dhamma-scholar-book / 13 /130022.csv
uisp's picture
init upload
c5b6280
Book,Page,LineNumber,Text
13,0022,001,คือ เจ็บไข้ ๑ สังเกตเห็นว่าฝนจะตก ๑ ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ ๑ วิหารคือ
13,0022,002,กุฎีคุ้มได้ด้วยดาล ๑ ได้กรานกฐิน ๑ เมื่อได้สมัยเช่นนั้นอย่างใด
13,0022,003,อย่างหนึ่ง จะไม่ห่มผ้าสังฆาฏิไปด้วยได้อยู่ หรือจะห่มสังฆาฏิไป เอา
13,0022,004,อุตตราสงค์ไว้เสียก็ได้เหมือนกัน ในที่นี้มีแบบห่มผ้าไว้ให้ดูด้วย
13,0022,005,ตั้งแต่ห่มผ้าเล็กจนถึงใหญ่ จะเห็นได้ว่า การห่มผ้าของภิกษุกลายมา
13,0022,006,อย่างไร.
13,0022,007,การห่มผ้า ครั้งแรกดูเหมือนไม่มีจำกัดถ้วนถี่ เข้าบ้านห่ม
13,0022,008,คลุมกายมิดชิดก็แล้วกัน ห่มดองปิดบ่าซ้ายเปิดบ่าขวาก็แล้วกัน
13,0022,009,เหมือนอย่างห่มผ้าห่มนอน ไม่ต้องมีแบบจำกัด ภายหลังมาถ้วนถี่
13,0022,010,หนักเข้า จนถึงเป็นเครื่องหมายนิกาย ข้าพเจ้าเองไม่เห็นเป็นสำคัญ
13,0022,011,เลย ห่มอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ให้เรียกว่าเป็นปริมณฑลได้แล้ว ก็
13,0022,012,เป็นแล้วกัน.
13,0022,013,เดิมที มีพระพุทธประสงค์จะให้มีเฉพาะไตรจีวรสำรับเดียว
13,0022,014,จึงตั้งสิกขาบทห้ามไม่ให้ใช้อติเรกจีวร ภายหลังทรงผ่อนให้ใช้ได้
13,0022,015,เพียง ๑๐ วัน และทรงพระอนุญาตผ้าอาบน้ำฝนและผ้าปิดฝีให้ใช้ได้
13,0022,016,ชั่วคราว ผ้าอาบน้ำฝนนั้น มีจำกัดประมาณยาว ๖ คืบ กว้าง ๒ คืบ
13,0022,017,ครึ่งแห่งคืบสุคต ให้มีได้ผืนเดียวชั่วฤดูฝน พ้นจากนั้นต้องเลิก ผ้าปิด
13,0022,018,ฝีนั้น จำกัดประมาณยาว ๔ คืบ กว้าง ๒ คืบแห่งคืบสุคต ให้มีได้
13,0022,019,ผืนเดียว ในคราวอาพาธตัวเป็นฝีเป็นแผล เช่นออกฝีดาษ ออก
13,0022,020,สุกใส หรือเป็นพุพอง หายแล้วต้องเลิก. ยังผ้าที่ไม่ได้ใช้นุ่งห่มทรง
13,0022,021,อนุญาตให้มีไว้ใช้สำหรับตัวได้ คือผ้าปูนั่ง เรียกนิสีทนะ มีจำกัด