| Book,Page,LineNumber,Text | |
| 28,0004,001,ใน ๒ อย่างนั้น ว่าโดยสังเขป ชิ้นเนื้ออันชั้นของตาล้อมไว้ในกระบอกตา | |
| 28,0004,002,มีองค์ประกอบ ๑๓ อย่าง คือ ธาตุ ๔ วรรณะ คันธะ รสะ โอชา | |
| 28,0004,003,สัมภวรูป ชีวิตรูป ภาวรูป จักษุปสาทรูป กายปสาทรูป. แต่เมื่อว่า | |
| 28,0004,004,โดยพิสดาร รูป ๙ เหล่านี้ คือ ธาตุ ๔ วรรณะ คันธะ รสะ โอชา | |
| 28,0004,005,สัมภวรูป ว่าด้วยอำนาจสมุฏฐาน ๔ (๙ x ๔ ) เป็นรูป ๓๖ รูป ที่มีกรรม | |
| 28,0004,006,เป็นสมุฏฐาน ๔ เหล่านี้ คือ ชีวิตรูป ๑ ภาวรูป ๑ จักษุปสาทรูป ๑ | |
| 28,0004,007,กายปสาทรูป ๑ จึงรวมเป็นสสัมภารรูป ๔๐ นี้ชื่อว่า สสัมภารจักษุ. | |
| 28,0004,008,ก็ในสสัมภารจักษุรูปเหล่านี้ รูปใดที่สามารถเพื่ออันเห็นรูปที่ตั้งอยู่ในลูกตา | |
| 28,0004,009,ที่เห็นได้แวดล้อมด้วยแววตาดำที่กำหนดไว้ด้วยลูกตาขาว รูปนี้ ชื่อว่า ปสาท | |
| 28,0004,010,จักษุ. กถาว่าโดยพิสดารแห่งจักขุปสาทรูปและโสตปสาทรูปเป็นต้นอื่นจาก | |
| 28,0004,011,จักษุปสาทรูปนั้น กล่าวไว้แล้วในวิสุทธิมรรคแล. | |
| 28,0004,012,ในรูปเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาจักขุปสาทรูป จึง | |
| 28,0004,013,ตรัสว่า <B>จกฺขุํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ</B> ดังนี้ เป็นต้น. ในพระบาลีนั้น กถาว่า | |
| 28,0004,014,โดยพิสดารท่านประกาศไว้แล้วในหนหลัง โดยนัยมีอาทิว่า <B>จตูหิ การเณหิ | |
| 28,0004,015,อนิจฺจํ อุทยพฺพยวนฺตตาย</B> รูปชื่อว่า ไม่เที่ยงด้วยเหตุ ๔ ประการ | |
| 28,0004,016,เพราะมีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา. บทว่า <B>โสตญฺจ</B> ท่านประสงค์ | |
| 28,0004,017,เอาเฉพาะโสตปสาทรูป. ฆานปสาทรูป ชิวหาปสาทรูปและกายปสาทรูป | |
| 28,0004,018,ก็เหมือนกัน. บทว่า <B>มโน</B> ได้แก่ จิตที่ดำเนินไปในการพิจารณา อัน | |
| 28,0004,019,เป็นไปในภูมิ ๓. ดังนั้นพระสูตรนี้ พระองค์ตรัสไว้ตามอัธยาศัยของสัตว์ | |
| 28,0004,020,ผู้ตรัสรู้ ในเพราะเมื่อพระองค์ตรัสแสดงลักษณะ ๓ ในอายตนะภายใน ๖ | |
| 28,0004,021,ไว้แล้ว. | |
| 28,0004,022,<I>จบ อรรถกถาอัชฌัตติกอนิจจสูตรที่ ๑</I> | |