| Book,Page,LineNumber,Text | |
| 08,0030,001,สมัยรัชกาลที่ ๑ | |
| 08,0030,002,สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (จี่ ป.ธ. ๙) วัดประยุรวงศาวาส เป็นชาวจังหวัดพระนคร | |
| 08,0030,003,ศรีอยุธยา | |
| 08,0030,004,สมัยรัชกาลที่ ๒ | |
| 08,0030,005,พระอุดมปิฎก (สอน พุทฺธสโร ป.ธ.๙) วัดสุนทราวาส จังหวัดพัทลุง ผู้สร้างตำนาน | |
| 08,0030,006,ว่า กลอนสดเป็นภาษาบาลีถวายอดิเรกแด่รัชกาลที่ ๔ ว่า | |
| 08,0030,007,อติเรกวสฺสสตํ ชีว | |
| 08,0030,008,อติเรกวสฺสสตํ ชีว | |
| 08,0030,009,อติเรกวสฺสสตํ ชีว | |
| 08,0030,010,ทีฆายุโก โหตุ อโรโค โหตุ | |
| 08,0030,011,ทีฆายุโก โหตุ อโรโค โหตุ | |
| 08,0030,012,สุขิโต โหตุ ปรมินฺทมหาราชา | |
| 08,0030,013,สิทฺธิกิจฺจํ สิทฺธิกมฺมํ สิทฺธิลาโภ ชโย นิจฺจํ | |
| 08,0030,014,ปรมินฺทมหาราชวรสฺส ภวตุ สพฺพทา ขอถวายพระพร | |
| 08,0030,015,พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสดับแล้วทรงโปรดพระพรบทนี้มาก จึงรับ | |
| 08,0030,016,สั่งให้ถือเป็นธรรมเนียม ให้พระสงฆ์ใช้พรบทนี้ถวายพระพรพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีทั้งปวง | |
| 08,0030,017,ตราบเท่าจนทุกวันนี้ โดยให้เพิ่มคำว่า ตุ ต่อท้ายคำว่า ชีว เป็น ชีวตุ สืบมาจนบัดนี้ และผู้ | |
| 08,0030,018,ที่จะถวายอดิเรกบทนี้ได้ จะต้องเป็นพระราชาคณะเท่านั้น หรือพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกผู้ดำรง | |
| 08,0030,019,ตำแหน่งเจ้าอาวาส พระอารามหลวง ซึ่งถือพัดเปลวเพลิง ก็ถวายได้โดยอนุโลม | |
| 08,0030,020,สมัยรัชกาลที่ ๓ มี ๓ รูป คือ | |
| 08,0030,021,๑. สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทวมหาเถร ป.ธ. ๙) วัดราชประดิษฐ์สถิตามหาสีมา | |
| 08,0030,022,ราม เป็นคนจังหวัดราชบุรี เป็นพระสังฆราชองค์ที่ ๙ พระมหาเถระรูปนี้ สอบได้เปรียญธรรม | |
| 08,0030,023,๙ ประโยค ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร เป็นพระนาคหลวงรูปแรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ | |
| 08,0030,024,๒. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฉิม ป.ธ. ๙) วัดโมลีโลกยาราม ภายหลังย้ายไปอยู่ | |
| 08,0030,025,วัดมหาธาตุยุราชรังสฤษฏิ์ พระมหาเถระรูปนี้ เป็นผู้แต่งถาคาภาษาบาลีถวายพระบาทสมเด็จ | |
| 08,0030,026,"พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีชื่อว่า ""สุขาภิยาจนคาถา"" มีคำขึ้นต้นว่า ""ยํ ยํ เทวมนุสฺสานํ"" ซึ่ง" | |
| 08,0030,027,พระสงฆ์ใช้สวดอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ | |
| 08,0030,028,๓. สมเด็จพระวันรัต (ทับ พุทฺธสิริมหาเถร ป.ธ.๙) วัดโสมนัสวิหาร | |