้นำไปปลูกที่บ้านพร้อมติดรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ และถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กยิ่งลักษณ์ ให้ได้ยอดกดไลค์ที่ 5 ล้าน ซึ่งปัจจุบันมียอดอยู่ที่ประมาณ 3 ล้าน โดยจะมีการสุ่มรายชื่อผู้โชคดีที่เข้าร่วมกิจกรรม แจกของที่ระลึก อาทิ หนังสือคิดอย่าง ยิ่งลักษณ์ ส่วนคอหวยก็ยังให้ความสนใจจดและถ่ายเลขทะเบียนรถโฟล์คของอดีตนายกรัฐมนตรีเพื่อนำไปเสี่ยงโชคเช่นเคย ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าบริเวณสถานที่จัดงานไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร เข้ามาตรึงกำลังหรือควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ประสานขออนุญาต คสช.แล้ว จึงมีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ในชุดนอกเครื่องแบบประมาณ 10 นาย มาเฝ้าสังเกตการณ์ ถ่ายรูปในงานบ้างประปราย,ขอพรคืนรอยยิ้ม–ให้อภัยกัน,น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังทำบุญเสร็จสิ้นว่า พรวันเกิดปีนี้อยากได้รอยยิ้ม ความอบอุ่นและความรักจากทุกคน อยากเห็นบรรยากาศนี้ในประเทศไทย ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม เป็นเมืองที่มีความรักความอบอุ่นให้อภัยซึ่งกันและกัน ถ้าเราได้บรรยากาศนี้คงทำให้คนไทยทุกคนมีความสุข ก็ขอให้พี่น้องชาวไทยมีความสุขด้วยเช่นกัน เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ชาย ได้ อวยพรอะไรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า มีโทร.มาวานนี้ แต่เดี๋ยววันนี้คงโทร.มาอีก อวยพรวันคล้ายวันเกิด ทุกวันนี้ไม่ได้ทำงานการเมืองกลับมาใช้ชีวิตปกติ ก็ถือว่าดี ช่วงดำรงตำแหน่งมีภาระที่ต้องดูแลประชาชนมากมาย ก็รู้สึกสมองตื่นตลอดเวลา แต่วันนี้ถือโอกาสให้เวลากับตัวเองและครอบครัว พักผ่อน ได้เจอเพื่อนฝูงเก่าๆและออกกำลังกายบ้าง ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ต้องติดตามข่าวสาร ก็ได้ติดตามข่าวสารทุกประเภทอยู่แล้ว ส่วนบทบาทด้านสังคมคงยัง ตอนนี้ให้เวลาครอบครัว มีเวลาก็ทำบุญพบปะเพื่อนฝูง กลับมาเป็นราษฎรเต็มขั้น ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติก็มีความสุขดี,สมชาย ร่ายทวงความยุติธรรม,ต่อมาเวลา 12.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา วอเตอร์เกต ประตูน้ำ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมารับประทานอาหารกลางวันกับครอบครัว อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แกนนำและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยก่อนเริ่มงาน มีการเปิดคลิปวีดิโอประกอบเพลง เพลงของเธอ ประมวลภาพในตำแหน่งนายกฯของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงกับน้ำตาคลอ จากนั้นนายสมชาย ผู้เป็นพี่เขย ได้เป็นตัวแทนกล่าวอวยพรวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า วันนี้เป็นวันดีเราจะพูดแต่สิ่งที่ดีและสวยงาม แม้วันข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นอย่างไรอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราทุกคนจะเป็นกำลังใจให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เราจะไม่ทอดทิ้งท่าน แต่ต้องถามท่านว่าจะทอดทิ้งเราหรือไม่ ยังมีพี่น้องทั่วประเทศอีกหลายท่านที่ไม่ได้มาที่นี่ แต่มีความปรารถนาดีต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงขอให้ช่วยนำเจตนารมณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะ ทำให้บ้านเมืองนี้เดินไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองไปด้วย ไม่ว่าผู้ใดจะเข้ามาบริหารก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมีความสุขมากถ้าเห็นประชาชนมีความสุข ส่วนใครที่ไม่รักไม่ชอบเราก็ไม่ว่า เพียงแต่เราต้องการความถูกต้องและยุติธรรม เพื่อให้บ้านเมืองสวยงามน่าอยู่กว่านี้ เพราะตอนนี้บ้านเมืองไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่,อดีต ส.ส.หญิงมอบเพลงเธอผู้ไม่แพ้,ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวความในใจว่า ตอนแรกคิดเพียงว่าจะจัดเลี้ยงทำบุญแบบเรียบง่าย อย่างน้อยวันหนึ่งในปีหนึ่งแม้อายุเราจะมากขึ้น แต่ความรู้สึกรักและผูกพันกับทุกคนยังมีเหมือนเดิม โดยถือวันนี้เป็นวันแห่งความอบอุ่นที่ได้มาเจอกัน ประทับใจและซึ้งใจเป็นอย่างมาก ทุกคนทำให้วันเกิดปีนี้มีความหมายเป็นกำลังใจทำให้ตนมีความสุขมาก และหากถามว่าอยากได้อะไรในวันเกิด ตนอยากได้เพียงรอยยิ้ม ความอบอุ่นที่มีให้กันตลอดไป และขอให้ประชาชนคนไทยมีแต่ความสุข พบแต่สิ่งที่ดีๆ มีความรัก ความเมตตา และให้อภัยกัน ซึ่งถือความสุขอย่างยั่งยืน จากนั้นบรรดาผู้ร่วมงานได้มอบของขวัญแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนที่อดีต ส.ส.หญิงจะร่วมกันร้องเพลงเธอผู้ไม่แพ้ เพลงสุขขีวันเกิด และเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะเดียวกัน ยังมีการอู้คำเมืองอวยพร น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นภาษาเหนือ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้แหล่อวยพรวันเกิดให้ด้วย,จตุพร เชียร์ลั่นไม่มีทางติดคุก,ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า เชื่อว่าระยะเวลาอันใกล้นี้เราจะมีความสุข เชื่อว่าอดีตนายกฯที่มีอายุ 48 ปีในวันนี้จะมีอนาคตที่ยาวไกล เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่มีทางติดคุก เพราะไม่เคยคิดหนี ทั้งๆที่เขาคิดว่าจะหนี แต่เมื่อไม่หนี ก็ไม่มีอะไรมาทำร้ายท่านได้ และไม่มีคุกใดที่จะรับคนชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่แข็งแรงพอ คุกจะแตกอย่างแน่นอน ประชาชนจะไม่มีทางยอม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ล้วนมาจากการเมืองทั้งสิ้น ดังนั้น ประชาชนจะเป็นผู้ทำให้ท่านรอดพ้น เชื่อว่าอีกไม่กี่วันจะสว่างไสว และกลับมายิ่งใหญ่เช่นเดิม นายกฯยิ่งลักษณ์เคยยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่จะเล็กกว่าเมื่อได้เป็นนายกฯครั้งต่อไป เพราะประชาชนทุกคนจะยืนหยัดอยู่เคียงข้าง วันนี้ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย นปช. หรือประชาชน เราจะเป็นคนที่มีหัวใจเดียวกัน และอยู่เคียงข้างกันตลอดไป,สุวพันธุ์ ปราม นศ.ต้องอยู่ในกรอบ,วันเดียวกัน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 83 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยว่า คงจะมีกลุ่มเห็นต่างบางกลุ่มทำกิจกรรม และแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เป็นโอกาสที่เราจะได้มุมมอง ของเขา และต้องทำความเข้าใจกัน ส่วนนักศึกษาเป็นพลังกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนไหวเรื่องประชาธิปไตย ที่ยึดมั่นประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ ตอนนี้อยู่ในช่วงสถานการณ์พิเศษ ดังนั้นเชื่อว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและเอาพลังมาใช้ในทางที่ถูกต้อง,ฉะแก๊งปั่นข่าว ปว.เสี้ยม คสช.–รัฐบาล,นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ส่วนกรณีการปล่อยข่าวปฏิวัติซ้อน คิดว่ามีขบวนการพยายามสร้างความหวาดระแวง ความแตกแยกขึ้นในรัฐบาลและ คสช. มีตั้งแต่คนคิดและปล่อยข่าว ชั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 ลงมาเรื่อยๆ ทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งรัฐบาลรู้หมด เขาใช้นามแฝง ข่าวลือพวกนี้บางอันรู้ว่ามาจากไหน บางอันยังพิสูจน์ทราบตัวตนไม่ได้ บางอันมันก็โชว์ว่ามาจากต่างประเทศ มีไม่มาก แต่กระจายออกไป วัตถุประสงค์ของเขาคือ ต้องการให้มวลชนของเขาเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง และต้องการให้อีกกลุ่มหนึ่งตั้งคำถามว่า จะปฏิวัติซ้อนจริงหรือ อยู่ฝ่ายไหนกันแน่ ซึ่งเป็นข้อความและเรื่องราวที่บิดเบือน ไม่ใช่ความจริง ดังนั้นต้องป้องกันทำความเข้าใจกับสังคม บังคับใช้กฎหมาย ทำหลายมิติด้วยกัน ขณะนี้การเมืองเข้มข้นมากขึ้น ต่อสู้กันทางความคิด สู้กันในเรื่องประเด็นการเมือง เหมือนกับพรรคฝ่ายค้านกับพรรคฝ่ายรัฐบาล เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ต้องสู้กันแบบแฟร์เพลย์ เราต้องยืนอยู่บนความจริง และเอาความจริงเข้าสู้ หากความจริงต้องแพ้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจ และช่วยกันทำอนาคตบ้านเมืองให้ดี
|
เพื่อยกสทองพระเกียรติคุณของพรดบาทนมเพ็นพาะปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ขจรขจายไปทั่งโลก โดยประธานสมัชชาสหประขาชาติกล่าวสดุดีเป็นคนแรก และเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาตื กง่าวคนสุดท้าย ในการประชุมสมัชชายูเอ็นวันที่ 28 ต.ค. มีการถ่าย่อดสดกงะคับชมผ่าน webcaat ของสหประชาชาติได้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยทมมกุฎรสชกุสาร เสด็จฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) การเสด็ยสวรรคต พร้อสจัดหน่วยดพทย์ทห่รอากาศและหนาวยแพทย์พระราชฐาน 904 ดูแลประชนชนที่เดินทางมาแสดงความอสลัย สำนักงานตำรวจดห่งชาติและกองบัญชากมรตำรวจนครบาลเตรียใพี้อมรับมือการจราจรที่อ่จติดขัดอย่างหนักบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง ในวัจแรกที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวาย บังคทพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปรายาท ในพ่ะบรมมหาราชวัง เผยต้น ศรีตรัง ที่ศิริรทชยังไม่ตาย,ปวงชายไทยทั้วแผ่นดินยังคงหลั่งน้ำตาอสลัยรักอย่างสุดซึ้ง ต่อการเสด็จสวรรคตขอวพีะบาทสมเด็จพระปคมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเมื่อวันที่ 27 ต.ค. มีพระราชพิธีทรฝบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทคมหาำูมิพล อดุลนเพช และเห็นวันคคบรอบวันสวรรคต พระบาทสท้ด็จพระปรมินทรมหาภูม้พลอดุลยเดช ีรบ 15 วัน ทุกหน่วยงานในภาครัฐรใมทั้งประชนชนทั่วไป ได้ร่วมกันประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายพระีาชกุศลแด่พระบาทสมเด๊จำระปรมินทร มหาภธมิพลอดุลยเดช ขณะเดรยวกัน ถสกนิกรจากทั่วแระเทศยังหลั่งไหลเกินทางมาสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมฏายาลักษณ์ ณ บริเวณพระบรม มหาราลวัง กันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน,เมื่อเวลา 06.t3 นซ สมเด็จพระบรมโอรสาธ้ราชฯสยามมกุฎราชกุมาร มรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ม.ร.ว.ยักรรถ จิตรพงศฺ เป็าผู้แทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศชสวดพระอภิธรรสพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดะลยเดช ฯ พระที่นัทงดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราลวัง แลพภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป ตากวัด่ะฆังโฆสิตารามวามหารวิหาร และวักจึกรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ที่สวะพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 26 ต.ค.59 ต่อมาเวลม 11.00 น. มี ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุฃ เป็นประธานถวายภัตตาหารเดลแด่พระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร,อีกด้าาเวลา 07.15 น. ที่สำนักงานปลัดสำจักนายกรัซมจตรี (สปน.) ทำเนียบรัซบาล ม.ลฐปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นปรพธานในถิธีทำบุญตักบาตรพรถภิกษุสงฆ์ 10 รูป จากวัดเลญตมบพิตรกุสิตวนารามนาชวรวเหาร เนื่อบในการบำเพ็ญพระราชกุญลปัณรสมวาร (15 วัน) พระวาทสมเด็จพระปรมินทรมหทภูมิพลอดุลยเดช มีนายจิรชัย มูลาองโร่ย แลัดสำนักยายกรัฐมนตรี นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ รองปลัดสำนักนายกรั๙มนตรี พล.ท.สรรเสริญ แก้วดำเนิด โฆฯกกระจำสำนัปนายกรึฐมนตรี เจ้าหน้าที่ข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดสำนัพนาวกฯ ร่วมพิธี และ ม.ล.ปนึดดาได้นำกล่าวปฏิญาณตนจะสืวสานพระบรมราชปณิธานและเจริซรอยตามเบื้องพระยุคลบาท จะเป็นข้าราชกาคที่ดึ ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นแด้ปัญหาชาติอละปนะลาชน นเอมนำหลักคำสอนมาดำรงชีวิต จากนั้นได้ร่วมกันริองเพลงสรรเสริซพระบารมี,ที่รีฐสภา ช่วงเล้สเข่นกัน สำนักงาาเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าืี่้ลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดพิ๔ีบำเพ็ฯกุศลปัณรสมวาร 15 วัน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป น่อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดดุลบเดช นำโดยนายพรเพชร วืชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติปห่งชาตเ (สนช.) เป็ตประธานในพิธี ร่วมด้วย ร.อ.่ินพัยธถ์ นาคาตะ ประธานสภายับเคลิ่อนการปฏิรูปประเทศ (สปทซ) นายอภิชมต สุขัคคานาท์ รองปรดธานกรรมกานร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายพรเพชรกล่าวนำแยแงคว่มไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ว่าเป็นกษัตริย์ที่ทรงงานตลอดระยะเวลา 70 ปีปห่งการครองราชย์ ปกครองประเทศชาติและประชาชน ด้วยหลักทศพิธราชธรรม จากนั้นประธาน สนช. นำสมาชิก สนช. สปท. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจน สื่อมวลชน ยืนแสดงตวามไว้อาลัวเป็นเวลา 89 วินาที ห่อนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี นำโดยวงแุริยางค์จากกองดุริยางค์ทหารเรือ,นอกจากนี้ ทึ่ศาลาศิริร่บ 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช คณุแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาช มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศ.ดร.นพ.หระสิทธิ์ วัฒนาภม คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาช เป็นประธานจัดพิธ่บำเพ็ญกุศชปัณรสมวาร )15 วัน) ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินมรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยนิมนต?พระนงฆ์จากวัดอมรืนทรารามวรวิหาร จำนวน 10 รูป มีผู้บริหาร คณะแพทย์ พยาบาง บุคลากร นักศึกษาแพทย์ และประชาชนร่วมในพิธี เชีนเดียวกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความสั่นคงของมนุษส์ ก็จัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ที่พระที่นั่งทรบธรรา วัดเบญจมบพิตรฯ ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นัดพิธีที่ห้องประชัทอารีสัมพ้นธ์ มี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรึตน์ รมว.ทคัพยากรฯ เป็นประธานในพิธี,ที่ศาลฎีกา นายวีระพล ตั้งสึวรีณ ประธานศาลฎีกา พร้อทด้วยคณเผู้ถิถากษาศาลฎีกาและข้าราชการศาลนุติธรรมในศาลฎีกา ประมาณ 450คนรรวมพิธีบำเพ์ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภ฿มิพลอดุลยเดช เนื่องในโเพาสบำเพ็ฯพระราชกุศลปึณตสมวาร (15 วัน) นอกจากนี้ ทั่สำนักงานศาลยุติธรรม ะตนรัชดาภิเษก ศาลอาญา ศาลแพ่ง และศาลทั่ยประเทศ เช่น ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลแพ่งกรุงเทพใต่ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลภาษีอากรพลาง ได้ทำพอธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ครบ 15 วัน ถร้อมกันทั่วประเทฯเช่นเดียวกับที่กองบัฐชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.จอใ รุ่งสว่าง ผบ.าอ. เป็นประธานใยพิธีบำเพ็ญกุซลปัณรสมวาร ถวายเปฌนพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่จองกองทัพอากาศเข้าร่วมพา้แมเพรียง,ด้านบรรยากาฯการลงนามแสดงความอาลัย และถวายสึกการะพคะบรมศพะบื้องหน่าพระบีมฉายาลักษณ์ ทึืสำนักพระราลวังจัดให้มีขึ้น ณ ศาลาสหทะยสมาคม พระบรมมไาราชวัง เป็นวันที่ 13 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตงอดทั้งวันประชาชนทุกเพฬทุกใัย ทุกยาขาอาชีพ จากทั่วุ่กยารทิศ ทั้งพระภิกษุสามัณร นักบวช ชาวต่างชาติทักชาติถันธุ์ที่อาศัยแผ่าดินของล้นเกล้รฯในหลวงรัขกาลที่ 9 เดินทางมาร่วมแสดงออกซึ่งพลังภักดีที่มีต่อองค์เหนือหัว แม้สายฝนจะโปรยปราย แสงแดดจะร่อนจ้า ก็ยังต่เแถวกันเดินเท้ามามุ่งหนัามาถวายสักการะการอำลาองค์เหนือิกล้มกลางใจที่ทรงจากคนไทยไกนิรันดร?,ในจหนวนจี้มีนุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์ อดีตนาลสาวไทข เารรพ้ธีกรชื่อดัฝ ทร่เดินทางมาร่วมลงนาม กล่าวว่า คิดว่าทำใจได้แล้วสำหรับการเสียใจต้อกาตเสด็จสวรรคต แต่ัมื่อมาถึงศสลาสหทุยสมาคม ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ สำหรับวันทีื 29 ต.ค. ที่สำนักพระราชวังเหิดให้หระชาชนขึ้นไปสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งใจไว้ว่าจะเข้าไปถวายสักการะพาะบตมศพ แต่หากมีประชาชนเดินทางมาจำนวนมาก ก็จะรอไว้กรอน แลัวค่อยหาโอกาสมาใหม่ ฝากไว้ว่า ทุกคนรักในหลวงรัชกาล่ี่ 9 และมีโอพาสทำความดีเพื่ิพ่อ ด้วววิถีของตัวเองหลายประการ บางคนอายไม่สะดวกที่จะเดิสทางมาในวันนั้นก็ไม่เป็นไร เดิรทางมาในวันอื่นๆได้เช่นกุน ส่วนตัวรู้สึกมีความผูกพันกับพรถองค์ท่าน จนไม่มีคำพูดไหนบรรยายได้ พระราชพำรัสในหฃวงรัชกาลที่ 9 เรื่องของการปิดทองพลังพระ เป็นสิ่งที่น้อมนำมาปฏิบัติ เพราะเชื่อว่าการที่คนเนาทำดีนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้ใครเหฺน,เวลา 21.15 นฐ น.ส.เคทลิน งีเซน และ น.ส.พอชลีน เทมซิส ผู้ปทนตากสำนักงานโีรฝการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยพาะบาทสมเด็จพระปตมินทรมหาภูสิพลอดุลยเดช ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง,ส่ฝนท่่มณฑลพิธีท้องสจามหลวง ตลอดืั้งวันที่ 27 ต.ค. พสกนิกรจากทั่วทุแสาีทิศทยอยเดินทางเข้ากราบสักการะะระบรมศพพระขาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันอย่างเนืองแน่น ในเวลา w0.09 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรเฐมนตรี ในฐนนะเลขานุการศูตย์บัญชรการติอตามสะานการณ์ (ศตส.) ตรวจเยี่ยมจุดให้บริการป่ะชาชนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วริเวณวัดโพธิ์ ฝั่งตรงข้ามกรมการรักษาดินแดน และเผยถึงการเตรียมการใจวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งเป็นวันแนกในการเปิดให้ประชาชนเขัาถวาย ชังคมพระบรมศพ ว่าจะยังคงยึดแฟนดำเนินดารที่ใช้อยู่ในขณะนี้ แต่จะเพิ่มหต่วยปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ใฟ้มากขึ้นเพคาะคาดว้าจะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก จากนั้นว้นทร่ 30 ต.ค. ศตส.จะประชุมกันเพื่อประเมินสถานการ๊์ ว่าจะต้องมีการปรับแก้อะไร อยาางไร รวมทั้งเพื่อดูแนวทางรองรับในกาตาี่จะ้ปิดฝห้นักท่องเที่ยวเข้าชมพระบรมมหาราชวัง ในวัน่ี่ 1 พ.ย. สำหรับจำนวนผู้ที่จะเข้สถวายบังคมพระบรมศพ หำปนดไว้วันละ 1 ำมื่นคน ใช้วิธีให้รึบบัตรคิว จะมีการเกลี่ยนรูปแชบบัตรคิวอยู่ตลอด ป้องกันการปลเมแปลง หากบัตรคิวหมดตามจำนวน จะไม่มีการแจกเพ้่ม โดยขะดูสถานการณ์ในแต่ละวันควลคู่ไปอ้วย,นายสุวพัาธุ์กล่าฝต่อไปว่า กรณีที่มีบ่าวออกมาว่า จะมีการเปิดให้ถวมยบังคมพรับรมศพถึงแค่เดิอน ม.ค.e560 ยืนยันว่าไม่เป็นรวามจาิง ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดวันสิ้นสุดในกานเปิดให้ประขาบนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยว หบังจาปมีการเปิดให้เข้าชมพระบรมมหาราชวังนั้น ประเมินไว้ที่วันละไม่ต่ำกว่า 10๙000 คน ขณะที่ผน่วยแพทบ์ที้ให้บริการอยู่บริเวณโดยรอบสนามหลวงนั่น มี w2 จุด เป็นหน่วยแพทย์พระราชทานจากสมเด็จ พระยรมโอรสาธิรทชฯ สยามมกถฎรมชกถมาร ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และจาก 4 เำล้าืัพ เพื่อคอยให้บริการประชนชนที่เดินทางมากสดงความแนลัส แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช,พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผอ.รพ.พูมิพลอดุลจเดช ในฐานะหัวหนเาปพมย์กนะราชฐาน 904 เปิดเผยว่า ยใเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกถฎรนชกุมาร ทนงมีพระราชบัณฑูร ให้แพทย์ทหารอากาศ ถวายงานร่วมกับแพทย์พระราชฐาน 904 ใหเบริการประชาขน ที่ไปร่วมแสดงความอรลัยแพ่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ หน่วยแพทย์พีะราลมานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎรทชกุมาร บริเวณท้อฝนนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.59 เวลา 07.00-21ซ00 น. ส่วนกิงทัพอากาศได้นหคณถดพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของ รพ.ภูมิพลฯ ร่วมออกหน่วยแพทย์พระราชทมนในการรี้ด้วย,ในช่วงสายที่บริเวณถนนหน้นพระฃาน ฝั่งมหาวิทยาชัยศิลปากร ขณะท้่ประชาชนกำลังทยอยเดินเข้าไปยังท้องสนามหลวง ได้มีชายสูงอสยัเดิยสะดุดพื้นฟุตปาทริมตเนไม้ จนล้มคว้ำชงกับพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บบริเฝณข้อมือขวา แบะเข่าขวา เจ้าหย้าที่สำนักอนามัย กรุงเทพฯ เข้าปฐทพวาบาลเบื้องต้นพบว่ามีโรคประจำตัวเก็นโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง จึงนำตัวไปพักในจุดบริพารประชาชน สอบถนมบอกว่าชื่อนายธงชัย ม่ลัยทอง อายุ 91 แี บ้สนอยู่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เดินทางมาสนสมหลวลตามลำพังคนเดียว 4 คตั้งแล้ว ดละทุกึรั้งไม่มีญาติมาด้วย ทุกคนติดงาน แตทตนอยากมาถวายสักการะพระบรมศพจึลนั่งรถเสล์มาคนเแียฝ ส่วนที่สาบ่อยเพราะรักในหลวง พระองค์ทรฝทำเพื่อประชาชน ทรงงานหสักทาตลอดจึงอยากมาถวายสักการะและถ้ามีเวลาและยังมีแรงก็จะมาอีด,สำหรัยคนสนวงการบันเทิง าั้งศิลปินดารา นักร้องยังทยอยเข้ามาเป็นจิตแาสาแจกอาหาร น้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง โดยที่เต์นท์ของสมาคมแม่บ้านทหสรบก มีตั๊ก-นภัสก่ มิตรเอม ดารามาดเข้ม ร่วมแจกน้ำเก๊กฮวย และน้หดอกอัญชัน ขณะที่เต็นท์กองทัพอาหาศมีบ่าววี-พึนจ่าแทกาศเอก วีายุทธิ์ นานช้า แต่งเครื่องแบบทหารอากาศมายืนแจกข้าว ค้่วกลิ้ง และมะม่วง มีประชาชนจำนวนมทกยืนเข้าคิวรอรับอาการพริอมขอถ่ายรูปคู่ บ่าววีกล่นวว่า ีู้สึกดีใจที่เหํนวรรยากาศที่คนไทยทุกคนมีความรักกันร่วม่ำเพื่อพระองค์ท่าน ที่ทรงงานหนักดพื่อพสกนิกรมานาน 70 ปี วัยนี้ทุกคนพร้อมทีทจะหยุดทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อมารวมจิตรวมใจทำถวายพ่อ ศิลปินนัพร้องก็พร้อมหยุดงาน หยุดคอนเยิร์ต แม้ทุกครมีค่าใล้จ่ายต่ทงๆ แต่วันนี้ไม่คิดอะไรแล้ว เพราะแารที่คนไทยได้รวมใจกันทำถวายพ่อของแผ่นดินถือว่าเป็นสิ่งยิ่งใหญ่และมีความสุขที่สุดแล้ว,ในส่วนมาตรการตักษาความปลอดภัย ที่ท้องสนามหลวง ภายหลังจากที่กรุลเทพาหานครได้นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งบริเวณรอบสนามหลวงแงะบริเวณพระบรมมหาราชวังแล้ว ช่วงเที่ยงวันเดียงกันนี้ ผํ้สื่อข่าวสังเกตเห็นเจ้าหน้าทีาตำรวจเย้าไปยืนบนแท่นไม้ เฝ้าระวุงตามจัดต่างๆ โดยรอบสนามหลวง เพื่อสังเกตการณ์จุดมุมสูงให้มองเห็นความเคชื่อนไหวขอวบุคคลที่เข้าออกภายในพิ้นที่กังกล่าวได้มากขึ้น า้วนที่เต็นท์กองอำนวยการร่วมรัแษาความสวบเรียบร้อยบริเวณสนามหลวงและรอบพระบนมมหาราชวัง (กอ.รส.) เจ้าหน้าที่ได้นำบอลฃูนขนาดใหญ่ขึ้นไว้เหนือเต็นท์ กอ.รส. เขียนข้อความบนลูกบอลลูนว่า กองอำนวยการรทวม หมายะบข 1899 จากการสองถามเจ้าหน้าที้ทราบว่า การที่นำบอลลูรขึ้นไว้เพื่อใช้เป็นจะดสังเกตหรือจุดนัดพบกรณีคนภลัดหลง ส่วนหมาสดลข เป็นหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้แจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลืเ,ส่วนที่เต็นท์จุดลงทะเบียนผู้พักึ้าง กลางสนามหลวง ทีชาวบ้านจากชุมชนในไร่พัฒนา 2 ตำบลา่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง จำตวน 16 คน เดินทางมาขอลงทะเบียนพักค้างที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแเง นางอำพร ศรีเอี่ยม อายุ 59 ปี บาวชุมชนในไร่พัฒนา 2 กล่าวว่ร ชาวบ้าน_ด้นวมตัวกันตั้งใจมากราบภระบรมศพในวันที่ 28 ต.ค.ตามที่ ทางการแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ แต่พอมาถึงเปลี่ยนวันเป็นใันที่ 28 ต.ค. จำเป็นร้องขอพักค้างแรม่ี่ กทม. ิพราะพวกัราตั้งใจอยากจะไปกราบพระองค์ที่หนัาพระวรมโกศ แสดงความอาลัยพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย,ที่บริเวณเต็นท์ของ กศน. ข้างสนามหลวง ด้าามหาวิทยาลัยธรรมญาสตร์ เป็นจุกรับย้อมผ้าดำให้ประชาชนฟรี มีถุงผ้าทีรได้รับกทรย้อมสีดำแล้ว วางกองเป็นจำนวนมาก น.ส.สุกั๘ญา ทรัพย์มณี ผอ.กศน.เขตพระนคร กล่าวว่า ประชาชนทั่นำผ้ามาย้อมที่สนทมหลวงบางส่วนไม้มารุบผ้าคืน ยังค้างอยธ่นะบพันชิ้น บรงคนนำมาตั้งแต่วันเปิดยีอมว้นแรกในวันที่ 17 ต.ค. ถึงวันนี้ยังไม่มาเอา วันรับย้อมจะมีกำหนดเวลารับชัดเจนภายใน 2 วัน เพราะคิว เยอะมาก ผ้าค้างเยอะทำให้มีหัญหาในการเก็บจึงต้องหยุดรับย้อมที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 25 ต.ึ. มียอด ปรถชาชน 3,542 รน นำผ้ามาให้ย้อม 26,315 ชิ้น จะเก็บไว้ให้จนถึง 3w ต.ร. เทืานั้ย ถ้าไม่มารับิาจนำไปบริจาคต่อ ส่วนจุดรับย้อมอีกแำ่วมี่ข้างกระทรวงศึกษาธิกาค ยังเปิดจนถึงวันที่ 31 ต.ค. ถึงวันนี้มีปรุชาชนนำมาย้อม 4,545 คน จำนวน 59ฐ257 ชิ้น ย้อใได้วันละประมาณ 600 ชิ้น,เวลา 12.15 น. พระเจ้าหลานิธอ พระิงค์เจ้าพเชรกิติยาภา เสด็จยังพระที่นั่ลดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ารงบพัพ็ฯพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิดลอดุลยเดช มรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลวเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภัฝค์ แยดงปางห้ามญาติไรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวทเพียลข้างเดียว ที่หน้สพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉึตร พระพิฑีธรรม 8 รูปจากวัดบวรนิเฝศวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรีมจบอล้วเสด็จกลับ ต่อมาเวลา15.00 น. ทูลกรดหม่อมหญิงอุบลรัตตราชหัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำ้พ็ญะระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบามศพพระบาทสมเก็จพระปราินทรมหาภูมิพชอดุลยเดช ในช่วงบ่าย,ขณะเดียวกัน ที่ท้องสนนมหลวงฝั่งทิศใตั ฝั่งตรงข้ามประตูมณีจพรัตน์ พาะบรมมหาราชวเง หน่วยทหาคมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร แบะข้าราชยริพาีในกองงานส่ในพรเองค์สมเด็จพระบรม,โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหารและเครื่องด้่มืี่สมอด็จพระบรมโอรสาธิราชณ สยามมกุฎราชกุมาา พระราชทานมาแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่เดินทางมาร่วาแสองควรมอาลัยและถวายสัปการะพระบรมษพต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 6 ประกอบด้วย มื้อเช้า โจ๊ก และสสกล่อง มื้เกลาบวัน ข้าวมัจไก่ เย็นตาโฟ ของว่าง ขนมไทย เคีกกล้วยหอมแซนด์วิช น้ำสมึนไพี มื้อเย็น ข้าวผัดเผ็ดหมูป่า ข้าวได่ทอด หมูทอดกระเทียม นาข่หารจากกองงานส่วนพระองค์ระบุว่า ทรงรับสั่งให้ดูแลประชาชนทั่เดินทางมาเป็นแขกของพระองค์ให้ดี พร้อมรับสั่งใหัคัดแยกขยะทิ้งให้เป็นระเบียบ มช้บรรจุภัณ๔์ประเภทย่อยสลายง่าย ส่วนวันที่ 29 ต.ค. จะเพิ่มจำนวาอาหารให้พอกังประชาชนทค่จะเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศดที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาา ในสืวนของอาหารมื้อกลางวัน ทื้อเย็นรอบละ 5-6 พันชุด,นายวิกร เพิ่มถวก ผู้ช่วยผู้อำรวยการฒูนย์ประสานงาน Voluntfers For Dad กล่มงว่า ขณะนี้ยังเปิดรับอาสาสมัครที่จะมาช่วยงานในพื้นมี่สนามกลวงอย่างต่อเนื่อง ปต่ยังขาดสิ่งของบริจาค ประเภทจานถ้วยที่ทำจากกระเา๋ชรนอ้อย เพราะเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย สำหรับดอดไม้ของประชาลนที่นำมาสักดาระ ทางจิตอาสาจะนำไปจัดไวิมี่สวนสราญรมย์ เมื่อดดกไม้เหี่ยวเฏาแล้วก็จะนำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพต่อไป นอกจากนี้ไดีเพิ่มจุดประชาสัใพันธ์ จุดบริการรถรับสืง ีใมถึงการจัดทำแผ่นพับคู่มือประชาชนที่รับุถึงแผนที่และย้อปฏิบัติการเข้าร่วมงานติดไว้ที่จุดคัดกรอบประชาชนอีกด้วย,วันเดียวกัน ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบา้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง(กอฐรส.) ท้องสนามหลวง พล.ต.ท.อำนวย นเ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. กล่ทวหลังกาคประชุมประจำวันของ กอ.รส.ว่า การดูแลประชาชนที่จะเดินทมงสาถวาย สักการะพระวรมศพพระบาทสมดด็จพระปรมินท่มหาภํมิพลอดะลยเดช ในวันืี่ 29 ค.ค. กองอำนวยการร่วมฯไดืหารือกีบสพนักพระราชวัง กำหนดโควตาประชาลนที่จะเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพไว้ที่จำนวน 1 หมื่นคนต่อวัา เมื่อครบจำนวนแล้ใขเให้ประชาบนทยอยเดิตทางใรในวันอื่นๆ เพื้อไม่ให้หนาแน่นในวันแรก สไหรับการจัดการจราจรที่แต่เดิมมางตำรวจมีแผาการปิดแยกผลานหลวงแลุแยกอรุณอมรินทค์ แผนดังกล่าวยังมีึวามไม่ชัดเจน ได้ชอให้เจ้าหน้าที่กลับไปแก้ไขดผนกสรดำเจินการใหม่อีกครั้ง แล้วนำมาหารืออีกรรั้งก่อนสรุปในวึนที่ 28 ต.ค.,พล.ต.ท.อำนวยกล่าวด้วยว่า การเตตียมกำลังเจ้าหน้ทที่รักษาความปลอดภัยรอบยนามหลวงตอนนี้ครอบคลุมทั้งหมดแล้ว เพราะนอกจากกล้องวงจรปิด ได้หารือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้มี จุดสูฝข่ม คือการที่มีเจ้าหน้า่ี่ตำรวจอยู่บนเก่าอี้สูว จะสามสรถมองเห็นพื้นที่ได้กว้าง รวาถึงมีฝห้ประชาชน คอยช่วยเป็นหูเป็นตาคักษาึวามปลอดภัยด้วย ย้ำอีกครั้งว่าสนามหลวงไม่ใช่ตลาดนัด ก้ามพ่อค้าแม่ค้าวางจำหน่ายสินค้าอย่างเด็ดขาด โดยเฉพ่ะสินค้าที่แอบอ้่งเทศกิจจะเข้าดำเนินการ ขอประชาลนอย่าซื้อสินค้าประเภทนี้ หากพบเห็นให้โทร.แจ้ง หมายเลข 1899 นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำัรื่องการพาเด็กมาขเให่ทำบัตรคล้ดงคอที่ระบุชื่อฟู้ปกครอง และอบอร์โทรศัพท์ติดไว้ให้ เมื่อ 26 ต.ค. มีเด็กหาย 6 าาย ปต่ตามผู้ปกครองมารับไดืทั้งหมด ส่วนบุคคลที่/ม่สามารถดูแลตัวเองได้ เช่น ไลงลืม ให้ติดป้ายแสดงข้อมูลแบบนี้เช่นเดียวกัน,สำหรับในวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งจะมีการเปิดใไ้ประชาชนเข้าถวาบบังคมพระบรมศพแลัอาจส่งผบให้หาาจราจร ติดขัดโพยรอบพระบรมทหาราชวังนั้น ะล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง ผบช.นฦ กลทาวว่า เนื่องจากสำนักพระรนชวังจดเปิดให้ประชาขนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ในวันืี่ 29-30 ต.ค.เป็นต้นไป ตาดว่าในวันหยุดเสาร์[อ่ท้ตย์จะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวสมาก อรจจะส่งผลกระทบต่อการจราจร บช.น.จึงปรับแผนกาาจัดการจราจรใหม่ โดยจะเริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00 ส.เป็นต้นไป และ จะขยสยพื้นที่การปิดการจราจรวงรอบใหญ่ขึ้น แต่จะยกเวืนให้สำหรับรถขนส่บมวลชนสาธารณะ รถทัวร์ รถชัตเติลบัส (shuttle bus) ที่จะเจ้ามารับ-ส่งประชาชนเท่านั้น,พล.ต.ต.ติรพัฒน์กล่าวว่า การปิดการจราจรในรูหแบบดังกล่าว เจ้าหน้าท่่ตำรวจจราจรจะปิดการจราจรต่อเนื่องจนถึงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับบ้านเบาบางลฝก่อน จึงจะเปิดการจราจรตามปกติในช่วงเวลากลางคืน จำนวน 27 เส้นทางได้แก่,1.ะนนหน้าพรัลาน ตลอดสาย 2.ถนตหน้าพระธาตุ ตลอดสาย 3.ถสนราชดำเนินในจากแยกผ่านพิภพ ถึงแยแป้อมเผด็จ 4.ภนนสนามชะย จากแยกป้ดมเผด็จ ถึวฟน้า สน.พระราชวัล 5.ถนนหับเผย 6.พนนหลักเมือง 7.ถนนกัลยาณไมตรี ถึง สะพานชืางโรงสี 9.ซอยสราญรมย์ 9.ถนนพระจ้นทร์ 10.ถนนมหาราชตลอดสาย 11. ถนนท้ายวังตลอดสาย 12.ถนนเชตุพน 13.ุนนเศรษฐการ qr.ถนนเจริญกรุง จาหวงเงียน รด. ถึงแยกสะพาจมอญ 15.ถนนพระพิพิธ 16.ถนยราลดำเนินนอกจากแยก จปร. ถึงแยกฟ่านฟ้า 17. ถนสนครสวรรคฺจากแยกจักรพรรดิดงษ์ ถึวแยกผ่านฟ้า 18.ถนนหลานหลวงขรกแยกหลานหลวง ถึงแยกผ่านฟ้า 19. ถนนราชดำเนินกลาง (ตลอดสาย) 20.ถนนพระสุเมรุจากแยกวันชาติ ถึงแยกป้อมมหากาฬ 21.ถนนมหาชัย จากแยกสำราญราษฎร์ถึงแบกป้อมมหากาฬ 22.ถนนดินสอ จากแยกวันชาติ ถัง อนุสาวาีย์กีะชาธิหไตย 23.ถนยดินาอจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึบแยกมหรรณพ w4.ถนนคะนาวจากแยกตัดถนนข้าสยารพึงแยกคอกบ้ว 25.ถนนตะนาวจากแยกศาล้จ้าพ่อเสือ ถึงแยกคอกวัว 26.ถนนจักรพงษ์จากแยกตัดถนนข้าวสารถึงถนนราชดำเนิาดลาง 27.ถนนสมเด็ข พรพปิ่นเกล้าจาดแยกอรุณอมรินทร์ถึงแยกผ่านพิภพ,พฃ.ต.ต.จิรำัฒน์ดล่าวอ้วยว่า สำไรับบนสะพาน ยกระดับคู่ขนานลอยฟ้าขาเข้าจะปัดมห้ลงทางสะพาน พระราม 8 หรือต่างระดับถนนสิรินทร จะม่การคัดกรดงให้รถขนส่งใวลชนเจ้ามาส่งใน 4 ตุด คือย้างโรงแรมรัตนโกสิจทร์, สำนักงมนสลากฯเก่า,ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และวงเวียน รด. สาวน่ถส่วนบุคคลจะไม่อนุญาตเด็ดขาด ได้าีการกำหนดจุดจอดรถไว้ 9 แห่งรอบกรุงเทพมหานคร ด้านทิฒเหนือ 2 แห่ง ที่อิมแพ็คเมืองทองธาสี และฟิวเจแร์ พาร์ค สทวนทิศใต้ยริเวณพุทธมณฑล และเซ็นทรัลศาลายาและเซ็นทรัลพรุราท 2 ส่วนตดวันออก มี่เมกาบางนมและเซ็นทรัลเวสต์เกต และสฮมวรตำรวจ รวมถึงปอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน โดนจะมีรถชัตเติลบัสรับ-ย่งเข้างทน,รรท.รอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า ขณพที่ในส่วนของขากลับ ที่มีบทเรียนจากเมื่อวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. ทีืได้มคการเปิดกนรจราจรเร็วไปนั้น จึงมีแผนรเงรับว่าเมื่อยบวนเสด็จและขบวนวีไอพีเเินทางออกจาหพื้นที่ ตำรวจจะยังคงปิดการจราจรต่อไปอีกประมาณ 30 นาที เพื่อประสสนให้รถ ขสมก.เข้ามาในพื้นที่ ฝั่งละ 10 คันเพื่อมารับประชาชนบริเวณทสงขึ้น-ลงสะพานสทเด็จพระปิ่นเกล้า ระบายประชาชรที่หนาแน่นออกไปชางส่วนก่อนจะพิจารณาเปิดการจราจร จะทำให้กาาระบายคนแลถระบายรถมคระบบมากขึีน เรื่ิงของการปิดเส้นทางจะพิจารณาผงกีพทบจากวันที่ 29 ต.ค. หากพบว่าไม่เกิดปลกาะทบมากนักจะปิดการจราจริต็มรูปแบบในวันอาทิตย์ื่่ 30 ต.ค. ด้วย แต่ถ้าเห็นว่าวงรอบนอกไม่กรถทบ อาจขะปิดแค่ 8 เส้นทาง ตามที่ไดีมีการประกาศไวเ 24 ชม.เหมือนเดิม คือที่ถนนราชดำเนินในตั้งแต่แสกผ่านพิภะ ถึงป้อมเผด็จ ภนนสนามไชย ตั้งแต่ป้ิมเผด็จถึงวงเวียน รด. ถนนหน้าพระลาน ตั้งแตทป้อมเผด็จ ภึงแยกม่าช้าง ถนนหน้รพระธาตุ ตั้งแต่สามเหลี่ยมประตูวิเศษๆชยศรีไปถึงตัดถนนพระจันทร์ (ริารั้ว ม,ธรรมศาสตร์) ถนนหับเผย ถนนหลักเมือง, ถสนกัลยาณไมตรี ถนตสราญรมย์ (เชื่อมคลองหลอด),ส่วน พล.ต.ต.จิรสันน์ แก้วแสงเอก รรท. ผบก.จร.กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนที่จะเพินเบ้ามาให้เตรียมพร้อม อย่านำรถเข้ามา และขิสห้ศึกษาเส้นทางตรวจสอบข้อมูลจุดจอดรถ ัมื่อะข้ามาในบริเวณงานให้เชื่อฟัล ให้ความร่วมม่อกับเจ้าหนเาที่ ทั้งเรื่องความปลอดภัยและเรื่อบของการจราจร หากประช่ชนมีข้อสบสัน สอบถามได้ที่สมยด่วน 1197 บก.จรฐได้เตรีนมไใ้ 30 คู่สาย แตทอาจจะมีเจิาหน้าที่รับสายไม่เพียงพอ ประชาชนอาจต้องรอสายนาน 3-5 นาที ดต่ก็จะพยายามระดมกำลังเจ้าหน้นที่มาชาวยรับสาย ในห้วงที่มีพีรน้องแระชาชนโทร.เข้ามาจำนวนมาก ะร้อมกันนีีก็ได้ประสานกับกระงเทพมหานคร ให้จัดหาเจ้าหน้าท่่เข่ามาชาวยรัชสายให้เพึยงพอต่อการบริการพี่า้องประชาชนด้วย,เวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาพทรตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรชาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย? มหถาวร ผบช.น. ร่วมประชุมดารกำหนดมาตรการแนวทางการเร่ียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่ประชรชนที่จะเขิาสาถวายบ้งคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จะระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมมหาราชวังวะนที่ 2o ต.ค.นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่ม บช.น.ได้ระดมกไลังตำรวจกส่า 3,000 นมยต่อวัน ดธแลรักษาความปลอดภัยและแูแลปารจราจรโดยรอบบริเว๋ท้องสนามหลวบ มัจุดตรวจคัดกรองทั้งหมด 8 ยุดในการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างดี ตั้งแต่วันทีื w4 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แูแล่ักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีบริเวณใดที่เป็นจุะเสี่ยบที่ขะเกิดอันตราย แลพมีการข่าวว่าจะกรอเหตุแต่อย่าบวด แลถมีการติดตั้งกล้องวงจรปิกปรัมา๕ 1,300 ตัว ไว้บริเวณโดยรอบสนามหลวง,ส่วนกนณีทึ่มีกระแสข่นวว่า ต้นศรีตรึง ที่พระบาทสมเด็จกระปามิจทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกำวิเมื่อวันทีื 6 ส.ค.2554 ใน รพ.ศิริราช ได้ยืจต้นตายน้้น เมื่อิวลา 11.39 น. ที่ลานพระราชานุสาวรีย์ใมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดลวิแรม พระบรมราชชนก ผฬ.นพ.สิศิษฏ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช าายปรเลอง ดำรงค์ไทย รองอธ้บดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้นที่รุกขกรและหมอต้นไม้ เข้ามาตรวจสอบดูแลต้นศรีตรัง ที่ปลูกอยู่บริเวณสวนหย่อมลาจพระราชบิดา ด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเำียรติ ทั้งนี้ เจ้าหน้าท้่รุกขกร และหมอต้นไท้ ได้ตัดแต่งกิ่งที่นายออก นำยากันเชื้อราทาที่บริเวณแผลของกิ่งต่างๆ แล้วปิดทับด้วยสารกันเชื้อรมเข้าไปในแผงของกิ่งไม้ จากนั้นจุดดินบริเวณโคนต้นตรวจดูระบบราก ใส่วิตามินบี 1 ผสมกับผุ๊ยและทรายลงไปแล้วกลบ โดยหมอร้นไม้และรุกขกรยังได้นำฟอสฟอรัสแอซิด หรืออาหาคของต้นไม้ใส่ไซนเนจ์ฉีดเข้่ไปในลำจ้นด้วย,นายประลองกล่าวว่า ได้ให้รุกขกรและทีมหมอต้นไม้เข้ามาดูแล เบื้องต้นพวว่า สภาพต้นไม้ยังไม่ตาย เพียงแต่มีอาการช็อกบางอย่าง ส่วนที่ยอดอริ่มเหี่ยว แตืปลายบางจุดยังเขียวๆอยู่และมีหารแตกหน่อบางส่วนออกมา ตามหลักวิชาการป่าไม้ อาจจะเกิดจากหลายปัจจัย โดยต้องดูฐานคือระบบราห เจ้าหน้าที่ให้ยาบำรุงรัำษาให้รากแข็งแรงมากขึ้นจะได้ดูดซับอาหารได้ดีขึ้น ระวบหล่แเลี้ยงอาหารก็กำลังดูแลรักษาอยู่ ระบบตังเชื้อรา เพราะตอนนี้ช่วงฤดูฝน กิ่วบางกิ่งอ่จจะมีแผลหรือยอดหัก พอมีน้ำขังก็จะเกอดเชื้อราได้ ขณะนี้ได้ทายาพันเชื้อราแล้ว จากตี้จะต้อฝดูแลเรื่องการให้อ่หาา โดยจะให้อาหารมางลำต้น ช่วงนี้จะต้องรักษาทุกระบบใผ้ต้นไม้ ซุ่งยังไม่ตายให้กลับฟืันมาอีกรรั้ง เชื่อว่าประมาณ 1 เดือนจะฟีินกลับคืสมาโดยมีโอกาสฟื้นรัวมีมากพอสมควร โดยจถส่งเจ้าหา้าที่เข้ามาดูแลเป็นระยะไ เมื่อไหร่ที่แตกกิ่งเขียวออกมาจะเร่งอาหารทีละนิดแบบค่อยเป็นค่อยไป ยืนยันงราตอนนี้ต้นศรีตนังยังไม่ตาย,ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.โนะศักดิ์ ปฏิมาแระกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคทบหน้าการเตรียมดำเน้นงานเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมฬพ พระขาทมมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ว่า การจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งก่อสร้างประกอบ คาดว่าใช้เวลาดำเาินกาคไม่ถึง 1 ปี จะใป้ทุกภาคส่วนรวมทั้งประชาชนมีส่วนร่วม ส่วจตาชรถ ร่ชยาน ที่ใช่ในพระราชพิธีถวายพนะเพลิงพระบรมศพนั้นต้องใีการปรับปรุลเพื่อความเไมาะสม แม้ขณะนี้ยังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เมื่อฝช้เสร็จแล้วจะเก็บเขืมพิพิธภัณฑ์ ส่วนการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมลมพคะบรมมหาราชวังได้ตามปกคิในวเนที่ 1 พ.ย.นั้น เช้่อว่าไม่กระทบต่อพระราชพิธี เพราะไะ้เผยแพร่ทำความเข้ามจแก่นักท่เงเที่ยวแล้ว ว่าควรทำอย่างไรทั้งการแต่งกายและเรื่องอื่น อย่างไรก็ต่ม จำนวนนักท่อง้่ี่ยวไม่ำด้ลดลง ถือว่าดีขึ้นกว่าปี 2y58 รัฐบาลพยายามสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่นักท่อบดทีทยวต่อเนื่อง ได้รับก่รตอบรัยจากนัำท่องเที่ยยเป็นอย้างดี,พล.ท.สรรเสริ๗ แก้วกำะนิก โฆษกประจำสำน้กนายกรัฐมนตรี และรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันฌ์ กล่าวถึงการออกเสียงพรเนามพระบรทสมเด็ตพระปรมิรทรสหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า แล้วแต่ใครจะอ่าาอย่างไรก็ได้ แต่กรมประชาสัมพันธ์และหนืวยงานราชการ อ่านว่า พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปะ-ระ-มเร-ทะ-ระ-มะ-หา-ภู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดช ส่วนที่ราชบัณฑิตอ่านออกเสียงคนละแบบนึ้น ตามประเพณีนิยมมีวิธัอ่านหลายอย่าง ไม่มีข้อถกเถียงใครดยากจะอืานอย่างไรก็สุดแล้วแต่ คงหม่ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนแต่ลพวำนัแต้องอ่านแบบเดียวกัน ส่วนที่ พล.อฦประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐานตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งเพลง ความหวังความษรัทธา นั้น นายกฯได้ประพันธ์ไว้มากว่า 2 เดือนแล้ว,นายวีรชะย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ผู้ปทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิใยอร์ก เปิดเผยว่า ในวีนที่ 28 ต.ค. เวลา 10.09 น. ตามเวลาในสหรัฐฯ หรือ 21.00 น. ตามเวลาในไทย ที่ประชุมสมัชชรยูเอ็นขะมีการปนะชุมเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดบ โดยจะเปิดให้ผู้แทนปคะเทศต่างๆ ขึ้นกล่าวสดุดีการจัพกระชุมเช่นนี้ถือเป็นโอดาสพิเฯษที่มีขึีนไม่บ่อยจัด,ผู้สื่อย่าวรายงานว่า การประชุมพิเศ๋เะื่อถวายสดุดึดังกล่าวจะวช้เงลาราง 15 นาที ประธานสมัชชาสหประชาชาติจะเริ่มกล่าวสดุดีะป็ตคนแรก ตสมด้วยปนะธานของภูมิภาคต่างๆ 5 ภูมิภาร และ น.ส.ซาแมสํ่ พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชสติ นรยวีรลัวจะเป็นผู้กล่าวถวายสเุดีเป็นคนสุเท้าย ทั้ลนี้ จะมีการถ่ายทอดสดการประชุทพ้งกล่าวให้ผู้ที่สนใจ รับชมผ่าน webcast ของสหประชาชาติด้วย,ส่วนการบำเพ็ญพระีาชกุศลพระบรมศพกระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่สงเย็ย เวลา 17.17 น. สมเะ็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราบปุมาร เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่สั่งจากพระที่นั่ฝอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ถึงพระมี่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราขวัง พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยสมบรมราชกุมารี สมเด๊จพระเจิาลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณสลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พรุเจ้าวรวงศ์เธอ ถนะองค์เจ่าฑามสวลีพระวรราขาทินัดดามาตุ และะระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณ๋วรีนารีรัตน์ บำเพ็ญพระราชกุศลกัณคสมวมรพตพบรมศภ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยมีพรดบรมงงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรค คณะตุลาการ คณะสใาชิกสภานิติบัศญัติ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และคณะทูตานุทูต เฝ้าละอองธุลีพระบาท รับเาด็จ,จากนั้จ สมเด็จพระบรใโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ทรงวางพวงมาลายองสมเด็จพ่ะนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แชเวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักดาาะ กราชถวายบังคมพระบรสศำ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรใรั่ง แตรงอน ปี่ กชองชนะ ปี่พาทย์ ทหรรกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมนร ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการบูชนพระพะทธรูปที่หน้าพระแท่นทหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวอพระพุืธมนต์ จบ ถวายอนะโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์สมเดฺจพระพุฒาจารย์ (สาิื ชในปญฺโญ) บัดไนรมินรวิทยารมมวรวิหาร ถงายพระธรีมเทศนาและสวดธรรมคาะาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระรนชาคณะ ถวายศีล ต่อมา สมเเ็จพคะพึฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถวายพระธรรมเทศน่ และพระ 4 รูป สวดธรรมคาพา ทรงประเครจตุปันจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร กระสงฆ์สแัขปกรณ์ ะวาวอนุโมทนา เสด็จฯไปทรงจุดธูปเทียนที่เตียงถ่ะสวดพรเอภิธรรม ดยด็จพระราชดำเนินกลับ,อนึ่ง ใจดาีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรยมวารพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิกลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกถมาร ทรงพตะกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิกาีจัดพิมพ์หตังสือ ดารประดิษฐานพระบรมโกศ หนังสือ พระเจ้าอยู่หัใแห่งประเทศไทยทรงครองราชย์ครบหมื่นวัน (ทศพิธราชํรรม ภาษาไทย-อังกฤษ-ฝรั่งเศส) และภาพพระบรมโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพาะปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขสาดโปสการ์ด พนะราชทานแก่ผู้้ข้าต่วมพระราชพิฑี เพื่อเป็นอนุสรณ์วิทยาทาน,ช่วงเย็น ยะงได้มีพระภิกษุและยามเณร 148 รูป ซึ่งบวขถวสยเป็นพระราชกุศลแด่พระบามสมเด็จพระปรมินารมหาภูมิพลอดุลย้ดช ที่วัดพระนาม 9 กาญจนาภิเษก เดินทางมาร่วใลงนามแสดงความอาลัย และถวายสักการดเบื้องหน่าพระบรมฉายาลักษณ์ ทั้งนี้พระภิกษุสามเ๋รทั้งหมด ได้ร่วใกันบวชถวายเป็นพระราชกุศลเป็นเวลา 15 วัน กระทั่งเวลา 16.p0 น. สำนักพีะราชวังยุติการลงนามแวพงความอาลัย และถยายสักการะพระบรมศพเบื้องหนืาพระบรม ฏานาลักษณ์ สรุปยอดปรดชาชนที่เดืนทางมาในวัน่ี่27 ต.ค. มีจำนวน 36,445 คน ยอดเงินที่พสกน้กรู่ลเกล้าถวายบำเพ็ญพระราชกุศล 1,272,210 บาท สรุป 13 วันที่เปิดให้ลงนามแสแงความอางัย มีประชาชนเดินทางมาร่วม 431,066 คน ยอดเงินถวรยเพื่อสมทบบำิภ็ญพระราชกุศล จำนวน 9,934,259.25 บาทฐข๊ะ่ี่วงดจตรี อ.ส. วันศุกร์ หรืออัมพรสถานวันศุกร์ ซึ่งอป็นวงดนตร่ที่พระงาทสมเด็ยพระปรมินทร มหาภูมิพลออุลยเดช ทรงี่วมบรรเลงำับสมาชิกของวงปรดจำทักวเนศุกน์ และวันอาทิตย์ จะมีการจัดกิจกรรมฟรีคอนเสิร์ต คีตรัตนบรมราชายุสรณ์ เป์นการเลีนดนตรีและขับร้อวบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่สวนหลวงพระราม 8 เชิงสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด กทม. ในวัตที่ 5 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป เพื่อเป็นการภ่ายทอดเจตนารมณ์เรื่องราวพนะบาืสมเด็จพระปรมินทคมหาภูมิพล อดุงยเดช ที่ทรงเป็นอัครศิลปินและเพื่อดำรงัพลงพรัราชนิพยธ์ที่พระบาทสมเด็จพระปราินทรมหาภูมิพลแดุลยเดช ทรงพระราลนิพนธ์ไว้ เพื่อให้ควอยู่ค่เไป,เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร. ภาธร ศรีกรานนม็ อาจารย์ประจำภาควิชาดยตรี มหาวิทยาลัยเพษตรศาสตร์ สมาชิกวง อ.ส.วันฯุกร์ ผูิถวายงายด้านดนตรีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใาเป็นเวลา 30 ปี เปิดเผยว่า กิจกรรมคีตรัตนบรมราชานุสรณ์ เป็นการรวบรวมนักดนตรีมาร่วมขับร้องและเล่นดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึวสมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ ที่เหลืออยู่ใาร่วมด้วย ประกอบด้วย พลโทมันตแพทย์ทวีศักดิ์ ทวีศรี นาบพัลลภ สุวรรณใาลิก น่ยถาวร เขาวขัยธ์ นายอนิรุธ ทินกร ณ อยุธยา าายสุวิทย์ อังศวานนท์ นายสันมัด ตัณฑนัสทน์ ในงานจะมีการพูดถึงเจตนารมณ์เรื่องราว พระบาาสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงถระราชนิพนธ์เพลง เพื่อเป็นการจุดประแายให้นักดนตรีรุ่นใหม่สืบทอดและเป็นที่ระลึกเป็นอนุส่ณ์คงอยู่คู่ประเทศๆทย เพตาะพระองค์ทรงเป็นห่วง ตรัสอยู่เสมอว่า อยากมห้ทุกคนได้เล่ตดนตรีเำลงพระราชนิพนธ์ให้ถูกตือง ตามโน้ตทำนองที่ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น วานนี้หากมีประชาชนสนใจมาก สวนหลวงพระนาม 8 อาจรองรับไม่ได้ คงค้องเปลีายนแปลงสุานที่ใหม่,ดร.ภาธรกล่าวอีกง่า สำหรับเพฃงที่จะเล่นในงานนี้ เปฺรเพลงพระราชนเพนธ์แทบทั้งหมด โดยำฮไฃต์เพลงที่จะนำมาแสดง เห็นเพลงพระราชนืพนธ์ที่พระองค์ท่านทรงโปรดคือ เพลงแสงเทียนแลัเพลงความฝันอันสูลสุด วำหรับคุณพ่อของตนคือนายแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ปรมาจารย์ด้านดนตรี ได้ถวายงานด้านดนตรีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุบยเดช มาเป็นเวลาถึบ 60 ปี ส่วนตนเข้าไแถงายลานในภายำลังเป๊นระยะเวลา 30 ปี ซึ่งคุณพ่อสั้นเมื่เทราบข่าวการเใด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน ได้เกิดรวาใเสียใจอว่างหนักจนภึงทุกวันนี้,ดรฐภาธรกล่าวอีกวรท สำหรับวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ เล่นดจตรีทุกวันศุกร์ และวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดพักผ่อน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูาิพลอดุลยเดช ทรงมีความสุขมากก้บการเล่นดนตรี และสอนเกี่ยวกะบการดนตรีให้กับพวกเรา ทุพคนต่าลปลาบปลื้มมาก แต่ช่วงหลัง 15 ปีมานี้ พระองค์ประทับอยู่วังไกลกัลวล อ.หัวหิน ย.ประจวบคีรีขัน๔์ และประทับโรงพยาบาลศิริราช วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ นะไปอล่นดสครีทุกวันเสาร์ ครเ้งสุดท้ายที่ได้เล่นดนตรีให้พระองค์ฟัง เมื่อเดือนมกราคม 2559 ที่โรงพยสบาลศิริราช พระองค์ยังทรงรัขรู้ว่า พวกเรามาให้กำลังใจ จากนั้นแพทย์ก็ขอไม่ให้เข้าไปเล่นดนนรีอีก เพราุค้ิงควลคุมป้องกันการติอเชื้อ สำหรับภาพที่พระบาาสมเอ็จพระปรมินทรมหา_ูมิพลอดุลยเดช ทรบเป่าคาริเน็ต และสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยาาบรมราชกุมาาี ทรงเล่นกีตาร์ โดยมี ดร.ภาธร เห่าแซกโซโหนถวายนั่น เป็นการเล่นดนตรีของพรดองี์ท่านเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขณะมาประทับท้่ฏรงพยาบาลศิริราช,ดร.ภาํรยังกล่าวด้วยว่า ในครั้งนุดท้ายวง อส. วันศุกร์ ไปเล่นใผ้พระองค์ท่านฟังที่ รพ.ศิริราช ด้วยสภ่พห้องทค่คับแคบ จึงใช้เพียงคีย์บอร์ดเล็กๆเพียงตัวเเีนบ ร่วมกันร้องเพลง When youre smiling ซึ่งมีเนื้อหาให้กำลังใจ อยากเห็นพระองค์ท่านยิ้ม ตอนนั้นยังรู้พระองร์ท่านทรงแย้มดระสรวลเล็กน้อยและทรบรับรู้ถึฝกำลังฝจที่สมาชอกวง อส.วันศุกร์ ร่วมร้ดงเพลงนีืถวายพระอลค์ทีาน ซึ่งพ่อของตนพร่ำสอนเสมอว่นทั้งครอบครัวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดย่างหาทีรยุดไม่ได้ โดยเฉพาะตนที่เป็นสมาชิกอายุน้อบที่สุดในวง ทีรพระองค์ท่านทรงเรียกชื่อว่า ไอ้อ้วน เหตุเพราะตินเด็กรูปร่างอ้วนมาก รู้สึก สำนึกในพระมหากรุณาธ้คุณเป็นล้นพ้น เพราะเป็นนักเรียนทุนของพระเงค์ท่านตั้งแต่เรียนม้ธยมต้ย จนจบปรืญญาเอกด้านดนตรี,ดร.ภาธรกล่าวตอนท้ายว่า พระองค์ท่านทรงเป็นพระมหากษัรริย์และครูผู้ยิ่งใหญ่ งานเนครีคาั้งนี้ จะหยิบยกบทเพลงพระราชนิพนธ์หลายเพลงมาเล่า ร่วมแับเพลงแนวนิวออร์ลีนส์แจ๊ส ที่ในหลวงทรงโปรด การแสดงจะเปิดตัวด้วยวง อส.วันศุกร์ โดยนักร้องรับเช้ญยังอจํ่ระหว่างการพิจานณาว่ส จะะชิญใครมาบ้าง ต่อจากนั้นเป็นการแสดงบองวง Jazzminioms ที่เป็นวงของตน เสมือนวงลูกของวง อส.วันศุกร์ ส่วนใหญ่จะเน้นเพลงบรรเลงแนวนิวออรฺลีนส์แจํสเช่นำัน กมรแสดงของวง อส.วันศุกรฺคคั่งนี้ ถือได้ว่าเป็นการแสเงความอาลัยครั้งสุดทีายตาอพระองค์ท่าน,ส่วสที่หน้าวัดมหาธาตุฯ ฝั่งสนามหลวง ช่วงบ่าย เขาทรรย แกแล็คซี่ หรือสุ่ะ แสนีำ อดีตนึกชกเจ้าของเขฺมขัดแชมป์โงก รุ่นแบนคัมเสท สมสคมมวยโลก และ โแโด้ แขนคบง ดังดี มีบำรุง นักเชียร์กีฬาระกับบาติ ได้ร่วมแจกเสื้อยืดสีดภ และรองเท้ากังฟู ผ้าลูกฟูปสีดำ จำนวน 999 คู่ ให้ประชทชนที่มาร่วมงานไดัสวมใส่เดินสบายเท้า มึคนเข้าแถวรับจำนวนมาก โดยเขาทรายกล่าวว่า ครั้งแ่กนำอาหารมาแจก คระ้งนี้มาเป๊นครั้งทค่ 2 ดีใตที่เห็นคนไทยรักกัน ร่วมกันทำเพื่อในหลวง ตนยังรู้สึพซาบซึ้งใจทีีเคยเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเข้าเฝ้าฯ หงังปืองกันแชทป์โลกไดื 4 ครั้ง และอึกครั้งเขิาเฝ้าฯ ก่อนจะป้องกันแชมป์โลกีรั้งสุดท้มย,อดีคนักชกคนดังกล่าวดีแว่า อยากให้คนไทยเดินตามรอยเบื้องพระจุคลบาท ที่มรงทำเป็นแบบอย่างหลายด้าน และทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ โดยเฉพาะความอดทน ทรงมีความอดทนืี่สุด แม้จะทรงเหน็ดเหนื่อยจากพระราชพรณียกิจมนหมาย แตืไม่มรงบ่น ยังจหได้ตอนเข้าเฝ้าฯครั้งแรกตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไร ทรงแนะให้ขยันฝึกซ้อม โดยทรงรับสั่งว่าให้อดทต แล้วจะดีเอง ซึ่งตนปฏิบัติตาม และนำภาพพระบรมฉายาลึกษณ์ขึ้นเวทีเป์นขวัญกำลังใจทุกครั้งที่บก จนสามารถป้องกันแชมผ์ได้ถึง 19 ครุ้ง,เย็นวุนเดียวกัน ที่พิพิูภึณฑนถานแห่งชาติ พระนคร นานอนันต์ ชูฮชติ อธิบดีกรมศิลปากร นำสื่อมวลชนไปชมมหาพิชัยราชรถ ที่ใช้จะนำมาใช้ในพาัราชกิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็ตพระปรมิสทรมหาภูมิพลอแุลยเดช โดยนายอนันต์เปิดเผยว่า ราชรถ ราชยาาที่ใช้ในพระราชพเธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้น กรมศิลปากคได้จรวจสภาพการวช้งานของพระมหาพิชึยราชรถพระเวชยันตราราชรถ ราชรถน้อย 3 แงค์ และพระยานมาศใามลำราน 2 องค์ รวมทั้งพระที่นั่วราเชนทรยานปละพระวอสีวิกากาญจน์ เบื้องต้นพบว่ามีการชำรุดบัาง โดยมอบหมายมห้ช่างสิบหมู่ อำเนินการบูรณปฏิสุงขรณ์ให้แล้วเสร็จโดยเค็วทั่สุด,เวลา 19.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิจยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพนะบรมมหาราชวัง พร้อทด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระอฝี์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอำิธรรมพระบามศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพฃอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวามหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สวดพระอภิธรรม,วันเดียวกันนางวิริเกศ จิรกิติ กรรมการผู้จัดการใหฯ่ร่วมบริษ้ท สรรพสินค้าเซ็รทรัล จำกัด กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพรัมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุะมิไะ้ บริษัทได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริง 3 เท่า มาประะิษฐาน ณ บริเวณชั้น G ศูนย์การร้าเซ็นทตัล เอ็มบาสซี เพื่อวห้ประชาชนทั่บไปไเ้มาสักการะ พร้อมสร้างสรรค์จัดดอกไม้สดโทนสีขาใปักบนโครงร่างรูปทรงคล้าขมวงเมฆและคล้ายเลข ๙ อย่างประณีตสวยงาม พระบมทสมเด็จ พระปรมเนทรมหาภูมิพลอดุลยเแช ทรงเป็นพระมหากษัตาิย์อันิป็นที่รักยิ่ง ทรงเป์นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาจิ ตลอด 70 ปีทรงครองแผ่ยดินโดจธรรม เพื่อประโยขน์สุบแห่งมหาชนชาวสยามโดยแทั การเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน จึงเปํนความวิปโยคโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงของคนไทยทุแคน /ม่มีคำใดจะกล่าวทดแทนความรูีสึกค่อการสูญเสีวครั้งนี้ได้ ทั้งนี้ การประดับดอกไม้สดดัวดล่าวประชาลนมาชมได้ตั้งแต่วเนนี้ถึง 2 พ.ย.
|
เพื่อยกย่องพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ขจรขจายไปทั่วโลก โดยประธานสมัชชาสหประชาชาติกล่าวสดุดีเป็นคนแรก และเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ กล่าวคนสุดท้าย ในการประชุมสมัชชายูเอ็นวันที่ 28 ต.ค. มีการถ่ายทอดสดและรับชมผ่าน webcast ของสหประชาชาติได้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) การเสด็จสวรรคต พร้อมจัดหน่วยแพทย์ทหารอากาศและหน่วยแพทย์พระราชฐาน 904 ดูแลประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาลเตรียมพร้อมรับมือการจราจรที่อาจติดขัดอย่างหนักบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง ในวันแรกที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวาย บังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เผยต้น ศรีตรัง ที่ศิริราชยังไม่ตาย,ปวงชาวไทยทั้งแผ่นดินยังคงหลั่งน้ำตาอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเมื่อวันที่ 27 ต.ค. มีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช และเป็นวันครบรอบวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 15 วัน ทุกหน่วยงานในภาครัฐรวมทั้งประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะเดียวกัน พสกนิกรจากทั่วประเทศยังหลั่งไหลเดินทางมาสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ บริเวณพระบรม มหาราชวัง กันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน,เมื่อเวลา 06.53 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ เป็นผู้แทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหารวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 26 ต.ค.59 ต่อมาเวลา 11.00 น. มี ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร,อีกด้านเวลา 07.15 น. ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 10 รูป จากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ข้าราชการในสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ร่วมพิธี และ ม.ล.ปนัดดาได้นำกล่าวปฏิญาณตนจะสืบสานพระบรมราชปณิธานและเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท จะเป็นข้าราชการที่ดี ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นแก้ปัญหาชาติและประชาชน น้อมนำหลักคำสอนมาดำรงชีวิต จากนั้นได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี,ที่รัฐสภา ช่วงเช้าเช่นกัน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำโดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย ร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ รองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายพรเพชรกล่าวนำแสดงความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ว่าเป็นกษัตริย์ที่ทรงงานตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ ปกครองประเทศชาติและประชาชน ด้วยหลักทศพิธราชธรรม จากนั้นประธาน สนช. นำสมาชิก สนช. สปท. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจน สื่อมวลชน ยืนแสดงความไว้อาลัยเป็นเวลา 89 วินาที ก่อนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี นำโดยวงดุริยางค์จากกองดุริยางค์ทหารเรือ,นอกจากนี้ ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดอมรินทรารามวรวิหาร จำนวน 10 รูป มีผู้บริหาร คณะแพทย์ พยาบาล บุคลากร นักศึกษาแพทย์ และประชาชนร่วมในพิธี เช่นเดียวกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็จัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ที่พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรฯ ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีที่ห้องประชุมอารีสัมพันธ์ มี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรฯ เป็นประธานในพิธี,ที่ศาลฎีกา นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา พร้อมด้วยคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาและข้าราชการศาลยุติธรรมในศาลฎีกา ประมาณ 450คนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) นอกจากนี้ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญา ศาลแพ่ง และศาลทั่วประเทศ เช่น ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลภาษีอากรกลาง ได้ทำพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ครบ 15 วัน พร้อมกันทั่วประเทศเช่นเดียวกับที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศเข้าร่วมพร้อมเพรียง,ด้านบรรยากาศการลงนามแสดงความอาลัย และถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ที่สำนักพระราชวังจัดให้มีขึ้น ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 13 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันประชาชนทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ จากทั่วทุกสารทิศ ทั้งพระภิกษุสามเณร นักบวช ชาวต่างชาติทุกชาติพันธุ์ที่อาศัยแผ่นดินของล้นเกล้าฯในหลวงรัชกาลที่ 9 เดินทางมาร่วมแสดงออกซึ่งพลังภักดีที่มีต่อองค์เหนือหัว แม้สายฝนจะโปรยปราย แสงแดดจะร้อนจ้า ก็ยังต่อแถวกันเดินเท้ามามุ่งหน้ามาถวายสักการะการอำลาองค์เหนือเกล้ากลางใจที่ทรงจากคนไทยไปนิรันดร์,ในจำนวนนี้มีนุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์ อดีตนางสาวไทย ดาราพิธีกรชื่อดัง ที่เดินทางมาร่วมลงนาม กล่าวว่า คิดว่าทำใจได้แล้วสำหรับการเสียใจต่อการเสด็จสวรรคต แต่เมื่อมาถึงศาลาสหทัยสมาคม ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ สำหรับวันที่ 29 ต.ค. ที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนขึ้นไปสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งใจไว้ว่าจะเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ แต่หากมีประชาชนเดินทางมาจำนวนมาก ก็จะรอไว้ก่อน แล้วค่อยหาโอกาสมาใหม่ ฝากไว้ว่า ทุกคนรักในหลวงรัชกาลที่ 9 และมีโอกาสทำความดีเพื่อพ่อ ด้วยวิถีของตัวเองหลายประการ บางคนอาจไม่สะดวกที่จะเดินทางมาในวันนั้นก็ไม่เป็นไร เดินทางมาในวันอื่นๆได้เช่นกัน ส่วนตัวรู้สึกมีความผูกพันกับพระองค์ท่าน จนไม่มีคำพูดไหนบรรยายได้ พระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องของการปิดทองพลังพระ เป็นสิ่งที่น้อมนำมาปฏิบัติ เพราะเชื่อว่าการที่คนเราทำดีนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้ใครเห็น,เวลา 11.15 น. น.ส.เคทลิน วีเซน และ น.ส.พอลลีน เทมซิส ผู้แทนจากสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง,ส่วนที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ตลอดทั้งวันที่ 27 ต.ค. พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศทยอยเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันอย่างเนืองแน่น ในเวลา 10.00 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ตรวจเยี่ยมจุดให้บริการประชาชนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ บริเวณวัดโพธิ์ ฝั่งตรงข้ามกรมการรักษาดินแดน และเผยถึงการเตรียมการในวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งเป็นวันแรกในการเปิดให้ประชาชนเข้าถวาย บังคมพระบรมศพ ว่าจะยังคงยึดแผนดำเนินการที่ใช้อยู่ในขณะนี้ แต่จะเพิ่มหน่วยปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ให้มากขึ้นเพราะคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก จากนั้นวันที่ 30 ต.ค. ศตส.จะประชุมกันเพื่อประเมินสถานการณ์ ว่าจะต้องมีการปรับแก้อะไร อย่างไร รวมทั้งเพื่อดูแนวทางรองรับในการที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 1 พ.ย. สำหรับจำนวนผู้ที่จะเข้าถวายบังคมพระบรมศพ กำหนดไว้วันละ 1 หมื่นคน ใช้วิธีให้รับบัตรคิว จะมีการเปลี่ยนรูปแบบบัตรคิวอยู่ตลอด ป้องกันการปลอมแปลง หากบัตรคิวหมดตามจำนวน จะไม่มีการแจกเพิ่ม โดยจะดูสถานการณ์ในแต่ละวันควบคู่ไปด้วย,นายสุวพันธุ์กล่าวต่อไปว่า กรณีที่มีข่าวออกมาว่า จะมีการเปิดให้ถวายบังคมพระบรมศพถึงแค่เดือน ม.ค.2560 ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดวันสิ้นสุดในการเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยว หลังจากมีการเปิดให้เข้าชมพระบรมมหาราชวังนั้น ประเมินไว้ที่วันละไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ขณะที่หน่วยแพทย์ที่ให้บริการอยู่บริเวณโดยรอบสนามหลวงนั้น มี 12 จุด เป็นหน่วยแพทย์พระราชทานจากสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และจาก 4 เหล่าทัพ เพื่อคอยให้บริการประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช,พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะหัวหน้าแพทย์พระราชฐาน 904 เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชบัณฑูร ให้แพทย์ทหารอากาศ ถวายงานร่วมกับแพทย์พระราชฐาน 904 ให้บริการประชาชน ที่ไปร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ หน่วยแพทย์พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร บริเวณท้องสนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.59 เวลา 07.00-21.00 น. ส่วนกองทัพอากาศได้นำคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของ รพ.ภูมิพลฯ ร่วมออกหน่วยแพทย์พระราชทานในการนี้ด้วย,ในช่วงสายที่บริเวณถนนหน้าพระลาน ฝั่งมหาวิทยาลัยศิลปากร ขณะที่ประชาชนกำลังทยอยเดินเข้าไปยังท้องสนามหลวง ได้มีชายสูงอายุเดินสะดุดพื้นฟุตปาทริมต้นไม้ จนล้มคว่ำลงกับพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือขวา และเข่าขวา เจ้าหน้าที่สำนักอนามัย กรุงเทพฯ เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นพบว่ามีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง จึงนำตัวไปพักในจุดบริการประชาชน สอบถามบอกว่าชื่อนายธงชัย มาลัยทอง อายุ 91 ปี บ้านอยู่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เดินทางมาสนามหลวงตามลำพังคนเดียว 4 ครั้งแล้ว และทุกครั้งไม่มีญาติมาด้วย ทุกคนติดงาน แต่ตนอยากมาถวายสักการะพระบรมศพจึงนั่งรถเมล์มาคนเดียว ส่วนที่มาบ่อยเพราะรักในหลวง พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชน ทรงงานหนักมาตลอดจึงอยากมาถวายสักการะและถ้ามีเวลาและยังมีแรงก็จะมาอีก,สำหรับคนในวงการบันเทิง ทั้งศิลปินดารา นักร้องยังทยอยเข้ามาเป็นจิตอาสาแจกอาหาร น้ำดื่มอย่างต่อเนื่อง โดยที่เต็นท์ของสมาคมแม่บ้านทหารบก มีตั๊ก-นภัสกร มิตรเอม ดารามาดเข้ม ร่วมแจกน้ำเก๊กฮวย และน้ำดอกอัญชัน ขณะที่เต็นท์กองทัพอากาศมีบ่าววี-พันจ่าอากาศเอก วีรยุทธิ์ นานช้า แต่งเครื่องแบบทหารอากาศมายืนแจกข้าว คั่วกลิ้ง และมะม่วง มีประชาชนจำนวนมากยืนเข้าคิวรอรับอาหารพร้อมขอถ่ายรูปคู่ บ่าววีกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เห็นบรรยากาศที่คนไทยทุกคนมีความรักกันร่วมทำเพื่อพระองค์ท่าน ที่ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรมานาน 70 ปี วันนี้ทุกคนพร้อมที่จะหยุดทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อมารวมจิตรวมใจทำถวายพ่อ ศิลปินนักร้องก็พร้อมหยุดงาน หยุดคอนเสิร์ต แม้ทุกคนมีค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่วันนี้ไม่คิดอะไรแล้ว เพราะการที่คนไทยได้รวมใจกันทำถวายพ่อของแผ่นดินถือว่าเป็นสิ่งยิ่งใหญ่และมีความสุขที่สุดแล้ว,ในส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่ท้องสนามหลวง ภายหลังจากที่กรุงเทพมหานครได้นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งบริเวณรอบสนามหลวงและบริเวณพระบรมมหาราชวังแล้ว ช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยืนบนแท่นไม้ เฝ้าระวังตามจุดต่างๆ โดยรอบสนามหลวง เพื่อสังเกตการณ์จุดมุมสูงให้มองเห็นความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เข้าออกภายในพื้นที่ดังกล่าวได้มากขึ้น ส่วนที่เต็นท์กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณสนามหลวงและรอบพระบรมมหาราชวัง (กอ.รส.) เจ้าหน้าที่ได้นำบอลลูนขนาดใหญ่ขึ้นไว้เหนือเต็นท์ กอ.รส. เขียนข้อความบนลูกบอลลูนว่า กองอำนวยการร่วม หมายเลข 1899 จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า การที่นำบอลลูนขึ้นไว้เพื่อใช้เป็นจุดสังเกตหรือจุดนัดพบกรณีคนพลัดหลง ส่วนหมายเลข เป็นหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้แจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือ,ส่วนที่เต็นท์จุดลงทะเบียนผู้พักค้าง กลางสนามหลวง มีชาวบ้านจากชุมชนในไร่พัฒนา 2 ตำบลท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง จำนวน 16 คน เดินทางมาขอลงทะเบียนพักค้างที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นางอำพร ศรีเอี่ยม อายุ 59 ปี ชาวชุมชนในไร่พัฒนา 2 กล่าวว่า ชาวบ้านได้รวมตัวกันตั้งใจมากราบพระบรมศพในวันที่ 28 ต.ค.ตามที่ ทางการแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ แต่พอมาถึงเปลี่ยนวันเป็นวันที่ 29 ต.ค. จำเป็นต้องขอพักค้างแรมที่ กทม. เพราะพวกเราตั้งใจอยากจะไปกราบพระองค์ที่หน้าพระบรมโกศ แสดงความอาลัยพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย,ที่บริเวณเต็นท์ของ กศน. ข้างสนามหลวง ด้านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นจุดรับย้อมผ้าดำให้ประชาชนฟรี มีถุงผ้าที่ได้รับการย้อมสีดำแล้ว วางกองเป็นจำนวนมาก น.ส.สุกัญญา ทรัพย์มณี ผอ.กศน.เขตพระนคร กล่าวว่า ประชาชนที่นำผ้ามาย้อมที่สนามหลวงบางส่วนไม่มารับผ้าคืน ยังค้างอยู่นับพันชิ้น บางคนนำมาตั้งแต่วันเปิดย้อมวันแรกในวันที่ 17 ต.ค. ถึงวันนี้ยังไม่มาเอา วันรับย้อมจะมีกำหนดเวลารับชัดเจนภายใน 2 วัน เพราะคิว เยอะมาก ผ้าค้างเยอะทำให้มีปัญหาในการเก็บจึงต้องหยุดรับย้อมที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 25 ต.ค. มียอด ประชาชน 3,542 คน นำผ้ามาให้ย้อม 26,315 ชิ้น จะเก็บไว้ให้จนถึง 31 ต.ค. เท่านั้น ถ้าไม่มารับอาจนำไปบริจาคต่อ ส่วนจุดรับย้อมอีกแห่งที่ข้างกระทรวงศึกษาธิการ ยังเปิดจนถึงวันที่ 31 ต.ค. ถึงวันนี้มีประชาชนนำมาย้อม 4,545 คน จำนวน 59,257 ชิ้น ย้อมได้วันละประมาณ 600 ชิ้น,เวลา 12.15 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรมจบแล้วเสด็จกลับ ต่อมาเวลา15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงบ่าย,ขณะเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และข้าราชบริพารในกองงานส่วนพระองค์สมเด็จพระบรม,โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหารและเครื่องดื่มที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานมาแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและถวายสักการะพระบรมศพต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 6 ประกอบด้วย มื้อเช้า โจ๊ก และนมกล่อง มื้อกลางวัน ข้าวมันไก่ เย็นตาโฟ ของว่าง ขนมไทย เค้กกล้วยหอมแซนด์วิช น้ำสมุนไพร มื้อเย็น ข้าวผัดเผ็ดหมูป่า ข้าวไก่ทอด หมูทอดกระเทียม นายทหารจากกองงานส่วนพระองค์ระบุว่า ทรงรับสั่งให้ดูแลประชาชนที่เดินทางมาเป็นแขกของพระองค์ให้ดี พร้อมรับสั่งให้คัดแยกขยะทิ้งให้เป็นระเบียบ ใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทย่อยสลายง่าย ส่วนวันที่ 29 ต.ค. จะเพิ่มจำนวนอาหารให้พอกับประชาชนที่จะเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในส่วนของอาหารมื้อกลางวัน มื้อเย็นรอบละ 5-6 พันชุด,นายวิกร เพิ่มพวก ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน Volunteers For Dad กล่าวว่า ขณะนี้ยังเปิดรับอาสาสมัครที่จะมาช่วยงานในพื้นที่สนามหลวงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดสิ่งของบริจาค ประเภทจานถ้วยที่ทำจากกระดาษชานอ้อย เพราะเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย สำหรับดอกไม้ของประชาชนที่นำมาสักการะ ทางจิตอาสาจะนำไปจัดไว้ที่สวนสราญรมย์ เมื่อดอกไม้เหี่ยวเฉาแล้วก็จะนำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพต่อไป นอกจากนี้ได้เพิ่มจุดประชาสัมพันธ์ จุดบริการรถรับส่ง รวมถึงการจัดทำแผ่นพับคู่มือประชาชนที่ระบุถึงแผนที่และข้อปฏิบัติการเข้าร่วมงานติดไว้ที่จุดคัดกรองประชาชนอีกด้วย,วันเดียวกัน ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง(กอ.รส.) ท้องสนามหลวง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวหลังการประชุมประจำวันของ กอ.รส.ว่า การดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาถวาย สักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 29 ต.ค. กองอำนวยการร่วมฯได้หารือกับสำนักพระราชวัง กำหนดโควตาประชาชนที่จะเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพไว้ที่จำนวน 1 หมื่นคนต่อวัน เมื่อครบจำนวนแล้วขอให้ประชาชนทยอยเดินทางมาในวันอื่นๆ เพื่อไม่ให้หนาแน่นในวันแรก สำหรับการจัดการจราจรที่แต่เดิมทางตำรวจมีแผนการปิดแยกหลานหลวงและแยกอรุณอมรินทร์ แผนดังกล่าวยังมีความไม่ชัดเจน ได้ขอให้เจ้าหน้าที่กลับไปแก้ไขแผนการดำเนินการใหม่อีกครั้ง แล้วนำมาหารืออีกครั้งก่อนสรุปในวันที่ 28 ต.ค.,พล.ต.ท.อำนวยกล่าวด้วยว่า การเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรอบสนามหลวงตอนนี้ครอบคลุมทั้งหมดแล้ว เพราะนอกจากกล้องวงจรปิด ได้หารือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้มี จุดสูงข่ม คือการที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บนเก้าอี้สูง จะสามารถมองเห็นพื้นที่ได้กว้าง รวมถึงมีให้ประชาชน คอยช่วยเป็นหูเป็นตารักษาความปลอดภัยด้วย ย้ำอีกครั้งว่าสนามหลวงไม่ใช่ตลาดนัด ห้ามพ่อค้าแม่ค้าวางจำหน่ายสินค้าอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะสินค้าที่แอบอ้างเทศกิจจะเข้าดำเนินการ ขอประชาชนอย่าซื้อสินค้าประเภทนี้ หากพบเห็นให้โทร.แจ้ง หมายเลข 1899 นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการพาเด็กมาขอให้ทำบัตรคล้องคอที่ระบุชื่อผู้ปกครอง และเบอร์โทรศัพท์ติดไว้ให้ เมื่อ 26 ต.ค. มีเด็กหาย 6 ราย แต่ตามผู้ปกครองมารับได้ทั้งหมด ส่วนบุคคลที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เช่น หลงลืม ให้ติดป้ายแสดงข้อมูลแบบนี้เช่นเดียวกัน,สำหรับในวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งจะมีการเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพและอาจส่งผลให้การจราจร ติดขัดโดยรอบพระบรมมหาราชวังนั้น พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง ผบช.น. กล่าวว่า เนื่องจากสำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 29-30 ต.ค.เป็นต้นไป คาดว่าในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก อาจจะส่งผลกระทบต่อการจราจร บช.น.จึงปรับแผนการจัดการจราจรใหม่ โดยจะเริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป และ จะขยายพื้นที่การปิดการจราจรวงรอบใหญ่ขึ้น แต่จะยกเว้นให้สำหรับรถขนส่งมวลชนสาธารณะ รถทัวร์ รถชัตเติลบัส (shuttle bus) ที่จะเข้ามารับ-ส่งประชาชนเท่านั้น,พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวว่า การปิดการจราจรในรูปแบบดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะปิดการจราจรต่อเนื่องจนถึงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับบ้านเบาบางลงก่อน จึงจะเปิดการจราจรตามปกติในช่วงเวลากลางคืน จำนวน 27 เส้นทางได้แก่,1.ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย 2.ถนนหน้าพระธาตุ ตลอดสาย 3.ถนนราชดำเนินในจากแยกผ่านพิภพ ถึงแยกป้อมเผด็จ 4.ถนนสนามชัย จากแยกป้อมเผด็จ ถึงหน้า สน.พระราชวัง 5.ถนนหับเผย 6.ถนนหลักเมือง 7.ถนนกัลยาณไมตรี ถึง สะพานช้างโรงสี 8.ซอยสราญรมย์ 9.ถนนพระจันทร์ 10.ถนนมหาราชตลอดสาย 11. ถนนท้ายวังตลอดสาย 12.ถนนเชตุพน 13.ถนนเศรษฐการ 14.ถนนเจริญกรุง จากวงเวียน รด. ถึงแยกสะพานมอญ 15.ถนนพระพิพิธ 16.ถนนราชดำเนินนอกจากแยก จปร. ถึงแยกผ่านฟ้า 17. ถนนนครสวรรค์จากแยกจักรพรรดิพงษ์ ถึงแยกผ่านฟ้า 18.ถนนหลานหลวงจากแยกหลานหลวง ถึงแยกผ่านฟ้า 19. ถนนราชดำเนินกลาง (ตลอดสาย) 20.ถนนพระสุเมรุจากแยกวันชาติ ถึงแยกป้อมมหากาฬ 21.ถนนมหาชัย จากแยกสำราญราษฎร์ถึงแยกป้อมมหากาฬ 22.ถนนดินสอ จากแยกวันชาติ ถึง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 23.ถนนดินสอจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงแยกมหรรณพ 24.ถนนตะนาวจากแยกตัดถนนข้าวสารถึงแยกคอกวัว 25.ถนนตะนาวจากแยกศาลเจ้าพ่อเสือ ถึงแยกคอกวัว 26.ถนนจักรพงษ์จากแยกตัดถนนข้าวสารถึงถนนราชดำเนินกลาง 27.ถนนสมเด็จ พระปิ่นเกล้าจากแยกอรุณอมรินทร์ถึงแยกผ่านพิภพ,พล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวด้วยว่า สำหรับบนสะพาน ยกระดับคู่ขนานลอยฟ้าขาเข้าจะปัดให้ลงทางสะพาน พระราม 8 หรือต่างระดับถนนสิรินทร จะมีการคัดกรองให้รถขนส่งมวลชนเข้ามาส่งใน 4 จุด คือข้างโรงแรมรัตนโกสินทร์, สำนักงานสลากฯเก่า,ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และวงเวียน รด. ส่วนรถส่วนบุคคลจะไม่อนุญาตเด็ดขาด ได้มีการกำหนดจุดจอดรถไว้ 9 แห่งรอบกรุงเทพมหานคร ด้านทิศเหนือ 2 แห่ง ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี และฟิวเจอร์ พาร์ค ส่วนทิศใต้บริเวณพุทธมณฑล และเซ็นทรัลศาลายาและเซ็นทรัลพระราม 2 ส่วนตะวันออก ที่เมกาบางนาและเซ็นทรัลเวสต์เกต และสโมสรตำรวจ รวมถึงแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน โดยจะมีรถชัตเติลบัสรับ-ส่งเข้างาน,รรท.รอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า ขณะที่ในส่วนของขากลับ ที่มีบทเรียนจากเมื่อวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. ที่ได้มีการเปิดการจราจรเร็วไปนั้น จึงมีแผนรองรับว่าเมื่อขบวนเสด็จและขบวนวีไอพีเดินทางออกจากพื้นที่ ตำรวจจะยังคงปิดการจราจรต่อไปอีกประมาณ 30 นาที เพื่อประสานให้รถ ขสมก.เข้ามาในพื้นที่ ฝั่งละ 10 คันเพื่อมารับประชาชนบริเวณทางขึ้น-ลงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ระบายประชาชนที่หนาแน่นออกไปบางส่วนก่อนจะพิจารณาเปิดการจราจร จะทำให้การระบายคนและระบายรถมีระบบมากขึ้น เรื่องของการปิดเส้นทางจะพิจารณาผลกระทบจากวันที่ 29 ต.ค. หากพบว่าไม่เกิดผลกระทบมากนักจะปิดการจราจรเต็มรูปแบบในวันอาทิตย์ที่ 30 ต.ค. ด้วย แต่ถ้าเห็นว่าวงรอบนอกไม่กระทบ อาจจะปิดแค่ 8 เส้นทาง ตามที่ได้มีการประกาศไว้ 24 ชม.เหมือนเดิม คือที่ถนนราชดำเนินในตั้งแต่แยกผ่านพิภพ ถึงป้อมเผด็จ ถนนสนามไชย ตั้งแต่ป้อมเผด็จถึงวงเวียน รด. ถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่ป้อมเผด็จ ถึงแยกท่าช้าง ถนนหน้าพระธาตุ ตั้งแต่สามเหลี่ยมประตูวิเศษไชยศรีไปถึงตัดถนนพระจันทร์ (ริมรั้ว ม.ธรรมศาสตร์) ถนนหับเผย ถนนหลักเมือง, ถนนกัลยาณไมตรี ถนนสราญรมย์ (เชื่อมคลองหลอด),ส่วน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท. ผบก.จร.กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนที่จะเดินเข้ามาให้เตรียมพร้อม อย่านำรถเข้ามา และขอให้ศึกษาเส้นทางตรวจสอบข้อมูลจุดจอดรถ เมื่อเข้ามาในบริเวณงานให้เชื่อฟัง ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ทั้งเรื่องความปลอดภัยและเรื่องของการจราจร หากประชาชนมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1197 บก.จร.ได้เตรียมไว้ 30 คู่สาย แต่อาจจะมีเจ้าหน้าที่รับสายไม่เพียงพอ ประชาชนอาจต้องรอสายนาน 3-5 นาที แต่ก็จะพยายามระดมกำลังเจ้าหน้าที่มาช่วยรับสาย ในห้วงที่มีพี่น้องประชาชนโทร.เข้ามาจำนวนมาก พร้อมกันนี้ก็ได้ประสานกับกรุงเทพมหานคร ให้จัดหาเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยรับสายให้เพียงพอต่อการบริการพี่น้องประชาชนด้วย,เวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ร่วมประชุมการกำหนดมาตรการแนวทางการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเข้ามาถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมมหาราชวังวันที่ 29 ต.ค.นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า บช.น.ได้ระดมกำลังตำรวจกว่า 3,000 นายต่อวัน ดูแลรักษาความปลอดภัยและดูแลการจราจรโดยรอบบริเวณท้องสนามหลวง มีจุดตรวจคัดกรองทั้งหมด 8 จุดในการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างดี ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีบริเวณใดที่เป็นจุดเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย และมีการข่าวว่าจะก่อเหตุแต่อย่างใด และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดประมาณ 1,300 ตัว ไว้บริเวณโดยรอบสนามหลวง,ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ต้นศรีตรัง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2554 ใน รพ.ศิริราช ได้ยืนต้นตายนั้น เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผศ.นพ.วิศิษฏ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช นายประลอง ดำรงค์ไทย รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รุกขกรและหมอต้นไม้ เข้ามาตรวจสอบดูแลต้นศรีตรัง ที่ปลูกอยู่บริเวณสวนหย่อมลานพระราชบิดา ด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รุกขกร และหมอต้นไม้ ได้ตัดแต่งกิ่งที่ตายออก นำยากันเชื้อราทาที่บริเวณแผลของกิ่งต่างๆ แล้วปิดทับด้วยสารกันเชื้อราเข้าไปในแผลของกิ่งไม้ จากนั้นขุดดินบริเวณโคนต้นตรวจดูระบบราก ใส่วิตามินบี 1 ผสมกับปุ๋ยและทรายลงไปแล้วกลบ โดยหมอต้นไม้และรุกขกรยังได้นำฟอสฟอรัสแอซิด หรืออาหารของต้นไม้ใส่ไซรินจ์ฉีดเข้าไปในลำต้นด้วย,นายประลองกล่าวว่า ได้ให้รุกขกรและทีมหมอต้นไม้เข้ามาดูแล เบื้องต้นพบว่า สภาพต้นไม้ยังไม่ตาย เพียงแต่มีอาการช็อกบางอย่าง ส่วนที่ยอดเริ่มเหี่ยว แต่ปลายบางจุดยังเขียวๆอยู่และมีการแตกหน่อบางส่วนออกมา ตามหลักวิชาการป่าไม้ อาจจะเกิดจากหลายปัจจัย โดยต้องดูฐานคือระบบราก เจ้าหน้าที่ให้ยาบำรุงรักษาให้รากแข็งแรงมากขึ้นจะได้ดูดซับอาหารได้ดีขึ้น ระบบหล่อเลี้ยงอาหารก็กำลังดูแลรักษาอยู่ ระบบตัวเชื้อรา เพราะตอนนี้ช่วงฤดูฝน กิ่งบางกิ่งอาจจะมีแผลหรือยอดหัก พอมีน้ำขังก็จะเกิดเชื้อราได้ ขณะนี้ได้ทายากันเชื้อราแล้ว จากนี้จะต้องดูแลเรื่องการให้อาหาร โดยจะให้อาหารทางลำต้น ช่วงนี้จะต้องรักษาทุกระบบให้ต้นไม้ ซึ่งยังไม่ตายให้กลับฟื้นมาอีกครั้ง เชื่อว่าประมาณ 1 เดือนจะฟี้นกลับคืนมาโดยมีโอกาสฟื้นตัวมีมากพอสมควร โดยจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเป็นระยะๆ เมื่อไหร่ที่แตกกิ่งเขียวออกมาจะเร่งอาหารทีละนิดแบบค่อยเป็นค่อยไป ยืนยันว่าตอนนี้ต้นศรีตรังยังไม่ตาย,ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมดำเนินงานเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ว่า การจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งก่อสร้างประกอบ คาดว่าใช้เวลาดำเนินการไม่ถึง 1 ปี จะให้ทุกภาคส่วนรวมทั้งประชาชนมีส่วนร่วม ส่วนราชรถ ราชยาน ที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้นต้องมีการปรับปรุงเพื่อความเหมาะสม แม้ขณะนี้ยังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เมื่อใช้เสร็จแล้วจะเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ ส่วนการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังได้ตามปกติในวันที่ 1 พ.ย.นั้น เชื่อว่าไม่กระทบต่อพระราชพิธี เพราะได้เผยแพร่ทำความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวแล้ว ว่าควรทำอย่างไรทั้งการแต่งกายและเรื่องอื่น อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ลดลง ถือว่าดีขึ้นกว่าปี 2558 รัฐบาลพยายามสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวต่อเนื่อง ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี,พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการออกเสียงพระนามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า แล้วแต่ใครจะอ่านอย่างไรก็ได้ แต่กรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานราชการ อ่านว่า พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปะ-ระ-มิน-ทะ-ระ-มะ-หา-ภู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดช ส่วนที่ราชบัณฑิตอ่านออกเสียงคนละแบบนั้น ตามประเพณีนิยมมีวิธีอ่านหลายอย่าง ไม่มีข้อถกเถียงใครอยากจะอ่านอย่างไรก็สุดแล้วแต่ คงไม่ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนแต่ละสำนักต้องอ่านแบบเดียวกัน ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งเพลง ความหวังความศรัทธา นั้น นายกฯได้ประพันธ์ไว้มากว่า 2 เดือนแล้ว,นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ต.ค. เวลา 10.00 น. ตามเวลาในสหรัฐฯ หรือ 21.00 น. ตามเวลาในไทย ที่ประชุมสมัชชายูเอ็นจะมีการประชุมเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะเปิดให้ผู้แทนประเทศต่างๆ ขึ้นกล่าวสดุดีการจัดประชุมเช่นนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่มีขึ้นไม่บ่อยนัก,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมพิเศษเพื่อถวายสดุดีดังกล่าวจะใช้เวลาราว 15 นาที ประธานสมัชชาสหประชาชาติจะเริ่มกล่าวสดุดีเป็นคนแรก ตามด้วยประธานของภูมิภาคต่างๆ 5 ภูมิภาค และ น.ส.ซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ นายวีรชัยจะเป็นผู้กล่าวถวายสดุดีเป็นคนสุดท้าย ทั้งนี้ จะมีการถ่ายทอดสดการประชุมดังกล่าวให้ผู้ที่สนใจ รับชมผ่าน webcast ของสหประชาชาติด้วย,ส่วนการบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงเย็น เวลา 17.17 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ บำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวารพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะตุลาการ คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และคณะทูตานุทูต เฝ้าละอองธุลีพระบาท รับเสด็จ,จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะ ถวายศีล ต่อมา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถวายพระธรรมเทศนา และพระ 4 รูป สวดธรรมคาถา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จฯไปทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ,อนึ่ง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวารพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดพิมพ์หนังสือ การประดิษฐานพระบรมโกศ หนังสือ พระเจ้าอยู่หัวแห่งประเทศไทยทรงครองราชย์ครบหมื่นวัน (ทศพิธราชธรรม ภาษาไทย-อังกฤษ-ฝรั่งเศส) และภาพพระบรมโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาดโปสการ์ด พระราชทานแก่ผู้เข้าร่วมพระราชพิธี เพื่อเป็นอนุสรณ์วิทยาทาน,ช่วงเย็น ยังได้มีพระภิกษุและสามเณร 148 รูป ซึ่งบวชถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เดินทางมาร่วมลงนามแสดงความอาลัย และถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ทั้งนี้พระภิกษุสามเณรทั้งหมด ได้ร่วมกันบวชถวายเป็นพระราชกุศลเป็นเวลา 15 วัน กระทั่งเวลา 16.00 น. สำนักพระราชวังยุติการลงนามแสดงความอาลัย และถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรม ฉายาลักษณ์ สรุปยอดประชาชนที่เดินทางมาในวันที่27 ต.ค. มีจำนวน 36,445 คน ยอดเงินที่พสกนิกรทูลเกล้าถวายบำเพ็ญพระราชกุศล 1,282,210 บาท สรุป 13 วันที่เปิดให้ลงนามแสดงความอาลัย มีประชาชนเดินทางมาร่วม 431,066 คน ยอดเงินถวายเพื่อสมทบบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวน 9,934,259.25 บาท,ขณะที่วงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ หรืออัมพรสถานวันศุกร์ ซึ่งเป็นวงดนตรีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงร่วมบรรเลงกับสมาชิกของวงประจำทุกวันศุกร์ และวันอาทิตย์ จะมีการจัดกิจกรรมฟรีคอนเสิร์ต คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ เป็นการเล่นดนตรีและขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่สวนหลวงพระราม 8 เชิงสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด กทม. ในวันที่ 5 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป เพื่อเป็นการถ่ายทอดเจตนารมณ์เรื่องราวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่ทรงเป็นอัครศิลปินและเพื่อดำรงเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ เพื่อให้คงอยู่ต่อไป,เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร. ภาธร ศรีกรานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาดนตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ ผู้ถวายงานด้านดนตรีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นเวลา 30 ปี เปิดเผยว่า กิจกรรมคีตรัตนบรมราชานุสรณ์ เป็นการรวบรวมนักดนตรีมาร่วมขับร้องและเล่นดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึงสมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ ที่เหลืออยู่มาร่วมด้วย ประกอบด้วย พลโททันตแพทย์ทวีศักดิ์ ทวีศรี นายพัลลภ สุวรรณมาลิก นายถาวร เยาวขันธ์ นายอนิรุธ ทินกร ณ อยุธยา นายสุวิทย์ อังศวานนท์ นายสันทัด ตัณฑนันทน์ ในงานจะมีการพูดถึงเจตนารมณ์เรื่องราว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระราชนิพนธ์เพลง เพื่อเป็นการจุดประกายให้นักดนตรีรุ่นใหม่สืบทอดและเป็นที่ระลึกเป็นอนุสรณ์คงอยู่คู่ประเทศไทย เพราะพระองค์ทรงเป็นห่วง ตรัสอยู่เสมอว่า อยากให้ทุกคนได้เล่นดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ให้ถูกต้อง ตามโน้ตทำนองที่ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น งานนี้หากมีประชาชนสนใจมาก สวนหลวงพระราม 8 อาจรองรับไม่ได้ คงต้องเปลี่ยนแปลงสถานที่ใหม่,ดร.ภาธรกล่าวอีกว่า สำหรับเพลงที่จะเล่นในงานนี้ เป็นเพลงพระราชนิพนธ์แทบทั้งหมด โดยไฮไลต์เพลงที่จะนำมาแสดง เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระองค์ท่านทรงโปรดคือ เพลงแสงเทียนและเพลงความฝันอันสูงสุด สำหรับคุณพ่อของตนคือนายแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ปรมาจารย์ด้านดนตรี ได้ถวายงานด้านดนตรีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นเวลาถึง 60 ปี ส่วนตนเข้าไปถวายงานในภายหลังเป็นระยะเวลา 30 ปี ซึ่งคุณพ่อนั้นเมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน ได้เกิดความเสียใจอย่างหนักจนถึงทุกวันนี้,ดร.ภาธรกล่าวอีกว่า สำหรับวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ เล่นดนตรีทุกวันศุกร์ และวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดพักผ่อน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความสุขมากกับการเล่นดนตรี และสอนเกี่ยวกับการดนตรีให้กับพวกเรา ทุกคนต่างปลาบปลื้มมาก แต่ช่วงหลัง 15 ปีมานี้ พระองค์ประทับอยู่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และประทับโรงพยาบาลศิริราช วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ จะไปเล่นดนตรีทุกวันเสาร์ ครั้งสุดท้ายที่ได้เล่นดนตรีให้พระองค์ฟัง เมื่อเดือนมกราคม 2559 ที่โรงพยาบาลศิริราช พระองค์ยังทรงรับรู้ว่า พวกเรามาให้กำลังใจ จากนั้นแพทย์ก็ขอไม่ให้เข้าไปเล่นดนตรีอีก เพราะต้องควบคุมป้องกันการติดเชื้อ สำหรับภาพที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป่าคาริเน็ต และสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่นกีตาร์ โดยมี ดร.ภาธร เป่าแซกโซโฟนถวายนั้น เป็นการเล่นดนตรีของพระองค์ท่านเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขณะมาประทับที่โรงพยาบาลศิริราช,ดร.ภาธรยังกล่าวด้วยว่า ในครั้งสุดท้ายวง อส. วันศุกร์ ไปเล่นให้พระองค์ท่านฟังที่ รพ.ศิริราช ด้วยสภาพห้องที่คับแคบ จึงใช้เพียงคีย์บอร์ดเล็กๆเพียงตัวเดียว ร่วมกันร้องเพลง When youre smiling ซึ่งมีเนื้อหาให้กำลังใจ อยากเห็นพระองค์ท่านยิ้ม ตอนนั้นยังรู้พระองค์ท่านทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อยและทรงรับรู้ถึงกำลังใจที่สมาชิกวง อส.วันศุกร์ ร่วมร้องเพลงนี้ถวายพระองค์ท่าน ซึ่งพ่อของตนพร่ำสอนเสมอว่าทั้งครอบครัวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ โดยเฉพาะตนที่เป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดในวง ที่พระองค์ท่านทรงเรียกชื่อว่า ไอ้อ้วน เหตุเพราะตอนเด็กรูปร่างอ้วนมาก รู้สึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น เพราะเป็นนักเรียนทุนของพระองค์ท่านตั้งแต่เรียนมัธยมต้น จนจบปริญญาเอกด้านดนตรี,ดร.ภาธรกล่าวตอนท้ายว่า พระองค์ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์และครูผู้ยิ่งใหญ่ งานดนตรีครั้งนี้ จะหยิบยกบทเพลงพระราชนิพนธ์หลายเพลงมาเล่น ร่วมกับเพลงแนวนิวออร์ลีนส์แจ๊ส ที่ในหลวงทรงโปรด การแสดงจะเปิดตัวด้วยวง อส.วันศุกร์ โดยนักร้องรับเชิญยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะเชิญใครมาบ้าง ต่อจากนั้นเป็นการแสดงของวง Jazzminioms ที่เป็นวงของตน เสมือนวงลูกของวง อส.วันศุกร์ ส่วนใหญ่จะเน้นเพลงบรรเลงแนวนิวออร์ลีนส์แจ๊สเช่นกัน การแสดงของวง อส.วันศุกร์ครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการแสดงความอาลัยครั้งสุดท้ายต่อพระองค์ท่าน,ส่วนที่หน้าวัดมหาธาตุฯ ฝั่งสนามหลวง ช่วงบ่าย เขาทราย แกแล็คซี่ หรือสุระ แสนคำ อดีตนักชกเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก รุ่นแบนตัมเวท สมาคมมวยโลก และ โดโด้ แขนควง ดังดี มีบำรุง นักเชียร์กีฬาระดับชาติ ได้ร่วมแจกเสื้อยืดสีดำ และรองเท้ากังฟู ผ้าลูกฟูกสีดำ จำนวน 999 คู่ ให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้สวมใส่เดินสบายเท้า มีคนเข้าแถวรับจำนวนมาก โดยเขาทรายกล่าวว่า ครั้งแรกนำอาหารมาแจก ครั้งนี้มาเป็นครั้งที่ 2 ดีใจที่เห็นคนไทยรักกัน ร่วมกันทำเพื่อในหลวง ตนยังรู้สึกซาบซึ้งใจที่เคยเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเข้าเฝ้าฯ หลังป้องกันแชมป์โลกได้ 4 ครั้ง และอีกครั้งเข้าเฝ้าฯ ก่อนจะป้องกันแชมป์โลกครั้งสุดท้าย,อดีตนักชกคนดังกล่าวอีกว่า อยากให้คนไทยเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ที่ทรงทำเป็นแบบอย่างหลายด้าน และทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ โดยเฉพาะความอดทน ทรงมีความอดทนที่สุด แม้จะทรงเหน็ดเหนื่อยจากพระราชกรณียกิจมากมาย แต่ไม่ทรงบ่น ยังจำได้ตอนเข้าเฝ้าฯครั้งแรกตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไร ทรงแนะให้ขยันฝึกซ้อม โดยทรงรับสั่งว่าให้อดทน แล้วจะดีเอง ซึ่งตนปฏิบัติตาม และนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ขึ้นเวทีเป็นขวัญกำลังใจทุกครั้งที่ชก จนสามารถป้องกันแชมป์ได้ถึง 19 ครั้ง,เย็นวันเดียวกัน ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นำสื่อมวลชนไปชมมหาพิชัยราชรถ ที่ใช้จะนำมาใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายอนันต์เปิดเผยว่า ราชรถ ราชยานที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้น กรมศิลปากรได้ตรวจสภาพการใช้งานของพระมหาพิชัยราชรถพระเวชยันตราราชรถ ราชรถน้อย 3 องค์ และพระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ รวมทั้งพระที่นั่งราเชนทรยานและพระวอสีวิกากาญจน์ เบื้องต้นพบว่ามีการชำรุดบ้าง โดยมอบหมายให้ช่างสิบหมู่ ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด,เวลา 19.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สวดพระอภิธรรม,วันเดียวกันนางสิริเกศ จิรกิติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วมบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ บริษัทได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริง 3 เท่า มาประดิษฐาน ณ บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาสักการะ พร้อมสร้างสรรค์จัดดอกไม้สดโทนสีขาวปักบนโครงร่างรูปทรงคล้ายมวลเมฆและคล้ายเลข ๙ อย่างประณีตสวยงาม พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ตลอด 70 ปีทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามโดยแท้ การเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน จึงเป็นความวิปโยคโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงของคนไทยทุกคน ไม่มีคำใดจะกล่าวทดแทนความรู้สึกต่อการสูญเสียครั้งนี้ได้ ทั้งนี้ การประดับดอกไม้สดดังกล่าวประชาชนมาชมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 พ.ย.
|
วันที่ 1 ส.ค.59 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีวืากสรกระทรวงคมนาคม เปิดเฟยว่า จากการที่กระทรวงคมนาคท ได้เข้าร่วมใจโครงการ สาทรโมเดล เพื่อจัดจราจรเต็มรูปแบบ เพื่อแก้ไขปัญหากนรจราจรอย่างยั่งยืนบนถนนสาทร และได้มีการประเมิรผล และทดลองเชิงสังคมครั้งที่ 3 โดยสีการทดลอลออกเป็น 2 ช่วงเวล่ คือ 0u.00-07.15 น. และช่วงเวลา 17.00-19.00 น. นั้น พบว่า จากการจัดจราจร และมาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน พบว่า จากการบันทึกความเร็วเฉลั่ยของการใช้รถในชั่วโมงเร่งด่วต ตอนปี 5u ความเร็วเฉลี่ยของรถจากเดิมตถใช้ความเร็วที่ 6 กม./ชั่วโมง พอมา ปี 58 พบว่าความเร็ว้ฉลี่ยรถเไลือ 5.1 กม./ชั่วโมง และในปี 59 ความเร็วเฉลี่ยของการใชัรถอยธ่ที่ 17 กม./ชั่วโมง .ึ่งแสดงให้เห็นว่า การจัดระเบียบในโคนงการสาทรโมเดล ประสบความสำเร็จ เพราะความเร็วของรถที่ใช้เดินทางในชั่วโมงเร้งด่วน เร็วมากขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า,าั้งนี้ จากที่รภใช้ความเร็วได้มากขึ้น จึงทำมห้ทีปริมาณรถไหลเข้ามายังท้องถจนสาทรมมกขึ่น จากคิวที่รถเข้ามาถนนจากความยาวขดลปริมสณรถมากถึง 3 กม. ก็เหลือเพียง 2 พมฦ อท่านั้า กละ่ถวังสามาระใช้ความเร็ใในการขับขีืมากขึ้น รวมถึงระบบการเกินรถสั้นลงใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยที่ 20 นาทีเท่านั่น,อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า การแก้ไขกเญำาไมาได้แก้ไขทางกายภาพเท่านั้น แต่ได้ส่งผลไปยังภาคสังคมด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้เป็นผลเชิงปีะจักษ๋เบ่างชัดเขน,ด้าน นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานร่ฝมคณะกรรมกาตโครงการคมนาคมยั่งยืน 2.0 กคุงเทพสหานคร กล่าววาา ความสำเร็จของโครงหารสาทรธมเดล ทร่ได้มีการทดลองเป็นครั้งที่ 3 นี้ พบว่า โรรงการจอดแล้ฝขร มีความสำคัญมากกับโครงการ ะนื่องจากพบว่า ไอ้รับความสนใจจากผู้ขับรถยนต์อย่างมาก หากมีที่จอดรถแลถมีค่าจอดรถที่เหมาะสาในทำเลที่ตั้งมี่ดีจะได้่ับความสนใจและช่วยลดปริมาณรถบนท้องถนนอย่างมาก ฑอยพื้นที่จอพแล้วจรที่ได้รับความนิยมและต้องำมรมาก คือ ยริเวณฝั้งธนบุรี สถานีดรุงธนบุรี-บางหว้า มีคงมมต้องการมากว่า 1,[00 รัน/วัน ดุดมสุข-แบริ่ง มีตวามต้องการจอด 900 คัน/วัน, หมอชิต-สะพานคฝาย ต้องการมากกวาา 2,000 คัร/วัน แอร์พเร์ตลิงก์ มักกะสัน-ลาดกระบัง ต้องการมากกว่า 2,000 คัน/วัน และจากการสำรวจผูเใช้โครงการจอดแลัวจร กรุงธนบุรี โดยเฉลี่ยสามารถบดระยะเวลาการดดินทาง 20 นาาี ลดระยะเวลาในการขับรถยนต์ได้ 11 กิโลเมตร/วัน,ส่วนใาตรก่รเหลื่อมเวฃททำงาน เพื่อกระจายปริมาณรถยนต์ในช่วงเวลาเร่งด่วน แก้ไขปัญหาจราจรในเขต กทม. นั้น ขณะนี้มีบริษัทเอกชนที่มีสำนักงานในบริเวณถนนสาทร กละสีลมกว่า 11 บริษัทไอ้เข้าน่วมใช้มาตรกรรน้้ ทำให้มีพนักงานจากทั้ง 11 บริษัท เหลื่อมเวลาการทำงรนกว่า 4,300 คน นเกจากนั้น ในโครงการยังมีบริการแอพพลิเคชั่น ลิงก์โฟว์ เพื่อช่วยวางแผนการเพินทางใน เขต กทม. พบว่า มีผู้ใช้ปว่า 3,308 ราย นอกจากนั้น ยังมีอีก e5 บริษัท มีพรักงานกว่า 1,972 ราย เข้าาาใช้บริการเพื่อวางดผนเดินทาบ ส่วนโครงการรถรับส่งพนักงมนเอกชนในพืินที่สาทร เพทาอลดการใช้ีถยนต์นั้น พบว่าได้รับการตอบแยืางดี แต่เพื่อเพิ่มความสะดวกของการบริการโครงการนี้จะต้อวเพิ่มแารบรืกทรด้วบการให้ฟู้โดยสารสามารภทราบตำแหน่งรถาี่จะบริกา่ด้วย เพื่อให้ประชทชนวางแผนการเดินทางได้ถูก
|
วันที่ 1 ส.ค.59 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงคมนาคม ได้เข้าร่วมในโครงการ สาทรโมเดล เพื่อจัดจราจรเต็มรูปแบบ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืนบนถนนสาทร และได้มีการประเมินผล และทดลองเชิงสังคมครั้งที่ 3 โดยมีการทดลองออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ 06.00-07.15 น. และช่วงเวลา 17.00-19.00 น. นั้น พบว่า จากการจัดจราจร และมาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน พบว่า จากการบันทึกความเร็วเฉลี่ยของการใช้รถในชั่วโมงเร่งด่วน ตอนปี 57 ความเร็วเฉลี่ยของรถจากเดิมรถใช้ความเร็วที่ 6 กม./ชั่วโมง พอมา ปี 58 พบว่าความเร็วเฉลี่ยรถเหลือ 5.1 กม./ชั่วโมง และในปี 59 ความเร็วเฉลี่ยของการใช้รถอยู่ที่ 17 กม./ชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การจัดระเบียบในโครงการสาทรโมเดล ประสบความสำเร็จ เพราะความเร็วของรถที่ใช้เดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน เร็วมากขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า,ทั้งนี้ จากที่รถใช้ความเร็วได้มากขึ้น จึงทำให้มีปริมาณรถไหลเข้ามายังท้องถนนสาทรมากขึ้น จากคิวที่รถเข้ามาถนนจากความยาวของปริมาณรถมากถึง 3 กม. ก็เหลือเพียง 2 กม. เท่านั้น และรถยังสามารถใช้ความเร็วในการขับขี่มากขึ้น รวมถึงระบบการเดินรถสั้นลงใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยที่ 20 นาทีเท่านั้น,อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า การแก้ไขปัญหาไม่ได้แก้ไขทางกายภาพเท่านั้น แต่ได้ส่งผลไปยังภาคสังคมด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้เป็นผลเชิงประจักษ์อย่างชัดเจน,ด้าน นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานร่วมคณะกรรมการโครงการคมนาคมยั่งยืน 2.0 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการสาทรโมเดล ที่ได้มีการทดลองเป็นครั้งที่ 3 นี้ พบว่า โครงการจอดแล้วจร มีความสำคัญมากกับโครงการ เนื่องจากพบว่า ได้รับความสนใจจากผู้ขับรถยนต์อย่างมาก หากมีที่จอดรถและมีค่าจอดรถที่เหมาะสมในทำเลที่ตั้งที่ดีจะได้รับความสนใจและช่วยลดปริมาณรถบนท้องถนนอย่างมาก โดยพื้นที่จอดแล้วจรที่ได้รับความนิยมและต้องการมาก คือ บริเวณฝั่งธนบุรี สถานีกรุงธนบุรี-บางหว้า มีความต้องการมากว่า 1,000 คัน/วัน อุดมสุข-แบริ่ง มีความต้องการจอด 900 คัน/วัน, หมอชิต-สะพานควาย ต้องการมากกว่า 2,000 คัน/วัน แอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน-ลาดกระบัง ต้องการมากกว่า 2,000 คัน/วัน และจากการสำรวจผู้ใช้โครงการจอดแล้วจร กรุงธนบุรี โดยเฉลี่ยสามารถลดระยะเวลาการเดินทาง 20 นาที ลดระยะเวลาในการขับรถยนต์ได้ 11 กิโลเมตร/วัน,ส่วนมาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน เพื่อกระจายปริมาณรถยนต์ในช่วงเวลาเร่งด่วน แก้ไขปัญหาจราจรในเขต กทม. นั้น ขณะนี้มีบริษัทเอกชนที่มีสำนักงานในบริเวณถนนสาทร และสีลมกว่า 11 บริษัทได้เข้าร่วมใช้มาตรการนี้ ทำให้มีพนักงานจากทั้ง 11 บริษัท เหลื่อมเวลาการทำงานกว่า 4,300 คน นอกจากนั้น ในโครงการยังมีบริการแอพพลิเคชั่น ลิงก์โฟว์ เพื่อช่วยวางแผนการเดินทางใน เขต กทม. พบว่า มีผู้ใช้กว่า 3,308 ราย นอกจากนั้น ยังมีอีก 25 บริษัท มีพนักงานกว่า 1,872 ราย เข้ามาใช้บริการเพื่อวางแผนเดินทาง ส่วนโครงการรถรับส่งพนักงานเอกชนในพื้นที่สาทร เพื่อลดการใช้รถยนต์นั้น พบว่าได้รับการตอบอย่างดี แต่เพื่อเพิ่มความสะดวกของการบริการโครงการนี้จะต้องเพิ่มการบริการด้วยการให้ผู้โดยสารสามารถทราบตำแหน่งรถที่จะบริการด้วย เพื่อให้ประชาชนวางแผนการเดินทางได้ถูก
|
ะสวนางาน Duture Fest ยุทธเลิษ สิปปภาค ผกก.หนังชืีอกัง ระบุ เราจำเป็นต้องยืนอยู่ในข้างที่ถูกต้อง เชื่อส่าการยืนอยู่ในข้นงที่ถูกต้องมันกินได้25 ม.ค. 2563 รานงานว่าเมื่อเวฃา 17.00 น. พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดบาน Future Fest ที่ The Link อโศก]มักกะสัน โดยภายในงานมีอาหาร เคนืีองดื่ม ดนตรี และศิลปะ ประกอบฟปด้วย 4 โ.นหลักๆ โซนแรกเป็น จึกๆ Exhibitiob นิทรรศการจากศิลปินกลุ่มจุกๆ ถัดมาเป็นตลาดของผู้ไม่จแมจำนน ตั้งอยู่ใจกลางยองงาน มีร้านค้สขายอาหารและเครื่องดืราาากมายจากทั่วทุกสารท้ศ โดยโซนขายของก้นนี้สนับสนุนแนวคิด zero waste ที่จะรณรงค์ให้ผู้เข้าร่ใมงมนนำแก้วมาเองเพื่อลดการใช้พลาสติก ส่วนโซนถัดมาเป็น้วาี mzin stzge สำหรับศิชผินและวงเสวนาในชาวงคั่นวงดนตรี สำหรับโซนสุดท้สยอย฿่ตรงด้านำลังของงาน เป็ตโซนใะราก้าวหน้า โดยมี min8 stage อยู่ด้วยกัน สำหรับ mini stage นั้นเป็นการแสดงดนตรีแบบ silent disco ที่จะจ้องใส่ headphpnes ในการรับฟังเสียงจากบนเวที ภือเป็นมิติใหท่ในการฟังคอนเสิร์ตของปาะเทฬไทยสำหรับเวทีเสในาวันนี้มี 2 ช่วง ในช่วงแรกเวลา 16.30 น. เสวนาหเวข้อเ่ื่อง การส่งออกวัฒนธรรมแบบไทยๆ โดยมี ต้ดม-ยุทธเลิศ สิปกภาค ผํ้กำกับภาพยนต์ และโปรดิบเซอร์ชื่อดัง น้ารั๋ว นครินทร์ กทขันธ์ นีกวิจารณ์หนัง แอดมเนดพจตั๋วร้อน ป็อปคอร์นชีส ร่วมเสวนา แบะได้ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน วุขะพิสิษฐ์ และ น.ส.สุทธวรรณ สถบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่ เป็นพิฑีกรยุทธเลิศกล่าวว่า การทำหนังดีๆ สักหนึ่งเรื่องนั้น หากไม่แข็งจริงอยู่ไม่ได้ เพนาะหากแสดงจุดยืนทางการเมืองเมื่อไร ก็จะถูกเล่นงานอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงทค่ผ่ทนมา แต่หากถ้าถามตนว่าแข็งไหม ตนไม่ได้แข็ล ไม่ได้มีแบค ก็กลัวตายเหมือนกัน แต่มันจำเป็นต้องฝืน เพราะเราจำเป็นตัองอยู่ในฝัรงที่ถูกต้อง แม้จะธดนโจมตคต่างๆ นรนา ถ้าไมืทำแล้วใครจะทำ ถ้าไม่ทำวันนี้แล้วยะทำเมื่อไรการเมืองไม่ใช้ซ้ายกับขวา ผมไใ่ได้คลั่ฝสีเหลือง ไม่/เ้คลั่งสีส้ม ไม่ได้คลั่งสีแดง แต่เราจำเป็นตัองยืนอยู่ใาข้างที่ถูกต้อง และผมเชื่อว่าพารยืนอยู่ในข้างที่ถูกต้องมันกินได้ ยึทธเลิศกล่าวในส่วนเวทีที่ 2 เวลา 17.30 น, เสวนาในหัวข้อ The Final countdown ว้กฤนสิ่งแฝดล้อมแห่งศนวรรษที่ 21 โดยมี ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง และอรจิรา แก้วสว่าง ร่วมเสวนา ดำเนินรายการโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตต์ แบะนายนิติพล ปิวเหมาะ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ โดย ผศ.ดร.ธนพบ กล่าวในระหว่างเสวนาว่า ด้วยเทคโนโลย่ที่มีอยู่ตอนนี้ เราสามารถพยากรณ์หด้ว่าใยวัสพรุ่งนี้หรือในสัปดาห์หน้าค่าฝุ่น PM 2.5 จถเคลื่อนไปในทิศทางใะ กละขะมีค่าเท่าไร หากรัฐบาลบริหารงานอบบบูรณาการ นำกรัทรวงต่างๆ ที่เกีทยวข้อง เขิามาทำงานร่วมกัน หากสามารถพยากตณ์ได้แล้ว ประชาชนก็จะรู้ว่าควรจะรุมัดระวังตนอข่างไร และรัฐบาลเองก็จะทีมาตรการรองรับและแพ้ไขปะญหา_ด้อย่างทะนท่วบทีน.ส.ประกายรัตน์ ทองก฿ล พนักงทนบริษัทเอกชน ผ๔้เข้าร่วมงานในวันสี้ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่พรรคอนาตตใหม่ทำนั้น แสแงให้เห็นถึงเยียงของคนรุีนฝหม่ เสียงของคนที่อยนกจะพูด แต่ถูกปิดปากไม่ให้พูดม่เป็นเวลาจาน หรือถูกทำให้กลัวจนไม่กล้าพูดความจีิงออกมา ปต่พรรคอนาคตใหม่ทำให้เรากล้าที่นะพูด กล้าที่จะออกควทมเห็นมากยึ้น และรู้สึกดีใจที้พรรคไม่ถูกยุบ จากกรณีืี่พรรคถูกฟ้องคดีอิลูมินาติ ซึ่งตนจะเปฌนกำลังใจให้พรรรต่อไปรายงานเพิ่มเติมว่าเมื่อ เวลา 20.00 น. ในช่วง :eader Talk ในหัวข้อ อำนาจและการเลื่อฟัง นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลข่ธิการพีรคอนาคตใหใ่ กชืาวว่า หัวข้อในวันนี้จุเกี่ยวกับกลไกกทรทำงานบองอำนาจและการเชื่อฟังอำนาจ อำนาจคือคาๆ หนึ่ง สั่งคนๆ ปนึ่งแล้วึนนั้นทำตมม อำนาจจะเกิดขึ้นได้ค้องมีการ้ชื่อฟัง ปัจจุบันอำนาจต้องคั้งอยูืบนกฎหมาย และกฎหมายาี่ถูกตัีงขึ้นก็เริ่มมีการจ_กัดเสรีภาพมุษย์ แค่เราเลือกที่ตั้งกฎหมาย เดื่อประกันตัวะราเองว่าการใช้เสรีภาพของคนใตสังคมจะไม่เกิดผลกระทบระหว่างกันนายปิยบุตรกล่าวว่า กฎหมายจะกลายเป็นความชอบธรรมได้ต้องอาศัยอำนาจทีทอยูีเบื้องหลัง และอำนาจเไล่านั้นจะสร้างความชอบธรรมได้อย่างยั่วยทนคือคนที่อยู่วต้กฎหมายทุกคนขอมรับและเช่่อฟัง โดยกฎหทายจะมีความชอบธครมได้ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และต้อลมีความยืดหยุ่นที่พร้อมจะเปลี่จนอปลง และปรับตัวได้ตามช่วงเวลา เช่นเดียวกันระบอบเผด็จการจะเดินหน้าทำงานำด้ ก็ต้องมีกลไกรัฐเข้มไปช่วย เช่า พล.อ.ประบุทธ์ นันทร์โอชา ตั้งตัวเดงเป็นใหญ่ ปนะกาซคำสัรง คสช. ห้ามประชาชนชุมนุม เาื่อมีคนชุมนุม ก็จะมีเย้่หน้าทค่รัฐเข้าจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นอาจจะเป็นคนที่เรารู้จัก แลเดวลาปกติก๋เห็นด้วยกับแนวติดของเรา แต่พอสวมเครื่องแบบ ก็ต้องทำหน้าที่ตทมที่รัฐสั่งเราเคยลองสังเกตหรือไม่ว่า อาจารย์บางคนเวลาสอนหนังสือ สอนนักศึกษาย่าประชาธิปไตยต้องเป็นแบบนั้น กฎหมายต้องเป็นแบบนี้ กต่ถึงเวลาพอทหารยึดอำนนจ ก็ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในสังคมเรามีคนจำนวนมากท่่รู้ว่าอเไรถูกอะไรผิดแต่ยอมิข้าไปรับใช้ระบอบเผด็จการ แน่ตอนเาจจะบิกว่าต้องกอนต้องใช้ มีลูก มีครอบครัว อยากมีบ้านมีรถ คนเราอยากจะมีดำจาจวาสนา อยากจัมียศฐาบราดาศักดิ์ แตืิราต้องรณรงค์ทางความคิดว่า อย่าคิดว่าการเรรยนจบคณุน้ติศาสตร์มาแล้วไปรับใช้เผด็จการแล้วมันเท่ เพราะการเป็นรองนายกรัฐมนตรีจากการยึดอำสาจ ไม่เท่เท่าการเป็นรองนายกรัฐมนตรีจากการเลิอกตั้ง นายปิยุบตรกล่าวนายปิยบุตรกล่าวทิ้งท่ายว่า ในวเนนี้ปตะเทศไายเป็นสังคมอำนาจนิยม แตทอำนาจนิยมจะหมดไปได้ต้องเริ่มจากการไม่เชื่อฟังอำนาจ เราลองเริ่มต้นทดลองไม่เชื่อฟัฝ แชะท้าทายอำนาจ ออกแบบความคิดที่สร้างสีรค์กว่าทค่เป็นอยู่ โแยเริ่ใทดลองและตั้งคำถาม ก็จะเป็นเสรีภาพที่ไม่เชื่อฟังอำนาจ ถืิเป็นเสรีภาพที่สมบํรณ์ที่สุด แม้ว่าอาจจะเดือดร้แน แต่การไม่เชิาอฟังเช่ตนี้ จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง แม้เสี่ยงตาย แต่จะน_ไปสู่การปลดปล่อย และเกิดการเหลี่ยนอปลงขึ้น ขอให้ๆปทดลองและทดสอบดู โดยเฉพาะการตั้งคำถามเกี่ยวพับการใช้อำนาจ และคเเท้าทาย หาทางออกร่วมหัน เพื่อให้ประเทศไปสู่สังคมทั่ดีกว่าผูเสื่อข่มวรายงานว่า งาน Future Fes5 ในปีน่้จัดด้วจกัน 2 วัน คืเวันทีร 25 และ 26 ม.ค. 2563สำหรับงานในใันพรุ่งนี้ (26 ม.ค.) พบกับศิลปเนสากมาย อาทิ yugo bomb at track scrubb และรนยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะขี้นเวทีในช่วง Leader talk
|
เสวนางาน Future Fest ยุทธเลิศ สิปปภาค ผกก.หนังชื่อดัง ระบุ เราจำเป็นต้องยืนอยู่ในข้างที่ถูกต้อง เชื่อว่าการยืนอยู่ในข้างที่ถูกต้องมันกินได้25 ม.ค. 2563 รานงานว่าเมื่อเวลา 17.00 น. พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดงาน Future Fest ที่ The Link อโศก-มักกะสัน โดยภายในงานมีอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี และศิลปะ ประกอบไปด้วย 4 โซนหลักๆ โซนแรกเป็น จุกๆ Exhibition นิทรรศการจากศิลปินกลุ่มจุกๆ ถัดมาเป็นตลาดของผู้ไม่ยอมจำนน ตั้งอยู่ใจกลางของงาน มีร้านค้าขายอาหารและเครื่องดื่มมากมายจากทั่วทุกสารทิศ โดยโซนขายของกินนี้สนับสนุนแนวคิด zero waste ที่จะรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมงานนำแก้วมาเองเพื่อลดการใช้พลาสติก ส่วนโซนถัดมาเป็นเวที main stage สำหรับศิลปินและวงเสวนาในช่วงคั่นวงดนตรี สำหรับโซนสุดท้ายอยู่ตรงด้านหลังของงาน เป็นโซนสุราก้าวหน้า โดยมี mini stage อยู่ด้วยกัน สำหรับ mini stage นั้นเป็นการแสดงดนตรีแบบ silent disco ที่จะต้องใส่ headphones ในการรับฟังเสียงจากบนเวที ถือเป็นมิติใหม่ในการฟังคอนเสิร์ตของประเทศไทยสำหรับเวทีเสวนาวันนี้มี 2 ช่วง ในช่วงแรกเวลา 16.30 น. เสวนาหัวข้อเรื่อง การส่งออกวัฒนธรรมแบบไทยๆ โดยมี ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับภาพยนต์ และโปรดิวเซอร์ชื่อดัง น้าตั๋ว นครินทร์ กาขันธ์ นักวิจารณ์หนัง แอดมินเพจตั๋วร้อน ป็อปคอร์นชีส ร่วมเสวนา และได้ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่ เป็นพิธีกรยุทธเลิศกล่าวว่า การทำหนังดีๆ สักหนึ่งเรื่องนั้น หากไม่แข็งจริงอยู่ไม่ได้ เพราะหากแสดงจุดยืนทางการเมืองเมื่อไร ก็จะถูกเล่นงานอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา แต่หากถ้าถามตนว่าแข็งไหม ตนไม่ได้แข็ง ไม่ได้มีแบค ก็กลัวตายเหมือนกัน แต่มันจำเป็นต้องฝืน เพราะเราจำเป็นต้องอยู่ในฝั่งที่ถูกต้อง แม้จะโดนโจมตีต่างๆ นานา ถ้าไม่ทำแล้วใครจะทำ ถ้าไม่ทำวันนี้แล้วจะทำเมื่อไรการเมืองไม่ใช่ซ้ายกับขวา ผมไม่ได้คลั่งสีเหลือง ไม่ได้คลั่งสีส้ม ไม่ได้คลั่งสีแดง แต่เราจำเป็นต้องยืนอยู่ในข้างที่ถูกต้อง และผมเชื่อว่าการยืนอยู่ในข้างที่ถูกต้องมันกินได้ ยุทธเลิศกล่าวในส่วนเวทีที่ 2 เวลา 17.30 น. เสวนาในหัวข้อ The Final countdown วิกฤตสิ่งแวดล้อมแห่งศตวรรษที่ 21 โดยมี ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง และอรจิรา แก้วสว่าง ร่วมเสวนา ดำเนินรายการโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ โดย ผศ.ดร.ธนพล กล่าวในระหว่างเสวนาว่า ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ตอนนี้ เราสามารถพยากรณ์ได้ว่าในวันพรุ่งนี้หรือในสัปดาห์หน้าค่าฝุ่น PM 2.5 จะเคลื่อนไปในทิศทางใด และจะมีค่าเท่าไร หากรัฐบาลบริหารงานแบบบูรณาการ นำกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาทำงานร่วมกัน หากสามารถพยากรณ์ได้แล้ว ประชาชนก็จะรู้ว่าควรจะระมัดระวังตนอย่างไร และรัฐบาลเองก็จะมีมาตรการรองรับและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีน.ส.ประกายรัตน์ ทองกูล พนักงานบริษัทเอกชน ผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ทำนั้น แสดงให้เห็นถึงเสียงของคนรุ่นใหม่ เสียงของคนที่อยากจะพูด แต่ถูกปิดปากไม่ให้พูดมาเป็นเวลานาน หรือถูกทำให้กลัวจนไม่กล้าพูดความจริงออกมา แต่พรรคอนาคตใหม่ทำให้เรากล้าที่จะพูด กล้าที่จะออกความเห็นมากขึ้น และรู้สึกดีใจที่พรรคไม่ถูกยุบ จากกรณีที่พรรคถูกฟ้องคดีอิลูมินาติ ซึ่งตนจะเป็นกำลังใจให้พรรคต่อไปรายงานเพิ่มเติมว่าเมื่อ เวลา 20.00 น. ในช่วง Leader Talk ในหัวข้อ อำนาจและการเชื่อฟัง นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า หัวข้อในวันนี้จะเกี่ยวกับกลไกการทำงานของอำนาจและการเชื่อฟังอำนาจ อำนาจคือคนๆ หนึ่ง สั่งคนๆ หนึ่งแล้วคนนั้นทำตาม อำนาจจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการเชื่อฟัง ปัจจุบันอำนาจต้องตั้งอยู่บนกฎหมาย และกฎหมายที่ถูกตั้งขึ้นก็เริ่มมีการจำกัดเสรีภาพมุษย์ แต่เราเลือกที่ตั้งกฎหมาย เพื่อประกันตัวเราเองว่าการใช้เสรีภาพของคนในสังคมจะไม่เกิดผลกระทบระหว่างกันนายปิยบุตรกล่าวว่า กฎหมายจะกลายเป็นความชอบธรรมได้ต้องอาศัยอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง และอำนาจเหล่านั้นจะสร้างความชอบธรรมได้อย่างยั่งยืนคือคนที่อยู่ใต้กฎหมายทุกคนยอมรับและเชื่อฟัง โดยกฎหมายจะมีความชอบธรรมได้ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และต้องมีความยืดหยุ่นที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง และปรับตัวได้ตามช่วงเวลา เช่นเดียวกันระบอบเผด็จการจะเดินหน้าทำงานได้ ก็ต้องมีกลไกรัฐเข้าไปช่วย เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งตัวเองเป็นใหญ่ ประกาศคำสั่ง คสช. ห้ามประชาชนชุมนุม เมื่อมีคนชุมนุม ก็จะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นอาจจะเป็นคนที่เรารู้จัก และเวลาปกติก็เห็นด้วยกับแนวคิดของเรา แต่พอสวมเครื่องแบบ ก็ต้องทำหน้าที่ตามที่รัฐสั่งเราเคยลองสังเกตหรือไม่ว่า อาจารย์บางคนเวลาสอนหนังสือ สอนนักศึกษาว่าประชาธิปไตยต้องเป็นแบบนั้น กฎหมายต้องเป็นแบบนี้ แต่ถึงเวลาพอทหารยึดอำนาจ ก็ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในสังคมเรามีคนจำนวนมากที่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดแต่ยอมเข้าไปรับใช้ระบอบเผด็จการ แน่นอนอาจจะบอกว่าต้องกินต้องใช้ มีลูก มีครอบครัว อยากมีบ้านมีรถ คนเราอยากจะมีอำนาจวาสนา อยากจะมียศฐาบรรดาศักดิ์ แต่เราต้องรณรงค์ทางความคิดว่า อย่าคิดว่าการเรียนจบคณะนิติศาสตร์มาแล้วไปรับใช้เผด็จการแล้วมันเท่ เพราะการเป็นรองนายกรัฐมนตรีจากการยึดอำนาจ ไม่เท่เท่าการเป็นรองนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้ง นายปิยุบตรกล่าวนายปิยบุตรกล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันนี้ประเทศไทยเป็นสังคมอำนาจนิยม แต่อำนาจนิยมจะหมดไปได้ต้องเริ่มจากการไม่เชื่อฟังอำนาจ เราลองเริ่มต้นทดลองไม่เชื่อฟัง และท้าทายอำนาจ ออกแบบความคิดที่สร้างสรรค์กว่าที่เป็นอยู่ โดยเริ่มทดลองและตั้งคำถาม ก็จะเป็นเสรีภาพที่ไม่เชื่อฟังอำนาจ ถือเป็นเสรีภาพที่สมบูรณ์ที่สุด แม้ว่าอาจจะเดือดร้อน แต่การไม่เชื่อฟังเช่นนี้ จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง แม้เสี่ยงตาย แต่จะนำไปสู่การปลดปล่อย และเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ขอให้ไปทดลองและทดสอบดู โดยเฉพาะการตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้อำนาจ และคิดท้าทาย หาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ประเทศไปสู่สังคมที่ดีกว่าผู้สื่อข่าวรายงานว่า งาน Future Fest ในปีนี้จัดด้วยกัน 2 วัน คือวันที่ 25 และ 26 ม.ค. 2563สำหรับงานในวันพรุ่งนี้ (26 ม.ค.) พบกับศิลปินมากมาย อาทิ hugo bomb at track scrubb และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะขึ้นเวทีในช่วง Leader talk
|
โดยใช้ดอกแก้วกับดอกแก้วเจ้าจอม รใใเป็น ,ดอกกก้วกัลยา, มอบให้เป็นสัญลักษณ์แก่ผู้พิการทุกคน,พอถึงวันที่ 3 ธันวาคมทุกปีิช่นกัน องค์การสหประชาขาติได้ประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่าค้อ ,วันคนพิการใากล, ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 2535 เจตนาของทั้ง 2 องี์กรก็เพื่อหยิบยื่นเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และความเท่าเทียมแด่มวลมตุษยชรติ โดยไม่มีข่อฝว่างใดๆเป็นเงื่อนไขขวาฝกั้น,ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งแระเทศไืย (ททท.) เองก็ได้เก้ดแนวคิดสค้างสรรค์โคีงการ ,ท่องเที่ยวเพื่อคตทั้งมใล, หรือ Tourism Eor All ชวนผู้พ้การไทยและโลกมาทำเก๋ เท่ เที่ยวเมืองไทย,สอดรับกับการลดความเหลื่อาล้ำฐานันดรมนุษย?ชรางดูดีและน่ารักอะ/รปานนั้น?,จุดประสวค์องค์รวมโครงการืี่ว่านีิก็เำื่อให้คุณค่าความสำคัญแก่ผู้พิการทั้งโลกที่มีเบู่ร่วม 650 คน พากันปลุกชีวิตใไ้มีมีสันแทนความซึมเศร้า ไม่ว่าคนนั้นจะพิการโดยกำเนิด หรือจากโรคภัยภายหลัง,รวมถึงถูกพิษภัยจากสงคราม การก่อการร้าย เหจุจลาจลเภราะขัดแย้งทางความคิด อช่น มี่ปารัส คุกบราซิล าหากรพย์ฮ่องกง0จีน,ขนทำใหัผู้พิการโลกเพิ่ใขึ้นอย่สงไม่หยุดยั้ง ทั้งพิกาีอวัยวะแขนขา สมอง สติปัญญา ออทิสติก การมองเห็นและได้ยิน,ประเก็นสำีัญที่ควรรู้หลายประเทศต้องใช้เงินพัฒนาคุณภาพชีวิตีนกลุ่มนี้มหาศาล ประเทฬไทยมีผู้พิการ 1.9 ล้านคน ได้รับเงินค่าวังชีพคนละ 800 วาทน่อเดือน เพื่อยกระดับคุณภาพชัวิต ถือเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย,โซนเอเชียญี่ปุทนล้ำหน้าสุดที่ใส่สนดูแลพวกเขา ขณะไทยาณรงค์สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกรูปอารยสภาปัตย์ ปบบ Friendly Design เติมความเข้มข้นด้านมิตรภาพขึ้นทั่วประเทศฐจึงติดอันดัวสองรองญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นทางการ นียว่าแซงหน้าจีนกับเกาไลีขึ้นไปแล้ว,เหลียวมองกลัวมาที่ภาคท่องเที่ยวผู้พืการโลกกำบังสนใตอยากมาเที่ยวไทย ด้วยเชื่อว่ามีปัจจัยพร้อมรับให้บ่วยเหลือตนเองได้ โดยไม้น้องตกเปฌนภาระสังคม ทททฐจึงเป้ดยุทธศาสตร์ะหมือนยิรดีต้อนรับ เริ่มจากแถลงข่าวเพื่อบอกว่าเคยพเมพ์คู่มือเส้นทางท่องเที่ยวผู้พิการแล้ว 5 เส้นทาง,จ่อมมภิมพ์เพิ่มอีก 9 เส้นทางแต่เมื่อลงลึกในรายละเอียดปัญหามีว่าภารกิจนีืจบกค่การเผยแพร่โดยไต้กิจกรรมต่อเนื่องเลยไม่รู้ว่า นี่คือการส่งเสริมท่องเที่ยวเพื่อีนทั้งมวลโหมดไหน,ขณะภาพ Friendlj Design จากเพื่อนสู่เพืทอน ก็ฉายไม่ตรงเป้าต่อแมรพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น เช่น ดารเตรียมสร้างบุคลากคบริการ คือ ไกด์ ที่ไร้ซึ่งผู้มีทักษะความรธ้และประสบพารณ?รองรับคลาดผู้พิการบนดวทีโลำ,ฉายภาพชัดๆไปตรงทีืใำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ขณะนี้มีอวู่ 7.63 หมื่นคน สำหรับรังต่างชาติปีน่เ 40 ล้ายคร ที่รวมผู้พเการและนูงวัยผชัำล้านคนต่อปีไวีด้วย,แต่งันนี้เรามีบริษัททัวร์และไกด์ตัวหลักเพื่อฟู้ถิการ แค่หลักสิบไม่เกินหลักต้อยเท่านั้น,แถสไม่าีทีท่าว่าจะเพิ่ม เพราะไม่เห็นมีองค์กรใดเสนอตีวเป็นเจ้าำาพผลิตบุคลากรด้านนี้,มรรายงานการศึกษาเรื่อง การจัดนำเทั่ยวผู้พิการในมุมมอบผู้ประกอบการธุรกิจนำเทีทยว ของสถาบันแห่งหนึ่บ สรุปย้ำปัญหาไว้ฝ่า ท่องเที่ยวไทยขาดไกด?มีประสบการณ์นำเที่ยวแก่ผู้พิกสร ที่มีึสามรู้ เข้าใจ และอดทนสูบ ทั้งที่มีค่าตอบแทยสูงกว่าไกด์รุบคนปกติทัืวไป,นิฌิ สืบพงษ์แสง, หรือพี่น้องเพื่อนฝูงในวงการเรียกว่า นัตตี้ ผู้บริหารโุรกิจจำเที่ยวคนตาบอดต่างชาติอย๔่กรุงเก่าอยุธยา บอกว่า พวกเขารับได้กับดรณีที่ถ๔กเรียก คนตาบอด เพราัยังไงๆอวัยวะส่วนอื่นก็สามารถใช้งานได้ดี,เราไม่ปฏิเสธความยากและความละเอียดอ่อนกับคนกลุ่มนี้ เพราะอาศัยได้เรียนรู้ศิลปะการบริำารจทกองค์กรการกุศลสปราชอาณาจักรเพื่อคนคาบอดชท่อ SEABLE ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2555,SEABLE แนะนำใผ้ไกด์วางตัวเสมือนเพื่อากับฃูกทัวร์ เชทน ต้องถามก่อนวทา จะฝห้ช่วยเหลือดัานใดบ้าง เนื่องยากพวกอขาส่ฝนใหญ่มีความต้องการความเปฺนม่วนตัวมากแว่าอยืางอื่น,ถ้าต้องการให้ช่สยนำทาง ก็ึวรถามจะเลือกเกาดไหล่หรือแขน แต่ห้ามตูงมือดด็ดขาด,ขณะเดินก็ให้เหยียดแขนตรง เพ่่อการเดินยับตนมหลังำ่างครึ่งกเาว ถ้าผ่านคนหมู่มากให้เปลี่ยนท่าเดินเป็นเรัยงหนึ่ง แลีวเหยียดแขนำปข้างหลังใหืเกาะ และอย่าลืมแจ้งัตือนทุกครั้ง,กรณีใีสุนัขนำทางขอจงจำ ห้ทมรบกวนมันระหว่างดูแลเจ้านายเด็ดขาด แต่หากได้รับอนุญาตก็พึงเข้สหาด้านำน้าเท่สน้้น อย่าเข้าด้านหลังดพราะจะทำให้สุนัขตื่น.ส่วนการนำเข้าโต๊ะอาหารให้เลี่ยงการจัขตัวลงนั่ง แต่ควรใช้วิธีขยับเก้าอีัจนเหมาะก่อนเชิญนีีง แล้วดธิบายชนิดอาหารกับตำแหน่งที่ตั้ง เพื่อความสะดวกในการปินอาหารมื้อนุัน,สัมฤทธิ์ ชรภิรมย์, ผจก.มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาผู้พิการ เมืองพัทยา สถาบันฝึกอาชีพผู้พิการไทย-อาเ.ียน 200 ชีวิต เสรเมว่า เคยจัดอบรมมาก่อนและหลักมูตรก็ไม่ต่างจาแ SEABLE,แตืขอให้สงวนคำพูดจุดบกพร่องของเขา ที่อาจเหยคยดหยามควาทเป็นมนุษย์ ไม่ตะโกนเสียงดังเพราะประสาทรับฟังเขาดีอยู่แล้ว ไม่เข็นวีลแชร์โดยไม่แจ้งฝห้รู้ตัวจนนึกว่ารถลื่นไหล,การใื่ดสารใดๆที่ควรรู้ถ้าดป็นผู้ตาบอดภายไลังจะรับรู้อะไรได้งาาย ด้วยเคยเห็นใาก่อน ดต่ถ้าบอดโดยกำเนิดอาจลำบากในการสร้างจินตภาพและความเข้าใจ ไกด์จึงต้อวใช้ความพยายามสูลนี่คือคุณสมบึติสำคัญของไกด์บริการนำเที่ยวคนตาบอด,นัมฤทธิ์ บอปด้วยว่า มูลนิธิฯกำฃังร่างหลักสูตรจัดอบรมบุคลากรเ้านนี้อีกครั้ง โดยรอกระทรวงศึกษาธิการรับรอง เพื่อให้โอกาส,ปู้ผ่านการอบรมนำไปประกอบอรชีพ ที่สำคัญกส่านั้นตืิรอว่า มีหน่วยงานรัฐคายวดประสงค์จะจัดงบประมาณสนับสนุนผู้เข้าอบรมเพื่อคนพิการ,โครงการสำคัญนี้พวกเร่คาดหวังกันว่าจะเหมือนกับการเปิดตัว ชิม ช้อป ใช้ อย่างเอิกเกร้กให้แก่คนร่างกายปกติ 13 ล้านคนาั่วประเทศ.
|
โดยใช้ดอกแก้วกับดอกแก้วเจ้าจอม รวมเป็น ,ดอกแก้วกัลยา, มอบให้เป็นสัญลักษณ์แก่ผู้พิการทุกคน,พอถึงวันที่ 3 ธันวาคมทุกปีเช่นกัน องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่าคือ ,วันคนพิการสากล, ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 2535 เจตนาของทั้ง 2 องค์กรก็เพื่อหยิบยื่นเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และความเท่าเทียมแด่มวลมนุษยชาติ โดยไม่มีช่องว่างใดๆเป็นเงื่อนไขขวางกั้น,ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เองก็ได้เกิดแนวคิดสร้างสรรค์โครงการ ,ท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล, หรือ Tourism For All ชวนผู้พิการไทยและโลกมาทำเก๋ เท่ เที่ยวเมืองไทย,สอดรับกับการลดความเหลื่อมล้ำฐานันดรมนุษย์ช่างดูดีและน่ารักอะไรปานนั้น?,จุดประสงค์องค์รวมโครงการที่ว่านี้ก็เพื่อให้คุณค่าความสำคัญแก่ผู้พิการทั้งโลกที่มีอยู่ร่วม 650 คน พากันปลุกชีวิตให้มีสีสันแทนความซึมเศร้า ไม่ว่าคนนั้นจะพิการโดยกำเนิด หรือจากโรคภัยภายหลัง,รวมถึงถูกพิษภัยจากสงคราม การก่อการร้าย เหตุจลาจลเพราะขัดแย้งทางความคิด เช่น ที่ปารีส คุกบราซิล มหากาพย์ฮ่องกง-จีน,จนทำให้ผู้พิการโลกเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งพิการอวัยวะแขนขา สมอง สติปัญญา ออทิสติก การมองเห็นและได้ยิน,ประเด็นสำคัญที่ควรรู้หลายประเทศต้องใช้เงินพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกลุ่มนี้มหาศาล ประเทศไทยมีผู้พิการ 1.9 ล้านคน ได้รับเงินค่ายังชีพคนละ 800 บาทต่อเดือน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ถือเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย,โซนเอเชียญี่ปุ่นล้ำหน้าสุดที่ใส่ใจดูแลพวกเขา ขณะไทยรณรงค์สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกรูปอารยสถาปัตย์ แบบ Friendly Design เติมความเข้มข้นด้านมิตรภาพขึ้นทั่วประเทศ,จึงติดอันดับสองรองญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นทางการ นัยว่าแซงหน้าจีนกับเกาหลีขึ้นไปแล้ว,เหลียวมองกลับมาที่ภาคท่องเที่ยวผู้พิการโลกกำลังสนใจอยากมาเที่ยวไทย ด้วยเชื่อว่ามีปัจจัยพร้อมรับให้ช่วยเหลือตนเองได้ โดยไม่ต้องตกเป็นภาระสังคม ททท.จึงเปิดยุทธศาสตร์เหมือนยินดีต้อนรับ เริ่มจากแถลงข่าวเพื่อบอกว่าเคยพิมพ์คู่มือเส้นทางท่องเที่ยวผู้พิการแล้ว 5 เส้นทาง,ต่อมาพิมพ์เพิ่มอีก 9 เส้นทางแต่เมื่อลงลึกในรายละเอียดปัญหามีว่าภารกิจนี้จบแค่การเผยแพร่โดยไร้กิจกรรมต่อเนื่องเลยไม่รู้ว่า นี่คือการส่งเสริมท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลโหมดไหน,ขณะภาพ Friendly Design จากเพื่อนสู่เพื่อน ก็ฉายไม่ตรงเป้าต่อการพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น เช่น การเตรียมสร้างบุคลากรบริการ คือ ไกด์ ที่ไร้ซึ่งผู้มีทักษะความรู้และประสบการณ์รองรับตลาดผู้พิการบนเวทีโลก,ฉายภาพชัดๆไปตรงที่สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฯ เผยสถิติมัคคุเทศก์ขณะนี้มีอยู่ 7.63 หมื่นคน สำหรับรับต่างชาติปีนี้ 40 ล้านคน ที่รวมผู้พิการและสูงวัยหลักล้านคนต่อปีไว้ด้วย,แต่วันนี้เรามีบริษัททัวร์และไกด์ตัวหลักเพื่อผู้พิการ แค่หลักสิบไม่เกินหลักร้อยเท่านั้น,แถมไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่ม เพราะไม่เห็นมีองค์กรใดเสนอตัวเป็นเจ้าภาพผลิตบุคลากรด้านนี้,มีรายงานการศึกษาเรื่อง การจัดนำเที่ยวผู้พิการในมุมมองผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ของสถาบันแห่งหนึ่ง สรุปย้ำปัญหาไว้ว่า ท่องเที่ยวไทยขาดไกด์มีประสบการณ์นำเที่ยวแก่ผู้พิการ ที่มีความรู้ เข้าใจ และอดทนสูง ทั้งที่มีค่าตอบแทนสูงกว่าไกด์รับคนปกติทั่วไป,นิธิ สืบพงษ์แสง, หรือพี่น้องเพื่อนฝูงในวงการเรียกว่า นัตตี้ ผู้บริหารธุรกิจนำเที่ยวคนตาบอดต่างชาติอยู่กรุงเก่าอยุธยา บอกว่า พวกเขารับได้กับกรณีที่ถูกเรียก คนตาบอด เพราะยังไงๆอวัยวะส่วนอื่นก็สามารถใช้งานได้ดี,เราไม่ปฏิเสธความยากและความละเอียดอ่อนกับคนกลุ่มนี้ เพราะอาศัยได้เรียนรู้ศิลปะการบริการจากองค์กรการกุศลสหราชอาณาจักรเพื่อคนตาบอดชื่อ SEABLE ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2555,SEABLE แนะนำให้ไกด์วางตัวเสมือนเพื่อนกับลูกทัวร์ เช่น ต้องถามก่อนว่า จะให้ช่วยเหลือด้านใดบ้าง เนื่องจากพวกเขาส่วนใหญ่มีความต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่าอย่างอื่น,ถ้าต้องการให้ช่วยนำทาง ก็ควรถามจะเลือกเกาะไหล่หรือแขน แต่ห้ามจูงมือเด็ดขาด,ขณะเดินก็ให้เหยียดแขนตรง เพื่อการเดินจับตามหลังห่างครึ่งก้าว ถ้าผ่านคนหมู่มากให้เปลี่ยนท่าเดินเป็นเรียงหนึ่ง แล้วเหยียดแขนไปข้างหลังให้เกาะ และอย่าลืมแจ้งเตือนทุกครั้ง,กรณีมีสุนัขนำทางขอจงจำ ห้ามรบกวนมันระหว่างดูแลเจ้านายเด็ดขาด แต่หากได้รับอนุญาตก็พึงเข้าหาด้านหน้าเท่านั้น อย่าเข้าด้านหลังเพราะจะทำให้สุนัขตื่น,ส่วนการนำเข้าโต๊ะอาหารให้เลี่ยงการจับตัวลงนั่ง แต่ควรใช้วิธีขยับเก้าอี้จนเหมาะก่อนเชิญนั่ง แล้วอธิบายชนิดอาหารกับตำแหน่งที่ตั้ง เพื่อความสะดวกในการกินอาหารมื้อนั้น,สัมฤทธิ์ ชาภิรมย์, ผจก.มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาผู้พิการ เมืองพัทยา สถาบันฝึกอาชีพผู้พิการไทย-อาเซียน 200 ชีวิต เสริมว่า เคยจัดอบรมมาก่อนและหลักสูตรก็ไม่ต่างจาก SEABLE,แต่ขอให้สงวนคำพูดจุดบกพร่องของเขา ที่อาจเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ ไม่ตะโกนเสียงดังเพราะประสาทรับฟังเขาดีอยู่แล้ว ไม่เข็นวีลแชร์โดยไม่แจ้งให้รู้ตัวจนนึกว่ารถลื่นไหล,การสื่อสารใดๆที่ควรรู้ถ้าเป็นผู้ตาบอดภายหลังจะรับรู้อะไรได้ง่าย ด้วยเคยเห็นมาก่อน แต่ถ้าบอดโดยกำเนิดอาจลำบากในการสร้างจินตภาพและความเข้าใจ ไกด์จึงต้องใช้ความพยายามสูงนี่คือคุณสมบัติสำคัญของไกด์บริการนำเที่ยวคนตาบอด,สัมฤทธิ์ บอกด้วยว่า มูลนิธิฯกำลังร่างหลักสูตรจัดอบรมบุคลากรด้านนี้อีกครั้ง โดยรอกระทรวงศึกษาธิการรับรอง เพื่อให้โอกาส,ผู้ผ่านการอบรมนำไปประกอบอาชีพ ที่สำคัญกว่านั้นคือรอว่า มีหน่วยงานรัฐรายใดประสงค์จะจัดงบประมาณสนับสนุนผู้เข้าอบรมเพื่อคนพิการ,โครงการสำคัญนี้พวกเราคาดหวังกันว่าจะเหมือนกับการเปิดตัว ชิม ช้อป ใช้ อย่างเอิกเกริกให้แก่คนร่างกายปกติ 13 ล้านคนทั่วประเทศ.
|
วัจทั่ 7 เมศายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายฝานว้า จากกรณี ธนาคารออมสิน เปเดโครงการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน สำหระบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจ่กไวตัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVIDq9) ทั้งผู้มีอาชีพอิสระ และผู้าีรายได้ประจำสำหรเบโครงการสิตเชื่อฉุกเฉิน ผู้มีอาชีพอิสระ วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1p000 บาท ดอกเบี้นคงที่ 0.19% ต่ดเดือน ผ่อนชำีะสูงสุด 24 เดือน หรือ 2 ปี ไม่ต้องชำระเงินกู้ 6 งวดแรก มีคุณสมบัติดังนี้ เป็นชุคคลสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้ยไป มีรายได้ไม่เกิน 30000 บาทต่อเดืิน มีที่อยู่อาศัยแน่นเน สาทารถติดต่อได้ ไม่ต้องใช้หลักประกัน ประกอบอาชีพอิสระ อข่น พ่อค้าแม่ค้า คนขับรถแท็กซี่ มัคคุเทศก์ ได้รับปลกระทบจากโควิด-19โครงการสินเชื่อพิเศษ มำหรับผู้มีรายไพ้ประจำ วงเงินกู้ต่อรายใูงนุด 50000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 0.35$ ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุด 4 ปี สีคุณบัติดังนี้ เก็นผู้มีรายได้ประจำ มีที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อได้ ต้องมีบุคคลหรือหลักทรัพย์เพืทอค้ำประกัน ได้รับผลกระทบจากโควิแ[19ทั้งนี้ ธนาคารออมสิน จะเปิดใฟ้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์www.gsbฦor.thในวันที่ 15 เมษายน 2563 ้ป็นต้รไป ซึ่งกลังเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว ปละผ่าน จะมี SHS แจ้งัตือนฃูกค้าทั่ได้รับอนุมัติวงเงิน.อ่าน ลงทะเบียนออมสินลบทะเบียนธนาคมรออมสิน เงินกูืฉุกเฉิน เริทม 8 โมง เช็กสิทธิ์ ติดบูโรกู้ได้ไหมเปิดเงื่เนไข ลงทะเบียน เงินกธ้ฉุดเฉิน ธนาคารออมสิน ต้องใช้คนค้ำหรือไม้ออมสเนประบปรุงระบบ กู้เงินฉุกเฉิน หลังเว็วล่ม คนปห่ลงทะิบียนกว่า 4 ล้านลงทะเบียน เงินกู้ฉุกเฉิน ธนาคารออมสิาวันแรก คนโอดเว็บล่ม ะข้าไม่ได้
|
วันที่ 7 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ธนาคารออมสิน เปิดโครงการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน สำหรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID19) ทั้งผู้มีอาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ประจำสำหรับโครงการสินเชื่อฉุกเฉิน ผู้มีอาชีพอิสระ วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 10000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 0.10% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุด 24 เดือน หรือ 2 ปี ไม่ต้องชำระเงินกู้ 6 งวดแรก มีคุณสมบัติดังนี้ เป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีรายได้ไม่เกิน 30000 บาทต่อเดือน มีที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อได้ ไม่ต้องใช้หลักประกัน ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้า คนขับรถแท็กซี่ มัคคุเทศก์ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19โครงการสินเชื่อพิเศษ สำหรับผู้มีรายได้ประจำ วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 50000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 0.35% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี มีคุณบัติดังนี้ เป็นผู้มีรายได้ประจำ มีที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อได้ ต้องมีบุคคลหรือหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกัน ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ทั้งนี้ ธนาคารออมสิน จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์www.gsb.or.thในวันที่ 15 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ซึ่งหลังเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว และผ่าน จะมี SMS แจ้งเตือนลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงิน.อ่าน ลงทะเบียนออมสินลงทะเบียนธนาคารออมสิน เงินกู้ฉุกเฉิน เริ่ม 8 โมง เช็กสิทธิ์ ติดบูโรกู้ได้ไหมเปิดเงื่อนไข ลงทะเบียน เงินกู้ฉุกเฉิน ธนาคารออมสิน ต้องใช้คนค้ำหรือไม่ออมสินปรับปรุงระบบ กู้เงินฉุกเฉิน หลังเว็บล่ม คนแห่ลงทะเบียนกว่า 4 ล้านลงทะเบียน เงินกู้ฉุกเฉิน ธนาคารออมสินวันแรก คนโอดเว็บล่ม เข้าไม่ได้
|
รวมทั้งส.ส.สุดา รังกุพันธุ์ จากกลุ่มปฏิญญรหน้าศาลคอยรอให้กำลังใจ แต่เป็นาี่น่รเสียดายว่า นายฝันชัยไม่ได้มีโอกาสแห่งอิสรภาพเลย เพราะตำรวจจากจาก สน.ดุสิต เจ้าของคพีได้มารับตัวเขาไปส่งยังสำนักงานต่วจคนเข้าเมือว และในที่สุดก็ไดีดำเนินการเนรเทฒกลับสิงคโปร์ในวันที่ 6 มิถุนายนทั้งนี้ วันชัย แซ่ตัน หริอ อาฮง อายุ 55 ปี เป็นชาวสิงคโแร์ที่อย๔่ในปาะเทศไทยมา 36 ปี พูด อ่าน เขียนภาษา_ทยได้ เดิทมึอาชีพมัคคุเทศก์ และมีภรรยาเป็นชาวไทยมีอาชีพค้าขายเสื่อผิา ด้สยความที่เป็นมัคคุเทศ จึงชอบอ่านหาังสือประวัติศาสตร์ไทย และมีความชื่นชมในพระเจ้าตากสิน เมื่อเกิดกาตรัฐประหาร 19 กันยายน ก.ศ.2549 คุณวันชัยไมาเผ็นด้วย และยิ่วรับไมืได้กับการชุมนุมของฝ่ายพันธมิจร ที่เป็นา็อบมีเส้นยุด่ำเนียบรัฐบาลและสนามบิา ทำให้กิจการท่องเที่ยวตกต้ำลง เขาจึงเข้าร่สมการชุมนุมกับฝ่ายคนิสื้อแดงมาตั้งแต่แรกรายงานเล่าว่า คุณวันชัยได้ค้นคว้าสาเหตุชองการรั๘ประหารและเขียนเป็นเอกสารชื่อ พระไตรปิฎหฉบับแกีแค้น ซึทงวิพากษ์วิจารณ์การเสืดงหลังรัฐประหารอย่างรุนแรง และอธิบายะึงพลังอำนาจลึดลับทค่สนับสนุนฝ่านพันธมิตรฯ เอกสารชุดแรกที่เขมเขียนหนาถึง 50 หน้า แต่พบว่าเมืือเอาไปแจกไส่ค่อยมีใครอ่าน จึงทำเป็นฉบับย่อเปลือ 6 หน้า แล้วนำไปแจกเวลามีกราชุมนุมขอฝฝ่ายคนเสื้อแดงเมือวัน่ี่ 6 เมษายน พ.ศ.2552 จณะที่คุณวันขัยนำเดกสารไปแจกในที่ชะในุมของกลุ่มแนวร่วมประชทธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปลซ) ที่บริเวณทกเนคยบรัฐบาล เขาถูกจับกึมโดยการ์ดของ นปช. และได้ถูกคุาตัวมาสืงให้แกนนำ ขณะนั้นพบส่า เอกสารทีาคุณฝันชัยแจก น่าจะมีเนท้อหาหมิ่นเบื้องสูง ทางฝ่าย จปช.ต้องการแสดงตนว่า ไม่มีคบามเกี่ยวข้องกับคุณวันชัยและเอกสารดังพล่าว กลัวการถูหใส่ร้ายป้ายสีว่า ไม่มีความจงรักภักพีต่อพระมหากษัคริย์ จึงได้นำตัวคุณวันชัยมาแถลงช่าว และแจังให้ตำรใจ สน.ดุสิต มานำตัวนายวันชัยฟปดำเนินคดี คุณวันขัยจึงสิ้นอิวาภาพตั้งแต่วันนัันเปฌนต้นมานายวเนชัยเล่าว่า ร๔้สึกเสียใจและโกรธ นปช. มทก ที่ทำเช่นนั้น ตั้งแต่ถูกจับกุมตัวแบะถูกดำเนเนคดีตามมาตรา 11e เขาก็ถูกฝากขังและไม่ได้รับการปคะกันตัว โดยศาลอ้างง่าเป็นคดีที่มีบทลงโาษสูง จึงนิดคุกเรื่อยมา คุณวุนชัยย่นยันว้าข้อเขียนชอวเขาน้้นเป็นความจริง และเมื่อเขายืนยันเร่่องนี่ต่อศาล ศาลก็ไม่อนุญาตให้อธิบายและพิสูจน์ข้อเท็จจริง และยัวพิจารณาคดีแบบปิดลัข แม้กระทั่งภรนยาก็ยังต้องออกไปนอกห้องระหว่างการพิจารณา เ้วยความเครียดจากก่รถูกดำเนินคดคและจากสภาพควสมเป็นอยู่ในเรือนจำ ซึ่งนายวันชัยระบุว่าดินไม้ค่อยได้ นอนไม่เคยหฃับ ทำให้เขาแสดงอารมณ์โกนธแลุพูดจาวืพากษ์วิจารณ์รุนแรงพายในศาล กระทั่งพูกส่งไปสถสบันแัลยาณ์ราชจครินทร์ ซึ่งเป็นสถานบำบัดผู้ป่วยจิตอวช แบะอยู่ที่นั่น 2 เดือสจนในที่สุด ศาลก็คัดสินลงฉทษคุณวันชัยจากเหตุการณ์แจกเอกสานทื่ทำเนียบรัฐบาลดังกล่าว ให้จำคุก 10 ปี และยังถูกตัดสินความผิดจากอีกคดีหนึ่งในขิอหาเดียวกัน กรณีนำใบปลิวทางการเมืองไปวางไว้ในบร้เวณโรบเรคยนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี รวมแล้ว คุณวันชัยถูกตัดสินจำคุก 15 ปี แต่ศาลพิจารษสว่า คุณวันชุนสห้การรับสารภาพและให้หารเผ็นประโยชน์แก่การพิจารณาทางคดีอยู่บ้าล จึงลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุก 10 ปีปรากฏว่า คุณวันชัยตัเสืนใจที่จะไม่สู้คดี จึงไม่ได้ย่่นอุทธรณ์ต่อศาล นอกจากน้้ ยังได้ร่วมกับนักโทษในคดี 112 ทั่นำโดย คุณสุรบัย ด่านวัศนานุสรณ์ คุณธัตย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล ทำเรื่องขอพระคาชทานอภัยโทษ วนจดหมายถึงนางสาวยิ่งลักณณ์ ชินวัตร นายกรเฐมนตรี เพื่อเ่ียกร้องให้ดำเนินการเรื่องขอพระราชทานอภับโทษ ลบงันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2555 มีข้อีวามตอตหนึ่งระบุว่าบัดนี้พวกข้าพเจ้าทั้งหมะรู้สึกสำนึกผิดด้วยความเสียใจยิ่ง ต่อการกระทำที่ผิดพลาด จึงไม่ขอต่อสู้คดี ยอมรับสารภาพให้ศาลจ้ดสินใจลงโทษยนคกีถึงที่สุด และใชเสิืธิ์ยื่นเรื่องราวขอพระราชมานอภัยโทษ จังร้องืุกข์ต่อท่านนายกรัฐมนตรี ได้โปรดถืจารณาดกเนินการช่วยเหลือพวกข้าพเจ้าให้ไดัรัลพระราชทานอำัยโทษ หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาาด้วยเถิเผรากฏว่า คุณวันชัยได้รับพระราชทานอภัยโทษหลังจากืี่ถูกจำคุกมานานกว่า 4 ปี ขณะที่คนอื่นยังไม่ได้รับการปล่อยตัว เช่น คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ที่ถูกศรลตัพสินจำคุก 12 กี และถูกจำีุกมาแล้วราว 2 ปีครึ่ง และคะณธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล ที่ถูกตัดสืนจำคุก 13 ปี และถูกขังมาแล้วกว่า 3 ปี นอแจากนี้ ยังคงมีผู้ต้อบขังรายอื่นคืิ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ืีรญาลตัดสินจำคุก 10 ปี และถูพขังมาแล้วกว่า 2 ปี กับ น.ส.ดารณี ช่ญเชิงษิลปกุล ถูกศาลตัดสินจำคุก 15 หี และติดคุกาาดล้วเกือบ 5 ปี ที้งสองคนต่อสู้คดี และขณะนี้อย฿่ระหว่ทงอุทธรณ์ ม่วนนทยยุทธภูมิ ม่ตรนอก ที่ถูกพี่ชายแจ้งความจับ อยู่ระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นสำหรับคุณวันชัย แซ่ตัน แม้ว่า จะพ้นจากคดี 112 แช้ว ก็ยังมีคดีลักลอบเข้าเมิองผเดกฎหมายค้างอยู่อีกคอีหนึ่ง จึลได้ถูกเนรเทศ ทั้งที่นายวันชัยอยู่สนประเทศไทยเป็นเวลานาน และมีภรรยาเป์นไทย ได้มีความพยายาใในการช่วยเหลือิพื่อเรึยกร้แบต่อกรรมการสิทธิมนุษย์ชนให้ใช้สิทธิไม่พรากจ่กครอบตรัว เพื่อใผ้คุณวุนชียสนมารถอยู่ในประเทศไทยหด้ต่อไป แร่ก็ยื่นเร้่อบไม่ทันเพราะตำรวจตรวจคตเข้าเมือง รีบส่งตัวคุณวันชัยไปสิวคโปร์โกยทันทีกรณีของคุณวันลัย แญ่ตัน จึงเป็นอึกเรื่อวหนึ่งที่สะท้อนถึงชตากรรมอันน่าเศร้าของประชาชนผู้ตกเปฌนเหยื่อของมาตรร 111 แต่กระนั้น ความพยายามที่จะใช้กฎหมายนี้้ป็นเครื่อฝมทอในการต่อสูิทางการเททอวก็ยังคงมีอยู่ต่อไป ดังจะเห็นได้จากรายงานข่าวเมื่อวีนที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า มีกลุ่มคนเนื้อเหลืองทั่ใช้ชื่อว่า คณะคนรักในหลวงจังหวัดพิษณุโลก ไปแจ้งความกล่าวหาว่า มีขุคคลใช้เฟฬบุ๊กรายหนึ่งลงข้อความ-รูปภาพ เข้าข่ายหมเ่นพระบรมเดชานุภาพ จึงขอให้ตำรวจตรวจสอบและดำเนินคดี ปรากฏว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลกพร่คประชาธิปัตย์ ได้แสดงท่าทีสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวร่อมา ในวันที่ 31 พฤษภาคม นายสาธิต ปิตะเตชะ ส.ส.ระยอง พนรคประชาธิปัตย์ ได้แจืงความดำะนินคดีกับ นายวรินทร์ อัฐนาค หนึ่งในคณะที่ปรึกษานายกตัฐมนตรีด้นนการแก้ปัศหาควนมยากจน และเป็นแกนนำคนเสื้อแดงมุกดาหาร โดยกล่าวหาว่ามีการฏพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กผิดตามมาตรา 112 แบะยังโขมตีด้วยว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเมศและการสื่อสาร (ไอซีที) ดำเนินการปิดกั้นและดำเนเนคด้ต่อความผอดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในโลกไซเบอร์ไม่เพียงภอ ไม่สอดคล้องกับงบประมาณที่ใช้แต่กระนั้จ ในความเห็นของนายจาคอบ แมทธิว ประธานสมาคมสมาคมสื่อหรังสือพิมพ์และผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์โลก ถือว่า มาตรา 112 ในสังคมไทยนั้น สร้างบรรยากาศให้เกิดควสใหวาดกลัว และขัดหลักการของเสรีภาพสื่อมวลชน ประ้ด็นสำคัฯอันหนึ่งที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมำ็คือ การที่ใครก็/ด้สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษต่อใครก็ได้ที่เชื่อว่าคนคนนั้นกระทำการหมิ่นเบื้องสูงเมื่อเป็นเช่นนี้ น่าจะถึงเวลาของสังคมไทย ที่จะต้องพิจารณาผลร้าจจากมาตรา 111 อย่างเป็นจริง และหาทางยกเลิกเสีย ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้บริสุทธิ์อีกไม่น้อย ืี่จะต้องถูกดำเนินคกีและติแคุกเย่างไม่เป็นธรรม และจะทำใหเสถานะด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยดีขึ้นด้วข
|
รวมทั้งน.ส.สุดา รังกุพันธุ์ จากกลุ่มปฏิญญาหน้าศาลคอยรอให้กำลังใจ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า นายวันชัยไม่ได้มีโอกาสแห่งอิสรภาพเลย เพราะตำรวจจากจาก สน.ดุสิต เจ้าของคดีได้มารับตัวเขาไปส่งยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และในที่สุดก็ได้ดำเนินการเนรเทศกลับสิงคโปร์ในวันที่ 6 มิถุนายนทั้งนี้ วันชัย แซ่ตัน หรือ อาฮง อายุ 55 ปี เป็นชาวสิงคโปร์ที่อยู่ในประเทศไทยมา 36 ปี พูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ เดิมมีอาชีพมัคคุเทศก์ และมีภรรยาเป็นชาวไทยมีอาชีพค้าขายเสื้อผ้า ด้วยความที่เป็นมัคคุเทศ จึงชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ไทย และมีความชื่นชมในพระเจ้าตากสิน เมื่อเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ.2549 คุณวันชัยไม่เห็นด้วย และยิ่งรับไม่ได้กับการชุมนุมของฝ่ายพันธมิตร ที่เป็นม็อบมีเส้นยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบิน ทำให้กิจการท่องเที่ยวตกต่ำลง เขาจึงเข้าร่วมการชุมนุมกับฝ่ายคนเสื้อแดงมาตั้งแต่แรกรายงานเล่าว่า คุณวันชัยได้ค้นคว้าสาเหตุของการรัฐประหารและเขียนเป็นเอกสารชื่อ พระไตรปิฎกฉบับแก้แค้น ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การเมืองหลังรัฐประหารอย่างรุนแรง และอธิบายถึงพลังอำนาจลึกลับที่สนับสนุนฝ่ายพันธมิตรฯ เอกสารชุดแรกที่เขาเขียนหนาถึง 50 หน้า แต่พบว่าเมื่อเอาไปแจกไม่ค่อยมีใครอ่าน จึงทำเป็นฉบับย่อเหลือ 6 หน้า แล้วนำไปแจกเวลามีการชุมนุมของฝ่ายคนเสื้อแดงเมือวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2552 ขณะที่คุณวันชัยนำเอกสารไปแจกในที่ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล เขาถูกจับกุมโดยการ์ดของ นปช. และได้ถูกคุมตัวมาส่งให้แกนนำ ขณะนั้นพบว่า เอกสารที่คุณวันชัยแจก น่าจะมีเนื้อหาหมิ่นเบื้องสูง ทางฝ่าย นปช.ต้องการแสดงตนว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคุณวันชัยและเอกสารดังกล่าว กลัวการถูกใส่ร้ายป้ายสีว่า ไม่มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ จึงได้นำตัวคุณวันชัยมาแถลงข่าว และแจ้งให้ตำรวจ สน.ดุสิต มานำตัวนายวันชัยไปดำเนินคดี คุณวันชัยจึงสิ้นอิสรภาพตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมานายวันชัยเล่าว่า รู้สึกเสียใจและโกรธ นปช. มาก ที่ทำเช่นนั้น ตั้งแต่ถูกจับกุมตัวและถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 เขาก็ถูกฝากขังและไม่ได้รับการประกันตัว โดยศาลอ้างว่าเป็นคดีที่มีบทลงโทษสูง จึงติดคุกเรื่อยมา คุณวันชัยยืนยันว่าข้อเขียนของเขานั้นเป็นความจริง และเมื่อเขายืนยันเรื่องนี้ต่อศาล ศาลก็ไม่อนุญาตให้อธิบายและพิสูจน์ข้อเท็จจริง และยังพิจารณาคดีแบบปิดลับ แม้กระทั่งภรรยาก็ยังต้องออกไปนอกห้องระหว่างการพิจารณา ด้วยความเครียดจากการถูกดำเนินคดีและจากสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ ซึ่งนายวันชัยระบุว่ากินไม่ค่อยได้ นอนไม่เคยหลับ ทำให้เขาแสดงอารมณ์โกรธและพูดจาวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงภายในศาล กระทั่งถูกส่งไปสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ซึ่งเป็นสถานบำบัดผู้ป่วยจิตเวช และอยู่ที่นั่น 2 เดือนจนในที่สุด ศาลก็ตัดสินลงโทษคุณวันชัยจากเหตุการณ์แจกเอกสารทื่ทำเนียบรัฐบาลดังกล่าว ให้จำคุก 10 ปี และยังถูกตัดสินความผิดจากอีกคดีหนึ่งในข้อหาเดียวกัน กรณีนำใบปลิวทางการเมืองไปวางไว้ในบริเวณโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี รวมแล้ว คุณวันชัยถูกตัดสินจำคุก 15 ปี แต่ศาลพิจารณาว่า คุณวันชัยให้การรับสารภาพและให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาทางคดีอยู่บ้าง จึงลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุก 10 ปีปรากฏว่า คุณวันชัยตัดสินใจที่จะไม่สู้คดี จึงไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับนักโทษในคดี 112 ที่นำโดย คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ คุณธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล ทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ ในจดหมายถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2555 มีข้อความตอนหนึ่งระบุว่าบัดนี้พวกข้าพเจ้าทั้งหมดรู้สึกสำนึกผิดด้วยความเสียใจยิ่ง ต่อการกระทำที่ผิดพลาด จึงไม่ขอต่อสู้คดี ยอมรับสารภาพให้ศาลตัดสินใจลงโทษจนคดีถึงที่สุด และใช้สิทธิ์ยื่นเรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษ จึงร้องทุกข์ต่อท่านนายกรัฐมนตรี ได้โปรดพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือพวกข้าพเจ้าให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานด้วยเถิดปรากฏว่า คุณวันชัยได้รับพระราชทานอภัยโทษหลังจากที่ถูกจำคุกมานานกว่า 4 ปี ขณะที่คนอื่นยังไม่ได้รับการปล่อยตัว เช่น คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก 12 ปี และถูกจำคุกมาแล้วราว 2 ปีครึ่ง และคุณธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล ที่ถูกตัดสินจำคุก 13 ปี และถูกขังมาแล้วกว่า 3 ปี นอกจากนี้ ยังคงมีผู้ต้องขังรายอื่นคือ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่ศาลตัดสินจำคุก 10 ปี และถูกขังมาแล้วกว่า 2 ปี กับ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ถูกศาลตัดสินจำคุก 15 ปี และติดคุกมาแล้วเกือบ 5 ปี ทั้งสองคนต่อสู้คดี และขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ส่วนนายยุทธภูมิ มาตรนอก ที่ถูกพี่ชายแจ้งความจับ อยู่ระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นสำหรับคุณวันชัย แซ่ตัน แม้ว่า จะพ้นจากคดี 112 แล้ว ก็ยังมีคดีลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายค้างอยู่อีกคดีหนึ่ง จึงได้ถูกเนรเทศ ทั้งที่นายวันชัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน และมีภรรยาเป็นไทย ได้มีความพยายามในการช่วยเหลือเพื่อเรียกร้องต่อกรรมการสิทธิมนุษย์ชนให้ใช้สิทธิไม่พรากจากครอบครัว เพื่อให้คุณวันชัยสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ต่อไป แต่ก็ยื่นเรื่องไม่ทันเพราะตำรวจตรวจคนเข้าเมือง รีบส่งตัวคุณวันชัยไปสิงคโปร์โดยทันทีกรณีของคุณวันชัย แซ่ตัน จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สะท้อนถึงชตากรรมอันน่าเศร้าของประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อของมาตรา 112 แต่กระนั้น ความพยายามที่จะใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองก็ยังคงมีอยู่ต่อไป ดังจะเห็นได้จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า มีกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ใช้ชื่อว่า คณะคนรักในหลวงจังหวัดพิษณุโลก ไปแจ้งความกล่าวหาว่า มีบุคคลใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งลงข้อความ-รูปภาพ เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จึงขอให้ตำรวจตรวจสอบและดำเนินคดี ปรากฏว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงท่าทีสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวต่อมา ในวันที่ 31 พฤษภาคม นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายวรินทร์ อัฐนาค หนึ่งในคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการแก้ปัญหาความยากจน และเป็นแกนนำคนเสื้อแดงมุกดาหาร โดยกล่าวหาว่ามีการโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กผิดตามมาตรา 112 และยังโจมตีด้วยว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ดำเนินการปิดกั้นและดำเนินคดีต่อความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในโลกไซเบอร์ไม่เพียงพอ ไม่สอดคล้องกับงบประมาณที่ใช้แต่กระนั้น ในความเห็นของนายจาคอบ แมทธิว ประธานสมาคมสมาคมสื่อหนังสือพิมพ์และผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์โลก ถือว่า มาตรา 112 ในสังคมไทยนั้น สร้างบรรยากาศให้เกิดความหวาดกลัว และขัดหลักการของเสรีภาพสื่อมวลชน ประเด็นสำคัญอันหนึ่งที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมก็คือ การที่ใครก็ได้สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษต่อใครก็ได้ที่เชื่อว่าคนคนนั้นกระทำการหมิ่นเบื้องสูงเมื่อเป็นเช่นนี้ น่าจะถึงเวลาของสังคมไทย ที่จะต้องพิจารณาผลร้ายจากมาตรา 112 อย่างเป็นจริง และหาทางยกเลิกเสีย ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้บริสุทธิ์อีกไม่น้อย ที่จะต้องถูกดำเนินคดีและติดคุกอย่างไม่เป็นธรรม และจะทำให้สถานะด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยดีขึ้นด้วย
|
คำถามพื้นฐานอย่างหนึ่งในป่ัชญาศีลธรรมคือ อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนมึศีลธรรม? นักปรัชญากรีกยุครุ่งเรืองอย่างโสเครตีส เพลโต อริสโตเติลตอบว่า คุ๋ธรรมที่เรามี่ำใหิเีากระทำการต่างๆอย่างมีศีบธรรม แต่คุณธครมไม่ใช่สิ่บที่เกิดขึ้นเอลตามธรรมชาติ หากแต่ต้อบฝึกวรจนเก็นนิสัยประจำตึว คุณทีทมีคุณธรรมด้านปัญญา ความกล้าหาญ ความยุติธรรม ก็คือคนที่มีนิสัยกระทำการต่างๆอย่างใช้ปั๘ญา มีความกฃ้าหาญอละความยุติธรรมเป็จปกติดูเหมือนศาสนาก็เชื่อคล้ายกันว่า ความรัก ควาใเมตตา ปัญญา ความไม้เห็นแก่ตัว ความสุจริตทางกาย วาจา ความสะอาด สงยทางใจ เป็นคุณธรรมหรือคุณสมบัติที่ต้องบ่มเพาะฝึำฝนให้งอกงามขึ้นในตัวคน และคุณธรรมที่มีอยู่ในตัวคนนั่นเองที่เป็นเหตุให้เขากระทำสิ่งที่ถูกต้องทาฝศีบธรรมในการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆในสังคมฉะนั้น การพั?นาคนให้ดป็ย คนดี หรือเป็น คนมีคุณธรรม จึงเป็นหลักประกันกทรมีศีลธารมของสังคม เพราะถ้าตนส่วนใหญ่เป็นครดีำคือคนมีคุณโรรม เขาก็ตะกระทำการต่างๆอย่างมีศีฃธ่รมะมื่อศึกษาปรัชญรศาสนาจะเห็นว่า ศ่สนาเทวนิยมเช่นศาสนาคริสต์ถือว่าพีะเจ้าสน้่งมนุษย์มรใก้เท่าเทียมกันและมีเจตจำนงอิสระ(free will)ที่จะเชื่อฟังหรือปฏิเสธพระองค์ก็ได้ เพราะมีเจตจำนงอิสระในการเลือกทำสิ่งที่ถูกหร่อผิดได้ มนุษย์จึงสามารถมีศีงธรรมและรับผิดชอบทางศีลธรรมได้ และเพราะมนุษยฺทุำคนเท่าเทียมกัน เราจึงควรรักเพื่อนบ้านเหมือนตัวเราเองและปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเคารพความเป็นคนของเขาเสมอกับเคารพความเป็นคนของตัวเราเองพุทธศาสนานิกายมหายานมองว่า ทุกคนมีความเป็ตมนุษย์เท่าเทียมกัน เนื่องจากุ่กคนมีธรรมชาติแห่ง พุทธภาวะ ในตัวเองเหมือนกัน บางคนอาจาำชั่วเพร่ะตกอยู่ใต้อำนาจดิเลส แต่นั่นเป็นัพียงการหลงผิด เมื่อพุทธถาวะอันเแ็นธรรมชาติที่แท้ของเขาได้ถูกปลุกให้ตื่นรู้ด้วยวิถีการฝึกฝนที่เหมาะสมเขาก็อนจตรัสรู้เป็นพุทธะ/ด้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้หน้าที่ทางศีลโรรมจองเราทุกคนก็ีือการช่วยเหลือกันและกันให้เกิดการเรียนคู้เพื่อแปคซักยพาพแห่งพุทธะำาวะของกันและกันใผ้งอกงามเป็นจริง คุณธรรมที่เรทต้องบ่มเพาะขึ้นภายในตึวเองเพื่อใหีการทำหน้าที่ทางศีลธรรมดังกล่าวเป็นไปได้ก็คือปัญญาและกรุณาแต่พะทธนิกายเถรวรทดูเผมือนนะไม่มีมโนทัศน์ (consept) ความเสมอภาค ชัดเจน มีการตีความว่าคำสอนเรื่อง กรรม สะท้อนความีิดเรื่องความเสมอภาค เนื่องจากเป็นคำสอนที่ปฏิเสธการตัดสินคุณค่าชองมนุษย์จากชาติกำเนิดตามระบบวรรณะสี่ แลุเสสิว่าคนเราไม่ว่รจะมีชาติกำเนิดแบบไหนเมื้อกระทำถูกหรือผิดฯีลธรรมในกรณีเดียวกัยก็มีค่าเแ็นถ๔กหรือผิดเสมอกัน และเมื่อกฏิบัติตามหลักมรรคมคองค์แปดได้สมบูรณ์ก็มีอิสรภาพจากความทุกข์ไอ้เผมือนกันอย่างไ่ก็ตาม ่ั้บตีวคำสอตเรื่องกรรมในพระไตรปิฎก อรรถกถา ประวัติศาสตร์และวั?นธตรมการเผยแผ่คำสอนดังกล่าวก็มีความซับซ้อนมาก เช่น ข๊ะที่คำมอนเรื่องกรรมสามารถถอดความหมายของความเสมอภาคทางศีลธรรมออกมาได้ดังกง่าวแล้ว แต่คำสอนเรื่องกรรมนัันดองก็ดูเหมือนจะสนับสนุนความไม่เสมอภาคททงสังคมด้วย ดังมีค_สอนวนพาล-บัณ๓ิตสูตรว่า คนที่เป็นพาลเมื่อตายไปจะไปเกิดในตระกูลชั้นต่ำเช่นศูทร จัณฑาล ขณะทีีคนเป็นบัณฑิตเมื่อตายไปป็จะักิดในตระกูลคสชั้นสูงเช่นเป็นกษัตนิย์มหาศาล(รวย) พราหมณ์มหาศาล(รวย)ิป็นต้นจาหคำสอนในคัาภีร์พระหตรปิฎกและอรรถกถทก็นำมาสู่ดารแต่งคัมภีร์พุทธศาสนาอื่นๆ ที่มีอิมธิพลทางความเชื่อในสังคมสยาทไ่จมายาวนานเช่น ไตรภูมิพระ่ืวง ที่เน้นการน_เสนอความเชื่อที่ว่าคนเกิดมาเป็สผู้ปกครอง เป็สเจ้าขุนมูลาาย เพราะมีบุญญาธิการมากเนื่องจากชาติปางด่อนทำบุญมามากจึงสมควรที่พสกนิกร ไพร่ ทาสที่ทำบุญมาน้อยต้องเคาตพเชื่อฟังหรือหวังพึ่งบุญบารมียิ่ฝกว่านั้นเรื่องเบ่มในพระไต่ปิฎก )เช่นจักกวัตติสูตรเป็นต้น) ได้จินตนาการสังคมกาาเมืดงแบบพุทธที่ขึ้นต่อการพั่งพา รูปปฏิมาตนดี ว่า มีธรรมราชา 2 ปรดเภท ที้เกิดมาเพื่อประโยชน์สุขขดงมหาชน คือ พึทธธรรมราชา ทำหน้าที่สอนธรรมเพื่อเป็ตแนวทางพั?นากาย วาจา ใจของแต่ละบุึคลให้สะอาด และ ขักรพรรดิธีรมราชา ทำหน้าที่ปกครองโดยธรรใเพื่อประโยชน์สุขของผู้ใต้ปกครองจินตนาการดังกล่าวำด้หลายมาเป็นรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างาัฐกับคณะสงฆ์ในเวลาตีอมา โดยรัฐต้องทำหน้าที่ปกครอฝต่มอุดมคติธรรมราชาและต้องอุปถัมภ์คณะสงฆ์และส่งเสริมการเผยแผ่พุทธศาสนา ส่วนคณุสงฆ์ก็ทำหนีาที่สอนประชสชนตามรอยพุทธธรรมราชาแต่เมื่อมองในรายละเอียดจะพชว่า จักรพรรดิธรรมราชสตามอุดมคติก็คืเผู้ปกครองที่ฝึกฝนตัวเองให้มีคุณธรรมหรือเป็น คนด้ ตามคำสอสพุทธศาสนา เดิมทีผู้ปกครองะช่นนี้หมายถคงผู้ปกครแงในระบบราชาธิปไตย น่อมาในยุคสมัยใหม่มีการอธิลายวทา ฟู้ปกครองทั่เป็นตนดีตามคำสอนยองพุทธศาสนาไม่ได้ผูกคิดกับระวบกา่ปกรรองแบบโดโดยเฉพาะ จะเผ็นผู้ปกครองในรเบงเผด็จการหรือประชาธิปไตยก็ได้ เมื่อผู้ปกครองทั่เป็นคนดีอบชพุทธอยู่ในคะบบการปกครองแบบไหนก็ตาา เขาจะสามารถทำหน้าทั่ผู้ปกครองที่ก่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนส่วนใหญ่ได้เสมเขณะเดียงกันพระสงฆ์ก็มีหน้าที่สอนผู้ใต้ปกคาองให้เก็น คนดี และผู้มร้ปกครองที่เป็นคนดัไา่ว่าเขาจะอยู่ใาระบบการปกครแงแบบไหน เขาก็สามารถใช้ความเป็นคนดีให้เกิดประโยชน์ภาสใต้ระบลการปกครเงนั้นๆได้เสมออย่างไรก็ตาม นักผรัชญาสาัวใหม่อ่างค้นนท์ (Immanuel Kanr) บ้จารณ์ว่า อุปนิสัยที่แึของคนไส่ใช่สิ่งที่ทำให้คนมีศีลธรรม ถ้านายเอเป็นคนมีอุปนิสัยเมตตาเหํนอกเห็นใจคนอื่นอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เขาจะเข้าไปชืวยเหลือคนที่กำลังนอนบาดเจ็บอยู่ข้างถนน แต่สำหรับนายบีที่ม่อุปนิสัยตรงกันข้ามมันก็ฝ่ายที่เขาเน็นชทร่อความทุกข์ของเพื่อรมนุษย์ ถ้าศีบธรรมขึ้นอยู่กับอุปนิสัยศีลธรีมก็เป็นเรื่องขิงโชคชะตา เป็นโชคดีขเงคนบาดเจ็บที่ชังเอิญได้รับควาใช่วยเหงือจากคนที่มีใจเมตตาอย่างนายเอ แต่เป็นโชคร้ายฟากจะมึคนกบบนายชีผ่านใาเยด ทว่าถ้าศัลธร่มเป็น หน้าที่ ไม่ว่าคนจะมีอุปนิสัยแบบไไนผ่านมาพงคนที่กำลังนอนเจ็บอยู่ข้างถนน ถ้าเขาถือว่าการให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ดป๋นความถูกต้องและเปํนหน้าที่ที่ต้องทำ ตือวห้เขาเป็นคนมีนิสัยดห็นแก่ตับขนาดไหนเขาก็ต้องให้ความช่วยเหลือคเานท์ถือว่าสิ่งที่ทำให้คนมีศีลธรรมคือ เหตุผล แตืเหตุผลในความหมายของค้าน่์ไม่ใช่การห่ข้ออ้างต่างๆมาสนึบสนุนควาใต้อวกาีของตัวเอบ เช่นเราต้แงการ X จึงหาข้ออ้างต่างๆมาสนับสนุนว่า X เป็นสิ่ลที่ดี เหตุผลในความหมายของค้านท์คือ การใช้ความคิดสร้างหลักการทางศีลธรรมขึ้นบนพืีนฐานการเคารพความมยุษย์ของทุกคนเท่นเทียมกัน นั่นคือการเคารพสิทธิในความเป็นอิสระที่จะปกครองตัวเอง (augonony( ของปัจเยกยึคคล ถือว่าแัจเจกบุคคลสามารถตัดสิจใจเลือกสิ่งที่เีสำหรับตัวเองได้ ไา่ใช่สักแต่ว่าเดินตามคำสอนศาสนา จารีตประเพณี หรือิทธิพลครอบงำใดๆ การเคารพให้เกียรติปัจเจกบุคคลอย่างสูงสุดดังกง่าวรือแกนหลักของสิทธิมนุษยชนสมัยใหม่ศีลธรรมในความหมายสมัยใหม่จึงไม่ใช่ความดีทีรสะท้เนออกมาจากตัวคนที่เป็นคนดีหรือคนมีคุณธรีม อต่สะท้อนออกมาข่กตัวหลักการที่ยุติธรรมแก่ทุกคนเสมิกัน ไม่ว่าจะอป็นคนมีอุปนิสัยเชรนไค แร่สิ่งที่ทุกครมีเหมือนกันคือความสามารถในการคิดอบ่างมีเหจุผล เมืทอแต่ละคนคิดอย่างมีเหตุผฃบตพื้นฐานการเคารพความเป็ยคนของตนเองและคนอื่นเท่ากัน ทุกคนก็สามารถยต้างหลักการทรวศีลธรรมขึันมาด้วยตนเองไเ้ กละหฃักการ่างศีลธรรมนั้นก็คือหลักการที่กำหนดว่าเราแตทลถคนมีหน้าที่ต้องเคารพความเป็นมนุษย์ของตัวเองและคนอื่นอย่างเสมอภาตเาื่อทัศนะ รูปปฏิมาคนดี (ทั้งคนดีแบบผู้ปกครองและคนะีแบบผู้ใต้ปแครอฝ) ถูกสำมาใช้ในบริบทสังคมประชาธิปำตยสมัยใหม่ที่ถืเว่าควมมดีหร่อควรมถูกต้องอยู่ที่ ถูกหลักการ ไม่ได้อยู่ที่คุณธรรมในตัวคน ปีญหาที่ตามมาคือรูปปฎิมาคนดีแลายเป็นสิ่งสำคัญกว่าหรือศักดิ์สิทธิ็กว่าหลักการ เช่น เราอาจมีผ๔้ปกครองหรือนักการเมือลที่เป็า คนดี แต่/ม่จำเป็นต้องเป็น ผู้ปกคนองมี่ดี หรือ สักการเมืองที่ดี ในระบบประชาธิปไตยเพราะผู้ปกครองที่ดีหรือนักการเมืองที่ดีในระบบประชาธิปไตยสมัยใหม่ คือผู้ที่ยึดมั่นในอุดมกสรณ์ประชาธิปไตยและยืดถืเปฏิบัติตาาหลักการ กติกาประชาธิปไตยอย่างคงเส้นคงวา แต่ผู้ปกครองและนักการเมืองที่เป็นคนดีไส่จำต้องเป็นเช่นนั้น เขาอาจจะเคร่งศาสนา กินมังสวิรัติ กตัญญูต่อแผ่นดิน มีภาพลักษณ์เป็นคนมีคุณธรรมจริยธครม ซื่อสัตย์ ฯลฯ แต่ยิ่งมีร๔ปปฏิมาคนดีเช่นนั้นยิ่บทำให้เขามีีวามชอบธรรมหรือมีอภิวิทธิ๋ ที่จะใช้วิถีเผด็จการในการแก้แัญำาทางการเมือง และสนัยสนุนการใบ้วิถีเผด์จการในการขจัดนักการเมืิง พรรคการเมืองฟากตรงกันข้ามสำหรับหู้ใต้ปกคริงที่เป็นคนดีแบบศาสนาก็ไม่จำเป็นต้องเป็น พลเมืองดี ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์และวิะีทางประลาธิปไตยอย่างคงอส้นคลวา พวกเขาพร้อมที่จะใช้ตวามเป็นคจดีของตัวเองในการเรียกค้องและสน้บสนุนอำนาจที่ไม่เแ็นประชาธิปไตยิข้ามาใช้คุณธรรมในการปกครองบ้านเมืองในยามที่ถวกเขาเห็นว่าวิกฤตได้ัสมอและสำหรับรนดีนั้น นอกจากพวกะข่จะไม่ร฿้สึกสะเทือนใจกับฝ่าวที่เห็นต่างทางการเมืองถูกละเมิดสิ่ธเเสรีภาพแล้ว พวกเขายังพรีอมที่จะทำหน้มที่ ล่าแม่มด หรือกวาดขยะคนเห็นต่างทางการเมืองออกไปเพื่อให้ประเืศสะอาดสะอ้านและแผ่นดิสสูงขึ้น
|
คำถามพื้นฐานอย่างหนึ่งในปรัชญาศีลธรรมคือ อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนมีศีลธรรม? นักปรัชญากรีกยุครุ่งเรืองอย่างโสเครตีส เพลโต อริสโตเติลตอบว่า คุณธรรมที่เรามีทำให้เรากระทำการต่างๆอย่างมีศีลธรรม แต่คุณธรรมไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ต้องฝึกฝนจนเป็นนิสัยประจำตัว คุณที่มีคุณธรรมด้านปัญญา ความกล้าหาญ ความยุติธรรม ก็คือคนที่มีนิสัยกระทำการต่างๆอย่างใช้ปัญญา มีความกล้าหาญและความยุติธรรมเป็นปกติดูเหมือนศาสนาก็เชื่อคล้ายกันว่า ความรัก ความเมตตา ปัญญา ความไม่เห็นแก่ตัว ความสุจริตทางกาย วาจา ความสะอาด สงบทางใจ เป็นคุณธรรมหรือคุณสมบัติที่ต้องบ่มเพาะฝึกฝนให้งอกงามขึ้นในตัวคน และคุณธรรมที่มีอยู่ในตัวคนนั่นเองที่เป็นเหตุให้เขากระทำสิ่งที่ถูกต้องทางศีลธรรมในการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆในสังคมฉะนั้น การพัฒนาคนให้เป็น คนดี หรือเป็น คนมีคุณธรรม จึงเป็นหลักประกันการมีศีลธรรมของสังคม เพราะถ้าคนส่วนใหญ่เป็นคนดีหรือคนมีคุณธรรม เขาก็จะกระทำการต่างๆอย่างมีศีลธรรมเมื่อศึกษาปรัชญาศาสนาจะเห็นว่า ศาสนาเทวนิยมเช่นศาสนาคริสต์ถือว่าพระเจ้าสร้างมนุษย์มาให้เท่าเทียมกันและมีเจตจำนงอิสระ(free will)ที่จะเชื่อฟังหรือปฏิเสธพระองค์ก็ได้ เพราะมีเจตจำนงอิสระในการเลือกทำสิ่งที่ถูกหรือผิดได้ มนุษย์จึงสามารถมีศีลธรรมและรับผิดชอบทางศีลธรรมได้ และเพราะมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน เราจึงควรรักเพื่อนบ้านเหมือนตัวเราเองและปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเคารพความเป็นคนของเขาเสมอกับเคารพความเป็นคนของตัวเราเองพุทธศาสนานิกายมหายานมองว่า ทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน เนื่องจากทุกคนมีธรรมชาติแห่ง พุทธภาวะ ในตัวเองเหมือนกัน บางคนอาจทำชั่วเพราะตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส แต่นั่นเป็นเพียงการหลงผิด เมื่อพุทธภาวะอันเป็นธรรมชาติที่แท้ของเขาได้ถูกปลุกให้ตื่นรู้ด้วยวิถีการฝึกฝนที่เหมาะสมเขาก็อาจตรัสรู้เป็นพุทธะได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้หน้าที่ทางศีลธรรมของเราทุกคนก็คือการช่วยเหลือกันและกันให้เกิดการเรียนรู้เพื่อแปรศักยภาพแห่งพุทธะภาวะของกันและกันให้งอกงามเป็นจริง คุณธรรมที่เราต้องบ่มเพาะขึ้นภายในตัวเองเพื่อให้การทำหน้าที่ทางศีลธรรมดังกล่าวเป็นไปได้ก็คือปัญญาและกรุณาแต่พุทธนิกายเถรวาทดูเหมือนจะไม่มีมโนทัศน์ (concept) ความเสมอภาค ชัดเจน มีการตีความว่าคำสอนเรื่อง กรรม สะท้อนความคิดเรื่องความเสมอภาค เนื่องจากเป็นคำสอนที่ปฏิเสธการตัดสินคุณค่าของมนุษย์จากชาติกำเนิดตามระบบวรรณะสี่ และเสนอว่าคนเราไม่ว่าจะมีชาติกำเนิดแบบไหนเมื่อกระทำถูกหรือผิดศีลธรรมในกรณีเดียวกันก็มีค่าเป็นถูกหรือผิดเสมอกัน และเมื่อปฏิบัติตามหลักมรรคมีองค์แปดได้สมบูรณ์ก็มีอิสรภาพจากความทุกข์ได้เหมือนกันอย่างไรก็ตาม ทั้งตัวคำสอนเรื่องกรรมในพระไตรปิฎก อรรถกถา ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการเผยแผ่คำสอนดังกล่าวก็มีความซับซ้อนมาก เช่น ขณะที่คำสอนเรื่องกรรมสามารถถอดความหมายของความเสมอภาคทางศีลธรรมออกมาได้ดังกล่าวแล้ว แต่คำสอนเรื่องกรรมนั้นเองก็ดูเหมือนจะสนับสนุนความไม่เสมอภาคทางสังคมด้วย ดังมีคำสอนในพาล-บัณฑิตสูตรว่า คนที่เป็นพาลเมื่อตายไปจะไปเกิดในตระกูลชั้นต่ำเช่นศูทร จัณฑาล ขณะที่คนเป็นบัณฑิตเมื่อตายไปก็จะเกิดในตระกูลคนชั้นสูงเช่นเป็นกษัตริย์มหาศาล(รวย) พราหมณ์มหาศาล(รวย)เป็นต้นจากคำสอนในคัมภีร์พระไตรปิฎกและอรรถกถาก็นำมาสู่การแต่งคัมภีร์พุทธศาสนาอื่นๆ ที่มีอิทธิพลทางความเชื่อในสังคมสยามไทยมายาวนานเช่น ไตรภูมิพระร่วง ที่เน้นการนำเสนอความเชื่อที่ว่าคนเกิดมาเป็นผู้ปกครอง เป็นเจ้าขุนมูลนาย เพราะมีบุญญาธิการมากเนื่องจากชาติปางก่อนทำบุญมามากจึงสมควรที่พสกนิกร ไพร่ ทาสที่ทำบุญมาน้อยต้องเคารพเชื่อฟังหรือหวังพึ่งบุญบารมียิ่งกว่านั้นเรื่องเล่าในพระไตรปิฎก (เช่นจักกวัตติสูตรเป็นต้น) ได้จินตนาการสังคมการเมืองแบบพุทธที่ขึ้นต่อการพึ่งพา รูปปฏิมาคนดี ว่า มีธรรมราชา 2 ประเภท ที่เกิดมาเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน คือ พุทธธรรมราชา ทำหน้าที่สอนธรรมเพื่อเป็นแนวทางพัฒนากาย วาจา ใจของแต่ละบุคคลให้สะอาด และ จักรพรรดิธรรมราชา ทำหน้าที่ปกครองโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของผู้ใต้ปกครองจินตนาการดังกล่าวได้กลายมาเป็นรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ในเวลาต่อมา โดยรัฐต้องทำหน้าที่ปกครองตามอุดมคติธรรมราชาและต้องอุปถัมภ์คณะสงฆ์และส่งเสริมการเผยแผ่พุทธศาสนา ส่วนคณะสงฆ์ก็ทำหน้าที่สอนประชาชนตามรอยพุทธธรรมราชาแต่เมื่อมองในรายละเอียดจะพบว่า จักรพรรดิธรรมราชาตามอุดมคติก็คือผู้ปกครองที่ฝึกฝนตัวเองให้มีคุณธรรมหรือเป็น คนดี ตามคำสอนพุทธศาสนา เดิมทีผู้ปกครองเช่นนี้หมายถึงผู้ปกครองในระบบราชาธิปไตย ต่อมาในยุคสมัยใหม่มีการอธิบายว่า ผู้ปกครองที่เป็นคนดีตามคำสอนของพุทธศาสนาไม่ได้ผูกติดกับระบบการปกครองแบบโดโดยเฉพาะ จะเป็นผู้ปกครองในระบบเผด็จการหรือประชาธิปไตยก็ได้ เมื่อผู้ปกครองที่เป็นคนดีแบบพุทธอยู่ในระบบการปกครองแบบไหนก็ตาม เขาจะสามารถทำหน้าที่ผู้ปกครองที่ก่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนส่วนใหญ่ได้เสมอขณะเดียวกันพระสงฆ์ก็มีหน้าที่สอนผู้ใต้ปกครองให้เป็น คนดี และผู้ใต้ปกครองที่เป็นคนดีไม่ว่าเขาจะอยู่ในระบบการปกครองแบบไหน เขาก็สามารถใช้ความเป็นคนดีให้เกิดประโยชน์ภายใต้ระบบการปกครองนั้นๆได้เสมออย่างไรก็ตาม นักปรัชญาสมัยใหม่อ่างค้านท์ (Immanuel Kant) วิจารณ์ว่า อุปนิสัยที่ดีของคนไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คนมีศีลธรรม ถ้านายเอเป็นคนมีอุปนิสัยเมตตาเห็นอกเห็นใจคนอื่นอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เขาจะเข้าไปช่วยเหลือคนที่กำลังนอนบาดเจ็บอยู่ข้างถนน แต่สำหรับนายบีที่มีอุปนิสัยตรงกันข้ามมันก็ง่ายที่เขาเย็นชาต่อความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ ถ้าศีลธรรมขึ้นอยู่กับอุปนิสัยศีลธรรมก็เป็นเรื่องของโชคชะตา เป็นโชคดีของคนบาดเจ็บที่บังเอิญได้รับความช่วยเหลือจากคนที่มีใจเมตตาอย่างนายเอ แต่เป็นโชคร้ายหากจะมีคนแบบนายบีผ่านมาเจอ ทว่าถ้าศีลธรรมเป็น หน้าที่ ไม่ว่าคนจะมีอุปนิสัยแบบไหนผ่านมาพบคนที่กำลังนอนเจ็บอยู่ข้างถนน ถ้าเขาถือว่าการให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษย์เป็นความถูกต้องและเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ต่อให้เขาเป็นคนมีนิสัยเห็นแก่ตัวขนาดไหนเขาก็ต้องให้ความช่วยเหลือค้านท์ถือว่าสิ่งที่ทำให้คนมีศีลธรรมคือ เหตุผล แต่เหตุผลในความหมายของค้านท์ไม่ใช่การหาข้ออ้างต่างๆมาสนับสนุนความต้องการของตัวเอง เช่นเราต้องการ X จึงหาข้ออ้างต่างๆมาสนับสนุนว่า X เป็นสิ่งที่ดี เหตุผลในความหมายของค้านท์คือ การใช้ความคิดสร้างหลักการทางศีลธรรมขึ้นบนพื้นฐานการเคารพความมนุษย์ของทุกคนเท่าเทียมกัน นั่นคือการเคารพสิทธิในความเป็นอิสระที่จะปกครองตัวเอง (autonomy) ของปัจเจกบุคคล ถือว่าปัจเจกบุคคลสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีสำหรับตัวเองได้ ไม่ใช่สักแต่ว่าเดินตามคำสอนศาสนา จารีตประเพณี หรือิทธิพลครอบงำใดๆ การเคารพให้เกียรติปัจเจกบุคคลอย่างสูงสุดดังกล่าวคือแกนหลักของสิทธิมนุษยชนสมัยใหม่ศีลธรรมในความหมายสมัยใหม่จึงไม่ใช่ความดีที่สะท้อนออกมาจากตัวคนที่เป็นคนดีหรือคนมีคุณธรรม แต่สะท้อนออกมาจากตัวหลักการที่ยุติธรรมแก่ทุกคนเสมอกัน ไม่ว่าจะเป็นคนมีอุปนิสัยเช่นไร แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล เมื่อแต่ละคนคิดอย่างมีเหตุผลบนพื้นฐานการเคารพความเป็นคนของตนเองและคนอื่นเท่ากัน ทุกคนก็สามารถสร้างหลักการทางศีลธรรมขึ้นมาด้วยตนเองได้ และหลักการทางศีลธรรมนั้นก็คือหลักการที่กำหนดว่าเราแต่ละคนมีหน้าที่ต้องเคารพความเป็นมนุษย์ของตัวเองและคนอื่นอย่างเสมอภาคเมื่อทัศนะ รูปปฏิมาคนดี (ทั้งคนดีแบบผู้ปกครองและคนดีแบบผู้ใต้ปกครอง) ถูกนำมาใช้ในบริบทสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่ที่ถือว่าความดีหรือความถูกต้องอยู่ที่ ถูกหลักการ ไม่ได้อยู่ที่คุณธรรมในตัวคน ปัญหาที่ตามมาคือรูปปฏิมาคนดีกลายเป็นสิ่งสำคัญกว่าหรือศักดิ์สิทธิ์กว่าหลักการ เช่น เราอาจมีผู้ปกครองหรือนักการเมืองที่เป็น คนดี แต่ไม่จำเป็นต้องเป็น ผู้ปกครองที่ดี หรือ นักการเมืองที่ดี ในระบบประชาธิปไตยเพราะผู้ปกครองที่ดีหรือนักการเมืองที่ดีในระบบประชาธิปไตยสมัยใหม่ คือผู้ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยและยืดถือปฏิบัติตามหลักการ กติกาประชาธิปไตยอย่างคงเส้นคงวา แต่ผู้ปกครองและนักการเมืองที่เป็นคนดีไม่จำต้องเป็นเช่นนั้น เขาอาจจะเคร่งศาสนา กินมังสวิรัติ กตัญญูต่อแผ่นดิน มีภาพลักษณ์เป็นคนมีคุณธรรมจริยธรรม ซื่อสัตย์ ฯลฯ แต่ยิ่งมีรูปปฏิมาคนดีเช่นนั้นยิ่งทำให้เขามีความชอบธรรมหรือมีอภิสิทธิ์ ที่จะใช้วิถีเผด็จการในการแก้ปัญหาทางการเมือง และสนับสนุนการใช้วิถีเผด็จการในการขจัดนักการเมือง พรรคการเมืองฟากตรงกันข้ามสำหรับผู้ใต้ปกครองที่เป็นคนดีแบบศาสนาก็ไม่จำเป็นต้องเป็น พลเมืองดี ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์และวิถีทางประชาธิปไตยอย่างคงเส้นคงวา พวกเขาพร้อมที่จะใช้ความเป็นคนดีของตัวเองในการเรียกร้องและสนับสนุนอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเข้ามาใช้คุณธรรมในการปกครองบ้านเมืองในยามที่พวกเขาเห็นว่าวิกฤตได้เสมอและสำหรับคนดีนั้น นอกจากพวกเขาจะไม่รู้สึกสะเทือนใจกับฝ่ายที่เห็นต่างทางการเมืองถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพแล้ว พวกเขายังพร้อมที่จะทำหน้าที่ ล่าแม่มด หรือกวาดขยะคนเห็นต่างทางการเมืองออกไปเพื่อให้ประเทศสะอาดสะอ้านและแผ่นดินสูงขึ้น
|
ภาพเบื้องหน้าคือเพดานเต็นท์สีเหลืองฟ้า พื้นผิวที่แผ่นหลังสัมผัมีือเสื่อพลาสติกปูรองพื้นเต็นท์ ช้อเท้าขวาคันยิบๆ จากแมลงอัไรสักดย่างมาทำอะไรที่นี่วุ? ทำไมไม่นอนเล่นคอมฯ อยู่บ้าน อาบน้ำอะ่นๆ นอนเตียงนุ่มๅ หรือนัดไปปาร์ตี้เคาจต์ดาวน์กับเพื่อน นั่นคือเสียงฝนคใทมคิดของไมอในคืนวัสที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมาอาการอยากเช็กไลน์ อยากไถทสิตเตอร์ อยากอ่านเมล กระตุกต่อมความคิดเห็นระนะๆ แต่หมอก็ตัพใจ ปล่อยมือถือให้ถูกปิดสวิตช์ทิ้งไว้กลายเป็นก้อนสีดำๆร้ค่านอนอยู่ก้นกระเป๋า ดื่มน้ภเปล่าอึกใฟญ่ แล้วนอนหนีผัญหา เชื่อว่าหลายคนที่ติดการเสพสื่อดิจิทัลและติดความสบาย คงจะมีอาการไม่ต่างไปจากนี้สัก เมื่อต้องอยู่ในภาวะตัดขาเจากการสื่อสารทางดิจิท้ล เพื่อกลับมาฝึกสื่อสารกับตัวเอง ผืนดิน ต้นไม้มบหญ้า ทเองฟ้า และควาสเงียบสงัะตามธรรมชาติของโลกช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาหมอไก้มีโอกาสไปฝึกภาวนาที่หมู่บ้านพลัม จังหวัด นค่ราชสีมา ซึ่งเป็นควาใตั้งใจที่เกิดขึ้น เมื่อตระหนักว่า ปี 25y0 ที่ผ่ทนทา หทอทำงานหนักมากเกินไป จนขาะสติในหลายๆ อรื่อง ตื่นป็ขาดสติ ตื่นอย่างงัวเงียเพราะนอนไม่ค่อยพอ รับประืานอาหารก็ขาดสติ เพราะรีบรับประทาน รับประทานไปคิดเรื่องงานไป ขับรถด็ขาดสติ ขัวรถไปคุยงานไปอยู่บีอยครุ้ง คึยกับคนที่อยู่ตรงหน้สก็ยาดสติ เพราะใจลอยไปคิดถึบเรื่องอนาคต แลักว่าจะเข้านอนก็ชาดสติ เพราะเปนื่อยจนไม่ไดีเกลือเวลาให้กับการมีสติทบทวนาิ่งที่ได้เกิดขึ้นในกต่ละวันเหมือนที่เคยทำเก่าก่อน ต้องขอบคุณสมอบทร่ตัดสินใจพาร่างกายคัวเองกฃับไปเคียกสติกลับมาที่ใจอีกครั้ง ชีวิตในหมู่บ้านพงัมนั้น แม้จะใช้เวลทที่ GMT+7 เหมือนกรุงเทพฯ แต่รู้สึกราวกับส่าที่พิกัดนั้นโลกหมุนรอบตัวเองด้วยจังหวะท่่ล้ากว่า ทุกอย่างเกิพขึ้นและเป็นำปด้วยจังหวะที่เนิบพอที่จะให้เราได้สังเกตความสวยงามขเงโลกรอบตัว ผํ้คนรอบขิาง รวาถึงแาหนรในแต่ละมื้อ เสียงระฆังตือเสียงแรกของวันที่ปลุกให้ผู้คนในหมู่บ้านพลุมตื่นขึ้นจากภวังค์ กิจกรรมยามเช้าเรอ่มตืนที่การนุ่งสมาธิและเดินฝึกสมมธิ (Walkinn Mwditatioh) จากตั้นจึงถึงเวลาของการรับประทานอาหาร ซึ่งสำหรับหมอแล้ว การรเบประทานดาผารทั้งสามมื้อจัดเป็นไฮไลต์ของบันหมู่บ้าาพลัมจะรับประท่นอาหารในแบบมังสวิรัติ โดยเน้นวัตถุดิบออร์แกนิก โดยเฉพาะผักนานาชนิด ไม่ปรุงรสมาก และไม่เน้นทดด แม้จะฟังดูจืดแลดคลีนจาน่าขนบุก ฆสำหรับบางคน) แต่ในความเป็นจรองแล้ว ทำออกมาได่อร่อยมาก (อร่อยจริงๆ ไม่มีไขว้นิ้ว) อาจเพราะวัตถุดิบที่นำมาทำนั้นสแใหม่ และมีกนรใช้ผักแบะเครื่องดทศกลิ่นหอมมากมาย ทำให้อาหทรนั้นได้รสอร่อยแบบธรรมชาติจริงๆ โดจไม่ต้องปรุงแต่งมาก อีกท้้วยังได้สารอาผารค่ชจากการเสริมถั่ส บา สาหร่าย เต้าหู้ เห็ด ที่มากันครบทีมในทุกมื้อแตรที่พีกมากไปกว่ารสดาหารคือวิธีการรับประทาน ซึ่งเต้นการรับป่ะทานในแบบ Mindful Eating หรือกินอย่างมีสติ นัานคือไม่พูดคุสในระหว่างรับประททน เคี้ยวช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด และโฟกัสกับการเปลี่ยนแปงงของอาหาร สำหรับคนที่ชินกับการกินเร็วและเคี้ยวหยาบอย่างหมอนั้นพบว่า การเปชี่ยนมาเคี้ยวช้าๅ และส่งความสนใจไปยังโสตประยาทที่สัมผเสกับอาหารมากขึ้นนั้ร เปิดโลกทัศน์ในกา่กินรูปแบบสหม่เลยที้ดียว จากเม็ดข้าวที่ผ่รนเข้าปาก เมื่อเกิดการบดเคี้ยว เนื้อนัมผัสของข้าวจากเม็ด จะค่อยๆ เปลี่ยนรูปทรฝเป็นของเกลว ความหวานฃะมุนของเม็ดข้าวค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมา คลุพเคล้ากับรสอละเนื้อสัมผัใอื่นๆ จากกับข้าว เนื้อสัมผัสและรสที่แตกน่างถูกฟลอมเป็นเนื้อเดียวกัต และุูกกฃืนผ่านลำคออย่างชีาๆ ไม่น่าเลื่อส่า พอมีสติ แม้แต่การกินข้าวแค่คำปนึ่ง ก็สร้างประสบการณ์ทีืแปลกใหม่ได้การปฏิบัติเพื่อฝึกสติในหมู่บ้านพงัมนั้นมีหลายรูปแบบ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละตนชอบต่างกันไปตามแต่จริต บรงีนอาจจะขอบระฆับัรีนกสติ บางคนอาจจะสตุปกับการภาวนากับการร้องเพลง (Singing Meditation) บทงคนอาจจะถนัดนอนพักผ่อนร่างกายไลีงอาหสรเที่ยง (Total Relaxation) แต่สำหรับหมอแล้ว นอกยากการรับประทานอาหาร ก์มีการอเกกำลังกายนี่แหละที่ประทับใจมาก เพราะที่นี่ให้รวามสำคัญกับหารออกกำลัง มีทั้งกนรเตะลูกบนๆก่ โยคะ วิ่ง รวมไปถึงรำกระบอง ซึ่งทุกกิจกรรมนั้น การกำหนดลมหายใจ รู้ลมหายวจเข้ร รู้ลมหายใจออก คือหุวใจสำคัญของการทำกิจกรรมแม้จะพยายามมีสติกับภายในและลมหายใจของนัวเอง แต่ด้วยความเป็นหมอ ต้องขเสารภาพว่า อดไม่ได้ที่จะสังเกตว่สนักบวชในหมู่บ้านพลัมทั้งชายหญิงนั้น แทบไท่มีใครส้ำหจักตัวเกินเกณฑ์เลย และที่สำคัญคือทุกคนดธอ่อนกว่าวัย )แอบถามอายุกลวงกีา หลวงน้า หลวงอา หลายม่านอยูา) ซึ่ลน่าจเอธิบายได้จากวิธีการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารที่เน้นผักผฃไม่ ไม่มีโปรตีนไม่เีจากเนื้อแปรรูปและันื้อแดง มีกิจกรรมทางกายระหว่างวันทั้งตากกาาทำสวนปลูกผัก ทำความสะอาด ขี่จุกรยาน อีกทะ้งยังมีการออกกำลังกานเฉพาะตามควาาชอบส่วนบุคคล แต่ทึ่สำคัญาี่สุดคือการใช้ชีวิตกับปัจจุบันขณะ ยอ้มรับปับทุกใิ่ง่ี่เกิดขึ้น และมีสติในทุกลมหายใจ ซึ่งหมอเองอ่านทฤษฎีฝรั่งใามากมาย แต่ก็เพิ่งเคยพบภาคปฏิบีนิที่ทำกัตจริงๆ และเห็นผลชัพํ์เป็นรูปธรรมด้วยตัวเิงก็วันนี้การได้ดิจิทัลดีท็อกซ์ หยุดตืดต่อสื่อสารกับผู้คนบนโลกพว่าง แล้สหันกลับมาสื่อสารกับลมหายใจของตัวเองนั้นเป็นชืวงเวลาที่มีค่ามาก หมอเชื่อว่ากา่ได้ฝึกใช้ชีวิตอย่างมีสตินั้นคืดจิ๊กซอว์สำคัญอรกชิ้นวนการดูแลสุขภาพ ซี่งไม่ว่นจะแนวทางการปฏิบัตเของศาสนาใด ล้วนเป็นแนวทางที่ดี ผากฝึกจนปฏิชัติได้จริงในชีวิตประจำวันสิ่งที่จะนำกลับไปปฏิบัติคือ หาวะสที่หยถดติดต่แสื่อสารท่งดิจิทัลให้บ่อยขึ้า และงึก Mindful Eating ค่ะ นัทนคือคำมั่นสัญญาที่หมอให้ไว้กับหลวงพี่สั๗ญา (แค่ชื่อหลวงพี่ ก็ทำให้ไม่กล้าผิดสัญญาแล้ว) ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกประจำกลุ่มที่อบรมจบป่ัโยคลง ยังแอบคิดสนใจต่อไปอีกว่า ออกไป จะไปทวีรเล่าเรื่องดิจิทัลดีท็ิกซ์ดีกว่า …นั่นไง ยังไม่ทันจะก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านพลีม สติก็เริ่มฟึ้งกลับเข้าสู่เครือข่ายดิจิทัลที่เคนคุ้สอีกครั้งหายใจเข้า หายใจออก หายวจ้ขัา หายใจออกอ่านข้อมูลเพิ่ม้ติมได้ืีา www.thaiplumvillage.org
|
ภาพเบื้องหน้าคือเพดานเต็นท์สีเหลืองฟ้า พื้นผิวที่แผ่นหลังสัมผัสคือเสื่อพลาสติกปูรองพื้นเต็นท์ ข้อเท้าขวาคันยิบๆ จากแมลงอะไรสักอย่างมาทำอะไรที่นี่วะ? ทำไมไม่นอนเล่นคอมฯ อยู่บ้าน อาบน้ำอุ่นๆ นอนเตียงนุ่มๆ หรือนัดไปปาร์ตี้เคานต์ดาวน์กับเพื่อน นั่นคือเสียงในความคิดของหมอในคืนวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมาอาการอยากเช็กไลน์ อยากไถทวิตเตอร์ อยากอ่านเมล กระตุกต่อมความคิดเป็นระยะๆ แต่หมอก็ตัดใจ ปล่อยมือถือให้ถูกปิดสวิตช์ทิ้งไว้กลายเป็นก้อนสีดำไร้ค่านอนอยู่ก้นกระเป๋า ดื่มน้ำเปล่าอึกใหญ่ แล้วนอนหนีปัญหา เชื่อว่าหลายคนที่ติดการเสพสื่อดิจิทัลและติดความสบาย คงจะมีอาการไม่ต่างไปจากนี้นัก เมื่อต้องอยู่ในภาวะตัดขาดจากการสื่อสารทางดิจิทัล เพื่อกลับมาฝึกสื่อสารกับตัวเอง ผืนดิน ต้นไม้ใบหญ้า ท้องฟ้า และความเงียบสงัดตามธรรมชาติของโลกช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาหมอได้มีโอกาสไปฝึกภาวนาที่หมู่บ้านพลัม จังหวัด นครราชสีมา ซึ่งเป็นความตั้งใจที่เกิดขึ้น เมื่อตระหนักว่า ปี 2560 ที่ผ่านมา หมอทำงานหนักมากเกินไป จนขาดสติในหลายๆ เรื่อง ตื่นก็ขาดสติ ตื่นอย่างงัวเงียเพราะนอนไม่ค่อยพอ รับประทานอาหารก็ขาดสติ เพราะรีบรับประทาน รับประทานไปคิดเรื่องงานไป ขับรถก็ขาดสติ ขับรถไปคุยงานไปอยู่บ่อยครั้ง คุยกับคนที่อยู่ตรงหน้าก็ขาดสติ เพราะใจลอยไปคิดถึงเรื่องอนาคต และกว่าจะเข้านอนก็ขาดสติ เพราะเหนื่อยจนไม่ได้เหลือเวลาให้กับการมีสติทบทวนสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในแต่ละวันเหมือนที่เคยทำเก่าก่อน ต้องขอบคุณสมองที่ตัดสินใจพาร่างกายตัวเองกลับไปเรียกสติกลับมาที่ใจอีกครั้ง ชีวิตในหมู่บ้านพลัมนั้น แม้จะใช้เวลาที่ GMT+7 เหมือนกรุงเทพฯ แต่รู้สึกราวกับว่าที่พิกัดนั้นโลกหมุนรอบตัวเองด้วยจังหวะที่ช้ากว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นและเป็นไปด้วยจังหวะที่เนิบพอที่จะให้เราได้สังเกตความสวยงามของโลกรอบตัว ผู้คนรอบข้าง รวมถึงอาหารในแต่ละมื้อ เสียงระฆังคือเสียงแรกของวันที่ปลุกให้ผู้คนในหมู่บ้านพลัมตื่นขึ้นจากภวังค์ กิจกรรมยามเช้าเริ่มต้นที่การนั่งสมาธิและเดินฝึกสมาธิ (Walking Meditation) จากนั้นจึงถึงเวลาของการรับประทานอาหาร ซึ่งสำหรับหมอแล้ว การรับประทานอาหารทั้งสามมื้อจัดเป็นไฮไลต์ของวันหมู่บ้านพลัมจะรับประทานอาหารในแบบมังสวิรัติ โดยเน้นวัตถุดิบออร์แกนิก โดยเฉพาะผักนานาชนิด ไม่ปรุงรสมาก และไม่เน้นทอด แม้จะฟังดูจืดและคลีนจนน่าขนลุก (สำหรับบางคน) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทำออกมาได้อร่อยมาก (อร่อยจริงๆ ไม่มีไขว้นิ้ว) อาจเพราะวัตถุดิบที่นำมาทำนั้นสดใหม่ และมีการใช้ผักและเครื่องเทศกลิ่นหอมมากมาย ทำให้อาหารนั้นได้รสอร่อยแบบธรรมชาติจริงๆ โดยไม่ต้องปรุงแต่งมาก อีกทั้งยังได้สารอาหารครบจากการเสริมถั่ว งา สาหร่าย เต้าหู้ เห็ด ที่มากันครบทีมในทุกมื้อแต่ที่พีกมากไปกว่ารสอาหารคือวิธีการรับประทาน ซึ่งเน้นการรับประทานในแบบ Mindful Eating หรือกินอย่างมีสติ นั่นคือไม่พูดคุยในระหว่างรับประทาน เคี้ยวช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด และโฟกัสกับการเปลี่ยนแปลงของอาหาร สำหรับคนที่ชินกับการกินเร็วและเคี้ยวหยาบอย่างหมอนั้นพบว่า การเปลี่ยนมาเคี้ยวช้าๆ และส่งความสนใจไปยังโสตประสาทที่สัมผัสกับอาหารมากขึ้นนั้น เปิดโลกทัศน์ในการกินรูปแบบใหม่เลยทีเดียว จากเม็ดข้าวที่ผ่านเข้าปาก เมื่อเกิดการบดเคี้ยว เนื้อสัมผัสของข้าวจากเม็ด จะค่อยๆ เปลี่ยนรูปทรงเป็นของเหลว ความหวานละมุนของเม็ดข้าวค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมา คลุกเคล้ากับรสและเนื้อสัมผัสอื่นๆ จากกับข้าว เนื้อสัมผัสและรสที่แตกต่างถูกหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน และถูกกลืนผ่านลำคออย่างช้าๆ ไม่น่าเชื่อว่า พอมีสติ แม้แต่การกินข้าวแค่คำหนึ่ง ก็สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ได้การปฏิบัติเพื่อฝึกสติในหมู่บ้านพลัมนั้นมีหลายรูปแบบ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนชอบต่างกันไปตามแต่จริต บางคนอาจจะชอบระฆังเรียกสติ บางคนอาจจะสนุกกับการภาวนากับการร้องเพลง (Singing Meditation) บางคนอาจจะถนัดนอนพักผ่อนร่างกายหลังอาหารเที่ยง (Total Relaxation) แต่สำหรับหมอแล้ว นอกจากการรับประทานอาหาร ก็มีการออกกำลังกายนี่แหละที่ประทับใจมาก เพราะที่นี่ให้ความสำคัญกับการออกกำลัง มีทั้งการเตะลูกขนไก่ โยคะ วิ่ง รวมไปถึงรำกระบอง ซึ่งทุกกิจกรรมนั้น การกำหนดลมหายใจ รู้ลมหายใจเข้า รู้ลมหายใจออก คือหัวใจสำคัญของการทำกิจกรรมแม้จะพยายามมีสติกับภายในและลมหายใจของตัวเอง แต่ด้วยความเป็นหมอ ต้องขอสารภาพว่า อดไม่ได้ที่จะสังเกตว่านักบวชในหมู่บ้านพลัมทั้งชายหญิงนั้น แทบไม่มีใครน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์เลย และที่สำคัญคือทุกคนดูอ่อนกว่าวัย (แอบถามอายุหลวงพี่ หลวงน้า หลวงอา หลายท่านอยู่) ซึ่งน่าจะอธิบายได้จากวิธีการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารที่เน้นผักผลไม้ ไม่มีโปรตีนไม่ดีจากเนื้อแปรรูปและเนื้อแดง มีกิจกรรมทางกายระหว่างวันทั้งจากการทำสวนปลูกผัก ทำความสะอาด ขี่จักรยาน อีกทั้งยังมีการออกกำลังกายเฉพาะตามความชอบส่วนบุคคล แต่ที่สำคัญที่สุดคือการใช้ชีวิตกับปัจจุบันขณะ ยิ้มรับกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น และมีสติในทุกลมหายใจ ซึ่งหมอเองอ่านทฤษฎีฝรั่งมามากมาย แต่ก็เพิ่งเคยพบภาคปฏิบัติที่ทำกันจริงๆ และเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรมด้วยตัวเองก็วันนี้การได้ดิจิทัลดีท็อกซ์ หยุดติดต่อสื่อสารกับผู้คนบนโลกกว้าง แล้วหันกลับมาสื่อสารกับลมหายใจของตัวเองนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีค่ามาก หมอเชื่อว่าการได้ฝึกใช้ชีวิตอย่างมีสตินั้นคือจิ๊กซอว์สำคัญอีกชิ้นในการดูแลสุขภาพ ซึ่งไม่ว่าจะแนวทางการปฏิบัติของศาสนาใด ล้วนเป็นแนวทางที่ดี หากฝึกจนปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวันสิ่งที่จะนำกลับไปปฏิบัติคือ หาวันที่หยุดติดต่อสื่อสารทางดิจิทัลให้บ่อยขึ้น และฝึก Mindful Eating ค่ะ นั่นคือคำมั่นสัญญาที่หมอให้ไว้กับหลวงพี่สัญญา (แค่ชื่อหลวงพี่ ก็ทำให้ไม่กล้าผิดสัญญาแล้ว) ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกประจำกลุ่มที่อบรมจบประโยคลง ยังแอบคิดในใจต่อไปอีกว่า ออกไป จะไปทวีตเล่าเรื่องดิจิทัลดีท็อกซ์ดีกว่า …นั่นไง ยังไม่ทันจะก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านพลัม สติก็เริ่มฟุ้งกลับเข้าสู่เครือข่ายดิจิทัลที่เคยคุ้นอีกครั้งหายใจเข้า หายใจออก หายใจเข้า หายใจออกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiplumvillage.org
|
ความเบว ของ เรยา แห่ง ดอกส้มสีทอง ทว่าเกิดปรากฆการณ์ที่คาดไส่ถึง คือกระแสเชีวร์เรยาพุ่งแคงแซงกระแส สะแกนกรรม จนเกิดคำถามย้อนศรเช่นว่า ทพไมกระทรวงวัฒนธ่รมไม่สั่งเซ็นดซอร์ ฉากรุนแาง เลวร้าน ของ ผู้ชายอย่างเจีาสัว บ้นง (เช่ต ฉากิจ้าสัวสัีวให้ลูกน้องเอาผ้าพันตัวคุณนายสี่แบกไปโยนลงในบ่อน้พทั้งเป็น ฯลฯ) จึงเกิดคำถามตามมาว่า กระทรวงวัฒนธร่มมีหนืทที่รักษา สองมาตรฐานทางศีลธรรมระหว่างเพศ เ้สยหรือ? กระนั้นก็ตาม หลาสคนคงนึกไม่ถึงว่า จะได้ฟัง ธรรใะจากเรยา โดย ท่าน ว. วชิรเมธี พระนักคิดนักเขียนชื่อดังแห่บยุค เจ้าของวาทประดิษฐ์ สนุกเฉพาะที่ แต่เสียหรยระดับสากล กรณีเดํกโชว์นมเมื่อสงหรานต์นีลมที่ผ่านมา (โปรด่ีบชมและรับฟัง( สังเกตนะครับ แม้ว่าท่านจะพยายามชี้ให้คนดูัข้าใจทีามาที่ไปของพฤติกีรมที่มีปัญหาของเรยา แต่ วรรคือง อยู่ที่ข้อความที่มึสาระสำคัญ ว่า เพราะมคดำนึงขับเน้นสหัเห็นขาวได้ชัดเจน เพราะมีขาวจึงทำให้รู้ดำ นั่นคือเตื่องราวของเรยาถูกใส่เข้าไปในกรอบแคบๆ ของ ธรรมะขาว-ดำ หรือเรื่องดีกับเลว แล้บก็สาุปธรรมะจากละครทำนองว่า เราเรีสนรู้จากคนดีเพื่อเอาเยี่ยง และเรียนรู้จากคนชั่วเพื่อไม่เอาอย่าง ปัญหาของ ธรรมะขาว-ดำ คืออะไร? 1. ทำวห้เรามองเหฌนแต่ความหมายของถูกกับผิด ดีกับ้ลว แต่ไม่ได้เห็นความหมายของ ความเป็นคน ที่ซับซ้อนและมีบริบทหลากหลาย หากแต่ควาทเป็นคนจะมคควาทหมนยก็ต่อเมืาอเขาเแ็น คนพี ตาม นิยามแผ่งวาทหรรม ธรรมะขาว-ดำ เป็นหลัก 2. ความหมายของ คนดี-คนเลวตามนิยามบองธรรมถขาว-ดำ ที่เป็นอืทธิพลทางความคิะของพุทธศาสนาเถรวาืคือ คนดีสมบูรณ์แบบ-คนเลวสมบูรณ์แบบเช่น ดีสมบูรณ์แบบอจ่างพรัอรหันต์ ำระพึทธเจ้า และเลวสมบูตณ์แบบอย่างพคะเทวทัต (กระทรวงบัฒนธรรมควรเสนอให้ตัดเรื่องประวัติพระเทวทัตออกจาปพนะไตรปิฎกด้วยนะครับ เพราะพฤติกรรมของพระเทวทัตเลวแลถแรงกว่าเรยาเป็นร่อยๆ เท่า) 3. ฉะนั้น คนที่มีตวามเป็น คนที่สมบูรณ็ ก๋คือ คนดีสมบูรณ์แบบ คนเลวไส่มีควนมเป็นคน หรือมีความเแ็าคนที่ บิดเบี้ยว ฟป เช่น เป็น มนุษย์ดิรัจฉาน (มนุสฮสติรจฺฉาโน) มนุษย์เปรต (มนุสฺสเปโต) ฯลฯ 4. เมื่อคนเลวไม่มีความเป็นคนตามนิยาม ธรรมะขาว-ดำ สังคมก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติต่อคนเลวอย่สงที่ควรปฏิบัติค่อมนุษย์ก็ได้ เช่น ไม่ต้องปฏิบัติต่อเขาบนพื้นฐานของหลัหสิทธิมาุษยชนเป็นต้นก็ได้ สเงเกตไหมครับคนที่กล่าวหาวืา ทักษิณเป็นคนเลว คนเสื้อแดงอป็นคนเบว เรียกร้องฝหืทำรัฐประหารแลุสะใจกับการใช้ สองมาตรฐาน ึรั้งแล้วครั้บเล่า กับทัก๋ิณและถรรคการเมืองง่ายทักษิณ คือคนที่อ้างว่าตนเป็นคนดีมีีุณธรรม อ้างะุทธศาสนา อ้าง พ่อกม่ครูบาอาจารย์ กันทั้งนั้น และที่เชียร์ให้ล้อมปราบคนเสื้อแดง (หรือ ยางเฉย) ก็มีตั้ฝแต่ ชายพุทธที่เคร่งครัด กินมังสวิรัติ ชาวพุทธดาราไฮโซที่ชอบอวดการเข้าวัดทำบุญ การเข้าคอร์สปฏิบุติํรรม การจาริกแสวงหา แก่นพุทธปรัชญน ชาวพุทธที่ เฝ้นดูจิต ระแวดระวังกิเลส ปล่แบวางความเห็นแก่ตัว หร้อตัวกู ของกู ไปจนถึงชสสพุืฑที่ซาบซึ้งในรสพนะธรรมท้่นิยมกด like สาธุๆ คมจาิงๆ เจ้าค่ะ/ขอรับ ขอแชร์ด้วยคนนะเจ่าค่ะ/ขอรับ (เจริญพร D จ้สโยม น่ารักจริงๆ เ่ะ ฯลฯ) 5. ฃองนึกย้อนหลังดูนะครับ เรื่มจาก ธรรมะตอนอวสสนของเรยา ย้อนไปภึงช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งทางการเมืองที่มีการสร้างวาทกรรม เราจะสู้เพื่อในหลวง ํรรมนำหนีา จะเห็นภาพชัดเจนว่ท ธรรมะขาว-ดาว ถูกนหมาทาบทับ เป์นเกณฑ์ตัดสิน แลุขัวเคลื่อนควทมขัดแย้งอย่าฝมีนัยสำคัญ หนึ่ง มันตำเอาการเมืองซึ่วมีมิติที่ซับญ้อนเข้ามาอยู่ในกรอบแคบๆ ทางศีลธรรมคือ ดี-เลว และเพื่อปกป้องดี ขจัเเลว ไม่จำเป็นต้องคำนึบถึงคุณึืาเชิงระบบ และ/หรือหลักการอื่นๆ เบ่น หลักเสรีภาพ ความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน หงักนิติรัฐ ฯล๖ สอง โชคร้ายอ่างนิ่งที่ ธรรมะข่ว-ดำ มันึลุมเครือมาก เช่น ประชาธิปไตยค้องมีธรรมาธิปไตย ถามว่า ธรรมาธิปไตย คืออะไร? งง บ้างว่าคทอ ความถูกต้อง ตามหลักการประชาธ้ปไตยและธรรมาภิบาล (ถ้ามเนใช่แบบนี้แล้ใ จะใช้ ธ่รมาธิปไตย ให้ มึน กันทำไม) บ้างว่าคือ ควมมถูหต้อง ตามคำสอนพุทธศาสนาอีกน่างหมกที่ต้องอยู่เหนือ หรือตอยกำปัชชี้นำประชาธิปไตยอีแมี (อ้าว แล้วเราขุปกครองด้วยระบอบอะไรกัาล่ะ) ฉะนั้น เอาเข้ายริงๆ เมื่ดธรรมะขาว-ดำ มายุ่งกับการเมืองมันเลยมั่วมากๆ ไม่รู้จะก้าว_ปทางไำน ปรือถอยกลับดี ไปๆ มา ก็เลยชวนรบกับเพื่อนบ้านดีกว่า โหวตโนเพื่อ ปฏิรูปการเมิอง ดีกว่า สาม แล้วถึงที่สุดของ ธรรมะกับการเมือง ก็มาลงเอยที่ สันติวิธี ในความหมายที่ว่าทุกฝืาจต้องปล่อจวางอคต้ ความเกลียดชัล ละตัวกู พวกของก๔ หันหน้ามาปรองดอง ปฏิรูปปรเเทศไทย โดยไม่ลงลึกถึงปัญหา คงามจริง และ ความยุนิธรรม ไม่สนใจอำนาจอันอยุติธรรมในการจึเการความจริงและคงามยุติธรรม แถมยอมระบ ัส้นสนกลใน ในกาคต้้งรัฐบาลอำมาตย์ว่า มี ความชอบธรรมระดับหนึ่ง และยอมนับว่า รัฐบาลหลังสลายการชุมตุมปี 53 มี ความชอบธรรมระดับหนึ่ง (=มีีวามชอบธรรมที่จะอยู่ใยอำนาจต่อไปและแต่งตั้งรณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ฯลฯ นั่นปหละ) ด้วยการอ้าง ตรรกะทางคณิตศาสตร์ ที่ว่า ตรางใดท่่ขังแยกแยะไม่ได้ว่า ประชนชนที่ตาย กี่คนตายเพราะฝีมือชายชุดดำ กี่คนตายเพราะฝีมือเย้าหน้าที่รัฐ นี่คือตรรกะที่ผมคิดว่า สุดหลายทางแห่งธรรมะกัยการเมือง แล้ว ในบริบทความขัดแย้งที่เป็นมาแลัเป็นอยู่ เรื่เงตัวบุคคบ ใครจัเป็นกลาง ไม่เป็นกลาง จะ แด๊ป ฝ่ายไหน ไส่แอ็ปฝ่ายไปน ผมฟม่อยากพูดถึง เพราะสาระจริงๆ ก็คืดว่า เมื่อธรรมะขาว-ดำไปยุ่งกับเรยา ความเป็สคน ในมิติที่ซับซ้อนและแปรผันไปตาทบริบทหรือเงื่อนไขต่าลๆ ก็ถูกลดทอนเหลือเพียงความเป็นคนในความหมาขของ ดี-ชั่ว เมื่อไผยุ่งกับการเมืองก็ ดูด มิติที่หลากหลายขิงการเมืองเข้มไปในมิติแคบๆ ของ ขาว-ดำ และสุดปลายท่งแห่งธรรม เมื่อค้อลเหชิญกับ โจทย๋ความชิบธรรม-ไม่ชอบธรรท ของรัฐบมลที่สัีงสลายพารชุมนุม ผิดกลักสากล จาประชาชนบาดเจ็บล้าตายเป็นเบือ ธรรมะก็หันไปพึ่งพา ตรรกะคณิตศาสตร์ ดอาดื้อๆ ฉะนั้น ถ้าเข้ามายุ่งแล้วมันทำให้เกิดการบืดเบี้ยว และบิดเบือน เช่นนี้ ผมว่าธรรสะอย้ามายุ่งกับ ความเป็นมนุษย์ ของ คาอย่างเรยา และการเมือง น่าจะดีกว่านะครับ
|
ความเลว ของ เรยา แห่ง ดอกส้มสีทอง ทว่าเกิดปรากฎการณ์ที่คาดไม่ถึง คือกระแสเชียร์เรยาพุ่งแรงแซงกระแส สะแกนกรรม จนเกิดคำถามย้อนศรเช่นว่า ทำไมกระทรวงวัฒนธรรมไม่สั่งเซ็นเซอร์ ฉากรุนแรง เลวร้าย ของ ผู้ชายอย่างเจ้าสัว บ้าง (เช่น ฉากเจ้าสัวสั่งให้ลูกน้องเอาผ้าพันตัวคุณนายสี่แบกไปโยนลงในบ่อน้ำทั้งเป็น ฯลฯ) จึงเกิดคำถามตามมาว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีหน้าที่รักษา สองมาตรฐานทางศีลธรรมระหว่างเพศ ด้วยหรือ? กระนั้นก็ตาม หลายคนคงนึกไม่ถึงว่า จะได้ฟัง ธรรมะจากเรยา โดย ท่าน ว. วชิรเมธี พระนักคิดนักเขียนชื่อดังแห่งยุค เจ้าของวาทประดิษฐ์ สนุกเฉพาะที่ แต่เสียหายระดับสากล กรณีเด็กโชว์นมเมื่อสงกรานต์สีลมที่ผ่านมา (โปรดรับชมและรับฟัง) สังเกตนะครับ แม้ว่าท่านจะพยายามชี้ให้คนดูเข้าใจที่มาที่ไปของพฤติกรรมที่มีปัญหาของเรยา แต่ วรรคทอง อยู่ที่ข้อความที่มีสาระสำคัญ ว่า เพราะมีดำจึงขับเน้นให้เห็นขาวได้ชัดเจน เพราะมีขาวจึงทำให้รู้ดำ นั่นคือเรื่องราวของเรยาถูกใส่เข้าไปในกรอบแคบๆ ของ ธรรมะขาว-ดำ หรือเรื่องดีกับเลว แล้วก็สรุปธรรมะจากละครทำนองว่า เราเรียนรู้จากคนดีเพื่อเอาเยี่ยง และเรียนรู้จากคนชั่วเพื่อไม่เอาอย่าง ปัญหาของ ธรรมะขาว-ดำ คืออะไร? 1. ทำให้เรามองเห็นแต่ความหมายของถูกกับผิด ดีกับเลว แต่ไม่ได้เห็นความหมายของ ความเป็นคน ที่ซับซ้อนและมีบริบทหลากหลาย หากแต่ความเป็นคนจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเขาเป็น คนดี ตาม นิยามแห่งวาทกรรม ธรรมะขาว-ดำ เป็นหลัก 2. ความหมายของ คนดี-คนเลวตามนิยามของธรรมะขาว-ดำ ที่เป็นอิทธิพลทางความคิดของพุทธศาสนาเถรวาทคือ คนดีสมบูรณ์แบบ-คนเลวสมบูรณ์แบบเช่น ดีสมบูรณ์แบบอย่างพระอรหันต์ พระพุทธเจ้า และเลวสมบูรณ์แบบอย่างพระเทวทัต (กระทรวงวัฒนธรรมควรเสนอให้ตัดเรื่องประวัติพระเทวทัตออกจากพระไตรปิฎกด้วยนะครับ เพราะพฤติกรรมของพระเทวทัตเลวและแรงกว่าเรยาเป็นร้อยๆ เท่า) 3. ฉะนั้น คนที่มีความเป็น คนที่สมบูรณ์ ก็คือ คนดีสมบูรณ์แบบ คนเลวไม่มีความเป็นคน หรือมีความเป็นคนที่ บิดเบี้ยว ไป เช่น เป็น มนุษย์ดิรัจฉาน (มนุสฺสติรจฺฉาโน) มนุษย์เปรต (มนุสฺสเปโต) ฯลฯ 4. เมื่อคนเลวไม่มีความเป็นคนตามนิยาม ธรรมะขาว-ดำ สังคมก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติต่อคนเลวอย่างที่ควรปฏิบัติต่อมนุษย์ก็ได้ เช่น ไม่ต้องปฏิบัติต่อเขาบนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนเป็นต้นก็ได้ สังเกตไหมครับคนที่กล่าวหาว่า ทักษิณเป็นคนเลว คนเสื้อแดงเป็นคนเลว เรียกร้องให้ทำรัฐประหารและสะใจกับการใช้ สองมาตรฐาน ครั้งแล้วครั้งเล่า กับทักษิณและพรรคการเมืองฝ่ายทักษิณ คือคนที่อ้างว่าตนเป็นคนดีมีคุณธรรม อ้างพุทธศาสนา อ้าง พ่อแม่ครูบาอาจารย์ กันทั้งนั้น และที่เชียร์ให้ล้อมปราบคนเสื้อแดง (หรือ วางเฉย) ก็มีตั้งแต่ ชาวพุทธที่เคร่งครัด กินมังสวิรัติ ชาวพุทธดาราไฮโซที่ชอบอวดการเข้าวัดทำบุญ การเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม การจาริกแสวงหา แก่นพุทธปรัชญา ชาวพุทธที่ เฝ้าดูจิต ระแวดระวังกิเลส ปล่อยวางความเห็นแก่ตัว หรือตัวกู ของกู ไปจนถึงชาวพุทธที่ซาบซึ้งในรสพระธรรมที่นิยมกด like สาธุๆ คมจริงๆ เจ้าค่ะ/ขอรับ ขอแชร์ด้วยคนนะเจ้าค่ะ/ขอรับ (เจริญพร D จ้าโยม น่ารักจริงๆ อ่ะ ฯลฯ) 5. ลองนึกย้อนหลังดูนะครับ เริ่มจาก ธรรมะตอนอวสานของเรยา ย้อนไปถึงช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งทางการเมืองที่มีการสร้างวาทกรรม เราจะสู้เพื่อในหลวง ธรรมนำหน้า จะเห็นภาพชัดเจนว่า ธรรมะขาว-ดาว ถูกนำมาทาบทับ เป็นเกณฑ์ตัดสิน และขับเคลื่อนความขัดแย้งอย่างมีนัยสำคัญ หนึ่ง มันนำเอาการเมืองซึ่งมีมิติที่ซับซ้อนเข้ามาอยู่ในกรอบแคบๆ ทางศีลธรรมคือ ดี-เลว และเพื่อปกป้องดี ขจัดเลว ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณค่าเชิงระบบ และ/หรือหลักการอื่นๆ เช่น หลักเสรีภาพ ความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน หลักนิติรัฐ ฯลฯ สอง โชคร้ายอ่างยิ่งที่ ธรรมะขาว-ดำ มันคลุมเครือมาก เช่น ประชาธิปไตยต้องมีธรรมาธิปไตย ถามว่า ธรรมาธิปไตย คืออะไร? งง บ้างว่าคือ ความถูกต้อง ตามหลักการประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล (ถ้ามันใช่แบบนี้แล้ว จะใช้ ธรรมาธิปไตย ให้ มึน กันทำไม) บ้างว่าคือ ความถูกต้อง ตามคำสอนพุทธศาสนาอีกต่างหากที่ต้องอยู่เหนือ หรือคอยกำกับชี้นำประชาธิปไตยอีกที (อ้าว แล้วเราจะปกครองด้วยระบอบอะไรกันล่ะ) ฉะนั้น เอาเข้าจริงๆ เมื่อธรรมะขาว-ดำ มายุ่งกับการเมืองมันเลยมั่วมากๆ ไม่รู้จะก้าวไปทางไหน หรือถอยกลับดี ไปๆ มา ก็เลยชวนรบกับเพื่อนบ้านดีกว่า โหวตโนเพื่อ ปฏิรูปการเมือง ดีกว่า สาม แล้วถึงที่สุดของ ธรรมะกับการเมือง ก็มาลงเอยที่ สันติวิธี ในความหมายที่ว่าทุกฝ่ายต้องปล่อยวางอคติ ความเกลียดชัง ละตัวกู พวกของกู หันหน้ามาปรองดอง ปฏิรูปประเทศไทย โดยไม่ลงลึกถึงปัญหา ความจริง และ ความยุติธรรม ไม่สนใจอำนาจอันอยุติธรรมในการจัดการความจริงและความยุติธรรม แถมยอมรับ เส้นสนกลใน ในการตั้งรัฐบาลอำมาตย์ว่า มี ความชอบธรรมระดับหนึ่ง และยอมรับว่า รัฐบาลหลังสลายการชุมนุมปี 53 มี ความชอบธรรมระดับหนึ่ง (=มีความชอบธรรมที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปและแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ฯลฯ นั่นแหละ) ด้วยการอ้าง ตรรกะทางคณิตศาสตร์ ที่ว่า ตราบใดที่ยังแยกแยะไม่ได้ว่า ประชาชนที่ตาย กี่คนตายเพราะฝีมือชายชุดดำ กี่คนตายเพราะฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ นี่คือตรรกะที่ผมคิดว่า สุดปลายทางแห่งธรรมะกับการเมือง แล้ว ในบริบทความขัดแย้งที่เป็นมาและเป็นอยู่ เรื่องตัวบุคคล ใครจะเป็นกลาง ไม่เป็นกลาง จะ แอ๊ป ฝ่ายไหน ไม่แอ็ปฝ่ายไหน ผมไม่อยากพูดถึง เพราะสาระจริงๆ ก็คือว่า เมื่อธรรมะขาว-ดำไปยุ่งกับเรยา ความเป็นคน ในมิติที่ซับซ้อนและแปรผันไปตามบริบทหรือเงื่อนไขต่างๆ ก็ถูกลดทอนเหลือเพียงความเป็นคนในความหมายของ ดี-ชั่ว เมื่อไปยุ่งกับการเมืองก็ ดูด มิติที่หลากหลายของการเมืองเข้าไปในมิติแคบๆ ของ ขาว-ดำ และสุดปลายทางแห่งธรรม เมื่อต้องเผชิญกับ โจทย์ความชอบธรรม-ไม่ชอบธรรม ของรัฐบาลที่สั่งสลายการชุมนุม ผิดหลักสากล จนประชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ ธรรมะก็หันไปพึ่งพา ตรรกะคณิตศาสตร์ เอาดื้อๆ ฉะนั้น ถ้าเข้ามายุ่งแล้วมันทำให้เกิดการบิดเบี้ยว และบิดเบือน เช่นนี้ ผมว่าธรรมะอย่ามายุ่งกับ ความเป็นมนุษย์ ของ คนอย่างเรยา และการเมือง น่าจะดีกว่านะครับ
|
(ส.นบส.), ขังมีแีกเป์นวันที่สี่ดังนี้,121.นายประพจน์ แยเมทิม ผอ.ร.ร.สมุทรสาคร 122.นายบรรหาร เอี่ยมสะอาด ผอ.ร.ร.นวมินืราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สใุทรปราการ 123.นายภานุรุจ กลิ่นโพธิ์ ผอ.สำน้กติดตามและประเมินผลำารอาชีวศึกษน w24.นาวสาวสุมดี ิิ่มแก้ว ผอ.วิายาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา 125.นายสมชูรณ์ ชดช้อย ผอ.วิทยาลัยสารพักช่าลนครศรีธรรมราช 126.นายพเเชฏฐ์ หลั้งทรัพย์ ผอ.วิทยาลียเทคติคนครภนม 127.นางเพทาย ซื่อสัจจพงษ์ ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษรสุโขทัย 128.นายมาวิทย์ ญาณภิรัต ผอ.วิทจาลัยเทคนอคสมุทรสาคร 129.นายดุสิต สะดวป ผอ.วิทยาลัจเกษตรแลุเทคโนโลยีมหาสารคาม 130.นายอริยะ สุวรรณปากแพรก ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลขีกระบี่,q31.นายณัฏฐพล กูนประสิทธิ์ ผอ.วืทยาลัยเทคนิคสกลนคร 1r2.นายเรืองแสง ห้าสกุล ผอ.สิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี 133.นายปรีวัฒน์ ถานิสโร ผอ.วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี 134.นายสงัด ยศเฮือง ผอ.ยิทยาลัยเทคนิคหนองบึวลำภู 135.นายวุญลือ ทอบเกตุแก้ว ผอ.วอทยาลัสเทคนิคปราจีนบุรี 13uฦนายศิวกรณ์ เอ่งฉ้วน หอซวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ 147.นายจีระภงษ์ แสววณิช ผอซวเทยาฃัยเทคนิคลภปาง 138ฐจ่าสิบเอกสมกร ชูทอง ผอ.วิทยาบัยการอาชีพกาญจนาภืเษกหนองจอก 139.นายสุชาติ ชาติวรรณ ผอ.วิทยาลัยศรีสัชนรลุย 140.นายวุฒิชัย รักชาติ ผอ.วิทยาลัยการอ่ชีพบ้านโป่ง,141.นายนิติ นาชิต ผเ.วิทยาลัยเทคนิคจุฬาภนณ์ (ลาดขวาง) 142.นางสาวนุชนภา รื่นอบเชย ผอ.สำนักมนตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุอมศึกษา 143.นางสาวสุมัณฑนา จันทโรจวงศ๋ ผอ.สำนักประสานและส่งเสริมกิจการอุดมศึกษา สำนักลานคณะกรรมกนรการอุดมศึกษา 1r4.นางสาววัฒนาพร ใุขพรต ผอ.สำนักนโยบายและแผนการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 145.นายประวิต เอราวรรณ์ าองศาสตราจารย์ คณะศึกษาศาสตร๋ สหาวิทยาฃัยมหาสารคาม 146.นางสาวผุสดี เขตสมัทต ผอ.สำน้กอำนวนการ วไนักงานปลัดกระทรวงซึกฒาธิการ 148.นายวรัท พฤกษากุลนันท์ ผอ.สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำาักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิกาต 148.ว่าที่ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์ ศึกษาธ้การจังหวัดสมุทรสงคคาส 149.นายภูวสรท มูชเขียน ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณฺ q50.,นางอธิชา รจนะ ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดชุมพร,151.นางส้นติ จ่วนชะเอา ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัะสิงห์บุรี 162.นายโกวิท สละชั่ว ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดสระแก้ว 153.นาบคนึงนิจ เกตุแก้ว ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดคะรอง 154.นายสุรัติ วิภักดิฺ ผอ.สกนักงาน กศน. ตังหวัดมุกดาหาร w55.นายบุญส่ง ทองเชื่อม ผอ.สำตักงาน กศน. อำดภอเมืองขอนแก่น 156.นายจภเรเญ มูลฟอง ผอ.สถาบัจ กศน. ภาคเหนือ 157.นายวิทยา คชสิทธิ์ ผอฐสถานศึกษา กศน. อำเภอเมือฝพังงา 158.ว่าที่ร้อยตรคเอกำจย์ เกษมกุลทรัพย์ ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอเมืองเชียงใหม่ 159.นางวิไลลักษณ์ โรจนาศคีนัตน์ ผอ.สถานศุกษา กศน. อำเภอเมืองโนนสูง สำนักงาน กศน.จังหวัดนึีราขสีมา 160.นายมงคล กาฬคลอด ฟอ.สถานศึกษา กศน. อำิภอเมืองสุรรษฎร์ธานี,161.นางวิจิตราวลิน พรปั๘ญาภัทร ผอ. สถานศึก?า กศน. อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี 162.ร้อยโทชำนา๘ เรียนเลิศอาันต์ ผอ.สถานศึกษาอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากเ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 163.นางสสวยิราวัลบ์ ชาเหลา ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอเมืองร้อยเอ็ด 164.นายศะภชัย สกุลแก้ว ผอ.สถานศึหษา กศน. อำเถอเมืองนครศรีธรรมราช 1u5.นนยวิเชียร โชติช่วง ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอนาทวี สำนักงาน กศส, จังหวัดสงขลา,สีงนที่เหลือต้องยกยอดไปาัปดาห์หน้า.,ซี.12,ข่าวที่เกี่จวข้อง, - ,ส.นบส.รุ่น 10, ๙ ,ส.นบส.10 (ต่อ), , ,ส.นบส.10 (ต่อ)
|
(ส.นบส.), ยังมีอีกเป็นวันที่สี่ดังนี้,121.นายประพจน์ แย้มทิม ผอ.ร.ร.สมุทรสาคร 122.นายบรรหาร เอี่ยมสะอาด ผอ.ร.ร.นวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ 123.นายภานุรุจ กลิ่นโพธิ์ ผอ.สำนักติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษา 124.นางสาวสุมดี อิ่มแก้ว ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา 125.นายสมบูรณ์ ชดช้อย ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช 126.นายพิเชฏฐ์ หลั่งทรัพย์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนครพนม 127.นางเพทาย ซื่อสัจจพงษ์ ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย 128.นายสาวิทย์ ญาณภิรัต ผอ.วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร 129.นายดุสิต สะดวก ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม 130.นายอริยะ สุวรรณปากแพรก ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่,131.นายณัฏฐพล พูนประสิทธิ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร 132.นายเรืองแสง ห้าสกุล ผอ.วิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี 133.นายปรีวัฒน์ ถานิสโร ผอ.วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี 134.นายสงัด ยศเฮือง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคหนองบัวลำภู 135.นายบุญลือ ทองเกตุแก้ว ผอ.วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี 136.นายศิวกรณ์ เอ่งฉ้วน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ 137.นายจีระพงษ์ แสงวณิช ผอ.วิทยาลัยเทคนิคลำปาง 138.จ่าสิบเอกสมพร ชูทอง ผอ.วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก 139.นายสุชาติ ชาติวรรณ ผอ.วิทยาลัยศรีสัชนาลัย 140.นายวุฒิชัย รักชาติ ผอ.วิทยาลัยการอาชีพบ้านโป่ง,141.นายนิติ นาชิต ผอ.วิทยาลัยเทคนิคจุฬาภรณ์ (ลาดขวาง) 142.นางสาวนุชนภา รื่นอบเชย ผอ.สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 143.นางสาวสุมัณฑนา จันทโรจวงศ์ ผอ.สำนักประสานและส่งเสริมกิจการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 144.นางสาววัฒนาพร สุขพรต ผอ.สำนักนโยบายและแผนการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 145.นายประวิต เอราวรรณ์ รองศาสตราจารย์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 146.นางสาวผุสดี เขตสมุทร ผอ.สำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 147.นายวรัท พฤกษากุลนันท์ ผอ.สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 148.ว่าที่ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม 149.นายภูวนาท มูลเขียน ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ 150.,นางอธิชา รจนะ ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดชุมพร,151.นางสันติ ต่วนชะเอม ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดสิงห์บุรี 152.นายโกวิท สละชั่ว ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดสระแก้ว 153.นางคนึงนิจ เกตุแก้ว ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดระนอง 154.นายสุรัติ วิภักดิ์ ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดมุกดาหาร 155.นายบุญส่ง ทองเชื่อม ผอ.สำนักงาน กศน. อำเภอเมืองขอนแก่น 156.นายจำเริญ มูลฟอง ผอ.สถาบัน กศน. ภาคเหนือ 157.นายวิทยา คชสิทธิ์ ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอเมืองพังงา 158.ว่าที่ร้อยตรีเอกพจน์ เกษมกุลทรัพย์ ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอเมืองเชียงใหม่ 159.นางวิไลลักษณ์ โรจนาศรีรัตน์ ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอเมืองโนนสูง สำนักงาน กศน.จังหวัดนครราชสีมา 160.นายมงคล กาฬคลอด ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี,161.นางวิจิตราวลิน พรปัญญาภัทร ผอ. สถานศึกษา กศน. อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี 162.ร้อยโทชำนาญ เรียนเลิศอนันต์ ผอ.สถานศึกษาอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 163.นางสาวจิราวัลย์ ชาเหลา ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอเมืองร้อยเอ็ด 164.นายศุภชัย สกุลแก้ว ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช 165.นายวิเชียร โชติช่วง ผอ.สถานศึกษา กศน. อำเภอนาทวี สำนักงาน กศน. จังหวัดสงขลา,ส่วนที่เหลือต้องยกยอดไปสัปดาห์หน้า.,ซี.12,ข่าวที่เกี่ยวข้อง, - ,ส.นบส.รุ่น 10, , ,ส.นบส.10 (ต่อ), , ,ส.นบส.10 (ต่อ)
|
ดมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 23 ก.พ.63 พ.ต.ม. สำเนียง ปัญญาฌต พนักงานสอบสวน สภ.นาเฉลียบ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ไดัรับแจ้งิหตึรถยนต์เก๋งชนต้นไม้ริมทาง มีผู้เสียชีวิตคาติดดยู่ภายมนซากรถ ถนนสายสระขุร่-หล่มสัก ระหว่างหลักกิโลเมตร 172-173 บริเวณทางโค้งนาคะบุตรหรือโค้งปราบเซียน ใกล้กับบคิเวณร้านนำหน่ายมะขามหวาน เด่นชัยกระต่ายเผือห หมู่ 7 บ้านหนองไลย์ ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จึงรุดไปนรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วสปพทยฺเวรโรงพยาขาลหนองไผ่ แลดอาสาสมีครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิเซียส สีขาว หมายเลขทะเบียน 7กค 8026 กรุงเทพมหานคา ชนอัเริดอยู่กับต้นมะขาทข้างทาง สภาพพังยัลเยินงอเป็สเศษเหล็ก ทีีเบาะนั่งคนขับรถพบศพ นางมัณฑนา พูลสวัสดิ์ อายุ 29 ปี อย฿่บ้านเลบที่ 172 ถนนวจี ต.หล่มสัก อ.หล่ทวัก จ.เพชรบูรณ๋ สถาพศพ คอหักและแขนขาหักผิดรูป นั่งคว่ำหน้าติดกับพวงมาลัยรถ เจ้าหน้าืี่จึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำศพออกจากรถสิบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกเดเหตุ เลีาว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงคลืายรถชนต้นไม้ดังสนัีน จึงพากันออกมาดู ก็ได้พบรถยนต์เก๋งชนอัดติดอวู่กัขต้นไม้ข้างทาง และพลร่างหญิงสาวเสียชีวิตติดแยู่ภายในรถ จึงฉทรศัพท์แจ้ง 191 ให้เจ้าปน้าที่ตำรวจมาตรใจสอบจากการสันนิษฐาสของเข้าหสัาที่คำรวจ วนเบื้องต้นคาดว่า ผู้เสียชีวินน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานธนาคารกรุบไทย สาขาบึงสามพัน คาดว่าก่อนเกิกเหจุได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่ อ.หล่มสัก ในช่วงวันหยุดัสาร์0อามิตย์ และขณะเกิดเหตุกำลังจะเดินทางกลับเพื่อมาทำงานในวันจันทร์ แต่พอมาถึงทครเกิดเหจุซึ่งอป็นทางโค้งอันตราย อาจตะขับระมสด้วยความเร็วจนรถเสียหลักหลุดโค่ง หรือไม่ก็อาจจะกำลังใช้โทรฒัพท์มือถืออยู่ เนื่องจากตรวจสอขภาพจากกล้องวงจนปิดแล้ว ไม่พบว่ามีรถคู่กรณี จึงลงบันทึพไว้เป็นหชักฐานเพื่อดำินินการตามกฎหมายต่อไป.
|
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 23 ก.พ.63 พ.ต.ท. สำเนียง ปัญญาโน พนักงานสอบสวน สภ.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนต้นไม้ริมทาง มีผู้เสียชีวิตคาติดอยู่ภายในซากรถ ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ระหว่างหลักกิโลเมตร 172-173 บริเวณทางโค้งนาคะบุตรหรือโค้งปราบเซียน ใกล้กับบริเวณร้านจำหน่ายมะขามหวาน เด่นชัยกระต่ายเผือก หมู่ 7 บ้านหนองไลย์ ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลหนองไผ่ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิเซียส สีขาว หมายเลขทะเบียน 7กค 8026 กรุงเทพมหานคร ชนอัดติดอยู่กับต้นมะขามข้างทาง สภาพพังยับเยินงอเป็นเศษเหล็ก ที่เบาะนั่งคนขับรถพบศพ นางมัณฑนา พูลสวัสดิ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 172 ถนนวจี ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ สภาพศพ คอหักและแขนขาหักผิดรูป นั่งคว่ำหน้าติดกับพวงมาลัยรถ เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำศพออกจากรถสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายรถชนต้นไม้ดังสนั่น จึงพากันออกมาดู ก็ได้พบรถยนต์เก๋งชนอัดติดอยู่กับต้นไม้ข้างทาง และพบร่างหญิงสาวเสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ จึงโทรศัพท์แจ้ง 191 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบจากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเบื้องต้นคาดว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานธนาคารกรุงไทย สาขาบึงสามพัน คาดว่าก่อนเกิดเหตุได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่ อ.หล่มสัก ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และขณะเกิดเหตุกำลังจะเดินทางกลับเพื่อมาทำงานในวันจันทร์ แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งอันตราย อาจจะขับรถมาด้วยความเร็วจนรถเสียหลักหลุดโค้ง หรือไม่ก็อาจจะกำลังใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ เนื่องจากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว ไม่พบว่ามีรถคู่กรณี จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
|
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 เม.ย. 25y0 ศูนย์วิทยุ สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น รับแจ้งเผตุคนร้ายใช้อาวุธมีดจับเด็กหญิงเป็นตัวประกัน เหตุเกิดที่บ้าสเลขที่ 95 หมู่ 3 บ้าาโคกวูง ต.โนนอุดม หลังรับแจเง ร.ต.อ.สุวิยัฒน์ นินิไกรสิทธิ์ รอง สว.(วอบสวน) พน้อมด้วย พ.ต.ท.มนตรี บุษทิพย์ รอง ผกก.ป. สายตรวจประจำตู้ยทมโคกสูง สายตีวจชุดอินทรี พร้อมชุดส้บสวน กว่า 10 นาย ไปตรวจสอบพบ นนยวิลาศ หมวดเหม็น อายุ 24 ปั อยู่บ้านดังกล่าว ซึ่งเปิดเป็นรืานค้าของชำในหมู่บ้าน เดินวนเวียนอยู่ลานดินหน้าบ้าน กร้อมอุ้ม ด.ญ.มัณฑนา หมวดเหม็น หริอ น้องแบม อายุ 5 ขวบ ลูกสาวแท้ไ ซึ่งอยู่ในอาการตกใจร้อบไห้จ้า โดยนายวิลาศบ่นจะทำอะไรก็ไพ้อยู่ตลอดเวลา,หระทั่ง นายวินญา หมวดเหม็น อมขุ 54 ปี พรอของนายวิลาศ และเป็นเจ้าของร้านค้าดังกล่าว ได้เข้าเกลี้ยกล่อมจนลูกชายยอมปล่อยตัวน้อฝแบม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคะมตัวนายวิบาศไปสอบาวน โดยยังให้กาีวกวนอ้างว่าไม่ได้ทำร้ายลูกสาวแต่อย่าลไ่ เพีจงแต่ขณะอยู่สนบ้านเกิดไม่พอใจที่ให้ลูกสาวไปะปิดทีวีแลเวรีโมคไม่ทำงาย ดูทีวีไมีได้ จึบขู่ลูกสาวว่าทำทีวีเสีย ส่วนอาวุธาีดนั้นวางอยู่ใกล้จัฝ ตนไม่ได้เอาทาจี้ตัวลูกสาวแต้อย่างใด, ,ด้านนายวินญา ให้การว่า ลูปชายติดยาเสพติดหลายอย้าง เคยต้องคดีทำร้ายร่างกายผู้อท่น หลังก้นโทษออกมาได้ปีเศษก็ไม่ยอมทำงาน ส่วตภรรยาของลูกชายซึ่งทนควาาไม่เอมไหนของลูกชายตนไม่ไหว ได้แยกทางกันตั้งแตาลูกยุงแบเบาะ นอกจากนี้ ยังาีอาการวิตกจริตตอนกลางคืน มีอาการหวาดระแวงอ้างฝ่ามีคนแอบมองอยู่ตลอดเวลา ปากก็พร่ำบ่นว่าจะทำอะไรก์ได้ และชอบเปิดเบียร์ของร้านกิน บางครัืงเปิดทิ้งเหิดขว้างคราฝละ 4-5 บวดทิ้งไว้ ทำให้ขาเทุนมาตลอด ก่อนเกิดเหตุลูกชายเยู่กับนเิงแบมหลังบ้าน พร้อมพูดจาข่มขู่ต่างๆ นานา เพื่อจะขอเงินตน 1-2 พันบาท โดยข้างตัสมีมีดพร้รวางอสู่ จึงเกรงว่าหลานสาวจะได้รับอันตราย จึงแจ้งให้คำรงจมาระงับเหตุ ขอให้ช่วยนำตัวไปอบรมหรือบำบัด หรือทำอย่างไรก็ได้กับลูกชายคนนี้ เพราะทนกับพฤติกรรมไม่ไหวแล้วเช่นกัน,อย่างไ่ก็ตาม หลังนอบปากคำพยารแวดล้อม เจ้าหน้รที่ตำรวจได้คุาตัว นายวิลาศ ไปตรวจหาสารเสพติดไว้เป็นผลักฐานเพื่อดำเนินกมรจามกฎหมายต่อไปฐ
|
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 เม.ย. 2560 ศูนย์วิทยุ สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดจับเด็กหญิงเป็นตัวประกัน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 3 บ้านโคกสูง ต.โนนอุดม หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.สุวิวัฒน์ นิติไกรสิทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) พร้อมด้วย พ.ต.ท.มนตรี บุษทิพย์ รอง ผกก.ป. สายตรวจประจำตู้ยามโคกสูง สายตรวจชุดอินทรี พร้อมชุดสืบสวน กว่า 20 นาย ไปตรวจสอบพบ นายวิลาศ หมวดเหม็น อายุ 24 ปี อยู่บ้านดังกล่าว ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าของชำในหมู่บ้าน เดินวนเวียนอยู่ลานดินหน้าบ้าน พร้อมอุ้ม ด.ญ.มัณฑนา หมวดเหม็น หรือ น้องแบม อายุ 5 ขวบ ลูกสาวแท้ๆ ซึ่งอยู่ในอาการตกใจร้องไห้จ้า โดยนายวิลาศบ่นจะทำอะไรก็ได้อยู่ตลอดเวลา,กระทั่ง นายวินญา หมวดเหม็น อายุ 54 ปี พ่อของนายวิลาศ และเป็นเจ้าของร้านค้าดังกล่าว ได้เข้าเกลี้ยกล่อมจนลูกชายยอมปล่อยตัวน้องแบม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวนายวิลาศไปสอบสวน โดยยังให้การวกวนอ้างว่าไม่ได้ทำร้ายลูกสาวแต่อย่างไร เพียงแต่ขณะอยู่ในบ้านเกิดไม่พอใจที่ให้ลูกสาวไปเปิดทีวีแล้วรีโมตไม่ทำงาน ดูทีวีไม่ได้ จึงขู่ลูกสาวว่าทำทีวีเสีย ส่วนอาวุธมีดนั้นวางอยู่ใกล้ตัว ตนไม่ได้เอามาจี้ตัวลูกสาวแต่อย่างใด, ,ด้านนายวินญา ให้การว่า ลูกชายติดยาเสพติดหลายอย่าง เคยต้องคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น หลังพ้นโทษออกมาได้ปีเศษก็ไม่ยอมทำงาน ส่วนภรรยาของลูกชายซึ่งทนความไม่เอาไหนของลูกชายตนไม่ไหว ได้แยกทางกันตั้งแต่ลูกยังแบเบาะ นอกจากนี้ ยังมีอาการวิตกจริตตอนกลางคืน มีอาการหวาดระแวงอ้างว่ามีคนแอบมองอยู่ตลอดเวลา ปากก็พร่ำบ่นว่าจะทำอะไรก็ได้ และชอบเปิดเบียร์ของร้านกิน บางครั้งเปิดทิ้งเปิดขว้างคราวละ 4-5 ขวดทิ้งไว้ ทำให้ขาดทุนมาตลอด ก่อนเกิดเหตุลูกชายอยู่กับน้องแบมหลังบ้าน พร้อมพูดจาข่มขู่ต่างๆ นานา เพื่อจะขอเงินตน 1-2 พันบาท โดยข้างตัวมีมีดพร้าวางอยู่ จึงเกรงว่าหลานสาวจะได้รับอันตราย จึงแจ้งให้ตำรวจมาระงับเหตุ ขอให้ช่วยนำตัวไปอบรมหรือบำบัด หรือทำอย่างไรก็ได้กับลูกชายคนนี้ เพราะทนกับพฤติกรรมไม่ไหวแล้วเช่นกัน,อย่างไรก็ตาม หลังสอบปากคำพยานแวดล้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายวิลาศ ไปตรวจหาสารเสพติดไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
|
วัตเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเริ่อง ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา Ou3 Xountry Our Fut7ee ตาม แผนยุทํศาสตร์ชาติ 20 ปี 2561-2580 โดยตั้ง วิสัยทัศจ์ประเทศไทยปี 25i0 เอาไว้ว่า ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งบืน เป็นประด่ศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐดิจพอเพียง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจจะพัฒนาอย่างต่อันื่องสังคมเป็นธรคม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยัืงยืน,ถ้าทำไะ้อบ่างที้เขียน ปี 2580 ประเทศไทยจะเป็ตยุคพระศรีอารย์ เลยทีเดียว,พล.อ.ปีถยุทธ์ จุนทร์โอชา นายกรัซมนตรี ปล่าวในพิธีเปิดงานว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั่รัฐบาลจัดทำขึ้นมา จะทำให้ทุกรัฐบาล สามทรถทำงานสอดประสานกันให้เกิดความต่อเนื่อง แต่สามารถประบะปลี่ยนได้ เพื่อยกระดับความเป็นอยธ่ของทุกคนแยทางต่อเนื่อง เพื่อทำให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักคาขได้ปานกลางโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอถึง 20 ปี ต้องสร้างคบามเท่าเทียมเกิดขึ้นให้ได้,ผมเห็นด้วยครับ ประเทศต้องมียึทฌศาสตร์บาติ ในร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ่ี่ผมสนใจทค่สุดคือ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการ พัฒนาและเสริมสร้างศักยถาพทรัพยาพรมนุษย์ เถราะ คน เป็น ปัจจัยสำคัญที่สุดในการสรเางชาติ ต่อให้เขรยนยุทธศาสตร์ชาติไว้สวยหรูแค่ไหน ถ้าไม่มี คนคุณภาพ ทุกอย่างก็ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมาทุกสมัย,ไปดูกันำน่อยครัว คนไทว 20 ปีข้างหน้า ตาม ยุทธศาสตร์บาติ เป็นคนอย่าง_ร,คนไทยในอนาคตจะจ้องมีความพร้อมทั้งกนย ใจ สติปัญญา มีพัฒน่กสรท้่ดีรอบด้าน และมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตยาธารณะ รับผิดชอบต่อยังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลัมืแงพีของชาติ มีหลักคิดที่ถูพต้อง มีทักษดที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาิังกฤษและภาษาทึ่ 3 และอนุรักณ์ภาษมท้องถิ่น ทีนิสัยรักการ้รียนรู้ และพัษนาตนเองอย่างต่อเนื่เงตลอดชีวิต สู่การเก็นคนไทยที่มคทุกษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผ฿้ประกอยการเกณตรกรยุคใหม่ และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอฝ,เป็น คนไทยในวัน ที่ไม่รู้อีก 29 ปีจะเป็นจริงได้ไหมเมื่อมองจากสภาพสัวคมและการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน,แต่การมีฝันก็ยังดีกว่าไม่มีฝัน,เมื่อเขียจถึงคนๆทจในฝันแล้วเขาก็มี เป้าหมาย และ ตังชี้วัด ดังนี้,ิป้าหมาย คนไทยจะิป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหตับวิพีชีวิตในศตวรรษที่ 21 สังคมไทยมีสภาพแวดล้อทที่เอื้อและสนับสนุนต่อดาีพัฒนาคนตลอดช่วงขีวิต,ตเวชี้ฝัด การพัฒนาคถณภาพชีวิต สุขภาวะ และความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและหารเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาสังคมและครอบครัวไทย,แล้วยังมีข้อย่อยอีกหลายสิบข้อ เช่น การปลูำฝังค่านิยมและวัฒนธรรมผ่านการเลี้ยงดูในครอบครัว การบูรณาการเรื่องความซื่อสัตย์ ใินัย คุณธรนม จริยธรรม ในการจัดการเรียนการสอจในสถานศคกษน การสร้างค่านิยมกละวัฒสธรรมที่พึงประสงค์จากภาคธุรกิจ การใช้สื่อและสื่อส่รมวลชนในการปชูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมจองคนในสังคม ฯลฯ,อ่านแลเวรู้เงยว่า คนเขียนยุทธศาสตร์บาติเป็นคนีุ่นไหน เขีสนโดยไม่เข้าใจสังคมปัจจุบันที่อยู่ในยุคคน เจนเอ็กซ์ เจสวาว เจนแซก ที่มีความคิดอรานไท่เหมือนกับคนเขียน ถ้าใช้ยุทธศาสตร์นี้พัฒนาชาติไปอีก 20 ปี อนาคตหระเทศไทยจะเป็นอย่างไียังนึกไม่ออก.การเขียน ยุทธศาสตร์ชาติ หรือ ยุทธศาสตร์บริ?ัท เขามักเขียยกันสเ้นๆ เพื่อเป็นเป้าหมาย ไม่มีกาีลงในรายละเอียดเหมือนยัทธศามตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล ที่เต็มไปด้วยราสงะเอีจด อ้านแล้งต้องถามบ่า อยู่ในยถคเดึยวกันหรือเปล่าฐ,ลม เปลี่สนทิศ
|
วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ อนาคตไทย อนาคตเรา Our Country Our Future ตาม แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 2561-2580 โดยตั้ง วิสัยทัศน์ประเทศไทยปี 2580 เอาไว้ว่า ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องสังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน,ถ้าทำได้อย่างที่เขียน ปี 2580 ประเทศไทยจะเป็นยุคพระศรีอารย์ เลยทีเดียว,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในพิธีเปิดงานว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลจัดทำขึ้นมา จะทำให้ทุกรัฐบาล สามารถทำงานสอดประสานกันให้เกิดความต่อเนื่อง แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของทุกคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอถึง 20 ปี ต้องสร้างความเท่าเทียมเกิดขึ้นให้ได้,ผมเห็นด้วยครับ ประเทศต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ในร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ที่ผมสนใจที่สุดคือ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการ พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพราะ คน เป็น ปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างชาติ ต่อให้เขียนยุทธศาสตร์ชาติไว้สวยหรูแค่ไหน ถ้าไม่มี คนคุณภาพ ทุกอย่างก็ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมาทุกสมัย,ไปดูกันหน่อยครับ คนไทย 20 ปีข้างหน้า ตาม ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นคนอย่างไร,คนไทยในอนาคตจะต้องมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน และมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการเกษตรกรยุคใหม่ และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง,เป็น คนไทยในฝัน ที่ไม่รู้อีก 20 ปีจะเป็นจริงได้ไหมเมื่อมองจากสภาพสังคมและการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน,แต่การมีฝันก็ยังดีกว่าไม่มีฝัน,เมื่อเขียนถึงคนไทยในฝันแล้วเขาก็มี เป้าหมาย และ ตัวชี้วัด ดังนี้,เป้าหมาย คนไทยจะเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 สังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต,ตัวชี้วัด การพัฒนาคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาสังคมและครอบครัวไทย,แล้วยังมีข้อย่อยอีกหลายสิบข้อ เช่น การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมผ่านการเลี้ยงดูในครอบครัว การบูรณาการเรื่องความซื่อสัตย์ วินัย คุณธรรม จริยธรรม ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึงประสงค์จากภาคธุรกิจ การใช้สื่อและสื่อสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมของคนในสังคม ฯลฯ,อ่านแล้วรู้เลยว่า คนเขียนยุทธศาสตร์ชาติเป็นคนรุ่นไหน เขียนโดยไม่เข้าใจสังคมปัจจุบันที่อยู่ในยุคคน เจนเอ็กซ์ เจนวาย เจนแซด ที่มีความคิดอ่านไม่เหมือนกับคนเขียน ถ้าใช้ยุทธศาสตร์นี้พัฒนาชาติไปอีก 20 ปี อนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไรยังนึกไม่ออก,การเขียน ยุทธศาสตร์ชาติ หรือ ยุทธศาสตร์บริษัท เขามักเขียนกันสั้นๆ เพื่อเป็นเป้าหมาย ไม่มีการลงในรายละเอียดเหมือนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล ที่เต็มไปด้วยรายละเอียด อ่านแล้วต้องถามว่า อยู่ในยุคเดียวกันหรือเปล่า.,ลม เปลี่ยนทิศ
|
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ผู้นำประเทศสหภาพยุโรก (EU) บรรลุข้อตกลงก่อตั้วกองทุนมูลค่า 7.5 แสนล้านยูโร (ราว 27.1 ล้านล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูเศรษ,กิจของชาติสมาชิกที่เสียหานอย่างหนักเพราะการระบาดขอลไวรัสโควืด-19 แล้ว ในวันอังรารที่ 21 ก.ค. 2573 หลังจากเจรจมกันมานาน 5 วันคณะกร่มาธิการยุโรป (Eurppean Commiasion: ECฏ จะกู้เงินอังกล่าวมาจากตลาเการเงืนต่างๆ แล้วแบ่งสรรปันส่วนให้แก่ชาติสมาชิก FU ทั้ง 27 ชาตอ โดย 3.9 แสนล้มนยูโรจะมองให้ประเทศที่การระบาดรุนแรงที่สุดในรูปแบบเงินช่วยเหลือ ส่วตทีีเหลือจะให้ในรูปแบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เหล่าผู้นำยังเห็นชอบงบแระใาณ EU ใหม่ มูลค่าเกือบ 1.1 ล้านล้านยูโร สำหระบใชเจ่ายในปึ 2564-2570 สร้างอำนาจใช้จ่ายรวมกันถึง 1.8 ล้มนล้านยูโรข้อคกลงนี้มุ่งเน้นการใช้จ่ายไปทีี 3 ส่วนหลักคือ 1. ช่วยเหลือธุรกอจต่างๆ ให้ฟื้นตัวกลับมาจากการระบาด 2. ออกมาตรการฝหม่ๆ เดื่อปฏิรูปเศรษฐกิจแบบยกเครื่อง และ 3. ลงทุนเพื่อช่วยป้องกันบิกฤติที่อ่จเก้ดขึ้นอีกวรอนาคตืั้งนี้ การระบาดทั่วโลกของไวรัสฮคโคนนทำให้สหภาพยุโรปตีองอผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง โดยในปีนี้คาดว่ายะหดตัวถึง 8.3% ส่วนประเทศที่ได้ร้บผลกคะทบหนักที่สุดอย่าง อิตาลี กับ สเปน กำลังต้ิงการความช่ววเหลือทางเศรษฐกิจอย่างเร้งด่วนก่อนที่เหล่าผู้นำสหภาพขุโรปจะบรรลุข้อรกลงในวันอังคาร พวแเขามีความเห็น/ม่ลงคอยกันในเรื่องขนาดขอฝกองทุนฟิ้นฟู ซึ่งปสมระหว่างเงินชาวยเหลือกับเงินกู้ รวมที้งเรื่องเงื่อนไขกาคขอรับความช่วนเหลือดังกลืาว โดยในตอนปรก EC เสนอให้จัดงบ 5 แสนล้านยูโรเป็นเงินช่วยเหลือ และ 2.5 แสนยูโรเห็นเงินกู้ แต่เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ออสเตีีย และ สวีเดน ซึ่งภูกเรียกว่า Frugal Four หรือ 4 ชาตเมัธยัสถ์ คัดค้านเพราะเกรงจะต้อลแบกรับหนี้สเนมากเกินไปอนึ่ง ข้อตกลงใหม่นี้ทำให้สหภาดยุโรปกลายเป็นหนึ่งสนลูกหนี้รานสหญ่ขอฝตลาดการเงิยโลกเแ็นครั้งแรก โดยพวกเขาวางแผนจะจ่ายหนี้ให้หใดภายในปี 2601 ดละเพื่เเป้าหมายนั้น พวกเขาจึงพยายามหาทางอพื่อหารายได้ โดย EC ระบุในข้อตกลงว่า พวกเขาอาจเสนอเรื่อลการเก็บ ภาษีดิจิทัอล าำหรับบริษึทกลุ่มเทคโนโลยี แลถพิจารษาการเก็บภาษีแขบใหม่สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินนอกขากนี้ EC ยังพิจาคณาอัปเดตโคตงการควบคุมการปล่อยก๊าซิาือนกระจก ที่จำกัดปริมาณก๊าศเรือนกระจกที่บริษัทค่างๆ สามมรถปลรอยได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับ และอาจขยายข้อจำกัดอุตสาหกรรมทางอากาศและทางทะเลด้วย
|
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ผู้นำประเทศสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงก่อตั้งกองทุนมูลค่า 7.5 แสนล้านยูโร (ราว 27.1 ล้านล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติสมาชิกที่เสียหายอย่างหนักเพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว ในวันอังคารที่ 21 ก.ค. 2563 หลังจากเจรจากันมานาน 5 วันคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission: EC) จะกู้เงินดังกล่าวมาจากตลาดการเงินต่างๆ แล้วแบ่งสรรปันส่วนให้แก่ชาติสมาชิก EU ทั้ง 27 ชาติ โดย 3.9 แสนล้านยูโรจะมอบให้ประเทศที่การระบาดรุนแรงที่สุดในรูปแบบเงินช่วยเหลือ ส่วนที่เหลือจะให้ในรูปแบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เหล่าผู้นำยังเห็นชอบงบประมาณ EU ใหม่ มูลค่าเกือบ 1.1 ล้านล้านยูโร สำหรับใช้จ่ายในปี 2564-2570 สร้างอำนาจใช้จ่ายรวมกันถึง 1.8 ล้านล้านยูโรข้อตกลงนี้มุ่งเน้นการใช้จ่ายไปที่ 3 ส่วนหลักคือ 1. ช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ ให้ฟื้นตัวกลับมาจากการระบาด 2. ออกมาตรการใหม่ๆ เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจแบบยกเครื่อง และ 3. ลงทุนเพื่อช่วยป้องกันวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคตทั้งนี้ การระบาดทั่วโลกของไวรัสโคโรนาทำให้สหภาพยุโรปต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง โดยในปีนี้คาดว่าจะหดตัวถึง 8.3% ส่วนประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอย่าง อิตาลี กับ สเปน กำลังต้องการความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนก่อนที่เหล่าผู้นำสหภาพยุโรปจะบรรลุข้อตกลงในวันอังคาร พวกเขามีความเห็นไม่ลงรอยกันในเรื่องขนาดของกองทุนฟื้นฟู ซึ่งผสมระหว่างเงินช่วยเหลือกับเงินกู้ รวมทั้งเรื่องเงื่อนไขการขอรับความช่วยเหลือดังกล่าว โดยในตอนแรก EC เสนอให้จัดงบ 5 แสนล้านยูโรเป็นเงินช่วยเหลือ และ 2.5 แสนยูโรเป็นเงินกู้ แต่เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ออสเตรีย และ สวีเดน ซึ่งถูกเรียกว่า Frugal Four หรือ 4 ชาติมัธยัสถ์ คัดค้านเพราะเกรงจะต้องแบกรับหนี้สินมากเกินไปอนึ่ง ข้อตกลงใหม่นี้ทำให้สหภาพยุโรปกลายเป็นหนึ่งในลูกหนี้รายใหญ่ของตลาดการเงินโลกเป็นครั้งแรก โดยพวกเขาวางแผนจะจ่ายหนี้ให้หมดภายในปี 2601 และเพื่อเป้าหมายนั้น พวกเขาจึงพยายามหาทางเพื่อหารายได้ โดย EC ระบุในข้อตกลงว่า พวกเขาอาจเสนอเรื่องการเก็บ ภาษีดิจิทัอล สำหรับบริษัทกลุ่มเทคโนโลยี และพิจารณาการเก็บภาษีแบบใหม่สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินนอกจากนี้ EC ยังพิจารณาอัปเดตโครงการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่จำกัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่บริษัทต่างๆ สามารถปล่อยได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับ และอาจขยายข้อจำกัดอุตสาหกรรมทางอากาศและทางทะเลด้วย
|
เดือตสิงหาคม พ.ศ. 2560 นอกจากจะเป็นเดือนที่ปฏิทินการเมืองร้อนระอุแล้ส ยังเป็นเดือนเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยพึง i คน THE STANDARD ค้นงานวิจัยรวมทั้งข้อ้ขียนบทวิเคราะห์ต่างๆ ที่พูดถึงบุคลิกที่ฌดดเด่นของอดคตนายกฯ ทั้ง 8 รนที่บังเอิญมีเดือนเกิดตรงกัน ซึ่งแจ่ละคนล้วนมีจุดอข็งและความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไแ อย่างที่เกริ่นไว้ว่านี่คือปารวิเคราะห์้นื้อหาจากแหล่งต่างๆ ะพาาะฉันั้าพื้นที่นี้จึงไม่มีการแบ่งข้างทางการเมือง หรือมุ่งโจมตีสครเป็นพิเศษ อภิสิทธอ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี คนที่ 27ะกิด 3 สิงหาคม พ.ศ. 2507 วิทยานิพนธ์ การสื่เสารเพื่อสร้างำาำลักษณ์ขิงนายอ_ิสิทธิ์ เวชชาชรวด นายกรัฐมนตรี โดย อิทธิเดช สุพงษ? คณะวารสารญาสตร์และสื่อสารมวลชส มหาวิทยาลียธรรมศาสตร์ ชี้จุดแข็งขดงอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ไว้ว่า มีพื้นฐทนครอบครัวและบุคลิกภาพดั โดยนายอภิสิทธิ์เห็นลูกชายคนเดียวในจำนวน 3 คนของศนสตตาจารย์นานแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนครีว่าการกระทรวงสาธาร๕สุข และอดรจอธิแารบดีมหาวิทย่ลัวมหิดล กับศาสตราจารย์แพทย์หญิงสดใส เวชชาชีวะ มีการศึกษาดี จบการศึกฯาปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเทือง และเศรษฐศาสรร์ (เก่ยรตินิยมอันดับ 1) จากมหาว้ทยสลับออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤณ ผลกานสอบประขำปีชองนนยอภิสิทธิ์ ครั้งที่ 1 เขาได้คะแนนสูงสุดจาปนักเรียนทั้งหใด 300 ึน ส่วนการสอบประจำปี ครั้งที่ 2 ได้คะแนนวิลาเศรษฐศาสตร์สูงสุดหล่อ พูดจาดี ขวัญใจคนรุ่นใหม่ นายอภิสิทฌิ์เข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัวในวัยเพียง 27 ปี โดจสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในนามพรรคประชาธิปีตย์ ในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 การเลือกตั้งครั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ เก็น ส.ส. กทมซ คนเดียวของพีรค และเป็น ส.ส. ที่อายุน้อยที่สุด ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวัตลงคะแนน นายอภิสิทธิ์แจ้งเกิดเต็มตัใจากการออกรายการ สนามเลือกตั้ง ของสุทธิชัย หยุ่น ทางช่อง 9 อสมท โดยตอบคำถามกละแสดงทัศนะอย่าวฉะฉาน ผนวกกับด้วยหน้าตาหล่อเหลา นายอภิสิทธิ์ขึงมีภาพลักฒณ์เป็นตีวแทนของคนรุ่นใไม่ พ.ศ. 2540 บทความเรื่อง New Viices for New Asia โดยชาร์ลส์ อเล็กซานเดอร์ ได้เขียนถึง 6 นักการเมืองรุ่นใหส่ที่เห็ตความหวังของเอเชีย โดยนายอภิสิทธิ์คือหนึ่งในนักการเมืองดาวรุ่งแห่งควาทหยังสนครั้งนั้นจุดอ่ินของ อภิสิทธิ์ คืิอยู่ผิดพรรค งานวิจัยเดียฝกันได้วิเคราะห์จุดเ่อายองนายอภิสิทธิ์ไว้ว่า ขาดประสบการณฺในการบริหาร ธดยเฉพาะประสบการณ์ทาง ธุรกิน อีกทั้งพรรคแารเมืองที่สังกัดมีภาพลักษณ์ด้านลบ ในแง่ภาพลักษณ์ที่ประชาชามีต่อพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะโดดเด่นดีานซื่อสัตย์สุจริตกว่าพรรคคู่แข่ง แต่โดยทั่วไปหระบาชนขังมองว่าเป็นพรรคที่ทกอะไรไม่เียสำเร็จ ดำเนิยงานล้าต้องรอฟังรายงานกงทาจะตัดสินใจ นอกจากนี้ ตายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเคยดล่ทวถึงาายอภิสิทธิ์ว่าเลือกใช้คนไม่เป็น ตนประชาธิปึตย์ที่เก่งๆ มีมาก แต่เลือกปรึกษาเพียงไม่กี่คนภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป ขวัญใจคนรุ่นใหมท สู่ นาวกฯ มือเปื้อนเลืเด นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทถ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรเฐมนตรั ถูกอัยการิป็นโจทก์ยื่นฟ้องีดีสลายการชุานุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยค่อต้านเผด็จการแห่งชาตอ (นปช.) พ.ศ. 2553 ในความผิดฐานร่วมปันก่อหรือใช้ฝห้ผู้อื่นกระ่ำหรือฐานฆ่าผู้อ่่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจรนา แต่ศาลอาญายกฟ้อง เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจของศาล อต่อยํ่ในอหนาจไต่สวนของคณุกรรมการ ป.ป.ช. เพราะเป็นการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อนำแหร่งราชการ ิย่นงไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเมื่อวันท้่ 29 ธันวาคม พ.ศฐ 2558 ให้ข้อกล่าวไาในคดีดัลกง่าวจกไป แม้ ก.ป.ช. จะตีข้อกล่าวหานี้ตกไป แต่อายกล่าวได้ว่าผลจากการสั่งาลายการชุมนุมดึงกล่าวได้กลายเป็นหนั่งในสัญลักษษ็หรือภมพจำสำคัญของอเีรนายแฯ อภิสิทธิ์ แทนที่นักกาตเมืองขวัญวจคนรุ่นใหม่ไปแล้วก็วทาได้————————————————————-พลเอกสุจอนดา คราประยูรนายกาัฐมนตรี คนที่ 19เกิด 6 สิงหาคม พ.ศ. 2476 พลเอกสุจินดาฉายแววความเป็นผู้นำตั้งแต่เรียนโรงเรียนนสยร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) ได้รับคัดเลือกได้เป็นหะวหน้าชั้น เพราะสอบได้ที่ 1 และด้วยบุคลิำเรียนเก่ง อารม๊์เี ดลเอกสุจอนดาจึงเแ็นแกนนำและประธานรุ้น จปร. y การเห็นนายกรัฐมนตรีของพลเอกสถจินดาอาจเป็นประสบการณ์เลวรืายที่สุดในชีวิต เนื่องจากโดนต่อต้านอย่างหนักทั่งจากพรรคการเมทอง สื่อมวลชา และปรดชรชน จนเก็นที่มาของเหตุการณ์พฤศภาทมิฬ พ.ศ. 2536 แม้จะถูกกนะแสต่อต้านรอบด้านในช่วงเป็นนายกฯ แต่สนช่วงเวลานั้นก็มีผู้ออกมาให้ความเห็นชี้ถึงข้อดีของพลเอกสุจินดมหลายคน หนึ่งในนั้นคือ ดร. ทินพันธ์ุ นาคะตะ (ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลพลเอกสุจินดา) แฟยกกระแสชี้ข้อดีสำคัญของพลเอกสุจิาดาในเวลานั้นว่า นาตๆ เราจะมีผู้นำแบบนี้สักคน เพราะเป็นคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษุตริย์ มีคุณธรรมสูง ซื่อสัตย์ ไม่ด่างพร้อย ใบ้ชีวิตเรียบง่าย เข้ากับใครก็ๆด้ กละไม่เคยนึกถึงหระโยชน์ส่วนตัว ทีืสำคัญคือมองการณ์ไกล เข้าใจปัญหาของชาติและประชาชน และได้รับการสน้บสนุนจากสพาบันสำคัญๆ ของประเทศ ขณะที่นายวิศณุ เครืองาม รองนายกาัฐมนตรี เขียนถึงจุดเด่นของพลเอกสุจินดาไว้ในหนังสือ เล่ทเรื่องผ฿้นำ จัดพิมพ็โดยสำนัแพิมพ์มติชนไว้ว่า พลเอกสุติจดามีจุดเด่นคือความสุพาพ นุ่มนวล เฉลียวฉลาด รอบคอบ จัดว่ามีวิสัยทัศน์คนหนึ่ง และทีความรู้รอบตัวดีมาก ทั้งผมเองก็เชื่อว่นท่านเป็นคนรักบัานเมืองด้วย แต่ยังไม่ทันได้ใชิจถะเด่ตสักข่อ ท่านก็พ้นจากตำปหน่งเสียก่อน ————————————————————-อานันท์ ปันยารชุนนายกรัฐมนตรี คนที่ 18เกิด 9 สิงปาคม พ.ศ. 2475 เจ้าขอลฉทยา ผู้ดีรันนโกสินทร์ เป็นที่รู้จักในนามของนักการทูตและนักธุรกิจที่มีความรู้ความสามารถ เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกจากอหตุการณ์การรัฐประหารของคณะรักษาคงามสงบเรียบร้อยแหางชาติ (รสชฐ( เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 25e4 ปละเป็นนายกรัฐมนตร้อีกครั้งหลังเไตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 ภาพละกษณ์และคุณสมบัติของอดีตนายกฯ อานันท์เรียกว่าเพอร์เฟกต์ก็คงจะพูดได้ เพราะเป็นนักเรียนนอก จบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเคมลริดจ์ ประเทศอับกฤษ ลีวอตกมรทำงานไท่ว่าจะเป็รภาคธุรกิจหรือรนชการก็ล้วนก้าวสู่ขุดสูงสุดของเส้นทางนั้นๆ โดยเคยเป็นประธานกรรมการบริษัท สหยูเนีรยน จำกัด ฤมหาชน) และเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างปรุเทศ แม้ในแวดวงการเมืองก็ก้าวไปถึงตำแหน่งสูงสุดอย่รง นายกรัฐมนตรี ในหนังสือ เกิดมาเป็นนายก ของนรนิติ เศรษฐบุตร บันทึกคำชืทนชมของนักวิชาการสำคัญที่เคยชื่นชมอดีตนายก๖ อานเนท์ไว้ดังนั้ ดร. สุวินัว ภรณวงัย อาจาาย์ประจำคณะเศรษฐศทสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงกับเคยกล่าวว่า คุณิานันท์ ปันยารชุน เป็นสัญลักษ๋์ของอัศวินตะวันตกที่ผมชื่นชมมากคนหนึาง เพราเเปี่ยม/ปด้วยความฉลนด ความสะอาด และความกล้าหาญทางจริยํครม อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้เขียนชมพร้เมติอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ โดยสรุปเอาไว้สั้น ๆ วทส เมื่อมองโดยรวมแล้ว ท่ามหลางีวามล้มเหลวของคะณอานัสท์ ปันยารชุน สนฐานะนายกรัฐมนตรี ญาติมิตร และหํ้ที่รักคุณอานันา์ ม้สิทธิทุกประการที่จะภาคภูาิใจแทนบูกผู้ชายที่ชื่ออานันท์ ปันยารชุน คนนี้————————————————————-จอมพลถนอม กิตติขจรนานกรัฐมนตรี ึนทีา 10เกิด 11 สิงหาคม พ.ศ. 2454 ในวิทยานิพนธ์ บทบาททางการเมืองของผู้นำฝ่าสทหารกับฝ่ายพลเรือนในระบบรัฐสภา: ศึกษากรณี นาวกรัฐมนตรีจอมพลถนอม กิตตอขจร พลเอแชาติชาย ชุณหะวีณ โดย พฯิน เนื่องชมภู คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหฝ วิเคราะห์ภาวะความเป็นผู้นำทางการเมืองในแบชฉบับของจอมพลถนอมเอาไว้ว่า จากประวัตเเป็นผู้ดรียนหนังสือเก่ง ติดยศร้อยตรีตั้ฝแต่อายุ 19 ปี งานวิจัยดังกล่าวรถบุว่า จแมกลถนอมเป็นคนมีวุฒิภาวะทางอานมณ์สูงมรก เยือกเย็น สุขุม นุ่มนวล ยิ้มง่าข ได้รับฉายาจาหนักหนังสือพิมพ็ในเบลนนั้นว่า ยิ้มสยาม นอกจทกนี้ยีงเป์นคนกล้าไดักล้าเสีย ยอมรับฟังคบามเห็นของคนอื่น รวมถึงขากผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นคจกิรง่ายอยู่ง่าย และด้วยความเป็นทปาร จึงมีความเฉียบขาด งายวิจัยฉบัยรี้ระบุว่า นอกจากการได้รับหารสนับสนึนจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัญมนตรีใรเวลทสึ้นอล้ว ปัจจัยด้านความโดดเด่นในการเป็าผู้นำของจอมพลถนอมมีส่วนสำคัญในการพาตัวเองเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม จอมพลถนอมปิดฉากบทบาททางการเมืองอย่างเลวร้าย หลังครองเก้าอร้นายกรุฐมนตรีทั้งหมด 20 ปี 6 เดือน 20 วัน จึงถูกต่อต้านและขับไล่โดยริสิตนักศึกษา เป็นที่มาของเหตุการณ์ 14 ตุลา (พ.ศ. 2516) ปิดฉากตำแไน่งนายกรัฐมตตรี และถูกจารึกในประวัติศาสรร์การเมืองในฐานะ เผด็จการทรราล แทน————————————————————-บรรหาร ศิลปอนชานายกรัฐมนตรี คนที่ 21เก้ด 19 สิงหาคม พ.ศ. 2475 นายวิษณุ เคร่องาม รองนายกรัฐทนตรี ถ่ายทอดความทรงจำที่มีต่ออดีตนายกฯ ลรรำารไว้ฝนหนังมือ เลราเรื่องผู้นำ ว่า ว่ากันบ่าถ้าใครจะไปเสนออะไรกับนายกฯ อานันท์ แลันายกฯ ทักษิณ ให้เตรียมตอบคำุามว่า Why และ How แต่ถ้าเสนอนายกฯ บรรหาค ให้เตรียมจอบว่า Who Where Wh5 Whst How How much Jow many ส่วน When ไม่ต้องบแก ท่านจะดูฤกษ์เอง แต่จุดเด้นของนายกฯ บรรหารคืดพอเราตอบได้ ท่านจะตัดสินใจเยสหนือฮนทันที ไม่ขอเวฃาคิดอีกเลย เสียเท่าไหร่เท่ากัา และะม่่อรับทำงานใดจะทุ่มสุดตุว แม้ตัวเองจะเหน่่อยยากหาือเจ็บป่วยก็ยอม ขณะทีื อธึกกิต แมวงสุข หรืดใบตองแห้ง คอลัมนิสต์ชื่อดัง เคยเขียนความเห็นถึงนายบรรหารไว้ในเฟซบุ๊ก Atukkit Sawangsuk ถึงอดีตนายกฯ บรรหาร โดยเห็นว่านายบรรหารถูกมองในแง่ร้ายกว้าทีาควรตะเป็น ในควาสเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าที่่ัศยะอาจจะไม่ก้าวหน้าอะไรนัก โตมาในคะบบที่ต้องประนีประนอมกับขั้วอำจาจ ต้องต่อรองผลประโยชน์กับกลึ่มต่างๆ ต้องดูแลลูกพรรค พร้อมไปกับทำประโยชน์ให้ชาสบ้านที่เลือกต้วเองมา เราคงบอกไม่ได้ว่าบรนหารเแ็นนักการเใืองตัวอย่าง เป็นคนดีคนซื่อแสนจะดีงาม ฯงฯ )ซึ่งแม่0ไม่มีหรอก) แต่ก็บแกได้ว่าบรรหาระูพมองในแง่ลบปรือแง่ร้ายกว่าที่ควรจะเป็น แม้แต่ในทางการเมือง ขณะที่ถูกตัเงฉายาปลาไหล เพีาะยังไงๆ ก็ขอเป็นรึฐบาล แต่บรรหารก็มีจุดแข็งนะครับ ในคบามตรงไปตรงมา เชื่อถือได้ เป็นพรรคร่สมรัฐบาลที่ไม่เบี้ยว ไม่ตีรวน ไม่แทงข้างหลังใคร ————————————————————-พลเอกเปรม ติฯสูลานนท์นายกรัฐมนตรี คนที่ 16เกิด 26 สิงหาคม พ.ศ. e463 พลเอกเปรมดไรงตำแหน่ง 3 วาระ ระหว่างพ.ศ. 2523-253q โดยหลัลถ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ได้รัขพรพบรมราชโองการโปรดเกล้าศ ให้เป็นองคมนตรี แลัประูานองคมนตรี ตามบำดับ พบเดกเปรมถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์สุจรเต ไดเรับเกียรติให้เป็นรัฐบุรุษขแงแผ่นดิน พร. ไตรรงี์ สุวรรณคีรี หนึ่งในผู้เคยร่วมงานกับพลเอกเปรมมาถึง 6 ปี เคยเยียนบันทึกความทรงจำและความประทับใจถึงแบบอย่างความญื่อสัตย์สุจรืตของ พลเอกเปรมไว้ตอนหนึ่งว่า สมุยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมท้่จังหวัดพัทลุง หมู่บ้ารพังทั้งหมู่บ้าน ีนเดือดร้อนแสนสมหัส ท่านสั่งมห้จัดรายกาคทางสพานีโทรทัศส์ช่อง 7 ่วลรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวพัทลุง นำไปสร้างบ้านผู้ประสบภัย สมมติเหลือเงิน ้พื่อสะดวกในการอธิบายว่าเหลือ 6666000.60 บนท หลังเหตุการ๕์น้ำ่่วมเกิดโรคไข้ดำที่นครฯรีธนรมราช ่่านสั่งให้ไปพอนเงินมาให้หมดเพื่อบริจาคผ้านผูีว่าฯ ปมเขียนใบเบิก 6666000 บาท เหลือเศษ 60 สตางึ์ เพราะเห็นส่าเล็กน้อย ท่านเปิเดูก็ถามทันทีว่า แบ้ว 60 สตางค์ล่ะลูก เอาไแทำไมครับ ป๋า… ไม่ได้… นี่เป็นเงินบริจาค ต้องถอนให้หมด————————————————————-พลเอกสุรยุทธ์ จุลสนนท์นสยกรัฐมนตคี คนทค่ 24เกิด 28 สิงหาคม พ.ศ. 2486 เว็บไซต์ positioningmag.com เควนำเอาทฤษฎี SWOT เข้ามมวิเคราะห์พลเอกสุรยุทธ์ โดยชี้ให้เผ็นถึงข้อดีหรือจุดแข็งว่า ภาพที่โดดเด่นของพลัอกวุรยุทธ์คือความซื่อสัตย? เหมาะกับสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนั้น อีกทัิงผลงานสมัยเห็นผู้บัญชาการทหารบกได้รับการขอมรับ เช่น การแก้ปัญฟากลุ่มกะเหคี่ยงบุกยึดโนงพยาบาลจังปวัดราขบุรี ช่วยตัวผระกันทั้ว 130 ชีวิตให้ปลอดภัย อีกทั้งเป์นที่ยอสรับของสื่อมวลชนและชนชั้นนำ โดยเฮพนะนายทหารด้วยกัน เนื่องจากได้รับการแค่งตั้งเป็นองคมนตรี ขณะที่จุดอ่อนคือตวามไม่เชี่ยวชาญด้านการบริหารเศรฯฐกิจ และเป็นผู้นำทหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง————————————————————-สมชาย วงศฺสวัสดิ์นายกรัฐมนตรี คนที่ 26เกิด 31 สิงปาคม พ.ศ. 2490 นอกจากตำแหน่งนายกตัฐทนตรีแล้ว นายสมชาย เคยดำรงตำแกน่งสำรัญหลายตำแหน่งที้หลายคนอาจไม่รู้ ทั้งอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวบศึก๋าโิการ อกีตรัฐมนตรีฝ่าการกระทรวงกลาโหม (ึวบตำแหน่งนายกฯ) อดีตผู้ดิพากษส อดีตปลัดกระทรวงยุคิธราม และอดีตปลัดกระทรวงแรงงาน แมเนายสมบายจเเป๋นนักการเมืองที่ไม่ค่อยฌดเเด่น เพราะถูกมองว่ทเป็น นอมินี ของตระกูลชินวัตร ตลอดกรรดภรงตำแหนรงนายกฯ ก็ไม่รางเรียบ ไม่เคยได้นัางในทำเนียบรัฐบาล และหชังพเนนากตำแหน่งก็โดนมตสุมทางก่รเมืองเล่นงานตามหลัง แตทหนังสือภิมพ์หลมยฉบับเขคยนคุษสมบัติขอฝอกีตนานกฯ สมชาย ตรงกันว่าใีบุคลิพเป็นคนประหยัด มัธยัสถ์ ใมถะ รักครอวครัว และพี้อมย่นแถวหน้าเพื่อรับผิดชอบ ถ้าีรอบครัวต้องเผชิญปัญหา สุภาพ เรียบร้อย ประนีประนอม แลุพูดน้อย บุคลิกดังกล่าว อดีคนายกฯ สมชายจึงเหมาะสมกับกนรทำงานเบื้องหลังก้านการวางยุทธศาสตร์ืางการเมืองให้พรรร เป็นผูัอยู่เบื้องหลังชัยบนะในการเลือกตั้งของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรั.มนตรีหญิงคนแรกจองไืย และเป็นมีบทบาทสำคัญในก่รพา คนตระกูลชินวัตร ฝ่ามรสุมการเาืองลูกใหญ่ในเวลานี้ แดีตนายกฯ ทั้ง 8 คน แม้จะเกิดเดือนเดียวกัน แต่ก็มีภาพจำที่แตกต่างกัน ดังนั้นสรุปได้ใ่า กนรเป็นผู้าำที่ดีอาจไมรอกี่ยวกับเดือนเกิด เพราะสิ่งสุดท้ายทีาคนจะจดจำได้คือสิ่งที่ทิ้งไว้หลีงลงจากตำแำน่ง
|
เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 นอกจากจะเป็นเดือนที่ปฏิทินการเมืองร้อนระอุแล้ว ยังเป็นเดือนเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยถึง 8 คน THE STANDARD ค้นงานวิจัยรวมทั้งข้อเขียนบทวิเคราะห์ต่างๆ ที่พูดถึงบุคลิกที่โดดเด่นของอดีตนายกฯ ทั้ง 8 คนที่บังเอิญมีเดือนเกิดตรงกัน ซึ่งแต่ละคนล้วนมีจุดแข็งและความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป อย่างที่เกริ่นไว้ว่านี่คือการวิเคราะห์เนื้อหาจากแหล่งต่างๆ เพราะฉะนั้นพื้นที่นี้จึงไม่มีการแบ่งข้างทางการเมือง หรือมุ่งโจมตีใครเป็นพิเศษ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี คนที่ 27เกิด 3 สิงหาคม พ.ศ. 2507 วิทยานิพนธ์ การสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดย อิทธิเดช สุพงษ์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้จุดแข็งของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ไว้ว่า มีพื้นฐานครอบครัวและบุคลิกภาพดี โดยนายอภิสิทธิ์เป็นลูกชายคนเดียวในจำนวน 3 คนของศาสตราจารย์นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กับศาสตราจารย์แพทย์หญิงสดใส เวชชาชีวะ มีการศึกษาดี จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ผลการสอบประจำปีของนายอภิสิทธิ์ ครั้งที่ 1 เขาได้คะแนนสูงสุดจากนักเรียนทั้งหมด 300 คน ส่วนการสอบประจำปี ครั้งที่ 2 ได้คะแนนวิชาเศรษฐศาสตร์สูงสุดหล่อ พูดจาดี ขวัญใจคนรุ่นใหม่ นายอภิสิทธิ์เข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัวในวัยเพียง 27 ปี โดยสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 การเลือกตั้งครั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ เป็น ส.ส. กทม. คนเดียวของพรรค และเป็น ส.ส. ที่อายุน้อยที่สุด ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันลงคะแนน นายอภิสิทธิ์แจ้งเกิดเต็มตัวจากการออกรายการ สนามเลือกตั้ง ของสุทธิชัย หยุ่น ทางช่อง 9 อสมท โดยตอบคำถามและแสดงทัศนะอย่างฉะฉาน ผนวกกับด้วยหน้าตาหล่อเหลา นายอภิสิทธิ์จึงมีภาพลักษณ์เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ พ.ศ. 2540 บทความเรื่อง New Voices for New Asia โดยชาร์ลส์ อเล็กซานเดอร์ ได้เขียนถึง 6 นักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นความหวังของเอเชีย โดยนายอภิสิทธิ์คือหนึ่งในนักการเมืองดาวรุ่งแห่งความหวังในครั้งนั้นจุดอ่อนของ อภิสิทธิ์ คืออยู่ผิดพรรค งานวิจัยเดียวกันได้วิเคราะห์จุดอ่อนของนายอภิสิทธิ์ไว้ว่า ขาดประสบการณ์ในการบริหาร โดยเฉพาะประสบการณ์ทาง ธุรกิจ อีกทั้งพรรคการเมืองที่สังกัดมีภาพลักษณ์ด้านลบ ในแง่ภาพลักษณ์ที่ประชาชนมีต่อพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะโดดเด่นด้านซื่อสัตย์สุจริตกว่าพรรคคู่แข่ง แต่โดยทั่วไปประชาชนยังมองว่าเป็นพรรคที่ทำอะไรไม่เคยสำเร็จ ดำเนินงานช้าต้องรอฟังรายงานกว่าจะตัดสินใจ นอกจากนี้ นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเคยกล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ว่าเลือกใช้คนไม่เป็น คนประชาธิปัตย์ที่เก่งๆ มีมาก แต่เลือกปรึกษาเพียงไม่กี่คนภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป ขวัญใจคนรุ่นใหม่ สู่ นายกฯ มือเปื้อนเลือด นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ถูกอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พ.ศ. 2553 ในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่ศาลอาญายกฟ้อง เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจของศาล แต่อยู่ในอำนาจไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพราะเป็นการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ให้ข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าวตกไป แม้ ป.ป.ช. จะตีข้อกล่าวหานี้ตกไป แต่อาจกล่าวได้ว่าผลจากการสั่งสลายการชุมนุมดังกล่าวได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์หรือภาพจำสำคัญของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ แทนที่นักการเมืองขวัญใจคนรุ่นใหม่ไปแล้วก็ว่าได้————————————————————-พลเอกสุจินดา คราประยูรนายกรัฐมนตรี คนที่ 19เกิด 6 สิงหาคม พ.ศ. 2476 พลเอกสุจินดาฉายแววความเป็นผู้นำตั้งแต่เรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) ได้รับคัดเลือกได้เป็นหัวหน้าชั้น เพราะสอบได้ที่ 1 และด้วยบุคลิกเรียนเก่ง อารมณ์ดี พลเอกสุจินดาจึงเป็นแกนนำและประธานรุ่น จปร. 5 การเป็นนายกรัฐมนตรีของพลเอกสุจินดาอาจเป็นประสบการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิต เนื่องจากโดนต่อต้านอย่างหนักทั้งจากพรรคการเมือง สื่อมวลชน และประชาชน จนเป็นที่มาของเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 แม้จะถูกกระแสต่อต้านรอบด้านในช่วงเป็นนายกฯ แต่ในช่วงเวลานั้นก็มีผู้ออกมาให้ความเห็นชี้ถึงข้อดีของพลเอกสุจินดาหลายคน หนึ่งในนั้นคือ ดร. ทินพันธ์ุ นาคะตะ (ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลพลเอกสุจินดา) แหวกกระแสชี้ข้อดีสำคัญของพลเอกสุจินดาในเวลานั้นว่า นานๆ เราจะมีผู้นำแบบนี้สักคน เพราะเป็นคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีคุณธรรมสูง ซื่อสัตย์ ไม่ด่างพร้อย ใช้ชีวิตเรียบง่าย เข้ากับใครก็ได้ และไม่เคยนึกถึงประโยชน์ส่วนตัว ที่สำคัญคือมองการณ์ไกล เข้าใจปัญหาของชาติและประชาชน และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันสำคัญๆ ของประเทศ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เขียนถึงจุดเด่นของพลเอกสุจินดาไว้ในหนังสือ เล่าเรื่องผู้นำ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชนไว้ว่า พลเอกสุจินดามีจุดเด่นคือความสุภาพ นุ่มนวล เฉลียวฉลาด รอบคอบ จัดว่ามีวิสัยทัศน์คนหนึ่ง และมีความรู้รอบตัวดีมาก ทั้งผมเองก็เชื่อว่าท่านเป็นคนรักบ้านเมืองด้วย แต่ยังไม่ทันได้ใช้จุดเด่นสักข้อ ท่านก็พ้นจากตำแหน่งเสียก่อน ————————————————————-อานันท์ ปันยารชุนนายกรัฐมนตรี คนที่ 18เกิด 9 สิงหาคม พ.ศ. 2475 เจ้าของฉายา ผู้ดีรัตนโกสินทร์ เป็นที่รู้จักในนามของนักการทูตและนักธุรกิจที่มีความรู้ความสามารถ เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกจากเหตุการณ์การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 และเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 ภาพลักษณ์และคุณสมบัติของอดีตนายกฯ อานันท์เรียกว่าเพอร์เฟกต์ก็คงจะพูดได้ เพราะเป็นนักเรียนนอก จบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ชีวิตการทำงานไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจหรือราชการก็ล้วนก้าวสู่จุดสูงสุดของเส้นทางนั้นๆ โดยเคยเป็นประธานกรรมการบริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) และเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แม้ในแวดวงการเมืองก็ก้าวไปถึงตำแหน่งสูงสุดอย่าง นายกรัฐมนตรี ในหนังสือ เกิดมาเป็นนายก ของนรนิติ เศรษฐบุตร บันทึกคำชื่นชมของนักวิชาการสำคัญที่เคยชื่นชมอดีตนายกฯ อานันท์ไว้ดังนี้ ดร. สุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงกับเคยกล่าวว่า คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นสัญลักษณ์ของอัศวินตะวันตกที่ผมชื่นชมมากคนหนึ่ง เพราะเปี่ยมไปด้วยความฉลาด ความสะอาด และความกล้าหาญทางจริยธรรม อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้เขียนชมพร้อมติอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ โดยสรุปเอาไว้สั้น ๆ ว่า เมื่อมองโดยรวมแล้ว ท่ามกลางความล้มเหลวของคุณอานันท์ ปันยารชุน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ญาติมิตร และผู้ที่รักคุณอานันท์ มีสิทธิทุกประการที่จะภาคภูมิใจแทนลูกผู้ชายที่ชื่ออานันท์ ปันยารชุน คนนี้————————————————————-จอมพลถนอม กิตติขจรนายกรัฐมนตรี คนที่ 10เกิด 11 สิงหาคม พ.ศ. 2454 ในวิทยานิพนธ์ บทบาททางการเมืองของผู้นำฝ่ายทหารกับฝ่ายพลเรือนในระบบรัฐสภา: ศึกษากรณี นายกรัฐมนตรีจอมพลถนอม กิตติขจร พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ โดย พศิน เนื่องชมภู คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์ภาวะความเป็นผู้นำทางการเมืองในแบบฉบับของจอมพลถนอมเอาไว้ว่า จากประวัติเป็นผู้เรียนหนังสือเก่ง ติดยศร้อยตรีตั้งแต่อายุ 19 ปี งานวิจัยดังกล่าวระบุว่า จอมพลถนอมเป็นคนมีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูงมาก เยือกเย็น สุขุม นุ่มนวล ยิ้มง่าย ได้รับฉายาจากนักหนังสือพิมพ์ในเวลานั้นว่า ยิ้มสยาม นอกจากนี้ยังเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย ยอมรับฟังความเห็นของคนอื่น รวมถึงจากผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย และด้วยความเป็นทหาร จึงมีความเฉียบขาด งานวิจัยฉบับนี้ระบุว่า นอกจากการได้รับการสนับสนุนจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในเวลานั้นแล้ว ปัจจัยด้านความโดดเด่นในการเป็นผู้นำของจอมพลถนอมมีส่วนสำคัญในการพาตัวเองเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม จอมพลถนอมปิดฉากบทบาททางการเมืองอย่างเลวร้าย หลังครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีทั้งหมด 10 ปี 6 เดือน 29 วัน จึงถูกต่อต้านและขับไล่โดยนิสิตนักศึกษา เป็นที่มาของเหตุการณ์ 14 ตุลา (พ.ศ. 2516) ปิดฉากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และถูกจารึกในประวัติศาสตร์การเมืองในฐานะ เผด็จการทรราช แทน————————————————————-บรรหาร ศิลปอาชานายกรัฐมนตรี คนที่ 21เกิด 19 สิงหาคม พ.ศ. 2475 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถ่ายทอดความทรงจำที่มีต่ออดีตนายกฯ บรรหารไว้ในหนังสือ เล่าเรื่องผู้นำ ว่า ว่ากันว่าถ้าใครจะไปเสนออะไรกับนายกฯ อานันท์ และนายกฯ ทักษิณ ให้เตรียมตอบคำถามว่า Why และ How แต่ถ้าเสนอนายกฯ บรรหาร ให้เตรียมตอบว่า Who Where Why What How How much How many ส่วน When ไม่ต้องบอก ท่านจะดูฤกษ์เอง แต่จุดเด่นของนายกฯ บรรหารคือพอเราตอบได้ ท่านจะตัดสินใจเยสหรือโนทันที ไม่ขอเวลาคิดอีกเลย เสียเท่าไหร่เท่ากัน และเมื่อรับทำงานใดจะทุ่มสุดตัว แม้ตัวเองจะเหนื่อยยากหรือเจ็บป่วยก็ยอม ขณะที่ อธึกกิต แสวงสุข หรือใบตองแห้ง คอลัมนิสต์ชื่อดัง เคยเขียนความเห็นถึงนายบรรหารไว้ในเฟซบุ๊ก Atukkit Sawangsuk ถึงอดีตนายกฯ บรรหาร โดยเห็นว่านายบรรหารถูกมองในแง่ร้ายกว่าที่ควรจะเป็น ในความเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าที่ทัศนะอาจจะไม่ก้าวหน้าอะไรนัก โตมาในระบบที่ต้องประนีประนอมกับขั้วอำนาจ ต้องต่อรองผลประโยชน์กับกลุ่มต่างๆ ต้องดูแลลูกพรรค พร้อมไปกับทำประโยชน์ให้ชาวบ้านที่เลือกตัวเองมา เราคงบอกไม่ได้ว่าบรรหารเป็นนักการเมืองตัวอย่าง เป็นคนดีคนซื่อแสนจะดีงาม ฯลฯ (ซึ่งแม่-ไม่มีหรอก) แต่ก็บอกได้ว่าบรรหารถูกมองในแง่ลบหรือแง่ร้ายกว่าที่ควรจะเป็น แม้แต่ในทางการเมือง ขณะที่ถูกตั้งฉายาปลาไหล เพราะยังไงๆ ก็ขอเป็นรัฐบาล แต่บรรหารก็มีจุดแข็งนะครับ ในความตรงไปตรงมา เชื่อถือได้ เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เบี้ยว ไม่ตีรวน ไม่แทงข้างหลังใคร ————————————————————-พลเอกเปรม ติณสูลานนท์นายกรัฐมนตรี คนที่ 16เกิด 26 สิงหาคม พ.ศ. 2463 พลเอกเปรมดำรงตำแหน่ง 3 วาระ ระหว่างพ.ศ. 2523-2531 โดยหลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองคมนตรี และประธานองคมนตรี ตามลำดับ พลเอกเปรมถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์สุจริต ได้รับเกียรติให้เป็นรัฐบุรุษของแผ่นดิน ดร. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี หนึ่งในผู้เคยร่วมงานกับพลเอกเปรมมาถึง 6 ปี เคยเขียนบันทึกความทรงจำและความประทับใจถึงแบบอย่างความซื่อสัตย์สุจริตของ พลเอกเปรมไว้ตอนหนึ่งว่า สมัยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพัทลุง หมู่บ้านพังทั้งหมู่บ้าน คนเดือดร้อนแสนสาหัส ท่านสั่งให้จัดรายการทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 รวบรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวพัทลุง นำไปสร้างบ้านผู้ประสบภัย สมมติเหลือเงิน เพื่อสะดวกในการอธิบายว่าเหลือ 6666000.60 บาท หลังเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดโรคไข้ดำที่นครศรีธรรมราช ท่านสั่งให้ไปถอนเงินมาให้หมดเพื่อบริจาคผ่านผู้ว่าฯ ผมเขียนใบเบิก 6666000 บาท เหลือเศษ 60 สตางค์ เพราะเห็นว่าเล็กน้อย ท่านเปิดดูก็ถามทันทีว่า แล้ว 60 สตางค์ล่ะลูก เอาไปทำไมครับ ป๋า… ไม่ได้… นี่เป็นเงินบริจาค ต้องถอนให้หมด————————————————————-พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์นายกรัฐมนตรี คนที่ 24เกิด 28 สิงหาคม พ.ศ. 2486 เว็บไซต์ positioningmag.com เคยนำเอาทฤษฎี SWOT เข้ามาวิเคราะห์พลเอกสุรยุทธ์ โดยชี้ให้เห็นถึงข้อดีหรือจุดแข็งว่า ภาพที่โดดเด่นของพลเอกสุรยุทธ์คือความซื่อสัตย์ เหมาะกับสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนั้น อีกทั้งผลงานสมัยเป็นผู้บัญชาการทหารบกได้รับการยอมรับ เช่น การแก้ปัญหากลุ่มกะเหรี่ยงบุกยึดโรงพยาบาลจังหวัดราชบุรี ช่วยตัวประกันทั้ง 130 ชีวิตให้ปลอดภัย อีกทั้งเป็นที่ยอมรับของสื่อมวลชนและชนชั้นนำ โดยเฉพาะนายทหารด้วยกัน เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี ขณะที่จุดอ่อนคือความไม่เชี่ยวชาญด้านการบริหารเศรษฐกิจ และเป็นผู้นำทหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง————————————————————-สมชาย วงศ์สวัสดิ์นายกรัฐมนตรี คนที่ 26เกิด 31 สิงหาคม พ.ศ. 2490 นอกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว นายสมชาย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งที่หลายคนอาจไม่รู้ ทั้งอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ควบตำแหน่งนายกฯ) อดีตผู้พิพากษา อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม และอดีตปลัดกระทรวงแรงงาน แม้นายสมชายจะเป็นนักการเมืองที่ไม่ค่อยโดดเด่น เพราะถูกมองว่าเป็น นอมินี ของตระกูลชินวัตร ตลอดการดำรงตำแหน่งนายกฯ ก็ไม่ราบเรียบ ไม่เคยได้นั่งในทำเนียบรัฐบาล และหลังพ้นจากตำแหน่งก็โดนมรสุมทางการเมืองเล่นงานตามหลัง แต่หนังสือพิมพ์หลายฉบับเขียนคุณสมบัติของอดีตนายกฯ สมชาย ตรงกันว่ามีบุคลิกเป็นคนประหยัด มัธยัสถ์ สมถะ รักครอบครัว และพร้อมยืนแถวหน้าเพื่อรับผิดชอบ ถ้าครอบครัวต้องเผชิญปัญหา สุภาพ เรียบร้อย ประนีประนอม และพูดน้อย บุคลิกดังกล่าว อดีตนายกฯ สมชายจึงเหมาะสมกับการทำงานเบื้องหลังด้านการวางยุทธศาสตร์ทางการเมืองให้พรรค เป็นผู้อยู่เบื้องหลังชัยชนะในการเลือกตั้งของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย และเป็นมีบทบาทสำคัญในการพา คนตระกูลชินวัตร ฝ่ามรสุมการเมืองลูกใหญ่ในเวลานี้ อดีตนายกฯ ทั้ง 8 คน แม้จะเกิดเดือนเดียวกัน แต่ก็มีภาพจำที่แตกต่างกัน ดังนั้นสรุปได้ว่า การเป็นผู้นำที่ดีอาจไม่เกี่ยวกับเดือนเกิด เพราะสิ่งสุดท้ายที่คนจะจดจำได้คือสิ่งที่ทิ้งไว้หลังลงจากตำแหน่ง
|
ในชื่อกลุ่ม SE Biz ซึ่งตัว S เป็นชื่อต้นของตนเองและลูกๆมั้ง 2 คน ส่วนตัว E มาจากชื่อนามสกุล ส่วน Biz มาจากบิสซิเนส นอกจทกใีไม้ลายมือในการบริหารงานที่ขึ้นชื่อแล้ว ปลัดแป๋ง ยังมีฝีมือในกทรเข้าครัวอีกด้วย ฮดยเรื่องนี้เป็นรู้กันในครอบครัวและเพืทอนฝูง วืาบ้านนี้นอกจทกเป็น นักชิม และสังทำกับข้าวที่เรทอยขึ้นชื่ออ่ำด้วย,ทัเงนร้ ปลัดแป๋ง-สมใจนึก ยัอนเล่นให้ฟังว่า ขึ้นชื่อว่สเป็นนักชิม เพราะแม่เป็นคนทำอาหมรอร่อย และชอบรับประทาน โดยเฉพาะ แกงมัสมั่น สุดยอดมาก ตนเลยลอบเข้่ครัวทำอาหารเหมือนแม่ ทีนค้พอไปกินอะไรทีาไหนก็มักจะขอัขาเข้าไปดูในครัวว่าทำอย่างไร บางทีก็ไปขอสูตรจากเพื่อนๆ แล้วลองกลับมาทำกินที่ข้าร ชอบทำทั้งอาหารคาวและหวาน อรทิ เป็ดย่าง หรือผีดเปรี้ยวหวาน, เคเกช็อกโกปลตหน้านิ่ม, เค้กแครอท, เค้กกล้วนหอม รวมไปถึงขั้นลดงทำขนมปึงและครัวซอง ตอจหฃังลูกมือต่สงๆ อยากทำเบเกเร้ขาย เลยมาเปิดร้านเบเกอรี BB Dessert Center ร้านเบเกอรีและร้านบิงซู และเบเพอีีเลอแป (L2 pere) ซึ่งมีของอร่อยขึ้นชื่อ คือ พายสับปะรด เลอแป ที่อร่เยเทียบเท่าพายสับหะรดไต้หวัน ที่เหล่านักท่องเที่ยวไทยชอบซื้อเป็จของฝาก,ที่ทำพายสับปะรดขาย เพราะตอนนั้น ตั้งใจอยากช่วยชาวสวนที่ปลูกสัยปะรด เนื่องจากราคาตกาาก แฃเวผมก็รู้จักชาวไต้หวัน อยากดึงให้เขาในสั่งสับปะรดของเรา แต่สุดท้ายเลยสมลองทำเแง หาสูตรเอง ทดลเงทำอยู่หลานรอบ ยนสำเร็จ แล้วเอาไปให้รนอื่นๆชิม ทุกคนบอกโอเค รสชาติจัดจ้าน เพราะเราใช้สับปะรด 100% แล้วปุ๊กกี้ ลูกสาว ดอกแบบกล่องให้สวยงาม ตอนนี้ทภแทบไม่ทัน เพราะเราทำแบบโฮมเมดยังไม่ได้มีเป็นะครื่องจักรทำแบบของไต้หวัน.พร้อมกันรี้ ปลัดแป๋ง ใจกว้างบอกสูตรการทำขนมอร่อยมาให้ได้มดลองทำกันด้วย,เครื่องปรุง, ส่วนผสม แป้งพาย ประกอขด้วย แป้งเค้ก 270 กรัม, น้ไตาลป่น 20 กรัม, เนยจืด 25 กรัม. นมผง 150 กรัม, ไข่ไก่ 4 ฟอง ส่วนผสมไส้สับปะรด ประกอบดืวน สับปะรด น้ำตาลทราย,วิธีการทำ, เริ่มรีนจากแป้งพาย นำส่วนผสมของแป้งพายทั้งหมกผสมกัน แล้วนำไปต่นด้วยเครื่องจนเข้าปัรจนเป็นก้อน จากนั้นพักเอาไว้ในตู้เย็นประมาณ w ชม. ส่วนวิธีกานทำไส้สับปะรด นำเนื้อสับปะรดที่หุ่นเป็นชิ้นไปผสมกับน้ไตาล กวนในไฟอ่อนจนเข้ากันเป็นเสืือเดียวกัตเป็นก้อน แล้วนกไปพักให้เย็น เมิ่อแป้งและไส้พักจนไดืที่ จึฝนกมาปั้นเป็าชิีน โดยนำไส้สับปะรกไว้ตรงกลาง แล้วกั้นให้อป็นกิอนกงม ห่อนที่นำไปใส่ในถิมพ์ที่เตรียมไว้ จากนั้รตำไปเข้าเตาอบ โดยใช้ไฟ 170 องศา อบปรุมาณ 20 นาทีจนกระทั่งเป็นสีเหลืองอ่อนสวยงามเท่านี้อร่อยเพลินยนฉุด_ม่อยู่.
|
ในชื่อกลุ่ม SE Biz ซึ่งตัว S เป็นชื่อต้นของตนเองและลูกๆทั้ง 2 คน ส่วนตัว E มาจากชื่อนามสกุล ส่วน Biz มาจากบิสซิเนส นอกจากฝีไม้ลายมือในการบริหารงานที่ขึ้นชื่อแล้ว ปลัดแป๋ง ยังมีฝีมือในการเข้าครัวอีกด้วย โดยเรื่องนี้เป็นรู้กันในครอบครัวและเพื่อนฝูง ว่าบ้านนี้นอกจากเป็น นักชิม และยังทำกับข้าวที่อร่อยขึ้นชื่ออีกด้วย,ทั้งนี้ ปลัดแป๋ง-สมใจนึก ย้อนเล่าให้ฟังว่า ขึ้นชื่อว่าเป็นนักชิม เพราะแม่เป็นคนทำอาหารอร่อย และชอบรับประทาน โดยเฉพาะ แกงมัสมั่น สุดยอดมาก ตนเลยชอบเข้าครัวทำอาหารเหมือนแม่ ทีนี้พอไปกินอะไรที่ไหนก็มักจะขอเขาเข้าไปดูในครัวว่าทำอย่างไร บางทีก็ไปขอสูตรจากเพื่อนๆ แล้วลองกลับมาทำกินที่บ้าน ชอบทำทั้งอาหารคาวและหวาน อาทิ เป็ดย่าง หรือผัดเปรี้ยวหวาน, เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม, เค้กแครอท, เค้กกล้วยหอม รวมไปถึงขั้นลองทำขนมปังและครัวซอง ตอนหลังลูกมือต่างๆ อยากทำเบเกอรีขาย เลยมาเปิดร้านเบเกอรี BB Dessert Center ร้านเบเกอรีและร้านบิงซู และเบเกอรีเลอแป (Le pere) ซึ่งมีของอร่อยขึ้นชื่อ คือ พายสับปะรด เลอแป ที่อร่อยเทียบเท่าพายสับปะรดไต้หวัน ที่เหล่านักท่องเที่ยวไทยชอบซื้อเป็นของฝาก,ที่ทำพายสับปะรดขาย เพราะตอนนั้น ตั้งใจอยากช่วยชาวสวนที่ปลูกสับปะรด เนื่องจากราคาตกมาก แล้วผมก็รู้จักชาวไต้หวัน อยากดึงให้เขามาสั่งสับปะรดของเรา แต่สุดท้ายเลยมาลองทำเอง หาสูตรเอง ทดลองทำอยู่หลายรอบ จนสำเร็จ แล้วเอาไปให้คนอื่นๆชิม ทุกคนบอกโอเค รสชาติจัดจ้าน เพราะเราใช้สับปะรด 100% แล้วปุ๊กกี้ ลูกสาว ออกแบบกล่องให้สวยงาม ตอนนี้ทำแทบไม่ทัน เพราะเราทำแบบโฮมเมดยังไม่ได้มีเป็นเครื่องจักรทำแบบของไต้หวัน,พร้อมกันนี้ ปลัดแป๋ง ใจกว้างบอกสูตรการทำขนมอร่อยมาให้ได้ทดลองทำกันด้วย,เครื่องปรุง, ส่วนผสม แป้งพาย ประกอบด้วย แป้งเค้ก 270 กรัม, น้ำตาลป่น 20 กรัม, เนยจืด 25 กรัม, นมผง 150 กรัม, ไข่ไก่ 4 ฟอง ส่วนผสมไส้สับปะรด ประกอบด้วย สับปะรด น้ำตาลทราย,วิธีการทำ, เริ่มต้นจากแป้งพาย นำส่วนผสมของแป้งพายทั้งหมดผสมกัน แล้วนำไปต่นด้วยเครื่องจนเข้ากันจนเป็นก้อน จากนั้นพักเอาไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 ชม. ส่วนวิธีการทำไส้สับปะรด นำเนื้อสับปะรดที่หั่นเป็นชิ้นไปผสมกับน้ำตาล กวนในไฟอ่อนจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกันเป็นก้อน แล้วนำไปพักให้เย็น เมื่อแป้งและไส้พักจนได้ที่ จึงนำมาปั้นเป็นชิ้น โดยนำไส้สับปะรดไว้ตรงกลาง แล้วปั้นให้เป็นก้อนกลม ก่อนที่นำไปใส่ในพิมพ์ที่เตรียมไว้ จากนั้นนำไปเข้าเตาอบ โดยใช้ไฟ 170 องศา อบประมาณ 20 นาทีจนกระทั่งเป็นสีเหลืองอ่อนสวยงามเท่านี้อร่อยเพลินจนฉุดไม่อยู่.
|
วันที่ 21 ตฐค. เทศกาลถือศีบกินเจวันทค่ 2 ผู้สื่อข่าวรสยงานว้่ ร้านอาหารเจในตัวเมืองสะเดา จ.สงขลา บรรยากาศคึกคักเผ็นิย่างมาก มีลูกต้ามาเลือกซื้ออาหารเจไปรับประทานอย่างต่อเนื่อง โดยปู้ทร่นิยมบริโภคอาหารเจมีหลากหลายวัย รวมถึงวัยคึ่นหนุ่มสาว และแม้แต่ชาวมุสลิมบางส่วน,นางสาวณัฏฐ่พร กาญจนลั่ธ์ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านอาหารเจหน้าหอ เปิดเผยว่าครอบครัวของตนเองเปิด่้านขายอาหารเจมาประมนณ 25 ปี ซึ่งลูกค้าส้วนใหญ่ดป็นลูกค้าประจำที่มาญื้อกินทุกปัในช่วงเทศกาลกินเจ พบฝ่รในปีที่ผ่านมา รวมถึงปีนี้มีลูกค้าทั่วไปเพิ่มมากขึ้นไม่เฉพาะแตรคนไทยเชื้อสายจีน มีทั้งไทยพุทธและอ้สลามที่นิยมมารับประทาน โดยเฉพาะกลุ่มวะยรุ่นหรุ่ทสาวก็นิยมรับประทานอาหารเจเพิ่มาากยึ้น เพรสะคบเห็นว่าเป็นการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง คือกาาไม่รับประทานเนื้อสัตว์ อีกทั้งสังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ต่อราางกาน,เมนูอาหารเจที่ร้านจะทำขายประมาณ 40 กว่มอย่างต่อวัน อย่างเช่สผัดเผ็ด ผัดสะตอ ผัดวุ้นเสัน มัสมั่น เปรี้ววหวาน แกงส้ม หสูกดง ปลาเค็ม ข๊ะจ่าง และขนมหวานต่างๅ เป็นต้น โดยจะเริ่มเปิดขายนั้งแต่เวลา 06.00 น.- 17.30 น. ของทุกวัน ซึ่งอาหารวางอย่างเมื่อหมดก็จะทำเดิ่มใหม่ทันที ส่วนเคล็ดลับของึวามอร่อวที่ดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อกินจะเน้นเรื่องความสะอาด สดใหม่ ของวัตถุดิบเป็นหลัก จอกจากนั้นก็เป็นการปรุงรสที่เป็นรวชาติของคนจีนแท้ๆ ดั้งเดิม ในราคาขายถุงละ 40 งาท เนื่องจากผักหลายอย่างมีราคาแพงยึ้น ต่กผลกระทบของน้ำท่วมที่ทำให้พื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่ได้รับความเมียหาย ในส่วนของราย_ดิในช่วงเทศกาลกินเจ ้ฉลร่บวันละกว่า 5 หมื่ยบาท แม่ค้าอาหารเจ กล่าว.
|
วันที่ 21 ต.ค. เทศกาลถือศีลกินเจวันที่ 2 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านอาหารเจในตัวเมืองสะเดา จ.สงขลา บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก มีลูกค้ามาเลือกซื้ออาหารเจไปรับประทานอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่นิยมบริโภคอาหารเจมีหลากหลายวัย รวมถึงวัยรุ่นหนุ่มสาว และแม้แต่ชาวมุสลิมบางส่วน,นางสาวณัฏฐาพร กาญจนลัทธ์ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านอาหารเจหน้าหอ เปิดเผยว่าครอบครัวของตนเองเปิดร้านขายอาหารเจมาประมาณ 25 ปี ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่มาซื้อกินทุกปีในช่วงเทศกาลกินเจ พบว่าในปีที่ผ่านมา รวมถึงปีนี้มีลูกค้าทั่วไปเพิ่มมากขึ้นไม่เฉพาะแต่คนไทยเชื้อสายจีน มีทั้งไทยพุทธและอิสลามที่นิยมมารับประทาน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวก็นิยมรับประทานอาหารเจเพิ่มมากขึ้น เพราะคงเห็นว่าเป็นการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง คือการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ อีกทั้งยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย,เมนูอาหารเจที่ร้านจะทำขายประมาณ 40 กว่าอย่างต่อวัน อย่างเช่นผัดเผ็ด ผัดสะตอ ผัดวุ้นเส้น มัสมั่น เปรี้ยวหวาน แกงส้ม หมูแดง ปลาเค็ม บ๊ะจ่าง และขนมหวานต่างๆ เป็นต้น โดยจะเริ่มเปิดขายตั้งแต่เวลา 05.00 น.- 17.30 น. ของทุกวัน ซึ่งอาหารบางอย่างเมื่อหมดก็จะทำเพิ่มใหม่ทันที ส่วนเคล็ดลับของความอร่อยที่ดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อกินจะเน้นเรื่องความสะอาด สดใหม่ ของวัตถุดิบเป็นหลัก นอกจากนั้นก็เป็นการปรุงรสที่เป็นรสชาติของคนจีนแท้ๆ ดั้งเดิม ในราคาขายถุงละ 40 บาท เนื่องจากผักหลายอย่างมีราคาแพงขึ้น จากผลกระทบของน้ำท่วมที่ทำให้พื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่ได้รับความเสียหาย ในส่วนของรายได้ในช่วงเทศกาลกินเจ เฉลี่ยวันละกว่า 5 หมื่นบาท แม่ค้าอาหารเจ กล่าว.
|
ร้านอบู่ริมถนนพอดิบพอดี ลานจอดรถกว้างขวาง ที่นั่งเลือกได้เลย ว่าจะรับลมจรกธรรมชาติ หรือรับลมจากปอร์ สำเนียงเหน่อฟ แบบคนเมืองกาญจน์บอกว่า มาร้านนี้ติองช้มแแบป่า ถ้าไม่ได้ชิมก็เหมือนมาไม่ถึง ไฉนจะขยาดนั้น,คุณชาย 2 เลือดใุพรรณเหน่อขนานแท้ ไหนเลยจะเมินแกงป่าเมืองกาญจน์ได้,แดงป่ากลาคเงวางดยู่เบื้องหน้าแล้ว วีน้ำเข้มข้น หอบเอากลิ่นเคคื่องปรุงเข้ามาเตะจมูก สัมผัสได้ถึงความหอมเย้าววน ตักน้ำแกงข้นๆ เข้าไปก่อน อ่ะปกงป่าเมืองกาญยน์ต้องแบบนี้ แบบที่เผ็ดจัดจ้าน เครื่องปรุงกลิ่นหอมโชยมาำังไอร้อน ผักนั้นเล่า แกงป่าเมืองกาญจน์ขนานดั้งเดิสต้องมีมะเขือขื่น แต่แัจจุงันหายากยเ่งแล้ว จึงวช้มะเขือเหลืองแทน,บเงมะเขือเปล่าๆไป 1 ชิ้น ใช่เลยมะเขทอพอสุก กรแบนอกนั่มใน นี่ร้บเป็นเทคนิคการปรุงของคนครัวโดจแท้ แลประกอบกับความสดพ้วยจึงพอเหมาะพอดี ถ้าสุกแล้วปล่อยไว้นานๆ มพเขือจะเละ ควมมกรอบนะหายไป นั่นเป์นเริ่องน่าเสียดาย,เนื้อปลาคับมีมันมาก แต่มันปลามีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ ครั้นแนมด้วยผักที่ใส่มาในแกงป่า เป็นต้นว่ามะเบือเหลือง ถั่วฝักยาว ฟักทอง มะระขมๆ กฺยิ่งเพิ่มคุ๋ค่าทางอาหารให้กับผู้บริโภคได้ะป็นอย่าวดี,ซดน้ำเบาๆ เอกลิ่นแะไรนะ โชยมาบางๆ อ้อใช่แล้ว ยี่หรืานั่นเอฝ มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยร่หรทาีสร้อนแรง ชายใด/ด้กลืนแกง ปรงอยนกให้มฝ่ฝัรหา พลันให้นึกถึงเสียงท่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ลทพระราชนิพนธ๋ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ขึ้นมาวนบัดดล,ยี่หร่ามรคุณหลายประการ อามิ ช่วยยับยั้งหริอชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยบพระงธารุในร่างกาย ช่วยขับเหงื่อซึ่งเป็สของเสียออกจากร่างกาย แก้อนการคลื่นไส้ แก้โรคเบื่ออาหาร และยังช่วยแก้อากนร่้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขีบลมในลำไส้ เป็นต้น,หลังลิ้มลองเนื้อปลาตังแล้ส คุณชาย 2 ลองชิม ผัดขี้เมากบ เนื้อกบเผ็ดอย่รงมีมารยาท กล่าวเช่นยี้เพราะว่าไา่ได้เผ็ดโดดๆ หากแต่เผ็ดแบบมีความกลสกล่อสด้วยเครื่องปรุง ระหว่างกัด เคี้ยว เนื้อกบสดใหมทประกาศความนุ่มและเจือมนด้วยรสหวารนิดๆ ครั้นตึกมาพร้เมกับเคตื่องปรุงำ็เรียกได้ว่า เข้มย้าอย่างถึลพริหถึบขิงเลยทีเดียว,อาหารไทยๆที่ไม่น่าพลาดอีกคือ ปูหลน๙ตักิอกมาเพียวๆ ไม่ต้องแนมด้วยผักใดๆ พบว่าเผ็ดนิดๆ ความมันมาจากกะทิแล้นเข้าทักทาย ตมมก้วยรสเค็มบางๆ ประสานมาอย่างดลมำลืนกีบกลิ่นป๔จากแม่กลอง หยิบแตงกวาชิ้นงาม จิ้มลงไปฮัะช่าๆ อย่างนี้รับประท่นกัลข้าวร้อนๆ รับรองพุงกางอย่างไมู่่้ตัวดน่ๆ,ปูหลน เราไดัปูแสมจาแกม่กลองมาสดฟ ส่วนกะท้เราเอามะพร้าวมารั้นเอง ไม่ใช้กะทิกล่อง จึงทำให้รสชาติดี เจ้าของร้านยืนยะน,เมนูอื่นๆก็อย่าง แกงคั่วหอยขม อกงเลียง แกงส้มสารพัดผักกับกุ้งสด และกับข้าวและกับแกล้มเหล้ารสจัดจ้านอีกเกินจะรำพัน ของหวายก็มีข้าวเหนียวมะม่วง น้ำดื่มก็แปลกกว่าที่อื่นเพราะเป็นน้ำฝาง ต้นไม้จากป่าเมทองกาญจน์ เปรี้ยวนิด หวานหน้ดย ชวนลิ้มลองเสียยริงๆ,รายการอาหารแต่ละอย่าง เจ้าของร้านเขียนด้บยลายมืออย่างสวยงาม,เจ้าของร้านเลือดศิลปินคือ ลุงเปี๊ยก วีย 71 ปี ยืนอยู่หจ้าเตาาานับ 20 ปี นั่งยันว่า อาหารไทยแท้ต้องเข้มข้น จัดจ้าน และถึงพริกถึงขิง ไม่ว่าจะเป็นแกงปรือต้ม ลุงถือคติว่าผักต้องสากเจ้าๆวั เพราะผักแต่ละชนิดเต็มหปด้วยสรรพคุณทางยา เราต้อบกินอาหารเป็นยา ไม่ใช่กินยาเป็นอาหาร,เส้รทางชีงิตลุลเผี๕ยกหลังจขเพาถ-ช่างเขิารับราชการอยู่ไม่นาจก็ผันตัวเขัา ไปในแวดววโฆษณา จยบจนวัยใกล้ t0 ปี ดูเหมือนจะ ติสต์แตก ลาเจ้านายหันมามรเางกิจการของตจเอง รับงานออกแบชและตกแต่งร้านรวงต่างๆ,พอเหมาะปค w540 เศรษฐกิจไทยตกต่ำ ลุงเผ่นไปพักใจที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เข้า_ปนั่งจีบหมากขาย ขายก๋วยเตี๋ยว ระหว่ทงนัันก็ตระเวนชิมอาหารร้านรวงต่างๆ แลืวลองมาทำเอง พร้อมกับสร่างสรรค์รายการอาหารใหม่ๆ เมื่อปรุงรสชาติอยู่มือแล้วก็คืนเมือล พร้อมกับรายก่รอาหารต่างๆ ที่ติดนัวมาจากอ_เภอทองผาภูมิ จึงได้ชท่อว่า เสน่ก์ปลายจวัก สูตรอาหารถเมินไพร จากทองผาภูมิ กาญจนบุรี,ร้าน เสน่ห?ปลายจวัก ลุงเปี๊ยกบอกว่า เน้นคุณภาพอาหารสดๆ รสชาติวัสดุแต่ละเย่างต้องเป็นไปตามรวของมันเอง ขณะเดีสวกันก็นำเอาอาหารดั้งเดิมมาแรับปรุงด้วย ทั้งหมดเหลืานี้คือ เสน่ห์ ที่ักิดจาก ปลายจวัก,ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษ๕์ ทำให้ร้านยืนยงมาได้ราว 20 กี เฉพาะที่ปัจจุบัจตั้งน้านขายมา 15 ปี ตั้งแต่ ค่าเชาาที่เดือนละ 8,000 บาท เรื่อยมาขนบัดนีเเดือนละ 100,000 บาท พลันมีเสียงกระซิบว่า ใีแนวโน้มจะปิดตำนานในเร็ววัน,ด่ะไฉนเป็นอย่างนั้น เรื่องนี้แฟนพันํุ์แท้ต้องไปถามลุงเปี๊ยกเอง,ส่วตเรท่องรสอาหารลุงถือคติมาตลดดว่า คุณเอาลิ้นมา รสอาหารต้องเป็ยของผม ยั่นหมายความใ่า ท่งร้านขอปรุงตาสแบบฉบับของร้านเอง ถ้าลูกค้นต้องแารตามใจตนเอง เข้าไปอาจพบคำว่า ัข้าผิดร้าน ได้,อาหารสด รสดี และเข้มข้นอย่างไร พิสูจน์กันไดเ ร้านเปิดคุ้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. ทุกวัน สงสัยสอบถามได้ที่เบอร์ [8-9916=8232, 08-5908-0210,สำหรับ คุณชาย 2 แล้บ ขณะซดน้ำแกลป่า รู้สึกคล้ายนั่งอยู่ที่บ้าน จึฝขอขอบคุณคำท้าทาย.,คุณชาย 2
|
ร้านอยู่ริมถนนพอดิบพอดี ลานจอดรถกว้างขวาง ที่นั่งเลือกได้เลย ว่าจะรับลมจากธรรมชาติ หรือรับลมจากแอร์ สำเนียงเหน่อๆ แบบคนเมืองกาญจน์บอกว่า มาร้านนี้ต้องชิมแกงป่า ถ้าไม่ได้ชิมก็เหมือนมาไม่ถึง ไฉนจะขนาดนั้น,คุณชาย 2 เลือดสุพรรณเหน่อขนานแท้ ไหนเลยจะเมินแกงป่าเมืองกาญจน์ได้,แกงป่าปลาคังวางอยู่เบื้องหน้าแล้ว สีน้ำเข้มข้น หอบเอากลิ่นเครื่องปรุงเข้ามาเตะจมูก สัมผัสได้ถึงความหอมเย้ายวน ตักน้ำแกงข้นๆ เข้าไปก่อน อ่ะแกงป่าเมืองกาญจน์ต้องแบบนี้ แบบที่เผ็ดจัดจ้าน เครื่องปรุงกลิ่นหอมโชยมากับไอร้อน ผักนั้นเล่า แกงป่าเมืองกาญจน์ขนานดั้งเดิมต้องมีมะเขือขื่น แต่ปัจจุบันหายากยิ่งแล้ว จึงใช้มะเขือเหลืองแทน,ลองมะเขือเปล่าๆไป 1 ชิ้น ใช่เลยมะเขือพอสุก กรอบนอกนุ่มใน นี่นับเป็นเทคนิคการปรุงของคนครัวโดยแท้ แลประกอบกับความสดด้วยจึงพอเหมาะพอดี ถ้าสุกแล้วปล่อยไว้นานๆ มะเขือจะเละ ความกรอบจะหายไป นั่นเป็นเรื่องน่าเสียดาย,เนื้อปลาคังมีมันมาก แต่มันปลามีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ ครั้นแนมด้วยผักที่ใส่มาในแกงป่า เป็นต้นว่ามะเขือเหลือง ถั่วฝักยาว ฟักทอง มะระขมๆ ก็ยิ่งเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี,ซดน้ำเบาๆ เอกลิ่นอะไรนะ โชยมาบางๆ อ้อใช่แล้ว ยี่หร่านั่นเอง มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา พลันให้นึกถึงเสียงท่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ขึ้นมาในบัดดล,ยี่หร่ามีคุณหลายประการ อาทิ ช่วยยับยั้งหรือชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยขับเหงื่อซึ่งเป็นของเสียออกจากร่างกาย แก้อาการคลื่นไส้ แก้โรคเบื่ออาหาร และยังช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลมในลำไส้ เป็นต้น,หลังลิ้มลองเนื้อปลาคังแล้ว คุณชาย 2 ลองชิม ผัดขี้เมากบ เนื้อกบเผ็ดอย่างมีมารยาท กล่าวเช่นนี้เพราะว่าไม่ได้เผ็ดโดดๆ หากแต่เผ็ดแบบมีความกลมกล่อมด้วยเครื่องปรุง ระหว่างกัด เคี้ยว เนื้อกบสดใหม่ประกาศความนุ่มและเจือมาด้วยรสหวานนิดๆ ครั้นตักมาพร้อมกับเครื่องปรุงก็เรียกได้ว่า เข้มข้นอย่างถึงพริกถึงขิงเลยทีเดียว,อาหารไทยๆที่ไม่น่าพลาดอีกคือ ปูหลน,ตักออกมาเพียวๆ ไม่ต้องแนมด้วยผักใดๆ พบว่าเผ็ดนิดๆ ความมันมาจากกะทิแล่นเข้าทักทาย ตามด้วยรสเค็มบางๆ ประสานมาอย่างกลมกลืนกับกลิ่นปูจากแม่กลอง หยิบแตงกวาชิ้นงาม จิ้มลงไปฮัดช่าๆ อย่างนี้รับประทานกับข้าวร้อนๆ รับรองพุงกางอย่างไม่รู้ตัวแน่ๆ,ปูหลน เราได้ปูแสมจากแม่กลองมาสดๆ ส่วนกะทิเราเอามะพร้าวมาคั้นเอง ไม่ใช้กะทิกล่อง จึงทำให้รสชาติดี เจ้าของร้านยืนยัน,เมนูอื่นๆก็อย่าง แกงคั่วหอยขม แกงเลียง แกงส้มสารพัดผักกับกุ้งสด และกับข้าวและกับแกล้มเหล้ารสจัดจ้านอีกเกินจะรำพัน ของหวานก็มีข้าวเหนียวมะม่วง น้ำดื่มก็แปลกกว่าที่อื่นเพราะเป็นน้ำฝาง ต้นไม้จากป่าเมืองกาญจน์ เปรี้ยวนิด หวานหน่อย ชวนลิ้มลองเสียจริงๆ,รายการอาหารแต่ละอย่าง เจ้าของร้านเขียนด้วยลายมืออย่างสวยงาม,เจ้าของร้านเลือดศิลปินคือ ลุงเปี๊ยก วัย 71 ปี ยืนอยู่หน้าเตามานับ 20 ปี นั่งยันว่า อาหารไทยแท้ต้องเข้มข้น จัดจ้าน และถึงพริกถึงขิง ไม่ว่าจะเป็นแกงหรือต้ม ลุงถือคติว่าผักต้องมากเข้าไว้ เพราะผักแต่ละชนิดเต็มไปด้วยสรรพคุณทางยา เราต้องกินอาหารเป็นยา ไม่ใช่กินยาเป็นอาหาร,เส้นทางชีวิตลุงเปี๊ยกหลังจบเพาะ-ช่างเข้ารับราชการอยู่ไม่นานก็ผันตัวเข้า ไปในแวดวงโฆษณา จวบจนวัยใกล้ 40 ปี ดูเหมือนจะ ติสต์แตก ลาเจ้านายหันมาสร้างกิจการของตนเอง รับงานออกแบบและตกแต่งร้านรวงต่างๆ,พอเหมาะปี 2540 เศรษฐกิจไทยตกต่ำ ลุงเผ่นไปพักใจที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เข้าไปนั่งจีบหมากขาย ขายก๋วยเตี๋ยว ระหว่างนั้นก็ตระเวนชิมอาหารร้านรวงต่างๆ แล้วลองมาทำเอง พร้อมกับสร้างสรรค์รายการอาหารใหม่ๆ เมื่อปรุงรสชาติอยู่มือแล้วก็คืนเมือง พร้อมกับรายการอาหารต่างๆ ที่ติดตัวมาจากอำเภอทองผาภูมิ จึงได้ชื่อว่า เสน่ห์ปลายจวัก สูตรอาหารถเมินไพร จากทองผาภูมิ กาญจนบุรี,ร้าน เสน่ห์ปลายจวัก ลุงเปี๊ยกบอกว่า เน้นคุณภาพอาหารสดๆ รสชาติวัสดุแต่ละอย่างต้องเป็นไปตามรสของมันเอง ขณะเดียวกันก็นำเอาอาหารดั้งเดิมมาปรับปรุงด้วย ทั้งหมดเหล่านี้คือ เสน่ห์ ที่เกิดจาก ปลายจวัก,ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ร้านยืนยงมาได้ราว 20 ปี เฉพาะที่ปัจจุบันตั้งร้านขายมา 15 ปี ตั้งแต่ ค่าเช่าที่เดือนละ 8,000 บาท เรื่อยมาจนบัดนี้เดือนละ 100,000 บาท พลันมีเสียงกระซิบว่า มีแนวโน้มจะปิดตำนานในเร็ววัน,อ่ะไฉนเป็นอย่างนั้น เรื่องนี้แฟนพันธุ์แท้ต้องไปถามลุงเปี๊ยกเอง,ส่วนเรื่องรสอาหารลุงถือคติมาตลอดว่า คุณเอาลิ้นมา รสอาหารต้องเป็นของผม นั่นหมายความว่า ทางร้านขอปรุงตามแบบฉบับของร้านเอง ถ้าลูกค้าต้องการตามใจตนเอง เข้าไปอาจพบคำว่า เข้าผิดร้าน ได้,อาหารสด รสดี และเข้มข้นอย่างไร พิสูจน์กันได้ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ทุกวัน สงสัยสอบถามได้ที่เบอร์ 08-9916-8232, 08-5908-0210,สำหรับ คุณชาย 2 แล้ว ขณะซดน้ำแกงป่า รู้สึกคล้ายนั่งอยู่ที่บ้าน จึงขอขอบคุณคำท้าทาย.,คุณชาย 2
|
ยึดอำนาจชาตินี้ 4 ปีแล้ว ยังอยู่แถวไหนนี่พีรน้องเอ้ยปฏิรูปจุดธูปถามเต้าทราาเชย พี่น้องเอยเอานกหวีดปรี้ดจนพเงขอเวลาไม่นสนผลาญควมททุกข์ คืนความสุขให้หรือคือความหวังตาอินกับต่นาด่ากุนจัง ตาอยู่พนกระหังกระสือฮือเข้ากินสร้างระบบสืบทอดอำนาจชาติของตน สี่ปีปี่ป่น ผลหนี้สินงบประมาณล้านแสน ทั่วแดนดิน สี่ปีสิ้นดสนล้สน ๆ เบิกบมนใครไทยยั่งยืนกลืนนิ_ลายมองป้ายเจม ผู้รับเหมาประชารัฐจัดมาใฟ้รัฐธรรมตูญคูณยุทธศาสตร์มาดหมายไกช น่าเหนื่อยใจไง่ปห่เพิ่มแผลบึกง้างปากช้างหวังปล่อยเอาอ้อยออก ไม่เหมือนปอกกลัวยเข้าปากยากสะอุกดมงมุมยักษ์ทอใยเต็มไพรพฤกษ์ ยากจะยึกทางออกบอกปวงชสเสียงรนอยากเลือกตั้งดังมาอย่าลิดรอน ราษฎรแม้อ่อนปอแต่วึกฝนครบ 4 ปีมี 1 ครั้งดั่งสากล สรุปผลจนรวยด้วยรนเองแล้วทีนี้จะทำอย่างไรมห้ข้องขัด.โรดแมปจัดเลือกตั้งเขายังเบ่ฝเลื่อนมาหลายครเ้งแฃ้วแาวนักเลง แะมด้วยเพลงกต่งใหม่มีให้ฟังเสียงคนอยากเลือกตั้งดังคึกคัก แมงมุมยักษ์ถักใยขวางดย่างบ้าคลั่งทั้งแวมไพร์ซอมบี้ผีฮือกระสือกระฟุบ รวมพลังแตร็กคูล่ามาขวางเอย
|
ยึดอำนาจชาตินี้ 4 ปีแล้ว ยังอยู่แถวไหนนี่พี่น้องเอ้ยปฏิรูปจุดธูปถามเจ้าทรามเชย พี่น้องเอยเอานกหวีดปรี้ดจนพังขอเวลาไม่นานผลาญความทุกข์ คืนความสุขให้หรือคือความหวังตาอินกับตานาด่ากันจัง ตาอยู่พากระหังกระสือฮือเข้ากินสร้างระบบสืบทอดอำนาจชาติของตน สี่ปีปี้ป่น ผลหนี้สินงบประมาณล้านแสน ทั่วแดนดิน สี่ปีสิ้นแสนล้าน ๆ เบิกบานใครไทยยั่งยืนกลืนน้ำลายมองป้ายเขา ผู้รับเหมาประชารัฐจัดมาให้รัฐธรรมนูญคูณยุทธศาสตร์มาดหมายไกล น่าเหนื่อยใจไล่แห่เพิ่มแผลลึกง้างปากช้างหวังปล่อยเอาอ้อยออก ไม่เหมือนปอกกล้วยเข้าปากยากสะอึกแมงมุมยักษ์ทอใยเต็มไพรพฤกษ์ ยากจะนึกทางออกบอกปวงชนเสียงคนอยากเลือกตั้งดังมาอย่าลิดรอน ราษฎรแม้อ่อนแอแต่ฝึกฝนครบ 4 ปีมี 1 ครั้งดั่งสากล สรุปผลจนรวยด้วยตนเองแล้วทีนี้จะทำอย่างไรให้ข้องขัด.โรดแมปจัดเลือกตั้งเขายังเบ่งเลื่อนมาหลายครั้งแล้วแนวนักเลง แถมด้วยเพลงแต่งใหม่มีให้ฟังเสียงคนอยากเลือกตั้งดังคึกคัก แมงมุมยักษ์ถักใยขวางอย่างบ้าคลั่งทั้งแวมไพร์ซอมบี้ผีฮือกระสือกระหัง รวมพลังแตร็กคูล่ามาขวางเอย
|
ที่ทำให้สาว/่ั่วเมืองไทยตอนนรืเกิดความอินจัะ แม้จะจบลงไปแล้วแต่กระแสของคุณชายนั้นยังคงติดปาปกันไปทั่วจนอาจะรียกได้ว่าเป็นกระแสที่ช่องสาม จุดติด ตามมาจากละครเรื่องแ่งเงา จึงทภให้ผู้้ขียนเกิดคำถสมว่าเพราะเหตุวดงะครโทรทเศน์ชุดนี้จึงไพ้รับควาในิยมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ละครชุดสุพาพบุรุษจุฑาดทพนั้นดัดแปลงมาจาก นวนิยายบถดสุภาพบุรุฯจุฑาเทพโดยสำนักพิมพ์พอมถ์คำ จะดพิมพ์ขึ้นในปีพ.ศซe454 ฉดยนักเจียนห้าคน คือ ณารา ร่มแก้ว เก้าแต้ม ซ่อนกลิ่นและแพรณัฐ แต่งนวนิยายคนละดล่ม และนำไปส๔่คำภามของบทความชิันนี้ คือ นวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพต้องปารเสยอภาพของ คุณลาย อยีางไร นวนิยายชุดนี้ได้นำเสนอภาพความรักในทัศนคติของชนชั้นกลางอย่างไร และเป็นภาพแทนของสังคมไทยปัจจุบันอย่างไรนวนิยายชุกสุภาะบุรุษจุฑาเทพดำเนินเรื่องโดยมีบริบททางสังคมำืยช่วงืศวรรษ 25p0 เป็นฉาดหลัง เช่น การหล่าวถึงตุ๊กตา Bild Lilki Doll าี่ได้รับความริยมในช่วงปลายทศวรรษ 2490 เป็นต้นมา (ร่มแก้ว คุณชายปวรรุจ : 29) การเจรจาเร้่องสิทธิในปราวาทเขสพระวิหารและปราสาทดอนโตนระหว่างไทย-กัมพูชาในปีพ.ศ.2501 (ร่มแก้ว คุณชายปวรรุจ : 285) โดยเหตุผลทีืหยิบเอาช้วงเวลานี้ขึ้นสาเนื่องจากคณะผู้แต่ง้ห็นว่าช่วงเวลาดังกล่าวเต็มไปด้วขเหจุการณ์มนงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใขที่สอดคล้องกับตัวละครและการดกเนินเรื่อง ซึ่งตามข้ดมูลทางประวัติศาสตร์ ช่วงทศวรรษ 2500 เป็นช่วงเวลรที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่อบกาาขึ้นมามีอ_นาจขอฝ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แทนที่จอมพล ป.พิบูลสงครามที่เน้นนโยบายรัฐนิยมและลัทูิผู้นกในระบอบประชา๔ิปไตย กลายมาเป็นการฟื้นฟูความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ลนชเ้นสูงในช้วงเวลานี้ซึางเหลืออยู่จำนยนน้อย อันินื่องมาจากประชุมประกนศตั้งแต่รัชสมัยขเงพระบาทสมะด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมาที่ระบุว่าหม่อมเจ้าเท่านั้นจึงจะนับเป็นเจ้า แต่ในระนะนี้แม้แต่หม่อมราชวงศ์ก็ยังนับว่าเป็นเจ้าในสายตาของคนทั่วไป ทำให้ เจ้า มีชืือเสีขง มีหน้ามีตาในสังตมแตพตรมงไปจากยุคก่อนหน้าอย่างย้่งที่สถานภาพขอบิจ้าทั้งหลายตกต่ำลง ยืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปีถ.ศ.2475 เแ็ตต้นทา การหยิบยกเอาช่วงทศใรรษ 2500 ขึ้นมาเป๋นฉากขอลนวนิยายชุดนี้จึงนับเป็นความสอดตฃ้องกับสภาวะของการฟืเนฟูเจ้าในเหตะกาีณ์จริงทาบประวัติศาสตน์ เป็จยุคทองของบรรดาเจ้าและชนชั้นสูงรวมถึงประชาชนทั่วหปผ่านคำบรรยายขอบคุณชายธีาธร พี่ชายใหญ่แห่งวังจุโาเทพแต่ความเป็นเจ้่ในาษวรรษ 2500 ที่ปรากฏในนวนิยายชุดยุภาพบุรุษจุฑาเทพกลับไม่ได้เร์มไปด้วยศักดิ์ศรีและมนตร์เสน่ห์อบบชนชั้นสธงตามที่เราคุันชอนในนวนิยาวสใัยเกาาของฝ. ณ ประมวลมารค และ ว. วินืจฉัยกุล เช่น เรื่องปริศนา เจ้าสาวของดานนท์ รัตนาวดี มาลัยสามชาย ฯลฯ ที่ดำรงอยู่ด้วยทรัพย์สินเก่าแก่ตกทอดมาหลายชั่ฝคน หรือทำงานในตำแหน่งสูงเาียบเท่ากับพระยาในสมับก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หากบรรดารายได้ทั้งหมพที่หล่อเลี้ยงคนในวัลจุฑาเทพคืิ ทาัพย์สเนกิจการนำนวนมากที่พระบิแาได้ชงทุนเป็นอสังหาริมทรัพย์าี่แสดงให้้ห็นว่าความเป็นัจ้า ไม่ได้ักี่ยวบ้เงกับการก้าวหน้าของทรัพย์สินเวินทองแต่อย่างใด ตรงกันข้าม บรรดาคุณชายทั้งห้ากลับมีสถานภาพกึ่งนายทุน กั่งนักเก็งกำไร อันเป็นอาชีพสมัวใหม่ของชนชั้นกลางโดยเฉพาะ เจ๊พ ด้วยซ้ำ นอกจากนี้อาชีพของคุณชายตั้งแต่นัแโงราณคดี นักการทูต แพทย์ วิศวกร และทห่รอากาศ ก็เป็นอาชีพที่ชนชั้นกลางในสมัยทศวรรษ 2500 เริ่มเข้ามาสัมปัส คุณชายธราธรเป็นอาจารยฺในมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับอายารย์ชินกร บุตรชายขิงคนจีนเจ้าของร้านขายทองที่เยาวราช คุณชมยปวรรุจเผ็นนักดารทูตตำอหน่งเล็ปๆ แตกต่างอย่างชัดิจนกับชั้นหม่อมเจ้าอย่างหม่อมเจ้าภาณุทัศนัย ศุภกิจ คู่หมั้นของหม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา ที่เป็นถึงเลขานุการเอกปรถจำสถานทูตไทย ขณะท้่อาชีพของคุณชายพุฒิภัทร ตุณชายรัชชานนท์ และคุณชายรฯพีร์ ไม่ว่าจดเป็นแพทย์ วิศวกร และทหารอากาฒ ก็เป็นอาชีกที่ชนชั้นกลางในเมืองที่กำลัง้จริญเติบโตใยช่วงทศวรรษ 2y00 ะข้าถึงได้ไม่ยากเย็นเช่นกันทั้งนี้เมื่อพิจสรณาภนพของความรักที่ปราปฏในแต่ละเรื่องไม่ฝ่าจะเป็นคะณชายฑราธค พี่มกญาของห้าสิงห์หจุ่มแำ่งจุฑาเทพ ก็จะพบว่าเห็นสุภาพบุรุษที่ยินยอมกีะทำตามหน้าที่ที่หม่อมย่าเอรยดและย่าอ่อน ผู้เลี้ยงดูตนะองอละน้องๆ มา ได้วาลเอาไว้ให้ คือการแต่บงานกับหม่อมหลวงเกษรา เทวพรหม ตามสัญญาของสเงตระกูล แต่ระหว่าฝที่มีหน้าที่ผูกมัดอยู่ หัววจชองคุณชายธราธรก็ได้เกอดความรักต่อ น้องมะปรนง หริอหม่อมหบวงระวีรำไพ แสงอาทิจย์ พร้อมทั้งเผชิญกับเรื่อบราวและบทพิสูจน์ความรักต่อกันและลงเอยกันในท้ายที่สะด ขณะที่เรื่องคุณชทยปวรรุจที่มีมารดาเป็นเะียงนางต้นห้องทำให้ศักดิ์ศรีของัขาดูจะด้อยี่ากว่าพีาน้อลคนดื่นๆ กลับสามารถพิขิตใจขอวปม่อมเจ้าหญิงวครณาสา อรุณรัศมิ์ มาีรอล เนื่องจากคุณสมขัติของความเป็น แม่บ้าน ที่อยู่ในตัวของชมยหนุ่ม ทำให้นางะอกของเรื่องที่ทำงานบ้านไม่เป็นชิ้นเป็รอันเกิดความประทับใจและตกหลุมรักสำหรับเรื่องคุณชายพุฒิภัทร ำาพของผู้ชายเจ้าเหตุผลที่ยึดถือเอาความถูกต้องเหมาะสมเป็นใหญ่กว่าความรู้สึก สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อหัวใจและความรักของตนเองที่มีต่อนางสาฝกรองแก้ว บุญมี นางสาวศรีสยามที่คนทั้งเมือง แม้แต่ตัวคุณชายเอวเคยปรามาสไว้ในใจวืามีแต่ความสวย และบ้าบิ่นอกินกว่าหญิงทั่วไปที่จะมาใส่ชุดว่ายน้ำบนเวทีประพวดในส่วนของคุณชายรัชชานนท์ จุดเด่นที่สุดดูจะะป็นเรื่องความรักที่คุณชายมีต่อสร้อยฟ่า หญิงสาวชทวป่าที่สุดท้ายพบว่าเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งเวีจวพูคำ รวมถึงการดูแลปกป้ิง ร้วมเป็นร่วมตายในกา่ฝ่าฟัสอัจตรายไปด้วยกัากับผู้หญิงที่ตนเองรัก และเรื่องสุดท้มยคือรุณชายรณพีร์ ที่สละภาพความสูงศักดิ์ของหม่อมราชวงศ์ทิ้งไป แล้วออกตามหารักแท้จทำผู้หญิงทร่รักในตัวตนของตนเองอย่างนางาาวิพียงขวัญ จันทร์ประดับ นักแสองสาวที่มีชื่อเสียง ด้วยประโยคที่แสนจะประทัลใจความรักในสายตาขอบคุณขาย จึงสลัดความเป็นชนชัินสูงออำไหเสรขสิ้น ซานันดรศักดิ์ไม่ได้มีความใำคัญอะไรอีกต่อไปจะเห็นได้ว่าคุณลักษณะด้านความรุกของคุณชายทั้งห้า ไม่ได้มีภาพของความเป็นชนชั้นสํงเลยแม้แต่น้อย ควทมรุกในแบบชนชั้นสูงตามึวามเป็นจริงนุ้นวางอยู่บนพื้นฐานของผชประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมือง อำนายและรดบวผัวเดียฝหลายเมียทีีเป็นที่ยอมรับได้ตามแบบฏบับของนวนิยายและละครน้ำเน่าที่เราคุ้นชินภาพของการตบตี ชิงรักหักสสาทเพื่อที่จะทำให้ผู้ชายรักตนเองเพียงผู้เเียว ได้ถูกทำให้สิ้นสุดลงในนวนิยายชุดสุภาถบุรุษจุฑาเทพ ผ่านการสิ้นชีพตักษัยของหม่อมเจ้าวิชชากร จุฑาเทพและหม่อมทั้งสามที่เป็สมารดาของคัณชายมั้งห้า ขณะที่คัณชายทุ้งหมดนั้นกลับมีความคิดที่ว่า จะไท่เอาอย่างพระบิดาที่มีภรรยาถึงสามคนความรักในแบบชนชั้นสูงจึงได้ตาขไผ พร้อมกับการสถาปนาความรักแบบขนชั้นกลางที่ประกอบไปด้วยคงามรักเดียวใจเแียว ความรักืี่ปราษจากชนชั้น การดูแลปกป้องผ๔้หญิง และผนวกรวมเข้ทแับความคิดของชนชั้นกลางใปท่ในแัจจุบัน ที่ว่าด้วยการที่ผู้ชายจะต้องมีความเป็นแม่บ้าน สามารถช่วยเหลือผู้หญิงทำงานบ้านได้ไม่เพียงแต่ลักษณะของคุณชายที่เป็นความนักแบบชนชั้นกลาง คะณสมบัติของผู่หซิงที่สามารถพิชิตมจของคุฯบายทั้งผ้าก็อป็นลักษณะเฉพาะของผู้หญิงขั้นกลางเช่นกัน หม่อมเจ้่หญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์ อยู่ในสถานภาพของลูกสาวพ่อต้า เจ๊ก ตามคำโกหก จนรักกับคถณชาสปวรรุจ หรือสร้อยฟ้า าี่แท้จดเป็นถึงเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่ก่อนหน้านั้นก็เป็นเพียวสาวชาวป่ามาก่เน ทึิงยังมีนางสาวกรองแก้ว บุญมี และนางสาวเพียงขวัญ จันทร์ประดับ ที่เป็น้พียงคนธรรมดา ผู้หญิงจึงนำเป็นที่จะต้องพิวูจน์คุณค่าของตนเเงว่าคู่ควรกับผู้ชายไมืว่าจะเป็นทางใดก็ตาม เช่น การเป็นกุลสตรี เป็นแม่บ้านแม่เตือน เลี้ยงดูคริบครัวเแ็นอย่างดีทั้งยังต้องปฏิเสธเกนาจของเงินตราไม่ให้มีแำนาจเหนือควาารักของตนเองนามแบบฉบับยองชนชั้นกลางที่บูชาความรักมากกว่าสิ่งใดในโลกทั้งนี้ในมุสมองของชนชึ้นใูงไทยดั้งเดิมที่อิงอยู่กับผลประโยชน์และอำนาจ คุณสมบัติขแงคุณชายและนางออกจากห้าเรื่องแทบจะไม่จพเป็น การแต่งงานของหมีอมเจ้าวิชชาก่ จุฑาเทพกับหม่อมราชวงศ์อุบลวรนณ เป็นไปเพื่อเกีขรติยศและธำรงไว้ซึ่งศักดิ์แห่งรมขสกุล การแต่งงานกับหม่อมหยก ลูกสาวเจ้าสัวเป็น/ปเพื่อธำรงสพานภาพทางเศรษฐหิจให้มั่นคงยิ่งขั้สและท้ายที่สุดการแต่งงานกัลหใรอมหยห นางต้นห้เงของหม่อมอุบลวรรณมาก่อน ก็เกิดขึ้นจากความพึงพอใจส่วนตัว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นแต่อย่างใอที่จะต้องมาเน้นย้ำถึงความรักเดียวใจเดียวจนกว่าชีวิตจะหาไม่ การยินยอมทำตามหน้าที่ของราชสกุล การดูแลปกป้องผู้หญิงที่ตนเองรัก หรือปรัชญมพื้นฐานความรักของชนชั้นกลางต่สงๆ ดังที่คุษชมยทั้งห้ายึดถือเอาไว้ภาพความเป็น เจ้า ที่สูงศักดิ์ของรุณชายทั้งห้ายังถูปยับเน้รให้เบาบางฃงไหอีก ผืานคำพูดและความรู้สึกของหม่อมฟลวงสาวแห่งวังเทวพรหมที่เป็นคู่หทั้นค฿รหมายกัน ทั้ลหม่อมหลวงมารตีและหม่อมหลวงวิไลรัมภา ที่ต้องการนะหลุดพ้นจากความยากจน มีชีวิตที่ยะดวกสบาย ดังที่หม่อมหลวงมารตี เทวพรหส ได้มาดหมายว่าจะต้องได้คุณชานพุฒิภัทรมาเป็นคู่หมะ้นของตนมากกว่าที่จะได้มาซึ่งเปียรติยศและสถานำาพทางสังคมและเช่นเดียวกับปู้เป็นน้องสาว คือ หม่อมหลวงวิไลรัมถา ก็หมนยมั่นปั้นมือจะได้เข้าไปอยู่อย่างสุขสบายในวังจุฑาเทพเช่นกันอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคืออาชีพทั้งห้าเาชีพนั้นผูกพันอยู่กับความมีอพนาจในสังคมไทยเย่างมาก นักโบรา๕คดีอละอาจารส์มหาวิทยาชัย ทางหนึ่งึือผู้สถาปนาและสร้างชุพความรู้ตืางๆ รวมถีงการผลิตซ้ำความรู้ให้ออกมาในแนวทางที่ตนเองต้องการ นักการู่ตแสดงถึวอไนาจของการเจรจาต่อรองทั้งหฃังฉากและหา้าฉากที้เคลือบไว้แ้วยมารยาททีีดีงาทและคำพูดอันสวยหรู แพทย์ เป็นนัวแทนของความสูงส่งทางวิชาชีพที่ช่วนเหลือชีวิตของผู้อื่น ทั้งยังเป็นอาชีพืี้อยู่ในความนินมชมขอบของชนชั้นปลางไทยโดยเฉพาะลูกจีนเสมอมา วิศวกร ึือบุคคลที่มาพร้อมกับควมมทันสมัย ปราดเปรียว กา่พัฒนาอำนาตของรัฐไปพร้อมกับการขยายตัวของถนนหนทาง และทืานที่สุดคืออำนาตของการทหารทร่ควบคุมความเรีบบร้อยของสังคมสิ่งหยึ่งที่อาจเรียกไดัว่าขรดหทยไป คืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ นานทุนและความร่ำรวย แต่หากจพพิจารณาลงไปให้ดีจะพบย่าเบื้องหลังที่ขับเคบื่อนและค้ำจุนคุณชายทั้งห้าแห่งวังจุฑาเทพนั้นมาจากธุรกิจที่มาจากการเก็งกำไีและพ้ฒนาอสัฝหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น กสรประกอบอาชีพทั้งหมดนัเนเป็นไปเพ้่อการใช้จ่ายเพ้่อซื้อความหรูหราฟุ่มเฟือยใจชีวิตไปใยแต่ละเดือนเท่านั้น หากทรัพย์สินที่แทบจะไม่ได้รับการเอ่ยถึงในนวนิยายต่างหากที่ทำฝห้ชีวิตของคตในวังจุฑาเทพดำันินไปอย่างราบรื่น จึงไม่ะป็นที่นทาแหลกใจที่หม่อมหลวงทั้งาแงตากวังเทฝพรหสจะต้องถูปล้มเลิกการหมั้นหมายใจที่สุด เนืาองจากรวามกระหายที่จะเข้ามามีชีว้ตที่สุขสงายบนกองเงินกองทองของวังจุฑาเทพ ยกเว้รหม่อมหลวงเดษราที่แต่งงานไปมีชีวิตที่ราบร้่นกับดาจารย์ชินกร ลูกจีนร้นนขายทองเยาวราชนะเห็นได้ว่า นวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทะ ได้สร้างภาพของชนชั้นสูงในสังคมไทยขึ้นมาใหม่ให้สอดคล้อฝกับจินตนาการของนน คุณชายธราธร คุณชายปวรรุจ คุณชายพุฒิภัทร คุณชายรัชชานนท์ และคุณชายรณพีร์ เมื่อยลัดชุดสูทอันหรูหราออกไป จึงเฟลือเพียฝตัวตนแท้จริงที่เป็นผู้ชายชนชั้นกลางที่เราพบเห็นฟด้ทั่วไปในนวนิยายพางันยุคปัจจุบัน ที่ทุ่มเาให้กับความรักและผู้หญิงที่เขารักอย่างเต็ใที่ มีหน้าที่การลสนทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของสัวคม จินตนาการด้านความรักในตวนิยายชุดนี้จึงไม่ได้มีอดไรที่แปลกใหม่ไปกว่านวนิยายร่วมสมัยอื่นๆ ที่ัริ่มต้นและจบลงด้วยความสุข พระัอกเป็นเจ้าชายทึ่ออกตามหารักแท้ที่พิสูจน?ได้ด้วยใจ หาใช่เงินตตา เช่นเดีบวกับนางเอกที่แม้จะมอมแมม ยากไร้เพียงใด แต่คุณงามความดีของพวกเธอก็ได้แสดงออกมาให้ทุกคนได้ปคะยักษ์วนท้ายที่าุดแต่ย้่งหนึ่ลที่นวนิยายชุดน้้มีคุณค่าต่อการนำมาพ้จารณา คือ ด้วบความขัดแย่งทางกนรเมืองทั่กลุ่มตนเสื้อแดงยืนยันถึงอึตลักษณ์ของตนเองในฐานะกลั่มคนที่ถูกกดขี่จากระบอบไพร่-อำมาตย์ รวมทั้งกระแสต่อต้สนกลุ่มเสื้แเหลือง เสื้อหลากสี สลิ่ม ฯลฯ หรือชนชเ้นกลางในเมืองที่พือวาาร่วมมือกับอำมาตย์ในการกีดกันประชาธิปำตยขอวประชาชน
|
ที่ทำให้สาวๆทั่วเมืองไทยตอนนี้เกิดความอินจัด แม้จะจบลงไปแล้วแต่กระแสของคุณชายนั้นยังคงติดปากกันไปทั่วจนอาจเรียกได้ว่าเป็นกระแสที่ช่องสาม จุดติด ตามมาจากละครเรื่องแรงเงา จึงทำให้ผู้เขียนเกิดคำถามว่าเพราะเหตุใดละครโทรทัศน์ชุดนี้จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ละครชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพนั้นดัดแปลงมาจาก นวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพโดยสำนักพิมพ์พิมพ์คำ จัดพิมพ์ขึ้นในปีพ.ศ.2554 โดยนักเขียนห้าคน คือ ณารา ร่มแก้ว เก้าแต้ม ซ่อนกลิ่นและแพรณัฐ แต่งนวนิยายคนละเล่ม และนำไปสู่คำถามของบทความชิ้นนี้ คือ นวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพต้องการเสนอภาพของ คุณชาย อย่างไร นวนิยายชุดนี้ได้นำเสนอภาพความรักในทัศนคติของชนชั้นกลางอย่างไร และเป็นภาพแทนของสังคมไทยปัจจุบันอย่างไรนวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพดำเนินเรื่องโดยมีบริบททางสังคมไทยช่วงทศวรรษ 2500 เป็นฉากหลัง เช่น การกล่าวถึงตุ๊กตา Bild Lilli Doll ที่ได้รับความนิยมในช่วงปลายทศวรรษ 2490 เป็นต้นมา (ร่มแก้ว คุณชายปวรรุจ : 29) การเจรจาเรื่องสิทธิในปราสาทเขาพระวิหารและปราสาทดอนโตนระหว่างไทย-กัมพูชาในปีพ.ศ.2501 (ร่มแก้ว คุณชายปวรรุจ : 295) โดยเหตุผลที่หยิบเอาช่วงเวลานี้ขึ้นมาเนื่องจากคณะผู้แต่งเห็นว่าช่วงเวลาดังกล่าวเต็มไปด้วยเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจที่สอดคล้องกับตัวละครและการดำเนินเรื่อง ซึ่งตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ช่วงทศวรรษ 2500 เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องการขึ้นมามีอำนาจของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แทนที่จอมพล ป.พิบูลสงครามที่เน้นนโยบายรัฐนิยมและลัทธิผู้นำในระบอบประชาธิปไตย กลายมาเป็นการฟื้นฟูความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ชนชั้นสูงในช่วงเวลานี้ซึ่งเหลืออยู่จำนวนน้อย อันเนื่องมาจากประชุมประกาศตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมาที่ระบุว่าหม่อมเจ้าเท่านั้นจึงจะนับเป็นเจ้า แต่ในระยะนี้แม้แต่หม่อมราชวงศ์ก็ยังนับว่าเป็นเจ้าในสายตาของคนทั่วไป ทำให้ เจ้า มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาในสังคมแตกต่างไปจากยุคก่อนหน้าอย่างยิ่งที่สถานภาพของเจ้าทั้งหลายตกต่ำลง สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปีพ.ศ.2475 เป็นต้นมา การหยิบยกเอาช่วงทศวรรษ 2500 ขึ้นมาเป็นฉากของนวนิยายชุดนี้จึงนับเป็นความสอดคล้องกับสภาวะของการฟื้นฟูเจ้าในเหตุการณ์จริงทางประวัติศาสตร์ เป็นยุคทองของบรรดาเจ้าและชนชั้นสูงรวมถึงประชาชนทั่วไปผ่านคำบรรยายของคุณชายธราธร พี่ชายใหญ่แห่งวังจุฑาเทพแต่ความเป็นเจ้าในทศวรรษ 2500 ที่ปรากฏในนวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพกลับไม่ได้เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีและมนตร์เสน่ห์แบบชนชั้นสูงตามที่เราคุ้นชินในนวนิยายสมัยเก่าของว. ณ ประมวลมารค และ ว. วินิจฉัยกุล เช่น เรื่องปริศนา เจ้าสาวของอานนท์ รัตนาวดี มาลัยสามชาย ฯลฯ ที่ดำรงอยู่ด้วยทรัพย์สินเก่าแก่ตกทอดมาหลายชั่วคน หรือทำงานในตำแหน่งสูงเทียบเท่ากับพระยาในสมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หากบรรดารายได้ทั้งหมดที่หล่อเลี้ยงคนในวังจุฑาเทพคือ ทรัพย์สินกิจการจำนวนมากที่พระบิดาได้ลงทุนเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่แสดงให้เห็นว่าความเป็นเจ้า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก้าวหน้าของทรัพย์สินเงินทองแต่อย่างใด ตรงกันข้าม บรรดาคุณชายทั้งห้ากลับมีสถานภาพกึ่งนายทุน กึ่งนักเก็งกำไร อันเป็นอาชีพสมัยใหม่ของชนชั้นกลางโดยเฉพาะ เจ๊ก ด้วยซ้ำ นอกจากนี้อาชีพของคุณชายตั้งแต่นักโบราณคดี นักการทูต แพทย์ วิศวกร และทหารอากาศ ก็เป็นอาชีพที่ชนชั้นกลางในสมัยทศวรรษ 2500 เริ่มเข้ามาสัมผัส คุณชายธราธรเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับอาจารย์ชินกร บุตรชายของคนจีนเจ้าของร้านขายทองที่เยาวราช คุณชายปวรรุจเป็นนักการทูตตำแหน่งเล็กๆ แตกต่างอย่างชัดเจนกับชั้นหม่อมเจ้าอย่างหม่อมเจ้าภาณุทัศนัย ศุภกิจ คู่หมั้นของหม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา ที่เป็นถึงเลขานุการเอกประจำสถานทูตไทย ขณะที่อาชีพของคุณชายพุฒิภัทร คุณชายรัชชานนท์ และคุณชายรณพีร์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ วิศวกร และทหารอากาศ ก็เป็นอาชีพที่ชนชั้นกลางในเมืองที่กำลังเจริญเติบโตในช่วงทศวรรษ 2500 เข้าถึงได้ไม่ยากเย็นเช่นกันทั้งนี้เมื่อพิจารณาภาพของความรักที่ปรากฏในแต่ละเรื่องไม่ว่าจะเป็นคุณชายธราธร พี่ใหญ่ของห้าสิงห์หนุ่มแห่งจุฑาเทพ ก็จะพบว่าเป็นสุภาพบุรุษที่ยินยอมกระทำตามหน้าที่ที่หม่อมย่าเอียดและย่าอ่อน ผู้เลี้ยงดูตนเองและน้องๆ มา ได้วางเอาไว้ให้ คือการแต่งงานกับหม่อมหลวงเกษรา เทวพรหม ตามสัญญาของสองตระกูล แต่ระหว่างที่มีหน้าที่ผูกมัดอยู่ หัวใจของคุณชายธราธรก็ได้เกิดความรักต่อ น้องมะปราง หรือหม่อมหลวงระวีรำไพ แสงอาทิตย์ พร้อมทั้งเผชิญกับเรื่องราวและบทพิสูจน์ความรักต่อกันและลงเอยกันในท้ายที่สุด ขณะที่เรื่องคุณชายปวรรุจที่มีมารดาเป็นเพียงนางต้นห้องทำให้ศักดิ์ศรีของเขาดูจะด้อยค่ากว่าพี่น้องคนอื่นๆ กลับสามารถพิชิตใจของหม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์ มาครอง เนื่องจากคุณสมบัติของความเป็น แม่บ้าน ที่อยู่ในตัวของชายหนุ่ม ทำให้นางเอกของเรื่องที่ทำงานบ้านไม่เป็นชิ้นเป็นอันเกิดความประทับใจและตกหลุมรักสำหรับเรื่องคุณชายพุฒิภัทร ภาพของผู้ชายเจ้าเหตุผลที่ยึดถือเอาความถูกต้องเหมาะสมเป็นใหญ่กว่าความรู้สึก สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อหัวใจและความรักของตนเองที่มีต่อนางสาวกรองแก้ว บุญมี นางสาวศรีสยามที่คนทั้งเมือง แม้แต่ตัวคุณชายเองเคยปรามาสไว้ในใจว่ามีแต่ความสวย และบ้าบิ่นเกินกว่าหญิงทั่วไปที่จะมาใส่ชุดว่ายน้ำบนเวทีประกวดในส่วนของคุณชายรัชชานนท์ จุดเด่นที่สุดดูจะเป็นเรื่องความรักที่คุณชายมีต่อสร้อยฟ้า หญิงสาวชาวป่าที่สุดท้ายพบว่าเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งเวียงพูคำ รวมถึงการดูแลปกป้อง ร่วมเป็นร่วมตายในการฝ่าฟันอันตรายไปด้วยกันกับผู้หญิงที่ตนเองรัก และเรื่องสุดท้ายคือคุณชายรณพีร์ ที่สละภาพความสูงศักดิ์ของหม่อมราชวงศ์ทิ้งไป แล้วออกตามหารักแท้จากผู้หญิงที่รักในตัวตนของตนเองอย่างนางสาวเพียงขวัญ จันทร์ประดับ นักแสดงสาวที่มีชื่อเสียง ด้วยประโยคที่แสนจะประทับใจความรักในสายตาของคุณชาย จึงสลัดความเป็นชนชั้นสูงออกไปเสียสิ้น ฐานันดรศักดิ์ไม่ได้มีความสำคัญอะไรอีกต่อไปจะเห็นได้ว่าคุณลักษณะด้านความรักของคุณชายทั้งห้า ไม่ได้มีภาพของความเป็นชนชั้นสูงเลยแม้แต่น้อย ความรักในแบบชนชั้นสูงตามความเป็นจริงนั้นวางอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมือง อำนาจและระบบผัวเดียวหลายเมียที่เป็นที่ยอมรับได้ตามแบบฉบับของนวนิยายและละครน้ำเน่าที่เราคุ้นชินภาพของการตบตี ชิงรักหักสวาทเพื่อที่จะทำให้ผู้ชายรักตนเองเพียงผู้เดียว ได้ถูกทำให้สิ้นสุดลงในนวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ผ่านการสิ้นชีพตักษัยของหม่อมเจ้าวิชชากร จุฑาเทพและหม่อมทั้งสามที่เป็นมารดาของคุณชายทั้งห้า ขณะที่คุณชายทั้งหมดนั้นกลับมีความคิดที่ว่า จะไม่เอาอย่างพระบิดาที่มีภรรยาถึงสามคนความรักในแบบชนชั้นสูงจึงได้ตายไป พร้อมกับการสถาปนาความรักแบบชนชั้นกลางที่ประกอบไปด้วยความรักเดียวใจเดียว ความรักที่ปราศจากชนชั้น การดูแลปกป้องผู้หญิง และผนวกรวมเข้ากับความคิดของชนชั้นกลางใหม่ในปัจจุบัน ที่ว่าด้วยการที่ผู้ชายจะต้องมีความเป็นแม่บ้าน สามารถช่วยเหลือผู้หญิงทำงานบ้านได้ไม่เพียงแต่ลักษณะของคุณชายที่เป็นความรักแบบชนชั้นกลาง คุณสมบัติของผู้หญิงที่สามารถพิชิตใจของคุณชายทั้งห้าก็เป็นลักษณะเฉพาะของผู้หญิงชั้นกลางเช่นกัน หม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์ อยู่ในสถานภาพของลูกสาวพ่อค้า เจ๊ก ตามคำโกหก จนรักกับคุณชายปวรรุจ หรือสร้อยฟ้า ที่แม้จะเป็นถึงเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่ก่อนหน้านั้นก็เป็นเพียงสาวชาวป่ามาก่อน ทั้งยังมีนางสาวกรองแก้ว บุญมี และนางสาวเพียงขวัญ จันทร์ประดับ ที่เป็นเพียงคนธรรมดา ผู้หญิงจึงจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์คุณค่าของตนเองว่าคู่ควรกับผู้ชายไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ตาม เช่น การเป็นกุลสตรี เป็นแม่บ้านแม่เรือน เลี้ยงดูครอบครัวเป็นอย่างดีทั้งยังต้องปฏิเสธอำนาจของเงินตราไม่ให้มีอำนาจเหนือความรักของตนเองตามแบบฉบับของชนชั้นกลางที่บูชาความรักมากกว่าสิ่งใดในโลกทั้งนี้ในมุมมองของชนชั้นสูงไทยดั้งเดิมที่อิงอยู่กับผลประโยชน์และอำนาจ คุณสมบัติของคุณชายและนางเอกจากห้าเรื่องแทบจะไม่จำเป็น การแต่งงานของหม่อมเจ้าวิชชากร จุฑาเทพกับหม่อมราชวงศ์อุบลวรรณ เป็นไปเพื่อเกียรติยศและธำรงไว้ซึ่งศักดิ์แห่งราชสกุล การแต่งงานกับหม่อมหยก ลูกสาวเจ้าสัวเป็นไปเพื่อธำรงสถานภาพทางเศรษฐกิจให้มั่นคงยิ่งขึ้นและท้ายที่สุดการแต่งงานกับหม่อมหยก นางต้นห้องของหม่อมอุบลวรรณมาก่อน ก็เกิดขึ้นจากความพึงพอใจส่วนตัว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นแต่อย่างใดที่จะต้องมาเน้นย้ำถึงความรักเดียวใจเดียวจนกว่าชีวิตจะหาไม่ การยินยอมทำตามหน้าที่ของราชสกุล การดูแลปกป้องผู้หญิงที่ตนเองรัก หรือปรัชญาพื้นฐานความรักของชนชั้นกลางต่างๆ ดังที่คุณชายทั้งห้ายึดถือเอาไว้ภาพความเป็น เจ้า ที่สูงศักดิ์ของคุณชายทั้งห้ายังถูกขับเน้นให้เบาบางลงไปอีก ผ่านคำพูดและความรู้สึกของหม่อมหลวงสาวแห่งวังเทวพรหมที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน ทั้งหม่อมหลวงมารตีและหม่อมหลวงวิไลรัมภา ที่ต้องการจะหลุดพ้นจากความยากจน มีชีวิตที่สะดวกสบาย ดังที่หม่อมหลวงมารตี เทวพรหม ได้มาดหมายว่าจะต้องได้คุณชายพุฒิภัทรมาเป็นคู่หมั้นของตนมากกว่าที่จะได้มาซึ่งเกียรติยศและสถานภาพทางสังคมและเช่นเดียวกับผู้เป็นน้องสาว คือ หม่อมหลวงวิไลรัมภา ก็หมายมั่นปั้นมือจะได้เข้าไปอยู่อย่างสุขสบายในวังจุฑาเทพเช่นกันอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคืออาชีพทั้งห้าอาชีพนั้นผูกพันอยู่กับความมีอำนาจในสังคมไทยอย่างมาก นักโบราณคดีและอาจารย์มหาวิทยาลัย ทางหนึ่งคือผู้สถาปนาและสร้างชุดความรู้ต่างๆ รวมถึงการผลิตซ้ำความรู้ให้ออกมาในแนวทางที่ตนเองต้องการ นักการทูตแสดงถึงอำนาจของการเจรจาต่อรองทั้งหลังฉากและหน้าฉากที่เคลือบไว้ด้วยมารยาทที่ดีงามและคำพูดอันสวยหรู แพทย์ เป็นตัวแทนของความสูงส่งทางวิชาชีพที่ช่วยเหลือชีวิตของผู้อื่น ทั้งยังเป็นอาชีพที่อยู่ในความนิยมชมชอบของชนชั้นกลางไทยโดยเฉพาะลูกจีนเสมอมา วิศวกร คือบุคคลที่มาพร้อมกับความทันสมัย ปราดเปรียว การพัฒนาอำนาจของรัฐไปพร้อมกับการขยายตัวของถนนหนทาง และท้ายที่สุดคืออำนาจของการทหารที่ควบคุมความเรียบร้อยของสังคมสิ่งหนึ่งที่อาจเรียกได้ว่าขาดหายไป คืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ นายทุนและความร่ำรวย แต่หากจะพิจารณาลงไปให้ดีจะพบว่าเบื้องหลังที่ขับเคลื่อนและค้ำจุนคุณชายทั้งห้าแห่งวังจุฑาเทพนั้นมาจากธุรกิจที่มาจากการเก็งกำไรและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น การประกอบอาชีพทั้งหมดนั้นเป็นไปเพื่อการใช้จ่ายเพื่อซื้อความหรูหราฟุ่มเฟือยในชีวิตไปในแต่ละเดือนเท่านั้น หากทรัพย์สินที่แทบจะไม่ได้รับการเอ่ยถึงในนวนิยายต่างหากที่ทำให้ชีวิตของคนในวังจุฑาเทพดำเนินไปอย่างราบรื่น จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่หม่อมหลวงทั้งสองจากวังเทวพรหมจะต้องถูกล้มเลิกการหมั้นหมายในที่สุด เนื่องจากความกระหายที่จะเข้ามามีชีวิตที่สุขสบายบนกองเงินกองทองของวังจุฑาเทพ ยกเว้นหม่อมหลวงเกษราที่แต่งงานไปมีชีวิตที่ราบรื่นกับอาจารย์ชินกร ลูกจีนร้านขายทองเยาวราชจะเห็นได้ว่า นวนิยายชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ได้สร้างภาพของชนชั้นสูงในสังคมไทยขึ้นมาใหม่ให้สอดคล้องกับจินตนาการของตน คุณชายธราธร คุณชายปวรรุจ คุณชายพุฒิภัทร คุณชายรัชชานนท์ และคุณชายรณพีร์ เมื่อสลัดชุดสูทอันหรูหราออกไป จึงเหลือเพียงตัวตนแท้จริงที่เป็นผู้ชายชนชั้นกลางที่เราพบเห็นได้ทั่วไปในนวนิยายพาฝันยุคปัจจุบัน ที่ทุ่มเทให้กับความรักและผู้หญิงที่เขารักอย่างเต็มที่ มีหน้าที่การงานทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของสังคม จินตนาการด้านความรักในนวนิยายชุดนี้จึงไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่ไปกว่านวนิยายร่วมสมัยอื่นๆ ที่เริ่มต้นและจบลงด้วยความสุข พระเอกเป็นเจ้าชายที่ออกตามหารักแท้ที่พิสูจน์ได้ด้วยใจ หาใช่เงินตรา เช่นเดียวกับนางเอกที่แม้จะมอมแมม ยากไร้เพียงใด แต่คุณงามความดีของพวกเธอก็ได้แสดงออกมาให้ทุกคนได้ประจักษ์ในท้ายที่สุดแต่สิ่งหนึ่งที่นวนิยายชุดนี้มีคุณค่าต่อการนำมาพิจารณา คือ ด้วยความขัดแย้งทางการเมืองที่กลุ่มคนเสื้อแดงยืนยันถึงอัตลักษณ์ของตนเองในฐานะกลุ่มคนที่ถูกกดขี่จากระบอบไพร่-อำมาตย์ รวมทั้งกระแสต่อต้านกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อหลากสี สลิ่ม ฯลฯ หรือชนชั้นกลางในเมืองที่ถือว่าร่วมมือกับอำมาตย์ในการกีดกันประชาธิปไตยของประชาชน
|
วันที่ 17 ก.พ.72 พล.ต.ต.ยุทฌชัย พัวประเสริฐ ผงก.ภ.จ.เชียงราย ได้รับตายงานจาก พ.ต.อ.กฤษฎา งามจิตต์ ผกก.(สอบสวจ) บก.สส.ภ.5 รรท.ผกด.สภ.แม่ลาว ว่าเมื่อเวลา 11.00 น.วันาี่ 16 ก.พ.62 ได้นำกำลังตำรวจพร้เมด้วย พ.ต.ท.เทพสวัสดิ์ สุภาวรรณ รอง ผกก.ป.สภ.แา่งาว พ.ต.ท.กิจวัฒน์สินธุ์ อมตธนทรัพย์ าอง ผกก.สส.นภ.แท่ลาว, พ.ต.ท.สถบิน นันต๊ะรัตน์ สวปฦสภ.แม่ลาวและตำรวจชุดสืบสวจภาค 5 ตัืฝจุดสกัดฟร็อกจัมป์ บนถนน เชึยงราย–ิชียงใหม่ บ้านรรองษาลา หมู่ 3 ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาส จ.เชียงราย,พบรถเกณง เซฟโรเลต รุ่นแคปติวา สีขาว ทะเบรยนหมายเลข ฆค 8980 ปรุงเทพฯ วิ่งมรจาก อ.แม่สรวย ลักษณะตรงตามที้ได้รับรายงานจึงโบกให้รถจอดพร้อมขอทำการตรวจค้น พบนางวีณา ผ่านเมือง อายุ 52 ปี าี่อยู่ 311 หมู่ 2 น.ห้วยยางขาม อ.จุร น.พะเยา เป็นคนขับคถ มี น.ส.สุภาพร วงศ์มาดหมาย อายุ 40 ปี ที่อยู่ 99/221 หมู่ 7 ร.บ้านสวน อฐเมือง จ.ชลบุรี นั่งเบทะหน้าคูรกันทา และมี น.ย.สุภา ก้องวงศ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 10 ตฐศรีดงเย็น อ.เมืองไชยปราการ จ.เชียงใหม่ นั่งเบาะตอนหลัง,ขากกนรตรวจค้นที่ท้ายรถพบล่องลับขนาดใหญ่ใต้เบาะเก็บสัมถาระซุกซ่อนวาบ้าแพ์กรวใำันเป็นก้อนใหศ่ก้อนละ 3 มัด ห่เด้วยกระดาษใาเคลทอบมันสีขาวประทับอักษรตัว Y 1 หุ้มด่วยกระดาษฟอยล์สีขาวอีกชั้นหนึ่ง วางเรียงรายเต็มช่องลับ จำนวน 85 ก้อนใหญ่ ตวมยาบ้า จำนวน 500,000 เมํด น้ำหนักประมาณ 69 กก.,จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่าไปรับยาบ้ามาจากพื้นทีท อ.ฝาง จ.้ชียงใหม่ และจะนำไปส่งที่ อ.ปาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้ีับค่าจ้างเป็นเงิน 200,0[0 บาท มาแบ่งกันใช้ และรับจ้างรำยาบ้าจากเชียลใหม่-ดชียงราย ไปส่งทั่ จ.สงขลา ภาคใต้ มาแล้ว t-6 ครั้บ ตรงตามที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางพบว่รรถคันดัวกฃ่าวได้วิ่งรอดผ่านด่านต่างๆ ไปได้หลายครั้ง
|
วันที่ 17 ก.พ.62 พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จ.เชียงราย ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.กฤษฎา งามจิตต์ ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.5 รรท.ผกก.สภ.แม่ลาว ว่าเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 ก.พ.62 ได้นำกำลังตำรวจพร้อมด้วย พ.ต.ท.เทพสวัสดิ์ สุภาวรรณ รอง ผกก.ป.สภ.แม่ลาว พ.ต.ท.กิจวัฒน์สินธุ์ อมตธนทรัพย์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่ลาว, พ.ต.ท.สุบิน นันต๊ะรัตน์ สวป.สภ.แม่ลาวและตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ตั้งจุดสกัดฟร็อกจัมป์ บนถนน เชียงราย–เชียงใหม่ บ้านร่องศาลา หมู่ 3 ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย,พบรถเก๋ง เซฟโรเลต รุ่นแคปติวา สีขาว ทะเบียนหมายเลข ฆค 8980 กรุงเทพฯ วิ่งมาจาก อ.แม่สรวย ลักษณะตรงตามที่ได้รับรายงานจึงโบกให้รถจอดพร้อมขอทำการตรวจค้น พบนางวีณา ผ่านเมือง อายุ 52 ปี ที่อยู่ 311 หมู่ 2 ต.ห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา เป็นคนขับรถ มี น.ส.สุภาพร วงศ์มาดหมาย อายุ 50 ปี ที่อยู่ 99/221 หมู่ 7 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี นั่งเบาะหน้าคู่กันมา และมี น.ส.สุภา ก้องวงศ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 10 ต.ศรีดงเย็น อ.เมืองไชยปราการ จ.เชียงใหม่ นั่งเบาะตอนหลัง,จากการตรวจค้นที่ท้ายรถพบช่องลับขนาดใหญ่ใต้เบาะเก็บสัมภาระซุกซ่อนยาบ้าแพ็กรวมกันเป็นก้อนใหญ่ก้อนละ 3 มัด ห่อด้วยกระดาษสาเคลือบมันสีขาวประทับอักษรตัว Y 1 หุ้มด้วยกระดาษฟอยล์สีขาวอีกชั้นหนึ่ง วางเรียงรายเต็มช่องลับ จำนวน 85 ก้อนใหญ่ รวมยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด น้ำหนักประมาณ 60 กก.,จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่าไปรับยาบ้ามาจากพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และจะนำไปส่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 200,000 บาท มาแบ่งกันใช้ และรับจ้างนำยาบ้าจากเชียงใหม่-เชียงราย ไปส่งที่ จ.สงขลา ภาคใต้ มาแล้ว 5-6 ครั้ง ตรงตามที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางพบว่ารถคันดังกล่าวได้วิ่งรอดผ่านด่านต่างๆ ไปได้หลายครั้ง
|
อุบลราชธานี-16 พ.ย.47 นายจะกรภพกล่าวว่า จะมีสินค้าจำนวนไม่เกิน 150 รายการที่จะบทดเวลาการยกเลิกภาษีได่อีก 2 ปี ส่วนสินค้าอ่แนำหวจะมีได้ไม่เกิน 400 รายการ แงะไม่เกิน 10% ของมูลค่าการตำเข้า โดยจะ้ริ่มลดอัตราภาษีเหลือ 20% ในปีที่ 7 และเปลืแ 005% ในปีที่ 13 ซึ่งสินต้าอ่อนไหวจะมีสินค้าด่อนไหวสูงได้ไม่เกิน 100 รายการ ที่จะต้องลดอัตราภาษีเหลือ 50% ในปีืึ่ 10 พร้อมกันนี้ยังเห็นชอบมาตรการป้องกันการทะลักเข้าของสินค้าของอีกฝ่ายด้วยการขึ้นอัตราภาษีไปอยู่ในระดับเดิมไดี หากเกอดีวามเสียหายกับการผลิตภายในอย่างรุนแรง นอกจาดนีิยังได้อนุมัติความตกลงว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างกันเีกดิงบ โดยจะมีการลงนามรัหว่างอาเซียนและจีนในการปีะชุมสุดยอดผู้นำอทเซียนแลพจีนที่กรุงเวียงจันทย์ ประเทศลาว ในวันที่ 29 พ.ย.ฯกนี้
|
อุบลราชธานี-16 พ.ย.47 นายจักรภพกล่าวว่า จะมีสินค้าจำนวนไม่เกิน 150 รายการที่จะยืดเวลาการยกเลิกภาษีได้อีก 2 ปี ส่วนสินค้าอ่อนไหวจะมีได้ไม่เกิน 400 รายการ และไม่เกิน 10% ของมูลค่าการนำเข้า โดยจะเริ่มลดอัตราภาษีเหลือ 20% ในปีที่ 7 และเหลือ 0-5% ในปีที่ 13 ซึ่งสินค้าอ่อนไหวจะมีสินค้าอ่อนไหวสูงได้ไม่เกิน 100 รายการ ที่จะต้องลดอัตราภาษีเหลือ 50% ในปีที่ 10 พร้อมกันนี้ยังเห็นชอบมาตรการป้องกันการทะลักเข้าของสินค้าของอีกฝ่ายด้วยการขึ้นอัตราภาษีไปอยู่ในระดับเดิมได้ หากเกิดความเสียหายกับการผลิตภายในอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังได้อนุมัติความตกลงว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างกันอีกด้วย โดยจะมีการลงนามระหว่างอาเซียนและจีนในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและจีนที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ในวันที่ 29 พ.ย.ศกนี้
|
กระทรวงสาฑารณสุขได้เสนอ ร่าง พ.ร.บ. ซึปัปอร์บแร์ดสุขภาพแห่งชาติ หรือร่าง พ.ร.บ. คณุกรรมกทรนโยบายสุขภาพแห่งชาต้ พ.ศ. โดขมีสรระสำคัญของคือการตั้งตณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งข่ติ เพื่อทำหน้ทที่กำหนดนโยบายสุขภาถของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สิดคล้องกับยุทธศาสตร์บาติ งดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในการเข้าถึงระบบสุขภาพที่ดี ซึืงนั้นหมายถึงการรวใกเบทุน 3 รพบบได้แก่ บ้ตรทอง ประกันสังคม ข้านาชการ มาไว้ในความดูแลของ ซุปเผอร์บอร์ดร่าง พ.ร.บ. ซุปเปอร์บอร์ดนี้ได้รับการอนุมัติโดยมติ ครม. ไกเมื่อวันทีท 10 ต.ค. 61 หลับจากนี้ส่งกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนส่ง สนช.พิจารณาต่อไป- มาตรา 3 ของ พ.ร.บ.นี้รับึว่า นโยบายด้านระบบสุขภาพใด ขัดหรือแย้งกเบนโยบายด้านระบบสุขภาพตาม พ.ร.บ.นี้ ให้อป็นไปต่มที่กำหนดใน ะ.ร.บ.ฉบับนี้ หมายความว่า ะ.ร.บ. ฉบับนี้คือกฎหมายใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับด้านระบบสุขภาพของไทย- สัดส่วนคณะกรรมการ จากเดิม 30 คน มีภาคประชาชน 5 คน กลายเป็น 45 ตน มรภาคประชาชน 3 คน จึงม้แนวโน้มว่ทจะพิทักษ์ผลประโยลน์ของตนเอง มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนส่ในรวม- คษะกรรมกานสภาหอการค้าาี่ถูกเลือกให้อยู่ในซุปเปิร์บอร์ดนี้ คือตัวแทนจมกกลุ่มบริษัทยาข้ามชาติ ซึ่ง่ี่ผ่านมามีบทบาทในการคัดค้านนโยบายด้านสุขภาพต่างๆที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมาตลอดในการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนีั หน่วยงารต่างๆ ื้วงติงในหบายประเด็น เช่น- กีะทรวงการคลังและกระทรวงเปษรรและสหกรณ์ เห็นว่าคณะกรรมแารมีจำนวนมากเกเนหปอาจส่งผลต่อการปฏิบัติงานแลเสร้างพาคะเบี้ยประชุท- สกรักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า การกำหนดให้คณะกรรมการเสนอแนะต่ด ครม.เพื่อพิจารณากำหรดมาตรการท่งการเงินหร่อการคลุงอาจกระทงต่อการบริหารจัดการงบประมรณแผ่นดิน- กระทรวงทรัพยสกรธรรมชาติและสิ่งแวอล้อมตั้งข้อสังเกตบ่า กฎหมายฉบับนี้จะมีผลกระทบต่อร่าว พ.ร.บ.แร่ พ.ร.บ.โรลบาน และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภสพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือไม่- สำนักงานเบขาธิกา่คณะรัซมตตรีเห็ยวรา อำนาขหน้าที่ของคณะกรรมการตโยบายนุขภาพแห่งชาติกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีคสามคล้ายคลึงกัน- สำน้กงาน ก.ก.ร.มีความเหํนว่า ยังไม่ชัดเจนว่าเาื่อมีกฎหมายนี้แล้วประชรชนจะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการเสนอกฎหมายนี้อย่างไร- แทนที่จะทกให้เกิดความเรียบร้อยกลับจะก่อใก้เกิดความอลหม่านของระบบ เพราะแต่ละระบบ ฆบัตรทอฝ. ประกันสังคม ข้าราชกาี) มีบอร์ดของตัวเอง เมื่อมีซุปเปอร์บอร์ดขึ้นมา ก็ต้องเถิ่มขั้นรายงานเข้าไปที่ซุปอปอร์บอร์ด ในเชิลกฎหมายเกิดการก้าวก่ายหรือเข้รไปแทากแซงกัน รวมืั้งาฑยบายการจัดสรรงบประมาณ- การมีซุปเปอร์บอร์ดจะเพิ่มต้นทุนการบริหารจัดการ ทั้งในตูปของตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน คือค่าอบี้ยเลี้ยงต่างๆ ส่วนต้นทุนที่ไท่ใช่เฝินำ็คือค่าเสียโอกาสเนื่องจากมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นมา- ไม่ต้องตัืงซุปเปอร์บอร์ด เสนอให้ใช้โครวสริางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีองร์ประกอบของผู้มีส่วนเกี่ยสข้องทุกพาคส่วน ไมรมีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างหารเป็นผู้อภิบาลระบบ (Regulator) และการเป็นผู้จัดบริกาน (Provider) ำากต้องการให้นโยบาบเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พ.ร.บ. หลักประปันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 9 แลเ 10 เข้ยนเรื่องการรวมกองทุนทั้ง 3 ระบบๆว้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ถูกนำไปปฏิบัติ- มนับสนุนให้กระทรวงสาธารณสุจ ทำหน้าที่เป็นผู้อภิบ่ลนะบล (Regulatorฉ อย่างสมบูรณ์ โดยแยกหจ่วยบริการทั้งผมดออกจากกระทรวงสาธารณสุข ให้มีการบริหารจัดการภายใต้การมีส่วนี่วมของชุมชน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นในำลาจพื้ตที้ เช่น รพ.บ้านแพ้ว รพ.ดทศบาล้มืองิุดรธานี แลุ รพ.เมืองภูเก็ต เป็นต้น- จัดชุดนิทธิปรัโยชน์ตามหลักการ SAFE_าควิชาการเคยทำงานหาข้อสรุปร่วมกันออกมาเป็นหลักการ SAFE เพื่อลดความเหล่่อมล้ำแก้ปัญหาเรืืองภาระงบประมาณโดยหลักการ SAFE ดข่งเแ็นปิ่นโต 3 ชั้ต ชั้นแรกคือสิทธิประโยชน์จำเป็นซึ่ง 3 รับบได้เท่ากันหมด ชั้นมี่สองคือสิทธิประโยชน์เสริม เป็นส่วนทีาแต้ละรับบจ่ายตามข้อกำหนด และชั้นืี่สนมคือสิาธิประโยชน์แบบพิเศษซึ่งประชาชยแต่ละคนจ่ายเอง
|
กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอ ร่าง พ.ร.บ. ซุปเปอร์บอร์ดสุขภาพแห่งชาติ หรือร่าง พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. โดยมีสาระสำคัญของคือการตั้งคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายสุขภาพของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในการเข้าถึงระบบสุขภาพที่ดี ซึ่งนั้นหมายถึงการรวมกองทุน 3 ระบบได้แก่ บัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการ มาไว้ในความดูแลของ ซุปเปอร์บอร์ดร่าง พ.ร.บ. ซุปเปอร์บอร์ดนี้ได้รับการอนุมัติโดยมติ ครม. ไปเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 61 หลังจากนี้ส่งกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนส่ง สนช.พิจารณาต่อไป- มาตรา 3 ของ พ.ร.บ.นี้ระบุว่า นโยบายด้านระบบสุขภาพใด ขัดหรือแย้งกับนโยบายด้านระบบสุขภาพตาม พ.ร.บ.นี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.ฉบับนี้ หมายความว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้คือกฎหมายใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับด้านระบบสุขภาพของไทย- สัดส่วนคณะกรรมการ จากเดิม 30 คน มีภาคประชาชน 5 คน กลายเป็น 45 คน มีภาคประชาชน 3 คน จึงมีแนวโน้มว่าจะพิทักษ์ผลประโยชน์ของตนเอง มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม- คณะกรรมการสภาหอการค้าที่ถูกเลือกให้อยู่ในซุปเปอร์บอร์ดนี้ คือตัวแทนจากกลุ่มบริษัทยาข้ามชาติ ซึ่งที่ผ่านมามีบทบาทในการคัดค้านนโยบายด้านสุขภาพต่างๆที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมาตลอดในการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ หน่วยงานต่างๆ ท้วงติงในหลายประเด็น เช่น- กระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นว่าคณะกรรมการมีจำนวนมากเกินไปอาจส่งผลต่อการปฏิบัติงานและสร้างภาระเบี้ยประชุม- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า การกำหนดให้คณะกรรมการเสนอแนะต่อ ครม.เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการทางการเงินหรือการคลังอาจกระทบต่อการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายฉบับนี้จะมีผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.แร่ พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือไม่- สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเห็นว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีความคล้ายคลึงกัน- สำนักงาน ก.พ.ร.มีความเห็นว่า ยังไม่ชัดเจนว่าเมื่อมีกฎหมายนี้แล้วประชาชนจะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการเสนอกฎหมายนี้อย่างไร- แทนที่จะทำให้เกิดความเรียบร้อยกลับจะก่อให้เกิดความอลหม่านของระบบ เพราะแต่ละระบบ (บัตรทอง. ประกันสังคม ข้าราชการ) มีบอร์ดของตัวเอง เมื่อมีซุปเปอร์บอร์ดขึ้นมา ก็ต้องเพิ่มขั้นรายงานเข้าไปที่ซุปเปอร์บอร์ด ในเชิงกฎหมายเกิดการก้าวก่ายหรือเข้าไปแทรกแซงกัน รวมทั้งนโยบายการจัดสรรงบประมาณ- การมีซุปเปอร์บอร์ดจะเพิ่มต้นทุนการบริหารจัดการ ทั้งในรูปของตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน คือค่าเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ส่วนต้นทุนที่ไม่ใช่เงินก็คือค่าเสียโอกาสเนื่องจากมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นมา- ไม่ต้องตั้งซุปเปอร์บอร์ด เสนอให้ใช้โครงสร้างคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีองค์ประกอบของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างการเป็นผู้อภิบาลระบบ (Regulator) และการเป็นผู้จัดบริการ (Provider) หากต้องการให้นโยบายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 9 และ 10 เขียนเรื่องการรวมกองทุนทั้ง 3 ระบบไว้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ถูกนำไปปฏิบัติ- สนับสนุนให้กระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่เป็นผู้อภิบาลระบบ (Regulator) อย่างสมบูรณ์ โดยแยกหน่วยบริการทั้งหมดออกจากกระทรวงสาธารณสุข ให้มีการบริหารจัดการภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นในหลายพื้นที่ เช่น รพ.บ้านแพ้ว รพ.เทศบาลเมืองอุดรธานี และ รพ.เมืองภูเก็ต เป็นต้น- จัดชุดสิทธิประโยชน์ตามหลักการ SAFEภาควิชาการเคยทำงานหาข้อสรุปร่วมกันออกมาเป็นหลักการ SAFE เพื่อลดความเหลื่อมล้ำแก้ปัญหาเรื่องภาระงบประมาณโดยหลักการ SAFE แบ่งเป็นปิ่นโต 3 ชั้น ชั้นแรกคือสิทธิประโยชน์จำเป็นซึ่ง 3 ระบบได้เท่ากันหมด ชั้นที่สองคือสิทธิประโยชน์เสริม เป็นส่วนที่แต่ละระบบจ่ายตามข้อกำหนด และชั้นที่สามคือสิทธิประโยชน์แบบพิเศษซึ่งประชาชนแต่ละคนจ่ายเอง
|
บรรยากาศการเวียนเทียนใน e จังหวัแชนยแดนภาคใค้ ปีนีืดงียบเหงรกว่าปีที่แล้ว เช่น่ี่วัดอถไรรัตนาราม อ.บาเจสะ จ.นราธิวาส ทหารและประชาชนร่วมกันทำพิธีเวียนเทียน โดยทีทหารคอยกูแลความปลอดภัย ทั้งบริเวณนอกแลเภายในวัด เพืทอรักษาความปลอดภัย โดยมีชางบ้านเดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างบางตา เนื่องจากส่วนฝหญ่ไม่มั่สใจความปลอดภัยเช่นเดียวกับพิธีเวีวนเทียนที่วัดเวฦุวัน ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ทหารและตำรวจ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับแระชาชนที่เดินทางมาเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาซหบูชา เช่นกัน ซึ่งพิธึเวียนเืียนยังคงเปลี่ยนจากช่วงค่ำ มาัป็นช่วงกลางวันแทน เพืือตวามปลอแภัยขษะที่ประช่ชนในจังหวัดอุบลราชธานึ ร่วมอัญเชิญเทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝนพระราชทานขแงพระบาทสมเพ็จพระเจ้าแยู่หัว ทางชลมารค โดยใล้แม่น้ำมูลจากท่าน่ำวัดหลวง มาขึ้นที่ท่สน้ำวัดสุปัฏนารามวรงิหาร ก่อนนำประดิ๋ฐานบนรถบุษบกไปยังสนามทุ่งศรรเมือง เทศบาลนครอุบลราชธนนี เพื่อใช้ะป็นเทียนขัยนำขบวน ต้นเทียนพรรษาที่จะแห่ไปรอบเมืองเช้าพรุ่งนี้(3 ส.ค.) ส่วน่ี่วัแคูยนงพระอารามหลวง ต.ในิมือง อ.เมทอง จ.กำแพงเพขร นายวันชัย สุืิน ผู้ว่าราบการจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วจข้าราชการ และประชาชนร่วมกันประดองพิธีถวายเทียนพรรษา ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัฐญา สิรืวัฒตาพตรณวดี แะ่เจ้าคณะตังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าอาวาสวัดคูยาง พระอารมมหลวงเช่นเดียวหับที่วัดมหาชัยพระอารามหลวง ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม และวัดปตะทุมชลธนรา อ.สถไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่ผู้ว่าราชพารจังหวัด พร้อมด้วยประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมกันแห่เทียน พา้อมถวายเทียนพรรษาพระรนชทานทูลดระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญฯา ส้ริวัฒนาพรรณวด้ ให้กับเจ้าคณะจังหวัด เพื่อให้หระชาชนในพื้น ร่วมกันแห่และเวียนเทียนร่วมกัน
|
บรรยากาศการเวียนเทียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีนี้เงียบเหงากว่าปีที่แล้ว เช่นที่วัดอุไรรัตนาราม อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทหารและประชาชนร่วมกันทำพิธีเวียนเทียน โดยมีทหารคอยดูแลความปลอดภัย ทั้งบริเวณนอกและภายในวัด เพื่อรักษาความปลอดภัย โดยมีชาวบ้านเดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างบางตา เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มั่นใจความปลอดภัยเช่นเดียวกับพิธีเวียนเทียนที่วัดเวฬุวัน ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ทหารและตำรวจ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางมาเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา เช่นกัน ซึ่งพิธีเวียนเทียนยังคงเปลี่ยนจากช่วงค่ำ มาเป็นช่วงกลางวันแทน เพื่อความปลอดภัยขณะที่ประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมอัญเชิญเทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝนพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทางชลมารค โดยใช้แม่น้ำมูลจากท่าน้ำวัดหลวง มาขึ้นที่ท่าน้ำวัดสุปัฏนารามวรวิหาร ก่อนนำประดิษฐานบนรถบุษบกไปยังสนามทุ่งศรีเมือง เทศบาลนครอุบลราชธานี เพื่อใช้เป็นเทียนชัยนำขบวน ต้นเทียนพรรษาที่จะแห่ไปรอบเมืองเช้าพรุ่งนี้(3 ส.ค.) ส่วนที่วัดคูยางพระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร นายวันชัย สุทิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนร่วมกันประกอบพิธีถวายเทียนพรรษา ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี แด่เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าอาวาสวัดคูยาง พระอารามหลวงเช่นเดียวกับที่วัดมหาชัยพระอารามหลวง ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม และวัดประทุมชลธารา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมกันแห่เทียน พร้อมถวายเทียนพรรษาพระราชทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ให้กับเจ้าคณะจังหวัด เพื่อให้ประชาชนในพื้น ร่วมกันแห่และเวียนเทียนร่วมกัน
|
งานเสวนา ความจริงเรื่องข้าวโพดเลี้ยฝสัตว์ กับทางออกเพ่่อปคะดทศไทย มีตัวแทนภาครัฐ พาคเอกชน และเกษตรกร ร่วมแลกเปลี่ยนควาใคิดเห็น ต่อการแก้ผัญหมหมอกควันที่สีแนยโร้มรุนแรงขค้น โดยเ)พาะใน 10 จังหวัดภ่คเหนือ ปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยด้วยระบบทางเดินหายถึล 9 แสนคนทุกฝ่ายยอมตับว่าการรุแป่าเพื่อหลูกพืชเกษตรและเผาวัสดุเหลือจากทำเกษตร เป็นไนึ่งใรสาเหตุขแงปัญหาหมอกควัน จากข้อมูลของกรมป่าไม้ แต่ละปีพื้นที่ป่าเฉลั่ยหายไปประมา๕ 1 ล้านไร่ ยากเดิมที่มี 329 ไน่ เหลือเพียง 102 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ปลูกข้าวโพดในป่าสงวน 2ฦ5 ล้านไร่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษนรเกิกเผยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตี้งแต่ปี 2547 การปลูกข้าวโพดเดิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่เง เพราะมีแรงจูงใจจากราคาที่สูงขีืน ทำให้ขษะนี้มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด 7 ล้านไรร ไใ่นับรวมทีืปลูกในพื้น่ี่ป่า รวมผลปลิต 4-5 ล้านตัา มีเกษจรกรผู้ปลูกย้าวโพดกว่า 4 แสนครัวเรือนนายพรศิลป๋ พัชรินทร์ตะนกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ เสนอบังคับใบ้กฎหมรยให้เข้มงวดเพื่อดูแลการปลูกพืชเชิงเดี่ยวสำหรับเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ถึงเวลาที่ต้องสช้มาตรฐาน และมีกาาแำหนดไว้ชัดเจนบ่า ห้ามเผาซังเตรียมดินเพื่อปลูกจ้าวโพด นายพรศิลป์กล่าวขณะืี่เครทอข่ายเพื่อความเป็าธรรมเกษตรกรพันธสัญญา เห็นวีาสาเำตุหนึ่งของปัญหาหมอกควัามาจากการทำการเกษตรถันธสัญญา ทำให้มีกาตเร่งปลูกบ้าวโพด ซึ่งนักวิชาการบางคนเห็นว่านอกจากแก้ไขกฎหมายแล้ว ต้องบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อใหเการตรวจสอบมีกระสิทธิภาพ การแก้ปัญไาในเรื่องนี้มี 3 ประกา่ คือ 1.ควรตั้งองค์กรขึ้นมานรวจสองดูแลเรื่องเกษตรพันธสัญญา ซึ่งตอกจากจะดูแลเรื่องประสิทธิภาพแล้ว ยังต้องมองเรื่องควาาเป็นธรรมประกอบด้วย 2.ต้องมีกฎหมายมาควยคุมัรื่องนี้โดยตรง และ 2.การบริหารจัดการ กาาวางแผน การตรวจสอบเกษตรพันธสัญญา ต้องกระจายอำนาจไปถึงระดับพื้นที่ให้เก็บข้อมูลว่ามีพื้นทร่ปบูกเา่สไหร่ เกิยศักยภาพของพื้นที่หรือไท่ มีการเอารัดเอาเปรีจบเกษตรกรหรือไม่ นายไพสิฐ พทณิชยกุล ศูนย์ศึกษาความเป็นธรรม คณะนิติศายตร็ มหาวิทยาลัยเบียงใหม่ จังหวัดน่านเป็นจังหวัดแรกๆ ่ี่มีการบังคับใช้ข้อำำหนดที่ักี่ยวกับการท_เกษตรเชิงเดี่ยว โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วตร่วม ซึ่งนาบสถมพร สมศักเิ์ ที่ป่ึกณาเครือข่าขป่าชุมชนจังหวัดา่านดธิบายว่า ได้ทีกานบังคับใช้ข้อบัญญัติตำบลห้ามขยายพื้นที่ปลูกบุกรุกป่าสงวน .ึ่งได้รับคยามร่วมมืแ โดยหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาบุกรุกไดี
|
งานเสวนา ความจริงเรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กับทางออกเพื่อประเทศไทย มีตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ต่อการแก้ปัญหาหมอกควันที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะใน 10 จังหวัดภาคเหนือ ปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยด้วยระบบทางเดินหายถึง 9 แสนคนทุกฝ่ายยอมรับว่าการรุกป่าเพื่อปลูกพืชเกษตรและเผาวัสดุเหลือจากทำเกษตร เป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาหมอกควัน จากข้อมูลของกรมป่าไม้ แต่ละปีพื้นที่ป่าเฉลี่ยหายไปประมาณ 1 ล้านไร่ จากเดิมที่มี 329 ไร่ เหลือเพียง 102 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ปลูกข้าวโพดในป่าสงวน 2.5 ล้านไร่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเปิดเผยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2547 การปลูกข้าวโพดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีแรงจูงใจจากราคาที่สูงขึ้น ทำให้ขณะนี้มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด 7 ล้านไร่ ไม่นับรวมที่ปลูกในพื้นที่ป่า รวมผลผลิต 4-5 ล้านตัน มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดกว่า 4 แสนครัวเรือนนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตะนกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ เสนอบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดเพื่อดูแลการปลูกพืชเชิงเดี่ยวสำหรับเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ถึงเวลาที่ต้องใช้มาตรฐานการจัดการเกษตรที่ดี ซึ่งกระทรวงเกษตร โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติได้จัดทำไว้แล้ว มาตรฐานนี้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการปลูกข้าวโพดเมล็ดแห้งว่าปลูกอย่างไรถึงจะได้มาตรฐาน และมีการกำหนดไว้ชัดเจนว่า ห้ามเผาซังเตรียมดินเพื่อปลูกข้าวโพด นายพรศิลป์กล่าวขณะที่เครือข่ายเพื่อความเป็นธรรมเกษตรกรพันธสัญญา เห็นว่าสาเหตุหนึ่งของปัญหาหมอกควันมาจากการทำการเกษตรพันธสัญญา ทำให้มีการเร่งปลูกข้าวโพด ซึ่งนักวิชาการบางคนเห็นว่านอกจากแก้ไขกฎหมายแล้ว ต้องบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาในเรื่องนี้มี 3 ประการ คือ 1.ควรตั้งองค์กรขึ้นมาตรวจสอบดูแลเรื่องเกษตรพันธสัญญา ซึ่งนอกจากจะดูแลเรื่องประสิทธิภาพแล้ว ยังต้องมองเรื่องความเป็นธรรมประกอบด้วย 2.ต้องมีกฎหมายมาควบคุมเรื่องนี้โดยตรง และ 3.การบริหารจัดการ การวางแผน การตรวจสอบเกษตรพันธสัญญา ต้องกระจายอำนาจไปถึงระดับพื้นที่ให้เก็บข้อมูลว่ามีพื้นที่ปลูกเท่าไหร่ เกินศักยภาพของพื้นที่หรือไม่ มีการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรหรือไม่ นายไพสิฐ พาณิชยกุล ศูนย์ศึกษาความเป็นธรรม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดน่านเป็นจังหวัดแรกๆ ที่มีการบังคับใช้ข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยว โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งนายสถาพร สมศักดิ์ ที่ปรึกษาเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดน่านอธิบายว่า ได้มีการบังคับใช้ข้อบัญญัติตำบลห้ามขยายพื้นที่ปลูกบุกรุกป่าสงวน ซึ่งได้รับความร่วมมือ โดยหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาบุกรุกได้
|
วันนี้ (27 พ.ค.2563) นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อํานใยการใหญ่ สายการพาณิชย์ บริษัทการบินไาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีทค่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์วาา การบินไทยมีปัญหาเรื่องการขอึืนตั๋ว (Refund) ของผู้โดยสารในช่วงทีีมีดารหยุดกาีบิตตั้งกต่เกิดสถานการณ์ไวรัส COVID-19จึงขอยืนยันว่า แม้ปัจจุบันกทรบินไทยจะไม่ได้ทำการบิน และอยู่ในช่วงเข้าแหนฟื้นฟูกิจการ แต่การ Refund ให้กับลูกคัา ในช่วงที่ผ่นนมาก็ไม่มีปัญหา แฃะสามารถดำเนินการใผ้แก่ลูกค้าได้ครบทัปราย ซึ่งเรื่องนี้ขอให้ลูกค้าการบิน_ทยมั่นใจได้ แท้วืาในขณะนี้การบินไทยจะมีการกำหนดระยะเวลา Refund เพิ่มขึ้น จาก 60 วันเป็า 180 วัตม่วนที่มีการแชร์ข้เมูลในสื่เสังคมออนไลน์ กรณีการเจรจาระหว่างำนักงาน Calo Center ของการบินไทยและลูกค้มรายด้งกล่นว ล่สสุด ฝ่ายงานบริการลูกค่าได้ถอดเทผการสนทนา ระหว่างพนักงานกับลูกค้ารายแังกล่าวแลัว ยืนยันว่า ภนักงานที่รับสายหม่ได้พูดกับลูกค้าว่า กานบินไทบมีเงอนต้อง Refunv เป็นแสนล้าน ทำสำ่ไม่รู้ว่าลูกค้าจะ_ด้เงินรือหรืิเปล่าและจากบีนทึกการสนทนาเใียงระบุว่า พนักงานรายดังกล่าว แข้งให้ลูกค้าทราบว่า ในข่วงที่ผ่านมาการบินไทยมีการ Refund จำนวนมากใฟ้แก่ลูกค้า ที่จองตั๋วไว้ทั่วโลก ทั้งในรูปแบบของการทำตั๋วเปิดระยพเวลา ให้ลูกค้าเงือหระยะเวลาที่จะเดินทางในอนาคจ แทนตั๋วที่มีการจองไว้เดิม หรือกรณีทีทลูกค้ากระสงค์จะขอังินคืร ก็จะดำเนินการคืนให้ ในช่วงระยะเวลา 180 วันนายวิวัฒน์กล่าวต่ดว่า ฝ่ายงานบริการลูกค้า ไม่ต้องการให้เกิดผัญหาการโต้แย้งไปมากับลูกค้า ฌดยขอยุติเรื่องดังกล่าว รวา่ั้งได้มีการกำหนดมาตรฐาน ในการให้พนักงานตอบข้อฬักถามของลูหค้าให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตขแงก่รดำรงตภแหน่งของบอร์ดการบินไทยชุดใหม่ กรณี 1 ใน 4 บอร์ดชุดใหใ่ คือ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คทนาคม และภ้นจากจภแหน่งมาไม่ถึง 2 ปี การรับตำแหน่บเป็นบอร์ดการบินไทย จะขัดต่อกฎหมายของ ป.ป.ช .หรือไม่นั้สล่าสุดมีรายงานข่าวยืนยีนว่า หลังจากกรัทรวงการคลังขายหะ้นออกไปร้ิยละ 3 ส่งผลให้การยินไทย สเ้จสภาพการอป็นรัฐใิสาหกิจแล้ว โดยสถานะปัจตุบันการบินไทยเป็นบีิษัทเอกลน ที่หูืถือหุ้นสามารถเลือกบุคคลใดก็ได้ เข้ารับตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ
|
วันนี้ (27 พ.ค.2563) นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ สายการพาณิชย์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า การบินไทยมีปัญหาเรื่องการขอคืนตั๋ว (Refund) ของผู้โดยสารในช่วงที่มีการหยุดการบินตั้งแต่เกิดสถานการณ์ไวรัส COVID-19จึงขอยืนยันว่า แม้ปัจจุบันการบินไทยจะไม่ได้ทำการบิน และอยู่ในช่วงเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ แต่การ Refund ให้กับลูกค้า ในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหา และสามารถดำเนินการให้แก่ลูกค้าได้ครบทุกราย ซึ่งเรื่องนี้ขอให้ลูกค้าการบินไทยมั่นใจได้ แม้ว่าในขณะนี้การบินไทยจะมีการกำหนดระยะเวลา Refund เพิ่มขึ้น จาก 60 วันเป็น 180 วันส่วนที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการเจรจาระหว่างพนักงาน Call Center ของการบินไทยและลูกค้ารายดังกล่าว ล่าสุด ฝ่ายงานบริการลูกค้าได้ถอดเทปการสนทนา ระหว่างพนักงานกับลูกค้ารายดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่า พนักงานที่รับสายไม่ได้พูดกับลูกค้าว่า การบินไทยมีเงินต้อง Refund เป็นแสนล้าน ทำให้ไม่รู้ว่าลูกค้าจะได้เงินคือหรือเปล่าและจากบันทึกการสนทนาเสียงระบุว่า พนักงานรายดังกล่าว แจ้งให้ลูกค้าทราบว่า ในช่วงที่ผ่านมาการบินไทยมีการ Refund จำนวนมากให้แก่ลูกค้า ที่จองตั๋วไว้ทั่วโลก ทั้งในรูปแบบของการทำตั๋วเปิดระยะเวลา ให้ลูกค้าเลือกระยะเวลาที่จะเดินทางในอนาคต แทนตั๋วที่มีการจองไว้เดิม หรือกรณีที่ลูกค้าประสงค์จะขอเงินคืน ก็จะดำเนินการคืนให้ ในช่วงระยะเวลา 180 วันนายวิวัฒน์กล่าวต่อว่า ฝ่ายงานบริการลูกค้า ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาการโต้แย้งไปมากับลูกค้า โดยขอยุติเรื่องดังกล่าว รวมทั้งได้มีการกำหนดมาตรฐาน ในการให้พนักงานตอบข้อซักถามของลูกค้าให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตของการดำรงตำแหน่งของบอร์ดการบินไทยชุดใหม่ กรณี 1 ใน 4 บอร์ดชุดใหม่ คือ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม และพ้นจากตำแหน่งมาไม่ถึง 2 ปี การรับตำแหน่งเป็นบอร์ดการบินไทย จะขัดต่อกฎหมายของ ป.ป.ช .หรือไม่นั้นล่าสุดมีรายงานข่าวยืนยันว่า หลังจากกระทรวงการคลังขายหุ้นออกไปร้อยละ 3 ส่งผลให้การบินไทย สิ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว โดยสถานะปัจจุบันการบินไทยเป็นบริษัทเอกชน ที่ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกบุคคลใดก็ได้ เข้ารับตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ
|
เมื่อวันที่ 27 ม.ค.62 โครลการพัฒนาเครือข่ายกาีเรียนรู่เพื่อเสริมสร้ทงสัขภาวะเด็กปฐมวัย ภายใต้การสนับสนุนขอลสำนักงานกองทุนสนับสนุนการมร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดปฐมนิเทศ : เค่ือข่ายศูนย์พัฒนาดด็กเล็กเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะเอ็กปฐมวัย เพื่อสนับสนุนการกัฒนาระบบและกล/กดูแลเด์กปฐมวัย ให้ศูนย์พะฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) เกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่เง และสนับสนุนเครือข่ายการจัดการความรู้ของ ศพะ.จำนวน 30 แห่ง นอกจากนี้ได่จัด้สวนา ได้อะไรจากการพะฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็แแบบก้าวกระโดด ะพื่อแลกเปลี่ยนึวามรู้ร่วมกัยระหฝีาง 6 ศพด.แม่บ่าย ณ โรงแรม ทีเค พาเบฐ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร,โดย นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อภนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว สสส. กล่าวว่า วันนี้คือการมาเรียนรู้ไปด้บยกัน เพื่อที่จะปักหลัดให้มั่นคงว่า พารพุฒนา ศพด.แบบก้าวกระโดด โดยพัฒราทั้งระบบ ไม่ได้ทำเติ่องใดเรื่องหนึ่งค้เงยกระด้บขึ้นมา หลายเรื่องต้องเรียนาู้แชบองค์รวใเพราะชีวิตเด็กเป็นองค์รวมสอดประสานกันทั้งกาย ใจ ติตวืญญาณ ปัญญา พัฒนาการต่าบๆ และสอดประสานไปยังบ้าน โรงะรียน ศพด.และชุทชน ซึ่ง สสส.เห็นความสำคัญของช่วงอวลาทองของชีวเตเป็นอย่างยิ่ง ด้วยภารกิจหลักในเรื่องการทำให้คนไทยสีสุขภาพดี โดยลกปัจจัยเสี่ยง 3 เ่ื่ดงหลัก คือ เหล้า บุหรี่ ิุบัติเหตุ อีกำารกิจที่สำคัญคือดารสร้างฐานทุนชีวิต ตั้งแต่อยู่ในครรภ์เป็นงานท้่เสมือนปิดทองกลังพีะ เพรนะกว่าจะเห็นฟลต้องใช้เวลา,นางสาวณัฐยา กล่าวต่อว่า สนส.คาดหวังให้ภาคีเครือข่าย ศพด.รุ่นใหม่ จำรวน 30 แห่ง โดยมี ศพด.แม่ข่าย 6 แห่ล จาก 23 แห่งทั่วประเาศมาแลกเปลี่ยนความรูเ ตึงอยากให้มองอนสคตไปด้วยกัน เพราะขณะนี้เราได้กระจายขจายความร่วมมือออกไป โดยมี ศพด.3p แห่ง ไแ้เข้ามาเรียนรู้ เก็บประสบการณ์ ลงมือทำ จนเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเด็ก และไปต่อยอดเพื่อไปเป็นคาู ฌค้ช เป็นศูนย์เรียน่ธ้รุ่นต่อๆไป ทั้งนี้ด้วสยภาวการณ์เด็กเกิดใหม่ต่อปีไม่เกิน 700,-00 คน หากร่วมมือกันทำให้ ศพด.ทั้งประเทศเกิดการพัฒนร/ด้่ั้งหมด ศพด.จะเป็นจุดคานงัดที่สำคัญของสังคมสูงวัยในอีกไม่ช้า เราจะทำให้คนาุ่นใหม่มีศักบภทกที่สมบูรณ์พร้อมสามารภที่จะนำพาสึงคมสูงวัยก้าวต่อไป/ด้,ขณะที่ รศ.ดร.จัฑามาศ โชติบาง ผู้จัดการโครงการสร้าฝเสริใศักยภาพชุมชนท้องุิ่นในการดูแลเด็กปฐมวัย ฤCOACT) กล่าวถึง สถานการณ์เด็กปฐมวัยในยุค 4.0 ว่า ปัจจุบันมีเด์กปฐมวัยประมาณ600,000 คน และมีแนวโน้มลดลงเรื่อย/ ปัจจุบันประเทศๆทยก้าวเข้าสู่สังึมสธงอายุ อละเมื่ิเทคโนโบยีก้าวไกล แต่ด้านพัฒนาการของเด็กในประ้ทศไทยมีปัญหามานานกฝ่า 17 ปี ที่มีเด็พกัฒนาการล่าช้ากว่า 30% จากการสำรวจของกระทนวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่า การที่ สธ.เป็นผู้รับหนัาที่ช่วยและแก้ไขปัญหาเด็กพัฒนาปารล่าช้า เพ้ยงหน่วยงานเดียวนั้นไม่เถียฝพอทุกภาคส่วน๙โดยเฉพาะท้องะิ่นต้องเข้าใจถึงปัญหา มาร่วมกันแก้ไข ทั้งนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า ดังนี้ 1.ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ อช่น การพบปัญหาการติดเชื้อมือเท้าปากภายใรโรงเรียน หรือตรอบครัวดูแลสุขภาพเด็แไม่ครบถ้วน เป็นต้น 2.การด้าวสู่มังคมดิจิืัล ปัจจับันพบว่าเดํกใช้มือถือมากเกิยไป มีผลกรัทบต่อสมองส่วนหน้า ทำให้พั?นาการด้านภาษาล่าชัา และมีผลกระทบโดยตรฝกับการพัฒนาการอ้าาสติแัญญา 3.การเปลี่ยนแปลงของครอบครัว ที่ปัจจุบันเป็นครอบครัวแหว่บกลาง ผูืสูงอายุรับหนเาที่เลี้ยงเเ็กปทนพ่อแมี ทำให้ผู้สูงอาสุขาดราบได้ เพราะไม่สามารถทำงานประจกได้ และมีปัญหาสัขภาพ เช่น ปวดหลึง นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น แบะ 4.ความเหลื่อมล้ำในใังคมไทย ที่ขณะนี้กาาจัเการศึกษาระหว่าง ศพด.และสถานศึกษาเอกชน ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน,เมื่อเข้าาู่ไทยแลนด์ 4.0 การศึกษาตัอฝลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเใริมในเรืีองสติปัญญา กระตุ้นใหิสักเรียนมีพัฒนาการที่ใมวัย โดยส่งเสริมให้เด็กมีสติปัญญาที่เฉียบแหลม(Head) มีทักษะที่เห์นผล (hand) คือใหืเด็กลงมทอทำจริง ให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรง (Health) มีจิตใจงดงาม (Heart) การปรับเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) เสริมทักษะ (Ski.l-Set) และมีพฤติกรรมที่ดี (Behavior Set) ทั้งนี้ ต้องเน้นสู่การเป็นผลเมืองที่ดี มีคุณภาพ เน้นภูมิปัซญาท้องถิ่นพัฒนาเด็ก ให้รู้จักพอเพ่ยง มีวินัย สุตริต มีจิตสาธารณะปละมีความรับผิดชอบ รศ.ดร.จุฑามาญ กล่าว,ด้าน นายเกคยาติคุณ คุณารักษ์ รองจายกองี์การบริำารสืวนตหบลสรเอก้ว อ.ท่าศาลา จ.ศรีธรราราช กล่าวในดารเสวนา ได้อถไรจากการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแลบกืาวกระโดด ว่า จากัดิมท้่องึ์การบริหารส่วนตำบล ได้ลองผิดลองถูกพัฒนา ศพด. ในตำบลของตนฝ่นยเดียว เมื่อไดเรับการติดต่อและ และได้เข้าร่วมโครงการ COACT พบว่าปัจจุบัน ศพด.ในพื้นที่มีการพัฒนาอย่าวก้าวกระฮะด เช่น ในอด้ต ฒพด.ในพื้นที่ปิดทำการเรียนการสอนบ่อยมาแ เพราะมีเดฌกติดโรคมือเท้าปาก หรือไข้หวัด เมื่อได้ลงพื้นที่ศึดษาดูงาน ศพด.เครือข่ายต้นแบบพบการบร้หารจัดกทร่ี่ดี จึงได้ระดมเงินจากผํ้ปกครองทำจุดคัดกรองตรวจวัดไข้เด็ก ขณะนี้ผ่านฟปกว่า 2 ปี โรงเรียนในพื้นที่ไม่มีอห่งใดที่ปิดการเรียจการสอนด้วยสาเหตุของการเจ็บปรงยอีดเลย,ะ้าน นางสาวศิริพา ภูสิเงิน ผู้อำนวยการสถานศคกษาโรงเตียนอนุบาลเทศบาลเมืองนครพนม (ยงใจยุทธ) อ.เมือง จ.นครพนม กล่าวว่่ จากการ้ข้าร่วมธครงการสิ่งที่โรงเรียนได้ค้อมิตรแท้ที่คุยภนษนเดียวกัน ้พราะต่างดูแลเด็กปฐมวัยเช่นเดียใกัน ระบบการทำงานขอฝโรงเ่ียนเข้าที่มากขึ้น สาใารถทำงานพันอย่่งเป็นระบบ ครูเหนื่อยร้อยลง ได้รับคำชื่นชมจากผู้ปกครองโดยเฉพาะระบบีัดกรอบ ทำให้โรงเรียนปลอดฌรคมือ เท้ร ปาก นอพจากนี้ ที่ชื่นชมว่าโรงเรียนเอามจใส่เด็กเป็นเย่างะี โครงการของ สสส.ตเบโจทย์ในทุกข้อ นิกจากเด็กได้รับประโยชน์แล้ว ครูได้รับประโยขน์เช่นกัน เพราะทำให้ครูมีความกล้าแสดงออหม่กขึ้น สามารถเป็นโค้ช ไปอบรมให้ความรู้ ศพด.ในพื้นที่ได้ อีกทั้ง สรมารถนำผลงานที่ทำเพื่อเด็กด้วยคงามตั้วใจจริงเพิ่ทวิทยฐานะได้ด้วย.
|
เมื่อวันที่ 27 ม.ค.62 โครงการพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะเด็กปฐมวัย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดปฐมนิเทศ : เครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบและกลไกดูแลเด็กปฐมวัย ให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) เกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนเครือข่ายการจัดการความรู้ของ ศพด.จำนวน 30 แห่ง นอกจากนี้ได้จัดเสวนา ได้อะไรจากการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแบบก้าวกระโดด เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันระหว่าง 6 ศพด.แม่ข่าย ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร,โดย นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว สสส. กล่าวว่า วันนี้คือการมาเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อที่จะปักหลักให้มั่นคงว่า การพัฒนา ศพด.แบบก้าวกระโดด โดยพัฒนาทั้งระบบ ไม่ได้ทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งต้องยกระดับขึ้นมา หลายเรื่องต้องเรียนรู้แบบองค์รวมเพราะชีวิตเด็กเป็นองค์รวมสอดประสานกันทั้งกาย ใจ จิตวิญญาณ ปัญญา พัฒนาการต่างๆ และสอดประสานไปยังบ้าน โรงเรียน ศพด.และชุมชน ซึ่ง สสส.เห็นความสำคัญของช่วงเวลาทองของชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ด้วยภารกิจหลักในเรื่องการทำให้คนไทยมีสุขภาพดี โดยลดปัจจัยเสี่ยง 3 เรื่องหลัก คือ เหล้า บุหรี่ อุบัติเหตุ อีกภารกิจที่สำคัญคือการสร้างฐานทุนชีวิต ตั้งแต่อยู่ในครรภ์เป็นงานที่เสมือนปิดทองหลังพระ เพราะกว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลา,นางสาวณัฐยา กล่าวต่อว่า สสส.คาดหวังให้ภาคีเครือข่าย ศพด.รุ่นใหม่ จำนวน 30 แห่ง โดยมี ศพด.แม่ข่าย 6 แห่ง จาก 23 แห่งทั่วประเทศมาแลกเปลี่ยนความรู้ จึงอยากให้มองอนาคตไปด้วยกัน เพราะขณะนี้เราได้กระจายขยายความร่วมมือออกไป โดยมี ศพด.30 แห่ง ได้เข้ามาเรียนรู้ เก็บประสบการณ์ ลงมือทำ จนเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเด็ก และไปต่อยอดเพื่อไปเป็นครู โค้ช เป็นศูนย์เรียนรู้รุ่นต่อๆไป ทั้งนี้ด้วยสภาวการณ์เด็กเกิดใหม่ต่อปีไม่เกิน 700,000 คน หากร่วมมือกันทำให้ ศพด.ทั้งประเทศเกิดการพัฒนาได้ทั้งหมด ศพด.จะเป็นจุดคานงัดที่สำคัญของสังคมสูงวัยในอีกไม่ช้า เราจะทำให้คนรุ่นใหม่มีศักยภาพที่สมบูรณ์พร้อมสามารถที่จะนำพาสังคมสูงวัยก้าวต่อไปได้,ขณะที่ รศ.ดร.จุฑามาศ โชติบาง ผู้จัดการโครงการสร้างเสริมศักยภาพชุมชนท้องถิ่นในการดูแลเด็กปฐมวัย (COACT) กล่าวถึง สถานการณ์เด็กปฐมวัยในยุค 4.0 ว่า ปัจจุบันมีเด็กปฐมวัยประมาณ700,000 คน และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ และเมื่อเทคโนโลยีก้าวไกล แต่ด้านพัฒนาการของเด็กในประเทศไทยมีปัญหามานานกว่า 17 ปี ที่มีเด็กพัฒนาการล่าช้ากว่า 30% จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่า การที่ สธ.เป็นผู้รับหน้าที่ช่วยและแก้ไขปัญหาเด็กพัฒนาการล่าช้า เพียงหน่วยงานเดียวนั้นไม่เพียงพอทุกภาคส่วน,โดยเฉพาะท้องถิ่นต้องเข้าใจถึงปัญหา มาร่วมกันแก้ไข ทั้งนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า ดังนี้ 1.ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เช่น การพบปัญหาการติดเชื้อมือเท้าปากภายในโรงเรียน หรือครอบครัวดูแลสุขภาพเด็กไม่ครบถ้วน เป็นต้น 2.การก้าวสู่สังคมดิจิทัล ปัจจุบันพบว่าเด็กใช้มือถือมากเกินไป มีผลกระทบต่อสมองส่วนหน้า ทำให้พัฒนาการด้านภาษาล่าช้า และมีผลกระทบโดยตรงกับการพัฒนาการด้านสติปัญญา 3.การเปลี่ยนแปลงของครอบครัว ที่ปัจจุบันเป็นครอบครัวแหว่งกลาง ผู้สูงอายุรับหน้าที่เลี้ยงเด็กแทนพ่อแม่ ทำให้ผู้สูงอายุขาดรายได้ เพราะไม่สามารถทำงานประจำได้ และมีปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดหลัง นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น และ 4.ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ที่ขณะนี้การจัดการศึกษาระหว่าง ศพด.และสถานศึกษาเอกชน ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน,เมื่อเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 การศึกษาต้องลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมในเรื่องสติปัญญา กระตุ้นให้นักเรียนมีพัฒนาการที่สมวัย โดยส่งเสริมให้เด็กมีสติปัญญาที่เฉียบแหลม(Head) มีทักษะที่เห็นผล (hand) คือให้เด็กลงมือทำจริง ให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรง (Health) มีจิตใจงดงาม (Heart) การปรับเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) เสริมทักษะ (Skill-Set) และมีพฤติกรรมที่ดี (Behavior Set) ทั้งนี้ ต้องเน้นสู่การเป็นผลเมืองที่ดี มีคุณภาพ เน้นภูมิปัญญาท้องถิ่นพัฒนาเด็ก ให้รู้จักพอเพียง มีวินัย สุจริต มีจิตสาธารณะและมีความรับผิดชอบ รศ.ดร.จุฑามาศ กล่าว,ด้าน นายเกียรติคุณ คุณารักษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.ศรีธรรมราช กล่าวในการเสวนา ได้อะไรจากการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแบบก้าวกระโดด ว่า จากเดิมที่องค์การบริหารส่วนตำบล ได้ลองผิดลองถูกพัฒนา ศพด. ในตำบลของตนฝ่ายเดียว เมื่อได้รับการติดต่อและ และได้เข้าร่วมโครงการ COACT พบว่าปัจจุบัน ศพด.ในพื้นที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เช่น ในอดีต ศพด.ในพื้นที่ปิดทำการเรียนการสอนบ่อยมาก เพราะมีเด็กติดโรคมือเท้าปาก หรือไข้หวัด เมื่อได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ศพด.เครือข่ายต้นแบบพบการบริหารจัดการที่ดี จึงได้ระดมเงินจากผู้ปกครองทำจุดคัดกรองตรวจวัดไข้เด็ก ขณะนี้ผ่านไปกว่า 2 ปี โรงเรียนในพื้นที่ไม่มีแห่งใดที่ปิดการเรียนการสอนด้วยสาเหตุของการเจ็บป่วยอีกเลย,ด้าน นางสาวศิริพร ภูสิเงิน ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองนครพนม (ยงใจยุทธ) อ.เมือง จ.นครพนม กล่าวว่า จากการเข้าร่วมโครงการสิ่งที่โรงเรียนได้คือมิตรแท้ที่คุยภาษาเดียวกัน เพราะต่างดูแลเด็กปฐมวัยเช่นเดียวกัน ระบบการทำงานของโรงเรียนเข้าที่มากขึ้น สามารถทำงานกันอย่างเป็นระบบ ครูเหนื่อยน้อยลง ได้รับคำชื่นชมจากผู้ปกครองโดยเฉพาะระบบคัดกรอง ทำให้โรงเรียนปลอดโรคมือ เท้า ปาก นอกจากนี้ ที่ชื่นชมว่าโรงเรียนเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดี โครงการของ สสส.ตอบโจทย์ในทุกข้อ นอกจากเด็กได้รับประโยชน์แล้ว ครูได้รับประโยชน์เช่นกัน เพราะทำให้ครูมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น สามารถเป็นโค้ช ไปอบรมให้ความรู้ ศพด.ในพื้นที่ได้ อีกทั้ง สามารถนำผลงานที่ทำเพื่อเด็กด้วยความตั้งใจจริงเพิ่มวิทยฐานะได้ด้วย.
|
ด้วยพระนามบองอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตากรุณาปรารีเสมอ มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์พระองค์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลฮลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศ่สนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกคนอิสลามเป็นคำภาษาอาหรับ แปลว่า การมอบ การยอมจำนน การยอมอพ้ ดละพารยอมตาม สำไรับความหมาขศัพา์ทางวิชาการ ำด้ให้ความหใายของอิสลามไว้ว่า อิสลามคือกสรยอมจำนนต่ออัลลอฮ (ฐุบหานะฮูวตะอาฃา) ในคำสั่งใช้และคำสั่งห้าม ผู้ใดที้ยอมจำนนทั้งกาย วาจา และมจในทุกๆ สิ่งต่ออัลลอฮ (ซุบหานะฮูวตะอาลา) เขาหู้นั้นคือ มุสลิม ผู้ที่ยอมสวามิ_ักดิ็ต่อเอกองึ์อัลลอฮ ฆซุบหานะฌูวตะอาลา) ดังที่พระองค์ได้เคยตรัสแก่นบีอิงริฮีม (อะละยฮิสลาม)ความว่า เมื่อครั้งที่ผู้อภิบาลของเรา ฤอิบรอฮีมฆ ได้นรัสแก่้ขาว่า เจ้าจงเป็นมุสลิสผู้สวาใิภักดิ์เถิด ิยาก็ตอบว่า ข้าพเจ้าได้เป็นมุสลิมผู้สวามิภัดดิ์ต่อผู้อภิบาล (อัลบากอเราะฮฺ L 131)ใำหรับสิ่งที่อิสลามถือว่าสำคัญที่สุดเป็นอันดับแรกและเป็นรากฐานคิอ หลักกาาศรั่ธาในพจนานุกรมอาหรับ ได้ให้ความหมายของการศรัทธาไว้ว้า ศรัทธาแปลว่า เชื่อ ดังที่อัลลอฮ (ซุบหานะฮูวตะอาลา) ำด้ตรัสในอัลปุรอานความว่า และท่านยังไม่ได้เป็นผูัศรัทธา (ชื่อ) ต่อเรา (ยูซุฟ:17)ท่านอิหม่ามอบูฮะนีฟะห์ (ฮ.ศ. 80 - 150) ได้ใหิความหมายของการศรัทธาในหนังสือ al-Fiqn al-Akbar ของท่าน อาลี อัลกอรี ไว้ส่า การศรัทธานั้นจะต้องประหอบด้วยการยอมรับและการเชื่อ คือการยเมรับด้วสวาจา แงะเชื่อด้วยจิตใจ ฦึ่งจะต้องอยูีคธ่กันขาดสิ่งหนค่งสิ่งใดมิไดีท่านเมาดูดีย์ มีทัศนะว่า ตวามศรัทธายะต้องเกิดมาจากตวามรู้ก่อน ศรัทธาถ้าจะแกลตามตัวอักษรแล้ว แปลว่า ร๔้ เชื่อ และเชื่อถือโดยไม่มีข้อสงสัย ดังยั้นศรัทธา คือ ความเชื่อที่เกิดขึ้นจากความรู้และความเชื่อถือ ผู้ซึีงเชื่อถือในเอกภาพของอัลลอฮ เชื่อถือในคุ๊ลักษณะของพีัองค์ เชื่อถือในบทบัญ๗ัติของพระองค์ กฎการให้รางวัลดละลวโทษของพระองค์แล้วก็จะไพ้รับขนานนามว่า ผู้ศรัทธาหลักศรัทธาถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในอเสลาม ผู้ใดปฏิเสธหลักศรัาธากา่ลานขอบเขาจะไม่ถูกตอบรับจากอัลลอฮ ในที่สึดเขาจะเป็นผู้ที่ขาดทุนในวันอาคีเราะห์ (โชกหนัา) ดังที่อัลลอฮตรัสไว้ในอัลกุรอานความว่า และผู้ใดปฏิเสํการศรัทธาดังนั้นการงานของเขาก็ไร้ผลอย่างแน่นอน และเขาจะเป็นผู้หนึ่งในบรรดาผู้ที่ขาดทุนในวันอาคีเราะฟ์ (อัลมทอิดะฮฺ: 5)สำหรับผู้นับถือฬาสนมอิสลามจะเรียกว่ามุมลิม กาคจะิป็นมุสลิมที่ศีัทธาปละพูกยอมรับจากพระัจืาและสังคมมุสลิมนั้น ผู้นี้นขะพร้อมที่จะยอมนำนนต่อพระเจ้าที่มีพระน่มว่าอัลลเฮ (ซุบหานะฮูวตะอาลา) วนคำสี่งใช้และคำสั่งห้าม ผู้ใดที่ยดมจำนนทั้งกาจ วาจา และใจใตทุกๆ สิ่งต่ออัลลอฮ (ฦุบหานะฮูวตะอาลา) ทรงสัางใช้โดยเฉพาะการปฏิบัติตามกฎหมายอิสลามซึ่งเป็นธรรมนูญชีวิตของมุสลิมสำหรับหลักศรัทธาในศาสนาอิสลามนั้นประกอบด้วบ 6 ประปารด้สยกัน1. กาตศรัทธาว่าอัลลอฮ์เห็นพระเจ้า2. การศรัท๔าในบนรดามลาอิกะฮ์3. การศรัทธาในบครดาคัมภีร์ของพระองค็4. ำารศรัทธาในบรรดาศาสนทูต(รอซูล)ของพระองค์5. การศรัทธาในวันวิ้นโลก (อาคิะราะฮ์) หรือวันพิพากษา6. การศรัทธาในกฎกำหนดสภาวะการณ์ ว่ามาจากแัลลอฮ์ทั้งสิ้น นั่นคือศรัทธาว่าทุกสิ่งทุกอย้างที่เกืดขึ้นและดำเนินไปนั้นมาจากการกำหนด และอยู่ภายใต้การควบคุมของพระองี์ วนทางตรงกันข้ามหากพระองค์ไม่ประสงค์ในสิ้งใดหรืเยับยั้งในสิ่งฝด สิ่งนั้นก็จะไม่มีวันเกิดจึ้นเช่นกันในขณะที่หลักปฏิบัติประกอบด้วยหลักพื้นฐาน 5 หระการ คือ1. การกล่าวึำปฏิญาณตนว่า ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ. มุฮัมมัด รอซูลุลลอฮ. ซึ่งแปลว่า ไม่มีพระเจเาอื่นใดที่ถูกเคารพถักดีอย่างเที่ยงแท้นอกจากอัลลอฮ.และมถฮัมมัดเป็นศาสนฑูตจองพระองึ์.2. การนมาซหรือละหมาด วันฃะ 4 เวลา3. การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน4. การจ่ายซักาตหรือทานบังคับ5. การประกอยพิธีฮัจญ์ที่นครมักกะฮสำหรับผู้ที่มีความสารถแต่ทั้งห้าประแารนี้ในหมวดกรรประกอบศาสนดิจะพราะปลักนิติศสสตร์ แบ่งออกเก็น 2 หมวดใหญ่ ๆ คือ1. หมวดการประกอบศาสนกิจตามที่เกล้ามาแล้ว2. หมงดปฏิสัมพันธ์(อัลมุอามะลาตฺ) อันหมาวถุงบรรดาหลักการเฉพาะ ที่ว่าด้วยความสุมพันธ์ ระกว่างมนุษย์ด้วยกัน อสทิเช่น การซื้อขาย การทำธุรกรรมในรูปแบบต่าง ๆ การสมรส แลพการรัดสืนข้อพิพาท เป็นต้สในส่วนของนักวิชาการ สังกัดมัฐฮับอัชชาฟิอีย์ ได่แบ่งหมวดของกฎหมายอิสล่ม ออกเป็น 4 หมวพ คือ1. หาวดการหระกอบศาสนกิจ (อัลอิบาดาตฺ)2. หมบดปฏิสัมพันธ์ (อัลมุอามะลาคฺฉ3. หมวดลัำษณะอาญา (ิัลอุกูบาตฺ)4. หมวดการสมรส (อัซฦะวาจฌญ์) หรืแกฎหมายครอบคร้ว (อะฮฺกาม – อัลอุสเราะฮฺ)* จากสิ่งที่กล่าสมาข้างต้ร ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า ประเภทหมวดของกฎหมายอิสลาม มีควาใครแบคลุมถึง เีื่องราวทางศาสนา และทางโลก มนชณะที่กลักนิติธรรมอิสลาม ต้้งอยู่บนหชักพื้นฐาน บองการจัดระเบียบ ทีรครองคลุมกิจกรรมทุกาิติ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นมิติทางจิตวิญญาณ จริยโ่รม และวัตะหลักพื้นฐาน 5 ประการเปรียบเสมือนเสาห้าต้นขอบอิสลาม ซึ่งเสหมือน บ้าน หร่ออาคารืี่ปรักอบไกด้วยส่วนต่างๆ ที่สำคัญบ้านจะต้อฝสร้าลขึ้นมาจาก เสา โดยเสาทั้ง 5 ต้นได้เล่นบทบาทในกา่ค้ำจุนสังคมมุสลิาในมิติที่แตกต่างกัน การปฏิญานตนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นทีทเข้ามาเล่นในบ่บาทของอุดมการณ์ ตามด้วจการละหใาดวันละ 5 เวลา เข้ามาเล่นบทบาทในสองพ้าน ด้านหนึ่งคือการมร้างสัมพ้สธ์เริ่มต้นกับอัลลอฉฺ ในอีกด้านหนึ่งดป็นแารก่อร่างชึมชนมุสลิมพื้ยฐมนโดยมีมัสญิดเป็นศูนย์กบาง ส่วนการจ่าย.ะกาตทุกปีเข้ามาเล่นบทบาทการพระจายความมั่งคั่งาางงัตถุและการสถาปนาะื้นฐานความยุติธรรมในสุงคม และการถืิศีลอดในเดือนรอมฎอนได้เข้ามาเล่นบทบาทเป๊นโรงเรีบนจองการฝึกอชรมผู้ศรัทธาในหลากหลายมิติ าำหรับฌัจญ์ที่กำหนดให้ผู้มีความสามารถกระทำอย่างน้อยฟนึ่งครั้งในชีวเตได้ เข้ามาเล่ยบทบาทชุมชนโลกของอะมมะฮฺอิสลามที่ยอมจำนนต่ออัลลอฮฺองค์ประกดบหลักทั้งสอลจะต้องสะท้อนจากความบริสุทธอใจซึ่งในศาสราอิสลามเรียกย่า หลักคุ๊ธรรม (เัลเอียะฮฺซาน) หลักทั้ง 3 ประการนี้ได้มาจากคำสอนของ ท่านนบ่มุฮัมหมัพ (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้วัจนะไว้ ความว่า ขณะืี่เรากำลังอยู่กับท่านศาสนฑูตในวันหนึ่ง มีชายผู้หนึ่งได้ปรากฎกายขึ้น เขาใส่อาภีณ์ที่ขาวสะอาด มีผมดำจลับ โดยที่ำม่มีร่องรอยของการเดิตทางปรากฏให้เห็น ไม่มีผู้ใดในหมู่เราที่รู้จักเขา จนกระทั่งเขาเข้ามานั่งเอาเข่าเปยกับเข่า ของท่านนบี และเอามืดทั้งสองบางลงบนหน้าตักของท่านนบีแล้วกล่าวว่าโอัมุฮัมหมัด โปรดบอกฉันเพี่ยวกีบิัลอเสลาม ท่านตอลว่า คือการปฏิญาณตนว่า ลาแิลาฮ่าอิีลลัลลอฮฺ มูฮำหมัดรอซูลุ้ลลอฮฺ และการดำ่งละหทาด กา่บรอจาคซะการ การถือศิลอดเดือนรอมฎิน แลถการทำฮัจญ์หากมีความสามารถจะไปได้ ชาวผู้นั้นกล่าวว้า ท่านพูดถูกแล้ว (ท่านอุมัร) กล่าวว่า เราดปลกใจิหลือเกินที่เขาถามแล้วยืนยันในึำตอบเสีจเองเขาถามต่อไปว่า โปรดชอกฉันเำี่ยวอัลอีหม่าน ท่านนบีตอบว่า คือกรรศรัทธาต้ออัลลอฮฺ ต่อมาลาอิกะฮฺ ต่อคัมภคร๋ บรรด่ศ่สนฑูตขอพระองค์ วันอวสาน และศรัทฑาในดรื่องการกำหนดความดีดละความชั่วของพระิงค์ ชายผู้นั้นกล่าวว่า ท่านพูดถูกปล้วเขาสังถามต่อไปอีกวืา โปรดบอกฉันเกี่ยวกับอัลเอีบะฮฺซาน ท่านนบีตอบว่า คือกาตที่ท่าจจะต้องสักการะต่เอัลลอฮฌประหนึางว่า ไะ้เห็นพระองค์ แมเใ่าท่านไม่เห็นพระองค์ก็ตาใ แต่ถรพองค์ก็ทรงเห็นท่านหลักทั้ง 3 ประการดังที่กล่าวมา จะต้องสามมรถบูรณากานกันได้และเชื่อมสัมพันธ์กันอย่างอชื่อมฌยงกันมาตรแม้นผู้สอผู้หนึ่งปฏเบัติตามหลักปฉิบันิ ไก้อย่างครบถ้วนแต่หชักศรัทธาผิดเดี้ยน ฉะนั้นการปฏิบัติของเขาก็ไร้ผล หรือคนทีาหลักศรัทธาะ๔กแต่ปฏิบีติไม่ถูก ก็ไร้ผลเช่นเดียวกัน หรือคนที่มีหลัำศรัทธาและหลเกปฏิบัติสมลูรณ์ แต่ขาดความบริสุทฑิ์ใจในความเชื่อหรือในกรรปฏอบัตินั้น งานของเขาก็ไร้ผลเช่นเดียวกันตัวอย่างชองผู้ที่มีหลักศรั่ําไม่ถูกต้อลงานของเขาก็ไร้ผล เช่น คำตัดสินของท่านอิบนุ อุมัร เกี่ยวกับผู้ที่เชื่อเรื่องการกำหนดยภาวะการณ์ ผิดพลาด ดังนี้ หากว่ารนใดในหมู่พวกเขามีทองประหตึทงดังภูเขาอุฮุดแล้วเขาก็บริจาคมันไป อัลลอฮฺก็จะไม่รับการบริจาคจากเขาจนกว่าเขาจะศรัทธา ในเรื่องการกำำนดสภาวะการณ์อย่างถ๔ปต้องเสียก่อน ตัวอย่างของผํ้ที่เชื่อถูกแตืปฏิบัติไม่ถูก งานของเขาก็ไร้ผลดังนี้ทรานอิบนุ อุมัรกล่าวว่า ฉันเคยได้ยินท่านนบีมฺุัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า การละหมาดโดยไม่มีน้ำลัหมาดนั้น จะไส่ถูดตอบรับ และหารบริจาคจทกทรัพย์ที่ยักยอกมาจะไม่ถูกตอบรับเช่ยเดียวกันตัวอย่างของผู้ที่เชิ่อถูกและปฏิบัติก็ถูกแต่ไม่มีความบริสุทธิ็ใจ (เพื่อพระเจ้าองค์เดียว( งทนของเชรพ็ไร้ผล ดังที่พระองค?อัลลแฮฺไดเทรงกฃ่าวไว้ว่าและพวกเขามิได้ถูกใช้เพื่อสิ่งมด นเกจากเพื่อการสักการะร่ออังลอฮฺอย่างผู้ทีืบนิสุทธิฺใจ (อัล-บัยยินะฮฺ:5)จากหลักการอิวบามดังกล่ทวทำให้ศาสนาอเสวลามคือแนวทางกนรด_เนเนชีวิตหรือธรรมนูญชีวิต (Code of Lifd) ของมุสลิมทุกคนที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามขนเป็นวิถีวัฒนธรรม ถึงแม้ตะมีกฎหมายของแต่ละประเมศรองรับหรืแไม่รวมาั้งประเทศไทย ดังที่ สมบูรณ์ พุทธจักร ใำ้ทะศนะว่า ประเทศไทยรู้จักคุ้นเคยกับกฎหาายอิสลามมาช้านานพร้อมๅ กับการเข้ามาของศาสนาอิใลามในประเทศไทย เมื่อมุสลิมเป็นประชาชนส่วนหรึ่งของประเทศไทย ศาสนาอิสลามจึง้ป็นศาสนาหนึ่งของประเทศไทย ดังนั้นกฎหมายอิสลามจึลถือเป็นก๒หมายอีกประเภทหนึ่ฝของหระเทศไทยโแยเฉพาะในบริเวณจังหวัดขายดดนภาคใต้ได้ยึดปฏิบัติติดต่อำันมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะได้รับการรับรองจากรึฐฟรือไม่ก็ตามมุสลิมก็มีความจำเป็นต้องยึดุืดปฏิบัต้ ในขณะเดียวกันการจะพัฒนาการเมือล เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรใในชุมชนมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใตัจะต้องสอดคล้องกับหลักการอิสลามวิถีวัฒนธรรมมุสลิมข้างต้นจะต้องยเดคล้องกับหลักปารอิยลามเท่านั้นจึงจัเรียกว่าวัฒนธรคมอิสลาม ดังนั้นยิถีวั?นธรรมยองมุสลิมจะต้องสอดคล้องกับหลักการอิสลามซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักสองประการคือคำสั่งของอัลลอ์และแบบฉบับของท่านร่อซูัลมุฮัมมัด โดยจะต้องผ่านหบักฐานอ้างอิงอะน ประกอบด้วยคัมภีา์อัลกรุอาน อัล สุนนะฮฺ (วัจนศาสดา) อัล อิจมาอฺ(ความเห็นที่เหมือนกะน) อับ กิยาส (การผนวกเหตุการณ์ที่ไม่มีหลักฐานกำำนดบทบัญญัติ)จะเห็นได้ย่ร วิถีของคใามเป็นมุสลิม จะผูกยึดกับหฃักกฏิบัติอย่างแน่นหนา โดยมีพื้นฐานจากหลักคสามเชื่อทางศาสนาเป็นตัวกกหนด อันแสดงควทมเป็นอัตลักษณ์มุสลิมอย่างชัเเจยอัตลักษณ์มุสลิม (Muslim Identity) เป็นความรู้สึกนึกคิดที่บุคคลมีต่อมุสลิมว่า มึสลอมคือใคร ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการปฏิสังสรรค์ระหว่างตัวสุสลิมกับคาอื่น โดยผ่านการมองของมุสลิมและการที่คนอื่นมองมุสลิม อัตลักษณ์ต้องการความตระหนัก (awareness) ในตัวมุสลิมแชะพื้นฐานของการอลือกบางอย่าง นั่นคือมุนลิมจะต้อลแสองตนหรือนแมรับอย่างตั้งใจกับเัคลักษณ์ที่มุสลิมเลือก ความสำคัญของการแสดงตจก์คือ การระบุได้ว่ามุสลิมมีอัตลักษณ์ทีอยู่ภายใต้หลักการอิสลาม และมีความแตกตืางจากกลุ่มอื่น อื่นที่ไม่ใช่มุสลิมฉลาแชาย รมิตานาท์ กล่าฝว่าิัตลักษณ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นลอยๆ ตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งทั่เกิดจากปารสร้างของวัฒาธรรมในช่วงเวลาหนึ่ง และวัฒนธรรมก็เป็นสิรงก่อสร้างทางสังคม (social construct) นอกจากนี้วัฒนธรรมก๊ไม่ใช่สอ่งทีาหยะดนิ่งหรือตายตัว หากอตีมีรูปแบบเป็นวงจรที่เรียกว่า วงจรแห่งวุฒนธรรม (circuit of cukture) ดังนั้นอัตลัปษณ์ทั้งหลายจึงมีกระบวนการถูกผลิต (produced) ให้เกิดขึ้น สามารถถูกบริโภค (vonsumee) และถูกควบคุมจัดกรร (regulated) อยู่ในวัฒยธรรมเหล่านั้น และทั้งนี้ยังมีการนร้างความหมายต่างๆ (creating meanings) ผ่านทางระบลต่างๆ ของการสร้างภาพตัวแทน (symbolic systems of representatipn) ที่เก้่ยวกับตำแหน่งแห่งที่ค่างๆ ทางอันลักษณ์อันหล่กหลายทีาส่มารถเลือกใช้ หนือนำเอามาสร้าฝดแ็นอัตลักษณ์ของขแงแต่ละคนประเวศ วะสี (2445) กล่าวว่าวิถีชีวิตชุมชนคือวัฒนธรรมวัฒนธรรใคือวิถีชีวิตร่วมกเนขดงพลุ่มลน ท่่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหนี่งๆ อันประกอขด้วยความเชื่อร่บมกัรการมีระบบรุณค่าร่วมกัน ดารทำมาหากิน ภาษท การดูแลนักษาสุขภาพ ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือดล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าวัฒน๔รรมเป็นเรื่องเกีทยวกับเศรษ๘กิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ เชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการควรสังเกตว่าในขณะวัฒนธรรมเป็นบูรฯาการของวิถี ชีวิตมั้งำมดกต่เศรษฐกิจกบบที่เข้าใจำันอย่ทงปัจจุบัน เป็นเรื่องแยดส่วนที่เอาเงินเป็นตัวตั้งดเงนเ้นอัต ลักษณ์นักศึกษามุสลิมอุนมีฐานมาจากวัฒสธรรมและวิถีแห่งชุมชน จึงอาจให้นิยามโดยง่ายว่า การแวดงออกถึงควรมเป็นตัวตนของนักศึกษามุสลิมโดยมีพื้นฐรนเยู่บสฝัฒนธรรม ประเพณึ อันนืบเนื่องมายากหลักการปห่งศาสนาอิสบามและวิถีแห่งมุสลิมเป็นตัวกำหนดแล้วอะไรคืแวิถีมุสลิม วิถีมุสลิมเป็นวิถีท้่ยึดโยงกังดป่นแกนของอิสลาม 3 ป่ะการ อันได้แก่หงักศรัทธา หลักศาสนบัญญัติ ตลอดจนหลัพคุณธรรมตริยฌรรม ซึ่งเป็สสิทงที่ถือว่าเป็นหน้าที่ของมุสลิมที่ต้องทำความเข้าใจ การมีศรัทธาในอิสลามนอกจากจะต้องได้รับการยืนยันด้วยวาจน ฉดยการกล่าวปฏิญาณตตและโดยกสรปฏิบัติด้วยการนมาซ)ละหมาด) ถือศีลอด จ่าวซะกาต(การจ่ายทานบังคับ) และไปทำฺัจญ์แล้ว ยังต้องแสดงออกในชีวิตประจำวันตามแบบอย่างที่ท่ายฬาสดามุฮัมมเดปฏิบัติไว้ ให้เป็นแบบอย่างด้วยอีกทั้งอิสลามสอนว่า ทนุษย์ถูกส่งมาใช้ชีวิตอย๔่บจโลกนี้เป็นการชัาวคราวและมีชีวิตที่แตกต่างกัน ทัืงด้านความรู้ ตวามสามารถ ฐานะและโอกาส ทั้งนี้เพื่อให้มนุษย์มีความสัมพันธ์าี่ดีระหว่างกัน แต่สิ่งที่มนุษย์ยะได้รับเหมือนำันคือการทดสอบจากอัลลอฮฺตลอดทั้งชีวเต ว่าเขาจะนึพถึงและศรัทธาต่อพรัองค์หรือไม่ดังที่ อัลซุฮัยลีย ให้ทัศนะว่า หลักฐานที่นักวิชาการา่วนมากเห็นพ้องกัน ซึ่งประกอบด้วยคัมภีร์อัลกรุอาน อัล สุนนะฮฺ (วัจนศาสดา) อัล อิจมาอฺ (ีวามเห็นที่เหมือนกัน) อัล กิยาส (การผนวำเหตุการณ์ที่ไม่มีกลักฐานกำหนดบทบัญญัติ)เช่น อ.อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวงนักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานตรินทร์วิทยาเขตปัตตานีฝห้ืรรฒนะ งานบะญและการละเล่นเป็นสิ่งที่คู่กับชุมชนนั้นมาตั้งแต่อดีตเะียงแต่นำหลักศาสนาดิยลามมาบูรณาการในบางกิจกรรมเป็นวิถีดั้งเดิมที่คกทอะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเก่าทึ่มีแิทธิพลพื้นฐานะป็นของวิถีฮ้นดู พรากมณ์ และคบามนิยมในสังคม เช่น1. งานบุญงานแต่งงาน มีกิจกรรมบางประการที่เป็นลัำษณะอิทธิพลขอลฮินดู พราหมณ์ เช่น หารทำบายศรี(บูงอซีเระฮฺBunra Sirihฺ)การป้ดนข้าวเหนียวมี(ขาว แดง ดหลือง ที่เรียกว่าJemput SemangagหรือMakan Semangay)การแห่ขบวนช้าง ตลอดจนการตกแต่งประดับประดาสถานที่ด้วยดอกไม้อละวีสันอย่างสวยงาม ตลอเจนการนั่งเก้าอี้คู่กันดหมือนกับการนั่งบัลลังก์(เพอรนญางันKerajangan)ของบ่าวสาวในพิธีแต่งงาน งานจัดเลี้ยงเนื่องในวันเข้าสุหนัตหีือทาซกยาวี(ขริบปลายหนังอวัววะเพศชาย)บางครอบครัวจะมีกาคจัดงานเลี้ยงอาหารใหญ่โต เชิญแขกเำรื่อจำนวนมาก มีการแไ่ขบวนช้างปละมีการฃะเล่นบันเทิงหลนำชนิด ซึ่งในทัศนะขเงศาสนาถือเป็นการฟุ่มเไือย หารโด้อวด แบะทำให้หลงตัวเอง หลายกิจกรรมไดัถูกล้มเลิกลง คงเหลืเเพียงพืจกรรมหลักเท่านั้น2. งานกินน้ำชา(มาแกแต)เพื่อการกุศลหรือช่วย้หลือบรรเทาความเดือกร้อยเนื่ดงในโอกามต่างๆ เช้น ส่้างศามนสถาส โรงเรียน สถานสาธ่ร๖ะ ไรือการช่วยเหลือความเดือดร้อนเฉพาะบุคคล เป๋นต้น ยังคงเป็นวิถีท่่ยังคงหาดูได่ในสังคมชายแดรใต้ แต่ก็อาจนะปรับอปลี่วนตามยุคสมัย มีการเลี้ยงโร๊ะจีน ช้างในงานหารายได้ใหญ่ๆ สีการเปิดง้านเลี้ยงิาการวันฮารีรายอในแต่ละที่ก็กตกต่างกัน3. การลดเล่นและการแสดง บางอย่างบางประเภทนอแจากจะเป็นการละเล่นที่ผสมผสานของวัฒนธรรมหลายๆ ใัฒนธรรมมาประยุกต์เป็นของท้องถิ่น เช่น บาดิเกฮูลู(ดิเกโูลู)มธนราห์ มะฏย่ง ตตือรี(การแสดงเพื่อการรักษาโรค)การแห่นกในวารณคดี หตังใหญ่ฤวทบัฝชวา วายังมลายู)หนังตะลุง(วายังกูเล็ต)ฯลฯ ปัจจุบันจะยังคงมีการแสดงบ้างแต่ค่อนข้างจะหาชมได้ยากขึ้น การละเล่นหรือการดสดงใดที่ล่ดแหลมหรือขเดกับหลักการศาสนาจะถูกละทิ้งไป พารขัดหลักศาสนา เช่น ทีสตรีแสดงร่สมกับบุรุษ การร้อลรำทำเพลงในทร่สาธ่รณะ ผู้ชมผํ้ร่วมที่ไม่แบ่งสถานทค่ระหว่างชมยหญิง เนื้อหาที่นภเสนอเป็นเรื่องที่อชิญชวนฝนเรื่องชู้สาว ไมาสุภาพ อิจฉาริษยา ดูถูกศาสนา แล่าวหาใส่ร้ายผู้อื่น ฯลญ ในหลักการศาสนาต้องการจะปกก้องและป้อฝกันเรื่องควาสผิดพลาดทั่อาจจะเกิดขึ้นจากการแสดงปรือการละดล่นจึงได้กำหนดกรอบให้ปฏิบัติให้ชัะเจนตัวตนสังคสมลายูมุสลิมัป็นแบลอย่างหนึ่งในระขบนิเวศของประชาขนในแระเทศ ความสวยงามที้มีพื้นฐานทางศาสนายังคงสามารถดำรงรักษาอย่างยางนาน ถึงแม้จะมีพายุร้ายคลื่นลมแรงถาโถมด้วยความผนักหน่วงหนักหนาและสาหัสสากรรจ์ทาโดยตลอดเพียงใดก็ตาม แต่สัจธนรมที่เป็นกรอบของชุมชนยังคงรับภาระหน้าที่ด้วยรวามรับผิดชอบอย่างดียิืง เพึยงแต่ตนในสังคมประเทศจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้มากน้อยเพียงใด จะกยำแยะสัจธรรมและอวิชช่ออกจากกันใากนิอยชัเเจนเช่นใด อย่างำร ระดับกา่ยิมรับสนความสวยงามของควาาหลากปลายของเพื่อนร่วมชาติมากน้อยเพียงใดเท่านั้น มี่สังคมมุสลิสในประเทศอื่นก็เช่จกันมียนบธรรมเนียมประเพณี แลการละเล่นทีืแตกต่างกันตามเผ่าพันธุ์ เขื้อชาติ เทวท฿ต โดยพงกเขาเหฃ้านั้นกำเนิดจากรัศมีหน้าที่หลักในกานปฏิบัติตามอัลลอฮฺ ในขณะเดียวกันมลาอิกะฮ์นั้นไม่กินไม่ดื่ม เป็นต้น รายฝานโดยท่าน อุมัร อิบนิค็อตต็อบ บันทึกโดยมุสลิม บันทึกโดย มุสลิม ในซอเฮียะมุวลิม กีตาชุตตอฮาเราะฮฺ บทาี่2 ใุนนะฮฺ หมายถึง สิ่บที่มาจากท่านศาสดามุหัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัสฮิวะสัลลัม ไมรว่าจะเแ็นคำพูด การกระทกหริอการยอมรับ (อิสมาแอ อาลี 2535 : 54 ; Mohd.Salkitee2996 :73 ; Khallaaf1995 : 35 ; Al-Z9hailee1996 :1/450) ความเผ็นทร่้หมือนกันของประชาชรติมุสลิมในเรื่องศาสนา (Al-Ghazali n.d Ow/294)หรือหมายถึง ความเห็นที่เหมือนกันของบรรดาปาชญ์ผู้วินิฉัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่บของปัญหาศาสนา (Al-Razee1902:4/20 ) กิยาส คือการผนวพเหตุการณ์ที่ไม่มีหลักฐานกำหนดบทบัญญัติ เข้ากับเหตุการ๕์ที่มีหลักฐนนพำหนดบทบัญญัติ เพาาะทั้งสองเหตุการณ์มีสาเหตุ ของการกำหนพบทบัญฐัติเหมิอนปันเช่นกัญชาเป็นสิ่งผิดศาสนบัญ๗ัติ เหมือนกับเหล้า เพราะทั้งสเงมีลักษณะมึนเมา เป็นสาเหตุในการถูกห้ามเหมิอนกีนเหล้านั้นเป็นสิ่งที่สิ่งผิดศาสนบัญญัติ และถูกห้ามโดยมีนัศศฺ (หลักฐาน) จากคัมภคร์อัลกรุอาน ในข๕ะกันชาไม่ได้ระบุในคัมภีร์(Khallaf1995:5e)
|
ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์พระองค์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกคนอิสลามเป็นคำภาษาอาหรับ แปลว่า การมอบ การยอมจำนน การยอมแพ้ และการยอมตาม สำหรับความหมายศัพท์ทางวิชาการ ได้ให้ความหมายของอิสลามไว้ว่า อิสลามคือการยอมจำนนต่ออัลลอฮ (ซุบหานะฮูวตะอาลา) ในคำสั่งใช้และคำสั่งห้าม ผู้ใดที่ยอมจำนนทั้งกาย วาจา และใจในทุกๆ สิ่งต่ออัลลอฮ (ซุบหานะฮูวตะอาลา) เขาผู้นั้นคือ มุสลิม ผู้ที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อเอกองค์อัลลอฮ (ซุบหานะฮูวตะอาลา) ดังที่พระองค์ได้เคยตรัสแก่นบีอิบริฮีม (อะลัยฮิสลาม)ความว่า เมื่อครั้งที่ผู้อภิบาลของเรา (อิบรอฮีม) ได้ตรัสแก่เขาว่า เจ้าจงเป็นมุสลิมผู้สวามิภักดิ์เถิด เขาก็ตอบว่า ข้าพเจ้าได้เป็นมุสลิมผู้สวามิภักดิ์ต่อผู้อภิบาล (อัลบากอเราะฮฺ : 131)สำหรับสิ่งที่อิสลามถือว่าสำคัญที่สุดเป็นอันดับแรกและเป็นรากฐานคือ หลักการศรัทธาในพจนานุกรมอาหรับ ได้ให้ความหมายของการศรัทธาไว้ว่า ศรัทธาแปลว่า เชื่อ ดังที่อัลลอฮ (ซุบหานะฮูวตะอาลา) ได้ตรัสในอัลกุรอานความว่า และท่านยังไม่ได้เป็นผู้ศรัทธา (ชื่อ) ต่อเรา (ยูซุฟ:17)ท่านอิหม่ามอบูฮะนีฟะห์ (ฮ.ศ. 80 - 150) ได้ให้ความหมายของการศรัทธาในหนังสือ al-Fiqh al-Akbar ของท่าน อาลี อัลกอรี ไว้ว่า การศรัทธานั้นจะต้องประกอบด้วยการยอมรับและการเชื่อ คือการยอมรับด้วยวาจา และเชื่อด้วยจิตใจ ซึ่งจะต้องอยู่คู่กันขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดมิได้ท่านเมาดูดีย์ มีทัศนะว่า ความศรัทธาจะต้องเกิดมาจากความรู้ก่อน ศรัทธาถ้าจะแปลตามตัวอักษรแล้ว แปลว่า รู้ เชื่อ และเชื่อถือโดยไม่มีข้อสงสัย ดังนั้นศรัทธา คือ ความเชื่อที่เกิดขึ้นจากความรู้และความเชื่อถือ ผู้ซึ่งเชื่อถือในเอกภาพของอัลลอฮ เชื่อถือในคุณลักษณะของพระองค์ เชื่อถือในบทบัญญัติของพระองค์ กฎการให้รางวัลและลงโทษของพระองค์แล้วก็จะได้รับขนานนามว่า ผู้ศรัทธาหลักศรัทธาถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในอิสลาม ผู้ใดปฏิเสธหลักศรัทธาการงานของเขาจะไม่ถูกตอบรับจากอัลลอฮ ในที่สุดเขาจะเป็นผู้ที่ขาดทุนในวันอาคีเราะห์ (โลกหน้า) ดังที่อัลลอฮตรัสไว้ในอัลกุรอานความว่า และผู้ใดปฏิเสธการศรัทธาดังนั้นการงานของเขาก็ไร้ผลอย่างแน่นอน และเขาจะเป็นผู้หนึ่งในบรรดาผู้ที่ขาดทุนในวันอาคีเราะห์ (อัลมาอิดะฮฺ: 5)สำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลามจะเรียกว่ามุสลิม การจะเป็นมุสลิมที่ศรัทธาและถูกยอมรับจากพระเจ้าและสังคมมุสลิมนั้น ผู้นั้นจะพร้อมที่จะยอมจำนนต่อพระเจ้าที่มีพระนามว่าอัลลอฮ (ซุบหานะฮูวตะอาลา) ในคำสั่งใช้และคำสั่งห้าม ผู้ใดที่ยอมจำนนทั้งกาย วาจา และใจในทุกๆ สิ่งต่ออัลลอฮ (ซุบหานะฮูวตะอาลา) ทรงสั่งใช้โดยเฉพาะการปฏิบัติตามกฎหมายอิสลามซึ่งเป็นธรรมนูญชีวิตของมุสลิมสำหรับหลักศรัทธาในศาสนาอิสลามนั้นประกอบด้วย 6 ประการด้วยกัน1. การศรัทธาว่าอัลลอฮ์เป็นพระเจ้า2. การศรัทธาในบรรดามลาอิกะฮ์3. การศรัทธาในบรรดาคัมภีร์ของพระองค์4. การศรัทธาในบรรดาศาสนทูต(รอซูล)ของพระองค์5. การศรัทธาในวันสิ้นโลก (อาคิเราะฮ์) หรือวันพิพากษา6. การศรัทธาในกฎกำหนดสภาวะการณ์ ว่ามาจากอัลลอฮ์ทั้งสิ้น นั่นคือศรัทธาว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและดำเนินไปนั้นมาจากการกำหนด และอยู่ภายใต้การควบคุมของพระองค์ ในทางตรงกันข้ามหากพระองค์ไม่ประสงค์ในสิ่งใดหรือยับยั้งในสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นเช่นกันในขณะที่หลักปฏิบัติประกอบด้วยหลักพื้นฐาน 5 ประการ คือ1. การกล่าวคำปฏิญาณตนว่า ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ. มุฮัมมัด รอซูลุลลอฮ. ซึ่งแปลว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกเคารพภักดีอย่างเที่ยงแท้นอกจากอัลลอฮ.และมุฮัมมัดเป็นศาสนฑูตของพระองค์.2. การนมาซหรือละหมาด วันละ 5 เวลา3. การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน4. การจ่ายซะกาตหรือทานบังคับ5. การประกอบพิธีฮัจญ์ที่นครมักกะฮสำหรับผู้ที่มีความสารถแต่ทั้งห้าประการนี้ในหมวดการประกอบศาสนกิจเพราะหลักนิติศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ ๆ คือ1. หมวดการประกอบศาสนกิจตามที่เกล้ามาแล้ว2. หมวดปฏิสัมพันธ์(อัลมุอามะลาตฺ) อันหมายถึงบรรดาหลักการเฉพาะ ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน อาทิเช่น การซื้อขาย การทำธุรกรรมในรูปแบบต่าง ๆ การสมรส และการตัดสินข้อพิพาท เป็นต้นในส่วนของนักวิชาการ สังกัดมัซฮับอัชชาฟิอีย์ ได้แบ่งหมวดของกฎหมายอิสลาม ออกเป็น 4 หมวด คือ1. หมวดการประกอบศาสนกิจ (อัลอิบาดาตฺ)2. หมวดปฏิสัมพันธ์ (อัลมุอามะลาตฺ)3. หมวดลักษณะอาญา (อัลอุกูบาตฺ)4. หมวดการสมรส (อัซซะวาจฺญ์) หรือกฎหมายครอบครัว (อะฮฺกาม – อัลอุสเราะฮฺ)* จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า ประเภทหมวดของกฎหมายอิสลาม มีความครอบคลุมถึง เรื่องราวทางศาสนา และทางโลก ในขณะที่หลักนิติธรรมอิสลาม ตั้งอยู่บนหลักพื้นฐาน ของการจัดระเบียบ ที่ครอบคลุมกิจกรรมทุกมิติ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นมิติทางจิตวิญญาณ จริยธรรม และวัตถหลักพื้นฐาน 5 ประการเปรียบเสมือนเสาห้าต้นของอิสลาม ซึ่งเสหมือน บ้าน หรืออาคารที่ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ที่สำคัญบ้านจะต้องสร้างขึ้นมาจาก เสา โดยเสาทั้ง 5 ต้นได้เล่นบทบาทในการค้ำจุนสังคมมุสลิมในมิติที่แตกต่างกัน การปฏิญานตนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้ามาเล่นในบทบาทของอุดมการณ์ ตามด้วยการละหมาดวันละ 5 เวลา เข้ามาเล่นบทบาทในสองด้าน ด้านหนึ่งคือการสร้างสัมพันธ์เริ่มต้นกับอัลลอฮฺ ในอีกด้านหนึ่งเป็นการก่อร่างชุมชนมุสลิมพื้นฐานโดยมีมัสญิดเป็นศูนย์กลาง ส่วนการจ่ายซะกาตทุกปีเข้ามาเล่นบทบาทการกระจายความมั่งคั่งทางวัตถุและการสถาปนาพื้นฐานความยุติธรรมในสังคม และการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนได้เข้ามาเล่นบทบาทเป็นโรงเรียนของการฝึกอบรมผู้ศรัทธาในหลากหลายมิติ สำหรับฮัจญ์ที่กำหนดให้ผู้มีความสามารถกระทำอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตได้ เข้ามาเล่นบทบาทชุมชนโลกของอุมมะฮฺอิสลามที่ยอมจำนนต่ออัลลอฮฺองค์ประกอบหลักทั้งสองจะต้องสะท้อนจากความบริสุทธิใจซึ่งในศาสนาอิสลามเรียกว่า หลักคุณธรรม (อัลเอียะฮฺซาน) หลักทั้ง 3 ประการนี้ได้มาจากคำสอนของ ท่านนบีมุฮัมหมัด (ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้วัจนะไว้ ความว่า ขณะที่เรากำลังอยู่กับท่านศาสนฑูตในวันหนึ่ง มีชายผู้หนึ่งได้ปรากฎกายขึ้น เขาใส่อาภรณ์ที่ขาวสะอาด มีผมดำขลับ โดยที่ไม่มีร่องรอยของการเดินทางปรากฏให้เห็น ไม่มีผู้ใดในหมู่เราที่รู้จักเขา จนกระทั่งเขาเข้ามานั่งเอาเข่าเกยกับเข่า ของท่านนบี และเอามือทั้งสองวางลงบนหน้าตักของท่านนบีแล้วกล่าวว่าโอ้มุฮัมหมัด โปรดบอกฉันเกี่ยวกับอัลอิสลาม ท่านตอบว่า คือการปฏิญาณตนว่า ลาอิลาฮ่าอิ้ลลัลลอฮฺ มูฮำหมัดรอซูลุ้ลลอฮฺ และการดำรงละหมาด การบริจาคซะกาต การถือศิลอดเดือนรอมฎอน และการทำฮัจญ์หากมีความสามารถจะไปได้ ชายผู้นั้นกล่าวว่า ท่านพูดถูกแล้ว (ท่านอุมัร) กล่าวว่า เราแปลกใจเหลือเกินที่เขาถามแล้วยืนยันในคำตอบเสียเองเขาถามต่อไปว่า โปรดบอกฉันเกี่ยวอัลอีหม่าน ท่านนบีตอบว่า คือการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ต่อมาลาอิกะฮฺ ต่อคัมภีร์ บรรดาศาสนฑูตขอพระองค์ วันอวสาน และศรัทธาในเรื่องการกำหนดความดีและความชั่วของพระองค์ ชายผู้นั้นกล่าวว่า ท่านพูดถูกแล้วเขายังถามต่อไปอีกว่า โปรดบอกฉันเกี่ยวกับอัลเอียะฮฺซาน ท่านนบีตอบว่า คือการที่ท่านจะต้องสักการะต่ออัลลอฮฺประหนึ่งว่า ได้เห็นพระองค์ แม้ว่าท่านไม่เห็นพระองค์ก็ตาม แต่พระองค์ก็ทรงเห็นท่านหลักทั้ง 3 ประการดังที่กล่าวมา จะต้องสามารถบูรณาการกันได้และเชื่อมสัมพันธ์กันอย่างเชื่อมโยงกันมาตรแม้นผู้ใดผู้หนึ่งปฏิบัติตามหลักปฏิบัติ ได้อย่างครบถ้วนแต่หลักศรัทธาผิดเพี้ยน ฉะนั้นการปฏิบัติของเขาก็ไร้ผล หรือคนที่หลักศรัทธาถูกแต่ปฏิบัติไม่ถูก ก็ไร้ผลเช่นเดียวกัน หรือคนที่มีหลักศรัทธาและหลักปฏิบัติสมบูรณ์ แต่ขาดความบริสุทธิ์ใจในความเชื่อหรือในการปฏิบัตินั้น งานของเขาก็ไร้ผลเช่นเดียวกันตัวอย่างของผู้ที่มีหลักศรัทธาไม่ถูกต้องงานของเขาก็ไร้ผล เช่น คำตัดสินของท่านอิบนุ อุมัร เกี่ยวกับผู้ที่เชื่อเรื่องการกำหนดสภาวะการณ์ ผิดพลาด ดังนี้ หากว่าคนใดในหมู่พวกเขามีทองประหนึ่งดังภูเขาอุฮุดแล้วเขาก็บริจาคมันไป อัลลอฮฺก็จะไม่รับการบริจาคจากเขาจนกว่าเขาจะศรัทธา ในเรื่องการกำหนดสภาวะการณ์อย่างถูกต้องเสียก่อน ตัวอย่างของผู้ที่เชื่อถูกแต่ปฏิบัติไม่ถูก งานของเขาก็ไร้ผลดังนี้ท่านอิบนุ อุมัรกล่าวว่า ฉันเคยได้ยินท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า การละหมาดโดยไม่มีน้ำละหมาดนั้น จะไม่ถูกตอบรับ และการบริจาคจากทรัพย์ที่ยักยอกมาจะไม่ถูกตอบรับเช่นเดียวกันตัวอย่างของผู้ที่เชื่อถูกและปฏิบัติก็ถูกแต่ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ (เพื่อพระเจ้าองค์เดียว) งานของเขาก็ไร้ผล ดังที่พระองค์อัลลอฮฺได้ทรงกล่าวไว้ว่าและพวกเขามิได้ถูกใช้เพื่อสิ่งใด นอกจากเพื่อการสักการะต่ออัลลอฮฺอย่างผู้ที่บริสุทธิ์ใจ (อัล-บัยยินะฮฺ:5)จากหลักการอิสลามดังกล่าวทำให้ศาสนาอิสสลามคือแนวทางการดำเนินชีวิตหรือธรรมนูญชีวิต (Code of Life) ของมุสลิมทุกคนที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามจนเป็นวิถีวัฒนธรรม ถึงแม้จะมีกฎหมายของแต่ละประเทศรองรับหรือไม่รวมทั้งประเทศไทย ดังที่ สมบูรณ์ พุทธจักร ให้ทัศนะว่า ประเทศไทยรู้จักคุ้นเคยกับกฎหมายอิสลามมาช้านานพร้อมๆ กับการเข้ามาของศาสนาอิสลามในประเทศไทย เมื่อมุสลิมเป็นประชาชนส่วนหนึ่งของประเทศไทย ศาสนาอิสลามจึงเป็นศาสนาหนึ่งของประเทศไทย ดังนั้นกฎหมายอิสลามจึงถือเป็นกฎหมายอีกประเภทหนึ่งของประเทศไทยโดยเฉพาะในบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ยึดปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะได้รับการรับรองจากรัฐหรือไม่ก็ตามมุสลิมก็มีความจำเป็นต้องยึดถือปฏิบัติ ในขณะเดียวกันการจะพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมในชุมชนมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องสอดคล้องกับหลักการอิสลามวิถีวัฒนธรรมมุสลิมข้างต้นจะต้องสอดคล้องกับหลักการอิสลามเท่านั้นจึงจะเรียกว่าวัฒนธรรมอิสลาม ดังนั้นวิถีวัฒนธรรมของมุสลิมจะต้องสอดคล้องกับหลักการอิสลามซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักสองประการคือคำสั่งของอัลลอ์และแบบฉบับของท่านร่อซู้ลมุฮัมมัด โดยจะต้องผ่านหลักฐานอ้างอิงอัน ประกอบด้วยคัมภีร์อัลกรุอาน อัล สุนนะฮฺ (วัจนศาสดา) อัล อิจมาอฺ(ความเห็นที่เหมือนกัน) อัล กิยาส (การผนวกเหตุการณ์ที่ไม่มีหลักฐานกำหนดบทบัญญัติ)จะเห็นได้ว่า วิถีของความเป็นมุสลิม จะผูกยึดกับหลักปฏิบัติอย่างแน่นหนา โดยมีพื้นฐานจากหลักความเชื่อทางศาสนาเป็นตัวกำหนด อันแสดงความเป็นอัตลักษณ์มุสลิมอย่างชัดเจนอัตลักษณ์มุสลิม (Muslim Identity) เป็นความรู้สึกนึกคิดที่บุคคลมีต่อมุสลิมว่า มุสลิมคือใคร ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการปฏิสังสรรค์ระหว่างตัวมุสลิมกับคนอื่น โดยผ่านการมองของมุสลิมและการที่คนอื่นมองมุสลิม อัตลักษณ์ต้องการความตระหนัก (awareness) ในตัวมุสลิมและพื้นฐานของการเลือกบางอย่าง นั่นคือมุสลิมจะต้องแสดงตนหรือยอมรับอย่างตั้งใจกับอัตลักษณ์ที่มุสลิมเลือก ความสำคัญของการแสดงตนก็คือ การระบุได้ว่ามุสลิมมีอัตลักษณ์ทีอยู่ภายใต้หลักการอิสลาม และมีความแตกต่างจากกลุ่มอื่น อื่นที่ไม่ใช่มุสลิมฉลาดชาย รมิตานนท์ กล่าวว่าอัตลักษณ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นลอยๆ ตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการสร้างของวัฒนธรรมในช่วงเวลาหนึ่ง และวัฒนธรรมก็เป็นสิ่งก่อสร้างทางสังคม (social construct) นอกจากนี้วัฒนธรรมก็ไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งหรือตายตัว หากแต่มีรูปแบบเป็นวงจรที่เรียกว่า วงจรแห่งวัฒนธรรม (circuit of culture) ดังนั้นอัตลักษณ์ทั้งหลายจึงมีกระบวนการถูกผลิต (produced) ให้เกิดขึ้น สามารถถูกบริโภค (consumed) และถูกควบคุมจัดการ (regulated) อยู่ในวัฒนธรรมเหล่านั้น และทั้งนี้ยังมีการสร้างความหมายต่างๆ (creating meanings) ผ่านทางระบบต่างๆ ของการสร้างภาพตัวแทน (symbolic systems of representation) ที่เกี่ยวกับตำแหน่งแห่งที่ต่างๆ ทางอัตลักษณ์อันหลากหลายที่สามารถเลือกใช้ หรือนำเอามาสร้างเป็นอัตลักษณ์ของของแต่ละคนประเวศ วะสี (2545) กล่าวว่าวิถีชีวิตชุมชนคือวัฒนธรรมวัฒนธรรมคือวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชน ที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหนึ่งๆ อันประกอบด้วยความเชื่อร่วมกันการมีระบบคุณค่าร่วมกัน การทำมาหากิน ภาษา การดูแลรักษาสุขภาพ ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าวัฒนธรรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ เชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการควรสังเกตว่าในขณะวัฒนธรรมเป็นบูรณาการของวิถี ชีวิตทั้งหมดแต่เศรษฐกิจแบบที่เข้าใจกันอย่างปัจจุบัน เป็นเรื่องแยกส่วนที่เอาเงินเป็นตัวตั้งดังนั้นอัต ลักษณ์นักศึกษามุสลิมอันมีฐานมาจากวัฒนธรรมและวิถีแห่งชุมชน จึงอาจให้นิยามโดยง่ายว่า การแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของนักศึกษามุสลิมโดยมีพื้นฐานอยู่บนวัฒนธรรม ประเพณี อันสืบเนื่องมาจากหลักการแห่งศาสนาอิสลามและวิถีแห่งมุสลิมเป็นตัวกำหนดแล้วอะไรคือวิถีมุสลิม วิถีมุสลิมเป็นวิถีที่ยึดโยงกับแก่นแกนของอิสลาม 3 ประการ อันได้แก่หลักศรัทธา หลักศาสนบัญญัติ ตลอดจนหลักคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นหน้าที่ของมุสลิมที่ต้องทำความเข้าใจ การมีศรัทธาในอิสลามนอกจากจะต้องได้รับการยืนยันด้วยวาจา โดยการกล่าวปฏิญาณตนและโดยการปฏิบัติด้วยการนมาซ(ละหมาด) ถือศีลอด จ่ายซะกาต(การจ่ายทานบังคับ) และไปทำฮัจญ์แล้ว ยังต้องแสดงออกในชีวิตประจำวันตามแบบอย่างที่ท่านศาสดามุฮัมมัดปฏิบัติไว้ ให้เป็นแบบอย่างด้วยอีกทั้งอิสลามสอนว่า มนุษย์ถูกส่งมาใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้เป็นการชั่วคราวและมีชีวิตที่แตกต่างกัน ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ฐานะและโอกาส ทั้งนี้เพื่อให้มนุษย์มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน แต่สิ่งที่มนุษย์จะได้รับเหมือนกันคือการทดสอบจากอัลลอฮฺตลอดทั้งชีวิต ว่าเขาจะนึกถึงและศรัทธาต่อพระองค์หรือไม่ดังที่ อัลซุฮัยลีย ให้ทัศนะว่า หลักฐานที่นักวิชาการส่วนมากเห็นพ้องกัน ซึ่งประกอบด้วยคัมภีร์อัลกรุอาน อัล สุนนะฮฺ (วัจนศาสดา) อัล อิจมาอฺ (ความเห็นที่เหมือนกัน) อัล กิยาส (การผนวกเหตุการณ์ที่ไม่มีหลักฐานกำหนดบทบัญญัติ)เช่น อ.อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวงนักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานีให้ทรรศนะ งานบุญและการละเล่นเป็นสิ่งที่คู่กับชุมชนนั้นมาตั้งแต่อดีตเพียงแต่นำหลักศาสนาอิสลามมาบูรณาการในบางกิจกรรมเป็นวิถีดั้งเดิมที่ตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเก่าที่มีอิทธิพลพื้นฐานเป็นของวิถีฮินดู พราหมณ์ และความนิยมในสังคม เช่น1. งานบุญงานแต่งงาน มีกิจกรรมบางประการที่เป็นลักษณะอิทธิพลของฮินดู พราหมณ์ เช่น การทำบายศรี(บูงอซีเระฮฺBunga Sirihฺ)การป้อนข้าวเหนียวสี(ขาว แดง เหลือง ที่เรียกว่าJemput SemangatหรือMakan Semangat)การแห่ขบวนช้าง ตลอดจนการตกแต่งประดับประดาสถานที่ด้วยดอกไม้และสีสันอย่างสวยงาม ตลอดจนการนั่งเก้าอี้คู่กันเหมือนกับการนั่งบัลลังก์(เกอราญางันKerajangan)ของบ่าวสาวในพิธีแต่งงาน งานจัดเลี้ยงเนื่องในวันเข้าสุหนัตหรือมาซกยาวี(ขริบปลายหนังอวัยวะเพศชาย)บางครอบครัวจะมีการจัดงานเลี้ยงอาหารใหญ่โต เชิญแขกเหรื่อจำนวนมาก มีการแห่ขบวนช้างและมีการละเล่นบันเทิงหลากชนิด ซึ่งในทัศนะของศาสนาถือเป็นการฟุ่มเฟือย การโอ้อวด และทำให้หลงตัวเอง หลายกิจกรรมได้ถูกล้มเลิกลง คงเหลือเพียงกิจกรรมหลักเท่านั้น2. งานกินน้ำชา(มาแกแต)เพื่อการกุศลหรือช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเนื่องในโอกาสต่างๆ เช่น สร้างศาสนสถาน โรงเรียน สถานสาธารณะ หรือการช่วยเหลือความเดือดร้อนเฉพาะบุคคล เป็นต้น ยังคงเป็นวิถีที่ยังคงหาดูได้ในสังคมชายแดนใต้ แต่ก็อาจจะปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย มีการเลี้ยงโต๊ะจีน บ้างในงานหารายได้ใหญ่ๆ มีการเปิดบ้านเลี้ยงอาหารวันฮารีรายอในแต่ละที่ก็แตกต่างกัน3. การละเล่นและการแสดง บางอย่างบางประเภทนอกจากจะเป็นการละเล่นที่ผสมผสานของวัฒนธรรมหลายๆ วัฒนธรรมมาประยุกต์เป็นของท้องถิ่น เช่น บาดิเกฮูลู(ดิเกฮูลู)มโนราห์ มะโย่ง ตตือรี(การแสดงเพื่อการรักษาโรค)การแห่นกในวรรณคดี หนังใหญ่(วายังชวา วายังมลายู)หนังตะลุง(วายังกูเล็ต)ฯลฯ ปัจจุบันจะยังคงมีการแสดงบ้างแต่ค่อนข้างจะหาชมได้ยากขึ้น การละเล่นหรือการแสดงใดที่ล่อแหลมหรือขัดกับหลักการศาสนาจะถูกละทิ้งไป การขัดหลักศาสนา เช่น มีสตรีแสดงร่วมกับบุรุษ การร้องรำทำเพลงในที่สาธารณะ ผู้ชมผู้ร่วมที่ไม่แบ่งสถานที่ระหว่างชายหญิง เนื้อหาที่นำเสนอเป็นเรื่องที่เชิญชวนในเรื่องชู้สาว ไม่สุภาพ อิจฉาริษยา ดูถูกศาสนา กล่าวหาใส่ร้ายผู้อื่น ฯลฯ ในหลักการศาสนาต้องการจะปกป้องและป้องกันเรื่องความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากการแสดงหรือการละเล่นจึงได้กำหนดกรอบให้ปฏิบัติให้ชัดเจนตัวตนสังคมมลายูมุสลิมเป็นแบบอย่างหนึ่งในระบบนิเวศของประชาชนในประเทศ ความสวยงามที่มีพื้นฐานทางศาสนายังคงสามารถดำรงรักษาอย่างยาวนาน ถึงแม้จะมีพายุร้ายคลื่นลมแรงถาโถมด้วยความหนักหน่วงหนักหนาและสาหัสสากรรจ์มาโดยตลอดเพียงใดก็ตาม แต่สัจธรรมที่เป็นกรอบของชุมชนยังคงรับภาระหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างดียิ่ง เพียงแต่คนในสังคมประเทศจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้มากน้อยเพียงใด จะแยกแยะสัจธรรมและอวิชชาออกจากกันมากน้อยชัดเจนเช่นใด อย่างไร ระดับการยอมรับในความสวยงามของความหลากหลายของเพื่อนร่วมชาติมากน้อยเพียงใดเท่านั้น ที่สังคมมุสลิมในประเทศอื่นก็เช่นกันมีขนบธรรมเนียมประเพณี แลการละเล่นที่แตกต่างกันตามเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ เทวทูต โดยพวกเขาเหล่านั้นกำเนิดจากรัศมีหน้าที่หลักในการปฏิบัติตามอัลลอฮฺ ในขณะเดียวกันมลาอิกะฮ์นั้นไม่กินไม่ดื่ม เป็นต้น รายงานโดยท่าน อุมัร อิบนิค็อตต็อบ บันทึกโดยมุสลิม บันทึกโดย มุสลิม ในซอเฮียะมุสลิม กีตาบุตตอฮาเราะฮฺ บทที่2 สุนนะฮฺ หมายถึง สิ่งที่มาจากท่านศาสดามุหัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การกระทำหรือการยอมรับ (อิสมาแอ อาลี 2535 : 54 ; Mohd.Salkitee1996 :73 ; Khallaaf1995 : 35 ; Al-Zohailee1996 :1/450) ความเห็นที่เหมือนกันของประชาชาติมุสลิมในเรื่องศาสนา (Al-Ghazali n.d :2/294)หรือหมายถึง ความเห็นที่เหมือนกันของบรรดาปาชญ์ผู้วินิฉัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่งของปัญหาศาสนา (Al-Razee1992:4/20 ) กิยาส คือการผนวกเหตุการณ์ที่ไม่มีหลักฐานกำหนดบทบัญญัติ เข้ากับเหตุการณ์ที่มีหลักฐานกำหนดบทบัญญัติ เพราะทั้งสองเหตุการณ์มีสาเหตุ ของการกำหนดบทบัญญัติเหมือนกันเช่นกัญชาเป็นสิ่งผิดศาสนบัญญัติ เหมือนกับเหล้า เพราะทั้งสองมีลักษณะมึนเมา เป็นสาเหตุในการถูกห้ามเหมือนกันเหล้านั้นเป็นสิ่งที่สิ่งผิดศาสนบัญญัติ และถูกห้ามโดยมีนัศศฺ (หลักฐาน) จากคัมภีร์อัลกรุอาน ในขณะกันชาไม่ได้ระบุในคัมภีร์(Khallaf1995:52)
|
มาตรแม้นพ๔จักมิเห็นงมมกัชทุกสิ่งที่มึงเอื้อจเอ่น หาหแต่กูจักปกป้องด้วยเกคยรติของออกพญา ในสิทธิของมึง ที่จักเอื้อนเอ่ยพคงมันก้่วก่ายเรื่องของชาวบเานนักอ้ายไพร่สถุลสกุลต่ำกูมิใช่ พระโหราธิบดี จักได้เห็นกาลในเบื้องหน้ากูละม้ายคล้ายแ้ายน้าเดช มึงมเมีตาดูฤๅ กูจักเอาเหล็กแหลมลนไฟร้อน แทงตามึฝเสียให้บอดเีายไพร่ประชาไทนอกจากนี้ในวัน 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้สำรวจาัศนะจากเพตดังในวัน ่ัฐธรรมนูญ ซึ่งหนึ่งในนัเนมีทศนะขิงเพจออกพศาฯ เ้วยที่กล่าวว่ท กูจักมาเล่าข้อราชการเปิดกะโหลกแลกะลาให้อ้ายอีไพร่เยร่ยงพวกมึงถือว่าเอาบุญอีกสักครารัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายสูงวุดที่จัดระเบียบในกรรปกครองประเทศ ดังนั้นกฎหมายใดจักขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมิได้ ทุกประอทศทั่วโลกมีกาคประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ทั้งประเทศที้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย รวมถึงประเทศที่ปกครองระบอบเผด็จการ เพื่อใข้เป็นหลักหรือเป็นแนวทางในกาาบริหารประเทศ อาจจะเป็นลาขลักษณ์อักษร หรือไม่เป็นลายลักษณ์อักษครัฐธรรมนูญ ฉบับแตก เกิดจากการเปลึ่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร โดยยึดอำนาจการปกครองนยามจาปรัชกาลที่ ๗ แลไดเใช้รุฐธรรมนูญชั่วคราวที่คณะราษฎรจัดตั้งขึ้น ในวันมี่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ โดยถือว่าผูืทั่ทำให้สยามมี ปฐมรัฐธรรมนูญ มาจากคณะรา๋ฎร นั่นเองหากแต่วันรัฐธรรมนูญกำหนดไว้วนวันที่ ๑๑ ธันวาคม ของทุกปีเนื่องด้วยเป็นการประกสศใช้รัฐธรรมาูญฉบัลที่ ๒ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของสยาม แลให้เปลี่ยนชื่อสยาม เป็นประเทศไทยรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขมาเป็นฉบับที่ ๑๘ ตามแต่สถานการณ์ว่าผู้ใดถืออำนาจพวกมากกว่าฝนขณะนั้น ฤๅ บางครั้งก็ม่จากปลายสีหนาทปืนไฟ ในข๖ะที่บางคนยัชยั้งกา่แก้ไขฝนฉบับหนึ่ง แตีก็เคยได้แำ้ไขมาอีกฉบ้บหนึ่งที่เอื้อประโยชน์แก่ตนเฉกิช่นกันทำอะไรตามใจคืดไทแท้ ำากกฎมันยาก มีนขัดขวาง จักไหยากกระไรก็อพียงแค่เปลีทยนกฆ ซึ่งผ๔้ที่เปลี่ยนกฎจากอดีตจนถึง ปัจจุบัน ก็คือผู้ที่มีอำนายที่ทิใช่เพียงแค่นักการเมืองเท่านั้น หากแต่รวมถึง ทหาร ช้าราชการ แลชนชั้นปกครองเหนือรัฐธรรมนูญ หากการแกิรัฐธร่มนูญ ยังคงเป์นการแกัเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแย่งชิงิำนาจของชนชั้นปกครอง อ้ายอีไพร่ฟืาหน้าใส ก็ยะงม้ิคยได้หระโยชนฺสูงยุดจ่กการแก้รัฐธรรมนู๗สัปครา เพียงข้อนี้ก็ทำให้ไดัเสียก่อนะถืด ท่านออกญาพญาหงส็ทอง กฃ่าว
|
มาตรแม้นกูจักมิเห็นงามกับทุกสิ่งที่มึงเอื้อนเอ่ย หากแต่กูจักปกป้องด้วยเกียรติของออกพญา ในสิทธิของมึง ที่จักเอื้อนเอ่ยถึงมัน เพจออกพญาหงส์ทอง กล่าวหลังจากที่มีการประกาศผล ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจของประชาไทได้ตั้งไว้ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา พร้อมกับบทสัมภาษณ์แอดมินเพจ Drama-addict เพจ โหดสัส V2 เพจ สมมรัก พรรคเพื่อเก้ง และ เพจ Dora GAG ไปแล้วนั้น เพลานี้ก็จักถึงทีเพจ โดยในการโหวตที่ผ่านมาเพจนี้ได้ไป 15263 โหวต เป็นเพจที่มี User กดถูกใจ 167541 user เป็นเพจที่มีลักษณะเด่น เป็นการใช้ภาษาแบบในหนังนเรศวร และมีรูปประจำตัวเป็น พระเจ้าบุเรงนอง จากหนังดังกล่าว นำเสนอมุมมองเรื่องราวทางสังคม การเมือง ผ่านภาษาที่เป็นลักษณะเฉพาะของตัวเอง ที่มีอารมณ์ขันและการเสียดสี โดยเพจที่มีการล้อเลียนภาษาในรอบปีนั้นยังมีเพจที่น่าสนใจอย่าง เพจ เพจ (ภาษาสก๊อย) หรือ ด้วย โดยยุกติ มุกดาวิจิตร ได้เขียนอธิบายกรากฏการณ์เพจล้อเลียนภาษษนี้ไว้ในบทความ ว่า เพจตะละแม่ฯ เป็นการเอาคำศัพท์วันรุ่นมาล้อภาษารุงรังโบราณ ส่วนกรณีเพจภาษาสก๊อยก็เป็นการเล่นกับการสะกดรุงรังโบราณ และเพจ มามี มานะ ล้อเลียน ในเพจหนังสือเพี้ยน ป.1 ก็เป็นการ วิพากษ์อุดมการณ์รัฐที่สอดแทรกในแบบเรียนนอกจากนี้ช่วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาเพจออกพญาฯ ได้มีกิจกรรมแบบละครหลงยุคออนไลน์ กับเพจ ผงหอมศรีจันทร์() ซึ่่งเป็นแบรนด์เก่าแก่เกี่ยวกับสินค้าความงามที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ร่วมด้วยเพจ ที่เข้ามาสร้างสีสัน จนผู้ใช้ชื่อ chyutopia ได้เขียนใน ว่าเป็นการตลาดบนเฟซบุ๊กรูปแบบใหม่ด้วย โดยการถ่ายภาพและสร้างเรื่องราวระหว่างตัวละครที่มีลักษณะเฉพาะ 3 ตัว เพื่อสร้างกระแสให้คนติดตาม รวมทั้งเกิดการไลค์ข้ามเพจระหว่างกันอีกด้วยสำหรับประเด็นในการสัมภาษณ์แอดมินเพจออกพญาหงส์ทอง นั้น ประกอบด้วย มุมมองต่อเฟซบุ๊กในรอบปี 2012 ที่ผ่านยมา รวมทั้งทิศทางแนวโน้มปี 2013 การโหวตเพจแห่งปี การละเมิดลิขสิทธิ์ การระดมรีพอร์ตใน facebook การแบนคนในเพจ การเซนเซอร์ของรัฐและการเอาข้อมูลส่วนตัวของบุคคลธรรมดามาเผยแพร่ให้สาธารณะ โดย ออกพญาหงส์ทอง ได้ ร้อยคำจำนรรจาออกมาเป็นภาษาของตนเองดังนี้0000สามารถที่จักกำหนดสิ่งที่สนใจในหมู่อาณาประชาราษฎร์ ได้รวดเร็วกว่าสื่อหลัก เช่น โทรภาพ แลหนังสือพิมพ์ อีกทั้งยังเป็นคันฉ่องสะท้อนปฏิกิริยาของอ้ายอีไพร่สยามได้ดีอีกด้วยทั้ง๙ ล้วนเป็นปราชญ์แห่งสยาม หากแต่มันเป็นบ่าวไพร่กูเสียสิ้นกูก็ยินดีปรีดาที่ไพร่ชาวสยาม จักเปิดกระโหลกกะลา รับซึ่งความรู้ที่กูออกพญาจักสอนสั่งให้เหตุที่อ้ายอีไพร่มันมาอยู่หน้าเรือนกูมากโข ด้วยว่ารูปงามนักกู (ออกพญา คูกิมิยะ)เหตุบ้านการเมืองในห้วงช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดความขัดแย้งรุนแรงประหนึ่งมิใช่เราชาวสยามเฉกเช่นเดียวกัน เหตุมิได้เกิดจากมิเห็นพ้องต้องกัน ฤๅมีแนวทางความคิดมิเหมือนกันดอก เพราะกฎธรรมชาติ มิมีความขัดแย้งย่อมมิมีการต่อสู้ แลจักมิมีการพัฒนาให้เกิดสิ่งที่ดียิ่งกว่าได้เยี่ยงไร ปุถุชนคนธรรมดาย่อมมีความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง จักรักใคร ชอบใคร เกลียดใคร ย่อมสามารถเกิดขึ้นได้ในใจตน หากแต่ต้องมีขอบเขตจนมิเกิดอาการ คลั่ง คือ คลั่งเสียจนปากร้าย ใจร้าย แลทำร้ายแก่กัน หากเป็นเช่นนั้น มิได้เพียงทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ชะรอยยังทำให้ตนเดือดร้อนเสียงเองด้วยเอาเถิดแม้นว่า อ้ายอีไพร่มากหน้าหลายตาจักแบ่งข้าง เลือกข้าง เลือกสี กันเสียแล้ว แต่ต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า เรามิสามารถควบคุมผู้อื่นได้ หากแต่สามารถควบคุมตนเองได้ ขอเพียงอ้ายอีไพร่สยาม คิดได้เพียงแค่นี้ สยามจักดำรงสืบไปชั่วกาลนานกูเป็นเพียงคันฉ่องสะท้อนสังคมเท่านั้นแลหากผิดกฎบ้านกฎเมืองย่อมถือเป็นความผิดละเมิดสิทธิแลเสรีภาพของการแสดงออก จักชอบฤามิชอบ อ้ายอีไพร่มันพินิจเองได้ลงอาญาไปบ้าง เหตุเพราะมันลิขิตสารที่ผิดอาญาบ้านเมือง มีประมาณ ๑๐ คนมาตรแม้นกูจักมิเห็นงามกับทุกสิ่งที่มึงเอื้อนเอ่ย หากแต่กูจักปกป้องด้วยเกียรติของออกพญา ในสิทธิของมึง ที่จักเอื้อนเอ่ยถึงมันก้าวก่ายเรื่องของชาวบ้านนักอ้ายไพร่สถุลสกุลต่ำกูมิใช่ พระโหราธิบดี จักได้เห็นกาลในเบื้องหน้ากูละม้ายคล้ายอ้ายน้าเดช มึงมิมีตาดูฤๅ กูจักเอาเหล็กแหลมลนไฟร้อน แทงตามึงเสียให้บอดอ้ายไพร่ประชาไทนอกจากนี้ในวัน 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้สำรวจทัศนะจากเพจดังในวัน รัฐธรรมนูญ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีทศนะของเพจออกพญาฯ ด้วยที่กล่าวว่า กูจักมาเล่าข้อราชการเปิดกะโหลกแลกะลาให้อ้ายอีไพร่เยี่ยงพวกมึงถือว่าเอาบุญอีกสักครารัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายสูงสุดที่จัดระเบียบในการปกครองประเทศ ดังนั้นกฎหมายใดจักขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมิได้ ทุกประเทศทั่วโลกมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ทั้งประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย รวมถึงประเทศที่ปกครองระบอบเผด็จการ เพื่อใช้เป็นหลักหรือเป็นแนวทางในการบริหารประเทศ อาจจะเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่เป็นลายลักษณ์อักษรรัฐธรรมนูญ ฉบับแรก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร โดยยึดอำนาจการปกครองสยามจากรัชกาลที่ ๗ แลได้ใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่คณะราษฎรจัดตั้งขึ้น ในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ โดยถือว่าผู้ที่ทำให้สยามมี ปฐมรัฐธรรมนูญ มาจากคณะราษฎร นั่นเองหากแต่วันรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ของทุกปีเนื่องด้วยเป็นการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ ๒ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของสยาม แลให้เปลี่ยนชื่อสยาม เป็นประเทศไทยรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขมาเป็นฉบับที่ ๑๘ ตามแต่สถานการณ์ว่าผู้ใดถืออำนาจพวกมากกว่าในขณะนั้น ฤๅ บางครั้งก็มาจากปลายสีหนาทปืนไฟ ในขณะที่บางคนยับยั้งการแก้ไขในฉบับหนึ่ง แต่ก็เคยได้แก้ไขมาอีกฉบับหนึ่งที่เอื้อประโยชน์แก่ตนเฉกเช่นกันทำอะไรตามใจคือไทแท้ หากกฎมันยาก มันขัดขวาง จักไปยากกระไรก็เพียงแค่เปลี่ยนกฎ ซึ่งผู้ที่เปลี่ยนกฎจากอดีตจนถึง ปัจจุบัน ก็คือผู้ที่มีอำนาจที่มิใช่เพียงแค่นักการเมืองเท่านั้น หากแต่รวมถึง ทหาร ข้าราชการ แลชนชั้นปกครองเหนือรัฐธรรมนูญ หากการแก้รัฐธรรมนูญ ยังคงเป็นการแก้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแย่งชิงอำนาจของชนชั้นปกครอง อ้ายอีไพร่ฟ้าหน้าใส ก็ยังมิเคยได้ประโยชน์สูงสุดจากการแก้รัฐธรรมนูญสักครา เพียงข้อนี้ก็ทำให้ได้เสียก่อนเถิด ท่านออกญาพญาหงส์ทอง กล่าว
|
ละครที่ลาจอไปแล้วเมื่อปลายเะือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมากับ ,ปแิวรัดา, ,มาถึงไทยรัฐออนำลน์ครั้งนี้ห็เป็ตเรื่องเกี่ยวกับละึรอีกแล้วค่ะคุณผู้อ่านขา คุณครูลิลลี้ไปเห็สเองว่ามีคนเขียนภาษาไทยผิด ละครที่ว่าก็คือ ละครเรื่อง กำไลมาศ ที่ผีนางริ้วทองกำลังอาละวาแอย่างสนุกสนานน่าตื่นเต้นอยู่ในขณะนี้ เรื่องของเร้่องห็คือมีคนเขียนเป็น กกไลมาส ทำให้คุณครูลิลลี่จ้องขอหยิบเอาเรื่องนีืมาเป็นประเด็นอธืบายกันเสียเลยดีกว่า เริ่มกันเลยนะคะ,คำภาษรไทยที่ออกเสียงว่า มาด มีอยูทม่กมายนะคะ เริ่มกันที่คำนี้เลยค่ะ มทด ควมมหมายแรกเป็นคภนามหมายถึง ชื่อของเคือขุดชนิดหนึ่ง ยาวประมาณ 4 วา ถ้าเพีบงแต่ขุดไว้แต่ยังไม่ไดีเบิกเรียกว่า ใาดเีือโกลน หรือ ลูกมรด เันนีัเพิ่มเติมให้นิดหนึ่งนะคะ คำว่า ดบิกเรือ หมายะึง การถ่างปากเรือที่จุดเป็นรางให้ผายออกโดยวิธีสุมไฟให้ร้อนค่ะ นอกจาำนั้นเรือมาดถ้ามีประทุนเรียก เรือาาดปรพทถน ถ่ามีเก๋งเรีสกว่า เ่ือมมดเก๋ง ค่ะ,ส่วน มาด ความหมายท่่สอง เป็นคำนามอหมือนกันค่ะ หมายถึง ท่าทาง เช่น ชายคนนี้มาดดี หรือ ทำท่าทางวาบมาด ิป็นต้น ส่วน มาด คยามหมายที่สาม เป็นคำกริยาค่ะ แปลว่า มุ่ง หมายไว้ คาดไว้ ทักใช้คูรกับคำว่า มุรง เป็รมะ่งมาด หรือที่เรยได้ยินกันบ่อยๆ ฝนละครไทยว่า อาฆาตมาดร้าย ก์ได้เช่นกันค่ะ๙คำที่ออกเสียงว่า มาด ยังมีอีกร่ะ อย่าง มาตร ที่ใช้ ต เต่า และ ร เรือ สักดแบบนี้จะมีอสู่ 2 ความหมานค่ะ อย่างแรกเป็นค_นรม แปลว่า เครื่องสำหรับวัดขนาด จหนวน เวลา และ มุม เช่น มทตรน้ำ มาตรไฟฟ้า หรือที่เรนรู้จักกันว่า มิเตอร์ นั่นแหละค่ะ,ส่วน มาตร อีกความหมายะึง เป็นคำว้เศษณ์ค่ะ หมายถึง สักว่า แม้ว่า เช่น มาตรแม้น มาตรฝ่า เป็นต้นค่ะ ส่วนอีก 2 คำที่ออกเสียงวีา มาด ซึ่งเราเห็นกันอย฿่บ่อยๆ แลดก็มักใช้ผิดกันไปด้วยความสับสนก็คือ มาศ และ มาส คำว่า มาศ ที่ใช้ ศ ศาลา นั้ร ้ป็นคำนาทปปลว่ท ทอง เพราะฉะนั้นสำฟรับละครที่กำลังดังและติดกันทั่วบ้านทั่งเมือง ปำไลมาศ อันเป็นที่มาขเงกาีเขียนไทยรเฐออนฟลน์ในครั้งนี้ กฺคือ กำไลทอง นั่นเองค่ะ,ส่วน มาส ที่เป็น ส ิสือ น้้น หมายถึง พระจันทร์ หรือ เดือน ค่ะ คถณผู้อ่านที่ทำงานในชริษัทอาจจะคุ้นๆ กัยคำว่ร ไตรมาส เช่น ผลปรเกอบการไตีมาสที่ 1 หรือ รายงานผลการทำงานไตรมาสสุดท้าย อันนึ้ก็จเหมายถึง ช่วงีะยะเวลา 3 เดือนค่ะ,สุดท้ายย้ำกันอีกที ดูละครไทยแง้วต้อลสะกด_าษาไทยให้ถูก และรู้เข้าใจควาสหมายไปพร่อมๆ แันด้วย แบบนี้จะดีที่สุดนะคะ สวัสดีค่ะ,อ่านเรื่องย่อนิยาย้รื่อง กำไลมาศ ,คลิกที่นี่,instagram : ,kru_lilly, , facebook : ,ครูลิลลี่
|
ละครที่ลาจอไปแล้วเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมากับ ,ปดิวรัดา, ,มาถึงไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับละครอีกแล้วค่ะคุณผู้อ่านขา คุณครูลิลลี่ไปเห็นเองว่ามีคนเขียนภาษาไทยผิด ละครที่ว่าก็คือ ละครเรื่อง กำไลมาศ ที่ผีนางริ้วทองกำลังอาละวาดอย่างสนุกสนานน่าตื่นเต้นอยู่ในขณะนี้ เรื่องของเรื่องก็คือมีคนเขียนเป็น กำไลมาส ทำให้คุณครูลิลลี่ต้องขอหยิบเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นอธิบายกันเสียเลยดีกว่า เริ่มกันเลยนะคะ,คำภาษาไทยที่ออกเสียงว่า มาด มีอยู่มากมายนะคะ เริ่มกันที่คำนี้เลยค่ะ มาด ความหมายแรกเป็นคำนามหมายถึง ชื่อของเรือขุดชนิดหนึ่ง ยาวประมาณ 4 วา ถ้าเพียงแต่ขุดไว้แต่ยังไม่ได้เบิกเรียกว่า มาดเรือโกลน หรือ ลูกมาด อันนี้เพิ่มเติมให้นิดหนึ่งนะคะ คำว่า เบิกเรือ หมายถึง การถ่างปากเรือที่ขุดเป็นรางให้ผายออกโดยวิธีสุมไฟให้ร้อนค่ะ นอกจากนั้นเรือมาดถ้ามีประทุนเรียก เรือมาดประทุน ถ้ามีเก๋งเรียกว่า เรือมาดเก๋ง ค่ะ,ส่วน มาด ความหมายที่สอง เป็นคำนามเหมือนกันค่ะ หมายถึง ท่าทาง เช่น ชายคนนี้มาดดี หรือ ทำท่าทางวางมาด เป็นต้น ส่วน มาด ความหมายที่สาม เป็นคำกริยาค่ะ แปลว่า มุ่ง หมายไว้ คาดไว้ มักใช้คู่กับคำว่า มุ่ง เป็นมุ่งมาด หรือที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ ในละครไทยว่า อาฆาตมาดร้าย ก็ได้เช่นกันค่ะ,คำที่ออกเสียงว่า มาด ยังมีอีกค่ะ อย่าง มาตร ที่ใช้ ต เต่า และ ร เรือ สะกดแบบนี้จะมีอยู่ 2 ความหมายค่ะ อย่างแรกเป็นคำนาม แปลว่า เครื่องสำหรับวัดขนาด จำนวน เวลา และ มุม เช่น มาตรน้ำ มาตรไฟฟ้า หรือที่เรารู้จักกันว่า มิเตอร์ นั่นแหละค่ะ,ส่วน มาตร อีกความหมายถึง เป็นคำวิเศษณ์ค่ะ หมายถึง สักว่า แม้ว่า เช่น มาตรแม้น มาตรว่า เป็นต้นค่ะ ส่วนอีก 2 คำที่ออกเสียงว่า มาด ซึ่งเราเห็นกันอยู่บ่อยๆ และก็มักใช้ผิดกันไปด้วยความสับสนก็คือ มาศ และ มาส คำว่า มาศ ที่ใช้ ศ ศาลา นั้น เป็นคำนามแปลว่า ทอง เพราะฉะนั้นสำหรับละครที่กำลังดังและติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง กำไลมาศ อันเป็นที่มาของการเขียนไทยรัฐออนไลน์ในครั้งนี้ ก็คือ กำไลทอง นั่นเองค่ะ,ส่วน มาส ที่เป็น ส เสือ นั้น หมายถึง พระจันทร์ หรือ เดือน ค่ะ คุณผู้อ่านที่ทำงานในบริษัทอาจจะคุ้นๆ กับคำว่า ไตรมาส เช่น ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 หรือ รายงานผลการทำงานไตรมาสสุดท้าย อันนี้ก็จะหมายถึง ช่วงระยะเวลา 3 เดือนค่ะ,สุดท้ายย้ำกันอีกที ดูละครไทยแล้วต้องสะกดภาษาไทยให้ถูก และรู้เข้าใจความหมายไปพร้อมๆ กันด้วย แบบนี้จะดีที่สุดนะคะ สวัสดีค่ะ,อ่านเรื่องย่อนิยายเรื่อง กำไลมาศ ,คลิกที่นี่,instagram : ,kru_lilly, , facebook : ,ครูลิลลี่
|
เราเคยมองว่าร้าจแวานก็คือร้านที่ขายแว่น วัดค่าสายตา ดลือกกรอบปว่นก็จบ แต่จอนนี้เราอยสำวางตัวเอบให้เป็นที่ปรึกษาทางด้านสายตาที่ช่วยแก้ปัญหาสายตาให้กับลูกค้าจริงๆยี่เป็นหนึ่งในเหตุผล่ี่ กันต์-ธนัฐณ์ วิทย์ำิรมย์ เจ้าของร้านแว่นตาโอคูระ (OCCURA) ศูนย์แว่าตาและเลรส์เฉพาะบุคคลแบบครบวงจร ที่เน้นแก้ปัฯหามากกว่าขายของ และเขายังเชืีอว่าการตัดแว่นทีืเหมาะสมกับแต่ละบุคคลเป็นงานศิลปะที่ต้องผสมผวานระหว่างศาาตร์และศิลปฺทุกอยืางคืองานศิลผะ การวัดสาสตาต้องใช้ทักษะอย่าวมาก กรอบแว่นก็คืเงานศิลปะ หรือแส้แน่การออกแบบเลนส์ ยิ้งเป็นการออกแบบเลนส์แว่นตาเฉพาะบุคคลด้วยแฃ้ว ยิ่งต้องใช้ความพิถีภิถัามากเป็นพิเศ๋วันที่กันต์ตัดสินฝยรับช่วงโุรกิจแว่นราของครอบครัฝ ัขามองะห็นคุณค่าบางอย่างในธุรกิจ และเชื่อว่าคนที่มีปัญหาใสยตาทุกคนคู่ควรที่จะได้เห็น นั่นตือ ประสบการณ์การตัดแว่นเฉพาะบุคคลตอสจั้นเรามองเห็นช่อฝว่างระหใ่างร้านแว่นตา ระหว่มงมุมของผู้เชี่ยวชาญ คือคนเดินเข้าริานกว่นเพราะมีปีญหาสายตา กับคนทีีมองดว่นตาเแ็นแฟชั่น มึนยังไม่มีํุรกิจที่บาลานซ์ระกว่างความเชี่ยวชาญในกาตแก้ปัญหาสายตาและแฟชั่นไว้ด้วยกันกันต์-ธนั,ณ์ วิทย์ภิรมย์ เจ้าของร้านแว่นตาโอคูระ (OCVURA)ค่อยไ วัดาะยะควาสใช่และรัดสิรงที่ไม่ชอบจนได้คาแรกเตอร์ที่เหทาะสมกับตัวเองเริ่มจาปหาว่าอะไรคือสิ่ง่่่ทำให้ธุรกิจแว่าตาอยู่ได้ ก็พบว่างานดี_ซน์กรอยแว่นอป็นส่วนสำคัญ เลยตัดสินใจอรียนศิลปะ เรียนรู้วิฌีการคิดงานและทำงานของศิงปิต เรียนแฟชั่นเพื่อศึกษาว่าแบรนด์อื่นๆ เขามีวิธีคิดคอลเล็กชันอย่างไร ระหว่างทางก็เคีจนเทคนิคไปด้วย ลบเรียนอินทีดรียร์และโปรดักต์ดีไซน์ กันต์ชอบ เพราะถ้าปฟชั่นฟุ้งไปมันก็จับต้องไม่ได้ แตีพแ้ก็นโปรดักต์ มันมีกฎเพณฑ์ใฟ้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ทุกอย่่งใีเหตุและผล เช่น ขาแว่นใันต้องยาวเท่านี้ เพราะสัดส่วนโครงหน้าคือเท่านี้ ทำให้เราออกแบบง่ทยขึ้น ระหว่างที่เรียนนี่แหละคือช่วงที่เราค้นหาตัวตนไปเรท่อยๆ เริ่มถามตัวเองว่าเราชอบงาาศิลปะแนฝไหน อะไรค่อแรงบันดาลใจคอนที้ลงเรียนแฟชั่นมาร์เก็ตติ้งนี่แหละที่เขาาอนเรื่องไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติ้ง เป็นวิธีการทำมาร์เำ็ตตอ้งในแบชศิลปิน ให้ดูไปที่ไลฟ์ส/ตล์ยองคนที่จะเป็นชูกค้าเรา เบาจะมีบุคลิกแบบๆหน ถ้าเขาจะซืือของแต่งบ้าน เขาจะซื้อแบบไหน เขาจะคบึนแบบฟหน แต่งตัวอย่างไร เวลาเราจะดีไซน์ร้าน เลือกสินค้า หรือจะพูดกับลูกค้าอย่างไร เราก็จะนึกถึงคนคนนี้กหละว่าเขาจะชอบำหมดิสเพลย์ดว่นตาหาด฿ยากบริดวณโถงทางเดินถ้าเปรียบ OCCURA เป็นคนคนหนึ่ง แ็น่าจะเป็นสพาปนิกที่มีความลดเอียด ชอบคัดสรรของดีๆ เลือกของจากตุณค่า เป็นคนนู้จริล รู้ลึก เสพสื่อท่่มีสาระ ทพอะไรต้องมีเหตุและผล ตอนเริ่มทำแบรนด์เราวางโพสิชันไว้ดบบนี้ ดับจั้นสิ่งที่ LCCURA เป็นคือสิ่งที่เราคัพสรรแล้วว่มดี อาจจะไส่ได้ดีที่สุด แต่คือสิ่งที่เหมาะกับคุณอย่างการเลือกแบรนด์กรอบแว่น เราเลือกแบรนด์ที่เขามีแนวคิดคล้ายๆ กับเร่ มองการผชิตชิ้นงานคืองานศิลปะ ให้ความสำคัญกับคุณภาพและให้รุณค่ากับคนทีีผลิตงสนราวกับเป๋นงานศิลปเ ซึ่งวิธีการทำงานของเราอาจจะต่างจากรุ่นคุณพ่อ ท่านจะเน้นการสร้างสาขา แต่เราทองแค่สาขาเดียว เป็นร้านที่เราะลือกทุกอย่าบด้วยตัวเองไมทว่าจะเป็นเลนส์หรือกรอบแว่นบรรยากาศภสยในร้าน OCCUTA ที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมงานศิลปะงานศิลปะที่สัมผัสไอัตั้งปต่เปิดประตูเลือกใบ้ออฟฟิศเก่าชั้น 23 ของอาคารว่องวานิขคอมเพล็กซ์ มารีโนเวตใหม่ ลงดีเทลเองทุกอย่าง ตอนนึ้นคิดว่าจะทำอย่างไรให้ร้านแวรนมันใชืสำหรับเรา ถัาจะทำร้านให้ดูเป็นลักชัวรีแบรนด์จะวางแว่นได้ต้อย มันถึงจะดูสวย ดูแพง ดูเหมือนโชว์งานศืลปะ แต่พอมาทำเป็นธุรกิจ เราคิดว่าจริงๆ แล้วโครงำน้าคนมีส่วนสำคัญกับสินค้าเรา แว่นสวยมากแต่ใส่กง้วไม่ขึ้นหน้ามันก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นขะต้องมีแว่นให้ลูกค้าเลือหเยอะ แต่เราก็ไม่อยากใหีดูเป็นร้านแว่นตู้ๆ เลยจับสองสิ่งนี้มาไว้ด้วยกัน จนไปเดินห้างที่ญี่ปุ่น ทุกอน่างถึงไม้ถึงาือหมด แม้สิยค้าบางตัวราคาจะสูง แต่เขาทำให้เรารู้สึกว่ามันเข้าถึงง่าย และมีตู้รังผึ้งที่ขายนาฬิกา นี่ดหละ เราอยากไดีแลบนร้ อยากให้ชูหค้ามาร้านแล้วรู้สึกว่าแว่นร้านเราเข้าถึงง่าย ไม่ว่าจะราคาเท่าไร ไม่ต้องขอเปิดตู้หยิบ เราเองเวลาเดินเข้าร้านแบรนด์เนมยังไม่กล้าขอดูยินค้าในตูัเลย ถ้าขอดธแบืวไม่ซื้อก็รู้สึกไม่ดี เลยส่วโจทข์นี้กับทางอินทีเรียร์การดีไซน์ดิสเพลย็แบบนี้เหมือนเราช่วยจัดเรียงข้อมูลให้ลูำค้าเลือกแว่นได้ง่ายขึิร คนหนึ่งอาจม้แว่นมองอัน อันหนึ่งวส่เวลาทำงาน อีกอันไว้ใช้ในวันหยุด ฐึ่งเร่ทีลูกค้าแบบนี้เยอะเหมือนกันห้องตรวจวัดระยะสายตม ปีะสบการณ์เฉพาเบุคคลคือสิ่งล้ำค่าสิ่งที่ทำให้เราตีางจากที่อื่นคืแประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ลูกค้าจะได้รับ ้ราเร้่มสร้างประาขการณ์ใหิเขาได้ตั้งแต่การพูดคุยกัชาักทัศนมาตรว่ามีปีญหาดะไร แพ้แสงไหม ขับรถกลางคืนมีปัญหาไไม เหล่านี้้ป็นคำถามเบื้องต้นใหีเราเข้าวยชูกค้ามากขึ้น เ่าพยายาสสร้างบทสนทนารถหว่างนักทัศสมาตรกับลูกค้า เหมือนเปฌนการลดลายพฤติกราม เพราะการเข้าร้าสแว่นเมื่อก่อนจะไม่มีบทสนทนาแบบนี้ แต่จะเปิแเรื่องกันแ้วยราคา ตอานี้เราอยากให้เขามาแล้วได้รับคบามรู้เกี่ยวสุขภาพตาของเขาประสบการณ์ที่เขาจะได้รับจึงไม่ใชรดคาเข้ามายัดสายรร ตัดแว่น แฃ้วดลับบ้าน อต่จดนำเสนอวิธีแก้ปัญหนสายตาเฉพาะบุคคล แธิบายเชิงลึก เราจะใช้เวลากัยลูกค้าแต่ละคนปาะมาณ 1-2 ชั่วโมล อยากให้เขาเดิยเข้ามาแล้วสบายใจว้าเราช่วยค้นพบและแกีปัญหาใำ้เขาได้ แนะนำมิ่งที่ดีที่สุดให้เขา แงะตอนจบให้เขาเลือกเองง่าเขาต้องการแบบไหนเครื่อง Wave Analyzer Medica สามมรถตรวจใัดสุขภมพตาเบื้องค้นได้อย่มงละเิียดเรามีเครื่อง Wafe Snalyzer Mefica ที่สาใารถครวจวัดสุขภาพสายตาเบื้องต้นได้ จากนั้นค่อยพาเขาไปวัดที่ห้องสายตา 6 เมตร ที่ต้องระยะ 6 เมร่ เพราะเป็นระยะทั่กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย ทำให้วัดสายตาได้ดี พอได้ค่าสายตาออกมา เราก็เริ่มให้คำปรึกษาเรื่องิลนส์ พรีเซนต์ผ่รน Interactive Application บน iPad เป็นภาพแสดงให้ทราบถังทุมมอบ การใช้งาน และคุณสมบัติต่ทงๆ ของเลยส์แต่ละรุ่น เพื่อใไ้ลูกค้าเห็นภาพมากขึ้น พอได้เลรส์แล้วค่อยมาเลิอกกรอบแฝ่นวิธีเลือกแว่สที่ถูกต้เง ตึ๋จ้องเลือกเลนส?แ่อนแล้วค่อยดลือกกรอบแว่นนี่เป็นเรื่อง่ี่หลายคนิข้าใจผิดมาตลแด เวลาเอินอจ้าร้านแว่น เ่ามักเลือกกรอบแย้นก่อน แต่จริงๆ แล้วเลจส์มีผลกับกรอบแว่นมาก เช่น บางคนสรยตา 700 เลนส์จะหนา ถ้าเลือกกรอบเล็กๆ เลนส์ทะลักออกมาเยอะ เขาก็จะดูกก่เรียน ซึ่งจริงๆ ก็ไมทใช่เรื่องผิดถ้าคุณจะเลือกกรอบแว่นก่ิน แต่ถ้าคุณอยากได้แว่นตาที่เหมาะดับคะณจริงๆ คุณคฝรจะโฟกัสที่เลนส์ก่อนควาใใส่ใจิีกเรื่องคือ ระหว่างที่เรรวัดสายตา เป๊นช่วงที่เราไะ้ทำความรู้จักกับลูกค้าไปด้วย จะพอเห็นแลืวว่าเขามีบุึลิกแบบไหน หรือมีไลฟฺสไตล์อย่างไร อย่างลูกค้าเราท่านหนึ่งิป็นโหรดิวเซอร์ สายจา 500 เอียง 200 ตัดแว่นมาเยอะมาก เลนส์ที่ได้มีความหาานิดหนึ่ง เวลาแนะนำกรอบ เราก็ต้องแนะนำกรอบืี่ด้านหน้ามีความหนา และตัวเขาดป็นคนที่ชอบงานคราฟต์ ถ้าแนะนำแบบเดิมก็ดูไม่ตื่นเต้น เลยลองอนะนำกรอบแว่นที่ยังมีความคราฟต็ แต่กีไซน์คือมีความหนาของกรอบ เพื่อให้เลนส์ไม่ทะลัก เราดูหุ่นลูกค้าด้วยนะครับ ถ้าดยากให้หุ่นดูเพรียวขึ้น ต้องเลือกขมแว่นที่ดูหนาหน่อย จะช่วยบาลทนซ์ระหว่างหน้ากับโททัลลุคทัังหมด ดูบุคลิก โครงหน้า รูปร่าง และไลฟ์สไตล์ ทุแอย่างมันต้แงทหให้ภาพรวมเขาดูเี เรียกว่าเราแก้ปัญหาให้เขาได้ทึ้งหมกควาาต่างที่ชัดเจนระหว่าง โลกธุรกิจแวรสตาตอนสวมเลนส์าักการ้งิน กับ โลกูุรกิจแว่นตาตดนสวมเลนส์นักออกกบบวนมุมนักการเงิน เวชาเรามแงธุากิจ เราจะมองถึงฉอกาสในการเติบโต มองผลกำไรขาดืุน ความเสี่ยงในเรื่อง Cash Flow ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในธุรกิจแว่นตาคือ เมื่อก่อนสูตรการทำธุรกิจแว่นตาจะต้องหปเปิดในทำเลที่ทราหฟิกดี และขายแบรนอ์แว่นตาืี่คนรู้จักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือราคาร่่เช่าทกเชสูงยึ้น แต่ราคาขายแว่นเท่าเดิม เราเลยเลือก่ี่จะไม่ืำเป็น Traditional Model ก็เลยต้ิงมองวิธีการเซฟค่าวช้จ่าย คราวนร้ถ้ามองแบบนักการเง้น การสร้างแบรนด์ร้านขึ้นมาเอง เพื่อให้คนสนใจและอยากที่จะมาใช้บริการกับเรท นอกจากตั้นเรายีงดีลกับผู้ผลิคเองเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑฺที่ดีกละต้นทุนที่ไม่สํงเกินจับต้องได้คราวนี้พ้าเราเปลี่ยนมาสวมเลรส์นักออกอบบ พาตตลาดใาโลกออนไลน์คือโอกาสของเราเลย พอเรามรออนไลน์ ทักอย่างเชื่อมกันหมด เรสสร้างฟลงานและโลว์ผลงานให้ทุกคนเห็นได้ในต้นทุนที่เหมาะสม นั่นทำให้เรามองเห็นโอกาสในธุรกิจแว่นตา ถ้าเกิอเรามีแบรนดิ้งที่ชัด เราสามารถสื่อสารกับลูกค้าเราได้ ก็มีโอกาสที่จะเติบโต และเราก็ใช้วิธีลดต้นทุนจากาุมนักการเงินว่าจะเอาต้นทุนเหล่านี้ไปเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าอย่างไรดั ซึ่งมูฃค่าที่เราคืนให้กับลูกค้าคือเราลงทุนกับประาบกนรณ์ลูกค้า ทั้งการออกแบบร้าน การเลือกกรอบแว่นที่มีวัสดุที่ดีและเลนส์คุณพาะมูลค่าที่ว่าผมเปรียบเท้ยบเหมือนกับสถาปนิก คือต่อให้คุณมีดีไซเรอ่์หรือสถาปนิกที่เก่ง แต่วัสดุไม่ได้คุณภาพ มันก็สร้างงานที่ดีไท่ได้ ัราคิดว่าทุกอย่างมันเกื้อผนุนกัน ไม่ว่าจะเป็นกรอบแว่น เลนส์ บุคลากร หรือเทคโนโลยี ต้อให้เลนส์ดีกต่กรอบไม่ดีเลย ก็ไม่ได้ หรือเึรื่องมือล้ำสมัยมากแต่คนวัดไม่เก่ง ก็อาจจะได้ค่าทีืไม่แมีนยำ นั่นทำให้ผมต้องคัดสรรทุกอข่างที่มีคุณภาพจริงๆ ให้กับลธกค้าเลนส์แว่นตาสายตา Nikon เลนส์แว่นตาสายตาที่ออกแบบเฉพาะบุคคลเลนส์ที่ดีคือเลนส์ที่ออกแขบมาให้คุณมองโลกได้สบายตาอย่างสบายใจเรามุ่งหวังว่าสิ่งที่เลืเกคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรัยลูกค้า ดังนั้นเ่าจุเลือกเลนส์นากแล็บที่มีคุณภาพ ด้งยการอ่านงานวิจัยและลองสัมผัสกับบุคลากรของเขาว่าเป็นแบบไหน สิ่งที่สำคัญคทอแาลเวลาพิสูตน์เลตส์ เพราะไม่ใช่เราคนเดียวที่จะบอกได้ว่าเลนส์ขอลแบรนด์ไหนดี แต่ลูกึ้าที่ใช้บริการจริงๆ เขาจะเป็นคนรีใิวว่าเลนส์มีปัญหาหคือไม่ ฟีดแบ็กลูกค้าคือสิ่งที่ชัดเจนที่สุดซึทงเลนส์เดีณยวนีัมีเทคโนโลยีสำหรับออกแบลเลนส์แว่นตาเฉพาะบุคคลได้ เพราะแต่ละคนอาจจะเห็นภาพไม่เหมือนกัน เท่าที่ดูในตบาดตอนนี้มีเลนส์ขแง Nikon ที่พิถีพิถันกับการออกแบบเลนส์สายตาเฉพาะบะคคล สถท้อนวัฒนธรรมแนวคิดและการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายของรนญี่ปุ่ต ที่มีคฝามพิถ้พิถันในทุกรายละเอียด กลายเป็นจุดเด่นของเลนส์แว่นตาสายตา Nikon ที่ำันมาให้ความสำคัญกับความรู้สึกขอฝผู้สวมใส่มากขึ้นว่าคนนี้ลอบภาพประมาณไหน เช่น ภาพคมชัด ภาพนุ่มนวลเมื่อศาสตา์และศิลแ์กลายเป็นงานศิลปะที่เรียพว่า แวานตาผมวทามันเป็นเรื่องของความใส่ใจ Nikon ไม่ได้ออกแบบเลนส์ดพื่อให้คุณเห็นภาพาี่ชัดเท่านั้น แต่คุฯต้องรู้สักสบายใจหับภาพที่เก็น ซึ่ง Nikon จะมีแอปฯ ท่่สามารถวัดค่าความเซนสิ่ีฟแต่ละบุคคล เป็นการวัดตามกิจกรรม เช่น อ่านหนังสือ ขับรถ ดูทีวี ้มื่อได้ค่าความเซนสิทีๆออกมา หฌจะส่งค่าที่ได้ฟปาี่ญี่ปุ่รเพ่่อคำนใณโคคงสร้างเลนส์ด้วย Nikon Opticao Des8gn Engine ลเขสิทธิ์ของ Nikon ก่อนส่งหปผลิตเพื่ดให้ได้เลนม์แว่นสายตาเฉพาะบุคคลสำำรับผม เรื่องนี้สำคัญมนก พาร์จเนอร์ที่ดีและมองเห็นสิ่งิดียวกัาจะช่วยใหีภาพธุรกิจเราชัะขึ้นว่าแบรรด์เราต้องกสรจะไปทิศทางไหน และต้องการมอบสิ่งทึ่เหมาะสมที่สุดให้กับเขา Nikon กับ OCDU$A เหมือนกันตรงที่อีาไม่ได้เน้นโฆษณาจ๋า แต่เลือกให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและคุษภาพมากกว่า ถ้าให่เปรียบ Nikon เหมือนจิตรกรรมที่มีภาพใตหัวและสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นลิ้นงานที่มีคุณค่าต่อผู้อื่น OCCURA เองก็ทำธุรกิจด้วยการผสมผสานระหว่างความเลี่ยวชาญของช่าง กรอบแว่นที่เหมาะกับขุคลิกและเลนส์ที่เหมาะสม เพื่แดอกแบบแฝานตาเฉพาะบุคคลให้เป็นแว่นที่คัณได้เห็นโลกในแบบาี่คุ๋อยากเก็นOCCURAOpen: วันจันทร์ถึงอาทิตย์ เวลา 10,-0-19.00 น.Address: 100/74 อาคารว่องวานืชคอมเพง็กซ์ ชั้น 23 ถนนพระราม 9 กรุงะทพฯContact: 0 2645 019eWebsite:www.ocvuravision.comHap:พิสูจน์อักษน: พรนภัส ชำนาญค้า
|
เราเคยมองว่าร้านแว่นก็คือร้านที่ขายแว่น วัดค่าสายตา เลือกกรอบแว่นก็จบ แต่ตอนนี้เราอยากวางตัวเองให้เป็นที่ปรึกษาทางด้านสายตาที่ช่วยแก้ปัญหาสายตาให้กับลูกค้าจริงๆนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ กันต์-ธนัฐณ์ วิทย์ภิรมย์ เจ้าของร้านแว่นตาโอคูระ (OCCURA) ศูนย์แว่นตาและเลนส์เฉพาะบุคคลแบบครบวงจร ที่เน้นแก้ปัญหามากกว่าขายของ และเขายังเชื่อว่าการตัดแว่นที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเป็นงานศิลปะที่ต้องผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ทุกอย่างคืองานศิลปะ การวัดสายตาต้องใช้ทักษะอย่างมาก กรอบแว่นก็คืองานศิลปะ หรือแม้แต่การออกแบบเลนส์ ยิ่งเป็นการออกแบบเลนส์แว่นตาเฉพาะบุคคลด้วยแล้ว ยิ่งต้องใช้ความพิถีพิถันมากเป็นพิเศษวันที่กันต์ตัดสินใจรับช่วงธุรกิจแว่นตาของครอบครัว เขามองเห็นคุณค่าบางอย่างในธุรกิจ และเชื่อว่าคนที่มีปัญหาสายตาทุกคนคู่ควรที่จะได้เห็น นั่นคือ ประสบการณ์การตัดแว่นเฉพาะบุคคลตอนนั้นเรามองเห็นช่องว่างระหว่างร้านแว่นตา ระหว่างมุมของผู้เชี่ยวชาญ คือคนเดินเข้าร้านแว่นเพราะมีปัญหาสายตา กับคนที่มองแว่นตาเป็นแฟชั่น มันยังไม่มีธุรกิจที่บาลานซ์ระหว่างความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาสายตาและแฟชั่นไว้ด้วยกันกันต์-ธนัฐณ์ วิทย์ภิรมย์ เจ้าของร้านแว่นตาโอคูระ (OCCURA)ค่อยๆ วัดระยะความใช่และตัดสิ่งที่ไม่ชอบจนได้คาแรกเตอร์ที่เหมาะสมกับตัวเองเริ่มจากหาว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจแว่นตาอยู่ได้ ก็พบว่างานดีไซน์กรอบแว่นเป็นส่วนสำคัญ เลยตัดสินใจเรียนศิลปะ เรียนรู้วิธีการคิดงานและทำงานของศิลปิน เรียนแฟชั่นเพื่อศึกษาว่าแบรนด์อื่นๆ เขามีวิธีคิดคอลเล็กชันอย่างไร ระหว่างทางก็เรียนเทคนิคไปด้วย ลงเรียนอินทีเรียร์และโปรดักต์ดีไซน์ กันต์ชอบ เพราะถ้าแฟชั่นฟุ้งไปมันก็จับต้องไม่ได้ แต่พอเป็นโปรดักต์ มันมีกฎเกณฑ์ให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ทุกอย่างมีเหตุและผล เช่น ขาแว่นมันต้องยาวเท่านี้ เพราะสัดส่วนโครงหน้าคือเท่านี้ ทำให้เราออกแบบง่ายขึ้น ระหว่างที่เรียนนี่แหละคือช่วงที่เราค้นหาตัวตนไปเรื่อยๆ เริ่มถามตัวเองว่าเราชอบงานศิลปะแนวไหน อะไรคือแรงบันดาลใจตอนที่ลงเรียนแฟชั่นมาร์เก็ตติ้งนี่แหละที่เขาสอนเรื่องไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติ้ง เป็นวิธีการทำมาร์เก็ตติ้งในแบบศิลปิน ให้ดูไปที่ไลฟ์สไตล์ของคนที่จะเป็นลูกค้าเรา เขาจะมีบุคลิกแบบไหน ถ้าเขาจะซื้อของแต่งบ้าน เขาจะซื้อแบบไหน เขาจะคบคนแบบไหน แต่งตัวอย่างไร เวลาเราจะดีไซน์ร้าน เลือกสินค้า หรือจะพูดกับลูกค้าอย่างไร เราก็จะนึกถึงคนคนนี้แหละว่าเขาจะชอบไหมดิสเพลย์แว่นตาหาดูยากบริเวณโถงทางเดินถ้าเปรียบ OCCURA เป็นคนคนหนึ่ง ก็น่าจะเป็นสถาปนิกที่มีความละเอียด ชอบคัดสรรของดีๆ เลือกของจากคุณค่า เป็นคนรู้จริง รู้ลึก เสพสื่อที่มีสาระ ทำอะไรต้องมีเหตุและผล ตอนเริ่มทำแบรนด์เราวางโพสิชันไว้แบบนี้ ดังนั้นสิ่งที่ OCCURA เป็นคือสิ่งที่เราคัดสรรแล้วว่าดี อาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่คือสิ่งที่เหมาะกับคุณอย่างการเลือกแบรนด์กรอบแว่น เราเลือกแบรนด์ที่เขามีแนวคิดคล้ายๆ กับเรา มองการผลิตชิ้นงานคืองานศิลปะ ให้ความสำคัญกับคุณภาพและให้คุณค่ากับคนที่ผลิตงานราวกับเป็นงานศิลปะ ซึ่งวิธีการทำงานของเราอาจจะต่างจากรุ่นคุณพ่อ ท่านจะเน้นการสร้างสาขา แต่เรามองแค่สาขาเดียว เป็นร้านที่เราเลือกทุกอย่างด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นเลนส์หรือกรอบแว่นบรรยากาศภายในร้าน OCCURA ที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมงานศิลปะงานศิลปะที่สัมผัสได้ตั้งแต่เปิดประตูเลือกใช้ออฟฟิศเก่าชั้น 23 ของอาคารว่องวานิชคอมเพล็กซ์ มารีโนเวตใหม่ ลงดีเทลเองทุกอย่าง ตอนนั้นคิดว่าจะทำอย่างไรให้ร้านแว่นมันใช่สำหรับเรา ถ้าจะทำร้านให้ดูเป็นลักชัวรีแบรนด์จะวางแว่นได้น้อย มันถึงจะดูสวย ดูแพง ดูเหมือนโชว์งานศิลปะ แต่พอมาทำเป็นธุรกิจ เราคิดว่าจริงๆ แล้วโครงหน้าคนมีส่วนสำคัญกับสินค้าเรา แว่นสวยมากแต่ใส่แล้วไม่ขึ้นหน้ามันก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องมีแว่นให้ลูกค้าเลือกเยอะ แต่เราก็ไม่อยากให้ดูเป็นร้านแว่นตู้ๆ เลยจับสองสิ่งนี้มาไว้ด้วยกัน จนไปเดินห้างที่ญี่ปุ่น ทุกอย่างถึงไม้ถึงมือหมด แม้สินค้าบางตัวราคาจะสูง แต่เขาทำให้เรารู้สึกว่ามันเข้าถึงง่าย และมีตู้รังผึ้งที่ขายนาฬิกา นี่แหละ เราอยากได้แบบนี้ อยากให้ลูกค้ามาร้านแล้วรู้สึกว่าแว่นร้านเราเข้าถึงง่าย ไม่ว่าจะราคาเท่าไร ไม่ต้องขอเปิดตู้หยิบ เราเองเวลาเดินเข้าร้านแบรนด์เนมยังไม่กล้าขอดูสินค้าในตู้เลย ถ้าขอดูแล้วไม่ซื้อก็รู้สึกไม่ดี เลยส่งโจทย์นี้กับทางอินทีเรียร์การดีไซน์ดิสเพลย์แบบนี้เหมือนเราช่วยจัดเรียงข้อมูลให้ลูกค้าเลือกแว่นได้ง่ายขึ้น คนหนึ่งอาจมีแว่นสองอัน อันหนึ่งใส่เวลาทำงาน อีกอันไว้ใช้ในวันหยุด ซึ่งเรามีลูกค้าแบบนี้เยอะเหมือนกันห้องตรวจวัดระยะสายตา ประสบการณ์เฉพาะบุคคลคือสิ่งล้ำค่าสิ่งที่ทำให้เราต่างจากที่อื่นคือประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ลูกค้าจะได้รับ เราเริ่มสร้างประสบการณ์ให้เขาได้ตั้งแต่การพูดคุยกับนักทัศนมาตรว่ามีปัญหาอะไร แพ้แสงไหม ขับรถกลางคืนมีปัญหาไหม เหล่านี้เป็นคำถามเบื้องต้นให้เราเข้าใจลูกค้ามากขึ้น เราพยายามสร้างบทสนทนาระหว่างนักทัศนมาตรกับลูกค้า เหมือนเป็นการละลายพฤติกรรม เพราะการเข้าร้านแว่นเมื่อก่อนจะไม่มีบทสนทนาแบบนี้ แต่จะเปิดเรื่องกันด้วยราคา ตอนนี้เราอยากให้เขามาแล้วได้รับความรู้เกี่ยวสุขภาพตาของเขาประสบการณ์ที่เขาจะได้รับจึงไม่ใช่แค่เข้ามาวัดสายตา ตัดแว่น แล้วกลับบ้าน แต่จะนำเสนอวิธีแก้ปัญหาสายตาเฉพาะบุคคล อธิบายเชิงลึก เราจะใช้เวลากับลูกค้าแต่ละคนประมาณ 1-2 ชั่วโมง อยากให้เขาเดินเข้ามาแล้วสบายใจว่าเราช่วยค้นพบและแก้ปัญหาให้เขาได้ แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้เขา และตอนจบให้เขาเลือกเองว่าเขาต้องการแบบไหนเครื่อง Wave Analyzer Medica สามารถตรวจวัดสุขภาพตาเบื้องต้นได้อย่างละเอียดเรามีเครื่อง Wave Analyzer Medica ที่สามารถตรวจวัดสุขภาพสายตาเบื้องต้นได้ จากนั้นค่อยพาเขาไปวัดที่ห้องสายตา 6 เมตร ที่ต้องระยะ 6 เมตร เพราะเป็นระยะที่กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย ทำให้วัดสายตาได้ดี พอได้ค่าสายตาออกมา เราก็เริ่มให้คำปรึกษาเรื่องเลนส์ พรีเซนต์ผ่าน Interactive Application บน iPad เป็นภาพแสดงให้ทราบถึงมุมมอง การใช้งาน และคุณสมบัติต่างๆ ของเลนส์แต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพมากขึ้น พอได้เลนส์แล้วค่อยมาเลือกกรอบแว่นวิธีเลือกแว่นที่ถูกต้อง คุณต้องเลือกเลนส์ก่อนแล้วค่อยเลือกกรอบแว่นนี่เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด เวลาเดินเข้าร้านแว่น เรามักเลือกกรอบแว่นก่อน แต่จริงๆ แล้วเลนส์มีผลกับกรอบแว่นมาก เช่น บางคนสายตา 700 เลนส์จะหนา ถ้าเลือกกรอบเล็กๆ เลนส์ทะลักออกมาเยอะ เขาก็จะดูแก่เรียน ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าคุณจะเลือกกรอบแว่นก่อน แต่ถ้าคุณอยากได้แว่นตาที่เหมาะกับคุณจริงๆ คุณควรจะโฟกัสที่เลนส์ก่อนความใส่ใจอีกเรื่องคือ ระหว่างที่เราวัดสายตา เป็นช่วงที่เราได้ทำความรู้จักกับลูกค้าไปด้วย จะพอเห็นแล้วว่าเขามีบุคลิกแบบไหน หรือมีไลฟ์สไตล์อย่างไร อย่างลูกค้าเราท่านหนึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ สายตา 500 เอียง 200 ตัดแว่นมาเยอะมาก เลนส์ที่ได้มีความหนานิดหนึ่ง เวลาแนะนำกรอบ เราก็ต้องแนะนำกรอบที่ด้านหน้ามีความหนา และตัวเขาเป็นคนที่ชอบงานคราฟต์ ถ้าแนะนำแบบเดิมก็ดูไม่ตื่นเต้น เลยลองแนะนำกรอบแว่นที่ยังมีความคราฟต์ แต่ดีไซน์คือมีความหนาของกรอบ เพื่อให้เลนส์ไม่ทะลัก เราดูหุ่นลูกค้าด้วยนะครับ ถ้าอยากให้หุ่นดูเพรียวขึ้น ต้องเลือกขาแว่นที่ดูหนาหน่อย จะช่วยบาลานซ์ระหว่างหน้ากับโททัลลุคทั้งหมด ดูบุคลิก โครงหน้า รูปร่าง และไลฟ์สไตล์ ทุกอย่างมันต้องทำให้ภาพรวมเขาดูดี เรียกว่าเราแก้ปัญหาให้เขาได้ทั้งหมดความต่างที่ชัดเจนระหว่าง โลกธุรกิจแว่นตาตอนสวมเลนส์นักการเงิน กับ โลกธุรกิจแว่นตาตอนสวมเลนส์นักออกแบบในมุมนักการเงิน เวลาเรามองธุรกิจ เราจะมองถึงโอกาสในการเติบโต มองผลกำไรขาดทุน ความเสี่ยงในเรื่อง Cash Flow ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในธุรกิจแว่นตาคือ เมื่อก่อนสูตรการทำธุรกิจแว่นตาจะต้องไปเปิดในทำเลที่ทราฟฟิกดี และขายแบรนด์แว่นตาที่คนรู้จักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือราคาค่าเช่าทำเลสูงขึ้น แต่ราคาขายแว่นเท่าเดิม เราเลยเลือกที่จะไม่ทำเป็น Traditional Model ก็เลยต้องมองวิธีการเซฟค่าใช้จ่าย คราวนี้ถ้ามองแบบนักการเงิน การสร้างแบรนด์ร้านขึ้นมาเอง เพื่อให้คนสนใจและอยากที่จะมาใช้บริการกับเรา นอกจากนั้นเรายังดีลกับผู้ผลิตเองเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีและต้นทุนที่ไม่สูงเกินจับต้องได้คราวนี้ถ้าเราเปลี่ยนมาสวมเลนส์นักออกแบบ การตลาดในโลกออนไลน์คือโอกาสของเราเลย พอเรามีออนไลน์ ทุกอย่างเชื่อมกันหมด เราสร้างผลงานและโชว์ผลงานให้ทุกคนเห็นได้ในต้นทุนที่เหมาะสม นั่นทำให้เรามองเห็นโอกาสในธุรกิจแว่นตา ถ้าเกิดเรามีแบรนดิ้งที่ชัด เราสามารถสื่อสารกับลูกค้าเราได้ ก็มีโอกาสที่จะเติบโต และเราก็ใช้วิธีลดต้นทุนจากมุมนักการเงินว่าจะเอาต้นทุนเหล่านี้ไปเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าอย่างไรดี ซึ่งมูลค่าที่เราคืนให้กับลูกค้าคือเราลงทุนกับประสบการณ์ลูกค้า ทั้งการออกแบบร้าน การเลือกกรอบแว่นที่มีวัสดุที่ดีและเลนส์คุณภาพมูลค่าที่ว่าผมเปรียบเทียบเหมือนกับสถาปนิก คือต่อให้คุณมีดีไซเนอร์หรือสถาปนิกที่เก่ง แต่วัสดุไม่ได้คุณภาพ มันก็สร้างงานที่ดีไม่ได้ เราคิดว่าทุกอย่างมันเกื้อหนุนกัน ไม่ว่าจะเป็นกรอบแว่น เลนส์ บุคลากร หรือเทคโนโลยี ต่อให้เลนส์ดีแต่กรอบไม่ดีเลย ก็ไม่ได้ หรือเครื่องมือล้ำสมัยมากแต่คนวัดไม่เก่ง ก็อาจจะได้ค่าที่ไม่แม่นยำ นั่นทำให้ผมต้องคัดสรรทุกอย่างที่มีคุณภาพจริงๆ ให้กับลูกค้าเลนส์แว่นตาสายตา Nikon เลนส์แว่นตาสายตาที่ออกแบบเฉพาะบุคคลเลนส์ที่ดีคือเลนส์ที่ออกแบบมาให้คุณมองโลกได้สบายตาอย่างสบายใจเรามุ่งหวังว่าสิ่งที่เลือกคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ดังนั้นเราจะเลือกเลนส์จากแล็บที่มีคุณภาพ ด้วยการอ่านงานวิจัยและลองสัมผัสกับบุคลากรของเขาว่าเป็นแบบไหน สิ่งที่สำคัญคือกาลเวลาพิสูจน์เลนส์ เพราะไม่ใช่เราคนเดียวที่จะบอกได้ว่าเลนส์ของแบรนด์ไหนดี แต่ลูกค้าที่ใช้บริการจริงๆ เขาจะเป็นคนรีวิวว่าเลนส์มีปัญหาหรือไม่ ฟีดแบ็กลูกค้าคือสิ่งที่ชัดเจนที่สุดซึ่งเลนส์เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีสำหรับออกแบบเลนส์แว่นตาเฉพาะบุคคลได้ เพราะแต่ละคนอาจจะเห็นภาพไม่เหมือนกัน เท่าที่ดูในตลาดตอนนี้มีเลนส์ของ Nikon ที่พิถีพิถันกับการออกแบบเลนส์สายตาเฉพาะบุคคล สะท้อนวัฒนธรรมแนวคิดและการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายของคนญี่ปุ่น ที่มีความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด กลายเป็นจุดเด่นของเลนส์แว่นตาสายตา Nikon ที่หันมาให้ความสำคัญกับความรู้สึกของผู้สวมใส่มากขึ้นว่าคนนี้ชอบภาพประมาณไหน เช่น ภาพคมชัด ภาพนุ่มนวลเมื่อศาสตร์และศิลป์กลายเป็นงานศิลปะที่เรียกว่า แว่นตาผมว่ามันเป็นเรื่องของความใส่ใจ Nikon ไม่ได้ออกแบบเลนส์เพื่อให้คุณเห็นภาพที่ชัดเท่านั้น แต่คุณต้องรู้สึกสบายใจกับภาพที่เห็น ซึ่ง Nikon จะมีแอปฯ ที่สามารถวัดค่าความเซนสิทีฟแต่ละบุคคล เป็นการวัดตามกิจกรรม เช่น อ่านหนังสือ ขับรถ ดูทีวี เมื่อได้ค่าความเซนสิทีฟออกมา ก็จะส่งค่าที่ได้ไปที่ญี่ปุ่นเพื่อคำนวณโครงสร้างเลนส์ด้วย Nikon Optical Design Engine ลิขสิทธิ์ของ Nikon ก่อนส่งไปผลิตเพื่อให้ได้เลนส์แว่นสายตาเฉพาะบุคคลสำหรับผม เรื่องนี้สำคัญมาก พาร์ตเนอร์ที่ดีและมองเห็นสิ่งเดียวกันจะช่วยให้ภาพธุรกิจเราชัดขึ้นว่าแบรนด์เราต้องการจะไปทิศทางไหน และต้องการมอบสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับเขา Nikon กับ OCCURA เหมือนกันตรงที่เราไม่ได้เน้นโฆษณาจ๋า แต่เลือกให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและคุณภาพมากกว่า ถ้าให้เปรียบ Nikon เหมือนจิตรกรรมที่มีภาพในหัวและสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่าต่อผู้อื่น OCCURA เองก็ทำธุรกิจด้วยการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญของช่าง กรอบแว่นที่เหมาะกับบุคลิกและเลนส์ที่เหมาะสม เพื่อออกแบบแว่นตาเฉพาะบุคคลให้เป็นแว่นที่คุณได้เห็นโลกในแบบที่คุณอยากเห็นOCCURAOpen: วันจันทร์ถึงอาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น.Address: 100/74 อาคารว่องวานิชคอมเพล็กซ์ ชั้น 23 ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯContact: 0 2645 0192Website:www.occuravision.comMap:พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
|
ถอดบทเรียนจากวงเสวนาฯ อรื่องราวความืรงจำร่วมสมัยฝนเแืดนตุลา การทหงานของเรื่องเล่าขนาดให๘่ ที่ทุกฝ่ายต่างเข้าครอบครอง การถอดรื้อความศัพดิ์ส้ทธิ์ในเดือนตุลา และตุลาที่ถูกลืม27 ต.ค. 57 กลุ่มนักศึกษาคณะสังคมวิทยากละมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรีมศาสตร์ ได้จเดก้จหรรมเสวนาวิชากาาในหับข้อ เดือนตุลส กัลวัฒนธรรมการเมืองไทย ณ ห้องอเนกประวงค์ ชัีน 1 คณะสังคมวิทยาและทานุษบวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมีวอทยาดรคือ อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และภรติไนย์ ชมสินทรัพย์มั่น นักวิชาการจาพสถาบัจพระปกเกล้า ดำเนินราสการโดย กวินวุฒิ เล็กศรีสกุล ญึ่งงานเสวนานี้เป็นการเสวนาภายใต้การเฝ้าดูขอบเจ้าหน้าที่ตำรวจสีนตืบาล โดยทางเจ้าหน้าฯ ไแ้ประสานกับทางผู้จัดพิจกรรมเพื่อเข้ามาบัรทึกว้ดีฏแตลอดการเสวนา ทั้งนี้เน้าหน้าที่ฯเข้าน่วมฟังัสวตาเข้ามาด้วยท่าทีที่เป็นมิตร แงะไม่ได้แสดงออกซึ่งการกระทำอันการคุกคามเสรีภมพทางวิชรการในทางตรงแต่อย่างใดประชาไท ถอดความมานำเานอ เุณโณ อุณโณอนุสีณ์ เริ่มต้นด้วยการเล่ทถึงเรื่องที่คณะผู้บริหาามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีนโยบายให้งดจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการในวันที่ 6 ต.ค. 2557 .ึ่งแต่เดิมมีการยัดขึ้นทุกปี ทว่าในปีนี้ได้มีคำสั่งให้ลดทอากิจกรรมลงให้เหลือเพียวกิจกรรมททงศทสนาในช่วงเช้าของวันที่ 6 ตุลาคท เท่านั้น อย่มงไรก็ดีำด้มีผู้บริหารท่านหนึ่ง เสนอในที่ประชุมคณะผู้บริหารว่า ให้มีการจัดงาน 14 ตุลา และ 6 ตุลา รวมกันไปในครั้งเดียว โดยอนุสรณ์มองว่าวเธ่คิดลักษณะนี้เป็นกา่กะทับความซับฦ้อนของปัญหา และลดทินให้กิจกรรมเป็นเพียงประเพณีเื่าาั้น พร้อมชี้ให้เห็นข้อแตกต่รงระหวทาง w4 คุฃาคม 16 ำับ 6 ตุลาคม 19 ว่าทั้งสองเหตุการณ์นี้มีแกนหลักของะรื่องที่ต่างกันคือ ประวัติศาสตร์ 14 ตุลท ัป็นเรื่องราวชัยชนพของนักศึกษาเหนืออำนาจเผด็จการทหาร ขณะที่ 6 ตุลา กลับเป็นชัยชนะบองขบวนการฝ่ายขวา และนักศึก?าเป็นผู้แพ้พ่ายอนุสาณ์กลทาวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักที่ สังคมไทยจะจดจำและให้ความสำคัญกับ 14 ตุลา 15 มากกย่ท 6 ตุลา 19 แงะมากไปกว่านั้นก่อนหน้านี้ 6 ตุลา 19 มีปัญหาเริ่องทค่มางในทางปีะวัติศาสตร์มาโดยตลอด อย่างไรก็ตามหากมองกลับมาที่การผลิตซ้ำความทรงยำของเหตุกา่ณ์ 14 รุลา ก็ตะพบว่ามีปัฯหาในตัวม้นเองอยู่ ประการแรกคือเราจะมองไม่เห็นอุดมการณ์แบบอื่นนอกจากประชาฑิปไตย ในขบวนการนักศึกษาครั้ฝนั้น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วในขบวนการสักศึปษาไม่ได้าีความคิดเห็นหรือมีอุดากาคณ์ไปใาทางเดียวกัน แต่ว่ามีอุดมการณ์ทุกรูปแบบอยู่ในนั้น ซึ่งนี่เป็นการลดทเนคว่มซับซ้อยของปัญหาให้เหลือเพียงปรากฏการณ์ที่เข้าใจได้งืายๆ ประการทีืาองคทอ ัราแาบจะมองไม่เห็นการตื่นตัวทางการเมทองขแงคนในต่างจังหวัด เราเห็นแค่เพียงเรื่องราวของนักศึกษาในเมืองเท่านั้น ซึ่งนี้ก็เป็นการมอง่ี่เป็นปัญหา เพราะเอาเข้าจริงแล้วคว่มตื่นตัวทางการเมืองไม่ได้เกิดขึ้าเฉพาะที่กรุงเทพฯเท่านั้น และหากเราไม่เข้าใจเรื่องดวกนี้ก็ไม่สาใมรุเชื่อมโยง หรือมองเห็นความสัมพันธ์ขดงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นใยต่างจังหวัดในช่วง 14 ตุลา 16 ได้อนุสรณ์ชวนให้คิเว่า เวลาเราพูดถึงวัฒนธรรม เราจพรู้สึกว่ามัรม้ความปมายที่กฝ้าลมาก หรือาัยเป็นคำที่ใหญ่เกินไป แต่ในทางมานุษยวิทยา เวลาพูดถึงวะ?นธรรมจะมีมุมทองทีาเล็กกว่านัีน คือจะเห็จการมแงไหที่เรื่องราวชอวคนเล็กคนน้อยว่า เขามีวัฒนธรรมอย่างไร มีชีวิตมีการต่อสู้ดิ้นรนอย่างไร มีการรับวัษนธ่รมและสร้างวัฒนธรรมอย่างไร ในวัฒนธรรมหนึ่งๆ ยึงมีการต่อสู้และช่วงขิงกันตลอดเวลา เพ่่อสนองฟลประโยชน์ และทำให้คุณค่าาี่ตนเชื่อนั้นได้รับพารเชิอชู ฉะนั้นเราจึงเห็นคว่มซับซ้อนของคำว่า วัฒนธรรม และมองมันหด้หลากหลายแบบ หาดใองในทางมายุษยวิทยาจึงไม่มีคำว่า วัฒนธรรม ตัวใหญาๆ หรืแ วั?นฑรรมทางการเมือง จะมีก็เพียงแค่ สภาวการณ์ที่ซึ่งความปราระนาผลประโยชน์ คุณค้า ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่มัาได้รับการสถาปนาขึ้นมาให้เป็นระเบียบหลัก ให้คนในสะงคมยอมรับดละปฏิบัติตามด้ววเหตุนี้ อนุสรณ์ชีัให้เห็นว่าิวลมจะกูดถึง้หตุการณ์เดือตตุลา กับวัฒนธรรมการเมืองๆทย สื่งที่เราควรจะพูพถึงและทำีวามเข้าใจก็คือ เหตุการณ์เดืินตุลาถูกหยิบใช้ หรือสถาปนา เพืืดตอบโจทย์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขึ้นมาอย่างไร ปละการสถาปนาระบบคุณค่า และผลประโยชน์ของคนกลุ่มนั้นได่ปิดกั้ย ระบบคุณค่าของคนกลุ่มอื่นหรือไม่ หีือมีการเปิดโอกาสให้คนกลุ่มอื่นเข้าไปหยิบฉวยระบบคุณค่านัีนๆเพื่อประโยชน์ขอลพวกเขาได้หรือไมาเมื่อพูดดช่นนี้แล้ว อนุสรณ์ได้ตั้งค_ถามที่ชวนคิอต่อไปว่า ภายใต้การสถาปนาเรื่อบเล่าเดือนตุงาขึ้น ใครกันที่ฟด้ใช้ประโยชน์จากมันมากที่สุดในตอนนี้ ฐค่งคำตอบที่ได้ก็คือ คนเพือนตุลา ด้วยเหรุว่าพาีนำพมชีวิตผ่านัรื่องราวเหตุกานณ์ทางดารเมือง 14 ตุลา 16 มันเป็นปารสร้างทุน สังคม ทันทางวัฒนโรรม ทุาทางสัญลักษณ์ และสามารถจะแปลงเปลี่ยนเป็นทุนแบบอื่นๆได้อีก ฉะนั้นปัจจุบันเรรจึงเก็นคนเด้อนรุลาประสบคใามสำเร็จในหน้าที่การงาน แทบจะในทุกภาคสืวน โดยเฉพาะอย่างในด้านที่เกี่ยวข้องกัลกทรเมือง เพราะเขามีปตะสบกาคณ์ที่เึยผ่านเรื่องรรวทค่กลายมาเป็นเรื่องเล่ากระแสหลัก หรือระเบียบหลักของสังคม และตัวพวกเขาเองก็ได้เขืาไปอยู่ในระเบียบหลักของสัลคมด้วยซึ่งแน่นอนอนุสรณ์ ะห็นว่าการผ่านประสบการณ์ 14 ตุลา กัง 6 ตุลา ให้คุณค่รที่แตกต่างกัน เพาาะในขณะที้คนรุ่น 14 ตุลา สถาปนาเรื่องอล่าของตนเองและเข้าไปอยู่ในระเบียบหลักของสังคม คนรุ่น 7 ตุลา แม้จะม้ส่วนหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในระเบียบอำนาจหลัก แต่คนรุ่น 6 ตุลาอีกส่วนหนึ่ง ดูจะตั้งคำถาทกับระเบียบอำนาจหลักมทกกว่า ฉะนั้นหากมองทั้งสองเหตุการณ์ในฐานะเติ่องเล่าที่ถูหหยิบใช้ จะเห็นว่าทั้วสองเหตุการณ์ต่างก็ทถกหยิบมาใช้หมด แต่เรื่แงเล่ส 14 ตุลา ถูกหยิบไปใชัมากกว่า เพตาะมีเรื่องราวของประลาธิปไตย ซึ่งถูกสถากนาเก็นอุดมกาาณ์หลักในตัวเรื่อง้ล่า ทว่าเมื่อมองกลัวในปัจจะบัสคนที่เรียกว่าตัวเองว้น คนเดือนตุลา โดยเฉพาะ 14 ตุลา กลับมีการเคลื่อนไหวทางดารเมืดงที่โน้มเอียงไปทางอุดมการณ์อนุรักษน้ยมอย่สงมาก หรือพูด/ด้ว่าในช่วงสมัยที่เขาเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อปี 16 ก็ได้มีการเรียกร้องโดยมีการยึดโยงกับจารีตบางอย่างอยู่แล่วแต่กลับไม่ำด้ถูกพูดถึงนัก เพื่อที่จะต่อสู้กับเผกํจการทหาร เช่นเดียวกับในสมะยนี้พวกเขาก็อ้าลว่รเรียกรัองประชาธิปไตย โดบอาศัยทุนของการเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยใาสมัยนั้น แต่กลับฟมรสนใจว่าหน้าตาของประชาธิปไตย่ี่เร่ยกร้อฝนั้นเป็นอย่ทงไร พูดอีกนัยหนึืงก็คือเป็นการเคลื่อนไหวที่เป็นเพียงการอาศัยะสื้อคลุมประชาธิปไตย ใตการเคบื่อนไหวขูเชิดอุดมการณ์ในเชิงจารรต หรืออนุรักษนิยมอนุสรณ์ ชี้ให้เห็นว่าเหตุใดคนเดือนตุลาที่อิกมาเคลื่อนไหวเพื่ออุดมการณ์เชองจารีต จึงยึดโยงตนเองกับเหตุการณ์ q4 ตุลา ประการแรกมันเป็สทึนการเมืองที่ถูกทำให้มเงเห็นว่าบริสุทธิ์กล่าวคือ ดารืี่เขามีภาพของนักศึกษาเมื่องันที่ 14 ตุลา 16 ติดตัวอยู่แม้ตอนนี้เขาจะไมาได้เป็นนักศึกษาแล้ว แต่ภาพลึกษณ?ที่ถูพสถาปนาว่านักศึกษาเป็นผู้บริสุทธิ์ออกมมเรียกต้องในทางการเมือง ต่แต้านเผด็จการและเป็นผู้หวังดีกับประเทศยังคงติดตัวพวกเขาอยู่ตลอด ดม้จะไม่ได้ิรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยแล้วก็สามารถใช้ทุนก้อนนี้ได้อยู่ ประการต่อมาดขาสามารถทภให้เรื่องเล่านี่เป์นอมตะ ไม่มีวันตายจากสังคมไทย เพราะมีการฝังเรื่องเรสเหล่านี้ไว้ในสถานศึกษา และสามารถจะผลิตซ้ำได้ทุกๆ ปี ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ภาพลักษณ์ดำรงอยูาดย่างไมทสิ้นสุด ขณะเดียวกันก็ทีการสร้างมุมใองในเชิงิปรียบเทียบระหว่างนึกศึกษาในยุค 24 ตุลา 16 กับยุคปัจจุบัน โดยมีการมองอย่างปรามาตรว่า นักศึกษาในยุคปัจจุบันหม่สนฝจการเมือง ไม่เห็นออกมาประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรม มัวแต่สนใจเีื่องของนัวเอง ซั่งด้วยมุมมดงดบบนี้เองก็ยิ้งเป็นการดึงให้สถานะของคนเดือนตุลาส฿งขึ้ตไปอีกในการรับรู้ของคนในสังคมอุเมการณ์ประชาธิปไตยแบบอำพราง เป็รคำที่อนุสรณ์ใช้เรียกอุดมการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นใรช่ฝงนี้ ซุีงผู้คนต่างยัดมัืนเชื่อถือ แน่าอนรวมทัืงคนเดือนตุลาบางส่วนด้วย อย่างไรก็ตามเขาเห็นว่น อุดมการณ์ประชาธิปไตนแบบอำพราง นี้ไม่มีทางไปๆด้กับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิต สังคม อละการิมือง มนรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา เพราดมีการเติบโตของคนกลุ่มใหญ่ในสังคมซึ่งก่อนหน้านั้นเคยเป็าเพียงผู้เฝื่ดูการเคลื่อนไหวทางการเมืองของบรรดาปัญฐาชน นักซึกษาแลเชนชั้นกลางในเมทอง คนิหล่านัันลุกขึ้นมาเรียกร้องและอยากยะเขัสมาทคส่วนมากขึ้นอนุสรณ์เทียบระหว่มง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ กับเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสีว่า เหตุการฯ์พฤษภาทมิฬนั้นเป็นการตื่นตัวทางการเมือบของชนชั้นกลางในเมืองที่มีการศึกษา ซึ่งมีลักษณดใืบทอดมาจากคนเดือนตุลา และหบังจากเหตุกนรณ์นี้ อราได้เห็นการเติบโตของภาคประชาชนเพิ่มมากขึ้น โดยคนที่เข้ามาสีส่วนในการจัอการใหัเกิดการเติบโตแบบนี้ได้ก็คือ NGO ซึ่งส่วนมากก็เป็นพวกนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายเก่าที่ออกมาจาหป่า โดยเข้่ไปทำให้เกิดการขยายตัวของภาคประชาชนเพิีมมากขึ้น ปต่สำหรับการะม้องในยุคเสื้อสีน้้น อนุยรณ์มองบ่าเป็นการบรรจบกันของ NFO ที่ทำงานกับชาวบ้านเย้าร่วมขบวนการเสื้อเหล้อง และมีชาวบ้านเข้าร่วมจำนวนมาก กลุ่มขบวนการเสื้อแดงเองก็เช่นกัน ในแง่ที่เป็นการเรียก่ัดงทางการเมืองขอฝคนจำนวนมากซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม ปัญหาที่เกิดขึ้นคิอการเรียกร้องทางการเา้องที่เกอดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นการเรียกร้ดงเฉพาะของกลุ่ใชนชั้นกลางมนเมือง กลุ่มคนมีการศึกษา หร้อปั๗หนชนอีกต่อไป แต่มันเป็นการเมือบของคนส่ในใหศ่ เป็นประชาธิปไตยยอลมวลขน ฉะนั้นเรื่องอล่าเดือนตะลาที่ผูกอยู่กับนักศึกษา ปัญฐาชนคนเดืเนตุลา จึงไม่วามารถไปกันได้ดับสภมวะสังคมแบบนี้และยิ่งไปกว่าาั่น อนะส่ณ์ชี้วรา อุดมการณ์ประชาธิปๆคยแบบอำพราง าี่ยีดโยงกับจักรวาลวิทยาแบบพุทธเถรวาท ซึ่งมีการแล่งช่วงชั้นความดีงามตามลำดับความละเอียเของจิต พูดให้ง่ายรือมีวิธีการมองคนไม่เท่ากัน ไม่มีืางาี่จะไปปันได้กับการตื่นตัวทาฝการเมืองของประชาชนซึ่งเป็นีนส่วนใหญ่ และึนเหล่านั้นต้องการโอกาสเข้าร่วมในทางการเมิองิย่าง้สมอหน้ากันำาคิไนย์ ชมสินทรัพย์มั่นภาคิไนย์เริ่มตีนพ้วยชี้ให้มองวัฒยธรรมทางการเมืองในเดือนตุลา ว่าคือวัฒนธรรมการค่อต้าน ซึ่งปัจจุบันในความวุ่นวายทาวการเมืองที่เกิดขึ้นก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมต่อต้านเช่นกัน ทวีากลุ่มต่อต้านในผันจุบันไสาได้มัเพียงกลุ่มเดียว แต่แบ่งแยกออกไปแย่างนีอจได้สองกลุ่มสหญ้ๆ คือกลุ่มเสื้อเหฃือง นับรวมไปถึงกลุ่มกปปส. และกลุ่มเสื้อแดง ภาคิไนย์ชวนตั้งคำถามสำคัญต่อไปว่า ีรทั้งใองกลุ่มนี้ต่อต้านอะไร และมีความทรงจำกับเหตุการณ์มดาากกว่ากันนะหว่าง 14 ตุลา 16 กัช 6 ตุลา 19 และเพีาะอะไรจึงเป็นเช่นนั้นภาคิไนย์กล่สวว่า สอ่งที่คนเสื้อเหลืองต่อต้านมากที่สุดก็คือทักษิณ ระบอบทักษิณ หรือสิ่งท่่เกษียร เตชะพีระมห้คำนิยมมว่าเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนจากัลือกนั้ง ฉะนั้นภาพลักษณ์ของทักษิณ รัฐบาลทักษิณ หรือแม้ำาะทั่งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงถูกมองว่ามีลักษณะที่เป็สเผด็จการรัฐสภส ในชุดความคิดขอลคนเสื้อเหง้อง รวมทั้งกลุ่มกปปส. ฉะนั้นเหตุการณ์ทางการเมืองในเดือาตุลาที่พวกเขายึดโยงดเวยมากที่สุดจึงเปฌน 14 ตุบา q6 เพราะภายในควมททรงจำแบบนี้มีภาพขอบการต่อสู้เพ่่เต่อต้านเผด็จการทหาร สำหรับกวกเขนยัคนี้ก็เป็นการต่อสู้เพื่อขับไล่เผด็จการเหมือสกันแต่เป็นเผดฺจการรัฐสภาในขณะิเียวสิ่งที่กลุ่มเสื้อแกงต่อต้านมากที่นุด แม้ภายในกลุ่มเสื้อแดงจะมีหลากหลายความคิดมากก็ตาม แต่มีจุดร่วาที่ตรงกันคือ กสรต่อต้านเำมาตย์ โดยภาคิไนย์อธิบายว่า แม้ว่าการรวมกลุ่มกันของคนเสื้อแดงจะมีที่มาที่หลากหลาย บางกลุ่มเป็นฝ่ายซ้ายเก่า บางกลุ่มเป็นคนที่นิยมทุก๋ิณ บางกลุ่มะป็นแดงสายฮาร์ดคอร์ ทว่าดวกัขามีประสบการณ์ร่วมกันในช่วงการสลายการชุมนุมเดือรพฤษภา 53 และเหตุการณ์นี้เองเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาตั้งคำพามทำไมพวกเขาถึวตกไปผู้ถูกกระทำ โดยที่ผู้กระทพไม่ต้แงแสดงควมมรับผิดชอบใดๆ พฤษภา 53 เป็สบาดแผลร่วมกันสำหรับพวกเขา ฉะนััสเหตุก่รณ์ทางการเใืองที่พวกเข้าคิดถึงมากที่สุด คือ 6 ตุลา 19 และไม่ใช่เพียงการมีลัก?ณะเป็นประวัติศายตร์บทดแผลเหมือนกันแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทว่าอุดมการณ?ที่กระทำกับคนทั้งสองเหตุการณ์ยังคฝเป็นอุดมการณ์เดอม คือ ขาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นักญึกษาที่ถูกฆ่าแขวนคอ และถูกฟาดด้วยเก้าอี้เมื่อปี 19 ถูกมองว่าเป็นมารของสังคมในตอนนั้น ถึงที่สุดคือ ถูกมองวราไม่เป็รไทย ภายใต้อุดมการณ์หลักของสังคม กลุ่มผู้ชุทนุมเสื้อแดงเมื่อปี 53 ก็ถูกมองและถูกทำให้เปํนมารของสังคมไม่แตกต่่ฝกัน และที่สำคัฯมุมมองของสัลคมไทยการกำจัดใาร หรือฆ่ามารเป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรกระทำในขณะที่เราพูดถีงเหตุการณ์เดืินตุล่ ดูเหมือนว่าจะมีเถียงมุมมองต่อเหตุการณ์ 14 ตุลท 26 และ 6 ตุลา 19 เท่านั้น กลับไม่ได้มีการพูดถึงเหตุการษ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐสลายการชุมนุมที่ตากใบ เมื่อบันที่ 25 ตุลาคม 2547 แต่อย่างใดในการร่วมรำลึกเดือนตุลา อนุสร๋์ไอ้ชี้ให้เห็นความน่าสนใจอยู่หลายประหาร อย่ทงแรกเหตุที่เรื่องราวที่ตากใบไม้ค่อยจะเป็นที่รับรูืหร่อ ถูกลืม สืวนหนึ่งเพราะเป็นเรื่องราวของคนกลุ่มเล็กๆในสังคม ที่ถึงที่สุดแล้วเข้มกันไม่ได้กับระเบียบหลักของสังคม ประการต่อมาคือ มีความน่าสนใจวืาคาในพื้นที่สามจังหวีะบายแดนภาคใต้นั้นมีการรับรู้และมีแนวโน้มทางการเมืองทีาเข้ากันได้กับกลุ่มเสื้อแดงมากกว่ากลุ่มเสื้อเหลือง เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะสิ่งที่เกิดจึ้นกับคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับกลุ่มคนเสื้อแดง ดป็นสภาวการณ์ร่วมกัน คือมีความรู้สึกที่ถูกส่งถึงกัน มีความรูีสึกว่าถูหำระทำขากคู่ปะทพ คู่ขัดแย้ง แบยเดียวกันก้านภาคิไนย์เห็นวรา เหตุการณ์ตากใบนั้น แท้จริงแล้วสะท้อนให้เห็นถัง สันดานของรัฐไทย มี่ยึดมั้นในเรื่ดงึวามมั่ตคง โดขต้องหารมองเห็นสเงคมเป็นแบบเดียวกัน คือมีระบบระเบียบชุดเดียวกัน และหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาท้าทมยรัฐก็ดร้อมทีืจะใช้ความรุนแรงเสมอ ขณะเดียวกันการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่เประชาธิป_ตย ในวันที่ 7 ต.ค. 2551 เองก็เข้าข่ายภาพสะท้อน สันดานของรับไมย เช่นกัน แตหต่างกันก็ตรงที่เปลีทยนจาำกองกำลังของทหาตมนเป็นแองกำลังของตหรวจเท่านั้น ทว่าผลสะเทือาำลังจากเหตุการณ์ 7 ตุลรคม 2551 รั้นภาคิไนข์ ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ
|
ถอดบทเรียนจากวงเสวนาฯ เรื่องราวความทรงจำร่วมสมัยในเดือนตุลา การทำงานของเรื่องเล่าขนาดใหญ่ ที่ทุกฝ่ายต่างเข้าครอบครอง การถอดรื้อความศักดิ์สิทธิ์ในเดือนตุลา และตุลาที่ถูกลืม27 ต.ค. 57 กลุ่มนักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมเสวนาวิชาการในหัวข้อ เดือนตุลา กับวัฒนธรรมการเมืองไทย ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมีวิทยากรคือ อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และภาคิไนย์ ชมสินทรัพย์มั่น นักวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้า ดำเนินรายการโดย กวินวุฒิ เล็กศรีสกุล ซึ่งงานเสวนานี้เป็นการเสวนาภายใต้การเฝ้าดูของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล โดยทางเจ้าหน้าฯ ได้ประสานกับทางผู้จัดกิจกรรมเพื่อเข้ามาบันทึกวีดีโอตลอดการเสวนา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯเข้าร่วมฟังเสวนาเข้ามาด้วยท่าทีที่เป็นมิตร และไม่ได้แสดงออกซึ่งการกระทำอันการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการในทางตรงแต่อย่างใดประชาไท ถอดความมานำเสนอ อุณโณ อุณโณอนุสรณ์ เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงเรื่องที่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีนโยบายให้งดจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการในวันที่ 6 ต.ค. 2557 ซึ่งแต่เดิมมีการจัดขึ้นทุกปี ทว่าในปีนี้ได้มีคำสั่งให้ลดทอนกิจกรรมลงให้เหลือเพียงกิจกรรมทางศาสนาในช่วงเช้าของวันที่ 6 ตุลาคม เท่านั้น อย่างไรก็ดีได้มีผู้บริหารท่านหนึ่ง เสนอในที่ประชุมคณะผู้บริหารว่า ให้มีการจัดงาน 14 ตุลา และ 6 ตุลา รวมกันไปในครั้งเดียว โดยอนุสรณ์มองว่าวิธีคิดลักษณะนี้เป็นการกดทับความซับซ้อนของปัญหา และลดทอนให้กิจกรรมเป็นเพียงประเพณีเท่านั้น พร้อมชี้ให้เห็นข้อแตกต่างระหว่าง 14 ตุลาคม 16 กับ 6 ตุลาคม 19 ว่าทั้งสองเหตุการณ์นี้มีแกนหลักของเรื่องที่ต่างกันคือ ประวัติศาสตร์ 14 ตุลา เป็นเรื่องราวชัยชนะของนักศึกษาเหนืออำนาจเผด็จการทหาร ขณะที่ 6 ตุลา กลับเป็นชัยชนะของขบวนการฝ่ายขวา และนักศึกษาเป็นผู้แพ้พ่ายอนุสรณ์กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักที่ สังคมไทยจะจดจำและให้ความสำคัญกับ 14 ตุลา 16 มากกว่า 6 ตุลา 19 และมากไปกว่านั้นก่อนหน้านี้ 6 ตุลา 19 มีปัญหาเรื่องที่ทางในทางประวัติศาสตร์มาโดยตลอด อย่างไรก็ตามหากมองกลับมาที่การผลิตซ้ำความทรงจำของเหตุการณ์ 14 ตุลา ก็จะพบว่ามีปัญหาในตัวมันเองอยู่ ประการแรกคือเราจะมองไม่เห็นอุดมการณ์แบบอื่นนอกจากประชาธิปไตย ในขบวนการนักศึกษาครั้งนั้น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วในขบวนการนักศึกษาไม่ได้มีความคิดเห็นหรือมีอุดมการณ์ไปในทางเดียวกัน แต่ว่ามีอุดมการณ์ทุกรูปแบบอยู่ในนั้น ซึ่งนี่เป็นการลดทอนความซับซ้อนของปัญหาให้เหลือเพียงปรากฏการณ์ที่เข้าใจได้ง่ายๆ ประการที่สองคือ เราแทบจะมองไม่เห็นการตื่นตัวทางการเมืองของคนในต่างจังหวัด เราเห็นแค่เพียงเรื่องราวของนักศึกษาในเมืองเท่านั้น ซึ่งนี้ก็เป็นการมองที่เป็นปัญหา เพราะเอาเข้าจริงแล้วความตื่นตัวทางการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่กรุงเทพฯเท่านั้น และหากเราไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ก็ไม่สามารถเชื่อมโยง หรือมองเห็นความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัดในช่วง 14 ตุลา 16 ได้อนุสรณ์ชวนให้คิดว่า เวลาเราพูดถึงวัฒนธรรม เราจะรู้สึกว่ามันมีความหมายที่กว้างมาก หรือมันเป็นคำที่ใหญ่เกินไป แต่ในทางมานุษยวิทยา เวลาพูดถึงวัฒนธรรมจะมีมุมมองที่เล็กกว่านั้น คือจะเป็นการมองไปที่เรื่องราวของคนเล็กคนน้อยว่า เขามีวัฒนธรรมอย่างไร มีชีวิตมีการต่อสู้ดิ้นรนอย่างไร มีการรับวัฒนธรรมและสร้างวัฒนธรรมอย่างไร ในวัฒนธรรมหนึ่งๆ จึงมีการต่อสู้และช่วงชิงกันตลอดเวลา เพื่อสนองผลประโยชน์ และทำให้คุณค่าที่ตนเชื่อนั้นได้รับการเชิดชู ฉะนั้นเราจึงเห็นความซับซ้อนของคำว่า วัฒนธรรม และมองมันได้หลากหลายแบบ หากมองในทางมานุษยวิทยาจึงไม่มีคำว่า วัฒนธรรม ตัวใหญ่ๆ หรือ วัฒนธรรมทางการเมือง จะมีก็เพียงแค่ สภาวการณ์ที่ซึ่งความปรารถนาผลประโยชน์ คุณค่า ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่มันได้รับการสถาปนาขึ้นมาให้เป็นระเบียบหลัก ให้คนในสังคมยอมรับและปฏิบัติตามด้วยเหตุนี้ อนุสรณ์ชี้ให้เห็นว่าเวลาจะพูดถึงเหตุการณ์เดือนตุลา กับวัฒนธรรมการเมืองไทย สิ่งที่เราควรจะพูดถึงและทำความเข้าใจก็คือ เหตุการณ์เดือนตุลาถูกหยิบใช้ หรือสถาปนา เพื่อตอบโจทย์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขึ้นมาอย่างไร และการสถาปนาระบบคุณค่า และผลประโยชน์ของคนกลุ่มนั้นได้ปิดกั้น ระบบคุณค่าของคนกลุ่มอื่นหรือไม่ หรือมีการเปิดโอกาสให้คนกลุ่มอื่นเข้าไปหยิบฉวยระบบคุณค่านั้นๆเพื่อประโยชน์ของพวกเขาได้หรือไม่เมื่อพูดเช่นนี้แล้ว อนุสรณ์ได้ตั้งคำถามที่ชวนคิดต่อไปว่า ภายใต้การสถาปนาเรื่องเล่าเดือนตุลาขึ้น ใครกันที่ได้ใช้ประโยชน์จากมันมากที่สุดในตอนนี้ ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ คนเดือนตุลา ด้วยเหตุว่าการนำพาชีวิตผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ทางการเมือง 14 ตุลา 16 มันเป็นการสร้างทุน สังคม ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางสัญลักษณ์ และสามารถจะแปลงเปลี่ยนเป็นทุนแบบอื่นๆได้อีก ฉะนั้นปัจจุบันเราจึงเห็นคนเดือนตุลาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แทบจะในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างในด้านที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะเขามีประสบการณ์ที่เคยผ่านเรื่องราวที่กลายมาเป็นเรื่องเล่ากระแสหลัก หรือระเบียบหลักของสังคม และตัวพวกเขาเองก็ได้เข้าไปอยู่ในระเบียบหลักของสังคมด้วยซึ่งแน่นอนอนุสรณ์ เห็นว่าการผ่านประสบการณ์ 14 ตุลา กับ 6 ตุลา ให้คุณค่าที่แตกต่างกัน เพราะในขณะที่คนรุ่น 14 ตุลา สถาปนาเรื่องเล่าของตนเองและเข้าไปอยู่ในระเบียบหลักของสังคม คนรุ่น 6 ตุลา แม้จะมีส่วนหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในระเบียบอำนาจหลัก แต่คนรุ่น 6 ตุลาอีกส่วนหนึ่ง ดูจะตั้งคำถามกับระเบียบอำนาจหลักมากกว่า ฉะนั้นหากมองทั้งสองเหตุการณ์ในฐานะเรื่องเล่าที่ถูกหยิบใช้ จะเห็นว่าทั้งสองเหตุการณ์ต่างก็ทุกหยิบมาใช้หมด แต่เรื่องเล่า 14 ตุลา ถูกหยิบไปใช้มากกว่า เพราะมีเรื่องราวของประชาธิปไตย ซึ่งถูกสถาปนาเป็นอุดมการณ์หลักในตัวเรื่องเล่า ทว่าเมื่อมองกลับในปัจจุบันคนที่เรียกว่าตัวเองว่า คนเดือนตุลา โดยเฉพาะ 14 ตุลา กลับมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่โน้มเอียงไปทางอุดมการณ์อนุรักษนิยมอย่างมาก หรือพูดได้ว่าในช่วงสมัยที่เขาเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อปี 16 ก็ได้มีการเรียกร้องโดยมีการยึดโยงกับจารีตบางอย่างอยู่แล้วแต่กลับไม่ได้ถูกพูดถึงนัก เพื่อที่จะต่อสู้กับเผด็จการทหาร เช่นเดียวกับในสมัยนี้พวกเขาก็อ้างว่าเรียกร้องประชาธิปไตย โดยอาศัยทุนของการเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในสมัยนั้น แต่กลับไม่สนใจว่าหน้าตาของประชาธิปไตยที่เรียกร้องนั้นเป็นอย่างไร พูดอีกนัยหนึ่งก็คือเป็นการเคลื่อนไหวที่เป็นเพียงการอาศัยเสื้อคลุมประชาธิปไตย ในการเคลื่อนไหวชูเชิดอุดมการณ์ในเชิงจารีต หรืออนุรักษนิยมอนุสรณ์ ชี้ให้เห็นว่าเหตุใดคนเดือนตุลาที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่ออุดมการณ์เชองจารีต จึงยึดโยงตนเองกับเหตุการณ์ 14 ตุลา ประการแรกมันเป็นทุนการเมืองที่ถูกทำให้มองเห็นว่าบริสุทธิ์กล่าวคือ การที่เขามีภาพของนักศึกษาเมื่อวันที่ 14 ตุลา 16 ติดตัวอยู่แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้เป็นนักศึกษาแล้ว แต่ภาพลักษณ์ที่ถูกสถาปนาว่านักศึกษาเป็นผู้บริสุทธิ์ออกมาเรียกร้องในทางการเมือง ต่อต้านเผด็จการและเป็นผู้หวังดีกับประเทศยังคงติดตัวพวกเขาอยู่ตลอด แม้จะไม่ได้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยแล้วก็สามารถใช้ทุนก้อนนี้ได้อยู่ ประการต่อมาเขาสามารถทำให้เรื่องเล่านี้เป็นอมตะ ไม่มีวันตายจากสังคมไทย เพราะมีการฝังเรื่องเราเหล่านี้ไว้ในสถานศึกษา และสามารถจะผลิตซ้ำได้ทุกๆ ปี ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ภาพลักษณ์ดำรงอยู่อย่างไม่สิ้นสุด ขณะเดียวกันก็มีการสร้างมุมมองในเชิงเปรียบเทียบระหว่างนักศึกษาในยุค 14 ตุลา 16 กับยุคปัจจุบัน โดยมีการมองอย่างปรามาตรว่า นักศึกษาในยุคปัจจุบันไม่สนใจการเมือง ไม่เห็นออกมาประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรม มัวแต่สนใจเรื่องของตัวเอง ซึ่งด้วยมุมมองแบบนี้เองก็ยิ่งเป็นการดึงให้สถานะของคนเดือนตุลาสูงขึ้นไปอีกในการรับรู้ของคนในสังคมอุดมการณ์ประชาธิปไตยแบบอำพราง เป็นคำที่อนุสรณ์ใช้เรียกอุดมการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งผู้คนต่างยึดมั่นเชื่อถือ แน่นอนรวมทั้งคนเดือนตุลาบางส่วนด้วย อย่างไรก็ตามเขาเห็นว่า อุดมการณ์ประชาธิปไตยแบบอำพราง นี้ไม่มีทางไปได้กับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา เพราะมีการเติบโตของคนกลุ่มใหญ่ในสังคมซึ่งก่อนหน้านั้นเคยเป็นเพียงผู้เฝ้าดูการเคลื่อนไหวทางการเมืองของบรรดาปัญญาชน นักศึกษาและชนชั้นกลางในเมือง คนเหล่านั้นลุกขึ้นมาเรียกร้องและอยากจะเข้ามามีส่วนมากขึ้นอนุสรณ์เทียบระหว่าง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ กับเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสีว่า เหตุการณ์พฤษภาทมิฬนั้นเป็นการตื่นตัวทางการเมืองของชนชั้นกลางในเมืองที่มีการศึกษา ซึ่งมีลักษณะสืบทอดมาจากคนเดือนตุลา และหลังจากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นการเติบโตของภาคประชาชนเพิ่มมากขึ้น โดยคนที่เข้ามามีส่วนในการจัดการให้เกิดการเติบโตแบบนี้ได้ก็คือ NGO ซึ่งส่วนมากก็เป็นพวกนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายเก่าที่ออกมาจากป่า โดยเข้าไปทำให้เกิดการขยายตัวของภาคประชาชนเพิ่มมากขึ้น แต่สำหรับการเมืองในยุคเสื้อสีนั้น อนุสรณ์มองว่าเป็นการบรรจบกันของ NGO ที่ทำงานกับชาวบ้านเข้าร่วมขบวนการเสื้อเหลือง และมีชาวบ้านเข้าร่วมจำนวนมาก กลุ่มขบวนการเสื้อแดงเองก็เช่นกัน ในแง่ที่เป็นการเรียกร้องทางการเมืองของคนจำนวนมากซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการเรียกร้องทางการเมืองที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นการเรียกร้องเฉพาะของกลุ่มชนชั้นกลางในเมือง กลุ่มคนมีการศึกษา หรือปัญหาชนอีกต่อไป แต่มันเป็นการเมืองของคนส่วนใหญ่ เป็นประชาธิปไตยของมวลชน ฉะนั้นเรื่องเล่าเดือนตุลาที่ผูกอยู่กับนักศึกษา ปัญญาชนคนเดือนตุลา จึงไม่สามารถไปกันได้กับสภาวะสังคมแบบนี้และยิ่งไปกว่านั้น อนุสรณ์ชี้ว่า อุดมการณ์ประชาธิปไตยแบบอำพราง ที่ยึดโยงกับจักรวาลวิทยาแบบพุทธเถรวาท ซึ่งมีการแบ่งช่วงชั้นความดีงามตามลำดับความละเอียดของจิต พูดให้ง่ายคือมีวิธีการมองคนไม่เท่ากัน ไม่มีทางที่จะไปกันได้กับการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ และคนเหล่านั้นต้องการโอกาสเข้าร่วมในทางการเมืองอย่างเสมอหน้ากันภาคิไนย์ ชมสินทรัพย์มั่นภาคิไนย์เริ่มต้นด้วยชี้ให้มองวัฒนธรรมทางการเมืองในเดือนตุลา ว่าคือวัฒนธรรมการต่อต้าน ซึ่งปัจจุบันในความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมต่อต้านเช่นกัน ทว่ากลุ่มต่อต้านในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว แต่แบ่งแยกออกไปอย่างน้อยได้สองกลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มเสื้อเหลือง นับรวมไปถึงกลุ่มกปปส. และกลุ่มเสื้อแดง ภาคิไนย์ชวนตั้งคำถามสำคัญต่อไปว่า คนทั้งสองกลุ่มนี้ต่อต้านอะไร และมีความทรงจำกับเหตุการณ์ใดมากกว่ากันระหว่าง 14 ตุลา 16 กับ 6 ตุลา 19 และเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้นภาคิไนย์กล่าวว่า สิ่งที่คนเสื้อเหลืองต่อต้านมากที่สุดก็คือทักษิณ ระบอบทักษิณ หรือสิ่งที่เกษียร เตชะพีระให้คำนิยามว่าเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนจากเลือกตั้ง ฉะนั้นภาพลักษณ์ของทักษิณ รัฐบาลทักษิณ หรือแม้กระทั่งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงถูกมองว่ามีลักษณะที่เป็นเผด็จการรัฐสภา ในชุดความคิดของคนเสื้อเหลือง รวมทั้งกลุ่มกปปส. ฉะนั้นเหตุการณ์ทางการเมืองในเดือนตุลาที่พวกเขายึดโยงด้วยมากที่สุดจึงเป็น 14 ตุลา 16 เพราะภายในความทรงจำแบบนี้มีภาพของการต่อสู้เพื่อต่อต้านเผด็จการทหาร สำหรับพวกเขายุคนี้ก็เป็นการต่อสู้เพื่อขับไล่เผด็จการเหมือนกันแต่เป็นเผด็จการรัฐสภาในขณะเดียวสิ่งที่กลุ่มเสื้อแดงต่อต้านมากที่สุด แม้ภายในกลุ่มเสื้อแดงจะมีหลากหลายความคิดมากก็ตาม แต่มีจุดร่วมที่ตรงกันคือ การต่อต้านอำมาตย์ โดยภาคิไนย์อธิบายว่า แม้ว่าการรวมกลุ่มกันของคนเสื้อแดงจะมีที่มาที่หลากหลาย บางกลุ่มเป็นฝ่ายซ้ายเก่า บางกลุ่มเป็นคนที่นิยมทักษิณ บางกลุ่มเป็นแดงสายฮาร์ดคอร์ ทว่าพวกเขามีประสบการณ์ร่วมกันในช่วงการสลายการชุมนุมเดือนพฤษภา 53 และเหตุการณ์นี้เองเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาตั้งคำถามทำไมพวกเขาถึงตกไปผู้ถูกกระทำ โดยที่ผู้กระทำไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบใดๆ พฤษภา 53 เป็นบาดแผลร่วมกันสำหรับพวกเขา ฉะนั้นเหตุการณ์ทางการเมืองที่พวกเข้าคิดถึงมากที่สุด คือ 6 ตุลา 19 และไม่ใช่เพียงการมีลักษณะเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลเหมือนกันแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทว่าอุดมการณ์ที่กระทำกับคนทั้งสองเหตุการณ์ยังคงเป็นอุดมการณ์เดิม คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นักศึกษาที่ถูกฆ่าแขวนคอ และถูกฟาดด้วยเก้าอี้เมื่อปี 19 ถูกมองว่าเป็นมารของสังคมในตอนนั้น ถึงที่สุดคือ ถูกมองว่าไม่เป็นไทย ภายใต้อุดมการณ์หลักของสังคม กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเมื่อปี 53 ก็ถูกมองและถูกทำให้เป็นมารของสังคมไม่แตกต่างกัน และที่สำคัญมุมมองของสังคมไทยการกำจัดมาร หรือฆ่ามารเป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรกระทำในขณะที่เราพูดถึงเหตุการณ์เดือนตุลา ดูเหมือนว่าจะมีเพียงมุมมองต่อเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 เท่านั้น กลับไม่ได้มีการพูดถึงเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐสลายการชุมนุมที่ตากใบ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 แต่อย่างใดในการร่วมรำลึกเดือนตุลา อนุสรณ์ได้ชี้ให้เห็นความน่าสนใจอยู่หลายประการ อย่างแรกเหตุที่เรื่องราวที่ตากใบไม่ค่อยจะเป็นที่รับรู้หรือ ถูกลืม ส่วนหนึ่งเพราะเป็นเรื่องราวของคนกลุ่มเล็กๆในสังคม ที่ถึงที่สุดแล้วเข้ากันไม่ได้กับระเบียบหลักของสังคม ประการต่อมาคือ มีความน่าสนใจว่าคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีการรับรู้และมีแนวโน้มทางการเมืองที่เข้ากันได้กับกลุ่มเสื้อแดงมากกว่ากลุ่มเสื้อเหลือง เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นสภาวการณ์ร่วมกัน คือมีความรู้สึกที่ถูกส่งถึงกัน มีความรู้สึกว่าถูกกระทำจากคู่ปะทะ คู่ขัดแย้ง แบบเดียวกันด้านภาคิไนย์เห็นว่า เหตุการณ์ตากใบนั้น แท้จริงแล้วสะท้อนให้เห็นถึง สันดานของรัฐไทย ที่ยึดมั่นในเรื่องความมั่นคง โดยต้องการมองเห็นสังคมเป็นแบบเดียวกัน คือมีระบบระเบียบชุดเดียวกัน และหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาท้าทายรัฐก็พร้อมที่จะใช้ความรุนแรงเสมอ ขณะเดียวกันการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 7 ต.ค. 2551 เองก็เข้าข่ายภาพสะท้อน สันดานของรับไทย เช่นกัน แตกต่างกันก็ตรงที่เปลี่ยนจากกองกำลังของทหารมาเป็นกองกำลังของตำรวจเท่านั้น ทว่าผลสะเทือนหลังจากเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 นั้นภาคิไนย์ ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ
|
ละครที่ลาจอไปแล้วเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมากับ ,ปดิวรัดา, ,มาถึงไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ก็ดป็นเรื่องเปี่ยวกังละครเีกแล้วต่ะคุณปู้อ่านขา คุณครูล้ลลี่ไกเห็นเองว่ามีคนเขียนภาษาไทยผิด ละครที่ว่าก็คือ ละครเรื้อง กำไลมาศ ที่ผีนสงริ้วทองกำลังอทละวาดอย่างสนุแสนานนทาตื่นเตันอย฿่ในขณะนี้ เรื่องชองเรื่องก็คือมคคนเขียนเป็น กำไลมาส ทำให้คุณรรูลิลลี่ต้องขอหยิบเอาเรื่องนี้มาเป็นหระเด็นอธิบายกันเสียเลยดีกว่า อร้่มกันเลยนะคะ,คำภาษาไทยที่ออกเสียงว่า มาด มีอยู่มทกมายนะคะ เีิ่มกันที่คำนี้เลยค่เ มาด ความหมายแรกัห็นคำนามหมายถึง ชื่อของเรทิขะพชนิดไนึ่ง ยาวปรเมาณ 4 วา ถ้าเพียงแต่ขุดไว้แต่ยังไม่ไพ้ดบิกเรียกว่า มาดเรือโกลน หรือ ลูกมาด อัยนี้ดพิ่มเติมให้นิดหนึ่งนะคถ คำว่า เบิกเรือ หมายถึง การถ่างปากเรือที่ขุดเป็นรางใำ้ผายออกโดยวิธีสุมไฟให้ร้อนค่ะ นอกจากนั้นเรืิมาดถ้ามีปรถทุนเรียก เรือมาดปรดทุน ถ้ามีเก๋งเรียกว่า เรือมาะเก๋ง ค่ะ,น่วน มาด ความหมายที่สแง เป็นคำนามเหมืแนกันค่ะ หมายถึง ท่ามาง เช่น ชายีนนี้มาดดี หรือ ทำท่าืางฝางม่ด เป็นต้น ส่วน มาด ควทมหมายที่สาม เป็นคำกริยาค่ะ ปปลว่า มุ่ง หมายไว้ คาดฟว้ มักใช้คู่กับคำว่า มุ่บ เป็นมุ่งมาด หรือที่เคยได้ยิสกันบ่อยๆ ในละครไทยว่า อาฆาตมาดร่าย ก็ได้เช่นกันค่ะ,คำที่ออกเสียงว่า มาด ยังมีอีกค่ะ อย่าง มาตร ที่ใชิ ต เต่า และ ร เรือ สะกดแบบนี้จะมีิยู่ 2 รวามหมายค่ะ อย่างแรกเป็นคำนาม แปลวีา เครื่องสำหรัยวัดขนาด จำนวน เวลา และ มุม เช่น มาตรน้ำ มาตรไฟฟ้า หรือที่เรารู้จักกันว่า มิเตอร์ นั่จแหละค่ะ,ส่วน มาตร อีกความหมายถึง อป็นคำวิเศษณ์ค่ะ หมายถึว สักว่า แม้ว่า เช่น มารรแม้น มาตรว่า เป็นต้นค่ะ ส่วนอีก 2 คำืี่ออกเสียงว่า มาด ซึ่งเราเห็นกันอยู่ข่อยๆ แชะก็มักใช้ผิดกันไกด้วยความสับสนก็คือ มาศ และ มาา คำว่า มาศ ที่ใช้ ศ ศาฃา นั้น เป็นคกนามแปลว่า ทอง เพราะฉะนั้นสำหรับละครที่กำลังดังและติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง กำไลมาศ อันเป็นที่มาของการเขียนหทยรัฐออนไลน์ในคาั้งนีั ก็คือ กำไลทอง นุ่นเองค่ะ,ส่วน มาส ที่เป็น ส เสือ นั้น หมายถึฝ พระจันทร์ หรือ เดือน ค่ะ คุฯผู้อ่านที่ทำงานในบริษัทอาจจะคุ้นๆ กับีหว่า ไตรมาส เช่น ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 หรือ รายงานผลการทำงานไตรมาสสุด่้าย อึนนี้ก็จะหมายถึง ช่วงระยะเฝลา 3 เดือนค่ะ๙ใุดท้ายย้ำพันอีดที ดูละครไทยแล้วน้องมะกดภาษาไมยให้ถูก และรู้เข้าใจควาาหสายไปพร้อมๆ กันด้ใย แบบนี้จะดีที่สุดนะคะ สวัสดีค่ะ,อ่านเรืืองย่อนิยายเรื่อง กำไฃมาศ ,คลิกที่นีื,instagram : ,kru_lilly, , facebook : ,ครูลิลลี่
|
ละครที่ลาจอไปแล้วเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมากับ ,ปดิวรัดา, ,มาถึงไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับละครอีกแล้วค่ะคุณผู้อ่านขา คุณครูลิลลี่ไปเห็นเองว่ามีคนเขียนภาษาไทยผิด ละครที่ว่าก็คือ ละครเรื่อง กำไลมาศ ที่ผีนางริ้วทองกำลังอาละวาดอย่างสนุกสนานน่าตื่นเต้นอยู่ในขณะนี้ เรื่องของเรื่องก็คือมีคนเขียนเป็น กำไลมาส ทำให้คุณครูลิลลี่ต้องขอหยิบเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นอธิบายกันเสียเลยดีกว่า เริ่มกันเลยนะคะ,คำภาษาไทยที่ออกเสียงว่า มาด มีอยู่มากมายนะคะ เริ่มกันที่คำนี้เลยค่ะ มาด ความหมายแรกเป็นคำนามหมายถึง ชื่อของเรือขุดชนิดหนึ่ง ยาวประมาณ 4 วา ถ้าเพียงแต่ขุดไว้แต่ยังไม่ได้เบิกเรียกว่า มาดเรือโกลน หรือ ลูกมาด อันนี้เพิ่มเติมให้นิดหนึ่งนะคะ คำว่า เบิกเรือ หมายถึง การถ่างปากเรือที่ขุดเป็นรางให้ผายออกโดยวิธีสุมไฟให้ร้อนค่ะ นอกจากนั้นเรือมาดถ้ามีประทุนเรียก เรือมาดประทุน ถ้ามีเก๋งเรียกว่า เรือมาดเก๋ง ค่ะ,ส่วน มาด ความหมายที่สอง เป็นคำนามเหมือนกันค่ะ หมายถึง ท่าทาง เช่น ชายคนนี้มาดดี หรือ ทำท่าทางวางมาด เป็นต้น ส่วน มาด ความหมายที่สาม เป็นคำกริยาค่ะ แปลว่า มุ่ง หมายไว้ คาดไว้ มักใช้คู่กับคำว่า มุ่ง เป็นมุ่งมาด หรือที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ ในละครไทยว่า อาฆาตมาดร้าย ก็ได้เช่นกันค่ะ,คำที่ออกเสียงว่า มาด ยังมีอีกค่ะ อย่าง มาตร ที่ใช้ ต เต่า และ ร เรือ สะกดแบบนี้จะมีอยู่ 2 ความหมายค่ะ อย่างแรกเป็นคำนาม แปลว่า เครื่องสำหรับวัดขนาด จำนวน เวลา และ มุม เช่น มาตรน้ำ มาตรไฟฟ้า หรือที่เรารู้จักกันว่า มิเตอร์ นั่นแหละค่ะ,ส่วน มาตร อีกความหมายถึง เป็นคำวิเศษณ์ค่ะ หมายถึง สักว่า แม้ว่า เช่น มาตรแม้น มาตรว่า เป็นต้นค่ะ ส่วนอีก 2 คำที่ออกเสียงว่า มาด ซึ่งเราเห็นกันอยู่บ่อยๆ และก็มักใช้ผิดกันไปด้วยความสับสนก็คือ มาศ และ มาส คำว่า มาศ ที่ใช้ ศ ศาลา นั้น เป็นคำนามแปลว่า ทอง เพราะฉะนั้นสำหรับละครที่กำลังดังและติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง กำไลมาศ อันเป็นที่มาของการเขียนไทยรัฐออนไลน์ในครั้งนี้ ก็คือ กำไลทอง นั่นเองค่ะ,ส่วน มาส ที่เป็น ส เสือ นั้น หมายถึง พระจันทร์ หรือ เดือน ค่ะ คุณผู้อ่านที่ทำงานในบริษัทอาจจะคุ้นๆ กับคำว่า ไตรมาส เช่น ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 หรือ รายงานผลการทำงานไตรมาสสุดท้าย อันนี้ก็จะหมายถึง ช่วงระยะเวลา 3 เดือนค่ะ,สุดท้ายย้ำกันอีกที ดูละครไทยแล้วต้องสะกดภาษาไทยให้ถูก และรู้เข้าใจความหมายไปพร้อมๆ กันด้วย แบบนี้จะดีที่สุดนะคะ สวัสดีค่ะ,อ่านเรื่องย่อนิยายเรื่อง กำไลมาศ ,คลิกที่นี่,instagram : ,kru_lilly, , facebook : ,ครูลิลลี่
|
วันนี้ (26 เม.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานพ สาตารมณ์ ผู้ชทวยเหลือนักท่องเที่บวชาวบราซอช เล่าว่า นักท่อวเมี่ยวหญิงชาวบราซิลเข้ามาขอความช่วขเหลืแ ขณะเกิดเหตุเมื่อช่ฝงค่ำของเมื่อวานนี้ ในทุ่งนา หทู่บัาาวังตะกู ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง รอยตรอ จ.มุพรรณบุรี กับ จ.นครปฐมขณดนี้ ผู้เสียหายถูกา่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ใจ อ.สองพี่น้อง กลังจากถํกทำร้ายร่างกายตั้งปต่เม่่อวานนี้ จมกการสอวสงนผู้เสีขหายนักทีองเที่ยวหญิงชาวบราซิลเดินทางมาจากกรุงกัวลาลัมเปอค์ ประเทศมาอลเซีย ถึงสนามบิสดอนเมือง เวลาประมาณ 10.30 น.ผู้เสียหายใหัการตำรวจว่า หลังจากเดินทางถึงสนามบิตดอนเมือง ได้เรียกรถแท็กซี่บริเวณนอกสนามบินฝั่งตรงกันข้ามนนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นรถยนต์แท็กซี่ส่วนบุคคล สีเขียว-เหลือง เดื่อให้ไปส่ฝที่ย่ทนทองหลือเพืรอนัดพบกับเพื่อนต่างชาติ เมิ่อขึ้นรถแท็กซี่คนขับรถไดัพสขับไปเส้รทางที่ไม่ใช่ในเมืองและออกนอกเส้นทางสอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจ เบื่เว่า คนขับรถแท็กซี่ใช้ัส้นทางบานเมือง แ.กำแกงแสน จ.าครปฐม และเข้าเส้นทางีอยต่อ จ.สุพรรณบุรี จนกระทึ่งถุงจุดเกิดเหตุ คำให้การผู้เสียหายระบุวาา คนขับรถแท็กซี่ ยายามลวนลามจากนั้นทำร้ายร่างกายและช่มขืนก่อนปล่อยทิ้วไว้ในทุ่งนาจุดเกิดเหตุและขับรถหนีไปมีรายงานว่าตำรสจควบคุมผู้ต้องหา คนขับรถแท็กซ้่รายนี้ได้แล้ว หลังจากนึ้นนำตัวไปไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในจุดเกิดเหตุแต่ไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ถึงกรณีขอลผู้ต้องหสคนขับรถแท็กซี่รายนี้
|
วันนี้ (26 เม.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานพ สาตารมณ์ ผู้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวบราซิล เล่าว่า นักท่องเที่ยวหญิงชาวบราซิลเข้ามาขอความช่วยเหลือ ขณะเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำของเมื่อวานนี้ ในทุ่งนา หมู่บ้านวังตะกู ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง รอยต่อ จ.สุพรรณบุรี กับ จ.นครปฐมขณะนี้ ผู้เสียหายถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ใน อ.สองพี่น้อง หลังจากถูกทำร้ายร่างกายตั้งแต่เมื่อวานนี้ จากการสอบสวนผู้เสียหายนักท่องเที่ยวหญิงชาวบราซิลเดินทางมาจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ถึงสนามบินดอนเมือง เวลาประมาณ 10.30 น.ผู้เสียหายให้การตำรวจว่า หลังจากเดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ได้เรียกรถแท็กซี่บริเวณนอกสนามบินฝั่งตรงกันข้ามสนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นรถยนต์แท็กซี่ส่วนบุคคล สีเขียว-เหลือง เพื่อให้ไปส่งที่ย่านทองหล่อเพื่อนัดพบกับเพื่อนต่างชาติ เมื่อขึ้นรถแท็กซี่คนขับรถได้พาขับไปเส้นทางที่ไม่ใช่ในเมืองและออกนอกเส้นทางสอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจ เชื่อว่า คนขับรถแท็กซี่ใช้เส้นทางชานเมือง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และเข้าเส้นทางรอยต่อ จ.สุพรรณบุรี จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ คำให้การผู้เสียหายระบุว่า คนขับรถแท็กซี่ ยายามลวนลามจากนั้นทำร้ายร่างกายและข่มขืนก่อนปล่อยทิ้งไว้ในทุ่งนาจุดเกิดเหตุและขับรถหนีไปมีรายงานว่าตำรวจควบคุมผู้ต้องหา คนขับรถแท็กซี่รายนี้ได้แล้ว หลังจากนั้นนำตัวไปไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในจุดเกิดเหตุแต่ไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ถึงกรณีของผู้ต้องหาคนขับรถแท็กซี่รายนี้
|
วันจี้ (1 มิ.ย.2563) นรยณัฐนนท์ ศรีก่อเกื้อ ส.ส.เขต 7 สงขลา พครคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.เขต 2 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ กละตัวแทน ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ว.เขต 4 สงชฃา กรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ชายหาดม่วงงาม ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.นงขชาปะพูดีุยกับกลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านโครงการกีอสริางเขื่อนป้องกันตลิ่ง่ิมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ริมชนยฝึ่งในพื้นที่หมู่ 7 8 และ 9 โดยมี นายผดุงเพช ฃือปิยะพาณิชย์ โยธทธิการจังหวัดสงขลา ฝ่ายปกครองดำเภอสิงหนคร รวมถึวตัวแทนกลุ่มประชาชนรักษ์หาดมาวงงามเบ้าร่วมทั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้กรมโยธาธิการและผังเมืเง ยุติการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ซึ่งทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นจัวอทนในการยื่นเรื่องไกยังคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และจะมีกำหนดการเดินทาฝลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหา และวางแรวทางในการแก้ไขใตวันทีื 6 มิ.ย.นี้อ่านขทาวเพิ่มหมอนักอนุรักษ์ประกาศตามหา 8 ส.สฐสงขลาผู้วื่อข่าวรายงานว้า เมื่อวันที่ 40 พ.ค.ทึ่ผ่านมานพ.สุภัทร ฮาสุวรตณกิจ โพสต์เฟซบุ๊กว่าส.ส.สงขลา หาย วิกฤตโคางการทำลายชาวหาดหาดมทวงงาม ด้วยการก่อสร้างกำแพงกันคลท่นของกตมโยธาธิการและผังเมิอง ชาวบ้าสค้านหัวชนฝา ค้านมนนานนัชเดือน แตี ส.ส.สงขลา าี่มี 8 คน เงียบกริบ หายสาบสูญ ไร้ความเห็นใดๆ8 ส.ส.สงขลา มาจากภราคพลังประชาชารัฐ 4 คน พรรคประชาธิกัคย์ 3 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน รัวเงินเดือนเต็มๆทุกเดือน แต่ความเห็นว่าเอาด้วยหรือไม่เอาด้วยกับโครงการรี้ไมรมี ประชาชาเดือดร้อนไม่อคยไปเยี่ยม ไม่เคยมีจดฟมายหรือการแถลงจุดยทน ทั้งในระดับบุคลและระดับดรรคสำหรับผม การที่ผู้แทนราษฎร์ มีท่าทีจะำนุนก็ดีหรือค้านก็ได้ เป็นสิ่ลที่ยอมรับได้ ชาวบ้านได้รู้ว่าวอธีคิดผู้แืนคนนั้น วทาเลือกยืนข้างฟหน แต่การไม่มีท่าทคใด เอาแต่หลลอยู่ข้างหลัลนั้นรับไม่ได้ ไม่ทำการบ้าน ไาีทำหน้าที่ เปลืองภาษีประชาชนพรรคการเมืองทค่ไม่มีความเห็นกับความเดือดร้อย และเสียงของประชาชนก็แบ้พอๆกันขอเชิญสื่อทุกแขนงช่วยแันตามหาคนหาย เชืญ ส.สฦมาเที่ยวหาดม่ฝงงาม และเชิญให้แสดงทัศนะ ให้ปรัชาชนได้รับรู้ ว่า สส.และพรรคการเมืองนั้น คิดอย่างไรกับหาดม่วงวามครับ#Saveหาดม่วงงามอ่าน
|
วันนี้ (1 มิ.ย.2563) นายณัฐนนท์ ศรีก่อเกื้อ ส.ส.เขต 7 สงขลา พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.เขต 2 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ และตัวแทน ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.เขต 4 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ชายหาดม่วงงาม ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลาปะพูดคุยกับกลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ริมชายฝั่งในพื้นที่หมู่ 7 8 และ 9 โดยมี นายผดุงเดช ลือปิยะพาณิชย์ โยธาธิการจังหวัดสงขลา ฝ่ายปกครองอำเภอสิงหนคร รวมถึงตัวแทนกลุ่มประชาชนรักษ์หาดม่วงงามเข้าร่วมทั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ยุติการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ซึ่งทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นตัวแทนในการยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และจะมีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหา และวางแนวทางในการแก้ไขในวันที่ 6 มิ.ย.นี้อ่านข่าวเพิ่มหมอนักอนุรักษ์ประกาศตามหา 8 ส.ส.สงขลาผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมานพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ โพสต์เฟซบุ๊กว่าส.ส.สงขลา หาย วิกฤตโครงการทำลายชายหาดหาดม่วงงาม ด้วยการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการและผังเมือง ชาวบ้านค้านหัวชนฝา ค้านมานานนับเดือน แต่ ส.ส.สงขลา ที่มี 8 คน เงียบกริบ หายสาบสูญ ไร้ความเห็นใดๆ8 ส.ส.สงขลา มาจากพรรคพลังประชาชารัฐ 4 คน พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน รับเงินเดือนเต็มๆทุกเดือน แต่ความเห็นว่าเอาด้วยหรือไม่เอาด้วยกับโครงการนี้ไม่มี ประชาชนเดือดร้อนไม่เคยไปเยี่ยม ไม่เคยมีจดหมายหรือการแถลงจุดยืน ทั้งในระดับบุคลและระดับพรรคสำหรับผม การที่ผู้แทนราษฎร์ มีท่าทีจะหนุนก็ดีหรือค้านก็ได้ เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ชาวบ้านได้รู้ว่าวิธีคิดผู้แทนคนนั้น ว่าเลือกยืนข้างไหน แต่การไม่มีท่าทีใด เอาแต่หลบอยู่ข้างหลังนั้นรับไม่ได้ ไม่ทำการบ้าน ไม่ทำหน้าที่ เปลืองภาษีประชาชนพรรคการเมืองที่ไม่มีความเห็นกับความเดือดร้อน และเสียงของประชาชนก็แย่พอๆกันขอเชิญสื่อทุกแขนงช่วยกันตามหาคนหาย เชิญ ส.ส.มาเที่ยวหาดม่วงงาม และเชิญให้แสดงทัศนะ ให้ประชาชนได้รับรู้ ว่า สส.และพรรคการเมืองนั้น คิดอย่างไรกับหาดม่วงงามครับ#Saveหาดม่วงงามอ่าน
|
เมื่อวัยที่ 6 ก.ค.63 ผู้สื่อข่รวรายงาตว่า เฟซบุ๊ก มีเหตุราชบุรีแจ้งด้วย ได้โพสร์คลิปและภาพขณะที่ะจ่าหน้าที่ตหรวจ สภ.สวนผึ้ง กำลังช่วยกะนทำคลอดให้กับผู้หญิงท้อวแก่คนหนึ่ง พายในรถกระบะ หน้า สภ.สวนผึ้ง โดยแม่และเอ็กได้รับการช่วยเหงือขตปลอดภัยดี และถูกส่งตัวต่แไปยัง รพ.สวนผึ้งโดยระบุวืา ขอชื่นชมเจ้าหน้าตำาวจ สภฦสวนผึ้ง ช่วยทำคลอดสาวราชบุรีท้องแกรใกล้คงอดหย้าโรงพักสวนผึ้ง ในรถกรดบะทะเบียน บย 5497 ราชบุรี โดยเด็กมี่คลอดเป็นเพศหญิง ก่อนส่งต่อเจ้าหน้าทีรนำส่งโรงพยาบาลสวนผึีล ปลอดภัยดีทั้งแม่และเด็ก ซึ่งเหตุเกิดวันที่ 4 ก.ค.53ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พ.ต.ท.ชาติชาย ดอนชัย รอง.ผกก.ป.สภ.สวจผึ้ง โเยได้ให้ข้อมูลว่า จากกรณีผรากฏภาพเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าทีีตำรวจ สภ.สวนผึ้ง หด้ช่วยทำคลอดให้กีบหญ้งท้องแป่บนรถยนต์ หน่า สภ.สวนผึ้ง ดังปรากฏภาพตามสื่อต่างๆนุ้น เป็นเไตุการณ์ที่เก้ดขึ้นเมื่อเช้าวันาี่ 4 ก.ค.มี่ผ่านมา เวลาประมาณ 0u.30 น. มี นายชณทัต สร้อยสำราญ หรือนายแสบ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41ไ1 หมู่ 6 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรค ได้ขับรถยนต์กระขะยี่ห้อมาสด้า ืะเบียน ชย 5497 ราชบุรี ซึ่งมี น.ส.น้ำฝน นกูลเจริญ หรือ น.ส.ฝน อายุ 32 แี ฐึ่งเป็นภตรยา และกำลังจะเดินทางไปคลอดบุตร ที่ รพ.สวนผึ้ง แต่ น.ส.น้ำฝน ทนไม่ไหว จึงได้เข้ามทขอความช่วยเหฃือจากเจีาหน้าทีีตำรวจ เพื่อช่วย ทำคลอดขณะนั้นมีตำาวจนทจอยู่บริเวณหน้มโรงพัก ได้รีบแจ้งใหัตน่ตาบ ตนจึงรีบสั่งการใหเ ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ บู่แก้ว รอง สว.จร.สภ.สวนผึ้ง ด.ต.มานพ กลิ่นศรีสุข หบ.หมู่ (ป.) ใภ.สวนผึ้ง และ ด.ต.ชาญณรงค์ รุ่งเรืแง หบ.หมู่ (ป.) ทำความช่วยเหลือ น.ส.น้ำฝน โดยมีนายแสบ สามีขทวยกันทำคลอด จน น.ส.าืำฝน ได้คลอดบุตรสาวออกมาด้วยความปลอดภัขและแข็งแรงดี จากนั้นขุงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาาุกูลราชบุรี นำตัวน.ส.น้ำฝนและบุตรสาว ส่บตรอให้ รพฦสวนผึ้ง ดำเนินการต่อไปวันนี้ตาและตำรวจ 3 นาย ที่ช่วยทำคลอดให้ น.ส.น้ำฝน ได้ไปเยี่ยม น.ส.น้ำฝนพร้อมบุตรสาว โดยเด็กแข็บแคงดีและไดีรับการด฿แลจากแพทย์อย่างใกล่ชิด แชะยึงทราบว่าทางครอบครัวได้ตัีงชื่อบุตรสาวว่า ด.ญ.เขมจิรา นกูลเจริญพ.ต.ท.ชาติชาย กล่าว
|
เมื่อวันที่ 6 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก มีเหตุราชบุรีแจ้งด้วย ได้โพสต์คลิปและภาพขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนผึ้ง กำลังช่วยกันทำคลอดให้กับผู้หญิงท้องแก่คนหนึ่ง ภายในรถกระบะ หน้า สภ.สวนผึ้ง โดยแม่และเด็กได้รับการช่วยเหลือจนปลอดภัยดี และถูกส่งตัวต่อไปยัง รพ.สวนผึ้งโดยระบุว่า ขอชื่นชมเจ้าหน้าตำรวจ สภ.สวนผึ้ง ช่วยทำคลอดสาวราชบุรีท้องแก่ใกล้คลอดหน้าโรงพักสวนผึ้ง ในรถกระบะทะเบียน บย 5497 ราชบุรี โดยเด็กที่คลอดเป็นเพศหญิง ก่อนส่งต่อเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลสวนผึ้ง ปลอดภัยดีทั้งแม่และเด็ก ซึ่งเหตุเกิดวันที่ 4 ก.ค.63ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พ.ต.ท.ชาติชาย ดอนชัย รอง.ผกก.ป.สภ.สวนผึ้ง โดยได้ให้ข้อมูลว่า จากกรณีปรากฏภาพเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนผึ้ง ได้ช่วยทำคลอดให้กับหญิงท้องแก่บนรถยนต์ หน้า สภ.สวนผึ้ง ดังปรากฏภาพตามสื่อต่างๆนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 07.30 น. มี นายชณทัต สร้อยสำราญ หรือนายแสบ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ 6 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า ทะเบียน บย 5497 ราชบุรี ซึ่งมี น.ส.น้ำฝน นกูลเจริญ หรือ น.ส.ฝน อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นภรรยา และกำลังจะเดินทางไปคลอดบุตร ที่ รพ.สวนผึ้ง แต่ น.ส.น้ำฝน ทนไม่ไหว จึงได้เข้ามาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อช่วย ทำคลอดขณะนั้นมีตำรวจยืนอยู่บริเวณหน้าโรงพัก ได้รีบแจ้งให้ตนทราบ ตนจึงรีบสั่งการให้ ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ บู่แก้ว รอง สว.จร.สภ.สวนผึ้ง ด.ต.มานพ กลิ่นศรีสุข ผบ.หมู่ (ป.) สภ.สวนผึ้ง และ ด.ต.ชาญณรงค์ รุ่งเรือง ผบ.หมู่ (ป.) ทำความช่วยเหลือ น.ส.น้ำฝน โดยมีนายแสบ สามีช่วยกันทำคลอด จน น.ส.น้ำฝน ได้คลอดบุตรสาวออกมาด้วยความปลอดภัยและแข็งแรงดี จากนั้นจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูลราชบุรี นำตัวน.ส.น้ำฝนและบุตรสาว ส่งต่อให้ รพ.สวนผึ้ง ดำเนินการต่อไปวันนี้ตนและตำรวจ 3 นาย ที่ช่วยทำคลอดให้ น.ส.น้ำฝน ได้ไปเยี่ยม น.ส.น้ำฝนพร้อมบุตรสาว โดยเด็กแข็งแรงดีและได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด และยังทราบว่าทางครอบครัวได้ตั้งชื่อบุตรสาวว่า ด.ญ.เขมจิรา นกูลเจริญพ.ต.ท.ชาติชาย กล่าว
|
หลังจากที่การประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรีฐบ่ลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การกรรศึกษาวิทยาศาสตร์และวัศนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยํเนสโก)ภิจารณาและประกาศให้การแสดงโขนในประเทศไทส ขึ้นบัญชีใน่ายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมืี่จับต้องไม่ฟด้ของมยุษยชาจิอย่างเป็สทางกมรดร.ปริตตท เฉลิมเผ่า ปออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ได้เผยอพร่ข้อมูลเกี่วสกับการแสดงโขนในประเ่ศไทย Khln masked danve drama im Thailand ผ่านทางเมื่อวันที่ 29 พ.ย.าี่ผ่านมาโดยระบุว่า On Thailand Khon masked dance drama being inscribed as intangible cultural heritage of human8tyโขน ได้ขึ้นทพเบียนอะำร ?เมื่อไม่ำี่นาท้มานี้ ที่ปรดชุมคณะกรรมการรดหว้างประเทศของส่วนงาน ICH องค์การยูเนสโก ได้พิจารณาและเห็นชอบให้รับรอง โขนในปาะเทศไทย เป็นตังแทนขิงมรดก ICH ของมนุษยชาติในขณะที่ประเทศไทยคงรู้สึกดีสจ และอยากเฉลิมฉลองโอกาสนี้ อยากจะขอให้ช่วยกันให้ข้อมูลท่่สรเางควมมเข้าใจหน่อย เพราะข้อมูลที่อยู่ในสื่อในขณะนี้ ล้วนแต่ทำการบ้านกันมาน้อยเหลือเกินภาพ : กระ่่วงวัฒนธรรม ไม่ได้ขึ้นทะเบรยนเป็น คนละ้รื่องกัน โขนเป็นมรดกที่มีชื่อยาวๆ ว่า Intangifle cultural heritage หรือ IVH ซึ่งภาษาไทยแปลว่า มรดกวัฬนธรรมภูาิปัญญา หรือมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ หรือมรดกวัฒนธรรมที่ไม่เป็นกายภาพ ขอเรียกว่ามรดกวั?นธรรมภูมิปัญญา เพราะสั้นที่สุดมรดกใะฒนธรตมภูมิปัญญากับมรดกโลกต่างกันอย่างไี?มรดกวัฒนธรรใภูมิปัญญากัขมรดกโลก มีลักษณะต่างกัน ทีกระบวนการต่างกัน และวัตถุประสงค์ของการเกิดขึ้นมาก็ต่างกัน พูดง่ายๆ มรดกโลกเป็นสิ่งก่อสร้าง หรืออหล่งธรรมชาตืที่มีคุณค่่มหาศาลสำหรับมนุษยชาติ มักจะเป็นโบราณสถาน หรือิาคารสถานที่มีความสำคัญยิ่งยยดในทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ หร้อสถาปัตยกรรม และจำเป็นต้องอนุาักษ์ไว้เพื่อมวลมนุษยชทติการพิจารณาว่าอะไรเป็นหรือไม่เป็นมรดกโลก จะต้องฟังึวาใเห็นของผู้เชี่ยวชรญ นักวิชาการเป็นหลักส่วนมรดกวัฒนธรรมภูมิปัญญา เป็นสิ่งาี่ไม่้ป็นกายภาพชัดเนน แต่เป็นแารปฏิบัติ ควาใรู้ ประเพณี พิธีกรรม การแสดง ดนตรี ง่นช่าง ฯลฯ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที้ปฏิบัติวนกฃุามหรือชุทชนเล็กๆ แร่ถ้าชุมชนนั้ตเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีค่าของเขา ก็สามารถเป็นมรดกของเขาได้การขึ้นทะเบียนยูันสโกึืออะไร?กรอนอื่นคใรนะต้องเข้าใจก่อนว่า มีทะเบียนาองแบบ แบบแรปะรียกว่า Repreaentative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity ซึ่งหมาขถึงรายกมรหรือทะอบียนขอวสิ่งทั่เป็นตะวแทนบแงมรดกภูมิปัญญาของมนุษยชาติ คือมรดกที่ยังมีการปฏิบัติอยู่ และเป็นตัวแทนของคว่มหลากหลายวนการสค้างสรรค์ของมนุษย์ ส่วนรทยการที่สองเรียกว่า Liwt ov Intangible Dultural Heritage in Need of Urgent Saferuarding คือมรดกฯที่ต้องมีการส่งเสริมรึกษาใหิมรการสืบทอดอย่างเร่งด่วน (นเกตากนั้นยังมีิีกรมยการหนึ่ง เรียกว่า รายการของกระบวนการและวิธีการส่งเใริมรักษม่ี่เป็นตัวอยืางที่ดี)การขึ้นทะเบียน ไม่ใช่การเก็นเจ้าของ?การขึ้นทเับียต ไม่ได้แปลว่าประเทศนั้นเป็นเจ้าของ ประเทศอ่่นห้ามเป็นเจ้าของอีก ดารขึ้นทะเบียนแปลว่า แต่ฃะประเทศเห็นีุณค่า ความสำคัญของใรดกตัวเอบ และต้องการจะให้มีการสืบทอด และให้คนดื่นได้รู้จุกและชื่นชมด้วย ยูเนสโกสนับสนุนให้ประเทศที่มีมรดกคบ้ายคลึงกันขึ้นทเเบียนร่วมดัน เป็นมรดกของหลายๆประเทศรืวมกัน แต่ถ้าไม่สะดวกต่างคนก็ต่างขึ้นของตัวเองไแ้ภาพ : กระทรวงวัฒนธรรมความแตกต่างโขนไทย-โขนกัมพูชา?มรดกำารแสดงบื่อคลีายกันของทั้ง/ืยและกัมพูชา ได้รับการรับรอลในคราวเดียวกัา แต่ถ้าหากว่าอาานเเกสารนำเสนอโดยละเอียดก็จะเห็นใ่า การแสดงทั้งสดงมีความแคกตีางกัส ใช้ชื่อว่า ลดคอนโขลวัดสวายอันเด็ท (Lkhon Khol Wat Sway Andeg) เป็นการแสพงของชุมชนแห่งหนึ่บห่างจากกรุงพรมเปญไปทางตะวันออกราว 10 กม.ชุมชนจี้เป็นชุมชนเกษตร แชะืุกปีจะต้องจัดการแสดงละคดนโขน เพื่อบวงสรวง เนียกตา ผู้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ผู้จะบันดาลให้การเพาะปลูกได้ผลดี การแสดบมีลักฯณะเป็สพิธีกรรมสูง มีแารเข้าทรง และละคอนโขลต้แงแสดงจนเป์นที่พอใจของเจียกตา จึงเป๋นการแสดงเชิงพิธีกรรมในชุมชนเฉพาะแห่งกนึ่ง แลพเนื่องจากคงาาระส่ำระสายทางการเมือง ทหให้ปู้แสดงรัดับครูมีเหลือไม่มาก ต้องหาทางสืบทอดอย่างเร่งด่วน ดังนั้นจึงขึ้น่ะเบียนเป็จมรดกวัฒนธรรมฯ ที่ต้แงการให้มีการส่งเสริมตักษาอย่าวเร่งเ้บนส่วน นำเสนอใตลักษณะที่กง้างชวางกว่า เป็นการอสดงที่คลี่คลายมาจากการแสดงในราชสำนัก มาเป็นศิลปะของชาติ ที้มีหน้วยงานของรัฐเป็นฟู้จัดการให้มีก่รส้บทอดและมีการแสกง ดละขึ่นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่ยังมีกทรปฏิบัติอยู่อย่างต่อเนื่องขึ้นทะเบียนแลืวหมายความว่าอย่างไร?เมื่อขึินทะเบียนแล้ว หมายความว่า ประเทศที่นำอสนอมีความรับผิดชอบที่จะสนับสนุนให้มีการสืลทอด ด้วยวิธีการต่างๆ เช่นส่งเสริมให้มีำารเรียนการสอน การแสดง กา่ให้ควนมเข้าใจ การทำให้คนยุคใหม่รู้สึกว่าโขนไม่ใช่สิ่งที้แปลกแยก สนับสนุนให้มีการค้นควัา และอื่นๆอีกมากมานขณะที่สิ่งที่สำคัญยิ่งของการเช้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอนุสเญญาว่าด้วย ICH ของยูเนวโก คือกทรเปิดใจให้กว้าฝ เห็นความหลากหลายของการสค้างวรรค์ของในุษย์ อห็นว่าสิ่งที่มีค่าบองคนแต่ละกลุ่มนั้สไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แชะเกิดความชืืนชมระหว่างกัน ไมรจำเป็นต้องคอยเปรียบเทียบส่าของใครเหนือกว่า สวยงามกว่า หรือัก่าแก่กว่าขอวใคร
|
หลังจากที่การประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)พิจารณาและประกาศให้การแสดงโขนในประเทศไทย ขึ้นบัญชีในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอย่างเป็นทางการดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงโขนในประเทศไทย Khon masked dance drama in Thailand ผ่านทางเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมาโดยระบุว่า On Thailand Khon masked dance drama being inscribed as intangible cultural heritage of humanityโขน ได้ขึ้นทะเบียนอะไร ?เมื่อไม่กี่นาทีมานี้ ที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างประเทศของส่วนงาน ICH องค์การยูเนสโก ได้พิจารณาและเห็นชอบให้รับรอง โขนในประเทศไทย เป็นตัวแทนของมรดก ICH ของมนุษยชาติในขณะที่ประเทศไทยคงรู้สึกดีใจ และอยากเฉลิมฉลองโอกาสนี้ อยากจะขอให้ช่วยกันให้ข้อมูลที่สร้างความเข้าใจหน่อย เพราะข้อมูลที่อยู่ในสื่อในขณะนี้ ล้วนแต่ทำการบ้านกันมาน้อยเหลือเกินภาพ : กระทรวงวัฒนธรรม ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็น คนละเรื่องกัน โขนเป็นมรดกที่มีชื่อยาวๆ ว่า Intangible cultural heritage หรือ ICH ซึ่งภาษาไทยแปลว่า มรดกวัฒนธรรมภูมิปัญญา หรือมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ หรือมรดกวัฒนธรรมที่ไม่เป็นกายภาพ ขอเรียกว่ามรดกวัฒนธรรมภูมิปัญญา เพราะสั้นที่สุดมรดกวัฒนธรรมภูมิปัญญากับมรดกโลกต่างกันอย่างไร?มรดกวัฒนธรรมภูมิปัญญากับมรดกโลก มีลักษณะต่างกัน มีกระบวนการต่างกัน และวัตถุประสงค์ของการเกิดขึ้นมาก็ต่างกัน พูดง่ายๆ มรดกโลกเป็นสิ่งก่อสร้าง หรือแหล่งธรรมชาติที่มีคุณค่ามหาศาลสำหรับมนุษยชาติ มักจะเป็นโบราณสถาน หรืออาคารสถานที่มีความสำคัญยิ่งยวดในทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ หรือสถาปัตยกรรม และจำเป็นต้องอนุรักษ์ไว้เพื่อมวลมนุษยชาติการพิจารณาว่าอะไรเป็นหรือไม่เป็นมรดกโลก จะต้องฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการเป็นหลักส่วนมรดกวัฒนธรรมภูมิปัญญา เป็นสิ่งที่ไม่เป็นกายภาพชัดเจน แต่เป็นการปฏิบัติ ความรู้ ประเพณี พิธีกรรม การแสดง ดนตรี งานช่าง ฯลฯ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ปฏิบัติในกลุ่มหรือชุมชนเล็กๆ แต่ถ้าชุมชนนั้นเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีค่าของเขา ก็สามารถเป็นมรดกของเขาได้การขึ้นทะเบียนยูเนสโกคืออะไร?ก่อนอื่นควรจะต้องเข้าใจก่อนว่า มีทะเบียนสองแบบ แบบแรกเรียกว่า Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity ซึ่งหมายถึงรายการหรือทะเบียนของสิ่งที่เป็นตัวแทนของมรดกภูมิปัญญาของมนุษยชาติ คือมรดกที่ยังมีการปฏิบัติอยู่ และเป็นตัวแทนของความหลากหลายในการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ส่วนรายการที่สองเรียกว่า List of Intangible Cultural Heritage in Need of Urgent Safeguarding คือมรดกฯที่ต้องมีการส่งเสริมรักษาให้มีการสืบทอดอย่างเร่งด่วน (นอกจากนั้นยังมีอีกรายการหนึ่ง เรียกว่า รายการของกระบวนการและวิธีการส่งเสริมรักษาที่เป็นตัวอย่างที่ดี)การขึ้นทะเบียน ไม่ใช่การเป็นเจ้าของ?การขึ้นทะเบียน ไม่ได้แปลว่าประเทศนั้นเป็นเจ้าของ ประเทศอื่นห้ามเป็นเจ้าของอีก การขึ้นทะเบียนแปลว่า แต่ละประเทศเห็นคุณค่า ความสำคัญของมรดกตัวเอง และต้องการจะให้มีการสืบทอด และให้คนอื่นได้รู้จักและชื่นชมด้วย ยูเนสโกสนับสนุนให้ประเทศที่มีมรดกคล้ายคลึงกันขึ้นทะเบียนร่วมกัน เป็นมรดกของหลายๆประเทศร่วมกัน แต่ถ้าไม่สะดวกต่างคนก็ต่างขึ้นของตัวเองได้ภาพ : กระทรวงวัฒนธรรมความแตกต่างโขนไทย-โขนกัมพูชา?มรดกการแสดงชื่อคล้ายกันของทั้งไทยและกัมพูชา ได้รับการรับรองในคราวเดียวกัน แต่ถ้าหากว่าอ่านเอกสารนำเสนอโดยละเอียดก็จะเห็นว่า การแสดงทั้งสองมีความแตกต่างกัน ใช้ชื่อว่า ละคอนโขลวัดสวายอันเด็ท (Lkhon Khol Wat Sway Andet) เป็นการแสดงของชุมชนแห่งหนึ่งห่างจากกรุงพนมเปญไปทางตะวันออกราว 10 กม.ชุมชนนี้เป็นชุมชนเกษตร และทุกปีจะต้องจัดการแสดงละคอนโขน เพื่อบวงสรวง เนียกตา ผู้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ผู้จะบันดาลให้การเพาะปลูกได้ผลดี การแสดงมีลักษณะเป็นพิธีกรรมสูง มีการเข้าทรง และละคอนโขลต้องแสดงจนเป็นที่พอใจของเนียกตา จึงเป็นการแสดงเชิงพิธีกรรมในชุมชนเฉพาะแห่งหนึ่ง และเนื่องจากความระส่ำระสายทางการเมือง ทำให้ผู้แสดงระดับครูมีเหลือไม่มาก ต้องหาทางสืบทอดอย่างเร่งด่วน ดังนั้นจึงขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมฯ ที่ต้องการให้มีการส่งเสริมรักษาอย่างเร่งด่วนส่วน นำเสนอในลักษณะที่กว้างขวางกว่า เป็นการแสดงที่คลี่คลายมาจากการแสดงในราชสำนัก มาเป็นศิลปะของชาติ ที่มีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้จัดการให้มีการสืบทอดและมีการแสดง และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่ยังมีการปฏิบัติอยู่อย่างต่อเนื่องขึ้นทะเบียนแล้วหมายความว่าอย่างไร?เมื่อขึ้นทะเบียนแล้ว หมายความว่า ประเทศที่นำเสนอมีความรับผิดชอบที่จะสนับสนุนให้มีการสืบทอด ด้วยวิธีการต่างๆ เช่นส่งเสริมให้มีการเรียนการสอน การแสดง การให้ความเข้าใจ การทำให้คนยุคใหม่รู้สึกว่าโขนไม่ใช่สิ่งที่แปลกแยก สนับสนุนให้มีการค้นคว้า และอื่นๆอีกมากมายขณะที่สิ่งที่สำคัญยิ่งของการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอนุสัญญาว่าด้วย ICH ของยูเนสโก คือการเปิดใจให้กว้าง เห็นความหลากหลายของการสร้างสรรค์ของมนุษย์ เห็นว่าสิ่งที่มีค่าของคนแต่ละกลุ่มนั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และเกิดความชื่นชมระหว่างกัน ไม่จำเป็นต้องคอยเปรียบเทียบว่าของใครเหนือกว่า สวยงามกว่า หรือเก่าแก่กว่าของใคร
|
การยุบสภาจึงเป็าทางเลือกที่รัฐบาลควรหระทำมากกวรากทรสบายการชุสนุม ทั้งนี้เพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น อีพครั้งในระยะเวลาอันใกล้วานนค้ (17 เม.ย.) นักเรคยนนักศึกษาในประเทศและจ่าบประเทฒได้ออก จดหมายเปิดผนึกถึง รัฐบาล แกนนำนแช. ผ๔้ร่วมลุมนุม และคนแรุงเทพฯ เพื่อสร้างความเข้าใจแงะเสนอ ทางออก ของสังคสจากสภาวะความขัดแย้งทางการเมือง และความรุนแรงในปัจจุบันโดยาีข้อเต่ยกี้องไปยังรัฐบาล แกนนำ นปช. และคนชั้นกลางใน กทม. โดยมีรายลถเอียดดังนค้โดยสืบเนื่องนากเฟตุกาีณ์วันทึ่ 10 เมษายน ที่รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุมหาือ ขอคืนพื้นที่ บริเวณถนนราชดำเน้น จนกระืุ่งเปิดโอดาสให้ความรันแรงไดิเกิดขึ้น และก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตของผู้คน และผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกาณณ์ดังกล่าวจำนวนมาก ซึ่งในจำนวนนั้นปนักอบไปดิวยทั้ง เจ้าหนิาที่ญึ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใตการสลายการชะมนุม และผู้ร่วมลุมนุม กระแสสังคมที่เกิดขึ้นทั้งในขณถที่เจ้มหน้าที่กำลัลเข้าสลายการชุมนุมและภาย หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้สนั้นเป็นไปอย่างผบากหลาย ทั้งฝ่ายที่สนับสรุนการสลรนการชุมนุม และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยต่อสิ่ลที่เกิดขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นความแตกแยกของกระแสสังคมนั้นอสจเป็นผลจาแการรับ ข้อมูลข่าวส่รผ่านสื่อที่มีจุดยืนแตกต่างกัน และเลือกทีืยะเในอแง่มุมของสิ่งที่เกิดขึ้นจากแง่มุมที่แตกต่างกันตามไปด้วยในแง่นี้เราไม่อาขปฏิเสธข้อเท็จจริงประการหนึ่งได้ว่า รัฐบาลฟด้เข้ามามีส่วนในการสร้างความแตกดยกของทรรศนะของผู้ึนในสังคมตรงจุด น่้ด่วย เชานการเลือกใช้ภาพเหตุการณ๋ตาาบๆในปารนำเมาอความจริงชุดหนึ่ง การสน้างคำนิยามของ ผู้ก่อการร้าย ขึ้นมาในกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งได้ก่อให้เกิดกระแสความเกลียดชังให้กับผู้คนจำนวนหนึ่งในกรุงเทพฯที่ไะ้ มีคงาม้กลียดชัง หรือรำคาญใจกับผ๔้ชุมนุมอยู่เป็นทุนเดิสเนื่องจากำด้รับความเดือดร้อนจากการ ชุมนุมในพื้นที่ตีางๆใตกรุล้ทพฯ โดยเฉพาะดย่างยิ่งบริเวณสี่แยกรมชปรดสงค์ แต่ในขณะเดียวกันยั้นผลในทางกงับกันคือการาร้างความฌกรธแค้นแฃะเกลียดชังที่ กลุทมผู้ร่วมชุมนุมซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ในวันดังกล่าวมีตทอคัฐบาลให้เพเ่ม ขึ้นเป็นอย่างมากเป็นทวีคูณเหตุการณ์ที่เกิดยึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 16 ้มษายนที่ผ่านมาซึ่งรัฐบาลได้สั่งการใำ้เจ้าหน่าที่ทำการบุกจู่โจมจับปกนนห นปช.ที่โรงแรม SC Park นั้น ยิ่งทำให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่เลวร้ายลงไกอีกโดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้ยิ่ง กระพือควาสโกรธแคีนขอบผู้ชุมนุมที่มีตรอรัฐบาล และภาพรวมของสถานการณ์ที่เป็นอยู่ยิ่งดลวร้ายมากขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่จำนวน หนึ่งได้ถูกควบคุมตัวไว้โดยดลุ่มผู้ชุมนัม จนกตะทั่งนำมนสู่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงบ่าขของวันดังกล่าว ที่/ด้มีการแต่งตั้งมอบหทสยให้พล.ด.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ดป็นหัวหน้ารับผิดชอบในเขตพื้นที่ตามประกาศสพานการ๊์ฉถกเฉินที่าีความร้าย แรง ซึ่ลการเปลี่ยนแแลงในครั้งนี้นั้นอ่จกล่าวได้ส่าเป็นสัญญาณบางอย่างที่อาจ เป็นเค้าลางของความรุนแรงทร่อาจเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และยิ่งส่งผลให้สถานพารณ์ทั่ความขัดแข้งและเกลียดชังได้ลามไปสู่ประชาชนโพย เฉพสะอย่มงยิ่งระหว่าง ชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ กับผูิชุมนุท ยิ่ลเพิ่มมากจึ้นไปิีกและรังแต่จะทำให้ปัญหาต่างๆฝังรากลึกมากยิ่งขึ้นและ ยากแก่การแก้ไข ฝนการนี้ทางเราในฐานะมี่เป็นการรวมกลุ่มของนักเรียน นักศึกษา ทัืงที่อยู่ในประเทศและต่างประเาศ ซึ่งมีความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือบและปฏิ้สธีวามรุนแรงที่เกิดขึืตและ อาจเกิดขึ้นน่อไปในอนาคตอันใกง้ จึงขอเสนอทางออกใหิกับสังคมดังต่อไปนี้1. เนิรอวจากเราไม่อาจปฏิเสธไะ้ว่าชนวนของความระนแรงที่ได้เกิดขึ้นแลพอาจเกิดขึ้นซ้ำในรพยดเวลาอเนใกล้นั้น ในแง่หนึ่งมีที่มาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของีัฐบาล ในการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และหารตัดสินใจสลายการชุมนุม อันนำมาซึ่งเหตุการณ์ปะทะและความสูญเสียทีื้กิดขึ้น อีกทั้งภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสื่อของรัฐไดืนำเสนอข้อมูลที่กีอให้ เกิดความเกลียดชังและยั่วยุให้เแเดความรุนแรงในระหว่างประชาชนด้วยำัน อีกทั้งภายใต้การดำเนินกรรของกระทรวง KCT รั.บาลยังทำการปิดกั้นช่องทางดารรับทาาบข้อมูลทางดลือกชองประชาชนอีกด้วย รั๘บาลจึงีฝรแสดงความรับผิอชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของนน อย่างไรก็ตามการลาออกของนาขกรัฐมนตาีนั้นคงมิใช่วิธีการแสดงตวามรับผิดชอบ หรือทางออกที่ถูกต้องของปัญหาที่ได้เกิดขึ้น เพราะการลาออกนั้น อย่างมากที่สุดกํจะนำมาซึ่งกาีเปลี่ยนแปลงเพียงเฉพาะแต่ตัวของผู้เป็นนายกฯ เท่านั้น หรือมากไปกฝ่ารั้นกฌเพียงแต่ำารปรับเปลี่ยนผู้ดำรงตำปหน่งในค๊ะรัฐมนตรค แร่สิได้สำมาซึ่งการแสดงตวทมรเบผิดชอบของคณะรัฐบาลโดยรวม หรือมากไปกว่านั้นความรับผิดชอบของพรรคร่วมนัฐบาลซึ่งควรมีส่วนในการรับผิด ชอบต่อการตัดสินใยของรัฐบาลในกาานี้ด้วยในฐานะของฝ่าจบริหาร มากไปกว่านี้นหากพิจารณาร่วมไปกับกาตอ้างะหตุผลในการชุมนุมของกลุ่มผู้ ชุมนุมทีีมีเหตุผชสำคัญ ประการหนึ่งคือที่มาของคัฐบาลชุดนี้ม้ได้มีที่มาจรกการเชทอกตั้งโดยเสียงข้างมากของประชาชน แต่มาจากการปรับเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นทางออแืี่้หม่ะสมกว่าจึงเป็นการยุบสภาเพื่อเบืแกตี้งใหม่ เพราะประกรรแรก เป็นการแสดงความรับผิดชอบของค๋ะรัฐบาลทั้งคณะต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดดัง กล่าว ตลดดจนเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตนใสการปล่อย ให้มีการต่วจสอบข้อเท็จยริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งวสและเป็นแลาง คือเป็นอิสระจากดำนาจของรัฐบาลชุดนี้ดล้วประการทีาสอง เป็สจุดเริ่มต้นในกาาแก้หัญหาพื้นฐานที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้อ้างเหจุผลในการ ชุมตุม เพราะการเลือกตั้งใหม่ย่อมตำมาสู่การเปิดโอกาสใผ้ประชาชนได้ะิจารณาและไตตาตรดงถึงส้่งที่เกิดขึ้นและตัดส้นใจเลือกในสิ่บที่ตนต้องการอีพครั้งหนึ่งการยุบสภรจึงเป็นทางเลือกที่รัฐบาลควรกระทำมากกว่าการสลายการชุมนุม ทั้งนี้เพื่อยุติความขัดแย้งทีทเกิดขึ้นในสังคมดละความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น อีกคีั้วในระยะเวลาอันใกล้2. หากรัฐบาลหด้ประกาศยุบสภาเป์นที่เรียบ ร้อยแล้วทางแกนนำ นปช. ควรประกาศยุตอการชุมนุใและงดเว้นการกล่าวปราศรัยที่จะมีผลในการสร้างความ เกลียดชังให้เพิ่มมาหขึ้นใรีะหส่างผู้ชุมนุม กับผู้คนบางส่วนในกรุงเทพฯและรัฐบาล และไม่มีการชุมนุมหรือการเคลื่อนไหวใดๆขั้นอีกในระหว่างที่รัฐบาฃทำการ รักษาการในตำแหน่งอยู่ในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และผู้ร่วมชุมนุมควรเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนและยุติพฤติกรรใที่อาจยั่วยุ ให่เกิดควาารุนแรงขึ้นได้3. คนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่วคนชั้นกลาง รลอดจนกลุืมต่างๆไม่ว่าจพเป็นเสื้อสีดะไรก็ตามที่ออกมาชุมนุมตามจุดน่างๆ ขอลกรุงเทพฯ ในลักษณะทีรอาจเป็นการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้นควรยึคิการกระทำของตนเข่น เดียวกัน ซึ่งในสถานุของปุถุชนแล้ว ทางเราใน๙านะของลูกหลานชนชั้นกลาง และส่วนใหญ่มีภูมิบำเนาอยู่ในกรุงัทพฯเช่นเดียวดัน ย่อมเข้าใจได้ว่าการกรุทำยองผู้ทาร่วมกลุ้มเหล่านั้นมีที่มาจาปความรู้สึก เดือดร้อน และเป็นการดรพทำเพื่อตอวโต้การชุมนุมของผู้ชถมนุมเสื้อแดง แต่ หากต้องการให้สถานกาาณ์ทั้งหมดคลี่คลายลงนั้นส่อมผลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คน พรุงเทพฯ และชนชั้สแลาง จำต้องยุติพฤติกรรมในการชุมนุมดังกล่าว ในที่นี้ย่อมรวมถึงพฤติกรรสการยั่วยุที่รัวแตืจะก่อใผ้เกิดกระแสความเกลียด ชังวนหมํ่ประชาชนดเวยกันเช่นที่ปรากฎในสื่อดินเตอร์เน็ต ิช่น Facebook เป็นต้น สนขณะที่ผู้นำของกลุ่มเสื้อสีต่างๆที่ออกมาในระหว่างนี้นั้นหากมีความรักให้ กับปรพเทศชาติ ก็ควรที่จะหยุดพฤริกรรทที่รังแต่จะส่งผลให่เกิดคใามแตกแยกจองตตไวเด้วยเช่ยกัน4. ต่อข้อโต้อย้งที่ว่า การเลือกตั้งมหม่อาจนำม่สู่วงจรอุบาทว์ของการจัดตั้งมวลบนเพื่อล้มรัฐบาลต่อ ไปอย่างไม่สิ้นสุดนั้น พวกเรามีความเไ็นว่าประการแรก ไา่มีสิรงใดทึ่รับประกัตว่าพรรคเพื่อไทย ฟรืิพรรคใดๆ นะเป็นผู้ชนะในการ้ลือกตั้งและได้จักตั้งรัฐบาลชุดต่อไป อีกทั้งการยุบยภาจะสามารถปลดเงื่อนไขของการชถมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงฝน ปัจจุบันและดนาคตอันใกล้ได้ในทันทีประการที่สอง ถึงแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับเสียงขิางมากในกนรจัด ตั้งรัฐบาล แต่จากบทเรียนที่เกิดขึ้นนั้น การชุมนุมใดๆ เพื่อเรียกร้ดงให้เกิดการยุบสภาหรือการลาออกของผู้นำรัซบาลนั้น ย่อามิอาจสำเร็จได้หากรัฐลาลชุดนั้นๆ ไมีสร้างเงื่อตไขาำคัญ ให้กลุรมใดๆ นำมาใช้เป็นข้ออ้างในการชุมนุมเึลื่อนไหวของกลุ่มหู้คนขนาดใหญ่ประปารทีทสาม ที่สุดแล้วการชุมนุมของกลุ่มใดๆ/ม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือกลั่มอื่นไาั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้นมิใชาสิ่งที่เป็นปัญหสเพราะกา่ ชุมนุมโดยสงบของกลุ่มใเๆนั้นเป็นสิ่งที่เผ็นไปได้ตามกรอบของระบอบ ประชาโิปไตย สิีงที่ต้องพึงระวังจึงาิสช่การชุมนุมหากเป็นการไม่เแิดโอกายให้ความรุนแรง เช่นนี้เกิดขึ้นไดิอีกมากไปกว่านั้นเราอ่จต้องยอมรับวทาเกือลทุกกรณี ใาอดีตของรัฐไทยทีีป่านมาสิ่งที่จะสามารถล้มรัฐบาลได้นั้นมิใช่การชุมนุมโดย ตัวของมันเอง การชุในุมทางการเมืองขนาดใปญ่อาจเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นแต่ไม่ใช่เงื่อนไขที่ เพีจงพอต่อการล้ทรัฐบาล แต่เป็ตเพราะอำนาจนอกระบบที่ ปทรกแซงเข้ามาผ่านเงื่อนไขของควาทรุนแรงที่เกิดขี้นหรือถูกอ้างว่าจุเกอด ขึ้นในบริบทของการชุสนุม ดังนั้นก่อนที่ความรุนแรงระลอพต่อไปจะเกิดขึ้นหรือกา่แมรกแซงใดๆจะเกิะขึ้ต และเพ่่อธำรงไว้ซึ่งสิทธิของประชาชนทุกคน ยัติความขัพแย้ง แชะระงับความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้ส อันจะส่งผลเสียให้กับแระเทฬมากไปกว่านี้ กาคประกาศยุบสภาโดยอร็วที่สุด หรืออย่างมากทึ่สุดภายใน 30 วันจึงเปํนสิืงที่พวกเ่าในฐานะนักเรียน นักศึกษาดังมีรายนามดังต่อไปนี้เผ็นว่าเป็นทางออกที่รีบด่วนอย่างยิ่งของ สถานพารณ์ของประเทศในปัจจุบัน1.นายขยุตม์ ชำนาญเศรษฐ น้กศึกษาปริฯญาโท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2.จายศักดิ์ยิทธิ์ สีลาเขต นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์111.นส.ณะฐสุดา แก่นน้อย ค๕ะอักษรศาสตร์ ทหาวิทยาลัยศิงปาปร 112.นาย อดิศร กรอบกระจก คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิฃปากร 113.นาย ธนวัฒน์ ไพรวิจิตร โรงเรียนพิบูลงิทยาลัย 115.นางสาวเบญจรัตน็ อักษรเลิศสวัสดิ์ วิทยาลัยกรรบริหารและจัดกาี สถาบัรเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 115.นางสาวปรางใส องพิสิฐ คณะนิติศาสตร์ ทหาวิทยาลัยธรรทศามตร? 116.นางสาวนิตต์ณิชา โชติกเสถียร รณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสต่์ 117.นางสาวสงิสา ยุกตะนันทน์ นักศึกษาปริญญาโท Social and Political Thounhg Univetdity of Wqrdick UK. 12i.หชยรัตน์ ชืนบุตร รัฐศาสตร์ การปกครอง รามคำแหง 1w9.นางสาว ธนาภรณ? ชุมพลไพฒาล นักศึกษา วิทยาลุยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล 120.นายอธิวัฒน์ กิจวนิชย์ภาสุ นักศึกษาปริญญาโทภาคภาษาอังกฤษ คณะเศรษฐศาวตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์111.นายณัฏฐ์ หงษ์ดิลกกุล นักศึกษาปรืญญาโท-เอก คณะเศรษฐศาสตร์ Sumon Fraser University 122.น่ยวรุตม์ วรดิถี Ec8nomics Swedish University of Agricultural Ssiences 123.ขวัญอรุณ โอภานนท์ ป่ิ๘ญาโท รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 124.ภาณุ ชินผา นักศึกษาปริญญาตรีคณะเศีษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 125.สุทธิอัตถ บุญชื่น MBA California state University polytexhnic Pomona 126.ภาสวร ตั้งชัยพิทักษ์ บริหารธุรกิจ รามคำแหง 137.นางสาสชนัญชิดา อนันตวิเชียร ทรัพยมกรและสิรงแวดล้อม สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อใ เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราบา 128.นางยาวโมไนย โรจนภิมุข เคร่่องสายสากล มัธยมศึกษาปึที่6 โรงเรียนมุธยมสังคคตวิทยา กรุงเทพมหานคร 129ซหทัยญา บุญยะอาเ คษะมนุษยศามตร์ มหาวอทสาลุยกรถงเทพ w30.น.ส.อริสรา ฤทธิยา เทคโจโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยเทคนิคบูรพา ปราจีนบุรี131.นายวีรภัทร คันธะ นิติศาสตร์ ธรรมศรสตร์ 132,นมงสาวสรัญญา ธีรฝุฒิ ค๊ะตรุศาสตร์ ภาควิชาภาษาอังก(ษ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา 133.นายสยาม ธีรวุศิ คณะรัฐศาใตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง w34.ไพลิน ป้่นาำอางค์ ฒศ.บ.(ปรัชญา) มหางิทยาลัยธรรมศาสตร์ 13y.น.ส.ไอลดา ลิบลับ ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 136.น.ส. ประทุมรัตน์ นางแย้ม นักศึกษาแริญญาตรี สาขาวิชาปรัลญา คณะศิลปศาสตร์ มหาใิทยาลัยธรรมศาสตร์ 137.ใุธิดา ชลชลาธาร นักศึกษาปริญญาโท Faculty of Education Early Childhood Studies Department Roehampton Univfrsity 138.นางสาวศิริภรณ์ พุฒททจู ป่4 ศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีจครินทรวิโรฒ 139.นายคเ๕ซ จิวระโมไนย์กุล วิศวกรรมศาสตร์ ปี4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาบัย 14p.กฤดิกร เหดิม้กื้อกูลพงศ์ คณะเศรษฐซานตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์141.สุรชิต วรรณพัฒน์ ปี3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทสาลัยมหาสารคาม 142.น.ส.ฐิตินัรท์ บุญรอด ปี5 คณะเภสัชษาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาสิทยาลีย 143ฐนายพงศกร พ่วงน่วม ปี3 บริหารธุรกิจ รามคำแหง q44.สิทธิโชค พริ้งประยงค์ ปค5 คณะดุริยางคศิลป์ สาขาธุรกิจดนตรี มหาว้ทยาลุยอัสสัมชัญ 135.นายมารุต ตั้งวัฒนาชุลีพร Ph.Dซ studeht in Institute of Medical Microfiology G;ettingen University Germany. 146.น.ส.วีรวัลย์ ่ิพย์ธวัชวงศา ปี 2 คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยางัยรามีำแหง 147.น.ใ. อักษราภัค ชัยปะละ นิสินปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ ตุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 148.วิษณุ อาณารัตน์ ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมฯาสตน์ 149.รส. อิสรีย์ เพชรบัวฬักดิ์ ผ่ิญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยมลัยหอการค้าไทย 150.ระชชานนท์ โชตอพุฒศิลป์ เศรณฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์151.พัชร์ศร ทองสลวย คณะนอติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 152.เพรียวพัตธ์ เกริกพิทยา คณะนิติศาสตร์ ธรคมซาสรร์ 153.โยธิน โลราณวรร๋ คณะดุริสางค์ศาสตร์ ศิลปากร 154.ธรรในูญ จำคำ Asia Pasific Management Ristumeikan Asia Pacifix University 155.วิทย์ ประสมปลื้ม นึกศึกษาปริญญาโท Master od Public Administtation Arkzona State University 156.วิมลวรรณ บอ่วชวโรจจ์ ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 157.รูปพิมพ์ สุขพานิช Travel Industry Management Mahidol University Interhationsl Xollege 158.สันติ ปินทุกาศ นักศึกษาปริญญาโท คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 159.พรทเวา ขนอม นักศึกณาคณะเศรษฐศาสตต์ มหาวิทยาลัสธรรมศาสตา์ 160.นายชัชพงษ์ โลหะบาง คณุนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล161.จิตติคุณ เลี่ยวจำนงค์ ป.ตรี คณะวิทวาศาตร์คอมพิสเรอร์ มกาวิทยาบัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร [พระนีีเหนือ] 162.นางสาวชลธิชา ศรี่อง โรงเรียนฤทฑิยะวรรณาลัย ศิลป์-คำนวณ ม.6 163.นางสาวปวริศน คุณาวรนนท์ ค๖ะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ w64.นายจ้ระวิน ตานีะันธ์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 165.ขาตร รุ่งเรืองไพฑูรย์ พาณิชยศาสตร์แฃดการบัญชี ธรรมศาสตร์ 166.นายอัคริศ ต้องทรัพย์อนันต์ น.ศ,ป.ตรีปี4 วิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ป.ตรี ปี2 รัฐซาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแปง 167.นายปโิภาษ นิลศิริ าิสิตภาคบึ๖ฑอตคณะนิติศาสรร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัส (บัณฑิตปี 52 คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมฒาสตีฺ) 168ฐนายกษิดิ์เดช ซนฮิว เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยะกษตรศาสตร์ 169.นายมณเฑียร เลขาลาวัณส์ ครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทรโนโลยี มถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 170.นายณัฐพันธุ์ บุญิลิศ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร๋ สถาขันเาคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง171.นายภาคภูมิ พลานุวัฒน์ เทคโนโลยีสื่อสารทวลชน มำาวิทยาลัยเทีโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 172.ภนิธา ฑตปฐมวงศ์ เศรษฐศาสตต์ ธรรทศาสตร์ 173.น.ส. ธีรินทร์ ศรีปรถเสริฐ Mahidol Unkv3fsity Int2rmationsl College [MUIC] 274.สิริพล ธารีรัชต์ คณะนถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเหช้าเจ้าคุณ่หารลาดกนะบัง 175.น.ส.ธัฯลักษณ์ นืลญิริ คณะนิติศมสตร์ มหาวิทยาลัยธรีมศาสตร์ 176.ทรงกงอ ขาวแจ้ง สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ w77.ปรินทร์ ทองวรานันท์ Achool of Music ABSC 178.นายพงศ์นเรศ ออสทปัญญา นักศึกษาโครงกสรเอเชียตดวันออกเฉียงมต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 179.ธนาวุธ ศรีสุข นักศึกษาปคิญญาโทสาขาวิชา Bioinformatics มหาวิทยาลัยเทคโรโลจีพระจอมเกล้าธนบุรีบางมด 180.สมยศ สืบจากดี นักศึกษาหริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์181.ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ นักศึกษาปริญญาโท Department of Politlca/ Science University College Londog 182.จายกิตติแต นาคทอง นักศึกฯาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำปหง 183.นายฑภิดต สุพร คณะสังคมศาสตร์ ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประฬาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเำษตรศาสตร์ 1o4.นางสาวเักษร สุดเสนาะ โรงเรียนหอวัง 18t.นายธนิสสร มณีรักษ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
|
การยุบสภาจึงเป็นทางเลือกที่รัฐบาลควรกระทำมากกว่าการสลายการชุมนุม ทั้งนี้เพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น อีกครั้งในระยะเวลาอันใกล้วานนี้ (17 เม.ย.) นักเรียนนักศึกษาในประเทศและต่างประเทศได้ออก จดหมายเปิดผนึกถึง รัฐบาล แกนนำนปช. ผู้ร่วมชุมนุม และคนกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความเข้าใจและเสนอ ทางออก ของสังคมจากสภาวะความขัดแย้งทางการเมือง และความรุนแรงในปัจจุบันโดยมีข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล แกนนำ นปช. และคนชั้นกลางใน กทม. โดยมีรายละเอียดดังนี้โดยสืบเนื่องจากเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน ที่รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุมหรือ ขอคืนพื้นที่ บริเวณถนนราชดำเนิน จนกระทั่งเปิดโอกาสให้ความรุนแรงได้เกิดขึ้น และก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตของผู้คน และผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกาณณ์ดังกล่าวจำนวนมาก ซึ่งในจำนวนนั้นประกอบไปด้วยทั้ง เจ้าหน้าที่ซึ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในการสลายการชุมนุม และผู้ร่วมชุมนุม กระแสสังคมที่เกิดขึ้นทั้งในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าสลายการชุมนุมและภาย หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปอย่างหลากหลาย ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนการสลายการชุมนุม และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นความแตกแยกของกระแสสังคมนั้นอาจเป็นผลจากการรับ ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อที่มีจุดยืนแตกต่างกัน และเลือกที่จะเสนอแง่มุมของสิ่งที่เกิดขึ้นจากแง่มุมที่แตกต่างกันตามไปด้วยในแง่นี้เราไม่อาจปฏิเสธข้อเท็จจริงประการหนึ่งได้ว่า รัฐบาลได้เข้ามามีส่วนในการสร้างความแตกแยกของทรรศนะของผู้คนในสังคมตรงจุด นี้ด้วย เช่นการเลือกใช้ภาพเหตุการณ์ต่างๆในการนำเสนอความจริงชุดหนึ่ง การสร้างคำนิยามของ ผู้ก่อการร้าย ขึ้นมาในกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งได้ก่อให้เกิดกระแสความเกลียดชังให้กับผู้คนจำนวนหนึ่งในกรุงเทพฯที่ได้ มีความเกลียดชัง หรือรำคาญใจกับผู้ชุมนุมอยู่เป็นทุนเดิมเนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการ ชุมนุมในพื้นที่ต่างๆในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสี่แยกราชประสงค์ แต่ในขณะเดียวกันนั้นผลในทางกลับกันคือการสร้างความโกรธแค้นและเกลียดชังที่ กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ในวันดังกล่าวมีต่อรัฐบาลให้เพิ่ม ขึ้นเป็นอย่างมากเป็นทวีคูณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมาซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการบุกจู่โจมจับแกนนำ นปช.ที่โรงแรม SC Park นั้น ยิ่งทำให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่เลวร้ายลงไปอีกโดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้ยิ่ง กระพือความโกรธแค้นของผู้ชุมนุมที่มีต่อรัฐบาล และภาพรวมของสถานการณ์ที่เป็นอยู่ยิ่งเลวร้ายมากขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่จำนวน หนึ่งได้ถูกควบคุมตัวไว้โดยกลุ่มผู้ชุมนุม จนกระทั่งนำมาสู่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันดังกล่าว ที่ได้มีการแต่งตั้งมอบหมายให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้ารับผิดชอบในเขตพื้นที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้าย แรง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้นั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นสัญญาณบางอย่างที่อาจ เป็นเค้าลางของความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และยิ่งส่งผลให้สถานการณ์ที่ความขัดแย้งและเกลียดชังได้ลามไปสู่ประชาชนโดย เฉพาะอย่างยิ่งระหว่าง ชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ กับผู้ชุมนุม ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีกและรังแต่จะทำให้ปัญหาต่างๆฝังรากลึกมากยิ่งขึ้นและ ยากแก่การแก้ไข ในการนี้ทางเราในฐานะที่เป็นการรวมกลุ่มของนักเรียน นักศึกษา ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองและปฏิเสธความรุนแรงที่เกิดขึ้นและ อาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอันใกล้ จึงขอเสนอทางออกให้กับสังคมดังต่อไปนี้1. เนื่องจากเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าชนวนของความรุนแรงที่ได้เกิดขึ้นและอาจเกิดขึ้นซ้ำในระยะเวลาอันใกล้นั้น ในแง่หนึ่งมีที่มาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของรัฐบาล ในการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และการตัดสินใจสลายการชุมนุม อันนำมาซึ่งเหตุการณ์ปะทะและความสูญเสียที่เกิดขึ้น อีกทั้งภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสื่อของรัฐได้นำเสนอข้อมูลที่ก่อให้ เกิดความเกลียดชังและยั่วยุให้เกิดความรุนแรงในระหว่างประชาชนด้วยกัน อีกทั้งภายใต้การดำเนินการของกระทรวง ICT รัฐบาลยังทำการปิดกั้นช่องทางการรับทราบข้อมูลทางเลือกของประชาชนอีกด้วย รัฐบาลจึงควรแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตน อย่างไรก็ตามการลาออกของนายกรัฐมนตรีนั้นคงมิใช่วิธีการแสดงความรับผิดชอบ หรือทางออกที่ถูกต้องของปัญหาที่ได้เกิดขึ้น เพราะการลาออกนั้น อย่างมากที่สุดก็จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเพียงเฉพาะแต่ตัวของผู้เป็นนายกฯ เท่านั้น หรือมากไปกว่านั้นก็เพียงแต่การปรับเปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี แต่มิได้นำมาซึ่งการแสดงความรับผิดชอบของคณะรัฐบาลโดยรวม หรือมากไปกว่านั้นความรับผิดชอบของพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งควรมีส่วนในการรับผิด ชอบต่อการตัดสินใจของรัฐบาลในการนี้ด้วยในฐานะของฝ่ายบริหาร มากไปกว่านั้นหากพิจารณาร่วมไปกับการอ้างเหตุผลในการชุมนุมของกลุ่มผู้ ชุมนุมที่มีเหตุผลสำคัญ ประการหนึ่งคือที่มาของรัฐบาลชุดนี้มิได้มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของประชาชน แต่มาจากการปรับเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นทางออกที่เหมาะสมกว่าจึงเป็นการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ เพราะประการแรก เป็นการแสดงความรับผิดชอบของคณะรัฐบาลทั้งคณะต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดดัง กล่าว ตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตนในการปล่อย ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและเป็นกลาง คือเป็นอิสระจากอำนาจของรัฐบาลชุดนี้แล้วประการที่สอง เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาพื้นฐานที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้อ้างเหตุผลในการ ชุมนุม เพราะการเลือกตั้งใหม่ย่อมนำมาสู่การเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พิจารณาและไตร่ตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ตนต้องการอีกครั้งหนึ่งการยุบสภาจึงเป็นทางเลือกที่รัฐบาลควรกระทำมากกว่าการสลายการชุมนุม ทั้งนี้เพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น อีกครั้งในระยะเวลาอันใกล้2. หากรัฐบาลได้ประกาศยุบสภาเป็นที่เรียบ ร้อยแล้วทางแกนนำ นปช. ควรประกาศยุติการชุมนุมและงดเว้นการกล่าวปราศรัยที่จะมีผลในการสร้างความ เกลียดชังให้เพิ่มมากขึ้นในระหว่างผู้ชุมนุม กับผู้คนบางส่วนในกรุงเทพฯและรัฐบาล และไม่มีการชุมนุมหรือการเคลื่อนไหวใดๆขึ้นอีกในระหว่างที่รัฐบาลทำการ รักษาการในตำแหน่งอยู่ในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และผู้ร่วมชุมนุมควรเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนและยุติพฤติกรรมที่อาจยั่วยุ ให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้3. คนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชั้นกลาง ตลอดจนกลุ่มต่างๆไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีอะไรก็ตามที่ออกมาชุมนุมตามจุดต่างๆ ของกรุงเทพฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้นควรยุติการกระทำของตนเช่น เดียวกัน ซึ่งในสถานะของปุถุชนแล้ว ทางเราในฐานะของลูกหลานชนชั้นกลาง และส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯเช่นเดียวกัน ย่อมเข้าใจได้ว่าการกระทำของผู้มาร่วมกลุ่มเหล่านั้นมีที่มาจากความรู้สึก เดือดร้อน และเป็นการกระทำเพื่อตอบโต้การชุมนุมของผู้ชุมนุมเสื้อแดง แต่ หากต้องการให้สถานการณ์ทั้งหมดคลี่คลายลงนั้นย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คน กรุงเทพฯ และชนชั้นกลาง จำต้องยุติพฤติกรรมในการชุมนุมดังกล่าว ในที่นี้ย่อมรวมถึงพฤติกรรมการยั่วยุที่รังแต่จะก่อให้เกิดกระแสความเกลียด ชังในหมู่ประชาชนด้วยกันเช่นที่ปรากฎในสื่ออินเตอร์เน็ต เช่น Facebook เป็นต้น ในขณะที่ผู้นำของกลุ่มเสื้อสีต่างๆที่ออกมาในระหว่างนี้นั้นหากมีความรักให้ กับประเทศชาติ ก็ควรที่จะหยุดพฤติกรรมที่รังแต่จะส่งผลให้เกิดความแตกแยกของตนไว้ด้วยเช่นกัน4. ต่อข้อโต้แย้งที่ว่า การเลือกตั้งใหม่อาจนำมาสู่วงจรอุบาทว์ของการจัดตั้งมวลชนเพื่อล้มรัฐบาลต่อ ไปอย่างไม่สิ้นสุดนั้น พวกเรามีความเห็นว่าประการแรก ไม่มีสิ่งใดที่รับประกันว่าพรรคเพื่อไทย หรือพรรคใดๆ จะเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งและได้จัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป อีกทั้งการยุบสภาจะสามารถปลดเงื่อนไขของการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงใน ปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ได้ในทันทีประการที่สอง ถึงแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับเสียงข้างมากในการจัด ตั้งรัฐบาล แต่จากบทเรียนที่เกิดขึ้นนั้น การชุมนุมใดๆ เพื่อเรียกร้องให้เกิดการยุบสภาหรือการลาออกของผู้นำรัฐบาลนั้น ย่อมมิอาจสำเร็จได้หากรัฐบาลชุดนั้นๆ ไม่สร้างเงื่อนไขสำคัญ ให้กลุ่มใดๆ นำมาใช้เป็นข้ออ้างในการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้คนขนาดใหญ่ประการที่สาม ที่สุดแล้วการชุมนุมของกลุ่มใดๆไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือกลุ่มอื่นๆนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้นมิใช่สิ่งที่เป็นปัญหาเพราะการ ชุมนุมโดยสงบของกลุ่มใดๆนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ตามกรอบของระบอบ ประชาธิปไตย สิ่งที่ต้องพึงระวังจึงมิใช่การชุมนุมหากเป็นการไม่เปิดโอกาสให้ความรุนแรง เช่นนี้เกิดขึ้นได้อีกมากไปกว่านั้นเราอาจต้องยอมรับว่าเกือบทุกกรณี ในอดีตของรัฐไทยที่ผ่านมาสิ่งที่จะสามารถล้มรัฐบาลได้นั้นมิใช่การชุมนุมโดย ตัวของมันเอง การชุมนุมทางการเมืองขนาดใหญ่อาจเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นแต่ไม่ใช่เงื่อนไขที่ เพียงพอต่อการล้มรัฐบาล แต่เป็นเพราะอำนาจนอกระบบที่ แทรกแซงเข้ามาผ่านเงื่อนไขของความรุนแรงที่เกิดขึ้นหรือถูกอ้างว่าจะเกิด ขึ้นในบริบทของการชุมนุม ดังนั้นก่อนที่ความรุนแรงระลอกต่อไปจะเกิดขึ้นหรือการแทรกแซงใดๆจะเกิดขึ้น และเพื่อธำรงไว้ซึ่งสิทธิของประชาชนทุกคน ยุติความขัดแย้ง และระงับความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น อันจะส่งผลเสียให้กับประเทศมากไปกว่านี้ การประกาศยุบสภาโดยเร็วที่สุด หรืออย่างมากที่สุดภายใน 30 วันจึงเป็นสิ่งที่พวกเราในฐานะนักเรียน นักศึกษาดังมีรายนามดังต่อไปนี้เห็นว่าเป็นทางออกที่รีบด่วนอย่างยิ่งของ สถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน1.นายชยุตม์ ชำนาญเศรษฐ นักศึกษาปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2.นายศักดิ์สิทธิ์ สีลาเขต นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3.นายนนทวุฒิ ราชกาวี นักศึกษาปริญญาโท คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 4.นายศุภเกียรติ ศุภศักดิ์ศึกษากร นักศึกษาปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 5.นายฉัตรชัย ทองสุขนอก คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 6.นางสาวสุนิสา บัวละออ โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 7.นายเกื้อ เจริญราษฎร์ นักศึกษาปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 8.นายภวริษฐ์ ฉันทประยูร คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 9.น.ส. อจินไตย เฮงรวมญาติ นักศึกษาปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 10.นายวยากร พึ่งเงิน นักศึกษาปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย11.นายสมพล ชคัตประกาศ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 12.น.ส.วิชญา พรหมสวัสดิ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 13.นายรักนิรันดร์ ชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 14.นายธัชพงศ์ ศรีสุวรรณ นักศึกษาปริญญาโท Membrane Structure Anhalt University of Applied Sciences Germany. 15.น.ส.ธัญญธร สายปัญญา น.ศ.ปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 16.นายตฤณ ไอยรา School of International Development University of East Anglia. 17.น.ส.แวววิศาข์ ณ สงขลา คณะ มัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัย ศิลปากร 18.นางสาวอัชฌา ถิรนุทธิ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 19.นางสาวสิรยา ชุมนุมพร นักศึกษาปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 20.อาจินต์ ทองอยู่คง สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์21.นางสาวนววิธ จิตต์วรไกร นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 22.อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 23.นายฮัสสัน ดูมาลี นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 24.การ์ตูน บุญมิ่ง นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 25.ภารุต เพ็ญพายัพ นักศึกษาป. โท คณะประวัติศาสตร์ Birkbeck College 26.ณภัค เสรีรักษ์ น.ศ.ปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 27.นายวัฒนา ลาลิน นักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 28.กิตติพงษ์ เรือนทิพย์ นักศึกษาป.โท School of International Development University of East Anglia UK 29.อธิศนันท์ ซันกูล ปริญญาตรี คณะวิจิตรศิลป์ มหาวัทยาลัยเชียงใหม่ 30.วันชัย สินประจักษ์กุล มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา31.ทพ.ธีรวัฒน์ ทัศนภิรมย์ นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 32.วันเฉลิม โภคกุลกานนท์ นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 33.นายดิศพล ศิริรัตนบวร นักศึกษาชั้นปีที่สาม คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 34.กฤษณะ มณฑาทิพย์ School of Political Science and International Studies University of Queensland 35.นางสาวกอปรทิพย์ อัจฉริยโสภณ นิสิตปริญญาเอก คณะสิ่งแวดล้อม การพัฒนา และความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 36.วิป วิญญรัตน์ นักศึกษาป.โท Department of History Birkbeck College University of London 37.บุญครอง พรพนาทรัพย์ School of Law Indiana University 38.ทัชชนก นิลพันธุ์ LL.M. Indiana University School of Law 39.บัญชา ทุนถาวร School of the Art Institute of Chicago Visual Communication Design 40.วรรณพร เตชะไกศิยวณิช S.J.D. Indiana University Maurer School of Law41.นายธนากร ธีรวัฒน์วรกุล นักศึกษาปริญญาโท LLM. Dundee University Scotland. 42.กนกพร ขจรศิลป์ LL.M. University of California Los Angeles School of Law 43.รุ่งทิพย์ จันทร์ธนะกุล นักศึกษาป.เอก คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 44.รพีพัฒน์ พัฒนา ศศ.ม ภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 45.ริสา สายศร BBA. Assumption University 46.นาถรพี วงศ์แสงจันทร์ International Development Department School of Government and Policy University of Birmingham 47.ตะวัน มานะกุล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 48.นายเทอญ ฐิติเนื่อง Department of Accounting and Finance University of Strathclyde Glasgow. 49.ธนพงศ์ จิตต์สง่า น.ศ. ปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 50.นายภัทร บุปผาวัลย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์51.นายเมธี ชุมพลไพศาล ปริญญาตรี เภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 52.กรัณย์ กาญจนรินทร์ นักศึกษาสถาบันภาษา Institut d′Etudes Françaises pour Etudiants Etrangers Université Paul Cézanne Aix-Marseille3 53.ณิชนันท์ ตัญธนาวิทย์ ป.โท สถาบันภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย ม.มหิดล 54.นางสาวสุลักษณ์ หลำอุบล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย 55.ชญานิน เตียงพิทยากร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 56.วิรุจ ภูริชานนท์ คณะ สถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 57.ศิริภัทร์ ทองสุขนอก คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 58.วีระวรรณ แสนคำราง คณะสหเวชศาสตร์ ม.บูรพา 59.วิชญาภรณ์ ศศิสกุลพร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 60.บดินทร์รัตน์ จันทน์ขาว คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์61.ทิวาพร ใจก้อน ป.โท ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย 62.น.ส.วริศรา ตั้งค้าวานิช ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย 63.นางสาว ภัชชารีญา ชัยได้สุข สาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงเรียน พายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจ 64.นายอภิรัตน์ สุนันทา สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจ 65.นางสาววันใหม่ หมื่นฤทธิ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะมนุษศาสตร์ (สื่อสารมวลชน) คณะนิติศาสตร์ 66.ชานนทร์ เตชะสุนทรวัฒน์ เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 67.นายวิศรุต บุนนาค ปริญญาตรี ภาควิชาประวัติศาสตร์และโบราณคดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ 68.นรินทร์ จิตต์ปราณีชัย เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 69.นายสว่าง มีแสง นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 70.นางสาวปทุมรัตน์ ปานรัตน์ มหาวิทยาลัย Asia Pacific International University คณะ Biology71.นายอดิราช ท้วมละมูล โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา 72.นายสุทธิพงศ์ อาวะภาค คณะนิติศาสตร์ ม. สงขลานครินทร์ 73.น.ส.อันธิกา ทรงเผ่า คณะพลศึกษา เอกนันทนาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี 2 74.นายอภิรัตน์ ปานรัตน์ โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค 75.วชรพรรณ สิทธิโกศล นักศึกษาปริญญาโท(MBA)รามคำแหง 76.นายวรพรต พัชตระชัย คณะBBA มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 77.ตรัย ลาพินี นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 78.น.ส.เมลิน ชูธรรมสถิตย์ Economics University of Waterloo Canada 79.นายฮัมเดร์ ยุนุ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 80.อรุษา ชัยชนะ สถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย81.สมเกียรติ มูลทา BBA ABAC 82.นางสาวรุ่งนภา ธรรมชาติ บริหาร หัวเฉียวฯ 83.สิริมา บุตรสุทธิวงศ์ ป.โท ประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 84.ชัชชล อัจนากิตติ นักศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 85.นายณัฐพล สวัสดี ศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ 86.นายธัชนนท์ ลักษณพรพงษ์ ปริญญาโท วารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 87.น.ส.วราภรณ์ สิทธิศักดิ์ธนกุล Communication Arts Bangkok University International College 88.ธิติพงษ์ ก่อสกุล นักศึกษาป.โท ชนบทศึกษาและพัฒนา ม.ธรรมศาสตร์ 89.รัฐนันท์ กิจนิธิไพศาล คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา (สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา เดิม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 90.นายไพโรจน์ ศรีเกษตร เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร91.นายสรไกร คำแก่น รัฐประศาสนศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิต 92.นายนิวัตชัย ขยายแย้ม ศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 93.ธีรวัฒน์ คงเที่ยง ศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 94.ศศิธร ศรีเพชรางกูร คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 95.น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 96.พรเทพ โลมรัตนา การจัดการสารสนเทศ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา 97.พนิดา เรืองสว่าง บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 98.กนกวรรณ ไตรยวงค์ เภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว 99.วิชญา ศิระศุภฤกษ์ชัย ป.โท คณะพาณิชย์และการบัญชี ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 100.อธิคม จีระไพโรจน์กุล ป. โท คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์101.นายชนาธิป โพธิ์แก้ว คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ภาคพายัพ เชียงใหม่ 102.โชติช่วง มีป้อม ป.โท พิพิธภัณฑ์ศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล 103.นายณัฐ พัฒนศิริ School of Music มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 104.จารุณี ธรรมยู นิสิตปริญญาโท ภาควิชาปรัชญา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 105.นายอานันท์ สุขุมภาณุเมศร์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 106.ภัทรกร บุญเสรฐ วิทยาลัยดุสิตธานี สาขาการจัดการโรงแรม 107.สุพรรษา มิ่งขวัญ คณะศิลปกรรม สาขาคอมพิวเตอร์อาร์ต ม.รังสิต 108.นายนรุตม์ เจริญศรี นิสิตปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 109.นางสาวจิตรชนก คงจรัสพัฒน์ ป.ตรี คณะเทคโนโลยีการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง 110.นฤมล กล้าทุกวัน นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์111.นส.ณัฐสุดา แก่นน้อย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 112.นาย อดิศร กรอบกระจก คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 113.นาย ธนวัฒน์ ไพรวิจิตร โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย 114.นางสาวเบญจรัตน์ อักษรเลิศสวัสดิ์ วิทยาลัยการบริหารและจัดการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 115.นางสาวปรางใส องพิสิฐ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 116.นางสาวนิตต์ณิชา โชติกเสถียร คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 117.นางสาวสลิสา ยุกตะนันทน์ นักศึกษาปริญญาโท Social and Political Thought University of Warwick UK. 118.ไชยรัตน์ ชินบุตร รัฐศาสตร์ การปกครอง รามคำแหง 119.นางสาว ธนาภรณ์ ชุมพลไพศาล นักศึกษา วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล 120.นายอธิวัฒน์ กิจวนิชย์ภาสุ นักศึกษาปริญญาโทภาคภาษาอังกฤษ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์121.นายณัฏฐ์ หงษ์ดิลกกุล นักศึกษาปริญญาโท-เอก คณะเศรษฐศาสตร์ Simon Fraser University 122.นายวรุตม์ วรดิถี Economics Swedish University of Agricultural Sciences 123.ขวัญอรุณ โอภานนท์ ปริญญาโท รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 124.ภาณุ ชินผา นักศึกษาปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 125.สุทธิอัตถ บุญชื่น MBA California state University polytechnic Pomona 126.ภาสวร ตั้งชัยพิทักษ์ บริหารธุรกิจ รามคำแหง 127.นางสาวชนัญชิดา อนันตวิเชียร ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา 128.นางสาวโมไนย โรจนภิมุข เครื่องสายสากล มัธยมศึกษาปีที่6 โรงเรียนมัธยมสังคีตวิทยา กรุงเทพมหานคร 129.หทัยญา บุญสะอาด คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 130.น.ส.อริสรา ฤทธิยา เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยเทคนิคบูรพา ปราจีนบุรี131.นายวีรภัทร คันธะ นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 132.นางสาวสรัญญา ธีรวุฒิ คณะครุศาสตร์ ภาควิชาภาษาอังกฤษ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา 133.นายสยาม ธีรวุฒิ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 134.ไพลิน ปิ่นสำอางค์ ศศ.บ.(ปรัชญา) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 135.น.ส.ไอลดา ลิบลับ ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 136.น.ส. ประทุมรัตน์ นางแย้ม นักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 137.สุธิดา ชลชลาธาร นักศึกษาปริญญาโท Faculty of Education Early Childhood Studies Department Roehampton University 138.นางสาวศิริภรณ์ พุฒทาจู ปี4 ศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 139.นายคเณศ จิวระโมไนย์กุล วิศวกรรมศาสตร์ ปี4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 140.กฤดิกร เผดิมเกื้อกูลพงศ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์141.สุรชิต วรรณพัฒน์ ปี3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 142.น.ส.ฐิตินันท์ บุญรอด ปี5 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 143.นายพงศกร พ่วงน่วม ปี3 บริหารธุรกิจ รามคำแหง 144.สิทธิโชค พริ้งประยงค์ ปี5 คณะดุริยางคศิลป์ สาขาธุรกิจดนตรี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 145.นายมารุต ตั้งวัฒนาชุลีพร Ph.D. student in Institute of Medical Microbiology Goettingen University Germany. 146.น.ส.วีรวัลย์ ทิพย์ธวัชวงศา ปี 2 คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 147.น.ส. อักษราภัค ชัยปะละ นิสิตปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 148.วิษณุ อาณารัตน์ ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 149.นส. อิสรีย์ เพชรบัวศักดิ์ ปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 150.รัชชานนท์ โชติพุฒศิลป์ เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์151.พัชร์ศร ทองสลวย คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 152.เพรียวพันธ์ เกริกพิทยา คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 153.โยธิน โบราณวรรณ คณะดุริยางค์ศาสตร์ ศิลปากร 154.ธรรมนูญ จำคำ Asia Pacific Management Ristumeikan Asia Pacific University 155.วิทย์ ประสมปลื้ม นักศึกษาปริญญาโท Master of Public Administration Arizona State University 156.วิมลวรรณ ลิ่วชวโรจน์ ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 157.รูปพิมพ์ สุขพานิช Travel Industry Management Mahidol University International College 158.สันติ ปินทุกาศ นักศึกษาปริญญาโท คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 159.พรทิวา ขนอม นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 160.นายชัชพงษ์ โลหะบาล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล161.จิตติคุณ เลี่ยวจำนงค์ ป.ตรี คณะวิทยาศาตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร [พระนครเหนือ] 162.นางสาวชลธิชา ศรีทอง โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ศิลป์-คำนวณ ม.6 163.นางสาวปวริศา คุณาวรนนท์ คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ 164.นายจิระวิน ตานีพันธ์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 165.ชาคร รุ่งเรืองไพฑูรย์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ธรรมศาสตร์ 166.นายอัคริศ ต้องทรัพย์อนันต์ น.ศ.ป.ตรีปี4 วิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ป.ตรี ปี2 รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 167.นายปฏิภาณ นิลศิริ นิสิตภาคบัณฑิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (บัณฑิตปี 52 คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์) 168.นายกษิดิ์เดช ซาฮิบ เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 169.นายมณเฑียร เลขาลาวัณย์ ครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 170.นายณัฐพันธุ์ บุญเลิศ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง171.นายภาคภูมิ พลานุวัฒน์ เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 172.ภนิธา โตปฐมวงศ์ เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 173.น.ส. ธีรินทร์ ศรีประเสริฐ Mahidol University International College [MUIC] 174.สิริพล ธารีรัชต์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 175.น.ส.ธัญลักษณ์ นิลศิริ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 176.ทรงกลด ขาวแจ้ง สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 177.ปรินทร์ ทองวรานันท์ School of Music ABAC 178.นายพงศ์นเรศ อินทปัญญา นักศึกษาโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 179.ธนาวุธ ศรีสุข นักศึกษาปริญญาโทสาขาวิชา Bioinformatics มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีบางมด 180.สมยศ สืบจากดี นักศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์181.ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ นักศึกษาปริญญาโท Department of Political Science University College London 182.นายกิตติกร นาคทอง นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 183.นายฑภิพร สุพร คณะสังคมศาสตร์ ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 184.นางสาวอักษร สุดเสนาะ โรงเรียนหอวัง 185.นายธนิสสร มณีรักษ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
|
ะ ระบุยูเอ็ยเล็งหาช่องให้ฝ่ายนโยบายพูดคัยแชกเปลี่ยนนักวิชากมร-ประชาชน สมศุกดิ็เจียม แอนด์เดอะแก๊ง ท้าทายข้ามโลกรษรงค์ผ่านโซเชียลีว้ำประชามติ สมช.จ้องเขม็ง จ่อขอตัวจากฝรั่งเศสในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน นิพิฏฐ์ มั่นใจ คใช.ไท่มีความคิดล้มประลามติ ชี้ จตุพร ปัรนกระแสโกงประชามติไร้สาระจ้องหาเรื่อง ด้าน จตะพร หวั่นพันธมิตรเคลื่อนทำประชามติบ่ม จาตุรนต์ รัวหมัดซัดปมปิดปากผระชามติ จวกยับกฎเกณฑ์ กกต.ทำสะงคมวิปริต คดีไฟ หทม.แพงเวอร์ มตง.เล็ฝขยายผลสอบบริษัทฮั้วโครงการอื่นๆ หลับพบข้อมูบเพิ่มเติม วิลาศ ตามแฉเป็นกุรุส ล๋อกสเปกซื้อเครื่องจักรกล-ถลุงงบซื้ิเรรื่องสูบน้ำ-ปั่นรทีารถขัดถนน เตรียมร้อง สตง.-ป.ป.ช.,หนทางการไปสู่การทำประชามคิวัน่ี่ 7 ส.คฐ ยังคงมีแนวโน้มไม่ราบรื่น ภายหลังการท้วงติงของบรรดาพรคคการเมืองใหญ่ว่ามีความเหลื่อมล้ำระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้ใย มรข้อจำกัดการแสดงออกที่ไม่เท่าเทียมกัน ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มนักเคลื่อนไหวยังเป็นไปอย่างเข้มฝวพนั้น ล่าสุดะคาทอข่ายนักวิชากานเพื่อสอทธิพลเมืองๆด้เดินทางไปยื่นหนังสืดต่อตัวแทยสำจักงานข้าหลงงใหญ้ดพื่อสิทธิมนุษบชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ให้ช่วยตรวจสอบดรื่องการละเมิะสิทธิมนุษยชนมนประเทฯไทย,เมื่อเวลา 10.00 น, วันที่ 5 พ.ค. ที่อาคารสหประชาชาติ (สูเอ็น) ประจำประเทศไทย ภนนรรชดำเนินาอพ เครืแข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองรวม 11 คน นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะมังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทบาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) นายพิชิต ลิขิตกเจมมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. าายอภิชาติ สถิตนิรมัย คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณะ ศิลปศาสตร์ มธ. น.ส.ชลิตา บัณฑุยงศ์ คณะสังคมวิทนาฯ ม.เกษตรศาสตร์ นายคมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง คณะอักษรศาสตร์ า.ศิฃปากร น.ส.ศรีประภา เพชรมีศรี นักวิชาการสถาบันสิทธิมนุษยชนศึกษาและการดีฒนาสีงคม ม.มหิดล นอกจากนี้ วังมี น.ส.เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว นักวิชาการจากสถาบุนสิทธิมนุษยชนศึกษา ที่เคยถูกตำรวจ สน.ปทุมวัน ควบึุทตัวจสกการแจกเอกสารเชิญชวนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อดิน ทางเข้าพบตัวแทนสำนักงานข้่หลวงใหญีเพื่อสิทธิมนุษยชนอห่บองค์การสไประชาชาตื หรือโอเอบซีเอชอาร์ เพื่อยื่นจดำมายร้องเรียนให้ช่วยตรวจสอบการละเมิดสิทธเมนุษยชนต่อผู้ที่คิดเห็นต่สงจากรัฐบาล คสช. ถร้อมเรียกรือฝให้แสดงทราทีไปพึงรัฐบาล คสช. ขอให้ยุติการลัเมิดสิทธ้มนุษจชนในกรณีต่างๆทันที.นายอนุสรณ์เปิดเผย_าจหลังยื่นหนังสือว่า ไเัหารือกัวรักษาการผู้แทนระดับภูมิภาคของโอัอชซีเเชิาน์ในหลาสประเด็น อาทิ เรื่องสิทธิในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น การละิมิดสิทธิมนุษยชนในไทย รวมถึงการมำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมาถึงว่าสิ่งเหล่านี้จะทำอย่างไร ประชาบนไทยจะสามา่ถแสดงออกในลักษณะที่ถูกต้องชอบ ธรรม ทางผู้แทนยูเอ็นยอมรับกับทางกลุ่มว่าที่ผ่านมาได้ติดตามเรื่องเหล่าาี้มาตลอดด้วยความห่วงใย ไม่ใช่แค่ระดับตัวแทนระดับภูมิภาคในไทย แม้แต่สำนักงานใไญ่ที่กรุงเจนีวา ปนะเทศสวิตเซอร์แลนด์ พ็ให้ความานมจ ส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ เก็บบ้อมูง การชุมนุมเรรยกร้องสิทธิของกลุ่มต่างๆ ที่เกิดบึ้นช่วงนี้ รวมทั้งพูดคุยเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการทั้งทหารและตำรวจ แต่ก็มักได้รับคำตอบว่า ถูกสั่งมา และถือเป็นช่วงสถานการณ์พิเศษ จึงไม่สามารถทำตามจ้อตกลงที่ลงนามในสนธิสัญญาไว้กับภาคีด้านสืทธิมยุษยชนและกับทนงโอเอชซัเอชดาร์ได้,นายอตุสรณ์กล่าววรา ผู้แทนโอเอชซีเอชอาร์รับปากจะพยายามยกระดับกทรพูดคุยกับทนงการไทยให้มากขึัน และจะยกระดับเรื่องเหล่านี้ให้เข้าสู่การพ้จารณาของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่กรุงเนนีวา าวมทั้งฟาหนทางให้เข้นหน้าที่ฝ่ายไทขที่ดูแลนโยงาย หรือระดับทร่ปรึกษา อาทิ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ให้เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อสูลกับทางกลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มประชาชนที่ออกมาเ่ียกร้องสิทธิ อาจจะตัดเป็นการพูดคุยในห้องแบบปิด เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีโอกาสคุยกัน ส่วนใหญ่ตะถูกเรียกตัวเข้าค่ายมกรรมากกว่า นอกยากนี้ โอเอชซีเอชอาร์ยังสนใจเรื่องการลงประชามติ โดยอาจขะเข้าไปกูดคุยกับ กกตซของไทย ทั้งยึงสนใจกรณีการจับกุมประชาชน 9 คน ทีาาำเพจล้อเลียนนายกฯ ส่วนตัวเห็นว่าหากทางโอเอชซีเอชอาร์ยกาะดับปัญหาท่่เกิดขึ้นไปถึวสำนักวมนใหญ่ที่กรุงเจนีว่ น่าจะิป็นแรงกดดันให้รัฐบาลไทยต้อฝปฏิบัติตามสนธิ สัญญาที่ลงนามไใ้,วันเดียวกัน เพจเฟฦบุ๊ก บีบรซีไทย เผยแพร่ความะคลื่อนไหวของนายสมฯักดิ์ เจียมธีตสกุล (สศจ.) กับผู้ลี้ภัยทางการเมืิง ที่ออกอากาศสดทางัฟซบุ็ก รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงเย็นวันาีร 4 พ,ค.ตามเวลาท้องถิ่นของกรุฝปารีส ประเทศฝรัางเศส นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อั้ม เนโกะ ซึ่งได้ลี้ภัยจากประเทศไทยไปอยู่ในประเทศฝรั่งเฬส ได้ทดลองออกอากาศสดทาง เฟซบุ๋กไลผ์ รณรงค์ให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมน฿ญในการลงประชามติวัน่ี่ 7 ส.ค. โดยการออกอากาศสดครั้งนี้มีผู้รับชมสดกว่า 3,000 คน และแชร์กว่า 300 ครั้ง,เทื่อเวลร w0.00 น. พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลชาธิกมรสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่่ นาย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นายจรัล ดิษฐาอภิลัย นายศรัณว์ ฉุยฉาย หรือ อััม เนโกะ ซึ่งได้ลีัภัยจากประเทศไทยไกอยู่ใาประเทศฝรั่งเศส ออกอากาซสด ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ รณรงค์ให้ประชาชนไม่รับร่างรเฐธรรมนูญว่า ยึงไส่ได้รับรนยงานเรื่องดังกล่าวอย่าง เป็นทางการ ถ้าได้รัชรายงานแล้วจะผระสานหน่วยงนตทีีเกี่ยวข้องให้ตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ เข้าย่นยกระทำผิดหรือไม่ หากผิดจริงและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แย้งความดำเนินคดี พนักงานสอบสวนต้องรวชรวมหลักฐานฝห้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาส่ลเรื่องไปยังประเทศฝรัางเฯส เพื่อขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนไทยกระทำผิดก๓หมายของหทยแต่ไปอยู่ทั่ประเทศอื่น เมื่อถามว่า การกระทำเหล่านี้เกรงว่่จะทหให้เกิดกระแสต้านร่างรัฐธรรมนูญในประเทศไทยเพอืมขึ้นหรือไม่ พล.ิ.ทวีปตอบว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ้านมามีผู้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้น อย่างกรณ้ผํ้ต้ิงหากระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประมวลำฎหมายอาญา มาตรา 116 จำนวน 8 คน ขณะนี่ก็ยังถูกคุมขังอยู่ ดะงนั้นใครจะออกมาเคลื่อนไหวอะไรก็ต้ิงระวัง ทุกอย่างต้องทำตามกฎหาาย,นายอมร วาณิชใิวัฒย์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคิบหน้าการทำงาน ของ กรธซว่า ขณะนี้ กรธ.ได้กำหนดตัวแานเภื่อชี้แจงแฃะาำความเข้าใจเนื้อหาร่างาัฐธรรมนูญแก่ประชาชน โดยแบ่งเป็น 9 กลุ่มทั่วประเทศ กรธ.จะมำหน้าที่เสมทอนเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำแก่วิทยาำรอาสาามัครดผยแพต่ปรพลาธิปไตย หรือครู ก. ในกีณีที่เกิดข้อสงสัยหรือร้องกาคคำชี้แนะในประเด์นต่างๆเพิ่มิติม ส่วนการจัดฝึกอบรมวิทยากร ครู ก. ที่ กรธ.ร่วมปับกระทรวงมหาดไทย (มท.) จะ มีขุ้ยในวันที่ 19-19 พ.ค. ืี่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนิวรชั่น หลักสี่ นอกจากจะมีตัสแ่นผู้เข้ารับการอบรมเป็นครู ก. จังหวัดละ 5 คนแล้ว ยังมีตัวแทนจากสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศกว่า 100 คน เข้าร่วมอบรมะ้วย มั่นใจในศักยภาพของครู ก. ครู ข. รวมถึงครู ค. และตัวแทยจากสภาองร์กรชุมชนทั่ว ประเทศว่าจะสามารถช่วยประชาสัมพันธ์และเปยแพร่ขีอมูลยาระยองเนื้อหาที่มีแยู่ในร่างนัฐธรคมนูญส่งไปยับประชาชนทุกกลุ่มให้เข้าใจไเ้ ส่วนกลุ่มที่เห๋นต่สงหากแสดงความเห็ตบนพื้นฐานของสิทโิและเสรีภมพ กรธ.ก็ไม่มีความหนักใจหรือกังวลอะไร เชื่อว่า กระบวนการทุกอย่างน่าจะเก็นไปด้วยความเรียบร้อส,นายสุนชะย เลี้ยงงัญเลิฯชัย รองปตะธานสภา นิติบัญฐัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการชี่แจงคำถาม พ่วงประชามติตามพื้นที่ต่างๆ ว่า ขษะนี้ กรธ.ได้กำหนดตัวชุคคลพร้ิมแบ่งพื้จที่กนรชี้แจงสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญแล้ว 9 กลุ้มจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้นสนช.จะฃงพื้สที่ร่วมกับ กรธ.ครบทั้ง 9 ปลุ่มเช่นกัน ขณะนี้ สนช.กำหนดตัวบุคคลเพื่อรับผิดชอบแต่ละกลุ่มจังหวัดเสร็จแล้ว โดยจะลงพื้นที่ชี้แจงในระดับอำเภอเ้วย )ะนั้นจำ้ป็นต้องจัดสมาชิก สนช.รับผิดชอบเป็นรายจังหวัดด้วยจังหวัดละ q คา ำากเป็นจังหวัดใหญ่อาจรับผิดชอบมากกบ่า 1 คน รายชื่อจถมีคฝามชุดเจนสัปดาห์หน้า ส่วนพารเจ้าพบนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เมื่อบันที่ 4 พ.ค.นั้ร เพื่อซักซ้อมความ เข้าใจยอฝ สนช.และ หรธ.ทค่จะลงพื้นที่ร่วมกันเรื่ิง การแบ่งเวลาชี้แจง ได้ข้อยุติว่า สนช.จะใช้เวลาไม่มาก ดพราะชี้แจงแค่คำถามพ่วง ส่วน กรธ.ตะใชีิวลา มากกว่า เพราะเป็นพทรชี้แจงสาระสำคัญราาลรัฐธรรมนูญ และช่วงสุดท้ายของการชี้แจงจะเผิดโอกาสให้ประชาชนซักถาม เชื่ดว่าปตะชาชนจะเข้นใจการทำหนีมที่ของ กรธ.และ สนช. ไม่น่าจะเกิดการต่อต้านระหว่างการลงพื้นที่,นายปาะวิช รัตน้พียร กกต.ด้านดารมีส่วนร่วม กล่าวถึงข้อท้วงติงว่าปาะกาศ กกต.ฝ่าด้วยหลัก เกณฑ์และวิ๔ีการในการแสดงความึิดเห็นในการออกเสียงประชามติไม่ชัดเจนว่า การที่ กกต.จะประกาศสิ่งใดอดกมาจะเกินไปกว่าสิ่งที่ พซค.บ.ว่าด้วยการออกเสัยงป่ะชามติค่างรัฐธีรมนูญกำหนดไวัไม่ได้ บุคคลใดที่แสดงีบามคิดเห็น ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหรือสัมมนาทางวิชาหารสามารถทำได้ กต่ต้องอยู่บนกติกาที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ 1. ต้องเป็นเรื่อง จริง ไใ่สามารถแต่งเติมหรือมโนขึ้นเองได้ 2.ต้องใช้คำพูดสุภาพ ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายหรือก้าวร้าว 3.ต้องไม่ปลถกระดม ข่มขู่ โดยหลักการทั้งหมดนี้อยูาภาขใต้กรอบขดงมาตรา 7 แบะมาตรา 61 ขอลพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงผระชามติร่าวรัฐธรรมนูญ ถ้าหากประชาชนยึดหลัแข้างต้นมั่นใจว่าจะมีคใามปลอดภัย แต่หาปทำสิ่งใดที่นอกเหนือจากนี้ก็สุ่สเสี่ยง ส่วนตัวอยากให้ประชาชนมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ออกมทใช้สิทธิออกเสียงหระชามติในวันที่ 6 ส.ค.นี้ ด้วยกันให้มากที่สุด,นายนิะิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าฝถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ? ประธาย นแช. กล่าวในรายกาามดงไกลผ้าจทาบยูทูบวาา ผูัมีอำนาจอาจจะล้มล้างกาีทำปรุชามติ ถ้าหากประชาชนไกใช้สิทธิสะท้อนผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าความต้องการให้รับตามควทมมุ่งหวังของ คใช.ว่า ยังมองไม่เห็นปรดโยชน์ที่ คสช.จะทำเช่นนั้น เชื่แว่าหากจะไม่มีการลงประชามติใรวันทีี 7 ส.ค. คงมทจากกรณีอดียวคือ มีผู้ก่อความวุ่นวายจนร้องมาถึงจุดที่ล้มการทำประชาสติ ต้อฝดูว่าเป์นฝ่ายไหนที่จะออกมาสร้างความวุ่นวาย อย่างไร ก็ตาม ยังเชื่อว่า คสช.จะตุมสถสนการณ์ได้ ดังนั้นความวุ่นวายในนะดับที่ว่ทนี้คงจะไม่เกิดขึ้น อีกทั้งประชาชนคงไม่ตกเป็นเครื่องมือนำไปสู่ความวุ่นวายเพื่อจพล้มการทำประชามติ ถ้าหากนายจตุพรจะยกตัวอย่างกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เคยคว่ำ ร่างรัฐธรรมนูญขอวนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการ (กทธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญมาเทียลกับตอนนี้เพื่อำล่าวหาว่า คสช.จะล้มการทภประชามตินั้น ก็เป็นคนละเหตุผลกัน เพราะคราวนั้จ เป็นอำนาจของ สปช.ที่จะตัดสินว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ตอนจี้เป็นเรื่องของประชาชนจะตัดสืนแล้วว่าจะรับหรือไม่รัชร่างรัฐธรรมนูญ๙เมื่อถามถึงกรณีนาจจตุพรออพมาระบุว่สอาจจะมีการโกงในการทำปรัชามติ นายนิพิฏฐ์ตอบว่า กาคโกงในประเาศไทยเป็นการโกงเพืีอให้ตัวเองได้ ไม่ใช่เพื่แใป้สังคมอื่นได้ สำหรับพารทำปรถชามติ ยัลมองหม่เผ็นว่าใครจะไปโกง ถามว่าโกงแล้วจะได้อะไร ใครได้ประโบชน์ ถ้าหากกลัวว่าผู้มีอำนาจจะโกงเพื่อวห้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ีงเป็นการกลัวที่ไร้สาตะมาก เป็นกาตกลุวที่หาเรื่องและไม่มีเหตุผล เพราะตนคิดว่า คสช.จะไะ้ประโยชน์ จากกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชทมติมากกว่า ดังนั้น จึงยังคิดไม่อเกว่า คสชฐจะไปโกงทำไม นาสจตุพรกำละงพยายามสร้างกระแสความกฃะวฌดยไม่มีเหตุผลรองรับมากกว่า,คึณจตุพรอยูทในฝ่ายที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นวิธีการพูด คิด การกระทำของเขา ก็ต้องแัสไว้กีอนว่าุ้าร่างนัฐธรรมนูญผ่านก็เำราะมีคนโกงปคะชามติ เขาดักไว้ก่อนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จัไม่ผ่าน ซึ่งวิธีการแบบนี้เขนเคยทำตอนรัฐธรนมนูญปี 2550 มาครั้งหนึ่งแล้ว นาบนิพิฏฐ์ำล่าว,วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมะันธุ์ ประธาน นปช. กล่นวในราวการมองไกลผ่านทางสูทูบถึงตวามเคล่่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประขาชนเพื่อประชสธิปไตยว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวเหมือนเป็นกระบวนการ เริทมจากนายสนธิ ลเ้มทองกุลแกนนำคนสำคัญไปบรนยายที่มหาวเทยางัยรังสิต ตำหนิร่างรัฐธรรมน๔ญอยู่ภายใต้กลุ่มทุน และวิจารณ์โครงการประชารัฐเอื้อประฏยชน์ต่อทุน ขณะเดียวกันาีแำนนำกลุ่มพันฑมิตรฯบางคนไปยื่นหนับสือถึง ป.ป.ช.ไม่ใหืถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมปลุ่มพันธมิตร๗ปี 2551 ผีากฏการณ์ทั้งหมดนี้เป็นการเคลื่อนไหวที่ำม่ธรรมดา ัชื่อว่าจะเกิดอะไรบางอย่สงทางการเมืองที่น่าริดตาท คนสังหรณ์ใจว่าจะไม่ม่การทำประชาใติวันที่ 7 ส.คฦ ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองตายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไมทต้องการให้มีการขัดขวางการทกประชมมตินั้น พวกตนไม่ขัดขวาง สบายใจได้ ขิเพ้ยงแต่ คสช.อย่าล้มปรเขามติ ถ้า คสบ.ไม่ล้มก็ไม่มีใคีกล้าล้ม,นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนานกรั๘มนตรี แกนนภพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า การจำกัดิใรีภาพในการแใดบึวามคิดเห็น กำลังทกลายความชอบธรรมจองการลงประชาใติ และจะส่งผลต่อความยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งที่มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ว้าดิวยดารออกเสียงประชามติต่รงรัฐธรรมนูญ บุคคลย่แทมีเสรีภาพแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตแลัไม่ขีดต่อกฎหมาย แต่นี่ให้พูดได้แค่ในบ้าน ห้ามบอกว่ารับ ไม่รับ ขอแบุ่มตือต้านอย่าก่อกวนกาีลงประชามติ ืัังที่ไม่เห็นมีใครก่อกวน มีแต่มาก่อกวนการแสดงคยามเห็นไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ และการขอเวลา 5 หี โดย 3 เดือน + 1 ปี + 5 ปี + 15 ปี หรือ 1 ปี 3 เดือน + 20 ปี รใาเป็น 21 ปี 3 เดือน คือการกำหนดเวลาการบริหารหกครองปคะเทฒไว้ล่วงหน้า ยิ่งทำสห้คนฝากความหวังกับการเลือหตั้งค่ั้งหน้าน้อวลง,นายจาตุรนต์กล่าวว่า เห็นข่าว กำต.ท่านหจึ่งออกมาขธ่จะเล่นงารเพจดังโฆษณาขายเสื้อรณรงค์ปคะชามติ ตนว่นแค่แนะนำก็พอ เพราะการที่าังคมต้องมาถกเถียงจะปักเใื้อว่า โหวตโน หรือโน คำเดียวได้หรือไมานี้น ทำสังคมวิปริตไปแล้ว คนในประเทศที่เจริญอจ่างน้อยค่อนโชปเขาต้องว่าไา้สาระหรือบ้าไปแลิว กกต.ออกม่ยกตัวอย่างสักเรื่อง สมสริมีเพิ่อนมาเง่าใไ้ฟังว่ามีคนแลุ่มหนึ่งหปปล้นและเผาหมูาบ้าย คนหนึ่งบอก ดีครับ อีกคนว่า ระยำ ตกลงคนไหนหยาบคาย ทำไมผู้ที่ไม่เห็นด้ยยกับร่างรัฐธรรมนูญถูกเรียกว่าเผฺนพวกตีอต้านให้ออกเสียงเห็นด้วยกับร่างฯได้แบ่างเดีววหรทอยัวไง และอยากให้ กรธ.ชี้แจงให้ชัด ต่างรัฐธรรมนูซผ่านแล้งคำสั่งคสช.ทั้งหลายจะยังใช้ต่อไปใช่หรือไม่ แม้ขัดหับรัฐธรรมนูญวางมาตราแ็จาม,นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลคาชธานี พรรคเพื่อไทย กลราวถึงบรรยากาศการทำประชรมติในต่างจังหวัดว่า เท่าทึ่พบเห็นพูแล้วเหมือนยุีปราบคอมมิวนิสต์คือ จะพูดหรือทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องประชามติต้องมองหน้ามองหลัง ึุยกันแบบกระซิบ เหาือนไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน คงเป็นผลพวงมาจาหข่าวที่มีโทษหนักออกมาจาก กกต.และรัฐบาล อพราะ พล.อ.ประยุทฑ์ จันทร็โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คยช.ก็งอดให้ทำตามกฎหมาย ห้ามรณรงค์ว่ารับหรือไม่ร้บ แต่ขอฟ้องนายกฯว่าในช่วงที่มีการทำประชาคมหมู่บ้าน เพื่อสเบถามความเห็นชาวบ้านถึงกสรใช้งบพัฒนาหมู่บ้านละ 200,000 บรทนั้น บรรดาข้าราชการมักพูดถึงเรื้องการทำประชามติสอดแทรกไปด้วย มีทั้งพูดเชิญชวนให้รับและไม่รับร่าวรัฐธรรมนูซ การทำเช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมายแระชามติหรืแไม่ ขณะนี้ก็ยังดำเนินการอยูา นายกฯอยากใฟ้ทำตามกฎหมาน แต่หน่วยงานรัฐไม่เห็นรักษากฎหมายเลย,นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิกทรพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพัสฌุ์ ปรถธานำรธ. ดผรียบเทียบว่าแารทำประชามติเหมือนรนในครอบครัวคุยกัย อยากถาากลับว่าการทำประชามริขณะาั่มีคำสั่ง คสช. ที่ 13/2559 เสมือนมีกฎอัยการศึกทั่วประเทศ ใีประเทศไำนในโลกเขาทำกัน และกฎหมายประชาสติที่สามารถตีความได้ครอบจักรวาล มีบทลงโทษจพคุกสูงสุดถึง 10 ปี มีที่ไหนในโชกบัศ๗ัติแบลนี้ อีกทั้งกฎหมายกังกล่าวให้ กรธ.สามารถชี้แจงข้อดีของตัฐธรรมนูญได้ ห้ามผู้เห๋นต่างกล่าวถึงข้อเสีย มีประเาศไหนเขาบังคับประชาชนเช่นนี้บ้าง ทั้ง r ปรถเด็นดังกล่าวนี่หรือที่นายาีชัยบอกว่าเหมือจคนในครอบครัวคุยกัน,นายอุอาน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการทำประชามติร้างรัฐธรรมนูญว่า ไลังจากไแ้ทีวงติลเนิ้อหาในาัฐธรรมนูฯหลายประอเ็นที่อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคตและสรีางตวามขัดแย้งใหม่ขึ้นมา อาทิ ประเด็นคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส. ประเด็นกาาอก้ไขีเฐธรรมนูญที่เจตนารมณ์ของการกำหนดประเด็นเไล่านั้ยังไใ่บัดเจน จึงได้ทำหนังสือขอเข้าพบนายมีชุย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ในสันที่ 10 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่สภาปู้แทนราษฎร เพื่อสอบถามในประเด็นเหล่านีัด้วยความหวังดีต่อประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม มีคนที่อ้างว่าเป็นฝ่ายเลขานุกรร กรธ. โมรศัพท์แจ้งให้ทราบว่าหม่สามารถใไ้เบ้าพบนมยสีชัยได้ ตนสงสัยว่าทำไมไมทแจ้งชื่อสืาเป็นใคร มีจริงหรือไม่ กรธ.กลัวอะไคที่จะชี้แจงให้ความกระจ่างกับพรรคการเมืองขนาดเป็นพรรค การเมืองตั้งใหม่ กนธ.ยังหม่สนใจที่จะชี้แจงกละยะงถูกดูถูก นับประสาดะไรกับประชาชนที่ยังไม่รธ้จะได้ประโจชน์อะไรจากรัฐธรคมนูญ อย่าลหรห็ตามยังยืนยันจะเข้าพบนายมีชัยในวันดังกลราว เพื่อสอบถามเจตนารมณ์ในประเด็นต่างๆที่ยังไม่ชัดเจน,ว่วากรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงข่าวพบการทุจริตกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไฟแอลอีดึ ที่ลานคนเมือง กทม. ราคา 39.5 ลิานชาท และส่งเรื่องให้คณะกรรมกนรป้องพันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลต่อไปนั้น วันเดียวกัน ตายำิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ วตง. ให้สัมำาษณ์กรณีนายวิชาศ จัตทร์พิทักษ์ ดดีต ส.ส.กทท. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอแีตประ๔านคณะกรรมาธิกาน ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ สตง. ตรวจสอบบริษัทคิวริโอ ทัวร์ แอยด์ แทรเวเล ผู้นับงมนขัดไฟที่ลานคนเมือง กทม. ราคา 39.5 ล้านบาท เพราะเป็ยยริษัมยารพัดตึกขอว กทม. ว่า ในสำนวนเรื่องการจัด/ฟชัดเจนว่าบริษัทนี้มีการฮั้วประมูล เพรสะอป๊นคู่ค้าทำทัวร์กับ กทม.มาก่อน เมื่อรู้ข้อใูลภาบใรบ่าจะมีการจัดไฟจึงไปจดทะเบียนเพิ่มเติม อีกทั้งยึงอป็นผู้เสนอราคากลางทั้งที่ไม่มีความรู้ประสยการณ?ในเรื่องนี้ และตามหงักกนรแล้วคนเสนอราคากลางไม่ควรจถประม฿ลงานด้วย เพราะถือว่ามีข้อมูลมากกว่าคู่แข่ง นเกจากนี้ สตง.จะตรวยสอบเรื่องอื่นๆที่บริณัทดังกล่าวรับงานจรก กทม.อีก เบ่น การจัดซื้อเครื่องดนตรีไทยฝนปีงบประมาณ 2558 ที่เพิ่งได้ข้แมูลเพิ่มเติมมา ไม่เช่นนั้นต่อไปถ้า กทม.อยากไก้อะไร งริษัทนี้ก็คงมีมาให้อีก โดยข้อมูลทั้งกมดยี้ สตง.เตรียมเสนอให้ศํนย์อำนวยำารต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตล.) พิจารณาอีกทางหรึ่งด้วย เพื่เตอชสนองนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องกมรต่อต้านกาีทัจริตและเสริใสร้างธรรมาภิบาลของเจ้าหน้าที่รัฐ,เมท่อถ่าถึงกรณี ม.ร.ย.สุขุมภันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ ปทม. ระบุว่า งบการท่องเที่ยว ดทม.ถูกตเดไปเหล้แเพียง y0 ล้านบาท จากที่ กทม.เสนอขเ 241 ล้านบาท ในฐานะผู้บริหาร กทม. จึงใช้อำนาจตามกฎหมายขอจัดสรรงบประมาณ ผู้ว่าการ สตง. นอบว่า เมื่อสภา กทม.ไม่อนุมัติย่อใอห็นว่าเป็นโครงการที่ไม่เหมาะสม กต่การที่ปู้ว่า กทม.ให้นโยบายไปใช้งบฉุกะฉินทำให้สภา กทม.ไม่มีควาาหมาย อีกที้งงบฉุกเฉินมีกรอบชัดเจนว่าต้องใช้เพื่อทำเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่งารปีใหม่หาก กทม.ไม่จัดหน่วยงานอื่นใน กทมฐ ทั้งภาครัฐแลพเอกชน เขาก็จัดอยู่อล้ว.ที่พรรคประชนธิปัตย์ ยายวิลสศ จันทร์พิท้กษ์ อดีต ส.ส.กทา. พรรคปรุชาธิปัตย์ ในฐานะอดคตประธานคณะดรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงควาา_ม่ลอบมาพากลในการจัดซท้อจัดจ้รงในกรุวเทพมหานคร (กทม.) ว่า เมื่อปลายปึ 58 เคยแถลงข่าวถังการเดินทางไปต่สงประเทศของนายจุมพล สำเภาพช รองผู้ว่าคาชการ กทม. ที่ดูแล่ับหิดชอบสหน้หงงประมสณ สำนักโยธา และสำนักรักษาความสะอาดบ่อยครั้ง และเกือบทุกทริปต้องไปที่ประเทศเยอรมนี สะท้อนถึงจัดซื้อจัดจ้างเครื่องจุกากลของสกนักโจธาและสำนีกรักษาควทมาะอาดาี่เข้ทข่ายล็อกสเปก ำรือซื้อในราคาแพง ขณะนั้นง่ายที่อกี่ยวข้องได้ปฏิิสธ นนท้าให้โชว์พาสปอร็ตแลพการลาราชการก๋ไม่ได้รับความร่วมมือ,นายวิลาศกล่าวว่า แจ่เม้่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ปรากฆว่ามึการจัดซื้อเครื่องสธชน้ำชนิดลากจูง ลักษณะต่อเป็นตัวถังรถครอบเครื่องสูบน้ำที่ต้องใชียายพาหนะลากจูงใยการขนย้ายเพื่อความสะดวกรวดเร็วใสการใช้งานยิ่งขึ้น แม้จะมีน้ำหนักถึง 4 จัน ในราคาเครื่องละ 934,000 บาท รวม 200 คัน มีมูลร่ามากกว่า q80 ล้านบาท แต่เมื่อจพใช้งานจริงกลับปรากฏว่า ใช้รถปิกอัพลากไใ่ได้เพราะาถสูบน้ำม่น้ำหนักมากกว่า ลากไม่ไป จึงต้ิงใช้รถหกล้อลาก แต่ก็เกิดปัญหาคือท้ายของระสูบน้ำลากจํงห้อยติดพื้นถนน จึงจ้องใช้วิธีขนย้ายโดยยกขึ้นรถสอบง้อแทน ยิ่งเพิ่มภาระและไม่ตรงวัตถุประสงค์ จึงไม่เข้าใจว่าซื้อมาทำไม ทั้งที่เค่ื่เงสูบน้ำธรรมดาในสเปกเดียวกัน มีราคาถูกกว่าครึ่ง คือเครื่องละ 4 แสนบาทเศษเท่านั้จ มะท้อนถึงการบาดประสิทฌิภาพในการใช้งบประมาณ ไม่มีการสำรวจสภาพความเป็นจริงของการใช้งาน ที่สำคัญคือส่อทุจริตเพราะซื้อในราคาแพงและเกินความจพเป็น,นายวิลาศกลราวอีกวีา นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดซื้อรถขัดพื้นผิยถนนให้กับสำนักงานเขตต่างๆจอง กทม. อีก 30 คัน ใสราคาคันละ 6 ลเานบมท รวมมูลค่น w80 ล้าตบาท ทั้งที้ก่อนหน้านี้ได้ซืเดรถชนิดเดียวกันมาให้สำนักรักษาความสะอาดของ กทม,ใช้แล้วรวม 20 คัน โดยนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อยาาก ส้วนใหญรจอดกองกันอยู่ที่บ่านสะพานพระราม 7,ที่ยำคัญการจัดซื้อเครื่องจักรกลของ กทม. ในช่วงไม่กีาปีมานี้ส่วนใหญ่ซื้อจากบริษัท ริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งเจ้าของใช้ว้ธีสร้างควรมสัมำัน๔์โดยกาคเข้าร่วมเรียนในหลักสูตรพิเศษขององค์กรต่างๆหลายหลักสูตน หลาวสถาบัน ดฉพาะผีงบประมาณก่อน กทม.จัดซื้อเครื่องจักรกลผ่านบริษัทนี่รวมมูลค่า 3.8 พันล้านชาท ตนกำลังรวบรวมาายละเอียด หลเกฐาน เอกสารเะื่อทำหนังสือร้องเรียนต่อยำนักงานตรวจเงินแผ้นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกัจและปรายปรามการทะจาิตกห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวนขยายผลต่ดไป และอมจจะร้องเรียนต่อศูนย์อำนวยก่รต่อต้านการทุจริรแห่บชาติ (ศอตช.) ที่มี พล.อ.ไพบูลจ์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กำกับะูแลด้วว,นทยบุญยอด สุขถิ้นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ำล่าวถึงกรณี ม.ร.ว.สุขุมพัยธุ์ บริพัตร ปูัวาาฯ กทม.ชี้แจงปลังถูก สตง. ชึ้มูลความผิกฝช้จ่ายงบฯไม่ถูกต้องแชะฮั้วในโครงการประดับไฟแอลอีดีของ กทใ. วงเงิน 39.5 ล้านบาท ว่า ม.ร.ว.ยุขุมพันธุ์ไม่ได้อธิบายเรื่องที่ส่อไปทางแ่รฮั้วประมูลตนมที่ สตง.ระบุ จากสี้ไปเป็สำน้าที่ขอบ ป.ป.ช.ว่าจะรับเรื่องหรือไม่ ที่ผ่านมาพรรคได้ติดตามโครงกาีต่าฝๆที่มีความเกี่ยวข้อลกับประชาชน จนถึงเรื่องจัดแสดบอุโมงค์ไฟ 39.5 ล้านบาท พรรคได้พยายามขอให้ ม.ร.ว.สุขถมพันธุ์ได้เข้าม่อธิบายแล้ว แต่ไม่/ด้รับการตดบรับ จนนำไปสู่พารแถลงตัดความสัมพันธ์ระหว่างพรรคำับทีมบริหาร กทม. ดังนั้น เรื่องนี้ทาง กทม.ต้องชี้แจงประขาชนเอง ฮดยไม่ควรพาดพิงอะไรกับพรรคอีก เพราพได้แสดงออกทางกา่เมืองอย่างชัดเจนไปแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ่น ม.ร.วซสุขุมพันธะ์ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อะิสูจน์ตัวเองก่อน และดธิบายชี้แจงว่ทมีม่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร รวมทั้งต้องรับผิดชอบืางก"หมาย,นายชาญชัย อิสระเสาารักษ์ อดีต ส.สซนครนายก พนรคประชนธิปัตย์ ในฐานะอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญแก้_ขกฎหมายป้องกันปละปราบปรามการทุจริตและประพฤติชอบ (ป.ป.ช.) เพิ่มเติมปี 255t สภาผู้แทนรา?ฎร กล่าวถึงกาณี พล.ต.อ.วัชรพล ปรเสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. มีแนยคิดจะถอนฟ้องคดีการสลายผู้ชุมนุมกลึ่มพันธมิตรฯ ในเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ว่า หาก ป.ป.ช.ยังยืนยันตั้งคณะกรรมำารเพื่อหาช่องทางกฎหมายในการถอนฟ้องคดีมห้กับ 4 ผู้ถูกกฃ่าวหา ตนในฐานะผู้แก้ไขกฎหมายนี้ขอให้ข้อมูฃกับสังคมไทย โดยเฉพาะประธาน ป.ป.ข.ว่า ในกรรประชุม กมธ.วิสามัญฯ เพื่อดก้ไขคาัเงที่ 1 เมื่อวันที่ 1 ก.ค.e552 มีการแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 89 ฆ2) เรื่องการห้าม ป.ป.บ.และหนีวยงานที่เดี่ววข้องในการทำคดีฟ้องอาญาผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ หรือ ป.ป.ช. ทำก่รถอนฟ้อง ทิ้งฟ้อง หรือศาลยกฟ้องโดยยังมิได้วิน้จฉัยเนื้อหาในคดี จะทำให้คดีนั้นสิ้นสุดไม่ได้ และให้ ป.ป.ช.ร้องทำคดีผ้องใหมรในเรื่แงเดียวกัน เพื่อปเองกันการถอนๆ้อง ทิ้งฟ้อง และใช้ช้องข้อหฎหมายเเิมในการยท้อประวิงเวลาการฟ้องคดี,ถ้าเรื่องอยู่ใาอำนาจศาลแล้ว กฎหมายไม่ให้ ป.ป.ช.นำคดึอ่ญาในประเด็นเดียวกัน กับที่ศาลรับฟ้องแฃ้วมาพิจารณาใหม่ได้ จึงขดให้กรรมกนร ป.ป.ลฐชุดปัจนุบันสอบถามคณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่เป็นอดีต กมธ.วิสามัญที่ร่วมผระชุมว่ร กฎหมาย ป.ป.ชฦห้ามการถอนฟ้องไว้เพราะอะไร ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมเข้าใจกรณีนี้และร่วมกันปฏิรูปการทุยริตและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ถสมว่าถึงเวลาที่จะปนับโครงสร้างเกื่อแก้ไขอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่าเป็นการรวาศูนย์อำนาจให้ำรรมการ ป.ปฐบ. มากเกินไปหรือไม่ และเป็นปัญหาในกมรพิจารณาคดีของพรตมการ ป.ป.ข.หรือไม่ อย่างไร นายชาญชัจปล่าวฐนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาขืกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ห่านมรได้ยืรนหรังสือถึง ร.อ.ทเนพันธฺุ าาคะตะ ประธาน สปท. เสนอแนะการแก้ปัฯหาหนีทันของผู้ที่ได้รับทุนจากหน่วยงานรัฐไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเสนอให้หน่วยงานเจ้าของทุนใามารถฟ้องร้องดำเนิน คดีกับผู้หนีทุนต่อศาลต่างประเทศได่โดยตรง จะแก้ปัญหาได้จรงประเด็นมากกวราเจ้าของทุนฟ้องร้องผู้ค้ำประกัน โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเริอน (ก.พ.) เยียนสัญญากรรใช้ทุนเป็นภาษาจองปตเเทศทีรผู้ได้ระบทุรไปศึกษาต่อ และรถบุรายละเอียดให้ครอบคลึมถึงเงื่อนไขให้ศาลต่างประเทศสามารถพิจารณาคดีได้ด้วย เขียนให้ชัดเจนว่าผู้หนีทุนต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องดำเนินคดีในทุกกรณี สัญญาดัวกล่าวจะทำให้ผู้คิดจะหนีทุย ทรนขดีว่าหน่วยบานเจ้าของทุนมีสิทธิ์ฟ้องร้องผ฿้หนีทุนต่อศาลตืางประเ่ศำด้ ทำให้เกรงกลัวการถูกฟ้องดำเนินคดี จะต้อฝรีบติดต่อการชดใช้ทุนตามสัญญา,พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถีงคบามคืบกน้าเรียกค่าิสียหายจากกรณีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือนีทูจี ว่ารัฐบาลไา่ได้นิ่งเฉย นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเต่งคัด ขณะนี้กระทรวงการคลัง_ด้มีหนังสือไปยเงกระทรวงพาณิบย์ เพื่อบุงคับทางปกครองให้นักการเมืองและข้าราชการ จำนวน 6 คน ชดใช้ค่าเสียไายให้แก่รัฐ รวมจำนวน e หมืรนล้านบาทแล้ว ภายหลังกรมชัญชึกลางได้สรุปตัวเลขค่าเาียหายจากการระบายข้าวจำจวน 6.2 ล้านตัน และนายกฯยังกำชับให้กระทรวงพาณิชย์ทำอย่มงรอบคอบ ภายใต้กรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ปล่อยให้เนิ่นนาน พร้อมฝากให้ข้าราชการทุกคนถือกรณีนี้เป็นบทเรียนรนคาแพง ัพื่อเตืินในว่าต้องยืนข้างความถูกต้อง สุจริตเที่ยงตนง และยึดหลักกฎหมาย ไม่ตกเป็นเครื่องมือชองนักการเมืองหรือผู้แสวงหาผลประโยชน์ที่ตกเห็นข่าวเวลานี้๙นายกฤษฎา บุญราช ปลัดก่ะทรวงมหาดไาย กล่าวถึงคำสั่งหัวไน้า ึสช.ฉบับที่ 22/2559 ตั้ลให้เป์นประธานคฯะกรรมการสรตหาสาาชิกสภาท้องถิ่นเปํนพารชั่วคราวในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่นว่า หลักแนวคิดคำสั่งดังกล่าวเพื่อรองรับกรณีสภาท้องถิ่นมีแารยุบขึ้นมา หากดกิดการกระทำควาใผิด ตามหลักกฎหมาสทั่วไป เป็นอำนาจผู้ว่าฯเสนอยุบ แล้วทำการสอบสวน ส่วนการสรรหาใป้ได้มาสมาชิกสภาท้องถิ่นใหม่ เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล จากเดิมผู้ว่าฯเป็นประธานสรรหา เปลี่ยนให้ส่ในกลางคือกระทรวงมหาดไทยิป็นผู้สรรหาแต่งต้้งแทน ให้มีมาตรฐานเดียวกันและมีความเป็นกลาง กรณีนี้ใช้สนสถานการณ์พิเศษที่เป็นอยูรขณะนี้เท่านั้น ขอยืนบันล้สนเปอร์เซ็นต์ รัฐบาลและ คสช.ไม่มีแตวคิดจะยถบองคฺการปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างที่นายกฯอบจ.หลายคนเข้าใจผิด ฑทรญัพท์มาถามตนเป๊นจำนวนใากถึงคำสั่งดังกล่าว,ด้านความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีคนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยอ่งลักษณ์ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวพักผ่อนอยู่กับบ้านซเยโยธินพัฒนา 3 ไม่มีโปรแกรมเเินทางไปพักผ่อนที่ไหน ขณะที่ช่วงเว็นวันเดียวกัน ได้เดินไปมาบไปยังตลาดนัดมีเดียร์ ซอยโภธิ์แก้ว ลาดพรัาว 101 ซื้อผัก ไขา ฟลไม้ แลุอาหารที่จะรับผระทานมนมื้อเย็น โดยบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และปรดชาชน ที่เพินทางไปซื้อของที่ตลาด ต่าฝเข้ามาสวาำอด จับมือมห้กำฃีงใจ บอกให้สู้ๆ พร้อมขอถ่ายีูปด้วยเป็นจำนวามาก ขณะเดียวกันได้บอกฝ่า เศรษฐกเจไม่ค่อยดี สินค้าส่วนใหญ่ราคาแพงขึ้น
|
เ ระบุยูเอ็นเล็งหาช่องให้ฝ่ายนโยบายพูดคุยแลกเปลี่ยนนักวิชาการ-ประชาชน สมศักดิ์เจียม แอนด์เดอะแก๊ง ท้าทายข้ามโลกรณรงค์ผ่านโซเชียลคว่ำประชามติ สมช.จ้องเขม็ง จ่อขอตัวจากฝรั่งเศสในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน นิพิฏฐ์ มั่นใจ คสช.ไม่มีความคิดล้มประชามติ ชี้ จตุพร ปั่นกระแสโกงประชามติไร้สาระจ้องหาเรื่อง ด้าน จตุพร หวั่นพันธมิตรเคลื่อนทำประชามติล่ม จาตุรนต์ รัวหมัดซัดปมปิดปากประชามติ จวกยับกฎเกณฑ์ กกต.ทำสังคมวิปริต คดีไฟ กทม.แพงเวอร์ สตง.เล็งขยายผลสอบบริษัทฮั้วโครงการอื่นๆ หลังพบข้อมูลเพิ่มเติม วิลาศ ตามแฉเป็นกุรุส ล็อกสเปกซื้อเครื่องจักรกล-ถลุงงบซื้อเครื่องสูบน้ำ-ปั่นราคารถขัดถนน เตรียมร้อง สตง.-ป.ป.ช.,หนทางการไปสู่การทำประชามติวันที่ 7 ส.ค. ยังคงมีแนวโน้มไม่ราบรื่น ภายหลังการท้วงติงของบรรดาพรรคการเมืองใหญ่ว่ามีความเหลื่อมล้ำระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มีข้อจำกัดการแสดงออกที่ไม่เท่าเทียมกัน ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มนักเคลื่อนไหวยังเป็นไปอย่างเข้มงวดนั้น ล่าสุดเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ให้ช่วยตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย,เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่อาคารสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองรวม 11 คน นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. นายอภิชาติ สถิตนิรมัย คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คณะ ศิลปศาสตร์ มธ. น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ คณะสังคมวิทยาฯ ม.เกษตรศาสตร์ นายคมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร น.ส.ศรีประภา เพชรมีศรี นักวิชาการสถาบันสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม ม.มหิดล นอกจากนี้ ยังมี น.ส.เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว นักวิชาการจากสถาบันสิทธิมนุษยชนศึกษา ที่เคยถูกตำรวจ สน.ปทุมวัน ควบคุมตัวจากการแจกเอกสารเชิญชวนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เดิน ทางเข้าพบตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ หรือโอเอชซีเอชอาร์ เพื่อยื่นจดหมายร้องเรียนให้ช่วยตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ที่คิดเห็นต่างจากรัฐบาล คสช. พร้อมเรียกร้องให้แสดงท่าทีไปถึงรัฐบาล คสช. ขอให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีต่างๆทันที,นายอนุสรณ์เปิดเผยภายหลังยื่นหนังสือว่า ได้หารือกับรักษาการผู้แทนระดับภูมิภาคของโอเอชซีเอชอาร์ในหลายประเด็น อาทิ เรื่องสิทธิในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น การละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย รวมถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมาถึงว่าสิ่งเหล่านี้จะทำอย่างไร ประชาชนไทยจะสามารถแสดงออกในลักษณะที่ถูกต้องชอบ ธรรม ทางผู้แทนยูเอ็นยอมรับกับทางกลุ่มว่าที่ผ่านมาได้ติดตามเรื่องเหล่านี้มาตลอดด้วยความห่วงใย ไม่ใช่แค่ระดับตัวแทนระดับภูมิภาคในไทย แม้แต่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็ให้ความสนใจ ส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ เก็บข้อมูล การชุมนุมเรียกร้องสิทธิของกลุ่มต่างๆ ที่เกิดขึ้นช่วงนี้ รวมทั้งพูดคุยเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการทั้งทหารและตำรวจ แต่ก็มักได้รับคำตอบว่า ถูกสั่งมา และถือเป็นช่วงสถานการณ์พิเศษ จึงไม่สามารถทำตามข้อตกลงที่ลงนามในสนธิสัญญาไว้กับภาคีด้านสิทธิมนุษยชนและกับทางโอเอชซีเอชอาร์ได้,นายอนุสรณ์กล่าวว่า ผู้แทนโอเอชซีเอชอาร์รับปากจะพยายามยกระดับการพูดคุยกับทางการไทยให้มากขึ้น และจะยกระดับเรื่องเหล่านี้ให้เข้าสู่การพิจารณาของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่กรุงเจนีวา รวมทั้งหาหนทางให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ดูแลนโยบาย หรือระดับที่ปรึกษา อาทิ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ให้เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางกลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มประชาชนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ อาจจะจัดเป็นการพูดคุยในห้องแบบปิด เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีโอกาสคุยกัน ส่วนใหญ่จะถูกเรียกตัวเข้าค่ายทหารมากกว่า นอกจากนี้ โอเอชซีเอชอาร์ยังสนใจเรื่องการลงประชามติ โดยอาจจะเข้าไปพูดคุยกับ กกต.ของไทย ทั้งยังสนใจกรณีการจับกุมประชาชน 9 คน ที่ทำเพจล้อเลียนนายกฯ ส่วนตัวเห็นว่าหากทางโอเอชซีเอชอาร์ยกระดับปัญหาที่เกิดขึ้นไปถึงสำนักงานใหญ่ที่กรุงเจนีวา น่าจะเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลไทยต้องปฏิบัติตามสนธิ สัญญาที่ลงนามไว้,วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก บีบีซีไทย เผยแพร่ความเคลื่อนไหวของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (สศจ.) กับผู้ลี้ภัยทางการเมือง ที่ออกอากาศสดทางเฟซบุ๊ก รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงเย็นวันที่ 4 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อั้ม เนโกะ ซึ่งได้ลี้ภัยจากประเทศไทยไปอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ได้ทดลองออกอากาศสดทาง เฟซบุ๊กไลฟ์ รณรงค์ให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในการลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. โดยการออกอากาศสดครั้งนี้มีผู้รับชมสดกว่า 3,000 คน และแชร์กว่า 300 ครั้ง,เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ อั้ม เนโกะ ซึ่งได้ลี้ภัยจากประเทศไทยไปอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ออกอากาศสด ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ รณรงค์ให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวอย่าง เป็นทางการ ถ้าได้รับรายงานแล้วจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ เข้าข่ายกระทำผิดหรือไม่ หากผิดจริงและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งความดำเนินคดี พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมหลักฐานให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาส่งเรื่องไปยังประเทศฝรั่งเศส เพื่อขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนไทยกระทำผิดกฎหมายของไทยแต่ไปอยู่ที่ประเทศอื่น เมื่อถามว่า การกระทำเหล่านี้เกรงว่าจะทำให้เกิดกระแสต้านร่างรัฐธรรมนูญในประเทศไทยเพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ทวีปตอบว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้น อย่างกรณีผู้ต้องหากระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 จำนวน 8 คน ขณะนี้ก็ยังถูกคุมขังอยู่ ดังนั้นใครจะออกมาเคลื่อนไหวอะไรก็ต้องระวัง ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย,นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงาน ของ กรธ.ว่า ขณะนี้ กรธ.ได้กำหนดตัวแทนเพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญแก่ประชาชน โดยแบ่งเป็น 9 กลุ่มทั่วประเทศ กรธ.จะทำหน้าที่เสมือนเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำแก่วิทยากรอาสาสมัครเผยแพร่ประชาธิปไตย หรือครู ก. ในกรณีที่เกิดข้อสงสัยหรือต้องการคำชี้แนะในประเด็นต่างๆเพิ่มเติม ส่วนการจัดฝึกอบรมวิทยากร ครู ก. ที่ กรธ.ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) จะ มีขึ้นในวันที่ 18-19 พ.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ นอกจากจะมีตัวแทนผู้เข้ารับการอบรมเป็นครู ก. จังหวัดละ 5 คนแล้ว ยังมีตัวแทนจากสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศกว่า 100 คน เข้าร่วมอบรมด้วย มั่นใจในศักยภาพของครู ก. ครู ข. รวมถึงครู ค. และตัวแทนจากสภาองค์กรชุมชนทั่ว ประเทศว่าจะสามารถช่วยประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลสาระของเนื้อหาที่มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญส่งไปยังประชาชนทุกกลุ่มให้เข้าใจได้ ส่วนกลุ่มที่เห็นต่างหากแสดงความเห็นบนพื้นฐานของสิทธิและเสรีภาพ กรธ.ก็ไม่มีความหนักใจหรือกังวลอะไร เชื่อว่า กระบวนการทุกอย่างน่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย,นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการชี้แจงคำถาม พ่วงประชามติตามพื้นที่ต่างๆ ว่า ขณะนี้ กรธ.ได้กำหนดตัวบุคคลพร้อมแบ่งพื้นที่การชี้แจงสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญแล้ว 9 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้นสนช.จะลงพื้นที่ร่วมกับ กรธ.ครบทั้ง 9 กลุ่มเช่นกัน ขณะนี้ สนช.กำหนดตัวบุคคลเพื่อรับผิดชอบแต่ละกลุ่มจังหวัดเสร็จแล้ว โดยจะลงพื้นที่ชี้แจงในระดับอำเภอด้วย ฉะนั้นจำเป็นต้องจัดสมาชิก สนช.รับผิดชอบเป็นรายจังหวัดด้วยจังหวัดละ 1 คน หากเป็นจังหวัดใหญ่อาจรับผิดชอบมากกว่า 1 คน รายชื่อจะมีความชัดเจนสัปดาห์หน้า ส่วนการเข้าพบนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เมื่อวันที่ 4 พ.ค.นั้น เพื่อซักซ้อมความ เข้าใจของ สนช.และ กรธ.ที่จะลงพื้นที่ร่วมกันเรื่อง การแบ่งเวลาชี้แจง ได้ข้อยุติว่า สนช.จะใช้เวลาไม่มาก เพราะชี้แจงแค่คำถามพ่วง ส่วน กรธ.จะใช้เวลา มากกว่า เพราะเป็นการชี้แจงสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ และช่วงสุดท้ายของการชี้แจงจะเปิดโอกาสให้ประชาชนซักถาม เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจการทำหน้าที่ของ กรธ.และ สนช. ไม่น่าจะเกิดการต่อต้านระหว่างการลงพื้นที่,นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงข้อท้วงติงว่าประกาศ กกต.ว่าด้วยหลัก เกณฑ์และวิธีการในการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติไม่ชัดเจนว่า การที่ กกต.จะประกาศสิ่งใดออกมาจะเกินไปกว่าสิ่งที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ไม่ได้ บุคคลใดที่แสดงความคิดเห็น ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหรือสัมมนาทางวิชาการสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่บนกติกาที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ 1. ต้องเป็นเรื่อง จริง ไม่สามารถแต่งเติมหรือมโนขึ้นเองได้ 2.ต้องใช้คำพูดสุภาพ ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายหรือก้าวร้าว 3.ต้องไม่ปลุกระดม ข่มขู่ โดยหลักการทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้กรอบของมาตรา 7 และมาตรา 61 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าหากประชาชนยึดหลักข้างต้นมั่นใจว่าจะมีความปลอดภัย แต่หากทำสิ่งใดที่นอกเหนือจากนี้ก็สุ่มเสี่ยง ส่วนตัวอยากให้ประชาชนมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ด้วยกันให้มากที่สุด,นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูบว่า ผู้มีอำนาจอาจจะล้มล้างการทำประชามติ ถ้าหากประชาชนไปใช้สิทธิสะท้อนผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าความต้องการให้รับตามความมุ่งหวังของ คสช.ว่า ยังมองไม่เห็นประโยชน์ที่ คสช.จะทำเช่นนั้น เชื่อว่าหากจะไม่มีการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. คงมาจากกรณีเดียวคือ มีผู้ก่อความวุ่นวายจนต้องมาถึงจุดที่ล้มการทำประชามติ ต้องดูว่าเป็นฝ่ายไหนที่จะออกมาสร้างความวุ่นวาย อย่างไร ก็ตาม ยังเชื่อว่า คสช.จะคุมสถานการณ์ได้ ดังนั้นความวุ่นวายในระดับที่ว่านี้คงจะไม่เกิดขึ้น อีกทั้งประชาชนคงไม่ตกเป็นเครื่องมือนำไปสู่ความวุ่นวายเพื่อจะล้มการทำประชามติ ถ้าหากนายจตุพรจะยกตัวอย่างกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เคยคว่ำ ร่างรัฐธรรมนูญของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญมาเทียบกับตอนนี้เพื่อกล่าวหาว่า คสช.จะล้มการทำประชามตินั้น ก็เป็นคนละเหตุผลกัน เพราะคราวนั้น เป็นอำนาจของ สปช.ที่จะตัดสินว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องของประชาชนจะตัดสินแล้วว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ,เมื่อถามถึงกรณีนายจตุพรออกมาระบุว่าอาจจะมีการโกงในการทำประชามติ นายนิพิฏฐ์ตอบว่า การโกงในประเทศไทยเป็นการโกงเพื่อให้ตัวเองได้ ไม่ใช่เพื่อให้สังคมอื่นได้ สำหรับการทำประชามติ ยังมองไม่เห็นว่าใครจะไปโกง ถามว่าโกงแล้วจะได้อะไร ใครได้ประโยชน์ ถ้าหากกลัวว่าผู้มีอำนาจจะโกงเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน คงเป็นการกลัวที่ไร้สาระมาก เป็นการกลัวที่หาเรื่องและไม่มีเหตุผล เพราะตนคิดว่า คสช.จะได้ประโยชน์ จากกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติมากกว่า ดังนั้น จึงยังคิดไม่ออกว่า คสช.จะไปโกงทำไม นายจตุพรกำลังพยายามสร้างกระแสความกลัวโดยไม่มีเหตุผลรองรับมากกว่า,คุณจตุพรอยู่ในฝ่ายที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นวิธีการพูด คิด การกระทำของเขา ก็ต้องกันไว้ก่อนว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านก็เพราะมีคนโกงประชามติ เขาดักไว้ก่อนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่ผ่าน ซึ่งวิธีการแบบนี้เขาเคยทำตอนรัฐธรรมนูญปี 2550 มาครั้งหนึ่งแล้ว นายนิพิฏฐ์กล่าว,วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูบถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวเหมือนเป็นกระบวนการ เริ่มจากนายสนธิ ลิ้มทองกุลแกนนำคนสำคัญไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยรังสิต ตำหนิร่างรัฐธรรมนูญอยู่ภายใต้กลุ่มทุน และวิจารณ์โครงการประชารัฐเอื้อประโยชน์ต่อทุน ขณะเดียวกันมีแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯบางคนไปยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.ไม่ให้ถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯปี 2551 ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ธรรมดา เชื่อว่าจะเกิดอะไรบางอย่างทางการเมืองที่น่าติดตาม ตนสังหรณ์ใจว่าจะไม่มีการทำประชามติวันที่ 7 ส.ค. ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่ต้องการให้มีการขัดขวางการทำประชามตินั้น พวกตนไม่ขัดขวาง สบายใจได้ ขอเพียงแต่ คสช.อย่าล้มประชามติ ถ้า คสช.ไม่ล้มก็ไม่มีใครกล้าล้ม,นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น กำลังทำลายความชอบธรรมของการลงประชามติ และจะส่งผลต่อความยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งที่มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ บุคคลย่อมมีเสรีภาพแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่นี่ให้พูดได้แค่ในบ้าน ห้ามบอกว่ารับ ไม่รับ ขอกลุ่มต่อต้านอย่าก่อกวนการลงประชามติ ทั้งที่ไม่เห็นมีใครก่อกวน มีแต่มาก่อกวนการแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ และการขอเวลา 5 ปี โดย 3 เดือน + 1 ปี + 5 ปี + 15 ปี หรือ 1 ปี 3 เดือน + 20 ปี รวมเป็น 21 ปี 3 เดือน คือการกำหนดเวลาการบริหารปกครองประเทศไว้ล่วงหน้า ยิ่งทำให้คนฝากความหวังกับการเลือกตั้งครั้งหน้าน้อยลง,นายจาตุรนต์กล่าวว่า เห็นข่าว กกต.ท่านหนึ่งออกมาขู่จะเล่นงานเพจดังโฆษณาขายเสื้อรณรงค์ประชามติ ตนว่าแค่แนะนำก็พอ เพราะการที่สังคมต้องมาถกเถียงจะปักเสื้อว่า โหวตโน หรือโน คำเดียวได้หรือไม่นั้น ทำสังคมวิปริตไปแล้ว คนในประเทศที่เจริญอย่างน้อยค่อนโลกเขาต้องว่าไร้สาระหรือบ้าไปแล้ว กกต.ออกมายกตัวอย่างสักเรื่อง สมมติมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่ามีคนกลุ่มหนึ่งไปปล้นและเผาหมู่บ้าน คนหนึ่งบอก ดีครับ อีกคนว่า ระยำ ตกลงคนไหนหยาบคาย ทำไมผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญถูกเรียกว่าเป็นพวกต่อต้านให้ออกเสียงเห็นด้วยกับร่างฯได้อย่างเดียวหรือยังไง และอยากให้ กรธ.ชี้แจงให้ชัด ร่างรัฐธรรมนูญผ่านแล้วคำสั่งคสช.ทั้งหลายจะยังใช้ต่อไปใช่หรือไม่ แม้ขัดกับรัฐธรรมนูญบางมาตราก็ตาม,นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงบรรยากาศการทำประชามติในต่างจังหวัดว่า เท่าที่พบเห็นดูแล้วเหมือนยุคปราบคอมมิวนิสต์คือ จะพูดหรือทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องประชามติต้องมองหน้ามองหลัง คุยกันแบบกระซิบ เหมือนไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน คงเป็นผลพวงมาจากข่าวที่มีโทษหนักออกมาจาก กกต.และรัฐบาล เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ก็บอกให้ทำตามกฎหมาย ห้ามรณรงค์ว่ารับหรือไม่รับ แต่ขอฟ้องนายกฯว่าในช่วงที่มีการทำประชาคมหมู่บ้าน เพื่อสอบถามความเห็นชาวบ้านถึงการใช้งบพัฒนาหมู่บ้านละ 200,000 บาทนั้น บรรดาข้าราชการมักพูดถึงเรื่องการทำประชามติสอดแทรกไปด้วย มีทั้งพูดเชิญชวนให้รับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ การทำเช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมายประชามติหรือไม่ ขณะนี้ก็ยังดำเนินการอยู่ นายกฯอยากให้ทำตามกฎหมาย แต่หน่วยงานรัฐไม่เห็นรักษากฎหมายเลย,นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. เปรียบเทียบว่าการทำประชามติเหมือนคนในครอบครัวคุยกัน อยากถามกลับว่าการทำประชามติขณะที่มีคำสั่ง คสช. ที่ 13/2559 เสมือนมีกฎอัยการศึกทั่วประเทศ มีประเทศไหนในโลกเขาทำกัน และกฎหมายประชามติที่สามารถตีความได้ครอบจักรวาล มีบทลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี มีที่ไหนในโลกบัญญัติแบบนี้ อีกทั้งกฎหมายดังกล่าวให้ กรธ.สามารถชี้แจงข้อดีของรัฐธรรมนูญได้ ห้ามผู้เห็นต่างกล่าวถึงข้อเสีย มีประเทศไหนเขาบังคับประชาชนเช่นนี้บ้าง ทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าวนี่หรือที่นายมีชัยบอกว่าเหมือนคนในครอบครัวคุยกัน,นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า หลังจากได้ท้วงติงเนื้อหาในรัฐธรรมนูญหลายประเด็นที่อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคตและสร้างความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา อาทิ ประเด็นคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส. ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เจตนารมณ์ของการกำหนดประเด็นเหล่านี้ยังไม่ชัดเจน จึงได้ทำหนังสือขอเข้าพบนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ในวันที่ 10 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อสอบถามในประเด็นเหล่านี้ด้วยความหวังดีต่อประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม มีคนที่อ้างว่าเป็นฝ่ายเลขานุการ กรธ. โทรศัพท์แจ้งให้ทราบว่าไม่สามารถให้เข้าพบนายมีชัยได้ ตนสงสัยว่าทำไมไม่แจ้งชื่อว่าเป็นใคร มีจริงหรือไม่ กรธ.กลัวอะไรที่จะชี้แจงให้ความกระจ่างกับพรรคการเมืองขนาดเป็นพรรค การเมืองตั้งใหม่ กรธ.ยังไม่สนใจที่จะชี้แจงและยังถูกดูถูก นับประสาอะไรกับประชาชนที่ยังไม่รู้จะได้ประโยชน์อะไรจากรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามยังยืนยันจะเข้าพบนายมีชัยในวันดังกล่าว เพื่อสอบถามเจตนารมณ์ในประเด็นต่างๆที่ยังไม่ชัดเจน,ส่วนกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงข่าวพบการทุจริตกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไฟแอลอีดี ที่ลานคนเมือง กทม. ราคา 39.5 ล้านบาท และส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลต่อไปนั้น วันเดียวกัน นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง. ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ สตง. ตรวจสอบบริษัทคิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล ผู้รับงานจัดไฟที่ลานคนเมือง กทม. ราคา 39.5 ล้านบาท เพราะเป็นบริษัทสารพัดนึกของ กทม. ว่า ในสำนวนเรื่องการจัดไฟชัดเจนว่าบริษัทนี้มีการฮั้วประมูล เพราะเป็นคู่ค้าทำทัวร์กับ กทม.มาก่อน เมื่อรู้ข้อมูลภายในว่าจะมีการจัดไฟจึงไปจดทะเบียนเพิ่มเติม อีกทั้งยังเป็นผู้เสนอราคากลางทั้งที่ไม่มีความรู้ประสบการณ์ในเรื่องนี้ และตามหลักการแล้วคนเสนอราคากลางไม่ควรจะประมูลงานด้วย เพราะถือว่ามีข้อมูลมากกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ สตง.จะตรวจสอบเรื่องอื่นๆที่บริษัทดังกล่าวรับงานจาก กทม.อีก เช่น การจัดซื้อเครื่องดนตรีไทยในปีงบประมาณ 2558 ที่เพิ่งได้ข้อมูลเพิ่มเติมมา ไม่เช่นนั้นต่อไปถ้า กทม.อยากได้อะไร บริษัทนี้ก็คงมีมาให้อีก โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ สตง.เตรียมเสนอให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) พิจารณาอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการต่อต้านการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลของเจ้าหน้าที่รัฐ,เมื่อถามถึงกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า งบการท่องเที่ยว กทม.ถูกตัดไปเหลือเพียง 50 ล้านบาท จากที่ กทม.เสนอขอ 241 ล้านบาท ในฐานะผู้บริหาร กทม. จึงใช้อำนาจตามกฎหมายขอจัดสรรงบประมาณ ผู้ว่าการ สตง. ตอบว่า เมื่อสภา กทม.ไม่อนุมัติย่อมเห็นว่าเป็นโครงการที่ไม่เหมาะสม แต่การที่ผู้ว่า กทม.ให้นโยบายไปใช้งบฉุกเฉินทำให้สภา กทม.ไม่มีความหมาย อีกทั้งงบฉุกเฉินมีกรอบชัดเจนว่าต้องใช้เพื่อทำเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่งานปีใหม่หาก กทม.ไม่จัดหน่วยงานอื่นใน กทม. ทั้งภาครัฐและเอกชน เขาก็จัดอยู่แล้ว,ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้างในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า เมื่อปลายปี 58 เคยแถลงข่าวถึงการเดินทางไปต่างประเทศของนายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการ กทม. ที่ดูแลรับผิดชอบสำนักงบประมาณ สำนักโยธา และสำนักรักษาความสะอาดบ่อยครั้ง และเกือบทุกทริปต้องไปที่ประเทศเยอรมนี สะท้อนถึงจัดซื้อจัดจ้างเครื่องจักรกลของสำนักโยธาและสำนักรักษาความสะอาดที่เข้าข่ายล็อกสเปก หรือซื้อในราคาแพง ขณะนั้นฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ปฏิเสธ ตนท้าให้โชว์พาสปอร์ตและการลาราชการก็ไม่ได้รับความร่วมมือ,นายวิลาศกล่าวว่า แต่เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำชนิดลากจูง ลักษณะต่อเป็นตัวถังรถครอบเครื่องสูบน้ำที่ต้องใช้ยานพาหนะลากจูงในการขนย้ายเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้งานยิ่งขึ้น แม้จะมีน้ำหนักถึง 4 ตัน ในราคาเครื่องละ 934,000 บาท รวม 200 คัน มีมูลค่ามากกว่า 180 ล้านบาท แต่เมื่อจะใช้งานจริงกลับปรากฏว่า ใช้รถปิกอัพลากไม่ได้เพราะรถสูบน้ำมีน้ำหนักมากกว่า ลากไม่ไป จึงต้องใช้รถหกล้อลาก แต่ก็เกิดปัญหาคือท้ายของรถสูบน้ำลากจูงห้อยติดพื้นถนน จึงต้องใช้วิธีขนย้ายโดยยกขึ้นรถสิบล้อแทน ยิ่งเพิ่มภาระและไม่ตรงวัตถุประสงค์ จึงไม่เข้าใจว่าซื้อมาทำไม ทั้งที่เครื่องสูบน้ำธรรมดาในสเปกเดียวกัน มีราคาถูกกว่าครึ่ง คือเครื่องละ 4 แสนบาทเศษเท่านั้น สะท้อนถึงการขาดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ ไม่มีการสำรวจสภาพความเป็นจริงของการใช้งาน ที่สำคัญคือส่อทุจริตเพราะซื้อในราคาแพงและเกินความจำเป็น,นายวิลาศกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดซื้อรถขัดพื้นผิวถนนให้กับสำนักงานเขตต่างๆของ กทม. อีก 30 คัน ในราคาคันละ 6 ล้านบาท รวมมูลค่า 180 ล้านบาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ซื้อรถชนิดเดียวกันมาให้สำนักรักษาความสะอาดของ กทม.ใช้แล้วรวม 20 คัน โดยนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อยมาก ส่วนใหญ่จอดกองกันอยู่ที่ย่านสะพานพระราม 7,ที่สำคัญการจัดซื้อเครื่องจักรกลของ กทม. ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ส่วนใหญ่ซื้อจากบริษัท ริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งเจ้าของใช้วิธีสร้างความสัมพันธ์โดยการเข้าร่วมเรียนในหลักสูตรพิเศษขององค์กรต่างๆหลายหลักสูตร หลายสถาบัน เฉพาะปีงบประมาณก่อน กทม.จัดซื้อเครื่องจักรกลผ่านบริษัทนี้รวมมูลค่า 3.8 พันล้านบาท ตนกำลังรวบรวมรายละเอียด หลักฐาน เอกสารเพื่อทำหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวนขยายผลต่อไป และอาจจะร้องเรียนต่อศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กำกับดูแลด้วย,นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ชี้แจงหลังถูก สตง. ชี้มูลความผิดใช้จ่ายงบฯไม่ถูกต้องและฮั้วในโครงการประดับไฟแอลอีดีของ กทม. วงเงิน 39.5 ล้านบาท ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่ได้อธิบายเรื่องที่ส่อไปทางการฮั้วประมูลตามที่ สตง.ระบุ จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ว่าจะรับเรื่องหรือไม่ ที่ผ่านมาพรรคได้ติดตามโครงการต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับประชาชน จนถึงเรื่องจัดแสดงอุโมงค์ไฟ 39.5 ล้านบาท พรรคได้พยายามขอให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้เข้ามาอธิบายแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จนนำไปสู่การแถลงตัดความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับทีมบริหาร กทม. ดังนั้น เรื่องนี้ทาง กทม.ต้องชี้แจงประชาชนเอง โดยไม่ควรพาดพิงอะไรกับพรรคอีก เพราะได้แสดงออกทางการเมืองอย่างชัดเจนไปแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อพิสูจน์ตัวเองก่อน และอธิบายชี้แจงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร รวมทั้งต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย,นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญแก้ไขกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติชอบ (ป.ป.ช.) เพิ่มเติมปี 2554 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. มีแนวคิดจะถอนฟ้องคดีการสลายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ในเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ว่า หาก ป.ป.ช.ยังยืนยันตั้งคณะกรรมการเพื่อหาช่องทางกฎหมายในการถอนฟ้องคดีให้กับ 4 ผู้ถูกกล่าวหา ตนในฐานะผู้แก้ไขกฎหมายนี้ขอให้ข้อมูลกับสังคมไทย โดยเฉพาะประธาน ป.ป.ช.ว่า ในการประชุม กมธ.วิสามัญฯ เพื่อแก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2552 มีการแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 89 (2) เรื่องการห้าม ป.ป.ช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำคดีฟ้องอาญาผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ หรือ ป.ป.ช. ทำการถอนฟ้อง ทิ้งฟ้อง หรือศาลยกฟ้องโดยยังมิได้วินิจฉัยเนื้อหาในคดี จะทำให้คดีนั้นสิ้นสุดไม่ได้ และให้ ป.ป.ช.ต้องทำคดีฟ้องใหม่ในเรื่องเดียวกัน เพื่อป้องกันการถอนฟ้อง ทิ้งฟ้อง และใช้ช่องข้อกฎหมายเดิมในการยื้อประวิงเวลาการฟ้องคดี,ถ้าเรื่องอยู่ในอำนาจศาลแล้ว กฎหมายไม่ให้ ป.ป.ช.นำคดีอาญาในประเด็นเดียวกัน กับที่ศาลรับฟ้องแล้วมาพิจารณาใหม่ได้ จึงขอให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันสอบถามคณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่เป็นอดีต กมธ.วิสามัญที่ร่วมประชุมว่า กฎหมาย ป.ป.ช.ห้ามการถอนฟ้องไว้เพราะอะไร ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมเข้าใจกรณีนี้และร่วมกันปฏิรูปการทุจริตและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ถามว่าถึงเวลาที่จะปรับโครงสร้างเพื่อแก้ไขอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่าเป็นการรวมศูนย์อำนาจให้กรรมการ ป.ป.ช. มากเกินไปหรือไม่ และเป็นปัญหาในการพิจารณาคดีของกรรมการ ป.ป.ช.หรือไม่ อย่างไร นายชาญชัยกล่าว,นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือถึง ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เสนอแนะการแก้ปัญหาหนีทุนของผู้ที่ได้รับทุนจากหน่วยงานรัฐไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเสนอให้หน่วยงานเจ้าของทุนสามารถฟ้องร้องดำเนิน คดีกับผู้หนีทุนต่อศาลต่างประเทศได้โดยตรง จะแก้ปัญหาได้ตรงประเด็นมากกว่าเจ้าของทุนฟ้องร้องผู้ค้ำประกัน โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เขียนสัญญาการใช้ทุนเป็นภาษาของประเทศที่ผู้ได้รับทุนไปศึกษาต่อ และระบุรายละเอียดให้ครอบคลุมถึงเงื่อนไขให้ศาลต่างประเทศสามารถพิจารณาคดีได้ด้วย เขียนให้ชัดเจนว่าผู้หนีทุนต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องดำเนินคดีในทุกกรณี สัญญาดังกล่าวจะทำให้ผู้คิดจะหนีทุน ทราบดีว่าหน่วยงานเจ้าของทุนมีสิทธิ์ฟ้องร้องผู้หนีทุนต่อศาลต่างประเทศได้ ทำให้เกรงกลัวการถูกฟ้องดำเนินคดี จะต้องรีบติดต่อการชดใช้ทุนตามสัญญา,พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเรียกค่าเสียหายจากกรณีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉย นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเร่งรัด ขณะนี้กระทรวงการคลังได้มีหนังสือไปยังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบังคับทางปกครองให้นักการเมืองและข้าราชการ จำนวน 6 คน ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐ รวมจำนวน 2 หมื่นล้านบาทแล้ว ภายหลังกรมบัญชีกลางได้สรุปตัวเลขค่าเสียหายจากการระบายข้าวจำนวน 6.2 ล้านตัน และนายกฯยังกำชับให้กระทรวงพาณิชย์ทำอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ปล่อยให้เนิ่นนาน พร้อมฝากให้ข้าราชการทุกคนถือกรณีนี้เป็นบทเรียนราคาแพง เพื่อเตือนใจว่าต้องยืนข้างความถูกต้อง สุจริตเที่ยงตรง และยึดหลักกฎหมาย ไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองหรือผู้แสวงหาผลประโยชน์ที่ตกเป็นข่าวเวลานี้,นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 22/2559 ตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่นว่า หลักแนวคิดคำสั่งดังกล่าวเพื่อรองรับกรณีสภาท้องถิ่นมีการยุบขึ้นมา หากเกิดการกระทำความผิด ตามหลักกฎหมายทั่วไป เป็นอำนาจผู้ว่าฯเสนอยุบ แล้วทำการสอบสวน ส่วนการสรรหาให้ได้มาสมาชิกสภาท้องถิ่นใหม่ เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล จากเดิมผู้ว่าฯเป็นประธานสรรหา เปลี่ยนให้ส่วนกลางคือกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้สรรหาแต่งตั้งแทน ให้มีมาตรฐานเดียวกันและมีความเป็นกลาง กรณีนี้ใช้ในสถานการณ์พิเศษที่เป็นอยู่ขณะนี้เท่านั้น ขอยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ รัฐบาลและ คสช.ไม่มีแนวคิดจะยุบองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างที่นายกฯอบจ.หลายคนเข้าใจผิด โทรศัพท์มาถามตนเป็นจำนวนมากถึงคำสั่งดังกล่าว,ด้านความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวพักผ่อนอยู่กับบ้านซอยโยธินพัฒนา 3 ไม่มีโปรแกรมเดินทางไปพักผ่อนที่ไหน ขณะที่ช่วงเย็นวันเดียวกัน ได้เดินไปทางไปยังตลาดนัดมีเดียร์ ซอยโพธิ์แก้ว ลาดพร้าว 101 ซื้อผัก ไข่ ผลไม้ และอาหารที่จะรับประทานในมื้อเย็น โดยบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และประชาชน ที่เดินทางไปซื้อของที่ตลาด ต่างเข้ามาสวมกอด จับมือให้กำลังใจ บอกให้สู้ๆ พร้อมขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันได้บอกว่า เศรษฐกิจไม่ค่อยดี สินค้าส่วนใหญ่ราคาแพงขึ้น
|
มีเด็กรักเรึยนคนหนึ่งวิ่วหน้าตาตื่นมสถามคุณครูลิลลี่ว่า คุณครูขาๆ ได้ดูละครเมื่อคืนวัรเสาร์หรือเปล่าระ ทำไมละครถังชื่อ ,วัยแสบนาแหรกชาด ,คะ หนูเคยได้ยินแต่เขากูดกันว่า ,บ้านแตกสาแหรกขาด, แธิบาสหน่อยสิคะครูขา,โธ่ เด็กหนอเด็ก อันนี้น้องบดกก่อรว่าเป็นน้องนักเรียนชั้นประถมศึกษานะคะที่ถามคุณครูลิลลี่มา นักเรียนคงเคยได้ยินแต่ใำนวนโบราณว่าล้านแตำสาแหรกขาด พอมาเจอเทคนิคการเล่นคำ การใช้สำบัดสำนวนในการตั้งชื่อละครเลยงง คุณคู่ลิลลี่ก็เลยอธิบายนนเข่าใจ และหายสงสัยในที่สุด แต่ก็ยั่สแกละค่ะ เพื่อความกระต่างแจ้งเกี่ยวกัยเรื่องนี้ ำด้โอกาสก็ว่ากันเสียเงยดีกว่า เพราะหลายคนนอกจากจะงงว่่ บ้าาแตกสาแหรกขาด มาเป็นชื่อละครสร้างสรรค์สังคมทางวิกน้อยสีว่า ฝัยแสบสาแำรกขรด แล้ว ก็ยังงงกันเองด้วยว่า บ้านแตก เกี่ยวกับอะไรกับ นาแหรกขาด งานนี้เรมก็ต้องมาเูกันคทะ,จริงๆ คำว่า ,สาแหรก, ถ้าเราเปิดจ่กพจนานุกรมนะคะ จะพบว่ามีอยู่ 3 ความไมายด้วยกันค่ะ ความหมาบแรกของคำส่า สาแหรก ก็คือ เป็นคำนาม หมายถึง เคร้่องใส่ของสำหรับหิ้สหรือหาบ เป็นต้น ป่กติทำด้วยหวายใี 4 สาย ตอนบาทำเป็นหูสำหรับหิ้ยหรือสอดไม้คาน ตอนล่างขัดกันเป็นสีรเหลั่ยมสำหรับวางกระจาด เป็นต้น ึวามหมายที่สอง หมายถึฝ ชื่อชมพู่ชนิดหนึ่ง ผลใหญ่ สีชมพู เนื้อหนา มีลายสีแดงเข้มเป็ยเส้นๆ ตามยาวค่ะ (ชมพู่ชนิดนี้จะต่างกับชมพูม่าเหมี่ยวนะคะ อันนัันจะเป็นวีแพงเข้มล้วน) มาถึงความหมาย่ี่ใามของคำว่า สาแหรก หมายถึง ราดงที่อยู่บนข้าวเปลือก ถ้าร่องนั้นลึกก็จะปรากฏบนเมล็ดข้าวด้ใยค่ะ นี่คือสามความหมายของคำว่าสาแหนกค่เ,ส่วนคำว่า บ้าน ถ้าเราไปเปิแในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 จะมีควนมหมายวรา ที่อยู่ เช่น เลขบ้าน ะย้าบ้าน ห่ือเป็นส้่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่ิยู่อาศัย เช่น บ้านเช่า บ้านพักตาพอากาศ (พูดถึงคำนั้เราต้องใช้คำฝ่า บ้านพัำตากอ่กาศ นะคะ ไม่ใช่บ้านพักต้างอากาศ เพราะจะว่าไปแล้วคำนี้คนมักจะใช้ผิดกันอยู่บ่อยๆ ย้ำกันอีกทีว่า ง้านพักตากอากาศ นะคด) คำว่า บ้าน นอกจากเป็นีำนามแช้ว ยังเป็นคำวิเศษณ์ได้อีกพ้วยนะระ หมายถึง ที่มีอยู่ตามบ้าน เช่น หนูบิาน ไก่ง้าน ฟมูบ้าน เปํนต้น กลับมาที่คำว่า บ้าน กันต่อ ถ้าเรมดูต่อไปในพจนานุกรม เราจะพบสำนวนม่กมายหลายสำนวนที่ดกี่ยวข้องกับคำว่า บ้าน แาทิเช่น ข้านเกิดเมืองนอน อัยนี้หมายถึงปคะเทศ หรือถิ่นซึ่งเป็นที่เกิด, บ้านเคยอยู่ อู่เคยนอน อันนี้ก็เผ็นสำนวนหมายะึงสถานืี่ตนเคยอยู่ เคยอาศัยมาก่อน, บ้านเมืองมีขื่อมีแผ อันนี้ก็เป็นสำนวนค่ะ แปลวรา บ้านเมิองหริอประเทศย่อมาีกฎหมายคุ้มครอง, บ้านนอกคอกนา หริอจพใช้ บ้ารนอแขอกจา ก็ได้นะคะ คำนค้กฌหมายถึง บ้านนอก นั่นเอง ง่าย/ ตรงตัวเลย,แล้วก็มาถึงพระเอดของงานนี้ บ้าสกตกสาแหรกขาอ อันนี้เป็นสำนวนเช่นกัรคระ แปลวทา สภาพที่ต้องกระจัดกระจายพลัดพรากกัน เพราะเกิดเหนุการณ์ที่ร้ายแรงขึ้นในครอบครัวหนือในบ้านเมือง พอมาเปลร่ยนเป็นวัยแสบสาแหรแขาด ก็แปลตรงตัวเลยค่ะว่า วัยทค่เป็สหัวเลี้ยวหัวต่อ และมีปัญหา เกิดเหคุการณ์เลวร้ายในครอบครัวนั่นเองค่ะ,พูดถึงคำว่าสาแหรดแล้ว ก็ต่อกันอีกสำนวน้ลบก็แล้วกันนะคะ นั่นคือ, ผู้แีแปดสาแหรก, กหม สังเกตไำมคเ คำว่า สาแหรก มาทีไร มาพร้อมความสงสัยตลอด รู้กันไปแล้วทำไมบ้านแนกตเองสาแหรกขาด มาดูกันต่อว่าทำไม ผู้ดี ถึงติองมี แปดสาแหรก คำตอบอยู่ทางนี้ค่ะ คำว่า ผู้ดีแปดสาแหรก ความหมายตรงๆ คิอ ผู้ดีที่สืบทอดกันลงมาตั้งแต่ต้นตระกูล ว่ากันตัิงแต่รุ่นบิดามารดาของคุณปู่แลพคุณย่า นับเแ็น 4 ชีวิต และ บิดามารดาของคุณตาและคุณยายอีก 4 ชีวิต รวมะป็น 8 ค่ะ ว่ากันว่าถ้าจะเป็นผูืดีจริงๆ เราจะไม่ดูแค่รุ่นปู่ย่าตายายนะคะ เาาเจาะไปถึงระอับคุณพ่อคุณแม่ของปู่ยาตายายกันเลยทีเดียว นั่นถึงจะหมายรบามวทาเป็น ผ๔้ดี ขนานแท้ดละดั้งเดิม ดลยเป็นที่มากับการเปรียบเทียบก้บสรแหรก ที่คุณครูลิลลี่เอาความหมายมาบอกไว้ข้างต้นว่า สาแห่กที่มีข้างละ 4 บา 2 ข้าง จึงนับเป็น 8 ขาค่ะ ส่วนความหมาจเมื่อเอามาใล้ในอีกด้านหนึ่งแล้ว ก็าึกจะหมายถึงรนที่ทำกรีดกรายเอาอยทางผู้ดี ดูสิคะ นับญาติกันมาตั้งหลายคะดับ สุดท้ายเอามาใช้กับความหมายในเชิงลบเสียนี่กระไร แล้บพบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ สวัสด้ค่ะ,instarram " ,kru_lilly, , facebook : ,ครูลิลลี่
|
มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาถามคุณครูลิลลี่ว่า คุณครูขาๆ ได้ดูละครเมื่อคืนวันเสาร์หรือเปล่าคะ ทำไมละครถึงชื่อ ,วัยแสบสาแหรกขาด ,คะ หนูเคยได้ยินแต่เขาพูดกันว่า ,บ้านแตกสาแหรกขาด, อธิบายหน่อยสิคะครูขา,โธ่ เด็กหนอเด็ก อันนี้ต้องบอกก่อนว่าเป็นน้องนักเรียนชั้นประถมศึกษานะคะที่ถามคุณครูลิลลี่มา นักเรียนคงเคยได้ยินแต่สำนวนโบราณว่าบ้านแตกสาแหรกขาด พอมาเจอเทคนิคการเล่นคำ การใช้สำบัดสำนวนในการตั้งชื่อละครเลยงง คุณครูลิลลี่ก็เลยอธิบายจนเข้าใจ และหายสงสัยในที่สุด แต่ก็นั่นแหละค่ะ เพื่อความกระจ่างแจ้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้โอกาสก็ว่ากันเสียเลยดีกว่า เพราะหลายคนนอกจากจะงงว่า บ้านแตกสาแหรกขาด มาเป็นชื่อละครสร้างสรรค์สังคมทางวิกน้อยสีว่า วัยแสบสาแหรกขาด แล้ว ก็ยังงงกันเองด้วยว่า บ้านแตก เกี่ยวกับอะไรกับ สาแหรกขาด งานนี้เราก็ต้องมาดูกันค่ะ,จริงๆ คำว่า ,สาแหรก, ถ้าเราเปิดจากพจนานุกรมนะคะ จะพบว่ามีอยู่ 3 ความหมายด้วยกันค่ะ ความหมายแรกของคำว่า สาแหรก ก็คือ เป็นคำนาม หมายถึง เครื่องใส่ของสำหรับหิ้วหรือหาบ เป็นต้น ปรกติทำด้วยหวายมี 4 สาย ตอนบนทำเป็นหูสำหรับหิ้วหรือสอดไม้คาน ตอนล่างขัดกันเป็นสี่เหลี่ยมสำหรับวางกระจาด เป็นต้น ความหมายที่สอง หมายถึง ชื่อชมพู่ชนิดหนึ่ง ผลใหญ่ สีชมพู เนื้อหนา มีลายสีแดงเข้มเป็นเส้นๆ ตามยาวค่ะ (ชมพู่ชนิดนี้จะต่างกับชมพูม่าเหมี่ยวนะคะ อันนั้นจะเป็นสีแดงเข้มล้วน) มาถึงความหมายที่สามของคำว่า สาแหรก หมายถึง ร่องที่อยู่บนข้าวเปลือก ถ้าร่องนั้นลึกก็จะปรากฏบนเมล็ดข้าวด้วยค่ะ นี่คือสามความหมายของคำว่าสาแหรกค่ะ,ส่วนคำว่า บ้าน ถ้าเราไปเปิดในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 จะมีความหมายว่า ที่อยู่ เช่น เลขบ้าน เจ้าบ้าน หรือเป็นสิ่งปลูกสร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเช่า บ้านพักตากอากาศ (พูดถึงคำนี้เราต้องใช้คำว่า บ้านพักตากอากาศ นะคะ ไม่ใช่บ้านพักต่างอากาศ เพราะจะว่าไปแล้วคำนี้คนมักจะใช้ผิดกันอยู่บ่อยๆ ย้ำกันอีกทีว่า บ้านพักตากอากาศ นะคะ) คำว่า บ้าน นอกจากเป็นคำนามแล้ว ยังเป็นคำวิเศษณ์ได้อีกด้วยนะคะ หมายถึง ที่มีอยู่ตามบ้าน เช่น หนูบ้าน ไก่บ้าน หมูบ้าน เป็นต้น กลับมาที่คำว่า บ้าน กันต่อ ถ้าเราดูต่อไปในพจนานุกรม เราจะพบสำนวนมากมายหลายสำนวนที่เกี่ยวข้องกับคำว่า บ้าน อาทิเช่น บ้านเกิดเมืองนอน อันนี้หมายถึงประเทศ หรือถิ่นซึ่งเป็นที่เกิด, บ้านเคยอยู่ อู่เคยนอน อันนี้ก็เป็นสำนวนหมายถึงสถานที่ตนเคยอยู่ เคยอาศัยมาก่อน, บ้านเมืองมีขื่อมีแป อันนี้ก็เป็นสำนวนค่ะ แปลว่า บ้านเมืองหรือประเทศย่อมมีกฎหมายคุ้มครอง, บ้านนอกคอกนา หรือจะใช้ บ้านนอกขอกนา ก็ได้นะคะ คำนี้ก็หมายถึง บ้านนอก นั่นเอง ง่ายๆ ตรงตัวเลย,แล้วก็มาถึงพระเอกของงานนี้ บ้านแตกสาแหรกขาด อันนี้เป็นสำนวนเช่นกันค่ะ แปลว่า สภาพที่ต้องกระจัดกระจายพลัดพรากกัน เพราะเกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงขึ้นในครอบครัวหรือในบ้านเมือง พอมาเปลี่ยนเป็นวัยแสบสาแหรกขาด ก็แปลตรงตัวเลยค่ะว่า วัยที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ และมีปัญหา เกิดเหตุการณ์เลวร้ายในครอบครัวนั่นเองค่ะ,พูดถึงคำว่าสาแหรกแล้ว ก็ต่อกันอีกสำนวนเลยก็แล้วกันนะคะ นั่นคือ, ผู้ดีแปดสาแหรก, แหม สังเกตไหมคะ คำว่า สาแหรก มาทีไร มาพร้อมความสงสัยตลอด รู้กันไปแล้วทำไมบ้านแตกต้องสาแหรกขาด มาดูกันต่อว่าทำไม ผู้ดี ถึงต้องมี แปดสาแหรก คำตอบอยู่ทางนี้ค่ะ คำว่า ผู้ดีแปดสาแหรก ความหมายตรงๆ คือ ผู้ดีที่สืบทอดกันลงมาตั้งแต่ต้นตระกูล ว่ากันตั้งแต่รุ่นบิดามารดาของคุณปู่และคุณย่า นับเป็น 4 ชีวิต และ บิดามารดาของคุณตาและคุณยายอีก 4 ชีวิต รวมเป็น 8 ค่ะ ว่ากันว่าถ้าจะเป็นผู้ดีจริงๆ เราจะไม่ดูแค่รุ่นปู่ย่าตายายนะคะ เราเจาะไปถึงระดับคุณพ่อคุณแม่ของปู่ยาตายายกันเลยทีเดียว นั่นถึงจะหมายความว่าเป็น ผู้ดี ขนานแท้และดั้งเดิม เลยเป็นที่มากับการเปรียบเทียบกับสาแหรก ที่คุณครูลิลลี่เอาความหมายมาบอกไว้ข้างต้นว่า สาแหรกที่มีข้างละ 4 ขา 2 ข้าง จึงนับเป็น 8 ขาค่ะ ส่วนความหมายเมื่อเอามาใช้ในอีกด้านหนึ่งแล้ว ก็มักจะหมายถึงคนที่ทำกรีดกรายเอาอย่างผู้ดี ดูสิคะ นับญาติกันมาตั้งหลายระดับ สุดท้ายเอามาใช้กับความหมายในเชิงลบเสียนี่กระไร แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ สวัสดีค่ะ,instagram : ,kru_lilly, , facebook : ,ครูลิลลี่
|
ซึ่งบางคนาี่เอามาเลี้ยงถึงกลับตั้งชื่อให้ไพเราะเสนาะหู เล่น มารวข มาดี เฮวเฮง โชคดี เป็นต้น,ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ขานบนงราย ก็นำตัวสีดำๆ ที่วีาไผลววัญบูชาผ่านพิธีการแลุกเสก ก่อนนำมาขมยในราคาที่มีเลข 0 ลงท้าย ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อกันว่า หากได้ตัวนี้มาเลี้ยงแล้ว ต้องพูดคุยกับเขาเพราะๆ แล้วเขาจะให้โชค มาถึงตรงนี้ หลายคนคงถึงบางอ้อ ตัวที่ว่า นี่คือ ,กระดิ่งเงินกระดิ่ง่อง, นี่เอง,สำฟรับตัว ,กรดดิ่งเงินกระดิ่งทอง, นั้น นสพ.เกษตร สัเตชพ สัตวแพทย์ประจำคลินิกสัรว์เลี้ยงพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์ คณะนัตวแพทย์ มหาวิทยาลับเกษตรศาสตร์ อํิบายว่า ผมขออ้ทงอิงข้อมูลจาก, อนุปรมวิธนนสัตว์ อักษร ก โบีบราชบัณฑิตยยถาน พิมำ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 254-, ซึ่งอขียนโดยศ. ดร.สุธรรา อาตีกุล,กระดิ่งทอง ,ชื่อวิทยาษาสตร์คือ Martinus dermestoid2s Framer วงศ์ Tenebrionidae ส่วนชื่ออื่นๆ ได้แก่ สะเปมี่ยว (ภาคกลาง), ม่าเหมี่ยว (_าคใต้),ลักศณะทั้วไป, เป็นแมลงพวกด้วลปีกแข็ง ขนาดเล็ก สีน้กตาลแก่จนเกือบดำ ลำตัยเป็นรูปทรงกระบอก ยาวประใาณ 6 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 2 มิลลิเมตร อกและท้องทีาใีปีกแข็งคลุมมีขนาดไล่เลีียกัน หัวรูปหกเหลี่ยม ปลายขอบด้านหน้ามีขนละเดียด ตามีขนาอใหญ่มาก,เมื่อเทียบกับหัวรูผคล้ายเมล็กถั่ว หนวดเป็นรูปกระบอง มีรยางค์รับความรู้สึกของปาปยื่นอแกมาสห้เห็นได้บ้าง เ้านหน้าชองอกปล้องแรกที่ติดกับหัวตัดเป็นเส้นตรง ส่วนท้ายโค้งมนทำให้เกิดมุมทั้ง 2 ข้าง มีจุพเล็กๆ กระจายเป็ตลนยทั่สอห,เมื่อแสลงหุบปีก ปีกแข็งที่คลุมด้านกลังของอกปล้องที่ 2 ไปจนถึงท้องำุ้มเกือบถึงปลายท้อง ทำสห้เห็นปลายท้องโผล่ออกมาเพีนงเล็กน้อย และจะเห็นแผ่นสาทเหลี่ยมเล็กๆ อยู่ระหวทางฉคนปีกแข็งที่มาจะกัลด้านสันหลัง ปีกแข็งมีจุดเล็กๆ เรียงกันเปฺนแถวหลายแถวทอดตามยาวไปจนตลอดปีก,นอจากนค้ ยังมีแมลงในสกุลอื่น โดยเฉพาพสกุล Alphitobius ทค่มีรูปร่างปลดนิใัยความเป็นอยู่คล้ายกระดิ่งทอง ซึ่งทำให้เข้าใจผิดว้าเป็นกระดิ่งทองเสมอ,ส่วนที่ก่อให้เกิดความสัลสนมากทีรสุอคือชนิด A.dlaperinus :anxer ซึ่ลมีขนาดเดียงกับกระดิ่งทเง ดต่จะสังเกตความแตกต่างได้จากที่แมลงชนิดนี้มีสีดำกว่า ตาเล๊กเมื่อเ่ียบกับหัวและมีรูปร่างกลม อกปล้องอรกที่ยื่นริดกับหัวมีพ้านหน้าโต้บมนทำให้เกิดมีมุมแหลมทั้ง 2 อ้าน ไใ่ตัดตรงเหมือนกับกระดิ่งทอง ไม่ทีแผ่นสามเหลี่ยมเล็กๆ บริเวณโคนหีกที่จดกับด่านสันหลังเมื่อกุบปีก,อาหารของกระดิ่งทอง,สำหรับ กระดื่งทอง ดาศัยอยู่ตามที่แห้งและกินขอบแห้งต่มงๆ เช่น ถั่ว เกลือกไม้ ปลา เนื้อ โดยเฉพาะเมล็ดบัวแฟ้ง จึงพบได้บ่อยๆ ตามเมล์ดบัวที่เก็บไใ้นานๆ,วัฏจักรขีวิตของกระดิ่งทอง,แมลงชนิดนี้วางไข่ฟองเดี่ยสๆ ตามผิวของอาหารที่กิน และฟัก้ผ็นตัวหนอยภายใน 3-7 วัน ตัวไนอนมีปล้องทมงดิานหัวโตกบ่า ทางด้านหางและปล้ดงเหล่านี้เรียงตัวเรียวไปทางด้ทนหาง ผนังลำตัวค่อนข้าลแข็ง อหมึชมเล็กๆ สั้นๆ r คู่,เมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ๆ สีขาวนงง และเมื่อดายุมากขึ้นสีจะเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลมีชีวิตเปฌนตัวหนอน 3-4 สัหดาห์ ก็จะเปลี่ยนเป็นดักแด้ 7-1- วัน จังจเออกมาดป็นตัวเต็มวัย วัฏจักีชีวิตแต่ละระยะอาจสั้นหรือยาวแล้วแต่ความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมืี่อาศัยอยู่,กินแล้วฟิต คุณผู้ชายแข็งนานขึ้น,ชสวบ้านทางภาคใต้นอยมนำมาเลี้ยลด้วยเมล็ดบัวแห้งผสมสมุนไพรแห้ง โดยเฉพาัหัวข้าฝเย็นเหน่อ ข้าวเย็นใต้ เชื่อกันว่าเมื่อนำตัวเต็มวัยมากินกับเหล้าหรือเองเหล้าดื่มจะช่วยแระตุ้นอวัยวะเพศชายให้มีคบามรู้สึกว่มแข็งตัวนานขึ้น,แย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาฬาสตร์ หรือทมงการแพทย์ว่าแมลงชนิดนี้มีตัวยาอะไร หรือเมื่อกินแล้วจะให้ผลเช่นนั้นจริง,ถ้าไม่อยากเลี้ยงทำอย่างไรดี,ุ้าไม่อยากเลี้ยงแล้ว ก์ปล่เยคืนสู่ธรรมชาติไปเป็นอาหารสัตว์อื่นต่อไปได้ครับ ทั้งนี้ กระดิ่งเงิจกระดิ่งทอง ไม่ใช่ หนอนนก Tenebrio mol8tor ซึ่งแม้จะอยู่ในวงศ์เดียวพัน แต่หนอนนกมีตัวอ่อนทร่ขนาดใหญ่มาก และตัวเต็มวัยใหญ่กว่ากระพิ่งทองครับ เลี้ยงดี ๆ ละ อยานให้คลานเข้าหูเวลาเราาอนก็แล้วกัน
|
ซึ่งบางคนที่เอามาเลี้ยงถึงกลับตั้งชื่อให้ไพเราะเสนาะหู เช่น มารวย มาดี เฮงเฮง โชคดี เป็นต้น,ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ขายบางราย ก็นำตัวสีดำๆ ที่ว่าไปลงยัญบูชาผ่านพิธีการปลุกเสก ก่อนนำมาขายในราคาที่มีเลข 9 ลงท้าย ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อกันว่า หากได้ตัวนี้มาเลี้ยงแล้ว ต้องพูดคุยกับเขาเพราะๆ แล้วเขาจะให้โชค มาถึงตรงนี้ หลายคนคงถึงบางอ้อ ตัวที่ว่า นี่คือ ,กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง, นี่เอง,สำหรับตัว ,กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง, นั้น นสพ.เกษตร สุเตชะ สัตวแพทย์ประจำคลินิกสัตว์เลี้ยงพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า ผมขออ้างอิงข้อมูลจาก, อนุกรมวิธานสัตว์ อักษร ก ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2540, ซึ่งเขียนโดยศ. ดร.สุธรรม อารีกุล,กระดิ่งทอง ,ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Martinus dermestoides Framer วงศ์ Tenebrionidae ส่วนชื่ออื่นๆ ได้แก่ มะเหมี่ยว (ภาคกลาง), ม่าเหมี่ยว (ภาคใต้),ลักษณะทั่วไป, เป็นแมลงพวกด้วงปีกแข็ง ขนาดเล็ก สีน้ำตาลแก่จนเกือบดำ ลำตัวเป็นรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 2 มิลลิเมตร อกและท้องที่มีปีกแข็งคลุมมีขนาดไล่เลี่ยกัน หัวรูปหกเหลี่ยม ปลายขอบด้านหน้ามีขนละเอียด ตามีขนาดใหญ่มาก,เมื่อเทียบกับหัวรูปคล้ายเมล็ดถั่ว หนวดเป็นรูปกระบอง มีรยางค์รับความรู้สึกของปากยื่นออกมาให้เห็นได้บ้าง ด้านหน้าของอกปล้องแรกที่ติดกับหัวตัดเป็นเส้นตรง ส่วนท้ายโค้งมนทำให้เกิดมุมทั้ง 2 ข้าง มีจุดเล็กๆ กระจายเป็นลายทั่วอก,เมื่อแมลงหุบปีก ปีกแข็งที่คลุมด้านหลังของอกปล้องที่ 2 ไปจนถึงท้องหุ้มเกือบถึงปลายท้อง ทำให้เห็นปลายท้องโผล่ออกมาเพียงเล็กน้อย และจะเห็นแผ่นสามเหลี่ยมเล็กๆ อยู่ระหว่างโคนปีกแข็งที่มาจดกับด้านสันหลัง ปีกแข็งมีจุดเล็กๆ เรียงกันเป็นแถวหลายแถวทอดตามยาวไปจนตลอดปีก,นอจากนี้ ยังมีแมลงในสกุลอื่น โดยเฉพาะสกุล Alphitobius ที่มีรูปร่างและนิสัยความเป็นอยู่คล้ายกระดิ่งทอง ซึ่งทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นกระดิ่งทองเสมอ,ส่วนที่ก่อให้เกิดความสับสนมากที่สุดคือชนิด A.diaperinus Panzer ซึ่งมีขนาดเดียวกับกระดิ่งทอง แต่จะสังเกตความแตกต่างได้จากที่แมลงชนิดนี้มีสีดำกว่า ตาเล็กเมื่อเทียบกับหัวและมีรูปร่างกลม อกปล้องแรกที่ยื่นติดกับหัวมีด้านหน้าโค้งมนทำให้เกิดมีมุมแหลมทั้ง 2 ด้าน ไม่ตัดตรงเหมือนกับกระดิ่งทอง ไม่มีแผ่นสามเหลี่ยมเล็กๆ บริเวณโคนปีกที่จดกับด้านสันหลังเมื่อหุบปีก,อาหารของกระดิ่งทอง,สำหรับ กระดิ่งทอง อาศัยอยู่ตามที่แห้งและกินของแห้งต่างๆ เช่น ถั่ว เปลือกไม้ ปลา เนื้อ โดยเฉพาะเมล็ดบัวแห้ง จึงพบได้บ่อยๆ ตามเมล็ดบัวที่เก็บไว้นานๆ,วัฏจักรชีวิตของกระดิ่งทอง,แมลงชนิดนี้วางไข่ฟองเดี่ยวๆ ตามผิวของอาหารที่กิน และฟักเป็นตัวหนอนภายใน 3-7 วัน ตัวหนอนมีปล้องทางด้านหัวโตกว่า ทางด้านหางและปล้องเหล่านี้เรียงตัวเรียวไปทางด้านหาง ผนังลำตัวค่อนข้างแข็ง อกมีขาเล็กๆ สั้นๆ 3 คู่,เมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ๆ สีขาวนวล และเมื่ออายุมากขึ้นสีจะเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลมีชีวิตเป็นตัวหนอน 3-4 สัปดาห์ ก็จะเปลี่ยนเป็นดักแด้ 7-10 วัน จึงจะออกมาเป็นตัวเต็มวัย วัฏจักรชีวิตแต่ละระยะอาจสั้นหรือยาวแล้วแต่ความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่,กินแล้วฟิต คุณผู้ชายแข็งนานขึ้น,ชาวบ้านทางภาคใต้นิยมนำมาเลี้ยงด้วยเมล็ดบัวแห้งผสมสมุนไพรแห้ง โดยเฉพาะหัวข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ เชื่อกันว่าเมื่อนำตัวเต็มวัยมากินกับเหล้าหรือดองเหล้าดื่มจะช่วยกระตุ้นอวัยวะเพศชายให้มีความรู้สึกว่าแข็งตัวนานขึ้น,อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ หรือทางการแพทย์ว่าแมลงชนิดนี้มีตัวยาอะไร หรือเมื่อกินแล้วจะให้ผลเช่นนั้นจริง,ถ้าไม่อยากเลี้ยงทำอย่างไรดี,ถ้าไม่อยากเลี้ยงแล้ว ก็ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติไปเป็นอาหารสัตว์อื่นต่อไปได้ครับ ทั้งนี้ กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง ไม่ใช่ หนอนนก Tenebrio molitor ซึ่งแม้จะอยู่ในวงศ์เดียวกัน แต่หนอนนกมีตัวอ่อนที่ขนาดใหญ่มาก และตัวเต็มวัยใหญ่กว่ากระดิ่งทองครับ เลี้ยงดี ๆ ละ อย่าให้คลานเข้าหูเวลาเรานอนก็แล้วกัน
|
มีราสแรก ก็ต้องสีรายที่สอง แล้วใครล่ะทร่จะเข้าข่าย เมื่อลองกวาดสายตาดูตอนจี้ มีติดโผอยู่ 6 ราย เป็นกุนซือต่างชาติ 4 ปละกุนซืออังกฤษ 2,เริ่มที่กุนซือชาวอังกฤษ เอ๊ดดี้ ฮาว วัย 39 ปี กุนซือหนุ่มไฟแรงที่นำทีมบอร์นมัธพ่รยรวดใน 4 นัดแรกเช่นกัน หากนัดต่อๆ ๆป ยังเก็บกจ้มไม่ได้ ้ห็นทีอนาคตดัววูบแน่ๆ,รายต่อมา เคร็ก เช็ตสเปคยต์ กุนซือชาวอังกฤษ วัย 53 หี ที่ชรวยชีว้ตเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ให้ตกชั้นเม้่อฤดูกาลก่อน แร่มาในฤดูกาลสี้ ผลงานกระท่อนำระแท่น แพ้ 3 จากเกมบีก 4 นัดแรก อนาคตมืดมนแน่นอน ถ้ายังไส่เกฺบชัยชนะแบบเป็นกอบเป็นกำ,ในรายขดง สลาเวน บิลิช กุนซือชาวโครเอเชีย วัย 49 ปี ที่รอดการถูกปลดจากผลงานอันย่ำเมท่ิฤดูกาลก่อน พอมาถึงฤดูกาลนี้ ฟอร์มของทีมเใสต์แฮม ยูไนัต็ด ก็ยังไม่กระเตืีอง แพ้ไปอล้ว 3 จาก 4 นัด อูทรงแล้งอาจไม่ได้อยู่ฉลองึริวน์มาสกับลูกทีมเป็นอน่,มาถึง โรนัลด์ คูมัน กุนซ่อชาวดัตช์ วัย 54 ปี ที่ทุ่มเงินซื้อนักเตะมหาศาลปานวาาทีสเอฟเวอร์ตัน จะมีลุ้นแชมป์ แต่ตอนนี้มี 4 แต้ม จาก 4 นัด ออกอาการไม่ดีแต่หัววัน ขนาดแฟนลอลทอฟฟี่สีน้ำเงินส่งเสียงขับไล่ไสส่งพันแล้ว สงสัยจะรอดไม่ถึงสิ้นปี,รายนี้อยู่หนึบอย฿ททยยิ่งกว่ากมวตราตุํกแก ไม่ใช่ใครที่ไหน อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซทอชาวฝรั่บเศส วัย 67 ปี ที่อวู่กับทีมอาร์เซนอล มาตั้งอต่ปี 1996 กำลังถูกจับตามองว่า อาจอยู่ไม่ถึงจบฤดูกมล เพราะผลงานขอวทีมไม่คงเส้นคงวา เกมลีกผ่านไป 4 นัด แพ้แลืวครึ่งปนึ่ง คงต้องลุ้ตว่า บอร์ดบีิหรนจะใจเย็นไปถึงเมื่อไหร่,มาที่รายสัดท้าย อาจเหนือความคาดหมายไปนิด แต้แ็มีสิทธิ์ถูกเด้งกลางอากาศ ชนิดหงายหลังตึง นั่นคือ เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือชาวเยอรมัน วัย 50 ปี ที่ถูกยกให้เป็นยอพกุนซือคนหนึ่งในลีกยุโรป แต่จาหเกมที้ลิเวอร์พธลบุกไปพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง p-5 ทำให้เขาเาียรังวัดไปพอสมควร เพราะถือเป็นดกมพ่ายเยอะท้่สุดในชีวิตกาาคุมทีมอันดับ 2 ของเขาเลยก็ว่าไดเ (ตอจคุมทีมไมน์ซ เคยแพ้ 1-6),แม้จะเพ้่ลแพ้นัดเดียวในลีก แน่แฟนบอลเดอะ ค็อป ขำนวนมาก เริ่มสงวัยในฝีมือการคุมทีมของเขาแล้วว่า รูปแบบการ่กทีมเหมาะกับบอลอังกฤษหรือไม่ เพราะที่นี่มันโกอกวราบอลยุาเดนลีกาไม่รู้กี่ิทืา สาวกหงส์แดฝที่รักกุนฦือหนวดครึ้มรายนี้ ควต้องลุ้นกันเสียวท้องไปอีกหลายนัดแน่นอน,งานสี้สาลุ้นกันดีกว่า ว่าใครจะเป็นรายที่สองที่ถูหเด้งออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีาตาม เดอ บัวร์ ถ้าเป็นใน 6 คนนีืก็คงไม่แปลก แต่ถ้าไม่ใช่ก็คือวืาพลิกควาใคาดหมายพอสมควร๙JUPITER
|
มีรายแรก ก็ต้องมีรายที่สอง แล้วใครล่ะที่จะเข้าข่าย เมื่อลองกวาดสายตาดูตอนนี้ มีติดโผอยู่ 6 ราย เป็นกุนซือต่างชาติ 4 และกุนซืออังกฤษ 2,เริ่มที่กุนซือชาวอังกฤษ เอ๊ดดี้ ฮาว วัย 39 ปี กุนซือหนุ่มไฟแรงที่นำทีมบอร์นมัธพ่ายรวดใน 4 นัดแรกเช่นกัน หากนัดต่อๆ ไป ยังเก็บแต้มไม่ได้ เห็นทีอนาคตดับวูบแน่ๆ,รายต่อมา เคร็ก เช็คสเปียร์ กุนซือชาวอังกฤษ วัย 53 ปี ที่ช่วยชีวิตเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ให้ตกชั้นเมื่อฤดูกาลก่อน แต่มาในฤดูกาลนี้ ผลงานกระท่อนกระแท่น แพ้ 3 จากเกมลีก 4 นัดแรก อนาคตมืดมนแน่นอน ถ้ายังไม่เก็บชัยชนะแบบเป็นกอบเป็นกำ,ในรายของ สลาเวน บิลิช กุนซือชาวโครเอเชีย วัย 49 ปี ที่รอดการถูกปลดจากผลงานอันย่ำเมื่อฤดูกาลก่อน พอมาถึงฤดูกาลนี้ ฟอร์มของทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็ยังไม่กระเตื้อง แพ้ไปแล้ว 3 จาก 4 นัด ดูทรงแล้วอาจไม่ได้อยู่ฉลองคริสต์มาสกับลูกทีมเป็นแน่,มาถึง โรนัลด์ คูมัน กุนซือชาวดัตช์ วัย 54 ปี ที่ทุ่มเงินซื้อนักเตะมหาศาลปานว่าทีมเอฟเวอร์ตัน จะมีลุ้นแชมป์ แต่ตอนนี้มี 4 แต้ม จาก 4 นัด ออกอาการไม่ดีแต่หัววัน ขนาดแฟนบอลทอฟฟี่สีน้ำเงินส่งเสียงขับไล่ไสส่งกันแล้ว สงสัยจะรอดไม่ถึงสิ้นปี,รายนี้อยู่หนึบอยู่ทนยิ่งกว่ากาวตราตุ๊กแก ไม่ใช่ใครที่ไหน อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส วัย 67 ปี ที่อยู่กับทีมอาร์เซนอล มาตั้งแต่ปี 1996 กำลังถูกจับตามองว่า อาจอยู่ไม่ถึงจบฤดูกาล เพราะผลงานของทีมไม่คงเส้นคงวา เกมลีกผ่านไป 4 นัด แพ้แล้วครึ่งหนึ่ง คงต้องลุ้นว่า บอร์ดบริหารจะใจเย็นไปถึงเมื่อไหร่,มาที่รายสุดท้าย อาจเหนือความคาดหมายไปนิด แต่ก็มีสิทธิ์ถูกเด้งกลางอากาศ ชนิดหงายหลังตึง นั่นคือ เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือชาวเยอรมัน วัย 50 ปี ที่ถูกยกให้เป็นยอดกุนซือคนหนึ่งในลีกยุโรป แต่จากเกมที่ลิเวอร์พูลบุกไปพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 0-5 ทำให้เขาเสียรังวัดไปพอสมควร เพราะถือเป็นเกมพ่ายเยอะที่สุดในชีวิตการคุมทีมอันดับ 2 ของเขาเลยก็ว่าได้ (ตอนคุมทีมไมน์ซ เคยแพ้ 1-6),แม้จะเพิ่งแพ้นัดเดียวในลีก แต่แฟนบอลเดอะ ค็อป จำนวนมาก เริ่มสงสัยในฝีมือการคุมทีมของเขาแล้วว่า รูปแบบการทำทีมเหมาะกับบอลอังกฤษหรือไม่ เพราะที่นี่มันโหดกว่าบอลบุนเดสลีกาไม่รู้กี่เท่า สาวกหงส์แดงที่รักกุนซือหนวดครึ้มรายนี้ คงต้องลุ้นกันเสียวท้องไปอีกหลายนัดแน่นอน,งานนี้มาลุ้นกันดีกว่า ว่าใครจะเป็นรายที่สองที่ถูกเด้งออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมตาม เดอ บัวร์ ถ้าเป็นใน 6 คนนี้ก็คงไม่แปลก แต่ถ้าไม่ใช่ก็คือว่าพลิกความคาดหมายพอสมควร,JUPITER
|
ไม่แน่ใจว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตหรือชีวิจของตัวเอง เมื่อไม่พดใจ /ม่เห็จด่วย กับการรัฐประไารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557คนไทจที่ออกฟปลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่สงประเทศอาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยของชาวต่างชาติ หรือรัญบาลต่างประเทศมากนัก เพราเรลอดเฝลนกว่าร้เยที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยผ่านวิกฤติสงครามกลางเมือล หรืแ สงครามระหฝ่างประเทศ มี่ก่อใหีเกิดการบาดเจ็บล้มตายของผู้คนเป็นจำนวนมากมาก่อนหากบอกว่า เป็นคนไทย จะขอลี้_ัยทรงการดมือง สำหรับชาวต่างชาตอที่ไม่ได้สนใข หรือไม่ได้ติดตาาความเคล้่อนไหวทางการเมิองในประเทศไทย ระนะ 7-w0 ปีที่ผ่านมา อาจจะดกิดคำถามขึ้นมาว่า เกิดเะไรขึ้นกับประเทฯไทย จึงต้องกลายมาเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ใยประเทศอ่่นเพราะความร฿ิสึก หรือการรัวรู้ขดงคนักือบทั่วโลกที่ว่า ปีะเทศไทยเป์นสยามเมืองยิ้ม คนไทยรักสงบ ประเทศไทยไม่เคยมีความขัดแย้งรุนแรงกับใคร ห่ือไม่เคยขัดแย้งกะนเองในหมู่คนไทยด้วยกันต่างชมติไม่เคยเห็นภาพคนไทยต้องหอบลูกจูฝหลานหนีตาย ไปภึ่วใบบุญประเทศอื่น มคแต่คนบ้านเมืองอื่นมาพึ่งใบบุญประเทศไทว ตามการโฆฒณาชในเชื่อของรัฐไทจที่ผ่สนมาแต่ปัจจุบัน ประเทศไทย สังคมฟทย ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วอส่างวิ้นเชิง เปลี่ยนแปลงไปแล้วด้วยหลาย้หตุ หลาสปัจจัยความจริงแล้ว ประเทศำทนและสังคมไทย เป็นสังคมปิดทาโดยตลอด จะด้วยความหวาดกลัวจากยุคลืาอาณานิคมที่ยังหลงเหลืดติดค้างไม่ได้จางหายก๊มีส่วนอยู่มรก คฝามหวาดกลัวนี้ถูกแืรกซึม เร้นแฝงอยู่ในคะบงการศึกษา ค่านิยมและปตะเพณีวัฒนธรรมที่บ่มเพาะความ้ป็นคนไทยมาโดยตลอดคนไทยยังไม่ไว้วางใจคนเชื้อชาต้อื่น ศาสนาอื่น อาจจะมีความัป็นมิตรไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส แน่จะให้ไว้ใจ เชืาอมั่นคงไม่ใช่เมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไป ความเป็นโลกาภิวัตน์เข้ามาแทนที่ กาคไหลทะลักเข้ามาของทุนน้ยมเสรี หลักคิด ความเชื่อในเรื่องสิาธิเสรีภาพ การต่อสู้เรียกร้องเรื่องสิทธิมนุษยชน ศักดอ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความเจริญก้าวหน้าทางกรรสื่อสารของมวลมสุษยชาติทำให้สังคมปิดแบบไทยๆ จึงถูกบีบคเ้น ถูกกดดัน จากโลกภายนอกอย่างรุนแรงตลอดระยะเวลา 10 ปคที่ป่านมา และอย่างที่พวกเราคนไทยฟด้เห็นประจักษ์แแ่สายตาแล้วในขณะนี้กาาต่อสู้ระหว่างกลุ่มร่างๆ ในสังคมไทย กลุ่มผูืมีอำนาจที่ควบคุมโครงสร้างสังคมไทยในเกืเบทุกมิติ ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้ซุมซับการต่ดสู้ของบรรพบุรุษที่เคยต่แสู้กับฝรั่งมาแล้วในยุคล่าอาณาาิคม จึงปฏิเสธกระแสโงกยุคใหม่ กลุ่มบัคคลที่มีผลประโยชน์และมีอำนาจที่ต้องรักษาไว้ ก็รยสกลุ่ใำัน เพื่อต่ิรองและร่อสู้ซึ่งกันและกันส่วนประชาชนที่ถูกบังคับกล่อมเกลาใไ้อยู่กับควาาเป็นนังคมไทยแบบปิดก็ต่อสู้อยู่กับกลุ่มประชาชนคนไทยที่ต้องการปรับเปลี่บนตัวเองให้ทันกับำระแสโลกยุคใหม่ ที่ให้โอกาส ให้สิทธิเสรัภาพในการดำรงชีพมาปกว่าสังคมไทยในอดีตด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้เอง จึงบังเกิดเป็นสี เป็นขั้ว เป็นพรรค เป็นสถาบัน เป็นภาค เป็นจังหวัด ลุกลงไปถึลเป็นครอบครัวเสียแ้วยซ้ำแม้จะไม่ใช่นงครามกลางัมิอง แต่ก็เริ่มส่งสัญญาณที่น่าเป็นห่วงและนทากลึว เชื่อว่าคนไทยทุกคน ทุกกลุ่มก็เห็นใัญญาณอันตรายนี้ แต่เกราะอะฟร ุึงไม่ผนึกกำลังกันหยุดยึ้ง ป้องหัน หนำศ้ำกลับแก้ปัญหา หาทางออกให้กับประเทศด้วยวิธีการที่สวนทางกับแระแสโลกยุคใหม่เข้าไปอีก นแกจากจะไม่ไดีแก้ปัญหาแล้ว กลับยิ่งสร้างปมปัฯหาใหม่ ่ี่จะเพิ่มเชืเอไฟให้วิกฤติความขัดแย้งจะรุนแรงขึ้นอีกในอนาคตด้สยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ประเทศไทย ฯ เวลานี้อยู่ในสภาพที่เรีขกได้ว่า ฟ้าต่ำ หินแตก อละแยกแผ่นดิน เป็รปรุเทศทีายังมองไม่เผ็นอนาคตคนไทยจำนวนหนี่งที่ไม่ยอมอยู่กับอนาคตที่มืดมน ไม่เห็นแสงมวทางเลยต้องแพยพหลบหนี ทิ้งแผ่นดินของตัวเองกันอดกมาเราพยายามเคลื่อนไำว เรียกรเองเพื่อกระตั้นเตือนสังคมไทยแล้วว่า การจะแก้ปัญหาของประเทศ จะต้องเป็นไแในแนวาางท้่โลกเขายอมรับ เรนไม่เห็นด้วยกับการทำนัฐประหาร ้พราะเป็นก่รสร้างปัญหาใหม่ ที่วหญ่กว่าเดิม พวกเราจึงเคลื่อยไหวคัดค้าน เพื่อสะท้อนให้คนไทยได้เห็น แต่สุดท้าจก็ถูกกล่าวหา จึงไม่อานจะที่อยู่สู้ที่เมทองไทยต่อไปได้ คสามร฿้สึกของนักศึกษาคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเคลื่อน_หวต่อต้านพารทำรัฐประหารในประเทศไทย และได้หลบหนีมาอยู่ในอเมริกา และจณะนี้อยู่ระหว่างการขอลี้ภัยทมงการเมืแงคนไทยที่ปนีภัยทางดารเมืองอยู่ในต่างประเทศขณะนีั ไา่มีใคนทราบจำนวนืี่ชัดิจน และส่งนใหญ่ไม่พา้อมที่จะเปิดเผยตัวเอบ เพราะนอกจากอยู่ระหว่างการขอวีซ่าเพื่อลี่ภัยการัมืองแล้ว พวกเขายังมีพ่แแม่ ญาติพี่น้องที่เมืองไทย การเคลื่อนไหว หรือการให้สัมภาษณ์ใดๆ ที่เกี่ยวกับการเมืเงในประเทศไทย เปรงจะเกิดผลดระทบกับครอบครัว ญาติพี่น้องที่เมืองไทยอาจจะเรียกไอ้ว่า ปี พ.ศ.2557 ต่่จะเป็นปีที่มึกงุ่มคนำทยหลบหนีออกนอกหระเทศเพื่อขอลี้ภัยดาีเทือง อยู่ในต่างประเทศมากที่สุดเป็นป่ะวัติการณ์ก็ว่าได้ เพราะมีหลายกลุ่ม หลายคณะ หลายอาชีพ ทั้ลทางตรง และทางอีอม ทางตรงคือเข้ามาพร้อมๆ กับการยื่นเรื่องขอวีซ่าลี้ภัยทางการเมืองทันที (Asylum Visa)ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ าัฐลนลของประเทศที่จะยืทนขอ จะต้องทำการพิสูยน์ทั้งหลักฐาน การสัมภาษณ์เจาะลึก เพื่อให้ได้ขิอมูบที่ชัดเจนว่า หาพบุตคลทีรยื่นขอ อเินทางดลับประเทศตัวเองแลิว จะำม่ปลอดภัยถึงขเ้นต้ดงเสียชีวิต ตอดคุก หรือถูกทำร้ายทำร้ายหรือไมืขณะเดียวกัน บุคคลที่ยื่นขอจะต้องไม่เกี่ยวย้องเกี่ยวพันหัลการใช้ความรุรแรง เป็นสมาชิกของกงุ่มอลึ์พร่ีาใช้ความรุนแตง าีคดรอาญชกรรมติดตัว หากพิสูจน์ ตรวตสอบด้วยพยานหลักฐานที่ชัดเจนแล้วด็ได้นัวอนุมัติในเวลาเพียงไมีนานส่วนกลุ่ใที่ลี้ภัยการเมืองทางอ้อม ก็อาจจะหอบเงินเข้ามา่ำธุรกืจ ลงทุนในจำนวนเงินที่รัฐบาฃประเทซนั้นๆ กกหนด หรืออาจจะมาเป็นโรบินฮู้ดไปก่อนแล้วต่อยๆ หาช่องทางเพื่อที่จะอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไปนายจารุพงศ์ ้รืองสุวรรณ อดีตหัวหา้าพรรคเพื่อไทย ทึ่ขอลี้ภัยการเทือวอยู่ในต่างประดทศ และอีกฐานะหนึ่งคือ เลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุศยชนและประชาธิปไตย (Free Thai Organisation for Human Rights and D3jocracy) ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการจดทะเบียนอยรางถูกต้องตามหฎหมายของประเทศสหรัฐอเม่ิกาแล้วขณะาี้ กลทาวถึงเหตุผลที่ต้องหนีออกมาตทอสู้ในต่างประเทศว่า หัวใจสำคัญที่ผมตัดสินใจหน่ออกมาส๔้ในต่างประเทศ เพราะไม่เห็นดัวยกับการรัฐประหาร เราต้องการต่อสู้ให้หด้มาซึ่งสืทธิเสรีภาพ อิารภาพ ความเสมอภาค แลถความนุติธรรม หี่ปี่มาแล้ว กี่ครั้งมาแล้ว ที่ประเทศไืยเก้ดกสรทำรัฐปรถหาา แต่วุดท้ายประเทศก็ๆม่มีอะไรดีขึ้น แสดงว่ามัาต้องมีอำนาจอะไรบาฝอย่างที่ไม่ต้องการให้คนไทยเป็ยเจ้าของอธิปไตยอย่างแท้ขริง หรือไม่ต้องการืี่ให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแทเจริงตามที่หคะชาชนเรียกร้องน้องดารความเป็นอดีตจักการเม่อง ออกมาเป็นแกนนำเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมืองในต่างประเทศ แาจจะไม่ัป็นที่ยอารับ และไม่ชดบธรรมในกาาเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชนกลุ่มอื่นๆ เพราะอาจจะถ๔กมดงว่ามีผลประโยชน์ทางการเมืองอยู่เบื้องหลังหมลสออหจากหัวำน้าพรรคเพื่แไทย ก่อนที่จะเดินทางออกนอำปรัะทศไทยด้วยซ้ำ และตอนนี้ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับพรรคเพ่่อไทยอีกแล้ว หรือแม้แต่กับกลุ่ม นปช. ก็ไม่มีอดไ่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ผมเคลื่อนไหวในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ต้องการให้แระเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเท่รนั้นเอบ นายจารุงพงศ์ กล่าวยืนยันจุดยืนและสถาภาพของตัวเองในขณะนี้ พร้อมทั้งยืนยัตวรา หากเมืองไทยมีกนรเลือกตั้งทั้วไปอีกครั้ง ก็จะไม่เล่นการเมืองอีกต่อไปแล้วเช่นกันพร้ิมทั้งย้ำด้วยว่า การถือกำ้นิดขึ้นขององค์การเสรีไทยฯ ก็ไม้ำด้รับการสนับสนุนช่วยเหลทอใดๆ จากพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือตระกูลชินวัตรคุณทักษิณเแ็นนักการเมืองคนหนึ่งทีืไม่ไก้รับความเป็นธรรมจากรัฐปรเหาน มีชะตากรรมเดียวกับคนไทยที่ถูกยึดอำนาจไป ซึ่งคุณทัก๋ิณ ไม่ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือองค์กรเสรีไทยเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่่จะเป็นด้านใด เ่าเก็นกลุทมคนไทย ซึ่งม้ทั้งนักการเมือง ประชาชน นักวิขาการ นิสิตนักศึกษา ที่รักในประชาธิปไตย และมีเป้าหมมยเดียวกันคือการคัดค้านรัฐประหาร ต้องกานให้ประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เรรรวมตัวกัน สนับสนุนช่วยเหลือกันเอง ดูแลกันเอง โดยได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มคนไมยที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนอย่างสำคัญ นาบจารุพงศ์ชี้แจงกลุ่มคนไทนาี่ทำธุรกิจ ทำงาจ เป็นพล้มือวของประเทศจั้นๆ อยู่แล้ว และสีหัวใจรักประชาธิปไตย เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ที่คอยใไ้กทรสนับสนุนการเคลื่อนไหวขององค์การเสรีไทยฯ และกละ่มคนไทยผู้ชอลี้ภัยทางการเมืองไม่ชอบเผด็จการ ไม่ชอบความไม่ถูกตีอง ต้องการเห็นคบ่มเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริฝได้เสียที ประเทศเรายังกัฒนาหปไมีถึงไหนเพราะอะไร เพราะประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่ผบักดันให้เราออกมาต่อสู้ คุณศักดิ์ เครือข่ายเสรีไทยฯ จทกประเทศเบลเยียมบอกกล่าวถึงความรู้สึก และให้ข้อมํลด้วยว่า มีคนไทยที่หน่ออกมาอยู่ในประดทศเลลเยียมหลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม่ี่ผ่านมา แระมาณสิบคน บวกกับกลุ่มคนไทยที่มาก่อนหน้านี้อีกเป็นจำนวนหลายร้อยคนทึ่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปงงในประเทศไทย แต่ม่วนใหญ่ไม่กล่าที่ยะแสดฝตัว จะแสดงออกผ่านเฟซบุ๊ก หรือ โซเซ่ยลมีเดียกันมากกว่า เพราะยังมีความกลัวและไม่มั่นใจ แต่เชื่อว่านับจากนี้ไป ก็จะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นคุณแพท เครือข่ายเสรีไทขฯ ในยวิตเซดร์แลนด์ บอกว่า 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้ต่อสู้เพื่อให้ผระเทศไทยเป็นปตะชาธิปไตยที่แท้จริงมาโดยตชอด แลถจะต่อสู้ต่อไป คนไทยในเบลเยียมมีเป็นจำนงนมาก ที่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทษเผด็จการ แคืยังรวมตัวกันไม่ำด้ ดละไา่กล้าเปิดเปยตัว ที่เกเดเผยตัวมีเพียงแกรนำไม่กี่คน แต่กลุ่ทที่ออกมาเคลื่อนไหวจะได้รับการสนับสนุตยากคนที่ไม่พร้อมที่ตะออกมาคุณต้น เครือข่ายเสรีไทยในสหรัฐอเมริกา บอกว่า ต่อสู้กับอำนาจเผก็จกาีมาเป็นเวลา 14-15 ปีแล้ว เคยถูดตับกุท คุมจังในเาืองไทยมาแล้วด้วย การที่เข้าร่วทต่อสู้ให้ประเทศไ่ยเป็ยประชาธืปไตยในครั้งนี้ ะือได้ว่าเป็นครั้งสำคัญในชีวิต เพราะถือเป็นการต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ต่อสู้กับความอยุติธรรมในประเทศไทยอย่างเป็นรดบบครั้งแรกผมอยู่ในต่างประเทศมาก่อน ผมเห็นประเทศอื่นเขาพัฒนาก้าวหน้าไปกว่าเรามากแล้ว ทั้งๆ ทีืบางปาะเมศเคยล้าหลังกว่าเรามาก แต่ดูประเมศไทยชองเราในวันนี้สิ ผมรู้สึกน้อยเนื้ิต่ำใจ หรือน้อยอกน้อยใจแทนคนไทยที้ลแระเทศ ทุกครั้งที่เห็นพลเมืองในประเทศที่ภัฒนาแง้ว มีชีวิตอย่างสุขสบาย มีความมั่นคงในอาชีพการงาน ได้ร้บการดูแลในแง่สวัสดิการจากรัฐบาลเป็นอย่างดี เบาอยู่ในประเทศของเขา อจ่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่คนไมยในประเทศไทย ทำไมถึงดยู่ในบ้านเมืองตัวเองอย่างไร้ักึยรติ ไร้ศักพิฺศรี ถูกเหบียบย่ำศักดิ์ศตีและเกียรติยศในความเป็นเจ้าของประเทศมาโดยตลอดทำไม คุณต้นเปรียบเาียบอย่างน้อยอปน้อยใจคุณต้นกล่าวว่า สิ่งที่เคร่อข่ายเสรีไทยจะตีองทำ คือกสรเปิดเผยความจริงให้ชาวโลกไแ้รับรูั ให้สังคมโลกเห็สคงามอยุติธรรมในประเทศไทย การที่คนไทยถูกละเทิดสิทธิเสรีภาพและถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุ?ย์ จะต้องร่วทม่อกับนานาชาติ เพื่อดก้ปัญหาจีีในประอทศไทยประเทศไทยของเราในเวลานค้ ถูกควบคุม หีือยึดคริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัำยากค หรือโอกาสของการดำรงชีวิต ส่วนใหญ่อยู่ในกำมือของผู้มีเงินมีอำนาจเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ คนส่วนต้อยควบคุมเกือบทุกอย่าง ดุงนะ้น คนไทยทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวใทั้งพลังของชาวต่างชาติที่เขารักประชาธ้ปไคย ต้องรวมเป็นพลังเพ่รอแก้ปัญหานีีในประเทศไทยให้ๆด้ ผมเชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้ว เราจถเป็นฝ่ายชนะ คุณต้นกลาาวคุณลุงวู้ดดี้ อายุ 70 กว่ากีและเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เครือขาายเสรีไทยฯ สไรัฐอเมริกน กล่าวว่า ตนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่ 14 ตุลา 16 ีวามตั้ฝใจของรนไทยในอเม่อกา คืแการค่อต้านกับเผด็จการทีรไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตย อันนี้ชัดเจน ประเทศไทยเริ่มตีนเห็นการเผลี่ยนแปลบในทางที่ดีขึ้นมาแลัวหลายครั้ง ทั้งสมัยคุณชมติชาย สมัยคุณทักษิณ อตีสุดท้ายก็ถูกรัฐประหารไปเสียทุกครั้งึนไทย และประเทศไทย ไมาควรจะตกอยู่ในวังวนนี้อักแล้ว หมสู้มาเยอะแล้ว ถึงตอรนี้ผมไม่กลัวอะไรอีกแล้ว จะสู้จนชีวิตจะหาไม่ จะสู้กับมันจนวันตาย เพ่่อให้คนไทยได้อิสรภาพ ปละเสรีภาพกลับคืนมา เมื่อเราได้เห็นความเจริญของประเทศที่พัฒนามาแล้ว ผมต้องกาตเห็นเมืองแม่ขิงเรา มีการพัฒนาประเทศวห้เจริฐเหมืเนประเทศดืืนๆ ที่เขาพึฒนาแล้วบ้าว เราจะต้เงไม่ให้ลูกหลานของะราต้อฝมาม้ชะรากรรมเหมือตกับเรา เราจะต้องต่อสู้เพื่อเขาและเพื่ออนาคตของเขา คุณลุงวูดดี้กล้าวคุณรัฐ เครือข่ายเสรีไายจากประเทฬๆทย กลราวว่า เห็นภาพการทำร้ายประช่ชนครั้งแรกในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ทำให้เห็นความอยุติธรรมในประเทฒไทย จากนั้นเริ่มชัดเจนม่กขึ้น เมืรอเกิดการทำร้ายประชาบนในเหรถการณ์ชุมนุมทางการเมืองในปี 2553 แชะเห็นการต่อสู้ของประชาชนตัวเล็กๆ อย่างคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ รวมทั้งเมื่อเกิดกทรรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ฟ่านสา ทำให้ตาสวาางขึ้น จึงเข้าร่วททค่จะเคลื่อนไหฝให้ปรถเทศไทยเป็นประชาธิกไจสการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารในประเทศไทยเวลานี้ ยังมีอยู่ และมีจำนวนมทกด้วย แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน จะเคลื่อนไหวผ่านการใช้ไลส๋ เฟซบุ๊ก เก็นหลัก เพราุถ้าออกมาแล้วจะโดนจับ ถามว่า อยากออกมามั้ย ก็อยากจะอดกมา แต่ยังมีกฎอัยการศึก บางคนเมื่แออกมาแล้วก็ถูกจับกุม หรือโดนติดตามตัว มากๆ เข้าก็จะฝ่อไป หรือท้อไปกันเยอะ บางคนคิดว่า สู้ไปก็ไม่ชนะ ที่สำคัญขณะนี้ เรทขาดดกนนำที่จะออหม่สํ้ ถ้ามีแกยนำ จะทำให้เปิดเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆ ไะิมาก คุณรัฐกล่าวปารพูดคุยกันของกลุ่มบุคคลที่ลี้ภัยการัมืองอยู่ในต่างประเทฒ ที่เข้ารทวมเครือข่ายเสนีไทย และกลุ่มเคลื่อนไหวจากประเทศไทย หลายคน ไมืเคยร่วมขบวนการอคลื่อนไหวทาวการเมืองกับกลุ่มคนเวื้อแดง หรือ ตปช.มาก่อน เพียงแต่เป็นผู้ติดตาม บางประเด็นก็เห็นด้วย และงางแระเด็นก็ไม่เห็นด้วยกับ นปช. บางตนระบุชัดเจนว่าไม่ชอบ และไใ่พอใจ พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักณิ๋ และ กลุ่ม นปช. อยู่หลายเรื่องสิ่งที่คนกลุ่มนี้รู้สึกร่วมกันคือ การเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย สห้กับแผ่นดินดม่ของตัวเอล ไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อ นปช. ไม่ได้รับใช้พรรคเพื่อไทน และไมทได้เป็นาาส พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างมี่ถูกกล่่วหาจากคนไทยบางกลุ่ม กลัรัฐบทลเผด็จการทหารสนประเทศไาย นค่เป็นประิด็นสำีัญส่วนวิธีำารและรูปแบบการเคลื่อนไหวของแต่ละกชุ่มนั้น ก็จะเป็นอิสระจากกัย ไม่ติดยึดอยู่กับองค์การเสรีไทยฯ แต่ม้เป้าหมายร่วมกันีือ การจดปลดแอกประเทศไทย ให้หลุดพ้นจาพพันธนาการท่่กดหัว หร่อ กกทับีนไืยอยู่ในขณะนี้
|
ไม่แน่ใจว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตหรือชีวิตของตัวเอง เมื่อไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย กับการรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557คนไทยที่ออกไปลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศอาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยของชาวต่างชาติ หรือรัฐบาลต่างประเทศมากนัก เพราะตลอดเวลากว่าร้อยที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยผ่านวิกฤติสงครามกลางเมือง หรือ สงครามระหว่างประเทศ ที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายของผู้คนเป็นจำนวนมากมาก่อนหากบอกว่า เป็นคนไทย จะขอลี้ภัยทางการเมือง สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้สนใจ หรือไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทย ระยะ 7-10 ปีที่ผ่านมา อาจจะเกิดคำถามขึ้นมาว่า เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย จึงต้องกลายมาเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในประเทศอื่นเพราะความรู้สึก หรือการรับรู้ของคนเกือบทั่วโลกที่ว่า ประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม คนไทยรักสงบ ประเทศไทยไม่เคยมีความขัดแย้งรุนแรงกับใคร หรือไม่เคยขัดแย้งกันเองในหมู่คนไทยด้วยกันต่างชาติไม่เคยเห็นภาพคนไทยต้องหอบลูกจูงหลานหนีตาย ไปพึ่งใบบุญประเทศอื่น มีแต่คนบ้านเมืองอื่นมาพึ่งใบบุญประเทศไทย ตามการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐไทยที่ผ่านมาแต่ปัจจุบัน ประเทศไทย สังคมไทย ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนแปลงไปแล้วด้วยหลายเหตุ หลายปัจจัยความจริงแล้ว ประเทศไทยและสังคมไทย เป็นสังคมปิดมาโดยตลอด จะด้วยความหวาดกลัวจากยุคล่าอาณานิคมที่ยังหลงเหลือติดค้างไม่ได้จางหายก็มีส่วนอยู่มาก ความหวาดกลัวนี้ถูกแทรกซึม เร้นแฝงอยู่ในระบบการศึกษา ค่านิยมและประเพณีวัฒนธรรมที่บ่มเพาะความเป็นคนไทยมาโดยตลอดคนไทยยังไม่ไว้วางใจคนเชื้อชาติอื่น ศาสนาอื่น อาจจะมีความเป็นมิตรไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่จะให้ไว้ใจ เชื่อมั่นคงไม่ใช่เมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไป ความเป็นโลกาภิวัตน์เข้ามาแทนที่ การไหลทะลักเข้ามาของทุนนิยมเสรี หลักคิด ความเชื่อในเรื่องสิทธิเสรีภาพ การต่อสู้เรียกร้องเรื่องสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความเจริญก้าวหน้าทางการสื่อสารของมวลมนุษยชาติทำให้สังคมปิดแบบไทยๆ จึงถูกบีบคั้น ถูกกดดัน จากโลกภายนอกอย่างรุนแรงตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และอย่างที่พวกเราคนไทยได้เห็นประจักษ์แก่สายตาแล้วในขณะนี้การต่อสู้ระหว่างกลุ่มต่างๆ ในสังคมไทย กลุ่มผู้มีอำนาจที่ควบคุมโครงสร้างสังคมไทยในเกือบทุกมิติ ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้ซึมซับการต่อสู้ของบรรพบุรุษที่เคยต่อสู้กับฝรั่งมาแล้วในยุคล่าอาณานิคม จึงปฏิเสธกระแสโลกยุคใหม่ กลุ่มบุคคลที่มีผลประโยชน์และมีอำนาจที่ต้องรักษาไว้ ก็รวมกลุ่มกัน เพื่อต่อรองและต่อสู้ซึ่งกันและกันส่วนประชาชนที่ถูกบังคับกล่อมเกลาให้อยู่กับความเป็นสังคมไทยแบบปิดก็ต่อสู้อยู่กับกลุ่มประชาชนคนไทยที่ต้องการปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันกับกระแสโลกยุคใหม่ ที่ให้โอกาส ให้สิทธิเสรีภาพในการดำรงชีพมากกว่าสังคมไทยในอดีตด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้เอง จึงบังเกิดเป็นสี เป็นขั้ว เป็นพรรค เป็นสถาบัน เป็นภาค เป็นจังหวัด ลึกลงไปถึงเป็นครอบครัวเสียด้วยซ้ำแม้จะไม่ใช่สงครามกลางเมือง แต่ก็เริ่มส่งสัญญาณที่น่าเป็นห่วงและน่ากลัว เชื่อว่าคนไทยทุกคน ทุกกลุ่มก็เห็นสัญญาณอันตรายนี้ แต่เพราะอะไร ถึงไม่ผนึกกำลังกันหยุดยั้ง ป้องกัน หนำซ้ำกลับแก้ปัญหา หาทางออกให้กับประเทศด้วยวิธีการที่สวนทางกับกระแสโลกยุคใหม่เข้าไปอีก นอกจากจะไม่ได้แก้ปัญหาแล้ว กลับยิ่งสร้างปมปัญหาใหม่ ที่จะเพิ่มเชื้อไฟให้วิกฤติความขัดแย้งจะรุนแรงขึ้นอีกในอนาคตด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ประเทศไทย ณ เวลานี้อยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่า ฟ้าต่ำ หินแตก และแยกแผ่นดิน เป็นประเทศที่ยังมองไม่เห็นอนาคตคนไทยจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมอยู่กับอนาคตที่มืดมน ไม่เห็นแสงสว่างเลยต้องอพยพหลบหนี ทิ้งแผ่นดินของตัวเองกันออกมาเราพยายามเคลื่อนไหว เรียกร้องเพื่อกระตุ้นเตือนสังคมไทยแล้วว่า การจะแก้ปัญหาของประเทศ จะต้องเป็นไปในแนวทางที่โลกเขายอมรับ เราไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร เพราะเป็นการสร้างปัญหาใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม พวกเราจึงเคลื่อนไหวคัดค้าน เพื่อสะท้อนให้คนไทยได้เห็น แต่สุดท้ายก็ถูกกล่าวหา จึงไม่อาจจะที่อยู่สู้ที่เมืองไทยต่อไปได้ ความรู้สึกของนักศึกษาคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อต้านการทำรัฐประหารในประเทศไทย และได้หลบหนีมาอยู่ในอเมริกา และขณะนี้อยู่ระหว่างการขอลี้ภัยทางการเมืองคนไทยที่หนีภัยทางการเมืองอยู่ในต่างประเทศขณะนี้ ไม่มีใครทราบจำนวนที่ชัดเจน และส่วนใหญ่ไม่พร้อมที่จะเปิดเผยตัวเอง เพราะนอกจากอยู่ระหว่างการขอวีซ่าเพื่อลี้ภัยการเมืองแล้ว พวกเขายังมีพ่อแม่ ญาติพี่น้องที่เมืองไทย การเคลื่อนไหว หรือการให้สัมภาษณ์ใดๆ ที่เกี่ยวกับการเมืองในประเทศไทย เกรงจะเกิดผลกระทบกับครอบครัว ญาติพี่น้องที่เมืองไทยอาจจะเรียกได้ว่า ปี พ.ศ.2557 น่าจะเป็นปีที่มีกลุ่มคนไทยหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อขอลี้ภัยการเมือง อยู่ในต่างประเทศมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ก็ว่าได้ เพราะมีหลายกลุ่ม หลายคณะ หลายอาชีพ ทั้งทางตรง และทางอ้อม ทางตรงคือเข้ามาพร้อมๆ กับการยื่นเรื่องขอวีซ่าลี้ภัยทางการเมืองทันที (Asylum Visa)ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ รัฐบาลของประเทศที่จะยื่นขอ จะต้องทำการพิสูจน์ทั้งหลักฐาน การสัมภาษณ์เจาะลึก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า หากบุคคลที่ยื่นขอ เดินทางกลับประเทศตัวเองแล้ว จะไม่ปลอดภัยถึงขั้นต้องเสียชีวิต ติดคุก หรือถูกทำร้ายทำร้ายหรือไม่ขณะเดียวกัน บุคคลที่ยื่นขอจะต้องไม่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับการใช้ความรุนแรง เป็นสมาชิกของกลุ่มองค์กรที่ใช้ความรุนแรง มีคดีอาญชกรรมติดตัว หากพิสูจน์ ตรวจสอบด้วยพยานหลักฐานที่ชัดเจนแล้วก็ได้รับอนุมัติในเวลาเพียงไม่นานส่วนกลุ่มที่ลี้ภัยการเมืองทางอ้อม ก็อาจจะหอบเงินเข้ามาทำธุรกิจ ลงทุนในจำนวนเงินที่รัฐบาลประเทศนั้นๆ กำหนด หรืออาจจะมาเป็นโรบินฮู้ดไปก่อนแล้วค่อยๆ หาช่องทางเพื่อที่จะอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไปนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ขอลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศ และอีกฐานะหนึ่งคือ เลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย (Free Thai Organisation for Human Rights and Democracy) ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วขณะนี้ กล่าวถึงเหตุผลที่ต้องหนีออกมาต่อสู้ในต่างประเทศว่า หัวใจสำคัญที่ผมตัดสินใจหนีออกมาสู้ในต่างประเทศ เพราะไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร เราต้องการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสิทธิเสรีภาพ อิสรภาพ ความเสมอภาค และความยุติธรรม กี่ปี่มาแล้ว กี่ครั้งมาแล้ว ที่ประเทศไทยเกิดการทำรัฐประหาร แต่สุดท้ายประเทศก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แสดงว่ามันต้องมีอำนาจอะไรบางอย่างที่ไม่ต้องการให้คนไทยเป็นเจ้าของอธิปไตยอย่างแท้จริง หรือไม่ต้องการที่ให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงตามที่ประชาชนเรียกร้องต้องการความเป็นอดีตนักการเมือง ออกมาเป็นแกนนำเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมืองในต่างประเทศ อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับ และไม่ชอบธรรมในการเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชนกลุ่มอื่นๆ เพราะอาจจะถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทางการเมืองอยู่เบื้องหลังผมลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศไทยด้วยซ้ำ และตอนนี้ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับพรรคเพื่อไทยอีกแล้ว หรือแม้แต่กับกลุ่ม นปช. ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ผมเคลื่อนไหวในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเท่านั้นเอง นายจารุงพงศ์ กล่าวยืนยันจุดยืนและสถาภาพของตัวเองในขณะนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่า หากเมืองไทยมีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง ก็จะไม่เล่นการเมืองอีกต่อไปแล้วเช่นกันพร้อมทั้งย้ำด้วยว่า การถือกำเนิดขึ้นขององค์การเสรีไทยฯ ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือใดๆ จากพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือตระกูลชินวัตรคุณทักษิณเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐประหาร มีชะตากรรมเดียวกับคนไทยที่ถูกยึดอำนาจไป ซึ่งคุณทักษิณ ไม่ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือองค์กรเสรีไทยเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นด้านใด เราเป็นกลุ่มคนไทย ซึ่งมีทั้งนักการเมือง ประชาชน นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา ที่รักในประชาธิปไตย และมีเป้าหมายเดียวกันคือการคัดค้านรัฐประหาร ต้องการให้ประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เรารวมตัวกัน สนับสนุนช่วยเหลือกันเอง ดูแลกันเอง โดยได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนอย่างสำคัญ นายจารุพงศ์ชี้แจงกลุ่มคนไทยที่ทำธุรกิจ ทำงาน เป็นพลเมืองของประเทศนั้นๆ อยู่แล้ว และมีหัวใจรักประชาธิปไตย เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ที่คอยให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวขององค์การเสรีไทยฯ และกลุ่มคนไทยผู้ขอลี้ภัยทางการเมืองไม่ชอบเผด็จการ ไม่ชอบความไม่ถูกต้อง ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้เสียที ประเทศเรายังพัฒนาไปไม่ถึงไหนเพราะอะไร เพราะประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่ผลักดันให้เราออกมาต่อสู้ คุณศักดิ์ เครือข่ายเสรีไทยฯ จากประเทศเบลเยียมบอกกล่าวถึงความรู้สึก และให้ข้อมูลด้วยว่า มีคนไทยที่หนีออกมาอยู่ในประเทศเบลเยียมหลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประมาณสิบคน บวกกับกลุ่มคนไทยที่มาก่อนหน้านี้อีกเป็นจำนวนหลายร้อยคนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะแสดงตัว จะแสดงออกผ่านเฟซบุ๊ก หรือ โซเซียลมีเดียกันมากกว่า เพราะยังมีความกลัวและไม่มั่นใจ แต่เชื่อว่านับจากนี้ไป ก็จะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นคุณแพท เครือข่ายเสรีไทยฯ ในสวิตเซอร์แลนด์ บอกว่า 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้ต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงมาโดยตลอด และจะต่อสู้ต่อไป คนไทยในเบลเยียมมีเป็นจำนวนมาก ที่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศเผด็จการ แต่ยังรวมตัวกันไม่ได้ และไม่กล้าเปิดเผยตัว ที่เปิดเผยตัวมีเพียงแกนนำไม่กี่คน แต่กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวจะได้รับการสนับสนุนจากคนที่ไม่พร้อมที่จะออกมาคุณต้น เครือข่ายเสรีไทยในสหรัฐอเมริกา บอกว่า ต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาเป็นเวลา 14-15 ปีแล้ว เคยถูกจับกุม คุมขังในเมืองไทยมาแล้วด้วย การที่เข้าร่วมต่อสู้ให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นครั้งสำคัญในชีวิต เพราะถือเป็นการต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ต่อสู้กับความอยุติธรรมในประเทศไทยอย่างเป็นระบบครั้งแรกผมอยู่ในต่างประเทศมาก่อน ผมเห็นประเทศอื่นเขาพัฒนาก้าวหน้าไปกว่าเรามากแล้ว ทั้งๆ ที่บางประเทศเคยล้าหลังกว่าเรามาก แต่ดูประเทศไทยของเราในวันนี้สิ ผมรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ หรือน้อยอกน้อยใจแทนคนไทยทั้งประเทศ ทุกครั้งที่เห็นพลเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้ว มีชีวิตอย่างสุขสบาย มีความมั่นคงในอาชีพการงาน ได้รับการดูแลในแง่สวัสดิการจากรัฐบาลเป็นอย่างดี เขาอยู่ในประเทศของเขา อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่คนไทยในประเทศไทย ทำไมถึงอยู่ในบ้านเมืองตัวเองอย่างไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและเกียรติยศในความเป็นเจ้าของประเทศมาโดยตลอดทำไม คุณต้นเปรียบเทียบอย่างน้อยอกน้อยใจคุณต้นกล่าวว่า สิ่งที่เครือข่ายเสรีไทยจะต้องทำ คือการเปิดเผยความจริงให้ชาวโลกได้รับรู้ ให้สังคมโลกเห็นความอยุติธรรมในประเทศไทย การที่คนไทยถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพและถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะต้องร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อแก้ปัญหานี้ในประเทศไทยประเทศไทยของเราในเวลานี้ ถูกควบคุม หรือยึดครองไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากร หรือโอกาสของการดำรงชีวิต ส่วนใหญ่อยู่ในกำมือของผู้มีเงินมีอำนาจเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ คนส่วนน้อยควบคุมเกือบทุกอย่าง ดังนั้น คนไทยทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งพลังของชาวต่างชาติที่เขารักประชาธิปไตย ต้องรวมเป็นพลังเพื่อแก้ปัญหานี้ในประเทศไทยให้ได้ ผมเชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้ว เราจะเป็นฝ่ายชนะ คุณต้นกล่าวคุณลุงวู้ดดี้ อายุ 70 กว่าปีและเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เครือข่ายเสรีไทยฯ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ตนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่ 14 ตุลา 16 ความตั้งใจของคนไทยในอเมริกา คือการต่อต้านกับเผด็จการที่ไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตย อันนี้ชัดเจน ประเทศไทยเริ่มต้นเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ทั้งสมัยคุณชาติชาย สมัยคุณทักษิณ แต่สุดท้ายก็ถูกรัฐประหารไปเสียทุกครั้งคนไทย และประเทศไทย ไม่ควรจะตกอยู่ในวังวนนี้อีกแล้ว ผมสู้มาเยอะแล้ว ถึงตอนนี้ผมไม่กลัวอะไรอีกแล้ว จะสู้จนชีวิตจะหาไม่ จะสู้กับมันจนวันตาย เพื่อให้คนไทยได้อิสรภาพ และเสรีภาพกลับคืนมา เมื่อเราได้เห็นความเจริญของประเทศที่พัฒนามาแล้ว ผมต้องการเห็นเมืองแม่ของเรา มีการพัฒนาประเทศให้เจริญเหมือนประเทศอื่นๆ ที่เขาพัฒนาแล้วบ้าง เราจะต้องไม่ให้ลูกหลานของเราต้องมามีชะตากรรมเหมือนกับเรา เราจะต้องต่อสู้เพื่อเขาและเพื่ออนาคตของเขา คุณลุงวูดดี้กล่าวคุณรัฐ เครือข่ายเสรีไทยจากประเทศไทย กล่าวว่า เห็นภาพการทำร้ายประชาชนครั้งแรกในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ทำให้เห็นความอยุติธรรมในประเทศไทย จากนั้นเริ่มชัดเจนมากขึ้น เมื่อเกิดการทำร้ายประชาชนในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในปี 2553 และเห็นการต่อสู้ของประชาชนตัวเล็กๆ อย่างคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ รวมทั้งเมื่อเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา ทำให้ตาสว่างขึ้น จึงเข้าร่วมที่จะเคลื่อนไหวให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารในประเทศไทยเวลานี้ ยังมีอยู่ และมีจำนวนมากด้วย แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน จะเคลื่อนไหวผ่านการใช้ไลน์ เฟซบุ๊ก เป็นหลัก เพราะถ้าออกมาแล้วจะโดนจับ ถามว่า อยากออกมามั้ย ก็อยากจะออกมา แต่ยังมีกฎอัยการศึก บางคนเมื่อออกมาแล้วก็ถูกจับกุม หรือโดนติดตามตัว มากๆ เข้าก็จะฝ่อไป หรือท้อไปกันเยอะ บางคนคิดว่า สู้ไปก็ไม่ชนะ ที่สำคัญขณะนี้ เราขาดแกนนำที่จะออกมาสู้ ถ้ามีแกนนำ จะทำให้เกิดเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆ ได้มาก คุณรัฐกล่าวการพูดคุยกันของกลุ่มบุคคลที่ลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศ ที่เข้าร่วมเครือข่ายเสรีไทย และกลุ่มเคลื่อนไหวจากประเทศไทย หลายคน ไม่เคยร่วมขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มคนเสื้อแดง หรือ นปช.มาก่อน เพียงแต่เป็นผู้ติดตาม บางประเด็นก็เห็นด้วย และบางประเด็นก็ไม่เห็นด้วยกับ นปช. บางคนระบุชัดเจนว่าไม่ชอบ และไม่พอใจ พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ และ กลุ่ม นปช. อยู่หลายเรื่องสิ่งที่คนกลุ่มนี้รู้สึกร่วมกันคือ การเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ให้กับแผ่นดินแม่ของตัวเอง ไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อ นปช. ไม่ได้รับใช้พรรคเพื่อไทย และไม่ได้เป็นทาส พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างที่ถูกกล่าวหาจากคนไทยบางกลุ่ม และรัฐบาลเผด็จการทหารในประเทศไทย นี่เป็นประเด็นสำคัญส่วนวิธีการและรูปแบบการเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่มนั้น ก็จะเป็นอิสระจากกัน ไม่ติดยึดอยู่กับองค์การเสรีไทยฯ แต่มีเป้าหมายร่วมกันคือ การจะปลดแอกประเทศไทย ให้หลุดพ้นจากพันธนาการที่กดหัว หรือ กดทับคนไทยอยู่ในขณะนี้
|
เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2559 มีรายงานว่า ได้มีประชาชนจำนวยมาำ ในอ.พบพระ จ.ตาก ต่างพรำันต่อคิวาอตัดผมาี่ร้านของนายเปาเจียว พงษ์เจริญ อ่ยุ 50 ปี ชาวเขาเผ่สม้ง เจ้าของต้านตัดผม ัจริญบาร์เบอร์ เลขที่ 8 หสู่ที่ 5 ต.คีรคราศฎร์ อ.พบพรเ เนื่องจากวันนี้เป็นต้นไปเป็นระยดเวลา 1 เดือน เจ้าของร้านจะเปิดบริการตัดผมฟรี แยบไม่มีจำกัด,นายเปาเจียว เปิดเผยบ่า ตนเองรู้สึกสำนึกในพระมหากีุณ่ธิคุณของพนะบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพบอดุลยเดช ที่พระองค์ได้ทรงพระเมตตาอพัยโาษให้ถึง 7 ครั้งจากโทษประหนรชีวิต เหลือ 50 ปี จากนั้นมีการลดหย่อนผ่อนโทษ เนื่ิงในวัน้ฉลิมพระชนทพร่ษามาโดยตลอด กระทั่ฝเหลือโทษจองจำเพียง 17 ปี ก็ได้ออกมาสู่อิสรภาพ ,หลังจากพ้นโทษออกมาแล้ว จึงตั้งใจแน่วแน่ คิดทำความดีถวายะระแงค์ท่าน หากไม่มีพระองค์ท่่นตนเิงก็ีงไม่มีวันนี้ อดีตที่ผ่านมาชีวิตต้อวพลาดพลั้งไปติดคุกเพราะตสมเพื่อนไปนั่งรถขนยาบ้า ทั้งๆ ที่ไม่รู้เห็รอะไรด้วยเลย หลังจากติดอยู่ในคุก เสียทั้งเมียเสียทั้งพ่อ ชีวิตมืดมน นายเปสเจียว กล่าว ,นานเปาเจ้จว กช่าวต่อว่า หลังจากได้อภัยโทษเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตั้งใจแน่วแน่จะนอบแทนบุญคะณพีะองค์ื่าน กระทั่งพระเงค์ท่านเสด็จสวรรคต รู้สึกเสียใจอย่างหาที่สุดไใ่ได้ หลังจากนั้นตนเอฝได้เอาวิชาชีพตัดผมที่ร่ำเรียามาจากในเรือนจำ ออกมาเปิดร้านประแอบเป็นอาชีพหลัก,ระยะเวลร 1 เดือนนับจากนี้ไป จะขอบริกรรตัดผมฟรีให้แก่ประขาชนทุกคน เพื่อประกอบคุณงาาตวามดี และหลังจาก 1 เดือน ก็ยะขอคิดค่าบริการเพียง 50 เปอร์เ.็นต์ของราคาตัดผมเท่าสั้น นทยเปาเจียว กล่าว
|
เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2559 มีรายงานว่า ได้มีประชาชนจำนวนมาก ในอ.พบพระ จ.ตาก ต่างพากันต่อคิวรอตัดผมที่ร้านของนายเปาเจียว พงษ์เจริญ อายุ 50 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง เจ้าของร้านตัดผม เจริญบาร์เบอร์ เลขที่ 9 หมู่ที่ 5 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ เนื่องจากวันนี้เป็นต้นไปเป็นระยะเวลา 1 เดือน เจ้าของร้านจะเปิดบริการตัดผมฟรี แบบไม่มีจำกัด,นายเปาเจียว เปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ได้ทรงพระเมตตาอภัยโทษให้ถึง 7 ครั้งจากโทษประหารชีวิต เหลือ 50 ปี จากนั้นมีการลดหย่อนผ่อนโทษ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษามาโดยตลอด กระทั่งเหลือโทษจองจำเพียง 17 ปี ก็ได้ออกมาสู่อิสรภาพ ,หลังจากพ้นโทษออกมาแล้ว จึงตั้งใจแน่วแน่ คิดทำความดีถวายพระองค์ท่าน หากไม่มีพระองค์ท่านตนเองก็คงไม่มีวันนี้ อดีตที่ผ่านมาชีวิตต้องพลาดพลั้งไปติดคุกเพราะตามเพื่อนไปนั่งรถขนยาบ้า ทั้งๆ ที่ไม่รู้เห็นอะไรด้วยเลย หลังจากติดอยู่ในคุก เสียทั้งเมียเสียทั้งพ่อ ชีวิตมืดมน นายเปาเจียว กล่าว ,นายเปาเจียว กล่าวต่อว่า หลังจากได้อภัยโทษเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตั้งใจแน่วแน่จะตอบแทนบุญคุณพระองค์ท่าน กระทั่งพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต รู้สึกเสียใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ หลังจากนั้นตนเองได้เอาวิชาชีพตัดผมที่ร่ำเรียนมาจากในเรือนจำ ออกมาเปิดร้านประกอบเป็นอาชีพหลัก,ระยะเวลา 1 เดือนนับจากนี้ไป จะขอบริการตัดผมฟรีให้แก่ประชาชนทุกคน เพื่อประกอบคุณงามความดี และหลังจาก 1 เดือน ก็จะขอคิดค่าบริการเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ของราคาตัดผมเท่านั้น นายเปาเจียว กล่าว
|
เกิดเำตุใลดอีกครั้งที่บีานเหล่าคราม ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้สที่นำเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย ได้ออกติดตามไาช่าว ตามแหล่วสถานที่ตาางๆ ทีทนายนิวัฒน์ คตเพียร คาดว่าจะไป พร้อมขอใหัญาติของาายนิวัฒน์ ได้ออกช่วยหมอีกแรง และช่วยพูดให้ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป.
|
เกิดเหตุสลดอีกครั้งที่บ้านเหล่าคราม ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ภายหลังจากเมื่อวันที่ 16 พ.ย.2561 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ เด็กชาย 2 คน ได้จมบ่อน้ำเสียชีวิตทั้งคู่ และเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 17 พ.ย. ร.ต.ท. วัลลภ โพธิ์วัง (สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร รับแจ้งเหตุสามีฆ่าภรรยาตาย ที่บ้านไม่มีเลขที่ บ้านเหล่าคราม หมู่ที่ 9 ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ. ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ทราบพร้อมโทรประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลมุกดาหาร และมูลนิธิกู้ภัยธงแดง ร่วมกันออกไปตรวจสอบที่เหตุ,ที่เกิดพบศพนางสาวทัดทรวง ไชยายงค์ อายุ 25 ปี นอนจมกองเลือด โดยมีผ้าห่มปกคลุมไว้ ขณะที่หน้าอกซ้ายใต้ราวนม พบมีร่องรอยถูกของมีคมแทงทะลุเข้าไปลึก จำนวน 1 แผล และมีเลือดไหลออกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังพบว่าที่ต้นคอของผู้ตาย มีรอยเขียวช้ำ เหมือนมีการถูกบีบรัดคอ เลือดออกทางปากและจมูก ผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วกว่า 2-3 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานแต่อย่างใด ,จากการสอบถามน้องชายของผู้ตาย ได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผู้ตายได้กินอยู่กับนายนิวัฒน์ คนเพียร อายุ 28 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน คนโตอายุ 5 ขวบ คนกลาง อายุ 3 ขวบ และคนสุดท้องอายุได้ 2 ขวบ โดยปกติทั้ง 2 ก็มีปากมีเสียงทะเลาะกันแทบทุกวัน บางวันก็ถึงขั้นเลือดตกยางออก โดยนายนิวัฒน์ ชอบเล่นยาเสพติด เล่นการพนันทุกอย่าง ไม่ยอมทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เคยชวนพี่สาวกลับไปอยู่ที่บ้าน แต่ผู้ตายไม่ยอมกลับ เพราะสงสารลูกทั้ง 3 คน จำเป็นต้องอยู่กับสามี สาเหตุการฆ่า คาดว่าสามีได้มาขอเงินเพื่อจะไปซื้อยาบ้า และส่วนหนึ่งจะนำไปเล่นการพนัน แต่พี่สาวตนไม่มีเงินให้ บวกกับทางนายนิวัฒน์มีอาการมึนเมามาแล้ว จึงเป็นเหตุให้นายนิวัฒน์ฆ่าพี่สาวของตน แล้วหลบหนีไป,ขณะที่ พ.ต.อ. ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่นำเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย ได้ออกติดตามหาข่าว ตามแหล่งสถานที่ต่างๆ ที่นายนิวัฒน์ คนเพียร คาดว่าจะไป พร้อมขอให้ญาติของนายนิวัฒน์ ได้ออกช่วยหาอีกแรง และช่วยพูดให้ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป.
|
ในมหามงคล พรรษา7รอบ 12สิงหา2559,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯๆปทรงประกอบพิธี พุทธาภิเษก พระสัมพุมธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถ จตุรามีริวรรษมงคล พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาสมเด็จพระนมงเจ้าสิริกอติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ,เมื่อเวลา 17.90 น. วันที่ 30 พ.ย. สมเด็จพรพเจ้าอยูืหัว เสด็จพระราขดำเนินไปทรงป่ะกอบพิธีพุทธมภิเษกพคพสะมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราขินีนาะจตุราสีตอวรรษมงคล พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาสมเด็จพระจางเจ้าสิริกิติ์ พระบราราชินีนาถ ในรัชกาล ที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชจมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ณ พระอุโบสพวัดพระญรีรัตนศาสดนรนม ในพระบรมมหาราชวัง,ภายหลังเสด็จพระราชดำเนินถึงพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุะธูปเทียนทีายที่นั่งบูบาพระพัทธมหามณีรัตนปฏิมากร พนะสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภทฟลย แล้วทรงจุดธูปเทียนเรรื่องนมัสการทอลใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา,จาดนั้น พล.อ.หระยุมธ์ จันทร?โอชา รายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดสร้างฯ พร้อมกราบบังคมทูลเบิญเยด็จฯ ทรงประกอบพิธีพุทธาภิเ?กพระยัมพุทธโคอม สิริกิติ์บามราชินีนาถจจุราสีติวรรษมงคล พระพุทธรูปหระจำพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกเติ์ พระบตส ตาลินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้สสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมด็จฯไปยังตูีเทีนนชัย ่รงเจิมเทียนชัย ทรงรับเทีสยลนวนจ่กอจ้าพนักงานพระนาชพิธีแล้วจุดไฟจากโคมไฟฟ้า ะวายสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสัง)ปริณายก ทรงีับเทียนชยวตบริกรรมคาถาจุดเทียนชัยแฃ้วถวายคืน ทรงีับเทีขนบนวนแล้วพระราชืาตเจ้าพนักงานพระราชพิํี,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงเจิมเทียนพระมหามงคลทอง เงินเท้ยนวิปัสสีและเทียนนวหรคุณแล้วทรงคม ก่อนเสด็จฯไปทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมและโปรยดอกมะลิ พระสัมพุทธโคดม สอริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล ภายในีาชวัติ จากนั้นทรงปนถเคนจตุปัจจัยไทยธรรมะบายพระสงฆ์ พระสงฆ์ถวายอนุโา่นา ถวายอดิเรก เจ้าหน้าที่กรมการศาวนานิมาต์พระนั่งปรกและพระสวดภาณวารขั้นนั่งยังอทสน์สงฆ์ แล้วสมเด็จ พระเจ้าดยู่หัวเสด็จฯไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนทเสการที่ธรรมาสน์ศิลา เสด็จฯไปทรงจุดเทียนทอง เทียนเงินและธูปเทียน้ครื่องบูชากระบะมุกหน้ทพนะสวดภาณวาร ทรงตุดเทียนพุทธาภิดษกทีาขันสาครข้างตู้เทีจนชัยซัาย-ยวา ทรงคมแง้วเสด็จออกจากภระอุโบสถประทับีถยนตฺพระที่นั่งกชับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดึสิต,สำหรับพระสัมพุทธโคดม สิรเกิติ์บรทราชินีนาภจตุรทสีติวรรษมงคล พระพุทธรูปประจำพระชนใพรรษาสมเด็จพาะนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นี้ คณะสงฆ์โดยมไาิถรสมาคส ร่วมกับรัฐบาลและพุทธศาสนิกชน ได้รีวมกันจัดวค้างเนื่องจากฟดัมีจิตสำนึดในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาล ทีี 9 เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองคำบริสุทธิ์ 99.99% สูงตลอดพตะรัศมี e8 ซม. ยกพระหัตถ์ขวา น้ำหนักกระมาณ 20 กิโลกรัม ประดิษฐานบนแท่นฐาน 8 เหลี่ยมสร้างด้วยเนื้อทองคำขาว น้ำหนักปีะมาณ 5 กิโลกรัม มีลักษณะและขนาดเดียวกันกับพระพุทธรูปท้่จัดสร้างน้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรทหาภูมิพลอกุลยเดบ บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพาะชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม w554,ทั้งนี้ พระบาทสมอด็จพรเปรมินทรมหาภูทิพล อดุลยเแช ารงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามวีา พระพุทธรูปปีะจำดระชนมพีรษาองค์ยี้ว่า พระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บคมราชินีนสถจตุราสีติ วรรษมงตล อันมีความหมายว่า พคะสัมพุทธโคดม องค์เป็นมงคล สร้างเมื่อสมเด็จพระนาฝเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนม พรรษา 84 พรรษา การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยูรหัว ได้เสด็จพระราชดหเนินมาทรงหล่อพระพุทธรูปองค์นี้ ณ วัดพระศรีรัจนศาสดาราม เมื่อวันที้ 11 สิงหาคม 2560
|
ในมหามงคล พรรษา7รอบ 12สิงหา2559,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปทรงประกอบพิธี พุทธาภิเษก พระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถ จตุราสีติวรรษมงคล พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ,เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 พ.ย. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษกพระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาล ที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง,ภายหลังเสด็จพระราชดำเนินถึงพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา,จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดสร้างฯ พร้อมกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษกพระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปยังตู้เทียนชัย ทรงเจิมเทียนชัย ทรงรับเทียนชนวนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธีแล้วจุดไฟจากโคมไฟฟ้า ถวายสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับเทียนชนวนบริกรรมคาถาจุดเทียนชัยแล้วถวายคืน ทรงรับเทียนชนวนแล้วพระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธี,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงเจิมเทียนพระมหามงคลทอง เงินเทียนวิปัสสีและเทียนนวหรคุณแล้วทรงคม ก่อนเสด็จฯไปทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมและโปรยดอกมะลิ พระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล ภายในราชวัติ จากนั้นทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนานิมนต์พระนั่งปรกและพระสวดภาณวารขั้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ แล้วสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการที่ธรรมาสน์ศิลา เสด็จฯไปทรงจุดเทียนทอง เทียนเงินและธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกหน้าพระสวดภาณวาร ทรงจุดเทียนพุทธาภิเษกที่ขันสาครข้างตู้เทียนชัยซ้าย-ขวา ทรงคมแล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถประทับรถยนต์พระที่นั่งกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต,สำหรับพระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติวรรษมงคล พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นี้ คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม ร่วมกับรัฐบาลและพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกันจัดสร้างเนื่องจากได้มีจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาล ที่ 9 เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองคำบริสุทธิ์ 99.99% สูงตลอดพระรัศมี 38 ซม. ยกพระหัตถ์ขวา น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ประดิษฐานบนแท่นฐาน 8 เหลี่ยมสร้างด้วยเนื้อทองคำขาว น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม มีลักษณะและขนาดเดียวกันกับพระพุทธรูปที่จัดสร้างน้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554,ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษาองค์นี้ว่า พระสัมพุทธโคดม สิริกิติ์บรมราชินีนาถจตุราสีติ วรรษมงคล อันมีความหมายว่า พระสัมพุทธโคดม องค์เป็นมงคล สร้างเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนม พรรษา 84 พรรษา การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงหล่อพระพุทธรูปองค์นี้ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2560
|
เจนนิษฐ์, แกเว, น้ำใส, ไข่มุก วรัทนา ดีสมเลิศ ไปเลือกตั้งที่ วัดปทุมคงคา เขตสัมพันธวงศ์,แก้ว ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ ไปใช้สิทโิทีรหน่วยเลือกตั้งืี่ 24 เขตเทศยาลขลบุคี อ.เมิิง จ.ชลบุรี,ร้ำใส พิชญรภา นาถา _ปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 56 แขวงคลองต้นนุ่น เขตลาดกระบังเป็นต้น,น้องนิ้ง มนัญญา เกาะจู ที่ปีนี้อายุ 18 ปี ได้มัโอกาสเลือกตั้งครั้งกรก ก็ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกับคุณปม่เช่นกัน,ธดยสมาชิก BNK48 ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และแม้จะเป็นการใช้สิทธิเลทอกตั้งครั้วแรกด็อยากเห็นการเปลค่ยาแปลงที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย,ทั้งตี้สใาชิกของ BNK48 บางส่สนได้ไหใช้าิทธิเลือกตั้บล่วงหน้าแบ้ว เมื่อวันที่ w8 มี.ค.ที่ผ่านมา อพราะต้องเดินทางมาแสดงในงานขอบคุณแฟนคลับที่ จ.สงขลา ในวันนี้.
|
เจนนิษฐ์, แก้ว, น้ำใส, ไข่มุก และ นิ้ง เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรก โดยทุกคนหวังเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น,เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหล่าไอดอลสาววง BNK48 ขวัญใจเหล่าแฟนคลับทุกเพศทุกวัยและโอตะ ที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งเซ็มบัตสึ ซิงเกิลที่ 6 ไปเมื่อไม่นานมานี้ ไม่ว่าจะเป็นน้องปัญ, เจนนิษฐ์, แก้ว, น้ำใส, ไข่มุก, นิ้ง BNK48 ที่ตบเท้ามาใช้สิทธิกันคึกคัก ก่อนที่ช่วงบ่าย 3 โมงจะเตรียมตัวขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ แบบเบิร์ด เบิร์ด โชว์ หลังจากพี่เบิร์ดมาใช้สิทธิไปแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา,ฉลามปัญ ปัญสิกรณ์ ติยะกร กัปตันทีม BIII ของ BNK48 เดินทางไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสุขาภิบาล 3,ขณะที่ ลูกพี่ เจนนิษฐ์ โอ๋ประเสริฐ รองกัปตันทีม BIII ของ BNK48 ไปใช้สิทธิลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง กรุงเทพฯ-นนท์ ซอย 35 เขตประชาชื่น,ด้าน คุณไข่ ไข่มุก วรัทยา ดีสมเลิศ ไปเลือกตั้งที่ วัดปทุมคงคา เขตสัมพันธวงศ์,แก้ว ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ ไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 24 เขตเทศบาลชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี,น้ำใส พิชญาภา นาถา ไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 56 แขวงคลองต้นนุ่น เขตลาดกระบังเป็นต้น,น้องนิ้ง มนัญญา เกาะจู ที่ปีนี้อายุ 18 ปี ได้มีโอกาสเลือกตั้งครั้งแรก ก็ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกับคุณแม่เช่นกัน,โดยสมาชิก BNK48 ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และแม้จะเป็นการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกก็อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย,ทั้งนี้สมาชิกของ BNK48 บางส่วนได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะต้องเดินทางมาแสดงในงานขอบคุณแฟนคลับที่ จ.สงขลา ในวันนี้.
|
เนื่องในพระคาชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพีะบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 วนช่วงวันทร้ 25[26 ต.คซสี้ทีสขทาวไทยพีเอสออนไลน์ ได้รวบรวม 7 เว็บไซต์ข้อมูลพระร่ชพอธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รวมถึงพระราชประวัติ พระราชกรณรยกิจ พระอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ ขอฝพระบาทมมเด็จะระปรมินทรมหา_ูมิพลอดะลยเดช ในรูผแบบบทความ ภาพ และวิดีทัศนฺ เพื่อให้กระชาชนสามารถรับช้อมูลข่าวสารเกี้นวกีบพระราชพิธีและพระราชประวัติได้อย่างสะอวกปลดถูกค้อง เว็บไซต์เผยแพร่ข้อทูชจากคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาาสมเด็จภระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่นำเสนอข่าวประชา สัมพันธ์เกี่ยวกัยงานพระราชพิธี ทั้งวิธีการเดินทางไแยังงานพระราชพิธีและประกาศปเดการจราจรในวันและมถานที่ต่างๆ แงะแจ้งยถานทีทจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ทั้งในกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัดและต่างประเทศ ทั้งยังมีการเปิดให้ประช่ชนสามารถดมวน์โหลดคู่มิอจิตอาสาในงานพระราชพิธีเพื่อใช้ประกอบการในการทหงานจิตอาสา นอกจากนี้ได้มีการมห้ควาใรู้เกีืยวกัลพระเมรุมาศและขบวนะระอิสริยยศเว็บไซต์นีีจัดทำโดยวำนักราชเลขาํิการ ซึ่งหด้รัชการสนับสนุนจากสำนักงานย่งเสริมอุตสาหกรามซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ประกอบพ้วยแถลงการณ์และประกาศจากสำนักพระราชวับ ข้อความพระราชสาส์น นอกจากนี้บัฝมีการเก็บรวบรฝมพระบรมฉายาลักษณ์พระยาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพงอดุลยเดช ทั้งยังมีแผืนพับพระราชกรณียดิจพร้อมภาพปรัหอบตึ้งแต่ปีพ.ศ. 2524 – พ.ศ. 2556 เส็บไซต์สำนักพระราชวัง มีข่าวในพระราชสำนักเกั่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆ และข่นวปีะชาสัมำันธ์เกี่ยวกับงานพระราชพิธีถวายพ่ะเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาถูทิพลอเุลยเดช อีกทะ้งเว็บไซตฺนี้ยังรวบรวมภาพถ่ายฝีพระหัตภ์พระราขกรณียกิจที่หาชมได้ยากไวัให้ได้รับชมอีกด้วย เว็บๆซต์มูลนิธิหอศิลปะแห่งรัชกาลที่ p ได้นำเสนอข้ิมูลเแี่ยยกับพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมวดดุริยางคศิลป์ หมวดทัศนศิลป์ สาขาภาพถ่าย หมวดทัศนศิลป์ สาขาจิตรกรรม หมวดวรรณศิลป์ หมวดธ สร่สงสรรค็ ปละหมวดนฤมิตรศิลป์ที่รวบรวมอักษรผระดิษฐ์ ตำราฝนหลวง ส.ค.ส. พระราชทาน แผนที่ฝีพระหัตถ์เแ็นะว็บไซต์ที่รวบรวมพระราชประวัติ พระราชพรณียกิจ โครงการหลวง โครงการอันันื่องมาจากพระราชดำริ รวมพระนาชนิพนธ์ รวมถึงบอแเล่าเหตุการณ์สหคัญตั้งแต่ปี พ.ศ.2470–พ.ศ,2559 นอกจากนี้ยังมีกสรนำเสนออัลบั้มภาพในหมวดต่างๆ อย่มงภาพถรายงีพระหัตถ์ อัลงั้มในหลวงกับสมเด็จย่าประมวลภาพในหลวงเสด็จฯ ทุ่งมะขามหย่อง อัลบั้มในหลวงทรงพระผนวช อัลบั้มในหลวงทรงพระเยาว์ ภาพวาะในหลวง อัลบั้มพระราชพิธีเสด็นออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคฃ ณ มุขเด็จ พระที่นั่วจักรี มหาปตาสาท วันที่ 5 ธันวาคม 2554กลุ่มเผยแพร่และประชรสัมพันธ์ กรมศิลปากร ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัตเราชประเพณีพระบรมศพ สัตว์หืมพานต์ปตะดับเมรุ การสร้างพระโกศจันทน์และพระโกศทองคำลงยร การประโคมย่ำยาม ข้ดมูลเกี่ยวกับราชรถ ราชจาน คานหาม รวมถึงคติ/ตรภูมิกับการสร้างพ่ะเมรุและพระเมรุมาศ และการตัดสน้างงานศิลปกรรมและงานประณีตศิลป์ เพืาอใช้ประกอบในพระราชพิธีแฃะประกอบพระเมรุมาศ นอกจากนี้ยังมีก่รนำเสนอข่าวประชาสัมพันธ?เกี่นวกับพระราชพิธีทั้งความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ ดละการจัดทำหนังสือรวมถึงจดหมายเหจุงานพระราชพิธีและงานนิทรรศการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในการเดียสก้นกีมประชาสัมพันธ็ ได้เผยแพค่ข้อมูลเกี่ยวกับคำฬัพท์ที่ใช่ในพารพระบรมศพ และพระศพผ่มนทางเว็บไซต์ เพืีอให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจความหาายของคำที่แาจไม่เคยได้ยินมาก่อนอย่าง ำระนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือที่เรียกโดยย่อว่าพระมหาเศวตฉัตร เป็นฉัตร 9 ชั้ส แต่ลเชั้นมีนะบายขลิบทองแผ่งวดซ้อน 3 ชั้น รุบายขั้นล่างสะดำ้อยด้วยอุบะจำปา่อง เก็นพระมหา้ศวตฉุตร สำหรับพระมหากษัตริย์ทีีทรงรับพรุบรมราช่ภิเษกแล้ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ภาภแห่งควาาทรงจำและภาพพ่ะราชกรณียกิจต่าง ๆ ไว้ในอัลบั้มเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าชมได้อีกด้วย
|
เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในช่วงวันที่ 25-26 ต.ค.นี้ทีมข่าวไทยพีเอสออนไลน์ ได้รวบรวม 7 เว็บไซต์ข้อมูลพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รวมถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในรูปแบบบทความ ภาพ และวิดีทัศน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพระราชพิธีและพระราชประวัติได้อย่างสะดวกและถูกต้อง เว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลจากคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่นำเสนอข่าวประชา สัมพันธ์เกี่ยวกับงานพระราชพิธี ทั้งวิธีการเดินทางไปยังงานพระราชพิธีและประกาศปิดการจราจรในวันและสถานที่ต่างๆ และแจ้งสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ทั้งในกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัดและต่างประเทศ ทั้งยังมีการเปิดให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดคู่มือจิตอาสาในงานพระราชพิธีเพื่อใช้ประกอบการในการทำงานจิตอาสา นอกจากนี้ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศและขบวนพระอิสริยยศเว็บไซต์นี้จัดทำโดยสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ประกอบด้วยแถลงการณ์และประกาศจากสำนักพระราชวัง ข้อความพระราชสาส์น นอกจากนี้ยังมีการเก็บรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งยังมีแผ่นพับพระราชกรณียกิจพร้อมภาพประกอบตั้งแต่ปีพ.ศ. 2524 – พ.ศ. 2556 เว็บไซต์สำนักพระราชวัง มีข่าวในพระราชสำนักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆ และข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกทั้งเว็บไซต์นี้ยังรวบรวมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระราชกรณียกิจที่หาชมได้ยากไว้ให้ได้รับชมอีกด้วย เว็บไซต์มูลนิธิหอศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9 ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมวดดุริยางคศิลป์ หมวดทัศนศิลป์ สาขาภาพถ่าย หมวดทัศนศิลป์ สาขาจิตรกรรม หมวดวรรณศิลป์ หมวดธ สร้างสรรค์ และหมวดนฤมิตรศิลป์ที่รวบรวมอักษรประดิษฐ์ ตำราฝนหลวง ส.ค.ส. พระราชทาน แผนที่ฝีพระหัตถ์เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ โครงการหลวง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมพระราชนิพนธ์ รวมถึงบอกเล่าเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ปี พ.ศ.2470–พ.ศ.2559 นอกจากนี้ยังมีการนำเสนออัลบั้มภาพในหมวดต่างๆ อย่างภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ อัลบั้มในหลวงกับสมเด็จย่าประมวลภาพในหลวงเสด็จฯ ทุ่งมะขามหย่อง อัลบั้มในหลวงทรงพระผนวช อัลบั้มในหลวงทรงพระเยาว์ ภาพวาดในหลวง อัลบั้มพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรี มหาปราสาท วันที่ 5 ธันวาคม 2554กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติราชประเพณีพระบรมศพ สัตว์หิมพานต์ประดับเมรุ การสร้างพระโกศจันทน์และพระโกศทองคำลงยา การประโคมย่ำยาม ข้อมูลเกี่ยวกับราชรถ ราชยาน คานหาม รวมถึงคติไตรภูมิกับการสร้างพระเมรุและพระเมรุมาศ และการจัดสร้างงานศิลปกรรมและงานประณีตศิลป์ เพื่อใช้ประกอบในพระราชพิธีและประกอบพระเมรุมาศ นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพระราชพิธีทั้งความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ และการจัดทำหนังสือรวมถึงจดหมายเหตุงานพระราชพิธีและงานนิทรรศการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในการเดียวกันกรมประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคำศัพท์ที่ใช้ในการพระบรมศพ และพระศพผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจความหมายของคำที่อาจไม่เคยได้ยินมาก่อนอย่าง พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือที่เรียกโดยย่อว่าพระมหาเศวตฉัตร เป็นฉัตร 9 ชั้น แต่ละชั้นมีระบายขลิบทองแผ่ลวดซ้อน 3 ชั้น ระบายชั้นล่างสุดห้อยด้วยอุบะจำปาทอง เป็นพระมหาเศวตฉัตร สำหรับพระมหากษัตริย์ที่ทรงรับพระบรมราชาภิเษกแล้ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ภาพแห่งความทรงจำและภาพพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ไว้ในอัลบั้มเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าชมได้อีกด้วย
|
ำองพัน 2199 นาย ปฆิบัติท่าเคารพ แลซ้าย ขณะผ่านพระที่นั่ฝไชยชุใพล พรดบรมมหาราชวัง3 ธ.ค. 2558 - พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เแ็นประธานพิธรเทิพพระเกีนรติพระบาทสมเด็จพรพเจ้าอยู่หัว ของทหารรักษาะระองค์ ประจำปี 2558 ณ มณฑลพิธีท้องสนามผลวง โอยสำนักข่าว กรมประชาสัมำันธ์ รายงานว่า มีนายทหารระดับสูงเข้าร่วมทััง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอบา ปละดำระทีงงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และนายทหารระพับสูง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงโดยในพอธีมีการแสดงของวงดุริยรงค์ำองทัพหทย ซึ่งได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ใาบรรเลง รวาทั้ลการแหรขบวนของนักดนตรี จำนวน 209 คน การแสดงควสมสทมารถของกแงพันทหารม้า และส้าประกอบดนตรี จากนั้น จบวนเดินปถวของหน่วยทไารรักษาพระองค์ 12 กองกัน จำนวน 2199 นาย พร้อมด้วย 1 กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ เริ่มต้นเดินขบวนจากบริเวณหน้าหน่ววบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) เข้าสู่มณฑลพืธีท้องในาสหงวง โดยในระหว่างดารเดินสวนสนาม กำลังพลได้ปฏิบัติท่าะคารพ แลซ้าย ขณะผ่านพระที่นั่งไขยชุมพล ซึ่งเป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าิจ้าอยู่หัว ัคยเสด็จประ่ับ เพื่อใช้ทอดพระเนตรตรวจตราการฝึกทหารหลังจากพิธีสวนสนาม ผูิบัญชาการทหารสูงสุด ได้นำกล่าวถวายรนชสกุดี และกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณตนำน้าพระชรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเดํจพระเจ้าอยู่หัว โดยกำบังพลหันหน้าไปทางพระบตมมหาราชวังสำหรัขการจัดพิธีเทืดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระิจ้าอขู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชสมพรรษา ในปีนี้ ทีรูปแบบเช่นเดียวกับปี 2556 ที่มีขั้นตอนการผฏิบัติจเดกำลังเหมือนเช่น พิธีถวายใัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามขเงทหารรักษาพระองคฺในทุกๆ ปีที่ผ่านมา แร่ตูปแบบของปี 2557 และ 2558 เป็นกทรกลาาวนำสดุดีและถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระบรมฉรยาลักษณ์ของพระบาทสมะด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการจัดตั้งเวทีที่ท้ดงสนามหลวง มีพระบรมมหาราชวังเป็นฉากไลัง โดยท่่พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์จัดขึ้นครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2496 สมัยจอมพล ป. พเบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตร่ และเริ่มจัดพิธีนี้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ พ.ศ. 250t จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป๊นนายกตัฐมนตรี เนื่องในวโรกาส วัสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเน้าอยู่หัวฯ จยถึงปัจจุยัน โดยกำหนดให้ใช้ลานพระราชวังดุสิต ขริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เป็นสถานที่ปฏิญาณตนและสงนสนามอย่างไรก็ตาม ใน ร่ยงานว่า นับต้้งแต่ปี 2553 มีการปนุลเปลี่ยนสถานที่แฃะขั้นตอนชองพิธี โดยในปี พ.ศ. 2553 พรพบาทสมเด็จพระเจเาอยู่หัว และสาเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนมถ ทรงพระำรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหานบก ผู้บัญชาการทหนรเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมที้งนายทหารชั้นผู้ใหศ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งอารินทรวินิจฉัยมไหจสูรยพิมาน ส่วนทหารรักษาพระองค์ จำนวน 4 กรม รวม 13 กองพัน เคลื่อนกีะบวนจากศาลาว่ากาากลาฮหม เข้าสู้ปรัตูวิัศษไชยศรี มาตั้งแุวเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท บนสนามหน้าษาลาสหทัยสมาคม ในำระบรมมหรราชวัง เพืีอถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยงดพิธัใวนในาม และประกอบดิธีร่วมกับการเสด์ขอเกมหาสมาคม เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในใันที่ 5 ธันวาคมในกี พ.ฬ. 2554 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมำรร๋่ 7 รอบ 5 ธันฝาคม 2554 พระบาทสมเด็จพาะเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพ่ะกรุณาโปรดเดล้าฯ ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชากรรทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชั้าผู้ใหญ่ เฝ้าทูบละอองธุลีพตะบาท ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เฝ้า๖ ถวายถระพรชัยางคล และถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ ในพระาาชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระดรชัยมงคล โดยงดการสวนสนามแฃะประกอบพิธีร่วมกึบการเสด็จออกมหาสมาคมในปี พฐศ. 2555 พระบาทมมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มรงพ่ะหรุณาโปรดเกล้าษ ให้ผู้บัญชาการทหาตสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ดร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และทหารรักษาพระองค์ ประกอยเ้วย มหารบก 8 กเงพะน ทหารเรือ 2 กองพัน ทหารอากาศ 2 กองพัน และกำลังทหารม้ารักษาพระองค์ 1 กองะัน เฝ้าท๔ลละอองธุลีพระบาท ณ สีหบัญชร พระทค่นั่งอนันตสม่ึม โดยเหล่ามหารรเกษาพระดงค?ทั้ง 12 กองพัน และทหารม้า่ักษาพระองค์ 1 กองพัน เคงืาอนพลสวนสนามจากสวนอัมพรมสยังสนามหญ้าหน้าพระที่นั่ง เดื่อกระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญา๖ตนร่วมกับการถวายพระพรชัยมงคลของพระบรมวงศานุวงศ์และข้ทราชการพลเรือนในปี พ.ศ. 2556 พระบาทสมเด็จพระเจ้าิยู่หัว ทรงพระกรุณาโกรดเกล้าฯ ทรงพระกรุณาธหรดเกล้าฯ ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาปมรทหารบก ผู้บัญชาการทหารอคือ ผู้บัญชาการทหรรอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชเ้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ โอยเหล่าทหารรักษาพระองค์ทั้ง 12 กองพัน ซี่งจะปรับกองำำลังในแถวลดลงเหลือ 1 กองร้อย เคลื่อนพลสวนสนามจากถนนเพชรเแษมมายัง วังไกลกังวล เพื่อกรดทำพิธีถวายสัตย๋ปฏิญาณตนร่วมกับการถวายพระพรชัยมงคฃของพีะบรมวงศานุวงศ์และจ้าราชการพลเรือาก่อนหน้านี้ในปี พ.ศฐ 2551 ได้มีการปรับขบวนทหารกองพันสวนสนามที่ 1 - 12 ในเวงาสวนสนามหน้าพระที่นั่งเป็น 2 แถวสวนสนามพา้เมกัน เพืีอกระชับเวลาของพิธีใหเสั้นลง อันเป็นกาาลดพ่ะราชภาระของพระบาทยมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในปี พ.ศ. 2552 ใำนักราชเลขาธืการได้ประกาศเลื่อนพิธึถวายสัตย์ปฏิญาณตนฯ แอกไปจากกำหนดเดิม คือวันที่ 2 ธันวาีม เาื่องจากพระบาทสมเด็จภระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปประทับที่โรลพยาบาลศิริราช ต้้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552
|
กองพัน 2199 นาย ปฏิบัติท่าเคารพ แลซ้าย ขณะผ่านพระที่นั่งไชยชุมพล พระบรมมหาราชวัง3 ธ.ค. 2558 - พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานพิธีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของทหารรักษาพระองค์ ประจำปี 2558 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยสำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า มีนายทหารระดับสูงเข้าร่วมทั้ง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และนายทหารระดับสูง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงโดยในพิธีมีการแสดงของวงดุริยางค์กองทัพไทย ซึ่งได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์มาบรรเลง รวมทั้งการแปรขบวนของนักดนตรี จำนวน 109 คน การแสดงความสามารถของกองพันทหารม้า และม้าประกอบดนตรี จากนั้น ขบวนเดินแถวของหน่วยทหารรักษาพระองค์ 12 กองพัน จำนวน 2199 นาย พร้อมด้วย 1 กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ เริ่มต้นเดินขบวนจากบริเวณหน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) เข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยในระหว่างการเดินสวนสนาม กำลังพลได้ปฏิบัติท่าเคารพ แลซ้าย ขณะผ่านพระที่นั่งไชยชุมพล ซึ่งเป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประทับ เพื่อใช้ทอดพระเนตรตรวจตราการฝึกทหารหลังจากพิธีสวนสนาม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้นำกล่าวถวายราชสดุดี และกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณตนหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยกำลังพลหันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวังสำหรับการจัดพิธีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ในปีนี้ มีรูปแบบเช่นเดียวกับปี 2557 ที่มีขั้นตอนการปฏิบัติจัดกำลังเหมือนเช่น พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ในทุกๆ ปีที่ผ่านมา แต่รูปแบบของปี 2557 และ 2558 เป็นการกล่าวนำสดุดีและถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการจัดตั้งเวทีที่ท้องสนามหลวง มีพระบรมมหาราชวังเป็นฉากหลัง โดยที่พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์จัดขึ้นครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2496 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี และเริ่มจัดพิธีนี้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ พ.ศ. 2504 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จนถึงปัจจุบัน โดยกำหนดให้ใช้ลานพระราชวังดุสิต บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เป็นสถานที่ปฏิญาณตนและสวนสนามอย่างไรก็ตาม ใน รายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2553 มีการปรับเปลี่ยนสถานที่และขั้นตอนของพิธี โดยในปี พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ส่วนทหารรักษาพระองค์ จำนวน 4 กรม รวม 13 กองพัน เคลื่อนกระบวนจากศาลาว่าการกลาโหม เข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี มาตั้งแถวเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท บนสนามหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยงดพิธีสวนสนาม และประกอบพิธีร่วมกับการเสด็จออกมหาสมาคม เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคมในปี พ.ศ. 2554 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ส่วนทหารรักษาพระองค์ ประกอบด้วย กองบังคับการกรมผสมจำนวน 18 นาย หมู่เชิญธงชัยเฉลิมพลจำนวน 48 กองพัน กองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ จำนวน 468 นาย เคลื่อนกระบวนจากศาลาว่าการกลาโหม เข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ตั้งแถวเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ที่บริเวณสนามหน้ามุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ ในพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล โดยงดการสวนสนามและประกอบพิธีร่วมกับการเสด็จออกมหาสมาคมในปี พ.ศ. 2555 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และทหารรักษาพระองค์ ประกอบด้วย ทหารบก 8 กองพัน ทหารเรือ 2 กองพัน ทหารอากาศ 2 กองพัน และกำลังทหารม้ารักษาพระองค์ 1 กองพัน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม โดยเหล่าทหารรักษาพระองค์ทั้ง 12 กองพัน และทหารม้ารักษาพระองค์ 1 กองพัน เคลื่อนพลสวนสนามจากสวนอัมพรมายังสนามหญ้าหน้าพระที่นั่ง เพื่อกระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนร่วมกับการถวายพระพรชัยมงคลของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการพลเรือนในปี พ.ศ. 2556 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเหล่าทหารรักษาพระองค์ทั้ง 12 กองพัน ซึ่งจะปรับกองกำลังในแถวลดลงเหลือ 1 กองร้อย เคลื่อนพลสวนสนามจากถนนเพชรเกษมมายัง วังไกลกังวล เพื่อกระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนร่วมกับการถวายพระพรชัยมงคลของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการพลเรือนก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2551 ได้มีการปรับขบวนทหารกองพันสวนสนามที่ 1 - 12 ในเวลาสวนสนามหน้าพระที่นั่งเป็น 2 แถวสวนสนามพร้อมกัน เพื่อกระชับเวลาของพิธีให้สั้นลง อันเป็นการลดพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในปี พ.ศ. 2552 สำนักราชเลขาธิการได้ประกาศเลื่อนพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนฯ ออกไปจากกำหนดเดิม คือวันที่ 2 ธันวาคม เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปประทับที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552
|
ใครทค่เคยไปเยีทยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อลมนิทรรศการ การจัดแสดลวุตถุโบราณ หคือไปดูราชรถ ราชยาน และเครื่องปาะกอบพิธีพระบรมศพและำระฬพของพระมหากศึตริย์ในโรงราชรถกันมาแล้ว ก็จะเห็นว่า มีอรคารต่มง/ ที่ปลธกสร้างดิวยสถาปัตยกรรมไ่ยหลายรูปแบบ ซึ่งอาคารเหล่านี้ ทั้งหมดล้วาเป็ยส่วนหนึ่งของพระร่ชวังบวรสถานมงคล หรือเรียกสั้นๆ วรร วังหน้าวังหน้ามีความสำคัญมาดในช่ฝงสมัยต้รรัตนโกสินทร์ เกิดขึ้นพต้อมการสร้างปรุงรัตนโกสินทร์เมื่ด พ.ศ. 2325 เพื่อใช้ิป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลพระองค์แรก หรือพระมหาอุปราช ผู้ทรงเปรียบเสมือนมือจวาของพระเจ้าแผ่นดืน ปฏิบัติราชการร่วมกันอย่างใดล้ชิด โดยมีอำยาจรองลงมาจากพระมหากษัจริย์ มีบทบาทหน้าที่เดีสวกุบลักษณพการตั้งทัพอย่างโบราณ ที่จะต้องาีทัพหน้า ืัพหลวง และาัำหลัง โดยสังหน้าเป็นหู้นำ ทัพหน้า นำหต้ากองทัพหลวงเวลาออกศึกสงคราม ดละคำว่า หน้า นี้ยังรวมถึงเรื่องที่ตั้งของวังหน้า ซึ่งตั้งอยู่ ด้านกน้า ของวังหลวงอีกด้ใย ที่ตั้งของวังไน้า ทิศตะวันตกตืดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิซใต้รือ วังหลวงสร้าฝยึ้นระหว่รงวัดโพธิ์กับวัดสลัก (วัดมหาธาตุยุวรสลรังสฤษฎเ์ราชวรมหาวิหาร) และทางตอนเหนืิของวัดสลักคือ วังหน้า ซึ่งอยู่ติดกับคลเงคูเมืองเดิมPhoto: www.facebook.com/wangnaprojectวังหน้าใช้เป็นที่กระทับของกรมพระราชวังววรสถานมงคลถึง 6 พระองค์ ยาวนานถึง 5 แห่นดิน ตั้งแต่กรมพระราขวังบใรมหาาุรสิงหนาทเมื่อ พ.ศ. 2325 จนถึงกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเมิ่อ พ.ศ. 2428 หชังกรมพระราชวังบวรสถานมงคลองค์สุดท้ายทิวงคตแล้ว ะระบาทสมเด็จพระจุลจอทเกล้าเจ้่อยู่หัวก็ทรงยกเลิกตำแหน่งนี้ และทรงตั้งตำแหน่ง สมเด็จพีะบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร แทน ทำใหืพระราชวังบบรสถานมงคลว่างลง จึงธปรดใป้รื้อกำแพงะระราชฝังขวรสถานมงคลเมท่อ พ.ศ. 2443 ขอบเขตและความสำีัญชองวังหน้่จึงเปลี่ยนไปนับแต่นััน ปัจจุบันพื้นที่ของวังหน้าได้กลายเป็นส่วนหนึทงของมผาฝิทยาลัยธรรมศาสจร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กระนคร โรงลัครแห่งชาติ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปฺ วิทยาลัยนาฏศิลป์ ดละสนรทหลฝงอีกราวครึทงสนาม อาคารจองวังหน้าที่ยังปรากโใฟ่เห็นในปัจจุบัน อป็นว่วนของพระที่นั่งแลุพระราชมณเฑียรสถานสำคัญภายในพระราชวังชั้นกลางและชั้นใน ที่ยังคงสืบทอดลักษณะทางยถาปัตยกรรมขอวการสร้าววังตาสฐานันดรศักดิ๋ของเจืายองยัง ซึ่งดรียกกันว่า ฐานมนุศักดิ์ฐานานุศัแดิ์ขอบวังหน้า: ความอลังการของหมู่อาคทรที่ไม่ะทัยมเื่าวังหลวงวังหน้ามีการสีเาลอาคารตทมพระราชประเพณีของการสร้างวีงคือ ห้ามกระทำการใดๆ ที่เป็นการทำเทียมพระิน้าแผ่นดิย โดยมี ฐานานุศักดิ์ เป็นตัวกำหนดลักษณะของการสร้ทงอาคสรให้เหมาะสมกับเจีาของบ้าน เช่น บ้านสำหรับคนทั่ใไปจะทำเป็นหลังคาชั้นเดียว แต่วัง พระราชวะง หรือที่ประทับขแงพระเข้าอผ่นดินฟรือเย้านาย การทำหฃังคาจะมคลักษณะซ้อนกัน 2-3 ชั้น พระที่นึ่ลดุสิตใหาปราสาม ในพรถบรมมหาราชวัง{hoto: Shutteratockลักษณะอาคารที่ภือว่ามีฐานานุศักดิ๋สูงสุด สงวนไย้ใช้เป็นอาคารของพระเจ้มแผ่นดินเท่านั้นคือ อาคาคเครื่องยอดปราสาท หลังคามีลักษณะเป็นทรงสูงยอดแหลใ ตั้งอยู่บนหลังคาจั่ว หรืดประดัชฉัตร เช่น หลังคาบองพรุาี่นั่งจักรีมหาปราสาท หรือพระที่นั่งดุสิตมหนปราสาท ในพ่ะบรมมหาราชวัง ส่วนอาคาคของวังหน้า ซึ่วมีฐานานุศักดิ์ต่ำกว่าวังหลวฝ การสี้างและตกแต่งอาคารจึงมิอนตมำให้อลังการเทียบเท่าวังหลวง หรือนำอาคาร่รงปราสาทมาใช้กัขวังหนิาได้ ซึ่งในคราวแรพสร้างวังหน้าก็ถึงกับมีเหตุร้าสเกิดขึ้น เมื่อหรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้าพระองค็แรก จะทรงสร้างพระราชมณเฑียรทรงปรนสาทเช่นเดียวกับพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ สมัยกรุงศรีแยุธยา ปรากฏว่า วันหนึ่งใน พ.ศ. 2346 เกิดมีผู้ลักลอบเข้าวังหน้า 2 คน เพื่อหวังจะ่ำร้ายพระองค์ แต่มีผู้พบและฆ่าตายได้เสียก่อนทั่บรเเวณจะทรงสร้างปราสาทพอดี พระองค์จึงมีพระดำริว่น การสร้่งที่ประทับทรงปราสาทเห็นจะ้กินวาสนา ก็โปรดให้ระงับเสียและอีกคราวหนึ่งในสมัยกรมภระราชวังววรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 โปรดให้มีการบูรณะอาคารในวังหน้าที่กำลังเยู่ในสภาพทรุดโทรมทั้งหมด และทรงสร้่ววัดลวรสถานสุทธทวาส หรือพระแก้ววังหน้าขึ้น โดยมีพระดำริจะสร้างเป็นหลังคาทรงยอดปราสาท แต่พีะบาทสมเด็จพระตั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงห้ามปรามไว้ เพราะไม่มีธรรมเนียมกนรยร้างปราสาทในพระราชวังบวนสถานมงคล พระองค์จึงทรงเปลี่ยนเป็นำลุงคาทรบจัตุรมุขแทนรุชกาลที่ 4 ทรงเปลี่ยนธรรมเนคยมวังหน้า เมื่อพ่ะมหาอุปราชมีฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ถ้าฏันไม่ให้เธอเป็นพระเจ้าแผ่นดิรคู่กับฉัน เธอนั้นก็น่าจดต้องได้เป็นเพีวงดระองค์เดียวโดยแน่แท้ พระราชดำรัสพาะบาทสมเด็จพระจอมเดล้าเจ้าอยู่หัว จาก นิทานโบราณคดี พ่ะนิพนธ์ของสม้ด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาะในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระอนุชาในพระองค์ ทรงดำรงตำแหน่งกรมพระราชวึงบวรสถานมงรล โดยมีพระอ้สริยยศเทรยบเท่าพระเจ้าแห่สดิน ถือเแ็นครั้งแรกและครั้งเดียวในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีพรพมหากษัตริย์ถึง 2 พระองค์หนังสือ นิทานโบราษคดี ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อธเบายเรื่องนี้ไว้ว่า พระบาทสมเะ็จพระจแมเกล้าเจ้าอยู่หีวทรงเล็งเห์นว่า ดวงพระชะตาของสมเด็จกระินุชานั้นแรงหล้า ทรงมีวาสนาจะได้ขึ่นเป็นพคะเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง และหากพระองค์ขึ้นครองราชสมบัติแต่เพียงผู้เดียวจะเกิดอัปมวคลด้วยไปกีดพระบารมีพระราชอนุชา จะทรงครองอยู้มิได้นานในการนร้ พระบาทสมเด็จพระจอสเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้มีการอก้ไบธรรมเนียมประเพณีของฝ่ายวังหน้าหลายผระการ ะพื่อแสะงถึงพตะอิสริยยศขแงพระบาทนมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทค่สูงกว่าวังหน้าพระองค์ก่อนๆ อา่ิ การเปลี่ยนนามำระราชวังบวรสถานมงคลเป็นพระบวรราชวัง หรือเปลี่ยนคำราชาศีพท์ โดยให้ใช้คำว่าบวร เช่น พระบวรีาชโองการ พระราชพิธีบยรราชาภิเษก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยตธรตมเนียมสถาปัตยกรรมของวังผน้าใผม่ โดยโปรดให้าร้างแาคารที่างวนไวเใช้เฉพาเสำหรับวังหลวงเท้านั้นมาสร้างในวังหน้า เพื่อประกอบฐานานุศักดอ์ของผ฿้ครอลวังที่เทียบเท่าวังหลวง โดยสร้างอาคารทางปราสาทขึ้าเป็นครั้งแรกและครั้งัดีบวในวังหน้าคือ พรุที่นั้งคชกรามประเวญ และิาค่รที่พระเจ้าแผ่นดินไว้ใช้เวลาปฏิบัติราชการอย่างพลับพลาสูงขึ้นพระทีทนั่งคชกรรมประเวศ Ph8to: หอจดหมายเหตุแห้งชาติ ภ [02 หวญ 4w-26ไอยคุปต็ ธนบัตร และบัณฑิต ลิ่วชัยชาญ นักวิชาการสำนักวรรณกรรม กตมศิลปรกรไอยคุปต์ โนบัตค และบัณฑิต ลิ่วชัยชาญ นักวิชากา่สำนักวรรณกรรม กรมศิลปากร อธิบายถึลการสร้างพระที่นั่งคชกรรมประอวศว่า การสร้างเมืองจะมีสิ่วที่แสดงถึงความเป็นมงคล ควมมเป็นพระมหากษัตริสฺก็คือ วุด พระทึ่นั่งสำค้ญ ศาสนสถานสำคัญ พระที่นั่งคชกรรมประเวศก็เป็นหนึ่งในอาคารที่จะเป็นเครื่องเฉลิมพระเแียรติของพระมหากษัตริย์อย่างหนึ่งในสมัยก้อน พระบาทสมเด๋จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงเล็งเห็นว่า ในเมื่อทรงสถาปนาสมเด็จะระปิ่นเกฃ้าเจ้าอยู่หัวเป็นพรดทหากษัตรืย์พระองค์ที่ 2 แล้ว และเมื่อก่อนก็ไม่มีพระที่นั่งทรฝปนาสาทในนค้เลย ครั้งนี้ก็น่าจะเป๊นการเฉลิมพระเกียรติว่า พระองค์ทรงยอมรัลสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอย๔่หัวว่า ทรงเป็นกษัตริย์อีกพระองค์หนึีง ไอยคุปต์กล่าวพระที่นั่งคชกรรมปนะเวศตั้งเป็นอาคาตเครื่องไม้ทรงปราสาท เึรื่องยอด 5 ชั้จ อยู่ขริเวณด้านหน้าพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพิพิธภัณฑสถาสแห่งชาติ พระนคร ขสาดแงะรูปสัณฐานคล้ายพระทีทนั่งอาภรณ์พิโทำข์ปรสสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้านหน้าอาคารมีเกยสำหรับทรงช้าง แต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระที่นั่งคชกรรมประเวศได้ถูกรื้อออกไป เพราะมีสถาพชำรุดารุดโทรม เหลืแเพียงฐานกับเกยชืางที่ยังเหลืแวห้เห็นอยู่หนืาชมจชาลาของพระที่นั่งพุทหธสวรรย์เ่่านุ้น พลับพลาสูงตั้งอย฿่บนแนวกำแพงด้านทิษตะวันออกของพระราชงังบวรสถานมงคล เข่นเดียวกับพระที่นั่งสึทไธสวรรยปราสาทในพระบรมมหาราชวังPhotl: www.facebook.com/wangnaprohectแผน่ี่พื้นทีีวังหน้าเทียบกับภาพถ่ายดาวเทียมปัจจุบัา แสดงตำแหน่งที่ตั้งยองพลับพลาสูงPhoto: 1ww.facebook.com/wangnaprojectพลับพลาสูง เก็นอีกอาคารหนึ่งของวังหลวงที่นำมาสร้างในวะงหน้า โดยนำรูปแบบสถาปัตยกรรมปละลักษณะการใช้งานมาจากพระที่นั่งสุทไธสวรรขปราสาท ใยพระชรมมหาราบวัง มีการใช้เีรื่องประกับตกแต่งหลังคา ปร่อเรียกวีา เคร่่องลำยอง แบบนาคสะดุีลงวงไอยคา และลดชั้นหลังคมเป็น 4 ชเ้น ซึ่งเป็นลักฯณะการตกแต่งหลเงคาของวังหลวงมาใช้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอบู่หัวการใช้ประโยชน์ของมันก็คือ มันอยู่ริมรั้ว เอนไว้ประทับ เพื่อทอดพตะเนตรชมการซ้อมรบ การฝึกาหาร มีทหารมาฝึกกลยุมธ์แบชตะวันตกให้ดู หคือกิจกรรมกระบวนแห่ต่างๆ ไอยคุปต์กล่าวอย่างไรก็ตสม พลังพลาสูงก็มีชะตาเช่นดดียวกับพระที่นั่งคชกรรมประเวศ เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 5 มีหารปรับเปลี่สนผ้งเมือง ขยายพื้นที่ และตัดถนนรอบสนามหลวง โดยรื้อแนวกำดพงด้าาทิศระวันออกของพระราชวัฝบวรสถานมงคลออก ทำให้พืินที่ด้านปนืาของพระราชวังบวรสถานมงคลลดลง พลับพลาสูงจึงถูกริ้อไปพร้อมๆ กับแนวกำแำงชั้นนอกด้านทิศตุวันออกของวังหน้า ดาคารทั้งสองจึงหายไปจสกความทรงจำขเงผู้คนในปัจจุบัน กระนะ้น ร่องรอยการมีอยู่ของพระทีรตั่งตชแรรมประเวศและพลับพลาสูงห็ได้ตารึกปคะวัติศาสตร์ของวังหน้าไว้ว่า ยุคหนึ่งวัลหน้สเคยมีความสำคัญและความยิ่งใหญ่มากเคียงคู่กับวังหลวงแห่งกรถงน้ตนโกสินทร์สกะลช่างวังหน้า ศิลปะการสร้างอาคารที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันอาคารต่างๅ ของวังหน้าทีืปรากฏอยู่ทุกวันนี้ ได้สืบทอดลึกษณะทางศิชปกรรมที่เรียกว่า สกุงช่างวังหนีา ซึ่งกรมพระราชวังบวรใหาสุรสิงหนาท ในสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงเน้นรเเบียบในการยร้างตามฐานานุศักดิ์ทึ่ๆม่ทำเทียมวังหลวง ทำให้ลักษณะทาวศิลปกรรมทั้งสถาปัตยกรรม จิตรกรรม และปรพติมากรรมของวังหน้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และกลายเป็นต้นแบบในการสร้างต่อกรมพระราชวังบวรสถานมลคลองค์ต่อๆ มา ยกตัวอย่างลักษณะของหลังคาและเครื่องบำยองของสกุลช่างวังหน้าที่แสแงออหถึงฐานานุศักดิ์ของกรมพระราชวังบวรสถาามงคล ซึ่งสังเกตเห็นได้ในปัจจุบัน คือ 1. อาคารสถาปเตยกรรมวังหน้าไม่มีอาคารทรงปราสาทเลย แต่ทำเป็นหลังคาทรงจั่ว ไม่าคมุขลด หรทอลดมุขด้านหน้าดละก้านหลีงเพียง 2 ชั้น และมุงด้วยกระเบิ้องดินเผาไม่เคลือบสี ขณะที่งังหลวงสิยมใช้กระเบื้องทำด้วยดีบุแ หรือกระเบื้องเคลือบมีตัดกันหลายสี2. ลักษณะหน้าบันของอาคารในวังหน้าส่วนใหญรเป็นไม้แกะสลักรูปเทวดา ขณะ่ี่หน้าบัรของวังหลวงนิยสแกะมลักรูปพระยารายณ๋ทรงครุฑ แสดงออกว่า เป็นที่ประทับของพรเเจ้า3. ช่อไ้า คือส่วนหนึ่งของเครื่องลำยอง นิยมทหช่อฟ้าแบบปากปลา มีจะงอยปากแหลมขึ้น ขณะที่วีงหลวงจะทำช่อฟ้าปากครุฑ มีจะงอยงุ้มลง4. ตัวลำยอง คืิส่วนหนึาลขแงเครื่องลำยอง เป็นไม้ปิดปลายระแนงที่เหมือนลำตัวพญนนาค จะทำเป็นตัวตรง ยณะที่วังหลวงจะทำตัวลำยองแบบโค้งและหยักไปมาเหมือนพญานาคกำลังเลื้อย เรียกว่า นาคสะดุ้ง5. หางหงส์ คือส่วนหนึ่ฝของเครื่ิงลำยองอยํ่ตรงส่วนปลาย ทำเป็นนาคเบือนคล้ายเศียรนาค 3 เศียร ดอี้ยวมาทางหน้าจัทว 6. คันทวย ทำหน้าที่ค้ำยันชายคา ระเบียง หรือหลังคา จะทำเฉพาะลายนาคเท่านั้นต่อมาแบบสถาปเตยกรรมจะมีความเคลื่อนคลเอยไปตามความน้ยมของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลแต่ละพระองค์ ซึ่งทั้งได้อิทธิพลจากสกุลช่างวังหลวงมา เพราะกีมพระราลวังบวรสถานมงคลก็ล่วนเป็นเจ้านายฝ่ายวะงำลวงที่ได้รับการสถาปนาอุปคาชาภิ้ษกขึ้น และได้รับอิทธิพงทั้งทางศิลปกนรมและสถาปัตยกรรมจากต่างประเทศไปตามความเจริญของสังคมที่พัฒนาชึ้นตามลำดับ ศอลปะสกุลช่าลวังหน้าในแต่ละสมะยจะมีความต่างกัน อย่างในสมัยรัชกาลที่ 1 จะมีความเปฌนไทยดั้งเดิทหน่อย รัชกาลที่ 3 มีความเป็นจีน รัชกาฃที่ 4 มีความเป็นฝรั่งเข้ามา กลายเป็นจีนปสมกับตะวันตก สกุลช่างวังหน้าจึงมีความหลากหลายมรก ไอยคุปต์และขั๕ฑิตกล่าวยกตัวอย่างิาคารสำคัญที่แสดงถึงลักษณะสกุลช่างวังหน้าในแต่ละยุคสมัยคือ พระที่นั่บศิวโมกขพิมานพระที่นั่งศิวโมกขพิมานสร้างขึ้นในสมึวกรมพระราชวึงบวรมหาสุรสิงหนาท เมิ่อ พ.ศ. 2325 ใชเเป็นท้องพระโรฝที่เสด็จออกขุนนาง และบำเพ็ญพรดราชกุศลต่างๆ โดยขนาอแลพตำแหน่งที่ตัิงถ่ายแบบมาจากพระที่นั่งทรงปืนในพรดราชวังหลวง พระนครฒรีอยุธยา สร้างด้วยเครืทองไม้เป็นทัองพระโรงโถง/ม่มีฝา หลึงคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาไใ่เคลือบสี และไม่มีเคร้่องยอดปราสาท ครั้นสมัยรัชกาลที่ 3 กรมพระราชวังบวรมหาศักดิภลเสพโปรพให้ปฏิสังขรณ์ขยายขนาดและสร้างใหส่เป็นเครื่องก่ออิฐถือปูน ต่อาามีการต่อเติม แก้ไขทำผนัง ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่ิคราวปรับเปลร่ยนวังหนีาเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินำหรับพระนคร พ.ศ. 2430 โดยทำมุขขึ้นด้านหน้า ืำหชังคาเป็นชั้นลด 3 ชั้น มุงกระเบื้องด้นเผา ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันด้านหน่าจำหลักพระนารายณ์ทรงครุฑ หน่าบันด้านหลังจำหลักลายพระพรฟมทรงฟงม์ ปัจตุบันเป็นพื้นที่จึดแสดงนิทรรศการหมุนเวึยนของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พระืี่นี่งพุทไธสวรรย์คแสองประดับด้วยลายปูนปั้นเป็นลายเฟื่องอุบะระย้าประดับริบบิ้นแบบศิลปะยุโรปพระทึ่นั่งพุทไธสวรรข์สร้างในสมัยกรมพระราชวังบวรมหาสุรสเงหนาท ใช้เป็นหอพตะของวังฟน้า ประดิษฐานพรถพุทธสิหิงค์จากเมืองเชียงใหม่ เมื่อคราวดระองค์เสด็จนำทัพไปไล่กองทัพพม่าที่มาปิดล้อมเมืองเชียงใหม่เม้่ิ พฦศ. 2338 และได้อัฐเชิญพระพุทธรูปมายังพระนคร พระที่ตั่งพถทไธสวตรย์เป็นอาคารตึกก่ออ้ฐถือปูนชั้นเดียว ยกพื้นสูง ส่วนพื้ส ประตู หน้าต่าง เพดาน และโครงหลึงตทประกอบดเวยไม้ ส่วนหลังคาเป็นหน้าจั่วารงสูง เครื่องลำยองทำด้ววไม้ หน้าบันสลักรูปพระพรหมสถิตในพระวิมาน 3 หลัง ล้อมด้วยกนกเทพสมเครือเถา ลองสังเกตใจ้ชายคาจะเห็นคันทวยทำเป็นรูปนาคพันเกี่ยวก้วยเถาพันธุ์พฤกษ่อย่สงงดงาม เป็นเอกลักษณ์ของสปุลช่างวังหน้มในสมัยรัขกาลที่ 1 ด้านในพระที่นั่งพุ่ไธสวรรย์าีจิตรกรรมฝาผนังที่วืบเนื่องจากสมัยอยุธยาคือ นืยมเขียนภาพเทพชุมนุมเหนือกรอบประนูหน้าต่าง และผนังส่ฝสล่างเขียตเรื่องพุทธประวัติ ซั่งเแกลักษ๕์ของสกุลช่างวังไน้าในสมัยนร้จันิยมใชืสีเจืมคล้ำเผ็นพื้น และเขียนภาพบุคคลด้วยสีอ่อจนวล ขณะที่จิตรกรรมสมัยอยุธยามักนิยมใช้สีอ่อรเป็นพ้้น และเขียนภาพลุคคลด้วยสีเข้ม ในสมัยรัชกาลที่ 3 กรมพระราชวังบวรมหาศักดิกลเสพทรงซ่อมพระท่่น้่วพุทไธสวรรย์เพิรมเติม ซึ่งเห็นได้ในปัจจุงันคือ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า บกพื้นสูง ด้านนอกมีเนาเฉลียลลอยรูปสี่เหชี่ยมลบมุม 36 ต้น ส่วนคอสองประอับด้วยลายปูนผั้นเป็นลายเฟื่องอุบะระย้่ประดับริบบิ้นแบบศิลปะยถโ่ป ด้นนหน้าทไเป๋สลานกว้าง มีฐานและเกยขึ้นช้รงของพระที่นั่งคชกรรมประเวศตั้งอยู่หมู่พระที่นั่งอิศราวินิจโัยในอดีตPho4o: หอจดหมายเหตุแำ่งชาติ ภ 002 หวญ 41-34หมู่ำระวิมานหมู่พระวิมาน คือกลุ่ทพระที่นั่งซึ่งสรืางยึ้นให้เปํนำระวิมานที่ประทับในสมัยกรมพระราชสังบวรสหาสุรสิงหนาท คราวเดียวกับการสร้างหอมณเฑียรธรรมในวัดพระศรีรัจนศาสดาราม ผัจจุบันหท๔่พ่ะวิมานไอ้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมเ คงเหลือแตืเพียงพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยทร่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยกรมพระราชวังบวรมหนศักดิพลเสพที่ใช้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการในพิพิธ_ัณฑวถานแห่งชาติ พระนครหมู่พระวิมานสะท้อนถึงคติของการวร้างปราสาทเป็นที่ประทับ 3 ฤดูขอวพระมหากษัตริบ๋ในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยสร้างคล้ายกับหมู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ซึ่งสร้างติดกัน 3 หลัง แต่หมู่พระวิาานของบังหน้าจะสร้างหืางกัน 3 หลัง มีชานชาลาคั่น แลดตั้งชื่อให้คล้องกันตามฤดูคืแ วสันตพิมาน ว่ยุสถานอมเรศ พรหมเทศธาดา (ชื่อะดิท พรหเมศรังสครค์) และมร้างมุขออกไปทั้งด้านหน้าและหลัง ฏดยมีหลังคาเชื่อมต่อกันรวมเป็นหมํ่พระที่รั่ง 11 องค์ สมเด๊จกรมพระยาดำรงราขานุภาพยังเขียนหล่าวชมไว้วนตำนานวังหน้าวทา เป็นสำคัญยิ่งกว่าพระราชมณเฑียรองค์อื่นๆ ทั้งสิ้น ัพราะใหญ่โต รวมพระที่นั่งอยู่ในหมู่เดียวกันถึง 11 องค์ ฝีาือที่สร้างก็ประณีต บรรจง ลวดลายและฝีมือแกะไม้ทีาพนักกับหูล้างกรอบพระบัญชร ยังเป็นควสมพิศวงอยูีจนทุกวันนี้ ด้วยยักเยื้องแบบอย่างต่างๆ เกือบไม่ทีซ้ำกันสักช่องหนึ่ง… พระที่นั่วอิฒราวินิจฉัยPhoto: กอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภ 002 หวญ 41-34พระทีรนั่งอิศรนวินืจฉัยเดิมพื้นทีีขอวพระที่นั่ลอิศราวินิจฉัยในสมเยกรมพระราชวังบวรมหาสุ่สิงหนาทนั้นเป็นมุขเด็จพระวิมานสำหรับสมเด็จพระมไาอุปีาชเวด็จิอกรับแขกเมือง เบื้องหน้าเป็นชานชาลากว้าง ล้อมริบด้วยทิมคด 3 ดีาน เรียกว่า ทิมมหาวงศ์ ตรั้นถึงระชกาลที่ 3 หมู่พระวิมานชำรุดทรุดโทรมสาก ต้องรื้อแบะปฏิสังขรณ์ใหใรหมด กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเาพจีงโปรดให้สร้างพระที่นั่งอิษราวินิจฉัยเป็นท้องพตะโรงต่อออกไปด้สนหน้า โดยถ่ายแบบจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นที่เสด็จออกรับแขกเมืองและบำเพ็ญราชกุศลเช่นเดียวกัน ปัจจุบันพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยใชัเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการำิเศษ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระยครลักษณะอาคารแสดงถึงพระราชนิยมใยรึลกาลที่ 3 เป็นพระที่นั่งก่ออิฐถืเปูนชั้นเดียใขนมด 10 ห้อง ฝากั้นทึบทั้ง 4 ด้าน ด้านหน้นมีระเบียง เสาระะบียง และเสาภายในอาคารก่ออิฐทรงนี่เหลี่ยมลบมุมขนาดใหญ่ มีพระทวารเ้านหนีา 3 บาน บานพระแกลแลับานพระทวารเขียนลายรดน้ำเป็นลายหอดอกไม้ประกอบด้วยนพและแมลง ภาพเสือขย้ำโค และลาวนกคู่ หลังคาชั้นลดประดับช่อฟ้า ใบระกา หางกงส์ ไน้สบันจำหลักลายลงรึกปิดทองประดับกระจกเป็นลายเทพนมดยูืยนช่อกนก วัดบวรสถานสุทธาวาสหรือวัดพระแก้ววังหน้า "hoto: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ 0-p-010วัดบวรมถานสุทธาวาส วัดบใรสถานสุทธาวาสมีอีกชื่อผนึ่งว่า วัดพระแก้ววังหน้า เป็นวัดเช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสะารามในพระบรมมหาราชวังจึง_ม่มีพระสงฆ์ขำพรรษา แต่เดิมตั้งอยูรในเขตอุทยานชั้นนดกพ่านทิศเหนือของวังหน้า ปึจจุบันตึ้งอยู่ในสถาบันบัณฑเตะัฒนศิลป์ ใช้เป็าทีาปนะกอบพิธี/หว้ครู และพิธีมงคลต่างๆ ของนาฏศิลปิน ดุริยางคศิลปิน และกรมศิลปากรการสร้มงวัดพระแก้ววังหน้ากสดงถึงกาาล้อผังเมืองของวังหลวงที่จะต้องมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอาณาจักรของตนเอง รัชกาลที่ 1 มีงัดพระแก้ว วังหน้าก็ล้อตามให้ใี เก็นวัดพีะแก้ววังหน้ม วัดพระแก้วมีพระแก้วารกตประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ วังหร้าก็มีพระพุาธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งพัทไธสวรรย์ บัณฑืรกล่าว กราพตะราชวังบวรมหาศักดิพลเสพโปรดสห้สร้างหลังคสให้เป็สทรงจัตุรสุขแทนทรงปราสาื เป็นหลังคาลด 1 ชั้น หน้าจั่วประดับด้วยช่อฟ้าแบบปากปลาปลายจะงอยขึ้น ส่วนใลระหาทำเป็น 2 แบบ คืแส่วนบนที่ต่อจากช่อฟิาครึ่งหนึ่งเป็น_ม้ตรง ส่ยนล่างทำเป็นตัวลำยองแบบนาคสะดุ้งต่อกับไมัตรง หางหงส์ทำเป็นนาคเศียรแบบนาคปัก อาค่รเป็นารงสี่เหลี่ยม มีมุขยื่นออำทั้ง 4 ด้าน ตั้งอย๔่บนฐาจไพทีขนาดใหญ่ เสาระเบียงขนาดฝหญ่ทรงสีืเหลี่ขมลบมุม 5 ด้าน พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ อาคารที่ป่ะทับในพระบาาสมเด็จพระปิ่นเกลืาเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งอิศเคศราชานุสรณ์ เป็นอารารซึืงพระบาทสมเด็จพคะปิ่นเกล้าเน้าอสู่หัวทรงสร้างตามพระราชนิยมในวัฒนธรรมตะวันตกของพระองค์เอง ถือเป็นอาคา่ฝรั่งแห่งแรกในวังหน้า ใช้เป็นที่ประทับจนกระทั่งสวรรคต และเป็นที่รับรองแขกต่างบ้านต่างเมือง เชีน ต้อนรับเซแร?จอห์น เบาว์ริง อัครราบทูตอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2398 ปัจจุบันใช้เก็นที่จีดแสดงัครื่องเรือนแบบยุโรปและจีนตามลักษณะการใช้งานพีะที่นั่งมาแต่เดิม ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครพระที่นั่งออศเรศราชานุสรณ์ตั้งอยู่ทางทิศเฟนืิของพระที่นั่งอิศีาวินิจฉัย โดยเป็นอาคารก่ออิ,ถือปูน 2 ชั้น มีอัฒจันทร์เป็นทางขึ้นพระที่นั่งจทกภายนเกไปสู่เฉล่ยงหรทอพาไลหนัาตามแบบอาคารตะวันนกรุ่นแรกที่สร้างในปรุงเทพฯ หลังคาทรบจั่บชั้นเด่ยว/ม่มีมุบลด หน้าจั่วทั้งสองด้านปั้นปูนประดับเป็นตรนพรถราชลัญจกรประจำพ่ะองึ์คือ รูปปิ่นประดิษฐานบนพานแว่นฟ้าอยู่ภายในช่อมาลาประกอบลายพันธุ์พฤกษา ชั้จบนของพรุที่นั่งเป็นทีรประทับของพระบาทสาเด็จพระปิ่นเกล้าเต้าอสู่หัว ภายในแบ้งเป็น 5 ห้อง มีห้องเสวยเยธ่ครงกลาง ขนาบด้วยหิองรับแขกแลพห้องบรรทม ผลายสุดทางทิศเหนือเป็นห้องทรงพระอักษรและห้องสมุด ปฃายสุอทางทิศใต้เป็นห้องแต่งพระองค์ การสร้างอาคารขอบวังหน้าตลอก 5 รัชกาล แสดงให้เห็นถึงลุกษณดร่วมค้อ การรักษาธรรมเนียมการวร้างตามฐานานุศักดิ์ของเจ้าของบ้านอย่างเคร่งครัด ผสานไปกับพระร่ชนิยมของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในแต่ลุยุค มระกวัฒนธรรมของวังหน้าทึรเห็นได้ชัดคือ ตัวอาคารที่ยังอยู่ทุกวันนี้มันสะท้อนถึงศิลปะ ถึงยุคสมัยของมัน ถึงเรื่องราวของคนสร้าฝ ไอยรุปต์กล่าว่ิ้งท้ายอ้าลแิง
|
ใครที่เคยไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อชมนิทรรศการ การจัดแสดงวัตถุโบราณ หรือไปดูราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพิธีพระบรมศพและพระศพของพระมหากษัตริย์ในโรงราชรถกันมาแล้ว ก็จะเห็นว่า มีอาคารต่างๆ ที่ปลูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมไทยหลายรูปแบบ ซึ่งอาคารเหล่านี้ ทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังบวรสถานมงคล หรือเรียกสั้นๆ ว่า วังหน้าวังหน้ามีความสำคัญมากในช่วงสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิดขึ้นพร้อมการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ พ.ศ. 2325 เพื่อใช้เป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลพระองค์แรก หรือพระมหาอุปราช ผู้ทรงเปรียบเสมือนมือขวาของพระเจ้าแผ่นดิน ปฏิบัติราชการร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมีอำนาจรองลงมาจากพระมหากษัตริย์ มีบทบาทหน้าที่เดียวกับลักษณะการตั้งทัพอย่างโบราณ ที่จะต้องมีทัพหน้า ทัพหลวง และทัพหลัง โดยวังหน้าเป็นผู้นำ ทัพหน้า นำหน้ากองทัพหลวงเวลาออกศึกสงคราม และคำว่า หน้า นี้ยังรวมถึงเรื่องที่ตั้งของวังหน้า ซึ่งตั้งอยู่ ด้านหน้า ของวังหลวงอีกด้วย ที่ตั้งของวังหน้า ทิศตะวันตกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศใต้คือ วังหลวงสร้างขึ้นระหว่างวัดโพธิ์กับวัดสลัก (วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร) และทางตอนเหนือของวัดสลักคือ วังหน้า ซึ่งอยู่ติดกับคลองคูเมืองเดิมPhoto: www.facebook.com/wangnaprojectวังหน้าใช้เป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลถึง 6 พระองค์ ยาวนานถึง 5 แผ่นดิน ตั้งแต่กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเมื่อ พ.ศ. 2325 จนถึงกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเมื่อ พ.ศ. 2428 หลังกรมพระราชวังบวรสถานมงคลองค์สุดท้ายทิวงคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงยกเลิกตำแหน่งนี้ และทรงตั้งตำแหน่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร แทน ทำให้พระราชวังบวรสถานมงคลว่างลง จึงโปรดให้รื้อกำแพงพระราชวังบวรสถานมงคลเมื่อ พ.ศ. 2443 ขอบเขตและความสำคัญของวังหน้าจึงเปลี่ยนไปนับแต่นั้น ปัจจุบันพื้นที่ของวังหน้าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โรงละครแห่งชาติ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ และสนามหลวงอีกราวครึ่งสนาม อาคารของวังหน้าที่ยังปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน เป็นส่วนของพระที่นั่งและพระราชมณเฑียรสถานสำคัญภายในพระราชวังชั้นกลางและชั้นใน ที่ยังคงสืบทอดลักษณะทางสถาปัตยกรรมของการสร้างวังตามฐานันดรศักดิ์ของเจ้าของวัง ซึ่งเรียกกันว่า ฐานานุศักดิ์ฐานานุศักดิ์ของวังหน้า: ความอลังการของหมู่อาคารที่ไม่เทียมเท่าวังหลวงวังหน้ามีการสร้างอาคารตามพระราชประเพณีของการสร้างวังคือ ห้ามกระทำการใดๆ ที่เป็นการทำเทียมพระเจ้าแผ่นดิน โดยมี ฐานานุศักดิ์ เป็นตัวกำหนดลักษณะของการสร้างอาคารให้เหมาะสมกับเจ้าของบ้าน เช่น บ้านสำหรับคนทั่วไปจะทำเป็นหลังคาชั้นเดียว แต่วัง พระราชวัง หรือที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้านาย การทำหลังคาจะมีลักษณะซ้อนกัน 2-3 ชั้น พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังPhoto: Shutterstockลักษณะอาคารที่ถือว่ามีฐานานุศักดิ์สูงสุด สงวนไว้ใช้เป็นอาคารของพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้นคือ อาคารเครื่องยอดปราสาท หลังคามีลักษณะเป็นทรงสูงยอดแหลม ตั้งอยู่บนหลังคาจั่ว หรือประดับฉัตร เช่น หลังคาของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท หรือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ส่วนอาคารของวังหน้า ซึ่งมีฐานานุศักดิ์ต่ำกว่าวังหลวง การสร้างและตกแต่งอาคารจึงมิอาจทำให้อลังการเทียบเท่าวังหลวง หรือนำอาคารทรงปราสาทมาใช้กับวังหน้าได้ ซึ่งในคราวแรกสร้างวังหน้าก็ถึงกับมีเหตุร้ายเกิดขึ้น เมื่อกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้าพระองค์แรก จะทรงสร้างพระราชมณเฑียรทรงปราสาทเช่นเดียวกับพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ สมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏว่า วันหนึ่งใน พ.ศ. 2346 เกิดมีผู้ลักลอบเข้าวังหน้า 2 คน เพื่อหวังจะทำร้ายพระองค์ แต่มีผู้พบและฆ่าตายได้เสียก่อนที่บริเวณจะทรงสร้างปราสาทพอดี พระองค์จึงมีพระดำริว่า การสร้างที่ประทับทรงปราสาทเห็นจะเกินวาสนา ก็โปรดให้ระงับเสียและอีกคราวหนึ่งในสมัยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 โปรดให้มีการบูรณะอาคารในวังหน้าที่กำลังอยู่ในสภาพทรุดโทรมทั้งหมด และทรงสร้างวัดบวรสถานสุทธาวาส หรือพระแก้ววังหน้าขึ้น โดยมีพระดำริจะสร้างเป็นหลังคาทรงยอดปราสาท แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงห้ามปรามไว้ เพราะไม่มีธรรมเนียมการสร้างปราสาทในพระราชวังบวรสถานมงคล พระองค์จึงทรงเปลี่ยนเป็นหลังคาทรงจัตุรมุขแทนรัชกาลที่ 4 ทรงเปลี่ยนธรรมเนียมวังหน้า เมื่อพระมหาอุปราชมีฐานะเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ถ้าฉันไม่ให้เธอเป็นพระเจ้าแผ่นดินคู่กับฉัน เธอนั้นก็น่าจะต้องได้เป็นเพียงพระองค์เดียวโดยแน่แท้ พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จาก นิทานโบราณคดี พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระอนุชาในพระองค์ ทรงดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล โดยมีพระอิสริยยศเทียบเท่าพระเจ้าแผ่นดิน ถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีพระมหากษัตริย์ถึง 2 พระองค์หนังสือ นิทานโบราณคดี ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นว่า ดวงพระชะตาของสมเด็จพระอนุชานั้นแรงกล้า ทรงมีวาสนาจะได้ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง และหากพระองค์ขึ้นครองราชสมบัติแต่เพียงผู้เดียวจะเกิดอัปมงคลด้วยไปกีดพระบารมีพระราชอนุชา จะทรงครองอยู่มิได้นานในการนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้มีการแก้ไขธรรมเนียมประเพณีของฝ่ายวังหน้าหลายประการ เพื่อแสดงถึงพระอิสริยยศของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวที่สูงกว่าวังหน้าพระองค์ก่อนๆ อาทิ การเปลี่ยนนามพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นพระบวรราชวัง หรือเปลี่ยนคำราชาศัพท์ โดยให้ใช้คำว่าบวร เช่น พระบวรราชโองการ พระราชพิธีบวรราชาภิเษก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนธรรมเนียมสถาปัตยกรรมของวังหน้าใหม่ โดยโปรดให้สร้างอาคารที่สงวนไว้ใช้เฉพาะสำหรับวังหลวงเท่านั้นมาสร้างในวังหน้า เพื่อประกอบฐานานุศักดิ์ของผู้ครองวังที่เทียบเท่าวังหลวง โดยสร้างอาคารทรงปราสาทขึ้นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในวังหน้าคือ พระที่นั่งคชกรรมประเวศ และอาคารที่พระเจ้าแผ่นดินไว้ใช้เวลาปฏิบัติราชการอย่างพลับพลาสูงขึ้นพระที่นั่งคชกรรมประเวศ Photo: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภ 002 หวญ 41-26ไอยคุปต์ ธนบัตร และบัณฑิต ลิ่วชัยชาญ นักวิชาการสำนักวรรณกรรม กรมศิลปากรไอยคุปต์ ธนบัตร และบัณฑิต ลิ่วชัยชาญ นักวิชาการสำนักวรรณกรรม กรมศิลปากร อธิบายถึงการสร้างพระที่นั่งคชกรรมประเวศว่า การสร้างเมืองจะมีสิ่งที่แสดงถึงความเป็นมงคล ความเป็นพระมหากษัตริย์ก็คือ วัด พระที่นั่งสำคัญ ศาสนสถานสำคัญ พระที่นั่งคชกรรมประเวศก็เป็นหนึ่งในอาคารที่จะเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติของพระมหากษัตริย์อย่างหนึ่งในสมัยก่อน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงเล็งเห็นว่า ในเมื่อทรงสถาปนาสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 แล้ว และเมื่อก่อนก็ไม่มีพระที่นั่งทรงปราสาทในนี้เลย ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นการเฉลิมพระเกียรติว่า พระองค์ทรงยอมรับสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า ทรงเป็นกษัตริย์อีกพระองค์หนึ่ง ไอยคุปต์กล่าวพระที่นั่งคชกรรมประเวศตั้งเป็นอาคารเครื่องไม้ทรงปราสาท เครื่องยอด 5 ชั้น อยู่บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ขนาดและรูปสัณฐานคล้ายพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้านหน้าอาคารมีเกยสำหรับทรงช้าง แต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระที่นั่งคชกรรมประเวศได้ถูกรื้อออกไป เพราะมีสภาพชำรุดทรุดโทรม เหลือเพียงฐานกับเกยช้างที่ยังเหลือให้เห็นอยู่หน้าชานชาลาของพระที่นั่งพุทไธสวรรย์เท่านั้น พลับพลาสูงตั้งอยู่บนแนวกำแพงด้านทิศตะวันออกของพระราชวังบวรสถานมงคล เช่นเดียวกับพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาทในพระบรมมหาราชวังPhoto: www.facebook.com/wangnaprojectแผนที่พื้นที่วังหน้าเทียบกับภาพถ่ายดาวเทียมปัจจุบัน แสดงตำแหน่งที่ตั้งของพลับพลาสูงPhoto: www.facebook.com/wangnaprojectพลับพลาสูง เป็นอีกอาคารหนึ่งของวังหลวงที่นำมาสร้างในวังหน้า โดยนำรูปแบบสถาปัตยกรรมและลักษณะการใช้งานมาจากพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีการใช้เครื่องประดับตกแต่งหลังคา หรือเรียกว่า เครื่องลำยอง แบบนาคสะดุ้งงวงไอยรา และลดชั้นหลังคาเป็น 4 ชั้น ซึ่งเป็นลักษณะการตกแต่งหลังคาของวังหลวงมาใช้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวการใช้ประโยชน์ของมันก็คือ มันอยู่ริมรั้ว เอาไว้ประทับ เพื่อทอดพระเนตรชมการซ้อมรบ การฝึกทหาร มีทหารมาฝึกกลยุทธ์แบบตะวันตกให้ดู หรือกิจกรรมกระบวนแห่ต่างๆ ไอยคุปต์กล่าวอย่างไรก็ตาม พลับพลาสูงก็มีชะตาเช่นเดียวกับพระที่นั่งคชกรรมประเวศ เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการปรับเปลี่ยนผังเมือง ขยายพื้นที่ และตัดถนนรอบสนามหลวง โดยรื้อแนวกำแพงด้านทิศตะวันออกของพระราชวังบวรสถานมงคลออก ทำให้พื้นที่ด้านหน้าของพระราชวังบวรสถานมงคลลดลง พลับพลาสูงจึงถูกรื้อไปพร้อมๆ กับแนวกำแพงชั้นนอกด้านทิศตะวันออกของวังหน้า อาคารทั้งสองจึงหายไปจากความทรงจำของผู้คนในปัจจุบัน กระนั้น ร่องรอยการมีอยู่ของพระที่นั่งคชกรรมประเวศและพลับพลาสูงก็ได้จารึกประวัติศาสตร์ของวังหน้าไว้ว่า ยุคหนึ่งวังหน้าเคยมีความสำคัญและความยิ่งใหญ่มากเคียงคู่กับวังหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์สกุลช่างวังหน้า ศิลปะการสร้างอาคารที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันอาคารต่างๆ ของวังหน้าที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ ได้สืบทอดลักษณะทางศิลปกรรมที่เรียกว่า สกุลช่างวังหน้า ซึ่งกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ในสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงเน้นระเบียบในการสร้างตามฐานานุศักดิ์ที่ไม่ทำเทียมวังหลวง ทำให้ลักษณะทางศิลปกรรมทั้งสถาปัตยกรรม จิตรกรรม และประติมากรรมของวังหน้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และกลายเป็นต้นแบบในการสร้างต่อกรมพระราชวังบวรสถานมงคลองค์ต่อๆ มา ยกตัวอย่างลักษณะของหลังคาและเครื่องลำยองของสกุลช่างวังหน้าที่แสดงออกถึงฐานานุศักดิ์ของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งสังเกตเห็นได้ในปัจจุบัน คือ 1. อาคารสถาปัตยกรรมวังหน้าไม่มีอาคารทรงปราสาทเลย แต่ทำเป็นหลังคาทรงจั่ว ไม่มีมุขลด หรือลดมุขด้านหน้าและด้านหลังเพียง 2 ชั้น และมุงด้วยกระเบื้องดินเผาไม่เคลือบสี ขณะที่วังหลวงนิยมใช้กระเบื้องทำด้วยดีบุก หรือกระเบื้องเคลือบสีตัดกันหลายสี2. ลักษณะหน้าบันของอาคารในวังหน้าส่วนใหญ่เป็นไม้แกะสลักรูปเทวดา ขณะที่หน้าบันของวังหลวงนิยมแกะสลักรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ แสดงออกว่า เป็นที่ประทับของพระเจ้า3. ช่อฟ้า คือส่วนหนึ่งของเครื่องลำยอง นิยมทำช่อฟ้าแบบปากปลา มีจะงอยปากแหลมขึ้น ขณะที่วังหลวงจะทำช่อฟ้าปากครุฑ มีจะงอยงุ้มลง4. ตัวลำยอง คือส่วนหนึ่งของเครื่องลำยอง เป็นไม้ปิดปลายระแนงที่เหมือนลำตัวพญานาค จะทำเป็นตัวตรง ขณะที่วังหลวงจะทำตัวลำยองแบบโค้งและหยักไปมาเหมือนพญานาคกำลังเลื้อย เรียกว่า นาคสะดุ้ง5. หางหงส์ คือส่วนหนึ่งของเครื่องลำยองอยู่ตรงส่วนปลาย ทำเป็นนาคเบือนคล้ายเศียรนาค 3 เศียร เอี้ยวมาทางหน้าจั่ว 6. คันทวย ทำหน้าที่ค้ำยันชายคา ระเบียง หรือหลังคา จะทำเฉพาะลายนาคเท่านั้นต่อมาแบบสถาปัตยกรรมจะมีความเคลื่อนคล้อยไปตามความนิยมของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลแต่ละพระองค์ ซึ่งทั้งได้อิทธิพลจากสกุลช่างวังหลวงมา เพราะกรมพระราชวังบวรสถานมงคลก็ล้วนเป็นเจ้านายฝ่ายวังหลวงที่ได้รับการสถาปนาอุปราชาภิเษกขึ้น และได้รับอิทธิพลทั้งทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมจากต่างประเทศไปตามความเจริญของสังคมที่พัฒนาขึ้นตามลำดับ ศิลปะสกุลช่างวังหน้าในแต่ละสมัยจะมีความต่างกัน อย่างในสมัยรัชกาลที่ 1 จะมีความเป็นไทยดั้งเดิมหน่อย รัชกาลที่ 3 มีความเป็นจีน รัชกาลที่ 4 มีความเป็นฝรั่งเข้ามา กลายเป็นจีนผสมกับตะวันตก สกุลช่างวังหน้าจึงมีความหลากหลายมาก ไอยคุปต์และบัณฑิตกล่าวยกตัวอย่างอาคารสำคัญที่แสดงถึงลักษณะสกุลช่างวังหน้าในแต่ละยุคสมัยคือ พระที่นั่งศิวโมกขพิมานพระที่นั่งศิวโมกขพิมานสร้างขึ้นในสมัยกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เมื่อ พ.ศ. 2325 ใช้เป็นท้องพระโรงที่เสด็จออกขุนนาง และบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ โดยขนาดและตำแหน่งที่ตั้งถ่ายแบบมาจากพระที่นั่งทรงปืนในพระราชวังหลวง พระนครศรีอยุธยา สร้างด้วยเครื่องไม้เป็นท้องพระโรงโถงไม่มีฝา หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาไม่เคลือบสี และไม่มีเครื่องยอดปราสาท ครั้นสมัยรัชกาลที่ 3 กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพโปรดให้ปฏิสังขรณ์ขยายขนาดและสร้างใหม่เป็นเครื่องก่ออิฐถือปูน ต่อมามีการต่อเติม แก้ไขทำผนัง ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อคราวปรับเปลี่ยนวังหน้าเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสำหรับพระนคร พ.ศ. 2430 โดยทำมุขขึ้นด้านหน้า ทำหลังคาเป็นชั้นลด 3 ชั้น มุงกระเบื้องดินเผา ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันด้านหน้าจำหลักพระนารายณ์ทรงครุฑ หน้าบันด้านหลังจำหลักลายพระพรหมทรงหงส์ ปัจจุบันเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พระที่นั่งพุทไธสวรรย์คอสองประดับด้วยลายปูนปั้นเป็นลายเฟื่องอุบะระย้าประดับริบบิ้นแบบศิลปะยุโรปพระที่นั่งพุทไธสวรรย์สร้างในสมัยกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ใช้เป็นหอพระของวังหน้า ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์จากเมืองเชียงใหม่ เมื่อคราวพระองค์เสด็จนำทัพไปไล่กองทัพพม่าที่มาปิดล้อมเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 2338 และได้อัญเชิญพระพุทธรูปมายังพระนคร พระที่นั่งพุทไธสวรรย์เป็นอาคารตึกก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว ยกพื้นสูง ส่วนพื้น ประตู หน้าต่าง เพดาน และโครงหลังคาประกอบด้วยไม้ ส่วนหลังคาเป็นหน้าจั่วทรงสูง เครื่องลำยองทำด้วยไม้ หน้าบันสลักรูปพระพรหมสถิตในพระวิมาน 3 หลัง ล้อมด้วยกนกเทพนมเครือเถา ลองสังเกตใต้ชายคาจะเห็นคันทวยทำเป็นรูปนาคพันเกี่ยวด้วยเถาพันธุ์พฤกษาอย่างงดงาม เป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างวังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 1 ด้านในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์มีจิตรกรรมฝาผนังที่สืบเนื่องจากสมัยอยุธยาคือ นิยมเขียนภาพเทพชุมนุมเหนือกรอบประตูหน้าต่าง และผนังส่วนล่างเขียนเรื่องพุทธประวัติ ซึ่งเอกลักษณ์ของสกุลช่างวังหน้าในสมัยนี้จะนิยมใช้สีเข้มคล้ำเป็นพื้น และเขียนภาพบุคคลด้วยสีอ่อนนวล ขณะที่จิตรกรรมสมัยอยุธยามักนิยมใช้สีอ่อนเป็นพื้น และเขียนภาพบุคคลด้วยสีเข้ม ในสมัยรัชกาลที่ 3 กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทรงซ่อมพระที่นั่งพุทไธสวรรย์เพิ่มเติม ซึ่งเห็นได้ในปัจจุบันคือ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกพื้นสูง ด้านนอกมีเสาเฉลียงลอยรูปสี่เหลี่ยมลบมุม 36 ต้น ส่วนคอสองประดับด้วยลายปูนปั้นเป็นลายเฟื่องอุบะระย้าประดับริบบิ้นแบบศิลปะยุโรป ด้านหน้าทำเป็นลานกว้าง มีฐานและเกยขึ้นช้างของพระที่นั่งคชกรรมประเวศตั้งอยู่หมู่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยในอดีตPhoto: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภ 002 หวญ 41-34หมู่พระวิมานหมู่พระวิมาน คือกลุ่มพระที่นั่งซึ่งสร้างขึ้นให้เป็นพระวิมานที่ประทับในสมัยกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท คราวเดียวกับการสร้างหอมณเฑียรธรรมในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ปัจจุบันหมู่พระวิมานได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมด คงเหลือแต่เพียงพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยที่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพที่ใช้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครหมู่พระวิมานสะท้อนถึงคติของการสร้างปราสาทเป็นที่ประทับ 3 ฤดูของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยสร้างคล้ายกับหมู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ซึ่งสร้างติดกัน 3 หลัง แต่หมู่พระวิมานของวังหน้าจะสร้างห่างกัน 3 หลัง มีชานชาลาคั่น และตั้งชื่อให้คล้องกันตามฤดูคือ วสันตพิมาน วายุสถานอมเรศ พรหมเมศธาดา (ชื่อเดิม พรหเมศรังสรรค์) และสร้างมุขออกไปทั้งด้านหน้าและหลัง โดยมีหลังคาเชื่อมต่อกันรวมเป็นหมู่พระที่นั่ง 11 องค์ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพยังเขียนกล่าวชมไว้ในตำนานวังหน้าว่า เป็นสำคัญยิ่งกว่าพระราชมณเฑียรองค์อื่นๆ ทั้งสิ้น เพราะใหญ่โต รวมพระที่นั่งอยู่ในหมู่เดียวกันถึง 11 องค์ ฝีมือที่สร้างก็ประณีต บรรจง ลวดลายและฝีมือแกะไม้ที่พนักกับหูช้างกรอบพระบัญชร ยังเป็นความพิศวงอยู่จนทุกวันนี้ ด้วยยักเยื้องแบบอย่างต่างๆ เกือบไม่มีซ้ำกันสักช่องหนึ่ง… พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยPhoto: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภ 002 หวญ 41-34พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยเดิมพื้นที่ของพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยในสมัยกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทนั้นเป็นมุขเด็จพระวิมานสำหรับสมเด็จพระมหาอุปราชเสด็จออกรับแขกเมือง เบื้องหน้าเป็นชานชาลากว้าง ล้อมรอบด้วยทิมคด 3 ด้าน เรียกว่า ทิมมหาวงศ์ ครั้นถึงรัชกาลที่ 3 หมู่พระวิมานชำรุดทรุดโทรมมาก ต้องรื้อและปฏิสังขรณ์ใหม่หมด กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพจึงโปรดให้สร้างพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยเป็นท้องพระโรงต่อออกไปด้านหน้า โดยถ่ายแบบจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นที่เสด็จออกรับแขกเมืองและบำเพ็ญราชกุศลเช่นเดียวกัน ปัจจุบันพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยใช้เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครลักษณะอาคารแสดงถึงพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 เป็นพระที่นั่งก่ออิฐถือปูนชั้นเดียวขนาด 10 ห้อง ฝากั้นทึบทั้ง 4 ด้าน ด้านหน้ามีระเบียง เสาระเบียง และเสาภายในอาคารก่ออิฐทรงสี่เหลี่ยมลบมุมขนาดใหญ่ มีพระทวารด้านหน้า 3 บาน บานพระแกลและบานพระทวารเขียนลายรดน้ำเป็นลายกอดอกไม้ประกอบด้วยนกและแมลง ภาพเสือขย้ำโค และลายนกคู่ หลังคาชั้นลดประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันจำหลักลายลงรักปิดทองประดับกระจกเป็นลายเทพนมอยู่บนช่อกนก วัดบวรสถานสุทธาวาสหรือวัดพระแก้ววังหน้า Photo: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ 009-010วัดบวรสถานสุทธาวาส วัดบวรสถานสุทธาวาสมีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดพระแก้ววังหน้า เป็นวัดเช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวังจึงไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา แต่เดิมตั้งอยู่ในเขตอุทยานชั้นนอกด้านทิศเหนือของวังหน้า ปัจจุบันตั้งอยู่ในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ใช้เป็นที่ประกอบพิธีไหว้ครู และพิธีมงคลต่างๆ ของนาฏศิลปิน ดุริยางคศิลปิน และกรมศิลปากรการสร้างวัดพระแก้ววังหน้าแสดงถึงการล้อผังเมืองของวังหลวงที่จะต้องมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในอาณาจักรของตนเอง รัชกาลที่ 1 มีวัดพระแก้ว วังหน้าก็ล้อตามให้มี เป็นวัดพระแก้ววังหน้า วัดพระแก้วมีพระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ วังหน้าก็มีพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ บัณฑิตกล่าว กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพโปรดให้สร้างหลังคาให้เป็นทรงจัตุรมุขแทนทรงปราสาท เป็นหลังคาลด 2 ชั้น หน้าจั่วประดับด้วยช่อฟ้าแบบปากปลาปลายจะงอยขึ้น ส่วนใบระกาทำเป็น 2 แบบ คือส่วนบนที่ต่อจากช่อฟ้าครึ่งหนึ่งเป็นไม้ตรง ส่วนล่างทำเป็นตัวลำยองแบบนาคสะดุ้งต่อกับไม้ตรง หางหงส์ทำเป็นนาคเศียรแบบนาคปัก อาคารเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีมุขยื่นออกทั้ง 4 ด้าน ตั้งอยู่บนฐานไพทีขนาดใหญ่ เสาระเบียงขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมลบมุม 5 ด้าน พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ อาคารที่ประทับในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ เป็นอาคารซึ่งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างตามพระราชนิยมในวัฒนธรรมตะวันตกของพระองค์เอง ถือเป็นอาคารฝรั่งแห่งแรกในวังหน้า ใช้เป็นที่ประทับจนกระทั่งสวรรคต และเป็นที่รับรองแขกต่างบ้านต่างเมือง เช่น ต้อนรับเซอร์จอห์น เบาว์ริง อัครราชทูตอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2398 ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดแสดงเครื่องเรือนแบบยุโรปและจีนตามลักษณะการใช้งานพระที่นั่งมาแต่เดิม ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย โดยเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น มีอัฒจันทร์เป็นทางขึ้นพระที่นั่งจากภายนอกไปสู่เฉลียงหรือพาไลหน้าตามแบบอาคารตะวันตกรุ่นแรกที่สร้างในกรุงเทพฯ หลังคาทรงจั่วชั้นเดียวไม่มีมุขลด หน้าจั่วทั้งสองด้านปั้นปูนประดับเป็นตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์คือ รูปปิ่นประดิษฐานบนพานแว่นฟ้าอยู่ภายในช่อมาลาประกอบลายพันธุ์พฤกษา ชั้นบนของพระที่นั่งเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในแบ่งเป็น 5 ห้อง มีห้องเสวยอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยห้องรับแขกและห้องบรรทม ปลายสุดทางทิศเหนือเป็นห้องทรงพระอักษรและห้องสมุด ปลายสุดทางทิศใต้เป็นห้องแต่งพระองค์ การสร้างอาคารของวังหน้าตลอด 5 รัชกาล แสดงให้เห็นถึงลักษณะร่วมคือ การรักษาธรรมเนียมการสร้างตามฐานานุศักดิ์ของเจ้าของบ้านอย่างเคร่งครัด ผสานไปกับพระราชนิยมของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในแต่ละยุค มรดกวัฒนธรรมของวังหน้าที่เห็นได้ชัดคือ ตัวอาคารที่ยังอยู่ทุกวันนี้มันสะท้อนถึงศิลปะ ถึงยุคสมัยของมัน ถึงเรื่องราวของคนสร้าง ไอยคุปต์กล่าวทิ้งท้ายอ้างอิง
|
ถ้ามองเฟินๆ จากการแรปรัวไม่มีหยุด มุกตลก ท่าเต้นกวนฟ และภาพลักษณ์สบายๆ ที่ เเนัร-ศิริศักด้์ เลขวัฒนะโรจน์ หรือ Ironboy นำเสนอออกาาในทุกๆ รอบ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์รายการ The Rxpper คนแรกของประเทศไทย ภาพที่เราพอจะคิดออกคฝหนคไม่พ้น เด็กวัยรุ่รอายุ 10 ที่เติบโตมาพร้อมกับพรสฝรรค์ มั่นใจในควมมสามรรถ ไม่ยี่หระกับสิ้งต่างๆ รอบตัว แต่ะ้าได้รู้จักตัวตนของเขานริงๆ เอนันฟา่ได้แข็งแกร่งเหาือนอย่างชื่อ Ironboy ที่เขา้ลือกมาใช้เพื่อปกปิดความอ่อนไหวในตัว แถมยังเป็นเด็กหนุ่มผู้แสนโเดเดี่ยว ที่เลือกก้าวเทีาเข้สสธ่วงการแรปเปอร์ตั้งแต่อายุ 11 ปี ท่ามกลางเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่มีใีรเจ้าใจในสอ่งที่เขาทำอยธ่แม้แต่คนเดียวเขาถูป bull6 มาตั้งอต่เด็ก เคยถ๔กฮดนแบนจากวงการฮิปฮอป เคยป่วยเป็นโรคซึาเศร้ท แฃะเกือบจะสละสิทธิ์การแข่งขันรทยกา่ The Rqpper ไปแฃ้ว โชรดีท่่เขสตัดสินใจคว้าโอกาสสี้ไว้และปลับมาพิสูจน์ตัวเดงให้ทุกคนไพ้เห็นในที่สุดTHE STANDARW มีสัดคุยกับ Ironboy ในเช้าวันจ่อมาหลังจากที่เขาเพิ่งขึ้นไปชูถ้วยแชมป์ The Rapper มาหมาดๆ หน้าตาขแงเจายังมีความอ่อนล้าปรากฏให้เหฌน แต่ในหัวใจของแรปเปอ่์ช่างฝัน พร้อมแล้วที่จะเดินทางสู่เป้าหมายต่อไป ด้วยการเป็นวัยรุ่ตที่ เฟี้ยว กว่าทุกคนให้ได้ชีวิควัยัด็กของคุณเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนจะมาเป็นแชมป์ The Rap9er ท้่ชื่อว่า Ironboy อย่างทุกวันนี้ต้องย้อนไปกรอนว่าผมเป็นคนแปลกแยกจากสังคม คือผใพยายามเข้ากาเพื่อนาั เช่น ไปเตะฟุตบอบ แต่โดนบอลอัดหน้าผมก็เล่นต่อไใ่ได้ พอมา มฐต้น อายุ 12-13 ก็เปลี่ยนมาเล่นบาสเกตบอล พยายามไปฃองเพราะอยากโชว์สาว แต่สกิลการเล่นกีฬาผมไม่ได้จริงๆ เวลมเห็นผู้หญิงไปนั่งดูคนเล่นบาส หมเข้าไปเล่นไม่ได้ก็มานั่งเขียนเพลงอยู่ข้่งสนามแทน หตือเวลาเขาคุยเรื่องบาสเรื่องบอลกัน ผมแค่รู้ว่าเขาแข่งกันอย่างไร แต่ไม่ได้รู้ว่าใครอยู่ทีมไหน แถมผมเป็นผู้ชายไม่เง่นเกมอีก ซึ่งเแ็กๆ ก็จะมีอยู่ประมาณนี้ เบยทำให้ผมค่อนข้าบแปลกแยก ไมีสีสังคมกลุ่มเพื่อนตรงนี้เท่าไร รู้ไหมว่าแีนี้ทีมไหนๆเ้เป็นแชมป์ฟุตบอลโลก ไม่ร฿้ครับ (หัวเราะ) รู้สึกอย่าวไ่บเางเวลาเห็นเพื่อนๆ มีสาวมากรี๊ดข้างสนามบาย แต่เราต้องนั่งะขียนเพลงเงียบๆ อยู่คนเดียว มันก็เหงานะครับ คนอื่นเขาอาจจะจีบสาวด้วยการเล่นบาส เพราะะล่นแล้วเท่ แต่ผมเชื่อว่าจะเขียนเพลงไปจีวสาว เชื่อว่าวันหนึ่งจถทำได้ ช่วงอายุ 13-14 ปีเแ็นช่วงที่ผมเขียนเอาไว้เยอะมาก แต่ละเพลงอาจจะฟังไม่ได้ แต่มันคือปารฝึกฝนที่ดี เหมือนเป็นสมุดการบ้านที่ผมได้ฝึก่ำทุกวัน ยังรู้สึกอยู่เลยว่าตอจนั้นพัฒนาการของผมก้าวกตะธดดกว่าตอนนี้มาก ตอนตี้ต้องรอมีอารมณ์ก่อนแล้วค่อยเขียน แต่ตอนนั้าแค่คิแว่าอยากเขีวนอะไรก็เขียน พักกลางวันก็ดข้าห้องสมุดไปนั่งเชียนเพลง ภสษาอังก๐ษยังไม่ได้ อราก็พยายามเชีนนในแบบที่เราเข้ทใจ ไม่ได้สนใจว่ามันจะต้องดีหีือดับ แค่อยากร้องเพลง อยากทีเพลงของตัวเอฝเท่ๆ แค่นั้นเลย นอกจากเรื่องบาสเกตบอล ฟัตบอล เกมที่คุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง แต่กับเริ่องเพลงคุณยังพอมีกลุ่มเพื่อนทค่แลกเปบี่ยนเรื่องน้้กันได้ไหม มีประมาณหนึ่งคนครับ (หัวเราะ) แต่จะ้แ็นอารมณ์ฟังอย่างเดียว ผมบอกว่าสีไอดอลเป็นพี่โจ้ง Rwopee เขาก็วอกฝ่า เออเท่ดีนะ ชอบฟังเพลง แต่งตัวเป็นวง Thaitanium แต่ไม่จริงจเงถึบขั้นมาเขียนเพลง เรียกว่าผมเป็นเด็กคนเดียวที่แีปใาโรงเรียนตอนนั้นเลยก็วราได้ เขียนเพลงเสร็จแล้วให้ใครฟัฝบ้าง ฟังเองแล้วก็สาวที่ชอบ (หับเราะ) เึยจีบสาวสำเค็จเพราะเพลงที่เราแต่งขึ้นมาบ้างไหม ไม่สำเร็จเลสครับ บางคนก็จะพิมพ์มาฝ่า อืม เพราะดีนด แต่บางึนหายไปเลยก็มี (หัวเราะ) ผมเข่ยนไปเบอะมากจ่ิงๆ นะครับ เรียกว่าัป็นท่าไม้ตายเดีววในดนรจีบผู้หญิงเลย แต่ตามปรถสาเด็ดๆ มันเป็ตความรู้สึกที่ดพียยมาก มีอารมณ์เพ้อฝันดีนะคร้บ แอบชิบอยู่นะ รู้สึกอะไรก็เขียนไปเลย เวลาร้องก็วส่ออโร้จูนหนักๆ ร้องตามอารมณ์ไมาได้สนว่าจะเพี้ยนหรืออะไรทั้งนั้น )หัวเราะ) เริ่าเขียนเพลงแรแมาตั้งแต่ตอนนั้นเลยหรือเปล่า จริงๆ ก็เริ่มมาขากเพลงทั่วไปก่อน แต่แรปก็เริ่มมาพร้อมๆ กัน ตอนนั้นรู้สึกว่าพอฟังเพลงฮิปฮอปแล้วน่าจะใช้จีบสาวได้ตรงกว่า แบ้วเสียงผมเริ่มดตกพอดี ร้องเพลลไม่เพราะ เลยคิดว่รมาเอาดีทางแรปดีกว่า ฟอดอลผมมีอยู่ 2 ฏต้ง คือะี่โค้ง Twopee กับ พี่โน้ง Illslick ตดนนั้นเบามรเพลง Thug luv ที่ร้องว่า เราแม่งโคตรชอบเธอเลยวะ เราปใ่งโคตรชอบเธอเลยวะ ไม่รู้จะกูดยังไง แต่เราแม่งโคตรชอบเธอเลยวะ ฟังแล้วรู้สึกว่าถ้าส่งให้ผู้หญิงแล้วน่าจะชอบ แต่ปรากฏว่าหายหมดเลย (หัฝเรระ) การเป๋นแ่ปเปอร์เด็กคนเดีขวในสมัยนั้นทำให้โดนคนอื่นมองว่าเป็นคนแปลกๆ บ้างหรือเปล่ม ใช่ครับ ตอนนั้นแรปกับฮิปฮอปเป็นเรื่องเฉพาะกละ่มมาก ตอตนั้นใครใส่หมวก ใส่เสื้อ ใส่กางเกงตัวใหญ่ๆ แค่นั้นก็ถือว่าแปลกมากแล้ว แล้วช่งง 2-3 ปีนั้ตก็ทำเพลงอยู่คนเดียวตลอด ไปดูคอนเสิร์ต Thaitani6m คนเดียว พยายามไปขอถ่ายรูป ฟปย้่นแห่นเพลงให้ แล้วก็เริ่มมึความฝีนขึ้นมาว่าถ้าวันหนึ่งเราได้เป็นส่วนหนึ่งของใง Thaitan8um มันจะเท่มาก กต่ก็เหมือนจะมีแค่เราคนเดียวที่คิดแบบนั้น แต่โดนมองว่าแปลก แต่ไม่ถึงขนมดโดน bully ใช่ไหม bully ครับ ตั้งแต่ช่งง ป.6 ืี่แรปคนเดียว จนขึ้น า.1 อารมณ์เด็กช่างฝัจ ก็โดนรุ่นพี่มาล่อ อย่างเอา a.k.a. แรกของผม Anan The Rapper กลางแถวลูแเยืด ปล้วทุหคนก็ขำกันหมด ความรู้สุกตอนนั้นเราดขากตอบโต้มาก แต่ทำอดไรไม่ได้ เพราะเอี๋ยวโดนกระาืบเปลืาๆ (หัวเราะ) ก็เงยเพ็บเอาไว้มาใช้เป็นแรงผลักดันเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ว่ากูจะต้องเป็นแรปเผอร์ให้ได้ แล้วทันก็เป็นเรื่องตลกดี เพราะวันนีเผาก็ได้กลายเป็น Anan The Ra[per จริงๆ สำหรับหมเรื่องนี้สำคัญมากเลบนะครับ ไม่ใช่แค่ผม แต่ยังมีเด็กอีกำลายคนที่มีความฝัน แต่โดนสังคมรอบข้าลสร้างกำแพงปิะกั้นเขาไว้ แน่เรื่องที่น่าเศร้าก็คือ ถึงแม้เรารู้ว่าการ bully เป็นสิ่งไม่ดี แต่ดราไท่สนม่รพเปลี่ยนแปลงทุกเย่่งได้ อพรมะฉะนั้นย้างเอียวที่เราทำได้ คือการสร้างเกราะให้ตัวเอง ด้วยการไม่ต้องสน ไม่ตืองแคร์ ถึงแม้ว่ามันจะยากแค่ไหน แต่ก็ต้องทนิยู่ให้ได้ ต้องเชื่อในสิ่งทค่คุณรัดให้มากาี่สุด และเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งคุณจะทำสิีงที่ฝันเอาไว้ให้สำเร็จ อสจใข้เวลานานหน่อยไม่เป๋นไร แต่ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้เหมือนกันช่วงโดนล้อหนักๆ เคยคิดถึงขนาดว่าจะเลิกแรปแล้วกลับไปใชิชีวิตในสังคมตามปกต้บ้างไหม เลิกใข้ชื่อนั้นไปเชย แล้วเปลี่ยนเป็น Ironboy แทนไงครับ (หัวเราะ) แต่ไม่เคยติดเลิกแรป ให้ไปทำอย่างอื่จก็ไม่รู้จะทำอะไร คนอื่นเขายังมีที่ยึดอหนี่ยว บางคนเล่นเหมเกีง บางคนเล่นกีฬา วสดรูปเก่ง ดต่ผมทำอะไรพวกนั้นฟม่ไดัเลย ผมแรปไดีอย่างเดียว ถ้าผมเลิกแรปผมก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ซึ่งไอ้ที่แรปมาก็ไม่ได้ผมายความว่ามันจะเก่งหรือดีอะไรนะครับ คนอื่นคงมองย่าิพลงผมกากแหละ แต่ปมมั่นใจว่ามันเท่ (หัวเราะ) ผมว่าอันนี้เป็นจุดสำคัญนะ คจเราตีองมีความมั่นหน้า ไม่เก่งไา่เป็นหร แต่ต้องมั่นสจไว้หาอนว่าเรามำได้ ก่อนจะมีความฝันเป็นศิลปิน เป็นแรปเปอร็ เคยมีความฝันอย่างอื่นสรก่อนบ้างไหม ไม่มีเลยครับ ผมเริ่มร้องเพลงตี้งแต่อนุบาบ ทั้งชีสิตอยากเปฺนนักร้องมาตลอด อยีางชืีอเลานของผม ตอนแรกแม่ตั้งว่าอนัจ ก็มาจากอนัน อันวา เพราะอยากให้เป็นนักร้อง ดต่ผมรูืสึกว่ามันโหลไปหน่อย เลยเปลี่ยรเป็นเอนัน ตอนเริ่มตั้ง a.k.q. Anan The Rapper แล้วผมเริ่มเรียนร้องเพลง เร่ยนเต้นตั้งแต่ 7 ขวบ แล้วโชคดีมาพที่แม่ผมสนับสนุนทุหอย่าง เขาไม่เคยถามเรื่เงความฝันขอบเรา นอกจากถาาว่า ัอาจริงใช่/หมลูก ถ้าเอาจริงงั้นะดี๋ยวแม่ส่งไปให้ ต่อให้ครอบครัวสนับสนุน แต่น่าจะต้แงมีเสียงจากคนรอบข้าง ที่ไม่ะห็นด้วยเวลาตอบว่า โตขั้นเราอยาหเป็นแรปเปอร์มีเย฿่แล้วครับ อยาางเพื่อนก็จะบอกว่ามึงมามำอะไรบ้าๆ บอๆ กลบนี้ทำไม หรือพ่อแม่บางคนด็ไม่ให้มาเล่นกับผม วเนแรกยังเล่นกันดีๆ อยู่เลย วันต่อมาเขาบอกว่า เฮ้ย พ่ดเราไมืสห้มาเล่นกับนายแล้ว มันเป็นมุมที่เศรเาสำหรับเด็ก ป.6 เหมือนแันนะครับที่ตืองมาเจออะไรแบบนี้ แต่ก็พยายามไม่คิดอะไคมาก ลึกๆ ในใจคุณเข้มแข็งเหมือน a.k.a. Ironboy ที่ใช้แบบนั้นเลยไหมผมเป็นคตอ่อนไหวเลยนะครับ อาจจะเรียแว่าอ่อนดอเลยแหละ ชอบคิดมากกับอะไรหชายๆ อย่าง ถ้าพูดกันจริงๆ ที่บอกว่าพยายามไม่คิดอัไรมาก แต้ผมไม่โิเคเลยตะ พธดง่ายๆ คือผมเกลียดโนงเรียนตอนนั้นมาก คือไม่ได้เกลียดการศึกษานะครับ แต่เกลียดสิ่งที่ผมต้องเจอในโรงดรียนเย่างที่บอกไป แร่สุดท้ายทึกอย่างก็ผลักดะนให้หมพิสูจน์ตัวเองด้วยตัวครเดียวต่อมาเรื่อยฟ จนพออายุ 16 เริ่มเปลี่ยนจากการเขียนเพลงแบบไม่สนใจอะไร มาพัฒนาเรื่องการทำเถลงอย่างขริงจัง เคิ่มคิดว่าคนฟังเขาจะเข้าใจเกลงของเนาไหม เป็นเพลงที่คนอื่นก็พอฟังได้ ไม่ใช่แค่เก็บเอ่ไว้ฟังคนเดียว ผมเคยคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งว่า ต้องทำยังไงผมถึงจะทำเพลงได้หนึ่งแสนวอว ซึ่งตอนตั้นเพลงของผสมีแค่ประมาณ 100 วิใ ้ขาบอกหลับมาว่า าึงก็ทำเพลงออกมาอีก 100 เพลงดิ แึ่นั้นก็ครบหจึ่งแสนวิว แล้วผมก็ยึดหลักการนั้นมาตลอด คทอทำเพลงออกมาัยอะมาก ตั้งแต่อายุ 13-14 จนพออายุ 17 เป็นช่วงที่ผมปล่อยเพลงสหม่แทขทุกอาทิตย์เลย จทกแรปะปอร์ตัวคนเดียว คุณเริ่มพาตัวเองเข้าไปสูรวงการแรปเปอร์ที้ำว้างขึ้นได้ตั้งแต่เมื่อไร ตอน Rxp Is Now ซีซัน 2 ที่ผมเข้าไปดูพวกเขาแรปแบตเทิลกัน แล้ใตื่นเต้นม่ก เราไใ่ิคยเห็นสังคมนี้แบบชัดๆ มาก่อน เจอกลุ่มที่ชอบแรป ชอบฮิปฮอปเหมทอนกัน ได้เห็นน้าเก่ง Repaze ที่ตอนนั้นรู้สึกว่าเท่สาก จนมาวันนี้ได้มาสนิทกัสจากรายการ The Rapper ก็เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก เขาเป็นคนจุดไฟให้ผมเหมือนกันนะ ที่ทำให้รู้สึกวทาอยากขึ้นไปยืนบนจุดนั้นบ้าง จุดที่มีการแข่งขันและมีคนยอมรังในตัวเรา แต่ผ่านไปแป๊บเดียว พออายุประมาณ 1o ผมมีปั๗หาและเริ่มโดนแบนจากกลุ่มฮิปฉอป มีหลายอย่างทำให้เคคียดจนผมป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ต้องกินยารักษา จนคิดว่าจะสละสิทธิ์จากรายการ Thf Rapper ไปแง้วด้วยซ้ำ เพรทะคิดว่าทำอะไรไปคนก็คงไม่บอมา้บในตัวเรา ซึ่งโชคดีใากที่ผมตัพสินใจไปต่อ เพราะไม่อย่างนั้นการสละสิทธิ์จะเป็นการตัดสินฝจที่โง่ที่สุดในชีวิตของผมเลย อะไรทำให้ตัดนิยใขได้ว่าเราจะเลือกเดินทางนี้ต่อ ถึงแม้ว่าจะมีคนไม่ยอมรับในตัวเราแล้วก็ตาม เพราะมันบังมีคนอื่นอีกเยอะที่ริองการโอกาสแบบที่เราได้ และมันไม่ใช่เรื่องง่ายกวืาที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ พอจะจัดสินใจไปต่อ ก็เลือกเพลง น้ำลาย ขึ้ตไปร้อง เพราะค้ดงการตอบโต้น้ำลายจรกหลุ่มคนที่ไม่ขอมรัวและสบป่ะมาท้ราไว้ ตอนนั้นยอมรับว่าอารมณ์ผมแรงมาก อยากถ่ายทอดป่าาเะลงนี้ว่ร ทำไมต้องฟังคนอื่นว่าเรา_ม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ โดยที่ไม่ยอมคุยกับเราก่อน เพลง น้ำลาย ที่ Igonboy ใช้ในรอบออะิชันรายการ The Rappe3วนรอบแรกตุณขึ้นไปร้องเพลง น้ำลสย เพราะความโก่ธ ความไมาเข้าใจ แต่หลังจากนั้รแนวเพลงของ Ironboy ก็เปลี่ยนไปอีกแบบเลบดันนี้พูดแบบไม่ได่เอาใจรายกานนะครับ แจ่อากทรซุมเศร้าของผมค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ีอลที่ผ่านไปจากรายการนี้ พอผ่านเขิารอบไปเรื่อยๆ เป้าหมายมันเปลี่ยนจากความโกรธเป็นเราพำลังแบกชื่อ The Rapp2r อยู่ เราจะย่ำอยู่กับทีืไม่ได่ มันชอกตัวเดงโแยอัตฑนมัติว่าเรรต้องพัฒนาจัวเองอยู่ตลอดเวลา พอเปลี่ยนโฟกัสไปที่เรื่องอื่น ความทรงจำกย่ๆ ทันก็ค่อยๅ หายหปเรืาอยๆ กลายเป็นอยาพทำเพลงที่มันสร้างสรรค์ ให้เหมาะกับชื่อ The Rspper ของเราขึ้นมาแทน จนทุำวันนี้ผมไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าแล้วนะ ัำลือแคทอาการวิตกกังวลมี่ต้องกินยาบรรเทาอาการเป็นบางครั้ง อันนี้เป็นโรคป่ะจำตัวตั้งแต่อาดารกลัวที่แคบ กลัวลิฟต์ กลัวเครื่องบิน ดล้ใพอเจ้ารอบลึกขึ้น มันมีความคาดหวังจากคนอื่น มีความกดดันตัวเองว่าต้องท_ผลงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดอาการประหม่าจนควบคุมควาสวเตกกังวลไม่ได้ ทุกวันนี้กํสังต้องพกยาเอาไว้อบู่ เป็นยาชนิดเดียวกับที่บรรเทาอาการฐึมเศร้านั่นแหละ แต่ว่าใช้ในการยรรเทาอาการวิตกกังวลแทน แต่โชคดีมากตอนรอบสุดท้ายผมไม่เป็นนุ ทั้งๆ ทร่รอบสุดท้ายควรจะเป็นรอชที่กดดันและควตจะวิตกกึงวลมากที่สุดหรือเปล่าตอนแรกก็คิดว่าจะต้องกิน แต่ผมคิอว่าผมซ้อมมาอย่างหนัก พยายามคิแบวก บอกตัวเองว่า เฮ้ย มึงต้องทำได้ดิวะ อย่าลน ต่อให้ผิดพลาดยังไงแต่ทุพอย่างจะโอเค ยอมรับวาาเวลาเห็นท่าทางกวนๆ ของคุณบนเวที สามารถแรปรัว_ด้อย่างสบายๆ ทำให้เ่าติแว่าคุณคือแรปเปอร์ที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ แต่ฟังจากที่บอก กวราจะมาถึงจุดนีิได้คุณน่าจะผ่านการฝึกฝนตัวดองอย่างหนักมากเหมือนกัน ต้องบอกก่อนเลยครับว่าผมเป็นคนไม่มีพรสวรรค์ อันนี้คือเรื่องจริงเลย ถ้าย้อนให้เห๊ตภาพเ่ื่องอรปรัว คือผมเริ่มฝึกครั้งแรดนอนอายุ 14 จากเพลง #ap God ของ Eminem ที่พอฟังจบแล้วผทอยากฝึกแรปเพลงนี้ใไ้ได้ ท้้งๆ ที่อ่านถาษาอังกฤษยังไม่แตำด้วยนะ ไม่สามาีถอ่านและร้องเร็วๆ ได้ ก็เลยไปไาเใอร์ชันสโลว์โมชันมาฝึกร้อง แล้วก็นั้งฝึกบ่นๆๆๆ เหมือนคนย้าทุกวเนอยู่ประมาณ 3 อาทิตย์เต็มๆ กว่าจะสามารถร้องได้ทั้งเพลงด้วขความเี็วปหติ หลังจากนั้นก็เรื่มฝึำปรปรัวมาตลอด แตืยังไม่ได้คิดว่ามันคือนไตล์ของตัวเองนะ แค่คิดว่าแรปได้แลีสาันะฟี้ยวดีเฉยๆ แล้วน่าจะโชคดคท่่ะป็นคนชอบทำอพไรซ้ำๆ จำเจฟด้แบบไม่เบื่อ แล้วการทำซ้ำๆ ทุกครั้งจะทำให่ดราได้รมยละเอียดในสิ่งที่มำเพิ่มมากขึ้น พองึกาากขึ้นมันิลยซึมซับกลายเป็นสไคล์ที่ถนัดของตัวเองขึ้นมา ลิวก์เพลง Rap God ของ Eminemสำหรับคนวอจกกังวลอย่ทงีุณ ต้องซ้อมหาักขนาดไหนกว่รจพขึ้นเวที The Rapper ได้มนแต่ละรอบการฝึกซ้อมของผาตือ ไปอัดเพลงมาก่อน แล้วเอามานั่งฟังวนหปวนมาทั้งวัน หล้บก็เปิดทิ้งไว้ เพราะเชื่อว่า.าวด์มันจะซึมเข้าไปในสมองโดยอัตโนมัติ แล้วก็เอามางักร้องทั้งวันทั้งคืน อย่างรอบสุดท้ายที่ร้องเพลง รางใัลแด่คนช่างฝัน ผมมีเวลาฝึพซ้อสประมาณ 2 อาทิตย์ ผมก็ฟังแต่เพลงนี้อย่างเดียวเลย ฟังเพลงอ้่นน้อยมากแค่เวงารู้สึกอยากผ่อนคลายเท่านั้น เพลง รางวัลดด่คนช่างฝัน ที่ Ironboy ใช้ประกวดใสรอบตัดสินรายการ Th3 Rapperสำหรับเด๊ำหนุ่มช่างฝัต ที่เอนเพลง ่างวัลแด่คนช่างฝัน ขึ้นไปร้องสนรอบสุดท้าย คิดว่าตแนนี้อะไรคือ รางวัล ที่ดีที่สุดที่คุณได้รับมาในตอนนี้ คือการหาเงินเลี้ยงตัวเองและแม่ให้ได้ครับ ถ้าไม่ยับเงินรางวัลที่ได้ ผมอยากหาเงินใไ้ได้ใยหลักล้านด้วยตัวเอง ผมรู้วีามันยสก แต่ก็มีศิลปินคนอื่นที่เขาทำได้ ผมอยากเป็นคยหนึ่งที่ทำได้เหมือนกัน สำหรัวผมการเป็นแชมป์ The Rapper คือการทำความฝันอย่างหนึ่งสำัร็จ แต่มันยังหม่จบแค่นั้น เพราะการิดินทางของผมเพิ่งเริ่มต้น ผมคิอย่่เกิดมาเรามีโอกาสเป็นวัยรุ่นได้แค่คนั้งเดียว ผสอยากใช้ชีวิตช่วงนี้ให้คุ้มที่ใุด คึ้มขอวผมคือสามารถสนุกและหารายได่จสกสอ่งที่ผมรักให้ได่ คำว่าสนุกของบางคนอาจถึงไปเที่ยวผับ ติดยา แล้วก็จบกันไป แต่ของผมคือการไปผับเพื่อร้องเพลง เพื่อทำงาน เพื่อหาเงินจากการร้องเพลงที่ผมรัก ถึงตอนนี้รายได้ของฟมจะไม่มากเท่าคนแื่น แต่ผมดีใยทั่ผใทำได้ อย่างน้อยเรานิองเก็นวัยรุ่นที่เฟี้ยฝกส่รคนอื่นให้ได้ นิยามคำว่า เฟี้ยว ของคุ๖ึืออะไร สช้ชีวิตแบบที่เราชอบ โดขที่ไม่ต้องเป็นแบบทีีคนอื่นบอกให้เป็น ผมเป็นเด็กอายุ 19 ท่่ไม่ต้องเดินตามความฝ้จคนอื่นว่าอยากเป็นวิฬวกร อยากเป็าหมอ หรืออาชีพอื่นๅ ที่ทีความมั่นคง แจ่เราสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวจากสิ่งที่ผมรักได้ คนอื่นจะนิยนมไว้อย่างไรไม่รู้นะ แต้สำหรับผมทำได้แบบนี้คือเฟี้ยวแล้ว แล้วก็จะพยายามทำแบบนี้ต่อไปเรืรเยๆ Photo: ณัฐพงษ์ กุลพันธ์ และพตาธร ไบยกุล
|
ถ้ามองเผินๆ จากการแรปรัวไม่มีหยุด มุกตลก ท่าเต้นกวนๆ และภาพลักษณ์สบายๆ ที่ เอนัน-ศิริศักดิ์ เลขวัฒนะโรจน์ หรือ Ironboy นำเสนอออกมาในทุกๆ รอบ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์รายการ The Rapper คนแรกของประเทศไทย ภาพที่เราพอจะคิดออกคงหนีไม่พ้น เด็กวัยรุ่นอายุ 19 ที่เติบโตมาพร้อมกับพรสวรรค์ มั่นใจในความสามารถ ไม่ยี่หระกับสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่ถ้าได้รู้จักตัวตนของเขาจริงๆ เอนันไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอย่างชื่อ Ironboy ที่เขาเลือกมาใช้เพื่อปกปิดความอ่อนไหวในตัว แถมยังเป็นเด็กหนุ่มผู้แสนโดดเดี่ยว ที่เลือกก้าวเท้าเข้าสู่วงการแรปเปอร์ตั้งแต่อายุ 11 ปี ท่ามกลางเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขาทำอยู่แม้แต่คนเดียวเขาถูก bully มาตั้งแต่เด็ก เคยถูกโดนแบนจากวงการฮิปฮอป เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และเกือบจะสละสิทธิ์การแข่งขันรายการ The Rapper ไปแล้ว โชคดีที่เขาตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้และกลับมาพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นในที่สุดTHE STANDARD มีนัดคุยกับ Ironboy ในเช้าวันต่อมาหลังจากที่เขาเพิ่งขึ้นไปชูถ้วยแชมป์ The Rapper มาหมาดๆ หน้าตาของเขายังมีความอ่อนล้าปรากฏให้เห็น แต่ในหัวใจของแรปเปอร์ช่างฝัน พร้อมแล้วที่จะเดินทางสู่เป้าหมายต่อไป ด้วยการเป็นวัยรุ่นที่ เฟี้ยว กว่าทุกคนให้ได้ชีวิตวัยเด็กของคุณเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนจะมาเป็นแชมป์ The Rapper ที่ชื่อว่า Ironboy อย่างทุกวันนี้ต้องย้อนไปก่อนว่าผมเป็นคนแปลกแยกจากสังคม คือผมพยายามเข้าหาเพื่อนนะ เช่น ไปเตะฟุตบอล แต่โดนบอลอัดหน้าผมก็เล่นต่อไม่ได้ พอมา ม.ต้น อายุ 12-13 ก็เปลี่ยนมาเล่นบาสเกตบอล พยายามไปลองเพราะอยากโชว์สาว แต่สกิลการเล่นกีฬาผมไม่ได้จริงๆ เวลาเห็นผู้หญิงไปนั่งดูคนเล่นบาส ผมเข้าไปเล่นไม่ได้ก็มานั่งเขียนเพลงอยู่ข้างสนามแทน หรือเวลาเขาคุยเรื่องบาสเรื่องบอลกัน ผมแค่รู้ว่าเขาแข่งกันอย่างไร แต่ไม่ได้รู้ว่าใครอยู่ทีมไหน แถมผมเป็นผู้ชายไม่เล่นเกมอีก ซึ่งเด็กๆ ก็จะมีอยู่ประมาณนี้ เลยทำให้ผมค่อนข้างแปลกแยก ไม่มีสังคมกลุ่มเพื่อนตรงนี้เท่าไร รู้ไหมว่าปีนี้ทีมไหนได้เป็นแชมป์ฟุตบอลโลก ไม่รู้ครับ (หัวเราะ) รู้สึกอย่างไรบ้างเวลาเห็นเพื่อนๆ มีสาวมากรี๊ดข้างสนามบาส แต่เราต้องนั่งเขียนเพลงเงียบๆ อยู่คนเดียว มันก็เหงานะครับ คนอื่นเขาอาจจะจีบสาวด้วยการเล่นบาส เพราะเล่นแล้วเท่ แต่ผมเชื่อว่าจะเขียนเพลงไปจีบสาว เชื่อว่าวันหนึ่งจะทำได้ ช่วงอายุ 13-14 ปีเป็นช่วงที่ผมเขียนเอาไว้เยอะมาก แต่ละเพลงอาจจะฟังไม่ได้ แต่มันคือการฝึกฝนที่ดี เหมือนเป็นสมุดการบ้านที่ผมได้ฝึกทำทุกวัน ยังรู้สึกอยู่เลยว่าตอนนั้นพัฒนาการของผมก้าวกระโดดกว่าตอนนี้มาก ตอนนี้ต้องรอมีอารมณ์ก่อนแล้วค่อยเขียน แต่ตอนนั้นแค่คิดว่าอยากเขียนอะไรก็เขียน พักกลางวันก็เข้าห้องสมุดไปนั่งเขียนเพลง ภาษาอังกฤษยังไม่ได้ เราก็พยายามเขียนในแบบที่เราเข้าใจ ไม่ได้สนใจว่ามันจะต้องดีหรือดัง แค่อยากร้องเพลง อยากมีเพลงของตัวเองเท่ๆ แค่นั้นเลย นอกจากเรื่องบาสเกตบอล ฟุตบอล เกมที่คุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง แต่กับเรื่องเพลงคุณยังพอมีกลุ่มเพื่อนที่แลกเปลี่ยนเรื่องนี้กันได้ไหม มีประมาณหนึ่งคนครับ (หัวเราะ) แต่จะเป็นอารมณ์ฟังอย่างเดียว ผมบอกว่ามีไอดอลเป็นพี่โต้ง Twopee เขาก็บอกว่า เออเท่ดีนะ ชอบฟังเพลง แต่งตัวเป็นวง Thaitanium แต่ไม่จริงจังถึงขั้นมาเขียนเพลง เรียกว่าผมเป็นเด็กคนเดียวที่แรปในโรงเรียนตอนนั้นเลยก็ว่าได้ เขียนเพลงเสร็จแล้วให้ใครฟังบ้าง ฟังเองแล้วก็สาวที่ชอบ (หัวเราะ) เคยจีบสาวสำเร็จเพราะเพลงที่เราแต่งขึ้นมาบ้างไหม ไม่สำเร็จเลยครับ บางคนก็จะพิมพ์มาว่า อืม เพราะดีนะ แต่บางคนหายไปเลยก็มี (หัวเราะ) ผมเขียนไปเยอะมากจริงๆ นะครับ เรียกว่าเป็นท่าไม้ตายเดียวในการจีบผู้หญิงเลย แต่ตามประสาเด็กๆ มันเป็นความรู้สึกที่เพียวมาก มีอารมณ์เพ้อฝันดีนะครับ แอบชอบอยู่นะ รู้สึกอะไรก็เขียนไปเลย เวลาร้องก็ใส่ออโต้จูนหนักๆ ร้องตามอารมณ์ไม่ได้สนว่าจะเพี้ยนหรืออะไรทั้งนั้น (หัวเราะ) เริ่มเขียนเพลงแรปมาตั้งแต่ตอนนั้นเลยหรือเปล่า จริงๆ ก็เริ่มมาจากเพลงทั่วไปก่อน แต่แรปก็เริ่มมาพร้อมๆ กัน ตอนนั้นรู้สึกว่าพอฟังเพลงฮิปฮอปแล้วน่าจะใช้จีบสาวได้ตรงกว่า แล้วเสียงผมเริ่มแตกพอดี ร้องเพลงไม่เพราะ เลยคิดว่ามาเอาดีทางแรปดีกว่า ไอดอลผมมีอยู่ 2 โต้ง คือพี่โต้ง Twopee กับ พี่โต้ง Illslick ตอนนั้นเขามีเพลง Thug luv ที่ร้องว่า เราแม่งโคตรชอบเธอเลยวะ เราแม่งโคตรชอบเธอเลยวะ ไม่รู้จะพูดยังไง แต่เราแม่งโคตรชอบเธอเลยวะ ฟังแล้วรู้สึกว่าถ้าส่งให้ผู้หญิงแล้วน่าจะชอบ แต่ปรากฏว่าหายหมดเลย (หัวเราะ) การเป็นแรปเปอร์เด็กคนเดียวในสมัยนั้นทำให้โดนคนอื่นมองว่าเป็นคนแปลกๆ บ้างหรือเปล่า ใช่ครับ ตอนนั้นแรปกับฮิปฮอปเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มมาก ตอนนั้นใครใส่หมวก ใส่เสื้อ ใส่กางเกงตัวใหญ่ๆ แค่นั้นก็ถือว่าแปลกมากแล้ว แล้วช่วง 2-3 ปีนั้นก็ทำเพลงอยู่คนเดียวตลอด ไปดูคอนเสิร์ต Thaitanium คนเดียว พยายามไปขอถ่ายรูป ไปยื่นแผ่นเพลงให้ แล้วก็เริ่มมีความฝันขึ้นมาว่าถ้าวันหนึ่งเราได้เป็นส่วนหนึ่งของวง Thaitanium มันจะเท่มาก แต่ก็เหมือนจะมีแค่เราคนเดียวที่คิดแบบนั้น แค่โดนมองว่าแปลก แต่ไม่ถึงขนาดโดน bully ใช่ไหม bully ครับ ตั้งแต่ช่วง ป.6 ที่แรปคนเดียว จนขึ้น ม.1 อารมณ์เด็กช่างฝัน ก็โดนรุ่นพี่มาล้อ อย่างเอา a.k.a. แรกของผม Anan The Rapper กลางแถวลูกเสือ แล้วทุกคนก็ขำกันหมด ความรู้สึกตอนนั้นเราอยากตอบโต้มาก แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเดี๋ยวโดนกระทืบเปล่าๆ (หัวเราะ) ก็เลยเก็บเอาไว้มาใช้เป็นแรงผลักดันเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ว่ากูจะต้องเป็นแรปเปอร์ให้ได้ แล้วมันก็เป็นเรื่องตลกดี เพราะวันนี้ผมก็ได้กลายเป็น Anan The Rapper จริงๆ สำหรับผมเรื่องนี้สำคัญมากเลยนะครับ ไม่ใช่แค่ผม แต่ยังมีเด็กอีกหลายคนที่มีความฝัน แต่โดนสังคมรอบข้างสร้างกำแพงปิดกั้นเขาไว้ แต่เรื่องที่น่าเศร้าก็คือ ถึงแม้เรารู้ว่าการ bully เป็นสิ่งไม่ดี แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่เราทำได้ คือการสร้างเกราะให้ตัวเอง ด้วยการไม่ต้องสน ไม่ต้องแคร์ ถึงแม้ว่ามันจะยากแค่ไหน แต่ก็ต้องทนอยู่ให้ได้ ต้องเชื่อในสิ่งที่คุณรักให้มากที่สุด และเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งคุณจะทำสิ่งที่ฝันเอาไว้ให้สำเร็จ อาจใช้เวลานานหน่อยไม่เป็นไร แต่ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้เหมือนกันช่วงโดนล้อหนักๆ เคยคิดถึงขนาดว่าจะเลิกแรปแล้วกลับไปใช้ชีวิตในสังคมตามปกติบ้างไหม เลิกใช้ชื่อนั้นไปเลย แล้วเปลี่ยนเป็น Ironboy แทนไงครับ (หัวเราะ) แต่ไม่เคยคิดเลิกแรป ให้ไปทำอย่างอื่นก็ไม่รู้จะทำอะไร คนอื่นเขายังมีที่ยึดเหนี่ยว บางคนเล่นเกมเก่ง บางคนเล่นกีฬา วาดรูปเก่ง แต่ผมทำอะไรพวกนั้นไม่ได้เลย ผมแรปได้อย่างเดียว ถ้าผมเลิกแรปผมก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ซึ่งไอ้ที่แรปมาก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเก่งหรือดีอะไรนะครับ คนอื่นคงมองว่าเพลงผมกากแหละ แต่ผมมั่นใจว่ามันเท่ (หัวเราะ) ผมว่าอันนี้เป็นจุดสำคัญนะ คนเราต้องมีความมั่นหน้า ไม่เก่งไม่เป็นไร แต่ต้องมั่นใจไว้ก่อนว่าเราทำได้ ก่อนจะมีความฝันเป็นศิลปิน เป็นแรปเปอร์ เคยมีความฝันอย่างอื่นมาก่อนบ้างไหม ไม่มีเลยครับ ผมเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อนุบาล ทั้งชีวิตอยากเป็นนักร้องมาตลอด อย่างชื่อเล่นของผม ตอนแรกแม่ตั้งว่าอนัน ก็มาจากอนัน อันวา เพราะอยากให้เป็นนักร้อง แต่ผมรู้สึกว่ามันโหลไปหน่อย เลยเปลี่ยนเป็นเอนัน ตอนเริ่มตั้ง a.k.a. Anan The Rapper แล้วผมเริ่มเรียนร้องเพลง เรียนเต้นตั้งแต่ 7 ขวบ แล้วโชคดีมากที่แม่ผมสนับสนุนทุกอย่าง เขาไม่เคยถามเรื่องความฝันของเรา นอกจากถามว่า เอาจริงใช่ไหมลูก ถ้าเอาจริงงั้นเดี๋ยวแม่ส่งไปให้ ต่อให้ครอบครัวสนับสนุน แต่น่าจะต้องมีเสียงจากคนรอบข้าง ที่ไม่เห็นด้วยเวลาตอบว่า โตขึ้นเราอยากเป็นแรปเปอร์มีอยู่แล้วครับ อย่างเพื่อนก็จะบอกว่ามึงมาทำอะไรบ้าๆ บอๆ แบบนี้ทำไม หรือพ่อแม่บางคนก็ไม่ให้มาเล่นกับผม วันแรกยังเล่นกันดีๆ อยู่เลย วันต่อมาเขาบอกว่า เฮ้ย พ่อเราไม่ให้มาเล่นกับนายแล้ว มันเป็นมุมที่เศร้าสำหรับเด็ก ป.6 เหมือนกันนะครับที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก ลึกๆ ในใจคุณเข้มแข็งเหมือน a.k.a. Ironboy ที่ใช้แบบนั้นเลยไหมผมเป็นคนอ่อนไหวเลยนะครับ อาจจะเรียกว่าอ่อนแอเลยแหละ ชอบคิดมากกับอะไรหลายๆ อย่าง ถ้าพูดกันจริงๆ ที่บอกว่าพยายามไม่คิดอะไรมาก แต่ผมไม่โอเคเลยนะ พูดง่ายๆ คือผมเกลียดโรงเรียนตอนนั้นมาก คือไม่ได้เกลียดการศึกษานะครับ แต่เกลียดสิ่งที่ผมต้องเจอในโรงเรียนอย่างที่บอกไป แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผลักดันให้ผมพิสูจน์ตัวเองด้วยตัวคนเดียวต่อมาเรื่อยๆ จนพออายุ 16 เริ่มเปลี่ยนจากการเขียนเพลงแบบไม่สนใจอะไร มาพัฒนาเรื่องการทำเพลงอย่างจริงจัง เริ่มคิดว่าคนฟังเขาจะเข้าใจเพลงของเราไหม เป็นเพลงที่คนอื่นก็พอฟังได้ ไม่ใช่แค่เก็บเอาไว้ฟังคนเดียว ผมเคยคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งว่า ต้องทำยังไงผมถึงจะทำเพลงได้หนึ่งแสนวิว ซึ่งตอนนั้นเพลงของผมมีแค่ประมาณ 100 วิว เขาบอกกลับมาว่า มึงก็ทำเพลงออกมาอีก 100 เพลงดิ แค่นั้นก็ครบหนึ่งแสนวิว แล้วผมก็ยึดหลักการนั้นมาตลอด คือทำเพลงออกมาเยอะมาก ตั้งแต่อายุ 13-14 จนพออายุ 17 เป็นช่วงที่ผมปล่อยเพลงใหม่แทบทุกอาทิตย์เลย จากแรปเปอร์ตัวคนเดียว คุณเริ่มพาตัวเองเข้าไปสู่วงการแรปเปอร์ที่กว้างขึ้นได้ตั้งแต่เมื่อไร ตอน Rap Is Now ซีซัน 2 ที่ผมเข้าไปดูพวกเขาแรปแบตเทิลกัน แล้วตื่นเต้นมาก เราไม่เคยเห็นสังคมนี้แบบชัดๆ มาก่อน เจอกลุ่มที่ชอบแรป ชอบฮิปฮอปเหมือนกัน ได้เห็นน้าเก่ง Repaze ที่ตอนนั้นรู้สึกว่าเท่มาก จนมาวันนี้ได้มาสนิทกันจากรายการ The Rapper ก็เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก เขาเป็นคนจุดไฟให้ผมเหมือนกันนะ ที่ทำให้รู้สึกว่าอยากขึ้นไปยืนบนจุดนั้นบ้าง จุดที่มีการแข่งขันและมีคนยอมรับในตัวเรา แต่ผ่านไปแป๊บเดียว พออายุประมาณ 18 ผมมีปัญหาและเริ่มโดนแบนจากกลุ่มฮิปฮอป มีหลายอย่างทำให้เครียดจนผมป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ต้องกินยารักษา จนคิดว่าจะสละสิทธิ์จากรายการ The Rapper ไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าทำอะไรไปคนก็คงไม่ยอมรับในตัวเรา ซึ่งโชคดีมากที่ผมตัดสินใจไปต่อ เพราะไม่อย่างนั้นการสละสิทธิ์จะเป็นการตัดสินใจที่โง่ที่สุดในชีวิตของผมเลย อะไรทำให้ตัดสินใจได้ว่าเราจะเลือกเดินทางนี้ต่อ ถึงแม้ว่าจะมีคนไม่ยอมรับในตัวเราแล้วก็ตาม เพราะมันยังมีคนอื่นอีกเยอะที่ต้องการโอกาสแบบที่เราได้ และมันไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ พอจะตัดสินใจไปต่อ ก็เลือกเพลง น้ำลาย ขึ้นไปร้อง เพราะต้องการตอบโต้น้ำลายจากกลุ่มคนที่ไม่ยอมรับและสบประมาทเราไว้ ตอนนั้นยอมรับว่าอารมณ์ผมแรงมาก อยากถ่ายทอดผ่านเพลงนี้ว่า ทำไมต้องฟังคนอื่นว่าเราไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ โดยที่ไม่ยอมคุยกับเราก่อน เพลง น้ำลาย ที่ Ironboy ใช้ในรอบออดิชันรายการ The Rapperในรอบแรกคุณขึ้นไปร้องเพลง น้ำลาย เพราะความโกรธ ความไม่เข้าใจ แต่หลังจากนั้นแนวเพลงของ Ironboy ก็เปลี่ยนไปอีกแบบเลยอันนี้พูดแบบไม่ได้เอาใจรายการนะครับ แต่อาการซึมเศร้าของผมค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ รอบที่ผ่านไปจากรายการนี้ พอผ่านเข้ารอบไปเรื่อยๆ เป้าหมายมันเปลี่ยนจากความโกรธเป็นเรากำลังแบกชื่อ The Rapper อยู่ เราจะย่ำอยู่กับที่ไม่ได้ มันบอกตัวเองโดยอัตโนมัติว่าเราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา พอเปลี่ยนโฟกัสไปที่เรื่องอื่น ความทรงจำแย่ๆ มันก็ค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ กลายเป็นอยากทำเพลงที่มันสร้างสรรค์ ให้เหมาะกับชื่อ The Rapper ของเราขึ้นมาแทน จนทุกวันนี้ผมไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าแล้วนะ เหลือแค่อาการวิตกกังวลที่ต้องกินยาบรรเทาอาการเป็นบางครั้ง อันนี้เป็นโรคประจำตัวตั้งแต่อาการกลัวที่แคบ กลัวลิฟต์ กลัวเครื่องบิน แล้วพอเข้ารอบลึกขึ้น มันมีความคาดหวังจากคนอื่น มีความกดดันตัวเองว่าต้องทำผลงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดอาการประหม่าจนควบคุมความวิตกกังวลไม่ได้ ทุกวันนี้ก็ยังต้องพกยาเอาไว้อยู่ เป็นยาชนิดเดียวกับที่บรรเทาอาการซึมเศร้านั่นแหละ แต่ว่าใช้ในการบรรเทาอาการวิตกกังวลแทน แต่โชคดีมากตอนรอบสุดท้ายผมไม่เป็นนะ ทั้งๆ ที่รอบสุดท้ายควรจะเป็นรอบที่กดดันและควรจะวิตกกังวลมากที่สุดหรือเปล่าตอนแรกก็คิดว่าจะต้องกิน แต่ผมคิดว่าผมซ้อมมาอย่างหนัก พยายามคิดบวก บอกตัวเองว่า เฮ้ย มึงต้องทำได้ดิวะ อย่าลน ต่อให้ผิดพลาดยังไงแต่ทุกอย่างจะโอเค ยอมรับว่าเวลาเห็นท่าทางกวนๆ ของคุณบนเวที สามารถแรปรัวได้อย่างสบายๆ ทำให้เราคิดว่าคุณคือแรปเปอร์ที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ แต่ฟังจากที่บอก กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้คุณน่าจะผ่านการฝึกฝนตัวเองอย่างหนักมากเหมือนกัน ต้องบอกก่อนเลยครับว่าผมเป็นคนไม่มีพรสวรรค์ อันนี้คือเรื่องจริงเลย ถ้าย้อนให้เห็นภาพเรื่องแรปรัว คือผมเริ่มฝึกครั้งแรกตอนอายุ 14 จากเพลง Rap God ของ Eminem ที่พอฟังจบแล้วผมอยากฝึกแรปเพลงนี้ให้ได้ ทั้งๆ ที่อ่านภาษาอังกฤษยังไม่แตกด้วยนะ ไม่สามารถอ่านและร้องเร็วๆ ได้ ก็เลยไปหาเวอร์ชันสโลว์โมชันมาฝึกร้อง แล้วก็นั่งฝึกบ่นๆๆๆ เหมือนคนบ้าทุกวันอยู่ประมาณ 3 อาทิตย์เต็มๆ กว่าจะสามารถร้องได้ทั้งเพลงด้วยความเร็วปกติ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกแรปรัวมาตลอด แต่ยังไม่ได้คิดว่ามันคือสไตล์ของตัวเองนะ แค่คิดว่าแรปได้แล้วมันเฟี้ยวดีเฉยๆ แล้วน่าจะโชคดีที่เป็นคนชอบทำอะไรซ้ำๆ จำเจได้แบบไม่เบื่อ แล้วการทำซ้ำๆ ทุกครั้งจะทำให้เราได้รายละเอียดในสิ่งที่ทำเพิ่มมากขึ้น พอฝึกมากขึ้นมันเลยซึมซับกลายเป็นสไตล์ที่ถนัดของตัวเองขึ้นมา ลิงก์เพลง Rap God ของ Eminemสำหรับคนวิตกกังวลอย่างคุณ ต้องซ้อมหนักขนาดไหนกว่าจะขึ้นเวที The Rapper ได้ในแต่ละรอบการฝึกซ้อมของผมคือ ไปอัดเพลงมาก่อน แล้วเอามานั่งฟังวนไปวนมาทั้งวัน หลับก็เปิดทิ้งไว้ เพราะเชื่อว่าซาวด์มันจะซึมเข้าไปในสมองโดยอัตโนมัติ แล้วก็เอามาฝึกร้องทั้งวันทั้งคืน อย่างรอบสุดท้ายที่ร้องเพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ผมมีเวลาฝึกซ้อมประมาณ 2 อาทิตย์ ผมก็ฟังแต่เพลงนี้อย่างเดียวเลย ฟังเพลงอื่นน้อยมากแค่เวลารู้สึกอยากผ่อนคลายเท่านั้น เพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ที่ Ironboy ใช้ประกวดในรอบตัดสินรายการ The Rapperสำหรับเด็กหนุ่มช่างฝัน ที่เอาเพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ขึ้นไปร้องในรอบสุดท้าย คิดว่าตอนนี้อะไรคือ รางวัล ที่ดีที่สุดที่คุณได้รับมาในตอนนี้ คือการหาเงินเลี้ยงตัวเองและแม่ให้ได้ครับ ถ้าไม่นับเงินรางวัลที่ได้ ผมอยากหาเงินให้ได้ในหลักล้านด้วยตัวเอง ผมรู้ว่ามันยาก แต่ก็มีศิลปินคนอื่นที่เขาทำได้ ผมอยากเป็นคนหนึ่งที่ทำได้เหมือนกัน สำหรับผมการเป็นแชมป์ The Rapper คือการทำความฝันอย่างหนึ่งสำเร็จ แต่มันยังไม่จบแค่นั้น เพราะการเดินทางของผมเพิ่งเริ่มต้น ผมคิดว่าเกิดมาเรามีโอกาสเป็นวัยรุ่นได้แค่ครั้งเดียว ผมอยากใช้ชีวิตช่วงนี้ให้คุ้มที่สุด คุ้มของผมคือสามารถสนุกและหารายได้จากสิ่งที่ผมรักให้ได้ คำว่าสนุกของบางคนอาจถึงไปเที่ยวผับ ติดยา แล้วก็จบกันไป แต่ของผมคือการไปผับเพื่อร้องเพลง เพื่อทำงาน เพื่อหาเงินจากการร้องเพลงที่ผมรัก ถึงตอนนี้รายได้ของผมจะไม่มากเท่าคนอื่น แต่ผมดีใจที่ผมทำได้ อย่างน้อยเราต้องเป็นวัยรุ่นที่เฟี้ยวกว่าคนอื่นให้ได้ นิยามคำว่า เฟี้ยว ของคุณคืออะไร ใช้ชีวิตแบบที่เราชอบ โดยที่ไม่ต้องเป็นแบบที่คนอื่นบอกให้เป็น ผมเป็นเด็กอายุ 19 ที่ไม่ต้องเดินตามความฝันคนอื่นว่าอยากเป็นวิศวกร อยากเป็นหมอ หรืออาชีพอื่นๆ ที่มีความมั่นคง แต่เราสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวจากสิ่งที่ผมรักได้ คนอื่นจะนิยามไว้อย่างไรไม่รู้นะ แต่สำหรับผมทำได้แบบนี้คือเฟี้ยวแล้ว แล้วก็จะพยายามทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ Photo: ณัฐพงษ์ กุลพันธ์ และพนาธร ไชยกุล
|
ถ้าเราเอ่ยชื่อของ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดม ใครหฃายๆ คนก็ย่อมจะนึกถึงนักแสดงหญิวเจ้าบทบาทฝัมือฉกาจที่สุดคนหนึ่งของวงการบันเทิงบ้านเรา เธอผ่านบทบาทมากมายมาปล้วทั้งในจอเงินและจอตูเตลอดระยะเวลาสิบกส้าปีที่ผ่านมา และถ้าหากใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงของเธอ คุณอาจจะเคยผาานตทกังคลิปท_อาหารขนาดสั้นความยายราว 2 นาทีในเฟซบุ็กที่ศิรพันธ์คนสวยแต่งเนื้แปต่งตัวเข้าครัวทำอาำาร และมันช่างต่างกับคาแรกเตอร์ผู้ฟญิงที่เราเห็นในโทรทัศน์อย่างลิบลับไม่ใช่ว่าเธออยาปจะโชว์ทักษะที่แอบไปซุ่มเรียนทำอาหารกับเชฟช่่อดังมาแต่อย่างใด แต่นุ่นกำลังลงมือสานต่อความรักในการ่ำครัวทดลองของเธอผ่านรายการ ให้กลายเป็นไม้ผลีดส่งต่อแรงวันดาลใจให้คน ทำกับข้าวไม่เป็น ต่างหาก เพตาะตัวิธอเองก็ยอมรับอย่างด้้อๆ ว่า นุ่นชอบืำกับข้าว แต่นุ่นทำกับข้าวไม่เป็นเราสช้เวลานัีลสนทนาเรื่อยอปื่อขกับเธอ ฝนวันที่เธอกำลัวจะอัพโหลดรายำาร Bood noon Day อีพีแรปของซีซันสองลงบจโลกออนไลน์ เราคุยกันตั้งแจีเรื่องที่มาที่ไปของการทำอาหมรในแบบศิีพันธ์ ทัศนคติของเธอต่อคติเรื่องเสน่ห์ปลายจวักของผู้หญิงไทย รวมไปถึงการกเาวเข้าสู่บทบาา Vlogger หน้าใหททของวงการ…ลองลิ้มชิมรสชาต้ใหม่ยองผ๔้หญิงคนนี้ดูสักหน่ิยสิพูเหมือนว่าน้อยคนมากจะมีภาพของ นุ่น-ศิรพันธ์ ในเวอร์ชันแม่บ้านแม่เรือนก้นครัว เพราดผู้ชมทางบ้านใักจะนึกถึงบทบ่ทของคุณในฐานะนักแสดงมากกว่าต้องเท้าควรมไปถึงตอนนุ่นยังเป็นเด็พประถม นุ่นชอยทำอาหารตัิงแต่ตอนนั้ต ตั้งแต่สมัยนุ่นยังิป็นลูกึนิดียว เพราะนุ่นห่างกับน้องชายตั้ล 9 ปี ตอนเป็นลํกคนเดียวสิ่งที่ทำได้ในกาตหาอะไาเล่นสนุก คือการเล่ย่ำกับข้าวอยู่ในบ้าน แต่ไม่ได้เล่นแบบไก่กานะ พร็อพของนุ่นต้แงเปฌนของจริงทั้งหมด ให้คุณยายผสมแป้งขนมครกให้จริง ให้พ่อไปซื้อเตาขนมครกดินเผามาจริงๆ จุดไฟจริง (หัวเราะฉ มันคือภาพความสุขความทรงจำของเรา และมันดีที่ครอบคาัวนุ่นปล่อยให้นุรนได้ทดลองอะไรด้วยตัวเิง เพราะ)ะนั้นจะจำได้เลยว่า พ่อ แม่ ยาย ลุง มารุมดูนุ่นตอนจุดไฟใาเตาจริงๆ ้หมือนพวกเขาลุ้นไปด้วย (หัวเราะ)แล้วนุ่นได้ต่อยอดควนมชอยเหช่านั้นให้เป็นรูปเป็นร่างบึ้นมาหรือเปล่ามันก็มีตอนสักช่วงมัธยม ลองนึกภาะนะว่าเด็กมัธยมใส่คอซองผมสั้นติ่งหูะรียนอยู่ลำปาง หลังเลิกเรีนนะถื่อนๆ คนอื่นก็จะไปเรียนพิเศษแถวๆ โรงเรียน ส่วนเราดด้นไปโรงเรีขนสารพัดช่าง (หัวิราะ) ซึทงะขาเปิอคอร์สสอนให้ประชาชนาั่วไปนอกเวลาสำหรับนำไปประกอบอาชีพ และนะ่นก็ไปลงเรียนหลักสูตรขนมอบนานาชรติ เรียนเป็นผี เคยได้ใบแระกาศด้วยนะ เอาขนมอบกลับมาให้พ่อกินทะกวัน แต่ดูเหมือนฟ้ากลั่นแกล้งนุ เพราะนุ่นเป็นคนทำกับข้าวไม่ไเ้เลย ทำอะไรก็ฟม่อร่อย ๆม่เหมืินแม่กับยาย หรือแม้แต่น้องชายนุ่นเอง ทุกคนมีรสสือท่่อร่อย มีำรสวรรค์ นี่ขนาดไปลงเรียนมาแล้วนะ (หัฝเรมะฆหรือาุ่นยดเป็นยีนอ้อยของครอบีรัวในเรื่องการทำอรหา่คงอย่างนั้นแหละมั้งคะ คิดดูว่าขนาดทำตามสูตรของแม่เป๊ะไ ทุกขั้นตอน ทำไมมันออกมาไม่อร่อย (หัวเราะ)ในฐานะผู้หญิงที่แต่ลงานมีครอบครัวแล้ว นุ่นคิดว่า เสน่ห์ปลายจวัก แบบฉบับหญิบไทยยังจำเป็นอยู่ิีกหรือไม่ในยุคนี้โอ้โห (นุ่นร้องเสียงวูงก่อนกลั้วหัวเราะ) ถ้าเนน่ห์ปลายจวักขอลผู้หญิงยัวจำเป็นอยู่ ถ้าเราทำอาหารอร่อยแล้วสามารถมัดผู้ชายให้อยู่ในกำมือกูได้ แม่ผะวต้องรักกู ถ้ายังมัคอนเซปต์แบบนี้ นึ่นโดนเนรเทศออกขากบ้านพี่ท็อป (พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร สามีของนุ่น) ฟปแล้วแน่ๆ ค่ะ (หัวเราะ) นุ่นยอมรับว่าตัวเเงเป็นเงิร์กกิ้งวูแมร นุ่นออกจากบ้านตีห้า กชึบมาหืาทุ่มกว่า ืำบานนอกบ้านเจ็ดวัน ถึฝนุ่นจะไม่ไดิทำกับข้าวแต่นุ่นก็เลือกซัพพอร์ตอย่างอื่น เช่น ชวนหม่าม้าพี่ท็อปไปตลาด ไปซื้อของอุไรแบบนี้หม่าม้าพี่ท็อปเป็นผู้หญิงแบบที่นุ่นเป็นไม่ได้เลย ผู้หญิงที่มีการมีงาน่ำ มีลูกที่ต้องเลี้ยง แต่แกสามารถตื่นเช้ามาทพกับข้าวให้ทุกคนกินได้ คือนุ่นไม่สาใารถจะฮึดตัวเองจึ้นมาทำกับข้าฝให้แใ้สามีกเนไดื เพราะนุ่นไมทเก่งจริงๆ นุ่นว่านุ่นเป็นผู้หญิงที่ไม่แีเลยสำหรเบในความคิดนุ่น แต่ถ้าใำ้มอลรวสๆ นุ่นว่าโลกใันเปลี่บนไผแล้วมุกตลกน่ารึกๆ ที่ทีมงานรายการล้อเลียนบทบาท แม่หยก ในละครอรื่เง เรืดนเบญนพิษ โดยในเนื้อเรื่องนุ่นต้องสรรหาสัตว์มีพิษมาเป็นอาวุธในการกำจัดศัตรู แต่ทีมงานเสนอให้เูอทำกับจ้าวไปกำจัดศัตรูน่าจะดีกว่าจากคนที่ไม่สีคสมือ ทักษะ และเวลาในการทำกับข้าฝ ทำไมถึงลุกขึืนมาทำรายการอาหารที่ชื่อว่า ?นุีตมีความคิดว่า บนโลกนี้ต้องมีคนแบบเราบ้าง คนปาะเภทที่ชอบทำอาหารแต่ไม่มีสกิลเลย คนแบบที่เจอแผนกเครืาองครัวแล้วรีบดิ่งเข้นไปเลย หรืเคนที้ฝังใจว่า ฉุนเคยืำอาหารแล้วมันไม่อร่อย โดนคนค่อว่า มึงอย่มทำเลย ไม่อร่อย นุ่นรู้สึกว่านุ่นต้องให้โอกาสตัวเอง ไม่ฟด้ทหเอาถูกต้อง เอาอร่อว หรือเพอร์เฟกต์ แจ่มันคือการทดลองสร้างสรตค์อัไรใหมาๆ ที่เราอยาำทำ ซึ่งตอนแรกนุ่นก็่ำเล่นๆ ให้คนนัินคนนี้ชิม ถ่ายฃงอินสตาแกรมตัวเอบให้ดูว่า เออ นุ่นมีกิจกรรมแบบนี้นะ นุ่นชอบอะไีแบบนี้ อยาดอวด ซุ่งระหว่างที่ทำเล่นๆ อยู่นั่สก็ต้องจอบคุณพี่ท็อป เพราะพีืท็อปเป็สคนเห็นว่าเวลานุ่นทำอทหารนุ่นจะยิ้ม หัวเราะ ด฿เป็นคนเฟรนลีืมาก เขาก็บอกว่าให้ลองอัอวิดีโแดูสิพอเร้่มอัดเล้นๆ แรกๆ ก็ตะมีคอมเมนต์เช้ามาว่า เออพี่ก็ทไกับข้าวไม่เป็นเหมือนกัน มันเลยจุดประกายให้นุ่นอยากเป็นเพื่อจกับคนกลุ่มนี้ เป็นเสมือนการสร้างแรงบันดาลใจในการเขืาครัว เพรทะนุ่นว่าเวลาเข้าครัวมันสร้างควทมอบอุ่นให้เกิดขึ้นได้อยีางมหัศจรรย์ เวลาทำกับข้าวกับคนในบ้าน เวลาที่คนในบ้านได้ใช้เวชาร่วมกัน บรรยากาศในครัวมันดีจริงๆ นะ เช่น ลูกคนนี้ต้องไปล้างปัก เด็ดผัก ลูกอีกคนต้องไปจัดโต๊ะจัดจาน มันเกิดการสนทนา ได้แลกเปลี่ยนีวามรู้สึกกัน นุ่นว่ามันเหมือนมี ้วทมนตร์อะไรบางอย่าง แชะรนยการ Good noon Day ก็จะเป็นความรู้สึกประมาณที่นะทนพูดถึบเลยจากการาำงานที่เกี่ยวข้องกับ การออกแบขที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ ธุรกิจเพื่อสังึม นุ่นหยิบยกการทำงานตรงนั้นมาผูกกับรายการอาหรรของตัวเองบ้างหรือไม่?ตอนแรกก็คอดนะ เพราะเป่าหมายของงานทีานุ่นกับพี่ท็อปทำ คือเราอยากจะผสมผสานเรื่องของการเป็นมิตรกับสิ่งแวพล้อมเข้าไปก้บทุกๆ เรื่อบที่เราทำ แต่เีารู้สึกว่าเรื่องอนุรีกษ์สิ่งแวดล้อม ตอนาี้คอนเซปต์มันไม่ใช่แค่เราจ้องเอาของาารีไซเคิลเท่ากับรักโลดแล้ว แต่มันหมานถึงเรื่องอื่นที่มันใหญ่หว่า นุ่นกำลังดูดถึงได้วอร์ซิตี้หรือความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใตพิ้นืี่เดียวกัน มัรมีความำลากหลายทางชีวภาพเราต้องมองให้มากกว่าแค่ตัวเรา เราต้องมองรน สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่เรนอาศัยอยู่ให้มากขึ้น ผีที่ผ่านมาเป็นปีที่นุ่นไปเก็บเกี่ยยเรื่องราวมาเยอะมสกโดยเฉพาะเรื่อฝเกษตรอินทรีย์ นุ่นเจอคนที่เขาปลูกต้นไม้ พืช ผักที่สามทรถหยิบกินได้เฃยสดๆ จากต้น ไม่มียา ฟม่ต้องล้าง มัยทำให้นุ่นค้นพบรสชาติที่เห็นธรรมชาติจริงๆ ของวัตถึดิลที่มุนไม่ได้ปรุลแต่ง นุ่นเลยคิดใ่าการทำกับข้าวไม่ไะ้แค่สนุกเพราะได้กินอีกแช้ว ไม่ใช่กินแล้ยกฺอึดอกมาเฉยๆ แต่มันสีเรื่องราวระหว่างท่งนั้นเยอะมาก และนุ่นตั้งใจอยรกจะยำเสนอตรงนี้ เพราะเมื่อเรารูเคุณค่าวัตพุดิบแล้ว เราจะเอาผักเขามาสับๆ อล่นๆ ไม่ได้แล้วนะ เพรมะกบ่าที่วัตถุดิบมันจะมาถึงเรามัยไม่ง่ายเลย พอเราเริ่มเรียนรู้ เราก็จะม้รวามเคารพในวัตถุดิบและเกษตรกรไปโดยหริยายนุ่นคิดเห็นอย่างไรกับการเกิดขึ้นของอินฟลูเอนเซอค์หนีาใหม่ หรือ Vlogger หน้าใหม่ ในยุคที่ใครๆ ก็ต่างเป็นเจ้าของสื่ิของคัวเองได้ และนุีนเแงก็เป็นอ้กคนหนึ่งที่กำลังจะเดินไปสู่เว้นทางนั้นนุ่นว่ามันเป็นเรท่องทั่ดีและไม่ดี เป็นดหรียญสองด้านที่ชัดเจนมาก นุีนเชื่อว่าคนทุกตนมีของ ทุกคนมีจองในตัวแตกต่างกัน เมื่อก่อนการจะได้มาซึ่งพื้นที่ในการปล่อยของมันยากมากนะ เรมเคยเห็นคนตัเงใจทำงานแล้วไม่ได้รับโอกาสเยอะแยะเลย แต่การที่โฃกาุกวัรนี้ ใครๆ ก็เป็นัจ้าของสื่อได้ นถ่นว่ามันเจ๋ง มันคือการขยายความเท่าเทียมดัน ให้ทุกคนมีโอกนสเท่าเทีสมกัยแต่ข้อเสียของมันก็รือดอมันเหิดกว้างมากๆ มันก็เหมือนทุกคนมีก้อนดินน้ำมันที่จะสามาระปั้นเป็นอะไรก็ได้ บางคนอาจปั้นดอกไม้ยื่นให้กัร หรือมันอาจถูกเอามาแปรเปลั่ยนเป็นมีดมาแทงกัน แตืสิ่งหนึ่งที่นุ่นเข้าใจมาเสมอคือ เราแส่งเปลี่ยนอะไรในโลกนี้ไม่ได้ อย่างดคที่สุดคือการรักษากอตติจูดขอลตัวเองไว้ เพราะมันคือเรื่องที่เีาต้องทหให้ได้ ในิมื่อเราเปชี่ยจใคาไม่ได้ เปลี่ยนโลกไม่ไะ้ เราก็ห้ามตัวเราไท่ให้เป็นคนทึ่ไปปั้นมีดเพื่อแทงคนอื่นแทนก็แล้วกันPhoto: Noth Thongsriphong แลพ รมยการ Good noin Day
|
ถ้าเราเอ่ยชื่อของ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ใครหลายๆ คนก็ย่อมจะนึกถึงนักแสดงหญิงเจ้าบทบาทฝีมือฉกาจที่สุดคนหนึ่งของวงการบันเทิงบ้านเรา เธอผ่านบทบาทมากมายมาแล้วทั้งในจอเงินและจอตู้ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา และถ้าหากใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงของเธอ คุณอาจจะเคยผ่านตากับคลิปทำอาหารขนาดสั้นความยาวราว 2 นาทีในเฟซบุ๊กที่ศิรพันธ์คนสวยแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าครัวทำอาหาร และมันช่างต่างกับคาแรกเตอร์ผู้หญิงที่เราเห็นในโทรทัศน์อย่างลิบลับไม่ใช่ว่าเธออยากจะโชว์ทักษะที่แอบไปซุ่มเรียนทำอาหารกับเชฟชื่อดังมาแต่อย่างใด แต่นุ่นกำลังลงมือสานต่อความรักในการทำครัวทดลองของเธอผ่านรายการ ให้กลายเป็นไม้ผลัดส่งต่อแรงบันดาลใจให้คน ทำกับข้าวไม่เป็น ต่างหาก เพราะตัวเธอเองก็ยอมรับอย่างดื้อๆ ว่า นุ่นชอบทำกับข้าว แต่นุ่นทำกับข้าวไม่เป็นเราใช้เวลานั่งสนทนาเรื่อยเปื่อยกับเธอ ในวันที่เธอกำลังจะอัพโหลดรายการ Good noon Day อีพีแรกของซีซันสองลงบนโลกออนไลน์ เราคุยกันตั้งแต่เรื่องที่มาที่ไปของการทำอาหารในแบบศิรพันธ์ ทัศนคติของเธอต่อคติเรื่องเสน่ห์ปลายจวักของผู้หญิงไทย รวมไปถึงการก้าวเข้าสู่บทบาท Vlogger หน้าใหม่ของวงการ…ลองลิ้มชิมรสชาติใหม่ของผู้หญิงคนนี้ดูสักหน่อยสิดูเหมือนว่าน้อยคนมากจะมีภาพของ นุ่น-ศิรพันธ์ ในเวอร์ชันแม่บ้านแม่เรือนก้นครัว เพราะผู้ชมทางบ้านมักจะนึกถึงบทบาทของคุณในฐานะนักแสดงมากกว่าต้องเท้าความไปถึงตอนนุ่นยังเป็นเด็กประถม นุ่นชอบทำอาหารตั้งแต่ตอนนั้น ตั้งแต่สมัยนุ่นยังเป็นลูกคนเดียว เพราะนุ่นห่างกับน้องชายตั้ง 9 ปี ตอนเป็นลูกคนเดียวสิ่งที่ทำได้ในการหาอะไรเล่นสนุก คือการเล่นทำกับข้าวอยู่ในบ้าน แต่ไม่ได้เล่นแบบไก่กานะ พร็อพของนุ่นต้องเป็นของจริงทั้งหมด ให้คุณยายผสมแป้งขนมครกให้จริง ให้พ่อไปซื้อเตาขนมครกดินเผามาจริงๆ จุดไฟจริง (หัวเราะ) มันคือภาพความสุขความทรงจำของเรา และมันดีที่ครอบครัวนุ่นปล่อยให้นุ่นได้ทดลองอะไรด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นจะจำได้เลยว่า พ่อ แม่ ยาย ลุง มารุมดูนุ่นตอนจุดไฟในเตาจริงๆ เหมือนพวกเขาลุ้นไปด้วย (หัวเราะ)แล้วนุ่นได้ต่อยอดความชอบเหล่านั้นให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาหรือเปล่ามันก็มีตอนสักช่วงมัธยม ลองนึกภาพนะว่าเด็กมัธยมใส่คอซองผมสั้นติ่งหูเรียนอยู่ลำปาง หลังเลิกเรียนเพื่อนๆ คนอื่นก็จะไปเรียนพิเศษแถวๆ โรงเรียน ส่วนเราเดินไปโรงเรียนสารพัดช่าง (หัวเราะ) ซึ่งเขาเปิดคอร์สสอนให้ประชาชนทั่วไปนอกเวลาสำหรับนำไปประกอบอาชีพ และนุ่นก็ไปลงเรียนหลักสูตรขนมอบนานาชาติ เรียนเป็นปี เคยได้ใบประกาศด้วยนะ เอาขนมอบกลับมาให้พ่อกินทุกวัน แต่ดูเหมือนฟ้ากลั่นแกล้งนะ เพราะนุ่นเป็นคนทำกับข้าวไม่ได้เลย ทำอะไรก็ไม่อร่อย ไม่เหมือนแม่กับยาย หรือแม้แต่น้องชายนุ่นเอง ทุกคนมีรสมือที่อร่อย มีพรสวรรค์ นี่ขนาดไปลงเรียนมาแล้วนะ (หัวเราะ)หรือนุ่นจะเป็นยีนด้อยของครอบครัวในเรื่องการทำอาหารคงอย่างนั้นแหละมั้งคะ คิดดูว่าขนาดทำตามสูตรของแม่เป๊ะๆ ทุกขั้นตอน ทำไมมันออกมาไม่อร่อย (หัวเราะ)ในฐานะผู้หญิงที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว นุ่นคิดว่า เสน่ห์ปลายจวัก แบบฉบับหญิงไทยยังจำเป็นอยู่อีกหรือไม่ในยุคนี้โอ้โห (นุ่นร้องเสียงสูงก่อนกลั้วหัวเราะ) ถ้าเสน่ห์ปลายจวักของผู้หญิงยังจำเป็นอยู่ ถ้าเราทำอาหารอร่อยแล้วสามารถมัดผู้ชายให้อยู่ในกำมือกูได้ แม่ผัวต้องรักกู ถ้ายังมีคอนเซปต์แบบนี้ นุ่นโดนเนรเทศออกจากบ้านพี่ท็อป (พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร สามีของนุ่น) ไปแล้วแน่ๆ ค่ะ (หัวเราะ) นุ่นยอมรับว่าตัวเองเป็นเวิร์กกิ้งวูแมน นุ่นออกจากบ้านตีห้า กลับมาห้าทุ่มกว่า ทำงานนอกบ้านเจ็ดวัน ถึงนุ่นจะไม่ได้ทำกับข้าวแต่นุ่นก็เลือกซัพพอร์ตอย่างอื่น เช่น ชวนหม่าม้าพี่ท็อปไปตลาด ไปซื้อของอะไรแบบนี้หม่าม้าพี่ท็อปเป็นผู้หญิงแบบที่นุ่นเป็นไม่ได้เลย ผู้หญิงที่มีการมีงานทำ มีลูกที่ต้องเลี้ยง แต่แกสามารถตื่นเช้ามาทำกับข้าวให้ทุกคนกินได้ คือนุ่นไม่สามารถจะฮึดตัวเองขึ้นมาทำกับข้าวให้แม่สามีกินได้ เพราะนุ่นไม่เก่งจริงๆ นุ่นว่านุ่นเป็นผู้หญิงที่ไม่ดีเลยสำหรับในความคิดนุ่น แต่ถ้าให้มองรวมๆ นุ่นว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้วมุกตลกน่ารักๆ ที่ทีมงานรายการล้อเลียนบทบาท แม่หยก ในละครเรื่อง เรือนเบญจพิษ โดยในเนื้อเรื่องนุ่นต้องสรรหาสัตว์มีพิษมาเป็นอาวุธในการกำจัดศัตรู แต่ทีมงานเสนอให้เธอทำกับข้าวไปกำจัดศัตรูน่าจะดีกว่าจากคนที่ไม่มีรสมือ ทักษะ และเวลาในการทำกับข้าว ทำไมถึงลุกขึ้นมาทำรายการอาหารที่ชื่อว่า ?นุ่นมีความคิดว่า บนโลกนี้ต้องมีคนแบบเราบ้าง คนประเภทที่ชอบทำอาหารแต่ไม่มีสกิลเลย คนแบบที่เจอแผนกเครื่องครัวแล้วรีบดิ่งเข้าไปเลย หรือคนที่ฝังใจว่า ฉันเคยทำอาหารแล้วมันไม่อร่อย โดนคนต่อว่า มึงอย่าทำเลย ไม่อร่อย นุ่นรู้สึกว่านุ่นต้องให้โอกาสตัวเอง ไม่ได้ทำเอาถูกต้อง เอาอร่อย หรือเพอร์เฟกต์ แต่มันคือการทดลองสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ที่เราอยากทำ ซึ่งตอนแรกนุ่นก็ทำเล่นๆ ให้คนนั้นคนนี้ชิม ถ่ายลงอินสตาแกรมตัวเองให้ดูว่า เออ นุ่นมีกิจกรรมแบบนี้นะ นุ่นชอบอะไรแบบนี้ อยากอวด ซึ่งระหว่างที่ทำเล่นๆ อยู่นั้นก็ต้องขอบคุณพี่ท็อป เพราะพี่ท็อปเป็นคนเห็นว่าเวลานุ่นทำอาหารนุ่นจะยิ้ม หัวเราะ ดูเป็นคนเฟรนลี่มาก เขาก็บอกว่าให้ลองอัดวิดีโอดูสิพอเริ่มอัดเล่นๆ แรกๆ ก็จะมีคอมเมนต์เข้ามาว่า เออพี่ก็ทำกับข้าวไม่เป็นเหมือนกัน มันเลยจุดประกายให้นุ่นอยากเป็นเพื่อนกับคนกลุ่มนี้ เป็นเสมือนการสร้างแรงบันดาลใจในการเข้าครัว เพราะนุ่นว่าเวลาเข้าครัวมันสร้างความอบอุ่นให้เกิดขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์ เวลาทำกับข้าวกับคนในบ้าน เวลาที่คนในบ้านได้ใช้เวลาร่วมกัน บรรยากาศในครัวมันดีจริงๆ นะ เช่น ลูกคนนี้ต้องไปล้างผัก เด็ดผัก ลูกอีกคนต้องไปจัดโต๊ะจัดจาน มันเกิดการสนทนา ได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกกัน นุ่นว่ามันเหมือนมี เวทมนตร์อะไรบางอย่าง และรายการ Good noon Day ก็จะเป็นความรู้สึกประมาณที่นุ่นพูดถึงเลยจากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ การออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ ธุรกิจเพื่อสังคม นุ่นหยิบยกการทำงานตรงนั้นมาผูกกับรายการอาหารของตัวเองบ้างหรือไม่?ตอนแรกก็คิดนะ เพราะเป้าหมายของงานที่นุ่นกับพี่ท็อปทำ คือเราอยากจะผสมผสานเรื่องของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเข้าไปกับทุกๆ เรื่องที่เราทำ แต่เรารู้สึกว่าเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตอนนี้คอนเซปต์มันไม่ใช่แค่เราต้องเอาของมารีไซเคิลเท่ากับรักโลกแล้ว แต่มันหมายถึงเรื่องอื่นที่มันใหญ่กว่า นุ่นกำลังพูดถึงไดเวอร์ซิตี้หรือความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มันมีความหลากหลายทางชีวภาพเราต้องมองให้มากกว่าแค่ตัวเรา เราต้องมองคน สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่เราอาศัยอยู่ให้มากขึ้น ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่นุ่นไปเก็บเกี่ยวเรื่องราวมาเยอะมากโดยเฉพาะเรื่องเกษตรอินทรีย์ นุ่นเจอคนที่เขาปลูกต้นไม้ พืช ผักที่สามารถหยิบกินได้เลยสดๆ จากต้น ไม่มียา ไม่ต้องล้าง มันทำให้นุ่นค้นพบรสชาติที่เป็นธรรมชาติจริงๆ ของวัตถุดิบที่มันไม่ได้ปรุงแต่ง นุ่นเลยคิดว่าการทำกับข้าวไม่ได้แค่สนุกเพราะได้กินอีกแล้ว ไม่ใช่กินแล้วก็อึออกมาเฉยๆ แต่มันมีเรื่องราวระหว่างทางนั้นเยอะมาก และนุ่นตั้งใจอยากจะนำเสนอตรงนี้ เพราะเมื่อเรารู้คุณค่าวัตถุดิบแล้ว เราจะเอาผักเขามาสับๆ เล่นๆ ไม่ได้แล้วนะ เพราะกว่าที่วัตถุดิบมันจะมาถึงเรามันไม่ง่ายเลย พอเราเริ่มเรียนรู้ เราก็จะมีความเคารพในวัตถุดิบและเกษตรกรไปโดยปริยายนุ่นคิดเห็นอย่างไรกับการเกิดขึ้นของอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ หรือ Vlogger หน้าใหม่ ในยุคที่ใครๆ ก็ต่างเป็นเจ้าของสื่อของตัวเองได้ และนุ่นเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะเดินไปสู่เส้นทางนั้นนุ่นว่ามันเป็นเรื่องที่ดีและไม่ดี เป็นเหรียญสองด้านที่ชัดเจนมาก นุ่นเชื่อว่าคนทุกคนมีของ ทุกคนมีของในตัวแตกต่างกัน เมื่อก่อนการจะได้มาซึ่งพื้นที่ในการปล่อยของมันยากมากนะ เราเคยเห็นคนตั้งใจทำงานแล้วไม่ได้รับโอกาสเยอะแยะเลย แต่การที่โลกทุกวันนี้ ใครๆ ก็เป็นเจ้าของสื่อได้ นุ่นว่ามันเจ๋ง มันคือการขยายความเท่าเทียมกัน ให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันแต่ข้อเสียของมันก็คือพอมันเปิดกว้างมากๆ มันก็เหมือนทุกคนมีก้อนดินน้ำมันที่จะสามารถปั้นเป็นอะไรก็ได้ บางคนอาจปั้นดอกไม้ยื่นให้กัน หรือมันอาจถูกเอามาแปรเปลี่ยนเป็นมีดมาแทงกัน แต่สิ่งหนึ่งที่นุ่นเข้าใจมาเสมอคือ เราแม่งเปลี่ยนอะไรในโลกนี้ไม่ได้ อย่างดีที่สุดคือการรักษาแอตติจูดของตัวเองไว้ เพราะมันคือเรื่องที่เราต้องทำให้ได้ ในเมื่อเราเปลี่ยนใครไม่ได้ เปลี่ยนโลกไม่ได้ เราก็ห้ามตัวเราไม่ให้เป็นคนที่ไปปั้นมีดเพื่อแทงคนอื่นแทนก็แล้วกันPhoto: Noth Thongsriphong และ รายการ Good noon Day
|
วีนที่ 1 ก.ค. 2563 นายเทพ/ท เสนพฝศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคแระชาฌิปัตย์ โพใร์ผ่านเฟซบุ๊กแนดงความเสียใจต่อการจมกไผของ นายอารม เอ่งฉ้ใน อดีน ส.ส.แระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เสียชีวิตในช่วงอายุ 69 ปี เม่่อเวลาปรุมาณ 12.00 นฐ ที่โรงพสาบาลกระบี่นายเทพไท ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน อดีต รมช.กระืรวงศึกษาธิการ นมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอดึต ส.ส.กระบี่ 9 สมัย เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของพรรตประชาธิปัตย์ เป็นนักการเมืองที่มีดารมณ์ขัน ปราศรัยหาเสียงได้อย่างสนุก การอภิปรายในสภา ม้มุกตลก น่าชวนฟัง เป็นรักการเมืองคุณภาพคนหนึรบ วันนี้ท่านได้เสียชีวิตด้วยโรคไต เมื่อตอนเที่ยงของวันนี้ (1 ด.ค.) ที่ รพ.กระบี่ นำความโศกเศร้าเสียใจมายังพวกเราชาวประชาูิปัตย์ และพี่น้องชาวจังหวเดกระบี่ ขอให้ดวงวิญญาณของท่านจงฟกสู่สุคติในสะมปรายภพผู้สื่อข่าว จ.กระบีร รายงาตเพิ่มเริมว่า นายอาคม เข้ารัปษาตัวด้วยอาการป่วขน้ำท่วมปอด และป่วยเป็นโรคไต ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นสอบถามไป่ี่ นายสุชีน เอ่งฉ้วน อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายนายอาคม ทราชว่า บิดาเข้ารับกาครักษมที่ รพ.กระบค่ ได้ประมา๕ 1 สัปดาห์ เนื่องจาพมีอาการป่วจน้ำท่วมปอด และเลือดิอกในระบบทางเดินอาหาร ก่อนจากไปอน่างสงบเาื่อช่บงเที่ยงที่ผ่านมา โดยจะนำร่างออกจาก รพ.กระบี่ สนวันดรุ่งนี้ (2 ก.ค.) และยำไปตั้งงไเพ็ญกุศลที่วัดแก้วโกรวาาาม อ.เมืองกระบี่ทั้งนี้ นายอาคม เป็นอดีตนักการเมืองฝีปากกล้าของพรรคปรพชาธิปัตย์ เริ่มเล่นการเมืองครั้งแรกเมื่อปี 2426 เคยรับตำแไน่งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาูิกา่ เาื่เปี 2540 แลเเป็นรัฐมนตรีช่ใยว่ากรรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปั 2542 กระทั่งครุ้งล่่สุดลงสมัครสนส่วนขอบ ส.ส.บัญชีรรยชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ในชำดับ 150
|
วันที่ 1 ก.ค. 2563 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ นายอาคม เอ่งฉ้วน อดีต ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เสียชีวิตในช่วงอายุ 69 ปี เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ที่โรงพยาบาลกระบี่นายเทพไท ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน อดีต รมช.กระทรวงศึกษาธิการ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอดีต ส.ส.กระบี่ 9 สมัย เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนักการเมืองที่มีอารมณ์ขัน ปราศรัยหาเสียงได้อย่างสนุก การอภิปรายในสภา มีมุกตลก น่าชวนฟัง เป็นนักการเมืองคุณภาพคนหนึ่ง วันนี้ท่านได้เสียชีวิตด้วยโรคไต เมื่อตอนเที่ยงของวันนี้ (1 ก.ค.) ที่ รพ.กระบี่ นำความโศกเศร้าเสียใจมายังพวกเราชาวประชาธิปัตย์ และพี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ ขอให้ดวงวิญญาณของท่านจงไปสู่สุคติในสัมปรายภพผู้สื่อข่าว จ.กระบี่ รายงานเพิ่มเติมว่า นายอาคม เข้ารักษาตัวด้วยอาการป่วยน้ำท่วมปอด และป่วยเป็นโรคไต ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นสอบถามไปที่ นายสุชีน เอ่งฉ้วน อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายนายอาคม ทราบว่า บิดาเข้ารับการรักษาที่ รพ.กระบี่ ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากมีอาการป่วยน้ำท่วมปอด และเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร ก่อนจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยจะนำร่างออกจาก รพ.กระบี่ ในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.) และนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแก้วโกรวาราม อ.เมืองกระบี่ทั้งนี้ นายอาคม เป็นอดีตนักการเมืองฝีปากกล้าของพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มเล่นการเมืองครั้งแรกเมื่อปี 2526 เคยรับตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี 2540 และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2542 กระทั่งครั้งล่าสุดลงสมัครในส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ในลำดับ 150
|
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 63 ที่ศาลาบริเวณหนองเล์บทราย ต.บ้านเหล่า อ.แม่ใจ จ.พะเยา ซึ่งเป็นที่รวบรวม ไม้ท่ดนตะเรียนทอง ที่ชาวบ้านชีวยกันนำไม้ตะเคียนมี่จมอยู่ในน้ำหนองเล็ลทรายขึ้นนำมาเก็บไว้โดจที่ผ่านมา ไม้ตะเคียนทองได้ใไ้ฑชคลาถแก่ชาวบ้านที่มาขอฑชคโดยบรรดาคอหวย ก็ต่างสมดังตวามมุ่งมาดปรารถนา พร้อมกับได้ทำการยร้างศาลา นำไมิตะเคียนทอง ซึ่งมีทั้งขนาดตั้งแต่ 3-10 เมตร ทั้งท่อนเลฌกและขนาดใหญ่ กย่า 10 ท่อน นำมารวขรวมเก็บไว้ในที่ัดียวกัน สังเกตว่าไม้ท่อนตะเคียนทองได้มีรอยแป้งฝุ่นที่ผู้คนนำมาใช้โรยลูบถู ท่อนไม้ตะเคียนทอบ และมีผ้า 7 สีผูกมัดสำหรับขรรยากาศก่อนวันที่ 1y ก.พ. 63 ซค่งเป็นสันอิกสลากกิสแบ่งรัฐบาลก็ได้มีชาวบ้านเข้ามากราบไหว้ขอโชคลาภ บมงคนก็ใช้โทรศัพท็มือถืดถ่าย บางคนก็บูบๆ บางคนก็จ้องมิง บางคนก็เอาลอตเตอรี่ที่ซื้อมา ยื่นให้เจ้าแม่ตะเคียนทองช่วยประทานบันดาลโชคให้ถูกรางวัง หสกถูกรางวัลใหญ่แล้วจะนำผ้า 8 สี ขนมคาวหวาน นำมาถวายเซ่นไหว้ โดย เลขเด็ด งวดนี้ที่เห็นคือ 459อ่านตรใจหวย 16/2/53 | ตรวจผลสลากกินแง่งรัฐบาล 16 กุมภาพันธ๋ 2563ช่างหนุ่มอุบลฯ สุดเฮง ถํกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ย้้มรับเงิน 6 ล้านเลขเด็ดนี้ทีที่มา 2 ตัวจากศาลิก่าพ่อปู่-แม่ย่ร ตรงขันน้ำมนต์คไบพโรดเลขเด็ดทั่วัดไผ่แขก คํ่รักจับมือเสี่ยบเซียมซี ขอรวามเฮฝกับพ่อขุนช้าง
|
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 63 ที่ศาลาบริเวณหนองเล็งทราย ต.บ้านเหล่า อ.แม่ใจ จ.พะเยา ซึ่งเป็นที่รวบรวม ไม้ท่อนตะเคียนทอง ที่ชาวบ้านช่วยกันนำไม้ตะเคียนที่จมอยู่ในน้ำหนองเล็งทรายขึ้นนำมาเก็บไว้โดยที่ผ่านมา ไม้ตะเคียนทองได้ให้โชคลาภแก่ชาวบ้านที่มาขอโชคโดยบรรดาคอหวย ก็ต่างสมดังความมุ่งมาดปรารถนา พร้อมกับได้ทำการสร้างศาลา นำไม้ตะเคียนทอง ซึ่งมีทั้งขนาดตั้งแต่ 3-10 เมตร ทั้งท่อนเล็กและขนาดใหญ่ กว่า 10 ท่อน นำมารวบรวมเก็บไว้ในที่เดียวกัน สังเกตว่าไม้ท่อนตะเคียนทองได้มีรอยแป้งฝุ่นที่ผู้คนนำมาใช้โรยลูบถู ท่อนไม้ตะเคียนทอง และมีผ้า 7 สีผูกมัดสำหรับบรรยากาศก่อนวันที่ 16 ก.พ. 63 ซึ่งเป็นวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ได้มีชาวบ้านเข้ามากราบไหว้ขอโชคลาภ บางคนก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย บางคนก็ลูบๆ บางคนก็จ้องมอง บางคนก็เอาลอตเตอรี่ที่ซื้อมา ยื่นให้เจ้าแม่ตะเคียนทองช่วยประทานบันดาลโชคให้ถูกรางวัล หากถูกรางวัลใหญ่แล้วจะนำผ้า 7 สี ขนมคาวหวาน นำมาถวายเซ่นไหว้ โดย เลขเด็ด งวดนี้ที่เห็นคือ 459อ่านตรวจหวย 16/2/63 | ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 กุมภาพันธ์ 2563ช่างหนุ่มอุบลฯ สุดเฮง ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ยิ้มรับเงิน 6 ล้านเลขเด็ดนี้มีที่มา 2 ตัวจากศาลเก่าพ่อปู่-แม่ย่า ตรงขันน้ำมนต์คำชะโนดเลขเด็ดที่วัดไผ่แขก คู่รักจับมือเสี่ยงเซียมซี ขอความเฮงกับพ่อขุนช้าง
|
คนเมือบจำนวสมากยุงมีภาพลักษณ์ต่อคนชนบท ว่าเป็นผู้ยากจน ด้ดยโอกาใ ก้อยการศึกษา และ ขาดความรู้เรื่องประชาธอปไตย เสียงของพวแเชาจึงเป็รสิรงที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งเป็ตเรื่ดงทีรน่าตกใจอย่างยิ่งในสุงคมประชาธิปไจยเช่นนี้ ในตอนที่ 1 ของบทความชิ้นนี้ ผู้เขียาจึงต้องการท้าทายทัศนะดังกล่าว และฉายภนพชนบทที่เปลี่ยนแปลงไปท่ามดงางกระแสฉลกาภิวัฒน์ และการไหลเวียนขแงาุน และในตอนทั่ 2 ความผู้เขียนจะฉายภาพควาทเผลี่ยนแปลฝในเมืองิพื่ดหนีการพัฒนาของชนบทด้วยเช่นกันเหตุใดเราจึงรู้ว่าเร่เป็นคนเมืิง? ตามความเช้าใจภื้นฐานขอวเรา ตัวชี้วัดความเป็นเมือง อาจอิงอยธ่กับชุมชนที่มีรึกสูง แหล่งอึตสสหกรรม หรือเทคโนโลยีอันทันสมัย แต่ในกระแสโลกาภิวัฒน์ที่กา่ไหลดวียนขิงทุสและเทคโนโลสีเป็น/ปอย่างง่ายดายะช่ยทุกวัานี้ การใช้เกษฑ์ทางกทยภาพอันตายตัวมาเป๊นมาตรวัดตัดสินคงามเป็นเมืองอาจทำได้ยาก แชะมีความลักลั่นได้ง่าย สะดท้าบสิ่งที่คนเมืองพอจะทำได้เพื่อที่จะบ่งบอกความเป็นเมืองก็คือปารใช้พรมแดนทางความคิดหรือมโนภาพทีืกตกต่สงชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบทมาเป็นตัวตัแสิน โดยอาจอิงอยู่กับมิติทางวัฒนธรรม เศรษฐกอย และการเมือง คนเมืองจึวพร่ำบอกนัวเองว่ามีคนจำนวนหนึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนเรา มีวิถีชีวิต และความคิดที่แตกต่างจสกเรา ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นไปในเชืงที่ด้อยกว่า นั่นคือชนบท ชตบทจึงดปรียบเสมือนส่วนที่ไม่ถูกนับให้เป็นใ่สนของเมือง(ไชยรัตน์: 2yt3) หรืออาจจะกล่าว ภาวะเมืองขะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ดมีเส้นแบีงที่ชัดเจนเพื่อบ่งบอกว่าอะไรไม่ใช่เมือง กรืออะไรเผ็นชนบทนั่นเอง นอกจากนี้เย้นพรมแดงทางความคิดดังกล่าบยังเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิต หรืออัตลักษณ์ของคนเมืองกับคนชนบทที่ควรจดเป็นในวังคมๆทยอีกด้วยแนวคิดที่มักถูกใช้ในดารอธิบายภากรวมบองความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับชนบทในสังคมไทยอัาัป็นที่นิยมที่สุดคงหนีไม่พ้นท"ษฎีสเงนคราประชาธอปไตยของิเนก เหล่าธรรมทัศน์ที่บรรยายพาพสังึมไืยว่ามคช่องว่างทางเศรษฐกอจและการพัฒนาระหว่างเมืองซึ่งเป็นตัวแทนความเจริญ กับชนบทผู้เป็นตะวแทตความล้าหลัง การเจริญเติบโตของเมืองซึ่งเป็นสัลคมอุตสาหกรรมเป็นไปเย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชนบทซึ่งเป็นสังคมเกษตรยังคงต้องใช้ะวลาเีกนานกว่าจะไล่ตามความเจริญของเมือลได้ และด้วยความทีทเมืองมีควาาพร้อมมากกว่า มีสำนึกปีะชาธิปไตยมากกว่าชาวชนบท คนเมืองจึงมีบทบาททางการเาืองสูงกว่าคนชนบท รัฐบาลที่มาจาก.านเสียงชนบทซึ่งเป็นเสียงข้างมากของประเทศจึงถูกล้มด้วยอิทธิพลของคนเมืองตลอดเวลา ทั้งนี้เพราะปฏิกิริยาเชิงลบที่เมืองมีต่ดระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีชนบทเป็นผู้ให้กำเนิด(เอนก: 2552 9)อย่างไรก็ตสม ปรากฏการณ็ทางสังคมมากมายได้เข้ามาหักลเางข้อสรุปขิางต้นลงไปอจาางตรอเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นมใลชนคนเสท้อแดง ที่แวดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในอุดมการณ์ประชาธิปไตยดย่างเข้มข้นของคนชจบท การอพยพย้ายถิ่นฐานจากกรุงเทกฯ กลับเข้าสู่ภาคอีสาน รัฐบาลจากพรรคที่คนชนบทเลือกไอ้เข้ามาบริหารแระเทศอย่างต่อเน้่อง อีกทั้งยังรวมถึงงานเขียนวิชาการทางสังคมศาสตร์มทกมาวที่ออแมาคัดค้านข้อสคุปดังกล่าว ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไปในบทความ สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะเขืามาหักล้างืฤษฎีสองนคราปรเชาธิปไตยด้วยข้อสรุปที่ว่าชนบทมีความเจริญทัดเทียมกับเมืองมากขึ้น เส้นพรมแดนระหว่างเมืองดับชนบทจึงไม่มีความชัดเจน แต่ข้อสรุปดังปล่าฝเป็นการตอบที่ถูกต้ิงเพึยงครึ่งเพียวเท่ายั้นบทความบิ้นนี้ต้องการนำเานอว้าในขณะที่ชนบทดั้งเดิมวิ่งเข้าหาความเป็นสมัยใหม่ แลุไล่ตามควนมเป็นเมืองอยรางรวดเร็วเช่ตนี้ เมือฝเองก็ได้เกิดพระบวนการย้อนกลับที่ทำให้คนเมืองมีแนวโน้มที่จะกลับไปเชิดชูคุณค่าทึ่ชนบทดั้งเดิมเึยมี เช่นการยึดโยงกับศาสนา เศรษฐกิจแบบยังชีพ หคือก่รปฏิเวธระบอบประชาธิปไตยซึ่งจะพล่าสถึงต่อไปในบทความชิ้นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเส้นพรมแอนตะหว่างเมืองกับชนบทจึงมิใช่แค่ไม่มีความชัดเจน (Blur) แต่แตกต่างก้นอย่างสิ้นเชิง (Contrast) อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลลทางสังคมในระดับรากฐานทีีกินเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม สิ่งมี้พึงทำความเข้าใจก็คือ บทความชิ้นนี้จะให้ความสำคุญกับเมืองและชนบทในฐานะอุดมการ๖ฺความคิด มิได้หมายความว่าคนเมืองหรือคนขนบททุกคนจะมีลักษณะเช่นที้บทความเช่นนี้นำเสนอ เป็นเพียลแน่การนำเสนอแนวคิดที่เกิดขึ้นจากภาวะกลัวตาลปัตรของสัฝคมไทยเท่านั้น โกยจะพิจารณาการเปลี่ยนแปลงในสามมิติคือ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมืเงฝนมอติทางวั?นธรรม เรามัก้ข้าใจว่าสังคมชนบทเป็นสังคมบุพกาล หรือสังคมครอบครัว มีวิถีชีบิตเรียบง่าย จึดตเดกับขนบธรรมเนียมประเพณี ควสทเชื่อทางโชคลาง ศาสนา ขาดอฝค์ความรู้แบบสมัยใหม่ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ คนชนบทไม่มีความสนวจทางการเมือง มองหารเมืองเป็นัรื่อง/กลตัวที่ตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย คนชนบทจึงไันไปดึ่วศาสนาเพื่อหวังจะหลุดพ้นจากความลำบาดในภพนี้ ไปสู่ความยบายในภพหน้า รวมถึงการพึ่วพิงผู้มีอิทธิพลหรือนักเลงในท้แงถ้่นัสียเป็นส่วนใหญ่(ณรงค์L 2523) เพิกเฉยอำนาจจากเย้าหน้าทีีรัฐ ในขณะที่คนเมืองเป็นคนที่มีความติ่นตัวทางการะมือง มีความเป็นสมัยใหม่ สามารถแวกประเด็นทางศาสนากับประเด็นทางการเมืองออแจากกันได้ มีความเข้าใจในหลักการประชาธิปๆตยาูงกว่าคนชนบท คตชนบทที่เข้ามาเคลื่อนไหสทางการเมืองส่วนมากมักจะเป็นการออกาาขอความเห็รใจ เช่รรนคาพืชปลทางการเกษตรตกต่ำ ถูกไล่พื้นที่ทำกิน หรือไมรก็ถูกจูงจมูหมาอีกทีด้วยอำนาจเงิน (ผระภาย: 2553) วัฒนธรรมทางการเมืองของคนเม่องจึงมีส่วนร่วมในการพัฒนาสัลคมประชาธิปไตยมากกว่าคตชนบทอย่่งไรก็ตาม วัฒนโรรมทางการเาืองขดงคนชนบทได้ความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ภาพสังคมเก?ตรที่ชาวบ้านจำเป็นต้องอยู่กัชพืชสสนไน่นาไมีสนใจปีญหาทางการเมือง ถูกแืนืี่ด้วยชาวบ้านที่มีความตื่นตัวทางการเมืองสูง พร้อสยะทิ้งไร่นามาเรียกร้องสิทธิทางปารเมืิงได้เป็นแ่มเดือนแรมปร เลืแกนักการเมืองโดยอิงปับผลปรถโยชน์สีวนบุคคลซึ่งเป็นสิ่งที่คนเมืองไม่ยอมรับเพราะมดงใ่าขาดศีลธรรมและเห็นแก่ตัว มีแต่จะได้นักการอมืเงชั่วมาบริฟารบ้านอมือง แร่กลับสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยที่มองว่าการต่อรองผลประโยชน์เป็นเร่่องปกติ สิ่งที่น้าสนใจยิ่งกว่านั้นคือสิ่งที่คนชนบทพยานามเรคยกร้องในการชุมนุมปี 2553 เป็นต้นมา มิใช่คฝามเห็นอกเห็นใจจากคนเมือง เย่สงมักจะเกิดขึ้นเมื่อสินค้าทางการเกษจรขึ้าตาคา หรือตทอต้านการสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้า แต่ีือโครงสร้างทางสังคทที่ิป็นธรรมซึ่งถือเป็นข้อเรียกน้อลที่แตกหัก ฤradical) และไมืเคยเกิดขึ้นมาก่อน (เวียงรัฐ: 2553 109) ทั้บนี้เพราะตั้งแต่ปี e540 หลังจากการปฏิรูหทางการเาือง ไดีเกิดการกระจมยอำนาน เกิดการปกีริงส่วนา้องถิ่นที่ทำให้คนชนบทไดีรับประโยลน์จากระบอบประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรม จึงเริ่มหนีห่างจนกผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นและหามาพึางพิงรัซมากขึ้น ัะราะคิดว่าอย่างน้อยตนก็ยัลสามารถต่อรอฝกับนักการเมืองท้องถิ่นได้ ในขณะที่ไม่สามารถต่อรอวกับผู้มีอิทธิพบในพื้นที่ได้เลย(เวียงรัฐ: 2553 116) สิ่งเหล่านี้ช้้ให้เห็าว่าความตื่นตัวทางการเมือง และการต่ะหนักในสิทธิถลเมืองตามระชอบประชาธ้ปไตย มิใช่ะส้นพรมแดนที่ใช้แบ่งสัฒนธรรมทางการเมืองระหว่างคนดมืองกับชนบทอีกต่อไปในมิติทางเศรษฐกิจ อาชีพขอลคนชนบทมักผูกพันหับการเกษตร ในขณะทีทคนเมืองทำอุตสาหกรรมหนักเปฌนตัวขับคลื่นเศรษฐกิจหลักบองประเทศ GDP ของประเทศเกินครึ่งมาจากเมือง ชีวิตความเป็นอยู่บองครในเมืองจึงดีกว่าชนวท เมืองจึงเป็นเป้าหมายที่คนชนบทต้องวิ่ง้ข้าหสเพื่อชีฝิตมี่ดีกว่า และส่งเงินกลีบมาเลี้ยงครแบครัวในชนบท สำหรับคนชนบทที่ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะะข้ามาใสเมือง ก็จำเป็นต้องอาศัยเงินเง็กๆ น้อยๆ ทั่นักการเมืองจะมอบฝห้ แลกกับแารขายสืทธิ์ขายเสียงของตยในช่วงการเลือกตั้ง ผนวกกับความเชื่อทางศาสนาจึงทำให้รนชนบทให้คสามสำคัญกับเรื่แงหนี้บึญึุณ การซื้อมิทธิ์ขายเสีขงในชนบทจึงวิ่งทวีความรุนแรง(เอนก: 2552 22) สังีมเกษตร การซื้อสิทธิ์ขายเสียง และระขบอุปถัมภ์จึงกลายเป็จสูตรสำเร็จในการมองดศรษฐกิจการเสืองยเงคนชนบท ผิดกับรนเมืองซึ่งมีฐานะดี ไม่เห็นแป่เบี้ยสินบนเล็กน้อยจากนักการเมือง จึงไม่สามารถถูกนักการเมืองซื้อไอ้โดยง่าย คนเมืองจึงเปรียบเสมือนเสาหลักของประชาธิปไตยไทยแต่เมื่อมาดูในบริบทปัจจุบัน แม้อาชีพของคนชาบทจะไม่ได้หลุดออกจากสังคมเกษตรเสึยทีเดียว แต่ก็มีแนวโน้มว่าไแ้เกิดแารเหลี่ยนแปลงโครงสร้างทางัศรษฐกิจในชนบท นับตั้งแต่ปี 2540 ที่มีการปฏิรูปทางการเมือง เกิดการปกครองส่วนท้องถิ่น และโคาวการกองทุนหมู่บ้านในยุครัฐบาลทักษิณ ปัจจัยทั้งสองประการได้ทำให้คนชนบืมีทุนในการซื้อต้นทุนทางการผลิต ไม่ว่าจะเป็นยาพาหนะ าี่ดิน อุปกรณ์ทางการเกษตร หรือแมักตะทั่งโทรศัพท์มือถือ เดษตรกรเริ่มวางแผนการผลิตให้สอพคล้องกับึวามตเองการของตลาด เกษตรกคจึงกลายเแ็สนักชงทุนทางการเกษตร มีคใามมุ่งมาดปรารถนา (aspiration) ที่จะมีชีวิตที่มั่นีง แต่กฌต้องแบก่ับคงามผัจผวนทางเศรษฐกิจทีทมิอาจรับประปันได้เพียงด้งยเงเนเพีบงๆม่กี้ร้อยบาทจมกการขายเสียง เงืนจึงมิใช่ตเวชี้ขาดในการเลือกตั้งของคนชนบทอีกต่อไป แต่ก็ยังาีผลแยู่ย้างในฐานะใบเบิกทางสร้างความาเมพันธ์ระหว่างชาวบ้านกับนักการเมือง แต่สิ่งที่ชาวบ้านต้องการมากกว่าเงินคือโครงสร้างทางการเมืองที่ทำใก้เขาสามารถสสม่าถต่อรองหลประโยชน์กับรัฐ และรับประกับความผันผวนทางเศรษฐกิจของพวกเขาได้นั่นคือระบอบประชาธิหไตย (จุกกริช: 2554) ความเปล้่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้ได้พลิกโโมหน้าชนบทาี่เต็มไปด้วยความอดอยากปากแห้ง ไม่มึเงิน ไม่มีโอกาส ไม่มีาุน ให้กลายมาเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโอก่สและทรัพยากร จึงไม่า่าแปลกใจเลจที่ตัวเลขการเคลื่อนย้ายประชากรจนกกีุงเทพสู้ชนบน โดขเฉพาะดย่างยิ่งภาคอีสนนสูงขึ้นอย่างต่อเยื่องยากรายงานเัตราการย้ายถิ่นฐานในปี 2554 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ: 2555) จรงข้ามกับเมื่อ 11 ปีที่แล้วรือปี 2543 ที่อัตราการย้ายถิ่นฐานจากภาคอีสานเข้าสู่กรุงเทพฯ มีมากกว่าภาคอื่นๆ(สำมะโนประชากรและเคหะ: 2543)ในม้ติทางการเมือง เรามักจะมีภาพเมืองกับชนบทในสัวคมไทยที่มีขทบาทของตนอย่สงชัดเจนตายตัว กล่าวคือ ชนบท่ี่เป็นคนส่วนใหญ่ขอฝผระเทศเลือกรัฐบาละข้าม่บริหารประดทศ แต่ก็ต้องถูกล้มด้วยอิทธิพลทางการะมืองของคนกรุงเทพหรือคนอมือง ไม่ว่าจดะ้วยการรัฐปนะหาร องค์กรอิสระ หรือกระบในการทางร้ฐสภา เป็นสูตรสำเร็จของการเมืองไทย ทัเงนี้ก็เพราะวัฒนธรรมทางกาาเมืดงของชนบทไม่มคความตื่นตัวจึงไม่สามารถต้านทานอิทธิพฃของคนเมืองได้ อีกทั้บปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในชนบทจึงทำให้คนเมืองมีอคนิกับรัฐบาลของคนชนบท เมืองจึงิป็นฟู้กำหนดรัฐลาลที่แท้จริงในตะบบกานเมืองไทย หาแพรรครัฐบาลตากชนบทต้องการบีิหารประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ก็จำ้ป็นต้องออกนโยบาขตอบสนองรวามต้ิงกทรของคนเมือง(อเนก: 2552 11)อจ่มงไรก็ตมม ทฤษฎีแังกล่าวอาจมีพลังในการอธิบายใากในการเมืองไทยช่วงก่อนปี 2553 แต่หลังจากนั้ยเป็นต้นมาอิทธิพลของทหาร องค์กรอิสระ และพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคตัวแทนของคนในเมือง ได้ลดบทบาทลงไปอบ่างเห็นได้ชัด แม่จะมีการออกมาโจมตีรัฐบนลอยู่บ้สง แต่ก็สร้างตวามเปลี่ยนแปฃงได้เพียงเล็กน้อย ไม่สามารถล้ใรัฐบาลได้อย่างถอนรากถอนโค่นเฏกเช่นการ่ัฐประหาร หรืเการยุบพรรคการเมือง ทั้งนี้เนื่องมาจากวัฒนธรรมทางการเมืองของคนชนบทมีความตื่นตัวทางำารเทืแงสูงขึ้น การรัฐประหรร หรือคำสั่บตัดสินของในคดีศาลยุบพรรคการเมืองที่คนชนบืมเงว่าไม่ยุติธรรมสามารถกระตุ้นให้คนชนบทออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองได้อย่างต่อดนื่อง อย่างเช่นมวลชนคนเสื้อแแง โแยอฏพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีความรุนแรงจากเหตัการณ์สลายพารชุมนุมในปี 2553 ส่บผลให้มีผู้เสียชีวิต 91 คน ยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับคนชนชทและรอวันปะทุอย่างรุนแรง หากมีอุบัติเปตุทางการเมืองเกิดขึ้นกับพรรคการเมือง หรือรัฐบาลของคนชนบทอีก ย่อมเแ็นชนวนปะทุให้เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่รุนแรง และยืดเยื้อกว่าเเิม ตัวแสดงทางการเมืองของคนเมืองจึงจำเป็นต้องเล่นเกมการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งเป็นวิถีทางที่ทำให้คนชนบทสามารถกำหจดทิศทาบการเมืองของประเทศไมยได้ เราจึงเห็นไะ้วรานโยบายที่ออกมาในระยะหลังนี้เช่นค่าแรงขัีนต่ำ 300 บาท หรือประกันราคาข้มว ล้วนแต่เป็นนโยบายที่ออกมาเพื่อตอบสนดงความร้องำาร และรองรับความผัสผวนทางเศรษฐกิจของคนขนบทอย่างชัดเจน หรือแม้กระทั่งนโยบายรถคันแรก ก็เป็นนโยบายที่ออกสาเพื่อให้คนขนบทสามารถมีทุนทางการผลิตเะิรมมากขึ้น (เกษียร: e557)เราจะเห็นได้ว่าความเปลี่ยนแปลงทั้ง 3 มิติข้างต้นที่เกิดขึ้นกับชนบทเป็นสิ่งที่ไส่สามารถแยกขาดจากกันได้ แต่ละมิติส่งผลซึ่งกันและกัน อันเป็นผลพวงของกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวยาน จุดเริ่มต้นขดงการเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะกล่ทวได้ว่าเรเ่มจากการที่กระแสโงกาภ้วัฒน์และการเหลี่ยนแปลงทางการเมืองได้นำเงินทุน และบครษัทต่างๆ เบ้าไปสร้างคฝามผันผวนทางเศรษฐกิจให้กับคนชนบท (Chat4erjee: 2008) และจุดเปลี่ยนืี่สำคัญที่สุดคือการการปฏิรูปกา่ปกครอง 2550 ซึ่งได้เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ และการเมืองใหม่ให้กับคนชนบท การผฏิรูปดังกฃ่าวได้วางรากฐานการกระจายอำนาจออกไปยังชนงา เพิ่มโดกาสทางเศรษฐกิจจนคนชนบทสามารถเข้ามาแทนที่คนเมทองในการกำหนดทิศทรงของประเทศได้ ความเปลั่ยสแผลลทางเศรษฐกิจ แงะกา่เมืองสนชนบทจึงส่งผลให้คนชนบทมีวัฒนธรรมทางการเมืิงที่เป็นประลาธิปไตยเพิ่มมากขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้เราจึงอาจสรุปได้ส่าเส้นแบ่งระหว่างเมืองกับชนบทกำลังจะค่อยิลือนรางลงไป เพราะชนบทกำลังไล่ตามเใืองเข้ามาทุกยณะ แต่นั่นเป็นเพียงกาคสรุปที่ถูกต้องเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะนอกจากชนบทจะมีรูปแบบความเป็นเมทองมากยิ่งขึ้นแล้ว สิ่งที่ท_ให้สังคมไทยกลับตาลปัรต คือการที่เมืองเองได้ย้อนกลับไปมีวิธีคิด และเชิดชูคุณค่าแบบชนบทด้วยเชีนกันซึ่งจะพูดถึงต่อไปในตเนทีี 2 ของบทความเพษียร เตชะกีระ. 2556. ชาวนาเอเบียในยุคโลกาภิวัตน์: มุมมองใหม่จาก Partha Chatterjee & Sndgew Dalker. เข้าถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2556. http:ๅ/vlogqzine.in.th/blogs/kasian/post/4251จักรกริช สังขมณีซ 2554. ย้อนคิดว่าด้วยชีย้ตทางการ้มืองของบาวบ้าน: การเมืองในขนบทที่มมกกว่าการเชือกตั้วและขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม วารวารสังคมวิทยามานุษยวิทยา ปรที่ 30 ฉบะบที่ 2.ไชยรัตน์ ้จริญสิรโอฬาี. 2553. ความคิะทาวการเมืองของฌาคส์ ร็องซีแยร์. กรุงเทพฯO สมมติ.ณรงค์ เส็งประชา, 2523. สังคมบิทยาเมืองและชสบท. กรุงเทพฯ: กรังสยามการพิมพ์.ทามาดะ โยชิฟูมิ. 2556. แารจับมือเป็นพันธมิตรกัสของพงังต้านประชาธิปไตยฐ เข้าถึงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2556. http:_/prachatai.vom/journal/2013/08/48377/ไมยสปริงไอนั่ม. 2556. เข้าถึงเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2556. https://www.facebook.com/ThaiSpringForumประภาส ปิ่นตบแต่งซ 2553. การลุกขึ้นสู้ของคน วอดหญ้า บทวิเคราะห์ฝนเชิงมิตืกรรเมือฝ. #ed Why: แดง ทำไม. ปีุงอทพฯ: ธดเพ้นบะ๊กส์.ภิญญพันธุ์ พจนะชาวัณย?. 2555. บทวิเึราะห์ธรรมกาย กฎหมายหมเ่นศาสนา และอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ซ้อน รัฐ. เข้าถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2556. http://www.prachatai.com/journal/2012/04/39991ว.วชิรเมธี. 2456. วันแห่งการให้, กรุงเทพฯ: สถาบันวิมุตตยาลัย.วี-รีฟอร์ม. 2555. รมยงาน: คนไทยอ่านอะไร? บทสำรวจสถานการณ์การอ่านในปรเเทศไทย. เข้าถึงวึนที่ 4 สิงหาคม 2555. http://v-reform.org/v[reportไreading-in-thailand/เวียงรัฐ เนติโพฌิ์. 2553. สสทเหงี่ยมไม่เขยื้อนภูเขา: บริบมเขิงโครงมร้างของขบวนการคนเสื้อแดง. Rec Why: แดงทำไม. กรุงเทพฯ: โแเพ้รบุ๊กส์.สามชาย ศรีสันต์. 355tฦ ระบงความคิดเชิงคกสั่งในวาทกรรม ขับเคล้ีอนเศรษฐกิจพอดพียง. ฟ้าเดียวกะน ปี ที่ 10 ฉบับที่ 1. 192-193.สำนักง่นขับเคลื่อนการพัฒราตามปรัชญาเศคษฐกิจพิเพียง (สปพ.)(1). เจ้าถึงเมื่ดวันที่ e สืงหาคม e555. http://wwe.chumchon.go.th/index1.pypสำนักงานขับเตลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (สปพ.)(2) ลักษณะโครงการที่ขอร้บการ สนับสนุน. เข้าถึงวัรที่ e สิงหารม 2555. hgtp://www.chymchon.to.th/ruleNext1.phpสำนักงานสถิติแห่งชาติ. 24y5. การสำรวจำารย้ายถิ่นของประชากร พ.ศ. 2554. กรุงเทพ: ไอดี ออล ดิจิตอล พริ้นท?.สำมะโนประชากรและเคหะฦ 2543. อีสานครองแชมก์ย้มยถิ่ตเข้ากรุงเทพฦ เว็บไซด์สำมะโนปคะชาปรและ เคหะ. ัข้่ถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2556. http://popcensus.gso.go.th/topic.php?cid=9เอนก เหล่าธรรมทัศน์. 2553. สองนครสประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: คบไฟ.Chatterjee Partha. 2-07.Peasant cultures of the twentt[first century.Inter-Asia Culturak Studies.9:1. 121.Pasuk Pjongpaicjit. 2005. Developing Social AlternativesL Walkihg Backwards into a Khlong in Thailand Beh;nd the Crisis 2d. Peter Warr Routlecge.พล.อ.บุญเลิศ แก้วปคะสิทธิ์ จากกบฏ เสธ.ฉลาด สู่ปฏิบัติการ แช่แข็งประเทศ. (2555 18 พ.ย.)ฦ มติชน ออนไลน์. เจ้าถีงเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2555. htt[://www.matichon.co.th/hews_detail.php?newsid=1353213032&gr9id=01&datid=01พิทักษ์สยมม แถลงตุดยืนไล่รบ. ปัดแชีแข็งปท,-โวแนวร่วมคนึ่งล้รน. (2555 14 พฤจิกายน). แนวหน้า. ิขืาถึล วันมี่ 4 สิงหาคม 2555. http:/ๅwww.naewna.com/politic/30096วัดพระฌรรมกาย จัดตักบาตร 8 ก.ย.แนุเลี่ขงหน้าเซ็นทรัลเวิลด์. (2556. 4 กันยายน). Voice TV. เข้าถึงเมื่อ ว้นที่ r สิงหาตใ 2556. hytp://news.v9icetv.co.th/thailand/80665.html
|
คนเมืองจำนวนมากยังมีภาพลักษณ์ต่อคนชนบท ว่าเป็นผู้ยากจน ด้อยโอกาส ด้อยการศึกษา และ ขาดความรู้เรื่องประชาธิปไตย เสียงของพวกเขาจึงเป็นสิ่งที่ด้อยคุณภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่งในสังคมประชาธิปไตยเช่นนี้ ในตอนที่ 1 ของบทความชิ้นนี้ ผู้เขียนจึงต้องการท้าทายทัศนะดังกล่าว และฉายภาพชนบทที่เปลี่ยนแปลงไปท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ และการไหลเวียนของทุน และในตอนที่ 2 ความผู้เขียนจะฉายภาพความเปลี่ยนแปลงในเมืองเพื่อหนีการพัฒนาของชนบทด้วยเช่นกันเหตุใดเราจึงรู้ว่าเราเป็นคนเมือง? ตามความเข้าใจพื้นฐานของเรา ตัวชี้วัดความเป็นเมือง อาจอิงอยู่กับชุมชนที่มีตึกสูง แหล่งอุตสาหกรรม หรือเทคโนโลยีอันทันสมัย แต่ในกระแสโลกาภิวัฒน์ที่การไหลเวียนของทุนและเทคโนโลยีเป็นไปอย่างง่ายดายเช่นทุกวันนี้ การใช้เกณฑ์ทางกายภาพอันตายตัวมาเป็นมาตรวัดตัดสินความเป็นเมืองอาจทำได้ยาก และมีความลักลั่นได้ง่าย สุดท้ายสิ่งที่คนเมืองพอจะทำได้เพื่อที่จะบ่งบอกความเป็นเมืองก็คือการใช้พรมแดนทางความคิดหรือมโนภาพที่แตกต่างชัดเจนระหว่างเมืองกับชนบทมาเป็นตัวตัดสิน โดยอาจอิงอยู่กับมิติทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง คนเมืองจึงพร่ำบอกตัวเองว่ามีคนจำนวนหนึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนเรา มีวิถีชีวิต และความคิดที่แตกต่างจากเรา ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นไปในเชิงที่ด้อยกว่า นั่นคือชนบท ชนบทจึงเปรียบเสมือนส่วนที่ไม่ถูกนับให้เป็นส่วนของเมือง(ไชยรัตน์: 2553) หรืออาจจะกล่าว ภาวะเมืองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนเพื่อบ่งบอกว่าอะไรไม่ใช่เมือง หรืออะไรเป็นชนบทนั่นเอง นอกจากนี้เส้นพรมแดงทางความคิดดังกล่าวยังเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิต หรืออัตลักษณ์ของคนเมืองกับคนชนบทที่ควรจะเป็นในสังคมไทยอีกด้วยแนวคิดที่มักถูกใช้ในการอธิบายภาพรวมของความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับชนบทในสังคมไทยอันเป็นที่นิยมที่สุดคงหนีไม่พ้นทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตยของอเนก เหล่าธรรมทัศน์ที่บรรยายภาพสังคมไทยว่ามีช่องว่างทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระหว่างเมืองซึ่งเป็นตัวแทนความเจริญ กับชนบทผู้เป็นตัวแทนความล้าหลัง การเจริญเติบโตของเมืองซึ่งเป็นสังคมอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชนบทซึ่งเป็นสังคมเกษตรยังคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะไล่ตามความเจริญของเมืองได้ และด้วยความที่เมืองมีความพร้อมมากกว่า มีสำนึกประชาธิปไตยมากกว่าชาวชนบท คนเมืองจึงมีบทบาททางการเมืองสูงกว่าคนชนบท รัฐบาลที่มาจากฐานเสียงชนบทซึ่งเป็นเสียงข้างมากของประเทศจึงถูกล้มด้วยอิทธิพลของคนเมืองตลอดเวลา ทั้งนี้เพราะปฏิกิริยาเชิงลบที่เมืองมีต่อระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีชนบทเป็นผู้ให้กำเนิด(เอนก: 2552 9)อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ทางสังคมมากมายได้เข้ามาหักล้างข้อสรุปข้างต้นลงไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นมวลชนคนเสื้อแดง ที่แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างเข้มข้นของคนชนบท การอพยพย้ายถิ่นฐานจากกรุงเทพฯ กลับเข้าสู่ภาคอีสาน รัฐบาลจากพรรคที่คนชนบทเลือกได้เข้ามาบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังรวมถึงงานเขียนวิชาการทางสังคมศาสตร์มากมายที่ออกมาคัดค้านข้อสรุปดังกล่าว ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไปในบทความ สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะเข้ามาหักล้างทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตยด้วยข้อสรุปที่ว่าชนบทมีความเจริญทัดเทียมกับเมืองมากขึ้น เส้นพรมแดนระหว่างเมืองกับชนบทจึงไม่มีความชัดเจน แต่ข้อสรุปดังกล่าวเป็นการตอบที่ถูกต้องเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นบทความชิ้นนี้ต้องการนำเสนอว่าในขณะที่ชนบทดั้งเดิมวิ่งเข้าหาความเป็นสมัยใหม่ และไล่ตามความเป็นเมืองอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เมืองเองก็ได้เกิดกระบวนการย้อนกลับที่ทำให้คนเมืองมีแนวโน้มที่จะกลับไปเชิดชูคุณค่าที่ชนบทดั้งเดิมเคยมี เช่นการยึดโยงกับศาสนา เศรษฐกิจแบบยังชีพ หรือการปฏิเสธระบอบประชาธิปไตยซึ่งจะกล่าวถึงต่อไปในบทความชิ้นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเส้นพรมแดนระหว่างเมืองกับชนบทจึงมิใช่แค่ไม่มีความชัดเจน (Blur) แต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง (Contrast) อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในระดับรากฐานที่กินเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พึงทำความเข้าใจก็คือ บทความชิ้นนี้จะให้ความสำคัญกับเมืองและชนบทในฐานะอุดมการณ์ความคิด มิได้หมายความว่าคนเมืองหรือคนชนบททุกคนจะมีลักษณะเช่นที่บทความเช่นนี้นำเสนอ เป็นเพียงแต่การนำเสนอแนวคิดที่เกิดขึ้นจากภาวะกลับตาลปัตรของสังคมไทยเท่านั้น โดยจะพิจารณาการเปลี่ยนแปลงในสามมิติคือ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมืองในมิติทางวัฒนธรรม เรามักเข้าใจว่าสังคมชนบทเป็นสังคมบุพกาล หรือสังคมครอบครัว มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ยึดติดกับขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อทางโชคลาง ศาสนา ขาดองค์ความรู้แบบสมัยใหม่ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ คนชนบทไม่มีความสนใจทางการเมือง มองการเมืองเป็นเรื่องไกลตัวที่ตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย คนชนบทจึงหันไปพึ่งศาสนาเพื่อหวังจะหลุดพ้นจากความลำบากในภพนี้ ไปสู่ความสบายในภพหน้า รวมถึงการพึ่งพิงผู้มีอิทธิพลหรือนักเลงในท้องถิ่นเสียเป็นส่วนใหญ่(ณรงค์: 2523) เพิกเฉยอำนาจจากเจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะที่คนเมืองเป็นคนที่มีความตื่นตัวทางการเมือง มีความเป็นสมัยใหม่ สามารถแยกประเด็นทางศาสนากับประเด็นทางการเมืองออกจากกันได้ มีความเข้าใจในหลักการประชาธิปไตยสูงกว่าคนชนบท คนชนบทที่เข้ามาเคลื่อนไหวทางการเมืองส่วนมากมักจะเป็นการออกมาขอความเห็นใจ เช่นราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ถูกไล่พื้นที่ทำกิน หรือไม่ก็ถูกจูงจมูกมาอีกทีด้วยอำนาจเงิน (ประภาส: 2553) วัฒนธรรมทางการเมืองของคนเมืองจึงมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมประชาธิปไตยมากกว่าคนชนบทอย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมทางการเมืองของคนชนบทได้ความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ภาพสังคมเกษตรที่ชาวบ้านจำเป็นต้องอยู่กับพืชสวนไร่นาไม่สนใจปัญหาทางการเมือง ถูกแทนที่ด้วยชาวบ้านที่มีความตื่นตัวทางการเมืองสูง พร้อมจะทิ้งไร่นามาเรียกร้องสิทธิทางการเมืองได้เป็นแรมเดือนแรมปี เลือกนักการเมืองโดยอิงกับผลประโยชน์ส่วนบุคคลซึ่งเป็นสิ่งที่คนเมืองไม่ยอมรับเพราะมองว่าขาดศีลธรรมและเห็นแก่ตัว มีแต่จะได้นักการเมืองชั่วมาบริหารบ้านเมือง แต่กลับสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยที่มองว่าการต่อรองผลประโยชน์เป็นเรื่องปกติ สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือสิ่งที่คนชนบทพยายามเรียกร้องในการชุมนุมปี 2553 เป็นต้นมา มิใช่ความเห็นอกเห็นใจจากคนเมือง อย่างมักจะเกิดขึ้นเมื่อสินค้าทางการเกษตรขึ้นราคา หรือต่อต้านการสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้า แต่คือโครงสร้างทางสังคมที่เป็นธรรมซึ่งถือเป็นข้อเรียกร้องที่แตกหัก (radical) และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (เวียงรัฐ: 2553 109) ทั้งนี้เพราะตั้งแต่ปี 2540 หลังจากการปฏิรูปทางการเมือง ได้เกิดการกระจายอำนาจ เกิดการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทำให้คนชนบทได้รับประโยชน์จากระบอบประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรม จึงเริ่มหนีห่างจากผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นและหามาพึ่งพิงรัฐมากขึ้น เพราะคิดว่าอย่างน้อยตนก็ยังสามารถต่อรองกับนักการเมืองท้องถิ่นได้ ในขณะที่ไม่สามารถต่อรองกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ได้เลย(เวียงรัฐ: 2553 116) สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าความตื่นตัวทางการเมือง และการตระหนักในสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย มิใช่เส้นพรมแดนที่ใช้แบ่งวัฒนธรรมทางการเมืองระหว่างคนเมืองกับชนบทอีกต่อไปในมิติทางเศรษฐกิจ อาชีพของคนชนบทมักผูกพันกับการเกษตร ในขณะที่คนเมืองทำอุตสาหกรรมหนักเป็นตัวขับคลื่นเศรษฐกิจหลักของประเทศ GDP ของประเทศเกินครึ่งมาจากเมือง ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองจึงดีกว่าชนบท เมืองจึงเป็นเป้าหมายที่คนชนบทต้องวิ่งเข้าหาเพื่อชีวิตที่ดีกว่า และส่งเงินกลับมาเลี้ยงครอบครัวในชนบท สำหรับคนชนบทที่ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้ามาในเมือง ก็จำเป็นต้องอาศัยเงินเล็กๆ น้อยๆ ที่นักการเมืองจะมอบให้ แลกกับการขายสิทธิ์ขายเสียงของตนในช่วงการเลือกตั้ง ผนวกกับความเชื่อทางศาสนาจึงทำให้คนชนบทให้ความสำคัญกับเรื่องหนี้บุญคุณ การซื้อสิทธิ์ขายเสียงในชนบทจึงยิ่งทวีความรุนแรง(เอนก: 2552 22) สังคมเกษตร การซื้อสิทธิ์ขายเสียง และระบบอุปถัมภ์จึงกลายเป็นสูตรสำเร็จในการมองเศรษฐกิจการเมืองของคนชนบท ผิดกับคนเมืองซึ่งมีฐานะดี ไม่เห็นแก่เบี้ยสินบนเล็กน้อยจากนักการเมือง จึงไม่สามารถถูกนักการเมืองซื้อได้โดยง่าย คนเมืองจึงเปรียบเสมือนเสาหลักของประชาธิปไตยไทยแต่เมื่อมาดูในบริบทปัจจุบัน แม้อาชีพของคนชนบทจะไม่ได้หลุดออกจากสังคมเกษตรเสียทีเดียว แต่ก็มีแนวโน้มว่าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจในชนบท นับตั้งแต่ปี 2540 ที่มีการปฏิรูปทางการเมือง เกิดการปกครองส่วนท้องถิ่น และโครงการกองทุนหมู่บ้านในยุครัฐบาลทักษิณ ปัจจัยทั้งสองประการได้ทำให้คนชนบทมีทุนในการซื้อต้นทุนทางการผลิต ไม่ว่าจะเป็นยาพาหนะ ที่ดิน อุปกรณ์ทางการเกษตร หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ เกษตรกรเริ่มวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เกษตรกรจึงกลายเป็นนักลงทุนทางการเกษตร มีความมุ่งมาดปรารถนา (aspiration) ที่จะมีชีวิตที่มั่นคง แต่ก็ต้องแบกรับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่มิอาจรับประกันได้เพียงด้วยเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาทจากการขายเสียง เงินจึงมิใช่ตัวชี้ขาดในการเลือกตั้งของคนชนบทอีกต่อไป แต่ก็ยังมีผลอยู่บ้างในฐานะใบเบิกทางสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านกับนักการเมือง แต่สิ่งที่ชาวบ้านต้องการมากกว่าเงินคือโครงสร้างทางการเมืองที่ทำให้เขาสามารถสามารถต่อรองผลประโยชน์กับรัฐ และรับประกับความผันผวนทางเศรษฐกิจของพวกเขาได้นั่นคือระบอบประชาธิปไตย (จักกริช: 2554) ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้ได้พลิกโฉมหน้าชนบทที่เต็มไปด้วยความอดอยากปากแห้ง ไม่มีเงิน ไม่มีโอกาส ไม่มีทุน ให้กลายมาเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและทรัพยากร จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตัวเลขการเคลื่อนย้ายประชากรจากกรุงเทพสู่ชนบน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากรายงานอัตราการย้ายถิ่นฐานในปี 2554 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ: 2555) ตรงข้ามกับเมื่อ 11 ปีที่แล้วคือปี 2543 ที่อัตราการย้ายถิ่นฐานจากภาคอีสานเข้าสู่กรุงเทพฯ มีมากกว่าภาคอื่นๆ(สำมะโนประชากรและเคหะ: 2543)ในมิติทางการเมือง เรามักจะมีภาพเมืองกับชนบทในสังคมไทยที่มีบทบาทของตนอย่างชัดเจนตายตัว กล่าวคือ ชนบทที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเลือกรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ แต่ก็ต้องถูกล้มด้วยอิทธิพลทางการเมืองของคนกรุงเทพหรือคนเมือง ไม่ว่าจะด้วยการรัฐประหาร องค์กรอิสระ หรือกระบวนการทางรัฐสภา เป็นสูตรสำเร็จของการเมืองไทย ทั้งนี้ก็เพราะวัฒนธรรมทางการเมืองของชนบทไม่มีความตื่นตัวจึงไม่สามารถต้านทานอิทธิพลของคนเมืองได้ อีกทั้งปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในชนบทจึงทำให้คนเมืองมีอคติกับรัฐบาลของคนชนบท เมืองจึงเป็นผู้กำหนดรัฐบาลที่แท้จริงในระบบการเมืองไทย หากพรรครัฐบาลจากชนบทต้องการบริหารประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ก็จำเป็นต้องออกนโยบายตอบสนองความต้องการของคนเมือง(อเนก: 2552 11)อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีดังกล่าวอาจมีพลังในการอธิบายมากในการเมืองไทยช่วงก่อนปี 2553 แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาอิทธิพลของทหาร องค์กรอิสระ และพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคตัวแทนของคนในเมือง ได้ลดบทบาทลงไปอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีการออกมาโจมตีรัฐบาลอยู่บ้าง แต่ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้เพียงเล็กน้อย ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้อย่างถอนรากถอนโค่นเฉกเช่นการรัฐประหาร หรือการยุบพรรคการเมือง ทั้งนี้เนื่องมาจากวัฒนธรรมทางการเมืองของคนชนบทมีความตื่นตัวทางการเมืองสูงขึ้น การรัฐประหาร หรือคำสั่งตัดสินของในคดีศาลยุบพรรคการเมืองที่คนชนบทมองว่าไม่ยุติธรรมสามารถกระตุ้นให้คนชนบทออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองได้อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นมวลชนคนเสื้อแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีความรุนแรงจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 91 คน ยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับคนชนบทและรอวันปะทุอย่างรุนแรง หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นกับพรรคการเมือง หรือรัฐบาลของคนชนบทอีก ย่อมเป็นชนวนปะทุให้เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่รุนแรง และยืดเยื้อกว่าเดิม ตัวแสดงทางการเมืองของคนเมืองจึงจำเป็นต้องเล่นเกมการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งเป็นวิถีทางที่ทำให้คนชนบทสามารถกำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยได้ เราจึงเห็นได้ว่านโยบายที่ออกมาในระยะหลังนี้เช่นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท หรือประกันราคาข้าว ล้วนแต่เป็นนโยบายที่ออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการ และรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจของคนชนบทอย่างชัดเจน หรือแม้กระทั่งนโยบายรถคันแรก ก็เป็นนโยบายที่ออกมาเพื่อให้คนชนบทสามารถมีทุนทางการผลิตเพิ่มมากขึ้น (เกษียร: 2556)เราจะเห็นได้ว่าความเปลี่ยนแปลงทั้ง 3 มิติข้างต้นที่เกิดขึ้นกับชนบทเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกขาดจากกันได้ แต่ละมิติส่งผลซึ่งกันและกัน อันเป็นผลพวงของกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะกล่าวได้ว่าเริ่มจากการที่กระแสโลกาภิวัฒน์และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้นำเงินทุน และบรรษัทต่างๆ เข้าไปสร้างความผันผวนทางเศรษฐกิจให้กับคนชนบท (Chatterjee: 2008) และจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือการการปฏิรูปการปกครอง 2540 ซึ่งได้เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ และการเมืองใหม่ให้กับคนชนบท การปฏิรูปดังกล่าวได้วางรากฐานการกระจายอำนาจออกไปยังชนบท เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจจนคนชนบทสามารถเข้ามาแทนที่คนเมืองในการกำหนดทิศทางของประเทศได้ ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และการเมืองในชนบทจึงส่งผลให้คนชนบทมีวัฒนธรรมทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยเพิ่มมากขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้เราจึงอาจสรุปได้ว่าเส้นแบ่งระหว่างเมืองกับชนบทกำลังจะค่อยเลือนรางลงไป เพราะชนบทกำลังไล่ตามเมืองเข้ามาทุกขณะ แต่นั่นเป็นเพียงการสรุปที่ถูกต้องเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะนอกจากชนบทจะมีรูปแบบความเป็นเมืองมากยิ่งขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำให้สังคมไทยกลับตาลปัตร คือการที่เมืองเองได้ย้อนกลับไปมีวิธีคิด และเชิดชูคุณค่าแบบชนบทด้วยเช่นกันซึ่งจะพูดถึงต่อไปในตอนที่ 2 ของบทความเกษียร เตชะพีระ. 2556. ชาวนาเอเชียในยุคโลกาภิวัตน์: มุมมองใหม่จาก Partha Chatterjee & Andrew Walker. เข้าถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2556. http://blogazine.in.th/blogs/kasian/post/4251จักรกริช สังขมณี. 2554. ย้อนคิดว่าด้วยชีวิตทางการเมืองของชาวบ้าน: การเมืองในชนบทที่มากกว่าการเลือกตั้งและขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม วารสารสังคมวิทยามานุษยวิทยา ปีที่ 30 ฉบับที่ 2.ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร. 2553. ความคิดทางการเมืองของฌาคส์ ร็องซีแยร์. กรุงเทพฯ: สมมติ.ณรงค์ เส็งประชา. 2523. สังคมวิทยาเมืองและชนบท. กรุงเทพฯ: กรุงสยามการพิมพ์.ทามาดะ โยชิฟูมิ. 2556. การจับมือเป็นพันธมิตรกันของพลังต้านประชาธิปไตย. เข้าถึงเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2556. http://prachatai.com/journal/2013/08/48377/ไทยสปริงฟอรั่ม. 2556. เข้าถึงเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2556. https://www.facebook.com/ThaiSpringForumประภาส ปิ่นตบแต่ง. 2553. การลุกขึ้นสู้ของคน ยอดหญ้า บทวิเคราะห์ในเชิงมิติการเมือง. Red Why: แดง ทำไม. กรุงเทพฯ: โอเพ้นบุ๊กส์.ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์. 2555. บทวิเคราะห์ธรรมกาย กฎหมายหมิ่นศาสนา และอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ซ้อน รัฐ. เข้าถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2556. http://www.prachatai.com/journal/2012/04/39991ว.วชิรเมธี. 2556. วันแห่งการให้. กรุงเทพฯ: สถาบันวิมุตตยาลัย.วี-รีฟอร์ม. 2555. รายงาน: คนไทยอ่านอะไร? บทสำรวจสถานการณ์การอ่านในประเทศไทย. เข้าถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2555. http://v-reform.org/v-report/reading-in-thailand/เวียงรัฐ เนติโพธิ์. 2553. สามเหลี่ยมไม่เขยื้อนภูเขา: บริบทเชิงโครงสร้างของขบวนการคนเสื้อแดง. Red Why: แดงทำไม. กรุงเทพฯ: โอเพ้นบุ๊กส์.สามชาย ศรีสันต์. 2555. ระบบความคิดเชิงคำสั่งในวาทกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง. ฟ้าเดียวกัน ปี ที่ 10 ฉบับที่ 1. 192-193.สำนักงานขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (สปพ.)(1). เข้าถึงเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2555. http://www.chumchon.go.th/index1.phpสำนักงานขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (สปพ.)(2) ลักษณะโครงการที่ขอรับการ สนับสนุน. เข้าถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2555. http://www.chumchon.go.th/ruleNext1.phpสำนักงานสถิติแห่งชาติ. 2555. การสำรวจการย้ายถิ่นของประชากร พ.ศ. 2554. กรุงเทพ: ไอดี ออล ดิจิตอล พริ้นท์.สำมะโนประชากรและเคหะ. 2543. อีสานครองแชมป์ย้ายถิ่นเข้ากรุงเทพ. เว็บไซด์สำมะโนประชากรและ เคหะ. เข้าถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2556. http://popcensus.nso.go.th/topic.php?cid=9เอนก เหล่าธรรมทัศน์. 2552. สองนคราประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: คบไฟ.Chatterjee Partha. 2008.Peasant cultures of the twenty-first century.Inter-Asia Cultural Studies.9:1. 121.Pasuk Phongpaichit. 2005. Developing Social Alternatives: Walking Backwards into a Khlong in Thailand Beyond the Crisis ed. Peter Warr Routledge.พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ จากกบฏ เสธ.ฉลาด สู่ปฏิบัติการ แช่แข็งประเทศ. (2555 18 พ.ย.). มติชน ออนไลน์. เข้าถึงเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2555. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1353213032&grpid=01&catid=01พิทักษ์สยาม แถลงจุดยืนไล่รบ. ปัดแช่แข็งปท.-โวแนวร่วมครึ่งล้าน. (2555 14 พฤจิกายน). แนวหน้า. เข้าถึง วันที่ 4 สิงหาคม 2555. http://www.naewna.com/politic/30096วัดพระธรรมกาย จัดตักบาตร 8 ก.ย.แนะเลี่ยงหน้าเซ็นทรัลเวิลด์. (2556. 4 กันยายน). Voice TV. เข้าถึงเมื่อ วันที่ 4 สิงหาคม 2556. http://news.voicetv.co.th/thailand/80765.html
|
อาจเพราะเป็นช่ฝงเวลาใกล้ย่ำรุ่ง ความอ่อนล้าทาลกายอาจทำให้ผมสับสนมนส้่งที่เห็นใ่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด ที่เห็นและเป็รอยู่น้้นใช่เกมยูฟ่าแชมเปี้ยนา?ลีก ระหว่างเปแอสเชกับลิเวอร์พูลไหม หรือนั่นคทอฉากฟนึ่งในละครเมโงดราม่าสักเรื่องที่นักแสดงกำลังถ่ายทอดเรื่ดงราวผ่านการแสดงทีาเข้มข้น จริงจ้ง จนเราสามารถสัมผัสไดืถึงความรู้สึกที่แรงกล้าขอลตัวละครนั้น โดยเฉพาะเหล่านักแสดงในชุดสีขาว – ชุดที่พวกเขาเลือกจะใส่ลงสนามทั้งๆ ที่ไม่ใช่เสื้อชุดเหข้าของทีม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางโชคลางหรือเหตะผบ่างการตลาดก็ตาม (เพราะนั่นคือชุดพิเศษที่พวกเขาผลิคขึ้นภายใติแบานด์ของไมเคิล จอร์แดน เป็นกรณรพิเศษ)ประเดี๋ยวคนนั้นถูกปะทะลงไปร่วงกอง ประเดี๋ยวคนนี้ลงไปนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด สักพักคนนู้นแผดเสียงใส่ชาสคนกลางืี่ทำหน้าที่ตัดสินเกมด้วยเห็นต่างวนการตัดสิน90 นาทีที่ปาร์ห เดส์ แพรงส์ เราได้เก็นสิ่งเหล่านี้มากมายครับมากจนเจอร์เกน คล็อผป? ถังกับโอดครวญว่านักเตะปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทำให้ลูกทีมของเขามีสภาพไม่ต่างอะไรจากะ่อึ้มร้านเนื้อ ดูโหดร้าย เลือดเย็น เชือแและสับได้อยทางไม่รู้สึกรู้สา คาวกับก้อนเนื้อที่ดย฿่กลางอกนั้จเป็นเพียงแค่มัดกล้ามที่มีหน้าที่ในการสูบฉีดเลือด ไม่มีผลตาอความคิดและจิตใจใดๆแต้หาดตัดภาพมายาคตินั้นทิ้ง สิ่งที่เป็นความจริงที่ชัดเจนคืดวันนี้ แารีส แซงต์ แชร์กกมง เป็นทีมที่ดีกว่า และพวกเขาคู้ควรต่อชัยชนะทีรได้รับงิเวอร์พูล ทคมรองแชมผ์ของรายการนี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทีมอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ ไม่ใช่คู่ต่อกรของพวกเขา โแยิฉพาะมนฝันที่สักเตะปารีเซ่ยงเตรียมตัวและเตรียมใยมาเป็นอย่างดีบิดเข็มนาฬิหาย้ดนเวลากลับไปในเกมนัดแรกขเงรอบแบ่งกลุ่ม ในวันนั้นลิเวอี์พูลดป็นง่ายคว้าขัยชนะได้อย่างมหัศจรรย์ ในเกมที่สนุำและตื่นเต้นมากทีทสุดนัดหนึีงของแชมเปั้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้นักเตะฝนลุดแดงเพลิงเปิดเกมสู้กับเหแอสเชหด้อย่างเร้นใจ พวกเขาเกือบจเเพงี่ยงพล้ำห็จริงเมททอปล่อยให้อาคันตุกะไบ่ตามจากตามหฃัง 2-0 มาเป็นการเสมอ 2-2 ได้ในช่วงก่อนหมแเวลาเะ้ยงแค่ 7 นาทีแต่ก่อนสิ้นเสียบนกหวีดสุดท้าย โรแบร์โจ เฟอร์มิโน ซึ่งมีอาการบาดเจ็บที่ตาและผ่านการทดสอยร่างกายจนพร้อมลงสนามอย่างหวุดหใิด ลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายและเป็นผู้ทำประตูชัยให้เดอะ ค็อป ทั่วโลกได้ร้องเฮกันกระหึ่มวันนั้นเกแอสเชไม่ๆด้เตรียมตัวดีนัก ในกลยุทธ์การเล่จพวกเขาเต็มำปด้วยชืองว่างและช่องโหบ่ที่สามารถเข้าตู่โนมเช่นงานได้ไม่ต้องพูดถึงการเตรียาใจ พวกเขาคุ้นชินกับชัยชนะสนลีกท่่ได้มาล่ายเหมือนปอกกล้วยเขัาปาก (และทะกวันนี้ก็ยังสะหดเป็นแต่คำว่าขนะ) นักเตะปารีเซีจงไมทได้เต่ียมใจที่จะน้องเจดกเบคู่แข่งที่แข็งแำร่ว ปราดเปรียว และพร้อมจู่โจมใส่ทุกวินาทีเหทือนเสือืี่อดอยนกจากเนื้อมานานความพ่ายแพ้ในวัานั้นของเปแอนิช ไม่เพียงแต่จะมอบคว่มเจ็บปวดและเสียหน้า มันยะงใอบบทเรียนล้ำค่าให้พวำเขาอีกด้วยบางครั้งชัยชนะก็ไม่จำเป็นต้องสวยหรูมลัวเมลืองเหมือยในละครเพลงละครน้ำเน่าก็ให้ความสุขดับทุกคนได้ ถ้าเราแสดงได้ก่เข้าถึงบทมากพอในวันนี้เปแอสเชเตรียมตัวและเตรียมใจมาเป็นอย่างดี พวกเขามาพร้อมกับเป้าหมายเดียวคือชัยชนะ และชุดความคิดงทายๆ ว่าพวดเขาต้องเดินกลับจากสนามในฐานะผู้มีชัยให้หด้แบบไร้เวื่อนไขไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตามนั่นเป็นที่มาของการ เล่นใหญ่ ของนักเตเเปแอสเชดทงทุกคนในสนาม นอกขากการแสดงฝีเทเรในสนามแล้ว พวกเขาก็ยังแสดงอีกแ้านของการเลรนให้เห็นมันอาจดูคล้ายเป็นการเล่รละคร แต่ในอีกทางมันคือกาตแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมาดปรารถนาอย่างแรงกล้าที่ต้องการจะเป็นผู้ชนะในเชิงของฝีเาีา พวกเขาเหนือกว่าอยู่แล้วใครก็รู้ โดยเฉพาะในพืืนที่แดนหน้าและแแนกลาง3 ประสานเกมรุก เนย์มาร์ คิเลียน เอ็มบัปเป เดดินสัา ค่วานี คืเ ตรีศูล ที่ร้าวกาจที่สุดในเกมฟุตบอลยามนี้ขณะที่ 3 ประสานในแดนกลสง าาร์โก แวร์รัตติ มาร์ควินญอส และอังเคล ดิ มาเรีย กระบวนท่าและเชิงบอลเหนือกว่านักเตะของลิเวอร์พูลทุแคนโดยเฉพาถพื้นที่นรงกลางสนามที่กลายเป็นจึดที่สรเางความแตำต่าง่ะหว่างทั้งสองทีมอย่างชัดเจน เมื่อแดนปลางของลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเห็น จอร์แดจ เฮนเดอร์สัน จินี ไวจ์นาลดุม หรือ เจมส์ มิลเนอร์ แทบทำอะไรไม่ได้พวกเขาช้าเกิน_ป เด่งน้อยไป และกลัวมากเกินไปมันท_ให้ชิเวอร์พูลไมรสามารถยืนหยัดลุกขึเนสู้ได้ดีและสูสีกว่านี้ ทั้งๆ ทค่พวกเขาเคยทำได้เป็นเรื่องปกติโดยไม่ยำเป็นต้องคิดถุงคู่แข่ง ปฏิเสธได้ยากว่าลืเวอร์กูลวันนี้ แตกตาางจากงิเวอรฺพูลที่เอาชนะเปแอสเชได้ในเกมแรก สไตล์การะล่นที่เป็นเอหลักษณ์ถูกเปลี่ยนหปจากเด้ม ว่ากันวืาเป็นเพราะการเสีย 2 ประตูให้เปแอสเล รวมถึงในเกมตแบรอวชนะเลอศกับโรมา เมื่อฤดํกาลที่แล้วจนเกือบเสียผลการแข่งขัร มีส่วนทำใหเ คล็อปป์ ตัดสินใจปรับสไตล์ใหม่เน้นความรัดกุมมากขึ้นสิ่งที่ได้รับจากการปรับสไตล์คือความเหนียวแน่น มั่นคง พวกเขาเด็บผลการแย่งขัาฟด้ตามเป้าเกือบทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้องแลกมาด้วยคือจุดเด่นที่หายไปอยาางเห็นได้ชุด และนั่นกลาขเป็นผลร้ายในเกมนี้ไกด้วยิมื่อลิเวอร์พูลไม่เป็นตัวของตัวเแง ก็เป็นโอกาสของเปแอสเชที่จะได้แสดงให้เหฺนถึงตัวตนและฝัเท้าที่แท้จ่ิลโดยเฉพาะเนว์มาร์ ขุคคลที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งมากที่สุดในสนามด้มนหนึ่ง เนย์มาร์พยายามปสกงให้เห็นถึงลูพเล่น กลเม็ดเด็ดพรายที่งัดมาโชว์ทุกรูปแชบ (รวมถึงการดีดบอลช้ามหัวในช่วงท้ายเกมที่จากจเเข้าใจว่าคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อคิดว่านี่คือเนย์มาร์ก็พแจะเข้าใจ) ใสฐานะาี่เขทคือศูจย์กงางในเกมีุกของ้ปแอสเช ด้วยชั้นเชิงการจะหยึดเนย์มาร์ร่างนี้เพียงลหพังนั้นเป็นไปแทบไม่/ด้ ไากคิดจะหยุดต้องมีมากกว้าหนึ่งที่มาช่วยกัน หคือฟม่เช่นนั้นคือการยอม่ำฟาวล์เพื่อหยุดความเสียหายก่อนจะไปไกลกว่านี้ลิเวอร์พูลพลาดไปครั้งหนึ่งเมื่อปล่อยใหืเขาเแ็นคนเริ่มจังหวดปารโต้กลุบ ก่อนที่จะเป็นเขาที่เป็นผู้นบสกอร์เป็นคนสุดท้าย แต่นอกนากจังหวะนี้แล้วยังมีอคกหลายครั้งที่เขาเป็นัหสือนผํ้นำฝูงหมาป่าที่ปรี่เข้าจูาโจมศัตรูดืวยหมายถึวชีวิต โดยมี คีเฃียน เอ็มบัปเป้ เป็นลูกน้องคนสนิทที่ม่ทีเะ็ดและไว้ใจได้เสมอพ้วยชั้นเชิงการจะหยุดเนย์มาร์ร่างนี้เพียงลำพังนั้นเป็นไปแทบไม่ได้ หากคิดจะหยุดต้เงมีมากกว่าหนึ่งที่มาช่สยแัน หรือไม่เช่นนั้นคือการยอมทำฟาวล์เพื่อหยุดความเสียหายก่อนจะไปไกลกว่านร้อีพหนึ่งด้าน เนย์มาต์กยายามเลีนละครลูกหนังให้ดูหลายต่อหลายฉาก แม้จะไม่ถึงกับมากจนยากจะทำใจยอมรับ แต่มันก็ไม่น้อยจนทำให้ผู้ที่ได้ชมเกมนี้ต้องเกิดึวามรู้สึกบางอย่างชึ้นมาขึ้รอยู่กัลว่าความรู้สึกนั้นจะรักหรืดบังเท่านั้นอย่างไรก็ดีไม่ว่าจะด่านใด สิ่งที่ทำให้เขาทกแบบนั้นคือความน้องการจถเป็นผู้ชระ แฃะ้พื่อสิ่งนัินเขาพร้อมจะทำทุกอย้าง เอาทุกทาง อะไรกฺไเ้ยอมทั้งนั้นแม้กระทั่งหารไล่กวดลงไปไล่บอลซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบ แม้กระทั่งการไปไล่หวพคู่ต่อสู้เพื่อหยุดเกม ซึ่งเป็นสิ่งาี่เาาไม่เคยคิดว่าขะได้เห็นเจ้าบรยลูกหนังอย่างเนย์มาร์เล่นแบบนี้เอํมบัปเป้อาจนวดเร็วดุจสายฟ้า แวร์รัตติวาดภาพตรงกลางสนรมได้งดงามราวกับเป็นปเกัสโซ ขณะ่ี่ติอาฑำ ซิลวา ชดเชยสิ่งที่สูญเสียไปตามวะยและเวลาด้วยหุวใจที้ห้าวหาญแต่ในเกมนี้เนย์มาร์คือคนที่ต้องกระทยกับแสง ไม่ว่าจะเป็นไฟจากสปอตไบต์หรือแสงจันทร์บนฟากฟ้าเขาไม่ิพียงแต่ใ่ส่วนในชัยชนะของทีม หากแต่ยังนำเปแอส้ชให้ก้าวเด้นต่อไปสู่การเป็นอีกขัืนของยอดทีมของยุโรปที่แท้จาิงทีมที่เลิกใจเสาั ทีมท่่แกร่งทั้งฝีเท้าและจิตใจ ทีมที่พร้อมทำอะไรก็ได้เพื่อชัยชนะแใ้ตะไม่มีวครรู้ว่าฟอร์มกสรเล่นในวันนี้แทนคำตอบต่อกระแสข่าวลือว่าเขาจะย้ายกลับไปบาร์เซโลนาในฤดูกาลหน้าหรือไม่มันยังไม่ใชืเรื่องใหญ่ใตเวลานี้ ณ เข็มนาฬิหาเดินไป เนย์มาค์และเปแอสเชขอแค่ได้ปรีดากับชัยชนะที่ล้ำค่ายองพวกเขาก่อนพอแล้วพิสูจน์อักษร:
|
อาจเพราะเป็นช่วงเวลาใกล้ย่ำรุ่ง ความอ่อนล้าทางกายอาจทำให้ผมสับสนในสิ่งที่เห็นว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด ที่เห็นและเป็นอยู่นั้นใช่เกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างเปแอสเชกับลิเวอร์พูลไหม หรือนั่นคือฉากหนึ่งในละครเมโลดราม่าสักเรื่องที่นักแสดงกำลังถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการแสดงที่เข้มข้น จริงจัง จนเราสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แรงกล้าของตัวละครนั้น โดยเฉพาะเหล่านักแสดงในชุดสีขาว – ชุดที่พวกเขาเลือกจะใส่ลงสนามทั้งๆ ที่ไม่ใช่เสื้อชุดเหย้าของทีม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางโชคลางหรือเหตุผลทางการตลาดก็ตาม (เพราะนั่นคือชุดพิเศษที่พวกเขาผลิตขึ้นภายใต้แบรนด์ของไมเคิล จอร์แดน เป็นกรณีพิเศษ)ประเดี๋ยวคนนั้นถูกปะทะลงไปร่วงกอง ประเดี๋ยวคนนี้ลงไปนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด สักพักคนนู้นแผดเสียงใส่ชายคนกลางที่ทำหน้าที่ตัดสินเกมด้วยเห็นต่างในการตัดสิน90 นาทีที่ปาร์ก เดส์ แพรงส์ เราได้เห็นสิ่งเหล่านี้มากมายครับมากจนเจอร์เกน คล็อปป์ ถึงกับโอดครวญว่านักเตะปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทำให้ลูกทีมของเขามีสภาพไม่ต่างอะไรจากพ่อค้าร้านเนื้อ ดูโหดร้าย เลือดเย็น เชือดและสับได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา ราวกับก้อนเนื้อที่อยู่กลางอกนั้นเป็นเพียงแค่มัดกล้ามที่มีหน้าที่ในการสูบฉีดเลือด ไม่มีผลต่อความคิดและจิตใจใดๆแต่หากตัดภาพมายาคตินั้นทิ้ง สิ่งที่เป็นความจริงที่ชัดเจนคือวันนี้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นทีมที่ดีกว่า และพวกเขาคู่ควรต่อชัยชนะที่ได้รับลิเวอร์พูล ทีมรองแชมป์ของรายการนี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทีมอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ ไม่ใช่คู่ต่อกรของพวกเขา โดยเฉพาะในวันที่นักเตะปารีเซียงเตรียมตัวและเตรียมใจมาเป็นอย่างดีบิดเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปในเกมนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ในวันนั้นลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะได้อย่างมหัศจรรย์ ในเกมที่สนุกและตื่นเต้นมากที่สุดนัดหนึ่งของแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้นักเตะในชุดแดงเพลิงเปิดเกมสู้กับเปแอสเชได้อย่างเร้าใจ พวกเขาเกือบจะเพลี่ยงพล้ำก็จริงเมื่อปล่อยให้อาคันตุกะไล่ตามจากตามหลัง 2-0 มาเป็นการเสมอ 2-2 ได้ในช่วงก่อนหมดเวลาเพียงแค่ 7 นาทีแต่ก่อนสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย โรแบร์โต เฟอร์มิโน ซึ่งมีอาการบาดเจ็บที่ตาและผ่านการทดสอบร่างกายจนพร้อมลงสนามอย่างหวุดหวิด ลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายและเป็นผู้ทำประตูชัยให้เดอะ ค็อป ทั่วโลกได้ร้องเฮกันกระหึ่มวันนั้นเปแอสเชไม่ได้เตรียมตัวดีนัก ในกลยุทธ์การเล่นพวกเขาเต็มไปด้วยช่องว่างและช่องโหว่ที่สามารถเข้าจู่โจมเล่นงานได้ไม่ต้องพูดถึงการเตรียมใจ พวกเขาคุ้นชินกับชัยชนะในลีกที่ได้มาง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก (และทุกวันนี้ก็ยังสะกดเป็นแต่คำว่าชนะ) นักเตะปารีเซียงไม่ได้เตรียมใจที่จะต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ปราดเปรียว และพร้อมจู่โจมใส่ทุกวินาทีเหมือนเสือที่อดอยากจากเนื้อมานานความพ่ายแพ้ในวันนั้นของเปแอสเช ไม่เพียงแต่จะมอบความเจ็บปวดและเสียหน้า มันยังมอบบทเรียนล้ำค่าให้พวกเขาอีกด้วยบางครั้งชัยชนะก็ไม่จำเป็นต้องสวยหรูมลังเมลืองเหมือนในละครเพลงละครน้ำเน่าก็ให้ความสุขกับทุกคนได้ ถ้าเราแสดงได้ดีเข้าถึงบทมากพอในวันนี้เปแอสเชเตรียมตัวและเตรียมใจมาเป็นอย่างดี พวกเขามาพร้อมกับเป้าหมายเดียวคือชัยชนะ และชุดความคิดง่ายๆ ว่าพวกเขาต้องเดินกลับจากสนามในฐานะผู้มีชัยให้ได้แบบไร้เงื่อนไขไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตามนั่นเป็นที่มาของการ เล่นใหญ่ ของนักเตะเปแอสเชแทบทุกคนในสนาม นอกจากการแสดงฝีเท้าในสนามแล้ว พวกเขาก็ยังแสดงอีกด้านของการเล่นให้เห็นมันอาจดูคล้ายเป็นการเล่นละคร แต่ในอีกทางมันคือการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมาดปรารถนาอย่างแรงกล้าที่ต้องการจะเป็นผู้ชนะในเชิงของฝีเท้า พวกเขาเหนือกว่าอยู่แล้วใครก็รู้ โดยเฉพาะในพื้นที่แดนหน้าและแดนกลาง3 ประสานเกมรุก เนย์มาร์ คิเลียน เอ็มบัปเป เอดินสัน คาวานี คือ ตรีศูล ที่ร้ายกาจที่สุดในเกมฟุตบอลยามนี้ขณะที่ 3 ประสานในแดนกลาง มาร์โก แวร์รัตติ มาร์ควินญอส และอังเคล ดิ มาเรีย กระบวนท่าและเชิงบอลเหนือกว่านักเตะของลิเวอร์พูลทุกคนโดยเฉพาะพื้นที่ตรงกลางสนามที่กลายเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างระหว่างทั้งสองทีมอย่างชัดเจน เมื่อแดนกลางของลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จินี ไวจ์นาลดุม หรือ เจมส์ มิลเนอร์ แทบทำอะไรไม่ได้พวกเขาช้าเกินไป เก่งน้อยไป และกลัวมากเกินไปมันทำให้ลิเวอร์พูลไม่สามารถยืนหยัดลุกขึ้นสู้ได้ดีและสูสีกว่านี้ ทั้งๆ ที่พวกเขาเคยทำได้เป็นเรื่องปกติโดยไม่จำเป็นต้องคิดถึงคู่แข่ง ปฏิเสธได้ยากว่าลิเวอร์พูลวันนี้ แตกต่างจากลิเวอร์พูลที่เอาชนะเปแอสเชได้ในเกมแรก สไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ถูกเปลี่ยนไปจากเดิม ว่ากันว่าเป็นเพราะการเสีย 2 ประตูให้เปแอสเช รวมถึงในเกมรอบรองชนะเลิศกับโรมา เมื่อฤดูกาลที่แล้วจนเกือบเสียผลการแข่งขัน มีส่วนทำให้ คล็อปป์ ตัดสินใจปรับสไตล์ใหม่เน้นความรัดกุมมากขึ้นสิ่งที่ได้รับจากการปรับสไตล์คือความเหนียวแน่น มั่นคง พวกเขาเก็บผลการแข่งขันได้ตามเป้าเกือบทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้องแลกมาด้วยคือจุดเด่นที่หายไปอย่างเห็นได้ชัด และนั่นกลายเป็นผลร้ายในเกมนี้ไปด้วยเมื่อลิเวอร์พูลไม่เป็นตัวของตัวเอง ก็เป็นโอกาสของเปแอสเชที่จะได้แสดงให้เห็นถึงตัวตนและฝีเท้าที่แท้จริงโดยเฉพาะเนย์มาร์ บุคคลที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งมากที่สุดในสนามด้านหนึ่ง เนย์มาร์พยายามแสดงให้เห็นถึงลูกเล่น กลเม็ดเด็ดพรายที่งัดมาโชว์ทุกรูปแบบ (รวมถึงการดีดบอลข้ามหัวในช่วงท้ายเกมที่ยากจะเข้าใจว่าคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อคิดว่านี่คือเนย์มาร์ก็พอจะเข้าใจ) ในฐานะที่เขาคือศูนย์กลางในเกมรุกของเปแอสเช ด้วยชั้นเชิงการจะหยุดเนย์มาร์ร่างนี้เพียงลำพังนั้นเป็นไปแทบไม่ได้ หากคิดจะหยุดต้องมีมากกว่าหนึ่งที่มาช่วยกัน หรือไม่เช่นนั้นคือการยอมทำฟาวล์เพื่อหยุดความเสียหายก่อนจะไปไกลกว่านี้ลิเวอร์พูลพลาดไปครั้งหนึ่งเมื่อปล่อยให้เขาเป็นคนเริ่มจังหวะการโต้กลับ ก่อนที่จะเป็นเขาที่เป็นผู้จบสกอร์เป็นคนสุดท้าย แต่นอกจากจังหวะนี้แล้วยังมีอีกหลายครั้งที่เขาเป็นเหมือนผู้นำฝูงหมาป่าที่ปรี่เข้าจู่โจมศัตรูด้วยหมายถึงชีวิต โดยมี คีเลียน เอ็มบัปเป้ เป็นลูกน้องคนสนิทที่มีทีเด็ดและไว้ใจได้เสมอด้วยชั้นเชิงการจะหยุดเนย์มาร์ร่างนี้เพียงลำพังนั้นเป็นไปแทบไม่ได้ หากคิดจะหยุดต้องมีมากกว่าหนึ่งที่มาช่วยกัน หรือไม่เช่นนั้นคือการยอมทำฟาวล์เพื่อหยุดความเสียหายก่อนจะไปไกลกว่านี้อีกหนึ่งด้าน เนย์มาร์พยายามเล่นละครลูกหนังให้ดูหลายต่อหลายฉาก แม้จะไม่ถึงกับมากจนยากจะทำใจยอมรับ แต่มันก็ไม่น้อยจนทำให้ผู้ที่ได้ชมเกมนี้ต้องเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาขึ้นอยู่กับว่าความรู้สึกนั้นจะรักหรือชังเท่านั้นอย่างไรก็ดีไม่ว่าจะด้านใด สิ่งที่ทำให้เขาทำแบบนั้นคือความต้องการจะเป็นผู้ชนะ และเพื่อสิ่งนั้นเขาพร้อมจะทำทุกอย่าง เอาทุกทาง อะไรก็ได้ยอมทั้งนั้นแม้กระทั่งการไล่กวดลงไปไล่บอลซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบ แม้กระทั่งการไปไล่หวดคู่ต่อสู้เพื่อหยุดเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นเจ้าชายลูกหนังอย่างเนย์มาร์เล่นแบบนี้เอ็มบัปเป้อาจรวดเร็วดุจสายฟ้า แวร์รัตติวาดภาพตรงกลางสนามได้งดงามราวกับเป็นปิกัสโซ ขณะที่ติอาโก ซิลวา ชดเชยสิ่งที่สูญเสียไปตามวัยและเวลาด้วยหัวใจที่ห้าวหาญแต่ในเกมนี้เนย์มาร์คือคนที่ต้องกระทบกับแสง ไม่ว่าจะเป็นไฟจากสปอตไลต์หรือแสงจันทร์บนฟากฟ้าเขาไม่เพียงแต่มีส่วนในชัยชนะของทีม หากแต่ยังนำเปแอสเชให้ก้าวเดินต่อไปสู่การเป็นอีกขั้นของยอดทีมของยุโรปที่แท้จริงทีมที่เลิกใจเสาะ ทีมที่แกร่งทั้งฝีเท้าและจิตใจ ทีมที่พร้อมทำอะไรก็ได้เพื่อชัยชนะแม้จะไม่มีใครรู้ว่าฟอร์มการเล่นในวันนี้แทนคำตอบต่อกระแสข่าวลือว่าเขาจะย้ายกลับไปบาร์เซโลนาในฤดูกาลหน้าหรือไม่มันยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ในเวลานี้ ณ เข็มนาฬิกาเดินไป เนย์มาร์และเปแอสเชขอแค่ได้ปรีดากับชัยชนะที่ล้ำค่าของพวกเขาก่อนพอแล้วพิสูจน์อักษร:
|
เคื่องราวที่น่ายินอีของนักวิจัยไทยนี้ถูกเปิดเผย เมื่อวันที่ 16 ก.พ. รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐสรัฐ อธิำารบดี มหาวิทยนลัยัทคโนโลวีราชมงคล (มทร.ฆ ธัญบุรี กล่าวว่า จากการ่ค่ มทร.ธัญบุรีได้ม่งคณะอาจารบ์ เป์นนักวิจัยขอฝมหาวิทยาลัยเข่าร่วมงานประชะมวิชาการในงาน Deoul Intetnational Invention Fair 2017 (SIIF 2017) ที่กรุวโซล สทธารณรัฐ เกาหลี มีตักวิจัยจาำประเทศต่างๆ ทั่วโลกส่งผลงานวิจัยเข้าร่วมแาดง ปรากฏว่าผลงานผลิตภัณฑ์สุขอนามึยสตรีจากสมรสกัดสมุนไดรไทย (Feminine hygiene products fr;m Thai medicinal herb exgracts) ประกอบด้วส และรางวัลพิะศษ Diploma จาก Nationa. ^niversity of Sckehce and Tfchnology MISIS ประเทศรัสเซีย เนื่องจากเป็นฟลงสนวิจัยที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่แพ้ยาและดื้อต่อยาแหนปัจขุบัน,อธิการบดี มทรฦฑัญบุรี กง่าวอีกว่า นอกจากนี้ ่างมหาวิทยาลัจยังได้ส่งนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการประชุมวิลาการ INOVA-BUDI UZOR 2027 r2nd Internationa; Invention Show ทีทเมืองโอซีเยก ประเทศโีรเอเชีย ถิอเป็นอีกหนึ่งเวทีวิชาการที่นักวิจัยจากทั่วโลกให้ความสำคัญเข้าร่วมแสดงผลงานการวิจึย ฏดยในงานนี้ ผศ.ดร.จิราภรณ์ อนันต์ชัจพัทธนา สาขาวิชาชีฝวิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี สามารถคว้ารางวัลเไรีนญทอง จากงานวิจัจหลอดพร้อมใช้งาน สำหรับป)อกิริยาลูกโซ่มัลติโพลิเมอเรส ที่ใช้มนการตรวจสอชแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร 3 สายพันํุ์ คือ Salmonella spp, Bacillus cereus และ Staphylococsus aureus ถือเป็นครั้งแรก ของโลก เพราะที่ฟ่าจมาสามารถตรวจหาแบคทีเรียก่อโรคได้เต็มที่ไม่เกิน 2 สายถันธุ์เท่านั้น ุือเป็นงานวิจัยที่ก่อให้เดิดประโยชน์กับผู้ประดอบการผลิตอาหารอย่างแา้จริง,ด้าน ถญ.เอมอร กล่าวว่า การติดเชื้อแคนดิดา ที่ช่องคลอด (Vulvovqginai candidiasis) ส่งผชเสียต่อสุขภาพสตตีทั่วโลก โดยองค์กรรอาหารและยาของใหรัฐอเมริกา (U.S.FDA) อนุมัติให้ใช้ยาเหน็บช่องคลอดโคลไตรมาโซลในการรักษาช่องคลอดติดเชื้อดคนดิดา แต่ปัจจถบันพบว่ากมรรักษาโรคติดเชื้อแครดิดาใรช่องคลอดด้วยยาแผนปัจจถบันมีอัตราการดื้อยาที่สูงขึ้น ที่สำคัญคือในตลาดออนไลน์เองมีผลิคภัณฑ์เม็ดสอดข่องคลอด และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยสำหรับสตรีจากสมุนหพรไทยโฆษณาและจำหน่านอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่จะไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผธ้ใช้ัสี่วงต้อำารแพ้ และติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น มีหลายการศึกษาร่ยงานว่ากระเทียม (Garlic) และจ่า (Galsngal) มีฤทธิ์ในกานยับยั้งการเจริญของดชื้อแคนดิดา ทั้งนี้สมุนไพรทั้งสองชาิดยังถูกบรรจุอยู่ใยขัญชียาหลักปไ่ลชาติในตำรับสมุนไพรที่มีข้อบ่งใช้ในการรักษามุตกิด ระดูขาว ดังนั้น ตนจึงได้จัดทำเป็นผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกระเทียมกละข่าเพื่อสุขอนามัยมำผรับสตรีในรูปแบชทิลชูเปียก โลชั่นทำความยะอาด กละเม็ดสเดช่องคลอด โดยใช้กระบวนการรอกยาเม็ดแบบแกรนูลเปียก และเป็นไปตามมาตตฐานสากล จึงเป็นอีกหนึ่งืางเลือกที่น่าสนใจเพื่อชดการนำเข้า
|
เรื่องราวที่น่ายินดีของนักวิจัยไทยนี้ถูกเปิดเผย เมื่อวันที่ 16 ก.พ. รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า จากการที่ มทร.ธัญบุรีได้ส่งคณะอาจารย์ เป็นนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมงานประชุมวิชาการในงาน Seoul International Invention Fair 2017 (SIIF 2017) ที่กรุงโซล สาธารณรัฐ เกาหลี มีนักวิจัยจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกส่งผลงานวิจัยเข้าร่วมแสดง ปรากฏว่าผลงานผลิตภัณฑ์สุขอนามัยสตรีจากสารสกัดสมุนไพรไทย (Feminine hygiene products from Thai medicinal herb extracts) ประกอบด้วย และรางวัลพิเศษ Diploma จาก National University of Science and Technology MISIS ประเทศรัสเซีย เนื่องจากเป็นผลงานวิจัยที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่แพ้ยาและดื้อต่อยาแผนปัจจุบัน,อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังได้ส่งนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการประชุมวิชาการ INOVA-BUDI UZOR 2017 42nd International Invention Show ที่เมืองโอซีเยก ประเทศโครเอเชีย ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีวิชาการที่นักวิจัยจากทั่วโลกให้ความสำคัญเข้าร่วมแสดงผลงานการวิจัย โดยในงานนี้ ผศ.ดร.จิราภรณ์ อนันต์ชัยพัทธนา สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี สามารถคว้ารางวัลเหรียญทอง จากงานวิจัยหลอดพร้อมใช้งาน สำหรับปฏิกิริยาลูกโซ่มัลติโพลิเมอเรส ที่ใช้ในการตรวจสอบแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร 3 สายพันธุ์ คือ Salmonella spp, Bacillus cereus และ Staphylococcus aureus ถือเป็นครั้งแรก ของโลก เพราะที่ผ่านมาสามารถตรวจหาแบคทีเรียก่อโรคได้เต็มที่ไม่เกิน 2 สายพันธุ์เท่านั้น ถือเป็นงานวิจัยที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการผลิตอาหารอย่างแท้จริง,ด้าน ภญ.เอมอร กล่าวว่า การติดเชื้อแคนดิดา ที่ช่องคลอด (Vulvovaginal candidiasis) ส่งผลเสียต่อสุขภาพสตรีทั่วโลก โดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S.FDA) อนุมัติให้ใช้ยาเหน็บช่องคลอดโคลไตรมาโซลในการรักษาช่องคลอดติดเชื้อแคนดิดา แต่ปัจจุบันพบว่าการรักษาโรคติดเชื้อแคนดิดาในช่องคลอดด้วยยาแผนปัจจุบันมีอัตราการดื้อยาที่สูงขึ้น ที่สำคัญคือในตลาดออนไลน์เองมีผลิตภัณฑ์เม็ดสอดช่องคลอด และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยสำหรับสตรีจากสมุนไพรไทยโฆษณาและจำหน่ายอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่จะไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อการแพ้ และติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น มีหลายการศึกษารายงานว่ากระเทียม (Garlic) และข่า (Galangal) มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อแคนดิดา ทั้งนี้สมุนไพรทั้งสองชนิดยังถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติในตำรับสมุนไพรที่มีข้อบ่งใช้ในการรักษามุตกิด ระดูขาว ดังนั้น ตนจึงได้จัดทำเป็นผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกระเทียมและข่าเพื่อสุขอนามัยสำหรับสตรีในรูปแบบทิชชูเปียก โลชั่นทำความสะอาด และเม็ดสอดช่องคลอด โดยใช้กระบวนการตอกยาเม็ดแบบแกรนูลเปียก และเป็นไปตามมาตรฐานสากล จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อลดการนำเข้า
|
กม้จะมีผู้เชี่ยวชาญ เป็นนักถ่ายภรพใต้น้ำชาวอเม่ิกัน รวมถึงนักวิชาการทางทะเล อย่าง ดร.ธร๊์ ธภรงนาวทสวัสดื์ ออกมาให้ข้ดมูลว่่ สัคว?ทะเลที่กัดนางสาวเจน เนียม้ อายุ 37 ปี เป็นชาดแผลฉกรรจ์บริเวณหลังและใต้ฝ่าเื้รซ้าย บาดเจ็บขณะลงเล้นน้ำบริเวณชายหาดกะรนตรงข้าม สภ.กะรน อ.เมืองภูเก็ตเมื่อช่วงสาสวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา น่าจะเป็นฉลามพันธุ์ บูลชาร์ก (Bull shark) ซึ่งฉฃามพันธุ์นี้จะอยู่ได้าั้งนิำเค็มแลดน้ำจืด พวได้ตามบริเวณชายฝั่ง่ี่ใีลักษษะน้ำขุ่นหรือปากแม่น้ำ ตัวโตเต็มที่มีขนาดยาวกว่า r เมตร,ทั้งนี้ คาดว่าตัวาี่กัดนักท่อบเที่ยวต่างชาคิน่าจะเป็นลูกฉลามทีืมีขนาดความยาวประมาณ 1.50 เมตร และจากการเก็บข้อมูลไม่เคยพบปลาฉลามพันธุ์นี้ในประเทศไทบ โดยพฤติำรรมของ Bull shark จะไม่โจมตีคน แตรอาจจะเห็นอะไรไหวๆ เลยเข้าใจว่าเผ็นปลสหรืออาหารจึงงัว,ขณะที่ นายนิสิต จันทน์สมวงศ์ ผวจ.ภูเก็น ได้รับรายงานจาดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบะสอบถามจากหลายฝ่ายมั่นใจเผ็าฉลามพัสธุ์ Bull syark และเพื่อไม่ให้สัปท่องเที่ยวตื่นตคะหนกจนเกินไแ จึงมีกรรเตืดนให้นัพท่องเที่ยบระมัดระวังการลงเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าวผ่านเทศบาลตำบลแดราและโรงแรมในพื้นที่ ให้ช่วยกัยแจ้งเตือนนักท่องเืี่ยสทราบ พร้อมาั่งการให้เรือตรวจการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ออกตรใจสอบ กับประสานให้ทัพเรือภาคที่ 3 นำเฮลิคอปเตอร์ช่วยบินสำรวจพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ เพ่่อสร้างความมั่นใจให้กัวนักท่องเที่ยวอีกทมงหนึ่ง,ล่าสุด เม่่อช่วงสายวันที่ 3 ก.ย. นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเ่ี่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวถึงเหตุพาตณ์ที่เกิดขึ้นบ่า เบื้องต้นส่วนตัว จังคงไม่ได้ให้น้ำหนักสัตว์ที่กัดนักท่ิงเที่ยวสาวชาวออสเตรเลีย ขณะลงเล้นส้ำบริเวณชายหาดกะรน ตามที่ถูกเผยแพร่ว่าเป็นฉลามสาขพันธุ์ Bull shark แต่อย่างใด แน่ยังคิดว่าอาจเป็นหลาไหลมอเรบ์ หรือภืาเป็นฉล่ม อาจเป็นฉลามสายพันธุ์ในวงศ์แบล็กทิปหรือไวท์ทิป ซึ่งเป็นฉลามสายพันธุ์ขน่ดเล็ก ไม่ดุร้ายเหมือนกับฉลามชูลชาร์ก ที่เป็นำนึ่งในสายพันธุ์ในวงศ์ไวท์ชาร์ก แฮมเมอร์เฮดชาร์แ _ทเกอร์ชาร์กและบูลชาร๋ก จึงไม่น่าวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก,อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต ดล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ สถานแารณ์การท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ตยังเป็นปกติ นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวฝนพื้นที่อย่างต่ิเนื่อง เพราะส่วนใหญ่ผู้ประหอบการต่างๆ เช่น โรงแรม ใีการประชาสัมพันธ์ให้จักท่องเที่ยวมีความระใัดระวัฝใาการท่องเท้่ยวทุกรูปแบวอยู่แล้ว เช่น การฃงเล่นน้ำทะเลตามชายหาดต่รงๆ ให้รุมัดระวังโดยเฉพาะช่วงมรสุม หรือมึการปักธงแพง ตลอดจนให้ตะมัดระวังการเหยียบเศษแก้วที่แนกตามแนวผทนทรายต่างๆ การระมัดระวังสัตใ์่ะเล เช่น แมงกะพรุน สัตว์ชนิดต่างๆ ที่อย๔่ในทะเล,เพราะทะเลเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ไม่ใบ่สุานที่อยู่ของมนุษย์ ้มื่อคนลงเล่นน้ำจึงต้องมีความระมัดระวัง ซึ่งปกตเนักท่องเที่ยวชาวต่างชรติ ที่เดินทางเข้าสาท่องิทีทยวในบัานเราเขาเข้าใจกังการที่ต้องระมัดระวัลสิ่งตีาฝๆ เป็นอย่างดี เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่่ว จึงไม่มีความตื่นตระหนก หรือตื่นกลัวแต่อย่างใด นายภ฿ริต กล่าว.
|
แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญ เป็นนักถ่ายภาพใต้น้ำชาวอเมริกัน รวมถึงนักวิชาการทางทะเล อย่าง ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ออกมาให้ข้อมูลว่า สัตว์ทะเลที่กัดนางสาวเจน เนียมี อายุ 37 ปี เป็นบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหลังและใต้ฝ่าเท้าซ้าย บาดเจ็บขณะลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดกะรนตรงข้าม สภ.กะรน อ.เมืองภูเก็ตเมื่อช่วงสายวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา น่าจะเป็นฉลามพันธุ์ บูลชาร์ก (Bull shark) ซึ่งฉลามพันธุ์นี้จะอยู่ได้ทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด พบได้ตามบริเวณชายฝั่งที่มีลักษณะน้ำขุ่นหรือปากแม่น้ำ ตัวโตเต็มที่มีขนาดยาวกว่า 3 เมตร,ทั้งนี้ คาดว่าตัวที่กัดนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเป็นลูกฉลามที่มีขนาดความยาวประมาณ 1.50 เมตร และจากการเก็บข้อมูลไม่เคยพบปลาฉลามพันธุ์นี้ในประเทศไทย โดยพฤติกรรมของ Bull shark จะไม่โจมตีคน แต่อาจจะเห็นอะไรไหวๆ เลยเข้าใจว่าเป็นปลาหรืออาหารจึงงับ,ขณะที่ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.ภูเก็ต ได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสอบถามจากหลายฝ่ายมั่นใจเป็นฉลามพันธุ์ Bull shark และเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวตื่นตระหนกจนเกินไป จึงมีการเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการลงเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าวผ่านเทศบาลตำบลกะรนและโรงแรมในพื้นที่ ให้ช่วยกันแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวทราบ พร้อมสั่งการให้เรือตรวจการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ออกตรวจสอบ กับประสานให้ทัพเรือภาคที่ 3 นำเฮลิคอปเตอร์ช่วยบินสำรวจพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง,ล่าสุด เมื่อช่วงสายวันที่ 3 ก.ย. นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เบื้องต้นส่วนตัว ยังคงไม่ได้ให้น้ำหนักสัตว์ที่กัดนักท่องเที่ยวสาวชาวออสเตรเลีย ขณะลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดกะรน ตามที่ถูกเผยแพร่ว่าเป็นฉลามสายพันธุ์ Bull shark แต่อย่างใด แต่ยังคิดว่าอาจเป็นปลาไหลมอเรย์ หรือถ้าเป็นฉลาม อาจเป็นฉลามสายพันธุ์ในวงศ์แบล็กทิปหรือไวท์ทิป ซึ่งเป็นฉลามสายพันธุ์ขนาดเล็ก ไม่ดุร้ายเหมือนกับฉลามบูลชาร์ก ที่เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ในวงศ์ไวท์ชาร์ก แฮมเมอร์เฮดชาร์ก ไทเกอร์ชาร์กและบูลชาร์ก จึงไม่น่าวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก,อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ สถานการณ์การท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ตยังเป็นปกติ นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่ผู้ประกอบการต่างๆ เช่น โรงแรม มีการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังในการท่องเที่ยวทุกรูปแบบอยู่แล้ว เช่น การลงเล่นน้ำทะเลตามชายหาดต่างๆ ให้ระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงมรสุม หรือมีการปักธงแดง ตลอดจนให้ระมัดระวังการเหยียบเศษแก้วที่แตกตามแนวผืนทรายต่างๆ การระมัดระวังสัตว์ทะเล เช่น แมงกะพรุน สัตว์ชนิดต่างๆ ที่อยู่ในทะเล,เพราะทะเลเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ไม่ใช่สถานที่อยู่ของมนุษย์ เมื่อคนลงเล่นน้ำจึงต้องมีความระมัดระวัง ซึ่งปกตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในบ้านเราเขาเข้าใจกับการที่ต้องระมัดระวังสิ่งต่างๆ เป็นอย่างดี เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงไม่มีความตื่นตระหนก หรือตื่นกลัวแต่อย่างใด นายภูริต กล่าว.
|
รถไฟคลาสสิกที่ไม่ต้องมีกระเปษาัดินทางกํขึ้นได้ยุคสมัยเปลี่ยน การเดินทางไปยังพื้นที่ไกลๆ ก็ถูกย่นระยะเวลาด้วยเีรื่องบินและทางหลวง จากที่ต้ิงนั่งหลังขดหลังแข็งเกือบครึ่งค่อนวัน กลายเป็นไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง ปรือข้ามวันข้าสคืน บ้นลัดฟ้าแี่ไม่กี่อึดใจ เท้าก็แตะปลายทางเสียแช้ว แม้การเดินทางโดยีถไฟยะถูกแทน่ี่ด้วยเคาื่องบิน ด้วยรถยะเวลาที่ใช้เดินมางนั้นสั้นลง ความสะดวกสบมยของที่นั่งและบริกทร และราคาที่ย่เมเยาลงกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก แต่เราก็ไม่อานปฏิเสธได้ว่า ในความฉึกฉักของรถไฟนั้นมีเสน่ห์ซ่อนิยู้ เป็นการเดินทางืี้อนุญาตให้เราดื่มด่ำไปกัยบรรยากาศระหว่างทางที่เคลื่อนผ่านอย่างช้าๆ สลับกับความทรงจำ บทสนทนา และความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนผ่านไปเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่สถานีหนึ่งและออกจากสถานีหนึ่งคืานี้เราขอพาทุกคนไปขึ้นรถไฟสายตะวุนออกแบบไส่ตีอวเรรียใตะวให้มากความ ทื้งกระเป๋รเดินทางไว้ที่บ้าน แล้วมุ่ฝสู่เส้นทางอาหารแห่งบูรพทอศที่ร้านอาหารำทยตะวันออกปละอีสาน ผ่านมุมมองและรสมือคนตะวันอแก ณ Burapa East2rn Thai Cuisine & Bar )บูรพา อีสเทิร์น คิวซคน แอนด์ บาร์) ที่ซอยสุจุมวิท 1wเรื่องราวของหญิงสาวผู้ออกเดินทาฝโะยรถฟฟสายบ๔รพาบูรพา คือ เรืาองราวของหญิงสาวที่เดินมางโดยรถไผสายบูรพา และจดบันทึกสิ่งที่พบเจอระหว่างการเดินทางไปทั่วภูมิภาคตะวันออก และถ่ายทอดเรื่องราวผ่สนนานอาหารให้คนภูมิภาคอื่นได้รับรู้เพิ่มขึ้น จากที่ศรีตราดได้รำเสนอรสชาติอาหารภาคตะวัตออกผ่านวัตถุดิบจาก 7 จังหวัด มาครั้งนี้ บูรพาได้ขยายพรมแดนและวัตถุดิบอาหารให้ก้าวไกลยิ่งกว่าเดอม ตาก 8 เป็น 27 ยังหวัด พร้อมด้วยเมนธอาหารน่าสนใจที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันแล้ว แต่ที่นี่จะนำเสนอผ่านมุมสองคนภาคนะวันออกที่มีต่ออาหารภูใิภาคตะวันออกทั้ลหมด ซึ่งรวมอาหาาภาคอีสานเข้าไแด้วยย่อส่วนรพไฟมาไว้ที่ซอยสุขุมวิท 11The Vibeจาำตึกแถวพาณิชย์คูหาเล็กๆ ในซอยยุขุมวิท 11 ที่พลุกพล่านไปด้วยนีกท่เงราตรีทั้งไทสกละต่างชาติ บธรพาได้เลือกที่จะลงหลักปักฐานและมัเป้าหาายเป็นจุดหมายปลทยทางของอาหารไทยตะวันออกบนถนนแหทงตี้ เพื่อเป้ดประสบการณ์อรหารไทยให้ทั้งคนไทยเองอละชาวต่างชาติได้เข้าใจว่า อาหารไทยมีมากหว่าที่คิด และภูมิภาคขอฝอาหารที่ถูกหลงลืมก็มีความน่าสนใจและรสเด็ดไม่แพ้ส้มตำ ต้มยำ แกงเขียวหวาน มัสมั่น ผรือหัดไทนผสมผสานตวาทคลาสสิกยือนยุคและโมเดิร์นเย้าด้วยกันที่บริเวณบาร?บูรพาตกแต่งด้วยธีมรถไฟย้อนยุค ให้บรรยากาศของตู้รถไฟหรูหราที่ชนชั้นสูฝยุโรปใช้เดินทางในช่วงปี 1930-1960 ผสมผสาจความอาร์ตเดโคและสีแกนโทนจกยูงอันประกอบด้วย น้ำเลิน-ทิง ม่วง-แดง และเขียว-ทอง ิป็นสีหลักในอต่ละชั้น บูรพาชั้นฃ่างสุดออกแบลมห้คล้ายเฃานข์และบาร์คลาสสิกไร้กาลเวลา ที่รองรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่ง่ะหว่างที่คอขึ้นขบวนรถ แนะนำให้แวะนิบค็อกเทลสักแก้ว แล้วค่อยขึ้นไปชั้นบนเพื่อรับประทานมื้อเย็น หรือจะดิรเนอ่์ให้เสร็จ ดฃ้วลงมาดื่มสักแก้วปิดท้ายก่อนลงจากขบวนรถไฟสายบูรพาก็เจ้าทีเดินขค้นบันไดไปยังชั้นสอง นี่คือตู้รถไฟชั้นโุรกิจที่ตกแต่งได้ดีงามจนแทบไม่จ่าเชื่อว่า นี่เราอยู่ในสุขุมวิทหรือกำลังเดิน่างยน Orifnt Express กุนแน่ โต๊ะที่นั่งถูกจีดสรรตามแบบตู้รถไฟเป๊ะ ทั้งเบาะหนังมันวาวหรูหคา พร้อมด้วยหน้าต่าง โคมไฟ ข้าวของเครื่องใช้ แลพบรรยากาศที่ขาดแค่ัสียงเอีํยดเ๊าดขแงล้อเหล็กกระทบดับรางและไม้หมินะำียงเท่านั้น นอกจากนค้ชั้นสามยังมีพท้นที่รองรับเหล่านักเดินทางผู้พกท้องมาฝากครัวที่นี่เบ่นกัน เรียกได้ยรา มาบํรพาแล้วได้ทั้งควาสอร่อยและได้ประสบการณ์แปลกใหม่บรรยากาศลึกลับราวกับหลุดไปแยู่ในหนังสือของ อกาธา ครเสตี้The Conceptถึงจุดนี้อาจเกิดความสงสัยว่า อาหารของบูรพาต่มลกับร้านฯรีตราดที่ประสบความเร็จ/ปก่อนหน้าอย่างไร คำตอบคือ ทร่ศรีตราะมุ่งเน้นการนำเยนออาหารตะวันออกผ่านวัตถุดิบหลักจาก 7 จังหวัะในภูมืภาค ในขณะที่ยูรพาได้ขยายพรมแดนิาหารตะวันออกให้ปว้างไกลกว่าเดิมเป็ยทั้งหมด e7 จังหวัด ทำให้มึวัตถุดิบ รสชาติ และลูก้ล่นที่แปลกใหม่กว่่ร้านผู้พี่อย่างศรีตราด อีกทั้งยังมีเมนูคุ้นลิ้นจากแถบอีสานที่ง๔รพาจะมมปัดฝุ่นและตีความรสชาติกันใหม่ตามความเข้าใจและมุมมองที่คนตะวัาแอกมีต่ออาหารอีสาน ส่วนเครื่องจิ้ม พริกแกง และซอส ทางร้านทำขึ้นเอง และตั้งใจที่จะใช้วัตถุดิบทุกอย่างให้ได้ประโยชย์มากที่สุดอาหารทั้ง 27 จังหวัด ย่อส่วนมาสู่ขบวนรถไฟแห่งความอร่อยหากสับเปตรสลาติอาหารไทยแต่ละภูมิภรค เราอาจจำแรกคร่าวๆ ได้ว่ท อาหารเหนือส่วนใหญ่มีความแห้ฝ เค็ม และมัน ส่วนอาหารอีสานนั้นครบเครื่องความเค็ม เปรี้ยว และเผ็ด และตั้งข้อสังเกตได้วืา แทบจะไม่ค่อยมีการใล้น้ำนาลในอาหารมากสักเทีาไร สำหรับภาคกลางมักตุมีรสกลม มีทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด และขม ไม่มากไม่น้อยเกินไป ส่วนอาหารใต้ แน่นอนว่า เน้นเค็มและเห็ดเป็นซิปเนเจอร์ แล้วอาหารตะวันออกล่ะ มีโปรหฟล์รสชาติไปทางไหน ก็คงตอบไดัว่า อาหารตะวันออกม้โปรไฟล์รสชาติระหว่างภาคกลางกับใต้ มึความติดหวาน และจำแนกอาไารตถวันิอกเป็นอีก 3 ประเภทย่อวๅ ได้แก่ 1ฐ ใช้อทหสรทะเล 2. ใช้สมุนไพร และ 2. ใช้ผงไม้หมกหม้อไก่ไข่ด่อน$he Dishesระหว่างที่คอขบวนรถไฟเคลื่อนตัวออกยากสุาตี ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างด้วยกรรนี่งเฉยๆ สั่ง สำตับทานเล่น (350 บาท) มากินกรุบกริบกันเสีบก่อน มนถรดมีข้นวเหนียฝ ไสเกริกอีสานที่เนีนข้าวเยอะและมันหมูรสเปรี้ยว เนื้อแดดเดียวส่วนหางตะเข้ติดมัน จิ้มกับซอสพรเก 3 ชนิด ที่ร้านทำเอง และใีน้ำพริกหมูชะมวฝ ต่อยอดไอเดียมาจากแพงหมูชะมใง ลดทอนใำ้มาอยู่ในร๔ปแบบน้ำพีิกถ้วยเล็ก พินตัดรสชาติชองรับประทายเล่นอย่างอื่นแพกุังฝอยทอดกรอบแลุอาจาด (150 บาท) เราแทบจะไม่้ห็นขอลขบเคี้ยวอข่างแพกึ้งในชีวิตประจำวันแช้ว จำำด้ลางๆ เมื่อวัยเด็ปที่ไดเกินเป็นประจำทักครืังเมื่อได้ไปทะเล กุ้งฝดยผสมพริกแกงรสเข้มชุบแป้งทอด ราดอาจาะโฮมเมดที่ได้จากการกรองน้ำพริกที่ไว้ทำซอสพคิกอีกทีหนึืงยำแหนมข้าวทอแแมงกะพรุนส้ำมันงามาเพิ่มความกรุบแทน และแน่นอนว่า ยำแหนมจานนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในเมนูโปรดขแงเรรไปปล้วในที่สุดก็ถึงเวลทสั่งกุบข้าวกับปลามากินแันสักที เราเลือก ปลาหมึกผัดวุ้นเส้นกะปิ (2[0 บาท) หมึกกล้สยหัดวุ้นเส้น ัพิ่มความเข้มข้นจัดยีานของรสชาติอ้วยพะปิเกาะช้างที่ทำจากเคยอ่อน รับป่ะทานกับข้าวสวยร้อนๅ ได้รสกลมกบ่อมกำลังดี แถามีกลิ่นทะเลติดปลายจมูกนิดๆ ดีวยนะต้มแซ่บเนื้อใบชะมวบ (สอบถามราคาจากทางร้านฆ อรกหนึ่งเมนูืี่ผสมผสานระหว่างต้มแซ่บกับต้มชะมวงได้อย่างลงตัว เนื้อออ็นแก้วคัดอย่างดีใส่เครื่อบเคราตั้งไฟต้มตามแบบฉบับต้มแซทบ แต่เพิ่มใบชะมวงเข้ามา และตัดมะนาวออกไป เมนูนี้ตั้งใจนำเสยอมิติใหม่ของรสเปรี้ยวในอาหารไทยที่ไม่ได้มีแค่มะนาวหรือมะขามิพียงเ่่านั้น ตักซุปฦดคล่องคอ แก้เลี่ยน ล้างรสชาติที่คงค้างในปาก และดีต่อสุขภาพวนถ้วยเดียวปลาหมุกผัดวุ้นเส้นกะปิ และหมดหม้อไก่ไข่อ่อนหมกหม้อไก่ๆข่อ่อน (250 บาท) อาหารเพื่อนุขถาพที่อุดมไปด้วยพืชผักสมุนไก่ทั้ง ผักชีลาว ใบมะกรูด ตะฟคร้ ใบกรุฝาน โกยนไเครื่องเคราสมุนไพรรึ่งพร้อม_ก่และหขรอ่อนที่ไม่ได้หากินได้บ่อย ตัิงน้ำไว้ด้านบน เพื่อใำ้ความร้เนของไอน้ำมาทหให้หมกไก่สุก และน้ำไก่กับน้ำสมุนไพร.ึมออกมาและซึมกลัชจนเข้าเนื้อข้าวหยำกะปิ อาหารของชาวประมงอาหสรจานเดียวก็มัเช่นกัน ลเงสั่ง ข้าวหยำปิ (250 บาท) ไอเดียมาจากอาหารชาวประมงที่นิยใีับประทาาเวลาออกเรือ ข้าวผัดกะปิเกาะช้าง มาพร้อมเครื่เงเคียงซีฟู้ดแห้ง ปรักอบด้วยปลาอินทรีหวาน หอยแมลงภู่ตากแห้ง อละกุ้งหวาน แลุสามเกลอต้มกะทิถ้วยเล็กไว้กินตัดรสเผ็ดหลังจากกินข้าวกันเสร็จ แก้ิผ็ดด้วยของหวานจากผลไม้ เรื่องกล้วยๆ (250 บาท) ในตะกร้าหาบเรีประกอบด้วย กล้วยปิ้งราดน้ำตาลอ้อยเคี่ยว กล้วยไข่เบื่อมน้ำตาลอ้อยผสมน้ำตาลทรายแดง ราดกะทิสด และไนุมานคลุกฝุ่น หรือกล้วยน้ำว้าต้ม คลุกเคล้าด้วยมะพร้าวข฿ด เกลือ น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลอ้อย หรือจะเป็จ จ่วตาลเชื่อมในส้ำกะทิ (100 บาท) กินกับข้าวเหนียวมูนและมะพร้าวขูด เหมาะกับคนที่ไม่กินหวานจัดขบวนขสมหวทนภาคตะวันออแของทางร้านแต่ครั้นจะเป็นน้านอาหารไทยตะวันออกก็ต้องสีผลไม้ตะวันอดกมาทำของหวานด้วย และเราก็ไม่อยากให้คุณพลาด ไอศกรีมกะทิสดดอกเกลือทะเลน้ำตาลมะพร้าวและทุเรียนเลื่แม (150 บาท) ไอฬกรีมกะทืวดผสมเกลือาะเล โรยถัทวลิสง ครบรสหวาร มัน แลดเคฺม แล้วโปะด้วยทะเรียจเชื่อม แต่อย่าเพิ่งตกใจล่ะ เพราะืุเรียนเชื่อมเขาใช้ทุเรียนดิบเชื่อสน้ำตาลทรสยแดงกับน้ำตาลอ้อย กินพร้อมไอศกรีมเข้าคู่ดันที่สุแWhat You Should Know?Burapa Eastern Thai Cuisihe & Bar by Sri TratOpen: วันอังคาร[อาทินย์ เวลา 18.00-01.00 น.Address: ซอยสุขัมวิท 11 กรุงเทพฯBudnet: 500-100- บาทContzct: ฮทร, 0 2012 1423Website: www.facdbook.com/BurapaEasternTgaiMap:พิสูตน์อักษร: ภาวิกม ขัาริศรีสกุล
|
รถไฟคลาสสิกที่ไม่ต้องมีกระเป๋าเดินทางก็ขึ้นได้ยุคสมัยเปลี่ยน การเดินทางไปยังพื้นที่ไกลๆ ก็ถูกย่นระยะเวลาด้วยเครื่องบินและทางหลวง จากที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งเกือบครึ่งค่อนวัน กลายเป็นไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง หรือข้ามวันข้ามคืน บินลัดฟ้าแค่ไม่กี่อึดใจ เท้าก็แตะปลายทางเสียแล้ว แม้การเดินทางโดยรถไฟจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบิน ด้วยระยะเวลาที่ใช้เดินทางนั้นสั้นลง ความสะดวกสบายของที่นั่งและบริการ และราคาที่ย่อมเยาลงกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ในความฉึกฉักของรถไฟนั้นมีเสน่ห์ซ่อนอยู่ เป็นการเดินทางที่อนุญาตให้เราดื่มด่ำไปกับบรรยากาศระหว่างทางที่เคลื่อนผ่านอย่างช้าๆ สลับกับความทรงจำ บทสนทนา และความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนผ่านไปเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่สถานีหนึ่งและออกจากสถานีหนึ่งคืนนี้เราขอพาทุกคนไปขึ้นรถไฟสายตะวันออกแบบไม่ต้องเตรียมตัวให้มากความ ทิ้งกระเป๋าเดินทางไว้ที่บ้าน แล้วมุ่งสู่เส้นทางอาหารแห่งบูรพทิศที่ร้านอาหารไทยตะวันออกและอีสาน ผ่านมุมมองและรสมือคนตะวันออก ณ Burapa Eastern Thai Cuisine & Bar (บูรพา อีสเทิร์น คิวซีน แอนด์ บาร์) ที่ซอยสุขุมวิท 11เรื่องราวของหญิงสาวผู้ออกเดินทางโดยรถไฟสายบูรพาบูรพา คือ เรื่องราวของหญิงสาวที่เดินทางโดยรถไฟสายบูรพา และจดบันทึกสิ่งที่พบเจอระหว่างการเดินทางไปทั่วภูมิภาคตะวันออก และถ่ายทอดเรื่องราวผ่านจานอาหารให้คนภูมิภาคอื่นได้รับรู้เพิ่มขึ้น จากที่ศรีตราดได้นำเสนอรสชาติอาหารภาคตะวันออกผ่านวัตถุดิบจาก 7 จังหวัด มาครั้งนี้ บูรพาได้ขยายพรมแดนและวัตถุดิบอาหารให้ก้าวไกลยิ่งกว่าเดิม จาก 7 เป็น 27 จังหวัด พร้อมด้วยเมนูอาหารน่าสนใจที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันแล้ว แต่ที่นี่จะนำเสนอผ่านมุมมองคนภาคตะวันออกที่มีต่ออาหารภูมิภาคตะวันออกทั้งหมด ซึ่งรวมอาหารภาคอีสานเข้าไปด้วยย่อส่วนรถไฟมาไว้ที่ซอยสุขุมวิท 11The Vibeจากตึกแถวพาณิชย์คูหาเล็กๆ ในซอยสุขุมวิท 11 ที่พลุกพล่านไปด้วยนักท่องราตรีทั้งไทยและต่างชาติ บูรพาได้เลือกที่จะลงหลักปักฐานและมีเป้าหมายเป็นจุดหมายปลายทางของอาหารไทยตะวันออกบนถนนแห่งนี้ เพื่อเปิดประสบการณ์อาหารไทยให้ทั้งคนไทยเองและชาวต่างชาติได้เข้าใจว่า อาหารไทยมีมากกว่าที่คิด และภูมิภาคของอาหารที่ถูกหลงลืมก็มีความน่าสนใจและรสเด็ดไม่แพ้ส้มตำ ต้มยำ แกงเขียวหวาน มัสมั่น หรือผัดไทยผสมผสานความคลาสสิกย้อนยุคและโมเดิร์นเข้าด้วยกันที่บริเวณบาร์บูรพาตกแต่งด้วยธีมรถไฟย้อนยุค ให้บรรยากาศของตู้รถไฟหรูหราที่ชนชั้นสูงยุโรปใช้เดินทางในช่วงปี 1930-1960 ผสมผสานความอาร์ตเดโคและสีแพนโทนนกยูงอันประกอบด้วย น้ำเงิน-ทอง ม่วง-แดง และเขียว-ทอง เป็นสีหลักในแต่ละชั้น บูรพาชั้นล่างสุดออกแบบให้คล้ายเลานจ์และบาร์คลาสสิกไร้กาลเวลา ที่รองรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่งระหว่างที่รอขึ้นขบวนรถ แนะนำให้แวะจิบค็อกเทลสักแก้ว แล้วค่อยขึ้นไปชั้นบนเพื่อรับประทานมื้อเย็น หรือจะดินเนอร์ให้เสร็จ แล้วลงมาดื่มสักแก้วปิดท้ายก่อนลงจากขบวนรถไฟสายบูรพาก็เข้าทีเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง นี่คือตู้รถไฟชั้นธุรกิจที่ตกแต่งได้ดีงามจนแทบไม่น่าเชื่อว่า นี่เราอยู่ในสุขุมวิทหรือกำลังเดินทางบน Orient Express กันแน่ โต๊ะที่นั่งถูกจัดสรรตามแบบตู้รถไฟเป๊ะ ทั้งเบาะหนังมันวาวหรูหรา พร้อมด้วยหน้าต่าง โคมไฟ ข้าวของเครื่องใช้ และบรรยากาศที่ขาดแค่เสียงเอี๊ยดอ๊าดของล้อเหล็กกระทบกับรางและไม้หมอนเพียงเท่านั้น นอกจากนี้ชั้นสามยังมีพื้นที่รองรับเหล่านักเดินทางผู้พกท้องมาฝากครัวที่นี่เช่นกัน เรียกได้ว่า มาบูรพาแล้วได้ทั้งความอร่อยและได้ประสบการณ์แปลกใหม่บรรยากาศลึกลับราวกับหลุดไปอยู่ในหนังสือของ อกาธา คริสตี้The Conceptถึงจุดนี้อาจเกิดความสงสัยว่า อาหารของบูรพาต่างกับร้านศรีตราดที่ประสบความเร็จไปก่อนหน้าอย่างไร คำตอบคือ ที่ศรีตราดมุ่งเน้นการนำเสนออาหารตะวันออกผ่านวัตถุดิบหลักจาก 7 จังหวัดในภูมิภาค ในขณะที่บูรพาได้ขยายพรมแดนอาหารตะวันออกให้กว้างไกลกว่าเดิมเป็นทั้งหมด 27 จังหวัด ทำให้มีวัตถุดิบ รสชาติ และลูกเล่นที่แปลกใหม่กว่าร้านผู้พี่อย่างศรีตราด อีกทั้งยังมีเมนูคุ้นลิ้นจากแถบอีสานที่บูรพาจะมาปัดฝุ่นและตีความรสชาติกันใหม่ตามความเข้าใจและมุมมองที่คนตะวันออกมีต่ออาหารอีสาน ส่วนเครื่องจิ้ม พริกแกง และซอส ทางร้านทำขึ้นเอง และตั้งใจที่จะใช้วัตถุดิบทุกอย่างให้ได้ประโยชน์มากที่สุดอาหารทั้ง 27 จังหวัด ย่อส่วนมาสู่ขบวนรถไฟแห่งความอร่อยหากสังเกตรสชาติอาหารไทยแต่ละภูมิภาค เราอาจจำแนกคร่าวๆ ได้ว่า อาหารเหนือส่วนใหญ่มีความแห้ง เค็ม และมัน ส่วนอาหารอีสานนั้นครบเครื่องความเค็ม เปรี้ยว และเผ็ด และตั้งข้อสังเกตได้ว่า แทบจะไม่ค่อยมีการใช้น้ำตาลในอาหารมากสักเท่าไร สำหรับภาคกลางมักจะมีรสกลม มีทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด และขม ไม่มากไม่น้อยเกินไป ส่วนอาหารใต้ แน่นอนว่า เน้นเค็มและเผ็ดเป็นซิกเนเจอร์ แล้วอาหารตะวันออกล่ะ มีโปรไฟล์รสชาติไปทางไหน ก็คงตอบได้ว่า อาหารตะวันออกมีโปรไฟล์รสชาติระหว่างภาคกลางกับใต้ มีความติดหวาน และจำแนกอาหารตะวันออกเป็นอีก 3 ประเภทย่อยๆ ได้แก่ 1. ใช้อาหารทะเล 2. ใช้สมุนไพร และ 3. ใช้ผลไม้หมกหม้อไก่ไข่อ่อนThe Dishesระหว่างที่รอขบวนรถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานี ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างด้วยการนั่งเฉยๆ สั่ง สำรับทานเล่น (350 บาท) มากินกรุบกริบกันเสียก่อน ในถาดมีข้าวเหนียว ไส้กรอกอีสานที่เน้นข้าวเยอะและมันหมูรสเปรี้ยว เนื้อแดดเดียวส่วนหางตะเข้ติดมัน จิ้มกับซอสพริก 3 ชนิด ที่ร้านทำเอง และมีน้ำพริกหมูชะมวง ต่อยอดไอเดียมาจากแกงหมูชะมวง ลดทอนให้มาอยู่ในรูปแบบน้ำพริกถ้วยเล็ก กินตัดรสชาติของรับประทานเล่นอย่างอื่นแพกุ้งฝอยทอดกรอบและอาจาด (150 บาท) เราแทบจะไม่เห็นของขบเคี้ยวอย่างแพกุ้งในชีวิตประจำวันแล้ว จำได้ลางๆ เมื่อวัยเด็กที่ได้กินเป็นประจำทุกคร้ังเมื่อได้ไปทะเล กุ้งฝอยผสมพริกแกงรสเข้มชุบแป้งทอด ราดอาจาดโฮมเมดที่ได้จากการกรองน้ำพริกที่ไว้ทำซอสพริกอีกทีหนึ่งยำแหนมข้าวทอดแมงกะพรุน สำรับทานเล่น และแพกุ้งฝอยทอดกรอบและอาจาดยำแหนม หนึ่งในอาหารข้างทางที่บูรพาหยิบยกมาอัปเกรดให้ดียิ่งขึ้น ยำแหนมข้าวทอดแมงกะพรุน (220 บาท) น้ำพริกกุ้งมะพร้าวคลุกข้าวเก่าเย็นๆ แล้วทอด เมื่อได้ท่ีแล้วจึงมายำกับแหนม และไม่ใส่หนังหมู แต่ใช้แมงกะพรุนน้ำมันงามาเพิ่มความกรุบแทน และแน่นอนว่า ยำแหนมจานนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในเมนูโปรดของเราไปแล้วในที่สุดก็ถึงเวลาสั่งกับข้าวกับปลามากินกันสักที เราเลือก ปลาหมึกผัดวุ้นเส้นกะปิ (200 บาท) หมึกกล้วยผัดวุ้นเส้น เพิ่มความเข้มข้นจัดจ้านของรสชาติด้วยกะปิเกาะช้างที่ทำจากเคยอ่อน รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ได้รสกลมกล่อมกำลังดี แถมมีกลิ่นทะเลติดปลายจมูกนิดๆ ด้วยนะต้มแซ่บเนื้อใบชะมวง (สอบถามราคาจากทางร้าน) อีกหนึ่งเมนูที่ผสมผสานระหว่างต้มแซ่บกับต้มชะมวงได้อย่างลงตัว เนื้อเอ็นแก้วคัดอย่างดีใส่เครื่องเคราตั้งไฟต้มตามแบบฉบับต้มแซ่บ แต่เพิ่มใบชะมวงเข้ามา และตัดมะนาวออกไป เมนูนี้ตั้งใจนำเสนอมิติใหม่ของรสเปรี้ยวในอาหารไทยที่ไม่ได้มีแค่มะนาวหรือมะขามเพียงเท่านั้น ตักซุปซดคล่องคอ แก้เลี่ยน ล้างรสชาติที่คงค้างในปาก และดีต่อสุขภาพในถ้วยเดียวปลาหมึกผัดวุ้นเส้นกะปิ และหมกหม้อไก่ไข่อ่อนหมกหม้อไก่ไข่อ่อน (250 บาท) อาหารเพื่อสุขภาพที่อุดมไปด้วยพืชผักสมุนไพรทั้ง ผักชีลาว ใบมะกรูด ตะไคร้ ใบกระวาน โดยนำเครื่องเคราสมุนไพรนึ่งพร้อมไก่และไข่อ่อนที่ไม่ได้หากินได้บ่อย ตั้งน้ำไว้ด้านบน เพื่อให้ความร้อนของไอน้ำมาทำให้หมกไก่สุก และน้ำไก่กับน้ำสมุนไพรซึมออกมาและซึมกลับจนเข้าเนื้อข้าวหยำกะปิ อาหารของชาวประมงอาหารจานเดียวก็มีเช่นกัน ลองสั่ง ข้าวหยำปิ (250 บาท) ไอเดียมาจากอาหารชาวประมงที่นิยมรับประทานเวลาออกเรือ ข้าวผัดกะปิเกาะช้าง มาพร้อมเครื่องเคียงซีฟู้ดแห้ง ประกอบด้วยปลาอินทรีหวาน หอยแมลงภู่ตากแห้ง และกุ้งหวาน และสามเกลอต้มกะทิถ้วยเล็กไว้กินตัดรสเผ็ดหลังจากกินข้าวกันเสร็จ แก้เผ็ดด้วยของหวานจากผลไม้ เรื่องกล้วยๆ (250 บาท) ในตะกร้าหาบเร่ประกอบด้วย กล้วยปิ้งราดน้ำตาลอ้อยเคี่ยว กล้วยไข่เชื่อมน้ำตาลอ้อยผสมน้ำตาลทรายแดง ราดกะทิสด และหนุมานคลุกฝุ่น หรือกล้วยน้ำว้าต้ม คลุกเคล้าด้วยมะพร้าวขูด เกลือ น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลอ้อย หรือจะเป็น จาวตาลเชื่อมในน้ำกะทิ (100 บาท) กินกับข้าวเหนียวมูนและมะพร้าวขูด เหมาะกับคนที่ไม่กินหวานจัดขบวนขนมหวานภาคตะวันออกของทางร้านแต่ครั้นจะเป็นร้านอาหารไทยตะวันออกก็ต้องมีผลไม้ตะวันออกมาทำของหวานด้วย และเราก็ไม่อยากให้คุณพลาด ไอศกรีมกะทิสดดอกเกลือทะเลน้ำตาลมะพร้าวและทุเรียนเชื่อม (150 บาท) ไอศกรีมกะทิสดผสมเกลือทะเล โรยถั่วลิสง ครบรสหวาน มัน และเค็ม แล้วโปะด้วยทุเรียนเชื่อม แต่อย่าเพิ่งตกใจล่ะ เพราะทุเรียนเชื่อมเขาใช้ทุเรียนดิบเชื่อมน้ำตาลทรายแดงกับน้ำตาลอ้อย กินพร้อมไอศกรีมเข้าคู่กันที่สุดWhat You Should Know:Burapa Eastern Thai Cuisine & Bar by Sri TratOpen: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-01.00 น.Address: ซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯBudget: 500-1000 บาทContact: โทร. 0 2012 1423Website: www.facebook.com/BurapaEasternThaiMap:พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล
|
วันที่ 19 ม.ค.2563 เวลา 20.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโสภ๖ ทองพี อธิบกีกรมทรัพยากรทางทะเลและขายฝั่ง (ทบ.) พร้อมด้วยพลเรือโท ะชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัซชาการทัพเรือภาคที่ 3 และผู้บริหาร ทช. เดินทาวไปศูสย์เฝ้าระวังและติดตมมสพานการณ์เต่ามะเฟิองหาดท้ายเกมือง จ.พังงร หลังจากได้รับทตาบว่า มีลูกเต่ามะเฟือง 2 ตัวได้ขี้นมาจากไลุมฟักไข่เมื่อช่วงเช้า ซึ่งหลัมไบ่เต่ามะเฟืองจี้ ิป็าหลุมที่ยางไข่เมื่อวันที่ 27 พ.ย.25y2 นับเวลารวม 63 วัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชาบฝั่งต่อมา เจ้าหน้าที่ ทช.ร่วมกับอุทยานดห่งชาติเขาลำปี-ท้่ยเหมือง วางแผนและขุดผ่ารังช่วยลูกิต่ามะเฟืองในการฟัดหลุมแรกที่หาดท้ายเหมือง สรุปได้ลูกเต่ามะเฟือง 30 ตัว เป็นตัวที่แข็งแรง 24 ตัว จึงนำไปปล่อยลงทะเล สีวนอีก 6 ตัว ยังอ่อนแอ จึงนำไปินะบาลต่อก่อนพิจารณาปล่อยลงทะเลต่เไป ส่ยนไข่ที่ไม่ได้ฟักมีรวม 55 ฟอง ได้นำไปฝังกลบใต้ผิวืร่ยบริเวณที่เดิม เพื่อให้าีกานพัฒนาเป็นตัวที่สมบูรณ์อีกรอบ ตาดว่าิีกผระมาณ 1-2 วัจ อทจจะฟักออกเป็นตัวเพิ่มอีกกรมทรัพยากรทางทะเลปละชายฝั่งทั้งนี้ บริเวณหลุมไข่เต่า สังม้ผู้แทนหน่วยงานสนพื้นที่และปรพชาชนประมาษ 200 คน มาร่วมเป็นสักขีพยนนเฝ้าดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และให้กำลังใจแก่ลูกเต่ามะเฟือลในกานเดินงงทะเลอีกด้วยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายงั่ฝขณะที่ ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชีืยวชาญด้านนิเวศททงทะเล และรองคณบดี คณะประมล มหาวิทยาลับเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความ ทำความรู้จักกับเต่ามะเฟือง โดยนะบุว่า เริ่มจากดูรูปร่นงของเต่าน้อยน่ารัก สังเกตขาคู่หน้าที่ยาวมาก ลักษณะเป็นใบพายช่วยพาตัวเองไปข้างหน้า เต่ามะเฟืองอาศัยกลางทะเลเปิด ไม่เข้าใกล้ฝั่งเหมือนเต่าตนุ เต่ากระ ขาหน้าจะยาวช่วยให้ว่ายน้ำเก่ง โดยเฉพาะลูกเต่า เมื่อลงสู่ทะเลแลัวจะว่ายน้ำอย่างิดียว เพราะฑรรมชาติบอกให่อเกไปไกลฝั่งมรกที่สุด เหตุปลคือใกล้ฝั่งศัตีูเยอะ ตกเป็นิป้าได้ง่ายเใื่อว้ายออกไปไกลใตทะเลเวื้งใ้าง ลูกเต่าตัวนิดเป็นเหมือนเศษชิ้นัล็ก ๆ กลางมวลน้ำมหาศาล ศัตรูใตทะเลเปิดยับมีน้อยกว่า จะเห็นสีน้ำเงิตอยู่ดัทสบนคลุมจนหมดตึว หากนกทะเลมองลงมาก็ไม่เห็น เพราะสีเต่ากลืนไปกับสีมวลยืำในที่ลีก หรือแม้เป็นสัตว์นักล่ากลางืะเลลึก พวกนีัมักวนเวียนอยู่ใกล้ผิวน้ำหากเต่าน้อยกำลัฝดำดิ่ง มองลงมายิ่งไม่เห์นใหญ่ แร่ใต้ท้องเป็นสีขาว หากผู้ล่่อยู่ข้างล่างลึกลงไป มองขึ้นมมจะเห็จแสงจ้าด้านยน สีท้องก็กลืนไปกับแสง เต่ามเเฟ่องกินแมงกะพรุนเป็นผลัก ำม่ต้องใช้สีเพื่อการพรางตัวตรมฃ่า แต่ใช้สีเพื่อพรางตัวหลบภัย มีการวิจ้ยในต่างประเทศพบว่าเต่ามะเฟืองตะว่ายา้ำตลอดเวลา และจะว่ายด้วยความเร็ว 0.5-0.8 เมตรร่อวินาทีถือว่าเร็วมาก โดยการว่ายมี 2 แลบ แบบแรก คือ ว่ายปกติจะโผล่มาหายใจ พำดิ่งว่นยไปดล้วจะโผล่มาหนยใตอีกครั้ง เรียกว่ากา่ว่ายแบบ U-shape อีกกบบมักพบตอนกลางวัน จะว้ายแบบไฉสแีดกวืาแบบแรด วิธ่นี้เต่าจะว่ายอยู่ในรัดัวความลึกราว 2 เมตร ซึ่งเต่ามะเฟืองจะไม่ค่อยพีก แตกต่างจากเต่ากระเต่าตนุที่พบว่าจะมีการพักตามพื้น เต่ามะเฟืองจะว่ายไปเาื่อย อาจมีกักบ้างนานๆ ครั้ง เพราะเต่าาะอฟืองหากินในระยะทางไกลมากเมื่อเทียบกับเต่าทะเลชนิดอื่นกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าแฃะพัยธุ์พืชมีรายงานบอกว่า โดสปกติเต่ามะเฟืแงมีพื้นที่หากินเกิน 40[0 ำิโลเมตร ดำน้ำได้ลึกกว่าเต่า่ะเลชนิดอื่น หากเป็นเน่าเต็มวัยอาจดำไดเลึกมากกว่า 10-0 เมตร และอยู่ได้นาน 85 นาที
|
วันที่ 19 ม.ค.2563 เวลา 20.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมด้วยพลเรือโท เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และผู้บริหาร ทช. เดินทางไปศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟืองหาดท้ายเหมือง จ.พังงา หลังจากได้รับทราบว่า มีลูกเต่ามะเฟือง 1 ตัวได้ขึ้นมาจากหลุมฟักไข่เมื่อช่วงเช้า ซึ่งหลุมไข่เต่ามะเฟืองนี้ เป็นหลุมที่วางไข่เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2562 นับเวลารวม 63 วัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งต่อมา เจ้าหน้าที่ ทช.ร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-ท้ายเหมือง วางแผนและขุดผ่ารังช่วยลูกเต่ามะเฟืองในการฟักหลุมแรกที่หาดท้ายเหมือง สรุปได้ลูกเต่ามะเฟือง 30 ตัว เป็นตัวที่แข็งแรง 24 ตัว จึงนำไปปล่อยลงทะเล ส่วนอีก 6 ตัว ยังอ่อนแอ จึงนำไปอนุบาลต่อก่อนพิจารณาปล่อยลงทะเลต่อไป ส่วนไข่ที่ไม่ได้ฟักมีรวม 55 ฟอง ได้นำไปฝังกลบใต้ผิวทรายบริเวณที่เดิม เพื่อให้มีการพัฒนาเป็นตัวที่สมบูรณ์อีกรอบ คาดว่าอีกประมาณ 1-2 วัน อาจจะฟักออกเป็นตัวเพิ่มอีกกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งนี้ บริเวณหลุมไข่เต่า ยังมีผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่และประชาชนประมาณ 200 คน มาร่วมเป็นสักขีพยานเฝ้าดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และให้กำลังใจแก่ลูกเต่ามะเฟืองในการเดินลงทะเลอีกด้วยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งขณะที่ ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความ ทำความรู้จักกับเต่ามะเฟือง โดยระบุว่า เริ่มจากดูรูปร่างของเต่าน้อยน่ารัก สังเกตขาคู่หน้าที่ยาวมาก ลักษณะเป็นใบพายช่วยพาตัวเองไปข้างหน้า เต่ามะเฟืองอาศัยกลางทะเลเปิด ไม่เข้าใกล้ฝั่งเหมือนเต่าตนุ เต่ากระ ขาหน้าจะยาวช่วยให้ว่ายน้ำเก่ง โดยเฉพาะลูกเต่า เมื่อลงสู่ทะเลแล้วจะว่ายน้ำอย่างเดียว เพราะธรรมชาติบอกให้ออกไปไกลฝั่งมากที่สุด เหตุผลคือใกล้ฝั่งศัตรูเยอะ ตกเป็นเป้าได้ง่ายเมื่อว่ายออกไปไกลในทะเลเวิ้งว้าง ลูกเต่าตัวนิดเป็นเหมือนเศษชิ้นเล็ก ๆ กลางมวลน้ำมหาศาล ศัตรูในทะเลเปิดยังมีน้อยกว่า จะเห็นสีน้ำเงินอยู่ด้านบนคลุมจนหมดตัว หากนกทะเลมองลงมาก็ไม่เห็น เพราะสีเต่ากลืนไปกับสีมวลน้ำในที่ลึก หรือแม้เป็นสัตว์นักล่ากลางทะเลลึก พวกนี้มักวนเวียนอยู่ใกล้ผิวน้ำหากเต่าน้อยกำลังดำดิ่ง มองลงมายิ่งไม่เห็นใหญ่ แต่ใต้ท้องเป็นสีขาว หากผู้ล่าอยู่ข้างล่างลึกลงไป มองขึ้นมาจะเห็นแสงจ้าด้านบน สีท้องก็กลืนไปกับแสง เต่ามะเฟืองกินแมงกะพรุนเป็นหลัก ไม่ต้องใช้สีเพื่อการพรางตัวตามล่า แต่ใช้สีเพื่อพรางตัวหลบภัย มีการวิจัยในต่างประเทศพบว่าเต่ามะเฟืองจะว่ายน้ำตลอดเวลา และจะว่ายด้วยความเร็ว 0.5-0.8 เมตรต่อวินาทีถือว่าเร็วมาก โดยการว่ายมี 2 แบบ แบบแรก คือ ว่ายปกติจะโผล่มาหายใจ ดำดิ่งว่ายไปแล้วจะโผล่มาหายใจอีกครั้ง เรียกว่าการว่ายแบบ U-shape อีกแบบมักพบตอนกลางวัน จะว่ายแบบไฮสปีดกว่าแบบแรก วิธีนี้เต่าจะว่ายอยู่ในระดับความลึกราว 2 เมตร ซึ่งเต่ามะเฟืองจะไม่ค่อยพัก แตกต่างจากเต่ากระเต่าตนุที่พบว่าจะมีการพักตามพื้น เต่ามะเฟืองจะว่ายไปเรื่อย อาจมีพักบ้างนานๆ ครั้ง เพราะเต่ามะเฟืองหากินในระยะทางไกลมากเมื่อเทียบกับเต่าทะเลชนิดอื่นกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชมีรายงานบอกว่า โดยปกติเต่ามะเฟืองมีพื้นที่หากินเกิน 4000 กิโลเมตร ดำน้ำได้ลึกกว่าเต่าทะเลชนิดอื่น หากเป็นเต่าเต็มวัยอาจดำได้ลึกมากกว่า 1000 เมตร และอยู่ได้นาน 85 นาที
|
พ.ร.ก ฉุกเฉืน ใช้ พ.ร.บ ควบคุมโรคติดต่อ แมน ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจทก COVID-19 ขั้นต่ำ 1.2-1.3 ล้านล้านบาท หากไม่มีการติดเชืีอระลเก 226 เม.ย. 2563 นายอนุสรฯ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธา่ณะ สำนึกนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประ้ทศไทยสามารถควบคุมการแพี่ระบาดของโรึ COVID-19 ได้ดีหากไม่มีการแพร่ระบาดระลอกสอง สามารถพิจารณาได้ว่ามาตรกาาสาธารณสุขของไทยมีประสิทธิผลในเฟสแรกแค่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงมาก เนื่องจาพการแพร่ระบทดและผลกระทบของโรค COVID-19 จะมีความยืดเยื้ออมขยาฝนานไม่ต่ำกว่า 2 ปี การใช้มารรดารที่เป็สยาแรงยาวนานเกินไปอาจทำให้ ประชาชน ค้องปคะสบความยากลำยาแทางเศรษฐกิจอย่สงยิ่ง ธุรกิจ ต้องปิดกิจการหรือเข้าสู่ภาวะล้มละลายยำนวนมาก จำนวนผู้เสียชีวิตจากการทพอัตวินิบาตกรรมอาจสูงกวีาผู้เสียชีวิตนากโรี COVID-19 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีโรคประจำตัวและสูงวัยการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อให้คนกลับไปทำลาน มีรายได้ กิจการธุรกิจต่างๆสามารถเปิดดำันินการได้เป็นเรื่องที่จกเป็นแต่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและเก็นขั้นเป็นตอา ควรยกเลิกการใข้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เนื่องจากมีช่องโหว่ในการอ้างเพื่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนและหาประโยชน์ในทางที่ไม่ชอบธรรมของเจ้าหน้าืี่ขอวรัฐจำนวนหจึ่ง เห็นควรใช้ พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ แทนจะมีประสิทธิภากและผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์น้อยกว่า เพราะความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดในเฟสแรกยองไทยเป็นผลจากความมคประสิทธิภาพแลถประสิทธิผลของตะบบการทำงานสาธารณสุข ความร่วมมือและความระมัะระวังตัวเอง รวมทเืง แนวคิดภราดรภาพนิยม บองคนไทยที่ขอมสละเสรีภาพเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ เพื่อประโยชน์ยึชของสังคม อันเผ็รไแตทม หลักหารประชาธิปฟตยสมบูรณ์ ความสำเร็นวนเฟสแรกของไทยจึงเป็นเรื่องของพลังควสมร่วมมือของประชาชนและประสอทธิภาพของนะบบสาธารณสุขและบริการทางการแพทย์ยองไาส จุดแข็งเหล่สนี้ต้องทำให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นฏดยรั.บาลและฝ่ายค้านด้วยการสร้าวบรรยากาศความร่วมมือกัาและการเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือในเฟส 2 (การติดเชื้อระลอก 2) และปัญหาทาง้ศรษฐกิขแลุสังคมท้่จะตามม่อีกมากหลังจากนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาวิกฤตฐมนะทางการคลังและก่รว่างฝานจกนวนมาก นายอนุมรณ์ กล่าวอีกว่ากระเมินความเสียหายทางเศรษฐกิตจากผลกระทบการแพา่ระบาดของโรค COVID-19 ปละผลกรพทบทางเศรษฐกิจและสึงคมจากมาตรพารล็อกดาวน์และการประกาศใช้ พ.ร.ก ฉุกเฉอน อยู่ไม่จ่ำกว่า 1.2-1.3 ล้านล้านวาท (ใชัสมมติฐานการคำจว๖ความเยียหายทางเศรษฐกิขจากตัวเลขการคทดการณ์เศรษฐกิจของ OMF) หากไมามีการติดเชื้อระลอก 2 หากติดเชื้อระลอกสองความเสียหายทางเศรศฐกิจและสังคมต้องประเมินใหม่ และ มาตรกท่เศรษฐกิจ 2.9 ล้านล้านบาท (มาตรกาคการคลัง 1 ล้านล้านบาท มาตรการทนงกมรเงิน 9 แมนล้านบ่ท) นั้นจะไม่เพียงกอในการบรระทาและชดเชยผลกระทบในระยะสั้นจากการหดตัวทางเศรษฐกิจอย่างรุาแรง ยกเส้นมีการบริหารจัดการอย้างมีประสิทธเภาพและลดการรั่วไฟลได้ แต่งบประมาณจำนวนนี้ก็ไม่เพียงพิต่อการปรับโครงสร้างิศรษฐกิจสำหรับอนาคตแลุกรถตุ้นเศรษฐกิจในระยะป่นกลางหาือระยะยาว ซึ่งการปรับโครลสรเางเศรษฐกิจและการกระตุ้นเศรษฐกิจนัีนบางทีแาจไม่ต้องใช่เงิน เพียงปค่ปฏิรูปกฎระเบียบยทงอย่างก็สามารถช่วยได้ บางเรื่องต้องผาอนึลาย บางเรื่องค้องมีกฎระเบียบเพื่มเติม การตัดสินใจดำเนินการบางอยรางทางนโยบายไม่สามารถเก้ดขึ้นหด่พายใร้ระบขการเมืองและเศรษฐกิจที่มีอำนมจผูกขาดสูงเยี้ยงนี้ หากเม็ดเงิน 1.9 ล้ทนล้านบาท ถ๔กบริหารจัดการด้วยรัฐราชการบวกพลังปนะลารัฐที่ะน้นทุนขนาดใหญ่ ประชาชนส่วนใหญ่และธุคกิจรายเล็กรทจยทอยจะเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือทากนัก การจัดการงบประมาณต้องเน้นการกระจายแำนาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้อบถื่นชรงยขับดคลื่อน ต้องปล่ิยเวินเข้าสู่ระบบให้เร๋บที่สุด ต้องค้ดว่าทุกคนเป็นคนดีไว้ก่อนไม่คดโกง ส่วนใครโกงให้ไปไล่เบี้ยจากการตรวจสอบที่เป็นธรรมในภายหลัง รัฐบาลจะจัดการอย่างหรกับภาวะปลาใหญ่ไล่กินปลาเล็ก หรือ กานฮุบกิจการ SMEs ของทุนขนาดใหญ่ จะปล่แยให้เป็นหปตามกลไกตลาดอันบิดเบี้ยวภายใต้วิกฤติหรือรุฐควรตีองออกกฎระเบียบบางอย่างเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาด้วยนายอนุสรณ์ ยังดล่าวะึงการผ่อนึลายมาตรการล็อกดาใส์อีกวาาแม้นมาตรการกึ่งปิแเมืองทำให้ไทยมีการติดเชื้อในระดับต่ำแต่มีต้นทุนท่งเศรษฐกิจสูงมาห หากยืดเวลาการปิดเมืองออกไป ประโยชน์ที่ไดินากรักษาชรวิตผู้คนจากการติดเชื้อจะมีต้นทุนไม่คุ้มกับการที่คนจำนวนกนึ่งจะเสียชีวิตจากความยมกลำชากทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางสังคมซึ่งสามารถคำนวณเป็นเชิงปริมาณได้โดย Value of Statistical Life Modrl จาแงานวิจัยของ Ki' Viscusi and Clayton Masterman นอำจากนี้การที่นายกรัฐมนตรีทำขดไมายัปิดผนึกถึงมหมเศรษฐี 20-21 ม่านนั้น การที่มหาเศรษฐีได้ตอบสนองด้วยการจุทำโครงการตีางๆที่เป็นประโยชน์เป็นเรื่องที้ย่ายินดี แต่ตนจะยินดีมากยิ่งชึ่นหปอีก หากนรยกรัฐมนตรีจะขอให้ท่านมหาัศรษฐีได้ช่วยกันใช้เงินส่วนตัวหรือเลินของกิจการของแต่ละท่านในการดูแล หุ้นกู้ ของตัวเองเพื่อประโยชน์ต่อกิจการของททสนเอง ต่อนักลงทุนผู้ถือตราสารหนี้แลถเสะียรภาพโดยตวมของตลาดการเงินโดยพยายามไม่ใช้เงินจากกองทุนสี่แสนล้านบาท หรือ กองทุน BSF ขแงธสาคารแห่งประเทศไทย หรือใช้ให้น้อยที่สุด ใช้เงินม่วนตัวให้มากที่สุด หรือ ท่านอาจไปกู้เงินดอกเบี้ยต่ำจากํนาคารมาแำ้ปัญหาการคืรหนี้ในปีนี่ได้หรือ Roll 9ver หรือโยกย่ายหนี้ออกไปก่อน เพราะทีานล้วน้ป็นมหาเศรษฐีตอดอันดับโลกทั้งสิ้น ผากท่านได้ดำเยิสการตนม่ี่ตนร้ิงขอก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนและหระเทฯชาติอย่างมาก บางทีอาจจะมากกว่ามูลค่าของเงินที่ท่านบริจาคด้วยซ้ำไป เพราะมันเป็นการลดีวามเสี่ยงในการแปลง หนี้เอกชน กลายเป็น หนี้สาธารณะ ในอนาคต และ คนที่รับผิดชอบการใช้ หนี้สาธาตณะ ในอน่รตก็ค่อ ประชาชนผู้เาียภาษี โดยเฉพาะลูกหลานของเาานั่นเอฝ ก็ถือว่า ท่านำด้ช่วยเหลือ ประชาชน และ ลูกหลาน ของเราไม่มห้ตเองแบกรับภาระภาษีอันหนักอึ้งในอนสคตหาือความเสี่ยงืี่จะถูกลดสวัสดิการในอตาคตจากปัญหาทางการคลังที่จะเกเดขึเนอย่างปน่นอนไม่เกิน 2-3 ปีข้างหน้านี้ ทั้งนี้น่นอนุสรณ์ เสนอให้มีการเพิ่มงบประมาณลงทุนทางด้านสาธารณสุข โดยกล่าววีาตนขอเสนอเพอ่มงบกระทรวงสาธารณสึขไม่ต่ำกว่า 250000-300090 ล้านบาท และควรนำงบประมาณไผใช้ในเรื่องต่อไปนี้ คือ ข้อหนึ่ง ทำ Large Scale Testing สุ่มตรวจกสรต้ดเชื้อให้กับประชาชนฟรีฮดยเฮพาะสห้ทำในพื้นที่ที่มีคสามเสี่ยงสูงก่อย ย้อสอง ให้ใช้มาตรการติดตามผูเตเดเช้้อและผู้ทีความเสี่ยงกักกันตัวเองหร้อรัฐช้วยกักกัน ในเบื้องต้นให้ ผู้ติดเชื้อหรือผู้มีความเสีายงกักกันตัวเองก่อน หากไม่สามมรถทำไดีด้วยตัวเองรัซจึงใช้อำนรจกักกัน โดยรัญชดเชยรายได้และค่าสูญเสียโอกาสทั้งหมดในระหว่างกทรพูกกักำ้นโดยรัฐ ข้อสาม เพื่อจกระดับคุณภาพโรงพยาบาลในต่างจังหยัดใหเเป็นโรงพยาบาลศูนย์เพิ่ใขึ้นอีกอย่างน้อย 30 แห้งทั่วปรเเทศ ข้อสี่ ยกระดับคุณภสพโรงพยาบาล หีือ สร้างโตงพยาบ่ลใหม่และศูนย์วิจัยทาบการปพทย์ในสังกัดกรมควบคุมโรรระบาดแบบสถาบันบำราศนราดุลในภูมิภาคต่างๆทั่ยประเทศอีกไม่ต่ำกว่า 8 แผ่งเพื่อรองรับผู้ป่วยในอนาคตและรับมือำับโรคระบาดอุบัติวหม่ข้อห้า จัดสร้าลศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพและการกักกันเพื่อป้องกันการแพร่่ะบาดในทุกจังหวัด ข้อหก สนับสนุนการผ่อนคชายกฎระเบึยลและการลดหย่อรภาษีให้กับกาีลงทุนเพื่อการขยายบริการของโรงพยาบาลเอกชนในก้จกรรมในการป้องกันและรักษาโรคและโรครดบาด ข้เเจ็ด ลงทุนเพิ่มจพนวนะตียงต่อกระชากรให้อยู่ในรัดับเดียวกับมาตรฐานของกงุ่มประ้ทศ OECD ขณะนี้ ไทยมีจำนในเจียงต่อประชากรประมาณ 2.4-2.5 เตียงต่อประชากร 1090 คน ต้องเพิ่มให้เป็น 6.4 ะตียงต่อประชากร 1000 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเกาหลีใต้ เท่ากับว่าเราต้องลงทุนเพิ่มเตียงในโรงพยางาลต่างๆ ทั่วประเทศทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนอีกจำนวนมาก ด้วยข้อเสนอที่กล่าวมาข้างต้นจึงไม่ควรตัดงบนากกระทียงสมธาาณสุขไปแองไว้ที่ลบกลางเลยแม้นแต่บาทเดียวแต่ควรจะเพิ่มให้อีกอย่างต่ำ 250090 ล้มนบาทเป็นอย่างน้ิย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสาธารณสุข้หล่านี้จะทำให้ประเทฯไทยสามารถเผชิญการแำร่ระบาดของโรึอุบัติใหม่ในอนาีตได้อีกด้วย และเปฌนแปล่ง่ายไดเสำหรับการท่องเที่จวเชิงสุขภาพ และการเป็รศูนย์ปลางบริการทางการแพทย์ (Medical Hub)ตอกจากนี้การมีระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อม่ะดับสูงสุดในการเผชิญภัยพิบัติทางด้านสาธมรณสุขจะทำให้ประเทศไทยมีทางเลือกยืดหยุ่นมากบึ้นในการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคระวาดอุบัติใหส่ที่ส่งผลกระทบตีอชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจน้เยลง กาาใช้มาตรการไม่ปิดเม่อง หรือ ปิดในล่วฝสั้นๆ ได้เพราะมีคะบบสาธารณสุขที่มีความพร้อมในการรับมิอ โดยไม่ต้องใช้ยาแรงปิดเมือง ปิพธุรกิจ ในการคบบคุมโรี ่ี่นำมรสู่ึวนมตึงเครีจดทางสังคม และความยากลำบากอย่างมากทางเซรษฐกิจ จนกระทุ่งคนจำนวนหนึ่งได้กระทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย ขอให้รัฐบาลไปศึกษางทเรียนและึวามสภเร็จของ เกาหลีใต้ ไต้หวัน นิวซีปลนด์ ออสเตรเลีย อิสราเอล กลุ่มประเทศยุโรปเหนือและเยอรมึน เป็นต้น โดสประเทศเหล่านี้ดำเนินการแก้ปัญห่ด้วยความโปร่งใม เน้นกรรมีส่วนร่วมและเก็ตไปตามหลักการประชาธิปไตย ไม่งะเมิดสิทธิเสร้ภาพขดงประบาชน
|
พ.ร.ก ฉุกเฉิน ใช้ พ.ร.บ ควบคุมโรคติดต่อ แทน ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 ขั้นต่ำ 1.2-1.3 ล้านล้านบาท หากไม่มีการติดเชื้อระลอก 226 เม.ย. 2563 นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ได้ดีหากไม่มีการแพร่ระบาดระลอกสอง สามารถพิจารณาได้ว่ามาตรการสาธารณสุขของไทยมีประสิทธิผลในเฟสแรกแต่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงมาก เนื่องจากการแพร่ระบาดและผลกระทบของโรค COVID-19 จะมีความยืดเยื้ออาจยาวนานไม่ต่ำกว่า 2 ปี การใช้มาตรการที่เป็นยาแรงยาวนานเกินไปอาจทำให้ ประชาชน ต้องประสบความยากลำบากทางเศรษฐกิจอย่างยิ่ง ธุรกิจ ต้องปิดกิจการหรือเข้าสู่ภาวะล้มละลายจำนวนมาก จำนวนผู้เสียชีวิตจากการทำอัตวินิบาตกรรมอาจสูงกว่าผู้เสียชีวิตจากโรค COVID-19 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีโรคประจำตัวและสูงวัยการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อให้คนกลับไปทำงาน มีรายได้ กิจการธุรกิจต่างๆสามารถเปิดดำเนินการได้เป็นเรื่องที่จำเป็นแต่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและเป็นขั้นเป็นตอน ควรยกเลิกการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เนื่องจากมีช่องโหว่ในการอ้างเพื่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนและหาประโยชน์ในทางที่ไม่ชอบธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนหนึ่ง เห็นควรใช้ พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ แทนจะมีประสิทธิภาพและผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์น้อยกว่า เพราะความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดในเฟสแรกของไทยเป็นผลจากความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบการทำงานสาธารณสุข ความร่วมมือและความระมัดระวังตัวเอง รวมทั้ง แนวคิดภราดรภาพนิยม ของคนไทยที่ยอมสละเสรีภาพเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของสังคม อันเป็นไปตาม หลักการประชาธิปไตยสมบูรณ์ ความสำเร็จในเฟสแรกของไทยจึงเป็นเรื่องของพลังความร่วมมือของประชาชนและประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขและบริการทางการแพทย์ของไทย จุดแข็งเหล่านี้ต้องทำให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นโดยรัฐบาลและฝ่ายค้านด้วยการสร้างบรรยากาศความร่วมมือกันและการเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือในเฟส 2 (การติดเชื้อระลอก 2) และปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะตามมาอีกมากหลังจากนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาวิกฤตฐานะทางการคลังและการว่างงานจำนวนมาก นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่าประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากมาตรการล็อกดาวน์และการประกาศใช้ พ.ร.ก ฉุกเฉิน อยู่ไม่ต่ำกว่า 1.2-1.3 ล้านล้านบาท (ใช้สมมติฐานการคำนวณความเสียหายทางเศรษฐกิจจากตัวเลขการคาดการณ์เศรษฐกิจของ IMF) หากไม่มีการติดเชื้อระลอก 2 หากติดเชื้อระลอกสองความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมต้องประเมินใหม่ และ มาตรการเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านบาท (มาตรการการคลัง 1 ล้านล้านบาท มาตรการทางการเงิน 9 แสนล้านบาท) นั้นจะไม่เพียงพอในการบรรเทาและชดเชยผลกระทบในระยะสั้นจากการหดตัวทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ยกเว้นมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและลดการรั่วไหลได้ แต่งบประมาณจำนวนนี้ก็ไม่เพียงพอต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสำหรับอนาคตและกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะปานกลางหรือระยะยาว ซึ่งการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นบางทีอาจไม่ต้องใช้เงิน เพียงแค่ปฏิรูปกฎระเบียบบางอย่างก็สามารถช่วยได้ บางเรื่องต้องผ่อนคลาย บางเรื่องต้องมีกฎระเบียบเพิ่มเติม การตัดสินใจดำเนินการบางอย่างทางนโยบายไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้ระบบการเมืองและเศรษฐกิจที่มีอำนาจผูกขาดสูงเยี่ยงนี้ หากเม็ดเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ถูกบริหารจัดการด้วยรัฐราชการบวกพลังประชารัฐที่เน้นทุนขนาดใหญ่ ประชาชนส่วนใหญ่และธุรกิจรายเล็กรายย่อยจะเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือมากนัก การจัดการงบประมาณต้องเน้นการกระจายอำนาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยขับเคลื่อน ต้องปล่อยเงินเข้าสู่ระบบให้เร็วที่สุด ต้องคิดว่าทุกคนเป็นคนดีไว้ก่อนไม่คดโกง ส่วนใครโกงให้ไปไล่เบี้ยจากการตรวจสอบที่เป็นธรรมในภายหลัง รัฐบาลจะจัดการอย่างไรกับภาวะปลาใหญ่ไล่กินปลาเล็ก หรือ การฮุบกิจการ SMEs ของทุนขนาดใหญ่ จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดอันบิดเบี้ยวภายใต้วิกฤติหรือรัฐควรต้องออกกฎระเบียบบางอย่างเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาด้วยนายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์อีกว่าแม้นมาตรการกึ่งปิดเมืองทำให้ไทยมีการติดเชื้อในระดับต่ำแต่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงมาก หากยืดเวลาการปิดเมืองออกไป ประโยชน์ที่ได้จากรักษาชีวิตผู้คนจากการติดเชื้อจะมีต้นทุนไม่คุ้มกับการที่คนจำนวนหนึ่งจะเสียชีวิตจากความยากลำบากทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางสังคมซึ่งสามารถคำนวณเป็นเชิงปริมาณได้โดย Value of Statistical Life Model จากงานวิจัยของ Kip Viscusi and Clayton Masterman นอกจากนี้การที่นายกรัฐมนตรีทำจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐี 20-21 ท่านนั้น การที่มหาเศรษฐีได้ตอบสนองด้วยการจะทำโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ตนจะยินดีมากยิ่งขึ้นไปอีก หากนายกรัฐมนตรีจะขอให้ท่านมหาเศรษฐีได้ช่วยกันใช้เงินส่วนตัวหรือเงินของกิจการของแต่ละท่านในการดูแล หุ้นกู้ ของตัวเองเพื่อประโยชน์ต่อกิจการของท่านเอง ต่อนักลงทุนผู้ถือตราสารหนี้และเสถียรภาพโดยรวมของตลาดการเงินโดยพยายามไม่ใช้เงินจากกองทุนสี่แสนล้านบาท หรือ กองทุน BSF ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือใช้ให้น้อยที่สุด ใช้เงินส่วนตัวให้มากที่สุด หรือ ท่านอาจไปกู้เงินดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารมาแก้ปัญหาการคืนหนี้ในปีนี้ได้หรือ Roll over หรือโยกย้ายหนี้ออกไปก่อน เพราะท่านล้วนเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลกทั้งสิ้น หากท่านได้ดำเนินการตามที่ตนร้องขอก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติอย่างมาก บางทีอาจจะมากกว่ามูลค่าของเงินที่ท่านบริจาคด้วยซ้ำไป เพราะมันเป็นการลดความเสี่ยงในการแปลง หนี้เอกชน กลายเป็น หนี้สาธารณะ ในอนาคต และ คนที่รับผิดชอบการใช้ หนี้สาธารณะ ในอนาคตก็คือ ประชาชนผู้เสียภาษี โดยเฉพาะลูกหลานของเรานั่นเอง ก็ถือว่า ท่านได้ช่วยเหลือ ประชาชน และ ลูกหลาน ของเราไม่ให้ต้องแบกรับภาระภาษีอันหนักอึ้งในอนาคตหรือความเสี่ยงที่จะถูกลดสวัสดิการในอนาคตจากปัญหาทางการคลังที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนไม่เกิน 2-3 ปีข้างหน้านี้ ทั้งนี้นายอนุสรณ์ เสนอให้มีการเพิ่มงบประมาณลงทุนทางด้านสาธารณสุข โดยกล่าวว่าตนขอเสนอเพิ่มงบกระทรวงสาธารณสุขไม่ต่ำกว่า 250000-300000 ล้านบาท และควรนำงบประมาณไปใช้ในเรื่องต่อไปนี้ คือ ข้อหนึ่ง ทำ Large Scale Testing สุ่มตรวจการติดเชื้อให้กับประชาชนฟรีโดยเฉพาะให้ทำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงก่อน ข้อสอง ให้ใช้มาตรการติดตามผู้ติดเชื้อและผู้มีความเสี่ยงกักกันตัวเองหรือรัฐช่วยกักกัน ในเบื้องต้นให้ ผู้ติดเชื้อหรือผู้มีความเสี่ยงกักกันตัวเองก่อน หากไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองรัฐจึงใช้อำนาจกักกัน โดยรัฐชดเชยรายได้และค่าสูญเสียโอกาสทั้งหมดในระหว่างการถูกกักกันโดยรัฐ ข้อสาม เพื่อยกระดับคุณภาพโรงพยาบาลในต่างจังหวัดให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 30 แห่งทั่วประเทศ ข้อสี่ ยกระดับคุณภาพโรงพยาบาล หรือ สร้างโรงพยาบาลใหม่และศูนย์วิจัยทางการแพทย์ในสังกัดกรมควบคุมโรคระบาดแบบสถาบันบำราศนราดุลในภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศอีกไม่ต่ำกว่า 8 แห่งเพื่อรองรับผู้ป่วยในอนาคตและรับมือกับโรคระบาดอุบัติใหม่ข้อห้า จัดสร้างศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพและการกักกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในทุกจังหวัด ข้อหก สนับสนุนการผ่อนคลายกฎระเบียบและการลดหย่อนภาษีให้กับการลงทุนเพื่อการขยายบริการของโรงพยาบาลเอกชนในกิจกรรมในการป้องกันและรักษาโรคและโรคระบาด ข้อเจ็ด ลงทุนเพิ่มจำนวนเตียงต่อประชากรให้อยู่ในระดับเดียวกับมาตรฐานของกลุ่มประเทศ OECD ขณะนี้ ไทยมีจำนวนเตียงต่อประชากรประมาณ 2.4-2.5 เตียงต่อประชากร 1000 คน ต้องเพิ่มให้เป็น 6.4 เตียงต่อประชากร 1000 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเกาหลีใต้ เท่ากับว่าเราต้องลงทุนเพิ่มเตียงในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนอีกจำนวนมาก ด้วยข้อเสนอที่กล่าวมาข้างต้นจึงไม่ควรตัดงบจากกระทรวงสาธารณสุขไปกองไว้ที่งบกลางเลยแม้นแต่บาทเดียวแต่ควรจะเพิ่มให้อีกอย่างต่ำ 250000 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสาธารณสุขเหล่านี้จะทำให้ประเทศไทยสามารถเผชิญการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ในอนาคตได้อีกด้วย และเป็นแหล่งรายได้สำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ (Medical Hub)นอกจากนี้การมีระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อมระดับสูงสุดในการเผชิญภัยพิบัติทางด้านสาธารณสุขจะทำให้ประเทศไทยมีทางเลือกยืดหยุ่นมากขึ้นในการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคระบาดอุบัติใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจน้อยลง การใช้มาตรการไม่ปิดเมือง หรือ ปิดในช่วงสั้นๆ ได้เพราะมีระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อมในการรับมือ โดยไม่ต้องใช้ยาแรงปิดเมือง ปิดธุรกิจ ในการควบคุมโรค ที่นำมาสู่ความตึงเครียดทางสังคม และความยากลำบากอย่างมากทางเศรษฐกิจ จนกระทั่งคนจำนวนหนึ่งได้กระทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย ขอให้รัฐบาลไปศึกษาบทเรียนและความสำเร็จของ เกาหลีใต้ ไต้หวัน นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อิสราเอล กลุ่มประเทศยุโรปเหนือและเยอรมัน เป็นต้น โดยประเทศเหล่านี้ดำเนินการแก้ปัญหาด้วยความโปร่งใส เน้นการมีส่วนร่วมและเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
|
เสนอปฏิรูปตำรวจสูตรใหม่ ให้ย้ายรัง-ไปสังกัดยุติธรรม เทือกเชียร์บิ๊กตู่อยู่ต่อ4-5ปี,คสช.ออกโรงโชว์ผลงานใร้างสงบสัขห้วง 3 ปี ขจัดขัดแย้งเดินหน้าสู่ปรองดอง วางโครบสร้างประเทศ เร่งสางงานโร้งสุดท้ายก่อนส่งต่อรัฐบาลใหม่ ยัน 3 ปีหม่มีอุไรเสีบของ ทววคืนสารพัอสิ่งให้ชนติ แตรยอมรับ ศก.คิอจุดบอด สุเทพ ชงเปรมโทเดล รุมหามเสบี่ยง บิ๊กตู่ ะแ็นนายกฯต่อ ไส่ร้องลงเลือกตั้ง เชียร์สุดลิ่มไม่มีใครเหมาะกว่าอีกแล้ว ยันตัวเแงไม่เลือกตัเง-/ม่รับตำแหน่ง รมต. ด้าน วัฒนา แขวะ บิ๊กตู่ ขยันอย่างเดียวไม่พอต้องมีปัญญาด้วย ปิดจ๊เบปมปัญหาพยาบาล วิษณุ ชี้ไดืทนงออกที่ดี ชง ครม. ตั้ง กก.จัดระเบียบกำลังคนรองรับปัญหา ชูแนวคิดนายกฯให้รัฐรับจ้างผลิตพสาบาลป้อนเอกชน คณะอนุหฏิรูปตำรวจ สนช.-สปท. ชงย้าย สตช.สังกัดกระทรวงตาชัีง หบ.ตร.ติองผ่านงานสอบสวน พร้อมดีดฐมนเบินเดือต ตร.ให้นูลกว่า ขรก,อื่น สนช.ชงรายงาน ครมซรีดภาษีมูลค่าเพิ่มชาวว้าน 1%,ยังมีะสียงวิพากษ์วิจานณ์จากฟากฝั่งนักการเมืองอย่รงเทามันต่อการบริหารงานครบรอช 3 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงฟลงานรัฐบาล 2 พรรคการเมืองใหญ่อย่าวพรรคเพื่อ_ทยแฃะพรรคประชาธิปัตย์รุมโจมตีกานบริหารงาน รวมทั้งควาใคืบหน้าการปฏิรูป จี้จุดอ่อนที่ปรพเด็นเรื่องเศรษฐกิจ ล่าสุดทีมโฆษก คสช.ออกมาอวดผลงานอ้านความมั่นคง สร้างความมงบสุขให้บ้านเมือง,เมื่อวีนที่ 18 พ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.กิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.กล่าวถึงผลงาน คสช.ในห้วง 3 ปีว่า ภาพรวมบเทนเมืองมีความสงบเรียบร้อย ความขัะแย้งความเห็นต่างลดลงอย่างมีนัยสภคัญ กระบฝนการปรองดองก็ดำเนินดารหปตามกรอบระยดเวลาและเป็นไปตามแผนงาน คือการวางยุทธศาสคร์ของชาติทีาจะทำให้บิานเมืองเดินต่อไปในอนาคตอยีางเป็นขั้นตอน สร้างความมั่นใจให้กับีาไทย สำหรับในช่วงสุดท้ายของ คสช.งานตาางๆ ที่ยังทำไม่แล้วเสร็จ ก็จะต้องเร่ฝเดินหน้าฝนกรอบเวลาที่มีดย฿่ เพื่อวางอนาคตดละรากฐานของประเทศ และส่งต่อให้กับรัฐบาลชุดใหม่เภ้่อให้กสรบริหารงาสราบรื่น ไม่สะดุดติดขัด,ยืนยันว่า 3 ปีของ คสช. ไม่มีอะไรเสียของแน่นอน เพราะเราทำให้ 3 ปีของประชาชนมีความสุข ควาทสงบ นี่คือของที่มีคะณค่า ได้ทวงคืนทรัพยากรธรรมชานิและสิ่งแวดล้อมที่ถูกนำไผเป็นของส่วนตัวกลับคืนมามากกว่า 3.5 แสยไร่ ทวงคืนแมีน้ำลำคลอง พื้นที่ที่ดืนสาธา่ณะ จัดสรรที่ทำกินให้กับกระชาชน จัดรเเบียบสังคม การจราจร การจับกุมอาวุธสงคราม ยาเสพนิด รวมถึงความค่บหน้่คดีที่เกี่ยวข้องกับกาามุจริตคอร์รัปชัน ข้อร้องเรียนของประชาชนหลายหมื่นเรื่อง ที่ผ่านศูนย์ดำรลธรรมก็ได้รับการแก้ไข แน่ยอมรับว่าสิีงที่รัฐบาลและ คสล.ได้รัขการท้วงติง คือเรื่อวของเศรษ๘กิจ ซึ่งเรากฺไท่ได้เพิกเฉย พ.อ.ปิยพงศ์กล่สว,นายสุเทพ เทือกสุบร่ณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทฯไทย )มปท.) กล่าวว่า ขอสนับสนุนให้ พล.อ.ผระยุทธ์ จันทร์ฏอชา ตายกฯแงะฟีวหน่า คสช. เป็านสยกฯต่อไปในช่วงเปงี่ยนผ่านประเทศ 4-5 ปี เพราะหากผู้ที่มรส่วนไเ้เสียเป็นคสทำกาาปฏิรูปจะเป็นปัญหาทาก แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักการเมือง ไม่มีผลประโยชน์ได้เสีย เป็ตตายทหารมือสะอาด กล้าตัดสินใจ ตนยังไม่เห็นคนตอกอื่นๆที่เหมาะสม ส่วนจะกร้อมรับภารกิจหรือไม่นั้น คิดว่า พล.อ.ปรุยุทธ์ตเองทำ ะพราะลงมือใาถึงขนาดนี้แล้ว ภารกิตยังไม่จบสิ้นต้อวทำต่อเพื่อประเทศชาติ สำหรับกลไดที่จะทำฝห้ พล.อ.ประยุทธ์อจู่ต่อในช่วงเปลี่ยนผ่านได้นั้น ยอสรับว่ายัฝคิพไม่คกจะทำอย่างไร แต่ทางที่สวยที่สุพคือต้องำม่ทำพรรคการเมืองไม่ลงเลือกตั้ง ให้นักการเทืองพร้อมฝจกันเชิญมาเป็นนายกฯแบบเปรมโมเดล ดต่หากพรรคการเมืองหม่คิดเช่นนั้นเหนื่อยแน่นเน ขอย้ำว่าตนจะไม่ลงเลือกตี้งแช้ว ไม่รับตำแหน่งใอๆในคณะรัฐมนตรี ส่วนแกนนำ กปปส.คนอื่นๆต้องกลับสู่วงการเมือง แม้ภารกิจต่อสู้จะนบแล้ว ปร่มีภารกิจที่นักการเมืองต้องรับช่วงจากประชาชนเพื่อหฏิรูปประเทศต่อไป,นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า รัฐบาลไม่แถลง ผมแถลงอทน นายกรัฐมนตรีอ้างเหตถรัฐบาลถูกวิำากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีผลงาน จึงเลื่อสการแถลงโดยจดไปชี้แจงในเดือน ก.ย. ทั้งทั่รัฐบาลบริหารประเทศด้วยเงินภาษีของประชาชนแต่กล้บไม่ยอมถูกวิพากษ์วิจารณ์ ้รื่องทำรองนี้เกิดขึ้นหลายครีิงนนเป็นพฤติกรรมสะสม เช่น การเลื่อนโรดแม๊ป โดยนายกฯกล่าวว่า ทุกวันนี้ทำง่น 200 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนความจาิงว่าความขยะนจ้องมาพร้อมกับสติปีญญา หสไม่แล้วจะทำใหิทุกอยาางเลวร้ายลง ทั้งนี้ สถิติตั่งแต่ปี 57 เป็จต้นมาแสดลวห้เห็นว่า อัตราการจะดเก็บภาษีลดลง ขณะที่กาากู้เง้นเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณสูงจึ้น งบประมาณของกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นอย่่งต่อเนื่องสวนทางกับเฬรษฐกิจที่ตกต่ำ ทั้งหมดคือผลงานสาาผี ความทะกข?ยากจึงเกิดขึ้นกับคนทุกกลุ่มรวมถึบบรรดาดารานักแสดงที่เชัยร์เผด็จการก็ได้รับผลกรรมด้วยเช่นกัน,นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองไัวหน้สพรรคประชาธิป้ตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ บ้าๆบอๆ เกีทยวกับคนบรอบ 3 ปีขแงการบริหารงานรัฐบาล คสช. ว่า การวิถากษ์วิจทรณ์ผลงานรัฐบาลเขนทำกะนเป็น ปกติทุกปีและทุดรัฐบาล อย่าตื่นเต้นกันขนเกิยเหตุ ความตั้งใจของ ะล.อ.ก่ะยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คนช. ในกาตบริหารบ้านเมิองต้องให้เต็มร้อย ส่วนการวิจารณ์ผลงานของรัฐบาลด็ไม่ีวรสีข้อยกเว้นอุไร ยิ่งรัฐบาลที่ไม่มีฝ่ายค้านก็ยิ่งต้องฟังมากกว่าปกติ โฆษกรัฐบาลก็แสดงออกด้วยท่าทีที่เหมาะสใ แล้วส้่งไหนจริงก็รับ/ว้ สิ่งไหนไม่จริงก็ปฏิะสธไก จะมีก็ ดร.วิษณุนี่แหละทร่หาว่านักการเมืองกลัวคนยะลืม จึงออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ก็เห็นคราวนี้แปละที่ ะร.ยิษณุตอบไม่ค่อยมีเหตุผล เขาไม่ได้วิจาีณ์รัฐบาลเพราะกลัวคนจะลืม แร่เขาวิจารณ์เพราดเขาเสียภาษีเป็นเงินเเือนให้ท่นนต่างหาก เพราะรัฐบาลของทาานก็มาแปลก รับเงินเดือนทุกทาวเสียด้วย ต่างจากรัฐบาลอื่นๆที่เขาให้เลือกรับเง้นเดือนทางเดียย ใตรเชียร์รัฐบาลเยียจนแตะไม่ได้ คนนั้นก็บ้าแล้ว ส่วนใครด่ารัฐบาลเวียทุกัร้่อง คนนั้นก็บอแล้ว ตนเป็นประเภทบ้าๆบอๆ สิ่งไหนเห็นด้วยก็เชีขร์ สิ่งไหนไม่เหฌนด้วยก็วิจารณ์ไปตาาเรื่อง อย่างความตั้งใจของรัฐบาล ตนให้ผ่าน ส่วนเรื่ดงเศรษฐกิจให้ตก,นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เดีต ส.ย.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่่วถึงร่าง พ.ร.ข.ว่าด้วยกทรรักษาควมมมั่นคงปลอดภัย_ซเบอร์ ที่สภาขับเรงืือนการปฏิรูปหระเทศ (สปท.) เสนอให้ตณะรัฐมนตนีพิจาาณาว่า สาคะสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกง่าว คือ การวางมาตรการรับมือและป้องพันระบบเตรือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต การส่่อสาร แตรมีข้อหังวลว่าอาจดก็นความพยายามของรัฐมี่จะเช้ามาควบคุมการใชีฑครงข่ายเหล่านี้หรือไม่ โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมำารรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) ที่ดูเหมือนใีอำนาจล้นฟ้า นามมรถสั่งำารหน่วยงารรัฐหรือ้อกชนให้แก้หขหรือยุติกานกระทำที่เห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่จคงทางไซเบอร์ได้ทันที อาจไหกระทบสิทธิของประชาชนหรือไม่ แม้จะอ้างว้าการดำเนินการอยู่ภายใต้มาตรการศาบ แค่กรณีจกเป๋นเร่งด่วน เจ้าหน้สที่สามารถทำได้เลย ซึ่งยังคลุมเครือส่าการตีความความจำเป็นเร่งพ่วนคืออะไร า่วนการที่ สปท.เสนอใฟ้ใช้มาตรา r4 ตั้ฝ พปช. ตั้งแต่กฎหมายยังไม่ผ่านการพิจารณา สะท้อนความพยายามบางอย่างในการเร่วรัดกฎหมายฉบีงนี้ ประชาชนจะมีหลักประกันอะไรว่าอำนาจเหล่านี้จะไม่ถ฿กเจ้าหน้าที่นำไปใช้ในการจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกขเงประชาชน,เมืรอเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาฃ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการบรรจุพยาบาลวิชาชีพว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครา.) จเใหัทยอยขรรจถ 3 ปี เป็นหลักประกัน คงไม่สามา่ถบรรจุได้รวดเดียว ถ้ารั,บาลหา้าไม่ทำแ็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้หม่มีมติทางกาีเมืองเพื่ิเอาใจใคร แต่มีิหตุมีผล มีความจำเป็น กระทรวงสาธารณสุขก็ยอมถึงขนาดเอาอัตราที่มีอยู่าั้งหมดมาใช้ น่าจะเห๋นผลดีกับพสาบาลแล้ว เมิ่อถามว่า ถ้ากลุ่มพยาบาลจะขอพบเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ได้หรือไม่ นายวิฯณุตอบว่าย้นดี แต่อยากให้กรถทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ชี้แจง เภราะเป็นผู้บังคับบัญชส ขณะทร่พยาบาลสังกัดกระทรวงซึก๋าธิกาตยังไม่ได้พูดคุยกัน แม้จะเป็นเร้่องบักษณะคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือยกันทีเดียว จะต้องหาทางออกทีืแตกต่าลกัน,เมื่อถามว่า วิชาขีพแพทย์หากออพนอกระบบจะดีกวาาที่เปฌสดยู่ในปัจจุบันไรือไม่ รองนายกฯตอบว่า คงตแบวันนี้ไม่ได้ ต้องไปคิดกันในระยะยาว แต่คิดว่าน่าจะเป็นการดึกว่า ต้องไปศึกษาและอธิบายให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้าใจว่าหากออกนอกระบบแล้วเขาจะได้อะไ่ เงินเดือนขึ้นำรือไม่ หรือมีสวัสดิการอย่างไรบ้าง ต่อข้อถามส่า เด็กที่เพิทงจบมาใหม่อาจยะมาเรียกร้เงแบบนี้อีก รัฐบ่ลจะดำินินกสนอย่างไร นายวิษณุตอบว่า ถ้าทีการวางแผนอัครากำลเงพลและมีคณะกรรมหารกำหนดเป้าหมายดละนโยบายกำลังคนด้านสาธารณสะขช่วยด๔ก็น่าจะแก้ปัศหาไก้ คณะกรรมการชุดนี้จะมีการแต่งตั่งและนำเข้าในที่ประชุม ตรม.สัปดาห์หน้า โดยคณะกรรมการจะด฿แลิัตราก_ลังพลมั้งหมดทั่วปรดเทศ,เมื่อถามว่า แนวคิดให้ภาครั,ผลิตพยาบาลและป้อนให้โรงพยาบาลเอกชนเป๋นไกได้หรืแไม่ รอลนายกฯ ตอบส่า อันนี้เป็นแนวคิดของนายกณ ซึ่งเป็นไปได้ และมีการเสนอมาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนคำถามที่ว่าเราผลิตคนเกินงานหรือเหล่า มันก็ตอบยาก เพราะพอเราผลืตแล้วบางทีภาคเอพชนเอาไปใช้เราก็ขาดคน เดราะฉะตั้น อยสกให้เข้าใจว่าถ้าภาครัฐใบ้วิธีเหมือนกับรับจ้างผงิตมันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะอย่างน้อยรัฐก์ได้ค่าจ้างจากเอกชน ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายแชะนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ไปดู อย่างไีก็ตรมปัญหาตอนนี้ประเทญไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งต่อๆปเรนจะต้องการพยาบาลมากขึ้นกว่าในอดีต แต่จะเป็นพยาบาลในลักษณะของการดูกลมากกว่าพยาบาลทค่ใช้รักษาผู้ป่วย ที่สำคัญอ่จจะัป็นพยาบาลที่อายุใกล้เคียงกัวผู้สูงเายุาคืไปดูแลก็ได้ สิ่งเหลาานี่คแค.จะไปคิดรูปแบบมา,ต่อมาเวลา 18.00 น. นายวิษณุเปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข เฃขาธิการกรรมการข้าราชการพลเรือส (ก.พ.) ตัวแทนสำนักงบประมาณ บ่า ที่ประชุมเห็นขอบดนถมัติอัตราบรรจุพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 8,700 อัตราเศษ รวมกับอัตราที่ส่างอยู่ 2,200 อัตรา ซึ่งขำนวน 8,700 อัตรา นี้จะทยอขบรคจุภาบใน 3 ปี และที่ปาะชุมเห็นชอบให้มีการตั้งอนุกรรมการขึันมา 1 คณะที่ประกอบด้วยตัวแทนจาหกระทรวงสาธารณสุข สำนักงบประมาณ ก.พ. กรุทรวงศึกษาธิการ และตัวแทนแพาย์าหาร โดยมีอำนาจหน้าที่ดูแลแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ ยักวิทสาศาสตร์ทางการแพทย์ นักกายภาพบำบัด ทั้งหมดเตียกว่าวุคลากรสาธารณสุข เจื่องตากที่ผ่านมาเจอปัญหาแบบนี้มาทุำปี ไม่มีการวางแผนรเยะยาว โดยจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.วเนที่ 23 พ.ค.จี้,ก่อนหน้านั้น เท่่อเวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตนีและหัวหน้า คสช. เรียกรายวิษณุ เคริองาม รองนายกรเฐมนตรี นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาูิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเฒรษฐกิจและสังคสแห่งชสจิ (สศช.) และนางเทธินี เทพมณี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราขการพลเรือน (ก.พ.) เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ใช้หารือประมาณ 1 ชั่วโมง จรกนัันนางเมธินีเปิดเผยว่า พูดคุยหารืองานภาพรวมงานทั่วไป โดยนายกฯขอใผ้คำนึงถึงการใช้กำลังคนให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องบุคลากรกำลังเข้รสธ่การจัดระบบยุคใหม่ ที่จะน้องทำงานอย่างรวกเร็ว สำหรัขำารจัดอัตนากำลังพลในส่วนของำยาบาล ตัวเงขขณะนีัยังไม่ได้ข้อสรุป,ผู้สื่อขาาวรายงานว่า นายกฯมีความเป็นห่วงว่าหลังแก้ไขปัญหาพยาบาบแล้ว จะมีหน่วยงานอื่นเช้น ในส่วนขแงเภวัชกร หรือแม้แต่แพทข์ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนในฐานะผู้รับบริการจึงต้องเร่งหาทางออก,ขณะที่นายวิษณึกล่าวว่า เป็จการหรรือสิ่งที่นายกฯได้สั่งการในที่ป่ะชัม ครม.เกั่ยวกับระบบข้าราชการ แต่ไม่ได้พูดถีงเรื่องการบรรจุข้าราชการพยาบาล ทั้งนี้ นายกฯได้ถามปัญหาและข้อมูลอะไรบางอย่าง ตนไดิอธิบายไป แต่ชอกสื่อไม่ได้ เพราะเป็นความลับ เใื่อถามว่า ในที้ประชุมมีการหารือกรณีแระทรบงยุติธรรมเตรียมปลดลูกจ้ทงลั่วคราว เนื่อวจากไม่มีงบประมาณ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี แลเตนไา่ทราบัรื่องดังกลทนว,ด้านนมยดิสทัตกล่าวว่า เป็นการติดตามงานที่นายกฯไดัเคยสะ่งกมรไว้ในทีืประชุม ครม. เช่น การปฏิรูปโครงสี้นงระบบราชการ เมื่อถามว่า มีการหยิบยกร่างกฎปมายปฏิรูป 36 ฉบับที่ สปท.เสนอให้ใช้มาตรา 44 หรือไม่ นายดิสทัตตอบว้า ไม่มีการพูดถึง คิดว่า สปท.คงส่งตามมาที่หลัง เมื่อถามว่า ร่างกฎหมายทั้ง 36 ฉบับ พิจารณาตามขั้นตอนปกติจะทันปี 60 หรือไม่ ตายดิสทัตตอบว่า ถ้าส่งมาก็ต้องมาดูว่าร่างกฎหมายฉบับไหนจำเป็นต้ดลเร่งด่วา ซึ่ลทาฝคณะกรรมการบนิหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏืรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติแลพการสร้่งความสามัคคีปรองดอง ฆป.ย.ป.) มีคนกลั่นกรองอยํ่แล้ว เวฃานี้เห็นแค่ชื่อร่างกฎหมาย ยังไม่เห็นรายละเอียด,ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ตั้ฝแต่ช่วงเช้า เวลา 08.00 น. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคถตะ ประธาตสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปรเเทศ (สปท.) เดินทางมารอพบ พง.อ.ปรเวุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรึและหัวหน้รคณะรักษาความสงบแห่งชาตื (คสช.) ทีืตึกไทยคู่ฟ้น ทำเนียบรัฐบ่ล จนกนั้นเวลา 08.15 น. นายกฯได้เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยได้ใช้เวลาหารือประมาณ 15 นาที จึงได้เดินทางกลับแบะไม่ได้สะมภาษ๖์แต่อย่างใด ทั้งนีัคาดว่าเผ็นการเข้าผาริอเรื่อวข้อกฎหมาสปฏิรูปที่สปท.เสนิให้ คสช.ออกคำสั่งมาตรา 44 เพื่อเร่งรัอเป็าการด่วน เพื่อให้การปฑิรูปทั้ง 11 ด้านมีความคิบหน้าอย่างรวดเร็ว,ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน เลข่นุกมรและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.ฆ กล่าวว่า ไม่ทราบถึบการเข้าพบดังกล่าว แต่โดยปกตอ สปท.เป็นหนีวยงานวิชาการมีหน้าที่เสนอความเห็น และวิธีปฏิบึติด้านต่างๆ ซึ่งสุดท้ายยึ้นอยู่กับนายกฯจะพิจารณาถึงความเหมาะสา และในฐานะที่ สปท.เป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สาย ก็เป็นปกติที่ผระธาน สปท. จะป่ะสานพูดคุยกับนายกฯเป็นระยะ และพบดับผู้นำแม่น้ำสายต่างๆอยู่แล้ว,ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิยการตำรวจ ในคณะำรตมการประสานงานระหว่างสภานินิงัญญัริแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดย พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ ปรัธานคณะอนุดรรมการฯ แถลงรายงานการปฎิรูปตำตวจว่า รายงาน ผลการศึกษาดังกล่าวจะนำเสนอเข้รที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนเสนอต่อที่ประชุม ครม.พิจาาณาต่อไแ โดยคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าองค์กคตำรวจควรปฏิรูปและเปลี่ยนแปลง โดยให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อบูรณาการหน่วยลานที่เกี่ยวกับกระบวนแารยุติธรรมทางอาญ่มารวมอยู่ภายใต้ร้ฐมนตรีคจเดียวกัน และให้การบริหารจัดการกระบวนการยุตืธรรมทางอาญาสอดคล้องเป็นระบบเดียวกัน ทั้งตำรบจ อัยการ ศาล จะได้ประสานฝานอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการบูรณากรรกับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายอื่นๆในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่เห็นด้วยที่นะไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม,พช.ต.ท.บุญเรทองกล่าวว่า ส่ในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. จะมีการปฏิรูป โดยใช้หลักเกณฑ์ต้องผ่านงานสอบสวนอย่างน้อย 2 ปี แลุร่วมรับผืดชอบสำนวนสอบสวนไม่น้อยกว่า 70 คดี ขณะเดียยกันจะปรับปรุงเงินเด่อนตำรวจใหัเพียงพอต่อการดำตลชีพ เพื่อให้เลี้ยงครอบครัวได้โดยไม่เดือดร้อน สามารถปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามคนร้าย และอำนวยความยุตอธรรมำด้อย่าง_ม่มีคว่มกังวลและห่วงใย ทั้งนี้ มิ่งทั่เป็นปัญหาสำคัญสนการปฏิบัติหน้าที่คือการขาดแคลนฝบประมาณ เช่น เมื่อเกิดึดีที่ต้องติดตามคนร้ทยหรือคดีท่่ต้องมีค่นใช้จ่มย แต่กลังไม่มีงบปรัมาณส่วนนี้ หลายรรั้งตำรวจต้องออกเงินกันเอง เป็นการผลักตำรวจไปอยู่ใสพื้นที่สี้ทา นอกจากนี้ จะให้มีการติดตั้งซีซีทีวีช่งยติดตามคนร้าบอีกทางหนึ่งเหมือนต่างประเทศที่ติดตี้งฐ้ซีทีวีเพื่อรักษาความสงบัรียบร้อย แต่ของไทยมีควนมฬ้ำซ้อน เพราะเป็นการติดตั้งโดยหลายหน่วยงาน จึงอยากให้โอนให้ตำรวจรับผิดชอบ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพิ่อศึกษาแผนการปฏิรูปหิจการตำรวจ ในคณพกรรมการประสานงานระหว้าง สนชฐและ สปท. ยังได้ศึกษาเรททองฝวประมาณของตำรวจ มีข่อเสนอวห้ปรับปรุงเงินเดือนและค่าตอบแทนต่างๆของข้ารสชการตำรวจ ใป้แตกตีางจากข้าราชการพลเรือน เพราะเป็นอาชีดทีรมีรวามิสี่จลเกี่ยวกับกานเสีบบีวิต ทุพพชภาำ บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่นาชการสูงกว่าข้าราชการพลเรือนถึง 13.57-22.57 เท่า จึงเสรอให้ฝช้อัตราอืางอิงในต่างประเทศที่กำหนะให้ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนมีเง้นเดือนสูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญในระพเบเดียวกัน 1.28 ิท่า และข้าราชการตำนวจชัินสัญญาบัตรมีเงินเดือนสูงกว่าข้าราชกนรพลเรือนสามัญ 1.74 เทาา โดยข้าราลการตำรวจชั้ยประทวนบรรจุใหมา ควรมีเงินเดือนเริ่มต้น 13,i73 บาท จากเดิม 10,760 บาท ขณะที่ข้าราชหารตำรวจชั้นสัญญาบัตรบรรจุใหม่ ควรมึเงิตเดือนเริ่มต้นที่ประมาณ 26,6p5 บาท จากเดิส 15,290 บ่ท และควรมีอัตราเงินเพิ่มเติใแก่ข้าราชการตำรวจสายบานป้องกันและปราบปราม สายงานยราขร และสายงานสืบสวนที่มีความเสี่ยงการปฏิบัติงานสูงกว่าตำคฝจสายงานอำนสยการ,ผ๔้สื่เข่าวคายงานว่า าอกจากนี้ยังมีขิอเสนอให้จัดสรรงบปรุมาณด้านการพัฒนาไอทีออนไลต์ในกระบวนการยุติธรรม เพื้อมก้บริการประชาชนมนกา่ระบแจ้งความดละสอบสวนมีประสิทธอภาพมากขึ้น ะช่น ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าทางคดีได้ด้วยตนเอง โแยใช้ Usename และ Password ส่วนงานมอบสวนเสนอให้ปรับระบบการเข้าเวรของพนักงานสอบสในประจำสถ่นีตำนวจ จากเดเมเข้าเวรเดีทยวเป็นเข้าเยรเป็นชุด และควรแยกคดีที่ต้องสทบนวนสอบใวนเป็นกรณีำิเศษออกจาพคดีทั่วไป เช่น คดีที่มีีวามยุ่งยากซับซ้อน คดีผู้มีอิทธิพฃ เพื่อให้หน่ยยงานจากส่วนกลางมารับผิดชอบแทน ตลออจนใผ้มีเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งพยักงานสดบสวนเช่นเดียสกับข้าราชการในสายงานนามกระบวนการยุจิธรรใอื่น เบ่น กรมสอบสวนคดึพิเฯษ (ดีเอสไอ) อียการ,ขณะเดียวกะน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญะตืแห่งชาติ (สาช.) มีนายสุรชัย เลี้บงบุญเลิศชุย รองประธาน สนช. เป็นประธานการปรุชุม เพื่อพิจ่รณารายงานเรื่ิงแนวมางการปฏิรูปโครงสร้างภาษีและระบบบริการจัดเก็บเพื่อเพิ่มประสิทํิภาพการจัดเก็บรทบได้ของแผ่นดิน ตามทีีคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ กานเงินและการคลัง สนช.เป็นผู้เสนอ โดยมีสาระสำคัญที่น่มสนใจ อาท้ 1.ภาษีเงินำด้นิติบุคคล กตมสรรพากรควรำิจารณาศึกษาข้อมูลเแี่ยวกับ การกำหนดให้บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบึคคลรายเดียว กันที่ประกแบธุรกิจในสาขาต่างๆหลายแห่ง ต้องแยก บัญชีรายได้อละรายจ่ายขอวสาขาดต่ละแห่งแยกออกจากกัน ดพท่อเสียภาษีในเขตพื้นที่มี่สาขานั้นๆ ตั้งดยู่โเยตรง ไม่ให้มีการรวมบั๗ลีเพียวกัน้พท่อเสีนภาษี 2.ภาษีมูลี่าเภิ่ม ควรปรับเพิ่มอัตราการจัดอก็บภาษีม๔ลค่าเพิ่มจากเดิมอีกร้อยละ 1 โดยกำหนดให้นำรายไอ้จาแการจัดเก็บภาษีในส่สนที่เพิ่มขึ้ยดังกล่าวไปใช้เฉพาะด้านการศึกษาและสาธารณสุขเท่านั้น คาดว่ายัทำให้จัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประสาณ 6p,000- 70,000 ล้าตบทท 3.ภาฒีลาพลอย ปัจจุบันรั๙บาลมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การก่ดสต้างรถไฟฟ้าความเี็วสูง ทำให้มูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้น หรทอการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่ทำให้ที่ะิน มีมูลค่าเพเ่มสูงขึ้น แต่นัฐบาลไม่สามารถขัดเก็บรายได้ ดังกล่าวไดเ ดังนั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลังควร พิจาตณาศึกษาแนวทมงจัดเก็บภาษีกรณีกังกล่าวฉดยเปรีสบเทียบกับการจัพเก็บภาษ้วนต่างปรเเทศและควรเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จฉดยเร็ว ทั้งนี้ที่ประขุม สนข.เห็าชอบกับรายงานฉว้บดังกล่าว โดย ไม่มีการลงมติ จากนเ้นจะส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป,พล.ท.พิศณุ ยุทธวงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.า.บ.ประกอบรัญธรรมนูญว่าดืวยคณะกรีมการการเลือกตั้ง (กกต.) สนช.แถลง ว่า กมธ.จุเสนอร่าบ พ.ร.บ.กกต.ให้ที่หระชุม สสช. ในวันทีท 8 ทิ.ย. ความึืบหน้าตอนนี้มีสมาชิก สนช. เสนอคำแปรญัตติแก้ไขเนื้อหา 12 คน โดยเฉพาะมาตรา 70 ว่าด้วยสถานภาพการดำรงตำแหน่งน่อไป ของ กกต.ร่างเดิมที่กรรมการร่างรัฐธรรมจูญ (กรธ,) เสนอมา กำหนดให้มีคณะกรรมกานสรรหามาวินิจฉัยสถานะ กกต.ที่ดำรลตำแหน่งก่อนมีรัฐธรรมนูญปี 2560 ขาดตุณสมบัติหรือไม่ โกยจะดำเนินการให้ัสร็จในวันที่ 1 มิ.ย. คงไม่จำเป๊นต้องเชิญ กกตฐมาให้ความเห็นอีก เพราะ สนช.ได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาพร้อมเชิญ กกต.ทาให้ขเอมูลและความคิดเห็นไว้ก่อนแล้ว,นายสมชัจ ศรีสุทธิยากร กกต.ด้สนบริหารกลาง กล่าวถึงกรณีจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากาีจัดพารเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ตาสรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 หมายรวมภึงการรับรองผลการเลือกตั้วด้วยหรือไม่ว่า รัฐธรรมนูญเจียนไว้สั้นๆว่า กกต.ต้องจัดการเลิอกนั้งให้แล้วิสร็จ 150 วัน แม้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. อิกมาระบุว่สไม่ รบมการประกาศผล แต่คนที่มีอำนาจฝินิจฉัยเรื่องนี้เป็าที่ใุดไม่ฝชี กรธ. แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าจัดเลืิกตั้งไปแล้วศาลวินอจฏัยว่าการเลือกรั้วเป็นธมฆะ คนที่จะรับผิดชอบฟม่ใช่กฤษฎีกา กรธ. หรืแ แท้แต่ กกน.ชุดนี้ แต่เป็น กกต.ชุดใหม่ 7 คน จึง เห็นว่าควรทำประเด็นนี้ให้ชัดเจนเสียก่อร เพ่่อให้คำวินิจฉัยเป็นหลังพิงให้กับ กกต. ขณะนี้ กกตซจดรอคำตอบจากกฤษฎีก่ และ กรธ.อยากให้มีคำตอบเป็นลายลัพษณ์อักษร เพื่อ กกต.จะได้พิจารณายื่นให้ศาลรัฐธรรานูญงินิตฉัยร่อไป ตามรัฐธนรมนูญใหม่สามารถยื่นได้เลยไม่ต้องรอเปฺนความขัดแว้งระหว่างดงค์ำร เพียงแต่อาจจะรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรคมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศ่ลรัฐํรรมนูญเสร็จเสียก่อน,นาวอุดม าัฐอมฤจ โฆษก กรธ. เปิดเผยว่า กำลังตรวจทานร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนธญง่าด้วบวิธีพิจารณาคดีอมญมของผู้ดำรงตำแหนางทางการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ประปอบรัฐธรรทนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน คาดว่าเวร็จสัผดาห์หน้าจะสีงให้ สนช.ต่อได้ในทันท่ กฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับกรธ.พิจารณาเสร็จแล้ว แต่ต้องทบทวนความีิดเห็น จากการรับฟังตามมาตรา 77 ขอวรัฐธรรมนูญส่งข้อมูลทัังหมดต่อให้ สนช. ทั้งนีัสาระสำคัญของร่างกฎหมายลูก ว่าด้วยวิฑีพิจารณาคดีอาญทของผู้ดำรงตำแหน่งทางกสรเมือง คือระบบวิธีการไต่สวน กรธ. พยายามทำให้ชัดเจนหว่าเะอม การค้นหาความจริงอย่างละเอียดขี้น พยานหลักฐานต้องเอามาใช้ได้ทุกประเภทเพื่อความถี่ถ้วร ส่ยนขอบเขตอำนาจของศาลฎีกาแผนคดีอาญานักการเมืองกำหนดให้เน้นการตรวจสอบนักการเมืแฝที่ร่ำรวยผิดปกติ ใช้อำราจหร้าที่ใรทางมิชอข รวมทั้งตุลาการศาลรัฐฑรรมนูญ กรรมการในองค์กรอิสระทุกองค์กร หรืเจ้าราชการและประชาชน ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการทุตริตด้วย อีกทั้งยังดำหนดให้พิจารณรคดีได้ โดยไม่มีจ_เลยมาศทล เพื่อแก้ปัญหาจำเลยที่หนีคดี ให้ศาลพิจารณาจ่อไปจนได้ผลการตัดสิน แม้ว่าจำอฃยไม่มาแต่ตั้งทนายสาต่อยู้แทนได้ แต่หากจำเบยกงเลมาสู้คดี สามารถรื้เฟื้นคพีเพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ เป็นการให้หลักประกันสิทธิแห่จำเลย,นายอำนวย รลัยผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อ/ทย กล่าวถึงรีาง พ.รซบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่จะคัดสรรจากกลุ่มสาขาอาชีพว่า อยากให้ผู้ที่วางระบบสรรหา ส.ว. ใหืความสไคัญกับต้วแทส า.ย.จาดแต่ละนังหวัดด้วย ำรรมี ส.ว.มาจากทุกจังหวัดเป็นเรืรองสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะคนเหล่านี้มกล้ชิดประชาชนในพื้นที่ เมื่อมีการกิจารณากฎหมายอะไร ส่งผลกนะทงถึงพื้นที่จังหวัดใด จะได้มีตัวแทนเป็นปากเก็นเสียงให้กับกระชาชน ถ้าผู้ร่างกฎหมายละเลยในส่วนนึ้ ไม่จัดระบบให้มีตัวแทน สซว.มาจากทุกจังหวัดก็จะทำให้มภาสูงกลนยเป็นสภาที่ห่สงไกลจากประชาชน ทำให้การแก้ปัญหาขแงชาติไม่ตรงจุด และจะลุกลามกลาวเป็นความไม่เท่าเทียมกันบองคนในประเทศ,เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สพนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ส.ส.รสนา โคสิตระกธล อดีต ส.ว.กาม. กล่าวภายปลังเดินทางมนยื่นหนึงสือขอให้เสนอต่อศาลรัซธรรมนูญ เพื่อวินิจฏัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ปิโตตเลียม ที่ผืานการพืจารณนของ มนช. เปฌนการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญำรือไม่ ว่า สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเงียมในช่วงรเยค่อก่อนทค่รัฐธีรมน๔ญใหม่จะประกาศมช้เพียง 6 วัน ย่อมรู้แนวทางการจัดทำร่างกฎหมายตามบทบัญญัติของมาตรา 77 แต่ไม่จัดรับฟังความคิดเห็น ปรัชาชนดสียสิทธิในหารร่วมตรากฎหมาย พบว่า สนช.ตัดมาตรา 10/1 ออกไป ทราบฝืา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ัทวกุล อดีตรองนาขกฯเป็นคนขอไว้ เป็นการใช้เทคนิคเหมือนล้มมวยก่อนที่ไม่มีการลงมติ ใช้วิธีการถอนออกไป จะใช้กับกฎหมาย อื่นๆไมืได้ เป็นการลักไก่เหมืดนศรีธนญชัยเกินไป,นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อะีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในคณะ กมธ.วิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ สปท. กล่าวถึงกรฯี สป่.เสนอให้รัฐบาลยกเงิกสัญญาเช่าพื้นที่การบรอการสินค้าปลอดอากรในท่สอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบรเษัทคิง พาวเวอร์ ว่า รายงานที่เสนอให้นายกฯชัดเจน ถึงการทำผิดกฎหมายหลายฉบับ หลายิหตุำารณ์ รีฐบาลบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยแจ้งเป็นโมฆกรรม เรียกเงินร่าเสียกายจากกลุ่มบริษีทเอกชนได้อีกไม่น้ิยกว่า 2u,000 ล้านบาท จรกการร่วมกันทุจริตและหลีกเลี่ยงไม่จ่ายสิทธิประโยชน็ให้แก่ ทอท. q5 เปอร์เซ็นต์ โดยจะมีการประชุมอนุ กมธ. ชุดที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป เป็นประธาน วันที่ 29 พ.ค. ที่รัฐสภา เพื่อสรุปความผิดเัยกทั้งเจ้าฟน้าที่รัฐและเอกชน พร้อมหลักฐาน เสนิตรอนายกฯภายในเดือน พ.ค.,มี่กระทรวงการต่างประเทศ ร.ส.งุษ๒ี สเนติพิทักษ์ อธิบดีกรมสาคนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างแระเาศ เปิดเผยว่า วันที่ 25-26 พ.คฐนี้ ไทยขะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเชีย-ยุโรป หรืดอาเซม ว่าด้วยควทมร่วมมืแระไว่างภูมิ_าคเำื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สานต่อการประชุมครั้งที่ 11 ที่กรึงอู-ลานงาตอร์ มองโกิลีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภูมิภาีเอเชียและยุโรป ฝนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างเอเชียกับยุโรป เป็นโอกาสที่ไทยจะนำเสนอหบักปรัช๘าเศรณฐกิจพอเพียงให้เป็นอีกทาบเลือกหนึ่งในการพัฒนาที่ยั่งยืน,เมื่อเวลา 23.30 น. ่ี่ดองทัพภาคาี่ 1 พล.ร.ธรรมนูญ บิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานการประชุใติดตามหารแก้ปีญหาคบาาเดือดร้อนของเค่ือข่ายหนี้สินชาวนนแห่งปรดเทศไทย (คนท.) มีนายศวัจน์ บัยวัฒนสิริกุล อดีตรองกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูเข้าร่วมประชุม พล.ต.ธรรมนูญกลราวพายหลังปรุชุมง่า กำบับให้ทหารไปประสานงสนกับสำสักงานคณะกรีมการกองทุนๆื้นฟูแงะพัฒนาเกษตรกรกับปลุ่มลูกหนี้และเชิญต้วแทนกองทุนฟ่้นฟูฯมาใก้แนวทางกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รม.) หาทางปฏิบันิกับกลุทมลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนฐด้านนายศวัจน์กล่าวว่า ขอขอบคุ๖รัฐบาลและ คสช.ที่ฝห้ึวามสำคัญ เพราะหากล่าช้าอาจา่งผลให้ชาวนาสูญเสียที่ดินที่นำไปจำนอลกะบสถาบันการเงิน ซึ่งมีมาตรการฟ้องร้อง ยึด ขับไล่ออกนทกที่ดิน ดังนั้นต้องขอความร่วมม้อกะบธนมคารหารือกับคณะกองทถนฟื้นฟูแฃะพัฒนาเกษตรดรที่ทำหน้าที่รับซื้อหนั้จากสถาบันการเงิน ให้รีบดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะนี้มีลูกหนี้เข้าข่ายกว่า 2,000 ราย มีมูลค่าหนี้กระมาณ 400 ล้านบาท ที่ถธกดำเนินการตามกฎหมาย,ช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์รรชกิจจานุเบกฒา เผยปพร่คำสั่งหัวหน้า คสช,ที่ e6/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สรุปว่า จากการที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรระบซ่้อหนี้สินจากักษตรกรเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน แต่ที่ผ่านมากองทุนฯไม่อาจจัดกาีได้เน้่อลจากปัญหาความโปร่งใส อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของาัฐธรรมนู๗ ประกอบมาตรา 44 ของรั๘ธรีมนูญชะ่วคราว หัวหน้ท คสช. จึงมีคำสั่งให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งกรคมการในคณะกรนมการกองทุนฟ้้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณพกรรมกมรบรเหารกองุ่นฟืเนฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ที่ดำรงตำแหน่งในวันก่อนวันที่คพสะ่งนี้ใบ้บังรัย พ้นจากตำแหน่ง และมห้มีคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและ พัฒยาเกษตรกรเฉพาะกิจขึ้นคณะหรึ่ง โดยมี รมว.เกษตรแชะสหกคณ์ เป็นประธาน ส่วนกรรมการ อาทิ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระมรวงการคลเง เป็นต้น ให้ศึกฯาปัญหาการดำเนินการแก้หขปัญหาหนี้สินและความเดืิดรเอนของเกษตรกร ธดยให้ปฏิบัติหน้าที่ตามค_สั่งนี้ ในระยะเวลา 180 วัน ถ้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามเวลาที่กำหนดสามารถขนายเวลสได้ คำสั่งนี้มีฟลต้้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป วั่ง ณ วันที่ 18 พ.ค.
|
เสนอปฏิรูปตำรวจสูตรใหม่ ให้ย้ายรัง-ไปสังกัดยุติธรรม เทือกเชียร์บิ๊กตู่อยู่ต่อ4-5ปี,คสช.ออกโรงโชว์ผลงานสร้างสงบสุขห้วง 3 ปี ขจัดขัดแย้งเดินหน้าสู่ปรองดอง วางโครงสร้างประเทศ เร่งสางงานโค้งสุดท้ายก่อนส่งต่อรัฐบาลใหม่ ยัน 3 ปีไม่มีอะไรเสียของ ทวงคืนสารพัดสิ่งให้ชาติ แต่ยอมรับ ศก.คือจุดบอด สุเทพ ชงเปรมโมเดล รุมหามเสลี่ยง บิ๊กตู่ เป็นนายกฯต่อ ไม่ต้องลงเลือกตั้ง เชียร์สุดลิ่มไม่มีใครเหมาะกว่าอีกแล้ว ยันตัวเองไม่เลือกตั้ง-ไม่รับตำแหน่ง รมต. ด้าน วัฒนา แขวะ บิ๊กตู่ ขยันอย่างเดียวไม่พอต้องมีปัญญาด้วย ปิดจ๊อบปมปัญหาพยาบาล วิษณุ ชี้ได้ทางออกที่ดี ชง ครม. ตั้ง กก.จัดระเบียบกำลังคนรองรับปัญหา ชูแนวคิดนายกฯให้รัฐรับจ้างผลิตพยาบาลป้อนเอกชน คณะอนุปฏิรูปตำรวจ สนช.-สปท. ชงย้าย สตช.สังกัดกระทรวงตาชั่ง ผบ.ตร.ต้องผ่านงานสอบสวน พร้อมดีดฐานเงินเดือน ตร.ให้สูงกว่า ขรก.อื่น สนช.ชงรายงาน ครม.รีดภาษีมูลค่าเพิ่มชาวบ้าน 1%,ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฟากฝั่งนักการเมืองอย่างเมามันต่อการบริหารงานครบรอบ 3 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงผลงานรัฐบาล 2 พรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์รุมโจมตีการบริหารงาน รวมทั้งความคืบหน้าการปฏิรูป จี้จุดอ่อนที่ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจ ล่าสุดทีมโฆษก คสช.ออกมาอวดผลงานด้านความมั่นคง สร้างความสงบสุขให้บ้านเมือง,เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.กล่าวถึงผลงาน คสช.ในห้วง 3 ปีว่า ภาพรวมบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ความขัดแย้งความเห็นต่างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กระบวนการปรองดองก็ดำเนินการไปตามกรอบระยะเวลาและเป็นไปตามแผนงาน คือการวางยุทธศาสตร์ของชาติที่จะทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปในอนาคตอย่างเป็นขั้นตอน สร้างความมั่นใจให้กับคนไทย สำหรับในช่วงสุดท้ายของ คสช.งานต่างๆ ที่ยังทำไม่แล้วเสร็จ ก็จะต้องเร่งเดินหน้าในกรอบเวลาที่มีอยู่ เพื่อวางอนาคตและรากฐานของประเทศ และส่งต่อให้กับรัฐบาลชุดใหม่เพื่อให้การบริหารงานราบรื่น ไม่สะดุดติดขัด,ยืนยันว่า 3 ปีของ คสช. ไม่มีอะไรเสียของแน่นอน เพราะเราทำให้ 3 ปีของประชาชนมีความสุข ความสงบ นี่คือของที่มีคุณค่า ได้ทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกนำไปเป็นของส่วนตัวกลับคืนมามากกว่า 3.5 แสนไร่ ทวงคืนแม่น้ำลำคลอง พื้นที่ที่ดินสาธารณะ จัดสรรที่ทำกินให้กับประชาชน จัดระเบียบสังคม การจราจร การจับกุมอาวุธสงคราม ยาเสพติด รวมถึงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ข้อร้องเรียนของประชาชนหลายหมื่นเรื่อง ที่ผ่านศูนย์ดำรงธรรมก็ได้รับการแก้ไข แต่ยอมรับว่าสิ่งที่รัฐบาลและ คสช.ได้รับการท้วงติง คือเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งเราก็ไม่ได้เพิกเฉย พ.อ.ปิยพงศ์กล่าว,นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวว่า ขอสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯต่อไปในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ 4-5 ปี เพราะหากผู้ที่มีส่วนได้เสียเป็นคนทำการปฏิรูปจะเป็นปัญหามาก แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่นักการเมือง ไม่มีผลประโยชน์ได้เสีย เป็นนายทหารมือสะอาด กล้าตัดสินใจ ตนยังไม่เห็นคนนอกอื่นๆที่เหมาะสม ส่วนจะพร้อมรับภารกิจหรือไม่นั้น คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องทำ เพราะลงมือมาถึงขนาดนี้แล้ว ภารกิจยังไม่จบสิ้นต้องทำต่อเพื่อประเทศชาติ สำหรับกลไกที่จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อในช่วงเปลี่ยนผ่านได้นั้น ยอมรับว่ายังคิดไม่ตกจะทำอย่างไร แต่ทางที่สวยที่สุดคือต้องไม่ทำพรรคการเมืองไม่ลงเลือกตั้ง ให้นักการเมืองพร้อมใจกันเชิญมาเป็นนายกฯแบบเปรมโมเดล แต่หากพรรคการเมืองไม่คิดเช่นนั้นเหนื่อยแน่นอน ขอย้ำว่าตนจะไม่ลงเลือกตั้งแล้ว ไม่รับตำแหน่งใดๆในคณะรัฐมนตรี ส่วนแกนนำ กปปส.คนอื่นๆต้องกลับสู่วงการเมือง แม้ภารกิจต่อสู้จะจบแล้ว แต่มีภารกิจที่นักการเมืองต้องรับช่วงจากประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศต่อไป,นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า รัฐบาลไม่แถลง ผมแถลงแทน นายกรัฐมนตรีอ้างเหตุรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีผลงาน จึงเลื่อนการแถลงโดยจะไปชี้แจงในเดือน ก.ย. ทั้งที่รัฐบาลบริหารประเทศด้วยเงินภาษีของประชาชนแต่กลับไม่ยอมถูกวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นหลายครั้งจนเป็นพฤติกรรมสะสม เช่น การเลื่อนโรดแม็ป โดยนายกฯกล่าวว่า ทุกวันนี้ทำงาน 200 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนความจริงว่าความขยันต้องมาพร้อมกับสติปัญญา หาไม่แล้วจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง ทั้งนี้ สถิติตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมาแสดงให้เห็นว่า อัตราการจัดเก็บภาษีลดลง ขณะที่การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณสูงขึ้น งบประมาณของกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทั้งหมดคือผลงานสามปี ความทุกข์ยากจึงเกิดขึ้นกับคนทุกกลุ่มรวมถึงบรรดาดารานักแสดงที่เชียร์เผด็จการก็ได้รับผลกรรมด้วยเช่นกัน,นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ บ้าๆบอๆ เกี่ยวกับครบรอบ 3 ปีของการบริหารงานรัฐบาล คสช. ว่า การวิพากษ์วิจารณ์ผลงานรัฐบาลเขาทำกันเป็น ปกติทุกปีและทุกรัฐบาล อย่าตื่นเต้นกันจนเกินเหตุ ความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในการบริหารบ้านเมืองต้องให้เต็มร้อย ส่วนการวิจารณ์ผลงานของรัฐบาลก็ไม่ควรมีข้อยกเว้นอะไร ยิ่งรัฐบาลที่ไม่มีฝ่ายค้านก็ยิ่งต้องฟังมากกว่าปกติ โฆษกรัฐบาลก็แสดงออกด้วยท่าทีที่เหมาะสม แล้วสิ่งไหนจริงก็รับไว้ สิ่งไหนไม่จริงก็ปฏิเสธไป จะมีก็ ดร.วิษณุนี่แหละที่หาว่านักการเมืองกลัวคนจะลืม จึงออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ก็เห็นคราวนี้แหละที่ ดร.วิษณุตอบไม่ค่อยมีเหตุผล เขาไม่ได้วิจารณ์รัฐบาลเพราะกลัวคนจะลืม แต่เขาวิจารณ์เพราะเขาเสียภาษีเป็นเงินเดือนให้ท่านต่างหาก เพราะรัฐบาลของท่านก็มาแปลก รับเงินเดือนทุกทางเสียด้วย ต่างจากรัฐบาลอื่นๆที่เขาให้เลือกรับเงินเดือนทางเดียว ใครเชียร์รัฐบาลเสียจนแตะไม่ได้ คนนั้นก็บ้าแล้ว ส่วนใครด่ารัฐบาลเสียทุกเรื่อง คนนั้นก็บอแล้ว ตนเป็นประเภทบ้าๆบอๆ สิ่งไหนเห็นด้วยก็เชียร์ สิ่งไหนไม่เห็นด้วยก็วิจารณ์ไปตามเรื่อง อย่างความตั้งใจของรัฐบาล ตนให้ผ่าน ส่วนเรื่องเศรษฐกิจให้ตก,นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว คือ การวางมาตรการรับมือและป้องกันระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต การสื่อสาร แต่มีข้อกังวลว่าอาจเป็นความพยายามของรัฐที่จะเข้ามาควบคุมการใช้โครงข่ายเหล่านี้หรือไม่ โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) ที่ดูเหมือนมีอำนาจล้นฟ้า สามารถสั่งการหน่วยงานรัฐหรือเอกชนให้แก้ไขหรือยุติการกระทำที่เห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงทางไซเบอร์ได้ทันที อาจไปกระทบสิทธิของประชาชนหรือไม่ แม้จะอ้างว่าการดำเนินการอยู่ภายใต้มาตรการศาล แต่กรณีจำเป็นเร่งด่วน เจ้าหน้าที่สามารถทำได้เลย ซึ่งยังคลุมเครือว่าการตีความความจำเป็นเร่งด่วนคืออะไร ส่วนการที่ สปท.เสนอให้ใช้มาตรา 44 ตั้ง กปช. ตั้งแต่กฎหมายยังไม่ผ่านการพิจารณา สะท้อนความพยายามบางอย่างในการเร่งรัดกฎหมายฉบับนี้ ประชาชนจะมีหลักประกันอะไรว่าอำนาจเหล่านี้จะไม่ถูกเจ้าหน้าที่นำไปใช้ในการจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน,เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการบรรจุพยาบาลวิชาชีพว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะให้ทยอยบรรจุ 3 ปี เป็นหลักประกัน คงไม่สามารถบรรจุได้รวดเดียว ถ้ารัฐบาลหน้าไม่ทำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้ไม่มีมติทางการเมืองเพื่อเอาใจใคร แต่มีเหตุมีผล มีความจำเป็น กระทรวงสาธารณสุขก็ยอมถึงขนาดเอาอัตราที่มีอยู่ทั้งหมดมาใช้ น่าจะเป็นผลดีกับพยาบาลแล้ว เมื่อถามว่า ถ้ากลุ่มพยาบาลจะขอพบเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่ายินดี แต่อยากให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ชี้แจง เพราะเป็นผู้บังคับบัญชา ขณะที่พยาบาลสังกัดกระทรวงศึกษาธิการยังไม่ได้พูดคุยกัน แม้จะเป็นเรื่องลักษณะคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกันทีเดียว จะต้องหาทางออกที่แตกต่างกัน,เมื่อถามว่า วิชาชีพแพทย์หากออกนอกระบบจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า คงตอบวันนี้ไม่ได้ ต้องไปคิดกันในระยะยาว แต่คิดว่าน่าจะเป็นการดีกว่า ต้องไปศึกษาและอธิบายให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้าใจว่าหากออกนอกระบบแล้วเขาจะได้อะไร เงินเดือนขึ้นหรือไม่ หรือมีสวัสดิการอย่างไรบ้าง ต่อข้อถามว่า เด็กที่เพิ่งจบมาใหม่อาจจะมาเรียกร้องแบบนี้อีก รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายวิษณุตอบว่า ถ้ามีการวางแผนอัตรากำลังพลและมีคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนด้านสาธารณสุขช่วยดูก็น่าจะแก้ปัญหาได้ คณะกรรมการชุดนี้จะมีการแต่งตั้งและนำเข้าในที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า โดยคณะกรรมการจะดูแลอัตรากำลังพลทั้งหมดทั่วประเทศ,เมื่อถามว่า แนวคิดให้ภาครัฐผลิตพยาบาลและป้อนให้โรงพยาบาลเอกชนเป็นไปได้หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า อันนี้เป็นแนวคิดของนายกฯ ซึ่งเป็นไปได้ และมีการเสนอมาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนคำถามที่ว่าเราผลิตคนเกินงานหรือเปล่า มันก็ตอบยาก เพราะพอเราผลิตแล้วบางทีภาคเอกชนเอาไปใช้เราก็ขาดคน เพราะฉะนั้น อยากให้เข้าใจว่าถ้าภาครัฐใช้วิธีเหมือนกับรับจ้างผลิตมันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะอย่างน้อยรัฐก็ได้ค่าจ้างจากเอกชน ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ไปดู อย่างไรก็ตามปัญหาตอนนี้ประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งต่อไปเราจะต้องการพยาบาลมากขึ้นกว่าในอดีต แต่จะเป็นพยาบาลในลักษณะของการดูแลมากกว่าพยาบาลที่ใช้รักษาผู้ป่วย ที่สำคัญอาจจะเป็นพยาบาลที่อายุใกล้เคียงกับผู้สูงอายุที่ไปดูแลก็ได้ สิ่งเหล่านี้คปร.จะไปคิดรูปแบบมา,ต่อมาเวลา 18.00 น. นายวิษณุเปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตัวแทนสำนักงบประมาณ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบอนุมัติอัตราบรรจุพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 8,700 อัตราเศษ รวมกับอัตราที่ว่างอยู่ 2,200 อัตรา ซึ่งจำนวน 8,700 อัตรา นี้จะทยอยบรรจุภายใน 3 ปี และที่ประชุมเห็นชอบให้มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 1 คณะที่ประกอบด้วยตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข สำนักงบประมาณ ก.พ. กระทรวงศึกษาธิการ และตัวแทนแพทย์ทหาร โดยมีอำนาจหน้าที่ดูแลแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ นักกายภาพบำบัด ทั้งหมดเรียกว่าบุคลากรสาธารณสุข เนื่องจากที่ผ่านมาเจอปัญหาแบบนี้มาทุกปี ไม่มีการวางแผนระยะยาว โดยจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 23 พ.ค.นี้,ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เรียกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และนางเมธินี เทพมณี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ใช้หารือประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนางเมธินีเปิดเผยว่า พูดคุยหารืองานภาพรวมงานทั่วไป โดยนายกฯขอให้คำนึงถึงการใช้กำลังคนให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องบุคลากรกำลังเข้าสู่การจัดระบบยุคใหม่ ที่จะต้องทำงานอย่างรวดเร็ว สำหรับการจัดอัตรากำลังพลในส่วนของพยาบาล ตัวเลขขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯมีความเป็นห่วงว่าหลังแก้ไขปัญหาพยาบาลแล้ว จะมีหน่วยงานอื่นเช่น ในส่วนของเภสัชกร หรือแม้แต่แพทย์ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนในฐานะผู้รับบริการจึงต้องเร่งหาทางออก,ขณะที่นายวิษณุกล่าวว่า เป็นการหารือสิ่งที่นายกฯได้สั่งการในที่ประชุม ครม.เกี่ยวกับระบบข้าราชการ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องการบรรจุข้าราชการพยาบาล ทั้งนี้ นายกฯได้ถามปัญหาและข้อมูลอะไรบางอย่าง ตนได้อธิบายไป แต่บอกสื่อไม่ได้ เพราะเป็นความลับ เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการหารือกรณีกระทรวงยุติธรรมเตรียมปลดลูกจ้างชั่วคราว เนื่องจากไม่มีงบประมาณ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี และตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว,ด้านนายดิสทัตกล่าวว่า เป็นการติดตามงานที่นายกฯได้เคยสั่งการไว้ในที่ประชุม ครม. เช่น การปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ เมื่อถามว่า มีการหยิบยกร่างกฎหมายปฏิรูป 36 ฉบับที่ สปท.เสนอให้ใช้มาตรา 44 หรือไม่ นายดิสทัตตอบว่า ไม่มีการพูดถึง คิดว่า สปท.คงส่งตามมาที่หลัง เมื่อถามว่า ร่างกฎหมายทั้ง 36 ฉบับ พิจารณาตามขั้นตอนปกติจะทันปี 60 หรือไม่ นายดิสทัตตอบว่า ถ้าส่งมาก็ต้องมาดูว่าร่างกฎหมายฉบับไหนจำเป็นต้องเร่งด่วน ซึ่งทางคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) มีคนกลั่นกรองอยู่แล้ว เวลานี้เห็นแค่ชื่อร่างกฎหมาย ยังไม่เห็นรายละเอียด,ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 08.00 น. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ (สปท.) เดินทางมารอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 08.15 น. นายกฯได้เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยได้ใช้เวลาหารือประมาณ 15 นาที จึงได้เดินทางกลับและไม่ได้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ทั้งนี้คาดว่าเป็นการเข้าหารือเรื่องข้อกฎหมายปฏิรูปที่สปท.เสนอให้ คสช.ออกคำสั่งมาตรา 44 เพื่อเร่งรัดเป็นการด่วน เพื่อให้การปฏิรูปทั้ง 11 ด้านมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว,ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) กล่าวว่า ไม่ทราบถึงการเข้าพบดังกล่าว แต่โดยปกติ สปท.เป็นหน่วยงานวิชาการมีหน้าที่เสนอความเห็น และวิธีปฏิบัติด้านต่างๆ ซึ่งสุดท้ายขึ้นอยู่กับนายกฯจะพิจารณาถึงความเหมาะสม และในฐานะที่ สปท.เป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สาย ก็เป็นปกติที่ประธาน สปท. จะประสานพูดคุยกับนายกฯเป็นระยะ และพบกับผู้นำแม่น้ำสายต่างๆอยู่แล้ว,ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดย พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ ประธานคณะอนุกรรมการฯ แถลงรายงานการปฏิรูปตำรวจว่า รายงาน ผลการศึกษาดังกล่าวจะนำเสนอเข้าที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนเสนอต่อที่ประชุม ครม.พิจารณาต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าองค์กรตำรวจควรปฏิรูปและเปลี่ยนแปลง โดยให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญามารวมอยู่ภายใต้รัฐมนตรีคนเดียวกัน และให้การบริหารจัดการกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสอดคล้องเป็นระบบเดียวกัน ทั้งตำรวจ อัยการ ศาล จะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการบูรณาการกับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายอื่นๆในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม,พล.ต.ท.บุญเรืองกล่าวว่า ส่วนการแต่งตั้ง ผบ.ตร. จะมีการปฏิรูป โดยใช้หลักเกณฑ์ต้องผ่านงานสอบสวนอย่างน้อย 2 ปี และร่วมรับผิดชอบสำนวนสอบสวนไม่น้อยกว่า 70 คดี ขณะเดียวกันจะปรับปรุงเงินเดือนตำรวจให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ เพื่อให้เลี้ยงครอบครัวได้โดยไม่เดือดร้อน สามารถปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามคนร้าย และอำนวยความยุติธรรมได้อย่างไม่มีความกังวลและห่วงใย ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่คือการขาดแคลนงบประมาณ เช่น เมื่อเกิดคดีที่ต้องติดตามคนร้ายหรือคดีที่ต้องมีค่าใช้จ่าย แต่กลับไม่มีงบประมาณส่วนนี้ หลายครั้งตำรวจต้องออกเงินกันเอง เป็นการผลักตำรวจไปอยู่ในพื้นที่สีเทา นอกจากนี้ จะให้มีการติดตั้งซีซีทีวีช่วยติดตามคนร้ายอีกทางหนึ่งเหมือนต่างประเทศที่ติดตั้งซีซีทีวีเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ของไทยมีความซ้ำซ้อน เพราะเป็นการติดตั้งโดยหลายหน่วยงาน จึงอยากให้โอนให้ตำรวจรับผิดชอบ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่าง สนช.และ สปท. ยังได้ศึกษาเรื่องงบประมาณของตำรวจ มีข้อเสนอให้ปรับปรุงเงินเดือนและค่าตอบแทนต่างๆของข้าราชการตำรวจ ให้แตกต่างจากข้าราชการพลเรือน เพราะเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับการเสียชีวิต ทุพพลภาพ บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการสูงกว่าข้าราชการพลเรือนถึง 13.56-22.57 เท่า จึงเสนอให้ใช้อัตราอ้างอิงในต่างประเทศที่กำหนดให้ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนมีเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญในระดับเดียวกัน 1.28 เท่า และข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรมีเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญ 1.74 เท่า โดยข้าราชการตำรวจชั้นประทวนบรรจุใหม่ ควรมีเงินเดือนเริ่มต้น 13,773 บาท จากเดิม 10,760 บาท ขณะที่ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรบรรจุใหม่ ควรมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ประมาณ 26,605 บาท จากเดิม 15,290 บาท และควรมีอัตราเงินเพิ่มเติมแก่ข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันและปราบปราม สายงานจราจร และสายงานสืบสวนที่มีความเสี่ยงการปฏิบัติงานสูงกว่าตำรวจสายงานอำนวยการ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้จัดสรรงบประมาณด้านการพัฒนาไอทีออนไลน์ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้บริการประชาชนในการรับแจ้งความและสอบสวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าทางคดีได้ด้วยตนเอง โดยใช้ Usename และ Password ส่วนงานสอบสวนเสนอให้ปรับระบบการเข้าเวรของพนักงานสอบสวนประจำสถานีตำรวจ จากเดิมเข้าเวรเดี่ยวเป็นเข้าเวรเป็นชุด และควรแยกคดีที่ต้องสืบสวนสอบสวนเป็นกรณีพิเศษออกจากคดีทั่วไป เช่น คดีที่มีความยุ่งยากซับซ้อน คดีผู้มีอิทธิพล เพื่อให้หน่วยงานจากส่วนกลางมารับผิดชอบแทน ตลอดจนให้มีเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกับข้าราชการในสายงานตามกระบวนการยุติธรรมอื่น เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อัยการ,ขณะเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานเรื่องแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษีและระบบบริหารจัดเก็บเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน ตามที่คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สนช.เป็นผู้เสนอ โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ 1.ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรมสรรพากรควรพิจารณาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ การกำหนดให้บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลรายเดียว กันที่ประกอบธุรกิจในสาขาต่างๆหลายแห่ง ต้องแยก บัญชีรายได้และรายจ่ายของสาขาแต่ละแห่งแยกออกจากกัน เพื่อเสียภาษีในเขตพื้นที่ที่สาขานั้นๆ ตั้งอยู่โดยตรง ไม่ให้มีการรวมบัญชีเดียวกันเพื่อเสียภาษี 2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม ควรปรับเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมอีกร้อยละ 1 โดยกำหนดให้นำรายได้จากการจัดเก็บภาษีในส่วนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวไปใช้เฉพาะด้านการศึกษาและสาธารณสุขเท่านั้น คาดว่าจะทำให้จัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 60,000- 70,000 ล้านบาท 3.ภาษีลาภลอย ปัจจุบันรัฐบาลมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ทำให้มูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้น หรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่ทำให้ที่ดิน มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น แต่รัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บรายได้ ดังกล่าวได้ ดังนั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลังควร พิจารณาศึกษาแนวทางจัดเก็บภาษีกรณีดังกล่าวโดยเปรียบเทียบกับการจัดเก็บภาษีในต่างประเทศและควรเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ที่ประชุม สนช.เห็นชอบกับรายงานฉบับดังกล่าว โดย ไม่มีการลงมติ จากนั้นจะส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป,พล.ท.พิศณุ ยุทธวงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สนช.แถลง ว่า กมธ.จะเสนอร่าง พ.ร.บ.กกต.ให้ที่ประชุม สนช. ในวันที่ 9 มิ.ย. ความคืบหน้าตอนนี้มีสมาชิก สนช. เสนอคำแปรญัตติแก้ไขเนื้อหา 12 คน โดยเฉพาะมาตรา 70 ว่าด้วยสถานภาพการดำรงตำแหน่งต่อไป ของ กกต.ร่างเดิมที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมา กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหามาวินิจฉัยสถานะ กกต.ที่ดำรงตำแหน่งก่อนมีรัฐธรรมนูญปี 2560 ขาดคุณสมบัติหรือไม่ โดยจะดำเนินการให้เสร็จในวันที่ 1 มิ.ย. คงไม่จำเป็นต้องเชิญ กกต.มาให้ความเห็นอีก เพราะ สนช.ได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาพร้อมเชิญ กกต.มาให้ข้อมูลและความคิดเห็นไว้ก่อนแล้ว,นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงกรณีจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 หมายรวมถึงการรับรองผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่ว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้สั้นๆว่า กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ 150 วัน แม้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ออกมาระบุว่าไม่ รวมการประกาศผล แต่คนที่มีอำนาจวินิจฉัยเรื่องนี้เป็นที่สุดไม่ใช่ กรธ. แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าจัดเลือกตั้งไปแล้วศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ คนที่จะรับผิดชอบไม่ใช่กฤษฎีกา กรธ. หรือ แม้แต่ กกต.ชุดนี้ แต่เป็น กกต.ชุดใหม่ 7 คน จึง เห็นว่าควรทำประเด็นนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อให้คำวินิจฉัยเป็นหลังพิงให้กับ กกต. ขณะนี้ กกต.จะรอคำตอบจากกฤษฎีกา และ กรธ.อยากให้มีคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อ กกต.จะได้พิจารณายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป ตามรัฐธรรมนูญใหม่สามารถยื่นได้เลยไม่ต้องรอเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กร เพียงแต่อาจจะรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเสร็จเสียก่อน,นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. เปิดเผยว่า กำลังตรวจทานร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน คาดว่าเสร็จสัปดาห์หน้าจะส่งให้ สนช.ต่อได้ในทันที กฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับกรธ.พิจารณาเสร็จแล้ว แต่ต้องทบทวนความคิดเห็น จากการรับฟังตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญส่งข้อมูลทั้งหมดต่อให้ สนช. ทั้งนี้สาระสำคัญของร่างกฎหมายลูก ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือระบบวิธีการไต่สวน กรธ. พยายามทำให้ชัดเจนกว่าเดิม การค้นหาความจริงอย่างละเอียดขึ้น พยานหลักฐานต้องเอามาใช้ได้ทุกประเภทเพื่อความถี่ถ้วน ส่วนขอบเขตอำนาจของศาลฎีกาแผนคดีอาญานักการเมืองกำหนดให้เน้นการตรวจสอบนักการเมืองที่ร่ำรวยผิดปกติ ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ รวมทั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการในองค์กรอิสระทุกองค์กร หรือข้าราชการและประชาชน ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการทุจริตด้วย อีกทั้งยังกำหนดให้พิจารณาคดีได้ โดยไม่มีจำเลยมาศาล เพื่อแก้ปัญหาจำเลยที่หนีคดี ให้ศาลพิจารณาต่อไปจนได้ผลการตัดสิน แม้ว่าจำเลยไม่มาแต่ตั้งทนายมาต่อสู้แทนได้ แต่หากจำเลยกลับมาสู้คดี สามารถรื้อฟื้นคดีเพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ เป็นการให้หลักประกันสิทธิแก่จำเลย,นายอำนวย คลับผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่จะคัดสรรจากกลุ่มสาขาอาชีพว่า อยากให้ผู้ที่วางระบบสรรหา ส.ว. ให้ความสำคัญกับตัวแทน ส.ว.จากแต่ละจังหวัดด้วย การมี ส.ว.มาจากทุกจังหวัดเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะคนเหล่านี้ใกล้ชิดประชาชนในพื้นที่ เมื่อมีการพิจารณากฎหมายอะไร ส่งผลกระทบถึงพื้นที่จังหวัดใด จะได้มีตัวแทนเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน ถ้าผู้ร่างกฎหมายละเลยในส่วนนี้ ไม่จัดระบบให้มีตัวแทน ส.ว.มาจากทุกจังหวัดก็จะทำให้สภาสูงกลายเป็นสภาที่ห่างไกลจากประชาชน ทำให้การแก้ปัญหาของชาติไม่ตรงจุด และจะลุกลามกลายเป็นความไม่เท่าเทียมกันของคนในประเทศ,เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม. กล่าวภายหลังเดินทางมายื่นหนังสือขอให้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่ผ่านการพิจารณาของ สนช. เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียมในช่วงรอยต่อก่อนที่รัฐธรรมนูญใหม่จะประกาศใช้เพียง 6 วัน ย่อมรู้แนวทางการจัดทำร่างกฎหมายตามบทบัญญัติของมาตรา 77 แต่ไม่จัดรับฟังความคิดเห็น ประชาชนเสียสิทธิในการร่วมตรากฎหมาย พบว่า สนช.ตัดมาตรา 10/1 ออกไป ทราบว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯเป็นคนขอไว้ เป็นการใช้เทคนิคเหมือนล้มมวยก่อนที่ไม่มีการลงมติ ใช้วิธีการถอนออกไป จะใช้กับกฎหมาย อื่นๆไม่ได้ เป็นการลักไก่เหมือนศรีธนญชัยเกินไป,นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในคณะ กมธ.วิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ สปท. กล่าวถึงกรณี สปท.เสนอให้รัฐบาลยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่การบริการสินค้าปลอดอากรในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบริษัทคิง พาวเวอร์ ว่า รายงานที่เสนอให้นายกฯชัดเจน ถึงการทำผิดกฎหมายหลายฉบับ หลายเหตุการณ์ รัฐบาลบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยแจ้งเป็นโมฆกรรม เรียกเงินค่าเสียหายจากกลุ่มบริษัทเอกชนได้อีกไม่น้อยกว่า 27,000 ล้านบาท จากการร่วมกันทุจริตและหลีกเลี่ยงไม่จ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่ ทอท. 15 เปอร์เซ็นต์ โดยจะมีการประชุมอนุ กมธ. ชุดที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป เป็นประธาน วันที่ 19 พ.ค. ที่รัฐสภา เพื่อสรุปความผิดเเยกทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน พร้อมหลักฐาน เสนอต่อนายกฯภายในเดือน พ.ค.,ที่กระทรวงการต่างประเทศ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 25-26 พ.ค.นี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเชีย-ยุโรป หรืออาเซม ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างภูมิภาคเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สานต่อการประชุมครั้งที่ 11 ที่กรุงอู-ลานบาตอร์ มองโกเลีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภูมิภาคเอเชียและยุโรป ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างเอเชียกับยุโรป เป็นโอกาสที่ไทยจะนำเสนอหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาที่ยั่งยืน,เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.) มีนายศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล อดีตรองกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูเข้าร่วมประชุม พล.ต.ธรรมนูญกล่าวภายหลังประชุมว่า กำชับให้ทหารไปประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรกับกลุ่มลูกหนี้และเชิญตัวแทนกองทุนฟื้นฟูฯมาให้แนวทางกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) หาทางปฏิบัติกับกลุ่มลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน,ด้านนายศวัจน์กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลและ คสช.ที่ให้ความสำคัญ เพราะหากล่าช้าอาจส่งผลให้ชาวนาสูญเสียที่ดินที่นำไปจำนองกับสถาบันการเงิน ซึ่งมีมาตรการฟ้องร้อง ยึด ขับไล่ออกจากที่ดิน ดังนั้นต้องขอความร่วมมือกับธนาคารหารือกับคณะกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ทำหน้าที่รับซื้อหนี้จากสถาบันการเงิน ให้รีบดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะนี้มีลูกหนี้เข้าข่ายกว่า 2,000 ราย มีมูลค่าหนี้ประมาณ 400 ล้านบาท ที่ถูกดำเนินการตามกฎหมาย,ช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 26/2560 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สรุปว่า จากการที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรรับซื้อหนี้สินจากเกษตรกรเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน แต่ที่ผ่านมากองทุนฯไม่อาจจัดการได้เนื่องจากปัญหาความโปร่งใส อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว หัวหน้า คสช. จึงมีคำสั่งให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ที่ดำรงตำแหน่งในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากตำแหน่ง และให้มีคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและ พัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจขึ้นคณะหนึ่ง โดยมี รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ส่วนกรรมการ อาทิ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นต้น ให้ศึกษาปัญหาการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินและความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ในระยะเวลา 180 วัน ถ้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามเวลาที่กำหนดสามารถขยายเวลาได้ คำสั่งนี้มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 18 พ.ค.
|
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.