Buckets:

rtrm's picture
|
download
raw
16 kB

คำถามท้ายบท

บทนี้พูดถึงพื้นฐานค่อนข้างเยอะมาก ไม่ต้องกังวลไปหากคุณไม่เข้าใจรายละเอียดทั้งหมด บทหน้าจะช่วยอธิบายว่าแต่ละอย่างทำงานกันเบื้องหลังอย่างไร

ตอนนี้มาทดสอบกันดีกว่าว่าคุณได้เรียนรู้อะไรมาบ้างในบทนี้!

1. เปิดหา checkpoint roberta-large-mnli ใน Hub โมเดลนี้ใช้ในงานอะไร

<Question choices={[ { text: "การสรุปความ", explain: "โปรดดูที่<a href="https://huggingface.co/roberta-large-mnli\">หน้าเพจ roberta-large-mnliอีกครั้ง" }, { text: "การแยกแยะข้อความ", explain: "โมเดลนี้แยกแยะว่าประโยคสองประโยคนั้นเข้าข่ายกรณีใดดังต่อไปนี้ (หักล้างกัน, กลาง, ส่งเสริมกัน) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าการอนุมาน", correct: true }, { text: "การสร้างข้อความ", explain: "โปรดดูที่<a href="https://huggingface.co/roberta-large-mnli\">หน้าเพจ roberta-large-mnliอีกครั้ง" } ]} />

2. โค้ดต่อไปนี้ให้ผลลัพธ์ว่าอย่างไร?

from transformers import pipeline

ner = pipeline("ner", grouped_entities=True)
ner("My name is Sylvain and I work at Hugging Face in Brooklyn.")

<Question choices={[ { text: "ได้ผลออกมาเป็นคะแนนระบุว่าประโยคดังกล่าวเป็นข้อความ "ด้านบวก" หรือ "ด้านลบ" ", explain: "ข้อนี้ผิด — ผลลัพธ์นี้ได้จาก pipeline sentiment-analysis" }, { text: "ได้ผลออกมาเป็นข้อความที่ทำให้ประโยคสมบูรณ์", explain: "ข้อนี้ผิด — ผลลัพธ์นี้ได้จาก pipeline text-generation", }, { text: "ได้ผลออกมาระบุว่าคำใดเป็นบุคคล, องค์กร, หรือสถานที่", explain: "หากตั้งค่าว่า grouped_entities=True จะสามารถรวมคำหลายคำที่ระบุสิ่งเดียวกันไว้ได้ เช่น "Hugging Face" ประกอบด้วยคำสองคำ แต่ระบุถึงสิ่งสิ่งเดียว", correct: true } ]} />

3. เราควรแทนค่า ... ในโค้ดด้านล่างว่าอะไร?

from transformers import pipeline

filler = pipeline("fill-mask", model="bert-base-cased")
result = filler("...")

<Question choices={[ { text: "This <mask> has been waiting for you.", explain: "ข้อนี้ผิด โปรดดูรายละเอียดของโมเดล bert-base-cased แล้วลองตรวจสอบว่าทำผิดตรงไหนไป" }, { text: "This [MASK] has been waiting for you.", explain: "ถูกต้อง! โมเดลนี้ เว้นช่องว่างด้วยโทเคน [MASK]", correct: true }, { text: "This man has been waiting for you.", explain: "ข้อนี้ผิด pipeline ระบุว่าทำงาน fill-mask ซึ่งก็คือการเติมคำในช่องว่าง แต่ไม่มีโทเคนใดระบุช่องว่างในประโยคเลย" } ]} />

4. ทำไมโค้ดด้านล่างรันไม่ออก?

from transformers import pipeline

classifier = pipeline("zero-shot-classification")
result = classifier("This is a course about the Transformers library")

<Question choices={[ { text: "pipline นี้ต้องการระบุ label เพื่อใช้ในการแยกแยะประโยค", explain: "ถูกต้อง โค้ดที่รันออกจะต้องเพิ่ม candidate_labels=[...] เข้าไปด้วย", correct: true }, { text: "pipeline นี้ต้องการประโยค input มากกว่าหนึ่งประโยค", explain: "ข้อนี้ผิด ถึงแม้ว่าความจริงแล้วจะสามารถใส่ประโยคหลายประโยคเป็น list เข้าไปเป็น input เพื่อรันได้(เหมือน pipeline อื่น ๆ)" }, { text: "library 🤗 Transformers พังแบบงง ๆ เหมือนทุกทีน่ะแหละ", explain: "ขออนุญาตงดแสดงความคิดเห็นกับคนเลือกข้อนี้นะ" }, { text: "pipeline นี้ต้องการประโยค input ที่ยาวกว่านี้ ประโยคนี้สั้นเกินไป", explain: "ข้อนี้ผิด และหากใส่ประโยคที่ยาวเกินไปใน pipeline นี้ก็จะโดนตัดให้สั้นลงอยู่ดี" } ]} />

5. "transfer learning" (การเรียนรู้แบบส่งต่อ) หมายความว่าอย่างไร?

<Question choices={[ { text: "ส่งต่อความรู้จาก pretrain model ไปยังโมเดลใหม่โดยเทรนกับข้อมูลเดิม", explain: "ข้อนี้ผิด หากทำแบบนี้ก็จะเป็นการสร้างโมเดลเดิมสองครั้ง" }, { text: "ส่งต่อความรู้จาก pretrain model ไปยังโมเดลใหม่โดยโมเดลใหม่นี้จะเริ่มต้นการเทรนจาก weight ของโมเดลแรก", explain: "ถูกต้อง พอเราเริ่มเทรนโมเดลกับงานใหม่ ความรู้จะถูก*ส่งต่อ*มาจากจากโมเดลแรก", correct: true }, { text: "ส่งต่อความรู้จาก pretrain model ไปยังโมเดลใหม่โดยสร้างโมเดลใหม่ด้วยสถาปัตยกรรมเดียวกับโมเดลแรก", explain: "สถาปัตยกรรมเป็นเพียงวิธีการสร้างโมเดล ไม่มีความรู้ใด ๆ รวมอยู่ข้างใน" } ]} />

6. ประโยคต่อไปนี้ถูกหรือผิด? โมเดลบริบทภาษาเป็นการเทรนล่วงหน้าที่ไม่ต้องการ label ในการเทรน

<Question choices={[ { text: "ถูก", explain: "การเทรนล่วงหน้านั้นส่วนใหญ่จะเป็นการ self-supervise นั่นคือ label จะถูกสร้างขึ้นอัตโนมัติจาก input เอง (เช่นการทำนายคำต่อไปในข้อความ หรือเติมคำในช่องว่าง)", correct: true }, { text: "ผิด", explain: "คำตอบนี้ผิด" } ]} />

7. โปรดเลือกประโยคที่อธิบายคำว่า "model", "architecture" และ "weight" ได้อย่างถูกต้อง"

<Question choices={[ { text: "หากเปรียบ model เป็นตึก architecture ก็เป็นแผนผัง และ weight ก็เป็นผู้คนด้านใน", explain: "หากเทียบตามคำเปรียบเปรยนี้ weight ควรจะเป็นอิฐหรือวัสดุอื่น ๆ ในการสร้างตึกมากกว่า" }, { text: "หากเปรียบ architecture เป็นแผนที่ในการสร้าง model ค่า weight แต่ละค่าก็เป็นเหมือนเมืองต่าง ๆ ในแผนที่", explain: "ข้อนี้เปรียบเทียบได้ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ เพราะว่าจะมีเพียงเมืองเดียวที่อยู่บนแผนที่ที่ตำแหน่งเดียวกัน (ตัวอย่างเช่น มีเมืองเพียงเมืองเดียวในฝรั่งเศสที่ชื่อปารีส) สำหรับ architecture ใด ๆ ค่าชุด weight สามารถตั้งค่าหลากหลายแตกต่างกันได้" }, { text: "architecture คือฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการสร้าง model โดย weight ก็คือค่าคงที่ที่ใช้ในฟังก์ชันเหล่านั้น", explain: "ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ชุดเดิม (architecture) สามารถใช้ในการสร้าง model ต่าง ๆ กันได้โดยใช้ค่าคงที่ (weight) ที่แตกต่างกัน", correct: true } ]} />

8. โมเดลใดต่อไปนี้เหมาะสมในการใช้สำหรับงานสร้างคำที่หายไปในประโยค?

<Question choices={[ { text: "โมเดล encoder", explain: "โมเดล encoder สร้างตัวแทนของประโยคทั้งประโยค เหมาะสำหรับงานเช่น การแยกแยะประเภทของประโยค" }, { text: "โมเดล decoder", explain: "โมเดล decoder เหมาะสำหรับงานสร้างคำที่หายไปจากข้อความในประโยคมากที่สุด", correct: true }, { text: "โมเดล sequence-to-sequence", explain: "โมเดล sequence-to-sequence เหมาะสำหรับงานที่ต้องการสร้างประโยคที่มีความสัมพันธ์กับประโยคที่ใส่เข้ามา ไม่ใช่แค่คำบางคำจากในประโยค" } ]} />

9. โมเดลประเภทใดต่อไปนี้เหมาะสำหรับงานในการสรุปความ?

<Question choices={[ { text: "โมเดล encoder", explain: "โมเดล encoder สร้างตัวแทนของประโยคทั้งประโยค เหมาะสำหรับงานเช่น การแยกแยะประเภทของประโยค" }, { text: "โมเดล decoder", explain: "โมเดล decoder สามารถใช้ในการสร้างข้อความได้ (เช่น ข้อความสรุป) แต่โมเดลนี้ไม่สามารถเข้าใจข้อความทั้งหมดเพื่อทำการสรุปได้" }, { text: "โมเดล sequence-to-sequence", explain: "โมเดล sequence-to-sequence เหมาะสำหรับงานสรุปความที่สุด", correct: true } ]} />

10. โมเดลประเภทใดต่อไปนี้เหมาะสำหรับงานในการแยกแยะประเภทประโยคตาม label ที่กำหนดให้?

<Question choices={[ { text: "โมเดล encoder", explain: "โมเดล encoder สร้างตัวแทนของประโยคทั้งประโยค เหมาะสำหรับงานเช่น การแยกแยะประเภทของประโยคแบบนี้ที่สุด", correct: true }, { text: "โมเดล decoder", explain: "โมเดล decoder เหมาะสำหรับงานในการสร้างข้อความ ไม่เหมาะสำหรับการสกัด label ออกจากประโยคแบบนี้" }, { text: "โมเดล sequence-to-sequence", explain: "โมเดล sequence-to-sequence เหมาะสำหรับงานที่คุณต้องการสร้างข้อความจากประโยค input ไม่ใช่จาก label", } ]} />

11. อคติของโมเดลสามารถเกิดได้จากข้อใดต่อไปนี้ได้บ้าง?

<Question choices={[ { text: "fine-tune โมเดลมาจากโมเดล pretrain ทำให้โมเดลที่ fine-tune นั้นรับอคติมาจากโมเดล pretrain", explain: "เมื่อคุณใช้งาน transfer learning อคติจากโมเดล pretrain จะส่งต่อไปยังโมเดลที่ fine-tune", correct: true }, { text: "ข้อมูลที่ใช้เทรนโมเดลเป็นข้อมูลที่มีอคติปนอยู่", explain: "ข้อนี้เป็นแหล่งกำเนิดอคติที่ชัดที่สุด แต่ว่าไม่ได้มีข้อนี้ข้อเดียว", correct: true }, { text: "metric ที่ใช้วัดระหว่างการ optimize มีอคติปนอยู่", explain: "ข้อนี้อาจดูไม่เหมือนว่าจะทำให้เกิดอคติในโมเดล แต่ว่าโมเดลของคุณจะปรับปรุงตัวเองไปเรื่อย ๆ ระหว่างเทรนตาม metric ที่เราเลือกโดยไม่มีการคิดซ้ำอีกครั้ง", correct: true } ]} />

Xet Storage Details

Size:
16 kB
·
Xet hash:
ebae941637ebf83a1a4f9fec516824ed90f1df28abceb0cd538eb61a480f8f71

Xet efficiently stores files, intelligently splitting them into unique chunks and accelerating uploads and downloads. More info.