| Book,Page,LineNumber,Text | |
| 13,0042,001,กัณฑ์ที่ ๑๓ | |
| 13,0042,002,นิสัย | |
| 13,0042,003,ในครั้งแรกตรัสรู้ ที่เรียกว่า ปฐมโพธิกาล ภิกษุยังไม่มาก | |
| 13,0042,004,มาย ก็ยังปกครองง่าย เมื่อมีภิกษุมากขึ้น การปกครองก็ยากขึ้น | |
| 13,0042,005,ตามกัน พระศาสดาจึงได้ทรงบัญญัติสิขาบทวางเป็นพุทธอาณา | |
| 13,0042,006,และทรงตั้งขนบธรรมเนียมเป็นอภิสมาจาร มีมากขึ้นโดยลำดับเวลา | |
| 13,0042,007,คราวนี้ผู้มาใหม่ ไม่สามารถจะรู้ทั่วถึงและประพฤติให้ถูกระเบียบ | |
| 13,0042,008,ด้วยลำพังใช้ความสังเกตทำตามกัน จำจะศึกษาจึงจะรู้ได้ พระศาสดา | |
| 13,0042,009,จึงทรงพระอนุญาตให้มีอุปัชฌายะเป็นผู้สั่งสอน ภิกษุมีพรรษาหย่อน | |
| 13,0042,010,๕ จัดเป็นนวกะผู้ใหม่ ต้องถือภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเป็นอุปัชฌายะ และ | |
| 13,0042,011,อาศัยภิกษุรูปนั้นอยู่ รับโอวาทอนุศาสนของภิกษุนั้น. ในครั้งแรก | |
| 13,0042,012,ที่ทรงอนุญาตอุปัชฌายะ ภิกษุผู้อุปสมบทอยู่แล้ว แต่หย่อน ๕ | |
| 13,0042,013,"พรรษา ก็จำถืออุปัชฌายะ, ในบาลีท่านจึงวางแบบไว้ว่า ให้ทำ" | |
| 13,0042,014,ผ้าห่มเฉวียงบ่ากราบเท้าแล้ว [ กล่าวตามอาการนั่งตั่งห้อยเท้า ]. นั่ง | |
| 13,0042,015,"กระหย่ง ประณมมือกล่าวว่า "" อุปชฺฌาโย เม ภนฺเต โหหิ """ | |
| 13,0042,016,"ซึ่งแปลว่า "" ขอท่านจงเป็นอุปัชฌายะของข้าพเจ้า "" ๓ หน เมื่อ" | |
| 13,0042,017,"ภิกษุผู้ที่นวกะนั้นขออาศัย รับว่า "" สาหุ "" ซึ่งแปลว่า "" ดีละ """ | |
| 13,0042,018,""" ลหุ "" "" เบาใจดอก "" "" โอปายิกํ "" "" ชอบแก่อุบาย "" "" ปฏิรูปํ """ | |
| 13,0042,019,""" สมควรอยู่ "" หรือว่า "" ปาสาทิเกน สมฺปาเทหิ "" ให้ถึงพร้อม" | |