| Book,Page,LineNumber,Text | |
| 20,0041,001,เมื่อรูปมาปรากฏในคลอบของดวงตา แสงสว่างก็ฉายเข้าไปทางแววตา | |
| 20,0041,002,ตลอดถึงเยื่อที่สุดข้างในที่สายเอ็นโยงอยู่ แต่นั้นเส้นประสาทก็รับสัมผัส | |
| 20,0041,003,ส่งไปถึงมัตถลุงค์ สำหรับเป็นกิริยาเห็นรูป ได้ในคำบาลีว่า จกฺขุญฺจ | |
| 20,0041,004,ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺาณํ อาศัยจักษุด้วย รูป | |
| 20,0041,005,ทั้งหลายด้วย เกิดจักษุวิญญาณ คือความรู้แจ้งอาศัยจักษุขึ้น ดังนี้ | |
| 20,0041,006,ดวงตาที่รับเงารูปอันแสงสว่างฉายเข้าไปนั้น ก็อย่างเดียวกันกับกระจก | |
| 20,0041,007,ที่ทาปรอท รับเงารูปที่แสงสว่างฉายเข้าไปปรากฏอยู่นั้น กิริยาที่เห็น | |
| 20,0041,008,รูปนั้น เปรียบเหมือนคนส่องกระจกมีความรู้สึกตามเงาที่เข้าไปปรากฏ | |
| 20,0041,009,ถ้าแสงสว่างน้อยลงเพียงใด รูปก็ไม่ชัดเจนลงเพียงนั้น เช่นอยู่ในที่มืด | |
| 20,0041,010,แลเห็นของละเอียดไม่ใคร่จะได้ ถ้ามืดทีเดียวก็แลไม่เห็นอะไรเลย | |
| 20,0041,011,เพราะไม่มีแสงสว่างจะฉาย ถ้าแก้วตาพิการหรือพิบัติ ก็เห็นไม่ถนัด | |
| 20,0041,012,หรือไม่เห็นเลยดุจเดียวกัน แต่เป็นเพราะแสงสว่างฉายเข้าไปไม่สะดวก | |
| 20,0041,013,หรือฉายเข้าไปไม่ได้. | |
| 20,0041,014,หูนั้น ปันเป็น ๓ ตอน ตอนกลางเป็นผังผืดม้วนเป็นช่องลึก | |
| 20,0041,015,เข้าไปประมาณนิ้ว ๑ ถึงเยื่อบางขึงอุดอยู่ดุจพื้นกลอง มีของเหนียวเปียก | |
| 20,0041,016,ดุจขี้ผึ้งสีปากเลี้ยงให้สดอยู่ ตอนกลางต่อเยื่อกลองเป็นช่องเข้าไปอีก | |
| 20,0041,017,มีกระดูกชิ้นเล็ก ๆ ๓ ท่อน สัณฐานดุจทั่ง ๑ ค้อน ๑ โกลนที่ | |
| 20,0041,018,อานม้า ๑ ต่อกันเป็นสายล่ามขวางช่อง ตั้งแต่เยื่อกลองเข้าไปถึงตอน | |
| 20,0041,019,ใน ๆ นั้น เป็นกระดูกเล็ก สัณฐานม้วนขดดุจหอยโข่ง ข้างบนมี | |
| 20,0041,020,เป็นวง ในนั้นมีน้ำและเยื่อชิ้นเล็ก ๆ สัณฐานต่าง ๆ กัน เป็น | |
| 20,0041,021,อุปการะแก่การรับเสียงทั้งสิ้น พ้นตอนนี้มีประสาทล่ามเข้าไปถึงมัตถ- | |