Buckets:
คำถามท้ายบท
ทดสอบความรู้ที่คุณได้เรียนมาจากบทนี้กัน!
1. ใน emotion dataset ซึ่งได้รวบรวมข้อความ Twitter ที่มีการ labeled ว่าแต่ละข้อความนั้นเป็นข้อความที่มีอารมณ์แบบใด ลองค้นข้อมูลดูจาก Hubและอ่าน dataset card ดูแล้วตอบว่า ข้อใดไม่ใช่หนึ่งในอารมณ์พื้นฐานของ dataset นี้?
<Question choices={[ { text: "Joy", explain: "ลองอีกครั้ง — อารมณ์นี้มีอยู่ใน dataset นะ!" }, { text: "Love", explain: "ลองอีกครั้ง — อารมณ์นี้มีอยู่ใน dataset นะ!" }, { text: "Confusion", explain: "ถูกต้อง! Confusion ไม่ได้เป็นหนึ่งในหกอารมณ์พื้นฐาน", correct: true }, { text: "Surprise", explain: "Surprise! ยังไม่ถูกนะ ลองใหม่อีกครั้ง!" } ]} />
2. ลองหาข้อมูล ar_sarcasm dataset ใน Hub ดูว่ามันสามารถทำ Task อะไรได้บ้าง?
<Question choices={[ { text: "Sentiment classification (การจำแนกอารมณ์ของข้อความ)", explain: "ถูกต้องเลย! ดีนะที่อ่าน tags.", correct: true }, { text: "Machine translation (การแปลภาษา)", explain: "ยังไม่ถูกนะ — ลองดูข้อมูลใหม่อีกครั้งที่ dataset card!" }, { text: "Named entity recognition (การจำแนกหน่วยย่อยของประโยค)", explain: "ยังไม่ถูกนะ — ลองดูข้อมูลใหม่อีกครั้งที่ dataset card!" }, { text: "Question answering (การตอบคำถาม)", explain: "ตอบคำถามได้ดีแต่ยังไม่ถูกนะ ลองใหม่อีกครั้ง!" } ]} />
3. โมเดล BERT ต้องการข้อมูลนำเข้า เป็นคู่ประโยคในลักษณะใด?
<Question
choices={[
{
text: "Tokens_of_sentence_1 [SEP] Tokens_of_sentence_2",
explain: "คุณต้องใส่ Token พิเศษชื่อ [SEP] เพื่อแยกระหว่างคู่ประโยคด้วย แต่แค่นี้ยังไม่ครบถ้วนนะ!"
},
{
text: "[CLS] Tokens_of_sentence_1 Tokens_of_sentence_2",
explain: "คุณต้องใส่ Token พิเศษชื่อ [CLS] ไว้ที่ต้นประโยคแรกด้วย แต่แค่นี้ยังไม่ครบถ้วนนะ!"
},
{
text: "[CLS] Tokens_of_sentence_1 [SEP] Tokens_of_sentence_2 [SEP]",
explain: "ถูกต้อง!",
correct: true
},
{
text: "[CLS] Tokens_of_sentence_1 [SEP] Tokens_of_sentence_2",
explain: "คุณต้องใส่ Token พิเศษชื่อ [CLS] ไว้ที่ต้นประโยคแรก รวมถึง Token พิเศษชื่อ [SEP] เพื่อแยกระหว่างคู่ประโยค แต่แค่นี้ยังไม่ครบถ้วนนะ!"
}
]}
/>
{#if fw === 'pt'}
4. ข้อใดเป็นประโยชน์ที่ได้จากการใช้เมธอด Dataset.map()?
<Question choices={[ { text: "มีการเก็บผลลัพธ์ของฟังก์ชั่นไว้ใน cache ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มเติมหากมีการรันโค้ดใหม่", explain: "นั่นเป็นหนึ่งในประโยชน์ของเมธอดนี้จริง ๆ ด้วย! แต่มันไม่ได้มีประโยชน์แค่ข้อนี้ข้อเดียวนะ...", correct: true }, { text: "มันสามารถใช้ multiprocessing ทำให้ประมวลผลได้เร็วกว่าการใช้ฟังก์ชั่นกับ element แต่ละตัวใน dataset", explain: "นั่นก็เป็นหนึ่งในประโยชน์ของเมธอดนี้ แต่มันไม่ได้มีประโยชน์แค่ข้อนี้ข้อเดียวนะ..", correct: true }, { text: "มันไม่ได้โหลดเอา dataset ทั้งหมดเข้าไปใน memory แต่จะบันทึกผลลัพธ์เมื่อประมวลผล element แต่ละตัวเสร็จ", explain: "นั่นก็เป็นหนึ่งในประโยชน์ของเมธอดนี้ แต่มันยังมีประโยชน์ด้านอื่นด้วยนะ!", correct: true }, ]} />
5. dynamic padding หมายถึงอะไร?
<Question choices={[ { text: "หมายถึงการเติมข้อมูลในแต่ละ batch ให้เท่ากับข้อมูลที่ยาวที่สุดใน dataset", explain: "มันมีการเติมข้อมูลในแต่ละ batch นะ แต่ไม่ได้เติมให้เท่ากับข้อมูลที่ยาวที่สุดใน dataset" }, { text: "หมายถึงการเติมข้อมูลในแต่ละ batch ให้เท่ากับข้อมูลที่ยาวที่สุดใน batch นั้น", explain: "ถูกต้อง! คำว่า "dynamic" มีที่มาจากการที่ขนาดของแต่ละ batch นั้นมีความแตกต่างกันและถูกกำหนดเมื่อสร้างแต่ละ batch", correct: true }, { text: "หมายถึงการเติมข้อมูลเพื่อให้แต่ละประโยคมีจำนวน token เท่ากับประโยคก่อนหน้าใน dataset.", explain: "นั่นไม่ถูกต้องนะ และมันก็ไม่สมเหตุสมผลที่จะไปดูข้อมูลของประโยคก่อนหน้า เพราะเราจะมีการ shuffle ข้อมูลระหว่างการเทรนโมเดลด้วย" }, ]} />
6. ข้อใดคือหน้าที่ของฟังก์ชั่น collate?
<Question
choices={[
{
text: "เพื่อทำให้มั่นใจว่าทุก sequences ใน dataset มีความยาวเท่ากัน",
explain: "ฟังก์ชั่น collate นั้นมีการจัดการเพียงในแต่ละ batch ไม่ได้จัดการทั้ง dataset นอกจากนี้เรากำลังพูดถึงฟังก์ชั่น collate ทั่ว ๆ ไป ไม่ได้เจาะจงถึง DataCollatorWithPadding"
},
{
text: "เพื่อเก็บข้อมูลเข้ามาทำเป็น batch อย่างเหมาะสม",
explain: "ถูกต้อง! คุณสามารถใส่ฟังก์ชั่น collate เป็นอากิวเมนต์ของ DataLoader เราได้ใช้ฟังก์ชั่น DataCollatorWithPadding ในการเติมข้อมูลทุกตัวใน batch ให้มีความยาวเท่ากัน",
correct: true
},
{
text: "เพื่อประมวลผลข้อมูลทั้ง dataset.",
explain: "นั่นเป็นหน้าที่ของฟังก์ชั่นประมวลผล (preprocessing) ไม่ใช่หน้าที่ของฟังก์ชั่น collate"
},
{
text: "เพื่อตัด sequences ทุกตัวใน dataset.",
explain: "ฟังก์ชั่น collate นั้นมีการจัดการเพียงในแต่ละ batch ไม่ได้จัดการทั้ง dataset และถ้าคุณต้องการตัด (truncating) คุณสามารถใช้อากิวเมนต์ truncate ของ tokenizer."
}
]}
/>
7. จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณสร้างออพเจ็กต์ของคลาส AutoModelForXxx ตัวหนึ่งซึ่งมี pretrained language model (เช่น bert-base-uncased) เพื่อนำไปทำ task ที่แตกต่างไปจาก task ที่เคยเทรนไว้?
<Question
choices={[
{
text: "ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คุณจะได้รับข้อความ warning",
explain: "คุณจะได้ข้อความ warning แต่มันไม่ใช่แค่นั้นนะ!"
},
{
text: "head ของ pretrained model จะถูกตัดทิ้งไป และจะมีการสร้าง head ใหม่ให้เหมาะสมกับ task นั้นขึ้นมาแทนที่",
explain: "ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราใช้ AutoModelForSequenceClassification กับ bert-base-uncased เราจะได้ข้อความ warnings เพราะ pretrained head นั้นไม่ใช้ในการทำ sequence classification มันจึงถูกตัดทิ้งและมีการสร้าง head ใหม่ขึ้นมาแทน โดยกำหนดค่า weights ขึ้นแบบสุ่ม",
correct: true
},
{
text: "head ของ pretrained model จะถูกตัดทิ้งไป",
explain: "ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องเกิดขึ้นด้วย ลองใหม่อีกครั้งนะ!"
},
{
text: "ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เนื่องจากเราสามารถ fine tune โมเดลให้ทำ task ที่ต่างออกไปได้",
explain: "head ของ pretrained model ไม่ได้ถูกเทรนมาให้ทำ task นี้ เราจึงต้องตัดมันทิ้งไป!"
}
]}
/>
8. ข้อใดคือหน้าที่ของ TrainingArguments?
<Question
choices={[
{
text: "เพื่อเก็บ hyperparameters ทุกตัวที่ใช้ในการเทรนและประเมินผลโมเดลด้วย Trainer",
explain: "ถูกต้อง!",
correct: true
},
{
text: "เพื่อกำหนดขนาดของโมเดล",
explain: "ขนาดของโมเดลนั้นจะถูกกำหนดโดย model configuration ไม่ใช่ TrainingArguments"
},
{
text: "เพื่อเก็บ hyperparameters ที่ใช้ในการประเมินผลโมเดล",
explain: "ในตัวอย่างเราได้กำหนดว่าจะเก็บโมเดลและ checkpoints ไว้ที่ไหนด้วย ลองใหม่อีกครั้ง!"
},
{
text: "เพื่อเก็บ hyperparameters ที่ใช้ในการเทรนโมเดล",
explain: "ในตัวอย่างเราได้ใช้ evaluation_strategy ด้วย มันจึงส่งผลต่อการประเมินผลโมเดลด้วย ลองใหม่อีกครั้ง!"
}
]}
/>
9. ทำไมคุณจึงควรใช้ไลบรารี่ 🤗 Accelerate?
<Question
choices={[
{
text: "เพื่อเรียกใช้โมเดลที่ทำงานได้เร็วกว่า",
explain: "ไม่ใช่นะ ไลบรารี่ 🤗 Accelerate ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับโมเดลเลย"
},
{
text: "มันมี high-level API ให้ใช้ ฉันจึงไม่ต้องเขียนลูปในการเทรนเอง",
explain: "ขั้นตอนนั้นเป็นการเรียกใช้ Trainer ไม่ใช่ไลบรารี่ 🤗 Accelerate ลองใหม่อีกครั้ง!"
},
{
text: "ช่วยให้ลูปในการเทรนของคุณใช้การได้กับ distributed setup",
explain: "ถูกต้อง! การใช้ 🤗 Accelerate จะช่วยให้ลูปในการเทรนของคุณใช้การได้เมื่อต้องเทรนด้วย GPUs หรือ TPUs หลาย ๆ ตัว",
correct: true
},
{
text: "มันมีฟังก์ชั่น optimization ให้เลือกใช้มากกว่า",
explain: "ไม่ใช่นะ ไลบรารี่ 🤗 Accelerate ไม่มีฟังก์ชั่น optimization เลย"
}
]}
/>
{:else}
4. จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณสร้างออพเจ็กต์ของคลาส AutoModelForXxx ตัวหนึ่งซึ่งมี pretrained language model (เช่น bert-base-uncased) เพื่อนำไปทำ task ที่แตกต่างไปจาก task ที่เคยเทรนไว้?
<Question
choices={[
{
text: "ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คุณจะได้รับข้อความ warning",
explain: "คุณจะได้ข้อความ warning แต่มันไม่ใช่แค่นั้นนะ!"
},
{
text: "head ของ pretrained model จะถูกตัดทิ้งไป และจะมีการสร้าง head ใหม่ให้เหมาะสมกับ task นั้นขึ้นมาแทนที่",
explain: "ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราใช้ AutoModelForSequenceClassification กับ bert-base-uncased เราจะได้ข้อความ warnings เพราะ pretrained head นั้นไม่ใช้ในการทำ sequence classification มันจึงถูกตัดทิ้งและมีการสร้าง head ใหม่ขึ้นมาแทน โดยกำหนดค่า weights ขึ้นแบบสุ่ม",
correct: true
},
{
text: "head ของ pretrained model จะถูกตัดทิ้งไป",
explain: "ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องเกิดขึ้นด้วย ลองใหม่อีกครั้งนะ!"
},
{
text: "ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เนื่องจากเราสามารถ fine tune โมเดลให้ทำ task ที่ต่างออกไปได้",
explain: "head ของ pretrained model ไม่ได้ถูกเทรนมาให้ทำ task นี้ เราจึงต้องตัดมันทิ้งไป!"
}
]}
/>
5. โมเดล TensorFlow จาก transformers นั้นเป็นโมเดล Keras อยู่แล้ว การที่เป็นแบบนี้นั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง?
<Question
choices={[
{
text: "โมเดลจะทำงานกับ TPU ได้เลยทันที",
explain: "เกือบแล้ว! มันยังต้องปรับแก้อีกเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น คุณจะต้องรันทุกอย่างใน TPUStrategy scope รวมถึงการ initialize โมเดลด้วย"
},
{
text: "คุณสามารถใช้ประโยชน์จากเมธอดที่มีอยู่แล้วอย่างเช่น compile(), fit() และ predict()",
explain: "ถูกต้อง! เมื่อคุณมีข้อมูล การเทรนก็ไม่ยาก แค่ต้องทำงานเพิ่มอีกนิดเดียวเท่านั้น",
correct: true
},
{
text: "คุณจะได้เรียนวิธีใช้ Keras และ transformers.",
explain: "ก็ถูกนะ แต่เราอยากได้คำตอบอื่น :)",
correct: true
},
{
text: "คุณจะสามารถคำนวณ metrics ที่เกี่ยวข้องกับ dataset ได้โดยง่าย",
explain: "Keras นั้นช่วยในการเทรนและประเมินผลโมเดล แต่ไม่ได้ช่วยคำนวณ metrics ที่เกี่ยวข้องกับ dataset"
}
]}
/>
6. คุณสามารถสร้าง metric ของคุณเองได้อย่างไร?
<Question
choices={[
{
text: "โดยการสร้างคลาสย่อยของ tf.keras.metrics.Metric.",
explain: "เยี่ยมเลย!",
correct: true
},
{
text: "ใช้ Keras functional API.",
explain: "ลองใหม่อีกครั้ง!"
},
{
text: "โดยการใช้ callable ด้วย signature metric_fn(y_true, y_pred).",
explain: "ถูกต้อง!",
correct: true
},
{
text: "ใช้ google ค้นหาวิธี",
explain: "นั่นไม่ใช่คำตอบที่เราต้องการนะ แต่มันก็น่าจะช่วยคุณหาวิธีได้จริง ๆ",
correct: true
}
]}
/>
{/if}
Xet Storage Details
- Size:
- 20.2 kB
- Xet hash:
- dad1af208ebe69cb24c8d3642c84829bc36751855d7097681a5b2a708c239a91
Xet efficiently stores files, intelligently splitting them into unique chunks and accelerating uploads and downloads. More info.