Book,Page,LineNumber,Text
20,0026,001,ชื่อว่า ปรปริตาปนานุโยคํ. บทว่า ทิฏฺเว ธมฺเม คือในอัตภาพนี้แหละ.
20,0026,002,บทว่า นิจฺฉาโต ไม่มีความหิว ตัณหาท่านเรียกว่า ฉาต. ชื่อว่า นิจฺฉาโต
20,0026,003,เพราะไม่มีความอยาก. ชื่อว่า นิพฺพุโต เพราะดับกิเลสได้ทั้งหมด. ชื่อว่า
20,0026,004,สีติภูโต เพราะเป็นผู้เย็นเพราะไม่มีกิเลสอันทำให้เดือดร้อนในภายใน. ชื่อว่า
20,0026,005,สุขปฏิสํเวที เพราะเสวยสุขเกิดแต่ฌานมรรคผลและนิพพาน. บทว่า พฺรหฺม-
20,0026,006,ภูเตน อตฺตนา มีตนเป็นดังพรหมคือมีตนประเสริฐ.
20,0026,007,บทว่า จิตฺตํ อาราเธติ ยังจิตให้ยินดี คือยังจิตให้ถึงพร้อม ให้
20,0026,008,บริบูรณ์. อธิบายว่า ให้เลื่อมใส. บทว่า ทุกฺขปฏิกฺกูลํ เกลียดทุกข์ คือ
20,0026,009,ทุกข์เป็นสิ่งน่าเกลียดตั้งอยู่ในความเป็นข้าศึก. อธิบายว่า ไม่ปรารถนาทุกข์.
20,0026,010,ในบทว่า ปณฺฑิโต นี้ ไม่ควรกล่าวว่าเป็นบัณฑิตด้วยเหตุ ๔ ประ-
20,0026,011,การ. แต่ควรกล่าวว่าเป็นบัณฑิตเพราะทำกรรมใน สติปัฏฐาน แม้บทนี้ว่า
20,0026,012,มหาปญฺโ ก็ไม่ควรกล่าวด้วยลักษณะของมหาปัญญาด้วยบทมีอาทิว่า
20,0026,013,มหนฺเต อตฺเถ ปริคณฺหติ ถือเอาประโยชน์ใหญ่. แต่ควรกล่าวว่าเป็นผู้มี
20,0026,014,ปัญญามากเพราะประกอบด้วยปัญญากำหนดถือเอา สติปัฏฐาน. บทว่า มหตา
20,0026,015,อตฺเถน สํยุตฺโต อภวิสฺส เขาจักเป็นผู้ประกอบด้วยประโยชน์ใหญ่ คือพึง
20,0026,016,เป็นผู้ประกอบ เป็นผู้ถึงด้วยประโยชน์ใหญ่ ความว่า พึงบรรลุโสดาปัตติผล.
20,0026,017,ถามว่า ก็แม้เมื่อตั้งอยู่เฉพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จะมี
20,0026,018,อันตรายแก่มรรคผลหรือ. ตอบว่า มีซิ. แต่มิได้มีเพราะอาศัยพระพุทธเจ้า
20,0026,019,ทั้งหลาย. โดยที่แท้ย่อมมีได้เพราะความเสื่อมของกิริยาหรือเพราะปาปมิตร. ใน
20,0026,020,อันตรายทั้งสองนั้น ชื่อว่าย่อมมีเพราะความเสื่อมของกิริยาดังต่อไปนี้. หากว่า
20,0026,021,พระธรรมเสนาบดีรู้อัธยาศัยของธนัญชานิยพราหมณ์แล้ว ได้แสดงธรรม
20,0026,022,พราหมณ์นั้นจักได้เป็นพระโสดาบัน. อย่างนี้ชื่อว่าย่อมมีเพราะความเสื่อมแห่ง