tripitaka-mbu / 44 /440035.csv
uisp's picture
add data
3c90236
Book,Page,LineNumber,Text
44,0035,001,และอรรถแห่งลักษณะแห่งภาวะด้วยภาวะ กล่าวคือลักษณะแห่งกิริยาอื่น
44,0035,002,ด้วยกิริยาย่อมมี. จริงอยู่ สมัยที่มีกาลเป็นอรรถ และมีสมุหะเป็นอรรถ
44,0035,003,จัดเป็นอธิกรณะ. อนึ่ง กาลแห่งธรรมมีผัสสะเป็นต้นตามที่กล่าวแล้วใน
44,0035,004,อรรถทั้งสองนั้น แม้ไม่มีอยู่โดยปรมัตถ์เพราะเป็นเพียงความเป็นไปของ
44,0035,005,สภาวธรรม ก็ปรากฏโดยภาวะแห่งอาธาระ. เพราะธรรมที่เป็นไปในขณะ
44,0035,006,นั้นไม่มีในกาลก่อนและอื่นจากนั้น เหมือนประโยคมีอาทิว่า <B>ปุพฺพณฺเห
44,0035,007,ชาโต</B> (เกิดเวลาเช้า) <B>สายณฺเห ชาโต</B> (เกิดเวลาเย็น) อรรถว่า สมุหะ
44,0035,008,พ้นจากส่วนประกอบแม้ไม่มีอยู่โดยปรมัตถ์ ก็ย่อมปรากฏโดยภาวะแห่ง
44,0035,009,อาธาระของส่วนประกอบทั้งหลาย โดยรูปสำเร็จเพียงความดำริ เหมือน
44,0035,010,ในประโยคมีอาทิว่า กิ่งที่ต้นไม้ ข้าวเหนียวตั้งขึ้นที่กองข้าวเหนียว. กุศล-
44,0035,011,จิตฝ่ายกามาวจร ย่อมเกิดในกาลใดและกลุ่มธรรมใด แม้สัมปยุตธรรม
44,0035,012,มีผัสสะเป็นต้น ย่อมมีในกาลนั้นและกลุ่มธรรมนั้นนั่นแหละ. ในข้อนั้น
44,0035,013,มีอธิบายเพียงเท่านี้ . อนึ่ง ภาวธรรมมีผัสสะเป็นต้น ที่กล่าวไว้ใน
44,0035,014,อภิธรรมนั้น ท่านกำหนดด้วยภาวะแห่งสมยศัพท์ กล่าวคือ ขณะ
44,0035,015,<B>สมวายะ และเหตุ.</B> เหมือนอย่างว่า ท่านกำหนดกิริยาไปด้วยการกระ
44,0035,016,ทำการรีดน้ำนมโค ในคำว่า เมื่อแม่โคถูกรีดน้ำนมแล้ว นายโคบาลก็ไป
44,0035,017,เมื่อแม่โคมีน้ำนม นายโคบาลก็มานี้ฉันใด แม้ในพระอภิธรรมนี้ก็ฉันนั้น
44,0035,018,เมื่อกล่าวว่า <B>ยสฺมึ สมเย</B> เป็นอัน เข้าใจเนื้อความดังนี้ว่า สำหรับปรมัตถ์
44,0035,019,จะเว้นสัตว์ก็ไม่ได้ จะไม่มีสัตว์ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น สมยศัพท์
44,0035,020,ท่านกำหนดกิริยาคืออุปาทขณะแห่งจิต และกิริยาคือการเสวยสภาวธรรม
44,0035,021,มีผัสสะเป็นต้น โดยมิใช่กิริยาแห่งสัตว์. อนึ่ง เมื่อสมัยใด เมื่อขณะที่ ๙
44,0035,022,ใด เมื่อเหตุมีโยนิโสมนสิการเป็นต้นใด หรือเมื่อความพรั่งพร้อมแห่ง