| Book,Page,LineNumber,Text | |
| 36,0045,001,อามิสส่วนกาม อามิสส่วนวัฏฏะ อามิสส่วนโลก. ชื่อว่า มิใช่ธรรมที่คนเลว | |
| 36,0045,002,เสพ เพราะเป็นสมาธิอันมหาบุรุษมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นเสพแล้ว. ชื่อว่า สงบ | |
| 36,0045,003,เพราะสงบอังคาพยพคือกาย สงบอารมณ์แสะสงบจากความกระวนกระวายด้วย | |
| 36,0045,004,อำนาจสรรพกิเลส. ชื่อว่า ประณีต เพราะอรรถว่าไม่เดือดร้อน. ชื่อว่า | |
| 36,0045,005,ได้ความรำงับ เพราะความรำงับกิเลสอันตนได้แล้ว หรือตนได้ความรำงับ | |
| 36,0045,006,กิเสส บทว่า <B>ปฏิปฺปสฺสทฺธํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิ</B> นี้ โดยความได้เป็นอันเดียวกัน | |
| 36,0045,007,อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าได้ความรำงับ เพราะผู้มีกิเลสอันรำงับ หรือผู้ไกลจาก | |
| 36,0045,008,กิเลสได้แล้ว. ชื่อว่าถึงเอโกทิ เพราะถึงด้วยความมีธรรมเอกผุดขึ้น หรือถึง | |
| 36,0045,009,ความมีธรรมเอกผุดขึ้น. ชื่อว่าไม่ต้องใช้ความเพียรข่มห้าม เพราะไม่ต้องใช้ | |
| 36,0045,010,จิตอันมีสังขารคือความเพียรข่มห้ามกิเลสอันเป็นข้าศึกบรรลุเหมือนอย่างสมาธิ | |
| 36,0045,011,ของผู้ที่ยังมีอาสวะอันไม่คล่องแคล่ว ภิกษุเมื่อเข้าสมาธินั้นหรือออกจากสมาธิ | |
| 36,0045,012,นั้น ย่อมมีสติเข้าสติออก หรือว่ามีสติเข้ามีสติออก โดยกาลตามที่กำหนดไว้ | |
| 36,0045,013,เพราะเป็นผู้ไพบูลย์ด้วยสติ เพราะฉะนั้น ปัจจยปัจจเวกขณญาณ ความรู้ | |
| 36,0045,014,พิจารณาเห็นปัจจัยในสมาธินี้อันใด เกิดขึ้นเฉพาะตัวเท่านั้น แก่ภิกษุผู้พิจารณา | |
| 36,0045,015,เห็นอย่างนี้ว่า สมาธินี้มีสุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นวิบากในอนาคต ปัจจย- | |
| 36,0045,016,ปัจจเวกขณญาณนั้นก็เป็นญาณอย่างหนึ่ง ในบทที่เหลือก็นัยนี้. ญาณ ๕ | |
| 36,0045,017,เหล่านี้ย่อมเกิดเฉพาะตนเท่านั้น ด้วยประการฉะนี้. | |
| 36,0045,018,<I>จบอรรถกถาสมาธิสูตรที่ ๗</I> | |