pdf_name
stringlengths 5
8
| bu_categories
stringclasses 18
values | action_non
stringclasses 2
values | result
stringclasses 32
values | pdf_name_path
stringlengths 44
48
| text
stringlengths 517
26.8k
| type
stringclasses 2
values | __index_level_0__
int64 0
1.51k
|
|---|---|---|---|---|---|---|---|
2052.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2052.pdf
|
'1>@0อค์@1&1>ห@12N/%?ห/? %1@$>/@2
N1APอ />$?@1O2 Q&อ%B@!P 0/>$?@1#@อ>NลO#1อ%>2์
พ.0. 2566
P 0#?P/@!1@ _a (_) OหNพ1>1@&??!>@1'>&?!>1@@1#@อ>NลO#1อ%>2์ พ.0. `cdc
&??!>/N@Q%1?#?Pห/@0ํ@ห% QหO(CO1?&อ%B@!!OอO2 Q&อ% B@!R/OQ%#?PN'ิ N(0 QหON'็%2>#$>
อ(CO1?&อ%B@!#?P>O2 Q&อ%B@!%?Q%P 0/>$?@1#@อ>NลO#1อ%>2์!@//>$?@1#?P(COอ%B@!'1>@0ํ@ห% OR O
P 0QหO"Aอ/N@@1O2 NN%/N@%?Q%N'็%@1อ& O/0ห/@0OลO/ 2/ค/1ํ@ห% />$?@1O2 Q&อ%B@!
!@/ห/@0Q%ค/@/1?&(> อ&ออค์@1&1>ห@12N/%?ห/? %1@$>/@2 P 0/>$?@1#@อ>NลO#1อ%>2์
NพAPอN'็%@1อํ@%/0ค/@/2> /Oล>ล .@1>ON'1>@%
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ _a (_) OหNพ1>1@&??!>@1'>&?!>1@@1#@อ>NลO#1อ%>2์
พ.0. `cdc %@0อค์@1&1>ห@12N/%?ห/? %1@$>/@2 ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ '1>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ ` Q%'1>@0%?Q
Q&อ%B@! ห/@0ค/@//N@ Nอ2@1หล?@%#?Pห/@0ํ@ห% QหO!OอO2 R/OQ%#?PN'ิ N(0
?!NอR'%?Q
(_) Q&อ%B@!2"@%@1ค O@%Qํ@/?%Oล>P@'ิP!1Nล?0/#?PQON'็%NAQอNพล>2ํ@ห1?&1"0%! ์
!@/พ1>1@&??!>ค/&คB/%Qํ@/?%NAQอNพล พ.0. 2542 '1>อ&พ1>1@& ??!>อค์@1&1>ห@1
2N/%?ห/? พ.0. 2540 Oล>#?POORNพ>P/N!>/
Oอ a (CO1?&อ%B@!2@/@1"NลAอO2 Q&อ%B@!!@/Oอ ` P 0/>$?@1#@อ>NลO#1อ%>2์
อ0N@ห%@Pอ0N@Q ?!NอR'%?Q
(_) O2 N'็%.@พ(N@%อB'1์อ>NลO#1อ%>2์
(`) O2 N' ็%ค>/อ@1์Pค #?PอB'1์อ>NลO#1อ%>2์2@/@1"2O%Nพ APอNO@"@Q&อ%B@!
#?PN'็%Nอ2@1อ>NลO#1อ%>2์ห1Aอ.@พ#@อ>NลO#1อ%>2์อQ&อ%B@!
(a) O2 Oอ/Cล(N@%Oอ'พล>Nค?% Line OA (Line Official Account ห1Aอ&??#?PR O1?&
@11?&1อ) APอ/N@ อ&.%1@$>/@2 ห1Aอ ID Line : @382knnhm
Oอ b @1O2 Q&อ%B@!!@/Oอ a !Oอ/?%@ อ.@พOล>ค/@/ล>Nอ?0 #?P? N%Nพ?0พอ
1//#?Q2@/@1"O2 QหONหO%Oอ/Cลอ?%N'็%2@1>2ํ@ค?อQ&อ%B@!R Oค1&"O/%
(CO1?&อ%B@!อ@NลAอO2 .@พQ&อ%B@!P 0/>$?@1#@อ>NลO#1อ%>2์ 2"@%#?P'1>อ&>@1
/@/N@ห%@PQ&ห1Aอ.@พ(N@%ห%O@อN ?0/?%OR O O!N!Oอ/?1>0>N/ล@O2 .@พQ&อ% B@!O!Nล>Q&
R/N%Oอ0/N@หO@/>%@#?
หนา ๒๒
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๓๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗
Oอ c N/APอ(CO1?&อ%B@!NลAอO2 Q&อ%B@!P 0/>$?@1#@อ>NลO#1อ%>2์อ0N@Q อ0N@ห%@P
!@/Oอ a OลO/ (CO1?&อ%B@!R/N!OอO2 Q&อ%B@!R/OP 0N'ิ N(0!ลอ N/ล@ 2"@%#?P'1>อ&>@1
อ?!NอR' O!N!Oอ2@/@1"O2 !NอNO@พ%?@%ห1Aอพ%?@%NO@ห%O@#?PR O!ลอ N/ล@N/APอ/?@1!1/2อ&
ห1Aอ!Nอ'1>@%#?Pอ!1/ C
'1>@0 /?%#?P 10 /1@ค/ พ.0. `c66
CNO 0@/อห>?%
%@0อค์@1&1>ห@12N/%?ห/? %1@$>/@2
หนา ๒๓
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๓๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 200
|
1466.pdf
|
ETHANOL
|
ACTION
|
ETHANOL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1466.pdf
|
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง ก าหนดประเภทสินค้าที่เสียภาษีโดยใช้แสตมป์สรรพสามิตหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี
เพื่อให้การก าหนดประเภทสินค้าที่เสียภาษีโดยใช้แสตมป์สรรพสามิตหรือเครื่องหมายแสดง
การเสียภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 64 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ
ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ก าหนดประเภทสินค้าที่เสียภาษีโดยใช้แสตมป์สรรพสามิต
หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ลงวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560
(2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ก าหนดประเภทสินค้าที่เสียภาษีโดยใช้แสตมป์สรรพสามิต
หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564
ข้อ 2 ให้สินค้าดังต่อไปนี้ เป็นสินค้าที่เสียภาษีโดยใช้แสตมป์สรรพสามิต
(1) สุรา เว้นแต่
(1.1) สุราแช่ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมสุราที่มีการติดตั้งระบบมาตรวัดและระบบ
คอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลของกรมสรรพสามิตหรือที่กรมสรรพสามิตรับรองตามระเบียบที่อธิบดีก าหนด
(1.2) สุราแช่ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมสุราที่มีการติดตั้งระบบการพิมพ์เครื่องหมาย
แสดงการเสียภาษีของทาง ราชการของกรมสรรพสามิต หรือที่กรมสรรพสามิตรับรองตามระเบียบที่
อธิบดีก าหนด
(1.3) สุราที่ผลิตโดยมิใช่เพื่อการค้า
(2) ยาสูบ
(3) เครื่องดื่ม เว้นแต่
(3.1) เครื่องดื่มที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการติดตั้งระบบมาตรวัด
และระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลของกรมสรรพสามิตหรือที่กรมสรรพสามิตรับรองตามระเบียบ
ที่อธิบดีก าหนด
(3.2) เครื่องดื่มประเภทน้ าผลไม้และน้ าพืชผัก
(3.3) หัวเชื้อเข้มข้นเฉพาะที่ใช้กับเครื่องผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่มเพื่อขายให้กับผู้บริโภค
ณ จุดขายปลีก
ข้อ 3 ให้สินค้าต่อไปนี้เป็นสินค้าที่เสียภาษีโดยใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของ
ทางราชการ
(1) ไพ่
(2) สุราแช่ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมสุราที่มีการติดตั้งระบบการพิมพ์เครื่องหมายแสดง
การเสียภาษีของทางราชการของกรมสรรพสามิตหรือที่กรมสรรพสามิตรับรองตามระเบียบที่อธิบดีก าหนด
้หนา ๒๖
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๕๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖
ข้อ 4 ให้สินค้าเครื่องดื่มเป็นสินค้าที่เสียภาษีโดยใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี
จดทะเบียน เว้นแต่
(1) เครื่องดื่มที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการติดตั้งระบบมาตรวัดและระบบ
คอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลของกรมสรรพสามิตหรือที่กรมสรรพสามิตรับรองตามระเบียบที่อธิบดีก าหนด
(2) เครื่องดื่มประเภทน้ าผลไม้และน้ าพืชผัก
(3) หัวเชื้อเข้มข้นเฉพาะที่ใช้กับเครื่องผลิตเครื่ องดื่มพร้อมดื่มเพื่อขายให้กับผู้บริโภค
ณ จุดขายปลีก
ข้อ 5 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. ๒๕66
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
้หนา ๒๗
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๕๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖
|
train
| 201
|
406.pdf
|
UST
|
ACTION
|
UST_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/406.pdf
|
ประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย
เรื่อง คุณสมบัติของผู้ท าหน้าที่บรรทุกหรือขนถ่ายสินค้า ผู้ประกอบการขออนุญาตเปิดตู้สินค้าขาเข้า
และบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าเพื่อการส่งออก หรือบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น
ในการท่าเรือแห่งประเทศไทย
เพื่อให้การบรรทุกและขนถ่ายสินค้า การเปิดตู้สินค้าขาเข้าและบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้า
เพื่อการส่งออก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นไปตามกฎกระทรวงก าหนดมาตรฐาน
ในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับ
เครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน า พ.ศ. ๒๕๕๒ และข้อ ๕ ของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครอง
แรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่
ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น และการอบรมทบทวนการท างานเกี่ยวกับ
ปั้นจั่น พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ก าหนดให้ นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับปั้นจั่น
ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น และการอบรมทบทวนการท างาน
เกี่ยวกับปั้นจั่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หลักสูตรการฝึกอบรมและวิทยากรฝึกอบรมที่ก าหนดไว้
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๓๒ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๔๙๔ ผู้อ านวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย จึงให้ด าเนินการ ดังนี
ข้อ ๑ ให้ผู้ประกอบกิจการบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้า ผู้ประกอบการขออนุญาตเปิดตู้สินค้าขาเข้า
และบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าเพื่อการส่งออก หรือบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นในการท่าเรือ
แห่งประเทศไทย ต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น
ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น และการอบรมทบทวนการท างานเกี่ยวกับปั้นจั่นตามหลักเกณฑ์
วิธีการที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก าหนด
ข้อ ๒ ให้ผู้ประกอบกิจการบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้า ผู้ประกอบการขออนุญาตเปิดตู้สินค้า
ขาเข้าและบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าเพื่อการส่งออก หรือผู้ประกอบการอื่นใดที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น
ในการท่าเรือแห่งประเทศไทย จัดส่งเอกสารหลักฐานการฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับปั้นจั่น
ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ดังนี
๒.๑ ผู้ประกอบกิจการบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้า จัดส่งเอกสารที่แผนกบรรทุกและ
ขนถ่ายสินค้า ท่าเรือกรุงเทพ
๒.๒ ผู้ประกอบการขออนุญาตเปิดตู้สินค้าขาเข้าและบรรจุสินค้ าเข้าตู้สินค้าเพื่อการ
ส่งออก จัดส่งเอกสารที่แผนกตรวจสอบการชั่งวัดสินค้า ท่าเรือกรุงเทพ
๒.๓ ผู้ประกอบการอื่นใดที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น จัดส่งเอกสารที่แผนก
ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย กองความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายบริหารงาน
สนับสนุน ท่าเรือกรุงเทพ
้หนา ๒๒
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๘๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๓
๒.๔ ผู้ประกอบการอื่นใดที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น พื นที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน
และท่าเรือเชียงของ จัดส่งเอกสารที่แผนกการท่าและสินค้า ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน
๒.๕ ผู้ประกอบการอื่นใดที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น พื นที่ท่าเรือระนอง จัดส่งเอกสาร
ที่แผนกการท่าและสินค้า ท่าเรือระนอง
ข้อ ๓ ในกรณีที่ตรวจพบว่า ผู้ท าหน้าที่บรรทุกหรือขนถ่ายสินค้า ผู้ประกอบการขออนุญาต
เปิดตู้สินค้าขาเข้าและบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าเพื่อการส่งออก หรือบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ
ปั้นจั่นในท่าเรือกรุงเทพ เป็นผู้ที่ไม่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว แผนกบรรทุกและขนถ่ายสินค้า
หรือแผนกตรวจสอบการชั่งวัดสินค้า หรือแผนกความปลอดภัยและอาชีวอนามัย จะให้บุคคลนั น
หยุดการปฏิบัติงานทันที
ส าหรับพื นที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ท่าเรือเชียงของ และท่าเรือระนอง หากตรวจพบว่า
ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับปั้นจั่นเป็นผู้ที่ไม่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว แผนกการท่าและสินค้า
หรือเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ๑๒ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน หรือเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ๑๒
ท่าเรือระนอง หรือผู้อ านวยการส านักท่าเรือภูมิภาค จะให้บุคคลนั นหยุดการปฏิบัติงานทันที
ประกาศ ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖3
เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร
ผู้อ านวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย
้หนา ๒๓
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๘๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ เมษายน ๒๕๖๓
|
train
| 202
|
758.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/758.pdf
|
ระเบียบกรมศุลกากร
ว่าด้วยการงดหรือลดเบี้ยปรับ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2564
โดยที่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมาก
สมควรงดเบี้ยปรับให้แก่ผู้น าของเข้าหรือผู้ส่งของออกซึ่งไม่เสียอากรภายในก าหนดโดยไม่มีเจตนา
หลีกเลี่ยงการเสียอากร และน าเงินอากรที่ต้องเสียตามแบบแจ้งการประเมินอากรมาช าระภายใน
ช่วงระยะเวลาที่ก าหนด เพื่อบรรเทาผลกระทบให้แก่ผู้น าของเข้าหรือผู้ส่งของออก
อาศัยอ านาจ ตามความในมาตรา 22 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
อธิบดีกรมศุลกากรโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมศุลกากร ว่าด้วยการงดหรือลดเบี้ยปรับ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. 2564”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป
ข้อ 3 เมื่อผู้น าของเข้าหรือผู้ส่งของออกซึ่งไม่เสียอากรภายในก าหนดโดยไม่มีเจตนา
หลีกเลี่ยงการเสียอากร และน าเงินอากรที่ต้องเสียตามแบบแจ้งการประเมินอากรมาช าระต่อ
กรมศุลกากร ภายในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564
ให้งดเบี้ยปรับ
ข้อ 4 มิให้น าระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการงดหรือลดเบี้ยปรับ พ.ศ. 2560 มาใช้บังคับ
แก่การช าระอากรและงดเบี้ยปรับที่ได้ด าเนินการตามข้อ 3 แห่งระเบียบนี้แล้ว
ข้อ ๕ ให้อธิบดีกรมศุลกากรรักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕64
พชร อนันตศิลป์
อธิบดีกรมศุลกากร
้หนา ๑
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๔๔ งราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔
|
train
| 203
|
1394.pdf
|
SSHE
|
ACTION
|
SSHE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1394.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการท างาน
เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้กู้ยืมเงินกองทุนความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน (ฉบับที่ ๒)
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้กู้ยืมเงินกองทุน
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔
เกี่ยวกับอัตราค่าปรับส าหรับเงินต้นค้างช าระ เพื่อให้การบริหารกองทุนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
และมีประสิทธิภาพ
อาศัยอ านาจตามความในข้อ ๒๑ แห่งระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้เงิน
ช่วยเหลือและเงินอุดหนุน การขอเงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุน การอนุมัติเงินทดรองจ่าย การขอเงิน
ทดรองจ่าย การให้กู้ยืมเงิน และการช าระเงินคืนแก่กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ
สภาพแวดล้อมในการท างาน พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุน
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
การให้เงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุน การขอเงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุน การอนุมัติเงินทดรองจ่าย
การขอเงินทดรองจ่าย การให้กู้ยืมเงิน และการช าระเงินคืนแก่กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการท างาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ คณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔ แห่งประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้กู้ยืมเงินกองทุน
ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การท างาน ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๔ ในกรณีผู้กู้ไม่ช าระเงินกู้ให้เสร็จสิ้นตามก าหนดระยะเวลาในสัญญา ผู้กู้จะต้อง
เสียค่าปรับส าหรับเงินต้นที่ค้างช าระในอัตราร้อยละสี่ต่อปี”
ประกาศ ณ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖5
นิยม สองแก้ว
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ประธานกรรมการบริหาร
กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน
้หนา ๑๐
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๘๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ ธันวาคม ๒๕๖๕
|
train
| 204
|
1654.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1654.pdf
|
พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๗๘๐)
พ.ศ. ๒๕๖๖
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖
เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๘๐ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
รัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๗๘๐) พ.ศ. ๒๕๖๖”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวล
รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๖๔๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
้หนา ๑
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กันยายน ๒๕๖๖
โดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๗๒๔)
พ.ศ. ๒๕๖๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๔ ให้ลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๐ แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บ
ในอัตราร้อยละหกจุดสาม ส าหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการน าเข้าทุกกรณี ซึ่งความรับผิด
ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗”
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
เศรษฐา ทวีสิน
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๒
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กันยายน ๒๕๖๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกฤษฎีกาออกตามความ
ในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๖๔๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๗๒๔)
พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้ก าหนดให้ลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๐ แห่งประมวลรัษฎากร เหลืออัตรา
ร้อยละหกจุดสามเป็นการชั่วคราว ส าหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการน าเข้าทุกกรณี
ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน
พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ
และบรรเทาภาระค่าครองชีพใ ห้แก่ประชาชน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจให้แก่ภาคเอกชน
สมควรขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือร้อยละหกจุดสาม ออกไปจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน
พ.ศ. ๒๕๖๗ จึงจ าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
้หนา ๓
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กันยายน ๒๕๖๖
|
train
| 205
|
2339.pdf
|
TIS
|
ACTION
|
TIS_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2339.pdf
|
'1>@01>#1/อB!2@ห11/
N1ANอ ํ@ห% /@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ !?/1อ'1>2>#$>.@พ2COล>!?/ล@อ!?/1อ
2ํ@ห1?&@1ํ@? อ%B.@ค@อ@@0 NลN/ 5 />$?@1# 2อ&2ํ@ห1?&อค์'1>อ&!?/1อ
พ.0. 2567
P 0#?NN'็%@12/ค/1ํ@ห% /@!1@%(ล >!.?์อB!2@ห11/ !?/1อ'1>2>#$>.@พ2COล>
!?/ล@อ!?/1อ2ํ@ห1?&@1ํ@? อ%B.@ค@อ@@0 NลN/ 5 />$?@1# 2อ&2ํ@ห1?&อค์'1>อ&!?/1อ
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ 15 OหNพ1>1@&?ญญ?!>/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/
พ.0. 2511 @NOORNพ>N/N!>/P 0พ1>1@& ?ญญ?!>/@!1@%(ล >!.?์อB!2@ห11/ ( &?&#?N 7)
พ.0. 2558 1?/%!1?/N@@11>#1/อB!2@ห11/ @ออ'1>@0!@/ OอN2%ออค>11/@1
/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/R/O ?%?O
Oอ 1 '1>@0% ?ON1?0/N@ '1>@01>#1/อ B!2@ห11/ N1ANอ ํ@ห% /@!1@%
(ล>!.?์อB!2@ห11/ !?/1อ'1>2 >#$>.@พ2COล>!?/ล@อ! ?/1อ2ํ@ห1?&@1ํ@? อ%B.@ค
@อ@@0 NลN/ 5 />$?@1# 2อ&2ํ@ห1?&อค์'1>อ&!?/1อ พ.0. 2567
Oอ 2 '1>@0%?OQหO/?(ล%?&O!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ 3 QหOํ@ห% /@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ !?/1อ'1>2>#$>.@พ2COล>!?/ล@อ
!?/1อ2ํ@ห1?&@1ํ@? อ%B.@ค@อ@@0 NลN/ 5 />$?@1# 2อ&2 ํ@ห1?&อค์'1>อ&!?/1อ
/@!1@%Nล#?N มอก. 3931 เล่ม 5 - 2567 R/O ?/?1@0ล>Nอ?0 #O@0'1>@0%?O
'1>@0 /?%#?N 2๗ $?%/@ค/ พ.0. 2567
Nอ%? พ1Oอ/พ?%$B์
1?/%!1?/N@@11>#1/อB!2@ห11/
หนา ๒๐
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๓๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘
ขอมูลมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
แนบทายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ชื่อมาตรฐาน : ตัวกรองประสิทธิภาพสูงและตัวกลางของตัวกรองสําหรับการกําจ ัดอนุภาค
จากอากาศ เลม 5 วิธีการทดสอบสําหรับองคประกอบตัวกรอง
HIGH-EFFICIENCY FILTERS AND FILTER MEDIA FOR REMOVING
PARTICLES IN AIR PART 5: TEST METHOD FOR FILTER ELEMENTS
มาตรฐานเลขที่ : มอก. 3931 เลม 5-2567
ผูจัดทํา : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
กรรมการวิชาการ : -
ขอบขาย : มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมนี้
- กําหนดขึ้นโดยรับ ISO 29463-5:2022 High-efficiency filters and filter
media for removing particles in air — Part 5: Test method for
filter elements มาใชโดยวิธีพิมพซ้ํา (reprinting) ในระดับเหมือนกัน
ทุกประการ (identical) โดยใช ISO ฉบับภาษาอังกฤษเปนหลัก
- ระบุวิธีการทดสอบสําหรับการกําหนดประสิทธิภาพของตัวกรองจาก
ขนาดอนุภาคที่แทรกผานไดมากที่สุด (MPPS) มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
นี้ ใหแนวทางสําหรับการทดสอบและการจําแนกประเภทสําหรับตัวกรอง
ที่มี MPPS นอยกวา 0,1 μm (ภาคผนวก B : Annex B) และตัวกรอง
ที่ใชตัวกลางที่มีเสนใยสังเคราะห (ประจุ) (ภาคผนวก C : Annex C)
มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมนี้ มีจุดประสงคเพื่อใชรวมกับ
มอก. 3931 เลม 1 มอก. 3931 เลม 2 มอก. 3931 เลม 3 และ
มอก. 3931 เลม 4
เนื้อหาประกอบดวย : รายละเอียดใหเปนไปตาม ISO 29463-5:2022
จํานวนหนา : 38 หนา
ISBN (e-book) :
978-616-617-494-6
ICS : 91.140.30
สถานที่จัดเก็บ : หองสมุดสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท 02 430 6834
ตอ 02 440-2441
สถานที่จําหนาย : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400
https://www.tisi.go.th
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 206
|
1884.pdf
|
RGS
|
NON
|
RGS_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1884.pdf
|
ประกาศกรมที่ดิน
เรื่อง ก าหนดให้ส านักงานที่ดินจังหวัด และส านักงานที่ดินสาขา
ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นส านักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ต่างส านักงานแบบออนไลน์
ตามที่กรมที่ดินได้ประกาศก าหนดให้ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา/สาขา รวม ๑๘ แห่ง
เป็นส านักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ เฉพาะการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ประเภทโฉนดที่ดิน ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ไปแล้ว นั้น
เพื่อให้ประชาชนที่มีที่ดินอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ประเภทโฉนดที่ดิน สามารถยื่นค าขอจดทะเบียนสิทธิและท านิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน ณ ส านักงานที่ดิน
แห่งใดแห่งหนึ่งของจังหวัดที่อธิบดีกรมที่ดินได้ประกาศก าหนดให้เป็นส านักงานที่ ดินอิเล็กทรอนิกส์
ต่างส านักงานแบบออนไลน์ ยกเว้นการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ต้องมีการประกาศหรือต้องมีการรังวัด
โดยยื่นค าขอผ่านระบบ นัดจดทะเบียนล่วงหน้า (ระบบ e-QLands) และผู้ขอต้องไปด าเนินการ
ที่ส านักงานที่ดินที่ต้องการท านิติกรรมด้วยตนเอง (ไม่สา มารถมอบอ านาจได้) ส าหรับกรณีที่ผู้ขอ
ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การรัฐบาล และสถาบันการเงิน สามารถมอบอ านาจในการ
ท านิติกรรมได้เฉพาะการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการจ านองเท่านั้น
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๗๑ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ ดิน ซึ่งแก้ไข
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับ
มาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ และข้อ ๒ (๑) (๔)
ข้อ ๑๙ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกอบกับ
ข้อ ๑๖ แห่งระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในส านักงานที่ดิน
อิเล็กทรอนิกส์ ส านักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ต่างส านักงานแบบออนไลน์ และส านักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งระบบ พ.ศ. ๒๕๖๔ จึงประกาศให้ส านักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ ดังต่อไปนี้
๑. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา
๒. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาขามสะแกแสง
๓. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาคง
๔. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาครบุรี
๕. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาจักราช
๖. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาชุมพวง
๗. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโชคชัย
๘. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาด่านขุนทด
๙. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนไทย
หนา ๒๒
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๑๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗
๑๐. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนสูง
๑๑. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาบัวใหญ่
๑๒. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาประทาย
๑๓. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปักธงชัย
๑๔. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปากช่อง
๑๕. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาพิมาย
๑๖. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาสีคิ้ว
๑๗. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาสูงเนิน
๑๘. ส านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาขามทะเลสอ
เป็นส านักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ต่างส านักงานแบบออนไลน์ เฉพาะการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินประเภทโฉนดที่ดินที่ไม่มีการประกาศหรือการรังวัด
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗
พรพจน์ เพ็ญพาส
อธิบดีกรมที่ดิน
หนา ๒๓
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๑๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 207
|
744.pdf
|
SSHE
|
ACTION
|
SSHE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/744.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนดและจ่ายค่าทดแทน (ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๖๔
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนดและจ่าย
ค่าทดแทนให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการปฏิบัติงานในปัจจุบัน
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๐๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน
พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับมติคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๖๔
(ครั้งที่ ๗๑๗) เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ คณะกรรมการก ากับกิจการพลังงานออกประกาศไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์
วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนดและจ่ายค่าทดแทน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในบทนิยามค าว่า “เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่น”
ในข้อ ๓ ของประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับ
การก าหนดและจ่ายค่าทดแทน พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการ
พลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนดและจ่ายค่าทดแทน (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
““เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่น ” หมายความว่า เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองหรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยชอบด้วยกฎหมายในที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ พืชผล
หรือทรัพย์สินอื่นที่อยู่ในเขตระบบโครงข่ายพลังงาน ณ วันที่ประกาศก าหนดเขตระบบโครงข่ายพลังงาน
หรือวันที่ประกาศปรับปรุงระบบโครงข่ายพลังงาน หากมีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง
หรือสิทธิอื่นในทรัพย์สินดังกล่าวภายหลังวันที่ประกาศก าหนดเขตระบบโครงข่ายพลังงานหรือวันที่
ประกาศปรับปรุงระบบโครงข่ายพลังงาน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรื อผู้ทรงสิทธิอื่น
ให้หมายถึง เจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้ทรงสิทธิอื่น ณ วันจ่าย หรือวางเงินค่าทดแทน”
ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๕/๑ ของประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนดและจ่ายค่าทดแทน พ.ศ. ๒๕๕๒
“ข้อ ๕/๑ ในกรณีที่ระบบโครงข่ายพลังงานใดพาดผ่านพื้นที่มากกว่าหนึ่งจังหวัด และเมื่อพิจารณา
จากสภาพความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดที่อยู่ในเขตระบบโครงข่ายพลังงาน
แล้วเห็นว่า มีความเจริญเติบโตหรือมีศักยภาพในการพัฒนาที่อยู่ในระดับใกล้ เคียงกันเป็นพิเศษ
กกพ. อาจก าหนดตัวแทนของหน่วยราคาที่ดินเท่ากันทุกจังหวัดโดยใช้อัตราของจังหวัดที่สูงกว่า
เป็นเกณฑ์ในการก าหนดค่าทดแทนที่ดินก็ได้”
้หนา ๑๐
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ มิถุนายน ๒๕๖๔
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๘ ของประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการ
พลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนดและจ่ายค่าทดแทน พ.ศ. ๒๕๕๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“เพื่อประโยชน์ในการก าหนดค่าทดแทน ให้ส านักงาน กกพ. จัดท าบัญชีราคากลางอาคาร
โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น และให้เผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของส านักงาน กกพ.
โดยให้ส านักงาน กกพ. ท าการปรับปรุงบัญชีราคากลางอาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นทุกปี”
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๙ ของประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการ
พลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนดและจ่ายค่าทดแทน พ.ศ. ๒๕๕๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“เพื่อประโยชน์ในการก าหนดค่าทดแทน ให้ส านักงาน กกพ. จัดท าบัญชีราคากลางต้นไม้
และพืชผล และให้เผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของส านักงาน กกพ. โดยให้ส านักงาน กกพ.
ท าการปรับปรุงบัญชีราคากลางต้นไม้และพืชผลทุกปี”
ข้อ ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสอง และวรรคสาม ของข้อ ๖ ของประกาศ
คณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนด
และจ่ายค่าทดแทน พ.ศ. ๒๕๕๒
“การจ่ายค่าทดแทนในที่ดินที่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเก ษตรกรรม
และกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ ให้จ่ายค่าทดแทนแก่ผู้ทรงสิทธิ เว้นแต่กฎหมายนั้น
จะก าหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตยังไม่ได้จ่ายค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งและมีการเปลี่ยนแปลงบัญชี
ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ให้ผู้รับใบอนุญาต
เปรียบเทียบราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่สูงกว่าเป็นเกณฑ์ในการค านวณ
จ่ายค่าทดแทน”
ข้อ ๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๙/๑ ของประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงาน
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนดและจ่ายค่าทดแทน พ.ศ. ๒๕๕๒
“ข้อ ๙/๑ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตยังไม่ได้จ่ายค่าทดแทนตามข้อ ๘ หรือข้อ ๙ และมีการ
เปลี่ยนแปลงบัญ ชีราคากลางอาคาร โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอื่น ต้นไม้ และพืชผล ให้ผู้รับใบอนุญาต
เปรียบเทียบราคาทรัพย์สินก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นเกณฑ์
ในการค านวณจ่ายค่าทดแทน”
ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ ของประกาศคณะกรรมการก ากับกิจการพลั งงาน
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข เกี่ยวกับการก าหนดและจ่ายค่าทดแทน พ.ศ. ๒๕๕๒
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
้หนา ๑๑
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ มิถุนายน ๒๕๖๔
“ข้อ ๑๒ ให้ผู้รับใบอนุญาตด าเนินการจ่ายค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สินให้แล้วเสร็จภายใน
หนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการก าหนดราคาที่ดินและทรัพย์สินจากส านักงาน กกพ.
เว้นแต่ มีเหตุผลความจ าเป็นไม่อาจด าเนิ นการได้ทัน ให้เสนอขออนุมัติขยายระยะเวลาต่อ กกพ.
เป็นรายกรณี ทั้งนี้ ให้ขยายได้อีกไม่เกินหกสิบวัน”
ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4
เสมอใจ ศุขสุเมฆ
ประธานกรรมการก ากับกิจการพลังงาน
้หนา ๑๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ มิถุนายน ๒๕๖๔
|
train
| 208
|
807.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/807.pdf
|
ค ำสั่งนำยกรัฐมนตรี
ที่ ๑๓/๒๕๖๔
เรื่อง กำรจัดโครงสร้ำงของศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์
กำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (โควิด - 19) เพิ่มเติม
(ฉบับที่ ๖)
ตำมที่ได้มีกำรประกำศส ถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่
๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปต่อเนื่อง
เป็นล าดับ โดยมีค าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบั ติหน้าที่
ตามพระราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๖๓ และค าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๙/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดโครงสร้างของศูนย์บริหารสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) ลงวันที่
๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น
เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และการด าเนินการตามข้อก าหนดออกตามความในมาตรา ๙
แห่งพระราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นไปอย่างเหมาะสมและ
มีประสิทธิภาพ อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชก าหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และข้อ ๔ (๓) ของค าสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๕/๒๕๖๓ เรื่อง
การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อ านวยการศูนย์บริหาร
สถานการณ์โควิด - 19 จึงมีค าสั่งดังต่อไปนี้
๑. ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็น (๘) ของข้อ ๑ ของค าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖/๒๕๖๓ เรื่อง
การจัดโครงสร้างของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยค าสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๙/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดโครงสร้างของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
“( ๘) ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสื่อสาร
ในอินเทอร์เน็ต มีเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าศูนย์”
้หนา ๙
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๓ งราชกิจจานุเบกษา ๑ สิงหาคม ๒๕๖๔
๒. ให้หัวหน้าศูนย์และผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ปฏิบัติการด้านการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่
เกี่ยวกับการสื่อสารในอินเทอร์เน็ต เป็นผู้ปฏิบัติงานในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ผู้อ านวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19
้หนา ๑๐
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ สิงหาคม ๒๕๖๔
|
train
| 209
|
2323.pdf
|
SSHE
|
ACTION
|
SSHE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2323.pdf
|
#>##/
ํ@ห% หล?N์ />$?@# Oล>NAPอ%RN?P"/?&@#OO @#อ%B@!
Oล>อ?!#@คN@$##!N%?"!N?P"/?&@#'#>อ&>@#%Qํ@!?%NAQอNล> (&?&#?P 2)
.0. 2568
อ@0?"อํ@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ c /##คห%@P Oล>!@!#@ e (_) OหN#>#@&??!>
ค/&คB!%Qํ@!?%NAQอNล> .0. `cb` #?!%!#?/N@@##>##/ล?@%ออ#>##/R/O ?!NอR'%?Q
QหO"Nล>ค/@!Q%Oอ cd OหN#>##/ํ@ห% หล?N์ />$?@# Oล>NAPอ%RN?P"/?&
@#OO @#อ%B@!Oล>อ?!#@คN@$##!N%?"!N?P"/?&@#'#>อ&>@#%Qํ@!?%NAQอNล> .0. `cc6
Oล>QหOQOค/@!!NอR'%?QO#%
Oอ cd (CO#?&Q&อ%B@!'#>อ&>@#ค/&คB!'#>N ##?P a >QO"?NO&%Qํ@!?%NO&%Qํ@!?%
!N@%> @#?PR O#?&อ%B@!QหOQONO&%Qํ@!?%R!NR O N/O%O!NN'็%@#QO"?NO&%Qํ@!?%%> #?PR/R!@/N@
NO&%Qํ@!?%%> #?PR/R%Oอ"/N@
QหO(CO#?&Q&อ%B@!'#>อ&>@#ค/&คB!'#>N ##?P a OON'็%ห%?สAอQหO(COอ%B@!##@&#Bค#?Q
#?P!?@#QO"?NO&%Qํ@!?%%> #?PR/R!@/N@NO&%Qํ@!?%%> #?PR/R%Oอ"/N@ N/O%O!NN'็%@#QO"?NO&%Qํ@!?% ?Nล
%> #?PR/R!@/ N@NO&%Qํ@!?% ?Nล%> #?PR/R%Oอ"/N@ QหO(CO#?&Q&อ%B@!'#>อ& >@#ค/&คB!
'#>N ##?P a R O#?&"N/O%R!N!OอOOQหO(COอ%B@!##@&
QหOR/O /?%#?P 18 B! @?%$์ .0. `cd8
?#>?%$B์ ส@ล?#?/> @ค
#?!%!#?/N@@##>##/ล?@%
หนา ๑
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๘
ห!@"Nห!B :- Nห!B(ลQ%@#'#>@0QO#>##/&?&%?Q คAอ P "#?P#>##/ํ@ห% หล?N์ />$?@#
Oล>NAPอ%RN?P"/?&@#OO@#อ%B@!Oล>อ?!#@คN@$##!N%?"!N?P"/?&@#'#>อ&>@#%Qํ@!?%NAQอNล>
.0. `ccd ํ@ห% QหO@#QO"?NO&%Qํ@!?%%> R/R!@/N@NO&%Qํ@!?%%> R/R%Oอ"/N@ (CO#?&Q&อ%B@!
'#>อ& >@#ค/&ค B!'#>N ## ?P 3 !?ห%O@#?POO(COอ%B@!##@&# Bค#?Q#?P!?@# ํ@N%>%@# ?ลN@/
O!NN%APอ@Q%' ัB&?%!?@#(ล>!%Qํ@!?% ?Nล#?P!?B /@&RN' ็%%> R/R'@%ล@Oล>R/R% Oอ"!@@Q%
'#>อ&?&Oอํ@ห% N?P"/?&#>">ค/@!'ลอ ?"Oล>Oอํ@ห% N?P"/?&@#'้อ?%Oล>#>?&อ?คค? ?"
อ%Qํ@!?% ?Nล ?ลN@/N'็%NN%N ?"/?% ส!ค/#ํ@ห% QหO(CO#?&Q&อ%B@!'#>อ&>@#ค/&คB!'#>N ##?P a
R!N!OอOO@#N'ล?P"%O'ล@#QO"?NO&%Qํ@!?% ?Nล%> #?PR/R!@/N@NO&%Qํ@!?% ?Nล%> #?PR/R%Oอ"/N@
NAPอQหOสอ คลOอ?&ส @@#'#>อ& >@#Q%'ัB&?%Oล>N'็%@#อํ@%/"ค/@!ส> /Oล>ล @#>
ON(CO#?&Q&อ%B@!'#>อ&>@#ค/&คB!'#>N ##?P a #/!#?Q>#ํ@QหO@#>@#@อ%B@!'#>อ&>@#
%Qํ@!?%NAQอNล>!?'#>ส>#$> @">P@Q% @ํ@N'็%!Oอออ#>##/%?Q
หนา ๒
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 210
|
1442.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1442.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ที่ ๑๔/๒๕๖๕
เรื่อง มาตรการกระตุ้นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ
อนุสนธิประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ ๘/๒๕๖๕ เรื่อง นโยบายและหลักเกณฑ์
การส่งเสริมการลงทุน
เพื่อกระตุ้นให้โครงการขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเร่งการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ
โดยเร็ว อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. ๒๕๒๐ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จึงออกประกาศ ดังนี้
ข้อ ๑ ก าหนดให้พื้นที่ทุกจังหวัดเป็นเขตส่งเสริมการลงทุน
ข้อ ๒ เงื่อนไข
๒.๑ ต้องเป็นกิจการในกลุ่ม A1 A2 A3 และ A4 ยกเว้น
(๑) ประเภทกิจการที่ไม่มีที่ตั้งสถานประกอบการชัดเจน เช่น กิจการขนส่ง
ทางอากาศ กิจการขนส่งทางเรือ เป็นต้น ตามที่ส านักงานก าหนด
(๒) ประเภทกิจการที่ก าหนดเงื่อนไขให้ตั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
หรือเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเท่านั้น
๒.๒ ต้องเป็นโครงการที่ได้รับสิทธิและประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนต่าง ๆ รวมกันแล้วไม่เกิน ๘ ปี
๒.๓ ต้องมีการลงทุนจริงไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่รวมค่าที่ดินและ
ทุนหมุนเวียน ภายใน ๑๒ เดือน นับจากวันออกบัตรส่งเสริม
๒.๔ จะไม่อนุญาตให้ขยายเวลาตอบรับการส่งเสริมและส่งหลักฐานการออกบัตร
ส่งเสริม ทั้งนี้ จะพิจารณาขยายเวลาน าเข้าเครื่องจักรและเปิดด าเนินการตามความเหมาะสม
๒.๕ ต้องยื่นหลักฐานการลงทุนจริงเพื่อขอรับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมตามแบบที่
ส านักงานก าหนดภายใน ๑๘ เดือน นับจากวันออกบัตรส่งเสริม ทั้งนี้ จะพิจารณาขยายเวลายื่น
หลักฐานการลงทุนจริงเพื่อขอรับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม โดยในวันที่ยื่นขอรับ
สิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมต้องมีสิทธิและประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลืออยู่ทั้งระยะเวลา
และวงเงินที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อ ๓ สิทธิและประโยชน์เพิ่มเติม
ให้ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลส าหรับก าไรสุทธิที่ได้จากการลงทุนในอัตรา
ร้อยละ ๕๐ ของอัตราปกติ เป็นระยะเวลา ๕ ปี นับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้
นิติบุคคล
ข้อ ๔ ต้องยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนภายในวันท าการสุดท้ายของปี ๒๕๖๖
้หนา ๓๖
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มกราคม ๒๕๖๖
ข้อ ๕ มอบอ านาจให้ส านักงานกระท าการแทนในการพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติให้แก้ไข
โครงการ เพื่อขอรับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมส าหรับโครงการทุกขนาดการลงทุนตามมาตรการนี้
รวมถึงการพิจารณาขยายเวลายื่นหลักฐานการลงทุนจริง เพื่อขอรับสิทธิและประโยชน์เพิ่ มเติมได้
ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖5
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน
้หนา ๓๗
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มกราคม ๒๕๖๖
|
train
| 211
|
1933.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1933.pdf
|
'1>@01>#1/2@$@12B
N1AN/ ํ@ห% N์คN@คล@ NคลAN/%/2@12ํ@ค?ญ
Q%Nค1AN/2ํ@/@#?N/?2N/%(2//O/ล/0/ล์NพAN/2B/%@/?02ํ@ห1?&/A/
พ.0. `_`a
/@0?0/ํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ _ /11คห%@N Oล>/@!1@ ` (_a) OหNพ1>1@ช&?ญญ?!>
Nค1AN/2ํ@/@ พ.0. `__b 1?/%!1?/N@@11>#1/2@$@12 BP 0คํ@O%>%ํ@/ค>11/@1
Nค1AN/2ํ@/@ Q%@1'1>ชB/ค1?O#?N _/`_`a N/AN//?%#?N `` B/.@พ?%$์ `_`a @//'1>@0R/O
?!N/R'%?O
O/ _ '1>@0%?OQหOQชO&?ค?&!?OO!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@ช>@%BN&1@N'็%!O%R'
O/ ` ํ@ห% N์คN@คล@ NคลAN/%/2@12ํ@ค?ญQ%Nค1AN/2ํ@/@#?N/?2N/%(2//O/ล/0/ล์
NพAN/2B/%@/?02ํ@ห1?&/A/ QหO/?R O%O/0/N@R/NN>%1O/0ล> __ ห1A//@/N@R/NN>%1O/0ล> _b !@/#?N
OOR/O!N/(CO1?& OO
'1>@0 /?%#?N `_ N/1@0% พ.0. `_`a
ชล%N@% 01?OO/
1?/%!1?/N@@11>#1/2@$@12B
หนา ๒๘
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๕๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 212
|
1500.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1500.pdf
|
ประกาศส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ที่ ป. ๕/๒๕๖๖
เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ส าหรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ (Smart Visa)
อนุสนธิประกาศส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ ป. ๑๒/๒๕๖๑ ลงวันที่
๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ เรื่อง คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขส าหรับการตรวจลงตราประเภท
คนอยู่ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ (Smart Visa)
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติส่ งเสริมการลงทุน พ.ศ. ๒๕๒๐
และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
จึงให้ยกเลิกความในข้อ ๑.๑ ของประกาศส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ ป. ๑๒/๒๕๖๑
ลงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ เรื่อง คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขส าหรับการตรวจลงตรา
ประเภทคนอยู่ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ (Smart Visa) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“๑.๑ ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง นักลงทุน ผู้บริหารระดับสูง และผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น
ซึ่งประสงค์จะท างาน ลงทุนหรือจัดตั้งกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ดังต่อไปนี้
(1) อุตสาหกรรมยานยนต์
(2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
(3) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับคุณภาพ
(4) อุตสาหกรรมการเกษตร อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ
(5) อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์
(6) อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์
(7) อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
(8) อุตสาหกรรมดิจิทัล
(9) อุตสาหกรรมการแพทย์
(10) อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
(11) อุตสาหกรรมที่สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยตรงและ
มีนัยส าคัญ เช่น การผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ า เป็นต้น
(12) อุตสาหกรรมการบิน อากาศยาน และอวกาศ
(13) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(14) การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน
(15) การบริหารเทคโนโลยี นวัตกรรม และ Startup Ecosystem
(16) การพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมาย
้หนา ๘
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๘๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ เมษายน ๒๕๖๖
(17) ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center - IBC)
(18) การบริการด้านการระงับข้อพิพาททางเลือก”
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖6
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
้หนา ๙
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๘๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ เมษายน ๒๕๖๖
|
train
| 213
|
149.pdf
|
SSHE
|
ACTION
|
SSHE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/149.pdf
|
ประกาศการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ที่ 37/๒๕๖๒
เรื่อง หลักเกณฑ์การก าหนดหรือปรับอัตราค่าบริการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงาน
โดยที่เป็นการสมควรให้มีหลักเกณฑ์การก าหนดหรือปรับอัตราค่าบริการสาธารณูปโภค
ในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงานโดยใช้สูตรโครงสร้าง
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๒๒ และมติคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๒
เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๒ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ 37/๒๕๖๒
เรื่อง หลักเกณฑ์การก าหนดหรือปรับอัตราค่าบริการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงาน”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“กนอ.” หมายความว่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
“ผู้ร่วมด าเนินงาน ” หมายความว่า ผู้ที่ได้รั บอนุมัติให้เข้าร่วมด าเนินงานกับ กนอ.
ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงาน และได้ท าสัญญาร่วมด าเนินงานโครงการนิคมอุตสาหกรรม
ร่วมด าเนินงานกับ กนอ. แล้ว
“ผู้ประกอบกิจการ ” หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
ร่วมด าเนินงาน
ข้อ ๔ ค่าบริการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงานตามประกาศนี้ ได้แก่
ค่าน้ าประปา ค่าน้ าดิบ ค่าบ ารุงรักษาสิ่งอ านวยความสะดวก และค่าบริการบ าบัดน้ าเสีย ซึ่ง กนอ.
จะเรียกเก็บจากผู้ประกอบกิจการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์การค านวณโดยใช้สูตรโครงสร้าง ดังต่อไปนี้
(๑) การก าหนดหรือปรับอัตราค่าน้ าประปา ค่าน้ าดิบ และค่าบ ารุงรักษาสิ่งอ านวยความสะดวก
ใช้สูตรดังนี้ Tariff - (Fixed Cost + Variable Cost) x Profit Margin
Fixed Cost (ต้นทุนคงที่) หมายถึง ต้นทุนที่ไม่เปลี่ยนแปลงในจ านวนรวมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
ในกิจกรรมหรือจ านวนผลิต และมีจ านวนเท่ากันตลอดช่วงกิจกรรม โดยค านวณจากความสามารถ
(Capacity) ของระบบสาธารณูปโภคนั้น ๆ
Variable Cost (ต้นทุนผั นแปร) หมายถึง ต้นทุนรวมผันแปรไปในอัตราส่วนโดยตรงกับ
การเปลี่ยนแปลงของกิจกรรม โดยค านวณจากการใช้งานระบบสาธารณูปโภคที่เกิดขึ้นจริง
Profit Margin (อัตราก า ไร) หมายถึง ส่วนบวกเพิ่ม ( Mark up) จากต้นทุนรวมของ
นิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงาน โดยใช้อัตราต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ าหนักของเงินทุน (Weighted Average
Cost of Capital : WACC)
้หนา ๔๗
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒
(๒) กรณีการก าหนดหรือปรับอัตราค่าบริการบ าบัดน้ าเสีย ให้ใช้หลักเกณฑ์การค านวณ
โดยใช้สูตรโครงสร้าง ดังนี้ ค่าบริการบ าบัดน้ าเสีย (บาทต่อเดือน) = (๑๐๐ + aVi + bViSi/๑๐๐๐) + Cp
๑๐๐ หมายถึง ค่าบริการบ าบัดน้ าเสียขั้นต่ า
Vi หมายถึง ปริมาณน้ าเสีย (ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน) ค านวณจากร้อยละ ๘๐ ของปริมาณน้ าใช้
Si หมายถึง ค่าความสกปรกของน้ าเสีย ค านวณจากค่า BOD5 หน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร
a (ค่าคงที่ ) หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการรวบรวมและระบายน้ าเสียจากโรงงานเข้าสู่ระบบ
บ าบัดน้ าเสียส่วนกลางต่อ ๑ ลูกบาศก์เมตร โดยคิดจากต้นทุนคูณด้วย Profit Margin
b (ค่าคงที่) หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการบ าบัดน้ าเสียของระบบบ าบัดน้ าเสียส่วนกลางต่อ
๑ ลูกบาศก์เมตรต่อ ๑ กิโลกรัมบีโอดี (BOD Loading) โดยคิดจากต้นทุนคูณกับ Profit Margin
Cp (ค่ามลภาวะเกินมาตรฐาน) หมายถึง เงินที่เรียกเก็บเพิ่มในกรณีที่น้ าเสียของผู้ประกอบกิจการ
มีคุณภาพเกินกว่าค่ามาตรฐานที่ กนอ. ก าหนด โดยค่า Cp จะเรียกเก็บในอัตราจ านวนเท่า
ของค่าบริการบ าบัดน้ าเสีย (๑๐๐ + aVi + bViSi/๑๐๐๐) ดังนี้
กรณีหากคุณภาพน้ า เสียพารามิเตอร์ใด ๆ ของโรงงานเกินกว่าค่ามาตรฐานที่ก าหนดไม่เกิน
๑.๕ เท่าของค่ามาตรฐานของพารามิเตอร์นั้น ๆ จะเรียกเก็บค่า Cp เป็นจ านวน ๓ เท่าของค่าบริการ
บ าบัดน้ าเสียในกรณีปกติ
กรณีหากคุณภาพน้ าเสียพารามิเตอร์ใด ๆ ของโรงงานเกินกว่าค่ามาตรฐานที่ก าหนดเกินกว่า
๑.๕ เท่าของค่ามาตรฐานของพารามิเตอร์นั้น ๆ จะเรียกเก็บค่า Cp เป็นจ านวน ๕ เท่าของค่าบริการ
บ าบัดน้ าเสียในกรณีปกติ
ข้อ ๕ หลักเกณฑ์การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาก าหนด
หรือปรับอัตราค่าบริการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงานตามประกาศนี้ มีดังต่อไปนี้
(๑) ด าเนินการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย
(๑.๑) งบทดลอง รายละเอียดสินทรัพย์ถาวร และงบการเงินย้อนหลัง ๓ ปี
(๑.๒) รายละเอียดประกอบการค านวณค่าใช้จ่ายรายกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วย
ปริมาณการใช้ จ านวนคน และอัตราค่าบริการต่อหน่วยผลิตเป็นอย่างน้อย
(๑.๓) ประมาณการค่าใช้จ่ายรายกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วยปริมาณการใช้งาน
และอัตราค่าบริการต่อหน่วยผลิต เป็นอย่างน้อย
(๑.๔) แผนการลงทุนขนาดใหญ่ที่ได้รับการอนุมัติหรือเห็นชอบแล้ว
(๑.๕) แผนการลงทุ นในอนาคตที่ได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบแล้ว และการประมาณการ
แนวโน้มต้นทุนในอนาคต อย่างน้อย ๓ ปี
(๒) น าข้อมูลตาม (๑) มาวิเคราะห์โดยแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนที่ส าคัญ ดังนี้
(๒.๑) ต้นทุนจริง ( Actual Cost) คือ ต้นทุนรวมที่เกิดขึ้นจริงที่แบ่งตามพฤติกรรม
ของต้นทุน (Cost Behavior Analysis) ประกอบด้วยต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) และต้นทุนผันแปร
้หนา ๔๘
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒
(Variable Cost) ซึ่งเป็นทั้งต้นทุนทางตรง ( Direct Cost) และต้นทุนทางอ้อม ( Indirect Cost)
ของกิจการ โดยค านวณจากมูลค่าจริงของวัตถุดิบที่จ่ายจริง ค่าแรงงานที่จ่าย จริง และค่าใช้จ่าย
การผลิตที่จ่ายจริง โดยมีวิธีการค านวณ ดังนี้
- ต้นทุนผันแปร = ปริมาณการผลิตจริง × อัตราค่าบริการ
- ต้นทุนค่าน้ าดิบ = ปริมาณน้ าดิบ × อัตราค่าน้ าดิบ
- ต้นทุนคงที่ = ปริมาณการผลิตจริง × อัตราค่าบริการ (ปันส่วนค่าใช้จ่าย)
- ค่าแรงงานควบคุมระบบประปา = ปริมาณน้ าประปาที่ผลิต × อัตราค่าบริการ
ที่ปันส่วนค่าใช้จ่าย
(๒.๒) ต้นทุนที่ปรับปรุงแล้ว ( Adjusted Cost) คือ ต้นทุนรวมซึ่งประมาณขึ้นก่อนที่
จะท าการผลิตจริง ณ ระดับการผลิตหนึ่งภายใต้สถานการณ์ที่คาดคะเนไว้ โดยต้นทุนที่ประมา ณการ
ดังกล่าวจะแบ่งตามพฤติกรรมของต้นทุน ( Cost Behavior Analysis) ประกอบด้วยต้นทุนคงที่
(Fixed Cost) ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) ซึ่งเป็นทั้งต้นทุนทางตรง (Direct Cost) และต้นทุน
ทางอ้อม ( Indirect Cost) ของกิจการ โดยค านวณจากการรวบรวมข้อมูลจาก เอกสารตาม (๑)
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
(๒.๒.๑) ต้นทุนผันแปร
๑) ประเมินค่ารูปแบบพฤติกรรมของต้นทุนผันแปร
๒) เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมเพื่อการประยุกต์ต้นทุนผันแปรเข้าสู่
หน่วยต้นทุน
๓) เลือกระดับการด าเนินงาน และประมาณต้นทุนผันแปรรวม
ประเมินค่าจ านวนรวมของกิจกรรมที่ได้เลือกไว้
๔) ค านวณอัตราต้นทุนผันแปร
(๒.๒.๒) ต้นทุนคงที่
๑) ค านวณหาค่าใช้จ่ายคงที่รวม โดยการประมาณการหรือส าหรับ
งวดเวลา
๒) กิจกรรมที่น ามาวัดค่าส าหรับประยุกต์ต้นทุนคงที่คิดเข้างาน
๓) ก าหนดระดับของกิจกรรมการด าเนินการโดยปกติซึ่งจะส่งผลต่อ
ปริมาณของฐานกิจกรรมที่น ามาวัดเพื่อการประยุกต์ต้นทุนคงที่คิดเข้างาน
ข้อ ๖ ให้แจ้งผลการวิเคราะห์อัตราค่าบริการสาธารณูปโภคที่เหมาะสมให้แก่ผู้ร่วมด าเนินงาน
เพื่อน าไปด าเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงานต่อไป
ข้อ ๗ เมื่อได้ด าเนินการตามข้อ ๖ เสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้ร่วมด าเนินงานแจ้งผลการรับฟัง
ความคิดเห็นแก่ กนอ. เพื่อประกอบการพิจารณาด าเนินการเสนอต่อคณะกรรมการ กนอ.
เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบอัตราค่าบริการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงานต่อไป
้หนา ๔๙
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒
ข้อ ๘ อัตราค่าบริการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงานโดยใช้สูตร
โครงสร้างตามประกาศนี้ ผู้ร่วมด าเนินงานมีสิทธิที่จะขอปรับได้ในทุกรอบระยะเวลา ๓ ปี ทั้งนี้
โดยค านวณจากอัตราเงินเฟ้อของไ ฟฟ้า เชื้อเพลิงในครัวเรือนและน้ าประปาเฉลี่ยย้อนหลัง ๓ ปี
เป็นเกณฑ์ในการขอปรับอัตราค่าบริการสาธารณูปโภคดังกล่าว
ในกรณีที่อัตราเงินเฟ้อของไฟฟ้า เชื้อเพลิงในครัวเรือนและน้ าประปาซึ่งใช้ค านวณเป็นเกณฑ์
ในการขอปรับอัตราค่าบริการสาธารณูปโภคตามวรรคหนึ่งเปลี่ย นแปลงไป กนอ. อาจขอปรับอัตรา
ค่าบริการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงานให้เหมาะสมกับอัตราเงินเฟ้อดังกล่าว
ก่อนครบทุกรอบระยะเวลา ๓ ปีก็ได้
ข้อ ๙ ในกรณีที่ต้นทุนการด าเนินการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยส าคัญ ผู้ร่วมด าเนินงาน
อาจขอปรับอัตราค่าบริการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมร่วมด าเนินงานก่อน ครบก าหนดระยะเวลา
ตามที่ก าหนดไว้ในข้อ ๘ ก็ได้
ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖2
สมจิณณ์ พิลึก
ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
้หนา ๕๐
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๙๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒
|
train
| 214
|
2363.pdf
|
POWER
|
ACTION
|
POWER_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2363.pdf
|
'#>@0#>##/อB!2@ห##!
N#ANอ ํ@ห% !@!#@%(ล>! ?์อB!2@ห##! อ@#์N#"์O(Nลล์O2อ@#>!"์ -
@#/? คBล?1>อ#>O2R้@ - O# ?%R้@ 2"@%#?N!> !?O
.0. 2567
P "#?NN'็%@#2!ค/#ํ@ห% !@!#@%(ล>! ?์อB!2@ห##! อ@#์N#"์O(Nลล์O2อ@#>!"์ -
@#/? คBล?1>อ#>O2R้@ - O# ?%R้@ 2"@%#?N!> !?O
อ@0?"อํ@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ 15 OหN#>#@&?ญญ?!>!@!#@%(ล>! ?์อB!2@ห##!
.0. 2511 @NOORN>N!N!>!P "#>#@& ?ญญ?!>!@!#@%(ล >! ?์อB!2@ห##! ( &?&#?N 7)
.0. 2558 #?!%!#?/N@@##>##/อB!2@ห##! @ออ'#>@0!@! OอN2%ออค>##!@#
!@!#@%(ล>! ?์อB!2@ห##!R/O ?%?O
Oอ 1 '#>@0% ?ON#?"/N@ '#>@0#>##/อ B!2@ห##! N#ANอ ํ@ห% !@!#@%
(ล>! ?์อB!2@ห##! อ@#์N#"์O(Nลล์O2อ@#>!"์ - @#/? คBล?1>อ#>O2R้@ - O# ?%R้@
2"@%#?N!> !?O .0. 2567
Oอ 2 '#>@0%?OQหO!?(ล%?&O!N/?%"? @/?%'#>@0Q%#@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ 3 QหOํ@ห% !@!#@%(ล>! ?์อB!2@ห##! อ@#์N#"์O(Nลล์O2อ@#>!"์ - @#/?
คBล?1>อ#>O2R้@ - O# ?%R้@ 2"@%#?N!> !?O !@!#@%Nล#?N มอก. 61829 - 2567 R/O
?!?#@"ล>Nอ?" #O@"'#>@0%?O
'#>@0 /?%#?N 2๗ $?%/@ค! .0. 2567
Nอ%? #Oอ!?%$B์
#?!%!#?/N@@##>##/อB!2@ห##!
หนา ๕๘
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๕๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘
ขอมูลมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
แนบทายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ชื่อมาตรฐาน : อารเรยแผงเซลลแสงอาทิตย - การวัดคุณลักษณะของกระแสไฟฟ า-
แรงดันไฟฟา ณ สถานที่ติดตั้ง
PHOTOVOLTAIC (PV) ARRAY - ON-SITE MEASUREMENT OF
CURRENT-VOLTAGE CHARACTERISTICS
มาตรฐานเลขที่ : มอก. 61829-2567
ผูจัดทํา : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
กรรมการวิชาการ : คณะกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 77 ระบบเซลลแสงอาทิตย
ขอบขาย : มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมนี้
- ระบุขั้นตอนสําหรับการวัดคุณลักษณะของอารเรยแผงเซลลแสงอาทิตย
(อารเรย PV) แบบแผนราบ ณ สถานที่ติดตั้ง ภาวะอุตุนิยมวิทยาที่เกี่ยวของ
และการใชคุณลักษณะเหลานี้เพื่อแปลงเปนภาวะทดสอบมาตรฐาน
(Standard test condition; STC) หรือภาวะอื่น ๆ ที่เลือกไว
- การวัดคุณลักษณะกระแสไฟฟา-แรงดันไฟฟา (I-V) ของอารเรย PV
ภายใตสภาวะ ณ สถานที่ติดตั้งจริง และการแปลงเปนภาวะทดสอบอางอิง
(Reference test condition; RTC) เพื่อใหได
ขอมูลสําหรับพิกัดกําลังไฟฟาหรือการทดสอบขีดความสามารถ
การตรวจสอบสมรรถนะพลังงานไฟฟาอารเรยที่ติดตั้งโดยสัมพันธกับ
ขอกําหนดการออกแบบ
การตรวจสอบความแตกตางที่เปนไปไดระหวางคุณลักษณะแผงเซลล
แสงอาทิตย ณ สถานที่ติดตั้ง และการวัดในหองปฏิบัติการหรือโรงงาน
การตรวจสอบการเสื่อมสมรรถนะที่เปนไปไดของแผงและอารเรยของ
แผงเซลลแสงอาทิตยที่เกี่ยวของกับขอมูลเริ่มตน ณ สถานที่ติดตั้ง
การตรวจสอบขอบกพรองของแผงหรืออารเรยของเซลลแสงอาทิตยที่
เปนไปได หรือสมรรถนะต่ํา
- การวัด ณ สถานที่ติดตั้ง แปลงเปน STC สามารถเปรียบเทียบไดโดยตรง
กับผลลัพธที่ไดรับกอนหนานี้ในหองปฏิบัติการหรือโรงงานเฉพาะแผงเซลล
แสงอาทิตยนั้น การปรับแกสําหรับความแตกตางในดานการตอบสนองตอ
คลื่นแสงของอุปกรณอางอิงอาจจําเปนตองไดรับการประเมินตามที่ระบุไวใน
IEC 60904
- การวัดอารเรย ณ สถานที่ติดตั้ง ไดรับผลกระทบจากการสูญเสียที่เกิด
จากไดโอด เคเบิล และการจัดเรียงแผงที่ไมเหมาะสม (mismatch)
ความสกปรก และการบังแสง การเสื่อมสภาพเนื่องจากอายุการใชงาน
และปจจัยอื่น ๆ ที่ไมสามารถควบคุมได ดังนั้นผลการวัดนี้จะไมเทากับผลคูณ
ของจํานวนแผงเซลลแสงอาทิตยกับขอมูลของแผงเซลลอาทิตยที่เกี่ยวของ
- หากอารเรย PV ประกอบดวยอารเรยยอยที่มีความลาดเอียง การวางทิศทาง
เทคโนโลยีของแผง หรือการกําหนดคาทางไฟฟาที่แตกตางกัน ขั้นตอนที่ระบุ
ในมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมนี้สามารถประยุกตใชไดกับอารเรยยอย
แตละแบบที่เกี่ยวของ
เนื้อหาประกอบดวย : บททั่วไป ขอบขาย เอกสารอางอิง บทนิยาม อุปกรณ ขั้นตอนการวัด
การวิเคราะห รายงานการทดสอบ ภาคผนวก และบรรณานุกรม
จํานวนหนา : 20 หนา
ISBN (e-book) :
978-616-617-566-0
ICS : 27.160
สถานที่จัดเก็บ : หองสมุดสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท 02 430 6834
ตอ 02 440-2441
สถานที่จําหนาย : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400
https://www.tisi.go.th
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 215
|
1468.pdf
|
ETHANOL
|
ACTION
|
ETHANOL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1468.pdf
|
ประกาศกรมสรรพสามิต
เรื่อง ก าหนดเหตุจ าเป็น วิธีการขอและการอนุญาตขยายระยะเวลาการก่อสร้างโรงอุตสาหกรรมผลิตสุรา
การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา และการเปิดด าเนินการผลิตสุรา
เพื่อให้การขยายระยะเวลาเปิดด าเนินการผลิตสุรา ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุรา
มีเหตุจ าเป็นที่ไม่สามารถเปิดด าเนินการผลิตสุราในระยะเวลาที่ก าหนดในใบอนุญาตผลิตสุราได้ เป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอ านาจตามความในข้อ 20 ของกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2565
และมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ อธิบดีกรมสรรพสามิต
ก าหนดเหตุจ าเป็น วิธีการขอและการอนุญาตขยาย ระยะเวลาการก่อสร้างโรงอุตสาหกรรมผลิตสุรา
การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา และการเปิดด าเนินการผลิตสุราไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนดเหตุจ าเป็น วิธีการขอและการอนุญาต
ขยายระยะเวลาการก่อสร้างโรงอุตสาหกรรมผลิ ตสุรา การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา
และการเปิดด าเนินการผลิตสุรา ลงวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564
ข้อ 2 เหตุจ าเป็นที่ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุราอาจขอขยายระยะเวลาการก่อสร้าง
โรงอุตสาหกรรมผลิตสุรา การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา และการเปิดด าเนินการผลิตสุราได้
มีดังต่อไปนี้
(1) กรณีที่เกิดภัยธรรมชาติจนเป็นเหตุให้การก่อสร้างโรงอุตสาหกรรมผลิตสุรา การติดตั้ง
เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา รวมถึงการเปิดด าเนินการผลิตสุรา ไม่เป็นไปตา มระยะเวลา
ที่ก าหนดในใบอนุญาตผลิตสุรา
(2) กรณีที่หน่วยงานของรัฐมีการออกกฎหมาย ประกาศ หรือระเบียบ อันเป็นเหตุให้
การก่อสร้างโรงอุตสาหกรรมผลิตสุรา การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา รวมถึงการเปิด
ด าเนินการผลิตสุรา ไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่ก าหนดในใบอนุญาตผลิตสุรา
(3) กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุราต้องรอการอนุญาตจากหน่วยงานอื่นก่อนเปิดด าเนินการ
ผลิตสุรา
(4) กรณีเหตุจ าเป็นอื่น ๆ ที่มีหลักฐานชัดแจ้งว่าเป็นเหตุให้การก่อสร้างโรงอุตสาหกรรม
ผลิตสุรา การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา รวมถึงการเปิดด าเนินการผลิตสุรา ไม่เป็นไป
ตามระยะเวลาที่ก าหนดในใบอนุญาตผลิตสุรา
ข้อ 3 วิธีการขอและการอนุญาตขยายระยะเวลาการก่อสร้างโรงอุตสาหกรรมผลิตสุรา
การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา และการเปิดด าเนินการผลิตสุรา ให้ด าเนินการ ดังนี้
(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุราที่มีเหตุจ าเป็นตามที่ก าหนดไว้ในข้อ 2 และมีความประสงค์
จะขอขยายระยะเวลาการก่อสร้างโรงอุตสาหกรรมผลิตสุรา การติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา
้หนา ๓๕
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๕๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖
และการเปิดด าเนินการผลิตสุรา ให้ยื่นหนังสือขออนุญาตขยายระยะเวลา พร้อมแจ้งเหตุจ า เป็น
เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และก าหนดระยะเวลาที่คาดว่าจะสามารถด าเนินการก่อสร้าง
โรงอุตสาหกรรมผลิตสุรา ติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสุรา และเปิดด าเนินการผลิตสุราใหม่
ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือส านักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา
แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมที่จะใช้ผลิตสุราตั้งอยู่ ก่อนครบก าหนดระยะเวลาที่ก าหนดในใบอนุญาต
ผลิตสุรา
(2) ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบเหตุจ าเป็นรวมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ว่ามีความถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่
(2.1) ในกรณีที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบแล้วเห็นว่าเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่น
ค าขอได้ยื่นไว้ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งให้ผู้ยื่นค าขอทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไข
หรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งให้ผู้ยื่นค าขอด าเนินการแก้ไขหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม
ให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจด าเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องและรายการเอกสาร
หลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งก าหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นค าขอจะต้องด าเนินการแก้ไขหรือ
ยื่นเอกส ารหลักฐานเพิ่มเติม ตามความเหมาะสมแก่กรณีและระบุไว้ในบันทึกดังกล่าวด้วย ทั้งนี้
ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตผู้รับค าขอและผู้ยื่นค าขอลงนามไว้ในบันทึกนั้น และให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต
ผู้รับค าขอมอบส าเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ยื่นค าขอไว้เป็นหลักฐาน
ในกรณีที่ผู้ยื่ นค าขอไม่ด าเนินการแก้ไขความบกพร่องหรือยื่นเอกสารหลักฐาน
เพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่ก าหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นค าขอละทิ้งค าขอ และให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต
แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นค าขอทราบ
(2.2) ในกรณีที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบแล้วเห็นว่า รายละเอียดในค าขอ
รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นค าขอได้ยื่นไว้มีความถูกต้องและครบถ้วน หรือผู้ยื่นค าขอได้ด าเนินการแก้ไข
ความบกพร่องหรือยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่ก าหนด ให้ด าเนินการ ดังนี้
(2.2.1) ในกรณีที่ผู้ยื่นค าขอเป็นผู้ได้รับอนุญาตผลิตสุราแช่ที่มิใช่สุราแช่ ชนิดเบียร์
หรือเป็นผู้ได้รับอนุญาตผลิตสุรากลั่นที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมสุราขนาดเล็กหรือโรงอุตสาหกรรม
สุราขนาดกลาง ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเสนอความเห็นในเบื้องต้น และส่งเรื่องให้สรรพสามิตพื้นที่
พิจารณาต่อไป
(2.2.2) ในกรณีที่ผู้ยื่นค าขอเป็นผู้ ได้รับอนุญาตผลิตสุราอื่น ๆ นอกเหนือจาก
(๒.๒.๑) ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเสนอความเห็นในเบื้องต้นต่อสรรพสามิตพื้นที่เพื่อส่งเรื่องให้
ผู้อ านวยการส านักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 พิจารณาต่อไป
(3) เมื่อสรรพสามิตพื้นที่หรือผู้อ านวยการส านักมาตรฐานและพัฒน าการจัดเก็บภาษี 1
ได้รับหนังสือตามข้อ (2.2) แล้ว และพิจารณาแล้วเห็นว่าเหตุจ าเป็นที่ผู้ยื่นค าขอได้แจ้งไว้เป็นเหตุจ าเป็น
ตามที่ก าหนดไว้ข้อ 2 จะพิจารณาขยายก าหนดระยะเวลาออกไปอีกตามความจ าเป็นแก่กรณีก็ได้
้หนา ๓๖
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๕๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖
ข้อ 4 ในกรณีที่มีเหตุจ าเป็นตามที่ก าหนดไว้ในข้อ 2 เกิดขึ้นเป็นการทั่วไป ให้ผู้อ านวยการ
ส านักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 เสนออธิบดีประกาศขยายก าหนดเวลาได้โดยไม่ต้องมีหนังสือ
ตามข้อ 3 ก็ได้ ทั้งนี้ จนกว่าเหตุดังกล่าวจะหมดสิ้นไป
ข้อ 5 การใดอยู่ระหว่างขั้นตอนการด าเนินการตามประกาศกรมสรรพสามิตที่ถูก ยกเลิก
ตามข้อ 1 ให้ด าเนินการให้แล้วเสร็จ ส าหรับการด าเนินการต่อไปให้เป็นไปตามที่ก าหนดในประกาศนี้
การอนุญาตตามประกาศกรมสรรพสามิตที่ถูกยกเลิกตามข้อ 1 ให้เป็นอันใช้ได้ต่อไปจนกว่า
จะสิ้นสุดไปโดยเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่ก าหนดไว้ หรือจนกว่าจะมีค าสั่งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง
ข้อ 6 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. ๒๕66
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
อธิบดีกรมสรรพสามิต
้หนา ๓๗
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๕๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖
|
train
| 216
|
693.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/693.pdf
|
ประกาศ
เรื่อง การให้ข้อก าหนด ประกาศ และค าสั่งที่นายกรัฐมนตรีก าหนด
ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ
ตามที่ได้มีประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่
ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ ๑๑) ลงวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้น
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข ระงับยับยั้ง ฟื้นฟู หรือช่วยเหลือ
ประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาศัยอ านาจตา มความในมาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙
แห่งพระราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ นายกรัฐมนตรีจึงให้
บรรดาข้อก าหนด ประกาศ และค าสั่งที่นายกรัฐมนตรีก าหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และตามประกาศขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่า
นายกรัฐมนตรีจะก าหนดเป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖4
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๒๕
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๔
|
train
| 217
|
819.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/819.pdf
|
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
ค่าอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการและสื่อส่งเสริมพัฒนาการส าหรับคนพิการ พ.ศ. 2564
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ
โดยกระบวนการทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการ
และสื่อส่งเสริมพัฒนาการส าหรับคนพิการ พ.ศ. 2552 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 20 (1) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ
โดยกระบวนการทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าอุปกรณ์ เครื่ องช่วยความพิการ
และสื่อส่งเสริมพัฒนาการส าหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดย
กระบวนการทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการและ
สื่อส่งเสริมพัฒนาการส าหรับคนพิการ พ.ศ. 2552
ข้อ 4 ในประกาศนี้
“การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์” หมายความว่า การสร้างเสริม
สมรรถภาพหรือความสามารถของคนพิการให้มีสภาพที่ดีขึ้น หรือด า รงสมรรถภาพหรือความสามารถ
ที่มีอยู่เดิมไว้ โดยอาศัยกระบวนการทางการแพทย์ เพื่อให้คนพิการได้ปรับสภาพทางร่างกาย จิตใจ
อารมณ์ สังคม พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ และเสริมสร้างสมรรถภาพให้ดีขึ้นจนถึง
ขีดความสามารถสูงสุดที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมของบุคคลนั้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี
ข้อ 5 ให้คนพิการได้รับการบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์
ในบริการต่าง ๆ ดังนี้
(๑) การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจพิเศษ
ด้วยวิธีอื่น ๆ
(2) การแนะแนว การให้ค าปรึกษา และการจัดบริการเป็นรายกรณี
(3) การให้ยา เวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา เพื่อการบ าบัดฟื้นฟู
(4) การศัลยกรรม
(5) การพยาบาลเฉพาะทาง
(6) กายภาพบ าบัด
(7) กิจกรรมบ าบัด
้หนา ๔๐
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ งราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔
(8) การแก้ไขการพูด (อรรถบ าบัด) และการพัฒนาทักษะในการสื่อความหมาย
(9) พฤติกรรมบ าบัด
(๑๐) จิตบ าบัด
(11) ดนตรีบ าบัด
(12) พลบ าบัด
(13) ศิลปะบ าบัด
(14) การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยิน
(15) การส่งเสริมพัฒนาการ บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม
(16) การบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
(17) การพัฒนาทักษะทางสังคม สังคมสงเคราะห์ และการบ าบัดทางสังคม
(18) การประเมิน เตรียมความพร้อมก่อนและหลังการประกอบอาชีพ และการมีงานท า
(19) การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการเห็น การสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและ
การเคลื่อนไหว
(20) การบริการข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพผ่านสื่อในรูปแบบที่เหมาะสมกับความพิการ
ซึ่งคนพิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้
(21) การบริการพัฒนาทักษะและฝึกอบรมแก่คนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ ผู้ช่วยคนพิการ
และอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน
(22) การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพเชิงรุก
(23) การฝึกทักษะการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน
(24) การบริการทางทันตกรรม
(25) การให้บริการเกี่ยวกับกายอุปกรณ์เทียม กาย อุปกรณ์เสริม เครื่องช่วยความพิการหรือ
สื่อส่งเสริมพัฒนาการ
ข้อ 6 คนพิการมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสมรรถภาพ การรักษาพยาบาล
ค่าอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการและสื่อส่งเสริมพัฒนาการ จากสถานพยาบาลของรัฐ สถานพยาบาล
ในก ากับของรัฐ สถานพยาบาลรัฐวิสาหกิจ สถานพยาบาลเอกชนตามที่หน่วยงานของรัฐประกาศก าหนด
ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
(1) ค่าห้องและค่าอาหารตามอัตราสิทธิที่คนพิการได้รับ
(2) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล
(3) ค่าอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการ และสื่อส่งเสริมพัฒนาการ รวมถึงค่าซ่อมบ ารุง
(4) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์
ข้อ 7 ให้สถานพยาบาลตามข้อ 6 เบิกค่าใช้จ่ายตามสิทธิของคนพิการที่ได้รับตามกฎหมาย
หรือระเบียบของหน่วยงานของรัฐว่าด้วยการนั้นก่อน หากสิทธิตามกฎหมายหรือระเบียบของหน่วยงานของรัฐ
้หนา ๔๑
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ งราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔
ว่าด้วยการนั้นไม่เพียงพอตามความจ าเป็น ให้สถานพยาบาลแห่งนั้นส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เป็น
ผู้ก าหนดสิทธิตามกฎหมายหรือระเบียบของหน่วยงานของรัฐเพื่อให้การสนับสนุนต่อไป
ข้อ 8 ในกรณีที่อุปกรณ์หรือเครื่องช่วยความพิการ หรือสื่อส่งเสริมพัฒนาการที่คนพิการนั้นได้รับ
ช ารุดบกพร่องใช้การไม่ได้ ให้สถานพยาบาลตามข้อ 6 ท าการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วน
ของอุปกรณ์หรือจัดหาให้ใหม่ หรือส่งต่อหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ โดยให้เบิก
ค่าใช้จ่ายตามข้อ 7
ข้อ 9 ในกรณีคนพิการควรได้รับอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการที่ มีมูลค่าสูงเฉพาะกรณี
ที่กฎหมายหรือระเบียบของหน่วยงานของรัฐมิได้ก าหนดไว้ ให้สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ
ทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ เป็นหน่วยประสานงานและสนับสนุนงานด้านวิชาการ
เทคโนโลยีด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ การวิจัยพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์
เครื่องช่วยความพิการที่มีมูลค่าสูงเฉพาะกรณีที่กฎหมายหรือระเบียบของหน่วยงานของรัฐมิได้ก าหนดไว้
ข้อ ๑๐ การบริการตามประกาศนี้ ขึ้นกับศักยภาพของสถานพยาบาลนั้น ๆ และให้
สถานพยาบาลได้มีการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้สามารถบริการคนพิการได้อย่างครอบคลุม
ประกาศ ณ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖4
อนุทิน ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
้หนา ๔๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๗๘ งราชกิจจานุเบกษา ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔
|
train
| 218
|
1791.pdf
|
IT
|
ACTION
|
IT_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1791.pdf
|
'/>@0ค>//-@/@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!>
N/APอ -@!/@%?Q%!Pํ@อOอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0
*.0. `cdd
P .#?P*/>/@&??!>@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์ *.0. `cd` ํ@ห% QหOค>//-@/
@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!>-?ห%O@#?PO1>อํ@%@2/O@-@!/@%N ?P./?&@//?1@
ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์ O1>ํ@ห% -@!/@%?Q%!Pํ@#?PN?P./Oอ?&คอ-*>/N!อ/์ />&&คอ-*>/N!อ/์
ห/AอP'/O/-คอ-*>/N!อ/์ @2-ค//ํ@ห% -@!/@%?Q%!Pํ@อOอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0 N*APอQหO
@/'>&?!>@%N?P./?&@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์N'็%R'อ.N@-?'/>2>#$>,@*
อ@0?.อํ@%@!@-ค/@-Q%-@!/@ _ (b) OหN*/>/@&??!>@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์
*.0. `cd` '/>อ&?&-!>#?P'/>B-ค>//-@/@// ?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!>
Q%ค/@/@/'/> B-ค/?Q#?P b/`cdd N-APอ/?%#?P `^ *00>@.% `cdd ค>//-@/@// ?1@
ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!> @ออ'/>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ '/>@0%?QN/?./N@ '/>@0ค>//-@/@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!>
N/APอ -@!/@%?Q%!Pํ@อOอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0 *.0. `cdd
Oอ ` '/>@0%?QQหOQO&?ค?&N-APอ*O%ํ@ห% ห%@P'?%?&O!N/?%'/>@0Q%/@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ a Q%'/>@0%?Q
ห%N/.@% ห-@.ค/@-/N@ ห%N/.@%อ/? ห%N/.@%ค/&คB-ห/Aอํ@?& CO1O1>ห%N/.@%
Pค/2/O@*AQ%@%2ํ@ค?#@2@/2%N#0
-@!/@/ค/&ค B-ค/@--?P%ค'1อ , ?.RN&อ/์ ห-@.ค/@-/ N@ -@!/@/#?Pํ@ห% @Q%
N*APอ ํ@N%>%@//?1@ค/@-1?& (Confidentiality) @//?1@ค/@-"C!Oอค/&"O/% (Integrity) O1>@/
/?1@2,@**/Oอ-QO@% (Availability) 2ํ@ห/?&Oอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0
'/>@0'/>-/1O%/#@'>&?!>O1>/อ&-@!/@% ห-@.ค/@-/N@ '/>@0ค>//-@/
ํ@?& CO1 O@%ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์ N/APอ '/>-/1O%/#@'>&?!>O1>/อ&-@!/@% O@%@//?1@
ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์2ํ@ห/?&ห%N/.@%อ/?O1>ห%N/.@%Pค/2/O@*AQ%@%2ํ@ค?#@2@/2%N#0
Oอ b ,@.ห1?@ห%N/.@%R Oํ@ห% คB1?1>ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์QหOONOอ-C1
ห/Aอ/>&&2@/2%N#0 @P*>@/@@/?!"B'/>2ค์ O@%ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์Q%N/APอ@//?1@
ค/@-1?& @//?1@ค/@-"C!Oอค/&"O/% O1>@//?1@2,@**/Oอ-QO@% O1>R O/> ?&(1/>#&
#?Pอ@N> @Q%!@-/?!"B'/>2ค์O!N1>N/APอN'็%/> ?&!Pํ@ /> ?&1@ ห/Aอ/> ?&2C !@-'/>@0
ค>//-@/@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!> N/APอ -@!/@%@/ํ@ห% คB1?1>
ค/@--?P%ค'1อ , ?.RN&อ/์QหOONOอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0O1 O/ QหOห%N/.@%ํ@ห% -@!/@/
ค/&คB-ค/@--?P%ค'1อ , ?.RN&อ/ ์?Q%!Pํ@ 2ํ@ห/?&Oอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0% ?Q%Q%O!N1>/> ?&
!@-ห?/Oออ'/>@0'/>-/1O%/#@' >&?!>O1>/อ&-@!/@%# ?Pํ@ห% Q%!@/@# O@.'/>@0%?Q
#?Q%?Q P .*>@/@@คB1?1>ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์ ?!NอR'%?Q
หนา ๙
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗
(_) Q%/?#?POอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0-?คB1?1>ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์อ.CNQ%/> ?&!Pํ@
QหOํ@ห% -@!/@/ค/&ค B-ค/@--?P%ค'1อ , ?.RN&อ/์?Q%!Pํ@2ํ@ห/?&Oอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0
!@-ห?/Oอ!NอR'%?Q
( ) @/'/>N->%ค/@-N2?P. O@%@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์ (Cybersecurity
Risk Assessment)
( ) O(%@//?&-Aอ,?.คBค@-#@RN&อ/ ์ (Incident Response Plan) ( #?QQ%2N/%
อ'/>-/1O%/#@'>&?!> O1>/อ&-@!/@% O@%@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์ !@-'/>@0
'/>-/1O%/#@'>&?!>O1>/อ&-@!/@%)
( ค) @/? @/#/?*.์2>% (Asset Management)
( ) @/'/>N->%ค/@-N2?P.O1>1.B#$์Q%@/? @/ค/@-N2?P. (Risk Assessment
and Risk Management Strategy)
( ) @/ค/&คB-@/NO@"@ (Access Control)
( ) @/#ํ@QหO/>&&-?ค/@-OOO/N (System Hardening)
( ) @/2/O@ค/@-!/>ห%?/CO O@%ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์ (Cybersecurity Awareness)
( ) @/!//2อ&O1>N) ้@/>/?,?.คBค@-#@RN&อ/ ์ (Cyber Threat Detection
and Monitoring)
( ) O(%@/2APอ2@/Q%,@/>/>0! (Crisis Communication Plan)
( ) @/)@Oอ-ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์ (Cybersecurity Exercise)
(`) Q%/?#?POอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0-?คB1?1>ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์อ.CNQ%/> ?&1@
QหOํ@ห% -@!/@/ค/&ค B-ค/@--?P%ค'1อ , ?.RN&อ/์?Q%!Pํ@2ํ@ห/?&Oอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0
!@-ห?/Oอ !NอR'%?Q
( ) QหO ํ@N%>%@/!@-Oอ (_)
( ) O(%@/!//2อ& O@%@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์ (Cybersecurity Audit
Plan)
( ค) @/NAPอ-!Nอ/>.>R1 (Remote Connection)
( ) 2APอNO&Oอ-C1O&&"อ R O (Removable Storage Media)
(a) Q%/?#?POอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0- ?คB1?1>ค/@-- ?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์อ.CNQ%
/> ?&2C QหOํ@ห% -@!/@/ค/&คB-ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์?Q%!Pํ@2ํ@ห/?&Oอ-C1ห/Aอ/>&&2@/2%N#0
!@-ห?/Oอ !NอR'%?Q
( ) QหO ํ@N%>%@/!@-Oอ (`)
( ) @/'/>N->%NอPห/NO1>@/# 2อ&N@>/>&& (Vulnerability Assessment and
Penetration Testing)
( ค) @/? @/(COQหO&/>@/,@.%อ (Third Party Management)
( ) @/O&N'ั%Oอ-C1 (Information Sharing)
หนา ๑๐
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗
( ) @//?1@O1>+A้%+Cค/@-N2?.ห@.#?PN> @,?.คBค@-#@RN&อ/์ (Cybersecurity
Resilience and Recovery)
Oอ c QหON1@$>@/ค>//-@/@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!> /?1@@/
!@-'/>@0%?Q O1>QหO-?อํ@%@ออ'/>@0 คํ@2?P ห1?N์O1>/>$?@/N*APอ'>&?!>!@-'/>@0%?Q
Q%/?#?P-?'ัห@N?P./?&@/'>&?!>!@-'/>@0% ?Q ห/Aอ'/>@0%?QR-NR Oํ@ห% N/APอQ R/O
QหO'/>$@%//-@/@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!> N'็%(CO-?อํ@%@!?ค/@-O1>/>%>?.?Q@
#?Q%?Q @/!?ค/@-O1>คํ@/>%>?.อ'/>$@%//-@/@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!>QหON'็%#?P2B
'/>@0 /?%#?P _^ $?%/@ค- *.0. `cdd
,C->$//- N/.?.
/อ%@./?-%!/? '>&?!>ห%O@#?P
'/>$@%//-@/@//?1@ค/@--?P%ค'1อ ,?.RN&อ/์OหN@!>
หนา ๑๑
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗
ตารางหัวขอในการกำหนดมาตรการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรขั้นต่ำ
สำหรับขอมูลหรือระบบสารสนเทศ
ทายประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรแหงชาติ
เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของขอมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. ๒๕๖๖
หัวขอในการกำหนด
มาตรการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรขั้นต่ำ
สำหรับขอมูลหรือระบบสารสนเทศ
ระดับคุณลักษณะ
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร
ของขอมูลหรือระบบสารสนเทศ
ต่ำ กลาง สูง
ประมวลแนวทางปฏิบัติ
องคประกอบที่ ๑ แผนการตรวจสอบดานการรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยไซเบอร (Cybersecurity Audit Plan)
องคประกอบที่ ๒ การประเมินความเสี่ยงดานการรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยไซเบอร (Cybersecurity Risk Assessment)
องคประกอบที่ ๓ แผนการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร
(Incident Response Plan)
กรอบมาตรฐานดานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร
๑. การระบุความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแกคอมพิวเตอร ขอมูลคอมพิวเตอร ระบบคอมพิวเตอร
ขอมูลอื่นที่เกี่ยวของกับระบบคอมพิวเตอร ทรัพยสินและชีวิตรางกายของบุคคล (Identify)
๑.๑ การจัดการทรัพยสิน (Asset Management)
๑.๒ การประเมินความเสี่ยงและกลยุทธในการจัดการความเสี่ยง
(Risk Assessment and Risk Management Strategy)
๑.๓ การประเมินชองโหวและการทดสอบเจาะระบบ
(Vulnerability Assessment and Penetration Testing)
๑.๔ การจัดการผูใหบริการภายนอก (Third Party Management)
๒. มาตรการปองกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น (Protect)
๒.๑ การควบคุมการเขาถึง (Access Control)
๒.๒ การทำใหระบบมีความแข็งแกรง (System Hardening)
๒.๓ การเชื่อมตอระยะไกล (Remote Connection)
๒.๔ สื่อเก็บขอมูลแบบถอดได (Removable Storage Media)
๒.๕ การสรางความตระหนักรูดานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร
(Cybersecurity Awareness)
๒.๖ การแบงปนขอมูล (Information Sharing)
๓. มาตรการตรวจสอบและเฝาระวังภัยคุกคามทางไซเบอร (Detect)
๓.๑ การตรวจสอบและเฝาระวังภัยคุกคามทางไซเบอร
(Cyber Threat Detection and Monitoring)
- ๒ -
หัวขอในการกำหนด
มาตรการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรขั้นต่ำ
สำหรับขอมูลหรือระบบสารสนเทศ
ระดับคุณลักษณะ
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร
ของขอมูลหรือระบบสารสนเทศ
ต่ำ กลาง สูง
๔. มาตรการเผชิญเหตุเมื่อมีการตรวจพบภัยคุกคามทางไซเบอร (Respond)
๔.๑ แผนการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร
(Cybersecurity Incident Response Plan)
๔.๒ แผนการสื่อสารในภาวะวิกฤต
(Crisis Communication Plan)
๔.๓ การฝกซอมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร
(Cybersecurity Exercise)
๕. มาตรการรักษาและฟนฟูความเสียหายที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร (Recover)
๕.๑ การรักษาและฟนฟูความเสียหายที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร
(Cybersecurity Resilience and Recovery)
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 219
|
1772.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1772.pdf
|
!ร>@ศคณ>รรม@รคN@O@
เรืNอ อ?ตร@คN@O@?OตNํ@ ( ? ทีN _`)
O/0ค>11/@1คN@O@R O/?@1'1>B/0@1@Oล>พ>@1@O1N#O1>N?P0/?&1?!1@คN@O@
#?PลCO@R O1?&10CN '1>1&?&O1N#O1>1AP%!@/#?P//@0ํ@/% N/AP1/?%#?P f $?%/@ค/ พ.0. `cdd
Oล>/?/!>N/O%1&Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@NพAP1QO&?ค?&ON%@0O@Oล>ลCO@#Bค%
1@0?01ํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ eg (a) Oล>/@!1@ ff O/Nพ1>1@&??!>คBO/ค11O1@%
พ.0. `cb_ @POORNพ>P/N!>/P 0พ1>1@& ??!>คBO/ค11O1@% ( &?&#?P a) พ.0. `cc_
ค>11/@1คN@O@ @11'1>@0R/O ?!N1R'%?Q
O1 _ Q/O0Nล>'1>@0ค>11/@1ค N@O@ N1AP1 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@ (&?&#?P __)
ล/?%#?P _ ?%0@0% พ.0. `cdc
O1 ` Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O10NO 2>&&@# Q%#O1#?P?//? .CNO!
O1 a Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O10/2>&2@/&@# Q%#O1#?P1BN#พ//@%ค1
?//? %ค1'ฐ/ %%#&B1? '#B/$@%? 2/B#1'1@@1 Oล>2/B#12@ค1
O1 b Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O10/2>&N1O &@# Q%#O1#?P?//?
ล&B1? Oล>1>01
O1 c Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O10/O@2>&21&@# Q%#O1#?P?//?
%ค11@2?/@
O1 d Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O10/O@2>&N1O &@# Q%#O1#?P?//?
2/B#12ค1@/
O1 e Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1 O10/O@2>&&@# Q%#O1#?P?//?
1%ON% >N>N#1@ N?0Q//N '1@?%&B1? พ1>%ค101?10B$0@ Oล>21>&B1?
O1 f Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102?P2>&NO@&@# Q%#O1#?P?//?
ลพ&B1?
O1 g Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102?P2>&O' &@# Q%#O1#?P?//?
%ค1%@0 2Bพ11&B1? Oล>/%1ค@0
O1 _^ Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102?P2>&NO &@# Q%#O1#?P?//?
1>&?P Oล>!1@
O1 __ Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102?P2>&/O@&@# Q%#O1#?P?//?
@%&B1? ?%#&B1? N?01@0 !@ %ค1พ%/ &B1?1?/0์ '1>/&ค?1??%$์ พ?@ พ>1BPล /B @/@1
2ล%ค1 2ล@ 21>OO/ 2B1@11์$@%? Oล>1B&ล1@$@%?
หนา ๙๒
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๓๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๖
O1 _` Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102?P2>&2?P&@# Q%#O1#?P?//? B/พ1
Nพ1&B1? Oล>2B1>%#1์
O1 _a Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102?P2>&2@/&@# Q%#O1#?P?//?
%ค12/11ค์ 0P2$1 Oล>ลํ@พC%
O1 _b Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102?P2>&21&@# Q%#O1#?P?//?
@02>%$B์ %ค101?$11/1@ &@@0 Nพ1&C1์ Oล>1O10N1O
O1 _c Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102?P2>&N1O &@# Q%#O1#?P?//?
?0%@# ?0.C/> พ?#ลB 2>/์&B1? Oล>1N@#1
O1 _d Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102?P2>&&@# Q%#O1#?P?//? ํ@OพNพ1
พ>>!1 //@2@1ค@/ O/N2N121% 1>%1 1@&B1? ลํ@'@ Nล0 01?2>N1 2!Cล 2BP#?0 /%1&?/ลํ@.C
1ํ@%@N1> 1B 1$@%? 1B!1 >!"์ Oล>1B#?0$@%?
O1 _e Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102@/2>&O' &@# Q%#O1#?P?//?
!1? %N@% พ>N0@ Oล>Oพ1N
O1 _f Q/Oํ@/% 1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@N'็%N>%/?%ล>2@/1O102@/2>&&@# Q%#O1#?P?//?
%1@$>/@2 'ั!!@%? Oล>0>ล@
O1 _g NพAP1'1>P0%์!@/O1 ` "@O1 _f คํ@/N@ /?% //@0"@ N/ล@#ํ@@%'!>
1ลCO@@PR/NN>%?P/P/#ํ@@% ?!N1R'%?Q O/O%@0O@>Q/OลCO@#ํ@@%%O10/N@N/ล@#ํ@@%'!>
Nพ?0Q O!@/
(_) NO ?P/P/ 2ํ@/1?&@%#?P1@N'็%1?%!1@0!N12B.@พOล>ค/@/'ล1 . ?01ลCO@
!@/1>#1/ &?&#?P ` (พ.0. `cb_) 11!@/ค/@/Q%พ1>1@& ??!>คBO/ค11O1@%
พ.0. `cb_
(`) O' ?P/P/ 2ํ@/1?&@%1AP%@PR/NQN@%!@/ (_)
O1 `^ /O@//>Q/O%@0O@N@0คN@O@N'็%N>%ONลCO@%O10/N@1?!1@คN@O@?Q%!Pํ@
O1 `_ '1>@0ค>11/@1ค N@O@&?&%?QQ/O/?(ลQO&?ค?&!?QO!N/?%#?P _ /1@ค/
พ.0. `cde N'็%!O%R'
'1>@0 /?%#?P f $?%/@ค/ พ.0. `cdd
RพP1%์ P!>N2"?01
'ล? 1>#1/O1@%
'1>$@%11/@1คN@O@
หนา ๙๓
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๓๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๖
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 220
|
1749.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1749.pdf
|
)1>@0อ&>("?1/211 @1
N?N0/?(.@1?N>'R"O ((?(%?N bb_)
N1ANอ ห3?N!์ />&?@1 O3>NANอ'R N ANอ@10N/O'.@1?N>'R"O'>#>(Bคค3
2ํ@ห1?(@12N3CO@NO@1?(@10@1@ห1Aอึอ(1/ห1Aอ@1?"ึอ(1/QหOON3CO@
N ANอ ? '@(Bค3@1"O@'/>%0@0@2#1์ N%คP'P30? />0/11/0@2#1์ ห1Aอค!>#0@2#1์
อ@0?0อํ@'@#@/ค/@/Q'/@#1@ a OหN 1>1@21?@ออ#@/ค/@/Q')1>//31?1@1
/N@"O/0@10N/O'1?1@1 ((?(%?N eef) .0. `cdd อ&>("?1/211 @1 ํ@ห'"ห3?N!์
/>&?@1 O3>NANอ'R N ANอ@10N/O'.@1?N>'R"O'>#>(Bคค3 2ํ@ห1?(@12N3CO@NO@1?(@10@1@ห1Aอ
ึอ(1/ห1 Aอ@1?"ึอ(1/Qห OON3CO@ N ANอ ? '@(Bค3@1" O@'/>%0@0@2#1 ์ N%คP'P30 ?
/>0/11/0@2#1์ ห1Aอค!>#0@2#1์ "?#NอR)'?O
Oอ _ @10N/O'.@1?N>'R"OQหOON(1>1?%ห1AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค3 2ํ@ห1?(N>'R"ON)็'ํ@'/'
1Oอ03>ห'@N1Oอ0หO@2>(อ1@0N@0%?NR"ON@0N)็'คN@QON@0Q'@12N3CO@NO@1?(@10@1@ห1Aอึอ(1/
ห1AอQ'@1?"ึอ(1/QหOON3CO@ #?OO#N/?'%?N _ /1@ค/ .0. `cdd $@/?'%?N a_ &?'/@ค/
.0. `cdf #OอN)็'R)#@/ห3?N!์ />&?@1 O3>NANอ'R "?#NอR)'?O
(_) #OอN)็'@12N3CO@NO@1?(@10@1@ห1Aอึอ(1/ห1AอQ'@1?"ึอ(1/QหOON3CO@
Q'ห3?2C#1%?NR"O1?(@11?(1อ@2 ํ@'?@'2.@'P0(@0@1อ B"/0@1@ />%0@0@2#1 ์ />?0O3>
'/?#11/OหN@#> ห1Aอ2ํ@'?@'ค!>11/@1'P0(@0N# ? '@ >N01.@ค#>/?'ออ ห1Aอ2ํ@'?@'
2NN21>/N011>">>%?3 ห1Aอค!>11/@1Nค1 AอN@00C'0์ค/@/N)็'N3>0"O@'N%คP'P30?หBN'0'#์O3>
1>((อ?#P'/?#> (Center of Robotics Excellence : CoRE)
(`) #OอN1>N/@10@1@ห1Aอึอ(1/ห3?2C#1#@/ (_) .@0Q'/?'%?N a_ &?'/@ค/ .0. `cdf
Oอ ` @10@1@ห1Aอ@1ึอ(1/Q'ห3?2C#1#@/Oอ _ #OอN)็'R)N ANอ)1>P0'์อ>@1
อ(1>1?%ห1AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค3%?NN)็''@0O@'?O'
)1>@0 ! /?'%?N 14 20>@0' .0. `cd6
B30@ #?'#>N#/>%
อ&>("?1/(??3@ 1?1@1@@1O%'
อ&>("?1/211 @1
หนา ๙๐
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๓๐๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ ธันวาคม ๒๕๖๖
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 221
|
702.pdf
|
SUGAR
|
ACTION
|
SUGAR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/702.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการอ้อยและน ้าตาลทราย
เรื่อง ก ำหนดอัตรำค่ำบ ำรุงสถำบันชำวไร่อ้อยฤดูกำรผลิตปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๑๗ (๒๔) ประกอบกับมำตรำ ๑๗ วรรคสำมแห่งพระรำชบัญญัติ
อ้อยและน ำตำลทรำย พ.ศ. ๒๕๒๗ คณะกรรมกำรอ้อยและน ำตำลทรำยโดยควำมเห็นชอบ
ของรัฐมนตรีจึงออกประกำศก ำหนดอัตรำค่ำบ ำรุงสถำบันชำวไร่อ้อยฤดูกำรผลิตปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔
ไว้ดังต่อไปนี
ล ำดับที่ โรงงำนน ำตำล
อัตรำค่ำบ ำรุงสถำบัน
ชำวไร่อ้อย
(บำท/ตันอ้อย)
1
2
3
๔
๕
๖
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
บริษัท น ำตำลทิพย์ก ำแพงเพชร จ ำกัด
บริษัท น ำตำลทิพย์สุโขทัย จ ำกัด
บริษัท น ำตำลไทยเอกลักษณ์ จ ำกัด
บริษัท น ำตำลทรำยก ำแพงเพชร จ ำกัด
บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูกำร์ คอร์ปอเรชั่น จ ำกัด
(มหำชน) รวมผล
บริษัท น ำตำลนครเพชร จ ำกัด
บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูกำร์ คอร์ปอเรชั่น จ ำกัด (มหำชน)
บริษัท น ำตำลพิษณุโลก จ ำกัด
บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสำหกรรม จ ำกัด
บริษัท ไทยอุตสำหกรรมน ำตำล จ ำกัด (บึงสำมพัน)
บริษัท อุตสำหกรรมน ำตำลสุพรรณบุรี จ ำกัด
บริษัท น ำตำลสิงห์บุรี จ ำกัด
บริษัท อุตสำหกรรมน ำตำล ที.เอ็น. จ ำกัด
บริษัท น ำตำลสระบุรี จ ำกัด
บริษัท อุตสำหกรรมน ำตำลปรำณบุรี จ ำกัด
บริษัท น ำตำลรำชบุรี จ ำกัด
บริษัท น ำตำลบ้ำนโป่ง จ ำกัด
บริษัท น ำตำลมิตรผล จ ำกัด
บริษัท อุตสำหกรรมมิตรเกษตร จ ำกัด
บริษัท น ำตำลไทยกำญจนบุรี จ ำกัด
บริษัท อุตสำหกรรมน ำตำลบ้ำนไร่ จ ำกัด
บริษัท โรงงำนน ำตำลนิวกรุงไทย จ ำกัด
2
3
3
๒
๓
๒
3
3
3
3
3
3
3
3
4
2
2
2
2
2
2
2
้หนา ๒๑
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๘๒ งราชกิจจานุเบกษา๑๖ เมษายน ๒๕๖๔
ล ำดับที่ โรงงำนน ำตำล
อัตรำค่ำบ ำรุงสถำบัน
ชำวไร่อ้อย
(บำท/ตันอ้อย)
23
24
25
26
27
28
29
๓๐
๓๑
๓๒
๓๓
๓๔
๓๕
๓๖
๓๗
๓๘
๓๙
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
53
บริษัท น ำตำลท่ำมะกำ จ ำกัด
บริษัท ประจวบอุตสำหกรรม จ ำกัด
บริษัท ไทยเพิ่มพูนอุตสำหกรรม จ ำกัด
บริษัท ไทยอุตสำหกรรมน ำตำล จ ำกัด
บริษัท น ำตำลรีไฟน์ชัยมงคล จ ำกัด
บริษัท มิตรเกษตร อุทัยธำนี จ ำกัด
บริษัท น ำตำลสระบุรี จ ำกัด (สระโบสถ์)
บริษัท น ำตำลรำชบุรี จ ำกัด (กำญจนบุรี)
บริษัท สหกำรน ำตำลชลบุรี จ ำกัด
บริษัท น ำตำลนิวกว้ำงสุ้นหลี จ ำกัด
บริษัท น ำตำลและอ้อยตะวันออก จ ำกัด (มหำชน) (วัฒนำนคร)
บริษัท น ำตำลระยอง จ ำกัด
บริษัท น ำตำลและอ้อยตะวันออก จ ำกัด (มหำชน) (วังสมบูรณ์)
บริษัท อุตสำหกรรมน ำตำลอีสำน จ ำกัด
บริษัท รวมเกษตรกรอุตสำหกรรม จ ำกัด (ขอนแก่น)
บริษัท โรงงำนน ำตำลทรำยขำวเริ่มอุดม จ ำกัด
บริษัท น ำตำลกุมภวำปี จ ำกัด
บริษัท น ำตำลขอนแก่น จ ำกัด (มหำชน)
บริษัท น ำตำลเกษตรผล จ ำกัด
บริษัท โรงงำนน ำตำลบุรีรัมย์ จ ำกัด
บริษัท สหเรือง จ ำกัด
บริษัท น ำตำลมิตรกำฬสินธุ์ จ ำกัด
บริษัท รวมเกษตรกรอุตสำหกรรม จ ำกัด (ชัยภูมิ)
บริษัท อุตสำหกรรมโครำช จ ำกัด
บริษัท อุตสำหกรรมอ่ำงเวียน จ ำกัด
บริษัท น ำตำลครบุรี จ ำกัด (มหำชน)
บริษัท น ำตำลสุรินทร์ จ ำกัด
บริษัท น ำตำลวังขนำย จ ำกัด
บริษัท น ำตำลเอรำวัณ จ ำกัด
บริษัท น ำตำลไทยอุดรธำนี จ ำกัด
บริษัท รวมเกษตรกรอุตสำหกรรม จ ำกัด (มิตรภูหลวง)
2
2
2
2
2
2
3
2
2
๒.๙๐
๓
2
๓
๓
๓
๓
๓
2.50
3
3
3
3
3
3
3
3
3
3
3
3
3
้หนา ๒๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๘๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๔
ล ำดับที่ โรงงำนน ำตำล
อัตรำค่ำบ ำรุงสถำบัน
ชำวไร่อ้อย
(บำท/ตันอ้อย)
54
55
56
57
บริษัท น ำตำลขอนแก่น จ ำกัด (มหำชน) (สำขำวังสะพุง)
บริษัท น ำตำลระยอง จ ำกัด (ชัยภูมิ)
บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสำหกรรม จ ำกัด (สกลนคร)
บริษัท น ำตำลมิตรกำฬสินธุ์ จ ำกัด (สำขำอ ำนำจเจริญ)
3
3
๒.๙๐
๒.๙๐
ทั งนี ตั งแต่วันที่ ๑๐ ธันวำคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป
ประกำศ ณ วันที่ 4 กุมภำพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖4
กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์
ปลัดกระทรวงอุตสำหกรรม
ประธำนกรรมกำรอ้อยและน ำตำลทรำย
้หนา ๒๓
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๘๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๔
|
train
| 222
|
2226.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2226.pdf
|
/>#//
ํ@ห% #/?*.์2>%#?PR O/?&.N/O%@@/? NO&,@1?#?P >%Oล>2>P'ลC2/O@ (&?&#?P b)
*.0. `cde
อ@0?.อํ@%@!@-ค/@-Q%-@!/@ d ///คห%@P Oล>-@!/@ f (_`) OหN*/>/@&??!>
,@1?#?P >%Oล>2>P'ลC2/O@ *.0. `cd` /?-%!/?/N@@//>#//@/คล ?ออ/>#//R/ O
?!NอR'%?Q
Oอ _ />#//%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%#?P _ -/@ค- *.0. `cdf N'O%!O%R'
Oอ ` QหON*>P-ค/@-!NอR'%?QN'O% (_a) OหN/>#//ํ@ห% #/?*.์2>%#?PR O/?&.N/O%@
@/? NO&,@1?#?P >%Oล>2>P'ลC2/O@ *.0. `cd`
(_a) #?P >%@P'คลB- O/.*A*//N'O%อค์'/>อ&หล? Oล>-?'/>P.%์N*APอ2>PO/ ลOอ-
/>&&%>N/0@/ ํ@/?/>! ห/AอคB,@*?/>!อ'/>@% #?P-?ล?1>อ.N@ห%@Pอ.N@Q ?!NอR'%?Q
!ลอ 'ี,@1?
( ) R O/?&@/@Q%#>N&?.%N'O%Pค/@/ล P@N/Aอ%/>,@ค2-?ค/Q!@--@!/@%
อ'/>N#0R#. (Thailand Voluntary Emission Reduction Progra m) Q%'/>N,#@/ล
C ?& Oล>@/?NO&P@N/Aอ%/>@,@ค'่@R-OOล>@/N1!/@ค>//-@/อค์@/&/>ห@/? @/
P@N/Aอ%/> #?Q%?Q N*@>Pค/@/# ?P2อ คลOอ?&/>N&?.&/>$?ล P@N/Aอ%/>,@ค2- ?ค/Q
(T-VER Methodology) Q%2@@Oล>อ&N@.@/'ลC'่@Oล>+ืQ%+C'่@
( ) N'O%'่@@.Nล% @P-?%> อ*?%$B์R-O ค/@-2C Oล>ํ@%/%!O%?Q%!Pํ@!NอR/N
!@-หล?N์ />$?@/ Oล>NAPอ%R#?Pอ$>& ?/-#/?*.@/#@#>NลOล>@.)ัP'/>@0ํ@ห%
#?Q%?Q #?P >%!@-///คห% @P>!Oอ->R OQOห@(ล'/>P.% ์ N/O%O!NN'O%@/@.ห/ Aอ
@/"N@.Pอ%ค@/์&อ%Nค/ >!@PR O/?&@//?&/อ@ค>//-@/อค์@/&/>ห@/? @/P@N/Aอ%/>
QหOR/O /?%#?P `c $?%/@ค- *.0. `cde
*>?. Bห/>/
/?-%!/?/N@@//>#//@/คล?
หนา ๖
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๗
ห-@.Nห! B :- Nห!B(ลQ%@/'/>@0Q O/>#//& ?&%?Q คAอ P .#?PN'O%@/2-ค// ํ@ห% QหO#?P >%
#?P-?'/>P.%์N*APอ2>PO/ ลOอ- />&&%>N/0@/ ํ@/?/>! ห/AอคB,@*?/>!อ'/>@% R O/?&.N/O%@
@/? NO&,@1?#?P >%Oล>2>P'ลC2/O@ @ํ@N'O%!Oอออ/>#//%?Q
หนา ๗
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 223
|
922.pdf
|
BIOCHEM
|
ACTION
|
BIOCHEM_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/922.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
ฉบับที่ 15 พ.ศ. 2564
เรื่อง การแจ้งราคา ปริมาณ สถานที่เก็บ และจัดท าบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
โดยที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 18 พ.ศ. 2563
เรื่อง การก าหนดสินค้ าและบริการควบคุม ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕63 สิ้นผลใช้บังคับ
จึงท าให้ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 25 พ.ศ. 2563
เรื่อง การแจ้งราคา ปริมาณ สถานที่เก็บ และจัดท าบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลงวันที่
1 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕63 สิ้นผลใช้บังคับ ประกอบกับคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
ได้พิจารณาทบทวนการใช้อ านาจก าหนดมาตรการดังกล่าวแล้ว เห็นควรคงมาตรการให้ผู้รับซื้อและ
ผู้ครอบครองแจ้งราคา ปริมาณ สถานที่เก็บ และจัดท าบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อไป โดยเพิ่ม
ช่องทางการแจ้งข้อมูลอันเป็นการอ านวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้ปริมาณสินค้าและราคา
อยู่ในระดับที่เหมาะสม และเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายโดยเฉพาะเกษตรกร
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๙ (๒) (3) มาตรา ๒๕ (๓) (๔) (๕) และมาตรา 26
วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการกลาง
ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาหนึ่งปี
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่
ข้อ 2 ให้ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผู้ครอบครองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะมี
ไว้ครอบครองในฐานะผู้มีกรรมสิทธิ์หรือครอบครองแทนผู้อื่น ที่มีปริมาณการรับซื้อหรือปริมาณ
การครอบครอง ตั้งแต่เดือนละห้าสิบเมตริกตันขึ้นไป แจ้งชื่อ ชนิด ราคาซื้อ ราคาจ าหน่าย ปริมาณที่มี
อ ยู่
ปริมาณการซื้อ ปริมาณที่ได้มา ปริมาณการจ าหน่าย ปริมาณการใช้ ปริมาณการขาย ปริมาณคงเหลือ
สถานที่เก็บ ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อหรือผู้รับ ณ วันสิ้นเดือนเป็นประจ าทุกเดือน ภายในวันที่สิบ
ของเดือนถัดไป โดยให้เริ่มแจ้งข้อมูลของเดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นไป
ในกรณีมีการรับซื้อ การครอบครอง ภายหลังวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ให้แจ้งชื่อ ชนิด
ราคาซื้อ ราคาจ าหน่าย ปริมาณที่มีอยู่ ปริมาณการซื้อ ปริมาณที่ได้มา ปริมาณการจ าหน่าย
ปริมาณการใช้ ปริมาณการขา ย ปริมาณคงเหลือ สถานที่เก็บ ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อหรือผู้รับ
ภายในสิบวัน ตั้งแต่วันที่มีการรับซื้อ หรือการครอบครองเกินปริมาณที่ก าหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผู้ครอบครองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ได้แจ้งข้อมูล
ตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสองแล้ว ต้องด าเนินการแจ้งข้อมูลดังกล่าวต่อไปไม่ว่าจะรับซื้อหรือครอบครอง
เกินปริมาณที่ก าหนดหรือไม่ก็ตาม
้หนา ๑๘๒
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ ตุลาคม ๒๕๖๔
ข้อ 3 ให้ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผู้ครอบครองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อ 2
จัดท าบัญชีคุมสินค้า แสดงชื่อ ชนิด ราคาซื้อ ราคาจ าหน่าย ปริมาณที่มีอยู่ ปริมาณการซื้อ ปริมาณที่ได้มา
ปริมาณการจ าหน่าย ปริมาณการใช้ ปริมาณการขาย ปริมาณคงเหลือ สถานที่เก็บ ชื่อและที่อยู่ของ
ผู้ซื้อหรือผู้รับ เป็นรายวัน โดยต้องลงรายการในบัญชีดั งกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสามวัน ตั้งแต่วันที่
ได้ซื้อมา รับเข้ามา ใช้ไป จ าหน่ายไปแต่ละครั้ง และต้องเก็บบัญชีพร้อมหลักฐานการได้มาและ
การจ าหน่ายไว้ ณ สถานที่เก็บ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ทุกเวลา
ข้อ 4 กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บที่ได้ แจ้งไว้ตามข้อ 2 ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลง
ให้ทราบภายในเจ็ดวัน ตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
ข้อ 5 การแจ้งตามข้อ 2 ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่เลขาธิการก าหนด
ณ สถานที่ราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ที่มีภูมิล าเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ให้แจ้ง ณ ส านักงานคณะกรรมการกลาง
ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
(๒) ผู้ที่มีภูมิล าเนาอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจาก (๑) ให้แจ้ง ณ ส านักงานพาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่นั้น
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง จะแจ้งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ทางโทรสาร ทางจดหมาย
อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) หรือทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ โดยให้ถือวันที่ได้ประทับตราประจ าวัน ณ
ที่ท าการไปรษณีย์ต้นทางเป็นวันแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางโทรสารให้ถือวันที่ได้รับโทรสารเป็นวันแสดง
เจตนาในการแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิ กส์ (อีเมล) ให้ถือวันที่ได้รับจดหมาย
อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) เป็นวันแสดงเจตนาในการแจ้ง และในกรณีการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ให้ถือวันที่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้เข้าสู่ระบบข้อมูลของส านักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า
และบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นวันแจ้ง
การแจ้งทางโทรสารหรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ตามวรรคสองจะสมบูรณ์
ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการรับซื้อ หรือผู้ครอบครอง ได้ส่งต้นฉบับให้เลขาธิการแล้วกรณีเป็นการแจ้ง
ตาม (1) หรือได้ส่งต้นฉบับให้พาณิชย์จังหวัดแห่งท้องที่นั้นแล้วกรณีเป็นการแจ้งตาม (2)
ให้ผู้ประกอบการรับซื้อหรือผู้ครอบครองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อ 2 ที่ประสงค์จะแจ้ง
ทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ลงนามในบันทึกแสดงความตกลงในการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการก าหนด
ข้อ 6 เมื่อผู้ประกอบการรับซื้อหรือผู้ครอบครอง ร้องขอต่อเลขาธิการเพื่อขยายระยะเวลา
ตามที่ก าหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อเลขาธิการเห็นสมควร เลขาธิการอาจมีค าสั่งขยายระยะเวลา
้หนา ๑๘๓
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ ตุลาคม ๒๕๖๔
ตามที่ก าหนดไว้ก่อนสิ้นระยะเวลานั้นได้ แต่การขยายระยะเวลาเช่นว่านี้ให้พึงท าได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์
พิเศษหรือมีเหตุจ าเป็น และผู้ประกอบการรับซื้อหรือผู้ครอบครองได้มีค าร้องขอหรือเลขาธิการได้มีค าสั่ง
ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย
ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖4
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
้หนา ๑๘๔
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓ ตุลาคม ๒๕๖๔
|
train
| 224
|
906.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/906.pdf
|
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
เรื่อง ก าหนดงานที่ลูกจ้างท าเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายที่นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง
โดยที่กฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง
พ.ศ. ๒๕๖๓ ก าหนดให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงในงานที่ลูกจ้างท า
เกี่ยวกับสารเคมีอันตรายตามที่อธิบดีประกาศก าหนด
อาศัยอ านาจตามความในข้อ ๒ วรรคสอง (๑) แห่งกฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานการตรวจ
สุขภาพลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. ๒๕๖๓ อธิบดีกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน
จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ก าหนดให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างซึ่งท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง
ในกลุ่มสารเคมีอันตราย ดังต่อไปนี้
(๑) สารเคมีอันตรายในกลุ่มสารท าละลายอินทรีย์ ได้แก่
(ก) กลัยคอล (glycol)
(ข) กลูตารัลดีไฮด์ (glutaraldehyde)
(ค) คลอโรฟอร์ม (chloroform)
(ง) คีโตน และ เมทิล เอททิล คีโตน (ketone and methyl ethyl ketone)
(จ) แนพธา (naphthas)
(ฉ) เบนซิดีน และเกลือของสารเบนซิดีน (benzidine and benzidine salts)
(ช) เบนซีน และสารอนุพันธ์ของเบนซีน ( benzene and benzene derivatives)
เช่น ไซลีน (xylene) โทลูอีน (toluene) สไตรีน (styrene)
(ซ) เบนโซควินโนน (benzoquinone)
(ฌ) บีส (คลอโรเมทิล) อีเทอร์ (bis (chloromethyl) ether)
(ญ) บีต้า - เนพทิลามีน (beta - naphthylamine)
(ฎ) โพรเพน (propane)
(ฏ) ฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde)
(ฐ) ฟีนอล (phenol)
(ฑ) เมทานอล (methanol)
(ฒ) เมทิลีน คลอไรด์ (methylene chloride)
(ณ) เมทิล ไอโซไซยาเนท (methly isocyanate)
(ด) ไตรคลอโร เอทิลีน (trichloro ethylene)
(ต) อะครัยโลไนไตรล์ (acrylonitrile)
้หนา ๔๕
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ กันยายน ๒๕๖๔
(ถ) อะซีโตน (acetone)
(ท) อะซีโตไนไตรล์ (acetonitrile)
(ธ) อีเทอร์ (ether)
(น) เอทิล อะซิเตท (ethyl acetate)
(บ) เอทิลีน ไดคลอไรด์ (ethylene dichloride)
(ป) ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ (isopropyl alcohol)
(ผ) เฮกเซน และสารอนุพันธ์ของเฮกเซน ( hexane and hexane derivatives )
เช่น ไซโคลเฮกซาโนน (cyclohexanone)
(ฝ) ไฮโดรควินโนน (hydroquinone)
(๒) สารเคมีอันตรายในกลุ่มก๊าซ ได้แก่
(ก) คลอรีน หรือสารประกอบของคลอรีน (chlorine or chlorine compounds)
(ข) คาร์บอนมอนอกไซด์ (carbon monoxide)
(ค) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (sulfur dioxide)
(ง) ฟอสยีน (phosgene)
(จ) ฟลูออรีน หรือสารประกอบของฟลูออรีน (fluorine or fluorine compounds)
(ฉ) ไวนิลคอลไรด์ (vinyl chloride)
(ช) ออกไซด์ของไนโตรเจน (oxides of nitrogen)
(ซ) เอทิลีน ออกไซด์ (ethylene oxide)
(ฌ) แอมโมเนีย (ammonia)
(ญ) ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (hydrogen sulfide)
(ฎ) ไฮโดรเจนไซยาไนด์ หรือสารประกอบของไฮโดรเจนไซยาไนด์ (hydrogen cyanide or
hydrogen cyanide compounds)
(๓) สารเคมีอันตรายในกลุ่มฝุ่นหรือฟูมหรือผงโลหะ ได้แก่
(ก) แคดเมียม หรือสารประกอบของแคดเมียม ( cadmium or cadmium
compounds)
(ข) โคบอลต์ หรือสารประกอบของโคบอลต์ (cobalt or cobalt compounds)
(ค) โครเมียม หรือสารประกอบของโครเมียม (chromium or chromium compounds)
(ง) เงิน (silver)
(จ) ซีลีเนียม หรือสารประกอบของซีลีเนียม (selenium or selenium compounds)
(ฉ) ดีบุก หรือสารประกอบของดีบุก (tin or tin compounds)
(ช) ตะกั่ว หรือสารประกอบของตะกั่ว (lead or lead compounds)
(ซ) ทองแดง หรือสารประกอบของทองแดง (copper or copper compounds)
้หนา ๔๖
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ กันยายน ๒๕๖๔
(ฌ) ทัลเลียม หรือสารประกอบของทัลเลียม (thallium or thallium compounds)
(ญ) นิกเกิล หรือสารประกอบของนิกเกิล (nickel or nickel compounds)
(ฎ) เบริลเลียม หรือสารประกอบของเบริลเลียม (beryllium or beryllium compounds)
(ฏ) ปรอท หรือสารประกอบของปรอท (mercury or mercury compounds)
(ฐ) พลวง หรือสารประกอบของพลวง (antimony or antimony compounds)
(ฑ) แมงกานีส หรือสารประกอบของแมงกานีส (manganese or manganese compounds)
(ฒ) วาเนเดียม หรือสารประกอบของวาเนเดียม (vanadium or vanadium compounds)
(ณ) สังกะสี หรือสารประกอบของสังกะสี (zinc or zinc compounds)
(ด) สารหนู หรือสารประกอบของสารหนู (arsenic or arsenic compounds)
(ต) เหล็ก (iron)
(ถ) อะลูมิเนียม หรือสารประกอบของอะลูมิเนียม (aluminium or aluminium compounds)
(ท) ออสเมียม หรือสารประกอบของออสเมียม (osmium or osmium compounds)
(๔) สารเคมีอันตรายในกลุ่มกรด ได้แก่
(ก) กรดซัลฟูริค (sulphuric acids)
(ข) กรดแร่ (mineral acids)
(ค) กรดไนตริค (nitric acids)
(๕) สารเคมีอันตรายในกลุ่มสารก าจัดศัตรูพืช (pesticides) ได้แก่
(ก) สารก าจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (organophosphates)
(ข) สารก าจัดแมลงกลุ่มคาร์บาเมท (carbamate)
(๖) สารเคมีอันตรายในกลุ่มอื่น ๆ ได้แก่
(ก) คาร์บอนไดซัลไฟด์ (carbon disulfide)
(ข) ซิลิก้า (silica)
(ค) ถ่านหิน และไอควันถ่านหิน (coal)
(ง) น้ ามันแร่ (mineral oils)
(จ) น้ ามันดิน (coal-tar pitches)
(ฉ) น้ ามันถ่านหิน (shale oils)
(ช) ฟอสฟอรัส หรือสารประกอบของฟอสฟอรัส (phosphorus or phosphorus compounds)
้หนา ๔๗
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ กันยายน ๒๕๖๔
(ซ) ใยแก้ว (glass fiber)
(ฌ) สารกลุ่มไดอ๊อกซิน (dioxin)
(ญ) แอสเบสตอส (ใยหิน) (asbestos)
ประกาศ ณ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖4
อภิญญา สุจริตตานันท์
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
้หนา ๔๘
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ กันยายน ๒๕๖๔
|
train
| 225
|
455.pdf
|
QM
|
ACTION
|
QM_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/455.pdf
|
ประกาศการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ที่ ๑6/๒๕๖๓
เรื่อง มาตรการตรวจสอบหนี้ค้างช าระก่อนการโอนสิทธิการใช้ที่ดินของผู้ประกอบกิจการ
ในนิคมอุตสาหกรรม
โดยที่เป็นการสมควรก าหนดมาตรการตรวจสอบหนี้ค้างช าระก่อนการโอนสิทธิการใช้ที่ดินของ
ผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๒๒ และข้อ 5 ของข้อบังคับคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแ ห่งประเทศไทย
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๕๑
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ 16/๒๕๖๓
เรื่อง มาตรการตรวจสอบหนี้ค้างช าระก่อนการโอนสิทธิการใช้ที่ดินของผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“กนอ.” หมายความว่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
“นิคมอุตสาหกรรม” หมายความว่า นิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการนิคม
อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
“ผู้ประกอบกิจการ” หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
ข้อ ๔ กรณีที่ผู้ประกอบกิจการประสงค์จะโอนสิทธิการใช้ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม กนอ.
จะด าเนินการตรวจสอบหนี้ค้างช าระของผู้ประกอบกิจการนั้นก่อนที่จะพิจารณาอนุญาตโอนสิทธิการใช้ที่ดิน
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีกองอนุญาตผู้ประกอบกิจการเป็นผู้พิจารณาการโอนสิทธิการใช้ที่ดินให้มีหนังสือแจ้งให้
กองบัญชีการเงินหรือส านักงานนิคมอุตสาหกรรมที่ส ถานประกอบการของผู้ประกอบกิจการนั้นตั้งอยู่
เพื่อด าเนินการตรวจสอบหนี้ค้างช าระของผู้ประกอบกิจการ
(๑.๑) เมื่อได้ด าเนินการตรวจสอบหนี้ค้างช าระตาม (๑) เสร็จแล้ว ให้กองบัญชีการเงิน
หรือส านักงานนิคมอุตสาหกรรมมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบหนี้ค้างช าระดังกล่าวให้กอง อนุญาต
ผู้ประกอบกิจการทราบเพื่อด าเนินการต่อไป
(๑.๒) เมื่อกองอนุญาตผู้ประกอบกิจการได้รับหนังสือแจ้งจากกองบัญชีการเงินหรือ
ส านักงานนิคมอุตสาหกรรมตาม (๑.๑) แล้ว ให้ด าเนินการ ดังนี้
้หนา ๒๖
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๑๙ งราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
(๑.๒.๑) กรณีผู้ประกอบกิจการไม่มีหนี้ค้างช าระ ให้กองอนุญาตผู้ประกอบกิจการ
พิจารณาอนุญาตโอนสิทธิการใช้ที่ดินให้แก่ผู้รับโอนต่อไป และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการมารับ
ใบอนุญาตพร้อมทั้งช าระค่าบริการในการอนุญาตด้วย
(๑.๒.๒) กรณีผู้ประกอบกิจการมีหนี้ค้างช าระ ให้กองอนุญาตผู้ประกอบกิจการ
มีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการมาช าระหนี้ภายในระยะเวลาก าหนดสี่สิบห้าวันนับตั้งแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง
และเมื่อครบก าหนดระยะเวลาที่ก าหนดในหนังสือแจ้งดังกล่าวแล้ว ถ้า
(๑.๒.๒.๑) ผู้ประกอบกิจการมาช าระหนี้ ให้กองอนุญาตผู้ประกอบ
กิจการพิจารณาอนุญาตโอนสิทธิการใช้ที่ดินให้แ ก่ผู้รับโอน พร้อมทั้งให้ผู้ประกอบกิจการช าระค่าบริการ
ในการอนุญาต
(๑.๒.๒.๒) ผู้ประกอบกิจการไม่มาช าระหนี้ ให้กองอนุญาตผู้ประกอบ
กิจการมีหนังสือแจ้งการไม่อนุญาตโอนสิทธิการใช้ที่ดินให้แก่ผู้ประกอบกิจการทราบต่อไป
(๒) กรณีส านักงานนิคมอุตสาหกรรมเป็นผู้พิจารณ าโอนสิทธิการใช้ที่ดินให้ด าเนินการ
ตรวจสอบหนี้ค้างช าระของผู้ประกอบกิจการหรือมีหนังสือแจ้งให้กองบัญชีการเงินด าเนินการตรวจสอบ
หนี้ค้างช าระของผู้ประกอบกิจการ
(๒.๑) เมื่อส านักงานนิคมอุตสาหกรรมหรือกองบัญชีการเงินได้ด าเนินการตาม (๒)
เสร็จแล้ว และหากกองบัญชีการเงินเป็นผู้ด าเนินการให้มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบหนี้ค้างช าระ
ดังกล่าวให้ส านักงานนิคมอุตสาหกรรมทราบเพื่อด าเนินการต่อไป
เมื่อส านักงานนิคมอุตสาหกรรมได้ด าเนินการหรือได้รับแจ้งตาม (๒.๑) แล้ว ให้ส านักงาน
นิคมอุตสาหกรรมด าเนินการ ดังนี้
(๒.๑.๑) กรณีผู้ประกอบกิจการไม่มีหนี้ค้างช าระ ให้ส านักงานนิคมอุตสาหกรรม
พิจารณาอนุญาตโอนสิทธิการใช้ที่ดินให้แก่ผู้รับโอนต่อไป และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการมารับ
ใบอนุญาตพร้อมทั้งช าระค่าบริการในการอนุญาตด้วย
(๒.๑.๒) กรณีผู้ประกอบกิจการมีหนี้ค้างช าระ ให้ส านักงานนิคมอุตสาหกรรม
มีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการมาช าระหนี้ภายในระยะเวลาก าหนดสี่สิบห้าวันนับตั้งแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง
และเมื่อครบก าหนดระยะเวลาที่ก าหนดในหนังสือแจ้งดังกล่าวแล้ว ถ้า
(๒.๑.๒.๑) ผู้ประกอบกิจการมาช าระหนี้ ให้ส านักงานนิคมอุตสาหกรรม
พิจารณาอนุญาตโอนสิทธิการใช้ที่ดินให้แก่ผู้รับโอน พร้อมทั้งให้ผู้ประกอบกิจการช าระค่าบริการ
ในการอนุญาต
(๒.๑.๒.๒) ผู้ประกอบกิจการไม่มาช าระหนี้ ให้ส านักงานนิคม
อุตสาหกรรมมีหนังสือแจ้งการไม่อนุญาตโอนสิทธิการใช้ที่ดินให้แก่ผู้ประกอบกิจการทราบต่อไป
้หนา ๒๗
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๑๙ งราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
(๒.๑.๒.๓) เมื่อส านักงานนิคมอุตสาหกรรมได้ด าเนินการตาม
(๒.๑.๒.๑) หรือ (๒.๑.๒.๒) เสร็จแล้ว ให้ส านักงานนิคมอุตสาหกรรมแจ้งให้กองอนุญาตผู้ประกอบกิจการ
ทราบด้วย
ประกาศ ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓
สมจิณณ์ พิลึก
ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
้หนา ๒๘
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๑๙ งราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
|
train
| 226
|
2094.pdf
|
QM
|
ACTION
|
QM_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2094.pdf
|
1>N&?0&2ํ@%?@%/@!1ฐ@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1OหN@!>
/N@ O/0อ?!1@คN@&1>@1@11?&1อ1>&&@% Oล>QหO&1>@1@1'1>N/>%ค/@/2@/@1"ห%N/01?&1อ
Oล>ห%N/0!1/ O@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1
พ.0. 2567
P 0#?P2ํ@%?@%/@!1ฐ@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1OหN@!> /?.@1>N'็%ห%N/01?&1อ1>&&@%
O@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1 Oล>N'็%ห%N/0@%#?P1?&(> อ&!@//@!1@ a^ OหNพ1>1@&??!>
@1/@!1ฐ@%Oห N@!> พ.0. `cc_ NพAPอQหO@1 ํ@N%>%@%อ2 ํ@%?@%/@!1ฐ@%2 >%คO@N1!1
Oล>อ@ห@1OหN@!> N'็%R'อ0N@/?'1>2>#$>.@พOล>/?ค/@/N'็%1>N&?0&N1?0&1Oอ0 @NหO%2/ค/1ํ@ห%
อ?!1@คN@&1>@1@11?&1อ1>&&@% Oล>QหO&1>@1@1'1>N/>%ค/@/2@/@1"ห%N/01?&1อOล>ห%N/0!1/
O@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1 Q%อ&N@0@11?&1อ1>&&@%# ?P2ํ@%?@%/@!1ฐ@%2 >%คO@N1!1
Oล>อ@ห@1OหN@!>N'> QหO&1>@1
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ a6 Oล>/@!1@ 37 OหNพ1>1@&??!>1>N&?0&&1>ห@1
1@@1O(N% >% พ.0. `cab '1>อ&?&/@!1@ 32 OหNพ1>1@&??!>1>N&?0&&1>ห@11@@1O(N% >%
พ.0. `cab @POORNพ>P/N!>/P 0พ1>1@&??!>1>N&?0&&1>ห@11@@1O(N% >% (&?&#?P c) พ.0. `cbc
Oล>1>#1/O&N2N/%1@@12ํ@%?@%/@!1ฐ@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1OหN@!> 1>#1/N1!1
Oล>2ห1 ์ พ.0. `cc๗ Nล@$ >@12ํ@%?@%/@!1ฐ@%2 >%คO@N1!1Oล>อ@ห@1Oห N@!>
@ออ1>N&?0&R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ 1>N&?0&%?QN1?0/N@ 1>N&?0&2ํ@%?@%/@!1ฐ@%2 >%คO@N1!1Oล>อ@ห@1Oห N@!>
/N@ O/0อ?!1@คN@&1>@1@11?&1อ1>&&@% Oล>QหO&1>@1@1'1>N/ >%ค/@/2@/@1"ห% N/01?&1อ
Oล>ห%N/0!1/ O@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1 พ.0. 2567
Oอ ` 1>N&?0&%?QQหOQO&?ค?&N/APอพO%ํ@ห% 2อ'?%?&@/?%'1>@0Q%1@ >@%BN&1@
N'็%!O%R'
Oอ a QหOํ@ห% คN@&1>@1@11?&1อ1>&&@% Oล>QหO&1>@1@1'1>N/>%ค/@/2@/@1"
ห%N/01?&1อOล>ห% N/0!1/ O@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1 QหON'็%R'!@/อ?!1@#?Pํ@ห% R/OQ%!@1@
#O@01>N&?0&%?Q
Oอ b QหONล@$>@12ํ@%?@%/@!1ฐ@%2 >%คO@N1!1Oล>อ@ห@1Oห N@!>N'็%(CO1?1@@1
!@/1>N&?0&%?Q
หนา ๑
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๘๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๗
Q%1?#?P/?'ัห@อB'211คห1Aอ? OอQ%@1 ํ@N%>%@1!@/1>N&?0&%?Q QหONล@$>@12ํ@%?@%
/@!1ฐ@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1OหN@!> N'็%(COพ>@1@/>%>?0?Q@ P 0QหO"AอN'็%#?P2B
'1>@0 /?%#?P 10 ?%0@0% พ.0. `c67
พ>0@ล พ0@พ>์
Nล@$>@12ํ@%?@%/@!1ฐ@%2>%คO@N1!1Oล>อ@ห@1OหN@!>
หนา ๒
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๘๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๗
@1@!O@01>N ?0 2ํ@?ก@/@1ฐ@2>คO@Nก11Oล>อ@ห@1OหNช@>
/N@O/0อ?1@คN@ 1>ก@1ก@11? 1อ1> @ Oล>ใหO 1>ก@1ก@1!1>N/>ค/@/2@/@1 หN/01? 1อ
Oล>หN/01/O@2>คO@Nก11Oล>อ@ห@1
พ.0. 2567
ลํ@?
!?่
!1>N.!ก@11/!1>N/>-
/@1ฐ@ก@11? 1อ
1> @
1@0ล>Nอ?0คN@ 1>ก@1 อ?1@คN@ 1>ก@1
( @!)
ํ@/
ล?กคO@
_ @1!1ว!1>N/> 0ํ@?@
(Office Assessment)
0ํ@ห1? @1QหO 1>@11? 1อ
1> @!@//@!1@
- ISO/IEC 17021-1
- ISO 22003-1
@11? คํ@อ R/NN> _,^^^
@1# #วNอ0@1 R/NN> _^,^^^
(0ํ@ห1? @1!1ว
!1>N/>ค1?QO1)
R/NN> 5,000 (0ํ@ห1?
@1!1ว
!Nออ@0B)
คN@Q 1? 1อ1> @
( ? .@/@R#0O3>.@/@อ?2/)
R/NN> _,^^^ !Nอค1?Q
@1!1ว!1>N/>
(@1คํ@ว Man-day
อO@อ>!@/Nอ0@1ห3?N์/
NAPอRอ0ํ@?@/@!1@
0>คO@N/!1O3>อ@ห@1OหN@!>)
R/NN> _,^^^ !Nอค
!Nอว? (!@/ํ@ว
Man-day #?Pคํ@วR O)
` @1!1ว!1>N/> 0ํ@?@
(Office Assessment)
0ํ@ห1? @1QหO 1>@11? 1อ
1> @!@//@!1@
- ISO/IEC 17065
- ISO/IEC 17020
@11? คํ@อ R/NN> _,^^^
@1# #วNอ0@1 R/NN> _,^^^
(0ํ@ห1? @1!1ว
!1>N/>ค1?QO1)
R/NN> 2,500 (0ํ@ห1?
@1!1ว
!Nออ@0B)
คN@Q 1? 1อ1> @
( ? .@/@R#0O3>.@/@อ?2/)
R/NN> _,^^^ !Nอค1?Q
@1!1ว!1>N/>
(@1คํ@ว Man-day อO@อ>
!@/Nอ0@1ห3?N์/NAPอR
อ0ํ@?@/@!1@0>คO@
N/!1O3>อ@ห@1OหN@!>)
R/NN> _,_^^ !Nอค
!Nอว? (!@/ํ@ว
Man-day #?Pคํ@วR O)
Oอ0
วN@
_^ 1@0
R/NN> `,_^^ !Nอค
!Nอว? (!@/ํ@ว
Man-day #?Pคํ@วR O)
!?QO!N
_^ "@
_,^^^
1@0
ลํ@?
!?่
!1>N.!ก@11/!1>N/>-
/@1ฐ@ก@11? 1อ
1> @
1@0ล>Nอ?0คN@ 1>ก@1 อ?1@คN@ 1>ก@1
( @!)
ํ@/
ล?กคO@
R/NN> _,^^^ !Nอค
!Nอว? (!@/ํ@ว
Man-day #?Pคํ@วR O)
!?QO!N
_,^^^
1@0
@QR!
3 @1!1ว!1>N/> 0"@
!1>อ @1 (Witness
Assessment) 0ํ@ห1? @1
!1>N/>คว@/0@/@1"
!@//@!1@
- ISO/IEC 17021-1
- ISO 22003-1
- ISO/IEC 17065
- ISO/IEC 17020
@1!1ว!1>N/> R/NN>อ N@03> `,^^^ @#
!Nอค1?Q
Q#Bอ N@0/@!1@
ห/@0Nห> : _. คN@ 1>@1@11? คํ@อ N1?0NO Nพ@>@1!1ว!1>N/>ค1?QO1 O3>@1!1ว!Nออ@0B
`. คN@ 1>@1@1# #วNอ0@1 N1?0NO Nพ@>@1!1ว!1>N/>ค1?QO1 @10@0อ N@0
O3>@1!1ว!Nออ@0B
3. คN@Q 1? 1อ1> @ N1?0NO Nพ@>@1!1ว!1>N/>ค1?QO1 @1!1ว!Nออ@0B O3>1?
#?PหNว01? 1อ/หNว0!1ว อQหOออQ 1? 1อ ? Qห/N NAPอ@N> @10Cญห@0 ห1Aอํ@1B N0?0ห@0
^. @1!1ว!1>N/> 0ํ@?@ O3>@1!1ว!1>N/> 0"@!1>อ @1 >N1?0NO
Nพ@>อ?!1@คN@ 1>@1!@/#?P1> BRวOQ!@1@O@!O >R/N/?@1N1?0NO คN@QON@0อAPN Nพ>P/N!>/ NN คN@N >#@
R!!1ว!1>N/> คN@#?Pพ? @P0ํ@?@/@!1@0>คO@N/!1O3>อ@ห@1OหN@!> 0@/@1"N >N@0R O!@/
1>N ?0 อ#@1@@1
_. Q0Nวอ@1!1ว!1>N/>Nพ>P/N!>/อAPN NN @1!1ว!1>N/>NพAPอ0@0อ N@0@11? 1อ
@1!1ว!1>N/>NพAPอพ>@1@@1OOROอ พ1Nอ ห@/?@1 ํ@N>@1!1ว!1>N/> 0ํ@?@ ห1Aอ
0"@!1>อ @1 ค> คN@QON@0!@/!@1@อ?!1@คN@ 1>@1@11? 1อ1> @ O3>QหO 1>@1@1!1>N/>
คว@/0@/@1"หNว01? 1อ O3>หNว0!1ว O@0>คO@N/!1O3>อ@ห@1 Nพ@>Q0Nวอ@1!1ว!1>N/>
O!Nห@พ>@1@Nพ?0Nอ0@1>R/N/?@1ค> คN@QON@0Q N
`. 1?"CO0APคํ@อ 0APอ@11? 1อ1> @Q0Nวอ/@!1@Q3ONค?0?พ1Oอ/? NN
0APอ ISO/IEC 17021-1 O3> ISO 22003-1 ห1Aอ 0APอ ISO/IEC 17065 O3> ISO/IEC 17020 QหON1?0NO
คN@# #วNอ0@1/@!1@#?P ` Qอ?!1@1Oอ03> 50 อคN@ 1>@1#?Pํ@ห RวOQ!@1@O@!O
a. 1?"CO0APคํ@อ 0APอ@11? 1อ1> @Nพ>P/N!>/P 0Nค0R O1? @11? 1อ1> @Q0Nว
อ/@!1@Q3ONค?0? NN Nค0R O1? @11? 1อ1> @ ISO/IEC 17021-1 O3Oว/@อ ISO 22003-1 Nพ>P/N!>/
Nค0R O1? @11? 1อ1> @ ISO/IEC 17065 O3Oว/@อ ISO/IEC 17020 Nพ>P/N!>/ QหON1?0NO อ?!1@คN@ 1>@1
Q0NวอคN@# #วNอ0@1O3>คN@ 1>@1@1!1ว!1>N/> Qอ?!1@1Oอ03> 50 อคN@ 1>@1#?Pํ@ห RวOQ
!@1@O@!O
b. 1?#?P/?@1ํ@1>คN@ 1>@1O3Oว>R/N0@/@1"N1?0คAR O#B1?
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 227
|
2023.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2023.pdf
|
'1>@0ค>11/@12NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@%
N1APอ ํ@ห% อ?!1@คN@# 2อ&/@!1ฐ@%)ี/AอO1@%OหN@!> (&?&#?P __)
P 0#?PN'็%@12/ค/1ํ@ห% อ?!1@คN@# 2อ&/@!1ฐ@%)ี/AอO1@%OหN@!>Q%2@@อ@?*!N@ N
N*>P/N!>/
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ `c OหN*1>1@&??!>2NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@%
*.0. `cbc Oล>/@!1@ ag (a) OหN*1>1@&??!>2NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@% *.0. `cbc
@POORN*>P/N!>/P 0*1>1@& ??!>2NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@% ( &?&#?P `) *.0. `cce
ค>11/@12NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@% @ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ QหO0Nล>ค/@/Q% ( _^) อOอ `.a อ'1>@0ค>11/@12 NN21>/
@1*?%@)ี/AอO1@% N1APอ ํ@ห% อ?!1@คN@# 2อ&/@!1ฐ@%) ี/AอO1@%Oห N@!> ล/?%#?P
b 2>ห@ค/ *.0. `cda Oล>QหOQOค/@/!NอR'%?QO#%
(_^) 2@@N@&ํ@1B1?1@1"0%!์
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> _,c^^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> _,e^^ &@#
Oอ ` QหO0Nล>ค/@/Q% (_^) Oล> (__) อOอ `.c อ'1>@0ค>11/@1
2NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@% N1APอ ํ@ห% อ?!1@คN@# 2อ&/@!1ฐ@%) ี/AอO1@%Oห N@!>
ล/?%#?P b 2>ห@ค/ *.0. `cda Oล>QหOQOค/@/!NอR'%?QO#%
(_^) 2@@N@Nค1APอ'1> ?& (1C'*11)
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> _,c^^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> _,ec^ &@#
1> ?& a R/NN>%ค1?Qล> `,^^^ &@#
(__) 2@@N@Nค1APอ'1> ?& ('1> ?&อ?/?)
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> _,c^^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> _,c^^ &@#
1> ?& a R/NN>%ค1?Qล> _,gc^ &@#
Oอ a QหO0Nล>ค/@/Q% (b) อOอ `.e อ'1>@0ค>11/@12NN21>/@1*?%@
)ี/AอO1@% N1APอ ํ@ห% อ?!1@คN@# 2อ&/@!1ฐ@%) ี/AอO1@%OหN@!> ล/?%#?P b 2>ห@ค/
*.0. `cda Oล>QหOQOค/@/!NอR'%?QO#%
(b) 2@@*%?@%!Oอ%1?&2N/%ห%O@
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> c^^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> ec^ &@#
หนา ๒๙
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗
Oอ b QหO0Nล>ค/@/Q% (g) อOอ `.e อ'1>@0ค>11/@12NN21>/@1*?%@
)ี/AอO1@% N1APอ ํ@ห% อ?!1@คN@# 2อ&/@!1ฐ@%) ี/AอO1@%OหN@!> ล/?%#?P b 2>ห@ค/
*.0. `cda Oล>QหOQOค/@/!NอR'%?QO#%
(g) 2@@(CO'1>อ&%/อ&
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> ec^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> `,f^^ &@#
Oอ c QหO0Nล>ค/@/Q% (_f) (_g) (`^) (`_) (``) Oล> (`a) อOอ `.e
อ'1>@0ค>11/@12 NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@% N1APอ ํ@ห% อ?!1@คN@# 2อ&/@!1ฐ@%
)ี/AอO1@%OหN@!> ล/?%#?P b 2>ห@ค/ *.0. `cda @POORN*>P/N!>/P 0'1>@0ค>11/@1
2NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@% N1APอ ํ@ห% อ?!1@คN@# 2อ&/@!1ฐ@%) ี/AอO1@%Oห N@!>
(&?&#?P c) ล/?%#?P g B/.@*?%$์ *.0. `cdd Oล>QหOQOค/@/!NอR'%?QO#%
(_f) 2@@%?2NN21>/2B.@*O&&อค์1// R#02?''@0> (ห?!"&ํ@&? )
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> cc^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> cc^ &@#
(_g) 2@@%?2NN21>/2B.@*O&&อค์1// R#02?''@0> (P.%&ํ@&? )
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> _,a^^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> _,c^^ &@#
(`^) 2@@%?2NN21>/2B.@*O&&อค์1// R#02?''@0> (/@1?&ํ@&? )
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> _,`^^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> _,c^^ &@#
(`_) 2@@%?2NN21>/2B.@*O&&อค์1// R#02?''@0> (2Bค%$&ํ@&? )
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> `,^^^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> _,fc^ &@#
(``) 2@@*%?@%(2/Nค1APอ AP/
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> f^^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> _,`^^ &@#
1> ?& a R/NN>%ค1?Qล> c^^ &@#
(`a) 2@@(CO'1>อ&%/'ั
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> _,ac^ &@#
1> ?& ` R/NN>%ค1?Qล> _,c^^ &@#
หนา ๓๐
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗
Oอ d QหON*>P/ค/@/!NอR'%?QN'็% (ad) Oล> (ae) อOอ `.e อ'1>@0ค>11/@1
2NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@% N1APอ ํ@ห% อ?!1@คN@# 2อ&/@!1ฐ@%) ี/AอO1@%Oห N@!>
ล/?%#?P b 2>ห@ค/ *.0. `cda
(ad) 2@@*%?@%?&1"P 02@12@$@1>%@ NลO
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> f^^ &@#
(ae) 2@@%@0#O@0N1Aอลลํ@%Qํ@P 02@1
1> ?& _ R/NN>%ค1?Qล> f^^ &@#
'1>@0 /?%#?P 12 1@ค/ *.0. `cd7
R*P1%์ P!>N2"?01
'ล? 1>#1/O1@%
'1>$@%11/@12NN21>/@1*?%@)ี/AอO1@%
หนา ๓๑
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 228
|
1256.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1256.pdf
|
ค ำสั่งศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนำ 2019 (โควิด - 19)
ที่ ๑๔/๒๕๖๕
เรื่อง แนวปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙
แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
(ฉบับที่ ๒๘)
ตำมที่คณะรัฐมนตรีมีมติในกำรประชุมเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎำคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ให้ขยำย
ระยะเวลำกำรใช้บังคับประกำศสถำนกำรณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วรำชอำณำจักรออกไปตั้งแต่วันที่
๑ สิงหำคม พ.ศ. ๒๕๖๕ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยำยน พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยนำยกรัฐมนตรีได้ออก
ข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๔๔) ลงวันที่ ๒๙ เมษำยน พ.ศ. ๒๕๖๕ ในกำรปรับปรุงกำรก ำหนดผู้เดินทำง
เข้ำมำในรำชอำณำจักร และค ำสั่งศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนำ 2019 (โควิด - 19) ที่ ๑๑/๒๕๖๕ เรื่อง แนวปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙
แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๖) ลงวันที่
๓๐ พฤษภำคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และค ำสั่งศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนำ 2019 (โควิด - 19) ที่ ๑๓/๒๕๖๕ เรื่อง แนวปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙
แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๗) ลงวันที่
๒๓ มิถุนำยน พ.ศ. ๒๕๖๕ นั้น
เพื่อให้กำรปฏิบัติงำนตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนด
กำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ตำมประกำศสถำนกำรณ์ฉุกเฉินและกำรขยำย
ระยะเวลำกำรประกำศสถำนกำรณ์ฉุกเฉินดังกล่ำว และตำมค ำสั่งนำยกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๖๓ เรื่อง
กำรจัดตั้งหน่วยงำนพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้ำที่ตำมพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๕ มีนำคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ
และกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพ นักงำนเจ้ำหน้ำที่เป็นไปอย่ำงเหมำะสมและสอดคล้องกับสถำนกำรณ์
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในข้อ ๔ (๒) ของค ำสั่งนำยกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้ก ำกับ
กำรปฏิบัติงำนหัวหน้ำผู้รับผิดชอบและพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ในกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่
๒๕ มีนำคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม นำยกรัฐมนตรีในฐำนะผู้อ ำนวยกำรศูนย์บริหำร
สถำนกำรณ์โควิด - 19 จึงมีค ำสั่งให้หัวหน้ำผู้รับผิดชอบในกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉินและพนักงำน
เจ้ำหน้ำที่ด ำเนินกำรให้เป็นไปตำมมำตรกำรป้องกันโรคให้สอดคล้องกับสถำนกำรณ์กำรระบำดของ
โรคโควิด - 19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังต่อไปนี้
้หนา ๑๗๓
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๗๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๑ ให้ปรับมำตรกำรป้องกันโรคส ำหรับผู้เดินทำงเข้ำมำในรำชอำณำจักรประเภท (๑)
และ (๒) ของค ำสั่งศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (โควิด - 19)
ที่ ๑๓/๒๕๖๕ เรื่อง แนวปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนด
กำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๗) ลงวันที่ ๒๓ มิถุนำยน พ.ศ. ๒๕๖๕
โดยกรณีผู้เดินทำงเข้ำมำในรำชอำณำจักร ณ ช่องทำงเข้ำออกระหว่ำงประเทศทำงบกเฉพำะ
จุดผ่ำนแดนถำวร (International Point of Entry) ที่ใช้บัตรผ่ำนแดน (Border Pass) หรือ
บัตรผ่ำนแดนชั่วครำว (Temporary Border Pass) ในกำรเดินทำงให้สำมำรถพ ำนักอยู่ในรำชอำณำจักร
ตำมระยะเวลำและให้สำมำรถเดินทำงได้เฉพำะพื้นที่ตำมที่ได้ตกลงกันไว้ตำมควำมตกลงว่ำด้วย
กำรข้ำมแดนระหว่ำงประเทศ
ข้อ ๒ ให้ผู้เดินทำงทั้งที่มีสัญชำติไทยและผู้เดินทำงที่ไม่มีสัญชำติไทยสำมำรถเดินทำงเข้ำมำ
ในรำชอำณำจักรทำงบก ณ จุดผ่อนปรนกำรค้ำ จุดผ่ำนแดนชั่วครำว จุดผ่อนปรนพิเศษ จุดผ่ำนแดน
ชั่วครำวเพื่อกำรท่องเที่ยว และจุดผ่อนปรนเพื่อกำรท่องเที่ยว โดยต้องปฏิบัติตำมแนวปฏิบัติในกำร
เดินทำงข้ำมแดนของทำงรำชกำรโดยเคร่งครัด
ข้อ ๓ ให้ค ำสั่งศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019
(โควิด - 19) ที่ ๑๓/๒๕๖๕ เรื่อง แนวปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนด
กำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๗) ลงวันที่ ๒๓ มิถุนำยน พ.ศ. ๒๕๖๕
ยังคงมีผลใช้บังคับเท่ำที่ไม่ขัดหรือแย้งกับค ำสั่งนี้
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหำคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป จนกว่ำจะมีค ำสั่งเปลี่ยนแปลง
เป็นอย่ำงอื่น
สั่ง ณ วันที่ 27 กรกฎำคม พ.ศ. ๒๕65
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชำ
นำยกรัฐมนตรี
ผู้อ ำนวยกำรศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์โควิด - 19
้หนา ๑๗๔
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๗๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕
|
train
| 229
|
168.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/168.pdf
|
ประกาศส านักงานประกันสังคม
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการค านวณอัตราส่วนการสูญเสีย
เพื่อให้การก าหนดอัตราเงินสมทบตามอัตราส่วนการสูญเสียของนายจ้างมีความเหมาะสม
และเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
อาศัยอ านาจตามความในข้อ 19 วรรคสอง แห่งประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ประเภท
ขนาดของกิจการ ท้องที่ที่ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบ อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมิน
และการเรียกเก็บเงินสมทบ ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ส านักงานประกันสังคม
จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป
ข้อ 2 ในการค านวณอัตราส่วนการสูญเสียนั้น ให้น าเงินทดแทนซึ่งต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง
แต่ละคนค านวณเป็นร้อยละของเงินสมทบที่นายจ้างผู้นั้นต้องจ่ายในระยะเวลาเดียวกัน ดังนี้
อัตราส่วนการสูญเสีย = ๐.๒๑ x อัตราส่วนการสูญเสียก่อนปีที่ค านวณ
+ ๐.๗๐ x อัตราส่วนการสูญเสียโดยเฉลี่ยปีที่ค านวณ
ข้อ 3 การค านวณอัตราส่วนการสูญเสียตามข้อ 2 มีหลักเกณฑ์ในการค านวณ ดังนี้
(1) อัตราส่วนการสูญเสียโดยเฉลี่ยปีที่ค านวณส าหรับนายจ้างที่ใช้อัตราเงินสมทบตามค่า
ประสบการณ์ปีแรก คือ ค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนการสูญเสียในรอบ ๓ ปีปฏิทินที่ผ่านมา
(2) อัตราส่วนการสูญเสียโดยเฉลี่ยปีที่ค านวณส าหรับนายจ้างที่ใช้อัตราเงินสมทบตามค่า
ประสบการณ์ปีถัดไป คือ อัตราส่วนการสูญเสียโดยเฉลี่ยซึ่งได้ค านวณไว้แล้วในปีที่ผ่านมา
ประกาศ ณ วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖2
อนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ
เลขาธิการส านักงานประกันสังคม
้หนา ๔๔
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑๕๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๒
|
train
| 230
|
731.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/731.pdf
|
ส ำนักงำนคณะกรรมกำรอำหำรและยำ ขอแก้ไขข้อควำมคลำดเคลื่อน
ประกำศกระทรวงสำธำรณสุข
เรื่อง ก ำหนดต ำรับยำเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่มีกัญชำปรุงผสมอยู่ที่ให้เสพเพื่อกำรรักษำโรค
หรือกำรศึกษำวิจัยได้ พ.ศ. 2564 ซึ่งประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ ฉบับประกำศและงำนทั่วไป
เล่ม ๑๓8 ตอนพิเศษ 35 ง วันที่ 15 กุมภำพันธ์ 2564
เอกสำรแนบท้ำย บัญชี ๓ ในตำรำง ชื่อต ำรับยำล ำดับที่ ๓ ช่องชื่อและที่อยู่
ของผู้ปรุง ค ำว่ำ “ต ำบลบัวกุด” ให้แก้เป็น “ต ำบลกุดบำก”
้หนา ๓๖
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๐๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔
|
train
| 231
|
1611.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1611.pdf
|
พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 774)
พ.ศ. ๒๕๖๖
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖6
เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในบางกรณี
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ (๑)
แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๗๔) พ.ศ. ๒๕๖๖”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้ง แต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
้หนา ๒๕
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้
“ผู้พ้นโทษ” หมายความว่า นักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ ซึ่งมีสัญชาติไทย
และได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจ าเนื่องจากครบก าหนดโทษตามหมายศาล ลดวันต้องโทษจ าคุก
หรือพักการลงโทษ
มาตรา ๔ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร
ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่รับผู้พ้นโทษซึ่งได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจ าเป็นระยะเวลา
ไม่เกินสามปีนับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัว เข้าท างาน ส าหรับเงินได้เป็นจ านวนร้อยละห้าสิบของรายจ่าย
ที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษ เฉพาะในส่วนที่ไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันบาทต่อคนต่อเดือน
ส าหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่ไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๖๘ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศก าหนด
มาตรา ๕ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน
ผู้พ้นโทษตามมาตรา ๔ ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เนื่องจากรายจ่ายในการจ้างงานบุคคลดังกล่าว
ตามพระราชกฤษฎีกาอื่นที่ออกตามความในประมวลรัษฎากรอีก ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
มาตรา ๖ กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกานี้
และต่อมาไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนดในมาตรา ๔ และมาตรา ๕ ให้สิทธิที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
ตามพระราชกฤษฎีกานี้สิ้นสุดลง และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะต้องน าเงินได้ที่ได้ใช้สิทธิ
ยกเว้นภาษีเงินได้ไปแล้วไปรวมเป็นรายได้ในการค านวณก าไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชี
ที่ได้ใช้สิทธินั้น
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๒๖
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากการยกเว้นภาษีเงินได้
ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามที่ก าหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผลใช้บังคับถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
แต่โดยที่ยังคงมีความจ าเป็นต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลรับผู้พ้นโทษเข้าท างานต่อไป
อีกระยะหนึ่ง เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้พ้นโทษสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง สมควรยกเว้นภาษีเงินได้
ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุ คคลดังกล่าว ส าหรับเงินได้เป็นจ านวนร้อยละห้าสิบของรายจ่ายที่ได้จ่าย
เป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานผู้พ้นโทษ ส าหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม
พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่ไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ จึงจ าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
้หนา ๒๗
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
|
train
| 232
|
27.pdf
|
SUGAR
|
ACTION
|
SUGAR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/27.pdf
|
หน้า ๑๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๗๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ประกาศสํานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทราย
เรื่อง การกําหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจําหน่ายน้ําตาลทรายขั้นต้น
ฤดูการผลิตปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗
ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๑ ซึ่งเห็นชอบกับการกําหนด
ราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจําหน่ายน้ําตาลทรายขั้นต้น ฤดูการผลิตปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑
สํานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทราย จึงขอประกาศราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทน
การผลิตและจําหน่ายน้ําตาลทรายขั้นต้น ฤดูการผลิตปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑ ดังนี้
๑. กําหนดราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑ ในเขตคํานวณราคาอ้อยที่ ๑, ๒,
๓, ๔, ๖, ๗ และ ๙ ในอัตรา ๘๘๐ บาท (แปดร้อยแปดสิบบาทถ้วน) ณ ระดับความหวานที่ ๑๐
ซี.ซี.เอส. และกําหนดอัตราขึ้น/ลง ของราคาอ้อยเท่ากับ ๕๒.๘๐ บาท (ห้าสิบสองบาทแปดสิบสตางค์)
ต่อ ๑ หน่วย ซี.ซี.เอส. ต่อเมตริกตัน และผลตอบแทนการผล ิตและจําหน่ายน้ําตาลทรายข ั้นต้น
ฤดูการผลิตปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑ เท่ากับ ๓๗๗.๑๔ บาท (สามร้อยเจ็ดสิบเจ็ดบาทสิบสี่สตางค์)
๒. กําหนดราคาอ ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑ ในเขตคํานวณราคาอ ้อยที่ ๕
ในอัตรา ๘๓๐ บาท (แปดร้อยสามสิบบาทถ้วน) ณ ระดับความหวานที่ ๑๐ ซี.ซี.เอส. และกําหนด
อัตราขึ้น/ลง ของราคาอ้อยเท่ากับ ๔๙.๘๐ บาท (สี่สิบเก้าบาทแปดสิบสตางค์) ต่อ ๑ หน่วย ซี.ซี.เอส.
ต่อเมตริกตัน และผลตอบแทนการผลิตและจําหน่ายน้ําตาลทรายขั้นต้น ฤดูการผลิตปี ๒๕๖๐/๒๕๖๑
เท่ากับ ๓๕๕.๗๑ บาท (สามร้อยห้าสิบห้าบาทเจ็ดสิบเอ็ดสตางค์) และการเปลี่ยนแปลงของราคาอ้อยขั้นต้น
ตามหน่วยคุณภาพความหวานให้เป็นไปตามตารางแสดงราคาอ้อยตามหน่วย ซี.ซี.เอส. แนบท้ายประกาศนี้
จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
วรวรรณ ชิตอรุณ
เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทราย
เขตคํานวณ ประสิทธิภาพการผลิต ปริมาณอ้อยเข้าหีบ ผลตอบแทนการผลิตฯ ขั้นต้น
ราคาอ้อย (กก./ตันอ้อย)( ตัน) ที่ 10 ซี.ซี.เอส. อัตราขึ้น/ลง ที่ ซี.ซี.เอส.เฉลี่ย (บาท/ตันอ้อย) ที่ 10 ซี.ซี.เอส.
1 107.34 12.12 3,640,000 880.00 52.80 992.07 377.14
2 102.46 11.62 11,543,000 880.00 52.80 965.65 377.14
3 104.73 12.02 16,849,000 880.00 52.80 986.63 377.14
4 98.21 11.14 20,188,000 880.00 52.80 940.23 377.14
5 90.66 11.23 345,000 830.00 49.80 891.05 355.71
6 97.28 10.96 525,000 880.00 52.80 930.89 377.14
7 103.33 11.61 5,510,000 880.00 52.80 964.91 377.14
9 111.93 12.90 45,000,000 880.00 52.80 1,033.01 377.14
รวมทั่วประเทศ 106.31 12.16 103,600,000 879.83 52.79 993.83 377.07
เขต 1 คิดเป็นร้อยละ 96.86
เขต 2 คิดเป็นร้อยละ 98.09
เขต 3 คิดเป็นร้อยละ 96.73
เขต 4 คิดเป็นร้อยละ 98.12
เขต 5 คิดเป็นร้อยละ 98.90
เขต 6 คิดเป็นร้อยละ 96.65
เขต 7 คิดเป็นร้อยละ 95.85
เขต 8 คิดเป็นร้อยละ -
เขต 9 คิดเป็นร้อยละ 97.31
97.36
2. เขต 8 ประกอบด้วยโรงงานอุตสาหกรรมน้ําตาลชลบุรี 2560/2561 โรงงานหยุดประกอบการชั่วคราว
ตารางแสดงราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจําหน่ายขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2560/2561
ซี.ซี.เอส. ราคาอ้อยขั้นต้น (บาท/ตันอ้อย)
หมายเหตุ :
1. ราคาที่ปรากฎในแต่ละเขต คํานวณโดยคิดเป็นร้อยละของราคาประมาณการ ดังนี้
เฉลี่ยทั่วประเทศคิดเป็นร้อยละ
|
train
| 233
|
1376.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1376.pdf
|
ประกาศกรมสรรพสามิต
เรื่อง ขยายก าหนดเวลาการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560
(ฉบับที่ 18)
โดยได้เกิดเหตุภัยพิบัติ (อุทกภัย) อันเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุโนรูและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ที่พัดปกคลุมในเขตพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทย เป็นเหตุให้ผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ
ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ไม่สามารถปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ภายในก าหนดเวลา
ที่พระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ก าหนดไว้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทา
ความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว ซึ่งอธิบดีกรมสรรพสามิตพิจารณาแล้ว
เห็นว่าเหตุภัยพิบัติข้างต้นเป็นเหตุจ าเป็นเป็นการทั่วไป อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๘ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และข้อ ๔ ของประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเลื่อนหรือขยายก าหนดเวลาตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560 จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ขยายก าหนดเวลาการยื่นแบบรายการภาษีและช าระภาษีตามพระราชบัญญัติ
ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการ
ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานบริการ แล้วแต่กรณี ตั้งอยู่ในจังหวัดที่มีการประกาศ
ให้เขตท้องที่หนึ่งท้องที่ใดในจังหวัดนั้นเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ในช่วงตั้งแต่วันที่
28 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ส าหรับกรณีที่จะต้องยื่นแบบรายการภาษี
และช าระภาษีตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ออกไปเป็นภายในวันที่
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖5 ไม่ว่าโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานบริการนั้น จะตั้งอยู่ใน
เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือไม่ก็ตาม
ข้อ ๒ ให้ขยายก าหนดเวลาการยื่นงบเดือน ตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติ
ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการ
ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานบริการ แล้วแต่กรณี ตั้งอยู่ในจังหวัดที่มีการประกาศ
ให้เขตท้องที่หนึ่งท้องที่ใดในจังหวัดนั้นเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ที่ต้องยื่นงบเดือน
ภายในเดือนตุลาคม 2565 ออกไปเป็นภายในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖5 ไม่ว่าโรงอุตสาหกรรม
คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานบริการนั้น จะตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือไม่ก็ตาม
ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖5
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
อธิบดีกรมสรรพสามิต
้หนา ๑๐
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๖๓ งราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕
|
train
| 234
|
2011.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2011.pdf
|
)#>@0อ&>("?#!2##@#
N?P"/?( @1?N>'R"O ((?(%?P bbf)
N#APอ ํ@ห'"ห%?N!์ />&?@# O%>NAPอ'R@#"N/O' @1?N>'R"O
อ(#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%Q'N#? '@>N01N@>>
2ํ@ห#?(>@#%?P)#>อ(อB#2@ห##!N)้@ห!@"
อ@0?"อํ@'@#@!ค/@!Q'!@##@ b OหN#>#@$1ฎ?@ออ#@!ค/@!Q')#>!/%#?1ฎ@#
/N@"O/"@#"N/O'#?1ฎ@# ((?(%?P efe) .0. `cde อ&>("?#!2##@# ํ@ห'"ห%?N!์
/>&?@# O%>NAPอ'R@#"N/O' @1?N>'R"Oอ(#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%Q'N#? '@>N01N@>>
2ํ@ห#?(>@#%?P)#>อ(อB#2@ห##!N)้@ห!@" "?#NอR)'?Q
Oอ _ QหO(#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%Q'N#? '@>N01N@>> @P"ํ@N'>'>@#
%?P)#>อ(อ B#2@ห##!N) ้@ห!@"O%>R" O#?(@##?(#อ>@#%?P)#>อ(อ B#2@ห##!N) ้@ห!@"
@PQON%คP'P%"?ห%?N)็'@'Q'#>(/'@#*% >#O%>@#QหO(#>@#@2ํ@'?@'? '@/>%"@0@2##์
O%>N%คP'P%"?OหN@#>%?P)#>2ค์>R"O#?(2>%&>"N/O' @1?N>'R"O#@!!@##@ b OหN#>#@$1ฎ?@
ออ#@!ค/@!Q')#>!/%# ?1ฎ@# /N@"O/"@#"N/ O'#?1ฎ@# ( (?(%?P efe) .0. `cde
"AP'คํ@#Oอออ'B!?#>#Nออ&>("?#!2##@##@!O((คํ@ออ'B!?#>N)็'*CO)#>อ(@##@"Qห!N (New Start-up)
(#.!._) #@!%?PO'(%O@")#>@0'?Q P""#Oอ#อคํ@ออ'B!?#>#@!O(( #.!._ *N@'#>((Nค#AอN@"อ>'N%อ#์N'O#
%@N/O(R#์ (Web Site) อ#!2##@# http://www.rd.go.th #Oอ!O'(R%์อ>N%O%#อ'>2์
Nอ2@#ห' ?2Aอ#?(#อ >@#% ?P)#>อ(อ B#2@ห##!N) ้@ห!@" @PQON%คP'P%" ?ห%?N)็'@'
Q'#>(/'@#*%>#O%>@#QหO(#>@#%?PออP""2ํ@'?@'? '@/>%"@0@2##์O%>N%คP'P%"?OหN@#>
Q'#C)O((อR%์ PDF NAPอ)#>อ(@#>@#!@"O/"
@#"AP'คํ@#Oออ#@!/##คห' @P >#Oอ"AP' @"Q'/ ?'%?P a_ &?'/@ค! .0. `ce^
O%>#OอR"O#?(อ'B!?#>@อ&>("?#!2##@##@!คํ@#Oออ'?Q'"O/"
Oอ ` QหO(#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%Q'N# ? '@>N01N@> >@P"ํ@N'>'>@#
%?P)#>อ(อ B#2@ห##!N) ้@ห!@"O%>R" O#?(อ'B!?#>#@!Oอ _ O%O/ %?P)#>2ค์>อN>P!>@#
%?P)#>อ(อB#2@ห##!N)้@ห!@"ห#AอN>P!)#>N %2>'คO@ห#Aอ(#>@#Q'อB#2@ห##!N)้@ห!@"NAPออ#?(2>%&>
"N/O' @1?N>'R"O #@!!@##@ b OหN#>#@$1ฎ?@ออ#@!ค/@!Q')#>!/%# ?1ฎ@# /N@"O/"
@#"N/O'#?1ฎ@# ((?(%?P efe) .0. `cde "AP'คํ@อ#@!O((OON>P!>@#%?P)#>อ(อB#2@ห##!
N)้@ห!@"2ํ@ห#?(*CO)#>อ(@##@"Qห!N (#.!.`) #Nออ&>("?#!2##@# *N@'#>((Nค#AอN@"อ>'N%อ#์N'O#
%@N/O(R#์ (Web Site) อ#!2##@# http://www.rd.go.th
(#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%%?P)#>2ค์>อN>P!>@#%?P)#>อ(อB#2@ห##!N)้@ห!@"
ห#AอN>P!)#>N %2>'คO@ห#Aอ(#>@#Q'อB#2@ห##!N)้@ห!@"#@!/##คห'@P >#OอR"O#?(@##?(#อ@
หนา ๓๓
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗
2ํ@'?@'? '@/>%"@0@2##์O%>N%คP'P%"?OหN@#> P""(#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%'?Q'>#Oอ
O'(R%์อ>N%O%#อ'>2์Nอ2@#ห'?2Aอ#?(#อ%?PออP""2ํ@'?@'? '@/>%"@0@2##์O%>N%คP'P%"?OหN@#>
Q'#C)O((อR%์ PDF !@#Oอ!?(คํ@อ"O/"
Oอ a @#คํ@'/! ํ@R#2B%&>O%>@"% B'2B%&>อ(# >1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%
Q'N#? '@>N01N@>> @P"ํ@N'>'>@#%?P)#>อ(อB#2@ห##!N)้@ห!@" #OอN)็'R)#@!ห%?N!์
O%>NAPอ'RQ'!@##@ dc !@##@ dc %/> O%>!@##@ dc ##? OหN)#>!/%#?1ฎ@#
#!?(#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%Q'N#? '@>N01N@>>%?P)#>อ(>@#อB#2@ห##!
N)้@ห!@" !?#@"R"O@@#)#>อ( >@#%?PR"O#?(@#"N/O' @1?N>'R"OO%>#@"R"O@>@#อAP'
QหOคํ@'/!ํ@R#2B%&>O%>@"%B'2B%&>อO#N%>>@#O"#N@ห@@?' ห@#@"N@"Q"R!N2@!@#$
O"?'R"O P""?"OO/N@2N/'Q"N)็'#@"N@"อ>@#Q" QหO(#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%N%?P"#@"N@"
"?%N@/#@!2N/'อ#@"R"OO%O/QหO"AP'O((O2"#@"@# @1?N>'R"Oอ(#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%(?(N"?"/
P""QหOO"#>"@1%ํ@@#@PO2"#@"%>Nอ?""@#คํ@'/!ํ@R#@"%B'อO#N%>>@#ออ@?'
Oอ b (#>1?%ห#AอหO@หBO'2N/''>#>(Bคค%%?PQO2>%&>"N/O' @1?N>'R"O#@!!@##@ b
OหN#>#@$1ฎ?@ออ#@!ค/@!Q')#>!/%# ?1ฎ@# /N@"O/"@#"N/O'#?1ฎ@# ((?(%?P efe)
.0. `cde #OอR!NQO2>%&>"N/O' @1?N>'R"O'>#>(Bคค%#@!ฎห!@"/ N@"O/"@#2NN2#>!@#%%B'
ห#Aอฎห!@"/N@"O/"@#N>P!?"ค/@!2@!@#$Q'@#O N?'อ)#>N%02ํ@ห#?(อB#2@ห##!N)้@ห!@"
R!N/N@%?Qห!"ห#Aอ(@2N/'
Oอ c )#>@0'?QQหOQO(?ค?(#?QO#N/?'%?P _ !#@ค! .0. `cde N)็'#O'R)
)#>@0 ! /?'%?P 27 !>$B'@"' .0. `c67
B%"@ #?'#>N#!>%
อ&>("?#!2##@#
หนา ๓๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 235
|
998.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/998.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
เรื่อง มาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนอกสถานพยาบาล
พ.ศ. ๒๕๖๔
โดยที่เป็นการสมควรก าหนดมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน
นอกสถานพยาบาล เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนซึ่งเจ็บป่วยฉุกเฉิน และสอดคล้องกับ
ข้อ 29/2 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 69 (พ.ศ. 2564) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. 2522 ซึ่งได้ก าหนดให้มีการติดตั้งเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Automated
External Defibrillator : AED) ในอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษที่เป็นอาคารสาธารณะ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 11 (๑) และมาตรา 29 (๓) แห่งพระราชบัญญัติ
การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับข้อ ๑๙ แห่งระเบียบคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
ว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการและอนุกรรมการ พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
ในการประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ มีมติเห็นชอบให้ออกประกาศไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง มาตรฐาน
การปฏิบัติการฉุกเฉินในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนอกสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในประกาศนี้
“มาตรฐาน” หมายความว่า เกณฑ์หรือข้อก าหนดส าหรับเทียบเท่าคุณภาพขั้นต่ าสุดของการ
ปฏิบัติการฉุกเฉิน ที่ กพฉ. ก าหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉิน
“ปฏิบัติการฉุกเฉิน ” หมายความว่า การปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินนับแต่การรับรู้ถึง
ภาวะการเจ็บป่วยฉุกเฉินจนถึงการด าเนินการให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการบ าบัด รักษาให้พ้นภาวะฉุกเฉิน
ซึ่งรวมถึงการประเมิน การจัดการ การประสานงาน การควบคุม ดูแล การติดต่อสื่อสาร การล าเลียง
หรือขนส่ง การตรวจวินิจฉัย และการบ าบัดรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งนอกสถานพยาบาล
และในสถานพยาบาล
“นอกสถานพยาบาล” หมายความว่า สถานที่ใด ๆ ซึ่งมิใช่สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วย
การแพทย์ฉุกเฉิน อันเป็นสถานที่ที่บุคคลอาจเข้าไปใช้สถานที่ดังกล่าว และมีความจ าเป็นต้องมีการติดตั้ง
เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator : AED)
ตามที่จะได้มีการก าหนด และให้หมายความรวมถึงอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษที่เป็นอาคารสาธารณะ
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
้หนา ๕๗
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๙๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
ข้อ 4 มาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนอกสถานพยาบาล
ให้ปฏิบัติโดยอนุโลมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพด้านการแพทย์และการสาธารณสุข หรือตามที่ กพฉ.
ก าหนดเพิ่มเติม
ข้อ 5 การใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Automated External
Defibrillator : AED) ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ก าหนดให้การใช้
เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติเป็นการปฐมพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๘
ข้อ 6 รายการละเอียดของเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Automated
External Defibrillator : AED) ต้องมีอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) ตัวเครื่องมีลักษณะการท างานแบบอัตโนมัติ หรือกึ่งอัตโนมัติ และมีปุ่มส าหรับปล่อย
พลังงานไฟฟ้า
(๒) ตัวเครื่องสามารถให้พลังงานไฟฟ้าได้เองโดยอัตโนมัติ โดยมีพลังงานไฟฟ้าที่เหมาะสม
ส าหรับเด็ก 50 จูล และส าหรับผู้ใหญ่ไม่น้อยกว่า 120 จูล
(๓) ตัวเครื่องพร้อมท าการปล่อยพลังงานไฟฟ้า ภายหลังการเริ่มวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ในระยะเวลาไม่เกิน 10 วินาที
(๔) ตัวเครื่องสามารถรองรับการใช้งานได้ทั้งภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ
(๕) ตัวเครื่องสามารถรองรับการใช้งานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
(๖) ตัวเครื่องมีมาตรฐานเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องมือแพทย์
ข้อ 7 ต าแหน่งและจ านวนการติดตั้งเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ
(Automated External Defibrillator : AED) นอกสถานพยาบาล จะต้ องค านึงถึงการเข้าถึง
และน ามาช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินหัวใจหยุดเต้นได้ภายในระยะเวลา ๔ นาที นับตั้งแต่พบผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น
การด าเนินการตามวรรคหนึ่งให้ติดตั้งอยู่ในจุดที่สังเกตได้ง่าย มองเห็นได้ในที่มืด จุดติดตั้งต้อง
อยู่ในจุดที่ปลอดภัยสูงจากพื้นไม่เกิน 1.5 เมตร เข้าถึงและน ามาใช้งานได้สะดวก ไม่เป็นอันตราย
แก่ผู้น าไปใช้งาน มีที่จัดเก็บซึ่งเป็นตู้หรือแขวนผนัง ก าหนดให้มีสัญลักษณ์ที่เป็นเครื่องหมายสากลในจุดที่ติดตั้ง
และขั้นตอน วิธีการช่วยเหลือฉุกเฉิน มีป้ายบอกทางไปยังจุดของต าแหน่งที่ติดตั้งเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจ
ด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator : AED)
ทั้งนี้ให้มีการบ ารุงรักษาเครื่อง การตรวจเช็คตามระยะ การซ่อมบ ารุง ให้เครื่องมีความพร้อม
ในการใช้งานได้ตลอดเวลา และมีคู่มือตรวจสอบได้
ข้อ 8 การด าเนินการตามข้อ 7 เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นอกสถานพยาบาล
พึงจัดให้มีระบบแสดงพิกัดจุดติดตั้งเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (Automated
External Defibrillator : AED) ที่เชื่อมกับหน่วยปฏิบัติการอ านวยการและต้องก าหนดแนวทาง
การประสานงาน การแจ้งเหตุ การรายงานไปยังหน่วยปฏิบัติการอ านวยการหรือสถานพยาบาล ในการ
้หนา ๕๘
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๙๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
ขอค าแนะน า การดูแลผู้ป่วย การน าส่งผู้ป่วย ได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที รวมถึงการฝึกซ้อม
ตามแนวทางที่ก าหนดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ 9 ให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติด าเนินการออกคู่มือแนวทางด าเนินงาน
ตามประกาศนี้ ทั้งนี้ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศฉบับนี้
ข้อ 10 ให้เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕64
เรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา
เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน
้หนา ๕๙
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๙๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
|
train
| 236
|
1177.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1177.pdf
|
กฎกระทรวง
ฉบับที่ 383 (พ.ศ. 2565)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๔ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓ และมาตรา 4 ทศ
แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 25)
พ.ศ. 2525 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความใน (1) ของวรรคหนึ่ง ของข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 161
(พ.ศ. 2526) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(1) กรณีคืนเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจาก
วันครบระยะเวลาสามเดือนนับแต่
(ก) วันสิ้นก าหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการตามที่กฎหมายก าหนดหรือตามที่
ได้รับการขยายหรือเลื่อนให้ ถ้าผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากร
ที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย และได้ยื่นค าร้องขอคืนเงินภาษีอากรไว้ภายในก าหนดเวลาการยื่นแบบแสดง
รายการนั้นแล้ว หรือ
(ข) วันยื่นค าร้องขอคืนเงินภาษีอากร ถ้าผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรไม่ต้องยื่นแบบแสดง
รายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย หรือผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องยื่นแบบแสดง
รายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย แต่ไม่ได้ยื่นค าร้องขอคืนเงินภาษีอากรไว้ภายใน
ก าหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการนั้น”
ข้อ 2 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (4) ของวรรคหนึ่ง ของข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 161
(พ.ศ. 2526) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร
“(4) กรณีคืนเงินภาษีอากรส าหรับกรณีที่มีการด าเนินการตามข้อบทว่าด้วยวิธีการด าเนินการ
เพื่อความตกลงร่วมกัน ไม่ว่าผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรจะได้รับคืนเงินภาษีอากรจากผลของการด าเนินการ
้หนา ๑
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๓๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕
ตามข้อบทว่าด้วยวิธีการด าเนินการเพื่อความตกลงร่วมกัน หรือได้รับคืนเงินภาษีอากรในกรณีอื่น
ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลาสามเดือน นับแต่วันที่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอ ากรได้รับ
แจ้งผลของการด าเนินการตามข้อบทว่าด้วยวิธีการด าเนินการเพื่อความตกลงร่วมกันจากเจ้าหน้าที่
ผู้มีอ านาจของรัฐบาลไทยหรือส านักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยตามสัญญาหรือข้อผูกพันว่าด้วยการเว้น
การเก็บภาษีซ้อน หรือนับแต่วันยื่นค าร้องขอคืนเงินภาษีอากร แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง
ข้อบทว่าด้วยวิธีการด าเนินการเพื่อความตกลงร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ให้หมายถึงข้อบทว่าด้วย
วิธีการด าเนินการเพื่อความตกลงร่วมกัน (Mutual Agreement Procedure) ของสัญญาหรือ
ข้อผูกพันว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่รัฐบาลไทยได้ท าไว้กับรัฐบาลต่างประเ ทศ หรือที่ส านักงาน
การค้าและเศรษฐกิจไทยได้ท าไว้กับส านักงานเศรษฐกิจและการค้าของต่างประเทศ”
ให้ไว้ ณ วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖5
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
้หนา ๒
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๓๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวง ฉบับที่ 161
(พ.ศ. 2526) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร
ไม่ได้ก าหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องยื่นค าร้องขอคืนเงินภาษีอากร
ภายในก าหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรา ยการ ส าหรับกรณีผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องยื่นแบบแสดงรายการ
เกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย และกรณีการคืนเงินภาษีอากรให้แก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร
ซึ่งได้ด าเนินการตามข้อบทว่าด้วยวิธีการด าเนินการเพื่อความตกลงร่วมกันของสัญญาหรือข้อผูกพันว่าด้ วย
การเว้นการเก็บภาษีซ้อน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร
จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๓
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๓๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕
|
train
| 237
|
1041.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1041.pdf
|
ประกาศกรมศุลกากร
ที่ 238/2564
เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการการยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากร
ตามข้อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก
เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก และความตกลง
การค้าพหุภาคีอื่นที่ผนวกท้ายความตกลงดังกล่าว รวมทั้งพิธีสาร มติ และตราสารอื่น ๆ อันเป็นผล
จากการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากร
ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากรตามข้อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก ลงวันที่
28 ธันวาคม พ.ศ. 2564
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 51 และมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
อธิบดีกรมศุลกากร จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ หลักการทั่วไป
(1) ให้ยกเว้นอากรและลดอัตราอากรส าหรับของในภาค ๒ แห่งพิกัดอัตราศุลกากร
ท้ายพระราชก าหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชก าหนดพิกัด
อัตราศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2564 ดังต่อไปนี้
(๑.1) ของที่ต้องเสียอากรในอัต ราที่สูงกว่าอัตราที่ประเทศไทยได้ผูกพันไว้ในความตกลง
มาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก และความตกลงการค้าพหุภาคีอื่นที่ผนวกท้ายความตกลงดังกล่าว
รวมทั้งพิธีสาร มติ และตราสารอื่น ๆ อันเป็นผลจากการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย ให้ได้รับ
การยกเว้นอากรหรือลดอั ตราอากรเท่ากับอัตราตามข้อผูกพันตามที่ก าหนดไว้ในบัญชีอัตราอากร ๑
ท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากรตามข้อผูกพัน
ในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก
(1.2) ของที่ต้องเสียอากรในอัตราตามข้อผูกพันที่ก าหนดไว้ในบัญชีอัตราอากร ๑
ท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากรตามข้อผูกพัน
ในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลกในอัตราตามสภาพซึ่งเมื่อเทียบเป็นร้อยละของราคาแล้ว
สูงกว่าอัตราตามราคาให้ลดอัตราอากรลงเหลือเทียบเท่าอัตราตามราคา
(2) ของตามข้อ 1 (1) ต้องมีถิ่นก าเนิดจากประเทศที่เป็นภาคีของความตกลงมาร์ราเกช
จัดตั้งองค์การการค้าโลก
(3) ให้ยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรส าหรับของในภาค ๒ แห่งพิกัดอัตราศุลกากร
ท้ายพระราชก าหนดพิกั ดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชก าหนดพิกัด
อัตราศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2564 ตามบัญชีอัตราอากร ๒ ท้ายประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากรตามข้อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้ง
องค์การการค้าโลก
้หนา ๑๒
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๕
(4) การยกเว้นอากร ลด หรือเพิ่มอัตราอากรตามข้อ 1 (3) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ
เงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(4.๑) อัตราในโควตา ให้ใช้ส าหรับของที่มีหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิ ช าระภาษี
ตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก ส าหรับภาษีในโควตา (แบบ ร.๒)
ที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว้นแต่ใบยาสูบตามพิกัด
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๑๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๒๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๔๐
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๕๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๙๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๑๐
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๒๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๓๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๔๐
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๕๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๙๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๓๐.๑๐
และประเภทย่อย ๒๔๐๑.๓๐.๙๐ ให้ใช้หนังสือรับรองที่ออกโดยกรมสรรพสามิต
(4.๒) อัตรานอกโควตา ให้ใช้ส าหรับของที่มีหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิช าระภาษี
ตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก ส าหรับภาษีนอกโควตา (แบบ ร.๔)
ที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว้นแต่ใบยาสูบตามพิกัด
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๑๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๒๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๔๐
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๕๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๙๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๑๐
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๒๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๓๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๔๐
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๕๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๙๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๓๐.๑๐
และประเภทย่อย ๒๔๐๑.๓๐.๙๐ ให้ใช้หนังสือรับรองที่ออกโดยกรมสรรพสามิต
(4.3) ของต้องมีถิ่นก าเนิดจากประเทศที่เป็นภาคีของความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้ง
องค์การการค้าโลก หรือข้อตกลงทั่วไปว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรและการค้า ค.ศ. ๑๙๔๗
(5) ให้ยกเว้นอากรและลดอัตราอากรส าหรับของในภาค ๒ แห่งพิกัดอัตราศุลกากร
ท้ายพระราชก าหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชก าหนดพิกัด
อัตราศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2564 ตามบัญชีอัตราอากร ๓ ท้ายประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากรตามข้อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้ง
องค์การการค้าโลก
(6) ของตามข้อ 1 (5) ต้องมีถิ่นก าเนิดจากประเทศที่เป็นภาคีของความตกลงมาร์ราเกช
จัดตั้งองค์การการค้าโลก
ข้อ 2 หลักเกณฑ์เกี่ยวกับหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิช าระภาษีตามพันธกรณี
ตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก
ของที่ได้รับสิทธิพิเศษตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตรา
อากรศุลกากรตามข้อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การกา รค้าโลก ตามบัญชีอัตราอากร 2
ให้ใช้หนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิช าระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้
องค์การการค้าโลก ส าหรับภาษีในโควตา (แบบ ร.๒) หรือภาษีนอกโควตา (แบบ ร.๔) ที่ออกโดย
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว้นแต่ใบยาสูบตามพิกัด
้หนา ๑๓
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๕
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๑๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๒๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.4๐
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.5๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๑๐.๙๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๑๐
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๒๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๓๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๔๐
ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๕๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๒๐.๙๐ ประเภทย่อย ๒๔๐๑.๓๐.๑๐
และประเภทย่อย ๒๔๐๑.๓๐.๙๐ ให้ใช้หนังสือรับรองที่ออกโดยกรมสรรพสามิต
ข้อ 3 วิธีปฏิบัติส าหรับผู้น าของเข้า
(1) ให้ผู้น าของเข้าแสดงเอกสารเพื่อใช้ในการตรวจสอบเบื้องต้นกับข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า
ในระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร ต่อส านักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่น าของเข้า ก่อนการน าของ
ออกจากอารักขาศุลกากร ดังต่อไปนี้
(1.1) เอกสารแสดงถิ่นก าเนิดสินค้า เพื่อใช้ส าหรับการรับรองถิ่นก าเนิดสินค้า ในรูปแบบ
บัญชีราคาสินค้าหรือเอกสารอื่นใด
(1.2) กรณีใช้สิทธิพิเศษตามบัญชีอัตราอากร 2 ท้ายประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากร ตามข้อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้ง
องค์การการค้าโลก ต้องมีหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิช าระภาษีตามความตกลงการเกษตร
ภายใต้องค์การการค้าโลก
(2) ให้ผู้น าของเข้าจัดท าข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าตามมาตรฐานที่ศุลกากรก าหนด ดังนี้
(2.1) ข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า (Import Declaration Detail)
(2.1.1) ตามบัญชีอัตราอากร 1 และ 2 ในช่องรหัสสิทธิพิเศษ (Privilege Code)
ให้ระบุเป็น “WTO”
(2.1.2) ตามบัญชีอัตราอากร 3 ในช่องรหัสสิทธิพิเศษ (Privilege Code)
ให้ระบุเป็น “ITA”
(2.2) ข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าในส่วนใบอนุญาต (Import Declaration Detail Permit)
(2.2.1) ในช่องเลขที่ใบอนุญาต (Permit No.) ให้ระบุเลขที่เอกสารแสดง
ถิ่นก าเนิดสินค้า
(2.2.2) ในช่องวันที่ออกใบอนุญาต (Issue Date) ให้ระบุวันที่ออกเอกสาร
แสดงถิ่นก าเนิดสินค้า
(2.2.3) ในช่องเลขประจ าตัวของหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต (Permit Issue
Authority) ให้ระบุรหัสประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลกที่ขอรับสิทธิพิเศษฯ
(3) การจัดท าและยื่นใบขนสินค้าขาเข้าในรูปแบบเอกสาร
(3.1) ให้ผู้น าของเข้ายื่นเอกสารแสดงถิ่นก าเนิดสินค้า
(3.2) กรณีใช้สิทธิพิเศษตามบัญชีอัตราอากร 2 ตามประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากร ตามข้อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกช
จัดตั้งองค์การการค้าโลก ให้ยื่นหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิช าระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลง
การเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก
้หนา ๑๔
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๕
(3.3) ให้ส าแดงการใช้สิทธิตามบัญชีอัตราอากรใดตามแนบท้ายประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การยกเว้นอากร ลดและเพิ่มอัตราอากรศุลกากร ตามข้ อผูกพันในความตกลงมาร์ราเกช
จัดตั้งองค์การการค้าโลกไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและประทับตราหรือเขียนตัวบรรจงด้วยหมึกสีแดง
ไว้อย่างชัดเจนที่มุมบนด้านขวาของต้นฉบับใบขนสินค้าขาเข้าและส าเนาทุกฉบับว่า “WTO” หรือ “ITA”
ข้อ 4 ให้ผู้น าของเข้าจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการน าเข้าสินค้าที่ขอใช้สิทธิพิเศษ
ทางภาษีศุลกากร และเอกสารแสดงถิ่นก าเนิดสินค้าหรือส าเนา ในสื่อรูปแบบใด ๆ หรือเอกสารไว้
เพื่อให้ตรวจสอบ เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันน าเข้าสินค้า
ข้อ 5 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖4
พชร อนันตศิลป์
อธิบดีกรมศุลกากร
้หนา ๑๕
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๕
|
train
| 238
|
2029.pdf
|
BIOCHEM
|
ACTION
|
BIOCHEM_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2029.pdf
|
'#>@0ค>##!@#%@/N@ O/"#@ค@2>%คO@O%>&#>@#
&?&#?P _` .0. `cde
N#AP/ @#OO'#>!@ 2"@%#?PNO& O(%@#%ํ@NO@ O%>#@ค@
@ ? ??N/2#?PQON'็%/?!"B >&/@ห@#2?!/์@P%ํ@NO@@!N@'#>N#0
P "#?P'#>@0ค>##!@#%@/ N@ O/"#@ค@2>%คO@O%>&#>@# &?&#?P g .0. `cdd
N#AP/ @#ํ@ห% 2>%คO@O%>&#>@#ค/&คB! %/?%#?P `g !>"B%@"% .0. `cdd 2>Q%(%QO&?ค?&
@#ํ@QหO'#>@0ค>##!@#%@/ N@ O/"#@ค@2 >%คO@O%>&#>@# &?&#?P _` .0. `cdd
N#AP/ @#OO'#>!@ 2"@%#?PNO& O(%@#%ํ@NO@ O%>#@ค@@ ? ??N/2#?PQON'็%/?!"B >&/@ห@#2?!/์
@P%ํ@NO@@!N@'#>N#0 %/?%#?P _ #@ค! .0. `cdd 2>Q%(%QO&?ค?& '#>/& ?&
ค>##!@#%@/N@ O/"#@ค@2>%คO@O%>&#>@# R O>@#@#&#/%@#QO/ํ@%@ํ@ห% !@!#@#
?%N@/O%O/ NหO%ค/#ค!@!#@#Qห O(CO%ํ@NO@!@Q%#@/@@ ?#@P@ ? ??N/2#?PQON'็%/?!"B >&
/@ห@#2?!/์ OOO/!C% '#>!@ 2"@%#?PNO& O(%@#%ํ@NO@O%>#@ค@!N/R' NAP/'#>P"%์Q%@#
ํ@?& CO% O%>#?1@N2"?"# @#@ค@2>%คO@N1!##?PQON'็%/?!"B >&/@ห@#2?!/์Q% @#/!
/@0?"/ํ@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ g (`) (a) !@!#@ `c (a) (b) (c) O%>!@!#@ `d
/##คห%@P OหN#>#@&??!>/N@ O/"#@ค@2>%คO@O%>&#>@# .0. `cb` ค>##!@#%@/N@ O/"
#@ค@2>%คO@O%>&#>@# @//'#>@0 ?!N/R'%?Q
O/ _ '#>@0& ?&%?QQหOQO&?ค?&Q%#B#O/#?P#?P/#@/@@ ?#N'็%#>">N/%@ห% @P'ี
!?QO!N/?%"? @/?%'#>@0N'็%!O%R' N/O%O!N>!?@#//'#>@0Qห!N
O/ ` Q%'#>@0%?Q
@ ? ??N/2 ห!@"ค/@!/N@ 2N/%#?PNห%A/@@#(%>!N/#>%O/%/0/%์P "@#ห!?N!%O
$?A R OON O@/P O@/R#"์ O@/่@ O@/2@%? O@/&@#์N%"์ P "@#%?P%O"N/@N/#>%O/%/0/%์
//R'O%O/%ํ@@#?PNห%A/R'#ํ@QหOOหO ห#A/%ํ@@#/!?&/Nห%/# ?PNห%A/R'#ํ@QหOOหO #?PQON'็%
/?!"B >&/@ห@#2?!/์@P%ํ@NO@@!N@'#>N#0 !@!>? /?!#@0B%@#"N/" `a^a.a^.^^.^^^
O/ a QหO(CO%ํ@NO@!@Q%#@/@@?#@P@ ? ??N/2 OOO/!C% ?!N/R'%?Q
(_) '#>!@@#%ํ@NO@O%>#@ค@!N/ห%N/"@ ? ??N/2N'็%'#>ํ@#BN A/% @"Q%/?%#?P2>&
/N A/%"? R' P "QหON#>P!OOO/!C%/N A/%!>"B%@"% `cde N'็%!O%R'
(`) O(%@#%ํ@NO@!@Q%#@/@@?##B a N A/% ?%?Q
( ) O(%@#%ํ@NO@N A/%2>ห@ค! `cde ?%"@"% `cde O%>!B%@ค! `cde
QหOOO @"Q%/?%#?P `^ #@ค! `cde
หนา ๑๙๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗
( ) O(%@#%ํ@NO@N A/%$0>@"% `cde $?%/@ค! `cde O%>!#@ค! `cdf
QหOOO @"Q%/?%#?P `^ !B%@ค! `cde
( ค) O(%@#%ํ@NO@N A/%B! @?%$์ `cdf !?%@ค! `cdf O%>N!1@"% `cdf
QหOOO @"Q%/?%#?P `^ !#@ค! `cdf
( ) O(%@#%ํ@NO@N A/%$1 @ค! `cdf !>"B%@"% `cdf O%>#@ค! `cdf
QหOOO @"Q%/?%#?P `^ N!1@"% `cdf
(a) '#>!@@#QO '#>!@@#ํ@ห%N@" '#>!@คNห%A/ O%>2"@%#?PNO& /?%2>Q%N A/%
N'็%'#>ํ@#BN A/% @"Q%/?%#?P2>&/N A/%"? R' P "QหON#>P!OOO/!C%/N A/%!>"B%@"% `cde
N'็%!O%R'
(CO%ํ@NO@!@Q%#@/@@?#@P@ ? ??N/2#?PR OOOO/!C%!@! (_) O%> (a) O%O/ !O/ ํ@N%>%@#
OOO/!C% ?%N@/!N/R'N'็%'#>ํ@#BN A/%R!N/N@>!?@#%ํ@NO@ '#>!@@#QO '#>!@@#ํ@ห%N@"
'#>!@คNห%A/ห#A/R!NO!@!
(CO%ํ@NO@!@Q%#@/@@?#@P@ ? ??N/2#?PR OOOO(%@#%ํ@NO@!@! (`) O%O/ ห@'#>2ค์
>N'%?P"%O'%O(%@#%ํ@NO@ ?%N@/ QหOOO@#N'%?P"%O'%O(%@#%ํ@NO@R O _ ค#?Q @"Q%N A/%O#
/O!N%>#/&@#OOO(%@#%ํ@NO@
O/ b #?#?P!?@#N'%?P"%O'%2"@%#?PNO&#?PR OOOR/O!@!O/ a (a) QหOOO@#N'%?P"%O'%
QหO##@& @"Q%NO /?% !?QO!N/?%#?P!?@#N'%?P"%O'%
O/ c @#OO!@!O/ a O%>O/ b QหOOO!N/%?@%NO@ห%O@#?P!@!O&&#?PN%@$>@#ํ@ห%
2ํ@%?@%ค>##!@#%@/N@ O/"#@ค@2>%คO@O%>&#>@# #!@#คO@ @"Q% #>##/@>"์
@#OO!@!/##คห%@P >OOP "#@R'#1?"์%#>N&?"%!/&#?& #@P##2@# #@ ห!@"
/>N%O##/%>2์ (/?N!%) ห#A/#@O/!C%/>N%O##/%>2์OR O P "QหO"A//?%#?PR O'#>#?&!#@'#>ํ@/?%
#?P#ํ@@#R'#1?"์!O%#@N'็%/?%OO Q%#?#?POO#@P##2@#QหO"A//?%#?PR O#?&P##2@#N'็%/?%O2
N!%@Q%@#O O Q%#?#?POO#@ ห!@"/ >N%O##/%>2์ ( /?N!%) QหO"A//?%#?PR O#?& ห!@"
/>N%O##/%>2์ (/?N!%) N'็%/?%O2 N!%@Q%@#O O O%>Q%#?@#OO#@O/!C%/>N%O##/%>2์
QหO"A//?%#?PO/!C%/>N%O##/%>2์R ONO@2CN#>&&O/!C%/2ํ@%?@%ค>##!@#%@/N@ O/"#@ค@2>%คO@
O%>&#>@# #!@#คO@ @"Q% #>##/@>"์ N'็%/?%OO
@#OO#@P##2@#ห# A/#@ ห!@"/ >N%O##/%>2์ (/?N!%) !@!/##ค2/>2!& C#์
O!N/N!AP/(CO%ํ@NO@!@Q%#@/@@?# R O2N!O%&?&QหON%@$>@#O%O/
QหO(CO%ํ@NO@!@Q%#@/@@ ?#@P@ ? ??N/2 #?P'#>2ค์>OO#@O/!C%/>N%O##/%>2์
%%@!Q%& ?%#@O2 ค/@!!%Q%@#O O#@O/!C%/>N%O##/%>2์ !@!ห%?N์O%>/>$?@#
#?PN%@$>@#ํ@ห%
หนา ๑๙๕
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗
O/ d N!AP/(CO%ํ@NO@!@Q%#@/@@?#@P@ ? ??N/2 #O//!N/N%@$>@#NAP/"@"#>">N/%@
!@!#?Pํ@ห% R/OQ%'#>@0&?&%?Q ห#A/N!AP/N%@$>@#NหO%2!ค/# N%@$>@#/@!?คํ@2?P"@"#>">N/%@
!@!#?Pํ@ห% R/ON/%2>Q%#>">N/%@%?Q%R O O!N@#"@"#>">N/%@NN%/N@%?QQหO@#ํ@R O!N/N!AP/!?$!>@#์>N01
ห#A/!?Nห!Bํ@N'็% O%>(CO%ํ@NO@!@Q%#@/@@ ?#R O!?คํ@#O//ห#A/N%@$>@#R O!?คํ@2?PN/%2>Q%
#>">N/%@%?Q% N/O%O!NQ%#?#?P!?Nห!B2B />2?"
'#>@0 /?%#?P _ #@ค! .0. `cde
C!>$##! N/"?"
#?!%!#?/N@@##>##/@>"์
'#>$@%ค>##!@#%@/N@ O/"#@ค@2>%คO@O%>&#>@#
หนา ๑๙๖
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 239
|
2468.pdf
|
TIS
|
ACTION
|
TIS_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2468.pdf
|
'#>@0#>##/อB!2@ห##!
N#ANอ ํ@ห% !@!#@%(ล>! ?์อB!2@ห##! NAOอNล>?/!/ล -
@#ห@อค์'#>อ&$@!BP "/>$?NอN#"์ลCออN#2N%์
.0. 2568
P "#?NN'็%@#2!ค/# ํ@ห% !@!#@%(ล >! ?์อB!2@ห##! NAOอNล>?/!/ล - @#ห@
อค์'#>อ&$@!BP "/>$?NอN#"์ลCออN#2N%์
อ@0?"อํ@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ 15 OหN#>#@&?ญญ?!>!@!#@%(ล>! ?์อB!2@ห##!
.0. 2511 @NOORN>N!N!>!P "#>#@& ?ญญ?!>!@!#@%(ล >! ?์อB!2@ห##! ( &?&#?N 7)
.0. 2558 #?!%!#?/N@@##>##/อB!2@ห##! @ออ'#>@0!@! OอN2%ออค>##!@#
!@!#@%(ล>! ?์อB!2@ห##!R/O ?%?O
Oอ 1 '#>@0% ?ON#?"/N@ '#>@0#>##/อ B!2@ห##! N#ANอ ํ@ห% !@!#@%
(ล>! ?์อB!2@ห##! NAOอNล>?/!/ล - @#ห@อค์'#>อ&$@! BP "/>$?NอN#"์ลCออN#2N% ์
.0. 2568
Oอ 2 '#>@0%?OQหO!?(ล%?&O!N/?%"? @/?%'#>@0Q%#@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ 3 QหOํ@ห% !@!#@%(ล>! ?์อB!2@ห##! NAOอNล>?/!/ล - @#ห@อค์'#>อ&$@!B
P "/>$?NอN#"์ลCออN#2N%์ !@!#@%Nล#?N มอก. 4102 - 2567 R/O ?!?#@"ล>Nอ?" #O@"'#>@0%?O
'#>@0 /?%#?N 28 B! @?%$์ .0. ๒_`๘
Nอ%? #Oอ!?%$B์
#?!%!#?/N@@##>##/อB!2@ห##!
หนา ๓๓
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๒๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๘
ขอมูลมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
แนบทายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ชื่อมาตรฐาน : เชื้อเพลิงชีวมวล – การหาองคประกอบธาตุโดยโดยวิธีเอกซเรยฟลูออเรสเซ นซ
SOLID BIOFUELS - DETERMINATION OF ELEMENTAL COMPOSITION
BY X-RAY FLUORESCENCE
มาตรฐานเลขที่ : มอก. 4102-2567
ผูจัดทํา : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
กรรมการวิชาการ : -
ขอบขาย : มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมนี้
- กําหนดขึ้นโดยรับ ISO 16996:2015 Solid biofuels - Determination of
elemental composition by X-ray fluorescence มาใชโดยวิธีพิมพซ้ํา
(reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช
ISO ฉบับภาษาอังกฤษเปนหลัก
- กําหนดวิธีการหาปริมาณของธาตุหลัก (major elements) และธาตุปริมาณ
ธาตุรอง (minor elements) ในวัสดุชีวมวล ดวยสเปกโทรเมตรีรังสีเอกซ
แบบกระจายพลังงาน (energy dispersive X-ray fluorescence,
EDXRF) หรือสเปกโทรเมตรีรังสีเอกซเแบบกระจายความยาวคลื่น
(wavelength dispersive X-ray fluorescence, WDXRF) ซึ่งใช
สอบเทียบกับวัสดุชีวมวลอางอิง การหาระดับกึ่งปริมาณอาจใชเมทริกซอิสระ
มาตรฐานได
- เหมาะสําหรับธาตุ โซเดียม แมกนีเซียม อะลูมิเนียม ซิลิคอน ฟอสฟอรัส
กํามะถัน คลอรีน โพแทสเซียม แคลเซียม ไทเทเนียม วาเนเดียม โครเมียม
แมงกานีส เหล็ก โคบอลต นิกเกิล ทองแดง สังกะสี สารหนู โบรมีน
โมลิบดีนัม แคดเมียม พลวง ตะกั่ว ความเขมขนตั้งแตประมาณ
0.000 1% ขึ้นไป ขึ้นกับชนิดของธาตุ วัสดุที่ใชในการสอบเทียบ
และเครื่องมือที่ใช
เนื้อหาประกอบดวย : รายละเอียดใหเปนไปตาม ISO 16996:2015
จํานวนหนา : 24 หนา
ISBN (e-book) :
978-616-617-880-7
ICS : 27.190 75.160.40
สถานที่จัดเก็บ : หองสมุดสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท 02 430 6834
ตอ 02 440-2441
สถานที่จําหนาย : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400
https://www.tisi.go.th
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 240
|
2395.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2395.pdf
|
1>@0ค>11/@12NN21>/@1 ?@ี/AอO1@
N1APอ />?@12อ/@1@ี/AอO1@OหN@> Oล>@1ออห?2Aอ1?1อ/N@N็CON@@12อ
/@1@ี/AอO1@OหN@> 2@@อ@? NคPPล0?>>?ล
2@@?>?>@11?1@ค/@//?Pคลอ.?0RNอ1์ 1>? `
อ@0?0อํ@@@/ค/@/Q/@1@ `` /11ค2@/ OหN 1>1@??>2NN21>/@1 ?@
ี/AอO1@ .0. `cbc Oล>/@1@ ag (a) OหN 1>1@??>2NN21>/@1 ?@ี/AอO1@
.0. `cbc @POORN >P/N>/P0 1>1@??>2NN21>/@1 ?@ี/AอO1@ (??P `) .0. `cce
ค>11/@12NN21>/@1 ?@ี/AอO1@ํ@ห/>?@12อ/@1@ี/AอO1@OหN@>Oล>
@1ออห?2Aอ1?1อ/N@N็CON@@12อ/@1@ี/AอO1@OหN@> 2@@อ@? NคPPล0?>>?ล
2@@?>?>@11?1@ค/@//?Pคลอ.?0RNอ1์ 1>? ` R/O ??Q
Oอ _ />?@12อ/@1@ี/AอO1@OหN@> 2@@อ@? NคPPล0?>>?ล 2@@
?>?>@11?1@ค/@//?Pคลอ.?0RNอ1์ 1>? ` QหON็?NอR?Q
(_) @12อค/@/1CO
N็@12อค/@/1CO?Pํ@N็>Oอํ@/@QOQ@1>?>@ROอ0N@COอ@/หล?
/>@@1 ล?1>Oอ2อN็O1?0> b ?/NลAอ ํ@/ d^ Oอ QON/ล@Q@12อ
_ ?P/P/ ค>ONO/ a^ ค>O ค>N็1Oอ0ล>2@/2>อค>O?Qห/ P0CONO@1?@12อ
Oอ2อROค>OR/NOอ0/N@1Oอ0ล>NO2>อค>O.@คค/@/1CO @>/?2>>NO@1?@12อ
.@คค/@/2@/@1
(`) @12อค/@/2@/@1
N็@12อค/@/2@/@1@PN>@@12?P2/1>2@1์N>ค/@/ํ@@N ?0 อ
?P>>?>@ROอ0N@/?คB.@ @/Oอํ@ห C?Qอ Oล>N21O@/N/ล@?Pํ@ห ล?1>
O2อN็@12อ>?>@@/1COOล>N์Q1@0ล>Nอ?0/>?@12อ QON/ล@
Q@12อ a ?P/P/ ค>ONO/ e^ ค>O ค>N็1Oอ0ล>NO2>อค>O ?Qห/
P0CONO@1?@12อOอ2อROค>OR/NOอ0/N@1Oอ0ล>NO2>อค>O.@คค/@/2@/@1
P0ONออN็ ` O2อ ??Q
O2อ ?P _ @1?QคN@1>Nค1 AอN@0คอ/ >/Nอ1์@Oอ/Cล?Pํ@หQห O
QหO/?ค/@//?Pคลอ.?0 ค>ONO/ ac ค>O
O2อ ?P ` @1ออO1>Nค1 AอN@0คอ/ >/Nอ1์@Oอ/Cล?Pํ@หQหO
QหO/?ค/@//?Pคลอ.?0 ค>ONO/ ac ค>O
(a) 1@0ล>Nอ?0/>?@12อQหON็R@/?Pค>11/@1ํ@ห
หนา ๑๓๑
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๘
Oอ ` @1ออห ?2Aอ1?1อ/N@N็CON@@12อ/@1@ ี/AอO1@Oห N@>
2@@อ@ ? NคPPล0 ?>>?ล 2@@?>?>@11?1@ค/@// ?Pคลอ. ?0RNอ1 ์ 1>? `
>ออQหOONCON@@12อ P0CONO@1?@12อOอ2อ?Q.@คค/@/1COOล>.@คค/@/2@/@1
Oล>Oอ2อR Oค>OR/NOอ0/N@1Oอ0ล>NO2>อค>O ?Qห/ @Aอ/N@N@@12อ
/@1@ี/AอO1@OหN@> 2@@อ@? NคPPล0?>>?ล 2@@?>?>@11?1@ค/@//?Pค
ลอ.?0RNอ1์ 1>? `
Oอ a ห?2Aอ1?1อ/N@N็CON@@12อ/@1@ ี/AอO1@OหN@> 2@@อ@?
NคPPล0?>>?ล 2@@?>?>@11?1@ค/@//?Pคลอ.?0RNอ1์ 1>? ` QหO/?อ@0B2@/ี
??QON/??Pออห?2Aอ1?1อ
1>@0 /??P `c /?@ค/ .0. `cdf
B2ค์ ? ?00B์
ล?1>1/O1@
1>@11/@12NN21>/@1 ?@ี/AอO1@
หนา ๑๓๒
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 241
|
42.pdf
|
SSHE
|
ACTION
|
SSHE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/42.pdf
|
ประกาศกรมการขนส่งทางบก
เรื่อง เอกสารการขนส่งที่ต้องจัดให้มีไว้ประจ ารถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2561
ตามที่ได้มีประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง เอกสารการขนส่งที่ต้องจัดให้มีไว้ประจ ารถ
ที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย พ.ศ. 2559 ลงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ไว้แล้ว นั้น
โดยที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ารถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตรายที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถปฏิบัติ
ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ก าหนดตามความตกลงระหว่างประเทศด้านการขนส่งสินค้าอันตรายที่ประเทศไทย
เป็นภาคี ได้แก่ กรอบความต กลงอาเซียนว่าด้วยการอ านวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน
(ASEAN Framework Agreement on the Facilitation of Goods in Transit) กรอบความ
ตกลงอาเซียนว่าด้วยการอ านวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดน (ASEAN Framework Agreement on
the Facilitation of Inter-State Transport) และความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนใน
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ าโขง (GMS Cross-Border Transport Agreement) ซึ่งสอดคล้องกับความตกลง
ว่าด้วยการขนส่งสินค้าอันตรายระหว่างประเทศทางถนนของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป
แห่งสหประชาชาติ (European Agreement Concerning the International Carriage of Dangerous
Goods by Road (ADR)) และผู้ขับรถขนส่งวัตถุอันตราย ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการอบรมหลักสูตร
การขับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตรายอย่างครบถ้วน ดังนั้น สมควรผ่อนระยะเวลาการบังคับใช้หนังสือรับรอง
การให้ความเห็นชอบรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตรายและหนังสือรับรองผ่านการอบรมหลักสูตรการขับรถ
ที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตรายของผู้ขับรถ ออกไปอีกระยะหนึ่ง อาศัยอ านาจตามความในข้อ 3 (3)
ของกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่งวัตถุอันตรายทางถนน พ.ศ. 2558 อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในข้อ 11 (2) ของประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง เอกสาร
การขนส่งที่ต้องจัดให้มีไว้ประจ ารถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย พ.ศ. 2559 ลงวันที่ 8 สิงหาคม
พ.ศ. 2559 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(2) การจัดให้มีหนังสือรับรองการให้ความเห็นชอบรถตามข้อ 7 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่
1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป”
้หนา ๑๒
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กันยายน ๒๕๖๑
ข้อ 2 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 11 (3) ของประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง
เอกสารการขนส่งที่ต้องจัดให้มีไว้ประจ ารถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย พ.ศ. 2559 ลงวันที่ 8 สิงหาคม
พ.ศ. 2559
“(3) การจัดให้มีหนังสือรับรองผ่านการอบรมหลักสูตรการขับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย
ตามข้อ 8 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป”
ประกาศ ณ วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑
สนิท พรหมวงษ์
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
้หนา ๑๓
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ กันยายน ๒๕๖๑
|
train
| 242
|
1273.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1273.pdf
|
ประกาศกระทรวงแรงงาน
เรื่อง การขยายระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างและระยะเวลาการท างานกับนายจ้างรายใหม่
ส าหรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาท างานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
ภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยท าไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ
โดยที่ปัจจุบันได้มีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
จึงสมควรปรับปรุงเงื่อนไขการท างานกับนายจ้างรายใหม่ ส าหรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้
เข้ามาท างานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจ
ที่รัฐบาลไทยท าไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ เป็นการเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการในการฟื้นฟู
เศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อาศัยอ าน าจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชก าหนดการบริหารจัดการ
การท างานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชก าหนดการบริหารจัดการ
การท างานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชก าหนดการบริหารจัดการ
การท างานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยความเห็นชอบ
ของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การยกเว้นและก าหนดเงื่อนไขการท างาน
กับนายจ้างรายใหม่ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งได้รับอนุญาตให้ท างาน
ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการท างานของคนต่างด้าว
ข้อ ๒ ให้ขยายระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างตามมาตรา ๕๒ และระยะเวลาการท างานกับ
นายจ้างรายใหม่ตามมาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง ส าหรับคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาท างานในราชอาณาจักร
ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ภายใต้บันทึกความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจที่รัฐบาลไทยท าไว้กับ
รัฐบาลต่างประเทศ เป็นระยะเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่เลิกท างานกับนายจ้างรายเดิม
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘
ประกาศ ณ วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖5
สุชาติ ชมกลิ่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
้หนา ๓๔
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๘๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๕
|
train
| 243
|
1660.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1660.pdf
|
#0201>?#!2##2#
(1?P 49)
N#AP1 O2//%1N์O%0NAP1R NAP12#"N/O 21?N>RO 21?!C%คN2N>P!
21?B#>N20 O%012#O2!์ 2O2/#12##>2คN2#0#>2ค1>N%O#1>2์
2!#0#2$1?2112!ค/2!Q#0!/%#112# /N2O/"2#"N/O#112# (1?P 771)
.0. 2566
1201"1O222!ค/2!Q!2#2 5 !2#2 6 O%0!2#2 7 O/N#0#2$1 ?2
112!ค/2!Q#0!/%# 112# /N2O/"2#"N/ O#112# ( 1?P 771) .0. 2566
1>?#!2##2# O2//% 1N์O%0NAP1R NAP12#"N/ O 21?N>RO 21?!C%คN2N>P!
21?B#>N20 O%012#O2!์ 2O2/#12##>2คQ/OON2 222R"/#A1!C%>> 1N1R?Q
O1 1 Q#020?Q
!C%>> /!2"ค/2!/N2
(1) !C%>>B02 #์
(2) !C%>> 1#!/2#22B2#์ Q#01B1! ์2!NO#0NO2O12N1 NO2้2B02 #/%1"%11์
11ค##2B!2#? #!#00#?2/2ค/1 /#1>"#22#?
(3) !C%>>P#ค!0N#O P#"22%0>#>#2
(4) !C%>>P#"22%NO
(5) !C%>>P#"22%#0! BN%O2 Q#0#2 C1! ์2!NO#0N# 1#22B2/
2"2!#!#2B!2#?
(6) !C%>>P#"22%#2/>?
(7) !C%>>P#"22%N/022# ์N#O1 Q#01 B1! ์2!NO#0N O2?P2N1
NO2้21%"2>/12 #!/%/#2>/22#2ค#>#์
(8) !C%>>P#"22%2!NO#02NO22>#>>>N 11N#A1 Q#0#!#2>C1! ์
(9) !C%>>P#"22%2/1 ค0O"022#์ !/2/>"2%1"N?"Q/!N
(10) !C%>>212B221#022/>"2
(11) !C%>>2!NO#0ิPN%O2
(12) 0>#>#2!C%>>
O1 2 2#RO#1"N/O 21?N>RO1Bคค%##!2 2O2/#12##>2คQ/OON2 222R"
/#A1!C%>> 2!!2#2 4 (1) O/N#0#2$1 ?2112!ค/2!Q#0!/%# 112# /N2O/"
2#"N/O#112# (1?P 771) .0. 2566 0O1#>2คNON>NN21Q
หนา ๑๘
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๓๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๖๖
O1 3 2#RO#1"N/O 21?N>RO1#>11/#A1/O2/BO2N/>>Bคค% 2O2/#12##>2ค
Q/OON2 222R"/#A1!C%>> 2!!2#2 4 (2) O/N#0#2$1?2112!ค/2!Q#0!/%#112#
/N2O/"2#"N/O#112# (1?P 771) .0. 2566 0#>2คNON> #1"์2> /#A12>คO2ORO
Q#??P#>2คNO#1"์2>/#A12>คO2 O1NOR2!/%1N์O%0NAP1R 1?Q
(1) #??P#>11/#A1/O2/BO2N/>>Bคค%AQ1#1"์2>!2NAP1#>2ค O1!?/%12
2#RO!2@P#1"์2>?P#0BO2/O%0!C%คN21#1"์2>1Q P"Q/OA1/N2!C%คN22!/%121%N2/
NO!C%คN21#2"N2"?P#>2ค
(2) #??P#>11/#A1/O2/BO2N/>>Bคค%O2#1"์2>?PRO1@1?#1"์2>1#>11
/#A1/O2/BO2N/>>Bคค%1Q!2#>2ค Q/OA1N12!C%คN2OB2N/?PN/%A122#คO2//1คN22@/#1
O%0คN2N2AP1!#2ค21#1"์2> NO!C%คN21#2"N2"?P#>2ค
(3) #??P#>11/#A1/O2/BO2N/>>Bคค%O22>คO2!2#>2ค R!N/N20NO2>คO2?P%>N1
/#A1AQ1!2NAP12" Q/OA1N12!C%คN2OB12>คO21%N2/?P22!2#>2C์RO NO!C%คN21#2"N2"
?P#>2ค ON!C%คN21%N2/O1R!NN>#2ค22>คO2คN/%A1"!2 2!!2#2 65 /> (6) O/N#0!/%#112#
(4) !C%คN21#1"์2>/#A12>คO2?PAQ1!2NAP1#>2ค1Q 0O1!?O2/R!NN>#2ค2?P@AQ1RO
P"> 1Q?Q 2!!2#2 65 #? (15) O/N#0!/%#112#
O1 4 2##>2คQ/OON2 222R"/#A1!C%>> Q/OQOO1!C%2##>2ค?P#2Q#0
#>2ค1>N%O#1>2์NO/%12#012#QO2>>"N/O 21?N>RO 21?!C%คN2N>P! 21?B#>N20
O%012#O2!์ 2!!2#2 4 O%0!2#2 7 O/N#0#2$1?2112!ค/2!Q#0!/%#112#
/N2O/"2#"N/O#112# (1?P 771) .0. 2566 P"CO?PQO2>>"N/O 21?12#R!NO1O2
N122#/%122##>2คN1NO212#0N!>
O1 5 #020?QQ/OQO1ค11QON/1?P 1 !#2ค! .0. 2566 @/1?P 31 1/2ค!
.0. 2567
#020 /1?P 29 2>/2ค! .0. ๒๕66
%/# O22>
1>?#!2##2#
หนา ๑๙
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๓๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ กันยายน ๒๕๖๖
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 244
|
1740.pdf
|
ETHANOL
|
ACTION
|
ETHANOL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1740.pdf
|
'1>@01/$B1>พ3?@%
N1APอ ํ@ห% %> O3>อ?!1@ ห3?Nฑ์ />$?@1 O3>NAPอ%RQ%@1คํ@%/
'1>/@2ํ@1อ%Qํ@/?%NAQอNพ3>
พ.0. `cdd
P 0#?PN'็%@12/ค/1O OR'1?&'1B%> O3>อ?!1@ ห3?Nฑ์ />$?@1 O3>NAPอ%R
Q%@1คํ@%/'1>/@2ํ@1อ%Qํ@/?%NAQอNพ3>QหON> ค/@//?P%ค O@%พ3?@% O3>2อ ค3Oอ?&2"@%@1์
'ัB&?% อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ `^ /11คห%@P OหNพ1>1@&??!>@1คO@%Qํ@/?%NAQอNพ3>
พ.0. `cba @POORNพ>P/N!>/P 0พ1>1@&??!>@1คO@%Qํ@/?%NAQอNพ3> (&?&#?P `) พ.0. `cc^
อ$>& ?1/$B1>พ3?@% @ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ '1>@0% ?QN1?0/N@ '1>@01/$ B1>พ3?@% N1APอ ํ@ห% %> O3>อ?!1@
ห3?Nฑ์ />$?@1 O3>NAPอ%RQ%@1คํ@%/'1>/@2ํ@1อ%Qํ@/?%NAQอNพ3> พ.0. `cdd
Oอ ` '1>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%#?P _ /?%@ค/ พ.0. `cde N'็%!O%R'
Oอ a QหO0N3>
(_) '1>@01/$ B1>พ3?@% N1APอ ํ@ห% %> O3>อ?!1@ ห3?Nฑ์ />$?@1 O3>
NAPอ%RQ%@1คํ@%/'1>/@2ํ@1อ%Qํ@/?%NAQอNพ3> (&?&#?P a) พ.0. `cdb
(`) '1>@01/$ B1>พ3?@% N1APอ ํ@ห% %> O3>อ?!1@ ห3?Nฑ์ />$?@1 O3>
NAPอ%RQ%@1คํ@%/'1>/@2ํ@1อ%Qํ@/?%NAQอNพ3> พ.0. `cdc
Oอ b Q%'1>@0%?Q
%Qํ@/?%2ํ@N1O1C' ห/@0"@ %Qํ@/?%2ํ@N1O1C'!@/!@1@1@03>Nอ?0 #O@0'1>@0%?Q
Nอ#@%อ3 ห/@0"@ Nอ#@%อ3O'32.@พ#?P/?3?1>O3>คB.@พ!@/#?Pอ$>& ?'1>@0ํ@ห%
O3>QหO1//"@Nอ#@%อ3#?P0?R/NR OO'32.@พ!@/2C!1#?P1/211พ2@/>!ํ@ห%
'1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?PR/N2@/@1"2C&"N@0R O (Dead Stock) ห/@0"@ '1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'
#?PR/N2@/@1"2C&"N@0R O O/0/>$?@1 ํ@N%>%@%!@/'!> ห1Aอ'1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?Pอ0CN!Pํ@/N@อ&&%2B
อ#NอN@0%Qํ@/?%%"@O%"?%Qํ@/?%O!N3>"? O3O/O!N'1>/@Q >/@/N@
Oอ c .@0Q!O&?ค?&Oอ d Oอ e Oอ f O3>Oอ g QหO(COคO@%Qํ@/?%!@//@!1@ e
2ํ@1อ%Qํ@/?%NAQอNพ3>!@/%> O3>อ?!1@!@/!@1@1@03>Nอ?0 #O@0'1>@0%?Q
Oอ d '1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P%ํ@/@คํ@%/'1>/@2ํ@1อQหOคํ@%/@'1>/@@1คO@
'1>ํ@'? ห? O/0
(_) '1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?Pํ@ห%N@0QหOON(COคO@%Qํ@/?%!@//@!1@ e 1@0อAP%
หนา ๒๕
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๓๐๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖
(`) '1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P2NออR'ํ@ห%N@0%อ1@อ@@?1
(a) '1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?Pํ@ห%N@0NพAPอQON'็%/?!"B >&Q%อB!2@ห11/' >P!1Nค/ ?ห1Aอ
อB!2@ห11/อAP% N
Oอ e '1>/@%Qํ@/?% >&#?P%ํ@/@คํ@%/'1>/@2ํ@1อQหOคํ@%/@2/@1 ?!NอR'%?Q
#?Q%?Q NพAPอ'1>P0%์Q%@1คํ@%/!@//11คห%@P ํ@ห% QหO
(_) '1>/@@1คO@'1>ํ@'?อ%Qํ@/?% >&#?PQOQ%@13?P% ห/@0"@ '1>/@%Qํ@/?% >&#?Qห/
#?P? ห@/@R O ห? O/0'1>/@%Qํ@/?% >&#?Pํ@ห%N@0QหO?&(COคO@%Qํ@/?%!@//@!1@ e 1@0อAP%
(`) (31//'1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P3?P%ห1Aอ(3>!R O ห/@0"@ (31//อ'1 >/@%Qํ@/?%
2ํ@N1O1C' O3>'1>/@P@'>P!1N3?0/Nห3/#?P3?P%R O
(a) (31//'1 >/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P3?P%ห1Aอ(3>!R O2ํ@ห1?&ํ@ห%N@0N'็%NAQอNพ3 >
Q%1@อ@@ ?1 ห/@0"@ (31//อ'1 >/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P3?P%ห1Aอ(3>!R O ห? O/0'1>/@
%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P2NออO3>ํ@ห%N@0 !@/Oอ d (`) O3> d (a) @P(CO3?P%พ>2C%์R O
Oอ f (COคO@%Qํ@/?%!@//@!1@ e >NO&2ํ@1อ%Qํ@/?% >&Q%O!N3>/?%R/OR/N!Pํ@/N@1Oอ03> e^
อ'1>/@#?P/?ห%O@#?P!Oอ2ํ@1อOR O O!N#?Q%?QN/APอคํ@%/'1>/@#?PNO&2ํ@1อN3 ?P0Q%O!N3>N Aอ%
!OอR/N%Oอ0/N@อ?!1@#?Pํ@ห% Q%Oอ c
Oอ g QหO(COคO@%Qํ@/?%!@//@!1@ e NO&2ํ@1อ%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'O!N3>%> Q%O!N3>/?%
!@/'1>/@#?P/?ห%O@#?P!Oอ2ํ@1อ P 0QหO1//"@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P/?คB.@พR/NN'็%R'!@/ํ@ห% 3?1>
O3>คB.@พO!NR O1?&ห%?2Aอ1?&1อ@1QหOค/@/NหO%อ&QหO/?R/ONพAPอํ@ห%N@0R O O/0 #?Q%?Q '1>/@%Qํ@/?%
2ํ@N1O1C'#?PNO&2ํ@1อR/N1//"@'1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?PR/N2@/@1"2C&"N@0R O (Dead Stock) อO!N3>"?
ค/@/Q%/11คห%@P />QหOQO&?ค?&ON@1NO&2ํ@1อ%Qํ@/?%2ํ@ห1?&Nค1APอ&>%RอพN%%> N.พ?. c
%Qํ@/?%2ํ@ห1?&Nค1APอ&>%ออN#% _^^/_a^ %Qํ@/?%2ํ@ห1?&Nค1APอ&>%RอพN%%> N.พ?. f
O3>%Qํ@/?%ห3Nอ3AP%2ํ@ห1?&Nค1APอ&>%#ห@1 O3>QหO%ํ@ค/@/Q%Oอ f /@QO&?ค?&P 0อ%BP3/
Oอ _^ @12ํ@1อ%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'O!N3>%> >2ํ@1อ%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'Q%3BN/N ?0/?%
!@/!@1@1@03>Nอ?0 #O@0'1>@0%?Q# O#%?%OR O
Oอ __ @12ํ@1อ%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P(3>!@P13?P%%Qํ@/?%Q%1@อ@@?1 O3>ํ@ห%N@0
N@0 Pอ% @N!'3อ อ@12 ํ@ห1?&@1'1>อ&อB!2@ห11/ พ@>011/ N?P0/?&'>P!1N3?0/
ห1Aอ'>P!1Nค/?#?PN'็%อNห3/ !@/ห/@0/N@ O/00B3@1NO@/@Q%1@อ@@?1 QหOQOอ?!1@2ํ@1อ
อ%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P(3>!Q%1@อ@@?1
!1>/@Qํ@/? >
ท?Pํ@/@คํ@ว
!1>/@สํ@1อ
!1>/@@1คO@!1>ํ@!ีอQํ@/? > ท?POชOO@1ล?P
"ล1ว/!1>/@Qํ@/?สํ@เ1O1ู!ท?Pล?Pห1ือ"ล>!P O
"ล1ว/!1>/@Qํ@/?สํ@เ1O1ู!
ท?Pล?Pห1ือ"ล>!P Oสํ@ห1? ํ@หN@0
เ!็เชืQอเพล>O1@ชอ@@?1
×
หนา ๒๖
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๓๐๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖
Q%1?N'็%%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P%ํ@NO@/@Q%1@อ@@ ?1 O3>ํ@ห%N@0 N@0 Pอ% @N!
'3อ อ@1 ?3N@/!@//11คห%@PNO@/@Q%1@อ@@?1 QหOQOอ?!1@2ํ@1อ%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?P%ํ@NO@/@
Q%1@อ@@?1
Oอ _` (COคO@%Qํ@/?%!@//@!1@ e อ@N3AอNO&2ํ@1อ%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'O#%%Qํ@/?% >&#?P/?ห%O@#?P
!Oอ2ํ@1อR OQ%อ?!1@2N/%O#%?% _ !Nอ _ อ1Oอ03> `^ อ'1>/@%Qํ@/?% >&#?P/?ห%O@#?P
!Oอ2ํ@1อ!@/ห/@0
QหO(COคO@%Qํ@/?%!@//@!1@ e 0AP%อค/@/Nห O%อ&!Nออ$>& ?Nอ%@1N O&2ํ@1อO#% ?%
!@//11คห%@P O3>QหO'>&?!> ?%?Q
(_) 1>&B1@03>Nอ?0 N?P0/?& %> '1>/@%Qํ@/?%2ํ@N1O1C' 1>0>N/3@ ห/@0N3"? O3>
ค3?%Qํ@/?%#?P>QONO& #?Q%?Q "?NO&%Qํ@/?%O3>ค3?%Qํ@/?% ?3N@/>!OอN'็%2"@%#?P#?PR O1?&ค/@/NหO%อ&
QหOQON'็%2"@%#?PNO&2ํ@1อ%Qํ@/?%2ํ@N1O1C' O/0
(`) 1@0@%'1>/@คNห3Aออ%Qํ@/?%2ํ@N1O1C'#?PNO&O#%?% N2/Aอ%N'็%%Qํ@/?% >&#?P!Oอ2ํ@1อ
!@/O&&OO'1>/@O3>2"@%#?PNO&%Qํ@/?%2ํ@1อ!@/ห/@0คNห3Aอ1@0/?% (%พ. `_^)
(a) @1N'3?P0%O'31@03>Nอ?0 Q N !@/ (_) !OอR O1?&ค/@/NหO%อ&Nอ%
'1>@0 /?%#?P 28 พ20>@0% พ.0. `cd6
%?%$>@ #?2Bพ@%>
อ$>& ?1/$B1>พ3?@%
หนา ๒๗
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๓๐๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖
!@1@1@0ล>Nอ?0
ช!> Oล>อ?!1@อ!Qํ@/?!Nช?QอNพล>?P!Oอสํ@1อ
O!"O@01N@#1>@01/ @1>พล?@!
N1?Pอ ํ@ห! ช!> Oล>อ?!1@ หล?Nฑ์ /> ?@1 Oล>N?Pอ!PO!@1คํ@!/
#1>/@สํ@1อ!Qํ@/?!Nช?QอNพล> พ.0. `_``
ช!> !Qํ@/?!Nช?QอNพล>
/?!?P _ /?!@ค/ `_`a
N#็!!O!P#
!Qํ@/?!Nช?QอNพล>?P$ล>!
O!1@ชอ@@?1
1Oอ0ล>
!Qํ@/?!Nช?QอNพล>?P!ํ@NO@
/@O!1@ชอ@@?1
1Oอ0ล>
_. !Qํ@/?! >"
`. !Qํ@/?!สํ@N1O1A#
( _) กล@N/ท?P _ ไOOกN
( _._) Qํ@/?N >
( _.`) Qํ@/?OกPสP0/ล์ / Qํ@/?N >พ?Qฐ@
( `) กล@N/ท?P ` ไOOกN N/ท@/ล
( a) กล@N/ท?P a ไOOกN Qํ@/??Nลห/@N1O/
( b) กล@N/ท?P b ไOOกN ไ P/?Nล
( c) กล@N/ท?P c ไOOกN Qํ@/?N@ >ท?P _
(d) กล@N/ท?P d ไOOกN Qํ@/?N@ >ท?P `
(e) กล@N/ท?P e ไOOกN Qํ@/?N@ >ท?P c
(f) กล@N/ท?P f ไOOกN
(f._) Qํ@/?กP@
(f.`) Qํ@/?สํ@ห1? /@ก@00@ Nท N/ _
(f.a) Qํ@/?สํ@ห1? Nค1?P/ >ไ/พN> N.พ?. c
(g) กล@N/ท?P g ไOOกN Qํ@/?สํ@ห1? Nค1?P/ >//กNท _^^/_a^
(_^) กล@N/ท?P _^ ไOOกN Qํ@/?สํ@ห1? Nค1?P/ >ไ/พN> N.พ?. f
( __) กล@N/ท?P __ ไOOกN Qํ@/?หลN/ล?Pสํ@ห1? Nค1?P/ >ทห@1
d
_
_
_
_
_
_
_
_
_
_
d
_^
_^
`^
d
e
e
e
e
e
e
e
e
e
e
_`
_^
_^
`^
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 245
|
1407.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1407.pdf
|
ประกาศกระทรวงแรงงาน
เรื่อง อัตราเงินสมทบและวิธีการเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
ส าหรับปี พ.ศ. 2565
ด้วยสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของประเทศไทยในภาพรวม ประกอบกับ
ไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2565 มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์
โอมิครอนเป็นวงกว้างซึ่งแพร่ระบาดรวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่น เพื่อเป็นการช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่าย
และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบกิจการ
อาศัยอ านาจตามความในมาตร า ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ และมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานโดยค าแนะน าของคณะกรรมการส่งเสริม
การพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป
ข้อ 2 ให้ผู้ประกอบกิจการซึ่งมีหน้าที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ส าหรับปี
พ.ศ. 2565 ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราร้อยละศูนย์จุดห้าของค่าจ้าง
ที่ผู้ประกอบกิจการจ่ายในปี พ.ศ. 2565 ตามสัดส่วนจ านวนลูกจ้างที่ไม่ได้จัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน
หรือไม่มีลูกจ้างเข้ารับการทดสอบและผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแ รงงานแห่งชาติ หรือไม่มีลูกจ้าง
ผู้ผ่านการรับรองความรู้ความสามารถ หรือจัดให้มีการด าเนินการดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน
ไม่ครบตามสัดส่วนที่กฎหมายก าหนด
ประกาศ ณ วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖5
สุชาติ ชมกลิ่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
้หนา ๓๒
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๙๙ งราชกิจจานุเบกษา ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
|
train
| 246
|
1286.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1286.pdf
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได (ฉบับที่ ๔๒๕)
เรื่อง กําหนดประเภท หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเวนภาษีเงินไดนิติบุคคล
สําหรับเงินไดที่ไดจายเปนคาซื้อผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพ
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓ แหงพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
วาดวยการยกเวนรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๔๙) พ.ศ. ๒๕๖๕ อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดประเภท
หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเวนภาษีเงินไดนิติบุคคล สําหรับเงินไดที่ไดจายเปน
คาซื้อผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพ ดังตอไปนี้
ขอ ๑ การยกเวนภาษีเงินไดใหแกบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล สําหรับเงินไดเปนจํานวน
รอยละยี่สิบหาของรายจายที่ไดจายไปเปนคาซื้อผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพ
เฉพาะการซื้อผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพจากโรงงานที่เปนผูประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม
โดยมีหนังสือรับรองการผลิตผลิตภัณฑจากสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
ตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗
ขอ ๒ บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลผูใชสิทธิยกเวนภาษีเงินไดตามประกาศนี้ จะตองซื้อ
ผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพตามประเภท ดังนี้
(๑) ถุงหูหิ้ว
(๒) ถุงขยะ
(๓) แกวพลาสติก
(๔) จาน ชาม ถาดพลาสติกแบบใชครั้งเดียว
(๕) ชอน สอม มีดพลาสติก
(๖) หลอดพลาสติก
(๗) ถุงพลาสติกสําหรับเพาะชํา
(๘) ฟลมคลุมหนาดิน
(๙) ขวดพลาสติก
(๑๐) ฝาแกวน้ํา
(๑๑) ฟลมปดฝาแกว
้หนา ๑๑๖
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๖๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕
ขอ ๓ บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลผูใชสิทธิยกเวนภาษีเงินไดตามประกาศนี้ ตองจัดทํา
รายงานแสดงรายละเอียดของการซื้อผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพ โดยตองมีรายการ
และขอความอยางนอยตามแบบที่แนบทายประกาศนี้ และเก็บรักษารา ยงานดังกลาว รวมทั้งเอกสาร
ประกอบการลงรายการในรายงา นไว ณ สถานประกอบการพร อมใหเจาพนักงานประเมินตรวจสอบได
ขอ ๔ ประกาศนี้ใหใชบังคับตั้งแต วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เปนตนไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕
ลวรณ แสงสนิท
อธิบดีกรมสรรพากร
้หนา ๑๑๗
่เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๖๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕
รายงานการซื้อผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพ
ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได (ฉบับที่ ..)
เรื่อง กําหนดประเภท หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเวนภาษีเงินไดนิติบุคคล
สําหรับเงินไดที่ไดจายเปนคาซื้อผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพ
ลงวันที่........................................
-------------------------------------------------
๑. บริษัท/หางหุนสวนนิติบุคคล ผูใชสิทธิ.............................................................................................
เลขประจําตัวผูเสียภาษีอากร.................................................................................................................................
๒. ชื่อ..........................................................โรงงานผูผลิตผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพ
เลขประจําตัวประชาชน/เลขประจําตัวผูเสียภาษีอากร........................................................................................
ที่อยู.......................................................................................................................................................................
...................................................................................................โทรศัพท.................. ...........................................
หนังสือรับรองโรงงานผูผลิตผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพ จากสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม เลขที่ .................................................ลงวันที่..................................................................
3. ซื้อผลิตภัณฑพลาสติกที่ยอยสลายไดทางชีวภาพตามใบกํากับภาษีมูลคาเพิ่ม เลขที่........................
เลมที่.....................ลงวันที่..................................รายการสินคา/ประเภทสินคา......................................................
จํานวนสินคา.......................................................จํานวนเงิน.................................................. ..........โดยชําระเปน
(๑) เงินสด จํานวน............................................................บาท
(๒) เช็คธนาคาร........................สาขา........................เช็คเลขที่..................ลงวันที่..........................
จํานวน............................................................บาท
(3) โอนเขาบัญชีธนาคาร............................สาขา.........................เมื่อวันที่......................................
เลขที่บัญชี.............................................................ชื่อบัญชี......................................................................................
จํานวน............................................................บาท
(4) วิธีอื่น.........................................................................................................................................
ขอรับรองวา รายการที่แสดงไวขางตนเปนความจริงทุกประการ
ลงชื่อ............................................................กรรมการ/หุนสวนผูจัดการ
(...........................................................)
วัน/เดือน/ป..................................................ที่ออกหนังสือรับรอง
ประทับตรา
นิติบุคคล
(ถามี)
|
train
| 247
|
610.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/610.pdf
|
ค ำสั่งศูนย์ปฏิบัติกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉินด้ำนควำมมั่นคง
ที่ ๑/๒๕๖๔
เรื่อง กำรปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙
แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
(ฉบับที่ ๑๑)
เพื่อให้กำรปฏิบัติตำมข้อก ำหนดออกตำมควำมในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนด
กำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๖) และค ำสั่งศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์
กำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (โควิด - 19) ที่ ๑/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๓ มกรำคม
พ.ศ. ๒๕๖๔ เรื่อง พื้นที่สถำนกำรณ์ที่ก ำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดตำมข้อก ำหนดออกตำมควำม
ในมำตรำ ๙ แห่งพระรำชก ำหนดกำรบริหำรรำชกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และค ำสั่ง
ที่เกี่ยวข้อง เป็นไปด้วยควำมเรียบร้อย อำศัยอ ำนำจตำมค ำสั่งนำยกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๖๓ ลงวันที่
๒๕ มีนำคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้ก ำกับกำรปฏิบัติงำน หัวหน้ำผู้รับผิดชอบและพนักงำนเจ้ำหน้ำที่
ในกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน ข้อ ๓ (๖) ข้อ ๔ และข้อ ๕ ค ำสั่งนำยกรัฐมนตรี ที่ ๓๙/๒๕๖๓
ลงวันที่ ๒๕ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เรื่อง กำรจัดโครงสร้ำงของศูนย์บริหำรสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (โควิด - 19) เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) และค ำสั่งศูนย์ปฏิบัติกำรแก้ไข
สถำนกำรณ์ฉุกเฉินด้ำนควำมมั่นคง ที่ ๑/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๗ มีนำคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เรื่อง กำรจัดโครงสร้ำง
ของศูนย์ปฏิบัติกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉินด้ำนควำมมั่นคง ข้อ ๑ จึงก ำหนดแนวทำงกำรปฏิบัติ ดังนี้
๑. ให้กำรปฏิบัติตำมค ำสั่งศูนย์ปฏิบัติกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉินด้ำนควำมมั่นคงในเรื่องปรับ
กำรตั้งจุดตรวจควบคุมกำรแพร่ระบำดโรคโควิด - 19 จัดตั้งคณะตรวจกำรประกอบกิจกำรและกิจกรรม
ตำมมำตรกำรผ่อนคลำย แต่งตั้งพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ มอบหน้ำที่และอ ำนำจ และแต่งตั้งหัวหน้ำ คณะ
ตรวจกำรประกอบกิจกำรและกิจกรรมตำมมำตรกำรผ่อนคลำย ยังมีผลบังคับใช้ โดยปรับกำรปฏิบัติ
ให้สอดคล้องกับแนวทำงที่ทำงรำชกำรก ำหนด
๒. เพิ่มควำมเข้มงวดในกำรตรวจกิจกำรและกิจกรรมที่มีประชำชนเข้ำร่วมจ ำนวนมำก
และสถำนประกอบกำรที่มีควำมเสี่ยงต่อกำรแพร่ระบำดของโรค โดย ให้ปฏิบัติตำมมำตรกำรที่
กระทรวงสำธำรณสุข และมำตรกำรในแต่ละพื้นที่ที่จังหวัดหรือกรุงเทพมหำนคร ก ำหนดอย่ำงเคร่งครัด
๓. ด ำรงควำมต่อเนื่องในกำรตั้งจุดตรวจร่วม และชุดสำยตรวจร่วม เพื่อสนับสนุนกำรบังคับใช้
มำตรกำรห้ำมใช้หรือเข้ำไปในพื้นที่เสี่ยงต่อกำรติดโรค กำรปิดสถำนที่เสี่ยงต่อกำรติดโรค กำรก ำหนด
เงื่อนไขให้สถำนที่ กิจกำร หรือกำรท ำกิจกรรมเปิดด ำเนินกำร กำรป้องกันกำรกักตุนสินค้ำ กำรห้ำม
มิให้มีกำรชุมนุม กำรท ำกิจกรรม หรือกำรมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถำนแออัด อันท ำให้เสี่ยงต่อ
กำรติดเชื้อหรือแพร่ระบำดของเชื้อ หรือกำรกระท ำอันเป็นกำรฉวยโอกำสซ้ ำเติมควำมเดือดร้อน
ของประชำชน รวมทั้งกำรตรวจคัดกรองกำรเดินทำงของบุคคลข้ำมเขตพื้นที่ โดยเฉพำะกำรเดินทำง
้หนา ๖๖
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ มกราคม ๒๕๖๔
ของบุคคลจำกเขตพื้นที่สถำนกำรณ์ที่ก ำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตลอดจนกำรตรวจคัด กรอง
กำรเดินทำงของบุคคลจำกเขตพื้นที่ควบคุมไปยังเขตพื้นที่เฝ้ำระวังสูงหรือเขตพื้นที่เฝ้ำระวัง
๔. กำรด ำเนินกำรดังกล่ำวตำมมำตรกำรป้องกันโรคที่ทำงรำชกำรก ำหนด ให้พิจำรณำ
ตำมควำมเหมำะสมของแต่ละพื้นที่ และต้องไม่เป็นกำรก่อควำมเดือดร้อนแก่ประชำชน และผู้ประกอบกิจกำร
เกินสมควรแก่เหตุ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๔ มกรำคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 4 มกรำคม พ.ศ. ๒๕64
พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์
ผู้บัญชำกำรทหำรสูงสุด
หัวหน้ำศูนย์ปฏิบัติกำรแก้ไขสถำนกำรณ์ฉุกเฉินด้ำนควำมมั่นคง
้หนา ๖๗
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ มกราคม ๒๕๖๔
|
train
| 248
|
1133.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1133.pdf
|
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการท างาน
ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาท างานในราชอาณาจักร
ตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน
ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย ยังคง
แพร่ระบาดกระจายไปในหลายพื้นที่ ประกอบกับได้เริ่มตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์
โอมิครอน (Omicron) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่สามารถแพร่กระจายได้เร็วและมีโอกาสท าให้ติดเชื้อ
ได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ โดยขณะนี้ได้แพร่ระบาดออกไปในหลายประเทศทั่วโลกแล้วนั้น รัฐบาล
จึงจ าเป็นต้องก าหนดมาตรการป้องกันโรคส าหรับการเดินทางเข้าออกของคนต่างด้าวที่ประสงค์จะเข้ามา
ท างานภายในประเทศ ซึ่งส่งผลให้การด าเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ
ด้านแรงงานที่ก าหนดให้คนต่ างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เคยได้รับอนุญาตให้เข้ามา
ท างานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานและระยะเวลา
การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงในระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ หากประสงค์ จะท างานในประเทศไทยต้องเดินทางกลับไปยังประเทศต้นทาง
และขออนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อท างานภายในประเทศใหม่ นั้น จะต้องใช้ระยะเวลา
ในการด าเนินการมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นการซ้ าเติมปัญหาการขาดแรงงานภายในประเทศที่มีความรุนแรง
อยู่แล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการลดค วามเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
จากการเดินทางเข้าออกประเทศของคนต่างด้าวดังกล่าว และเป็นการป้องกันไม่ให้ปัญหาการขาดแคลน
แรงงานทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงมีความจ าเป็นต้องยกเว้นให้คนต่างด้าวดังกล่าวซึ่งประสงค์จะท างาน
สามารถขออยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้เป็นกรณีพิเศษ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๗/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม
ผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอ านาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานต ารวจ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม
พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ นายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕
ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
้หนา ๔
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๑ ในประกาศนี้
“คนต่างด้าว” หมายความว่า คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมาซึ่งได้รับอนุญาต
ให้เข้ามาท างานในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วย
ความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
โดยได้รับการอนุญาตให้อ ยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อท างาน ครบก าหนดระยะเวลา ๔ ปี
ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร
เป็นการเฉพาะส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๔๙
ซึ่งระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงในระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่
๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๒ นอกจากที่ก าหนดไว้ในประกาศนี้ การด าเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว
ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
ข้อ ๓ ให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้เป็นกรณีพิเศษอีกหกเดือนนับแต่
วันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง เพื่อด าเนินการขออนุญาตท างานหรือขอต่ออายุ
ใบอนุญาตท างาน และขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป
ในกรณีที่หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางสิ้นอายุให้คนต่างด้าวตามวรรคหนึ่ง
ด าเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าว เพื่อใช้ในการขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
เป็นการชั่วคราวต่อไป
ข้อ ๔ ให้คนต่างด้าวตามข้อ ๓ ไปขอตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
ต่อไป ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ๑ ส านักงานตรวจคนเข้าเ มืองตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด
หรือสถานที่อื่นที่ส านักงานตรวจคนเข้าเมืองก าหนด
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองตรวจอนุญาตให้คนต่างด้าว
อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปเพื่อท างาน ไม่เกิน ๒ ปี นับจากวันที่การอนุญาต
ให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง
ข้อ ๕ มิให้น ามาตรา ๑๒ (๑๐) และมาตรา ๕๔ และค าสั่งรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทย ที่ ๑/๒๕๕๘ เรื่อง การไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจ าพวกเข้ามาในราชอาณาจักร
ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ มาใช้บังคับแก่คนต่างด้าวที่ประกาศนี้รับรองให้อยู่ในราชอาณาจักร
เป็นกรณีพิเศษ
้หนา ๕
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๖ นอกจากการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
ให้การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวสิ้นสุดลง เมื่อ
(๑) คนต่างด้าวไม่ด าเนินการตามประกาศนี้
(๒) การอนุญาตให้ท างานสิ้นสุดลงตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการท างาน
ของคนต่างด้าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖5
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
้หนา ๖
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๕
|
train
| 249
|
2377.pdf
|
TIS
|
ACTION
|
TIS_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2377.pdf
|
#>##/
ํ@ห% QหO(%>! ?์อB!2@ห##!!อN!อ#์R้@#>O22%?& %> Nห%?P"/%ํ@2@!N2
!OอN'็%R'!@!!@!#@%
.0. `cdf
อ@0?"อํ@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ _e /##คห%@P OหN#>#@&??!>!@!#@%(%>! ?์
อB!2@ห##! .0. `c__ @POORN>P!N!>!P "#>#@& ??!>!@!#@%(%>! ?์อB!2@ห##!
(&?&#?P f) .0. `cd` O%>!@!#@ cf /##คห% @P OหN#>#@& ??!>!@!#@%
(%>! ?์อB!2@ห##! .0. `c__ @POORN >P!N!>!P "#>#@& ??!>!@!#@%
(%>! ?์อB!2@ห##! ( &?&#?P e) .0. `ccf #?!%!# ?/N@@##>##/อ B!2@ห##!
ออ#>##/R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ #>##/%?QQหOQO&?ค?&N!APอO%ํ@ห% 2@!#Oอ"ห2>&หO@/?%%?&O!N/?%'#>@0Q%
#@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ ` (%>! ?์อB!2@ห##!!อN!อ#์R้@#>O22%?& %> Nห%?P"/%ํ@2@!N2 #?P!?>?
Q%@##ํ@@%?&Oห%NN@"R้@#?PN'็%#C'ค%AP%R%์ P "!?ํ@%?#?P>? PN @ ^._` kW "@ _c kW
!?O# ?%R้@#?P>? UN 2C/N@ c^ V "@ _ kV O%>!??Q/ ` ?Q/ b ?Q/ d ?Q/ ห#Aอ f ?Q/
N/O%O!N(%>! ?์อB!2@ห##! ?%N@/#?P'#>อ&!@Q%Nค#APอ?# !OอN'็%R'!@!!@!#@%N%#?P !อ. fdd
N%N! a^ (_^_) - `cd_ !@!'#>@0#>##/อ B!2@ห##! &?&#?P dfdd (.0. `cdc)
ออ!@!ค/@!Q%#>#@&??!>!@!#@%(%>! ?์อB!2@ห##! .0. `c__ N#APอ "N%>!@!#@%
(%>! ?์อB!2@ห##!!อN!อ# ์Nห%?P"/%ํ@2@!N2 : '#>2>#$> @?Q%!Pํ@ O%>ํ@ห% !@!#@%
(%>! ?์อB!2@ห##!Nค#APอ?#%R้@%> ห!B% N%N! a^ (_^_) #> ?&?Q%'#>2>#$> @อ
!อN!อ#์R้@#>O22%?& %> Nห%?P"/%ํ@2@!N2 %/?%#?P f $0>@"% .0. `cdc
QหOR/O /?%#?P `e !?%@ค! .0. `cdf
Nอ%? #Oอ!?%$B์
#?!%!#?/N@@##>##/อB!2@ห##!
หนา ๖
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ เมษายน ๒๕๖๘
ห!@"Nห!B :- Nห!B(%Q%@#'#>@0Q O#>##/&?&%?Q คAอ P "#?P!?ค/@!ํ@N'็%!Oอค/&คB!(%>! ?์
อB!2@ห##!!อN!อ#์R้@#>O22%?& %> Nห%?P"/%ํ@2@!N2 QหO!?คB @ O%>2อ ค%Oอ?&!@!#@%2@%
NAPอ'้อ?%ค/@!N2?"ห@"อ?%อ@>N > ON'#>@% >@#อB!2@ห##! O%>N0#1 >อ'#>N#0
Q%@#%?Q R O!?'#>@0#>##/อB!2@ห##! &?&#?P dfdd (.0. `cdc) ออ!@!ค/@!Q%#>#@&??!>
!@!#@%(%>! ?์อB!2@ห##! .0. `c__ N#APอ "N%>!@!#@%(%>! ?์อB!2@ห##!!อN!อ#์Nห%?P"/%ํ@
2@!N2 : '#>2>#$> @?Q%!Pํ@ O%>ํ@ห% !@!#@%(% >! ?์อB!2@ห##!Nค# APอ?#%R้@%> ห!B%
N%N! a^ (_^_) #> ?&?Q%'#>2>#$> @อ!อN!อ#์R้@#>O22%?& %> Nห%?P"/%ํ@2@!N2 %/?%#?P
f $0>@"% .0. `cdc O%>R O!?@# ํ@N%>%@#? QหO!?@##?&ัค/@!ค> NหO%อ!?/O#%อ
%BN!(CO!?2N/%R ON2?"ห#Aอ(CO!?'#>P"%์N?P"/Oอค#&"O/%!@!ค/@!Q%!@!#@ _f OหN#>#@&??!>!@!#@%
(%>! ?์อB!2@ห##! .0. `c__ @POORN>P!N!>!P "#>#@&??!>!@!#@%(%>! ?์อB!2@ห##!
(&?&#?P f) .0. `cd` O%O/ 2!ค/# ํ@ห% Qห O(%>! ?์อB!2@ห##!!อN!อ# ์R้@#>O22% ?&
%> Nห%?P"/%ํ@2@!N2!OอN'็%R'!@!!@!#@% @ํ@N'็%!Oอออ#>##/%?Q
หนา ๗
เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ เมษายน ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 250
|
442.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/442.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
เรื่อง จ าแนกและก าหนดระดับความรู้ความสามารถ และก าหนดช่วงอัตราค่าจ้างที่เหมาะสม
กับระดับความรู้ความสามารถของผู้ประกอบอาชีพ สาขาอาชีพช่างอุตสาหการ
สาขาช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๓๙ (๓) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗ คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในประกาศนี้ ผู้ประกอบอาชีพ สาขาอาชีพช่างอุตสาหการ สาขาช่างเชื่อมอาร์ก
โลหะด้วยมือ หมายถึง ผู้ที่ปฏิบัติงานเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ เชื่อมโลหะที่เป็นเหล็กกล้า
คาร์บอนให้ติดกัน โดยปฏิบัติงานการเชื่อมอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(๑) การเชื่อมโครงสร้างอาคาร โครงสร้างหลังคา โครงสร้างเสาป้ายโฆษณา โครงสร้างสะพาน
หรือถังไซโล ที่มีพื้นที่ปฏิบัติงานโดยรวมตั้งแต่ ๒๔ ตารางเมตรขึ้นไป ทั้งภายในอาคารและภายนอก
อาคาร
(๒) การเชื่อมภาชนะรับแรงดันหรือหม้อไอน้ า การเชื่อมท่อส่งน้ ามัน ท่อส่งแก๊ส ท่อดับเพลิง
ท่อแรงดัน หรือท่อน้ า ที่มีแรงดันตั้งแต่ ๑๐ บาร์ขึ้นไป
(๓) การเชื่อมโครงสร้างเรือบรรทุกสินค้าเทกอง เรือบรรทุกสินค้าทั่วไป เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์
เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกสารเคมี เรือบรรทุกน้ ามัน หรือเรือบรรทุกแก๊ส
(๔) การเชื่อมโครงสร้าง ตัวถัง หรือแชสซีส์รถโดยสาร รถบรรทุก ลูกพ่วง หางพ่วง
รถอีแต๋น รถแทรกเตอร์ รถไถ รถปลูกข้าว รถเกี่ยวข้าว รถตัดอ้อย รถคีบอ้อย รวมถึงตู้คอนเทนเนอร์
(5) การเชื่อมซ่อมบ ารุงระบบการขนส่งทางราง รวมถึงตู้ขนส่ง และตู้โดยสาร
การปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่งทุกต าแหน่งท่าเชื่อม ต้องเป็นการปฏิบัติงานเชื่อมที่มีการเดิน
แนวเชื่อมต่อเนื่องเกินกว่า ๑๐ เซนติเมตร และใช้วัสดุหรือมีลักษณะงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(๑) เหล็กแผ่นหรือเหล็กรูปพรรณ ที่มีความหนาตั้งแต่ ๓ มิลลิเมตรขึ้นไป
(๒) ท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ ๑๐๐ มิลลิเมตรขึ้นไป และมีความหนาตั้งแต่
๓ มิลลิเมตรขึ้นไป
(๓) มีรอยต่อชิ้นงานเป็นรอยต่อรูปตัวที (T-Joint) หรือรอยต่อชน (Butt Joint)
ข้อ ๒ จ าแนกและก าหนดระดับความรู้ความสามารถของผู้ประกอบอาชีพ สาขาอาชีพ
ช่างอุตสาหการ สาขาช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ออกเป็น ๓ ระดับ ดังนี้
(1) ระดับ ๑ หมายถึง ผู้ซึ่งปฏิบัติงานเชื่อมแผ่นเหล็กกับแผ่นเหล็ก แผ่นเหล็กกับท่อเหล็ก
หรือท่อเหล็กกับท่อเหล็ก โดยรอยต่อชิ้นงานเป็นรอยต่อรูปตัวที (T-Joint) ทั้งนี้ ระดับความรู้
้หนา ๒๒
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ความสามารถให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างอุตสาหการ
สาขาช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ระดับ ๑
(2) ระดับ ๒ หมายถึง ผู้ซึ่งปฏิบัติงานเชื่อมแผ่นเหล็กกับแผ่นเหล็ก โดยรอยต่อชิ้นงาน
เป็นรอยต่อชน (Butt Joint) ทั้งนี้ ระดับความรู้ความสามารถให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในมาตรฐาน
ฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างอุตสาหการ สาขาช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ระดับ ๒
(3) ระดับ ๓ หมายถึง ผู้ซึ่งปฏิบัติงานเชื่อมท่อเหล็กกับท่อเหล็ก โดยรอยต่อชิ้นงาน
เป็นรอยต่อชน (Butt Joint) ทั้งนี้ ระดับความรู้ความสามารถให้เป็นไปตามที่ก าหนดไว้ในมาตรฐาน
ฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างอุตสาหการ สาขาช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ระดับ ๓
ข้อ ๓ ช่วงอัตราค่าจ้างที่เหมาะสมกับระดับความรู้ความสามารถของผู้ประกอบอาชีพ
สาขาอาชีพช่างอุตสาหการ สาขาช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ให้เป็นดังนี้
(1) ระดับ ๑ วันละ ๔๔๐ บาท ถึง ๕๑๐ บาท
(2) ระดับ ๒ วันละ ๕๑๐ บาท ถึง ๕๙๐ บาท
(3) ระดับ ๓ วันละ ๕๙๐ บาท ขึ้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖3
สุทธิ สุโกศล
ปลัดกระทรวงแรงงาน
ประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
้หนา ๒๓
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๑๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓
|
train
| 251
|
1384.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1384.pdf
|
ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เรื่อง หลักเกณฑ์การส่งหนังสือหรือเอกสารโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. 2565
โดยที่เป็นการสมควรก าหนดเพิ่มช่องทางให้บริษัทหรือคณะกรรมการส่งหนังสือหรือเอกสาร
ให้แก่กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ของบริษัทโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งจะเป็นการอ านวย
ความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจและท าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วขึ้น และสอดรับ
กับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบัน
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 7/1 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจ ากัด พ.ศ. 2535
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจ ากัด (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2565 อธิบดีกรมพัฒนา
ธุรกิจการค้าในฐานะนายทะเบียน ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 บริษัทหรือคณะกรรมการ อาจส่งหนังสือหรือเอกสารให้แก่กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้
ของบริษัทโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามช่องทางที่ก าหนดได้ หากบุคคลดังกล่าวได้แจ้งความประสงค์
หรือยินยอมโดยชัดแจ้งเป็นหนังสือหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ให้บริษัทก าหนดช่องทาง
วิธีการ และระยะเวลา ให้กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ แจ้งความประสงค์หรือความยินยอมให้ส่งหนังสือ
หรือเอกสารโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
การส่งหนังสือหรือเอกสารตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทหรือคณะกรรมการส่งไปยังที่อยู่
ตามจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดที่บุคคลนั้นได้แจ้งไว้
ข้อ 2 กรณีที่กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ของบริษัท ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียด
ที่อยู่ตามจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้แจ้งไว้แล้ว หรือยกเลิกให้ส่งหนังสือ
หรือเอกสารโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์จะต้องแจ้งให้บริษัททราบด้วย
กรณีที่ไม่ได้แจ้งให้บริษัททราบภายใน ระยะเวลาที่บริษัทก าหนด ให้ถือว่าการส่งหนังสือ
หรือเอกสารไปยังที่อยู่ตามจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่กรรมการ ผู้ถือหุ้น
หรือเจ้าหนี้ได้แจ้งไว้ เป็นการส่งหนังสือหรือเอกสารโดยชอบแล้ว
ข้อ 3 การส่งหนังสือหรือเอกสารโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามประกาศนี้
ในกรณีที่ไม่มีข้อก าหนดใดในประกาศนี้ ให้น ากฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้บังคับ
โดยอนุโลม
ประกาศ ณ วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖5
ทศพล ทังสุบุตร
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
นายทะเบียน
้หนา ๒๓
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๒๖๙ งราชกิจจานุเบกษา ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕
|
train
| 252
|
1612.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1612.pdf
|
พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๗๕)
พ.ศ. ๒๕๖๖
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖6
เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ ในบางกรณี
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ (๑)
แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๗๕) พ.ศ. ๒๕๖๖”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
้หนา ๒๘
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้
“เงินเทียบเท่าเงินปันผล ” หมายความว่า เงินที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ซึ่งเป็นผู้ออกตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์จ่ายให้แก่ผู้ถือตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศจากเงินปันผ ลหรือเงินได้
ที่มีลักษณะท านองเดียวกันกับเงินปันผล หรือเงินได้จากการขายหุ้นปันผลที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
นิติบุคคลนั้นได้รับมาอันเนื่องมาจากการถือหลักทรัพย์ต่างประเทศเพื่อการออกตราสารแสดงสิทธิ
ในหลักทรัพย์ต่างประเทศดังกล่าว
มาตรา ๔ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร
ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ออกตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ส าหรับเงินได้ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่ได้รับจาก
การถือหลักทรัพย์ต่างประเทศไว้ เพื่อการออกตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ได้จ่าย
ให้แก่ผู้ถือตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น
ต้องไม่น าเงินได้ดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการค านวณก าไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
มาตรา ๕ ให้ลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละสิบของเงินได้
ส าหรับเงินได้พึงประเมินที่ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้ถือตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้รับจากบริษัท
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๔ ซึ่งเมื่อค านวณภาษีตามมาตรา ๕๐ (๒)
แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าร้อยละสิบของเงินได้ ทั้งนี้
ส าหรับเงินได้พึงประเมินในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เงินได้ที่เป็นเงินเทียบเท่าเงินปันผลที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
ตามมาตรา ๔ จ่ายให้แก่ผู้ถือตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
(๒) เงินได้ที่เป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๔ เป็นผู้ออกให้เพิ่ม เนื่องจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น
ได้รับเงินปันผลหรือเงินได้ที่มีลักษณะท านองเดียวกันกับเงินปันผลหรือหุ้นปันผลจากการถือหลักทรัพย์
ต่างประเทศเพื่อการออกตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินตามวรรคหนึ่ง เมื่อค านวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา ๕๐ (๒)
แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายไม่เกินร้อยละสิบของเงินได้
ให้ผู้มีเงินได้มีสิทธิได้รับยกเว้นไม่ต้องน าเงินได้ดังกล่าวมารวมค านวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ เมื่อผู้มีเงินได้
ยอมให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา ๕๐ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราร้อยละสิบ
ของเงินได้นั้น
้หนา ๒๙
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
ให้ผู้มีเงินได้ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้วในอัตราร้อยละสิบของเงินได้ตามวรรคหนึ่ง
หรือวรรคสอง เมื่อถึงก าหนดยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิ นให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องน าเงินได้
พึงประเมินนั้นมารวมค านวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืน
หรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับสิทธิตามมาตรานี้ จะต้องไม่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล
ที่มิใช่นิติบุคคล
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๓๐
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลสนับสนุนให้มีการส่งเสริมธุรกรรม
เกี่ยวกับตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนในตลาดทุนไทย และส่งเสริม
ให้นักลงทุนรายย่อยมีโอกาสลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ อันเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและตลาดทุนไทย
เพื่อส่งเสริมให้มีธุรกรรมเกี่ยวกับตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความซ้ าซ้อนและบรรเทาภาระภาษีเงินได้ส าหรับธุรกรรมดังกล่าว
สมควรลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ส าหรับธุรกรรมเกี่ยวกับตราสารแสดงสิท ธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงจ าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
้หนา ๓๑
่เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๔๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖
|
train
| 253
|
494.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/494.pdf
|
ประกาศ
เรื่อง การให้ข้อก าหนด ประกาศ และค าสั่งที่นายกรัฐมนตรีก าหนด
ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ
ตามที่ได้มีประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่
ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ ๓) ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข ระงับยับยั้ง ฟื้นฟู หรือช่วยเหลือ
ประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาศัยอ านาจต ามความในมาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙
แห่งพระราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ นายกรัฐมนตรีจึงให้บรรดา
ข้อก าหนด ประกาศ และค าสั่งที่นายกรัฐมนตรีก าหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขต
ท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามประกาศ
ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่านายกรัฐมนตรีจะก าหนด
เป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖3
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๓๐
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓
|
train
| 254
|
1259.pdf
|
SUGAR
|
ACTION
|
SUGAR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1259.pdf
|
ระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน ้าตาลทราย
ว่าด้วยการจดทะเบียนสถาบันชาวไร่อ้อย
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2565
โดยที่เป็นการสมควรขยายระยะเวลาการขอจดทะเบียนและการตรวจสอบคุณสมบัติการเป็น
สถาบันชาวไร่อ้อยของสหกรณ์ที่มีฐานะเป็นสถาบันชาวไร่อ้อยอยู่เดิม เพื่อให้การด้าเนินการดั งกล่าว
เป็นไปโดยรอบคอบ
อาศัยอ้านาจตามความในมาตรา ๑๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน ้าตาลทราย
พ.ศ. ๒๕๒๗ คณะกรรมการอ้อยและน ้าตาลทรายโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงก้าหนดระเบียบไว้
ดังต่อไปนี
ข้อ ๑ ระเบียบนี เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน ้าตาลทราย ว่าด้วยการจดทะเบียน
สถาบันชาวไร่อ้อย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2565”
ข้อ ๒ ระเบียบนี ให้ใช้บังคับตั งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๘ แห่งระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน ้าตาลทราย
ว่าด้วยการจดทะเบียนสถาบันชาวไร่อ้อย ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบ
คณะกรรมการอ้อยและน ้าตาลทราย ว่าด้วยการจดทะเบียนสถาบันชาวไร่อ้อย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563
และให้ใช้ความต่อไปนี แทน
“คุณสมบัติตาม (๓) และ (๔) ส้าหรับสหกรณ์ที่มีฐานะเป็นสถาบันชาวไร่อ้อยอยู่เดิม ให้ใช้บังคับ
ตั งแต่ฤดูการผลิตปี ๒๕๖6/๒๕๖7 เป็นต้นไป”
ประกาศ ณ วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖5
กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
ประธานกรรมการอ้อยและน ้าตาลทราย
้หนา ๒
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ สิงหาคม ๒๕๖๕
|
train
| 255
|
1918.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1918.pdf
|
/>N&?.&ค>//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,ค
/N@ O/.@/'>&?!>/@@/N*APอ'/>@%อค>อ%B//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,ค'/>ํ@/BN#*-ห@%ค/
Q%@/ ํ@N%>%@/N?P./?&@//?&N/APอ/Oอ#B์
*.0. `cde
P .#?PN'็%@/2-ค// ํ@ห% ?Q%!อ%Oล>/>.>N/ล@@/' >&?!>/@@/N* APอ'/>@%อ
ค>อ%B//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,ค'/>ํ@/BN#*-ห@%ค/Q%@//?&N/APอ/Oอ#B์Oล>*>@/@N/APอ/Oอ#B์
@(CO&/>P,ค#?PR O/?&ค/@-N Aอ /Oอ%ห/AอN2?.ห@.อ?%N%APอ-@@@//>#ํ@อ(CO'/>อ&$B/>QหO// N/O/
-?'/>2>#$>,@* Oล>(CO&/>P,ค2@-@/"NO@"@@/QหO&/>@/อ/?R OP .N@.
อ@0?.อํ@%@!@-ค/@-Q%-@!/@ _^ (_) (c) Oล>-@!/@ `^ (_) OหN*/>/@&??!>
คBO-ค/อ(CO&/>P,ค *.0. `c`` ค>//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,คR O-?-!>Q%@/'/>B-ค/?Q#?P _/`cde
N-APอ/?%#?P __ -/@ค- `cde /@/>N&?.&R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ />N&?.&%?QN/?./N@ />N&?.&ค>//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,ค/N@ O/.@/'>&?!>/@@/
N*APอ'/>@%อค>อ%B//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,ค'/>ํ@/BN#*-ห@%ค/Q%@/ ํ@N%>%@/N?P./?&
@//?&N/APอ/Oอ#B์ *.0. `cde
Oอ ` />N&?.&%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'/>@0Q%/@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ a Q%/>N&?.&%?Q
N/APอ/Oอ#B์ ห-@.ค/@-/N@ คํ@/Oอ#B์@(CO&/>P,ค#?PR O/?&ค/@-N Aอ /Oอ%ห/AอN2?.ห@.
อ?%N%APอ-@@@//>#ํ@อ(CO'/>อ&$B/>
(CO&?ค?&&?@ ห-@.ค/@-/N@ (CO/N@/@@//BN#*-ห@%ค/ ห/Aอ(COR O/?&-อ&ห-@.
NO@ห%O@#?P ห-@.ค/@-/N@ &Bคล@/อ/BN#*-ห@%ค/ ห/Aอ&Bคล@/อAP%#?P(CO&?ค?&&?@
-อ&ห-@. QหO-?ห%O@#?P/?&N/APอ/Oอ#B์@(CO&/>P,ค
NO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ& ห-@.ค/@-/N@ &Bคล@/อ/BN#*-ห@%ค/ @P'>&?!>@%คBO-ค/อ
(CO&/>P,ค'/> ํ@2ํ@%?@%N! ห/Aอ&Bคล@/อAP%#?P(CO&?ค?&&?@-อ&ห-@. QหO-?ห%O@#?P/?&(> อ&
2ํ@%/%N/APอ/Oอ#B์@(CO&/>P,ค
คCN/? ห-@.ค/@-/N@ &Bคคล(CO.AP%คํ@/Oอ#B์Oล>(CO"C/Oอ#B์!Nอค>อ%B//-@/คBO-ค/อ
(CO&/>P,ค'/>ํ@/BN#*-ห@%ค/ Oล>QหOห-@.ค/@-//-"@&Bคคล(CO-?2>#$>/>#ํ@@/O#%&Bคคล%?Q% N
ค>อ%B//-@/ ห-@.ค/@-/N@ ค>อ%B//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,ค'/>ํ@/BN#*-ห@%ค/
2ํ@%?@% ห-@.ค/@-/N@ 2ํ@%?@%ค>//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,ค
ห-/ _
@//?&N/APอ/Oอ#B์
หนา ๑
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗
Oอ b QหONO@ห%O@#?P#?P-?ห%O@#?P/?&N/APอ/Oอ#B์ ํ@N%>%@//?&N/APอ/Oอ#B์@(CO&/>P,ค#?PR O/?&
ค/@-N Aอ /Oอ%ห/AอN2?.ห@.อ?%N%APอ-@@@//>#ํ@อ(CO'/>อ&$B/>!@-#?P/BN#*-ห@%ค/ํ@ห%
Oล>N2%อ(CO&?ค?&&?@*>@/@-อ&ห-@.QหONO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ& ํ@N%>%@/
/?#?PNห!BOหN@//Oอ#B์N> @Q%Q%N!*AQ%#?P/BN#*-ห@%ค/ (CO&/>P,ค-?2>#$>/Oอ#B์
!Nอค>อ%B//-@/R O
Oอ c ,@.Q!O&?ค?&Oอ d @//?&N/APอ/Oอ#B์@(CO&/>P,ค QหONO@ห%O@#?Pห/AอNO@ห%O@#?P
(CO/?&(> อ& OลO/O!N/? QหOคํ@O%>%ํ@ OO2>#$>Oล>ห%O@#?PQหO(CO/Oอ#B์#/@& ?!NอR'%?Q
(_) @//Oอ#B์R-N#ํ@QหOอ@.Bค/@-2> B ห.B อ.CNห/Aอ2> B ห.B ล
(`) @//Oอ#B์R-NN'็%@/!? 2>#$>อ(CO&/>P,ค#?P>%ํ@N/APอ/Oอ#B์R' ํ@N%>%ค ?!@-ห-@.
O/.!%Nอ Oล>ห@(CO&/>P,คR OR'QO2>#$> ํ@N%>%ค ?Q%0@ล O/.!%NอOลO/ QหOOON'็%ล@.ล?1์อ?1/
QหOค>อ%B//-@/#/@& ห/Aอห@ค>อ%B//-@/R O!//2อ&*&/N@(CO&/>P,คR OR'QO2>#$> ํ@N%>%ค ?
Q%0@ล O/.!%NอOลO/ QหO"Aอ/N@(CO&/>P,คR-N'/>2ค์QหOค>อ%B//-@/ ํ@N%>%@/อ?!NอR'
(a) (CO/Oอ#B์-?ห%O@#?PQ%@/!//2อ&ค ํ@2?P+ื้%+C>@/Oล>2"@%>& BคคลลO-ล>ล@.@
/-&?ค?&ค ?
(b) QหOO%>%ํ@Nอ#@@/!> !Nอ2อ&"@-ค/@-คA&ห%O@อN/APอ/Oอ#B์QหO(CO/Oอ#B์#/@&
Oอ d N/APอ/Oอ#B์#?Pค>อ%B//-@/R-N/?&*>@/@ ํ@N%>%@/ -? ?%?Q
(_) N/APอ/Oอ#B์#?P'/@OอN#O/>/N@(CO/Oอ#B์R-NQN(CO&/>P,ค!@-*/>/@&??!>คBO-ค/อ
(CO&/>P,ค *.0. `c``
(`) N/APอ/Oอ#B์#?P(CO/Oอ#B์N/?./OอคN@N2?.ห@.@@/AQอ2>%คO@ห/AอQO&/>@/#?P(> ห-@.
(a) N/APอ/Oอ#B์#?P'/@OอN#O/>/N@(CO/Oอ#B์-?2>#$>R O/?&@/*>@/@Oล> N.ค/@-N2?.ห@.
!@-ห-@.อAP%N'็%@/N*@>OลO/ Oล>N*?.*อ!Nอค/@-N2?.ห@.#?PO#O/>#?PR O/?&
(b) N/APอ/Oอ#B์#?P(CO/Oอ#B์R O.AP%+Oอ/Oอ!Nอ0@ล ห/Aออ.CNQ%/>ห/N@@/ ํ@N%>%/>&/%*>@/@
อ0@ลอAP%Q%N/APอN ?./?%OลO/ ห/Aอ#?P0@ล-?คํ@*>*@1@ห/Aอคํ@2?PN2/ON O @ OลO/ ห/Aอ(CO/Oอ#B์
อQหO&?ค?&ค ?!@-คํ@*>*@1@OลO/
(c) N/APอ/Oอ#B์#?P(CO/Oอ#B์R O/N@O@#%@.ค/@-QหO ํ@N%>%ค ? O!N#%@.ค/@--@/Oอ#B์
QหOค>อ%B//-@/ ํ@N%>%ค ?O#%
(d) N/APอ/Oอ#B์#?Pอ@.Bค/@-ค ?2>Q%2B OลO/
Q%/?#?P-?@/N2%อคํ@/Oอ#B์#?Pค>อ%B//-@/R- N/?&*>@/@ ํ@N%>%@/!NอNO@ห%O@#?P
QหONO@ห%O@#?PN2%อQหO(CO&?ค?&&?@*>@/@R-N/?&N/APอ/Oอ#B์ Oล>-?ห%?2AอOOQหO(CO/Oอ#B์#/@&
,@.Q%.?P2>&/?%%?&O!N/?%#?P/?&N/APอ/Oอ#B์
หนา ๒
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗
ห-/ `
@/ ํ@N%>%@/N?P./?&N/APอ/Oอ#B์
Oอ e N-APอ(CO&?ค?&&?@R O-อ&ห-@.Qห ONO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&N'็%(CO/?&(> อ&2ํ@%/%
N/APอ/Oอ#B์@(CO&/>P,คOลO/ QหONO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ& ํ@N%>%@/!//2อ&OอN#O/>Oล>Nอ2@/
*.@%หล?@% ห@R-NN*?.*อ!Nอ@/ ํ@N%>%@/QหOOO(CO/Oอ#B์N*APอ?QOOอN#O/>ห/Aอ2N*.@%หล?@%
N*>P-N!>-,@.Q%.?P2>&/?%%?&O!N/?%#?PR O/?&-อ&ห-@. Oล>N-APอR O/?&OอN#O/>Oล>Nอ2@/*.@%หล?@%
N*?.*อOลO/QหO ํ@N%>%@/อ.N@ห%@Pอ.N@Q ?!NอR'%?Q
(_) !//2อ&OอN#O/> '/>N O%OหN@//Oอ#B์ ค/@-'/>2ค์อ(CO/Oอ#B์#?P>QหO
ค>อ%B//-@/ ํ@N%>%@/ Oล>Nอ2@/*.@%หล?@%
(`) !//2อ&Oอห-@.
(a) ห@/Aอห/Aออค/@-NหO%@ห%N/.@%#?PN?P./Oอ
(b) -?ห%?2Aอ"@คCN/?ห/Aอ&Bคคล#?PN?P./Oอ N*APออ#/@&OอN#O/> ห/AอN>-@QหO"Oอ.คํ@
Oล>2NNอ2@/*.@%หล?@%
(c) ? QหO-?@/RลNNล?P. ห/Aอ'/>%?'/>%อ-Oอ*>*@#
(d) 2N'/>N O%N/APอ/Oอ#B์R'.?ห%N/.@%#?PN?P./Oอ?&'/>N O%N/APอ/Oอ#B์N*APอ2A&2/%
OอN#O/>N*>P-N!>- ห/AอQหO2NNอ2@/หล?@%#?PN?P./Oอ
(e) />$?@/อAP%Q #?Pํ@N'็%Oล>N?P./Oอ?&@//Oอ#B์N*APอQหOR OOอ.B!>Q%'/>N O%OหN@//Oอ#B์
Oอ f @/ ํ@N%>%@/!@-Oอ e NO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&2@-@/" ํ@N%>%@/P .ห% ?2Aอ
P#/0?*#์ P#/2@/ R'/1?.์อ>NลO#/อ%>2์ ห/AอNค/APอ-Aอ2APอ2@/อAP%Q Oล>@/N(>2A& />&&RลNNล?P.
ออ%Rล%์ 2APอ2?ค-ออ%Rล%์ ห/Aอ/>$?อAP% N OR O!@-#?PNหO%2-ค//
Oอ g /?#?POอN#O/>Oล>Nอ2@/*.@%หล?@% '/@/N@N/APอ/Oอ#B์N'็%อํ@%@ห%O@#?P
อห%N/.@%อAP%#?P-?ห-@.&??!>R/OP .N*@> !@--@!/@ `_ OหN*/>/@&??!>คBO-ค/อ(CO&/>P,ค
*.0. `c`` QหONO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&N2%อ(CO&?ค?&&?@2NN/APอ ?ลN@/R'.?ห%N/.@%อ/?ห/Aอ
2N/%/@@/อAP%#?PN?P./Oอ ํ@N%>%@/!@-อํ@%@Oล>ห%O@#?P */Oอ-#?Q-?ห%?2AอOOQหO(CO/Oอ#B์#/@&
,@.Q%2@-2>&/?%%?&O!N/?%#?PNO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&R O/?&-อ&ห-@.@(CO&?ค?&&?@
Oอ _^ Q%/?#?P-?Nห!Bอ?%ค// (CO&?ค?&&?@-?อํ@%@N/?.2ํ@%/%-@!//2อ& *>@/@
ห/Aออ@-อ&ห-@.NO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&อAP%2A&2/%2อ&2/%O#% ห/Aอ-อ&ห-@.NO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&
/N/-2A&2/%2อ&2/%N*>P-N!>-R O
Oอ __ NO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&อ@N2%อQหO*%?@%NO@ห%O@#?P!@-*/>/@&??!>คBO-ค/อ(CO&/>P,ค
*.0. `c`` -?ห%?2AอN/?.(CO"C/Oอ#B์ ห/Aอ(CON?P./Oอ-@?QOOอN#O/> QหO"Oอ.คํ@ห/AอQหO2NNอ2@/
*.@%หล?@% Q%/? ?%?Q
หนา ๓
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗
(_) &Bคคล ?ลN@/R-N-@*&NO@ห%O@#?Pห/AอNO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ& ห/AอR-N2NNอ2@/*.@%หล?@%
!@-ํ@ห%
(`) /?QลO@ อ@.Bค/@-
(a) /?-?(CO&/>P,คค%N ?./ห/Aอหล@.ค%#?PR O/?&ค/@-N2?.ห@.ํ@%/%-@
(b) /?#?P-?(ล/>#&!Nอค/@-'ลอ ,?.อ(CO&/>P,ค
(c) /?อAP%#?P-?ค/@-ํ@N'็%N/N N/%
Oอ _` @/-?ห%?2AอN/?.(CO"C/Oอ#B์ ห/Aอ&Bคคล#?PN?P./Oอ-@QหO"Oอ.คํ@ 2NNอ2@/
*.@%หล?@% ห/Aอ?QOOอN#O/> QหO2N O/./>$?ห%@P/>$?Q ?!NอR'%?Q
(_) 2N#@R'/1 ?.์ล#>N&?.%!อ&/?&QหO? 2NR'.?#?P#ํ@@/ ห/Aอ#?Pอ.CN!@-,C->ลํ@N%@
อคCN/?ห/Aอ&Bคคล#?PN?P./Oอ ห/Aอ#?Pอ.CN!@-#?PคCN/?OOค/@-'/>2ค์R/ON'็%ห%?2Aอ
(`) &Bคคล%ํ@2N "O@(CO/?&R-N.อ-/?&ห/Aอ"O@>%ํ@R'2NR-N*&(CO/?& Oล>ห@R O2NQหO?&&BคคลQ
@P&//ลB%>!>,@/>#?Pอ.CNห/Aอ#ํ@@%Q%2"@%# ?P%?Q% ห/AอQ%/?#?P(CO%?Q%R-N.อ-/?& ห@R O/@ห%?2Aอ%?Q%
ห/Aอ'ิ ห%?2Aอ%?Q%R/OQ%#?P@PNหO%R ON@. 2"@%#?P%?Q% !Nอห%O@NO@*%?@%!@-#?Pํ@ห% Q%/>#//
&?&#?P __ (*.0. `cb`) ออ!@-ค/@-Q%*/>/@&??!>/>$?'>&?!>/@@/#@'ค/อ *.0. `cag
@PR'N'็%*.@%OQหO"Aอ/N@R O/?&ห%?2AอOลO/
Oอ _a Q%/?#?PคCN/?ห/Aอ&Bคคล#?PN?P./Oอ-@*&N O@ห%O@#?P(CO/?&(> อ& QหONO@ห%O@#?P
(CO/?&(> อ&2อ&"@-คCN/?ห/Aอ&Bคคล#?PN?P./Oอ/N@'/>2ค์#?P>N/@RลNNล?P./>?&Oอ*>*@#ห/AอR-N
Oล>"O@คCN/?QหO"Oอ.คํ@อ.N@R/ OQหO&?%#@"Oอ.คํ@!@-%?Q% Oล>Q%/?#?P-?@/ ํ@N%>%@/N/@RลNNล?P.
Oอ*>*@#QหO'>&?!>!@-/>N&?.&ค>//-@/ค BO-ค/อ(CO&/>P,ค/N@ O/.หล?N์@/RลNNล?P.ห/Aอ
'/>%?'/>%อ-Oอ*>*@#N?P./?&@/ล>N-> 2>#$>อ(CO&/>P,คอ/BN#*-ห@%ค/ *.0. `cde
Q%/?#?PคCN/?2@-@/"!ล.อ-ค/@- ?%R O QหONO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&? #ํ@&?%#@Oอ!ล
ห/Aอ2?@'/>%?'/>%อ-.อ-ค/@-Qห OคCN/?#?Q2อ)N@.ลล@.-AอAPอQ%&?%#@Oอ!ลห/Aอ2?@
'/>%?'/>%อ-.อ-ค/@- Oล>/@.@%(CO&?ค?&&?@!NอR'
Oอ _b N-APอNO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&2A&2/%2อ&2/%Oล>//&//-*.@%หล?@%#?PN?P./Oอ?&
N/APอ#?P/Oอ#B์ ห/Aอ'/>N O%Oอ*>*@##?P/Oอ#B์N2/OOลO/ QหONO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&2/B'2ํ@%/%
@/2A&2/%2อ&2/%*/Oอ-ค/@-NหO% N2%อ(CO&?ค?&&?@*>@/@2?P@/
(_) Q%/?#?P(CO&?ค?&&?@NหO%ค//.B!>N/APอ!@-Oอ _c อ/>N&?.&&?&%?Q QหO(CO&?ค?&&?@
OO(ล@/*>@/@QหO(CO/Oอ#B์#/@&,@.Q%2@-2>&/?%%?&O!N.B!>N/APอ/Oอ#B์ Oล>2/B'2ํ@%/%2A&2/%
2อ&2/%QหO2ํ@%?@%#/@& N*APอN2%อค>//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,ค#/@&!NอR'
(`) Q%/?#?P(CO&?ค?&&?@NหO%ค// ํ@N%>%ค ?N?P./?&@/ล>N- > 2>#$>อ(CO&/>P,ค!@-
*/>/@&??!>คBO-ค/อ(CO&/>P,ค *.0. `c`` QหONO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&2/B'2ํ@%/%@/2 A&2/%
2อ&2/%OอN#O/> Oอห-@. Oล>//&//-*.@%หล?@%#?PN?P./Oอ N2%อค>อ%B//-@/*>@/@
หนา ๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗
(a) Q%/?#?Pค>อ%B//-@/-?-!>NหO%2-ค//QหO ํ@N%>%ค ??&(CO'/>อ&$B/> QหONO@ห%O@#?P
(CO/?&(> อ&//&//-OอN#O/> Nอ2@/Oล>*.@%หล ?@%#?PN?P./Oอ?&N/APอ#?P/Oอ#B์ */Oอ-#?Q
/@.@%@/'/> B-ค>อ%B//-@/N2%อ(CO&?ค?&&?@ N*APอ2NN/APอ/Oอ#B์QหOON2ํ@%?@%,@.Q%
.?P2>&/?%%?&O!N/?%#?Pค>อ%B//-@/R OQหO@//?&/อ-!> ?ลN@/ N*APอN2%อค>//-@/ค BO-ค/อ
(CO&/>P,ค*>@/@!NอR'
(b) Q%/ ?#?Pค>//-@/ค BO-ค/อ( CO&/>P,ค-?-!> QหONO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&O O-!>
ค>//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,คQหO(CO/Oอ#B์#/@&P .N/O/
Oอ _c N/APอ/Oอ#B์#?PQหO(CO&?ค?&&?@*>@/@.B!>N/APอ/Oอ#B์ N-APอ'/@OอN#O/>
?!NอR'%?Q
(_) N/APอ/Oอ#B์#?PR O-?@/ ํ@N%>%@/!@-?Q%!อ%Q%@/*>@/@N/APอ/Oอ#B์%N2/O2>Q%
/>&/%@/ ห@(CO/Oอ#B์R O-@/Oอ#B์Qห-NP .อ@0?.OอN#O/>Oล>'/>N O%N ?./?%อ?
(`) N/APอ/Oอ#B์#?P-?OอN#O/>#ํ@%อN ?./?&N/APอ#?Pค>//-@/ค BO-ค/อ( CO&/>P,ค
R ONค.-?-!>ห/Aอ-?คํ@/>%>?.QหO.B!>N/APอN'็%O%/&//#? @%R/OOลO/
(a) N/APอ/Oอ#B์#?P(CO/Oอ#B์R O.AP%R/OR-N-?ค/@-? N% R-N2@-@/"#ํ@ค/@-NO@QQ%N%AQอห@2@/>
#?P/Oอ#B์ R-Nลล@.-AอAPอ R-N'/@Nอ2@/หล ?@%!N@ N '/>อ&@// Oอ#B์ ห/Aอ-?@/
-อ&อํ@%@P .R- N-?@/'ิ ห/Aอํ@/>คN@อ@/O2!-' ์QหOค/&"O/%!@-ห-@. Oล>N-APอ'/@/N@
(CO/Oอ#B์R O/?&ห%?2AอOO@NO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&QหO-@ ํ@N%>%@/OOROอ&*/Nอ ?ลN@/OลO/
O!NR-N-@*& ห/AอR-N2NNอ2@/*.@%หล?@%ห/AอR-NQหOOอN#O/>N*>P-N!>-,@.Q%2>&หO@/?%%?&O!N/?%#?P
(CO/Oอ#B์R O/?&ห%?2Aอ
(b) N/APอ/Oอ#B์#?PNO@ห%O@#?P(CO/?&(> อ&-?ห%?2AอOOQหO(CO/Oอ#B์-@*&N*APอQหO"Oอ.คํ@
? 2NNอ2@/ ห/Aอ ํ@N%>%@/อ.N@อAP%#?PN?P./?&N/APอ/Oอ#B์ O!N(CO/Oอ#B์R-N-@*& ห/AอR-N2NNอ2@/
ห/AอR-NQหOOอN#O/>N*>P-N!>-,@.Q%2>&หO@/?%%?&O!N/?%#?P(CO/Oอ#B์R O/?&ห%?2Aอ
(c) N/APอ/Oอ#B์#?P'/@OอN#O/>Oล>*.@%หล ?@%? N%/N@ (CO/Oอ#B์N'็%)N@.
(> 2?@ N/?./OอคN@N2?.ห@.N>%ค/@-N'็%/> N/?./Oอค/@-N2?.ห@.N>%/N@ห-@.ํ@ห%
N/?./OอคN@N2?.ห@.#?PR-N2@-@/" ?QO/@.ล>Nอ ?. OหNค/@-N2 ?.ห@.R O ห/Aอ(CO/Oอ#B์R-NR ON'็%
(CO"Cล>N-> 2>#$>
(d) N/APอ/Oอ#B์#?P'/@OอN#O/>Q%,@.หล?@#?P/?&N/APอ/Oอ#B์R/OOลO//N@ (CO/Oอ#B์
?&(CO"C/Oอ#B์2@-@/"!ล/>?&Oอ*>*@#?%R O
'/>@0 /?%#?P `d -?%@ค- *.0. `cde
*/N*O/ B%ล>Nอ?.
/?-%!/?'/>ํ@2ํ@%?%@./?-%!/?
'/>$@%//-@/คBO-ค/อ(CO&/>P,ค
หนา ๕
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 256
|
237.pdf
|
UST
|
ACTION
|
UST_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/237.pdf
|
ประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย
เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิง
ของการให้บริการตู้สินค้า ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง
ตามประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย ก้าหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้
น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการตู้สินค้า นั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาศัยอ้านาจ
ตามความในข้อ ๔ และข้อ ๑๓ ของระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการใช้ท่าเรือ บริการ
และความสะดวกต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๔๙๔ จึงให้ด้าเนินการ ดังนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ
การใช้น้้ามันเชื้อเพลิงข องการให้บริการตู้สินค้า ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง ลงวันที่
๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒
ข้อ ๒ ก้าหนดอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้น้้ามันเชื้อเพลิงของการให้บริการตู้สินค้า
ณ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒
ดังนี้
บาท / ตู้
ขนาด ๒๐' ๔๐' >๔๐'
ตู้มีสินค้า ๔๔ ๘๘ ๙๙
ตู้สินค้าเปล่า ๒๖ ๕๒ ๕๙
ข้อ ๓ การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมตามข้อ ๒ ทุกวันที่
๑ มกราคม ๑ เมษายน ๑ กรกฎาคม และ ๑ ตุลาคมของทุกปี ซึ่งใช้ผลต่างของราคาน้้ามันดีเซล
ของบริษัท ปตท. จ้ากัด (มหาชน) ระหว่างราคาเฉลี่ยในระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมาเปรียบเทียบกับ
ราคาเฉลี่ยทั้งปีของปี พ.ศ. ๒๕๔๗ และจะปรับปรุงในกรณีที่ผลการค้านวณอัตราค่าธรรมเนียม
มีการเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ ๕
ประกาศ ณ วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖2
เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร
ผู้อ้านวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย
้หนา ๕๐
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๕๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๒
|
train
| 257
|
552.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/552.pdf
|
กฎกระทรวง
ก ำหนดเครื่องก ำเนิดรังสีที่ไม่อยู่ภำยใต้กำรควบคุม
ตำมพระรำชบัญญัติพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙
พ.ศ. ๒๕๖๓
อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๕ วรรคสอง แห่งพระรำชบัญญัติพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ
พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
มำตรำ ๘ (๕) และมำตรำ ๒๕ ประกอบกับมำตรำ ๑๘ แห่งพระรำชบัญญัติพลังงำนนิวเคลียร์
เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรอุดมศึกษำ วิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โดยค ำแนะน ำของคณะกรรมกำรพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ให้เครื่องก ำเนิดรังสีดังต่อไปนี้ เป็นเครื่องก ำเนิดรังสีที่ไม่อยู่ภำยใต้กำรควบคุม
ตำมพระรำชบัญญัติพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙
(๑) เครื่องก ำเนิดรังสีที่มีพลังงำนสูงสุดของรังสีที่เกิดขึ้นไม่เกิน ๕ กิโลอิเล็กตรอนโวลต์
(๒) เครื่องก ำเนิดรังสีที่อุปกรณ์ก ำเนิดรังสีภำยในท ำงำนที่ควำมต่ำงศักย์ไม่เกิน ๕ กิโลโวลต์
ให้ไว้ ณ วันที่ 21 กันยำยน พ.ศ. ๒๕๖3
เอนก เหล่ำธรรมทัศน์
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรอุดมศึกษำ วิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
้หนา ๖๕
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๗๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๘ (๕) และมำตรำ ๒๕
ประกอบกับมำตรำ ๑๘ แห่งพระรำชบัญญัติพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้
รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรอุดมศึกษำ วิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโดยค ำแนะน ำของคณะกรรมกำร
พลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ มีอ ำนำจออกกฎกระทรวงก ำหนดเครื่องก ำเนิดรังสีที่ไม่อยู่ภำยใต้กำรควบคุม
ตำมพระรำชบัญญัติพลังงำนนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงจ ำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๖๖
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๗๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
|
train
| 258
|
521.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/521.pdf
|
ประกาศกระทรวงแรงงาน
เรื่อง ลักษณะการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่คณะกรรมการการแพทย์
จะพิจารณาให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการก าหนดลักษณะการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
ที่คณะกรรมการการแพทย์จะพิจารณาให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และข้อ 7
แห่งกฎกระทรวงค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ. ๒๕๖๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นไป
ข้อ 2 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ลักษณะการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
ที่คณะกรรมการการแพทย์จะพิจารณาให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ลงวันที่ 20 ธันวาคม
พ.ศ. 2560
ข้อ 3 ลักษณะการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามข้อ ๕ ของกฎกระทรวงค่ารักษาพยาบาล
ที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ. ๒๕๖๓ ให้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1) การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยลักษณะ
การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอย่างอื่นซึ่งรุนแรงหรือเรื้อรังและ
(ก) มีการรักษาที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนเช่นมีการผ่าตัดหลายครั้งหรือต้องใช้แพทย์
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือ
(ข) มีภาวะแทรกซ้อนซึ่งท าให้ ระยะเวลาการรักษาพยาบาลยาวนานขึ้นหรือผู้ป่วย
มีอาการรุนแรงขึ้น
(2) การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอย่างอื่นตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์
ข้อ 4 ลักษณะการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามข้อ ๖ ของกฎกระทรวงค่ารักษาพยาบาล
ที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ. ๒๕๖๓ ต้องมีลักษณะตามข้อ ๓ และมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) มีบาดแผลผิวหนังไหม้ในระดับลึกถึงหนังแท้ตั้งแต่ร้อยละยี่สิบห้าของพื้นที่ผิวของร่างกาย
(2) ผลการรักษาพยาบาลลูกจ้างเสียชีวิต
(3) มีลักษณะการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเข้าข่ายตามกฎกระทรวงค่ารัก ษาพยาบาล
ที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ 3 (1) - (7) ไม่น้อยกว่าสามข้อ
(4) มีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอย่างอื่นตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน
ประกาศ ณ วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖3
หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
้หนา ๕
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๘๗ งราชกิจจานุเบกษา ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๓
|
train
| 259
|
1698.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1698.pdf
|
'1>@0ค>11/@12NN21>/@1*?%@)?/AอO1@%
N1ANอ คB2/&?!>อ(CONO@1?&@1# 2อ&/@!1@%)?/AอO1@%OหN@!>
2@@อ@?*N@Nค1ANอล 2@@(CO&?ค?&1"'ั้%?N%!?%!>@&
P 0#?NN'็%@12/ค/1'1?&'1BคB2/&?!>อ(CONO@1?&@1# 2อ&/@!1@%)?/AอO1@%OหN@!>
2@@อ@?*N@Nค1ANอล 2@@*%?@%ค/&คB/Nค1ANอ?11"'ั้%?N% QหO/?ค/@/Nห/@>2/0>N@O%
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ `` /11ค2@/ OหN*1>1@&?ญญ?!>2NN21>/@1*?%@
)?/AอO1@% *.0. `cbc Oล>/@!1@ ag (a) OหN*1>1@&?ญญ?!>2NN21>/@1*?%@)?/AอO1@%
*.0. `cbc @NOORN*>N/N!>/P 0*1>1@& ?ญญ?!>2NN21>/@1*?%@)?/AอO1@% ( &?&#?N `)
*.0. `cce ค>11/@12NN21>/@1*?%@)?/AอO1@% @ออ'1>@0R/O ?%?O
Oอ _ QหO0Nล>'1>@0ค>11/@12 NN21>/@1*?%@)?/AอO1@% N1ANอ คB2/&?!>
อ(CONO@1?&@1# 2อ& 2@@อ@ ?*N@Nค1ANอล 2@@*% ?@%ค/&ค B/Nค1ANอ?11"'ั้%?N%
ล/?%#?N 20 /?%@ค/ *.0. 2558
Oอ 2 ํ@ห% ค B2/& ?!>อ( CONO@1?&@1# 2อ&/@!1@%) ?/AอO1@%Oห N@!>
2@@อ@?*N@Nค1ANอล 2@@(CO&?ค?&1"'ั้%?N%!?%!>@& R/O ?!NอR'%?O
2. _ (CONO@1?&@1# 2อ&/@!1@%)?/AอO1@%OหN@!> 2@@อ@?*N@Nค1ANอล
2@@(CO&?ค?&1"'ั้%?N%!?%!>@& 1> ?& _ !Oอ/?อ@0BR/N!Nํ@/N@ _f '?&1>&C1์%?&"@/?%2/?ค1
NO@1?&@1# 2อ& Oล>!Oอ/?คB2/&?!>อ0N@Q อ0N@ห%@N ?!NอR'%?O
( _) /?ห%?2Aอ1?&1อ'1>2&@1 ์@1#ํ@@% @1'>&?!>@% ห1Aอ@1
'1>อ&อ@ ?*Q%2@@อ@ ?*N@Nค1ANอล 2@@(CO&?ค?&1"'ั้%?N%!?%!>@& R/N%Oอ0/N@ 1 '?
@ห?/ห%O@@%ห1Aอ&Bคคล#?NN?N0/Oอ?&'1>2&@1์@1#ํ@@%
(2) (N@%@1)@)?/AอO1@%ห1Aอ)@อ@?*Q%2@@(CO&?ค?&1"'ั้%?N%!?%!>@&
R/N%Oอ0/N@ 30 ?N/P/ Oล>/?'1>2&@1์@@1)@ห1Aอ'>&?!>@%Q%>@1Q%2@@#?NN?N0/Oอ
R/N%Oอ0/N@ 200 ?N/P/
2. ` (CONO@1?&@1# 2อ&/@!1@%) ?/AอO1@%OหN@!> 2@@(CO&?ค?&1"'ั้%?N%
!?%!>@& 1> ?& 2 !Oอ/?อ@0BR/N!Nํ@/N@ 19 '?&1>&C1์%?&"@/?%2/?ค1NO@1?&@1# 2อ& Oล>!Oอ/?
คB2/&?!>อ0N@Q อ0N@ห%@N ?!NอR'%?O
( _) /?'1>2&@1 ์@1#ํ@@% ห1Aอ'1>อ&อ@ ?*N?N0/?&2@@อ@ ?*
N@Nค1ANอล 2@@(CO&?ค?&1"'ั้%?N%!?%!>@& R/N%Oอ0/N@ 1 '? %?&!?OO!N/?%#?NR O1?&ห%?2Aอ1?&1อ
/N@N'็%(CO(N@%@1# 2อ&/@!1@%)?/AอO1@%OหN@!> 2@@อ@?*N@Nค1ANอล 2@@(CO&?ค?&1"'ั้%?N%
!?%!>@& 1> ?& _
หนา ๔๔
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๖๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖
(2) R Oค>O%%1//Q%@1# 2อ&/@!1@%)?/AอO1@%OหN@!> 2@@อ@?*
N@Nค1ANอล 2@@(CO&?ค?&1"'ั้%?N%!?%!>@& 1> ?& _ R/N%Oอ0/N@1Oอ0ล>O' 2>&
'1>@0 /?%#?N 22 ?%0@0% *.0. `cdd
&Bญอ& 2B#$/%?2/1์
'ล? 1>#1/O1@%
'1>$@%11/@12NN21>/@1*?%@)?/AอO1@%
หนา ๔๕
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๖๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 260
|
1233.pdf
|
HR
|
NON
|
HR_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1233.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
เรื่อง คุณสมบัติของผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
สาขานักดูแลและบริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๒๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๓๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗
คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานก าหนดคุณสมบัติของผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐาน
ฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขานักดูแลและ
บริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไว้ดังนี้
ข้อ ๑ ผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขานักดูแลและบริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระดับ ๒
ต้องมีอายุไม่ต่ ากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์นับถึงวันสมัครเข้ารับการทดสอบ และต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังต่อไปนี้
(๑) มีหนังสือรับรองประสบการณ์การท างานหรือประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาอาชีพช่างไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขานักดูแลและบริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไม่น้อยกว่า ๑ ปี
จากหัวหน้างานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์การท างาน
(๒) ผ่านการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือฝึกอบรมอาชีพ ในสาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์
และคอมพิวเตอร์ สาขานักดูแลและบริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือในสาขาที่เกี่ยวข้อง
ไม่น้อยกว่า ๙๐ ชั่วโมง
(๓) เป็นผู้ที่จบการศึกษาไม่ต่ ากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเท่าในสาขา
ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนี้
ข้อ 2 ผู้ที่ก าลังศึกษาอยู่ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีสุดท้ายในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ
สาขานักดูแลและบริหารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถเข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน
แห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขานักดูแลและบริหารระบบ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระดับ ๒ ได้
ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖5
บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์
ปลัดกระทรวงแรงงาน
ประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
้หนา ๒๑
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๕๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
|
train
| 261
|
1139.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1139.pdf
|
ประกาศกรมศุลกากร
ที่ ๓๘/๒๕๖5
เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกรมศุลกากร ที่ ๒๓๗/๒๕๖๔
เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional
Comprehensive Economic Partnership) และเพื่อให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรตามข้อผูกพันตามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ
ระดับภูมิภาค ลงวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๗ มาตรา ๒๕ มาตรา ๕๑ และม าตรา ๖๓
แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ อธิบดีกรมศุลกากร จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ แห่งประกาศกรมศุลกากร ที่ ๒๓๗/๒๕๖๔
เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรตามข้อผูกพันตามความตกลง
หุ้นส่วนท างเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
ประกาศกรมศุลกากร ที่ ๒๕/2565 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกรมศุลกากร ที่ 237/2564
ลงวันที่ 2๒ กุมภาพันธ์ 2565 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 2 รายชื่อภาคีที่ได้รับการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรตามข้อผูกพัน
ตามความตกลง RCEP
(๑) เนการาบรูไน ดารุซซาลาม
(๒) ประเทศออสเตรเลีย
(๓) ประเทศนิวซีแลนด์
(๔) ประเทศญี่ปุ่น
(๕) ราชอาณาจักรกัมพูชา
(๖) สาธารณรัฐสิงคโปร์
(๗) สาธารณรัฐประชาชนจีน
(๘) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
(๙) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(๑๐) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
(๑๑) สาธารณรัฐเกาหลี
(๑๒) ประเทศมาเลเซีย”
้หนา ๗
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๗๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ส าหรับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕
เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
พชร อนันตศิลป์
อธิบดีกรมศุลกากร
้หนา ๘
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๗๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕
|
train
| 262
|
721.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/721.pdf
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เรื่อง กําหนดแบบ หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข
สําหรับการยื่นแบบรายงานขอมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกัน
และมูลคารวมของธุรกรรมระหวางกันในแตละรอบระยะเวลาบัญชี
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓ โสฬส แหงประมวลรัษฎากร ซึ่งแกไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑
แหงประมวลรัษฎากร และมาตรา ๗๑ ตรี วรรคหนึ่ง แหงประมวลรัษฎากร ซึ่งแกไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉ บับที่ ๔๗) พ.ศ. ๒๕๖๑ อธิบดีกรมสรรพากร
กําหนดแบบ หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขสําหรับการยื่นแบบรายงานขอมูลเกี่ยวกับบริษัท
หรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกันและมูลคารวมของธุรกรรมระหวางกันในแตละรอบ
ระยะเวลาบัญชี ดังตอไปนี้
ขอ ๑ ใหยกเลิก
(๑) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กําหนดแบบรายงานขอมูลเกี่ยวกับบริษัท
หรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกันและมูลคารวมของธุรกรรมระหวางกันในแตละรอบ
ระยะเวลาบัญชี ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒
(๒) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได (ฉบับที่ ๓๗๒) เรื่อง กําหนด
หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขสําหรับการยื่นแบบรายงานขอมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล
ที่มีความสัมพันธกันและมูลคารวมของธุรกรรมระหวางกันในแตละรอบระยะเวลาบัญชี ลงวันที่
๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ขอ ๒ ใหแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกัน
ตามมาตรา ๗๑ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร (Disclosure Form) เปนแบบรายงานขอมูลเกี่ยวกับ
บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกันและมูลคารวมของธุรกรรมระหวางกันในแตละรอบ
ระยะเวลาบัญชีตามมาตรา ๗๑ ตรี วรรคหนึ่ง แหงประมวลรัษฎากร
้หนา ๔๒
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๓๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔
ขอ ๓ ใหบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีหนาที่ตองยื่นแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัท
หรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกันตามมาตรา ๗๑ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร (Disclosure Form)
ยื่นแบบรายงานดังกลาวผานระบบเครือขายอินเทอรเน็ตทางเว็บไซต (Website) ของกรมสรรพากร
www.rd.go.th โดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังตอไปนี้
(๑) เขาสูระบบการยื่นแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มี
ความสัมพันธกันตามมาตรา ๗๑ ทวิ แห งประมวลรัษฎากร (Disclosure Form) ทางเว็บไซต
(Website) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th โดยตรง โดยใชชื่อผูใช (Username) และรหัสผาน
(Password) ที่ไดรับจากการลงทะเบียนเขาใชระบบดังกลาวของกรมสรรพากร
(๒) เขาสูระบบการยื่นแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล
ที่มีความสัมพันธกันตามมาตรา ๗๑ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร (Disclosure Form) ทางเว็บไซต
(Website) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th ผานระบบบริการ Tax Single Sign On ทางเว็บไซต
(Website) ของกระทรวงการคลัง https://etax.mof.go.th โดยใชชื่อผูใช (Username) และรหัสผาน (Password)
ที่ไดรับจากการลงทะเบียนการเขาใชระบบบริการ Tax Single Sign On ของกระทรวงการคลัง
ขอ ๔ บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่ประสงคจะยื่นแบบรายงานตามขอ ๓ จะตองยื่นคําขอ
เพื่อลงทะเบียนการใชระบบการยื่นแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล
ที่มีความสัมพันธกันตามมาตรา ๗๑ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร (Disclosure Form) ผานระบบเครือขาย
อินเทอรเน็ตของกรมสรรพากรตามขอ ๓ (๑) หรือระบบบริการ Tax Single Sign On
ของกระทรวงการคลังตามขอ ๓ (๒) และเมื่อไดรับอนุมัติแลวจึงจะมีสิทธิยื่นรายการขอมูล
ตามแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกันตามมาตรา ๗๑ ทวิ
แหงประมวลรัษฎากร (Disclosure Form) ผานระบบเครือขายอินเทอรเน็ต ทางเว็บไซต (Website)
ของกรมสรรพากร www.rd.go.th
ขอ ๕ การยื่นแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกัน
ตามมาตรา ๗๑ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร ( Disclosure Form) ตามขอ ๓ ใหถือวาบริษัท
หรือหางหุนสวนนิติบุคคลไดยื่นแบบรายงานดังกลาวแลวเมื่อบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลนั้น
้หนา ๔๓
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๓๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔
ไดรับหมายเลขอางอิงการยื่นแบบจากระบบการยื่นแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล
ที่มีความสัมพันธกันตามมาตรา ๗๑ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร (Disclosure Form)
ขอ ๖ ในกรณีที่มีเ หตุอันสมควรจนไมสามารถดําเนินการตามขอ ๓ ได ใหบริษัท
หรือหางหุนสวนนิติบุคคลยื่นแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล
ที่มีความสัมพันธกันตามมาตรา ๗๑ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร ( Disclosure Form) ที่พิมพจาก
ระบบเครือขายอินเทอรเน็ตทางเว็บไซตของกรมสรรพากร www.rd.go.th พรอมทั้งแจงตออธิบดีกรมสรรพากร
เปนหนังสือถึงเหตุอันสมควรจนไมสามารถดําเนินการไดนั้นพรอมการยื่นแบบรายงานดังกลาว
ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตทองที่ที่สถานประกอบการของบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลตั้งอยู
ขอ ๗ การยื่นแบบรายงานประจําปสําหรับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกัน
ตามมาตรา ๗๑ ทวิ แหงประมวลรัษฎากร (Disclosure Form) ตามขอ ๖ ใหถือวาบริษัท
หรือหางหุนสวนนิติบุคคลไดยื่นแบบรายงานดังกลาวแลวเมื่อบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลนั้น
ไดรับใบรับการยื่นแบบรายงานนั้นจากกรมสรรพากร
ขอ ๘ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่ถูกยกเลิกโดยประกาศนี้ ใหยังคงใชตอไป
สําหรับการยื่นแบบรายงานขอมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธกัน
และมูลคารวมของธุรกรรมระหวางกันในแตละรอบระยะเวลาบัญชีตามมาตรา ๗๑ ตรี วรรคหนึ่ง
แหงประมวลรัษฎากร สําหรับเงินไดของบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มตน
ในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
ขอ ๙ ประกาศนี้ใหใชบังคับสําหรับการยื่นแบบรายงานขอมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคล
ที่มีความสัมพันธกันและมูลคารวมของธุรกรรมระหวางกันในแตละรอบระยะเวลาบัญชี สําหรับเงินไดของบริษัท
หรือหางหุนสวนนิติบุคคลซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓
เปนตนไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔
เอกนิติ นิติทัณฑประภาศ
อธิบดีกรมสรรพากร
้หนา ๔๔
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๓๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔
|
train
| 263
|
1944.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1944.pdf
|
'1>@01/#?P >%
N1AP1 OORNพ>P/N!>/'1>@01/#?P >% ํ@/% Q/O2ํ@%?@%#?P >%?//? 2ํ@%?@%#?P >%2@@
Oล>2ํ@%?@%#?P >%2N/%O0 N'็%2ํ@%?@%#?P >%1>NลO#11%>2์!N@2ํ@%?@%O&&11%Rล%์
P 0#?PN'็%@12/ค/1OORNพ>P/N!>/'1>@01/#?P >% N1AP1 ํ@/% Q/O2ํ@%?@%#?P >%?//?
2ํ@%?@%#?P >%2@@ Oล>2ํ@%?@%#?P >%2N/%O0Q%พAQ%#?P1BN#พ//@%ค1 ?//? 1B&ล1@$@%? ?//? /%1ค@0
?//? &@@0 ?//? N?0Q//N ?//? 2ล@ ?//? 2>/์&B1? ?//? 1%ON% ?//? Nพ1&B1?
?//? '#B/$@%? ?//? %%#&B1? ?//? 2/B#1'1@@1 ?//? %ค1%@0 ?//? %ค1'/
Oล>?//? >N>N#1@ N'็%2ํ@%?@%#?P >%1>NลO#11%>2์!N@2ํ@%?@%O&&11%Rล%์ @P'1>@0#?Q
__ ?//? ?ลN@/ R Oํ@/% /ล?N์Q/O'1>@%#?P/?#?P >%10CNQ%N!พAQ%#?P ?ลN@/ Oล>/?/%?2A1
O2 2>#$>Q%#?P >%'1>N.#P% #?P >% 2@/@1"0AP%คํ@1 #>N&?0%2>#$>Oล>#ํ@%>!>11/N?P0/?&#?P >%
2ํ@%?@%#?P >%O/NQ O/N/%@P1?//? #?P1$>& ?1/#?P >%R O'1>@0ํ@/% Q/ON'็%2ํ@%?@%#?P >%
1>NลO#11%>2์!N@2ํ@%?@%O&&11%Rล%์R ONพ@>@1 #>N&?0%2>#$>Oล>%>!>11/#?PR/N/?@1'1>@0
/1A1@11?/? Oล>ํ@/% />$?@1Q/O0AP%คํ@1(N@%1>&&%? #>N&?0%ลN//%O@ (1>&& e-QLands)
Oล>ํ@/% N AP1%RQ/ O(CO1!O1R' ํ@N%>%@1#?P2ํ@%?@%#?P >%#?P!O1@1# ํ@%>!>11/ O/0!%N1
(R/N2@/@1"/1&1ํ@%@R O)
1/#?P >%R O ํ@N%>%@1Q/O'1>@%2@/@1"0AP%คํ@1 #>N&?0%2>#$>Oล>#ํ@%>!>11/N?P0/?&
#?P >%R O 2ํ@%?@%#?P >%O/NQ O/N/%@P1?//? #?P1$>& ?1/#?P >%R O'1>@0ํ@/% Q/ON'็%
2ํ@%?@%#?P >%1>NลO#11%>2์!N@2ํ@%?@%O&&11%Rล%์ @PN'็%N1#@NลA1N1#@/%@P#?P2@/@1"
1ํ@%/0ค/@/2> /Oล>ล .@1>Q/ OON'1>@%/@R O1>0>/%@POลO/ P 0'1>@0#?Q __ ?//?
?ลN@/ R Oํ@/% NAP1%RQ/O(CO1 #>N&?0%2>#$>Oล>%>!>11/!O1R' ํ@N%>%@1#?P2ํ@%?@%#?P >%
#?P!O1@1#ํ@%>!>11/ O/0!%N1R/N2@/@1"/1&1ํ@%@R O ?%?Q% NพAP1N'็%@11ํ@%/0ค/@/2> /
ON(COQO&1>@1 Oล>N'็%@101> ?&@1Q/O&1>@1Q/O21 คลO1N//@>2/!@/%P0&@01 ?&@ล >>#?ล
'1>1& ?&2ํ@%?@%#?P >%R O/?ค/@/พ1O1/Q%@1Q/ O&1>@1Q%1C'O&&11%Rล% ์/@1> ?&/%@POลO/
@'1>@001> ?&@1Q/O&1>@11'1>@01/#?P >% #?Q __ ?//? ?ลN@/O@!O% #?Pํ@/%
NAP1%RQ/O(CO1!O1R' ํ@N%>%@1#?P2ํ@%?@%#?P >%#?P!O1@1#ํ@%>!>11/ O/0!%N1 (R/N2@/@1"/1&
1ํ@%@R O) N'็% ํ@/% Q/O(CO1 #>N&?0%2>#$>Oล>%>!>11/@PN'็%/%N/0@%11? 1?/>2@/>
1ค์@11?&@ล Oล>2"@&?%@1N>% 2@/@1"/1&1ํ@%@Q%@1#ํ@%>!>11/R ONพ@>@1 #>N&?0%2>#$>
Oล>%>!>11/N?P0/?&@1ํ@%1N#N@%?Q%
'1>@0 /?%#?P 1 N/1@0% พ.0. `_`a
พ1พ%์ NพOญพ@2
1$>& ?1/#?P >%
หนา ๑๒
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๕๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 264
|
2223.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2223.pdf
|
#>##/
ํ@ห% '#>N # %> Oล>%@ อP#@% (&?&#?N a)
.0. `_`a
อ@0?"อํ@%@!@!ค/@!Q%&#% >"@!คํ@/N@ P#@% Q%!@!#@ _ /##คห%@N !@!#@ `
/##คห%@N Oล>!@!#@ a /##คห%@N OหN#>#@&??!>P#@% .0. `_a_ @NOORN>N!N!>!
P "#>#@& ??!>P#@% ( &?&#?N `) .0. `_`` #?!%!#?/N@@##>##/อ B!ส@ห##!
ออ#>##/R/O ?!NอR'%?O
QหO"Nล>ค/@!Q% (_) อ'#>N #ห#Aอ%> อP#@%Q%ลํ@ ?&#?N bb OหN&??#O@"#>##/
ํ@ห% '#>N # %> Oล>%@ อP#@% .0. `_`a Oล>QหOQOค/@!!NอR'%?OO#%
ลํ@? ท?N !/>N ทห/Aอ>อP/@ @อP/@
P/@ํ@วท?N _ P/@ํ@วท?N ` P/@ํ@วท?N a
๘๘ ( _) @/"ล>ล?@R้@
@ล?@Oสอ@ท>.์
.NวOท?N>?O หล?ค@
@้@ ห/AอสNวห@NสNวQ
อ@ค@/ @N Bคคลอ@NO@อ.CN
ห/AอQOสอ.RO
- - P/@ทB@
QหOR/O /?%#?N `_ $?%/@ค! .0. `_`a
Nอ%? #Oอ!?%$B์
#?!%!#?/N@@##>##/อB!ส@ห##!
หนา ๑๖
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๗
ห!@"Nห!B :- Nห!B(ลQ%@#'#>@0QO#>##/&?&%?O คAอ P "#?N'ัB&?%N#คP%Pล"?@#(ล>!O(ล?@%
Oสอ@#>!"์Oล>@##?RNค>ล!?ค/@!O@/ห%O@!@">N@O% Oล>@#(ล>!ล?@%R้@@ล?@%Oสอ@#>!"์
N'็%@#(ล>!#?NN'็%ล?@%ส>อ@ @N!?@#ํ@?& COลP "ห%N/"@%อAN%อ#?อ"CNOลO/!@!ห!@"/ N@ O/"
@#'#>อ&>@#ล?@% NANอN'็%@#ส%?&ส%B%QหO'#>@%QOล?@%ส>อ@ P "@#(ล>!ล?@%R้@
@ล?@%Oสอ@#>!"์QหO!@@O% ล !O%#B%Q%@#'#>อ&>@# #/!#?Oล @#>Oล>อB'ส##คQ%@#!Oอ'>&?!>
!@!#>N&?"&อห!@"#?NN?N"/Oอหล@"&?& อ?#?ONANอQหO @ค#?ส@!@#"&##ลB%P"&@" O@%ล?@%
!@!N'้@ห!@"@# ?%@#?N"?N"A% (Sustainable Development Goals: SDGs) Oล>!@!ค/@!!ล
#>ห/N@'#>N#0@N'#>N#0R#"!??%$#?Q%@#ล @#'ลNอ"P@N#Aอ%#>P "@#!?สN/%#N/!อ#B @คสN/%
ส!ค/#"Nล >'#>N #ห# Aอ%> อP#@%(ล >!ล?@%R้@@ล?@%Oสอ@# >!"์#?N!> !?O&%หล?ค@
@ ้@ ห#AอสN/%ห%@NสN/%Q &%อ@ค@# ?ลN@/ออ@@#N'็%P#@% @ํ@N'็%!Oอออ#>##/%?O
หนา ๑๗
เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 265
|
59.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/59.pdf
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
(ฉบับที่ 7)
เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ส าหรับการบริจาคให้แก่สถานศึกษา
ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 654)
พ.ศ. 2561
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความใน
ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 654) พ.ศ. ๒๕61 อธิบดีกรมสรรพากร
ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ
และอากรแสตมป์ ส าหรับการบริจาคให้แก่สถานศึกษา ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในประกาศนี้
“สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลง
ระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการช านัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ
ข้อ 2 การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา ส าหรับการบริจาคให้แก่สถานศึกษา
ตามมาตรา ๓ (๑) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
(ฉบับที่ 654) พ.ศ. ๒๕61 จะต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น
ข้อ 3 การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ส าหรับการบริจาค
ให้แก่สถานศึกษา ตามมาตรา ๓ (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 654) พ.ศ. ๒๕54 จะบริจาคเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าก็ได้
กรณีบริจาคเป็นทรัพย์สินหรือสินค้า ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้
(๑) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดหาทรัพย์สินหรือสินค้ามาเพื่อการบริจาค ต้องมี
หลักฐานการได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสินค้าที่ระบุจ านวนและมูลค่าของทรัพย์สินหรือสินค้านั้น โดยให้ถือว่า
มูลค่าตามหลักฐานดังกล่ าว เป็นมูลค่าของทรัพย์สินหรือสินค้าที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีสิทธิ
ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
(๒) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลบันทึกบัญชีทรัพย์สินที่จะน ามาบริจาคดังกล่าว
เป็นทรัพย์สินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ให้ถือเอามูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือจากการค านวณ
หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน เป็นมูลค่าของทรัพย์สินที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
มีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
(๓) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นผู้ผลิตสินค้าเพื่อขายหรือเป็นผู้ขายสินค้า
ให้ถือเอามูลค่าต้นทุนของสินค้าดังกล่าวที่สามารถพิสูจน์ได้ เป็นมูลค่าของสินค้าที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
นิติบุคคลมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
้หนา ๑๑
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๔๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ ตุลาคม ๒๕๖๑
ข้อ 4 ผู้ที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ส าหรับการบริจาคให้แก่สถานศึกษาตามข้อ 2 และข้อ 3
ต้องมีเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้จากสถานศึกษา พร้อมให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้
(๑) กรณีบริจาคเป็นเงิน ได้แก่ ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานอื่นเป็นหนังสือที่ออกโดย
สถานศึกษาผู้รับบริจาค เช่น หนังสือขอบคุณ ใบประกาศเกียรติคุณ ใบอนุโมทนาบัตร ซึ่งหลักฐาน
ดังกล่าวต้องระบุจ านวนเงินที่ได้บริจาคและสามารถพิสูจน์การรับบริจาคจากผู้บริจาคได้ โดยมีการรับรอง
อย่างชัดแจ้งจากสถานศึกษาว่าได้รับบริจาคจริง
(๒) กรณีบริจาคเป็นทรัพย์สินหรือสินค้า ได้แก่ หลักฐานเป็นหนังสือที่ออกโดยสถานศึกษา
ผู้รับบริจาคซึ่งพิสูจน์ได้ว่าได้บริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าให้ แก่สถานศึกษา เช่น หนังสือขอบคุณ
ใบประกาศเกียรติคุณ ใบอนุโมทนาบัตร ซึ่งหลักฐานดังกล่าวได้ระบุมูลค่าของทรัพย์สินหรือสินค้านั้น
ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3
ข้อ 5 บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
ส าหรับการบริจาคให้แก่สถานศึกษา ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 654) พ.ศ. ๒๕61 ต้องไม่น าเงินบริจาคที่ได้ใช้สิทธิยกเว้น
ภาษีเงินได้นั้น ไปหักลดหย่อนส าหรับเงินบริจาคตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร หรือ
ต้องไม่น าเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นั้นไปหักเป็นรายจ่ายตามมาตรา ๖๕ ตรี (๓)
แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อ 6 การยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์
ส าหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้ า หรือส าหรับการกระท าตราสาร
อันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่สถานศึกษา ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความใน
ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 654) พ.ศ. ๒๕61 ผู้ที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีดังกล่าว
จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือที่ออกโดยสถานศึกษาผู้ รับบริจาคซึ่งพิสูจน์ได้ว่าได้บริจาคทรัพย์สิน
หรือสินค้าให้แก่สถานศึกษา เช่น หนังสือขอบคุณ ใบประกาศเกียรติคุณ ใบอนุโมทนาบัตร
ซึ่งหลักฐานดังกล่าวได้ระบุมูลค่าของทรัพย์สินหรือสินค้านั้นตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3 พร้อมให้เจ้าพนักงาน
ประเมินตรวจสอบได้
ข้อ 7 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. ๒๕61 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
อธิบดีกรมสรรพากร
้หนา ๑๒
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๔๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ ตุลาคม ๒๕๖๑
|
train
| 266
|
632.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/632.pdf
|
กฎกระทรวง
การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2564
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗๕ แห่งพระราชบัญญัติ
ประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณี
สงเคราะห์บุตร พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๔ ประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรให้เหมาจ่ายเป็นเงินในอัตราแปดร้อยบาท
ต่อเดือนต่อบุตรหนึ่งคน”
ให้ไว้ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖4
สุชาติ ชมกลิ่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
้หนา ๙
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรเพิ่มอัตราการจ่าย
ประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับเงินประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร
ในอัตราที่สูงขึ้น อันเป็นการบรรเทาภาระของผู้ประกันตนและให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ
และสังคมในปัจจุบัน จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๑๐
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔
|
train
| 267
|
1182.pdf
|
SSHE
|
ACTION
|
SSHE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1182.pdf
|
ประกาศส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่อง แนวทางการจัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
โดยที่เป็นการสมควร ก าหนดรูปแบบและจ านวนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ที่ต้องจัดส่งให้ส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือหน่วยงานของรัฐ
ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
อาศัยอ านาจตามความในข้อ 7 (7) (ก) ข้อ 8 (4) (ก) ข้อ 8 (4) (ข) และข้อ 14
แห่งประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ก าหนดโครงการ กิจการ หรือ
การด าเนินการ ซึ่งต้องจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ก าหนดโครงการ
กิจการ หรือการด าเนินการ ซึ่งต้องจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565
และข้อ 5 (4) (ก) ข้อ 5 (4) (ข) และข้อ 11 แห่งประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม เรื่อง ก าหนดโครงการ กิจการ หรือการด าเนินการที่อาจมีผลกระทบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชน
อย่างรุนแรง ซึ่งต้องจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ก าหนดโครงการ
กิจการ หรือการด าเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ
อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งต้องจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดท ารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 ส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จึงออกประกาศก าหนดแนวทางการจัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้ ดังต่อไปนี้
1. ในประกาศนี้
“รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ” หมายความว่า รายงานผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมเบื้องต้น รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม ส าหรับโครงการ กิจการ หรือการด าเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง
“รายงานฉบับสมบูรณ์ ” หมายความว่า รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ที่ได้รับความเห็นชอบหรือถือว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ช านาญการหรือได้รับความเห็น
้หนา ๗๐
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕
จากคณะกรรมการสิ่งแวด ล้อมแห่งชาติ แล้วแต่กรณี ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมตามความเห็นของ
คณะกรรมการดังกล่าวแล้ว
2. ให้ผู้ด าเนินการ ผู้ขออนุญาต และหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ กิจการ
หรือการด าเนินการ จัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ส านักงานนโยบายและ
แผนทรั พยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ
สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แล้วแต่กรณี ดังนี้
2.1 กรณีโครงการ กิจการ หรือการด าเนินการของหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ
ด าเนินการร่วมกับเอกชนที่ต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
2.1.1 ให้จัดส่งต้นฉบับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับหลัก
หรือฉบับแก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี จ านวน ๑ ฉบับ พร้อมส าเนา จ านวน ๕ ฉบับ ต้นฉบับรายงาน
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบั บย่อ จ านวน ๑ ฉบับ และรายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมดังกล่าวในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จ านวน 1 ชุด ในขั้นตอนเสนอคณะกรรมการ
ผู้ช านาญการพิจารณา
2.1.2 ให้จัดส่งต้นฉบับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับหลัก
หรือฉบับแก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี จ านวน ๑ ฉบับ พร้อมส าเนา จ านวน ๑ ฉบับ ต้นฉบับ
รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับย่อ จ านวน ๑ ฉบับ พร้อมส าเนา จ านวน 2๒ ฉบับ
และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าวในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จ านวน 1 ชุด
ในขั้นตอนเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณา
2.1.3 ให้จัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ฉบับหลัก จ านวน ๑ ฉบับ รายงานฉบับ
สมบูรณ์ฉบับย่อ จ านวน ๑ ฉบับ และรายงานฉบับสมบูรณ์ดังกล่าวในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
จ านวน 1 ชุด ภายในสี่สิบห้าวันนับถัดจากวันที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ความเห็น
2.2 กรณีโครงการ กิจการ หรือการด าเนินการ ที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
หรือไม่ต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
2.2.1 ให้จัดส่งต้นฉบับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับหลัก
หรือฉบับแก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี จ านวน ๑ ฉบับ พร้อมส าเนา จ านวน ๕ ฉบับ และรายงาน
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าวในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จ านวน 1 ชุด ในขั้นตอน
เสนอคณะกรรมการผู้ช านาญการพิจารณา
2.2.2 ให้จัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ฉบับหลัก จ านวน ๑ ฉบับ และรายงาน
ฉบับสมบูรณ์ดังกล่าวในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จ านวน 1 ชุด ภายในสี่สิบห้าวันนับถัดจากวันที่
คณะกรรมการผู้ช านาญการให้ความเห็นชอบหรือถือว่าให้ความเห็นชอบ
้หนา ๗๑
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕
3. นอกจากการจัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ตามข้อ 2.1.3 และ 2.2.2 แล้ว
ให้ผู้ด าเนินการ ผู้ขออนุ ญาต และหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ กิจการ หรือการ
ด าเนินการ จัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ดังต่อไปนี้ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย
3.1 รายงานฉบับสมบูรณ์ที่ได้ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
3.2 รายงานฉบับสมบูรณ์ที่ได้รวบรวมรายละเอียดข้อมูลรายงานการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมฉบับหลัก ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และฉบับย่อ (ถ้ามี) ทั้งหมดเรียงตามล าดับการพิจารณา
4. การจัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่ งแวดล้อมและรายงานฉบับสมบูรณ์ในรูปแบบ
ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ให้ด าเนินการ ดังนี้
4.1 จัดท าหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐาน
ส าหรับการจัดเก็บเอกสาร PDF/A
4.2 บันทึกไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ลงในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพกพา (USB Flash Drive)
หรืออุปกรณ์อื่นตามความเหมาะสม
5. ให้ผู้ด าเนินการ ผู้ขออนุญาต และหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ กิจการ
หรือการด าเนินการ น าเข้าข้อมูลเกี่ยวกับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์
ของส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (URL : eia.onep.go.th)
ก่อนจัดส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือรายงานฉบับสมบูรณ์ ดังนี้
5.1 กรอกข้อมูลเกี่ยวกับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือรายงาน
ฉบับสมบูรณ์บนระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(URL : eia.onep.go.th) และแนบหลักฐานยืนยันการรับข้อมูลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์มาพร้อมกับ
รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือรายงานฉบับสมบูรณ์ ส่งให้ส านักงานนโยบายและ
แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ
สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แล้วแต่กรณี ภายในเวลาที่ก าหนดในหลักฐานยืนยันการรับข้อมูลเข้าสู่ระบบ
อิเล็กทรอนิกส์
5.2 อัปโหลด (Upload) ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ของรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ได้ปก ปิดข้อมูล
ส่วนบุคคลตามข้อ 3.1 เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ
5.3 กรณีระบบอิเล็กทรอนิกส์ของส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม (URL : eia.onep.go.th) เกิดปัญหาหรือข้อขัดข้องจนท าให้ไม่สามารถใช้งานระบบ
เพื่อน าเข้าข้อมูลเกี่ยวกับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ ให้ผู้ด าเนินการ ผู้ขออนุญาต
และหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ กิจการ หรือการด าเนินการ จัดส่งรายงาน
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรูปแบบเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อ 2 หรือ 3
้หนา ๗๒
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕
ก่อนได้ และแจ้งเป็นหนังสือให้ส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบ
เพื่อแก้ไขปัญหาหรือข้อขัดข้องดังกล่าวด้วย
5.4 การกรอกข้อมูลเกี่ยวกับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ด าเนินการ
ตามคู่มือการใช้งานระบบฐานข้อมูลรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
6. ให้ผู้ด าเนินการ ผู้ขออนุญาต และหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ กิจการ
หรือการด าเนินการ ตรวจสอบข้อมูลรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและรายงานฉบับสมบูรณ์
ในรูปแบบเอกสารให้ถูกต้องตรงกับเนื้อหาในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนจัดส่งให้ส านักงานนโยบาย
และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ
สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
7. รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ยื่นไว้ก่อนประกาศนี้มีผลใช้บังคับ และยังอยู่
ระหว่างการพิจารณา ให้ด าเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ใช้บังคับอยู่เดิมจนกว่า
จบกระบวนการพิจารณา
8. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖5
พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช
เลขาธิการส านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
้หนา ๗๓
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕
|
train
| 268
|
1678.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1678.pdf
|
'#>@0#!$B#>ล?@%
N#ANอ หล?Nฑ์ Oล>/>$?@#Q%@# ํ@N%>%@#
#?N> อB&?!>Nห!B#?N#ํ@QหO#>&&@#%2NP@'ิP!#Nล?"!Nหล/#@#Nอํ@#B N2?"ห@"
.0. `cdd
อ@0?"อํ@%@!@!ค/@!Q%Oอ `` OหNฎ#>##/#>&&@#%2NP@'ิP!#Nล?"!Nหล/#@#Nอ
.0. `cd^ อ$>& ?#!$B#>ล?@% ออ'#>@0R/O ?!NอR'%?O
Oอ _ '#>@0%?OQหOQO&?ค?&!?OO!N/?%"? @/?%'#>@0Q%#@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ ` Q%'#>@0%?O
อB&?!>Nห!B ห!@"ค/@!/N@ Nห!B@#์#?N2N(ล#>#&!Nอค/@!'ลอ ?"อ#>&&@#%2N
P@'ิP!#Nล?"!Nหล/#@#Nอ @N#ํ@QหON> @#ํ@#B ห#AอR O#?&ค/@!N2?"ห@" ห#AอN> @##?N/RหลOล>
2N(ล#>#&#ํ@QหOR!N2@!@#"#?&ห#Aอ2NP@'ิP!#Nล?"!Nหล/R O!@!'!> ห#AอN> Nห!BNล>Rห!O
Oอ a N!ANอN> อB&?!>Nห!B (CO'#>อ& >@#ค/&ค B!!OอOO@#N> อB&?!>Nห!B!Nออ$>& ?
#!$B#>ล?@%ห#Aอ(CO@Nอ$>& ?!อ&ห!@" @"Q%ห%@N?N/P!%?&O!NR O#CO"@@#N> อB&?!>Nห!B Oล>!Oอห"B @#%2N
P@'ิP!#Nล?"!Nหล/Q%2N/%#?NN> อB&?!>Nห!B#?%#? %/N@>R O#ํ@@#Nอ!O! OOR Oล>#ํ@@## 2อ&
Oล>!#/2อ&%R!N&Oอ&#NอQ ๆ
@## 2อ&Oล>!#/2อ&!@!/##คห% @N QหO#ํ@@## 2อ&Oล>!#/2อ&P "( CO# 2อ&Oล>
!#/2อ&@N!?คB2!&?!>!@!ฎ#>##//N@ O/"@#ํ@ห% คB2!&?!>อ(CO# 2อ&Oล>!#/2อ&#?Nออ
!@!!@!#@ e
Q%#?#?N"?R!N!?(CO# 2อ&Oล>!#/2อ&!@!/##ค2อ QหO#ํ@@## 2อ&Oล>!#/2อ&P "
(CO'#>อ&>@#ค/&คB!@Nอ"CNQ%@#ค/&คB!อ%?@%NO@ห%O@#?N
Oอ b (CO'#>อ& >@#ค/&ค B!!Oอ? #ํ@#@"@%อ B&?!>Nห!BN&AOอ!O%Oล>#@"@%Qห O
#!$B#>ล?@%##@& @"Q%2@!/?%%?&O!N/?%#?NN> อB&?!>Nห!B
O&&#@"@%อB&?!>Nห!BN&AOอ!O% QหON'็%R'!@!#O@"'#>@0%?O
Oอ c (CO'#>อ& >@#ค/&ค B!!Oอ? #ํ@#@"@%@#N > อB&?!>Nห!BOล>#@"@%Qห O
#!$B#>ล?@%##@& @"Q%ห2 >&/?%%?&O!N/?%#?NN> อB&?!>Nห!B P "#@"@%! Oอ!?#@"ล>Nอ ?"
อ"N@%Oอ" ?!NอR'%?O
(_) (ล/>Nค#@>ห์2@Nห!Bอ@#N> อB&?!>Nห!B
(`) (ล#>#&!Nอ@#%2NP@'ิP!#Nล?"!Nหล/#@#Nอ
(a) O%/#@'้อ?%OOROล>@#ื้%Cค/@!N2?"ห@"
(b) '#>!@@#ค/@!N2?"ห@"ON?/>! #N@@" ##?"์2>% Oล>@#%2NP@'ิP!#Nล?"!Nหล/
หนา ๒๐
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖
(c) (ล@# ํ@N%>%@#N?N"/?&@# QOคN@N2?"ห@"!Nอ(COR O#?&(ล#>#&@อB&?!>Nห!B
(d) @# ํ@N%>%@##?#?N!?@# ํ@N%>%ค ?้อ#Oอ!Nอ0@ล
'#>@0 /?%#?N 14 ?%"@"% .0. `cd6
%?%$>@ #?2B@%>
อ$>& ?#!$B#>ล?@%
หนา ๒๑
เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๒๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖
$..e#
O 1@0@อ@ ?>Nห@N ?้อO
1> @1สNP@ซ!ิP1Nล?0/Nหลวท@ทNอ
N#?"% อ$>& ?#!$@#>ล?@%
_. "AO!1>อ >@1คว ค@/
_._ ?Pอ(AO'#>อ&>@#ค/&ค@!
........................
..........................................................
..........
_.` #?Pอ"ANอ(AO'#>อ&>@#ค/&ค@! Nล#?P
.
.
หOอ
.
.
?Q%
.
.
อ@ค@#
.
.
...........
ห!AN#?P
.
.
.
อ"
.
..........
.
.. "%%
...................... !ํ@&ล/O/
............
...........
อํ@N อ/N!
.
..
....
.. ?ห/?
.....
.....
.
. #ห?2R'#1?"์
.
..........................
P##0?#์
...
..
. !Nอ
...
. P##2@#
....
.
.
..
!Nอ
.
!?อ"?อ
......................
e-mail
......
.. website
..
..
.
.....................
..
..
_.a Q&อ%@ญ@!Nล#?P ...................................................... ห! อ@"@/?%#?P .......................................................
_.b &#>1?#'#>?% ?" ..................................................... ห!@"Nล#!$##!์ .............................................
`. @1N>อ@ ?>Nห@
`._ /?%#?PN> อ@&?!>Nห!@ .................................................... N/ล@#?PN> อ@&?!>Nห!@ .......................................... %.
`.` 2"@%#?PN> Nห!@2"@%#?PN> Nห!@ (QหO#>&@?PอN#?"&#>N/@ N> Nห!@ "%% !ํ@&ล/O/ อํ@N อ/N!
?ห/? ห#?อ#>ห/N@2"@%?ค/&ค@!Q N!?Q%#?P2"@%?!ํ@#/ Oล>/ห#?อ >? GPS &#>N/@ 2?N! O/"
......................................... ...............................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
`.a Oอ2?%%>1@%อ2@Nห!@ ........................................................................................................................
......................... ...............................................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
`.b #@"ล>Nอ?" อNห!@@#์ .....................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................... ...............................................................................................................................................
`.c />$?@##>?&Nห!@Oล>@# ํ@N%>%@##?PR O'>&?!>R'OลO/ ...........................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
`.d ค/@!N2?"ห@"..........................................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................... ...............................................................................................................................................
`.e (AO&@ NO& R!N!? !? ํ@%/% ........... ค% (AON2?"?/>! R!N!? !? ํ@%/% ........... ค%
`.f O(%@#OORื้%A2 @........................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................... ...............................................................................................................................................
`.g @"N@"Nห!@@#์ &#>N/2"@%#?PN> Nห!@
`._^ อ?P%N.....................................................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
......................... ...............................................................................................................................................
......................................... ...............................................................................................................................
a. "AO>Nอ!1>ส@@
?Pอ..........
........
P##0?#์!?อ"?อ
.
........................
..................
e-mail
.......
.
.......
..........................................
/?%#?P#@"@%............................... ล?Pอ
...................................
(AO'#>อ&>@#ค/&ค@!/(AOO#%
N/ล@...............................%. ( )
!ํ@Oห%N ............................................
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 269
|
593.pdf
|
SUGAR
|
ACTION
|
SUGAR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/593.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เรื่อง การจัดที่ดินชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
โดยที่เป็นการสมควรก าหนดให้มีแนวทางการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดที่ดินในเขตที่ดินชุมชน
ส าหรับกิจการที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกรเพื่อประโยชน์ในการจัดการที่อยู่อาศัยหรือ
กิจการสาธารณูปโภคหรือกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เพื่อให้การด าเนินการตามหน้าที่และอ านาจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องและรองรับการพัฒนา
ของสังคมชนบทสู่สังคมเมือง อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 19 (3) และ (12) แห่งพระราชบัญญัติ
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ และระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดิน
หรืออสังหาริมทรัพย์ส าหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
พ.ศ. 2541 คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง การจัดที่ดิน
ชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม”
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในประกาศนี้
“ชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ” หมายความว่า ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อ
เกษตรกรรมที่มีกลุ่มคนอาศัยอยู่เป็นกลุ่มก้อน ซึ่งมีทั้งเกษตรกรที่มีที่ดินประกอบเกษตรกรรมในบริเวณนั้น
และมีผู้ซึ่งมิได้เป็นเกษตรกร โดยมีการตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยแล้ว และมีการประกอบอาชีพอื่น ๆ
หรือกิจการพาณิชย์ต่าง ๆ เช่น ร้านค้า ร้านบริการ รวมทั้งการประกอบกิจการสาธารณูปโภคที่จ าเป็น
สถานที่ราชการ ตลอดจนมีการด าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน
และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้น
“เขตที่ดินชุมชน” หมายความว่า ชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่คณะกรรมการ
ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมก าหนดให้เป็นพื้นที่ส าหรับการ จัดที่ดินเพื่อกิจการที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่
ของเกษตรกรในการจัดการที่อยู่อาศัย กิจการสาธารณูปโภค และกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุน
หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามมาตรา 30 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติ
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532
“เกษตรกร” หมายความว่า เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ข้อ 4 การก าหนดเขตที่ดินชุมชนส าหรับการจัดที่ดินเพื่อกิจการที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่
ของเกษตรกรในการจัดการที่อยู่อาศัยหรือกิจการสาธารณูปโภคหรือกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุน
หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อย่างน้อยต้องมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
้หนา ๖๑
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๓๐๒ งราชกิจจานุเบกษา ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓
(1) ลักษณะการตั้งถิ่นฐาน มีการตั้งถิ่นฐานหนาแน่นเป็นชุมชน โดยมีรูปแบบการตั้งถิ่นฐาน
ที่อยู่รวมกันมาเป็นเวลาอันสมควร มีการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยใหม่ มีการตั้งถิ่นฐานแบบกระจัดกระจาย
ตามพื้นที่เกษตรกรรม และตั้งถิ่นฐานโดยปลูกสร้างบ้านเรือนตามแนวของถนนหรือแนวของริมสองฝั่งแม่น้ า
ล าคลองตามสภาพภูมิประเทศ
(2) เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา พาณิชยกรรม เกษตรอุตสาหกรรม การคมนาคมการขนส่ง
การท่องเที่ยว หรือการบริการสาธารณสุข เป็นต้น
(3) มีจ านวนครัวเรือนไม่น้อยกว่า 40 ครัวเรือน หรือความหนาแน่นของประชากร
ตั้งแต่ 1 - 12 คน/ไร่ ตามมาตรฐานการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ส าหรับเมืองขนาดกลางและขนาดเล็ก
ข้อ 5 ให้ ส.ป.ก. ด าเนินการก าหนดผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตที่ดินชุมชน โดยอาจ
ประสานกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือส านักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นในการก าหนดผังดังกล่าว
ข้อ 6 เกษตรกร บุคคล หรือนิติบุคคล ที่มีความประสงค์ขอรับการจัดที่ดินในเขตที่ดินชุมชน
เพื่อกิจการตามประกาศนี้ ให้ยื่นค าขอต่อ ส.ป.ก.จังหวัด แห่งท้องที่นั้น ตามระเบียบ
คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาต
และการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ส าหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุน
หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2541 ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) บุคคล หรือเกษตรกร ผู้มีบ้านเรือนอยู่อาศัยในเขตที่ดินชุมชน ให้ยื่นค าขอรับการจัดที่ดิน
เฉพาะการจัดที่อยู่อาศัย
(๒) บุคคล หรือนิติบุคคล ให้ยื่นค าขอรับการจัดที่ดินเฉพาะเพื่อกิจการสาธารณูปโภค
หรือกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ข้อ 7 เมื่อผู้มีอ านาจได้พิจารณาอนุญาตตามค าขอแล้ว นอกจากการด าเนินการให้เป็นไป
ตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
ในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ส าหรับกิจการ
ที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2541 แล้ว ให้ ส.ป.ก.
ด าเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) กรณีการอนุญาตการจัดที่ดิน ที่อยู่อาศัยส าหรับบุคคลที่ได้รับการจัดที่ดิน ให้จัดท าสัญญา
เข้าท าประโยชน์ในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม และหนังสืออนุญาตให้เข้าท าประโยชน์ในที่ดิน (ที่อยู่อาศัย) (ส.ป.ก.4 - 01 ช.)
แนบท้ายสัญญาดังกล่าว
(2) การอนุญาตอื่นนอกเหนือจาก (1) ให้จัดท าเป็นสัญญาเข้าท าประโยชน์ในที่ดิน
หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
โดยให้เรียกเก็บค่าตอบแทนตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมก าหนด
้หนา ๖๒
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๓๐๒ งราชกิจจานุเบกษา ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓
ทั้งนี้ ในการคิดค่าตอบแทนส าหรับผู้รับอนุญาตใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบ
กิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามประกาศนี้ ที่ได้ประกอบกิจการ
ไปก่อนการขออนุญาตตามประกาศนี้ ให้คิดค่าตอบแทนเป็นสองเท่าของค่าตอบแทนตาม (2)
ข้อ 8 กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการด าเนินการตามประกาศนี้ ให้น าเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรมเพื่อวินิจฉัยต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖3
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประธานกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
้หนา ๖๓
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๓๐๒ งราชกิจจานุเบกษา ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓
|
train
| 270
|
2191.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2191.pdf
|
'#>@0ค>##!@#2NN2#>!@#%#B%
#?P _c/`cde
N#APอ !@!#@#N/"Nห%Aอ(COR O#?&@#2NN2#>!@#%#B%#?PR O#?&(%#>#&@อB# ?"
NAPอN'็%@#&##N#@ค/@!N Aอ #Oอ%O%>N/"Nห%Aอ(COR O#?&@#2NN2#>!@#%#B%#?PR O#?&(%#>#&
@Nห!B@#์อB# ?" !%อ %ื้%C2"@%@#์QหO%?&NO@2CN @/>'!>P "N#O/#?P2B
อ@0?"อํ@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ _d !@!#@ `f O%>!@!#@ ad OหN#>#@&?ญญ?!>
2NN2#>!@#%#B% .0. `c`^ O%>#?POORN>P!N!>! ค>##!@#2NN2#>!@#%#B% @ออ'#>@0
ํ@ห% !@!#@#N/"Nห%Aอ(COR O#?&@#2NN2#>!@#%#B%#?PR O#?&(%#>#&@อB# ?" ?%?Q
NAPอ%R
Oอ _ !@!#@#%?QQหOQO&?ค?&?&(COR O#?&@#2NN2#>!@#%#B%#?PR O#?&(%#>#&@อB# ?"
!?QO!N'ี `cde N'็%!O%R'
Oอ ` #?P!?Q2"@%'#>อ&@#!Oออ"CNQ%N!AQ%#?P#?PR O#?&@#'#>@0N'็%N!AQ%#?P'#>2&
2@$@# ?"/N!@#QหOค/@!N/"Nห%Aอ(CO'#>2& ?">&?!>#?BN>%@อB# ?"N#N@%?Q%
Oอ a ํ@ห% #>">N/%@Q%@#"AP%คํ@อNAPออ#?&2>#$>O%>'#>P"%์ ?%?Q
a._ #?R O#?&(%#>#&@อ B# ?"Nอ%/?%#?Pค>##!@#ออ'#>@0
QหO"AP%คํ@อ#Oอ!ห%?@%ค/@!N2 ?"ห@"@อB# ?" @"Q% d N Aอ% %?&O!N/?%#?Pค>##!@#
ออ'#>@0&?&%?Q
a.` #?R O#?&(%#>#&@อ B# ?"!?QO!N/?%#?Pค>##!@#ออ'#>@0
QหO"AP%คํ@อ#Oอ!ห%?@%ค/@!N2?"ห@"@อB# ?" @"Q% d N Aอ% %?&O!N/?%#?P2>Q%2B 2"@%@#์อB# ?"
#?Q%?Q /?%#?P2>Q%2B 2"@%@#์อB# ?" ห!@""@ /?%#?P2"@%@#์อB# ?""B!>% !@!#?P#>&BQ%'#>@0
N!AQ%#?P'#>2&2@$@# ?"/N!@#QหOค/@!N/"Nห%Aอ(CO'#>2& ?">&?!>#?BN>%@อB# ?"
2>#$>O%>'#>P"%์
Oอ b QหOR O#?&"N/O%อ@#@NO@2ํ@ห#?&Nค#APอ?##?P%ํ@NO@!@# O#%Nค#APอ?##?PN2?"ห@"
@อB# ?"#?QNค#APอ?#Qห!N ห#AอNค#APอ?#QOO%O/@!N@'#>N#0@P!?อ@"BR!NN>% _^ 'ี %?&!?QO!N
'ี#?P(%>! "@'ี#?P%ํ@NO@ O%>QหO%?&N'็%N>%%#B%2ํ@ห#?&@#"N/O% @1?N>%R O%>!>&Bคค% P "!?ห%?N์
O%>NAPอ%R ?%?Q
b._ !OอO2 ห%?@%@#'#>N! >%ค/@!N2?"ห@"อNค#APอ?# NN% Nอ2@#
O2 !C%คN@ค/@!N2 ?"ห@"อ&# >1?#'#>?% ?" O%> @" N@"ห#AอNอ2@#อ AP%@PN'็%#?P"อ!#?&
อ2ํ@%?@%ค>##!@#2NN2#>!@#%#B%
หนา ๕๓
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๓๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ ธันวาคม ๒๕๖๗
b.` อ%Bญ@!QหO!? &?ญ?Nค#APอ?##?PR O#?&ค/@!N2?"ห@"@อB# ?" P "R!N!? @#>
@1?อ@#
b.a Nค#APอ?##?Pอ%ํ@NO@!@NAPอ# O#%Nค#APอ?##?PR O#?&ค/@!N2?"ห@" อ%Bญ@!
QหO%ํ@NO@Nค#APอ?##@"@# ?%N@/R ON?"ค#?QN ?"/
b.b #?@#%ํ@NO@Nค#APอ?#QOO%O/@!N@'#>N#0 >!OอR O#?&Q&#?&#อ@
2"@&?%#?PNAPอ"AอR OQ% O@%'#>2>#$> @อNค#APอ?# (%#>#&!Nอ2>PO/ %Oอ!O%>@#QO%?@%
@"Q% ` 'ี %?&O!N/?%#?Pอ%B!?!>
b.c ํ@ห% #>">N/%@%ํ@NO@Nค#APอ?## O#% O%O/O!N#? ?%?Q
b.c._ #?Pค#@##?PR O#?&@#2NN2#>!อ"CNN >!"?R!N2>Q%2B #>">N/%@%ํ@NO@
Nค#APอ?# QหOํ@ห% #>">N/%@%ํ@NO@Nค#APอ?## O#% @"Q%#>">N/%@%ํ@NO@ Nค#APอ?##?P!?อ"CNN >!
P "QหO2ํ@%?@%ค>##!@#2 NN2#>!@#%#B% >@#@"@"N/%@% ํ@NO@Nค#APอ?## O#%R O
!@!ค/@!Nห!@>2!
b.c.` #?Pค#@## ?PR O#?&@#2NN2#>!อ"CNN >!2>Q%2B #>">N/%@% ํ@NO@
Nค#APอ?#O%O/ QหOํ@ห% #>">N/%@% ํ@NO@Nค#APอ?## O#%!?QO!N/?%#?P"AP%อ#?&2>#$>O%>'#>P"%์
O%>2>Q%2B #>">N/%@%ํ@NO@Nค#APอ?# @"Q% ` 'ี %?&O!N/?%#?Pอ%B!?!>
Oอ c อ%B!?!>QหON>P!ํ@%?@#(%>!!@!ํ@%?@#(%>!#>อNค#APอ?##?PAQอ@Q%'#>N#0
O%>/ห#Aอ%ํ@NO@!@# O#%Nค#APอ?#N >!#?PR O#?&ค/@!N2?"ห@" #?Q%?Q Nค#APอ?##?PAQอ@Q%'#>N#0
!OอN'็%Nค#APอ?#Qห!NN#N@%?Q%
Oอ d อ%Bญ@!QหO!? &?ญ?/?!"B >&O%>/ ?2 Bํ@N'็%#?PR O#?&ค/@!N2 ?"ห@"ห# Aอ2Cญห@"
@อB# ?"P "R!N!? @#> @1?อ@#
Oอ e !อ&อํ@%@QหO2ํ@%?@%ค>##!@#2 NN2#>!@#%#B%>@#@อ%B!?!>@#R O#?&
2>#$>O%>'#>P"% ์"N/O%อ@#@NO@Nค#APอ?##?P%ํ@NO@!@# O#%Nค# APอ?##?PN2?"ห@"@อB# ?"
O%>!? &?ญ?/?!"B >&O%>/?2 Bํ@N'็%#?PR O#?&ค/@!N2?"ห@"ห#Aอ2Cญห@"@อ B# ?"!@!!@!#@#% ?Q
O%>QหO2@!@#"ออ'#>@0ห%?N์N>P!N!>!R O !@!ค/@!Nห!@>2!
#?Q%?Q !?QO!N&? %?QN'็%!O%R'
'#>@0 /?%#?P 1 $0>@"% .0. `cde
>?" Bห/>#
#อ%@"#?!%!#?
'#>$@%##!@#2NN2#>!@#%#B%
หนา ๕๔
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๓๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ ธันวาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 271
|
940.pdf
|
SSHE
|
ACTION
|
SSHE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/940.pdf
|
ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน
เรื่อง ก้าหนดลักษณะและคุณภาพของน ้ามันดีเซล
(ฉบับที่ 5)
พ.ศ. 2564
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงข้อก้าหนดลักษณะและคุณภาพของน ้ามันดีเซลให้เหมาะสมยิ่งขึ น
อาศัยอ้านาจตามความในมาตรา 25 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการค้าน ้ามันเชื อเพลิง พ.ศ. 2543
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี
ข้อ 1 ประกาศนี ให้ใช้บังคับตั งแต่วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในรายการ 17 ในตารางหมายเลข 1 ลักษณะและคุณภาพ
ของน ้ามันดีเซล แนบท้ายประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง ก้าหนดลักษณะและคุณภาพของน ้ามันดีเซล
พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 และให้ใช้ความต่อไปนี แทน
รายการ ข้อก้าหนด อัตราสูงต่้า
น ้ามันดีเซล
วิธีทดสอบ1/ หมุนเร็ว หมุนช้า
ธรรมดา บี 7 บี 20
17 ไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ ร้อยละโดยปริมาตร
ของกรดไขมัน
(Methyl ester of fatty acids, % vol.)
ไม่ต่้ากว่า
และ
ไม่สูงกว่า
6.0
10
6.0
7
19
20
- EN 14078
ประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
นันธิกา ทังสุพานิช
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
“
”
้หนา ๙
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๔๖ งราชกิจจานุเบกษา ๗ ตุลาคม ๒๕๖๔
|
train
| 272
|
2341.pdf
|
TIS
|
ACTION
|
TIS_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2341.pdf
|
'1>@01>#1/อB!2@ห11/
N1ANอ ํ@ห% /@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ พล?@%O2อ@#>!0์ - 2N/%'1>อ&Oล>/?2 Bอ!?/2>2/ -
NลN/ 5 ค/@/#%#@%Oล>'1>2>#$>.@พอ/?2 B%/%
พ.0. 2567
P 0#?NN'็%@12/ค/1 ํ@ห% /@!1@%(ล >!.?์อB!2@ห11/ พล?@%O2อ@# >!0์ -
2N/%'1>อ&Oล>/?2 Bอ!?/2>2/ - NลN/ 5 ค/@/#%#@%Oล>'1>2>#$>.@พอ/?2 B%/%
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ 15 OหNพ1>1@&?ญญ?!>/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/
พ.0. 2511 @NOORNพ>N/N!>/P 0พ1>1@& ?ญญ?!>/@!1@%(ล >!.?์อB!2@ห11/ ( &?&#?N 7)
พ.0. 2558 1?/%!1?/N@@11>#1/อB!2@ห11/ @ออ'1>@0!@/ OอN2%ออค>11/@1
/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/R/O ?%?O
Oอ 1 '1>@0% ?ON1?0/N@ '1>@01>#1/อ B!2@ห11/ N1ANอ ํ@ห% /@!1@%
(ล>!.?์อB!2@ห11/ พล?@%O2อ@# >!0์ - 2N/%'1>อ&Oล>/ ?2 Bอ!?/2>2/ - NลN/ 5
ค/@/#%#@%Oล>'1>2>#$>.@พอ/?2 B%/% พ.0. 2567
Oอ 2 '1>@0%?OQหO/?(ล%?&O!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ 3 QหOํ@ห% /@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ พล?@%O2อ@#>!0์ - 2N/%'1>อ&Oล>
/?2 Bอ!?/2>2/ - NลN/ 5 ค/@/#%#@%Oล>'1>2>#$>.@พอ/?2 B%/% /@!1@%Nล#?N มอก. 3986
เล่ม 5 - 2567 R/O ?/?1@0ล>Nอ?0 #O@0'1>@0%?O
'1>@0 /?%#?N 2๗ $?%/@ค/ พ.0. 2567
Nอ%? พ1Oอ/พ?%$B์
1?/%!1?/N@@11>#1/อB!2@ห11/
หนา ๔๗
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘
ขอมูลมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
แนบทายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ชื่อมาตรฐาน : พลังงานแสงอาทิตย - สวนประกอบและวัสดุของตัวสะสม -
เลม 5 ความทนทานและประสิทธิภาพของวัสดุฉนวน
SOLAR ENERGY - COLLECTOR COMPONENTS AND MATERIALS -
PART 5: INSULATION MATERIAL DURABILITY AND PERFORMANCE
มาตรฐานเลขที่ : มอก. 3986 เลม 5-2567
ผูจัดทํา : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
กรรมการวิชาการ : -
ขอบขาย : มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมนี้
- กําหนดขึ้นโดยรับ ISO 22975-5:2019 Solar energy — Collector
components and materials — Part 5: Insulation material
durability and performance มาใชโดยวิธีพิมพซ้ํา (reprint) ในระดับ
เหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช ISO ฉบับภาษาอังกฤษเปนหลัก
- ระบุขอกําหนดเกี่ยวกับวัสดุฉนวนสําหรับตัวเก็บพลังงานแสงอาทิตย และ
วิธีการทดสอบความทนทานและประสิทธิภาพของวัสดุฉนวนที่ใชใน
ตัวเก็บพลังงานแสงอาทิตย
- ใชไดกับวัสดุฉนวนทุกประเภทที่ใชในตัวสะสมพลังงานแสงอาทิตย เชน
โฟมโพลียูรีเทนชนิดแข็ง (PU) โฟมฟโนลิค (PF) วัสดุฉนวนใยหิน (MW)
และเสนใยแร
เนื้อหาประกอบดวย : รายละเอียดใหเปนไปตาม ISO 22975-5:2019
จํานวนหนา : 52 หนา
ISBN (e-book) :
978-616-617-553-0
ICS : 27.160
สถานที่จัดเก็บ : หองสมุดสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท 02 430 6834
ตอ 02 440-2441
สถานที่จําหนาย : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400
https://www.tisi.go.th
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 273
|
1250.pdf
|
SSHE
|
ACTION
|
SSHE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1250.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการควบคุมมลพิษ
เรื่อง เพิ่มเติมวิธีการตรวจสอบค่าบีโอดี
พ.ศ. 2565
ตามที่ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ก าหนดมาตรฐานควบคุม
การระบายน้ าทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด ฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
ได้ก าหนดวิธีการตรวจสอบค่าบีโอดีให้ท าโดยใช้วิธีการอะไซด์โมดิฟิเคชั่น (Azide Modification) หรือ
วิธีการอื่นที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษให้ความเห็นชอบ นั้น
เพื่อให้การตรวจสอบค่าบีโอดีของน้ าทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาดมีความหลากหลาย
และสามารถตอบสนองการท างานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คณะกรรมการควบคุมมลพิษจึงได้มีมติ
ในคราวการประชุมครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565 เห็นชอบให้ก าหนดวิธีตรวจสอบ
ค่าบีโอดีเพิ่มเติมอีก 2 วิธี คือ วิธีการเมมเบรนอิเล็กโทรด (Membrane Electrode) และวิธีการ
ออปติกคอลโพรบ (Optical Probe) ดังนั้น อาศัยอ านาจตามความในข้อ 14 (2) แห่งประกาศ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ก าหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ าทิ้งจากอาคาร
บางประเภทและบางขนาด ฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 คณะกรรมการควบคุมมลพิษ
จึงได้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ก าหนดวิธีการตรวจสอบค่าบีโอดีของน้ าทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด
เพิ่มเติม คือ
(1) วิธีเมมเบรนอิเล็กโทรด (Membrane Electrode)
(2) วิธีออปติกคอลโพรบ (Optical Probe)
ข้อ 2 นอกจากที่แก้ไขตามข้อ 1 แล้ว ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม เรื่อง ก าหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ าทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด
ฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ทุกประการ
ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖5
จตุพร บุรุษพัฒน์
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ประธานกรรมการควบคุมมลพิษ
้หนา ๗๐
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๗๑ งราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕
|
train
| 274
|
905.pdf
|
SUGAR
|
NON
|
SUGAR_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/905.pdf
|
ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ว่าด้วยมาตรการควบคุมสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย
พ.ศ. 2564
โดยที่เป็นการสมควรก าหนดให้ผู้ซึ่งมีสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตรายไว้ในครอบครอง
ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามมาตรการควบคุมสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๓๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
พ.ศ. ๒๕๖๒ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยมาตรการ
ควบคุมสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย พ.ศ. 2564”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นพนักงาน
เจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕
“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ข้อ 4 ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตรายแจ้งการครอบครอง
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบแจ้งการครอบครอง พร้อมแสดงหรือแนบหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) แสดงบัตรประจ าตัวประชาชนหรือเอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้ หรือหนังสือเดินทาง
ในกรณีที่บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
(๒) แสดงหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของหรือ
ผู้ครอบครอง
(๓) แนบแผนผังสังเขปของสถานที่ที่จะให้สัตว์ป่าอันตรายอยู่อาศัย หรือสถานที่เก็บรักษา
ซากสัตว์ป่าอันตราย พร้อมภาพถ่าย
(4) แนบหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่า
อันตรายในกรณีที่ผู้แจ้งการครอบครองมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินที่ใช้เป็น
สถานที่ครอบครองนั้น
(5) แนบภาพถ่ายชนิดและจ านวนสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตรายที่มีไว้ในครอบครอง
(6) แนบหนังสือมอบอ านาจ พร้อมส าเนาบัตรประจ าตัวประชาชนของผู้มอบอ านาจ
(กรณีที่มีการมอบอ านาจ)
้หนา ๖
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ กันยายน ๒๕๖๔
ข้อ 5 การแจ้งการครอบครอง ให้แจ้ง ณ สถานที่และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) ในท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้แจ้ง ณ ส านักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
(๒) ในท้องที่จังหวัดอื่น ให้แจ้ง ณ ส านักบริหารพื้นที่อนุรักษ์หรือส านักบริหารพื้นที่อนุรักษ์
สาขาแห่งท้องที่ที่มีการครอบครองสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตรายนั้น
(๓) สถานที่หรือวิธีการอื่นตามที่อธิบดีก าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ผู้แจ้งอาจแจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
หรือวิธีการอื่นใดตามที่อธิบดีก าหนดก็ได้
ข้อ 6 เมื่อได้รับการแจ้งตามข้อ 4 แล้ว ให้พนักงานเจ้า หน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง
ครบถ้วนของแบบแจ้งการครอบครอง เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
ให้แจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตรายแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียด
ในแบบแจ้งการครอบครองหรือจัดส่งข้อมูล เอกสารหรือห ลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายใน
ระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ก าหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันที่เจ้าของ
หรือผู้ครอบครองนั้นได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่
ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย ไม่แก้ไขเพิ่มเติม
รายละเอียดในแบบแจ้งการครอบครองหรือไม่จัดส่งข้อมูล เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน
ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะให้ด าเนินการต่อไป และให้พนักงานเจ้าหน้าที่
จ าหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
เมื่อตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสม
ของสถานที่ที่จะให้สัตว์ป่าอันตรายอยู่อาศัย หรือสถานที่เก็บรักษาซากสัตว์ป่าอันตราย
ข้อ 7 เมื่อรายละเอียดในแบบแจ้งการครอบครองและข้อมูล เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ
ถูกต้องและครบถ้วน ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย จัดท าเครื่องหมาย
หรือหลักฐานประจ าตัวสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตรายตามวิธีการที่อธิบดีประกาศก าหนด
เพื่อเป็นหลักฐานการครอบครองและให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งการครอบครองให้กับเจ้ าของ
หรือผู้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย พร้อมทั้งบันทึกลงในทะเบียนรับแจ้ง
การครอบครองของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ข้อ 8 เจ้าของหรือผู้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าอันตรายที่ได้รับใบรับแจ้งการครอบครองแล้ว
ต้องเลี้ยงดูสัตว์ป่าอันตรายไว้ในสถานที่ที่ได้แจ้งไว้ โดยต้องจัดสถานที่และมีอุปกรณ์การเลี้ยงที่เหมาะสม
ถูกต้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ รวมทั้งต้องดูแลสัตว์ป่าอันตรายด้วยความเอาใจใส่ เพื่อป้องกันมิให้
สัตว์ป่าอันตรายนั้นหลุดออกสู่ธรรมชาติได้
ข้อ 9 เจ้าของหรือผู้ครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าอันตรายที่ได้รับใบรับแจ้งการครอบครองแล้ว
ต้องเก็บรักษาซากสัตว์ป่าอันตรายนั้นไว้ในสถานที่ที่ได้แจ้งไว้
้หนา ๗
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ กันยายน ๒๕๖๔
ข้อ 10 ในกรณีที่สัตว์ป่าอันตรายป่วยหรือตาย ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสัตว์ป่าอันตราย
แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ทราบว่าสัตว์ป่าอันตรายนั้นป่วยหรือตาย
และห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสัตว์ป่าอันตรายหรือบุคคลอื่นใดเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าอันตรายนั้น
ข้อ 11 เมื่อพนักงา นเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งตามข้อ ๑๐ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ านาจตรวจ
สัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย รวมทั้งออกค าสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
สัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตรายด าเนินการดังต่อไปนี้
(๑) กักขัง แยก หรือย้ายสัตว์ป่าอันตราย ที่ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยไว้ภายในเขตตามวิธีการ
ที่ก าหนด หรือให้ได้รับการรักษาตามที่เห็นสมควร
(๒) ฝังหรือเผาซากสัตว์ป่าอันตรายนั้นทั้งหมดหรือบางส่วน ณ สถานที่ที่ก าหนด หากการฝัง
หรือเผาไม่อาจกระท าได้ ให้ท าลายโดยวิธีอื่นตามที่เห็นสมควร
(๓) กักขัง แยก หรื อย้ายสัตว์ป่าอันตรายที่อยู่หรือเคยอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าอันตรายที่ป่วยหรือ
สงสัยว่าป่วยหรือตายไว้ภายในเขตตามวิธีการที่ก าหนด หรือให้ได้รับการป้องกันโรคตามที่เห็นสมควร
(๔) ท าความสะอาดและก าจัดเชื้อโรคในสถานที่ที่สัตว์ป่าอันตรายนั้นอยู่อาศัยตามวิธีการ
ที่ก าหนด
ข้อ 12 ในกรณีที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการแจ้งการครอบครอง
สัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย ให้ผู้ครอบครองสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย
ดังกล่าวแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบค าขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลการแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าอันตราย
หรือซากสัตว์ป่าอันตราย ณ สถานที่และวิธีการที่ก าหนดไว้ในข้อ 5 พร้อมใบรับแจ้งการครอบครอง
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ดังต่อไปนี้
(๑) เปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ครอบครองสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย
(๒) เปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย
(3) เปลี่ยนแปลงจ านวนสัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตราย
(4) อื่น ๆ (ระบุ)
ให้น าความในข้อ 6 มาใช้บังคับแก่การพิจารณาค าขอแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล
การแจ้งการครอบครองโดยอนุโลม
ข้อ 13 เมื่อค าขอและข้อมูล เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ถูกต้องและครบถ้วน ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่บันทึกการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลลงในทะเบียนรับแจ้งการครอบครองของกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และใบรับแจ้งการครอบครอง
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถบันทึกข้อมูลที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทั้งหมดไว้ในใบรับแจ้ง
การครอบครองได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งการครอบครองฉบับใหม่โดยระบุรายละเอียด
การอ้างถึงใบรับแจ้งการครอบครองฉบับเดิมไว้ด้านบนซ้ายของใบรับแจ้งการครอบครองและเรียกคืน
ใบรับแจ้งการครอบครองฉบับเดิมด้วย
้หนา ๘
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ กันยายน ๒๕๖๔
ข้อ 14 ในกรณีที่ใบรับแจ้งการครอบครองที่ออกตามระเบียบนี้ช ารุด เสียหาย ให้ผู้ครอบครอง
สัตว์ป่าอันตรายหรือซากสัตว์ป่าอันตรายดังกล่าวแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่และวิธีการ
ตามข้อ 5 พร้อมใบรับแจ้งการครอบครองฉบับเดิ ม และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ด าเนินการตรวจสอบ
ความถูกต้อง เพื่อพิจารณาออกใบแทนใบรับแจ้งการครอบครองแทนฉบับเดิม และเรียกคืนใบรับแจ้ง
การครอบครองฉบับเดิมด้วย
ในกรณีที่ใบรับแจ้งการครอบครองที่ออกตามระเบียบนี้สูญหาย ให้ผู้ครอบครองสัตว์ป่าอันตราย
หรือซากสัตว์ป่าอั นตรายดังกล่าวแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่และวิธีการตามข้อ 5
พร้อมส าเนาเอกสารการแจ้งความลงบันทึกประจ าวัน และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ด าเนินการตรวจสอบ
ความถูกต้อง เพื่อพิจารณาออกใบรับแจ้งการครอบครองฉบับใหม่ให้แทนฉบับเดิม
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับค าว่า “ใบแทน” สีแดง ไว้ด้านบนซ้ายของใบรับแจ้งนั้น
ข้อ 15 แบบแจ้งการครอบครอง ใบรับแจ้งการครอบครอง แบบค าขอเปลี่ยนแปลงข้อมูล
การแจ้งการครอบครอง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีก าหนด
ข้อ 16 ให้อธิบดีรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอ านาจตีความและวินิจฉัยปัญหาหรือ
ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕64
ธัญญา เนติธรรมกุล
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
้หนา ๙
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ กันยายน ๒๕๖๔
|
train
| 275
|
1280.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1280.pdf
|
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ
ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งใบอนุญาตท างาน
ของคนต่างด้าวสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ (ฉบับที่ 2)
ตามที่ได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร
เป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งใบอนุญาตท างานของคนต่างด้าว
สิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เพื่อบริหารจัดการและแก้ไขปั ญหาการท างาน
ของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา นั้น เนื่องจากได้มีการปรับปรุงระยะเวลาด าเนินการ
ตามมาตรการในการบริหารจัดการการท างานของคนต่างด้าว เพื่อรองรับการฟื้นฟูประเทศภายหลัง
การผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงจ าเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม
ประกาศดังกล่าว
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๗/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม
ผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ อ านาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานต ารวจ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม
พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ นายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕
จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน (๒) ของข้อ ๓ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว
และเมียนมา ซึ่งใบอนุญาตท างานของคนต่างด้าวสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ภายใต้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๒) ในกรณีที่ได้ใบอนุญาตท างานตาม (๑) ให้อยู่ในราชอาณาจักรจนถึงวันที่ ๑๓
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เพื่อด าเนินการตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่ อง การอนุญาตให้คนต่างด้าว
ท างานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา
ซึ่งใบอนุญาตท างานของคนต่างด้าวสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการท างานของ
คนต่างด้าว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไป
ขอตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ๑
ส านักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด หรือสถานที่อื่นที่ส านักงานตรวจคนเข้าเมืองก าหนด”
้หนา ๗
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๘๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของข้อ ๖ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว
และเมียนมา ซึ่งใบอนุญาตท างานของคนต่างด้าวสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ภายใต้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๓) คนต่างด้าวไม่ด าเนินการตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าว
ท างานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา
ซึ่งใบอนุญาตท างานของคนต่างด้าวสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการท างาน
ของคนต่างด้าว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม”
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖5
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
้หนา ๘
่เลม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๘๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๕
|
train
| 276
|
2302.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2302.pdf
|
'1>@01>#1/พ3?@%
N1APอ ํ@ห% NO@ห%O@#?Pอ1?ฐ(CO/?อํ@%@'1?&N'็%พ>%?0
!@/พ1>1@&??!>@12NN21>/@1อ%B1?1์พ3?@% พ.0. `cac
!@/#?P/?'1>@01>#1/พ3 ?@% N1APอ ํ@ห% NO@ห%O@#?Pอ1?ฐ(CO/?อํ@%@'1?&N'็%พ>%?0
!@/พ1>1@& ??!>@12NN21>/@1อ%B1?1์พ3?@% พ.0. `cac (OOPNพ>P/N!>/ พ.0. `cc^)
3/?%#?P _c พ20>@0% พ.0. `cdd %?Q%
NพAPอOหO@1ํ@ห% NO@ห%O@#?Pอ1?ฐ(CO/?อํ@%@'1?&N'็%พ>%?0!@/พ1>1@& ??!>@12NN21>/
@1อ%B1?1์พ3?@% พ.0. `cac 2@/@1"&?ค?&OOห/@0/N@ O/0@1'1?&N'็%พ>%?0P Oอ0N@/?'1>2>#$>.@พ
O3>คํ@%@"@ค/@/2> /1/ N1O/ N'็%$11/ @1อํ@%/0ค/@/2> /ON'1>@% อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/
O%/@!1@ _b OหNพ1>1@&??!>/N@ O/0@1'1?&N'็%พ>%?0 พ.0. `cdc 1?ฐ/%!1?/N@@11>#1/พ3?@%
@ออ'1>@0OหONO@ห%O@#?Pอ1?ฐN'็%(CO/?อํ@%@'1?&N'็%พ>%?0O%ค/@/(> #@พ>%?0 !@/ค/@/1?
/@!1@ cb /@!1@ cc /@!1@ c_ OหNพ1>1@&??!>@12NN21>/@1อ%B1?1์พ3?@% พ.0. `cac
?!NอP'%?Q
Oอ _ OหO0N3>'1>@01>#1/พ3?@% N1APอ ํ@ห% NO@ห%O@#?Pอ1?ฐ(CO/?อํ@%@'1?&
N'็%พ>%?0!@/พ1>1@&??!>@12NN21>/@1อ%B1?1์พ3?@% พ.0. `cac (OOPNพ>P/N!>/ พ.0. `cc^)
&?&3/?%#?P _c พ20>@0% พ.0. `cdd
Oอ ` OหONO@ห%O@#?Pอ1?ฐ @P ํ@1!ํ@Oห%N ?!NอP'%?Q N'็%NO@ห%O@#?Pอ1?ฐ(CO/?อํ@%@'1?&
N'็%พ>%?0
(_) 1ออ$>& ? (ํ@?&O3> CO3@%ค/@/1?&(> อ&อํ@?&O3>อ%B1?1์พ3?@%)
(`) (COอํ@%/0@1อํ@?&O3>อ%B1?1์พ3?@%
(a) (CON?P0/@Nพ@> O@%อ%B1?1์พ3?@% O%2?? อํ@?&O3>อ%B1?1์พ3?@%
(b) O@1@@11> ?&ํ@%@@1@Q%P' O%2?? อํ@?&O3>อ%B1?1์พ3?@%
(c) %>!>1 @P ํ@1!ํ@Oห%N1> ?&ํ@%@@1@Q%P' O%2?? 3BN/%>!>@1 2ํ@%?@%N3@%B@11/
Oอ a 1?คN@'1?&N'็%พ>%?0#?Pห/@0&??!>P/O/?อ?!1@อ0N@2CP/NN>%ห%@Pห/AP%&@# OหONO@ห%O@#?P
อ1?ฐ(CO/?อํ@%@'1?&N'็%พ>%?0!@/Oอ ` Nพ?0ค%N ?0/ N'็%(CO/?อํ@%@'1?&N'็%พ>%?0
#?Q%?Q !?QO!N/?%'1>@0O%1@>@%BN&1@N'็%!O%P'
'1>@0 /?%#?P a B/.@พ?%$์ พ.0. `cd^
พ?1>พ?%$B์ 2@3?1?ฐ/>.@ค
1?ฐ/%!1?/N@@11>#1/พ3?@%
หนา ๓๑
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๙๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 277
|
2414.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2414.pdf
|
'/>@0ค>//-@/ >>#?ลN*AP/N0/1>Oล>2?ค-OหN@!>
N/AP/ @/O@ห% %>.@-O@ล?ค% >>#?ล
P .#?P*/>/@&?ญญ?!>@/*?%@ >>#?ลN*AP/N0/1>Oล>2?ค- *.0. `cd^ -@!/@ _e (c)
O@ห% QหO2O@%?@%ค>//-@/ >>#?ลN*AP/N0/1>Oล>2?ค-OหN@!> -?/O@%@ห%O@#?PQ%@/2O@//
NO&//&//-O/-Cล !> !@-ค/@-NคลAP/%Rห//2"@%@/์ O@%@/*?%@ >>#?ลN*AP/N0/1>Oล>2?ค-
Oล>O%/P%O-@/*?%@ >>#?ลN*AP/N0/1>Oล>2?ค- //-#?Q/>Nค/@>ห์Oล>/>?.'/>N O%#@N0/1>
Oล>2?ค- >>#?ล#?P-?(ล!N/@/*?%@'/>N#0N*AP/N2%/!N/ค>//-@/ >>#?ลN*AP/N0/1>Oล>2?ค-
OหN@!> ห/A/ค>//-@/N*@> O@% N*AP/QหO@/ O@N%>%@/ ?ลN@/N'็%R'/.N@-?'/>2>#$>,@*
2@-@/"%O@-@N'็%//&O%/#@@//@.B#$0@2!/์@/*?%@ >>#?ลN*AP/N0/1>Oล>2?ค-/'/>N#0
R O/.N@"C!O/ %N@NAP/"A/ 2>#O/%O/N#O/> Oล>R O-@!/@%2@ล
/@0?./O@%@!@-ค/@-Q%-@!/@ __ (e) OหN*/>/@&?ญญ?!>@/*?%@ >>#?ลN*AP/N0/1>
Oล>2?ค- *.0. `cd^ คO@2?P2O@%?%@./?-%!/? #?P a_b/`cde ล/?%#?P _d ?%.@.% `cde
'/>/& O/.ค>//-@/ >>#?ลN*AP/N0/1>Oล>2?ค-OหN@!> Q%@/'/>B-ค/?Q#?P _/`cdf
N-AP//?%#?P b B-,@*?%$์ `cdf @R ONหO%/&คO@%>.@-O@ล?ค% >>#?ล (Digital Human Capital)
P ./O@/>@*/>/@& ?ญญ?!>คBO-ค//O/@% *.0. `cb_ -@!/@ bb หO@-->QหO%@.O@
O@N O/@.B!PO@/N@2>&หO@'?N'็%ลCO@ ?%?Q%Q%@/*>@/@O@ห% คO@%>.@-@*>@/@N*@>(CO#?P-?/@.B
!?QO!N _c '?@Q%R' ค//&คลB-#?Qค%R#.Oล>ค%! N@'/>N#0# ?P/@0?./.CNQ%'/>N#0R#. (.N/O%
@/!N@'/>N#0#?P#O@@%Q%2"@%#C! ห/A//ค์//>ห/N@'/>N#0#?P-?N/2>#$>N#@@/#C!) ?%?Q
_. O@ล?O/@% >>#?ล (Digital Workforce) ห-@."@ (CO#?P-?/@.B!?QO!N _c '?@Q%R'
@PN'็%O@ล?O/@% '/>/& O/. (_) (CO-?@%#O@#?P'/>/&/@?* O@% >>#?ล (`) (CO-?@%#O@#?PR-NR O
'/>/&/@ ?* O@% >>#?ล O!N&@/0@1@ O@% >>#?ล ( a) (CO/N@@%#?P&@/0@1@ O@% >>#?ล
Oล> (b) (CO/N@@%#?PR-NR O&@/0@1@ O@% >>#?ล O!NNค.'/>/&/@?* O@% >>#?ล
`. O@ล?ค% >>#?ล (Digital Human Capital) ห-@."@ (CO#?P-?/@.B!?QO!N _c '?@Q%R'
'/>/& O/. ( _) O@ล?O/@% >>#?ล (Digital Workforce) ( `) (CO#?P/.CN%/O@ล?O/@%
#?P&@/0@1@ O@% >>#?ล Oล> (a) (CO#?P/.CN%/O@ล?O/@%#?PO@ล?N/?.%/0@1@/.CNQ%2@@ O@% >>#?ล
P .-?-@!/@%2@ล#?PQOQ%@/? O@O%!@-คO@%>.@- ?%?Q
_. @/0 @1@ O@% >>#?ล /O@/>!@--@!/@%/ International Standard
Classification of Education (ISCED _gge) //ค์@/@/0@1@ />#.@0@2!/์ Oล>/?%$//-
OหN2ห'/>@@!> (UNESCO) @P-?/ห?22@@@/0@1@คA/ /ห?2 bf ค/-*>/N!//์ (/>#.@@/ค/-*>/N!//์
R OON @///O&&/>&& @/N?.%P'/O/-ค/-* >/N!//์ @/'/>-/ล(ลO/-Cล />&&Nค/A/N@.
@/*?%@/+!์O//์//>&&'>&?!>@/ .N/O%@/*?%@0@/์ O//์ R O? '/>N,#R/OQ%2@@/>@ c`
(/>0///-0@2!/์))
หนา ๔
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๙๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๘
`. @/'/>/&/@ ?* >>#?ล/O@/>@คO@%>.@- ICT Specialist !@--@!/@%@/ ?
O@O%'/>N,#/@ ?* International Standard Classification of Occupation, `^^f (ISCO-^f)
//ค์@/O/@%/>ห/N@'/>N#0 (ILO) @P-?/ห?2/@?* ?%?Q
`c_ %?/>Nค/@>ห์Oล>*?%@/+!์O//์Oล>P'/O/-'/>.B!์
`c__ %?/>Nค/@>ห์/>&&ค/-*>/N!//์
`c_` %?*?%@/+!์O//์
`c_a %?*?%@N/O&R!์ Oล>2AP/(2-
`c_b P'/O/-N-//์
`c_g %?/>Nค/@>ห์Oล>*?%@/+! ์O//์ Oล>P'/O/-'/>. B!์ @P->R O
? '/>N,#R/OQ%#?P/AP%
`c` (CO'/>/&/>@?* O@%@%O/-CลOล>Nค/A/N@.
`c`_ %?//O&&Oล>(CO&/>ห@/@%O/-Cล
`c`` (CO&/>ห@//>&&@%ค/-*>/N!//์
`c`a (CO'/>/&/>@?* O@%Nค/A/N@.ค/-*>/N!//์
`c`g (CO'/>/&/>@?* O@%@%O/-CลOล>Nค/A/N@. @P->R O? '/>N,#R/OQ%#?P/AP%
ac_ N@N#ค%>ค O@%N#คP%Pล.?2@/2%N#0Oล>@/2AP/2@/
ac__ N@N#ค%>ค'>&?!>@/ O@%N#คP%Pล.?2@/2%N#0 Oล>@/2AP/2@/
ac_` N@N#ค%>คQหOค/@-N/.NหลA/Oล>OO'ัญห@ O@%N#คP%Pล.?2@/2%N#0
Oล>@/2AP/2@/?&(COQO@%
ac_a N@N#ค%>ค O@%Nค/A/N@.Oล>/>&&ค/-*>/N!//์
ac_b N@N#ค%>ค O@%N/O&R!์
ac` N@N#ค%>ค O@%@/!> !N/2AP/2@/
ac`_ N@N#ค%>ค O@%@/O*/N,@*/>@.N2?.Oล>P2!#?0%C'/์
ac`` N@N#ค%>ค/>0//P#/ค-%@ค-
Oล>/ห?2/@?* (CO'/>/&/>@?* O@%N#คP%Pล. ?2@/2%N#0Oล>@/2 AP/2@/
#?PN?P./O/ Q%@/(ล>!2>%คO@Oล>&/>@/ O@%N#คP%Pล.?2@/2%N#0Oล>@/2AP/2@/
R OON
_aa^ (CO? @/ O@%@/&/>@/N#คP%Pล.?2@/2%N#0Oล>@/2AP/2@/
`_c` />0///>NลO#//%>2์
`_ca />0//P#/ค-%@ค-
`_dd %?//O&&,@*/@++>Oล>2AP/(2-
`acd (CO)@/&/- O@%N#คP%Pล.?2@/2%N#0
หนา ๕
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๙๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๘
`bab (CO'/>/&/>@?*@/@. O@%N#คP%Pล.?2@/2%N#0Oล>@/2AP/2@/
a`__ NO@ห%O@#?PN#ค%>ค O@%@/2/ O@,@*#@@/O*#. ์Oล>/B'/์
@/&O@&? /?1@P/ค
b``` *%?@%0C%.์&/>@/O/-CลN@/2@/
c`bb *%?@%@.Q%0C%.์&/>@/ลCคO@
eb`` N@!> !?QOล>(COQหO&/>@/ O@%/B'/์N#คP%Pล.?2@/2%N#0Oล>@/2AP/2@/
'/>@0 /?%#?P `^ -?%@ค- *.0. `cdf
'/>N2/> ?%#///#/
//%@./?-%!/?
'/>$@%//-@/ >>#?ลN*AP/N0/1>Oล>2?ค-OหN@!>
หนา ๖
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๙๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 278
|
1951.pdf
|
POWER
|
ACTION
|
POWER_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1951.pdf
|
'#>@0#!/>@@#N1!#
N#APอ NAPอ%R@#%O@NO@@อOอ"NAPอN'็%?/!/ลQ%@#(ล>!ล?@%R้@
@2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/
.0. `cde
#!/>@@#N1!#R O/>Nค#@>ห์ค/@!N2?P"0?!#CAอ@อOอ"Q%@#%O@NO@NAPอ@#คO@@2@$@##?
'#>@$>'R!"'#>@%ล@/N2#O2>Q%OลO/
อ@0?"อO@%@!@!ค/@!Q%!@!#@ f ( `) Oล>!@!#@ _^ OหN#>#@& ?ญญ?!>?A
.0. `c^e @POORN>P!N!>!P "#>#@&?ญญ?!>?A (&?&#?P a) .0. `cc_ อ$>& ?#!/>@@#N1!#
P "คO@O%>%O@อค>##!@#?A @ออ'#>@0NAPอ%R@#%O@NO@@อOอ"NAPอN'็%?/!/ลQ%@#(ล>!
ล?@%R้@@2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/ ?!NอR'%?Q
Oอ _ '#>@0%?QN#?"/N@ '#>@0#!/>@@#N1!# N#APอ NAPอ%R@#%O@NO@@อOอ"
NAPอN'็%?/!/ลQ%@#(ล>!ล?@%R้@@2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/ .0. `cde
Oอ ` '#>@0%?QQหOQO&?ค?&!?QO!N/?%"? @/?%'#>@0Q%#@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ a %> A#?Pอ%Bญ@!
(_) อOอ" (Sugarcane, Saccharum officinarum) #?Pอ%Bญ@!QหO%O@NO@!@!'#>@0% ?Q
R OON @อOอ" (Bagasse)
(`) @อOอ"#?PR O#?&อ%Bญ@!QหO%O@NO@#@อ@@?#R#"!OอN'็%@อOอ"#?PR O@#>&/%@#
(ล>!%QO@!@ล
Oอ b ห%N/"@%#?P#?&(> อ&
(_) #@อ@@?#R#" คAอ #!/>@@#N1!#
(`) 2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/ คAอ Department of Agriculture R O#?&!อ&ห!@"
QหON'็%อค์@#อ@#?@AOหN@!> (National Plant Protection Organization; NPPO) อ"N@N'็%#@@#
อ2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/
Oอ c Q&อ%Bญ@!%O@NO@
(_) !Oอ!?Q&อ%Bญ@!%O@NO@@PออQหOP "#!/>@@#N1!#
(`) (CO!?2>#$>N"AP%คO@อQ&อ%Bญ@!%O@NO@!OอO2 Nอ2@# ?!NอR'%?Q
( ) Q&อ%Bญ@!'#>อ&>@#(ล>!R้@ @PออQหOP "ค>##!@#O@?&>@#ล?@%
( ) Q&อ%Bญ@!'#>อ&>@#P#@% (#.. b) '#>N #ห#Aอ%> อP#@%ลO@ ?&#?P ff
P#@%(ล>!ล?@%R้@ @ล?@%ค/@!#Oอ% @PออQหOP "#>##/อB!2@ห##!
( ค) Nอ2@#O2 ?Q%!อ%Q%@#%O@@อOอ"NAPอN'็%?/!/ลQ%@#(ล>!ล?@%R้@
( ) O(%#?P!?QP#@%(ล>!ล?@%R้@
หนา ๖
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๖๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๗
(a) Nอ%ออQ&อ%Bญ@! #!/>@@#N1!#>!Oอ!#/2อ&Nอ2@#หล?@%อ(CO"AP%คO@อ
#?Q%?Q อ@2N%?@%NO@ห%O@#?PR' O@N%>%@#!#/'#>N!>%2"@%#?PP#@%(ล>!ล?@%R้@ O/"OR O
(CO"AP%คO@อQ&อ%Bญ@!!OออO@%/"ค/@!2> /ON%?@%NO@ห%O@#?Pอ#!/>@@#N1!# อ%@P %?@%
NO@ห%O@#?Pอ@อNอ2@#หล?@%'#>!@@อOอ"#?PNค"%O@NO@Q%'?#?P(N@%!@Oล>อAP% N !@!ค/@!O@N'็%
O/"OR O
(b) (COR O#?&Q&อ%Bญ@!!Oอ'>&?!> ?!NอR'%?Q
( ) !Oอ%O@@อOอ"#?P%O@NO@R'QON'็%?/!/ลQ%P#@%(ล>!ล?@%R้@อ!%N#N@%?Q%
ห@&/N@(COR O#?&Q&อ%Bญ@!ห#AอNO@อ!?@#%O@@อOอ"R'QOP "R!NN'็%R'!@!/?!"B'#>2ค์ ?ลN@/
#!/>@@#N1!#>>@#@N>"อ%Q&อ%Bญ@!
( ) !Oอ? #O@&?%#@'#>!@@อOอ"#?P%O@NO@NAPอQON'็%?/!/ลQ%@#(ล>!ล?@%R้@
Oล>2N!อ&QหOON#!/>@@#N1!#N!APอR O#?&@##Oออ
( ค) @"หล?@#%O@NO@ !OออO@%/"ค/@!2> /ON%?@%NO@ห%O@#?Pอ#!/>@@#N1!#
Q%@#NO@R'!#/2อ&P#@%(ล>!ล?@%R้@
Oอ d />$?@#%2N
(_) !Oอ2N@อOอ"!@@N!Aอ#N@OหNห%@PQ%2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/ R'"?N!Aอ#N@
'ล@"#@Q%#@อ@@?#R#"Q%ล?1>N'็%2>%คO@%2N#@&
(`) !Oอ%O@@อOอ"NO@#@ N@%!#/A!B @ห@#
Oอ e OอO@ห% 2O@ห#?&P#@%(ล>!ล?@%R้@
!OอN'็%P#@%(ล>!ล?@%R้@#?PR O(N@%@#!#/2อ&!@!Oอ c (b) Oล>!Oอ%O@@อOอ"
#?P%O@NO@R'QON'็%?/!/ลQ%@#(ล>!ล?@%R้@N#N@%?Q%
Oอ f OอO@ห% @#%O@NO@
(_) @อOอ"!Oอ'ลอ @O!ล#?P!??/>! ห#Aอ2>P!??/>!%> อAP%#?P!?0?" @N'็%0?!#CA??%
อ#@อ@@ ?#R#" Oล>R!N!?@#'>'%อ >% ##@" Oล>>Q%2N/%อA NN% N!ลO Q&
O@%N01@A N'็%!O% ห#Aอ2>PอAP%Q #?P!?0?" @%O@@0?!#CA??%R O
(`) !Oอ%2N2>%คO@Q%!CO%2N2>%คO@ห#Aอ%2NQ%2N/%&###Bอ"@%@ห%> Q%#?%2N
Q%2N/%&###Bอ"@%@ห%> 2N/%&###B%?Q%!OอN'็%!CO#@& ห@2N/%&###B!?ล?1>N'็%#>&>
!Oอ'> คลB!2N/%&###BQหO!> > NAPอ@##?1@ค/@!'ลอ ?" O@%2Bอ%@!?"A #?Q%?Q Nอ% O@N%>%@#
%"O@"2>%คO@&##BQ%!CO%2N2>%คO@ห#Aอ2N/%&###Bอ"@%@ห%> NPPO !Oอ!#/2อ&QหOO%NQ/N@
!CO%2N2>%คO@ห#Aอ2N/%&###Bอ"@%@ห%>2>อ@ '#@0@ >% ##@" Oล>>Q%2N/%อAห#Aอ
2>PอAP%Q #?Pอ@N'็%2APอ%O@0?!#CA
(a) !Oอ!?Q&#?&#อ2Bอ%@!?"A@PออQหOP " NPPO !O%&?&Q&#?&#อ2Bอ%@!?"A
!OอO%&!@#Oอ!?&2>%คO@#?P2N!อ&#?P2NR'"?#@อ@@?#R#"
หนา ๗
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๖๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๗
Oอ g @#!#/2อ&@NO@
(_) N!APอ2>%คO@#?P2N!อ&!@"@ N@%!#/A (B @#NO@!@) Q%#@อ@@?#R#" @#!#/2อ&
@NO@> O@N%>%@#หล?@%?@%NO@ห%O@#?PR O"A%"?%O!Nล>Nอ2@##?PO%&!@#Oอ!?&2>%คO@#?P2N!อ&
#?PN?P"/Oอ
(`) %?@%NO@ห%O@#?P>!#/2อ&NAPอ"A%"?%/N@2>%คO@#?P2N!อ&#?P%O@NO@N'็%R'!@!OอO@ห%
@#%O@NO@ O@%2Bอ%@!?"Aห#AอR!N "O@!#/&0?!#CA#?P!??/>!ห#Aอ2>P!??/>!อAP%Q >2N!?/อ"N@R'"?
หOอ'>&?!>@#NAPอ@#O@O%%> Oล>!Oอ?@อOอ"R/O%/N@>##@&(ล@หOอ'>&?!>@#
(a) Q%#?!#/&0?!#CA#?P!??/>!ห#Aอ2>P!??/>!อAP%Q ห#Aอ2>P'%N'ื้อ%#?P!?0?" @NอQหON>
ค/@!N2?P" O@%2Bอ%@!?"A!Nอ#@อ@@?#R#" !Oอ? @#0?!#CA 2>P!??/>!อAP%Q ห#Aอ2>P'%N'ื้อ%
NหลN@%?Q% O/"/>$?@##?PNห!@>2! ("O@!?) ห#Aอ2NออR'%อ#@อ@@?# P "NO@อN'็%(COออคN@QON@"
#!/>@@#N1!#อ@#>?&@#%O@NO@@อOอ"@N2O%#@#?P#>&BN'็%@#?P/ค#@/ %/N@>!?@#ลค/@!NหO%
@#'#>N!>%ค/@!N2?P"0?!#CAห#Aอ2>P!??/>!#?P!#/&
Oอ _^ @#!#/'#>N!>%/>$?@#2Nออ
(_) #!/>@@#N1!#อ2/%2>#$>Q%@#2N%?@%NO@ห%O@#?PR'"?2@$@##?'#>@$>'R!"
'#>@%ล@/ NAPอ!#/'#>N!>%/>$?@##?&#อ2Nออ@อOอ"อ2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/
Nอ%อ%Bญ@!QหO%O@NO@N'็%@#คO@!@Q%#@อ@@?#R#"ห#AอR!NOR O P "2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/
!OอN'็%(CO#?&(> อ&คN@QON@"อ@#!#/'#>N!>% ?ลN@/
(`) Q%Nห!B@#์#>?&@#%O@NO@ห#AอNห!B(> '!>Q N P "#?P#!/>@@#N1!#ลค/@!NหO%/N@
@#!#/'#>N!>%/>$?@##?&#อ2Nออ ?ลN@/!?ค/@!O@N'็% #!/>@@#N1!#อ@!#/'#>N! >%
/>$?@##?&#อ2NออQ%2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/Nอ%!? 2>%QQหO!?@#N#>P!!O%%O@NO@Qห!N
P "2@$@##?'#>@$>'R!"'#>@%ล@/!OอN'็%(CO#?&(> อ&คN@QON@"@#!#/'#>N!>%NหลN@%?Q
'#>@0 /?%#?P d !>"B%@"% .0. `cde
#? ?##์ ?%##0#?/0์
อ$>& ?#!/>@@#N1!#
หนา ๘
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๖๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 279
|
1454.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1454.pdf
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 432)
เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ส าหรับเงินได้
ของวิสาหกิจชุมชน
อาศัยอ านาจตามความในข้อ 2 (78) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ 385 (พ.ศ. 2565) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
อธิบดีกรมสรรพากรก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ส าหรับวิสาหกิจชุมชน ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ วิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็น
ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ต้องจดทะเบียนและได้รับใบส าคัญแสดงการ
จดทะเบียนจากกรมส่งเสริมการเกษตรตามพระราชบัญญั ติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548
และต้องจัดท าบัญชีหรือรายงานแสดงรายได้และรายจ่ายประจ าวันเป็นภาษาไทย ภายใน 3 วันท าการ
นับแต่วันที่มีรายได้หรือรายจ่าย โดยต้องมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศ
อธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 161) เรื่อง ก าหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้
บุคคลธรรมดาและมิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดท าบัญชีหรือรายงานแสดงรายได้
และรายจ่าย ลงวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2549
ทั้งนี้ ให้เก็บรักษาบัญชีหรือรายงานแสดงรายได้และรายจ่ายประจ าวัน และใบส าคัญแสดง
การจดทะเบียนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ณ ที่ตั้งของวิสาหกิจชุมชน และพร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมิน
ตรวจสอบได้ทันที
ข้อ 2 วิสาหกิจชุมชนตามข้อ 1 ต้องแสดงรายการเกี่ยวกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นั้น
พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 56 และมาตรา 56 ทวิ
แห่งประมวลรัษฎากร
ทั้งนี้ ในกรณีที่วิสาหกิจชุมชนไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งในปีภาษีใด วิสาหกิจชุมชนดังกล่าว
จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ส าหรับปีภาษีนั้น
ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับส าหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ประกาศ ณ วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. ๒๕๖6
ลวรณ แสงสนิท
อธิบดีกรมสรรพากร
้หนา ๔๒
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๔๔ งราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
|
train
| 280
|
2090.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2090.pdf
|
1>N&?0&1//>@@1N1!1
/N@ O/0@10Nล>1>N&?0&1//>@@1N1!1 /N@ O/0@1N'1?0&N#?0&'1?&!@/ห/@0/N@ O/0'ุ๋0
พ.0. `cde
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ a` /11ค2อ OหNพ1>1@&??!>1>N&?0&&1>ห@11@@1O(N% >%
พ.0. `cab @NOORNพ>N/N!>/P 0พ1>1@& ??!>1>N&?0&&1>ห@11@@1O( N% >% ( &?&#?N c)
พ.0. `cbc อ$>& ?1//>@@1N1!1 @ออ1>N&?0&1//>@@1N1!1R/O ?!NอR'%?O
Oอ _ 1>N&?0&%?ON1?0/N@ 1>N&?0&1// >@@1N1!1 /N@ O/0@10Nล >1>N&?0&
1//>@@1N1!1 /N@ O/0@1N'1?0&N#?0&'1?&!@/ห/@0/N@ O/0'ุ๋0 พ.0. `cde
Oอ ` 1>N&?0&%?OQหOQO&?ค?&!?OO!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%ุN&1@N'็%!O%R'
Oอ a QหO0Nล>
(_) 1>N&?0&1// >@@1N1!1 /N@ O/0@1N'1 ?0&N#?0&'1?&!@/ห/@0/ N@ O/0'ุ๋0
พ.0. `cca ล/?%#?N ` ุ/.@พ?%$์ พ.0. `cca
(`) 1>N&?0&1//>@@1N1!1 /N@ O/0@1N'1?0&N#?0&'1?&!@/ห/@0/N@ O/0'ุ๋0 (&?&#?N `)
พ.0. `cce ล/?%#?N `f ุ/.@พ?%$์ พ.0. `cce
'1>@0 /?%#?N 1 !ุล@ค/ พ.0. `cd7
1พ?.?#1์ ?%#101?/0์
อ$>& ?1//>@@1N1!1
หนา ๑
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๘๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 281
|
1948.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1948.pdf
|
หน้า ๓๕
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เรื่อง เครื่องวิทยุคมนาคมและสถานีวิทยุคมนาคมที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต
ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘
โดยที่เป็นการสมควรกําหนดเครื่องวิทยุคมนาคมและสถานีวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการบางประเภท
ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต เนื่องจากเทคโนโลยีด้านวิทยุคมนาคม มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น
และมีบริการวิทยุคมนาคมเพิ่มขึ้น ซึ่งการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมบางลักษณะ หรือที่ใช้ในกิจการบางประเภท
ไม่มีผลกระทบต่อการใช้งานเครื่องวิทยุคมนาคมในก ิจการอื่น เพื่ออํานวยความสะดวกให ้แก่ผู้ใช้
เครื่องวิทยุคมนาคมให้สามารถเข้าถึงคลื่นความถี่ได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อให้การกํากับดูแลเป็นไปเท่าที่จําเป็น
และสอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากลและข้อเสนอแนะของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศยิ่งขึ้น
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และ
กํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๒๗ (๒๔) (๒๕) และ
มาตรา ๘๑ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ
วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกอบมาตรา ๖ วรรคสอง
และมาตรา ๑๑ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห ่งชาติ จึงกําหนดเครื่องวิทยุคมนาคมและสถาน ีวิทยุคมนาคมที่ได้รับ
การยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิก
(๑) ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง เครื่องวิทยุคมนาคมและสถานี
วิทยุคมนาคมที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐
(๒) ประกาศคณะกรรมการก ิจการโทรคมนาคมแห ่งชาติ เรื่อง เครื่องวิทยุคมนาคมและ
อุปกรณ์ของเครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒
(๓) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เรื่อง กําหนดให้เครื่องวิทยุคมนาคมและสถานีวิทยุคมนาคมในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์
ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ พ.ศ. ๒๕๕๖
ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖
หน้า ๓๖
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ข้อ ๓ เครื่องวิทยุคมนาคมที่มีลักษณะ หรือที่ใช้ในกิจการดังต่อไปนี้ ได้รับการยกเว้น
ไม่ต้องได้รับใบอนุญาตทํา มี ใช้ นําเข้า นําออก ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม
เว้นแต่ คณะกรรมการก ิจการกระจายเส ียง กิจการโทรท ัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห ่งชาติ
จะประกาศกําหนดเพิ่มเติมเป็นอย่างอื่น
(๑) เครื่องมือวัดทางอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม เครื่องมือทางการแพทย์ และเครื่องมือ
วัดทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม
(๒) เครื่องวิทยุคมนาคมประเภทเครื่องส่งสัญญาณเสียง (audio transmitter) คลื่นความถี่
๘๘ - ๑๐๘ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งออกอากาศสมม ูลแบบไอโซทรอป ิก (Equivalent Isotropically
Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน ๑๐ มิลลิวัตต์
(๓) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๕๔ - ๗๔ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งไม่เกิน ๑๐ มิลลิวัตต์
(๔) เครื่องวิทยุคมนาคมประเภทเรดาร์ (Radar) คลื่นความถี่ ๕.๗๒๕ - ๕.๘๗๕ กิกะเฮิรตซ์
๑๐ - ๑๐.๖ กิกะเฮิรตซ์ ๒๔.๐๕ - ๒๔.๒๕ กิกะเฮิรตซ์ และ ๗๖ - ๘๑ กิกะเฮิรตซ์ กําลังส่งออก
อากาศสมมูลแบบไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน
๑๐ มิลลิวัตต์
(๕) เครื่องวิทยุคมนาคมประเภทเรดาร์วัดระดับ (Radar Tank Gauge/Radar Level Gauge)
ที่มีการใช้งานในภาชนะปิดเท่านั้น
(๖) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ต่ํากว่า ๓๑๕ กิโลเฮิรตซ์ กําลังส่งออกอากาศสมมูล
แบบไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน ๑๕๐ มิลลิวัตต์
(๗) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๑๓.๕๕๓ - ๑๓.๕๖๗ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งออก
อากาศสมมูลแบบไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน
๑๐ มิลลิวัตต์
(๘) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๒๖.๙๖๕ - ๒๗.๔๐๕ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งไม่เกิน
๑๐๐ มิลลิวัตต์
(๙) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๓๐ - ๕๐ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งไม่เกิน ๑๐ มิลลิวัตต์
(๑๐) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๓๐๐ - ๕๐๐ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งไม่เกิน ๑๐ มิลลิวัตต์
(๑๑) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๒๔๐๐ - ๒๕๐๐ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งออกอากาศสมมูล
แบบไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน ๑๐๐ มิลลิวัตต์
(๑๒) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๕.๑๕๐ - ๕.๓๕๐ กิกะเฮิรตซ์ กําลังส่งออกอากาศ
สมมูลแบบไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน ๒๐๐ มิลลิวัตต์
(๑๓) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๕.๔๗๐ - ๕.๗๒๕ กิกะเฮิรตซ์ กําลังส่งออกอากาศสมมูล
แบบไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน ๑ วัตต์
หน้า ๓๗
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
(๑๔) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๕.๗๒๕ - ๕.๘๕๐ กิกะเฮิรตซ์ กําลังส่งออกอากาศ
สมมูลแบบไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน ๑ วัตต์
(๑๕) เครื่องวิทยุคมนาคมลูกข่าย (Pocket Unit) ระบบเครื่องวิทยุติดตามตัวเฉพาะกลุ่ม
(On - site Paging system) คลื่นความถี่ ๒๕ - ๔๗๐ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งออกอากาศสมมูลแบบ
ไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน ๕๐ มิลลิวัตต์
(๑๖) เครื่องวิทยุคมนาคมประเภท Radio Frequency Identification (RFID) ชนิดพาสซีฟ
ทรานสปอนเดอร์หรือพาสซีฟแท็ก (Passive Transponder/Passive Tag) คลื่นความถี่ ๙๒๐ - ๙๒๕
เมกะเฮิรตซ์
(๑๗) เครื่องรับวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการวิทยุนําทาง (Radionavigation Service) เครื่องรับ
วิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการวิทยุนําทางผ่านดาวเทียม (Radionavigation – Satellite Service) เครื่องรับ
วิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการวิทยุหาตําแหน่ง (Radiolocation Service) หรือเครื่องรับวิทยุคมนาคม
ที่ใช้ในกิจการวิทยุหาตําแหน่งผ่านดาวเทียม (Radiolocation - Satellite Service)
(๑๘) เครื่องรับวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการช่วยอุตุนิยมวิทยา (Meteorological Aids Service)
หรือเครื่องรับวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการอุตุนิยมวิทยาผ่านดาวเทียม (Meteorological Satellite Service)
(๑๙) เครื่องรับวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการสํารวจพิภพผ่านดาวเทียม (Earth Exploration -
Satellite Service)
(๒๐) เครื่องรับวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการความถี่มาตรฐานและส ัญญาณเวลา (Standard
Frequency and Time Signal Service) หรือเครื่องรับวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการความถี่มาตรฐาน
และสัญญาณเวลาผ่านดาวเทียม (Standard Frequency and Time Signal - Satellite Service)
(๒๑) เครื่องรับวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการวิจัยอวกาศ (Space Research Service)
(๒๒) เครื่องรับวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการวิทยุดาราศาสตร์ (Radio Astronomy Service)
(๒๓) เครื่องรับวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการเพื่อความปลอดภัย (Safety Service) ตามข้อบังคับวิทยุ
การใช้งานเครื่องวิทยุคมนาคมที่มีลักษณะ หรือที่ใช้ในกิจการตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
(๑) ห้ามนําอุปกรณ์ใด ๆ มาติดต่อหรือปรับเข้าไว้ หรือใช้ประกอบกับเครื่องวิทยุคมนาคม
เพื่อเพิ่มกําลังส่งให้เกินกว่าที่กําหนดไว้
(๒) การใช้เครื่องวิทยุคมนาคมข้างต้นไม่ได้รับสิทธิคุ้มครองการรบกวน และหากก่อให้เกิด
การรบกวนระดับรุนแรงต่อการใช้คลื่นความถี่อื่นที่ได้รับอนุญาตในบริเวณใดบริเวณหนึ่งผู้ใช้ต้องระงับ
การใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวที่ก่อให้เกิดการรบกวนในบริเวณนั้นโดยทันที
(๓) การใช้งานเครื่องวิทยุคมนาคมข้างต้นจะต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต ่อการทํางาน
ของเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้เป็นเครื่องมือทางการแพทย์
หน้า ๓๘
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ข้อ ๔ เครื่องวิทยุคมนาคมที่มีลักษณะ หรือที่ใช้ในกิจการดังต่อไปนี้ ได้รับการยกเว้น
ไม่ต้องได้รับใบอนุญาตมี ใช้ และนําออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม แต่ไม่ได้รับการยกเว้นใบอนุญาตทํา
นําเข้า หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
(๑) เครื่องวิทยุคมนาคมประเภทวิทยุบังคับสิ่งประดิษฐ์จําลอง คลื่นความถี่ ๗๒.๐๐๐ - ๗๒.๔๗๕
เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งไม่เกิน ๗๕๐ มิลลิวัตต์
(๒) เครื่องวิทยุคมนาคมสําหรับคลื่นความถี่ภาคประชาชน ย่านความถี่วิทยุ ๗๘ - ๗๙
เมกะเฮิรตซ์ หรือ ๒๔๕ - ๒๔๗ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งไม่เกิน ๕๐๐ มิลลิวัตต์
(๓) เครื่องส่งสัญญาณภาพ หรือเครื่องส่งสัญญาณภาพและเสียง คลื่นความถี่ ๕๑๐ - ๗๙๐
เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งไม่เกิน ๑๐ มิลลิวัตต์
(๔) เครื่องวิทยุคมนาคมสื่อสารระยะสั้น (Short Range Devices) ในลักษณะ Wireless
Local Area Network (WLAN) หรือ Wireless Personal Area Network (WPAN) คลื่นความถี่
๕๗ - ๖๖ กิกะเฮิรตซ์ กําลังส่งออกอากาศสมม ูลแบบไอโซทรอป ิก (Equivalent Isotropically
Radiated Power : E.I.R.P.) ไม่เกิน ๑๐ วัตต์ และเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมที่มีสายอากาศภายใน
ตัวเครื่อง (Integral antenna) ที่ติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องวิทยุคมนาคม และไม่มีขั้วต่อสายอากาศ
สําหรับใช้สายอากาศภายนอก
(๕) โทรศัพท์ไร้สายที่ใช้ในกิจการส่วนบุคคล คลื่นความถี่ ๑๙๐๐ - ๑๙๐๖ เมกะเฮิรตซ์
กําลังส่งไม่เกิน ๑๐ มิลลิวัตต์
(๖) เครื่องวิทยุคมนาคม คลื่นความถี่ ๒๖.๙๖๕ - ๒๗.๔๐๕ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งสูงกว่า
๑๐๐ มิลลิวัตต์ แต่ไม่เกิน ๕๐๐ มิลลิวัตต์
(๗) เครื่องวิทยุคมนาคมลูกข่ายที่ใช้ในกิจการให้บริการวิทยุคมนาคมสาธารณะ ซึ่งใช้สถานี
ควบคุมกลางร่วมกัน
(๘) อุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อการรับชมโดยเฉพาะซ ึ่งมิได้มีการนํา
สัญญาณไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน ์ในเชิงพาณิชย์ หรืออุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์บอกรับเป็น
สมาชิกเว้นแต่นําไปใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเส ียง หรือกิจการ
โทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิกต้องได้รับอนุญาตผลิต นําเข้า จําหน่าย หรือมีไว้เพื่อจําหน่าย หรือรับติดตั้ง
เครื่องมือหรืออุปกรณ์ดังกล่าว ตามมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียง
และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๙) อุปกรณ์แปลงสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล
ข้อ ๕ เครื่องวิทยุคมนาคมที่มีลักษณะ หรือที่ใช้ในกิจการดังต่อไปนี้ ได้รับการยกเว้น
ไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ทํา มี ใช้ นําเข้า และนําออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม
แต่ไม่ได้รับการยกเว้นใบอนุญาตค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
หน้า ๓๙
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
(๑) เครื่องวิทยุคมนาคมประเภท Radio Frequency Identification (RFID) ชนิดอ่าน/เขียน
(Interrogator/Reader) และแอคทีฟแท็ก (Active Tag) คลื่นความถี่ ๙๒๐ - ๙๒๕ เมกะเฮิรตซ์
กําลังส่งออกอากาศสมม ูลแบบไอโซทรอป ิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.)
ไม่เกิน ๕๐ มิลลิวัตต์
(๒) เครื่องวิทยุคมนาคมที่ไม่ใช่ประเภท RFID คลื่นความถี่ ๙๒๐ - ๙๒๕ เมกะเฮิรตซ์
กําลังส่งออกอากาศสมมูลแบบไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.)
ไม่เกิน ๕๐ มิลลิวัตต์
ข้อ ๖ เครื่องวิทยุคมนาคมที่มีลักษณะ หรือที่ใช้ในกิจการดังต่อไปนี้ ได้รับการยกเว้น
ไม่ต้องได้รับใบอนุญาตมี ใช้ นําออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม แต่ไม่ได้รับ
การยกเว้นใบอนุญาตทํา นําเข้า หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
(๑) เครื่องวิทยุคมนาคมประเภท Radio Frequency Identification (RFID) ชนิดอ่าน/เขียน
(Interrogator/Reader) และแอคทีฟแท็ก (Active Tag) คลื่นความถี่ ๙๒๐ - ๙๒๕ เมกะเฮิรตซ์
กําลังส่งออกอากาศสมม ูลแบบไอโซทรอป ิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.)
ไม่เกิน ๕๐๐ มิลลิวัตต์
(๒) เครื่องวิทยุคมนาคมคล ื่นความถี่ ๙๒๐ - ๙๒๕ เมกะเฮิรต์ ที่ไม่ใช่ประเภท RFID
กําลังส่งออกอากาศสมมูลแบบไอโซทรอปิก (Equivalent Isotropically Radiated Power : E.I.R.P.)
ไม่เกิน ๕๐๐ มิลลิวัตต์
(๓) เครื่องวิทยุคมนาคมในกิจการประจําที่ คลื่นความถี่ ๕๗ - ๖๖ กิกะเฮิรตซ์ กําลังส่ง
ไม่เกิน ๕๐๐ มิลลิวัตต์
ข้อ ๗ เครื่องวิทยุคมนาคมที่เป็นเครื่องลูกข่ายในกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือเครื่องวิทยุ
คมนาคมที่ใช้ในกิจการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบสื่อสารเคลื่อนที่ส่วนบุคคลรอบโลกผ่านดาวเทียม
(Global Mobile Personal Communications by Satellite : GMPCS) ที่มีตราอักษร แบบ
หรือรุ่นที่ได้ผ่านการตรวจสอบรับรองมาตรฐานจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตมี นําเข้า นําออก หรือค้า
ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
ข้อ ๘ เครื่องวิทยุคมนาคมที่เป็นเครื่องลูกข่ายในกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือเครื่องวิทยุ
คมนาคมที่ใช้ในกิจการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบสื่อสารเคลื่อนที่ส่วนบุคคลรอบโลกผ่านดาวเทียม
(Global Mobile Personal Communications by Satellite : GMPCS) ที่เป็นเครื่องลูกข่ายของ
ผู้ให้บริการในประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
หน้า ๔๐
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
ข้อ ๙ เครื่องวิทยุคมนาคมที่เป็นเครื่องลูกข่ายในกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือเครื่องวิทยุ
คมนาคมที่ใช้ในกิจการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบสื่อสารเคลื่อนที่ส่วนบุคคลรอบโลกผ่านดาวเทียม
(Global Mobile Personal Communications by Satellite : GMPCS) ที่เป็นเครื่องลูกข่ายของ
ผู้ให้บริการในต่างประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตมี ใช้ นําเข้า หรือนําออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
ข้อ ๑๐ เครื่องวิทยุคมนาคมสถานีฐานหรือสถานีทวนสัญญาณขนาดเล็กในกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ที่มีกําลังส่งของภาคส่งไปยังเครื่องลูกข่ายไม่เกิน ๑๐๐ มิลลิวัตต์ และใช้สายอากาศประเภทต ิดตั้ง
ภายในตัวเครื่อง (Integral antenna) ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตตั้งสถานีวิทยุคมนาคม
ข้อ ๑๑ เครื่องวิทยุคมนาคมสําหรับคลื่นความถี่ภาคประชาชน ย่านความถี่วิทยุ ๗๘ - ๗๙
เมกะเฮิรตซ์ หรือ ๒๔๕ - ๒๔๗ เมกะเฮิรตซ์ กําลังส่งสูงกว่า ๕๐๐ มิลลิวัตต์ ที่ผู้มีหรือใช้เครื่องวิทยุ
คมนาคมนั้นได้รับความยินยอมให้มีหรือให้ใช้จากผู้มีกรรมสิทธิ์ที่ได้รับใบอนุญาตมี และใช้เครื่องวิทยุ
คมนาคมนั้นแล้ว ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตมี และใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมนั้น แต่ไม่รวมถึง
การโอนกรรมส ิทธิ์เครื่องวิทยุคมนาคมน ั้นไปให้บุคคลอื่น ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย
ว่าด้วยวิทยุคมนาคม
ข้อ ๑๒ เครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการวิทยุสมัครเล่นที่ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตพนักงาน
วิทยุคมนาคมประจําสถานีวิทยุคมนาคมสมัครเล่น มี และใช้เครื่องวิทยุคมนาคมนั้น ได้รับความยินยอม
ให้มีหรือให้ใช้จากผู้มีกรรมสิทธิ์ที่ได้รับใบอนุญาตมี และใช้เครื่องวิทยุคมนาคมนั้นแล้ว ได้รับการยกเว้น
ไม่ต้องได้รับใบอนุญาตมี และใช้เครื่องวิทยุคมนาคมนั้น โดยต้องเป็นไปตามสิทธิของประเภทใบอนุญาต
พนักงานวิทยุคมนาคมประจําสถานีวิทยุคมนาคมสมัครเล่นที่ผู้นั้นได้รับ แต่ไม่รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์
เครื่องวิทยุคมนาคมนั้นไปให้บุคคลอื่นซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม
ข้อ ๑๓ อุปกรณ์ของเครื่องวิทยุคมนาคมตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กําหนดให้ถือเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้นําไปประกอบเข้าหรือใช้กับ
เครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตอีก
ข้อ ๑๔ สถานีวิทยุคมนาคมที่ใช้ในลักษณะดังต่อไปนี้ ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ
กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกําหนด ได้รับการยกเว้นไม่ต้อง
ได้รับใบอนุญาตตั้งสถานีวิทยุคมนาคม
(๑) สถานีวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการของส่วนราชการตามกฎหมายซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล
(๒) สถานีวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการของหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย ซึ่งมีฐานะเป็น
นิติบุคคลที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ
(๓) สถานีวิทยุคมนาคมลูกข่ายที่ใช้ในกิจการให้บริการวิทยุคมนาคมสาธารณะ ซึ่งใช้สถานี
ควบคุมกลางร่วมกัน
(๔) สถานีรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (TVRO) เพื่อการรับชมโดยเฉพาะ ซึ่งมิได้มี
การนําสัญญาณไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
หน้า ๔๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
(๕) สถานีรับสัญญาณโทรทัศน์บอกรับเป็นสมาชิก
(๖) สถานีโทรศัพท์ไร้สายที่ใช้ในกิจการส่วนบุคคล คลื่นความถี่ ๑๙๐๐ - ๑๙๐๖ เมกะเฮิรตซ์
กําลังส่งไม่เกิน ๑๐ มิลลิวัตต์
(๗) สถานีรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล เพื่อการรับชมโดยเฉพาะ ซึ่งมิได้มี
การนําสัญญาณไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ข้อ ๑๕ เครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในลักษณะหรือที่ใช้ในกิจการดังต่อไปนี้ ได้รับการยกเว้น
ไม่ต้องได้รับใบอนุญาตมี ใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคมเป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา
ไม่เกินสามเดือน และได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตนําเข้า หรือนําออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
(๑) เครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้เพื่อการทดลอง ค้นคว้า วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีทางด้านวิทยุคมนาคม
หรือที่ใช้ในกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ
(๒) เครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในกิจการของทบวงชํานัญพิเศษภายใต้องค์การสหประชาชาต ิ
สํานักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครสมณทูต สถานทูต
สถานกงสุลใหญ่ และสถานกงสุลของต่างประเทศ
ข้อ ๑๖ เครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ของเครื่องวิทยุคมนาคมที่นําเข้ามาในราชอาณาจักร
โดยผู้ประกอบกิจการในเขตอุตสาหกรรมการส่งออก หรือตามที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการ
ส่งเสริมการลงทุน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตหรือทําเป็นเครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ของเครื่องวิทยุ
คมนาคมเพื่อการส่งออก ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตนําเข้า และมีซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
ข้อ ๑๗ เครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ของเครื่องวิทยุคมนาคมที่ผลิตหรือทําเพื่อการส่งออก
โดยผู้ประกอบกิจการในเขตอุตสาหกรรมการส่งออก หรือตามที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการ
ส่งเสริมการลงทุน ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตทํา มี และนําออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
เครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ของเครื่องวิทยุคมนาคมตามวรรคหน ึ่ง ที่ได้ส่งออกไป
นอกราชอาณาจักรแล้ว และมีการนํากลับเข้ามาเพื่อการแก้ไข ปรับปรุง หรือซ่อมแซมความบกพร่อง
ชํารุด เสียหาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตนําเข้า ทํา มี และนําออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
ข้อ ๑๘ เครื่องวิทยุคมนาคม หรืออุปกรณ์ของเครื่องวิทยุคมนาคมที่นําเข้ามาในราชอาณาจักร
และเก็บไว้ในเขตปลอดอากรเพื่อการส่งออก ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตนําเข้า มี และนําออก
ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม
ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร
กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
ทําหน้าที่ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
|
train
| 282
|
707.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/707.pdf
|
ประกาศ
เรื่อง การก าหนดอ านาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอ านาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี
(ฉบับที่ ๓)
ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่
๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว
ออกไปเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง และมีประกาศ เรื่อง การก าหนดอ านาจหน้าที่ของรัฐมนตรี
ตามกฎหมายเป็นอ านาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชก าหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ให้ยกเลิกประกาศ เรื่อง
การก าหนดอ านาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอ านาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒)
ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และให้บรรดาอ านาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ตามกฎหมาย หรือที่เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายหรือที่มีอยู่ตามกฎหมายโอนมาเป็นอ านาจหน้าที่
ของนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราวเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุญาต อนุมัติ สั่งการ บังคับบัญชา
หรือช่วยในการป้องกัน แก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั้งในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือฟื้นฟูหรือช่วยเหลือ
ประชาชน ดังต่อไปนี้
๑. พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘
๒. พระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐
๓. พระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑
๔. พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ าไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖
๕. พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗
๖. พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๐
๗. พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑
๘. พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒
๙. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
๑๐. พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒
๑๑. พระราชบัญญัติควบคุมน้ ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒
๑๒. พระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕
๑๓. พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐
๑๔. พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
๑๕. พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
๑๖. พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
้หนา ๒๐
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๘๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ เมษายน ๒๕๖๔
๑๗. พระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘
๑๘. พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐
๑๙. พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓
๒๐. พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒
๒๑. พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗
๒๒. พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕
๒๓. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
๒๔. พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔
๒๕. พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒
๒๖. พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙
๒๗. พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑
๒๘. พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙
๒๙. พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕
๓๐. พระราชบัญญัติองค์การเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๐๙
๓๑. พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒
ทั้งนี้ ให้รวมถึงกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวข้างต้นด้วย
ให้ส่วนราชการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายข้างต้นยังคงใช้อ านาจหน้าที่เช่นเดิมต่อไป
ตามหลักเกณฑ์ที่นายกรัฐมนตรีก าหนด เว้นแต่จะมีประกาศหรือค าสั่งเป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. ๒๕64
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
้หนา ๒๑
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๘๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ เมษายน ๒๕๖๔
|
train
| 283
|
1023.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1023.pdf
|
ประกาศกรมการจัดหางาน
เรื่อง ก าหนดสถานที่ในการยื่นค าขอและแจ้งเกี่ยวกับการท างานของคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา
ซึ่งถือหนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity : CI)
อาศัยอ านาจตามความในข้อ ๓ (๓) แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตท างาน การออก
ใบอนุญาตท างาน และการแจ้งการท างานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๔ (๓) ของประกาศ
กระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวท างานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ส าหรับ
คนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ภายใต้สถานการณ์ การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ข้อ ๗ (๓) ของประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาต
ให้คนต่างด้าวท างานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ส าหรับคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมติ
คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ และข้อ ๔ (๓)
ของระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยการแจ้งและการรับแจ้งการท างานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๔
อธิบดีกรมการจัดหางาน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕
ข้อ ๒ ก าหนดให้สถานที่ดังต่อไปนี้ เป็นสถานที่ในการยื่นค าขอและแจ้งเกี่ยวกับการท างาน
ของคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาซึ่งถือหนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity : CI)
ที่ได้ด าเนินการออกหรือต่ออายุหนังสือรับรองดังกล่าว ณ ศูนย์ออกหนังสือรับรองสถานะบุคคล
(Certificate of Identity: CI)
(๑) ศูนย์ออกหนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity : CI) จังหวัดชลบุรี
(๒) ศูนย์ออกหนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity : CI) จังหวัดเชียงใหม่
(๓) ศูนย์ออกหนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity : CI) จังหวัดระนอง
(๔) ศูนย์ออกหนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity : CI) จังหวัดสมุทรปราการ
(๕) ศูนย์ออกหนังสือรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity: CI) จังหวัดสมุทรสาคร
ประกาศ ณ วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕64
ไพโรจน์ โชติกเสถียร
อธิบดีกรมการจัดหางาน
้หนา ๑๓
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๓๑๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔
|
train
| 284
|
746.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/746.pdf
|
กฎกระทรวง
ฉบับที่ 373 (พ.ศ. 2564)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยภาษีเงินได้
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชก าหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521 และมาตรา 4 แห่งประมวล
รัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 20)
พ.ศ. 2513 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิก ความใน (17/5) ของข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 144 (พ.ศ. 2522)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 361
(พ.ศ. 2563) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๑๗/5) การจ่ายเงินได้พึงประเมินดังต่อไปนี้ที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖5 และผู้มีหน้าที่น าส่งภาษีได้ด าเนินการตามวิธีน าส่งที่ก าหนด
ตามมาตรา ๓ ปัณรส แห่งประมวลรัษฎากร ร้อยละ ๒.๐
(ก) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้และมูลนิธิ
หรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศก าหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
(ข) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๓) แห่งประมวลรัษฎากร
เฉพาะที่เป็นเงินได้จากค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้และมูลนิธิหรือสมาคมที่ รัฐมนตรี
ประกาศก าหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
้หนา ๑
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๓๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๔
(ค) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร
ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม
ที่ประกอบกิจการซึ่งมี รายได้และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศก าหนดตามมาตรา 47 (7) (ข)
แห่งประมวลรัษฎากร และไม่รวมถึงการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (ก) แห่งประมวล
รัษฎากร ที่เป็นค่าเช่าเรือตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวีที่ใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่าง
ประเทศ
(ง) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๖) และ (๗) แห่งประมวล
รัษฎากร ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมู ลนิธิ
หรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศก าหนดตามมาตรา ๔๗
(๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
(จ) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่
เป็นการจ่ายรางวัลในการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค หรือการอื่นใดอันมีลักษณะท านองเดียวกัน
ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม
ที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศก าหนดตามมาตรา 47 (7) (ข)
แห่งประมวลรัษฎากร
(ฉ) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่
เป็นการจ่ายค่าแสดงให้แก่นักแสดงสาธารณะซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีภูมิล าเนา
อยู่ในประเทศไทย
ค าว่า “นักแสดงสาธารณะ” หมายความว่า นักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุ
หรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใด ๆ
(ช) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๘) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่
เป็นเงินได้จากการจ้างท าของ การจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย
และการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีที่ก าหนดไว้ใน (๓) (๑๕) (๑๖) และ (๑๗) แต่ไม่รวมถึง
การจ่ายค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี
เงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้
และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศก าหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
ค าว่า “การให้บริการ” หมายความว่า การกระท าใด ๆ อันอาจหาประโยชน์
อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่การขายสินค้า
้หนา ๒
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๓๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๔
ค าว่า “ภัตตาคาร ” หมายความว่า กิจการขายอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ว่า
ชนิดใด ๆ รวมทั้งกิจการรับจ้างปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม ทั้งนี้ ไม่ว่าในหรือจากสถานที่ซึ่งจัดให้
ประชาชนเข้าไปบริโภคได้”
ให้ไว้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖4
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
้หนา ๓
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๓๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๔
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรก าหนดให้มีการหักภาษี
ณ ที่จ่าย ในอัตราที่ลดลงจากที่ก าหนดไว้ตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 144) พ.ศ. 2522 ออกตามความใน
ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ ส าหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินบางประเภทที่ผู้มีหน้าที่น าส่งภาษีเงินได้
ด าเนินการตามวิธีน าส่งที่ก าหนดตามมาตรา 3 ปัณรส แห่งประมวลรัษฎากร และได้จ่ายตั้งแต่วันที่
1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ
น าส่งภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงจ าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
้หนา ๔
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๓๙ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๔
|
train
| 285
|
1865.pdf
|
TIS
|
ACTION
|
TIS_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1865.pdf
|
'1>@01>#1/อB!2@ห11/
N1ANอ ํ@ห% /@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ NAOอNพล>?///ล - @1ห@คN@ค/@/AO% -
/>$?@1อ&OหO O/0N!@อ& - NลN/ 3 ค/@/AO%Q%!?/อ0N@@1/>Nค1@>ห์
พ.0. 2567
P 0#?NN'็%@12/ค/1ํ@ห% /@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ NAOอNพล>?///ล - @1ห@คN@ค/@/AO% -
/>$?@1อ&OหO O/0N!@อ& - NลN/ 3 ค/@/AO%Q%!?/อ0N@@1/>Nค1@>ห์
อ@0?0อํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ 15 OหNพ1>1@&?ญญ?!>/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/
พ.0. 2511 @NOORNพ>N/N!>/P 0พ1>1@& ?ญญ?!>/@!1@%(ล >!.?์อB!2@ห11/ (&?&#?N 7)
พ.0. 2558 1?/%!1?/N@@11>#1/อB!2@ห11/ @ออ'1>@0!@/OอN2%ออค>11/@1
/@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ R/O ?%?O
Oอ 1 '1>@0%?ON1?0/N@ '1>@01>#1/อ B!2@ห11/ N1ANอ ํ@ห% /@!1@%
(ล>!.?์อB!2@ห11/ NAOอNพล>?///ล - @1ห@คN@ค/@/AO% - />$?@1อ&OหO O/0N!@อ& - NลN/ 3
ค/@/AO%Q%!?/อ0N@@1/>Nค1@>ห์ พ.0. 2567
Oอ 2 '1>@0%?OQหO/?(ล%?&O!N/?%"? @/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@N'็%!O%R'
Oอ 3 QหOํ@ห% /@!1@%(ล>!.?์อB!2@ห11/ NAOอNพล>?///ล - @1ห@คN@ค/@/AO% -
/>$?@1อ&OหO O/0N!@อ& - NลN/ 3 ค/@/AO%Q%!?/อ0N@@1/>Nค1@>ห์ /@!1@%Nล#?N มอก. 3663
เล่ม 3 - 2566 R/O ?/?1@0ล>Nอ?0 #O@0'1>@0%?O
'1>@0 /?%#?N ๒๙ B/.@พ?%$์ พ.0. ๒_`a
พ>/พ์.?#1@ />?0Bล
1?/%!1?/N@@11>#1/อB!2@ห11/
หนา ๓๖
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๐๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ เมษายน ๒๕๖๗
ขอมูลมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
แนบทายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ชื่อมาตรฐาน : เชื้อเพลิงชีวมวล — การหาคาความชื้น — วิธีการอบแหงดวยเตาอบ —
เลม 3 ความชื้นในตัวอยางการวิเคราะห
SOLID BIOFUELS — DETERMINATION OF MOISTURE CONTENT —
OVEN DRY METHOD — PART 3: MOISTURE IN GENERAL ANALYSIS
SAMPLE
มาตรฐานเลขที่ : มอก. 3663 เลม 3−2566
ผูจัดทํา : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
กรรมการวิชาการ : คณะอนุกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 28/5 มาตรฐานผลิตภัณฑ
เชื้อเพลิงชีวมวล เชื้อเพลิงขยะ และกาซชีวภาพ
ขอบขาย : มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมนี้
- กําหนดขึ้นโดยรับ ISO 18134-3:2015(E) Solid biofuels —
Determination of moisture content — Oven dry method — Part
3: Moisture in general analysis sample มาใชโดยวิธีพิมพซ้ํา
(reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช ISO
ฉบับภาษาอังกฤษเปนหลัก
- อธิบายวิธีการหาคาความชื้นของตัวอยางวิเคราะหโดยการอบแหงดวย
เตาอบ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อวิเคราะหตัวอยางทั่วไปตามมาตรฐาน
EN 14780 วิธีการนี้ใชไดกับเชื้อเพลิงชีวมวลทั้งหมด
- การรายงานคาความชื้นของเชื้อเพลิงชีวมวล (ที่ไดรับ) ใหรายงานโดยอ างอิง
จากน้ําหนักรวมของตัวอยางทดสอบ เนื่องดวยเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีขนาดเล็ก
นั้นมีความไวตอความชื้น คาความชื้นของเชื้อเพลิงเหลานี้จะเปลี่ยนแปลง
ตามความชื้นในบรรยากาศ ทั้งนี้ การหาคาความรอน, ปริมาณคารบอน และ
ปริมาณไนโตรเจนของสวนที่นํามาทดสอบจะตองวิเคราะหพรอมกับ
คาความชื้นของสวนที่นํามาทดสอบนั้น
หมายเหตุ: คาความชื้นเมื่อใชกับวัสดุชีวมวลอาจทําใหเกิดการเขาใจ ผิดได เนื่องจาก
สารชีวมวลที่ไมผานการบําบัดมักประกอบดวยสารระเหย (สารสกัด)
ในปริมาณตางๆ กัน ซึ่งสามารถระเหยไดเมื่อหาคาความชื้นโดยการอบแหง
ดวยเตาอบ (ดูขอมูลอางอิง [1] และ [2])
เนื้อหาประกอบดวย : รายละเอียดใหเปนไปตาม ISO 18134-3:2015(E)
จํานวนหนา : 16 หนา
ISBN : 978-616-595-617-8
ICS : 27.190; 75.160.10
สถานที่จัดเก็บ : หองสมุดสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท 02 430 6834
ตอ 02 440-2441
สถานที่จําหนาย : สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร 10400
https://www.tisi.go.th
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 286
|
1458.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1458.pdf
|
หน้า ๑๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ระเบียบสํานักงานกลางชั่งตวงวัด
ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการรับค่าทําการและค่าพาหนะเดินทางของพนักงานเจ้าหน้าที่
ในการตรวจสอบให้คํารับรองเครื่องชั่งตวงวัดนอกสถานที่
พ.ศ. 2561
ด้วยพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนดให้เครื่องชั่งตวงวัด
ต้องได้รับการตรวจสอบและให ้คํารับรองจากพน ักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีเครื่องชั่งตวงวัดที่จะต้อง
ตรวจสอบติดตรึงอยู่กับที่หรือยากแก่การเคลื่อนย้ายหรือมีจํานวนมาก ผู้ครอบครองเครื่องชั่งตวงวัดหรือ
ผู้ประกอบธุรกิจเครื่องชั่งตวงวัดจะยื่นคําขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบให้คํารับรองนอกสถานที่
สํานักงานกลางหร ือสํานักงานสาขาก็ได้ โดยเสียค่าทําการตามอัตราที่กําหนดในกฎกระทรวงและ
ค่าพาหนะเดินทางเท่าที่จําเป็นและใช้จ่ายไปจริงให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
เพื่อให้การเรียกเก็บเงินค่าทําการและค่าพาหนะเดินทางของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วย
ความถูกต้อง เรียบร้อย โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกัน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 (5)
แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 อธิบดีกรมการค้าภายใน จึงออกระเบียบไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสํานักงานกลางชั่งตวงวัด ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ
การรับค่าทําการและค่าพาหนะเดินทางของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบให้คํารับรองเครื่องชั่งตวงวัด
นอกสถานที่ พ.ศ. 2561”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 กรณีเครื่องชั่งตวงวัดที่จะต้องตรวจสอบติดตรึงอยู่กับที่หรือยากแก่การเคลื่อนย้ายหรือ
มีจํานวนมาก และผู้ครอบครองเคร ื่องชั่งตวงวัดหรือผู้ประกอบธุรกิจเครื่องชั่งตวงวัดได้ยื่นคําขอ
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบให้คํารับรองเครื่องชั่งตวงวัดนอกสถานที่สํานักงานกลางหรือสํานักงานสาขา
ผู้ครอบครองเครื่องชั่งตวงวัดหรือผู้ประกอบธุรกิจเครื่องชั่งตวงวัดต้องเสียค่าทําการตามอัตราที่กําหนด
ในกฎกระทรวงก ําหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบธ ุรกิจชั่งตวงวัดและค่าทําการตรวจสอบ
เครื่องชั่งตวงวัดนอกสถานที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
และค่าพาหนะเดินทางเท่าที่จําเป็นและใช้จ่ายไปจริงให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด
จากผู้ยื่นคําขอ นอกจากค่าทําการและค่าพาหนะเดินทางตามวรรคหนึ่ง
ข้อ 4 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับเงินค่าทําการและค ่าพาหนะเด ินทาง
ตามข้อ 3 แล้ว ให้ออกใบสําคัญรับเงินไว้เป็นหลักฐานด้วยทุกครั้ง โดยใบสําคัญรับเงินให้เป็นไป
ตามแบบท้ายระเบียบนี้
ข้อ 5 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกใบสําคัญรับเงินแล้ว ให้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
หน้า ๑๒
เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑
(1) มอบต้นฉบับใบสําคัญรับเงิน (ฉบับสีขาว) ให้แก่ผู้ยื่นคําขอตามข้อ 3
(2) นําคู่ฉบับใบสําคัญรับเงิน (ฉบับสีฟ้า) แนบไว้กับรายงานการตรวจสอบให ้คํารับรอง
เครื่องชั่งตวงวัดนอกสถานที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ และเก็บไว้ ณ สํานักงานกลางหรือสํานักงานสาขา
แล้วแต่กรณี
(3) นําสําเนาใบสําคัญรับเงิน (ฉบับสีชมพู) แนบไว้กับสมุดใบสําคัญรับเงิน และให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเก็บรักษาไว้
ข้อ 6 ให้สํานักงานกลางชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดหาสมุดใบสําคัญ
รับเงินและจัดทําทะเบียนเพื่อควบคุมและตรวจสอบการเบิกจ่ายสมุดใบสําคัญรับเงิน
ให้สํานักงานสาขารายงานการใช้ใบสําคัญรับเงินและใบสําคัญรับเงินที่คงเหลือ เป็นหนังสือให้
สํานักงานกลางชั่งตวงวัดทราบ ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ
ข้อ 7 ให้อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. 256๑
บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร
อธิบดีกรมการค้าภายใน
แบบใบสําคัญรับเงิน
แนบท้ายระเบียบสํานักงานกลางชั่งตวงวัด
ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการรับค่าทําการและค่าพาหนะเดินทางของพนักงานเจ้าหน้าที่
ในการตรวจสอบให้คํารับรองเครื่องชั่งตวงวัดนอกสถานที่ พ.ศ. 2561
-----------------------------------------
เล่มที่ ......................... เลขที่ ..........................
ใบสําคัญรับเงินค่าทําการและค่าพาหนะเดินทางของพนักงานเจ้าหน้าที่
ในการตรวจสอบให้คํารับรองเครื่องชั่งตวงวัดนอกสถานที่
ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542
วันที่ .......... เดือน .................... พ.ศ. ...........
ข้าพเจ้า (นาย/นาง/นางสาว) .............................................................................................
ตําแหน่ง ............................................................. สังกัด (ระบุสํานักงานกลางชั่งตวงวัด/สํานักงานสาขา
ชั่งตวงวัด) ได้รับเงินจาก ......................................................................... ผู้ครอบครองเครื่องชั่งตวงวัด/
ผู้ประกอบธุรกิจเครื่องชั่งตวงวัดซึ่งเป็นผู้ยื่นคําขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบให้คํารับรองเครื่อง
ชั่งตวงวัดนอกสถานที่สํานักงานกลางหรือสํานักงานสาขา ตามคําขอเลขที่ ............................................
เมื่อวันที่ ........... เดือน ............................ พ.ศ. ................ เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ดังนี้
ค่าทําการของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จํานวนเงิน ....................... บาท
ตั้งแต่เวลา ............... ถึงเวลา ..................
ค่าพาหนะเดินทาง จํานวนเงิน ....................... บาท
รวม ................................ บาท
(จํานวนเงินเป็นตัวอักษร .....................................................................................................................)
……………………………….…... ……………………………….…...
(.......................................................) (............. ..........................................)
ผู้จ่ายเงิน พนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้รับเงิน
|
train
| 287
|
514.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/514.pdf
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได (ฉบับที่ ๓๗๔)
เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเวนภาษีเงินไดนิติบุคคล
สําหรับเงินไดที่ไดจายเพื่อการลงทุนในเครื่องจักร แตไมใชเปนการซอมแซมใหคงสภาพเดิม
ตามมาตรา ๖๕ ตรี (๕) แหงประมวลรัษฎากร
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๖ แหงพระราชกฤษฎีกาออกตา มความในประมวลรัษฎากร
วาดวยการยกเวนรัษฎากร (ฉบับที่ ๖๙๐) พ.ศ. ๒๕๖๓ อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ
วิธีการ และเงื่อนไขการยกเวนภาษีเงินไดนิติบุคคล สําหรับเงินไดที่ไดจายเพื่อการลงทุนในเครื่องจักร
แตไมใชเปนการซอมแซมใหคงสภาพเดิม ตามมาตรา ๖๕ ตรี (๕) แหงประมวลรัษฎากร ดังตอไปนี้
ใหยกเลิกความใน (๑) ของขอ ๔ ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได
(ฉบับที่ ๓๖๖) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเวนภาษีเงินไดนิติบุคคลสําหรับเงินได
ที่ไดจายเพื่อการลงทุนในเครื่องจักร แตไมใชเปนการซอมแซมใหคงสภาพเดิมตามมาตรา ๖๕ ตรี (๕)
แหงประมวลรัษฎากร ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
“(๑) จัดทําโครงการลงทุนและแผนการลงทุนตามแบบแจงโครงการลงทุนและแผนการจายเงิน
ตามที่แนบทายประกาศนี้ผานระบบเครือขายอินเทอรเน็ตทางเว็บไซต ( Web Site) ของกรมสรรพากร
http://www.rd.go.th ภายในวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓”
ประกาศ ณ วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
เอกนิติ นิติทัณฑประภาศ
อธิบดีกรมสรรพากร
้หนา ๔๙
่เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๕๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓
|
train
| 288
|
82.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/82.pdf
|
ประกาศกรมการจัดหางาน
เรื่อง ก าหนดสถานที่ยื่นค าขอและแจ้งการท างานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 3)
โดยที่เป็นการสมควรก าหนดสถานที่ในการยื่นค าขอและแจ้งการท างานของคนต่างด้าวเพิ่มเติม
เพื่อรองรับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic
Corridor-EEC) ตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561
อาศัยอ านาจตามความในข้อ 36 (3) ของกฎกระทรวงว่าด้วยการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต
และการแจ้งการท างานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 อธิบดีกรมการจัดหางานจึงให้เพิ่มความต่อไปนี้
เป็น (5) ของข้อ 2 ของประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง ก าหนดสถานที่ยื่นค าขอและแจ้งการท างาน
ของคนต่างด้าว ลงวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกรมการจัดหางาน
เรื่อง ก าหนดสถานที่ยื่นค าขอและแจ้งการท างานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 19 มิถุนายน
พ.ศ. 2560
“(5) ศูนย์บริหารแรงงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ส าหรับการยื่นค าขอและการแจ้ง
การท างานของคนต่างด้าว ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง”
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
เพชรรัตน์ สินอวย
รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทน
อธิบดีกรมการจัดหางาน
้หนา ๑๓
่เลม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๗๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
|
train
| 289
|
2230.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2230.pdf
|
'1>@01$>& ?1/211พ@1
N?P0/?&.@1?N>%R O (&?&#?P bc_)
N1AP1 ํ@/% O&&O2 1@0@1N?P0/?&.@1?N>%R O/? #?PN@0
1@0?01ํ@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ cf /@!1@ cg /@!1@ a N!12 O3>/@!1@ dg #/>
O/N'1>//31?1@1 1$>& ?1/211พ@1 @ํ@/% O&&O2 1@0@1.@1 ?N>%R O/? #?PN@0
2ํ@/1?&@10AP%1@0@1! N1NO@พ%?@%'1>N/ >%!@/'1>//31 ?1@1 '1>1&/@!1@ a P202
O/N'1>//31?1@1 @POORNพ>P/N!>/P 0พ1>1@&??!>OORNพ>P/N!>/'1>//31?1@1 (&?&#?P ca)
พ.0. `cdc ํ@/% Q/O(CO/?/%O@#?P%ํ@2N.@1?0AP%1@0@1.@1?N>%R O/? #?PN@0 /1A1N12@1/3?ฐ@%
/1A1/%?2A11AP%Q @PN'O%/%O@#?P!@/'1>//31?1@1 O/01>&/%@1#@1>N3O#11%>2์!N11/211พ@1R/O
?!N1R'%?Q
O1 _ Q/O0N3>
(_) '1>@01$>& ?1/211พ@1 N?P0/?&.@1?N>%R O (&?&#?P cf) N1AP1 ํ@/% O&&
O2 1@0@1N?P0/?&.@1?N>%R O&Bคค3$11/ @/? #?PN@0 3/?%#?P `` พ20>@0% พ.0. `caf
(`) '1>@01$>& ?1/211พ@1 N?P0/?&.@1?N>%R O (&?&#?P `cc) N1AP1 ํ@/% O&&
O2 1@0@1N?P0/?&.@1?N>%R O&Bคค3$11/ @/? #?PN@0 3/?%#?P `b />"B%@0% พ.0. `ccf
(a) '1>@01$>& ?1/211พ@1 N?P0/?&.@1?N>%R O (&?&#?P baf) N1AP1 ํ@/% O&&
O2 1@0@1N?P0/?&.@1?N>%R O&Bคค3$11/ @/? #?PN@0 3/?%#?P `_ ?%0@0% พ.0. `cdd
O1 ` Q/O0N3>
(_) ค/@/Q% (b) 1O1 ` /11ค/%@P 1'1>@01$>& ?1/211พ@1 N?P0/?&.@1?N>%R O
(&?&#?P _d) N1AP1 ํ@/% O&&O2 1@0@1N?P0/?&.@1?N>%R O1&1>1?#/1A1/O@/BO%2N/%%>!>&Bคค3
3/?%#?P c B/.@พ?%$์ พ.0. `c`c
(`) ค/@/Q%/11ค2@/1 O1 ` 1'1>@01$ >& ?1/211พ@1 N?P0/?&.@1?N>%R O
(&?&#?P _d) N1AP1 ํ@/% O&&O2 1@0@1N?P0/?&.@1?N>%R O1&1>1?#/1A1/O@/BO%2N/%%>!>&Bคค3
3/?%#?P c B/.@พ?%$์ พ.0. `c`c @POORNพ>P/N!>/P 0'1>@01$>& ?1/211พ@1 N?P0/?&.@1?N>%R O
(&?&#?P _d^) N1AP1 ํ@/% O&&O2 1@0@1N?P0/?&.@1?N>%R O1&1>1?#/1A1/O@/BO%2N/%%>!>&Bคค3
3/?%#?P _b พ20>@0% พ.0. `cbg
O1 a ํ@/% Q/ OO&& ?!N1R'%?Q N'O%O&&O2 1@0@1/ ?.@1? O3>%ํ@N>%.@1?2N
!@//@!1@ a N!12 /@!1@ c` O3>/@!1@ dg #/> O/N'1>//31?1@1
(_) ... ._ O&&0AP%1@0@1.@1?N>%R O/? #?PN@0 !@//@!1@ cg O/N'1>//31?1@1
QO2ํ@/1?&@1/?.@1? #?PN@0 !@//@!1@ c^ (_) O/N'1>//31?1@1 1?@1N@0N>%R O
พ@'1>N/>%!@//@!1@ b^ (_) O3> (`) O/N'1>//31?1@1
หนา ๗
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ มกราคม ๒๕๖๘
(`) ... ._ O&&0AP%1@0@1.@1 ?N>%R O/? #?PN@0 !@//@!1@ cf ( `)
O/N'1>//31?1@1 QO2ํ@/1?&O2 1@0@1N?P0/?&N>%R Oพ@'1>N/>%!@//@!1@ b^ (_) O3> (`)
O/N'1>//31?1@1
(a) ... ._ พ>N01 O&&0AP%1@0@1.@1?N>%R O/? #?PN@0 !@//@!1@ cf (_)
QO2ํ@/1?&O2 1@0@1N?P0/?&N>%R Oพ@'1>N/>%!@//@!1@ b^ (_) O3> (`) O/N'1>//31?1@1
1?/?@1!?Q?@N&>N>% Nพ@>O@1@@1O3>3CO@12N/%1@@1
(b) ... .` O&&0AP%1@0@1.@1?N>%R O/? #?PN@0 !@//@!1@ cg O/N'1>//31?1@1
QO2ํ@/1?&@1/?.@1? #?PN@0 !@//@!1@ c^ (`) O/N'1>//31?1@1 1?@1N@0N>%R O
พ@'1>N/>%!@//@!1@ b^ (a) O3> (b) O/N'1>//31?1@1
(c) ... .` O&&0AP%1@0@1.@1 ?N>%R O/? #?PN@0 !@//@!1@ cf ( `)
O/N'1>//31 ?1@1 QO2ํ@/1?&O2 1@0@1N ?P0/?&N>%R Oพ@'1>N/ >%!@//@!1@ b^ ( b)
O/N'1>//31?1@1
(d) ... .a O&&0AP%1@0@1.@1?N>%R O/? #?PN@0 !@//@!1@ cg O/N'1>//31?1@1
QO2ํ@/1?&@1/?.@1? #?PN@0 !@//@!1@ a N!12 O3>/@!1@ c^ (a) ( b) O3> (c)
O/N'1>//31 ?1@1 1?@1N@0N>%R Oพ@'1>N/>%!@//@!1@ b^ (c) ( d) ( e) O3> (f)
O/N'1>//31?1@1
(e) ... .a O&&0AP%1@0@1.@1 ?N>%R O/? #?PN@0 !@//@!1@ cf ( _)
O/N'1>//31?1@1 QO2ํ@/1?&O2 1@0@1N?P0/?&N>%R Oพ@'1>N/>%!@//@!1@ b^ (c) (d) (e)
O3> (f) O/N'1>//31?1@1
(f) ... .ca O&&0AP%1@0@1.@1?N>%R O/? #?PN@0 QO2ํ@/1?&
( ) 1?#?P1?ฐ&@3 1ค์@111?ฐ&@3 N#0&@3 2B@.>&@3 /1A11ค์@1&1>/@11@@1
2N/%#O1">P%1AP% N'O%(CON@0N>%R Oพ@'1>N/>% !@//@!1@ b^ O/N'1>//31?1@1 Q/OON&1>1?#
/1A1/O@/BO%2N/%%>!>&Bคค3ค1 ?Q/%@P N !?QO!N c^^ &@#@Q%R' O3>!O1/?.@1? #?PN@0
!@//@!1@ dg #/> O/N'1>//31?1@1
( ) 1?#?P/?@1N@0N>%Q/OON&1>1?#/1A1/O@/BO%2N/%%>!>&Bคค3 O3>!O1/?.@1? #?PN@0
!@//@!1@ a N!12 O/N'1>//31?1@1
O&&O2 1@0@1!@//11ค/% @P Q/OQOO&&O2 1@0@1# ?PN'O%O1/C31>N3O#11%>2์
/1A1O&&O2 1@0@1#?P? พ>/พ์@1>&&1>N3O#11%>2์11/211พ@1
O1 b O&&O2 1@0@1!@/ O1 a #?PN'O%O1/C31>N3O#11%>2์ Q/O0AP%O&&พ1O1/O2
1@0@1.@1?N>%R O/? #?PN@0 N'O%O1/C31>N3O#11%>2์ (N@%1>&&1>N3O#11%>2์11/211พ@1
/1A11>&&1AP%Q Q%3?1>#ํ@%1N ?0/?% O3>Q/O"A1/N@1/211พ@1R O1?&O&&O2 1@0@1 ?3N@/
หนา ๘
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ มกราคม ๒๕๖๘
N/AP1(CO/?/%O@#?P/?.@1?R O1?&/3?ฐ@%0A%0?%@11?&O&&O2 1@0@1/1 A1Q&1?&@1>&&1>N3O#11%>2์
11/211พ@1 O3O/O!N1?
O1 c O&&O2 1@0@1!@/O1 a #?P? พ>/พ์@1>&&1>N3O#11%>2์11/211พ@1
Q/O0AP%O&&พ1O1/O2 1@0@1.@1 ?N>%R O/? #?PN@0 O/02AP1&?%#@Q%1>&&ค1/พ >/N!11์/1A1
O/0O1/C31>N3O#11%>2์1AP% !@/1C'O&&O1/C3 (Format) #?P/?1@0@110 N@%O10!@/#?Pํ@/%
&%1>&&1>N3O#11%>2์11/211พ@1
O1 d Q%1?#?P(CO/?/%O@#?P/?.@1?@P/?/%O@#?P0AP%1@0@1R/N1@0AP%1@0@1 O/0/>$?@1!@/O1 b
O3>O1 c R O Q/OOO!N11$>& ?N'O%/%?2A1"@N/!Bํ@N'O%#?PR/N1@ ํ@N%>%@1R Oพ1O1/?&@10AP%O&&
O2 1@0@1 ?3N@/ 2ํ@%?@%211พ@1พAQ%#?P2@@Q%N!#O1#?P#?P2"@%'1>1&@11(CO/?/%O@#?P
/?.@1?!?Q10CN
O1 e '1>@0% ?QQ/OQO&?ค?&2ํ@/1?&@1N@0N>%R O@P!O1/?.@1?N>%R O/? #?PN@0
!?QO!N/?%#?P _ /1@ค/ พ.0. `cdf N'O%!O%R'
'1>@0 /?%#?P a $?%/@ค/ พ.0. `cde
'ิP%2@0 2B1?2/ ?
1$>& ?1/211พ@1
หนา ๙
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๕ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ มกราคม ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 290
|
915.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/915.pdf
|
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง ชุดตรวจและน้้ายาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19)
แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits) (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๔
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจและน้้ายา
ที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจน
ด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits) พ.ศ. ๒๕๖๔ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรอง
ที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) ด้วยตนเองตามมาตรการ
ควบคุมการระบาดของเชื้อก่อโรค COVID-19
อาศัยอ้านาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติ
เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยค้าแนะน้าของคณะกรรมการ
เครื่องมือแพทย์จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕ ของประกาศกระ ทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจ
และน้้ายาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหา
แอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits) พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๕๖๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๕ ให้ผู้จดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือน้าเข้าปฏิบัติตามประกาศกระทรวง
สาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดท้าบันทึกและรายงานการผลิต น้าเข้า
หรือขายเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔”
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก แบบ ร.ข.พ. ๔ ท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจ
และน้้ายาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหา
แอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen test self-test kits) พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๕๖๔
ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖4
อนุทิน ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
้หนา ๑๕
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๓๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ กันยายน ๒๕๖๔
|
train
| 291
|
2316.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2316.pdf
|
#1>@01/?P >!
N1APอ ํ@ห! QหOสํ@!?@!?P >!?ห/? Oล>สํ@!?@!?P >!ส@@
Q!พAQ!?P?ห/? สBพ11"B1?N#็!สํ@!?@!?P >!อ>NลO1อ!>ส์
อ@0?0อํ@!@!@/ค/@/Q!/@!1@ e_ /11คสอ OหN#1>//ลห/@0?P >! @POORNพ>P/N!>/
P 0พ1>1@" ??!>OORNพ>P/N!>/#1>//ลห/@0 ?P >! ("?"?P _^) พ.0. `cc^ #1>อ"?"
/@!1@ a` OหNพ1>1@" ??!>1>N"?0""1>ห@11@@1O$ N! >! พ.0. `cab @POORNพ>P/N!>/
P 0พ1>1@"??!>1>N"?0""1>ห@11@@1O$N! >! ("?"?P c) พ.0. `cbc Oล>Oอ ` (_) (b)
Oอ _g OหN1>1/O"NสN/!1@@11/?P >! 1>1//ห@ R0 พ.0. `cce #1>อ"?"
Oอ f OหN1>N"?0"1/?P >! /N@ O/0หล?Nฑ์Oล>/> ?@1 >N"?0!ส> >Oล>!>!>11/Q!สํ@!?@!?P >!
อ>NลO1อ! >ส์ สํ@!?@! ?P >!อ>NลO1อ! >ส์!N@สํ@!?@!O""ออ!Rล! ์ Oล>สํ@!?@! ?P >!
อ>NลO1อ!>ส์?Q1>"" พ.0. `cdb @#1>@0QหOสํ@!?@!?P >! ?!NอR#!?Q N#็!สํ@!?@!?P >!
อ>NลO1อ!>ส์Nพ@>@1 >N"?0!ส> >Oล>!>!>11/Q!ห!?สAอOส ส> >Q!?P >!#1>N.P! ?P >!
_. สํ@!?@!?P >!?ห/? สBพ11"B1?
`. สํ@!?@!?P >!?ห/? สBพ11"B1? ส@@N >/"@!@"/
a. สํ@!?@!?P >!?ห/? สBพ11"B1? ส@@01?#1>?!!์
b. สํ@!?@!?P >!?ห/? สBพ11"B1? ส@@ อ!N ?0์
c. สํ@!?@!?P >!?ห/? สBพ11"B1? ส@@สอพ?P!Oอ
d. สํ@!?@!?P >!?ห/? สBพ11"B1? ส@@ส@/B
e. สํ@!?@!?P >!?ห/? สBพ11"B1? ส@@อCNอ
?Q!?Q !?QO!N/?!?P _^ /?!@ค/ พ.0. `cdf N#็!!O!R#
#1>@0 /?!?P _g B/.@พ?! ์ พ.0. `cdf
พ1พ!์ NพOพ@ส
อ >" ?1/?P >!
หนา ๔๐
เลม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๘
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 292
|
2164.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/2164.pdf
|
'1>@01>#1/2@$@12B
N1APอ คN@QON@02O@ห1?&(CON >%#@ 1?(CON >%#@@PN'็%ห1Aอ/?Nห!Bอ?%ค/122?0
/N@N'็%P1ค!> !Nออ?%!1@0ห1AอP1ค1>&@ ห1AอN'็%พ@ห>%O@P1ค
พ.0. `cde
P 0#?PN'็%@12/ค/1Qห O/?@1O@ห% ห3?N์ />$?@1 O3>NAPอ%R#?P(CON >%#@!OอN'็%
(CO1?&(> อ&คN@QON@0 Q%1?#?PNO@พ%?@%ค/&คB/P1ค!> !Nอ'1>O@ N@%ค/&คB/P1ค!> !Nอ1>ห/N@'1>N#0
พ&(CON >%#@#?PN'็%ห1Aอ/?Nห!Bอ?%ค/122?0/N@N'็%P1ค!> !Nออ?%!1@0ห1AอP1ค1>&@ ห1AอN'็%พ@ห>%O@P1ค
O3>R OออคO@2?PQหO&Bคค3 ?3N@/"CO0? ??% คB/R/O2?N! ห1AอR O1?&@121O@N21>/.C/>คBO/?%P1ค
O3O/O!N1?
อ@0?0อO@%@!@/ค/@/Q%/@!1@ c /11คห%@P /@!1@ e (b) O3>/@!1@ b` /11ค2อ
OหNพ1>1@&??!>P1ค!> !Nอ พ.0. `ccf 1?/%!1?/N@@11>#1/2@$@12 BP 0ค/@/NหO%อ&
อค>11/@1P1ค!> !NอOหN@!> @ออ'1>@0R/O ?!NอR'%?Q
Oอ _ '1>@0%?QN1?0/N@ '1>@01>#1/2@$@12B N1APอ คN@QON@02O@ห1?&(CON >%#@
1?(CON >%#@@PN'็%ห1Aอ/?Nห!Bอ?%ค/122?0/N@N'็%P1ค!> !Nออ?%!1@0ห1AอP1ค1>&@ ห1AอN'็%พ@ห>%O@P1ค
พ.0. `cde
Oอ ` '1>@0%?QQหOQO&?ค?&N/APอพO%O@ห% 2@/2>&/?%%?&O!N/?%'1>@0Q%1@>@%BN&1@
N'็%!O%R'
Oอ a Q%1?#?PNO@พ%?@%ค/&คB/P1ค!> !Nอ'1>O@ N@%ค/&คB/P1ค!> !Nอ1>ห/N@'1>N#0
พ&(CON >%#@#?PN'็%ห1Aอ/?Nห!Bอ?%ค/122?0/N@N'็%P1ค!> !Nออ?%!1@0 P1ค1>&@ ห1AอN'็%พ@ห>%O@P1ค
O3>NO@พ%?@%ค/&คB/P1ค!> !Nอ'1>O@ N@%ค/&คB/P1ค!> !Nอ1>ห/N@'1>N#0R O/?คO@2?PQหOO0?
??% ห1AอคB/R/O2?N!(CON >%#@%?Q% ห1Aอ/?คO@2?PQหO(CON >%#@%?Q%1?&@121O@N21>/.C/>คBO/?%P1ค
!@//@!1@ b` /11คห%@P OหNพ1>1@&??!>P1ค!> !Nอ พ.0. `ccf O3>@1 O@N%>%@1 ?3N@/
/?คN@QON@0N> @Q% QหO(CON >%#@N'็%(CO1?&(> อ&คN@QON@0!@/O@%/%#?PR ON@01> #?Q%?Q R/N!? 2>#$>
(CON >%#@Q%@1QO2>#$>ห1Aอ2>#$>N1?01Oอ#?P!%/?!@/ห/@0
Oอ b คN@QON@0#?PN> @Q%!@/Oอ a R OON
(_) คN@%2NQ%@1%O@(CON >%#@R'2"@%#?PO0? ??% คB/R/O2?N! ห1Aอ1?&@121O@N21>/
.C/>คBO/?%P1ค O3>คN@#O@ค/@/2>อ@ NพAPอO@? ค/@/!> P1คอพ@ห%>#?PQOQ%@1%2N ?3N@/
(`) คN@!1/Q%#@@1Oพ#0์
(a) คN@1?1@พ0@&@3
(b) คN@/?2 B#@@1Oพ#0์
(c) คN@QON@0Q%@121O@N21>/.C/>คBO/?%P1ค
หนา ๖๖
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(d) คN@QON@0Q%@1QO2"@%#?PNพAPอQOO0? ??% ห1AอคB/R/O2?N!
(e) คN@QON@0Q%@1# O@ค/@/2>อ@ 2"@%# ?P#?PQOO0? ??% ห1AอคB/R/O2?N!
ห1Aอ@1? @12B@.>&@32"@%#?P ?3N@/
(f) คN@QON@0Q%@1#O@ค/@/2>อ@ NO&1?1@ %0O@0 ห1Aอ#O@3@0/?!"B 2>Pอ Nค1APอQO
ห1Aอ2?!/์
(g) คN@QON@0Q%@1N3?Q0 C
(_^) คN@QON@0อAP%#?PO@N'็%
Oอ c QหOอ$>& ?1/ค/&คB/P1ค1?1@@1!@/'1>@0%?Q Q%1?#?P/?'ัห@N?P0/?&@1 O@N%>%@1
!@/'1>@0% ?Q QหOอ$>& ?1/ค/&คB/P1คN'็%(CO/>%>?0?Q@ O3>QหOคO@2?Pห1AอOอ/>%>?0ออ$>& ?
1/ค/&คB/P1ค"AอN'็%#?P2B
'1>@0 /?%#?P _a พ20>@0% พ.0. `cde
2/0? >N N#พ2B#>%
1?/%!1?/N@@11>#1/2@$@12B
หนา ๖๗
เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๓๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)
|
train
| 293
|
151.pdf
|
FINANCE
|
NON
|
FINANCE_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/151.pdf
|
ประกาศกรมศุลกากร
ที่ 40/2562
เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกรมศุลกากร ที่ 151/2560
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศกรมศุลกากร ที่ 151/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์
และพิธีการการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรส าหรับของที่มีถิ่นก าเนิดจากออสเตรเลีย ลงวันที่
10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เพื่อให้การเป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้น
อากรและลดอัตราอากรศุลกากรส าหรับของที่มีถิ่นก าเนิดจากออสเตรเลีย ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากร
ศุลกากรส าหรับของที่มีถิ่นก าเนิดจากออสเตรเลีย (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2561
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติศุล กากร พ.ศ. 2560 อธิบดีกรมศุลกากร
จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน (2.3) ของข้อ 1 แห่งประกาศกรมศุลกากร ที่ 151/2560
เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรส าหรับของที่มีถิ่นก าเนิดจาก
ออสเตรเลีย ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(2.3) ของตามบัญชีอัตราอากร 4
(ก) ให้ผู้น าของเข้าแสดงหนังสือรับรองถิ่นก าเนิดสินค้าที่ออกตามความตกลง
การค้าเสรีไทย - ออสเตรเลีย
(ข) ของที่ได้รับการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรต้องมีปริมาณการน าเข้า
รวมกันในแต่ละปีไม่เกินบัญชีปริมารการน าเข้าท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากร
และ ลดอัตราอากรศุลกากรส าหรับของที่มีถิ่นก าเนิดจากออสเตรเลีย ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ไม่รวมการน าเข้าของที่เสียอากรตามอัตราปกติหรืออัตรา
ที่เรียกเก็บตามข้อผูกพันภายใต้ความตกลงองค์การการค้าโลกและมิได้ขอใช้สิทธิการคืนอากร
(ค) ของที่น าเข้าเกินกว่าปริมาณตามที่ก าหนดในบัญชีปริมาณการน าเข้า
ท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรส าหรับของที่มี
ถิ่นก าเนิดจากออสเตรเลีย ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้เสียอากร
ในอัตรา ฐานบัญชีอัตราอากร 4 หรืออัตราปกติ แล้วแต่อัตราใดจะต่ ากว่า เว้นแต่ผู้น าของเข้าสามารถ
พิสูจน์ได้ว่าของที่น าเข้าได้ส่งออกจากออสเตรเลียมายังราชอาณาจักรไทยก่อนหรือในวันที่มีการน าเข้าครบ
้หนา ๓๑
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๙๔ งราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒
ตามจ านวนที่ก าหนดไว้ส าหรับปีปฏิทินใด ให้เสียอากรตามบัญชีอัตราอากร 4 ในปีปฏิทินนั้น โดยให้ถือว่า
ของที่เกินปริมาณดังกล่าวเป็นการใช้ปริมาณการน าเข้าของของนั้นในปีถัดไป”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 256๒
กฤษฎา จีนะวิจารณะ
อธิบดีกรมศุลกากร
้หนา ๓๒
่เลม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๙๔ งราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒
|
train
| 294
|
775.pdf
|
GENERAL
|
ACTION
|
GENERAL_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/775.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
เรื่อง วิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และการออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบ
มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
สาขาพนักงานประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ระดับ ๓
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๒๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๓๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๗
คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานก าหนดวิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
และการออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขาพนักงานประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ระดับ ๓ ไว้ ดังนี้
ข้อ ๑ วิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์
และคอมพิวเตอร์ สาขาพนักงานประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับ ๓ ให้เป็น ดังต่อไปนี้
(๑) การทดสอบความรู้
เป็นการทดสอบความรู้ ที่จ าเป็นจะต้องน ามาใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง
ตามหลักวิชาการ ลักษณะข้อสอบเป็นแบบปรนัยชนิด ๔ ตัวเลือก จ านวน ๕๐ ข้อ ใช้เวลาในการทดสอบ
๑ ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละสี่สิบของคะแนนทั้ง หมด โดยผู้เข้ารับการทดสอบต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า
ร้อยละเจ็ดสิบของคะแนนภาคความรู้ จึงจะมีสิทธิเข้ารับการทดสอบภาคความสามารถ
(๒) การทดสอบความสามารถ
เป็นการทดสอบความสามารถเกี่ยวกับการประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เวลา
ในการทดสอบ ๓ ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละหกสิบของคะแนนทั้งหมด ผู้เข้ารับการทดสอบต้องได้คะแนน
ไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของคะแนนภาคความสามารถ โดยแบ่งออกเป็น ๓ แบบทดสอบ ดังนี้
แบบทดสอบที่ ๑ ควบคุมการประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
แบบทดสอบที่ ๒ วิเคราะห์ปัญหาการประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
แบบทดสอบที่ ๓ แนะน าและสอนงานพนักงานที่ประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
(๓) รายละเอียดวิธีการทดสอบให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการก าหนด
ข้อ ๒ การออกหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขาพนักงานประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
ระดับ ๓ จะออกให้แก่ผู้ผ่านการทดสอบ โดยมีเกณฑ์ ดังนี้
(๑) ผู้เข้ารับการทดสอบต้องทดสอบทั้งภาคความรู้และภาคความสามารถ และต้องได้คะแนนรวมกัน
ไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้า จึงถือว่าผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพช่างไฟฟ้า
อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขาพนักงานประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ระดับ ๓
้หนา ๙
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔
(๒) กรณีผู้เข้ารับการทดสอบได้คะแนนภาคความรู้มากกว่าร้อยละเจ็ดสิบ แต่ได้คะแนน
ภาคความสามารถไม่ผ่านเกณฑ์ที่ก า หนด ให้สามารถเข้ารับการทดสอบเฉพาะภาคความสามารถได้ใหม่
ภายใน ๒ ปี นับแต่วันที่ประกาศผลการทดสอบ
ประกาศ ณ วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖2
สุทธิ สุโกศล
ปลัดกระทรวงแรงงาน
ประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
้หนา ๑๐
่เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔
|
train
| 295
|
330.pdf
|
HR
|
ACTION
|
HR_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/330.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
เรื่อง คุณสมบัติของผู้เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๒๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
ฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๓๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๗ คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงก าหนดคุณสมบัติของผู้เข้ารับ
การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก
ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและ
ส่งออก ระดับ ๑
(1) ผู้เข้ารับการทดสอบต้องมีอายุไม่ต่ ากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ นับถึงวันสมัครเข้ารับการทดสอบ
และ
(2) มีประสบการณ์ท างานหรือประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก
ไม่น้อยกว่า ๑ ปี หรือ
(3) ผ่านการฝึกฝีมือแรงงานหรือฝึกอาชีพในสาขาพนักงานน าเข้าและ ส่งออกไม่น้อยกว่า
๔๐ ชั่วโมง และมีประสบการณ์จากการฝึกหรือปฏิบัติงานในงานพนักงานน าเข้าและส่งออกไม่น้อยกว่า
๕๒๘ ชั่วโมง หรือ
(4) เป็นผู้จบการศึกษาไม่ต่ ากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ
อาชีพนี้
ข้อ ๒ มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและ
ส่งออก ระดับ ๒
(1) มีประสบการณ์ท างานหรือประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก
ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระดับ ๑ หรือ
(2) ได้คะแนนรวมในการทดสอบ ระดับ ๑ ไม่ต่ ากว่าร้อยละแปดสิบ
ข้อ ๓ มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและ
ส่งออก ระดับ ๓
(1) มีประสบการณ์ท างานหรือประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก
ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระดับ ๒ หรือ
(2) ได้คะแนนรวมในการทดสอบ ระดับ ๒ ไม่ต่ ากว่าร้อยละแปดสิบ
้หนา ๖๗
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ข้อ ๔ มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและ
ส่งออก ระดับ ๔
(1) มีประสบการณ์ท างานหรือประกอบอาชีพเกี่ยวกับสาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก
ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระดับ ๓ หรือ
(2) ได้คะแนนรวมในการทดสอบ ระดับ ๓ ไม่ต่ ากว่าร้อยละแปดสิบ
ข้อ ๕ ภายในระยะเวลา ๓ ปี หลังจากวิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก ระดับ ๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการในระดับหรือต าแหน่งที่เทียบได้ไม่ต่ ากว่าข้อก าหนด
ของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก ระดับ ๒
โดยมีใบรับรองการท างานจากสถานประกอบกิจการที่ปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้น สามารถขอรับ
การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก
ระดับ ๒ ได้
ข้อ ๖ ภายในระยะเวลา ๓ ปี หลังจากวิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก ระดับ ๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการในระดับหรือต าแหน่งที่เทียบได้ไม่ต่ ากว่าข้อก าหนด
ของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก ระดับ ๓
โดยมีใบรับรองการท างานจากสถานประกอบกิจการที่ปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้น สามารถขอรับ
การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก
ระดับ ๓ ได้
ข้อ ๗ ภายในระยะเวลา ๓ ปี หลังจากวิธีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก ระดับ ๔ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการในระดับหรือต าแหน่งที่เทียบได้ไม่ต่ ากว่าข้อก าหนด
ของมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก ระดับ ๔
โดยมีใบรับรองการท างานจากสถานประกอบกิจการที่ปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้น สามารถขอรับ
การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพภาคบริการ สาขาพนักงานน าเข้าและส่งออก
ระดับ ๔ ได้
ประกาศ ณ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖2
สุทธิ สุโกศล
ปลัดกระทรวงแรงงาน
ประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
้หนา ๖๘
่เลม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
|
train
| 296
|
7.pdf
|
SSHE
|
ACTION
|
SSHE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/7.pdf
|
หน้า ๑๙
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๔๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑
กฎกระทรวง
สุขลักษณะของสถานที่จําหน่ายอาหาร
พ.ศ. ๒๕๖๑
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ
การสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคําแนะนําของคณะกรรมการสาธารณสุข
ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงน ี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
“ อาหารสด” หมายความว่า อาหารที่มีสภาพเป็นของสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก หรือผลไม้
“ อาหารประเภทปรุงสําเร็จ” หมายความว่า อาหารที่ได้ผ่านการทํา ประกอบหรือปรุงสําเร็จ
พร้อมที่จะรับประทานได้ รวมทั้งของหวานและเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ
“ อาหารแห้ง” หมายความว่า อาหารที่ผ่านกระบวนการท ําให้แห้ง โดยการอบ รมควัน
ตากแห้ง หรือวิธีการอื่นใด เพื่อลดปริมาณความชื้นที่มีอยู่ในอาหารลงและเก็บรักษาไว้ได้นานขึ้น
“ เครื่องปรุงรส” หมายความว ่า สิ่งที่ใช้ในกระบวนการปร ุงอาหารให้มีรูปแบบ รสชาติ
หรือกลิ่นรสชวนรับประทาน เช่น เกลือ น้ําปลา น้ําส้มสายชู ซอส รวมทั้งเครื่องเทศ สมุนไพร
หรือมัสตาร์ด
“ วัตถุเจือปนอาหาร” หมายความว่า วัตถุที่ตามปกติมิได้ใช้เป็นอาหารหรือเป็นส่วนประกอบ
ที่สําคัญของอาหาร แต่ใช้เจือปนในอาหารเพื่อประโยชน์ในการผลิต การบรรจุ การเก็บรักษา หรือการขนส่ง
และให้หมายความรวมถึงวัตถุที่มิได้เจือปนในอาหาร แต่บรรจุรวมอยู่กับอาหารเพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้น
เช่น วัตถุกันชื้น วัตถุดูดออกซิเจน
“ ผู้ประกอบกิจการ” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรอง
การแจ้งจัดตั้งสถานที่จําหน่ายอาหาร และให้หมายความรวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุม กํากับ
หรือดูแลการดําเนินการของสถานที่จําหน่ายอาหารนั้น
หน้า ๒๐
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๔๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑
“ ผู้สัมผัสอาหาร” หมายความว ่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาหารตั้งแต่กระบวนการเตร ียม
ประกอบ ปรุง จําหน่ายและเสิร์ฟอาหาร รวมถึงการล้างและเก็บภาชนะอุปกรณ์
หมวด ๑
สุขลักษณะของสถานที่จําหน่ายอาหาร
ข้อ ๓ สถานที่จําหน่ายอาหารต ้องมีการจัดการเกี่ยวกับสถานท ี่และบริเวณที่ใช้ทํา
ประกอบหรือปรุงอาหาร จําหน่ายอาหาร และบริโภคอาหาร ดังต่อไปนี้
(๑) พื้นบริเวณที่ใช้ทํา ประกอบ หรือปรุงอาหารต้องสะอาด ทําด้วยวัสดุที่แข็งแรง ไม่ชํารุด
และทําความสะอาดง่าย
(๒) ในกรณีที่มีผนังหรือเพดาน ผนังหรือเพดานต้องสะอาด ทําด้วยวัสดุที่แข็งแรง และไม่ชํารุด
(๓) มีการระบายอากาศเพียงพอ และในกรณีที่สถานที่จําหน่ายอาหารเป็นสถานที่สาธารณะ
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ
(๔) มีแสงสว่างเพียงพอตามความเหมาะสมในแต ่ละบริเวณ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตร ี
โดยคําแนะนําของคณะกรรมการประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๕) มีที่ล้างมือและอุปกรณ์สําหรับล้างมือที่ถูกสุขลักษณะสําหรับสถานที่และบริเวณสําหรับใช้ทํา
ประกอบหรือปรุงอาหาร และบริโภคอาหาร เว้นแต่สถานที่หรือบริเวณบริโภคอาหารไม่มีพื้นที่เพียงพอ
สําหรับจัดให้มีที่ล้างมือ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์สําหรับทําความสะอาดมือที่เหมาะสม
(๖) โต๊ะที่ใช้เตรียม ประกอบหรือปรุงอาหาร หรือจําหน่ายอาหาร ต้องสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า
หกสิบเซนติเมตร ทําด้วยวัสดุที่ทําความสะอาดง่าย และมีสภาพดี
(๗) โต๊ะหรือเก้าอี้ที่จัดไว้สําหรับบริโภคอาหารต้องสะอาด ทําด้วยวัสดุที่แข็งแรง และไม่ชํารุด
ข้อ ๔ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีการจัดการเกี่ยวกับส้วม ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องจัดให้มีหรือจัดหาห้องส้วมที่มีสภาพดี พร้อมใช้ และมีจํานวนเพียงพอ
(๒) ห้องส้วมต้องสะอาด พื้นระบายน้ําได้ดี ไม่มีน้ําขัง มีการระบายอากาศที่ดี และมีแสงสว่าง
เพียงพอ
(๓) มีอ่างล้างมือที่ถูกสุขลักษณะและมีอุปกรณ์สําหรับล้างมือจํานวนเพียงพอ
(๔) ห้องส้วมต้องแยกเป็นสัดส่วน โดยประตูไม่เปิดโดยตรงสู่บริเวณที่เตรียม ทํา ประกอบ
หรือปรุงอาหาร ที่เก็บ ที่จําหน่าย ที่บริโภคอาหาร ที่ล้างและที่เก็บภาชนะอุปกรณ์ เว้นแต่จะมี
การจัดการห้องส้วมให้สะอาดอยู่เสมอ และมีฉากปิดกั้นที่เหมาะสม ทั้งนี้ ประตูห้องส้วมต้องปิดตลอดเวลา
ข้อ ๕ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีการจัดการเกี่ยวกับมูลฝอย โดยมีถังรองรับมูลฝอย
ที่มีสภาพดี ไม่รั่วซึม ไม่ดูดซับน้ํา มีฝาปิดมิดชิด แยกเศษอาหารจากมูลฝอยประเภทอื่น และต้องดูแล
รักษาความสะอาดถ ังรองรับมูลฝอยและบร ิเวณโดยรอบต ัวถังรองรับมูลฝอยอย่างสม่ําเสมอ ทั้งนี้
หน้า ๒๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๔๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑
การจัดการเกี่ยวกับมูลฝอยและถังรองรับมูลฝอยให้เป็นไปตามข้อบัญญัติท้องถิ่นเกี่ยวกับการจัดการมูลฝอย
ในสถานที่จําหน่ายอาหาร
ข้อ ๖ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีการจัดการเกี่ยวกับน้ําเสีย ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องมีการระบายน้ําได้ดี ไม่มีน้ําขัง และไม่มีเศษอาหารตกค้างในบริเวณสถานที่จําหน่ายอาหาร
(๒) ต้องมีการแยกเศษอาหารออกจากภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ก่อนการทําความสะอาด
(๓) ต้องมีการแยกไขมันไปกําจัดก่อนระบายน้ําทิ้งออกสู่ระบบระบายน้ํา โดยใช้ถังดักไขมัน
หรือบ่อดักไขมัน หรือการบําบัดด้วยวิธีการอื่นที่มีประสิทธิภาพไม่ต่ํากว่าการบําบัดด้วยถังดักไขมันหรือ
บ่อดักไขมัน และน้ําทิ้งต้องได้มาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ข้อ ๗ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีมาตรการในการป้องกันสัตว์ แมลงนําโรค และสัตว์เลี้ยง
ตามหลักวิชาการ
ข้อ ๘ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีมาตรการ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือสําหรับป้องกัน
อัคคีภัยจากการใช้เชื้อเพลิงในการทํา ประกอบ หรือปรุงอาหาร
หมวด ๒
สุขลักษณะของอาหาร กรรมวิธีการทํา ประกอบ หรือปรุง การเก็บรักษา และการจําหน่ายอาหาร
ข้อ ๙ สถานที่จําหน่ายอาหารต ้องมีการจัดการเกี่ยวกับอาหารสด ตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๑) อาหารสดที่นํามาประกอบและปร ุงอาหาร ต้องเป็นอาหารสดที่มีคุณภาพดี สะอาด
และปลอดภัยต่อผู้บริโภค
(๒) อาหารสดต ้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม และเก็บเป็นสัดส่วน มีการปกปิด
ไม่วางบนพื้นหรือบริเวณที่อาจทําให้อาหารปนเป ื้อน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหล ักเกณฑ์และวิธีการ
ที่รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๐ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีการจัดการเกี่ยวกับอาหารแห้ง อาหารในภาชนะบรรจุ
ที่ปิดสนิท เครื่องปรุงรส และวัตถุเจือปนอาหาร ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) อาหารแห้งต้องสะอาด ปลอดภัย ไม่มีการปนเปื้อน และมีการเก็บอย่างเหมาะสม
(๒) อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท เครื่องปรุงรส วัตถุเจือปนอาหาร และสิ่งอื่นที่นํามาใช้
ในกระบวนการประกอบหรือปรุงอาหารต้องปลอดภัย และได้มาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร
ข้อ ๑๑ สถานที่จําหน่ายอาหารต ้องมีการจัดการเกี่ยวกับอาหารประเภทปร ุงสําเร็จ
ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) อาหารประเภทปร ุงสําเร็จต้องเก็บในภาชนะที่สะอาด ปลอดภัย และมีการป้องกัน
การปนเปื้อน รวมทั้งวางสูงจากพื้นไม่น้อยกว่าหกสิบเซนติเมตร
หน้า ๒๒
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๔๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑
(๒) มีการควบคุมคุณภาพอาหารประเภทปรุงสําเร็จให้สะอาด ปลอดภัยสําหรับการบริโภค
ตามชนิดของอาหาร ตามที่รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๓) มีการจัดการสุขลักษณะของการจําหน่ายอาหารตามที่รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ
ประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๒ น้ําดื่มหรือเครื่องดื่มที่เป็นอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทที่ใช้ในสถานที่จําหน่ายอาหาร
ต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร โดยต้องวางสูงจากพื้นไม่น้อยกว่าสิบห้าเซนติเมตร
และต้องทําความสะอาดพื้นผิวภายนอกของภาชนะบรรจุให้สะอาดก่อนนํามาให้บริการ
ในกรณีที่เป็นน้ําดื่มที่ไม่ได้เป็นอาหารในภาชนะบรรจ ุที่ปิดสนิทหรือเครื่องดื่มที่ปรุงจําหน่าย
ต้องบรรจุในภาชนะที่สะอาด มีการปกปิด และป้องกันการปนเปื้อน โดยต้องวางสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า
หกสิบเซนติเมตร ทั้งนี้ น้ําดื่มและน้ําที่ใช้สําหรับปรุงเครื่องดื่มต้องมีคุณภาพไม่ต่ํากว่าเกณฑ์คุณภาพน้ําบริโภค
ที่กรมอนามัยกําหนด
ข้อ ๑๓ การทํา ประกอบ หรือปรุงอาหารต้องใช้น้ําที่มีคุณภาพไม่ต่ํากว่าเกณฑ์คุณภาพน้ําบริโภค
ที่กรมอนามัยกําหนด
ข้อ ๑๔ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีการจัดการเกี่ยวกับน้ําแข็ง ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ใช้น้ําแข็งที่สะอาดและมีคุณภาพมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร
(๒) เก็บในภาชนะที่สะอาด สภาพดี มีฝาปิด และวางสูงจากพื้นไม่น้อยกว่าสิบห้าเซนติเมตร
ปากขอบภาชนะสูงจากพื้นไม่น้อยกว่าหกสิบเซนติเมตร ไม่วางในบริเวณที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน
และต้องไม่ระบายน้ําจากถังน้ําแข็งลงสู่พื้นบริเวณที่วางภาชนะ
(๓) ใช้อุปกรณ์สําหรับคีบหรือตักน้ําแข็งโดยเฉพาะ โดยอุปกรณ์ต้องสะอาดและมีด้ามจับ
(๔) ห้ามนําอาหารหรือสิ่งของอื่นไปแช่รวมกับน้ําแข็งสําหรับบริโภค
ข้อ ๑๕ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีการจัดการเกี่ยวกับน้ําใช้ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) น้ําใช้ต้องเป็นน้ําประปา ยกเว้นในท้องถิ่นที่ไม่มีน้ําประปาให้ใช้น้ําที่มีคุณภาพเทียบเท่า
น้ําประปาหรือเป็นไปตามคําแนะนําของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
(๒) ภาชนะบรรจุน้ําใช้ต้องสะอาด ปลอดภัย และสภาพดี
ข้อ ๑๖ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีการจัดการสารเคมี สารทําความสะอาด วัตถุมีพิษ
หรือวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่ออาหาร โดยติดฉลากและป ้ายให้เห็นชัดเจน พร้อมทั้งมีคําเตือน
และคําแนะนําเมื่อเกิดอุบัติภัยจากสารดังกล่าว และการจัดเก็บต้องแยกบริเวณเป็นสัดส่วนต่างหากจาก
บริเวณที่ใช้ทํา ประกอบ ปรุง จําหน่าย และบริโภคอาหาร
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนถ่ายสารเคมี สารทําความสะอาด วัตถุมีพิษ หรือวัตถุที่อาจเป็น
อันตรายต่ออาหารจากภาชนะบรรจุเดิม ห้ามนําภาชนะบรรจุนั้นมาใช้บรรจุอาหาร และห้ามนําภาชนะ
บรรจุอาหารมาใช้บรรจุสารเคมี สารทําความสะอาดวัตถุมีพิษ หรือวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่ออาหาร
หน้า ๒๓
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๔๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑
ข้อ ๑๗ ห้ามใช้ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงในการทํา ประกอบ หรือปรุงอาหารบนโต๊ะหรือ
ที่รับประทานอาหารในสถานที่จําหน่ายอาหาร
ข้อ ๑๘ ห้ามใช้เมทานอลหรือเมทิลแอลกอฮอล์เป็นเชื้อเพลิงในการทํา ประกอบ ปรุง หรือ
อุ่นอาหารในสถานที่จําหน่ายอาหาร เว้นแต่เป็นการใช้แอลกอฮอล์แข็งสําหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง ทั้งนี้
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องมีมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
หมวด ๓
สุขลักษณะของภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้อื่น ๆ
ข้อ ๑๙ สถานที่จําหน่ายอาหารต้องมีการจัดการเกี่ยวกับภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้
ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ต่าง ๆ ต้องสะอาดและทําจากวัสดุที่ปลอดภัย เหมาะสมกับ
อาหารแต่ละประเภท มีสภาพดี ไม่ชํารุด และมีการป้องกันการปนเปื้อนที่เหมาะสม
(๒) มีการจัดเก็บภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ไว้ในที่สะอาด โดยวางสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า
หกสิบเซนติเมตร และมีการปกปิดหรือป้องกันการปนเปื้อนที่เหมาะสม
(๓) จัดให้มีช้อนกลาง สําหรับอาหารที่รับประทานร่วมกัน
(๔) ตู้เย็น ตู้แช่ หรืออุปกรณ์เก็บรักษาคุณภาพอาหารด้วยความเย็นอื่น ๆ ต้องสะอาด
มีสภาพดี ไม่ชํารุด และมีประสิทธิภาพเหมาะสมในการเก็บรักษาคุณภาพอาหาร
(๕) ตู้อบ เตาอบ เตาไมโครเวฟ อุปกรณ์ประกอบหรือปรุงอาหารด้วยความร้อนอื่น ๆ
หรืออุปกรณ์เตรียมอาหาร ต้องสะอาด มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย สภาพดี และไม่ชํารุด
ข้อ ๒๐ สถานที่จําหน่ายอาหารต ้องมีการจัดการเกี่ยวกับการทําความสะอาดภาชนะ
อุปกรณ์ และเครื่องใช้ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่รอการทําความสะอาด ต้องเก็บในที่ที่สามารถป้องกันสัตว์
และแมลงนําโรคได้
(๒) มีการทําความสะอาดภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่ถูกสุขลักษณะ และใช้สาร
ทําความสะอาดที่เหมาะสม โดยปฏิบัติตามคําแนะนําการใช้สารทําความสะอาดนั้น ๆ จากผู้ผลิต
(๓) จัดให้มีการฆ่าเชื้อภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ภายหลังการทําความสะอาด
ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดสารที่ห้ามใช้
ในการทําความสะอาดภาชนะ อุปกรณ์ และเครื่องใช้
หน้า ๒๔
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๔๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑
หมวด ๔
สุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร
ข้อ ๒๑ ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านสุขลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อ
หรือพาหะนําโรคติดต่อ โรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ หรือโรคอื่น ๆ ตามที่กําหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น
ในกรณีที่เจ็บป่วยต้องหยุดปฏิบัติงานและรักษาให้หายก่อนจึงกลับมาปฏิบัติงานได้
(๒) ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารต้องผ่านการอบรมตามหล ักเกณฑ์ และวิธีการ
ที่รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๓) ผู้สัมผัสอาหารต้องรักษาความสะอาดของร ่างกาย สวมใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกัน
ที่สะอาดและสามารถป้องกันการปนเปื้อนสู่อาหารได้
(๔) ผู้สัมผัสอาหารต้องล้างมือและปฏิบัติตนในการเตรียม ประกอบ ปรุง จําหน่ายและ
เสิร์ฟอาหาร ให้ถูกสุขลักษณะ และไม่กระทําการใด ๆ ที่จะทําให้เกิดการปนเปื้อนต่ออาหารหรือก่อให้เกิดโรค
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดเกี่ยวกับสุขลักษณะตามที่กําหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่น
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๒ สถานที่จําหน่ายอาหารที่ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งอยู่ก่อนวันที่
กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดําเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ภายในกําหนดเวลา
หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เว้นแต่กรณี ดังต่อไปนี้
(๑) การดําเนินการตามข้อ ๘ ของสถานที่จําหน่ายอาหารที่มีพื้นที่ไม่เกินสองร้อยตารางเมตร
ให้ดําเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อ ๘ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
(๒) การดําเนินการตามข้อ ๒๑ (๒) ให้ดําเนินการภายในกําหนดเวลาสองป ีนับแต่วันที่
กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
ปิยะสกล สกลสัตยาทร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หน้า ๒๕
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๔๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันวัฒนธรรมการบริโภคอาหาร
ของประชาชนเปล ี่ยนแปลงไป จากเดิมที่นิยมประกอบอาหารเพ ื่อบริโภคเอง โดยเปลี่ยนเป็นนิยม
บริโภคอาหารนอกบ้านหรือบริโภคอาหารปรุงสําเร็จ สถานที่จําหน่ายอาหารจึงมีผลกระทบสําคัญต่อสุขภาพ
ประชาชน เนื่องจากสถานที่จําหน่ายอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะอาจทําให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรค สารเคมี
หรือโลหะหนัก รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคที่มีอาหารและน้ําเป็นสื่อ เพื่อให้สถานที่จําหน่าย
อาหารมีสุขลักษณะที่ดีและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค สมควรกําหนดมาตรการในการจ ัดการสุขลักษณะ
ของสถานที่จําหน่ายอาหาร จึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
|
train
| 297
|
944.pdf
|
FINANCE
|
ACTION
|
FINANCE_ACTION
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/944.pdf
|
คําสั่งกรมสรรพากร
ที่ ท.ป. ๓๓๖/๒๕๖๔
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร
มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓ เตรส แหงประมวลรัษฎากร และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๔๔
(พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในประมวลรัษฎากร วาดวยภาษีเงินได ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๗๓ (พ.ศ. ๒๕๖๔) ออกตามความในประมวลรัษฎากร วาดวยภาษีเงินได อธิบดีกรมสรรพากร
สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรั ษฎากร ซึ่งไมมีหนาที่ หักภาษี ณ ที่จาย
ตามหมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แหงประมวลรัษฎากร หักภาษี ณ ที่จาย ตามหลักเกณฑ เงื่อนไข
และอัตรา ดังตอไปนี้
ขอ ๑ ใหยกเลิกความใน (๑/๒) ของขอ ๓/๑ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผู จายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได
ณ ที่จาย ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎาก ร มีหนาที่หักภาษีเงินได
ณ ที่จาย ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
“(๑/๒) บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย นอกจากที่ระบุใน (๒)
หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมิน ที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่
๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส
แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๒ ใหยกเลิกความใน (๑/๒) ของขอ ๓/๒ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได
ณ ที่จาย ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาต รา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได
ณ ที่จาย ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
้หนา ๑๗๐
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔
“(๑/๒) บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย นอกจากที่ระบุใน (๒)
หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมินเฉพาะที่เปนคาแหงกูดวิลล คาแหงลิขสิทธิ์หรือสิทธิอยางอื่น
ที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการ
นําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๓ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปน (๑/๑) ของขอ ๖ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได
ณ ที่จาย ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘
“(๑/๑) ผูมีหนาที่เสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา นอกจากที่ระบุใน (๔) หักภาษี ณ ที่จาย
สําหรับเงินไดพึงประเมินที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
และไดดําเนินการนําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไว
ในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๔ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปน (๒/๑) ของขอ ๖ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘
“(๒/๑) บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย นอกจากที่ระบุใน (๓)
และ (๔) หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมินที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส
แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๕ ใหยกเลิกความใน (๑/๒) ของขอ ๗ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒ ๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
“(๑/๒) ผูมีหนาที่เสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินไดนิติบุคคล นอกจากที่ระบุใน (๒)
เฉพาะที่เปนผูมีภูมิลําเนาในประเทศไทย หรืออ ยูในประเทศไทย หรือประกอบกิจการในประเทศไทย
แลวแตกรณี หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมินที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส
แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
้หนา ๑๗๑
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔
ขอ ๖ ใหยกเลิกความใน (๑/๒) ของขอ ๘ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
“(๑/๒) ผูมีหนาที่เสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา เฉพาะคาจางทําของที่เขาลักษณะเปน เงินได
พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๗) หรือ (๘) แหงประมวลรัษฎากร หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินได
พึงประเมิน ที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
และไดดําเนินการนําสงภาษี ดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส แหงประมวลรัษฎากร
โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๗ ใหยกเลิกความใน (๒/๒) ของขอ ๘ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
“(๒/๒) บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย แตไมรวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม
หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเ มินที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่
๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส
แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๘ ใหยกเลิกความใน (๓/๒) ของขอ ๘ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
้หนา ๑๗๒
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔
“(๓/๒) บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของตางประเทศ ประกอบกิจการ
ในประเทศไทย โดยมีสํานักงานสาขาตั้งอยูเปนการถาวรในประเทศไทย หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินได
พึงประเมินที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และได
ดําเนินการนําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไว
ในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๙ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปน (๑/๑) ของขอ ๙ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘
“(๑/๑) ผูมีหนาที่เสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินไดนิติบุคคล แตไมรวมถึงมูลนิธิ
หรือสมาคม เฉพาะที่เปนรางวัลในการประกวด การแขงขัน การชิงโชค หรือการอื่นใดอันมีลักษณะ
ทํานองเดียวกัน หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมินที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส
แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๑๐ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปน (ค) ใน (๒) ของขอ ๙ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๑/๒๕๓๔
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔
“(ค) กรณีมีภูมิลําเนาอยูในประเทศไทย หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมินที่จาย
ตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษี
ดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๑๑ ใหยกเลิกความใน (๑/๒) ของขอ ๑๒/๑ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
้หนา ๑๗๓
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔
“(๑/๒) ผูมีหนาที่เสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมินที่จาย
ตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษี
ดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๑๒ ใหยกเลิกความใน (๒/๒) ของขอ ๑๒/๑ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
“(๒/๒) บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย แตไมรวมถึงมูลนิธิ
หรือสมาคม หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมินที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส
แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๑๓ ใหยกเลิกความใน (๑/๒) ของขอ ๑๒/๒ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
“(๑/๒) ผูมีหนาที่เสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมินที่จาย
ตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษี
ดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๑๔ ใหยกเลิกความใน (๒/๒) ของขอ ๑๒/๒ ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๓๒๘/๒๕๖๓
เรื่อง สั่งใหผูจายเงินไดพึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แหงประมวลรัษฎากร มีหนาที่หักภาษีเงินได ณ ที่จาย
ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน
้หนา ๑๗๔
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔
“(๒/๒) บริษัทหรือหางหุนสวนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย แตไมรวมถึงมูลนิธิ
หรือสมาคม หักภาษี ณ ที่จาย สําหรับเงินไดพึงประเมินที่จายตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และไดดําเนินการนําสงภาษีดวยวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๓ ปณรส
แหงประมวลรัษฎากร โดยคํานวณหักไวในอัตรารอยละ ๒.๐”
ขอ ๑๕ คําสั่งนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ที่ลงในคําสั่งนี้เปนตนไป
สั่ง ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
เอกนิติ นิติทัณฑประภาศ
อธิบดีกรมสรรพากร
้หนา ๑๗๕
่เลม ๑๓๘ ตอนที่ ๗๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔
|
train
| 298
|
1627.pdf
|
GENERAL
|
NON
|
GENERAL_NON
|
./mitr-phol-gen-ai-hackathon/train_docs/1627.pdf
|
ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
ฉบับที่ 50 พ.ศ. 2566
เรื่อง การแจ้งต้นทุน ราคา และรายละเอียดเกี่ยวกับ
ยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช
โดยที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2565
เรื่อง การก าหนดสินค้าและบริการควบคุม ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕65 สิ้นผลใช้บังคับ
จึงท าให้ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 54 พ.ศ. 2565 เรื่อง
การแจ้งต้นทุน ราคา และรายละเอียดเกี่ยวกับยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช ลงวันที่
1 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕65 สิ้นผลใช้บังคับ ประกอบกับคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
ได้พิจารณาทบทวนการใช้อ านาจก าหนดมาตรการดังกล่าวแล้ว เห็นควรคงมาตรการให้ผู้ประกอบธุรกิจ
แจ้งต้นทุน ราคา และรายละเอียดเกี่ยวกับยาป้องกัน หรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชต่อไป เพื่อให้
ราคาเป็นธรรม และเหมาะสมกับคุณภาพ มาตรฐาน
อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๙ (๒) (๓) มาตรา ๒๕ (๔) (5) และมาตรา ๒๖
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า
และบริการ จึงออกประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาหนึ่งปี
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่
ข้อ ๒ ให้ผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิต ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่ายซึ่งยาป้องกันหรือ
ก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช แจ้งชื่อ ชื่อทางการค้า ต้นทุนการผลิต ต้นทุนการน าเข้ามาในราชอาณาจักร
ต้นทุนการจ าหน่าย ค่าใช้จ่าย ราคาจ าหน่าย ราคาซื้อ ชื่อและปริมาณวัตถุ อันเป็นส่วนประกอบส าคัญ
ส่วนลดในการจ าหน่าย แผนการจ าหน่ายและวิธีการจ าหน่ายเกี่ยวกับการช าระเงิน การส่งเสริม
การจ าหน่าย มาตรฐาน คุณภาพ ขนาด ปริมาณ น้ าหนักต่อหน่วยของยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืชหรือ
โรคพืชที่เป็นอยู่ในวันที่ประกาศฉบับนี้ ใช้บังคับ โดยให้แจ้งภายในสามสิบวันตั้งแต่วันที่ประกาศฉบับนี้
ใช้บังคับ
ให้ผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิต ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่ายซึ่งยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืช
หรือโรคพืช ที่ด าเนินกิจการภายหลังวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ หรือกรณีที่มีการผลิตหรือน าเข้ายาป้องกัน
หรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชสูตรใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อจ าหน่ายภายหลังวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ
แจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่งล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ก่อนน าสินค้าออกจ าหน่าย
้หนา ๒๘๐
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖
กรณีผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิต ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่ายซึ่งยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืช
หรือโรคพืช ได้แจ้งข้อมูลตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 54
พ.ศ. 2565 เรื่อง การแจ้งต้นทุน ราคา และรายละเอียดเกี่ยวกับยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช
ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 แล้ว ให้ถือเป็นการแจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่งแห่งประกาศฉบับนี้
ข้อ ๓ ห้ามผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิต ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่าย จ าหน่ายยาป้องกัน
หรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชในลักษณะที่แตกต่างไปจากรายการตามที่ได้แจ้งไว้หรือจ าหน่ายในร าคา
ที่สูงกว่าราคาที่แจ้งไว้ตามข้อ ๒ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ
การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกลางว่าด้วย
ราคาสินค้าและบริการว่าด้วยการก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ในการพิจารณาการตั้งราคาและการเปลี่ยนแปลง
รายการหรือราคาที่แจ้งไว้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
กรณีผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิต ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่ายซึ่งยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืช
หรือโรคพืช ได้ยื่นขออนุญาตเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือราคาแตกต่างไปจากที่ได้แจ้งไว้แล้วตามประกาศ
คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 54 พ.ศ. 2565 เรื่อง การแจ้งต้นทุน ราคา
และรายละเอียดเกี่ยวกับยาป้องกันหรือก าจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช ลงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
ให้ถือว่าเป็นการยื่นขออนุญาตตามวรรคหนึ่งและวรรคสองของประกาศฉบับนี้ นับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้
มีผลใช้บังคับ
ข้อ ๔ การแจ้งตามข้อ ๒ หรือการขออนุญาตตามข้อ ๓ ให้ยื่นต่อเลขาธิการตามแบบที่
เลขาธิการก าหนด ณ ส านักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสิ นค้าและบริการ กรมการค้าภายใน
กระทรวงพาณิชย์
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง จะแจ้งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ทางโทรสาร ทางจดหมาย
อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) หรือทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ โดยให้ถือวันที่ได้ประทับตราประจ าวัน
ณ ที่ท าการไปรษณีย์ต้นทางเป็นวันแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางโทรสารให้ถือวันที่ได้รับโทรสารเป็นวันแสดง
เจตนาในการแจ้ง ในกรณีที่แจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ให้ถือวันที่ได้รับจดหมาย
อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) เป็นวันแสดงเจตนาในการแจ้ง และในกรณีการแจ้งทางข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์
ให้ถือวันที่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้เข้าสู่ระบบข้อมูลของส านักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า
และบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นวันแจ้ง
การแจ้งทางโทรสารหรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ตามวรรคสองจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ
ผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิต ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่าย ได้ส่งต้นฉบับให้เลขาธิการแล้ว
ให้ผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิต ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่าย ที่ประสงค์จะแจ้งทางข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ลงนามในบันทึกแสดงความตกลงในการแจ้งทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามหลัก เกณฑ์
และวิธีการที่เลขาธิการก าหนด
้หนา ๒๘๑
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖
ข้อ ๕ เมื่อผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิต ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจ าหน่าย ร้องขอต่อเลขาธิการ
เพื่อขยายระยะเวลาตามที่ก าหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อเลขาธิการเห็นสมควร เลขาธิการอาจมี
ค าสั่งขยายระยะเวลาตามที่ก าหนดไว้ก่อนสิ้นระยะเวลานั้นได้ แต่การขยายระยะเวลาเช่นว่านี้ให้พึงท าได้
ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษหรือมีเหตุจ าเป็น และผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างผลิต ผู้น าเข้ามาในราชอาณาจักร
เพื่อจ าหน่าย ได้มีค าร้องขอหรือเลขาธิการได้มีค าสั่งก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย
ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖6
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
้หนา ๒๘๒
่เลม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖
|
train
| 299
|
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.