| Book,Page,LineNumber,Text | |
| 33,0033,001,พระราหุลทรงผนวชแล้ว เราก็มีงานอยู่ในที่นี้ จึงไปสำนักพระมหาปชาบดี- | |
| 33,0033,002,โคตมีทรงผนวชแล้ว. นับตั้งแต่วันที่ทรงผนวช ทรงทราบว่าพระศาสดา | |
| 33,0033,003,ทรงตำหนิรูป จึงไม่ไปเฝ้าพระศาสดา ถึงวาระรับพระโอวาท ก็สั่งภิกษุณี | |
| 33,0033,004,รูปอื่นไปแล้วให้นำพระโอวาทมา. | |
| 33,0033,005,พระศาสดาทรงทราบว่า พระนางหลงมัวเมาพระสิริโฉม จึงตรัสว่า | |
| 33,0033,006,ภิกษุณีทั้งหลายต้องมารับโอวาทของตนด้วยตนเอง ส่งภิกษุณีรูปอื่นไป | |
| 33,0033,007,แทนไม่ได้. แต่นั้น พระนางรูปนันทา เมื่อไม่เห็นทางอื่น ก็ไปรับ | |
| 33,0033,008,พระโอวาท ทั้งที่ไม่ปรารถนา. พระศาสดาทรงเนรมิตรูปหญิงผู้หนึ่ง ด้วย | |
| 33,0033,009,พุทธฤทธิ์ โดยอำนาจจริตของพระนาง ทรงทำให้เป็นเหมือนหญิงนั้น | |
| 33,0033,010,จับใบตาลถวายงานพัดอยู่. พระนางรูปนันทาเห็นรูปหญิงนั้นแล้วคิดว่า | |
| 33,0033,011,เรามัวเมาโดยมิใช่เหตุ จึงไม่มา. หญิงแม้เหล่านี้ เที่ยวไปสนิทสนมใน | |
| 33,0033,012,สำนักพระศาสดา รูปของเราไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งรูปของหญิงเหล่านี้ | |
| 33,0033,013,เราไม่รู้เลย จึงไม่มาเสียตั้งนาน ถือเอาอิตถีนิมิตนั้นนั่นแหละ ยืนสำรวจ | |
| 33,0033,014,ดูอยู่. เพราะพระนางสมบูรณ์ด้วยบุพเหตุอย่างนั้น พระศาสดาจึงตรัส | |
| 33,0033,015,พระคาถาในพระธรรมบทว่า <B>อฏฺีนํ นครํ กตํ</B> ทำให้เป็นบุตรแห่งกระดูก | |
| 33,0033,016,ทั้งหลาย เป็นต้น แล้วตรัสพระสูตรว่า | |
| 33,0033,017,<B>จรํ วา ยทิวา ติฏฺํ นิสินฺโน อุท วา สยํ | |
| 33,0033,018,เดินก็ดี ยืนก็ดี นั่งก็ดี นอนก็ดี</B> เป็นต้น. | |
| 33,0033,019,พระนางตั้งความสิ้นความเสื่อมลงในรูปนั้นนั่นแหละ. บรรลุพระ- | |
| 33,0033,020,อรหัต. เรื่องนี้ในที่นี้ ท่านมิได้ทำให้พิสดาร เพราะเหมือนกับเรื่องของ | |
| 33,0033,021,พระเขมาเถรี. ตั้งแต่นั้นมา พระรูปนันทาเถรีก็ได้บรรลุธุระระหว่าง | |
| 33,0033,022,ภิกษุณี ผู้ยินดียิ่งในฌาน. ภายหลัง พระศาสดาประทับนั่ง ณ พระ- | |