inputs
stringlengths
30
4.09k
targets
stringlengths
1
2.05k
language
stringclasses
1 value
split
stringclasses
3 values
template
stringclasses
36 values
dataset
stringclasses
4 values
config
stringclasses
2 values
I wonder คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้งขึ้นเมื่อใด?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Article: คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการไทยระดับคณะวิชา สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นคณะที่เปิดสอนด้านวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน แห่งแรกของประเทศไทย หรือที่เรียกทั่วไปภายหลังเรียกว่า "นิเทศศาสตร์" ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสมาคมวารสารศาสตร์แห่งประเทศไทยด้วย คณะวารสารศาสตร์ฯ ยังเป็นหนึ่งในคณะที่มีคะแนนแอดมิดชั้นกลางและอัตราส่วนการแข่งขันสูงสุดที่ในประเทศไทยโดยรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีคะแนนสอบแอดมิชชั่นทั้งประเทศสูงสุด 1 ใน 10 ของประเทศทุกๆปี (โดยปี 2559 รับนักเรียนที่มีคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศ) ปัจจุบันคณะวารสารฯมุ่งพันธกิจอันเป็นสถาบันชั้นนำของประเทศ ที่ผลิตบุคลากร แถวหน้าเพื่อยกระดับวิชาชีพและวิชาการด้านสื่อสารมวลชนทั้งแวดวงสื่ออิสระและสื่อกระแสหลัก ประวัติคณะ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดสอนวิชาการด้านสื่อสารมวลชนในระดับปริญญาตรี หรือทั่วไปภายหลังเรียกว่านิเทศศาสตร์ โดยแรกเริ่มนั้น เกิดขึ้นในฐานะแผนกวารสารศาสตร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดสอนวิชาการสาขาวารสารศาสตร์ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2497 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 71 ตอนที่ 11 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497) มีหลักการและเหตุผลโดยย่อว่า เพื่อส่งเสริมการศึกษาในด้านการสังคมสงเคราะห์และวารสารศาสตร์ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2495 และมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2497 สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้ตราข้อบังคับให้แบ่งแยกแผนกวิชาภายในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ออกเป็น 2 แผนก คือ แผนกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และแผนกวารสารศาสตร์ ให้เปิดการศึกษาวิชาทั้งสองแผนกดังกล่าวตั้งแต่ปีการศึกษา พ.ศ. 2497 (ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการแบ่งแยกแผนกวิชาภายในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ พ.ศ. 2497 ประกาศ ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497) โดยกำหนดเรียกชื่อปริญญาและอักษรย่อไว้ดังต่อไปนี้ ผู้ที่สอบไล่ได้ครบทุกลักษณะวิชาตามหลักสูตรในแผนกวิชาวารสารศาสตร์ จะได้รับปริญญาดังต่อไปนี้ ผู้ได้ปริญญาตรี เรียกว่า...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้งขึ้นเมื่อใด?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Article: คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการไทยระดับคณะวิชา สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นคณะวิชาที่จัดตั้งขึ้นเป็นอันดับ 5 ของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2497 เปิดสอนในหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นคณะแรกในประเทศไทยที่มีการเริ่มสอนวิชาสังคมสงเคราะห์แก่ประชาชน ความเป็นมาและปัจจุบัน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 11 มกราคม 2497 และได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2497 โดยมีหลักการและเหตุผลว่า เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐอันเกี่ยวกับการประชาสงเคราะห์และการประกัน สังคม และเพื่อส่งเสริมมาตรฐานการศึกษาในด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ การประกันสังคม และการประชาสัมพันธ์ อันเป็นวิทยาศาสตร์ทางสังคม ให้เทียบเท่ามหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ดังนั้น คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จึงถือเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันสถาปนาคณะนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ระยะแรก การศึกษาของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 แผนกวิชาคือ แผนกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และแผนกวารสารศาสตร์ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาจัด ตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2508 เพิ่มแผนกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ขึ้นมาอีกแผนกหนึ่ง เมื่อระยะเวลาผ่านไป การศึกษาแต่ละแผนกวิชา ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นโดยลำดับ แผนกวารสารศาสตร์ จึงได้แยกไปตั้งเป็นแผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เมื่อ พ.ศ. 2513 และยกฐานะเป็นคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เมื่อ พ.ศ. 2522 ส่วนแผนกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้แยกไปตั้งเป็นแผนกอิสระสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เมื่อ พ.ศ. 2520 และยกฐานะเป็นคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เมื่อ พ.ศ. 2527 แม้ว่าแผนกวารสารศาสตร์ และแผนกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จะแยกไปตั้งเป็นแผนกอิสระและยกฐานะเป็นคณะแล้วก็ตาม คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ก็ยังพัฒนางานทางด้านบริการการศึกษา บริการทางวิชาการและบริการสังคมด้วยดีมาเป็นลำดับ และใน พ.ศ. 2537 ได้มีประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ 5) ให้แบ่งส่วนราชการในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ออกเป็น 3 ส่วน คือ สำนักงานเลขานุการ ภาควิชาการพัฒนาชุมชน...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีจำนวนนักศึกษาเท่าไหร่ในปีพ.ศ.2550?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Article: คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการไทยระดับคณะวิชา สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นคณะที่เปิดสอนด้านวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน แห่งแรกของประเทศไทย หรือที่เรียกทั่วไปภายหลังเรียกว่า "นิเทศศาสตร์" ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสมาคมวารสารศาสตร์แห่งประเทศไทยด้วย คณะวารสารศาสตร์ฯ ยังเป็นหนึ่งในคณะที่มีคะแนนแอดมิดชั้นกลางและอัตราส่วนการแข่งขันสูงสุดที่ในประเทศไทยโดยรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีคะแนนสอบแอดมิชชั่นทั้งประเทศสูงสุด 1 ใน 10 ของประเทศทุกๆปี (โดยปี 2559 รับนักเรียนที่มีคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศ) ปัจจุบันคณะวารสารฯมุ่งพันธกิจอันเป็นสถาบันชั้นนำของประเทศ ที่ผลิตบุคลากร แถวหน้าเพื่อยกระดับวิชาชีพและวิชาการด้านสื่อสารมวลชนทั้งแวดวงสื่ออิสระและสื่อกระแสหลัก ประวัติคณะ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดสอนวิชาการด้านสื่อสารมวลชนในระดับปริญญาตรี หรือทั่วไปภายหลังเรียกว่านิเทศศาสตร์ โดยแรกเริ่มนั้น เกิดขึ้นในฐานะแผนกวารสารศาสตร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดสอนวิชาการสาขาวารสารศาสตร์ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2497 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 71 ตอนที่ 11 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497) มีหลักการและเหตุผลโดยย่อว่า เพื่อส่งเสริมการศึกษาในด้านการสังคมสงเคราะห์และวารสารศาสตร์ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2495 และมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2497 สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้ตราข้อบังคับให้แบ่งแยกแผนกวิชาภายในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ออกเป็น 2 แผนก คือ แผนกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และแผนกวารสารศาสตร์ ให้เปิดการศึกษาวิชาทั้งสองแผนกดังกล่าวตั้งแต่ปีการศึกษา พ.ศ. 2497 (ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการแบ่งแยกแผนกวิชาภายในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ พ.ศ. 2497 ประกาศ ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497) โดยกำหนดเรียกชื่อปริญญาและอักษรย่อไว้ดังต่อไปนี้ ผู้ที่สอบไล่ได้ครบทุกลักษณะวิชาตามหลักสูตรในแผนกวิชาวารสารศาสตร์ จะได้รับปริญญาดังต่อไปนี้ ผู้ได้ปริญญาตรี เรียกว่า...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่เท่าไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล Article: คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กำเนิดมาจากการพัฒนาการทางการศึกษา อาจารย์ในภาควิชาภาษาต่างประเทศ สังกัด คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์จากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาชนบท (ปัจจุบันคือ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบกับ มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องการที่จะเปิดสาขาทางศิลปศาสตร์ให้กว้างขวางขึ้น ประวัติ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กำเนิดมาจากการพัฒนาการทางการศึกษา อาจารย์ในภาควิชาภาษาต่างประเทศ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์จากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาชนบท (ปัจจุบันคือ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลที่จะให้ครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ พ.ศ. 2546 ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยมหิดลให้มี โครงการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์ ขึ้นในกำกับมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2546 โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Faculty of Arts พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยมหิดลได้อนุมัติให้คณะศิลปศาสตร์ ดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทยและสาขาวิชาภาษาอังกฤษ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล รองอธิการบดีฝ่ายเสริมสร้างเครือข่ายภายในและระหว่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์ และดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดีคณะศิลปศาสตร์ โดยได้รับสมัครนักศึกษารุ่นแรกตามหลักสูตรทั้งสองในปีการศึกษา 2547 เป็นต้นไป พ.ศ. 2550 สภามหาวิทยาลัยมหิดล ได้อนุมัติให้บัณฑิตรุ่นแรกของคณะศิลปศาสตร์สำเร็จการศึกษา คือ บัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทย และ บัณฑิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ภายหลังจากมหาวิทยาลัยมหิดลปรับเปลี่ยนสถานภาพจากส่วนราชการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยได้ปรับเปลี่ยนชื่อของส่วนงานจากโครงการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์เป็น “คณะศิลปศาสตร์” และเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น Faculty of Liberal Arts คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีสถานที่ทำการอยู่ที่ อาคารสิริวิทยา ซึ่งเป็นอาคารรูปแบบทันสมัย 2 อาคารที่มีทางเชื่อมต่อกัน โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ ณ วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555[1] [2] โดยจะใช้ชื่อว่า อาคารปฏิบัติการเรียนรวมการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลมีจำนวนนักศึกษาเท่าไหร่ในปีพ.ศ.2550?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล Article: คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กำเนิดมาจากการพัฒนาการทางการศึกษา อาจารย์ในภาควิชาภาษาต่างประเทศ สังกัด คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์จากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาชนบท (ปัจจุบันคือ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบกับ มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องการที่จะเปิดสาขาทางศิลปศาสตร์ให้กว้างขวางขึ้น ประวัติ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กำเนิดมาจากการพัฒนาการทางการศึกษา อาจารย์ในภาควิชาภาษาต่างประเทศ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์จากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาชนบท (ปัจจุบันคือ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลที่จะให้ครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ พ.ศ. 2546 ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยมหิดลให้มี โครงการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์ ขึ้นในกำกับมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2546 โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Faculty of Arts พ.ศ. 2547 มหาวิทยาลัยมหิดลได้อนุมัติให้คณะศิลปศาสตร์ ดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทยและสาขาวิชาภาษาอังกฤษ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล รองอธิการบดีฝ่ายเสริมสร้างเครือข่ายภายในและระหว่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์ และดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดีคณะศิลปศาสตร์ โดยได้รับสมัครนักศึกษารุ่นแรกตามหลักสูตรทั้งสองในปีการศึกษา 2547 เป็นต้นไป พ.ศ. 2550 สภามหาวิทยาลัยมหิดล ได้อนุมัติให้บัณฑิตรุ่นแรกของคณะศิลปศาสตร์สำเร็จการศึกษา คือ บัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทย และ บัณฑิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ภายหลังจากมหาวิทยาลัยมหิดลปรับเปลี่ยนสถานภาพจากส่วนราชการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยได้ปรับเปลี่ยนชื่อของส่วนงานจากโครงการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์เป็น “คณะศิลปศาสตร์” และเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น Faculty of Liberal Arts คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีสถานที่ทำการอยู่ที่ อาคารสิริวิทยา ซึ่งเป็นอาคารรูปแบบทันสมัย 2 อาคารที่มีทางเชื่อมต่อกัน โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ ณ วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555[1] [2] โดยจะใช้ชื่อว่า อาคารปฏิบัติการเรียนรวมการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีจำนวนนักศึกษาเท่าไหร่ในปีพ.ศ.2560?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: มหาวิทยาลัยขอนแก่น Article: มหาวิทยาลัยขอนแก่น (อังกฤษ: Khon Kaen University; อักษรย่อ: มข.) เดิมชื่อมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ[1] เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาล และเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น มีจุดประสงค์เพื่อให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2510 และสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2509[2] ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จาก กระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2552 การจัดการเรียนการสอนนั้นครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ การเกษตร มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศทางด้านการเรียนการสอน และดีเยี่ยมทางด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่นเปิดหลักสูตรรวมทั้งสิ้น 330 หลักสูตร แบ่งได้เป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอก 72 หลักสูตร ปริญญาโท 129 หลักสูตร ปริญญาตรี 105 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 24 หลักสูตร โดยสัดส่วนสาขาวิชาที่เปิดสอนระดับปริญญาตรีกับระดับบัณฑิตศึกษา เท่ากับ 3.0: 7.0 และเป็นหลักสูตรนานาชาติ/ภาษาอังกฤษ ร้อยละ 11.21[3] มีนักศึกษาอยู่ในคณะและวิทยาลัยต่างๆ รวมแล้วประมาณ 40,000 คน และมีบุคลากรสายวิชาการ 2,075 คน มีตำแหน่งทางวิชาการ ระดับศาสตราจารย์ 32 คน รองศาสตราจารย์ 508 คน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 619 คน และอาจารย์ 916 คน[4] มหาวิทยาลัยมีอัตราการสอบแข่งขันเข้าเรียนมากที่สุดในภูมิภาค ประวัติ ในปี พ.ศ. 2484 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล โดยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายและโครงการที่จะขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาสู่ส่วนภูมิภาค สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่ในระหว่างนั้น ได้เกิดสงครามเอเชียบูรพา ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจเข้าร่วมกับญี่ปุ่นต่อสู้กับฝ่ายสัมพันธมิตร จึงทำให้การจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยุติลงในปี พ.ศ. 2503 รัฐบาลเผด็จการซึ่งมี จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการทบทวนการจัดตั้งมหาวิทยาลัยนี้อีกครั้งหนึ่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 จึงได้มีมติให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูง ด้านวิศวกรรมศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ขึ้น ที่จังหวัดขอนแก่น...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีจำนวนนักศึกษาเท่าไหร่เมื่อปีพ.ศ.2561?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม Article: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (English: Mahasarakham University, อักษรย่อ: มมส - MSU) ตั้งอยู่ในจังหวัดมหาสารคาม ก่อกำเนิดจากวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 และได้รับการยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อปี พ.ศ. 2537 [1] นับเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่ 22 ของประเทศไทย ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีศูนย์กลางบริหารงานอยู่ที่เขตพื้นที่ขามเรียง ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เขตพื้นที่ในเมือง ตำบลตลาด อำเภอเมือง มหาสารคาม และเขตพื้นที่นาสีนวน ที่ตั้งของ คณะเทคโนโลยี คณะสัตวแพทยศาสตร์ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เปิดการสอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก 177 สาขาวิชา [2]:5 ใน 20 คณะหรือเทียบเท่า [2]:69 และขยายโอกาสทางการศึกษาโดยจัดโครงการศึกษาที่ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอุดรธานี [2]:7 นอกจากนี้ยังมีการจัดการเรียนการสอนขั้นพื้นฐาน คือ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฝ่ายประถมและฝ่ายมัธยม [2]:7 ประวัติ มหาวิทยาลัยมหาสารคามกับประวัติศาสตร์ดินแดนอีสาน ดินแดนอีสานได้ปรากฏมีความสัมพันธ์กับรัฐศูนย์กลางของคนไทยที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มาตามลำดับ ตั้งแต่สมัยอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ โดยภายหลังที่เมืองสุวรรณภูมิแยกจากการขึ้นตรงต่อจำปาศักดิ์มาขึ้นกับอยุธยา ซึ่งหัวเมืองต่าง ๆ ในอีสานต่างขึ้นกับสุวรรณภูมิต่อหนึ่ง[3] ภายหลังได้เปลี่ยนมาขึ้นกับโคราช [4] และต่อมาจึงได้ให้ทุกหัวเมืองของอีสานขึ้นกับกรุงเทพฯ หลังจากเกิดกรณีเจ้าอนุวงศ์ (พ.ศ. 2369-2371)[5] แต่ความสัมพันธ์ของหัวเมืองอีสานกับศูนย์กลางของรัฐไทย อยู่ในลักษณะเมืองขึ้นที่เพียงส่งส่วยบรรณาการและป้องกันภัยจากญวนเท่านั้น กระทั่งความสำคัญของดินแดนและหัวเมืองอีสานได้ปรากฏชัดเจนในช่วงที่กระแสการล่าอาณานิคมของประเทศตะวันตกที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองต่อหัวเมืองแถบนี้ใหม่ รวมทั้งการปฏิรูปการศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้คนในรัฐสยามสามารถอ่าน เขียน พูดและเรียนมาตรฐานความรู้อย่างเดียวกัน เพื่อสร้างความเป็น ‘รัฐชาติ’ (Nation State) ขึ้นมา ครั้นยุคจากการล่าอาณานิคมทางดินแดนสิ้นสุดลง ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองโลกได้แบ่งขั้วการเมืองออกไปอีก ประเทศไทยได้มีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอันเกิดจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามมีจำนวนนักศึกษาเท่าไหร่ในปีพ.ศ.2550?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม Article: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ (English: Faculty of Architecture, Urban Design and Creative Arts) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2539 ภายใต้ “โครงการจัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์” และสภามหาวิทยาลัยอนุมัติการจัดตั้ง “คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์” เมื่อปี พ.ศ. 2543 [1] ปัจจุบันคณะฯ เปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรี 6 หลักสูตร และปริญญาโท 1 หลักสูตร ได้แก่ ระดับปริญญาตรี หลักสูตร<i data-parsoid='{"dsr":[1283,1309,2,2]}'>สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (สาขาสถาปัตยกรรม, สถาปัตยกรรมผังเมือง, และสาขาสถาปัตยกรรมภายใน), ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (สาขาภูมิสถาปัตยกรรม), ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต (สาขานฤมิตศิลป์) และ วิทยาศาสตรบัณฑิต (การบริหารการก่อสร้าง) และปริญญาโท หลักสูตร<i data-parsoid='{"dsr":[1554,1583,2,2]}'>สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาการวางผังชุมชนเมืองและสภาพแวดล้อม) [2]:7 ประวัติ เมื่อปี พ.ศ. 2539 มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้จัดตั้ง “โครงการจัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์” โดยในระยะแรกได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยคณาสวัสดิ์ (ปัจจุบัน วิทยาลัยศรีอีสาน (คณาสวัสดิ์อุทิศ)) ในด้านอาคารเรียนสำหรับการเปิดหลักสูตร<i data-parsoid='{"dsr":[2554,2569,2,2]}'>สถาปัตยกรรม หลักสูตร<i data-parsoid='{"dsr":[2578,2606,2,2]}'>สถาปัตยกรรมเมืองและชุมชน และหลักสูตร<i data-parsoid='{"dsr":[2618,2632,2,2]}'>นฤมิตศิลป์ จากนั้นในปี พ.ศ. 2542 คณะฯ ได้ย้ายสถานที่ทำการมายังอาคารเรียนรวมศิลปกรรม ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ม.ใหม่) ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม [1] ในปีเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2543 สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้จัดตั้ง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ ในปี พ.ศ. 2549 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ ได้ขยายการศึกษาโดยเปิดหลักสูตร<i data-parsoid='{"dsr":[3030,3050,2,2]}'>สถาปัตยกรรมภายใน ในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2550 ได้ย้ายอาคารเรียนและสถานที่ทำการจากอาคารเรียนรวมศิลปกรรมศาสตร์ เป็นอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ [1] ในช่วงปี พ.ศ. 2554-2555 คณะฯ ได้เปิดหลักสูตรปริญญาตรีใหม่อีก 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร<i data-parsoid='{"dsr":[3319,3349,2,2]}'>ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาภูมิสถาปัตยกรรม และหลักสูตร<i...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีจำนวนนักศึกษาเท่าไหร่ในปีพ.ศ 2550?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Article: คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการไทยระดับคณะวิชา สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นคณะวิชาที่จัดตั้งขึ้นเป็นอันดับ 5 ของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2497 เปิดสอนในหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นคณะแรกในประเทศไทยที่มีการเริ่มสอนวิชาสังคมสงเคราะห์แก่ประชาชน ความเป็นมาและปัจจุบัน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 11 มกราคม 2497 และได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2497 โดยมีหลักการและเหตุผลว่า เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐอันเกี่ยวกับการประชาสงเคราะห์และการประกัน สังคม และเพื่อส่งเสริมมาตรฐานการศึกษาในด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ การประกันสังคม และการประชาสัมพันธ์ อันเป็นวิทยาศาสตร์ทางสังคม ให้เทียบเท่ามหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ดังนั้น คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จึงถือเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันสถาปนาคณะนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ระยะแรก การศึกษาของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 แผนกวิชาคือ แผนกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และแผนกวารสารศาสตร์ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาจัด ตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2508 เพิ่มแผนกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ขึ้นมาอีกแผนกหนึ่ง เมื่อระยะเวลาผ่านไป การศึกษาแต่ละแผนกวิชา ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นโดยลำดับ แผนกวารสารศาสตร์ จึงได้แยกไปตั้งเป็นแผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เมื่อ พ.ศ. 2513 และยกฐานะเป็นคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เมื่อ พ.ศ. 2522 ส่วนแผนกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้แยกไปตั้งเป็นแผนกอิสระสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เมื่อ พ.ศ. 2520 และยกฐานะเป็นคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เมื่อ พ.ศ. 2527 แม้ว่าแผนกวารสารศาสตร์ และแผนกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จะแยกไปตั้งเป็นแผนกอิสระและยกฐานะเป็นคณะแล้วก็ตาม คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ก็ยังพัฒนางานทางด้านบริการการศึกษา บริการทางวิชาการและบริการสังคมด้วยดีมาเป็นลำดับ และใน พ.ศ. 2537 ได้มีประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ 5) ให้แบ่งส่วนราชการในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ออกเป็น 3 ส่วน คือ สำนักงานเลขานุการ ภาควิชาการพัฒนาชุมชน...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่เท่าไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Article: คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นส่วนราชการไทยระดับคณะวิชา สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นคณะวิชาที่จัดตั้งขึ้นเป็นอันดับ 5 ของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2497 เปิดสอนในหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นคณะแรกในประเทศไทยที่มีการเริ่มสอนวิชาสังคมสงเคราะห์แก่ประชาชน ความเป็นมาและปัจจุบัน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 11 มกราคม 2497 และได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ในมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2497 โดยมีหลักการและเหตุผลว่า เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐอันเกี่ยวกับการประชาสงเคราะห์และการประกัน สังคม และเพื่อส่งเสริมมาตรฐานการศึกษาในด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ การประกันสังคม และการประชาสัมพันธ์ อันเป็นวิทยาศาสตร์ทางสังคม ให้เทียบเท่ามหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ดังนั้น คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จึงถือเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันสถาปนาคณะนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ระยะแรก การศึกษาของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 แผนกวิชาคือ แผนกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และแผนกวารสารศาสตร์ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาจัด ตั้งคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2508 เพิ่มแผนกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ขึ้นมาอีกแผนกหนึ่ง เมื่อระยะเวลาผ่านไป การศึกษาแต่ละแผนกวิชา ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นโดยลำดับ แผนกวารสารศาสตร์ จึงได้แยกไปตั้งเป็นแผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เมื่อ พ.ศ. 2513 และยกฐานะเป็นคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เมื่อ พ.ศ. 2522 ส่วนแผนกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้แยกไปตั้งเป็นแผนกอิสระสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เมื่อ พ.ศ. 2520 และยกฐานะเป็นคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เมื่อ พ.ศ. 2527 แม้ว่าแผนกวารสารศาสตร์ และแผนกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จะแยกไปตั้งเป็นแผนกอิสระและยกฐานะเป็นคณะแล้วก็ตาม คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ก็ยังพัฒนางานทางด้านบริการการศึกษา บริการทางวิชาการและบริการสังคมด้วยดีมาเป็นลำดับ และใน พ.ศ. 2537 ได้มีประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ 5) ให้แบ่งส่วนราชการในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ออกเป็น 3 ส่วน คือ สำนักงานเลขานุการ ภาควิชาการพัฒนาชุมชน...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะฮอสปิทัลเลอร์อารามิกได้รับก่อตั้งขึ้นเป็นคณะนักบวชหลังสงครามครูเสดครั้งที่ 1 โดยใคร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: อัศวินเทมพลาร์ Article: Part of a series on theKnights Templar Poor Fellow-Soldiers of Christ and of the Temple of Solomon Overview History Latin Rule Seal Grand Masters Members Trials and dissolution Papal bulls Omne datum optimum (1139) Milites Templi (1144) Militia Dei (1145) Pastoralis praeeminentiae (1307) Faciens misericordiam (1308) Vox in excelso (1312) Ad providam (1312) Locations France England Scotland Spain Portugal Successors Sovereign Military Order of Malta Order of Christ Supreme Order of Christ Order of Montesa Cultural references In the IOGT In self-styled orders In Freemasonry In popular culture See also Military order (monastic society) Category:Catholic orders of chivalry Catholicismportalvt ทหารผู้ยากแห่งพระคริสต์และพระวิหารแห่งโซโลมอน (Latin: Pauperes commilitones Christi Templique Solomonici) หรือที่รู้จักกันในชื่อ<b data-parsoid='{"dsr":[1787,1807,3,3]}'>อัศวินเทมพลาร์ หรือ<b data-parsoid='{"dsr":[1812,1833,3,3]}'>คณะแห่งพระวิหาร (French: Ordre du Temple หรือ Templiers) เป็นคณะทหารคริสตชนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด[1] เป็นองค์กรที่คงอยู่เกือบสองศตวรรษในสมัยกลาง คณะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากคริสตจักรโรมันคาทอลิกราวปี ค.ศ. 1129 คณะกลายเป็นองค์การที่ได้รับบริจาคทรัพย์สินอย่างมากมายตลอดคริสตจักรและเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในแง่สมาชิกและอำนาจ ลักษณะพิเศษของอัศวินเทมพลาร์คือเสื้อคลุมไร้แขนสีขาวที่มีกางเขนสีแดงอยู่บนเสื้อ อัศวินเทมพลาร์นับเป็นหนึ่งในหน่วยรบที่มีฝีมือที่สุดในสงครามครูเสด[2] สมาชิกของคณะที่ไม่ได้เป็นทหารมีหน้าที่จัดการโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ตลอดศาสนจักร สร้างสรรค์เทคนิคทางการเงินที่เป็นต้นแบบของธนาคาร[3][4] และสร้างป้อมปราการมากมายทั่วยุโรปและแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ การดำรงอยู่ของเทมพลาร์เชื่อมโยงอย่างมากกับสงครามครูเสด เมื่อสูญเสียดินแดนศักดิ์สิทธิ์คณะก็ได้รับการสนับสนุนน้อยลง ข่าวลือเกี่ยวกับพิธีกรรมลับในการรับเข้าเป็นสมาชิกเทมพลาร์สร้างความหวาดระแวงและพระเจ้าฟิลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส ผู้ซึ่งเป็นหนี้เทมพลาร์มหาศาลได้หาประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ในปี ค.ศ. 1307 สมาชิกของคณะหลายคนในฝรั่งเศสถูกจับกุม ทรมานให้ยอมรับสารภาพและถูกเผาที่หลักประหาร[5] ภายใต้การกดดันจากพระเจ้าฟิลิป...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่เท่าไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Article: คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคณะเภสัชศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทย โดยถือกำเนิดจาก "แผนกแพทย์ผสมยา โรงเรียนราชแพทยาลัย" หรือ "โรงเรียนปรุงยา"[1] ตามดำริของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานารถและสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาชัยนาทนเรนทร เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2456 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นวันสถาปนาวิชาชีพเภสัชกรรมในประเทศไทยอีกด้วย[2] เมื่อประดิษฐานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว โรงเรียนปรุงยามีฐานะเป็นแผนกแพทย์ผสมยา ในสังกัดคณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล) และได้รับการพัฒนาหลักสูตรขึ้น จัดตั้งเป็นแผนกเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2477 ต่อมาในปี พ.ศ. 2486 มีการโอนย้ายสังกัดไปยังมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยมหิดล) เมื่อมหาวิทยาลัยมหิดลจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ขึ้นใหม่ จึงได้โอนย้ายคณะเภสัชศาสตร์แห่งนี้กลับมาสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้อาคารเภสัชศาสตร์ (ปัจจุบันคือคณะศิลปกรรมศาสตร์) เป็นที่ทำการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2525 ได้ย้ายอาคารมาทำการเรียนการสอน ณ ที่ตั้งปัจจุบัน บริเวณสยามสแควร์ ติดกับคณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์[2] ปัจจุบัน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยในระดับปริญญาตรีได้เปิดการเรียนการสอนใน 2 หลักสูตรคือ หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม และหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ ทั้ง 2 หลักสูตรใช้ระยะเวลาในการศึกษาทั้งสิ้น 6 ปี โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 7 ภาควิชา และยังมีโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ อาทิ โครงการแลกเปลี่ยนนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ-ชิบะ, โครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักวิจัย และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์กับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นต้น[3] ประวัติ 2456 - 2485 แผนกแพทย์ผสมยา โรงเรียนราชแพทยาลัย และแผนกเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก มีพระดำริประทานแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ผู้ตรวจการโรงเรียนราชแพทยาลัย...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแห่งที่เท่าไหร่ของไทย?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Article: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย[1] ตั้งอยู่ในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร[2] ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน" ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2442 พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ "พระเกี้ยว" มาเป็นเครื่องหมายประจำโรงเรียน[3] การดำเนินงานของโรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 (นับแบบเก่า) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประดิษฐานขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย และพระราชทานนามว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[4] สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์[5] นับตั้งแต่ พ.ศ. 2460 ถึงปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีผู้บัญชาการและอธิการบดีมาแล้ว 17 คน อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์[6] จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทยจากหลายสถาบันจัดอันดับ ครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพของมหาวิทยาลัย คุณภาพบัณฑิต คุณภาพด้านการวิจัย ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย คุณภาพด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยในเขตเมือง และคุณภาพแยกตามรายวิชาอีก 27 รายวิชา[7][8] จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จาก กระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2552 และได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับดีมากจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นสมาชิกเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN)[9] และเป็นมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นสมาชิกของสมาคมมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิก (APRU)[10][11] ในส่วนของการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษานั้นพบว่า ผู้สมัครสอบที่ทำคะแนนรวมสูงสุดในแต่ละปีส่วนใหญ่เลือกเข้าศึกษาต่อในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[12] จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ใช้คำว่า "นิสิต" เรียกผู้เข้าศึกษาในสังกัดของสถาบัน เพราะเมื่อแรกก่อตั้ง ที่ตั้งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถือว่าอยู่ไกลจากเขตพระนครซึ่งเป็นศูนย์กลางความเจริญในขณะนั้น จึงมีการสร้างหอพักเพื่อให้ผู้เข้าศึกษาสามารถพักอาศัยในบริเวณมหาวิทยาลัยและใช้คำว่า "นิสิต" ในภาษาบาลีที่แปลว่า "ผู้อยู่อาศัย"...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินงานร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยช่หรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Article: คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานระดับคณะวิชาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีพระราชกฤษฎีกาประกาศตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2490 โดยสังกัดอยู่ภายใต้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ จนกระทั่งถูกโอนมาสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2510 เป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งที่ 2 ของประเทศไทย ถือกำเนิดจากพระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 การดำเนินการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์แห่งนี้เริ่มขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงเพียงแปดเดือนเท่านั้น ถือเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทย ประสบความยากลำบากทางการเมืองและเศรษฐกิจ อีกทั้งจำเป็นต้องมีการบูรณะบ้านเมืองที่เสียหายจากการทิ้งระเบิด คณะแพทยศาสตร์แห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในการพัฒนาวงการสาธารณสุขของประเทศ ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต ควบคู่ไปกับการพัฒนามาตรฐานแพทยศาสตรศึกษา ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก 3 สาขา ได้แก่ ศูนย์ความร่วมมือด้านแพทยศาสตรศึกษา ศูนย์ความร่วมมือด้านการวิจัยการสืบพันธุ์ของมนุษย์ ศูนย์ความร่วมมือด้านการวิจัยและฝึกอบรมด้านไวรัสและโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน[1][2][3][4] คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินงานร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย[5] มีหน้าที่หลักในการผลิตบัณฑิตทั้งในระดับปริญญาบัณฑิตและบัณฑิตศึกษา การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์และสหศาสตร์[5] เผยแพร่ความรู้สู่สังคมและให้การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนทั่วไป มีชื่อเสียงและผลงานด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ในปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีภาควิชาที่ทำการเรียนการสอนอยู่ 21 ภาควิชา และมีหน่วยงานภายใน 9 หน่วยงาน[6] โดยแต่ละภาควิชาจะมีฐานะเป็นแผนกหนึ่งของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยและคณะบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นบุคคลคนเดียวกัน[7] นอกจากนี้คณาจารย์ในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อีกด้วย[8] ที่ตั้งของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ในพื้นที่ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภาากาชาดไทย เป็นพื้นที่ใจกลางเขตธุรกิจ การเงินและการทูตของประเทศไทย ...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินงานร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยช่หรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ Article: โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (King Chulalongkorn Memorial Hospital) เป็นโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย ในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2457 ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว[1] เป็นที่ตั้งและที่ดำเนินการเรียนการสอนให้กับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์แห่งที่สองของประเทศไทย นอกจากนี้คณาจารย์สังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ด้วย[2] ประวัติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สร้างขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพร้อมด้วยพระราชภาดาและภคินี เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์[3] ด้วยเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าหลวงทรงพระชนม์อยู่นั้น ได้ทรงพระราชดำริจัดตั้ง สภากาชาดไทย ซึ่งเรียกในเวลานั้นว่า สภาอุณาโลมแดง ขึ้นไว้ โดยรับการรักษาพยาบาลผู้เจ็บไข้ได้ป่วย ตามคติของนานาชาติที่เจริญแล้ว แต่การสภากาชาดไทยยังไม่แล้วเสร็จบริบูรณ์ ถ้าจะบริจาคทรัพย์สร้างโรงพยาบาลสภากาชาดขึ้น ก็จะเป็นพระกุศล อันประกอบด้วยถาวรประโยชน์อนุโลม ตามพระราชประสงค์แห่งองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ และเป็นเกียรติแก่ราชอาณาจักรโดยทรงพระดำริเห็นพ้องกัน บรรดาพระราชโอรส พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงบริจาคทรัพย์รวมกันเป็นจำนวนเงิน 122,910 บาท[4] สมทบกับทุนของสภากาชาด สร้างโรงพยาบาลขึ้น และพระราชทานนามตามพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์รำลึงถึงพระบรมชนกนารถ โรงพยาบาลของกาชาดนี้จึงมีนามว่า "โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์" เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2457[5] ตามแจ้งความสภากาชาดสยาม ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2457[6] ได้กำหนดจุดมุ่งหมายให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นโรงพยาบาลที่ดีจริงต้องตามวิทยาศาสตร์แผ่พระเกียรติยศในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวกับทั้งแพร่เกียรติยศของชาติไทย บริการรักษาพยาบาลช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล ให้บริการรักษาผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยไข้ทั้งในยามสงครามและปกติ โดยยึดมั่นในปณิธาณอันแน่วแน่ที่จะให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั่วไป โดยไม่เลือกชาติ ชั้น วรรณะ ลัทธิ ศาสนา หรือความคิดเห็นทางการเมือง...
Yes
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยสังกัดอยู่ภายใต้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ใช่หรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช Article: คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เป็นโรงเรียนแพทย์ที่ก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งที่ 10 ของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2536 โดยมีต้นกำเนิดมาจาก วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร และได้พัฒนามาเป็นคณะแรกเริ่มแห่งมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลดำเนินงานร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล ประวัติ วชิรพยาบาล เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สถาปนาขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อที่ดินพร้อมด้วยตึกและสิ่งปลูกสร้าง มอบไว้เป็นสาธารณสถานแก่ประชาชนให้เป็นที่พยาบาลผู้ป่วยไข้ต่อไป พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาเปิดโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2455 พร้อมทั้งพระราชทานนามโรงพยาบาลว่า "วชิรพยาบาล" วชิรพยาบาล</b>ได้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนแพทย์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2528 ด้วยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งร่วมกันตั้งคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลขึ้นภายในโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เป็นโรงเรียนแพทย์ที่ก่อตั้งขึ้นแห่งที่ 8 ของประเทศไทย นิสิตจะศึกษาภาคปรีคลินิกที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและศึกษาภาคคลินิกที่วชิรพยาบาล ภายหลังกรุงเทพมหานครได้มีแนวคิดที่จะเปิดโรงเรียนแพทย์เป็นของตนเอง วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร จึงได้รับการก่อตั้งขึ้น ภายใต้สังกัด สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยมีการประกาศอย่างเป็นทางการลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2536[1] วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร ได้เข้าเป็นสถาบันสมทบของ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งนักศึกษาจะได้ศึกษาระดับปรีคลินิกที่ มหาวิทยาลัยมหิดล กำกับดูแลโดย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในชั้นปีที่ 1 ถึง ภาดต้นของชั้นปีที่ 3 แล้วเข้ามาศึกษาระดับคลินิก ตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 ภาคปลาย ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล บัณฑิตแพทยศาสตร์จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากมหาวิทยาลัยมหิดล [2] ในครั้งแรก วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครดำเนินการสอบรับนักศึกษาร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อกุมภาพันธ์ 2536 กรุงเทพมหานครประกาศเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 1 จำนวน 32 คน โดยมีผู้มาสมัครสอบคัดเลือกทั้งสิ้นถึง 936 คน ในปีการศึกษาต่อมาได้รับนักศึกษาผ่านการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาโดยทบวงมหาวิทยาลัย ในปัจจุบันได้รับนักศึกษาเป็น...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อตั้งขึ้นโดยใคร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร Article: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2537 เป็นคณะที่จัดตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 5 ของมหาวิทยาลัยนเรศวร[1] และเป็นคณะแพทยศาสตร์ที่จัดตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 12 ของประเทศไทย[2] โดยในช่วง 10 ปีแรกได้ร่วมมือกับทางโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในการร่วมผลิตแพทย์ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในส่วนภูมิภาค และหลังจากนั้นคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงเริ่มพัฒนาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเป็นโรงพยาบาลหลักในการทำการเรียนการสอนของนิสิตแพทย์[3][4] โดยมีความร่วมมือระหว่างเครือข่ายศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก ทั้ง 5 แห่งในการพัฒนาทางด้านวิชาการและบริการร่วมกัน ประวัติ การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ในสมัยที่มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก โดยภายหลังจากกระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลกใช้ประโยชน์ในที่ดินทุ่งหนองอ้อ-ปากคลองจิก ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน เพื่อขยายโครงการของมหาวิทยาลัยแล้ว ทางวิทยาเขตได้จัดทำ "แผนพัฒนาวิทยาเขตพิษณุโลก" ขึ้น โดยมีโครงการจัดตั้งคณะขึ้นมาใหม่ 3 คณะ คือ คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งคณะแพทยศาสตร์และพยาบาลศาสตร์ด้วย[1] ภายหลังจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลกยกฐานะขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยนเรศวร" เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 แล้ว การจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ได้ดำเนินการอีกครั้งในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในส่วนภูมิภาค โดยจัดให้มีการผลิตแพทย์เพิ่มและกระจายแพทย์ลงสู่ส่วนภูมิภาคให้มากขึ้น รัฐบาลจึงศึกษาความเป็นไปได้ถึงความเหมาะสมของการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ขึ้นใหม่ในมหาวิทยาลัยภูมิภาค[5] จากแนวทางดังกล่าว มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ต่อทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 โดยมีแนวทางที่จะใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยร่วมกับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดภาคเหนือตอนล่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ลงนามความร่วมมือการผลิตแพทย์ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัยนเรศวรในปี พ.ศ. 2537[6] หลังจากที่คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นมีมติเห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับทบวงมหาวิทยาลัย...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณิตศาสตร์คิดค้นโดยใคร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณิตศาสตร์ Article: คณิตศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่มุ่งค้นคว้าเกี่ยวกับโครงสร้างนามธรรมที่ถูกกำหนดขึ้นผ่านทางกลุ่มของสัจพจน์ซึ่งมีการให้เหตุผลที่แน่นอนโดยใช้ตรรกศาสตร์สัญลักษณ์ และสัญกรณ์คณิตศาสตร์ เรามักนิยามโดยทั่วไปว่าคณิตศาสตร์เป็นสาขาวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบและโครงสร้าง, การเปลี่ยนแปลง และปริภูมิ กล่าวคร่าว ๆ ได้ว่าคณิตศาสตร์นั้นสนใจ "รูปร่างและจำนวน" เนื่องจากคณิตศาสตร์มิได้สร้างความรู้ผ่านกระบวนการทดลอง บางคนจึงไม่จัดว่าคณิตศาสตร์เป็นสาขาของวิทยาศาสตร์ ในอดีตผู้คนจะใช้สิ่งของแทนจำนวนที่จะนับยิ่งนานเข้าจำนวนประชากรยิ่งมีมากขึ้น ทำให้ผู้คนเริ่มคิดที่จะประดิษฐ์ตัวเลขขึ้นมาแทนการนับที่ใช้สิ่งของนับแทนจากนั้นก็มีการบวก ลบคูณ และหาร จากนั้นก็ก่อให้เกิดคณิตศาสตร์ คำว่า "คณิตศาสตร์" (คำอ่าน: คะ-นิด-ตะ-สาด) มาจากคำว่า คณิต (การนับ หรือ คำนวณ) และ ศาสตร์ (ความรู้ หรือ การศึกษา) ซึ่งรวมกันมีความหมายโดยทั่วไปว่า การศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณ หรือ วิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ. คำนี้ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า mathematics มาจากคำภาษากรีก μάθημα (máthema) แปลว่า "วิทยาศาสตร์, ความรู้, และการเรียน" และคำว่า μαθηματικός (mathematikós) แปลว่า "รักที่จะเรียนรู้" ในอเมริกาเหนือนิยมย่อ mathematics ว่า math ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษนิยมย่อว่า maths ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ผ่านทางการวิจัยและการประยุกต์ใช้ คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมืออันหนึ่งของวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การคิดค้นทางคณิตศาสตร์ไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายอยู่ที่การนำไปใช้ทางวิทยาศาสตร์ (ดู คณิตศาสตร์บริสุทธิ์ และคณิตศาสตร์ประยุกต์) โครงสร้างต่าง ๆ ที่นักคณิตศาสตร์สนใจและพิจารณานั้น มักจะมีต้นกำเนิดจากวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และสังคมศาสตร์ โดยเฉพาะฟิสิกส์ และเศรษฐศาสตร์ ปัญหาทางคณิตศาสตร์ในปัจจุบัน ยังเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และทฤษฎีการสื่อสาร อีกด้วย เนื่องจากคณิตศาสตร์นั้นใช้ตรรกศาสตร์สัญลักษณ์และสัญกรณ์คณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้กิจกรรมทุกอย่างกระทำผ่านทางขั้นตอนที่ชัดเจน เราจึงสามารถพิจารณาคณิตศาสตร์ว่า เป็นระบบภาษาที่เพิ่มความแม่นยำและชัดเจนให้กับภาษาธรรมชาติ ผ่านทางศัพท์และไวยากรณ์บางอย่าง สำหรับการอธิบายและศึกษาความสัมพันธ์ทั้งทางกายภาพและนามธรรม ความหมายของคณิตศาสตร์นั้นยังมีอีกหลายมุมมอง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณิตศาสตร์คิดค้นโดยใคร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: เกออร์ค คันทอร์ Article: เกออร์ค แฟร์ดีนันท์ ลูทวิช ฟิลลิพ คันทอร์ (German: Georg Ferdinand Ludwig Philipp Cantor; 3 มีนาคม ค.ศ. 1845 – 6 มกราคม ค.ศ. 1918) เป็นนักคณิตศาสตร์ เกิดในรัสเซีย แต่ใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมนี มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในนามของผู้บัญญัติทฤษฎีเซตยุคใหม่ โดยได้ขยายขอบเขตของทฤษฎีเซตให้ครอบคลุมแนวคิดของจำนวนเชิงอนันต์ (transfinite or infinite numbers) ทั้งจำนวนเชิงการนับและจำนวนเชิงอันดับที่ นอกจากนี้ คันทอร์ยังเป็นที่รู้จักจากผลงานในเรื่องการแทนฟังก์ชันด้วยอนุกรมตรีโกณมิติที่เป็นเอกลักษณ์ (unique representation of functions by means of trigonometric series) ซึ่งเป็นภาคขยายของอนุกรมฟูรีเย ประวัติ บิดาของ คันทอร์ มีชื่อว่า จอร์จ วัลเดอมาร์ คันทอร์ (George Waldemar Cantor) เป็นพ่อค้าชาวเดนมาร์ก ที่ประสบความสำเร็จทางการค้าในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มารดาเป็นชาวรัสเซีย มีชื่อว่า Maria Anna Bohm เมื่อคันทอร์มีอายุได้ 11 ปี ครอบครัวของเขาจึ่งย้ายไปเยอรมนี ในวัยเรียน คันทอร์เป็นเด็กที่มีผลการเรียนในระดับดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาตรีโกณมิติ ต่อมาได้เข้าศึกษาต่อใน Höherem Gewerbeschule แห่งเมืองดาร์มชตัท และในปี ค.ศ. 1862 ย้ายไปสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิสในซูริกที่ซึ่งเขาเลือกเรียนทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ตามความต้องการของบิดา และภายหลังจึงย้ายมาเรียนคณิตศาสตร์ตามความชอบของตนแทน ต่อมาเมือบิดาเสียชีวิตลง คันทอร์ จึงย้ายมาเรียนที่ มหาวิทยาลัยฮุมบ็อลท์แห่งเบอร์ลินนสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1867 โดยมีหัวข้อวิทยานิพนธ์ทางด้านทฤษฎีจำนวน หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว จึงเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนและย้ายมาเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยฮัลเลอในปี ค.ศ. 1869 ขณะเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮัลเลอนี้เอง คันทอร์ได้รับอิทธิพลของเอดูอาร์ท ไฮเนอ ซึ่งเป็นอาจารย์อาวุโสประจำมหาวิทยาลัย ทำให้คันทอร์เริ่มเปลี่ยนความสนใจจากทฤษฎีจำนวนไปเป็นคณิตวิเคราะห์ ในปี ค.ศ. 1873 คันทอร์มีผลงานชิ้นสำคัญคือ การพิสูจน์ว่าเซตของจำนวนตรรกยะเป็นเซตนับได้ และในปลายปีเดียวกัน ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าเซตของจำนวนจริงเป็นเซตที่นับไม่ได้ ซึ่งผลงานทั้งสองนี้ได้รับการตีพิมพ์ในปีถัดมา ในผลงานดังกล่าว คันทอร์ยังได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการสมนัยแบบหนึ่งต่อหนึ่งของสมาชิกในเซตเป็นครั้งแรกอีกด้วย ในช่วงปี ค.ศ. 1879–1884...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณิตศาสตร์เริ่มต้นตั้งแต่ยุคสมัยใด?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คณิตศาสตร์ Article: คณิตศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่มุ่งค้นคว้าเกี่ยวกับโครงสร้างนามธรรมที่ถูกกำหนดขึ้นผ่านทางกลุ่มของสัจพจน์ซึ่งมีการให้เหตุผลที่แน่นอนโดยใช้ตรรกศาสตร์สัญลักษณ์ และสัญกรณ์คณิตศาสตร์ เรามักนิยามโดยทั่วไปว่าคณิตศาสตร์เป็นสาขาวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบและโครงสร้าง, การเปลี่ยนแปลง และปริภูมิ กล่าวคร่าว ๆ ได้ว่าคณิตศาสตร์นั้นสนใจ "รูปร่างและจำนวน" เนื่องจากคณิตศาสตร์มิได้สร้างความรู้ผ่านกระบวนการทดลอง บางคนจึงไม่จัดว่าคณิตศาสตร์เป็นสาขาของวิทยาศาสตร์ ในอดีตผู้คนจะใช้สิ่งของแทนจำนวนที่จะนับยิ่งนานเข้าจำนวนประชากรยิ่งมีมากขึ้น ทำให้ผู้คนเริ่มคิดที่จะประดิษฐ์ตัวเลขขึ้นมาแทนการนับที่ใช้สิ่งของนับแทนจากนั้นก็มีการบวก ลบคูณ และหาร จากนั้นก็ก่อให้เกิดคณิตศาสตร์ คำว่า "คณิตศาสตร์" (คำอ่าน: คะ-นิด-ตะ-สาด) มาจากคำว่า คณิต (การนับ หรือ คำนวณ) และ ศาสตร์ (ความรู้ หรือ การศึกษา) ซึ่งรวมกันมีความหมายโดยทั่วไปว่า การศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณ หรือ วิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ. คำนี้ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า mathematics มาจากคำภาษากรีก μάθημα (máthema) แปลว่า "วิทยาศาสตร์, ความรู้, และการเรียน" และคำว่า μαθηματικός (mathematikós) แปลว่า "รักที่จะเรียนรู้" ในอเมริกาเหนือนิยมย่อ mathematics ว่า math ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษนิยมย่อว่า maths ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ผ่านทางการวิจัยและการประยุกต์ใช้ คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมืออันหนึ่งของวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การคิดค้นทางคณิตศาสตร์ไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายอยู่ที่การนำไปใช้ทางวิทยาศาสตร์ (ดู คณิตศาสตร์บริสุทธิ์ และคณิตศาสตร์ประยุกต์) โครงสร้างต่าง ๆ ที่นักคณิตศาสตร์สนใจและพิจารณานั้น มักจะมีต้นกำเนิดจากวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และสังคมศาสตร์ โดยเฉพาะฟิสิกส์ และเศรษฐศาสตร์ ปัญหาทางคณิตศาสตร์ในปัจจุบัน ยังเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และทฤษฎีการสื่อสาร อีกด้วย เนื่องจากคณิตศาสตร์นั้นใช้ตรรกศาสตร์สัญลักษณ์และสัญกรณ์คณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้กิจกรรมทุกอย่างกระทำผ่านทางขั้นตอนที่ชัดเจน เราจึงสามารถพิจารณาคณิตศาสตร์ว่า เป็นระบบภาษาที่เพิ่มความแม่นยำและชัดเจนให้กับภาษาธรรมชาติ ผ่านทางศัพท์และไวยากรณ์บางอย่าง สำหรับการอธิบายและศึกษาความสัมพันธ์ทั้งทางกายภาพและนามธรรม ความหมายของคณิตศาสตร์นั้นยังมีอีกหลายมุมมอง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คณิตศาสตร์โอลิมปิกจะมีการเปลี่ยนประเทศเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันทุกปีหรือไม่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: เคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ Article: เคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ (English: International Chemistry Olympiad: IChO) เป็นการแข่งขันเคมีของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา และเป็นหนึ่งในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ โดยเริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกที่กรุงปราก ประเทศเชโกสโลวาเกีย ในปี พ.ศ. 2511 และได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปียกเว้นปี พ.ศ. 2514 ที่ได้มีการงดการจัดการแข่งขัน ประเทศส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกมาจากโลกตะวันออก ประวัติการแข่งขัน การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประะเทศเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในเชโกสโลวาเกียเมื่อปี ค.ศ. 1968 โดยมีเป้าหมายให้มีจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันมากขึ้นจนกระทั่งและเปลี่ยนเป็นการแข่งขันระหว่างประเทศในที่สุด โดยแรกเริ่มเชกโกวาเกียได้ส่งคำเชิญไปยังประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบสังคมนิยม ยกเว้นโรมาเนีย แต่ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างเชโกสโลวาเกียกับสหภาพโซเวียตย่ำแย่ลง ทำให้มีเพียงโปแลนด์และฮังการีเท่านั้นที่ตอบรับและเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งแรก การแข่งขันครั้งแรก จัดขึ้น ณ กรุงปราก ระหว่างวันที่ 18-21 มิถุนายน ค.ศ. 1968 มีจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 3 ประเทศ โดยมีตัวแทนประเทศละ 6 คน มีข้อสอบภาคทฤษฎี (Theoretical Problems) 4 ข้อ ในการแข่งขันครั้งนั้น ได้เริ่มมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งถัดไป ซึ่งการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในโปแลนด์ ครั้งนั้นบัลแกเรียได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันด้วย แต่จำนวนผู้เข้าแข่งขันได้ลดลงเหลือประเทศละ 5 คน และเริ่มมีการนำข้อสอบภาคปฏิบัติการ (Practical Problems) มาใช้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรก ครั้งนั้น มีการเสนอให้ลดจำนวนตัวแทนประเทศลงเหลือประเทศละ 4 คน โดยการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 3 จัดขั้นใน[ฮังการี[1] กฎข้อบังคับในการแข่งขัน การแข่งขันเคมีโอลิมปิกกำหนดจำนวนนักเรียนที่จะเข้าร่วมแข่งขันจากแต่ละทีมไม่เกินทีมละ 4 คน และมี พี่เลี้ยง (Mentor) 2 คน (โดยหนึ่งใน 2 คนนี้จะถูกกำหนดให้เป็นหัวหน้าทีม) นักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันจะต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี และจะต้องยังไม่ไม่เข้าเรียนในสถาบันการศึกษาที่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานที่เป็นศูนย์ข้อมูลของการแข่งขันเคมีโอลิมปิกตั้งอยู่ที่ กรุงบราติสลาวา ประเทศสโลวาเกีย ประเทศที่ต้องการเข้าร่วมการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ต้องส่งผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการแข่งขันเคมีโอลิมปิกต่อเนื่อง 2...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คดีขโมยเครื่องเพชรราชวงศ์ไฟซาลแห่งซาอุดิอาระเบีย เมื่อปี พ.ศ. 2532 จับคนร้ายได้หรือไม่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คดีโจรกรรมเครื่องเพชรราชวงศ์ไฟซาลแห่งซาอุดีอาระเบีย พ.ศ. 2532 Article: คดีขโมยเครื่องเพชรราชวงศ์ไฟซาลแห่งซาอุดิอาระเบีย เมื่อปี พ.ศ. 2532 หรือที่รู้จักกันว่า คดีเพชรซาอุ เป็นคดีการขโมยเครื่องเพชรของราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย โดยลูกจ้างชาวไทย ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียและไทยเสื่อมลงจนถึงปัจจุบัน มูลเหตุ คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการที่นายเกรียงไกร เตชะโม่ง ซึ่งเป็นแรงงานไทยที่ได้เดินทางไปทำงานยังประเทศซาอุดิอาระเบีย และถูกจัดให้เข้าไปทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดภายในพระราชวังของกษัตริย์ซาอุดิอาระเบียในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2532 นายเกรียงไกรเมื่อเข้าไปทำงานในพระราชวังจึงได้เห็นช่องทางในการขโมยเครื่องเพชรดังกล่าว เพราะเครื่องเพชรเหล่านั้นมีจำนวนมากและถูกวางไว้อย่างไม่เป็นที่เป็นทาง แม้แต่ตู้เซฟก็ยังถูกเปิดทิ้งเอาไว้ นายเกรียงไกรอาศัยช่วงเวลาที่เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด บิน อับดุล อซิซ (Prince Faisal Bin Fahud Bin Abdul Aziz) แปรพระราชฐานไปพักผ่อนในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในเดือนธันวาคม 2532 ทำการขโมยเครื่องเพชร โดยแอบนำถุงกระสอบขนาดใหญ่เข้าไปในพระราชวัง ซ่อนตัวอยู่ภายในพระราชวังจนถึงเวลากลางคืน แล้วจึงทำการขโมยเครื่องเพชรใส่ถุงกระสอบแล้วโยนถุงกระสอบลงมาออกนอกกำแพงพระราชวัง เมื่อได้เครื่องเพชรมาแล้ว นายเกรียงไกรใช้วิธีส่งเครื่องเพชรกลับมายังประเทศไทยล่วงหน้า ด้วยบริการขนส่งพัสดุทางอากาศ โดยปะปนกับเสื้อผ้าและเครื่องใช้ส่วนตัว ซึ่งด่านศุลกากรของทั้งสองประเทศไม่สามารถตรวจพบ เมื่อทำการโจรกรรมเรียบร้อยแล้ว เกรียงไกรได้เดินทางกลับประเทศไทยทันที ก่อนที่เจ้าชายไฟซาลจะเสด็จกลับมายังพระราชวัง ทั้งที่เหลือเวลาทำงานตามสัญญาอีก 2 เดือน โดยเครื่องเพชรดังกล่าวถูกนำมายังจังหวัดลำปาง[1] หลังจากนั้นไม่นานรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ประสานมายังรัฐบาลไทย ขอให้ติดตามเครื่องเพชรประจำราชวงศ์ส่งคืน การสืบสวน การสืบสวน เครื่องเพชรบลูไดมอนด์ ถูกหยิบยกขึ้นมาจากสื่อในประเทศไทยฝ่ายเดียว ตั้งแต่เริ่มมี "คดีเพชรซาอุ" โดยมีนายเกรียงไกรเป็นผู้กระทำความผิด พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรัตน์ ผช.อตร. เจ้าของคดี ทราบเรื่องนี้ดี เพราะเป็นผู้ถามสื่อมวลชนเองว่า "ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน ตนไม่เคยได้ยิน หรือเห็นมาก่อนเลย" จากนั้นก็มีการไปเอารูปภริยาอธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น พล.ต.อ. แสวง ธีระสวัสดิ์ ภาพใน น.ส.พ. ฉบับหนึ่ง ผู้หญิงสวมสร้อยคอที่มีจี้เป็นอัญมณีสีน้ำเงินล้อมเพชรและทอง ปรากฏตัวในงานเลี้ยงงานหนึ่ง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คดีขโมยเครื่องเพชรราชวงศ์ไฟซาลแห่งซาอุดิอาระเบีย เมื่อปี พ.ศ. 2532 เพชรที่ถูกขโมยมีมูลค่าเท่าไหร่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คดีโจรกรรมเครื่องเพชรราชวงศ์ไฟซาลแห่งซาอุดีอาระเบีย พ.ศ. 2532 Article: คดีขโมยเครื่องเพชรราชวงศ์ไฟซาลแห่งซาอุดิอาระเบีย เมื่อปี พ.ศ. 2532 หรือที่รู้จักกันว่า คดีเพชรซาอุ เป็นคดีการขโมยเครื่องเพชรของราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย โดยลูกจ้างชาวไทย ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียและไทยเสื่อมลงจนถึงปัจจุบัน มูลเหตุ คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการที่นายเกรียงไกร เตชะโม่ง ซึ่งเป็นแรงงานไทยที่ได้เดินทางไปทำงานยังประเทศซาอุดิอาระเบีย และถูกจัดให้เข้าไปทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดภายในพระราชวังของกษัตริย์ซาอุดิอาระเบียในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2532 นายเกรียงไกรเมื่อเข้าไปทำงานในพระราชวังจึงได้เห็นช่องทางในการขโมยเครื่องเพชรดังกล่าว เพราะเครื่องเพชรเหล่านั้นมีจำนวนมากและถูกวางไว้อย่างไม่เป็นที่เป็นทาง แม้แต่ตู้เซฟก็ยังถูกเปิดทิ้งเอาไว้ นายเกรียงไกรอาศัยช่วงเวลาที่เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด บิน อับดุล อซิซ (Prince Faisal Bin Fahud Bin Abdul Aziz) แปรพระราชฐานไปพักผ่อนในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในเดือนธันวาคม 2532 ทำการขโมยเครื่องเพชร โดยแอบนำถุงกระสอบขนาดใหญ่เข้าไปในพระราชวัง ซ่อนตัวอยู่ภายในพระราชวังจนถึงเวลากลางคืน แล้วจึงทำการขโมยเครื่องเพชรใส่ถุงกระสอบแล้วโยนถุงกระสอบลงมาออกนอกกำแพงพระราชวัง เมื่อได้เครื่องเพชรมาแล้ว นายเกรียงไกรใช้วิธีส่งเครื่องเพชรกลับมายังประเทศไทยล่วงหน้า ด้วยบริการขนส่งพัสดุทางอากาศ โดยปะปนกับเสื้อผ้าและเครื่องใช้ส่วนตัว ซึ่งด่านศุลกากรของทั้งสองประเทศไม่สามารถตรวจพบ เมื่อทำการโจรกรรมเรียบร้อยแล้ว เกรียงไกรได้เดินทางกลับประเทศไทยทันที ก่อนที่เจ้าชายไฟซาลจะเสด็จกลับมายังพระราชวัง ทั้งที่เหลือเวลาทำงานตามสัญญาอีก 2 เดือน โดยเครื่องเพชรดังกล่าวถูกนำมายังจังหวัดลำปาง[1] หลังจากนั้นไม่นานรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ประสานมายังรัฐบาลไทย ขอให้ติดตามเครื่องเพชรประจำราชวงศ์ส่งคืน การสืบสวน การสืบสวน เครื่องเพชรบลูไดมอนด์ ถูกหยิบยกขึ้นมาจากสื่อในประเทศไทยฝ่ายเดียว ตั้งแต่เริ่มมี "คดีเพชรซาอุ" โดยมีนายเกรียงไกรเป็นผู้กระทำความผิด พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรัตน์ ผช.อตร. เจ้าของคดี ทราบเรื่องนี้ดี เพราะเป็นผู้ถามสื่อมวลชนเองว่า "ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน ตนไม่เคยได้ยิน หรือเห็นมาก่อนเลย" จากนั้นก็มีการไปเอารูปภริยาอธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น พล.ต.อ. แสวง ธีระสวัสดิ์ ภาพใน น.ส.พ. ฉบับหนึ่ง ผู้หญิงสวมสร้อยคอที่มีจี้เป็นอัญมณีสีน้ำเงินล้อมเพชรและทอง ปรากฏตัวในงานเลี้ยงงานหนึ่ง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คดีปราสาทพระวิหาร เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505 Article: คดีปราสาทพระวิหาร เป็นความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชากับราชอาณาจักรไทย ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2501 จากปัญหาการอ้างสิทธิเหนือบริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนไทยด้านอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และชายแดนกัมพูชาด้านจังหวัดพระวิหาร เกิดจากการที่ทั้งไทยและกัมพูชา ถือแผนที่ปักปันเขตแดนตามแนวสันปันน้ำของเทือกเขาพนมดงรักคนละฉบับ ทำให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของทั้งสองฝ่ายในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของตัวปราสาท โดยทั้งฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทยได้ยินยอมให้มีการพิจารณาปัญหาดังกล่าวขึ้นที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี พ.ศ. 2502 คดีนี้ศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ท่ามกลางความไม่พอใจของฝ่ายไทย ซึ่งเห็นว่าศาลโลกตัดสินคดีนี้อย่างไม่ยุติธรรม อย่างไรก็ตาม การตัดสินคดีครั้งนี้ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องอาณาเขตทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชาในบริเวณดังกล่าวให้หมดไป และยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังต่อมาจนถึงปัจจุบัน เบื้องหลัง หลังจากกัมพูชาเป็นเอกราช ในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2493 ประเทศไทยได้เป็นประเทศแรกที่ได้ให้การรับรอง จนมีการตั้งสำนักผู้แทนทางการทูตขึ้นที่กรุงพนมเปญ และสัมพันธภาพก็เจริญมาด้วยดีโดยตลอด จนกระทั่ง พ.ศ. 2501 เอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำกรุงลอนดอน ซัมซารี ได้เขียนบทความเกี่ยวกับสิทธิเหนือปราสาทเขาพระวิหาร ลงในนิตยสาร "กัมพูชาวันนี้ (le Combodge d'aujourd'hui) " มีเนื้อหาส่วนหนึ่งระบุบว่า "ไทยอ้างสิทธิเหนือวิหารนี้ โดยการใช้กำลังทหารเข้ายึดเอาพระวิหาร-อันเป็นการกระทำแบบฮิตเลอร์"[1] จากนั้นมาวิทยุและหนังสือพิมพ์ของกัมพูชาก็ได้พูดถึงเรื่องสิทธิเหนือปราสาทเขาพระวิหารนี้อยู่เรื่อย ๆ จนเกิดกระแส "ทวงเขาพระวิหารคืนจากไทย"[1] แต่ยังไม่รุนแรงนัก นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ปล้นสะดมทางชายแดนไทย-กัมพูชาเสมอ ๆ ทำให้รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้เสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการผสมเพื่อดำเนินการตรวจสอบเส้นเขตแดน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลกัมพูชา ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มทรุดลงอย่างรวดเร็ว วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 ประเทศจีนได้ประกาศรับรองกัมพูชา และพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหนุได้เสด็จไปเยือนปักกิ่ง ซึ่งในสมัยนั้นอยู่ในช่วงระวังการแทรกซึมจากคอมมิวนิสต์ วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2501...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คดีรวมเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ในการสืบพยาน?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: พยานบุคคล Article: พยานบุคคล หรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า พยาน (English: witness) หมายถึง ผู้รู้เห็นด้วยประสาทสัมผัสของตนซึ่งการกระทำความผิดอาญาหรือเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ เช่น ได้เห็นด้วยตา ได้ฟังด้วยหู ได้ดมด้วยจมูก หรือได้สัมผัสด้วยมือ ของตนเอง และเพราะฉะนั้น จึงสามารถให้รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์เช่นว่านั้นได้ อันพยานบุคคลที่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารมาด้วยตนเองนั้น เรียกว่า "ประจักษ์พยาน" (English: eyewitness) พยานทั้งหลายมักได้รับเบิกตัวขึ้นศาลเพื่อให้การในการพิจารณาคดี การเรียกพยานให้ปรากฏตัวต่อศาลนั้น ศาลจะใช้ "หมายเรียกพยาน" (English: subpoena) หรือหากคู่ความนำพยานมาเบิกความต่อศาลเอง จะเรียกว่า "พยานนำ" ในต่างประเทศ คดีบางประเภท โจทก์หรือจำเลย หรือผู้แทน เช่น ทนายความ ก็มีอำนาจออกหมายเรียกพยานได้ พยานที่เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่าง ๆ หากศาลเป็นผู้แต่งตั้ง เรียกว่า "พยานผู้เชี่ยวชาญ" (English: expert witness) แต่หากคู่ความเป็นฝ่ายนำมาเอง เรียกว่า "ผู้มีความรู้เชี่ยวชาญ" การสืบพยานบุคคลตามกฎหมายไทย การสืบพยานบุคคลตามกฎหมายไทยนั้น ไม่ได้จำกัดอายุขั้นต่ำของพยานบุคคลไว้ แต่ผู้ที่จะเป็นพยานบุคคลจะต้องสามารถเข้าใจและตอบคำถามได้ แม้แต่ผู้หูหนวก เป็นใบ้ ก็สามารถเป็นพยานได้ และจะต้องเป็นประจักษ์พยาน ได้รู้เห็นเรื่องนั้นมาโดยตรง ส่วนพยานบอกเล่านั้นโดยหลักแล้วห้ามรับฟัง เว้นแต่ ตามสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของพยานบอกเล่านั้น น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ หรือ มีเหตุจำเป็นเนื่องจากไม่สามารถนำประจักษ์พยานมาเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น ในคดีแพ่ง คู่ความสามารถอ้างคู่ความอีกฝ่ายเป็นพยานได้ แต่ในคดีอาญา กฎหมายห้ามไม่ให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน ก่อนเบิกความ พยานจะต้องสาบานตนตามลัทธิศาสนาหรือจารีตประเพณีแห่งชาติของตน หรือกล่าวคำปฏิญาณว่าจะให้การตามความสัตย์จริงเสียก่อน เว้นแต่มีเอกสิทธิไม่ต้องสาบาน หากพยานเบิกความโดยไม่ได้สาบานตน และไม่ใช่ผู้มีเอกสิทธิแล้ว ศาลก็รับฟังพยานนั้นไม่ได้ ในการสอบถามพยาน ศาลจะเป็นผู้ถามรายละเอียดก่อน จากนั้นจะให้ฝ่ายอ้างพยานซักถาม และให้อีกฝ่ายถามค้านเพื่อทำลายน้ำหนักพยาน และฝ่ายที่อ้างพยานถามอีกครั้งหนึ่งเพื่อปิดช่องโหว่จากการถามค้าน เรียกว่าถามติง ทั้งนี้ การซักถามและถามติงห้ามใช้คำถามนำ...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คดีโจแอนเกิดขึ้นปีใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: เจ. เค. โรว์ลิง Article: โจแอนน์ "โจ" โรว์ลิง (English: Joanne "Jo" Rowling, OBE FRSL[1]) หรือนามปากกา เจ. เค. โรว์ลิง[2] และ<b data-parsoid='{"dsr":[1509,1531,3,3]}'>โรเบิร์ต กัลเบรธ (เกิด 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1965)[3] เป็นนักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษ ผู้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ประพันธ์วรรณกรรมแฟนตาซีชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งได้รับความความสนใจจากทั่วโลก ได้รับรางวัลมากมาย และมียอดขายกว่า 500 ล้านเล่ม[4] และยังเป็นหนังสือชุดที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์[5] ด้านภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือก็เป็นภาพยนตร์ชุดที่ทำรายได้มากที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์[6] โรว์ลิงอนุมัติบทภาพยนตร์ทุกภาค[7] และตลอดจนควบคุมงานฝ่ายสร้างสรรค์ภาพยนตร์ภาคสุดท้ายในฐานะผู้อำนวยการสร้าง[8] โรว์ลิงเกิดที่เมืองเยตส์ มณฑลกลอสเตอร์เชอร์ เคยทำงานเป็นนักวิจัยและเลขานุการสองภาษาให้กับองค์การนิรโทษกรรมสากล ก่อนได้ความคิดสำหรับชุด<i data-parsoid='{"dsr":[3461,3481,2,2]}'>แฮร์รี่ พอตเตอร์</i>บนขบวนรถไฟที่ล่าช้าจากแมนเชสเตอร์ไปลอนดอนเมื่อปี 1990[9] อีกเจ็ดปีถัดมา เธอเสียมารดา หย่าร้างกับสามีคนแรกและค่อนข้างยากจน จนโรว์ลิงเขียน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เสร็จในปี 1997 มีภาคต่อหกเล่ม เล่มสุดท้ายคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ในปี 2007 จากนั้นโรว์ลิงเขียนหนังสือสำหรับผู้อ่านผู้ใหญ่สามเรื่อง ได้แก่ เก้าอี้ว่าง (2012) และนวนิยายสืบสวนสอบสวน เรื่อง เสียงเพรียกจากคักคู (2013) และ หนอนไหม (2014) โดยใช้ชื่อปลอมในการเขียนว่า โรเบิร์ต กัลเบรธ[10] ชีวิตของโรว์ลิงพลิกผันจากความยากจนไปสู่ความร่ำรวย จากเดิมที่เธอเคยต้องพึ่งเงินสงเคราะห์จากรัฐบาลเพื่ออยู่รอด เธอได้เปลี่ยนสถานะกลายเป็นมหาเศรษฐีในห้าปี โดย ซันเดย์ไทม์ริชลิสต์</i>ประจำปี 2008 ประเมินทรัพย์สินของโรว์ลิงไว้ 560 ล้านปอนด์ เป็นหญิงที่ร่ำรวยที่สุดอันดับที่สิบสองของสหราชอาณาจักร[11] ส่วนนิตยสารฟอบส์ได้จัดอันดับเมื่อปี 2007 ให้เธอเป็นคนดังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอันดับที่สี่สิบแปดของโลก[12] ในปีเดียวกันนิตยสารไทม์ยกเธอให้เป็นรองบุคคลแห่งปี 2007 จากการให้แรงบันดาลใจแก่แฟนคลับไม่ว่าจะเป็นทางด้านสังคม ศีลธรรม และการเมือง[13] และในเดือนตุลาคม 2010 โรว์ลิงยังได้เป็น "สตรียอดทรงอิทธิพลในบริเตน" จากการเสนอชื่อของบรรณาธิการนิตยสารชั้นนำต่าง ๆ[14] เธอยังให้การสนับสนุนองค์กรการกุศลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมมิครีลีฟ...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คดีโทรมหญิงในเดลี พ.ศ. 2555 มีผู้ต้องหากี่คน?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คดีโทรมหญิงในเดลี พ.ศ. 2555 Article: คดีโทรมหญิงในเดลี พ.ศ. 2555 เป็นคดีซึ่งเกิด ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2555 ในหมู่บ้านมุนิรกา (Munirka) ของเมืองเดลีใต้ เมื่อหญิงซึ่งอายุยี่สิบสามปีและเป็นผู้ฝึกหัดวิชากายภาพบำบัดถูกทำร้ายร่างกายแล้วรุมโทรมบนรถประจำทางที่เธอโดยสารมากับเพื่อนชาย[2] ผู้ลงมือเป็นชายหกคนซึ่งโดยสารมาพร้อมกัน รวมถึงคนขับรถนั้นด้วย หญิงดังกล่าวบาดเจ็บสาหัสจนถึงแก่ความตายในวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ขณะรับการรักษาฉุกเฉินในประเทศสิงคโปร์[3][4] เหตุการณ์นี้ได้รับการรายงานทั่วประเทศและทั่วโลก ทั้งเป็นที่ประณามของสตรีหลายกลุ่มทั้งในและนอกประเทศ ภายหลังประชาชนทั่วประเทศได้ประท้วงรัฐบาลอินเดียที่ไม่รักษาความปลอดภัยให้แก่สตรีอย่างเพียงพอ และผู้ประท้วงนับพันได้ปะทะอาวุธกับเจ้าพนักงานด้วย ผู้ต้องหาหกคนถูกจับกุมและฟ้องฐานกระทำทารุณทางเพศและฆ่าคน ผู้ต้องหาหนึ่งคนตายเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2556 ระหว่างถูกขังไว้ ณ เรือนจำติหาร (Tihar Jail)[5] ผู้ต้องหนึ่งคนเป็นผู้เยาว์ ถูกชำระต่างหากที่ศาลเยาวชน โดยศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2556 ว่า มีความผิด ให้กักขังไว้ที่สถานพินิจสามปี ผู้ต้องหาอีกสี่คนถูกเบิกตัวขึ้นศาลแผนกรวบรัด (fast-track court) โจทก์นำสืบพยานหลักฐานฝ่ายตนเสร็จเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2556[6] และศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556 ว่า มีความผิด ให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในวันที่ 13 กันยายน 2556[7][8][9] เหตุการณ์ ผู้เสียหายประกอบด้วย หญิงคนหนึ่งอายุยี่สิบสามปี กับเพื่อนชายของเธอหนึ่งคน คืนวันที่ 16 ธันวาคม 2555 ทั้งคู่ไปชมภาพยนตร์เรื่อง ชีวิตอัศจรรย์ของพาย (Life of Pi) ที่ย่านสาเกต (Saket) เมืองเดลีใต้[10][11] เสร็จแล้ว ขึ้นรถประจำทางที่หมู่บ้านมุนิรกาเพื่อกลับบ้านที่กิ่งเมืองทวารกา (Dwarka) ขณะนั้น เวลา 21:30 นาฬิกา บนรถมีชายหกคนรวมคนขับ หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นผู้เยาว์เรียกให้ผู้เสียหายทั้งสองขึ้นรถโดยระบุว่าจะผ่านทวารกา ทั้งสองจึงขึ้นรถ[3][12] แต่ชายผู้เสียหายเกิดแคลงใจเพราะรถไม่ได้ไปตามเส้นทางปรกติ ทั้งยังไม่เปิดรับผู้โดยสารอื่นด้วย จึงเรียกให้จอด คนขับไม่จอด และชายคนอื่น ๆ เข้าเย้าแหย่หญิงผู้เสียหายว่า เหตุใดจึงมาอยู่กันลำพังในเวลามืดค่ำดังนี้[13] ชายผู้เสียหายจะเข้าช่วยเหลือ จึงถูกจับทำร้ายร่างกาย และถูกแท่งโลหะตีสิ้นสติไป จากนั้น ชายทั้งหลายที่อยู่บนรถลากหญิงผู้เสียหายไปท้ายรถ เอาแท่งโลหะตีเธอ ก่อนรุมข่มขืนกระทำชำเราเธอขณะที่รถวิ่งอยู่...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คดีโทรมหญิงในเดลี พ.ศ. 2555 มีผู้เสียชีวิตหรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คดีโทรมหญิงในเดลี พ.ศ. 2555 Article: คดีโทรมหญิงในเดลี พ.ศ. 2555 เป็นคดีซึ่งเกิด ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2555 ในหมู่บ้านมุนิรกา (Munirka) ของเมืองเดลีใต้ เมื่อหญิงซึ่งอายุยี่สิบสามปีและเป็นผู้ฝึกหัดวิชากายภาพบำบัดถูกทำร้ายร่างกายแล้วรุมโทรมบนรถประจำทางที่เธอโดยสารมากับเพื่อนชาย[2] ผู้ลงมือเป็นชายหกคนซึ่งโดยสารมาพร้อมกัน รวมถึงคนขับรถนั้นด้วย หญิงดังกล่าวบาดเจ็บสาหัสจนถึงแก่ความตายในวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ขณะรับการรักษาฉุกเฉินในประเทศสิงคโปร์[3][4] เหตุการณ์นี้ได้รับการรายงานทั่วประเทศและทั่วโลก ทั้งเป็นที่ประณามของสตรีหลายกลุ่มทั้งในและนอกประเทศ ภายหลังประชาชนทั่วประเทศได้ประท้วงรัฐบาลอินเดียที่ไม่รักษาความปลอดภัยให้แก่สตรีอย่างเพียงพอ และผู้ประท้วงนับพันได้ปะทะอาวุธกับเจ้าพนักงานด้วย ผู้ต้องหาหกคนถูกจับกุมและฟ้องฐานกระทำทารุณทางเพศและฆ่าคน ผู้ต้องหาหนึ่งคนตายเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2556 ระหว่างถูกขังไว้ ณ เรือนจำติหาร (Tihar Jail)[5] ผู้ต้องหนึ่งคนเป็นผู้เยาว์ ถูกชำระต่างหากที่ศาลเยาวชน โดยศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2556 ว่า มีความผิด ให้กักขังไว้ที่สถานพินิจสามปี ผู้ต้องหาอีกสี่คนถูกเบิกตัวขึ้นศาลแผนกรวบรัด (fast-track court) โจทก์นำสืบพยานหลักฐานฝ่ายตนเสร็จเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2556[6] และศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556 ว่า มีความผิด ให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในวันที่ 13 กันยายน 2556[7][8][9] เหตุการณ์ ผู้เสียหายประกอบด้วย หญิงคนหนึ่งอายุยี่สิบสามปี กับเพื่อนชายของเธอหนึ่งคน คืนวันที่ 16 ธันวาคม 2555 ทั้งคู่ไปชมภาพยนตร์เรื่อง ชีวิตอัศจรรย์ของพาย (Life of Pi) ที่ย่านสาเกต (Saket) เมืองเดลีใต้[10][11] เสร็จแล้ว ขึ้นรถประจำทางที่หมู่บ้านมุนิรกาเพื่อกลับบ้านที่กิ่งเมืองทวารกา (Dwarka) ขณะนั้น เวลา 21:30 นาฬิกา บนรถมีชายหกคนรวมคนขับ หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นผู้เยาว์เรียกให้ผู้เสียหายทั้งสองขึ้นรถโดยระบุว่าจะผ่านทวารกา ทั้งสองจึงขึ้นรถ[3][12] แต่ชายผู้เสียหายเกิดแคลงใจเพราะรถไม่ได้ไปตามเส้นทางปรกติ ทั้งยังไม่เปิดรับผู้โดยสารอื่นด้วย จึงเรียกให้จอด คนขับไม่จอด และชายคนอื่น ๆ เข้าเย้าแหย่หญิงผู้เสียหายว่า เหตุใดจึงมาอยู่กันลำพังในเวลามืดค่ำดังนี้[13] ชายผู้เสียหายจะเข้าช่วยเหลือ จึงถูกจับทำร้ายร่างกาย และถูกแท่งโลหะตีสิ้นสติไป จากนั้น ชายทั้งหลายที่อยู่บนรถลากหญิงผู้เสียหายไปท้ายรถ เอาแท่งโลหะตีเธอ ก่อนรุมข่มขืนกระทำชำเราเธอขณะที่รถวิ่งอยู่...
Yes
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คติพจน์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคืออะไร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี Article: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (English: Rajamangala University of Technology Thanyaburi) ได้รับการสถาปนาขึ้นในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548[1] โดยรวม 2 หน่วยงานหลักเข้าไว้ด้วยกัน คือ ศูนย์กลางสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลและวิทยาเขตปทุมธานี จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ครุศาสตร์อุตสาหกรรม เกษตรศาสตร์ บริหารธุรกิจ คหกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาศาสตร์ เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ศิลปศาสตร์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยและสาขาวิชาทางด้านนาฏศิลป์ ดุริยางค์และพยาบาลศาสตร์ ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตสายวิชาชีพที่มีคุณภาพให้สอดคล้องกับการพัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีการจัดการเรียนด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นการปฏิบัติ ทำการสอน ทำการวิจัย การผลิตครูวิชาชีพ ให้บริการทางวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทะนุบำรุงศิลปและวัฒนธรรม โดยให้ผู้สำเร็จอาชีวศึกษามีโอกาสในการศึกษาต่อ ด้านวิชาชีพเฉพาะทางระดับปริญญาเป็นหลัก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมีสถานที่ตั้ง 2 แห่ง คือ ศูนย์กลางมหาวิทยาลัย ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี และวิทยาเขตปทุมธานี ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี ประวัติ สืบเนื่องมาจากวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 เป็นวันที่พระราชบัญญัติวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา[2] ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้ เพื่อผลิตครูอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรี เนื่องจากขณะนั้นวิทยาลัยฯ มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการจัดการศึกษาในระดับปริญญาตรีให้สามารถดำเนินการได้อย่างประหยัดทั้งเวลา และทรัพยากรทุกประเภท วิทยาลัยฯ จึงได้พยายามที่จะจัดให้คณะต่าง ๆ ที่เปิดสอนในระดับปริญญาได้มารวมกันอยู่ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อให้สามารถขยายการเรียนการสอนระดับปริญญาด้านเทคโนโลยีออกไปให้กว้างขึ้น แต่การดำเนินงานต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคทางด้านนโยบายและแนวทางการปฏิบัตินานาประการ จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดตั้งศูนย์กลางการศึกษาระดับปริญญาขึ้นได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ จนกระทั่ง พ.ศ. 2527 วิทยาลัยฯ ได้รับการอนุเคราะห์จากกรมธนารักษ์ โดยการจัดสรรที่ดินคลองหกฝั่งตะวันตก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โฉนดเลขที่ 706 เนื้อที่ 610-3-40 ไร่ และแปลงเลขที่ 109-3-04 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งหมด 720-2-45 ไร่...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนตาบอกสามารถเห็นแสงได้หรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: แสง Article: แสง (English: light) เป็นการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าในบางส่วนของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า คำนี้ปกติหมายถึง แสงที่มองเห็นได้ ซึ่งตามนุษย์มองเห็นได้และทำให้เกิดสัมผัสการรับรู้ภาพ แสงที่มองเห็นได้ปกตินิยามว่ามีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 400–700 นาโนเมตร ระหวางอินฟราเรด (ที่มีความยาวคลื่นมากกว่าและมีคลื่นกว้างกว่านี้) และอัลตราไวโอเล็ต (ที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่าและมีคลื่นแคบกว่านี้) ความยาวคลื่นนี้หมายถึงความถี่ช่วงประมาณ 430–750 เทระเฮิรตซ์ ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสงหลักบนโลก แสงอาทิตย์ให้พลังงานซึ่งพืชสีเขียวใช้ผลิตน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ในรูปของแป้ง ซึ่งปลดปล่อยพลังงานแก่สิ่งมชีวิตที่ย่อยมัน กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงนี้ให้พลังงานแทบทั้งหมดที่สิ่งมีชีวิตใช้ ในอดีต แหล่งสำคัญของแสงอีกแหล่งหนึ่งสำหรับมนุษย์คือไฟ ตั้งแต่แคมป์ไฟโบราณจนถึงตะเกียงเคโรซีนสมัยใหม่ ด้วยการพัฒนาหลอดไฟฟ้าและระบบพลังงาน การให้แสงสว่างด้วยไฟฟ้าได้แทนแสงไฟ สัตว์บางชนิดผลิตแสงไฟของมันเอง เป็นกระบวนการที่เรียก การเรืองแสงทางชีวภาพ คุณสมบัติปฐมภูมิของแสงที่มองเห็นได้ คือ ความเข้ม ทิศทางการแผ่ สเปกตรัมความถี่หรือความยาวคลื่น และโพลาไรเซชัน (polarization) ส่วนความเร็วในสุญญากาศของแสง 299,792,458 เมตรต่อวินาที เป็นค่าคงตัวมูลฐานหนึ่งของธรรมชาติ ในวิชาฟิสิกส์ บางครั้งคำว่า แสง หมายถึงการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าในทุกความยาวคลื่น ไม่ว่ามองเห็นได้หรือไม่[1][2] ในความหมายนี้ รังสีแกมมา รังสีเอ็กซ์ ไมโครเวฟและคลื่นวิทยุก็เป็นแสงด้วย เช่นเดียวกับแสงทุกชนิด แสงที่มองเห็นได้มีการเแผ่และดูดซํบในโฟตอนและแสดงคุณสมบัติของทั้งคลื่นและอนุภาค คุณสมบัตินี้เรียก ทวิภาคของคลื่น–อนุภาค การศึกษาแสง ที่เรียก ทัศนศาสตร์ เป็นขอบเขตการวิจัยที่สำคัญในวิชาฟิสิกส์สมัยใหม่ สเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้าและแสงที่เห็นได้ แสงคือรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่ในช่วงสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถมองเห็นได้ คือ อยู่ในย่านความถี่ 380 THz (3.8×1014 เฮิรตซ์) ถึง 789 THz (7.5×1014 เฮิรตซ์) จากความสัมพันธ์ระหว่าง ความเร็ว ( v {\displaystyle v} ) ความถี่ ( f {\displaystyle f} หรือ ν {\displaystyle \nu } ) และ ความยาวคลื่น ( λ {\displaystyle \lambda } ) ของแสง: v = f λ {\displaystyle v=f~\lambda \,\!} และความเร็วของแสงในสุญญากาศมีค่าคงที่ ...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนตาบอดเห็นแสงหรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ตาบอดสี Article: ตาบอดสี (English: Color blindness) เป็นโรคชนิดหนึ่งของดวงตาเมื่อเป็นแล้วจะส่งผลให้การแปรภาพของสีต่าง ๆ ที่มองเห็นผิดเพี้ยนไป จากผู้อื่นที่เป็นตาปกติ ภาวะตาบอดสีนั้น เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและในสังคมมากพอสมควร สาเหตุ โดยทั่วไปมนุษย์จะมีเซลล์รับแสงอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกทำหน้าที่รับรู้ถึงความมืด หรือ สว่าง ไม่สามารถแยกแยะสีสันได้ แต่จะมีความไวในการกระตุ้นแม้ในที่ที่มีแสงเพียงเล็กน้อย เช่น เวลากลางคืน ส่วนเซลล์กลุ่มที่สองจะทำหน้าที่บอกสีต่าง ๆ ที่เรามองเห็น โดยจะแยกได้อีกเป็น 3 ชนิด ตามระดับคลื่นแสง หรือสี ที่กระตุ้น ได้แก่ เซลล์รับแสงสีแดง เซลล์รับแสงสีน้ำเงิน และเซลส์รับแสงสีเขียวสำหรับการรับแสงสีอื่น โดยให้สมองเราแปลภาพออกมาเป็นสีต่าง ๆ โรคตาบอดสี เกิดขึ้นจากเซลล์ประสาทชนิดหนึ่ง ในม่านตาที่มีการตอบสนองความไวต่อสีต่าง ๆ ทำงานผิดปกติ จนเกิดเป็นความบกพร่องหรือความพิการ ส่งผลให้ดวงตาไม่สามารถที่จะมองเห็นสีบางสีได้ แต่ทั้งนี้ ตาบอดสีไม่ได้มีเพียงแต่ข้อเสียเท่านั้น แต่ผู้ที่ตาบอดสีจะมีความสามารถในการแยกสีเฉดเดียวกันที่มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยได้ดีกว่าคนปกติ ตัวอย่างเช่น คนตาบอดสีเขียวจะแยกสีที่คล้ายกัน เช่น เขียวอ่อน เขียวอมเหลือง ได้ละเอียด และในประเทศอิสราเอลมีการรับ คนที่ตาบอดสีเข้าประจำในกองทัพบก เพราะคนเหล่านี้จะมองเห็นรถถังที่ทาสี พรางตัวอยู่ในภูมิประเทศ ได้ดีกว่าคนที่มีดวงตาเป็นปกติ อาการ อาการที่แสดงถึงความผิดปกตินั้นมักเกิดขึ้นจากจอประสาทตาเส้นประสาทตา หรือส่วนรับรู้ในสมองถูกทำลาย สาเหตุต่าง ๆ เช่น การอักเสบ ภาวะขาดเลือด อุบัติเหตุเนื้อ งอก การเสื่อมลงของจอประสาทตา และผลข้างเคียงจากใช้ยาหรือสารเคมีอื่น ๆ โดยผู้ป่วยจะมีอาการเรียกชื่อสีหรือเห็นสีผิดไปจากเดิม เช่น ความผิดปกติของตาทั้ง 2 ข้างไม่เท่ากัน อาจเป็นตาเดียวหรือทั้ง 2 ตา มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นหรือลดลงได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรคที่เป็นอยู่นั้น การรักษาและการป้องกัน ผู้ที่เป็นโรคนี้มาตั้งแต่กำเนิด ยังไม่พบวิธีรักษาที่ได้ผล ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำถึงโอกาสการถ่ายทอดทางพันธุกรรมและโอกาสหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดภาวะตาบอดสีในหมู่ญาติ ส่วนผู้ที่มีภาวะตาบอดสีภายหลัง ควรรับการตรวจวินิจฉัยถึงสาเหตุ เพื่อการวางแผนรักษาที่เหมาะสมต่อไป ส่วนประเภทที่เกิดจากโรคต่าง ๆ ที่มีผลต่อจอประสาทและเส้นประสาทตา...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนที่ชอบแอบดูคนอื่นอาบน้ำมักจะเรียกคนนั้นว่าโรคจิตใช่หรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: โรคถ้ำมอง Article: แอบถายโรคถ้ำมอง[1] (English: Voyeurism) หรือ ความชอบแอบดู หรือ การแอบดู เป็นความสนใจหรือข้อประพฤติทางเพศที่จะแอบดูคนอื่นทำการในที่ลับ เช่นถอดเสื้อผ้า มีกิจกรรมทางเพศ หรือการอื่น ๆ ที่ปกติพิจารณาว่าเป็นเรื่องควรทำเป็นการส่วนตัว[2] คนแอบดูปกติจะไม่ทำอะไรโดยตรงกับบุคคลที่เป็นเป้า ผู้บ่อยครั้งจะไม่รู้ว่ากำลังถูกแอบดู จุดสำคัญของการแอบดูก็คือการเห็น แต่อาจจะรวมการแอบถ่ายรูปหรือวิดีโอ คำภาษาอังกฤษมาจากคำฝรั่งเศสว่า voyeur ซึ่งหมายความว่า "บุคคลที่ดู" คนแอบดูชายมักจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Peeping Tom" ซึ่งเป็นคำมาจากตำนานของ Lady Godiva ซึ่งเป็นหญิงที่ขี่ม้าเปลือยกายไปในเวลากลางคืน เพื่อขอการปลดเปลื้องหนี้ภาษีจากสามีของเธอสำหรับคนเช่าที่ดินของเขา โดยมีชายคนหนึ่งมองเห็น[3] แต่ว่า จริง ๆ แล้ว คำนี้มักจะใช้กับชายที่แอบดูคนอื่น และโดยทั่วไปไม่ใช่ในที่สาธารณะเหมือนอย่างในตำนาน เทคนิค แม้ว่ากล้องจารกรรมที่เล็กขนาดนาฬิกาห้อยกระเป๋าจะมีตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1880[4] เริ่มตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1950 ความก้าวหน้าในการทำของให้เล็กลงและของอิเล็กทรอนิกส์ ได้เพิ่มสมรรถภาพกล้องขนาดเล็ก (ซึ่งบ่อยครั้งเรียกว่า "spy cameras" หรือกล้องจารกรรม) ทั้งโดยคุณภาพและราคาของกล้อง ให้ดีขึ้นมาก กล้องดิจิตัลสำหรับผู้บริโภคปัจจุบันเดี๋ยวนี้เล็กมากจนกระทั่งว่า ถ้าเป็นทศวรรษก่อน ๆ ก็จะเรียกว่า กล้องจารกรรม และกล้องมือถือดิจิตัลที่ละเอียดเกินกว่า 20 ล้านพิกเซลก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมือถือโดยมากที่ใช้ในปัจจุบันก็จะเป็นกล้องถ่ายด้วย มีอุปกรณ์เก็บภาพบางอย่างที่สามารถถ่ายภาพผ่านวัตถุที่ปรากฏทึบในแสงปกติ เช่น เสื้อผ้า อุปกรณ์เช่นนี้ สร้างภาพโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่นอกพิสัยการเห็น ทั้งกล้องรังสีอินฟราเรดและกล้องรังสีเทราเฮิรตซ์สามารถสร้างภาพทะลุเสื้อผ้า แต่ว่า รูปเช่นนี้ต่างจากที่มองเห็นด้วยแสงปกติ[5][6] ประเด็นการแพทย์ นิยาม สมาคมจิตเวชอเมริกัน (American Psychiatric Association) ได้จัดหมวดหมู่รูปแบบจินตนาการ ความอยาก และพฤติกรรมแบบถ้ำมองว่าเป็นโรคกามวิปริตในคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต (DSM-IV) ถ้าบุคคลนั้นประพฤติตามความอยาก หรือว่าความอยากและจินตนาการทางเพศเช่นนั้น ทำให้เกิดความทุกข์และความขัดข้องในความสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างสำคัญ[7] ในคู่มือสากลคือ ICD-10 นี้จัดเป็นความผิดปกติเกี่ยวกับความชอบใจทางเพศ (disorder of sexual...
Yes
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนผิวสีในอเมริกคือชนพื้นเมืองในสหรัฐอเมริกาหรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ประวัติศาสตร์สหรัฐ Article: วันเริ่มต้นประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐมีการถกเถียงกันในหมู่นักประวัติศาสตร์. ตำรา เก่าเริ่มต้นในปี 1492 และเน้นพื้นหลังของยุโรปหรือเริ่มต้นในปี 1600 และเน้นชายแดน อเมริกัน. ในทศวรรษที่ผ่านมา, โรงเรียนและมหาวิทยาลัยอเมริกันมักจะขยับตัวกลับในเวลาที่จะรวมในยุคอาณานิคมมากขึ้นและมากขึ้นมากๆในประวัติศาสตร์ของชนพื้นเมือง.[1][2] ชนพื้นเมืองที่เคยอาศัยอยู่ในส่วนที่เป็นประเทศสหรัฐในตอนนี้เป็นพันๆปี และพัฒนาวัฒนธรรมที่ซับซ้อนก่อนชาวอาณานิคมของยุโรปเริ่มที่จะมาถึง, ส่วนใหญ่จากประเทศอังกฤษ, หลังปี 1600. สเปนมีการตั้งถิ่นฐานในช่วงต้นในฟลอริด้าและทางตะวันตกเฉียงใต้, และฝรั่งเศส ตามแม่น้ำมิสซิสซิปปีและชายฝั่งอ่าวเมกซิโก. ในยุค 1770s, สิบสามอาณานิคมของอังกฤษมีจำนวนประชากรสองล้านครึ่งอยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก, ทางตะวันออกของ แนวเทือกเขา Appalachian Mountains. หลังจากขับไล่ชาวฝรั่งเศสออกจากทวีปอเมริกาเหนือในปี 1763, อังกฤษกำหนดชุดของภาษีใหม่ในขณะที่ปฏิเสธข้อโต้แย้งของอเมริกันว่า ภาษีจำเป็นที่จะต้องเข้าสภา. แรงต้านภาษี, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปาร์ตี้น้ำชาที่บอสตัน (English: Boston Tea Party) ในปี ค.ศ. 1774, นำไปสู่​​การลงโทษโดยสภาที่ได้รับการออกแบบในสิ้นสุดตัวเองของรัฐบาลในแมสซาชูเซต. ทั้ง 13 อาณานิคมรวมตัวกันในสภาคองเกรสที่นำไปสู่​​ความขัดแย้งที่ใช้อาวุธในเดือนเมษายน ค.ศ. 1775. ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 สภาคองเกรสลงมติยอมรับประกาศอิสรภาพ (English: Declaration of Independence)ที่เขียนขึ้นโดย ทอมัส เจฟเฟอร์สัน, ที่ประกาศว่ามนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นให้เท่าเทียมกัน และก่อตั้งประเทศใหม่ นั่นก็คือสหรัฐ. ด้วยกำลังทหารขนาดใหญ่และการสนับสนุนทางการเงินจากฝรั่งเศส และความเป็นผู้นำทางทหารโดยนายพล จอร์จ วอชิงตัน, ผู้รักชาติทั้งหลายชาวอเมริกันชนะสงครามปฏิวัติ" สนธิสัญญาสันติภาพปี ค.ศ. 1783 ให้ประเทศใหม่, ส่วนใหญ่ของดินแดนทางตะวันออกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี (ยกเว้น ฟลอริดา). รัฐบาลแห่งชาติ ที่จัดตั้งขึ้นตามข้อบังคับของสมาพันธ์(English: Articles of Confederation) ได้พิสูจน์แล้วว่าใช้ไม่ได้ผลที่จะให้ความมั่นคงกับประเทศใหม่, เนื่องจาก มันไม่มีอำนาจในการเก็บภาษีและไม่มีผู้บริหารระดับสูง. การประชุมที่จัดขึ้นในฟิลาเดลในปี ค.ศ. 1787 เพื่อปรับปรุงข้อบังคับของ สมาพันธ์ส่งผลให้มีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่แทน, ซึ่งถูกยอมรับในปี ค.ศ. 1789. ใน ค.ศ. 1791...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนลึกไขปริศนาลับ ถูกสร้างเป็นอนิเมชั่นเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ยอดนักสืบจิ๋วโคนันเดอะมูฟวี่ Article: ยอดนักสืบจิ๋วโคนันเดอะมูฟวี่[2] เป็นภาพยนตร์ตอนพิเศษของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน โดยภาพยนตร์ชุดนี้จะออกฉายในโรงภาพยนตร์ในช่วงโกลเดน วีคในประเทศญี่ปุ่น ในปัจจุบันมีทั้งหมด 23 ภาคในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งฉายไปแล้ว 22 ภาค และทางไทก้าซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์นำมาจำหน่ายครบ 22 ภาค แต่เริ่มนำมาฉายในโรงภาพยนตร์ครั้งแรกในภาคที่ 8 มนตราแห่งรัตติกาลสีเงิน[3] นอกจากนี้บางตอนยังมีการนำไปออกอากาศทาง โมเดิร์นไนน์ทีวี ในช่วง โมเดิร์นไนน์การ์ตูนสเปเชียล[4] และทางช่อง 7 [5][6] อีกด้วย ภาพยนตร์ทุกตอนในชุดนี้ยกเว้นภาคแรก เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ทำเงินได้มากที่สุดในปีที่ภาพยนตร์ตอนนั้น ๆ ออกฉาย สำหรับภาคที่ 23 ซึ่งเป็นภาคล่าสุด จะออกฉายในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2562[7] 1. คดีปริศนาระเบิดระฟ้า คดีปริศนาระเบิดระฟ้า () ; English: The Time-Bombed Skyscraper) เป็นตอนที่ 1 ของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ภาคพิเศษ ในตอนนี้พวกโคนันได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานปาร์ตี้ของโมริยะ เทย์จิ สถาปนิกผู้ชื่นชอบสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ ต่อมาพวกโคนันได้รับโทรศัพท์ขู่วางระเบิดในหลายสถานที่จากชายปริศนา ภาพยนตร์ตอนนี้ออกฉายในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2540 และออกฉายในโอซาก้า เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2540 กำกับโดยสึวะ มิจิฮิโกะ และเขียนบทโดยโคอุจิ คาซึนาริ ภาคนี้เดิมเคยวางไว้เป็นส่วนหนึ่งของตอนจบของจอมโจรอัจฉริยะ ซึ่งเขียนโดย โกโช อาโอยาม่า เช่นกัน โดยวางไว้ให้เกิดเหตุการณ์ระเบิดทั่วกรุงโตเกียว คู่กับการดำเนินเรื่องที่ คุโด้ ชินอิจิไปเดทกับ โมริ รัน ในสถานที่ที่จะเกิดการระเบิดขึ้น[8] 2. คดีฆาตกรรมไพ่ปริศนา คดีฆาตกรรมไพ่ปริศนา () ; (English: The Fourteenth Target) เป็นตอนพิเศษของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ตอนที่ 2 ในตอนนี้เกิดการลอบทำร้ายบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับ โมริ โคโกโร่ โดยใช้ไพ่ เป็นตัวระบุความสัมพันธ์ ซึ่งคล้ายกับคดีฆาตกรรมเอบีซี ที่เขียนโดย อกาธา คริสตี ภาพยนตร์ตอนนี้ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2541 กำกับโดยโคดามะ คาเน็ทสึกุ และเขียนบทโดยโคอุจิ คาซึนาริ ภาพยนตร์ตอนนี้ทำเงินได้รวม 1,050 ล้านเยนในประเทศญี่ปุ่น[9] 3. ปริศนาพ่อมดคนสุดท้ายแห่งศตวรรษ ปริศนาพ่อมดคนสุดท้ายแห่งศตวรรษ () ; (English: The Last Wizard of the Century) เป็นตอนพิเศษของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยอดนักสืบจิ๋ว...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนสายตาสั้นใช้แว่นเลนส์แบบไหน?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: เลนส์เว้า Article: เลนส์เว้า (concave lens) คือ เลนส์ที่มีผิวโค้งเข้าด้านใน มีขอบหนา และตรงกลางบาง แสงที่ผ่านเลนส์เว้าจะกระจายออก เลนส์เว้านำมาใช้ในกล้องโทรทรรศน์, กล้องจุลทรรศน์ และแว่นตา สำหรับในแว่นตานั้น เลนส์เว้าช่วยปรับสายตาสำหรับคนสายตาสั้นได้ เลนส์เว้าสามารถสร้างภาพเสมือนได้ เลนส์เว้า สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ เลนส์เว้า 2 ด้าน เลนส์เว้าแกมนูน เลนส์เว้าแกมระนาบ นิโคลัสแห่งคูซา เชื่อว่าเขาเป็นคนแรกที่ค้นพบประโยชน์ของเลนส์เว้าในการรักษาสายตาสั้น เมื่อ ค.ศ. 1451 เปรียบเทียบ: เลนส์นูน ภาพที่เกิดจากเลนส์เว้า วัตถุอยู่ไกลมาก(ระยะอนันต์,Infinity) แสงจากวัตถุขนานกับแกนมุขสำคัญ หักเหผ่านเลนส์เว้า เป็นรังสีปลายบานเข้าสู่ตาผู้สังเกต ผู้สังเกตจะมองเห็นภาพที่จุดโฟกัสเสมือนเป็นภาพเสมือน ขนาดเล็กมาก ข้างเดียวกับวัตถุ ไม่ว่าวัตถุจะอยู่ที่ใด จะได้ภาพเสมือนหัวตั้ง ขนาดเล็กกว่าวัตถุ และอยู่ด้านเดียวกับวัตถุ สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้เลนส์เว้า แว่นตาสำหรับคนสายตาสั้น กล้องถ่ายภาพ ดูเพิ่ม การคำนวณเลนส์บาง หมวดหมู่:ทัศนูปกรณ์ หมวดหมู่:ทัศนศาสตร์
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนเมืองยองสืบเชื้อสายมาจากผู้คนที่อพยพมาจากเมืองอะไร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: เมืองยอง Article: เมืองยอง (Burmese: မိုင်းယောင်း; Shan:မိူင်းယွင်း) เป็นเมืองหนึ่งในรัฐชาน ประเทศพม่า ขึ้นกับอำเภอเมืองยอง จังหวัดเมืองพยาก เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทั้งเกี่ยวข้องกับพม่า ล้านนา สยาม ลาว และเขตสิบสองปันนาของจีน ผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองเรียกว่าชาวลื้อ คนเมืองยองสืบเชื้อสายมาจากผู้คนที่อพยพมาจากเมืองเชียงรุ่งและเมืองอื่น ๆ ในสิบสองพันนา ซึ่งเป็นคนลื้อหรือไทลื้อ และเมื่ออพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานครั้งใหญ่ในเมืองลำพูนในปี พ.ศ. 2348 คนทั่วไปจึงเรียกว่า คนเมืองยอง เพราะในสมัยนั้นรัฐประชาชาติหรือรัฐชาติ (nation state) แบบตะวันตกยังไม่เกิดขึ้น ในสมัยนั้นผู้คนต่างบ้านหลายเมืองที่มาอยู่ร่วมกัน จึงเรียนขานกันตามชื่อบ้านเมืองเดิม เช่น คนเมืองเชียงใหม่ คนเมืองลำปาง คนเมืองแพร่ คนเมืองน่าน คนเมืองเชียงตุง เป็นต้น ฉะนั้นคนไทยองจึงไม่ใช่คนไทที่เป็นชาติพันธุ์ยอง แต่เป็นคนไทลื้อที่อาศัยอยู่เมืองยอง ภูมิลักษณะ ตัวเมืองตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเชียงตุง ห่างกันประมาณ 80 กิโลเมตร ห่างจากชายแดนอำเภอแม่สายประมาณ 157 กิโลเมตร ตัวเมืองยองเป็นแอ่งที่ราบกลางหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ มีความอุดมสมบูรณ์ เพราะมีแหล่งน้ำที่ดี นับเป็นเขตเกษตรกรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ตั้งแต่อดีตจึงมีผู้คนอพยพจากที่ต่าง ๆ เข้ามาตั้งถิ่นฐานตลอดเวลา ภูมิประเทศด้านตะวันตกสูงกว่าด้านตะวันออก แม่น้ำสายสำคัญคือแม่น้ำลาบ แม่น้ำวัง และแม่น้ำยอง ไหลไปทางทิศตะวันออก ไปสู่แม่น้ำโขง กำแพง ประตู และใจกลางเมืองยอง เขตกำแพงเมืองลักษณะกลมรีตั้งอยู่บนเนินสูง มีคูน้ำคันดิน ที่ตั้งประกอบด้วยประตูเมืองทั้ง 4 ด้าน ดังนี้ ทิศเหนือ ติดกับดอยปางหนาว มีประตูม่อนแสน ทิศตะวันตก ติดเทือกเขา มีประตูปางหิ่ง ทิศตะวันออก ติดที่ราบ มีประตูป่าแดง และประตูน้อย ทิศใต้ ติดที่ราบ โดยมีแม่น้ำยองไหลผ่าน มีประตูเสื้อเมือง นอกจากนั้น ยังมีอีก 3 ประตู ภายในเวียง คือ ประตูดินแดง ประตูหูหูด และประตูผาบ่อง บริเวณใจกลางเมืองมีต้นสรี หรือต้นโพธิ์มีไม้ค้ำโดยรอบซึ่งแสดงถึงความเชื่อเรื่องไม้ค้ำสรี เช่นเดียวกับคนเมืองในล้านนา ประวัติ การอพยพมาของชาวไทลื้อ คำว่ายองหรือ ญอง อันเป็นชื่อเมืองนั้น ตำนานเมืองยองได้อธิบายว่าเป็นชื่อหญ้าชนิดหนึ่งที่เคยขึ้นในบริเวณเมืองยอง ครั้งหนึ่งมีนายพรานมาจากอาฬวีนคร ได้จุดไฟเผาป่าทำให้หญ้ายองปลิวไปทั่ว เมืองยองมีชื่อเป็นภาษาบาลีว่า มหิยังคนคร (ตำนานเมืองยอง)...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนในค่ายบางระจัน ใช้สัตว์ชนิดใดในการขี่เพื่อต่อสู้กับกองทัพพม่า?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: บางระจัน Article: บางระจัน เป็นค่ายป้องกันตัวเองของชาวบ้านเมืองสิงห์บุรีและเมืองต่าง ๆ ที่พากันมาหลบภัยจากกองทัพพม่าที่บางระจัน ก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง[1] สามารถต้านทานการเข้าตีของกองทัพพม่าได้หลายครั้ง และมีกิตติศัพท์เลื่องลือในด้านวีรกรรมความกล้าหาญในประวัติศาสตร์ไทย โดยมีอนุสาวรีย์สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมในครั้งนี้ในตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เบื้องหลัง ปี พ.ศ. 2307 กองทัพพม่าภายใต้การนำของเนเมียวสีหบดียกเข้ามาในขอบคัณธสีมาด้านด่านระแหงแขวงเมืองตาก โดยกวาดต้อนผู้คนตัดกำลังของกรุงศรีอยุธยาทางหัวเมืองเหนือ ในขณะที่มังมหานรธา ตีเข้ามาทางหัวเมืองใต้ สกัดกำลังจากชายทะเลทิศใต้ โดยหมายใจบรรจบเข้าที่กรุงศรีอยุธยา ต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2308 กองทัพของเนเมียวสีหบดีได้มาหยุดอยู่ที่เมืองวิเศษชัยชาญ และจัดให้ทหารพม่ากองหนึ่งเที่ยวกวาดต้อนทรัพย์สินและผู้คนทางเมืองวิเศษชัยชาญ ราษฎรต่างพากันโกรธแค้นต่อการกดขี่ข่มเหงของทหารพม่า จึงแอบคบคิดกันต่อสู้ ในเดือน 3 พวกชาวเมืองวิเศษชัยชาญ เมืองสิงห์บุรี เมืองสรรคบุรี และชาวบ้านใกล้เคียงพากันคบคิดอุบายเพื่อล่อลวงทหารพม่า ทั้งรวบรวมผู้คนไว้เพื่อทำการต่อไป ในบรรดาชาวบ้านที่ร่วมกันอยู่นี้มีหัวหน้าที่สำคัญคือ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ซึ่งได้หลอกลวงทหารพม่านำไปหาทรัพย์สิ่งของที่ต้องการ ทหารพม่าหลงเชื่อตามไป ก็ถูกนายโชติและพรรคพวกซุ่มอยู่บุกเข้ามาฆ่าฟันพม่าตายประมาณ 20 คน แล้วจึงพากันหนีไปยังบางระจัน ในเวลานั้นชาวเมืองต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงต่างก็เข้ามาหลบอาศัยอยู่ที่บางระจันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีอาหารอุดมสมบูรณ์ ข้าศึกตามเข้าไปได้ยาก ชาวบ้านทั้งหลายจึงพาพรรคพวกครอบครัวอพยพหันมาพึ่งพระอาจารย์ธรรมโชติ ซึ่งมีกิตติศัพท์ว่ามีความเชี่ยวชาญทางวิทยาคมมาก ต่อมานายแท่นและผู้มีชื่ออื่น ๆ ชักชวนชาวบ้านได้อีกประมาณ 400 คนเศษพากันมาอยู่ที่บ้านบางระจัน หลังจากนั้นก็ตั้งค่ายขึ้นล้อมรอบบ้านบางระจัน 2 ค่าย เพื่อป้องกันทหารพม่าที่จะยกติดตามมาและเพื่อจัดหากำลังและศัตราวุธในแถบตำบลนั้น นอกจากนี้มีคนไทยชั้นหัวหน้าที่เข้ามาร่วมด้วยอีก 7 คน คือ ขุนสรรค์ พันเรือง นายทองเหม็น นายจันหนวดเขี้ยว นายทองแสงใหญ่ นายดอกไม้ และนายทองแก้ว รวมหัวหน้าที่สำคัญของค่ายบางระจันครั้งนั้นรวม 11 คน ตั้งกองสู้กับกองทัพพม่า การตีค่ายบางระจัน การรบครั้งที่ 1 ทหารพม่าที่เมืองวิเศษชัยชาญยกพลมาประมาณ 100...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนในยุคหินเก่าดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์ และเสาะแสวงหาพืชผักผลไม้กินเป็นอาหารใช่หรือไ่ม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ยุคหินเก่า Article: ยุคหินเก่า (English: Paleolithic) เป็น ช่วงเวลาก่อนประวัติศาสตร์ของมนุษย์ มีจุดเด่นอยู่ที่การพัฒนาเครื่องมือหินยุคแรกเริ่ม และครอบคลุมประมาณ 95% ของเทคโนโลยีก่อนประวัติศาสตร์ของมนุษย์[1] เริ่มตั้งแต่การใช้เครื่องมือหินครั้งแรก คาดว่าโดย Homo habilis เมื่อ 2.6 ล้านปีก่อน จนถึงปลายสมัยไพลสโตซีนประมาณ 10,000 ปีก่อนปัจจุบัน[2] ยุคต่อมาหลังยุคหินเก่า คือ ยุคหินกลาง (Mesolithic) สังคมมนุษย์ยุคหินเก่า คนในยุคหินเก่าดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์ และเสาะแสวงหาพืชผักผลไม้กินเป็นอาหารมีการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ และสภาวะแวดล้อมอย่างเต็มที่ กล่าวคือ เมื่อฝูงสัตว์ที่ล่าเป็นอาหารหมดลงก็ต้องอพยพย้ายถิ่นติดตามฝูงสัตว์ไปเรื่อย ๆ การที่มนุษย์จำเป็นต้องแสวงหาถิ่นที่อยู่ใหม่เพราะต้องล่าสัตว์ดังกล่าว อาจทำให้คนต้องปรับพฤติกรรมการบริโภคไปในตัวด้วย เนื่องจากชีวิตส่วนใหญ่ของคนในยุคหินเก่าต้องอยู่ กับการแสวงหาอาหารและการป้องกันตัวจากสัตว์ร้ายและภัยธรรมชาติรวมถึงการต่อสู้ในหมู่พวกเดียวกันเพื่อ การอยู่รอด จึงทำให้ต้องพัฒนาเกี่ยวกับเครื่องมือล่าสัตว์ โดยการพัฒนาอาวุธที่ทำด้วยหินสำหรับตัด ขูดหรือ สับ เช่น หอก มีด และเข็ม เป็นต้น ระบบความสัมพันธ์ทางสังคมพบว่า คนในยุคหินเก่าเริ่มอยู่กันเป็นครอบครัว แล้ว แต่ยังไม่มีการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนอย่างแท้จริง เพราะวิถีชีวิตแบบเร่ร่อนไม่เอื้ออำนวยให้มีการตั้งหลักแหล่งถาวรขณะเดียวกันองค์กรทางการเมืองการปกครองก็ยังไม่เกิดขึ้น สังคมจึงมีสภาพเป็นอนาธิปัตยคือไม่มีผู้เป็นใหญ่แน่นอน ผู้ที่มีอำนาจมักเป็นผู้ที่มีความแข็งแรงเหนือผู้อื่น นอกจากนี้ยังพบว่า คนในยุคนี้เริ่มรู้จักแสดงความรู้สึกออกมาในรูปของศิลปะบ้างแล้ว ศิลปะที่สำคัญ ได้แก่ รูปเขียนกระทิงเรียงกันเป็นขบวน ขุดค้นพบภายในถ้ำอัลตะมิระ ทางตอนใต้ของสเปนและ ภาพสัตว์ส่วนใหญ่เป็นภาพสัตว์ที่คนสมัยนั้นล่าเป็นอาหาร มีวัวกระทิง ม้าป่า กวางแดง และกวางเรนเดียร์ เป็นต้น พบที่ถ้ำสาบโก ในประเทศฝรั่งเศส ส่วนประเทศไทย พบที่ถ้ำตาด้วง จังหวัดกาญจนบุรี ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี และถ้ำผีหัวโต จังหวัดกระบี่ เป็นต้น สังคมของมนุษย์ยุคหินเก่าตอนกลาง และยุคหินเก่าตอนปลาย มีระยะเวลาที่สั้น ปรากฏอารยธรรมเกิดขึ้นในทวีปยุโรป แอฟริกาและเอเชีย สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนยุคหินเก่าตอนกลางส่วนมากคล้ายกับยุคหินเก่าตอนต้นแต่ก็พบว่าคนยุคกินเก่าตอนกลางบางแห่งมีพัฒนาการมากขึ้น...
Yes
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนใบ้สื่อสารกันทางใด?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: การสื่อสารไร้สาย Article: การสื่อสารไร้สาย (English: Wireless communication) หมายถึงการถ่ายโอนข้อมูลสารสนเทศระหว่างจุดสองจุดหรือมากกว่า โดยไม่ได้เชื่อมต่อกันด้วยตัวนำไฟฟ้า เทคโนโลยีไร้สายที่พบมากที่สุดใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่นคลื่นวิทยุ ซึ่งอาจใช้ในระยะทางสั้นๆไม่กี่เมตรสำหรับโทรทัศน์ หรือไกลเป็นล้านกิโลเมตรลึกเข้าไปในอวกาศสำหรับวิทยุ การสื่อสารไร้สายรวมถึงหลากหลายชนิดของการใช้งานอยู่กับที่, เคลื่อนที่และแบบพกพา ได้แก่ วิทยุสองทาง, โทรศัพท์มือถือ, ผู้ช่วยดิจิตอลส่วนตัว (personal digital assistants หรือ PDAs) และเครือข่ายไร้สาย ตัวอย่างอื่น ๆ ของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวิทยุไร้สายรวมถึง GPS, รีโมตประตูโรงรถ เม้าส์คอมพิวเตอร์ไร้สาย, แป้นพิมพ์และชุดหูฟังไร้สาย, หูฟังไร้สาย, เครื่องรับวิทยุไร้สาย, โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมไร้สาย, เครื่องรับโทรทัศน์ทั่วไปและโทรศัพท์บ้านไร้สาย วิธีการอื่นของการสื่อสารไร้สายที่ไม่ได้ใช้คลื่นวิทยุได้แก่ การใช้แสง, เสียง, สนามแม่เหล็กหรือสนามไฟฟ้า บทนำ การสื่อสารไร้สายทำให้เกิดบริการเช่นการสื่อสารระยะไกลซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยหรือทำไม่ได้ในทางปฏิบัติที่จะดำเนินการแบบใช้สาย คำว่าการสื่อสารไร้สายถูกใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่จะอ้างถึงระบบการสื่อสารโทรคมนาคม (เช่นเครื่องส่งและเครื่องรับสัญญาณวิทยุ, การควบคุมระยะไกล ฯลฯ ) ที่ใช้รูปแบบหนึ่งของพลังงาน (เช่นคลื่นวิทยุ, พลังงานอะคูสติก ฯลฯ ) ในการถ่ายโอนข้อมูลโดยไม่ต้องใช้สาย. ข้อมูลจะถูกถ่ายโอนในลักษณะนี้ทั้งในระยะทางสั้นและระยะทางไกล บริการไร้สาย ตัวอย่างทั่วไปของอุปกรณ์ไร้สายได้แก่: การควบคุมระบบโทรมาตรและระบบการควบคุมการจราจร อุปกรณ์ควบคุมระยะไกลด้วยอินฟราเรดและอัลตราโซนิก วิทยุเคลื่อนที่ภาคพื้นมืออาชีพ LMR (Land Mobile Radio) และ วิทยุมือถือเฉพาะกิจ SMR (Specialized Mobile Radio) ที่ใช้โดยทั่วไปในธุรกิจ, อุตสาหกรรมและหน่วยงานความปลอดภัยสาธารณะ วิทยุสองทางผู้บริโภครวมทั้ง FRS (Family Radio Service) GMRS (General Mobile Radio Service) และวิทยุ Citizens band ("CB") วิทยุสมัครเล่น (แฮมวิทยุ) วิทยุ VHF สำหรับผู้บริโภคและมืออาชีพทางทะเล อุปกรณ์ Airband และวิทยุนำทางที่ใช้โดยนักบินและการควบคุมการจราจรทางอากาศ โทรศัพท์มือถือและวิทยุติดตามตัว: ให้การเชื่อมต่อสำหรับการใช้งานแบบพกพาและโทรศัพท์มือถือทั้งในส่วนบุคคลและธุรกิจ ระบบ Global Positioning System (GPS):...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนไข้รายแรกของโลกที่มีการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังคือใคร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ประวัติวิชากายวิภาคศาสตร์ Article: ประวัติการศึกษาวิชากายวิภาคศาสตร์ เป็นวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาตั้งแต่การผ่าร่างกายของเหยื่อจากการสังเวยในสมัยโบราณ ไปจนถึงการวิเคราะห์อย่างละเอียดซับซ้อนถึงการทำงานของร่างกายโดยนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ การศึกษาวิชานี้มีลักษณะเฉพาะมาเป็นเวลานาน และมีการพัฒนาถึงการทำความเข้าใจในหน้าที่และโครงสร้างของอวัยวะในร่างกายอย่างต่อเนื่อง การศึกษากายวิภาคศาสตร์มนุษย์มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่มีเกียรติและนับว่าเป็นสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพที่มีความโดดเด่นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 วิธีการศึกษาวิชากายวิภาคศาสตร์ก็มีการพัฒนาอย่างมากมายตั้งแต่การศึกษาในสัตว์ไปจนถึงการศึกษาในศพของมนุษย์ และการใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนในคริสต์ศตวรรษที่ 20 การศึกษาในยุคโบราณ อียิปต์โบราณ การศึกษากายวิภาคศาสตร์เริ่มขึ้นอย่างเร็วที่สุดเมื่อราว 1600 ปีก่อนคริสต์ศักราช ในยุคอียิปต์โบราณบน กระดาษปาปิรุส เอ็ดวิน สมิธ (Edwin Smith papyrus) บทความในกระดาษนั้นกล่าวถึงหัวใจ, หลอดเลือดของหัวใจ, ตับ, ม้าม, ไต, มดลูก, และกระเพาะปัสสาวะ และทราบว่าหลอดเลือดออกมาจากหัวใจ มีการกล่าวถึงหลอดเลือดหลอดอื่นๆ ว่าบางเส้นขนส่งอากาศ เมือก และหลอดเลือด 2 เส้นที่ไปทางหูข้างขวาเชื่อกันว่าขนส่ง ลมหายใจแห่งชีวิต (breath of life) ในขณะที่หลอดเลือด 2 เส้นที่ไปทางหูซ้ายขนส่ง ลมหายใจแห่งความตาย (breath of death) ใน<i data-parsoid='{"dsr":[1414,1436,2,2]}'>กระดาษปาปิรุสเอแบส (Ebers papyrus, ประมาณ 1550 ปีก่อนคริสต์ศักราช) กล่าวถึง บทความเกี่ยวกับหัวใจ โดยกล่าวว่าหัวใจเป็นศูนย์กลางในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงตามหลอดเลือดที่เลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ชาวอียิปต์โบราณไม่ค่อยมีความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ของไต และเชื่อว่าหัวใจเป็นจุดรวมของหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ขนส่งของเหลวทุกชนิดในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเลือด, น้ำตา, ปัสสาวะ, และน้ำอสุจิ[1] กรีกโบราณ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยก่อนซึ่งงานของท่านยังคงมีประโยชน์อย่างมากในปัจจุบันคือ ฮิปโปกราเตส (Hippocrates) แพทย์ชาวกรีกที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาลถึงต้นศตวรรษที่ 4 ก่อรคริสตกาล (460 - 377 ปีก่อนคริสต์ศักราช) งานของเขาแสดงถึงความเข้าใจพื้นฐานของโครงสร้างของกล้ามเนื้อและกระดูก และการเริ่มต้นความเข้าใจของการทำงานของอวัยวะบางชนิด เช่น ไต แม้ว่างานของเขาส่วนใหญ่...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนไทย มีความชื่อเรื่องการใช้หวีหักว่าอย่างไร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: เจิ้ง อวี้หลิง Article: เจิ้งอวี้หลิง หรือ แครอล เฉิง (All {{zh-xx}} templates have been merged into {{zh}}, which can do anything. Consult that template's documentation for more details.Ruby templates{{ruby-zh-p}} (for pinyin) {{ruby-zh-b}} (for zhuyin)See alsoTemplate:CJKV; พินอิน:Zhèng Yùlíng, กวางตุ้ง:Cheng6 Yu6 Ling4; English: Carol Cheng Yu-Ling) เป็นนักแสดง-พิธีกรหญิงชาวฮ่องกงผู้มากความสามารถ ที่อดีตเคยโด่งดังมากทั่วเอเชีย ในช่วงปลายยุค 70s จนถึง ต้นยุค 90s เธอเป็นทั้งนักแสดงนำหญิงและสมทบหญิงยอดเยี่ยม ของละครทางช่องสถานีโทรทัศน์ทีวีบี (TVB) อีกทั้งยังเคยเป็นอดีตกลุ่ม 4 ดรุณีหยก รุ่นแรกของทางค่ายทีวีบี ซึ่งในกลุ่มประกอบไปด้วยนักแสดงหญิงแถวหน้าชื่อดังของทางช่องในยุคนั้น ได้แก่ วังหมิงฉวน, จ้าว หย่าจือ, หวง ซิ่งซิ่ว และเธอ ด้วยใบหน้าที่สวยแบบแปลก ๆ โดดเด่นสะดุตตาแต่ก็มีหลายคนมองเธอว่าเป็นนางเอกที่ขี้เหร่ จึงเป็นที่มาของฉายาในวงการบันเทิงที่บรรดาสื่อมวลชนตั้งให้เธอว่า "ลูกเป็ดขี้เหร่" แห่งฮ่องกง แต่ฉายาที่คนไทยในสมัยนั้น มักนิยมใช้เรียกเธอคือ "มยุรา ธนะบุตร" แห่งเกาะฮ่องกง เจิ้งอวี้หลิง เกิดที่ฮ่องกงในครอบครัวชนชั้นกลางที่เป็นชาวคริสเตียนคาทอลิก หลังจากจบชั้นมัธยมปลายแล้ว เธอก็ไม่ได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เพราะในช่วงนั้นครอบครัวของเธอต้องประสบปัญหาการเงินอย่างหนักจนพ่อและแม่ต้องแยกทางกัน ประจวบเหมาะกับที่ทางบริษัท เจียซื่อ (CTV) กำลังเปิดรับสมัครนักแสดงหน้าใหม่อยู่พอดี เธอเลยตัดสินใจลองเข้าสมัครดูและก็ผ่านการคัดเลือกจนได้เรียนการแสดงกับทางค่ายและได้เป็นนักแสดงในเวลาต่อมา ถึงแม้เธอจะมีบุคลิกที่โดดเด่นอย่างมากก็ตาม แต่ด้วยความที่เธอไม่ใช่คนสวยเหมือนดารานักแสดงสาวคนอื่น ๆ ของทางค่าย ทำให้เธอเป็นได้แค่นักแสดงสมทบของทางช่องเท่านั้น โดยประเดิมผลงานชิ้นแรกที่เธอแสดงสมทบให้กับทางค่ายเจียซื่อ คือเรื่อง ER ห้องฉุกเฉิน (Emergency room 1976) ต่อมาเธอก็มีผลงานตามมาอีกหลายเรื่อง เช่น ลูกมังกรหยก (Return of the Condor Heroes 1977), ความรักในหอแดง (Dream of the Red Chamber 1977) และเรื่องสุดท้ายก่อนที่ทางค่ายเจียซือ จะประสบปัญหาขาดทุนจนต้องปิดตัวลงไป คือเรื่อง จอมเพชฌฆาตดาบทองคำ (The Gold Dagger Romance 1978) ต่อมาเธอได้ไปเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับทางสถานีโทรทัศน์ทีวีบี ถึงแม้เธอจะไม่ใช่คนสวยเหมือนดาราสาวพิมพ์นิยมในยุคนั้นก็ตาม...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คนไทยสามารถทำบัตรประชาชนได้ตอนอายุเท่าไหร่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: กรกฎาคม 2552 Article: ก่อนที่ชาวยุโรปจะเข้ามาเดิมมีชาติใด แกรนด์แคนยอนเกิดจากการกระทำของอะไร และอยู่ในรัฐใดของอเมริกา --61.7.146.193 09:51, 1 กรกฎาคม 2552 (ICT) ก่อนชาวยุโรปเข้ามาในอเมริกาก็มีอินเดียแดง กดอ่านตามลิงก์มีข้อมูลอยู่แล้ว ถ้าไม่พอใจอ่านเพื่มได้ที่ en:Grand_Canyon ถามสองเรื่องในข้อเดียวกันแบบนี้ไม่งงไปหน่อยเหรอครับ--taweethaも 12:07, 2 กรกฎาคม 2552 (ICT) เทพีที่มีผ้าปิดตามือข้างหนึ่งถือตราชั่งและอีกข้างหนึ่งถือดาบ มีชื่อว่าอะไรคะ หมิว-- เทพีที่มีผ้าปิดตามือข้างหนึ่งถือตราชั่งและอีกข้างหนึ่งถือดาบ มีชื่อว่าอะไรคะ และมีความสำคัญอย่างไร --203.147.0.44 03:02, 3 กรกฎาคม 2552 (ICT) ชื่อ "เลดี้จัสติก" หรือ "เทวีแห่งความยุติธรรม" (อังกฤษ: Lady Justice, โรมัน: Iustitia) เป็นคติตะวันตก ถ้าเจ๊แกไม่ถือผ้าปิดตา ก็จะหลับตา เป็นอุปมาสอนใจคนใช้กฎหมายให้คำนึงถึงความยุติธรรม อย่าเที่ยวหลับหูหลับตาใช้กฎหมายซี้ซั้ว บรา ๆ ๆ. สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ครับ-- ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 04:24, 3 กรกฎาคม 2552 (ICT) ประวัติของบ้านดำนางแล ประวัติบ้านดำนางแล จ.เชียงราย --58.136.81.79 19:27, 3 กรกฎาคม 2552 (ICT) ในคำชี้แจงด้านบนเขียนไว้ชัดเจนแล้วครับว่า ให้เขียนเป็นประโยคคำถาม เมื่อไม่เป็นประโยคคำถามจึงไม่มีคำตอบครับ ขอความร่วมมือในการตั้งคำถามให้ถูกต้องตามกติกาด้วยครับ ถามมาใหม่ครับ --taweethaも 22:12, 4 กรกฎาคม 2552 (ICT) สว มีกี่ประเภทครับ แล้ว สว สรรหาคืออะไรครับ สว มีกี่ประเภทครับ แล้ว สว สรรหาคืออะไรครับ --Plengzer 20:25, 5 กรกฎาคม 2552 (ICT) ของไทยใช่ไหมครับ ดูได้ที่ วุฒิสภาไทย --taweethaも 20:33, 5 กรกฎาคม 2552 (ICT) รหัสไปรษณีย์ประเทศยูเครน ผมอยากทราบว่ารหัสไปรษณีย์ ของเมืองหลวงประเทศยูเครนคืออะไรครับ --Plengzer 02:38, 7 กรกฎาคม 2552 (ICT) ดูที่นี่แล้วคุณจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ในคำถาม --ไอ้ขี้เมา (หว่อบู้ต่ง-จงเหวิน): ผู้ดูแลหน้าตาดีแห่งไร้สาระนุกรม: ก๊งเหล้ากันได้ 02:41, 7 กรกฎาคม 2552 (ICT) วิวัฒนาการของสถานบันเทิงเป็นมาอย่างไร วิวัฒนาการของสถานบันเทิงเป็นมาอย่างไร chounjan --Chounjan 08:48, 7 กรกฎาคม 2552 (ICT) เอาวิวัฒนาการในไทย หรือว่าอย่างสากลครับ ถ้าอย่างไทย ก็ลองค้น มือปราบสายเดี่ยว และการออกกฎหมาย กฎกระทรวงเกี่ยวกับสถานบันเทิง ดูนะครับ ถ้าจะเอาแบบสากลลองค้นจากวิกิพีเดียภาษาอังกฤษครับ อนึ่งคำว่าสถานบันเทิงมันกว้างขวางนะครับ...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครงการแมนฮัตตัน เริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: วินาศกรรม 11 กันยายน Article: เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 หรือ 9/11 (ไนน์วันวัน) เป็นการการโจมตีพลีชีพที่ประสานกันสี่ครั้งต่อสหรัฐ ในนครนิวยอร์กและพื้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 เช้าวันนั้น ผู้ก่อการร้าย 19 คนจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงอัลกออิดะฮ์จี้อากาศยานโดยสารสี่ลำ[2][3] โจรจี้เครื่องบินนั้นนำเครื่องบินทั้งสองพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์กโดยเจตนา และอาคารทั้งสองถล่มลงภายในสองชั่วโมง โจรจี้เครื่องบินชนเครื่องบินลำที่สามกับอาคารเพนตากอนในอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ส่วนเครื่องบินลำที่สี่ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ตกในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนถึงเป้าหมายที่โจรจี้เครื่องบินต้องการพุ่งชนอาคารรัฐสภาสหรัฐ ในวอชิงตัน ดี.ซี. หลังผู้โดยสารพยายามยึดเครื่องกลับคืน มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คนในเหตุโจมตีดังกล่าว[4][5][6] และไม่มีผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินทั้งสี่ลำ มีการพุ่งเป้าสงสัยไปที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์อย่างรวดเร็ว อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ผู้นำกลุ่ม ซึ่งได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องในตอนแรก สุดท้ายได้อ้างความรับผิดชอบเหตุวินาศกรรมดังกล่าวใน พ.ศ. 2547[1] อัลกออิดดะห์และบิน ลาดิน อ้างเหตุผลจูงใจในการก่อเหตุ ว่า การสนับสนุนอิสราเอลของสหรัฐอเมริกา การคงทหารสหรัฐประจำการไว้ในซาอุดิอาระเบีย และการลงโทษต่ออิรัก สหรัฐอเมริกาดำเนินมาตรการตอบโต้เหตุวินาศกรรมโดยการเริ่มสงครามต่อต้านการก่อการร้าย (War on Terror), การรุกรานอัฟกานิสถานเพื่อขับรัฐบาลตอลิบัน ซึ่งให้ที่พักพิงแก่สมาชิกอัลกออิดะฮ์ หลายประเทศเพิ่มกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายและขยายอำนาจการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 หลังลอยนวลมาได้นานหลายปี บิน ลาเดนถูกพบและถูกสังหาร เหตุวินาศกรรมทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อเศรษฐกิจของแมนฮัตตันล่าง[7] การทำความสะอาดเขตเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2545 พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์ 11 กันยายนแห่งชาติมีกำหนดเปิดในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554 ที่ติดกับอนุสรณ์ วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ซึ่งมีความสูง 541 เมตร ประเมินไว้ว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน พ.ศ. 2556[8] เพนตากอนซ่อมแซมภายในเวลาหนึ่งปี และมีการเปิดอนุสรณ์เพนตากอน ติดกับตัวอาคาร ใน พ.ศ. 2551 มีการจัดตั้งอนุสรณ์แห่งชาติเที่ยวบินที่ 93 ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2552 และอนุสรณ์ดังกล่าวก่อสร้างเสร็จอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ....
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครอบครัวตึ๋งหนืด เป็นหนังสือการ์ตูนที่เขียนโดยใคร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ครอบครัวตึ๋งหนืด Article: ครอบครัวตึ๋งหนืด (Korean: 빈대가족 ; [Stingy Family's]error: {{lang-xx}}: text has italic markup (help)) เป็นหนังสือการ์ตูนความรู้จากเกาหลีใต้[1] เป็นการ์ตูนที่แทรกเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ จัดพิมพ์ด้วยระบบภาพสี และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทย โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ในประเทศไทยเริ่มออกจำหน่ายภายในปี พ.ศ. 2550 โดยเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชาวเกาหลี ซึ่งเห็นแก่กินแต่ตอนหลังเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อความรู้ด้านการมัธยัสถ์อดออม[2] และได้รับการตอบรับเชิงบวกในประเทศไทย โดยในช่วง พ.ศ. 2554 ครอบครัวตึ๋งหนืดมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง จากการจัดอันดับของศูนย์จำหน่ายหนังสือบีทูเอสในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 ด้วยเช่นกัน[3] การ์ตูนความรู้ชุดดังกล่าว ยังมีความสัมพันธ์กับการ์ตูนชุด ครอบครัวหัวกะทิ โดยการ์ตูนทั้งสองชุดมีตัวตัวละครที่เป็นพี่น้องกัน และเป็นการ์ตูนที่แทรกเรื่องราวเกี่ยวกับไอคิว จัดพิมพ์ด้วยระบบภาพสี ซึ่งมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์เช่นกัน และนอกจากนี้ ยังมีการ์ตูนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ ชุด สุดป่วนก๊วนกระเป๋าตุง โดยเป็นผลงานของทีมผู้เขียนครอบครัวตึ๋งหนืด และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ เช่นกัน[4] และยังมีการ์ตูนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ชุด เซฟตีแมน ฮีโร่พันธุ์โก๊ะ โดยเป็นผลงานของทีมผู้เขียนครอบครัวตึ๋งหนืด และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ อีกเช่นกัน การ์ตูนชุดนี้ยังได้รับการจัดสร้างเป็นเวอร์ชันละครโทรทัศน์ไทยโดยใช้ชื่อครอบครัวตึ๋งหนืดตืดขั้นเทพ[5] เนื้อเรื่องย่อ ในเล่มที่ 1 หรือในตอนยุทธการหนีความจน โกโร่ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวได้ถูกลดเงินเดือน เพราะกิจการไม่ค่อยดี โรส ซึ่งเป็นแม่บ้านจึงได้เริ่มประหยัดอย่างจริงจัง จึงต้องย้ายบ้านไปยังอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กเท่ารูหนู และช่วยกันประหยัดมัธยัสถ์ จึงได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านสองห้องนอน แต่เนื่องจากโดจิและคุณปู่ได้ย้ายมาเนื่องจากถูกคุณยายของโทรุไล่มา ส่วนคุณปู่บ้านถูกพายุหิมะถล่ม จึงมีแผนย้ายบ้านไปยังบ้านสามห้องนอนเพราะ ทั้งครอบครัวอยู่ด้วยกันจนเบียดเกินไป ในเล่มที่ 2 ครอบครัวตึ๋งหนืดพยายามเก็บเงินเพื่อจะได้ย้ายไปอยู่บ้านในฝัน โรสได้เปิดร้านอาหารชื่อ ร้านอร้อย อร่อย จนในที่สุดครอบครัวตึ๋งหนืดก็สามารถย้ายไปบ้านสามห้องนอนได้สำเร็จ ในเล่มที่ 3 บ้านของครอบครัวตึ๋งหนืดได้ถูกธนาคารยึด เพราะเจ้าของบ้านเป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะมาก...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครอบครัวตึ๋งหนืด ในประเทศไทยเริ่มออกจำหน่ายภายในปี พ.ศ.ใด?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ครอบครัวตึ๋งหนืด Article: ครอบครัวตึ๋งหนืด (Korean: 빈대가족 ; [Stingy Family's]error: {{lang-xx}}: text has italic markup (help)) เป็นหนังสือการ์ตูนความรู้จากเกาหลีใต้[1] เป็นการ์ตูนที่แทรกเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ จัดพิมพ์ด้วยระบบภาพสี และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทย โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ในประเทศไทยเริ่มออกจำหน่ายภายในปี พ.ศ. 2550 โดยเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชาวเกาหลี ซึ่งเห็นแก่กินแต่ตอนหลังเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อความรู้ด้านการมัธยัสถ์อดออม[2] และได้รับการตอบรับเชิงบวกในประเทศไทย โดยในช่วง พ.ศ. 2554 ครอบครัวตึ๋งหนืดมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง จากการจัดอันดับของศูนย์จำหน่ายหนังสือบีทูเอสในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 ด้วยเช่นกัน[3] การ์ตูนความรู้ชุดดังกล่าว ยังมีความสัมพันธ์กับการ์ตูนชุด ครอบครัวหัวกะทิ โดยการ์ตูนทั้งสองชุดมีตัวตัวละครที่เป็นพี่น้องกัน และเป็นการ์ตูนที่แทรกเรื่องราวเกี่ยวกับไอคิว จัดพิมพ์ด้วยระบบภาพสี ซึ่งมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์เช่นกัน และนอกจากนี้ ยังมีการ์ตูนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ ชุด สุดป่วนก๊วนกระเป๋าตุง โดยเป็นผลงานของทีมผู้เขียนครอบครัวตึ๋งหนืด และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ เช่นกัน[4] และยังมีการ์ตูนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ชุด เซฟตีแมน ฮีโร่พันธุ์โก๊ะ โดยเป็นผลงานของทีมผู้เขียนครอบครัวตึ๋งหนืด และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ อีกเช่นกัน การ์ตูนชุดนี้ยังได้รับการจัดสร้างเป็นเวอร์ชันละครโทรทัศน์ไทยโดยใช้ชื่อครอบครัวตึ๋งหนืดตืดขั้นเทพ[5] เนื้อเรื่องย่อ ในเล่มที่ 1 หรือในตอนยุทธการหนีความจน โกโร่ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวได้ถูกลดเงินเดือน เพราะกิจการไม่ค่อยดี โรส ซึ่งเป็นแม่บ้านจึงได้เริ่มประหยัดอย่างจริงจัง จึงต้องย้ายบ้านไปยังอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กเท่ารูหนู และช่วยกันประหยัดมัธยัสถ์ จึงได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านสองห้องนอน แต่เนื่องจากโดจิและคุณปู่ได้ย้ายมาเนื่องจากถูกคุณยายของโทรุไล่มา ส่วนคุณปู่บ้านถูกพายุหิมะถล่ม จึงมีแผนย้ายบ้านไปยังบ้านสามห้องนอนเพราะ ทั้งครอบครัวอยู่ด้วยกันจนเบียดเกินไป ในเล่มที่ 2 ครอบครัวตึ๋งหนืดพยายามเก็บเงินเพื่อจะได้ย้ายไปอยู่บ้านในฝัน โรสได้เปิดร้านอาหารชื่อ ร้านอร้อย อร่อย จนในที่สุดครอบครัวตึ๋งหนืดก็สามารถย้ายไปบ้านสามห้องนอนได้สำเร็จ ในเล่มที่ 3 บ้านของครอบครัวตึ๋งหนืดได้ถูกธนาคารยึด เพราะเจ้าของบ้านเป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะมาก...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครอบครัวตึ๋งหนืด ได้การนำมาทำเป็นละครในไทยใช่หรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ครอบครัวตึ๋งหนืด Article: ครอบครัวตึ๋งหนืด (Korean: 빈대가족 ; [Stingy Family's]error: {{lang-xx}}: text has italic markup (help)) เป็นหนังสือการ์ตูนความรู้จากเกาหลีใต้[1] เป็นการ์ตูนที่แทรกเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ จัดพิมพ์ด้วยระบบภาพสี และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทย โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ในประเทศไทยเริ่มออกจำหน่ายภายในปี พ.ศ. 2550 โดยเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชาวเกาหลี ซึ่งเห็นแก่กินแต่ตอนหลังเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อความรู้ด้านการมัธยัสถ์อดออม[2] และได้รับการตอบรับเชิงบวกในประเทศไทย โดยในช่วง พ.ศ. 2554 ครอบครัวตึ๋งหนืดมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง จากการจัดอันดับของศูนย์จำหน่ายหนังสือบีทูเอสในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 ด้วยเช่นกัน[3] การ์ตูนความรู้ชุดดังกล่าว ยังมีความสัมพันธ์กับการ์ตูนชุด ครอบครัวหัวกะทิ โดยการ์ตูนทั้งสองชุดมีตัวตัวละครที่เป็นพี่น้องกัน และเป็นการ์ตูนที่แทรกเรื่องราวเกี่ยวกับไอคิว จัดพิมพ์ด้วยระบบภาพสี ซึ่งมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์เช่นกัน และนอกจากนี้ ยังมีการ์ตูนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ ชุด สุดป่วนก๊วนกระเป๋าตุง โดยเป็นผลงานของทีมผู้เขียนครอบครัวตึ๋งหนืด และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ เช่นกัน[4] และยังมีการ์ตูนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ชุด เซฟตีแมน ฮีโร่พันธุ์โก๊ะ โดยเป็นผลงานของทีมผู้เขียนครอบครัวตึ๋งหนืด และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ อีกเช่นกัน การ์ตูนชุดนี้ยังได้รับการจัดสร้างเป็นเวอร์ชันละครโทรทัศน์ไทยโดยใช้ชื่อครอบครัวตึ๋งหนืดตืดขั้นเทพ[5] เนื้อเรื่องย่อ ในเล่มที่ 1 หรือในตอนยุทธการหนีความจน โกโร่ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวได้ถูกลดเงินเดือน เพราะกิจการไม่ค่อยดี โรส ซึ่งเป็นแม่บ้านจึงได้เริ่มประหยัดอย่างจริงจัง จึงต้องย้ายบ้านไปยังอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กเท่ารูหนู และช่วยกันประหยัดมัธยัสถ์ จึงได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านสองห้องนอน แต่เนื่องจากโดจิและคุณปู่ได้ย้ายมาเนื่องจากถูกคุณยายของโทรุไล่มา ส่วนคุณปู่บ้านถูกพายุหิมะถล่ม จึงมีแผนย้ายบ้านไปยังบ้านสามห้องนอนเพราะ ทั้งครอบครัวอยู่ด้วยกันจนเบียดเกินไป ในเล่มที่ 2 ครอบครัวตึ๋งหนืดพยายามเก็บเงินเพื่อจะได้ย้ายไปอยู่บ้านในฝัน โรสได้เปิดร้านอาหารชื่อ ร้านอร้อย อร่อย จนในที่สุดครอบครัวตึ๋งหนืดก็สามารถย้ายไปบ้านสามห้องนอนได้สำเร็จ ในเล่มที่ 3 บ้านของครอบครัวตึ๋งหนืดได้ถูกธนาคารยึด เพราะเจ้าของบ้านเป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะมาก...
Yes
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริปโทเคอร์เรนซี คิดค้นครั้งแรกโดยชาวญี่ปุ่นหรือไม่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ยุคแห่งการสำรวจ Article: ยุคแห่งการสำรวจ หรือ ยุคแห่งการค้นพบ (English: Age of Exploration หรือ Age of Discovery) เป็นช่วงระยะเวลาในประวัติศาสตร์โลกที่เริ่มตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ไปจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ชาวยุโรปออกเดินทางไปสำรวจทางทะเลในโลกที่กว้างออกไปจากตัวทวีปยุโรปเองโดยมีจุดประสงค์เพื่อหาคู่ค้าขายใหม่ และโดยเฉพาะเพื่อการแสวงหาสินค้าเพื่อสนองความต้องการของตลาดตามต้องการ สินค้าที่เป็นที่ต้องการกันมากในยุโรปในขณะนั้นคือทอง เงิน และ เครื่องเทศ ยุคแห่งการสำรวจประจวบกับช่วงที่ชาวยุโรปตะวันตกเริ่มใช้เข็มทิศในการกำหนดและระบุเส้นทาง, การใช้วิธีการเดินเรือเดินทะเลแบบใหม่, การมีแผนที่ใหม่ และความก้าวหน้าทางดาราศาสตร์ ความก้าวหน้าเหล่านี้ช่วยในการแสวงหาเส้นทางการค้าขายใหม่ไปยังเอเชียโดยเลี่ยงอุปสรรคถ้าการใช้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของมหาอำนาจที่เป็นปฏิปักษ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่วิวัฒนาการขึ้นสำหรับการเดินทางทางทะเลคือเรือชนิดใหม่สองแบบที่ออกแบบโดยโปรตุเกส--เรือคาร์แร็ค (Carrack) และ เรือคาราเวล (Caravel) ที่วิวัฒนาการมาจากการออกแบบเรือในยุคกลางที่ใช้ในการเดินเรือในทะเลเหนือและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เรือสองชนิดนี้เป็นเรือสองชนิดแรกที่ให้ความปลอดภัยพอที่จะฝ่าคลื่นฝ่าลมในมหาสมุทรแอตแลนติกได้เมื่อเทียบกับเรือรุ่นก่อนหน้านั้นที่ใช้กันเฉพาะในบริเวณที่คลื่นลมไม่รุนแรงเทียบเท่ากับการเดินทางกลางมหาสมุทร การสำรวจทางบก ก่อนหน้าที่จะถึงยุคแห่งการสำรวจก็ได้มีชาวยุโรปที่ได้ทำการเดินทางโดยทางบกจากยุโรปไปยังเอเชียหลายครั้งในสมัยยุคกลางตอนปลาย[1] ขณะที่การรุกรานของมองโกลในยุโรปเป็นปัญหาต่อเสถียรภาพของความมั่นคงในยุโรปโดยการปล้นสดมและการทำลายต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของรัฐมองโกลต่างๆ ในบริเวณส่วนใหญ่ของยูเรเชียเป็นการทำให้เกิดเส้นทางการค้าขายและการคมนาคมที่ติดต่อกันตั้งแต่จากตะวันออกกลางไปจนถึงเมืองจีน[2] ชาวยุโรปหลายกลุ่มก็ถือโอกาสใช้เส้นทางเหล่านี้ในการเดินทางไปสำรวจทางตะวันออก ผู้เดินทางเกือบทั้งหมดในช่วงแรกเป็นชาวอิตาลีเพราะการค้าขายระหว่างยุโรปและตะวันออกกลางแทบทั้งหมดตกอยู่ในมือของพ่อค้าจากนครรัฐต่างๆ ในอิตาลี นอกจากนั้นการที่อิตาลีมีความสัมพันธ์ทางการค้าขายกับบริเวณลว้านก็ยิ่งเป็นการทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นและความสนใจทางด้านการค้าในดินแดนที่ไกลออกไปจากนั้น...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริส บราวน์ กับรีฮานน่าเคยเดทกันใช่หรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: เจาะเวลาหาอดีต Article: เจาะเวลาหาอดีต ([Back to the Future]error: {{lang-xx}}: text has italic markup (help)) เป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1985 แนวผจญภัยวิทยาศาสตร์ ของผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเม็กคิส ร่วมเขียนบทโดยบ็อบ เกล และอำนวยการสร้างโดยสตีเฟน สปีลเบิร์ก นำแสดงโดย ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ รับบทวัยรุ่นที่ชื่อ มาร์ตี้ แม็กฟลาย , คริสโตเฟอร์ ลอยด์ ในบทบาทนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่ชื่อ ด็อกเตอร์ เอ็มเม็ต แอล. บราวน์ , คริสพิน โกลเวอร์, ลีอา ธอมป์สัน และโทมัส เอฟ. วิลสัน โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับมาร์ตี้ แม็กฟลาย วัยรุ่นที่บังเอิญย้อนเวลากลับจากปี 1985 ไปในปี 1955 เขาได้พบกับพ่อแม่ของเขาเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ในระดับไฮสคูล และบังเอิญทำให้แม่ของเขาหลงชื่นชอบตัวมาร์ตี้ เขาต้องแก้ไขความผิดพลาดที่จะทำลายประวัติศาสตร์ที่เป็นต้นเหตุโดยทำให้พ่อแม่ของเขากลับมารักกัน ขณะเดียวกันเขาก็ต้องหาวิธีกลับไปในปี 1985 ให้ได้ เซเม็กคิสและเกล ร่วมกันเขียนบทหลังจากที่เกลคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขากับพ่อของเขาเองได้เข้าเรียนด้วยกัน หลาย ๆ สตูดิโอภาพยนตร์ปฏิเสธบทภาพยนตร์นี้ จนกระทั่งภาพยนตร์ของเซเม็กคิสเรื่อง Romancing the Stone ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ จึงทำให้เกิดโครงการนี้โดยยูนิเวอร์ซัลพิกเจอร์ส โดยมีสปีลเบิร์ก เป็นผู้อำนวยการสร้าง เดิมทีอีริก สตอลต์ซ จะมารับบทเป็นมาร์ตี้ แม็กฟลาย แต่ในระหว่างการถ่ายทำเขาและผู้สร้างภาพยนตร์ตัดสินใจที่จะทำการคัดตัวนักแสดงใหม่ นั่นหมายถึงการถ่ายทำใหม่เช่นกัน และขั้นตอนหลังการถ่ายทำที่ต้องดำเนินให้เสร็จในวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นวันกำหนดฉาย เมื่อออกฉาย ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปีนั้น ด้วยรายได้รวม 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกและได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดี ได้รับรางวัลออสการ์ 1 สาขา คือ สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม, รางวัลฮูโกสาขาการถ่ายทอดทางด้านดราม่ายอดเยี่ยม และรางวัลแซทเทิร์น ในสาขาภาพยนตร์แต่งแนววิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยม และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ในสาขาอื่นๆ, รางวัลบาฟต้า และรางวัลลูกโลกทองคำ ทั้งนี้โรนัลด์ เรแกน ยังเคยพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยในการแถลงนโยบายประจำปี 1986 และในปี 2007 หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน ได้คัดเลือกภาพยนตร์เรื่องนี้ในหอทะเบียนภาพยนตร์แห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีการออกฉายภาคต่อใน เจาะเวลาหาอดีต ภาค 2 และ เจาะเวลาหาอดีต ภาค 3 ต่อเนื่องกันในปี 1989 และ 1990 ตามลำดับ...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสตจักรโรมันคาทอลิกเริ่มต้นขึ้นในสมัยใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสตจักรแห่งอังกฤษ Article: คริสตจักรแห่งอังกฤษ[1] (English: Church of England) เป็นคริสตจักรประจำชาติ[2] ของอังกฤษ[1] และเป็นคริสตจักรแม่ของแองกลิคันคอมมิวเนียนทั่วโลก ในช่วงแรกคริสตจักรในอังกฤษยังเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรโรมันคาทอลิก แต่เมื่อพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษตัดสินพระทัยหย่าขาดกับพระนางแคเธอรินแห่งอารากอนซึ่งฝ่าฝืนคำสั่งของพระสันตะปาปาไป พระองค์ก็มีพระราชโองการให้คริสตจักรแห่งอังกฤษแยกตัวจากคริสตจักรโรมันคาทอลิกในปี ค.ศ. 1534 แล้วออกพระราชบัญญัติอำนาจสูงสุดทางศาสนาซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปศาสนาในอังกฤษ แต่พอถึงรัชสมัยสมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งอังกฤษก็ทรงนำคริสตจักรแห่งอังกฤษกลับไปรวมกับคริสตจักรคาทอลิกอีกในปี ค.ศ. 1555 จนกระทั่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษให้รัฐสภาออกพระราชบัญญัติอำนาจสูงสุดทางศาสนา ค.ศ. 1558 ปฏิเสธอำนาจของพระสันตะปาปาในคริสตจักรแห่งอังกฤษอีก ทั้งฝ่ายคาทอลิกและฝ่ายปฏิรูปต่างพยายามรูปแบบหลักความเชื่อและพิธีกรรมให้เป็นไปตามแบบของตนตลอดมา จนความขัดแย้งมาสิ้นสุดเมื่อมีข้อตกลงเอลิซาเบธันโดยกำหนดว่าคริสตจักรแห่งอังกฤษเป็นทั้งแบบคาทอลิกและปฏิรูป[3] คาทอลิก เป็นคาทอลิกเพราะเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรสากลที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยอัครทูต คริสตจักรนี้จึงให้ความสำคัญกับคำสอนของเหล่าปิตาจารย์แห่งคริสตจักรยุคแรก ซึ่งกำหนดไว้ในหลักข้อเชื่อของอัครทูต หลักข้อเชื่อไนซีน และหลักข้อเชื่ออะทาเนเซียน[4] ปฏิรูป เป็นคริสตจักรปฏิรูปเพราะได้รับอิทธิพลด้านหลักความเชื่อจากการปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ดังพบได้จากหนังสือคำอธิษฐานทั่วไปและคำแถลงสามสิบเก้าข้อ ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ได้เกิดความขัดแย้งทางศาสนาและการเมืองขึ้นอีก ทำให้ฝ่ายพิวริตันและเพรสไบทีเรียนได้ขึ้นมามีอำนาจในคริสตจักร แต่ก็หมดอำนาจไปเมื่อพระเจ้าชาลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษได้คืนสู่ราชบัลลังก์ ปัจจุบันในคริสตจักรมีแนวความเชื่ออยู่หลายแบบ แบ่งได้เป็นสองกลุ่มคือกลุ่มแองโกล-คาทอลิกและกลุ่มอีแวนเจลิคัล ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขัดแย้งกันมาตั้งแต่การปฏิรูปช่วงแรก นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งใหม่เกิดขึ้นอีกในปัจจุบันระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยมกับฝ่ายพิพัฒนาการนิยมอันเนื่องมาจากประเด็นการบวชสตรีและทัศนะต่อคนรักร่วมเพศ ทั้งนี้คริสตจักรแห่งอังกฤษได้บวชสตรีเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1994...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสตินา มาเรีย อากีเลรา มีเชื้อสายอะไร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสตินา อากีเลรา Article: คริสตินา มาเรีย อากีเลรา (English: Christina Maria Aguilera) เกิดเมื่อ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1980 เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลง แนวป็อบ/อาร์แอนด์บีชาวอเมริกัน เจ้าของเพลงฮิต Genie In A Bottle, What A Girl Wants, Come On Over, Beautiful และ Ain't No Other Man และมียอดขายอัลบั้มรวมมากกว่า 75 ล้านหน่วยทั่วโลก โดยนิตยสาร โรลลิงสโตน ได้จัดให้เธออยู่อันดับที่ 58 ในหัวข้อ 100 นักร้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล โดยเธอเป็นผู้ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับการจัดอันดับ[1][2] ชีวิตในวัยเด็ก คริสตินา อากีเลรา เกิดที่เกาะสแตเทน นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก มีเชื้อสายไอริช-เอกวาดอร์ บิดาของอากีเลราเป็นทหารประจำการในขณะนั้น ส่วนมารดาเป็นครูสอนภาษาสเปน ทั้งคู่หย่าร้างกันเมื่ออากีเลรามีอายุได้ 7 ปี โดยอากีเลราและน้องสาวได้ย้ายตามมารดาไปยังรอสเชสเตอร์ซึ่งเป็นย่านชานเมือง พิสต์เบิร์กในรัฐเพนซิลเวเนีย ความสัมพันธ์ระหว่างอากีเลราและบิดานั้นไม่ค่อยราบรื่นนัก เห็นได้จากบทเพลง มีหลายครั้งที่เธอได้ตัดพ้อ รวมไปถึง ชีวิตในวัยเด็ก ค.ศ. 1988 ตอนอายุ 8 ขวบเธอมีโอกาสไปออกรายการโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในรายการ Star Search อากีเลราได้ร้องเพลง "A Sunday Kind of Love" แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่อีก 3 ปีต่อมา อากีเลราได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรายการมิกกี้ เม้าส์ คลับ ทางดิสนีย์แชนแนล ร่วมกับจัสติน ทิมเบอร์เลค และบริตนีย์ สเปียรส์ อากีเลรา ประสบความสำเร็จในวงการดนตรีครั้งแรกในญี่ปุ่นตอนอายุ 14 กับเพลง All I Wanna Do ที่เธอร้องคู่กับ เคอิโสะ นากานิ เสียงร้อง เสียงร้องของคริสติน่า อยู่ในช่วงของโซปราโน และมีช่วงเสียงร้องกว้าง 4 ออกเตฟ (Eb2 - C#7) นักวิจารณ์มักจะจับเสียงร้องเธอไปเปรียบเทียบกับวิตนีย์ ฮิวสตัน และ มารายห์ แครี อยู่เสมอ ต้นแบบด้านเสียงร้องของเธอนั้นมาจาก เอตตา เจมส์ นักร้องเพลงบูลส์ระดับตำนาน และเจ้าของเพลง "At Last" ที่คริสติน่าร้องมาโดยตลอดช่วงชีวิตการเป็นนักร้องของเธอ เธอกล่าวว่า "เอตตาคือศิลปินที่ฉันชอบมากที่สุด ฉันกล่าวแบบนี้มาตลอด 7 ปี ตั้งแต่ฉันออกอัลบั้มแรก และทุกๆการสัมภาษณ์" โดยในงานศพของเอตต้านั้น คริสติน่าได้ขึ้นโชว์เพลง At Last เพื่อรำลึกถึงเอตต้าด้วย นอกจากเอตตา เจมส์แล้ว คริสติน่ายังมีต้นแบบของเธออีกคือ วิตนีย์ ฮิวสตัน มารายห์ แครี มาดอนน่า เจเน็ต แจ็กสัน อารีธา แฟรงคลิน และ นิน่า ซิโมน อาชีพการเป็นศิลปิน 1998 - 2001: เริ่มต้น Christina...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสตินา มาเรีย อากีเลรา สังกัดอยู่ค่าเพลงอะไร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสตินา อากีเลรา Article: คริสตินา มาเรีย อากีเลรา (English: Christina Maria Aguilera) เกิดเมื่อ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1980 เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลง แนวป็อบ/อาร์แอนด์บีชาวอเมริกัน เจ้าของเพลงฮิต Genie In A Bottle, What A Girl Wants, Come On Over, Beautiful และ Ain't No Other Man และมียอดขายอัลบั้มรวมมากกว่า 75 ล้านหน่วยทั่วโลก โดยนิตยสาร โรลลิงสโตน ได้จัดให้เธออยู่อันดับที่ 58 ในหัวข้อ 100 นักร้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล โดยเธอเป็นผู้ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับการจัดอันดับ[1][2] ชีวิตในวัยเด็ก คริสตินา อากีเลรา เกิดที่เกาะสแตเทน นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก มีเชื้อสายไอริช-เอกวาดอร์ บิดาของอากีเลราเป็นทหารประจำการในขณะนั้น ส่วนมารดาเป็นครูสอนภาษาสเปน ทั้งคู่หย่าร้างกันเมื่ออากีเลรามีอายุได้ 7 ปี โดยอากีเลราและน้องสาวได้ย้ายตามมารดาไปยังรอสเชสเตอร์ซึ่งเป็นย่านชานเมือง พิสต์เบิร์กในรัฐเพนซิลเวเนีย ความสัมพันธ์ระหว่างอากีเลราและบิดานั้นไม่ค่อยราบรื่นนัก เห็นได้จากบทเพลง มีหลายครั้งที่เธอได้ตัดพ้อ รวมไปถึง ชีวิตในวัยเด็ก ค.ศ. 1988 ตอนอายุ 8 ขวบเธอมีโอกาสไปออกรายการโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในรายการ Star Search อากีเลราได้ร้องเพลง "A Sunday Kind of Love" แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่อีก 3 ปีต่อมา อากีเลราได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรายการมิกกี้ เม้าส์ คลับ ทางดิสนีย์แชนแนล ร่วมกับจัสติน ทิมเบอร์เลค และบริตนีย์ สเปียรส์ อากีเลรา ประสบความสำเร็จในวงการดนตรีครั้งแรกในญี่ปุ่นตอนอายุ 14 กับเพลง All I Wanna Do ที่เธอร้องคู่กับ เคอิโสะ นากานิ เสียงร้อง เสียงร้องของคริสติน่า อยู่ในช่วงของโซปราโน และมีช่วงเสียงร้องกว้าง 4 ออกเตฟ (Eb2 - C#7) นักวิจารณ์มักจะจับเสียงร้องเธอไปเปรียบเทียบกับวิตนีย์ ฮิวสตัน และ มารายห์ แครี อยู่เสมอ ต้นแบบด้านเสียงร้องของเธอนั้นมาจาก เอตตา เจมส์ นักร้องเพลงบูลส์ระดับตำนาน และเจ้าของเพลง "At Last" ที่คริสติน่าร้องมาโดยตลอดช่วงชีวิตการเป็นนักร้องของเธอ เธอกล่าวว่า "เอตตาคือศิลปินที่ฉันชอบมากที่สุด ฉันกล่าวแบบนี้มาตลอด 7 ปี ตั้งแต่ฉันออกอัลบั้มแรก และทุกๆการสัมภาษณ์" โดยในงานศพของเอตต้านั้น คริสติน่าได้ขึ้นโชว์เพลง At Last เพื่อรำลึกถึงเอตต้าด้วย นอกจากเอตตา เจมส์แล้ว คริสติน่ายังมีต้นแบบของเธออีกคือ วิตนีย์ ฮิวสตัน มารายห์ แครี มาดอนน่า เจเน็ต แจ็กสัน อารีธา แฟรงคลิน และ นิน่า ซิโมน อาชีพการเป็นศิลปิน 1998 - 2001: เริ่มต้น Christina...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสตินา มาเรีย อากีเลรา เริ่มอาชีพศิลปินเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสตินา อากีเลรา Article: คริสตินา มาเรีย อากีเลรา (English: Christina Maria Aguilera) เกิดเมื่อ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1980 เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลง แนวป็อบ/อาร์แอนด์บีชาวอเมริกัน เจ้าของเพลงฮิต Genie In A Bottle, What A Girl Wants, Come On Over, Beautiful และ Ain't No Other Man และมียอดขายอัลบั้มรวมมากกว่า 75 ล้านหน่วยทั่วโลก โดยนิตยสาร โรลลิงสโตน ได้จัดให้เธออยู่อันดับที่ 58 ในหัวข้อ 100 นักร้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล โดยเธอเป็นผู้ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับการจัดอันดับ[1][2] ชีวิตในวัยเด็ก คริสตินา อากีเลรา เกิดที่เกาะสแตเทน นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก มีเชื้อสายไอริช-เอกวาดอร์ บิดาของอากีเลราเป็นทหารประจำการในขณะนั้น ส่วนมารดาเป็นครูสอนภาษาสเปน ทั้งคู่หย่าร้างกันเมื่ออากีเลรามีอายุได้ 7 ปี โดยอากีเลราและน้องสาวได้ย้ายตามมารดาไปยังรอสเชสเตอร์ซึ่งเป็นย่านชานเมือง พิสต์เบิร์กในรัฐเพนซิลเวเนีย ความสัมพันธ์ระหว่างอากีเลราและบิดานั้นไม่ค่อยราบรื่นนัก เห็นได้จากบทเพลง มีหลายครั้งที่เธอได้ตัดพ้อ รวมไปถึง ชีวิตในวัยเด็ก ค.ศ. 1988 ตอนอายุ 8 ขวบเธอมีโอกาสไปออกรายการโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในรายการ Star Search อากีเลราได้ร้องเพลง "A Sunday Kind of Love" แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่อีก 3 ปีต่อมา อากีเลราได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรายการมิกกี้ เม้าส์ คลับ ทางดิสนีย์แชนแนล ร่วมกับจัสติน ทิมเบอร์เลค และบริตนีย์ สเปียรส์ อากีเลรา ประสบความสำเร็จในวงการดนตรีครั้งแรกในญี่ปุ่นตอนอายุ 14 กับเพลง All I Wanna Do ที่เธอร้องคู่กับ เคอิโสะ นากานิ เสียงร้อง เสียงร้องของคริสติน่า อยู่ในช่วงของโซปราโน และมีช่วงเสียงร้องกว้าง 4 ออกเตฟ (Eb2 - C#7) นักวิจารณ์มักจะจับเสียงร้องเธอไปเปรียบเทียบกับวิตนีย์ ฮิวสตัน และ มารายห์ แครี อยู่เสมอ ต้นแบบด้านเสียงร้องของเธอนั้นมาจาก เอตตา เจมส์ นักร้องเพลงบูลส์ระดับตำนาน และเจ้าของเพลง "At Last" ที่คริสติน่าร้องมาโดยตลอดช่วงชีวิตการเป็นนักร้องของเธอ เธอกล่าวว่า "เอตตาคือศิลปินที่ฉันชอบมากที่สุด ฉันกล่าวแบบนี้มาตลอด 7 ปี ตั้งแต่ฉันออกอัลบั้มแรก และทุกๆการสัมภาษณ์" โดยในงานศพของเอตต้านั้น คริสติน่าได้ขึ้นโชว์เพลง At Last เพื่อรำลึกถึงเอตต้าด้วย นอกจากเอตตา เจมส์แล้ว คริสติน่ายังมีต้นแบบของเธออีกคือ วิตนีย์ ฮิวสตัน มารายห์ แครี มาดอนน่า เจเน็ต แจ็กสัน อารีธา แฟรงคลิน และ นิน่า ซิโมน อาชีพการเป็นศิลปิน 1998 - 2001: เริ่มต้น Christina...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสต์ทศวรรษเริ่มนับเมื่อใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสต์ศตวรรษที่ 21 Article: คริสต์ศตวรรษที่ 21 คือคริสต์ศตวรรษแรกของคริสต์สหัสวรรษที่ 3 และเป็นคริสต์ศตวรรษปัจจุบัน เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2001 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2100 รัฐชาติใหม่และการเปลี่ยนแปลงของเขตแดน ดินแดนดังต่อไปนี้คือรัฐเอกราชที่ได้รับเอกราชในช่วงศตวรรษที่ 21 และได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในรัฐสมาชิกของสหประชาชาติ ติมอร์ตะวันออก (ติมอร์-เลสเต)[1] เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002 มอนเตเนโกร เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2006 ซูดานใต้ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ดินแดนดังต่อไปนี้ได้ดินแดนเอกราชและได้สิทธิปกครองตกเองขั้นสูง แต่ได้รับการยอมรับจากรัฐสมาชิกของสหประชาติเพียงจำนวนหนึ่ง โคโซโว เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ปาเลสไตน์ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2011 เซาท์ออสซีเชีย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2008 อับคาเซีย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ดินแดนดังต่อไปนี้ได้ถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนของอีกรัฐเอกราชหนึ่ง ไครเมีย ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งรัสเซีย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสำรวจอวกาศ 2001 – เดนนิส ตีโต กลายเป็นนักท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์คนแรกของโลก โดยได้ชำระเงิน 19 ล้านดอลาร์สหรัฐเพื่อเดินทางไปสถานีอวกาศนานาชาติ 2003 – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศโคลัมเบียเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2003 – จีนส่งยานเสินโจว 5 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ส่งผลให้จีนเป็นประเทศที่ 3 ในโลกที่มีความสามารถส่งมนุษย์ขึ้นไปยังอวกาศได้ด้วยตัวเอง 2004 – ยาน Mars Exploration Rover 2 เครื่องลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร; ยานออพพอร์ทูนิตี้ ค้นพบหลักฐานที่ว่าครั้งหนึ่งพื้นผิวดาวอังคารเคยมีน้ำ 2004 – SpaceShipOne makes the first privately funded human spaceflight, June 21 2005 – ยานไฮเกนส์ ลงจอดบนดาวไททันเมื่อวันที่ 14 มกราคม, ดาวบริวารที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ 2005 – ยานนิวฮอไรซันส์ถูกส่งขึ้นไปอวกาศโดยมีภารกิจเพื่อศึกษาดาวพลูโต 2006 – ดาวพลูโตถูกลดสถานะจากดาวเคราะห์เป็นดาวเคราะห์แคระ 2007 – จีนปล่อยยานสำรวจอากาศดวงจันทร์เปนครั้งแรกภายใต้ ฉางเอ๋อ 1 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2008 – Chinese space program launches its third manned space flight carrying its first three-person crew and conducts its first spacewalk that makes China the third nation after Russia and USA to do that, เสินโจว 7, on September 25. 2008 –...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสต์ศตวรรษที่ 20มีประเทศไทยหรือยัง ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสต์ศตวรรษที่ 21 Article: คริสต์ศตวรรษที่ 21 คือคริสต์ศตวรรษแรกของคริสต์สหัสวรรษที่ 3 และเป็นคริสต์ศตวรรษปัจจุบัน เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2001 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2100 รัฐชาติใหม่และการเปลี่ยนแปลงของเขตแดน ดินแดนดังต่อไปนี้คือรัฐเอกราชที่ได้รับเอกราชในช่วงศตวรรษที่ 21 และได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในรัฐสมาชิกของสหประชาชาติ ติมอร์ตะวันออก (ติมอร์-เลสเต)[1] เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002 มอนเตเนโกร เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2006 ซูดานใต้ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ดินแดนดังต่อไปนี้ได้ดินแดนเอกราชและได้สิทธิปกครองตกเองขั้นสูง แต่ได้รับการยอมรับจากรัฐสมาชิกของสหประชาติเพียงจำนวนหนึ่ง โคโซโว เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ปาเลสไตน์ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2011 เซาท์ออสซีเชีย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2008 อับคาเซีย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ดินแดนดังต่อไปนี้ได้ถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนของอีกรัฐเอกราชหนึ่ง ไครเมีย ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งรัสเซีย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสำรวจอวกาศ 2001 – เดนนิส ตีโต กลายเป็นนักท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์คนแรกของโลก โดยได้ชำระเงิน 19 ล้านดอลาร์สหรัฐเพื่อเดินทางไปสถานีอวกาศนานาชาติ 2003 – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศโคลัมเบียเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2003 – จีนส่งยานเสินโจว 5 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ส่งผลให้จีนเป็นประเทศที่ 3 ในโลกที่มีความสามารถส่งมนุษย์ขึ้นไปยังอวกาศได้ด้วยตัวเอง 2004 – ยาน Mars Exploration Rover 2 เครื่องลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร; ยานออพพอร์ทูนิตี้ ค้นพบหลักฐานที่ว่าครั้งหนึ่งพื้นผิวดาวอังคารเคยมีน้ำ 2004 – SpaceShipOne makes the first privately funded human spaceflight, June 21 2005 – ยานไฮเกนส์ ลงจอดบนดาวไททันเมื่อวันที่ 14 มกราคม, ดาวบริวารที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ 2005 – ยานนิวฮอไรซันส์ถูกส่งขึ้นไปอวกาศโดยมีภารกิจเพื่อศึกษาดาวพลูโต 2006 – ดาวพลูโตถูกลดสถานะจากดาวเคราะห์เป็นดาวเคราะห์แคระ 2007 – จีนปล่อยยานสำรวจอากาศดวงจันทร์เปนครั้งแรกภายใต้ ฉางเอ๋อ 1 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2008 – Chinese space program launches its third manned space flight carrying its first three-person crew and conducts its first spacewalk that makes China the third nation after Russia and USA to do that, เสินโจว 7, on September 25. 2008 –...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสต์ศตวรรษเริ่มนับเมื่อใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสต์ศตวรรษที่ 21 Article: คริสต์ศตวรรษที่ 21 คือคริสต์ศตวรรษแรกของคริสต์สหัสวรรษที่ 3 และเป็นคริสต์ศตวรรษปัจจุบัน เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2001 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2100 รัฐชาติใหม่และการเปลี่ยนแปลงของเขตแดน ดินแดนดังต่อไปนี้คือรัฐเอกราชที่ได้รับเอกราชในช่วงศตวรรษที่ 21 และได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในรัฐสมาชิกของสหประชาชาติ ติมอร์ตะวันออก (ติมอร์-เลสเต)[1] เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002 มอนเตเนโกร เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2006 ซูดานใต้ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ดินแดนดังต่อไปนี้ได้ดินแดนเอกราชและได้สิทธิปกครองตกเองขั้นสูง แต่ได้รับการยอมรับจากรัฐสมาชิกของสหประชาติเพียงจำนวนหนึ่ง โคโซโว เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ปาเลสไตน์ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2011 เซาท์ออสซีเชีย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2008 อับคาเซีย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ดินแดนดังต่อไปนี้ได้ถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนของอีกรัฐเอกราชหนึ่ง ไครเมีย ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งรัสเซีย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสำรวจอวกาศ 2001 – เดนนิส ตีโต กลายเป็นนักท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์คนแรกของโลก โดยได้ชำระเงิน 19 ล้านดอลาร์สหรัฐเพื่อเดินทางไปสถานีอวกาศนานาชาติ 2003 – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศโคลัมเบียเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2003 – จีนส่งยานเสินโจว 5 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ส่งผลให้จีนเป็นประเทศที่ 3 ในโลกที่มีความสามารถส่งมนุษย์ขึ้นไปยังอวกาศได้ด้วยตัวเอง 2004 – ยาน Mars Exploration Rover 2 เครื่องลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร; ยานออพพอร์ทูนิตี้ ค้นพบหลักฐานที่ว่าครั้งหนึ่งพื้นผิวดาวอังคารเคยมีน้ำ 2004 – SpaceShipOne makes the first privately funded human spaceflight, June 21 2005 – ยานไฮเกนส์ ลงจอดบนดาวไททันเมื่อวันที่ 14 มกราคม, ดาวบริวารที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ 2005 – ยานนิวฮอไรซันส์ถูกส่งขึ้นไปอวกาศโดยมีภารกิจเพื่อศึกษาดาวพลูโต 2006 – ดาวพลูโตถูกลดสถานะจากดาวเคราะห์เป็นดาวเคราะห์แคระ 2007 – จีนปล่อยยานสำรวจอากาศดวงจันทร์เปนครั้งแรกภายใต้ ฉางเอ๋อ 1 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2008 – Chinese space program launches its third manned space flight carrying its first three-person crew and conducts its first spacewalk that makes China the third nation after Russia and USA to do that, เสินโจว 7, on September 25. 2008 –...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสต์ศาสนสถานแรกในอังกฤษที่ใช้สถาปัตยกรรมกอทิกอย่างเป็นทางการคือสถานที่ใด?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: สถาปัตยกรรมกอทิก Article: สถาปัตยกรรมกอทิก (English: Gothic architecture) เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมที่รุ่งเรืองในช่วงกลางสมัยกลางถึงปลายสมัยกลาง โดยวิวัฒนาการมาจากสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์และตามด้วยสถาปัตยกรรมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา สถาปัตยกรรมกอทิกเกิดขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึง 16 โดยเริ่มขึ้นในประเทศฝรั่งเศสก่อนที่จะเผยแพร่ไปยังประเทศอังกฤษ และต่อไปยังทวีปยุโรปโดยทั่วไป สถาปัตยกรรมกอทิกเริ่มขึ้นในฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 12 และรุ่งเรืองต่อมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในระยะแรก สถาปัตยกรรมทรงนี้เรียกกันว่า "แบบฝรั่งเศส" (Opus Francigenum) คำว่า "กอทิก" มาเริ่มใช้กันในตอนปลายยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาในทางที่เป็นการหมิ่นลักษณะสถาปัตยกรรม ลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมแบบกอทิกที่เป็นที่รู้จักกันดีคือการใช้โค้งแหลม เพดานสัน และ ค้ำยันแบบปีก สถาปัตยกรรมกอทิกเป็นสถาปัตยกรรมที่นิยมใช้ในการสร้างอาสนวิหาร แอบบี และคริสต์ศาสนสถานอื่น ๆ ของยุโรป นอกจากนั้นก็ยังใช้ในกาสร้างปราสาท, วัง, ตึกเทศบาลเมือง, มหาวิทยาลัย และบางครั้งก็สำหรับที่อยู่อาศัยแต่ก็ไม่มากนัก สถาปัตยกรรมกอทิกที่ใช้ในการก่อสร้างโบสถ์และอาสนวิหาร และในสิ่งก่อสร้างบางสิ่งของฆราวาสที่เป็นการแสดงลักษณะการก่อสร้างอันมีพลัง ลักษณะรูปทรงของสิ่งก่อสร้างแบบกอทิกเป็นลักษณะที่ก่อให้เกิดความสะเทือนทางอารมณ์ ซึ่งทำให้เป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นที่นิยมใช้ในการก่อสร้างสถาปัตยกรรมทางศาสนา และสิ่งก่อสร้างหลายแห่งก็มีคุณค่าสูงพอที่จะได้รับการมอบฐานะให้เป็นมรดกโลก ในอังกฤษในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 ก็เริ่มมีการก่อสร้างสถาปัตยกรรมที่เลียนแบบสถาปัตยกรรมกอทิก ที่เรียกว่าสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอทิก ที่เผยแพร่ไปยังยุโรป ที่เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมที่นิยมใช้ในการก่อสร้างคริสต์ศาสนสถานและมหาวิทยาลัย ความนิยมสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอทิกดำเนินต่อมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 สถาปัตยกรรมกอทิกพัฒนาขึ้นจากปัญหาทางโครงสร้าง โบสถ์ในสมัยนั้นได้เปลี่ยนแปลงมาใช้โครงสร้างหลังคาโค้งแหลม (point vault) แรงกดของโครงสร้างหลังคาโค้งแหลม จึงพุ่งเป็นเส้นดิ่งมากกว่าโค้งครึ่งวงกลมและถ่ายน้ำหนักจากหลังคาโค้งไปยังเสา (pier) ที่รองรับซึ่งจะสูงชะลูดและมีส่วนค้ำยันผนังเป็นครีบอยู่ภายนอกอาคาร ที่เรียกว่า ครีบยัน ซึ่งตั้งต้นจากยอดของเสาด้านในเอียงมาจดผนังครีบริมนอก ช่วยรับน้ำหนักของโค้งอีกด้วย...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสเตียโน โรนัลโด มีบุตรบุญธรรมหรือไม่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: จักรพรรดิแนโร Article: แนโร เกลาดิอุส ไกซาร์ เอากุสตุส แกร์มานิกุส (Latin: NERO CLAVDIVS CAESAR AVGVSTVS GERMANICVS) เป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันองค์ที่ 5 เกิดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 37 ที่เมืองอันติอูง จักรวรรดิโรมัน มีชื่อเต็มตอนเกิดว่า ลูกิอุส ดอมิติอุส อาเอนอบาร์บุส (Latin: LVCIVS DOMITIVS AHENOBARBVS) บิดาชื่อกไนอุส ดอมิติอุส อาเอนอบาร์บุส มารดาชื่ออากริปปีนา ซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงน้องสาวของจักรพรรดิกาลิกุลา จักรพรรดิรัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์ยูลิอุส-เกลาดิอุส เหตุการณ์ในปีต่าง ๆ ค.ศ. 39 เกิดศึกใหญ่ระหว่างโรมันกับเยอรมนี กาลิกุลาจึงนำทัพไปรบ แต่ก็มีข่าวออกมาว่า อากริปปีนา น้องสาวของพระองค์กำลังวางแผนโค่นอำนาจจากพระองค์ไป จึงทรงสั่งเนรเทศอากริปปีนาไปยังเกาะพอนเธียน ทั้ง ๆ ที่แนโรยังเล็กมาก เขาจึงต้องอาศัยอยู่กับพ่อ ค.ศ. 40 กไนอุส อาเอนอบาร์บุส พ่อของแนโรเสียชีวิต เนื่องจากป่วยเป็นโรคบวมน้ำ เกลาดิอุส (พี่ชายของพ่อของจักรพรรดิกาลิกุลา) จึงรับเลี้ยงดูแนโรต่อ ซึ่งในช่วงปีนี้ แนโรมีความฝันอยากจะเป็นศิลปิน ค.ศ. 41 จักรพรรดิกาลิกุลาถูกลอบสังหารขณะชมกีฬา สภาสูงสุดแห่งโรม จึงมีมติให้เกลาดิอุสครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 4 เขาเป็นคนดี ปกครองบ้านเมืองได้สงบร่มเย็นตลอดรัชกาล เขานำอากริพพินากลับมายังโรมัน มาพบแนโร ทำให้แม่ลูกได้พบกัน และอยู่ด้วยกันอย่างสงบ อากริปปีนาแต่งงานกับเศรษฐีคนหนึ่งเพื่อยกฐานะตนให้รวยขึ้น ต่อมาเศรษฐีเสียชีวิตลง อากริปปีนาและแนโรจึงได้สมบัติไปเต็มๆ ค.ศ. 48 ภรรยาของเกลาดิอุสถูกจับได้ว่าคิดกบฏ จึงถูกสั่งประหารชีวิต อากริปปีนาจึงพยายามจะแต่งงานกับเกลาดิอุส เพื่อยกฐานะแนโรให้เป็นบุตรบุญธรรมของจักรพรรดิ ซึ่งในกรณีนี้ ถ้าอากริพพินาทำสำเร็จ แนโรจะมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะครองราชย์ต่อจากเกลาดิอุส ค.ศ. 49 อากริปปีนาแต่งงานกับเกลาดิอุสได้สำเร็จ แนโรได้กลายเป็นบุตรบุญธรรมของเกลาดิอุส แนโรจึงเปลี่ยนชื่อเต็มใหม่ ว่า แนโร เกลาดิอุส ซีซาร์ ดรุสซุส (Nero Claudius Caesar Drusus) ค.ศ. 50 เกลาดิอุสแต่งตั้งเลื่อนยศอากริปปีนาเป็นออกุสตา (จักรพรรดินี) และเลื่อนยศแนโรขึ้นเป็นทายาทโดยชอบธรรม (ไม่ใช่บุตรบุญธรรมอีกต่อไป แต่เป็นทายาทแท้ๆ) ค.ศ. 51 เกลาดิอุสประกาศให้แนโร เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ทั้งที่อายุยังน้อย ต่อมาไม่นานยังแต่งตั้งแนโรเป็นข้าหลวงและมอบสิทธิ์ให้สามารถเข้าร่วมอภิปรายในสภาสูง ค.ศ. 53 แนโรได้แต่งงานกับคลอเดีย ออคเตเวีย...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสเตียโน โรนัลโด สูงเท่าไรห่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสเตียโน โรนัลโด Article: กริชตียานู รูนัลดู ดุช ซังตุช อาไวรู (Portuguese: Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro; เกิด 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอา และเป็นกัปตันทีมชาติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลรองจากแกเร็ธ เบล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนด์ต่อปี ทำให้เขาเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก[3] โรนัลโดได้ลงเล่นฟุตบอลในนามทีมเยาวชนของอังดูริญญา เมื่อเขาเล่นได้อยู่สองปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับนาซีอูนัลในปี 1997 เขาได้ทำสัญญาให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างสปอร์ติงลิสบอน โรนัลโดได้ถูกพิจารณาย้ายตัวไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยคนที่ซื้อเขาคือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซื้อตัวเขามาด้วยจำนวนเงิน 12.24 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้แชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นเกียรติประวัติแชมป์แรกของเขาในปี 2003 โรนัลโดลงเล่นในเกมของฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส ในระดับชาตินัดแรกคือตอนเจอกับคาซัคสถาน ในเดือนสิงหาคม 2003 และหลังจากนั้นเขาได้ลงเล่นมากขึ้นรวมทั้งหมดถึงห้าทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ยูโร 2004, ฟุตบอลโลก 2006, ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 เขาทำประตูแรกในนามทีมชาติโปรตุเกสได้ในการแข่งขันยูโร 2004 ในนัดเปิดการแข่งขันที่เจอกับกรีซ เขาเป็นคนสำคัญในการนำทีมชาติโปรตุเกสเข้าไปชิงชนะเลิศในปี 2004 และหลังจากนั้นโรนัลโดได้มีบทบาทและได้ลงตำแหน่งตัวจริงมากขึ้น ในปี 2008 โรนัลโดได้เป็นกัปตันทีมครั้งแรกของทีมชาติโปรตุเกสได้นำทีมเข้าแข่งขันยูโร 2008 สามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ เขาสามารถยิงได้สามประตูในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2012 โรนัลโดได้ลงเล่นครบ 100 นัดสำหรับทีมชาติโปรตุเกสในนัดที่เจอกับไอร์แลนด์เหนือ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในสามนักเตะที่ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสเกิน 100 นัด[4] ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2012 เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของเขาได้มีคนติดตามถึง 50 ล้านคน[5] ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 มีการจัดอันดับตำแหน่งนักเตะรูปงามแห่งยูโร 2008 จัดทำโดยแอลจี บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า คริสเตียโน โรนัลโดได้รับคะแนนโหวตครั้งนี้เป็นอันดับ 1[6] ในปี 2012...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสเตียโน โรนัลโด เกิดเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสเตียโน โรนัลโด Article: กริชตียานู รูนัลดู ดุช ซังตุช อาไวรู (Portuguese: Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro; เกิด 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอา และเป็นกัปตันทีมชาติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลรองจากแกเร็ธ เบล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนด์ต่อปี ทำให้เขาเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก[3] โรนัลโดได้ลงเล่นฟุตบอลในนามทีมเยาวชนของอังดูริญญา เมื่อเขาเล่นได้อยู่สองปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับนาซีอูนัลในปี 1997 เขาได้ทำสัญญาให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างสปอร์ติงลิสบอน โรนัลโดได้ถูกพิจารณาย้ายตัวไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยคนที่ซื้อเขาคือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซื้อตัวเขามาด้วยจำนวนเงิน 12.24 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้แชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นเกียรติประวัติแชมป์แรกของเขาในปี 2003 โรนัลโดลงเล่นในเกมของฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส ในระดับชาตินัดแรกคือตอนเจอกับคาซัคสถาน ในเดือนสิงหาคม 2003 และหลังจากนั้นเขาได้ลงเล่นมากขึ้นรวมทั้งหมดถึงห้าทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ยูโร 2004, ฟุตบอลโลก 2006, ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 เขาทำประตูแรกในนามทีมชาติโปรตุเกสได้ในการแข่งขันยูโร 2004 ในนัดเปิดการแข่งขันที่เจอกับกรีซ เขาเป็นคนสำคัญในการนำทีมชาติโปรตุเกสเข้าไปชิงชนะเลิศในปี 2004 และหลังจากนั้นโรนัลโดได้มีบทบาทและได้ลงตำแหน่งตัวจริงมากขึ้น ในปี 2008 โรนัลโดได้เป็นกัปตันทีมครั้งแรกของทีมชาติโปรตุเกสได้นำทีมเข้าแข่งขันยูโร 2008 สามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ เขาสามารถยิงได้สามประตูในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2012 โรนัลโดได้ลงเล่นครบ 100 นัดสำหรับทีมชาติโปรตุเกสในนัดที่เจอกับไอร์แลนด์เหนือ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในสามนักเตะที่ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสเกิน 100 นัด[4] ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2012 เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของเขาได้มีคนติดตามถึง 50 ล้านคน[5] ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 มีการจัดอันดับตำแหน่งนักเตะรูปงามแห่งยูโร 2008 จัดทำโดยแอลจี บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า คริสเตียโน โรนัลโดได้รับคะแนนโหวตครั้งนี้เป็นอันดับ 1[6] ในปี 2012...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสเตียโน โรนัลโด เป็นลูกคนที่เท่าไหร่ของครอบครัว ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสเตียโน โรนัลโด Article: กริชตียานู รูนัลดู ดุช ซังตุช อาไวรู (Portuguese: Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro; เกิด 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอา และเป็นกัปตันทีมชาติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลรองจากแกเร็ธ เบล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนด์ต่อปี ทำให้เขาเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก[3] โรนัลโดได้ลงเล่นฟุตบอลในนามทีมเยาวชนของอังดูริญญา เมื่อเขาเล่นได้อยู่สองปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับนาซีอูนัลในปี 1997 เขาได้ทำสัญญาให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างสปอร์ติงลิสบอน โรนัลโดได้ถูกพิจารณาย้ายตัวไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยคนที่ซื้อเขาคือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซื้อตัวเขามาด้วยจำนวนเงิน 12.24 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้แชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นเกียรติประวัติแชมป์แรกของเขาในปี 2003 โรนัลโดลงเล่นในเกมของฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส ในระดับชาตินัดแรกคือตอนเจอกับคาซัคสถาน ในเดือนสิงหาคม 2003 และหลังจากนั้นเขาได้ลงเล่นมากขึ้นรวมทั้งหมดถึงห้าทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ยูโร 2004, ฟุตบอลโลก 2006, ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 เขาทำประตูแรกในนามทีมชาติโปรตุเกสได้ในการแข่งขันยูโร 2004 ในนัดเปิดการแข่งขันที่เจอกับกรีซ เขาเป็นคนสำคัญในการนำทีมชาติโปรตุเกสเข้าไปชิงชนะเลิศในปี 2004 และหลังจากนั้นโรนัลโดได้มีบทบาทและได้ลงตำแหน่งตัวจริงมากขึ้น ในปี 2008 โรนัลโดได้เป็นกัปตันทีมครั้งแรกของทีมชาติโปรตุเกสได้นำทีมเข้าแข่งขันยูโร 2008 สามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ เขาสามารถยิงได้สามประตูในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2012 โรนัลโดได้ลงเล่นครบ 100 นัดสำหรับทีมชาติโปรตุเกสในนัดที่เจอกับไอร์แลนด์เหนือ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในสามนักเตะที่ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสเกิน 100 นัด[4] ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2012 เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของเขาได้มีคนติดตามถึง 50 ล้านคน[5] ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 มีการจัดอันดับตำแหน่งนักเตะรูปงามแห่งยูโร 2008 จัดทำโดยแอลจี บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า คริสเตียโน โรนัลโดได้รับคะแนนโหวตครั้งนี้เป็นอันดับ 1[6] ในปี 2012...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสเตียโน โรนัลโด เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับทีมอะไร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: โรนัลโด Article: โรนัลโด (English: Ronaldo) หรือชื่อเต็มว่า โรนัลโด้ ลูย นาซารีโอ เด ลิมา (Portuguese: Ronaldo Luíz Nazário de Lima) เกิดวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2519) เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล ปัจจุบันเลิกอาชีพค้าแข้งแล้ว ในปี ค.ศ. 1993 โรนัลโดเริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรกรูเซย์รู ในฤดูกาลแรกนั้น เขาทำได้ถึง 12 ประตูใน 14 เกม โดยโรนัลโดมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นก็ถูกแมวมองจากสโมสรยักษ์ใหญ่ เพเอสเวไอนด์โฮเวนจากเนเธอร์แลนด์ดึงไปร่วมเล่น นอกจากนี้ โรนัลโดก็ยังได้ร่วมทางกับสโมสรใหญ่ในยุโรปมากมาย อาทิ บาร์เซโลนา อินแตร์นาซีโอนาเลมีลาโน (อินเตอร์ มิลาน) เรอัลมาดริด และเอซีมิลาน ในส่วนของทีมชาตินั้น โรนัลโดลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ 97 นัด และทำประตูได้ถึง 62 ประตู โดยเป็นรองเพียงเปเล่และโรมารีอูเท่านั้น และยังเป็นเจ้าของสติถิ 15 ประตู ผู้ยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของโลกในฟุตบอลโลกอีกด้วย เขาพาทีมชาติบราซิลได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยในปี ค.ศ. 1994 และ ค.ศ. 2002 แต่ต่อมาก็ถูกแย่งสถิติโดยมีโรสลัฟ โคลเซอในฟุตบอลโลกปี ค.ศ. 2014 ฉายาของโรนัลโดคือ O Fenômeno ("The Phenomenon" ในภาษาอังกฤษ) โรนัลโดเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากมาย อาทิ รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป 2 สมัย ในปี ค.ศ. 1997 และ ค.ศ. 2002 รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกโดยฟีฟ่า 3 สมัย ซึ่งมีเพียงโรนัลโดและซีเนดีน ซีดานเท่านั้นที่เคยทำได้ ในปี ค.ศ. 2007 เขาถูกจัดให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอล 100 คนที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลโดยนิตยสารฟุตบอลฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลยอดเยี่ยมที่สุดของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่โดยเปเล่ เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2013 โรนัลโดประกาศเกษียณตัวเองจากการเป็นนักฟุตบอล เนื่องจากความเจ็บปวดและภาวะขาดไทรอยด์[1] เมื่อวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 2015 โรนัลโดเตรียมฟิตหุ่น โรนัลโด้ ออกมาเผยว่า ตัวเขาเองจะพยายามเรียกความฟิตอย่างเต็มที่ เพื่อกลับมาลงสนามเล่นฟุตบอลอีกครั้งกับสโมสร ฟอร์ต เลาเดอร์เดล สไตรเกอร์ส Fort Lauderdale Strikers ในศึกนอร์ธ อเมริกัน ซอคเกอร์ ลีก ซึ่งเป็นลีกระดับดิวิชั่น 2 ของลีกลูกหนังสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ โรนัลโด้ ผ่านการค้าแข้งกับสโมสรดังๆมากมาย เช่น บาร์เซโลนา, รีลมาดริด, อินเตอร์ มิลาน และ เอซี มิลาน โดยลงเล่นฟุตบอลอาชีพกับ โครินเธียนส์ เป็นสโมสรสุดท้าย ในปี 2011 ก่อนที่จะประกาศแขวนสตั๊ด เนื่องจากสภาพร่างกายไม่ไหว...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสเตียโน โรนัลโด แต่งงานกับใคร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสเตียโน โรนัลโด Article: กริชตียานู รูนัลดู ดุช ซังตุช อาไวรู (Portuguese: Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro; เกิด 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอา และเป็นกัปตันทีมชาติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลรองจากแกเร็ธ เบล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนด์ต่อปี ทำให้เขาเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก[3] โรนัลโดได้ลงเล่นฟุตบอลในนามทีมเยาวชนของอังดูริญญา เมื่อเขาเล่นได้อยู่สองปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับนาซีอูนัลในปี 1997 เขาได้ทำสัญญาให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างสปอร์ติงลิสบอน โรนัลโดได้ถูกพิจารณาย้ายตัวไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยคนที่ซื้อเขาคือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซื้อตัวเขามาด้วยจำนวนเงิน 12.24 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้แชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นเกียรติประวัติแชมป์แรกของเขาในปี 2003 โรนัลโดลงเล่นในเกมของฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส ในระดับชาตินัดแรกคือตอนเจอกับคาซัคสถาน ในเดือนสิงหาคม 2003 และหลังจากนั้นเขาได้ลงเล่นมากขึ้นรวมทั้งหมดถึงห้าทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ยูโร 2004, ฟุตบอลโลก 2006, ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 เขาทำประตูแรกในนามทีมชาติโปรตุเกสได้ในการแข่งขันยูโร 2004 ในนัดเปิดการแข่งขันที่เจอกับกรีซ เขาเป็นคนสำคัญในการนำทีมชาติโปรตุเกสเข้าไปชิงชนะเลิศในปี 2004 และหลังจากนั้นโรนัลโดได้มีบทบาทและได้ลงตำแหน่งตัวจริงมากขึ้น ในปี 2008 โรนัลโดได้เป็นกัปตันทีมครั้งแรกของทีมชาติโปรตุเกสได้นำทีมเข้าแข่งขันยูโร 2008 สามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ เขาสามารถยิงได้สามประตูในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2012 โรนัลโดได้ลงเล่นครบ 100 นัดสำหรับทีมชาติโปรตุเกสในนัดที่เจอกับไอร์แลนด์เหนือ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในสามนักเตะที่ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสเกิน 100 นัด[4] ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2012 เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของเขาได้มีคนติดตามถึง 50 ล้านคน[5] ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 มีการจัดอันดับตำแหน่งนักเตะรูปงามแห่งยูโร 2008 จัดทำโดยแอลจี บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า คริสเตียโน โรนัลโดได้รับคะแนนโหวตครั้งนี้เป็นอันดับ 1[6] ในปี 2012...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสเตียโน โรนัลโด แต่งงานเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริสเตียโน โรนัลโด Article: กริชตียานู รูนัลดู ดุช ซังตุช อาไวรู (Portuguese: Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro; เกิด 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอา และเป็นกัปตันทีมชาติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลรองจากแกเร็ธ เบล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนด์ต่อปี ทำให้เขาเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก[3] โรนัลโดได้ลงเล่นฟุตบอลในนามทีมเยาวชนของอังดูริญญา เมื่อเขาเล่นได้อยู่สองปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับนาซีอูนัลในปี 1997 เขาได้ทำสัญญาให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างสปอร์ติงลิสบอน โรนัลโดได้ถูกพิจารณาย้ายตัวไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยคนที่ซื้อเขาคือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซื้อตัวเขามาด้วยจำนวนเงิน 12.24 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้แชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นเกียรติประวัติแชมป์แรกของเขาในปี 2003 โรนัลโดลงเล่นในเกมของฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส ในระดับชาตินัดแรกคือตอนเจอกับคาซัคสถาน ในเดือนสิงหาคม 2003 และหลังจากนั้นเขาได้ลงเล่นมากขึ้นรวมทั้งหมดถึงห้าทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ยูโร 2004, ฟุตบอลโลก 2006, ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 เขาทำประตูแรกในนามทีมชาติโปรตุเกสได้ในการแข่งขันยูโร 2004 ในนัดเปิดการแข่งขันที่เจอกับกรีซ เขาเป็นคนสำคัญในการนำทีมชาติโปรตุเกสเข้าไปชิงชนะเลิศในปี 2004 และหลังจากนั้นโรนัลโดได้มีบทบาทและได้ลงตำแหน่งตัวจริงมากขึ้น ในปี 2008 โรนัลโดได้เป็นกัปตันทีมครั้งแรกของทีมชาติโปรตุเกสได้นำทีมเข้าแข่งขันยูโร 2008 สามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ เขาสามารถยิงได้สามประตูในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2012 โรนัลโดได้ลงเล่นครบ 100 นัดสำหรับทีมชาติโปรตุเกสในนัดที่เจอกับไอร์แลนด์เหนือ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในสามนักเตะที่ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสเกิน 100 นัด[4] ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2012 เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของเขาได้มีคนติดตามถึง 50 ล้านคน[5] ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008 มีการจัดอันดับตำแหน่งนักเตะรูปงามแห่งยูโร 2008 จัดทำโดยแอลจี บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า คริสเตียโน โรนัลโดได้รับคะแนนโหวตครั้งนี้เป็นอันดับ 1[6] ในปี 2012...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสโตเฟอร์ เมอร์ริซ บราวน์ มีพี่น้องกี่คน ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริส บราวน์ Article: คริสโตเฟอร์ เมอร์ริซ บราวน์ (English: Christopher Maurice Brown) เกิดวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1989[1] เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง แดนเซอร์ และนักแสดงชาวอเมริกัน เกิดที่ Tappahannock รัฐเวอร์จิเนีย บราวน์ฝึกฝนด้านการร้องและการเต้นด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเยาว์ และเคยมีส่วนร่วมกับคณะประสานเสียงในโบสถ์และงานประกวดประจำท้องถิ่นหลายงาน ในปี ค.ศ. 2004 เขาเซ็นสัญญากับค่าย Jive Records และออกอัลบั้มแรกที่ชื่อ Chris Brown ในปีถัดมา อัลบั้มขึ้นถึงอันดับ 2 บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 และมีเพลงที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 อย่างเพลง Run It! ทำให้บราวน์เป็นศิลปินร้องนำชายคนแรกที่ซิงเกิลเปิดตัวของเขาขึ้นถึงอันดับ 1 นับตั้งแต่ Puff Daddy เคยทำไว้ในปี ค.ศ. 1997 อัลบั้ม Chris Brown ได้รับการรับรองระดับแพลตินัมจากสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา สตูดิโออัลบั้มชุดที่สอง Exclusive ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 2007 มีซิงเกิลที่ประสบความสำเร็จถึง 3 เพลงด้วยกัน ได้แก่เพลง Kiss Kiss (ร้องร่วมโดย T-Pain) ซึ่งเป็นเพลงที่สองที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตฮอต 100 เพลง With You และ Forever อัลบั้ม Exclusive ได้รับการรับรองระดับดับเบิลแพลตินัมจากสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา สตูดิโออัลบั้มชุดที่สามของเขา Graffiti ในปี ค.ศ. 2009 มีซิงเกิลที่ติดชาร์ต 20 อันดับบนสุดอย่าง I Can Transform Ya (ร้องร่วมโดย Lil Wayne และ Swizz Beatz) ในปี ค.ศ. 2011 บราวน์ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 F.A.M.E. ที่เป็นอัลบั้มแรกของเขาที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 อัลบั้ม F.A.M.E. ทำให้บราว์ได้รับรางวัลแกรมมีเป็นครั้งแรกในสาขาอัลบั้มอาร์แอนด์บียอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแกรมมีครั้งที่ 54 นอกจากงานเพลงแล้ว บราวน์ยังเคยมีผลงานการแสดง ในปี ค.ศ. 2007 เขาได้ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Stomp the Yard และปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญในซีรีส์เรื่อง The O.C. ผลงานภาพยนตร์อื่นที่บราวน์เคยร่วมแสดงได้แก่ This Christmas (2007), Takers (2010) และ Think Like a Man (2012) ในด้านอาชีพการแสดงของเขา บราวน์ได้รับรางวัลมากมาย เช่น 2 รางวัลจาก NAACP Image Award 3 รางวัลจาก American Music Awards และ 9 รางวัลจาก BET Awards ในปี ค.ศ. 2009 เขาสารภาพผิดในคดีอุกฉกรรจ์ทำร้ายร่างกาย ริอานน่า นักร้องซึ่งต่อมาเป็นแฟนสาว เขาได้รับโทษคุมความประพฤติเป็นเวลา 5 ปี และต้องให้บริการสังคมเป็นเวลา 6 เดือน คดีนี้สื่อต่าง ๆ...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสโตเฟอร์ เมอร์ริซ บราวน์ เกิดที่โรงพยาบาลอะไร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คริส บราวน์ Article: คริสโตเฟอร์ เมอร์ริซ บราวน์ (English: Christopher Maurice Brown) เกิดวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1989[1] เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง แดนเซอร์ และนักแสดงชาวอเมริกัน เกิดที่ Tappahannock รัฐเวอร์จิเนีย บราวน์ฝึกฝนด้านการร้องและการเต้นด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเยาว์ และเคยมีส่วนร่วมกับคณะประสานเสียงในโบสถ์และงานประกวดประจำท้องถิ่นหลายงาน ในปี ค.ศ. 2004 เขาเซ็นสัญญากับค่าย Jive Records และออกอัลบั้มแรกที่ชื่อ Chris Brown ในปีถัดมา อัลบั้มขึ้นถึงอันดับ 2 บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 และมีเพลงที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 อย่างเพลง Run It! ทำให้บราวน์เป็นศิลปินร้องนำชายคนแรกที่ซิงเกิลเปิดตัวของเขาขึ้นถึงอันดับ 1 นับตั้งแต่ Puff Daddy เคยทำไว้ในปี ค.ศ. 1997 อัลบั้ม Chris Brown ได้รับการรับรองระดับแพลตินัมจากสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา สตูดิโออัลบั้มชุดที่สอง Exclusive ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 2007 มีซิงเกิลที่ประสบความสำเร็จถึง 3 เพลงด้วยกัน ได้แก่เพลง Kiss Kiss (ร้องร่วมโดย T-Pain) ซึ่งเป็นเพลงที่สองที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตฮอต 100 เพลง With You และ Forever อัลบั้ม Exclusive ได้รับการรับรองระดับดับเบิลแพลตินัมจากสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา สตูดิโออัลบั้มชุดที่สามของเขา Graffiti ในปี ค.ศ. 2009 มีซิงเกิลที่ติดชาร์ต 20 อันดับบนสุดอย่าง I Can Transform Ya (ร้องร่วมโดย Lil Wayne และ Swizz Beatz) ในปี ค.ศ. 2011 บราวน์ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 F.A.M.E. ที่เป็นอัลบั้มแรกของเขาที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 อัลบั้ม F.A.M.E. ทำให้บราว์ได้รับรางวัลแกรมมีเป็นครั้งแรกในสาขาอัลบั้มอาร์แอนด์บียอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแกรมมีครั้งที่ 54 นอกจากงานเพลงแล้ว บราวน์ยังเคยมีผลงานการแสดง ในปี ค.ศ. 2007 เขาได้ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Stomp the Yard และปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญในซีรีส์เรื่อง The O.C. ผลงานภาพยนตร์อื่นที่บราวน์เคยร่วมแสดงได้แก่ This Christmas (2007), Takers (2010) และ Think Like a Man (2012) ในด้านอาชีพการแสดงของเขา บราวน์ได้รับรางวัลมากมาย เช่น 2 รางวัลจาก NAACP Image Award 3 รางวัลจาก American Music Awards และ 9 รางวัลจาก BET Awards ในปี ค.ศ. 2009 เขาสารภาพผิดในคดีอุกฉกรรจ์ทำร้ายร่างกาย ริอานน่า นักร้องซึ่งต่อมาเป็นแฟนสาว เขาได้รับโทษคุมความประพฤติเป็นเวลา 5 ปี และต้องให้บริการสังคมเป็นเวลา 6 เดือน คดีนี้สื่อต่าง ๆ...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสโตเฟอร์ เมอร์ริซ บราวน์ เกิดที่โรงพยาบาลอะไร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: โรแมน เรนส์ Article: ลีอาติ โจเซฟ "โจ" อานัวอี (Leati Joseph "Joe" Anoa'i; เกิด 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1985)[1][2] นักมวยปล้ำอาชีพและอดีตผู้เล่นตะแกรงฟุตบอลอาชีพชาวอเมริกัน[3][4][5][6][7] เป็นสมาชิกของครอบครัวอานัวอี ตระกูลนักมวยปล้ำชื่อดังชาวอเมริกัน-ซามัว และเป็นญาติห่างๆกับเดอะร็อก[8] ปัจจุบันเซ็นสัญญาปล้ำกับWWEในนาม โรแมน เรนส์ (Roman Reigns) เป็นนักมวยปล้ำที่ใช้ท่าสเปียร์ได้ดีที่สุดที่เคยมีมา[9][10] ในปี 2012 เขาเปิดตัวในฐานะสมาชิกเดอะชีลด์พร้อมกับดีน แอมโบรสและเซท รอลลินส์ และยังเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE 3สมัย และแชมป์ยูนิเวอร์แซล WWE นอกจากนี้เขายังเป็นนักมวยปล้ำฝ่ายธรรมะคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น "Most Hated Wrestler of the Year" (นักมวยปล้ำที่คนเกลียดที่สุดแห่งปี) โดย Pro Wrestling Illustrated[10] และยังเป็น "Most Overrated" โดย Wrestling Observer Newsletter ประจำปี 2016[11] มวยปล้ำอาชีพ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2010–ปัจจุบัน) ค่ายฝึกทักษะ ในเดือนกรกฎาคมปี 2010 เขาเซ็นสัญญากับ WWE และได้รับมอบหมายในภายหลังเพื่อเข้าฝึกค่ายพัฒนาทักษะ ฟลอริดาแชมเปียนชิปเรสต์ลิง(FCW)[1] เขาเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2010 โดยใช้ชื่อ โรแมน ลีอากี แพ้ให้ริกชี สตีมโบต[12] ในปี 2012 เขาได้แชมป์แท็กทีม FCW ร่วมกับไมค์ ดอลตัน[13][14] ต่อมา FCW ได้ถูกเปลี่ยนกลายเป็นNXT[15] เขาก็ได้ใช้ชื่อใหม่ว่า โรแมน เรนส์[16] เดอะชีลด์ เรนส์เปิดตัวค่ายหลักในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012) 18 พฤศจิกายน พร้อมกับดีน แอมโบรสและเซท รอลลินส์ในนามเดอะชีลด์ พวกเขารุมไรแบ็กก่อนใส่ท่า Triple Powerbomb บนโต๊ะผู้บรรยาย ทำให้ซีเอ็ม พังก์จับกดจอห์น ซีนาป้องกันแชมป์ WWEไว้ได้[17] ในทีแอลซี (2012) เดอะชีลด์ได้ปล้ำแมตช์แรกเอาชนะไรแบ็กและทีมเฮลโน(เคนและแดเนียล ไบรอัน)ในการต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้[18][19][20][21][22] ในรอว์ 7 มกราคม เดอะชีลด์ได้ออกมารุมทำร้ายไรแบ็กในการชิงแชมป์ WWE ทำให้พังก์ป้องกันแชมป์ไปได้อีกครั้ง[23] ในรอยัลรัมเบิล (2013) เดอะชีลด์แอบมารุมทำร้ายเดอะร็อก ระหว่างชิงแชมป์ WWE ซึ่งในตอนแรกพังก์กดนับ3ชนะ แต่วินซ์ แม็กแมนออกมาบอกให้เริ่มใหม่เลยทำให้เดอะร็อกคว้าแชมป์ไปได้[24] ในรอว์คืนต่อมา หลังจากจอห์น ซีนาประกาศเลือกท้าชิงแชมป์ WWE ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 เดอะชีลด์ก็มารุมลอบทำร้ายซีนา แม้ว่าเชมัสกับไรแบ็กจะออกมาช่วยแต่ก็โดนรุมทำร้าย สุดท้ายเดอะชีลด์เล่นงานซีนา...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คริสโตเฟอร์ เมอร์ริซ บราวน์ เป็นคนผิวสีหรือไม่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: จักรวรรดิบริติช Article: จักรวรรดิบริติช (English: British Empire) หรือ จักรวรรดิอังกฤษ ประกอบด้วยประเทศในเครือจักรภพ, คราวน์โคโลนี, รัฐในอารักขา, รัฐในอาณัติ และดินแดนอื่นซึ่งสหราชอาณาจักรปกครองหรือบริหาร จักรวรรดิกำเนิดจากดินแดนอาณานิคมโพ้นทะเลและสถานีการค้าที่ราชอาณาจักรอังกฤษก่อตั้งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 ในช่วงที่เจริญถึงขีดสุด จักรวรรดิบริติชเป็นจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นมหาอำนาจโลกชั้นแนวหน้านานกว่าหนึ่งศตวรรษ[1] ใน ค.ศ. 1922 จักรวรรดิบริติชปกครองประชากรประมาณ 458 ล้านคน หรือกว่าหนึ่งในห้าของประชากรโลกในเวลานั้น[2] ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 33,000,000 ตารางกิโลเมตร เกือบหนึ่งในสี่ของพื้นดินทั้งหมดของโลก[3][4] เป็นผลให้มรดกทางการเมือง กฎหมาย ภาษาและวัฒนธรรมของอังกฤษแผ่ขยาย ในยุคที่จักรวรรดิบริติชรุ่งเรืองที่สุด มักใช้คำวลี "ดวงอาทิตย์ไม่เคยตกดินในจักรวรรดิบริติช" เพราะดินแดนที่มีอยู่ทั่วโลกทำให้ดวงอาทิตย์ยังส่องแสงอยู่ในดินแดนใต้ปกครองอย่างน้อยที่สุดหนึ่งแห่งตลอดเวลา ระหว่างยุคแห่งการสำรวจในคริสต์ศตวรรษที่ 15 และ 16 สเปนและโปรตุเกสบุกเบิกการสำรวจโลกของชาวยุโรป และสร้างจักรวรรดิโพ้นทะเลขนาดใหญ่ไปพร้อมกัน จากความอิจฉาในความมั่งคั่งของจักรวรรดิทั้งสอง อังกฤษ ฝรั่งเศส และดัตช์จึงเริ่มก่อตั้งอาณานิคมและเครือข่ายการค้าของตนในทวีปอเมริกาและเอเชีย[5] สงครามอย่างต่อเนื่องกับเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 ทำให้อังกฤษ (หรือบริเตนใหญ่ หลังสหภาพระหว่างอังกฤษและสกอตแลนด์ใน ค.ศ. 1707) เป็นมหาอำนาจด้านอาณานิคมในทวีปอเมริกาเหนือและอินเดียอย่างเด็ดขาด เอกราชของสิบสามอาณานิคมในทวีปอเมริกาเหนือให้หลังสงครามประกาศอิสรภาพอเมริกาใน ค.ศ. 1783 ทำให้บริเตนเสียอาณานิคมที่เก่าแก่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดไปหลายแห่ง ไม่นานบริเตนหันความสนใจไปทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชีย และแปซิฟิกแทน หลังฝรั่งเศสสมัยนโปเลียนปราชัยใน ค.ศ. 1815 บริเตนก้าวเป็นมหาอำนาจทางทะเลและจักรวรรดิหลักในคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีกรุงลอนดอนเป็นนครใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ประมาณ ค.ศ. 1830[6] ภาวะครอบงำของบริเตนที่ไร้ผู้ต่อกรในทะเลภายหลังมีผู้อธิบายว่าเป็นสันติภาพบริเตน ระยะที่ค่อนข้างสันติในทวีปยุโรปและโลก (ค.ศ. 1815–1914) ซึ่งระหว่างนั้นจักรวรรดิบริติชเป็นผู้ครองความเป็นใหญ่ในโลกและรับบทบาทตำรวจโลก[7][8][9][10] ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครีโอพัทตราเสียชีวิตจากอะไร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลีโอพัตรา Article: คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลพาเธอร์ (Greek: Κλεοπάτρα θεά φιλοπάτωρ; หรือรู้จักทั่วไปในนาม คลีโอพัตรา) (มกราคม ปีที่ 69 ก่อนคริสตกาล – 12 สิงหาคม ปีที่ 30 ก่อนคริสตกาล) เป็นพระราชินีแห่งอียิปต์โบราณและเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทอเลมีแห่งมาซิโดเนีย ดังนั้นจึงเป็นผู้ปกครองอียิปต์ที่มีเชื้อสายกรีกคนสุดท้าย บิดาของพระนางคือทอเลมีที่ 12 ออเลติส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอนา ชื่อ "คลีโอพัตรา" เป็นภาษากรีก แปลว่า "ความเจริญรุ่งเรืองของบิดา" พระนามเต็มของพระนางคือ "คลีโอพัตรา เธอา ฟิโลปาตอร์" ซึ่งหมายถึง "เทพีคลีโอพัตรา ผู้เป็นที่รักของบิดา" พระนางมีพระปรีชาสามารถมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ฮิบรู, ละติน, มาเซดอนโบราณ, เอธิโอเปียน, ซีเรีย, เปอร์เซีย, และ อียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ น้อยคนนักที่จะแตกฉานภาษานี้ ปัจจุบัน คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลปาตอร์ นับว่าเป็นผู้ปกครองอียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด นิยมเรียกพระนามสั้น ๆ ว่า คลีโอพัตรา ซึ่งทำให้ราชินีองค์ก่อน ๆ ที่ทรงพระนามคล้ายคลึงกัน ลบเลือนไปสิ้น ในความเป็นจริง พระนางไม่เคยปกครองอียิปต์เพียงลำพัง แต่ครองราชย์ร่วมกับพระบิดา, พระอนุชา , สวามีผู้เป็นอนุชาของพระองค์ หรือไม่ก็พระโอรส การครองราชย์ร่วมกันดังกล่าวมีผู้ร่วมบัลลังก์เป็นเพียงกษัตริย์ตามพระยศเท่านั้น อำนาจแท้จริงอยู่ในมือของคลีโอพัตราเองทั้งสิ้น พระราชประวัติ วัยเยาว์ คลีโอพัตราที่ 7 เป็นชาวกรีก กำเนิดในดินแดนอเล็กซานเดรีย, อียิปต์โบราณ ได้ขึ้นครองราชย์ลำดับถัดจาก ทอเลมีที่ 12 แห่งอียิปต์ ขณะนั้นพระนางเบเนไซน์และแม่ทัพอาร์เชลล์ได้ร่วมกันก่อการกบฏขึ้น ทำให้ฟาโรห์ทอเลมีที่ 12 ออเลติส ต้องเดินทางไปขอกำลังเสริมจากสภาซีเนตแห่งกรุงโรม และจ่ายเงินตามข้อเรียกร้องของ ออกัส กาบิเนียส จำนวน 10,000 เทลแลนด์ เนื่องจากฟาโรห์ไม่มีเงินพอ จึงขอยืมเงินจากคหบดีผู้ร่ำรวยนาม ราบีเรียส โพลตูมัส แล้วกลับอียิปต์พร้อมกองกำลังเพื่อจัดการกับผู้ก่อการกบฏ และได้สั่งประหารพระนางเบเนไซน์กับแม่ทัพอาร์เชลล์ ทำให้ราบีเรียสได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพระคลังของอียิปต์ ขึ้นครองราชย์ ราบีเรียสรีดไถชาวอียิปต์อย่างหนัก ทำให้ชาวเมืองลุกฮือต่อต้านด้วยความไม่พอใจ จนเขาต้องหนีกลับโรม เมื่อพระบิดาของพระนางสวรรคตในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีที่ 51 ก่อนคริสตกาล...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครื่องเล่นวิดีโอเกมชุดแรกของบริษัทนินเทนโดชื่อว่าอะไร. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: นินเท็นโด Article: นินเท็นโด (; English: Nintendo) เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) เริ่มแรกทำธุรกิจเกี่ยวกับการ์ดเกมและของเล่น รวมถึงธุรกิจอื่น เช่น โรงแรมและแท็กซี่ ใน พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) นินเท็นโดได้ผันตัวเองมาเป็นบริษัทวิดีโอเกม ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับวิดีโอเกมที่มีอายุยาวนานที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดจนถึงปัจจุบัน ฮาร์ดแวร์ นินเท็นโดได้วางจำหน่ายเครื่องเล่นเกมคอนโซล 6 รุ่น ได้แก่ คัลเลอร์ ทีวี เกม ฟามิคอม ซูเปอร์ฟามิคอม นินเท็นโด 64 เกมคิวบ์ วี วียู และ นินเทนโดสวิตช์ สำหรับเครื่องเล่นเกมพกพา ได้วางจำหน่ายเกมบอย 7 รุ่น เวอร์ชวลบอย นินเท็นโด DS นินเท็นโด 2DS นินเท็นโด 3DS นิว นินเท็นโด 3ดีเอส และ เกมกดและ วิดีโอเกม อื่น ๆ อีกมาก ซอฟต์แวร์ นินเท็นโดมีเกมที่มีชื่อเสียงหลายเกม เช่น เกมชุดมาริโอ ดองกี้คอง เดอะเลเจนด์ออฟเซลดา ไฟร์เอมเบลม เมทรอยด์ เคอร์บี้ แอนิมอลครอสซิง และโปเกมอน พนักงานหลายคนของนินเท็นโดมีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการเกม เช่น ชิเงรุ มิยะโมะโตะ ผู้ให้กำเนิดมาริโอ เป็นต้น สถานที่ตั้ง นินเท็นโดสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นินเท็นโดอเมริกาตั้งอยู่ที่ เรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน (สำนักงานใหญ่สาขาอเมริกา), นอร์ธเบนด์ รัฐวอชิงตัน และ แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย นินเท็นโดแคนาดาตั้งอยู่ที่ ริชมอนด์ บริติชโคลัมเบีย และโทรอนโต นินเท็นโดออสเตรเลียตั้งอยู่ที่เมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย นินเท็นโดยุโรปตั้งอยู่ที่เมือง Großostheim ประเทศเยอรมนี นินเท็นโดจีนได้ร่วมกับ iQue และล่าสุดนินเท็นโดเกาหลี ก่อตั้งเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 นินเท็นโด ประเทศไทย นินเท็นโด ยังไม่แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างไม่เป็นทางการ อย่างไรก็ดี แต่ร้านขายเกมหิ้วนำเข้าจากในต่างประเทศของนินเท็นโดขายในประเทศไทย ในอนาคตนินเท็นโดจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยก็เป็นไปได้ [1] โลโก้ คำว่า Nintendo นั้นคาดกันว่ามาจากคำว่า Nintendou ซึ่งแปลว่า “ปล่อยให้เรื่องของโชคขึ้นกับสวรรค์เบื้องบน” เริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 จนถึง พ.ศ. 2549 เริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึง พ.ศ. 2559 โลโก้ปัจจุบันของนินเท็นโด, ถูกใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2559 อ้างอิง แหล่งข้อมูลอื่น (in Japanese) เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ (in English) เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ (in English) เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เว็บไซต์อย่างไม่เป็นทางการของไทย...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครื่องเล่นวิดีโอเกมชุดแรกของบริษัทนินเทนโดชื่อว่าอะไร. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: วี (เครื่องเล่นเกม) Article: วี (Wii) เป็นเครื่องเล่นวิดีโอเกมรุ่นที่ 5 ของบริษัทนินเทนโด ภายใต้ชื่อรหัสพัฒนาว่า เรฟโวลูชัน (Revolution) ซึ่งเป็นรุ่นที่จะออกมาถัดจากเครื่อง เกมคิวบ์ โดยที่จอยแพดที่ใช้ควบคุม จะเป็นรูปทรงเหมือน รีโมตโทรทัศน์ และเกมที่ใช้เล่นก็จะใช้การควบคุม โดยการเคลื่อนไหวจอยแพดนี้ ไปในทิศทางต่าง ๆ อีกด้วย เครื่องเล่นวีสามารถเล่นเกมของ เกมคิวบ์ได้ทันที และยังสามารถเล่นเกมของแฟมิคอม ซูเปอร์แฟมิคอม และ นินเทนโด 64 ได้ผ่านระบบเกมที่สามารถ ดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต ประวัติ เครื่องเล่นวี เริ่มถูกคิดค้นในปี พ.ศ. 2544 ซึ่งเป็นเวลาที่ เครื่องเล่นเกมคิวบ์เปิดตัว จากการสัมภาษณ์ของ นายชิเงรุ มิยาโมโตะ เกี่ยวกับแนวคิดในการมุ่งเน้น ไปที่วิธีใหม่ ๆ สำหรับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่น "เป็นที่ยอมรับกันว่า พลังประมวลผลของเครื่องเล่นเกม ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง ของเครื่องเล่นเกม เราไม่สามารถมีเครื่องทรงพลังหลาย ๆ เครื่อง แข่งขันกันเอง มันก็เหมือนกับมีแต่ ไดโนเสาร์ดุร้าย ที่ต่อสู้กันเอง จนสูญพันธุ์ไปหมด" [1] สองปีต่อมา โปรแกรมเมอร์เกมเอนจิน (game engine) และ เกมดีไซเนอร์ (game designer) ได้ร่วมกัน พัฒนาแนวคิดนี้ ก่อน พ.ศ. 2548 ก็มีการพัฒนา ที่บังคับเป็นผลสำเร็จ แต่งานเปิดตัวในปีนั้น ได้ถูกยกเลิกไป นายมิยาโมโต้กล่าวว่า "เรายังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข เราจึงตัดสินใจ ไม่เปิดเผยที่บังคับ แต่เราจะแสดงแค่ตัวเครื่องเท่านั้น"[1] ต่อมาประธานบริษัทนินเทนโด นายซาโตรุ อิวาตะ (Satoru Iwata) จึงได้แสดงวีโมต ในเดือนกันยายน ที่ โตเกียวเกมโชว์ (Tokyo Game Show) [2] เครื่องเล่นนินเทนโด DS ได้ถูกกล่าวว่า เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ของการออกแบบเครื่องเล่นวี ดีไซเนอร์ เคนอิจิโร อาชิดะ ย้ำว่า "เรามีเครื่องเล่นนินเทนโด DS ในใจเวลาเราออกแบบเครื่องเล่นวี เราคิดจะใช้จอสัมผัส แบบเดียวกัน และยังสร้างเครื่องต้นแบบออกมาด้วย" ในที่สุดความคิดนี้ก็ถูกปฏิเสธ เนื่องจากมันจะทำให้ เครื่องเกมทั้งสองเหมือนกันเกินไป นายมิยาโมโต้กล่าวไว้ด้วยว่า "ถ้าเครื่อง DS ไม่ประสบความสำเร็จ เราคงจะไม่ผลิตเครื่องเล่นวีออกมา" [1] ชื่อ เครื่องเล่นวี รู้จักในชื่อโค้ดเนมว่า "รีโวลูชัน" (Revolution) จนกระทั่งถึงวันที่ 27 เมษายน 2549 ก่อนงานประชุมเกม E3 [3] บริษัทนินเทนโดระบุว่าชื่อของเครื่องคือ "วี" ไม่ใช่ "นินเทนโดวี" เครื่องเล่นวี เป็นเครื่องเล่นเกมเครื่องแรก ของนินเทนโดที่ทำตลาด นอกประเทศญี่ปุ่น...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครุฑ เป็นสัตว์กึ่งเทพที่มีจริงหรือไม่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: พระพนัสบดี Article: พระพนัสบดี พระพุทธรูปศิลาสมัยทวารวดี(พระพนัสบดี)ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแล้ว โดยสันนิษฐานว่าพระพนัสบดีองค์จริงนั้น สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี และพระพนัสบดีองค์จำลอง ประดิษฐาน ณ หอพระพระพนัสบดี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จัดเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามในประเทศไทยองค์หนึ่ง ประวัติ พ.ศ. 2474 ได้มีผู้ขุดพบพระพุทธรูป "พระพนัสบดี" ในบริเวณตำบลหน้าพระธาตุ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นพระพุทธรูปจำหลักจากศิลาดำเนื้อละเอียด นักโบราณคดีกำหนดว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดี พระพุทธรูปที่มีลักษณะเช่นพระพนัสบดีนี้ มีอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครหลายองค์ ทุกองค์งามสู้พระพนัสบดีองค์ที่ขุดพบนี้ไม่ได้ พระพนัสบดีมีพุทธลักษณะแปลกกว่าพระพุทธรูปอื่นๆ คือ เป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนบนดอกบัว ยกพระหัตถ์ทั้งสองเสมอพระอุระ จีบพระองคุลีพระหัตถ์ทั้งสอง เช่น พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา บนฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองมีลายธรรมจักร เบื้องพระปฤษฎางค์มีประภามณฑล ประทับยืนบนสัตว์พาหนะที่แปลกพิเศษกว่าสัตว์ทังหลาย เป็นภาพสัตว์ที่เกิดจากจินตนาการประติมากรผู้สร้างพระพุทธรูป คือ นำโค ครุฑ หงส์ มารวมเป็นสัตว์ตัวเดียวกัน สัตว์นั้นหน้าเป็นครุฑ เขาเป็นโค ปีกเป็นหงส์ โค ครุฑ หงส์ เป็นพาหนะของเทพเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวรทรงโค พระนารายณ์ทรงครุฑ พระพรหมทรงหงส์ เมื่อรวมเข้ากันจึงเป็นสัตว์พิเศษที่มีเขาเป็นโค มีจะงอยปากเป็นครุฑ และมีปีกเป็นหงส์ ผู้สร้างอาจหมายถึงพระพุทธเจ้าอาศัยศาสนาพราหมณ์เป็นพาหนะ ในการประกาศพระศาสนา หรือหมายถึงพระพุทธเจ้าทรงชัยชนะแล้วซึ่งศาสนาพราหมณ์ก็ได้ พระพนัสบดีที่ขุดพบนี้ สูง 45 เซนติเมตร ครั้งเมื่อพระยาพิพิธอำพลเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พระพนัสบดีองค์จำลอง สร้างเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2517 ส่วนองค์จริงกรมศิลปากรเก็บรักษาไว้เมื่อ ปี พ.ศ. 2474 พระพนัสบดีเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มีอายุ 1,200-1,300 ปี แกะสลักจากศิลาดำเนื้อละเอียด เหมือนนกที่มีลักษณะกึ่งครุฑ กึ่งนกเค้าในท่าประทานพร กลางฝามือมีลวดลายคล้ายธรรมจักร นักโบราณคดียืนยันว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดี ประทับยืนบนหลังสัตว์ประหลาดที่สร้างขึ้นจากจินตนาการ รูปร่างคล้ายนก ดวงตากลมโปนโต แก้มเป็นกระพุ้ง จะงอยปากใหญ่งุ้มแข็งแรง ปลายจะงอยปากจากบนลงล่าง มีรูทะลุคล้ายกับจะแขวนกระดิ่งได้ มีเขาทั้งคู่บิดเป็นเกลียวงอเข้าหากันคล้ายเขาโคตั้งอยู่เหนือตา ที่โคนเขามีหูสองหูอย่างหูโค...
No
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครุลหุ ในบทกลอนหมายถึงอะไร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ฉันทลักษณ์ (กวีนิพนธ์ไทย) Article: ฉันทลักษณ์ หมายถึง ลักษณะบังคับของคำประพันธ์ไทย ซึ่งกำชัย ทองหล่อให้ความหมายไว้ว่า ฉันทลักษณ์ คือตำราที่ว่าด้วยวิธีร้อยกรองถ้อยคำหรือเรียบเรียงถ้อยคำให้เป็นระเบียบตามลักษณะบังคับและบัญญัติที่นักปราชญ์ได้ร่างเป็นแบบไว้ ถ้อยคำที่ร้อยกรองขึ้นตามลักษณะบัญญัติแห่งฉันทลักษณ์ เรียกว่า คำประพันธ์[1] และได้ให้ความหมายของ คำประพันธ์ คือถ้อยคำที่ได้ร้อยกรองหรือเรียบเรียงขึ้น โดยมีข้อบังคับ จำกัดคำและวรรคตอนให้รับสัมผัสกัน ไพเราะ ตามกฎเกณฑ์ที่ได้วางไว้ในฉันทลักษณ์ โดยแบ่งเป็น 7 ชนิด คือ โคลง ร่าย ลิลิต กลอน กาพย์ ฉันท์ กล ซึ่งก็คือ ร้อยกรองไทย นั่นเอง ร้อยกรองไทยมีความหมาย 2 นัย นัยหนึ่งหมายถึงการแต่งหนังสือดีให้มีความไพเราะ อีกนัยหนึ่งหมายถึงถ้อยคำที่เรียบเรียงให้เป็นระเบียบตามบทบัญญัติแห่งฉันทลักษณ์ ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายคำที่มีความหมายทำนองเดียวกัน เช่น กวีนิพนธ์ บทกวี บทประพันธ์ กวีวัจนะ ลำนำ บทกลอน กาพย์กลอน กลอนกานต์ กานต์ รวมทั้งคำว่าฉันท์ กาพย์และกลอนด้วย[2] บทความนี้มุ่งให้ความรู้เรื่องลักษณะบังคับของร้อยกรองไทยเป็นสำคัญ เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจคำประพันธ์ไทยต่อไป ตำราฉันทลักษณ์ไทย ตำราแต่งร้อยกรองไทยที่ถือเป็นตำราหลักเท่าที่ปรากฏต้นฉบับในปัจจุบัน มีอยู่ 7 เล่ม ส่วนใหญ่เป็นตำราแต่งกวีนิพนธ์แบบฉบับ ได้แก่ จินดามณี ประชุมจารึกวัดพระเชตุพน ชุมนุมตำรากลอน ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ ประชุมลำนำ ของ หลวงธรรมาภิมณฑ์ ฉันทศาสตร์ ของ นายฉันท์ ขำวิไล ฉันทลักษณ์ ของ พระยาอุปกิตศิลปสาร คัมภีร์สุโพธาลังการ แปลโดย น.อ.แย้ม ประพัฒน์ทอง การแบ่งฉันทลักษณ์ สุภาพร มากแจ้ง[3] ได้วิเคราะห์ฉันทลักษณ์ร้อยกรองไทยไว้อย่างละเอียดใน กวีนิพนธ์ไทย ซึ่งกล่าวว่าการแบ่งฉันทลักษณ์อย่างแคบและนิยมใช้อยู่ทั่วไปจะได้ 5 ชนิดใหญ่ ๆ แต่หากรวมคำประพันธ์ท้องถิ่นเข้าไปด้วยจะได้ 10 ชนิดใหญ่ ๆ ได้แก่ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย กานต์ ค่าว กาพย์ (เหนือ) กาบ (อีสาน) กอน (อีสาน) คำประพันธ์ทั้ง 10 ชนิดนี้ ถ้านำมาแบ่งตามลักษณะบังคับร่วมจะได้ 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 ไม่บังคับวรรณยุกต์ ได้แก่ ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย และกานต์ กลุ่มที่ 2 บังคับวรรณยุกต์ ได้แก่ โคลง กอน (อีสาน) กาบ (อีสาน) กาพย์ (เหนือ) และค่าว ลักษณะบังคับ หมายถึง ลักษณะบังคับที่มีในคำประพันธ์ไทย ได้แก่ ครุ ลหุ เอก โท คณะ พยางค์ สัมผัส คำเป็น คำตาย คำนำ คำสร้อย ครุและลหุ ครุ คือพยางค์ที่มีเสียงหนัก...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครูจงรัก จันทร์คณา มีบุตรกี่คน?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: จงรัก จันทร์คณา Article: ประวัติโดยสังเขป ครูจงรัก จันทร์คณา เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 ที่กรุงเทพเป็นบุตรคนสุดท้องของครู จวงจันทร์ จันทร์คณา หรือ พรานบูรพ์ นักแต่งเพลงและนักเขียนชื่อดัง การศึกษา ครูจงรัก จันทร์คณา ในวัยเด็กถูกครูพรานบูรพ์ผู้เป็นบิดาส่งตัวให้ไปเรียนอยู่ที่สงขลาโดยฝากฝังไว้กับเพื่อนรักของครูพรานบูรพ์ชื่อ ครูช้อย เศวตจินดา ครูจงรักจึงกลายเป็นเด็กปักษ์ใต้ไปสมเจตนาของผู้เป็นบิดาโดยเข้าเรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนวชิรานุกูล เรียนมัธยมที่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ ครูพรานบูรพ์เป็นนักกีฬาตัวยงในวัยเรียนเป็นถึงแชมป์ยูโดได้รับพระราชทานรางวัลจาก ร.7 เป็นนักฟุตบอลฝีเท้าจัดของโรงเรียนสวนกุหลาบ ข้าพเจ้าก็เอาอย่างพ่อ เป็นนักกรีฑาที่วิ่งเร็วที่สุดของรุ่นในโรงเรียน เป็นนักฟุตบอลที่เตะลูกแรงกว่าใครๆในทีม ครูจงรักขึ้นมาเรียนต่อที่ สวนกุหลาบฯ อย่างครูพรานบูรพ์ เป็นนักกีฬาอย่างครูพรานบูรพ์ เป็นนักดนตรีอย่างครูพรานบูรพ์ เป็นนักร้องในโรงเรียนอย่างครูพรานบูรพ์แต่ยังไม่ได้เป็นศิลปินเอกอย่างครูพรานบูรพ์ทั้ง ๆ ที่ริแต่งเพลงงู ๆ ปลาๆ เก็บลงสมุดไว้บ้างแล้วหลายเพลงเหมือนกัน  ชีวิตการครองเรือน คุณจงรัก จันทร์คณา แต่งงานกับนาง จิราภรณ์ จันทร์คณา นักร้องสาวสวยที่ร้องเพลงสากล ซึ่งเป็นหลานสาวของคุณ จินตนา สุขสถิตย์ นักร้องเพลงไทยสากล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 2 คน คือ นางสาว นภัสวรรณ จันทร์คณา และนายจักรี จันทร์คณาประกอบธุรกิจส่วนตัวทั้งไทยและต่างประเทศด้วยกันทั้งคู่ ปัจจุบันได้อาศัยอยู่ที่ บ้านเลขที่ 299 หมู่ที่ 2 หมู่บ้านสยามนิเวศน์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 2 คน คือ 1. นางสาว นภัสวรรณ จันทร์คณา เรียนจบปริญญาตรี วิชาเอก ศิลปศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ วิชาโท Management ปัจจุบันทำงานธุรกิจส่วนตัว เป็น CEO Sunsunkids Star และ Senior Consultant ที่ Rainbow Acting Academy ด้านวงการบันเทิงในการจัดหานักแสดงทุกเพศทุกวัยลงสื่อโฆษณา ละคร และทีวี และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก SC Brand ที่นำเด็กไปเดินโชว์แฟชั่นโชว์ชั้นนำตามงานต่างๆ และเป็นพ่อค้าคนกลาง เจ้าของธุรกิจ SUNSUNKIDS นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศขายส่งห้างสรรพสินค้า 10 แห่งทั่วประเทศ จัดส่งลาซาด้า, บัสซี่บีส์, Line shop และธุรกิจออนไลน์ทั่วไปทั้งออนแอร์และไม่ออนแอร์ รวมถึงร้านค้าส่ง และบุคคลทั่วไป ทั้งยังเป็น Director & Partner...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครูจงรัก จันทร์คณา เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: จงรัก จันทร์คณา Article: ประวัติโดยสังเขป ครูจงรัก จันทร์คณา เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 ที่กรุงเทพเป็นบุตรคนสุดท้องของครู จวงจันทร์ จันทร์คณา หรือ พรานบูรพ์ นักแต่งเพลงและนักเขียนชื่อดัง การศึกษา ครูจงรัก จันทร์คณา ในวัยเด็กถูกครูพรานบูรพ์ผู้เป็นบิดาส่งตัวให้ไปเรียนอยู่ที่สงขลาโดยฝากฝังไว้กับเพื่อนรักของครูพรานบูรพ์ชื่อ ครูช้อย เศวตจินดา ครูจงรักจึงกลายเป็นเด็กปักษ์ใต้ไปสมเจตนาของผู้เป็นบิดาโดยเข้าเรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนวชิรานุกูล เรียนมัธยมที่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ ครูพรานบูรพ์เป็นนักกีฬาตัวยงในวัยเรียนเป็นถึงแชมป์ยูโดได้รับพระราชทานรางวัลจาก ร.7 เป็นนักฟุตบอลฝีเท้าจัดของโรงเรียนสวนกุหลาบ ข้าพเจ้าก็เอาอย่างพ่อ เป็นนักกรีฑาที่วิ่งเร็วที่สุดของรุ่นในโรงเรียน เป็นนักฟุตบอลที่เตะลูกแรงกว่าใครๆในทีม ครูจงรักขึ้นมาเรียนต่อที่ สวนกุหลาบฯ อย่างครูพรานบูรพ์ เป็นนักกีฬาอย่างครูพรานบูรพ์ เป็นนักดนตรีอย่างครูพรานบูรพ์ เป็นนักร้องในโรงเรียนอย่างครูพรานบูรพ์แต่ยังไม่ได้เป็นศิลปินเอกอย่างครูพรานบูรพ์ทั้ง ๆ ที่ริแต่งเพลงงู ๆ ปลาๆ เก็บลงสมุดไว้บ้างแล้วหลายเพลงเหมือนกัน  ชีวิตการครองเรือน คุณจงรัก จันทร์คณา แต่งงานกับนาง จิราภรณ์ จันทร์คณา นักร้องสาวสวยที่ร้องเพลงสากล ซึ่งเป็นหลานสาวของคุณ จินตนา สุขสถิตย์ นักร้องเพลงไทยสากล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 2 คน คือ นางสาว นภัสวรรณ จันทร์คณา และนายจักรี จันทร์คณาประกอบธุรกิจส่วนตัวทั้งไทยและต่างประเทศด้วยกันทั้งคู่ ปัจจุบันได้อาศัยอยู่ที่ บ้านเลขที่ 299 หมู่ที่ 2 หมู่บ้านสยามนิเวศน์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 2 คน คือ 1. นางสาว นภัสวรรณ จันทร์คณา เรียนจบปริญญาตรี วิชาเอก ศิลปศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ วิชาโท Management ปัจจุบันทำงานธุรกิจส่วนตัว เป็น CEO Sunsunkids Star และ Senior Consultant ที่ Rainbow Acting Academy ด้านวงการบันเทิงในการจัดหานักแสดงทุกเพศทุกวัยลงสื่อโฆษณา ละคร และทีวี และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก SC Brand ที่นำเด็กไปเดินโชว์แฟชั่นโชว์ชั้นนำตามงานต่างๆ และเป็นพ่อค้าคนกลาง เจ้าของธุรกิจ SUNSUNKIDS นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศขายส่งห้างสรรพสินค้า 10 แห่งทั่วประเทศ จัดส่งลาซาด้า, บัสซี่บีส์, Line shop และธุรกิจออนไลน์ทั่วไปทั้งออนแอร์และไม่ออนแอร์ รวมถึงร้านค้าส่ง และบุคคลทั่วไป ทั้งยังเป็น Director & Partner...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครูจงรัก จันทร์คณา เสียชีวิตเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: จงรัก จันทร์คณา Article: ประวัติโดยสังเขป ครูจงรัก จันทร์คณา เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 ที่กรุงเทพเป็นบุตรคนสุดท้องของครู จวงจันทร์ จันทร์คณา หรือ พรานบูรพ์ นักแต่งเพลงและนักเขียนชื่อดัง การศึกษา ครูจงรัก จันทร์คณา ในวัยเด็กถูกครูพรานบูรพ์ผู้เป็นบิดาส่งตัวให้ไปเรียนอยู่ที่สงขลาโดยฝากฝังไว้กับเพื่อนรักของครูพรานบูรพ์ชื่อ ครูช้อย เศวตจินดา ครูจงรักจึงกลายเป็นเด็กปักษ์ใต้ไปสมเจตนาของผู้เป็นบิดาโดยเข้าเรียนชั้นประถมที่ โรงเรียนวชิรานุกูล เรียนมัธยมที่ โรงเรียนมหาวชิราวุธ ครูพรานบูรพ์เป็นนักกีฬาตัวยงในวัยเรียนเป็นถึงแชมป์ยูโดได้รับพระราชทานรางวัลจาก ร.7 เป็นนักฟุตบอลฝีเท้าจัดของโรงเรียนสวนกุหลาบ ข้าพเจ้าก็เอาอย่างพ่อ เป็นนักกรีฑาที่วิ่งเร็วที่สุดของรุ่นในโรงเรียน เป็นนักฟุตบอลที่เตะลูกแรงกว่าใครๆในทีม ครูจงรักขึ้นมาเรียนต่อที่ สวนกุหลาบฯ อย่างครูพรานบูรพ์ เป็นนักกีฬาอย่างครูพรานบูรพ์ เป็นนักดนตรีอย่างครูพรานบูรพ์ เป็นนักร้องในโรงเรียนอย่างครูพรานบูรพ์แต่ยังไม่ได้เป็นศิลปินเอกอย่างครูพรานบูรพ์ทั้ง ๆ ที่ริแต่งเพลงงู ๆ ปลาๆ เก็บลงสมุดไว้บ้างแล้วหลายเพลงเหมือนกัน  ชีวิตการครองเรือน คุณจงรัก จันทร์คณา แต่งงานกับนาง จิราภรณ์ จันทร์คณา นักร้องสาวสวยที่ร้องเพลงสากล ซึ่งเป็นหลานสาวของคุณ จินตนา สุขสถิตย์ นักร้องเพลงไทยสากล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 2 คน คือ นางสาว นภัสวรรณ จันทร์คณา และนายจักรี จันทร์คณาประกอบธุรกิจส่วนตัวทั้งไทยและต่างประเทศด้วยกันทั้งคู่ ปัจจุบันได้อาศัยอยู่ที่ บ้านเลขที่ 299 หมู่ที่ 2 หมู่บ้านสยามนิเวศน์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 2 คน คือ 1. นางสาว นภัสวรรณ จันทร์คณา เรียนจบปริญญาตรี วิชาเอก ศิลปศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ วิชาโท Management ปัจจุบันทำงานธุรกิจส่วนตัว เป็น CEO Sunsunkids Star และ Senior Consultant ที่ Rainbow Acting Academy ด้านวงการบันเทิงในการจัดหานักแสดงทุกเพศทุกวัยลงสื่อโฆษณา ละคร และทีวี และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก SC Brand ที่นำเด็กไปเดินโชว์แฟชั่นโชว์ชั้นนำตามงานต่างๆ และเป็นพ่อค้าคนกลาง เจ้าของธุรกิจ SUNSUNKIDS นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศขายส่งห้างสรรพสินค้า 10 แห่งทั่วประเทศ จัดส่งลาซาด้า, บัสซี่บีส์, Line shop และธุรกิจออนไลน์ทั่วไปทั้งออนแอร์และไม่ออนแอร์ รวมถึงร้านค้าส่ง และบุคคลทั่วไป ทั้งยังเป็น Director & Partner...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder ครูแจ้ง คล้ายสีทอง หัดขับเสภา ครั้งแรกเมื่ออายุเท่าไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ Article: หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ (28 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 - ) เป็น ศิลปินแห่งชาติ นักแสดง นักร้อง นักเขียน และนักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากการแนะนำและจัดระดับความอร่อยของร้านอาหาร ในชื่อ "เชลล์ชวนชิม" สัญลักษณ์ชามลายผักกาด ทางหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 [1] โดยดัดแปลงมาจาก "มิชลินไกด์" ของผลิตภัณฑ์มิชลิน [2] รายการโทรทัศน์ "การบินไทยไขจักรวาล", "ครอบจักรวาล" (และมีรายการวิทยุ) ติดต่อกันมานานหลายปี นอกจากนี้ยังเป็นนักร้องเพลงลูกกรุง ที่มีชื่อเสียง เช่น ข้องจิต, สีชัง, ยามรัก, หวงรัก, วนาสวาท, ระฆังทอง, โศก ฯลฯ ประวัติ หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เป็นโอรสคนโตในหม่อมเจ้าเฉลิมศรีสวัสดิวัตน์ สวัสดิวัตน์ กับ หม่อมเจริญ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เกิดวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2469(ปีขาล) ที่วังเพชรบูรณ์ (ปัจจุบันคือศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์) เติบโตอยู่ภายในวังสระปทุม[3]มีพี่สาวและน้องชาย คือ เภสัชกรหญิง หม่อมราชวงศ์สนองศรี สวัสดิวัตน์ หม่อมราชวงศ์เพิ่มศรี สวัสดิวัตน์ ท.ช. ,ท.ม. เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนราชินี พ.ศ. 2481 และโรงเรียนเทพศิรินทร์ พ.ศ. 2485 มีเลขประจำตัวนักเรียน ท.ศ.5444 จนจบชั้นมัธยมในปีต่อมา นับรุ่นคือนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์รุ่นปี 2485 แล้วศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง พร้อมกับเริ่มเข้าวงการบันเทิง เป็นนักแสดงและร้องเพลงหารายได้ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ งานด้านสื่อสารมวลชน นักจัดรายการวิทยุ บีบีซี ภาคภาษาไทย ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อกลับประเทศไทย ได้เป็นนักร้องให้กับวงสุนทราภรณ์ และร่วมงานกับโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม ด้านละครและขับเสภา/ร้องเพลงไทย เคยรับบทเด่น เป็น "ตั๋งโต๊ะ" ในงิ้วไทย "สามก๊ก" บทพระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ซึ่งมี อารีย์ นักดนตรี และเทิ่ง สติเฟื่อง ร่วมแสดง พ.ศ. 2499[4] รวมถึงแสดงนำใน "สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน" ซึ่งเป็นละครโทรทัศน์เรื่องแรกของไทย พ.ศ. 2499 ในปีเดียวกันด้วย[5] ดาราร่วมแสดงภาพยนตร์ไทย "วนาลี" พ.ศ. 2502 และ "นางแมวผี" พ.ศ. 2503 [6] นักแสดงรับเชิญ ร่วมกับ คุณหญิงจินตนา ยศสุนทร, อิงอร ฯลฯ ในรายการ "สัมนานักสืบ" ดำเนินรายการโดย พ.อ.ถาวร ช่วยประสิทธิ์ ทางทีวีกองทัพบก ช่อง 7 ขาวดำ (ททบ.ช่อง 5 ปัจจุบัน) พ.ศ. 2508 ปรากฏตัวพิเศษฉากเพลง "ยามรัก"...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คฤหาสน์ชนบท จะใช้พื้นเท่าไหร่ในการก่อสร้าง?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ไทม์สแควร์ Article: Coordinates: ไทม์สแควร์ (English: Times Square) เป็นจุดตัดสำคัญของถนนใน แมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก โดยเป็นจุดตัดของถนนบรอดเวย์ กับ ถนนเซเวนท์ เอเวนิว อีกทั้งยังเป็นจุดที่อยู่ระหว่าง ถนนเวสต์ โฟตี เซเคอนด์ สตรีท กับ ถนนเวสต์ โฟตี เซเวนท์ สตรีท ซึ่งไทม์สแควร์ทอดตัวยาวอยู่บนพื้นที่ในบล็อกระหว่างถนนซิกท์ เอเวนิว กับ ถนนเอกท์ เอเวนิว ในความยาวแนวตะวันออก - ตะวันตก และอยู่บนพื้นที่ระหว่างถนนเวสต์ โฟตีท์ สตรีท กับ ถนนเวสต์ ฟิฟท์ตี เทิร์ด สตรีท ในแนวเหนือ - ใต้ โดยไทมสแควร์เองได้กลายเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งบนฝั่งตะวันตกของย่านธุรกิจการค้าในเขตมิดทาวน์ แมนฮัตตัน เดิมทีในอดีตไทม์สแควร์มีชื่อว่า ลองแกร์ สแควร์ โดยภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น ไทม์สแควร์ ภายหลังจากที่ได้มีการก่อสร้างตึกไทม์ (ปัจจุบัน:ตึกวันไทม์สแควร์) แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของหนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทมส์ ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1904 ไทม์สแควร์ได้กลายสถานะเป็นสถานที่ที่สำคัญของโลกและได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นผลมาจากที่ไทม์สแควร์เป็นสถานที่ที่ดูทันสมัย ล้ำยุค เพราะมีจอโฆษณาขนาดใหญ่มากมายติดอยู่ตามบริเวณโดยรอบ นอกจากนี้ไทม์สแควร์ ยังเป็นจุดปลายสุดทางฝั่งตะวันออกของ ลินคอล์น ไฮเวย์ หรือ ทางหลวงลินคอล์น อันเป็นทางหลวงสายแรกที่ตัดผ่านสหรัฐอเมริกา ประวัติศาสตร์ ในอดีตทั้งก่อนและหลังการปฏิวัติสหรัฐอเมริกา ที่ดินบริเวณนี้เป็นของ จอห์น โมริน สก็อตต์ นายทหารอาสาทั่วไปของนิวยอร์ก และยังเป็นผู้ให้การรับใช้จอร์จ วอชิงตัน คฤหาสน์ของสก็อตต์ตั้งอยู่ในบริเวณที่ปัจจุบันคือถนนโฟร์ตี เทิร์ด สตรีท ซึ่งคฟหาสน์ของเขารายล้อมไปด้วยเขตชนบทของนิวยอร์กที่ใช้ในการทำการเกษตรและการเลี้ยงม้า ในช่วงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 19 มันกลายเป็นกิจการที่สำคัญของสก็อตต์และเหมือนกับว่าเค้าได้รับโชคลาภจากการขายคฤหาสน์ให้กับโรงแรม และจากการที่นครนิวยอร์กในขณะนั้นเจริญเติบโตในทุกๆด้านอย่างรวดเร็ว ทำให้ความเจริญได้เข้ามายังแถบนี้และเริ่มมีประชากรหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในปี ค.ศ. 1904 เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทมส์ อดอล์ฟ เอส ออชส์ ได้ย้ายสำนักงานของหนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทมส์ มาอยู่ที่บริเวณแห่งนี้ เขาได้ทำการชักชวนให้ จอร์จ บี แมคเคลนลัน จูเนียร์ นายกเทศมนตรีแห่งนครนิวยอร์ก ทำการก่อสร้างสถานีรถไฟใต้ดินของนครนิวยอร์กตรงบริเวณนี้ และบริเวณนี้ก็เปลี่ยนชื่อเป็น...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลองดำเนินสะดวกสร้างครั้งแรกเมื่อใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ตลาดน้ำดำเนินสะดวก Article: ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตั้งอยู่ใน จังหวัดราชบุรี และยังเชื่อมไปถึง จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงครามเข้าด้วยกันตลาดน้ำดำเนินสะดวกจะเริ่มค้าขายกันตั้งแต่ 08.00-12.00 น. สินค้าที่มีให้เลือกซื้อ ก็จะมีทั้งของกิน ของใช้ และของที่ระลึกมากมาย รวมถึงสินค้าหัตถกรรม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ ประวัติ คลองดำเนินสะดวก เป็นนามพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 เป็นคลองที่ขุดด้วยแรงงานคนซึ่งขุดได้ตรงและยาวที่สุดในประเทศ จากพระราชดำริของรัชกาลที่ 4 ที่ทรงพระประสงค์ให้ขุดคลองเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำท่าจีน เพื่อประโยชน์ในการคมนาคมและการค้าขาย คลองดำเนินสะดวก ใช้เวลาในการขุด 2ปีเศษ จากปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4 แล้วเสร็จต้นรัชกาลที่ 5 มีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตรมีซอยน้อยแยกออกไปอีกประมาณ 200 คลอง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าตลาดน้ำคลองต้นเข็ม สักประมาณ 30 ปีที่แล้ว ตลาดน้ำดำเนินสะดวกอยู่ที่คลองลัดพลี หนาแน่นช่วงปากคลองต่อกับคลองดำเนินสะดวก ซึ่งอยู่ตรงข้ามตลาดน้ำปัจจุบัน(ฝั่งตรงตลาดน้ำดำเนินสะดวก) มีเรือพายแท้ ๆ จากชาวสวนแน่นขนด สามารถเดินข้ามคลองได้โดยเหยียบไปบนเรือเหล่านั้น ปี 2514-2516 ตลาดน้ำคลองลัดพลีเป็นช่วงที่มีความเจริญมาก มีการค้าขายกับอย่างสนุกสนาน โดยมีนักท่องเที่ยวแต่ชาวต่างชาติ จนมีนายทุนได้ทำการขุดคลองเทียมขึ้นมา ระหว่างคลองลัดพลี และคลองดำเนินสะดวก หวังที่จะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ตั้งแต่ลาดน้ำที่แท้จริงหายไป (20กว่าปีมาแล้ว) ซึ่งตลาดน้ำในปัจจุบันนี้ เป็นเพียงการสตาฟตลาดน้ำในอดีตให้คงอยู่เท่านั้น อย่างไรก็ตามตลาดน้ำดำเนินที่เก่าแก่กว่าร้อยปี ยังคงมีมนต์ขลังเป็นตลาดน้ำที่ยังคงเป็นของจริง ยังมีจากแม่ค้าที่นำผลไม้จากสวนมาขาย หรือบางครั้งอาจรับผลไม้มาจากรถบรรทุกที่อื่นขาย เป็นอะไรสุดท้ายที่ควรไปชม บริการเสริมการท่องเที่ยว ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ยังมีบริการเรือเช่านำเที่ยว เรือพาย ราคา 300 บาท เรือหางยาว ราคา 600 บาท นั่งได้ประมาณ 8 คน พาไปดูสวน การทำน้ำตาลสด ใช้เวลาประมาณ 45 นาที สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอำเภอดำเนินสะดวก ห่างจากตลาดน้ำดำเนินสะดวกออกมาประมาณ 1 กิโลเมตร มีการบริการนั่งช้าง ชมตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีสถานีตำรวจค่อยให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทางด้านภาษาและค่อยตรวจสอบทางด้านราคาสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยว ทางด้านอาหาร...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลองรังสิต ยาวเท่าไหร่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลองรังสิต Article: คลองรังสิตประยูรศักดิ์[1] หรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า คลองรังสิต เป็นคลองสายหลักในโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นโครงการคลองชลประทานเพื่อการเกษตรแห่งแรกของไทยที่ริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณทุ่งรังสิตให้เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว รองรับการขยายตัวของการส่งออกข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทยในขณะนั้น โครงการรังสิตนับเป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ตั้งแต่ จังหวัดปทุมธานี บริเวณอำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอหนองเสือ และอำเภอลำลูกกา, จังหวัดนครนายก ในเขตอำเภอองครักษ์, กรุงเทพมหานคร บริเวณเขตหนองจอกและเขตบางเขน, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อำเภอวังน้อย และจังหวัดสระบุรี ที่อำเภอหนองแค การขุดคลองตามโครงการรังสิตนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานด้านชลประทานของประเทศไทย โดยเฉพาะการชลประทานเพื่อการเกษตรกรรม การขุดคลองรังสิตและคลองแยกต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2433 - พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้พื้นที่รกร้างบริเวณทุ่งหลวงเปลี่ยนเป็นแหล่งเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีข้าวเป็นผลผลิตหลัก คลองรังสิตซึ่งเป็นคลองสายหลักจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนรังสิต เป็นทั้งแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูก เส้นทางคมนาคม ตลอดจนใช้ในการอุปโภคและบริโภค แม้การพัฒนาอุตสาหกรรมได้ทำให้คลองรังสิตลดความสำคัญในฐานะคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมลง เป็นเพียงคลองชลประทานสำหรับระบายน้ำ ประวัติ การขุดคลองรังสิตเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2433 ดำเนินการโดย บริษัทขุดคลองแลคูนาสยามจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน มีเจ้านาย ขุนนาง และชาวตะวันตกเป็นผู้ถือหุ้น ในชั้นต้นประกอบด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ พระนานาพิธภาษี (ชื่น บุนนาค) และนายโยคิม แกรซี (Joachim Grassi) ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็น หม่อมราชวงศ์สุวพรรณ สนิทวงศ์ บุตรคนใหญ่ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เออร์วิน มูลเลอร์ (Erwin Müller) หรือพระปฏิบัติราชประสงค์ และฮันส์ เมทซเลอร์ (Hans Metzler) และยังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอีกหลายครั้ง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ทรงต้องการจะสนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาทรัพยากรของประเทศ และมิต้องการให้เสียพระราชทรัพย์ จึงได้สำรวจหาพื้นที่ขุดคลอง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลองรังสิต สร้างขึ้นเมื่อใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลองรังสิต Article: คลองรังสิตประยูรศักดิ์[1] หรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า คลองรังสิต เป็นคลองสายหลักในโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นโครงการคลองชลประทานเพื่อการเกษตรแห่งแรกของไทยที่ริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณทุ่งรังสิตให้เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว รองรับการขยายตัวของการส่งออกข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทยในขณะนั้น โครงการรังสิตนับเป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ตั้งแต่ จังหวัดปทุมธานี บริเวณอำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอหนองเสือ และอำเภอลำลูกกา, จังหวัดนครนายก ในเขตอำเภอองครักษ์, กรุงเทพมหานคร บริเวณเขตหนองจอกและเขตบางเขน, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อำเภอวังน้อย และจังหวัดสระบุรี ที่อำเภอหนองแค การขุดคลองตามโครงการรังสิตนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานด้านชลประทานของประเทศไทย โดยเฉพาะการชลประทานเพื่อการเกษตรกรรม การขุดคลองรังสิตและคลองแยกต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2433 - พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้พื้นที่รกร้างบริเวณทุ่งหลวงเปลี่ยนเป็นแหล่งเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีข้าวเป็นผลผลิตหลัก คลองรังสิตซึ่งเป็นคลองสายหลักจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนรังสิต เป็นทั้งแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูก เส้นทางคมนาคม ตลอดจนใช้ในการอุปโภคและบริโภค แม้การพัฒนาอุตสาหกรรมได้ทำให้คลองรังสิตลดความสำคัญในฐานะคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมลง เป็นเพียงคลองชลประทานสำหรับระบายน้ำ ประวัติ การขุดคลองรังสิตเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2433 ดำเนินการโดย บริษัทขุดคลองแลคูนาสยามจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน มีเจ้านาย ขุนนาง และชาวตะวันตกเป็นผู้ถือหุ้น ในชั้นต้นประกอบด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ พระนานาพิธภาษี (ชื่น บุนนาค) และนายโยคิม แกรซี (Joachim Grassi) ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็น หม่อมราชวงศ์สุวพรรณ สนิทวงศ์ บุตรคนใหญ่ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เออร์วิน มูลเลอร์ (Erwin Müller) หรือพระปฏิบัติราชประสงค์ และฮันส์ เมทซเลอร์ (Hans Metzler) และยังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอีกหลายครั้ง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ทรงต้องการจะสนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาทรัพยากรของประเทศ และมิต้องการให้เสียพระราชทรัพย์ จึงได้สำรวจหาพื้นที่ขุดคลอง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ครอบคลุมพื้นที่กี่จังหวัด?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลองรังสิต Article: คลองรังสิตประยูรศักดิ์[1] หรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า คลองรังสิต เป็นคลองสายหลักในโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นโครงการคลองชลประทานเพื่อการเกษตรแห่งแรกของไทยที่ริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณทุ่งรังสิตให้เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว รองรับการขยายตัวของการส่งออกข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทยในขณะนั้น โครงการรังสิตนับเป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ตั้งแต่ จังหวัดปทุมธานี บริเวณอำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอหนองเสือ และอำเภอลำลูกกา, จังหวัดนครนายก ในเขตอำเภอองครักษ์, กรุงเทพมหานคร บริเวณเขตหนองจอกและเขตบางเขน, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อำเภอวังน้อย และจังหวัดสระบุรี ที่อำเภอหนองแค การขุดคลองตามโครงการรังสิตนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานด้านชลประทานของประเทศไทย โดยเฉพาะการชลประทานเพื่อการเกษตรกรรม การขุดคลองรังสิตและคลองแยกต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2433 - พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้พื้นที่รกร้างบริเวณทุ่งหลวงเปลี่ยนเป็นแหล่งเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีข้าวเป็นผลผลิตหลัก คลองรังสิตซึ่งเป็นคลองสายหลักจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนรังสิต เป็นทั้งแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูก เส้นทางคมนาคม ตลอดจนใช้ในการอุปโภคและบริโภค แม้การพัฒนาอุตสาหกรรมได้ทำให้คลองรังสิตลดความสำคัญในฐานะคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมลง เป็นเพียงคลองชลประทานสำหรับระบายน้ำ ประวัติ การขุดคลองรังสิตเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2433 ดำเนินการโดย บริษัทขุดคลองแลคูนาสยามจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน มีเจ้านาย ขุนนาง และชาวตะวันตกเป็นผู้ถือหุ้น ในชั้นต้นประกอบด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ พระนานาพิธภาษี (ชื่น บุนนาค) และนายโยคิม แกรซี (Joachim Grassi) ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็น หม่อมราชวงศ์สุวพรรณ สนิทวงศ์ บุตรคนใหญ่ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เออร์วิน มูลเลอร์ (Erwin Müller) หรือพระปฏิบัติราชประสงค์ และฮันส์ เมทซเลอร์ (Hans Metzler) และยังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอีกหลายครั้ง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ทรงต้องการจะสนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาทรัพยากรของประเทศ และมิต้องการให้เสียพระราชทรัพย์ จึงได้สำรวจหาพื้นที่ขุดคลอง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ตั้งชื่อโดยใคร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลองรังสิต Article: คลองรังสิตประยูรศักดิ์[1] หรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า คลองรังสิต เป็นคลองสายหลักในโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นโครงการคลองชลประทานเพื่อการเกษตรแห่งแรกของไทยที่ริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณทุ่งรังสิตให้เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว รองรับการขยายตัวของการส่งออกข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทยในขณะนั้น โครงการรังสิตนับเป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ตั้งแต่ จังหวัดปทุมธานี บริเวณอำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอหนองเสือ และอำเภอลำลูกกา, จังหวัดนครนายก ในเขตอำเภอองครักษ์, กรุงเทพมหานคร บริเวณเขตหนองจอกและเขตบางเขน, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อำเภอวังน้อย และจังหวัดสระบุรี ที่อำเภอหนองแค การขุดคลองตามโครงการรังสิตนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานด้านชลประทานของประเทศไทย โดยเฉพาะการชลประทานเพื่อการเกษตรกรรม การขุดคลองรังสิตและคลองแยกต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2433 - พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้พื้นที่รกร้างบริเวณทุ่งหลวงเปลี่ยนเป็นแหล่งเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีข้าวเป็นผลผลิตหลัก คลองรังสิตซึ่งเป็นคลองสายหลักจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนรังสิต เป็นทั้งแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูก เส้นทางคมนาคม ตลอดจนใช้ในการอุปโภคและบริโภค แม้การพัฒนาอุตสาหกรรมได้ทำให้คลองรังสิตลดความสำคัญในฐานะคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมลง เป็นเพียงคลองชลประทานสำหรับระบายน้ำ ประวัติ การขุดคลองรังสิตเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2433 ดำเนินการโดย บริษัทขุดคลองแลคูนาสยามจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน มีเจ้านาย ขุนนาง และชาวตะวันตกเป็นผู้ถือหุ้น ในชั้นต้นประกอบด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ พระนานาพิธภาษี (ชื่น บุนนาค) และนายโยคิม แกรซี (Joachim Grassi) ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็น หม่อมราชวงศ์สุวพรรณ สนิทวงศ์ บุตรคนใหญ่ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เออร์วิน มูลเลอร์ (Erwin Müller) หรือพระปฏิบัติราชประสงค์ และฮันส์ เมทซเลอร์ (Hans Metzler) และยังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอีกหลายครั้ง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ทรงต้องการจะสนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาทรัพยากรของประเทศ และมิต้องการให้เสียพระราชทรัพย์ จึงได้สำรวจหาพื้นที่ขุดคลอง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลองรังสิตประยูรศักดิ์ มีความยาวเท่าไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลองรังสิต Article: คลองรังสิตประยูรศักดิ์[1] หรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า คลองรังสิต เป็นคลองสายหลักในโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นโครงการคลองชลประทานเพื่อการเกษตรแห่งแรกของไทยที่ริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณทุ่งรังสิตให้เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว รองรับการขยายตัวของการส่งออกข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทยในขณะนั้น โครงการรังสิตนับเป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ตั้งแต่ จังหวัดปทุมธานี บริเวณอำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอหนองเสือ และอำเภอลำลูกกา, จังหวัดนครนายก ในเขตอำเภอองครักษ์, กรุงเทพมหานคร บริเวณเขตหนองจอกและเขตบางเขน, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อำเภอวังน้อย และจังหวัดสระบุรี ที่อำเภอหนองแค การขุดคลองตามโครงการรังสิตนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานด้านชลประทานของประเทศไทย โดยเฉพาะการชลประทานเพื่อการเกษตรกรรม การขุดคลองรังสิตและคลองแยกต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2433 - พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้พื้นที่รกร้างบริเวณทุ่งหลวงเปลี่ยนเป็นแหล่งเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีข้าวเป็นผลผลิตหลัก คลองรังสิตซึ่งเป็นคลองสายหลักจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนรังสิต เป็นทั้งแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูก เส้นทางคมนาคม ตลอดจนใช้ในการอุปโภคและบริโภค แม้การพัฒนาอุตสาหกรรมได้ทำให้คลองรังสิตลดความสำคัญในฐานะคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมลง เป็นเพียงคลองชลประทานสำหรับระบายน้ำ ประวัติ การขุดคลองรังสิตเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2433 ดำเนินการโดย บริษัทขุดคลองแลคูนาสยามจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน มีเจ้านาย ขุนนาง และชาวตะวันตกเป็นผู้ถือหุ้น ในชั้นต้นประกอบด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ พระนานาพิธภาษี (ชื่น บุนนาค) และนายโยคิม แกรซี (Joachim Grassi) ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็น หม่อมราชวงศ์สุวพรรณ สนิทวงศ์ บุตรคนใหญ่ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เออร์วิน มูลเลอร์ (Erwin Müller) หรือพระปฏิบัติราชประสงค์ และฮันส์ เมทซเลอร์ (Hans Metzler) และยังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอีกหลายครั้ง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ทรงต้องการจะสนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาทรัพยากรของประเทศ และมิต้องการให้เสียพระราชทรัพย์ จึงได้สำรวจหาพื้นที่ขุดคลอง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลองรังสิตประยูรศักดิ์ มีเส้นมางเดินเรือจำนวนกี่ท่า?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลองรังสิต Article: คลองรังสิตประยูรศักดิ์[1] หรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า คลองรังสิต เป็นคลองสายหลักในโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นโครงการคลองชลประทานเพื่อการเกษตรแห่งแรกของไทยที่ริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณทุ่งรังสิตให้เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว รองรับการขยายตัวของการส่งออกข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทยในขณะนั้น โครงการรังสิตนับเป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ตั้งแต่ จังหวัดปทุมธานี บริเวณอำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอหนองเสือ และอำเภอลำลูกกา, จังหวัดนครนายก ในเขตอำเภอองครักษ์, กรุงเทพมหานคร บริเวณเขตหนองจอกและเขตบางเขน, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อำเภอวังน้อย และจังหวัดสระบุรี ที่อำเภอหนองแค การขุดคลองตามโครงการรังสิตนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานด้านชลประทานของประเทศไทย โดยเฉพาะการชลประทานเพื่อการเกษตรกรรม การขุดคลองรังสิตและคลองแยกต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2433 - พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้พื้นที่รกร้างบริเวณทุ่งหลวงเปลี่ยนเป็นแหล่งเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีข้าวเป็นผลผลิตหลัก คลองรังสิตซึ่งเป็นคลองสายหลักจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนรังสิต เป็นทั้งแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูก เส้นทางคมนาคม ตลอดจนใช้ในการอุปโภคและบริโภค แม้การพัฒนาอุตสาหกรรมได้ทำให้คลองรังสิตลดความสำคัญในฐานะคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมลง เป็นเพียงคลองชลประทานสำหรับระบายน้ำ ประวัติ การขุดคลองรังสิตเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2433 ดำเนินการโดย บริษัทขุดคลองแลคูนาสยามจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน มีเจ้านาย ขุนนาง และชาวตะวันตกเป็นผู้ถือหุ้น ในชั้นต้นประกอบด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ พระนานาพิธภาษี (ชื่น บุนนาค) และนายโยคิม แกรซี (Joachim Grassi) ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็น หม่อมราชวงศ์สุวพรรณ สนิทวงศ์ บุตรคนใหญ่ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เออร์วิน มูลเลอร์ (Erwin Müller) หรือพระปฏิบัติราชประสงค์ และฮันส์ เมทซเลอร์ (Hans Metzler) และยังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอีกหลายครั้ง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ทรงต้องการจะสนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาทรัพยากรของประเทศ และมิต้องการให้เสียพระราชทรัพย์ จึงได้สำรวจหาพื้นที่ขุดคลอง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลองรังสิตประยูรศักดิ์ อยู่จังหวัดใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลองรังสิต Article: คลองรังสิตประยูรศักดิ์[1] หรือมักเรียกสั้น ๆ ว่า คลองรังสิต เป็นคลองสายหลักในโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นโครงการคลองชลประทานเพื่อการเกษตรแห่งแรกของไทยที่ริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณทุ่งรังสิตให้เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว รองรับการขยายตัวของการส่งออกข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของไทยในขณะนั้น โครงการรังสิตนับเป็นโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ตั้งแต่ จังหวัดปทุมธานี บริเวณอำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอหนองเสือ และอำเภอลำลูกกา, จังหวัดนครนายก ในเขตอำเภอองครักษ์, กรุงเทพมหานคร บริเวณเขตหนองจอกและเขตบางเขน, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อำเภอวังน้อย และจังหวัดสระบุรี ที่อำเภอหนองแค การขุดคลองตามโครงการรังสิตนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานด้านชลประทานของประเทศไทย โดยเฉพาะการชลประทานเพื่อการเกษตรกรรม การขุดคลองรังสิตและคลองแยกต่าง ๆ ระหว่าง พ.ศ. 2433 - พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้พื้นที่รกร้างบริเวณทุ่งหลวงเปลี่ยนเป็นแหล่งเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีข้าวเป็นผลผลิตหลัก คลองรังสิตซึ่งเป็นคลองสายหลักจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนรังสิต เป็นทั้งแหล่งน้ำสำหรับเพาะปลูก เส้นทางคมนาคม ตลอดจนใช้ในการอุปโภคและบริโภค แม้การพัฒนาอุตสาหกรรมได้ทำให้คลองรังสิตลดความสำคัญในฐานะคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมลง เป็นเพียงคลองชลประทานสำหรับระบายน้ำ ประวัติ การขุดคลองรังสิตเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2433 ดำเนินการโดย บริษัทขุดคลองแลคูนาสยามจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน มีเจ้านาย ขุนนาง และชาวตะวันตกเป็นผู้ถือหุ้น ในชั้นต้นประกอบด้วย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ พระนานาพิธภาษี (ชื่น บุนนาค) และนายโยคิม แกรซี (Joachim Grassi) ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็น หม่อมราชวงศ์สุวพรรณ สนิทวงศ์ บุตรคนใหญ่ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ เออร์วิน มูลเลอร์ (Erwin Müller) หรือพระปฏิบัติราชประสงค์ และฮันส์ เมทซเลอร์ (Hans Metzler) และยังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอีกหลายครั้ง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ ทรงต้องการจะสนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพัฒนาทรัพยากรของประเทศ และมิต้องการให้เสียพระราชทรัพย์ จึงได้สำรวจหาพื้นที่ขุดคลอง...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลองในกรุงเทพมหานคร ที่ยาวที่สุดคืออะไร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: รายชื่อคลองในกรุงเทพมหานคร Article: คลองในกรุงเทพมหานคร มีจำนวน 1,161 คลอง และคูลำกระโดง จำนวน 521 คู รวมเป็น 1,682 คูคลอง ความยาว 2,604 กม.[1] มีการขุดคลองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แบ่งได้เป็น คลองรอบเมืองหรือคลองคูเมือง ขุดเพื่อป้องกันการรุกราน ของศัตรู มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ต่อมาคือคลองลัด ขุดขึ้นเพื่อย่นระยะเวลาในการเดินทาง และคลองเชื่อมแม่น้ำ ขุดขึ้น เพื่อประโยชน์ในการคมนาคมขนส่ง และดูแลหัวเมืองใกล้เคียง ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถือได้ว่าเป็นยุคที่มีการขุดคลองมากที่สุดยุคหนึ่ง มีทั้งขุดคลองใหม่และขุดลอกคลองเก่า เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกและเส้นทางคมนาคมระหว่างกรุงเทพกับจังหวัดข้างเคียง ที่มีการผลิตข้าวและเป็นเส้นทางลำเลียงข้าวออกสู่ตลาดต่างประเทศ ดังพระราชดำริที่กล่าวไว้ในประกาศเรื่องอนุญาตขุดคลอง "การขุดคลอง" เพื่อที่จะให้เป็นที่มหาชนทั้งปวงได้ไปมาอาศัย และเป็นทางที่จะให้สินค้าได้บรรทุกไปมาโดยสะดวก ซึ่งให้ผลแก่การเรือกสวนไร่นา ซึ่งจะได้เกิดทวีขึ้นในพระราชอาณาจักร เป็นการอุดหนุนการเพาะปลูกในบ้านเมืองให้วัฒนาเจริญยิ่งขึ้น"[2] ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีคลองที่สำคัญเกิดขึ้นหลายสายเช่น คลองเปรมประชากร คลองนครเนื่องเขต คลองประเวศบุรีรมย์ คลองอุดมชลจร คลองราชมนตรี คลองทวีวัฒนา คลองนราภิรมย์ คลองรังสติประยูรศักดิ์ คลองประปา เป็นต้น ต่อไปนี้เป็น<b data-parsoid='{"dsr":[1540,1572,3,3]}'>รายชื่อคลองในกรุงเทพมหานคร ฝั่งพระนคร คลองบางซื่อ จากแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงคันคลองประปา แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณใกล้กับท่าน้ำเกียกกาย ไปทางทิศตะวันออกในพื้นที่เขตบางซื่อและเขตดุสิต ตัดกับคลองเปรมประชากรและคลองประปา หลังจากนั้นลำคลองมีลักษณะตรงเข้าไปในพื้นที่เขตพญาไทและเขตดินแดง ก่อนไปบรรจบกับคลองลาดพร้าวในพื้นที่เขตห้วยขวาง ในอดีตคลองบางซื่อสามารถใช้สัญจรทางน้ำได้ตลอดทั้งสาย ปัจจุบันชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองยังคงใช้เรือสัญจรไปมาอยู่บ้างในระยะทางใกล้ ๆ เนื่องจากมีแนวคลองประปากีดขวางและการสัญจรทางบกสะดวกขึ้นมาก สภาพของคลองในปัจจุบันมีความกว้างประมาณ 12-20 เมตร แต่น้ำมีสีขุ่นดำและมีสภาพเน่าเสีย คลองประปา เป็นคลองขุด เริ่มต้นจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ไหลเป็นเส้นแบ่งเขตอำเภอปากเกร็ด และอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี กับเขตดอนเมือง เขตหลักสี่ และเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จากนั้นไหลเข้าสู่เขตบางซื่อ เขตดุสิต...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลอเคลียเกิดขึ้นในยุคใด?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: ยามเย็น Article: Audio file "YarmYen.ogg" not found หรือ Audio file "LoveatSundown.ogg" not found เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒ ทรงพระราชนิพนธ์ ใน พ.ศ. ๒๔๘๙ ขณะยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย และท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา แต่งคำร้องภาษาอังกฤษ แล้วพระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีคำร้องสมบูรณ์ทั้งสองภาษาให้นายเอื้อ สุนทรสนาน นำไปให้นายบิลลี่หรือนาย คีติ คีตากร นักดนตรีชาวฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นนักดนตรีในวงดนตรีสุนทราภรณ์เรียบเรียงเสียงประสานจนสมบูรณ์จึงได้นำออกบรรเลงในงานของสมาคมปราบวัณโรค ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันเสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ นับเป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่นำออกบรรเลงสู่ประชาชน เป็นเพลงที่ร่าเริงแจ่มใสเหมาะสำหรับการเต้นรำในสมัยนั้น จึงเป็นเพลงยอดนิยมของพสกนิกรไทยทันที ส่วนคำร้องภาษาฝรั่งเศส ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ น.ส.เปรมิกา สุจริตกุลถ่ายทอดความหมายจากคำร้องภาษาไทยเป็นภาษาฝรั่งเศส เมื่อปี 2552 โดยใช้ชื่อเพลงว่า Crépuscule d’Amour คำร้องภาษาไทย แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา ในนภาสลับจับอัมพร แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน ทุกวันคืนรื่นอุรา ต้องอยู่เดียวเปลี่ยนวิญญาณ์ เหมือนดังนภาไร้ทินกร แดดรอนรอน หากทินกรจะลาโลกไปไกล ความรักเราคงอยู่คู่กันไป ในหัวใจคงอยู่คู่เชยชม แดดรอนรอน หมู่มวลภมรบินลอยล่องตามลม คลอเคล้าพฤกษาชาติชื่นเชยชม ชมสมตามอารมณ์ล่องเลยไป ลิ่วลมโชย กลิ่นพรรณไม้โปรยโรยร่วงห่วงอาลัย ยามสายัณห์พลันพรากจากดวงใจ คอยแสงทองวันใหม่กลับคืนมา แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน ทุกวันคืนชื่นอุรา ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์ เหมือนดังนภาไร้ทินกร โอ้ยามเย็นจวบยามนี้เป็นเวลาสุดอาวรณ์ยามไร้ความสว่างห่างทินกรยามรักจำจะ จร จากกันไป คำร้องภาษาอังกฤษ 'This sundown. The golden sunlight tints the blue sea. Paints the hill and gilds the palm tree, Happy be, my love, at sundown. 'This sundown. The multi-coloured dancing sunbeam Brightly shines on in my heart's dream Of the one I love, at sundown. The birds come to their nest At peace, they bill and coo. The wide world sinks to rest, And so do I and so do you.'Tis...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลอโรฟิลล์ พบเฉพาะในผักใบเขียวหรือไม่ ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลอโรฟิลล์ Article: คลอโรฟิลล์ (English: chlorophyll) เป็นสารประกอบที่พบได้ในส่วนที่มีสีเขียวของพืช โดยพบมากที่ใบของพืชนอกจากนี้ยังพบได้ที่แบคทีเรียที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ และยังพบได้ในสาหร่ายเกือบทุกชนิด นอกจากนี้คลอโรฟิลล์ทำหน้าที่เป็นโมเลกุลรับพลังงานจากแสง และนำพลังงานดังกล่าวไปใช้ในการสร้างพลังงานเคมีโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เพื่อสร้างสารอินทรีย์ เช่น น้ำตาล และนำไปใช้เพื่อการดำรงชีวิต [1] คลอโรฟิลล์ อยู่ในโครงสร้างที่เรียกว่า เยื่อหุ้มไทลาคอยล์ (thylakoid membrane) ซึ่งเป็นเยื่อหุ้มที่อยู่ภายใน คลอโรพลาสต์ (chloroplast)[2] โครงสร้างทางเคมี คลอโรฟิลล์เป็นสารที่ละลายได้ดีในอะซีโตนและแอลกอฮอล์ โครงสร้างอาจแบ่งได้เป็นสองส่วน คือ ส่วนหัว และส่วนหาง โดยที่ส่วนหัวของคลอโรฟิลล์มีลักษณะเป็นวงแหวนไพรอล (pyrole ring) ที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบอยู่ 4 วง และมีธาตุแมกนีเซียมอยู่ตรงกลางโดยทำพันธะกับไนโตรเจน ส่วนหัวนี้มีขนาดประมาณ 1.5x1.5 อังสตรอม ส่วนหางของคลอโรฟิลล์มีลักษณะเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ 20 อะตอม มีความยาวประมาณ 2 อังสตรอม คลอโรฟิลล์ดูดกลืนแสงได้ดีที่ช่วงคลื่นของแสงสีฟ้าและสีแดง แต่ดูดกลืนช่วงแสงสีเหลืองและเขียวได้น้อย ดังนั้นเมื่อได้รับแสงจะดูดกลืนแสงสีฟ้าและสีแดงไว้ ส่วนแสงสีเขียวที่ไม่ได้ดูดกลืนจึงสะท้อนออกมา ทำให้เห็นคลอโรฟิลล์มีสีเขียว [2] ในธรรมชาติมีคลอโรฟิลล์อยู่หลายชนิดด้วยกันซึ่งแต่ล่ะชนิดมีโครงสร้างหลักที่เหมือนกันคือ วงแหวนไพรอล 4 วง แต่โซ่ข้าง (side chain) ของคลอโรฟิลล์แต่ละชนิดจะมีลักษณะที่ต่างกันออกไป เช่น คลอโรฟิลล์ เอ (chlorophyll a) และคลอโรฟิลล์ บี (chlorophyll b) มีโครงสร้างโมเลกุลที่ต่างกันเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น นั่นคือ ที่วงแหวนไพรอล วงที่สองของคลอโรฟิลล์ เอ มีโซ่ข้างเป็นหมู่เมททิล (-CH3) ส่วนของคลอโรฟิลล์ บี เป็นหมู่อัลดีไฮด์ (-CHO) ซึ่งการที่โครงสร้างที่ต่างกันนี้ก็ทำให้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน รวมทั้งคุณสมบัติการดูดกลืนแสงก็ต่างกันด้วย และทำให้คลอโรฟิลล์ทั้งสองชนิดนี้มีสีต่างกันเล็กน้อย โดยที่คลอโรฟิลล์ เอ มีสีเขียวเข้ม ส่วนคลอโรฟิลล์ บี มีสีเขียวอ่อน ถ้าทำ paper chromatography ด้วยการไล่ระดับของรงควัตถุในใบไม้นั้น จะเรียงลำดับเม็ดสีที่ได้ โดยดูจากความมีขั้วน้อย-มาก ของเม็ดสีแต่ละชนิดได้ดังนี้[3] Carotene - an orange pigment Xanthophyll - a yellow...
Yes
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คละกัน หมายถึงอะไร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: เศษส่วน Article: ในทางคณิตศาสตร์ เศษส่วน คือความสัมพันธ์ตามสัดส่วนระหว่างชิ้นส่วนของวัตถุหนึ่งเมื่อเทียบกับวัตถุทั้งหมด เศษส่วนประกอบด้วยตัวเศษ (numerator) หมายถึงจำนวนชิ้นส่วนของวัตถุที่มี และตัวส่วน (denominator) หมายถึงจำนวนชิ้นส่วนทั้งหมดของวัตถุนั้น ตัวอย่างเช่น อ่านว่า เศษสามส่วนสี่ หรือ สามในสี่ หมายความว่า วัตถุสามชิ้นส่วนจากวัตถุทั้งหมดที่แบ่งออกเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากนั้น การแบ่งวัตถุสิ่งหนึ่งออกเป็นศูนย์ส่วนเท่า ๆ กันนั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น 0 จึงไม่สามารถเป็นตัวส่วนของเศษส่วนได้ (ดูเพิ่มที่ การหารด้วยศูนย์) เศษส่วนเป็นตัวอย่างชนิดหนึ่งของอัตราส่วน ซึ่งเศษส่วนแสดงความสัมพันธ์ระหว่างชิ้นส่วนย่อยต่อชิ้นส่วนทั้งหมด ในขณะที่อัตราส่วนพิจารณาจากปริมาณของสองวัตถุที่แตกต่างกัน (ดังนั้น อาจไม่เท่ากับ 3: 4) และเศษส่วนนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นผลหาร (quotient) ของจำนวน ซึ่งปริมาณที่แท้จริงสามารถคำนวณได้จากการหารตัวเศษด้วยตัวส่วน ตัวอย่างเช่น คือการหารสามด้วยสี่ ได้ปริมาณเท่ากับ 0.75 ในทศนิยม หรือ 75% ในอัตราร้อยละ การเขียนเศษส่วน ให้เขียนแยกออกจากกันด้วยเครื่องหมายทับหรือ ซอลิดัส (solidus) แล้ววางตัวเศษกับตัวส่วนในแนวเฉียง เช่น ¾ หรือคั่นด้วยเส้นแบ่งตามแนวนอนเรียกว่า วิงคิวลัม (vinculum) เช่น ในบางกรณีอาจพบเศษส่วนที่ไม่มีเครื่องหมายคั่น อาทิ 34 บนป้ายจราจรในบางประเทศ รูปแบบของเศษส่วน เศษส่วนสามัญ เศษส่วนแท้ และเศษเกิน เศษส่วนสามัญ (vulgar/common fraction) คือจำนวนตรรกยะที่สามารถเขียนอยู่ในรูป a/b หรือ โดยที่ a และ b ซึ่งเรียกว่า ตัวเศษ และ ตัวส่วน ตามลำดับ เป็นจำนวนเต็มทั้งคู่[1] ตัวเศษแสดงแทนจำนวนของส่วนแบ่ง และตัวส่วนซึ่งไม่เท่ากับศูนย์แสดงแทนการแบ่งส่วนจากทั้งมวล เช่น , {{เศษ|3|4กนั้นเศษส่วนสามัญยังแยกออกเป็น<b data-parsoid='{"dsr":[1922,1938,3,3]}'>เศษส่วนแท้ (proper fraction) ซึ่งมีค่าของตัวเศษน้อยกว่าตัวส่วน ทำให้ปริมาณของเศษส่วนน้อยกว่า 1 เช่น และ<b data-parsoid='{"dsr":[2043,2056,3,3]}'>เศษเกิน (improper fraction) คือเศษส่วนที่ค่าของตัวเศษมากกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน เช่น , จำนวนคละ จำนวนคละ (mixed number) เป็นการนำเสนอเศษส่วนอีกรูปแบบหนึ่ง โดยนำจำนวนเต็มประกอบเข้ากับเศษส่วนแท้ และมีปริมาณเท่ากับสองจำนวนนั้นบวกกัน ตัวอย่างเช่น คุณมีเค้กเต็มถาดสองชิ้น และมีเค้กที่เหลืออยู่อีกสามในสี่ส่วน คุณสามารถเขียนแทนได้ด้วย...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลพาเธอร์ ครองราชย์เมื่อใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลีโอพัตรา Article: คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลพาเธอร์ (Greek: Κλεοπάτρα θεά φιλοπάτωρ; หรือรู้จักทั่วไปในนาม คลีโอพัตรา) (มกราคม ปีที่ 69 ก่อนคริสตกาล – 12 สิงหาคม ปีที่ 30 ก่อนคริสตกาล) เป็นพระราชินีแห่งอียิปต์โบราณและเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทอเลมีแห่งมาซิโดเนีย ดังนั้นจึงเป็นผู้ปกครองอียิปต์ที่มีเชื้อสายกรีกคนสุดท้าย บิดาของพระนางคือทอเลมีที่ 12 ออเลติส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอนา ชื่อ "คลีโอพัตรา" เป็นภาษากรีก แปลว่า "ความเจริญรุ่งเรืองของบิดา" พระนามเต็มของพระนางคือ "คลีโอพัตรา เธอา ฟิโลปาตอร์" ซึ่งหมายถึง "เทพีคลีโอพัตรา ผู้เป็นที่รักของบิดา" พระนางมีพระปรีชาสามารถมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ฮิบรู, ละติน, มาเซดอนโบราณ, เอธิโอเปียน, ซีเรีย, เปอร์เซีย, และ อียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ น้อยคนนักที่จะแตกฉานภาษานี้ ปัจจุบัน คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลปาตอร์ นับว่าเป็นผู้ปกครองอียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด นิยมเรียกพระนามสั้น ๆ ว่า คลีโอพัตรา ซึ่งทำให้ราชินีองค์ก่อน ๆ ที่ทรงพระนามคล้ายคลึงกัน ลบเลือนไปสิ้น ในความเป็นจริง พระนางไม่เคยปกครองอียิปต์เพียงลำพัง แต่ครองราชย์ร่วมกับพระบิดา, พระอนุชา , สวามีผู้เป็นอนุชาของพระองค์ หรือไม่ก็พระโอรส การครองราชย์ร่วมกันดังกล่าวมีผู้ร่วมบัลลังก์เป็นเพียงกษัตริย์ตามพระยศเท่านั้น อำนาจแท้จริงอยู่ในมือของคลีโอพัตราเองทั้งสิ้น พระราชประวัติ วัยเยาว์ คลีโอพัตราที่ 7 เป็นชาวกรีก กำเนิดในดินแดนอเล็กซานเดรีย, อียิปต์โบราณ ได้ขึ้นครองราชย์ลำดับถัดจาก ทอเลมีที่ 12 แห่งอียิปต์ ขณะนั้นพระนางเบเนไซน์และแม่ทัพอาร์เชลล์ได้ร่วมกันก่อการกบฏขึ้น ทำให้ฟาโรห์ทอเลมีที่ 12 ออเลติส ต้องเดินทางไปขอกำลังเสริมจากสภาซีเนตแห่งกรุงโรม และจ่ายเงินตามข้อเรียกร้องของ ออกัส กาบิเนียส จำนวน 10,000 เทลแลนด์ เนื่องจากฟาโรห์ไม่มีเงินพอ จึงขอยืมเงินจากคหบดีผู้ร่ำรวยนาม ราบีเรียส โพลตูมัส แล้วกลับอียิปต์พร้อมกองกำลังเพื่อจัดการกับผู้ก่อการกบฏ และได้สั่งประหารพระนางเบเนไซน์กับแม่ทัพอาร์เชลล์ ทำให้ราบีเรียสได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพระคลังของอียิปต์ ขึ้นครองราชย์ ราบีเรียสรีดไถชาวอียิปต์อย่างหนัก ทำให้ชาวเมืองลุกฮือต่อต้านด้วยความไม่พอใจ จนเขาต้องหนีกลับโรม เมื่อพระบิดาของพระนางสวรรคตในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีที่ 51 ก่อนคริสตกาล...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลีโอพัตราที่ 7 เกิดเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลีโอพัตรา Article: คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลพาเธอร์ (Greek: Κλεοπάτρα θεά φιλοπάτωρ; หรือรู้จักทั่วไปในนาม คลีโอพัตรา) (มกราคม ปีที่ 69 ก่อนคริสตกาล – 12 สิงหาคม ปีที่ 30 ก่อนคริสตกาล) เป็นพระราชินีแห่งอียิปต์โบราณและเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทอเลมีแห่งมาซิโดเนีย ดังนั้นจึงเป็นผู้ปกครองอียิปต์ที่มีเชื้อสายกรีกคนสุดท้าย บิดาของพระนางคือทอเลมีที่ 12 ออเลติส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอนา ชื่อ "คลีโอพัตรา" เป็นภาษากรีก แปลว่า "ความเจริญรุ่งเรืองของบิดา" พระนามเต็มของพระนางคือ "คลีโอพัตรา เธอา ฟิโลปาตอร์" ซึ่งหมายถึง "เทพีคลีโอพัตรา ผู้เป็นที่รักของบิดา" พระนางมีพระปรีชาสามารถมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ฮิบรู, ละติน, มาเซดอนโบราณ, เอธิโอเปียน, ซีเรีย, เปอร์เซีย, และ อียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ น้อยคนนักที่จะแตกฉานภาษานี้ ปัจจุบัน คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลปาตอร์ นับว่าเป็นผู้ปกครองอียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด นิยมเรียกพระนามสั้น ๆ ว่า คลีโอพัตรา ซึ่งทำให้ราชินีองค์ก่อน ๆ ที่ทรงพระนามคล้ายคลึงกัน ลบเลือนไปสิ้น ในความเป็นจริง พระนางไม่เคยปกครองอียิปต์เพียงลำพัง แต่ครองราชย์ร่วมกับพระบิดา, พระอนุชา , สวามีผู้เป็นอนุชาของพระองค์ หรือไม่ก็พระโอรส การครองราชย์ร่วมกันดังกล่าวมีผู้ร่วมบัลลังก์เป็นเพียงกษัตริย์ตามพระยศเท่านั้น อำนาจแท้จริงอยู่ในมือของคลีโอพัตราเองทั้งสิ้น พระราชประวัติ วัยเยาว์ คลีโอพัตราที่ 7 เป็นชาวกรีก กำเนิดในดินแดนอเล็กซานเดรีย, อียิปต์โบราณ ได้ขึ้นครองราชย์ลำดับถัดจาก ทอเลมีที่ 12 แห่งอียิปต์ ขณะนั้นพระนางเบเนไซน์และแม่ทัพอาร์เชลล์ได้ร่วมกันก่อการกบฏขึ้น ทำให้ฟาโรห์ทอเลมีที่ 12 ออเลติส ต้องเดินทางไปขอกำลังเสริมจากสภาซีเนตแห่งกรุงโรม และจ่ายเงินตามข้อเรียกร้องของ ออกัส กาบิเนียส จำนวน 10,000 เทลแลนด์ เนื่องจากฟาโรห์ไม่มีเงินพอ จึงขอยืมเงินจากคหบดีผู้ร่ำรวยนาม ราบีเรียส โพลตูมัส แล้วกลับอียิปต์พร้อมกองกำลังเพื่อจัดการกับผู้ก่อการกบฏ และได้สั่งประหารพระนางเบเนไซน์กับแม่ทัพอาร์เชลล์ ทำให้ราบีเรียสได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพระคลังของอียิปต์ ขึ้นครองราชย์ ราบีเรียสรีดไถชาวอียิปต์อย่างหนัก ทำให้ชาวเมืองลุกฮือต่อต้านด้วยความไม่พอใจ จนเขาต้องหนีกลับโรม เมื่อพระบิดาของพระนางสวรรคตในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีที่ 51 ก่อนคริสตกาล...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลีโอพัตราที่ 7 เสียชีวิตเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลีโอพัตรา Article: คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลพาเธอร์ (Greek: Κλεοπάτρα θεά φιλοπάτωρ; หรือรู้จักทั่วไปในนาม คลีโอพัตรา) (มกราคม ปีที่ 69 ก่อนคริสตกาล – 12 สิงหาคม ปีที่ 30 ก่อนคริสตกาล) เป็นพระราชินีแห่งอียิปต์โบราณและเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทอเลมีแห่งมาซิโดเนีย ดังนั้นจึงเป็นผู้ปกครองอียิปต์ที่มีเชื้อสายกรีกคนสุดท้าย บิดาของพระนางคือทอเลมีที่ 12 ออเลติส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอนา ชื่อ "คลีโอพัตรา" เป็นภาษากรีก แปลว่า "ความเจริญรุ่งเรืองของบิดา" พระนามเต็มของพระนางคือ "คลีโอพัตรา เธอา ฟิโลปาตอร์" ซึ่งหมายถึง "เทพีคลีโอพัตรา ผู้เป็นที่รักของบิดา" พระนางมีพระปรีชาสามารถมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ฮิบรู, ละติน, มาเซดอนโบราณ, เอธิโอเปียน, ซีเรีย, เปอร์เซีย, และ อียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ น้อยคนนักที่จะแตกฉานภาษานี้ ปัจจุบัน คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลปาตอร์ นับว่าเป็นผู้ปกครองอียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด นิยมเรียกพระนามสั้น ๆ ว่า คลีโอพัตรา ซึ่งทำให้ราชินีองค์ก่อน ๆ ที่ทรงพระนามคล้ายคลึงกัน ลบเลือนไปสิ้น ในความเป็นจริง พระนางไม่เคยปกครองอียิปต์เพียงลำพัง แต่ครองราชย์ร่วมกับพระบิดา, พระอนุชา , สวามีผู้เป็นอนุชาของพระองค์ หรือไม่ก็พระโอรส การครองราชย์ร่วมกันดังกล่าวมีผู้ร่วมบัลลังก์เป็นเพียงกษัตริย์ตามพระยศเท่านั้น อำนาจแท้จริงอยู่ในมือของคลีโอพัตราเองทั้งสิ้น พระราชประวัติ วัยเยาว์ คลีโอพัตราที่ 7 เป็นชาวกรีก กำเนิดในดินแดนอเล็กซานเดรีย, อียิปต์โบราณ ได้ขึ้นครองราชย์ลำดับถัดจาก ทอเลมีที่ 12 แห่งอียิปต์ ขณะนั้นพระนางเบเนไซน์และแม่ทัพอาร์เชลล์ได้ร่วมกันก่อการกบฏขึ้น ทำให้ฟาโรห์ทอเลมีที่ 12 ออเลติส ต้องเดินทางไปขอกำลังเสริมจากสภาซีเนตแห่งกรุงโรม และจ่ายเงินตามข้อเรียกร้องของ ออกัส กาบิเนียส จำนวน 10,000 เทลแลนด์ เนื่องจากฟาโรห์ไม่มีเงินพอ จึงขอยืมเงินจากคหบดีผู้ร่ำรวยนาม ราบีเรียส โพลตูมัส แล้วกลับอียิปต์พร้อมกองกำลังเพื่อจัดการกับผู้ก่อการกบฏ และได้สั่งประหารพระนางเบเนไซน์กับแม่ทัพอาร์เชลล์ ทำให้ราบีเรียสได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพระคลังของอียิปต์ ขึ้นครองราชย์ ราบีเรียสรีดไถชาวอียิปต์อย่างหนัก ทำให้ชาวเมืองลุกฮือต่อต้านด้วยความไม่พอใจ จนเขาต้องหนีกลับโรม เมื่อพระบิดาของพระนางสวรรคตในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีที่ 51 ก่อนคริสตกาล...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลีโอพัตราที่ 7 แต่งงานครั้งแรกเมื่อไหร่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลีโอพัตรา Article: คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลพาเธอร์ (Greek: Κλεοπάτρα θεά φιλοπάτωρ; หรือรู้จักทั่วไปในนาม คลีโอพัตรา) (มกราคม ปีที่ 69 ก่อนคริสตกาล – 12 สิงหาคม ปีที่ 30 ก่อนคริสตกาล) เป็นพระราชินีแห่งอียิปต์โบราณและเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทอเลมีแห่งมาซิโดเนีย ดังนั้นจึงเป็นผู้ปกครองอียิปต์ที่มีเชื้อสายกรีกคนสุดท้าย บิดาของพระนางคือทอเลมีที่ 12 ออเลติส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอนา ชื่อ "คลีโอพัตรา" เป็นภาษากรีก แปลว่า "ความเจริญรุ่งเรืองของบิดา" พระนามเต็มของพระนางคือ "คลีโอพัตรา เธอา ฟิโลปาตอร์" ซึ่งหมายถึง "เทพีคลีโอพัตรา ผู้เป็นที่รักของบิดา" พระนางมีพระปรีชาสามารถมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ฮิบรู, ละติน, มาเซดอนโบราณ, เอธิโอเปียน, ซีเรีย, เปอร์เซีย, และ อียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ น้อยคนนักที่จะแตกฉานภาษานี้ ปัจจุบัน คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลปาตอร์ นับว่าเป็นผู้ปกครองอียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด นิยมเรียกพระนามสั้น ๆ ว่า คลีโอพัตรา ซึ่งทำให้ราชินีองค์ก่อน ๆ ที่ทรงพระนามคล้ายคลึงกัน ลบเลือนไปสิ้น ในความเป็นจริง พระนางไม่เคยปกครองอียิปต์เพียงลำพัง แต่ครองราชย์ร่วมกับพระบิดา, พระอนุชา , สวามีผู้เป็นอนุชาของพระองค์ หรือไม่ก็พระโอรส การครองราชย์ร่วมกันดังกล่าวมีผู้ร่วมบัลลังก์เป็นเพียงกษัตริย์ตามพระยศเท่านั้น อำนาจแท้จริงอยู่ในมือของคลีโอพัตราเองทั้งสิ้น พระราชประวัติ วัยเยาว์ คลีโอพัตราที่ 7 เป็นชาวกรีก กำเนิดในดินแดนอเล็กซานเดรีย, อียิปต์โบราณ ได้ขึ้นครองราชย์ลำดับถัดจาก ทอเลมีที่ 12 แห่งอียิปต์ ขณะนั้นพระนางเบเนไซน์และแม่ทัพอาร์เชลล์ได้ร่วมกันก่อการกบฏขึ้น ทำให้ฟาโรห์ทอเลมีที่ 12 ออเลติส ต้องเดินทางไปขอกำลังเสริมจากสภาซีเนตแห่งกรุงโรม และจ่ายเงินตามข้อเรียกร้องของ ออกัส กาบิเนียส จำนวน 10,000 เทลแลนด์ เนื่องจากฟาโรห์ไม่มีเงินพอ จึงขอยืมเงินจากคหบดีผู้ร่ำรวยนาม ราบีเรียส โพลตูมัส แล้วกลับอียิปต์พร้อมกองกำลังเพื่อจัดการกับผู้ก่อการกบฏ และได้สั่งประหารพระนางเบเนไซน์กับแม่ทัพอาร์เชลล์ ทำให้ราบีเรียสได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพระคลังของอียิปต์ ขึ้นครองราชย์ ราบีเรียสรีดไถชาวอียิปต์อย่างหนัก ทำให้ชาวเมืองลุกฮือต่อต้านด้วยความไม่พอใจ จนเขาต้องหนีกลับโรม เมื่อพระบิดาของพระนางสวรรคตในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีที่ 51 ก่อนคริสตกาล...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลื่นวิทยุ มีหน่วยความถี่ว่าอะไร?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลื่นวิทยุ Article: คลื่นวิทยุ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงความถี่วิทยุบนเส้นสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นวิทยุไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ ใช้ในการสื่อสารมี 2 ระบบคือ A.M. และ F.M. ความถี่ของคลื่น หมายถึง จำนวนรอบของการเปลี่ยนแปลงของคลื่น ในเวลา 1 วินาที คลื่นเสียงมีความถี่ช่วงที่หูของคนรับฟังได้ คือ ตั้งแต่เริ่มมี คลื่นวิทยุแต่ละช่วงความถี่จะถูกกำหนดให้ใช้งานด้านต่างๆ ตามความเหมาะสม ส่วนประกอบของคลื่น 1. สันคลื่น (Crest)  ตำแหน่งสูงสุดของคลื่น หรือเป็นตำแหน่งที่มีการกระจัดสูงสุดในทางบวก 2. ท้องคลื่น (Trough) ตำแหน่งต่ำสุดของคลื่น หรือเป็นตำแหน่งที่มีการกระจัดสูงสุดในทางลบ 3. แอมพลิจูด (Amplitude)   เป็นระยะการกระจัดมากสุด ทั้งค่าบวกและค่าลบ 4. ความยาวคลื่น (wavelength)   เป็นความยาวของคลื่นหนึ่งลูกมีค่าเท่ากับระยะระหว่างสันคลื่นหรือท้องคลื่นที่อยู่ถัดกัน ความยาวคลื่นแทนด้วยสัญลักษณ์ มีหน่วยเป็นเมตร (m) 5. ความถี่ (frequency)   หมายถึง เวลาที่ตำแหน่งใด ๆ ในหนึ่งหน่วยเวลา แทนด้วยสัญลักษณ์ มีหน่วยเป็นรอบต่อวินาที (s-1) หรือ เฮิรตซ์ (Hz) 6. คาบ (period)   หมายถึง เวลาที่คลื่นเคลื่อนที่ผ่านตำแหน่งใด ๆ ครบหนึ่งลูกคลื่น แทนด้วยสัญลักษณ์ มีหน่วยเป็นวินาทีต่อรอบ (s) 7. อัตราเร็วของคลื่น (wave speed)   หาได้จากผลคูณระหว่างความยาวคลื่นและความถี่ ระบบ A.M สื่อสารโดยใช้คลื่นเสียงผสมเข้าไปกับคลื่นวิทยุเรียกว่า "คลื่นพาหะ" โดยแอมพลิจูดของคลื่นพาหะจะเปลี่ยนแปลงตามสัญญาณคลื่นความถี่ของการซอย ในการส่งคลื่นระบบ A.M. สามารถส่งคลื่นได้ทั้งคลื่นดินเป็นคลื่นที่เคลื่อนที่ในแนวเส้นตรงขนานกับผิวโลกและคลื่นฟ้าโดยคลื่นจะไปสะท้อนที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วสะท้อนกลับลงมา จึงไม่ต้องใช้สายอากาศตั้งสูงรับ ระบบ F.M. สื่อสารโดยใช้คลื่นเสียงผสมเข้ากับคลื่นพาหะ โดยความถี่ของคลื่นพาหะจะเปลี่ยนแปลงตามสัญญาณคลื่นเสียง ในการส่งคลื่นระบบ F.M. ส่งคลื่นได้เฉพาะคลื่นดินอย่างเดียว ถ้าต้องการส่งให้คลุมพื้นที่ต้องมีสถานีถ่ายทอดและเครื่องรับต้องตั้งเสาอากาศสูงๆ รับ James Clerk Maxwell เจมส์ เคลิร์ก แมกซ์เวลล์ เป็นผู้ค้นพบระหว่างการตรวจสอบทางคณิตศาสตร์ เมื่อ ปี ค.ศ. 1865 จากการสังเกตคุณสมบัติของแสงบางประการที่คล้ายคลึงกับคลื่น และคล้ายคลึงกับผลการเฝ้าสังเกตกระแสไฟฟ้าและแม่เหล็ก...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลื่นวิทยุ เป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: รังสีอัลตราไวโอเลต Article: รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ รังสียูวี (English: ultraviolet) หรือในชื่อภาษาไทยว่า รังสีเหนือม่วง เป็นช่วงหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มองเห็น แต่ยาวกว่ารังสีเอกซ์อย่างอ่อน มีความยาวคลื่นในช่วง 100-400 นาโนเมตร และมีพลังงานในช่วง 3-124 eV มันได้ชื่อดังกล่าวเนื่องจากสเปกตรัมของมันประกอบด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูงกว่าคลื่นที่มนุษย์มองเห็นเป็นสีม่วง แหล่งกำเนิดรังสีอัลตราไวโอเลต 1. การแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ (solar radiation) เป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของการแผ่รังสีที่ส่องมาถึงโลก โดยประกอบด้วยรังสีUVC UVB และUVA รวมถึงช่วงคลื่นที่มนุษย์มองเห็น และรังสีอินฟาเรด แต่รังสีบางส่วนจะถูกดูดซับไว้ในชั้นบรรยากาศ ส่วนที่เหลือสามารถส่องมาถึงผิวโลกในระดับไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ 2. แหล่งที่มนุษย์สร้างขึ้น (artificial sources) ได้แก่วัตถุทุกชนิดที่ถูกทำให้ร้อน จนมีอุณหภูมิสูง มากกว่า 2500 องศาเคลวิน สามารถปล่อยรังสีอัลตราไวโอเลตได้ ซึ่งเป็นวัตถอุปกรณ์ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นสำหรับการใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น ทางการแพทย์ ทางการเกษตร เป็นต้น พลังงานของช่วงคลื่นที่แผ่มาจากดวง อาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงคลื่นสั้นต่างๆจนถึง 175 นาโนเมตร จะถูกดูดซับด้วยออกซิเจนในชั้นสตราโทสเฟียร์ที่ความสูงประมาณ 100 กิโลเมตร และพลังงานความยาวคลื่นตั้งแต่ 175 ถึง 280 นาโนเมตร หรืออยู่ในช่วงคลื่นอัลตร้าไวโอเลตซี (UVC) จะถูกดูดชั้นโอโซนทำลาย ซึ่งช่วงคลื่นเหล่านี้มีระดับพลังงานสูงหากผ่านมาถึงผิวโลกจะเป็นอันตรายต่อ มนุษย์มาก แต่ปัจจุบันชั้นโอโซนถูกทำลายลงมากทำให้อัตราการแผ่รังสียูวีซี (UVC) ลงมาถึงผิวโลกมีเพิ่มมากขึ้น สำหรับพลังงานในช่วงคลื่นตั้งแต่ 280-3000 นาโนเมตร ประกอบด้วยรังสีอัลตร้าไวโอเลตบี (UVB) 280-315 นาโนเมตร รังสีอัลตร้าไวโอเลตเอ (UVA) 315-400 นาโนเมตร ช่วงคลื่นที่ตามนุษย์มองเห็น 400-760 นาโนเมตร และรังสีอินฟาเรด 760-3000 นาโนเมตร ช่วงคลื่นที่ตามองเห็น และช่วงคลื่นรังสีอินฟาเรดจะสามารถเข้าสู่ผิวหนังของมนุษย์ได้ แต่จะไม่ถูกดูดซับไว้จึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ แต่รังสีอัลตร้าไวโอเลตเอ และบี (UVA), (UVB) สามารถเข้าสู่ผิวหนัง และถูกดูดซับไว้ โดยรังสี UVA จะเข้าสู่ผิวหนังลึกสุด และดูดซับมากกว่ารังสี UVB รังสี UVB มีค่าพลังงานมากกว่ารังสี UVA มีผลสามารรถทำลายดีเอ็นเอ (DNA) และเกิดมะเร็งส่วนผิวหนังได้ รังสี UVA...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลื่นสึนามิเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยปีใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 Article: แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 เป็นแผ่นดินไหวใต้ทะเล เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.58 น. ตามเวลาในประเทศไทย (00:58 UTC) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้ด้านตะวันตกของตอนเหนือเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ทำให้เกิดความเสียหายบนเกาะสุมาตรา และยังรับรู้ได้ในภาคใต้ของประเทศไทย แผ่นดินไหวเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกใต้มหาสมุทรอินเดีย กระตุ้นให้เกิดคลื่นสึนามิสูงราว 30 เมตร[1] เข้าท่วมทำลายบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งโดยรอบมหาสมุทรอินเดีย ประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ใน 14 ประเทศมากกว่า 230,000 - 280,000คนหรือมากกว่า 280,000 คน นับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ประเทศที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย รองลงมาคือประเทศศรีลังกา ประเทศอินเดีย และประเทศไทย ตามลำดับ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวอยู่ระหว่างแมกนิจูด 9.1 ถึง 9.3 ตามมาตราโมเมนต์ ทำให้แผ่นดินไหวครั้งนี้นับเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงเป็นอันดับที่สามตามที่เคยวัดได้จากเครื่องวัดแผ่นดินไหว (Seismometer) นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีคาบเวลายาวนานที่สุด โดยการสังเกตคาบเวลาอยู่ที่ประมาณ 8.3 ถึง 10 นาที ส่งผลให้แผ่นดินทั่วทั้งผืนโลกเคลื่อนตัวไปถึง 1 เซนติเมตร [2] และยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวในจุดอื่น ๆ ของโลกอีกด้วย [3] ลักษณะแผ่นดินไหว แผ่นดินไหวถูกบันทึกครั้งแรกด้วยค่าความรุนแรงแมกนิจูด 8.8 ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 จึงได้ปรับเพิ่มเป็นแมกนิจูด 9.0[4] โดยศูนย์เตือนภัยสึนามิมหาสมุทรแปซิฟิกได้ยอมรับค่าใหม่นี้ ส่วนสำนักธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา (United States Geological Survey) ยังคงยึดค่าเดิมที่ประมาณการไว้ที่แมกนิจูด 9.1 ด้านผลการศึกษาล่าสุดในปี พ.ศ. 2549 บ่งชี้ว่าความรุนแรงของแผ่นดินไหวมีค่าระหว่างแมกนิจูด 9.1–9.3 อย่างไรก็ตาม ดอกเตอร์ฮิโระโอะ คะนะโมริ (Hiroo Kanamori) แห่งสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนียแนะนำว่าแมกนิจูด 9.2 เหมาะสมที่จะใช้เป็นค่าตัวแทนสำหรับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ครั้งนี้[5] จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นใต้มหาสมุทรอินเดีย ลึกลงไป 30km (19mi) จากระดับน้ำทะเล ห่างจาก เกาะซิเมอลูเอ ไปทางทิศเหนือประมาณ 160km (100mi) ซึ่งตัวเกาะตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของเกาะสุมาตรา โดยรอยเลื่อนซุนดาเมกะทรัสต์...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลื่นสึนามิเกิดขึ้นจากอะไร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: คลื่นสึนามิ Article: คลื่นสึนามิ () เป็นกลุ่มคลื่นน้ำที่เกิดขึ้นจากการย้ายที่ของปริมาตรน้ำก้อนใหญ่ คือ มหาสมุทรหรือทะเลสาบขนาดใหญ่ แผ่นดินไหว การปะทุของภูเขาไฟและการระเบิดใต้น้ำอื่นๆ (รวมทั้งการจุดวัตถุระเบิดหรือวัตถุระเบิดนิวเคลียร์ใต้น้ำ) ดินถล่ม ธารน้ำแข็งไถล อุกกาบาตตกและการรบกวนอื่น ไม่ว่าเหนือหรือใต้น้ำ ล้วนอาจก่อให้เกิดเป็นคลื่นสึนามิได้ทั้งสิ้น[1] คลื่นสึนามิไม่เหมือนกับคลื่นทะเล(tidal wave)ตามปกติ เพราะมีความยาวคลื่นยาวกว่ามาก แทนที่จะเป็นคลื่นหัวแตก (breaking wave) ตามปกติ คลื่นสึนามิเริ่มแรกอาจดูเหมือนกับว่าคลื่นน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และด้วยเหตุนี้ คลื่นสึนามิจึงมักเรียกว่าเป็นคลื่นยักษ์ โดยทั่วไป คลื่นสึนามิประกอบด้วยกลุ่มคลื่นซึ่งมีคาบเป็นนาทีหรืออาจมากถึงชั่วโมง มากันเรียกว่าเป็น "คลื่นขบวน" (wave train)[2] ความสูงของคลื่นหลายสิบเมตรนั้นอาจเกิดขึ้นได้จากเหตุการณ์ขนาดใหญ่ แม้ผลกระทบของคลื่นสึนามินั้นจะจำกัดอยู่แค่พื้นที่ชายฝั่ง แต่อำนาจทำลายล้างของมันสามารถมีได้ใหญ่หลวงและสามารถมีผลกระทบต่อทั้งแอ่งมหาสมุทร คลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 เป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 230,000 คน ใน 14 ประเทศที่ติดกับมหาสมุทรอินเดีย ธูซิดดิดีส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก เสนอเมื่อ 426 ปีก่อนคริสตกาล ว่า คลื่นสึนามิเกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวใต้ทะเล[3][4] แต่ความเข้าใจในธรรมชาติของคลื่นสึนามิยังมีเพียงเล็กน้อยกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 และยังมีอีกมากที่ยังไม่ทราบในปัจจุบัน ขณะที่แผ่นดินไหวที่รุนแรงน้อยกว่ามากกลับก่อให้เกิดคลื่น พยายามพยากรณ์เส้นทางของคลื่นสึนามิข้ามมหาสมุทรอย่างแม่นยำ และยังพยากรณ์ว่าคลื่นสึนามิจะมีปฏิสัมพันธ์กับชายฝั่งแห่งหนึ่ง ๆ อย่างไร ศัพทมูลวิทยา สึนามิ (ออกเสียงในภาษาญี่ปุ่นคือ /tsunami สึนะมิ ซึ่งต่างกันเล็กน้อยกับการออกเสียงในภาษาอังกฤษว่า /suːnɑːmi (ː)/ สึนามิ หรือ /tsuːnɑːmi (ː)/ (ทซู) นามิ (ท ควบ ซ ในเสียงญี่ปุ่น) คำว่า "สึนามิ" มีความหมายว่า "ท่าเรือ" (津 สึ) และ "คลื่น" (波/浪 นะมิ) บางครั้งคลื่นสึนามิถูกเรียกว่า คลื่นยักษ์ แต่ในช่วงปีหลัง คำนี้ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงวิทยาศาสตร์ เพราะคลื่นสึนามิไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับกระแสน้ำเลย คำว่า "คลื่นยักษ์" ที่ครั้งหนึ่งเคยนิยมใช้นี้...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลื่นสึนามิเกิดครั้งแรกในไทยปีอะไร ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 Article: แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 เป็นแผ่นดินไหวใต้ทะเล เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.58 น. ตามเวลาในประเทศไทย (00:58 UTC) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้ด้านตะวันตกของตอนเหนือเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ทำให้เกิดความเสียหายบนเกาะสุมาตรา และยังรับรู้ได้ในภาคใต้ของประเทศไทย แผ่นดินไหวเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกใต้มหาสมุทรอินเดีย กระตุ้นให้เกิดคลื่นสึนามิสูงราว 30 เมตร[1] เข้าท่วมทำลายบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งโดยรอบมหาสมุทรอินเดีย ประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ใน 14 ประเทศมากกว่า 230,000 - 280,000คนหรือมากกว่า 280,000 คน นับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ประเทศที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย รองลงมาคือประเทศศรีลังกา ประเทศอินเดีย และประเทศไทย ตามลำดับ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวอยู่ระหว่างแมกนิจูด 9.1 ถึง 9.3 ตามมาตราโมเมนต์ ทำให้แผ่นดินไหวครั้งนี้นับเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงเป็นอันดับที่สามตามที่เคยวัดได้จากเครื่องวัดแผ่นดินไหว (Seismometer) นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีคาบเวลายาวนานที่สุด โดยการสังเกตคาบเวลาอยู่ที่ประมาณ 8.3 ถึง 10 นาที ส่งผลให้แผ่นดินทั่วทั้งผืนโลกเคลื่อนตัวไปถึง 1 เซนติเมตร [2] และยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวในจุดอื่น ๆ ของโลกอีกด้วย [3] ลักษณะแผ่นดินไหว แผ่นดินไหวถูกบันทึกครั้งแรกด้วยค่าความรุนแรงแมกนิจูด 8.8 ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 จึงได้ปรับเพิ่มเป็นแมกนิจูด 9.0[4] โดยศูนย์เตือนภัยสึนามิมหาสมุทรแปซิฟิกได้ยอมรับค่าใหม่นี้ ส่วนสำนักธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา (United States Geological Survey) ยังคงยึดค่าเดิมที่ประมาณการไว้ที่แมกนิจูด 9.1 ด้านผลการศึกษาล่าสุดในปี พ.ศ. 2549 บ่งชี้ว่าความรุนแรงของแผ่นดินไหวมีค่าระหว่างแมกนิจูด 9.1–9.3 อย่างไรก็ตาม ดอกเตอร์ฮิโระโอะ คะนะโมริ (Hiroo Kanamori) แห่งสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนียแนะนำว่าแมกนิจูด 9.2 เหมาะสมที่จะใช้เป็นค่าตัวแทนสำหรับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ครั้งนี้[5] จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นใต้มหาสมุทรอินเดีย ลึกลงไป 30km (19mi) จากระดับน้ำทะเล ห่างจาก เกาะซิเมอลูเอ ไปทางทิศเหนือประมาณ 160km (100mi) ซึ่งตัวเกาะตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของเกาะสุมาตรา โดยรอยเลื่อนซุนดาเมกะทรัสต์...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ค้นพบครั้งแรกเมื่อใด ?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: เรดาร์ Article: เรดาร์ (English: radar) เป็นระบบที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นเครื่องมือในการระบุระยะ (range) , ความสูง (altitude) รวมถึงทิศทางหรือความเร็วในการเคลื่อนที่ของวัตถุ เดิมทีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1941 คำว่า "เรดาร์" ในภาษาอังกฤษสะกดด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ คือ RADAR และย่อมาจากคำว่า Radio Detection and Ranging อย่างไรก็ตามในระยะหลัง คำนี้ได้กลายเป็นคำทั่วไปในภาษาอังกฤษ เราจึงพบเห็นการสะกดด้วยตัวพิมพ์เล็กแทน สำหรับในสหราชอาณาจักร คำว่าเรดาร์ แต่เดิมถูกเรียกว่า RDF (Radio Direction Finder) วิวัฒนาการ ประวัติศาสตร์ของเรดาร์สามารถกล่าวย้อนไปตั้งแต่สมัยแรกเริ่มค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในปี ค.ศ. 1886 Heinrich Hertz ได้สาธิตคุณสมบัติการสะท้อนของคลื่นวิทยุ ในปี ในปี ค.ศ. 1904 วิศวกรชาวเยอรมัน Hülsmeyer ประสบความสำเร็จในการทดลองตรวจจับเรือที่อยู่ทามกลางหมอกทึบได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามเขายังไม่สามารถระบุตำแหน่งของเรือได้ ต่อมาค.ศ. 1917 นิโคลา เทสลาได้อธิบายหลักการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการตรวจจับและวัดความเร็วของวัตถ ในปี ค.ศ. 1922 Albert H. Taylor และ Leo C. Young แห่ง U.S.Naval Research Laboratory (NRL) สาธิตการตรวจจับตำแหน่งของเรือโดยใช้เรดาร์ และต่อมาในปี ค.ศ. 1930 Lawrence A. Hyland แห่งห้องทดลอง NRL เช่นกัน เป็นคนแรกที่สามารถตรวจจับเครื่องบิน(โดยบังเอิญ) โดยใช้เรดาร์ได้สำเร็จ จากความสำเร็จนี้ส่งผลให้มีการจดสิทธิบัตรเรดาร์ชนิด Continuous Wave (CW) ในปี ค.ศ. 1934 วิวัฒนาการของเรดาร์ได้ก้าวไปอย่างรวดเร็วในช่วงกลางยุค 1930 มีการพัฒนาทั้งในสหรัฐอเมริกา บริเตนใหญ่ ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย อิตาลี และญี่ปุ่น ในสหรัฐอเมริกา R.M.Page แห่งห้องทดลอง NRL สามารถพัฒนาเรดาร์แบบใหม่ที่เรียกว่า Pulsed radar ได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1936 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1938 เรดาร์ถูกเริ่มนำมาใช้ในการรบเป็นครั้งแรกใน SCR-268 ซึ่งเป็นระบบดักจับและทำลายเครื่องบินรบ (antiaircraft fire control system) และในปี ค.ศ. 1939 ระบบเรดาร์ SCR-270 ก็ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับเป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้า (early warning system) ระบบ SCR-270 เป็นที่รู้จักในนาม Pearl Harbor Radar เนื่องจากเรดาร์สามารถตรวจจับผู้บุกรุกได้ล่วงหน้า 30 นาทีแต่จากความผิดพลาดของผู้ปฏิบัติการทำให้เพิกเฉยต่อการเตือนของเรดาร์จนทำให้เกิดโศกนาฏกรรม Pearl Harbor ในที่สุด ในส่วนของบริเตนใหญ่...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai
I wonder คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสมองคนไหม?. Help me answer this question with "Yes" or "No" or "None" if none of the first two answers apply. Here's what I found on the internet: Topic: การสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก Article: การสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก[1] หรือ การตรวจเอ็กซ์เรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า[2] หรือ เอ็มอาร์ไอ (English: Magnetic resonance imaging, MRI) หรือ nuclear magnetic resonance imaging (NMRI), or magnetic resonance tomography (MRT) คือเทคนิคการสร้างภาพทางการแพทย์ที่ใช้ในรังสีวิทยาเพื่อการตรวจทางกายวิภาคและสรีรวิทยาของร่างกายทั้งในด้านสุขภาพและโรคต่างๆโดยเครื่องตรวจที่ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุความเข้มสูงในการสร้างภาพเหมือนจริงของอวัยวะภายในต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะ สมอง หัวใจ กระดูก-กล้ามเนื้อ และส่วนที่เป็นมะเร็ง ด้วยคอมพิวเตอร์รายละเอียดและความคมชัดสูง เป็นภาพตามระนาบได้ทั้งแนวขวาง แนวยาวและแนวเฉียง เป็น 3 มิติ ภาพที่ได้จึงจะชัดเจนกว่า การถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan ทำให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยความผิดปกติในร่างกายได้อย่างแม่นยำ การตรวจทางการแพทย์ด้วยเครื่องมือชนิดนี้ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ แก่ร่างกาย และไม่มีอันตรายจากรังสีตกค้าง. การเตรียมตัวเพื่อการตรวจ MRI นี้ จำเป็นต้องฉีดสารเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กเข้าไปในอวัยวะที่ต้องการตรวจก่อน ระหว่างการตรวจเครื่อง MRI จะส่งเสียงดังเป็นจังหวะ ผู้ถูกตรวจจะได้รับอุปกรณ์อุดหู ระหว่างการตรวจผู้ถูกตรวจจำเป็นต้องอยู่นิ่งๆ เพื่อให้บันทึกภาพ เช่นเดียวกับการตรวจด้วยเครื่องตรวจเอกซ์เรย์อื่นๆ บทนำ MRI มีความหลากหลายของการใช้งานในการวินิจฉัยทางการแพทย์และคาดว่าจะมีกว่า 25,000 เครื่องสแกนเนอร์ในการใช้งานทั่วโลก[3]. MRI มีผลกระทบต่อการวินิจฉัยและการรักษาในหลายงานเชี่ยวชาญพิเศษถึงแม้ว่าผลกระทบต่อผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้นเป็นสิ่งไม่แน่นอน[4]. เนื่องจาก MRI ไม่ใช้รังสีใดๆ, มีการแนะนำให้ใช้มันมากกว่าการใช้การถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์ เมื่อได้ผลลัพธ์เป็นข้อมูลอย่างเดียวกัน[5]. MRI โดยทั่วไปเป็นเทคนิคที่ปลอดภัยแต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายครั้งที่ก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ป่วย[6]. ข้อห้ามในการใช้ MRI จะมีเช่นการปลูกถ่ายประสาทหูเทียมและเครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจส่วนใหญ่, เศษกระสุนและสิ่งแปลกปลอมในร่างกายที่เป็นโลหะ, และการผ่าตัดปลูกถ่ายอุปกรณ์ ferromagnetic บางอย่าง. ความปลอดภัยของ MRI ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ก็ไม่แน่ใจ แต่มันอาจเป็นทางเลือก[7]. การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในความต้องการ MRI...
None
tha_Thai
train
en_heres_what_I_found
khalidalt/tydiqa-primary
thai