| {"id": "mfc_1b9c5562e433_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์คือ13", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_350269_8d213ad2", "text": "ฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ () เป็นทีมฟุตบอลของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ในการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติ ควบคุมและบริหารงานโดยสมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์ (FAI) ใช้สนามอวีวาสเตเดียม กรุงดับลิน เป็นสนามเหย้า \nทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ แยกตัวออกมาจากทีมชาติไอร์แลนด์ดั้งเดิม โดยหลังจากเกาะไอร์แลนด์แบ่งแยกออกเป็นไอร์แลนด์เหนือ และ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ฟุตบอลทีมชาติไอร์แลนด์ที่มีมาแต่เดิม ได้เปลี่ยนชื่อเป็นทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ส่วนสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ได้ก่อตั้งทีมชาติของตนเองขึ้นมาใหม่ \nสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ส่งทีมฟุตบอ", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์"}], "source_synset_id": "4c1206edce87ca65", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_e1fe708a37a3_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์คือUnknown_f4f0b7", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "4c1206edce87ca65", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_b62b7f5db19a_th", "claim": "ประชากรของประเทศมอริเตเนียคือUnknown_ebb6a8", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "b5a4fd13d25fad42", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_58c4518b80ff_th", "claim": "หมวดหมู่คอมมอนส์ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์คือHong Kong Disneyland", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_239916_387fb2dc", "text": "ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (; ) เป็นสวนสนุกที่ตั้งอยู่บนเพนนีส์เบย์ เกาะลันเตา ในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ต เจ้าของคือฮ่องกงอินเตอร์เนชันแนลธีมพาร์ก ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เปิดให้เข้าชมเมื่อ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์"}, {"evidence_pointer": "th_239916_0d378635", "text": "2013 เป็นดินแดนรูปแบบใหม่ในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่สุดท้ายที่เปิดในส่วนขยายปัจจุบันของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นในปี ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์"}, {"evidence_pointer": "th_239916_157f5e1b", "text": "ทูมอร์โรว์แลนด์ (Tomorrowland) ที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ได้รับการตกแต่งในรูปแบบสเปซพอร์ต ซึ่งเน้นไปที่การตกแต่งแบบเมทัลลิก โดดเด่นด้วยสีน้ำเงินและสีม่วง นับตั้งแต่เปิดสวนสนุก ก็มีการเพิ่มเครื่องเล่นที่ไม่เหมือนที่อื่นในทูมอร์โรว์แลนด์ของฮ่องกง เช่น ออโตเปีย (Autopia) และการเผชิญหน้าของสติทช์ (Stitch Encounter) เครื่องเล่นมาร์เวลแห่งแรกในสวนสนุกดิสนีย์ ประสบการณ์ไอรอนแมน (The Iron Man Experience) เปิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์"}, {"evidence_pointer": "th_239916_dc503f6b", "text": "1890–1910\nแม้ว่าจะคล้ายกับถนนสายหลักของแอนะไฮม์มาก แต่รูปแบบได้รับอิทธิพลอย่างมากจากผู้อพยพชาวยุโรป พลาซ่าอินน์มีการออกแบบภายนอกเหมือนกันกับในดิสนีย์แลนด์ เลียนแบบร้านอาหารจีนคลาสสิกที่สร้างขึ้นโดยคู่รักชาวอเมริกันผู้มั่งคั่งที่หลงใหลในวัฒนธรรมจีน ร้านอาหารอีกแห่งคือ มาร์เก็ตเฮาส์เบเกอรี ชวนให้นึกถึงร้านเบเกอรีที่ก่อตั้งโดยปาตีซีเยชาวเวียนนา ซึ่งนำขนมหวานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกมาจากราชสำนักออสเตรีย\nถนนสายหลักในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์แตกต่างจากถนนสายหลักในสวนสนุกอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่สร้างจากไม้แทนที่จะ", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์"}, {"evidence_pointer": "th_239916_1d9efb9c", "text": "แอดเวนเจอร์แลนด์ (Adventureland) ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสวนสนุกของดิสนีย์ทั้งหมด มีพื้นที่เกาะขนาดใหญ่เป็นที่ตั้งของบ้านต้นไม้ของทาร์ซาน (Tarzan's Treehouse) ซึ่งล้อมรอบด้วยจังเกิลครูซ (ล่องเรือจังเกิลริเวอร์) - เหมือนกับแม่น้ำแห่งอเมริกาในพื้นที่ธีมฟรอนเทียร์แลนด์เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้แอดเวนเจอร์แลนด์ยังเป็นสถานที่จัดการแสดง \"เฟลติวัลออฟเดอไลออนคิง\" (Festival of the Lion King) อีกด้วย การแสดงเวทีที่สร้างบรรยากาศใหม่ \"โมอาน่า: อะโฮมคัมมิงเซเลบเบรชัน\" (Moana: a Homeco", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์"}], "source_synset_id": "e715d216f94f1cb2", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_79fa2ded4254_th", "claim": "หมวดหมู่คอมมอนส์ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์คือUnknown_c6e414", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "e715d216f94f1cb2", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_708291c6aa02_th", "claim": "เป็นของหมวดหมู่:ภาพยนตร์ที่ประพันธ์ดนตรีโดยฮันส์ ซิมเมอร์คือUnknown_44551d", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "103b3b864a10f065", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_73886753651d_th", "claim": "นายจ้างของโชอิจิโร โทโยดะคือนาโงยะ แกรมปัส", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_943124_8cec7ec3", "text": "โชอิจิโร โทโยดะ เกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "โชอิจิโร โทโยดะ"}, {"evidence_pointer": "th_943124_d5adf5c7", "text": "โชอิจิโร โทโยดะ (; 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "โชอิจิโร โทโยดะ"}], "source_synset_id": "471ea63fd3cbe76a", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_62d4198944bb_th", "claim": "นายจ้างของโชอิจิโร โทโยดะคือUnknown_f213d9", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "471ea63fd3cbe76a", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_83ad9c406daa_th", "claim": "บทความในนามูวิกิของบังทันบอยส์คือ방탄소년단", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_555281_30e4c420", "text": "บีทีเอส (; หรือ บังทันบอยส์ Bangtan Boys) เป็นบอยแบนด์เกาหลีใต้ ที่ก่อตั้งใน ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "บีทีเอส (กลุ่มนักร้อง)"}], "source_synset_id": "b37a8e6296c18ca8", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f6e4d364442c_th", "claim": "บทความในนามูวิกิของบังทันบอยส์คือUnknown_68dc9f", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "b37a8e6296c18ca8", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_6c5ac3e1d1f6_th", "claim": "เป็นของฮิโรฮิโกะ อารากิคือUnknown_e97f41", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "1c2f8ba5b6d57493", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_4a0d330903ca_th", "claim": "เป็นของพระเจ้าโจวเชิ่นจิ้งคือมนุษย์", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_1159500_0b644b1a", "text": "พระเจ้าโจวเชิ่นจิ้ง ( ; สิ้นพระชนม์ 315 ปีก่อนคริสตกาล), พระนามเดิม จี ติ้ง เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 36 แห่งราชวงศ์โจวของจีนโบราณ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 24 แห่งราชวงศ์โจวตะวันออก\nพระองค์เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าโจวเสี่ยน เป็นพระราชภาติยะในพระเจ้าโจวเลี่ย เป็นพระราชนัดดาในพระเจ้าโจวอาน\nครั้นเมื่อพระองค์สวรรคต พระเจ้าโจวหนั่นพระอนุชา ขึ้นครองราชย์ต่อและเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดองค์หนึ่งในราชวงศ์โจว", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "พระเจ้าโจวเชิ่นจิ้ง"}], "source_synset_id": "1dc7af5081d39312", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_b3bb03ea2383_th", "claim": "เป็นของพระเจ้าโจวเชิ่นจิ้งคือนิคม", "label": "REFUTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_1159500_0b644b1a", "text": "พระเจ้าโจวเชิ่นจิ้ง ( ; สิ้นพระชนม์ 315 ปีก่อนคริสตกาล), พระนามเดิม จี ติ้ง เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 36 แห่งราชวงศ์โจวของจีนโบราณ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 24 แห่งราชวงศ์โจวตะวันออก\nพระองค์เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าโจวเสี่ยน เป็นพระราชภาติยะในพระเจ้าโจวเลี่ย เป็นพระราชนัดดาในพระเจ้าโจวอาน\nครั้นเมื่อพระองค์สวรรคต พระเจ้าโจวหนั่นพระอนุชา ขึ้นครองราชย์ต่อและเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดองค์หนึ่งในราชวงศ์โจว", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "พระเจ้าโจวเชิ่นจิ้ง"}], "source_synset_id": "1dc7af5081d39312", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_a7d1431b1607_th", "claim": "เป็นของพระเจ้าโจวเชิ่นจิ้งคือUnknown_08cf82", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "1dc7af5081d39312", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_a443d5bd6b24_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียคือ14", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_349993_3eb979c0", "text": "1990 ทำให้ในยุคแรกนักฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติยูโกสลาเวียมาก่อน โดยนัดสุดท้ายที่นักฟุตบอลทั้ง 2 ชาติเล่นร่วมกันในนามทีมชาติยูโกสลาเวีย คือ การพบกับสวีเดน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย"}, {"evidence_pointer": "th_349993_1d2510d1", "text": "ฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย (; ) เป็นฟุตบอลทีมชาติจากประเทศโครเอเชีย ภายใต้การดูแลของสหพันธ์ฟุตบอลโครเอเชีย โดยเป็นสมาชิกของสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปในการแข่งขันระดับทวีป และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติในการแข่งขันระดับโลก สีประจำทีมเป็นตัวแทนของสัญลักษณ์ประจำชาติสองอย่าง ได้แก่ ลายตารางหมากรุกโครเอเชีย และสีธงของประเทศ ทำให้มีชื่อเรียกขานว่า \"Vatreni (เปลวไฟ)\" และ \"Kockasti (ตาหมากรุก)\"\nนับตั้งแต่ทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา โครเอเชียผ่านเข้าสู่การแข่งขันรายการระดับเมเจอร์ทุกรายการยกเว้นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 20", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย"}], "source_synset_id": "cd53b3fd2d467b2e", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_1c5984b1ce25_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียคือUnknown_26b15d", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "cd53b3fd2d467b2e", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_9548f9158ca6_th", "claim": "ประชากรของกมโซโมลสก์-กง-อาเมอร์คือUnknown_524b50", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "5025bfdbd87b725e", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_8467c37d9f0b_th", "claim": "หมวดหมู่คอมมอนส์ของเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกคือAFC Champions League", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_54756_88c31edd", "text": "มีทีมจาก 24 ประเทศในเอเอฟซีเคยผ่านเข้าสู่รอบลีกของเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกอีลิทแล้ว การจัดสรรทีมตามประเทศสมาชิกมีดังต่อไปนี้ เครื่องหมายดอกจันหมายถึงโอกาสที่ทีมอย่างน้อยหนึ่งทีมตกรอบการคัดเลือกก่อนเข้าสู่รอบลีก มี 32 ประเทศในเอเอฟซีที่มีทีมเข้าร่วมรอบคัดเลือก และไม่แสดงประเทศที่ไม่เคยมีทีมผ่านเข้ารอบลีก\nเงินรางวัล.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกอีลิท"}, {"evidence_pointer": "th_54756_ec09c4df", "text": "2024–25 เป็นต้นไป: เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกอีลิท.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกอีลิท"}, {"evidence_pointer": "th_54756_21720a83", "text": "ฤดูกาล 2002–03 เห็นการรวมตัวของการแข่งขันเอเชียนคลับแชมเปียนชิป, เอเชียนคัพวินเนอร์สคัพ และเอเชียนซูเปอร์คัพ กลายเป็น เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ผู้ชนะเลิศลีกสูงสุดและผู้ชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยจะผ่านเข้ารอบคัดเลือกเพลย์ออฟ โดยแปดสโมสรที่ดีที่สุดจากเอเชียตะวันออกและแปดสโมสรที่ดีที่สุดจากเอเชียตะวันตกจะผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม สโมสรแรกที่ชนะเลิศในชื่อเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกคือ อัลไอน์ โดยชนะ บีอีซี เทโรศาสน ด้วยผลประตูรวม 2–1 ในปี 2004 มีสโมสร 29 แห่งจากสิบสี่ประเทศเข้าร่วมและกำหนดการแข่งขันมีการเปลี่ยนแปลงเป็", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกอีลิท"}, {"evidence_pointer": "th_54756_4e5e7af4", "text": "2022 ว่า เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกจะกลับไปใช้ตารางการแข่งขันแบบระหว่างปี (ฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูใบไม้ผลิ) โดยเริ่มต้นในฤดูกาล 2023–24 นอกจากนี้ กฎ \"3+1\" ที่ใช้อยู่สำหรับผู้เล่นต่างชาติในระหว่างการแข่งขัน (ผู้เล่นต่างชาติ 3 คนและผู้เล่นต่างชาติชาวเอเชีย 1 คน) ได้รับการขยายเป็น \"5+1\" (ผู้เล่นต่างชาติ 5 คนและผู้เล่นต่างชาติชาวเอเชีย 1 คน)\nสิทธิสตรีในฟุตบอลอิหร่าน.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกอีลิท"}, {"evidence_pointer": "th_54756_3993341a", "text": "เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกอีลิท () เป็นการแข่งขันฟุตบอลสโมสรประจำปีจัดโดยสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) แข่งขันระหว่างสโมสรฟุตบอลจากลีกสูงสุดในเอเชีย และถือเป็นการแข่งขันระดับสโมสรที่ทรงเกียรติที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลเอเชีย โดยแข่งขันระหว่างแชมป์ลีกสูงสุดของแต่ละประเทศ (และรองชนะเลิศมากกว่าหนึ่งสโมสรสำหรับบางประเทศ) ของสมาคมฟุตบอลในประเทศของตน\nการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกอีลิท"}], "source_synset_id": "42188d8c4512a4c4", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_806d7beeeac4_th", "claim": "หมวดหมู่คอมมอนส์ของเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกคือUnknown_129262", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "42188d8c4512a4c4", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_d91f5a4dd2e0_th", "claim": "ชื่อทางการของสาธารณรัฐประชาชนฮังการีคือMagyar Népköztársaság", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_575639_fe013df5", "text": "สาธารณรัฐประชาชนฮังการี (; ) เป็นรัฐสังคมนิยมแบบพรรคการเมืองเดียว ดำรงอยู่ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "สาธารณรัฐประชาชนฮังการี"}, {"evidence_pointer": "th_575639_6f22caf3", "text": "1944 วินสตัน เชอร์ชิล และโจเซฟ สตาลิน ได้เห็นพ้องต้องกันว่าในภายหลังสงคราม ฮังการีจะถูกรวมอยู่ในเขตอิทธิพลสหภาพโซเวียต สาธารณรัฐประชาชนฮังการียังดำรงอยู่จนถึง ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "สาธารณรัฐประชาชนฮังการี"}], "source_synset_id": "e4d8f1d228762e01", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_ed3701237f7a_th", "claim": "ชื่อทางการของสาธารณรัฐประชาชนฮังการีคือUnknown_a35753", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "e4d8f1d228762e01", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_15e5bba06ebc_th", "claim": "เป็นของProsobothriumคือหน่วยอนุกรมวิธาน", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_1190879_d9543bcf", "text": "Prosobothrium เป็นสกุลของหนอนตัวแบนที่อยู่ในวงศ์ Prosobothriidae.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "Prosobothrium"}], "source_synset_id": "be5a33d26cad6a62", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_630219603c19_th", "claim": "เป็นของProsobothriumคือมนุษย์", "label": "REFUTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_1190879_d9543bcf", "text": "Prosobothrium เป็นสกุลของหนอนตัวแบนที่อยู่ในวงศ์ Prosobothriidae.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "Prosobothrium"}], "source_synset_id": "be5a33d26cad6a62", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_816d6652f8cb_th", "claim": "เป็นของProsobothriumคือUnknown_c23e0e", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "be5a33d26cad6a62", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_79a414d22dc5_th", "claim": "ภาพของธงชาตินอร์เวย์คือFlag of Norway.svg", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_115727_b446ab0c", "text": "ในส่วนร ธงชาตินอร์เวย์ปัจจุบันได้รับการออกแบบในปี พ.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ธงชาตินอร์เวย์"}, {"evidence_pointer": "th_115727_869893dc", "text": "การเก็บพับธงชาติ\nอาชีพที่ต้องใช้ธงชาติ\nDishonoured flag\nในทางทหาร ถือกันว่า ธงชาตินอร์เวย์จะไม่ให้เปรอะเปื้อนดินโคลน หรือ ตกสู่พื้นดิน ดังนั้น การเชิญธงชาติจะต้องพึงระมัดระวังอย่างยิ่ง", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ธงชาตินอร์เวย์"}, {"evidence_pointer": "th_115727_b37b4500", "text": "ธงชาตินอร์เวย์ มีอายุนับย้อนหลังขึ้นไปถึงปี พ.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ธงชาตินอร์เวย์"}, {"evidence_pointer": "th_115727_b6ef1fde", "text": "1318 ประมาณ 1,500 มันกลายเป็นธรรมเนียมที่เรือจะบินธงของประเทศบ้านเกิดเพื่อระบุสัญชาติของตน ธงสีแดงที่มีสิงโตสีทองและง้าวสีเงินเป็นภาพธงชาตินอร์เวย์ในหนังสือธงของชาวดัตช์ตั้งแต่ปี ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ธงชาตินอร์เวย์"}, {"evidence_pointer": "th_115727_1c3b9bf3", "text": "การทำความเคารพธงชาติ ขณะเชิญธง (ขึ้นหรือลง) จากยอดเสา\nกฎหมายนอร์เวย์ได้ระบุไว้ดังนี้ ธงชาติ และ ธงแสดงตัวสำหรับประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ต้องแสดงความเคารพ เช่นเดียวกับธงชาตินอร์เวย์.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ธงชาตินอร์เวย์"}], "source_synset_id": "4735658c80329d4c", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_44be66a5808f_th", "claim": "ภาพของธงชาตินอร์เวย์คือUnknown_ae1fdf", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "4735658c80329d4c", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_830429892742_th", "claim": "สาเหตุการเสียชีวิตของเคท โชแปงคือเลือดออกในสมองใหญ่", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_15458_b65e9b68", "text": "1882 เมื่ออายุ 39 เคท โชแปงเริ่มต้นเขียนเรื่องสั้นอย่างจริงจัง (Bayou Fol ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เคท โชแปง"}, {"evidence_pointer": "th_15458_e9f6738a", "text": "1899) – “นวนิยายที่จะกลายเป็นนิยายคลาสสิกของอเมริกา [และ] จุดหักเหของนักเขียนสตรีที่จะเปลี่ยนประเด็นจากเรื่องรักและชีวิตอันมีความสุขภายในบ้าน มาสู่การค้นพบทางอารมณ์และความต้องการทางเพศของผู้หญิง” (คริสตินา เคอร์) เคท โชแปงเสียชีวิตด้วยโรคตกเลือดในสมองเมื่ออายุได้ 54 ในสภาพไร้ชื่อเสียงและขมขื่นใจ\nแหล่งข้อมูลอื่น.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เคท โชแปง"}, {"evidence_pointer": "th_15458_cea90124", "text": "เคท โชแปง (มีชื่อเดิมว่า แคทเธอรีน โอฟลาเฮอร์ตี Katherine O'Flaherty 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เคท โชแปง"}], "source_synset_id": "06fe9992df4f4396", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_862a11a94561_th", "claim": "สาเหตุการเสียชีวิตของเคท โชแปงคือUnknown_4e0ed3", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "06fe9992df4f4396", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_03a09aecf79f_th", "claim": "ตัวระบุ NKCของรัสมุส เลียร์ตอร์ฟคือxx0025980", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_221163_e247b933", "text": "รัสมุส เลียร์ตอร์ฟ (; เกิด 22 พฤศจิกายน พ.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "รัสมุส เลียร์ตอร์ฟ"}], "source_synset_id": "3a80919716de5b61", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_d605df7e2dbe_th", "claim": "ตัวระบุ NKCของรัสมุส เลียร์ตอร์ฟคือUnknown_0a1e7d", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "3a80919716de5b61", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_94e5cef2a6a1_th", "claim": "วันที่สร้าง/วันก่อตั้งของคณะพระมหาไถ่คือ+1732-11-19T00:00:00Z", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_463107_e4956ec8", "text": "1948 เข้าพำนักที่เขตมิสซังกรุงเทพฯ ระยะหนึ่งแล้วจึงเดินทางต่อไปยังมิสซังลาวซึ่งขณะนั้นมีมุขนายกโกลด-ฟีลิป บาเยเป็นประมุข การเผยแผ่ศาสนาได้ก้าวหน้ามาจนปัจจุบัน และขยับขยายไปยังเขตมิสซังอื่น ๆ ด้วย งานที่สำคัญคือเมื่อพระสันตะปาปาให้ตั้งมิสซังอุดรธานีแยกออกจากมิสซังท่าแร่ ได้ทรงให้มิสซังอุดรธานีอยู่ในความดูแลของคณะพระมหาไถ่ โดยบาทหลวงแคลเรนซ์ เจมส์ ดูฮาร์ต อธิการคณะพระมหาไถ่ในขณะนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นมุขนายกและผู้แทนพระสันตะปาปาประมุของค์แรกของมิสซังอุดรธานี\nปัจจุบันนี้มีบ้านนักบวชคณะพระมหาไถ่แล้ว ", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}, {"evidence_pointer": "th_463107_d43d3423", "text": "คณะพระมหาไถ่ () เป็นคณะนักบวชธรรมทูตโรมันคาทอลิกที่นักบุญอัลฟอนโซ มาเรีย เด ลีกูโอรีได้ก่อตั้งขึ้น ณ เมืองสกาลา แคว้นคัมปาเนีย ประเทศอิตาลี ในตอนแรกมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำงานช่วยเหลือชาวชนบทที่ถูกทอดทิ้งรอบ ๆ เมืองเนเปิลส์\nนักบวช (religious) ของคณะนี้มีทั้งบาทหลวงและภราดา ปฏิบัติงานอยู่ใน 77 ประเทศทั่วโลก\nประวัติ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}, {"evidence_pointer": "th_463107_11f3da49", "text": "1794\nสมาชิกของคณะก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้คณะแพร่หลายมากขึ้น เช่น บาทหลวงเคลเมนส์ มาเรีย ฮอฟเบาเออร์ (ต่อมาได้รับการประกาศเป็นนักบุญ) ได้ขยายงานของคณะไปยังจักรวรรดิออสเตรีย แม้ในช่วงแรกจะมีอุปสรรคจากปัญหาการเมืองแต่ท่านก็นำคณะผ่านวิกฤตนั้นมาได้ สมาชิกในรุ่นต่อ ๆ มายังทำให้คณะขยายตัวไปทั่วทวีปยุโรป ข้ามไปยังทวีปอเมริกาเหนือ จนปัจจุบันสมาชิกคณะพระมหาไถ่ได้ทำงานอยู่ถึง 77 ประเทศทั่วโลก\nในประเทศไทย.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}, {"evidence_pointer": "th_463107_37503f8f", "text": "บาทหลวงอัลฟอนโซ มาเรีย เด ลีกูโอรี เห็นว่ามีคนยากจนจำนวนมากต้องทนทุกข์ลำบากและต้องการความช่วยเหลือทางจิตวิญญาณ อัลฟอนโซจึงหันไปเน้นงานมิชชันนารีเพื่อเทศน์สอนประชาชนให้มั่นคงในความเชื่อ ท่านได้ประพันธ์หนังสือไว้ถึง 11 เล่ม ที่มีชื่อเสียง เช่น \"เครื่องมือสำคัญแห่งความรอด\" \"พระทรมานของพระคริสต์\" ซึ่งพระสันตะปาปาหลายพระองค์ชื่นชมผลงานของท่านอย่างมาก\nต่อมาท่านได้รวบรวมบาทหลวงและฆราวาส ตั้งชื่อกลุ่มว่า \"คณะพระมหาไถ่\" สมาชิกมีเจตนารมณ์ในการประกาศข่าวดีแก่คนยากจน เพื่อให้จิตวิญญาณของบุคคลเหล่านี้ได้ถึงค", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}, {"evidence_pointer": "th_463107_7dcd2149", "text": "มุขนายกอ็องฌ์-มารี-โฌแซ็ฟ แกว็ง ผู้แทนพระสันตะปาปาประมุขมิสซังลาวขณะนั้น ได้ขอให้สันตะสำนักส่งมิชชันนารีมาประกาศข่าวดีในเขตมิสซังสยามและเขตมิสซังลาว สันตะสำนักจึงสอบถามยังคณะพระมหาไถ่ จนตัดสินใจให้คณะพระมหาไถ่แขวงเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา มาปฏิบัติหน้าที่ แต่ด้วยปัญหาสงครามโลกครั้งที่สองทำให้การเดินทางต้องล่าช้าออกไป\nเมื่อปัญหาต่าง ๆ คลี่คลายมิชชันนารี 4 ท่านก็ออกเดินทางมากับเรือจากรัฐแคลิฟอร์เนียและถึงท่าเรือเกาะสีชังในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}], "source_synset_id": "f23272adc746ca94", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_59d248f4bc8f_th", "claim": "วันที่สร้าง/วันก่อตั้งของคณะพระมหาไถ่คือUnknown_b937ee", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "f23272adc746ca94", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f5a7e0c45ced_th", "claim": "เน็ตฟลิกซ์ของมาสค์ไรเดอร์ เดอะเฟิร์สคือUnknown_c7b461", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "4580ec567f6a52a8", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_c959d36fa04a_th", "claim": "ตัวระบุ Freebaseของคลอโรพลาสต์คือ/m/01wkl", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_180674_ec894382", "text": "หน้าที่หลักของคลอโรพลาสต์คือการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis) ซึ่งหมายถึงการสังเคราะห์อาหารในรูปน้ำตาลจากการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ (fix carbondioxide) โดยแบ่งปฏิกิริยาออกเป็น 2 ปฏิกิริยาย่อย คือ light reaction และ carbondioxide fixation\nการเกิดปฏิกิริยาย่อยของการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้นมีกลไกในการควบคุมที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยพบว่าเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์หลายตัวนั้นไม่สามารถทำการเร่งปฏิกิริยาได้ในภาวะที่ไม่มีแสง และสามารถกลับมาทำงานเร่งปฏิกิริยาได้อีกครั้งหนึ่งเมื่อมีแสง", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คลอโรพลาสต์"}, {"evidence_pointer": "th_180674_55cec0ff", "text": "คลอโรพลาสต์ () เป็นออร์แกแนลล์ภายในไซโทพลาสซึม ชนิดเยื่อยูนิตสองชั้น (Double unit membrane) ภายในเป็นของเหลวที่เรียกว่า (Stroma) ภายในสโตรมานี้มีชั้นที่พับไปมา เรียกว่ากรานุม (Granum) บริเวณผิวของกรานุมนี้เรียกว่า ไทลาคอยด์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของสารสีสำหรับการสังเคราะสโตรมาห์ด้วยแสง ระหว่างกรานุมมีเยื่อที่เชื่อมโยงแต่ละกรานุมไว้ เรียกว่าสโตรมาลาเมลลา (Stroma lamella)\nคลอโรพลาสต์ (chloroplast) เป็นออร์แกแนลที่พบในพืช เป็นพลาสติด ที่มีสีเขียว พบเฉพาะในเซลล์พืช และสาหร่าย เกือบทุกชนิด พลาสติดมีเยื่อหุ้", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คลอโรพลาสต์"}, {"evidence_pointer": "th_180674_c3324016", "text": "คลอโรพลาสต์ ประกอบด้วยเยื่อหุ้ม 2 ชั้น ภายในมีของเหลวเรียกว่า สโตรมา มีเอนไซม์ที่จำเป็นสำหรับกระบวนการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์ด้วยแสงนอกจากนี้ด้านในของคลอโรพลาสต์ ยังมีเยื่อไทลาคอยด์ ส่วนที่พับทับซ้อนไปมาเรียกว่า กรานุม และส่วนที่ไม่ทับซ้อนกันอยู่เรียกว่า สโตรมาลาเมลลา สารสีทั้งหมดและคลอโรฟิลล์จะอยู่บนเยื่อไทลาคอยด์มีชื่อเรียกว่า ลูเมน ซึ่งมีของเหลวอยู่ภายใน\nนอกจากนี้ภายในคลอโรพลาสต์ยังมี DNA RNA และไรโบโซมอยู่ด้วย ทำให้คลอโรพลาสต์สามารถจำลองตัวเองขึ้นมาใหม่และผลิตเอนไซม์ไว้ใช้ในคลอโร", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คลอโรพลาสต์"}], "source_synset_id": "4d6cd2d5ba3dfc9a", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_7f402cdf9d05_th", "claim": "ตัวระบุ Freebaseของคลอโรพลาสต์คือUnknown_2f51c8", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "4d6cd2d5ba3dfc9a", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_d92ee8e239bb_th", "claim": "คณะผู้แสดงของเล็บเหล็กหวงเฟยหงคือหลิว เจียฮุย", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_823330_4352758a", "text": "รัฐบาลฮ่องกงกำลังตามจับหัวหน้าค่ายมวยคุณธรรม โดยที่มีใต้เท้าเซียนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการจับตัวหญิงสาวไปขายตัวให้กับชาวฝรั่ง และได้เตรียมการที่จะจับตัว \"ชาชาน\" เพื่อต้องการบีบรัฐบาลให้ปล่อยตัวคนของพรรคคุณธรรมทั้งหมด แผนการชั่วเริ่มขึ้นในการเตรียมการฉลองร้านของอาสิบสาม โดยที่เขาต้องการให้หวงเฟยหงมาเชิดสิงโตในงาน เมื่อหวงซื่อหู่ เจ้าของกิจการซ่องนางโลมได้ยินแผนการชั่ว และได้นำข่าวมาบอกกับหวงเฟยหง แล้วทีนี้ล่ะ หวงเฟยหงจะมีแผนการใดมายับยั้งใต้เท้าเซียน ติดตามได้ใน \"เล็บเหล็กหวงเฟยหง\"", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เล็บเหล็กหวงเฟยหง"}, {"evidence_pointer": "th_823330_115868a0", "text": "เล็บเหล็กหวงเฟยหง () เป็นภาพยนตร์กำลังภายในสัญชาติฮ่องกงในปี ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เล็บเหล็กหวงเฟยหง"}], "source_synset_id": "d9c00b9b678041c0", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_908367ef6e49_th", "claim": "คณะผู้แสดงของเล็บเหล็กหวงเฟยหงคือUnknown_4d7787", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "d9c00b9b678041c0", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_92f796ebb878_th", "claim": "ขนาดพื้นที่ของแอเบอร์ดีนคือ4.413123", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_121169_9461097f", "text": "แอเบอร์ดีน (, ; ; ) เป็นเมืองที่ใหญ่อันดับสามของสกอตแลนด์ อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหราชอาณาจักร\nเมืองแอเบอร์ดีนนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตซึ่งทำให้ตัวเมืองดูเป็นสีเทาเงินระยิบระยับเมื่อถูกแสงแดด โดยมีถนนที่มีชื่อเสียงคือ Aberdeen’s Granite Mile เป็นที่ต้งของร้านค้า ร้านอาหาร และบาร์กว่าแปดร้อยร้าน บรรยากาศในเมืองแอเบอร์ดีนนั้นมักจะถูกกล่าวขานว่ามีสีเทาทะมึนของหินแกรนิต แต่ทว่าจุดเด่นอย่างหนึ่งที่ทำให้เมืองนี้กลายเป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าอยู่คือ สวนสาธารณะที่สวยงามมีสีสันตัดกับตึกรามบ้านช่องอ", "spans": [], "confidence": 0.5, "match_type": "label_based", "page_title": "แอเบอร์ดีน"}], "source_synset_id": "f3d60cd14e18e950", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_2c08c68e78e0_th", "claim": "ขนาดพื้นที่ของแอเบอร์ดีนคือUnknown_e9c891", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "f3d60cd14e18e950", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f33811c01e02_th", "claim": "สถานที่เกิดของเอ. เอ. อดัมส์คือUnknown_8189c1", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "254fd0dc675ba15c", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_c86786436872_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียคือ16", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_349993_3773d079", "text": "ฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย (; ) เป็นฟุตบอลทีมชาติจากประเทศโครเอเชีย ภายใต้การดูแลของสหพันธ์ฟุตบอลโครเอเชีย โดยเป็นสมาชิกของสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปในการแข่งขันระดับทวีป และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติในการแข่งขันระดับโลก สีประจำทีมเป็นตัวแทนของสัญลักษณ์ประจำชาติสองอย่าง ได้แก่ ลายตารางหมากรุกโครเอเชีย และสีธงของประเทศ ทำให้มีชื่อเรียกขานว่า \"Vatreni (เปลวไฟ)\" และ \"Kockasti (ตาหมากรุก)\"\nนับตั้งแต่ทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา โครเอเชียผ่านเข้าสู่การแข่งขันรายการระดับเมเจอร์ทุกรายการยกเว้นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 20", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย"}, {"evidence_pointer": "th_349993_665ac1e7", "text": "1990 ทำให้ในยุคแรกนักฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติยูโกสลาเวียมาก่อน โดยนัดสุดท้ายที่นักฟุตบอลทั้ง 2 ชาติเล่นร่วมกันในนามทีมชาติยูโกสลาเวีย คือ การพบกับสวีเดน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย"}], "source_synset_id": "e7f46a3252a75fbd", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_aab16e3db8ac_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียคือUnknown_ae0ac6", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "e7f46a3252a75fbd", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_5757f5bc5d43_th", "claim": "ตัวระบุ LNBของจูเซปเป แวร์ดีคือUnknown_501522", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "446016a603360374", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_b54268a33d71_th", "claim": "มีอาณาเขตติดกับของเฮกินังคือUnknown_352873", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "04e4be25f5db47b5", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f2d45c55870a_th", "claim": "วันที่สร้าง/วันก่อตั้งของพรรครักษ์สันติคือ+2011-04-21T00:00:00Z", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_370395_a560e636", "text": "พรรครักษ์สันติ () เป็นพรรคการเมืองไทยที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "พรรครักษ์สันติ"}, {"evidence_pointer": "th_370395_ec00e850", "text": "2554 พรรครักษ์สันติได้ส่งผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 64 คน โดยมีหมายเลขประจำพรรคคือ หมายเลข 12 โดยมี ศ.ร.ต.อ.ดร.ปุรชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นผู้สมัครลำดับที่ 1 ของบัญชีรายชื่อ และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงคนเดียวของพรรค", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "พรรครักษ์สันติ"}, {"evidence_pointer": "th_370395_531d1ce2", "text": "2554 โดยมีปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค มีถวิล สุรเชษฐพงษ์ เป็นหัวหน้าพรรค และมีพรเพ็ญ เพชรสุขศิริ เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งพรรครักษ์สันติมีแนวความคิดที่จะแยกกรรมการบริหารพรรค ออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค เพื่อแยกงานอำนวยการกับงานการเมืองออกจากกัน\nพรรครักษ์สันติ มีคำขวัญว่า \"สามัคคี กินดีมีสุข ทุกที่เป็นธรรม นำชาติรุ่งเรือง\" มุ่งดำเนินแนวนโยบายในการเป็นพรรคทางเลือก และเป็นกลางทางการเมือง โดยมีนักการเมือง นักวิชาการ และผู้มีชื่อเสียงเข้าร่วมงานกับพรรค อาทิ นพดล อินนา, ชรินรัตน์ ", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "พรรครักษ์สันติ"}], "source_synset_id": "18156761078e2fb1", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_dc24cc3a05a9_th", "claim": "วันที่สร้าง/วันก่อตั้งของพรรครักษ์สันติคือUnknown_3b7b7b", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "18156761078e2fb1", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_59ae709d2281_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติคอสตาริกาคือ72", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_638693_d1486695", "text": "1990\nฟุตบอลทีมชาติคอสตาริกา เป็นทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอเมริกากลาง", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฟุตบอลทีมชาติคอสตาริกา"}, {"evidence_pointer": "th_638693_15ff5045", "text": "ฟุตบอลทีมชาติคอสตาริกา () เป็นทีมฟุตบอลประจำชาติของประเทศคอสตาริกา มีสมาพันธ์ฟุตบอลคอสตาริกา (FEDEFUTBOL) เป็นผู้บริการ เป็นส่วนหนึ่งของฟีฟ่า ตั้งแต่ปี ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฟุตบอลทีมชาติคอสตาริกา"}], "source_synset_id": "d7d31591589037ea", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_2b1b993bbf01_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติคอสตาริกาคือUnknown_b60a31", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "d7d31591589037ea", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_06209e294935_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติคีร์กีซสถานคือ168", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_59521_fd6094d7", "text": "ฟุตบอลทีมชาติคีร์กีซสถาน (; ) เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนจากประเทศคีร์กีซสถาน ภายใต้การดูแลของสหภาพฟุตบอลคีร์กีซ ทีมชาติคีร์กีซสถานเริ่มครั้งแรกภายหลังจากที่ประเทศคีร์กีซสถานได้แยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต โดยเกมแรกแข่งกับทีมชาติอุซเบกิสถาน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2535 (ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ฟุตบอลทีมชาติคีร์กีซสถาน"}], "source_synset_id": "453b782d2a76cb8c", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_93b0443713bf_th", "claim": "การจัดอันดับของฟุตบอลทีมชาติคีร์กีซสถานคือUnknown_280080", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "453b782d2a76cb8c", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f607f55b7e57_th", "claim": "เป็นของเทศบาลรอกาช็อวต์ซีคือUnknown_658157", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "59751a69cec28f96", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_ad05d84cf55b_th", "claim": "รางวัลที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์คือUnknown_2c56fa", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "42303c2d9a44a2db", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_43d11079bce6_th", "claim": "ตัวระบุ GNDของเบซาเม มูโชคือ1069678104", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_335652_664ef56f", "text": "1924 และมีอายุเพียง 15 ปีในขณะแต่งเพลงนี้ และแต่งคำร้องเพลงนี้ทั้งที่ยังเป็นเด็กสาวไร้เดียงสา ไม่เคยจูบชายใดมาก่อน \nเบซาเม มูโช ฉบับภาษาอังกฤษ แต่งคำร้องโดย ซันนี สกายลาร์ ในปี ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เบซาเม มูโช"}, {"evidence_pointer": "th_335652_a1f3f249", "text": "เบซาเม มูโช ( แปลว่า \"จูบฉันซิ\") เป็นเพลงรักภาษาสเปน แต่งโดยกอนซูเอโล เบลัซเกซ นักแต่งเพลงชาวเม็กซิโก เมื่อปี ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เบซาเม มูโช"}], "source_synset_id": "6c43c673779cc462", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_253c288971a4_th", "claim": "ตัวระบุ GNDของเบซาเม มูโชคือUnknown_63740f", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "6c43c673779cc462", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_89d10a60e2ab_th", "claim": "พิกัดของจุดใต้สุดของรัฐโอไฮโอคือUnknown_24cbf1", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "4bceadb61ef236ee", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_76ddc171705d_th", "claim": "โลโก้ของเจพีมอร์แกนเชสคือUnknown_245305", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "a897bdb534341ba1", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_4f342facbc2d_th", "claim": "ภาพของพอร์พอยส์คือUnknown_61e40b", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "e9a2e51c582e2540", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_5ba38140943a_th", "claim": "สถานที่เกิดของบวร ตาปลาคือเทศบาลเมืองพะเยา", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_860655_f3bb11fb", "text": "บวร ตาปลา เป็นที่รู้จักสำหรับแฟนบอลชาวไทยเป็นอย่างดี เขาเป็นกองกลางผู้ทำผลงานยอดเยี่ยมเมื่อครั้งร่วมสังกัดสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ โดยเป็นกำลังสำคัญให้แก่ทีมดังกล่าว ในการแข่งขันเอไอเอสลีก ดิวิชั่น 2 จากนั้น เขาก็ได้ย้ายมาร่วมสังกัดสโมสรฟุตบอลจังหวัดตราด โดยเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของการพาทีมดังกล่าวจบฤดูกาลที่อันดับ 6 ของการแข่งขันยามาฮ่าลีกวัน", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "บวร ตาปลา"}, {"evidence_pointer": "th_860655_37494d47", "text": "บวร ตาปลา (ชื่อเล่น: วร; 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "บวร ตาปลา"}], "source_synset_id": "f65baddc2f20117f", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_68d83fb3262b_th", "claim": "สถานที่เกิดของบวร ตาปลาคือเมืองแคนซัส", "label": "REFUTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_860655_f3bb11fb", "text": "บวร ตาปลา เป็นที่รู้จักสำหรับแฟนบอลชาวไทยเป็นอย่างดี เขาเป็นกองกลางผู้ทำผลงานยอดเยี่ยมเมื่อครั้งร่วมสังกัดสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ โดยเป็นกำลังสำคัญให้แก่ทีมดังกล่าว ในการแข่งขันเอไอเอสลีก ดิวิชั่น 2 จากนั้น เขาก็ได้ย้ายมาร่วมสังกัดสโมสรฟุตบอลจังหวัดตราด โดยเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของการพาทีมดังกล่าวจบฤดูกาลที่อันดับ 6 ของการแข่งขันยามาฮ่าลีกวัน", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "บวร ตาปลา"}, {"evidence_pointer": "th_860655_37494d47", "text": "บวร ตาปลา (ชื่อเล่น: วร; 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "บวร ตาปลา"}], "source_synset_id": "f65baddc2f20117f", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f7711e163900_th", "claim": "สถานที่เกิดของบวร ตาปลาคือUnknown_43e477", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "f65baddc2f20117f", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_5f83f69f9020_th", "claim": "เผยแพร่ครั้งแรกของเชเพิร์ดออฟไฟเออร์คือ+2013-11-07T00:00:00Z", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_668062_2e028b8c", "text": "\"เชเพิร์ดออฟไฟเออร์\" () เป็นเพลงของวงดนตรีเฮฟวีเมทัลชาวอเมริกัน อะเว็นจด์เซเวนโฟลด์ เป็นซิงเกิลที่ 2 จากสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6 \"เฮลทูเดอะคิง\" ซิงเกิลนี้ออกจำหน่ายในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เชเพิร์ดออฟไฟเออร์"}], "source_synset_id": "1c7a26af5fa4657a", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_aa7419435cc5_th", "claim": "เผยแพร่ครั้งแรกของเชเพิร์ดออฟไฟเออร์คือUnknown_9c920c", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "1c7a26af5fa4657a", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_eac55cb86287_th", "claim": "LCCNของตระกูลเอสเตคือsh85044945", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_248117_51e2b89f", "text": "1866 เมื่อราชอาณาจักรตกไปเป็นของพระปิตุลาของพระมหากษัตรีย์ของสหราชอาณาจักรตามกฎบัตรซาลลิคที่ไม่อนุญาตให้สตรีสืบสายการปกครอง ฉะนั้นเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียขึ้นครองราชย์พระองค์ก็ไม่ทรงมีสิทธิในราชอาณาจักรฮาโนเวอร์เช่นเดียวกับประมุขของสหราชอาณาจักรองค์ก่อนๆ หน้านั้น ตระกูลเอสเตจึงเป็นตระกูลที่ให้กำเนิดกษัตริย์ “ราชวงศ์ฮาโนเวอร์” แก่สหราชอาณาจักร (ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ตระกูลเอสเต"}, {"evidence_pointer": "th_248117_50b89033", "text": "ตระกูลเอสเต () เป็นตระกูลของยุโรปที่แบ่งเป็นสองสาย สายอาวุโสคือ “เวลฟ-เอสเต” หรือ ตระกูลเวลฟ และสายรอง “ฟุลค์-เอสเต” (Fulc-Este) หรือที่มาเรียกว่า “ตระกูลเอสเต” ทั้งสองตระกูลเกี่ยวข้องกับตระกูลเว็ตติน (House of Wettin) ซึ่งเป็นตระกูลเก่าที่มีอายุแปดร้อยปี\nสายอาวุโสของตระกูลเอสเตตระกูลเวลฟเป็นต้นตระกูลของดยุคแห่งบาวาเรีย (ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ตระกูลเอสเต"}, {"evidence_pointer": "th_248117_82048d4b", "text": "1901; ทางจอร์จที่ 1—วิลเลียมที่ 4, รวมทั้งสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย) ตามสายเลือดแล้วผู้ครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ทรงสืบเชื้อสายมาจากตระกูลเอสเตทั้งทางพระราชมารดาและพระบิดาเจ้าฟ้าชายอัลเบิร์ต เจ้าชายพระราชสวามี\nสายรองของตระกูลเอสเตรวมทั้งผู้ปกครองเฟอร์รารา (ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ตระกูลเอสเต"}], "source_synset_id": "b7de44ff4475d77e", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_cc2db90d7e34_th", "claim": "LCCNของตระกูลเอสเตคือUnknown_fe3a63", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "b7de44ff4475d77e", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_3c48fbf79bb4_th", "claim": "ดีมอซของแคว้นโอแวร์ญคือUnknown_bf4af1", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "fe9518b613d86a78", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_0449c2ff8e6a_th", "claim": "รุ่นของวิชวลสตูดิโอโค้ดคือ1.62.1", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_1042005_8dfa2092", "text": "วิชวลสตูดิโอโค้ด () เป็นโปรแกรมแก้ไขซอร์สโค้ดที่พัฒนาโดยไมโครซอฟท์สำหรับ Windows, Linux และ macOS มีการสนับสนุนสำหรับการดีบัก การควบคุม Git ในตัวและ GitHub การเน้นไวยากรณ์ การเติมโค้ดอัจฉริยะ ตัวอย่าง และ code refactoring มันสามารถปรับแต่งได้หลายอย่าง ให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนธีม แป้นพิมพ์ลัด การตั้งค่า และติดตั้งส่วนขยายที่เพิ่มฟังก์ชันการทำงานเพิ่มเติม ซอร์สโค้ดนั้นฟรีและโอเพนซอร์สและเผยแพร่ภายใต้สิทธิ์การใช้งาน MIT ไบนารีที่คอมไพล์แล้วเป็นฟรีแวร์และฟรีสำหรับการใช้ส่วนตัวหรือเพื่อการค้า\nวิชวลสตูด", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "วิชวลสตูดิโอโค้ด"}], "source_synset_id": "b822b753d942babb", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_3218fa21f4ad_th", "claim": "รุ่นของวิชวลสตูดิโอโค้ดคือUnknown_cdf249", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "b822b753d942babb", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_1993800ddc82_th", "claim": "ดำรงตำแหน่งของแอนเดอรส์ ฟ็อกห์ รัสมุสเซินคือUnknown_e7153d", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "4ed96c70c2be5d0a", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_88f024b3a823_th", "claim": "ชื่อวิทยาศาสตร์ของเม่นบริสเตลคือChaetomys subspinosus", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_1462809_b58b63ad", "text": "เม่นบริสเตล (Chaetomys subspinosus) เป็นสัตว์ฟันแทะที่อาศัยบนต้นไม้จากป่าแอตแลนติกในบราซิลตะวันออก มันเป็นชนิดเดียวของสกุล \"Chaetomys\" และวงศ์ย่อย Chaetomyinae.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "เม่นบริสเตล"}], "source_synset_id": "0c0d854392040321", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f0edca70be66_th", "claim": "ชื่อวิทยาศาสตร์ของเม่นบริสเตลคือUnknown_0561a3", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "0c0d854392040321", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f81e8504d4f3_th", "claim": "ชื่อในภาษาแม่ของแจสเปอร์ จอนส์คือUnknown_85fede", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "7cfb7bdb147bfc54", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_c12571f52c33_th", "claim": "ISNI (ISO 27729)ของสมเด็จพระสันตะปาปาลูซิอุสที่ 3คือUnknown_28cc17", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "afce6c0cbbb8b3ac", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_01657a9cb95d_th", "claim": "จำนวนพนักงานของคณะพระมหาไถ่คือ68", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_463107_256b85cc", "text": "บาทหลวงอัลฟอนโซ มาเรีย เด ลีกูโอรี เห็นว่ามีคนยากจนจำนวนมากต้องทนทุกข์ลำบากและต้องการความช่วยเหลือทางจิตวิญญาณ อัลฟอนโซจึงหันไปเน้นงานมิชชันนารีเพื่อเทศน์สอนประชาชนให้มั่นคงในความเชื่อ ท่านได้ประพันธ์หนังสือไว้ถึง 11 เล่ม ที่มีชื่อเสียง เช่น \"เครื่องมือสำคัญแห่งความรอด\" \"พระทรมานของพระคริสต์\" ซึ่งพระสันตะปาปาหลายพระองค์ชื่นชมผลงานของท่านอย่างมาก\nต่อมาท่านได้รวบรวมบาทหลวงและฆราวาส ตั้งชื่อกลุ่มว่า \"คณะพระมหาไถ่\" สมาชิกมีเจตนารมณ์ในการประกาศข่าวดีแก่คนยากจน เพื่อให้จิตวิญญาณของบุคคลเหล่านี้ได้ถึงค", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}, {"evidence_pointer": "th_463107_b922c5e5", "text": "1948 เข้าพำนักที่เขตมิสซังกรุงเทพฯ ระยะหนึ่งแล้วจึงเดินทางต่อไปยังมิสซังลาวซึ่งขณะนั้นมีมุขนายกโกลด-ฟีลิป บาเยเป็นประมุข การเผยแผ่ศาสนาได้ก้าวหน้ามาจนปัจจุบัน และขยับขยายไปยังเขตมิสซังอื่น ๆ ด้วย งานที่สำคัญคือเมื่อพระสันตะปาปาให้ตั้งมิสซังอุดรธานีแยกออกจากมิสซังท่าแร่ ได้ทรงให้มิสซังอุดรธานีอยู่ในความดูแลของคณะพระมหาไถ่ โดยบาทหลวงแคลเรนซ์ เจมส์ ดูฮาร์ต อธิการคณะพระมหาไถ่ในขณะนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นมุขนายกและผู้แทนพระสันตะปาปาประมุของค์แรกของมิสซังอุดรธานี\nปัจจุบันนี้มีบ้านนักบวชคณะพระมหาไถ่แล้ว ", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}, {"evidence_pointer": "th_463107_ae210383", "text": "คณะพระมหาไถ่ () เป็นคณะนักบวชธรรมทูตโรมันคาทอลิกที่นักบุญอัลฟอนโซ มาเรีย เด ลีกูโอรีได้ก่อตั้งขึ้น ณ เมืองสกาลา แคว้นคัมปาเนีย ประเทศอิตาลี ในตอนแรกมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำงานช่วยเหลือชาวชนบทที่ถูกทอดทิ้งรอบ ๆ เมืองเนเปิลส์\nนักบวช (religious) ของคณะนี้มีทั้งบาทหลวงและภราดา ปฏิบัติงานอยู่ใน 77 ประเทศทั่วโลก\nประวัติ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}, {"evidence_pointer": "th_463107_1d0ba224", "text": "มุขนายกอ็องฌ์-มารี-โฌแซ็ฟ แกว็ง ผู้แทนพระสันตะปาปาประมุขมิสซังลาวขณะนั้น ได้ขอให้สันตะสำนักส่งมิชชันนารีมาประกาศข่าวดีในเขตมิสซังสยามและเขตมิสซังลาว สันตะสำนักจึงสอบถามยังคณะพระมหาไถ่ จนตัดสินใจให้คณะพระมหาไถ่แขวงเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา มาปฏิบัติหน้าที่ แต่ด้วยปัญหาสงครามโลกครั้งที่สองทำให้การเดินทางต้องล่าช้าออกไป\nเมื่อปัญหาต่าง ๆ คลี่คลายมิชชันนารี 4 ท่านก็ออกเดินทางมากับเรือจากรัฐแคลิฟอร์เนียและถึงท่าเรือเกาะสีชังในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}, {"evidence_pointer": "th_463107_274b6117", "text": "1794\nสมาชิกของคณะก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้คณะแพร่หลายมากขึ้น เช่น บาทหลวงเคลเมนส์ มาเรีย ฮอฟเบาเออร์ (ต่อมาได้รับการประกาศเป็นนักบุญ) ได้ขยายงานของคณะไปยังจักรวรรดิออสเตรีย แม้ในช่วงแรกจะมีอุปสรรคจากปัญหาการเมืองแต่ท่านก็นำคณะผ่านวิกฤตนั้นมาได้ สมาชิกในรุ่นต่อ ๆ มายังทำให้คณะขยายตัวไปทั่วทวีปยุโรป ข้ามไปยังทวีปอเมริกาเหนือ จนปัจจุบันสมาชิกคณะพระมหาไถ่ได้ทำงานอยู่ถึง 77 ประเทศทั่วโลก\nในประเทศไทย.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "คณะพระมหาไถ่"}], "source_synset_id": "cfd17a0b85922070", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f92f2afee787_th", "claim": "จำนวนพนักงานของคณะพระมหาไถ่คือUnknown_9fe1e4", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "cfd17a0b85922070", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_b87c072596bc_th", "claim": "อักขระยูนิโคดของทอเรียมคือ釷", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_14476_5a9caf5b", "text": "ทอเรียม () คือธาตุเคมีที่มีหมายเลขอะตอม 90 และสัญลักษณ์คือ Th เป็นธาตุโลหะกัมมันตภาพรังสีที่พบในธรรมชาติเมื่อบริสุทธิ์มีลักษณะสีเงินวาวอ่อนนุ่ม เมื่อสัมผัสกับอากาศจะหมองเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำเพราะเกิดอ๊อกไซด์ คือ ทอเรียมอ๊อกไซด์ (Thorium oxide (ThO2))หรือทอเรีย(thoria)เป็นอ๊อกไซด์ที่มีจุดเดือดสูงที่สุด(3300 °C) เมื่อถูกทำให้ร้อนในอากาศโลหะทอเรียมจะติดไฟได้เองเกิดเป็นแสงจ้าสีขาว มีอัตราการแผ่รังสีมากกว่ายูเรเนียม มักใช้ในการทำปฏิกรณ์นิวเคลียร์", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ทอเรียม"}], "source_synset_id": "6dac08dffb3aedff", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_ae37d2d6779d_th", "claim": "อักขระยูนิโคดของทอเรียมคือUnknown_0cf913", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "6dac08dffb3aedff", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_8538a33bf3fc_th", "claim": "ประเทศของภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่คือประเทศเยเมน", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_579879_5bd9fea9", "text": "ภาษาอาหรับคลาสสิกหรือภาษาอาหรับอัลกุรอ่านเป็นภาษาที่ใช้ในอัลกุรอ่านและวรรณกรรมในสมัยราชวงศ์อุมัยยัดและอับบาสิดเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 – 14 ภาษานี้ถือเป็นภาษาต้นกำเนิดของภาษาพูดรูปแบบต่าง ๆ ของภาษาอาหรับ แต่บางคนก็มองว่าภาษาอาระเบียเหนือโบราณหลายสำเนียงที่ใช้พูดในพุทธศตวรรษที่ 12 อาจจะเป็นจุดกำเนิดของภาษาพูดด้วย\nภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่"}, {"evidence_pointer": "th_579879_218e1556", "text": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่จะมีศัพท์ที่จัดว่าแปลกสำหรับผู้ใช้ภาษาอาหรับคลาสสิก ซึ่งอาจยืมมาจากภาษาอื่นเช่น فيلم ฟิล์ม หรือสร้างจากรากศัพท์เดิมที่มีอยู่แล้วเช่น هاتف hātif หมายถึงโทรศัพท์ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มีโครงสร้างของภาษาที่ได้รับจากภาษาอื่น เช่นในภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มีโครงสร้าง \"X, X, X, และ X\" แต่ในภาษาอาหรับคลาสสิกใช้ \"X และ X และ X และ X\" และพบประโยคที่ขึ้นด้วยประธานในภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มากกว่า\nในกลุ่มของผู้ที่ไม่ได้พูดภาษาอาหรับจะถือว่าภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่กับภาษาอาหรับ", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่"}, {"evidence_pointer": "th_579879_0ca5830f", "text": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่ () หรือ ภาษาอาหรับรูปเขียนสมัยใหม่ () ที่นักภาษาศาสตร์ส่วนใหญ่ใช้ เป็นภาษาอาหรับรูปแบบมาตรฐานที่พัฒนาในโลกอาหรับเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ภาษาอาหรับรูปแบบนี้ใช้งานในวรรณกรรม, สถาบันการศึกษา, สื่อสิ่งพิมพ์กับสื่อมวลชน, กฎหมายและนิติบัญญัติ แม้ว่าจะไม่พูดเป็นภาษาแม่ ซึ่งคล้ายกับภาษาละตินร่วมสมัย\nนักภาษาศาสตร์หลายคนจัดให้ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มีความแตกต่างจากภาษาอาหรับคลาสสิก ซึ่งเป็นภาษาเขียนก่อนช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 แม้ว่าไม่มีข้อตกลงว่", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่"}], "source_synset_id": "0ecd12312e221857", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_d42067d6fc26_th", "claim": "ประเทศของภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่คือประเทศเนเธอร์แลนด์", "label": "REFUTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_579879_5bd9fea9", "text": "ภาษาอาหรับคลาสสิกหรือภาษาอาหรับอัลกุรอ่านเป็นภาษาที่ใช้ในอัลกุรอ่านและวรรณกรรมในสมัยราชวงศ์อุมัยยัดและอับบาสิดเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 – 14 ภาษานี้ถือเป็นภาษาต้นกำเนิดของภาษาพูดรูปแบบต่าง ๆ ของภาษาอาหรับ แต่บางคนก็มองว่าภาษาอาระเบียเหนือโบราณหลายสำเนียงที่ใช้พูดในพุทธศตวรรษที่ 12 อาจจะเป็นจุดกำเนิดของภาษาพูดด้วย\nภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่"}, {"evidence_pointer": "th_579879_218e1556", "text": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่จะมีศัพท์ที่จัดว่าแปลกสำหรับผู้ใช้ภาษาอาหรับคลาสสิก ซึ่งอาจยืมมาจากภาษาอื่นเช่น فيلم ฟิล์ม หรือสร้างจากรากศัพท์เดิมที่มีอยู่แล้วเช่น هاتف hātif หมายถึงโทรศัพท์ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มีโครงสร้างของภาษาที่ได้รับจากภาษาอื่น เช่นในภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มีโครงสร้าง \"X, X, X, และ X\" แต่ในภาษาอาหรับคลาสสิกใช้ \"X และ X และ X และ X\" และพบประโยคที่ขึ้นด้วยประธานในภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มากกว่า\nในกลุ่มของผู้ที่ไม่ได้พูดภาษาอาหรับจะถือว่าภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่กับภาษาอาหรับ", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่"}, {"evidence_pointer": "th_579879_0ca5830f", "text": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่ () หรือ ภาษาอาหรับรูปเขียนสมัยใหม่ () ที่นักภาษาศาสตร์ส่วนใหญ่ใช้ เป็นภาษาอาหรับรูปแบบมาตรฐานที่พัฒนาในโลกอาหรับเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ภาษาอาหรับรูปแบบนี้ใช้งานในวรรณกรรม, สถาบันการศึกษา, สื่อสิ่งพิมพ์กับสื่อมวลชน, กฎหมายและนิติบัญญัติ แม้ว่าจะไม่พูดเป็นภาษาแม่ ซึ่งคล้ายกับภาษาละตินร่วมสมัย\nนักภาษาศาสตร์หลายคนจัดให้ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มีความแตกต่างจากภาษาอาหรับคลาสสิก ซึ่งเป็นภาษาเขียนก่อนช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 แม้ว่าไม่มีข้อตกลงว่", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่"}], "source_synset_id": "0ecd12312e221857", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_f093d93416e1_th", "claim": "ประเทศของภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่คือUnknown_021adb", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "0ecd12312e221857", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_c1aee3fedd53_th", "claim": "ประชากรของอำเภอบ่อทองคือ34860", "label": "SUPPORTED", "language": "th", "evidence": [{"evidence_pointer": "th_115603_77ac8f6c", "text": "ท้องที่อำเภอบ่อทองประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "อำเภอบ่อทอง"}, {"evidence_pointer": "th_115603_09eb07e1", "text": "อำเภอบ่อทองแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 6 ตำบล 47 หมู่บ้าน ได้แก่\nการปกครองส่วนท้องถิ่น.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "อำเภอบ่อทอง"}, {"evidence_pointer": "th_115603_61e94982", "text": "อำเภอบ่อทอง มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้\nประวัติ.", "spans": [], "confidence": 0.6, "match_type": "sitelink", "page_title": "อำเภอบ่อทอง"}], "source_synset_id": "0af3932f75e4fa8f", "split": "dev"} |
| {"id": "mfc_bf710268edc9_th", "claim": "ประชากรของอำเภอบ่อทองคือUnknown_1c778c", "label": "NEI", "language": "th", "evidence": [], "source_synset_id": "0af3932f75e4fa8f", "split": "dev"} |
|
|