| Book,Page,LineNumber,Text | |
| 29,0041,001,อันน่าใคร่ยิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนั่น ดูก่อนอานนท์ ชนเหล่าใดแลพึง | |
| 29,0041,002,กล่าวอย่างนี้ว่า ชนทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัสนั่นอันเป็นเยี่ยมและ | |
| 29,0041,003,ละเอียด ดังนี้ เราไม่ยอมตามคำนี้แก่ชนเหล่านั้น ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร. | |
| 29,0041,004,เพราะสุขอื่นอันน่าใคร่ยิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนั้น มีอยู่. | |
| 29,0041,005,[๔๑๖] ดูก่อนอานนท์ ก็สุขอื่นอันน่าใครยิ่งกว่าและประณีตกว่า | |
| 29,0041,006,สุขนั้นเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เข้าทุติยฌานอันมีความผ่องใสแห่งจิต | |
| 29,0041,007,ในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารระงับ | |
| 29,0041,008,ไป มีปีติและสุขอันเกิดแก่สมาธิอยู่. นี้แลเป็น สุขอื่นอันน่าใคร่ ยิ่งกว่าแล | |
| 29,0041,009,ประณีตกว่าสุขนั้น ดูก่อนอานนท์ ชนเหล่าใดแลพึงกล่าวอย่างนี้ว่า ชน | |
| 29,0041,010,ทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัสนั้นอันเป็นเยี่ยมและละเอียด ดังนี้ เราไม่ยอม | |
| 29,0041,011,ตามคำนี้ แก่ชนเหล่านั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร. เพราะสุขอื่นอันน่าใคร่ยิ่ง | |
| 29,0041,012,กว่าและประณีตกว่าสุขนั่น มีอยู่. | |
| 29,0041,013,[๔๑๗] ดูก่อนอานนท์ ก็สุขอื่นอันน่าใคร่ยิ่งกว่าและประณีตกว่า | |
| 29,0041,014,สุขนั้นเป็นไฉน. ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ และ | |
| 29,0041,015,เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป เข้าตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย | |
| 29,0041,016,สรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขามีสติอยู่เป็นสุข นี้แลเป็นสุขอื่น | |
| 29,0041,017,อันน่าใคร่ยิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนั้น ดูก่อนอานนท์ ชนเหล่าใดแล | |
| 29,0041,018,พึงกล่าวอย่างนี้ว่า ชนทั้งหลายย่อมเสวยสุขโสมนัสนั้นอันเป็นเยี่ยมและ | |
| 29,0041,019,ละเอียดดังนี้ เราไม่ยอมตามคำนี้แก่ชนเหล่านั้น ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร. | |
| 29,0041,020,เพราะสุขอื่นอันน่าใคร่ยิ่งกว่าและประณีตกว่าสุขนั่น มีอยู่. | |