text stringlengths 100 541k | source stringclasses 62 values |
|---|---|
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย เรื่อง ตลาด พ.ศ. 2559
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย
เรื่อง ตลาด
พ.ศ. ๒๕๕๙
โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย
ว่าด้วยตลาด
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕
มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๕ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
องค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย โดยความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อยและนายอำเภอบางเสาธง
จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ
๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย เรื่อง ตลาด พ.ศ. ๒๕๕๙
ข้อ
๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อยตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ
๓ ให้ยกเลิกข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย
เรื่อง ตลาด พ.ศ. ๒๕๔๐
ข้อ
๔ บรรดาข้อบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ
ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน
ข้อ
๕ ในข้อบัญญัตินี้
อาหารสด หมายความว่า อาหารประเภทสัตว์ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และของอื่น ๆ
ที่มีสภาพเป็นของสด
อาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละ หมายความว่า อาหารสดประเภทเนื้อสัตว์
หรือเนื้อสัตว์ที่มีการชำแหละ ณ แผงจำหน่ายสินค้า
อาหารประเภทปรุงสำเร็จ หมายความว่า อาหารที่ได้ผ่านการทำ ประกอบ
หรือปรุงสำเร็จพร้อมที่จะรับประทานได้ รวมทั้งของหวานและเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ
สุขาภิบาลอาหาร หมายความว่า การจัดการและควบคุมปัจจัยต่าง ๆ
เพื่อให้อาหารสะอาดปลอดภัยจากเชื้อโรค และสารเคมีที่เป็นพิษซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค
เช่น อาหาร ผู้สัมผัสอาหาร สถานที่ทำ ประกอบ ปรุง และจำหน่ายอาหาร ภาชนะ อุปกรณ์
สัตว์ และแมลงที่เป็นพาหะนำโรค
การล้างตลาดตามหลักสุขาภิบาล หมายความว่า การทำความสะอาดตัวอาคาร แผงจำหน่ายสินค้าในตลาด
พื้น ผนัง เพดาน ทางระบายน้ำ ตะแกรงดักมูลฝอย บ่อดักไขมัน บ่อพักน้ำเสีย
ที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอย ห้องส้วม ที่ปัสสาวะ อ่างล้างมือ
และบริเวณตลาดให้สะอาด ไม่มีสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย หยากไย่ ฝุ่นละอองและคราบสกปรก
รวมทั้งให้มีการฆ่าเชื้อ ทั้งนี้ สารเคมีที่ใช้ต้องไม่มีผลกระทบต่อระบบบำบัดน้ำเสียของตลาด
มูลฝอย หมายความว่า เศษกระดาษ เศษผ้า เศษอาหาร เศษสินค้า เศษวัตถุ
ถุงพลาสติก ภาชนะที่ใส่อาหาร เถ้า มูลสัตว์หรือซากสัตว์
รวมตลอดถึงสิ่งอื่นใดที่เก็บกวาดจากถนนตลาด ที่เลี้ยงสัตว์ หรือที่อื่น
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย
เจ้าพนักงานสาธารณสุข หมายความว่า
เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
๒๕๓๕ ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย
ข้อ
๖ ห้ามผู้ใดจัดตั้งตลาด
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลง
ขยายหรือลดสถานที่หรือบริเวณที่ใช้เป็นตลาดภายหลังจากที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกใบอนุญาตให้จัดตลาดแล้วจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นด้วย
ความในข้อนี้ไม่ได้ใช้บังคับแก่กระทรวง
ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรของรัฐที่ได้จัดตั้งตลาดขึ้นตามอำนาจหน้าที่
แต่ในการดำเนินกิจการตลาดจะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้รับใบอนุญาตตามบทบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเป็นหนังสือให้ผู้จัดตั้งตลาดตามวรรคนี้ปฏิบัติเป็นการเฉพาะรายก็ได้
ข้อ
๗ ตลาด แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้
(๑)
ตลาดประเภทที่ ๑ ได้แก่ ตลาดที่มีโครงสร้างอาคาร และมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๙
- ข้อ ๑๔
(๒)
ตลาดประเภทที่ ๒ ได้แก่ ตลาดที่ไม่มีโครงสร้างอาคาร และมีลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อ
๑๕ ข้อ ๒๓
ข้อ
๘ ที่ตั้งของตลาดต้องอยู่ห่างไม่น้อยกว่า
๑๐๐ เมตร จากแหล่งที่ก่อให้เกิดมลพิษ ของเสีย โรงเลี้ยงสัตว์ แหล่งโสโครก
ที่กำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย อันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย
เว้นแต่จะมีวิธีการป้องกันซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ให้ความเห็นชอบแล้ว
ข้อ
๙ ตลาดประเภทที่ ๑ ต้องมีส่วนประกอบของสถานที่และสิ่งปลูกสร้าง
คือ อาคาร สิ่งปลูกสร้างสำหรับผู้ขายของ ที่ขนถ่ายสินค้า ห้องส้วม ที่ปัสสาวะ
อ่างล้างมือ ที่เก็บรวบรวม หรือที่รองรับมูลฝอย
และที่จอดยานพาหนะตามที่กำหนดไว้ในส่วนนี้
ข้อ
๑๐ อาคารสิ่งปลูกสร้างสำหรับผู้ขายของต้องมีและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และสุขลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑)
ถนนรอบอาคารตลาดกว้างไม่น้อยกว่า ๔ เมตร
และมีทางเข้าออกบริเวณตลาดกว้างไม่น้อยกว่า ๔ เมตร อย่างน้อยหนึ่งทาง
(๒)
ตัวอาคารตลาดทำด้วยวัสดุถาวร มั่นคง และแข็งแรง
(๓) หลังคาสร้างด้วยวัสดุทนไฟ และแข็งแรงทนทาน ความสูงของหลังคาต้องมีความเหมาะสมกับการระบายอากาศของตลาดนั้น
ๆ
(๔) พื้นทำด้วยวัสดุถาวร แข็งแรง ไม่ดูดซึมน้ำ เรียบ
ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่มีน้ำขังและไม่ลื่น
(๕)
ทางเดินภายในอาคารมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๒ เมตร
(๖)
เครื่องกั้นหรือสิ่งกีดขวางทำด้วยวัสดุถาวร และแข็งแรง สามารถป้องกันสัตว์ เช่น
สุนัข มิให้เข้าไปในตลาด
(๗)
การระบายอากาศภายในตลาดเพียงพอเหมาะสม และไม่มีกลิ่นเหม็นอับ
(๘)
ความเข้มของแสงสว่างในอาคารตลาดไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ลักซ์
(๙) แผงจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารทำด้วยวัสดุถาวร เรียบ มีความลาดเอียง
และทำความสะอาดง่าย มีความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร
มีพื้นที่แผงไม่น้อยกว่า ๑.๕ ตารางเมตรและมีทางเข้าออกสะดวก
โดยมีที่นั่งสำหรับผู้ขายของแยกต่างหากจากแผง
(๑๐)
น้ำประปาหรือน้ำสะอาดแบบระบบท่ออย่างเพียงพอสำหรับล้างสินค้าหรือล้างมือ ทั้งนี้ ต้องวางท่อในลักษณะที่ปลอดภัย
ไม่เกิดการปนเปื้อนจากน้ำโสโครก ไม่ติดหรือทับกับท่อระบาย น้ำเสีย
หรือสิ่งปฏิกูลโดย
(ก) มีที่ล้างอาหารสดอย่างน้อย ๑ จุด
และในแต่ละจุดจะต้องมีก๊อกน้ำไม่น้อยกว่า ๓ ก๊อก
กรณีที่มีแผงจำหน่ายอาหารสดตั้งแต่ ๓๐ แผงขึ้นไป ต้องจัดให้มีที่ล้างอาหารสด ๑
จุดต่อจำนวนแผงจำหน่ายอาหารสดทุก ๓๐ แผง เศษของ ๓๐ แผง ถ้าเกิน ๑๕ แผง ให้ถือเป็น
๓๐ แผง
(ข) มีก๊อกน้ำประจำแผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละ
และแผงจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จ
(ค) มีที่เก็บสำรองน้ำในปริมาณเพียงพอและสะดวกต่อการใช้ กรณีที่มีแผงจำหน่ายอาหารสดตั้งแต่
๕๐ แผงขึ้นไป ต้องจัดให้มีน้ำสำรองอย่างน้อย ๕ ลูกบาศก์เมตร
ต่อจำนวนแผงจำหน่ายอาหารสดทุก ๑๐๐ แผง เศษของ ๑๐๐ แผง ถ้าเกิน ๕๐ แผง ให้ถือเป็น
๑๐๐ แผง
(๑๑) ระบบบำบัดน้ำเสียหรือน้ำทิ้ง
และทางระบายน้ำตากฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ทั้งนี้
ให้มีตะแกรงดักมูลฝอยและบ่อดักไขมันด้วย
(๑๒) การติดตั้งระบบการป้องกันอัคคีภัยตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
ความใน (๑) และ (๕) มิให้ใช้บังคับกับตลาดที่จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับ และมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ซึ่งไม่อาจจัดให้มีถนนรอบอาคารตลาด
ทางเข้าออกบริเวณตลาด และทางเดินภายในอาคารตามที่กำหนดไว้
ข้อ
๑๑ ต้องจัดให้มีที่ขนถ่ายสินค้าตั้งอยู่ในบริเวณหนึ่งบริเวณใดโดยเฉพาะ
มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการขนถ่ายสินค้าในแต่ละวัน และสะดวกต่อการขนถ่ายสินค้าและการรักษาความสะอาด
ข้อ
๑๒ ต้องจัดให้มีห้องส้วม ที่ปัสสาวะ
และอ่างล้างมือตามแบบและจำนวนที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
และตั้งอยู่ในที่เหมาะสมนอกตัวอาคารตลาด หรือในกรณีที่อยู่
ในอาคารตลาดต้องแยกเป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ มีผนังกั้นโดยไม่ให้มีประตูเปิดสู่บริเวณจำหน่ายอาหารโดยตรง
ข้อ
๑๓ ต้องจัดให้มีที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอย
ตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
ตั้งอยู่นอกตัวอาคารตลาดและอยู่ในพื้นที่ที่รถเก็บขนมูลฝอยเข้าออกได้สะดวก
มีการปกปิดและป้องกันไม่ให้สัตว์เข้าไปคุ้ยเขี่ย
ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของ เจ้าพนักงานสาธารณสุขเห็นชอบว่าเหมาะสมกับตลาดนั้น
ข้อ
๑๔ ต้องจัดให้มีที่จอดยานพาหนะอย่างเหมาะสมตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ
๑๕ ตลาดประเภทที่ ๒
ต้องจัดให้มีสถานที่สำหรับผู้ขายของ ห้องส้วม ที่ถ่ายปัสสาวะ อ่างล้างมือ
และที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอยตามที่กำหนดในส่วนนี้
ข้อ
๑๖ สถานที่สำหรับผู้ขายของต้องมีและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และสุขลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑) ทางเดินภายในตลาดมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๒ เมตร
(๒) บริเวณสำหรับผู้ขายของประเภทอาหารสด
ต้องจัดให้เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะโดยมีลักษณะเป็นพื้นที่เรียบ แข็งแรง
ไม่ลื่น สามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย และไม่มีน้ำขัง เช่น พื้นคอนกรีต
พื้นที่ปูด้วยคอนกรีตสำเร็จ หรือพื้นลาดด้วยยางแอสฟัลต์
(๓) แผงจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารทำด้วยวัสดุแข็งแรงที่มีผิวเรียบ
ทำความสะอาดง่าย มีความสูงจากพื้นไม่น้อยว่า ๖๐ เซนติเมตร และอาจเป็นแบบพับเก็บได้
(๔) น้ำประปาหรือน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ
และจัดให้มีที่ล้างทำความสะอาดอาหารและภาชนะในบริเวณแผงจำหน่ายอาหารสด
แผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละ และแผงจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จ
(๕) ทางระบายน้ำจากจุดที่มีที่ล้าง
โดยเป็นรางแบบเปิด ทำด้วยวัสดุที่มีผิวเรียบ มีความลาดเอียงให้สามารถระบายน้ำได้สะดวก
มีตะแกรงดังมูลฝอยก่อนระบายน้ำออกสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ
หรือแหล่งน้ำสาธารณะ และไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนข้างเคียง ในกรณีจำเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
อาจกำหนดให้จัดให้มีบ่อดักไขมันหรือบ่อพักน้ำเสีย
ก่อนระบายน้ำออกสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำสาธารณะก็ได้
(๖) กรณีที่มีโครงสร้างเฉพาะเสาและหลังคา โครงเหล็ก เต็นท์ ร่ม
หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันต้องอยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง
ข้อ
๑๗ ต้องจัดให้มีห้องส้วม ที่ถ่ายปัสสาวะ
และอ่างล้างมือ ตามจำนวนและหลักเกณฑ์ด้านสุขลักษณะที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
โดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข และตั้งอยู่ในที่เหมาะสมนอกสถานที่ขายของ
เว้นแต่จะจัดให้มีส้วมเคลื่อนที่ ส้วมสาธารณะ ส้วมเอกชน หรือส้วมของหน่วยงานราชการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ทั้งนี้ ให้มีระยะห่างจากตลาดไม่เกิน
๕๐ เมตร
ข้อ
๑๘ ต้องจัดให้มีที่เก็บรวบรวมหรือที่พักรองรับมูลฝอยอย่างเพียงพอที่จะรองรับปริมาณมูลฝอยในแต่ละวัน
และมีลักษณะเหมาะสมตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
โดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ข้อ
๑๙ เมื่อผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดประเภทที่
๒ ได้ดำเนินกิจการต่อเนื่องกัน เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว
ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่าตลาดประเภทที่ ๒ นั้นมีศักยภาพที่จะพัฒนา
เป็นตลาดประเภทที่ ๑ ได้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้รับใบอนุญาตร่วมกันพิจารณากำหนดแผนการพัฒนาปรับปรุงตลาดประเภทที่
๒ ให้เป็นตลาดประเภทที่ ๑ ตามกฎกระทรวง
ตามระยะเวลาและขั้นตอนที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ
๒๐ การจัดวางสินค้าในตลาดแต่ละประเภทต้องจัดให้เป็นหมวดหมู่และไม่ปะปนกัน
เพื่อสะดวกในการดูแลความสะอาด และป้องกันการปนเปื้อนในอาหาร
ข้อ
๒๑ การเปิดและปิดตลาดให้เป็นไปตามเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดประเภทที่
๑ ต้องรับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับการบำรุงรักษาตลาดและการรักษาความสะอาด
และความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในตลาด ให้ถูกสุขลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑)
บำรุงรักษาโครงสร้างต่าง ๆ ของตลาด ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตลอดเวลา เช่น
ตัวอาคาร พื้น ฝ้าเพดาน แผงจำหน่ายสินค้า ระบบบำบัดน้ำเสียหรือน้ำทิ้ง
และทางระบายน้ำ อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สายไฟ หลอดไฟ พัดลม ก๊อกน้ำ ท่อน้ำประปา และสาธารณูปโภคอื่น
ๆ
(๒)
จัดให้มีการเก็บกวาดมูลฝอยบริเวณตลาด และดูแลความสะอาดของตะแกรงดักมูลฝอย บ่อดักไขมัน ระบบบำบัดน้ำเสียหรือน้ำทิ้ง
และทางระบายน้ำ มิให้มีกลิ่นเหม็นเป็นประจำทุกวัน
และดูแลที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอยให้ถูกสุขลักษณะเสมอ
(๓)
จัดให้มีการเก็บกวาดมูลฝอยบริเวณตลาด และดูแลความสะอาดของตะแกรงดักมูลฝอย บ่อดักไขมัน ระบบบำบัดน้ำเสียหรือน้ำทิ้ง
และทางระบายน้ำ มิให้มีกลิ่นเหม็นเป็นประจำทุกวัน
และดูแลที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอยให้ถูกสุขลักษณะเสมอ
(๔)
จัดให้มีการล้างทำความสะอาดตลาดเป็นประจำทุกวัน
โดยเฉพาะแผงจำหน่ายอาหารสดและแผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละ
และมีการล้างตลาดตามหลักการสุขาภิบาลอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
ในกรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อ
เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขอาจแจ้งให้มีการล้างตลาดตามหลักการสุขาภิบาลมากกว่าเดือนละหนึ่งครั้งก็ได้
(๕)
จัดให้มีการกำจัดสัตว์หรือแมลงที่เป็นพาหะนำโรคภายในบริเวณตลาดอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
(๖)
ดูแลแผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละมิให้ปล่อยน้ำหรือของเหลว
ไหลจากแผงลงสู่พื้นตลาด และจัดให้มีทางระบายน้ำหรือของเหลวลงสู่ทางระบายน้ำหลักของตลาด
ข้อ ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดประเภทที่
๒ ต้องรับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับการบำรุงรักษาตลาดและการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในตลาดให้ถูกสุขลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑) จัดให้มีการเก็บกวาดมูลฝอยบริเวณตลาด
และดูแลความสะอาดของตะแกรงดักมูลฝอย รวมทั้งกรณีที่มีบ่อดักไขมัน บ่อพักน้ำเสีย
และทางระบายน้ำ
มิให้มีกลิ่นเหม็นเป็นประจำทุกวันและดูแลที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอยให้ถูกสุขลักษณะเสมอ
(๒) จัดให้มีการเก็บกวาดมูลฝอยบริเวณตลาด
และดูแลความสะอาดของตะแกรงดักมูลฝอย บ่อดักไขมัน ระบบบำบัดน้ำเสียหรือน้ำทิ้ง
และทางระบายน้ำ มิให้มีกลิ่นเหม็นเป็นประจำทุกวันและดูแลที่เก็บรวบรวมหรือที่รองรับมูลฝอยให้ถูกสุขลักษณะเสมอ
(๓) จัดให้มีการล้างทำความสะอาดตลาดเป็นประจำทุกวัน
โดยเฉพาะแผงจำหน่ายอาหารสดและแผงจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชำแหละ ในกรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อให้ดำเนินการล้างตลาดตามหลักการสุขาภิบาล
ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขแจ้งให้ปฏิบัติ
(๔) จัดให้มีการป้องกันไม่ให้น้ำหรือของเหลวไหลจากแผงจำหน่ายอาหารประเภท
เนื้อสัตว์ชำแหละลงสู่พื้นตลาด
ข้อ
๒๔ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันเหตุรำคาญ
มลพิษที่เป็นอันตราย หรือการระบาดของโรคติดต่อ
ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตลาดประเภทที่ ๑ หรือตลาดประเภทที่ ๒ ต้องไม่กระทำการและต้องควบคุมดูแลมิให้กระทำการ
ดังต่อไปนี้
(๑) จำหน่ายอาหารที่ไม่สะอาดหรือไม่ปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยอาหารในตลาด
(๒) นำสัตว์ทุกชนิดเข้าไปในตลาด
เว้นแต่สัตว์ที่นำไปขังไว้ในที่ขังสัตว์เพื่อจำหน่าย
(๓) ฆ่าหรือชำแหละสัตว์ใหญ่ เช่น โค กระบือ แพะ แกะ หรือสุกร ในตลาด
รวมทั้งฆ่าหรือชำแหละสัตว์ปีกในกรณีที่เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อมาจากสัตว์ในเขตท้องที่นั้น
(๔) สะสมหรือหมักหมมสิ่งหนึ่งสิ่งใดในตลาด จนทำให้สถานที่สกปรก รกรุงรัง
เป็นเหตุรำคาญ เกิดมลพิษที่เป็นอันตราย หรือเป็นที่เพาะพันธุ์สัตว์หรือแมลงที่เป็นพาหะนำโรค
(๕) ถ่ายเทหรือทิ้งมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลในที่อื่นใด
นอกจากที่ซึ่งจัดไว้สำหรับรับรอง มูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๖) ทำให้น้ำใช้ในตลาดเกิดความสกปรกจนเป็นเหตุให้เป็นหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
(๗) ก่อหรือจุดไฟไว้ในลักษณะซึ่งอาจเป็นที่เดือดร้อนหรือเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น
(๘) ใช้ตลาดเป็นที่พักอาศัย หรือเป็นที่พักค้างคืน
(๙) กระทำการอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดเหตุรำคาญ มลพิษที่เป็นอันตราย
หรือการระบาดของโรคติดต่อ เช่น เสียงดัง แสงกระพริบ ความสั่นสะเทือน
หรือมีกลิ่นเหม็น
ข้อ
๒๕ ผู้ขายของและผู้ช่วยขายของในตลาด
ต้องปฏิบัติและให้ความร่วมมือกับผู้รับใบอนุญาต ให้จัดตั้งตลาด
เจ้าพนักงานท้องถิ่น และเจ้าพนักงานสาธารณสุขในเรื่อง ดังต่อไปนี้
(๑) การจัดระเบียบและกฎเกณฑ์ในการรักษาความสะอาดของตลาด
(๒) การจัดหมวดหมู่สินค้า
(๓) การดูแลรักษาความสะอาดแผงจำหน่ายสินค้าของตน
(๔) การรวบรวมมูลฝอยลงในภาชนะรองรับที่เหมาะสม
(๕) การล้างตลาด
(๖) การเข้ารับการฝึกอบรมด้านสุขาภิบาลอาหารและอื่น ๆ
ตามหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
(๗) การตรวจสุขภาพตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ข้อ
๒๖ ผู้ขายของและผู้ช่วยขายของในตลาดต้องปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้าและแผงจำหน่ายสินค้า
ดังต่อไปนี้
(๑) ให้วางสินค้าบนแผงจำหน่ายสินค้าหรือขอบเขตที่กำหนด
โดยห้ามวางสินค้าล้ำแผงจำหน่ายหรือขอบเขตที่กำหนด
และห้ามวางสินค้าสูงจนอาจเกิดอันตรายหรือส่งผลกระทบต่อระบบระบายอากาศและแสงสว่าง ทั้งนี้ ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
(๒) ห้ามวางสินค้าประเภทวัตถุอันตรายปะปนกับสินค้าประเภทอาหาร
(๓) ให้วางสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม
และภาชนะอุปกรณ์ในขอบเขตที่กำหนดโดยสูงจากพื้นตลาดไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร
(๔) ห้ามเก็บสินค้าประเภทอาหารไว้ใต้แผงจำหน่ายสินค้า
เว้นแต่อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร
หรืออาหารที่มีการป้องกันการเน่าเสียและปกปิดมิดชิด ทั้งนี้
ต้องมีการรักษาความสะอาดและป้องกันสัตว์หรือแมลงที่เป็นพาหะนำโรค
(๕)
ไม่ใช้แสงหรือวัสดุอื่นใดที่ทำให้ผู้บริโภคมองเห็นอาหารต่างไปจากสภาพที่เป็นจริง
(๖) ห้ามต่อเติมแผงจำหน่ายสินค้า
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ข้อ
๒๗ ผู้ขายของและผู้ช่วยขายของในตลาดต้องมีสุขอนามัยส่วนบุคคล
ดังต่อไปนี้
(๑) มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
หรือไม่เป็นพาหะนำโรคติดต่อกัน เช่น อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อย บิด ไข้สุกใส หัด
คางทูม วัณโรคในระยะอันตราย
โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ
ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อมาจากสัตว์
และโรคตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
(๒) ในระหว่างการขายสินค้าต้องแต่งกายสุภาพ สะอาด เรียบร้อย
หรือตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
(๓) ในระหว่างขายสินค้าประเภทอาหารต้องปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น
ไม่ไอหรือจามรดอาหาร ไม่ใช้มือหยิบจับอาหารที่พร้อมรับประทานโดยตรง
ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบหรือจับอาหาร ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มสุรา ทั้งนี้ ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ข้อ
๒๘ ผู้ขายของและผู้ช่วยขายของในตลาดต้องปฏิบัติให้ถูกสุขลักษณะในการจำหน่าย
ทำ ประกอบ ปรุง เก็บ หรือสะสมอาหาร และการรักษาความสะอาดของภาชนะ น้ำใช้
และของใช้ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) อาหารที่ขายต้องสะอาด และปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
ว่าด้วยอาหาร
(๒) อาหารสดเฉพาะสัตว์ เนื้อสัตว์ และอาหารทะเล
ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิไม่เกิน ๕ องศาเซลเซียส
ในตู้เย็นหรือแช่น้ำแข็งตลอดระยะเวลาการเก็บ
(๓) การจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จต้องใช้เครื่องใช้ ภาชนะที่สะอาด และต้องมีอุปกรณ์ปกปิดอาหารเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
และรักษาอุปกรณ์ปกปิดอาหารนั้นให้สะอาดและใช้การได้ดีอยู่เสมอ
(๔) ในกรณีที่เป็นแผงจำหน่ายอาหารซึ่งมีการทำ ประกอบ และปรุงอาหาร
ต้องจัดสถานที่ไว้เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะเพื่อการนั้น
และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการสุขาภิบาลอาหาร
(๕) เครื่องมือ เครื่องใช้ และภาชนะอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น เขียง
เครื่องขูดมะพร้าว จาน ชาม ช้อนและส้อม ตะเกียบ และแก้วน้ำ ต้องสะอาดและปลอดภัย
มีการล้างทำความสะอาด และจัดเก็บที่ถูกต้อง
ข้อ
๒๙ ผู้ประสงค์จะจัดตั้งตลาดจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้พร้อมกับเอกสารและหลักฐาน
ดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/ข้าราชการ
(๒) สำเนาทะเบียนบ้าน
(๓) สำเนาใบอนุญาตตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๔) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนนิติบุคคล
(ในกรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล)
(๕) อื่น ๆ ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อยประกาศกำหนด
ข้อ
๓๐ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต
หรือคำขอต่อใบอนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขอ
ถ้าปรากฏว่าคำขอดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมความไม่ถูกต้อง หรือความไม่สมบูรณ์นั้นทั้งหมด
และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราวเดียวกัน
และในกรณีจำเป็นที่จะต้องส่งคืนคำขอแก่ผู้ขออนุญาตก็ให้ส่งคืนคำขอพร้อมทั้งแจ้ง
ความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับคำขอ
เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบอนุญาตหรือหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องหรือครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อบัญญัตินี้
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง
ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้งให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลา
ตามวรรคสองหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น แล้วแต่กรณี
ข้อ
๓๑ ผู้ได้รับอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
หากไม่มารับภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ถือว่าสละสิทธิ์
ข้อ
๓๒ บรรดาใบอนุญาตที่ออกให้ตามข้อบัญญัตินี้ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตและให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อยเท่านั้น
การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปจนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต
การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามข้อ ๒๙ และข้อ ๓๐ โดยอนุโลม
ข้อ
๓๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้ในวันที่มารับใบอนุญาต
สำหรับกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตครั้งแรกหรือก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุสำหรับกรณีที่เป็นการต่ออายุใบอนุญาตตลอดเวลาที่ยังดำเนินกิจการนั้น
ถ้ามิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด
ให้ชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ
เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะได้ขอยกเลิกการดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง
ค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันสองครั้ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดการดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน
ข้อ
๓๔ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามข้อบัญญัตินี้ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย
ข้อ
๓๕ ผู้ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้
ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ
สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ
ข้อ
๓๖ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย
หรือชำรุดในสาระสำคัญ
ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุดตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้
การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีใบอนุญาตสูญหาย
ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำสำเนาบันทึกการแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตสูญหายมาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย
(๒) ในกรณีใบอนุญาตถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ
ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำใบอนุญาตเดิมเท่าที่เหลืออยู่มาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย
ข้อ
๓๗ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
หรือข้อบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้
เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวัน
ข้อ
๓๘ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนในอนุญาตเมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต
(๑) ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตสองครั้งและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(๒) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
(๓)
ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
๒๕๓๕ หรือกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
หรือข้อบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไข ที่ระบุในใบอนุญาตในเรื่องกำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้
และการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ
ประชาชน หรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของประชาชน
ข้อ
๓๙ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ไม่พบผู้รับใบอนุญาต
หรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับทราบคำสั่งดังกล่าวให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ตอบรับ
หรือให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ
ภูมิลำเนาหรือสำนักการงานของผู้ได้รับใบอนุญาต
และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนั้นได้รับทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่เวลาที่คำสั่งไปถึงหรือวันปิดคำสั่ง
แล้วแต่กรณี
ข้อ
๔๐ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ
๔๑ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ
๔๒ ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย
เรื่อง ตลาด พ.ศ. ๒๕๔๐ อยู่ก่อนข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้
ให้ประกอบกิจการนั้นต่อไป
จนกว่าใบอนุญาตนั้นสิ้นอายุและให้มาดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้ก่อนใบอนุญาตฉบับเดิมสิ้นอายุ
ข้อ
๔๓ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อยเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ
ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
พยนต์ เอี่ยมสะอาด
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจระเข้น้อย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจระเข้น้อย เรื่อง
ตลาด พ.ศ. ๒๕๕๙
๒.
แบบคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งตลาด (แบบ ตล. ๑)
๓.
ใบอนุญาตประกอบกิจการตลาด (แบบ ตล. ๒)
๔.
คำขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งตลาด (แบบ ตล. ๓)
๕.
คำขออนุญาตการต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งตลาด (แบบ ตล. ๔)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
พิมพ์มาดา/จัดทำ
๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๔๕ ง/หน้า ๘๘/๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๑ | thailaw-v1.0 |
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลา เกินกว่าที่ได้กำหนด หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น
เรื่อง
ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลา
เกินกว่าที่ได้กำหนด
หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบน
ทางหลวงท้องถิ่น ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น
โดยอนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ
๑ ประกาศนี้ เรียกว่า
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก
น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด
หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางหลวงท้องถิ่น
ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง
ข้อ
๒[๑] ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ
๓ ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นฉบับนี้ไม่ใช้บังคับบนสะพานหรือถนนที่ติดตั้งป้ายบังคับ
จำกัดน้ำหนัก กำหนดไว้โดยเฉพาะเป็นอย่างอื่น
ข้อ
๔ ให้ยกเลิกบรรดา กฎ ประกาศ
และคำสั่งอื่นในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในประกาศฉบับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศฉบับนี้
และให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน
ข้อ
๕ ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก
น้ำหนักบรรทุก
หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนดหรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางหลวงท้องถิ่น
ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง ตามข้อกำหนดดังนี้
หมวด ๑
ข้อกำหนดน้ำหนัก
น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาของยานพาหนะ
ที่ใช้เดินบนทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง
ส่วนที่ ๑
ยานพาหนะชนิดรถเดี่ยว (SINGLE UNIT)
ข้อ
๖ ยานพาหนะที่มี ๒ เพลา ๔ ล้อ ยาง ๔
เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ใช้ยางเดี่ยว ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๒)
ไม่เกิน ๗,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๙,๕๐๐ กิโลกรัม
ข้อ ๗
ยานพาหนะที่มี ๒ เพลา ๔ ล้อ ยาง ๖ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ใช้ยางคู่
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย
(เพลาที่ ๒) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๘ ยานพาหนะที่มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๖
เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางเดี่ยว
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้าย
(เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) ไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่
๓) ไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๑๘,๐๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๙ ยานพาหนะที่มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๘
เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓)
เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) เพลาคู่ท้ายเพลาใดเพลาหนึ่งใช้ยางเดี่ยวอีกเพลาหนึ่งใช้ยางคู่
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร
ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๖,๕๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๖,๕๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๑,๕๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๑๐ ยานพาหนะที่มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง
๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๕,๐๐๐
กิโลกรัม
ข้อ
๑๑ ยานพาหนะที่มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๘
เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว
และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓) ใช้ยางคู่
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย
(เพลาที่ ๓) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๓) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๑,๐๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๑๒ ยานพาหนะที่มี ๔ เพลา ๘ ล้อ ยาง ๘
เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยว และเพลาท้าย (เพลาที่
๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางเดี่ยว
ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๓,๐๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๑๓ ยานพาหนะที่มี ๔ เพลา ๘ ล้อ ยาง
๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว
และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๓๐,๐๐๐
กิโลกรัม
ส่วนที่ ๒
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง
(SEMI - TRAILER)
ข้อ
๑๔
ตัวรถลากจูงเมื่อประกอบกับตัวรถกึ่งพ่วง (SEMI - TRAILER) แล้วต้องมีน้ำหนักลงเพลาหรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้
สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภทในข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ และข้อ
๑๓
ตัวรถกึ่งพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาดังนี้
(๑) ชนิดเพลาเดี่ยวใช้ยางเดี่ยว น้ำหนักลงเพลาไม่เกิน ๗,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ชนิดเพลาเดี่ยวใช้ยางคู่ น้ำหนักลงเพลาไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
(๓) ชนิดเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางเดี่ยว
น้ำหนักลงเพลารวมไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
(๔) ชนิดเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
น้ำหนักลงเพลารวมไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ กิโลกรัม
(๕) ชนิดสามเพลา (TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่
น้ำหนักลงเพลารวมไม่เกิน ๒๕,๕๐๐ กิโลกรัม
และระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN)
กับศูนย์กลางของเพลาที่ ๑ ของตัวรถกึ่งพ่วงต้องไม่น้อยกว่า ๘ เมตร
ข้อ
๑๕
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง (SEMI - TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒
และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
และตัวรถกึ่งพ่วงเป็นชนิดสามเพลา (TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ตัวรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกดังนี้
(๑) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๔.๕ เมตรขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๖ เมตร
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔๕,๐๐๐
กิโลกรัม
(๒) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๖ เมตรขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๗ เมตร
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔๗,๐๐๐
กิโลกรัม
(๓) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๗ เมตรขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๘ เมตร
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔๙,๐๐๐
กิโลกรัม
(๔) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๘ เมตรขึ้นไป
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐
กิโลกรัม
ข้อ
๑๖ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง
(SEMI - TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๔ เพลา ๘ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า
(เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว และเพลาท้าย (เพลาที่
๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ตัวรถกึ่งพ่วง เป็นชนิดสามเพลา (TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ตัวรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงต้องมีน้ำหนักยานพาหนะ
รวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐ กิโลกรัม
ส่วนที่ ๓
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง
(FULL TRAILER)
ข้อ
๑๗
ตัวรถลากจูงต้องมีน้ำหนักลงเพลาหรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้
สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภทในข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ และข้อ
๑๓
ตัวรถพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาดังนี้
(๑) ชนิดเพลาหน้าและเพลาท้ายเป็นเพลาเดี่ยวใช้ยางเดี่ยว
น้ำหนักลงเพลาไม่เกินเพลาละ ๗,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒)
ชนิดเพลาหน้าและเพลาท้ายเป็นเพลาเดี่ยวใช้ยางคู่ น้ำหนักลงเพลาไม่เกินเพลาละ ๑๑,๐๐๐
กิโลกรัม และระยะห่างระหว่างศูนย์กลางเพลาหน้ากับศูนย์กลางเพลาหลัง
ต้องไม่น้อยกว่า ๔.๓๐ เมตร
ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่ง
และวรรคสอง (๒) ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐
กิโลกรัม
ข้อ
๑๘ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง (FULL TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒
และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ และตัวรถพ่วงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า
ใช้ยางคู่ เพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
ตัวรถลากจูงต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๕,๐๐๐
กิโลกรัม ตัวรถพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาหน้าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๘,๐๐๐ กิโลกรัม
ตัวรถพ่วงเมื่อนำมาต่อพ่วงกับตัวรถลากจูงต้องมีระยะห่างระหว่างกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถลากจูง
ถึงกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถพ่วงไม่น้อยกว่า ๙.๗๕ เมตร
ตัวรถลากจูง
และตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่งต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๑๙ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง (FULL TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๔ เพลา ๘ ล้อ
ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว
และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓ และเพลาที่ ๔)
เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ และตัวรถพ่วงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้าใช้ยางคู่ เพลาท้าย (เพลาที่ ๒
และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ตัวรถลากจูงต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ กิโลกรัม ตัวรถพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาหน้าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๘,๐๐๐
กิโลกรัม
ตัวรถพ่วงเมื่อนำมาต่อพ่วงกับตัวรถลากจูงต้องมีระยะห่างระหว่างกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถลากจูงถึงกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถพ่วงไม่น้อยกว่า
๙.๗๕ เมตร
ตัวรถลากจูง
และตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่งต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐
กิโลกรัม
ให้ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่ง
เมื่อเดินบนสะพานต้องเว้นระยะห่างจากรถพ่วง (FULL TRAILER) ที่เดินรถอยู่ข้างหน้าไม่น้อยกว่า
๒๐๐ เมตร
ข้อ ๒๐
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและตัวรถพ่วง (FULL TRAILER) ต้องประกอบด้วยรถลากจูง ๑ คัน และตัวรถพ่วง ๑ คันเท่านั้น
จะพ่วงยานพาหนะอื่นใดอีกไม่ได้
หมวด ๒
ข้อกำหนดอื่น
ข้อ
๒๑
ห้ามมิให้ยานพาหนะดังต่อไปนี้เดินบนทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง
(๑) ยานพาหนะที่มีลักษณะของเพลา หรือล้อ หรือยาง
แตกต่างจากที่ได้กำหนดไว้ในหมวด ๑
(๒) ยานพาหนะที่ขนส่งสิ่งของจำนวนหนึ่งหน่วยต่อเที่ยว
ซึ่งโดยสภาพของสิ่งนั้นไม่อาจแยกจากกันได้
เว้นแต่จะทำลายหรือทำให้เปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพ เช่น เครื่องจักรหนัก
ชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีต หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่
โดยเป็นการขนส่งเฉพาะกาลและยานพาหนะนั้นมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก
หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด ๑
(๓) ยานพาหนะที่ติดตั้ง เครื่องจักร เครื่องกล
และมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด
๑
(๔) ยานพาหนะที่โดยสภาพมีลักษณะเป็นเครื่องจักร เครื่องกล เช่น รถขุด รถตัก
และมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด
๑
(๕)
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงที่ประกอบด้วยรถกึ่งพ่วงมากกว่า ๑ คันขึ้นไป
ทั้งนี้
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง
ในการอนุญาตผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง
มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขและมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาทางหลวง
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙
วิทยา เทพอยู่
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง
ในฐานะผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบ
ขององค์การบริหารส่วนตำบลยางหย่อง
ปริยานุช/จัดทำ
๒๖ กรกฎาคม
๒๕๕๙
วริญา/ตรวจ
๒๖ กรกฎาคม
๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๕๕ ง/หน้า ๓๓๕/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ | thailaw-v1.0 |
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ. 2559
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน
เรื่อง
สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร
พ.ศ. ๒๕๕๙
โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน
ว่าด้วยสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา
๕๘ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๕ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกินโดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกินและนายอำเภอแกลง
จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ
๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน เรื่อง
สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ. ๒๕๕๙
ข้อ
๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ
๓ ให้ยกเลิกข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน
เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ. ๒๕๕๒
และให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน
บรรดาข้อบัญญัติ
ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้
ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน
ข้อ
๔ ในข้อบัญญัตินี้
อาหาร หมายความว่า ของกินหรือเครื่องค้ำจุนชีวิต ได้แก่
(๑) วัตถุชนิดที่คนกิน ดื่ม อม หรือนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ
หรือในรูปลักษณะใด ๆ แต่ไม่รวมถึงยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
แล้วแต่กรณี
(๒) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้หรือใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร
รวมถึงวัตถุเจือปนอาหาร สี และเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส
สถานที่จำหน่ายอาหาร หมายความว่า อาคาร สถานที่หรือบริเวณใด ๆ
ที่มิใช่ที่ หรือทางสาธารณะที่จัดไว้เพื่อประกอบอาหารหรือปรุงอาหารจนสำเร็จและจำหน่ายให้ผู้ซื้อสามารถบริโภคได้ทันที
ทั้งนี้
ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายโดยจัดให้มีบริเวณไว้สำหรับการบริโภค ณ ที่นั้น
หรือนำไปบริโภคที่อื่นก็ตาม
สถานที่สะสมอาหาร หมายความว่า อาคาร สถานที่หรือบริเวณใด ๆ ที่มิใช่ที่หรือทางสาธารณะที่จัดไว้สำหรับเก็บอาหารอันมีสภาพเป็นของสดหรือของแห้งหรืออาหารในรูปลักษณะอื่นใดซึ่งผู้ซื้อต้องนำไปทำ
ประกอบหรือปรุงเพื่อบริโภคในภายหลัง
อาคาร หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน
แพ คลังสินค้า สำนักงาน และสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้
ที่หรือทางสาธารณะ หมายความว่า
สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชนและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือใช้สัญจรได้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน
เจ้าพนักงานสาธารณสุข หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
๒๕๓๕
ข้อ
๕ ผู้ใดจะจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหารในอาคารหรือพื้นที่ใดซึ่งมีพื้นที่เกินสองร้อยตารางเมตรและมิใช่เป็นการขายของในตลาดต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ถ้าสถานที่ดังกล่าวมีพื้นที่ไม่เกินสองร้อยตารางเมตรต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อขอหนังสือรับรองการแจ้งก่อนการจัดตั้ง
ข้อ
๖ ความในข้อ ๕
ไม่ใช้บังคับแก่การประกอบกิจการดังนี้
(๑) ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
(๒) การขายของในตลาด
(๓) การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ
ข้อ
๗ ประเภทของสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร
กำหนดตามลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการ เพื่อการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมดังนี้
(๑) สถานที่จำหน่ายอาหาร
(๑.๑) สถานที่จำหน่ายอาหารที่มีลักษณะเป็นตึกแถว หรืออาคารอื่นที่มีลักษณะ
คล้ายคลึงให้คำนวณพื้นที่บริเวณที่จำหน่ายอาหารทั้งหมดในอาคารนับจากขอบผนังด้านในทุกชั้นที่ประกอบกิจการ
ยกเว้นพื้นที่ซึ่งกั้นไว้เป็นสัดส่วนสำหรับใช้สอยเพื่อการอื่น
(๑.๒) สถานที่จำหน่ายอาหารที่มีขอบเขตไม่แน่นอนให้คิดจากแนวเขตของพื้นที่ประกอบกิจการนั้น
(๑.๓) สถานที่จำหน่ายอาหารที่มีอาคารเชื่อมติดถึงกัน
ให้คิดพื้นที่ประกอบกิจการรวมกันและมีใบอนุญาตให้ใช้สถานที่เป็นสถานที่จำหน่ายอาหารฉบับเดียว
ถ้าอาคารนั้นไม่เชื่อมถึงกันให้คิดพื้นที่แต่ละอาคารและแยกใบอนุญาตแห่งละฉบับ
(๑.๔) สถานที่จำหน่ายอาหารที่ตั้งอยู่ในอาคารใด ๆ ให้ใช้เลขที่ของอาคารนั้น
การพิจารณาอนุญาตให้พิจารณาจากลักษณะพื้นที่ที่ประกอบการแยกเป็นสัดส่วนแต่ละแห่ง
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเดียวกันหรือไม่ ให้มีใบอนุญาตประกอบกิจการแห่งละฉบับ
การคิดพื้นที่ให้คิดพื้นที่ประกอบกิจการกรณีอาคารใดที่ได้จัดห้องน้ำห้องส้วมรวมซึ่งแยกไว้ต่างหากไม่นับรวมพื้นที่ของห้องน้ำห้องส้วมนั้น
(๒) สถานที่สะสมอาหาร
(๒.๑) สถานที่สะสมอาหารที่มีลักษณะเป็นตึกแถว
หรืออาคารที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
๑)
กรณีตั้งวางสินค้าอาหารเต็มพื้นที่ หรือวางสินค้าอาหารทั่ว ๆ ไปหลายจุด
ให้คำนวณพื้นที่บริเวณตั้งวางสินค้าอาหารทั้งหมดภายในอาคารนับจากขอบผนังด้านในทุกชั้นที่ประกอบกิจการรวมกับพื้นที่ของห้องน้ำห้องส้วม
ยกเว้นพื้นที่ซึ่งกั้นไว้เป็นสัดส่วนสำหรับใช้สอยเพื่อการอื่น
๒)
กรณีตั้งวางสินค้าอาหารไม่เต็มพื้นที่หรือตั้งวางเฉพาะที่จุดใดจุดหนึ่ง เช่น ตู้แช่
โต๊ะ ชั้นวางสินค้าหรืออื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึง
ให้คำนวณพื้นที่บริเวณที่ตั้งวางสินค้าอาหารนั้น รวมกับพื้นที่ห้องน้ำห้องส้วม
และเปรียบเทียบกับพื้นที่ของอาคารทั้งหมด
หากมีพื้นที่ไม่เกินกึ่งหนึ่งของพื้นที่อาคารทั้งหมด
ให้คิดพื้นที่เป็นกึ่งหนึ่งของอาคารทั้งหมด
หากมีพื้นที่เกินกึ่งหนึ่งของพื้นที่อาคารทั้งหมดให้คิดพื้นที่ของอาคารทั้งหมด
กรณีสถานที่ประกอบกิจการนั้นมีหลายห้องติดต่อกันกึ่งหนึ่งของพื้นที่ให้หมายถึงกึ่งหนึ่งของห้องที่ตั้งวางสินค้าอาหารนั้น
(๒.๒) สถานที่สะสมอาหารที่เป็นอาคารโกดังเก็บสินค้า
๑)
กรณีที่มีอาคารโกดังหลายหลัง
แต่มีเลขที่ของอาคารโกดังเลขที่เดียวและเป็นเจ้าของเดียวกัน
ให้คำนวณพื้นที่ของอาคารโกดังทั้งหมดรวมกับพื้นที่ของห้องน้ำห้องส้วมและออกใบอนุญาตสะสมอาหารฉบับเดียว
๒)
กรณีที่มีอาคารโกดังหลายหลัง มีเลขที่ของอาคารโกดังเลขที่เดียว แต่มีเจ้าของหลายเจ้าของ
ให้คำนวณพื้นที่ของอาคารโกดังของแต่ละเจ้าของรวมกับพื้นที่ของห้องน้ำห้องส้วมและออกใบอนุญาตสะสมอาหารให้แต่ละเจ้าของ
๓)
กรณีที่มีอาคารโกดังหลายหลัง และมีเลขที่ของอาคารโกดังแต่ละหลัง
ให้คำนวณพื้นที่ของอาคารโกดังแต่ละหลังรวมกับพื้นที่ของห้องน้ำห้องส้วมและออกใบอนุญาตสะสมอาหารแยกแต่ละโกดัง
๔)
กรณีที่มีเจ้าของสินค้าอาหารหลายเจ้าของในอาคารโกดังนั้น
ให้คำนวณพื้นที่ของสถานที่สะสมอาหารของแต่ละเจ้าของรวมกับพื้นที่ของห้องน้ำห้องส้วม
และออกใบอนุญาตสะสมอาหารให้แต่ละเจ้าของ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดประเภทของสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารตามประเภทของอาหาร
หรือตามวิธีการจำหน่ายเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ
๘ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดตั้ง ใช้
และดูแลรักษาสถานที่และสุขลักษณะของบริเวณที่ใช้จำหน่ายอาหารที่จัดไว้สำหรับบริโภคอาหารที่ใช้ทำ
ประกอบ หรือปรุงอาหาร หรือที่ใช้สะสมอาหาร
(๑) จัดให้มีโต๊ะ เก้าอี้
หรือที่นั่งอย่างอื่นให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดอยู่เสมอ
(๒) ผนังและบริเวณที่ปรุงอาหารต้องใช้วัสดุถาวร แข็งแรง
และมีผิวเรียบไม่ดูดซึมน้ำและทำความสะอาดได้ง่าย
การจัดตั้งถังบรรจุก๊าซต้องอยู่ในที่ปลอดภัย
(๓) จัดให้มีภาชนะและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ในการประกอบ ปรุง การเก็บ
และการบริโภคไว้ให้เพียงพอ
(๔) จัดให้มีที่สำหรับทำความสะอาดภาชนะและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ
ให้เพียงพอ
(๕) จัดให้มีอ่างล้างมือที่ใช้การได้ดี และจัดให้มีสบู่ล้างมือไว้ตลอดเวลา
(๖) จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียหรือระบบกำจัดของเสีย
(๗) ไม่ตั้งอยู่ในที่ที่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือแหล่งที่นารังเกียจ
เช่น ใกล้ชิดกับที่ฝังศพหรือที่เก็บศพ ที่ทิ้ง กำจัดสิ่งปฏิกูล ที่เลี้ยงสัตว์
หรือที่อื่นใดซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขเห็นว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
(๘) พื้นทำด้วยวัสดุถาวรและไม่มีน้ำขัง
(๙) จัดให้มีรางระบายน้ำด้วยวัสดุถาวร
เพื่อให้น้ำไหลไปสู่รางระบายน้ำสาธารณะหรือบ่อรับน้ำเสียได้สะดวก
(๑๐) จัดให้มีแสงสว่างภายในเพียงพอ ณ จุดที่ทำการปรับปรุง ประกอบ
และจำหน่ายอาหาร และต้องมีการระบายอากาศภายในร้านอย่างเพียงพอ โดยมีช่องระบายอากาศไม่น้อยกว่าร้อยละ
๒๐ ของพื้นที่ห้อง
สำหรับห้องรับประทานอาหารที่มีเครื่องปรับอากาศต้องมีเครื่องดูดอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศ
รวมทั้งต้องติดเครื่องหมาย ห้ามสูบบุหรี่ ไว้ด้วย
(๑๑) จัดให้มีส้วมที่ได้สุขลักษณะและมีจำนวนเพียงพอ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๒
(พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕
(๑๒)
ถ้าจะขยายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ประกอบการค้าและทำให้สุขลักษณะของสถานที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยแล้วจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน
(๑๓) จัดให้มีเครื่องดับเพลิงประเภทที่เหมาะสม
จำนวนเพียงพอและอยู่ในสภาพที่สามารถใช้ได้สะดวกเมื่อเกิดเพลิงไหม้
ตลอดจนต้องมีการตรวจสอบเครื่องดับเพลิงให้อยู่ในสภาพใช้การได้ทุกปี
(๑๔) ปฏิบัติการอื่น ๆ
ให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะตามที่เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแนะนำหรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ
๙ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการป้องกันมิให้เกิดเหตุรำคาญและการป้องกันโรคติดต่อ
(๑)
มีระบบการระบายควันที่เกิดจากการปรุงอาหาร เช่น ปล่องระบายควันที่มีพัดลม
ดูดควันและสูงเพียงพอที่จะไม่ก่อเหตุรำคาญ
(๒) รักษาสถานที่ให้สะอาดอยู่เสมอ
และต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดพื้น ทุกอาทิตย์
(๓) จัดให้มีที่รองรับมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลที่ถูกสุขลักษณะ
(๔) รักษาส้วมให้ถูกสุขลักษณะเสมอ
(๕) ถ้ามีสัตว์ที่จะฆ่าเป็นอาหาร ต้องแยกให้อยู่ในที่เหมาะสม
(๖) จัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและรักษาให้สะอาดอยู่เสมอ
(๗) ปฏิบัติการอื่น ๆ ให้ถูกต้องด้วยสุขลักษณะตามที่เจ้าพนักงานสาธารณสุข
หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแนะนำหรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๑๐ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้จำหน่ายอาหาร
ผู้ปรุงอาหาร และผู้ให้บริการ ต้องมีการปฏิบัติดังนี้
(๑) ผู้จำหน่าย ผู้ปรุงอาหาร และผู้ให้บริการต้องแต่งกายสะอาดเรียบร้อย
(๒) ผู้จำหน่าย ผู้ปรุงอาหาร
และผู้ให้บริการอาหารต้องผ่านการตรวจสุขภาพ ว่าไม่เป็นโรคติดต่อที่น่ารังเกียจและต้องผ่านการทดสอบความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหาร
(๓) ห้ามผู้ได้รับใบอนุญาตทำการจำหน่าย ปรุง
สะสมอาหารเมื่อมีเหตุควรเชื่อว่าตนเป็นโรคติดต่อ
หรือซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นพาหะและได้รับแจ้งเป็นหนังสือว่าตนเป็นพาหะของโรคติดต่อ
ข้อ
๑๑ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของอาหาร
กรรมวิธีจำหน่ายอาหาร ทำ ประกอบ ปรุง เก็บรักษา หรือสะสมอาหาร
ตลอดจนสุขลักษณะของภาชนะ อุปกรณ์ น้ำใช้ และของใช้อื่น ๆ ต้องมีการปฏิบัติดังนี้
(๑) การจำหน่าย ทำ ประกอบ ปรุง วาง เก็บ สะสมอาหาร หรือการล้างภาชนะ
อุปกรณ์ต้องทำในที่สะอาด ซึ่งสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร
และที่เก็บสะสมอาหารต้องป้องกันสัตว์นำโรคได้
(๒) จัดให้มีน้ำสะอาดอย่างเพียงพอและคุณภาพเทียบเท่าน้ำประปา กรณีน้ำดื่ม
เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ต้องสะอาด และควรเก็บไว้ในภาชนะที่มีการปกปิด
และตั้งไว้สูงจากพื้นอย่างน้อย ๖๐ เซนติเมตร
(๓) การเตรียมอาหารก่อนปรุง ต้องล้างให้สะอาดโดยเฉพาะผักสดและผลไม้
น้ำที่ใช้ปรุง ประกอบ แช่ ล้างอาหารและภาชนะต้องใช้น้ำสะอาด
(๔) ใช้เครื่องปกปิดอาหารตลอดจนภาชนะเครื่องใช้สำหรับประกอบ ปรุง
เก็บรักษาหรือสะสมอาหาร ให้ป้องกันฝุ่นละอองและสัตว์นำโรคได้
ตลอดจนรักษาเครื่องปกปิดนั้น ให้สะอาดและใช้การได้ดีอยู่เสมอ
(๕) ใช้ภาชนะที่สะอาดสำหรับใส่และปรุงอาหาร
โดยรักษาให้สะอาดอยู่เสมอ ในส่วนของน้ำแข็งที่ใช้บริโภคต้องสะอาด
ควรเก็บในถังหรือกระติกที่มีการปกปิด มีอุปกรณ์คีบ หรือตักโดยเฉพาะ
ไม่นำอาหารหรือสิ่งของอื่นแช่ปนกับน้ำแข็งเพื่อการบริโภค
(๖) ห้ามมิให้ใช้ภาชนะที่ทำด้วยโลหะสังกะสี
หรือตะกั่ว ต้มอาหารที่มีเกลือปนอยู่ด้วย
(๗) ห้ามมิให้ขายอาหารอันไม่เป็นการปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
(๘) ภาชนะที่บรรจุอาหารหรือใส่เครื่องปรุงรสต่าง ๆ ต้องใช้วัสดุที่มีการออกแบบที่ถูกหลักสุขาภิบาลอาหารและปลอดภัย
(๙) ภาชนะที่ใช้แล้ว ต้องล้างและเก็บให้ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร
ส่วนภาชนะประเภท ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่อีก
(๑๐)
ไม่ขายอาหารให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อที่มีสภาพน่ารังเกียจบริโภคในสถานที่ที่ได้รับอนุญาต
(๑๑) เนื้อสัตว์ที่มีไว้ขาย ทำ ประกอบ ปรุงอาหาร
ต้องผ่านการตรวจจากสัตวแพทย์แล้ว และเก็บในภาชนะปกปิด
(๑๒) ห้ามมิให้นำสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข หรือแมว เข้ามาในสถานที่ประกอบอาหาร
(๑๓) ปฏิบัติการอื่น ๆ ให้ถูกสุขลักษณะตามที่เจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นแนะนำ
หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ
๑๒ ผู้ใดประสงค์จะขอจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารในอาคาร
หรือพื้นที่ใดซึ่งมีพื้นที่เกินสองร้อยตารางเมตรและมิใช่เป็นการขายของในตลาดจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้
พร้อมกับเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาบัตรประจำตัว (ประชาชน/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ)
(๒) สำเนาใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยควบคุมอาคาร
หนังสือให้ความเห็นชอบการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือใบอนุญาตตามกฎหมายอื่นที่จำเป็น
(๓) ใบมอบอำนาจ (ในกรณีที่มีการมอบอำนาจ)
(๔) สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
(๕) หลักฐานที่แสดงการเป็นผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล
(๖) เอกสารและหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ข้อ
๑๓ ผู้ได้รับการอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
หากไม่มารับภายในกำหนดเวลาดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าสละสิทธิ์
ข้อ
๑๔ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจความถูกต้องและความสมบูรณ์ของคำขอ
ถ้าปรากฏว่าคำขอดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์นั้นทั้งหมด และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขให้ถูกต้องและสมบูรณ์ในคราวเดียวกัน
และในกรณีจำเป็นที่จะต้องส่งคืนคำขอแก่ผู้ขออนุญาตก็ให้ส่งคืนคำขอพร้อมทั้งแจ้งความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผล
ให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องหรือครบถ้วนตามที่กำหนด
ในข้อบัญญัติ
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาต
หรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง
ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน
แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้งให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคสอง
หรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น แล้วแต่กรณี
ข้อ
๑๕ ใบอนุญาตให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
และให้ใช้ได้พียงในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกินเท่านั้น
การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต
ข้อ
๑๖ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้ในวันที่มารับใบอนุญาตสำหรับกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตครั้งแรก
หรือก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุสำหรับกรณีที่เป็นการขอต่ออายุใบอนุญาต
ตลอดเวลาที่ยังดำเนินกิจการนั้นถ้ามิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด
ให้ชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ
เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะได้บอกเลิกการดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดการดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียม
และค่าปรับจนครบจำนวน
ข้อ
๑๗ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย
ณ สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ
ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระที่สำคัญ
ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุด
การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีใบอนุญาตสูญหาย
ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำสำเนาบันทึกการแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตสูญหายมาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย
(๒) ในกรณีใบอนุญาตถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระที่สำคัญ ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำใบอนุญาตเดิมเท่าที่เหลืออยู่มาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย
ข้อ
๑๙ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
หรือข้อบัญญัตินี้
หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้
เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่เห็นสมควร
แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวัน
ข้อ
๒๐ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต
(๑)
ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(๒)
ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
(๓)
ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือข้อบัญญัตินี้
หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้
และการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน
หรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน
ข้อ
๒๑ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ไม่พบผู้รับใบอนุญาต หรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าว
ให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย
ณ ภูมิลำเนาเดิมหรือสำนักทำการงานของผู้รับใบอนุญาต
และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนั้นได้รับทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่เวลาที่คำสั่งไปถึงหรือวันปิดคำสั่ง
แล้วแต่กรณี
ข้อ
๒๒ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบรับอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ
๒๓ ผู้ใดประสงค์จะขอจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารในอาคาร หรือพื้นที่ใดซึ่งมีพื้นที่ไม่เกินสองร้อยตารางเมตรและมิใช่เป็นการขายของในตลาดจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้
พร้อมกับเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ
(๒)
สำเนาทะเบียนบ้าน
(๓)
สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนนิติบุคคลในกรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล
(๔)
หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่เจ้าของกิจการไม่มายื่นขอรับใบอนุญาตด้วยตนเอง
(๕)
สำเนาหลักฐานการอนุญาตหรือหลักฐานอื่นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้
เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้รับแจ้ง
ให้ออกใบรับแก่ผู้แจ้งเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบกิจการตามที่แจ้งไว้ได้ชั่วคราวในระหว่างเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นยังมิได้ออกหนังสือรับรองการแจ้ง
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจการแจ้งให้ถูกต้องตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้ตามวรรคหนึ่ง
ถ้าการแจ้งเป็นไปโดยถูกต้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกหนังสือรับรองการแจ้งให้ผู้แจ้งภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ในใบรับการแจ้งหรือหนังสือรับรองการแจ้ง
เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้แจ้งหรือผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งปฏิบัติเป็นการเฉพาะรายก็ได้
ในกรณีที่การแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้ผู้แจ้งทราบภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ถ้าผู้แจ้งไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้การแจ้งของผู้แจ้งเป็นอันสิ้นผล
แต่ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการแก้ไข้ภายในเวลาที่กำหนดแล้ว
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกหนังสือรับรองการแจ้งให้ผู้แจ้ง
ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องตามแบบที่กำหนดในข้อบัญญัตินี้ตามวรรคหนึ่ง
ข้อ
๒๔ ผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งต้องแสดงหนังสือรับรองการแจ้งไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย
ณ สถานที่ดำเนินกิจการตลอดเวลาที่ดำเนินกิจการ
ข้อ
๒๕ ในกรณีที่หนังสือรับรองการแจ้งสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระที่สำคัญ ให้ผู้ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งยื่นขอรับใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุด
การขอรับใบแทนและการออกใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีหนังสือรับรองการแจ้งสูญหาย ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือรับรองการแจ้งนำสำเนาบันทึกการแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตสูญหายมาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ประกอบด้วย
(๒) ในกรณีใบอนุญาตถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระที่สำคัญ
ให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำใบอนุญาตเดิมเท่าที่เหลืออยู่มาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย
ข้อ
๒๖ เมื่อผู้แจ้งประสงค์จะเลิกกิจการหรือโอนการดำเนินกิจการให้แก่บุคคลอื่นให้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบด้วย
ข้อ
๒๗ ในกรณีที่ผู้ดำเนินกิจการใดดำเนินกิจการตามที่ระบุไว้ในข้อบัญญัตินี้โดยมิได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเคยได้รับโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
เพราะเหตุที่ฝ่าฝืนดำเนินกิจการโดยมิได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาแล้วครั้งหนึ่ง
ยังฝ่าฝืนดำเนินกิจการโดยมิได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นต่อไป
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้ดำเนินการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ถ้ายังฝ่าฝืนอีกให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งห้ามการดำเนินกิจการนั้นไว้ตามเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่เกินสองปีก็ได้
ข้อ
๒๘ ผู้แจ้งมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการแจ้งตามอัตราที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้ในวันที่มาแจ้ง
และภายในระยะเวลาสามสิบวันก่อนวันครบรอบปีของทุกปีตลอดเวลาที่ยังดำเนินกิจการนั้น
ถ้ามิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดให้ชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ
เว้นแต่ผู้แจ้งจะได้บอกเลิกการดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้ง
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดการดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน
ข้อ
๒๙ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามข้อบัญญัตินี้
ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน
ข้อ
๓๐ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ
๓๑ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกินเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ
หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
ชัยณรงค์
สันทัสนะโชค
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมต่อท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน เรื่อง
สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ. ๒๕๕๙
๒.
แบบคำขอแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร
๓.
หนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร
๔.
แบบคำขอรับใบอนุญาต/ต่ออายุใบอนุญาต
๕.
ใบอนุญาตประกอบกิจการ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
พิมพ์มาดา/จัดทำ
๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๔๕ ง/หน้า ๗๖/๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๑ | thailaw-v1.0 |
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางหลวงท้องถิ่น ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น
เรื่อง
ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด
หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางหลวงท้องถิ่น
ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น
โดยอนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ
๑ ประกาศนี้ เรียกว่า
ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก
น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด
หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางหลวงท้องถิ่น
ในเขตความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
ข้อ
๒[๑] ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ
๓ ให้ยกเลิกประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น
เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก
หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางหลวงท้องถิ่น ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
ฉบับลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
ข้อ
๔ ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นฉบับนี้ไม่ใช้บังคับบนสะพานหรือถนนที่ติดตั้งป้ายบังคับ
จำกัดน้ำหนัก กำหนดไว้โดยเฉพาะเป็นอย่างอื่น
ข้อ
๕ ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนัก
น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้กำหนด
หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหายเดินบนทางหลวงท้องถิ่น
ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ตามข้อกำหนดดังนี้
หมวด ๑
ข้อกำหนดน้ำหนัก
น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาของยานพาหนะ
ที่ใช้เดินบนทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบของ
องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
ส่วนที่ ๑
ยานพาหนะชนิดรถเดี่ยว (SINGLE UNIT)
ข้อ
๖ ยานพาหนะที่มี ๒ เพลา ๔ ล้อ ยาง ๔
เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ใช้ยางเดี่ยว ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๒)
ไม่เกิน ๗,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๙,๕๐๐ กิโลกรัม
ข้อ ๗
ยานพาหนะที่มี ๒ เพลา ๔ ล้อ ยาง ๖ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ใช้ยางคู่
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย
(เพลาที่ ๒) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๒) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๘ ยานพาหนะที่มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๖
เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางเดี่ยว
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้าย
(เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) ไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่
๓) ไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๑๘,๐๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๙ ยานพาหนะที่มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๘
เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓)
เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) เพลาคู่ท้ายเพลาใดเพลาหนึ่งใช้ยางเดี่ยวอีกเพลาหนึ่งใช้ยางคู่
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร
ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๖,๕๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๖,๕๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๑,๕๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๑๐ ยานพาหนะที่มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง
๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๕,๐๐๐
กิโลกรัม
ข้อ
๑๑ ยานพาหนะที่มี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๘
เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว
และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓) ใช้ยางคู่
(๑) ยานพาหนะประเภทที่ใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย
(เพลาที่ ๓) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ยานพาหนะชนิดอื่น ๆ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาท้าย (เพลาที่ ๓) ไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๑,๐๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๑๒ ยานพาหนะที่มี ๔ เพลา ๘ ล้อ ยาง ๘
เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒)
เป็นเพลาเลี้ยว และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางเดี่ยว
ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน
๒๓,๐๐๐ กิโลกรัม
ข้อ
๑๓ ยานพาหนะที่มี ๔ เพลา ๘ ล้อ ยาง
๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว
และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๓๐,๐๐๐
กิโลกรัม
ส่วนที่ ๒
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง
(SEMI - TRAILER)
ข้อ
๑๔
ตัวรถลากจูงเมื่อประกอบกับตัวรถกึ่งพ่วง (SEMI - TRAILER) แล้วต้องมีน้ำหนักลงเพลาหรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้
สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภทในข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ และข้อ
๑๓
ตัวรถกึ่งพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาดังนี้
(๑) ชนิดเพลาเดี่ยวใช้ยางเดี่ยว น้ำหนักลงเพลาไม่เกิน ๗,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒) ชนิดเพลาเดี่ยวใช้ยางคู่ น้ำหนักลงเพลาไม่เกิน ๑๑,๐๐๐ กิโลกรัม
(๓) ชนิดเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางเดี่ยว
น้ำหนักลงเพลารวมไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ กิโลกรัม
(๔) ชนิดเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
น้ำหนักลงเพลารวมไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ กิโลกรัม
(๕) ชนิดสามเพลา (TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่
น้ำหนักลงเพลารวมไม่เกิน ๒๕,๕๐๐ กิโลกรัม
และระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN)
กับศูนย์กลางของเพลาที่ ๑ ของตัวรถกึ่งพ่วงต้องไม่น้อยกว่า ๘ เมตร
ข้อ
๑๕
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง (SEMI - TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒
และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
และตัวรถกึ่งพ่วงเป็นชนิดสามเพลา (TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ตัวรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกดังนี้
(๑) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๔.๕ เมตรขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๖ เมตร
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔๕,๐๐๐
กิโลกรัม
(๒) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๖ เมตรขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๗ เมตร
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔๗,๐๐๐ กิโลกรัม
(๓) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๗ เมตรขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๘ เมตร
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔๙,๐๐๐
กิโลกรัม
(๔) ตัวรถลากจูง และตัวรถกึ่งพ่วงที่มีระยะห่างระหว่างสลักพ่วง (KING PIN) ตั้งแต่ ๘ เมตรขึ้นไป
ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐
กิโลกรัม
ข้อ
๑๖
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วง (SEMI - TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๔ เพลา ๘ ล้อ
ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว
และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ตัวรถกึ่งพ่วง เป็นชนิดสามเพลา (TRIDEM AXLE) ใช้ยางคู่ ตัวรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงต้องมีน้ำหนักยานพาหนะ
รวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐ กิโลกรัม
ส่วนที่ ๓
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง
(FULL TRAILER)
ข้อ
๑๗
ตัวรถลากจูงต้องมีน้ำหนักลงเพลาหรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้
สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภทในข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ และข้อ
๑๓
ตัวรถพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาดังนี้
(๑) ชนิดเพลาหน้าและเพลาท้ายเป็นเพลาเดี่ยวใช้ยางเดี่ยว
น้ำหนักลงเพลาไม่เกินเพลาละ ๗,๐๐๐ กิโลกรัม
(๒)
ชนิดเพลาหน้าและเพลาท้ายเป็นเพลาเดี่ยวใช้ยางคู่ น้ำหนักลงเพลาไม่เกินเพลาละ ๑๑,๐๐๐
กิโลกรัม และระยะห่างระหว่างศูนย์กลางเพลาหน้ากับศูนย์กลางเพลาหลัง
ต้องไม่น้อยกว่า ๔.๓๐ เมตร
ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่ง
และวรรคสอง (๒) ต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐
กิโลกรัม
ข้อ
๑๘ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง (FULL TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๐ เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ ๒
และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ และตัวรถพ่วงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า
ใช้ยางคู่ เพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
ตัวรถลากจูงต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๕,๐๐๐
กิโลกรัม ตัวรถพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาหน้าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๘,๐๐๐ กิโลกรัม
ตัวรถพ่วงเมื่อนำมาต่อพ่วงกับตัวรถลากจูงต้องมีระยะห่างระหว่างกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถลากจูง
ถึงกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถพ่วงไม่น้อยกว่า ๙.๗๕ เมตร
ตัวรถลากจูง
และตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่งต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐
กิโลกรัม
ข้อ
๑๙ ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถพ่วง (FULL TRAILER) ประเภทตัวรถลากจูงมี ๔ เพลา ๘ ล้อ
ยาง ๑๒ เส้น ชนิดเพลาหน้า (เพลาที่ ๑ และเพลาที่ ๒) เป็นเพลาเลี้ยวใช้ยางเดี่ยว
และเพลาท้าย (เพลาที่ ๓ และเพลาที่ ๔) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ และตัวรถพ่วงมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ยาง ๑๒ เส้น
ชนิดเพลาหน้าใช้ยางคู่ เพลาท้าย (เพลาที่ ๒ และเพลาที่ ๓) เป็นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่
ตัวรถลากจูงต้องมีน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๒๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๓๐,๐๐๐
กิโลกรัม ตัวรถพ่วงต้องมีน้ำหนักลงเพลาหน้าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐
กิโลกรัม หรือน้ำหนักลงเพลาคู่ท้ายไม่เกิน ๑๘,๐๐๐ กิโลกรัม
ตัวรถพ่วงเมื่อนำมาต่อพ่วงกับตัวรถลากจูงต้องมีระยะห่างระหว่างกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถลากจูงถึงกึ่งกลางเพลาคู่ท้ายของรถพ่วงไม่น้อยกว่า
๙.๗๕ เมตร
ตัวรถลากจูง
และตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่งต้องมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๕๐,๕๐๐
กิโลกรัม
ให้ตัวรถลากจูงและตัวรถพ่วงตามวรรคหนึ่ง
เมื่อเดินบนสะพานต้องเว้นระยะห่างจากรถพ่วง (FULL TRAILER) ที่เดินรถอยู่ข้างหน้าไม่น้อยกว่า
๒๐๐ เมตร
ข้อ ๒๐
ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและตัวรถพ่วง (FULL TRAILER) ต้องประกอบด้วยรถลากจูง ๑ คัน และตัวรถพ่วง ๑ คันเท่านั้น
จะพ่วงยานพาหนะอื่นใดอีกไม่ได้
หมวด ๒
ข้อกำหนดอื่น
ข้อ
๒๑ ห้ามมิให้ยานพาหนะดังต่อไปนี้เดินบนทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
(๑) ยานพาหนะที่มีลักษณะของเพลา หรือล้อ หรือยาง
แตกต่างจากที่ได้กำหนดไว้ในหมวด ๑
(๒) ยานพาหนะที่ขนส่งสิ่งของจำนวนหนึ่งหน่วยต่อเที่ยว
ซึ่งโดยสภาพของสิ่งนั้นไม่อาจแยกจากกันได้ เว้นแต่จะทำลายหรือทำให้เปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพ
เช่น เครื่องจักรหนัก ชิ้นส่วนโครงสร้างคอนกรีต หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่
โดยเป็นการขนส่งเฉพาะกาลและยานพาหนะนั้นมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก
หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด ๑
(๓) ยานพาหนะที่ติดตั้ง เครื่องจักร เครื่องกล
และมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด
๑
(๔) ยานพาหนะที่โดยสภาพมีลักษณะเป็นเครื่องจักร เครื่องกล เช่น รถขุด รถตัก
และมีน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหมวด
๑
(๕) ยานพาหนะชนิดรถลากจูงและรถกึ่งพ่วงที่ประกอบด้วยรถกึ่งพ่วงมากกว่า
๑
คันขึ้นไป
ทั้งนี้
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
ในการอนุญาตผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขและมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาทางหลวง
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙
อำนาจ สูงยิ่ง
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
ในฐานะผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น
ในเขตความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก
ปริยานุช/จัดทำ
๒๖ กรกฎาคม
๒๕๕๙
วริญา/ตรวจ
๒๖ กรกฎาคม
๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๕๕ ง/หน้า ๓๒๙/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ | thailaw-v1.0 |
"ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคล(...TRUNCATED) | thailaw-v1.0 |
"ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น (...TRUNCATED) | thailaw-v1.0 |
"ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคล(...TRUNCATED) | thailaw-v1.0 |
"ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น (...TRUNCATED) | thailaw-v1.0 |
"ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลชุ(...TRUNCATED) | thailaw-v1.0 |
"ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลชุ(...TRUNCATED) | thailaw-v1.0 |
End of preview. Expand
in Data Studio
No dataset card yet
- Downloads last month
- -