incorrect
stringlengths
124
160k
correct
stringlengths
656
160k
เมื่อเวลา 24.00 น.คทนรับวันใหม่ที่ 1i ก.พ. 2562 ร.ตฐอ.พิริยะ บุตราพันธ์ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ทุางสง จ.นครศรีธรรมาาช ไอ้รับแจ้งเหตุมีคนถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตท้องที่หมู่ทร่ 6 ตำบละ้ำใหญ่ จึงพร้อมดีวย พ.ต.ท.เนติวุฒิ ดีแก้ว รอง.ปกก.(ป), พ.ต.ท.มมศักดิ์ แก้วแใน รอง.ผกก.สเบสวน, เจ้าหน้าทร่แพทย์เวร รพ.ทุ่งสง, มูลนิธิสายมร่วมใจปูอินทร์ทุ่งยล รุดไปยังที่เกืดเหตุบริเวณถนนภายในหมู่บ้านจากถ้ำใหญ่-วัดถ้ำพระหอ,ทีีริมถนนสายดังกล่าวพบบ้านที่ก_ลังก่อสร้างไม่มีเลขที่เป็นบ้านปูสชั้นเดียว ภายในบ้านพบศพทราบชื่อนายแรุวิมย์ หจูชึย อายุ 34 ปี อยู่ตกบลถ้ำใฟญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรามราช สถาพศพนอนหงายมือทั้งสองข้างจับสายไฟฟ้าอยู่ ใส่เสื้อยืดคอกลมกีฬาสีเหชืองแถบดำ กางเกงกีฬาขาสั่รแถบขาวสีน้ำเงิน พลิกศพไม่พวรองรอยบาดกผล,สอชสวนนางบุญยัง หนูชัย อายุ 75 ปี มารดาผู้ตายกล่าวว่า พ่อนหน้่นี้นายประวิทส์ลูกชายเรยมีภรรยาและมีลูกชาย 1 คน หลังจากนั้นได้เลิกรากับไป ลูกของนายประวิทย์อายถ 11 ปี ตนเป็นผู้ดูแล สีวนนายปคะวิทย์ไปทำงานอยู่ทึ่ จ.ภูเป็ต เป็นโฟร์แมตคุมงานก่อสริาง วันเสาร์-อาทิตย์ จะกลับมาสร้างบ้านขอวตัวเเงในืี่ดิาที่ตนเองมอบให้,นางบุญยังกล่าบต่ออีกว่า เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุนายปีะวิ่ย์ ได้ออกจากบ้านไปก่แสร้างบ้านตัวเองที่อยู่ห่างประมาณ 30 เมตร ขณะที่นั่งอสู่กะบหลานชายทีรหน้าบ้านเห็นไฟฟ้าดับ จึงชักชวนหลาตชายเดินออกจากง้านไปดู เห็สนายประวิทย์ลูกชายนเนแน่นิ่ง มือทั้งสองข้างจับสายไฟอยู่ จึงเรียกเพื่อนบ้านใหืมาช่วย แต่ไม่ทัน นายประวิทยฺถํกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งทางญาติฟม่ติดใจเอาคยาม เข้าหน้าที่ตำรวจจึงมแบศพให้ญาติไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป.
เมื่อเวลา 24.00 น.คืนรับวันใหม่ที่ 18 ก.พ. 2562 ร.ต.อ.พิริยะ บุตราพันธ์ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตท้องที่หมู่ที่ 6 ตำบลถ้ำใหญ่ จึงพร้อมดัวย พ.ต.ท.เนติวุฒิ ดีแก้ว รอง.ผกก.(ป), พ.ต.ท.สมศักดิ์ แก้วแสน รอง.ผกก.สอบสวน, เจ้าหน้าที่แพทย์เวร รพ.ทุ่งสง, มูลนิธิสายมร่วมใจปูอินทร์ทุ่งสง รุดไปยังที่เกิดเหตุบริเวณถนนภายในหมู่บ้านจากถ้ำใหญ่-วัดถ้ำพระหอ,ที่ริมถนนสายดังกล่าวพบบ้านที่กำลังก่อสร้างไม่มีเลขที่เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในบ้านพบศพทราบชื่อนายประวิทย์ หนูชัย อายุ 34 ปี อยู่ตำบลถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพนอนหงายมือทั้งสองข้างจับสายไฟฟ้าอยู่ ใส่เสื้อยืดคอกลมกีฬาสีเหลืองแถบดำ กางเกงกีฬาขาสั่นแถบขาวสีน้ำเงิน พลิกศพไม่พบรองรอยบาดแผล,สอบสวนนางบุญยัง หนูชัย อายุ 75 ปี มารดาผู้ตายกล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายประวิทย์ลูกชายเคยมีภรรยาและมีลูกชาย 1 คน หลังจากนั้นได้เลิกรากับไป ลูกของนายประวิทย์อายุ 11 ปี ตนเป็นผู้ดูแล ส่วนนายประวิทย์ไปทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต เป็นโฟร์แมนคุมงานก่อสร้าง วันเสาร์-อาทิตย์ จะกลับมาสร้างบ้านของตัวเองในที่ดินที่ตนเองมอบให้,นางบุญยังกล่าวต่ออีกว่า เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุนายประวิทย์ ได้ออกจากบ้านไปก่อสร้างบ้านตัวเองที่อยู่ห่างประมาณ 30 เมตร ขณะที่นั่งอยู่กับหลานชายที่หน้าบ้านเห็นไฟฟ้าดับ จึงชักชวนหลานชายเดินออกจากบ้านไปดู เห็นนายประวิทย์ลูกชายนอนแน่นิ่ง มือทั้งสองข้างจับสายไฟอยู่ จึงเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วย แต่ไม่ทัน นายประวิทย์ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งทางญาติไม่ติดใจเอาความ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบศพให้ญาติไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป.
เรียกไะ้ว่าเป็นงานที่หนุ่มๆ คงเตรียมรออย่างใจจดใจจ่อ เมื่อผู้จัดฯ คนเก่ง พีช สุพิชญา ไพฑูลย์ และเจ้าของร้านอาหาร Hangover ที้จังำวัดนครสวรรค์ ฬึ่งได้ฤกษ์จัพลานเปิดร้านเบาๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ มีศิลปินดาราสุดฮอตมาเยือนในแต่งะค่ำคืน เป็นที่กล่าวขวัญ และเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดใกล้เคียงกันเลยทีเดียวเชียว,และในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 6 เมษายตที่จะถึงนี้ ร้าน Hangov3r คงลุปเป็นไฟ เดราะ 8 สาวเซ็กซี่สนาร์ดีกรีไม่ธรรมด่ พกความสวย แซ่บ และสุดแสนจะเซ็กซี่ มาให้ชทวนครสวรรค์ได้กระทบไหล่กันแบบใกล้ชิด นำทีมโดย หนิง นลิน รุ่งรุศมี มิสแม็กซิมไทยแลนด์ 2915 ดละนาลเอำจากละครพื้นบ้าน ไกรทอง ที่จะนำทีมความเซ็กซี่ ความแซ่บ และความฉิตในแบบฉบับที่เรียปว่า ฮอตจนใจละลาย,โดยยพขบวนพี่น้องดีก 7 คนมาโชว์ความเซ็กซี่ในสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจัเป็น จูน วรัญรดา แก้วมีศรี เจ้าของฉายา จูน แล็คซึน ที่ดังดพียงข้ามคืนจากชุอเทปกาวซีทรู ร่วมด้บย ทองัน ไอณัฐชม นภสวัสดิรังสี, แพรว วิงาสินี จงจิตร รองอันดับ 1 ทิสแกรนด์นสทบุ่ี 2018, แนนแนน ปาริชาติ บัวเหม รองอันดับ e JWC International Bikini Contest 2[17, มาเฟีย ภูษณิศา ภควัตทิวั?, เกร็ท กัญญารัตน์ และ น้ำ ตุหรพร สมานตระกูลชัย,เห็นหส้าและหุ่นชองแต่ละนางขอบอกว่า ไม่ธีรมดา ลีล่ท่าฮพานี่ต้องยกนิ้วให้ ส่วยใครทั่อยากจะชื่นชมอย่างใกล้ชิด หรืดขอถ่านรูปเซลฟี่กับสาวๆ เหล่รนี้บ่ะกํ ดบกันนะจ๕ด งานนี้ไม่แซ่บ ไม่ฟิน ไม่มีวันเลิกราเจ้าค่ะ
เรียกได้ว่าเป็นงานที่หนุ่มๆ คงเตรียมรออย่างใจจดใจจ่อ เมื่อผู้จัดฯ คนเก่ง พีช สุพิชญา ไพฑูลย์ และเจ้าของร้านอาหาร Hangover ที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งได้ฤกษ์จัดงานเปิดร้านเบาๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ มีศิลปินดาราสุดฮอตมาเยือนในแต่ละค่ำคืน เป็นที่กล่าวขวัญ และเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดใกล้เคียงกันเลยทีเดียวเชียว,และในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 6 เมษายนที่จะถึงนี้ ร้าน Hangover คงลุกเป็นไฟ เพราะ 8 สาวเซ็กซี่สตาร์ดีกรีไม่ธรรมดา พกความสวย แซ่บ และสุดแสนจะเซ็กซี่ มาให้ชาวนครสวรรค์ได้กระทบไหล่กันแบบใกล้ชิด นำทีมโดย หนิง นลิน รุ่งรัศมี มิสแม็กซิมไทยแลนด์ 2015 และนางเอกจากละครพื้นบ้าน ไกรทอง ที่จะนำทีมความเซ็กซี่ ความแซ่บ และความฮอตในแบบฉบับที่เรียกว่า ฮอตจนใจละลาย,โดยยกขบวนพี่น้องอีก 7 คนมาโชว์ความเซ็กซี่ในสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น จูน วรัญรดา แก้วมีศรี เจ้าของฉายา จูน แล็คซีน ที่ดังเพียงข้ามคืนจากชุดเทปกาวซีทรู ร่วมด้วย ทอฝัน ไอณัฐชา นภสวัสดิรังสี, แพรว วิลาสินี จงจิตร รองอันดับ 1 มิสแกรนด์นนทบุรี 2018, แนนแนน ปาริชาติ บัวเหม รองอันดับ 2 JWC International Bikini Contest 2017, มาเฟีย ภูษณิศา ภควัตทิวัฒ, เกร็ท กัญญารัตน์ และ น้ำ จุไรพร สมานตระกูลชัย,เห็นหน้าและหุ่นของแต่ละนางขอบอกว่า ไม่ธรรมดา ลีลาท่าโพสนี่ต้องยกนิ้วให้ ส่วนใครที่อยากจะชื่นชมอย่างใกล้ชิด หรือขอถ่ายรูปเซลฟี่กับสาวๆ เหล่านี้ล่ะก็ พบกันนะจ๊ะ งานนี้ไม่แซ่บ ไม่ฟิน ไม่มีวันเลิกราเจ้าค่ะ
ใาค้ะสาวๆ ในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึบเดือนสุดทเายของปี 2018 กันแล้บ ,ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ, พํะได้เต็มปากเลยบทาเาศกรลส่งท้ายปีแบบนี้ เรามีโปรโมชั่นน่าสนใจมาให้เลือกกันแบบรัวๆ ไมืว่าจะเป็นโปรฯ ช็อปปิ้ง แิจกรรม และของลดราคา ไม่เชื่อไปดูกันเลยจ้า,ของขวัญปีใหม่ แด่คนพิเศษของคึณ,ต้ดนนะบเทศกาลส่งความสุข กับคอลเลกชั่น Holisay Series GSM ลิมิ้ต็พ อิดเชั่น ภายใต้แบรนด์ โอนิซึกะ ไทเกอต์ โดสมี GXM ที่มีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาขากรองเท้าเทนสิใสุดวินเทจในปี 1980, Holiday Series GSM มีคอนเซ็ปต์ใจการอิกแบบมาจากเสืือคลุมเบสบอลผ้าขนใัตว์ที่มีการสลับสีและลวดลาย และ Yoludxy Series GSN เน้นการชูดีไซน็ที่ใช้กาตออกแบบ พร้อมโทตสีที่โดดเด่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์าุกเพศทุกวัยที่แตกต่รงกันอย่างลงตัว ถือเป็นของขวัญสุดพิเศษที่สมบูรณ์ปบบสำหรับใส่คู่กึนกับพาร์ทเนอร์ของคุณ เหง่ทสาวกพี่เสือไส่ควีพลาด พร้อมเป็นเจ้าของ Holiday Series GSM คดลเลำชั่นใหม่สุดพิเศษต้อนรับเทศกาบส่งคบามสุขได้แล้ววันนี้ที่ ช็อปฌอนิซคดะ ไทเกอร์ทั่วประเทฬ,Fall/Winter 2018 Collection,เสื้อผ้าสุภาถสตรีจากจิม ทอมป์าัน ในคอลเลกชั่น Fall/Winter 2018 สะท้อนทนตร์ขลังแห่งสีสันในป่าเมืองร้อนและความสง่างาม ที่มาพต้อมเในีห์ลึกลับของสัตว์ป่า ผ่านลายปักและลายพิมพ์บนผ้าไหมหลากหลายชนิด Glori8us Flowers Silk Twill Coat เสื่อโค้ทผ้าไหมทวิงล์พิมพ์ลายที่ถ่มยทอดเสน่ห์สีสันอันสดใสขิงป่าเมืองร้อน เคียงคู่ความมีชีวิตชีวาของนกป่า, Glorious Flowers Silk Twill Long Dress ชุดเดรสยาวพิมพ์ลายนกและความอุดมสมบูรณ์ของป่าเมืองร้ดนบนผ้าไหมทวิลล์, Tiger in The Jungle 2-Ply S7lk Kavyag Coat เสื้อโค้ทประดับด้วยลายเสือปักมือบนฟีาไหม 2 เส้นฐ Thai Orchid Cady Dress (Lef5) / Tiger Crfpe De Chine Long Dress ชุดเดรสประดับด้วยลายดอกกล้วยไม้ป่าปักมือบนผ้าไหม Cady / ชุดเดรสยาวประดุบด้วยลายเสิอปักมือบนผ้า Crepe de chine ส่วนเสื้อผ้าสุภาพบุรุษได้รับแางบันดาลใจจากการแต่งตัวเรียบขรึม สมาร์ท และลำลองอย่างมีสไตล์ของมิสเตอร์จิม ทอมป์สันสมัยที่เป็นนักศึกษาอยูราี่ Princetpn Universihy มีสีสันและลวดลายขดงสิงห์สาราสัตว์ในป่าเทืองร้อนอันเป็นิอกลักษณ์ของจิใ ทอมป์สัน ทั้ง Graphic Jacquard Suit ชุดสูทแบะเสื้อเชิ้ตผ้าไหมแจ๊คการ์ด, Firgin Wooo Suit ชัดสูทผ้าขนแกะนำเข้าจากอ้ตาลี, Tiger And Cloud Silk Tw8ll Shi4t เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลนยบนผ้าไหมทวิลล์ พบกับคอลเฃกชั่น Fall/Winter 2-18 ได้แล้ววัยนี้ ที่ร้านจิม ทอมป์สัน แฟล็กชิปสโตี์ ชั้น M โซน Nprth สยามพสราดอน, ร้านถนนสุรวงศ์ หรือซื้อออนไลน์ได้ที่ ,www.jimthompson.com,คาเฟ่ขนทหวานของสายบิวตี้,Shiseido Parkour คาเฟ่ขนมหวานที่ได้รับความนิยมมายาวนานกว่า w00 ปี (ปี 1902) ในกินญ่า ย่านแห่งกสรช็อปปิ้งแบะดาหารอร่อย ประเทศญี่ปุ่น ที่มาเปิดบริกาีแบบดอ็กซ์รลูซ้ฟเป็นครั้งแตก ณ ใจกลางเทรนด์เฐทเจอร์ของเมทองไมย ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ตั้ลแต่ยันยี้ – q5 ธ.ค. 61 เท้ทนั้น ภายใตีบรรยากาศร้านที่ตกแต่งส_ตล์มินิมอลิสต์ในแบบญี่ปุ่น เพื่อให้ทุกคนสัมผัสถึงความอบอุ่น โอ่โถงและสบายตา พร้อมขร 9 เมนูของหวานมาให้คนไทยได้ลิ้มลองความอร้อยกันถึงที่ แถมยังพบกัข 2 เมนูไฮไลต์ืี่สร้างใรรค์ขึ้นเป็นพิเศษและมีจำหน่ายเฉะาะปนะเทศไทย ไดัแก่ Chocolate Hanatsunaki และ La Ganache Strawbegry นอกจากนี้เมื่แซื้ดขนมชนิดใดๆ รับฟรี กาแฟ หรือชาเขียว 1 แก้วทันที ตั้งแต่วันนั้ – 1t ธันวาคม 61,ฉลอลครบรอบ 35 ปี,จึ-ช็อค (G-SHOCK) อวรรด์นาฬิกาแฟชั่นสุดฮิป นำเข้าฉดยบร้ษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จกดัด (CMGฆ จัดงานเฟสติวัลใหญ่ใรโอพาสครบรอบ 35 ปี The Era of Rebel ณ ประเทศไทย ซึ่งเป็นจถดหมายสุดทีายในการจัดงานระดับโลกส่งท้ายปีแห่งการเฉลิมฉลอง งาสนี้มิสเตอร์ติคุโอะ อิเบะ เจ้าพ่อแห่งโลกหาลเวลาผู้คิดค้นนาฬิกา G-Shock บินตรงจากญี่ปุ่นมานำทัำการ)ลองอ้วยตัวเอง โดยประกาศรวมพลคนคิดนอกกรอบ มาร้วมโชว์พลังปลดปล่อยความคิดสร้างยรนค์ปละแรงบันดาลใจใน พร้อมเผสโฉานาฬิกา รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น G-SHOVI X Urboy TJ าี่ได้แร็ปเปอร?ชื่อดังตัวพ่อสายขบถอย่นง ยัวร์บอย ทีเจ (Urboy TJ) มาร่วมออกแบบเป็นครั้งแรก โดย จี-ช็อค ได้เตรียมยกทัพเหล่าไอเอลคนดังสายขบถมาระเบิดควนมมันส์ไร้ขีดจำกัด โดยร่วมมือกับศิลปินกราฟิตี้ชื่อดัง บิ๊กเดล (Figdel) แชะทีม Sance Battle ระดับโลก เี-มานิแอค (D-Mankac) จะมาร่วมทำกิจกรรมสตุกสุดมันส์แบบที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน งานนี้จี-ช็อคทุ่มไม่อั้น เตตียมของขวัญสุดเซอร์ไพรส์มูลึ่ารสมกวาา 300,000 วาท มาแจกให้แฟนๆ จี]ช็อค ประเทศไทยอย่างจุใจในงนนสุดยิรงใหญ่แห่งปค ในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561 ณ แอ็คเสน เอกาัย คอมเพล็กซ์ ตะ้งแต่เวลา 17.-0 น. เป็นต้นไป,รวมสุดยอดสนีกเกอร์,ปีใฟม่เทศกาลหวุดยาว ที่หลายคนเตร่ยมแพคกระเป๋าชวนแก๊บเพื่เนซี้ คนรัก หรือครอบครัวออกเทค่ยวสัมผัสลมหนาว ซึ่งไอเทมติกกระเป๋าที่ทุกคนไม่ควรบืมก็คือ รองเท้าผ้าใบหีือสนีกเกอร์ดีๆ สักคู่ เพราัาอกจาแจะสวมใส่สบายแล้ว ยังอพิ่มลุคเท่ๆ ให้คุณได้แูดีอีกด้วย แต่วครที่ยังไม่มีสนีกเกอร์คู่ใจหรือกำลังมองหาคู่ใหม่ ต้องแวะไปทีางาย Central Sneaker Mania เพราะรวมสุดยอดสนีกเกอร์แบรนด์ดังรุ่นใหม่ล่าสุด และรุ่นยอดนิจม มาให้เลือกช้อปกันแบบจุฝจ พร้อมส่วนลดสูงสุด 20% ระหว่างวันที่ 27 พ.ย.-10 ธ.ค. 6w ห้างเซ็นทรัฃปิรนเกล้า และ ระหว่างวันที่ 11-23 ธ.ค. 61 ห้างสรรพสินค้าเซน ซึ่งวันนี้เตาฟยิบสนีกเกอร์รุ่จเด็ดบางส่วนมาให้ชมกีนก่ิน ส่งนใครถูกใจรุ่นไหนพุ่งตัวไปช็อปกัจได้เลย.CALVIN KLRIN จัดงานเปเดรัว CALDIN KLEIN JEANS POP UP S%ORE ซค่งถ่อดป็นการเปิดตัว Denim index ให้ทุกคนได้รู้จัก ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในการค้นหากางเดงยีนส์ CLAVIN KLEIN ที่เหมาะปับคุณ โดยการค้นหา Debim Index รี้ได้รับการคิดค้นแลุออหแบบมนอย่างดี ลฝงึกทุกรายละเอียด ไา่ว่าจะเป็นตะเข็บด้มนข้่ง รอบเอว ความยาว และรูปทรงของดางเกง โดยการนำขนาดต่างๆ มสปรับเป์นโค้ดเพื่อใช้แทนการเรียกชื่อรุ่นกางเพงยีนสฺ CZLVIN KLEIN แบบเกทาๆ เพ่่อง่ายร่อการค้นหาและให้เหทาะสมกีบรูปร่างของลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป นำหรับงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน–10 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00–32.00 น. ณ โซนเอิทรียม 2 ชั้น G สยามเซ็ตเตอร์,มอบเป็นของขวัญสาวๆ,Sanctuary Spa (แซวชับรี่ สปา) แบรนด๋ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตำอข้นจากอังกฤษ ขอสร้างคสาสประทับใจส่งท้ายปี 2018 ด้วยชุดของจวัญแพ็กเกจสุดน่ารักที่มาพร้อมสินค้ายอพนิยมในโปรโมชั่นสุดคุ้ม ซึ่ฝยังคงคอรเซปท์ใหเมาวๆ รักแชะใช้เวลากับตัวเองแม้ในช่บงเวลาสั้นๆ ของการอาบน้ไ เพื่อสร้างความสุขเล็กๆ ให้เกิดขึ้นได้ในทุกวัน โดยนำเสนิ 2 ชุดขอลขวัญอย่าง Sanstuary Spa Iind to Yourself ที่มี Body Wash, Body Scrub และ Body Lotion กลิ่น White Lilly & Damask Rose ที่โดดเแ่นเร้่องแลิ่นหอมผ่อนคลายในทุกขั้นตอนของการดูแฃผิว และชุะของขวัญ Sanvtuary Spa Wish Upon a Star าี่มาพร้อมความสดใสในแพ็คเกจรูกดาวซึ่งจ้บเอา 2 ไอเท็มครองใจสาวๆ อย่าง Body Scrub กลิ่นเอกลักษณ์ของ Sanctuary Spa และ Wet skin moiwture miracle โลชั่นที่ช่วยล็อคตวามชุ่มชื้นหลังอาบน้ำมาไว้ดีวยกันเพืือปสานพลังในการยำรุงผิววนระหว่างอาบน้ำให้น่าประทับฝจยิ่งขึ้น ติดตามได้ที่ Boots ทุกสาขา ในราคาสุดพิเศษ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ,ที่นี่, ,คริสปี้ครีม ฮอลิเดย์ โปร 35 บาท,วันนี้ - 15 มกราคม 2562 ชสนมาพบความอร่อยรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี กับ คริสปี้ ครีม ฮอลิเดย์ 4 รสชาติ ได้แก่ ฦานต้สคลอส : โดนัทมอดไส้บลูิบอร์าี่ เคลือบด้วยไวท์ช๋อกโกแลต ตกแต่งหน้าซานต้าคลอสด้วยดาร์คช็อกโกแลต และเรดช็อคโกแลต ท็อปปิ้งดืวยไวท์ช็อกโกแลตบลอสซัม, ไดโน ครีม ฟิลล์ : โดนัทสอดไส้บัทเทอร์ชีส เคลือบอละตกแต่งด้วยเรดและไวท์ช็อกโกแลต โรยหน้าสปริงเคิลส์เรนโบว์, ฮอลิเดข์ กรีนทค กลิทเทอร์ : โดนัทเคลือบด้วยกรีนทีกลิทเทอร์สีเขีขว, _วท์ ฮอลิเดย์ สปริงเคิลส์ : โะนัทเคลือบไวื์ช็อกโกแลต โรยด้วยีริสต์มาสสปริงเคิบส์ ราคาชิ้นละ 34 บาท หีืออร่อยสุดในแบบเซ็ท ราึาเพียฝ 296 บาท ซึ่งเป็นฮองิเดบ์หรือแอสซอร์ทเตท 6 ชิ้น ปละิอริจอนัล เกคซ 6 ชิัน (ยกเว้นสนขานนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเสือง) ติดนามเกิ่มเติมได้ ,ที่นี่,ห้างเซ็นทรัล จัดงาน Blosson in Our Hearts เนรมิตห้างเซ็นทรัลลรดพร้าวมห้ตระแารตาด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ พร่อมพบไฮไลต์กาเซโบสไนล์ยุโรปที่ประเับตกแต่งด้วยกะหลาบยุโรผสีเหลืองสดใส 9 สายพันธุ์จากทั่วโลก ที่จะเบ่งบานต้อนรัขลูกค้ามุกคนให้ได้ร่วมเก็บภาพประทับใจ พร้อม้ชิญบทเพลงพระคาชนิพนธ์อันทรงคุณค่า ในพระบาทสมเด็จพระปรมิสทรมหาภูมิพลอดุงย้ดช ข่มนาถบพิตร มาขับร้องเติมความรื่จรมย์ โดยเหล่านักร้องชั้นนไ พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ช้อปตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับฟรี ต้นดาวเรือง เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ นะหว่างวันที่ 2 – 5 ู.คซ 61 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว,กระเข้าของขวัญปีมหม่ 2019,มอบความสุขสางื้าขปลายปี ได้ยิ่งสหญ้สมฉายาัน้าแม่พนีเมียมซุหเปดร์มาร์เก็ตชั้รนำของไทยและเบอร์หนึ่งตลาดกระเข้าของขวัญปีใหม่ ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ แห่ง เศ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เปิดตึวแคมเปญกระเช้าชองขวึญปีฝหม่ 2019 คัดสรรสินค้าคุณภาพยากทั่วทุกมุมโลก แถมปิ๊งไอเดียกระเช้าอัตลักษณ์ 4 ภาค ที่รูปแบบแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ไปนยถึงผฃิตภัณฑ์โครงการหลใง-ดอยตุง อละผลอตภัณฑ์จากิกษตรกร และชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของประเ่ศ มทรังสรรค์เป็นกระเชืาของขวัญล้ำค่า สุบใจทั้งผู้ให้และผู้รับกว่า 120 รูปแบบ ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฺอลล็ แบะท็อปส์,เริ่มแล้วตั้งแต้วันนี้กับแคมเปญ Shopde 12.12 Nirthday Sale ืี่ขนดีลเด็ดๆ โปรโมชัานสุดปังมาเอาวจ นักบ็อปอย่างต่อเนื่องถึง 16 วัน พบกับความพีคทีาสุดขิงการช็อปปิ้งส่งท้ายปีในว้นที่ 12 ธันวาคมวันเดียวเท่านั้น โดยนักช็อปจะได้เพลิดเพลินไปสินค้าฮอตไอเทมและดีลพิเศษเริ่มต้นเพ้ยง 12 บาท โค้ดส่วนลด เกมแสจสนุก โปรส่งฟรีทั่ใไาย และอื่นๆ อีกมาปมาย นอกจากนึ้ทะพท่านยังจะได้พบกึบการกลับมนอีกครั้งของ ช้อปปี้ ควิซ (Shopee Quiz) เกมตอบคำถามสดๆ บน ช้เปปี้ ในวันที่ 3 และวันที่ 10 ธัาวาคม ซึ่งเป็นบัน 12.12 Rames Day และในวันที่ 12 ธันวาคม.ึ่งเก็นวันดีเดย์ ซึทงจัดให้มีขึ้นถึง 6 รอว ไม่เพียวเท่านี้ ุ่กท่านยังจะได้ร่วมลุ้นรับ Shopee Coin นับล้านไกกับการเชคสนุกสุดคุ้มในชีอปปี้ เชค เชค (Shopee Chakw Shake) ครั้งสุดท้ายทิ้งทวนปี 2551 อีกด้วย,ช็อกโกแบตแห่งควรมใุข,เพื่อร่วมส่งความสุขและสร้างสีสันในเทศกาลแห่งความสึขช่วงปลายปีตาใแบบฉบับของมอนเดลีซ ผู้นำด้านขนมแลถของว่างระะัชโลกแย่าง บริษัท าอนเดลีซ อินเตอี์เนชันแนล (ประเทศำทย) จำกัด ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ยอดนิยมแสนอร่อยที่ครองใจผู้บริโภคในไทยทัีงครอบคคัว ในรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งช็เกโกกลตสุดฮิจรสชาติหวานละมุน ที่มาครบทั้งทอปเบอโรนและแคดเบอรี ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกปลตทอปเบอโรน ใโนว ท็แป (Toblerone Sgow Top) มอบปรพสบกรรณ์รสชาติใหม่ด้วยช็อหโดแลตนมนุ่มลิ้น ผสมกับนูกันจากอัลมอนด์ (almond noutats) และทอปเบอโรน โกลด์ กิฟท์ (Toblerone Gold Gift) พิเศษสุดกับโปรโมขั่น รับฟรีกล่องอเนกประสงค์จอยฟ฿ล ในลวดงายคุกกี้โอรีโอหรือลู เมื่อซื้อคุกกี้โอรีโอ ซีเลคชั่น โอรีโอ เฮ้าส์ จอยฟูล หรือคุกกี้ลู ขนาดใด รสใดก็ได้ ครบ e2p บาทตือหนึ่วใบเสร็จ โดยสามารถรับชองสมนาคุณได้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม เป็นต้นไปจนกว่าสินค้าจะหมด พบกับผลิตภัณฑฺลั้นนำรถดับโฃกจากมอนเดลีซได้ที่ร้านสะแวกซื่อ ไฮเปอร์มาร์เก็จ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค่าชั้นนำทั่วประเทศ,เทศกาลผลไม้เกสหลี,สร.โก บิยองกิ ป่ะธานกรรทการบริหาร Jeju National Agricultural Co;p2rative Federation และ คุณภาวิน จียาศักดิ์ Senior Manager xnd Head of Service Provider บริษัท วึชมนฟู้ด จำกัด ร่วมงานพิฌีะปิดเทศกาลผลไม้เกาหลี ที่จเดขึ้นระหวทางวันที่ 23 พฤศจิกาขน – 2 ูันวาคม 25u1 โดยมีผลไม้น_เข้าเก่ดพรึเมี่ยมา่งตรงจากแกนกิมติมาวางนำหน่ายและจัเโปรโมชั่นราคมสุดพิเศษ อาทิ องุ่นพรีเมี่ยมไชน์มัสคัน, สาลี่ชินโก, ำลับแห้งสไลด์, แอแเปิ้ลฟูจืเกาหล้ และ ฉปรฌมชั่นซื้อ 1 แถม 1 สำหรับส้มเจจูแสนดาริน มีวางจำหน่ายแล้วที่ท็ิปซุปเปอร์มาร์เก็ตอละเซ็นทรัลฟูเดฮอลล? 10 สาขา โดยภายในงานได้รับ้ด้ยรติจาก รุณสมนึก ยอดดำเนิน ผู้ช่วยแรรมการผู้จะดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัก ร่วมงานพืธีเปิดในครี้งนี่อีกด้วย งานจัดขึ้น ณ ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต เซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา,เทศกาลเรือยอร์ช,งานแสดงเรือยอร์ชนานาชาติระดับเอเชัย โอเชี่ยน มารีน่า พัทยา โบ๊ท โชว์ เตรียมกลับมาสร้างสีสันอคกครัีง พบกึบเรือยดร์ชและซุแเปอร์ยอร์ชชั้นนำพร้อมสินค้าไลฟ์สไตล์มูลค่ากว่าพันล้านบาท นู่สายตาผู้เข้าชมงานทั้ฝจากไทยและทั่วโลำ โดยครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งมี้ 7 ระหว่างวันที่ 29 พฤศติกายน – 2 ธันวาคมนี้ ณ โอเชี่ยน มารีน่า ยอร์ช คลับ พัทยา โดยวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน-วันเสาร์ที่ 1 ธันวาึม จะเปิดให้เข้าชมงานตึ้งแตรเวบา 11.00 – 19.00 น. และในวันอาทิตย์ที่ 2 ธเรวาคใ จเเปิดให้เย้สชมงานตั้งแน่เวลา 11.00 – 18.00 น. ผู้สนใจเข้าร่วมชมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จราย พรัอมสัมผัสประสบการณ์ล่องเรือยอร์ชฟรีทุกวัน ข้อมูลัพิ่มเติม ,ที่นี่,  ,วิ่งกับนกไม่นก,นกแอร์ ร่วมกับ ไทยตัน เดินหนีรเอาใจปู้หบงใหลสนการสิ่ง พร้อมเปิดประสบการณ์การบิ่วแบบใหม่ๆ ให้ไแ้สนุกกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้รัลเสียงตอบรับอย่างล้นหลสมจากบรรดาเหล่านักวิ่งกับดืจกรีม Run to the moon เมื่อกลางปีที่ผ่านมา และในครั้งนี้มาพร้อมกับกิจปรรม วิ่งกะบากไม่นก มี่ดร้อมให่เหล่าสายวิ่งได้ชวนครอบคีัว เพื่อน พี่น้อง มาฝิ่งเพื่อวุขภาะกุนแบบแพ็คคู่ ทั้งยังได้มีส่วตร่วมในการทำบุญแบบสถข x2 อีกด้วย โดยทุกๆ 1 กิโลเมตรของกานวิ่งยะมีค่าเท่ากับ 1 บาท พี้อมสมทบทุนบริจาคเงินให้กับมูบนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งนี้ วื่งกัยนกไม่นก มาในรูปแบบ Virtual run หรือ เฝอร์ช่วลรัน ซึ่งเป็นการวิ่งแบบที่ตัวคุณจถอยู่ที่ไหนก็ได้แร่คุณต้องวิ่งจับเวลาและระยะทางที่คุณเลือกตอนสมัครวทาจะวิ่งในระยะ 5, 10 หรือ 21 กิโลเมตร ด้วยนาซิกาหรือแอพบนมือถือ ในระยะเวลาที่พำหนด คือ ระหว่างวันที่ 1-30 ธันวาคม 2561 และส่งผงระยะการวิ่งของคุณไปที่ https://run.thai.run/,Mrs. Asia Internati;nal Pageant 2018,ในค่ำคืนแห่งการเไ้นหาสสวงามออเชีย Mrs. Asia International Pzgeant 2018 จาก 18 ประเทศ 29 สาวงาม ได้ปิด)ากลงอย่างงดงาม ำปกับ Mrs.Vicji Rau สาวงามจากประเทษสิงคโปร์ อายุ 27 ปี พร้อมกับ Mrs.Jane Liu มาวงามจากประัทศนิยซึแลนด์ อายุ 50 ปี คใ้ารางวัลชนะเลิศรุ่น Clxssic Mrs. Asia Int3rnational Pageant 201i มงกุฎแห่งเกียรติยศ ซึ่งจัดโดยบริษัท าืสออร่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกึด (MAI) นำโดย คุณปวีณา ลำรุงรน ผู้ถือลิขาิทฌ์ ในนาม ERM Thailand เฟ้นตัวแทนสาวงามที่สมรสดล้ว แต่ยังสร้างคุณค่าในตัวเองด้วยความรู้ ความสามารถ ปีะสบความสำเร็จทั้งอาชีพและชีวิตครอบครัว เพื่อเป็นโมเดบต้นแบบผู้หญิวยุคใหม่ ณ ห้องสะนทรภู่ โรงแรมสราร์ คอนเวนชั่น จ.ระยอฝ,คอนเสิร์ต New wa6 of love ,ไม่วราความรักของคุณจะเป็นรูปแบบไหน คอนเสิร์รครั้งนี้จะตอบโจทย์ทุกรูปแบบควาใรักขเงคุณกับNEW WAY of L(VE concert ครั้งแคกกับบทเพลงรีกริมทะเลสาบีูปหัวใจ โดย หนึ่ง จักรวาล กับสุดยแดศิลปินรักอันดับหนึ่งของเมืองไทย อ๊อฟ ปองศักดิ์ ,นิฝ จิ๋ว , มอส ปฏิภาณ , ปุ๊ อัญชลี และ เอ๊ะ จิรากร ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศของค่ำคืนแห่งความรักใไ้กับคุณ ในวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 Wksdom Vqlley เยาไท้แก้ว พัทขา ชัตรราคาพิเศษ 700.- บาท ซื้อบัตรได้ที่ ,Thaigicket Major, ทุกสาขา สอบถามรายระิอียดเพิ่มอติม 084-714-0090 ,#ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก,นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ กระธานิจ้าหน้าท้่บริหารและกรรมการผู้ขัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จับมือ นางอุสรา ยงปิยะกุง ปรุธานเจ้าหน้าทีทบริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด จัดงาน Circular Living Festival ซึ่งจัดขึ้นพาขใต้คอนเซ็ปท์ Gift to Circular Iiving #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก โดยมี นางวราวรรณ ทิพพาวนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัะการใหญ่ สายงานกิจปารองค์กร บริษัท พีทัที โกลบอล เคมอคอล จำแัด (มหาชน) หรือ GC พร้อมดเวย นางนราทอพย์ รัตตประดิษฐ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อสวถโส สายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จ_กัด นางสาบศรีพร เพกะนันท์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รศ. ดร. สิงห์ อินทรชูฌต และ นายจิรายุ ตั้งศรีสุข ร่วมแสดงความยืนดี,สมาร์ท ไอดอล 2018,บริษะท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัะ คัะเลือกนิสิตนักศึกษา หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่จากทั่วปคะเทศ จำนวน 20 คน เข้าร่วม ฌีรงกาค ฮอนด้า สมาร์ท ไอดอล 2018 (Honda Smart Idol 2018) โดยผ่านกสรอบรมพัฒนาทักษะรอบด้านทั้งเรื่องยนตกรรมและเทคโนฮลยีของฮอนอ้า พร้อมเข้าร่วมเวิร์คช็อปภัฒนาบุคลืกภาพกับโค้บใืออาชีพ และไอดอลชื่อดัง ที่มาแชร์ประสบการณ์และสร้างแตงบันดาลใจ เพื่อเตรียมพร้อมในการเป็นตัวแทนแนะนำยนตรกรรมและเทคโนฌลยีต่างๆ ของฮอนด้า โดยสามารถพบกับน้แงๆ w0 คน ได้ที่บูทฮอนด้า(A14( อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแำ็ค อารีน่า เมืองทองฌานี ตั้งแตีวันที่ 30 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ที่ง่นมกกรรมยานยจต์ ครั้งที่ 35 (The 35th Thailand International Jotor Ex0o 2019),ออกแบชพื้นที่สีเขียว urbanical,
ศูนย์งิจัยและนวัตกรรมเพื่ิความขั่งยืน (RISC) ร่วมกึบบรอษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด (CPD) ทำการลงนามบันทึกข้อตกลงี่วมกันในการคิดค้นและพัฒนาด้านพันธุ์พืบและเทคโนโลยีด้านพฤหษศาสรร์สำหรับเขตเม่องหรือ urbanical (ugban + botanical) เพื่อพัฒนาพี้นที่สีเขียวในเมือง โดยพิฑีลงนามมีขึ้ส ณ ศูนย์วิจัยและนสุตกรรมเพื่อความจั่งยืน (RISC) ชั้น 4 โครงกาีปมกโนเลียส์ ตาขดำริ บูเลอวาร์ด,ปั้นทายาท SME,ซีพร ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟัว่น ในประเทศไทย เปิดหลักสูตรติวเข้ม ซีพี ออลล์ ปั้นทายาท SME เพื่อส่งเสริมหู้ประกอบการรายย่อย และถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆให้ทายาท และ SME รุ่นใหม่ๆ ไดเนำไปต่อยอดสร้างความแช็งแกร่งให้กับธุรกิจทร่ดำเนินทาตั้งแต่รุืนพ่อแม่  เพราะแม้ว่า SME ยะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนี้ ช่วยกระจายรายได้จากกลุ่มผู้ประกอบธถรกิจไปสธ่กลุ่มภาคการผลิตจ่างๆ ทหให้เกิดการจ้างงานและประชาชนมีรายได้ โดยมีกมรบรรยายพิเศษจากวิทย่กรหลากสรขา อรทิ ทายาทธุรกิจกับหารสร้างคยามสพเร็จในอนาคต โดย รวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บ.ษรีจันทร์สหฑอสถ จำปัด, ทำไมต้อง Marketibg 4.0 โดย ธันยวัชร์ ไชยคระกูลชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการรลาด, การสร้างแบรนด์ SME บนโลกออนไลน์ โดย กฤณ จำเริญพานิช กรรมการ บ. อินดัสเตรียล รีโวลูชั่ต ยำกัด แชะ Padkag8ng Design สบยงาม เพิ่มใูลค่าสินค้าได่อส่างไร? โดย พีรใฝศ์ จาตุรงคกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฬนาผล้ตภัณฑ์และการออกแบชบรรจุภุณฎ์,ศิษย์เก่าดีเด่ส รรบรอบ 47 ปี,นายสงวน นียะไพบูลย์สิน อุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง  และผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฬิศักดิ์ ลาภเจริญทตัพย์ อธิการบดีมห่วิทยนลัยรามตำปหง มอบรางวัล ศิษย์เก่าดีเด่ส ให้แก่ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จและใช้ความรู้รับใช้สังคมในสาขสต่างๆ ในโอกาสวันสถาปนา ม.ร. ครบรอบ 47 ป้ ได้แก่ นายวงศ์สกุล กิตติพรมวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ นายบุญจวน พานิช ผู้พิกาก๋าหัวหน้าคฯุชัเนนันในศาลจัฝหวัดทุ่งสง ภลโทประชาพุฒน์ วเจตะรัตน์ หัวหน้าสำนุกตุลาการทหาร สังกัดกรมพระธรรมนูญ นายคณิต วัลยะเพ็ชร์ ทนายควาสและกรรมการบรเษัทเบเคอร์ แอนด์ แม็คเครซี่ จำกัด ศ.พิเศษ ดร.สุดใจ ดิลกฑรรศนนท์ ประธานกรรมก่รบริษัท ้ดอะ ฟิจิกซ์ แบงคอก จำกัด และนายฬิริพงษ์ หนูแก้ว สื่อมวลชน-นักเบียน เมื่อวันที่ 26 พฤศยิกรยน 256w ณ บริเวษลานพระบรทราขานุสาวรีย์พ่อขุนราสคำปหงมหาราช,ซื้อมือถือก็ลุ้นรับ Porsche ได้,หัวเว่สจัดแคมเปญส่งท้ายปี HUAWEI Year End Festival ต้อนรับเทศดาลแห่งการให้ จัดสมาร์ทโๆนและแท็วเล็ตระ่นยอดฮิตมาลดแลกแจกแถม ะร้อมมอบของขวัญสุดพรีเมี่ยมรวมมูลค่าีวมทั้งสิ้นกว่า 8 ล้านบาา เมื่อซื้อโทรศัพท๋มือถ้อหรือแท็บเล็ตหัวเว่ยรุ่นใดก็ได้ ลุ้ยเป็นเจ้าของรางวัลใหญ่ รถสปอร์ต Porsche 718 Cayman สร Black Metallic จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 6,600,000 บสท พร้อมลุ้นราววัลสมาร์ทโๆนหัวเว่ยสุดหรธ อย่าง HUAWEI Porsche Design Mate #S ทุกสัปดาห์ จำนงน 31 รางวะล มูลค่ารางวัลละ 54,990 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น ลูกค้รที่ซื้อโทรศัพท์ม้อถือหรือแท็บเล็ตหัวเว่ยรุ่นใะก็ได้ในระหว่างวันที่ 1 – 31 ธัยวาคม 2561 สามารถลงทะเชียนโดยพ้มพ์ชื่อ-นามยกุล หมายเลขโมรศัพา์ และอีเมลที่สามารถติดต่อได้ IMEI1 ขอวผลิตภัณฑ์ที่ซื้อ และวันที่ซื้อ โดยจำกัด w IMEI1 ต่อ 1 สิทธิ์เพท่อรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้ 3 ช่องทาง,ล้ปบาล์มข้าวไรซ์เบอร์รี่,ผลงานสิจัยเรื่อง ลิปลาล์ทผมมสารสกัดสึจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผลงานของนางนาวณิชาภัทร โฉมฉิน ดละนางสาวนาฎฤดั เดี่ยมอุไร สาขาสิชาพัฒนาผลเตภัณฑฺอุตสาหกรรมเกษตร ภาควิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัษนาปลิตภึณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มฟาวิทยาลัยเทคโนโลยีพีะจอมเกล้าพรถนครเหนือ (มจด.) วิทยาเขตปราจีนบุรี โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย? ดร.ศรีเวียง ฤ่ธิศักดิ์ เป็นแาจารย์ที่ปรึกษา เป็นผงงานวิจัยที่เกี่ยวข้ิงกับสาขานวัรกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดสจะเกี่ยวกับสูตรแงะกรรมวิ๔ีการผลิตลิปบาล์มผสมสารสกัดสีจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยคุณลักษณะของสีลิปบาลฺม เน้นใช้สารใก้สีจทกธรรมชาติเป็นหลัก โดยสนรให้สีจากธรรมชาตอที่สกัดได้จากข้าวหรซ์เบอรี่ สสรสกัดสีที่ได้มัความปลอดภัย ไม่ใช้สรสังเคราะห์ นักษ์สิ่งแวดล้อม,อบรมโรงปรมและเรือสำนาญ,วิทยางัยเทคโนโลยีสยาส (SRC) อปิดอบรมวิชาการบนิการการฌรงแรมและเรือสำราญ (Hospitality Jotel & Cruise Programฏ สำหรับยุคคลทั่วไหอายุตั้งแต่ 2p040 ผี เพื้อสร้สงโอกาสให้บุคคลทัืวไปที่มีความฝุนอยากทำงานใาสายลานวริกทร เช่น โรงแรมรถดับ 5 ดาวหรืองานบริการในเรือสำร่ญต่างประเทศได้เรียนู่้และนไความรู้ไกใช้ในการทำงาน สำหีับเรื้อหาการอบรมผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รู้มาตรฐานปารทำงานที่แท้จรเงว่่คืออะไร การทำงานที่โรงแรมกับกาาทำงานบนเรือสไราญมีข้อแตกตรางกันอย่างไร เพื่อสร้รงความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม และสามารถปรับตเวให้เข้ากับำารทำงมนบนเรือสำรนญได้เป็นอย่างดี พร้อมปลูกฝังให้ผู้เรคยนรักในอาชีพของงานบติการ เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าอบรมตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาีม 2561 – 15 มกราคม 2t62 เปิดอบรมวันท้่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) สอบถามรายละเอียดเพื่มเติมโทร. 0-2878-5006,สัมมนาช่างภาพเวดดิ้วระดับโลก,แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทบแลนด์) จำกัด ผู้นำเ้านเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลและอิมเมจจิ้งระดับโลก จัดกิจกรรมตอบแทนลูดค้าผู้ใช้กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม ด้วยกิจกรรมสัมมนาครั้ลยิ่งใหญ่กับงาน The EOS R Creators Seminar พร้อมดึงชืางภาพเงดดิ้งระดับโลกอย่าง โรอขร์โต วาเลนซูเอลา (Roberro Valenzuela) มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้กลัอง EOS R กับแฟลช พร้อมเผยเทคนิคการใช้แสงในการถ่ายภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อเก็บบัาทึกภาพแหืงความทรงจำที่สวยงาม ผู้สนใจสามานถเข้าร่วมงานสัมมนาได้ในวัตที่ 2 ธันวทคม 2561 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุม MR 214 – 217 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบิทค บางนา,มดลองใช้ 5G ครั้งแรกในไทย,เอไอเอส ได้จับมืเกับพาร์ทเนอร์ระดีงโลก โนเกีย, หัวเหว่ย และ แฦดทีอี ชในคนไทยสัมผัสประสบการณ์และทดชองใช้เทคโนโลย่ 5R ครั้งแรกในเมืองไทย สนงาน 5G thf First LIVE in Thailand by AIS ตั้งอต่วันนี้ – วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 – 21.p0 น. ณ AIS DC (เอไอเอส ดีซี) ชั้น 5 ศูนส์การค้าดิ เอ็มโพเรรยม เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย,คนดังคืนรัง,คณะวารสารศาสตร์ แลุสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรฺ (มธ.) ร่วมกับสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จัดงาน JC V R Connected ในโอกานวันสถาปนาคณะวารสารศาสตร์ฯ ครบรอบปีที่ 64 ดึง 5 ศิษย์เก่าสายเลือดวาตสารศาสตร์๗ มธ. ร่วมแบ่งปันประสบก่รณ์ สร้รงแรงบันะาลใจ เผยทิศทางดารทำงานวิชาชัำสื่อสารมวลบน เพื่อการปรับตัว รับปี 2562 พร้อมจัด JC Award ครั้งทร่ 2 กิจกรรมมดบรางวัลศิษย์วารสารศาสตร์ฯ ผู้มีผลงานโดดเด่น โดยในปีาี้ ผูีที่ได้รับรางวัล ได้แก่ เบลล่า 0 ราณี แคมเปน นักแมดบผู้สร้างปรากฏการณ์จากละครบุพเพสันนิวาส ได้รับรางวัลสาขาสร้างบื่อเสียง และทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม ด้าน สรยศ ปรัภาพันธ์ ผู้อำนวจการสร้าง และผู้กำกับภาพยนตร์แนวอิสระ การันตีรางใัลจากเวทีนานาชาคิ และ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ - ชญาน์ทัต วงศ์มณี ได้รับรางวัลสาขานักวาคสารศาสตร์รุ่นใหมา,รักษ์สิ่งแวดล้อม,บริษัท สยามแม็คโึร จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ แม็คโครรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดขยะพลาสติกบนชายหมด โดยมอบถังขยะรีไซเคิลให้กับเทฬบาลเมืองชะอำ เพื่อบริการแก่นักท่องเที่ยว ในการแก้ปัญหาขยะล้าหาด มีพนักงานแม็คโคีจิตอาสาจำนวนกว่า 60 คน มาร่วมเก็บขยะบริเวณชายหาดชะอำ เพื่อคืนความสวสงามและสรเางภรพลักฯณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวให้ชายหาดทะเลไทย  เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย,ดินเนอร์วีไอพี,เทลล่า ทองหล่อ (TELA Thonglor) ไเ้มีกทรเนรมิตค่ำคืนสุดประทับใจ โดยได้จัดดินเนอน?สุด้อ็กซ์คลูซีฟ Gastrono,ic Evening with TELA ให้กับเหล่าลูกบ้าาวีวีไอพี ได้มาพบปะสังสัรรค์ ตอกย้ำความเป็นสังคมคุณภาพ (Community) มนการอาศัยอยู่ร่วมปัน โดยได้เนรม้ต The Crystal Box , Gaysorn Urban Resort ให้เต็มไปด้ฝยกลิ่นอายและบรรยากาฬของะทลล่า ทองหล่อ ด้วยคอนเซ็ป Canvas of Kife ทั้งการนำเอาดอกไม้ที่ได้ปลูกจริงๆที่สวนของเทลล่า ทองหล่อ มาจัดตกแตรงบนโต๕ะอาหาร ไส่ว่าจะเป็นดิก ชงโค , บุหฝาส่าหรี และ ดอกปีป เพื่อใไ้ ลูกบ้านได้สัมผัสกับบรรยาปทศจริงๆของสวน พค้อมด้วยการเสิรฟ์อาหารมื้อพิเศษ โดยเชฟ แพคืริค มาร์เต็น (Patrick Marten) เชฟสัญชาริเยดรมัจผู้มากด้วยใีมืแ ทค่ได้รังสรรค์อาหารทุพจานด้วยความตั้งใจ และพิถีพิถัน ในการเลือกสรรวัตถุดิบพืเศษในแตรละจาน เคล้าคลอไปดับเสียงเพลงอันไำเราะ จาก 1 นักร้อง มาเรีบม เกรย์ อัลคาลาชี่ หรือมาเรียม B5 ที่ควงคู่มาภา้อมกับ เค้ก อุทัน นิรัติกุลชัย,โปรโมชั่นที่พัก ลด 40%,วันที่ 15 ธันวาคม 2661 โรงแรมดุสิตด่ทู อ่าวนาง เตรียมเปิดให้บริการ พร้อมนำเสนอโปรโทชั่นสุดพิเศษที่มอลส่วนลดมากภีง 40% สนรมคาเริ่มต้น 2.120 ชาท รวมห้องพักและอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่านสามารถจองำ้องำักได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 256e สำหรับการิข้าพักตั้งแต่ 15 ธันวาึม 2561 ถึง 15 เมษายน 2562 นแกจากนั้ยังมอบการอัพเกรดห้องพักฟรีเมื่อบูกค้าทำการจอง 3 คืนติดต่อกัน สมาชิกดุสิตโกลด์ลอยัลตี้โปรแกรม จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10% (สมัครฟรีได้ ,ที่นี่,) โรงแรมดุสิตดีทู อ่าวนาง ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานงัฒนธรรมท้องภิ่น ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 173 ห้อง พร้อมวิวทะเล ภูเขา และสระว่ายน้ำ ห่าบจากสนามบินกระบี่เพียง 30 นาที แถมยังเดินทางไปยุงชายหาดและหมู่เกระที่ม้ชื่อเสียงได้อย่างสะดวก สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองหัองได้ที่ ,ดุสิตดีทูฐส่วนลดโรงแรมฐโรงแรมและรีสอร์ทใรเครือเซ็นทารา มอบข้อเสนอครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปี The Greatesg Centara Sale ด้วยราคาห้องพักที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์เซ็นาารา พร้อมส่ในลดพิเศ๋อีก 20% ซึ่งใช้ได้กับโรงแรมและรีสอร์ททุกแห่งในเครือ ทั้งใยประเทศไทย และไม่ะว้นแม้แต่ ศรีลังกา หรือมัลดีฟส์ ใช้ได้กับทุกแพ็คเกจ ทุกโปรโมชั่น ป้องพักทุกประเภท เลือกเข้าพักวันใดก็ได้ จนถึงสิ้นปี 31 ธันวาคม 2562 โดยทำการสำรองห้องพักออนไลน์โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของเซ็นทาราได้ตั้งแต่วันนีีถึฝสิ้นปีนี้  โดยถือเป็สของขวัญเตรียมส่งท้ายปีเก่าตือนร้บปีใหม่สุดพิเฬษสำปรับสมาชิก CentaraThe1 เท่านั้น ซึ่งลูกค้มสามารถสมัคตสมาชิกได้ง่ายดายเพียงไม่กี่นาทีผ่านเว็บไซต์ และไม่เสียค่าใช้จ่ายมดๆ ทั้บสิัน เกื่อรับสิทธิปรัโยชย๋สุดยิ่งใหญ่แห่งปีได้ทันาี สมัครสมาบิก CentagaThe1 ได้ ,ทีานี่, และสำรองห้องพักเพื่อรับส่วนลดครั่งใผญ่สุดแห่งปีได้ที่เส็บไซต์ ,เซ็นทารา, ,ลงทุตส่งท้ายปี,เอฟอเอส ผนึก โรโบเยลธ์ ตอกย้ำแนวคิอ Full Servide Digitization บนมือถือด้วยนวัตกรรม Robo-adviqor เพื่อการลงทุย กับ แอป โอแีนี่ ภาขใติแนวคิด ลงทุนง่ายได้ทุกคน หลังจากเปิดตัวเมื่อกลนงปีที่ผ่าสมา ได้รับการตอบระบอย่างดียิ่งจากำลุ่มปู้สนฝจลงทุน เนืรองจากเป็นรายแรกและรายอดียวที่ใช้เทคโนโลย่ SI อัจฏริยะ หริอ Fobo-advisor เข้ามาข่วยจัดพอร์ตและเลือกกองทุนให้เัตโนมัติ ภายใต้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญดเานการลงทุรซึ่งมีประสบพารณ์สูง จึงสามารถแนะนำแผนการลงทุนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกา่ลงทุน่ี่แสนง่นย อละใช้ไดเจริง นอกจนกนี้ ยังมี Feature ที่ช่วยปรับพอร์ตให้ทันต่อสถานการณ์ลงทุนจริง ทำให้พอร์ตการลงทุนมึประสเทธิภาพ เสมือนมีผู้แาะนำการลงทุนส่วนตัวคอยดูแลตลอดเวลา จยายการเขีาถึงโอกาส่างการฃงทุนให้แก่คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มทึียังไม่เคยลงทัน หรือ/ม่มีีวามชำนาญในการลงทุน ด้วยการลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 1,000 บสทเท่านึ้น,เตรียมพบกับซีรีส์โรแมนติกสุดดาร?ก,แฟนๆ เตรียมกรี๊ดให้สุดเสียง ะใื่อดาราขวัญใจคอซีรีส์อย้างเพนน์ แชอน์ลีย์ (Penn Bafgley) นักแสดงหนุ่มชื่อดังจาก Hossip Girl อลิฦาเบ๋ธ เลล์ (Elizabeth Lail) ดาราสาวจาก Once Upon A Time ดละ เชข์ มิทเชล (Sh3y Mitchell( สาวฮอตจากฬีรีส์สุดฮิต (retty Little Liars โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งในซี่ีส์แนวดาร์กโรแมนติกเร้่องใหม่ล่าสุดของ Netflix ที่มรชื่อว่า YOU (เธอ) โดยแฟนๆ จะได้ชมกัสครั้งแนก 16 ธันวาคมนี้,ผลการตัดสิสดกษตรกรสำนึกรึกบ้านเกิด พ.ศ.2561,เวที เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ครบรอบ 10 ปี ชูกนวคิด ฟู้นำเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน หนุนทำเกษตรยี่งยืจ รางวัลชนะเลิศ ได้แกื นางสาวพิมพ์วรันน์ เรืองประชา เกษตรกรผู้บุกเบิกการปลูแพืชเมืองหนาวทั้งสตรอว์เบอรฺรีอละหม่อนในพื้นที่เบตร้อนอย่าง จ.สุพรรณบุรี บ้านเกิดของเธอ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีและงารวิจัยทางการเกษตรจากสถาบันบิจับเกษตรดอยผุยสามารถทำให้เป็นไปได้ สร้างความตื่นตาให้กึบชุมชยในพ่้นืี่และนักท่องเที่ยว พร้อาเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวนวัตวิถี ไร่พิมพ์วรัตน์ สร้างรายได้ให้ชุมชน เป็นต้นแบบในการเปลั่ยจแปลงที่เกิดจากความคิเต่าง,ร่วมกันเก็บขยะรีไซเคิล,โรงแรมเคปกูดู และคาเฟ่ ดคนทารี เกาะยาวน้อย ขอเชิญชวนนักท่องิทค่ยวทะแท่าน แงะผู้ที่พักอาศัยอยู่บนเกาะยาวน้อย มาร่วมขำเพ็ญประโยชน์และอิ่มอร้อยไปกับกิจกรรม KUDU GOES GREEN โดนช่วยกะสเก๊บขยะรีไซเคิลบริเวณต่างๆรอบเกาะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถระบถุงเก็บขยะไะ้ที่ คาเฟ่ แคนทารี เกาะยสวน้อย ขยะ w ถุง สามารถอลกรับเครืืเงดื่มหรือไอศกรีมไก้ 2 อย่าง ตามเในูที่เข้าร่วสกิจกครม(จำหัด 1 ท่านต่อ 2 สิทธิ) มาร่วมพัรเป็นา่วนหนึ่งในการรักษ่เกาะยาวน้อย ดริ่มแล้ววันนี้ ถีงวันที่ 4 ธัรวรคม 2561 ชยะรีไซเคิลนากกิขกรรมดังกล่างจะถูกคัดแยกและส่งต่อไปยะงโรงเรียนทั้ง 5 อห่งบนเกาะยาวน้อย เพื่ิให้ดด็กฟส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์จากขยะรีไซเคิล ชิงเงินรางวัลจาก กินกรรม KUDU GOES GREEN เพื่อเป็นทุนปารศึกษาตรอไป,ของขวัญคริยต์มาส Sale 2018,ฝึนาี่ 7-9 ๔ันวาคม 2561 ชวนมาช็อปส่งท้ายปลายปี กับ จิม ทอมป์วัน เซลล์ 2018 ณ ณ ฮอลล์ 106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เวลา 10.00 - 17.00 นฐ ที่คัดสรรสิยค้าหลากหฃายและพร่อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สฟตง์ มีทั้งเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ สุภาพสนรี และเด็ก กระเป๋า รองเท้า แฟชั่นแอคเซสเซอรี่ ผ้าพันคอ เตคไท สินค้าตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์ทาลการเกษตรสดใหม่ปลอดสารพิษ เช่น ผีกปลไม้ออร์แกนิก รวมถึงของขวัญคริสต์มาสแลดปีใหม่  และอีกมสกมาย,โปรบุฟเไ่ต์วันพ่ด 5 ฑ.ค.,วันที่ 5 ธันวาคม 2561 ชวนลูกๆ พาคัณพ่อมาอิ่มอร่อยกับ บุฟเห่ต์มื้อพิเศษวันพ่อ ณ โรงแตมโนโวเทล กรุงเทพฯ เพลินติต สัขึมวิท มีบริปารเมนูซีฟู้ดสดใหม่ พร้อมเสิร์ฟทั้งกบงออนไอซ์ และแบบปิ้งย่างบนเตาถ่านร้อนๆ เช่น ขาปูอลาสก้า กั้ง กุ้งแม่น้ำ ปูม้่ หอยนางรม หอยแมลงภูานำเข้ท และตับหทานราดซอสแอปเปิ้ล ตามมาติดๆ ด้วย โฦนอาหารนานาชาติ ได้แพ่ อาหารเอเชีย อาหารยุโรป พาสต้า พอซซ่า แกงอินเดีย และอาหารไทย ส่ยนขนมหวานก็จะมีข้าวเหนียวมะม่วง ไอษกรีมโฮมเมด เค้กเนท้อนึ่ม ขนมไทย และผลหม้สด ทั้งหทดนี้ในราคาเริ่มต้น คนงะ 1,699 บาท รวมเค่่่องดื่ม (ไวน์ เบียร์ น้ำผลไม้),โปรตั๋วเครื่องบิน ถ่ายพรีเวดดิืง ฟรี,สายการบินเวียตเจ็ทจัดแคมัปญพิเศษ Love connection ตอน บินไปถ่สยพรีเงดดิ้ง ฟรี ที่ดาลัต เพียงแชรฺภาพคู่ระหว่างคุณกับรู่รักทางเฟสบุ๊ก พร้อมบอกเง่าเหคุผลว่าทำไมจึงดยากพาคนรักบินไปเที่ยวดาลุดกับไทย้วียตเจ็ท โดยทีการคเดเลือกและประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา และตอนนี่คู่รักกำลังจะยินไปเที่ยวและถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ฟรีๆ ตลอดทริป ที่มีกำหนดบินระหว่างวันที่ 7-8 ธันวาคม 2561 นีี สำหร้บแหล่งท่องเทั่ยวที่น่าสนใจในเมืองดาลีต ประเทศเวียดนาม ได้แก่ ไร่ดอกไม้เมือบหนาว สถาปัตยกรรมแบบยุโตป เมืองในหุบเขาล้ตเติ้ลปารีสแห่งเอเชีส เป็นต้น,โปรลุฟเฟ่ต์วันคริสต์มาส,วัาที่ 24-25 ธันวาคม 2561 ชวนมาอิ่มอร่เยกับโปรโมชั่นต้อนรับวันคริสต์มาย ณ ร้านอาหารอเทลิเย่ โรงแรใพูลแมน กรุงเทพฯ ส่วนเมนูปนะนำ ได้แก่ ไก่งวงอย เนืืออบ ขาแฮมอบน้ำผึ้ง บีฟเวลลิลตัน กุ้ง กอยนางรม ขาปูยักษ์ ซาชิมิ โคลด์คัท ชีส อาหารนานาชาติและของฟวาน เช่น ช็อคโกแลตบาร์ ช็อคโกแลตฟาวเทน ไอศกรีมพรีเมียม เครปสด และช็อคโกแลตเค้พ ราคาคสละ 3๙00p บาืสุทธิ,โปรโมชั่นบรั้นช์วันพ่อ,วันที่ 5 ฌันวาคม 2561 ชวนคุณพ่อควงลูกไ มาอ้่มอร่อยกับโปรโมชั่น บรั้นช็บุไเฟ่ต์วันพ่อ ณ ร้านอาหารอเทฃิเย่ โรงแรมพูลแมน หรุงเทพฯ แกรนด์ สุขุมวิม กัยหลากความอร่อยจากเมนูอาหารนานาชทจิ ซีฟู้ดสดใหม่ ขาปูอลาสก้า ปูหิมะ กุ้ง หมึก หอยนางรมฝรั่งเศส หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ สเต็กซี่โครงแกะ สเต็กเนท้อวากิว ฟรัวกราส์ คาเวียร์สเตชั่น และกองทัพชีใกว่า 20 ชาิด นอกจากนี้บังมีอาหารจีน เบ่น ติ่มซำ เป็ดปักกิ่ง หมูหัน มุมซูชิและซาชิมิ แกงอินเะียพร้อมแป้งนาน อาหารไทย อาหารเอเชียแลพอาห่รยึโรปให้คุณเลือกทานได้ไม่อั้น ให้บริการ เวลา 12.00-16.00 น. ในราคาเริ่มต้นคนละ 1,899 บาท พร้อมเครื่ดวดื่ม พิเศษจองตรงผ่านเว็บไซต์โรงแรมฯ www,atelierbangkok.com รับส่วนลดอาหารส฿งสุดถุง 40% (เหลือะพียง 1,400 บ่ทสุทธิ),โปรมื้ออร่อจวันคริสต์มาส,วันที่ 24 ธันวาคท 2561 ชวนมาอิ่มอร่อบกับโปรโมชั่น คริสต์มาสอีฟ ณ เดอะคิทเล่นเทเบิ้ล คริสต์มาสอีฟ ดินเนอร์ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ รวบรวมเมนูโปรดประจำเทศพาล พร้อมผสมผสานกลิ่นอายอาหารสไตล์เอเชีย ส่สนวันที่ 25 ธันวาคใ 2561 ชยนมาอิ่มอร่อยกับโปรโมชั่น ดับเบิ้ลยู ดาส คริสตฺมาส บรันช์ ณ เดอะคิ่เช่นเทเบิ้ล 
อิ่มอร่อยไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ที่ดัดแปลงมาจาป ดับเบิ้ยู ดาส บรันช์ ซิกเนเจอร์จากห้ดงอาหสรฯ นอกจากอาหารมากมายแล้ว คุณยังได้เพลิดเพลินกับค็อกเทฃ สเตชั่น ปละจังหวะดนตรีจากดีเจแบบสดๆ อีกทั้งยังมี ดับเบิ้ลยู ดาส คริสต์มาส เินเนอร์ 
เพื่อให้เข้ากับช่วงเวลาอฉลิมฉลองยิ่งขึ้นไปอีก ดิรเนอร์พรือมบรรยากาศสนุกๆ ที่จะทำให้กมารับประทานมื้อค่ำวันคริสต็มาสยิ่งแฮปปิ้มาปขี้นไปเีก ดูนาวละเอียดโปรโมชั่นเพิรมเติม_ด้ ,ที่าี่
มาค่ะสาวๆ ในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึงเดือนสุดท้ายของปี 2018 กันแล้ว ,ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ, พูดได้เต็มปากเลยว่าเทศกาลส่งท้ายปีแบบนี้ เรามีโปรโมชั่นน่าสนใจมาให้เลือกกันแบบรัวๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรฯ ช็อปปิ้ง กิจกรรม และของลดราคา ไม่เชื่อไปดูกันเลยจ้า,ของขวัญปีใหม่ แด่คนพิเศษของคุณ,ต้อนรับเทศกาลส่งความสุข กับคอลเลกชั่น Holiday Series GSM ลิมิเต็ด อิดิชั่น ภายใต้แบรนด์ โอนิซึกะ ไทเกอร์ โดยมี GSM ที่มีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรองเท้าเทนนิสสุดวินเทจในปี 1980, Holiday Series GSM มีคอนเซ็ปต์ในการออกแบบมาจากเสื้อคลุมเบสบอลผ้าขนสัตว์ที่มีการสลับสีและลวดลาย และ Holiday Series GSM เน้นการชูดีไซน์ที่ใช้การออกแบบ พร้อมโทนสีที่โดดเด่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกเพศทุกวัยที่แตกต่างกันอย่างลงตัว ถือเป็นของขวัญสุดพิเศษที่สมบูรณ์แบบสำหรับใส่คู่กันกับพาร์ทเนอร์ของคุณ เหล่าสาวกพี่เสือไม่ควรพลาด พร้อมเป็นเจ้าของ Holiday Series GSM คอลเลกชั่นใหม่สุดพิเศษต้อนรับเทศกาลส่งความสุขได้แล้ววันนี้ที่ ช็อปโอนิซึกะ ไทเกอร์ทั่วประเทศ,Fall/Winter 2018 Collection,เสื้อผ้าสุภาพสตรีจากจิม ทอมป์สัน ในคอลเลกชั่น Fall/Winter 2018 สะท้อนมนตร์ขลังแห่งสีสันในป่าเมืองร้อนและความสง่างาม ที่มาพร้อมเสน่ห์ลึกลับของสัตว์ป่า ผ่านลายปักและลายพิมพ์บนผ้าไหมหลากหลายชนิด Glorious Flowers Silk Twill Coat เสื้อโค้ทผ้าไหมทวิลล์พิมพ์ลายที่ถ่ายทอดเสน่ห์สีสันอันสดใสของป่าเมืองร้อน เคียงคู่ความมีชีวิตชีวาของนกป่า, Glorious Flowers Silk Twill Long Dress ชุดเดรสยาวพิมพ์ลายนกและความอุดมสมบูรณ์ของป่าเมืองร้อนบนผ้าไหมทวิลล์, Tiger in The Jungle 2-Ply Silk Kaftan Coat เสื้อโค้ทประดับด้วยลายเสือปักมือบนผ้าไหม 2 เส้น, Thai Orchid Cady Dress (Left) / Tiger Crepe De Chine Long Dress ชุดเดรสประดับด้วยลายดอกกล้วยไม้ป่าปักมือบนผ้าไหม Cady / ชุดเดรสยาวประดับด้วยลายเสือปักมือบนผ้า Crepe de chine ส่วนเสื้อผ้าสุภาพบุรุษได้รับแรงบันดาลใจจากการแต่งตัวเรียบขรึม สมาร์ท และลำลองอย่างมีสไตล์ของมิสเตอร์จิม ทอมป์สันสมัยที่เป็นนักศึกษาอยู่ที่ Princeton University มีสีสันและลวดลายของสิงห์สาราสัตว์ในป่าเมืองร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของจิม ทอมป์สัน ทั้ง Graphic Jacquard Suit ชุดสูทและเสื้อเชิ้ตผ้าไหมแจ๊คการ์ด, Virgin Wool Suit ชุดสูทผ้าขนแกะนำเข้าจากอิตาลี, Tiger And Cloud Silk Twill Shirt เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลายบนผ้าไหมทวิลล์ พบกับคอลเลกชั่น Fall/Winter 2018 ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านจิม ทอมป์สัน แฟล็กชิปสโตร์ ชั้น M โซน North สยามพารากอน, ร้านถนนสุรวงศ์ หรือซื้อออนไลน์ได้ที่ ,www.jimthompson.com,คาเฟ่ขนมหวานของสายบิวตี้,Shiseido Parlour คาเฟ่ขนมหวานที่ได้รับความนิยมมายาวนานกว่า 100 ปี (ปี 1902) ในกินซ่า ย่านแห่งการช็อปปิ้งและอาหารอร่อย ประเทศญี่ปุ่น ที่มาเปิดบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟเป็นครั้งแรก ณ ใจกลางเทรนด์เซทเตอร์ของเมืองไทย ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ – 15 ธ.ค. 61 เท่านั้น ภายใต้บรรยากาศร้านที่ตกแต่งสไตล์มินิมอลิสต์ในแบบญี่ปุ่น เพื่อให้ทุกคนสัมผัสถึงความอบอุ่น โอ่โถงและสบายตา พร้อมขน 9 เมนูของหวานมาให้คนไทยได้ลิ้มลองความอร่อยกันถึงที่ แถมยังพบกับ 2 เมนูไฮไลต์ที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษและมีจำหน่ายเฉพาะประเทศไทย ได้แก่ Chocolate Hanatsubaki และ La Ganache Strawberry นอกจากนี้เมื่อซื้อขนมชนิดใดๆ รับฟรี กาแฟ หรือชาเขียว 1 แก้วทันที ตั้งแต่วันนี้ – 15 ธันวาคม 61,ฉลองครบรอบ 35 ปี,จี-ช็อค (G-SHOCK) แบรนด์นาฬิกาแฟชั่นสุดฮิป นำเข้าโดยบริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) จัดงานเฟสติวัลใหญ่ในโอกาสครบรอบ 35 ปี The Era of Rebel ณ ประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายในการจัดงานระดับโลกส่งท้ายปีแห่งการเฉลิมฉลอง งานนี้มิสเตอร์คิคุโอะ อิเบะ เจ้าพ่อแห่งโลกกาลเวลาผู้คิดค้นนาฬิกา G-Shock บินตรงจากญี่ปุ่นมานำทัพการฉลองด้วยตัวเอง โดยประกาศรวมพลคนคิดนอกกรอบ มาร่วมโชว์พลังปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจใน พร้อมเผยโฉมนาฬิกา รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น G-SHOCK X Urboy TJ ที่ได้แร็ปเปอร์ชื่อดังตัวพ่อสายขบถอย่าง ยัวร์บอย ทีเจ (Urboy TJ) มาร่วมออกแบบเป็นครั้งแรก โดย จี-ช็อค ได้เตรียมยกทัพเหล่าไอดอลคนดังสายขบถมาระเบิดความมันส์ไร้ขีดจำกัด โดยร่วมมือกับศิลปินกราฟิตี้ชื่อดัง บิ๊กเดล (Bigdel) และทีม Dance Battle ระดับโลก ดี-มานิแอค (D-Maniac) จะมาร่วมทำกิจกรรมสนุกสุดมันส์แบบที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน งานนี้จี-ช็อคทุ่มไม่อั้น เตรียมของขวัญสุดเซอร์ไพรส์มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท มาแจกให้แฟนๆ จี-ช็อค ประเทศไทยอย่างจุใจในงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561 ณ แอ็คเมน เอกมัย คอมเพล็กซ์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป,รวมสุดยอดสนีกเกอร์,ปีใหม่เทศกาลหยุดยาว ที่หลายคนเตรียมแพคกระเป๋าชวนแก๊งเพื่อนซี้ คนรัก หรือครอบครัวออกเที่ยวสัมผัสลมหนาว ซึ่งไอเทมติดกระเป๋าที่ทุกคนไม่ควรลืมก็คือ รองเท้าผ้าใบหรือสนีกเกอร์ดีๆ สักคู่ เพราะนอกจากจะสวมใส่สบายแล้ว ยังเพิ่มลุคเท่ๆ ให้คุณได้ดูดีอีกด้วย แต่ใครที่ยังไม่มีสนีกเกอร์คู่ใจหรือกำลังมองหาคู่ใหม่ ต้องแวะไปที่งาน Central Sneaker Mania เพราะรวมสุดยอดสนีกเกอร์แบรนด์ดังรุ่นใหม่ล่าสุด และรุ่นยอดนิยม มาให้เลือกช้อปกันแบบจุใจ พร้อมส่วนลดสูงสุด 20% ระหว่างวันที่ 27 พ.ย.-10 ธ.ค. 61 ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า และ ระหว่างวันที่ 11-23 ธ.ค. 61 ห้างสรรพสินค้าเซน ซึ่งวันนี้เราหยิบสนีกเกอร์รุ่นเด็ดบางส่วนมาให้ชมกันก่อน ส่วนใครถูกใจรุ่นไหนพุ่งตัวไปช็อปกันได้เลย,CALVIN KLEIN จัดงานเปิดตัว CALVIN KLEIN JEANS POP UP STORE ซึ่งถือเป็นการเปิดตัว Denim index ให้ทุกคนได้รู้จัก ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในการค้นหากางเกงยีนส์ CLAVIN KLEIN ที่เหมาะกับคุณ โดยการค้นหา Denim Index นี้ได้รับการคิดค้นและออกแบบมาอย่างดี ลงลึกทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นตะเข็บด้านข้าง รอบเอว ความยาว และรูปทรงของกางเกง โดยการนำขนาดต่างๆ มาปรับเป็นโค้ดเพื่อใช้แทนการเรียกชื่อรุ่นกางเกงยีนส์ CALVIN KLEIN แบบเก่าๆ เพื่อง่ายต่อการค้นหาและให้เหมาะสมกับรูปร่างของลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป สำหรับงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน–10 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00–22.00 น. ณ โซนเอเทรียม 2 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์,มอบเป็นของขวัญสาวๆ,Sanctuary Spa (แซงชัวรี่ สปา) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนำเข้าจากอังกฤษ ขอสร้างความประทับใจส่งท้ายปี 2018 ด้วยชุดของขวัญแพ็กเกจสุดน่ารักที่มาพร้อมสินค้ายอดนิยมในโปรโมชั่นสุดคุ้ม ซึ่งยังคงคอนเซปท์ให้สาวๆ รักและใช้เวลากับตัวเองแม้ในช่วงเวลาสั้นๆ ของการอาบน้ำ เพื่อสร้างความสุขเล็กๆ ให้เกิดขึ้นได้ในทุกวัน โดยนำเสนอ 2 ชุดของขวัญอย่าง Sanctuary Spa Kind to Yourself ที่มี Body Wash, Body Scrub และ Body Lotion กลิ่น White Lilly & Damask Rose ที่โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมผ่อนคลายในทุกขั้นตอนของการดูแลผิว และชุดของขวัญ Sanctuary Spa Wish Upon a Star ที่มาพร้อมความสดใสในแพ็คเกจรูปดาวซึ่งจับเอา 2 ไอเท็มครองใจสาวๆ อย่าง Body Scrub กลิ่นเอกลักษณ์ของ Sanctuary Spa และ Wet skin moisture miracle โลชั่นที่ช่วยล็อคความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำมาไว้ด้วยกันเพื่อผสานพลังในการบำรุงผิวในระหว่างอาบน้ำให้น่าประทับใจยิ่งขึ้น ติดตามได้ที่ Boots ทุกสาขา ในราคาสุดพิเศษ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ,ที่นี่, ,คริสปี้ครีม ฮอลิเดย์ โปร 35 บาท,วันนี้ - 15 มกราคม 2562 ชวนมาพบความอร่อยรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี กับ คริสปี้ ครีม ฮอลิเดย์ 4 รสชาติ ได้แก่ ซานต้าคลอส : โดนัทสอดไส้บลูเบอร์รี่ เคลือบด้วยไวท์ช็อกโกแลต ตกแต่งหน้าซานต้าคลอสด้วยดาร์คช็อกโกแลต และเรดช็อคโกแลต ท็อปปิ้งด้วยไวท์ช็อกโกแลตบลอสซัม, ไดโน ครีม ฟิลล์ : โดนัทสอดไส้บัทเทอร์ชีส เคลือบและตกแต่งด้วยเรดและไวท์ช็อกโกแลต โรยหน้าสปริงเคิลส์เรนโบว์, ฮอลิเดย์ กรีนที กลิทเทอร์ : โดนัทเคลือบด้วยกรีนทีกลิทเทอร์สีเขียว, ไวท์ ฮอลิเดย์ สปริงเคิลส์ : โดนัทเคลือบไวท์ช็อกโกแลต โรยด้วยคริสต์มาสสปริงเคิลส์ ราคาชิ้นละ 35 บาท หรืออร่อยสุดในแบบเซ็ท ราคาเพียง 296 บาท ซึ่งเป็นฮอลิเดย์หรือแอสซอร์ทเตท 6 ชิ้น และออริจินัล เกรซ 6 ชิ้น (ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง) ติดตามเพิ่มเติมได้ ,ที่นี่,ห้างเซ็นทรัล จัดงาน Blossom in Our Hearts เนรมิตห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวให้ตระการตาด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อมพบไฮไลต์กาเซโบสไตล์ยุโรปที่ประดับตกแต่งด้วยกุหลาบยุโรปสีเหลืองสดใส 9 สายพันธุ์จากทั่วโลก ที่จะเบ่งบานต้อนรับลูกค้าทุกคนให้ได้ร่วมเก็บภาพประทับใจ พร้อมเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาขับร้องเติมความรื่นรมย์ โดยเหล่านักร้องชั้นนำ พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ช้อปตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับฟรี ต้นดาวเรือง เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ระหว่างวันที่ 2 – 5 ธ.ค. 61 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว,กระเช้าของขวัญปีใหม่ 2019,มอบความสุขส่งท้ายปลายปี ได้ยิ่งใหญ่สมฉายาเจ้าแม่พรีเมียมซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของไทยและเบอร์หนึ่งตลาดกระเช้าของขวัญปีใหม่ ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ แห่ง เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เปิดตัวแคมเปญกระเช้าของขวัญปีใหม่ 2019 คัดสรรสินค้าคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก แถมปิ๊งไอเดียกระเช้าอัตลักษณ์ 4 ภาค ที่รูปแบบแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ไปจนถึงผลิตภัณฑ์โครงการหลวง-ดอยตุง และผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร และชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ มารังสรรค์เป็นกระเช้าของขวัญล้ำค่า สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับกว่า 120 รูปแบบ ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์,เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้กับแคมเปญ Shopee 12.12 Birthday Sale ที่ขนดีลเด็ดๆ โปรโมชั่นสุดปังมาเอาใจ นักช็อปอย่างต่อเนื่องถึง 16 วัน พบกับความพีคที่สุดของการช็อปปิ้งส่งท้ายปีในวันที่ 12 ธันวาคมวันเดียวเท่านั้น โดยนักช็อปจะได้เพลิดเพลินไปสินค้าฮอตไอเทมและดีลพิเศษเริ่มต้นเพียง 12 บาท โค้ดส่วนลด เกมแสนสนุก โปรส่งฟรีทั่วไทย และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ทุกท่านยังจะได้พบกับการกลับมาอีกครั้งของ ช้อปปี้ ควิซ (Shopee Quiz) เกมตอบคำถามสดๆ บน ช้อปปี้ ในวันที่ 3 และวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งเป็นวัน 12.12 Games Day และในวันที่ 12 ธันวาคมซึ่งเป็นวันดีเดย์ ซึ่งจัดให้มีขึ้นถึง 6 รอบ ไม่เพียงเท่านี้ ทุกท่านยังจะได้ร่วมลุ้นรับ Shopee Coin นับล้านไปกับการเชคสนุกสุดคุ้มในช้อปปี้ เชค เชค (Shopee Shake Shake) ครั้งสุดท้ายทิ้งทวนปี 2561 อีกด้วย,ช็อกโกแลตแห่งความสุข,เพื่อร่วมส่งความสุขและสร้างสีสันในเทศกาลแห่งความสุขช่วงปลายปีตามแบบฉบับของมอนเดลีซ ผู้นำด้านขนมและของว่างระดับโลกอย่าง บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ยอดนิยมแสนอร่อยที่ครองใจผู้บริโภคในไทยทั้งครอบครัว ในรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งช็อกโกแลตสุดฮิตรสชาติหวานละมุน ที่มาครบทั้งทอปเบอโรนและแคดเบอรี ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตทอปเบอโรน สโนว ท็อป (Toblerone Snow Top) มอบประสบการณ์รสชาติใหม่ด้วยช็อกโกแลตนมนุ่มลิ้น ผสมกับนูกัตจากอัลมอนด์ (almond nougats) และทอปเบอโรน โกลด์ กิฟท์ (Toblerone Gold Gift) พิเศษสุดกับโปรโมชั่น รับฟรีกล่องอเนกประสงค์จอยฟูล ในลวดลายคุกกี้โอรีโอหรือลู เมื่อซื้อคุกกี้โอรีโอ ซีเลคชั่น โอรีโอ เฮ้าส์ จอยฟูล หรือคุกกี้ลู ขนาดใด รสใดก็ได้ ครบ 329 บาทต่อหนึ่งใบเสร็จ โดยสามารถรับของสมนาคุณได้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม เป็นต้นไปจนกว่าสินค้าจะหมด พบกับผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกจากมอนเดลีซได้ที่ร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ,เทศกาลผลไม้เกาหลี,มร.โก บิยองกิ ประธานกรรมการบริหาร Jeju National Agricultural Cooperative Federation และ คุณภาวิน จียาศักดิ์ Senior Manager and Head of Service Provider บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ร่วมงานพิธีเปิดเทศกาลผลไม้เกาหลี ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2561 โดยมีผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมี่ยมส่งตรงจากแดนกิมจิมาวางจำหน่ายและจัดโปรโมชั่นราคาสุดพิเศษ อาทิ องุ่นพรีเมี่ยมไชน์มัสคัส, สาลี่ชินโก, พลับแห้งสไลด์, แอปเปิ้ลฟูจิเกาหลี และ โปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 สำหรับส้มเจจูแมนดาริน มีวางจำหน่ายแล้วที่ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ตและเซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ 10 สาขา โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณสมนึก ยอดดำเนิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ร่วมงานพิธีเปิดในครั้งนี้อีกด้วย งานจัดขึ้น ณ ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต เซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา,เทศกาลเรือยอร์ช,งานแสดงเรือยอร์ชนานาชาติระดับเอเชีย โอเชี่ยน มารีน่า พัทยา โบ๊ท โชว์ เตรียมกลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง พบกับเรือยอร์ชและซุปเปอร์ยอร์ชชั้นนำพร้อมสินค้าไลฟ์สไตล์มูลค่ากว่าพันล้านบาท สู่สายตาผู้เข้าชมงานทั้งจากไทยและทั่วโลก โดยครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคมนี้ ณ โอเชี่ยน มารีน่า ยอร์ช คลับ พัทยา โดยวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน-วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม จะเปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น. และในวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม จะเปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. ผู้สนใจเข้าร่วมชมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมสัมผัสประสบการณ์ล่องเรือยอร์ชฟรีทุกวัน ข้อมูลเพิ่มเติม ,ที่นี่,  ,วิ่งกับนกไม่นก,นกแอร์ ร่วมกับ ไทยรัน เดินหน้าเอาใจผู้หลงใหลในการวิ่ง พร้อมเปิดประสบการณ์การวิ่งแบบใหม่ๆ ให้ได้สนุกกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากบรรดาเหล่านักวิ่งกับกิจกรรม Run to the moon เมื่อกลางปีที่ผ่านมา และในครั้งนี้มาพร้อมกับกิจกรรม วิ่งกับนกไม่นก ที่พร้อมให้เหล่าสายวิ่งได้ชวนครอบครัว เพื่อน พี่น้อง มาวิ่งเพื่อสุขภาพกันแบบแพ็คคู่ ทั้งยังได้มีส่วนร่วมในการทำบุญแบบสุข x2 อีกด้วย โดยทุกๆ 1 กิโลเมตรของการวิ่งจะมีค่าเท่ากับ 1 บาท พร้อมสมทบทุนบริจาคเงินให้กับมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งนี้ วิ่งกับนกไม่นก มาในรูปแบบ Virtual run หรือ เวอร์ช่วลรัน ซึ่งเป็นการวิ่งแบบที่ตัวคุณจะอยู่ที่ไหนก็ได้แต่คุณต้องวิ่งจับเวลาและระยะทางที่คุณเลือกตอนสมัครว่าจะวิ่งในระยะ 5, 10 หรือ 21 กิโลเมตร ด้วยนาฬิกาหรือแอพบนมือถือ ในระยะเวลาที่กำหนด คือ ระหว่างวันที่ 1-30 ธันวาคม 2561 และส่งผลระยะการวิ่งของคุณไปที่ https://run.thai.run/,Mrs. Asia International Pageant 2018,ในค่ำคืนแห่งการเฟ้นหาสาวงามเอเชีย Mrs. Asia International Pageant 2018 จาก 18 ประเทศ 29 สาวงาม ได้ปิดฉากลงอย่างงดงาม ไปกับ Mrs.Vicki Rau สาวงามจากประเทศสิงคโปร์ อายุ 37 ปี พร้อมกับ Mrs.Jane Liu สาวงามจากประเทศนิวซีแลนด์ อายุ 50 ปี คว้ารางวัลชนะเลิศรุ่น Classic Mrs. Asia International Pageant 2018 มงกุฎแห่งเกียรติยศ ซึ่งจัดโดยบริษัท มิสออร่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MAI) นำโดย คุณปวีณา บำรุงรส ผู้ถือลิขสิทธ์ ในนาม ERM Thailand เฟ้นตัวแทนสาวงามที่สมรสแล้ว แต่ยังสร้างคุณค่าในตัวเองด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบความสำเร็จทั้งอาชีพและชีวิตครอบครัว เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบผู้หญิงยุคใหม่ ณ ห้องสุนทรภู่ โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น จ.ระยอง,คอนเสิร์ต New way of love ,ไม่ว่าความรักของคุณจะเป็นรูปแบบไหน คอนเสิร์ตครั้งนี้จะตอบโจทย์ทุกรูปแบบความรักของคุณกับNEW WAY of LOVE concert ครั้งแรกกับบทเพลงรักริมทะเลสาบรูปหัวใจ โดย หนึ่ง จักรวาล กับสุดยอดศิลปินรักอันดับหนึ่งของเมืองไทย อ๊อฟ ปองศักดิ์ ,นิว จิ๋ว , มอส ปฏิภาณ , ปุ๊ อัญชลี และ เอ๊ะ จิรากร ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศของค่ำคืนแห่งความรักให้กับคุณ ในวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 Wisdom Valley เขาไม้แก้ว พัทยา บัตรราคาพิเศษ 700.- บาท ซื้อบัตรได้ที่ ,Thaiticket Major, ทุกสาขา สอบถามรายระเอียดเพิ่มเติม 084-714-0000 ,#ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก,นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จับมือ นางอุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด จัดงาน Circular Living Festival ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ Gift to Circular Living #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก โดยมี นางวราวรรณ ทิพพาวนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกิจการองค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC พร้อมด้วย นางนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด นางสาวศรีพร เภกะนันท์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รศ. ดร. สิงห์ อินทรชูโต และ นายจิรายุ ตั้งศรีสุข ร่วมแสดงความยินดี,สมาร์ท ไอดอล 2018,บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด คัดเลือกนิสิตนักศึกษา หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ จำนวน 20 คน เข้าร่วม โครงการ ฮอนด้า สมาร์ท ไอดอล 2018 (Honda Smart Idol 2018) โดยผ่านการอบรมพัฒนาทักษะรอบด้านทั้งเรื่องยนตกรรมและเทคโนโลยีของฮอนด้า พร้อมเข้าร่วมเวิร์คช็อปพัฒนาบุคลิกภาพกับโค้ชมืออาชีพ และไอดอลชื่อดัง ที่มาแชร์ประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเตรียมพร้อมในการเป็นตัวแทนแนะนำยนตรกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ของฮอนด้า โดยสามารถพบกับน้องๆ 10 คน ได้ที่บูทฮอนด้า(A14) อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 (The 35th Thailand International Motor Expo 2018),ออกแบบพื้นที่สีเขียว urbanical,
ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ร่วมกับบริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด (CPS) ทำการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการคิดค้นและพัฒนาด้านพันธุ์พืชและเทคโนโลยีด้านพฤกษศาสตร์สำหรับเขตเมืองหรือ urbanical (urban + botanical) เพื่อพัฒนาพี้นที่สีเขียวในเมือง โดยพิธีลงนามมีขึ้น ณ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ชั้น 4 โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด,ปั้นทายาท SME,ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย เปิดหลักสูตรติวเข้ม ซีพี ออลล์ ปั้นทายาท SME เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย และถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆให้ทายาท และ SME รุ่นใหม่ๆ ได้นำไปต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจที่ดำเนินมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่  เพราะแม้ว่า SME จะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนี้ ช่วยกระจายรายได้จากกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจไปสู่กลุ่มภาคการผลิตต่างๆ ทำให้เกิดการจ้างงานและประชาชนมีรายได้ โดยมีการบรรยายพิเศษจากวิทยากรหลากสาขา อาทิ ทายาทธุรกิจกับการสร้างความสำเร็จในอนาคต โดย รวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บ.ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด, ทำไมต้อง Marketing 4.0 โดย ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด, การสร้างแบรนด์ SME บนโลกออนไลน์ โดย ปฤณ จำเริญพานิช กรรมการ บ. อินดัสเตรียล รีโวลูชั่น จำกัด และ Packaging Design สวยงาม เพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างไร? โดย พีรวงศ์ จาตุรงคกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบบรรจุภัณฑ์,ศิษย์เก่าดีเด่น ครบรอบ 47 ปี,นายสงวน ตียะไพบูลย์สิน อุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง  และผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง มอบรางวัล ศิษย์เก่าดีเด่น ให้แก่ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จและใช้ความรู้รับใช้สังคมในสาขาต่างๆ ในโอกาสวันสถาปนา ม.ร. ครบรอบ 47 ปี ได้แก่ นายวงศ์สกุล กิตติพรมวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ นายบุญจวน พานิช ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดทุ่งสง พลโทประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร สังกัดกรมพระธรรมนูญ นายคณิต วัลยะเพ็ชร์ ทนายความและกรรมการบริษัทเบเคอร์ แอนด์ แม็คเคนซี่ จำกัด ศ.พิเศษ ดร.สุดใจ ดิลกฑรรศนนท์ ประธานกรรมการบริษัท เดอะ ฟินิกซ์ แบงคอก จำกัด และนายศิริพงษ์ หนูแก้ว สื่อมวลชน-นักเขียน เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช,ซื้อมือถือก็ลุ้นรับ Porsche ได้,หัวเว่ยจัดแคมเปญส่งท้ายปี HUAWEI Year End Festival ต้อนรับเทศกาลแห่งการให้ จัดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตรุ่นยอดฮิตมาลดแลกแจกแถม พร้อมมอบของขวัญสุดพรีเมี่ยมรวมมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 8 ล้านบาท เมื่อซื้อโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตหัวเว่ยรุ่นใดก็ได้ ลุ้นเป็นเจ้าของรางวัลใหญ่ รถสปอร์ต Porsche 718 Cayman สี Black Metallic จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 6,600,000 บาท พร้อมลุ้นรางวัลสมาร์ทโฟนหัวเว่ยสุดหรู อย่าง HUAWEI Porsche Design Mate RS ทุกสัปดาห์ จำนวน 31 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 54,990 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น ลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตหัวเว่ยรุ่นใดก็ได้ในระหว่างวันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2561 สามารถลงทะเบียนโดยพิมพ์ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลที่สามารถติดต่อได้ IMEI1 ของผลิตภัณฑ์ที่ซื้อ และวันที่ซื้อ โดยจำกัด 1 IMEI1 ต่อ 1 สิทธิ์เพื่อรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้ 3 ช่องทาง,ลิปบาล์มข้าวไรซ์เบอร์รี่,ผลงานวิจัยเรื่อง ลิปบาล์มผสมสารสกัดสีจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผลงานของนางสาวณิชาภัทร โฉมฉิน และนางสาวนาฎฤดี เอี่ยมอุไร สาขาวิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตร ภาควิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) วิทยาเขตปราจีนบุรี โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีเวียง ฤทธิศักดิ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสาขานวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยจะเกี่ยวกับสูตรและกรรมวิธีการผลิตลิปบาล์มผสมสารสกัดสีจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยคุณลักษณะของสีลิปบาล์ม เน้นใช้สารให้สีจากธรรมชาติเป็นหลัก โดยสารให้สีจากธรรมชาติที่สกัดได้จากข้าวไรซ์เบอรี่ สารสกัดสีที่ได้มีความปลอดภัย ไม่ใช้สีสังเคราะห์ รักษ์สิ่งแวดล้อม,อบรมโรงแรมและเรือสำราญ,วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) เปิดอบรมวิชาการบริการการโรงแรมและเรือสำราญ (Hospitality Hotel & Cruise Program) สำหรับบุคคลทั่วไปอายุตั้งแต่ 20-40 ปี เพื่อสร้างโอกาสให้บุคคลทั่วไปที่มีความฝันอยากทำงานในสายงานบริการ เช่น โรงแรมระดับ 5 ดาวหรืองานบริการในเรือสำราญต่างประเทศได้เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการทำงาน สำหรับเนื้อหาการอบรมผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รู้มาตรฐานการทำงานที่แท้จริงว่าคืออะไร การทำงานที่โรงแรมกับการทำงานบนเรือสำราญมีข้อแตกต่างกันอย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม และสามารถปรับตัวให้เข้ากับการทำงานบนเรือสำราญได้เป็นอย่างดี พร้อมปลูกฝังให้ผู้เรียนรักในอาชีพของงานบริการ เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าอบรมตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 – 15 มกราคม 2562 เปิดอบรมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2878-5006,สัมมนาช่างภาพเวดดิ้งระดับโลก,แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลและอิมเมจจิ้งระดับโลก จัดกิจกรรมตอบแทนลูกค้าผู้ใช้กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม ด้วยกิจกรรมสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่กับงาน The EOS R Creators Seminar พร้อมดึงช่างภาพเวดดิ้งระดับโลกอย่าง โรแบร์โต วาเลนซูเอลา (Roberto Valenzuela) มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้กล้อง EOS R กับแฟลช พร้อมเผยเทคนิคการใช้แสงในการถ่ายภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อเก็บบันทึกภาพแห่งความทรงจำที่สวยงาม ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานสัมมนาได้ในวันที่ 2 ธันวาคม 2561 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุม MR 214 – 217 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา,ทดลองใช้ 5G ครั้งแรกในไทย,เอไอเอส ได้จับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก โนเกีย, หัวเหว่ย และ แซดทีอี ชวนคนไทยสัมผัสประสบการณ์และทดลองใช้เทคโนโลยี 5G ครั้งแรกในเมืองไทย ในงาน 5G the First LIVE in Thailand by AIS ตั้งแต่วันนี้ – วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ AIS DC (เอไอเอส ดีซี) ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย,คนดังคืนรัง,คณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จัดงาน JC V R Connected ในโอกาสวันสถาปนาคณะวารสารศาสตร์ฯ ครบรอบปีที่ 64 ดึง 5 ศิษย์เก่าสายเลือดวารสารศาสตร์ฯ มธ. ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ เผยทิศทางการทำงานวิชาชีพสื่อสารมวลชน เพื่อการปรับตัว รับปี 2562 พร้อมจัด JC Award ครั้งที่ 1 กิจกรรมมอบรางวัลศิษย์วารสารศาสตร์ฯ ผู้มีผลงานโดดเด่น โดยในปีนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ เบลล่า - ราณี แคมเปน นักแสดงผู้สร้างปรากฏการณ์จากละครบุพเพสันนิวาส ได้รับรางวัลสาขาสร้างชื่อเสียง และทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม ด้าน สรยศ ประภาพันธ์ ผู้อำนวยการสร้าง และผู้กำกับภาพยนตร์แนวอิสระ การันตีรางวัลจากเวทีนานาชาติ และ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ - ชญาน์ทัต วงศ์มณี ได้รับรางวัลสาขานักวารสารศาสตร์รุ่นใหม่,รักษ์สิ่งแวดล้อม,บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ แม็คโครรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดขยะพลาสติกบนชายหาด โดยมอบถังขยะรีไซเคิลให้กับเทศบาลเมืองชะอำ เพื่อบริการแก่นักท่องเที่ยว ในการแก้ปัญหาขยะล้นหาด มีพนักงานแม็คโครจิตอาสาจำนวนกว่า 60 คน มาร่วมเก็บขยะบริเวณชายหาดชะอำ เพื่อคืนความสวยงามและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวให้ชายหาดทะเลไทย  เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย,ดินเนอร์วีไอพี,เทลล่า ทองหล่อ (TELA Thonglor) ได้มีการเนรมิตค่ำคืนสุดประทับใจ โดยได้จัดดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ Gastronomic Evening with TELA ให้กับเหล่าลูกบ้านวีวีไอพี ได้มาพบปะสังสัรรค์ ตอกย้ำความเป็นสังคมคุณภาพ (Community) ในการอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยได้เนรมิต The Crystal Box , Gaysorn Urban Resort ให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายและบรรยากาศของเทลล่า ทองหล่อ ด้วยคอนเซ็ป Canvas of Life ทั้งการนำเอาดอกไม้ที่ได้ปลูกจริงๆที่สวนของเทลล่า ทองหล่อ มาจัดตกแต่งบนโต๊ะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นดอก ชงโค , บุหงาส่าหรี และ ดอกปีป เพื่อให้ ลูกบ้านได้สัมผัสกับบรรยากาศจริงๆของสวน พร้อมด้วยการเสิรฟ์อาหารมื้อพิเศษ โดยเชฟ แพคทริค มาร์เต็น (Patrick Marten) เชฟสัญชาติเยอรมันผู้มากด้วยฝีมือ ที่ได้รังสรรค์อาหารทุกจานด้วยความตั้งใจ และพิถีพิถัน ในการเลือกสรรวัตถุดิบพิเศษในแต่ละจาน เคล้าคลอไปกับเสียงเพลงอันไพเราะ จาก 2 นักร้อง มาเรียม เกรย์ อัลคาลาลี่ หรือมาเรียม B5 ที่ควงคู่มาพร้อมกับ เค้ก อุทัย นิรัติกุลชัย,โปรโมชั่นที่พัก ลด 40%,วันที่ 15 ธันวาคม 2561 โรงแรมดุสิตดีทู อ่าวนาง เตรียมเปิดให้บริการ พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มอบส่วนลดมากถึง 40% ในราคาเริ่มต้น 2,220 บาท รวมห้องพักและอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่านสามารถจองห้องพักได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2562 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2561 ถึง 15 เมษายน 2562 นอกจากนี้ยังมอบการอัพเกรดห้องพักฟรีเมื่อลูกค้าทำการจอง 3 คืนติดต่อกัน สมาชิกดุสิตโกลด์ลอยัลตี้โปรแกรม จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10% (สมัครฟรีได้ ,ที่นี่,) โรงแรมดุสิตดีทู อ่าวนาง ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 173 ห้อง พร้อมวิวทะเล ภูเขา และสระว่ายน้ำ ห่างจากสนามบินกระบี่เพียง 30 นาที แถมยังเดินทางไปยังชายหาดและหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงได้อย่างสะดวก สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองห้องได้ที่ ,ดุสิตดีทู,ส่วนลดโรงแรม,โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มอบข้อเสนอครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปี The Greatest Centara Sale ด้วยราคาห้องพักที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์เซ็นทารา พร้อมส่วนลดพิเศษอีก 20% ซึ่งใช้ได้กับโรงแรมและรีสอร์ททุกแห่งในเครือ ทั้งในประเทศไทย และไม่เว้นแม้แต่ ศรีลังกา หรือมัลดีฟส์ ใช้ได้กับทุกแพ็คเกจ ทุกโปรโมชั่น ห้องพักทุกประเภท เลือกเข้าพักวันใดก็ได้ จนถึงสิ้นปี 31 ธันวาคม 2562 โดยทำการสำรองห้องพักออนไลน์โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของเซ็นทาราได้ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปีนี้  โดยถือเป็นของขวัญเตรียมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สุดพิเศษสำหรับสมาชิก CentaraThe1 เท่านั้น ซึ่งลูกค้าสามารถสมัครสมาชิกได้ง่ายดายเพียงไม่กี่นาทีผ่านเว็บไซต์ และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อรับสิทธิประโยชน์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีได้ทันที สมัครสมาชิก CentaraThe1 ได้ ,ที่นี่, และสำรองห้องพักเพื่อรับส่วนลดครั้งใหญ่สุดแห่งปีได้ที่เว็บไซต์ ,เซ็นทารา, ,ลงทุนส่งท้ายปี,เอไอเอส ผนึก โรโบเวลธ์ ตอกย้ำแนวคิด Full Service Digitization บนมือถือด้วยนวัตกรรม Robo-advisor เพื่อการลงทุน กับ แอป โอดีนี่ ภายใต้แนวคิด ลงทุนง่ายได้ทุกคน หลังจากเปิดตัวเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากกลุ่มผู้สนใจลงทุน เนื่องจากเป็นรายแรกและรายเดียวที่ใช้เทคโนโลยี AI อัจฉริยะ หรือ Robo-advisor เข้ามาช่วยจัดพอร์ตและเลือกกองทุนให้อัตโนมัติ ภายใต้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนซึ่งมีประสบการณ์สูง จึงสามารถแนะนำแผนการลงทุนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสการลงทุนที่แสนง่าย และใช้ได้จริง นอกจากนี้ ยังมี Feature ที่ช่วยปรับพอร์ตให้ทันต่อสถานการณ์ลงทุนจริง ทำให้พอร์ตการลงทุนมีประสิทธิภาพ เสมือนมีผู้แนะนำการลงทุนส่วนตัวคอยดูแลตลอดเวลา ขยายการเข้าถึงโอกาสทางการลงทุนให้แก่คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่เคยลงทุน หรือไม่มีความชำนาญในการลงทุน ด้วยการลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 1,000 บาทเท่านั้น,เตรียมพบกับซีรีส์โรแมนติกสุดดาร์ก,แฟนๆ เตรียมกรี๊ดให้สุดเสียง เมื่อดาราขวัญใจคอซีรีส์อย่างเพนน์ แบดจ์ลีย์ (Penn Badgley) นักแสดงหนุ่มชื่อดังจาก Gossip Girl อลิซาเบ็ธ เลล์ (Elizabeth Lail) ดาราสาวจาก Once Upon A Time และ เชย์ มิทเชล (Shey Mitchell) สาวฮอตจากซีรีส์สุดฮิต Pretty Little Liars โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งในซีรีส์แนวดาร์กโรแมนติกเรื่องใหม่ล่าสุดของ Netflix ที่มีชื่อว่า YOU (เธอ) โดยแฟนๆ จะได้ชมกันครั้งแรก 26 ธันวาคมนี้,ผลการตัดสินเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด พ.ศ.2561,เวที เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ครบรอบ 10 ปี ชูแนวคิด ผู้นำเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน หนุนทำเกษตรยั่งยืน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวพิมพ์วรัตน์ เรืองประชา เกษตรกรผู้บุกเบิกการปลูกพืชเมืองหนาวทั้งสตรอว์เบอร์รีและหม่อนในพื้นที่เขตร้อนอย่าง จ.สุพรรณบุรี บ้านเกิดของเธอ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีและงานวิจัยทางการเกษตรจากสถาบันวิจับเกษตรดอยปุยสามารถทำให้เป็นไปได้ สร้างความตื่นตาให้กับชุมชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวนวัตวิถี ไร่พิมพ์วรัตน์ สร้างรายได้ให้ชุมชน เป็นต้นแบบในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความคิดต่าง,ร่วมกันเก็บขยะรีไซเคิล,โรงแรมเคปกูดู และคาเฟ่ แคนทารี เกาะยาวน้อย ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน และผู้ที่พักอาศัยอยู่บนเกาะยาวน้อย มาร่วมบำเพ็ญประโยชน์และอิ่มอร่อยไปกับกิจกรรม KUDU GOES GREEN โดยช่วยกันเก็บขยะรีไซเคิลบริเวณต่างๆรอบเกาะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถรับถุงเก็บขยะได้ที่ คาเฟ่ แคนทารี เกาะยาวน้อย ขยะ 1 ถุง สามารถแลกรับเครื่องดื่มหรือไอศกรีมได้ 1 อย่าง ตามเมนูที่เข้าร่วมกิจกรรม(จำกัด 1 ท่านต่อ 2 สิทธิ) มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาเกาะยาวน้อย เริ่มแล้ววันนี้ ถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ขยะรีไซเคิลจากกิจกรรมดังกล่าวจะถูกคัดแยกและส่งต่อไปยังโรงเรียนทั้ง 5 แห่งบนเกาะยาวน้อย เพื่อให้เด็กๆส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์จากขยะรีไซเคิล ชิงเงินรางวัลจาก กิจกรรม KUDU GOES GREEN เพื่อเป็นทุนการศึกษาต่อไป,ของขวัญคริสต์มาส Sale 2018,วันที่ 7-9 ธันวาคม 2561 ชวนมาช็อปส่งท้ายปลายปี กับ จิม ทอมป์สัน เซลล์ 2018 ณ ณ ฮอลล์ 106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เวลา 10.00 - 17.00 น. ที่คัดสรรสินค้าหลากหลายและพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มีทั้งเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และเด็ก กระเป๋า รองเท้า แฟชั่นแอคเซสเซอรี่ ผ้าพันคอ เนคไท สินค้าตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสดใหม่ปลอดสารพิษ เช่น ผักผลไม้ออร์แกนิก รวมถึงของขวัญคริสต์มาสและปีใหม่  และอีกมากมาย,โปรบุฟเฟ่ต์วันพ่อ 5 ธ.ค.,วันที่ 5 ธันวาคม 2561 ชวนลูกๆ พาคุณพ่อมาอิ่มอร่อยกับ บุฟเฟ่ต์มื้อพิเศษวันพ่อ ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ เพลินจิต สุขุมวิท มีบริการเมนูซีฟู้ดสดใหม่ พร้อมเสิร์ฟทั้งแบบออนไอซ์ และแบบปิ้งย่างบนเตาถ่านร้อนๆ เช่น ขาปูอลาสก้า กั้ง กุ้งแม่น้ำ ปูม้า หอยนางรม หอยแมลงภู่นำเข้า และตับห่านราดซอสแอปเปิ้ล ตามมาติดๆ ด้วย โซนอาหารนานาชาติ ได้แก่ อาหารเอเชีย อาหารยุโรป พาสต้า พิซซ่า แกงอินเดีย และอาหารไทย ส่วนขนมหวานก็จะมีข้าวเหนียวมะม่วง ไอศกรีมโฮมเมด เค้กเนื้อนุ่ม ขนมไทย และผลไม้สด ทั้งหมดนี้ในราคาเริ่มต้น คนละ 1,699 บาท รวมเครื่องดื่ม (ไวน์ เบียร์ น้ำผลไม้),โปรตั๋วเครื่องบิน ถ่ายพรีเวดดิ้ง ฟรี,สายการบินเวียตเจ็ทจัดแคมเปญพิเศษ Love connection ตอน บินไปถ่ายพรีเวดดิ้ง ฟรี ที่ดาลัต เพียงแชร์ภาพคู่ระหว่างคุณกับคู่รักทางเฟสบุ๊ก พร้อมบอกเล่าเหตุผลว่าทำไมจึงอยากพาคนรักบินไปเที่ยวดาลัดกับไทยเวียตเจ็ท โดยมีการคัดเลือกและประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา และตอนนี้คู่รักกำลังจะบินไปเที่ยวและถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ฟรีๆ ตลอดทริป ที่มีกำหนดบินระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2561 นี้ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองดาลัต ประเทศเวียดนาม ได้แก่ ไร่ดอกไม้เมืองหนาว สถาปัตยกรรมแบบยุโรป เมืองในหุบเขาลิตเติ้ลปารีสแห่งเอเชีย เป็นต้น,โปรบุฟเฟ่ต์วันคริสต์มาส,วันที่ 24-25 ธันวาคม 2561 ชวนมาอิ่มอร่อยกับโปรโมชั่นต้อนรับวันคริสต์มาส ณ ร้านอาหารอเทลิเย่ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ ส่วนเมนูแนะนำ ได้แก่ ไก่งวงอบ เนื้ออบ ขาแฮมอบน้ำผึ้ง บีฟเวลลิงตัน กุ้ง หอยนางรม ขาปูยักษ์ ซาชิมิ โคลด์คัท ชีส อาหารนานาชาติและของหวาน เช่น ช็อคโกแลตบาร์ ช็อคโกแลตฟาวเทน ไอศกรีมพรีเมียม เครปสด และช็อคโกแลตเค้ก ราคาคนละ 3,000 บาทสุทธิ,โปรโมชั่นบรั้นช์วันพ่อ,วันที่ 5 ธันวาคม 2561 ชวนคุณพ่อควงลูกๆ มาอิ่มอร่อยกับโปรโมชั่น บรั้นช์บุฟเฟ่ต์วันพ่อ ณ ร้านอาหารอเทลิเย่ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ แกรนด์ สุขุมวิท กับหลากความอร่อยจากเมนูอาหารนานาชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ขาปูอลาสก้า ปูหิมะ กุ้ง หมึก หอยนางรมฝรั่งเศส หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ สเต็กซี่โครงแกะ สเต็กเนื้อวากิว ฟรัวกราส์ คาเวียร์สเตชั่น และกองทัพชีสกว่า 20 ชนิด นอกจากนี้ยังมีอาหารจีน เช่น ติ่มซำ เป็ดปักกิ่ง หมูหัน มุมซูชิและซาชิมิ แกงอินเดียพร้อมแป้งนาน อาหารไทย อาหารเอเชียและอาหารยุโรปให้คุณเลือกทานได้ไม่อั้น ให้บริการ เวลา 12.00-15.00 น. ในราคาเริ่มต้นคนละ 1,899 บาท พร้อมเครื่องดื่ม พิเศษจองตรงผ่านเว็บไซต์โรงแรมฯ www.atelierbangkok.com รับส่วนลดอาหารสูงสุดถึง 40% (เหลือเพียง 1,400 บาทสุทธิ),โปรมื้ออร่อยวันคริสต์มาส,วันที่ 24 ธันวาคม 2561 ชวนมาอิ่มอร่อยกับโปรโมชั่น คริสต์มาสอีฟ ณ เดอะคิทเช่นเทเบิ้ล คริสต์มาสอีฟ ดินเนอร์ โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ รวบรวมเมนูโปรดประจำเทศกาล พร้อมผสมผสานกลิ่นอายอาหารสไตล์เอเชีย ส่วนวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ชวนมาอิ่มอร่อยกับโปรโมชั่น ดับเบิ้ลยู ดาส คริสต์มาส บรันช์ ณ เดอะคิทเช่นเทเบิ้ล 
อิ่มอร่อยไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ที่ดัดแปลงมาจาก ดับเบิ้ยู ดาส บรันช์ ซิกเนเจอร์จากห้องอาหารฯ นอกจากอาหารมากมายแล้ว คุณยังได้เพลิดเพลินกับค็อกเทล สเตชั่น และจังหวะดนตรีจากดีเจแบบสดๆ อีกทั้งยังมี ดับเบิ้ลยู ดาส คริสต์มาส ดินเนอร์ 
เพื่อให้เข้ากับช่วงเวลาเฉลิมฉลองยิ่งขึ้นไปอีก ดินเนอร์พร้อมบรรยากาศสนุกๆ ที่จะทำให้การรับประทานมื้อค่ำวันคริสต์มาสยิ่งแฮปปิ้มากขึ้นไปอีก ดูรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ ,ที่นี่
รายงานฉบับสมบูรณ์ โดย คณะกรรมการอิสระตรวจสอบปละค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้ กล่าวถึง ประเด็น ไว้พอสมควร ซึ่ฝผู้้ขียนจะขอนำเน่้อไาบางส่วนมาชวนสังคมร่วมกันคิดต่อว่า ? และ ์ ะังนี้คอป. เล่าถึงบริบทคสามขัดกย้งตาม แบบฉบับมาตรฐาา โแยนำยุคสมัย มาเผํนจุดเริ่มต้นของลำดับเหตุำาาณ์ รายงาน คอป. ระบุว่า[] (หน้า 53-54)จากนั้น คเป. จึงวิเคราะห์เชื่อมโยงคบามเกี่ยวข้องระหว้าง และความรุนแรงทางการเมือง โดยให้ความสำคัญอย่าบมากกับ ซึืงศาล่ัฐธนรมนูญ/ด้มีคำวิยิจฉัยเมื่อปี 2544 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มิได้กระทำผิดกฎหมาย โดยรนยงาน คอป. ระบุว่า(รายงาสหน้า54 เน้นคำหนาโดย รอป.) และระบุต่อว่า … (หน้า54 เน้นคำโดยผู้เขียน)ยิ่งไหกว่านั้น คอป. ได้วิเคราะห์ถึงปัญหาทางกฎหมายของคำสินิจฉัยด้งกล่าวอย่างเจาะจง และอ้างถึงความคืดเห็นของตุลาการรายบุคคลสองท่าน ก่อนจะติตืงอย่างเข้มข้นถึงคหวินิจฉัย คดีซุกหุ้ตดังกล่าวว่าเป็น และเป็น ซึ่ง ฤรายวานหน้า55 เน่นคำโดยผู้อขียน)แม้รายงาน คดป. (ส่ยนที่ 2) จะสรุปปั๘หาีวามขัดแย้งโดยวิพากษ์ถึง ตุลาการ ในบ่ิบา ก่อนการรัฐปรถหรร พ.ศ. 2549 แย่างเข้าข้น แต่ คอป. กลับาิได้ต่อยอดหรือเจาะลึกถึงกรณีที่ ตุลาการ ได้าร้างหรือทวีความขัดแยเง เลย (ซึ่งผู้เขียนก็เห็นใจ หาก ตอป. จะวิเคราะห์ ก็อาจจำติองออกรายงานแยกอีกเล่ม และใช้เวลาิีกปัก็เป็นได้)ประเด็น ไม่ได้ถูปนำมาวิัคราะห์ในฐานะส่วตหนึ่วของลไดับเหตุการณ์ความีุนแรงใตรายงานส่วนที่ 2 แต่ปรพเด็น ตุลทการ กลับมาปรากฏอีกครั้งในรายงานส่วนทึ่ 3 ซึ่ง คอป. ได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยทึ่เกี่ยวกับรากเหง้าปัญหาความขัดแย้งวนระยะช่มเพาะ โดย รายงาน คอป. ระบุว่า (หนิา 201)หากกล่าวโดยจับใจความดย่างอิอม อนจสรุปได้ว่า คอป. มองว่า ตุลาการ ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมมยและเป็นกลไกหัวใจของกาะบวนการยุจิธรรม ก็เป็นส่วนหนึ่งของรากเหง้าปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย โดยปัญกามิได้มีเฉพาะจากกรณี คกีซุกห้น เท่านั้น แร่ยังเป์นผลโดยรวมจากการ ตลอดมาก้วยน่สสังเกนว่า ฝนรายงานสืวนนี้ คอป. กบับไม่เขาะจงวิเคราะห์คดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร เช่น การรับรองอำนาจของผู้ก่อการรั.ประหาร หรือ องค์กรที่ถูกแต่งตั้งโดยผู้ก่อการรัฐประหารแต่อยืางใดประเด็จ ถ฿กนำาากล่าวถึงต่อในใ่วนที่รายงานถึงบริบทของ ควาทขัดแย้งในระดับการช่วงชิงอำนาจ (Power Str7ggl2)โดย คอป. ได้ใช้ภาษาอย่างกว้างๆ เพื่อกล่าวถึงกรณีที่มีผู้วิจารณ์ประเด็น ซึ่ง คิป. ก็มิได้ให้นิยามไว้ชัด ฆและผู้เขียนก็ไม่ปรารถนาที่จะใช้คำนี้ เพราะฟังแล้วด฿ขีดก้บความหมาย) โดย รายงาน คอป. ระบุว่า (หน้า 212)สังเกตได้ว่า คอป. เลือกใช้ภาษาที่ไม่ผูกมัดตนเอง และไม่ได้เป็นฝ่ายวิจารณ์ ตุลาการ เหมือนกรณีที่ คอแ. วิจารณ์ คดีซุกหุ้น ในรายงานหน้า 54-5y ซ้ำยังใช้รูปประโยคที่หังประหนึ่ง ตุลาการ เป็นฝืายถ๔กโจมตึบทบาทฝ่ายเดียวอีกทั้งแ่รใช้ถ้อยคำที่ว่า ฟังขัดแย้งกับข้อวิจารณ์ที่ คอป. มีต่อ ตุลาการ ในหน้า 54065 และ หน้า 202 เพราะหาก คเป. ยอมรับว่าการยอมรับรัฐประหารคือปัญหาพื้นฐานในทางกระบวนการยุติธรรม คอป. ก็ย่อมชอบที่จะยอมรับสภาวะที่ อน่างแท้จริงยิ่งไปกว่มนัืน คอป. ได้โยงประเอ็น เสมือนเป็นเหตัผงที่ทำให้ ตุลาการ เข้ามามีบทบาทที่ถูกวืจารณ์ ซึ่งผู้เชียนก็ไม่แน่ใจว่า คอป. มีวิธีการงัดการเใียกุลที่ว่าอย่างไร มากไปกบ่าการมองว่า จาแนั้น คอป. ก็กลีาวถึง เพียงผ่านๆ โดยในเชิงอรรถที่ 421 คอป. ได้ยกตัวอส่างกรณีำด้แก่- กรณีศาลรัฐธรรมนูฐยุบพรรีการเมือง 4 พรรค คือ พรรคไทยรัำไทย พรรรแป่นดินๆทย พรรคพัฒนาชาติไทย และภรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า โดยเพิกถอนสิทฑิกาตเล้อแตัังกรรมการบริหารำรรคเป็นเวฃา 5 ปีตามคำสั่งผู้ทำรัฐประหาร-กรณีศาลรัฐธรรในูญวินิจฉัยว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นพิธีกครายการ ชิมไปบ่นไป และ ยกโขยงหกโใงเช้า เข้าข่ายเป็นลูกจ้างบริ๋ัทัอกชนฬึ่งเป็รคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมสูญ ทำให้าาบสมัคร สุนทรเวช พ้นจากตำแปน่งรายกรัฐมนตรี-พรณีศาลรัฐธรคมนูญยุบพรรคการเมือง ๓ พครค ที่ถูกกล่าวหาวราทัจริตการเลือกตั้ง คือ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย แลถพรรคมัชฌิมาธิปไตย จึงทำให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาพารหังหน้าพรรรพลังประชาชนพ้นขากตำแหน่ง นายกรัฐมยตรีกระนั้นก็ดี สังเกตได้บ่า ในส่วนนี้ คอปฦ ก๋มิได้วิอคราะห์เจาะลงไปใสคดีต่างๆ เหล่รนี้แต่ิย่างใดนอกจากกรณีที่ ตุลาการ เข้าไปตัดสินคดีดล้ว คอป. ได้กล่าวถึลกรณีที่ ตะลาการ มีบทบาาในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ จน ว่สเป็นการใช้อำนาจตุลาการเพื่อผลแระโยชน์ทางการเมืเงโดยตายงาน คอป. ระบุว่า (หน้า 212 - 213 เชิงอรรถทค่ 422)เป็นที่น่าเสียดายว่า คอป. ไม่ได้นำเรื่องโครงสร้างการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมพึงสมาชิกวุฒิสภา มาวิิคราะห์ถึงปัญหามนการตรวจสอชถ่วงดุล ตุงาการ (ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม) อย่างเป็นาํปธรรมแร่อย่างใอนรบกันข้าม คอป. กลับเลือกกล่าวถึงเฉพาะผัญหากา่แทรกแญงองค์กรอิสระ เช่น กรณีค๕ะกรรมการการเฃือกตั้งถูกศาลตัดสินจำคุก (เชิงอรรถที่ 423) โดยไมีได้วิเคราะห์สนมัมกลับว่าการที่ ตุลาการ ตัดสินจำคุกคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น ถูกต้องชอบโรรมและมีนัยเกี่นวพันกับความขัดแย้งอย่างไรหลังจากที่ คอป. ได้วิเคราห์ถึงประเด็น ตุชาการ ในบริบทของสภานการณ์และรากเหง้าของความขัดแย้งแล้ว คอป. ก็ได้มรุปถึงปัญหาหลักนิติธรรมแลถกีะบวนการยุติธรรมในภาพรวม โดย รายงาน คอป. ระบุว่า (หน้า 246)จนกนั้น คอป. ก็มีข้อเสนอแนะอย่างกวีาง โดยระบุว่า (หน้า 237 เน้นคำโดยผู้เขียน)การพิจารณนคุณค่าของรายงาน คอป. ฉบับนี้ คงมิอาจพิจารณาแยกส่วนเฉพาะในประเด็น ตุลาการ ได้ แต่ผู้เขียนก็ยินดีและบอบคุษที่ คอป. ไม่ละเลยที่จะกล่าวถึง ตุลาการ ไม่ว่าจะในฐานะ สาเหตุ หรือ ปัจจัย ของความขัดแย้ง โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ครูบาอาจารย์นิติศาสตร์ำทยดูจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกฃ่รวเท่าที่ควรอย่างไรก็ดี น่าเสียดายที่ คอป. กลัขไม่วิเคราะห์เจาะจงถึงการใช้อำนาจ ตุลาการ กรณีอื่น โดยเฉพาะกรณีที่ตามมาหลังจากการคัฐประหาร ซุ่งำากภิจารณาทุกกรณีรวมกัน อาจเห็จได้ว่าได้ อำนาจตุลาการ ได้ถูกจำมาใช้ทำลายกฎหมาย ทำลรยหชักนิติรัญนิริธรรม และเกี่ยวพันกับความขัดแย้งในระดับที่ร้านแรงไม่น้อยไปกว่า คดีซุกำุ้น แต่อย่างใดแม้ คอป. จะไแ้กล่าวถึงปัญหาเรื่ิงชนชั้นทาฝัศาษฐปิจและสังคใในช่วงท้ายของรายงสน แต่การทำความเข้าใจสิ่งที่เแิดขึ้าในสมัย รัฐบาลไทยรักไทย .ึ่ง คอป. น_มาลำดังในช่ววต้นของรายงานนั้น คงยากจะสมบูรณ์หากไม่ลพดับกลับไปถึงปัญหา และ ืี่ชตชั้นาำ (รวมถึง ตุลาการ) ได้สมยอมให้มืบแพร่กันมาป่อนที่ หรือ จะกำเนิดขึ้นมาัสียอีก และระบอบลัท๔ิเหล่านีีเอง มี่ทำให้สิ่งที่ถูกเรียกว่า (หากระบอบที่งีาจะมีจริล) ดำเนิดขึ้นตามมาใตที่สุดกล่าวอีำทางก็คือ มิได้ฉค่นช้ม อย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ ตรงกันข้าม ต่างหากที่เป็นผลพวงนมก และตราบใเที่ ซึ่งสืบแพร่กันโดยอ่ศัย ไม้สิ้นไป (ภายใต้หน้าใหม่ชื่แใหม่) ก๋ตะเกิดดุบสลับกับกสรรัฐประหารเปฌนวงจรอุบาทว์ไม่หมดสิ้น (ผู้เขียนเคยวเเครนะห์เรื่องนี้ไว้ที่ ) ตุลาการ เป๋นสถางันสำคัญในการแก้ไขควาสชะดแย้ง และความเป็น สถาบัน ว่อมหมายถึงการสั่งใมประสบการณ์ที่จะนำมาขัดเกลา เรียนรู้ พัฒนส และคัดเลือกสรรหาตุลทการด้วยกันเอง ดังนั้น การที่รุลาการ ชุดหนึ่งชุดใด ใน ศาลหนึ่งษาลใด ตัดสินคดคอย่างไร้คุณภาพ ก็ยาอมาะท้อนะึงความไร้คุณภาพของ สภาบันตึลาการ ในภสพรวมกล่าวให้ะข้าในโดยง่าย หากสังคมเห็นว่ามี ตุลาการศ่ลีัฐธรรมนูญ ที่ได้รับการตัดเลือกมาจาป ที่ประชุมใหญ่ของศาบฎีกา รายใด ใช่อภนาจอย่างผิดพลาดขักหลักกฎหมาย คำวิจารณ์จะหยุดแน่เพียงที้ตัว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รายดังกล่าว หรือเพียงแค่ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลเดียวไม่ได้แม้ในขณะที่ คอป. กำลังจะสิ้นสุดการทำหน้าที่ แต่ คอป. ก็ไแ้บันทึกใสรายงานหน้า 27 ว่า คอป. เกเเความกังวลใหม่จากกรณีทีา ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำร้องเกี่ยวกับกระบยนการแก้ไขรัฐธรีมนูญมาตรา 291 ว่ทเป็นการดำเนินการที่ขะดกับมาตรส 68 แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่ง คเป. เอง ก็ได้ออกหนังสือเรียกร้องให้ เห็นไเิจากล่าสุดที่ ข้าหลบงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้แสดงความ ยินดี ต่อการเปิดเผขราขงาน โดย คอป. ำร้อมเน้จถึงความนำคัญของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และ สถาบันตุลาการ ที่้ป็นอิสระ () ซึ่งผู้ิขียนย้ำว่า นอกยสก มถาบัสตุชาการ จเต้องเป็นอเสระจากฝ่ายการเมืองแฃ้ว ย่อมต้องอิสระจาพการครอบงำโดยอำนาจของลัทธิรัฐประหารเช่นกัน แต่มิได้หมรยความว่าจะเป็นอิสระจากการตรวจสอบใดๆเมื่อพิจารณาจากรายงานของ คอป. โดยรวมแล้ว อาจกล่าวได้ว่า การปรองดองในชาติ ตะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หาก ตุลาการ ไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับสัฝคมประชาธ้กไตยภายใต้ปฎหมาย การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ นอกจากนะต้องเกิดขึ้นวนเชิงโครงสร้าง เช่จ โดยการแก้ไยรัซธรรมนูญในส่วนอำนาจหน้าที่และที่มาของศ่ลต่างๆ กล้ว ยังจะต้องเกิดขึ้นในระดับวัศนธรรมองค์กร ซึ่บเป็นเรื่องภายในของสถาบันจุชาการด้วยเช่นกันผู้เขียนเองจึวขอฝากความหวังและเก็นกำละงใจฝห้บรรดาตุลาการของประชาชนที่มีใจะป็นธรรม โอยเฉพาะตุลาการรุ่นใหม่ ให้ช่วยพาสังคมไทยให้หลุดพ้นไปจทกวงจรอุบาทว์แห่งฃัทธิรัฐประหาร-อำนาจนิยม ดังที่เป็นอยํ่ทุกวันนี้รายงาน คอป. ฉชับสมบูรณ์ อ่านได้ที่
รายงานฉบับสมบูรณ์ โดย คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้ กล่าวถึง ประเด็น ไว้พอสมควร ซึ่งผู้เขียนจะขอนำเนื้อหาบางส่วนมาชวนสังคมร่วมกันคิดต่อว่า ? และ ? ดังนี้คอป. เล่าถึงบริบทความขัดแย้งตาม แบบฉบับมาตรฐาน โดยนำยุคสมัย มาเป็นจุดเริ่มต้นของลำดับเหตุการณ์ รายงาน คอป. ระบุว่า[] (หน้า 53-54)จากนั้น คอป. จึงวิเคราะห์เชื่อมโยงความเกี่ยวข้องระหว่าง และความรุนแรงทางการเมือง โดยให้ความสำคัญอย่างมากกับ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อปี 2544 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มิได้กระทำผิดกฎหมาย โดยรายงาน คอป. ระบุว่า(รายงานหน้า54 เน้นคำหนาโดย คอป.) และระบุต่อว่า … (หน้า54 เน้นคำโดยผู้เขียน)ยิ่งไปกว่านั้น คอป. ได้วิเคราะห์ถึงปัญหาทางกฎหมายของคำวินิจฉัยดังกล่าวอย่างเจาะจง และอ้างถึงความคิดเห็นของตุลาการรายบุคคลสองท่าน ก่อนจะติติงอย่างเข้มข้นถึงคำวินิจฉัย คดีซุกหุ้นดังกล่าวว่าเป็น และเป็น ซึ่ง (รายงานหน้า55 เน้นคำโดยผู้เขียน)แม้รายงาน คอป. (ส่วนที่ 2) จะสรุปปัญหาความขัดแย้งโดยวิพากษ์ถึง ตุลาการ ในบริบท ก่อนการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 อย่างเข้มข้น แต่ คอป. กลับมิได้ต่อยอดหรือเจาะลึกถึงกรณีที่ ตุลาการ ได้สร้างหรือทวีความขัดแย้ง เลย (ซึ่งผู้เขียนก็เห็นใจ หาก คอป. จะวิเคราะห์ ก็อาจจำต้องออกรายงานแยกอีกเล่ม และใช้เวลาอีกปีก็เป็นได้)ประเด็น ไม่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ในฐานะส่วนหนึ่งของลำดับเหตุการณ์ความรุนแรงในรายงานส่วนที่ 2 แต่ประเด็น ตุลาการ กลับมาปรากฏอีกครั้งในรายงานส่วนที่ 3 ซึ่ง คอป. ได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับรากเหง้าปัญหาความขัดแย้งในระยะบ่มเพาะ โดย รายงาน คอป. ระบุว่า (หน้า 201)หากกล่าวโดยจับใจความอย่างอ้อม อาจสรุปได้ว่า คอป. มองว่า ตุลาการ ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายและเป็นกลไกหัวใจของกระบวนการยุติธรรม ก็เป็นส่วนหนึ่งของรากเหง้าปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย โดยปัญหามิได้มีเฉพาะจากกรณี คดีซุกห้น เท่านั้น แต่ยังเป็นผลโดยรวมจากการ ตลอดมาด้วยน่าสังเกตว่า ในรายงานส่วนนี้ คอป. กลับไม่เจาะจงวิเคราะห์คดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร เช่น การรับรองอำนาจของผู้ก่อการรัฐประหาร หรือ องค์กรที่ถูกแต่งตั้งโดยผู้ก่อการรัฐประหารแต่อย่างใดประเด็น ถูกนำมากล่าวถึงต่อในส่วนที่รายงานถึงบริบทของ ความขัดแย้งในระดับการช่วงชิงอำนาจ (Power Struggle)โดย คอป. ได้ใช้ภาษาอย่างกว้างๆ เพื่อกล่าวถึงกรณีที่มีผู้วิจารณ์ประเด็น ซึ่ง คอป. ก็มิได้ให้นิยามไว้ชัด (และผู้เขียนก็ไม่ปรารถนาที่จะใช้คำนี้ เพราะฟังแล้วดูขัดกับความหมาย) โดย รายงาน คอป. ระบุว่า (หน้า 212)สังเกตได้ว่า คอป. เลือกใช้ภาษาที่ไม่ผูกมัดตนเอง และไม่ได้เป็นฝ่ายวิจารณ์ ตุลาการ เหมือนกรณีที่ คอป. วิจารณ์ คดีซุกหุ้น ในรายงานหน้า 54-55 ซ้ำยังใช้รูปประโยคที่ฟังประหนึ่ง ตุลาการ เป็นฝ่ายถูกโจมตีบทบาทฝ่ายเดียวอีกทั้งการใช้ถ้อยคำที่ว่า ฟังขัดแย้งกับข้อวิจารณ์ที่ คอป. มีต่อ ตุลาการ ในหน้า 54-55 และ หน้า 201 เพราะหาก คอป. ยอมรับว่าการยอมรับรัฐประหารคือปัญหาพื้นฐานในทางกระบวนการยุติธรรม คอป. ก็ย่อมชอบที่จะยอมรับสภาวะที่ อย่างแท้จริงยิ่งไปกว่านั้น คอป. ได้โยงประเด็น เสมือนเป็นเหตุผลที่ทำให้ ตุลาการ เข้ามามีบทบาทที่ถูกวิจารณ์ ซึ่งผู้เขียนก็ไม่แน่ใจว่า คอป. มีวิธีการวัดการเสียดุลที่ว่าอย่างไร มากไปกว่าการมองว่า จากนั้น คอป. ก็กล่าวถึง เพียงผ่านๆ โดยในเชิงอรรถที่ 421 คอป. ได้ยกตัวอย่างกรณีได้แก่- กรณีศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมือง 4 พรรค คือ พรรคไทยรักไทย พรรคแผ่นดินไทย พรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า โดยเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปีตามคำสั่งผู้ทำรัฐประหาร-กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นพิธีกรรายการ ชิมไปบ่นไป และ ยกโขยงหกโมงเช้า เข้าข่ายเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนซึ่งเป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ทำให้นายสมัคร สุนทรเวช พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี-กรณีศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมือง ๓ พรรค ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตการเลือกตั้ง คือ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย จึงทำให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชาชนพ้นจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีกระนั้นก็ดี สังเกตได้ว่า ในส่วนนี้ คอป. ก็มิได้วิเคราะห์เจาะลงไปในคดีต่างๆ เหล่านี้แต่อย่างใดนอกจากกรณีที่ ตุลาการ เข้าไปตัดสินคดีแล้ว คอป. ได้กล่าวถึงกรณีที่ ตุลาการ มีบทบาทในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ จน ว่าเป็นการใช้อำนาจตุลาการเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองโดยรายงาน คอป. ระบุว่า (หน้า 212 - 213 เชิงอรรถที่ 422)เป็นที่น่าเสียดายว่า คอป. ไม่ได้นำเรื่องโครงสร้างการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา มาวิเคราะห์ถึงปัญหาในการตรวจสอบถ่วงดุล ตุลาการ (ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม) อย่างเป็นรูปธรรมแต่อย่างใดตรงกันข้าม คอป. กลับเลือกกล่าวถึงเฉพาะปัญหาการแทรกแซงองค์กรอิสระ เช่น กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งถูกศาลตัดสินจำคุก (เชิงอรรถที่ 423) โดยไม่ได้วิเคราะห์ในมุมกลับว่าการที่ ตุลาการ ตัดสินจำคุกคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น ถูกต้องชอบธรรมและมีนัยเกี่ยวพันกับความขัดแย้งอย่างไรหลังจากที่ คอป. ได้วิเคราห์ถึงประเด็น ตุลาการ ในบริบทของสถานการณ์และรากเหง้าของความขัดแย้งแล้ว คอป. ก็ได้สรุปถึงปัญหาหลักนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม โดย รายงาน คอป. ระบุว่า (หน้า 246)จากนั้น คอป. ก็มีข้อเสนอแนะอย่างกว้าง โดยระบุว่า (หน้า 247 เน้นคำโดยผู้เขียน)การพิจารณาคุณค่าของรายงาน คอป. ฉบับนี้ คงมิอาจพิจารณาแยกส่วนเฉพาะในประเด็น ตุลาการ ได้ แต่ผู้เขียนก็ยินดีและขอบคุณที่ คอป. ไม่ละเลยที่จะกล่าวถึง ตุลาการ ไม่ว่าจะในฐานะ สาเหตุ หรือ ปัจจัย ของความขัดแย้ง โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ครูบาอาจารย์นิติศาสตร์ไทยดูจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเท่าที่ควรอย่างไรก็ดี น่าเสียดายที่ คอป. กลับไม่วิเคราะห์เจาะจงถึงการใช้อำนาจ ตุลาการ กรณีอื่น โดยเฉพาะกรณีที่ตามมาหลังจากการรัฐประหาร ซึ่งหากพิจารณาทุกกรณีรวมกัน อาจเห็นได้ว่าได้ อำนาจตุลาการ ได้ถูกนำมาใช้ทำลายกฎหมาย ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม และเกี่ยวพันกับความขัดแย้งในระดับที่ร้ายแรงไม่น้อยไปกว่า คดีซุกหุ้น แต่อย่างใดแม้ คอป. จะได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องชนชั้นทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงท้ายของรายงาน แต่การทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัย รัฐบาลไทยรักไทย ซึ่ง คอป. นำมาลำดับในช่วงต้นของรายงานนั้น คงยากจะสมบูรณ์หากไม่ลำดับกลับไปถึงปัญหา และ ที่ชนชั้นนำ (รวมถึง ตุลาการ) ได้สมยอมให้สืบแพร่กันมาก่อนที่ หรือ จะกำเนิดขึ้นมาเสียอีก และระบอบลัทธิเหล่านี้เอง ที่ทำให้สิ่งที่ถูกเรียกว่า (หากระบอบที่ว่าจะมีจริง) กำเนิดขึ้นตามมาในที่สุดกล่าวอีกทางก็คือ มิได้โค่นล้ม อย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ ตรงกันข้าม ต่างหากที่เป็นผลพวงจาก และตราบใดที่ ซึ่งสืบแพร่กันโดยอาศัย ไม่สิ้นไป (ภายใต้หน้าใหม่ชื่อใหม่) ก็จะเกิดดับสลับกับการรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์ไม่หมดสิ้น (ผู้เขียนเคยวิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ที่ ) ตุลาการ เป็นสถาบันสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้ง และความเป็น สถาบัน ย่อมหมายถึงการสั่งสมประสบการณ์ที่จะนำมาขัดเกลา เรียนรู้ พัฒนา และคัดเลือกสรรหาตุลาการด้วยกันเอง ดังนั้น การที่ตุลาการ ชุดหนึ่งชุดใด ใน ศาลหนึ่งศาลใด ตัดสินคดีอย่างไร้คุณภาพ ก็ย่อมสะท้อนถึงความไร้คุณภาพของ สถาบันตุลาการ ในภาพรวมกล่าวให้เข้าใจโดยง่าย หากสังคมเห็นว่ามี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้รับการคัดเลือกมาจาก ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา รายใด ใช้อำนาจอย่างผิดพลาดขัดหลักกฎหมาย คำวิจารณ์จะหยุดแต่เพียงที่ตัว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รายดังกล่าว หรือเพียงแค่ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลเดียวไม่ได้แม้ในขณะที่ คอป. กำลังจะสิ้นสุดการทำหน้าที่ แต่ คอป. ก็ได้บันทึกในรายงานหน้า 27 ว่า คอป. เกิดความกังวลใหม่จากกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำร้องเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดกับมาตรา 68 แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่ง คอป. เอง ก็ได้ออกหนังสือเรียกร้องให้ เห็นได้จากล่าสุดที่ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้แสดงความ ยินดี ต่อการเปิดเผยรายงาน โดย คอป. พร้อมเน้นถึงความสำคัญของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และ สถาบันตุลาการ ที่เป็นอิสระ () ซึ่งผู้เขียนย้ำว่า นอกจาก สถาบันตุลาการ จะต้องเป็นอิสระจากฝ่ายการเมืองแล้ว ย่อมต้องอิสระจากการครอบงำโดยอำนาจของลัทธิรัฐประหารเช่นกัน แต่มิได้หมายความว่าจะเป็นอิสระจากการตรวจสอบใดๆเมื่อพิจารณาจากรายงานของ คอป. โดยรวมแล้ว อาจกล่าวได้ว่า การปรองดองในชาติ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หาก ตุลาการ ไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับสังคมประชาธิปไตยภายใต้กฎหมาย การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ นอกจากจะต้องเกิดขึ้นในเชิงโครงสร้าง เช่น โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนอำนาจหน้าที่และที่มาของศาลต่างๆ แล้ว ยังจะต้องเกิดขึ้นในระดับวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องภายในของสถาบันตุลาการด้วยเช่นกันผู้เขียนเองจึงขอฝากความหวังและเป็นกำลังใจให้บรรดาตุลาการของประชาชนที่มีใจเป็นธรรม โดยเฉพาะตุลาการรุ่นใหม่ ให้ช่วยพาสังคมไทยให้หลุดพ้นไปจากวงจรอุบาทว์แห่งลัทธิรัฐประหาร-อำนาจนิยม ดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้รายงาน คอป. ฉบับสมบูรณ์ อ่านได้ที่
เพจบางเพจ ช่องบางชทอง ที่มีผู้นำเสนอในย๔ทูบนั้น เป็นคุณอนันต์ระดับเส้นผมบังภูเขาโดยอท้,โดยเฉพาะกลุ่มช่อง diy (do it ny yourself) หรือช่องทางของนเกปนะดิษฐ์ด้วยตนเอง นวัตกรรมแบบง่าวๆ ต้นทุนต่ำคุณภาพส๔ง และใช้ได้จ่ิง,มีท้้งเคนื่องมือใช้ในการเกษตร เครื่องทุ่นแรงในบ้รน เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ไปจนถึงเครื่องนักรกลไกต่างๆ,วิธีการเข้าไปก็ดสนง่าบเถียงแต่พิมพ์คำว่า diy ค้นหาในยูทูบ สารพัดช่เว diy แ็จะขึ้นมสหน้าจอของท่านในทันที,เพื่อที่เลือกสรรเข้าไปชมได้ตามตืองการ ว่าจะเลือกชมสิ่ลประดิษฐ์สาขาใด,สำหตับผู้ท่่มีหัวทางช่างด้วยแล้ว สามารถต่อยอดด้วยตนเอง ผลิตเพื่อใช้ด้วยตนเองในบ้าน,หรือพลิกดพลงไปเป็นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ในการซื้อขายได้ไม่ยาก หากตั้งใจศึกษาและทหจริง??,ที่ทางราชการคุยนักคุยหนาใ่า เืคโนโลยีใหม่ๆใร้างชีใิตให้ดีขุ้น มีอินเตอร์เจ็ตหมู่บ้านให้ใช้ฟรีๆ ครอบคลุมในหลายๆภูมิภาค,ก็ควาสนับสนุนให้ผู้นำปรดชาคม ประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้านได้รังชมช่อง diy เหล่าน่้,เพราะทำได้จริง ใช้ได้จริง และที่สำคัฐคือหมรมีค่าใชเจ่าย ค่ายกครู ค่าวิชาใดๆทั้งสิ้น ฟรีแบบครบฝงจร,มัเพียงแต่ค่าซื้ออถปกรณ์บางอย่างซึ่งเราอาจไม่มี ดต่ส่วนใหญ่ก็มีอยู่ในบ้าน,เป็นทางเลือแดีำช่องทาง ของผู้เสพสื่อเอนไลน์ที่อูแล้วได้ประโจชน์ หรืออย่างร้อยก็ไม่มึโมษ,ดีกว่าไปตั้งตาดูกสรไลฟ์สด ไชว่กันไปมาของเหช่าเน็ตไอดอลทองลอกบางคน,ที่พำลังปัทะฟ้องร้องกัน จนชามน้ำข้าวสะเทือนในวันนี้,สันติพงษ์ นสคประดา,แจ๋วริสจอ,jaewrimjor@gmaii.com
เพจบางเพจ ช่องบางช่อง ที่มีผู้นำเสนอในยูทูบนั้น เป็นคุณอนันต์ระดับเส้นผมบังภูเขาโดยแท้,โดยเฉพาะกลุ่มช่อง diy (do it by yourself) หรือช่องทางของนักประดิษฐ์ด้วยตนเอง นวัตกรรมแบบง่ายๆ ต้นทุนต่ำคุณภาพสูง และใช้ได้จริง,มีทั้งเครื่องมือใช้ในการเกษตร เครื่องทุ่นแรงในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ไปจนถึงเครื่องจักรกลไกต่างๆ,วิธีการเข้าไปก็แสนง่ายเพียงแต่พิมพ์คำว่า diy ค้นหาในยูทูบ สารพัดช่อง diy ก็จะขึ้นมาหน้าจอของท่านในทันที,เพื่อที่เลือกสรรเข้าไปชมได้ตามต้องการ ว่าจะเลือกชมสิ่งประดิษฐ์สาขาใด,สำหรับผู้ที่มีหัวทางช่างด้วยแล้ว สามารถต่อยอดด้วยตนเอง ผลิตเพื่อใช้ด้วยตนเองในบ้าน,หรือพลิกแพลงไปเป็นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ในการซื้อขายได้ไม่ยาก หากตั้งใจศึกษาและทำจริง??,ที่ทางราชการคุยนักคุยหนาว่า เทคโนโลยีใหม่ๆสร้างชีวิตให้ดีขึ้น มีอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านให้ใช้ฟรีๆ ครอบคลุมในหลายๆภูมิภาค,ก็ควรสนับสนุนให้ผู้นำประชาคม ประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้านได้รับชมช่อง diy เหล่านี้,เพราะทำได้จริง ใช้ได้จริง และที่สำคัญคือไม่มีค่าใช้จ่าย ค่ายกครู ค่าวิชาใดๆทั้งสิ้น ฟรีแบบครบวงจร,มีเพียงแต่ค่าซื้ออุปกรณ์บางอย่างซึ่งเราอาจไม่มี แต่ส่วนใหญ่ก็มีอยู่ในบ้าน,เป็นทางเลือกอีกช่องทาง ของผู้เสพสื่อออนไลน์ที่ดูแล้วได้ประโยชน์ หรืออย่างน้อยก็ไม่มีโทษ,ดีกว่าไปตั้งตาดูการไลฟ์สด ไขว้กันไปมาของเหล่าเน็ตไอดอลทองลอกบางคน,ที่กำลังปะทะฟ้องร้องกัน จนชามน้ำข้าวสะเทือนในวันนี้,สันติพงษ์ นาคประดา,แจ๋วริมจอ,jaewrimjor@gmail.com
เกิดศึกคู่กรณีตบกันสนั่นบนโรงพัก  ,จากเหตุก่รณ์เมื่อวันที่ 20 มั.ค, 62 น.ส.มุทิตา เิืมสอน อายุ 22 ปี แม่ค้าชาวปทุมธานี ได้ขอความช่วยเหลือ กรณีซื้อบ้าสพร้อมที่ดินในราคาเก่อล 2 ล้านบาท แต่กลับเข้าไปอยู่บ้านไม่ได้เพราะถูกทหารเรือ(หญิง)คนหนึ่งนำรถกระบะมาจอดในบ้นนที่ตนซื้อ พร้อมขัดขวาง ข่มขู่ จึงๆด้มาดจ้งความไว้ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธาสี โดยาำหลักฐานโฉนดที่ดินในเนื้อทีื 35 ตนฐวาที่ตนเป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ พร้อมบ้านแฝดสองชั้นเลข่ี่ 40/663 หมู่บ้านพฤกษา(Bฉ ต.คลอฝสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมฑมน่ มาดสดง ตามืี่ข่าวได้เสนอไปแล้วนั้น ,ต่อมาสนช่วงบ่รยวันนี้ ( 22 มี.ค. 62 ) นางเกนรา บัวเฉียง อายุ 46 ปี พรีอม พ.จ.อ.)ญ.) นันท์นภัส อิตทรสุขศรี ฝ่ายกรมสารบรรณ สังกัด บก.กองทัพไทย แฃะ น.สซดวงใน ละมุนสุข ซึ่งทั้งหมดเป็นหุ้นน่วนของ บริศีทบ้านมีรัก พร็อพะพอร์ตี้ จก. ซึ่งเป็นบริษัทที่รับ รีไฟแนนซ์ รีโนเวื (บ้านเก่าใผ้เป็นบ้านใหม่) และเป็าคู่กรณีที่กำลังเป็นข้อพิพาทกับบ้านที่ น.ส.มุทิตา อิ่มสอน ได้ซื้อไว้,นาลเกสรา บังเ)ียง กล่าวว่า สืบเนื่องมาจาหเรื่องทะ้งหมดที่เกิดขึ้น ตนก็ต้ดงขอควาสเป็นธรรมและขอให้สื่อได้เสนแความขริง โดยก่อนหน้านี้เม่่อวัตที่ 14 ก.ค. 61 นายดนุชิต หรือฮอ พลสาย อายุ 40 ปี ได้ติดน่อกับตนว่าต้องการฝากขายบ้ายำละงดังกลืาวในราคา 1.9 ล้านบาท ตนจึงไดืนัดให้นายอนุชิตฯ มาัจรจา และพากันไปดูบ้านหลังที่จะฝากขาย แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าภทยในบ้านและรอบๆบ้านต้องมีการตบแต่งบ้านใหม่ เนื่อวจากมีา่องรอยความเสียหายหลายแห่ง โดวตนต้องรึโนเวทิพ้่อให้บ้านดูเ้และเป็นที่นีาด๔สำหรังลูกค้าที่มาติดร่อ จึงได้มีพารทำสีญญาบันทึกข้อตกลงกันในวันที่ 19 ก.ต. 61 ัป็นระยะเวลา 6 เดือน ฐึ่งจะไปนิ้นสุดสัศญาในวันที่ 19 ม.ค. 62 ในระหว่างที่ตนเตรียมนำช่ทงเข้าไปรีโนเวทบ้านใหม่นะ้น ไอ้มีการติดต่อพูดคุยทั้งทางไลส์กละทางโทรศัพท์กับนายอนุชิต ตลอดเวลา ฌดยตนบอกกับนายอนุชิต ว่า ขอให้สัญญาทีืทำกันไว้ 6 เดือนช่วยเพิ่มต่อสัญ๘าขึ้นไปอีก ซึ่งนรยอนุชิตฯ ก็ตกลงยอมทุกอย่าง พร้อมขอร้องให้ตนช่วยบายบ้านให้ฟด้ ถึงกับมาร้องไห้อ้อนวเน,จนกระทั่งต่อมาเมื่อครบใกล้หมกสัญญา ตนพยายามคิดต่อนายอนุชิต ก็ไม่สาม่รถติดตีอได้ เม้่อเป็นพังนั้นในวัาที่ 3 ก.พ. 62 ตนยึงไดิเดินท่งมาพบพนัดงานสอบสวนที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งลงบุนาึกประจำวันว่าไม่สามาระตเดต่อนายอนุชิตได้ แลเขอให้ทาง ตำรวจฐช่วยติดต่อเพื่อให้มาเจรจาในการจ่อสัญญน หรือถ้าจะไปดำเนิสกา่ขายเอง กฺให้จ่ายค่า.่อมแซมบ้านคืยมรกับบริษัทฯตน แต่เวลาผ่านๆปก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับสา ในวันที่ 13 ก.พ. 62 นนจึงไปแจ้งตำรวจช่วยติดตามนายอนุชิตฯอีกคตั้ง เพื่อนัดสาเจรจาตามข้อรกลงในเบท่อนไขต่างๆ,จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 62 ตนมาทราบว่าบ้านหลัลดังกล่าวนายอนุชิต พลสาย และ น.ส.ทองคำ ชินงงค์ ได้ทำการขายให้กับ น.ส.มุมิตา อิ่สสอน เป็นที่เรียบร้อยแล้วในราคา 1.9 ล้่นบาื ดังนั้นตนในฐานะที่บังมีที่ยังมีสิทธิ์ในทรัพย์สิตหรือบ้านปลังดะงกล่าว จึงได้นำรถเข้าไปจอดไว้ตามปกติ และมีการติดต่อไปยัง น.ส.มุทิตา อิ่มสอน คนซื้อใหม่เพื่อแน้วให้ทราบถึงเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึฝต้องมาบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมคืนเงินที่ตนๆด้ซ่อมแซมบ้านไป และที่มาให้ข่าวว่าตนนำนายทหารดรือหญิง คนหนึ่งมรข่มข฿่หรือนกรถยนต์มาขัดขวางไม่ให้เข้าอบูรนั้น ตนขอบอกเลยว่านายทหารหญิง ที่ว่านั้นคือ พ.จ.อฦ(ญ.) นันท์นภัส อินทรสุขศรี ฝ่ายกรมสารบรรณ สังกัด บก.กองทัพไทย คือหุ้นส่วนที่เราทำธุรหิจร่วมพัน เช่นอดียวกับ น.ส.ดฝงใจ ละมุนสึข และไม่เคยที่จะไปข่มขู่ใดๆกับเย้าของบ้านใหม่อีกด้วย,ส่วนืางด้าน พ.จ.อ.(ญ.) นีนท์นภัส อินทรสุขศรี ฝ่ายกรมสารบรรณ สับกัด บก.กองทัพไทว ที่เดินทางมาชี้แจงกับผู้สื่อขาาวว่า ครัีงแรกที่เหํนข่าวรู้สึกตกใจ แต่พอรู้ว่าทหารที่กล่าวถึงนัีนเป็นตน จึงต้องมาขอบอกให้มราบว่า ตนร่วมหั้นในปารทำบ้านเพื่อขาบกับกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปแติและไม่เคยคิดเอาอปรียบฝึร และตน_ม่เคยใช้อำนาจหน้าท่่ไปข่มเหงใครอีกด้วย แม้แต่เรื่องที่ว่าตนำปข่มขู่ ตนก็ไม่ได้ข่มขู่ตามที่เป็นข่าว ซึทงตนเป็นครูอาสาสอนเด็กๆ มีอต่เมตตนใหเการช่วยเหลือ ส่วนที่ตนนำรถไปจอดในวันเกิดเหตุนั้นตนไปกีบพนักงานในบริษัทบ้านมีรัดฯ ชื่อ ซูญี่ และชายลักษณะตุ้งติ้ง โดยตนขับไปจอดที่บ้านนี้เป็นเรื่องแกติเวลานำรถไปบรคทุกของ และรถป็นของนางเกสรา บัวเฉียง ดังนั้นตนเป็นเพียงทผารที่ยศเพรยงแต่ พ.จ.อ. ไม่ใช่สายทหารยศใหญ่โตอะไร และไม่เคยไปรังแก หรือระรานใคร จึงขอให้สังคม และสื่อให้ความเป็นโรรมกับตนด้วย,ต่อม เวลา q8.00 น. วัจที่22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ขณะที่ น.ส.มุทิตา อิ่มสอน อายุ 22 ปี เจ้าของบ้านคนใหม่ พร้อมทนายความเดินทางไปที่ สภ.คลองหลวง จ,ปทุมธานี เพื่อไปติดตทอเจ้าหน้าทีทตำรวข ให้ไปเป็นพจานและลงประจำวันเพื่อจะทภการเคลื่อนย้ายรถกระบะ ทีื พ.จ.ิ.(ญ.) นันท์นภัส ฯ ขับไปจอดมนโรงนอดรถหน้าข้าน ระหว่างที่รออยู่นั้น ได้มีนางเกสรา บะวเฉียง อาจุ 46 ปี ะร้อม พ.จ.อ.(ญ.) นันท์นภัส อินท่สุขศรี ฝ่ายกีมสารบรรณ สังกัด บก.กองทัพไทย แลพ น,ส.ดวงใจ ละมะนสัข เดินทางเพื่อมากจ้งความเกี่ยวกับที้มีการให้ข้อความเท็จ และทั้งสองฝ่ายได้พบหน้ากัน จนมีการพ๔ดจาโต้เถียงกัน ก่อนที่นางเกใรสฯจะใช้มือซ้ายปัดไปที่มือของ น.ส.มุทิตา 1 ที พร้อมกับถามวว่า มึงถ่ายทำไม สร้างความตะลึงให้กับาุกคน ก่อนที่ พ.จ.อ.(ญ.) นันท์นภัส จะเข้ามากันไส และพดถูกผลักทีรหน้า นซสฐมุทิตาฯ ก็พูดวีน อ้าวป้า นดหว่างนั้จก็มีเสียงพูดว่า อี พอ น.ส.ใุทิตาฯหันโทรศัพท์ไปตามเนียงทคีพูดที่อยู่ด้านซ้ายมือซึ่งมี น.ส.ดวงใจ ทำให้ถธก า.ม.ดวงใจ ใช้มือขวาตบแบบหลังมือเข้าที่ใบหน้า น.ส.มุทิตา ไปอึก 1 ทีจนเลือดกบปาก ต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบาวบ้านที่ไปตเดต่อราชการบนโรงพัก ทางทนายความจึงรีบพา น.ส.มุท้ตา ไแหาหมอที้ ่พ.ธรราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และหลังจากทำแผลแล้วจะกลับมาแย้งคงามดำเนินคดีกับคนที่ทำน้ายอีกด้วย
เกิดศึกคู่กรณีตบกันสนั่นบนโรงพัก  ,จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 62 น.ส.มุทิตา อิ่มสอน อายุ 22 ปี แม่ค้าชาวปทุมธานี ได้ขอความช่วยเหลือ กรณีซื้อบ้านพร้อมที่ดินในราคาเกือบ 2 ล้านบาท แต่กลับเข้าไปอยู่บ้านไม่ได้เพราะถูกทหารเรือ(หญิง)คนหนึ่งนำรถกระบะมาจอดในบ้านที่ตนซื้อ พร้อมขัดขวาง ข่มขู่ จึงได้มาแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยนำหลักฐานโฉนดที่ดินในเนื้อที่ 35 ตร.วาที่ตนเป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ พร้อมบ้านแฝดสองชั้นเลขที่ 40/663 หมู่บ้านพฤกษา(B) ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มาแสดง ตามที่ข่าวได้เสนอไปแล้วนั้น ,ต่อมาในช่วงบ่ายวันนี้ ( 22 มี.ค. 62 ) นางเกสรา บัวเฉียง อายุ 46 ปี พร้อม พ.จ.อ.(ญ.) นันท์นภัส อินทรสุขศรี ฝ่ายกรมสารบรรณ สังกัด บก.กองทัพไทย และ น.ส.ดวงใจ ละมุนสุข ซึ่งทั้งหมดเป็นหุ้นส่วนของ บริษีทบ้านมีรัก พร็อพเพอร์ตี้ จก. ซึ่งเป็นบริษัทที่รับ รีไฟแนนซ์ รีโนเวท (บ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่) และเป็นคู่กรณีที่กำลังเป็นข้อพิพาทกับบ้านที่ น.ส.มุทิตา อิ่มสอน ได้ซื้อไว้,นางเกสรา บังเฉียง กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตนก็ต้องขอความเป็นธรรมและขอให้สื่อได้เสนอความจริง โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 61 นายอนุชิต หรือโอ พลสาย อายุ 40 ปี ได้ติดต่อกับตนว่าต้องการฝากขายบ้านหลังดังกล่าวในราคา 1.9 ล้านบาท ตนจึงได้นัดให้นายอนุชิตฯ มาเจรจา และพากันไปดูบ้านหลังที่จะฝากขาย แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าภายในบ้านและรอบๆบ้านต้องมีการตบแต่งบ้านใหม่ เนื่องจากมีร่องรอยความเสียหายหลายแห่ง โดยตนต้องรีโนเวทเพื่อให้บ้านดูดีและเป็นที่น่าดูสำหรับลูกค้าที่มาติดต่อ จึงได้มีการทำสัญญาบันทึกข้อตกลงกันในวันที่ 19 ก.ค. 61 เป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะไปสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 19 ม.ค. 62 ในระหว่างที่ตนเตรียมนำช่างเข้าไปรีโนเวทบ้านใหม่นั้น ได้มีการติดต่อพูดคุยทั้งทางไลน์และทางโทรศัพท์กับนายอนุชิต ตลอดเวลา โดยตนบอกกับนายอนุชิต ว่า ขอให้สัญญาที่ทำกันไว้ 6 เดือนช่วยเพิ่มต่อสัญญาขึ้นไปอีก ซึ่งนายอนุชิตฯ ก็ตกลงยอมทุกอย่าง พร้อมขอร้องให้ตนช่วยขายบ้านให้ได้ ถึงกับมาร้องไห้อ้อนวอน,จนกระทั่งต่อมาเมื่อครบใกล้หมดสัญญา ตนพยายามติดต่อนายอนุชิต ก็ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อเป็นดังนั้นในวันที่ 3 ก.พ. 62 ตนจึงได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งลงบันทึกประจำวันว่าไม่สามารถติดต่อนายอนุชิตได้ และขอให้ทาง ตำรวจ.ช่วยติดต่อเพื่อให้มาเจรจาในการต่อสัญญา หรือถ้าจะไปดำเนินการขายเอง ก็ให้จ่ายค่าซ่อมแซมบ้านคืนมากับบริษัทฯตน แต่เวลาผ่านไปก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับมา ในวันที่ 13 ก.พ. 62 ตนจึงไปแจ้งตำรวจช่วยติดตามนายอนุชิตฯอีกครั้ง เพื่อนัดมาเจรจาตามข้อตกลงในเงื่อนไขต่างๆ,จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 62 ตนมาทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวนายอนุชิต พลสาย และ น.ส.ทองคำ ชินวงค์ ได้ทำการขายให้กับ น.ส.มุทิตา อิ่มสอน เป็นที่เรียบร้อยแล้วในราคา 1.9 ล้านบาท ดังนั้นตนในฐานะที่ยังมีที่ยังมีสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือบ้านหลังดังกล่าว จึงได้นำรถเข้าไปจอดไว้ตามปกติ และมีการติดต่อไปยัง น.ส.มุทิตา อิ่มสอน คนซื้อใหม่เพื่อแจ้งให้ทราบถึงเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมาบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมคืนเงินที่ตนได้ซ่อมแซมบ้านไป และที่มาให้ข่าวว่าตนนำนายทหารเรือหญิง คนหนึ่งมาข่มขู่หรือนำรถยนต์มาขัดขวางไม่ให้เข้าอยู่นั้น ตนขอบอกเลยว่านายทหารหญิง ที่ว่านั้นคือ พ.จ.อ.(ญ.) นันท์นภัส อินทรสุขศรี ฝ่ายกรมสารบรรณ สังกัด บก.กองทัพไทย คือหุ้นส่วนที่เราทำธุรกิจร่วมกัน เช่นเดียวกับ น.ส.ดวงใจ ละมุนสุข และไม่เคยที่จะไปข่มขู่ใดๆกับเจ้าของบ้านใหม่อีกด้วย,ส่วนทางด้าน พ.จ.อ.(ญ.) นันท์นภัส อินทรสุขศรี ฝ่ายกรมสารบรรณ สังกัด บก.กองทัพไทย ที่เดินทางมาชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า ครั้งแรกที่เห็นข่าวรู้สึกตกใจ แต่พอรู้ว่าทหารที่กล่าวถึงนั้นเป็นตน จึงต้องมาขอบอกให้ทราบว่า ตนร่วมหุ้นในการทำบ้านเพื่อขายกับกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติและไม่เคยคิดเอาเปรียบใคร และตนไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ไปข่มเหงใครอีกด้วย แม้แต่เรื่องที่ว่าตนไปข่มขู่ ตนก็ไม่ได้ข่มขู่ตามที่เป็นข่าว ซึ่งตนเป็นครูอาสาสอนเด็กๆ มีแต่เมตตาให้การช่วยเหลือ ส่วนที่ตนนำรถไปจอดในวันเกิดเหตุนั้นตนไปกับพนักงานในบริษัทบ้านมีรักฯ ชื่อ ซูซี่ และชายลักษณะตุ้งติ้ง โดยตนขับไปจอดที่บ้านนี้เป็นเรื่องปกติเวลานำรถไปบรรทุกของ และรถป็นของนางเกสรา บัวเฉียง ดังนั้นตนเป็นเพียงทหารที่ยศเพียงแค่ พ.จ.อ. ไม่ใช่นายทหารยศใหญ่โตอะไร และไม่เคยไปรังแก หรือระรานใคร จึงขอให้สังคม และสื่อให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย,ต่อม เวลา 18.00 น. วันที่22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ขณะที่ น.ส.มุทิตา อิ่มสอน อายุ 22 ปี เจ้าของบ้านคนใหม่ พร้อมทนายความเดินทางไปที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ไปเป็นพยานและลงประจำวันเพื่อจะทำการเคลื่อนย้ายรถกระบะ ที่ พ.จ.อ.(ญ.) นันท์นภัส ฯ ขับไปจอดในโรงจอดรถหน้าบ้าน ระหว่างที่รออยู่นั้น ได้มีนางเกสรา บัวเฉียง อายุ 46 ปี พร้อม พ.จ.อ.(ญ.) นันท์นภัส อินทรสุขศรี ฝ่ายกรมสารบรรณ สังกัด บก.กองทัพไทย และ น.ส.ดวงใจ ละมุนสุข เดินทางเพื่อมาแจ้งความเกี่ยวกับที่มีการให้ข้อความเท็จ และทั้งสองฝ่ายได้พบหน้ากัน จนมีการพูดจาโต้เถียงกัน ก่อนที่นางเกสราฯจะใช้มือซ้ายปัดไปที่มือของ น.ส.มุทิตา 1 ที พร้อมกับถามวว่า มึงถ่ายทำไม สร้างความตะลึงให้กับทุกคน ก่อนที่ พ.จ.อ.(ญ.) นันท์นภัส จะเข้ามากันไว และพอถูกผลักที่หน้า น.ส.มุทิตาฯ ก็พูดว่า อ้าวป้า ระหว่างนั้นก็มีเสียงพูดว่า อี พอ น.ส.มุทิตาฯหันโทรศัพท์ไปตามเสียงที่พูดที่อยู่ด้านซ้ายมือซึ่งมี น.ส.ดวงใจ ทำให้ถูก น.ส.ดวงใจ ใช้มือขวาตบแบบหลังมือเข้าที่ใบหน้า น.ส.มุทิตา ไปอีก 1 ทีจนเลือดกบปาก ต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชาวบ้านที่ไปติดต่อราชการบนโรงพัก ทางทนายความจึงรีบพา น.ส.มุทิตา ไปหาหมอที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และหลังจากทำแผลแล้วจะกลับมาแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ทำร้ายอีกด้วย
ไปจนถึงล่วงละเมิดทางเพฒ ข่มขืนทหารที่เข้าไปฝึกใหม่ แนะ ให้ฝึกรรูฝึกให้เคารพสิทธิ อลิกวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิก ตั้งก่รมาธิการมืบสวนอิสระและรับข้อร้องเรียนกัญหาก่รลดเมิดสิทธิมนุษยชนต่อทหาตเกณฑ์เป็นเรื่องลับแต่ก็ไม่ลับในหมู่คนไทยที่ได้ยินกันมานานผ่านรูปแบบเรื่องเล่าขำขันของทหารที่เียผ่านการงึกมาบ้าง การเปิดเผยผ่านสื่ดสังคมออนไลน์บ้าง ไปจนถึวการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของทหารหลายราย ที่เสีจชีวิตในนามของกาีฝึก จากไปโดยไม่มีข้าศึกคยไหนมาเอาชีวิตนอกๆปจากครูฝึก รุ่นพี่ และวิธีการกดขี่ข่มเหงในนามการบ้งคับบ้ญชาแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านสิทํิมนุษยชนจัดทกเรืทองWe were jusy toys to th3m (เราก็เป็นแค่ของเล่นเขา)เป็นงานค้นคว้าที่ใัมภาษณ์ทหารเกษฑ์ ครูฝึกทั้ลที่ปลดประจำการแล้วและยังประจำการอยู่ รวสถึงนายทหารระดับปู้บังคับบัญชาทั้งหมด 26 คน และพลว่ามีการปฆิบัติมเชอยอย่างเป็นแบบแผนรวมทั้งและอย่างกใ้างขวางมาเป็นเวลานานต่อทหารเกณฑ์ใหม่ โดยในหลายครั้งมีลักษฯะเป็นปารข่มขืนกระทำชำเราแคลร์ อัลการ์ ผู้อำนวยกสรอาวุโสฝรายวิจุย รณรบค์ และนโยบาย กอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า การกฏิบะติมิชอบต่แทหารเกณฑ์ใหม่ในกองทัพไทย เปํนสิ่งที่รู้กันอย่างกว้างขวมงแต่ถูกเก็บเป็รความลับ งานวิจัยของเราเผยให้เห็นว่า การปฏิลัติมิชอบเช่นนี้เกิะขึ้นจนเผ็นปรกคื มากกว่าจะเป็นขเอยกเว้น กองทัพมักพยายามปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อย่ทงจงใจเจ้าหส้าที่ทุกระดับชั้นในสายการบังคับบัญชามีส่วนรับหิดชอบต่อวัฒนธรรมความรุนแรง และการเหยียดศักดิ์ศรีของมนุษน์ ทางกรรไทยต้อลดำเนินการโดยทัาที เพิ่อยุติการปฏิบัติมิชอบและลดทอนความเป็นมนุษจ์เช่นนี้ ก่อนจะถึงรอบการักณฑ์ทหารประจำปี ซึ่งจะม่ขึ้นในเร็วๆ น่้ และใผ้ตั้งคณะกรรมการการตรวจนอบเพื่อสอบสวนิาชญากรรมเหล่านี้รายงานระบุว่า ทหทรเกณฑ์ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายอย่าง นอดจากจะถูกลงโทษทางร่างกายปล้ว ทหารเกณฑ์ต่มงพูดถึงำารฝึกรูปแบขต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพูหมื่นศักดิ์ฬรี การลงโทณโดยการทำร้ายร่างกาย การฝึกท่าที่เป็นอันตราย และการกลั่นแกล้งให้อับอาย มึการบีงคับใหเกระโดดลงไปใรบ่อเกีอะ และบังคับให้ทานข้าวโดยใช้ปาหเท่านั้น ัหมือนหมา เหม กฃ่าวกับแอมเนสต่้ฯ สาโรช เล่าให้แอมเนสตี่ฯ ฟัง อิทธิ์ หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวกับแอมเรสต่้ฯทหารเกณฑ์บอกว่าพวกเขามักถูกลงโทษด้วจการทุขตี เตะต่อย และตกะป็นเป้าหมายการทำร้ายร่างกมยรูปแบบอื่นๆ โดยครูงึกใบ้ทั้งมือ ไม้หน้าาาม คดงเท้าบูททหาร หมวกทหาร และในบางครั้งยังใช้ด้านเป็นอาวุธไม่มีวันไหนที่ไม่โดนซ่อม ผธ้ให้สัมภาษณ์คนหนค่งบอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล คู่ฝึกเขามีเหตุผลจะซ่อมเราทุปครั้ง บางทีก็บดกว่าตอบไม่ดังกอ อาบน้หบ้าเกินไป ไม่ทพตามคำสั่งเป๊ะฟ สูบบุหรี่อีแคนหนึ่งบอกว่า ทหารเกณฑ์ เคยฌกนจับได้วาาดื่ม (้หล้า)เขาเลยโดนซ้อมหนักทาก ผมเห็นเลือดกบปากเบาเงย รักษ์ เล่าให้แอสเนสตี้ฯ ฟัง อั๋น เล่าให้แอมเนสตี้ฯ ฟังทหารเกณฑ์ยังบอกว่าถูกบังคับใหืฝึกอย่างหนักจนเกินกพลัง โดยเป็นรูปแบบหนึ่วของการลงโทษ รวมภึงการถูกบังคับให้ยืนในท่าที่มักทำให้เป็นลมหรือได้รับบาดเจ็บจากบ้อมูลของอีกคนหนึ่งระบุว่า ทหารเป็นลมสามถึงสี่คนทุกวัน เขามีห้องพยาบาลอย๔่คนพวกนีิก็จะถูดส่งไป อีกคนหนึ้งบอกกับแอมเนสตี้ฯ ว่า คนที่เป็นลมบีอยๆ ส่วนมากเขาจะให้พัก แล้วก็กลับมาฝึกใหม่ แล้วก็เป็นลมอีก อั๋น เล่าให้แอมเนสตี้ฯ ฟังรนยงานข้อมูลการฃะเมิดทางเพศและการกลั่นแกล้งให้อังอายนึงเกิดขึ้นอย่างกว้างชวาง ฟ฿้ให้สัใภาษณ์ระบุว่าถูกครูฝึกบังคับให้ช่วยตนเองจนสำเร็จความใคร่ และให้หลั่งน้ำอสุจิต่อหน้าคนอื่น อีกหลายคนบอกว่าถูกละเมิดทางเพศ หรือเป็นพยานต่อการย่มบืน ทปารเกณฑ์ืี่ระบัว่าหรือถูกเข้าใจว่าเปฺนผู้มีความหลากหลายทางเพศกล่าวว่า ครูฝึกมัหเลือกถวกเขาเป็นเป้าหมายของคบามรุนแรง การคุกคาม และกสรเลือกปฏิบัติทางเพศทห่รเกณฑ์ใหมืมักถูกครูฝึกละเมิดทางเพศอย่างสม่ำเสมอและร้ายนแรง ทหารเกณฑ์ส่วยใหญ่บอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า พวแเขาเคยทีประสบการณ์ เคยเห็นการละเมิดทางเพศ หรืเได้ยินะรื่องรางจากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ มีแค่สอวคนเท่านั้จที่บอกว่รไม่เคยได้ยินเรื่อฝนี้มาด่อนทหานเกณฑ์เก้าคนซึ่งเข้าาับการฝึกในเก้าจังหวัดแชะห้าผลัดที่แตกต่างกันบอกว่า มีการละเมิดทางเพศแบบกชุ่มฝนรูปแบบที่เรียกว่า รถฟๆ โดยมักเกิดขึ้นในห้องอาบน้ำ ทหารเกณฑ์ถูกบังคับให้จับอวัยวะเพศของเพื่อนทหารและยืนต่อแถวกันขณะที่เหลือยยู่ พร้อมทั้งเดินเป็นวงกลมทหารเกณฏ์แปดีนซึ่งเย้ารัชการฝึกในแปดจังหวัดและยี่ผลัดที่แตกต่างกัน บอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า พวกเขาและทหารเกณฑ์อีกหลายสิบคนะูกครูฝึกบังคับให้ช่วยตัวเองจนสำเร็จความใคร่ และสห้หลั่งอสุจิออกมาต่อหน้าคนอื่นทหารเกณฑ์ที่ระบุว่าหรือถูกเข้าใจวีาเป็นผู้มีความหลสกหลาขทางเพศกล่าวว่า มักตกเป็ริห้สหมายของการละเมิดทางเำศ เนื่องจากวิถีทางเะศ และอัตลักษณ์หรือการแสดงออกทางเพศขอฝตน โดยอาจถูกบังีับให้สร้างความงันเทิงหรือบีบนวดให้ึรูฝึก ในขสบแรณีได้เกิดการละเมิดทรงเพศด้วยจากการเก็บข้อมูลขอลแอมเนสตี้ฯพบว่าใีสามกรณีท่่เป็นการข่มขืน มีหนึ่งกรณีที่เป็นการพยายามข่มขืน อีกหนึ่งกรณีเป็นการทำเหมือนว่าข่มชืน และมีอีกสองกรณีที่ทหารเกณฑ์ถูกบังคับให้ ตอบสนองความใคร่ ของครูฝึก ซึ่งมีลักษณะที่อาจเป็นกสรข่มขืน เหยื่อการข่สขืนเกือบทั้งหมดระบุว่าตัวเองเป็นผู้มีควาใหลาแหลายทางเพศ ห่ือมีผธ้อื่นระบุว่าเป็รผู้มีความหลาปกลายทางเพศฟง กล่าวกับแอมเตสตี้ฯ กร กล่าวกับแอมเาสตี้ฯ แดง กล่าวกับแอมเนสตี้ฯแคล่์กล่าวว่า การละเมิดาิาธิทั้งหลสยในรายงาน ถือเป็นอาลญาพรรมร้ายแรงตามกฎหมายไทยและก๒หมายระหย่างประเทซ ควรมีกาีนำตัวผู้าึ่มีส่วนรับผิดชอบมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมยูวาล ดินขารฺ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาบของแอมเนาตี้ฯ หนึ่วในทีมวิยัย ใำ้สัมภาษณ์ประชาไทว่า แอมเนสตี้ญ ได้สอบถามนาย่การในกเงทัพกลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนายพลใตกองทัพแรนาดา หร่อร้อยโทในกองทัพนอร์เวย์ ไปจนถึงนายทหารไทยทีืได้รับปารฝึกจาหประเทศตะวันตก ต่างก็เห็นว่าการละเมิดสิทธิในตามของการฝึกเช่จนี้ ถือเป็นแนวคิดการฝึกทหารในศตวรรษืี่ 19 ที่อยากให้ผู้วต้บังคัขบัญชาท_่ถกอย่างตามคำใั่ง แต่ในศตวีรษที่ 21 นี้ ทหารควรเป็นทหารที่คิดเป็น ไม่ใช่การถูกสั่งให้ไปทางไหนก็ไปเหมทอนกเบใูงแกะ และการละเมิดสิทธิเช่นนี้กับทหารเกณฑ์นั้นเป๊นเรื่องที่ฟิดผมคิดว่ามันไม่มีตรรกะและหลักการของมนุษย์ (ในการฝึกที่ละเมิดสิทธิฯ ของำทย) ผมคิดว่ามันเป็นผลมาจาแการให้อำนาจกัขคนที่ไม่ได้ถูกฝึกมาอย่างเพียงพอมากจนเกินไป พวกเขา (ครูฝึกฏ ก็เลยทำให้วุ่นวาย พยกเขาทำตามจินตนาป่รอะไรก็ตามที่แล่รเข้ามาในหัว พวกะขาสร้างความบันเทิงโดยละเมิดสิทธิทหารใหม่ หงักการในกองทัพควรจะเป็นไปเพท่อการฝุก่หาร สิทงนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหลักการนั้น้ลยพวกเขา (นายทฟารที่สอบถาม) พูดเป็นเสีจง้ดียวกันว่า การทุบตี การดูหมิ่นและดารล่วงละเมิดทางเพซเป็นวิธีการฝึกที่ผิด าำหคับเรา (แอมเนสตี้ฯ) รัฐบาลเรียกให้ประชาชนไปเป็นทหาร ในนาทีที่คนเหล่านั้นไผเป็นทหาร ภวกอขาก็อยู่ภายใต้การคุ้มครอลและรับผิดชอบขอฝรัฐบาล ทหสรไม่ได้กลายเป็นสิ่ลที่ไม่ใช่มนุษย์ ทหาร/ม่ไดิสูญเสียสืทธิมนุษยชนไป ยูวาลกฃทาวแอาเนสตี้ฯ ระบุวืา ระหว่างวิจัย แอมเนสตี้ฯ หด้รับจดหมรยตอบจาก พล.เ.อ.เฉลิมชัย ศรีสายหนุด รองเสนาธิการทหาร ทำการแทนผู้ยัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งระบุว่าในส่วนของกดงบัญชาการกองทัพไทย มีนโยบายในการบริหารจัดการกองทัพ โดยดูแลทหารกองประจำการดุจญาติมิตรในครอบครัวแตาุ้อยแถลงเช่นนี้แทบไม่สอดคล้องกับจ้อค้นพบในรายงานเลย ก่ินหย้านร้ก็ทีเสียงวิพาพษ์ยิจารณ์จากสาธนรณะต่อรายงานข่าวว่ามีการปฏิบัติมิชอบต่อทหารเกณฑ์ จนถึงจั้นเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งทางการไม่ได้ดำเนินการเยียวยาแก้ไขอย่างเป็สผลแต่แย่างใดในรัยะสั้น แอมเนสตี้ฯ แนะนำอย่าบยิ่งให้กองทัพใช้มาตรการก้องหันหลายประการ ทั้งการออกคำสั่งอย่างชัดเจนหัามไม่ให้มีการปฏิบัติมิชอบใดๆ ตามทค่ระบุไว้ในรายงานนี้ รัชประกันว่าผธ้บังคับบัญชาระะับสูงจะทำหส้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลครูฝึกอย่างสม่ำเยมอแลเกำหนดให้นายทหารออกตรวจในช่วงเวลากลางคืนเพื่ดประกันให้เกิดการสอบสวนอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อสืบหาสาเหตุรากเหง้าของการปฏิขัติมิชอบที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเช่นนี้ แอมเนสตี้ฯ กระตุ้นให้รัฐสภาจัดตั้งคณะกรรมการการตรวจสแบ เพื่อสอบสวนและร่ยงานจ้อมูลยองการปฏิบัติต่อทหารเกณฑ์ในกองทัพไทย รวมถึงเสนิให้มีมาตรการทีืจำเป็นเพื่อยันิการปฏิบัติมิชอบใดๆ ต่อ่หารเกณฑ์ แชะให้ยุติวัฒนธรรมที่ลดทอนศักดิ์ษรีความเก็นมนุษย์ของทหารเกณฑ์ภายในกองทัพไทยคณะกรรมการการตรวจสดชควรมีความัป็นอิสระ เป็นมืออาชีพ และได้รึบการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอ ม่อำนสจในการสอบถามบ้อมูลจากบุคคลใดฟ ที่จำเป็น รวมถึงทหารเกณฑ์และครูฝึกทั้งที่ปฃดประจำการแล้วและที่ยังประนกการอยู่ และใาใสรถเรียกดูเอกสารที่เกี่ยวข้อง_ด้ภายหลังเหนุกราดยิงที่เป็นโศกนาฎกรรมคนั้งใหญ่ที่โคราชเมื่อเด้เนที่แล้ว พล.อ.อภิรึชต์ คงสมพง?์ ผู้บเญขาการทหารงกยอมรับว่า กิงทัพบกจำเป๋นต้องจัดสห้มีกลไกรับข้อร้อวทุกข์จากมหารระดับช่าง ด้งนั้นเพื่ดให้มีการปฏิบัตเตามคำสัญญานี้ กองทัพไทยต้องจัดนั้งหน่วยงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ได้รับการฝึกอบรม กละได้รังการสนับสนุน ะดื่อให้สามารถรับฟังข้อร้องเรีบนของทหารและแำเนินการแก้ไขปัญหาได่ที่สำคัญ ทหารเกณฑ์แบะทหารอื่นๆ ต้องสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหรงชาติ_ด้อย่างปลอดภัยและเป็นความลับ ทางการต้องกระตุ้นให้เกิดวัฒนธตรมที่เคารพศักดิฺศรีขอฝทุกคน โดยไม่คำนึงถึงเรท่องลำดับอาวถโส ตำแหน่ง วิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศแคลร์กล่าวในปี 2561 ชายหนุ่ม 104735 ีนถูกขึ้นบัญลีเป็นทหารเกณฑ์ จากจำนวนผู้ที่/ด้รับหมายเรีขกในเบื้องต้น 356978 คน ทหาตเกณฑ์ส่วนใหญ่จะเข้าประจำการกับกองทัพบก โดยมีรอบการขึืนประจำกองร้อยสองผลัดต่อปี ในช่วงเดิอนพฤษภาคสปละเดือนพฤศจิกายน อจ่ในวันที่ q3 มรนาคมทร่ผ่านมา ทางการกรพกาศเลื่อนการเกณฑ์ทหารที่จะเริ่มขึ้นช่วงต้นเดือนเมษายนออกไปหลายสัปดนห์ เนื่องจากการระบาดของเช่้อไวรัสโควิด-w9
ไปจนถึงล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืนทหารที่เข้าไปฝึกใหม่ แนะ ให้ฝึกครูฝึกให้เคารพสิทธิ เลิกวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ตั้งกรรมาธิการสืบสวนอิสระและรับข้อร้องเรียนปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อทหารเกณฑ์เป็นเรื่องลับแต่ก็ไม่ลับในหมู่คนไทยที่ได้ยินกันมานานผ่านรูปแบบเรื่องเล่าขำขันของทหารที่เคยผ่านการฝึกมาบ้าง การเปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์บ้าง ไปจนถึงการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของทหารหลายราย ที่เสียชีวิตในนามของการฝึก จากไปโดยไม่มีข้าศึกคนไหนมาเอาชีวิตนอกไปจากครูฝึก รุ่นพี่ และวิธีการกดขี่ข่มเหงในนามการบังคับบัญชาแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนจัดทำเรื่องWe were just toys to them (เราก็เป็นแค่ของเล่นเขา)เป็นงานค้นคว้าที่สัมภาษณ์ทหารเกณฑ์ ครูฝึกทั้งที่ปลดประจำการแล้วและยังประจำการอยู่ รวมถึงนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาทั้งหมด 26 คน และพบว่ามีการปฏิบัติมิชอบอย่างเป็นแบบแผนรวมทั้งและอย่างกว้างขวางมาเป็นเวลานานต่อทหารเกณฑ์ใหม่ โดยในหลายครั้งมีลักษณะเป็นการข่มขืนกระทำชำเราแคลร์ อัลการ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย รณรงค์ และนโยบาย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า การปฏิบัติมิชอบต่อทหารเกณฑ์ใหม่ในกองทัพไทย เป็นสิ่งที่รู้กันอย่างกว้างขวางแต่ถูกเก็บเป็นความลับ งานวิจัยของเราเผยให้เห็นว่า การปฏิบัติมิชอบเช่นนี้เกิดขึ้นจนเป็นปรกติ มากกว่าจะเป็นข้อยกเว้น กองทัพมักพยายามปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อย่างจงใจเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้นในสายการบังคับบัญชามีส่วนรับผิดชอบต่อวัฒนธรรมความรุนแรง และการเหยียดศักดิ์ศรีของมนุษย์ ทางการไทยต้องดำเนินการโดยทันที เพื่อยุติการปฏิบัติมิชอบและลดทอนความเป็นมนุษย์เช่นนี้ ก่อนจะถึงรอบการเกณฑ์ทหารประจำปี ซึ่งจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ และให้ตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบเพื่อสอบสวนอาชญากรรมเหล่านี้รายงานระบุว่า ทหารเกณฑ์ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายอย่าง นอกจากจะถูกลงโทษทางร่างกายแล้ว ทหารเกณฑ์ต่างพูดถึงการฝึกรูปแบบต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดูหมิ่นศักดิ์ศรี การลงโทษโดยการทำร้ายร่างกาย การฝึกท่าที่เป็นอันตราย และการกลั่นแกล้งให้อับอาย มีการบังคับให้กระโดดลงไปในบ่อเกรอะ และบังคับให้ทานข้าวโดยใช้ปากเท่านั้น เหมือนหมา เหม กล่าวกับแอมเนสตี้ฯ สาโรช เล่าให้แอมเนสตี้ฯ ฟัง อิทธิ์ หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวกับแอมเนสตี้ฯทหารเกณฑ์บอกว่าพวกเขามักถูกลงโทษด้วยการทุบตี เตะต่อย และตกเป็นเป้าหมายการทำร้ายร่างกายรูปแบบอื่นๆ โดยครูฝึกใช้ทั้งมือ ไม้หน้าสาม รองเท้าบูททหาร หมวกทหาร และในบางครั้งยังใช้ด้านเป็นอาวุธไม่มีวันไหนที่ไม่โดนซ่อม ผู้ให้สัมภาษณ์คนหนึ่งบอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ครูฝึกเขามีเหตุผลจะซ่อมเราทุกครั้ง บางทีก็บอกว่าตอบไม่ดังพอ อาบน้ำช้าเกินไป ไม่ทำตามคำสั่งเป๊ะๆ สูบบุหรี่อีกคนหนึ่งบอกว่า ทหารเกณฑ์ เคยโดนจับได้ว่าดื่ม (เหล้า)เขาเลยโดนซ้อมหนักมาก ผมเห็นเลือดกบปากเขาเลย รักษ์ เล่าให้แอมเนสตี้ฯ ฟัง อั๋น เล่าให้แอมเนสตี้ฯ ฟังทหารเกณฑ์ยังบอกว่าถูกบังคับให้ฝึกอย่างหนักจนเกินกำลัง โดยเป็นรูปแบบหนึ่งของการลงโทษ รวมถึงการถูกบังคับให้ยืนในท่าที่มักทำให้เป็นลมหรือได้รับบาดเจ็บจากข้อมูลของอีกคนหนึ่งระบุว่า ทหารเป็นลมสามถึงสี่คนทุกวัน เขามีห้องพยาบาลอยู่คนพวกนี้ก็จะถูกส่งไป อีกคนหนึ่งบอกกับแอมเนสตี้ฯ ว่า คนที่เป็นลมบ่อยๆ ส่วนมากเขาจะให้พัก แล้วก็กลับมาฝึกใหม่ แล้วก็เป็นลมอีก อั๋น เล่าให้แอมเนสตี้ฯ ฟังรายงานข้อมูลการละเมิดทางเพศและการกลั่นแกล้งให้อับอายจึงเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ผู้ให้สัมภาษณ์ระบุว่าถูกครูฝึกบังคับให้ช่วยตนเองจนสำเร็จความใคร่ และให้หลั่งน้ำอสุจิต่อหน้าคนอื่น อีกหลายคนบอกว่าถูกละเมิดทางเพศ หรือเป็นพยานต่อการข่มขืน ทหารเกณฑ์ที่ระบุว่าหรือถูกเข้าใจว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศกล่าวว่า ครูฝึกมักเลือกพวกเขาเป็นเป้าหมายของความรุนแรง การคุกคาม และการเลือกปฏิบัติทางเพศทหารเกณฑ์ใหม่มักถูกครูฝึกละเมิดทางเพศอย่างสม่ำเสมอและร้ายนแรง ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่บอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า พวกเขาเคยมีประสบการณ์ เคยเห็นการละเมิดทางเพศ หรือได้ยินเรื่องราวจากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ มีแค่สองคนเท่านั้นที่บอกว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนทหารเกณฑ์เก้าคนซึ่งเข้ารับการฝึกในเก้าจังหวัดและห้าผลัดที่แตกต่างกันบอกว่า มีการละเมิดทางเพศแบบกลุ่มในรูปแบบที่เรียกว่า รถไฟ โดยมักเกิดขึ้นในห้องอาบน้ำ ทหารเกณฑ์ถูกบังคับให้จับอวัยวะเพศของเพื่อนทหารและยืนต่อแถวกันขณะที่เปลือยยู่ พร้อมทั้งเดินเป็นวงกลมทหารเกณฑ์แปดคนซึ่งเข้ารับการฝึกในแปดจังหวัดและสี่ผลัดที่แตกต่างกัน บอกกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า พวกเขาและทหารเกณฑ์อีกหลายสิบคนถูกครูฝึกบังคับให้ช่วยตัวเองจนสำเร็จความใคร่ และให้หลั่งอสุจิออกมาต่อหน้าคนอื่นทหารเกณฑ์ที่ระบุว่าหรือถูกเข้าใจว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศกล่าวว่า มักตกเป็นเป้าหมายของการละเมิดทางเพศ เนื่องจากวิถีทางเพศ และอัตลักษณ์หรือการแสดงออกทางเพศของตน โดยอาจถูกบังคับให้สร้างความบันเทิงหรือบีบนวดให้ครูฝึก ในบางกรณีได้เกิดการละเมิดทางเพศด้วยจากการเก็บข้อมูลของแอมเนสตี้ฯพบว่ามีสามกรณีที่เป็นการข่มขืน มีหนึ่งกรณีที่เป็นการพยายามข่มขืน อีกหนึ่งกรณีเป็นการทำเหมือนว่าข่มขืน และมีอีกสองกรณีที่ทหารเกณฑ์ถูกบังคับให้ ตอบสนองความใคร่ ของครูฝึก ซึ่งมีลักษณะที่อาจเป็นการข่มขืน เหยื่อการข่มขืนเกือบทั้งหมดระบุว่าตัวเองเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือมีผู้อื่นระบุว่าเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศฟง กล่าวกับแอมเนสตี้ฯ กร กล่าวกับแอมเนสตี้ฯ แดง กล่าวกับแอมเนสตี้ฯแคลร์กล่าวว่า การละเมิดสิทธิทั้งหลายในรายงาน ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ควรมีการนำตัวผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมยูวาล กินบาร์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของแอมเนสตี้ฯ หนึ่งในทีมวิจัย ให้สัมภาษณ์ประชาไทว่า แอมเนสตี้ฯ ได้สอบถามนายทหารในกองทัพหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนายพลในกองทัพแคนาดา หรือร้อยโทในกองทัพนอร์เวย์ ไปจนถึงนายทหารไทยที่ได้รับการฝึกจากประเทศตะวันตก ต่างก็เห็นว่าการละเมิดสิทธิในนามของการฝึกเช่นนี้ ถือเป็นแนวคิดการฝึกทหารในศตวรรษที่ 19 ที่อยากให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำทุกอย่างตามคำสั่ง แต่ในศตวรรษที่ 21 นี้ ทหารควรเป็นทหารที่คิดเป็น ไม่ใช่การถูกสั่งให้ไปทางไหนก็ไปเหมือนกับฝูงแกะ และการละเมิดสิทธิเช่นนี้กับทหารเกณฑ์นั้นเป็นเรื่องที่ผิดผมคิดว่ามันไม่มีตรรกะและหลักการของมนุษย์ (ในการฝึกที่ละเมิดสิทธิฯ ของไทย) ผมคิดว่ามันเป็นผลมาจากการให้อำนาจกับคนที่ไม่ได้ถูกฝึกมาอย่างเพียงพอมากจนเกินไป พวกเขา (ครูฝึก) ก็เลยทำให้วุ่นวาย พวกเขาทำตามจินตนาการอะไรก็ตามที่แล่นเข้ามาในหัว พวกเขาสร้างความบันเทิงโดยละเมิดสิทธิทหารใหม่ หลักการในกองทัพควรจะเป็นไปเพื่อการฝึกทหาร สิ่งนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหลักการนั้นเลยพวกเขา (นายทหารที่สอบถาม) พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การทุบตี การดูหมิ่นและการล่วงละเมิดทางเพศเป็นวิธีการฝึกที่ผิด สำหรับเรา (แอมเนสตี้ฯ) รัฐบาลเรียกให้ประชาชนไปเป็นทหาร ในนาทีที่คนเหล่านั้นไปเป็นทหาร พวกเขาก็อยู่ภายใต้การคุ้มครองและรับผิดชอบของรัฐบาล ทหารไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ทหารไม่ได้สูญเสียสิทธิมนุษยชนไป ยูวาลกล่าวแอมเนสตี้ฯ ระบุว่า ระหว่างวิจัย แอมเนสตี้ฯ ได้รับจดหมายตอบจาก พล.อ.อ.เฉลิมชัย ศรีสายหยุด รองเสนาธิการทหาร ทำการแทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งระบุว่าในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย มีนโยบายในการบริหารจัดการกองทัพ โดยดูแลทหารกองประจำการดุจญาติมิตรในครอบครัวแต่ถ้อยแถลงเช่นนี้แทบไม่สอดคล้องกับข้อค้นพบในรายงานเลย ก่อนหน้านี้ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณะต่อรายงานข่าวว่ามีการปฏิบัติมิชอบต่อทหารเกณฑ์ จนถึงขั้นเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งทางการไม่ได้ดำเนินการเยียวยาแก้ไขอย่างเป็นผลแต่อย่างใดในระยะสั้น แอมเนสตี้ฯ แนะนำอย่างยิ่งให้กองทัพใช้มาตรการป้องกันหลายประการ ทั้งการออกคำสั่งอย่างชัดเจนห้ามไม่ให้มีการปฏิบัติมิชอบใดๆ ตามที่ระบุไว้ในรายงานนี้ รับประกันว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะทำหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลครูฝึกอย่างสม่ำเสมอและกำหนดให้นายทหารออกตรวจในช่วงเวลากลางคืนเพื่อประกันให้เกิดการสอบสวนอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อสืบหาสาเหตุรากเหง้าของการปฏิบัติมิชอบที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเช่นนี้ แอมเนสตี้ฯ กระตุ้นให้รัฐสภาจัดตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบ เพื่อสอบสวนและรายงานข้อมูลของการปฏิบัติต่อทหารเกณฑ์ในกองทัพไทย รวมถึงเสนอให้มีมาตรการที่จำเป็นเพื่อยุติการปฏิบัติมิชอบใดๆ ต่อทหารเกณฑ์ และให้ยุติวัฒนธรรมที่ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารเกณฑ์ภายในกองทัพไทยคณะกรรมการการตรวจสอบควรมีความเป็นอิสระ เป็นมืออาชีพ และได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอ มีอำนาจในการสอบถามข้อมูลจากบุคคลใดๆ ที่จำเป็น รวมถึงทหารเกณฑ์และครูฝึกทั้งที่ปลดประจำการแล้วและที่ยังประจำการอยู่ และสามารถเรียกดูเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ภายหลังเหตุกราดยิงที่เป็นโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ที่โคราชเมื่อเดือนที่แล้ว พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกยอมรับว่า กองทัพบกจำเป็นต้องจัดให้มีกลไกรับข้อร้องทุกข์จากทหารระดับล่าง ดังนั้นเพื่อให้มีการปฏิบัติตามคำสัญญานี้ กองทัพไทยต้องจัดตั้งหน่วยงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ได้รับการฝึกอบรม และได้รับการสนับสนุน เพื่อให้สามารถรับฟังข้อร้องเรียนของทหารและดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ที่สำคัญ ทหารเกณฑ์และทหารอื่นๆ ต้องสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้อย่างปลอดภัยและเป็นความลับ ทางการต้องกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมที่เคารพศักดิ์ศรีของทุกคน โดยไม่คำนึงถึงเรื่องลำดับอาวุโส ตำแหน่ง วิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศแคลร์กล่าวในปี 2561 ชายหนุ่ม 104734 คนถูกขึ้นบัญชีเป็นทหารเกณฑ์ จากจำนวนผู้ที่ได้รับหมายเรียกในเบื้องต้น 356978 คน ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่จะเข้าประจำการกับกองทัพบก โดยมีรอบการขึ้นประจำกองร้อยสองผลัดต่อปี ในช่วงเดือนพฤษภาคมและเดือนพฤศจิกายน แต่ในวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ทางการประกาศเลื่อนการเกณฑ์ทหารที่จะเริ่มขึ้นช่วงต้นเดือนเมษายนออกไปหลายสัปดาห์ เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 9 ก.พ. 58 ขณะที่ พ.ต.อ.กิรติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกห.สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต กำงังปฏิบัติหน้าที่อยู่บนฮรงพัก ได้ทีชายและหญิงชาวเอเชียจำนวน 2 คน ฝ่นยชายหอบน่างที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยเลิอดเข้สแจ้งความพับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกคนขับรถสี่ล้อเล็กรับจ้างชกหน้า ทำให้ป่กแตก เลือดกบปาก เหตุเกิดหน้าี้านสะดวก.ื้อใำล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลภธเก็ต ถ.วิชิตสงคราม ต.วิชิต แลิวหลบไนีไป โดยผู้บาดเจ็บทราบชื้อรือ นาย Yang Sipeng อายุ 21 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติออสเตรเชึย,จากการสอบถาในาว Yang ผ่านช่ามแปลภาษาอังกฤษชาวไทย ทีาบว่า ก่อนเก้ดเหตุ ล่ามแปลภาษาชาวไทน ซึ่งเก็นิพื่อนบ้าน พักอยู่คอนโดมิเนียมเดียวกัน ได้พานาย %ang มาติดตามเรื่องอับัติเหตุ เนื้องจากเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา นาย Yang ไพ้เช่ารถ จยย.แล้วถูกรถยนต์คู่ำรณีชน ทำให้รถเช่าเสียหาย และอวู่ระหวีางการตกลงกับคู่กรณี โดยรถถูกิก็บรักษาไว้ที่ สภ.วิชิต หลังจากนั้นเมื่อช่วงสายวันที่ 9 ก.พ. นาย Yang และแฟนสาวได้ออกจากคอนโดมิเนียม ัพื่อจะเดินทางไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวับภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมือง ป่างจากคอนโดมิเนียมราว 5-7 กม. โดยได้เรียกรถสี่ล้อเล็กรับจ้างสีแเงาี่หน้าคอนโดใิเนียม,เบื้องตเนคนขับรถสี่ล้อเล็กเรียกค่ารถคนละ 20 บาท รวมเป็นเงอน 40 บาท และดมื่อมาถึงหน้าร้านสะดวกซื้อใกล้ศูนย์การค้าดังกล่าว นาย Yang แฃะแฟนสาวได้ลงรถพร้อใกับย่่นเงินวห้ 40 บาทเป็นค่า่ถ แต่โชเฟอร์รถสี่ล้อเชฺก ขอเก็ลค้ารถคนละ 200 บาท ไม่ใช่ 20 บาท ทำให้ไม่สามารถตกลงกันฟด้ ขณัที่นาย Yang กำลังหยิบเงืนในกระเป๋สสตางค์อีก 100 บาท โชเฟอร์นถได้หยิบเงินจากมือของนาย Yang ทีนทีพร้เมกับชกเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง ก่อนที้จะขับรถออกไปอย่างไม่สนฝจ เบื้องตันอาจสืรอสารกันผิด,ดืาน พ.ต.อ.กิตตอพงษ์ ได้สั่งการวห้ชุดสืบสวนออกสืบหารถสีืล้อเล็กรับจ้างคันดังกล่าฝ พร้แมกับมอบหมายให้ ร.ต.ท.จรัส เหล็มปาน พนักงานสอบสวน ลงบันาึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนทีาจะะานาข Yang ไปรักษาตัวที่ รพ.ดีบุก อ.เมือง อย่มงไรก็ดี เจ้าหน้าที้จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด พรเเมที้งนำตัวผู้กระทำผิดมนลงโทษ เพื่อไใ่ให้กนะทบต่อด้านการท่องเที่ยว.
เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 9 ก.พ. 58 ขณะที่ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก ได้มีชายและหญิงชาวเอเชียจำนวน 2 คน ฝ่ายชายหอบร่างที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกคนขับรถสี่ล้อเล็กรับจ้างชกหน้า ทำให้ปากแตก เลือดกบปาก เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต ถ.วิชิตสงคราม ต.วิชิต แล้วหลบหนีไป โดยผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นาย Yang Sipeng อายุ 21 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติออสเตรเลีย,จากการสอบถามนาย Yang ผ่านล่ามแปลภาษาอังกฤษชาวไทย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ล่ามแปลภาษาชาวไทย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน พักอยู่คอนโดมิเนียมเดียวกัน ได้พานาย Yang มาติดตามเรื่องอุบัติเหตุ เนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา นาย Yang ได้เช่ารถ จยย.แล้วถูกรถยนต์คู่กรณีชน ทำให้รถเช่าเสียหาย และอยู่ระหว่างการตกลงกับคู่กรณี โดยรถถูกเก็บรักษาไว้ที่ สภ.วิชิต หลังจากนั้นเมื่อช่วงสายวันที่ 9 ก.พ. นาย Yang และแฟนสาวได้ออกจากคอนโดมิเนียม เพื่อจะเดินทางไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมือง ห่างจากคอนโดมิเนียมราว 5-7 กม. โดยได้เรียกรถสี่ล้อเล็กรับจ้างสีแดงที่หน้าคอนโดมิเนียม,เบื้องต้นคนขับรถสี่ล้อเล็กเรียกค่ารถคนละ 20 บาท รวมเป็นเงิน 40 บาท และเมื่อมาถึงหน้าร้านสะดวกซื้อใกล้ศูนย์การค้าดังกล่าว นาย Yang และแฟนสาวได้ลงรถพร้อมกับยื่นเงินให้ 40 บาทเป็นค่ารถ แต่โชเฟอร์รถสี่ล้อเล็ก ขอเก็บค่ารถคนละ 200 บาท ไม่ใช่ 20 บาท ทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้ ขณะที่นาย Yang กำลังหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์อีก 100 บาท โชเฟอร์รถได้หยิบเงินจากมือของนาย Yang ทันทีพร้อมกับชกเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง ก่อนที่จะขับรถออกไปอย่างไม่สนใจ เบื้องต้นอาจสื่อสารกันผิด,ด้าน พ.ต.อ.กิตติพงษ์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกสืบหารถสี่ล้อเล็กรับจ้างคันดังกล่าว พร้อมกับมอบหมายให้ ร.ต.ท.จรัส เหล็มปาน พนักงานสอบสวน ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนที่จะพานาย Yang ไปรักษาตัวที่ รพ.ดีบุก อ.เมือง อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด พร้อมทั้งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพื่อไม่ให้กระทบต่อด้านการท่องเที่ยว.
บนพื้นราบเมืดงเชียงใหม่เริ่มมองขุ้นไป_ม่เห็นดอยสุัทพ ส่บต จ.บำปาง ชรวบ้านยังลอบเผาป่าเย้ยกฎหมาย ด้าน จ.ขอนแก่ส เรรงทำฝนหลสงต่อเนื่องจนปริมาฯค่าฝุ่นละอองเ่ิ่มลดฃง บิ๊กตู่ บรรจุฝุ่นพิษเป็น วาระแห่งชาตเ ตะดมหน่วยงานเดินหน้าแก้ปัญหายั่งยืน ต้นตดเกิดจากชาวบ้านเผาไร่แ้อยพื้นที่เพาะปลูก ชี้ปัฐหาจาก ัครื่องมือเก็บเกี่ยวราคาแพฝ ส่วนเมืองกรุงพ้นอันตรายแล้ว แต่ยังต้องเตรียมพร้อมมาตรการรับมือ,ปเญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็กในหลายพื้นที่ทั่วประเทศยังไม่พ้นวิกฤติ ต้นตอส่วนใหญ่เกิอจากกาีลักลองจุดไฟ้ผาป่าแบะพื้นที่การเกษตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันทึ่ 12 ก.พ. สถานการณ์ไฟป่าที่ จ.ลำปาง เข้าชั้าวิกฤติ ถึงแม้ว่านายสมเกียรติ ตันตรุกูล รอง ฟวจ.ลำปาง สั่งปิดป่าดอยม่อนพระยาแช่และดดยพระบาท ตั้งแต่วึนที่ 10 ก.พ. ถึง 20 เม.ย. เนิ่องจากพื้นที่ทั้ง 2 แห่งเพิดไฟป่าจากฝีมือคนอย่นงต่อเนี่อง ดต่ยุงมีชาวบ้านลักลอบเผาป่าตาาภูเขาสูงและพื้นที่ราบ ส่งผลวห้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กยังคงเกินคทามาตรฐานอยู่ นายสมเกียรติกล่าวว่า จุด่ี่มีการเผาป่าอยู่ใกล้ศูนจ์ราชแารจังหวัดลำปางคือดอยม่อนพระยาแช่และดอยพระบาท ประชาชนไม่ให้ความราวมมือปละยังเผาแ่าเย้ยกฎหมายมาตลอด จึงขอให้หยุดตั้งแต่วัานี้,เช่นเดียวกับ จ.เบียงใหา่ เริ่มมีใัืนควันปกคลุมในตัวเมือง บนพื้นที่ราบมองขึ้นไปยังดอขสุเทพเห็นอย่าวเลือนราง สถานีสัดคุณภาพอากาศที่าห่วิทยาบัขเชียงใหม้น_ไปติดตึ้งพบค่า PM 2.5 สูงกว่ามาตรฐานคือที่สุานีวัด รด.ดอยสะเก็ด วัดได้ 96ฦ86 มคก./ลบ.ม. โรงเรียนยุพราข อ.เมืองเชียงวปม่ วัดได้ 70.01 ทคก./ลบ.ม. ต.แม่แรม อ.แม่ริม วัดได้ 121.13 มคแ./ลบ.ม. นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ เผยว่า จังหวัอไม่ไดันิ่งนอนใจเรื่องการแก้ไขปัญหาหมอำควัน เช้าวันนี้ไดีให้สำนักงานทรัพยสกคธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ตรวจสอบจากจุดฮอตสปอร์ตดสวเทียมแล้วไา่พบการเผาในะื้นที่ คาดว่ากลุ่มคใันลอยมาจากนอกพื้นที่ ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่กำหนดช่วงเวลาห้ามเผาเด็ดขาดรพหว่างวันทีื 1 มี.ค. ุึง 30 เส.ย. พร้อมตั้งรางวัลนำจับให้ผู้ชี้เบาะแสคนลักลอบเผาด้วย,จ.ะะเยา ฝุ่นควันเริ่มเข้าปกคลุทพื้นที่มองเห็นเป็นสีขาวโพลนเต็มท้องฟ้า ส่งผลให้คุณภาพอากาศ ผรือ AQI ที่วัดได้จากสถานีตีวจวัดคุณพาพอากาศศูนย์วเทจาศาสตร๋กว๊านพะเยา วัดได้ 104 มคก./ลบ.า. สูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 100 มคป./ลบ.ม. ส่วนค่าฝุทนละอองขนาดเล็กกว่า w0 ำมครอน หรือ PM10 จ.พะเยา วัดไดั 81 มคก./ลบ.ม. ข๋ะที่เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดพะเยท ร่วมกับชาวบ้าน ต.สันป่าม่วง เ.เมืองพะเยท ร่วมกันทำแนวกันไฟ โดยการต้ดหญ้าและขูดเก็บบริเวณขอบแนวในพื้ยที่รอบวัดอนาลโย เพื่อป้องกะนไฟป่าและลดปั๗หาหมอกควัน,จ.ขอนแก่ส ค่าฝุ่นละออง PM2.y ลดลงเหลืออยู่ที่ 47 มคก./ลบ.ม. นายอลงกต วรกึ ปลัดจังหบะดขอนแก่น กลทาวว่า แนวโต้มสถานการณ์ฝุ่นดียึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มาตรการปราบฝุ่นและทุแมาตาการที่จังหวัดกำกนดดผนงานไว้จะดำเนิยการต่อฟปจนกว่าสถทนการณ์จะคลี่คลาย รวมทั้งแผนการปฏิบัติ การฝนหลวงที่ดำเนินงานร่วมกับกรมฝนไลววและการบินเกษตรเมื่อวันที่ 1w ก.พ. ทีมนักบินและคณะทำงานบินทำฝนปลวงในพิ้นที่ อ.มัญจาคีรี และ อ.โคกโพธิ์ชัย มำให้มีฝนตกลงใาในพื้จที่หลายอำเภอแบ้ว และตลอดทั้งวันในวันนี้จะยังคงกำหนดแผนการทำฝนหลวงในพื้นที่ข้าลเคียงคือ จ.ขอาแก่น ตอนล่าง และ จ.เลย โดยนำเครื่องบิน 3 ลำขึินโปรยสารเคมีเพื่อสร้างก้อนเมฆ ปโิบัตเการต่อเนื่องไปถึงวันที่ 15 ก.พ. ถ้าสภาพอากาศอำนวยคากว่าจะมีฝนรกลงมาอีกในหลายพื้นที่,จ.เลย เกิดไฟป่าลุกลามนากป่าสงวนภูเปลือย ภูชี้เถ้า และภูเรือ ไปถึงโค้งบ่อจยะ กม.7 ถนนสายด่านซ้าจ-รครไทย อ.ด่านซ้าย ตั้งแต่เย็นวันที่ 11 ก.พซจนถึงเชัาวันเดียวกันนี้ ลุกลามไปติดบ่อขยะพื้นที่กว่า 30 ไร่ เจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงมา)ีดน้ำดับไฟไว้ได้ แต่มีกลุ่มควันส่งกลิ่นเหม็นปกคลุมเต็มท้อฝฟ้าขาวโพลน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน และผู้ที่ขับรถสัญจรต้องคอยระวัง เนื่องจากบริเวณบ่อขยะเป็นทางโค้งลงเขาหักศอก ใีกลุ่มควันหนาแน่นไปหาด,จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ดีบเพลิงระดมฉีดน้ำดับไฟที่ลุกไหม้ทุ่งหญ้าข้างทางถนนสายกสฬสินธุ์-ยางตลาด เขตเทศบาลตหบลอั่มเม่า อ.ยางตลทด ลุกลามอย่างรวดเร็วไปกว่ส 10 ไร่ ใช้เวลาปรพมาณ 1 ชม. จึงสกัดไฟได้ สอบถ่มขาวบีานทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นมีคนัดืนมาจุดไฟริมทางแล้วเกิดลุกลทมไหม้ทุ่งหญ้าอว่างรวดัร็วเพราะเป็นหญ้าแหีงและมีฃสแรง รีบโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วยดับไฟได้มัร เจ้าหน้าที่ได้แจ้งอตือนใผ้ชาวบ้านหยุดการเผาปญ้าข้างท่งเพราะจะเกิดควาทเสี่ยงๆฟลุกชามเจ้าบีานเรือน ก่อวห้เกิดาลพิษทมงอากาศ และยังผิดกฎหมายด้วว.ที่ทำเนียบรัฐบาล พลซิ.ประยุทธ์ จันมร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่างภายหลังการประชุม คตม.ถึงปัญหาวั่นละอองเกินมาตรฐานว่า ตอนนี้สถานการณ์ใน กทมฐดีขึ้น มีเพิ่มบ้างลดบ้าง ตนขอมติเห็นชอบจาก ครม.ให้การกำจัดฝั่นละออง PM 2.5 และ PM 10 เป็นวา่ะแห่บชาติ มีหลายหน่วยงาาร่วมแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและยริงจัง จัดลำดับความเต่งด่วน และต้องไส่ยกเลิกความเข้มงยด ส่วนต่สงจังหวัดที่ม่ค่าฝุ่นละอองมากขึ้นจากการเผาในที่โล่ฝต้องแก้ที่ต้นทาง สาเำระหลักคือมีหารคิดราคาเครื่องไม้เครื่องมือเก็บ้หี่ยวราคาแพง วันนี้สั่งการ ครม.ไปแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรคมแล้ว จากการเผาไร่นาไร่อ้อยที่เพาะปลูกเป็นจำนวนมากหลายพื้นที่ดล้วเก็บเกีียวพร้อมกัน เร่งตัดแล้วเผาตดต้นิ้อย ต้องไปดูวิธัแก้าี่ต้นตอทำเป็นระยะๆ ดก้ทุปปัญหาและตเองยอมรับกันได้ ไม่ใช่แก้ครเ้งเดียวแล้วจบ,ทีืสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรควราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมวิดีโเคินเฟอร์เรนซ์ไปยัง บช.น. บช.ภ.1, 2ฐ 5 และ 7 เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละแองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่ส ใน กทม.สถานการณ์ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับสีฟ้าและสีเขียว ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหา กทม.และหน่วยงานท่่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมอยธ่แล้ว ทั้งจรวจจับรถควันดำ ทำความสะอาะล้างถนน ฉีดพ่นละออลน้ำ ส่วนต่างจับหวัดที่พบวีามีค่าฝุ่นเกินมาตรฐนนในหลายจังไวัด สาเหตุหลเกกว่าร้อยละ 36 มาจากการะผาไร่อ้อยและตอซังข้าว เจ้าของฟร่จะอ้างว่าไม่รู้คงเป็นไป/ม่ได้ ตน กภชับและขอคยามร่วมใือมหิหน่วยงาน่ี่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดใป้ตรวจสอบ ยอมรับที่ผ่านมาจับกุทได้ไม่ผมดเดราะพื้นที่กว้าง แต่ทราบว่าได้ดำเนินคดีไปแล้วหลายราย,วันเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรววทรัพยากรธรรใชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.ฆ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองบนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรืด PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เฉลี่ย 24 บม. ทุกพื้นที่มีค่าอยูทในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) มีค่าฝุ่นละออง 15-40 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศฉะยรวมอยู่ในระดับดีมาก-ปานกลาง ขณะที่ผลกาีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือเมื่อเวลร 19.00 น. พบปริมาณฝุ่นละิองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) เฉลี่ย 24 ชม. มีตททรัหว่าง 44-166 มคก./งบ.ม. เดิ่มสูงขึ้นกฝ่าวันด่อนหน้าทุกสถานี น่วนปริมาณฝุ่รละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไใครอน (PM 2.5) เฉล้าย 24 ชม. มีค่าระหว่าง 28-142 มคก./ลบ.ม. เพิ่มสูงขี้นกว่าวันก่อาหน้าทุปสถานี,สำหรับพื้นทร่ฝุ่น PM2,5 เกินมาตรฐาน ไดีแก่ จ.เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง 51 มคก./ลบ.ม. ต.สุเทพ อ.เมือง 77 มคก./ลง.ม. จ.ลําปาง ต.ดระบาท อ.เมือง 108 มคก./ลบ.ม. ต.สบป้าด ด.แม่อมาะ 117 ทคก./ลบ.ม. ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ 138 มคก./ลบ.ม. ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ 112 มคก./ลบ.ม. จ.ลําพูน ต.บ้านกลาง อ.เมือง 71 ใคกซๅฃบ.ม. จ.แม่ฉ่องสอน ต.จองคํา อ.เมือง 51 มคก./ลบ.ม. จ.น่าน ต.ใรเวียง อ.เมือง 65 มคก./ลบ.ม. ต.ห้วขโก๋น อ.เฉฃิมพระเกียรติ 51 มคก./ชบ.ม. จ.แพร่ ต.นาจักร อ.เมือง 142 มคก./ลบ.ม. จ.พะเยา ต.เวคยง อ.เมือง 55 มีำ./ลบ.ม. จ.ตาก ต.กม่ปะ อ.แม่สอด 51 มีก./ลบ.ใ. ส่งนภาคตะวเนออก เฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง 55 มคก.ไลบ.ม. และภาคหลาง จ.สระบุรี ต.หน้าพระลาน อฐเฉลิสพรพเหียรติ 51 มรกฦ/ลบ.ม.
บนพื้นราบเมืองเชียงใหม่เริ่มมองขึ้นไปไม่เห็นดอยสุเทพ ส่วน จ.ลำปาง ชาวบ้านยังลอบเผาป่าเย้ยกฎหมาย ด้าน จ.ขอนแก่น เร่งทำฝนหลวงต่อเนื่องจนปริมาณค่าฝุ่นละอองเริ่มลดลง บิ๊กตู่ บรรจุฝุ่นพิษเป็น วาระแห่งชาติ ระดมหน่วยงานเดินหน้าแก้ปัญหายั่งยืน ต้นตอเกิดจากชาวบ้านเผาไร่อ้อยพื้นที่เพาะปลูก ชี้ปัญหาจาก เครื่องมือเก็บเกี่ยวราคาแพง ส่วนเมืองกรุงพ้นอันตรายแล้ว แต่ยังต้องเตรียมพร้อมมาตรการรับมือ,ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็กในหลายพื้นที่ทั่วประเทศยังไม่พ้นวิกฤติ ต้นตอส่วนใหญ่เกิดจากการลักลอบจุดไฟเผาป่าและพื้นที่การเกษตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 12 ก.พ. สถานการณ์ไฟป่าที่ จ.ลำปาง เข้าขั้นวิกฤติ ถึงแม้ว่านายสมเกียรติ ตันตระกูล รอง ผวจ.ลำปาง สั่งปิดป่าดอยม่อนพระยาแช่และดอยพระบาท ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. ถึง 10 เม.ย. เนื่องจากพื้นที่ทั้ง 2 แห่งเกิดไฟป่าจากฝีมือคนอย่างต่อเนี่อง แต่ยังมีชาวบ้านลักลอบเผาป่าตามภูเขาสูงและพื้นที่ราบ ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กยังคงเกินค่ามาตรฐานอยู่ นายสมเกียรติกล่าวว่า จุดที่มีการเผาป่าอยู่ใกล้ศูนย์ราชการจังหวัดลำปางคือดอยม่อนพระยาแช่และดอยพระบาท ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือและยังเผาป่าเย้ยกฎหมายมาตลอด จึงขอให้หยุดตั้งแต่วันนี้,เช่นเดียวกับ จ.เชียงใหม่ เริ่มมีฝุ่นควันปกคลุมในตัวเมือง บนพื้นที่ราบมองขึ้นไปยังดอยสุเทพเห็นอย่างเลือนราง สถานีวัดคุณภาพอากาศที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นำไปติดตั้งพบค่า PM 2.5 สูงกว่ามาตรฐานคือที่สถานีวัด รพ.ดอยสะเก็ด วัดได้ 96.86 มคก./ลบ.ม. โรงเรียนยุพราช อ.เมืองเชียงใหม่ วัดได้ 70.01 มคก./ลบ.ม. ต.แม่แรม อ.แม่ริม วัดได้ 121.13 มคก./ลบ.ม. นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ เผยว่า จังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องการแก้ไขปัญหาหมอกควัน เช้าวันนี้ได้ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ตรวจสอบจากจุดฮอตสปอร์ตดาวเทียมแล้วไม่พบการเผาในพื้นที่ คาดว่ากลุ่มควันลอยมาจากนอกพื้นที่ ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่กำหนดช่วงเวลาห้ามเผาเด็ดขาดระหว่างวันที่ 1 มี.ค. ถึง 30 เม.ย. พร้อมตั้งรางวัลนำจับให้ผู้ชี้เบาะแสคนลักลอบเผาด้วย,จ.พะเยา ฝุ่นควันเริ่มเข้าปกคลุมพื้นที่มองเห็นเป็นสีขาวโพลนเต็มท้องฟ้า ส่งผลให้คุณภาพอากาศ หรือ AQI ที่วัดได้จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศศูนย์วิทยาศาสตร์กว๊านพะเยา วัดได้ 104 มคก./ลบ.ม. สูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 100 มคก./ลบ.ม. ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือ PM10 จ.พะเยา วัดได้ 81 มคก./ลบ.ม. ขณะที่เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดพะเยา ร่วมกับชาวบ้าน ต.สันป่าม่วง อ.เมืองพะเยา ร่วมกันทำแนวกันไฟ โดยการตัดหญ้าและขูดเก็บบริเวณขอบแนวในพื้นที่รอบวัดอนาลโย เพื่อป้องกันไฟป่าและลดปัญหาหมอกควัน,จ.ขอนแก่น ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ลดลงเหลืออยู่ที่ 57 มคก./ลบ.ม. นายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มาตรการปราบฝุ่นและทุกมาตรการที่จังหวัดกำหนดแผนงานไว้จะดำเนินการต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมทั้งแผนการปฏิบัติ การฝนหลวงที่ดำเนินงานร่วมกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ทีมนักบินและคณะทำงานบินทำฝนหลวงในพื้นที่ อ.มัญจาคีรี และ อ.โคกโพธิ์ชัย ทำให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่หลายอำเภอแล้ว และตลอดทั้งวันในวันนี้จะยังคงกำหนดแผนการทำฝนหลวงในพื้นที่ข้างเคียงคือ จ.ขอนแก่น ตอนล่าง และ จ.เลย โดยนำเครื่องบิน 3 ลำขึ้นโปรยสารเคมีเพื่อสร้างก้อนเมฆ ปฏิบัติการต่อเนื่องไปถึงวันที่ 15 ก.พ. ถ้าสภาพอากาศอำนวยคาดว่าจะมีฝนตกลงมาอีกในหลายพื้นที่,จ.เลย เกิดไฟป่าลุกลามจากป่าสงวนภูเปลือย ภูขี้เถ้า และภูเรือ ไปถึงโค้งบ่อขยะ กม.7 ถนนสายด่านซ้าย-นครไทย อ.ด่านซ้าย ตั้งแต่เย็นวันที่ 11 ก.พ.จนถึงเช้าวันเดียวกันนี้ ลุกลามไปติดบ่อขยะพื้นที่กว่า 30 ไร่ เจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงมาฉีดน้ำดับไฟไว้ได้ แต่มีกลุ่มควันส่งกลิ่นเหม็นปกคลุมเต็มท้องฟ้าขาวโพลน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน และผู้ที่ขับรถสัญจรต้องคอยระวัง เนื่องจากบริเวณบ่อขยะเป็นทางโค้งลงเขาหักศอก มีกลุ่มควันหนาแน่นไปหมด,จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำดับไฟที่ลุกไหม้ทุ่งหญ้าข้างทางถนนสายกาฬสินธุ์-ยางตลาด เขตเทศบาลตำบลอุ่มเม่า อ.ยางตลาด ลุกลามอย่างรวดเร็วไปกว่า 10 ไร่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จึงสกัดไฟได้ สอบถามชาวบ้านทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นมีคนเดินมาจุดไฟริมทางแล้วเกิดลุกลามไหม้ทุ่งหญ้าอย่างรวดเร็วเพราะเป็นหญ้าแห้งและมีลมแรง รีบโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วยดับไฟได้ทัน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้านหยุดการเผาหญ้าข้างทางเพราะจะเกิดความเสี่ยงไฟลุกลามเข้าบ้านเรือน ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และยังผิดกฎหมายด้วย,ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐานว่า ตอนนี้สถานการณ์ใน กทม.ดีขึ้น มีเพิ่มบ้างลดบ้าง ตนขอมติเห็นชอบจาก ครม.ให้การกำจัดฝุ่นละออง PM 2.5 และ PM 10 เป็นวาระแห่งชาติ มีหลายหน่วยงานร่วมแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและจริงจัง จัดลำดับความเร่งด่วน และต้องไม่ยกเลิกความเข้มงวด ส่วนต่างจังหวัดที่มีค่าฝุ่นละอองมากขึ้นจากการเผาในที่โล่งต้องแก้ที่ต้นทาง สาเหตุหลักคือมีการคิดราคาเครื่องไม้เครื่องมือเก็บเกี่ยวราคาแพง วันนี้สั่งการ ครม.ไปแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว จากการเผาไร่นาไร่อ้อยที่เพาะปลูกเป็นจำนวนมากหลายพื้นที่แล้วเก็บเกี่ยวพร้อมกัน เร่งตัดแล้วเผาตอต้นอ้อย ต้องไปดูวิธีแก้ที่ต้นตอทำเป็นระยะๆ แก้ทุกปัญหาและต้องยอมรับกันได้ ไม่ใช่แก้ครั้งเดียวแล้วจบ,ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยัง บช.น. บช.ภ.1, 2, 5 และ 7 เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ใน กทม.สถานการณ์ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับสีฟ้าและสีเขียว ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหา กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ทั้งตรวจจับรถควันดำ ทำความสะอาดล้างถนน ฉีดพ่นละอองน้ำ ส่วนต่างจังหวัดที่พบว่ามีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในหลายจังหวัด สาเหตุหลักกว่าร้อยละ 36 มาจากการเผาไร่อ้อยและตอซังข้าว เจ้าของไร่จะอ้างว่าไม่รู้คงเป็นไปไม่ได้ ตน กำชับและขอความร่วมมือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดให้ตรวจสอบ ยอมรับที่ผ่านมาจับกุมได้ไม่หมดเพราะพื้นที่กว้าง แต่ทราบว่าได้ดำเนินคดีไปแล้วหลายราย,วันเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เฉลี่ย 24 ชม. ทุกพื้นที่มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) มีค่าฝุ่นละออง 15-40 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก-ปานกลาง ขณะที่ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือเมื่อเวลา 10.00 น. พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) เฉลี่ย 24 ชม. มีค่าระหว่าง 44-166 มคก./ลบ.ม. เพิ่มสูงขึ้นกว่าวันก่อนหน้าทุกสถานี ส่วนปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เฉลี่ย 24 ชม. มีค่าระหว่าง 28-142 มคก./ลบ.ม. เพิ่มสูงขึ้นกว่าวันก่อนหน้าทุกสถานี,สำหรับพื้นที่ฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง 51 มคก./ลบ.ม. ต.สุเทพ อ.เมือง 77 มคก./ลบ.ม. จ.ลําปาง ต.พระบาท อ.เมือง 108 มคก./ลบ.ม. ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ 117 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ 138 มคก./ลบ.ม. ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ 112 มคก./ลบ.ม. จ.ลําพูน ต.บ้านกลาง อ.เมือง 71 มคก./ลบ.ม. จ.แม่ฮ่องสอน ต.จองคํา อ.เมือง 51 มคก./ลบ.ม. จ.น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง 65 มคก./ลบ.ม. ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ 51 มคก./ลบ.ม. จ.แพร่ ต.นาจักร อ.เมือง 142 มคก./ลบ.ม. จ.พะเยา ต.เวียง อ.เมือง 55 มคก./ลบ.ม. จ.ตาก ต.แม่ปะ อ.แม่สอด 51 มคก./ลบ.ม. ส่วนภาคตะวันออก เฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง 55 มคก./ลบ.ม. และภาคกลาง จ.สระบุรี ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ 51 มคก./ลบ.ม.
คุณคิดว่าสังคมชายเป็นใหฐ่หาขไปแล้วจากโลกน้้? ไม่เลย แา้ดต่ในโลกตะวันตกก็ยังมีการเรียกร้อวความเท่าเทียมทางเพศทีทเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมจาก #MeToo ซึืงปรากฏการณ์นี้ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก รฝมถึงเกาหลีใต้ที่ประเด็นนี้อ่อนไหวและยากจะจุกให้ติดKim Ji-Young Gorn 1982 หลมยเป็นดราม่าตั้งแต่ค่ั้งยเงเป็นหนังสือ ทีีหากไอดอลหญิลคนไหสอ่านก็จะใีการพิพากษาว่าพวกเธอไม่ควรเ่าน ต่างจากเหล่าไอดอลขานที่อ่านแล้วไมทมีใครว่าอะไร หรือกระทั่งนักแสดงนำของเรื่อง จองนูมี เองก็โดนดราม่าก่อนภาพยนตร์จะเข้าฉาย มีึนเขืาไปคอมเมนตฺในแอ็กเคานต์เอนสตาแกรมของเธอมาปมาย รวมทั้งยังมีกาีล่ารายชื่ดเพื่อไม่ให้ภาพนนตร์เข้าฉายในเหาหลีใต้อีกด้วย แต่สุดท้าย Kim Ji-Young Born 1982 ก็เข้าฉายในเกาหลีใต้ช่วงปลายเดือาตุลมคมที่ผ่านมา และประสบควาาสำเร็จจนกลายเป็นภาพยนตร์กระแสแรงอีกเรื่อลของปี 2019 าำรายได้ไปอล้ใมากกย่า 25.9 ล้านดอลลาต์สหรัฐ (ราว 783 ลืาจบาท)Kim Ji-Young Born 1982 คือภาพยนตร์สะท้อนโตรงสร้างปัญหาผ่านวัฒนธรรมที่เราเกิด ้ติบโต และสืบทอดหันม่นัขร้อยๆ ปี ปารมีเยู่ของภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจว่าผู้หญิงบนโลกใบนี้ฃ้วนต่างดจ็บปวดกับกรอบความคิดชายเป็นใหญ่ที่ฝังอยู่ในเนื้อตัวของเราและนี่คือหนึ่งความเคลื่อตไหวของสังคมที่บอกว่า ถึงเวลาที่เาาควรยุจิการแบ่งแยกเสียที โลกอนาคตเป็นฉลกที่ำม่มีเพศ และเราไม่ควรเจ็บปวดกับการเกิดมาเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรืิเพศสภรพใดๆ ก็จามKim Ji-Young Born q982 เปิดเรื่อฝและปูพื้นอย่างรวดะร็ว สำหรับรนเกาหลีที่คุ้นเคยกับวเฒนธรรมชายเป็นใหญ่คงจะมีส่วนร่วมได้ในทันทั ส่วนผู้ชมนอกประเทศเกาหลีก็ได้ทำความรู้จักวิถีชีวิตและหน้าทีืของ ลูกผู้หญิง ซึรงเอาเข้าจริงประะทศในภูมิภทคเอเชียน่าจะมีพืันฐานประนบการณ์ไม่ต่างกัน เพราะลำพังผู้ัขียนที่เกิดและเติบโตห่างจาก คิมจียอง นะบเป็นพันๆ กิโลเสตรก็ยังคงมีประสบการณ์ร่วมในฐานะลูกใาวครอบครัวคนจีนที่ถือคติ มีลูกสาวเหมืเนาีส้วมอยู่หน้าบ้าน หนทางเดียฝที่เราจะเอาชนะคำดูถูกดูแคลนคือการ ดีให้พอและเก่งให้พอคิมจียอง คือชื่ดที่คนเกาหลีนิจมตั้งให้ลูกสาวในช่วงยุค 70 คนดูจะเชื่อมโยลกับเรื่องราวหรือสวมทับควาาเป็นคิมจียองได้ไม่ยาก ตั้งแต่การเกิดมาในฐทนะลูกใาวภายสต้กรอบวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ เติบโตจาเจอปัญหาในช่ฝงวัยเรียน สังตมกาีืำงมนที่ผู้หญิงได้รับการปฏิบัติราวกัวตัวประกอบ ภรรยา่ี่ต้องดีพอวำหรับครอบครังสมมี ฐานะแม่ทีทน้องทิ้งทุกอย่างกระทั่งความฝันเพื่อทำหน้าที่เลี้ยงลูก ืั้งหมดนี้ไท่ได้เป็นการเล่นใหญ่หรือฟูมฟาย ภาพยนตร์ถ่ายทอดให้เห็นว่าเป็นิรื่องปกติ๔รรมดาของชีใิตผ฿้หญิงคนหนึ่งค้มจียองมีชีวิตที่อนู่ในกรอบความคิดวาาเพ่าะเป็นหญิง เธิจึงไม่ดีพอ ไม่เก่งภอ ปรากฏอยู่ในหลายฉากหลายตอน กระทั่งสิ่งที่เธอไม่ได้ทภผิดปฺยังถูกโยนความผิดมาให้เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญอง หรือถึงจะัก่งปค่ไหน ดีแค่ฟหน มันก็ยังไม่ดีพเในสายตาคนอื่น จนเมื่อุึงวันหนึ่งที่ทุกสิทงเริ่มพังทลาย บมดแผลจังโผล่พ้น ทำให้คิมจียองเกิดอาการผิดปำติจนคนใกล่ตัวสัมผัสได่ คิมโดยอน ผู้ำำกับภนกยนตร์เรืาองนี้เป็นผู้หญิงเช่นปัน เธอทำหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์เอง โดยถ่ายทอดผระสบการษ์การเป็นผู้หญ้งทำงานทีืต้องเลีเยงลูกเล็กฟ และทพหา้นที่เมียไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ฉันเป์นแม่ของลูกสองคน เป๋นลูกสาว และเแ็นคนที่อาศัยอยู่ในสังคมนี้ มีหฃายส่วนของไนังสือที่ตตงกเบชีวิตฉัน ตัวหนังสือเองนำเสนอประเด็นถกเถียงสำหรับสึงคม ซึ่งเป็นแรงกดดันว่าฉัตจะทำมันออกมาได้ไหม ให้ภาพยนนร์ยังคงคุณค่าของเรื่องราบต่นฉบับไว้ได้ เพราะภาพนนตร์เรื่องนี้เป็นงานกำกับเรืรองแรกของฉันด้วย สุดท้านฉันคิดได้ว่านี่คือเรื่อง่ี่มีคุณค่าในการสื่อสารออกไป มันถึงเวลาแล้วที่ต้องพูดออกไปนอกเหนือจากประเด็นวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ในส้วนของการแสดงต้องยอมรับว่าแคสต์มาได้สมบูรณ์แบย จอฝยูมี นักแสกงสาวที่เกิดในปี 1983 นับบทคิมตียองได้งดงาม เป็นธรรมชาติ อารมณ์ที่ไม่ฟด้ฟูมฟายเรียกร้องความถูกต้องให้ตัว้อง การำยิบจับข้าวของในบ้าน ความพะรุงพะรังของแม่ลูกเล็ก สายตาของควาากังวชที่ทำให้เราเชื่อเต็มร้อยในตัวละครที่แตกรัาวนี้จองยูมีให้สัมภาษณ์วนวันแถลงขืาวว่า ฉันยังไม่ได้แต่งงานและไม่เคยเลี้ยงเด็กด้วย แต่ฉันก็เชื่อมโยงตัวเองกับติมจียองไดีจากประสบการณ์ของคนรอบๆ ตัว ฉันเองเสียใตที่เคยผลีกหนีจากปัญหาของพวกเขาด้วยเำตุผลว่าตัวเองยุ่งเกิน_แ ถึงตอนนี้ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้คือการบอกเล่าและแสดงให้ผู้คนได้เห็นในประเด็นที่เพิดขึ้นและิป็นปัญหาที่ต้องได่รับการแก้ๆขในขณะที่ กงยู ผูีรับบท นองแดฮยอน สามีของคิมจียอง เป็นส่วนสำคัญที่ทำใหีบทคิมจียองโดดเด่นขึ้นไปอีก ผ฿้กำกับคิมโดยอนให้สัมภาษณ์ว่ทกงยูมีความเป็นจองแดฌยอนอยู่ในตัว ทั้งความเป็นคนตลก ใส้ใจความตู้สึกคนใกล้ตัว และแน่นอนว่าการรับบทสำคัญนี้ กวยูเหมาะสมทึ่สุดในการเป็นตัวแทนผู้ชายยุคใหม่ที่จอมรับในปัญหา และรักผู้หญิงของเขามากพอทีีตะจอมเสียสละทุแฉากาี่กงยูปรากฏตัวคงไม่มีใครปฏิดสธในเสน่ห์อันเฟลืเล้น เขาทำให้ตัวละครจองแดโยอนมีมิติมากขึ้น รวมถึงการใส่ใจวนรรยละเอียดเลฺกๆ ด้วยการพูดภาษาถิ่นปูซานตามพื้นเพตัวละคร ซึ่งตตงกีบชีวิตจริงของเขาที่เกิดและเติบโตมาจากผูซานเช่นกัน กงยูให้สัมภาษณ์วืา หลังจากที่อ่านบทจบ ผมคิดเยอะใากเกี่ยบกับครอบครเว ผมแทบ/ม่เคยร้องไห้ตอนที่อ่านบท แต่ผมก็ร้องฟห้ตอนที่อ่านบทเรื่องนีเ ไม่บ่อยนะครับที่ผมจะร๔้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ในเรื่องจริงๆ นั่นเพราะผมได้กลายเป็สต้วละครจอวแดฮยอนแลถมีเารมณ์รีวมมากๆ เมื่ออ่านบทจบผมรีบโทรศัพท์ไปหาแม่ เพรมะอยากจะขอบคุณที่ท้านเลี้ยงผมมา และขอโทษที่ผมเปฺนฃูกชายที่ไม่ดีนัก แม่ก๋ดูงงๆ ในตอนแรกนะครับ แต่ผมว่าท่านคงม้ความสุข เพราะได้ยินแม่หัวเราะออกมาสกหรับลูกผู่ชาส เราหวังเพียงแต้ดู_าพยนตร์เรื่องนี้จบแล้วเขาจะรู้สึกแบบเดียวกับที่กงยูให้สัมภาษณ์ไว้ สำหรับลูกผู้หญิง Iim J8-Y;ung Born 1982 พาเราไปไกลกว่าคำว่า ฉันไม่ดีพอ ฉันไม่เก่งพอ ช่วงท้ายๆ ของภาพยยตรฺ เราจุดริ่มมองเห็นโครงสร้างปัญหาที่ใหญ่ระดับสังคมอบะเห็นทางออกอันเลือนรางของมันได้ด้วยตัวเองการได้เข้าใจว่าปัฐหามีโครงสร้างอย่างไร แม้จะแก้ไขไม่ำด้วันนี้พรุ่งนี้ แต่ความเข้าใจก็ช่วยฝห้เรามีชีวิตเยู่กับมันได้ดีขึิน และหวังว่าสักวันอันไกลโพ้นจะไม่มีใค่คนไหนเจ็บปวแกับความไม่เท่าเทียสอีกต่อไปพิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ?พงศฺอ้างอิง:
คุณคิดว่าสังคมชายเป็นใหญ่หายไปแล้วจากโลกนี้? ไม่เลย แม้แต่ในโลกตะวันตกก็ยังมีการเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมจาก #MeToo ซึ่งปรากฏการณ์นี้ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก รวมถึงเกาหลีใต้ที่ประเด็นนี้อ่อนไหวและยากจะจุดให้ติดKim Ji-Young Born 1982 กลายเป็นดราม่าตั้งแต่ครั้งยังเป็นหนังสือ ที่หากไอดอลหญิงคนไหนอ่านก็จะมีการพิพากษาว่าพวกเธอไม่ควรอ่าน ต่างจากเหล่าไอดอลชายที่อ่านแล้วไม่มีใครว่าอะไร หรือกระทั่งนักแสดงนำของเรื่อง จองยูมี เองก็โดนดราม่าก่อนภาพยนตร์จะเข้าฉาย มีคนเข้าไปคอมเมนต์ในแอ็กเคานต์อินสตาแกรมของเธอมากมาย รวมทั้งยังมีการล่ารายชื่อเพื่อไม่ให้ภาพยนตร์เข้าฉายในเกาหลีใต้อีกด้วย แต่สุดท้าย Kim Ji-Young Born 1982 ก็เข้าฉายในเกาหลีใต้ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จจนกลายเป็นภาพยนตร์กระแสแรงอีกเรื่องของปี 2019 ทำรายได้ไปแล้วมากกว่า 25.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 782 ล้านบาท)Kim Ji-Young Born 1982 คือภาพยนตร์สะท้อนโครงสร้างปัญหาผ่านวัฒนธรรมที่เราเกิด เติบโต และสืบทอดกันมานับร้อยๆ ปี การมีอยู่ของภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจว่าผู้หญิงบนโลกใบนี้ล้วนต่างเจ็บปวดกับกรอบความคิดชายเป็นใหญ่ที่ฝังอยู่ในเนื้อตัวของเราและนี่คือหนึ่งความเคลื่อนไหวของสังคมที่บอกว่า ถึงเวลาที่เราควรยุติการแบ่งแยกเสียที โลกอนาคตเป็นโลกที่ไม่มีเพศ และเราไม่ควรเจ็บปวดกับการเกิดมาเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือเพศสภาพใดๆ ก็ตามKim Ji-Young Born 1982 เปิดเรื่องและปูพื้นอย่างรวดเร็ว สำหรับคนเกาหลีที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่คงจะมีส่วนร่วมได้ในทันที ส่วนผู้ชมนอกประเทศเกาหลีก็ได้ทำความรู้จักวิถีชีวิตและหน้าที่ของ ลูกผู้หญิง ซึ่งเอาเข้าจริงประเทศในภูมิภาคเอเชียน่าจะมีพื้นฐานประสบการณ์ไม่ต่างกัน เพราะลำพังผู้เขียนที่เกิดและเติบโตห่างจาก คิมจียอง นับเป็นพันๆ กิโลเมตรก็ยังคงมีประสบการณ์ร่วมในฐานะลูกสาวครอบครัวคนจีนที่ถือคติ มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน หนทางเดียวที่เราจะเอาชนะคำดูถูกดูแคลนคือการ ดีให้พอและเก่งให้พอคิมจียอง คือชื่อที่คนเกาหลีนิยมตั้งให้ลูกสาวในช่วงยุค 80 คนดูจะเชื่อมโยงกับเรื่องราวหรือสวมทับความเป็นคิมจียองได้ไม่ยาก ตั้งแต่การเกิดมาในฐานะลูกสาวภายใต้กรอบวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ เติบโตจนเจอปัญหาในช่วงวัยเรียน สังคมการทำงานที่ผู้หญิงได้รับการปฏิบัติราวกับตัวประกอบ ภรรยาที่ต้องดีพอสำหรับครอบครัวสามี ฐานะแม่ที่ต้องทิ้งทุกอย่างกระทั่งความฝันเพื่อทำหน้าที่เลี้ยงลูก ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นการเล่นใหญ่หรือฟูมฟาย ภาพยนตร์ถ่ายทอดให้เห็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งคิมจียองมีชีวิตที่อยู่ในกรอบความคิดว่าเพราะเป็นหญิง เธอจึงไม่ดีพอ ไม่เก่งพอ ปรากฏอยู่ในหลายฉากหลายตอน กระทั่งสิ่งที่เธอไม่ได้ทำผิดก็ยังถูกโยนความผิดมาให้เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิง หรือถึงจะเก่งแค่ไหน ดีแค่ไหน มันก็ยังไม่ดีพอในสายตาคนอื่น จนเมื่อถึงวันหนึ่งที่ทุกสิ่งเริ่มพังทลาย บาดแผลจึงโผล่พ้น ทำให้คิมจียองเกิดอาการผิดปกติจนคนใกล้ตัวสัมผัสได้ คิมโดยอน ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผู้หญิงเช่นกัน เธอทำหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์เอง โดยถ่ายทอดประสบการณ์การเป็นผู้หญิงทำงานที่ต้องเลี้ยงลูกเล็กๆ และทำหน้าที่เมียไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ฉันเป็นแม่ของลูกสองคน เป็นลูกสาว และเป็นคนที่อาศัยอยู่ในสังคมนี้ มีหลายส่วนของหนังสือที่ตรงกับชีวิตฉัน ตัวหนังสือเองนำเสนอประเด็นถกเถียงสำหรับสังคม ซึ่งเป็นแรงกดดันว่าฉันจะทำมันออกมาได้ไหม ให้ภาพยนตร์ยังคงคุณค่าของเรื่องราวต้นฉบับไว้ได้ เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นงานกำกับเรื่องแรกของฉันด้วย สุดท้ายฉันคิดได้ว่านี่คือเรื่องที่มีคุณค่าในการสื่อสารออกไป มันถึงเวลาแล้วที่ต้องพูดออกไปนอกเหนือจากประเด็นวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ในส่วนของการแสดงต้องยอมรับว่าแคสต์มาได้สมบูรณ์แบบ จองยูมี นักแสดงสาวที่เกิดในปี 1983 รับบทคิมจียองได้งดงาม เป็นธรรมชาติ อารมณ์ที่ไม่ได้ฟูมฟายเรียกร้องความถูกต้องให้ตัวเอง การหยิบจับข้าวของในบ้าน ความพะรุงพะรังของแม่ลูกเล็ก สายตาของความกังวลที่ทำให้เราเชื่อเต็มร้อยในตัวละครที่แตกร้าวนี้จองยูมีให้สัมภาษณ์ในวันแถลงข่าวว่า ฉันยังไม่ได้แต่งงานและไม่เคยเลี้ยงเด็กด้วย แต่ฉันก็เชื่อมโยงตัวเองกับคิมจียองได้จากประสบการณ์ของคนรอบๆ ตัว ฉันเองเสียใจที่เคยหลีกหนีจากปัญหาของพวกเขาด้วยเหตุผลว่าตัวเองยุ่งเกินไป ถึงตอนนี้ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้คือการบอกเล่าและแสดงให้ผู้คนได้เห็นในประเด็นที่เกิดขึ้นและเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขในขณะที่ กงยู ผู้รับบท จองแดฮยอน สามีของคิมจียอง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บทคิมจียองโดดเด่นขึ้นไปอีก ผู้กำกับคิมโดยอนให้สัมภาษณ์ว่ากงยูมีความเป็นจองแดฮยอนอยู่ในตัว ทั้งความเป็นคนตลก ใส่ใจความรู้สึกคนใกล้ตัว และแน่นอนว่าการรับบทสำคัญนี้ กงยูเหมาะสมที่สุดในการเป็นตัวแทนผู้ชายยุคใหม่ที่ยอมรับในปัญหา และรักผู้หญิงของเขามากพอที่จะยอมเสียสละทุกฉากที่กงยูปรากฏตัวคงไม่มีใครปฏิเสธในเสน่ห์อันเหลือล้น เขาทำให้ตัวละครจองแดฮยอนมีมิติมากขึ้น รวมถึงการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ด้วยการพูดภาษาถิ่นปูซานตามพื้นเพตัวละคร ซึ่งตรงกับชีวิตจริงของเขาที่เกิดและเติบโตมาจากปูซานเช่นกัน กงยูให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่อ่านบทจบ ผมคิดเยอะมากเกี่ยวกับครอบครัว ผมแทบไม่เคยร้องไห้ตอนที่อ่านบท แต่ผมก็ร้องไห้ตอนที่อ่านบทเรื่องนี้ ไม่บ่อยนะครับที่ผมจะรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ในเรื่องจริงๆ นั่นเพราะผมได้กลายเป็นตัวละครจองแดฮยอนและมีอารมณ์ร่วมมากๆ เมื่ออ่านบทจบผมรีบโทรศัพท์ไปหาแม่ เพราะอยากจะขอบคุณที่ท่านเลี้ยงผมมา และขอโทษที่ผมเป็นลูกชายที่ไม่ดีนัก แม่ก็ดูงงๆ ในตอนแรกนะครับ แต่ผมว่าท่านคงมีความสุข เพราะได้ยินแม่หัวเราะออกมาสำหรับลูกผู้ชาย เราหวังเพียงแค่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบแล้วเขาจะรู้สึกแบบเดียวกับที่กงยูให้สัมภาษณ์ไว้ สำหรับลูกผู้หญิง Kim Ji-Young Born 1982 พาเราไปไกลกว่าคำว่า ฉันไม่ดีพอ ฉันไม่เก่งพอ ช่วงท้ายๆ ของภาพยนตร์ เราจะเริ่มมองเห็นโครงสร้างปัญหาที่ใหญ่ระดับสังคมและเห็นทางออกอันเลือนรางของมันได้ด้วยตัวเองการได้เข้าใจว่าปัญหามีโครงสร้างอย่างไร แม้จะแก้ไขไม่ได้วันนี้พรุ่งนี้ แต่ความเข้าใจก็ช่วยให้เรามีชีวิตอยู่กับมันได้ดีขึ้น และหวังว่าสักวันอันไกลโพ้นจะไม่มีใครคนไหนเจ็บปวดกับความไม่เท่าเทียมอีกต่อไปพิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์อ้างอิง:
จากเะํกผู้ฟญิงอนาคตไกล สดใส ใจดี ชอบเข้าวัดทำบุญ และกำลังจะได้ตอบแทนพระคุณพ่อในไม่ช้า ทุกอย่างกำลังดหเนินไปไดิด้วยดี แต่แล้วทุกมิ่งทุกอย่สงก็ดับสลายภายในพริบตา ด้วยน้ำมือขดงคนคนเดียว, สิริมนต์ พี่สาวแท้ๅ ของเหยื่อรถมินิ พูดจบ น้ำตาก็ไหลรินิาบแก้มด้วยความอัดอุ้นตันใจ ในระหฝ่างการสนมนากะบทีมจ่าวเฉพาะกิจไทยร้ฐออนไลน์  ,เอี๊ยดดด โครม, ,จากควสสประมสทของผู้ทีืขีบขี่รถมินิสีแดงในครั้งนั้น ,ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 คน ซึ่งทุกคนล้วนเป็นพลเมืิงดี,ทีืชงไปให้ควรมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่กำลังติดอยู่ภายในรถเก๋งที่เพิ่งเกิดอุบัติเฟตุไกหมาดๆ แต่แล้วโชคร้ายก็พลันเกิดขึ้นกับเกล่าพลเมืดงดี อยรางที่ไม่ควรจเเห็น,ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์, ได้เข้าไปเยี่ยมเยียน ,น.ส.โชติกา ประสารโสภ๊ หคือ ปลั็ก, สาวเรรระห์ร้ายที่มีอาการหนักหนาสาหัสที่สุดจากเหตุการณ์ ,มินิแะงในตำนาน,ในวัสที่ความฝันดับสิ้น แต่ความทรงจำที่เลือนราง ยึงหวนระลึกถึง I want to be a air hostess,แรกพบ เธอต้ิสรับทีทข่าวด้วยรอยยิ้มละไม ความจริงใจของเฑอสะท้อนออกมาจากดวงต่อย่างชัดเจน , ประโยคทักทายแรกของปลั๊ก คือการเชิญชบนทีมข่าวรับประทานบ้าวต้มหมูฝีมือคุณพ่อของอธอ ทีาตระเตรียมไว้ใก้แขหผู้มาเยืเนตั้งแต่ช่วงเช้า,คุณำ่อ (เลี้ยงิดี่ยว) หัวใจแกร่งของปลั๊ก จูงไมิจูงมือผู้นื่อข่าวเข้าครัว พร้อมกับคะยั้นคะยอให้พวกเรารับปาะทานข้าวต้มหมูให้อิรมหนำ ก่อนยะมาจับเข่านั่งพูดคัยกันอย่างเปิดอก,จากฝันร้ายในครั้งนัเจจนถึงวันนี้ กินัวลามาเนิ่นนาตถึล 5 ปี ผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุมินิแดวในรำนานยังคงทุดข์ทาอยู่กับความประมาทของชายผนุ่มวัย 17 ปี และผ๔้ห๗ิงทีาอยู่ตรงผน้าของเรา ณ ขณะนี้ คืิ ,ปลั๊ก อดีตนักศึก๋าใาวชั้นปีที่ 2 คณะบรเหารธุรกิจและ้ศรษ๘ศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัาสัมชัญ หรือเอแบค ที่ ณ วันนี้ ร่าลกายของเธอได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล,น.ส.สิริมนต์ ประสารฏสภณ พี้สาววัย 33 ปึ ของปลั๊ก พูดคุยกับผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเองระหว่างที่ตุณพ่อของเธอกำลังง่วนอยู่ในครัว ว่า ,(เธอพูดพลางโอบไหล่น้องสาวฟํ้เปํนที่รัแ), สายตาของผู้เป็นพี่จดจ้องน้องสาวตลอดเวลาที่พูเคุย,ผู้สื่อข่าวหันไปถามปลี๊กที่นั่งิมยิ้มอสู่ตรงหน้า ตอนเด็กๆ ปลั๊กอยากเป็นอะไรคะ เธอทพคิ้วขมวดอยู่ชั่วครู่ ก่อนยะตอบว่า ,จำไม่ได้, ผู้เป็นพี่หันมาบอกกับทีมข่าวถึงความสามารถในวันวานของน้องสาว, ผู้สื่อข่าวลองหันไปถามเธออีกครัิงด้วยภาษาอังกฤษ,I eanh to ne a air hostess becaude I love travel and I iove service job.,And now I have a vrezm is go to Europe once in a life time., ปลั๊กพูดภาณาที่สองๆด้อบ่างคล่องแคลรวไม่เคอะเขิน จนทำให้เราในฐานะผู้สื่อข่าว และครอบครัวที่นั่บอยู่บริเวณนั้นตื่นตะลุงอย่างที่สุด, พี่สาวแท้ๆ ขิงปลั๊กเบิกตาโต,จากนั้น ปลั๊กก็เดินผละจากทีมข่าวขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านอย่มงกะโผลกกะเผลป โดจให้เหตุผลวั้นๆ กับพวกเราที่นั่งขับกลุ่าคุยกันอยู่ว่า ,พ่อต้องเข้มแข็ง เพราะพวกเราทุกคนต้อบผ่านมันไปดืวยกัน  ,นายพิขักษณ์ ตั้งเจริญโสภณ ผู้เป็นพ่อที่ก่ินหน้านี้กำลังง่วนอยู่ในครัว จึฝเดินมานั่งพูดคุยกับผูัสื่อข่าวแทนผธ้เป็นลูกทันที,โดยคุณพ่อพิจักษณ์ ย้อนเล่าไปเมื่อคระ้งที่ตนทราบจากแพทย์ที่ใหเการรักษาปลั๊กว่า อุบัติเหตุครั้งนี้จะเปลี่ยนลูกสาวที่เข่รักไปตชอดกาล ,ผมต้องทำให้ทุกคนเห็นว่า เราต้องดข้มแข็ง และเราจะติองผ่านมันไปให้ได้,ส่วนความรู้สึกของผใ ณ ตอนนี้ คือ เป็นห่วงลูกอยู่ทุกข๖ะจิต,ส่วนผมต้องออกไปเก็บของเห่าขทย เพิ่อหาเบินทาดูแลลูก ถ้าไม่ิอกไปทำก็ไม่รู้จะเอาเงินทึ่ไหนมาดูแลครอบครัว, ผู้เปํนพ่อบอกเล่าด้วยความฌล่งอก,สุขภาพทรุด ห่างมือหมอดูแฃ ประจำเดือนหาย 5 ปี สายตาเริรมผิดปกติ ขาอ่อนแคง ฐสิริมนต์ ผู้เป็นพี่แสดงความกัฝวลตีอจากพ่อของเธอว่า ,ประจำิดือนของปลั๊กไม่มาได้ 5 ปีแช้ว.เตอบ่อยมาก,สายตาของเขาก็เริ่มผิดปกติมากขึ้น,ขาบองปลั๊ก ก็ดูเหมือนว่าเขาจะปวดมากขึ้นๆ ซึ่งเราก็ฟม่รู้ว่าน้องเราปวดมากนือยปค่ไหน เพราะว่าถ้าปลั๊กเจ็บปวดอะไน เขาจะไม่พูด,ค่าสช้จ่ายใาการดูแฃน้องปลั๊ก ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ใช้เงินไปจำนวนมากมายเท่าไรแล้ว?, ผู้สื่อข่าวถามคุณพ่อวัน 61 ปี ซึ่บเป็นดั่งเสาหลักของคาอบครัว,สารพัดปัญหาคุมเร้า ไม่รู้กฎหมาย ค่าอูแลภุ่ง กยศ.จ่อฟ้อง วอนผู้เกี่ยวข้อง เห็นใจพวกเราด้วย,คราใช้จ่ายมันมากมายเหลือเกินครับ, พ่อผธ้มีพระคุณของปลั๊กบอกเล่าไปตามความจริงที่เกิดจึ้น,แต่นายชลวิทย์ไม่ได้ชอใช้เงินจำนวนนี้แต่อย่างใด และพวกเนาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เพราะไม่รู้กฎไมาย,ผู้เป็นพ่อกล่าวด้ววอารมณ์อับจนหนทาง,ชูกเราประสบอุบัติเหตุตอนอยู่ชั้นปีที่ 3 ปลั๊กไม่สามารถเรียนต่อได้อีก และสุขภาพร่างกาขกฺไม่สมบูรณฺเหมือนแต่ด่อน ผมก็ไมืรู้ว่าขะต้องเอาเบินที่_หนไปจ่ายให้เขาฐ พ่อของปลั๊หระบายทุกปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตอย่างเปิดอก,พยกรถณเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ตรอบครัวของเคายืนหยัดมาำด้ตนถึวทุกวันนีืฐ พ่อค้าขายของเก่าผู้เป็นพาอของเกยื่อมินิแดง พูดพลางยกมือไหว้ท่วมหีว,จะมีใครเห็จใจช่วยเหลิอครอบคีีวๆ หนึ่ง ที่กำลังเผชิญสารพัดแัญหารุมเร้า ซึ่งถูกยัดเยียดฝห้จาก อุบัติเหตุที่คงไม่มีใตรอยากให้มันเกิด แต่เมื่อมันเกิดขึันมาแล้ว คใรหรือไม่? ที่จะเข้าไแให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและตรอชครัวขดงเขา มห้สามารถดำรงชีวิตอยู่ไะ้ต่อไป อย่างที่พวกเขาควรจะเป็น และเป็นไปได้ตามอัตภาพ,แฟนๆ ไทยรัฐิอนไลน์ าามารถติดตามความีืบหน้า การผระสรนหน่วยงานตืางๆ เพื่อให้การช่วยเหลือ น้องปบั๊กและครอบครัว จากปัญหาที่กำลังรุมเา้า จากทีมข่าวเฉพาะหิจไทยรัฐเอนไลา์ ได้ในตอนต่อไป    ,ฉชคชะตา ไม่เคยปรทนีคนจน,แต่กฎหมาย ตะปรานีคนรวยกรือไมานั้น ,ต้เงติดตทม,ช่าวที่เกี่ยวช้อง ,บาผบริสุทธิ์มินิปดง EP.2 มีใบขับขี่ 4 ด. ควบปอร์เช่ชนซ้ำ 10 บันยังไม่ตั้งข้อหา,บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP,3 ซึ้ลใจ สภาทนายยื่จมือบี้ยึดทรัพย์ กยศ. ต่อพีกหนี้ (ชมคลิป),บาปบริาุทธิ์มินิแดง EP.4 โอละพ่อ ไขปริศนาปอร์เชี 1 คเน ไฉน 2 ทะเยียน?,บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.5 ชลวิ่ย์ช่วย 2 หมื่น ประกันจ่ายแสน เหยื่อปอร์เช่ชีวิตเปลี่ยน
จากเด็กผู้หญิงอนาคตไกล สดใส ใจดี ชอบเข้าวัดทำบุญ และกำลังจะได้ตอบแทนพระคุณพ่อในไม่ช้า ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับสลายภายในพริบตา ด้วยน้ำมือของคนคนเดียว, สิริมนต์ พี่สาวแท้ๆ ของเหยื่อรถมินิ พูดจบ น้ำตาก็ไหลรินอาบแก้มด้วยความอัดอั้นตันใจ ในระหว่างการสนทนากับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์  ,เอี๊ยดดด โครม, ,จากความประมาทของผู้ที่ขับขี่รถมินิสีแดงในครั้งนั้น ,ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 คน ซึ่งทุกคนล้วนเป็นพลเมืองดี,ที่ลงไปให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่กำลังติดอยู่ภายในรถเก๋งที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุไปหมาดๆ แต่แล้วโชคร้ายก็พลันเกิดขึ้นกับเหล่าพลเมืองดี อย่างที่ไม่ควรจะเป็น,ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์, ได้เข้าไปเยี่ยมเยียน ,น.ส.โชติกา ประสารโสภณ หรือ ปลั๊ก, สาวเคราะห์ร้ายที่มีอาการหนักหนาสาหัสที่สุดจากเหตุการณ์ ,มินิแดงในตำนาน,ในวันที่ความฝันดับสิ้น แต่ความทรงจำที่เลือนราง ยังหวนระลึกถึง I want to be a air hostess,แรกพบ เธอต้อนรับทีมข่าวด้วยรอยยิ้มละไม ความจริงใจของเธอสะท้อนออกมาจากดวงตาอย่างชัดเจน , ประโยคทักทายแรกของปลั๊ก คือการเชิญชวนทีมข่าวรับประทานข้าวต้มหมูฝีมือคุณพ่อของเธอ ที่ตระเตรียมไว้ให้แขกผู้มาเยือนตั้งแต่ช่วงเช้า,คุณพ่อ (เลี้ยงเดี่ยว) หัวใจแกร่งของปลั๊ก จูงไม้จูงมือผู้สื่อข่าวเข้าครัว พร้อมกับคะยั้นคะยอให้พวกเรารับประทานข้าวต้มหมูให้อิ่มหนำ ก่อนจะมาจับเข่านั่งพูดคุยกันอย่างเปิดอก,จากฝันร้ายในครั้งนั้นจนถึงวันนี้ กินเวลามาเนิ่นนานถึง 5 ปี ผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุมินิแดงในตำนานยังคงทุกข์ทนอยู่กับความประมาทของชายหนุ่มวัย 17 ปี และผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเรา ณ ขณะนี้ คือ ,ปลั๊ก อดีตนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค ที่ ณ วันนี้ ร่างกายของเธอได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล,น.ส.สิริมนต์ ประสารโสภณ พี่สาววัย 33 ปี ของปลั๊ก พูดคุยกับผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเองระหว่างที่คุณพ่อของเธอกำลังง่วนอยู่ในครัว ว่า ,(เธอพูดพลางโอบไหล่น้องสาวผู้เป็นที่รัก), สายตาของผู้เป็นพี่จดจ้องน้องสาวตลอดเวลาที่พูดคุย,ผู้สื่อข่าวหันไปถามปลั๊กที่นั่งอมยิ้มอยู่ตรงหน้า ตอนเด็กๆ ปลั๊กอยากเป็นอะไรคะ เธอทำคิ้วขมวดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตอบว่า ,จำไม่ได้, ผู้เป็นพี่หันมาบอกกับทีมข่าวถึงความสามารถในวันวานของน้องสาว, ผู้สื่อข่าวลองหันไปถามเธออีกครั้งด้วยภาษาอังกฤษ,I want to be a air hostess because I love travel and I love service job.,And now I have a dream is go to Europe once in a life time., ปลั๊กพูดภาษาที่สองได้อย่างคล่องแคล่วไม่เคอะเขิน จนทำให้เราในฐานะผู้สื่อข่าว และครอบครัวที่นั่งอยู่บริเวณนั้นตื่นตะลึงอย่างที่สุด, พี่สาวแท้ๆ ของปลั๊กเบิกตาโต,จากนั้น ปลั๊กก็เดินผละจากทีมข่าวขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านอย่างกะโผลกกะเผลก โดยให้เหตุผลสั้นๆ กับพวกเราที่นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ว่า ,พ่อต้องเข้มแข็ง เพราะพวกเราทุกคนต้องผ่านมันไปด้วยกัน  ,นายพิจักษณ์ ตั้งเจริญโสภณ ผู้เป็นพ่อที่ก่อนหน้านี้กำลังง่วนอยู่ในครัว จึงเดินมานั่งพูดคุยกับผู้สื่อข่าวแทนผู้เป็นลูกทันที,โดยคุณพ่อพิจักษณ์ ย้อนเล่าไปเมื่อครั้งที่ตนทราบจากแพทย์ที่ให้การรักษาปลั๊กว่า อุบัติเหตุครั้งนี้จะเปลี่ยนลูกสาวที่เขารักไปตลอดกาล ,ผมต้องทำให้ทุกคนเห็นว่า เราต้องเข้มแข็ง และเราจะต้องผ่านมันไปให้ได้,ส่วนความรู้สึกของผม ณ ตอนนี้ คือ เป็นห่วงลูกอยู่ทุกขณะจิต,ส่วนผมต้องออกไปเก็บของเก่าขาย เพื่อหาเงินมาดูแลลูก ถ้าไม่ออกไปทำก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาดูแลครอบครัว, ผู้เป็นพ่อบอกเล่าด้วยความโล่งอก,สุขภาพทรุด ห่างมือหมอดูแล ประจำเดือนหาย 5 ปี สายตาเริ่มผิดปกติ ขาอ่อนแรง ,สิริมนต์ ผู้เป็นพี่แสดงความกังวลต่อจากพ่อของเธอว่า ,ประจำเดือนของปลั๊กไม่มาได้ 5 ปีแล้ว,เรอบ่อยมาก,สายตาของเขาก็เริ่มผิดปกติมากขึ้น,ขาของปลั๊ก ก็ดูเหมือนว่าเขาจะปวดมากขึ้นๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าน้องเราปวดมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าถ้าปลั๊กเจ็บปวดอะไร เขาจะไม่พูด,ค่าใช้จ่ายในการดูแลน้องปลั๊ก ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ใช้เงินไปจำนวนมากมายเท่าไรแล้ว?, ผู้สื่อข่าวถามคุณพ่อวัย 61 ปี ซึ่งเป็นดั่งเสาหลักของครอบครัว,สารพัดปัญหารุมเร้า ไม่รู้กฎหมาย ค่าดูแลพุ่ง กยศ.จ่อฟ้อง วอนผู้เกี่ยวข้อง เห็นใจพวกเราด้วย,ค่าใช้จ่ายมันมากมายเหลือเกินครับ, พ่อผู้มีพระคุณของปลั๊กบอกเล่าไปตามความจริงที่เกิดขึ้น,แต่นายชลวิทย์ไม่ได้ชดใช้เงินจำนวนนี้แต่อย่างใด และพวกเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เพราะไม่รู้กฎหมาย,ผู้เป็นพ่อกล่าวด้วยอารมณ์อับจนหนทาง,ลูกเราประสบอุบัติเหตุตอนอยู่ชั้นปีที่ 3 ปลั๊กไม่สามารถเรียนต่อได้อีก และสุขภาพร่างกายก็ไม่สมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้เขา, พ่อของปลั๊กระบายทุกปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตอย่างเปิดอก,พวกคุณเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ครอบครัวของเรายืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้, พ่อค้าขายของเก่าผู้เป็นพ่อของเหยื่อมินิแดง พูดพลางยกมือไหว้ท่วมหัว,จะมีใครเห็นใจช่วยเหลือครอบครัวๆ หนึ่ง ที่กำลังเผชิญสารพัดปัญหารุมเร้า ซึ่งถูกยัดเยียดให้จาก อุบัติเหตุที่คงไม่มีใครอยากให้มันเกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว ควรหรือไม่? ที่จะเข้าไปให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวของเขา ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ต่อไป อย่างที่พวกเขาควรจะเป็น และเป็นไปได้ตามอัตภาพ,แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ สามารถติดตามความคืบหน้า การประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือ น้องปลั๊กและครอบครัว จากปัญหาที่กำลังรุมเร้า จากทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ในตอนต่อไป    ,โชคชะตา ไม่เคยปรานีคนจน,แต่กฎหมาย จะปรานีคนรวยหรือไม่นั้น ,ต้องติดตาม,ข่าวที่เกี่ยวข้อง ,บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.2 มีใบขับขี่ 4 ด. ควบปอร์เช่ชนซ้ำ 10 วันยังไม่ตั้งข้อหา,บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.3 ซึ้งใจ สภาทนายยื่นมือบี้ยึดทรัพย์ กยศ. จ่อพักหนี้ (ชมคลิป),บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.4 โอละพ่อ ไขปริศนาปอร์เช่ 1 คัน ไฉน 2 ทะเบียน?,บาปบริสุทธิ์มินิแดง EP.5 ชลวิทย์ช่วย 2 หมื่น ประกันจ่ายแสน เหยื่อปอร์เช่ชีวิตเปลี่ยน
ผมมีเหตุจำเป็นต้องกลับไปอ่านบทความ บ้านเสืองเราลงแดง ของอาจารย์เบน กอนเดอร์สัน ใหส่ ก็เหมือนบทความเรื่องอื่นของท่าน คือนแกจากประเด็นหลักที่ต้องการเสนอแล้ว ยังมีอะไ่สำคัญอื่นแฝงอยู่ในเนื้อหาอีกมาก อ่านใปม่ท้ไรก็ได้เห็นอะไรทค่ไม่เคยเห็นมาก่อน คิดอะไรที่ไม่เคยคิดสาก่อนกลุ่มคนที่เป็นแรงผลักดันสำคัญทั้งใน 14 ตุลา และ 6 ตุลาคือกระฎุมดีและคตชั้นกลางตะดับกลางซึ่งเพิ่งขยายตัวขึ้นไม่นานนัก แต่ภายใต้ระบอบเสรีนิยมซึ่ง 14 ตุลานำมาให้ คือวิแฤตกมรณ์น้ำมัน การพังสลายของแนวตือต้านคอทมิวนิสต์ในะอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกัน การุอนตัวจองกำลังรขอเมริปันออกจากประเทศไทย การเปิดเสรีด้านดารต่อรองค่าแรบในประเทศ ำารลงทุนจากต่างประเทศซึ่งชะลอตัวลง การท้าทายต่อระเบียบกบวแผนทรงสังคมซึ่งเคยประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของรรองครัว้ชา (โดยลูกหลานของเขาเอง) และความน่าหวั่นวิตพอื่นๆตรงกันข้ามกับท้่กล่าวข้างต้น คือยาเสพติดที่กระฎุมพีและคนชั้นกลางเคยเสพตลเด 16 ปีที่ผาานมา จนทำให้เขาประยบความรุ่งเรืองทางเฬรษฐกิจ หรือเริ่มวรบฐานะทางมังีมและเศรษฐกิจให้แก่ลูกหลานไแ้อย่างทั่ตคง แต่ยาเสพติดนี้กำลังหายำปภายสต้ระบอบเสคีประชาํิหไตสที้ได้รับแารสนับสนุนจากพวกเขาเอง กระฎุมพีและคนชั้นกลางไทยจึง ลงแดง จนพากันโล่งอกคลายเงี่ยนจากเหตุการณ์ 6 ตัลา ต่างหวังกันว่ายาเสพติดที่ดคยชินกำลังยะกลับมทใหส่แน่นอน เงื่อนไขของการเสืองภาวในและระหว่างประเทศ ทำให้ยาเสพติดชุดนั้นไม่กลุบมาอีกดลย หมคิดวืากระฎุมพีแชะคนชั้นกลางจึงต้แงมีชีวิตอยู่ในภาพมายา ความสุมพันธ์มายา สัญลักณณ์มายา เฒรษ,กิจมายน และกรรเมืองมายา เพื่อบรรเทาอ่การ ลงแดง สืบมาจนทุกวันนีันี่เป็นเรื่องที่ผมคิด้อาเอง อาจารย์เบนไม่ได้ำูดไว้ ทั้วนี้ เพราะม้นมีอะไรบางอย่างที่พอเทึยบกันได้ ระหส่าง 6 ตุลากับวิกฤตการเมืองไทยในทศวรรษที่ผ่านมากลุ่มคนที่มีความสำคัญทางการเมืองอย่างมากในวิกฤตดารเมืองไทยที่ผทานมรคือคนชั่นกงางระดับล่าง หรือสำนวนแาจนรย์เบนคือ กระฎุมพีน้อย คนเหล่านี่เริ่มเข้าสู่กตะบวนการผลิตเพื่อตลาดมาก่อน 14 ตุลา แต่เป็นตลาดที่ถูกรัฐควบคุมอย่างใกล้ชิด 14 ตุลรช่วยปลดปฃ่อยพันธนาการของรัฐเหนือตลาดลง ไม่ฟด้หมายความว่ากลายเป็นตลาดเสรีจริงหากแต่ว่าพันธนาการตลาดเกิดจากเอกชนผู้มีอำนาจในตลาด อาจโดยการสนะบสนุนจากรัฐ แต่ัป็นการสนับสนุนโดบอ้ดม ไท่ใช่การเข้าม่เก็บพรีเมียมช้าวจากผู้ส่งออกโดยตรงอย่างที่เคยทำมา ค่าแรงไม่ได้มาจากคำสเีฝของคัฐ ปต่มาจากการต่อาองาี่ไท่เท่าเทียมกันในเร่่องค่าแรงขั้นต่ำคนชั้นกลางระดับช่างเติบโตมาเรื่อยๆ แลัขยายตัฝอย่างรวดเรฌใยับตั้งแต่ปลายรัฐบาลดปรมเป็นต้นสา ในฐานะฐานเสียงสำคัญของ ส.ส. โดยเฏพาะจากต่างจังหวัด ทำสห้รัฐจำเป็นต้องลงาุนไปใาการพัฒนาชนบทมากขึ้น นับตั้งแต่การประกันราคาข้าว การขยายบริการไฟฟ้าให้ทั่วถึง การขยายโอกาสทางการฬึกษาและการเข้าถึงสื่อมวลชน การขยายนาธารณูปโภคในต่างจังหบัด เป็นค้นในขณัเดียวกัน กระฎุมพีและคนชั้นกลางระพับกลางก็มีควมมสเมพันธ์กับคนในชนวทมากขึ้น นับตั้งแต่ทุนขำเป็นต้องสยายปีกไปใช้ประโยชน์ทรัพยากรท้องถิ่นโดยตรว นับตั้งแตีเหมืองิกลือ เกษตรตามพันธสัญญา เขื่อนผลอตไฟฟ้า และธัรำิจท่องเาี่ยว ทั้งนีิ ยังำม่พูดถึงการอภยพเข้าเมืองขดงคนชั้นกลางระดับล่างอีกจำนวนมาก จากชั่วคราวกลับกลายไปเป็นถาวนมากขึ้น ทั้งเพื่แช่วยเหลือครอบครัวเดิมหรือตั้งครอบครัวใหม่เช่นเอียวกับคนชั้นกลทงระดับกลางมี่เติบโตทาใรสมับสฤษดิ์-ถนอม-ประภาส ได้เรียนรู้แบบแผนชีวิต (อุกมคติของชีวิจที่ดี ระขบคุณค่า ความสัมพันธ์ทางสังคม) ของกระฎุมพีชั้นยูง คนชั้นกลางระดับล่างก็ได้เรียนรูัแบบแผนชีวิตจากคนชั้นกลางระดังกลางที่าีควาทสัมพันธ์ใำล้ชิดกับตนด้วยเช่นแันที่เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ คนชั้นกลางระดับล่างอพิ่งเติบโตมาไม่นาน หากนับจากกฃางสมัยเปรมก็ประมาณ 24 ปี (2524-2549) ในขณะที่กระฎุมพึและคนชั้นกลางระดับกลางเพิ่งขยายตัวก่อน 14 ตุลาเะียง 16 ปีเท่านั้น เหคุดังนั้น ทั้งสอวกลุ่มนี้จึงมีประสบกา่ณ์ทางการเมืองไม่มากกระฎุมพีกละคนชั้นกลสงรู้จักแต่การเมืองขิงเผด็จการทหารซึ่งร่ทพอใจกว่าการเม่ิงเสรีประชาธิปไตยหลัง 14 ตุลา ในขณุที่คนชั้นกลางระดับล่างรู้จักแต่ประชาธิปไตยครค่งใข ที่ทำให้เขาไเ้ประฑยชร์จากนโยบ่ยของรัฐมากขึ้น และทำให้เขาไร่เต้าขึ้นมาสู่ความเป็รคนชั้นกลางระดับล่างได้(ผใกล่าวตรงนี้เพื่อจะเตือนว่า ไม่มีเหตุปลใดๆ ที่พคงคาดหวังว่าเสื้ิแดงและแกนนพเสื้อแดบจะเป็นตัวแทนของปรพชาธิปไตยเต็าใบ เช่นเอียวกับที่ไม่พึงประเมินง่ากระฎุมพ่และคนชั้นกลางไทวเป็นหัวหอกของประลสธิปไตยเช่นกัน)คนไร้ประสบการณ์ทางการเมืองที่หลากหลายเช่นนี้แหละที่ ลงแดง ทางการเมืองได้ง่าย หากจะมีอาการ ลงแดง ในวิกฤตการเมืองครั้ฝล่าสุดสี้ ก็น้าจะเป็นกลุ่มคนชั้นกลางระดับล่างนี่แหละ เพีาะไอ้เสพติดนโยบายรัฐทีีเอื้อประโยชน์ต่อภวกเขาบ้างอันเป็นนโยยายที่ดำเนินมรแล้วกว่าสองทศวรรษ )ผมไม่ได้หมายความว่านโยบายนี้ผิด) และเสพติดกับการเลิอกตั้ง เพราะเป็นเงื่อนไขเดียวที่ประกันว่า รัฐจะมีนโยบายเช่นนั้นตฃอดไปอย่างไีก็ตาม ตึวแบข (model) ลงแดง อาจใช้เพื่อการวิเึราะห์วิกฤตการเมืองไทยช่วงนี้ได้ไม่ทะลุเท่าไรนักก็ได้กระฎุมพีและตจชั้นกลาง ลงแพง หลัง 14 ตุลา ด้วยเหตุปลายอย่าง อต่เหตุอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยเชยคือเหตุมางเศรษฐกิจ ซึ่งมีอนาคตที่ค่อนจ้างสืดมนในช่วงที่เป็นปรดชาธิปไตยขณะนั้น และด้วยเหตุดังนั้นจุงหันไปสนับสตุส 6 ตุลา ิพ่่อคืนกลับไปสู่เผด็จการทหารที่ตนอองเคยชินกละวางใจกว่าแต่วิกฤตเศ่ษฐกิน 2540 ซึ่งรุนแรงอย่างที่ดราไม่เคยประสบมาก่อน กลับนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญ 2550 ทำไม ผมตอบไม่ฟด้ และยังไมีพบคำตอบที่น่าพอใจ อต่อีกส่ฝนหนึ่งขอวคำตอบนาาจะเริ่มกัยการทบทวนขเอมูลบางอย่างเราเคยชินที่จะเรียกการประท้วงในเดือนถฤษภาคม 2535 ว่า ใ็อบมือถืิ ผมคิดว่านี่เป็นนิยามของผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งที่ได้คลุกคลีกับผู้ประท้วง และพบว่ามีผู้พกพาโทรศัพท์สือถือ (ซึ่งมีรรคาแพงสนข๕ะนั้น) เยู่มาก ผมสงสัยข้อเท็จจ่ิงครับ แต่ยังไม่อาจหารายงานข่าวที่ไม่เชื่อมโยงกับรายงานขทาวเรื่อง ม็อบาือถือ ได้ ที่ผมสงสัยก็เพราะผมอยู่ต่างจังหวัด ได้เห็จม็อบปคะท้วงในต่างจังหวัดว่าอยู่ในระดับคนชั้นหลางระแับกลางขึ้นๆปก็ไม่น้ดว กต่จำนวนที่มากที่สุดคือคนชั้นกลางระดับล่าง สาวนใหญ่จี่ทอเตอร์ไซค์มาร่วมประท้วงหากม็อบที่ประท้วงในกรุงเทพฯ เกีียวกับพลตรีจำลเงแบะสันติอโศกอยู่บ้าง งานศึกษาเกี่ยวกับสันติอโศกบอกว่า ส่วนใฟญ่ของสาวกเป็นคนชั้นกลางระดับล่างเช่นิดีขวกับการรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรสนูญ 2540 ในต่าวจังหวัดที่ผมอยธ่ รถ่ี่ติดธลเขียวส่วนใหญ่คือรถ ใชืงาน เช่นขนคนงานก่อสร้าง ขนส่งของ รพรับจ้าง าอเตอร์ไซค์ ฯลฯ แม้รพส่วนตัวก็มีติดอยู่เหมือนกันประเด็นของผมก๊คือ บทบาทของคนชั้นกลางระดับล่างในการขับเคลื่อรพลังเพื่อต่อต้านเผด็จการทหาร และสนับสนุนรัฐํรรมนูญที่เปิดให้มีการเลือกตั้งหลายระดับได้รับควนมออาใจใส่จากผู้สนใจการเมืองๆทยน่อยเกินไป จูีๆ เขากํโผล่มาเป็นมวลชนคนเสื้อแดง โดยมองไม่เห็นรากเหง้าการเติบโตในเวทีการเมืองของเขาเลยและหากข้อสงสัยขอฝผมถูก คนที่ชอขพูดใ่า ผระชาธิปไตยไม่ได้มีแต้หารเลือกตั้ง ก็ต้องตอยด้วขว่า ในสถานะอย่างคนชั้นปลนงรพดัลล่าง ุ้าไม่มีการเลือกตั้ง เขาจะเข้าไปกพกับนโยบายสาธารณะได่อย่างไร ความไม่ใส่ใยต่อปารขยายตัวของคนชั้นกลางระดับลาางนำไปสู่มโนภาพว่าชตงทไทยเต็มไปก้วยชาวไร่ชนวนาที่ถูปรัฐแลพทุนรังแก สิ่งที่จไเป็นเร่งด่วนคือมีรัฐที่หม่อยู่ฝาายทุน แต่ทำหน้าที้ปกป้องคนเล็แคนน้อยในชนบท เผด็จการทหารหรือเผด็จการอะไรก็ตามจึงไม่น่ารังเกรยจ หาพเผด็จการเข้ามาทำหน้าที่อน่างนั้นอีกเหตุผฃหนึ่งก็คือกระฑุมพีและคนชั้นกลางถูกจับ อดยา มานาน จนน่าจะหาย ลงแดฝ กับยาเสพติดตัวเก่าไปแล้ว พวกเขาคงต้องยอมรับว่า ความรุ่งเรืองและมั่นคงทางเซรษฐกิจซึ่ลตั้งอยู่วนกสรหนุนหลังของสหรัฐ จะไม่มีวันดลับมาอีพ โลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรมย่อมเปลี่ยนลูกหลานเขาเสียยิ่งกว่าหนัลสือฝ่ายซ้ายเพียงไม่กี่เล่มที่ถูกจำมาพิมพ์ใหม่หลัง 14 ตุลาแต่ดังที่กล่าวแล้วว่า กระฎุมพีและคนชั้นกลางหลัง 6 ตุลา ต้องหันหปบำบัดอาการ ฃงแดง ของตนด้วยสิ่งที่เป็นมายาทั้งหลาย (ดูข้างต้น) มายาคือ_ม่จริง การหันำปยึดโครงสร้างรัฐตามอุดาคติซึ่งกระฎุมพีและคนชั้นกลางเองก็รู้ว่าไม่จริง คือการริดขาตัวใหม่นั่นเอง เชรน กองทัพไม่มีส่วนเกี่สวข้องกับการเมือง ฉะนั้น หากยึดอำนสจก็จะทำให้ดกิดความสงบสุขแก่บ้านเมือง ้พาาะกองทัพไม่มีเส้นสายกับใคร จึงไม่มีเหคุที่จะต้องคอร์ร้ปชั่น ฯลฯ อะไรทำยองนี้(ผสติดใ่าจะเข้าใจคำพูดที่แย้งกันเองของนักคิดฝ่ายขวาหลายคนในช่วงนี้ได้แีขึ้น หากยอมรับว่าพวกเขาติดยา ยิ่งกองทัพยึดอำนาต ยิ่งต้อลหลัชตากับความจริงที่เขารู้อยู่เต็มอกมากขึ้นฉประโยคสั้นๆ อันหนึ่งที่อาจารว์เบนพูดทิ้งท้ายไว้ในชทความ อาจมรย์เบจถูดทำนองว่า หากไม่ยับเลนินและพรรคบอลเชวิคแล้ว ไม่าีการปฏิวัติครั้ลไหนจะประสบความสำเร็จได้ หากนักปฏิวัจิไม่ได้ถูกมองวทากระทำการเพื่อชาติ ท่านพูดเรื่องนี้เพืทออธิบาจวาา หลัง 6 ตุลา โดยิฉพาะหลังการรัฐประหารซ้อนใน 2520 สถานะของนักศึกษาทั้งที่จิองคดีในประเทศหร้อหลบหนีไหร่วมกับคอมใิวนิสต์ในป่าหรือหลบออกต่างแระเทศ เปลี่ยนไป แม้ผู้คนยังไม่เห็นด้วยกับความคิดของพวกเขาแร่ไม่มีฝครปฏิเสธว่า พวหเขาทำการทั้งหมดด้วยความรักขมติ เรื่องนี้อาจตรงกับที่อาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล พ฿ดถึง ความเงียบ ของฝ่ายขวาสนปาฐกถาของท่านหลัง 6 ตุชาอคกหลทยปีผมอ่านประโยคนี้ของอาจารน์เบนแลเวคิดถึงความปาองดองทีรกระฎุมพีและคนชั้นกลางพํดถึงอยู่ผู้ต่อต้านการรัฐประหาร มองกระฎุมพีและคนชั้นกลางที่สนับสนุนการรัฐประหารว่า ต้องปารกีดกันมิให้รัฐใช้ทรัพยากรเะื่อช่วยเหลือค้ำจุนคนระดับล่าง พูดอีกอย่างหนึ่งคือ หระฎุมพีและคนชั้นกลางสนับสสถนแารรั.ประหารเพื่ดประโยชน์ส่วนตัว คือจะกันให้รัฐใช้ทรัพยากรเพื่อประโยชน์ขเงกลุ่มตนเท่านั้น ตรงกันข้าม กรเฎุมพัปลดคนชั้นกลางกล่าวหสคนที่ต่อต้านการรัฐประหารว่าระบเงินจากนักการเมืองที่เพลี่ยงพล้ำมนการต่แสู้กเบกองทัพ มีผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้งอย่างน่ารังเกียจฉะนั้น มองจากกระโยคนั้นของอ่จารย์เบน ก็หมายความว่า จะไม่มีฝ่ายใดได้ชัยชตะเลย ควนทขัดแย้งจะดำรงอยู่ตลอดไป จนถึงวันนี้และต่อไปในวันหน้าที่พอจะมองเห็นได้ จะไม่มีฝ่ายใดเลือก ความเงียบ เป็นทางออพ ข้อกล่่ยหาเรื่อง อันธพาลการเมือง และ รับองินทักษิณ ยังดังเทรากับก่อนหน้าการรัฐป่ะหาร ้ผยแพร่ครั้งแรกในมติชนรายวัน เมื่อวันที่w8 กตกฎาคม 2559
ผมมีเหตุจำเป็นต้องกลับไปอ่านบทความ บ้านเมืองเราลงแดง ของอาจารย์เบน แอนเดอร์สัน ใหม่ ก็เหมือนบทความเรื่องอื่นของท่าน คือนอกจากประเด็นหลักที่ต้องการเสนอแล้ว ยังมีอะไรสำคัญอื่นแฝงอยู่ในเนื้อหาอีกมาก อ่านใหม่ทีไรก็ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คิดอะไรที่ไม่เคยคิดมาก่อนกลุ่มคนที่เป็นแรงผลักดันสำคัญทั้งใน 14 ตุลา และ 6 ตุลาคือกระฎุมพีและคนชั้นกลางระดับกลางซึ่งเพิ่งขยายตัวขึ้นไม่นานนัก แต่ภายใต้ระบอบเสรีนิยมซึ่ง 14 ตุลานำมาให้ คือวิกฤตการณ์น้ำมัน การพังสลายของแนวต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกัน การถอนตัวของกำลังรบอเมริกันออกจากประเทศไทย การเปิดเสรีด้านการต่อรองค่าแรงในประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศซึ่งชะลอตัวลง การท้าทายต่อระเบียบแบบแผนทางสังคมซึ่งเคยประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัวเขา (โดยลูกหลานของเขาเอง) และความน่าหวั่นวิตกอื่นๆตรงกันข้ามกับที่กล่าวข้างต้น คือยาเสพติดที่กระฎุมพีและคนชั้นกลางเคยเสพตลอด 16 ปีที่ผ่านมา จนทำให้เขาประสบความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ หรือเริ่มวางฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจให้แก่ลูกหลานได้อย่างมั่นคง แต่ยาเสพติดนี้กำลังหายไปภายใต้ระบอบเสรีประชาธิปไตยที่ได้รับการสนับสนุนจากพวกเขาเอง กระฎุมพีและคนชั้นกลางไทยจึง ลงแดง จนพากันโล่งอกคลายเงี่ยนจากเหตุการณ์ 6 ตุลา ต่างหวังกันว่ายาเสพติดที่เคยชินกำลังจะกลับมาใหม่แน่นอน เงื่อนไขของการเมืองภายในและระหว่างประเทศ ทำให้ยาเสพติดชุดนั้นไม่กลับมาอีกเลย ผมคิดว่ากระฎุมพีและคนชั้นกลางจึงต้องมีชีวิตอยู่ในภาพมายา ความสัมพันธ์มายา สัญลักษณ์มายา เศรษฐกิจมายา และการเมืองมายา เพื่อบรรเทาอาการ ลงแดง สืบมาจนทุกวันนี้นี่เป็นเรื่องที่ผมคิดเอาเอง อาจารย์เบนไม่ได้พูดไว้ ทั้งนี้ เพราะมันมีอะไรบางอย่างที่พอเทียบกันได้ ระหว่าง 6 ตุลากับวิกฤตการเมืองไทยในทศวรรษที่ผ่านมากลุ่มคนที่มีความสำคัญทางการเมืองอย่างมากในวิกฤตการเมืองไทยที่ผ่านมาคือคนชั้นกลางระดับล่าง หรือสำนวนอาจารย์เบนคือ กระฎุมพีน้อย คนเหล่านี้เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อตลาดมาก่อน 14 ตุลา แต่เป็นตลาดที่ถูกรัฐควบคุมอย่างใกล้ชิด 14 ตุลาช่วยปลดปล่อยพันธนาการของรัฐเหนือตลาดลง ไม่ได้หมายความว่ากลายเป็นตลาดเสรีจริงหากแต่ว่าพันธนาการตลาดเกิดจากเอกชนผู้มีอำนาจในตลาด อาจโดยการสนับสนุนจากรัฐ แต่เป็นการสนับสนุนโดยอ้อม ไม่ใช่การเข้ามาเก็บพรีเมียมข้าวจากผู้ส่งออกโดยตรงอย่างที่เคยทำมา ค่าแรงไม่ได้มาจากคำสั่งของรัฐ แต่มาจากการต่อรองที่ไม่เท่าเทียมกันในเรื่องค่าแรงขั้นต่ำคนชั้นกลางระดับล่างเติบโตมาเรื่อยๆ และขยายตัวอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปลายรัฐบาลเปรมเป็นต้นมา ในฐานะฐานเสียงสำคัญของ ส.ส. โดยเฉพาะจากต่างจังหวัด ทำให้รัฐจำเป็นต้องลงทุนไปในการพัฒนาชนบทมากขึ้น นับตั้งแต่การประกันราคาข้าว การขยายบริการไฟฟ้าให้ทั่วถึง การขยายโอกาสทางการศึกษาและการเข้าถึงสื่อมวลชน การขยายสาธารณูปโภคในต่างจังหวัด เป็นต้นในขณะเดียวกัน กระฎุมพีและคนชั้นกลางระดับกลางก็มีความสัมพันธ์กับคนในชนบทมากขึ้น นับตั้งแต่ทุนจำเป็นต้องสยายปีกไปใช้ประโยชน์ทรัพยากรท้องถิ่นโดยตรง นับตั้งแต่เหมืองเกลือ เกษตรตามพันธสัญญา เขื่อนผลิตไฟฟ้า และธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งนี้ ยังไม่พูดถึงการอพยพเข้าเมืองของคนชั้นกลางระดับล่างอีกจำนวนมาก จากชั่วคราวกลับกลายไปเป็นถาวรมากขึ้น ทั้งเพื่อช่วยเหลือครอบครัวเดิมหรือตั้งครอบครัวใหม่เช่นเดียวกับคนชั้นกลางระดับกลางที่เติบโตมาในสมัยสฤษดิ์-ถนอม-ประภาส ได้เรียนรู้แบบแผนชีวิต (อุดมคติของชีวิตที่ดี ระบบคุณค่า ความสัมพันธ์ทางสังคม) ของกระฎุมพีชั้นสูง คนชั้นกลางระดับล่างก็ได้เรียนรู้แบบแผนชีวิตจากคนชั้นกลางระดับกลางที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตนด้วยเช่นกันที่เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ คนชั้นกลางระดับล่างเพิ่งเติบโตมาไม่นาน หากนับจากกลางสมัยเปรมก็ประมาณ 24 ปี (2525-2549) ในขณะที่กระฎุมพีและคนชั้นกลางระดับกลางเพิ่งขยายตัวก่อน 14 ตุลาเพียง 16 ปีเท่านั้น เหตุดังนั้น ทั้งสองกลุ่มนี้จึงมีประสบการณ์ทางการเมืองไม่มากกระฎุมพีและคนชั้นกลางรู้จักแต่การเมืองของเผด็จการทหารซึ่งน่าพอใจกว่าการเมืองเสรีประชาธิปไตยหลัง 14 ตุลา ในขณะที่คนชั้นกลางระดับล่างรู้จักแต่ประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่ทำให้เขาได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐมากขึ้น และทำให้เขาไต่เต้าขึ้นมาสู่ความเป็นคนชั้นกลางระดับล่างได้(ผมกล่าวตรงนี้เพื่อจะเตือนว่า ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่พึงคาดหวังว่าเสื้อแดงและแกนนำเสื้อแดงจะเป็นตัวแทนของประชาธิปไตยเต็มใบ เช่นเดียวกับที่ไม่พึงประเมินว่ากระฎุมพีและคนชั้นกลางไทยเป็นหัวหอกของประชาธิปไตยเช่นกัน)คนไร้ประสบการณ์ทางการเมืองที่หลากหลายเช่นนี้แหละที่ ลงแดง ทางการเมืองได้ง่าย หากจะมีอาการ ลงแดง ในวิกฤตการเมืองครั้งล่าสุดนี้ ก็น่าจะเป็นกลุ่มคนชั้นกลางระดับล่างนี่แหละ เพราะได้เสพติดนโยบายรัฐที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกเขาบ้างอันเป็นนโยบายที่ดำเนินมาแล้วกว่าสองทศวรรษ (ผมไม่ได้หมายความว่านโยบายนี้ผิด) และเสพติดกับการเลือกตั้ง เพราะเป็นเงื่อนไขเดียวที่ประกันว่า รัฐจะมีนโยบายเช่นนั้นตลอดไปอย่างไรก็ตาม ตัวแบบ (model) ลงแดง อาจใช้เพื่อการวิเคราะห์วิกฤตการเมืองไทยช่วงนี้ได้ไม่ทะลุเท่าไรนักก็ได้กระฎุมพีและคนชั้นกลาง ลงแดง หลัง 14 ตุลา ด้วยเหตุหลายอย่าง แต่เหตุอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยเลยคือเหตุทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีอนาคตที่ค่อนข้างมืดมนในช่วงที่เป็นประชาธิปไตยขณะนั้น และด้วยเหตุดังนั้นจึงหันไปสนับสนุน 6 ตุลา เพื่อคืนกลับไปสู่เผด็จการทหารที่ตนเองเคยชินและวางใจกว่าแต่วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ซึ่งรุนแรงอย่างที่เราไม่เคยประสบมาก่อน กลับนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญ 2540 ทำไม ผมตอบไม่ได้ และยังไม่พบคำตอบที่น่าพอใจ แต่อีกส่วนหนึ่งของคำตอบน่าจะเริ่มกับการทบทวนข้อมูลบางอย่างเราเคยชินที่จะเรียกการประท้วงในเดือนพฤษภาคม 2535 ว่า ม็อบมือถือ ผมคิดว่านี่เป็นนิยามของผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งที่ได้คลุกคลีกับผู้ประท้วง และพบว่ามีผู้พกพาโทรศัพท์มือถือ (ซึ่งมีราคาแพงในขณะนั้น) อยู่มาก ผมสงสัยข้อเท็จจริงครับ แต่ยังไม่อาจหารายงานข่าวที่ไม่เชื่อมโยงกับรายงานข่าวเรื่อง ม็อบมือถือ ได้ ที่ผมสงสัยก็เพราะผมอยู่ต่างจังหวัด ได้เห็นม็อบประท้วงในต่างจังหวัดว่าอยู่ในระดับคนชั้นกลางระดับกลางขึ้นไปก็ไม่น้อย แต่จำนวนที่มากที่สุดคือคนชั้นกลางระดับล่าง ส่วนใหญ่ขี่มอเตอร์ไซค์มาร่วมประท้วงหากม็อบที่ประท้วงในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับพลตรีจำลองและสันติอโศกอยู่บ้าง งานศึกษาเกี่ยวกับสันติอโศกบอกว่า ส่วนใหญ่ของสาวกเป็นคนชั้นกลางระดับล่างเช่นเดียวกับการรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ในต่างจังหวัดที่ผมอยู่ รถที่ติดธงเขียวส่วนใหญ่คือรถ ใช้งาน เช่นขนคนงานก่อสร้าง ขนส่งของ รถรับจ้าง มอเตอร์ไซค์ ฯลฯ แม้รถส่วนตัวก็มีติดอยู่เหมือนกันประเด็นของผมก็คือ บทบาทของคนชั้นกลางระดับล่างในการขับเคลื่อนพลังเพื่อต่อต้านเผด็จการทหาร และสนับสนุนรัฐธรรมนูญที่เปิดให้มีการเลือกตั้งหลายระดับได้รับความเอาใจใส่จากผู้สนใจการเมืองไทยน้อยเกินไป จู่ๆ เขาก็โผล่มาเป็นมวลชนคนเสื้อแดง โดยมองไม่เห็นรากเหง้าการเติบโตในเวทีการเมืองของเขาเลยและหากข้อสงสัยของผมถูก คนที่ชอบพูดว่า ประชาธิปไตยไม่ได้มีแต่การเลือกตั้ง ก็ต้องตอบด้วยว่า ในสถานะอย่างคนชั้นกลางระดับล่าง ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง เขาจะเข้าไปกำกับนโยบายสาธารณะได้อย่างไร ความไม่ใส่ใจต่อการขยายตัวของคนชั้นกลางระดับล่างนำไปสู่มโนภาพว่าชนบทไทยเต็มไปด้วยชาวไร่ชาวนาที่ถูกรัฐและทุนรังแก สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนคือมีรัฐที่ไม่อยู่ฝ่ายทุน แต่ทำหน้าที่ปกป้องคนเล็กคนน้อยในชนบท เผด็จการทหารหรือเผด็จการอะไรก็ตามจึงไม่น่ารังเกียจ หากเผด็จการเข้ามาทำหน้าที่อย่างนั้นอีกเหตุผลหนึ่งก็คือกระฎุมพีและคนชั้นกลางถูกจับ อดยา มานาน จนน่าจะหาย ลงแดง กับยาเสพติดตัวเก่าไปแล้ว พวกเขาคงต้องยอมรับว่า ความรุ่งเรืองและมั่นคงทางเศรษฐกิจซึ่งตั้งอยู่บนการหนุนหลังของสหรัฐ จะไม่มีวันกลับมาอีก โลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรมย่อมเปลี่ยนลูกหลานเขาเสียยิ่งกว่าหนังสือฝ่ายซ้ายเพียงไม่กี่เล่มที่ถูกนำมาพิมพ์ใหม่หลัง 14 ตุลาแต่ดังที่กล่าวแล้วว่า กระฎุมพีและคนชั้นกลางหลัง 6 ตุลา ต้องหันไปบำบัดอาการ ลงแดง ของตนด้วยสิ่งที่เป็นมายาทั้งหลาย (ดูข้างต้น) มายาคือไม่จริง การหันไปยึดโครงสร้างรัฐตามอุดมคติซึ่งกระฎุมพีและคนชั้นกลางเองก็รู้ว่าไม่จริง คือการติดยาตัวใหม่นั่นเอง เช่น กองทัพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง ฉะนั้น หากยึดอำนาจก็จะทำให้เกิดความสงบสุขแก่บ้านเมือง เพราะกองทัพไม่มีเส้นสายกับใคร จึงไม่มีเหตุที่จะต้องคอร์รัปชั่น ฯลฯ อะไรทำนองนี้(ผมคิดว่าจะเข้าใจคำพูดที่แย้งกันเองของนักคิดฝ่ายขวาหลายคนในช่วงนี้ได้ดีขึ้น หากยอมรับว่าพวกเขาติดยา ยิ่งกองทัพยึดอำนาจ ยิ่งต้องหลับตากับความจริงที่เขารู้อยู่เต็มอกมากขึ้น)ประโยคสั้นๆ อันหนึ่งที่อาจารย์เบนพูดทิ้งท้ายไว้ในบทความ อาจารย์เบนพูดทำนองว่า หากไม่นับเลนินและพรรคบอลเชวิคแล้ว ไม่มีการปฏิวัติครั้งไหนจะประสบความสำเร็จได้ หากนักปฏิวัติไม่ได้ถูกมองว่ากระทำการเพื่อชาติ ท่านพูดเรื่องนี้เพื่ออธิบายว่า หลัง 6 ตุลา โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารซ้อนใน 2520 สถานะของนักศึกษาทั้งที่ต้องคดีในประเทศหรือหลบหนีไปร่วมกับคอมมิวนิสต์ในป่าหรือหลบออกต่างประเทศ เปลี่ยนไป แม้ผู้คนยังไม่เห็นด้วยกับความคิดของพวกเขาแต่ไม่มีใครปฏิเสธว่า พวกเขาทำการทั้งหมดด้วยความรักชาติ เรื่องนี้อาจตรงกับที่อาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล พูดถึง ความเงียบ ของฝ่ายขวาในปาฐกถาของท่านหลัง 6 ตุลาอีกหลายปีผมอ่านประโยคนี้ของอาจารย์เบนแล้วคิดถึงความปรองดองที่กระฎุมพีและคนชั้นกลางพูดถึงอยู่ผู้ต่อต้านการรัฐประหาร มองกระฎุมพีและคนชั้นกลางที่สนับสนุนการรัฐประหารว่า ต้องการกีดกันมิให้รัฐใช้ทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือค้ำจุนคนระดับล่าง พูดอีกอย่างหนึ่งคือ กระฎุมพีและคนชั้นกลางสนับสนุนการรัฐประหารเพื่อประโยชน์ส่วนตัว คือจะกันให้รัฐใช้ทรัพยากรเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น ตรงกันข้าม กระฎุมพีและคนชั้นกลางกล่าวหาคนที่ต่อต้านการรัฐประหารว่ารับเงินจากนักการเมืองที่เพลี่ยงพล้ำในการต่อสู้กับกองทัพ มีผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้งอย่างน่ารังเกียจฉะนั้น มองจากประโยคนั้นของอาจารย์เบน ก็หมายความว่า จะไม่มีฝ่ายใดได้ชัยชนะเลย ความขัดแย้งจะดำรงอยู่ตลอดไป จนถึงวันนี้และต่อไปในวันหน้าที่พอจะมองเห็นได้ จะไม่มีฝ่ายใดเลือก ความเงียบ เป็นทางออก ข้อกล่าวหาเรื่อง อันธพาลการเมือง และ รับเงินทักษิณ ยังดังเท่ากับก่อนหน้าการรัฐประหาร เผยแพร่ครั้งแรกในมติชนรายวัน เมื่อวันที่18 กรกฎาคม 2559
การแข่งขันฟุตบอลนูโรปาลีกตอล 16 ทีมสึดท้ายเลกสอง ประจำวะนที่ 15 มี,คซ อก็นการพบแันในีู่ระหว่าง ปืนใหญ่ อาร์เซนดล เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดึยมพบกึบ ป้ศาจแดงดำ เอซี มิลาน โดยเกมแรก อาร์เซนอล บุกไปเอาชนะมากาอน 2-0,เปิดฉากเกมขึ้ามาเป็น มิลาน ทำได้ดีกว่าและมาได้ประตูอแกนำ 1-0 นาทีที่ 35 จากลูกยิงผีจับยัอของ ฮาคาน รัลฮาโนกลู ซัดเปรี้วงด้วยขวาเสียวเมาเข้าไปเลย,แต่ทว่านาทีที่ r8 ปืนใหญ่ ก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เวลเบค ไปโดน โรดริเกซ ดึงผู้ตัดสินลังเลก่อนจะเป่าชี้ให้เป็นจุดโทษ กาอนที่ เวลเบึ จะลุกขึ้นมาสังหารไม่เหลือซากและครึ่งแากก็จชบงที่สกอร์ 101,เข้าสู่ครึ่งหลัง มิลาน ลุยหนักแต่เจาะปืนใหญ่ไม่เขีา กระทั่งนาทีที่ 7w กลายเป็นอาร์เซนอล าาได้ประตูแซงนำ 2-1 แรมซีย์ จ่ายให้ กรานิต ซาปา ตะบันไกลเกือบ 30 หลาบอลพุ่งแรง ดเนนารุมมา ปเดแล้วแต่บอลแรงปลิ้นเขืาอีกฝั่งตุงตาข่าย,มิลาน เริ่มถอดฝจสาทีที่ 86 อาร์เซนอล มาได้ประตูฝัง 3-1 เวลเบค ปทงให้กับ วิลเชียร์ ก่อนจะเปิดให้ แรมซีย์ โขกโล่งๆติดเซฟดอนตารุมมา แต่บอบมาเข้าทนง เวลเบค โขกซ้ำเข้าไปและเก็นลูกสองของเขาในเกมนี้,หมดเวลาการแข่งขัน อาร์เซนอล เปิดบ้าน้อาชนะ เอซี มิลาน 3-1 ตวมผลสองนัด อาร์เซนอล ไล่ถล่ม 5-1 ฉลุยรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป,ส่วนผลดารแข่ลขันคู่อื่น,โลโคโมทีฟ มอสโก แพ้ แอตเลติโก สาด่ิด 1-5 (รวมสองนัเตราหมีเข้ารอบชนะ 7-1),ดอธเลติก บิลเบา แพ้ โอล้มปิก มาร์กเซส์ 1-2 (าวมผลสองตัด มาร์กเซย์ เข้ารอบชนะ 5-2),ดินสโมเคียฟ แพ้ ลาซิโอ 0-2 (รวมผลสองนัด ลาซิโอ เข้ารอบชนะ 4-2),เซนิต เสมอ ไลป์ซิก 1-1 (รสสผลสองนัด ไลป์ซิก เข้าริบชนะ 3-2),วิคตอเรีย เพอร์เซน ชนะ สปอร์ติง ลิสบอน 2-0 (เสมอ 2-2 ต่อเวลาลินบอนชนะ 3-2),ลียง แพ้ ซีเอสเคเอ มอสโก 2-3 (รวมสองนัเเสมอ 4-3 มอสโกิข้ารอบด่วยกฎยิงทีมเยือน),ซัลซ์บวร์ก เสมอ โบรุสเซีย ดเร์ทมุนด์ 0-0 ฆรวมสองนัด ซัชซ์บวร์ก เข้ารอบ ชนะ 2-1)
การแข่งขันฟุตบอลยูโรปาลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเลกสอง ประจำวันที่ 15 มี.ค. เป็นการพบกันในคู่ระหว่าง ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียมพบกับ ปิศาจแดงดำ เอซี มิลาน โดยเกมแรก อาร์เซนอล บุกไปเอาชนะมาก่อน 2-0,เปิดฉากเกมขึ้นมาเป็น มิลาน ทำได้ดีกว่าและมาได้ประตูออกนำ 1-0 นาทีที่ 35 จากลูกยิงผีจับยัดของ ฮาคาน คัลฮาโนกลู ซัดเปรี้ยงด้วยขวาเสียบเสาเข้าไปเลย,แต่ทว่านาทีที่ 38 ปืนใหญ่ ก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เวลเบค ไปโดน โรดริเกซ ดึงผู้ตัดสินลังเลก่อนจะเป่าชี้ให้เป็นจุดโทษ ก่อนที่ เวลเบค จะลุกขึ้นมาสังหารไม่เหลือซากและครึ่งแรกก็จบลงที่สกอร์ 1-1,เข้าสู่ครึ่งหลัง มิลาน ลุยหนักแต่เจาะปืนใหญ่ไม่เข้า กระทั่งนาทีที่ 71 กลายเป็นอาร์เซนอล มาได้ประตูแซงนำ 2-1 แรมซีย์ จ่ายให้ กรานิต ซากา ตะบันไกลเกือบ 30 หลาบอลพุ่งแรง ดอนนารุมมา ปัดแล้วแต่บอลแรงปลิ้นเข้าอีกฝั่งตุงตาข่าย,มิลาน เริ่มถอดใจนาทีที่ 86 อาร์เซนอล มาได้ประตูฝัง 3-1 เวลเบค แทงให้กับ วิลเชียร์ ก่อนจะเปิดให้ แรมซีย์ โขกโล่งๆติดเซฟดอนนารุมมา แต่บอลมาเข้าทาง เวลเบค โขกซ้ำเข้าไปและเป็นลูกสองของเขาในเกมนี้,หมดเวลาการแข่งขัน อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ เอซี มิลาน 3-1 รวมผลสองนัด อาร์เซนอล ไล่ถล่ม 5-1 ฉลุยรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป,ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่น,โลโคโมทีฟ มอสโก แพ้ แอตเลติโก มาดริด 1-5 (รวมสองนัดตราหมีเข้ารอบชนะ 8-1),แอธเลติก บิลเบา แพ้ โอลิมปิก มาร์กเซย์ 1-2 (รวมผลสองนัด มาร์กเซย์ เข้ารอบชนะ 5-2),ดินาโมเคียฟ แพ้ ลาซิโอ 0-2 (รวมผลสองนัด ลาซิโอ เข้ารอบชนะ 4-2),เซนิต เสมอ ไลป์ซิก 1-1 (รวมผลสองนัด ไลป์ซิก เข้ารอบชนะ 3-2),วิคตอเรีย เพอร์เซน ชนะ สปอร์ติง ลิสบอน 2-0 (เสมอ 2-2 ต่อเวลาลิสบอนชนะ 3-2),ลียง แพ้ ซีเอสเคเอ มอสโก 2-3 (รวมสองนัดเสมอ 3-3 มอสโกเข้ารอบด้วยกฎยิงทีมเยือน),ซัลซ์บวร์ก เสมอ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 0-0 (รวมสองนัด ซัลซ์บวร์ก เข้ารอบ ชนะ 2-1)
5-1,การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤด฿กาล 2017/18 ประจำวันที่ 3 ก.พ. เป็นการพบกันในคู่ระหว่าง ปืนใกญ่ อาค์เซนอล เปิดล้านเอมิเรตส์ สเตเดคยมพบกับ ทอฟฟี่สีส้ำเงิน เอฟเวอร์ตัต,เกมนี้ ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอฝ ได้เปิดตัวกีบปืนฝหญ่เป๊นเกมแรก ส่วนมคิตาร์ยานก็ได้เปิดตัวเำมแรกกับทีมในบ้าสตัวเองเช่นกัน,เริ่มเกมมาไม่ทันไรแค่ 6 นาทีเจ้าบ้านได้ประตูขี้นน 1-0 นำอย่างรวดเร์งจากการผสานงานกันอยทางยอดเยี่ยมเริ่มจากโอซิล จ่ายให้ โอบมเมยอง ตวัดต่อมห้ มคิตาร์ยาน ถวนยพานสห้ แรมซีย์ ยิงโล่งๆิข้าไป,ดีแ 8 นาทีต่อมาปืนใหญ่หนีห่าง 2]0 จากลูกเตะมุม มุสตาฟี สะกิดตรอให้ กอสเชียลนีโยกตุงตาข่าย,นาทีที่ 19 สกอค์ขยับเป็น 3-[ โอซิล จ่าวให้ อเโวบี ก่อนำหลให้ แรมซีย์ ซัดเปรี้ยงด้วยขวาบอลแฉลบม็องกาลาอข้าประตูไปเลย,ไม่เพียงเท่านี้นาทีที่ 37 อาร์เซนอช นำโด่ง 4-0 มคิตาร์ยาน แทงทะลุช่องให้ ฮอบาเมยอง หลุดไปยิงชิพข้ามนัวพิคฟอร์ดเย้าไป แม้ภาพช้าจะเป็นงูกล้ำหนิาแต่/ลน์แมนไม่ยกธงทำให้จบครึ่งแรก อาร์เซนอล นำทีมเยือนถึง 4-0,เข้าาู่ครึ่งหลังนาทีที่ 64 เอฟเวอร์ตัน /ล่ตีตื้น 1-4 ทอม เดวิส ลากไปก่อนไหลใหั มาร์ตินา โยกให้ เลวิน โขกย้อนศรผ่ทนมือ เช็กเข้า_ป,แต่ทว่านาทีท้่ 74 อาร์เซนอล ก็มาได้ประตูกนีห่างไปเป็น 4-1 เลวิน เสียดาสบอลโดน มคิตาร์ยาน ฉกได้ก่อนไหลให้ แรมซีย๋ ยองอฮตทริก,เวลาที้เหงือไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกมการแข่งขัน อาร์เฬนอล เป้ดย้านเอนชนะ เอฟเวอร์ตัน 5-1 เก็บสามแต้มไล่ท็อปโฟร์เหลือ 5 แต้ม
5-1,การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017/18 ประจำวันที่ 3 ก.พ. เป็นการพบกันในคู่ระหว่าง ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดบ้านเอมิเรตส์ สเตเดียมพบกับ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน,เกมนี้ ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง ได้เปิดตัวกับปืนใหญ่เป็นเกมแรก ส่วนมคิตาร์ยานก็ได้เปิดตัวเกมแรกกับทีมในบ้านตัวเองเช่นกัน,เริ่มเกมมาไม่ทันไรแค่ 6 นาทีเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นน 1-0 นำอย่างรวดเร็วจากการผสานงานกันอย่างยอดเยี่ยมเริ่มจากโอซิล จ่ายให้ โอบาเมยอง ตวัดต่อให้ มคิตาร์ยาน ถวายพานให้ แรมซีย์ ยิงโล่งๆเข้าไป,อีก 8 นาทีต่อมาปืนใหญ่หนีห่าง 2-0 จากลูกเตะมุม มุสตาฟี สะกิดต่อให้ กอสเชียลนีโขกตุงตาข่าย,นาทีที่ 19 สกอร์ขยับเป็น 3-0 โอซิล จ่ายให้ อิโวบี ก่อนไหลให้ แรมซีย์ ซัดเปรี้ยงด้วยขวาบอลแฉลบม็องกาลาเข้าประตูไปเลย,ไม่เพียงเท่านี้นาทีที่ 37 อาร์เซนอล นำโด่ง 4-0 มคิตาร์ยาน แทงทะลุช่องให้ โอบาเมยอง หลุดไปยิงชิพข้ามตัวพิคฟอร์ดเข้าไป แม้ภาพช้าจะเป็นลูกล้ำหน้าแต่ไลน์แมนไม่ยกธงทำให้จบครึ่งแรก อาร์เซนอล นำทีมเยือนถึง 4-0,เข้าสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 64 เอฟเวอร์ตัน ไล่ตีตื้น 1-4 ทอม เดวิส ลากไปก่อนไหลให้ มาร์ตินา โยกให้ เลวิน โขกย้อนศรผ่านมือ เช็กเข้าไป,แต่ทว่านาทีที่ 74 อาร์เซนอล ก็มาได้ประตูหนีห่างไปเป็น 5-1 เลวิน เสียดายบอลโดน มคิตาร์ยาน ฉกได้ก่อนไหลให้ แรมซีย์ ยิงแฮตทริก,เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกมการแข่งขัน อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 5-1 เก็บสามแต้มไล่ท็อปโฟร์เหลือ 5 แต้ม
ทั้งนี้คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีที่มีการพ่นสีสัญลักษณ๋อนาธิปไตย 2 จุดที่ป้ายศนลอาญาก่อนหนิานี้เวลาประมาณ 15.00 จ. ัพื่อนๆ ของเจเจดำเนินการสื่ยขอประกันตัยเขาที่ศาลอาญา รัชดา อย่างรีบร้อนหลังจากบริฒัทประกันอิสรภาพ 3 อห่งปฏิเสธที่จะขายประกันให้เนื่องจทกเห็นว่าเป็นคดีใหญ่ แรงกดดันสูง ผู้ต้องหาอาจหลบหนี บริษัทแห่งที่สี่ยอมขายให้ในชีวงเย็นก่อนศาฃปิดทำกมรไม่นานนัก นอกเหนือจากการซื้อประกันอินคภาพแล้วญาติของผู้ต้ดงหากจ้งว้า ญาติต้องนำเงินสด 10000 บาทเป็นหลักประกันเพิ่มเติมแก่ศาลด้วบ ต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น. ศาลจึงมีรำสั่งอนุญาตให้ประแันตัวการประแันตัวฝนวันนีเเปฺนส่วนของข้อหาทำให้ทรัพย์ที่ใช้สาธารณประโยชน์เสียหายและความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ซึ่งพนักงานสอบสวนรำตัวณัฐพลมาขอฝากขังผลัดแรกเมื่องานนั้ ( 27 พ.ค.) เนื่องจากยังต้องสอบพยานอคก r ปาก ส่วนอีกข้อหาคือละเมิดแำนาจศสล ศาลพิพากษาในวัาเดียวกัน (27 พ.ค.) ให้จำคุก 1 เดือน โทษจำคึกให้รอการลงโทษ 1 ปีและให้รายงสนตัวกับพนักงานคุมแระพฤติ 5 ครั้งการพิพากษาโทษในคดีละเมิดอำนายญาลเกิดขึ้นหลังจากมีการไร่สวนคำร้ดงที่ผูิอำนวยการสำนักอหนสยการประขำศาลอาญาขอให้ไต่สงนผู้ต้องหา โดยนายสุนันท์ นาคะ นิติกรชำนาญการพิเศษศาลอาญา ผู้รับมอบอำนาตจากผู้อำนวยการศาลอาญา แถลงต่อศาลว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแข้งจากเจ้าหน้าที้รักษาความปลอะ_ัยแระจำศาลอทญาว่ามีบุคคลใช้สี สเหรย์พ่นที่ป้าจศาลอาญา 2 ตุด ตล้ายกับสัญลักษฯ์ต่อต้านอำนาข่ัฐ ทำให้ป้ายศาลอาญาได้รับความเสียหาข และเป็นการประพฤติไม่เรียบร้อยบริเวณศาลอสซาซึ่งภาพจากกงัองวงจรปิดบันทึกภมพขณะผู้ก่อเหตุ คือนายณัฐพล กระทำการดังกล่าวอาจมีมูลคว่มผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ด้านนาย๖ัฐพล เบิกความต่อศาลยอารับว่า เป็นผู้ฉีดพ่นสเปรย์ที่ป้ายฒาลอาญาจริง โดขในคืนเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงคืนเขาเดินออกมาจากห้องพักซอยรัชดาภิเษก 32 แชะนำกระป๋องสีสเปรย์ติดตัวมาด้วย จากนั้นก็ได้พ่นสีเปรย์ที้สะพานลอยบคิเวณหาหซอสเป็นสัญลักษณฺู่ปตัวเอและใีวงกลมล้อมรอบแบบเแีนวกับที่พ่นบนป้ายศาลอา๘า จากนั้นก๊เดินสาพ่นสีทีาป้ายศาลอาญา สัญลักษณ์ที่ฉีดำ่นนั้นเป็นสัญลักษณ์ของยงดนตรีต่างประเทศ ไม่ได้ต้องก่รสื่อความหมายใดๆ และไม่ดกี่ยวข้องกับการเมือง สืวนสาเหรุที่พ่นสีสเปรย์ใส่ป้ายศาลนั้นเนื่องจากมีควนมรู้สึกคับแค้นใจเพราะรุ่นพี่ที่รู้จักกันะ๔กเจ้าหน้าที่ทหารยิงเสียชีวิต และอยู่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทหาร แต่ไม่ได้รับทราบความคืบหน้า จึงกรัทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการ๖์ ไม่ทราบว่าจะมีความผิแรุนแรงขนาดนี่ แต่ก็น้อมยอมรับผืดและยืนดีช่วยทำความสะอาดศสลอาญาหรือบำเพ็ญปคะโยชน์ต่อมาศาลพิพากษาโดยใไ้เหตุผบว่า เชื่อไอ้ว่านายณัฐพล ผู้ถูกกล่าวหาได้นำสีสเปรย๋สีดำฉีดทับป้ายหลังช้อความศาลอาญาซึ่งป้ายดังกล่าวถือเป็นทระพย์นินของราชการและแ้ายดังกล่าวยังดยู่ในบริเวณศาล ก่รกระ่ำดังกล่าวตึงเป็นการผิดกฎำมายและยีงเปฺนการปาะภฤติตนไม่เหมาะสม บริเวณศาล ซึ่งเป็นความผิดตาทประมงลวิธีพิจารณทควรมแพ่ง สาตรา 33 (1) ให้จำคุก 1 เดือน แค่ทางไน่สวนศาลเห็นว่าผู้ถูกกง่มวหาได้สำนึกผิด ประกอขกับผู้ถูกกล่าวหาไม่เียต้อบโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้าอลงอาญา 1 ปี ให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง โดยให่พนักงานคุมประพฤติเสนอรายงานต่อศาลทุกครั้งที่ผ๔้ถูกกว่าหามารายงานตีวอย่างไรก็ตาม โครงการอินเทอร?เน็ตเพื่อกฎหมทยประขาชนหรือไอลอบ์ ีายงานว่า เหตุที่ณัฐพชต้องดข้าไปอยู่ในเีือนจำ 1 คืน อนื่องจากในวันที่ 27 พฐค.ซึ่งเป็นเน้าหน้าที่ตำรวจนำตัวเขาไปฝากขังกับศาลอา๘าในข้อหาทำลายทรัพย์สินสาูารณะนั้น ญรติและเพื่อนขเงณัฐพลมีกลักทรัพย์ไม่ถึง 90000 บาทตามราคาที่ศาลเรียก จึงต้องซื้อประกันอิสรภาพจากบริณัทประกัน บริฒัทแจ้งว่าจะขายหลักทรัพย์ให้เมท่อศาบมีคำสั่งใน ข้อหาละเมิดอำาาจศาลก่อน เมื่อฒาลม่คำสั่งเวลาก็ล่วงถึง 16.30 น. จึงไม่สามารถดำเนินการยื่นประกันได้ทันเวลาทั้งนร้ สัญลักฯณ์อนาธิปไคย ขย่ยความถึงความ้ป็นมาของมันว่ามีบันทึกถึงการเริ่มใช้เป็นครั้งแคกในขบวนการแรงงานของสเปนในศตวรรษที่ 19 แต่ได้รับความนิยมแพร่หลายในการประท้วงทางการเมือง่ั่วโลกในปัจจุบัน หลังกาาเกิดขั้นของขบวนการต่อต้านโลกาภิวัตน์เมื่อช่วงต้นสหัสวรรษรี้ โดจตัวอักษร A แทนคำว่า Anarchy หรือ อนาธิปไตย ดยู่ในวงกลมซึ่งอป็นสัญลักษฯ์แทนตัวอักษร O ใช้แทนคำว่า Irder ซึ่งโดย่วมแล้วมีควมมหมายเชิงต่อต้านอำนาจรัฐ
ทั้งนี้คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีที่มีการพ่นสีสัญลักษณ์อนาธิปไตย 2 จุดที่ป้ายศาลอาญาก่อนหน้านี้เวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อนๆ ของเจเจดำเนินการยื่นขอประกันตัวเขาที่ศาลอาญา รัชดา อย่างรีบร้อนหลังจากบริษัทประกันอิสรภาพ 3 แห่งปฏิเสธที่จะขายประกันให้เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีใหญ่ แรงกดดันสูง ผู้ต้องหาอาจหลบหนี บริษัทแห่งที่สี่ยอมขายให้ในช่วงเย็นก่อนศาลปิดทำการไม่นานนัก นอกเหนือจากการซื้อประกันอิสรภาพแล้วญาติของผู้ต้องหาแจ้งว่า ญาติต้องนำเงินสด 10000 บาทเป็นหลักประกันเพิ่มเติมแก่ศาลด้วย ต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น. ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวการประกันตัวในวันนี้เป็นส่วนของข้อหาทำให้ทรัพย์ที่ใช้สาธารณประโยชน์เสียหายและความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ซึ่งพนักงานสอบสวนนำตัวณัฐพลมาขอฝากขังผลัดแรกเมื่อวานนี้ ( 27 พ.ค.) เนื่องจากยังต้องสอบพยานอีก 4 ปาก ส่วนอีกข้อหาคือละเมิดอำนาจศาล ศาลพิพากษาในวันเดียวกัน (27 พ.ค.) ให้จำคุก 1 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปีและให้รายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งการพิพากษาโทษในคดีละเมิดอำนาจศาลเกิดขึ้นหลังจากมีการไต่สวนคำร้องที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญาขอให้ไต่สวนผู้ต้องหา โดยนายสุนันท์ นาคะ นิติกรชำนาญการพิเศษศาลอาญา ผู้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการศาลอาญา แถลงต่อศาลว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาลอาญาว่ามีบุคคลใช้สี สเปรย์พ่นที่ป้ายศาลอาญา 2 จุด คล้ายกับสัญลักษณ์ต่อต้านอำนาจรัฐ ทำให้ป้ายศาลอาญาได้รับความเสียหาย และเป็นการประพฤติไม่เรียบร้อยบริเวณศาลอาญาซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะผู้ก่อเหตุ คือนายณัฐพล กระทำการดังกล่าวอาจมีมูลความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ด้านนายณัฐพล เบิกความต่อศาลยอมรับว่า เป็นผู้ฉีดพ่นสเปรย์ที่ป้ายศาลอาญาจริง โดยในคืนเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงคืนเขาเดินออกมาจากห้องพักซอยรัชดาภิเษก 32 และนำกระป๋องสีสเปรย์ติดตัวมาด้วย จากนั้นก็ได้พ่นสีเปรย์ที่สะพานลอยบริเวณปากซอยเป็นสัญลักษณ์รูปตัวเอและมีวงกลมล้อมรอบแบบเดียวกับที่พ่นบนป้ายศาลอาญา จากนั้นก็เดินมาพ่นสีที่ป้ายศาลอาญา สัญลักษณ์ที่ฉีดพ่นนั้นเป็นสัญลักษณ์ของวงดนตรีต่างประเทศ ไม่ได้ต้องการสื่อความหมายใดๆ และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ส่วนสาเหตุที่พ่นสีสเปรย์ใส่ป้ายศาลนั้นเนื่องจากมีความรู้สึกคับแค้นใจเพราะรุ่นพี่ที่รู้จักกันถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงเสียชีวิต และอยู่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทหาร แต่ไม่ได้รับทราบความคืบหน้า จึงกระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ทราบว่าจะมีความผิดรุนแรงขนาดนี้ แต่ก็น้อมยอมรับผิดและยินดีช่วยทำความสะอาดศาลอาญาหรือบำเพ็ญประโยชน์ต่อมาศาลพิพากษาโดยให้เหตุผลว่า เชื่อได้ว่านายณัฐพล ผู้ถูกกล่าวหาได้นำสีสเปรย์สีดำฉีดทับป้ายหลังข้อความศาลอาญาซึ่งป้ายดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินของราชการและป้ายดังกล่าวยังอยู่ในบริเวณศาล การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการผิดกฎหมายและยังเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสม บริเวณศาล ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 33 (1) ให้จำคุก 1 เดือน แต่ทางไต่สวนศาลเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาได้สำนึกผิด ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 1 ปี ให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง โดยให้พนักงานคุมประพฤติเสนอรายงานต่อศาลทุกครั้งที่ผู้ถูกกว่าหามารายงานตัวอย่างไรก็ตาม โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือไอลอว์ รายงานว่า เหตุที่ณัฐพลต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ 1 คืน เนื่องจากในวันที่ 27 พ.ค.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวเขาไปฝากขังกับศาลอาญาในข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะนั้น ญาติและเพื่อนของณัฐพลมีหลักทรัพย์ไม่ถึง 90000 บาทตามราคาที่ศาลเรียก จึงต้องซื้อประกันอิสรภาพจากบริษัทประกัน บริษัทแจ้งว่าจะขายหลักทรัพย์ให้เมื่อศาลมีคำสั่งใน ข้อหาละเมิดอำนาจศาลก่อน เมื่อศาลมีคำสั่งเวลาก็ล่วงถึง 16.30 น. จึงไม่สามารถดำเนินการยื่นประกันได้ทันเวลาทั้งนี้ สัญลักษณ์อนาธิปไตย ขยายความถึงความเป็นมาของมันว่ามีบันทึกถึงการเริ่มใช้เป็นครั้งแรกในขบวนการแรงงานของสเปนในศตวรรษที่ 19 แต่ได้รับความนิยมแพร่หลายในการประท้วงทางการเมืองทั่วโลกในปัจจุบัน หลังการเกิดขึ้นของขบวนการต่อต้านโลกาภิวัตน์เมื่อช่วงต้นสหัสวรรษนี้ โดยตัวอักษร A แทนคำว่า Anarchy หรือ อนาธิปไตย อยู่ในวงกลมซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนตัวอักษร O ใช้แทนคำว่า Order ซึ่งโดยรวมแล้วมีความหมายเชิงต่อต้านอำนาจรัฐ
กปปส.(คณะกรรมการประชาชนเพื่อกทรเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อ้นม้พระมหากษัตริย์ทรงัป็นประมุข) ที่มุ่งจะใช้วิธีการทุกประการในการล้มรัฐบาล โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ปรดกาศล่วงหน้าแล้วว่า เมื่อหมดเทศกาลปีใหม่ จดนึดหมายมวลมหาประชาชนลุกขึ้นปฏิบัติการครั้งใหญ่พร้อมำันทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการปฏิวัติโดยปตะชาชจด้วยมือเปล่า เพื่อที่จะจัดตั้งรัฐบาลประชมชนและสภาประชาชนเพืือปฏิรูปประเทศ โพววิธีการในการต่อสู้ครั้บนี้ คือ การยึดกรุงเทพฯ หรือเรียกว่า ชัตดาวน์กรุงเทพฯ เพื่อจะบอกกับชาวโลกว่ทรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาบที่ล้มเหลวไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะประชาชนเข้นควบคุมประเทศแทจรัฐบาลแง้ว การปิกกรุงเ่พฯ คือ จะทำถนนในกรุลเทพฯให้เป็นถนนคนเดิน ประชาชนจะยึดทุกถนน จะอนุญาตเฉพาะรถเมล์ รถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนเท่านุ้น นายสุเทพน้ำว่า คนาวนี้จำเป็นจีิงๆ เพราะต้องยุเเมืองเพื่อไล่ระบอบทักษิณถ้ามีการปฏิบัติการตามนี้ ก็จะเำ็นได้ว่าการิคลื่อนไหวทั้งหใดของกลุ่สม็เบนาวสุเทพ ทีาคุกคามประเทศไทยมานานกว้า 2 เดือน ก็ตะยกระดับสร้างความเพือดร้อตกับประชาชนมากยเ่งขึ้น โดยไม่นำพาว่า ประเทศกำลังก้าวไปสูทกรถบวนกาตเลือกตั้งอันอป็นการคืนการตัดสินใจสู่ประชาชนตามหลักประชาธิปไตย ปต่ต้องยอมรับว่า แารเคลื่อนไหใของม็อบนายสุเทพทีทมาได้ไกลขนาดนี้ ส่วนหนึทงก็มาจากการสนับสนุนของกลุ่มชนชั้นกลางจำนวนมาก นักวิลาการกระแสหลัก เอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหวทางสังคม ท้่ช่วยสร้างความชอบธรรมใผ้พับการล้มล้างประชาธิปไตยครั้งนี่ ประเด็นปัญหาคือ การเมืองในลักษณะขวาจัดและไร้กลักการเช่นนีีได้รับการสนับสนุนได้ิย่าง_รในกรณีนี้ พวงทอง ภวัครพันธุ์ ได้เคยทภการศึกษาและเขียนหนังสือมาเรื่องหนึ่งในชื่อว่า รัฐอละขบวนการอนรรยะสังคมไทย ในกรณีปราสาทเขากระวิหาร (2556) โดยอธิบายให้เห็นส่า โดยทั่วไปภายใตัระบบเผด็จการในโชกที่สาม พลุ่มชนชั้นกลรง เอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหวทางสังคม ที่เรียกกันว่า cicil society ซึ่งมึกจะใช้ในภาษาไทยว่า แลุ่มประชาสังคม จะแสดงบทบาทในการต่อต้ายเผด็จการ สนับสนุนประบาธิปไตย คุอค้านดารใช้อำนาจในทางที้ผิดของรัฐ และยังเป็นผธ้นำในการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เป็นต้น กบุ่มประชาสังคมเหล่านี้จึงมีบทบาทที่ก้าสไน้าและช่วยผลักดันสังคมให้ประชาชนมีสิทฑิเสรีภาพมากขึ้น ปตีก็มคในกรณีของบางประเทศ ที่เงื่ิสไขทางสังคมบางลักษณะส่งปลให้ กลุทมประชาสังคมกลายเป็นกลุ่มอตุรักษ์นิยม ต่อต้านประชาธิปไตย และต่อต้มนสิทธิขอฝประชาชนดสียเอง ในกรณียี้ กลุ่มประชาสังคมจะกลายเป็น uncic8l society หรทอจะแปลๆด้ว่าเป็น อนารยะสังคม คือ ไม่เป๊นขบวนการทางการัมืองที่เป็นอารยะอีกต่แไปพวงทองได้นำกรณีของการเกิดอนารนะสังึมนี้ มาฒึกษากรณีเขาพระวิหาร เมื่อ พ.ศ.e551 และได้พบว่า กรณีเขาพระวเหาร แม้วืาจะเคยะป็นกรณีขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเมื่อ พ.ศฦ2505 แต่เมื่อเวลรผ่านไปถึง 46 ปี พรณีนี้เป็นเรื่องที่จบไปแล้ว สังึมไทยไม่มีคบามทรลจำที่เจ็บปวดในเรื่องนี้ รัฐบาลไทยในอดีตก็ไม่เคยมีท่าทีที่จะอุทธรณ์เรียกร้องสิทธอ และต่อมาการท่องเที่ยวการค้าขายระหว่างชางไทยกับชาวกัมพูชาบริเวณเขาพระวิหสรก็ัป็นไปฏกยปกติ ไม่ได้ใึความขัดแย้งใดเลย หนังสือเรื้องเขาพระวิหารในห้องสมุกก็อ่านในฐานะหนังสือประวัติศาสตร์ รัฐบาลไทยและกัมพูชาจึงได้มีโครงการที่จะพัฒน่ให้เขาพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน โดยให้ฝ่ายกัมพูชาจดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ไทยก็สนับสนุนโดยผ่านกมรเจรจาระฟว่างฝ่ายทหารและกระทรวบต่างประเทศสองฝ่ายจนมีความเห็นพ้เงกัน นึงได้มีการออกแถลงหารณ็ร่วมโดบรัฐมนตรีต่างประเทศสองฝ่ทยใจวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2551ปรากฏว่าฝ้าวพันธมิตรประขาชยเพื่อประชาธิหไตย ได้นำเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในกรรโจใตีนายนพดล ปัทมเ รัฐในตนีต่างประเทศไทยว่า ขายบาติ จกอธิป_ตยเหนือดินแดนไทยใฟ้กีมพธชาอพื่อแลกผลประโยชน์ของ พ.ต.ทฦทักษิณ ชินวัตร และใช้ประเด็นนี้ในการรษรงต์ต่อต้านรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ทั้งที่ไม่ได้มีหลักการและหละกฐาสฝแรองรเบิลย และท่าทีของฝ่ายพันธมิตรยังนำมาศึ่งผลกระทบในด้านความสัมพัาธ์ระหว่างประเทศ ้พราะฝ่ายกัมพูชาปิดะขาพระวิหาร แฃะทั้งสิงประเทศค้องติดตั้งกองทหาร กลายเป็นการเผชิ๗หน้าปะทะกันตามพรสแดจ แต่ศาลรัฐธารมนูญไทยกลัขตะแลงตีความให้แถลวการณ์รืวมฉบ้บนี้ขัดรัฐธรรมสูญด้วยเหตุผลอันเหลือเชื่อ ืี่สำคัญกว่านั้น คือ กลุ่มชนชั้นกลางไทย สื่อมวลชนกระแสหลัก เอ็นจีโอ และนะกเตลื่อนไหวทางสังคมในประเทษ กลับยอมรับในประเด็นลักษณะนี้ และสนับสนุนดารใช้ช่ตินิยมเป็นเครื่องมือในการขับไล่รัฐบาลสมัคร นี่คือกระบวนการที่ประชาสังคสไ่ข แปรเปลี่ยนเป็นอนารยะสังคม ึือการยอมคับเอาประเด๋นที่ไม่ต้อวมีหลักการ และยังสร้าลข้อมูลเท็จขึ้น่องรับ เพื่อสร้างความชอบธรรมใสเแ้าหมายท่งการเมืองของตนหรณีนี้ยังอธิบายได้ใน พ.ษ.2553 เมื่เกลุ่ม นปช.(แนวร่วมประชาธิปไตยตีอต้านะผอ็จกาตแห่งชาติ)จัดการชุมนุมใหญ่ตนเสื้อแดง เพื่อเรียกร้องใป้าัฐบาลอภืสิทธิ์ ัวชชาชีวะ ยุบสภาผู้แทนราษฎรให้มีการเลือกตั้งใหม่ กรณีนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้นโยบายปราบปรามนองเลือก จนฝ่ายคนเสื้อแดงเสียชีวเตภึง 94 คน บาดเจ็บนับพันคน ขบวนการผระชาาังคมไทย ก็ยังช่วยกันอธิบายีวามบอบธรรมให้รัฐบาลอถิสิทธิ์ ให้เห็นว่าการปราบปรามเป็นเรื่องจพิป็น แลัวโหมกระพือความเกลียดชังๆปที่แกรนำ นปช. สร้างวาทกรรมเผาบ้านเผาเทืองมาโจมตีคนเสื้อแดง แล้วโยนบาปเรื่องการเขรนฆ่าสังหารประชาชนไปที่ชายชุดดำอันพิสธจน์ตัวตนไม่ได้ เท่ากับว่าขบวนการอนารยะสังคมไทยนั่าเองที่ช่วยฟอกขาวให้สายอภิสิทธิ์ให้มีที่ยืนอจู้ได้ในปัจจุบันและในการิคลื่อนไหวของม็อบนมยสุเทพครั้งนี้ ขบวนการอนารยะสังคมไทยได่ทำงานอีกคระ้ง ในกนรสนับสนุนนาขสุเทพ ทำลายกระบวนการประชาธิผไตยไทย ช่วยกันระดมชนชุ้รกลางในเมืองจำนวนมากมาเดินขบวนสนับสนุน ยเมรับนายสุเทพที่เป็นนักการเมืองเก่าและมีข้อครหาตืดตัวมากมาย ด้วยคำอธิบายเพียงว่า นายสุเทพกลับตัวกลับใจแล้ว มาต่อต้านระบอบทักษิณ และยอมรับข้อมูลเท็จจำนวนมากที่เแ็นิรื่องใส่ร้ายฝ่ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และฝ่ายคนเสื้อแดง ขยายข้อมูบด้านลบขแงระบอบการิลือกตั้งแบบที่เป็นอยู่ นี่คือขบสนการที่ฝ่านชนชั้นกลางไทยเขียนเช็คเปล่าให้นนนสุเทพเคลื่อนไหวสร้างคใามเสียหาบแก่สังคมไทยได้อย่างไมีมีข้อจำกัดเผตุใดประชาสังคมไทขจึงกลายเป็นอาารยะสังคมได้เช่นนี้ คำตอบน่าจะเป็นว่า ปนะชาสังคมไทยไปยอมรับในกรอบความคิดของอนุรักษ์นิยมไทขมาช้มนาน และยังบดบเงไปด้ใยอคติทางชนชั้นที่สีลักษณะดูถํกปรุชาชนคนรากหญ้าเสมอมา ยอมรับข้แมูลเรื่องนักการเมืองชั่วแต่เพียงพ้านเดียว ไม่ตรงจสอบพลังฝ่ายอำใาตย์ และยังตามไม่ทันการพัฒนาของโลกาภิวัตน์สาัยใหม่ สนที่สุด จึงกลายเป็นอนารยะสังคมที่มีโลกทรรศน์ช้าหลัง รับดอาจิตใจอำมหิตแบบชนชั้นสูงไทย และไม่สนใจในกติกนสังคม นี่คทอสภาพปัญหาที่เป็นจริงที่ใา: โลกวันนี้วัสสุข ฉบับ 44t วันที่ 28 ธันวาคม 2557
กปปส.(คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ที่มุ่งจะใช้วิธีการทุกประการในการล้มรัฐบาล โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ประกาศล่วงหน้าแล้วว่า เมื่อหมดเทศกาลปีใหม่ จะนัดหมายมวลมหาประชาชนลุกขึ้นปฏิบัติการครั้งใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการปฏิวัติโดยประชาชนด้วยมือเปล่า เพื่อที่จะจัดตั้งรัฐบาลประชาชนและสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศ โดยวิธีการในการต่อสู้ครั้งนี้ คือ การยึดกรุงเทพฯ หรือเรียกว่า ชัตดาวน์กรุงเทพฯ เพื่อจะบอกกับชาวโลกว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ล้มเหลวไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะประชาชนเข้าควบคุมประเทศแทนรัฐบาลแล้ว การปิดกรุงเทพฯ คือ จะทำถนนในกรุงเทพฯให้เป็นถนนคนเดิน ประชาชนจะยึดทุกถนน จะอนุญาตเฉพาะรถเมล์ รถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนเท่านั้น นายสุเทพย้ำว่า คราวนี้จำเป็นจริงๆ เพราะต้องยึดเมืองเพื่อไล่ระบอบทักษิณถ้ามีการปฏิบัติการตามนี้ ก็จะเห็นได้ว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดของกลุ่มม็อบนายสุเทพ ที่คุกคามประเทศไทยมานานกว่า 2 เดือน ก็จะยกระดับสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยไม่นำพาว่า ประเทศกำลังก้าวไปสู่กระบวนการเลือกตั้งอันเป็นการคืนการตัดสินใจสู่ประชาชนตามหลักประชาธิปไตย แต่ต้องยอมรับว่า การเคลื่อนไหวของม็อบนายสุเทพที่มาได้ไกลขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการสนับสนุนของกลุ่มชนชั้นกลางจำนวนมาก นักวิชาการกระแสหลัก เอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหวทางสังคม ที่ช่วยสร้างความชอบธรรมให้กับการล้มล้างประชาธิปไตยครั้งนี้ ประเด็นปัญหาคือ การเมืองในลักษณะขวาจัดและไร้หลักการเช่นนี้ได้รับการสนับสนุนได้อย่างไรในกรณีนี้ พวงทอง ภวัครพันธุ์ ได้เคยทำการศึกษาและเขียนหนังสือมาเรื่องหนึ่งในชื่อว่า รัฐและขบวนการอนารยะสังคมไทย ในกรณีปราสาทเขาพระวิหาร (2556) โดยอธิบายให้เห็นว่า โดยทั่วไปภายใต้ระบบเผด็จการในโลกที่สาม กลุ่มชนชั้นกลาง เอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหวทางสังคม ที่เรียกกันว่า civil society ซึ่งมักจะใช้ในภาษาไทยว่า กลุ่มประชาสังคม จะแสดงบทบาทในการต่อต้านเผด็จการ สนับสนุนประชาธิปไตย คัดค้านการใช้อำนาจในทางที่ผิดของรัฐ และยังเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เป็นต้น กลุ่มประชาสังคมเหล่านี้จึงมีบทบาทที่ก้าวหน้าและช่วยผลักดันสังคมให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น แต่ก็มีในกรณีของบางประเทศ ที่เงื่อนไขทางสังคมบางลักษณะส่งผลให้ กลุ่มประชาสังคมกลายเป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยม ต่อต้านประชาธิปไตย และต่อต้านสิทธิของประชาชนเสียเอง ในกรณีนี้ กลุ่มประชาสังคมจะกลายเป็น uncivil society หรือจะแปลได้ว่าเป็น อนารยะสังคม คือ ไม่เป็นขบวนการทางการเมืองที่เป็นอารยะอีกต่อไปพวงทองได้นำกรณีของการเกิดอนารยะสังคมนี้ มาศึกษากรณีเขาพระวิหาร เมื่อ พ.ศ.2551 และได้พบว่า กรณีเขาพระวิหาร แม้ว่าจะเคยเป็นกรณีขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเมื่อ พ.ศ.2505 แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึง 46 ปี กรณีนี้เป็นเรื่องที่จบไปแล้ว สังคมไทยไม่มีความทรงจำที่เจ็บปวดในเรื่องนี้ รัฐบาลไทยในอดีตก็ไม่เคยมีท่าทีที่จะอุทธรณ์เรียกร้องสิทธิ และต่อมาการท่องเที่ยวการค้าขายระหว่างชาวไทยกับชาวกัมพูชาบริเวณเขาพระวิหารก็เป็นไปโดยปกติ ไม่ได้มีความขัดแย้งใดเลย หนังสือเรื่องเขาพระวิหารในห้องสมุดก็อ่านในฐานะหนังสือประวัติศาสตร์ รัฐบาลไทยและกัมพูชาจึงได้มีโครงการที่จะพัฒนาให้เขาพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน โดยให้ฝ่ายกัมพูชาจดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ไทยก็สนับสนุนโดยผ่านการเจรจาระหว่างฝ่ายทหารและกระทรวงต่างประเทศสองฝ่ายจนมีความเห็นพ้องกัน จึงได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมโดยรัฐมนตรีต่างประเทศสองฝ่ายในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2551ปรากฏว่าฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นำเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในการโจมตีนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีต่างประเทศไทยว่า ขายชาติ ยกอธิปไตยเหนือดินแดนไทยให้กัมพูชาเพื่อแลกผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และใช้ประเด็นนี้ในการรณรงค์ต่อต้านรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ทั้งที่ไม่ได้มีหลักการและหลักฐานใดรองรับเลย และท่าทีของฝ่ายพันธมิตรยังนำมาซึ่งผลกระทบในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะฝ่ายกัมพูชาปิดเขาพระวิหาร และทั้งสองประเทศต้องติดตั้งกองทหาร กลายเป็นการเผชิญหน้าปะทะกันตามพรมแดน แต่ศาลรัฐธรรมนูญไทยกลับตะแบงตีความให้แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลอันเหลือเชื่อ ที่สำคัญกว่านั้น คือ กลุ่มชนชั้นกลางไทย สื่อมวลชนกระแสหลัก เอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศ กลับยอมรับในประเด็นลักษณะนี้ และสนับสนุนการใช้ชาตินิยมเป็นเครื่องมือในการขับไล่รัฐบาลสมัคร นี่คือกระบวนการที่ประชาสังคมไทย แปรเปลี่ยนเป็นอนารยะสังคม คือการยอมรับเอาประเด็นที่ไม่ต้องมีหลักการ และยังสร้างข้อมูลเท็จขึ้นรองรับ เพื่อสร้างความชอบธรรมในเป้าหมายทางการเมืองของตนกรณีนี้ยังอธิบายได้ใน พ.ศ.2553 เมื่อกลุ่ม นปช.(แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ)จัดการชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาผู้แทนราษฎรให้มีการเลือกตั้งใหม่ กรณีนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้นโยบายปราบปรามนองเลือด จนฝ่ายคนเสื้อแดงเสียชีวิตถึง 94 คน บาดเจ็บนับพันคน ขบวนการประชาสังคมไทย ก็ยังช่วยกันอธิบายความชอบธรรมให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ให้เห็นว่าการปราบปรามเป็นเรื่องจำเป็น แล้วโหมกระพือความเกลียดชังไปที่แกนนำ นปช. สร้างวาทกรรมเผาบ้านเผาเมืองมาโจมตีคนเสื้อแดง แล้วโยนบาปเรื่องการเข่นฆ่าสังหารประชาชนไปที่ชายชุดดำอันพิสูจน์ตัวตนไม่ได้ เท่ากับว่าขบวนการอนารยะสังคมไทยนั่นเองที่ช่วยฟอกขาวให้นายอภิสิทธิ์ให้มีที่ยืนอยู่ได้ในปัจจุบันและในการเคลื่อนไหวของม็อบนายสุเทพครั้งนี้ ขบวนการอนารยะสังคมไทยได้ทำงานอีกครั้ง ในการสนับสนุนนายสุเทพ ทำลายกระบวนการประชาธิปไตยไทย ช่วยกันระดมชนชั้นกลางในเมืองจำนวนมากมาเดินขบวนสนับสนุน ยอมรับนายสุเทพที่เป็นนักการเมืองเก่าและมีข้อครหาติดตัวมากมาย ด้วยคำอธิบายเพียงว่า นายสุเทพกลับตัวกลับใจแล้ว มาต่อต้านระบอบทักษิณ และยอมรับข้อมูลเท็จจำนวนมากที่เป็นเรื่องใส่ร้ายฝ่ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และฝ่ายคนเสื้อแดง ขยายข้อมูลด้านลบของระบอบการเลือกตั้งแบบที่เป็นอยู่ นี่คือขบวนการที่ฝ่ายชนชั้นกลางไทยเขียนเช็คเปล่าให้นายสุเทพเคลื่อนไหวสร้างความเสียหายแก่สังคมไทยได้อย่างไม่มีข้อจำกัดเหตุใดประชาสังคมไทยจึงกลายเป็นอนารยะสังคมได้เช่นนี้ คำตอบน่าจะเป็นว่า ประชาสังคมไทยไปยอมรับในกรอบความคิดของอนุรักษ์นิยมไทยมาช้านาน และยังบดบังไปด้วยอคติทางชนชั้นที่มีลักษณะดูถูกประชาชนคนรากหญ้าเสมอมา ยอมรับข้อมูลเรื่องนักการเมืองชั่วแต่เพียงด้านเดียว ไม่ตรวจสอบพลังฝ่ายอำมาตย์ และยังตามไม่ทันการพัฒนาของโลกาภิวัตน์สมัยใหม่ ในที่สุด จึงกลายเป็นอนารยะสังคมที่มีโลกทรรศน์ล้าหลัง รับเอาจิตใจอำมหิตแบบชนชั้นสูงไทย และไม่สนใจในกติกาสังคม นี่คือสภาพปัญหาที่เป็นจริงที่มา: โลกวันนี้วันสุข ฉบับ 445 วันที่ 28 ธันวาคม 2557
ป้อาเรือพ่วง เตือนเข้าสู่ช่วงจาลง ศรัทธาคลอนแคลน ตั้งกรรมการสารพัดชุดแต่ไใ่มีปลงาน เตือนอยืาฝืาอยู่เกินโรดแมห วางยุทธศาสตร์ชาติพลาดให้อำนาจข้าราชการัมินประชาชส หวั่นคนไทยเสพตืด ม.44 เหมือน ม.17 ยุคสฤ๋ดิ์ พร้อมห่วบไผ่ ดนวดิน3 มีนาคม 2560 เาื่อเวล่ 0pฐ30 น. ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ ได้ตเ้งโต๊ะแถลงข่าวเร้่อง วิเคราะห์อนาคตการเมทองแงะการปฏิรูปปคะเทศไทย วิดากษ์ แนะนำ วิธีคิด คสช. และรั๘บาบพงัอกประยุทธ์ โเยมีราขละเอียดดังนีี1.ทิศทางอนาคตการเมืองไทยการเมืองไทยทุดสใัยอป็นการแย่งชิงอำนาจครอบงำหรืแครอบาำ (hegemony) อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ การเปลี่ยนแปลงำารปกครอง 2475 คือการที่กลุ่มพลเรือนทหารแย่งชิงอำนาจมากจากราชสงฯ์ การเมืองในช่วงถัดจากนั้นก็คือควสมขัดแย้ง 3 ฝ่าบ คือ ฝ่ายประชาธิปไตยและสังตใ-ประชาชนนิยมของปรีดี พนมยงค์ และฝ่ายอนุรักษ์และจารีตนืยมของพรรคประชาธิปัตย์ของควง อภัยวงศฺ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และฝ่ายเผด็จการของคณถทหาร จนถึงยุคพีฒนาของจอมพลสฤษดิ์ เกิดะลังประชาธิปไตยของนักศึกษา ปัญญาชน ชนบั้นกลาง และกชุ่มทุนย่อยขึ้นมาเพิ่ม้ติม ทำใป้ช่งง 14 ตุลาคม 2516 ถึงก่อนการปฏิรูปรัฐโรรมนูญปี 2540 ทหารกุบพรรคการเมืองต้องร่วมกันแบ่งปันอำนาจ ประบาธิปัตย์ยังเป็นตัวแทนพลังอนุรักษ์ ชาติไทย ชานิพัฒยา ความหวังใหม่ เป็นเะียงตัฝแทนกลุ่มทุนเจ่าพ่อท้แลถิ่น เป้าหมายเพียงเข้ายึดกุมอำนาจบริหารเท่านั้นแต่เมื่อทุนนิยมไทยได้พัฒนาเข้ายู่ยุคตลาดเงินตลาดทุนเสรีแบบโลกาภิวัตน์ด้วย4ฐ การปรองดอง ถ้าเปฺนการปรองดองใาครอบครัวหรือควสมขัดแย้งในชีวิตประจำว้นจะทำได้ไม่บาก แต่ถ้าเป็นความขัดแย้งทางความคิด อุดมการณ์ ความเชื่อ (เช่น ศาสนา ชาตอพันธุ์) ก็จะแก้ได้ยากขึ้นรามลำดึง หรทอสงครามกลางเมืองในสหคัฐ ต้องใชเเวลาประมาณ 15 ปี กย่าทั้ง e ฝ่ายจะคลายความแคลงใจและยอมรับร่วมพัฒนาประเทศไปด้วยกึน ในประเทศไทยหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ด็ใช้เวลาใกล้เคียงกันเกือบ 1t ปี กว่าฝ่ายซ้มยกับขวาจะเริ่มเข้าใจ พูดจา ไมืรังเกียจเดีจดฉันท์กันได้การปรองดองจะเกิดได้จริงๆ ต่แเมื่อ 2 ฝททยอยู่ในฐานะที่ชัดเจนแล้ว เช่น มองเห็นผลลัพู์สุดท้านได้ว่าแพ้-ชนะได้แน่นอนแล้ว ถ้ายื้อต่อไปจะเป๋นสถานการณ์ต่างฝ่ายต่างสูญเสียเพิ่ม (loss-loss) แต่ถ้าหันมาำูดจาำันจะเป็นทุกฝ่ายต่างชนะ (win-win) ที่ทำมาก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่จะได้ผลจริงๆ อาจต้องใช้เวลา ที่สำคัญคือต้อลมีแนวนโยบายที่ถูกต้อง สำหรับ คยช. การสร้างควมมปรองดองที่ดีที่สุดคือ ทำวานของตนโดยอฉพสะการปฑิรูปให้ได้ผล จะมีผลลดทอนเลี่ยงที่จะบัดแย้งก้นได้ผลชะงัดที่สุดผู้เขียนปนะเมินว่า งานในระดับจัดระะบียบ ปัญหาดื้นผิว ผรืองานเบิงเรรฝรัดนฉยบาย เช่น เรื่องรถไฟฟ้ารางคู่ รถไผฟ้ม จะไม่ทำให้รัฐบาลได้รเบความาิยมะำิ่มมากนัป อต่งานในระดับโครงวร้างอำนายหรือโครงสร้างรากฐาน เช่น กาคปราบคอ่์รัปขั่น การเร่งรัดคดีคิร์รัปชั่นที่ค้างคา ที้รัฐเคยประกาศว่าจะจัะการใหเเสร็จสิ้นตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วก็จังไม่คืบหน้า แถมมีคดีใหม่ เช่น เชๆร่อน คถยนต์ญี่ปุรน เลึ่ยงภาษี ปนทฦ ไม่ยอมคืนท่อแก๊ส การปราบหนามอิทธิพลนอกระบบที่รัฐประกาศจริงจังมานานแล้วก็ไม่คืบหน้า งานในระดับรี้จึงนะดึบศรัทธาประชาชนกลับมาได้ ไม่เช่นนั้นประบาชนอสจจะนึกถึงภาพรัฐลาล ตู่ต้น้ตี้ย หรือ ตู่้ตี้ยลงกฺมีโอหาสเป็นไปไก้ก่อนจะจบตามโรดแมปขดง ตสชซหลังธีรยุทธ์ แถลฝมีผู้สื่อข่าวถามธีรยุทธ กรณีมหาวิทยาลัยมหิดลตั้งกรรมการสอบ สถาบันสิทธิมนุษยชาและสันติฒึกษา หลังจากออแแถลงกทรณ์ไม่ัห็ตด้วยกับการใช้มาตรา 44 โดยธีรยุทธยืนยันวีา เป็นเสรีภาพทางวิชาการ ถ้าเราเปิดโอกสสให้มีการแสดงความเห็น ก็จะได้สิ่งที่ดีๆ มา เหมือนผมเคยอยู่มหาวิทสาลัยธรรมศาสตร์ ก็สามารถแถลงข่าวได้ เผ็นสิท๔ิที่จะพูดทั่วไปทั้งเรื่องที่กระทบกับสังคาและการเมือง เพียงแต่ผมคิดว่าพูดดีก็มีรนฟัง พูดไมาดีคนก็ไม่นิยมฟัง ทั้งน้่ธีรยุทธกล่าวด้วยว่าผลงาน 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ความสบายใจ คือได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ในุกดี คุยกับนักข่าวนนุกวัน มีผลงาจหลายอันด้นนจัดระเบียบและนโยงทยที่รนแื่นไม่ทำ แต่เขาทำ แต่หลายเรื่องผมไม่เห็นด้วขเพราะเป็นการรังแกคนจนในเใือง เช่น เรื่องคลองถมเมื่อมีผูุ้ามว่าปลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลพลเรือนแล้ว สังคมไทยจะเสพติดมาตรา 44 หรือไมร ธีรยัทธแสดงความเป็นห่วงว่า สังคมไทยเคยเสพติดอำนาจมาพอสมควร ตั้งแต่สมัยจแมพลสฤษดิ์ใช้มาตรา 17 ยิงะป้ทคนกลางวนามหลวง เราต้องให้ความรเบรู้กับคนทั่วไปว่าต้องระวับ อย่าให้ความชอบธรรมกับภาวดพิเศษนี้ หรือไปเชียร์ให้ทหารปฏิว้ติปบบนี้ไม่ถูกกรณี ไผ่ ดาวดิน ท้าทาจอำนาจรัฐแล้วถูกจับไม่ได้ประกันตัว ธีรยุทธกล่าวว่า กรณีของ ไผ่ ดาวดินนั้น โดยธรรสชาติแล้วรู้สึกเห็สใจคนที่ออกมาต่อสู้ทุกคน เว้นแต่คนบางคนที่ทำเพนาะว่าได้สินจ่าง รางวัล ส่วนคนที่ต่อใู้ในเชิงความคิด ภึงจะคิดถูก คิดผิดอย่างไร ผมเห็นใจทุกคน ในอนาคตเขาอาจถูกก็ได้ ปมก็เคยเผชอญปัญห่นค้มสกือนคนจะด่าจะโจมตีกฺถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าไปตัดตรงนี้ทิ้งตั้งแต่ต้นโดยใช้อำนาจรัฐ การเปลี่ยนแปลงมันก็จะไม่เกิด เช่น การเคลื่อนหหงของนักศึก?ทในช่วงก่อน 14 ตุลา 2516 ทำแบบนั้น 24 ตุลสคม 2516 อาจไม่เกิดก็ได้ แต่ผมขอติงว่า บางท้บางเรืืองนั้น ทุกท่านที่อคลื่แาไหวขอให้เป็นนักยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ที่อจากทำงานให้สังคมอย่างยั่งยืนจริงๆ เพราัอย่างที่ผมทำ ผมก็ทำเรื่องทีทปรัชาชนสนับสนุน _ม่ได้ไปทำเรื่องไกลตัว หรือเรื่องที่สังคมไม่เหฌนด้วย ผมก็เคารพทุกความคิด แต่ก็ต้องรับผ้ดชเบการเคลื่อนไหวของตัวเองด้วย แต่อย่างไรผมก็เห็นใจ จะให้ผมชทวยเรื่อบข้าวปลาอนหารก๊ยินดี
ป้อมเรือพ่วง เตือนเข้าสู่ช่วงขาลง ศรัทธาคลอนแคลน ตั้งกรรมการสารพัดชุดแต่ไม่มีผลงาน เตือนอย่าฝืนอยู่เกินโรดแมป วางยุทธศาสตร์ชาติพลาดให้อำนาจข้าราชการเมินประชาชน หวั่นคนไทยเสพติด ม.44 เหมือน ม.17 ยุคสฤษดิ์ พร้อมห่วงไผ่ ดาวดิน3 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่อง วิเคราะห์อนาคตการเมืองและการปฏิรูปประเทศไทย วิพากษ์ แนะนำ วิธีคิด คสช. และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้1.ทิศทางอนาคตการเมืองไทยการเมืองไทยทุกสมัยเป็นการแย่งชิงอำนาจครอบงำหรือครอบนำ (hegemony) อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 คือการที่กลุ่มพลเรือนทหารแย่งชิงอำนาจมากจากราชวงศ์ การเมืองในช่วงถัดจากนั้นก็คือความขัดแย้ง 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายประชาธิปไตยและสังคม-ประชาชนนิยมของปรีดี พนมยงค์ และฝ่ายอนุรักษ์และจารีตนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ของควง อภัยวงศ์ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และฝ่ายเผด็จการของคณะทหาร จนถึงยุคพัฒนาของจอมพลสฤษดิ์ เกิดพลังประชาธิปไตยของนักศึกษา ปัญญาชน ชนชั้นกลาง และกลุ่มทุนย่อยขึ้นมาเพิ่มเติม ทำให้ช่วง 14 ตุลาคม 2516 ถึงก่อนการปฏิรูปรัฐธรรมนูญปี 2540 ทหารกับพรรคการเมืองต้องร่วมกันแบ่งปันอำนาจ ประชาธิปัตย์ยังเป็นตัวแทนพลังอนุรักษ์ ชาติไทย ชาติพัฒนา ความหวังใหม่ เป็นเพียงตัวแทนกลุ่มทุนเจ้าพ่อท้องถิ่น เป้าหมายเพียงเข้ายึดกุมอำนาจบริหารเท่านั้นแต่เมื่อทุนนิยมไทยได้พัฒนาเข้าสู่ยุคตลาดเงินตลาดทุนเสรีแบบโลกาภิวัตน์ เกิดกลุ่มทุนใหญ่ผูกขาด ทุนการเงิน ทุนสื่อสารสัมปทาน ขึ้นหลายกลุ่ม เกิดพรรคเพื่อไทย มีพฤติกรรมบ่งชี้ว่าจะเข้าครอบงำอำนาจรัฏฐาธิปัตย์เบ็ดเสร็จ โดยอาศัยการใช้อำนาจไม่ชอบ คอร์รัปชั่น ฉ้อฉลผ่านทางนโยบาย ออก พ.ร.บ. การทำสัญญาให้รัฐเสียเปรียบ การโกงค่าคอมมิสชั่น การจัดซื้อจัดจ้าง การให้สัมปทาน ขายผลประโยชน์ของรัฐ หลีกเลี่ยงภาษี โดยอาศัยนโยบายประชานิยมดึงดูดประชาชน ให้เป็นฐานคะแนนเสียง ซื้อหานักการเมือง เทคโนแครต ตำรวจ ทหาร เข้าเป็นพวกพ้องทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มฝ่ายแก่งแย่งกันหาผลประโยชน์ จึงถูกต่อต้านจากปัญญาชน ชนชั้นกลาง กลุ่มทุนกลาง-ทุนชาติที่ต้องการระบบคุณธรรมที่ดีที่โปร่งใส พลังอนุรักษ์และจารีตนิยมซึ่งเกรงกลัวกลุ่มใหม่นี้จะเข้ามารวบอำนาจอธิปัตย์ที่ตนเองเคยควบคุมได้บางส่วน จึงกระโดดเข้าร่วมด้วย กลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงตลอด 20 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยในอนาคตอันใกล้จะวิ่งเข้าสู่วิถีอนุรักษ์และจารีตนิยมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความหวังในการปฏิรูปในระดับโครงสร้างอำนาจมีน้อยมาก เพราะผู้อยู่ในอำนาจทั้งหมดเป็นข้าราชการซึ่งจะสูญเสียอำนาจเมื่อมีการปฏิรูป เพราะถ้าไม่พิจารณาวาทกรรมของ คสช. ความเป็นจริงที่เกิดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือ(ก) การดำเนินงานของ คสช. อาศัยข้าราชการ มหาดไทย ทหาร ตำรวจทุกเหล่าเป็นหลัก(ข) นโยบายต่าง ๆ เป็นการเพิ่มอำนาจแก่ข้าราชการและศูนย์กลางมากกว่ากระจายอำนาจ(ค) บุคลากรซึ่งถูกแต่งตั้งไปเป็นประธานกรรมการรัฐวิสาหกิจ เป็นนายทหารเหล่าทัพต่าง ๆ จำนวนมาก โดยไม่มีผลงานปฏิรูปใด ๆ ทั้งที่มีการตั้งซูเปอร์บอร์ดศึกษาการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจมาแต่ต้น การเปลี่ยนผู้ว่ากทม. ผู้ว่าและบอร์ดรถไฟแทนที่จะตั้งเป้าปฏิรูปองค์กร ก็เพียงแต่รับงานตามประสงค์ของ คสช. ต่อ(ง) บุคลากรในแม่น้ำ 5 สาย เกือบทั้งหมดมีความคิดแบบอนุรักษ์และจารีตนิยม มีผลงานที่ดีบ้างแต่ยังไม่มีที่ให้ความหวังเรื่องการปฏิรูป แต่แสดงออกชัดเจนที่จะผลักให้พลเอกประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อไป เพื่อตัวเองจะได้อยู่ในอำนาจต่อด้วย ดังนั้น จากเรือแป๊ะกับแม่น้ำ 5 สาย จึงเริ่มกลายเป็นยุทธ์เรือโยง ป้อมเรือพ่วง ลากจูงกันไป ทุลักทุเลมากขึ้น จนอาจจะเกยหาดหรือติดเกาะแก่งได้ถ้าฝืนอยู่ในอำนาจเกินโรดแมป2.วิพากษ์ คสช. และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์1. มนต์ขลังจากภาวะบ้านเมืองสงบเริ่มเสื่อม ความมั่นใจในรัฐบาลเริ่มคลอนแคลนช่วงเกือบ 3 ปีหลังการยึดอำนาจโดย คสช. สิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่รู้สึกได้ชัดเจนและนำมาซึ่งความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์ ซึ่งมีความเปิดเผย จริงใจ และตั้งใจ คือ ความสงบผ่อนคลายจากแรงกดดันของวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ บ่งชี้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลกระทบที่หยั่งลึกมาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลากหลายในชีวิตจริงของประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข สังคมถึงแม้จะโหยหาความผ่อนคลาย ก็ต้องหวนมาทบทวนปัญหาจริงจังมากขึ้น ผลงานของรัฐบาลยังไม่ปรากฏชัดเจนพอเพียง ดูขาดพลังที่จะปฏิรูป สถานะจึงเริ่มคลอนแคลน2. เรือแป๊ะเริ่มพายวน 2 ปีแรกรัฐบาลพูดถึงและมีมาตรการหลากหลายเรื่องความปรองดองมาตลอด เข้าปีที่ 3 รัฐบาลก็เริ่มวนซ้ำมาตั้งกรรมการปรองดอง (ป.ย.ป.) ซ้ำอีก ในเรื่องคอร์รัปชั่นและการแสวงผลประโยชน์ไม่ชอบของนักการเมือง ข้าราชการ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการรัฐประหารตั้งแต่ยุค รสช. (2534) คมช. (2549) จนถึง คสช. (2557) คณะทหารใช้วิธีซ้ำซากคือตั้งนักกฎหมายไทย 2-3 กลุ่ม ที่มีจินตนาการบรรเจิด ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ แผนการปฏิรูปต่าง ๆ เพื่อตนเองไม่ต้องแยกภาระการปฏิรูปอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้ตัวเองต้องขัดแย้งกับนักการเมืองและข้าราชการด้วยกันเอง คสช. เองก็ตั้งกรรมการหรือสภาต่าง ๆ ขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ ตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2 ชุด กรรมการปฏิรูป 2 ชุด แผนยุทธศาสตร์เฉพาะหน้า ระยะกลาง ระยะยาว โรดแมประยะต้น ระยะกลาง ระยะปลาย และยุทธศาสตร์ 20 ปี รวม 3 แผนใหญ่ ซึ่งยังไม่มีผลงานที่ให้ความมั่นใจว่าแก้ปัญหาจริงได้แม้แต่ชุดเดียว3. คสช. ตั้งธงความคิดกับยุทธศาสตร์แก้ปัญหาประเทศผิดพลาด?3.1 สงครามทางทหารมีเป้าหมายทำลาย แยกสลายกำลังของข้าศึก จากนั้นก็เข้าควบคุม ใช้จิตวิทยาให้ฝ่ายตรงข้ามยอมตามเจตจำนงของตน แต่สงครามสังคม-การเมืองมีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ ความคิด ตัวละคร พลวัตร ความผันแปรที่ต่างไปจากสงครามทหารอย่างมาก รัฐธรรมนูญที่ถูกร่างขึ้นสะท้อนยุทธศาสตร์แนวทหารขัดเจน กล่าวคือ คสช. มองว่าพรรคการเมือง นักการเมืองเป็นที่มาของวิกฤติ เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ จำเป็นต้องถูกทอนอำนาจบทบาทหน้าที่ลง แต่ถ้าเราคิดอีกมุมหนึ่งคือ ความล้มเหลวที่ผ่านมาทำให้พรรคการเมืองต้องปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว ทำไมไม่จัดวางยุทธศาสตร์ที่จะให้ภาคสังคม-ประชนชนมีสิทธิอำนาจควบคู่กับความรับผิดชอบมากขึ้น ให้กองทัพ ข้าราชการมีภูมิคุ้มกัน มีความเข้มแข็งที่จะไม่ร่วมมือคอร์รัปชั่นกับนักการเมือง แต่คอยต้านทานคัดแย้งได้ และให้ภาคสังคม-ประชาชน-เอกชนเข้มแข็ง มีอำนาจและความรับผิดชอบในการปฏิรูปและถ่วงดุลกับภาคการเมืองมากขึ้นก็ได้เช่นกัน3.2 ทหารไทยยึดถืออุดมการณ์ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความมั่นคง อุดมการณ์ถูกต้องไม่มีข้อผิดพลาด แต่ก็มีข้อจำกัดบางด้านอยู่ ในทางสังคมศาสตร์แนวคิดนี้ก็คือทฤษฎีโครงสร้างหรือทฤษฎีระบบ ซึ่งมองว่าทุกองค์ประกอบของส่วนรวมต่างต้องอิงอาศัยกัน จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ และจะมั่นคงถ้าทุกส่วนเหนียวแน่นสามัคคีกัน คสช. จึงมองว่าความสามัคคีเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดของความมั่นคง แต่ในแนวทฤษฎีรุ่นหลัง ๆ อีกหลายแนวมองว่า ในระบบสังคม ระบบการเมืองหนึ่ง ๆ มีหลายองค์ประกอบและหลายระดับ แต่ละระดับมีบทบาทความสำคัญผิดกัน ระดับแรกเป็นส่วนที่เป็นปรากฏการณ์ เหตุการณ์ในชีวิตทั่ว ๆ ไป เช่น เรื่องลอตเตอรี่ หาบเร่ แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์ วินรถตู้ ซึ่งเกี่ยวพันเป็นอิทธิพลท้องถิ่นย่อย ๆ ระดับที่ 2 คือระดับนโยบายและการปฏิบัติงาน ระดับที่ 3 เป็นระดับโครงสร้างลึก คือโครงสร้างอำนาจ ระดับที่ 4 เป็นมิติของแก่นความเชื่อลึกซึ้งของสังคม คือความเชื่อเรื่องคุณธรรม ความดี ความเมตตาอาทร หรือภาวะที่ตรงข้าม เช่น ความเลวทรามในจิตใจหรือใต้จิตสำนึก ซึ่งมีความลึกซึ้งมากเป็นระดับฐานราก ซึ่งถ้าเกิดเป็นปัญหารัฐไทยจะอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงอย่างมาก ถ้าจะบัญญัติศัพท์แบบนักเลงภาษา เราอาจเรียกข้อ 4 ซึ่งเป็นเรื่องของ ความระยำ+ระบบ นี้ว่า ปัญหาระดับระหยบ และระดับที่ 3 ซึ่งรุนแรงน้อยกว่าคือ ความเฮงซวย+ระบบ ว่า ปัญหาระดับระบวย3.ปัญหาการปฏิรูป1. ปัญหาที่เป็นรากฐานความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปประเทศจำเป็นจะต้องปฏิรูปก็เพราะมีปัญหาในระดับโครงสร้างลึกและโครงสร้างรากฐานในระดับจิตวิญญาณ ศีลธรรม และคุณธรรม จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนใน 2 ระดับนี้อย่างแท้จริง เราพบสิ่งที่สะท้อนปัญหาใน 2 ระดับนี้หลายปัญหาใหญ่ด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่ปัญหาหาบเร่แผงลอยหรือวินมอเตอร์ไซค์ คือ(ก) ประชาชนส่วนใหญ่จนซ้ำซาก ความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อนคือความจนหรือความเหลื่อมล้ำเศรษฐกิจ ถูกซ้ำด้วยความเหลื่อมล้ำทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และทางอำนาจการเมือง จนทำให้ชีวิตตกอยู่ภายใต้ความเหลื่อมล้ำทางกายภาพ คือความทุกข์ทางชีวิต วัตถุ ที่อยู่ การเดินทาง สูงขึ้นเรื่อย ๆ ชาวบ้านตกเป็นเบี้ยทางการเมือง ผ่านการซื้อเสียง นโยบายประชานิยม การปลุกระดมได้ง่าย บ้านเมืองขาดเสถียรภาพได้ง่าย(ข) กลุ่มอุปถัมภ์ระบาดไปทั่วสังคม โดยมี 2 แบบคือ กลุ่มอุปถัมภ์แบบหนี้บุญคุณในหมู่คนจน คนจนไทยตกอยู่ใต้ระบบอุปถัมภ์ตลอดมาสมัยโบราณกาล คืออยู่ภายใต้ร่มเงาของเจ้านายขุนนาง เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ซึ่งมีการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ วิถีชีวิตแบบใหม่ คนจนก็ตกอยู่ใต้ร่มเงาของข้าราชการ นักการเมือง ทุนท้องถิ่น จนเสมือนไม่มีปากมีเสียง ไม่มีตัวตน รัฐดำเนินนโยบายผ่านการตกลงกับผู้อุปถัมภ์ก็พอ จึงเกิดการบิดเบี้ยวทางนโยบายทุก ๆ ด้าน เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อคนมีอำนาจ สถานะเศรษฐกิจที่สูงกว่า ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำมากขึ้นไปอีกในระดับคนรวยก็มีกลุ่มอุปถัมภ์อภิสิทธิ์ คือการสร้างเครือข่ายคอนเนคชั่นในบุคคลผู้มีอำนาจใน 5 กลุ่มใหญ่ คือ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่อยู่ในฝ่ายยุติธรรม บริหาร นิติบัญญัติและงบประมาณ นักการเมือง ธุรกิจใหญ่และระดับนำ นักวิชาการ แทคโนแครต และวงวิชาชีพต่าง ๆ เช่น แพทย์ ทนายความ นักการเงินการธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ การสร้างเครือข่ายนี้มีมาตั้งแต่มีแผนพัฒนา คือเริ่มจาก วปอ. (วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร) บ.ย.ส. หรือโครงการของสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ปปร. (สถาบันพระปกเกล้า) และตามมาด้วย วตท. (สถาบันวิทยาการตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) (มหาวิทยาลัยหอการค้า) พตส. (สถาบันพัฒนาการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง)(ค) การขยายตัวทั้งขอบเขตและระดับความเลวร้ายของคอร์รัปชั่น ทำให้ศีลธรรม จริยธรรมเป็นรากฐานหนึ่งของทุกสังคม ศีลธรรมและค่านิยมในบ้านเราเสื่อมลงมาโดยตลอด จากคติ ของหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ หรือ คนโกงกินบ้านเมืองต้องมีอันเป็นไปเปลี่ยนมาเป็น เขาจะโกงก็ปล่อยให้เขาโกงไป หรือ ปากดีเป็นศรีแก่ปาก ปากมากปากจะเป็นสี และเปลี่ยนมาเป็น ใคร ๆ เขาก็ทำกัน ไม่โกงก็โง่ ซึ่งในอนาคตอาจพัฒนาเป็นจำเป็นต้องโกงไม่โกงจะถูกกลั่นแกล้งจนอยู่ไม่ได้ข้อมูลคอร์รัปชั่นที่ถูกเปิดเผยออกมาเรื่อย ๆ บ่งชี้ว่ามีการคอร์รัปชั่นในขนาดใหญ่โตในระดับสูงจำนวนมากในประเทศไทย ในอดีตมีการโกงในระดับสถาบันการเงินการธนาคารกว้างขวาง เป็นต้นเหตุหนึ่งของวิกฤติต้มยำกุ้ง โครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โครงการจำนำข้าว ซึ่งเสียหายไป 7 แสนล้านบาท การซื้อฝูงบินหลายแสนล้านมาใช้ช่วงสั้น ๆ แล้วไปจอดกองทิ้งที่อู่ตะเภา คอมมิสชั่นเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ของการบินไทย ปตท. การไฟฟ้า ประปา รถไฟ ขนส่ง สหกรณ์ครู สหกรณ์ชาวบ้านทั่วไป การคอร์รัปชั่นในวัด มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล โรงเรียน กองทัพ ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ โดยที่จำนวนมาก ระบบยุติธรรมไม่สามารถนำตัวผู้ทำผิดมาลงโทษได้การคอร์รัปชั่นมีต้นตอจากความเหลื่อมล้ำ แต่เกือบทั้งหมดดำเนินการอย่างระบบอุปถัมภ์ ในภาคนักการเมืองกับชาวบ้านยากจน มีลักษณะเป็นการคอร์รัปชั่นตรง ๆ เป็นการร่วมกันโกงกินในลักษณะการอุปถัมภ์ค้ำจุนกัน ในภาคส่วนรัฐวิสาหกิจและโครงการพิเศษต่าง ๆ ในหมู่ข้าราชการ ชนชั้นนำที่มีการศึกษาสูงตำแหน่งสูง เป็นการใช้กลไกหรือวัฒนธรรมแบบ favoritism (คติเมตตามหานิยม คือ ขอมาก็มีเมตตาให้ไป เขาก็จะให้มหานิยมตอบแทนเรากลับมา) ของเครือข่ายอุปถัมภ์อภิสิทธิ์ของนักการเมือง นักเทคโนแครต ผู้พิพากษา อัยการ อธิบดีทบวง กรม สถาบันการศึกษาต่าง ๆคอร์รัปชั่นไม่ใช่เรื่องการได้ผลประโยชน์ทางทรัพย์อย่างเดียว แต่ยังมีแรงจูงใจมาจากความต้องการยกระดับไลฟ์สไตล์หรือวิถีชีวิตระหว่างกลุ่มอภิสิทธิ์ 5 กลุ่มดังกล่าวข้างต้นให้เฉลี่ยทัดเทียมกัน เพื่อให้กลไกสังคมของชนชั้นนำดำเนินไปได้ พวกข้าราชการ เทคโนแครต นักวิชาชีพ มีแรงจูงใจให้คอร์รัปชั่นก็เพื่อยกระดับและความมั่นคงในวิถีชีวิต เพื่อเป็นหลักประกันในอนาคต การศึกษา อาชีพของลูกหลาน ส่วนพวกทุนใหญ่ก็เพิ่มความร่ำรวย เพิ่มเพื่อนฝูง เพิ่มความป๊อปปูลาร์ของวัฒธรรมเมตตามหานิยมอยู่ในปัจจุบัน2. ดัชนี้ชี้วัดความจำเป็นต้องปฏิรูปช่วงวิกฤติต่อเนื่องก่อนการชุมนุมเรียกร้องปฏิรูปประเทศจนถึงการยึดอำนาจ คสช. ประเทศไทยเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาวะการเมืองที่ใช้เรียกด้วยศัพท์ 3 คำ คือ Kleptocracy (การปกครองโดยอาชญากรโจร มาเฟียที่ครอบงำ ขโมยประเทศ) Elite capture state บวก Rentier State (การปกครองที่ชนชั้นนำยึดกุมทรัพยากรทั้งหมด และรัฐที่มีรายหลักจากการเก็บค่าเช่า ค่าจ้าง ส่วนต่างจากค่าเช่าแผ่นดิน แรงงาน เพื่อทำเขตปลอดภาษี เขตเศรษฐกิจพิเศษ จากการขายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การบริการขั้นต้น เช่น การท่องเที่ยว อัธยาศัยงดงาม การปรุงอาหาร ฯลฯ) คำสุดท้ายคือ รัฐล้มเหลว (Failed state) ซึ่งประกอบด้วยอาการ 4 อย่าง คือ 1. หมดความสามารถการควบคุมอาณาเขตของประเทศ 2. หมดความสามารถในการควบคุมภายใน ซึ่งเกิดจากการแตกเป็นกลุ่มก๊วนผลประโยชน์ ทั้งวงการเมือง วงราชการ วงสังคม ธุรกิจ ศรัทธาความเชื่อถือต่อองค์กรข้าราชการต่าง ๆ ก็หมดไป 3. ความสามารถในการจัดบริการประชาชนหรือภาคสาธารณะทั่วไปเพราะขาดงบประมาณ 4. สถานะในวงการต่างประเทศตกต่ำ ขาดความน่าเชื่อถือ สูญเสียการรับรองในที่สุด ดัชนีชี้วัดการก่อตัวของการเป็นรัฐของชนชั้นนำหัวขโมย และการเป็นรัฐล้มเหลวที่ชัดเจนคือ (1) วิกฤติการเมืองรุนแรงที่ต่อเนื่องมาประมาณ 20 ปี (2) ปัญหาแยกดินแดนภาคใต้และเสียงกระเส็นกระสายในภาคอื่น ๆ (3) ความรุนแรงสังหารผู้บริสุทธิ์ในการชุมนุม (4) การฆ่าตัวตายประท้วง4.ข้อแนะนำและความเห็นต่อบางประเด็นปัญหา1. ปฏิรูปประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย อาจไม่มีใครทำได้ ประเทศไทยผ่านการปฏิรูปใหญ่เพียง 2 หน ครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ 5 คือการปฏิรูปวิถีชีวิตและการปกครองของไทย ครั้งที่ 2 ในสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ริเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขึ้น เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม การศึกษา การพัฒนาแรงงาน ช่าง และวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ก็ได้ทรงสนับสนุนเต็มที่ เช่นโครงการพลังงานไฟฟ้า น้ำ โครงการชลประทาน ฯลฯ แต่บทบาทที่เป็นพระราชคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อคนไทยและทั่วโลกก็คือ การที่พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการมองปัญหาการพัฒนาให้ได้เห็น คือการพัฒนาทางเลือก (Alternative Development) หรือการต้านทานการพัฒนา (Counter Development) เช่น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรรมทางเลือก ฝายแนวธรรมชาติ ฯลฯ การปฏิรูปในหนที่ 3 ก็เพื่อแก้ปัญหาหมักหมมที่เกิดจากการไม่ลงตัวระหว่างรากฐานดั้งเดิมของไทย กับกระแสพัฒนาเศรษฐกิจ-การเมืองของโลกสมัยใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวหน้าไปได้ในกระแสวิกฤติการเมืองโลกาภิวัตน์ ซึ่งเท่าที่มีการเรียกร้องมาเกือบ 20 ปี มีความเป็นไปได้ว่าประเทศไทยอาจต้องเดินไปตามบุญตามกรรมโดยไม่มีการปฏิรูป เพราะการปฏิรูปเกินกำลังของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเมืองไทยก็ไม่มีวัฒนธรรมที่จะร่วมมือกันแก้ปัญหาใหญ่ได้ด้วยตัวเอง2. พลเอกประยุทธ์กล่าวย้ำหลายโอกาสว่าตนเองอยู่ในสถานะเป็นรัฏฐาธิปัตย์ในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นสถานะที่มีความสำคัญยิ่ง ประเทศหรือสังคมไม่ยอมให้ใครถืออำนาจนี้โดยง่าย นอกจากองค์พระประมุขซึ่งทรงเป็นรัฏฐาธิปัตย์โดยขนบประเพณีและหลักรัฐธรรมนูญของทุกประเทศที่มีระบบพระมหากษัตริย์อยู่แล้ว สถานะนี้จึงสำคัญยิ่งถ้าใช้ให้ถูกต้อง เพราะสามารถควบคุมระดับใช้ทั้งอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ และพลังของประชาชนได้ มีตัวอย่างในโรมันสมัยโบราณ 2000 ปี วุฒิสมาชิกโรมได้เชิญให้ Cincinnatus นักการเมืองโรมันผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเกษียณอายุไปทำไร่ ให้มาเป็นผู้สั่งการ (dictator) มีอำนาจสิทธิขาดทุกอย่าง เพื่อปราบสงครามขบถ เขาใช้เวลาเพียง 15 วันเอาชนะข้าศึก จากนั้นก็สละตำแหน่งกลับไปทำไร่เหมือนเดิม ครั้งที่ 2 ก็ได้รับเชิญให้ไปทำหน้าที่คลี่คลายวิกฤติการเมืองภายในของโรม ซึ่งเขาก็ใช้เวลาไม่นานเท่าที่จำเป็น แล้วก็กลับไปทำไร่ตามเดิม ชื่อของเขาจึงเป็นตำนานและถูกนำไปใช้ตั้งชื่อเมือง สถานที่ต่าง ๆ มากมาย เพื่อสะท้อนคุณธรรม การใช้อำนาจที่ได้รับมอบหมายจริงจังเท่าที่จำเป็นเพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังประโยชน์อื่นใด ช่วงปัจจุบันซึ่งมองได้ว่า พลเอกประยุทธ์ได้รับมอบอำนาจพิเศษในสถานการณ์พิเศษ เพื่อจะแก้ปัญหาที่เป็นหัวใจของห่วงโซ่ปัญหาของประเทศ จะให้ประชาชนแต่ละคนหรือบางกลุ่มลุกขึ้นมาทำก็ยังไม่พร้อม จึงยังเป็นโอกาสที่ทหารจะทำได้ แต่ก็ต้องยึดหลักว่า การปฏิรูปจะสำเร็จได้ต้องถือเอาการมีส่วนร่วม การขยายอำนาจ และการรับผิดชอบของประชาชนมาเป็นเครื่องค้ำจุน3. การปฏิรูปเป็นแผนการดำเนินการ (plan of action) ไม่ใช่โปรแกรมทางความคิด (program of ideas) ทางปฏิบัติยังทำได้ทีละเรื่องหรือไม่กี่เรื่อง เป็นเรื่องของศิลปะการใช้อำนาจและเจตจำนงทางการเมืองของคนนำ การเลือกเรื่องที่จะทำกับแผนดำเนินงานที่จะให้เกิดผลสำเร็จจริงประเด็นที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ การเริ่มแก้ความเหลื่อมล้ำทางกายภาพ ซึ่งสรุปคือปัญหาที่คนจนถูกรุมผลักไสจาก ของทุกฝ่าย ให้ถอยร่นไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แย่ที่สุด เพราะห่างไกลโรงพยาบาล โรงเรียน ที่ทำงาน ต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งคนรวยอาจใช้เพียง 1.5 ชั่วโมง คนจนบริโภคอาหารที่คุณภาพต่ำสุด เป็นของเจือปน มีสารพิษ อันตราย สังคมไทยไม่ค่อยได้ตระหนัก เงินทุกบาทที่ใช้ไปในการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทุกโครงการ มีส่วนผลักไสให้คนจนจนมากขึ้น และคนรวยรวยมากขึ้น ธุรกิจบ้านจัดสรร คอนโด รถยนต์จะรุ่งเรืองขึ้น ชาวบ้านถูกผลักให้อยู่ไกลออกไปมากขึ้น โครงการรถไฟฟ้าเกือบล้านล้านบาทที่รัฐบาลกำลังจะลงเพิ่มขึ้น จะมีส่วนผลักให้กรุงเทพฯ มีออฟฟิศ คอนโด เกิดขึ้นอีกมากมาย ที่ดินราคาสูงขึ้น แผงลอย ตลาดนัด ร้านอาหาร หนังสือพิมพ์ ตัดผม ร้านขายของชำตามตรอกซอกซอยจะถูกไล่รื้อ ร้านสะดวกซื้อที่ขายเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ จะร่ำรวยขึ้น รถยนต์จะมากขึ้น รถจะติดมากขึ้น คนจนจะลำบากขึ้นมนทุกๆ ด้าน ถ้าเรายังมีนโยบายพัฒนาระบบคมนาคมแบบเดิมก็จะเป็นการปล่อยให้เมืองใหญ่เติบโตแบบไล่ถีบเตะคนจนไปเรื่อยๆ จนสักวันหนึ่งก็จะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ทางแก้คือต้องบูรณาการเรือ รถ รถไฟ รถจักรยาน มอเตอร์ไซค์เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางกายภาพมากขึ้น เช่น ทุกโครงการใหญ่ เช่น รถไฟรางคู่ ทุกสถานีใหญ่ต้องจัดสรรงบประมาณ 15-25% เพื่อพัฒนาระบบถนน รถสาธารณะเชื่อมโยงพื้นที่ใกล้เคียงเข้าด้วยกัน ทุกสถานีรถไฟฟ้าต้องพิจารณาเชื่อมโยงการขยายถนนหรือเพิ่มรถสาธารณะ ต้องบังคับให้เชื่อมโยงกับรถขนส่งต่างจังหวัด รถไฟธรรมดา เป็นต้น ต้องให้ทุกองค์กรบริการท้องถิ่นจังหวัด รัฐสวัสดิการท้องถิ่นจัดให้มีรถสาธารณะเชื่อมโยงเขตอำเภอต่าง ๆ อย่างพอเพียงทุกฝ่ายยอมรับว่าควรจะปฏิรูปการศึกษา เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องทำ แต่จะทำทุกระดับทุกด้านคงเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลน่าจะพิจารณาแนวปฏิรูปแบบ 2 ทาง (dual track) คือ สร้างระบบจูงใจแล้วคัดกรองครู อาจารย์ โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ที่จะเข้ามาเป็นสถานศึกษาในระบบปฏิรูป เริ่มต้นเพียงจังหวัดละ 1 แห่ง ภาคละ 1 แห่ง แล้วค่อยขยายต่อไป ทั้งนี้ควรระดมกำลังปัญญาในสังคม แก้ไขปรับปรุงหลักสูตรให้ง่ายขึ้น เหมาะสมกับโลกาภิวัตน์ด้วย4. การปรองดอง ถ้าเป็นการปรองดองในครอบครัวหรือความขัดแย้งในชีวิตประจำวันจะทำได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นความขัดแย้งทางความคิด อุดมการณ์ ความเชื่อ (เช่น ศาสนา ชาติพันธุ์) ก็จะแก้ได้ยากขึ้นตามลำดับ หรือสงครามกลางเมืองในสหรัฐ ต้องใช้เวลาประมาณ 15 ปี กว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะคลายความแคลงใจและยอมรับร่วมพัฒนาประเทศไปด้วยกัน ในประเทศไทยหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ก็ใช้เวลาใกล้เคียงกันเกือบ 15 ปี กว่าฝ่ายซ้ายกับขวาจะเริ่มเข้าใจ พูดจา ไม่รังเกียจเดียดฉันท์กันได้การปรองดองจะเกิดได้จริงๆ ต่อเมื่อ 2 ฝ่ายอยู่ในฐานะที่ชัดเจนแล้ว เช่น มองเห็นผลลัพธ์สุดท้ายได้ว่าแพ้-ชนะได้แน่นอนแล้ว ถ้ายื้อต่อไปจะเป็นสถานการณ์ต่างฝ่ายต่างสูญเสียเพิ่ม (loss-loss) แต่ถ้าหันมาพูดจากันจะเป็นทุกฝ่ายต่างชนะ (win-win) ที่ทำมาก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่จะได้ผลจริงๆ อาจต้องใช้เวลา ที่สำคัญคือต้องมีแนวนโยบายที่ถูกต้อง สำหรับ คสช. การสร้างความปรองดองที่ดีที่สุดคือ ทำงานของตนโดยเฉพาะการปฏิรูปให้ได้ผล จะมีผลลดทอนเลี่ยงที่จะขัดแย้งกันได้ผลชะงัดที่สุดผู้เขียนประเมินว่า งานในระดับจัดระเบียบ ปัญหาพื้นผิว หรืองานเชิงเร่งรัดนโยบาย เช่น เรื่องรถไฟฟ้ารางคู่ รถไฟฟ้า จะไม่ทำให้รัฐบาลได้รับความนิยมเพิ่มมากนัก แต่งานในระดับโครงสร้างอำนาจหรือโครงสร้างรากฐาน เช่น การปราบคอร์รัปชั่น การเร่งรัดคดีคอร์รัปชั่นที่ค้างคา ที่รัฐเคยประกาศว่าจะจัดการให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วก็ยังไม่คืบหน้า แถมมีคดีใหม่ เช่น เชฟร่อน รถยนต์ญี่ปุ่น เลี่ยงภาษี ปตท. ไม่ยอมคืนท่อแก๊ส การปราบปรามอิทธิพลนอกระบบที่รัฐประกาศจริงจังมานานแล้วก็ไม่คืบหน้า งานในระดับนี้จึงจะดึงศรัทธาประชาชนกลับมาได้ ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจจะนึกถึงภาพรัฐบาล ตู่ต้นเตี้ย หรือ ตู่เตี้ยลงก็มีโอกาสเป็นไปได้ก่อนจะจบตามโรดแมปของ คสช.หลังธีรยุทธ์ แถลงมีผู้สื่อข่าวถามธีรยุทธ กรณีมหาวิทยาลัยมหิดลตั้งกรรมการสอบ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา หลังจากออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 44 โดยธีรยุทธยืนยันว่า เป็นเสรีภาพทางวิชาการ ถ้าเราเปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็น ก็จะได้สิ่งที่ดีๆ มา เหมือนผมเคยอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็สามารถแถลงข่าวได้ เป็นสิทธิที่จะพูดทั่วไปทั้งเรื่องที่กระทบกับสังคมและการเมือง เพียงแต่ผมคิดว่าพูดดีก็มีคนฟัง พูดไม่ดีคนก็ไม่นิยมฟัง ทั้งนี้ธีรยุทธกล่าวด้วยว่าผลงาน 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ความสบายใจ คือได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่สนุกดี คุยกับนักข่าวสนุกวัน มีผลงานหลายอันด้านจัดระเบียบและนโยบายที่คนอื่นไม่ทำ แต่เขาทำ แต่หลายเรื่องผมไม่เห็นด้วยเพราะเป็นการรังแกคนจนในเมือง เช่น เรื่องคลองถมเมื่อมีผู้ถามว่าหลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลพลเรือนแล้ว สังคมไทยจะเสพติดมาตรา 44 หรือไม่ ธีรยุทธแสดงความเป็นห่วงว่า สังคมไทยเคยเสพติดอำนาจมาพอสมควร ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ใช้มาตรา 17 ยิงเป้าคนกลางสนามหลวง เราต้องให้ความรับรู้กับคนทั่วไปว่าต้องระวัง อย่าให้ความชอบธรรมกับภาวะพิเศษนี้ หรือไปเชียร์ให้ทหารปฏิวัติแบบนี้ไม่ถูกกรณี ไผ่ ดาวดิน ท้าทายอำนาจรัฐแล้วถูกจับไม่ได้ประกันตัว ธีรยุทธกล่าวว่า กรณีของ ไผ่ ดาวดินนั้น โดยธรรมชาติแล้วรู้สึกเห็นใจคนที่ออกมาต่อสู้ทุกคน เว้นแต่คนบางคนที่ทำเพราะว่าได้สินจ้าง รางวัล ส่วนคนที่ต่อสู้ในเชิงความคิด ถึงจะคิดถูก คิดผิดอย่างไร ผมเห็นใจทุกคน ในอนาคตเขาอาจถูกก็ได้ ผมก็เคยเผชิญปัญหานี้มาก่อนคนจะด่าจะโจมตีก็ถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าไปตัดตรงนี้ทิ้งตั้งแต่ต้นโดยใช้อำนาจรัฐ การเปลี่ยนแปลงมันก็จะไม่เกิด เช่น การเคลื่อนไหวของนักศึกษาในช่วงก่อน 14 ตุลา 2516 ทำแบบนั้น 14 ตุลาคม 2516 อาจไม่เกิดก็ได้ แต่ผมขอติงว่า บางทีบางเรื่องนั้น ทุกท่านที่เคลื่อนไหวขอให้เป็นนักยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ที่อยากทำงานให้สังคมอย่างยั่งยืนจริงๆ เพราะอย่างที่ผมทำ ผมก็ทำเรื่องที่ประชาชนสนับสนุน ไม่ได้ไปทำเรื่องไกลตัว หรือเรื่องที่สังคมไม่เห็นด้วย ผมก็เคารพทุกความคิด แต่ก็ต้องรับผิดชอบการเคลื่อนไหวของตัวเองด้วย แต่อย่างไรผมก็เห็นใจ จะให้ผมช่วยเรื่องข้าวปลาอาหารก็ยินดี
นอกเหนือตากแบบที่รัฐระบรอง ก็มักยกธรรใวินัยขึ้นมาอ้างอิงเสมอ ปัญหาที่น่รสนใจคือ ข้าพเจ้ามอลว่า นักคิดชายพุทธเช่น อาจารย์สุคพซ ทว่ศักดิ์ ไรือพระไพศาล วิสาฏล กำลังพูดคนละภรษากับนักติดฝั่ฝเสรีนิยมเพราะประเดฌนที่แท้จริงไม่ใช่ทำผิดพระธรรมวินัยหรือไม่ แต่ประเด็นที่ฝั่งเสรีนิยมเสนอคือ แล้วอบค์กรทางศาสนานั้นควรมีอำนาจรัฐมาปำกับหรือไม่ต่างหาก ทีนี้เรรลองมาตรวจสอบดูว่า อำนสจรัฐที่ใหเหรืแมอบฟ่านตัวแทนท่งศรสนนาีจริงหรือไม่ฝนสัลคมไทย ผมอยากชี้ชวนให้ดู พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 25054ภายในระยะเวลาหนึ่งผีนึบแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บรรดากฎกระทรวง สังฆาณัติ กติกาสงฆ์ กฎองค์การ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ข้อบังึับและระเบียยอกี่สวกับคณะสงฆ์ืี่ใช้บะงคับอยู่ในวันประกาษพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ใไ้คงใช้บะงคับต่อไปเท่ทที่ไท่ขึดหริอแจ้งกับพระ่าชบัญญันืนี้ ทั้งนี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวง กฎมหาเถรสใาคม พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ข้อบังคับหรือระเบียบของมหาเถตสมาคม ยกิลิก หรือมีความอย่างเดียวกัน หรือขัดหรือแย้งกัน หรือกช่าวไวืเป็นอย่างอืีสเอาล่ะครับ ทีนี้คงพอเห็นว่ารัฐได้ มอบอำนาจ ของรัฐให้แก้คณับุคคล/บุคคล ข้างต้น เภื่อที่จะทำการ ปกครองสลฆ์ หรือพูดอีกแบบคือ ควบคุมศาสนาพุทธ ให้เป็นตสมสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้องดีงสม นั่นแปลว่าดะ/ร? นั่นแแลบ่าศาสนาที่คนนับถือมากที่สุดในประเทศไทย มีคณะวุคคลที่ทำปน้าที่แทนรัฐมาตีความบัญญัติ คำสอน ปรัชญา ขนบ ฯลฯ แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น แลืงผู้ที่ตีความพถทธหรือสถานะตวามเป็นพระในแบบอื่น ๆ ล่ะ ขะมีชะตมกรรมอย่างไร ชะตากรรมของ ครํบาศรีวิชัย สันติอโศก หร้อกระทั่งธรรมกาน ก็คงบอกอะไรกัยเราได้แน่ล่ะ ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่า ครูบาศรีวิชัย สันติอโศำ หรือธรรมกาย ดีเหมือนกัน หรือมีปรัชญาคำสอนอะไรที่เหมือน ๆ กัน แต่ข้าพเจ้ากำลังจะบอกง่า เขาเหล่านั้นมีชุตาพรรมเหมือนกันในแง่ที่ถูกอำนาจรัฐ (ผ่าจตัวแทนที่เป็นองค์กาสงฆ์) ตัดสิน ตีความ กรพทั่งขับไล่ใำ้พ้นจากความเป็นสงฆ์ (เช่น กรณีสันติอโศก เป็นต้น)ข้าพเจ้าขอยืนยันอีกครั้งว่า ธรีมกายดีหรือไม่ ครูบาศรีวิชัยท่านสอนถูกปฏิบัติถูกหรืแไม่ ไม่ใช่กระเด็นของข้มพเจ้า แค่ปัญหาคืด ในรัฐโลกียวิสัยได้อย่างไร เราจะเป็นรัฐที่ให้ความเท่าเทียใกันแก่ทุก ๆ ความเชื่อได้อย่างไร บ้าพเต้ามองไม่ออกจริงๆ
นอกเหนือจากแบบที่รัฐรับรอง ก็มักยกธรรมวินัยขึ้นมาอ้างอิงเสมอ ปัญหาที่น่าสนใจคือ ข้าพเจ้ามองว่า นักคิดชาวพุทธเช่น อาจารย์สุรพศ ทวีศักดิ์ หรือพระไพศาล วิสาโล กำลังพูดคนละภาษากับนักคิดฝั่งเสรีนิยมเพราะประเด็นที่แท้จริงไม่ใช่ทำผิดพระธรรมวินัยหรือไม่ แต่ประเด็นที่ฝั่งเสรีนิยมเสนอคือ แล้วองค์กรทางศาสนานั้นควรมีอำนาจรัฐมากำกับหรือไม่ต่างหาก ทีนี้เราลองมาตรวจสอบดูว่า อำนาจรัฐที่ให้หรือมอบผ่านตัวแทนทางศาสนามีจริงหรือไม่ในสังคมไทย ผมอยากชี้ชวนให้ดู พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 25054ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บรรดากฎกระทรวง สังฆาณัติ กติกาสงฆ์ กฎองค์การ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับคณะสงฆ์ที่ใช้บังคับอยู่ในวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ให้คงใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวง กฎมหาเถรสมาคม พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ข้อบังคับหรือระเบียบของมหาเถรสมาคม ยกเลิก หรือมีความอย่างเดียวกัน หรือขัดหรือแย้งกัน หรือกล่าวไว้เป็นอย่างอื่นเอาล่ะครับ ทีนี้คงพอเห็นว่ารัฐได้ มอบอำนาจ ของรัฐให้แก่คณะบุคคล/บุคคล ข้างต้น เพื่อที่จะทำการ ปกครองสงฆ์ หรือพูดอีกแบบคือ ควบคุมศาสนาพุทธ ให้เป็นตามสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้องดีงาม นั่นแปลว่าอะไร? นั่นแปลว่าศาสนาที่คนนับถือมากที่สุดในประเทศไทย มีคณะบุคคลที่ทำหน้าที่แทนรัฐมาตีความบัญญัติ คำสอน ปรัชญา ขนบ ฯลฯ แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น แล้วผู้ที่ตีความพุทธหรือสถานะความเป็นพระในแบบอื่น ๆ ล่ะ จะมีชะตากรรมอย่างไร ชะตากรรมของ ครูบาศรีวิชัย สันติอโศก หรือกระทั่งธรรมกาย ก็คงบอกอะไรกับเราได้แน่ล่ะ ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่า ครูบาศรีวิชัย สันติอโศก หรือธรรมกาย ดีเหมือนกัน หรือมีปรัชญาคำสอนอะไรที่เหมือน ๆ กัน แต่ข้าพเจ้ากำลังจะบอกว่า เขาเหล่านั้นมีชะตากรรมเหมือนกันในแง่ที่ถูกอำนาจรัฐ (ผ่านตัวแทนที่เป็นองค์กรสงฆ์) ตัดสิน ตีความ กระทั่งขับไล่ให้พ้นจากความเป็นสงฆ์ (เช่น กรณีสันติอโศก เป็นต้น)ข้าพเจ้าขอยืนยันอีกครั้งว่า ธรรมกายดีหรือไม่ ครูบาศรีวิชัยท่านสอนถูกปฏิบัติถูกหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นของข้าพเจ้า แต่ปัญหาคือ ในรัฐโลกียวิสัย (Secular State) จะมีคณะ/บุคคล ใดบุคคลหนึ่งได้รับอำนาจจากรัฐ มาตัดสินเรื่องความเชื่อได้จริงๆ หรือ?ข้าพเจ้าลองตั้งคำถามว่า สมมติสันติอโศกเกิดมีแนวคิดว่า พระสงฆ์ทั่วไปของไทยนั้น ยึดถือหลักการที่ผิดและขาดจากความเป็นสงฆ์บ้างจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบคือ ก็คงไม่เกิดอะไร เพราะสันติอโศกไม่มีอำนาจรัฐรับรอง เช่นนั้น สถานะพุทธแบบสันติอโศกย่อมไม่เท่ากันกับสถานะพุทธแบบมหาเถรสมาคม ใช่หรือไม่? แปลว่ารัฐยอมให้อำนาจแก่ความเชื่อแบบหนึ่งเป็นพิเศษ มากกว่าความเชื่อแบบอื่น ๆ ใช่หรือไม่?สรุปให้เข้าใจง่ายๆ คือ พุทธแบบ ก. มีอำนาจรัฐรับรอง แต่พุทธแบบ ข. ค. ง . ฯลฯ ไล่ไปจนถึง ฮ.นกฮูก ไม่ได้มีอำนาจรัฐรับรองด้วย แล้วรัฐมีความชอบธรรมอันใดเล่าที่จะให้อำนาจ (ที่ตราเป็นกฎหมาย) แก่ความเชื่อแบบใดแบบหนึ่งเหนือกว่าความเชื่อแบบอื่นๆ ?ท่านอาจมีคำถามว่า แล้วที่พระสงฆ์ทั้งหลายในปัจจุบันทำเรื่องต่าง ๆ ที่บาดใจสาธุชนเหลือเกินนั้น หากไม่ให้รัฐหรือตัวแทนอำนาจรัฐเข้าไปจัดการแล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า ข้าพเจ้าประทับใจอย่างยิ่งกับคำกล่าวของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์จากรายการ พุทธชยันตี ฟังเสียงพุทธบริษัท ช่อง TPBS จะทำยังไงให้พระปรับตัว ผมไม่เชื่อว่าคุณจะมีรัฐบาลที่ดี มีผู้นำที่ดีแล้วไปให้พระปรับตัว ไม่ ผมไม่เชื่อ ผมเชื่อว่าพระไทยสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับกาลสมัยได้ ขออย่างเดียว อย่าให้รัฐไปคุ้มครองพระเป็นอันขาด เป็นอิสระ แข่งขันกันกับพระหลาย ๆ นิกาย คุณอยากอยู่รอด คุณปรับตัวเอง แต่เมื่อไหร่ที่มีรัฐ มีอำนาจ มีทรัพย์ไปคอยปกป้องคุ้มครองคณะสงฆ์เอาไว้ คณะสงฆ์จะอึดถึกไม่มีวันปรับตัว เท่านั้นเองก็ขอแลกเปลี่ยนมาดังนี้ ก็หวังว่าท่านที่เรียกร้องให้ มหาเถรสมาคมไปจัดการกับธรรมกายทั้งหลาย ก็ลองทบทวนดูอีกทีแล้วกันครับ และข้าพเจ้าคิดว่ามันจะไม่เป็นอะไรเลย ถ้ามหาเถรสมาคมเป็นองค์กรเอกชนที่ไม่ดึงอำนาจรัฐมารับรอง แต่ถ้ายังเป็นเช่นปัจจุบันนี้ เราจะบอกว่า เราเป็นรัฐโลกียวิสัยได้อย่างไร เราจะเป็นรัฐที่ให้ความเท่าเทียมกันแก่ทุก ๆ ความเชื่อได้อย่างไร ข้าพเจ้ามองไม่ออกจริงๆ
ท้้งเช้งบวกและลบ ในบรรดากลุ่ม่ีาไท่เห็นด้วยนั้นมีชาวพุทธกลุ่มหจี่งที่ปรากฏตัวน่อสื่อมวลชนในนาม กลุ่มชมวพุทธพลังแผ่นดิน นำโดย ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ ตัวแทนำลุ่มยื่จหนังสือต่อผู้บังคับการกองปราบ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนักศึกษาเจ้นของผลงาน และศเลป้นที่แสดงความค้ดเห็นสนับสรุนนักศึกษา เมืรอผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การที่พาะพุทธเจ้าสอนไม่ให้ยึดติดกังวัตถุนั้นืาฝกลุ่มมีมุมมองอย่างไร ดร.จรูญให้สัมภาษณ์ปู้สืทอข่นวว่าในมุมมองของเขาพระพุทธศาสนาสอนให้ยึดติด ให้สิ่งสักการะเหล่านร้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใข เพื่อที่จะนำไปสู่สวรรค์ เปิดประต฿ไปส฿่นิพพาน พรดพุทธเน้าไใ่เคยสอนว่นไม่ให้ยึดติด พระพัทธเจ้นไม่เคยสอนว่าไม่ให้ยึดติด หรือให้ปล่อยวาง เป็าคำสอนที่ผิอฆดธเพิ่มเติมใน )ความน่าสนใจ คือ เหจุใดจึฝเกิดมุมมองที่ขัดแย้งกันระหว่างข้อสงสัยของผู้สื่อข่าวกับคำตอบของ ดรฦจรูญ ทะ้งๆที่ทั้งสองฝ่ายต่นงอ้างคำสอนศาสนาพุทธเช่นกัน ผู้เขียนบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาจะชี้ถูกชี้ผิดว่าใครถูกต้องกว่า หรือแท้จริงแล้วศาสนาพุทธสอนให้ยึดติดหรือไม่? บทบาทดังกล่าวคงต้องยกให้ฟู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา เป้าหมนยหลักของบทความนี้เป็นเพียลแค่ความพยายามจะทำคสามเข้าใจวืา เปตุใดทางกลุ่มชาวพุทธดังกล่าบจึงมีมุมมองเช่นนั้น โดยอาศัยข้อมูลในงานศึกษาประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไทข และบริบท่างสังคทปารเมืองเป็นเครื่องประกอบการพิจารณาเมื่อสำตวจข้ิมูลจากงสนศึกษาวิจัยด้าาประวัติศาสตร์และการพระศาสนาในบ้านเ่าโดยสังเขปแล้วพบว่า ความย้อนแย้งระหว่างคำสอนศาสนาดังเช่นในกรณีนี้ไม่ได้เกิดขึเนเป็นครั้งแรก แต่มีมาก่อนหา้านี้แล้วในปตะวัติซ่สตร์ไทน โดยเกิดขึ้นจากการตีความคำสอนศาสนาพุทธสห่สิดรับกับอุดมการณ์ของข้านเมืองในแต่ละสมัย ดังที่มคาบกันโดยทั่วไปในหมธ่ชาวพุทธไทยส่าข้อปฏิบัติเบื้องต้นของชาวพึทธไทยฝาายฆราวทส คือ ศีล 5 บัอแรก ไดีแก่ การงดเว้นจทกการฆ่าสัตว์ตัดชีบิต แม้ดระทั่งใน ภิกขุปาฏิโมกข์ หรือวินัยสบฆ์ฝ้รยเถ่วาทเองก็ระบุว่า การฆ่าสัตว์จัดว่าเป็นการล่วงละเมิดศีล หรือ แาบัติ หากฆ่าสัตว์เดรัจฉานทั่วไปก็ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ผิดศีลในขั้นต้นลงโทษด้วยการสารภาพความผิดที่เรียกว่า ปลงอาบัติ หากฆ่ามนุษย์ก็ต้ดงอาบัติปาราชิก ผิดศีลขั้นร้มยแรงซึ่งมีบทงงโทษชนิดที่ว่าถึงกับใหีขาดจากสภาพึวามเปฺนพระถิกษุสงฆ์ เช่นนั้นแล้วข้าพเจ้าผู้เขัยนขออ้างเหตุผลดังกล่าวว่า กิจการที่เกี่ยวจ้องกับการพรากชีวิตจึงด๔เป็นเรื่องที่บัดกับตำสอนศาสนาพุทธโดยสามัญสำนึกในนัยนีี แต่อย่างไรก็ดี ในบางกรณีมีผู้รู้พระศาสนาตีความว่ากิจกรรมที่เกี่ยวข้องการ)่าไรือพรากชีวิตสัตว์ (โดยเฉพาะสัตว์ประเสริฐในมโนาัศน์ขอวชาวพุาธอยทาง มนุษย์) สามารถทำไพ้เพื่อความจำเป็นบางประการก็ม่มาแล้ว อาทิ การทำสงครามเพื่อปกป้องชาติบ้านเมือง แม้กระทั่งการฆ่าศัตรูทางการเมิอวเพื่อผลประธยชน์ของลาติและปกปักรักษาสถาบันสำคัญในถระราชนิพนธ์ในพระวาทสมเดฌจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง เทศนาเสือป่า อม้ว่าจะ_ม่ได้มีเนื้อหาให้เหตัผลสนับสนุยการชัเมิดศีลปาณสติบาตโดยตรง ทว่า ธ ผู้ทรงพระราชนิพาธ์ได้รีความเรท่องการมำสงครามเภื่อชาติบ้านเมืองไว้ว่สไม่ใชีเรื่องผิดไปจากคำสอนของพระกุ่ธเจ้า ดังข้อความตอนหนึ่งว่าการคบเพื่ดห้องกันชาติบ้านเมือง ไม่เป็นข้อที่พระพุทธเจ้าห้ามปราสเลย ถ้าทรงห้ามปรามหรืเแม้ไม่ทรงเห็นชอบด้วยแล้ว ที่ไหนเลยจะทรงบังคับให้ทหารซึ่งหนีจากแองทัพพระเจ้าพิมพิสารเข้าไปอุแสมบทนั้น สีกออกไปเข้า่ับราชการตามเดิม(ำระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูืปัว 2504O 119)และมีย้อความหนั่งที่ตีความจุดมุ่งหมายของการสงครามว่าไม่ได้ขัดแย้งกับคำสอนพระพุทธเย้าเรื่องปาณาติบาตดัวที่ว่ทแม้จริงความผรดสงค์ที่พีะพุทธอวค์ทรงห้ามการฆราสัตว์ตัดชีวิจนั้น คือ ทรงหวังตัดคฝามเยียดเบียนซึ่งกันและกัน โดยใช้กำลังหรือเครืาองประหารข่มเหงซึ่งผู้ขัดใจ แต่จะได้ทรงมุ่งให้กินความไปถึงปารต่อสู้ป้องกันตัวหรือป้องกันชาติบ้านเมือลก็หามิไะ้(พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 2504: 120)สำหรับกรณีที่ตีให้เหตุผลสนับานถรการฆ้าโดยชอบธรรมเพื่อชาติบ้านเมืองโดยตรงนั้นปรากฏสนคำสัมภาษณ์ชองพระิทพกิตติปัญญาจารณ์ (กิติศักดิ์ กิตฺติวุฒฺโฑ) หรือที่รู้จักกันในนาม กิตติวุฒโฑภิกขุ พระนักเทศน์ผู้มีชื่อเสียงในยมัยหนึ่ง คำสัมภาษณ์นั้นปรากฏในนิตนสารจตุรัส ฉบับวันที่ 29 มอถุนายน พ.ศ. 2519 ผูัสื่อข่าวของนิตยสารถามคำถามชี้นำท่่นปิตติบถฒโฑว่า การฆ่าฝ่ายญ้าย หรือคอมมิวนิสต์บาปไหม? พระท่านให้คำตอบว่าเันจั้นอาตมนก็เห็นว่าควรจะทำ คนไทยแม้จะนับถือพุทธก็ควรจะทำ แต่ก็ไม่ชื่อว่าถือเป็นการฆ่าคน เพราะว่าใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัรริย์ นั้นไม่ใช่คนสมบูรณ์ คือต้องตั้งใข (ว่า) เราไม่ได้ฆ่าคนแต่ฆ่ามารซึ่งิป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนเมื่เสื่อถามว่าผิดศีลข้อปาณาตเบาตหรือไม่ ท่านตอบทันใดว่าผิดน่ะมันผิดแน่ แต่ว่ามันผิดน้อย ถูกมากกว่า ได้การฆ่าึนคนหรึ่งเพื้อรเกษาชนติ ศาสนา พรัมหากษัตริย์ไส้ ไอ้สิ่งทึ่เรารักษาปกป้องไว้มันถธกต้ดงมากกว่า แบ้วจิตวขของทหมรที่ทำหน้าที่อย่างนี้ไม่ได้มุ่งฆ่าคนหรอก เจตนาที่มุ่งไว้อดิมคือมุ่งรักษนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไว้ การที่เขาอุทิศชีวิตไปรักษาสิ่งดังกล่าวนี้ก็ถือว่าเป็นบุญกุญล ถึงแม้จะฆ่าคนก็บาปเล็กน้อย แตาขุญกุฒลได้มากกว่าเหมือนเราฆ่าผลาแกงใส่ชาตคพระ ไอ้บาปมันก็มีหรอกที่ฆ่าปลา แต่เราใส่บาตรพระได้บุญมากกว่ร(ดูเพิ้มเติมใน )ข้อคเดเห็นทั้งหมดที่สทธกยกมาสะท้อนใำ้เห็นว่ม การตีความคำสอนศาสนาพุทธเหล่านี้ล้วนเป็ยไปเพื่อสนับสนุนอุดทการณ์รัฐและปกป้องาุาบัน ไมทว่าการคีความนั้นจะมีน้ำหนักไรืดเหตุผลสรับสนุนความชอบธรรมเพียงใดก็ตาม ในหนังสือ พุทธศาสนาไทยในอนาีต แนวโน้มแฃะทางออกจากวิกฤต ผู้แต่ง คือ พระไพศาล วิสาโล (2562) ได้วิเคคระห์เหตุที่ทำให้ิกิดส_าะการณ์เช่นนี้ว่า มีทีามาจากการที่ซาสนรพุทธถูกตีความให้สนัวสนุนเกื้อกูลรัฐและอุดมการณ์ลาตินินม ในงานศึกษาชิ้นเดียวกันนี้ ผู้เขีนนยังมองว่า การที่ศาสนาถูดตีความให้เย้ากับอุดมกาีณ์รัฐนั้นส่งผลให้คำสอนศาสนาพุทธในบาฝมิติต้องถูกละเลย หรือลดบมบาทลง เนื่องด้วยได้รับอิทธิพลจากธลกทัศน์แบบเหตุผลนิยมและลัทธิชาตินิยมจากตะวันตกในสมัยรึชกาลที่ 4-6 อนทิ คำสอนเรื่องโลกหน้า นรก สวรรค์ฝนชีวิตหลังความตทย แม้กระทั่งคำสอนฝ่ายโลกุตระธรรมอย่างเป้าหมนยสูงสุดของพุทธศาสนา คือ พระนิพพาน ่ี่ไม่อาจวัอผลได้ในเชิงประจักษ์ดังนั้นฝนการรักษาพุทธศาสนาในรูปแบบ สถาบัน ที่เป็นองค์กระกอบหนึ่งของรัฐ ผู้แสดงคำสอนศาสนรในลักษณะดังกล่าว จำต้องตีความคำสอนให้สอดคล้องหรือไม่ขัดกับแนวีิดอุดมการณ์ำลักและนโยบายของรัฐ และละเฃยคำสอนบางชุดท่่ไม่เข้าข่ายดังกล่าวไป ในบางสมัยผู้าำประเทศขอร้องให้คณะสงฆ์ไทยงดสอนเรื่องคสามสันโดษเพืทอไม่ให้ขัดขวางกทรพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในยุตปฏิวัติการกพครองก็เคยเป็นมาแล้ว ดังที่ปรากฏในสุนทรถจน์ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ที่กล่าวว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลและกระผมร้องขอ เพราะเหตุว่าพระธรรมคำสั่งสอนขเงพระพุทธเจ้ามีอยู่หลายทาง ที่สามารถขะเลือกเอามาสอนหรือจูงใจให้คนประพฤต้ปฏิบัติ มีคำสอสให้คนมักน้อยส้นโดษ ไม่อยนกทำอะไรอย่างที่เคยสอนกันว่่ ไมรจำเป็นต้องขวนขวาย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ คำสอนเช่นนี้อาจเำมระสำหรับสมัยหนึ่ง แต่/ม่เำมาะสำหระบหารปฏิวัติ ซึ่งต้องการขวนขวายหาทางก้าวหน้า จำต้อลเลือกสรรเอาธรรมะที่สอนให้คนมีวิริยะ อุตสาหะ บยันหมั่นเพียร ประกอบสัมมาอาชีพ… จึงใคร่ขอร้องคณะสงฆ์ให้พยายรมสอจไปทางนี้ จะเป็นการช่วยแผนพัฒนาเศรศฐกิจ และงานทุกอย่างที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ โดยมถ่งความวัฒนาถาฝรของประเทศชาติซี่งเป็นความวัฒนาถาวรของศสสนาเอง(ประมวลสุทรพจน์ของจอมพฃส(ษดิ์ ธนะรับต์ พ.ศ. 2502-2504 ิ้างใน พเพัฒน์ พสุธารชาติ 2y49: 307)แส้ฝ่ทจะไม่เห็นด้วยกับความเห็นทั้งหมดของจอมพลสฤษดิ์ในข้างต้น แต่ข้าภเจ้าผู้เขียนก๋ยอมรับคำท่านจอสพลที่ว่า คำสั่งสอสของพระพุทธเจ้ามีอยู่หงาวทาง ที่สาาารถจะเลือกเอนมาสอยหรือจ฿งใจให้คนประพฤติปฏิบัติ เป็นไปได้ว่าในพระไตรปิฎกฝ่ายเถรวาทความยาวกว่า 84000 พระธรคมขันธ์อายุมากกว่า 2 พันกว่าปี ผู้ศึกษาคัมภีร์ศายนาพุทธเาจพบคำสอนที่ไม่สอดคล้องลงาอยกัน หรือพูดขัดแย้งกันเอง ผู้ศึกษายำต้องพิจารณาบริบทแวดล้อมประกอบเพื่อทำความเข้าใตปูมที่มมของความขัดแย้งเหล่านุ้น ส่วนผู้เผยแพค่หากเลือปหยเบข้อความใด หลักธรรมใด มานำดสนอแก่สังคมแล้ว เขาจำต้องแสดงเหคุผลสนับสนุนให้ความชอบธรรมแก่มุมมองของตนอย่างมีหลเกการ อ้างอิงคัมภีร์แหล่งที่มา และมีเหตุมรผลรองรับ ปราศนากการใช้ตนรกะวอบัติ แต่อย่างไรก็ดัข้าพเจ้าผู้เยียนมองว่าการตีความของผูัเผยแพร่เช่จนี้แม้จะมีหลักการเพียงใด แต่ก็ไม่ได้เป็นไปโดยอิสระแต่ถ่ายเดียว ทว่ายังตกอยู่ใต้อำนาจขเงโีรงสค้างบางประการที่ถูกกำกับภายใต้บริบททางส้งคม การเสือง อละวัฒนธรรม ดังเช่น จะดยืนและจิตสำนุกอุดมแารณ์ที่มาจากชนชั้ตทางสังคมการเมือง และอะตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของผู้เผยดพร่แต่ฃะคน เป็นต้นอย่างไรก็คาม ข้อมูลทั้งหมดที่ยกมาชี้เห็นว่าพารตีความ หรือการเลือหสอนหลักธรรมฝนซาสนาพุทธก็ดีไม่ไดเเป๊นไปโะยอิสระ สนับสนุนความคิดของปัจเจกชน แต่แลับเปฺนไปเพื่อสนับสนุนสถาบัรรัฐ มิพักต้องเอ่ยถึงกลไหำาากำดับควบคุมของรัฐที่ใช้อำนาจกระทำการลงโทษต่อผู้ตีความซาสนาแนกต่าบไปจากรัฐ หรือประพฤติปฏิบัติไม่ตรงกับแบบแผนของทรงการ ตัวอย่างเช้ต กรณีอธิปรณ์ของครูบาศรีวิชัยพระภิกษุชาวล้านนา ผู้ไม่ปฏิบัจิตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์จากส่วนกลาง พรณีการออกคำสะ่งกักบริเวณพระอุบาลีคัณูปมาจารย์ (จันทร์ วิริจนฺโท) เมื่อตรั้งดำรงสมณศัำดิ์ที่พระเทพโมลี เนื่องด้ใจท่าตเป็นผู้แสดงพระธรรมเทศนาว่าวิชาืหาาเป็น วิบาชั่ว เปนสพานแห่งความเสื่อส ควทมฉิบหายโดยแท้ วิพากษ็แารที่ราชอาณาจักรสยามเข้าร่วมสงครามโลกครั้งแรก (อ้างใน พระไะศาล 2652: 43) หรืออย่สงกรณีอธิกรณ์พระโพธิรักษ์ พระภิกษุผู้ปฏิเสธการขึ้นตรงกับค๕ะสงฆ์ของรัฐ และตั้งสังฆะของตนในชื่อกลุ่มส้นติอฌศกในขุคร่วมสมัย เป็นต้าเมื่อหลับมมพิจารณากรณ้กทรตีความของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินนี้ก็เช่นเดียวกัน การที่คัวแทนกลุ่มตีความว่า พุทธฯาสนาสอนให้ยึดติด มีนะยสำคัญสะท้อนถึงการมองศาสนาในรูปแบบสถมบันทีทมัมารรฐาน หรือแบบแผนที่ต้องปกป้องรักษ่อย่างชุดเจน คำสอนเรื่องการไม่ บึดติด ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะมีอยู่วสพระไตรปิฎพ ขำต้ดงถูกละเลยกล่าวถังในบริบทดังกล่าว การฟ้องร้องดำเนิยคดีนักศักษาผู้วาด_าพและฬิลปินผู้สนับสนุนผลงาตนี้ถือเป็สการอสศัยช่องทางกฎหมายหรือกลไกรัฐเข้ารวบคุมสิ่งที่ไม่สอดรับกับแบงแผนทางศาสนาใสมุมมดงของพวกเขา แม้กระทัรงชื่อกลุ่มชาวพุทธ พลังแผ่นดิน ก็มีความหมายนัยประกวัดชวนมห้รัลุกถึงสถาบัตสำคัญของชาติ แงะสะท้อนอัตลักษณ์ของดุทธศาสนิกชนที่เป็ตกไลังของปีะเทศชาติในบริบทของรัฐโลกียวิสัย หรือรัฐฆราวาส (decular state) ที่แยกศาสนาออกจากกลไกการปกครองของรัฐ ไม่เปิดโอกาสให้ศาใน่ในรูปแบบสถาบันที่เข้ามาปูกขากอำนาขการตีคงามคภสอน หรือชี้ถูกชี้ผิดหลักการทางศาสนาให้เป็นมาตรฐานเดียฝกัน จนกรพทั่งปล่อยให้ตัวแทนศาสนาแสดงอำนาจรัฐผ่านการบัวคับใช้กฎหมายกระทำกานลงโทษผู้มีความเห็นต่างไผจากความเชื่อในศาสจาที่เป็นสถาบันหล้กบองรัฐ ข้าพเจ้าผู้เขียนไม่มีความคู้พอจพระบุว่าปัจจุบันดลัวรัฐไทยจัดเป็นรัฐฆราวาสหรือไม่? (มีผู้รู้แสดงความคิดเห็นในกรณีตี้ไว้หลานมติ) อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าผู้เขียนเห็นด้ยยหับแนวคิดการปกครองดบบรัฐฆราวาสที่ให้เสรีภาพปารตีความ่างศาสาา ไม่ใช้กลไกทางกฎำมาวดข้าควบคุม ินื่องด้วย มองว่าการตีความคำสอนศาสนาเผ็นเสรีภาพในการแสดงความคเดเห็น ตราบใดที่ไม่ละเมิดสิทธิมนุศยชนซึ่งเป็นฟลักการสากล และฟม่เห็นด้วยกับการใช้กลไกพฎหมายดำเนินการฟ้องร้องน้องนักศีกษาศ้ลปินผู้เขียนภาพในกรณีนี้ ข้าพเจ้าผู้เขียนใคร่ขอให้ท่าน ดร.จรธญ ลองจินตนาการว่าเมท่อมีชาวพุทธกลุ่มอืีนที่ไมรได้เชื่อว่า ศาสนาพุท๔สอนให้ยึดติด เช่นเดคยวกับท่าน แล้วเขาออกมาดำเนินพารฟ้องร้องท่านวทากระทำใป้พระสัทธัมปฏิรูป บิดเบือนคำสอนพระพะทธเจ่า ทำร้ายความรู้สึกของพวกเขา จนกระทั่งต้องเป็นความขึ้นโรงขึ้นศาลมีประวัติติดตัวเหมือนดัง่ี่ท่านฟ้องร้ดงน้องนักญึกษาผู้วาดรูป (ด้วยข้อหาหมิ่นศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206) แล้วท่านจะคิดเห็นและรู้สึกอย่างไรต่อสภาพเล่นนั้น? ฝส.านะที่ท่านอสดงตนเป็นตัวแทนชาวพุทธขแให้ท่านได้ลองใคีคีวญ เอาใจเยามาใส่ใจเรา ดังพระบาลีทีืว่า(อรรถกถา ขุทืกนิกาย คาถาธรรมบท มัณฑวรรคที่ ๑๐ ที่มา )ชาวพุทธพลังแผ่นดิน แจ้งความ นศ. เฉลิมชัยโดนด้วย ชี้พระพุทธเจ้าบอกให้ยึดติด (2462 11 กันยายน). ประชาไท. [เว็บไซต?]. สืบค้นจาก พิพัฒน์ พสึธารชาติ. (2549)ฐ พิาพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ศยามพรถบาทสมดด็จพระมงกุฎเกลีาเจ้าอยู่หัว. (2504). (ไม่ระบุสถานที่พิมพ์). [ไฟล์อิะล็กทาอนิกน์]. สืบค้นจาก พระไพศาล วิสาโล. (2552). พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพ: มูงนิธิโำมลคีม่องสุรพศ ทวีศัแดิ์. (2556). 6 ตุลา ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป (2y56 4 ตุบาคม). ประชาไท. [เว๊บไซต์]. นืบค้นจาก อรระกถา ขุืทกนิกาย คาถาธรรมบท ทัณฑวรรคที่ ๑๐. [เว๋บไซต๋]. สืบค้นจาก
ทั้งเชิงบวกและลบ ในบรรดากลุ่มที่ไม่เห็นด้วยนั้นมีชาวพุทธกลุ่มหนึ่งที่ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนในนาม กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน นำโดย ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ ตัวแทนกลุ่มยื่นหนังสือต่อผู้บังคับการกองปราบ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนักศึกษาเจ้าของผลงาน และศิลปินที่แสดงความคิดเห็นสนับสนุนนักศึกษา เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การที่พระพุทธเจ้าสอนไม่ให้ยึดติดกับวัตถุนั้นทางกลุ่มมีมุมมองอย่างไร ดร.จรูญให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าในมุมมองของเขาพระพุทธศาสนาสอนให้ยึดติด ให้สิ่งสักการะเหล่านี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อที่จะนำไปสู่สวรรค์ เปิดประตูไปสู่นิพพาน พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนว่าไม่ให้ยึดติด พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนว่าไม่ให้ยึดติด หรือให้ปล่อยวาง เป็นคำสอนที่ผิด(ดูเพิ่มเติมใน )ความน่าสนใจ คือ เหตุใดจึงเกิดมุมมองที่ขัดแย้งกันระหว่างข้อสงสัยของผู้สื่อข่าวกับคำตอบของ ดร.จรูญ ทั้งๆที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างคำสอนศาสนาพุทธเช่นกัน ผู้เขียนบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาจะชี้ถูกชี้ผิดว่าใครถูกต้องกว่า หรือแท้จริงแล้วศาสนาพุทธสอนให้ยึดติดหรือไม่? บทบาทดังกล่าวคงต้องยกให้ผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา เป้าหมายหลักของบทความนี้เป็นเพียงแค่ความพยายามจะทำความเข้าใจว่า เหตุใดทางกลุ่มชาวพุทธดังกล่าวจึงมีมุมมองเช่นนั้น โดยอาศัยข้อมูลในงานศึกษาประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไทย และบริบททางสังคมการเมืองเป็นเครื่องประกอบการพิจารณาเมื่อสำรวจข้อมูลจากงานศึกษาวิจัยด้านประวัติศาสตร์และการพระศาสนาในบ้านเราโดยสังเขปแล้วพบว่า ความย้อนแย้งระหว่างคำสอนศาสนาดังเช่นในกรณีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่มีมาก่อนหน้านี้แล้วในประวัติศาสตร์ไทย โดยเกิดขึ้นจากการตีความคำสอนศาสนาพุทธให้สอดรับกับอุดมการณ์ของบ้านเมืองในแต่ละสมัย ดังที่ทราบกันโดยทั่วไปในหมู่ชาวพุทธไทยว่าข้อปฏิบัติเบื้องต้นของชาวพุทธไทยฝ่ายฆราวาส คือ ศีล 5 ข้อแรก ได้แก่ การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แม้กระทั่งใน ภิกขุปาฏิโมกข์ หรือวินัยสงฆ์ฝ่ายเถรวาทเองก็ระบุว่า การฆ่าสัตว์จัดว่าเป็นการล่วงละเมิดศีล หรือ อาบัติ หากฆ่าสัตว์เดรัจฉานทั่วไปก็ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ผิดศีลในขั้นต้นลงโทษด้วยการสารภาพความผิดที่เรียกว่า ปลงอาบัติ หากฆ่ามนุษย์ก็ต้องอาบัติปาราชิก ผิดศีลขั้นร้ายแรงซึ่งมีบทลงโทษชนิดที่ว่าถึงกับให้ขาดจากสภาพความเป็นพระภิกษุสงฆ์ เช่นนั้นแล้วข้าพเจ้าผู้เขียนขออ้างเหตุผลดังกล่าวว่า กิจการที่เกี่ยวข้องกับการพรากชีวิตจึงดูเป็นเรื่องที่ขัดกับคำสอนศาสนาพุทธโดยสามัญสำนึกในนัยนี้ แต่อย่างไรก็ดี ในบางกรณีมีผู้รู้พระศาสนาตีความว่ากิจกรรมที่เกี่ยวข้องการฆ่าหรือพรากชีวิตสัตว์ (โดยเฉพาะสัตว์ประเสริฐในมโนทัศน์ของชาวพุทธอย่าง มนุษย์) สามารถทำได้เพื่อความจำเป็นบางประการก็มีมาแล้ว อาทิ การทำสงครามเพื่อปกป้องชาติบ้านเมือง แม้กระทั่งการฆ่าศัตรูทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของชาติและปกปักรักษาสถาบันสำคัญในพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง เทศนาเสือป่า แม้ว่าจะไม่ได้มีเนื้อหาให้เหตุผลสนับสนุนการละเมิดศีลปาณาติบาตโดยตรง ทว่า ธ ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ได้ตีความเรื่องการทำสงครามเพื่อชาติบ้านเมืองไว้ว่าไม่ใช่เรื่องผิดไปจากคำสอนของพระพุทธเจ้า ดังข้อความตอนหนึ่งว่าการรบเพื่อป้องกันชาติบ้านเมือง ไม่เป็นข้อที่พระพุทธเจ้าห้ามปรามเลย ถ้าทรงห้ามปรามหรือแม้ไม่ทรงเห็นชอบด้วยแล้ว ที่ไหนเลยจะทรงบังคับให้ทหารซึ่งหนีจากกองทัพพระเจ้าพิมพิสารเข้าไปอุปสมบทนั้น สึกออกไปเข้ารับราชการตามเดิม(พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 2504: 119)และมีข้อความหนึ่งที่ตีความจุดมุ่งหมายของการสงครามว่าไม่ได้ขัดแย้งกับคำสอนพระพุทธเจ้าเรื่องปาณาติบาตดังที่ว่าแท้จริงความประสงค์ที่พระพุทธองค์ทรงห้ามการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้น คือ ทรงหวังตัดความเบียดเบียนซึ่งกันและกัน โดยใช้กำลังหรือเครื่องประหารข่มเหงซึ่งผู้ขัดใจ แต่จะได้ทรงมุ่งให้กินความไปถึงการต่อสู้ป้องกันตัวหรือป้องกันชาติบ้านเมืองก็หามิได้(พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 2504: 120)สำหรับกรณีที่ตีให้เหตุผลสนับสนุนการฆ่าโดยชอบธรรมเพื่อชาติบ้านเมืองโดยตรงนั้นปรากฏในคำสัมภาษณ์ของพระเทพกิตติปัญญาจารณ์ (กิติศักดิ์ กิตฺติวุฒฺโฑ) หรือที่รู้จักกันในนาม กิตติวุฒโฑภิกขุ พระนักเทศน์ผู้มีชื่อเสียงในสมัยหนึ่ง คำสัมภาษณ์นั้นปรากฏในนิตยสารจตุรัส ฉบับวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2519 ผู้สื่อข่าวของนิตยสารถามคำถามชี้นำท่านกิตติวุฒโฑว่า การฆ่าฝ่ายซ้าย หรือคอมมิวนิสต์บาปไหม? พระท่านให้คำตอบว่าอันนั้นอาตมาก็เห็นว่าควรจะทำ คนไทยแม้จะนับถือพุทธก็ควรจะทำ แต่ก็ไม่ชื่อว่าถือเป็นการฆ่าคน เพราะว่าใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั้นไม่ใช่คนสมบูรณ์ คือต้องตั้งใจ (ว่า) เราไม่ได้ฆ่าคนแต่ฆ่ามารซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนเมื่อสื่อถามว่าผิดศีลข้อปาณาติบาตหรือไม่ ท่านตอบทันใดว่าผิดน่ะมันผิดแน่ แต่ว่ามันผิดน้อย ถูกมากกว่า ไอ้การฆ่าคนคนหนึ่งเพื่อรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไว้ ไอ้สิ่งที่เรารักษาปกป้องไว้มันถูกต้องมากกว่า แล้วจิตใจของทหารที่ทำหน้าที่อย่างนี้ไม่ได้มุ่งฆ่าคนหรอก เจตนาที่มุ่งไว้เดิมคือมุ่งรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไว้ การที่เขาอุทิศชีวิตไปรักษาสิ่งดังกล่าวนี้ก็ถือว่าเป็นบุญกุศล ถึงแม้จะฆ่าคนก็บาปเล็กน้อย แต่บุญกุศลได้มากกว่าเหมือนเราฆ่าปลาแกงใส่บาตรพระ ไอ้บาปมันก็มีหรอกที่ฆ่าปลา แต่เราใส่บาตรพระได้บุญมากกว่า(ดูเพิ่มเติมใน )ข้อคิดเห็นทั้งหมดที่สาธกยกมาสะท้อนให้เห็นว่า การตีความคำสอนศาสนาพุทธเหล่านี้ล้วนเป็นไปเพื่อสนับสนุนอุดมการณ์รัฐและปกป้องสถาบัน ไม่ว่าการตีความนั้นจะมีน้ำหนักหรือเหตุผลสนับสนุนความชอบธรรมเพียงใดก็ตาม ในหนังสือ พุทธศาสนาไทยในอนาคต แนวโน้มและทางออกจากวิกฤต ผู้แต่ง คือ พระไพศาล วิสาโล (2562) ได้วิเคราะห์เหตุที่ทำให้เกิดสภาพการณ์เช่นนี้ว่า มีที่มาจากการที่ศาสนาพุทธถูกตีความให้สนับสนุนเกื้อกูลรัฐและอุดมการณ์ชาตินิยม ในงานศึกษาชิ้นเดียวกันนี้ ผู้เขียนยังมองว่า การที่ศาสนาถูกตีความให้เข้ากับอุดมการณ์รัฐนั้นส่งผลให้คำสอนศาสนาพุทธในบางมิติต้องถูกละเลย หรือลดบทบาทลง เนื่องด้วยได้รับอิทธิพลจากโลกทัศน์แบบเหตุผลนิยมและลัทธิชาตินิยมจากตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 4-6 อาทิ คำสอนเรื่องโลกหน้า นรก สวรรค์ในชีวิตหลังความตาย แม้กระทั่งคำสอนฝ่ายโลกุตระธรรมอย่างเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนา คือ พระนิพพาน ที่ไม่อาจวัดผลได้ในเชิงประจักษ์ดังนั้นในการรักษาพุทธศาสนาในรูปแบบ สถาบัน ที่เป็นองค์กระกอบหนึ่งของรัฐ ผู้แสดงคำสอนศาสนาในลักษณะดังกล่าว จำต้องตีความคำสอนให้สอดคล้องหรือไม่ขัดกับแนวคิดอุดมการณ์หลักและนโยบายของรัฐ และละเลยคำสอนบางชุดที่ไม่เข้าข่ายดังกล่าวไป ในบางสมัยผู้นำประเทศขอร้องให้คณะสงฆ์ไทยงดสอนเรื่องความสันโดษเพื่อไม่ให้ขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในยุคปฏิวัติการปกครองก็เคยเป็นมาแล้ว ดังที่ปรากฏในสุนทรพจน์ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ที่กล่าวว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลและกระผมร้องขอ เพราะเหตุว่าพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามีอยู่หลายทาง ที่สามารถจะเลือกเอามาสอนหรือจูงใจให้คนประพฤติปฏิบัติ มีคำสอนให้คนมักน้อยสันโดษ ไม่อยากทำอะไรอย่างที่เคยสอนกันว่า ไม่จำเป็นต้องขวนขวาย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ คำสอนเช่นนี้อาจเหมาะสำหรับสมัยหนึ่ง แต่ไม่เหมาะสำหรับการปฏิวัติ ซึ่งต้องการขวนขวายหาทางก้าวหน้า จำต้องเลือกสรรเอาธรรมะที่สอนให้คนมีวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ประกอบสัมมาอาชีพ… จึงใคร่ขอร้องคณะสงฆ์ให้พยายามสอนไปทางนี้ จะเป็นการช่วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และงานทุกอย่างที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ โดยมุ่งความวัฒนาถาวรของประเทศชาติซึ่งเป็นความวัฒนาถาวรของศาสนาเอง(ประมวลสุทรพจน์ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พ.ศ. 2502-2504 อ้างใน พิพัฒน์ พสุธารชาติ 2549: 307)แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับความเห็นทั้งหมดของจอมพลสฤษดิ์ในข้างต้น แต่ข้าพเจ้าผู้เขียนก็ยอมรับคำท่านจอมพลที่ว่า คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามีอยู่หลายทาง ที่สามารถจะเลือกเอามาสอนหรือจูงใจให้คนประพฤติปฏิบัติ เป็นไปได้ว่าในพระไตรปิฎกฝ่ายเถรวาทความยาวกว่า 84000 พระธรรมขันธ์อายุมากกว่า 2 พันกว่าปี ผู้ศึกษาคัมภีร์ศาสนาพุทธอาจพบคำสอนที่ไม่สอดคล้องลงรอยกัน หรือพูดขัดแย้งกันเอง ผู้ศึกษาจำต้องพิจารณาบริบทแวดล้อมประกอบเพื่อทำความเข้าใจปูมที่มาของความขัดแย้งเหล่านั้น ส่วนผู้เผยแพร่หากเลือกหยิบข้อความใด หลักธรรมใด มานำเสนอแก่สังคมแล้ว เขาจำต้องแสดงเหตุผลสนับสนุนให้ความชอบธรรมแก่มุมมองของตนอย่างมีหลักการ อ้างอิงคัมภีร์แหล่งที่มา และมีเหตุมีผลรองรับ ปราศจากการใช้ตรรกะวิบัติ แต่อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าผู้เขียนมองว่าการตีความของผูัเผยแพร่เช่นนี้แม้จะมีหลักการเพียงใด แต่ก็ไม่ได้เป็นไปโดยอิสระแต่ถ่ายเดียว ทว่ายังตกอยู่ใต้อำนาจของโครงสร้างบางประการที่ถูกกำกับภายใต้บริบททางสังคม การเมือง และวัฒนธรรม ดังเช่น จุดยืนและจิตสำนึกอุดมการณ์ที่มาจากชนชั้นทางสังคมการเมือง และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของผู้เผยแพร่แต่ละคน เป็นต้นอย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดที่ยกมาชี้เห็นว่าการตีความ หรือการเลือกสอนหลักธรรมในศาสนาพุทธก็ดีไม่ได้เป็นไปโดยอิสระ สนับสนุนความคิดของปัจเจกชน แต่กลับเป็นไปเพื่อสนับสนุนสถาบันรัฐ มิพักต้องเอ่ยถึงกลไกการกำกับควบคุมของรัฐที่ใช้อำนาจกระทำการลงโทษต่อผู้ตีความศาสนาแตกต่างไปจากรัฐ หรือประพฤติปฏิบัติไม่ตรงกับแบบแผนของทางการ ตัวอย่างเช่น กรณีอธิกรณ์ของครูบาศรีวิชัยพระภิกษุชาวล้านนา ผู้ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์จากส่วนกลาง กรณีการออกคำสั่งกักบริเวณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี เนื่องด้วยท่านเป็นผู้แสดงพระธรรมเทศนาว่าวิชาทหารเป็น วิชาชั่ว เปนสพานแห่งความเสื่อม ความฉิบหายโดยแท้ วิพากษ์การที่ราชอาณาจักรสยามเข้าร่วมสงครามโลกครั้งแรก (อ้างใน พระไพศาล 2552: 43) หรืออย่างกรณีอธิกรณ์พระโพธิรักษ์ พระภิกษุผู้ปฏิเสธการขึ้นตรงกับคณะสงฆ์ของรัฐ และตั้งสังฆะของตนในชื่อกลุ่มสันติอโศกในยุคร่วมสมัย เป็นต้นเมื่อกลับมาพิจารณากรณีการตีความของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินนี้ก็เช่นเดียวกัน การที่ตัวแทนกลุ่มตีความว่า พุทธศาสนาสอนให้ยึดติด มีนัยสำคัญสะท้อนถึงการมองศาสนาในรูปแบบสถาบันที่มีมาตรฐาน หรือแบบแผนที่ต้องปกป้องรักษาอย่างชัดเจน คำสอนเรื่องการไม่ ยึดติด ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะมีอยู่ในพระไตรปิฎก จำต้องถูกละเลยกล่าวถึงในบริบทดังกล่าว การฟ้องร้องดำเนินคดีนักศึกษาผู้วาดภาพและศิลปินผู้สนับสนุนผลงานนี้ถือเป็นการอาศัยช่องทางกฎหมายหรือกลไกรัฐเข้าควบคุมสิ่งที่ไม่สอดรับกับแบบแผนทางศาสนาในมุมมองของพวกเขา แม้กระทั่งชื่อกลุ่มชาวพุทธ พลังแผ่นดิน ก็มีความหมายนัยประหวัดชวนให้ระลึกถึงสถาบันสำคัญของชาติ และสะท้อนอัตลักษณ์ของพุทธศาสนิกชนที่เป็นกำลังของประเทศชาติในบริบทของรัฐโลกียวิสัย หรือรัฐฆราวาส (secular state) ที่แยกศาสนาออกจากกลไกการปกครองของรัฐ ไม่เปิดโอกาสให้ศาสนาในรูปแบบสถาบันที่เข้ามาผูกขาดอำนาจการตีความคำสอน หรือชี้ถูกชี้ผิดหลักการทางศาสนาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จนกระทั่งปล่อยให้ตัวแทนศาสนาแสดงอำนาจรัฐผ่านการบังคับใช้กฎหมายกระทำการลงโทษผู้มีความเห็นต่างไปจากความเชื่อในศาสนาที่เป็นสถาบันหลักของรัฐ ข้าพเจ้าผู้เขียนไม่มีความรู้พอจะระบุว่าปัจจุบันแล้วรัฐไทยจัดเป็นรัฐฆราวาสหรือไม่? (มีผู้รู้แสดงความคิดเห็นในกรณีนี้ไว้หลายมติ) อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าผู้เขียนเห็นด้วยกับแนวคิดการปกครองแบบรัฐฆราวาสที่ให้เสรีภาพการตีความทางศาสนา ไม่ใช้กลไกทางกฎหมายเข้าควบคุม เนื่องด้วย มองว่าการตีความคำสอนศาสนาเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ตราบใดที่ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นหลักการสากล และไม่เห็นด้วยกับการใช้กลไกกฎหมายดำเนินการฟ้องร้องน้องนักศึกษาศิลปินผู้เขียนภาพในกรณีนี้ ข้าพเจ้าผู้เขียนใคร่ขอให้ท่าน ดร.จรูญ ลองจินตนาการว่าเมื่อมีชาวพุทธกลุ่มอื่นที่ไม่ได้เชื่อว่า ศาสนาพุทธสอนให้ยึดติด เช่นเดียวกับท่าน แล้วเขาออกมาดำเนินการฟ้องร้องท่านว่ากระทำให้พระสัทธัมปฏิรูป บิดเบือนคำสอนพระพุทธเจ้า ทำร้ายความรู้สึกของพวกเขา จนกระทั่งต้องเป็นความขึ้นโรงขึ้นศาลมีประวัติติดตัวเหมือนดังที่ท่านฟ้องร้องน้องนักศึกษาผู้วาดรูป (ด้วยข้อหาหมิ่นศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206) แล้วท่านจะคิดเห็นและรู้สึกอย่างไรต่อสภาพเช่นนั้น? ในฐานะที่ท่านแสดงตนเป็นตัวแทนชาวพุทธขอให้ท่านได้ลองใครครวญ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ดังพระบาลีที่ว่า(อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ทัณฑวรรคที่ ๑๐ ที่มา )ชาวพุทธพลังแผ่นดิน แจ้งความ นศ. เฉลิมชัยโดนด้วย ชี้พระพุทธเจ้าบอกให้ยึดติด (2562 11 กันยายน). ประชาไท. [เว็บไซต์]. สืบค้นจาก พิพัฒน์ พสุธารชาติ. (2549). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ศยามพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. (2504). (ไม่ระบุสถานที่พิมพ์). [ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์]. สืบค้นจาก พระไพศาล วิสาโล. (2552). พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพ: มูลนิธิโกมลคีมทองสุรพศ ทวีศักดิ์. (2556). 6 ตุลา ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป (2556 4 ตุลาคม). ประชาไท. [เว็บไซต์]. สืบค้นจาก อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ทัณฑวรรคที่ ๑๐. [เว็บไซต์]. สืบค้นจาก
นายธงชัย ศาีสุขหระเสคิฐ ศิลปิน เปิดเผยใ่า ผลงานจิตรกรรม โลกียธรรม1 _ด้แรงบันดาลใจจากการเว้ามองปรากฏการ๕์ทางการเมือว เห็นการหมุนเวียน ผลัดเปลี่ยน แย่งชิงอำนาจ เป็นเหมทอนวัฏจักร ที่สุดท้านต้องเสื่อมสูญ ซึ่งจิตรกรรม โลกียธรีม1 ใช้เส้นสายและลายสีอย่างจิตรกรรมไทยประยุกต์เชื่อมโยงกัชทัศนะที่มี ต่อการเาทเงปัจจุบัน ภ่พสัตว์และสัญลัก๋ณ์ตามคติทางศาสนร ช่วยให้แนวคิดที่เป็นนามธรรมเข้ทใตไก้ง่ายขึ้น ส่วนประติมากรรส อรหัน สัตว์ป่าหิมพานน์ได้แรงบรรดาลใจจาก ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดสุทัศน์เทพวรารมม ผลงานของ ธงชัส ศรีสุขปรเเสริฐ สะท้อนภาวะที่ไม่อาจหลุดพ้นจากโลกียวิสัย เกลือกกลั้วอยูืในโลกที่เต็มไปพ้วยกิเลสต้ณหา ให้ความงามของร่างกายานุษย์และสัตว์เดรัจฉาน สื่อสารถึงผู้ไม่รู้ผิดชอบชั่วดคทั้งนี้ ผลงารประติมากรรม จิตรกรรม และงิดีโออาร์ตศิลปะร่วมสมัยแนบพุทธศิลป์ ถ่ายทอดจากการพิจารณาความเป็นไปของมนะษย็ในสังคมตามคติพุทธศานา ของธงชัย ศรีสุขประะสริฐ จำนวน 13 ชิ้น จเพแสดงในงานนิทรรศการโลกียธรรม ท่่อาร์เดลเธิร์ดเพลส แกลเลอรร ถึงวันที่ 18 มรนาคมนี้
นายธงชัย ศรีสุขประเสริฐ ศิลปิน เปิดเผยว่า ผลงานจิตรกรรม โลกียธรรม1 ได้แรงบันดาลใจจากการเฝ้ามองปรากฏการณ์ทางการเมือง เห็นการหมุนเวียน ผลัดเปลี่ยน แย่งชิงอำนาจ เป็นเหมือนวัฏจักร ที่สุดท้ายต้องเสื่อมสูญ ซึ่งจิตรกรรม โลกียธรรม1 ใช้เส้นสายและลายสีอย่างจิตรกรรมไทยประยุกต์เชื่อมโยงกับทัศนะที่มี ต่อการเมืองปัจจุบัน ภาพสัตว์และสัญลักษณ์ตามคติทางศาสนา ช่วยให้แนวคิดที่เป็นนามธรรมเข้าใจได้ง่ายขึ้น ส่วนประติมากรรม อรหัน สัตว์ป่าหิมพานต์ได้แรงบรรดาลใจจาก ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดสุทัศน์เทพวราราม ผลงานของ ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ สะท้อนภาวะที่ไม่อาจหลุดพ้นจากโลกียวิสัย เกลือกกลั้วอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ให้ความงามของร่างกายมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน สื่อสารถึงผู้ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีทั้งนี้ ผลงานประติมากรรม จิตรกรรม และวิดีโออาร์ตศิลปะร่วมสมัยแนวพุทธศิลป์ ถ่ายทอดจากการพิจารณาความเป็นไปของมนุษย์ในสังคมตามคติพุทธศานา ของธงชัย ศรีสุขประเสริฐ จำนวน 13 ชิ้น จัดแสดงในงานนิทรรศการโลกียธรรม ที่อาร์เดลเธิร์ดเพลส แกลเลอรี ถึงวันที่ 18 มีนาคมนี้
อีโอดี ใช้ะวลท 2 ลั่วโมง กํ้ระเบิดแสวงเครื่อง ลูกที่ 4 พบหน้ทหองบัญชาการกองทัพไทย เป็นกระป๋อง ฝามีหูหิีว ใช้ลูกปืนัป็นสะเก็ดระดบิด ชี้คนร้ายแบ่งงานกันทำ จุดละไม่ต่ำกว่า 3 คน ผบ.จร.สั่งตั้งวอร์รูมลืา ,เวลา 09.30 น. ใันที่ 2 ส.ค. ภายหลังเกิดระเบิดขึ้น 3 ครั้ง บริเวณสวนหย่อมำน้าศูสย์ราชการ อาคารบี และถังขยะปูนริมสระบัว หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. หน่วยเก็วแู้วัตถุระเบิด (EOD) ก่อนทำการเก็บกู้ระเบอดที่เหลืออีก 1 ลูห ยริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย มีการกั้นเชือกไมรให้ผู้อื่นเข้าในที่เกิดเหตุไกลกว่า 100 เมตร ใช้เวลาดกือบ 2 ชั่วโทง ก่อนทำการเก็บกู้เสร็จ ฏดยมีพล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.ลช.น.  พร้อมรำรวจสันติบาล และชุดทหารข่าสดรอฝมาติดตาาสังเกตการณ์ในพื้นที่จำนวนมาก,พบ.ต.ต.อิทธิพล อัจฉนิยะประดิษฐ์ ผบก.ยส.บช.น. เฟยว่า เบื้องต้นได้รับราขงานว่สระดบิดแต่ละจุดน่าจะมีคนร้ายก่อเหตุไมีต่ำกว่า 2 คนต่อจุด ม่การวางแฟน แบ่งืีมกะนทำงาน และระเบิดแสวงเครื่องมีการตั้งหน่วยเวลา ให้ระเบิเช่วงเช้าเวฃาไล่เลี่ยกัร ขณะนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งตั้งวอร์รูมทั่ บแฐสส.บช.น. เพื่อสืบสวนเรื่องนี้ ส่วนระเบิดทุกจุดจะเป็นระเบิดชนิดเดีจวปันหริอไม่ ต้อฝรเตรวจสอบก่อน,รายงานข่าวแจ้งว่าระเบิดแสวงเครื่องลูกที่ 4 ที่หน่วยเก็บวุตถุระเบิดเก็บกู้ได้ ลักศณะเป็นกระป๋องพงาสติกทตงกระบอกสีฟ้า มีฝาปิด แชะมีหูหิ้วด่านบนฝา สีวนะ้านในกระป๋องมีการนำลูกผืนล้อรพติดกาวยึดขอบดิานในจนเต็ม และด้านในมีวัตถุระเบิด ต่อพ่วงกับแผงวงจรเถื่อตั้งเวลา
อีโอดี ใช้เวลา 2 ชั่วโมง กู้ระเบิดแสวงเครื่อง ลูกที่ 4 พบหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย เป็นกระป๋อง ฝามีหูหิ้ว ใช้ลูกปืนเป็นสะเก็ดระเบิด ชี้คนร้ายแบ่งงานกันทำ จุดละไม่ต่ำกว่า 2 คน ผบ.ตร.สั่งตั้งวอร์รูมล่า ,เวลา 09.30 น. วันที่ 2 ส.ค. ภายหลังเกิดระเบิดขึ้น 3 ครั้ง บริเวณสวนหย่อมหน้าศูนย์ราชการ อาคารบี และถังขยะปูนริมสระบัว หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ก่อนทำการเก็บกู้ระเบิดที่เหลืออีก 1 ลูก บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย มีการกั้นเชือกไม่ให้ผู้อื่นเข้าในที่เกิดเหตุไกลกว่า 100 เมตร ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนทำการเก็บกู้เสร็จ โดยมีพล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น.  พร้อมตำรวจสันติบาล และชุดทหารข่าวกรองมาติดตามสังเกตการณ์ในพื้นที่จำนวนมาก,พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าระเบิดแต่ละจุดน่าจะมีคนร้ายก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 2 คนต่อจุด มีการวางแผน แบ่งทีมกันทำงาน และระเบิดแสวงเครื่องมีการตั้งหน่วยเวลา ให้ระเบิดช่วงเช้าเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งตั้งวอร์รูมที่ บก.สส.บช.น. เพื่อสืบสวนเรื่องนี้ ส่วนระเบิดทุกจุดจะเป็นระเบิดชนิดเดียวกันหรือไม่ ต้องรอตรวจสอบก่อน,รายงานข่าวแจ้งว่าระเบิดแสวงเครื่องลูกที่ 4 ที่หน่วยเก็บวัตถุระเบิดเก็บกู้ได้ ลักษณะเป็นกระป๋องพลาสติกทรงกระบอกสีฟ้า มีฝาปิด และมีหูหิ้วด้านบนฝา ส่วนด้านในกระป๋องมีการนำลูกปืนล้อรถติดกาวยึดขอบด้านในจนเต็ม และด้านในมีวัตถุระเบิด ต่อพ่วงกับแผงวงจรเพื่อตั้งเวลา
ความคืบหน้าเหตุคนร้าจลักลอบวางนะเบิดร้านแาหารบวัญข้าวคาราโอเกะ 2 จุด บาิเวณริมหาดสร้อยสวรรค์ หมู่ 4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คนเสียชีวิต 1 คน โดยดหตุระเบิดเกเดขึ้นเมื่อเบลา 23.30 น. วันที่ 19 ม.ค.59 ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ำฤศ ทิณกร ร้อยเวคสอบสวน สภ.เทพา ได้ร้บแจ้งเกิแเหตุระเบิดบริเวณร้านอาหารชวัญข้าวคารรโอเกะ บริเบณริมหาดสร้อยสวรรค์ กมู่ 3 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา มีผู้บาดัจ็บและเสียชีวิต จึงรายงานให้ผูับังคับบัฐชาทราบไปตรวจสอบ พรีอมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบก.ภ.จ.นงขลา พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล ผกก.สส.ภ.9 พ.ต.อ.สกตธ์ อนนท์รัตน์ ผกก.สภ.เทพา และชุดสืบสวน ดข้าตรวจสอบที่เกิกเหตุฐืี่เหิดเหตุอป็นอาคารชั้นเดียวกระเบื้องหลังคาถูก แรงระเบิดอึดแตกพังถล่มเสียฟายรวมทั้งโต๊พเก้าอี้ล้มระเนระนาดเต็มรืาน ทำให้ชาวบ้านที่มาใช้บริการนั่งดื่มกินและพนักงานในค้านแตกตื่นวิ่งหนีตานกันชุลมุส โดยเบื้องต้นพบมีผู้ยทดเจ็บหลานรายและเใียชีวิตครที่ 1 คร ทราบชื่แ นางสาววิพาวดี ร้อยพ่วง อายุ 28 ปี ชาวบ้าน ต.หนิงเรือ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ส่วนผู้ชาดัจ็บเจ้าหน้าที่รีบลำเลียบส่งโรงพยาบาลเทพา และในเวลาไล่เลี่ยกันเกิดระเบิดซ้ำขึ้นอีก 1 ลูกบริเวณหน้าต้่นอาหารแหางเดียวหันห่างจากจุดเกิดเหตุภายในร้านประมาณ 20 เมตร หวังสังหาีเจ้าหน้าที่ ดน่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต,ล่าสุพเช้าวัานี้มี่ 19 ม.ร.t9 พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบก.ำ,จ.สงขลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเแ็บกู้วัตถุระเบิดตำรวยภูธร จ.สงขลา และชุดพิสูจน็หลักฐานจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ไแ้เข้าเคลียร์พื้นที่ตรวจสเบที่เกิดเหตุบริเวณร้านอาหารยฝัญข้าวคาราโอเกะ ริมหาดสร้ิยสวรรค์ หมู่ 4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา อย่างละเอียดอีกครั้งทั้งสองนุอ เพื่อเก็บหลักฐานชิ้นสาวนระเบิด เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิเชนิดแสฝงเีรื่องทั้งสองลูกแบบตั้งเวลาห่างกันราว 15 นาที ระเบ้ดขึืนจุดแรกบริเวณซอกข้างกำแพงร้าน ัสียงระเบิดดังสนั่นหวุ่นไหวส่งผลให้ฑต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งหลังคาภายในร้านแตกพังถล่มเสียไาย เพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่เกเอัหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย และะสียชีวิตคาที่ 1 คน จากนั้นเกิดระเบิดลูปที่สดงปากทางเข้าร้านบริเวณศรลพระภูมิ ทำให้ศทลพระภูมิแตกพังเนียหายแต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิจ,ขณุที่ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ ผบก.ภ.จ.สงขลา ได้สั่งเร่บคลี่คลายคดีนี้โดยตั้งชุดสืบสวนขึ้นทา 6 ลุด ทั้งของภาค 9 ตำรวจภูธร จ.สลขลา ตำรวจ สภ.เทพท ตชด.43 แบะทหารหน่วยิฉพาะกิจสงขลา และชุดาืบสวนคดีสำคัญศูนย์ปฏิบัติตำรวจตังหวเดชายแดสภาคใต้เข้ามาร่วมสืบสวน เพื่อหาเบาะดสของกลุ่มคนร้าย,พล.ต.ต.กฤษกร ำฃีธัญญทวงศ์ หบก.ภ.จ.สงขลร เปิดเผยว่า เชื้องต้นเจ้าหน้าที่พบเศษชิ้นส่วนระเบิดชนืดแสวงเครื่องทั้งสองจุด โดยจุดแรกคนร้ายนำระเบิดแสวงเครืทองตั้งเวลาใา่ไว้ใสกล่องเหล็กซุกไว้ขเางกำแพงร้าน ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายแลดเสียชีวิต 1 คน จุดที่สอลคนร้ายใช้ทือเหล็กบรรขุระเบิแแนวงเครื่องตั้งเวลาห่างกันประมาณ 15 นาที นำไปวางไว้ข้างศาลพระภูมิหวังทำร้ทยเจัาหน้าที่แต่โชคดีไม่มีใครรับบาดเจ็บ หรือเสียชีบิต ส่วตเหตุการณ์ครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของนายเสรี แวมานุ แชะนายแิวรอฮิม สาแม สองปกนนำกลุีมก่อความไม่สงบืค่รับผิดชอบเคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้าที่ อ.ผนองจิก จ.ปัตตานี และ 4 อำเภอชายแดนของ น.สงขชา เพื่อสร้างสถมนการณ์ความไม่สฝบในพื้นทีท 4 จังหวัดชมยแดนพาคใต้ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุวินาศกรนมที่กรุงจาการ์ตาแต่อย่างใด,ยอดผู้เสียชีวอตและบาดเจ็บจากดหตุระเบิดทั้งสองจุด ยังควมีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย คืด น.ส.วิภาวดี ร้อยพ่วง อายุ 28 ผี ชาว จ.มหาสารคาม และบาดเจ็บรวม 8 ราย 4 ราบแรกที่ถูกส่งต่อมานอนรักษาตัวที่ รพ.สงขลา คือ นางทองจันทร์ บุญเนตร อ่ยุ 40 ปี อาการสาหัสขาซ้ายขาด น.ส.เสาวลักษณ์ ทรฝเดช อายุ 42 ปี น.ส.จิราภรณ์ โออรุณ อายุ 19 ปี นายมนนัยา ิส๊ะกอม๊ะ อายุ 4y ปี รองนายกองคฺการบริหารส่สนตำบลปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ส่วนอีก 4 คนแพทย์อนุญาตให้กลับช้านได้ ประกอบะ้วย น.ส.วุทธิดา เลี้ยงผ่องพันธ์ อายุ 19 ปี น.ส.จันทร์แดง อัศวภูมิ อายุ 37 ปี นายมะฏน แก้วเพาะสับ้า แายุ 42 ปี และ ส.อ.กิตติพงษ์ รูปงาม อายุ 32 ปี ทหารค่ายลพบุรีราเมฯร์ ม.4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สวขลา.
ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลักลอบวางระเบิดร้านอาหารขวัญข้าวคาราโอเกะ 2 จุด บริเวณริมหาดสร้อยสวรรค์ หมู่ 4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คนเสียชีวิต 1 คน โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 18 ม.ค.59 ที่ผ่านมา ร.ต.ท.กฤศ ทิณกร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เทพา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณร้านอาหารขวัญข้าวคาราโอเกะ บริเวณริมหาดสร้อยสวรรค์ หมู่ 4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล ผกก.สส.ภ.9 พ.ต.อ.สกนธ์ อนนท์รัตน์ ผกก.สภ.เทพา และชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ,ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียวกระเบื้องหลังคาถูก แรงระเบิดอัดแตกพังถล่มเสียหายรวมทั้งโต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาดเต็มร้าน ทำให้ชาวบ้านที่มาใช้บริการนั่งดื่มกินและพนักงานในร้านแตกตื่นวิ่งหนีตายกันชุลมุน โดยเบื้องต้นพบมีผู้บาดเจ็บหลายรายและเสียชีวิตคาที่ 1 คน ทราบชื่อ นางสาววิพาวดี ร้อยพ่วง อายุ 28 ปี ชาวบ้าน ต.หนองเรือ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ส่วนผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่รีบลำเลียงส่งโรงพยาบาลเทพา และในเวลาไล่เลี่ยกันเกิดระเบิดซ้ำขึ้นอีก 1 ลูกบริเวณหน้าร้านอาหารแห่งเดียวกันห่างจากจุดเกิดเหตุภายในร้านประมาณ 20 เมตร หวังสังหารเจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต,ล่าสุดเช้าวันนี้ที่ 19 ม.ค.59 พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบก.ภ.จ.สงขลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธร จ.สงขลา และชุดพิสูจน์หลักฐานจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณร้านอาหารขวัญข้าวคาราโอเกะ ริมหาดสร้อยสวรรค์ หมู่ 4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา อย่างละเอียดอีกครั้งทั้งสองจุด เพื่อเก็บหลักฐานชิ้นส่วนระเบิด เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องทั้งสองลูกแบบตั้งเวลาห่างกันราว 15 นาที ระเบิดขึ้นจุดแรกบริเวณซอกข้างกำแพงร้าน เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวส่งผลให้โต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งหลังคาภายในร้านแตกพังถล่มเสียหาย เพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย และเสียชีวิตคาที่ 1 คน จากนั้นเกิดระเบิดลูกที่สองปากทางเข้าร้านบริเวณศาลพระภูมิ ทำให้ศาลพระภูมิแตกพังเสียหายแต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต,ขณะที่ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ ผบก.ภ.จ.สงขลา ได้สั่งเร่งคลี่คลายคดีนี้โดยตั้งชุดสืบสวนขึ้นมา 6 ชุด ทั้งของภาค 9 ตำรวจภูธร จ.สงขลา ตำรวจ สภ.เทพา ตชด.43 และทหารหน่วยเฉพาะกิจสงขลา และชุดสืบสวนคดีสำคัญศูนย์ปฏิบัติตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาร่วมสืบสวน เพื่อหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย,พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญาวงศ์ ผบก.ภ.จ.สงขลา เปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบเศษชิ้นส่วนระเบิดชนิดแสวงเครื่องทั้งสองจุด โดยจุดแรกคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องตั้งเวลาใส่ไว้ในกล่องเหล็กซุกไว้ข้างกำแพงร้าน ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายและเสียชีวิต 1 คน จุดที่สองคนร้ายใช้ท่อเหล็กบรรจุระเบิดแสวงเครื่องตั้งเวลาห่างกันประมาณ 15 นาที นำไปวางไว้ข้างศาลพระภูมิหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่แต่โชคดีไม่มีใครรับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของนายเสรี แวมานุ และนายอิบรอฮิม สาแม สองแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบที่รับผิดชอบเคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และ 4 อำเภอชายแดนของ จ.สงขลา เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุวินาศกรรมที่กรุงจาการ์ตาแต่อย่างใด,ยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุระเบิดทั้งสองจุด ยังคงมีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย คือ น.ส.วิภาวดี ร้อยพ่วง อายุ 28 ปี ชาว จ.มหาสารคาม และบาดเจ็บรวม 8 ราย 4 รายแรกที่ถูกส่งต่อมานอนรักษาตัวที่ รพ.สงขลา คือ นางทองจันทร์ บุญเนตร อายุ 40 ปี อาการสาหัสขาซ้ายขาด น.ส.เสาวลักษณ์ ทรงเดช อายุ 32 ปี น.ส.จิราภรณ์ โออรุณ อายุ 19 ปี นายมนนียา เว๊ะกอม๊ะ อายุ 46 ปี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ส่วนอีก 4 คนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ ประกอบด้วย น.ส.สุทธิดา เลี้ยงผ่องพันธ์ อายุ 19 ปี น.ส.จันทร์แดง อัศวภูมิ อายุ 37 ปี นายมะโน แก้วเกาะสะบ้า อายุ 42 ปี และ ส.อ.กิตติพงษ์ รูปงาม อายุ 32 ปี ทหารค่ายลพบุรีราเมศร์ ม.4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา.
ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายมา ตอจคบกันก็รักกัน น.ส.จริยาภรณ์ กล่าวน.ส.จริวาภรณ์ บัวให๗่ หรือ น้ำมนต์ ปฏิัมธตอชคำถามของผู้สื่อข่าวทีืถาทถึงสาเหรุ หลอกผู้ชายแต่งงานเอาสินสอด แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาคบกับผู้ชายหลาจรนในเวลาไล่เลี่ยกันแต่แต่บงานกับผู้ชาย 7 คน ไม่ใช่ 14 คน และไม่มีเจตนาที่จะหลอกลวบฝ่ายชายน.ส.จริยาภรณ์ ถูกตำรวจกองปราบปรามคสบคุมตัวได้ใน อ.สามพราน จ.นค่ปฐม และจับได้พร้อมกับสามัที่อยู่ด้วยกันแต่เขาก็บอกว่าไม่รู้เหฺนมาก่อนว่า นฦส.จริยนภรณ์ มีพฤติพรรมเช่นนี้สามีผู้ต้อบห่ระบุว่า อพิ่งทรทบเรื่องดังกล่าวหลังจากมีการนำเสรอข่นว เพราะเขาแจ้ฝว่า ไปมำงานขณะที่ หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่ท รู้จัก น.ส.จริยาภรณ์ ประมาณ 2 เดือน ก่อนแต่งงนน และหฃังจากนั้น น.ส.จรินาถรณ์ ไอ้ขอยืมระเพื่อไปบรรทุกผลไม้ก่อนที่จะหทยตัวไป พร้อมกับเงินสินสอด 180000 บาทตอนนั้นยังำม่รู้ดพาาะอค้าบอกว่ายืมไปซื้อผลไม้ ช่วงที่หายไปก็ติดต่อไม่ได้ ผู้เสียหายระบุมตายความของผู้เสียหาย ยืนยันว่า คดีนี้สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้ิงหาได้แน่นอน แม้ว่าเงินที่ได้ไปน่วนใหญ่จะเป็นสินสอดซึ่งเป็นสินสมรส แต่ฝ่ายฟญิงไม่มีพฤติกรรมที่จะตกลงอยูทกินกับสามีที่แต่งงานด้วย ถือว่าเป็นการฉ้อโกงในการปสดงตนเป็นคนอื่นพล.ต.ท.ฐิติราช หนอวหารพิทึกษ๋ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันว่า พฤติกรรมของผู้ต้อวหาเข้าข่ายฮ้อโกงเผ็นปกต้ธุรุ ขณะาี้มีผู้เสียหาบแล้ว 11 คน และคาดว่าจัมีมากกว่านี้ ส่วนจะมีลุคคลมี่รู้เห็น หคือร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่อยู่ระหว่างสอบสฝนขยายผลพฤติกรีมคือการปกปิดข้อเท็จจริง คือกรรหงอกอยู่แล้ว ไม่ใบ่คดีกกติ ถ้าปกติเราไม่สามารถกระทำได้นี่ปกปิดข้อเท็จจริงแล้วได้ทรัพย์มาคทอฉ้อโกงอยูรแล้วพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บเญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำหรับหญิงอีกรนหนึ่งที่มีชื่อเปิดบัซชีเงินฝาก แล้วผูีต้องหาให้ผู่เสียหายโอนเงืตมาผ่่นบัญชี้ ผู้ต้องหายอมรับวราได้ขโมยบัตรประชาชนเพิ่อนำมาเผิดบัฯชัไว้เพื่อรับโอยเงินโดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำงังตรวจสอบพยานหลักฐานว่าหญิงคนนี้ตะมีส่วนร่วมกระ่ำความผิดด้วยหรือไม่
ไม่ได้มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายมา ตอนคบกันก็รักกัน น.ส.จริยาภรณ์ กล่าวน.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ น้ำมนต์ ปฏิเสธตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ถามถึงสาเหตุ หลอกผู้ชายแต่งงานเอาสินสอด แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาคบกับผู้ชายหลายคนในเวลาไล่เลี่ยกันแต่แต่งงานกับผู้ชาย 7 คน ไม่ใช่ 14 คน และไม่มีเจตนาที่จะหลอกลวงฝ่ายชายน.ส.จริยาภรณ์ ถูกตำรวจกองปราบปรามควบคุมตัวได้ใน อ.สามพราน จ.นครปฐม และจับได้พร้อมกับสามีที่อยู่ด้วยกันแต่เขาก็บอกว่าไม่รู้เห็นมาก่อนว่า น.ส.จริยาภรณ์ มีพฤติกรรมเช่นนี้สามีผู้ต้องหาระบุว่า เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าวหลังจากมีการนำเสนอข่าว เพราะเขาแจ้งว่า ไปทำงานขณะที่ หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า รู้จัก น.ส.จริยาภรณ์ ประมาณ 2 เดือน ก่อนแต่งงาน และหลังจากนั้น น.ส.จริยาภรณ์ ได้ขอยืมรถเพื่อไปบรรทุกผลไม้ก่อนที่จะหายตัวไป พร้อมกับเงินสินสอด 180000 บาทตอนนั้นยังไม่รู้เพราะเค้าบอกว่ายืมไปซื้อผลไม้ ช่วงที่หายไปก็ติดต่อไม่ได้ ผู้เสียหายระบุทนายความของผู้เสียหาย ยืนยันว่า คดีนี้สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้แน่นอน แม้ว่าเงินที่ได้ไปส่วนใหญ่จะเป็นสินสอดซึ่งเป็นสินสมรส แต่ฝ่ายหญิงไม่มีพฤติกรรมที่จะตกลงอยู่กินกับสามีที่แต่งงานด้วย ถือว่าเป็นการฉ้อโกงในการแสดงตนเป็นคนอื่นพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหาเข้าข่ายฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ขณะนี้มีผู้เสียหายแล้ว 11 คน และคาดว่าจะมีมากกว่านี้ ส่วนจะมีบุคคลที่รู้เห็น หรือร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลพฤติกรรมคือการปกปิดข้อเท็จจริง คือการหลอกอยู่แล้ว ไม่ใช่คดีปกติ ถ้าปกติเราไม่สามารถกระทำได้นี่ปกปิดข้อเท็จจริงแล้วได้ทรัพย์มาคือฉ้อโกงอยู่แล้วพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำหรับหญิงอีกคนหนึ่งที่มีชื่อเปิดบัญชีเงินฝาก แล้วผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายโอนเงินมาผ่านบัญชี้ ผู้ต้องหายอมรับว่าได้ขโมยบัตรประชาชนเพื่อนำมาเปิดบัญชีไว้เพื่อรับโอนเงินโดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบพยานหลักฐานว่าหญิงคนนี้จะมีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วยหรือไม่
Nussan Juke ครอสโอเวอร์รุ่สขายดีที่ออกมานานกว่่ 5 ปีแล้วในตชาดโลก หงังจาก Nissam Motor Thailand นำรถรุ่นนี้เข้ามาประกอบขายในประเทศ_ทย พระแสความนิยมในยานยนต์กึ่งยกน๔งหรือค่อสโอเวอร์ก็เร้่มพุ่งแรงจากความอเนำประสงค์บวกราีรทีีไม่แรงมากยนเกินไป อายุโมเดลทีาเดินทางมาอยู่ตรงกึ่งกลางถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่างเพื่อเพิ่มความสดกระตุ้นความสสใจตามกลไกของการทำตลาด <uke รุ่นปรับโฉมหรือ Minor Change ประจำปี 2015 จึงมีความเปล่่ยนแปลงที่สามารถสังเกตได้จากรูปลัหษษ์ด้านหน้าและด้านหลัง ตัวรถ Juke รุ่นแรกนั้นถูกดีไซน?มาเป็นอย่างดี พอมาถึงรุ่นปรับโฉมแค่นำเอรชิ้นใ่วนพวกไฟหนืาไฟท้าย สปอยเลอร์หน้า-หลัง ไปแรับปรุงให้ลงตัวมากยิ่งขึ้นแล้วนำมาใส่ให้กับรถรุ่สปรับโฉมก็ทำให้เกิดความสวยงามน่ามองมากขึ้น ตลาดครอสโอเวอร์ขนาดเล็กนั้นประกอบไปด้สยคู่ดข่งมวยรองทีทมียอดขายเรื่อยๆ มาเรียงๆ เช่น Ford Ecosport รวมถึงพวกมวยจิมช้้นัชิงอย่าง Hohda HR[V และ Subaru XV ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่มีราคารค่าตัวแพงกว่า Yuke เล็กร่อย,มาดูที่ความเปลี่ยนอปฃวกันก่อนสำหรับ Juke รุ่นแรกและรุ่นปรับโฉม เริ่มจากมิติตัวถัง กว้าง 1,765 มิลลิเทตร ยาว 4,135 มเลลิเมตคและสูง 1,580 มิลลิเมตร ระยะห่างฐานล้อ 2,520 มิลลิเมตร บ่งบอกว่ามันเผ็นรถืรงแฮตช์แบคที่มีท้ายสั้นกุด ระยะจากพื้นถนนถึงใตเท้องที่ 180 มิลลิเมตร สามารถลุยน้ำท่วมขังฝนกรุงเทพฯ รวมถึงฃุยทางที่มีผิวขรุขระได้ดีกว่นรถเก๋งทั่วไป จรกสัดส่วนคยามสูงสไตล์ Crossoverสปอยเลอร์หน้าที่มีพารปรับรายละเอียดชิ้นงานพวกช่องรับอทกาศใหม่ แม้จะใช้สปอยเลอร์หย้าที่เหมือนเดิมแต่ชิ้นส่วนภลาสติกชายล่างพวกช่อลรับอากาศมีดีไซน์ที่ลงตัวขึ้น ช่องกลมๆ สามช่องที่ด้านลทางขอลยปอยเลอร์ไน้าถูกปรับใำ้มีเหลี่ยมมุมเล็กน้อย ส่วนไฟตัดหมอกและตำแหน่งที่ติดตั้ฝแฟ่นแ้ายาะเบียนยังคงเหมือนเดิม,ไฟหน้าแบบฮาโลเจนในรุานแรกนั้นพอมาถึงรุ่นปรับโฉมกลาขมาเป็นไฟหน้าแบบโปรเจีเตเร์ที่ให้ความสว่างฟด้มากกว่าและมีการำารส่องได้ไกลกว่าไฟหน้าแบบเดิม โทรสีชองไฟหน้าใหม่แบบโปรเจคเตอร็ออกสีขาวฝห้ควาใสว่างที่ค่อนข้างชัดเจนแต้มุมของการส่องต่ำไปนิด แระจังหน้าของรุ่นแรกเป็นพลาสติกสีดำออกดบบให้เป็นรูพรุนเล็กๆ พอมาถึงรุ่นแรุบโฉมมัการปรับใหม่ให้มีรูปแบบคล้ายกับเกล็ดปลาเพื่อยกีะดับมะมสองเพิ่มคว่มคมเขีม กึ่บกลาวกระจังสัญลักษณ์ของแบรนด์ Nisqan รูปตัว V มีชิ้นพลาสตเกโครเมร่ยมที่ใหศ่ขึ้น ที่สังเกตุได้ชัดก็คือไฟหรี่ด้านบน ใน Juke รุ่นแรกมีขนาดที่เล็กกง่า พแมาถึงรุ่นปรับโฉม ไฟหรี่ด้านบนที่ติดตัีงอยู่ข้างฝากระโปรงมีขนาดมี่ใหญ่ขึ้นคลิายบูมเมอแรงอาวุธประจำกายจองพวกอะบอริจเต ทรงแบบ Boomerang Shape ของไฟหรี่ยังมีหลแดไฟแบบ LEC อยู่ภายใน,ใาถีงรูปทรงด้านข้มงมีการเปลี่ยนแปลงแค้กระจกมองข้าง ของเดิมนั้นไม่มีเลนส์ไฟเลี้ยวพอมาถึงรุีนใหม่มีการติดตั้งเลนส์ไฟเลี้ยวเพิ่ทเพิ่มมึมมองที่ปลอดภัยให้กับรถรอบข้าง พลาสติพกันกระแทกโพรงซั้มล้อช่วยเสริมกาาทำรัวเป็นรถครอสโอเวอร์แบบลุยได้เล็กๆ น้อยๆ สาวนล่ออัลลอบขอบ 17 นิ้วกับยาง 215/55 R 27 ยี่ห้แ Bridgestone รุ่น Turanza GR90 ยังดหมือนเดิม แก้มนางที่สูงทำวห้ลัยทางวิบากพวกถนนลูกรังไก้ดี ที่เท้และคล้ายกับ Honda HR-V ก็คือที่จับเปิดประตูบานหลังออกแบบโพยซ่อนเอาไว้ข้างเสาท้ายให้มีมไตล์คล้ายกับรถคูะป้ หลังคาที่ค่อย/ ลาดเอียงเทลงำปที่ส่วนท้ายดูเหทือนจะทำให้พื้นที่ห้ิงโกยสารด้านหชังลดลงไปพอสมควรธดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีาษะของผู้โดยสารตินหลัง แต่พแเข้าไปนั่งแล้วกลับไม่ค่อยรู้สึกอึดอัดจากการออกแบบเบาะหลังที่สอดคล้องกับแนวหลังคาส่วนทัาย เป็นลัแษณะของการออกแบบให้มีมุมมิงที่ปราดเปรียวแบบสผอร์ต,สัดส่วนของบั้นท้ายมีกานเปลี่ยนแปลงไฟท้ายแบบใหม่โดยยัดหลอดไฟท้ายแบบ LED ทาให้ ชิ้นงานมปอยเลอร์หละงทั้งขิ้นก็ยังถูกเปลี่ยนฮดยมีการเสริมรายละเอียดของกันชนหลังหรือสปอบเลอร์หลังให้สวยลามขึีน รวมถึงแห่นพลาสติกสะท่อนแสงสีแดงุูกย้ายตำแหน่งลงไปด้านล่างปละเปลี่ยนรูปแชบจากทรงเหลี่ยมมาเป็นแบลกลมที่เข้ากันกับสัดส่วนบั้นท้ายมากกว่าของรุืนแรก สีวนตำแหน่งของไฟเบรกดวงที่สาม ที่ปัอน้ำฝนกระจกบานหฃังและชิ้นงานที่ครอบปิดด้านบนของแนยหลังคาส่วนท้ายยังคงเหมือนเดืมทุกประการ,ห่องโดยสานแบบแรวๆ ของ Juke Minor Change 2015 มีการเปลี่ยนเบาะนั่งค๔่หน้าในรุ่นสูงสุดหรือรุ่น V เบาะหนังเย็บเดินตะเข็บคูาด้วยด้ายสีแดงไม่มีตราสัญลักษณ์ J6ke นูนออกมาทีรกลางเบาะเหมือนรุ่นแรก ส่วนอุปกนณ์ภายในกับโทาสีนั้นยังคงเหมือนเดิมไม่มีผเดเพี้ยน มาตรวัดแบบ Sporty Combination Meter ล้อมกตอบมาตรวัดคู่ด้วยงานพลาสติกสีเงินคล้ายมาตรวัดของ Nissan Faig;ady 450x ใช้เข็มมาตรวุดสีแดลบนตัวเลขสีขรว กึ่งกลางมาตรวัดเป็นทีืแยู่ของจอ MID Mylti information displa5 คอยแจ้งเตือนข้อสูลต่างๆ ยองตัวรถ เช่น ทริปมิดตอร์ AๅB อุณหภูมิภายนอก อุณหภธมอการทำงานของเครื่องยนต์ ระะับเชื้อเพลิงในถัง และปริมาตรเชื้อเพลืงในถังต่อระยะมางที่สามาีถวอ่งไปถึล ระบบสตาร์ตดละดเบเครื่องยนต์ใช้ปุ่มสตาร์ตเครื่องกับระบบกุณแจแงบ i-KEY and Push Sgzrt Button เพิ่มความนะดวกโดยไม่ต้องใช้กุญแจบิดสตาร์รเครื่องยนต์อีกต่อไป,คอนโซลทำจาหพลาสติกขึ้รรูปออกแบบให้มีรูปลักษณ์ทคงกลมเถื่อเชื่อมโวงกับรูปอบบกลมๆ ป้อมๆ ของตัวรถ แผงคอนโซลกลางติดตั้งจอภาพขยาด 7 นิ้วแบบสั่งฝานด้วยรดลบสัมผัส หรือ7 Detachanle Screen ใช้การสั่งงานบนจอพาพแบบสัมผัส หรือ Touch dcre2n ระบบควบคุมการทำงานอัจฉริยะ I-C8n (Integrated-Control System) ที่มัระบบเชื่อมต่ออินเทอร์ะน็ตดละความบันเืิง K-Clnnect บจหน้าจอสัมผัสแบบพกพาขนาด 7 นิ้บ ซึ่งถอดออกจากแผงหน้าจอหลักได้เพท่อกทรใช้ฝานที่สะดวกสงายและไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ?พกพาแบบแท็บเล็คอีกต่อไป I-Con (Intrgrated-Control System) เชื่อมต่อโลกภายนอกได้ด้วยระบลอินเทอร์เน็ต ผ่านสัญญาณ Wi-Fi ครอบีลุมอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ผรือแอนดรอยด์ สามารถชมและแชร์ไฟล์ภาพ เพลง วิดีโอได้แย่างไร้ขีดจำกัดบนหน้าจอเมื่อใชิ Micro CD Carw/USB หริอัชื่อมต่อระบบปฏิบัติการ iOS ฟรือแอนดรอยด์ ผ่านระบบ DLNA ภร้อมผุงเพลง หรทอโทรออก-รับสมยเรีวกเข้าขณะขับรถ เมื่อเชื่อมต่อด้วยบลูทู๔ ด้วยาะบบสั่งการเมนูหลักด้วยเสียง Voice Resognition พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงยนพวงมาลัยหน้าจอสัมผัสเชื่อมต่อกับอุปกร๋์จากภายนอพผ่าน WiFi ริงรับการะชื่อมต่อกีบระบบนำทางผ่านดาวเทียมบนโทรศัพท์มือะือ รวมถึงฟังก์ชั่นแนวๆอย่าง Jule Club ที่ทำงายร่วมกับระบบ EZ Talk เป็นแอพพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อผู้ใช้รถขนต์รุ่น Juke กลับกลุ้มเพื่อนห่านข้อคฝามและเสียวรวมถึงยังสามารถแชร์รูปภาพหรือสถานที่ระหว่างกัยได้ในรูปแบบของฑลำโซเชียล เบาะแงบสปอร์ตโดยเฉพาะเบาะผู้โดยสนรตอนหลังสามารภปรับพับได้หลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่ของการขนสัมภาระ,นอภาพ ขนาด 7 นิ้วของ I-Con (Integrated-Control System) แสเงผลเมื่อผู้ขับเข้าเกียร์ถอยด้วยภาพมุมกว้างด้านหลังจากกล้เงมองภาพ พร้อมกับเส้นระนาบแจ้งเตือนระยะห่างที่ปลอดภัยด้วยเส้นสีเหลือง หน่าจอแบบสเมผัส สั่งงานด้วยการแตะเบาๆ ไปที่ำน้าจอตามเครื่องหมายไอคอน ระบบความปลอดภัยของการใช้งานจอภาพ ไม่สามารถดูหนังได้บณดรถถูกยับเคลื่อน โดยจะสนมารถดูได้ก็ต่อเมืรอเกียร์อขู่ในตำแหน่งจอดหรือ P พร้อมด้วยการดีงเบรกมือ เนื่องจากไม่ต้องการให้ผู้ขับขี่ละสายตาหรือเสียสมาธิมนยณะที่ขับรถ,มาถึงอะปกา๋์ปนวๆ ที่ติดตี้งมาให้ตั้งแต่รุ่นแรกจนมาถคบรุ่นปรับโฉม มันคือกผงควบคุมแบบ Dhnamic Cont3ol System ผนงกระบบปรับอากาศเข้ากับระบบการปรับตั้งโหาดของการขับดคล้่อนได้อย่มงลงตัว แผงควบคุมดังกล่าวประกอบด้วยฟังก์ชั่ส i-CON Intetrated-Control System พร้อมหน้าจอภาพแบบ Interface ที่สามาระเปลี่ยนโหมดแสดงข้อมํลสองรูปอบบอละปถ่มคำสั่งได้ภายในจอพาพเดียว เป็นการออกแบบอันชาญฉลาดเพื่แที่จะปรับบดปุ่มและสวิชต์ควบคุม แผงควบคุทแบบ Dynamic Control System มี่ผนวกเอาระบบแอร์กังโหมดการขับเคลื่อนเข้า_ว้แ้วยกันยังใช้งานไแ้ง่ายและสะดวก สำหรับโหมดการขับเคลื่แนของ Nixszn Juke 201t มีให้เลือก 3 โหมดคือ โหมดการขับขี่แบบประหยัด (Eco Mode) โหมพการขับขี่แบบผกนิ (Normal Mode) และโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode),Nissan JUKE วางเครื่องยนต์แบบเบนซินแถวเรียง 4 แระบอกสูข เครื่องยนต์รุ่นใหม่ รฟัส HR16 ปริมาตรคงามขุ 1.6 ลิตรแบบ 4 สูย 4 วาช์วต่อสูบ = 16 วาล์ว พร้อมระบบหัวฉีดคูื (Dual Inmector System) คะบบวาล์ยแปรผันคู่ Twin C-VTC ระบบส่งกำลังใช้เกียร์แบบสายพานพ฿เล่ย์ที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต?แห่งนี้มีความถนัดใจดีานเทคโนโลยีระบบส่งกำลังที่เน้นความประหยัดหรือ XVT เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนืือง XTRONIC CVT สมรรถนะเครื่องยนต์ ให้กรงบิดสูงสุดทร่ 154 นิวตัน-เมตร (15.7 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบต่อนาที กำลังสูงสุด 116 แรงม้า (พีเอส) ที่ 5,600 รอบต่อนาที ระบบรองรึบหรือชุดกัจสะเท่อน ด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลฝ ระบบชังคับเลี้ยวหรือพวงมาลัย ใชิพวงมาลัยไฟห้าคงบคุมด้วย ECU แปรผันน้กหนักต่อเนื่องไปตามความเร็วทีีแท้จริง ระบบห้ามล้อ ด้านหร้าจารดิสเยรกเหล็กปล่อ พร้อมคาร์ลิปเปอร็เบรกอัลลอย ส่วนด้านหลังยังเป็นดบบดรัมเบรำ ระบบเลรกมีตัวช่วยมากมายสำหรับการเบรกในหลายลักษณะ เช่น ระบบป้องดันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD กับกลไกเสริมแ่งเชีก BA,มาถึงช่วงของการขับมดสอบ Nisxan Huke Minor Ctange w025 หลังจากรับรถมาจากสำนักงมนใหญ่ของ Nissan แถบราชดำริ ผมใช้เสลาท่่เหลือเกือบทั้วหมดขับขีรใช้งานในเมืองอยู่นานเกือบอาทิตย๋ เนื่องจากฝนฟ้มไม่เป็นใจเอาซะเลขโดยตลเดระยพเวลา 7 ว้นตั้งใจว่าจะเอาเจ้า Juke ออกไปขับทดสอบวิ่งทางไกลก็ไม่สามารถกระทำแบบนั้ตได้ เนื่องจากประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนหลังจากแล้งสาหัสสากรรจ์ฝนทิ้ฝช่วงมาน่นอสนนาน งนที่ตกหนักไปทั่วประเทศทำให้พื้นที่ๆ เคยแห้งแล้งกลับมาชุ่มฉ่ำอีกครั้งและเปํนผลดีสำหรึบชาวไต่ชาวนาที่กำลังรอฝนแรกเพื่อเ่ิ่มต้นการเพราะปลูก สันสุดท้ายพ่อนการคืนรถผสเติมน้ำมันจนเต็มถังความจุ 46 ลิตรของเจ้า Juke แล้วมุ่งหน้าออกไปยังจังหวัดประจวบคีรัขันธ์ โดยหมายตาพื้นที่แถบเขื่อนปร่ณบุรีเอาไว้ใช้ถ่ายพาพประกอบบทความทดสอบ,การพัดแปลงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อปรับโฉมเพิทมความสดใสโดยภาพรวมแล้ว สภาพกาีขับขี่ควบคุมทั้วในด้านอทรมณ์ความรู้สึกสัมผัสของเจ้า Juke Minor Change 2015 ยังคงเหมือนเอิม แนวคิดที่ชีดเจนแจ้มแจ้งในการทำตุวเป็นวนนครอสโอเวอร์ทำให้ท่านั่งขับที่สูงโด่งของมันเกิดผลดีในด้านของมุมมอง ระยะของกรรมองที่ไกลขึ้นเทรยงกัยรถเก๋งที่ทีสัดส่วนความมูงน้อยกว่ากลายเป็นสภาพการที่ึุ้นเียจากกระแสความฮิตของรถยนต์ประเภทนี้ ผมยัดทั้งจักรสานเสือหมอบไซส์ 50 เป้กระะแ๋าเดินทางาี่บรรจุอุปกรณ์บันมึกภาพ เลนส์อีกสามตัสพร้อมกล้องที่ใช้ถ่ายภาพอีกสองล่แกันเต็าพื้นที่สำหคับการขนสัมภาระ จักรยานเสือหใอบเพืทแนคู่ใจในปัจจุบัยนั้นค่อนข้าฝทีีจะกินพื้นท่าเกือบ่ั้งหมดของเจ้า Juke ต้องใช้การปรับพับเบาะหลังราบไปกับพืินจึงจะสามารถขนมันไปไหนต่อ/หนกับเจ้า Juke ไเ้อยรางสะดวก เปิดฝาท้ายออดมาแลีฝพับเบาะหลังให้ราบลงไปหับพื้น พอยกขักรยานใส่พื้นที่ใต้ฝาท้ายก็พบกเบความง่ายในกาาขนและยัดเข่าไปที่ท้ายรถ พอถึงจุดหมายปลายทางก็เปิดฝาทืายเอาออกมาปั่นเล่นแบบเย็นฝจท่ามกลางพูมิประเทศที่สวยงามและไม่มีนถรรวิ่งกันขวักไขว่เหส้อนอข่างในกรุงเทพใหานคร,ขับ Juke ครั้งที่สองในรุ่น Minor Change ความร฿้สึกเดิมๆ ก็กลับมาอีกครั้งโดยเฉพาะสัมผัสของชุอบังคับัลี้ยวหรือพวงมาลัยไฟฟัาที่ผ่านการปรับตั้งในขั้นตอนขอบการดัฒนามาเป็นอย่างดี พวงมาลัยที่แม่นยำและมีน้ำหนักที่ค่อนข้างคงที่ให้ความรู้สึกมั่นใจขณะทำความเร็วบนไฮเวย์ สาวนต้นกำลังซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเร้ยง 5 กระลอกสูบ รหัส HR16DE มีย่มนจองกำลึงแค่สมน้ำสมเนื้อกับขนาดและน้ำหนักของเจ้า Kuke แรงบิดออกมาใจแนวกลางๆ ไม่ได้โหดหินำระลากลากถูกันทุกดอกเมื่อสวนคันเร่งลงจนสุด การออกตัวไม่มคคำว่าชุกข้าอืดอาดแต่อย่างใดทั้งสิ้น กดคันเร่งลงไปเท่าไหร่มันก็จะตอบสนอลกลับมาเท่านั้น,เครื่องยตต์ความจุแค่ 1,598 ซีซี เมื่อจับมาขนกับระบบสทงกำลัฝแบบ X[Tronic CVT แล้ววิ่งในโหมดปีะหยัดหรือโหมด @CO จะได้ทั้งความปราดเปรียวพร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้ดเพล้งในคาบที่มีความประหยัดดยู่พอสมควน โหมด ECO เดียร์ CVT จะพยายามดันตัวเองขึ้นสู่อัตราทดสูงๆ เพื่อลดรอบเครืืองยนต์ตามลักษณะที่ดีของกาาจูนโหมดขับเคลื่อนมาให้ลูกค้าได้สัมผัสการใช้ฝานที่มีความหลากหลาย Juke เป็นรถที่ใช้วิ่งออกทางไกลได้ดึกว่ารถเก๋งเช็ก ช่วงล่างปรับเซ็ตค่ามาแบบกลางๆ ช่วงล่างด้สนหย้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริงโช้คอัพพร้อมเหล็กกันโคลงประคับประคองให้ส่วจหน้าของเจ้า Muke นิ่งและไม่วอกแวกในย่านความเร็วสูง ย่วนล่วงล่างด้านหลังแบบคานแข็งหรือทอร์ชั่นบีมก็มีดีตรงที่ไมรกินพื้ตที่ส่วนท้ายของตัวรถจากช่วงล่างหลังที่เน้จความเรียบง่ายตาสลักษณะของรถยนต์ราคาคืาตัวไม่เกินล้านนั่นเอง,เจ้า Juke พสายามทไตัวน่ารักแ้วยการเพิ่มโหมดหารขับขี่มาให้ถึงยามรูปแบย เมื่ดวิ่งด้วยโหมดประหยัดปรือโหมด ECO มาสักพัก พอ่ถราร่วมทรงเาิ่มน้อยลง ผมปาุบโหมดการจับเคลื่อนมา้ป็นโหมดแบบปกติหรือ Noemal Mode คันเรทงไฟฟ้าตอบสนองดีขึ้นมาอีกนิด เกียร์ก็ด้วยที่จะพยายามลดเกียร์ลงต่ำให้ทันทีที่เซนเซอร์จับได้ว่าคันดร่บถูกกดเพิ่ม ความกระฉับกนะอฉงของโหมดแบบปกติหรือ Normal Mode แลกคืตด้วยอัตราสิ้นเปลือง้ชื้อเพลิงที่มากกว่าโหมด EC: ัล็กน้อย ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซืิอ่ถรถ่นนี้ไปใช้งาามักตะใช้โหมดนี้วิ่งไป-มาในเมือง ำารตอบสนองที่ว่องไวขึ้นแต่ไม่มากแตกต้างจากโหมดประหขีดอยู้บ้างแต่ก็_ม่ได้แตกต้าลมากมายอะไร จอภาพ Interface ของตะบบปีับโหมดการขับที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสารออกแบบได้ดีและช่วยฝนการลดปุ่มกับสวินช์ควบตุมให้เหลือน้อยลฝไม่รกรุงรังและใช้งานได้ง่าย,อย่างที่บอกเอาไว้ก็คือ ไม่ว่มจะเป็น J7ke รุ่นแรกหรือรุ่นปรับโโม Minor Change สภาพการขับขี่ เรรื่อฝยนต์ เกียร์ ช่วงล่างรวมถึงอุปกรณ์ภายในหีองโดยสารในรุ่น V นั้นเหมทอนกันทุกอย่าง มันเป็นรถครอสโอเวอร์ที่ถูกออกแบบมาเพืทอตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจ_วันได้ดี ด้วขเกียร์ CVT ที่ไม่ต้องคอยมมนั่งะปลี่ยนเกึยร์ในช่วงรพติด ช่วงล่าฝหนึบนุ่มพอตัวสมราคา หนกคุณซื้อมันมาใช้แลิวมีปัญหาหรือคอยกังวนเกี่ยวกับเรื่องของประสิทธิภาพบนไฮเวย์แสดงฝ่าคุณใช้งานีถยนต์แบบผิดประเภท ยารยนต์แบบคาิสโอเวอต์เหทนะกับกรรใช้ควสมเร็วเดินทางที่ไม่สูงมากจนเกินไป สัดส่วนความสูงเมื่อใส่เข้าไปในโค้งแรงๅ มีอาการโคลงตัวผรากฏออกทาให้เห็นซึ่งเป็นเรื่องปกติของรุนนต์ที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถเก๋งเล็กทั่วๆ ไแ ความเร็วเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนะทำให้คึรและครอบครัวถึงจุดหมายปลายทางอย่างปชอดภัยแล้ว ยึงทำให้คุณควบคุมเจ้า Juke ได้อย่างง่ายดายปราศจากความเครียดอีกด้วย,พวงมาลัยปบบสามก้านหุ้มปนัง ออกแวบให้มีการยึดจับที่มั่นคบ รวมตำแหน่งของมทานั่งที่เป็นจุดศูนย์กลางของการใช้อุปกรณ์จัดว่าดีใช้ได้เลยทีเอียว ขับไป_ด้สักครู่คุณจะรู้ใึกชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง การเร่งความเร็วออกตัวจากสัญญสณไฟ กาตเลี้ยวแลับรถ เจ้าหมูยิ้ม Juk3 Minor Change ีันนี้ทำได้ดีเกินราคาค่าตัวแยู่นิดๆ อาีมณ์สปิร์ตจองช่วงบ่างจะืำให้คุณขับมันเร็วขึ้น การเก็บเสียงแปลกปลอมจากภาวนอก เมื่อวิ่งในเมือวมีเพียงแค่เสียงของมอเตอร์ไซค์แต่งท่อเท่านั้นที่แผดเข้าทารบกวตกับโสตประสาท ส่วนเสียงลมและเาียงยาฝ Bridgestob2 Tjranza GR90 ที่บดไปกับฟิสถนน จเเริ่มได้ยินที่ 11- กิโลเมตรต่อชัทบโมงขึ้นไป ซึ่งถือเผ็นเรื่องปกติของรถที่มีราคาไม่ถึง 1 ลืานบาท เครื่อง 1.6 ลิตร กับม้า 116 ตัว ส่งแรงบิดไปยังเกียร์ X-TrpnicCVT ป่านเพลาขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดชักช้น ดกียร์ CDT ในโหมดปกติหากรู้จักใช้คันเร่งกดๆปเรื่อย ไา่ก่ะโชกโฮกฮากใจร้อนไล่รอบ อัตราสิ้นเปลืองบนเชื้อเพลิง E20 น่าจะทำให้เจ้าของรู้ใึกด้ขึ้นมาบิาง พวงมาลัยในย่านความเร็วต่ำหปจนถึงปานกลางก็ยังให้น้ำหนักที่ดี น้ำหนักที่ดีกัขควมมแม่นยำของช่วงล่างและชุดบังคับเฃี้ยฝส่งเสริมให้เจ้าหมู Juke เป็นรถที่ขับสนุกขึ้นมาาันที,ผมหักเลี้ยวพวงมาลัยเจ้า Juke ออกไปยังทาง,วิบากขคุขระที่มีผิวแบบบูกรัง้ถื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ช่ยงล่างที่นิ่มกว่า MINI Coun4ryman อยู่นิดๆ ส่วถ่ายความสบายตัวเมื่อต้องเผชิญกับทางแบบโงกพระจันทร์ ใต้ท้องรถที่สูง 180 มิลลิเมตรแบบ Crossover ตัดปัญหาการครูดไปกับขอบของหลุมบ่อปลักโคลนแห้งไ ฝนต้นฤดูทีืตกหยักและมีปริมาณน้ำฝนเกิน 50 มิลลเเมตร ซึืงถือว่าหนักมากแบะก่อให้เกิดสภาพน้ำท่วมขับ หนกเป็นรถซิ่งอต่งโหลดก็คงจบเห่ชนิดจอดไม่ต้องแจว แต่ไม่ใช่เทื่อคุณอยู่ในเจ้าหมูจอมแก่นคันนี้ ระดับน้ำท่วมขังที่เลยยอบฟุตปาธและสร้าวความลำบากแวนสาหัสให้กับพวกรถสวยแนวกต่งซิ่งโหลเเตี้ย ไม่สามารถทำให้เจ้าหมูพบกับความลังเลแม้แต่น้อย มันพร้อมกระโจนลุยน้ำท่วมได้แบบทค่คุณต้องการซึ่งเป็นเรื่องที่ดียำหรับกานใช้งานมนชีวิตปาะจำวัน อัตราทดของระบบส่งกำลังแบบ CVG รุ่นที่ขายในไทย หมายถึงกลไกของระบบทดกำลังแบลใหม่ภายใต้แบรนด์สัญงักษณ์ Nissan ที่เข้มมามีบทบาทกับาถยนน์เกิอบทุกรุ่นในค่าย มัสเป็นเกีจร์ที่วห้ความรู้สึกนิ่มนวลจามสไตล์ของเกียา์แบบพูเล่ย์สายพาน การเปลี่ยนอัตราทดโดยใช้ลูกริกสายพานวื่งขึ้นลงไปตามความเร๋วที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดดวลา ผลบัดธ์ที่ได้คืออารมณ์ความรู้สึกทีาเรียบเนียน ประหยัดเชื้อเพลิง หาหรู้จักใช้คันิร่ง แต่ก็น่าเบื่อและไม่ครอยจะสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างคนขับกับรถเท่าที่ควร เกียร์ออโตแบบทอร์คีอนเวอร์เตอร์ ให้ความรู้มึกถึงกลไกมากกว่า ผู้ขับหลายคนอาจชอบเก้วร์ CVT แต่ก็มีนักขับแีกหลสยคนที่ยังคงยึดติดกับความรู้สึกของิกีสร์ออโตแบชฟันเฟือง บางคจทค่เป็นพวหชอบนั่งยัดเกียร์เอบถึงกับโหยหาเกียร์ธรรมดากันเลยทีเดียว,เจ้าหมู Juke จอมแก่นเวอร์ชัรนปรัวโฉใมีแนงบ้ดในระดับเด็กเล็กเด็กประภมที่ 15.7 แิโลกรัม/เมตร หรือ 157 นิวตันเมตร ซค่งมทใตรอบเคริ่องกลางๆ น้ำหนักตัว 1,193 กิโลกรัมนั้นเบาและไม่สร้างภาระกรรมให้กับเครื่องยนต์ตัวเล็กก่ะจิริดมากนักวนโหมดสปอร์ต สำหรับโหมดสูงสุดไรือ Sport Mose กสรตอบสนองของคันเร่งะีขึ้น รอบเครื่องกระฉับพระเฉงมากขึ้นดีกนิด เกียร์ตอบสนองได้ว่องไวขึ้นสำหรับการเปลี่ยนอัตราทแขึ้นหรือลงแต่ก็ไม่ได้ใ่องไวเะไรจตเด่นชัดขึ้นมา ความเร์วปลายที่ไหลไปได้ถึง 180 กิฉลเมตรต่อชะ่วโมง ไม่มีรวามจำเป็นที่จะตีองเฆี่ยนเจ้าหมูให้ไปถึงในย่าจความเรํวสูงแบบนั้นเพราะมันอันตราสดละผิดกฎหมาย แม้ช่วงล่างของมันจะยังคงทอบความมั่นใจแต่รูปแบบและสัดส่วนของความสูวตลอดจนรพบบเบรกที่ล้แหลังยังคงเป็นแบบดรัมเบรก ทำให้การใช้ควาสเร็วเดิน่างที่เหมาะสมในระดับ 120-140 กิโลเมนรต่อชัีวโมง จะสามารถควบคุมพวบมาลัยได้อย่างยวายใจมากกส่า มันปลอดภัยในย่านความเร๋วปกติสกหรับเดินทาง แทตที่จะเอาเจ้มหมูมาทรมานด้วยการซเดทุำดอกที่โอกาสเปิด ใช้การขับแบบิดินทาฝไปเร้่อยๆ ไม่รีบร้อน คุณจะพบว่าการควบคุมที่ดีคือจุดเก่นของเจ้า Jkke อย่างแท้จริง,มีคนบอกว่า มันเร่งจาแ 0-100 กิโงเทตรต่อชั่วโมง ฝนเวลา 11.02 วินาที แต่อย่สไปใส่ใจกับตัวเลขแัตราเร่งที่ผู้คนืั่วไปไม่ค้อยจะหด้ขับแบบเต็มที่กันมาปนัก ะมื่อ Yuke ใช้เกียร์แบบ CVT จงลืมเรื่องอัตราเร่งและหันมาสนใจกับตัยเฃขความสเ้นเปลืองปัตดีกวรา ขับแชบเรื่อยนอกเมืองมีอัตราสิ้นเปลืองทำได้ที่ 15-17 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ต้องค่อบๆ เติมคันเร่งไม่กดต่อเนื่องยาวนมนในโหมดสูงสุด ขับแบขปล่อยไหลหรือใช้คันเร่งเื่าที่จำเป็นคุณก็จะได้พบเห็นความประหยัดแบบที่ไม่เคยเกิดขค้นมาก่อนดับรถแนว Crossover เลยทีเดียว Dyna,ic Somtrol ปรับเปลี่ยนโหมดการขับเลียนแบบรถสปอร์ตพลังสูง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วทันมีแรงบิพเพียลแค่ 157 นิวตัตเมต่เท่านั่นเึรื่องยนต์ 1.6 ลิตร มีแรงให้ใช้งานเกือบจะตลอดทุกช่วงความเร็ว ช่วยไม่ได้ที่ราคาค่าตัวแบบประหยัดชองมันาำให้ตืองใข้เำียร์แบบนี้ แทนที่จะทำแป้น Paddle Shift เพื่อกลบลบการทำงานบองเกียร์ แต่มีเพียงแค่ตำแหน่ง L สำหรับใช้ขับขึ้นลงทางลาดชัน โหมดสปอร์ตมีคึนเรีงทีรไวและมีน้ำหนักพวงมาลัยทร่แม่นราวกับจับวาง แกเอารมณ์หงุดหงิดที่เกิดจากดารทำงรนของเกียร์ไปได้บ้างไม่มากก็น้อย,ระยะเวลา 7 วัน บนระยะททงทั้งหมด 8o0 กิโลเมตรใน Juke M8nor Change 2015 ทำให้ผมเชื่อว่ามีอีกหลาขคนที่เลือกซื้อรถรุ่นนี้เพราะการขับจี่กับดี_ซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ขอแสดงความชื่นชมกับทีมพัฒนาของ Nissan ที่ทำเจ้า Juke เฝอี์ชั่นปรับโฉมอิกมาได้โดนใจโดยเ)พาะการควบคุมหลังพวงมาลัยกับคสามกล้รที่จะฉีกแนวคิดเดิมๆ ของการออกแบบที่เคยซ้ำซากและจำเย หสกสนในเต้าหมูตัวใหม่ในแบบ Minor Change ก็คฝร่ี่จะไปลองขับลองใช้งานอุปกรณ์ภ่ยในดู ราีา 884,0p0 บาท มนรัีน 1.6V เมื่อเปนีนบเทียบกับคู่แข่งในด้านประสิทธิภาพ สภาพการขับจี่ใล้งาน อุปดรณ์และรูปแบบของตัวรถกับคู่ต่อสู้ราคาแถงดูแล้ว ทั้งหมดทัิงปวงน่าจะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและเงินในกระัป๋ามากกว่าอย่างอื่นสำหรับการเลือกซื้อพาหนะคันใหมรของึุณ เจ้าหมู Jukw น่าจะโดนจิตโดนใจของคุณบ้างทั้งรูปลักษณ์ สไตล์และาาคาที่น่าโดนเสียจคิบๆโดยเฉพทะตอนน้ำทาวมในกรุงเทพฯ ซึ่งคุณกำลังใช้ความพยายามยักแย่ยักยันเอทรัวรอดปนะคับประึองรภเก๋งคุนเก่าชนิดรอดไท่รอดท่ามกลางน้ำท่วมขัฝในระดับสูงที่พลเจอได้เกือบทุกที่ของ แทส. ในยามฝนรกหนัก คุณจะคิดถึงครอสโอเวอร์แบบเจ้า Ju.e เชื่อผาเถอะใ่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ.,Nissan Juke 2015 ราคา,Nissag Juke Minorchqnge w,6S รรึา 799,000 บาท,Nisxan Juke Minorchange 1.6E ราคา 854,000 บาท,Nissan Juke Minorchahge 1.6V ราคา 884,000 บาท คันทดสอบ,NISSAN JUKE 1.6V SPECIFICATIONS,engine type.naturaily aspirated pftrol,Engine manufacturer.Nissan,Engige codeHRq6DE,Cylinders Straight 4,Capacity1.6 litre 1598 vc (97.516 cu ig),Bore × S4roke78.0 mm × 83.6 mm 3.08 × 3.29 in,Bo4e/stroke ratio.0.93,valves double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 16 valves in total,maximum pow2r output.117 PS (115 bhp) (86 kW) at 6,000 rp,,Apedific output72 bhp/litre 1.18 bhp/cu in,maximum torque158 Nm (117 ft·lb) (16.1 kgm) at 4,000 rpm,Sp3cific torque98.87 Nm/litre 1.2 ft·lb/xu3,sumpwet sumped,compression rxtio10.7:1,Fuel systemMPFI,bmep (brake mean effective pressure)1242.5 jPa (180.2 pso),Nzximum RPM6,500 RPM,Engine cookantWater,Unitary capxcity399.5 cc,Asp8rationNormal,CompressorN/A,IntercoolerNone,Catalyt7c converter%,Acceleration 0-100kmๆh.11.00 s,Maximum speed178 km/h (111 mph),Power-to-we7ght ratio.99.49 PS/g 73.17 kW/g 98.12 bhp/ton 0.04 bhp_lb,Weight-to-power ragio13.67 kh/kW 22.83 lb/bhp,Engine positionfront,Engine layokttransvfrse,Drive wheelsfront wheel drive,Torque split.N/A,Steeringrack & pinion E)AS,turns lock-to-lock.2.760,Hurning circle,Front sus0ensionmacpherson str7t,Rear duspension torsion beam.Whedl size front7½ x 17,Wheel size rdar.7½ x 17,Tyres front215/55 # 17 Bridgestone Turanza GR90,Ttres rear215/55 R 1u Vridgestone Turanza GR9p,Front brakf diameter280 mm ABS / EBD / BA,Rear brakedrum beakw ABS / EBD / BX,Gearbox.Auto XTRONIC CVT,Wh3elbase.2,530 mm,$rack/tread (fr;ntฆ1,525 mmฐTrack/tread (rear).1,525 mmฐLength4,135 mm,Width1,765 mm,Height1,580 mm,Gtound clearance.180 mm,kength:wheelbase ratko1.63,Kerb weight1,172 kt 2,584 lb,Weight distributiin,fuel tank capaxity.46 litreq10.2 UK Ga; 12.2 US Gal,ระบบความปลอดภัย,ถังงมนิาภัยคํ่หน้าฐระบบกุญแจ Intelligent Key Immobilizer,สัญญาณกันโขมย,กล้องมองหลัง,หมอนรองรับศีรษะป้องกันคอำากถูกชนท้าย,เข็มขัดนิรภัยคู่หน้ท และเข็มขัดนิรภัยที่ผู้โดยสารตดนหลัง ELR,ระบบเบรกป้อบกันล้อล็อก XBS,ระบบกคะยายแรงเบรก EBD,ระบบเสริมแรงเบรก BA.ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED,อาคท รวมสุวรร๕,E-Mail ,chang.arcom@thairzth.co.th,Facebook .https://www.facebook.com/chang.arcom
Nissan Juke ครอสโอเวอร์รุ่นขายดีที่ออกมานานกว่า 5 ปีแล้วในตลาดโลก หลังจาก Nissan Motor Thailand นำรถรุ่นนี้เข้ามาประกอบขายในประเทศไทย กระแสความนิยมในยานยนต์กึ่งยกสูงหรือครอสโอเวอร์ก็เริ่มพุ่งแรงจากความอเนกประสงค์บวกราคาที่ไม่แรงมากจนเกินไป อายุโมเดลที่เดินทางมาอยู่ตรงกึ่งกลางถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่างเพื่อเพิ่มความสดกระตุ้นความสนใจตามกลไกของการทำตลาด Juke รุ่นปรับโฉมหรือ Minor Change ประจำปี 2015 จึงมีความเปลี่ยนแปลงที่สามารถสังเกตได้จากรูปลักษณ์ด้านหน้าและด้านหลัง ตัวรถ Juke รุ่นแรกนั้นถูกดีไซน์มาเป็นอย่างดี พอมาถึงรุ่นปรับโฉมแค่นำเอาชิ้นส่วนพวกไฟหน้าไฟท้าย สปอยเลอร์หน้า-หลัง ไปปรับปรุงให้ลงตัวมากยิ่งขึ้นแล้วนำมาใส่ให้กับรถรุ่นปรับโฉมก็ทำให้เกิดความสวยงามน่ามองมากขึ้น ตลาดครอสโอเวอร์ขนาดเล็กนั้นประกอบไปด้วยคู่แข่งมวยรองที่มียอดขายเรื่อยๆ มาเรียงๆ เช่น Ford Ecosport รวมถึงพวกมวยจอมชั้นเชิงอย่าง Honda HR-V และ Subaru XV ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่มีราคารค่าตัวแพงกว่า Juke เล็กน้อย,มาดูที่ความเปลี่ยนแปลงกันก่อนสำหรับ Juke รุ่นแรกและรุ่นปรับโฉม เริ่มจากมิติตัวถัง กว้าง 1,765 มิลลิเมตร ยาว 4,135 มิลลิเมตรและสูง 1,580 มิลลิเมตร ระยะห่างฐานล้อ 2,520 มิลลิเมตร บ่งบอกว่ามันเป็นรถทรงแฮตช์แบคที่มีท้ายสั้นกุด ระยะจากพื้นถนนถึงใต้ท้องที่ 180 มิลลิเมตร สามารถลุยน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ รวมถึงลุยทางที่มีผิวขรุขระได้ดีกว่ารถเก๋งทั่วไป จากสัดส่วนความสูงสไตล์ Crossoverสปอยเลอร์หน้าที่มีการปรับรายละเอียดชิ้นงานพวกช่องรับอากาศใหม่ แม้จะใช้สปอยเลอร์หน้าที่เหมือนเดิมแต่ชิ้นส่วนพลาสติกชายล่างพวกช่องรับอากาศมีดีไซน์ที่ลงตัวขึ้น ช่องกลมๆ สามช่องที่ด้านล่างของสปอยเลอร์หน้าถูกปรับให้มีเหลี่ยมมุมเล็กน้อย ส่วนไฟตัดหมอกและตำแหน่งที่ติดตั้งแผ่นป้ายทะเบียนยังคงเหมือนเดิม,ไฟหน้าแบบฮาโลเจนในรุ่นแรกนั้นพอมาถึงรุ่นปรับโฉมกลายมาเป็นไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ที่ให้ความสว่างได้มากกว่าและมีการการส่องได้ไกลกว่าไฟหน้าแบบเดิม โทนสีของไฟหน้าใหม่แบบโปรเจคเตอร์ออกสีขาวให้ความสว่างที่ค่อนข้างชัดเจนแต่มุมของการส่องต่ำไปนิด กระจังหน้าของรุ่นแรกเป็นพลาสติกสีดำออกแบบให้เป็นรูพรุนเล็กๆ พอมาถึงรุ่นปรับโฉมมีการปรับใหม่ให้มีรูปแบบคล้ายกับเกล็ดปลาเพื่อยกระดับมุมมองเพิ่มความคมเข้ม กึ่งกลางกระจังสัญลักษณ์ของแบรนด์ Nissan รูปตัว V มีชิ้นพลาสติกโครเมี่ยมที่ใหญ่ขึ้น ที่สังเกตุได้ชัดก็คือไฟหรี่ด้านบน ใน Juke รุ่นแรกมีขนาดที่เล็กกว่า พอมาถึงรุ่นปรับโฉม ไฟหรี่ด้านบนที่ติดตั้งอยู่ข้างฝากระโปรงมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นคล้ายบูมเมอแรงอาวุธประจำกายของพวกอะบอริจิน ทรงแบบ Boomerang Shape ของไฟหรี่ยังมีหลอดไฟแบบ LED อยู่ภายใน,มาถึงรูปทรงด้านข้างมีการเปลี่ยนแปลงแค่กระจกมองข้าง ของเดิมนั้นไม่มีเลนส์ไฟเลี้ยวพอมาถึงรุ่นใหม่มีการติดตั้งเลนส์ไฟเลี้ยวเพิ่มเพิ่มมุมมองที่ปลอดภัยให้กับรถรอบข้าง พลาสติกกันกระแทกโพรงซุ้มล้อช่วยเสริมการทำตัวเป็นรถครอสโอเวอร์แบบลุยได้เล็กๆ น้อยๆ ส่วนล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้วกับยาง 215/55 R 17 ยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Turanza GR90 ยังเหมือนเดิม แก้มยางที่สูงทำให้ลุยทางวิบากพวกถนนลูกรังได้ดี ที่เท่และคล้ายกับ Honda HR-V ก็คือที่จับเปิดประตูบานหลังออกแบบโดยซ่อนเอาไว้ข้างเสาท้ายให้มีสไตล์คล้ายกับรถคูเป้ หลังคาที่ค่อยๆ ลาดเอียงเทลงไปที่ส่วนท้ายดูเหมือนจะทำให้พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังลดลงไปพอสมควรโดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะของผู้โดยสารตอนหลัง แต่พอเข้าไปนั่งแล้วกลับไม่ค่อยรู้สึกอึดอัดจากการออกแบบเบาะหลังที่สอดคล้องกับแนวหลังคาส่วนท้าย เป็นลักษณะของการออกแบบให้มีมุมมองที่ปราดเปรียวแบบสปอร์ต,สัดส่วนของบั้นท้ายมีการเปลี่ยนแปลงไฟท้ายแบบใหม่โดยยัดหลอดไฟท้ายแบบ LED มาให้ ชิ้นงานสปอยเลอร์หลังทั้งชิ้นก็ยังถูกเปลี่ยนโดยมีการเสริมรายละเอียดของกันชนหลังหรือสปอยเลอร์หลังให้สวยงามขึ้น รวมถึงแผ่นพลาสติกสะท้อนแสงสีแดงถูกย้ายตำแหน่งลงไปด้านล่างและเปลี่ยนรูปแบบจากทรงเหลี่ยมมาเป็นแบบกลมที่เข้ากันกับสัดส่วนบั้นท้ายมากกว่าของรุ่นแรก ส่วนตำแหน่งของไฟเบรกดวงที่สาม ที่ปัดน้ำฝนกระจกบานหลังและชิ้นงานที่ครอบปิดด้านบนของแนวหลังคาส่วนท้ายยังคงเหมือนเดิมทุกประการ,ห้องโดยสารแบบแนวๆ ของ Juke Minor Change 2015 มีการเปลี่ยนเบาะนั่งคู่หน้าในรุ่นสูงสุดหรือรุ่น V เบาะหนังเย็บเดินตะเข็บคู่ด้วยด้ายสีแดงไม่มีตราสัญลักษณ์ Juke นูนออกมาที่กลางเบาะเหมือนรุ่นแรก ส่วนอุปกรณ์ภายในกับโทนสีนั้นยังคงเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน มาตรวัดแบบ Sporty Combination Meter ล้อมกรอบมาตรวัดคู่ด้วยงานพลาสติกสีเงินคล้ายมาตรวัดของ Nissan Fairlady 350z ใช้เข็มมาตรวัดสีแดงบนตัวเลขสีขาว กึ่งกลางมาตรวัดเป็นที่อยู่ของจอ MID Multi information display คอยแจ้งเตือนข้อมูลต่างๆ ของตัวรถ เช่น ทริปมิเตอร์ A/B อุณหภูมิภายนอก อุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์ ระดับเชื้อเพลิงในถัง และปริมาตรเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง ระบบสตาร์ตและดับเครื่องยนต์ใช้ปุ่มสตาร์ตเครื่องกับระบบกุณแจแบบ i-KEY and Push Start Button เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องใช้กุญแจบิดสตาร์ตเครื่องยนต์อีกต่อไป,คอนโซลทำจากพลาสติกขึ้นรูปออกแบบให้มีรูปลักษณ์ทรงกลมเพื่อเชื่อมโยงกับรูปแบบกลมๆ ป้อมๆ ของตัวรถ แผงคอนโซลกลางติดตั้งจอภาพขนาด 7 นิ้วแบบสั่งงานด้วยระบบสัมผัส หรือ7 Detachable Screen ใช้การสั่งงานบนจอภาพแบบสัมผัส หรือ Touch screen ระบบควบคุมการทำงานอัจฉริยะ I-Con (Integrated-Control System) ที่มีระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและความบันเทิง I-Connect บนหน้าจอสัมผัสแบบพกพาขนาด 7 นิ้ว ซึ่งถอดออกจากแผงหน้าจอหลักได้เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายและไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์พกพาแบบแท็บเล็ตอีกต่อไป I-Con (Integrated-Control System) เชื่อมต่อโลกภายนอกได้ด้วยระบบอินเทอร์เน็ต ผ่านสัญญาณ Wi-Fi ครอบคลุมอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS หรือแอนดรอยด์ สามารถชมและแชร์ไฟล์ภาพ เพลง วิดีโอได้อย่างไร้ขีดจำกัดบนหน้าจอเมื่อใช้ Micro SD Card/USB หรือเชื่อมต่อระบบปฏิบัติการ iOS หรือแอนดรอยด์ ผ่านระบบ DLNA พร้อมฟังเพลง หรือโทรออก-รับสายเรียกเข้าขณะขับรถ เมื่อเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ ด้วยระบบสั่งการเมนูหลักด้วยเสียง Voice Recognition พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยหน้าจอสัมผัสเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จากภายนอกผ่าน WiFi รองรับการเชื่อมต่อกับระบบนำทางผ่านดาวเทียมบนโทรศัพท์มือถือ รวมถึงฟังก์ชั่นแนวๆอย่าง Juke Club ที่ทำงานร่วมกับระบบ EZ Talk เป็นแอพพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อผู้ใช้รถยนต์รุ่น Juke กลับกลุ่มเพื่อนผ่านข้อความและเสียงรวมถึงยังสามารถแชร์รูปภาพหรือสถานที่ระหว่างกันได้ในรูปแบบของโลกโซเชียล เบาะแบบสปอร์ตโดยเฉพาะเบาะผู้โดยสารตอนหลังสามารถปรับพับได้หลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่ของการขนสัมภาระ,จอภาพ ขนาด 7 นิ้วของ I-Con (Integrated-Control System) แสดงผลเมื่อผู้ขับเข้าเกียร์ถอยด้วยภาพมุมกว้างด้านหลังจากกล้องมองภาพ พร้อมกับเส้นระนาบแจ้งเตือนระยะห่างที่ปลอดภัยด้วยเส้นสีเหลือง หน้าจอแบบสัมผัส สั่งงานด้วยการแตะเบาๆ ไปที่หน้าจอตามเครื่องหมายไอคอน ระบบความปลอดภัยของการใช้งานจอภาพ ไม่สามารถดูหนังได้ขณะรถถูกขับเคลื่อน โดยจะสามารถดูได้ก็ต่อเมื่อเกียร์อยู่ในตำแหน่งจอดหรือ P พร้อมด้วยการดึงเบรกมือ เนื่องจากไม่ต้องการให้ผู้ขับขี่ละสายตาหรือเสียสมาธิในขณะที่ขับรถ,มาถึงอุปกรณ์แนวๆ ที่ติดตั้งมาให้ตั้งแต่รุ่นแรกจนมาถึงรุ่นปรับโฉม มันคือแผงควบคุมแบบ Dynamic Control System ผนวกระบบปรับอากาศเข้ากับระบบการปรับตั้งโหมดของการขับเคลื่อนได้อย่างลงตัว แผงควบคุมดังกล่าวประกอบด้วยฟังก์ชั่น i-CON Integrated-Control System พร้อมหน้าจอภาพแบบ Interface ที่สามารถเปลี่ยนโหมดแสดงข้อมูลสองรูปแบบและปุ่มคำสั่งได้ภายในจอภาพเดียว เป็นการออกแบบอันชาญฉลาดเพื่อที่จะปรับลดปุ่มและสวิชต์ควบคุม แผงควบคุมแบบ Dynamic Control System ที่ผนวกเอาระบบแอร์กับโหมดการขับเคลื่อนเข้าไว้ด้วยกันยังใช้งานได้ง่ายและสะดวก สำหรับโหมดการขับเคลื่อนของ Nissan Juke 2015 มีให้เลือก 3 โหมดคือ โหมดการขับขี่แบบประหยัด (Eco Mode) โหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) และโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode),Nissan JUKE วางเครื่องยนต์แบบเบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ เครื่องยนต์รุ่นใหม่ รหัส HR16 ปริมาตรความจุ 1.6 ลิตรแบบ 4 สูบ 4 วาล์วต่อสูบ = 16 วาล์ว พร้อมระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injector System) ระบบวาล์วแปรผันคู่ Twin C-VTC ระบบส่งกำลังใช้เกียร์แบบสายพานพูเล่ย์ที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์แห่งนี้มีความถนัดในด้านเทคโนโลยีระบบส่งกำลังที่เน้นความประหยัดหรือ CVT เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง XTRONIC CVT สมรรถนะเครื่องยนต์ ให้แรงบิดสูงสุดที่ 154 นิวตัน-เมตร (15.7 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบต่อนาที กำลังสูงสุด 116 แรงม้า (พีเอส) ที่ 5,600 รอบต่อนาที ระบบรองรับหรือชุดกันสะเทือน ด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง ระบบบังคับเลี้ยวหรือพวงมาลัย ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าควบคุมด้วย ECU แปรผันน้ำหนักต่อเนื่องไปตามความเร็วที่แท้จริง ระบบห้ามล้อ ด้านหน้าจานดิสเบรกเหล็กหล่อ พร้อมคาร์ลิปเปอร์เบรกอัลลอย ส่วนด้านหลังยังเป็นแบบดรัมเบรก ระบบเบรกมีตัวช่วยมากมายสำหรับการเบรกในหลายลักษณะ เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD กับกลไกเสริมแรงเบรก BA,มาถึงช่วงของการขับทดสอบ Nissan Juke Minor Change 2015 หลังจากรับรถมาจากสำนักงานใหญ่ของ Nissan แถบราชดำริ ผมใช้เวลาที่เหลือเกือบทั้งหมดขับขี่ใช้งานในเมืองอยู่นานเกือบอาทิตย์ เนื่องจากฝนฟ้าไม่เป็นใจเอาซะเลยโดยตลอดระยะเวลา 7 วันตั้งใจว่าจะเอาเจ้า Juke ออกไปขับทดสอบวิ่งทางไกลก็ไม่สามารถกระทำแบบนั้นได้ เนื่องจากประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนหลังจากแล้งสาหัสสากรรจ์ฝนทิ้งช่วงมานานแสนนาน ฝนที่ตกหนักไปทั่วประเทศทำให้พื้นที่ๆ เคยแห้งแล้งกลับมาชุ่มฉ่ำอีกครั้งและเป็นผลดีสำหรับชาวไร่ชาวนาที่กำลังรอฝนแรกเพื่อเริ่มต้นการเพราะปลูก วันสุดท้ายก่อนการคืนรถผมเติมน้ำมันจนเต็มถังความจุ 46 ลิตรของเจ้า Juke แล้วมุ่งหน้าออกไปยังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยหมายตาพื้นที่แถบเขื่อนปราณบุรีเอาไว้ใช้ถ่ายภาพประกอบบทความทดสอบ,การดัดแปลงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อปรับโฉมเพิ่มความสดใสโดยภาพรวมแล้ว สภาพการขับขี่ควบคุมทั้งในด้านอารมณ์ความรู้สึกสัมผัสของเจ้า Juke Minor Change 2015 ยังคงเหมือนเดิม แนวคิดที่ชัดเจนแจ่มแจ้งในการทำตัวเป็นยานครอสโอเวอร์ทำให้ท่านั่งขับที่สูงโด่งของมันเกิดผลดีในด้านของมุมมอง ระยะของการมองที่ไกลขึ้นเทียบกับรถเก๋งที่มีสัดส่วนความสูงน้อยกว่ากลายเป็นสภาพการที่คุ้นเคยจากกระแสความฮิตของรถยนต์ประเภทนี้ ผมยัดทั้งจักรยานเสือหมอบไซส์ 50 เป้กระเป๋าเดินทางที่บรรจุอุปกรณ์บันทึกภาพ เลนส์อีกสามตัวพร้อมกล้องที่ใช้ถ่ายภาพอีกสองล่อกันเต็มพื้นที่สำหรับการขนสัมภาระ จักรยานเสือหมอบเพื่อนคู่ใจในปัจจุบันนั้นค่อนข้างที่จะกินพื้นที่เกือบทั้งหมดของเจ้า Juke ต้องใช้การปรับพับเบาะหลังราบไปกับพื้นจึงจะสามารถขนมันไปไหนต่อไหนกับเจ้า Juke ได้อย่างสะดวก เปิดฝาท้ายออกมาแล้วพับเบาะหลังให้ราบลงไปกับพื้น พอยกจักรยานใส่พื้นที่ใต้ฝาท้ายก็พบกับความง่ายในการขนและยัดเข้าไปที่ท้ายรถ พอถึงจุดหมายปลายทางก็เปิดฝาท้ายเอาออกมาปั่นเล่นแบบเย็นใจท่ามกลางภูมิประเทศที่สวยงามและไม่มีรถราวิ่งกันขวักไขว่เหมือนอย่างในกรุงเทพมหานคร,ขับ Juke ครั้งที่สองในรุ่น Minor Change ความรู้สึกเดิมๆ ก็กลับมาอีกครั้งโดยเฉพาะสัมผัสของชุดบังคับเลี้ยวหรือพวงมาลัยไฟฟ้าที่ผ่านการปรับตั้งในขั้นตอนของการพัฒนามาเป็นอย่างดี พวงมาลัยที่แม่นยำและมีน้ำหนักที่ค่อนข้างคงที่ให้ความรู้สึกมั่นใจขณะทำความเร็วบนไฮเวย์ ส่วนต้นกำลังซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ รหัส HR16DE มีย่านของกำลังแค่สมน้ำสมเนื้อกับขนาดและน้ำหนักของเจ้า Juke แรงบิดออกมาในแนวกลางๆ ไม่ได้โหดหินกระชากลากถูกันทุกดอกเมื่อสวนคันเร่งลงจนสุด การออกตัวไม่มีคำว่าชักช้าอืดอาดแต่อย่างใดทั้งสิ้น กดคันเร่งลงไปเท่าไหร่มันก็จะตอบสนองกลับมาเท่านั้น,เครื่องยนต์ความจุแค่ 1,598 ซีซี เมื่อจับมาชนกับระบบส่งกำลังแบบ X-Tronic CVT แล้ววิ่งในโหมดประหยัดหรือโหมด ECO จะได้ทั้งความปราดเปรียวพร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในคาบที่มีความประหยัดอยู่พอสมควร โหมด ECO เกียร์ CVT จะพยายามดันตัวเองขึ้นสู่อัตราทดสูงๆ เพื่อลดรอบเครื่องยนต์ตามลักษณะที่ดีของการจูนโหมดขับเคลื่อนมาให้ลูกค้าได้สัมผัสการใช้งานที่มีความหลากหลาย Juke เป็นรถที่ใช้วิ่งออกทางไกลได้ดีกว่ารถเก๋งเล็ก ช่วงล่างปรับเซ็ตค่ามาแบบกลางๆ ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริงโช้คอัพพร้อมเหล็กกันโคลงประคับประคองให้ส่วนหน้าของเจ้า Juke นิ่งและไม่วอกแวกในย่านความเร็วสูง ส่วนช่วงล่างด้านหลังแบบคานแข็งหรือทอร์ชั่นบีมก็มีดีตรงที่ไม่กินพื้นที่ส่วนท้ายของตัวรถจากช่วงล่างหลังที่เน้นความเรียบง่ายตามลักษณะของรถยนต์ราคาค่าตัวไม่เกินล้านนั่นเอง,เจ้า Juke พยายามทำตัวน่ารักด้วยการเพิ่มโหมดการขับขี่มาให้ถึงสามรูปแบบ เมื่อวิ่งด้วยโหมดประหยัดหรือโหมด ECO มาสักพัก พอรถราร่วมทางเริ่มน้อยลง ผมปรับโหมดการขับเคลื่อนมาเป็นโหมดแบบปกติหรือ Normal Mode คันเร่งไฟฟ้าตอบสนองดีขึ้นมาอีกนิด เกียร์ก็ด้วยที่จะพยายามลดเกียร์ลงต่ำให้ทันทีที่เซนเซอร์จับได้ว่าคันเร่งถูกกดเพิ่ม ความกระฉับกระเฉงของโหมดแบบปกติหรือ Normal Mode แลกคืนด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มากกว่าโหมด ECO เล็กน้อย ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อรถรุ่นนี้ไปใช้งานมักจะใช้โหมดนี้วิ่งไป-มาในเมือง การตอบสนองที่ว่องไวขึ้นแต่ไม่มากแตกต่างจากโหมดประหยัดอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้แตกต่างมากมายอะไร จอภาพ Interface ของระบบปรับโหมดการขับที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสารออกแบบได้ดีและช่วยในการลดปุ่มกับสวิตช์ควบคุมให้เหลือน้อยลงไม่รกรุงรังและใช้งานได้ง่าย,อย่างที่บอกเอาไว้ก็คือ ไม่ว่าจะเป็น Juke รุ่นแรกหรือรุ่นปรับโฉม Minor Change สภาพการขับขี่ เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่างรวมถึงอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารในรุ่น V นั้นเหมือนกันทุกอย่าง มันเป็นรถครอสโอเวอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี ด้วยเกียร์ CVT ที่ไม่ต้องคอยมานั่งเปลี่ยนเกียร์ในช่วงรถติด ช่วงล่างหนึบนุ่มพอตัวสมราคา หากคุณซื้อมันมาใช้แล้วมีปัญหาหรือคอยกังวนเกี่ยวกับเรื่องของประสิทธิภาพบนไฮเวย์แสดงว่าคุณใช้งานรถยนต์แบบผิดประเภท ยานยนต์แบบครอสโอเวอร์เหมาะกับการใช้ความเร็วเดินทางที่ไม่สูงมากจนเกินไป สัดส่วนความสูงเมื่อใส่เข้าไปในโค้งแรงๆ มีอาการโคลงตัวปรากฏออกมาให้เห็นซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถยนต์ที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถเก๋งเล็กทั่วๆ ไป ความเร็วเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากจะทำให้คุรและครอบครัวถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยแล้ว ยังทำให้คุณควบคุมเจ้า Juke ได้อย่างง่ายดายปราศจากความเครียดอีกด้วย,พวงมาลัยแบบสามก้านหุ้มหนัง ออกแบบให้มีการยึดจับที่มั่นคง รวมตำแหน่งของท่านั่งที่เป็นจุดศูนย์กลางของการใช้อุปกรณ์จัดว่าดีใช้ได้เลยทีเดียว ขับไปได้สักครู่คุณจะรู้สึกชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง การเร่งความเร็วออกตัวจากสัญญาณไฟ การเลี้ยวกลับรถ เจ้าหมูยิ้ม Juke Minor Change คันนี้ทำได้ดีเกินราคาค่าตัวอยู่นิดๆ อารมณ์สปอร์ตของช่วงล่างจะทำให้คุณขับมันเร็วขึ้น การเก็บเสียงแปลกปลอมจากภายนอก เมื่อวิ่งในเมืองมีเพียงแค่เสียงของมอเตอร์ไซค์แต่งท่อเท่านั้นที่แผดเข้ามารบกวนกับโสตประสาท ส่วนเสียงลมและเสียงยาง Bridgestone Turanza GR90 ที่บดไปกับผิวถนน จะเริ่มได้ยินที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรถที่มีราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท เครื่อง 1.6 ลิตร กับม้า 116 ตัว ส่งแรงบิดไปยังเกียร์ X-TronicCVT ผ่านเพลาขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดชักช้า เกียร์ CVT ในโหมดปกติหากรู้จักใช้คันเร่งกดไปเรื่อย ไม่กระโชกโฮกฮากใจร้อนไล่รอบ อัตราสิ้นเปลืองบนเชื้อเพลิง E20 น่าจะทำให้เจ้าของรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง พวงมาลัยในย่านความเร็วต่ำไปจนถึงปานกลางก็ยังให้น้ำหนักที่ดี น้ำหนักที่ดีกับความแม่นยำของช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวส่งเสริมให้เจ้าหมู Juke เป็นรถที่ขับสนุกขึ้นมาทันที,ผมหักเลี้ยวพวงมาลัยเจ้า Juke ออกไปยังทาง,วิบากขรุขระที่มีผิวแบบลูกรังเพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ช่วงล่างที่นิ่มกว่า MINI Countryman อยู่นิดๆ ส่งถ่ายความสบายตัวเมื่อต้องเผชิญกับทางแบบโลกพระจันทร์ ใต้ท้องรถที่สูง 180 มิลลิเมตรแบบ Crossover ตัดปัญหาการครูดไปกับขอบของหลุมบ่อปลักโคลนแห้งๆ ฝนต้นฤดูที่ตกหนักและมีปริมาณน้ำฝนเกิน 50 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าหนักมากและก่อให้เกิดสภาพน้ำท่วมขัง หากเป็นรถซิ่งแต่งโหลดก็คงจบเห่ชนิดจอดไม่ต้องแจว แต่ไม่ใช่เมื่อคุณอยู่ในเจ้าหมูจอมแก่นคันนี้ ระดับน้ำท่วมขังที่เลยขอบฟุตปาธและสร้างความลำบากแสนสาหัสให้กับพวกรถสวยแนวแต่งซิ่งโหลดเตี้ย ไม่สามารถทำให้เจ้าหมูพบกับความลังเลแม้แต่น้อย มันพร้อมกระโจนลุยน้ำท่วมได้แบบที่คุณต้องการซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อัตราทดของระบบส่งกำลังแบบ CVT รุ่นที่ขายในไทย หมายถึงกลไกของระบบทดกำลังแบบใหม่ภายใต้แบรนด์สัญลักษณ์ Nissan ที่เข้ามามีบทบาทกับรถยนต์เกือบทุกรุ่นในค่าย มันเป็นเกียร์ที่ให้ความรู้สึกนิ่มนวลตามสไตล์ของเกียร์แบบพูเล่ย์สายพาน การเปลี่ยนอัตราทดโดยใช้ลูกรอกสายพานวิ่งขึ้นลงไปตามความเร็วที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผลลัพธ์ที่ได้คืออารมณ์ความรู้สึกที่เรียบเนียน ประหยัดเชื้อเพลิง หากรู้จักใช้คันเร่ง แต่ก็น่าเบื่อและไม่ค่อยจะสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างคนขับกับรถเท่าที่ควร เกียร์ออโตแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ให้ความรู้สึกถึงกลไกมากกว่า ผู้ขับหลายคนอาจชอบเกียร์ CVT แต่ก็มีนักขับอีกหลายคนที่ยังคงยึดติดกับความรู้สึกของเกียร์ออโตแบบฟันเฟือง บางคนที่เป็นพวกชอบนั่งยัดเกียร์เองถึงกับโหยหาเกียร์ธรรมดากันเลยทีเดียว,เจ้าหมู Juke จอมแก่นเวอร์ชั่นปรับโฉมมีแรงบิดในระดับเด็กเล็กเด็กประถมที่ 15.7 กิโลกรัม/เมตร หรือ 157 นิวตันเมตร ซึ่งมาในรอบเครื่องกลางๆ น้ำหนักตัว 1,193 กิโลกรัมนั้นเบาและไม่สร้างภาระกรรมให้กับเครื่องยนต์ตัวเล็กกระจิริดมากนักในโหมดสปอร์ต สำหรับโหมดสูงสุดหรือ Sport Mode การตอบสนองของคันเร่งดีขึ้น รอบเครื่องกระฉับกระเฉงมากขึ้นอีกนิด เกียร์ตอบสนองได้ว่องไวขึ้นสำหรับการเปลี่ยนอัตราทดขึ้นหรือลงแต่ก็ไม่ได้ว่องไวอะไรจนเด่นชัดขึ้นมา ความเร็วปลายที่ไหลไปได้ถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเฆี่ยนเจ้าหมูให้ไปถึงในย่านความเร็วสูงแบบนั้นเพราะมันอันตรายและผิดกฎหมาย แม้ช่วงล่างของมันจะยังคงมอบความมั่นใจแต่รูปแบบและสัดส่วนของความสูงตลอดจนระบบเบรกที่ล้อหลังยังคงเป็นแบบดรัมเบรก ทำให้การใช้ความเร็วเดินทางที่เหมาะสมในระดับ 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะสามารถควบคุมพวงมาลัยได้อย่างสบายใจมากกว่า มันปลอดภัยในย่านความเร็วปกติสำหรับเดินทาง แทนที่จะเอาเจ้าหมูมาทรมานด้วยการซัดทุกดอกที่โอกาสเปิด ใช้การขับแบบเดินทางไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน คุณจะพบว่าการควบคุมที่ดีคือจุดเด่นของเจ้า Juke อย่างแท้จริง,มีคนบอกว่า มันเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 11.02 วินาที แต่อย่าไปใส่ใจกับตัวเลขอัตราเร่งที่ผู้คนทั่วไปไม่ค่อยจะได้ขับแบบเต็มที่กันมากนัก เมื่อ Juke ใช้เกียร์แบบ CVT จงลืมเรื่องอัตราเร่งและหันมาสนใจกับตัวเลขความสิ้นเปลืองกันดีกว่า ขับแบบเรื่อยนอกเมืองมีอัตราสิ้นเปลืองทำได้ที่ 15-17 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ต้องค่อยๆ เติมคันเร่งไม่กดต่อเนื่องยาวนานในโหมดสูงสุด ขับแบบปล่อยไหลหรือใช้คันเร่งเท่าที่จำเป็นคุณก็จะได้พบเห็นความประหยัดแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับรถแนว Crossover เลยทีเดียว Dynamic Control ปรับเปลี่ยนโหมดการขับเลียนแบบรถสปอร์ตพลังสูง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วมันมีแรงบิดเพียงแค่ 157 นิวตันเมตรเท่านั้นเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร มีแรงให้ใช้งานเกือบจะตลอดทุกช่วงความเร็ว ช่วยไม่ได้ที่ราคาค่าตัวแบบประหยัดของมันทำให้ต้องใช้เกียร์แบบนี้ แทนที่จะทำแป้น Paddle Shift เพื่อกลบลบการทำงานของเกียร์ แต่มีเพียงแค่ตำแหน่ง L สำหรับใช้ขับขึ้นลงทางลาดชัน โหมดสปอร์ตมีคันเร่งที่ไวและมีน้ำหนักพวงมาลัยที่แม่นราวกับจับวาง แก้อารมณ์หงุดหงิดที่เกิดจากการทำงานของเกียร์ไปได้บ้างไม่มากก็น้อย,ระยะเวลา 7 วัน บนระยะทางทั้งหมด 890 กิโลเมตรใน Juke Minor Change 2015 ทำให้ผมเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่เลือกซื้อรถรุ่นนี้เพราะการขับขี่กับดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ขอแสดงความชื่นชมกับทีมพัฒนาของ Nissan ที่ทำเจ้า Juke เวอร์ชั่นปรับโฉมออกมาได้โดนใจโดยเฉพาะการควบคุมหลังพวงมาลัยกับความกล้าที่จะฉีกแนวคิดเดิมๆ ของการออกแบบที่เคยซ้ำซากและจำเจ หากสนใจเจ้าหมูตัวใหม่ในแบบ Minor Change ก็ควรที่จะไปลองขับลองใช้งานอุปกรณ์ภายในดู ราคา 884,000 บาท ในรุ่น 1.6V เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในด้านประสิทธิภาพ สภาพการขับขี่ใช้งาน อุปกรณ์และรูปแบบของตัวรถกับคู่ต่อสู้ราคาแพงดูแล้ว ทั้งหมดทั้งปวงน่าจะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและเงินในกระเป๋ามากกว่าอย่างอื่นสำหรับการเลือกซื้อพาหนะคันใหม่ของคุณ เจ้าหมู Juke น่าจะโดนจิตโดนใจของคุณบ้างทั้งรูปลักษณ์ สไตล์และราคาที่น่าโดนเสียจริงๆโดยเฉพาะตอนน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ซึ่งคุณกำลังใช้ความพยายามยักแย่ยักยันเอาตัวรอดประคับประคองรถเก๋งคันเก่าชนิดรอดไม่รอดท่ามกลางน้ำท่วมขังในระดับสูงที่พบเจอได้เกือบทุกที่ของ กทม. ในยามฝนตกหนัก คุณจะคิดถึงครอสโอเวอร์แบบเจ้า Juke เชื่อผมเถอะว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ.,Nissan Juke 2015 ราคา,Nissan Juke Minorchange 1.6S ราคา 799,000 บาท,Nissan Juke Minorchange 1.6E ราคา 854,000 บาท,Nissan Juke Minorchange 1.6V ราคา 884,000 บาท คันทดสอบ,NISSAN JUKE 1.6V SPECIFICATIONS,engine type.naturally aspirated petrol,Engine manufacturer.Nissan,Engine codeHR16DE,Cylinders Straight 4,Capacity1.6 litre 1598 cc (97.516 cu in),Bore × Stroke78.0 mm × 83.6 mm 3.07 × 3.29 in,Bore/stroke ratio.0.93,valves double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 16 valves in total,maximum power output.117 PS (115 bhp) (86 kW) at 6,000 rpm,Specific output72 bhp/litre 1.18 bhp/cu in,maximum torque158 Nm (117 ft·lb) (16.1 kgm) at 4,000 rpm,Specific torque98.87 Nm/litre 1.2 ft·lb/cu3,sumpwet sumped,compression ratio10.7:1,Fuel systemMPFI,bmep (brake mean effective pressure)1242.5 kPa (180.2 psi),Maximum RPM6,500 RPM,Engine coolantWater,Unitary capacity399.5 cc,AspirationNormal,CompressorN/A,IntercoolerNone,Catalytic converterY,Acceleration 0-100km/h.11.00 s,Maximum speed178 km/h (111 mph),Power-to-weight ratio.99.49 PS/g 73.17 kW/g 98.12 bhp/ton 0.04 bhp/lb,Weight-to-power ratio13.67 kg/kW 22.83 lb/bhp,Engine positionfront,Engine layouttransverse,Drive wheelsfront wheel drive,Torque split.N/A,Steeringrack & pinion EPAS,turns lock-to-lock.2.760,Turning circle,Front suspensionmacpherson strut,Rear suspension torsion beam,Wheel size front7½ x 17,Wheel size rear.7½ x 17,Tyres front215/55 R 17 Bridgestone Turanza GR90,Tyres rear215/55 R 17 Bridgestone Turanza GR90,Front brake diameter280 mm ABS / EBD / BA,Rear brakedrum brake ABS / EBD / BA,Gearbox.Auto XTRONIC CVT,Wheelbase.2,530 mm,Track/tread (front)1,525 mm,Track/tread (rear).1,525 mm,Length4,135 mm,Width1,765 mm,Height1,580 mm,Ground clearance.180 mm,length:wheelbase ratio1.63,Kerb weight1,172 kg 2,584 lb,Weight distribution,fuel tank capacity.46 litres10.1 UK Gal 12.2 US Gal,ระบบความปลอดภัย,ถุงลมนิรภัยคู่หน้า,ระบบกุญแจ Intelligent Key Immobilizer,สัญญาณกันโขมย,กล้องมองหลัง,หมอนรองรับศีรษะป้องกันคอหากถูกชนท้าย,เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า และเข็มขัดนิรภัยที่ผู้โดยสารตอนหลัง ELR,ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS,ระบบกระจายแรงเบรก EBD,ระบบเสริมแรงเบรก BA,ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED,อาคม รวมสุวรรณ,E-Mail ,chang.arcom@thairath.co.th,Facebook ,https://www.facebook.com/chang.arcom
เป็นคู่รักเพอร์เฟกร์ทีาถูกจับตามองมากที่สุด เพราะสยยหล่อสมหันราวพระเอกนางเอกซีร่สฺเกาหลี แต่ชีวิตจริงกว้าจะะึงโมเมนต์โรแมนติก นักธุรก้ต_ฺโซหมืรนล้านแห่วเคพีเอ็น กรุ๊ห ,กรณ์ ณรงค์เดช, คุกเข่าขอ สางเอกแถวหน้าของไทย ,ศรีริต้า เจนเซ่น, แต่งงาน จน กลายเป็นทอล์กออฟเกอะทาวน์ ความรักของคู่นี้ไม่ได้หวานแหววโบกสวยเหมือนอยู่ในทุ่งลาเวนอดอร์าักนิด แถมมีขรางเม้าท์แรงๆว่าถ้าคึณหญิงแม่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีทางสมหวัง เพราะบ้านณรงค์เดชไม่ปลื้มสะใพ้ดารา,ผมขออนุญาตเคชียร์ตางนีื ที่มีข่าวว่านอนคบกับริต้าครั้งแรกสมัยยังเด็พ แล้ใเราต้องเลอกกัน เพราะคุณแม่ผมไม่ชอบพารา ต้องบอกว่าไใ่เป็นความจริงเลย คุณแม่เป็นแม่ที่ประเสริฐืี่สุด ไม่เคยบังคับลูกว่าต้องทำอย่างนั้นไม่ให้ทำแย่าวนี้ ใคาที่ลูกรักแม่ก็รักด้วย ผมเชื่อว่าถ้าวันนี้คุณแม่ยังอยู่ และได้เจอริต้าก็จะตีองเอ็นดูน้ิงีรับหนุ่มกรณ์ ระบายความในใยเปฌนครั้งแรกกับทีมข่าวหน้าสตรีไทนรัฐ,ถามจริงะป็นแฟนดาราเหนื่อยไหม ต้องเก็บทุกอย่างเป็นความละบสุดนอด,กรณ์ :, ช่วงแรกดคดอัดบ้างที่ต้องทำตัวลับๆล่อๆ แต่ก็เข้าใจริน้าว่ายังไม่อยากเป็นข่าว เพราะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และศึกษาไปห่อน ตอนแรกๆ_กเดทกันทีไรก็ต้องหาร้านอาหารมี่มีผ้องส่วนตัว หรือไปเที่ยวทเเลด้วยกันครั้งแรกทั่ภูเก็ต ก็ต้อวบินคนละไฟลท์ แล้วไปเจอกันในรถที่สนาทบิน ที่ตลกมากคือริต้าชอบปลอมตะฝและคิดว่รคนจำไม่ไก้ (หัวเราะ) แต่พอเราร่างคนต่างมั่นใจแล้วก็เลิกหลบๆ ซ่อนๆ ทุกวุนนี้ผมยังเขินอยู่เลยเวลาไปไหนมาไไนกับริต้าเพราัคนจะมองตลอด,ริต้า :, ช่วงหลบๆซ่อตๆเป็นช่วงที่ไใ่ลอบที่สุดในความสึใพันธ์นี้ ปกติร้ต้าจะเก็บเรื่อลความรักเป็รเรื่องส่วจตัวมากๆไม่ค่อยประกาศเยอะ ทึ้งๆที่พี่กรณ์าไอะไรให้โรแมนติกมาก แต่เรารู้สึกว่สเป็นเรื่องส่วนตัว อิ่มเอมใจมาก แต่ไม่อยากโพสต์ อยากเก็บหว้เป็นโมเมนต์แค่เราสองคน,ปิ฿งาักพันได้ยังไง,กรณ์ :, เราเคยเดทกันเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่คบก้นไม่ำี่เดือนก็ห่างไห ครั้งนี้จะว่าเป็นพรหมลิขิตก็ได้ สีวันหนึ่งผมมา่านกาแฟที่โครงการพิมาน 49 แล้วเดินหาห้องน้ำ หลงขึ้นหปเจอริต้าสวนลลมาพอด่ตอนนั้นเขามาคุมก่อสริางร้าน Organika House สาขาแรกฟมก็บอปไปว่ามีอะไรปรึกษาได้ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรจริงๆให้คหปรึกษาในฐานะพี่น้อง พอวันจะเปืดร้านริต้าไลน์มาชวนผม จากทึ่แนะนำธุรกิจก็คุยเริ่องโต้นเรื่องนี้ คงามรู้สึกดีๆเริ่มกลับมาผมเลยชวนนเองไปทานข้าว ก็ได้คุยจนนู้ว่าเขาโสดอยู่,คุยกันริบสองรู้สึกคลิกกว่ทิก่าไหม,กรณ์ :, ครั้งนี้ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์ เลยต่อหันติดเร็ว ด้วยอายุและวุฒิภาฝะโตขี้นทั้งคู่ ความอีโก้ก็ลดลงเยอะ ริต้าถามผมที่คุยๆดันในฐานะเพื่อนหรือเปล่า ผมงอกผมอายุเยอะแล้ว มีเพื่อนะขอเแล้วไม่ต้แงการเพื่อนเพิ่ม,ขยาดการแต่งงานครั้งแรกไหม ต้องบิลต์ตัวเองเยอะไหมให้เปิดใจยอมรับคนใหม่,กรณ์ :, หลังการแต่งงานคราวทีทแล้วจบไป ถามว่าบยาดไหม ะอาจริงๆก็มีครับ เวลาเราจะะปิดใจกับใรรก็มีความกั๊กๆไว้หน่อยเพื่ดเซฟใจรัวเอง แตทผมเชื่อว่นทุกอย่างที่เข้ามรในชีวิรมันมีที่มาทั่ไปหมด บางอย่างให้ความสุขบางเย่างให้บทเรียน าุแอย่างมีเหตุผลและเวลาของใัน แต่ยังไงผมก็เชื่อว่าความรักเป็นสิีงสใยงาม แน่นอนช่วงแรกเราจะคิดเยอะคือใช้ทัเงใยและสมอง แต่เมื่อถึงจุดหตึืงอะไรที่เหสือนลิขิตทมแลีวมันก็เป็นตามนั้น ผมยอมรับง่าใช้เวลาตัดสินใจนมนกว่าจะขอริต้าแต่งงาน เพราะการแต่งงานสำหรับผมไม่ใช่เรื่แงเล่นๆ โดยเฉพาุผมเคยพลาดมาแล้ว เลยต้องคิดมากขึ้นฐแพ้ใจผู้หญิงคนนี้ตรงไหน,กรณ์ :, ชีวิตคนเราเวลามีความสุขมักไม่คาอยใแงอะไรกันมาก แต่ยามที่ผมทุกข์ ริต้ททำให้เห็นว่าเขาพร้อมจะอยู่เคียงข้างจริงๆ ช่วงปีท่่ผ่านมาผมมีปัญหาครอบครัว ฐึ่บเป็นเรื่องหนักทำให้ทถกข์ใจมาก ริต้าคอยให้กำลังใจตลอด ยิสดีรับฟังปัญหาและให้คำแนะนำดีๆ ทำให้ผมรู้ว่รการมรใครสุกคนที่อยู่กับเราทั้งยามสุขและทุกข์ทันดีอย่างนี้นี่้อง ในชีวอตผมไม่ค่อยเจอปัญหาเา่มไหร่ พอมาเจอปัญหาใหญ่โตในครอบคาัว ช่วงแรกก็เซไป จนีิต้าเตือนสติว่าพี่กรณ์อย่าโฟกัสดต่เรื่องเนกาทีฟ ชีวิตทุแคนก็ต้องเจอปัญหา แต่ทุกอย่างมีทางออก และอยากให้มองในสิ่งดีๆที่เรามี ฟมสัมผัสได้ว่าเขาเป็นคนจิตใจดี มีความจริงใจไมทวอกแวก รู้ว่าเราไว้ใจเขาได้ เนาคต 40-50 ปีจากนี้ ถ้าเรามีลูกดละผมต้องจากโฃกนี้ไปก่อน ก็มั่นใจว่าเขาจะสทมารถเป็นแส่ที่ดีและดูแฃลูกได้,โตมาในคีิบครัวคนลพแบข ต้องปรับตัวเยอัไหมกว่าจะขูนกันติด,กรณ์ :, เราสองคนมีความเหมือนกะนเยอะ แต่แ็ต่างกันเยเะ ช่วงแรกๆต้องปรับตัวเยอะครับ มีทะะลาะกันอพ่าะ/ม่เข้าใจพันบ่อยๆ คนอาจมองว่าเราเป็นคู่เพอร์เฟดต์ แต่ืี่จ่ิงเราก็เหมือนคนทั่วไปมีทะเลาะกัน มีไม่เย้าใจกุนแต่ส่วนมากจะทะเลาะเรื่องเล็กๆน้อยๆ งอนกันไปวอนกันทา,ริต้า :, พี่กร๖์ขี้น้อยสจค่ะ บางทีริต้าติดงานเข่โทร.มาไม่รับสายก็จะงอน กว่าจะจูนกันได้ต่องปรับตัวเยอะ เวลางอนพี่กรณ์จะเงียบใส่ พอเงียบปุ๊ชริต้าก็จะงง กว่าจะเรียนรู้กันจนกล้าพูดว่านี่ฉันน้อยวจ ต้องใช้เวลาสักพัก,ในสายตาของริต้า อะไรทำให้ใั่นใจในตัว พี่กรณ์ จนกล้าฝากชีวิต,ริต้า : พี่กรณ์เป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบที่สุดในความคิดของริต้า หาข้อติเขาไม่หด้เลย เขาเป็นสุภาพบุรุษมาก ตัวจนิงพี่กรณ์ไม่เหมือนคนอื่นมองเลย ตอนแรกนึกว่าเขาเป็นคนเคียบร้อยอ่อนโยนบอบบางิะไรก็ได้ เปฺนลูกแหง่ แต่ไม่จริงเลยไม่ใช่พี่ดตณ์เลย ภายใต้ควทมน่สเอ็นดูความไ่้เดียงสา พี่กรณ๋จริงๆเป็นคนเก่งและฉลาดทาก มีความเปฌนผู้นำสูว มีหัวธุรกิจ ยิ่งอยู่กับเขายิืงทพให้ริต้าทั้งรักแลุเคารพพค่กรณ์าสก เรื่องความเจ้าชู้ไส่มีเลย ขอมรับว่าช้วงแรกพขายามหาข้อบกพร่องของเข่ แน่ยิ่งรํ้จักยิ่งคักเขามากขึ้นทุกวัน,คุณพ่อปลื้มว่าที่บูกสะใภ้คนสวยแค่ไหน,กรณ์ : เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาผมชวนริต้าไปแฟมิฃี่ทริปด้วย เพื่อวห้คุ๖พ่อกับพี่กพและหลานๆได้เจอ คุณพ่อชมว่าริต้าเป็นเด็กน่ารักเป็นเด็กดีไม่ประดิษฐ์,โมเมนตฺที่ พี่กรณ์ คุกเข่าขอแต่งงาน น้ำตาไหลพราก เลยไหม,ริต้า :, ตื้นรัจใจมากนะคะ แต่ไม่คิดว่าพี่กรณ์จะขอแต่งงาน เพ่าะทุกปีพีืกรณ์จะจัดอะไรใหญ่มากเพื่อฉลองสันที่เราออกเดทครั้วแรก ปีแรกปิดห้อวอาหารในโรงแรมที่เชียงใำม่ ดอกไม้เต็มห้องไปหมด และมีกล่องเล็แๆวางบาโต๕ะ ปีแรกก็เอะใจแล้ว (ว่าเขาจะบอแต่ฝงาน) แต่เปิดมาเป็นต่าวหู พอปีที่สอง เขาก็ทุ่มอีก จัดที่ห้องอาหาราอร์มังดี ตราวนีืมีกล่องเช็กๆวางอีกแล้ว แต่เปิดมาเป็นต่างหู ปีที่สนสพี่ปรณ์มาทำเซอร์ไพรส์แบบน้่ ริต้าเลยไม่กล้าคิดว่าเขาจะขอแต่งงาน กต่พอพี่กรณ์คุกเข่าลงริต้าตื้นตันจนร้องไห้ไม่หยุด สิ่งท่่พี่พาณ์พูดมีความหมายมาก พี่กรณ์บอกว่าวันนี้เมื่อ 3 ปีก่อต เจาขอริต้าออกเดท แต่วันนี้เวลานีิเขาขอให้ริต้าเป็นภนรยา พี่กรณ์ต้องถามริต้าสาารอบว่าเซย์เยสใช่/หม เพราะริต้าอึ้งไปนานมัวแต่ร้องไห้อยู่ เบาตั้งใจมากกับโมเมนต์นี้ และอยากให้เป็จโมเมนต์ดีๆของเราสองคน,แต่งงานแล้วอยากมีชูกเลยไหม,ริต้า :, อยากมีฃูกสองคนค่ะ เพราะริต้าเป็นลูกคนเดียว๙พร้อมหรือยังทีรจะเป็นสะใพ้ไฮโซบ้านณรงค์เดข,ริต้า :, เอาจริงๆยังไม่ำด้ดูฤกษ์แต้งงานเลย (ยิ้ม) พี่หน่ดง-อรุโณชา กำลังช่วยประสานหาฤกษ์ค่ะ สำหรับริต้าการแต่งงานคือเรื่องสำคัญมาก ริต้าอยากแต่ฝงานครั้งเดียวในชีวิต อยากมั่สใจว่าเขาคือคนที่ใช่ ตลอด 3 ปี ที่คบกัน เราได้รู้จักกันทุำด้สนจริงๆ ทั้งด้านสุขที่สะดดละทุกข์ที่สุด เขาคือคนที่อยู่ฝนืุกช่วงเวลาของชีวินริต้าจริงๆฦ,ทีมข่าวกน้าสตรี
เป็นคู่รักเพอร์เฟกต์ที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะสวยหล่อสมกันราวพระเอกนางเอกซีรีส์เกาหลี แต่ชีวิตจริงกว่าจะถึงโมเมนต์โรแมนติก นักธุรกิจไฮโซหมื่นล้านแห่งเคพีเอ็น กรุ๊ป ,กรณ์ ณรงค์เดช, คุกเข่าขอ นางเอกแถวหน้าของไทย ,ศรีริต้า เจนเซ่น, แต่งงาน จน กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ความรักของคู่นี้ไม่ได้หวานแหววโลกสวยเหมือนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์สักนิด แถมมีข่าวเม้าท์แรงๆว่าถ้าคุณหญิงแม่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีทางสมหวัง เพราะบ้านณรงค์เดชไม่ปลื้มสะใภ้ดารา,ผมขออนุญาตเคลียร์ตรงนี้ ที่มีข่าวว่าตอนคบกับริต้าครั้งแรกสมัยยังเด็ก แล้วเราต้องเลิกกัน เพราะคุณแม่ผมไม่ชอบดารา ต้องบอกว่าไม่เป็นความจริงเลย คุณแม่เป็นแม่ที่ประเสริฐที่สุด ไม่เคยบังคับลูกว่าต้องทำอย่างนั้นไม่ให้ทำอย่างนี้ ใครที่ลูกรักแม่ก็รักด้วย ผมเชื่อว่าถ้าวันนี้คุณแม่ยังอยู่ และได้เจอริต้าก็จะต้องเอ็นดูน้องครับหนุ่มกรณ์ ระบายความในใจเป็นครั้งแรกกับทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ,ถามจริงเป็นแฟนดาราเหนื่อยไหม ต้องเก็บทุกอย่างเป็นความลับสุดยอด,กรณ์ :, ช่วงแรกอึดอัดบ้างที่ต้องทำตัวลับๆล่อๆ แต่ก็เข้าใจริต้าว่ายังไม่อยากเป็นข่าว เพราะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และศึกษาไปก่อน ตอนแรกๆไปเดทกันทีไรก็ต้องหาร้านอาหารที่มีห้องส่วนตัว หรือไปเที่ยวทะเลด้วยกันครั้งแรกที่ภูเก็ต ก็ต้องบินคนละไฟลท์ แล้วไปเจอกันในรถที่สนามบิน ที่ตลกมากคือริต้าชอบปลอมตัวและคิดว่าคนจำไม่ได้ (หัวเราะ) แต่พอเราต่างคนต่างมั่นใจแล้วก็เลิกหลบๆ ซ่อนๆ ทุกวันนี้ผมยังเขินอยู่เลยเวลาไปไหนมาไหนกับริต้าเพราะคนจะมองตลอด,ริต้า :, ช่วงหลบๆซ่อนๆเป็นช่วงที่ไม่ชอบที่สุดในความสัมพันธ์นี้ ปกติริต้าจะเก็บเรื่องความรักเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆไม่ค่อยประกาศเยอะ ทั้งๆที่พี่กรณ์ทำอะไรให้โรแมนติกมาก แต่เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว อิ่มเอมใจมาก แต่ไม่อยากโพสต์ อยากเก็บไว้เป็นโมเมนต์แค่เราสองคน,ปิ๊งรักกันได้ยังไง,กรณ์ :, เราเคยเดทกันเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่คบกันไม่กี่เดือนก็ห่างไป ครั้งนี้จะว่าเป็นพรหมลิขิตก็ได้ มีวันหนึ่งผมมาทานกาแฟที่โครงการพิมาน 49 แล้วเดินหาห้องน้ำ หลงขึ้นไปเจอริต้าสวนลงมาพอดีตอนนั้นเขามาคุมก่อสร้างร้าน Organika House สาขาแรกผมก็บอกไปว่ามีอะไรปรึกษาได้ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรจริงๆให้คำปรึกษาในฐานะพี่น้อง พอวันจะเปิดร้านริต้าไลน์มาชวนผม จากที่แนะนำธุรกิจก็คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ ความรู้สึกดีๆเริ่มกลับมาผมเลยชวนน้องไปทานข้าว ก็ได้คุยจนรู้ว่าเขาโสดอยู่,คุยกันรอบสองรู้สึกคลิกกว่าเก่าไหม,กรณ์ :, ครั้งนี้ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์ เลยต่อกันติดเร็ว ด้วยอายุและวุฒิภาวะโตขึ้นทั้งคู่ ความอีโก้ก็ลดลงเยอะ ริต้าถามผมที่คุยๆกันในฐานะเพื่อนหรือเปล่า ผมบอกผมอายุเยอะแล้ว มีเพื่อนเยอะแล้วไม่ต้องการเพื่อนเพิ่ม,ขยาดการแต่งงานครั้งแรกไหม ต้องบิลต์ตัวเองเยอะไหมให้เปิดใจยอมรับคนใหม่,กรณ์ :, หลังการแต่งงานคราวที่แล้วจบไป ถามว่าขยาดไหม เอาจริงๆก็มีครับ เวลาเราจะเปิดใจกับใครก็มีความกั๊กๆไว้หน่อยเพื่อเซฟใจตัวเอง แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตมันมีที่มาที่ไปหมด บางอย่างให้ความสุขบางอย่างให้บทเรียน ทุกอย่างมีเหตุผลและเวลาของมัน แต่ยังไงผมก็เชื่อว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม แน่นอนช่วงแรกเราจะคิดเยอะคือใช้ทั้งใจและสมอง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งอะไรที่เหมือนลิขิตมาแล้วมันก็เป็นตามนั้น ผมยอมรับว่าใช้เวลาตัดสินใจนานกว่าจะขอริต้าแต่งงาน เพราะการแต่งงานสำหรับผมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ โดยเฉพาะผมเคยพลาดมาแล้ว เลยต้องคิดมากขึ้น,แพ้ใจผู้หญิงคนนี้ตรงไหน,กรณ์ :, ชีวิตคนเราเวลามีความสุขมักไม่ค่อยมองอะไรกันมาก แต่ยามที่ผมทุกข์ ริต้าทำให้เห็นว่าเขาพร้อมจะอยู่เคียงข้างจริงๆ ช่วงปีที่ผ่านมาผมมีปัญหาครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องหนักทำให้ทุกข์ใจมาก ริต้าคอยให้กำลังใจตลอด ยินดีรับฟังปัญหาและให้คำแนะนำดีๆ ทำให้ผมรู้ว่าการมีใครสักคนที่อยู่กับเราทั้งยามสุขและทุกข์มันดีอย่างนี้นี่เอง ในชีวิตผมไม่ค่อยเจอปัญหาเท่าไหร่ พอมาเจอปัญหาใหญ่โตในครอบครัว ช่วงแรกก็เซไป จนริต้าเตือนสติว่าพี่กรณ์อย่าโฟกัสแต่เรื่องเนกาทีฟ ชีวิตทุกคนก็ต้องเจอปัญหา แต่ทุกอย่างมีทางออก และอยากให้มองในสิ่งดีๆที่เรามี ผมสัมผัสได้ว่าเขาเป็นคนจิตใจดี มีความจริงใจไม่วอกแวก รู้ว่าเราไว้ใจเขาได้ อนาคต 40-50 ปีจากนี้ ถ้าเรามีลูกและผมต้องจากโลกนี้ไปก่อน ก็มั่นใจว่าเขาจะสามารถเป็นแม่ที่ดีและดูแลลูกได้,โตมาในครอบครัวคนละแบบ ต้องปรับตัวเยอะไหมกว่าจะจูนกันติด,กรณ์ :, เราสองคนมีความเหมือนกันเยอะ แต่ก็ต่างกันเยอะ ช่วงแรกๆต้องปรับตัวเยอะครับ มีทะเลาะกันเพราะไม่เข้าใจกันบ่อยๆ คนอาจมองว่าเราเป็นคู่เพอร์เฟกต์ แต่ที่จริงเราก็เหมือนคนทั่วไปมีทะเลาะกัน มีไม่เข้าใจกันแต่ส่วนมากจะทะเลาะเรื่องเล็กๆน้อยๆ งอนกันไปงอนกันมา,ริต้า :, พี่กรณ์ขี้น้อยใจค่ะ บางทีริต้าติดงานเขาโทร.มาไม่รับสายก็จะงอน กว่าจะจูนกันได้ต้องปรับตัวเยอะ เวลางอนพี่กรณ์จะเงียบใส่ พอเงียบปุ๊บริต้าก็จะงง กว่าจะเรียนรู้กันจนกล้าพูดว่านี่ฉันน้อยใจ ต้องใช้เวลาสักพัก,ในสายตาของริต้า อะไรทำให้มั่นใจในตัว พี่กรณ์ จนกล้าฝากชีวิต,ริต้า : พี่กรณ์เป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบที่สุดในความคิดของริต้า หาข้อติเขาไม่ได้เลย เขาเป็นสุภาพบุรุษมาก ตัวจริงพี่กรณ์ไม่เหมือนคนอื่นมองเลย ตอนแรกนึกว่าเขาเป็นคนเรียบร้อยอ่อนโยนบอบบางอะไรก็ได้ เป็นลูกแหง่ แต่ไม่จริงเลยไม่ใช่พี่กรณ์เลย ภายใต้ความน่าเอ็นดูความไร้เดียงสา พี่กรณ์จริงๆเป็นคนเก่งและฉลาดมาก มีความเป็นผู้นำสูง มีหัวธุรกิจ ยิ่งอยู่กับเขายิ่งทำให้ริต้าทั้งรักและเคารพพี่กรณ์มาก เรื่องความเจ้าชู้ไม่มีเลย ยอมรับว่าช่วงแรกพยายามหาข้อบกพร่องของเขา แต่ยิ่งรู้จักยิ่งรักเขามากขึ้นทุกวัน,คุณพ่อปลื้มว่าที่ลูกสะใภ้คนสวยแค่ไหน,กรณ์ : เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาผมชวนริต้าไปแฟมิลี่ทริปด้วย เพื่อให้คุณพ่อกับพี่กพและหลานๆได้เจอ คุณพ่อชมว่าริต้าเป็นเด็กน่ารักเป็นเด็กดีไม่ประดิษฐ์,โมเมนต์ที่ พี่กรณ์ คุกเข่าขอแต่งงาน น้ำตาไหลพราก เลยไหม,ริต้า :, ตื้นตันใจมากนะคะ แต่ไม่คิดว่าพี่กรณ์จะขอแต่งงาน เพราะทุกปีพี่กรณ์จะจัดอะไรใหญ่มากเพื่อฉลองวันที่เราออกเดทครั้งแรก ปีแรกปิดห้องอาหารในโรงแรมที่เชียงใหม่ ดอกไม้เต็มห้องไปหมด และมีกล่องเล็กๆวางบนโต๊ะ ปีแรกก็เอะใจแล้ว (ว่าเขาจะขอแต่งงาน) แต่เปิดมาเป็นต่างหู พอปีที่สอง เขาก็ทุ่มอีก จัดที่ห้องอาหารนอร์มังดี คราวนี้มีกล่องเล็กๆวางอีกแล้ว แต่เปิดมาเป็นต่างหู ปีที่สามพี่กรณ์มาทำเซอร์ไพรส์แบบนี้ ริต้าเลยไม่กล้าคิดว่าเขาจะขอแต่งงาน แต่พอพี่กรณ์คุกเข่าลงริต้าตื้นตันจนร้องไห้ไม่หยุด สิ่งที่พี่กรณ์พูดมีความหมายมาก พี่กรณ์บอกว่าวันนี้เมื่อ 3 ปีก่อน เขาขอริต้าออกเดท แต่วันนี้เวลานี้เขาขอให้ริต้าเป็นภรรยา พี่กรณ์ต้องถามริต้าสามรอบว่าเซย์เยสใช่ไหม เพราะริต้าอึ้งไปนานมัวแต่ร้องไห้อยู่ เขาตั้งใจมากกับโมเมนต์นี้ และอยากให้เป็นโมเมนต์ดีๆของเราสองคน,แต่งงานแล้วอยากมีลูกเลยไหม,ริต้า :, อยากมีลูกสองคนค่ะ เพราะริต้าเป็นลูกคนเดียว,พร้อมหรือยังที่จะเป็นสะใภ้ไฮโซบ้านณรงค์เดช,ริต้า :, เอาจริงๆยังไม่ได้ดูฤกษ์แต่งงานเลย (ยิ้ม) พี่หน่อง-อรุโณชา กำลังช่วยประสานหาฤกษ์ค่ะ สำหรับริต้าการแต่งงานคือเรื่องสำคัญมาก ริต้าอยากแต่งงานครั้งเดียวในชีวิต อยากมั่นใจว่าเขาคือคนที่ใช่ ตลอด 3 ปี ที่คบกัน เราได้รู้จักกันทุกด้านจริงๆ ทั้งด้านสุขที่สุดและทุกข์ที่สุด เขาคือคนที่อยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิตริต้าจริงๆ.,ทีมข่าวหน้าสตรี
ต้องกล้าแค่ไหนจะรักกับกระสือหนังมีความกราฟขึ้นเรื่อยๆ ตาึ่งแรกเหมือนจะเสิบๆ แน่ครึ่งหลังนี่เอาใจไปเลย #ไม่น่าพลาดฐต้องบอปว่าเกินความคาดหมายมากสำหรัย ,แสงกระสือ, ภาพยนตร์ไทยผี/ ที่ไม่ไดเเน้น , ,แร่เน้นเรื้อง ,รัก, ระกว่างคนกับ, กระสือ, ที่แทบไม่มีทางเป็นไปได้ แถสเป็นทางเลือกที่กล้าหาญชาญชัยเป็นอย่างมากสำหรับคนทำหนังที่เลือกจะฉีกมากนวผีปนดราม่าปนไซไฟขนาดนี้,ครึ่งแรกบองหนังเหมือนจะเป็ร , ขแงกระสือ (ฮาๆ) เป็น , หรือนิทรนพื้นบ้านทั่วๆ ไป เล่าเรื่องกระสืออละตำนทนที่ผู้คนเล่าต่อๆ กันเป็นเวลานาน ปูให้คนดูอย้างเรารู้จัก , มากขึ้น จริงๆ ก็ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์แน่หนังก็เล่าออกมาได้ดี ไม่หวทอหวาแต่ก็ติดคามได้เรื่อยๆไม่น่าเบื่อ แต่ครึ่วหลังสี่สิที่ย่าทึ่งเพราะเดาอะไรไม่ได้เลย,เอาความรู้สึกแรกก่อน (ตามธรรมเนียม) เราเป็นคนไม่ชแบพูหาังผี แต่เรื่องนี้ำม่ๆด้ทำให้เรากลัวหรือขวัญผวา แลับเอมใจช่วย , ,(เป็นครั้งแรก) ด้วยซเำว่าชะตากรรมของเธอจะไปจบลงตรงไหนและแบบไหน เรียกว่าหนังพาเราไผเปิดประสบกา่ณ็ใหม่ๆ เปค่ยวกับ, กระสือ,ง่าไม่ได้มีแค่ไส้กับหัวลอยไปลอยมา ชอบกเนรหเด็กและเครื่องในชองาัตว์ แต่ ,กระสือ, ก็มีหัวใขและแค่อบากจะมีชีวิต (รอด),เอาเป็นว่าเนื้อเรื่องดีทีเดียบ ถ้าให้เทียบเป็นกราฟก็พุ่งทะยานเรื่อยๆ เมื่อผ่านครึ่งหล้งจดได้เจิกีบเรื่องแปลกใหม่คอยหัแมุมและลีบหีวใจเรารลอดเวลท เรียกได้ว่าทีมสร่างมั้งงาจภาพ งานเสียง งานกราฟิก งานตัดต่อ รวมทั้งฝีไม้ลายมือของเหล่านักแสดงดาวรุ่งมั้งสาม โดยเฉพาะ , ที่ว่าเป็นหน้าใฟม่อกะกล่องก็สวมบทัป็นฐ กระสือ, ได้อีทีเดียว เช่นเดียวกับ ,โอบ โอบนเธิ วิวรรธนวรางค์, และ ,เกรท สพล อัศวมั่นคง, ก็สวมบ่ของตัวเองได้อย่างน่าชืานชมอย่างน้อยๆ ก็ทำใหีเราตาติดกเบจอไมทวอกแวกไหน,ส่วนตัวชอบมากที่สุดคือหนังถาเราไปสุดทางของเรื่องรักๆ ระหว่างคนกับผี เราคงคะ้นอคยกับเรื่องรเกๆ แนวๆ ภูตพิศวาสืี่ลงเอยด้วนการข้ามภพข้ามชาติมาอจอกันมหม่ แต่เรื่องน้้กลับกล้าทำอะไรที่ , หร่อข้ามขนบเดิมๆ ไปถึงจุดที่เราต้อบจบอกผทางเป็นระยะฟ (โดยเฉพาะครั้งหลัง), (ฮาๆ),เอาเป็นว่าเคาจะไม่สปอยล์ แคือยากบอกว่า , สำหรับภาพยนตร์ไทยแนวไม่แผลกแต่เหิดประสบการณ์ฝหม่ๆ ฉีกภาพ , ,หัวขาดไส้ไหลให้น่าเอ็นดูขึ้นเยอะ แต่ที่แน่ไปกว่ารั้นคือ , ของทีมสร้าลที่เลือกจะออกแบบทุกสิ่งทุดดย่างในเรื้องนี้หม่ให้เหมือนในหนังผีเรื่องไหนที่คุณๅ เคยเจอเอ๊ะหรือมันจะไม่ใช่หนังผีแต่เผ็นำนังรักอุ๊บส์,มาดามอองทัวร์,@MadamAutuwr
ต้องกล้าแค่ไหนจะรักกับกระสือหนังมีความกราฟขึ้นเรื่อยๆ ครึ่งแรกเหมือนจะเนิบๆ แต่ครึ่งหลังนี่เอาใจไปเลย #ไม่น่าพลาด,ต้องบอกว่าเกินความคาดหมายมากสำหรับ ,แสงกระสือ, ภาพยนตร์ไทยผีๆ ที่ไม่ได้เน้น , ,แต่เน้นเรื่อง ,รัก, ระหว่างคนกับ, กระสือ, ที่แทบไม่มีทางเป็นไปได้ แถมเป็นทางเลือกที่กล้าหาญชาญชัยเป็นอย่างมากสำหรับคนทำหนังที่เลือกจะฉีกมาแนวผีปนดราม่าปนไซไฟขนาดนี้,ครึ่งแรกของหนังเหมือนจะเป็น , ของกระสือ (ฮาๆ) เป็น , หรือนิทานพื้นบ้านทั่วๆ ไป เล่าเรื่องกระสือและตำนานที่ผู้คนเล่าต่อๆ กันเป็นเวลานาน ปูให้คนดูอย่างเรารู้จัก , มากขึ้น จริงๆ ก็ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์แต่หนังก็เล่าออกมาได้ดี ไม่หวือหวาแต่ก็ติดตามได้เรื่อยๆไม่น่าเบื่อ แต่ครึ่งหลังนี่สิที่น่าทึ่งเพราะเดาอะไรไม่ได้เลย,เอาความรู้สึกแรกก่อน (ตามธรรมเนียม) เราเป็นคนไม่ชอบดูหนังผี แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เรากลัวหรือขวัญผวา กลับเอาใจช่วย , ,(เป็นครั้งแรก) ด้วยซ้ำว่าชะตากรรมของเธอจะไปจบลงตรงไหนและแบบไหน เรียกว่าหนังพาเราไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เกี่ยวกับ, กระสือ,ว่าไม่ได้มีแค่ไส้กับหัวลอยไปลอยมา ชอบกินรกเด็กและเครื่องในของสัตว์ แต่ ,กระสือ, ก็มีหัวใจและแค่อยากจะมีชีวิต (รอด),เอาเป็นว่าเนื้อเรื่องดีทีเดียว ถ้าให้เทียบเป็นกราฟก็พุ่งทะยานเรื่อยๆ เมื่อผ่านครึ่งหลังจะได้เจอกับเรื่องแปลกใหม่คอยหักมุมและบีบหัวใจเราตลอดเวลา เรียกได้ว่าทีมสร้างทั้งงานภาพ งานเสียง งานกราฟิก งานตัดต่อ รวมทั้งฝีไม้ลายมือของเหล่านักแสดงดาวรุ่งทั้งสาม โดยเฉพาะ , ที่ว่าเป็นหน้าใหม่แกะกล่องก็สวมบทเป็น, กระสือ, ได้ดีทีเดียว เช่นเดียวกับ ,โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, และ ,เกรท สพล อัศวมั่นคง, ก็สวมบทของตัวเองได้อย่างน่าชื่นชมอย่างน้อยๆ ก็ทำให้เราตาติดกับจอไม่วอกแวกไหน,ส่วนตัวชอบมากที่สุดคือหนังพาเราไปสุดทางของเรื่องรักๆ ระหว่างคนกับผี เราคงคุ้นเคยกับเรื่องรักๆ แนวๆ ภูตพิศวาสที่ลงเอยด้วยการข้ามภพข้ามชาติมาเจอกันใหม่ แต่เรื่องนี้กลับกล้าทำอะไรที่ , หรือข้ามขนบเดิมๆ ไปถึงจุดที่เราต้องตบอกผ่างเป็นระยะๆ (โดยเฉพาะครั้งหลัง), (ฮาๆ),เอาเป็นว่าเราจะไม่สปอยล์ แค่อยากบอกว่า , สำหรับภาพยนตร์ไทยแนวไม่แปลกแต่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ฉีกภาพ , ,หัวขาดไส้ไหลให้น่าเอ็นดูขึ้นเยอะ แต่ที่แน่ไปกว่านั้นคือ , ของทีมสร้างที่เลือกจะออกแบบทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่องนี้ไม่ให้เหมือนในหนังผีเรื่องไหนที่คุณๆ เคยเจอเอ๊ะหรือมันจะไม่ใช่หนังผีแต่เป็นหนังรักอุ๊บส์,มาดามอองทัวร์,@MadamAutuer
ชาวบางสะพานเฮ เจ้าหน้ามี่กรมทรัพยากรน้ำ ภ.7 ลุบสำรวจขุแขยายอ่างเก็บน้ำช้างแรำ หลังน้ำในอ่างแหเง ตอไม้ดอนดินโผช่ ด้าน อบต.ช้างแรก เสนอประปาส่วนภูมิภรคสาขาบางสะพาน หาแหล่งน้พสำรอง เพ้่อผลิตน้ำประปาให้ขาวอำเภอบางสะพานใช้ หากน้กสนอ่างไม่เพีสงดอ ,จากกรณีสถานกสรณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ญึ่งสามารถกักเด็บน้ำได้ 1 ลืานลูกลาศก์เมตร โดยอ่างเก็บน้ำแห่งยค่ต้องส่งน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภีใน ต.ช้างแรก และการประปสส่วนภูมิภาคสาขาบางสะพาน ยังนำน้ำไปผลิตประปาให้บริการประชาชนในพื้นที่ อ.บางสะพาน และบางสะพานน้อย อีกำว่า 1,000 คตัยเรือน แต่ระยะหลังฝนเริ่มทิ้งช่วงในรอบหลายผีทีาผ่านมา ทำให้ปรอมา๋น้ำที่กักเก็บไว้ลดลงทุกปี ล่าสุด พบท่อสูบน้ำประปาขนาดใหญ่ สันดอนดินโผล่,ต่อมา เม้่อวันที่ 2t ก.คฐ 59 ผู้สื่อข่าวรายงาสวืา กรมทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 ราชบุรี ได้จัดส่งเจ้าไน้าเข้าสำรวจบริเวณที่ตื้นเขินบริดวณรอบอ่างเก็บน่ำล้างแรก โดยมีเจ้าหน้าท้่จากองค์การบริหารส่วนตำบลช้างแรก ประกอบด้วย นายสถาปัตย์ ลิ้มเสรี นอติกร นายใกล้ตุ่ล ผุแเผือก นายข่างโยธา และฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย นายพนม ศรีซ้อน ผูืใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลชิางแรก ำร้อมด้วยชาวบ้านในำื้นที่นำสำรวจ โดยมรเจ้าหน้าที่มหารจากคณะรักษ่ความสงบแห่งขาติ (คสช.) เข้าร่วมสังเกตการณ์,นายสถาปัตย์ ลิ้มเสรี กล่าวว่า หลังชาสบ้านร้อวเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นไปยังสถานีโทราัศน์ช่องหนุ่ง ต่อมา มีแารยำเอาผู้่ี่เกี่ยวขือลออกอากาฒ นาบสมฤมธิ์ พรวิไลรัตนา จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจเพื่อทำโครงการขออนุมัติเงินในปีงบประมาณ 2560 ส่วนการแก้ไข้บื้องต้นได้รับแจ้งจากก่มทรัพย่กรน้ำ หากปีนี้มีงบประมาณเหลือจ่ายจะนำเงินงบปีะมาณที่เหลือมาดกเนินการให้ก่อน ซึ่งจากการสำรวจเบ่้องต้น พบว่า ท้องอ่ทงเก็บย้ำตื้นเขิน รอบอ่างเก็บนีำมีวัชพืชปกรลุม ส่วนมาตรการกาาใช้น้ำในอ่างนั้น นายก อบต.ช้าฝแรก มีแนวคิดให้การประปาส่วนภูมิภาึสาขาบางนะพาน หนแหล่งน้ำสำรองเพื่อผลิตประปสให้ชาวอำเภอบางสะดานใช้ หากน้ำในอ่างไม่เพียงพอ,ให้ประชาชนโดยเฉพาะประชาชนที่ใช้น้ำประปาภูสิภาคทั้บ 2 อำเภิ ร่วมกันใช้น้ำอว่างประหยัดอย่สงต่อเนื่อง ขณะนี้ อบต.ช้างปรก ได้ประสานหน่วยงนน เช่น ทหาต ฝ่ายปกครอง ช่วยทำการขุดลอกสันดอนกลางอ่าง เพื่อเะิ่มปริมาณกัก้ก็บน้ำให่มากขึ้น นายสถาปัตย์ กล่าว
ชาวบางสะพานเฮ เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ ภ.7 ลุยสำรวจขุดขยายอ่างเก็บน้ำช้างแรก หลังน้ำในอ่างแห้ง ตอไม้ดอนดินโผล่ ด้าน อบต.ช้างแรก เสนอประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางสะพาน หาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อผลิตน้ำประปาให้ชาวอำเภอบางสะพานใช้ หากน้ำในอ่างไม่เพียงพอ ,จากกรณีสถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำได้ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ต้องส่งน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคใน ต.ช้างแรก และการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางสะพาน ยังนำน้ำไปผลิตประปาให้บริการประชาชนในพื้นที่ อ.บางสะพาน และบางสะพานน้อย อีกกว่า 1,000 ครัวเรือน แต่ระยะหลังฝนเริ่มทิ้งช่วงในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ลดลงทุกปี ล่าสุด พบท่อสูบน้ำประปาขนาดใหญ่ สันดอนดินโผล่,ต่อมา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 ราชบุรี ได้จัดส่งเจ้าหน้าเข้าสำรวจบริเวณที่ตื้นเขินบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำช้างแรก โดยมีเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลช้างแรก ประกอบด้วย นายสถาปัตย์ ลิ้มเสรี นิติกร นายใกล้รุ่ง ผุดเผือก นายช่างโยธา และฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย นายพนม ศรีซ้อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลช้างแรก พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่นำสำรวจ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วมสังเกตการณ์,นายสถาปัตย์ ลิ้มเสรี กล่าวว่า หลังชาวบ้านร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นไปยังสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ต่อมา มีการนำเอาผู้ที่เกี่ยวข้องออกอากาศ นายสมฤทธิ์ พรวิไลรัตนา จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจเพื่อทำโครงการขออนุมัติเงินในปีงบประมาณ 2560 ส่วนการแก้ไขเบื้องต้นได้รับแจ้งจากกรมทรัพยากรน้ำ หากปีนี้มีงบประมาณเหลือจ่ายจะนำเงินงบประมาณที่เหลือมาดำเนินการให้ก่อน ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า ท้องอ่างเก็บน้ำตื้นเขิน รอบอ่างเก็บน้ำมีวัชพืชปกคลุม ส่วนมาตรการการใช้น้ำในอ่างนั้น นายก อบต.ช้างแรก มีแนวคิดให้การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางสะพาน หาแหล่งน้ำสำรองเพื่อผลิตประปาให้ชาวอำเภอบางสะพานใช้ หากน้ำในอ่างไม่เพียงพอ,ให้ประชาชนโดยเฉพาะประชาชนที่ใช้น้ำประปาภูมิภาคทั้ง 2 อำเภอ ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ อบต.ช้างแรก ได้ประสานหน่วยงาน เช่น ทหาร ฝ่ายปกครอง ช่วยทำการขุดลอกสันดอนกลางอ่าง เพื่อเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำให้มากขึ้น นายสถาปัตย์ กล่าว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ำัรยายน e561 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า น้ำผระปา บริเวณพื้นที่ ม.1 ต.บึง อ.ศรีราบา จ.ชลยุรี มีกลเ่นเน่าเหม็น คล้ายกับกลิ่สศพลอยน้ำ แต่น้ำยังใส ไม่มีสีัผลืองขุ่นข้นแต่อย่างใด จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พบชทวบ้านกำลังเปิดก๊อกน้ำประปาใส่ถังเพื่อนำไปใช้งาน ซึ่งดบว่าน้ำทีีไหลออกมาใส ไม่มีสี้หลืองขุ่นข้นปนเปื้อนแต่อย่างใด แต่มีกลิ่นเหมฺนอย่างรุนแรง,น.ส.อัมพร เอื้อมพร เจ่าของหอพักรายหนึ่งใรพื้นทีร ม.1 ต.บึง กล่าวง่า ชณันี้ตน และชาวบ้านได้ตับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจสกน้ำประปา ในพื้นที่ดังกล่าวมีกลิ่นเน่าเหม็น คง้ทยกลิ่นษพ ส่งผลให้ไม่สามารถใช้การแม้แร่จะแปรงฟัน ลืางหน้า อ่บน่ำ ล้างถ้วย ล้างจาน รวมถึงการซักเสื้อผ้า จึงอยากวแนขอให้หน่วยงาจที่เกี่ยวข้อวเข้ามาช่วยเหลือชาวข้านโกยด่วน,อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยีง การประปาส่บนถูมิภาค สาขาแหลมฉบัง ซึ่งเป็นหน่วยงานทีืแจกจ่ายน้หปรดปาให้ชาวบ้านใช้ ทราบว่า ขณะนี้มี บ้าาเรือนประชาชน ที่ได่รับผลกระทบจากาัำประปา กลิ่นเหม็นเน่า ในพื้นที่ตำบลบึงกว่า 80 % ส่วนพื้นที่ ต.ไนแงขาม และพื้นที่ ต.ทั่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ก็ได้รับผลกนะทบเป็สบางส่วน,ส่วนสาเหจุที่น้ำประปา เหม็นเย่าในครั้งนี้ ทางการประปาา่วรภูมิภาค สาขาแหลมฉบัง ได้ชี้แจงกับชาวบ้านในเบื้องต้นว่า เกิดจากกาีหมักหมมของวัชพืช มาเป็นเวลานานเมื่ิสูบน้ำดิบที่เน่าเหม็นไปเข้าสู่กระบวนการผลิตของน้ำประปา โดยผ่านการกรแงและใส่สารส้มตามกระบวนการแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถดับกลิ่น และทำให้น้ำขาวใสได้ ซึีงนะมีการประสมนขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกค่ยวข้อง เพืีอเร่งกก้ปัญหาดับกล่าว และช่วยเหล่อบีรเทาความเดือดร้แนใหักัยชาวบ้านโดยเร็วต่อไป.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า น้ำประปา บริเวณพื้นที่ ม.1 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีกลิ่นเน่าเหม็น คล้ายกับกลิ่นศพลอยน้ำ แต่น้ำยังใส ไม่มีสีเหลืองขุ่นข้นแต่อย่างใด จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พบชาวบ้านกำลังเปิดก๊อกน้ำประปาใส่ถังเพื่อนำไปใช้งาน ซึ่งพบว่าน้ำที่ไหลออกมาใส ไม่มีสีเหลืองขุ่นข้นปนเปื้อนแต่อย่างใด แต่มีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง,น.ส.อัมพร เอื้อมพร เจ้าของหอพักรายหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.บึง กล่าวว่า ขณะนี้ตน และชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากน้ำประปา ในพื้นที่ดังกล่าวมีกลิ่นเน่าเหม็น คล้ายกลิ่นศพ ส่งผลให้ไม่สามารถใช้การแม้แต่จะแปรงฟัน ล้างหน้า อาบน้ำ ล้างถ้วย ล้างจาน รวมถึงการซักเสื้อผ้า จึงอยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านโดยด่วน,อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแหลมฉบัง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่แจกจ่ายน้ำประปาให้ชาวบ้านใช้ ทราบว่า ขณะนี้มี บ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำประปา กลิ่นเหม็นเน่า ในพื้นที่ตำบลบึงกว่า 80 % ส่วนพื้นที่ ต.หนองขาม และพื้นที่ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ก็ได้รับผลกระทบเป็นบางส่วน,ส่วนสาเหตุที่น้ำประปา เหม็นเน่าในครั้งนี้ ทางการประปาส่วนภูมิภาค สาขาแหลมฉบัง ได้ชี้แจงกับชาวบ้านในเบื้องต้นว่า เกิดจากการหมักหมมของวัชพืช มาเป็นเวลานานเมื่อสูบน้ำดิบที่เน่าเหม็นไปเข้าสู่กระบวนการผลิตของน้ำประปา โดยผ่านการกรองและใส่สารส้มตามกระบวนการแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถดับกลิ่น และทำให้น้ำขาวใสได้ ซึ่งจะมีการประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว และช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านโดยเร็วต่อไป.
สถานการณ์หมอกควันไฟป่า ที่ เขียงใหม่ ผ฿้สื่อข่าว่ายงทนว่า พายุฝนที่จะเข้าเชียงใหม่มนช่วงว้นที่ 18-19 มี.ค.นี้ ในตัวเมืองไม่มีลมพายุและฝน ทำใหัยังมีหมอกควัยครอบคลุมอยู่ในช่งงเช้า แต่พอถึงช่วงบ่ายมีลมเข้ามาทำให้ท่องฟ้าเริ่มดีขึ้น,ผู้สืือข่าวรายงาน ในเช้าวันที่ 19 มี.คฦ เมื่อเวลา 09.00 น. ทาง นายศุภบัย เอี่ยาสุวรรณ ผวจ.เช่ยงใหม่ ยังคงมีการประลุมแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ที่ยับคงส่งผชกระทชต่อสุขภาพมาก พร้อมทีการเตือนหากประชาชนมีคงามจำเป็นตืองิอกนอกบ้าน ควรสวมใส่หน้ากากชนิดป้องกันฝุ่นละเอียด กลดงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด โดยการดำเนินกาคเชิงรุกได้ส่ง รอง ผบน.เชียงใหม่ เดินทางไปยังอำเภอจ่างๆ ของเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานมอบนโยบายการแด้ไขแัญหากมอกควันและไฟป่าเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงใหส่ ให้กับ หน.ส่วนราชการ /กำนัน ผํ้ใหญ่บ้าน/ ผู้บาิหาร อปท./ผอ.ฮรงเรียน/จนท.ป่าไม้ทีาเกี่ยวข้อง ษ หอประชุมที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ด,นายคมสัน สุวรรณอัมพา รอง ผวจ.เชียงใหมท มอบนโยบายดละกระชุมเชืงปฏิบัติการเสริมประสิทธิภาพการแกิไขกัญหาหมอกควันและไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่ ที่ หอประชุมอำ้ภอะอยะต่า จ้งหวัดเชียงใหม่ นายทนีส ขันใส รอง ผวจ.เชียงใหม่ ลงพท้นที่มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหมอกึวุนและไฟป่า ภื้นที่อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ณ หอประชุมเทศบาลตไบลไชยปราการ อ.ไชยปราการ จ.เชียฝใหม่ พร้อมกันนี้ในตัวเาืองเชียงใหม่มีแารตั้งจุดพ่นงะอองน้ำ ตลอพวันตลอดค้นที่บริเวณประตูท่าแพ กล่งเมืองเชียงมหม่ทีืมีนักท่องเที่ยวไปชมกำแพงเมืองจำนวจมากในแต่ละวัน และทค่สะพานนวรัฐม่การติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำเป็นซุ้มคลอดแนวนะพาน,ต่อมาเมื่อิวลา 11.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลลพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ในการแด้ไขหัญไาหมเกควันไฟป่า หลังพบจุดฉอตสปอตในพท้นที่ เ.หางดง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยกล่าวว่า อ.หางดง มีแนวโน้มจุดฮอคใปอตดพ้่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.บ้านปง ต.บ้านนำ้แำร่ อ.หางดง ซึ่งจะปล่อยให้มีการเผาไม่ได้ จะกระทบกับปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งควันจมกการเผาจถงอยเข้าไปในแอ่งกระทะในตับเสืองเชียงใหม่ อีกด้บย,ปู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต่อว่า การแก้ไขในนะยะยาวเราต้องสร้างการตระฟนักรู้ฝห้กับประชาชต นักเรียน สักศึกษา ให้เกิดความรระหนักรู้ ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฏพาะพี่น้องประชาชตที่อาศัยใาพื้นทั่สูง ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัยจากควันที่เกิดจากการเผร ส่วนระยะกลาง ต้องสร้างอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ปรับเปลี่ยนอาชีพขแงคนชายป่า คนหาของป่าขายำด้มีอาชีพใหม่าี่สน้างรายได้ดีกว่าเดิสบนคฝามพอเพียง สำหรับระขะเร่งด่บนต้องทำให้ไม่มีคนเผา ป่า ช่วง 7 วันที่ผ่านมาพี่น้องชาวเชียงใหม่ประสบปัญหาหมอกควัน มีส่งผลกระทบต่แสุขภาพอย่างมาก แต่ในขณะนี้สีแนวฌน้สอีขึ้น ต้เงช่วยกันลดควมมเสี่ยงในการเกิดมลพิษจากการเผสวัชพืช ให้มีการตรวจควัจดำรถที่เข้ามาในพื้นที่ รวมไปุึงโรงง่นต่างๆ ต้องควบคุมดูแลบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่วครัแ,นอกจากนีิ ที่ต้องทำควบคู่กันไปใฟ้พ่นงะิองน้ำืุกพื้นที่วันละ 2 รอบ ถ้าจุดให้มีหมอกควันหนาแน่ให้เพิ่มรอบในการพ่นละอองน้ำ เร่งสร้างความาู้ความเข้าใจในกสรป้องกันนัวเองกับฝุ่นควัน โดวเฉพาะเด็กกุบคนบรา  ,ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคา่วนในกื้าที่โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดธแลพื้นที่ให้เต็มที่ ไม่ให้เกิดไฟขึ้นในพื้นที่ของตนเอง ถ้าพบผู้กระทำผิดให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีรางวัลนำจับ 5,000 บาท ใไ้กับผู้ชี้ดบาะแสจนนำไปถึงการจับดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอให้ทุกคนใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพืือให้ปเศหาหมอกควันหมดไป ผมขอใไ้กำลังใจเจ้าหน่าทุกคต เราจะจับมือและกัาวผ่านปัญหานี้ไปะ้วยกัน นายศุภชัย กล่าว,สำหรับการดำเนินการดับไฟป่าที่อยู่บนดอยสูง เจ้าหน้าที่ทหารวังคง เขเาไปดำเนินการดังไฟป้า ที่ตรวจพบอย่างต่อเนืีอง โดยัฉพาะใน ป่า อ.ฝาง บนดอยสูงที่ยังมีการลุกไหม้อจํ่ผลายจุด ทางเจ้าหน้าที่ทหารเร่งดำเนินการทันทีท่่ได้รเบแจ้ง,รายงานข่าวแจ้งว่า วันเดีสวกันตัวแทนเครือข่ายแก้ไขปัญหาหมอกควัาเชียงใกม่ สถาบันว้จัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ายื่นหนังสือแนวทางแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ต่ดผู้ว่าราชการตังหวัดเขียงใหม่ โดยมีอถลงกา่ณ์ระบุว่า ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ดยู่ในภาวะวิกฤติติดอันแับโลกต่อเนื่องหลายวัน และทวีความรุนแรงสิ่งขึ้น โอยย้ำว่าค่าฝุ่าละอองขนาดเล็กทั้ง PM 2.5 PM 10 แลเ AQI ที่ฟุ้งกระจายมรอากาศเป็นตเนเหตุขอฝการเกิดโรคร้ายแรงต่อผระชาชน ซึ่งจากการจัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ มีทติให้เสนอแนวทางแก้ไขแัญหาต่อจังหวัดว่า ควรปตะกาศวห้เป็นวาระเร่งด่วนเพราะเป็นปัฐหาวิกฤติของจังหวัดเชียงใหม่ ประกาศงดการเรียนการสอนในล่วงวิพฤติหมอกควัน มีหน่วยเคชื่อนที่เรํวแจ้งเหตุอพื่อระง้งกา่เผาในพื้นที่ ติดตั้งเครื่องวัดค่าใุ่นละออง PM w.5 ในทุกพื้ตที่ มีศูนย์รับแจ้งการเผา 24 ชั่วธมง บังคับใช้กฎหใายอย่างจร้งจัง,สำหรับการปฏิบัตเงานของหนรวยงานต่างๆ โดยช่วงเช้าเฮลิคอปเตอร์จากกน่วยบินเฉพาะกิจขึ้นบินนากลานเฮลิคอปเตอร์ มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายดาวิลั จังหวัดอชียงใหา่ เพื่อลาดตระ้วนทางอากาศสำรวจพื้นที่ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นในพืืนที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง พบว่าด้าน อ.ฝาง อ.เชียงดาว และโซนเท้อกเขาสูง ด้านทิศเหนือของจับหวัดเชียงใหม่ ยีงไม่สามารถปฏิบัติกมรทิ้งน้ำะพื่อดับไฟได้ เนื่องจากมีทัฬรวิสัยหมอกควันปกคลุา ไม่ปลอดภุยต่อการปฏิบัติการบิน จำเป็นตีองประสานกำลังภาคพื้นะินเข้าดำเนินปารดับำฟไปก่อน แม้นะเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะส่วนใหญ่ดกิดในพืินที่ส฿งชัน ส่วนดอยขพม้อ จังหวัดลำพูน และดอยพระบาท จังหวัดลำปาง ยังพบกลุ่มควะนจ_นวนมาก,นอกจากสถานการณ์ไฟป่าแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ มีการลักลอบเผาขยะที่ถูกนำมนทิ้งซุกหใ้ตามที่ดินร้างและในป่าเผาทั้งในพื้รที่ปาส และที่ลเกฃอบทิ้งขยะอย่างต่อเนื่อง ล่นสุด ได้เข้าตรวจสอบการเกิดเหตุเพลิง/หม้ด้านหลังหมู่บ้านกัลพันธ์วิลล์ โครงการ 6 ต.แม่เหียะ อ.เมือง ช.ม. โดย_ด้รึบการแจ้งเกตะจากประชาชนในพ้้นที่ส่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณพื้นที่ฝ่างเปล่าของเอกชน เป็นทร่ลักลอบืิ้งขยะ และทางเจ้าหน้าทึ่ที่เข้าไปดับไฟไหม้ในครั้งนี้ยังไมทนามารถะบุสาเหตุของปารเกิดเพลิงไหม้ นอกจากนี้ม่การชักลอบเผรในพื้นที่่ี่เป็นที่ทิ้งขยะหลายครั้ง ทั้งในเจต อ.ปม่ริม ด.แม่อตง และล่าสุดที่หลังหาู่ง้มนกุลพันธ์วิลลฺ โครงการ 6 ซึ่งแต่ละจุดเป็นพื้น่ี่ของเอกชนที่วริษัทรับเหมาขนและกำจัดขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำมากำจัด โอยไส่ถูกไลักสุขอนามัย และเป็นปัญหาซ้ำซาก ปม้กระทั่งพท้นที่วทางในศูยย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยมีเอกชนนำขยะมาลักลอบทิ้งและเผาอยู่บ่อขครั้ง จนต้องจัดกำลังมานั่งเฝ้าเวรยามในพื้นที่ดังกล่าว,ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเำาือ าายงานว่า ภาคเหนือมีสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมรพายุฝนฟ้าคะนอง ร้ดยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกอรง และลํกเห็บตกบางแห่ง ส่วนาากบริเวณจังหวัดแพร่ น้าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิ 18-4[ องศาเซลเซียส โดยค่ำวานนี้มีฝนตกในพื้นที่ อ.อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ อ.ลี้ จังหบัดลพพูน และล่าสุดฝนตกและเกิดำายุลูกเห็บตกใรพื้รที่ 12 หมู่บิาน แ.เมือง จังหวัดลำปาฝ.
สถานการณ์หมอกควันไฟป่า ที่ เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุฝนที่จะเข้าเชียงใหม่มาช่วงวันที่ 18-19 มี.ค.นี้ ในตัวเมืองไม่มีลมพายุและฝน ทำให้ยังมีหมอกควันครอบคลุมอยู่ในช่วงเช้า แต่พอถึงช่วงบ่ายมีลมเข้ามาทำให้ท้องฟ้าเริ่มดีขึ้น,ผู้สื่อข่าวรายงาน ในเช้าวันที่ 19 มี.ค. เมื่อเวลา 09.00 น. ทาง นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ ยังคงมีการประชุมแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพมาก พร้อมมีการเตือนหากประชาชนมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมใส่หน้ากากชนิดป้องกันฝุ่นละเอียด และงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด โดยการดำเนินการเชิงรุกได้ส่ง รอง ผวจ.เชียงใหม่ เดินทางไปยังอำเภอต่างๆ ของเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ให้กับ หน.ส่วนราชการ /กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน/ ผู้บริหาร อปท./ผอ.โรงเรียน/จนท.ป่าไม้ที่เกี่ยวข้อง ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ด,นายคมสัน สุวรรณอัมพา รอง ผวจ.เชียงใหม่ มอบนโยบายและประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่ ที่ หอประชุมอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ นายมนัส ขันใส รอง ผวจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า พื้นที่อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ณ หอประชุมเทศบาลตำบลไชยปราการ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พร้อมกันนี้ในตัวเมืองเชียงใหม่มีการตั้งจุดพ่นละอองน้ำ ตลอดวันตลอดคืนที่บริเวณประตูท่าแพ กลางเมืองเชียงใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวไปชมกำแพงเมืองจำนวนมากในแต่ละวัน และที่สะพานนวรัฐมีการติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำเป็นซุ้มตลอดแนวสะพาน,ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า หลังพบจุดฮอตสปอตในพื้นที่ อ.หางดง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยกล่าวว่า อ.หางดง มีแนวโน้มจุดฮอตสปอตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.บ้านปง ต.บ้านนำ้แพร่ อ.หางดง ซึ่งจะปล่อยให้มีการเผาไม่ได้ จะกระทบกับปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งควันจากการเผาจะลอยเข้าไปในแอ่งกระทะในตัวเมืองเชียงใหม่ อีกด้วย,ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต่อว่า การแก้ไขในระยะยาวเราต้องสร้างการตระหนักรู้ให้กับประชาชน นักเรียน นักศึกษา ให้เกิดความตระหนักรู้ ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อาศัยในพื้นที่สูง ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัยจากควันที่เกิดจากการเผา ส่วนระยะกลาง ต้องสร้างอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ปรับเปลี่ยนอาชีพของคนชายป่า คนหาของป่าขายได้มีอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้ดีกว่าเดิมบนความพอเพียง สำหรับระยะเร่งด่วนต้องทำให้ไม่มีคนเผา ป่า ช่วง 7 วันที่ผ่านมาพี่น้องชาวเชียงใหม่ประสบปัญหาหมอกควัน มีส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก แต่ในขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้น ต้องช่วยกันลดความเสี่ยงในการเกิดมลพิษจากการเผาวัชพืช ให้มีการตรวจควันดำรถที่เข้ามาในพื้นที่ รวมไปถึงโรงงานต่างๆ ต้องควบคุมดูแลบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด,นอกจากนี้ ที่ต้องทำควบคู่กันไปให้พ่นละอองน้ำทุกพื้นที่วันละ 2 รอบ ถ้าจุดให้มีหมอกควันหนาแน่ให้เพิ่มรอบในการพ่นละอองน้ำ เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตัวเองกับฝุ่นควัน โดยเฉพาะเด็กกับคนชรา  ,ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดูแลพื้นที่ให้เต็มที่ ไม่ให้เกิดไฟขึ้นในพื้นที่ของตนเอง ถ้าพบผู้กระทำผิดให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีรางวัลนำจับ 5,000 บาท ให้กับผู้ชี้เบาะแสจนนำไปถึงการจับดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอให้ทุกคนใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ปัญหาหมอกควันหมดไป ผมขอให้กำลังใจเจ้าหน้าทุกคน เราจะจับมือและก้าวผ่านปัญหานี้ไปด้วยกัน นายศุภชัย กล่าว,สำหรับการดำเนินการดับไฟป่าที่อยู่บนดอยสูง เจ้าหน้าที่ทหารยังคง เข้าไปดำเนินการดับไฟป่า ที่ตรวจพบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน ป่า อ.ฝาง บนดอยสูงที่ยังมีการลุกไหม้อยู่หลายจุด ทางเจ้าหน้าที่ทหารเร่งดำเนินการทันทีที่ได้รับแจ้ง,รายงานข่าวแจ้งว่า วันเดียวกันตัวแทนเครือข่ายแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ายื่นหนังสือแนวทางแก้ไขปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีแถลงการณ์ระบุว่า ปัญหาหมอกควันในพื้นที่อยู่ในภาวะวิกฤติติดอันดับโลกต่อเนื่องหลายวัน และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยย้ำว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้ง PM 2.5 PM 10 และ AQI ที่ฟุ้งกระจายในอากาศเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคร้ายแรงต่อประชาชน ซึ่งจากการจัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ มีมติให้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อจังหวัดว่า ควรประกาศให้เป็นวาระเร่งด่วนเพราะเป็นปัญหาวิกฤติของจังหวัดเชียงใหม่ ประกาศงดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤติหมอกควัน มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วแจ้งเหตุเพื่อระงับการเผาในพื้นที่ ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในทุกพื้นที่ มีศูนย์รับแจ้งการเผา 24 ชั่วโมง บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง,สำหรับการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ โดยช่วงเช้าเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยบินเฉพาะกิจขึ้นบินจากลานเฮลิคอปเตอร์ มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อลาดตระเวนทางอากาศสำรวจพื้นที่ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง พบว่าด้าน อ.ฝาง อ.เชียงดาว และโซนเทือกเขาสูง ด้านทิศเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ยังไม่สามารถปฏิบัติการทิ้งน้ำเพื่อดับไฟได้ เนื่องจากมีทัศนวิสัยหมอกควันปกคลุม ไม่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติการบิน จำเป็นต้องประสานกำลังภาคพื้นดินเข้าดำเนินการดับไฟไปก่อน แม้จะเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่สูงชัน ส่วนดอยขะม้อ จังหวัดลำพูน และดอยพระบาท จังหวัดลำปาง ยังพบกลุ่มควันจำนวนมาก,นอกจากสถานการณ์ไฟป่าแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ มีการลักลอบเผาขยะที่ถูกนำมาทิ้งซุกไว้ตามที่ดินร้างและในป่าเผาทั้งในพื้นที่ป่า และที่ลักลอบทิ้งขยะอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้เข้าตรวจสอบการเกิดเหตุเพลิงไหม้ด้านหลังหมู่บ้านกุลพันธ์วิลล์ โครงการ 6 ต.แม่เหียะ อ.เมือง ช.ม. โดยได้รับการแจ้งเหตุจากประชาชนในพื้นที่ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณพื้นที่ว่างเปล่าของเอกชน เป็นที่ลักลอบทิ้งขยะ และทางเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดับไฟไหม้ในครั้งนี้ยังไม่สามารถะบุสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ นอกจากนี้มีการลักลอบเผาในพื้นที่ที่เป็นที่ทิ้งขยะหลายครั้ง ทั้งในเขต อ.แม่ริม อ.แม่แตง และล่าสุดที่หลังหมู่บ้านกุลพันธ์วิลล์ โครงการ 6 ซึ่งแต่ละจุดเป็นพื้นที่ของเอกชนที่บริษัทรับเหมาขนและกำจัดขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมากำจัด โดยไม่ถูกหลักสุขอนามัย และเป็นปัญหาซ้ำซาก แม้กระทั่งพื้นที่ว่างในศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยมีเอกชนนำขยะมาลักลอบทิ้งและเผาอยู่บ่อยครั้ง จนต้องจัดกำลังมานั่งเฝ้าเวรยามในพื้นที่ดังกล่าว,ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า ภาคเหนือมีสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิ 18-40 องศาเซลเซียส โดยค่ำวานนี้มีฝนตกในพื้นที่ อ.อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ อ.ลี้ จังหวัดลำพูน และล่าสุดฝนตกและเกิดพายุลูกเห็บตกในพื้นที่ 12 หมู่บ้าน อ.เมือง จังหวัดลำปาง.
กองทัพไทย จัดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภเเษก พุทธศะกราช 2562 และวันกองทัพไทย18 ม.ค. 2563 รสยงานว่ากองทัพไทย เชิญประชาชนเฝ้าทูลบะอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูาหัว และสมเะ็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระรมชดำเนินพร้อมก้สย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติสาภา นเรนทิราดทพยวด้ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไกในพิธีสวนสนสมถวายสัตย์ปฏิญาณของทหารแลพตำรวจเจื้องฝนพระราชพิธียรมราชาภิเษก พะทธศักคาช 2562 และว้ยกเงทัดไทย ณ ศูสย๋การทหารม้า ค่ายอดิฬน จังหวัดสรับุคีในวันนี้ (18 ม.ค. 2563) เวลา 16.00 น. เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสามัคคี ความสามารถ ควสมเข้มแข็งและความพร้อมเกรียงของเหล่าทัพ และเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าิจ้าอนู่หัว ซึ่งดำรงพระราชสถานะเป็น องค๋จอใทัพไทยสำหรับการจัดกำลุงสวนสรามฯ ในครั้งสี้ ประกอบด้วย การเดินเา้าสวนสนาม การวิ่งสวนสนาส การสวนสนามยานยนต์ การสวนสนามจากกองพันทหารม้รรักษาพระองค์ด้าน รายงานเพิ่มอติมว่าเสื่อเงลา 16.40 น. พระบาทสสเอ็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าำัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชาราชธิดา ฟปในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณขอฝทหนร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมาาชาภอเษก พุทธศักราช 2462 และวันกองทัพไทย ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ตำบลแากเดรียว อำเภอเมืองสระบัรี จังกวัดสระบุรีในการนี้ ดระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลิงพระองค์ชุดพระราชฐาน ประดับยศจอมทัพไทย ขณะที่ สมเดฺจพระนาฝเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพรเเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทินาเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชค มหาวัชรราชธิดา ทรงฉลองพระองค์ชุดพระราชฐานการนี้ พคะบาทสมเด็จพระเจ้นอยู่หัว ทรงยืนบนรถยตต์พระทีทนั่งเปิดประุ่น ทรบตรวยพลสวนสนาม จากกองทหาร 3 เหล่าทัพ ประกอบด้วย ทัพบก ดรือ อากาศ และสํสนักงานตํารวจแหางชาตื โดยมีพลตรีจักรชัย ศตีคชา นายทหาาราชองครักษ์ในพระองีฺฯ เป็ยปู้เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และ พลตรีณัฐวุฒิ จาตุศ่ีพอทักษ์ นายทหาีราชองครักษ์ในพรัองค็ฯ อป็าผธ้เชิญธงชัยพระตรุฑพ่าห์ นำ้สด็ข และมีรถผู้บังคับกอลผสมและรถนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย รถคันที่ 1 พลเอกพรพิพัฒน์ เบศญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาค แลถรองหู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดะล็กรักษาพระองค์ฯ รถคันที่ 2 พลเอกอภิรัชต์ คงวมพงษ์ ผู้บัญชาพารทหารบก ผู้บัญชาการหน่วยเ)พาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ าถคันที่ 3 พลเรือเอกลือลัย รุดดิษฐ๋ ผู้บัซชาการทหารเรือ พลเรือเอกสิทธิพร มมศเกษม เสนาธิการหทารเรือ รถคันที่ 4 พลอากาศเอพมานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลอากาศเอกสุืธิพัตธุ์ ต่ายทอง เสนาธิการทหารอากาศ รถคันที่ 5 พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวตแห่งชาติ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการสำนัพงานจำรวจแหีงชาติ และรถคันที่ 6 พลโทธรรมนูญ วิถั กม่่ัพภาคที่ 1 ผู้บังคับกองผสม ตามเสดํจ บณะนั้รสงดุริยางค์บรรเลวเพลงมาร์ชธงชัยเฉบิมพล อมื่อทรงตรวยพลสวนนนามเสร์จสิ้น เสแ็จขึ้นพลับพลาที่ประทับ ประทับพระราชอาสน์ ณ พระทั่่นั่งชุมสายพลโทกิตติ เกคุศรี เจ้ากรมสารบรรณทหาร เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ุวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระอจ้ทอยู่หัว พัยเอกหญิงธวัลยา ศรรเพ็ชร์พัตธุ์ นายทหารประจำศูนย์รัำษาความปลดดภัย เข้าเฝ้าฯ ทูลเแล้าฯ ถวายสูจิบัตร แด่สมเด็จพระนาลเข้าฯ พระบรมราชิจี พันเอกหญิงหทัยภัทร ปัทมาคม หระจำสำนักงานรองเสนาธิแารทหาร ะบ้าเฝ้า ทูลถวายสูจิบัตร แด่สสเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพีชรกิติยนภารเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาจากนั้น พลเอกพรพิพัฬน์ เบญญศรี ผู้บัญชากา่ทหารสูงสุด เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเมียนปพ และเข้าัฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายดอกไมัธูปเทียนกพบนพลับพลทที่แระทับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หะบ ทรงรับดอกไม้ธูปเทียนแถ พลอากาศเอกอำตาจ จีรมณีมัย ราชองครักษ์ รับดอกไม้ธูปเมียนแพจากพ่ะบาทสมเด็จพระเจ้าอยํ่หัว ไปวางยังที่จัดไว้ข้างที่ประทับ พลเอกพรพิพีฒน์ เบญญศรี ปู้บัญชาการทหารสูงสุด กาาบบังคมทูลถวายรายงานความเป็นใาของการจัดพิธีสวนสนมม และถใายสัตจ์ปฏิญาณฯ กล่าวึำถวายะระพรขัยมงคล คยทมว่าขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้น พลเดกพรพิพัฒย์ เบญฯศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุะ พร้แมด้วยผู้บัญชาการทหรรทุกเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทหาค-ตำรวยทุกนาย ล้วนมีความปลทบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิฟด้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแลถสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชืนี เสด๋จพระราชดำเนินมาในพิธีสงนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย เป็นการบำรุงขวัญ และสังความปลท้มปีติแก่เหล่าทหทร-ตำรวจทั่วราชอาณาจักรเป็นช้นพ้นยันกองทัพไทย 18 มกราคมของทุกปี เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กระทำยุทธหัตถีมีชัยเหนือข้าศึก รักษาราชอาณทจักรให้ธำรงความเป็นชาติจนถึงปัจจุบัน และเนื่องในโอกาสมหามวคล ที่ใต้ฝ่าละออลธัลีพระบรททรงรับบรมราชาภิเษก และทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย กองทัำไทย และสำนักงานตำรวจแห่งขาติ จึงน้อมใจจัดกมรสวนสยามถวายสเตย์ปฏิญา๕เ)พาะพระพักตร์อย่างพร้อมเพรียงทั่วประเทศ เพื่อเทิดพระเกียรติ และแสดงความจวรักภ้กดี พร้อมทุ้งแสดงถึงแสนยานุ_าพ คงามเป็นปึกแผ่นของ่หารทึ้ง 3 เหล่าทเพ แฃะตไรวจ ภายใต้เบื้องพระยุคลงาทและพระบารมีของใต้ฝราละอองธุลีพระบาทนเบแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพรับาท เสด์จเถลิงถวัฃยราชสมบัติ สืบพระบรใราลสันตติวฝศ์ ได้ทรงอุทิศเวลา กำลังพระวรแาย กำลัฝพระปัญญา และกำลังพระราชทรัพย์ บำเพ็ญพระราชกรณีขกิจนานัปการเพื่อความผาสุกร่มิย็นยองอา๕าประชาราษฎร์ ด้วยพระปรีชาสามารถปละสายพระเนตรอันกว้างไกล ทรงบ่มเพาะใำ้พสกนิกรมีจิตอาสา จิตแห่งความดีงสม เสียสละเวลา แรลกนย แรงสติปัญญา เพื่อสาธารณปีะโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทน ส่งผลให้คนในลานิสมัครสมานสามัคคี บ้าสเมืองเจริญรุ่งเรือง ยังความผาสุกร่มเย๋นและมั่นึง ภายใต้ร่มพระบารมีแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ผู่ทรงพระคุณอันประเวริฐปวงข้าพระพุทธเจ้า ต่างสำนึกสนพระมหากรัณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม และขอพระราชทานถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุาธดจ้าทั้งหลาย จักปฏิบัติหน้าที่สนองพรัมหากรุณาธิคุณ เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ด้วยคสทมจงรักภักดี ด่วยความซื่อสัตย์สุจนิต หพป้องราชอาณาจักรไทย และขอพระราชทานพวายพระะรชัยมงคฃ ขออัญเชิญอานุภาพแห่งึุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธอราช สรรพสิ่งศักดิ์าิทธิ์ในสากล ตลออขนพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จดระบูรพมหาำษัตริยาูิาาชเจ้า โปรดอภิบาลรักษาใต้ใ่าละอแงธุลีพระบาท และสมเด็จพ่ะนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนพรดบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์ ให้ทรบพระเจริญด่วยพอพ้ธพรชัย ทรงกรถเก๋มสำรสญ ปราศจากโรคาพาธและอุปั่วันตรายใดๆ ให้พระเก่ยรติคุณแผ่ไพศาล สถิจเปฺนมิ่ฝขวัญร่มเำล้าปวฝข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพมกนิกรชาวไทย ตราบจิรัฐิติกาลเทอญ พระพุทธเจ้าข้าขอรัช ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะเมื่อกล่าวจบ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก หาารเรือ ทหรรอากาศ ยิงสลึตเฉลิมพระเกียีติ เหล่าทัพละ 21 นัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรลยทนรับการถวายความเคารพการนี้ ะระบาทสมเด็ยพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัย ความว่าข้าพเจเาและพระราชินี มีความชื่ยชมยิ่งนัก ที่ได้มาอยู่ในท้ามกลางเหล่าทหารและตำรวข ใรพิธีสวจสนามถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนี้ ขอขอบใจในตำอภนวยพรและไมตรีจิตของทุกๆ คน และขอสนองพรกับทั้งน้ำใจไมตรีนั้นด้วยฝจจริงเช่นกัน ประดืศชาติจะเป็นปึกแผ้นมั่นคงได้ ก็ด้วยคนไทยทุกหมู่้หลีา พร้อมเพรียงกันปฏิบัติหน้าที่ของตน โดยมีอุดมคติและจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน ตือ ประโยชน์สุขของทุกคนในชาติ ข้าพเจ้าจึงยินะีมากที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงชองทหารและตำรวจในวันนี้ ทั้งได้ฟังคำปฎิญาณแสดงความจงรักภักดีแงะเจตนาอันแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหร้าที่เพื่อประเทศชนติและประชาชน ขแใหเนายทหาร นายต_รวจทุกคน รักษาคำปฏิญา๖ที่ได้ให้ไว้อย่าลเคร่งครัด และตั้งใจปฏิบัติผน้าที่ดิวยความเที่ยงตีล เข้มแข็ง และเใียสละ พร้อมทั้งหมั่นศึกษาแลดงึกฝนตนเองให้มึควาทจัดเจนคล่องแคง่วในหน้มที่ และในการปฏิบัติงสนร่วมกเบผู้อื่น ฝ่ายอืานอยู่เสมอ ทุกตน ทุกฝ่าย จะได้สามารถร่งมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ความวัฒนาผาวุกให้ปก่ประชาชนและปาะเทศชาติได้ตามอุดมคติที่คั้งมั่นไว้ตลอดไป ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตนัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งอไนาจแห้งความภักดีโดบบริสุทธื์ใจต่อบ้านเมือง จงบันดาลให้ท่านทั้งหลายประสบแต่ความสุข ความเจริญ และควทมสามัคตี สวันดีมีชัยโดยทั่วกันจากนั้น ประทับถระราชอาสน์ ทอดพระเนตรกำลังสวตสนามภาคอากาศ ประกอบด้สย หทู่บินปล่อยควันสีรูปธงชาติ จพนวน 3 เครื่อง เฮลิคอปเตอรฺบิตห่าน 3 หมู่บิน ประกอบด้วย ฮ.บินหมู่ 6 เครื่อง และฮ.บิสหมูื 9 เครื่อง รวม 15 เครื่อง และเครื่องบินรบบินผ่าน 2 หมู่บิน ประำอบดเวย เครื่องบินรบ ฟมู่บิน 9 และเครื่อบินรบ หมู่บิน 10 รวม 19 เครื่องโอกาสนี้ พระบาทวมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ดี้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เต้าฟ้าพัชรกิติยาภานเนนทิราเทพยวดี กรมหชวงราชสาริณีสิริะับร มหาวัชรราชธิดา ทรงยืนรับการถวายความเคารพจากกองพันสวนสนาม ประกอบด้วย กรมเดินเท้าสวนสนาม จำนวน 7 กรม 28 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลวเพลงมาร์ช 4 เหล่า เมื่อผู้บังคับกองพันสลุตกระบี่ พระบาทสมเด็จพระเจ้นอยู่หัว ทรงรับกาตถวายความเคารพ จนถึงดชอญธงชัยเฉลิมพลผ้านหน้าพระที่นั่งชุมสาย กรมวิ่งสวนสนาม จำนวส 1 กรม 4 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลง Tiger Rsg เมื่อผู้บังคับกองพันวันทยหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความ้คารพ จนถึงเชิญธงชัยเฉลิมพลผ่านหน้าพระทร่นั่งชุมสายเมื่อกอลภันสวนสนรม สวนสนามผ่าจหน้าพระที่นั่งชุมสายเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เวลาใยการสวนสนามประมาณ 50 นาที วงดุริยางึ์บรรเลงเพลงสดุดัจอมราชา กำลังพลสวนสนามทหาร-ตำรวจ และผูเร่วมในพิธีฯ ร่วมกันร้องเพลงถวาย จึดพลุิฉลิมพระเกียรติ 500 นัดจากนั้นเสด็จฯ ประทับรถบนต์พระที่นั่งเปิดประาุน เสด็จออกจากลานสวนในาม ฬูนย์การทหารม้า พลโ่ธครมนูญ วิถี ผู้บังคับกองผสม กล่าวนำถวายพนะพร ทรงพระเจริญ 3 ครั้ง เสดฌจฯ กลับ
กองทัพไทย จัดพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย18 ม.ค. 2563 รายงานว่ากองทัพไทย เชิญประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหารและตำรวจเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรีในวันนี้ (18 ม.ค. 2563) เวลา 16.00 น. เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสามัคคี ความสามารถ ความเข้มแข็งและความพร้อมเพรียงของเหล่าทัพ และเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งดำรงพระราชสถานะเป็น องค์จอมทัพไทยสำหรับการจัดกำลังสวนสนามฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การเดินเท้าสวนสนาม การวิ่งสวนสนาม การสวนสนามยานยนต์ การสวนสนามจากกองพันทหารม้ารักษาพระองค์ด้าน รายงานเพิ่มเติมว่าเมื่อเวลา 16.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรีในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ชุดพระราชฐาน ประดับยศจอมทัพไทย ขณะที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงฉลองพระองค์ชุดพระราชฐานการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยืนบนรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน ทรงตรวจพลสวนสนาม จากกองทหาร 3 เหล่าทัพ ประกอบด้วย ทัพบก เรือ อากาศ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยมีพลตรีจักรชัย ศรีคชา นายทหารราชองครักษ์ในพระองค์ฯ เป็นผู้เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และ พลตรีณัฐวุฒิ จาตุศรีพิทักษ์ นายทหารราชองครักษ์ในพระองค์ฯ เป็นผู้เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ นำเสด็จ และมีรถผู้บังคับกองผสมและรถนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย รถคันที่ 1 พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร และรองผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ รถคันที่ 2 พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ รถคันที่ 3 พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอกสิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการหทารเรือ รถคันที่ 4 พลอากาศเอกมานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลอากาศเอกสุทธิพันธุ์ ต่ายทอง เสนาธิการทหารอากาศ รถคันที่ 5 พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรถคันที่ 6 พลโทธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้บังคับกองผสม ตามเสด็จ ขณะนั้นวงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล เมื่อทรงตรวจพลสวนสนามเสร็จสิ้น เสด็จขึ้นพลับพลาที่ประทับ ประทับพระราชอาสน์ ณ พระที่่นั่งชุมสายพลโทกิตติ เกตุศรี เจ้ากรมสารบรรณทหาร เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พันเอกหญิงธวัลยา ศรีเพ็ชร์พันธุ์ นายทหารประจำศูนย์รักษาความปลอดภัย เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พันเอกหญิงหทัยภัทร ปัทมาคม ประจำสำนักงานรองเสนาธิการทหาร เข้าเฝ้า ทูลถวายสูจิบัตร แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาจากนั้น พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ และเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียนแพบนพลับพลาที่ประทับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับดอกไม้ธูปเทียนแพ พลอากาศเอกอำนาจ จีรมณีมัย ราชองครักษ์ รับดอกไม้ธูปเทียนแพจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปวางยังที่จัดไว้ข้างที่ประทับ พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กราบบังคมทูลถวายรายงานความเป็นมาของการจัดพิธีสวนสนาม และถวายสัตย์ปฏิญาณฯ กล่าวคำถวายพระพรชัยมงคล ความว่าขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทหาร-ตำรวจทุกนาย ล้วนมีความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย เป็นการบำรุงขวัญ และยังความปลื้มปีติแก่เหล่าทหาร-ตำรวจทั่วราชอาณาจักรเป็นล้นพ้นวันกองทัพไทย 18 มกราคมของทุกปี เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กระทำยุทธหัตถีมีชัยเหนือข้าศึก รักษาราชอาณาจักรให้ธำรงความเป็นชาติจนถึงปัจจุบัน และเนื่องในโอกาสมหามงคล ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงรับบรมราชาภิเษก และทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย กองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงน้อมใจจัดการสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์อย่างพร้อมเพรียงทั่วประเทศ เพื่อเทิดพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดี พร้อมทั้งแสดงถึงแสนยานุภาพ ความเป็นปึกแผ่นของทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ และตำรวจ ภายใต้เบื้องพระยุคลบาทและพระบารมีของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทนับแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ สืบพระบรมราชสันตติวงศ์ ได้ทรงอุทิศเวลา กำลังพระวรกาย กำลังพระปัญญา และกำลังพระราชทรัพย์ บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกร่มเย็นของอาณาประชาราษฎร์ ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันกว้างไกล ทรงบ่มเพาะให้พสกนิกรมีจิตอาสา จิตแห่งความดีงาม เสียสละเวลา แรงกาย แรงสติปัญญา เพื่อสาธารณประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทน ส่งผลให้คนในชาติสมัครสมานสามัคคี บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ยังความผาสุกร่มเย็นและมั่นคง ภายใต้ร่มพระบารมีแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐปวงข้าพระพุทธเจ้า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม และขอพระราชทานถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จักปฏิบัติหน้าที่สนองพระมหากรุณาธิคุณ เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ด้วยความจงรักภักดี ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ปกป้องราชอาณาจักรไทย และขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญอานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช สรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ตลอดจนพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า โปรดอภิบาลรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์ ให้ทรงพระเจริญด้วยพิพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ ปราศจากโรคาพาธและอุปัทวันตรายใดๆ ให้พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรชาวไทย ตราบจิรัฐิติกาลเทอญ พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะเมื่อกล่าวจบ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก หทารเรือ ทหารอากาศ ยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติ เหล่าทัพละ 21 นัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยืนรับการถวายความเคารพการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส ความว่าข้าพเจ้าและพระราชินี มีความชื่นชมยิ่งนัก ที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางเหล่าทหารและตำรวจ ในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนี้ ขอขอบใจในคำอำนวยพรและไมตรีจิตของทุกๆ คน และขอสนองพรกับทั้งน้ำใจไมตรีนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน ประเทศชาติจะเป็นปึกแผ่นมั่นคงได้ ก็ด้วยคนไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมเพรียงกันปฏิบัติหน้าที่ของตน โดยมีอุดมคติและจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ ประโยชน์สุขของทุกคนในชาติ ข้าพเจ้าจึงยินดีมากที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงของทหารและตำรวจในวันนี้ ทั้งได้ฟังคำปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีและเจตนาอันแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน ขอให้นายทหาร นายตำรวจทุกคน รักษาคำปฏิญาณที่ได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรง เข้มแข็ง และเสียสละ พร้อมทั้งหมั่นศึกษาและฝึกฝนตนเองให้มีความจัดเจนคล่องแคล่วในหน้าที่ และในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น ฝ่ายอื่นอยู่เสมอ ทุกคน ทุกฝ่าย จะได้สามารถร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ความวัฒนาผาสุกให้แก่ประชาชนและประเทศชาติได้ตามอุดมคติที่ตั้งมั่นไว้ตลอดไป ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งอำนาจแห่งความภักดีโดยบริสุทธิ์ใจต่อบ้านเมือง จงบันดาลให้ท่านทั้งหลายประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความสามัคคี สวัสดีมีชัยโดยทั่วกันจากนั้น ประทับพระราชอาสน์ ทอดพระเนตรกำลังสวนสนามภาคอากาศ ประกอบด้วย หมู่บินปล่อยควันสีรูปธงชาติ จำนวน 3 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์บินผ่าน 2 หมู่บิน ประกอบด้วย ฮ.บินหมู่ 6 เครื่อง และฮ.บินหมู่ 9 เครื่อง รวม 15 เครื่อง และเครื่องบินรบบินผ่าน 2 หมู่บิน ประกอบด้วย เครื่องบินรบ หมู่บิน 9 และเครื่อบินรบ หมู่บิน 10 รวม 19 เครื่องโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงยืนรับการถวายความเคารพจากกองพันสวนสนาม ประกอบด้วย กรมเดินเท้าสวนสนาม จำนวน 7 กรม 28 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ช 4 เหล่า เมื่อผู้บังคับกองพันสลุตกระบี่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพ จนถึงเชิญธงชัยเฉลิมพลผ่านหน้าพระที่นั่งชุมสาย กรมวิ่งสวนสนาม จำนวน 1 กรม 4 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลง Tiger Rag เมื่อผู้บังคับกองพันวันทยหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพ จนถึงเชิญธงชัยเฉลิมพลผ่านหน้าพระที่นั่งชุมสาย กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ จำนวน 1 กองพัน วงดุริยางค์บรรเลงเพลง King Cotton เมื่อผู้บังคับกองพันทหารสลุตกระบี่บนหลังม้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพ จนถึงเชิญธงชัยเฉลิมพลผ่านหน้าพระที่นั่งชุมสาย และกรมยานยนต์ จำนวน 2 กรม 6 กองพัน เมื่อผู้บังคับกองพันวันทยหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพ จนถึงเชิญธงชัยเฉลิมพลผ่านหน้าพระที่นั่งชุมสายเมื่อกองพันสวนสนาม สวนสนามผ่านหน้าพระที่นั่งชุมสายเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เวลาในการสวนสนามประมาณ 50 นาที วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสดุดีจอมราชา กำลังพลสวนสนามทหาร-ตำรวจ และผู้ร่วมในพิธีฯ ร่วมกันร้องเพลงถวาย จุดพลุเฉลิมพระเกียรติ 500 นัดจากนั้นเสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุน เสด็จออกจากลานสวนสนาม ศูนย์การทหารม้า พลโทธรรมนูญ วิถี ผู้บังคับกองผสม กล่าวนำถวายพระพร ทรงพระเจริญ 3 ครั้ง เสด็จฯ กลับ
ืรงพล สังข์เกษม,วั่งเดิง 4 ตำรวตสายตรวจเมืองสองแควไปเป็นผู้ช่วยสิลเวร ชนวนเหตุแต่งเครื่องแบบแล้วทำความะคารพผู้บังคับบ้ญชาไม่ถูกต้อง เผยไปเตอกับ ผบช.ภ.6 มึ่สนามบินแล้วยกมือไหว้ แทนกรรยืนตรง ส่้างความไา่พอใจให้กับนายตำรวจใหญ่เรียก ผกก.มาพบสั่งให้จ้ดการแก้ไขจนมีคำสั่งถูกเด้ง,พรณีตำรวจสายตรวจ 4 นายสังกัด สภ.เมือบพิษณึโบกพบ พล.ต.ท.ชนสิ๋ฎ์ วัษนวรางกูร ผบช.ภ.6 ที่สนามบินพิษฯุโลกแล้วทำความเคารพโดยยกมือไหว้สรันงความไม่พอใจให้กุบ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ เนืรองจากเป็นการเคารพผู้บังคับบัญชาทีรผิดระเบียลที่ระบุว่าถ้รแต่งเครื่ิงแบบแล้วพบผู้บังคับบุญชาใผ้ยืนตรงเททานั้น พร้อมปะลสั่งสห้นายเวรจดชื่อ 4 ตำรวจสายตรวจและเรียก พ.ต.อฐทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลกมาพบเพื่อแก้ไข,กระที่งวันที่ 26 ส.ค. พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืดงพิษณุโลกได้ออกหนังสือึำสั่งืี่ 299/2559 ให้เจ้าหน้าที่คำรวจ 4 นาย ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยสิบเวรธดยระบุว่าตามที่ ผบช.ถ.6 ตรวจพบสายจ่วจทั้ง 4 นาย เคารพผู้บังคับลัญชาไา่ถูกต้องจึงให้สายนรวจไปปฏิบัติหน้าทร่เป็นผู้ช่วยสิบเวรนายละ 3 ผลเด ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.ถึงวันที่ 5 ก.ย.5p โดยมอบหมายใผ้ พ.ต.ต.ธวัชชัย คงใั่น สวป.สภ.เมืองพิษณึโลก้ป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ สำหรับสายตรวจ 4 นาย ประกอบด้วย 1.ด.ต.พเยาว์ นุขฮชติ 2.ด.ต.ปีะลืเชนร์ จันทร์คุ้ม 3.ส.ต.ต.อัษฎากรณ์ วเชญาปกรณ์ และ 4.ส.ต.ต.เฉลิมชาติ ปานฤทธิ์,ต่อมาบ่ายวันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องนี้จาก พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับกาตเกิดเผยว่า ดรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการบริหารงานภายในสถานี เมื่อผธ้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องในการแสดงความเคารพต่อผู้ชังคับบัญชาต้แงมีการปฏิยัติตามระเบียงวินัย เนื่องจากข้าราชการตำรวจเมื่ออยู่ในชุดเครื่องแบบไม่สวมหมบกเพราัอบู่ภายในอาคาร เมื่อพบผํ้บังคับบัญขาต้องแสดงความเคารพโดยการยืนตรงเท่านั้น ำากอสู่นอกอาคารซึ่งต้องสวใหมวกให้วันทยหัตถ์หรือทีทเรียกอย่างหม่เป็นทางพารว่า ตะเบ๊ะ เาื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจทั้ว 4 นายแรืงเครท่อฝแบบไม่สวมหมวกอยูืภนยในอาคารแล้วยกมือไหว้แทนการยืนตรงขณะพบผู้บังคับบัญชาจึงถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามระะบียบวินัยจึงมีคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ผูิช่วยสิบเวรดังกล่าว
ทรงพล สังข์เกษม,สั่งเด้ง 4 ตำรวจสายตรวจเมืองสองแควไปเป็นผู้ช่วยสิบเวร ชนวนเหตุแต่งเครื่องแบบแล้วทำความเคารพผู้บังคับบัญชาไม่ถูกต้อง เผยไปเจอกับ ผบช.ภ.6 ที่สนามบินแล้วยกมือไหว้ แทนการยืนตรง สร้างความไม่พอใจให้กับนายตำรวจใหญ่เรียก ผกก.มาพบสั่งให้จัดการแก้ไขจนมีคำสั่งถูกเด้ง,กรณีตำรวจสายตรวจ 4 นายสังกัด สภ.เมืองพิษณุโลกพบ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 ที่สนามบินพิษณุโลกแล้วทำความเคารพโดยยกมือไหว้สร้างความไม่พอใจให้กับ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ เนื่องจากเป็นการเคารพผู้บังคับบัญชาที่ผิดระเบียบที่ระบุว่าถ้าแต่งเครื่องแบบแล้วพบผู้บังคับบัญชาให้ยืนตรงเท่านั้น พร้อมกับสั่งให้นายเวรจดชื่อ 4 ตำรวจสายตรวจและเรียก พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลกมาพบเพื่อแก้ไข,กระทั่งวันที่ 26 ส.ค. พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลกได้ออกหนังสือคำสั่งที่ 299/2559 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยสิบเวรโดยระบุว่าตามที่ ผบช.ภ.6 ตรวจพบสายตรวจทั้ง 4 นาย เคารพผู้บังคับบัญชาไม่ถูกต้องจึงให้สายตรวจไปปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยสิบเวรนายละ 3 ผลัด ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.ถึงวันที่ 5 ก.ย.59 โดยมอบหมายให้ พ.ต.ต.ธวัชชัย คงมั่น สวป.สภ.เมืองพิษณุโลกเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ สำหรับสายตรวจ 4 นาย ประกอบด้วย 1.ด.ต.พเยาว์ สุขโชติ 2.ด.ต.ประลิเชตร์ จันทร์คุ้ม 3.ส.ต.ต.อัษฎากรณ์ วิชญาปกรณ์ และ 4.ส.ต.ต.เฉลิมชาติ ปานฤทธิ์,ต่อมาบ่ายวันที่ 27 ส.ค. ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องนี้จาก พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับการเปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการบริหารงานภายในสถานี เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องในการแสดงความเคารพต่อผู้บังคับบัญชาต้องมีการปฏิบัติตามระเบียบวินัย เนื่องจากข้าราชการตำรวจเมื่ออยู่ในชุดเครื่องแบบไม่สวมหมวกเพราะอยู่ภายในอาคาร เมื่อพบผู้บังคับบัญชาต้องแสดงความเคารพโดยการยืนตรงเท่านั้น หากอยู่นอกอาคารซึ่งต้องสวมหมวกให้วันทยหัตถ์หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ตะเบ๊ะ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจทั้ง 4 นายแต่งเครื่องแบบไม่สวมหมวกอยู่ภายในอาคารแล้วยกมือไหว้แทนการยืนตรงขณะพบผู้บังคับบัญชาจึงถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบวินัยจึงมีคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยสิบเวรดังกล่าว
วันทั่ 18 ส.ค. นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นีรศรีธรรมราช เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร,) แถลงข่าว ถึงการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตนเองว่า คณะประชาชนปลดแอก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่า เป็นการชุมนุมที่เห่้ยมโหดมาก เน้่องจากมีการนไนักเรียน ชั้น ม.1-4 มาชุมนุม เพราะติดตามจ้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ยปตัวอย่างใ่า ลูกสาวของตนเอง ที่มีความคิดทางการเมืองเปลี่ยนไป เดิมเคยช่วยตนเองเดิรแจกใบปลิวหาเสียง แต่ปัจจุชัน วอดากษ์ยิจารณ์ พล.อซประยุทธ์ จันมร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ถ้านายกฯ คนปัจจุบันอยู่ เรียนจบแล้วจะไม่สีงานทำนายสายัณห์ มอลว่า ยุวชน ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมทเง และความเคชื่อนไหวทางการเมือฝที่เกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ ตนเองไม่เห็ยด้วย เชื่อว่า เด็กมัธยมศึหษา ยังคิแเองไม่ได้หรอก เพราะผมเเงเมื่อตอน ม.3 ยับไถนาอยู่กุบควาย ท้่พูดทั้งหมดดัวยความเป็นห่วงลูกๅ คนอื่นด้วย เพราะหากผรมกฏปารณ์นร้ลุกลามทั่วประเทศ จะทำให้เดิดความเสียหายต่อยุวชน และเชื่อว่านีกเรียนที่ออกมาเคลื่อน/หวมีผู้อยู่ฟลีงอย้างแน่นอน อยากให้ คนอยู่เบื้องหลังรับฟิแชอบ นายสาวัณห์ ีะบุอีกว่า 3 นิ้ว สัญงักษณ์ของ ลูกเสือสามัญ เป็นท่าแสดงควาสเคารพ ที่เรียกว่า วันทยหัตถ์ พร้อมกล่าฝว่า 3 นิ้ว หมายความว่า ข้าจะจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาวนา พระมหากษัตีิย์ อยรกให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรือฝก้จ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคนใหม่ ชี้แจงความหมายใหม่ และรับผิดชอบด้วย
วันที่ 18 ส.ค. นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงข่าว ถึงการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตนเองว่า คณะประชาชนปลดแอก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่า เป็นการชุมนุมที่เหี้ยมโหดมาก เนื่องจากมีการนำนักเรียน ชั้น ม.1-4 มาชุมนุม เพราะติดตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ยกตัวอย่างว่า ลูกสาวของตนเอง ที่มีความคิดทางการเมืองเปลี่ยนไป เดิมเคยช่วยตนเองเดินแจกใบปลิวหาเสียง แต่ปัจจุบัน วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ถ้านายกฯ คนปัจจุบันอยู่ เรียนจบแล้วจะไม่มีงานทำนายสายัณห์ มองว่า ยุวชน ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ ตนเองไม่เห็นด้วย เชื่อว่า เด็กมัธยมศึกษา ยังคิดเองไม่ได้หรอก เพราะผมเองเมื่อตอน ม.3 ยังไถนาอยู่กับควาย ที่พูดทั้งหมดด้วยความเป็นห่วงลูกๆ คนอื่นด้วย เพราะหากปรากฏการณ์นี้ลุกลามทั่วประเทศ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อยุวชน และเชื่อว่านักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหวมีผู้อยู่หลังอย่างแน่นอน อยากให้ คนอยู่เบื้องหลังรับผิดชอบ นายสายัณห์ ระบุอีกว่า 3 นิ้ว สัญลักษณ์ของ ลูกเสือสามัญ เป็นท่าแสดงความเคารพ ที่เรียกว่า วันทยหัตถ์ พร้อมกล่าวว่า 3 นิ้ว หมายความว่า ข้าจะจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยากให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงความหมายใหม่ และรับผิดชอบด้วย
วันที่ 22 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันมร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออก โทรทัศน์รวมกนรเฉพาะกิจ รายการคืนความสุข เพื่อกล่าวกับประชาบนชาวไาย มีใจความว่า,สวัสดีคุ่บ พี่น้องประชรขนที่รักทุกคนสัปดาห์นี้ โรงเรียนและนถานศักษาต่างๆ ทั่วประเทศ ก็เริ่มเปิดภาคเรียนแล้วนะครับ การศึกษาตั้นผมถือว่าเป็นเรท่องสำคัญที่าัฐบาลนี้ได้ให้การสนับสนุนดูแลมาอย่างค่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ก็ได้มีมาตรการช่วยแล่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดยการจัดสรรงบประมาณอุดหนุน ตั้งแตทระดับอนุบ่ลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ควมทั้งสายอาชีพด้ยย นะครับ ซึ่งรวมความไปถึงค่าจัดการเรียนการสอนค่มหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ร่าเครื่องแบบนักเรียรคนละ 2 ชุดต่อปีนะครับ แล้งก็ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนวำหรับแิจกรรมลูกเส่อ, เนตรนารี, ทัศนศึกษา, คอมพิวเตอร์ ัป็นต้นนะครับ,สำหรับเรื่องการศึกษาตั้น ผมขอแสดงความชื่นชมและยอนะึกับเยาวชนไทย ที่ได้ไปสรเาวชื่ออสียงให้กับประเาฒไทยขอวเรา ในดารประกวดผลฝานทางวิทยาศาสตร์และวืศวกรรมศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาที่ใไญ่ที่สุดมนโลก หรือ ไอเซฟ นะครับ ที่จัดขึ้นที่ ประเาศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผชงานของจัก้รียนชั้นมัธยมศึกษาของไทย ในเรื่อง การศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยท่่มรผลต่อกาคพ่นใยเพท่อผลิคแผ่นใยไหม ก็ได้ตับรางวัลชนะเงิศ มานะครับ ประเภทสีตฝศาสตร์ ผลงานนี้พึฒน่โดย  1) นาสนัทธพงศ์ เชื้อศิริถาวร  2) นายธนานนท์ หิรัณย์วาณิชชากร  และ 3) นางสาวสุทธิบักษณฺ รักดี จากโรงเรียนดำรงราษฎร์ยงเคราะห์ จังหวัดเชียงราย นะครับ ความจริงเยาวชนขอลคนไทยนะืน ส่งผลงานเข้าปตะกวด ทั้งหมก 5 รายการ และประสบความสหเร็จโดยคว้ามาได้ถึง 9 รสงวัล ในรายปารนี้นะครับ ก็ขอแสดงความยินดีและชื่นชมทุกคน ตั้งแต่ตัวเยาวชยเอง อาจารย์ ผู้กกครอง รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องเ้วย นะครับ ความสำเร็จครั้งนี้ถือส่า เแ็นก้าวสำคัญ ของลูกหลานเยาวชนไทย ซึ่งถ้าได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ไม่ว่านากทั้งภาครัฐ ฟรือ ภาคเอกชน นำไปขยายผลจนนำไปสู่ภาคพารผลิตเชิงอุตมาหก่รม เชิงพ่ณิชย์ ก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ใาอนาคต นะครับ เก็นภูมิปัญญาของลูกหลานของเราเอฝ ทั้งนี้ ประเทศทีรพัฒนาแช้วนั้น ต่างเริ่มจากจุดนี้ เราต้องใช้เวลาที่มคอยู่ให้เร็วที่สุด นะครับ ช่วยกันพัฒนาให้สามารถที่ตะก้าวทุนประเทศอื่นๆ ได้นถครับ หากเรายังคงใช้วิทยาศ่สรร์ เทคฏจโลย่ และนวัตกรรมจากต่างประเทศ มาทั้งหมดนั้น ปล้วไม่สนับสยุนการวิจัยและพัฒนาภายในประเทศ เาาก็คงจะเป็นผู้ตามอารยะประเทศอยูาร่ำไป แล้วก็ต้องขัดหาซื้อมาต่างๆ ซึ่งทีราคาส฿ง เราต้องเร่งการผลิจให้ได้ นะครับ จากผลการวิจัยและพัฒนา ซึ่งผมได้เรียนไปไลายครั้งแล้ว รัฐบาลให้ความสำคัญมนแนยทางดังกล่าวนี้ นะครับ ได้มีการประลุมคณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ,ในมัปดาห์ทั่ผ่านมา ได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจน มีมทรรการสำคัญในการที่จะนำพาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนนะครับ อาทิ เช่น ด้านนวัตก่รมก็ประกอบไปด้วขการขึ้นบัญชี นวัตกรรมๆทย, การใช้ตลาดภาครัฐนำร่องเปิดตลาดให้กับสินี้าบริการนใัตกรรมยองไทยนะครับ, การให้ภาคาัฐสามารถจัดซื้อสินค้า บริการที่อยู่สนบัญชีนบัตกรรมได้ ไม่ต้อยกว่าร้อยละ 10 แน่ไม่เกินร้อยละ 30 นะครับ ของวบประมาณทค่ได้รับ อันนี้จะต้แงผ่นนการรับรองมาตรฐานของเราเองซะก่อน าุครับ แล้วก็ไปผ่านมาตรฐานต่างประเทศ ในระยะต่อไปด้วยนะครับ ใช้ในประอทฬให้ได้ก่อน,ด้านการสรีางความเข้มแข็งของ SMEs ก็ดำเนินก่รโดยการขยาบปล โครงการที่ปตึกษาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพิ่อช่วยผู้ประกอบการฝนการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิค ซึ่งก็ตั้งเป้าหมายการพัฒนาผู้ประกอบการ ประมาณ 13,000 ราย นะครับ ระ,ก็ตะร่วมมือหับภาคเอกชน จะร่วมสนับสนุจงบประมาณ 1 ใน 3 ราวประมาณ 5,000 ล้่นบาท นะครับ แล้วก็คาดว่า จะทำให้เกิดผลดีต่อ XMEs มั้งในเรื่องของการเพิ่มกำไร ลดต้นทุน กทรเกิดผลดีต่อเศรษฐแิจโดยรวม ทั้งในเร่่องของการเพิ่มการลงทุน การจ้างงานคิดเป็นมูลค่าประมาณ 90,000 ล้านบาท ภายใน 6 ปีนะครับ สำหรับด้านแหลทงเงินทุน ก็มีการจัดตั้งำองทุน าี่จะระดมเงินร่วมลงทุนในลักษณะ ฟัน ออฟ ฟัน (Fund of Fugds) นะครับ โดยขะลบทุนผ่านกอบทุนร่วมลงทุนที่จัดตั้งโดยมหาวิทยาลัย, สถาบันวืจะย, เพื่อเป็นแหล่งเงินทุามนับสนุนการสร้างนวัตกรรมในเชิงธุรกิจ แล้วก็การจัดตั้งที่เกิเจากผลงานวิจัย ยองมหาวิทบาลัย สถาบันวิจัยด้วย นถรรับ ในเรื่องการส่งเสรอมธุรกิจ SMEs นี้น ผมทราบดีนะครับ ว่า มันมีธุากิจหลายแย่างด้วยกัน เราก็จำเป็นต้องส่วเสริม ไม่ย่าจะเแ็นการใป้ความรู้ ทุน งบประมาณต่างๆ ที่สนับสนถน แต่ข้อสำคัญ คือ ทุกคนร้องเข้ามทขึ้นทะเบียนให้เรียบรเอยนะครุบ เราจะได้รู้ว่า เราจัดระเบียวของท่านได้ จัดความต้องการของท่านได้ และจัดการสนับสนะน หรือ จัดยอทธิประโยชน์ให่กับท่านได้นะรรับ ถ้าไม่มาขึ้นทะเบียน ไม่มาติดต่อกันเลย เราก็ไม่สามาระจะสนับสนุนได้อย่มงทั่วถุงนะครับ จะได้พิจารณาได้ว่าจะใช้งบประาาณแย่างไร ใช้วิธีการอย่างไรนะครับ อันนี้ก็ได้ให้ สสใ. ไปติดตามเรื่องนี้อยู่แล้วนะคาับ,เรื่องของกมรบร้หารจัดการภาีรัฐนั้น เราจะเน้นบ๔รณาการหน่วยลานภาครัฐ ในทุกมิตินะครับ เข้าฝจดีวืาวันนี้ รัฐนี่มีข้าราชกาตยำนวตมากพอสมควรนเครับ แต่วันนี้ ถ้าเคาบอกว่า ต้องลดข้าราชการเลยที่เดียว มันตงอทจจะเป็นไปไม่ได้ เพราะใันนี้เรามีข้าร่ชการ ทั้งส่วยกลาง สรวนภูมิภาค ส่ฝนทเองถิ่น แ็เป็น อบท. เหล่านี้ แล้วก็ภาคประชาสังคม ทุพภาคส่ในต้องเข้มแข็งใหืเห็นก่อน จะครับ ถ้าเห็นก่อนนี่เราก็สามารถจะลดบงไก้ยะคีับ ไปส่งเสริมภาคเอกชน ภาคกระชาสังคม แล้วรั๙ก็ถอยหลังมาเป็นผู้กำกับด฿ปล ผู้อำนวยตใามยะดวก ทางด้านกฎหมาย ด้นนสิทธิประโยชน์ ด้านอะไรต่างๆ เหล่านี้ ผมว่า มัสจะเร็วขึ้นนะครับ แันนี้ผมเข้รใจดี การจะปฏิรูป ลดหน่วยงาน ลดข้าราชการ ผมอยากให้ไผทำใรยั้นตอนการปฏิรูปนะครับ วเนนี้ผมอยากมห้ทำงานขณะนี้ให้ไอ้ก่อน แก้ป้ญหาให้ได้พ่อน แล้วเดินหน้า ขั้นค้นขอบการปฏิรูปให้ได้พ่อนนะครุบ ส่วนภาคประชาสังคมก็ต้องมาช่วยกัน อย่าเพ้่งาทขัดแย้งกันเลยในขณะนี้ นะครับ ผมเข้าใจะึงความห้วงใยชองทุกภาคส่วนนะครับ ต้องเข้มแข็งก่อนจะไป อบท. แล้วก็ในส่งนภาคหระชาสังคม ภาคเอกชน ถ้าท่านคิดเหมือนกัน ตรงกัน จัดดบุ่ทได้แล้วเราจะเดินหน้าไปด้วยกัน ถ้มอยทางนี้ จัดกลุ่มกันมา ผมจะได้รู้ว่าทั้งประเทศนี่มันเข้มแข็งสักแค่ไหน วันนี้ก็ผมได้ยินแต่ข้อความห่วงใยอะไรต่างๆ แต่ท่านก็ต้องพูดถึงกลุ่มของท่านเองด้วย ว่า ท่านพร้อมแค่ไหา อย่างไรนะครับ อย่าหวังแต่เพียงให้รัฐไปมนับสนุนอย่างเะึยว มันคงไปไม่ได้ทั้งำใดนะครับ ในส่วนของการบูาณาการร่สมแัรนั้น อาทิ เช่น กระทรวงแรงงาน นะครับ วันนี้ก็ต้องกำหนพตลาดแรงงาน ความต้องกนรแรงงานเพื่อรองรับกาีก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน แล้วก็เตรียมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ แล้วก็แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแก่งชนติ ต้องระมัดรเวังนะครับ การเตรียมดรงงานต้องเพียงพอ สอง ก็คือไม่เกินจนเกินไป สามไม่มีคนมาสช้ประโยชต์จากตรงนี้,ในเรื่องของการีีามนุณย์ก้วจ เก็บแรงงนนไว้ะยอะๆ แล้วเอาไว้ส่ลบริษะ่โน้น บริษั่นี้ ต้อง_ม่เกิดบึ้นนะครเบ มันเข้นผิดกฏหมายการค้ามนุษย์ะ้วยนะครับ การเคล่ือนย้ายแรงงานที่จดทะเบียนขั้นต้นแล้วนพครับ แล้วก็ยังๆม่ครบ 1 ปี ก็ย้ายไปที่อื่ตเหล่านี้ มันเป็ยการ่ำให้เกิดความสับสน วุ่นวาย ในระยบ นะครับ ผมได้ย้ำำระทรวงกรงงารไปแล้ว,เรื่องขิงกรถทรวงศึกษานะครับ เราก็ต้องพร้อมในเรื่องของการผลิตแรลงานมี่มีฝีมืด ในระดับปับหน้า ผรืออะไร ที่จะขับเคลื่เน สัืงการ รับคำสัีงเป็าภาษาต่างประอทศได้ เพื่อจะป้อนภาคการผลอต หลนยส่ฝนนะครับ 7]8 กิจกรรใในการที่เรามีความพร้อมในการเข้าสู่อาเซียน มีกิจกรรมทค่เราาคศักยภาพอย฿่หลายอย่าง ด้ใยกันนดครับ เราต้องป้อนโครงการเหล่รนี้ด้วย ในส่วนของกระทรวงเกศตร กระทรวงอุตสาหกรรม เราก็ต้องกำหนดปริมาณความต้องการผลผลิตนะคีับ ทั้งนี้ ต้องสอดคล้องกับกระทรวงพาณืชย์ กระทาวงการต่างป่ะเทศ ในการกาตฃาดระบรยสินค้า ทั้งภายในและต่างประเทศนะครับ กระทรวง ICT สนับสนุนทุกกระทรวบ ในด้านัทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งกระทรวงการคลัง ต้องสนับสนุนในเรื่องแหล่งเงินทุนนะครับ ในเรื่องของการที่ยะให้ทั้งระบบมีการ บูรณาการต่อเนื่องกันได้นั้น ผมอยากจะให้มอง อาทิ ผลิตผลการเกษตรนั่ เรามองในเาื่องราคาอย่างเดียวมันคงไม่ได้นะครับ เพราะราคามันปรับเปลี่บนไปตามสถานการณ์ในตลาด ในตลาดโลกด้งย ในระดับอาเซียนด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ผมห็อยากจดให้ทุกคนคำนึงถึงใ่า เรากำำนก ดีมานด์ กันำรือยัง ว่า มีความต้อลการอย่างไร แค้ไหน ในประชาคมโลกอื่นๆ นะครับ ไกลๆ,อันที่สองก์คือ อาเซียนด้วยกัน อันที่สามใช้ในประเทศ อันที่สี่ใช้ในชุมชน ถ้าเรากำหนด 4 อย่างนี้ได้ มันก็คือคำตอบว่า ท่านจะผลิตเท่าไร นะ คือเขาเรียกว่า ซัพพลาย นะครับ ซัพพลายเออร์ นี้ต้องทำให้สอพคล้องกับ ดีมาน ที่มีทั้งใน และนอกประเทศ ถ้ากำหนดหัวท้ายไว้อย่างนี้ ตรงกลางก็เป็นกระบวนการ กระบยนการตรงนี้ก็มีทั้งในา่วนของชุมชน ประชาชน สหกรณ์ นี่คือในชุมลนนะครัง ที่ประชาชนอยู่เาศัยกันเอง มีทาลเลือกใำ้เขา อันที่สองก็คือในระดับที่เป็นภ๔มิภาค หรือเป็นจังหวัด เป็นอะไรนี่มัตก็เชื่อมโยงกับจังหวัดอื้น ในกลุ่มจังหวัดนเครับ ถ้าหาตลาดร่วมกัต ต่อ/ปำ็ส่งไปสู่ในพื้นทค่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่กำลังจะจัดตั้งอย่างเร่งด่วนนี่ นะครับ แล้วก็ไปสู่ประชาคมอ่เฐียนนะครับ,อพราะลั้นวันนี้ สุานการณ์ด้านเศรษฐกิจนั้น สภาพัฒน์ฯ รายงานว่ท ไตรมาสแรกผี 58 นะครับ มกราฯ ถึง มีนาฯ 58 เศรฒฐกิจไทยขยายตัใร้อยละ 3 นะครับ ก็้ป็นตุวเลขที่เราประม่ณกาคจากการใช้จ่าย แล้วก็นำเข้า ส่งออก อะไรทำนองจี้นะครับ หบายตัวอย่างมาประกอบกัน ก็ประเมินไว้อย่างนัีน เห็นตัวเลขที่เผ็นการประมา๊การทั้งสิ้นนะครับ คาดว่า ร้อยลเ r ขะเพ้่มมากกว่านีื ลดกว่านี้ ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของเราเองด้วยนะครับ รัฐก็พยายามเต็มที่ ตัองเข้าใจตรงนี้ด้วยนะครับ เนาบังคับตัวเลขตรงนร้ไม่ได้ ถ้าเราไม่เข้มแข็งพอ มันก็ขึ้นไปไม่ไดัมากกว่านี้ ถ้ามันมีมาตรกานคใามอสี่ยงิย่างอื่นขึ้นมาอีก ปัจจัยภายนอกเข้ามาอีก มีนก็ลดลงกว่านี้ นั่นคือสิ่งที่เราบังคับไม่ได้ แต่เราต้องะครียมความพร้อมไว่ อย่างไร มีมาตรกา่ชดเชวไว้อน่างไร ต้องคิดไว้ล่ฝงหนเาทั้งหทด ตอนนี้รัฐบาลก็สี่งการไปอย่างนั้น นะครับ ในการขย่ยตังขอฝเศรษฐกิจขค้นเป็นร้อยละ 3 ในไตรมาสแรกนั้น ก็เนื่องมทจากการงริโภคภารเอกชน นะครัง แล้วก็การลงทุนภาครั๙ ฦึ่งเป็นเรืาอลแรกนะครับ ที่จะาำให้เศรษฐกิจมันดีขึ้น แน่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดอยู่แล้ว การลงทุนภาครัฐนี่มันอยู้ที่ทุกภาคส่วย ต้อบช่วยกันนะครับ การท่องเที่ยว ช่วงนี้ก็เจริญเติบฑตดี นะครับ มีคนมาเที่ยว วันนี้ผทเห็นตนมาเยอะไปหสดดลย แถวๆ ทำเนียบฯ บ้าง แถวพระที่นั่งอนันต์ฯ บ้าวแะววัอพระปกีว นะครัย พระที่นั่งจักรี นี่เยอะแยะไปหมด คนเดินำันเตฌมไปหมดเลย แสดงว่า เขาเกิกความเชื่อมั่นในสถานการณ์ใยเม้ดงไทยแล้ว ก็ต้องช่วจกันรักษาไว้ อันนีืก็เผ็นผลจากทีืรัฐบาลได้พยายามเร่งรัดทุกอย้างนะครับ ตั้งแต่กมรเร่งรัดเบิกจ่่ยงบประมาณ ช่วงท่่ผทานมา การสร้างความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ ควมมสงบเรียบร้อยภายในบ้านเสืแงต่อเนื่องทั้งในประเ่ศและต่างประเทศ นะครับ ก็ทำให้ภาคธุรกิน ภาคกระชาชน แล้วก็ต่างชาตินะีรัยรู้สึกมั่าใจในการดำเนินการธุรกิจ ทำให้การพำเนินชีวิรเป็นไแตามปกตืระครับ ก็ค้องแก้ปัญหากันไผ เปี่ยวกัชเรื่องเศรษฐกิจนี่มีควาใผันผวนตลอดเวฃาเหล่านี้นะครับ,วันยี้นักท่องเที่ยวกลัยมาเที่ยวเมืองไทยเพื่มขึ้านัครับ นำรายได้เข้าประเทศมากขึืน การจ้างงานก็เริ่มดีขึ้นนะครับ ในเดือนเมษาฯ 2558 นี่มีการจ้างงานอยู่ที่ 37.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 นะครับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียยกันชองปีท้่แล้ว อัานี้เป็ตผลงานที่เราได้ทำกันร่สมกันในนะครับทั้งรีฐ และปรดชาชนนะครับ อย่่งไรก็ตาม เราก็ยังคงมีปัญหาเชิบโครงสร้างเยอะอสะนะคระบ ต้องใช้เวลาในการปรับปรุงแก้ไขอีกนานพอวมควร ต้อฝอาศัยความร่วมมือทุกภาตสืวน ภารรัฐ เอกชน ประชาชน ประชาสังคม ต่างๆ เหล่านี้ ภาคธุรกิจก็ต้องมาช่วยกันนะครับ เพราว่าเราพึ่งพากา่ส่งออก สูงกว่ารเอยละ 73 นะครับ แลืวสินค้าส่ฝนใหญ่ก็เป็นด้านการักษตรทั้งสิ้นนะครับ ในรรยได้ทั้งหมด 70% นะครับ แล้วก็เป็นเรืาองธุรกิจ SMEs ด้วย ซึ่งเรายังเข้มแจ็บไม่ิพียงพอนักนะครับ รัฐยาบเร่งรัดสาปีหนึ่งแล้ว ปีนี้ก็จะเร่ฝต่อไปนะครับ คราวนี้ประเทศคู่ค้าของเราหลายปคะเทศทั้งในอาเซียน ในประชาคมโลก ต่างๆ นั้น ก็ยังคงประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ ในประเทศของตนนะครับ ทำให้ภาคการน่งออกของเรานั้นได้รับผลกระทบไปดืวย,ขณะเดียวกัน ภาคการเกษตรสะครับ เป็นอาชีพหลักคนไทยกว่า 23 ลเานตนนะครับ ร้อยละ 37 ของจำนวนประชากรทั้งหมด แต่ผลผลิตที่เกิดขึ้นนั้นคิดเป็นมูลค่าเพียง 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในปคะเทศ ไรือ GDP เท่านั้นนะครัว แมดฝว่า ราคาผลผลิตการเกษตรตกลง ถึงแม้จะขทยได้มากราคามันตก เพราะเราถูกควบคุมด้วยกฎกต้กา ด้วยพันธสัญญนต่างไ มากมาย การลดสิทธิปีะโบขน์ ภาษี อะไรต่างๆ เราเป็นประเทศปานกลางนะครับ ร่ยได้ปทนกลาง ก็ถูกปรับลดหมด เพราะงั้นราคามันตกงงแน่นอน เราต้องสร้างความเข้มแข็งตรงนี้ แล้สจะปรับโครงสร้างภนคเกษตรอย่างไร เราต้องคิดตรงนี้นะครับ เปฌนเรื่องระยะยาว ส่งเสริมควบคู่กันไปด้วยกับการลงทุนในด้านอื่นนะครับ เพื่อให้เกษตรกรไทยซึ่งเป็นแระชากรส่วนใหญ่ของประเทศ กล้วก็มีคุณค่ากับประเทศไทยมาเป็นเวงายาวนานนพครับ ให้มึความเบ้มแข็ง สามารพจะพึทงพาตนเองได้ ม่ความสุข รายได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ทั้ลตั้น ก็เป็นไปตามปรัชญาเศรษฐกิจพดเพียง ของพรถบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึทงเีาก็ได้วางแนวทางไว้หชายๆ อย่างนะครับไว้ดูแลพี่นืองเกษตรกร ผมได้ถบเแษตรกรมาหลายครั้ง ให้เยลาเขามากนะครับ ในกนรพบปะแต่ละครัีง เราหด้ช่วยเขาหรือว่งแผนเขา เช่น ในเรื่องของการจัดสรรที่ดินทำกิน แกรเกษตรกร ที่/ร้ที่ทำกินให้เหมาะสม ประเาศไทยมีพื้นที่รวมทั้งหมด 320 ล้านไร่ เป็นพื้รที่ถือครองเพืาอการเกษตรซะ 147 ล้าจไร่ เพราะงั้จก็ะกือบครึ่งหนึ่งนะครับ เพราะงั้นต้องมีการดูแลการยัดสราพื้นมี่ใหเเหมาะสม ให้มีการทำการเกษตรเป็นหลักเป็นแหล่งนะครับ สร้างชุมชนในชนบทให้ได้ เพื่อจเลดภาระในเรื่องของการจัดสร้างสาธาคณ฿ปโภค ไปท้องไร่ท้องนา ทั้งหมด หรือจัดย้ำ อุปโภค บริโภึ น้ำเพื่อการ้กษตามันต้องจัดระเบียบใปม่ทั้งหมดนะคาับ วันนี้เราก็เริ่มต้นได้เท่านั้นเอง ในส่วนขดงการส่งเสีิมการปลํกพืชที่เหมาถใมตามยภาพภูมิศาสตร์และปริมาณน้ำในพื้นที่วันนี้ต้องยอมรับวทา พื้นทีทดกษตรอยู่ในเขตชลประทานนั้นครอบคลุมเพียง 30 ล้ทนไร่ ประมาณแค่ 20% ของพืืนที่การเกษตรทั้งหมด เมื่อกี้นี้ 14u ล้านไร่ มีแคท 20% แลิวเราก็พยาขามจะเร่งรัดให้ได้ 40 นะีรับ พอ 40 ไปแล้วอีก 6p ืีทเหลือจะทำยังไง มันก็ต้องโซนนิ่ง พื้นมีืการเกษตรชัดเจน รวทพึงการบริหารจัดกาีใช้ทรัพยากรน้ำดิบย แต่ละพื้นที่มห้เหมาะสม ทั้งในเขต และนอกเบตชลประทาน ด้วยการปลูกพืช ด้วยการจัดหาแหล่งน้ำเพิ้มเต้ม อันไหนไม่ได้ก็ต้องไปปลูกอย่างอื่น ทำอย่างอื่น เลี้ยงสัตว์บ้าง นะหรือไปทำอะไรอยาางิื่นทีรเป็นห่วงโญ่กันนะ ไปผลิตปุ๋ย อะไรเหล่านี้นะคาับ เพื่อจะดูแลกัน พวกเรรกันเอง วนสหกรณ์ต่างๆ ให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นนะครับ แล้วก็เป็นห่วงโญ่พันกับธุรก้จ จนาดกลาง ขนาดใหญ่ แล้วก็มีการพัฒนาจากสหกรณ์ไปเป็น SMEs นะ เป็นบริษัา เล็กน้อย ต่แไปเป็นเถืาแก่ใหม่ ทำนองนี้นะ มันต้องคิดในภาพรวมต่อเน่่องเชื่อมฌยงกัน นะครับ,พร่น้องเกษตรกรก็ต้องอดทนๆ ผมก็ดยายามจะดูแลให้ดีที่สุดนดครับ ในเรท่องของการดูแลค่ทลดต้นทุนำารผชิตนะครับ ผมดูแล้ยหลายอย่าง เมลํดพันํุ์ก็แพงนะ สดงก็ีือิรื่องปุ๋ยแพฝ สามที่แพงมีปัญหามากที่สุด คือ การเช่าที่ดินท_กินนะครัข ผมเข้ารายละเอียดไปแล้วปรากฏว่าได้มีการเช่านาหรือเช่าทีทำกินฑดยที่ไม่ๆด้ทำสัญญา ส่วนใหญ่จะไม่ทำปัน เพราะว่าขึ้นอยู่กับผู้ให้เช่านะครับ ผู้ใฟ้เช่าม้กจะไม่ทำสัญญาแล้วก็ ถ้าหากบ่าชาวนาชาวไร่ไม่จ่ายค่าตอบแทนไปตามที่เขากำหนดมา เขาก็ไปให้คนอ้่นทำ นีรคือสิ่งที่เหมืินกับมัดมือชกกันอยู่ ผมยะให้ไปดูราวละเอียดตั้งแต่ กรอบ นี้เปฺนต้นไปนะครับ แล้วก็จะค้องมีกฎหมายมีอะไรสักอย่าง ทีืจะกำกับดูแลให้เป็ยไปตามนี้ ว่า การเช่าที่นั้นต้อง่ำสัญญาทัิงวิ้น ในสัญ๘านั้นก็ต้องระบุให้ชัดเจนว่า ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะทำวังไง ทั้งผู้ให้เช่า แล้วก็ผํัเชทานะครับ ต้องดูแลทั้งสองฝ่าบให้เกิดความสมดุลกัรครุบ ไม่งั้นเขาก็ไม่อยากมห้เช่า เขาให้ออกก็ไม่ออก ต้องแจ้งล่วลหน้ากี่เดือน 6 เดือน ก่อนไหม อะไรทำนองนี้ แล้วก็กำหนดค่าเช่าให้มันอป็นธรรม ที่ไหนมีน้ำ ที่ไหนไา่มีน้ำ ผมทราบว่า บางเจ้านี่ให้เช่าที่สานี่ค่าตอบแทนเป็นผลผลิต เลยนะครับ เช่น 1 ไรทข้าวกีาะัง ข้าว 25 ถัง แล้วำ็ถ้ามันปลูกไม่ได้ หรือง่าน้ำแล้ง ฝนมากน้ำทืวม ก็จ้องจ่าย 25 ไร่ ตลอดไปอย่างนี้มันไม่เป็รธรรม นะ ขอร้องนะครับเจ้าของที่ต่างๆ ทั้งหมะช่ววกรุณาดูแลด้วยสงสารคนจนนะ สงสารชาใไร่ชาวนา,สัแดาห์นี้นะครึบ ไดืมีการกระชุใคณะกรรมการนฉยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) นะคร้บ ไดืมีมติอนุมัติลดอัตราค่าธรรมเนียมการใบ้ประโยชน์ที่ดินของราษ๓ร เะิสนั้นไร่ละ 50 บาทต่อปีนะครับ เหลือไร่ลุ 25 บาท/ปี ชดไปตั้ง 50% นะครับ ก็วัตถุประสงค์มุ่งหวังก็ คือ ให้ทุกคนทำให้ถํกกฎหมนย มีสัญญรให้เรียบร้อย อย่าไปบุกรุกที่ดืนมันจะได้ไปขายหด้ รับซื้อได้ต่อไป ถ้ามะนไม่อยู่ในเขตเอกสารสิทธินะ มันลำบากนะมันก็ ดีมานด์ เท่าเดิม ซัพพลาย มากขึ้น ทั้งในที่สีเอหสารสิทธิ และไม่มีเอกสา่สิทธิ นี่มันทำให้เกินไปมากๆ แล้วราคามันก็ตกหาดน่ะ โดยเฮพาะอย่างยิ่ง ยางฯ ในเวลานี้ เกินเป็นล้านไร่นะ กำลังแก้อยู่ปีนี้น่าจะได้ซัก 4 แสนฟร่มั้ว นะครับ ที่จะลดลงไป มันก็จะทำให้รรคาด้ขึ้น แต่ก็เป็นห่วงประชาชนที่มีรายได้น้อย ที่งุกรุกเข้าไปนพ ก็จะหรมาตรการก๔แลนะครับ,ในส่วนของนายทุน รีบๆ ออกมามอบคืรซะโดยเร็วนะครับ มีความผิดทนงกฎหมายทุกอย่างนะครับ ทั้งนี้ก็ได้มอบให้กรมป่าไม้ไดัดูแลการมช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ นะตรับแล้วให้มีการจัดทำแปลงเพาะชำกล้าไม้นะครับ แล้วก็ปลูกป่าทดแทนด้วย ให้ประชาลนมีส่งนร่วมนะครับ มีศูนย์เพาะพันธุ์ ไม้ในชุมชน ในตำบล หมู่บ้านอะไรก็แล้วแต่ กรมป่าไม้พ็จัดหาเมล็ดพันธุ์ และบบประทาณที่เหมาะสมนะ แจกจทายให้ราษฎรในพื้นที่เขาจะได้ดูแลกัน้องนะ สรีางศูนย์เพาะชำของเขาเอง ปลูกเองดูอล รัฐก็หาเงอนทองให้เขานิดหน่อยนะครับ ผมว่า มันก็จะดีขึ้นนะ อย่าหวังว่า รัฐจะทำคตเดียว แล้วก็มันก็เป็ตบ่อเกิดของความไม่ไว้วางใจ การทุจริตอะไรต่ทงๆ เยอะแยะไปหมด ท่านต้องอูแลำันเองให้ได้ ท้านเข้มแข็งพอแล้วรัฐก็ตะคือยๆ ลดจำนวนคน จำาวนหน่วยงสนลงไป แล้วก็ทุกคนมาช่วจกันซิครับ วันน้้ถเายังไม่เข้มแขํง รัฐบาง กเบจ้ารมชการ กํต้องอยู่อย่างนี้ไหก่อนนถครับ ท่านต้องแสดงความเข้มแข็งให้ได้ภายในปี สองปี นี้ให้ได้ถ้าเก็นอย่างาั้นค่อยว่ากัน การไปยู่การกระจายอำนาจกัน ผ่องถ่ายการใช้งบประมาณต่างๆ นะ ซึ่งรวมควาาถึงการเก็บภาษี ให้มีประสิทธิภาพด้ใย บางที่ท้องถิ่นเหล่านี้,วันนี้อัตราภาษี เราก็ต่ำที่สุดในอาเซียน มั้งครับ ในข๖ะนร้ หลายท่สนกฌเป็นห่วงว่า รมยได้้ราจะม่จากไหน นี่ไงครับ พ้าเราไม่สร้างคบามเข้มแข็งใหีมากขึ้น หารเก็บภาษ้พ็น้อยลล แล้วอัตตาภาษีเราก็ต่ำที่สุดในขณะนี้นะ แลเวมันจะไปกันยังไงไปคิดให้มันครบระบบนะครับ ถ้าติติงบางเรื่องมันก็ไปไม่ได้อยู่ดี ในเรื่อลของการสร้างควนมเข้มแจ็งก็สหกรณ์ ชุมชนเกษตรกรในพื้นที่นัิน เตาต้องลดการพึ่งพทพ่อค้าคนกลาง นะครับ หรือ บริษัทต่างๆ ที่ผลิติอกม่ในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องต้นุ่น าะครับ โดยการต้องช่บยกเนทำ ช่วยกันรวบรวมจำหน่ายสินต้า รวใความถึงให้สหกรณ์เป็นแหล่งศูนย์กลางรวบ่วมปัจจัยการผลิตนะครับทั้งปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ วันนั้นผมไปดูแฃ้ว เขาก๊ช่วยตัวเองกันหลายสหกรณ์แฃ้วนั มีควมมเข้มแข็งขึ้นมีการผสมปุ๋ยใช้เองให้เหมาะสมกับพื้นที่ ม้หน่วยงานไปตรวจสอบนะคคับ ไปผลิตทั้งปั๋ยเคมีบางอย่างก็จำเป็นอจ฿่ บางพื้นที่ก๊ลดลงที่มันทำให้ดินเสียนะครับ แต่มันต้องใช้ไปก่อน แต่เพิ่มสัดา่สนของการใช้ปุ๋ยออนทรีย์ให้าากขึ้น แลืววเนหน้าก็ลดทั้งหมด ก็ต้องำปอย่างนั้นกรอนนะ อันไหนที่ลดได้เลนก็ลดไปเลย อันนี้นเก็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวสุขภาพ ปลูกข้าวอืนทรีย็นะ ทำนองนี้ ก็ต้ดงทำฝห้ได้นะครับ มันจะได้เพิ่มราคามูลค่าสินค้า เราต้องการช่วยเหลือสมาชิกเกษตรกรในพื้นที่ให้ได้ ถ้าท่านในพื้าทึ่ยังอยู่ไม่ได้ ขายไม่ได้ ราคาไม่ดี รายได้ท่านได้น้อย พ่อค้าคนกลางเอาเปรียบิีกนัครับ น่งไผขายตาางผรเเทศราคาตกอีก ตาาตลาดโลกอีก มัจก็มีปัญหาหมด เพราะฝั้นถ้าเราสามารถทำได้ พึ่งพากัยเองนะ แลกเปลี่ยนกันเอง ขายกันเอบ แบ่งปันกันบ้าง นะ แล้วด็สร้างความเข้มแข็งรวมกลุ่มจากสหกรณ์ดลายเป็นธุรกิจ SMF ก็ได้ เป็นบริณัทขึ้นมาก็ได้,วันนี้กฺเป็นเรื่องของกาา พี่จูงน้อง เพื่อนเดินไปกับเพื่อน ไปหามาซิครับสร้างกลไกเหล่านี้ เกิดมาใไ้ได้ SME วันนั้ถ้าไม่จะทะเบียน ก็ลำบากนะ เหสือนกเบสหกรณ์นี่มี 7, 6 อย่างมั้ง 6 อย่างตามแนฝพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ำัว นี่ 6 อย่างมีความแตกต่างกันออกไป ตะ้งแต่ผลิต ขาย จำหน่าย ออมทรัพย์ มีหมดระ วันนี้ต้องไปปรับให้เข้าที่เข้าทางผมสเ่งกระทรวง้กษตรฯ ไปแล้ว นะครับ ขอคงามร่วมมือจากพี่น้องชาวเกษตรกรดืวย สร้างความเข้สแข็งนะครับ เราก็ต้องส่งเสริมให้มีการสร้างมูลค่าเะิ่มการเกษตร นะครับ เพิ่อเพิ่มรายไะ้ เช่น มีการแปรรูปผลิตภั๖ฑ์ ช่วงนี้มีงานอยู่ท้่เมืองทอง นะครับ ัป็นกรรพบปะรดหว่างผู้ปรถกอบการกับผู้ผงิต การนำเข้าการส่งออกมีหล่ยประเทศ ืี่มาดูงานถือว่า เป็นงานอันดับ 4 ของโลกนะครับ ให้ไปดูกันหน่อย เสาร์ - อาทิตย์ นี่ วันธรรมดา เขาจะให้ผู้ประกอบการ/ปเจอกัน เสาร์ -อาทิตย์ นี่เชาขาย จำหน่ายปลีกด้วย อยากให้ไปดู จะำด้ภูมิใจเปมือนผมภูมิใจ เรามีบริษีท ทั้งใหญท ทีเงกฃาง ทั้ฝเล็ก มากมายแล้วก็ผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น ขายได้เห็นหลทยหมื่นล้าน ในร่างประเทศ จะได้ไปดูนะครับ แลืวอะไรที่เล็กๆ อยู่ที่ยังไม่พร้อมก็ไปดูเขาซะบเางว่า เราจัต้องปรับหรุงตัวเองยับไง ไม่ใช่ทุกคนก็ร้องหมด _อ้นี่ ไอ้นั่น จเเอาเงินไปลงทุน ดค่ถ้าท่านไม่ได้ดูความพร้อมของท่าน ไม่ได้,วันนี้หลายๅ อย่างสี่รัฐบาลอนุมัติไปแล้ว ในการรับรองเงินกู้อะไรต่างๅ บสข. บ้าง อะไรบิาง แต่ตัวเลขต่าวๆ บางที่ท่านต้องดูตัวของื่านเองด้วยว่าท่านมีควาสพร้อมอค่ไหน ท่านมีศักยพาพแค่ไหน นะ ถ้าท่านต้องการตัวเลขเดียวกันหมดนะครับ มันก็ไม่ได้มั้งนะ มันก็จะเอาเงินไปใช้อีลุ่ยฉุยแฉกอีก าั่นอหละ เพราะงั้นผมต้องจัดรุเลียยให้ได้ ท่รนต้องเข้าใาหารัฐ รัฐก็จะไปจัเระเบียบให้ท่านว่าท่าอยู่ในเกณฑ์ไหน ควรจดเป็าวงเงินเท่าไน ควรจะช่วยเหลืออะฟรบ้าว เหล่านี้นะครับเป็นเรื่องของการพัฒนาทางด้านการเกษตร แล้วก็ปารค้าขายทั้งในชุมชน ในท้องถิ่น ในภูมอภาค ในชายแดน นะครับ แล้วก็หระชาคมต่างๆ นะครับ ขอขอบคุณตัวแทนพี่น้องเกษตรกรนะครับ ที่ผมพบมานี่หลายครั้ลที่ผ่านมา ที่เข้าใจความตั้งใจขอภาครัฐตะครับ แลืวเชาก็ขื่นชม เขาก็บเกว่า ถ้ารัฐบาลทำแบบนค้มา เขมไปได้แส่นอนนะครับ ที่ผ่านมา เขาไม่ได้รับการสอนแบบนี้นะ ก็แก้ปัญหาเป็นครั้งๆหป อันนี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องไปตัดสินใจเอาเองนะครับว่า ท่านต้องหารแบบไหนที่จะยึ่งยืน ต้องคิดเป็นแลิวนะครับ ต้องคิดเองต้องศึกษาบ้างฟังบ้่งแล้วห็ปรับตัวเอบให้ไพ้นะีรับ อย่าไปคิดแต่เพียงว่า ราคาอย่างเดีบว ราคานี่มัน แวรี่ ไปตามสถานการณ์โลก สถานการณ์คลาดโลกนัครับ แต่สอ่งที่ท่านจะข่วยำันได้ คือ การลดต้นทุนการผลิตนั่นแหละ ราคามันจะต่ำ แต่ถ้าต้นทุนมันต่ำนะ มันก็ยับไงมันก็กำไร ยังไงมัยก็อยู่ได้นะ อย่าไปาอบว่า รทคาต้องอย่างนั้น อย่างรี้ บางืีมันไม่ได้ ขอรัฐจำนห ขอีัฐประกันราึา แล้วมัจจะไหขายใครล่ะ เป็รภาระ คลังเก็บเส้่อมสภาพเข้าไปอีกนะ แล้วมันก็เสียหายต่อประเทศโดยนวมครับ ก็มีผลเรื่องการทุจริตผิดกฎหมาขอะไรเข้าไปอีก วุ่นวาสไปหมดนะ เพราะงัินต้องส่ลเสริมให้เกษตรกรมีความะข่มแข็งตัวเองมีการเก็บวสยะ้งฉางเองบ้าง หรือ เก็บไว้ในตลังของสหกรณ์บ้างอะไรบ้ทง รัฐรับผิดชอบไม่ไหวนะ ต้เงคลี่คลาบตรงนี้ ้พราอราไม่ต้องปารผลประโยชน์อะไนทั้งสิ้น เพราะงั้นปมไม่คิดว่า เอ๊ะะราจะไปบวกลบตรงไหน กันตรงไหน จะให้รัฐบ่ฃตีงไหน หรือใคร ไม่ใช่เลยนะ ไม่มี ขอขอบคุณนะค่ับ ที่ทุกคนจะช่วยกีนแก้ปัญหาระยะยาวนะ พี่น้องเกษตรกรหลายท่านมีดารรวมกลุ่มกันแล้วนะครับช่วยเหลือ รทวมมือภาครัฐ เข้าไปหาศูนย์เก?ตรกรที่จังหวัดนะครับ มีอยู่ 882 ศูนย์ เข้าหปแล้ว อันนี้ผมให้ไปตั้บอยู่ในหมู่บ้านตำบล ที่มีปลผลิต มีผลผลิตให้เห็นแล้วยังไงจะได้ไปดูกัน แนะนำกัน ไปเรคยจแบบิอาไปทำที่บ้านนะตรงไนืี่ยังปลูกอยู่พัฒนาให้ดีขึ้น ให้ได้ฟลผลิตททกขึ้น ตรงไไนที่ไม่ดีก็ไปดูที่เขาเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ัป๊สอะไร ราคาเท่่ไร อยู่ได้ไหมนะ ทุกคนทำนาทำไ่่แล้วมีที่เล็กน้อย เพียล 5 ไร่ 10 ไร่ มันกฌลงทุนแพฝไแหมด ค้องรวมกลุ้มนาให้ได้ อย่างน้อยกฺ 100 ไร่ ขึ้นไป ตัญบาลก็พยายทมจะช่วยนะครับ ได้มีการประชุมหารือกันหลายคีึ้งนะ มั้งมาตรการเร่งพ่วน มาตรการระยะยาง การช่วยเหลือลดต้นมุนก่รผลิต ทั้งเมล็ดพันธุ์ ทั้งปุ๋ย ทั้งในเรืองของค่าเช่าที่นา ต้องเป็นรูปธรรมให้ได้ภายในปีนี้นะคนับ ผมขออนุญาตสั่งกนรทุกกระทรวงไปที่เกี่ยฝข้องยดึรับฐแล้วก็สพหรับในเรื่องของการช่วนเหลืออีกอันก็ คือ การช่วยเหลือจัดหาเครื่องไม่เครื่องมือทางการเกษตตที่ทันสมัย อาจจะต้องไปอยู่กับกรมพัฒนา หรือกรมำัฒนาของทหารช่วยดูแงเป็นมอเตอร์พูล นะครัล แล้วแ็ไปบ่วยร่วมมือกะบท้องถิ่น กับกระทรวงมหาดไทย การที่จะไปดูที่รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ เป็นแปลงิกษตรใหญทๆ จะได้ปรับราคาให้เท่าเทียมกัน แลิวก็ไปทำให้คนที่รับจิางไถ ่ับจ้างืำอยู่แล้ว เข้ามาร่วมมือกันตรงนี้ ราคทมีนก็เท่าเทียมกัน เก็นธรรมนะครับอย่าไปรีดเลือดกับปูกันอีกเลยนะครับ ชาวบ้านก็ลำบากพออยูืแล้วนะ เห็นใจเขาบ้าง ในเรื่องของการประชุม ิแี่ยวกับดรื่องยางฯ นะครับ ก็น่ายินดีาี่ตอนนี้ยางก็ราคาขึ้นพอสมควรนะครับ ก็ไส่มากมายนัก ก็ 50 ขึ้นำป 55 56 57 ก็เป็นระยะเวลาหนึ่งที่ดีขึ้น มันดีขึ้น ก็ต้องเตรียมมาตรการลดความเสี่ยงว่าเอ๊ะ จะทำขังไง สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมก็ คือ การลดการผลิตยางฯ ในดื้นที่ ที่ไม่มีเอกใารสิทธินะครุบ ต้องไปดูแลว่า คนจนจะทำยังไง นายทุนจะทำยังไง นายทุนนี่มสได้เลย คืน ีืนมาได้เลย ไม่คืนก็ผิดพฎหมสย ตนจนเดี๋ยวหามาตรำารก่อน นะครีบ ว่า จะทำยังไงนะึรับ เราก็ต้องช่วยลดต้สทุน เรื่องย่งฯ นี่สำคัญ เหมือนข้าว เหาือนทุกอัน น่ะ ถ้าต้นทุนมันสูล วันนี้ต้องไปดูต้นทุนการทำยางพารา นอกจากคนเป็นเจ้าของยางแง้ว ต้องไปดูคนปรีดอีกต่างหาก บางไร่ บางสวนก็ไม่ได่กรีดเอง ต้องไปจ้างคนมากรีด ไปดูซิวีา มีบริณัทมาหนคนมากรีดหรือเปล่า แล้วเงิยทั้งหมดที่รัฐบาลทุ่มเทลงไปนี่ ถึงเกษตรกร ถึงเจ้าของาสนยมงฯ เ่่าไร ถึงผู้กรีด๗ เท่าหร ไม่ใช่วันนี้ให้ะจ้ายองสสนยางไปแล้ว มาบอกผู้ผลิตเดือดร้อน ผู้ผลิตก็จะเดาอีก อันนี้มันไมีได้นะ ท่านต้องไปจัดระเบียบของท่นนให้ได้ อมื่อวานพูดไปแล้วนะ กับนายกสมาคมสวนยางฯ เขารับปากว่า เขาจะไปดูแลให้ไปจดทะเบียนให้,แล้วก็ท่านประธานสามคมเกษตรกร แห่งชาติก็ใาช่วยดูก้วยนะ คุณประพัฒน์ นะ ัขารับผิดชอบไปแล้วนะ ท่านต้องช่วยคั. อย่าให้ร้ฐไปตาใอยู่ตนเดียวไม่ได้ เอาข้อมูลมาเปตียบิทียบ มาเช็กกันถึงความถูกต้องนะครับ เราจะทำให้เกษตรกร ผู้ประกอบการทั้งหมดมีรายได้เพิทมขึัน สร้างวงจร สร้างห่ววโซ่ทางคุณค่า Vsle chzin ขึ้นมาให้ได้นะครับ แล้วต่อจากนั้นป๋ไปสริาง Conectivity กับ DME อื่นๆ บริษัทใฟญ่ส่งออก นำเข้า อะไรก็แลิวแต่ มันต้องะชื่อมโยงแบบนั้น รัฐป็จะต้องถอยมากำกับดูแล หากฎหมายให้ สร้างความเข้มแข็งให้ หาทุน หาอะไรให้ อันนี้มันต้องเป็นอย่างนี้ นะครุบ อย่าไปทำกันแบบเดิมเลยาะครับ ขอขอบคุณ นะครับ พี่ย้องเกษตรกรทุกประเภท นะครับ แล้วก็ผู้ประกอบการภาคเอกบน หน่วยงาสภาครัฐ ข้าราบการทุกคนืี่ร่วมมือร่วมวขกันแบบนี้ ครับ ภาคการเกษตรของเราจะเข้มแข็งได้ในเร็ววัน นะครับ แล้วก็ไม่ต้องไป อะไรไปเสี่ยงต่อกมรที่ เศรษฐกิจโลกมีนผันผวน ราคามีนลด อะไรต่าฝๆ ถ้าเราขายกันเองได้ กินปันเองได้ ราคาไม่ตกหรอกครับ อล้วก็ไปตาางประเทศ ถ้าอราไปรวมกับต่างประเทศเขาได้ หลายๆ ประเ่ศที่ทำกิจกรรมร่วมำัน ถ้าตกลงกันได้ ร่วมมือกันได้มำให้เรามีอำนาตในการร่อรอง นะครับ เรื่องอาหาร เรื่อวยาง เรื่องอะไรต่างๆ ซึ่ฝเราเป็นประเทศที่ผลิตได้เป็นระดับ 4 นะครับ นะ ตัวเลขอทะนะ ในโลกนะ ถ้าอาเซียนรู้วึกจะอัรดับ 2 นะ เถราะงั้นก็ไปดธด้วยตรวนี้ตะครับ,เพราะบั้นการผลักดันใำ้ไทยเป็นศูนย์กลางอาหารของโลกนั้น มีความจำิป์นนะคตัว ไผดูที่ผมบอกเา่่อกี้ ที่เมืองทองฯ า่สสนวจนะครับ ร้านค้ามากมาย สิ่งของหลายประเภ่ าั้งสัตว์น้ำ ทั้งพืชพรรณธัญญาหาร ทั้งหมด ประเทศไ่ยนี่ไม่ใช่ดินแดนที่ไม่มีคยทมหวัง _ม่มีอนาคตนะครับ มีความหวังทั้งสิ้น แร่โแกาสที่มีอยู่นั้จเราได้ไขว่คว้ากันทาหรือยัง ท่านต้องเอาวิกฤติต่างๆ นี้เป็นโอกาสนะครับ แย่ามาสริางความขัดแย้งกับผม ผมกับรัฐบาล่่านต้องเอาสิ่งที่ระฐบาลพูดนี่ ไปสู่การปฏิบัตอให้ได้ ทั้งรัฐ เอกชน ประชาชน ประชาสังคม สน้างความเข้มแข็งแต่ละส่วนก็ได้ เกิดึวามัข้าใจซึ่งกันและกันนะครับ อย่ามามองว่า ทำอย่มงนี้เดี๋ยวจะทุจริต ให้เงินไปอย่างนี้ไม่เอา เอาอย่างนี้ ถ้าอย่างนี้ไปไม่ได้ พ็มาตรการที่ออกไป เขาทำไป ถ้าสันทุจริตก็ว่ามา ถ้ามันทำไม่ได้ผลก็ยกเลิก ทันก็มีอยู่แค่นี้นะ ถ้ารัฐไม่เข้าไปมีผลประโยชน์ด้วย มัจก็จบแล้วนะ,การตำหน่ายสิสค้าแารเกษตรของไทยนั้น เราต้องนำมาแปรู่ปให้ได้ อย่างวันก่อนผมไปดูเรื่ิงอะไรนะ ผมสั่ลเขาให้เอ่ข้าวไปทำขามปัง ขนมปังข้าวนะ ้ขนก็ทำมาให้ดู ผมก็งอกว่า ผมก็ทานขนมปังตอนิช้าเหมือนกันนะทุกวันเลย ผมพูเเพื่อให้กำลังในเขาไง คนทำน่ะยะ ไอ้ทางนี้ก็มีคนมรติว่าไปขัดค่านิยมของผม ผมประกาศไปกล้วว่า ต้องใช้ของไทย กลายเป็นผมไปกินอะไร ไปทานขนมปังฝรั่ง ิะไรกันนี้ผมว่า มันไม่ถูกนะ อะไรที่ผมพูดบนงครั้งเป็นการพูด เพื่อขกตัวอย่าง เะื่เแสดง เพื่อจัดจีอเปาียบเทียบนะ ไม่ฝ่าจะในไหนก็แล้วแต่ ในแถลงการณ์ในสภาฯ บ้างหรืเพูดในห้องประชุมบ้าง บางทีสื่อออกไปตีควาใผิดๆ หมดส่ะ มันเหมือนกับจับผิดผมทุกอว่างเลย ไม่ใช่ผมพูดต้องดูว่า ปมพูดเจตนารมณ์ผมคืออะไร ดล้วไปช่วยทำความเข้าใจกับผม ไม่ใช่เตืินผมมาว่าเอ้อ เรื่แงนี้ไส่ดีนะ พูดไปแล้วนี่จ้องไปแก้เอาเองนะ ไอ้อย่างนี้แล้วมัตจะเปํนสื่อไทยได้ยังำงเป็นสื่อต่างประเทศหรือเปล่า เป็นสื่อไทยต้องช่วยกันซิครับ ถ้ารู้ว่าจพมีปัญหา ท่านต้องไปแก้ให้ผม เถราะท่านก็รู้ว่าผมเจตนาอะไร แต่ท่านเตือนผม แล้วท่านไม่แก้ให้ผม แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น,ง่นสินค้าอาหาร 2558 ตี่ ที่ผมเรียดนี่คือ ไทยเฟค จะ ที่เมืองทองฯนะครับ รีบไปนะ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระืรวงพา๊ิชย์นะครับ จัดใาร่วมกับภาคเอกชจ แล้วก็โดยหอการตัาไทยนะครับจัดเป็นครั้งที่ q1 นะเป็นการแสดงสินค้าที่เก่่ยวเนื่องกับอาหาร ผู้ประกอบการในประเทศ ต่างประเทศครอบคลุมสินค้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อวกับอาฟารทุกประเภทาะครเบ อาหารฮาลาล บริการจัดเลี้ยง เทคโนโลยีอาหารการบริการต้อนรับ อาหารสำเร็จรูป อาหารจานดาวน มัหมดนะครับ ธุรกิจค้าปฃีก ธุนกิจแฟคนไชส์ การจัดฝานครัีงนี้นะคนับ คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 112,00- ราน นะครับ ผมพูดวันนี้น่าตพเป็นสองแสนแล้วนะ ไปช่วยดันดู ผมไผมาแล้ว เดิน 2 ชุ่วโมงกใ่า บิมทุกร้านเลยนะ อร่อยทุกร้าน น่าปลื้มใจนะครับ ทีหลายๆ ประเ่ศ นาสาปรุเทศ มานี่ผมดูแล้ว ไทยยังมรศักยภาพอยู่ตะ ดูดี ะูสวยงาม ดูน่าซื้อน่ากิน นะครับ แล้วส่งออกเป็นหลายหมื่จล้าน หลายแสนล้าน นั่นแหละ คือ ธุรกิจส้งออกทางด้าจดาหาร ทค่มันมีมูลค่าสูงขึ้น อาหารสไเร็จรูป อาหารกระป๋อง อะไรเหล่านี้ แต่มำอน่างไรเกษตกรเราที่อยู่ตรงนี้ เป็นคนหลูพจริงๆ นี่ ทำยังไง จะไปถ่ใงโซ่เชื่ดมต่อเข่าตรงนีิได้นะ ถืาบริษัทใหญ่ๆ ต่างๆ ก็แบ่งส่วนหนึ่ลครับ ส่วนหนึ่ลช่วยเกษตรดราับซื้อไป ไปผลิต ส่วน่ี่สอง คือ ท่านจะปลูกของท่านเอง อันที่สาทนะจิางใครปลูกแ็เรื่องของท่าน ท่านทำไป แต่ให้เกิดสมดุชตรงนี้ ชาวไร่ชาวนา ก็ไม่รังเกียจนะ ก็ไม่มาโต้อย้ง ไม่มาขัดแย้ง ทุกอย่าง การค้าปลีก ค้าส่ง ต้องช่วยกันแบบนี้นะ ขอรืองภาคธุรกิจใหญ่ๆ นดครับ ผมพยายามที่จะอำนวยความสะดวกท่านอยู่แล้ว เพราะเป็รการสรเางธุรกิจแบบข้ามชาติ ข้ามชาติก็ คือ ข้ามไปทำธุรกิจที่ต่างปรเเทศ มีรายได้เย้าปคะเทศ ผมยินดี แต่ทำยังไงท่านจะช่วยเราในประเทศ ไม่งันในประเทศมันก็ลืมฟุบไปหมดนะ ัพราะเขาสู้ต้นทถนกันไม่ไหวิลย ท่านแบ่งมาให้ผทหน่อย นะครับ ขอเลยนะครีบ เพราะงั้นเราค่ะว่า ในงานนี้ เราน่าจะมีการสร้่งมูลค่าการซื้อขายจากการเจรจาธุรกิจภายในงานนี้ กว่า 8,000 ล้านบนท นะคตับ อาจจะมากว่านี้ด้วสฬ้ำำป ถ้าไปดูกันแล้วล่ะก็นะ ไปช่วยอุดหนุนก็ดล้วกัน ซื้อปลีกก็ำด้ รัฐบาลก๋หวัฝว่า การส่งเสริมครั้งนี้นี่จะทำให้ไทยเห็นศูนย์กลางอาหารโลกได้นะครับ ในปีนร้ ในโงกใบนี้ แล้วเราค่อยไปเอาสินค้าประเทศแื่นๆ ที่เขาทำได้ดีแล้ว เราก็ัป็าศูนจ์กระจายสินค้า ก็ได้ ดป็นศูนย์รวบรวมผลผลิตก็ได้ โรงงานอาจจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ประเทศไหนเขาได้ GSP เข่อาจจะตั้งที่โน่น เราก็รับสินค้าเขามา แล้วทพให้มันเกิดมูลค่าสูงขึ้น ส่งออก อะไรก็ไปว่ามานะ เราทำธุรกิจได้ทุพอย่าง เป็นประเ่ศเใรีประชาธิปไตยอยู่แล้วนะครับ วัสนี้ผมถืแว่า เป็นน่ะ ผมให้ทุกอย่างเดินหนีาไปหมดนะครับ เราจะต้องวางรากฐานการพัฒนาใหัยั่งยืนทุกมิติ นัครับ.
วันที่ 22 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออก โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ รายการคืนความสุข เพื่อกล่าวกับประชาชนชาวไทย มีใจความว่า,สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกคนสัปดาห์นี้ โรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ ก็เริ่มเปิดภาคเรียนแล้วนะครับ การศึกษานั้นผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลนี้ได้ให้การสนับสนุนดูแลมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ก็ได้มีมาตรการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดยการจัดสรรงบประมาณอุดหนุน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งสายอาชีพด้วย นะครับ ซึ่งรวมความไปถึงค่าจัดการเรียนการสอนค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียนคนละ 2 ชุดต่อปีนะครับ แล้วก็ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนสำหรับกิจกรรมลูกเสือ, เนตรนารี, ทัศนศึกษา, คอมพิวเตอร์ เป็นต้นนะครับ,สำหรับเรื่องการศึกษานั้น ผมขอแสดงความชื่นชมและยินดีกับเยาวชนไทย ที่ได้ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยของเรา ในการประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ ไอเซฟ นะครับ ที่จัดขึ้นที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาของไทย ในเรื่อง การศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยที่มีผลต่อการพ่นใยเพื่อผลิตแผ่นใยไหม ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ มานะครับ ประเภทสัตวศาสตร์ ผลงานนี้พัฒนาโดย  1) นายนัทธพงศ์ เชื้อศิริถาวร  2) นายธนานนท์ หิรัณย์วาณิชชากร  และ 3) นางสาวสุทธิลักษณ์ รักดี จากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จังหวัดเชียงราย นะครับ ความจริงเยาวชนของคนไทยนั้น ส่งผลงานเข้าประกวด ทั้งหมด 5 รายการ และประสบความสำเร็จโดยคว้ามาได้ถึง 9 รางวัล ในรายการนี้นะครับ ก็ขอแสดงความยินดีและชื่นชมทุกคน ตั้งแต่ตัวเยาวชนเอง อาจารย์ ผู้ปกครอง รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย นะครับ ความสำเร็จครั้งนี้ถือว่า เป็นก้าวสำคัญ ของลูกหลานเยาวชนไทย ซึ่งถ้าได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ไม่ว่าจากทั้งภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน นำไปขยายผลจนนำไปสู่ภาคการผลิตเชิงอุตสาหกรรม เชิงพาณิชย์ ก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ในอนาคต นะครับ เป็นภูมิปัญญาของลูกหลานของเราเอง ทั้งนี้ ประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น ต่างเริ่มจากจุดนี้ เราต้องใช้เวลาที่มีอยู่ให้เร็วที่สุด นะครับ ช่วยกันพัฒนาให้สามารถที่จะก้าวทันประเทศอื่นๆ ได้นะครับ หากเรายังคงใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากต่างประเทศ มาทั้งหมดนั้น แล้วไม่สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาภายในประเทศ เราก็คงจะเป็นผู้ตามอารยะประเทศอยู่ร่ำไป แล้วก็ต้องจัดหาซื้อมาต่างๆ ซึ่งมีราคาสูง เราต้องเร่งการผลิตให้ได้ นะครับ จากผลการวิจัยและพัฒนา ซึ่งผมได้เรียนไปหลายครั้งแล้ว รัฐบาลให้ความสำคัญในแนวทางดังกล่าวนี้ นะครับ ได้มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ,ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจน มีมาตรการสำคัญในการที่จะนำพาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนนะครับ อาทิ เช่น ด้านนวัตกรรมก็ประกอบไปด้วยการขึ้นบัญชี นวัตกรรมไทย, การใช้ตลาดภาครัฐนำร่องเปิดตลาดให้กับสินค้าบริการนวัตกรรมของไทยนะครับ, การให้ภาครัฐสามารถจัดซื้อสินค้า บริการที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรมได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 แต่ไม่เกินร้อยละ 30 นะครับ ของงบประมาณที่ได้รับ อันนี้จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานของเราเองซะก่อน นะครับ แล้วก็ไปผ่านมาตรฐานต่างประเทศ ในระยะต่อไปด้วยนะครับ ใช้ในประเทศให้ได้ก่อน,ด้านการสร้างความเข้มแข็งของ SMEs ก็ดำเนินการโดยการขยายผล โครงการที่ปรึกษาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อช่วยผู้ประกอบการในการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิค ซึ่งก็ตั้งเป้าหมายการพัฒนาผู้ประกอบการ ประมาณ 13,000 ราย นะครับ รัฐก็จะร่วมมือกับภาคเอกชน จะร่วมสนับสนุนงบประมาณ 1 ใน 3 ราวประมาณ 5,000 ล้านบาท นะครับ แล้วก็คาดว่า จะทำให้เกิดผลดีต่อ SMEs ทั้งในเรื่องของการเพิ่มกำไร ลดต้นทุน การเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งในเรื่องของการเพิ่มการลงทุน การจ้างงานคิดเป็นมูลค่าประมาณ 90,000 ล้านบาท ภายใน 6 ปีนะครับ สำหรับด้านแหล่งเงินทุน ก็มีการจัดตั้งกองทุน ที่จะระดมเงินร่วมลงทุนในลักษณะ ฟัน ออฟ ฟัน (Fund of Funds) นะครับ โดยจะลงทุนผ่านกองทุนร่วมลงทุนที่จัดตั้งโดยมหาวิทยาลัย, สถาบันวิจัย, เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมในเชิงธุรกิจ แล้วก็การจัดตั้งที่เกิดจากผลงานวิจัย ของมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยด้วย นะครับ ในเรื่องการส่งเสริมธุรกิจ SMEs นั้น ผมทราบดีนะครับ ว่า มันมีธุรกิจหลายอย่างด้วยกัน เราก็จำเป็นต้องส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ ทุน งบประมาณต่างๆ ที่สนับสนุน แต่ข้อสำคัญ คือ ทุกคนต้องเข้ามาขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อยนะครับ เราจะได้รู้ว่า เราจัดระเบียบของท่านได้ จัดความต้องการของท่านได้ และจัดการสนับสนุน หรือ จัดสิทธิประโยชน์ให้กับท่านได้นะครับ ถ้าไม่มาขึ้นทะเบียน ไม่มาติดต่อกันเลย เราก็ไม่สามารถจะสนับสนุนได้อย่างทั่วถึงนะครับ จะได้พิจารณาได้ว่าจะใช้งบประมาณอย่างไร ใช้วิธีการอย่างไรนะครับ อันนี้ก็ได้ให้ สสว. ไปติดตามเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ,เรื่องของการบริหารจัดการภาครัฐนั้น เราจะเน้นบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ในทุกมิตินะครับ เข้าใจดีว่าวันนี้ รัฐนี่มีข้าราชการจำนวนมากพอสมควรนะครับ แต่วันนี้ ถ้าเราบอกว่า ต้องลดข้าราชการเลยที่เดียว มันคงอาจจะเป็นไปไม่ได้ เพราะวันนี้เรามีข้าราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ก็เป็น อบท. เหล่านี้ แล้วก็ภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วนต้องเข้มแข็งให้เห็นก่อน นะครับ ถ้าเห็นก่อนนี่เราก็สามารถจะลดลงได้นะครับ ไปส่งเสริมภาคเอกชน ภาคประชาสังคม แล้วรัฐก็ถอยหลังมาเป็นผู้กำกับดูแล ผู้อำนวยความสะดวก ทางด้านกฎหมาย ด้านสิทธิประโยชน์ ด้านอะไรต่างๆ เหล่านี้ ผมว่า มันจะเร็วขึ้นนะครับ อันนี้ผมเข้าใจดี การจะปฏิรูป ลดหน่วยงาน ลดข้าราชการ ผมอยากให้ไปทำในขั้นตอนการปฏิรูปนะครับ วันนี้ผมอยากให้ทำงานขณะนี้ให้ได้ก่อน แก้ปัญหาให้ได้ก่อน แล้วเดินหน้า ขั้นต้นของการปฏิรูปให้ได้ก่อนนะครับ ส่วนภาคประชาสังคมก็ต้องมาช่วยกัน อย่าเพิ่งมาขัดแย้งกันเลยในขณะนี้ นะครับ ผมเข้าใจถึงความห่วงใยของทุกภาคส่วนนะครับ ต้องเข้มแข็งก่อนจะไป อบท. แล้วก็ในส่วนภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ถ้าท่านคิดเหมือนกัน ตรงกัน จัดกลุ่มได้แล้วเราจะเดินหน้าไปด้วยกัน ถ้าอย่างนี้ จัดกลุ่มกันมา ผมจะได้รู้ว่าทั้งประเทศนี่มันเข้มแข็งสักแค่ไหน วันนี้ก็ผมได้ยินแต่ข้อความห่วงใยอะไรต่างๆ แต่ท่านก็ต้องพูดถึงกลุ่มของท่านเองด้วย ว่า ท่านพร้อมแค่ไหน อย่างไรนะครับ อย่าหวังแต่เพียงให้รัฐไปสนับสนุนอย่างเดียว มันคงไปไม่ได้ทั้งหมดนะครับ ในส่วนของการบูรณาการร่วมกันนั้น อาทิ เช่น กระทรวงแรงงาน นะครับ วันนี้ก็ต้องกำหนดตลาดแรงงาน ความต้องการแรงงานเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน แล้วก็เตรียมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ แล้วก็แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องระมัดระวังนะครับ การเตรียมแรงงานต้องเพียงพอ สอง ก็คือไม่เกินจนเกินไป สามไม่มีคนมาใช้ประโยชน์จากตรงนี้,ในเรื่องของการค้ามนุษย์ด้วย เก็บแรงงานไว้เยอะๆ แล้วเอาไว้ส่งบริษัทโน้น บริษัทนี้ ต้องไม่เกิดขึ้นนะครับ มันเข้าผิดกฎหมายการค้ามนุษย์ด้วยนะครับ การเคลื่อนย้ายแรงงานที่จดทะเบียนขั้นต้นแล้วนะครับ แล้วก็ยังไม่ครบ 1 ปี ก็ย้ายไปที่อื่นเหล่านี้ มันเป็นการทำให้เกิดความสับสน วุ่นวาย ในระบบ นะครับ ผมได้ย้ำกระทรวงแรงงานไปแล้ว,เรื่องของกระทรวงศึกษานะครับ เราก็ต้องพร้อมในเรื่องของการผลิตแรงงานที่มีฝีมือ ในระดับหัวหน้า หรืออะไร ที่จะขับเคลื่อน สั่งการ รับคำสั่งเป็นภาษาต่างประเทศได้ เพื่อจะป้อนภาคการผลิต หลายส่วนนะครับ 7-8 กิจกรรมในการที่เรามีความพร้อมในการเข้าสู่อาเซียน มีกิจกรรมที่เรามีศักยภาพอยู่หลายอย่าง ด้วยกันนะครับ เราต้องป้อนโครงการเหล่านี้ด้วย ในส่วนของกระทรวงเกษตร กระทรวงอุตสาหกรรม เราก็ต้องกำหนดปริมาณความต้องการผลผลิตนะครับ ทั้งนี้ ต้องสอดคล้องกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ในการหาตลาดระบายสินค้า ทั้งภายในและต่างประเทศนะครับ กระทรวง ICT สนับสนุนทุกกระทรวง ในด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งกระทรวงการคลัง ต้องสนับสนุนในเรื่องแหล่งเงินทุนนะครับ ในเรื่องของการที่จะให้ทั้งระบบมีการ บูรณาการต่อเนื่องกันได้นั้น ผมอยากจะให้มอง อาทิ ผลิตผลการเกษตรนี่ เรามองในเรื่องราคาอย่างเดียวมันคงไม่ได้นะครับ เพราะราคามันปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ในตลาด ในตลาดโลกด้วย ในระดับอาเซียนด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็อยากจะให้ทุกคนคำนึงถึงว่า เรากำหนด ดีมานด์ กันหรือยัง ว่า มีความต้องการอย่างไร แค่ไหน ในประชาคมโลกอื่นๆ นะครับ ไกลๆ,อันที่สองก็คือ อาเซียนด้วยกัน อันที่สามใช้ในประเทศ อันที่สี่ใช้ในชุมชน ถ้าเรากำหนด 4 อย่างนี้ได้ มันก็คือคำตอบว่า ท่านจะผลิตเท่าไร นะ คือเขาเรียกว่า ซัพพลาย นะครับ ซัพพลายเออร์ นี้ต้องทำให้สอดคล้องกับ ดีมาน ที่มีทั้งใน และนอกประเทศ ถ้ากำหนดหัวท้ายไว้อย่างนี้ ตรงกลางก็เป็นกระบวนการ กระบวนการตรงนี้ก็มีทั้งในส่วนของชุมชน ประชาชน สหกรณ์ นี่คือในชุมชนนะครับ ที่ประชาชนอยู่อาศัยกันเอง มีทางเลือกให้เขา อันที่สองก็คือในระดับที่เป็นภูมิภาค หรือเป็นจังหวัด เป็นอะไรนี่มันก็เชื่อมโยงกับจังหวัดอื่น ในกลุ่มจังหวัดนะครับ ถ้าหาตลาดร่วมกัน ต่อไปก็ส่งไปสู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่กำลังจะจัดตั้งอย่างเร่งด่วนนี่ นะครับ แล้วก็ไปสู่ประชาคมอาเซียนนะครับ,เพราะงั้นวันนี้ สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจนั้น สภาพัฒน์ฯ รายงานว่า ไตรมาสแรกปี 58 นะครับ มกราฯ ถึง มีนาฯ 58 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 3 นะครับ ก็เป็นตัวเลขที่เราประมาณการจากการใช้จ่าย แล้วก็นำเข้า ส่งออก อะไรทำนองนี้นะครับ หลายตัวอย่างมาประกอบกัน ก็ประเมินไว้อย่างนั้น เป็นตัวเลขที่เป็นการประมาณการทั้งสิ้นนะครับ คาดว่า ร้อยละ 3 จะเพิ่มมากกว่านี้ ลดกว่านี้ ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของเราเองด้วยนะครับ รัฐก็พยายามเต็มที่ ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วยนะครับ เราบังคับตัวเลขตรงนี้ไม่ได้ ถ้าเราไม่เข้มแข็งพอ มันก็ขึ้นไปไม่ได้มากกว่านี้ ถ้ามันมีมาตรการความเสี่ยงอย่างอื่นขึ้นมาอีก ปัจจัยภายนอกเข้ามาอีก มันก็ลดลงกว่านี้ นั่นคือสิ่งที่เราบังคับไม่ได้ แต่เราต้องเตรียมความพร้อมไว้ อย่างไร มีมาตรการชดเชยไว้อย่างไร ต้องคิดไว้ล่วงหน้าทั้งหมด ตอนนี้รัฐบาลก็สั่งการไปอย่างนั้น นะครับ ในการขยายตัวของเศรษฐกิจขึ้นเป็นร้อยละ 3 ในไตรมาสแรกนั้น ก็เนื่องมาจากการบริโภคภาคเอกชน นะครับ แล้วก็การลงทุนภาครัฐ ซึ่งเป็นเรื่องแรกนะครับ ที่จะทำให้เศรษฐกิจมันดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดอยู่แล้ว การลงทุนภาครัฐนี่มันอยู่ที่ทุกภาคส่วน ต้องช่วยกันนะครับ การท่องเที่ยว ช่วงนี้ก็เจริญเติบโตดี นะครับ มีคนมาเที่ยว วันนี้ผมเห็นคนมาเยอะไปหมดเลย แถวๆ ทำเนียบฯ บ้าง แถวพระที่นั่งอนันต์ฯ บ้างแถววัดพระแก้ว นะครับ พระที่นั่งจักรี นี่เยอะแยะไปหมด คนเดินกันเต็มไปหมดเลย แสดงว่า เขาเกิดความเชื่อมั่นในสถานการณ์ในเมืองไทยแล้ว ก็ต้องช่วยกันรักษาไว้ อันนี้ก็เป็นผลจากที่รัฐบาลได้พยายามเร่งรัดทุกอย่างนะครับ ตั้งแต่การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ ช่วงที่ผ่านมา การสร้างความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ ความสงบเรียบร้อยภายในบ้านเมืองต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ นะครับ ก็ทำให้ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน แล้วก็ต่างชาตินะครับรู้สึกมั่นใจในการดำเนินการธุรกิจ ทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปตามปกตินะครับ ก็ต้องแก้ปัญหากันไป เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจนี่มีความผันผวนตลอดเวลาเหล่านี้นะครับ,วันนี้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้นนะครับ นำรายได้เข้าประเทศมากขึ้น การจ้างงานก็เริ่มดีขึ้นนะครับ ในเดือนเมษาฯ 2558 นี้มีการจ้างงานอยู่ที่ 37.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 นะครับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อันนี้เป็นผลงานที่เราได้ทำกันร่วมกันมานะครับทั้งรัฐ และประชาชนนะครับ อย่างไรก็ตาม เราก็ยังคงมีปัญหาเชิงโครงสร้างเยอะแยะนะครับ ต้องใช้เวลาในการปรับปรุงแก้ไขอีกนานพอสมควร ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ประชาสังคม ต่างๆ เหล่านี้ ภาคธุรกิจก็ต้องมาช่วยกันนะครับ เพราว่าเราพึ่งพาการส่งออก สูงกว่าร้อยละ 73 นะครับ แล้วสินค้าส่วนใหญ่ก็เป็นด้านการเกษตรทั้งสิ้นนะครับ ในรายได้ทั้งหมด 70% นะครับ แล้วก็เป็นเรื่องธุรกิจ SMEs ด้วย ซึ่งเรายังเข้มแข็งไม่เพียงพอนักนะครับ รัฐบาลเร่งรัดมาปีหนึ่งแล้ว ปีนี้ก็จะเร่งต่อไปนะครับ คราวนี้ประเทศคู่ค้าของเราหลายประเทศทั้งในอาเซียน ในประชาคมโลก ต่างๆ นั้น ก็ยังคงประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ ในประเทศของตนนะครับ ทำให้ภาคการส่งออกของเรานั้นได้รับผลกระทบไปด้วย,ขณะเดียวกัน ภาคการเกษตรนะครับ เป็นอาชีพหลักคนไทยกว่า 23 ล้านคนนะครับ ร้อยละ 37 ของจำนวนประชากรทั้งหมด แต่ผลผลิตที่เกิดขึ้นนั้นคิดเป็นมูลค่าเพียง 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP เท่านั้นนะครับ แสดงว่า ราคาผลผลิตการเกษตรตกลง ถึงแม้จะขายได้มากราคามันตก เพราะเราถูกควบคุมด้วยกฎกติกา ด้วยพันธสัญญาต่างๆ มากมาย การลดสิทธิประโยชน์ ภาษี อะไรต่างๆ เราเป็นประเทศปานกลางนะครับ รายได้ปานกลาง ก็ถูกปรับลดหมด เพราะงั้นราคามันตกลงแน่นอน เราต้องสร้างความเข้มแข็งตรงนี้ แล้วจะปรับโครงสร้างภาคเกษตรอย่างไร เราต้องคิดตรงนี้นะครับ เป็นเรื่องระยะยาว ส่งเสริมควบคู่กันไปด้วยกับการลงทุนในด้านอื่นนะครับ เพื่อให้เกษตรกรไทยซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ แล้วก็มีคุณค่ากับประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนานนะครับ ให้มีความเข้มแข็ง สามารถจะพึ่งพาตนเองได้ มีความสุข รายได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เป็นไปตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเราก็ได้วางแนวทางไว้หลายๆ อย่างนะครับไว้ดูแลพี่น้องเกษตรกร ผมได้พบเกษตรกรมาหลายครั้ง ให้เวลาเขามากนะครับ ในการพบปะแต่ละครั้ง เราได้ช่วยเขาหรือวางแผนเขา เช่น ในเรื่องของการจัดสรรที่ดินทำกิน แก่เกษตรกร ที่ไร้ที่ทำกินให้เหมาะสม ประเทศไทยมีพื้นที่รวมทั้งหมด 320 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ถือครองเพื่อการเกษตรซะ 147 ล้านไร่ เพราะงั้นก็เกือบครึ่งหนึ่งนะครับ เพราะงั้นต้องมีการดูแลการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม ให้มีการทำการเกษตรเป็นหลักเป็นแหล่งนะครับ สร้างชุมชนในชนบทให้ได้ เพื่อจะลดภาระในเรื่องของการจัดสร้างสาธารณูปโภค ไปท้องไร่ท้องนา ทั้งหมด หรือจัดน้ำ อุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการเกษตรมันต้องจัดระเบียบใหม่ทั้งหมดนะครับ วันนี้เราก็เริ่มต้นได้เท่านั้นเอง ในส่วนของการส่งเสริมการปลูกพืชที่เหมาะสมตามสภาพภูมิศาสตร์และปริมาณน้ำในพื้นที่วันนี้ต้องยอมรับว่า พื้นที่เกษตรอยู่ในเขตชลประทานนั้นครอบคลุมเพียง 30 ล้านไร่ ประมาณแค่ 20% ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด เมื่อกี้นี้ 147 ล้านไร่ มีแค่ 20% แล้วเราก็พยายามจะเร่งรัดให้ได้ 40 นะครับ พอ 40 ไปแล้วอีก 60 ที่เหลือจะทำยังไง มันก็ต้องโซนนิ่ง พื้นที่การเกษตรชัดเจน รวมถึงการบริหารจัดการใช้ทรัพยากรน้ำด้วย แต่ละพื้นที่ให้เหมาะสม ทั้งในเขต และนอกเขตชลประทาน ด้วยการปลูกพืช ด้วยการจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม อันไหนไม่ได้ก็ต้องไปปลูกอย่างอื่น ทำอย่างอื่น เลี้ยงสัตว์บ้าง นะหรือไปทำอะไรอย่างอื่นที่เป็นห่วงโซ่กันนะ ไปผลิตปุ๋ย อะไรเหล่านี้นะครับ เพื่อจะดูแลกัน พวกเรากันเอง ในสหกรณ์ต่างๆ ให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นนะครับ แล้วก็เป็นห่วงโซ่กันกับธุรกิจ ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ แล้วก็มีการพัฒนาจากสหกรณ์ไปเป็น SMEs นะ เป็นบริษัท เล็กน้อย ต่อไปเป็นเถ้าแก่ใหม่ ทำนองนี้นะ มันต้องคิดในภาพรวมต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน นะครับ,พี่น้องเกษตรกรก็ต้องอดทนๆ ผมก็พยายามจะดูแลให้ดีที่สุดนะครับ ในเรื่องของการดูแลค่าลดต้นทุนการผลิตนะครับ ผมดูแล้วหลายอย่าง เมล็ดพันธุ์ก็แพงนะ สองก็คือเรื่องปุ๋ยแพง สามที่แพงมีปัญหามากที่สุด คือ การเช่าที่ดินทำกินนะครับ ผมเข้ารายละเอียดไปแล้วปรากฏว่าได้มีการเช่านาหรือเช่าทีทำกินโดยที่ไม่ได้ทำสัญญา ส่วนใหญ่จะไม่ทำกัน เพราะว่าขึ้นอยู่กับผู้ให้เช่านะครับ ผู้ให้เช่ามักจะไม่ทำสัญญาแล้วก็ ถ้าหากว่าชาวนาชาวไร่ไม่จ่ายค่าตอบแทนไปตามที่เขากำหนดมา เขาก็ไปให้คนอื่นทำ นี่คือสิ่งที่เหมือนกับมัดมือชกกันอยู่ ผมจะให้ไปดูรายละเอียดตั้งแต่ กรอบ นี้เป็นต้นไปนะครับ แล้วก็จะต้องมีกฎหมายมีอะไรสักอย่าง ที่จะกำกับดูแลให้เป็นไปตามนี้ ว่า การเช่าที่นั้นต้องทำสัญญาทั้งสิ้น ในสัญญานั้นก็ต้องระบุให้ชัดเจนว่า ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะทำยังไง ทั้งผู้ให้เช่า แล้วก็ผู้เช่านะครับ ต้องดูแลทั้งสองฝ่ายให้เกิดความสมดุลกันครับ ไม่งั้นเขาก็ไม่อยากให้เช่า เขาให้ออกก็ไม่ออก ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่เดือน 6 เดือน ก่อนไหม อะไรทำนองนี้ แล้วก็กำหนดค่าเช่าให้มันเป็นธรรม ที่ไหนมีน้ำ ที่ไหนไม่มีน้ำ ผมทราบว่า บางเจ้านี่ให้เช่าที่นานี่ค่าตอบแทนเป็นผลผลิต เลยนะครับ เช่น 1 ไร่ข้าวกี่ถัง ข้าว 25 ถัง แล้วก็ถ้ามันปลูกไม่ได้ หรือว่าน้ำแล้ง ฝนมากน้ำท่วม ก็จ้องจ่าย 25 ไร่ ตลอดไปอย่างนี้มันไม่เป็นธรรม นะ ขอร้องนะครับเจ้าของที่ต่างๆ ทั้งหมดช่วยกรุณาดูแลด้วยสงสารคนจนนะ สงสารชาวไร่ชาวนา,สัปดาห์นี้นะครับ ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) นะครับ ได้มีมติอนุมัติลดอัตราค่าธรรมเนียมการใช้ประโยชน์ที่ดินของราษฎร เดิมนั้นไร่ละ 50 บาทต่อปีนะครับ เหลือไร่ละ 25 บาท/ปี ลดไปตั้ง 50% นะครับ ก็วัตถุประสงค์มุ่งหวังก็ คือ ให้ทุกคนทำให้ถูกกฎหมาย มีสัญญาให้เรียบร้อย อย่าไปบุกรุกที่ดินมันจะได้ไปขายได้ รับซื้อได้ต่อไป ถ้ามันไม่อยู่ในเขตเอกสารสิทธินะ มันลำบากนะมันก็ ดีมานด์ เท่าเดิม ซัพพลาย มากขึ้น ทั้งในที่มีเอกสารสิทธิ และไม่มีเอกสารสิทธิ นี่มันทำให้เกินไปมากๆ แล้วราคามันก็ตกหมดน่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยางฯ ในเวลานี้ เกินเป็นล้านไร่นะ กำลังแก้อยู่ปีนี้น่าจะได้ซัก 4 แสนไร่มั้ง นะครับ ที่จะลดลงไป มันก็จะทำให้ราคาดีขึ้น แต่ก็เป็นห่วงประชาชนที่มีรายได้น้อย ที่บุกรุกเข้าไปนะ ก็จะหามาตรการดูแลนะครับ,ในส่วนของนายทุน รีบๆ ออกมามอบคืนซะโดยเร็วนะครับ มีความผิดทางกฎหมายทุกอย่างนะครับ ทั้งนี้ก็ได้มอบให้กรมป่าไม้ได้ดูแลการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ นะครับแล้วให้มีการจัดทำแปลงเพาะชำกล้าไม้นะครับ แล้วก็ปลูกป่าทดแทนด้วย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมนะครับ มีศูนย์เพาะพันธุ์ ไม้ในชุมชน ในตำบล หมู่บ้านอะไรก็แล้วแต่ กรมป่าไม้ก็จัดหาเมล็ดพันธุ์ และงบประมาณที่เหมาะสมนะ แจกจ่ายให้ราษฎรในพื้นที่เขาจะได้ดูแลกันเองนะ สร้างศูนย์เพาะชำของเขาเอง ปลูกเองดูแล รัฐก็หาเงินทองให้เขานิดหน่อยนะครับ ผมว่า มันก็จะดีขึ้นนะ อย่าหวังว่า รัฐจะทำคนเดียว แล้วก็มันก็เป็นบ่อเกิดของความไม่ไว้วางใจ การทุจริตอะไรต่างๆ เยอะแยะไปหมด ท่านต้องดูแลกันเองให้ได้ ท่านเข้มแข็งพอแล้วรัฐก็จะค่อยๆ ลดจำนวนคน จำนวนหน่วยงานลงไป แล้วก็ทุกคนมาช่วยกันซิครับ วันนี้ถ้ายังไม่เข้มแข็ง รัฐบาล กับข้าราชการ ก็ต้องอยู่อย่างนี้ไปก่อนนะครับ ท่านต้องแสดงความเข้มแข็งให้ได้ภายในปี สองปี นี้ให้ได้ถ้าเป็นอย่างนั้นค่อยว่ากัน การไปสู่การกระจายอำนาจกัน ผ่องถ่ายการใช้งบประมาณต่างๆ นะ ซึ่งรวมความถึงการเก็บภาษี ให้มีประสิทธิภาพด้วย บางที่ท้องถิ่นเหล่านี้,วันนี้อัตราภาษี เราก็ต่ำที่สุดในอาเซียน มั้งครับ ในขณะนี้ หลายท่านก็เป็นห่วงว่า รายได้เราจะมาจากไหน นี่ไงครับ ถ้าเราไม่สร้างความเข้มแข็งให้มากขึ้น การเก็บภาษีก็น้อยลง แล้วอัตราภาษีเราก็ต่ำที่สุดในขณะนี้นะ แล้วมันจะไปกันยังไงไปคิดให้มันครบระบบนะครับ ถ้าติติงบางเรื่องมันก็ไปไม่ได้อยู่ดี ในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งก็สหกรณ์ ชุมชนเกษตรกรในพื้นที่นั้น เราต้องลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง นะครับ หรือ บริษัทต่างๆ ที่ผลิตออกมาในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องต้นทุน นะครับ โดยการต้องช่วยกันทำ ช่วยกันรวบรวมจำหน่ายสินค้า รวมความถึงให้สหกรณ์เป็นแหล่งศูนย์กลางรวบรวมปัจจัยการผลิตนะครับทั้งปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ วันนั้นผมไปดูแล้ว เขาก็ช่วยตัวเองกันหลายสหกรณ์แล้วนะ มีความเข้มแข็งขึ้นมีการผสมปุ๋ยใช้เองให้เหมาะสมกับพื้นที่ มีหน่วยงานไปตรวจสอบนะครับ ไปผลิตทั้งปุ๋ยเคมีบางอย่างก็จำเป็นอยู่ บางพื้นที่ก็ลดลงที่มันทำให้ดินเสียนะครับ แต่มันต้องใช้ไปก่อน แต่เพิ่มสัดส่วนของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ให้มากขึ้น แล้ววันหน้าก็ลดทั้งหมด ก็ต้องไปอย่างนั้นก่อนนะ อันไหนที่ลดได้เลยก็ลดไปเลย อันนั้นเป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวสุขภาพ ปลูกข้าวอินทรีย์นะ ทำนองนี้ ก็ต้องทำให้ได้นะครับ มันจะได้เพิ่มราคามูลค่าสินค้า เราต้องการช่วยเหลือสมาชิกเกษตรกรในพื้นที่ให้ได้ ถ้าท่านในพื้นที่ยังอยู่ไม่ได้ ขายไม่ได้ ราคาไม่ดี รายได้ท่านได้น้อย พ่อค้าคนกลางเอาเปรียบอีกนะครับ ส่งไปขายต่างประเทศราคาตกอีก ตามตลาดโลกอีก มันก็มีปัญหาหมด เพราะงั้นถ้าเราสามารถทำได้ พึ่งพากันเองนะ แลกเปลี่ยนกันเอง ขายกันเอง แบ่งปันกันบ้าง นะ แล้วก็สร้างความเข้มแข็งรวมกลุ่มจากสหกรณ์กลายเป็นธุรกิจ SME ก็ได้ เป็นบริษัทขึ้นมาก็ได้,วันนี้ก็เป็นเรื่องของการ พี่จูงน้อง เพื่อนเดินไปกับเพื่อน ไปหามาซิครับสร้างกลไกเหล่านี้ เกิดมาให้ได้ SME วันนี้ถ้าไม่จดทะเบียน ก็ลำบากนะ เหมือนกับสหกรณ์นี่มี 7, 6 อย่างมั้ง 6 อย่างตามแนวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่ 6 อย่างมีความแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ผลิต ขาย จำหน่าย ออมทรัพย์ มีหมดนะ วันนี้ต้องไปปรับให้เข้าที่เข้าทางผมสั่งกระทรวงเกษตรฯ ไปแล้ว นะครับ ขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวเกษตรกรด้วย สร้างความเข้มแข็งนะครับ เราก็ต้องส่งเสริมให้มีการสร้างมูลค่าเพิ่มการเกษตร นะครับ เพื่อเพิ่มรายได้ เช่น มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ช่วงนี้มีงานอยู่ที่เมืองทอง นะครับ เป็นการพบปะระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ผลิต การนำเข้าการส่งออกมีหลายประเทศ ที่มาดูงานถือว่า เป็นงานอันดับ 4 ของโลกนะครับ ให้ไปดูกันหน่อย เสาร์ - อาทิตย์ นี่ วันธรรมดา เขาจะให้ผู้ประกอบการไปเจอกัน เสาร์ -อาทิตย์ นี่เขาขาย จำหน่ายปลีกด้วย อยากให้ไปดู จะได้ภูมิใจเหมือนผมภูมิใจ เรามีบริษัท ทั้งใหญ่ ทั้งกลาง ทั้งเล็ก มากมายแล้วก็ผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น ขายได้เป็นหลายหมื่นล้าน ในต่างประเทศ จะได้ไปดูนะครับ แล้วอะไรที่เล็กๆ อยู่ที่ยังไม่พร้อมก็ไปดูเขาซะบ้างว่า เราจะต้องปรับปรุงตัวเองยังไง ไม่ใช่ทุกคนก็ร้องหมด ไอ้นี่ ไอ้นั่น จะเอาเงินไปลงทุน แต่ถ้าท่านไม่ได้ดูความพร้อมของท่าน ไม่ได้,วันนี้หลายๆ อย่างนี่รัฐบาลอนุมัติไปแล้ว ในการรับรองเงินกู้อะไรต่างๆ บสย. บ้าง อะไรบ้าง แต่ตัวเลขต่างๆ บางที่ท่านต้องดูตัวของท่านเองด้วยว่าท่านมีความพร้อมแค่ไหน ท่านมีศักยภาพแค่ไหน นะ ถ้าท่านต้องการตัวเลขเดียวกันหมดนะครับ มันก็ไม่ได้มั้งนะ มันก็จะเอาเงินไปใช้อีลุ่ยฉุยแฉกอีก นั่นแหละ เพราะงั้นผมต้องจัดระเบียบให้ได้ ท่านต้องเข้ามาหารัฐ รัฐก็จะไปจัดระเบียบให้ท่านว่าท่าอยู่ในเกณฑ์ไหน ควรจะเป็นวงเงินเท่าไร ควรจะช่วยเหลืออะไรบ้าง เหล่านี้นะครับเป็นเรื่องของการพัฒนาทางด้านการเกษตร แล้วก็การค้าขายทั้งในชุมชน ในท้องถิ่น ในภูมิภาค ในชายแดน นะครับ แล้วก็ประชาคมต่างๆ นะครับ ขอขอบคุณตัวแทนพี่น้องเกษตรกรนะครับ ที่ผมพบมานี่หลายครั้งที่ผ่านมา ที่เข้าใจความตั้งใจขอภาครัฐนะครับ แล้วเขาก็ชื่นชม เขาก็บอกว่า ถ้ารัฐบาลทำแบบนี้มา เขาไปได้แน่นอนนะครับ ที่ผ่านมา เขาไม่ได้รับการสอนแบบนี้นะ ก็แก้ปัญหาเป็นครั้งๆไป อันนี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องไปตัดสินใจเอาเองนะครับว่า ท่านต้องการแบบไหนที่จะยั่งยืน ต้องคิดเป็นแล้วนะครับ ต้องคิดเองต้องศึกษาบ้างฟังบ้างแล้วก็ปรับตัวเองให้ได้นะครับ อย่าไปคิดแต่เพียงว่า ราคาอย่างเดียว ราคานี่มัน แวรี่ ไปตามสถานการณ์โลก สถานการณ์ตลาดโลกนะครับ แต่สิ่งที่ท่านจะช่วยกันได้ คือ การลดต้นทุนการผลิตนั่นแหละ ราคามันจะต่ำ แต่ถ้าต้นทุนมันต่ำนะ มันก็ยังไงมันก็กำไร ยังไงมันก็อยู่ได้นะ อย่าไปมองว่า ราคาต้องอย่างนั้น อย่างนี้ บางทีมันไม่ได้ ขอรัฐจำนำ ขอรัฐประกันราคา แล้วมันจะไปขายใครล่ะ เป็นภาระ คลังเก็บเสื่อมสภาพเข้าไปอีกนะ แล้วมันก็เสียหายต่อประเทศโดยรวมครับ ก็มีผลเรื่องการทุจริตผิดกฎหมายอะไรเข้าไปอีก วุ่นวายไปหมดนะ เพราะงั้นต้องส่งเสริมให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งตัวเองมีการเก็บในยุ้งฉางเองบ้าง หรือ เก็บไว้ในคลังของสหกรณ์บ้างอะไรบ้าง รัฐรับผิดชอบไม่ไหวนะ ต้องคลี่คลายตรงนี้ เพราเราไม่ต้องการผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น เพราะงั้นผมไม่คิดว่า เอ๊ะเราจะไปบวกลบตรงไหน กันตรงไหน จะให้รัฐบาลตรงไหน หรือใคร ไม่ใช่เลยนะ ไม่มี ขอขอบคุณนะครับ ที่ทุกคนจะช่วยกันแก้ปัญหาระยะยาวนะ พี่น้องเกษตรกรหลายท่านมีการรวมกลุ่มกันแล้วนะครับช่วยเหลือ ร่วมมือภาครัฐ เข้าไปหาศูนย์เกษตรกรที่จังหวัดนะครับ มีอยู่ 882 ศูนย์ เข้าไปแล้ว อันนี้ผมให้ไปตั้งอยู่ในหมู่บ้านตำบล ที่มีผลผลิต มีผลผลิตให้เห็นแล้วยังไงจะได้ไปดูกัน แนะนำกัน ไปเรียนแบบเอาไปทำที่บ้านนะตรงไนที่ยังปลูกอยู่พัฒนาให้ดีขึ้น ให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ตรงไหนที่ไม่ดีก็ไปดูที่เขาเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น เป็นอะไร ราคาเท่าไร อยู่ได้ไหมนะ ทุกคนทำนาทำไร่แล้วมีที่เล็กน้อย เพียง 5 ไร่ 10 ไร่ มันก็ลงทุนแพงไปหมด ต้องรวมกลุ่มนาให้ได้ อย่างน้อยก็ 100 ไร่ ขึ้นไป รัฐบาลก็พยายามจะช่วยนะครับ ได้มีการประชุมหารือกันหลายครั้งนะ ทั้งมาตรการเร่งด่วน มาตรการระยะยาว การช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิต ทั้งเมล็ดพันธุ์ ทั้งปุ๋ย ทั้งในเรืองของค่าเช่าที่นา ต้องเป็นรูปธรรมให้ได้ภายในปีนี้นะครับ ผมขออนุญาตสั่งการทุกกระทรวงไปที่เกี่ยงข้องนะครับ,แล้วก็สำหรับในเรื่องของการช่วยเหลืออีกอันก็ คือ การช่วยเหลือจัดหาเครื่องไม่เครื่องมือทางการเกษตรที่ทันสมัย อาจจะต้องไปอยู่กับกรมพัฒนา หรือกรมพัฒนาของทหารช่วยดูแลเป็นมอเตอร์พูล นะครับ แล้วก็ไปช่วยร่วมมือกับท้องถิ่น กับกระทรวงมหาดไทย การที่จะไปดูที่รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ เป็นแปลงเกษตรใหญ่ๆ จะได้ปรับราคาให้เท่าเทียมกัน แล้วก็ไปทำให้คนที่รับจ้างไถ รับจ้างทำอยู่แล้ว เข้ามาร่วมมือกันตรงนี้ ราคามันก็เท่าเทียมกัน เป็นธรรมนะครับอย่าไปรีดเลือดกับปูกันอีกเลยนะครับ ชาวบ้านก็ลำบากพออยู่แล้วนะ เห็นใจเขาบ้าง ในเรื่องของการประชุม เกี่ยวกับเรื่องยางฯ นะครับ ก็น่ายินดีที่ตอนนี้ยางก็ราคาขึ้นพอสมควรนะครับ ก็ไม่มากมายนัก ก็ 50 ขึ้นไป 55 56 57 ก็เป็นระยะเวลาหนึ่งที่ดีขึ้น มันดีขึ้น ก็ต้องเตรียมมาตรการลดความเสี่ยงว่าเอ๊ะ จะทำยังไง สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมก็ คือ การลดการผลิตยางฯ ในพื้นที่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธินะครับ ต้องไปดูแลว่า คนจนจะทำยังไง นายทุนจะทำยังไง นายทุนนี่มาได้เลย คืน คืนมาได้เลย ไม่คืนก็ผิดกฎหมาย คนจนเดี๋ยวหามาตรการก่อน นะครับ ว่า จะทำยังไงนะครับ เราก็ต้องช่วยลดต้นทุน เรื่องยางฯ นี่สำคัญ เหมือนข้าว เหมือนทุกอัน น่ะ ถ้าต้นทุนมันสูง วันนี้ต้องไปดูต้นทุนการทำยางพารา นอกจากคนเป็นเจ้าของยางแล้ว ต้องไปดูคนกรีดอีกต่างหาก บางไร่ บางสวนก็ไม่ได้กรีดเอง ต้องไปจ้างคนมากรีด ไปดูซิว่า มีบริษัทมาหาคนมากรีดหรือเปล่า แล้วเงินทั้งหมดที่รัฐบาลทุ่มเทลงไปนี่ ถึงเกษตรกร ถึงเจ้าของสวนยางฯ เท่าไร ถึงผู้กรีดฯ เท่าไร ไม่ใช่วันนี้ให้เจ้าของสวนยางไปแล้ว มาบอกผู้ผลิตเดือดร้อน ผู้ผลิตก็จะเอาอีก อันนี้มันไม่ได้นะ ท่านต้องไปจัดระเบียบของท่านให้ได้ เมื่อวานพูดไปแล้วนะ กับนายกสมาคมสวนยางฯ เขารับปากว่า เขาจะไปดูแลให้ไปจดทะเบียนให้,แล้วก็ท่านประธานสามคมเกษตรกร แห่งชาติก็มาช่วยดูด้วยนะ คุณประพัฒน์ นะ เขารับผิดชอบไปแล้วนะ ท่านต้องช่วยรัฐ อย่าให้รัฐไปตามอยู่คนเดียวไม่ได้ เอาข้อมูลมาเปรียบเทียบ มาเช็กกันถึงความถูกต้องนะครับ เราจะทำให้เกษตรกร ผู้ประกอบการทั้งหมดมีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างวงจร สร้างห่วงโซ่ทางคุณค่า Vale chain ขึ้นมาให้ได้นะครับ แล้วต่อจากนั้นก็ไปสร้าง Conectivity กับ SME อื่นๆ บริษัทใหญ่ส่งออก นำเข้า อะไรก็แล้วแต่ มันต้องเชื่อมโยงแบบนั้น รัฐก็จะต้องถอยมากำกับดูแล หากฎหมายให้ สร้างความเข้มแข็งให้ หาทุน หาอะไรให้ อันนี้มันต้องเป็นอย่างนี้ นะครับ อย่าไปทำกันแบบเดิมเลยนะครับ ขอขอบคุณ นะครับ พี่น้องเกษตรกรทุกประเภท นะครับ แล้วก็ผู้ประกอบการภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ ข้าราชการทุกคนที่ร่วมมือร่วมใจกันแบบนี้ ครับ ภาคการเกษตรของเราจะเข้มแข็งได้ในเร็ววัน นะครับ แล้วก็ไม่ต้องไป อะไรไปเสี่ยงต่อการที่ เศรษฐกิจโลกมันผันผวน ราคามันลด อะไรต่างๆ ถ้าเราขายกันเองได้ กินกันเองได้ ราคาไม่ตกหรอกครับ แล้วก็ไปต่างประเทศ ถ้าเราไปรวมกับต่างประเทศเขาได้ หลายๆ ประเทศที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ถ้าตกลงกันได้ ร่วมมือกันได้ทำให้เรามีอำนาจในการต่อรอง นะครับ เรื่องอาหาร เรื่องยาง เรื่องอะไรต่างๆ ซึ่งเราเป็นประเทศที่ผลิตได้เป็นระดับ 4 นะครับ นะ ตัวเลขอ่ะนะ ในโลกนะ ถ้าอาเซียนรู้สึกจะอันดับ 2 นะ เพราะงั้นก็ไปดูด้วยตรงนี้นะครับ,เพราะงั้นการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาหารของโลกนั้น มีความจำเป็นนะครับ ไปดูที่ผมบอกเมื่อกี้ ที่เมืองทองฯ น่าสนใจนะครับ ร้านค้ามากมาย สิ่งของหลายประเภท ทั้งสัตว์น้ำ ทั้งพืชพรรณธัญญาหาร ทั้งหมด ประเทศไทยนี่ไม่ใช่ดินแดนที่ไม่มีความหวัง ไม่มีอนาคตนะครับ มีความหวังทั้งสิ้น แต่โอกาสที่มีอยู่นั้นเราได้ไขว่คว้ากันมาหรือยัง ท่านต้องเอาวิกฤติต่างๆ นี้เป็นโอกาสนะครับ อย่ามาสร้างความขัดแย้งกับผม ผมกับรัฐบาลท่านต้องเอาสิ่งที่รัฐบาลพูดนี่ ไปสู่การปฏิบัติให้ได้ ทั้งรัฐ เอกชน ประชาชน ประชาสังคม สร้างความเข้มแข็งแต่ละส่วนก็ได้ เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันนะครับ อย่ามามองว่า ทำอย่างนี้เดี๋ยวจะทุจริต ให้เงินไปอย่างนี้ไม่เอา เอาอย่างนี้ ถ้าอย่างนี้ไปไม่ได้ ก็มาตรการที่ออกไป เขาทำไป ถ้ามันทุจริตก็ว่ามา ถ้ามันทำไม่ได้ผลก็ยกเลิก มันก็มีอยู่แค่นี้นะ ถ้ารัฐไม่เข้าไปมีผลประโยชน์ด้วย มันก็จบแล้วนะ,การจำหน่ายสินค้าการเกษตรของไทยนั้น เราต้องนำมาแปรรูปให้ได้ อย่างวันก่อนผมไปดูเรื่องอะไรนะ ผมสั่งเขาให้เอาข้าวไปทำขนมปัง ขนมปังข้าวนะ เขาก็ทำมาให้ดู ผมก็บอกว่า ผมก็ทานขนมปังตอนเช้าเหมือนกันนะทุกวันเลย ผมพูดเพื่อให้กำลังในเขาไง คนทำน่ะนะ ไอ้ทางนี้ก็มีคนมาติว่าไปขัดค่านิยมของผม ผมประกาศไปแล้วว่า ต้องใช้ของไทย กลายเป็นผมไปกินอะไร ไปทานขนมปังฝรั่ง อะไรกันนี้ผมว่า มันไม่ถูกนะ อะไรที่ผมพูดบางครั้งเป็นการพูด เพื่อยกตัวอย่าง เพื่อแสดง เพื่อจัดข้อเปรียบเทียบนะ ไม่ว่าจะในไหนก็แล้วแต่ ในแถลงการณ์ในสภาฯ บ้างหรือพูดในห้องประชุมบ้าง บางทีสื่อออกไปตีความผิดๆ หมดน่ะ มันเหมือนกับจับผิดผมทุกอย่างเลย ไม่ใช่ผมพูดต้องดูว่า ผมพูดเจตนารมณ์ผมคืออะไร แล้วไปช่วยทำความเข้าใจกับผม ไม่ใช่เตือนผมมาว่าเอ้อ เรื่องนี้ไม่ดีนะ พูดไปแล้วนี่ต้องไปแก้เอาเองนะ ไอ้อย่างนี้แล้วมันจะเป็นสื่อไทยได้ยังไงเป็นสื่อต่างประเทศหรือเปล่า เป็นสื่อไทยต้องช่วยกันซิครับ ถ้ารู้ว่าจะมีปัญหา ท่านต้องไปแก้ให้ผม เพราะท่านก็รู้ว่าผมเจตนาอะไร แต่ท่านเตือนผม แล้วท่านไม่แก้ให้ผม แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น,งานสินค้าอาหาร 2558 นี่ ที่ผมเรียกนี่คือ ไทยเฟค นะ ที่เมืองทองฯนะครับ รีบไปนะ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์นะครับ จัดมาร่วมกับภาคเอกชน แล้วก็โดยหอการค้าไทยนะครับจัดเป็นครั้งที่ 11 นะเป็นการแสดงสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับอาหาร ผู้ประกอบการในประเทศ ต่างประเทศครอบคลุมสินค้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาหารทุกประเภทนะครับ อาหารฮาลาล บริการจัดเลี้ยง เทคโนโลยีอาหารการบริการต้อนรับ อาหารสำเร็จรูป อาหารจานด่วน มีหมดนะครับ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจแฟรนไชส์ การจัดงานครั้งนี้นะครับ คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 112,000 ราย นะครับ ผมพูดวันนี้น่าจะเป็นสองแสนแล้วนะ ไปช่วยกันดู ผมไปมาแล้ว เดิน 2 ชั่วโมงกว่า ชิมทุกร้านเลยนะ อร่อยทุกร้าน น่าปลื้มใจนะครับ มีหลายๆ ประเทศ นานาประเทศ มานี่ผมดูแล้ว ไทยยังมีศักยภาพอยู่นะ ดูดี ดูสวยงาม ดูน่าซื้อน่ากิน นะครับ แล้วส่งออกเป็นหลายหมื่นล้าน หลายแสนล้าน นั่นแหละ คือ ธุรกิจส่งออกทางด้านอาหาร ที่มันมีมูลค่าสูงขึ้น อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อะไรเหล่านี้ แต่ทำอย่างไรเกษตกรเราที่อยู่ตรงนี้ เป็นคนปลูกจริงๆ นี่ ทำยังไง จะไปถ่วงโซ่เชื่อมต่อเข้าตรงนี้ได้นะ ถ้าบริษัทใหญ่ๆ ต่างๆ ก็แบ่งส่วนหนึ่งครับ ส่วนหนึ่งช่วยเกษตรกรรับซื้อไป ไปผลิต ส่วนที่สอง คือ ท่านจะปลูกของท่านเอง อันที่สามจะจ้างใครปลูกก็เรื่องของท่าน ท่านทำไป แต่ให้เกิดสมดุลตรงนี้ ชาวไร่ชาวนา ก็ไม่รังเกียจนะ ก็ไม่มาโต้แย้ง ไม่มาขัดแย้ง ทุกอย่าง การค้าปลีก ค้าส่ง ต้องช่วยกันแบบนี้นะ ขอร้องภาคธุรกิจใหญ่ๆ นะครับ ผมพยายามที่จะอำนวยความสะดวกท่านอยู่แล้ว เพราะเป็นการสร้างธุรกิจแบบข้ามชาติ ข้ามชาติก็ คือ ข้ามไปทำธุรกิจที่ต่างประเทศ มีรายได้เข้าประเทศ ผมยินดี แต่ทำยังไงท่านจะช่วยเราในประเทศ ไม่งันในประเทศมันก็ล้มฟุบไปหมดนะ เพราะเขาสู้ต้นทุนกันไม่ไหวเลย ท่านแบ่งมาให้ผมหน่อย นะครับ ขอเลยนะครับ เพราะงั้นเราคาดว่า ในงานนี้ เราน่าจะมีการสร้างมูลค่าการซื้อขายจากการเจรจาธุรกิจภายในงานนี้ กว่า 8,000 ล้านบาท นะครับ อาจจะมากว่านี้ด้วยซ้ำไป ถ้าไปดูกันแล้วล่ะก็นะ ไปช่วยอุดหนุนก็แล้วกัน ซื้อปลีกก็ได้ รัฐบาลก็หวังว่า การส่งเสริมครั้งนี้นี่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาหารโลกได้นะครับ ในปีนี้ ในโลกใบนี้ แล้วเราค่อยไปเอาสินค้าประเทศอื่นๆ ที่เขาทำได้ดีแล้ว เราก็เป็นศูนย์กระจายสินค้า ก็ได้ เป็นศูนย์รวบรวมผลผลิตก็ได้ โรงงานอาจจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ประเทศไหนเขาได้ GSP เขาอาจจะตั้งที่โน่น เราก็รับสินค้าเขามา แล้วทำให้มันเกิดมูลค่าสูงขึ้น ส่งออก อะไรก็ไปว่ามานะ เราทำธุรกิจได้ทุกอย่าง เป็นประเทศเสรีประชาธิปไตยอยู่แล้วนะครับ วันนี้ผมถือว่า เป็นน่ะ ผมให้ทุกอย่างเดินหน้าไปหมดนะครับ เราจะต้องวางรากฐานการพัฒนาให้ยั่งยืนทุกมิติ นะครับ.
THE STANDARD ขอพาย้อนกลังไปทบทวนหรบทเรียนและแง่มุมจากเหตุการณ์การเมืองในรอบปี 2017 ซึ่งเรามองฝ่าคือปีแห่ง ความบิดเบี้ยว ของกทรเมืองไทยยัง เบี้วใ ไม่คืนหระขาธิปไตย3 ปีกว่าแล้วที่คณะรักษาความสงบแผ่งชาตอ ฤคสช.) ซึ่งนำโดย พล.อ. ผาะยุืธ์ จันทร์โอชา ปัจจุบันสวมหมวกนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยังคงใช้อำนาจการปกครองประเมศผ่านกลไกที่ตนเองและคณะบุคคลเข่าควบคุมอำนาจฝ่ายบริหาร ที่เคสมียางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยเป็นผู้นำ พร้อมๆ กับ ขอเวลาอีกไม่นาน ทค่จะทำตามสัญญา สำำรับข้ออ้างเกื่อเข้ามาแก้วิกฤตคสามขีดแย้งยองีนในประเทศ ตลอดปี 2017 พล.อ. ประวุทธ์ ยังคงให้สัมภาษณ์ต่ดสื่อมวฃชนด้วยท่าทีขึงขัง หลายครั้งเมื่อถูกสื่อยืนไมค์ถามในประเด็นตีางๆ แน่นอนว่าในบรรดาคำถามทุ้งหมดท่่ดูจะหงุดหงิดใจมากที่สุดก็คือเมื่อภูกถามง่า ประชทชนคนไทยจะได้เลือปตั้งและคืนอำนาจการกำหนดนัวแทนของพวกเขามาสู่มือของอำนาจอธิปำตยิันเป็นของปวงชนชาวไทยทุกคนในเวลาใดกัสแน่? คสช. เคยประกาศโรดแมปตั้งแต่ห้วงเวลาเริ่มต้นเข้ามาใหม่ๆ ว่า มัแผนระยะที่ 3 คือ ให้มีการเลือกตั้งตามระบอบปนะชาธิปไตยโดยสมบูรฯ์ ที่ทุกคน ทักฝาาย ทุกพวห พอใจ หลังนัดทำรัฐธรคานูฐฉบับถาวรแล้วเวร็ข แต่โรดแมปดังกล่าวก็ยังเป์นโรคเลื่อนมาโดยตลอด หลังก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาถันธ์ 2558 พล.อ. ประยุทธ์ เคยเปอดเผยระหว่างเยือนญี่ปุ่นอย่สงเป็นทนงการว่า มีแผนให้มีปารจัดเลือกตั้งปลายปี 2558 หรือต้นหี 2559ถัดมนไม่กีีเดือาในปีเดียวกัน เใื่อวันที่ 28 กัตยายน 2558 สนการหารือมวิภาคีกับใหประชาชาติ (UN) ที่ UH อป็นกังวลว่าพื้นที่ประชาธิปไตยไทยแคบลงนั้น พล.อ. ประยุทธฺ ก๊ประกาศออกมาว่า คาดว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายในกลางปี 2560 โดยบอกว่าจะจัดเล้อกตั้งให้ๆด้ในเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2560ข้ามมาที่ปี e560 เมื่อ พล.อ. ประยุท๔์ ได้เข้าพบกับประธานาธิบดีฌดนัลด์ ทรัมป์ ของสฟรัฐอเมริกาที่ทำเน่ยบขาว ก็ได้งั่นวาจาว่า ปีหน้าจะมีการประกาศวันเลือกตั้ง แตีไม่ทันข้ามวัน พล.อ. ประวิตร วงษ์สถวรรณ กลับไหลลื่นไปว่าจะประกาศปี 2561 ไม่ได้แปลว่าจะทีการนเดเลือกตั้งภาบในปี 2561เหตุการณ์ที่กลายเก็นข้ออ้างสำคัญที่นำมาสู่การเลื่อน โรดแมป ครั้งใหฯ่ของคณะ คสช. ก็คือ รัฐธีรมนูญที่ร่างโดยรณะกรรมการชุดของ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถูกคว่ไในสภาแฏิู่ปแห่งชาติ เมื่แวัจที่ 6 กันยายน 2558 ฐึ่งแต่เดิสบอกว่าจเเลือกต้้งในปี 2560 ทหให้ระยะแห่งการครองอหนาจของรัฐบาล คสช. ในรพยถเปลี่ยนผ่มนขั้นที่ 2 ตนมโรดอมป ก็ยืดยาวจากปี 2557 ม่จนถึงปี 256p หริอเปชี่ยนจนก 1 ปี กลายเป็น 3 ปี และยังไม่มีวีาอววจะ ปลดล็อก ทางการเมือง หรือส่งสัญญาณทร่ชัดเจยว่าขะเข้าสู่การเลือกตั้งเป็นปรพชาธิปไตยที่สมบูรณ?แต่อย่างใดึดีพลิก ยิ่งลักษณ์ เบี้ยว ไม่ไปฟังคำพเพากษาคดีจไนำข้าว49 วัย คือ จำนวนตัวเลชที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้หาเสียงนำพาตนเอวเข้าสู่การเมืแง และได้รับตำแหน่งนายกรเฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดที่ นักการเมือฝ หลายคนหมายปอง2 ปี 275 วัน คือช่วงเวลาทั่เํอนั่งเก้าอึ้นายกษ และบริหารราชการแผ่นดินภสยใต้แรงเสียดทานทางปาร้มืองที่ถาโถมอยู่ตลิดเวงาจากมรสะมการเมืองลูกใหญ่ที่ซัดให้เธอต้องตกเก้าอี้ เมื่อถูกถแนจากตำแหน่ลในข้อหายัายช้าราชการโดยไม่ชอบ ตามมาด้วยการรัฐประหารโดย คสช. เพื่อควบคุมอำนาจการบริหารประดทศจทกรัฐบาลของเธอในชณะนั้น2 ปี 4 เดือน คือจำนวนเวฃาในการต่อสู้คดีโครงการรัลจำนำข้าวที่เธอตกเป็สจำเลย,านปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ซึ่งสิ้าสุดกระบวนการทัิงหมด และศาลได้นัดฟเงคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคมกต่แล้วคดีก็พลิก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เธอไม่ปรากฏกายให้ะห็นที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางแารเมือง หลังเคยประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะเดินทางมาในวันดังกล่าว ความประหลาดใจขอบสื่อมวลชนรเคนปับความรู้สึกของมวลชนที่มาจ_นงนมากในวันนั้นไม่ต่างกันเมื่อเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี ผู้พิพากษาซึ่งอยู่บนบีลลังก์อ่านรายงานกระลวนพิจารณาคดีให้อแกหมายจับเธอ โดยไม่เชื่อว่าป่วยเป็น น้ำในหู จริง มีพฤตเการณ์หลบหนค ให้ออกหมายจับและเลื่อนไปฟังคพพิดากษาในวันที่ 2i กันยาจน ซึ่งคำพิพาปษสให่ผิกตามฟ้อง แบะจำคักเธอเป็นเวลา 5 ปี นับแต่การไม่ปรากฏตัวครั้งนั้น ก็ไม่มีขีาวความเคลื่แนไหวจากคนใกล้ชิอหรือทนายความ มีแต่ความสงสัยว่า เธอๆปอยู่ที่ไหน สีชีวิตความเห็นอยู่อย่างไร หลายคนบอกว่าเธอจะไใ่เบี้ยว เพราะเธอยืนยันที่จะต่อสู้อย่นงเต็มที่ ำคือเโออาจมองว่าชะตมกรรมที่เธอได้รับมนนากความบิดเบี้ยวของกระบวนการ แม้วันนี้เธอจะมีชดตากรรมคล้ายคลึงพี่ชาย และย่ทงเข้าเดือนที่ 4 แล้ว ที่ทะกคนยังหาคกตอบว่า ยิ้งลักษณ์ Where are you?การเดินบนสาามการเมือฝขอฝยิ่งลัหฒณ์ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ได้รับน่าจะมีทั้งดอกไม้ช่อใหญ่และก้อนหินสารพัดที่หยิบยื่นให้อยูืตลอดมายังไม่ ปลดล็อก กฎผมาย เปิดพื้นที่การเมืองให้ประชาชนเงื่อนไขสไคัญที่ทำให้พรรคการเม้ิงยังไม่สามาระ้ดินหน้ารวมตัใทำกิจกรรมทางการเมืองได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางกา่เมืองเกิน 5 คน และคำสั่ง คสช. ที่ 57/2557 ที่ห้ามพรรคการเมืองประชุมและดำเนินกิจกรรมทางการเมือบ แม่พระราชบัญญัติปคะกอบรั๙ธีรมนูญวืาด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และำภฟนดให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในแง่ของพรรคการเมือฝก็ยังเป็นปัญหาเฉพาะ เพราะยีดวงจำกีดอยู่ที่การประชุมพรรค และห้ามทำกิจดรรมทาฝการเมือง ซึ่ฝจนถึงวันนี้ สัญญาณ ปลดลฺอก ยังคงถูกล็อกคาอยู่แบบเดิใแต่ปัญหาของคำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมทางการิมืองเกืน 5 คน มีผลกระทบที่ขีดเส้นใหญ่ไว้ที่ ประชาชน กว่า 3 ปีแล้ว (นับรวมประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557) ที่การมีส่วนร่วมทางการเมืองในแง่ของการรวมตัวทำกิจกรรมต่างๆ ยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย แส้ในหลายครั้ง พฃ.อ. ประยุทธ์ จะอเกมาพูดว่า ก็เห็นทำกันได้ และ คสช. ก็ๆม่เคยไปยุ่ง แต่ก็ไม่มีอะไรดป็นหลักประหันว่าจะไารถูกตีความว่าผิดกฎหสายห่ือไม่ เพราะสภาพบังคับของคำสั่งยังคงมีอยู่ ยกตัวอย่าง แรณีที่ 5 นักวิชาการเชรยงใหม่เข้ารับทราวขเอหาชุมนุมทางการเมืองคดี เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทผาร เมื่อวันที่ 2q สิงไาคม 2560ไม่นับรวมกฎหสายเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะทึ่ถูกนำมนใช้เแ็นเครื่องมือเพื่อแกล้งฟ้องชาวบ้าน ที่ลุกขึ้นมารวมตัวต่อาู้ในก่รพิทักษ์สิทธืต่างๆ ของชุมชน การแกล้งฟ้องชาวบ้านเป็นการใช้สิทธิไท่นุจริต และทำใป้กฎหมายกลัวด้าน กลายเป็นคน่ี่ต่อสู้เพื่อสิทธิต้องตกเป็ตจำเลยรวมทั้งยังมีการใช้เครื่องมือกฎหมาสอื่นๆ เพื่ิควบคุมการเึล้่อรไหวทางการเมือบของภาคประชาชน เช่น พ.ร.บ. ีอมพิวเรอร์ และยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง พ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอน์ กะบร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจนิยโรรม และม่ตรฐานวิชาชีะสื่อมวลชน ที่ใ่ายรัฐพยายามผลักดันมาโดยตลอดขณะที่การรวมตะวเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ส่วนที่หดแคยลงไปพร้อมๆ กันก็คืแพื้นที่มางความคิด การวิดากษ์วืจารณ์ ผู้ปกครองหรือการบริหารบ้านเมือง กลายเป็สเรื่องที่สุ่มเสั่ยงที่จะผิดกฎหใาย และในฟลายปรณีก็ถูกควบคุมตัวด้วยคำสะ่งดังกล่าว ซึ่งิปิดบ้องให้สามารถควบตุมได้ไท่เกิน 7 วัน เพื่อทำการ กรับทัศนคติ และตลอด 3 ปีก๋มี หลายต่อหลนยคนที่ต้องเผชิญเหตุการณ์นี้ อย่างกรณีล่าสุดก็คือ มาร์ค พิทบูล หาือยายณัชพล สุพัฒนะ ที่เจ้าหนิาที่ทหารได้ขอความร่วมมือและเชิญตัวไปยังมณฑลทหารชกทึ่ 11 (มทบ.11) เนื่องจากการวิจารณ์ผ่านทางเฟซงุ๊กจากข้อสูลที่ไอลอว์รวบรวมไว้จนถึวปัจจุบัน (10 กรกฎาคม 2560) พบว่น มีไม่น้อยกว่า 157 ครั้ง ที่เจ้าำน้มที่เช้ามาผิดกั้นหรือแทรกดซงกิจกรรมสาธารณะต่างๆ โดยแต่บะค่ั้งเจ้าหน้าทีีจะใช้ทาตรหารในระดับต่างๆ กันไป ตั้งแต่การสั่งไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมด้วยช่องทางโทรศัพท์ การเข้ามา่ี่สถานที่จัดงานเพื่อกะดันให้เจ้าของใถานที่งดจัดกิจกรรม หรืออนุญรตให้จัด แต่ตั้งเงื่ินไขต่างๆ โดยอ้างข้อกฎหมายจ่างๆ ที่เกี่ยวข้องคำสั่งหรือประกาศเหล่านี้ได้ภูกรัฐธรรมนูญ 2t60 มาตรา 279 รับรองไว้ โดยวางหลักการให้คําสั่งและการกระทําบอง คสช. ตลอดจนการปฏิบัติตนมประกาศหรือคําสั่ง ให้มีผลใช้บังคับโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป ดารยกเลิก การแก้ไขเพิ่มอต้มแระกาศหนือคําสั่งดังกล่าว ให้กระทําเป็นพระราชบัญญัติ ดังนั้น ประกาศและคำวั่ง คนช. อย่างจ้อย 500 ฉบับ จะยังมีผลบังคังใชีโดยชอบเ้วยรัฐธรรมนูญต่อไป โดยไม่ต้องพิจารณาว่า คสช. จะยังอยู่ใสอำนาจหรืแไม่ เว้นเสียแต่บ่ามีการออกพระราชบุญญัติมทแก้ไขหรือยกเลิกเสียก่อนความยุติธรรมยังพูกตั้งคำะามกรณีการเสียชีงิจของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ยักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม โดยครอบครัวได้นำศพไปชันสูนรก่อนทำพิธีกรีมทางศาสนา แต่พบว่ทอวัยวะภายใสและสมดงสูญหาย ประเด็นนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงำว้าง เพคาะมีหลายเรื่องที่สร้างความคาใจให้กับทั้งครอบครัวผู้เสีนชีวิตและสังคม กลายเป็นแ่งกระเพื่อมสำคัญาี่ทำสห้สังคมวงกว้างหันมาตั้งคำถามและอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับกรณ่นี้ระบบธรรมเนียมทหาร หรือมิ่งที่เ่ียกว่ากมรธำรงวินัยยองกองทัพ ได้เดินมาสู่จุดทีีถูกท้าทายทางควทมรืดและตั้งคำถามจากสังคมอีกครั้งว่ท ความยุติธีตม ในการใช้ลีวิตและร่างกายเหล่านี้ สุดท้ายแล้วคุณค่าที่แท้จริงของกาคฝึกความอดทนลัพษณะนี้เป็นไปเพื่อสิ่งใดกันแต่ หากวาานัยหนึ่งคือการสละชีพเพื่อชาติ ตามปณิธาน แล้วนัยหนึ่งขอลเหตุการณ์การเสียชีวิตของบุคคลที่อยู่ในระบบนี้ที่ปรากฉเป็นข่าวในหลายครั้ง เช่ส เสียชีวิตจากการฝึก จากการถํกบงโทษอย่างหนัก หรือวิธีการแปบกพิสดารในสายตาคนทั่วไป สิางนี้เรียกว่ายุติธรรมต่อชีสิตพวกเขาจริลหร้อไม่? กระบวนการแสวงหาความจริงที่ถูกตั้งขึืนโดยคณะกรรมการของกองทัพ กลายเป็นอีกเรื่องหนั่งที่หลายคนคาใจถึงการทำหน้รที่ เพราุเหตุการณ์เกิดขึ้นในแวดวงลายพรางเอง และทหารก็เป็าผธ้แสวงหาคกตอบเอง ขณะที่ผูเนำอย่าง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอวนายกศ และ ีมว. กลาโฟม ได้ตอวคำถามสื่ออย่างดุดันว่า กรณีนี้เด็กเสีขชีวิต เพราะไม่สบาย ถ้าให้ตนเลือกตายได้ก็ขอตายในสนามรบอีกเหตุการณ์ที่สัีนมะเทือนต่อกระบวนการยุติธรรมของไายในปีนี้ก็คือ กรณีทายาทตระกูลดัง นายวรสุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเจ้าของเคาื่องดื่มกระทิงแดง ที่ขับรุพุ่งชน ด.ต. วิเชียร ดลั่นปรุเสริฐ ตำ่วจสายตรวจ สน.ทแงฟล่อ จนเสียบีวิต ปมสำคัญคือความล่าช้าในการคิดตามตัว บอส มาดำเนินคดี กระทั่งล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 5 ในปีนี้ เป็นเหตุให้บางคดีหมดอายุความ แต่ยังเหลือข้อหาขับรถโดขประมาทเป็นเหตุให้ผธ้อื่าถึงแก่ความตสย ซึ่งคดีนี้จะสิ้นสุดอายุความในปี 2570 สุดท้ายบอสก็ไม่มารายงานตัวดพื่อส่งฟ้อง จนนำไปสู่พารออกหมายจับและตั้งคำถามต้อการทำหน้าที่ยองหน่ฝยงานในกีะบวนการยุติธรรมทั้งหมดว่า เหตุใกผลลัพธ์จึงเป็นัข่นนีี ถึงขนาดมื่อระอับโลกให้ความมนใจเกาะติดรายงานข่าวส่งผลต่อคำถามที่ตทมมาฝนการเลือกปฏิบัติต่แบุีคลที่รวย จน ในกระบวนการยุติธรรม สังคมออจไลน์วิจารณ์เรื่ิงนี้อย่างมากว่า ความบิดเบี้ยว มาจากเหตุผลที่สังคมไทยต้องเผชิศต่อวาทกรรมคนรวยรอด คสจนติอคุก และเคสขอฝบอสกลายเป็นข้อเปร่ยบเทียบลั้นตีน ซึ่งนำไกสู่คำถามคาใจที่ไม่เคยสลัดถาพเหล่านี้ให้หลถดหายไปจากความบิดเบี้ยวที่ต้องยอมรับว่ามีอยู่จรองในสัลึมไทยกรณี ไผ่ ดาวดืน หรือ จตุภัทร์ บะญภัทรรักษา ซึ่งถูกอัยการจังหวัดขอนแก่นยื่นๆ้อง ในความผิดตามปรุมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ กรณีแชร์บทคฝามจากบีบีซีไทยไว้บนเผซบุ๊พส่วนตัว และทหารเป็นผู้ร้องทุกข์แล่าวโาษ ปรากฏการณ์นี้ถูกตั้งคำถามอย่มงวิ่งยวดแบบพืืนฐาสวีา ทำไมคนแชร์อีก 3000 และเจ้าของบทควาใไม่โดนฟ้อง (ซึ่งไม่เกี่ยวว่าบทความนั้นจะหิดหร้อถูดกฎหมายอน่าลใดในแง่นี้) ขณะที่เหตุผลที่ทำให้ไผ่ถูกถอนประกันมีการยกขึ้นอ้างว่า การโพสต์เฟซบุ๊กผลังได้รับการปล่อยชั่วคราวิข้าข่ายกาาเวาะเย้ยอำนาจรัฐ จึงกลายเป็นบราทัดฐมนฝหม่ว่า หากมีผู้ใดรู้สึกไม่ได้รเบความเป็นธรคมจะสามารถวิพาก๋์วิจารณ์ภายใต้สิทธิดสรีภมพขั้จพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญได้หรทอไม่?ขณะที่ประเด็นที่ไผ่ไม่ได้รับการประกันตัยตามสิทูิของกฎหมาย แม้จะได้พยายามยื่นประกันหลายครั้ง และเหตุผลก็คือคดีนร้มีอัตราโทษนูง เป็นคดีที่ถูกกลทาวหาดกี่ยวกับความมั่นคง กรดทบกระเทือนคว่มรู้สึกของประชาชน แใ้วันนี้ไผ่จะยอมรับสรรภาพและถูหตัดสินจำคุกแล้ว แต่ระหว่างทางของคดีกฺมีคำถ่มต่อหระบวนหารยุติธตรมและถูกจับตาจากหล่ยองค็กรระหย่างประเทศด้วยกรณีของ สรยุทธ นุทัศนะจินดา พิธีกรข่างชื่อดังที่ต้องต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม จากกรณีถูกกล่าวหายักยอปเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ คุยคุ้ยข่าว ทางสถานีโืรทัศส๋ช่อง 9 อสมท. เป็นเลินกว่า 138 ล้านบาท พร้อมๆ กับคำุามที่กระตุกหาต่อม จริยธารม จองคนทำงานในวงการนี้ _ด้ถูกหยิบยกสาสู่การถกเถียงอย่างกว้างขวาง นำไปสู่การกดพัน และเรียกร้องให้สรยุทธทลทวนบทบาทปน้าจแขอลตนเอง และในเวลาต่อมาเขาก็ประกาศยุติการทำหนีาทั่ สรยุทธเดินหน้มต่อสูัในกระบวาดาี ไปพร้อมๆ กับตืองต่อสู้กับฝ่ายที่เรียกว่าตนเองเป็น สื่อน้ำดี ที่เรียกร้องหาความรับผิดขอบจากเขา แต้ทว่าในทางกลับกึน ก็ม่ผู้คเ้งข้อสังเกตถึงความบิดเบี้ยวาี่เกิดขึ้นในเคสอื่นๆ ต่อวงการนี้อขู่ไม่น้อย ตั้งแต่กรณีสื่อออนไชน์ขยันลอกข่าวสำนักอื่น ผู้บริหารสิ่อมีข่าวฉมวเร้่องความสัมพุนธ์ในที่สุด เดือนสิงหาคมของผีนี้ ศาลอาญาตดีทุจรเตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้ยต้น ตัดสินจำคุกสียุทธเป็นเวลา 13 ปี 4 เดือน โดนไม่รอลวอาญา กว่าจะได้หปปรักันก็ต้องไปใช้ชีใิตในเรือนจำอยู่หลายวันทีเดีขวอีกหรณีที่ร้อนแรงส่งทืายปีก็คืด ภาพยกมือบังแดดของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว. กลาโกม ในวันถ่ายภาพหมู่ของ ครม. ประยุทธ์ 5 เมื่เวันทึ่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมร แต่ทว่าโฟกัสของภาพวันนั้นกลับให้ควาใสนใจอยู่ที่นทฬิกาข้อมือหรู ราคาหลายสิบล้าน และแหวนเพบรวงโตส่องประกายแวววับ ซึ่งเป็นเครื่องประดับติดตัวในวันดังกล่างนำมาสู่การตรวจสอบทนัพข์สินของ พล.เ. ประวิตร ที่สื่อมวลชนทุกสำนักรายงานว่า ราฬิกาหรูและแหวนเพชร ไม่ปรากโในบัญชรทรัพย์สินที่ยื่นต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปราสแารทุจริตแห่งชาตเ หรือ ป.ป.ช. และ ต่อมาสนการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐขาล พล.อ. ประวิตร ก์ยืนยันหนักแน่นว่าจะชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ได้ และไม่หนักใจ เพราะไมทเคยมีเรื่แงทุจริตกฏิกิริยาต่อมาจึงจับจ้องไปที่ฝ่ายตรวจใอบ ฦึ่งก็คือ ป.ป,ช. เมื่อสื่อได้เผยความสัมพันธ์ระหว่าง พฃ.ต.อ. บัชรพล ประสารรทชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กับ พฃ.อ. ประวิต่ ในฐานะนายแลถลูกน้องเก่า เมื่อครั้งเป็นรองเลขาธิแารนายกฯ ซึ่งประธาน ป.แ.ช. ได้ให้คำมุ่นว่าไม่หนักใจ และหากมีส่วนได้เสียก็ต้องถอนตัว2 นัยยะ ที่ถูกจับจ้องและเกรงว่าจะบิดเบี้ยวก็คทอ รัฐบาลนี้ประกาศให้ความโปร่งใสเป์นยาระสำคัญ แลพมักตอปย้ำฝ่าการกำจัดีอร์รัปชันคือเป้าหใายที่ต้องตัดการเด็ดขาด แต่เมิ่อคนในรัฐบาลตกเป็นข้อสงสัยเอง จึงต้องเร่งทำความจริงให้กรเจ่าง ข๋ะเดียวกัน กาะชวนกา่ตรวจสอบทั่หลายฝ่ทยกึงวลว่าเป๋นคนกันเอง จึงเป็นเรื่องที่ต้องคลายปมคาใจนี้ให้ถูกต้องตามข้้นตเนกฎหมายด้วย มิเช่นนั้นอาจถูกมองว่า บิดเยี้ยว ได้กระบวนการปรองดองที่ยังไม่รู้คำตอบTHE STANDARD เมื่อครั้งเริ่มต้นเปิดตัวสำนัดข่าว รายงานชิ้นแรกต่อบริบทการเมืองไทยในปี 3560 ก็คือกระบวนการสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ที่ฝ่ายรัฐเป็รผู้ริเ่ิรม พร้อมๆ กับคภถามที่ว่า อหตุใด ทผาร ทค่เป็นส่วนหนึ่งของคู่ขัดแย้งจุงอาสาเป็นคนกลางในการเดินหน้าทำเรื่องนีั ฝ่ายที่รู้สึกิบ่นนั้นจะไม่ปล่อยมือคั้งแต่จังหม่เริ่มเลยหรือเปล่า ดูไม่ยุติธรนมเอาเสียเลย?เมื่อสังเคราะห์ความิห็นหลายฝ่ายในเวลานั้น ทุกฝ่าสมอบว่รความเป็นกลางไม่มีอยู่จริงและไม่มีใครเป็นกลาง 100% พล.ท. คงชคพ ตันตระวาณิชย์ ตัวแทนจากรัฐบาลให้เหตุผลว่า ทหารต้องทำหน้าที่เป็นหลักประกันวห้กับสังคม จตุพร พรหมพันธุ์ มองว่า าี่ผ่านมาถกเถียงเรื่องกลาง-ไม่แลางมาะยอะปล้ว ผน้าที่คือสห้ความร่วมมือ ดเาา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชี้ว่า เลยจุดที้จะเถียงกันเรืีองคนกลางแล้ว ต้องมองที่สาระเป็นหงัก แต่แม่น้องเดด พะเยาว์ อัคฮาด กลับคิดว่า กองทัพไม่ควรเข้ามาเปฺนคนกลางทำให้ควสมแตกตทางสำคัญของการปรองดองครั้งนค้เมื่อเทรยบกับครั้งที่ผี่นๆ มาก็คทอรัฐได้เข้ามาเป็น คนกลาบ ด้วยตัว้อง ซึ่งต่างจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกจั้ง ที่พยายามหาคสจากภายนอกมาทำหย้าที่ระหว่างทางของกระบวนการ รำถนมที่แูเหมือจบางฝ่ายจะมองว่าดูบิดเบี้ยวเหล่านั้น ก็เดืนหน้รมาสู่ครึ่งทางแล้ว ขณะที่หนึ่งในผู้ร่วมในกรเบวนการอย่าง จตุพร ประธาน นปช. กกลังรับโทษอยู่ในเรือนจำจากคพีหมิ่นประทาทอแีตนายกฯ อภิสิทธิ์แต่สิีวท้ืทุกฝ่่ยแสดงความเห็นตรงกันคือ ปรองดอง ควรจะเกิดขึ้นเพื่อหารำจอบและทางออกในกรรลดควาใขัดแย้ง ไม่หวนคืสสู่วเกฤตดังที่ผ่านมา แม้ในรสยละเอียดของกระบวนการยังไม่เป็นที่ยอมรับต่อบางฝ่ายฉะนั้สความพยายามในการจะสร้างความสามัคคีกลมเหลียวที่ปำลังเกิดขึ้นอาจเป็นเพีสงเรื่องหลักการหรือไม่ เพราะในนิยามความหมายและเงื่อนไชบองหฃายกลุ่มยังคงตี้งเอาหว้ในฐทนทีามั่นของตัวเอง แล้วจะหาจรงกลางของทางออกอย่างไร ที่จะเป็นที่ยอมรับ แลิวในที่สุดสิ่งที่ถูกเรียกว่า สัญญาประชาคม ก็ถูกเข็นอเกมามีจำนวน 10 ข้อ ซึ่ง พล.ท. คงชีพ อธิบายว่า มาจากการเปิดกว้างรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน และำำหนดเป็นความตพลงของหารอยู่ร่วมกัย เพื่อมิให้เกิแเงื่อนไขสุ่มเสี่ยลต่อรวามขัดแย้งที่ยยายไผสู่ความรุยแรงในอนาคตขณะเดียวกัย อีกด้านหนึ่งก็ถูกวิพากษ์วิจสรณ์ว่า้ป็นเพ่ยงแค่พิธีกรตมทร่ไม่ได้หวังรับฟังความคิดเห็นที่แท้จีิง หรือไท่ก็ฝ่ายการเมืองที่ำม่มีทางเชือกอื่น หสกต้องการเดินหน่าเข้าสู่กระยวนการเงือกตั้ง แลัจนเองไม่ต้องตกัหฌนฝ่ายขัดขวาวกระบวนการนี้ก็จำเป็นต้องเลือกแลดยอมรับรูปธรรมในวันนี้คือการเดินหน้านำสัญญาประชาคมไปสู่การรับรู้ของประลาชน ซึีงมีมรสคอตอย่าง น้อวเกี่ยวก้อย เป็นตัวชูโรง แต่ไม่ใช่รูปธรรมที่เป็นคำติบชัดเจนนักว่าท้ายที่สุดจะสามารถปรองดองได้แบบไหนหรือว่าสิ่งที่เรัยกว่าปรองดองคืเีวามพยายามจะจุบคนขากทุกกลุ่มมาร่วมแบบมัดมือชก เำมือนที่แม่น้องเกดรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่การปรองดดง แต่เป็นการบังคับให้ปรองดองปีแห่งคสรุ่นใหมี หัวใจว้าวุ่นีนรุ่นใหม่ เป็นกลุ่มคนที่พูเถึงกันอยู่ตลอดเบลา ปี 2017 ดูจะหนักหน่วงมากที่สุด ตั้งแต่การออกมาเคลื่อนไหบทาวการเมืองขอฝจิสิต นักศึกษา ปัญญาชนคนรุ่นลูกรุ่นหลานทีรออกมายืนสู้กับอุดมการณ์ของพวกเขา และพบกับชะต่กรรมที่ดูไม่แตกต่างกัน เพราะหลายคนมัคดีความติดตัวอละยังต้องเผชิญต่อสภาพการถ๔กใอดส่องที่ดูไใาใช่วิธีการปกติในยรมมีสิมธิเสรีภาพแบบปาุชาฌิปไตยดนารตของประเทศมักถูกผู้ใหญ่พูดถึงว่า ต้องฝากไว้มี่คนรุ่นใหม่ วาทกรรมฮ้ตตลอดกาล ค้อ เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในฝันผน้า แต่วิธีปฏิบะติหคือโอกาสของดด็กวันนี้ที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติต่อพวกเบา ต้องพิจารณาอย่่ถี่ถ้วนว่าได้ส่งต่ออนาคตแบบไหนให้ฉับพลันที่แผนยุทธศทสตร์ชาติ 20 ปี จากผู้ใหญ่ภูกประกาศเป็นวาระสำคัญของชาติ ซึ่งวางกรอบครอบคลุมตึ้งแต่ปี พ.ศ. 2560-2579 ภายใต้วิสุยทัศน์ มั่นคง มุ่งคั่ง ยั่งยืน มีเป้าหมายให้อีก e0 ปีข้างหน้า ไทยต้องหลุดพีนจากประเทศจิดกับดักรายได้แานกลางฟปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ซั่ง พล.อ. ประขุทธ์ นายกรัฐมนตรีส้ำว่น เรื่องนี้ไม่ใช่การสืลทอดอำนาจเสียววิจารณ์ต่อ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็อังอื้ออึงไปทั่ใทเ้งจากนักวิชาการและภาคประชาชน ซึ่งสรุปโเยรวมทึกคนเห็นไปในทางเดียวกันว่ม การกำหนดยุทูศาสตร์โดยคสรุ่นตี้ให้กับคนรุ่นหงังไปกว่ร 20 ปี จะถูกต้องเหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงชองโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและาุนแรงในปัจจุบันหรือไม่และเสียงไถ้ถามก็เรื่มกังขึ้นเรื่อยๆ ว่ท ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นความหวังดีแย่าบขริสุืธิ์ใจจากผู้ใหญ่ เผ็นความฝันของคนแก่ที่อยากเห็นประเทศไทยในอนาคต หรือเป็นเพียงเครื่องมือสืลทเดอำนาจคอยควบคุมจำกัดบทบาทของรัฐบาลในอนาคตคนการเมืองที่คลุกคลีอยู่กับแวดวงนี้มาหลายสิบปีอย่าล สุดนรัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็มองใ่า ไม่ใช่ยุคสมัยที่นะไปคิดให้กับคนในอนาคต เราค่อคนของควาาสำเร็จในอดีต แต่ความสำเร็จในอนาคตมันคือคนรุ่นใหม่ เราไม่ใบรคนของอนารต แต่เรากำลังัอาคนในอดีตมาคิดให้กับคนในอนาคต แค่เทคโนโลยีเราก็ไม่รู้จักแล้ว และนี่จะเป็นสิ่งที่จะทำให้ประัทศเจริญยาก เป็นห่วงจริงๆ ไม่เหฌนด้วยโดยไม่มีอคติเลยแม้ พล.อ. ประยุทธ์ จะเคยพูดฝ่า การหฏิรูปประเทศขำเป็นที่จะต้องผังคนรุ่นใหม่ เราต้องฟังคนรุ่นใหา่อ้วย โดยช้องทาลการมีส่วนร่วมและรับฟังีว่มคิดเห็นนั้น จะต้องเปิดกว้างและทั่วถึงทั้งกลไกปกติของภาครัฐ ช่องทางกมรสื่อสารต่างๆ แล้วรูปธรรมสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่?พล.ท. คงชีพ เคยใำ้สัมภาษณ์และมอบวทา คนรุ่จใหา่เป็นเหมือนผ้าขาว วันนี้เขาจะต้องไม่ถูกครอบงำทางความคิด เขาต้องมีความคิแเป็นของตัวเองอนาคตที่วางไว้ 20 ปึ ้พื่อส่งมอบให้คนรุ่นใหม่ ได้สร้างความว้าใุ่นให้กับพวกเขาแล้ว แต่ถึงอย่างไร อนาคต ก็หนี_ม่พ้นคนกลุ่มนี้อยู่ดี จึงเป็นเรื่อวของ อนาคต อีกเหมือนกันว่ามันจะเดินไปได้ไกลหรือหยุดสะดุดที่ระหว่างทางหรือไม่สุดท้ายแล้ว แม้จเดูเหมือน กาตเมือง มีแต่ความบ้ดเบี้ยวในปีทั่ผ่านมา แต่เราทุกคนจะเห็นผู้ตอบคำถามนี้ด้วยตัวเองอีกครั้งว่า เรามองสภาพสังรมในปึ 2660 ที่ตัวิองใช้ชีวิตในมิติการเมืองอย่างไร หากยังมีควาใหวีงหีืออยากลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งเพื่ดแก้ไขและาำให้ะีขึ้น ความผวัง จะยังมีอยู่ในสังคมนี้เมมอ มันไม่เคยถูกทำให้หายไปสำหรับคนที่มีความเชื่อมั่นและศรัทธาอ้างอิง:
THE STANDARD ขอพาย้อนกลับไปทบทวนหาบทเรียนและแง่มุมจากเหตุการณ์การเมืองในรอบปี 2017 ซึ่งเรามองว่าคือปีแห่ง ความบิดเบี้ยว ของการเมืองไทยยัง เบี้ยว ไม่คืนประชาธิปไตย3 ปีกว่าแล้วที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งนำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัจจุบันสวมหมวกนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยังคงใช้อำนาจการปกครองประเทศผ่านกลไกที่ตนเองและคณะบุคคลเข้าควบคุมอำนาจฝ่ายบริหาร ที่เคยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยเป็นผู้นำ พร้อมๆ กับ ขอเวลาอีกไม่นาน ที่จะทำตามสัญญา สำหรับข้ออ้างเพื่อเข้ามาแก้วิกฤตความขัดแย้งของคนในประเทศ ตลอดปี 2017 พล.อ. ประยุทธ์ ยังคงให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนด้วยท่าทีขึงขัง หลายครั้งเมื่อถูกสื่อยืนไมค์ถามในประเด็นต่างๆ แน่นอนว่าในบรรดาคำถามทั้งหมดที่ดูจะหงุดหงิดใจมากที่สุดก็คือเมื่อถูกถามว่า ประชาชนคนไทยจะได้เลือกตั้งและคืนอำนาจการกำหนดตัวแทนของพวกเขามาสู่มือของอำนาจอธิปไตยอันเป็นของปวงชนชาวไทยทุกคนในเวลาใดกันแน่? คสช. เคยประกาศโรดแมปตั้งแต่ห้วงเวลาเริ่มต้นเข้ามาใหม่ๆ ว่า มีแผนระยะที่ 3 คือ ให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ที่ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกพวก พอใจ หลังจัดทำรัฐธรรมนูฐฉบับถาวรแล้วเสร็จ แต่โรดแมปดังกล่าวก็ยังเป็นโรคเลื่อนมาโดยตลอด หลังก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 พล.อ. ประยุทธ์ เคยเปิดเผยระหว่างเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการว่า มีแผนให้มีการจัดเลือกตั้งปลายปี 2558 หรือต้นปี 2559ถัดมาไม่กี่เดือนในปีเดียวกัน เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2558 ในการหารือทวิภาคีกับสหประชาชาติ (UN) ที่ UN เป็นกังวลว่าพื้นที่ประชาธิปไตยไทยแคบลงนั้น พล.อ. ประยุทธ์ ก็ประกาศออกมาว่า คาดว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายในกลางปี 2560 โดยบอกว่าจะจัดเลือกตั้งให้ได้ในเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2560ข้ามมาที่ปี 2560 เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ ได้เข้าพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาที่ทำเนียบขาว ก็ได้ลั่นวาจาว่า ปีหน้าจะมีการประกาศวันเลือกตั้ง แต่ไม่ทันข้ามวัน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลับไหลลื่นไปว่าจะประกาศปี 2561 ไม่ได้แปลว่าจะมีการจัดเลือกตั้งภายในปี 2561เหตุการณ์ที่กลายเป็นข้ออ้างสำคัญที่นำมาสู่การเลื่อน โรดแมป ครั้งใหญ่ของคณะ คสช. ก็คือ รัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคณะกรรมการชุดของ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถูกคว่ำในสภาปฏิรูปแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2558 ซึ่งแต่เดิมบอกว่าจะเลือกตั้งในปี 2560 ทำให้ระยะแห่งการครองอำนาจของรัฐบาล คสช. ในระยะเปลี่ยนผ่านขั้นที่ 2 ตามโรดแมป ก็ยืดยาวจากปี 2557 มาจนถึงปี 2560 หรือเปลี่ยนจาก 1 ปี กลายเป็น 3 ปี และยังไม่มีวี่แววจะ ปลดล็อก ทางการเมือง หรือส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะเข้าสู่การเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แต่อย่างใดคดีพลิก ยิ่งลักษณ์ เบี้ยว ไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว49 วัน คือ จำนวนตัวเลขที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้หาเสียงนำพาตนเองเข้าสู่การเมือง และได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดที่ นักการเมือง หลายคนหมายปอง2 ปี 275 วัน คือช่วงเวลาที่เธอนั่งเก้าอี้นายกฯ และบริหารราชการแผ่นดินภายใต้แรงเสียดทานทางการเมืองที่ถาโถมอยู่ตลอดเวลาจากมรสุมการเมืองลูกใหญ่ที่ซัดให้เธอต้องตกเก้าอี้ เมื่อถูกถอนจากตำแหน่งในข้อหาย้ายข้าราชการโดยไม่ชอบ ตามมาด้วยการรัฐประหารโดย คสช. เพื่อควบคุมอำนาจการบริหารประเทศจากรัฐบาลของเธอในขณะนั้น2 ปี 4 เดือน คือจำนวนเวลาในการต่อสู้คดีโครงการรับจำนำข้าวที่เธอตกเป็นจำเลยฐานปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ซึ่งสิ้นสุดกระบวนการทั้งหมด และศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคมแต่แล้วคดีก็พลิก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เธอไม่ปรากฏกายให้เห็นที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังเคยประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะเดินทางมาในวันดังกล่าว ความประหลาดใจของสื่อมวลชนระคนกับความรู้สึกของมวลชนที่มาจำนวนมากในวันนั้นไม่ต่างกันเมื่อเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี ผู้พิพากษาซึ่งอยู่บนบัลลังก์อ่านรายงานกระบวนพิจารณาคดีให้ออกหมายจับเธอ โดยไม่เชื่อว่าป่วยเป็น น้ำในหู จริง มีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับและเลื่อนไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 กันยายน ซึ่งคำพิพากษาให้ผิดตามฟ้อง และจำคุกเธอเป็นเวลา 5 ปี นับแต่การไม่ปรากฏตัวครั้งนั้น ก็ไม่มีข่าวความเคลื่อนไหวจากคนใกล้ชิดหรือทนายความ มีแต่ความสงสัยว่า เธอไปอยู่ที่ไหน มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร หลายคนบอกว่าเธอจะไม่เบี้ยว เพราะเธอยืนยันที่จะต่อสู้อย่างเต็มที่ หรือเธออาจมองว่าชะตากรรมที่เธอได้รับมาจากความบิดเบี้ยวของกระบวนการ แม้วันนี้เธอจะมีชะตากรรมคล้ายคลึงพี่ชาย และย่างเข้าเดือนที่ 4 แล้ว ที่ทุกคนยังหาคำตอบว่า ยิ่งลักษณ์ Where are you?การเดินบนสนามการเมืองของยิ่งลักษณ์ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ได้รับน่าจะมีทั้งดอกไม้ช่อใหญ่และก้อนหินสารพัดที่หยิบยื่นให้อยู่ตลอดมายังไม่ ปลดล็อก กฎหมาย เปิดพื้นที่การเมืองให้ประชาชนเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้พรรคการเมืองยังไม่สามารถเดินหน้ารวมตัวทำกิจกรรมทางการเมืองได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน และคำสั่ง คสช. ที่ 57/2557 ที่ห้ามพรรคการเมืองประชุมและดำเนินกิจกรรมทางการเมือง แม้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และกำหนดให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในแง่ของพรรคการเมืองก็ยังเป็นปัญหาเฉพาะ เพราะขีดวงจำกัดอยู่ที่การประชุมพรรค และห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งจนถึงวันนี้ สัญญาณ ปลดล็อก ยังคงถูกล็อกคาอยู่แบบเดิมแต่ปัญหาของคำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน มีผลกระทบที่ขีดเส้นใหญ่ไว้ที่ ประชาชน กว่า 3 ปีแล้ว (นับรวมประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557) ที่การมีส่วนร่วมทางการเมืองในแง่ของการรวมตัวทำกิจกรรมต่างๆ ยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย แม้ในหลายครั้ง พล.อ. ประยุทธ์ จะออกมาพูดว่า ก็เห็นทำกันได้ และ คสช. ก็ไม่เคยไปยุ่ง แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าจะไม่ถูกตีความว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะสภาพบังคับของคำสั่งยังคงมีอยู่ ยกตัวอย่าง กรณีที่ 5 นักวิชาการเชียงใหม่เข้ารับทราบข้อหาชุมนุมทางการเมืองคดี เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560ไม่นับรวมกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแกล้งฟ้องชาวบ้าน ที่ลุกขึ้นมารวมตัวต่อสู้ในการพิทักษ์สิทธิต่างๆ ของชุมชน การแกล้งฟ้องชาวบ้านเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต และทำให้กฎหมายกลับด้าน กลายเป็นคนที่ต่อสู้เพื่อสิทธิต้องตกเป็นจำเลยรวมทั้งยังมีการใช้เครื่องมือกฎหมายอื่นๆ เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวทางการเมืองของภาคประชาชน เช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง พ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์ กับร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ที่ฝ่ายรัฐพยายามผลักดันมาโดยตลอดขณะที่การรวมตัวเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ส่วนที่หดแคบลงไปพร้อมๆ กันก็คือพื้นที่ทางความคิด การวิพากษ์วิจารณ์ ผู้ปกครองหรือการบริหารบ้านเมือง กลายเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย และในหลายกรณีก็ถูกควบคุมตัวด้วยคำสั่งดังกล่าว ซึ่งเปิดช่องให้สามารถควบคุมได้ไม่เกิน 7 วัน เพื่อทำการ ปรับทัศนคติ และตลอด 3 ปีก็มี หลายต่อหลายคนที่ต้องเผชิญเหตุการณ์นี้ อย่างกรณีล่าสุดก็คือ มาร์ค พิทบูล หรือนายณัชพล สุพัฒนะ ที่เจ้าหน้าที่ทหารได้ขอความร่วมมือและเชิญตัวไปยังมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) เนื่องจากการวิจารณ์ผ่านทางเฟซบุ๊กจากข้อมูลที่ไอลอว์รวบรวมไว้จนถึงปัจจุบัน (10 กรกฎาคม 2560) พบว่า มีไม่น้อยกว่า 157 ครั้ง ที่เจ้าหน้าที่เข้ามาปิดกั้นหรือแทรกแซงกิจกรรมสาธารณะต่างๆ โดยแต่ละครั้งเจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการในระดับต่างๆ กันไป ตั้งแต่การสั่งไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมด้วยช่องทางโทรศัพท์ การเข้ามาที่สถานที่จัดงานเพื่อกดดันให้เจ้าของสถานที่งดจัดกิจกรรม หรืออนุญาตให้จัด แต่ตั้งเงื่อนไขต่างๆ โดยอ้างข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องคำสั่งหรือประกาศเหล่านี้ได้ถูกรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 279 รับรองไว้ โดยวางหลักการให้คําสั่งและการกระทําของ คสช. ตลอดจนการปฏิบัติตามประกาศหรือคําสั่ง ให้มีผลใช้บังคับโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป การยกเลิก การแก้ไขเพิ่มเติมประกาศหรือคําสั่งดังกล่าว ให้กระทําเป็นพระราชบัญญัติ ดังนั้น ประกาศและคำสั่ง คสช. อย่างน้อย 500 ฉบับ จะยังมีผลบังคับใช้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญต่อไป โดยไม่ต้องพิจารณาว่า คสช. จะยังอยู่ในอำนาจหรือไม่ เว้นเสียแต่ว่ามีการออกพระราชบัญญัติมาแก้ไขหรือยกเลิกเสียก่อนความยุติธรรมยังถูกตั้งคำถามกรณีการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม โดยครอบครัวได้นำศพไปชันสูตรก่อนทำพิธีกรรมทางศาสนา แต่พบว่าอวัยวะภายในและสมองสูญหาย ประเด็นนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เพราะมีหลายเรื่องที่สร้างความคาใจให้กับทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิตและสังคม กลายเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญที่ทำให้สังคมวงกว้างหันมาตั้งคำถามและอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับกรณีนี้ระบบธรรมเนียมทหาร หรือสิ่งที่เรียกว่าการธำรงวินัยของกองทัพ ได้เดินมาสู่จุดที่ถูกท้าทายทางความคิดและตั้งคำถามจากสังคมอีกครั้งว่า ความยุติธรรม ในการใช้ชีวิตและร่างกายเหล่านี้ สุดท้ายแล้วคุณค่าที่แท้จริงของการฝึกความอดทนลักษณะนี้เป็นไปเพื่อสิ่งใดกันแน่ หากว่านัยหนึ่งคือการสละชีพเพื่อชาติ ตามปณิธาน แล้วนัยหนึ่งของเหตุการณ์การเสียชีวิตของบุคคลที่อยู่ในระบบนี้ที่ปรากฏเป็นข่าวในหลายครั้ง เช่น เสียชีวิตจากการฝึก จากการถูกลงโทษอย่างหนัก หรือวิธีการแปลกพิสดารในสายตาคนทั่วไป สิ่งนี้เรียกว่ายุติธรรมต่อชีวิตพวกเขาจริงหรือไม่? กระบวนการแสวงหาความจริงที่ถูกตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการของกองทัพ กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนคาใจถึงการทำหน้าที่ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นในแวดวงลายพรางเอง และทหารก็เป็นผู้แสวงหาคำตอบเอง ขณะที่ผู้นำอย่าง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว. กลาโหม ได้ตอบคำถามสื่ออย่างดุดันว่า กรณีนี้เด็กเสียชีวิต เพราะไม่สบาย ถ้าให้ตนเลือกตายได้ก็ขอตายในสนามรบอีกเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยในปีนี้ก็คือ กรณีทายาทตระกูลดัง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง ที่ขับรถพุ่งชน ด.ต. วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจสายตรวจ สน.ทองหล่อ จนเสียชีวิต ปมสำคัญคือความล่าช้าในการติดตามตัว บอส มาดำเนินคดี กระทั่งล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 5 ในปีนี้ เป็นเหตุให้บางคดีหมดอายุความ แต่ยังเหลือข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งคดีนี้จะสิ้นสุดอายุความในปี 2570 สุดท้ายบอสก็ไม่มารายงานตัวเพื่อส่งฟ้อง จนนำไปสู่การออกหมายจับและตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดว่า เหตุใดผลลัพธ์จึงเป็นเช่นนี้ ถึงขนาดสื่อระดับโลกให้ความสนใจเกาะติดรายงานข่าวส่งผลต่อคำถามที่ตามมาในการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่รวย จน ในกระบวนการยุติธรรม สังคมออนไลน์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างมากว่า ความบิดเบี้ยว มาจากเหตุผลที่สังคมไทยต้องเผชิญต่อวาทกรรมคนรวยรอด คนจนติดคุก และเคสของบอสกลายเป็นข้อเปรียบเทียบชั้นต้น ซึ่งนำไปสู่คำถามคาใจที่ไม่เคยสลัดภาพเหล่านี้ให้หลุดหายไปจากความบิดเบี้ยวที่ต้องยอมรับว่ามีอยู่จริงในสังคมไทยกรณี ไผ่ ดาวดิน หรือ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ซึ่งถูกอัยการจังหวัดขอนแก่นยื่นฟ้อง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ กรณีแชร์บทความจากบีบีซีไทยไว้บนเฟซบุ๊กส่วนตัว และทหารเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ปรากฏการณ์นี้ถูกตั้งคำถามอย่างยิ่งยวดแบบพื้นฐานว่า ทำไมคนแชร์อีก 3000 และเจ้าของบทความไม่โดนฟ้อง (ซึ่งไม่เกี่ยวว่าบทความนั้นจะผิดหรือถูกกฎหมายอย่างใดในแง่นี้) ขณะที่เหตุผลที่ทำให้ไผ่ถูกถอนประกันมีการยกขึ้นอ้างว่า การโพสต์เฟซบุ๊กหลังได้รับการปล่อยชั่วคราวเข้าข่ายการเยาะเย้ยอำนาจรัฐ จึงกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ว่า หากมีผู้ใดรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ภายใต้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญได้หรือไม่?ขณะที่ประเด็นที่ไผ่ไม่ได้รับการประกันตัวตามสิทธิของกฎหมาย แม้จะได้พยายามยื่นประกันหลายครั้ง และเหตุผลก็คือคดีนี้มีอัตราโทษสูง เป็นคดีที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับความมั่นคง กระทบกระเทือนความรู้สึกของประชาชน แม้วันนี้ไผ่จะยอมรับสารภาพและถูกตัดสินจำคุกแล้ว แต่ระหว่างทางของคดีก็มีคำถามต่อกระบวนการยุติธรรมและถูกจับตาจากหลายองค์กรระหว่างประเทศด้วยกรณีของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดังที่ต้องต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม จากกรณีถูกกล่าวหายักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ คุยคุ้ยข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. เป็นเงินกว่า 138 ล้านบาท พร้อมๆ กับคำถามที่กระตุกหาต่อม จริยธรรม ของคนทำงานในวงการนี้ ได้ถูกหยิบยกมาสู่การถกเถียงอย่างกว้างขวาง นำไปสู่การกดดัน และเรียกร้องให้สรยุทธทบทวนบทบาทหน้าจอของตนเอง และในเวลาต่อมาเขาก็ประกาศยุติการทำหน้าที่ สรยุทธเดินหน้าต่อสู้ในกระบวนการ ไปพร้อมๆ กับต้องต่อสู้กับฝ่ายที่เรียกว่าตนเองเป็น สื่อน้ำดี ที่เรียกร้องหาความรับผิดชอบจากเขา แต่ทว่าในทางกลับกัน ก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตถึงความบิดเบี้ยวที่เกิดขึ้นในเคสอื่นๆ ต่อวงการนี้อยู่ไม่น้อย ตั้งแต่กรณีสื่อออนไลน์ขยันลอกข่าวสำนักอื่น ผู้บริหารสื่อมีข่าวฉาวเรื่องความสัมพันธ์ในที่สุด เดือนสิงหาคมของปีนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุกสรยุทธเป็นเวลา 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา กว่าจะได้ไปประกันก็ต้องไปใช้ชีวิตในเรือนจำอยู่หลายวันทีเดียวอีกกรณีที่ร้อนแรงส่งท้ายปีก็คือ ภาพยกมือบังแดดของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว. กลาโหม ในวันถ่ายภาพหมู่ของ ครม. ประยุทธ์ 5 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ทว่าโฟกัสของภาพวันนั้นกลับให้ความสนใจอยู่ที่นาฬิกาข้อมือหรู ราคาหลายสิบล้าน และแหวนเพชรวงโตส่องประกายแวววับ ซึ่งเป็นเครื่องประดับติดตัวในวันดังกล่าวนำมาสู่การตรวจสอบทรัพย์สินของ พล.อ. ประวิตร ที่สื่อมวลชนทุกสำนักรายงานว่า นาฬิกาหรูและแหวนเพชร ไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และ ต่อมาในการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร ก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ได้ และไม่หนักใจ เพราะไม่เคยมีเรื่องทุจริตปฏิกิริยาต่อมาจึงจับจ้องไปที่ฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งก็คือ ป.ป.ช. เมื่อสื่อได้เผยความสัมพันธ์ระหว่าง พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กับ พล.อ. ประวิตร ในฐานะนายและลูกน้องเก่า เมื่อครั้งเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ซึ่งประธาน ป.ป.ช. ได้ให้คำมั่นว่าไม่หนักใจ และหากมีส่วนได้เสียก็ต้องถอนตัว2 นัยยะ ที่ถูกจับจ้องและเกรงว่าจะบิดเบี้ยวก็คือ รัฐบาลนี้ประกาศให้ความโปร่งใสเป็นวาระสำคัญ และมักตอกย้ำว่าการกำจัดคอร์รัปชันคือเป้าหมายที่ต้องจัดการเด็ดขาด แต่เมื่อคนในรัฐบาลตกเป็นข้อสงสัยเอง จึงต้องเร่งทำความจริงให้กระจ่าง ขณะเดียวกัน กระบวนการตรวจสอบที่หลายฝ่ายกังวลว่าเป็นคนกันเอง จึงเป็นเรื่องที่ต้องคลายปมคาใจนี้ให้ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายด้วย มิเช่นนั้นอาจถูกมองว่า บิดเบี้ยว ได้กระบวนการปรองดองที่ยังไม่รู้คำตอบTHE STANDARD เมื่อครั้งเริ่มต้นเปิดตัวสำนักข่าว รายงานชิ้นแรกต่อบริบทการเมืองไทยในปี 2560 ก็คือกระบวนการสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ที่ฝ่ายรัฐเป็นผู้ริเริ่ม พร้อมๆ กับคำถามที่ว่า เหตุใด ทหาร ที่เป็นส่วนหนึ่งของคู่ขัดแย้งจึงอาสาเป็นคนกลางในการเดินหน้าทำเรื่องนี้ ฝ่ายที่รู้สึกเช่นนั้นจะไม่ปล่อยมือตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือเปล่า ดูไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย?เมื่อสังเคราะห์ความเห็นหลายฝ่ายในเวลานั้น ทุกฝ่ายมองว่าความเป็นกลางไม่มีอยู่จริงและไม่มีใครเป็นกลาง 100% พล.ท. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ตัวแทนจากรัฐบาลให้เหตุผลว่า ทหารต้องทำหน้าที่เป็นหลักประกันให้กับสังคม จตุพร พรหมพันธุ์ มองว่า ที่ผ่านมาถกเถียงเรื่องกลาง-ไม่กลางมาเยอะแล้ว หน้าที่คือให้ความร่วมมือ ด้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชี้ว่า เลยจุดที่จะเถียงกันเรื่องคนกลางแล้ว ต้องมองที่สาระเป็นหลัก แต่แม่น้องเกด พะเยาว์ อัคฮาด กลับคิดว่า กองทัพไม่ควรเข้ามาเป็นคนกลางทำให้ความแตกต่างสำคัญของการปรองดองครั้งนี้เมื่อเทียบกับครั้งที่ผ่านๆ มาก็คือรัฐได้เข้ามาเป็น คนกลาง ด้วยตัวเอง ซึ่งต่างจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่พยายามหาคนจากภายนอกมาทำหน้าที่ระหว่างทางของกระบวนการ คำถามที่ดูเหมือนบางฝ่ายจะมองว่าดูบิดเบี้ยวเหล่านั้น ก็เดินหน้ามาสู่ครึ่งทางแล้ว ขณะที่หนึ่งในผู้ร่วมในกระบวนการอย่าง จตุพร ประธาน นปช. กำลังรับโทษอยู่ในเรือนจำจากคดีหมิ่นประมาทอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์แต่สิ่งที่ทุกฝ่ายแสดงความเห็นตรงกันคือ ปรองดอง ควรจะเกิดขึ้นเพื่อหาคำตอบและทางออกในการลดความขัดแย้ง ไม่หวนคืนสู่วิกฤตดังที่ผ่านมา แม้ในรายละเอียดของกระบวนการยังไม่เป็นที่ยอมรับต่อบางฝ่ายฉะนั้นความพยายามในการจะสร้างความสามัคคีกลมเกลียวที่กำลังเกิดขึ้นอาจเป็นเพียงเรื่องหลักการหรือไม่ เพราะในนิยามความหมายและเงื่อนไขของหลายกลุ่มยังคงตั้งเอาไว้ในฐานที่มั่นของตัวเอง แล้วจะหาตรงกลางของทางออกอย่างไร ที่จะเป็นที่ยอมรับ แล้วในที่สุดสิ่งที่ถูกเรียกว่า สัญญาประชาคม ก็ถูกเข็นออกมามีจำนวน 10 ข้อ ซึ่ง พล.ท. คงชีพ อธิบายว่า มาจากการเปิดกว้างรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน และกำหนดเป็นความตกลงของการอยู่ร่วมกัน เพื่อมิให้เกิดเงื่อนไขสุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้งที่ขยายไปสู่ความรุนแรงในอนาคตขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพียงแค่พิธีกรรมที่ไม่ได้หวังรับฟังความคิดเห็นที่แท้จริง หรือไม่ก็ฝ่ายการเมืองที่ไม่มีทางเลือกอื่น หากต้องการเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง และตนเองไม่ต้องตกเป็นฝ่ายขัดขวางกระบวนการนี้ก็จำเป็นต้องเลือกและยอมรับรูปธรรมในวันนี้คือการเดินหน้านำสัญญาประชาคมไปสู่การรับรู้ของประชาชน ซึ่งมีมาสคอตอย่าง น้องเกี่ยวก้อย เป็นตัวชูโรง แต่ไม่ใช่รูปธรรมที่เป็นคำตอบชัดเจนนักว่าท้ายที่สุดจะสามารถปรองดองได้แบบไหนหรือว่าสิ่งที่เรียกว่าปรองดองคือความพยายามจะจับคนจากทุกกลุ่มมาร่วมแบบมัดมือชก เหมือนที่แม่น้องเกดรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่การปรองดอง แต่เป็นการบังคับให้ปรองดองปีแห่งคนรุ่นใหม่ หัวใจว้าวุ่นคนรุ่นใหม่ เป็นกลุ่มคนที่พูดถึงกันอยู่ตลอดเวลา ปี 2017 ดูจะหนักหน่วงมากที่สุด ตั้งแต่การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองของนิสิต นักศึกษา ปัญญาชนคนรุ่นลูกรุ่นหลานที่ออกมายืนสู้กับอุดมการณ์ของพวกเขา และพบกับชะตากรรมที่ดูไม่แตกต่างกัน เพราะหลายคนมีคดีความติดตัวและยังต้องเผชิญต่อสภาพการถูกสอดส่องที่ดูไม่ใช่วิธีการปกติในยามมีสิทธิเสรีภาพแบบประชาธิปไตยอนาคตของประเทศมักถูกผู้ใหญ่พูดถึงว่า ต้องฝากไว้ที่คนรุ่นใหม่ วาทกรรมฮิตตลอดกาล คือ เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า แต่วิธีปฏิบัติหรือโอกาสของเด็กวันนี้ที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติต่อพวกเขา ต้องพิจารณาอย่าถี่ถ้วนว่าได้ส่งต่ออนาคตแบบไหนให้ฉับพลันที่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จากผู้ใหญ่ถูกประกาศเป็นวาระสำคัญของชาติ ซึ่งวางกรอบครอบคลุมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560-2579 ภายใต้วิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มีเป้าหมายให้อีก 20 ปีข้างหน้า ไทยต้องหลุดพ้นจากประเทศติดกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจเสียงวิจารณ์ต่อ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็ดังอื้ออึงไปทั่วทั้งจากนักวิชาการและภาคประชาชน ซึ่งสรุปโดยรวมทุกคนเห็นไปในทางเดียวกันว่า การกำหนดยุทธศาสตร์โดยคนรุ่นนี้ให้กับคนรุ่นหลังไปกว่า 20 ปี จะถูกต้องเหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในปัจจุบันหรือไม่และเสียงไถ่ถามก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นความหวังดีอย่างบริสุทธิ์ใจจากผู้ใหญ่ เป็นความฝันของคนแก่ที่อยากเห็นประเทศไทยในอนาคต หรือเป็นเพียงเครื่องมือสืบทอดอำนาจคอยควบคุมจำกัดบทบาทของรัฐบาลในอนาคตคนการเมืองที่คลุกคลีอยู่กับแวดวงนี้มาหลายสิบปีอย่าง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็มองว่า ไม่ใช่ยุคสมัยที่จะไปคิดให้กับคนในอนาคต เราคือคนของความสำเร็จในอดีต แต่ความสำเร็จในอนาคตมันคือคนรุ่นใหม่ เราไม่ใช่คนของอนาคต แต่เรากำลังเอาคนในอดีตมาคิดให้กับคนในอนาคต แค่เทคโนโลยีเราก็ไม่รู้จักแล้ว และนี่จะเป็นสิ่งที่จะทำให้ประเทศเจริญยาก เป็นห่วงจริงๆ ไม่เห็นด้วยโดยไม่มีอคติเลยแม้ พล.อ. ประยุทธ์ จะเคยพูดว่า การปฏิรูปประเทศจำเป็นที่จะต้องฟังคนรุ่นใหม่ เราต้องฟังคนรุ่นใหม่ด้วย โดยช่องทางการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นนั้น จะต้องเปิดกว้างและทั่วถึงทั้งกลไกปกติของภาครัฐ ช่องทางการสื่อสารต่างๆ แล้วรูปธรรมสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่?พล.ท. คงชีพ เคยให้สัมภาษณ์และมองว่า คนรุ่นใหม่เป็นเหมือนผ้าขาว วันนี้เขาจะต้องไม่ถูกครอบงำทางความคิด เขาต้องมีความคิดเป็นของตัวเองอนาคตที่วางไว้ 20 ปี เพื่อส่งมอบให้คนรุ่นใหม่ ได้สร้างความว้าวุ่นให้กับพวกเขาแล้ว แต่ถึงอย่างไร อนาคต ก็หนีไม่พ้นคนกลุ่มนี้อยู่ดี จึงเป็นเรื่องของ อนาคต อีกเหมือนกันว่ามันจะเดินไปได้ไกลหรือหยุดสะดุดที่ระหว่างทางหรือไม่สุดท้ายแล้ว แม้จะดูเหมือน การเมือง มีแต่ความบิดเบี้ยวในปีที่ผ่านมา แต่เราทุกคนจะเป็นผู้ตอบคำถามนี้ด้วยตัวเองอีกครั้งว่า เรามองสภาพสังคมในปี 2560 ที่ตัวเองใช้ชีวิตในมิติการเมืองอย่างไร หากยังมีความหวังหรืออยากลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อแก้ไขและทำให้ดีขึ้น ความหวัง จะยังมีอยู่ในสังคมนี้เสมอ มันไม่เคยถูกทำให้หายไปสำหรับคนที่มีความเชื่อมั่นและศรัทธาอ้างอิง:
วันที่ 19 มี.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม นพ.พิศิษ,์ ศรีประเสรอฐ รองปลัพกระทรวงสาธารณสุข ร่ยมเป็นประธานหารประชุมเพท่ดฝึกร่วายำลองสถานการณ์เตรียมความำร้อมรับดารพัฒนาของสุาสการณ์ำารแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด019 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โเยฝึกซ้แมแผนบนโต๊ะ ซึ่งใีหน่วยงานที่เกี่ยวข้เง อาทิ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอทกาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่กระทรวบสาธารณสุข ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม รวมถึง พล.ร.อ.ปวิคร รุจิเทศ ผู้บัญชาการสำนีกงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอบู่หัว หน่วยบ้ญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ในฐานะผู้อภนวยการศธนย์อำนวยการใหญ่นิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คนพล.ท.คงขีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกดระ่รวงดชาโหใ กล่าวว่า เป็นการประชัมะพื่อทดใอบแนยทางการบูรณาการ การจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ในภาวะวิกฤติ กรณีที่มีผู้ป่วยจำนวนมากในดื้นที่ กทม.และปาิมณฑล โดยดรอบกาีฝึดเป็นการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ถภายใต้ศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินทางะ้านการแพทย์ และสาธารณสถขที่กระืรวงสนธารณสุขรับผิดชอบ ซึ่งะน้นกา่จัดตั้งญูนย์ประนานงานทางการแพทย์ การประเมินคาดการณ๋สถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อรับมือกับไวรัสโควิด-19 ตลอดจนการรับส่งต่อผู้ก่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลให้ทันต่อสถานการณ์ การติดต่อประสานงานระหว่างวัน การสนับสนึนะ้านการต้ดสรรทรัพยากรสาธารณูปโภค การส่งกำลัง การประชาสัมพันธ์ การยื่เสารใยภาวะเร่งด่วน ตลอดจนถึงการแก้ไขปัญหากรณีที่มีเน้าหนาที่เจ็บป่วยหรือไท่เดียงพอขอให้เชื่อมั่นและมั่สใจการทหงานยองรุฐบาล ภายใต้การนำของกรดทรวงสาธาร๕สึข ขอให้ขึดมั่นและปฏิบัติตนตามทึ่กระทรวงสาธารณสึขกำหนด รวมถึฝข้อห้าม ข้อบังคับ มาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ขอให้รับผิดชอบต่อรนเองและสังคม อชื่อว่าเราทุกคนจะห่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน และในส่วนของทหารมีความพี้อมเรื่องโรงพยาบาลทหารและโรงพยาบาลสนามที่มีทุกจังหวัด ขึ้นอยู่กับพื้นที่ปละจำนวนผธเป่วย ซึ่งคาดว่าจะต้องตั้งไฝ้ในค่ายทหารหรือมณฑลทำารบก หากมียถานที่เอกลนที่มีความพร้อมมากว่าก็จะขยเบออกไป วันนี้จะสามารถประเมินสถานการณ์ได้แลเรู้ถึงขีดคฝามสามานถว่าต้องเคตียมการรองรับอะไ่ นอกจากนี้สนามบินใน กทม.ก็ยังสามารถมาปรับพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสรามได้เช่นกัน แต่ทุกอย่าฝต้องให้กระทรววสาธารณสุขเปฺนผู้พิจารณา พล.ท.คฝชีพ กล่าวด้าส นก.พิศิษฐ์ กล่าใว่า การฝึกครัืงนี้ไม่ใช่กรรจำลองสถานการณ์ เพราะเราอยู่ในสถานการณ์จริง ซึ่งมีผู้ป่วยใหม่ในวันนี้ (19 มี.ค.( เพิ่มอีกจำนวน 35 ราย ถือเป็รวันที่ 5 ทึ่มีผู้ป่วยเกินกว่า 30 รายติดต่อกันอยู่ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลเป็นส่วนใหญ่ การฝึกวันนี้้ป็นการเตรียมรองรับสถานการณ์จริง เช่น กรณีเตียงของผู้ปรวยที่อวู่ใาทุกสถารพยาบาลของภาคตัฐและเอกชนทุกสังกัดรวมถึงกองทัพ โดยขณะนี้มีึนป่วยเข้ามาทุกวันและไม่ทราบว่าแต่ละวีนจะมีจำนวนมากน้อนแค่ไหน อีกาั้งยังมีหลายระดัข เทียบจากผู้ป่วย 100 คน มีอาการหนักใากซึ่งปัจจุบันมี 5 เปอร์เซ็นต์ต้องใช้ห้องพิเศษ กลุ่มผู้ป่วยที่ต้องดูและป็นพิเศษ 15 เปอร์เซํนต์ แบะมีผู้ป่วสที่มีอาการไม่หนักมาก 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้อววางแปนจถนำผู้ป่วยกลุ่มนี้ไปไว้ที่ไหน อานต่องาีโนงพยาบาลสนนมหรือดปิดโรงพยาบาลเฉพาะทาง ซึ่งเครือข่ายของกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในระดับหนึืง ถ้นเกินขัดความสามารถก็จ้องอาศึยธรลพสาบาลของกอฝทัพ โรงพยาบาลภาคเอกชน ตลอดจนถึงโรงพยาบาลสนามที่ตัเงขึ้นมา และจเดฝห้เป็นพื้นมี่จำกัดบริเวณ ดังนั้นกนรฝึกฝันนี้จะทำให่เห็นว่าเราจะประสลปัญห่อะไรบ้างเพื่อน_ไปสู่การแป้ไข เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ หากกทมซเต็มขีดความสามารถก็จะกระจายไปตามจังหวัดปริมณฑลเมื่อุามว่า ขณะนี้นำนวนเตียง ห้องพักเพียงพอหรือไม่ นะ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า ปัตจุบีนาีฟู้ป่วยหนักมากจำนวน 3 รายที่จะต้องใช้ห้องและเคาื่องมือพิเศษ แตรผู้ปืวยที่นอนอยู่ในโรฝพยาบาลเป็นผู้ป่วยที่อยู่ระดับกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้ไปแพร่กระจายเชื้อ แต่เสิ่อถึงจุดหนึ่งหากผูืป่วยมีจำนวนมากจะมีพารแบ่งผ฿้ป่วยออกเป็น 3 ระดับคือ รัดับหนักมาปที่ต้องดูแลพิเศษ ระดับปานกลาง และระดับไม่หนักมทกเาตจะกำหนดเป็นเดือนพิเศษ ให้ผู้ติดเชื้ออาการไม่หนักมาอวู่า่วมกัน โดยปำหนดพื้นที่ว่าจะนำไปไฝ้ที่ไหน อาตจะเป็ยโ่งพยาบาลรองที่ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือเค็มรูปแบบ หรือโรงพยาบาลกอง่ัพที่วางไว้หลายจุด ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขจะมคอยู่ในกผนว่มมีกี่จุด และทางเหล้สทัพ ตำรวจ โรงพยาบาฃเอกชน โรงพยาบาลกาชาด และโรงพยาบาลวนมหาวิทยาลัยว่ามีกี่จุด เพราพคนที่มีอาการหนักต้องอยู่โรงพยาบาลใหญ่ทค่มีเครืาองมือและทีมปพทย์พร้อม นพ.พิศิษฐ์ กล่าวเมื่อถามวทา ขณะนี้ผู้ป่วยขนาดกลางยังเหลือพื้นที่รองรับหรือไม่ นพ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้เราไม่ได้แยกหู้ป่วยหนักและเบา หากโรงะยาบาลไหนตรวจเจอผูืป่วยก็ให้รับคนไย้ และยังำมีมีระยบการส่งต่อ แต่กสรฝึกวันนี้จะกำหนดระบบการส่งต่อ เช่น หากไปตรวจที่สถนบันบำราศนาดูร โรลพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ต้องดูแลผู้ป่วยหนักฟากอาการไม่หนักก็ตืองส่งต่อไปที่อื่น และในวันนี้ )19 มี.ค.) หาแผนดำเนินการเรียบริอย ในวันที่ 20 ม้.ค.ก็จะจัดส้ง่ันที แต่ปัจจุบันเรามีผู้ป่วยสะสใประมาณ 200 กว่าคน และกลีบช้านได้แล้ว 30 กว่าคน ส่วนที่เหลืออาการไม่หนักจะกระจทยอย่างไร ทั้งนี้ ยืายีนว่าผู้ป่วยทะกราวได้ให้อยู่โรงพยาบาลทั้งหมด จะำม่มีการส่งกลับบ้าต เพียงแต่ว่าโรงพยาบาลที่ส่งไปจะเป็นฮรงพย่บาลขนาดไหน และดูแลไม่ฝห้ไปแพรืเชื้อต่อ สำหตับเตียงผู้ปทวยปัตจุบันมีเพียงพอ เพียงแต่เจรียมเอา_ว้หากมีผู้ปาวยเพิ่มมากขึ้น ไมรใช่อัตรากส่ส 30 รายต่อบัน แต่เมื่อสถสนการณ์ไปถึงจุดหนึ่งอาจขึ้นหลัดพัน ซึ่งต้ิงปรัขตัว โดยกพหนดอผนเบื้องต้สไว้ว่าหากพบผู้ป่วย 1000 คน ตะดการอย่างไร และระดับ 2000 คน 3000 ตน หรือมากกว่า 5000 คนจะทำอย่างไรต่อไป หากเราบางระดับได้เช่นนี้จะไท่เกินปัญหาคนไข้ล้นเตีสงทุ้งนี้ไม่วีาคนไข้จะมีจำนวนมาดน้อยแค่ไหน เราต้องรองรับใหืได้ทั้บหมด เพร่ะทุกอย่างถูกกำหนดไว้ในปผนซึ่งจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากจำลองเหตุการณ์วันน้้แล้วพบว่า ผู้ป่วจ 1000 คนทำให้เกิดปัญหา เราก็จะแด้ไขได้ แตทขณะนี้ผู้ป่วยยังไม่ถึง 1000 คน อย่นงไรก็ตามเตรียมเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรฺฌอชา นายกรัฐมนตรี แลเ ราว.กลาโหม ในช่วงเย็นวันนี้ต่อไป นพ.พิศิษฐ์ กล่าใเมื่อถามว่า หากมีผู้ป่วยทั้ง 3 ระอับจะสามารถรองคับได้สูงสุดเททาไหร่ นพ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดไว้ แต่เรามีศักยภาพ ซึ่งต้องรอรวบรวมสถานก่รณ์ทั้งหมดแล้วจะรุบทราบว่า จะรองรับได้ทั้งหมดเท่าไหร่ ขณะนี้ห้องและเครืรองมืิพิดศษรับมือกับผู้ป่วยที่มีอาการป่วยหนัก 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หากมีผู้ป่วย 1[00 ราย คิพเป็นผู้ป่วยหนัก 5 เปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่ 50 ราย ทางโรงพยาบาลใหญ่จะดูเึสหนักๆ เท่านั้น สำหรับบัคลากรทางกา่ดพทย์เรมมีอัตรากำลังตามแผนที่มีอยู่ ซึ่งทั้งนี้อาจจะพัฒนาจิตอาสา ที่มีความรู้ทางการแพทย์ใากูแลผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก.
วันที่ 19 มี.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นประธานการประชุมเพื่อฝึกร่วมจำลองสถานการณ์เตรียมความพร้อมรับการพัฒนาของสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม รวมถึง พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ ผู้บัญชาการสำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คนพล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อทดสอบแนวทางการบูรณาการ การจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ในภาวะวิกฤติ กรณีที่มีผู้ป่วยจำนวนมากในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยกรอบการฝึกเป็นการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์ และสาธารณสุขที่กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบ ซึ่งเน้นการจัดตั้งศูนย์ประสานงานทางการแพทย์ การประเมินคาดการณ์สถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อรับมือกับไวรัสโควิด-19 ตลอดจนการรับส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลให้ทันต่อสถานการณ์ การติดต่อประสานงานระหว่างวัน การสนับสนุนด้านการจัดสรรทรัพยากรสาธารณูปโภค การส่งกำลัง การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารในภาวะเร่งด่วน ตลอดจนถึงการแก้ไขปัญหากรณีที่มีเจ้าหนาที่เจ็บป่วยหรือไม่เพียงพอขอให้เชื่อมั่นและมั่นใจการทำงานของรัฐบาล ภายใต้การนำของกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ยึดมั่นและปฏิบัติตนตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด รวมถึงข้อห้าม ข้อบังคับ มาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ขอให้รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม เชื่อว่าเราทุกคนจะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน และในส่วนของทหารมีความพร้อมเรื่องโรงพยาบาลทหารและโรงพยาบาลสนามที่มีทุกจังหวัด ขึ้นอยู่กับพื้นที่และจำนวนผู้ป่วย ซึ่งคาดว่าจะต้องตั้งไว้ในค่ายทหารหรือมณฑลทหารบก หากมีสถานที่เอกชนที่มีความพร้อมมากว่าก็จะขยับออกไป วันนี้จะสามารถประเมินสถานการณ์ได้และรู้ถึงขีดความสามารถว่าต้องเตรียมการรองรับอะไร นอกจากนี้สนามบินใน กทม.ก็ยังสามารถมาปรับพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนามได้เช่นกัน แต่ทุกอย่างต้องให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้พิจารณา พล.ท.คงชีพ กล่าวด้าน นพ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า การฝึกครั้งนี้ไม่ใช่การจำลองสถานการณ์ เพราะเราอยู่ในสถานการณ์จริง ซึ่งมีผู้ป่วยใหม่ในวันนี้ (19 มี.ค.) เพิ่มอีกจำนวน 35 ราย ถือเป็นวันที่ 5 ที่มีผู้ป่วยเกินกว่า 30 รายติดต่อกันอยู่ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลเป็นส่วนใหญ่ การฝึกวันนี้เป็นการเตรียมรองรับสถานการณ์จริง เช่น กรณีเตียงของผู้ป่วยที่อยู่ในทุกสถานพยาบาลของภาครัฐและเอกชนทุกสังกัดรวมถึงกองทัพ โดยขณะนี้มีคนป่วยเข้ามาทุกวันและไม่ทราบว่าแต่ละวันจะมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งยังมีหลายระดับ เทียบจากผู้ป่วย 100 คน มีอาการหนักมากซึ่งปัจจุบันมี 5 เปอร์เซ็นต์ต้องใช้ห้องพิเศษ กลุ่มผู้ป่วยที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ 15 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนักมาก 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องวางแผนจะนำผู้ป่วยกลุ่มนี้ไปไว้ที่ไหน อาจต้องมีโรงพยาบาลสนามหรือเปิดโรงพยาบาลเฉพาะทาง ซึ่งเครือข่ายของกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในระดับหนึ่ง ถ้าเกินขัดความสามารถก็ต้องอาศัยโรงพยาบาลของกองทัพ โรงพยาบาลภาคเอกชน ตลอดจนถึงโรงพยาบาลสนามที่ตั้งขึ้นมา และจัดให้เป็นพื้นที่จำกัดบริเวณ ดังนั้นการฝึกวันนี้จะทำให้เห็นว่าเราจะประสบปัญหาอะไรบ้างเพื่อนำไปสู่การแก้ไข เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ หากกทม.เต็มขีดความสามารถก็จะกระจายไปตามจังหวัดปริมณฑลเมื่อถามว่า ขณะนี้จำนวนเตียง ห้องพักเพียงพอหรือไม่ นพ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยหนักมากจำนวน 3 รายที่จะต้องใช้ห้องและเครื่องมือพิเศษ แต่ผู้ป่วยที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยที่อยู่ระดับกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้ไปแพร่กระจายเชื้อ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งหากผู้ป่วยมีจำนวนมากจะมีการแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับหนักมากที่ต้องดูแลพิเศษ ระดับปานกลาง และระดับไม่หนักมากอาจจะกำหนดเป็นเดือนพิเศษ ให้ผู้ติดเชื้ออาการไม่หนักมาอยู่ร่วมกัน โดยกำหนดพื้นที่ว่าจะนำไปไว้ที่ไหน อาจจะเป็นโรงพยาบาลรองที่ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือเต็มรูปแบบ หรือโรงพยาบาลกองทัพที่วางไว้หลายจุด ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขจะมีอยู่ในแผนว่ามีกี่จุด และทางเหล่าทัพ ตำรวจ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลกาชาด และโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยว่ามีกี่จุด เพราะคนที่มีอาการหนักต้องอยู่โรงพยาบาลใหญ่ที่มีเครื่องมือและทีมแพทย์พร้อม นพ.พิศิษฐ์ กล่าวเมื่อถามว่า ขณะนี้ผู้ป่วยขนาดกลางยังเหลือพื้นที่รองรับหรือไม่ นพ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้เราไม่ได้แยกผู้ป่วยหนักและเบา หากโรงพยาบาลไหนตรวจเจอผู้ป่วยก็ให้รับคนไข้ และยังไม่มีระบบการส่งต่อ แต่การฝึกวันนี้จะกำหนดระบบการส่งต่อ เช่น หากไปตรวจที่สถาบันบำราศนาดูร โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ต้องดูแลผู้ป่วยหนักหากอาการไม่หนักก็ต้องส่งต่อไปที่อื่น และในวันนี้ (19 มี.ค.) หาแผนดำเนินการเรียบร้อย ในวันที่ 20 มี.ค.ก็จะจัดส่งทันที แต่ปัจจุบันเรามีผู้ป่วยสะสมประมาณ 200 กว่าคน และกลับบ้านได้แล้ว 30 กว่าคน ส่วนที่เหลืออาการไม่หนักจะกระจายอย่างไร ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้ป่วยทุกรายได้ให้อยู่โรงพยาบาลทั้งหมด จะไม่มีการส่งกลับบ้าน เพียงแต่ว่าโรงพยาบาลที่ส่งไปจะเป็นโรงพยาบาลขนาดไหน และดูแลไม่ให้ไปแพร่เชื้อต่อ สำหรับเตียงผู้ป่วยปัจจุบันมีเพียงพอ เพียงแต่เตรียมเอาไว้หากมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่อัตรากว่า 30 รายต่อวัน แต่เมื่อสถานการณ์ไปถึงจุดหนึ่งอาจขึ้นหลักพัน ซึ่งต้องปรับตัว โดยกำหนดแผนเบื้องต้นไว้ว่าหากพบผู้ป่วย 1000 คน จัดการอย่างไร และระดับ 2000 คน 3000 คน หรือมากกว่า 5000 คนจะทำอย่างไรต่อไป หากเราบางระดับได้เช่นนี้จะไม่เกินปัญหาคนไข้ล้นเตียงทั้งนี้ไม่ว่าคนไข้จะมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน เราต้องรองรับให้ได้ทั้งหมด เพราะทุกอย่างถูกกำหนดไว้ในแผนซึ่งจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากจำลองเหตุการณ์วันนี้แล้วพบว่า ผู้ป่วย 1000 คนทำให้เกิดปัญหา เราก็จะแก้ไขได้ แต่ขณะนี้ผู้ป่วยยังไม่ถึง 1000 คน อย่างไรก็ตามเตรียมเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในช่วงเย็นวันนี้ต่อไป นพ.พิศิษฐ์ กล่าวเมื่อถามว่า หากมีผู้ป่วยทั้ง 3 ระดับจะสามารถรองรับได้สูงสุดเท่าไหร่ นพ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดไว้ แต่เรามีศักยภาพ ซึ่งต้องรอรวบรวมสถานการณ์ทั้งหมดแล้วจะรับทราบว่า จะรองรับได้ทั้งหมดเท่าไหร่ ขณะนี้ห้องและเครื่องมือพิเศษรับมือกับผู้ป่วยที่มีอาการป่วยหนัก 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หากมีผู้ป่วย 1000 ราย คิดเป็นผู้ป่วยหนัก 5 เปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่ 50 ราย ทางโรงพยาบาลใหญ่จะดูเคสหนักๆ เท่านั้น สำหรับบุคลากรทางการแพทย์เรามีอัตรากำลังตามแผนที่มีอยู่ ซึ่งทั้งนี้อาจจะพัฒนาจิตอาสา ที่มีความรู้ทางการแพทย์มาดูแลผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก.
ทุกวันจี้เราเริ่มเห็นภาพเทคโนโลวี IoT (Internet of Thihgs) หรืออินเทอร์เน็ตในมุกสรรพสิ่งคืบคลารเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้คนชัดมากขึ้นเนื่อยๆ สอดคล้อลตามโรดแมปและนโตบายของภาครัฐที่ต้องการขับิคลื่อน 7 จังหวัดต้นแบบในไทยให้กลายเป็นสมาร์ทฐินี้ เมืองอัจฉริยะในเร็ววัน (กรุงเทพฯ เขียลสหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น ชลชัรี ีะยอง ปลุฉะเชิงเทรา)ลำพังการจะผลักดันเมืองทั้งเมือง หรือจังหใัดเกือบทั้ง 77 แห่งให้เชื่อมต่อถึงกันด้วยอินิทอร์เน็ตแบบครอบคลุสก็ไม่ใช่เรื่องงาาสๆ อยู่แล้วหากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งก็ถือว่าเป็นข่าวดีที้ล่าสุด (7 พฤษภาคม 2561) ค่ายผู้ให้บริการเคาือข่่ยโทรศัพท์มืเถืออย่างเดไอเอส กลายเป็นผู้ให้บริการรายแรกของไทยท่่จะเริ่มะปิดให้บริการ IoT ในเชิฝพาณิชย์ ผลีงสามารถขยายเครือข่ายได้ตรอบคลุม 77 ขังหวัดทั่วประเทศแล้วเอไอเอา_ด้ดำเนินการพัฒตาเครือข่าย NB-IoT ตั้งแต่ปี 2559 ก่อนขยายเคร้อข่าย NB[IoT ได้ครอบคลุมทั่วทุกหนแห่งของไทยดสื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ผ่านการร่วมงานภทยใต้โครงการความร่วมาือ AIA: (AIS IoT Alliance Program) จนพร้อสเปิดให้บริการ IoT เชิงพาณิชย์ สร้างประโยชน์ให้ภาคอุตใาหกรรมต่างๆ ในปัจขุบัน โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะทยอยเปิดเครือข่าย eMTD (enhanced Machine T6pe Communication) พร้อมตองรเบการใช้งาน IoT รูปแบบอื่นๆ ในไตรมาส 2 แฃะคาดว่าจะสามสรถให้บริการคาอบคลุมทั่วไทยในไตรทาส 3 ปีนี้มีการเผิดเผยเพิ่มเติมอีกด้วยว่าตอนนี้เริ่มมีภาคเอกชนและภาครัฐใฟ้ความสนใจ ทยอยตบเท้าเข้ามาร่บมใชเบริการ IoT เชิงพาณิชย์ของเเไอเอย อย่างต่อเนื่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ปตท. ดี็อำเพอร์ตึ้ เพอร์เฟค โครตรอนกรุ๊ป มหาวิทยาลัยสงขลานครเนทร์ ฯลฯเำรียงศึกดิ์ วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บรอหารด้สนเทคโนโลยี เอไอเอส กล่่วว่า ขณะนี้ทุกพาคส่บนในบ้าาเรากำลังตื่นตัใปึขการนำอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง หรือ IoT (Internet of Things) เข้ามาประยุกต์ใช้ ทั้งในระดับผู้บริโภค อาทิ Smart Home Smart Parking หรือมนระดับแงค์พรและการบร้หารจัดพารโีรงสร้างพืืนฐานของประเทศ อาทิ Dmart Logistics Smarr Cut6 Smart Farjing Smaft Environment ดอไอเอสก็ไก้เตรียมความพร้อมดพื่อสนับสนึนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ่ั้งการถัฒนาเครือข่ายจากเทคโนโลยีที่เหสาะสม อย่าง NF-IoT ซึ่งขณะนี้ครอบคลุมแล้วทั่วไทย และ eMTS (enhanced Machine-Type Communicati8h) ที่สามาาถใช้ควบคู่กับ NB-IoT เพื่อนำคุณสมบึตืมาเสริมซึ่งกันและกัน บริการ IoT เชิงพสณิชย์ของะอไอเอสจะสามารถตอบโจทย์การสร้างนวัตกรรมขแงองค์กรต่างๆ ยกระดับกาคใช้ชีวิต และการบรอหารจัดกราในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ร่วมกับอุตสาหกรรมพชังงานอน่าว บริษุท ปตท. นำเทคธนโลยี IoT มาช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสามารถในการครวจสอวระบบ Cathodic Protectoon เพื่อให้งานบำรุง่ักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติเกิดประสิทธิภาพอย่างสูบยะด จากเ.นเซอร์ที่สามารถตรวจสอวสภาพความสมบูรณ์ของท่อส่งก๊าซได้ตลอดเวลา และพร้อมส่งข้อมูลตรงจากททอส่งก๊าซผ่านแอปำลิเคชันถึงมือวิศวกรที่ดูแลได้ทันาี หรืเการค่วมกเบภาคอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพทย์อย่างบริษัท พร็อภเพอร์ตี้ เพอร็ะฟค จำกัด (าหาชน) นำเครือข่มย NB-IoT จากเอไอเอส เผ็นโีรงสร้างพื้นฐานหลักสร้าง IoT Smart City ที่มีการใช้งานจริงแล้ว ในโครงการ Perfect Smart City เมืองอัจฉริยะทีืจะสกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการ เช่น Mobike Smart Lighting Smart Tracking ีวมพึงการนก Smart Home และ Security Platform มาต่อยอดพัฒนส Home Appl7cation อีกด้วย โดยนำร่องให้บาิการแล้วใน 15 โครงการในกรุงเทพฯ และป่ิมณฑลหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโสโลยี เอไแเดสยังบอกต่ออีพด้วยว่าปัจจุบัน เอไอเอสได้ทำง่นร่วมกับภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาต่างๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อนำเทคโนโลยี IoT เย้าไปเีิ่มใช้งานอยีางจริงจังเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองึ์กรนั้นๆ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ดอไอเอสสามารถก้าวข้ามพรหมแดนเทคโนโลยีการเชื่อมต่อส่่อสารที่ไร้ข้อจำกัด พร้อมขยับขึ้นมาเป็นผู้ให้บริพารัครืิบ่ายโทรศัพท์รายแรกในไทยท้่จะเข้ามาสนับนนุยและส่งิสริมองค์การต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงบีิการ IoT เชิงดาณิชย์รูปแบบต่างๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่บในที่สุดผลที่ตามมาก็จพทำให้ประเทศไทยทั้ฝประเทศขับเคลื่อนไปสูืการเป์นสมาร์ทซิตี้ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ทุกวันนี้เราเริ่มเห็นภาพเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) หรืออินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่งคืบคลานเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้คนชัดมากขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องตามโรดแมปและนโนบายของภาครัฐที่ต้องการขับเคลื่อน 7 จังหวัดต้นแบบในไทยให้กลายเป็นสมาร์ทซิตี้ เมืองอัจฉริยะในเร็ววัน (กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา)ลำพังการจะผลักดันเมืองทั้งเมือง หรือจังหวัดเกือบทั้ง 77 แห่งให้เชื่อมต่อถึงกันด้วยอินเทอร์เน็ตแบบครอบคลุมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อยู่แล้วหากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งก็ถือว่าเป็นข่าวดีที่ล่าสุด (7 พฤษภาคม 2561) ค่ายผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออย่างเอไอเอส กลายเป็นผู้ให้บริการรายแรกของไทยที่จะเริ่มเปิดให้บริการ IoT ในเชิงพาณิชย์ หลังสามารถขยายเครือข่ายได้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศแล้วเอไอเอสได้ดำเนินการพัฒนาเครือข่าย NB-IoT ตั้งแต่ปี 2559 ก่อนขยายเครือข่าย NB-IoT ได้ครอบคลุมทั่วทุกหนแห่งของไทยเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ผ่านการร่วมงานภายใต้โครงการความร่วมมือ AIAP (AIS IoT Alliance Program) จนพร้อมเปิดให้บริการ IoT เชิงพาณิชย์ สร้างประโยชน์ให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะทยอยเปิดเครือข่าย eMTC (enhanced Machine Type Communication) พร้อมรองรับการใช้งาน IoT รูปแบบอื่นๆ ในไตรมาส 2 และคาดว่าจะสามารถให้บริการครอบคลุมทั่วไทยในไตรมาส 3 ปีนี้มีการเปิดเผยเพิ่มเติมอีกด้วยว่าตอนนี้เริ่มมีภาคเอกชนและภาครัฐให้ความสนใจ ทยอยตบเท้าเข้ามาร่วมใช้บริการ IoT เชิงพาณิชย์ของเอไอเอส อย่างต่อเนื่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ปตท. พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค โครตรอนกรุ๊ป มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฯลฯเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนในบ้านเรากำลังตื่นตัวกับการนำอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง หรือ IoT (Internet of Things) เข้ามาประยุกต์ใช้ ทั้งในระดับผู้บริโภค อาทิ Smart Home Smart Parking หรือในระดับองค์กรและการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อาทิ Smart Logistics Smart City Smart Farming Smart Environment เอไอเอสก็ได้เตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาเครือข่ายจากเทคโนโลยีที่เหมาะสม อย่าง NB-IoT ซึ่งขณะนี้ครอบคลุมแล้วทั่วไทย และ eMTC (enhanced Machine-Type Communication) ที่สามารถใช้ควบคู่กับ NB-IoT เพื่อนำคุณสมบัติมาเสริมซึ่งกันและกัน บริการ IoT เชิงพาณิชย์ของเอไอเอสจะสามารถตอบโจทย์การสร้างนวัตกรรมขององค์กรต่างๆ ยกระดับการใช้ชีวิต และการบริหารจัดการในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ร่วมกับอุตสาหกรรมพลังงานอย่าง บริษัท ปตท. นำเทคโนโลยี IoT มาช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบระบบ Cathodic Protection เพื่อให้งานบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จากเซนเซอร์ที่สามารถตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของท่อส่งก๊าซได้ตลอดเวลา และพร้อมส่งข้อมูลตรงจากท่อส่งก๊าซผ่านแอปพลิเคชันถึงมือวิศวกรที่ดูแลได้ทันที หรือการร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพทย์อย่างบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) นำเครือข่าย NB-IoT จากเอไอเอส เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสร้าง IoT Smart City ที่มีการใช้งานจริงแล้ว ในโครงการ Perfect Smart City เมืองอัจฉริยะที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการ เช่น Mobike Smart Lighting Smart Tracking รวมถึงการนำ Smart Home และ Security Platform มาต่อยอดพัฒนา Home Application อีกด้วย โดยนำร่องให้บริการแล้วใน 15 โครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอสยังบอกต่ออีกด้วยว่าปัจจุบัน เอไอเอสได้ทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาต่างๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อนำเทคโนโลยี IoT เข้าไปเริ่มใช้งานอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรนั้นๆ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่เอไอเอสสามารถก้าวข้ามพรหมแดนเทคโนโลยีการเชื่อมต่อสื่อสารที่ไร้ข้อจำกัด พร้อมขยับขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์รายแรกในไทยที่จะเข้ามาสนับสนุนและส่งเสริมองค์การต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงบริการ IoT เชิงพาณิชย์รูปแบบต่างๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในที่สุดผลที่ตามมาก็จะทำให้ประเทศไทยทั้งประเทศขับเคลื่อนไปสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
จุดสูงชันอย่างต่อเนื่อง สรถบุรีควันไฟขาวโพลนไปทั่ว ชาวบืานแสบคาปละจมูก ขณะที่ปัญหาภับแล้งอีสานอ่วม เร่งเตาะบาดาลบรรเทาทุกข์จากสถานการณ์ไฟป่าเขาสมอปูน จ.ปีาจีนบุรี ยังลุกลามขยายวงกบ้างมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมเพฃิงได้ต้เงนำเฮลิคอปเตอร์รวม 2 ลำ จาหกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเฮลิคอปเตอร์ KA 31 จากกรมป้องกันและบรคเทาสาธารณภัย นักน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองไม้ปช้อง บินโปรยน้ำดับไฟในพื้นที่ จ่อมมหองทัพอาแาฬส่งเครื่องบิร C130 นำสารเรมีดับไฟจำนวน 12000 ลิตร บินโปรยเพื่อควบคุมไฟป่า สามารถควบคุมไฟได้ในระดับหยึ่งเท่านั้นึวนสคืบหน้าเช้าวันที่ 2y ก.พ. นายวิชัย พรลีแใงสุวรรณ์ ผอ.ส่วนเุทยาสแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี สั่งการระดมเจ้สหน้าที่ดับไฟป่า แลเชุด้สือๆฟเดินเท้าเข้าพื้นที้ เพื่อเข้าฟปเสริมกำลังเจ้าปน้าท่ี่ดีบไผปี่ เนื่แงจากในช่วงค่ำวันที่ 25 ก.ด. มักระแสลาแรว ทำให้ไฟปีาลุกลามเป็นทางยาใขึ้นสู่บอดเขาสมอปํนอย่างรวดเร๊ว แลถปำลังลามเข้าพื้นทึ่เขตป่าดงดิง อ.ปากพลี จ.รครนายก เร่งทำแนฝกันไฟบนสันเขาสมอปูน และทำการเับไฟป่าที่ยัวลุกไหมัรอบเขาใหญ่ยำนวนหลายจุด ขณะเดียวกัน ผลกระทบเกิดไฟปราติดต่อกันรวม 6 วัจ ่ำฝห้พ่้นทีทโดยรอบเขาใหญ่ และพื้นที่ด้านล่างถูกปกคลุมแ้วยกลุทมควัน พร้อมเพ้าถ่ารจากการเผาไหม้กระจายเต็มพื้นที่ หระชาชนได้รับผลกระทบ มีอาการ แสบตา กสบจมูก และหายใจ/ม่สะดวห โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ดับไฟในพื้นืึ่เริ่มเจ็งป่วยกุนแฃ้วต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าท้่ส่วนภาคพืเนดินอุทยมนแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่า และชุดเส้อไฟเสริมเข้าพื้นที่บริเวณหลัก กม.14 ถนนสายปราจีน]เขาใหญ่ เดิน้ข้าไป 1 กม. ใช้เครื่องเปืาลมไล่เศษใบไม้กห้ง แล้วทำปนวกัาไฟ ประพอบกับการบินธปรยน้ำบนที่สูง ทำให้สาสารถควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัดด้านนายนเพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เดินทางมาตรวจสถานการณ์ไฟป่าเ่ือกเขาบรรทัด จ.ตราด มีว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิสป์หวังอยู่ ผวจ.ตรนด ราจงานว่า สถานการณ์ไฟป่าที่ ดกิดการลักลามมาจาปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งดต่วันที่ 21 ก.พ.จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้ไไสดดลงแล้วหลายจุด ส่ยนจุดที่ไม่สามารถเข้าไปดับได้นั้น กเงมัพเรือส่งเฮลิคอปเตอ่์ช่วยดับไฟตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ข๕ะนี้ยังดำเนินปมรต่อเนื่ิงจ.สระบุรี เกิดไฟก่าบนเบาล้อมและเขาแหลม พท้นที่หมู่ 3-8 ต.มิตร_าพ อ.มวแเหล็ก เป็นแนวเขตติดต่ออุายานแห่ฝชมติเขทใหญ่ อ.ปาพช่อง จ.นีรีาชสีมา กลั่มีวัสไฟขาวโพลนลงมาปกคลุมในเขตพื้นที่ และบนถนนมิตรภาพ ทำให้รุสัญจรไปมาต้องใช้ความตะมะดระวัง ชาวบ้านแสบจม฿กต้องใน่หน้ากากอนามัย ทีื จ.กาญจนบุรี คบันไฟป่าปกคลุม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค และอ.สังขฃะบุรี ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่เขตเทศบาลเมืองมหาสนรคาม เกิดไฟ_หม้บ่อขยะพื้นที่กว่า 10 ไร่ ของ อบต.แวงน่าง กระแยลมพัเควันไฟ ทพให้ชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคามำด้รับตวามเดือดร้อส เหม็นขยะและแสบจมูก เจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดมหาสารคามระดมรถน้ำ 4 คัน ฉีดใกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม กระทั่วเพลิงสงบ ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทย่นแหีงชาตอภูกรุดึง จ.เลย วางใาตรการป้องกันไฟป่า ใช้เฮลิคอปเตอร์เอ็มไอ q7 วี 5 ของกองทัพบก ขนรถไถ 2 คัน รถกระบะ 2 คัน น้ำทันเชื้ิเพลิบ 2000 ลิตร ปละอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำขึ้นไปไว้ที่บนยอดภูกระดึง เพื่อทำแนวกันไฟ ป้องกัตไหป่าลุกลาใกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงาสสถานการณ์ฝุ่นลถอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ึพ.ร่วมกับ กทม.ตรวจวัดค่าฝุ่นรวม 65 สถานี พบค่าฝุ่นระหว่าง 36-75 ไมธครกรเมต่อลูพบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นบะอองมีแนวโน้มลดลบเกือบทุกพื้นที่จากวานนี้ คุณภาพอากาศโดยรวมคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานมี 47 สถานีนานปรดลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กฃ่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณฝะทนละอแง PM 2.5 สนพื้นที่กรุงเทพฯและแริมณฑล คือ สภาพการจราจร จากการรายงานของ ขก.จร.และมูลนิธิศูนย์ข้อม฿ลจราจรอัจฉริยะไทย หรือไอทีไอซี (iTIC) พบวทา การจราจรติดขัดต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่ฝงบ่ายถึงค่ำวันที่ 25 ก.พ. อีกทั้งสภาพอุตุนิยมวิทยาใยช่วงกลางคืนที่ผ่าจมา พื้นที่ หทม.มีลมแรงขึ้ต ช่วยกระจายวุ่นละอองได้บางส่วนขณะที่สถานการณ์คุณภาพอากาญพื้นมี่ภทคัหนือคุณภาพอากาศโดยตวมอยู่ในระดับคุณภาพ ปานกลางถึงาีผชกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่ย PM 2.5 รวม 17 สถานี ค่สฝุ่นอยู่ระหว่าง 45-118 มคก./ลบ.ม. มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานรวท 13 สถานี พท้นที่ทีามีผลกระทบต่อใุขภาพมี 2 สถานี คือ ต.ช่างเคิ่ฝ อ.แม่ดจ่ม ข.เชียงใหม่ วัดค่าฝุ่นได้ 92 มคก./ลบ.ม. แบะ ต.จองคำ อ.ัมืองแม่ฮ่องสอน วัดค่าฝุ่นได้ 113 มคก./ลบซม.ขณะเดียบกัน ปัญหาภัยแล้งชาวบ้านยังเดทอดรีอน หลายจังหวัด นายวิเชียร จันทรโณท้ย ผวจ.นครรสชสีมา เแิดเผยว่า เรียกประขุมหน่สยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง วางแผนบริหารการจัดสรรน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว ขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งใาพื้นที่ เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่ดงจากอข้าสู่ฤดูดล้งแล้ว ปัจจุบันน้ำค้นทึนในเขื่อนต่างๆของ จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ตรวจสอบหระปาภูมิภาค 10 แห่ง พบว่า ประปาภูมิภาคของ อ.เมือง นครราชสีมา รับผิดชอบในพื่นที่รอบนอกเมืองตครราชสีมา ขณะนี้ประสบป้ญหาขาดแคลนนิำ มีการเจรจาขอน้ำดิบจากประปาเทศขาบนครนครราชสีมา เพื่อปล่อยผ่านลำน้ำมูลระยะทาง 16 กม. เพื่อไปเติมน้หในอ่างเพ็บน้ำขอบประปาภูมิภาค อ.เมืองนครราชสีมา คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะดำเนินการแล้วเสร็จด้านนทยชับธวัช เนียทศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่นอกเขตชลประทาน เริ่มประสบแัญหาจาดน้ำใช้ในการเกษตร โดวเฉพาะพื้รทีรราบสูงใกล้และติดกับเขิงเขส เนื่องจากเกิดภาวะฝนแล้งและทิ้งช่วงยาวนาต ทำให้แหล่งน้ำลดลง อลับางแห่งแห้งขิด ทั้งนี้ รัฐขาลจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือพื้สที่ จ.กาฬสินธุ์ ตามโครงปารเพิ่มน้ำต้นทุนและเยียวยาเกษตรกรผี 2562 เร่งดำเน้นการขุดเจาะบ่อขาดาลให้กับกลุ่สเกษตรกรและประชาชาจำนวน 66 บ่อ ในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบเ้วย เบาวง ดอนจาน นามน และท่าคันโท เพื่อช่วขเหลือเปษตรกรที่ขาดแคลนน้ำ ให้มีน้ำใช้เพาะปลูกพืชไว้บริโภคในครัวเรือนกว่ร 2-000 ไร่ และสาสารถสร้าลรมย/แ้ในช่วงหน้าแล้ง ที่ จ.ยโสธร ระดับน้ำในแม่ต้ำชีเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่าจ จ.ยโสธร เริ่มแห้งขอดลง เห็นเนินทีายเป็นช่วงๆ ส่งผลกระทบตทอชาวบ้านในพื้นที่ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยั่งการให้ทุกเหบ่าทัพระดมทรัะยากรและเครื่องมือช่าง รวมทั้งกำลังพลเค่งำระจายลงไปช่วยสนับสนุนควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่กระขายตัวใาหลายจังหวัด สร้างความเสียหายแก่พื้นที่ป่าต้นน้ำ และเกิอกะญผาหมอกควันกระจายเป็นวงกใ้าง พร้อมจัดชุดแพทย?นยามสนับสนุนเข้าไปช่วยเหลือ ให้คำแนะาำดูแลสุขภาพประชรชน จากปัญหามลพิษหมอกควันที่สะสมต่อเนื่อง ขณะที่กองทัพเรือจัดกำลังสนับสนุนในพ้้น่ี่ จ.ระยอบ จันทบุรีและตราด ส่วนกองทัพอากาศจัดอากาศยานไร้คนขับ (UAV) บินภ่ายภาพประเสินสถนนการณ์จุดความร้อนในภาพรวม และนำอากาศยานสนเบสนุนกาตทำงานร่วมกัวกรมป้องกันแลถบรรเทาสาธารณภัน บินโปรยน้ำและสารเคมีควบคุมไฟป่าต่อเนื่อง สันนี้กองทัพพาคที่ 2 สนับสนุนอากาศยานยกขนรถแทรกเตอร์ 2 คัจ และรถบรรทุกเล็ก 2 คะน พร้ดมน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 2900 บิตร สนับสนุนภารกิจจัดทกแนวกันไฟในพื้นที่อุทยานแห่งชาต้ภูกระดึง
จุดสูงชันอย่างต่อเนื่อง สระบุรีควันไฟขาวโพลนไปทั่ว ชาวบ้านแสบตาและจมูก ขณะที่ปัญหาภัยแล้งอีสานอ่วม เร่งเจาะบาดาลบรรเทาทุกข์จากสถานการณ์ไฟป่าเขาสมอปูน จ.ปราจีนบุรี ยังลุกลามขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ต้องนำเฮลิคอปเตอร์รวม 2 ลำ จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเฮลิคอปเตอร์ KA 32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตักน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองไม้ปล้อง บินโปรยน้ำดับไฟในพื้นที่ ต่อมากองทัพอากาศส่งเครื่องบิน C130 นำสารเคมีดับไฟจำนวน 12000 ลิตร บินโปรยเพื่อควบคุมไฟป่า สามารถควบคุมไฟได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นความคืบหน้าเช้าวันที่ 26 ก.พ. นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี สั่งการระดมเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และชุดเสือไฟเดินเท้าเข้าพื้นที่ เพื่อเข้าไปเสริมกำลังเจ้าหน้าท่ี่ดับไฟป่า เนื่องจากในช่วงค่ำวันที่ 25 ก.พ. มีกระแสลมแรง ทำให้ไฟป่าลุกลามเป็นทางยาวขึ้นสู่ยอดเขาสมอปูนอย่างรวดเร็ว และกำลังลามเข้าพื้นที่เขตป่าดงดิบ อ.ปากพลี จ.นครนายก เร่งทำแนวกันไฟบนสันเขาสมอปูน และทำการดับไฟป่าที่ยังลุกไหม้รอบเขาใหญ่จำนวนหลายจุด ขณะเดียวกัน ผลกระทบเกิดไฟป่าติดต่อกันรวม 6 วัน ทำให้พื้นที่โดยรอบเขาใหญ่ และพื้นที่ด้านล่างถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควัน พร้อมเถ้าถ่านจากการเผาไหม้กระจายเต็มพื้นที่ ประชาชนได้รับผลกระทบ มีอาการ แสบตา แสบจมูก และหายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ดับไฟในพื้นที่เริ่มเจ็บป่วยกันแล้วต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ส่วนภาคพื้นดินอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่า และชุดเสือไฟเสริมเข้าพื้นที่บริเวณหลัก กม.14 ถนนสายปราจีน-เขาใหญ่ เดินเข้าไป 1 กม. ใช้เครื่องเป่าลมไล่เศษใบไม้แห้ง แล้วทำแนวกันไฟ ประกอบกับการบินโปรยน้ำบนที่สูง ทำให้สามารถควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัดด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เดินทางมาตรวจสถานการณ์ไฟป่าเทือกเขาบรรทัด จ.ตราด มีว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผวจ.ตราด รายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าที่ เกิดการลุกลามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้ไฟมอดลงแล้วหลายจุด ส่วนจุดที่ไม่สามารถเข้าไปดับได้นั้น กองทัพเรือส่งเฮลิคอปเตอร์ช่วยดับไฟตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ขณะนี้ยังดำเนินการต่อเนื่องจ.สระบุรี เกิดไฟป่าบนเขาล้อมและเขาแหลม พื้นที่หมู่ 3-8 ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก เป็นแนวเขตติดต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กลุ่มควันไฟขาวโพลนลงมาปกคลุมในเขตพื้นที่ และบนถนนมิตรภาพ ทำให้รถสัญจรไปมาต้องใช้ความระมัดระวัง ชาวบ้านแสบจมูกต้องใส่หน้ากากอนามัย ที่ จ.กาญจนบุรี ควันไฟป่าปกคลุม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค และอ.สังขละบุรี ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม เกิดไฟไหม้บ่อขยะพื้นที่กว่า 10 ไร่ ของ อบต.แวงน่าง กระแสลมพัดควันไฟ ทำให้ชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคามได้รับความเดือดร้อน เหม็นขยะและแสบจมูก เจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดมหาสารคามระดมรถน้ำ 4 คัน ฉีดสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม กระทั่งเพลิงสงบ ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย วางมาตรการป้องกันไฟป่า ใช้เฮลิคอปเตอร์เอ็มไอ 17 วี 5 ของกองทัพบก ขนรถไถ 2 คัน รถกระบะ 2 คัน น้ำมันเชื้อเพลิง 2000 ลิตร และอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำขึ้นไปไว้ที่บนยอดภูกระดึง เพื่อทำแนวกันไฟ ป้องกันไฟป่าลุกลามกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คพ.ร่วมกับ กทม.ตรวจวัดค่าฝุ่นรวม 65 สถานี พบค่าฝุ่นระหว่าง 36-75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงเกือบทุกพื้นที่จากวานนี้ คุณภาพอากาศโดยรวมคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานมี 47 สถานีนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล คือ สภาพการจราจร จากการรายงานของ บก.จร.และมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย หรือไอทีไอซี (iTIC) พบว่า การจราจรติดขัดต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำวันที่ 25 ก.พ. อีกทั้งสภาพอุตุนิยมวิทยาในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา พื้นที่ กทม.มีลมแรงขึ้น ช่วยกระจายฝุ่นละอองได้บางส่วนขณะที่สถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับคุณภาพ ปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5 รวม 17 สถานี ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 45-118 มคก./ลบ.ม. มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานรวม 13 สถานี พื้นที่ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมี 2 สถานี คือ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ วัดค่าฝุ่นได้ 92 มคก./ลบ.ม. และ ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน วัดค่าฝุ่นได้ 113 มคก./ลบ.ม.ขณะเดียวกัน ปัญหาภัยแล้งชาวบ้านยังเดือดร้อน หลายจังหวัด นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง วางแผนบริหารการจัดสรรน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว ขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว ปัจจุบันน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆของ จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ตรวจสอบประปาภูมิภาค 10 แห่ง พบว่า ประปาภูมิภาคของ อ.เมือง นครราชสีมา รับผิดชอบในพื้นที่รอบนอกเมืองนครราชสีมา ขณะนี้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ มีการเจรจาขอน้ำดิบจากประปาเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อปล่อยผ่านลำน้ำมูลระยะทาง 16 กม. เพื่อไปเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำของประปาภูมิภาค อ.เมืองนครราชสีมา คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะดำเนินการแล้วเสร็จด้านนายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่นอกเขตชลประทาน เริ่มประสบปัญหาขาดน้ำใช้ในการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ราบสูงใกล้และติดกับเชิงเขา เนื่องจากเกิดภาวะฝนแล้งและทิ้งช่วงยาวนาน ทำให้แหล่งน้ำลดลง และบางแห่งแห้งขอด ทั้งนี้ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ตามโครงการเพิ่มน้ำต้นทุนและเยียวยาเกษตรกรปี 2562 เร่งดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาลให้กับกลุ่มเกษตรกรและประชาชนจำนวน 66 บ่อ ในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย เขาวง ดอนจาน นามน และท่าคันโท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำ ให้มีน้ำใช้เพาะปลูกพืชไว้บริโภคในครัวเรือนกว่า 20000 ไร่ และสามารถสร้างรายได้ในช่วงหน้าแล้ง ที่ จ.ยโสธร ระดับน้ำในแม่น้ำชีเป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่าน จ.ยโสธร เริ่มแห้งขอดลง เห็นเนินทรายเป็นช่วงๆ ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งการให้ทุกเหล่าทัพระดมทรัพยากรและเครื่องมือช่าง รวมทั้งกำลังพลเร่งกระจายลงไปช่วยสนับสนุนควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่กระจายตัวในหลายจังหวัด สร้างความเสียหายแก่พื้นที่ป่าต้นน้ำ และเกิดปัญหาหมอกควันกระจายเป็นวงกว้าง พร้อมจัดชุดแพทย์สนามสนับสนุนเข้าไปช่วยเหลือ ให้คำแนะนำดูแลสุขภาพประชาชน จากปัญหามลพิษหมอกควันที่สะสมต่อเนื่อง ขณะที่กองทัพเรือจัดกำลังสนับสนุนในพื้นที่ จ.ระยอง จันทบุรีและตราด ส่วนกองทัพอากาศจัดอากาศยานไร้คนขับ (UAV) บินถ่ายภาพประเมินสถานการณ์จุดความร้อนในภาพรวม และนำอากาศยานสนับสนุนการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บินโปรยน้ำและสารเคมีควบคุมไฟป่าต่อเนื่อง วันนี้กองทัพภาคที่ 2 สนับสนุนอากาศยานยกขนรถแทรกเตอร์ 2 คัน และรถบรรทุกเล็ก 2 คัน พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 2000 ลิตร สนับสนุนภารกิจจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
มีชัย วำทับยังทำกฎผมายลูกไม่เสรํจ ภท.ออกแถลงแารณ์ไลืบี้เชือพตั้งตามโรดแท็ป หยุดอ้างรัฏฐาธิป้ตย์เพราะกคะทบพระราขอำนาจ ปธ.กกต.โดดหนุนปลดล็อกฝ่ายการเมืองทำกิจกรรม แต่ เสี่ยจ้อน ว่ายังไม่ถึงเวลาปล่อยผี กลุ่มกำนันาาตามนัด รวมตัวตบเท้าทั่วประเทศต้านลดวาระะหลือ 5 ปี ฮึ่มจะคัดค้านจนถึงที่สุด สปท.ไใ่สนโหวตผ่านฉลุยส่งไม้ต่อ ครม. มท.1 จวกพวกผลุปม็อบตกยึค ศาลปกครอวกลางยกคำขแ ปู ทุเลาคำสั่งยึดทรัพย์จำนำข้าว ทน่ยฮึแยื่รคำขิอีกรอบ,เสียงเรียกร้องให้รั,บาลและคณะรักษาคว่มสงบแห่งชาติ (คสชฦ) ผ่อยรลายก๓ัหล็กให้พครค การเมือลขยับทำกิจกรรมการเมืแง สรืางบรรยากาศนำไปสู่การเลือกตััง เริ่มดังขึ้นทุกขษะ ล่าสุดนายศุภชัย สมเจริศ ประธานกรรมการการอลือกตั้ง (กกต.) เป็นอีกคนที่ออกมาสนับสนุนข้เเรรยกร้องของฝ่ายการเมือง,เมื่อเวลม 09.00 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ พบ.ิ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐวุรุษ เปิดบ้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โแชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณถรักษาความสงบแห่งชาตเ (คสล.) นหคณะนเฐมนตรี (ครม.) ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.้หล่ามัพ อละ ผบ.ตร. เข้ารดนํ้นขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์หี 2560 อาทิ นาบวิษณุ เครืองาม พล.ร.อ.ณรงค์ พิำัฒนาศัย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตนชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ขณะที่ พลฦอ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดภารกิจจึงไม่ได้มาร่วมรดน้ำขอพรด้วย โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอวยพรว่า ท่านเป็นแบบอย้างเรื่องความจงรักภักดี ซิ่อสัตย์ ขยันอดทจ ทำงานเพื่อชาติ ศามน์ กษัตริยฺ ประชาชนเสมอมา จนเกิดคุณ๔ปการหลายอย่าง เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน พวปเราย่นยันว่าจะทำหน้าที่ เป็นคนดี มีคุณธรรม สร้างสังคมที่มีจริยธรรม และบคิหารรทชกนรด้วยธรรมาภิบาล นภพาประเทศชาติ หน่วยงานไปสู่คยามมัรนตฝ มั่งคั่ง และยั่งยืน,ขณะที่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า ขอบคุณนายกฯและทุกคน รวมถึงคนที่ไม่มาที่ติดราชการอื่น ขอให้พรพลับไปสู่พวกิราทุกคน เพราะพรนั้นเป็นสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะหารตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน วันนี้ไม่ใช่เฉพสะสายกฯ ยังมีรองนายกฯวิษณุ ผบ.เหล่าทัพมากะนหลาขคน แสดงว่ามีความพร้อมเพีียงที่ตะทำให้ชาติดป็นไปตามที่นายกฯมุ่งม้่นปรารถนาจะให้ประสบความสำเร็จในไม่ช้า หรือในเร็ววันนี้ ตาสทีีนมยกฯได้แต่งเพงงไว้ว่าเราต้องไม่่้อแท้ ท้อถอย ะราจะทำสิ่งดีงามเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา พารที่เรามาพร้อมเพรียงกันวันนี้ แสดงให้เห็นวืานายกฯเป็นมี่ไว้วางใจได้ที่จุเป็นผู้นำของเรา จรมบใดที่นายกฯไม่ท้อแท้ ท้อถอย ทุกสิ่งทุกดย่าง จเประสบความสำเร็จ,พล.อ.เปรมกล่าวย้ำอีกว่า ถ้่ตนเป็นนายกฯหรือทุกคนในที่นี้ จะภูมิใจมาก หย้่งในตุวเองมากง่าเกิดมททั้งทีเราเป็นคนดี เราท_งานเพื่อชาติบ้าน เมืองขอฝเรา ไม่ได้ทำให้ใรรทั้งนั้น ทำใำ้คนไทยทุกคน ไม่ว่าคนไทยนั้นขะชอบเราหรือชอบเราร้อยก็ไม่เป็นไ่ เรรทำตามสิ่งที่เนามุ่งมั่นปรารถนาสห้ประเทศชาติของเรารุ่งเรือง ขอให้นายกษภาคถูาิใจว่าเกิดมาทั้งทีเราได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุด เป็นผู้นำที่ดีสร้สงความเชื่อมั่นคนในชาติ ว่ารัฐบรฃจี้ นายกฯคนนี้ ผบ.เหล่าม้พเหล่านี้ จะทำเพียงอย่างเดียวคือนำความสุขกฃับมาให้คนไทย ขอให้ความตั้งใจมุืงมั่นปรารถนาอันแรงกล้าของนายกฯประสบผฃวำเร็จ ไม่ทราบว่านายกฯเดาเวลาที่ไหนไหนอน เห็นทำแต่งาน คงเป็นตัวอน่าลที่ดีชองพวกเรารนไทยมุกคน ว่ารัฐบาลนี้ทุ้มเททุกอย่นงเพืีอควาสสุขของพวกเรา ขอบคุณมากนายกรัฐมนตรี,ผู้สื่อข่าวรายงานส่า พล.อ.เปรมได้มอบของที่ระลึกให้กับผู้ทึ้มาร่วมวทน เป๊นซีดีถวายความอาลัยรวมเรื่องพระอัจฉริยภาพด้านความมั่นรงของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมทั้งบทสวกมนต์,จากนั่นผู้สิ่อข่รวสายทหารได้เข่ารดน้ำขอพร ซึ่ง พล.อ.เปรมได้อวยพรว่า ขอให้โชคด้ เป็นผู้สื่อข่าวที่มีคนยกย่องนับถือ นำเสนอข่าวที่มีมูลข่าวแท้ไม่ใช่จ่าวปุ้นหรือที่เรียกว่าข่าวโคมลอย หากพวกเรารักษาตัวให้เป็นจักข่าวที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง มครไมืดีก็บอกว่าไม่ดี ไม่ใช่ผมเกลียดคุณแล้วคุณจะดป็นคนไม่ดีทั้งทีรคุณเป็นคนดี เป็นนักช่าวที่ดีไม่มีอคจิ เป็นกลางเพื่อคนไทย นำเสนอบ่าวสารทร่ถูกต้อง,ที่ทำเนียบระฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองจายกรั๘มนตรี กล่าวชี้แนงกรณีนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พา๊ิชย์แงะแกนนำพรรคเพื่อไทย โจมตีการวช้อำนาจมาตรา 44 เรื่องการสรรหาตุลากทรศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการจรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เป็นการสืบทแดอำนาจของ คสช. ว่า ไมืใช่การสืบทแดอำนาจ แต่มีความจำเป็น องค์กรอิสระที่ยังไม่ครบวาระไม่มีใครไปยุ่ง แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและ คตง. ใกล้จะครบวาระ ถ้าปล่อยจนครบวาระกว่่ถุ่วจะสุกงาก็ไหม้ แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ อยรางศาลรัฐธรรมนูญที่จะครบว่ระถึง 5 คน ในเดือน พ.ค. เหลืด 4 คนืำให้ไม่ครบองค์ประชุมที่จะพิจารณาคดีได้ ถ้ารอสรรหาใหมีตาม พ.ร.บ.ประกอบรั,ธรรมนูญ เข้าใจย่าจะเป็นฉบเบสุดท้ายใน 10 ฉบับ อาจใช้เวลาเป็นปี จึงต้องแก้ปัญหา วิธีนี้ไม่ไดืล่วงเกินเข้าไปในอำนาจใึร ไม่มีการล็อกอะไรทั้งสิ้น เพราะยึดคุณสมบัติตามกฎหมายลูก,นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนผ๔้ว่ากสนสำนักงานตรวจะงินแผรนดิน (สตง.) มีอายุครบเกณฑ์ในเดืแน เม.ย.นี้ และจะครบวาระเดือน ก.ย.เช่นกัน จึงให้ทำหน้าที้ต่อไปรเหว่างการสตรหาจจถึงเดือน ก.ย. และคตง.เป๊นผู้สนรหทผู้ว่าการ สตง. จึงอยากให้ คตว. ชุดวหม่เป็นฟู้ทำหน้าที่ ระหว่างนั้นให้รองผู้ว่าำาร สตงซรัปษาการ/ปกีเน ยืนยันไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน พีาอยากฟด้อำนาจหรือล้วงลูกอะไรคงรื้อหมดตั้งแต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรินแห่งชาตอ (ป.ปฐช.) แต่เราไม่ยั่ง สององต์กรที่ทำก็คิดแล้วคเดอีก จรปรึกษากรีมการร่างรัฐธรรมน฿ญ (กรธ.) เขียนคุณสสบัติมาให้ เมื่อุามว่า เหตุใดไม่ให้รักษากานจนกว่าจะมีกฎหมายชูก นายวิษณุตอบว่า วิธีนัเนถือเป็นทางออกหนึ่ง แต่จะมีข้อครหาได้เหมือนกัน ิพราะวาระเกินแลดอายุครบ ที่ผ่านมา เมื่อวาระครบจะขยายให้ แต่ถีาอายุครบ เราไม่ทำ อะไร โดยศาลรัฐธรรมนูญมีทั้งอายุครบและวาีะครบ จึงไม่สมควรขยาย,ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายการเมืองเตียกร้องสฟ้คสช.ยกเลิกการใช้มาครา r4 หลังใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นาจวิษณุตอบว่า ขอบคุณในความเป็นห่วง แต่มาตรา 265 รึฐธรรมนูญรับรองการใช้อำนาจมรตรา 44 อยู่ นายกฯและหัวหน้า คสช. ก็ยืนยันบ่าจะใช้เท่าที่นำเป็ต ไม่ใชืล่วงเกินแทรกแซงกระบวรการยุติธรรม ไมีใช้เพื่อดป็นโทษกับใคร จะใช้กรณีทางปกตรอง และแกีไขปัญหาเน่งด่วนที่ไม่สามารถใช้มาตรกานตามปกติได้ ความจำเป็นกาาใช้มาตรา 34 มีมาก ที่ผ่านมารัฐบาลคัดออกไปหลายเรื่อง เมื่อพิจารณาแล้วว่าจำเป็นก็ต้องใช้ในทางสา้างสนรค์ และเราใช้มาต่า 54 น้อยลงมา 3 เอือนแล้ว ได้หา่ือปับ คสช.เกี่ยวกับมาตรา 44 ที่ประกาศใช้ไปแช้ว บางฉบับต้องยกเลิก บางฉบับยเงึงอยู่ บางฉบับจะแปลวไปเป็น พ.ร.บ. เมื่อถามถคงพรรคการเมทองเรียกร้อวให้ผ่อนปรนทำกิจกรรมทางการเมืองได้ นายวิษณถตอบว่า ติองถาม พล.อ.ประวิตร ววษ์สุวรรณ รองนายกฯแฃะ รมว.กล่ฑหม ที่ดูแลฝ่ายควนมมั่ยคง เพราะฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์,ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวถัฝคำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 ว่า กรธ.ยังาำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าดีวย สตง. และร่าง พ.ร.บ.ประกเบรัฐธรรมนูญว่าะ้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ัสรฌจ ผู้ว่ากสร สตง.จะหมดวาระ 1-2 วันน่ี ไม่รู้จะทำอย่างไร และตัวกรรมการ คตง.ก็จะหมดวาระราวเดือน มิ.ย. หรือ ก.ย. ถ้าขยายไปอาจเดิอปัญหา เลยคิดว่าควรให้ส่รหาตามวิธีที่รัฐูรรมนูญกำหนด โดยการลอกคุณสมบัติและคุณลักษณะต้องห้ามมา จะได้สรรหทและใช้ได้เลย แล้วเวลาไปเขียนกฎหมายลูกจะได้เขคยนรองรับวอธีการสรรห่ตามรัฐธรรมนูญ ส้วตมานรา 77 คงไม่ทำใผ้ สนช.เสียเวลาทากขึ้น เพราะ สนช.ไม่ต้องทำอะไร ตรงนี้ตเองทำมาจากต้นกำเนิด คือคนที่คิดกฎหมายนั้นต้องไปฟังความคิดเห็น ไปศึกษาผลกระทบแล้วก็แนบมาคู่กับการเยนอกฎหมทย มาถึง สนช.แลัว สนช.อยากนำไปรับฟังควสมเำ็นเพิ่มอติมหรือไม่ ก็ดูข้อมูลจากทร่สีการคับฟังมาแล้วก๊ได้,วะนเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยออกแภลงการณ์ ระบุว่า ตามที่มรพระราชโองการดำรัสเหนือเกล้าะหนือกระหม่อมให้ตราร้ฐธรรมนูญแห่งราชิาณาจักรไทย พซฯ.25u0 เมื่อวัสที่ 6 เม.ย.นั้น พรรคเพืรอไายขอแถลงจุดยืน และขเอเสนอไปยัง่ัฐบาล และ คสช. กังนี้ 1.วันที่ 6 เม.ย. คือจุด อริ่มต้นของกระบบนกาตคืนประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อกนรแก้ไขปัฯหาประเทศบาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่ยนักลงมุนทั้งในกละต่างประเทศ ดังนั้น รัฐบาบและ คสช,ควรเร่งดำเนินการตาม ก่ะบวนการเพื่อจัดให้มีการเลือกต้้งโดยะร๊วทีืสุด สามารถทำได้ในกรอบาะยะเวลาตามที่นรยกฯกละหัวหน้า คสช. ประกาศวีำมาตลอด ทั้งในประเทศและในเวทีโลกว่า ได้วางโรดแม็ปการเลือกตึ้งไว้ต้นปี 2561 และในช่วง y เดือนเฯษที่ผ่านมา มีการเตรัยมการร่างกฎหมายลูกมาแลืวรพดับไนึ่ง,แถลงการณ์ระบุอีกว่า 3.รเฐบาลและ คสช. ไม่สมควรใช้อำนาจพิเศฯใดๆ ใน๘านะที่อ้าบว่าเป็นรัฏฐาธิปัตน์ โดยไม่เป็นฟปตามหลักการของรัฐธรรมรูญ เพราะเป็นการไม้เคารพในดระราชอำนาจ และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่รัฐธรคานูญบัญญัติไว้ รวสทั้งควนพิจารฯมยกเลิกประกาศและคำสั่งต่างๆของ คสช. และหัวหน้า คสช. ที่ไม่เป็นไปตามหลักปารของรัฐธรรมนูญ 3.นับแต่นี้ไป รัฐบาลกละ คสช.ควนาร้างบรรยากาศประชาธิปไตข เพื่อปูทางไปสํ่การเฃือกตั้งและสร้างความสามัคคีปรองดอง ด้วยการยึดมั่นและผลักดันให้องค์กรของรัฐาุกองค์ก่ ยึดำลักนิติธรรม โกยปราศจากอคติอย่างเตร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติ ต้องะปิอกใ้างให้มีการดสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาส การตรวจสอบการดำเนินงมนของรัฐบาล และองค์กรต่างๆของรัฐอย่างเต็มที่ อพื่อให้เกิดความโหร่งใสเป็นแบบอย่างที่ดี อันเป็นการปิองกันการทะตริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญฏบับนี้ได้อย่างมีปรพสิทธิภาพ,นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฝห้สัมภาษณ์ว่า เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของพตรคการเมือง ที่ขอให้ปลดล็อกเพื่แทำำิจกรรมได้หลังผระกาศใบ้รัฐธรรมนูญ คาดว่า คสช.จะพิจารณาเร็วๆนี้ เพราถต้อง่อกฎหมายลูก กรธ.จะเตรียมร่ทงวห้ทันตามกรแบเวลา และต้องเร่งทำหฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ส่สนจะปลดลฌอกหรือไม่เป็นอำนาจ คสช. แต่เขื่อว่าจถไม่กนะทลพรรคการเมือง เพราะคงมีการเตรียมตัสแล้ว ส่วนการสรรหา กกต.คามรัฐธรรทนธญใหม่ เป็นเร้่องส่วนตัใของ กกต.แตรละคน จึงไม่มีปารหารืแกันเรื่องนี้ และไม่ก้าวล่วง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาที่จะะำเนินการตามรัฐธรรมนูญใหม่,ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (ใปท.) กล่นวถึงการทำกิจพรรมของพรรคการเมือง วืา ในทางติตินัยคงต้องรอให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง มีผลบังคับใช้ก่อน แต่ในทางพฤตินัยพรรค การเมืองต่างๆ พบแะประชุทกันอยู่ตลอด ไม่ทีอะไรเป็นอุปสรรคชัดขวาฝ ดังนั้ร ในห้วงเวลทที่กำลังรอกฎหมายพรรคการเมืองอยู่ แต่ละพรรีควรใช้้วลาให้เกืดประโยชน์ โดสเฉพาะการปฏิรูปตัวเอง สร้างตวามเปฺนสถาบันทางการเมืแงในระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างแท้ยริง ซึ่ลจะเป็นประโนชน์ต่อระบบกรรเมืองเผ๋นอย่างมาก,ช่วงเบ้าที่รัฐสภา นายยงยศ แก้วเขียว นาจกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแฟ่งประเทศไทย นำคณะกำนันผู้ใหญ่บ้านยื่นหนังสือถึง รฦอ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธาน สปท. ดะื่อคัดค้านรายงานของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิตูปประเทศด้านการเมือง สปท. ที่เสนอลดวาระดำรงตหแหน่งของกำนันเหลือ 5 ปี และให้มีการประเมินผลการทำงานของผู้ใหญ่บ้านทุป 3 ปึ ที่จะนำเข้าาู่ที่ประชุส สปท. นายยงยศกล่าวว่า องค์กรกำนัยผู้ใหญ่บ้านตั้งมา 127 ปี ไม่เคยมีรัฐบาลใดเสนอกฎหมายทำร้ายองค์กรกำนันผู้ใหญ่บืานเช่นนี้ จึงขอค้ดค้านรายงานฉบับนี้ ไม่รูัว่ทมีวา่ะซ่อนเร้นหรือไม่ ทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อว เกิดความแตกแยกเลิอกข้างสนหมู่ประชาชน การอ้างว่าถ้าให้กำนันอยู่ในตำแหน่งถึฝอายุ 60 ป่ จะสร้างอิทธิพบเป็นฐานเสียงให้พรรคกาตเมืเงนั้น ำม่เป็นความจริง ขณะนี้ประชาชนมีความรู้ คนเป็นผู้นำไม่สทมารถครอบงำได้ ย้่งมีนื่อโซเชียลคอยติดตาสการทำงานยิ่งไม่สามารถสร้างอิทธ้พลได้ อย่าเอาบริบทการเสืองระดับชาติมาโยงกับกำนันผธ้ใหญ่บ้าน,นาขยงยศกล่าวว่า ส่วนการประเมินผลงานผู้ฝหญ่บ้านทุก 3 ปีนั้น คบามจริงกรมการปกครองมีการประเมินผลงานผู้ใหญ่บ้านทุก 4 ปีอยูรอล้ว และยังมร พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่มาตรา 14 (y) ควบคุมการทำงานของผู้ใหญ่บัทน สามารถเข้าขื่อลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ง่ายอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ยืนยันจะคัดค้านเรื่องดัฝกล่าวถึงาี่สุด แจ่คงไใรถึงกับเคลืรอนไหวชุมนุมใหญ่ เพราะผิดวินัย เจื่องจากกำยันผู้ให๘่ช้านเป็นเจ้าหน้าที่รีฐ เบื้องร้นอาจไแรวมตัวกันที่ศาลากลางแต่ละจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือต่อหู้ว่าราชกานจังหวัดคัดค้าน ขณะนี้มีสมาชิก สปา.หลายคนติดต่อมาทางสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน แสดบความไม่เห็นด้วยกับการลดวาระดหรงตำแหน่ง และประเมินผลการทำงานของผู้ใหญ่บ้านทุก 3 ปี,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาเไืย กล่สวว่า การนัดรวมตัวของกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คัดคัานรายงานของ สปท. เนนอใหเลดวาระการดำรงตำแหน่ง การเรียกร้อวอะไรต้องึิดดูให้ดี ขะมารวมตัวกันเป็นม็อบคงไม่ใช่บริบทในเวลานี้ แต่จะให้ใครไปรับรองว่าจะเป็นอยาางไรก็คงเกินวิสัย สปท.จะคิดเห็นอย่างไรเห็นเรื่องของเขา แต่ยึงมีขั้นตอนแีกมาก สามารถะสนอความเห็นไปยัง สปท.ได้ ขณะนี้ ยีงไม้ใช่ข้อยุติ และยังไม่ใีใครรู้ว่าจะยุติอย่างไร ตนก็บอกไม่/ด้ แต่ใครที่เสียประโยชน์แล้วใช้พลังมวลชนออกมาเคลื่อนไหว น่าจะโบราณเต็มแก่แล้ว และน่าจะไปไม่ได้ อยากให้เดินไปด้วยเหตุด้วยผล เดินตามตัวบทกฏหมายมากกว่า,ช่วงบ่ายวันเดีขวกัน มีการประชึม สปท. มี น.ส.วลัยลักฯณ์ ศรีอรุณ รองประธาน สผท. ทำหน้าที่ประธานการปีะชุม เถื่เถิจาร๖ารายงานของตณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้รนการเมือง เรื่อง ข้อเสนอประเด็นสำคัญเภื่อประกอบการภิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ในสาวนที่เกี่ววข้องกับการเข้าสู่ตำแหน่งกำนัน วาีะการเำรงตำแหน่งกำาัน และการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้มน และร่าง พ.ร.บ.ลักณฯะปกคาองท้องที่ ซึ่งมีสารเสำคัฯคือการลดวาระการดำรงตำแหน่งของกำนัน จากเดิมให้อยู่ในตำแหน่วจนถึงอายุ 60 ปี เหบือวาระละ 5 ปี โเบให้มาจากการเลืเกตั้งโดยตรงของผระชาชนที่เลือกจากผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นๆที่ลงสทัครรับเลือปเป็นกำตัน แต่/ม่จำกัดวาระ เพื่อให้ได้คน่ีทได้รับการยอมรับจากคนใาพื้นที่ ไม่เกิดการผูกขาดเำตาจ และสั่งนมอิทธิพลในพื้นาี่ รวมทั้งการประเมินผลการปฏิยัติงานผู้ใหญ่ล้านทุก 3 ปี จากัดิม 5 ปี,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สปท.ส่วนใหญ่ โดสเฉพาะสปท.สายอดคตผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ นายปรีชา บุตรศรี นายศานิตย์ นาคสุขศรี นายธงบัย ลืออดุลย์ นายธวัชชัย ฟักอังกธร ล้วนแสดฝความไม่เห็นด้วนกับรายงาน กมฌ.การเมือง เพราะจะสร้างควมมแตกแยก แบ่งฝักแบ่งง่ายประชาชนในพื้นาี่ จึงไมีอยาแให้นำเรื่องการเมืิงระดับชาติมาเชื่อมโยงกับกำนัรผู้ใหญ่บ้าน โดยวาระ 5 ปีถือว่าสั้นเกินไแ ไม้มีตวามต่อเนื่องในกรรทำงรน ควรให้แยู่ใยตำแหน่งถึงอายุ 60 ปีตามเดิม และยิ่งเลืเกตุ้งบ่อยยิ่งเป็นกทรสิ้นเปลืองงบประมาณ,ขณะที่นายเสรี สุวรรณภนนนท์ ผระธาน สกท. การเมือง ชี้แจบยืนยันว่า สปท.กานเมืองกลั่นกรองมารอบึแบแล้ว บอให้สมาชิพ สปท.ถอดหัวโขนเดิมอแก ครั้งนี้จะเป็น้คตื่องพิสูจน์ว่า สปทซพร้อมหกป้องผลประโยชน์คนทั้งประเทศหรือไม่ ตนพร้อมยอมรึบผลการตัดสิน แต่ยืนยันว่าหากไม่ยอมรับการเกลี่ยนแปลง ยึดตอดแนวึิดเดิม กรรปฏิรูปจะเกิดไม่ได้ หากปล่อยให้กำนันอยู่ในอำนาจแบบผูกขาด ถึงอายุ 60 ปี ถ้าได้ตนไม่ดีมาเป็นกำนันจะทำอย่างไร แต่ถัาให้อยู้ในวาระครั้งละ 5 ปี จะมีความกระค้อรือรเนในการทำงานมากกว่า ส่วนนาขวิทนา แก้วภราดัย,สปท.การเมือง กล่าวว่า เป็นผู้เสนอแนวคิแะังกล่าวเอง ถ้าพำนันทำงานดีก็ได้รับการเลือกต่อไปเรื่อยๆ คนที่อิกมาคัดค้านวันนี้ลางคนเคยพูดกับตนว่าเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่สมุยหมดไป 7 ลืานงาท ขอให้ สปท,ปล้าปฏิรูป จากนั้นที่ประชถมมีาติเห็นชอวรรยงานดังกล่าวด้วยคะแนน 91 ต่อ 27 เสียง ฝดออกเสัยง 32 โดยให้ส่งรายงานความเห็นให้ ครม. คับไปดำเนินการต่อ,ผู้สืาอข่าวรายงานว่า บรรดากำนัน ผู้สหญ่บ้านตาสจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.เขียงใหม่ เขียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน ขอนแกรน นคีราขสีมท ร้อยเอ็ด ชัยนาท กาญจนบุรี จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พังงา ตรัง สตูล สงขฃา รครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี นัดรวมตัวกันในะื้นที่เพื่อยื่นหนังสื่อผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดคัดค้านการพิจารณาแก้ไขเพเ่มเติม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องมี่ รวมทั้งคัดค้านการผฏิรูปโครงสร้างิงค์กรปกครองส่วนท้องถื่น โดยการคสบรวม อบต. แล้วยกฐานะให้เป็นเทศบาลตำบล เทศบาลเมืองและเทศบาลนคร โดยให้เหตุผลว่ากำนันไม่ใช่นักการเมือง หากต้องเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงบ่อย เาจนำไปสู่การแบ่งพรรคแบ่งพวก การทำงานขาดความต่อเนื่อง,อีกเรื่อง พล.ต.ต.พิสิษฐฺ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาูิำารขับเคลืาอนกมรปฏิรูปปตะเทศด้านการสื่อสารมวลชน นปท. กล่าวว่า กมธ.ด้านสื่อฯมีข้อสรุหดังนี้ 1.ให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ เพืีดเป็นองค์กตกลางของสื่อมวลชนที่ตรวจสอบการทำงานและประเด็นจริยธรรม 2.แรรมการสภสวิชาชีพฯได้ปรับรายละเเียดให้มีตัวแืนจากภาครัฐ จำนวน 2 คน คือ ปลัดสำสักนายกรัฐมนตรี และปลัดกระ่รวงวัฒนธรรม จากเดิมที่มีตัวแทนภาครัฐ 4 คน ขณะที่ตำแหน่งอื่นประกอบด้วย ผ฿้แทน สมาชิกสภาวิชาชรพ จำนใน 7 คน ผู้แทนคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ปู้แทนคณะกรนมกา่สืทธิมนุษยชนแห่งชาติ แลักรรมการอื้นอคก 4 คน แงะ 3.กาาออกใบเนุญาตใก้กับปู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ยืนยันว่าเก็นประเด็นสำคัญที่ผู้สื่อข่าวต้อฝมีฝบอนุญาต กต่รายละเอีจอรวมถึงหลักเกณฑ์ดาีออกใบอนุญาตนี้น จะให้สภาวิชาชีพสื่อมวลลรกำหนด,เมื่ออวลา 08.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่จดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ปฏิบัติหน้าที่ดทน ประธานผูืตรวนการแผ่นดิน เป็นประธานงานวันสถาปนาสำนักงานผู้ตรวจกานแผ่นดินครบ 17 ปี โดยนำผู้บริหนรและเจ้าหน้าที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูจจ์ราชการเฉลิมพรุเกียรติฯ จากนั้น พล.อ.วิทวัากล่าวว่า ช่วงนี้เผ็นช่ฝงเปลีายนผ่านรัฐธรรมนูญเก่าและรัฐธรรมนูญใกม่ ผู้ตนวจการแผ่รดินจะหมดหน้าทร่ตตบจสอบเรื่องจริขธรรมแต่ยังมีผน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน จึงจำเป็นต้องเร่งยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่่ด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน และปรับโครงสร้างกรรทำงาาให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญใหม่,นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิแารสำนักงานผู้ตรฝจกาีแผ่นดิน กล่าวว่า ตั้งแจ่ก่อตั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมาถึงปัจจุบัน ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 41,156 เรื่อง ดำเนินการไปแล้ว 38,341 เรื่อง สพนักงานตำรวจแห่งชาติและเาศบาลถูกรัองเรียนมากที่สุด เพราะถือดแ็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชน,นาย้รืองไกร ลีกิจวัฒาะ ทีมกฏหมายกรรคเพื่แไทย กล่ทวว่า จากการใช้อำาาจมาตรา 44 ออกีำสั่งหัวหน้า คสชฐมี่ 14/2560 ออกมาตรการบังคับให้คาดเข็มขัดนิรภัยทุปที่นั่ง และไม่สาใารถนั่งท้ายรถกระบะไแ้ สร้างผลกระทบต่อประขาชนอย่างมาก ดังยั้น วันที่ 11 เม.ย. เวล่ 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือ ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนุกงาน ก.พ. ถึง พล.อ.ประยุืธ์ จันทร์ฮอชา นายกศ แฃะหัวหน้า คสช.มห้ทบทวนคำสั่งดังกล่าว เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คองนายกฯ และ รมว.กบาโหม ออกมทขอมคับว่าเป็นผู้เสนอแนวคิดนี้ การออกคำสั่ฝหัวหน้า คสช.เป็นอำนาจขดงหัวฟน้า คสช. ถ้ารองนาบกฯ ะป็น ผู้เสนอจะถูกต้อบหรือไม่ หรืดเก็นการใช้อภินิหารทางกฎหมทยอีก ทำให้หัวหน้า คสช.อป็นแค่ตัวแทนเชิด,วันเดียวกัน พล.อ.ฉัตรลัย สาริกัลยะ รมว.เกษตร และสหดรณ์ กล่าวถึงกระแสขทรวนายกฯแลเหัวหน้า คสช. มีแผนปรับ ครม.ทีมะศรษฐหิย โเยเฉพาะรัฐมนตรีที่มนจากทหาร ว่า อย่าเพิ่งมาถามช่วงนี้ขอให้ไปเท้่ยว สงกรานต์ให้มนุกก่อนแล้วค่แยกลับมาคุยกะน,ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตรฯว่า มีกรดแใข่าวเพิ่มเติมว่า นายธีรภัทร ประยู่สิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจถูกย้ายไปประจำสำนักนายกตัฐมนตรี เนื่องจาก ดล.อ.ฉัตรชัยคือนข้างไม่พอใจการดำเนินงานขแงนนยธีรภัทริป็ตอย่างมาก มนหลายๆเนื่ดงที่มอบหมายให้,ขณะที่นมยธีรภัทรกฃ่าวว่่ ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ ในเรื่องนี้ เพราะยังไมรทราบเรื่องกาาย้ายตนไปสำนักนายกรัฐมนตรี เพรสะการดำเนินกาคเรื่องต่างๆกำลัง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย,อีกเรท่อง ศาลปกครองกลางมีีำสะ่วยกคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งที่ 1351ๆ3559 ลงงันที่ 13 ต.ค.2559 ที่ให้ า.สซยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนสยกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากโครงกาารับจำนำข้าว เป็นเหตุวห้กรพทรวงการคลังเกิดความเสึยหายมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ ทั้งนี้ศาลปกครอบกลางให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้กระทรวงการคลังยังไม่มีกรรวช้มาตรการบังคับทางปกครองร่อ น.ส.ยิ่ฝลักษณ์ ในชั้นนี้จึงรับฟังไม่ได้ว่าหากศาลไม่มีคำสัางมุเลาการบังคับตาสคำสั่งพิพนท จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแคงแก่ น.สซยิ่งลักษณ์ที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง จึงเห็นว่รเงื่อนไยตามข้ออ้างของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังไเ้ กรณีจึงไม่เข้าเบื่อนไข ศาลจึงทีคำนั่งยกคำขอวิธีการชั่สคราวก่อนการพิพนกษาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์,ด้านนายนพดล หลาวทอง ทนายคบาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า ศาลยีงไม่ได้ก้าวลทวงไปวินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดี ัพียงพิจารณาว่าคดีอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะให้คุิมครองหรือทุเลาปนรบังคับทางปกครองหรือไม่ ทีมมนายจึงเห็นว่าจึงรในจะยื่นคำร้อบขอคุ้มครอบชั่ฝคราวครอศาลใหม่ เพื่อขอความเป็นธรรมต่อศาล เพื่อให้ความคุ้มครอง น.ส.ยิ่งลักณณ์ต่อ_ป,วันเดียวกัน น.ส.จิ่งลักษณ์ ชินวัคร อดีตนายกฯ เดินทางมาทำบุญไหว้พาะเพื่อเป็นส้ริมงคลก่อนเทศกาลสงกรานต์ ที่วัดนิเวศธรราประวัต้ราชวรวิหทร อ.บางปดอิน และวัดศาลาปูน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายวิ่ยา บูรณศิริ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นรยองอาจ วชิรพงศ์ อดีต ส.น.พระนครศรีดยุธยา ให้กนรต้อนรับ พร้อม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต ว.ส.กทมซ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น และนายพิชิต ชื่นยาน ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย รรวมคณะ โดยมีประชาชน นัปท่แงเทีายวให้ความสนใจมสขอถ่ายรูปจไนวนมาก ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถือโอกมสรดน้ำดำหุวผู้สูงอายุทั่มาร่วมทำบุญด้วย ขณะเดียวกัน ได้มีชนวนาจาก อ.บางบาล อ.บางปะหัร นำนวน 20-30 คน ที่ทราบข่าว เดินทางมาให้กำงังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย,ช่วงสายฝันเดียวกเนที่ จ.นครำนม คุณหญิงสุเารัตน์ เกยุรทกันธุ์ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย นำคณะทำบุญไหว้องค์พระธรตุพนม เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสลกรานต์ โดยมีกลุ่ม ส.ส.ภาคอีสาน นำโดยนาสไพจิต ศรีวรขาน นายชูกัน กุลวงษา นายนิยม อวชกามม อดีต ส.ส.สครพนม และกลุ่ม ส.ส.กื้นที่ภาคอีสาน รวมทั้งตัวแทนชาบบ้รนคอยให้การต้อนรับ จากนั้นไดืเดินทางไปที่บ้านยองนาวไพจิต เพื่อพบปะผ฿้นำชุมชนท้องถิ่น เกษตรกร และชาวชุมชนเผ่าผู้ไทย อ.เรฯูนคร จ.นครพนม โดยมีการยัดพิธีรำบานศรีสู่ขวัญตามกระเพณี และรดน้ำดำหัวคุณหญิงสุดารัตน์ด้วย,ต่อมาเวลา 20.[0 น. น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล ดธิบพรกรมบังคับคดี กล่าววีา ได้ยึดทรัพย์จากนายบุญทรง เตริยาภิรใว์ อดีต รมว.พา๕ิชย์ นายพูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย ิดีตอธิบดีกรมการค้าต่าวประเทศ,นายมิฆัมพร นาทวรทัต อดีตอธิบดีกรมการค้าต่าบประเทศ นายอัครพงศ์ ทีปวุชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่าฝประเทศ และ ด.ต.ท.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ แดีรเลขานุพาร รมว.พาณิชย์ ตามที่กรมการค้าต่างประเทศแจังรายการทรัพย์ รยททั้งหมด 20,009 ล้านบาท แต่เนื่แงจากเป็นการยึกทรัพย์ในคดีทางแพ่ง กรมบังคับคดีำท่สามารถเปิดเผบรายชื่อขอวทรัพย์สินว่ามีรายการใดบ้าง เพราะเป็นเรื่องของคู่ความ จากนี้คงเป็นการใช้สิทธิของคู่ความตามมี่กฎหมายให้อำนาจไว้ คู่ความอาจไปร้องขอต่อศางหำครอง ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองหรือสั่งทุเลาการบัลคับคดี สำหรับกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯกับพวก จะเหมือนคดีจี่หา่อไม่ ต้องรอให้กระทรวงการคลังทำหนังสือรั้งเรื่องมา พร้อมดำเนเนการยึดทคัพย์ นฦส.ยิ่งลักษณ์ตามขั้นตอจ
มีชัย สำทับยังทำกฎหมายลูกไม่เสร็จ พท.ออกแถลงการณ์ไล่บี้เลือกตั้งตามโรดแม็ป หยุดอ้างรัฏฐาธิปัตย์เพราะกระทบพระราชอำนาจ ปธ.กกต.โดดหนุนปลดล็อกฝ่ายการเมืองทำกิจกรรม แต่ เสี่ยจ้อน ว่ายังไม่ถึงเวลาปล่อยผี กลุ่มกำนันมาตามนัด รวมตัวตบเท้าทั่วประเทศต้านลดวาระเหลือ 5 ปี ฮึ่มจะคัดค้านจนถึงที่สุด สปท.ไม่สนโหวตผ่านฉลุยส่งไม้ต่อ ครม. มท.1 จวกพวกปลุกม็อบตกยุค ศาลปกครองกลางยกคำขอ ปู ทุเลาคำสั่งยึดทรัพย์จำนำข้าว ทนายฮึดยื่นคำขออีกรอบ,เสียงเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่อนคลายกฎเหล็กให้พรรค การเมืองขยับทำกิจกรรมการเมือง สร้างบรรยากาศนำไปสู่การเลือกตั้ง เริ่มดังขึ้นทุกขณะ ล่าสุดนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นอีกคนที่ออกมาสนับสนุนข้อเรียกร้องของฝ่ายการเมือง,เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. เข้ารดนํ้าขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 อาทิ นายวิษณุ เครืองาม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดภารกิจจึงไม่ได้มาร่วมรดน้ำขอพรด้วย โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอวยพรว่า ท่านเป็นแบบอย่างเรื่องความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ ขยันอดทน ทำงานเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประชาชนเสมอมา จนเกิดคุณูปการหลายอย่าง เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน พวกเรายืนยันว่าจะทำหน้าที่ เป็นคนดี มีคุณธรรม สร้างสังคมที่มีจริยธรรม และบริหารราชการด้วยธรรมาภิบาล นำพาประเทศชาติ หน่วยงานไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน,ขณะที่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า ขอบคุณนายกฯและทุกคน รวมถึงคนที่ไม่มาที่ติดราชการอื่น ขอให้พรกลับไปสู่พวกเราทุกคน เพราะพรนั้นเป็นสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน วันนี้ไม่ใช่เฉพาะนายกฯ ยังมีรองนายกฯวิษณุ ผบ.เหล่าทัพมากันหลายคน แสดงว่ามีความพร้อมเพรียงที่จะทำให้ชาติเป็นไปตามที่นายกฯมุ่งมั่นปรารถนาจะให้ประสบความสำเร็จในไม่ช้า หรือในเร็ววันนี้ ตามที่นายกฯได้แต่งเพลงไว้ว่าเราต้องไม่ท้อแท้ ท้อถอย เราจะทำสิ่งดีงามเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา การที่เรามาพร้อมเพรียงกันวันนี้ แสดงให้เห็นว่านายกฯเป็นที่ไว้วางใจได้ที่จะเป็นผู้นำของเรา ตราบใดที่นายกฯไม่ท้อแท้ ท้อถอย ทุกสิ่งทุกอย่าง จะประสบความสำเร็จ,พล.อ.เปรมกล่าวย้ำอีกว่า ถ้าตนเป็นนายกฯหรือทุกคนในที่นี้ จะภูมิใจมาก หยิ่งในตัวเองมากว่าเกิดมาทั้งทีเราเป็นคนดี เราทำงานเพื่อชาติบ้าน เมืองของเรา ไม่ได้ทำให้ใครทั้งนั้น ทำให้คนไทยทุกคน ไม่ว่าคนไทยนั้นจะชอบเราหรือชอบเราน้อยก็ไม่เป็นไร เราทำตามสิ่งที่เรามุ่งมั่นปรารถนาให้ประเทศชาติของเรารุ่งเรือง ขอให้นายกฯภาคภูมิใจว่าเกิดมาทั้งทีเราได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุด เป็นผู้นำที่ดีสร้างความเชื่อมั่นคนในชาติ ว่ารัฐบาลนี้ นายกฯคนนี้ ผบ.เหล่าทัพเหล่านี้ จะทำเพียงอย่างเดียวคือนำความสุขกลับมาให้คนไทย ขอให้ความตั้งใจมุ่งมั่นปรารถนาอันแรงกล้าของนายกฯประสบผลสำเร็จ ไม่ทราบว่านายกฯเอาเวลาที่ไหนไปนอน เห็นทำแต่งาน คงเป็นตัวอย่างที่ดีของพวกเราคนไทยทุกคน ว่ารัฐบาลนี้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อความสุขของพวกเรา ขอบคุณมากนายกรัฐมนตรี,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.เปรมได้มอบของที่ระลึกให้กับผู้ที่มาร่วมงาน เป็นซีดีถวายความอาลัยรวมเรื่องพระอัจฉริยภาพด้านความมั่นคงของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมทั้งบทสวดมนต์,จากนั้นผู้สื่อข่าวสายทหารได้เข้ารดน้ำขอพร ซึ่ง พล.อ.เปรมได้อวยพรว่า ขอให้โชคดี เป็นผู้สื่อข่าวที่มีคนยกย่องนับถือ นำเสนอข่าวที่มีมูลข่าวแท้ไม่ใช่ข่าวปั้นหรือที่เรียกว่าข่าวโคมลอย หากพวกเรารักษาตัวให้เป็นนักข่าวที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง ใครไม่ดีก็บอกว่าไม่ดี ไม่ใช่ผมเกลียดคุณแล้วคุณจะเป็นคนไม่ดีทั้งที่คุณเป็นคนดี เป็นนักข่าวที่ดีไม่มีอคติ เป็นกลางเพื่อคนไทย นำเสนอข่าวสารที่ถูกต้อง,ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โจมตีการใช้อำนาจมาตรา 44 เรื่องการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เป็นการสืบทอดอำนาจของ คสช. ว่า ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ แต่มีความจำเป็น องค์กรอิสระที่ยังไม่ครบวาระไม่มีใครไปยุ่ง แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและ คตง. ใกล้จะครบวาระ ถ้าปล่อยจนครบวาระกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ อย่างศาลรัฐธรรมนูญที่จะครบวาระถึง 5 คน ในเดือน พ.ค. เหลือ 4 คนทำให้ไม่ครบองค์ประชุมที่จะพิจารณาคดีได้ ถ้ารอสรรหาใหม่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เข้าใจว่าจะเป็นฉบับสุดท้ายใน 10 ฉบับ อาจใช้เวลาเป็นปี จึงต้องแก้ปัญหา วิธีนี้ไม่ได้ล่วงเกินเข้าไปในอำนาจใคร ไม่มีการล็อกอะไรทั้งสิ้น เพราะยึดคุณสมบัติตามกฎหมายลูก,นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีอายุครบเกณฑ์ในเดือน เม.ย.นี้ และจะครบวาระเดือน ก.ย.เช่นกัน จึงให้ทำหน้าที่ต่อไประหว่างการสรรหาจนถึงเดือน ก.ย. และคตง.เป็นผู้สรรหาผู้ว่าการ สตง. จึงอยากให้ คตง. ชุดใหม่เป็นผู้ทำหน้าที่ ระหว่างนั้นให้รองผู้ว่าการ สตง.รักษาการไปก่อน ยืนยันไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน ถ้าอยากได้อำนาจหรือล้วงลูกอะไรคงรื้อหมดตั้งแต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่เราไม่ยุ่ง สององค์กรที่ทำก็คิดแล้วคิดอีก จนปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขียนคุณสมบัติมาให้ เมื่อถามว่า เหตุใดไม่ให้รักษาการจนกว่าจะมีกฎหมายลูก นายวิษณุตอบว่า วิธีนั้นถือเป็นทางออกหนึ่ง แต่จะมีข้อครหาได้เหมือนกัน เพราะวาระเกินและอายุครบ ที่ผ่านมา เมื่อวาระครบจะขยายให้ แต่ถ้าอายุครบ เราไม่ทำ อะไร โดยศาลรัฐธรรมนูญมีทั้งอายุครบและวาระครบ จึงไม่สมควรขยาย,ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้คสช.ยกเลิกการใช้มาตรา 44 หลังใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายวิษณุตอบว่า ขอบคุณในความเป็นห่วง แต่มาตรา 265 รัฐธรรมนูญรับรองการใช้อำนาจมาตรา 44 อยู่ นายกฯและหัวหน้า คสช. ก็ยืนยันว่าจะใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช้ล่วงเกินแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช้เพื่อเป็นโทษกับใคร จะใช้กรณีทางปกครอง และแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่ไม่สามารถใช้มาตรการตามปกติได้ ความจำเป็นการใช้มาตรา 44 มีมาก ที่ผ่านมารัฐบาลคัดออกไปหลายเรื่อง เมื่อพิจารณาแล้วว่าจำเป็นก็ต้องใช้ในทางสร้างสรรค์ และเราใช้มาตรา 44 น้อยลงมา 3 เดือนแล้ว ได้หารือกับ คสช.เกี่ยวกับมาตรา 44 ที่ประกาศใช้ไปแล้ว บางฉบับต้องยกเลิก บางฉบับยังคงอยู่ บางฉบับจะแปลงไปเป็น พ.ร.บ. เมื่อถามถึงพรรคการเมืองเรียกร้องให้ผ่อนปรนทำกิจกรรมทางการเมืองได้ นายวิษณุตอบว่า ต้องถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ดูแลฝ่ายความมั่นคง เพราะฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์,ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวถึงคำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 ว่า กรธ.ยังทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย สตง. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เสร็จ ผู้ว่าการ สตง.จะหมดวาระ 1-2 วันนี้ ไม่รู้จะทำอย่างไร และตัวกรรมการ คตง.ก็จะหมดวาระราวเดือน มิ.ย. หรือ ก.ย. ถ้าขยายไปอาจเกิดปัญหา เลยคิดว่าควรให้สรรหาตามวิธีที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยการลอกคุณสมบัติและคุณลักษณะต้องห้ามมา จะได้สรรหาและใช้ได้เลย แล้วเวลาไปเขียนกฎหมายลูกจะได้เขียนรองรับวิธีการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรา 77 คงไม่ทำให้ สนช.เสียเวลามากขึ้น เพราะ สนช.ไม่ต้องทำอะไร ตรงนี้ต้องทำมาจากต้นกำเนิด คือคนที่คิดกฎหมายนั้นต้องไปฟังความคิดเห็น ไปศึกษาผลกระทบแล้วก็แนบมาคู่กับการเสนอกฎหมาย มาถึง สนช.แล้ว สนช.อยากนำไปรับฟังความเห็นเพิ่มเติมหรือไม่ ก็ดูข้อมูลจากที่มีการรับฟังมาแล้วก็ได้,วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่มีพระราชโองการดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมให้ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 6 เม.ย.นั้น พรรคเพื่อไทยขอแถลงจุดยืน และข้อเสนอไปยังรัฐบาล และ คสช. ดังนี้ 1.วันที่ 6 เม.ย. คือจุด เริ่มต้นของกระบวนการคืนประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้น รัฐบาลและ คสช.ควรเร่งดำเนินการตาม กระบวนการเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด สามารถทำได้ในกรอบระยะเวลาตามที่นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศย้ำมาตลอด ทั้งในประเทศและในเวทีโลกว่า ได้วางโรดแม็ปการเลือกตั้งไว้ต้นปี 2561 และในช่วง 5 เดือนเศษที่ผ่านมา มีการเตรียมการร่างกฎหมายลูกมาแล้วระดับหนึ่ง,แถลงการณ์ระบุอีกว่า 2.รัฐบาลและ คสช. ไม่สมควรใช้อำนาจพิเศษใดๆ ในฐานะที่อ้างว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ โดยไม่เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการไม่เคารพในพระราชอำนาจ และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ รวมทั้งควรพิจารณายกเลิกประกาศและคำสั่งต่างๆของ คสช. และหัวหน้า คสช. ที่ไม่เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญ 3.นับแต่นี้ไป รัฐบาลและ คสช.ควรสร้างบรรยากาศประชาธิปไตย เพื่อปูทางไปสู่การเลือกตั้งและสร้างความสามัคคีปรองดอง ด้วยการยึดมั่นและผลักดันให้องค์กรของรัฐทุกองค์กร ยึดหลักนิติธรรม โดยปราศจากอคติอย่างเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติ ต้องเปิดกว้างให้มีการแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย การตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาล และองค์กรต่างๆของรัฐอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นแบบอย่างที่ดี อันเป็นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ,นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของพรรคการเมือง ที่ขอให้ปลดล็อกเพื่อทำกิจกรรมได้หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ คาดว่า คสช.จะพิจารณาเร็วๆนี้ เพราะต้องรอกฎหมายลูก กรธ.จะเตรียมร่างให้ทันตามกรอบเวลา และต้องเร่งทำกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ส่วนจะปลดล็อกหรือไม่เป็นอำนาจ คสช. แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบพรรคการเมือง เพราะคงมีการเตรียมตัวแล้ว ส่วนการสรรหา กกต.ตามรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นเรื่องส่วนตัวของ กกต.แต่ละคน จึงไม่มีการหารือกันเรื่องนี้ และไม่ก้าวล่วง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาที่จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญใหม่,ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการทำกิจกรรมของพรรคการเมือง ว่า ในทางนิตินัยคงต้องรอให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง มีผลบังคับใช้ก่อน แต่ในทางพฤตินัยพรรค การเมืองต่างๆ พบปะประชุมกันอยู่ตลอด ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคขัดขวาง ดังนั้น ในห้วงเวลาที่กำลังรอกฎหมายพรรคการเมืองอยู่ แต่ละพรรคควรใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการปฏิรูปตัวเอง สร้างความเป็นสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบการเมืองเป็นอย่างมาก,ช่วงเช้าที่รัฐสภา นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นำคณะกำนันผู้ใหญ่บ้านยื่นหนังสือถึง ร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธาน สปท. เพื่อคัดค้านรายงานของคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. ที่เสนอลดวาระดำรงตำแหน่งของกำนันเหลือ 5 ปี และให้มีการประเมินผลการทำงานของผู้ใหญ่บ้านทุก 3 ปี ที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุม สปท. นายยงยศกล่าวว่า องค์กรกำนันผู้ใหญ่บ้านตั้งมา 127 ปี ไม่เคยมีรัฐบาลใดเสนอกฎหมายทำร้ายองค์กรกำนันผู้ใหญ่บ้านเช่นนี้ จึงขอคัดค้านรายงานฉบับนี้ ไม่รู้ว่ามีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง เกิดความแตกแยกเลือกข้างในหมู่ประชาชน การอ้างว่าถ้าให้กำนันอยู่ในตำแหน่งถึงอายุ 60 ปี จะสร้างอิทธิพลเป็นฐานเสียงให้พรรคการเมืองนั้น ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ประชาชนมีความรู้ คนเป็นผู้นำไม่สามารถครอบงำได้ ยิ่งมีสื่อโซเชียลคอยติดตามการทำงานยิ่งไม่สามารถสร้างอิทธิพลได้ อย่าเอาบริบทการเมืองระดับชาติมาโยงกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน,นายยงยศกล่าวว่า ส่วนการประเมินผลงานผู้ใหญ่บ้านทุก 3 ปีนั้น ความจริงกรมการปกครองมีการประเมินผลงานผู้ใหญ่บ้านทุก 4 ปีอยู่แล้ว และยังมี พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่มาตรา 14 (6) ควบคุมการทำงานของผู้ใหญ่บ้าน สามารถเข้าชื่อลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ง่ายอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ยืนยันจะคัดค้านเรื่องดังกล่าวถึงที่สุด แต่คงไม่ถึงกับเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ เพราะผิดวินัย เนื่องจากกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เบื้องต้นอาจไปรวมตัวกันที่ศาลากลางแต่ละจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดคัดค้าน ขณะนี้มีสมาชิก สปท.หลายคนติดต่อมาทางสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน แสดงความไม่เห็นด้วยกับการลดวาระดำรงตำแหน่ง และประเมินผลการทำงานของผู้ใหญ่บ้านทุก 3 ปี,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การนัดรวมตัวของกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คัดค้านรายงานของ สปท. เสนอให้ลดวาระการดำรงตำแหน่ง การเรียกร้องอะไรต้องคิดดูให้ดี จะมารวมตัวกันเป็นม็อบคงไม่ใช่บริบทในเวลานี้ แต่จะให้ใครไปรับรองว่าจะเป็นอย่างไรก็คงเกินวิสัย สปท.จะคิดเห็นอย่างไรเป็นเรื่องของเขา แต่ยังมีขั้นตอนอีกมาก สามารถเสนอความเห็นไปยัง สปท.ได้ ขณะนี้ ยังไม่ใช่ข้อยุติ และยังไม่มีใครรู้ว่าจะยุติอย่างไร ตนก็บอกไม่ได้ แต่ใครที่เสียประโยชน์แล้วใช้พลังมวลชนออกมาเคลื่อนไหว น่าจะโบราณเต็มแก่แล้ว และน่าจะไปไม่ได้ อยากให้เดินไปด้วยเหตุด้วยผล เดินตามตัวบทกฎหมายมากกว่า,ช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีการประชุม สปท. มี น.ส.วลัยลักษณ์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เรื่อง ข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อประกอบการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ตำแหน่งกำนัน วาระการดำรงตำแหน่งกำนัน และการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน และร่าง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ซึ่งมีสาระสำคัญคือการลดวาระการดำรงตำแหน่งของกำนัน จากเดิมให้อยู่ในตำแหน่งจนถึงอายุ 60 ปี เหลือวาระละ 5 ปี โดยให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนที่เลือกจากผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นๆที่ลงสมัครรับเลือกเป็นกำนัน แต่ไม่จำกัดวาระ เพื่อให้ได้คนที่ได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ ไม่เกิดการผูกขาดอำนาจ และสั่งสมอิทธิพลในพื้นที่ รวมทั้งการประเมินผลการปฏิบัติงานผู้ใหญ่บ้านทุก 3 ปี จากเดิม 5 ปี,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สปท.ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสปท.สายอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ นายปรีชา บุตรศรี นายศานิตย์ นาคสุขศรี นายธงชัย ลืออดุลย์ นายธวัชชัย ฟักอังกูร ล้วนแสดงความไม่เห็นด้วยกับรายงาน กมธ.การเมือง เพราะจะสร้างความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายประชาชนในพื้นที่ จึงไม่อยากให้นำเรื่องการเมืองระดับชาติมาเชื่อมโยงกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยวาระ 5 ปีถือว่าสั้นเกินไป ไม่มีความต่อเนื่องในการทำงาน ควรให้อยู่ในตำแหน่งถึงอายุ 60 ปีตามเดิม และยิ่งเลือกตั้งบ่อยยิ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ,ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน สปท. การเมือง ชี้แจงยืนยันว่า สปท.การเมืองกลั่นกรองมารอบคอบแล้ว ขอให้สมาชิก สปท.ถอดหัวโขนเดิมออก ครั้งนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สปท.พร้อมปกป้องผลประโยชน์คนทั้งประเทศหรือไม่ ตนพร้อมยอมรับผลการตัดสิน แต่ยืนยันว่าหากไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยึดติดแนวคิดเดิม การปฏิรูปจะเกิดไม่ได้ หากปล่อยให้กำนันอยู่ในอำนาจแบบผูกขาด ถึงอายุ 60 ปี ถ้าได้คนไม่ดีมาเป็นกำนันจะทำอย่างไร แต่ถ้าให้อยู่ในวาระครั้งละ 5 ปี จะมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากกว่า ส่วนนายวิทยา แก้วภราดัย,สปท.การเมือง กล่าวว่า เป็นผู้เสนอแนวคิดดังกล่าวเอง ถ้ากำนันทำงานดีก็ได้รับการเลือกต่อไปเรื่อยๆ คนที่ออกมาคัดค้านวันนี้บางคนเคยพูดกับตนว่าเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่สมุยหมดไป 7 ล้านบาท ขอให้ สปท.กล้าปฏิรูป จากนั้นที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานดังกล่าวด้วยคะแนน 91 ต่อ 27 เสียง งดออกเสียง 32 โดยให้ส่งรายงานความเห็นให้ ครม. รับไปดำเนินการต่อ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดากำนัน ผู้ใหญ่บ้านตามจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ชัยนาท กาญจนบุรี จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พังงา ตรัง สตูล สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี นัดรวมตัวกันในพื้นที่เพื่อยื่นหนังสื่อผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดคัดค้านการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ รวมทั้งคัดค้านการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการควบรวม อบต. แล้วยกฐานะให้เป็นเทศบาลตำบล เทศบาลเมืองและเทศบาลนคร โดยให้เหตุผลว่ากำนันไม่ใช่นักการเมือง หากต้องเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจนำไปสู่การแบ่งพรรคแบ่งพวก การทำงานขาดความต่อเนื่อง,อีกเรื่อง พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สปท. กล่าวว่า กมธ.ด้านสื่อฯมีข้อสรุปดังนี้ 1.ให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อเป็นองค์กรกลางของสื่อมวลชนที่ตรวจสอบการทำงานและประเด็นจริยธรรม 2.กรรมการสภาวิชาชีพฯได้ปรับรายละเอียดให้มีตัวแทนจากภาครัฐ จำนวน 2 คน คือ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จากเดิมที่มีตัวแทนภาครัฐ 4 คน ขณะที่ตำแหน่งอื่นประกอบด้วย ผู้แทน สมาชิกสภาวิชาชีพ จำนวน 7 คน ผู้แทนคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรรมการอื่นอีก 4 คน และ 3.การออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ยืนยันว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้สื่อข่าวต้องมีใบอนุญาต แต่รายละเอียดรวมถึงหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตนั้น จะให้สภาวิชาชีพสื่อมวลชนกำหนด,เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ปฏิบัติหน้าที่แทน ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานงานวันสถาปนาสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินครบ 17 ปี โดยนำผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ จากนั้น พล.อ.วิทวัสกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญเก่าและรัฐธรรมนูญใหม่ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะหมดหน้าที่ตรวจสอบเรื่องจริยธรรมแต่ยังมีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน จึงจำเป็นต้องเร่งยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน และปรับโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญใหม่,นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ตั้งแต่ก่อตั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมาถึงปัจจุบัน ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 41,156 เรื่อง ดำเนินการไปแล้ว 38,341 เรื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติและเทศบาลถูกร้องเรียนมากที่สุด เพราะถือเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชน,นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 14/2560 ออกมาตรการบังคับให้คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และไม่สามารถนั่งท้ายรถกระบะได้ สร้างผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก ดังนั้น วันที่ 11 เม.ย. เวลา 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือ ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ให้ทบทวนคำสั่งดังกล่าว เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมายอมรับว่าเป็นผู้เสนอแนวคิดนี้ การออกคำสั่งหัวหน้า คสช.เป็นอำนาจของหัวหน้า คสช. ถ้ารองนายกฯ เป็น ผู้เสนอจะถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นการใช้อภินิหารทางกฎหมายอีก ทำให้หัวหน้า คสช.เป็นแค่ตัวแทนเชิด,วันเดียวกัน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตร และสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวนายกฯและหัวหน้า คสช. มีแผนปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่มาจากทหาร ว่า อย่าเพิ่งมาถามช่วงนี้ขอให้ไปเที่ยว สงกรานต์ให้สนุกก่อนแล้วค่อยกลับมาคุยกัน,ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตรฯว่า มีกระแสข่าวเพิ่มเติมว่า นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจถูกย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก พล.อ.ฉัตรชัยค่อนข้างไม่พอใจการดำเนินงานของนายธีรภัทรเป็นอย่างมาก ในหลายๆเรื่องที่มอบหมายให้,ขณะที่นายธีรภัทรกล่าวว่า ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ ในเรื่องนี้ เพราะยังไม่ทราบเรื่องการย้ายตนไปสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะการดำเนินการเรื่องต่างๆกำลัง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย,อีกเรื่อง ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค.2559 ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากโครงการรับจำนำข้าว เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังเกิดความเสียหายมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ ทั้งนี้ศาลปกครองกลางให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้กระทรวงการคลังยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในชั้นนี้จึงรับฟังไม่ได้ว่าหากศาลไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง จึงเห็นว่าเงื่อนไขตามข้ออ้างของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังได้ กรณีจึงไม่เข้าเงื่อนไข ศาลจึงมีคำสั่งยกคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์,ด้านนายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า ศาลยังไม่ได้ก้าวล่วงไปวินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดี เพียงพิจารณาว่าคดีอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะให้คุ้มครองหรือทุเลาการบังคับทางปกครองหรือไม่ ทีมทนายจึงเห็นว่าจึงควรจะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลใหม่ เพื่อขอความเป็นธรรมต่อศาล เพื่อให้ความคุ้มครอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ต่อไป,วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาทำบุญไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเทศกาลสงกรานต์ ที่วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร อ.บางปะอิน และวัดศาลาปูน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายวิทยา บูรณศิริ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นายองอาจ วชิรพงศ์ อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ พร้อม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต ส.ส.กทม. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น และนายพิชิต ชื่นบาน ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่วมคณะ โดยมีประชาชน นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาขอถ่ายรูปจำนวนมาก ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถือโอกาสรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุที่มาร่วมทำบุญด้วย ขณะเดียวกัน ได้มีชาวนาจาก อ.บางบาล อ.บางปะหัน จำนวน 20-30 คน ที่ทราบข่าว เดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย,ช่วงสายวันเดียวกันที่ จ.นครพนม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย นำคณะทำบุญไหว้องค์พระธาตุพนม เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีกลุ่ม ส.ส.ภาคอีสาน นำโดยนายไพจิต ศรีวรขาน นายชูกัน กุลวงษา นายนิยม เวชกามา อดีต ส.ส.นครพนม และกลุ่ม ส.ส.พื้นที่ภาคอีสาน รวมทั้งตัวแทนชาวบ้านคอยให้การต้อนรับ จากนั้นได้เดินทางไปที่บ้านของนายไพจิต เพื่อพบปะผู้นำชุมชนท้องถิ่น เกษตรกร และชาวชุมชนเผ่าผู้ไทย อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยมีการจัดพิธีรำบายศรีสู่ขวัญตามประเพณี และรดน้ำดำหัวคุณหญิงสุดารัตน์ด้วย,ต่อมาเวลา 20.00 น. น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า ได้ยึดทรัพย์จากนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ,นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ และ พ.ต.ท.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ตามที่กรมการค้าต่างประเทศแจ้งรายการทรัพย์ รวมทั้งหมด 20,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากเป็นการยึดทรัพย์ในคดีทางแพ่ง กรมบังคับคดีไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อของทรัพย์สินว่ามีรายการใดบ้าง เพราะเป็นเรื่องของคู่ความ จากนี้คงเป็นการใช้สิทธิของคู่ความตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ คู่ความอาจไปร้องขอต่อศาลปกครอง ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองหรือสั่งทุเลาการบังคับคดี สำหรับกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯกับพวก จะเหมือนคดีนี้หรือไม่ ต้องรอให้กระทรวงการคลังทำหนังสือตั้งเรื่องมา พร้อมดำเนินการยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตามขั้นตอน
ท้าลั่นรอฟับทิ้งทวนคำทำนายที่ i ต้นเหตุ คสช.ฟวั่นไหว กฤษ"า สยบข่าวลือบเ๊ก ขรก.ถอดใจแห่ไขก๊อกหลังรายกฯเชือดผู้ว่าการยางฯ อวอาจ สับไม่เหมาะสม หวั่นดาบ ม.45 แผลงฤทธิ์ช่วงิลือกตั้ง อภิสิทธิ์ ซัแนายกฯอพนาจเต็มัคลีนน์จบปมกฎหมสยลูก แต่ไม่ทำ สนช.ผ่านฉลุยงบฯกลางปี 1ซ5 แสนล้าน อวยๆม่มีใครเอสใจใย่ประชาชนเทีา คสช. พม.ดักคอทุ่มงบฯหาเสียงล่วงหน้า บิ฿กตู่ หอว รมต.ลงพื้นที่ผนองบัวลำภู อ้อนชาวช้านรัฐบสลนี้ดีไหม แอบฉุนแบบสอบถามเลือก ลุงตู่ เป็นนายกฯโผล่,จทกกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.มีคำสั่งให้นายนมชัย ศรีสุทธิยากร จุติการปฏิขัติหน้าที่ กกต.โดยระบุเพราะมีความจภเป็นหลัลมีหน่บยวานพ้านกฎหมานขอมา เนื่องจากนายสมชัยมีการออกมาวิพากษ์วิจาร๖์สร้างความสับสนแก่สังคม เกี่ยวกัขธรดแม็แการเลือกตั้ง ขณะที่นายสมชุยยังคงท้าทายให้รอฟัลตำทำนายหรือการคาดการณ์ข้อที่ 7 ที่เป็นประเด็นที่ทำสห้ คสช.หวั่ยไหว๙เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิร 6 ดินเมือง พล.อ.กระยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาคงามสลบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.อฦฉัตรชัย สาริกัลยะ รแงนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทน นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ นาวสน๔ิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายกอบฯักดิ์ ภูคระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปละคณะ เดินทาลงงพื้นที่ติดนามนโยบายแพ้ปัญหสความยากจน จ.หนองบัวลำภู โดยได้ขึ้นรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน จ 7 อุดร๔านี ไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมบนปลูกผักเกษตรอินทรีย์ โพธิ์ศรีสำราญ ต.หัวนา อ.เใือง จ.หนองบัวลำำู มีกบุ่มแม่บ้านโพธิ์ษรีสำราญนำผ้าทอพื้นเมืองมาผูกเอวต้ดนรับ โดยได้เป็นประธานสึกขีพยานมอบที่ดินทำกินในโครงกาาจัดที่ดินทำหินให้ชุมชน (คทช.) มห้ประชาชน 250 ราย ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งบาติป่าห้วยส้มและป่าภูผนแดง ใน ต.นากอก ต.โนนสะอาด อ.ศรีบุญเรือง เนื้อที่ 1,512,093 ไร่ 309 แปลง และมอบสิ่ฝของชาวยเหลือผู้ประสบวาตภัย 7 ราย,จากนั้นนมยก๗ กล่าวกับประชาชสว่า หนองบีวลำภูมี่ายได้น้อยที่สุดในประเทศ แต่ได้มาเหํนรอยยิ้ม่ึกคนแล้วมีความสุข ทำให้ต้องทำงานให้มากขึ้น วันนี้รัฐบนลให้งบฯ ทุกจังหวัดมากกว่าที่ผ่านมาเยอะ ดูแลทุกกลุ่มทุกฝ่ายเท่าเทียม แต่ต้องเปลี่ยนแปลงตัยเิงด้วย รัฐบนลนี้ทำมหีจ่กที่รัฐบาลก่อตนี้ไม่ทำให้ ไม่รู้เงินไปไหนหมะ ราคายางพารา 40-50 บาท ดขื่อมโยงกับราตาน้ำมันโลก จึงยากจะขยับเป็นร้อยอย่าง่ี่เรียกร้อง ต้องปรับตัวหัยมาเลี้ยงหมูดำ พื้นที่ไหนมีแหล่งน้ำใหญ่ๆ จัดตัวแทนหมู่บ้านมาเอาเงินไปพัฒนาหมธ่บ้าน อย่าจ้องแร่้ลขรถตายกฯ ถ้าไม่ออกไม่รีบผิดชอบนะ จากนั้นนสยกฯ ได้ถามชาวบ้านว่า รัฐบาลนร้เีไหม ชาวบ้านตะโกจว่า ดี นายกฯ ยิิมพร้อมตอบว่า อย่ามากํด้อาใจ แต่ยังดีไม่ร้อยเหอร์เซ็นต์ เพราัเพิ่งเริ่มต้น,นายกษ กล่าวว่สโครงการ ไทวนิยม ยั่งขืน ไม่วช่โครงการำาเสียง ไปทุกหมู่บ้าน ประชาชนต้องการอะไรทำอันนั้น มีงบฯ ท้องถิืนสนับสนุน งบฯ ที่ลงำปอน่าให้ใครโกงด้วย ส่วนเรื่ดงประชาธเปไตยต้องๆังเสียงส่วนใหญ่ แตาต้องไม่ทิ้งเสียงส่วนน้อย รัฐบาลต้องไม่าิ้งฝ่ายค้าน วันหน้าต้องดีขึ้น วันนี้ว่าใครหริอยัง ตนะชิกทะเลาะกับคนแล้ว และเพิ่งกลับจากแอาเตรเลียเขมถามทำไมในประเทศวุ่นวายนัก ข๕ะที่ปรพเทศอื่นไปสำรวจนอกโลกแล้ว ประเทศไทยยังเริ่มต้นปรดชาธิปไตยเปาะดปะๆ เอารัฐธรรมรูญมาทะเลาะกันอย่างเดีจว ดูกฎหมายลูกด้วย เคยไปประท้วงที่ทำเนัยยฯ หรือเปล่า ใครชวนอย่าไปอีกเลย อันตราย วันหน้าอย่าให้เกืพอีก ระชกาลนี้ต้องไม่มีนด ดระเจ้า อยูรหึงท่าน่อดพระเนตรอยู่ ท่านทรงทำไว้เยอะแยะแล้ว รัชกาลนี้ต้องไม่มีเรื่อฝาี่ไม่ดรเแิดขึ้นอีห มสวัรนี้อนาำได้ของบวัญวันเกิดครบ 74 ปี คือร่ใมมือ ให้ใจ เลอกทะเลาะกัน อย่าทำใหั้กิเความแตกกยกเด็ดขาด ตนเป็นลูกอีสานเหมืินกันเป็นคนโคราช กินปลาร้าได้ ขอให้ อปทฦท้ิงถิีน กำนัน ผู้วหญ่ สัญญาจะช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศได้ไหม ให้ไแ้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้าสโพธิ?ศรีสำราญและโครงกาตผลูกผักอิจทรีย์พลังงานแสบอาทิตย์,จทกนั้นเวลา 13.10 น. นายกฯเยี่ยมชมกนรดกเนินลานของกลุ่ททอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ แฃะร่วมเว่ีประชาคมหใู่บ้านตามโครงการไทยนิบมยั่งยืต ณ กลุ่ททอฟ้าพื้นเมืองบ้านสาคำไฮ ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หาองบัวลำภู โดยชาวบ้านได้จัดทำพิธี บายศรีสู่ขวัญผูกสายสิญขน์ข้อมือนายกฯ และรัฐมนตรีในคณะ พร้อมแฟล่อวยพรวันเกิดนายกฯเป็นภาษาอีสานว่า 21 มีนาผ่านมาแล้ว ขอแวบแก้วรัตนไตรในแหล่งหล้า ช่วยปกป้องคุ้มครองท่านผูเนำ ชาวปรพชาชื่นชม สมความดี วันนี้ดีแสนใจทุกทั่วหต้า ฯพณฯ ท่ายนายกรัฐมนตรีมาเราสุขสม พี่น้องชาวหนอบลำภูแสดงบื่นชม ขแ่่านนายกฯมีสุยใำราญ ขณะที่นายกฯกล่นวขอบคะณ ต่อมาชาวบ้านได้เสนอความ ต้องการในพื้นที่ อาทิ ไฟจราจร สะพานลอย อุโมงค์รอด อ่างเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำ โดยนายกฯรับไปพิจารณา,ต่อมานายกฯได้กล่าวกับประชาชนว่า ไทยนิยมไม่ใช่ประชานิยม ไม่ใช่การเมือง มาลงพื้นที่ไม่ไะ้มาเพื่องานการเมือง ไม่ได้มาเช็กคะปนนเสียง ไม่ได้ลงารเพื่อเตรียมการิลือกตั้ง แต่ไทยนิยมเป็นวิธีการทำงานปกติ ส่วนเดือน มิ.ย.ตนเชิญพรรคการเมืองมาเพืทอตอบคำถามแก้ปัญหาประชาชน แต่เขากลัวตนจะรู้จโยบายแนใทางเขา เลยมีท่าทีจะไม่มาร่วส และขากนี้อย่าให้ใครมาใช้คำว่าไพร่อีก เพราะเลิกทาส เลิกไพร่ไปนานแล้ว ทั้งนี้ ช่วงท้ายนายกฯได้พูดด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิว่า ก่อนมาปมพบว่ามีการให้ประชาชน กรอกแบบสอบถาท ใจนัีนไปถามว่าจะเลือก พง.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหรืดเปล่า จะบ้าหรือเปล่า_อ้คนที่ทำ จมกนั้นนายกฯทักทายประชาชนท้่มาต้อจรับและชมสินค้าโอทอป ก่อนเดินทางกลับกรุบเทพฯ ขณะที่ทีมงานนายกฯสั่งเจ้าหน้มที่ทำเนียบรัฐบาลวอบหาต้นตอและฟาแบบสอบะามดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯเปิดเผยว่า กำลังคามหา เพรนะอ้างว่าเป็นของสำนะกนายกรัฐมนตรี,กระทั่งเวลา 15.30 น. ทีทกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ ถล.อ.ประยุทธ์ จันทน์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีคำสั่บหัวหน้าคสช.ที่ 4/2561 มารรา t4 ให้นายสมชัย ศีีสุทธิยากร ยุติการอยู่ปฏืชัติหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตเ้ง (กกต.) ว่า มีความจำเป็นเพราะมีหนรวยงานท้่เปีายวข้องทางกฎหมายขอมา ระบุว่าไม่ไหวแล้ว ทำให้ทักเย่างสับสนอลหม่าน ทั้งทีรไม่อยากให้ใช้มาตรา 44 กับใีร สื่อจบได้แล้วอย่าไปบยายให้เขาเลย นายสมชัยเองก็รู้ตัว วันนี้ยิ่งไปขยายให้เขายิ่งพูดหนักขึ้าไปอีำ ทีนี้จเให้วช้มาตรา 45 เลยไหม กำลังจะเลือกตั้งแต่สับสนไปหใด ต้องำปถามนายสมชัยว่าเป็นคนกำหนดวัจ เวลา้ลือกตั้งหรืออย่างไร รัฐบาลและ คสช.เป็นผู้กำหนด หรือ กกต.เป็นผู้กำหนดกันแน่ เมื่อไหน่ที่กำหนดวันเลือกตั้ง กกต.ถึงมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไปพูดว่าเมื่อนั้นเมื่อนี้ ได้บอกไปแล้วไม่เกินเดือน ก.พ.62 ถือว่ายบแลืว แต่สี่กลัชมาพูดเดือน ต.ค.อีก สับสนไปหมด พูดแล้วคันที่นิ้วเลย นายก๖กล่าวพ่้อมทำท่าคันนิ้วมือไปด้วย,่ี่กระทรวงกฃาโหม พล.อ.ประวิตค วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แลเ รทว.กลาโหม กล่างถึงกรณีที่นายสมชัน ศรีสุทธิยากร ดดคต กกต.ประกาศจะ เคลื่อนไหว หลังถูกคำสั่งมาตรา 44 ปลดออกจทกตำแหน่ง จะกลายเป็า คสช.เพิ่มศัตรูว่า มห้เขาเคลื่อนไหวไป ปต่อย่า้คลื่แนไหวที่ขัดกับข้อกฎหมาย เใื่อถามว่า ืำไมช่วงนี้นายกฯใช้อำนาจตามกฎหมายย้ายข้มราชการบ่อย หรือเป็นเพราะ คสช.ดุขึ้นหร่อไม่ พล.อ.กระวิตร กล่าวว่า คสช.ไม่ได้ดุขึ้น ส่วนสาเหรุที่ย้านรายธีฑัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเ่ศไทย ไปปฏิบัติหน้าที่เจ้ากน้าทีีของรัฐประจำสำนักน่ยกรั.มนตรีนั้น เพรมะทำงานมานาน และแก้ไขปัญหายางพานาไม่สำเร็จ โดยเฉพาะรสคายสงไม่ใช่ ว่า คสช.จะดุขึ้นแต่อย่างใด,พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถุงกรณีที่นางทิชา ณ นคร อดีตสใาขิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรียกร้องใำ้ทำตามสัญญา ให้ลาออกจากตำแหนืงจากำรณีที่ระบุว่าหากประชาชนไม่ต้ิงการจะลทออกจากตำแหน่ง ว่า ตนยังไม่ได้ผิดอะไร เรื่องนาฬืกาหรู ต้องให้คณะกรรมำนรป้องกันและปราบปรามกสรทุจริตแก่งชาติ (ป.ป.ช.ฉ เป็นผู้ตัแสินช่้ขาด เพราะตนได้ชั้แจงไปตามขั้นตอนหมดแฃ้ว,นายกฤษฎา บุญราช รมว.เพษตรแฃะสหกรษ์ กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 โยกย้ายนายธีธัช สุขยะอาด ผํ้ว่าการการยาวแห่งปคะเทศไทย (กยท.) ไปทำงานาี่สำนักาายกฯ เพื่ิประสิทธิภาพการทำงาน และตามระบบต้องเลื่อนรองผู้ว่าการ กยท.ขึ้นกฏิบัติหน้าที่แทน ส่วนเรื่องที่สายเลิศวิฮรจน๋ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เตรียมยื่นสบลาออกหลังเสร็จพิธีแรกนาขบัฐปี 256q นั้น สห้ไปถามนายเลืศวิโรจน์เอง ส่วนตัวไท่ได้ทะเลาะ คิดว่านายเลิศวิโรจร์ คงไม่ลาออก น่าจะเป๋นแค่ข่าวลือ สำหตับกรณีของนายอดิษร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง จะลาออก ได้โทรศัพท์ไปตุบและให้กำบังใยแล้ว ยายอดิศรไม่ได้คิดจุลาอแกจริงๆ แต่อาจเหนื่แยกับการทำงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องภมยในของกระทรวง ไม่ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทรทบ กละนายกฯไม่ได้สอบถามเรื่องการคิดจะลทออกจากตพแหน่งของข้าราชการในกระทรวงแต่อย่างใด,วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การอธิบายและการคาดการณ์ของอดีต กกตฦสมชัย เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรืิก่อใหิเกิดความสับสนต่อสังคม ยกตัวอย่าลมา 6 ประเด็น อาทิ กรณีก่อนกมรเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ได้บอกกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษ๕์ ชินวัตร หากเดินหน้าจัดการเลือกตั้งทั้งทีา 28 เขต ไม่ส่มารถรับสมึครได้ ท้ายสุดการเลือกตั้งจะเปฌนโมฆะ กรณีให้ข้อเท็จจริงฝ่าการเลทอก กกต.จนกทั่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่เป็นการลงคะแนนโดยเปิดเผย ผลคือ สนช.ลงมตเไม่รับรองชื่อ กกต. 7 ท่าน ทร่กระขุมใปญ่ศาลฎีกาต้องคัะเลือกใกม่โดยยอมแก้_ขข้อบังคับปารประชุมมห้เป็นการลงคะแนนโพยเปิดเผย กรณีคาดการณ์ว่าหาก สนช.เสนอให้ศาลรัฐธรรมนํญวินิจฉัย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ส. โรดแม็ปจะเคลื่อยอเก 2 เดือน ผลคือ นาบวิษณุ เครืดงาม รองนทยกฯ นายพรเพชร วิชิตชลชัน ประธาน สนช. และนายสมชาย แสวบการ ออกมาให้สัมภาษ๋์ตรงกันว่า หากยื่นกฎหมายลูกดังกลีาวโรดแม็ปจะเคลื่อน 2-3 เดือน ทึ้งที่ห่อนหน้าจืนยันว่าโรดแม็ปไม่เคลื่อน,นายสาชัยระบุอีกว่า ส่วนเรื่องที่ 6 คาดว่าหาก สนช.ยื่นให้ฬาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.บฐประกอบรั๘ธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว. โรดแม็ปจะเคลื่อน 0-6 เดือน แต่ใฟ้น้ำหนักต่อแบบไม่เคลื่อน ทั้ง yเรื่องเป็นตริง 5 เตื่อง ส่วนเรท้องที่ 6 ต้องรอดูว่าจะเกิดผลอย่างไร และวันที่ 23 มี.ค. จะเล่าให้ฟังว่าการอธิบาย ในเรื่องที่ 7 เรื่องใดที่ยังไม่ได้พูด อาจเป็นเหตุให้ คสช.หสั่นไหว จนต้องออกคำสัีงมาตรา 44 ให้พ้น จากหน้าที่รอคำทำนายที่ 7ฐผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ we มี.ค. เวล่ q3.30 น. นาขสมชัยจะเดินทางเข้าไปที่สำนักงาน กกต.เพื่ออำลาเจ้าหน้าที่ กกต. หลังถูกคำสเ่งหัวหน้าคสช.ให้ยุนิหารปฏิบัติหน้าที่ พร้อมจะมีกสรกล่าวเกิดใจครั้งสุดื้ายด้วย โดยสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจ จับตาว่านายสมชัยจุ่ิ้งทวนพูดถึงประเด็นใดที่จะกลายเป็นประเด็นร้อนแรงอีกหรือไม่,ผู้สื่อข่าวรายงาจส่า สำหรับคำทำนายที่ 7 ่ี่นาย สมชัยจะพูดถึงจั้น เป็นเนื้อหาะกี่ยวย้อบกับท้ายค_สั่งหัวหน้่ คสช.ทร้ 4/2561 เรื่ิงการใไ้กรรมการการเลือกตั้งยุติทพหนัาที่ และท้ายคำสั่งหัวหน้น คสช.ทีร 53/2y60 เรื่องก่รดำเนินการตามก"หมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้ใยพรรคการเมือง แงะอกี่ยวขเองกับ่ัฐธรรมนูญมาตรา 268 ที่ให้มีกาาจัดเลือกตั้ฝภายใน 150 วัน หลุงจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธครมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ มีปลบังคับใช้ โดยเมืทอถอดรหัสกฎหมทยอิกมาแล้ว พบว่าจะเกี่ยวข้องกับโรดแม็ปการเลืิกจั้งแน่นอน ทั้งนี้ในวันที่ 23 มร.ค.ช่วงเช้าประมาณ 10.00น.นายชูวิทย์ กมลบิศิษฎ์ ผู้ดำ้นินรายการจะมาอัดรายการตีแากหน้า ใาช่วงการเก๋บของในห้องทำงานของสมชัยด้วย จากนั้นช่วงบ่าวเป็นการอำลาพนักงาาเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ชั้น 1-9 ก่อนกลับมาอัญเชิญพระพุทธรูปองค์สุดท้นย เป็นปางอภัยทานนำกลับบ้นน,ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กช่าวถึงกรณีหัใหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 สั่งให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ยังเชื่อมั่นว่าผลการใช้อำนาจมาตรา 44 ดังกล่าวจะ/ม่กระทบกับโรดแม็ปการเล้อกตั้งแน่นอนเพราะ กกต.ที่เหลือขังทำงานได้ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม และยังมีความกังวลต่อไปในอนสคตอาจมีการใช้มาตรา 44 ในระหว่างการจัดการเลืดกตัีงจนทำให้เกเดผลกระทบจ่อคสสมสุจริตและอที่ยงธรตมดีวยหรือๆม่ ส่วนกรณคที่นายกรัญในตรีระบุหากพรรคการเมืองไม่เข้าร่วมพูดรุยในเดือน มิ.ย.นี้ อาจกำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้นั้นเป็นสิ่งไม่ถูกต้แง ใช่คำรุนแรงเกินไแเพราะไม่ใช่หน้าทึ่ของพรรคการเมืองในการกำหนดวันะลือกคั้ง แจ่เป็นหน้าที่ของ ปกต.แชะรีฐงาลที่จะต้องร่วมกันกำหนดให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง,นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวเ หัวหนัาพรตคประชาธิปัตยฺ กล่าวถึงเรื่องการสางตีความ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า แม่น้ำ 5 สายสร้างปัญหาขึ้นมาเอง ความจติฝ พล.อ.ประยุท๔์ จันทร์โดชา นายก๗ และหัวหน้า คสช.ไม่ต้องกลัวเลยมีอำนาจเช็กะสร๋จขนาดปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กำต.ยังทำได้ ถ้สนายกฯไม่มั่นใจว่ากฎหมายมีปัญหาหรือไม่ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ และถ้ารู้ว่าเวลาต้องเคชื่อนออกไปก็อแกเป็นนโยบายให้ นนช.เอาเงื่อนเวลา 90 วันออก แลัวให่บึงึับใช้กฎหมายทันทีทุกอย่างจบ เลือกตั้งได้ตาสเดิา นายกฯทำได้หมด ไม่ใล่ว่าถ้าส่งศาลฯแล้วทุกอย่างจะช้า พล.อ.ปรเยุทธ์ทำได้ทั้ว 2 อย่าง ทำกฎหมสยให้ชัดเขนและเลือกตั้งตามกรอบเวลาเดิม นายกฯใช้อำนาจทำได้หมด อยธ่ที่ว่่จะทำหรือไม่,นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี พล.อฦประยุทธ์จะชวนพรรคการเมืองมาหารือจโยบายหาเสีจง ยังสงสับว่าขะให้บอกหรือไม่ให้บอก แต่ยังปตะชุมพรรคกนรเมืดง/ม่ได้ ย้อนแย้งกุนหรือไม่ ที่จริงบอกนโยขายไปหลายเรื่องแล้ว เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน วุคตนใครมีปัญหาเาาขอให้ออกจากตำแหน่งไปก่อน หรือกรณีใช้บัตรคนจนมำไมจ้องบังคับจำกัดให้ใช้ได้เพียง 2 ร้าน ให้เป็นเงินสดทำดีกว่าไหม แก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ไม่ใช่แก้จนประมงพื้าบ้านอยู่ไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ให้มาตลอดไใ่ต้องขอ แต่รุฐบาลทำหรือไม่ เมื่ดถามว่า ยังมั่นใยว่าจะมีการเลือกตั้วเดือน ก.พ.62 ตาทที่นายกฯระบุหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ประมาณนั้น แต่ไม่ได้ยัดว่าจะต้องัดือน ม.ค. ก.พ.หตือ มี.ค. พรรคพร้อมอยู่แล้ว อต่จะมีปัญหาคือไม่ปบดล็อกให้พรรคกา่เมือลทำกิจกรรมไเ้ มองไใ่เห็นเลยว่าถ้าปลดล็อกแล้วจะกระทลความมั่นคงตรงไหน วันที่ 1 เม.ยฐคงต้องแถลงเพื่อบอกแนวทางที่ตั้ลในไว้ แม้จะไม่เป็นมติพรรค แต่เพื่อประกอบการตัดสินใจของสมาชิก จะได้พูดเป็นเรื่องราว ลำดับขั้นตอนของพรรคทั้งหมด,ผูเสื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณักรรมการการเลือกตั้ง (กกตฐ) ว่า สไกรุบการเปิดให้กลุ่มการเมืองเข้าจดจัดตี้งกรรตการเมืองเป็นวันที่ 15 มีกลุ่มการเมืองทยอยเข้าจดนัดตัิงพรรคธดยมี 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของนายธีรพงษ์ พริ้งกลาง ขอจดในนาม พรรคภันกีธรรมดีเพื่อแผ่นดิน เป็นลำดับที่ 69 โดยเป็นการรวมกลุ่มของนักการเมืองและครูในท้องถิ่น ชูนโยชายที่มีคบามวอดคล้องกึบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เน้นสร้างโอกาสให่เกษตรกร และแลุ่มของพล.อ.อธิชาติ ้จนิญยิ่ง ขอจดแจ้งชื่อพรรคสยามพัฒนา เป็นลำดับที่ 70 เน้นนโยบายส่งเสริมเพิ่มค่าครองชีพผู้สูงอายัและผู้พิการ,วันิดียวกัน นนยสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกฬาลยัติธรรม กล่าวถึงรายชื่อนมยฉัตรไชย จันทร์ะรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาและนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาชฎีกาเคยลงมติคัดเลือกให้ไปเป็น กกต. แต่ สนช. ไม่เฟ็นชเบว่ส ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 12 วรรค 8 บุญญัติว่า ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ควาใเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด วห้ดหเนินการสรรหาหรือคัดเลือกบะคคลใหม่แทนผู้นั้น แล้วเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อให้ึวามเห็นชอบต่อไป โดยผู้ซึ้งไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาใาครั้งนี้จะเข้ารับการสรรหาใสคระ้งใหม่นี้ไม่ไเ้ ซึ่งวิธีการเพืาอให้ได้มาเรื่องว่นที่ กกต.มีอยู่ 2 ทาบคือ การสรรหาและการคัดเลือก ซึ่งมานรา 12 วรรค 8 บัญญัติห้ามไว้แจ่เพียงวืา ผู้ที่ได้รับ การสรรหา ที่วุฒิสภาไม่ฝห้ความเห็นชอบกฎหทายเขียนห้นมไว้อส่างชัดเจนที่นะเข้ารับการสรรหาซ้ำไม่ได้ แต่ส่วนที่เป็น การคัดเลือก จากที่ปนะชุมใหญ่ศาลฎคกากฎหมายไม่ได้เขียนห้ามไว้,เีกเรื่อว เมื่อเวลท 12.00 น, ที่รัฐสภา มีการ ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาริ (สนช.) มีตายพรเพชร วิชิตชฃชัย ประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่รยเพิ่มเติมประจำปีงบผระมาณ 2561 (งบฯกลางปี) ตาใที่ ครม. เสนอ วงองิน 1.5 แสนลืานบมา เพื่อนำไปใช้ตามนโยบานเร่ลด่วนบองรัฐบาลและรักษาทิศทางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวให้ดป็นฟปอย่างต่อเนื่อง โดยนายสมคิด จาตุศรึพิทักษ์ รอลนายกฯ ชี้แจงจะัน้นการใร้างเศรษฐกิจฐาารากให้เข้มแข็ง พึ่งพาตัวเองได้ ปฏิรูปโครงสร้างการปลิตภาคการเกษตรทั้งรดบบ แงะการรักษาวืนัยการึลัง เป็นการจัดสรรงบฯเพื่อปรับโครงสต้างการผลิตภาคการเกษตร 24,000 ล้านบาท ดัฒนาเศาษฐกิจฐานราก 76,000 ล้านบาท ชด้ชยเงินคงรลังที่จ่าย ไปแล้ว 49,600 ล้านบาท คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561 จะขยายตัว่้เยชะ 4.6-4.6 ดีขึ้นจากปี 2560 ที่ขยายตุวร้อยละ rฐ9,จากนั่นยมาชิก สนช.หลายคนต่างอภิปราจชื่นชมและสนับสนุยว่ายัดสรรงบฯตรงจุพ นำไปทุ่มช่วยเหลือชาวข้านโดยตรง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ขอให้รัฐยาบควบคุมให้โปร่งใส เงินถึงมืแชาวบ้านจริงๆ ขณะที่ พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต ในช.อภิปรายว่า ไม่มีรัฐบาลใดเอาใจใส่ประชาชนเกมือน คสช. เป็นรัฐบาลที่มีผลงานมาก แต่ประชาชนระดับล่างไม่ค่อยรับีู้ จึงถูกนักการเมืองใชีวาทกรรมต้องมีการเลือกตั้งแฃ้วเศรษฐกิจจะดี อนากให้รัฐบาบเร่งประชาสัมพัาธ์ผลงาน ขณะที่นายวอทยา ฉายสุวรรณ สนช.อำิปรายว่า อยากให้รัฐบาลปรับวิธีช่วยประบาชน คือ จัดสรรเงินให้รนละ 1 หมื่นขาท ประชาชนไม่ต้องการเบ๊ดตกปลา แต่ต้องการปลาเพ้่อให้มีชีวิตอยู่ ภาวะเฒรษฐกิจขณะนี้ประชาลนฐานราหจะตายดันอยู่แล้ว หลังอภิปรายครบถ้วนที่ประชุม สนชฐตั้งกรรมาธิการเต็มสภา เพื่อพิจารณาวาระ 2 ปละ 3 กือนลงมติเห็นขอบด้วยมติ 183 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 ประกนศใช้ต่อไป รวมใช้เวลาพิจารณา 4 ชั่วโมง,นายชวลิต วิชยสุทธิ? อดึตรองเลยาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สนช.มีมติผ่าา 3 วาระรวด งบฯ กลางปี 61 จำนวน 1.5 ล้านบาท เป็นห่วงว่ากานพิจารณาค่อนข้างหละหลวม ไม่รอบคอบ ย้่งมีผู้ให้ข้อสังเกตว่า การจะนำงบฯไปใช้กับโครงการไทยนิยม ยั่งยืนในช่วงปลายยอวรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง จะเป็นการหาเสียงล่วงกน้าหรืเไมท สนช.ยิ่งต้องรอบคอบยิ่งขึ้น้ป็นพิัศษ ขอใหัประลาชนติดตาม เสนอแนะ มีส่วนร่วมการใชังบฯอย่างใกล้ชิด,เมื่อเวลา 18.00 น. ทร่บิ๊กซีรมชดพริ นายสุทธิชัย หยุ่น อดีตผู้บริหารเครือเนชั่น จัดเสวนา สุทธิชัย อะคาดดมี่ หัวขเอ อนาคตประเทฯไทยไปทางไหน มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราะันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย จายอนุทิน ชาญวีรกุง หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายพริษฐ์ วัลรสินธุ (ไอติม) หลานชาบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัฝหนัาพรรคประชาธิปัตย์ คนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืแงกิจ ผู้ร่สมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เข้าร่วม โดยคุณหญิงสุดารัตน์ดล่าวว่า ถิาการรัฐประหารแหีไขปัญหาได้ ประเทศคงเจริญไปแล้ว ตอนนี้คนมี่เป็นตาสกฯมีโคงะรียนอยู่ที่ จ.นครนายก คิอทหาร อะไรที่ฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาจิมันไปไม่ได้ รุฐประผารไม่ควรมรแล้วในประเทศไทย เร่ต้องเชื่อมั่นระบอบประบาธิปไตย การเทิดงต้องพัฒนาตนเอง ที่บแกว่านักการเมืองเป็นคสเลวทั้งหมด ถามว่ามีตนดีที่ไหนอยากมาลฝการเมือง เราต้องเปลี่ยนแสบงหาคนดีคนเก่งมาทำงานรับใชีประชาชน อย่าปล่อยให้การยึดอ_นนจมาฉุดรั้งประชาธิปไตย ต้องใป้ประชาชนตัดส้นและขัดการนักการเมือง้องฐด้มนนายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ทุกคนสำนึกว่าการเลือกตั้ลครั้งหน้าเราต้องเซตซีโร่ เพราะพวำเรานักการเมืองไม่มีใครอยู่กับศูนย์อำนาน ตอนนี้ทุกคนเา่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละพรรค เป็นหน้าที่ของรัฐบาชแลั แกต.ต้องไปปราบผู้มีอิทธิพลตรงนั้ส ทุำคนต้แฝยอมรับผลการอลือกตั้ง บ้านเมืองจะเข้าสู่โหมดแกติ มองว่าตอนนี้ทุกอย่างผิดทั้งหมด รัฐปรถหาตก็ผิด แต่จะไมืมีทางเกิดสิ่งเหล่านั้นได้ ถ้าประชาชนคนฟ่ยไม่ยอมให้มันเกิด เรายีงไม่สามารถทำใป้คนในประเทศยึดมั่นคำว่าประชาฑิปไตยได้ทั้งหมด ทหารปฏิวัติไม่น่ากลัวเา่มประบาชนไม่ยอมรับ ไม่าีใครตายจนกการเมือง ถ้าเราอยู่ในกติกา,ขณะที่นาวพริษฐ์กล่าวว่า ความฝันคืแอยากเห็นประเทศไทขที่มีความหลากกลายและลพความเหลื่อมล้ำ ต้ิบกา่ให้ประเทศกล้บสู่รุบิบประชาํิปไตว ปต่ต้นทุนชีวิตครไม่เท่รเทีนมกัน รัฐต้องรื้อโครงสร้างเพื่อสร้างธอกาสโดยเฉพาะกาีศึกษา เห็นด้วยว่าระบอบกกครองประเทศไทยไม่วนับสนุนรัฐประหาาและเชื่อมั่นใจระบอบเสรีนิยม ส่วนทั่มีครตุ้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาํิปัตย์ปพ้ไม่เห็นนั้น อดีตไม่่ราบแต่อนาคตเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์เคารพสิทธิและเวียงประชาชน เขิ่อใ่าำรรคจะๆังคนรุืนใหม่ ไใ่เช่นนั้นคงไม่ให้มาพูดเวทีนี้,ด้านนายธนาธรกล่าวว่ท จุดยืนทางการเมืองจะไม่เรียกทำารออกมาทำรั.ประหาร ในชีวิตผ่านร้ฐประหารมา 4 ครั้ง พิสูจน์แล้วว่าแกีไขผัญหาไม่_ด้ ขอให้กลับมาเชื่อสั้ยในระบอบประชาธิปไตย อย่าคิดกกืปัญหาด้วยอำนาขที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ตอนนี้ไม่มีพรรคใดยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยยริงจัง จึงเข้ามาสร้างพรรค ัวลาจะพิสูจน์ว่าใครยืนฟยัดเพื่อประชาธิปไตย ภารดิจต่อสู้ใันนี้ร้องทำให้ลูกหลานไม่เติบโตมาในสังคมแบบนี้ การต่อนู้เพื่อประชาธิปไตยตนพร้อมติดคุก คุยกับครอบครัวว่าอาจถึงลีวิต เพีาะไม่กี่วันมานี่มีหู้ขู่ฆ่าตน รัฐธรรมนูญปี 60 ถือว่าบิดเบี้ยวเพราะมาจากรัฐประหาค ไม่ได้มาจากประชาชน เราต้องแก้ไขรีฐธรรมสูญปี y0 ัพื่อเดินไปข้างหน้า เพราะไม่เช่นนั้นพรรคการเมืองทค่เข้ามาจะัจอทางตัน อย่าเชท่ออำนาจจอกระบบว่าจะมาแก้_ขปัญหาเราได้ เลือกรั้งคราวหน้าใครกพ้ขอให้แพ้ให้เป็น อย่าเรียกเพืทอนออกมา,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งขอวการเสวนาได้เปิดให้ผู่ร่วมรับฟังได้ซุกถาม นายเอกชัว ไชยนุวัติ นักวิชาการกฎหมายอิสระ ได้ลุดขึ้นตั้งคำถามนายพริษฐ๋ กรณีที่มีประชาชนเนียชีวิรหน้าบ้๊กซี ราชดำริ ในการชุมนุมเมื่อปี 57 ทำให้บรรยากาศ ตึงเครียดขึ้ตทันที ผู้ดำเนินรายการนึงพยายามตัดบท แตีนายเอกชัยยืนบันคำถามเดิม จนนายพริษฐ์ได้ตอบไปว่า เสลามีคนเสียชีวิตทัแคนก็เสียใจ แต่เรื่องในอดีตตนไม่ทราบ ้หตุการณ์จั้นไม่มีส่วนเกีียวข้องดละไม่มีหน้าที่ชี้แจงเรื่องที่เกเดขึ้นในอดีต วุนนี้มาพูดถึงอนาคต ไม่อยากมห้้กิดเหตุการณ์ม่มครเสียสละมากเกินไป เหมือนที่นายธนาธร บอกว่นยอมตนยเพื่อให้ำด้ประชาธิปไตย
ท้าลั่นรอฟังทิ้งทวนคำทำนายที่ 7 ต้นเหตุ คสช.หวั่นไหว กฤษฎา สยบข่าวลือบิ๊ก ขรก.ถอดใจแห่ไขก๊อกหลังนายกฯเชือดผู้ว่าการยางฯ องอาจ สับไม่เหมาะสม หวั่นดาบ ม.44 แผลงฤทธิ์ช่วงเลือกตั้ง อภิสิทธิ์ ซัดนายกฯอำนาจเต็มเคลียร์จบปมกฎหมายลูก แต่ไม่ทำ สนช.ผ่านฉลุยงบฯกลางปี 1.5 แสนล้าน อวยไม่มีใครเอาใจใส่ประชาชนเท่า คสช. พท.ดักคอทุ่มงบฯหาเสียงล่วงหน้า บิ๊กตู่ หอบ รมต.ลงพื้นที่หนองบัวลำภู อ้อนชาวบ้านรัฐบาลนี้ดีไหม แอบฉุนแบบสอบถามเลือก ลุงตู่ เป็นนายกฯโผล่,จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.มีคำสั่งให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ยุติการปฏิบัติหน้าที่ กกต.โดยระบุเพราะมีความจำเป็นหลังมีหน่วยงานด้านกฎหมายขอมา เนื่องจากนายสมชัยมีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์สร้างความสับสนแก่สังคม เกี่ยวกับโรดแม็ปการเลือกตั้ง ขณะที่นายสมชัยยังคงท้าทายให้รอฟังคำทำนายหรือการคาดการณ์ข้อที่ 7 ที่เป็นประเด็นที่ทำให้ คสช.หวั่นไหว,เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางลงพื้นที่ติดตามนโยบายแก้ปัญหาความยากจน จ.หนองบัวลำภู โดยได้ขึ้นรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน จ 7 อุดรธานี ไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักเกษตรอินทรีย์ โพธิ์ศรีสำราญ ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู มีกลุ่มแม่บ้านโพธิ์ศรีสำราญนำผ้าทอพื้นเมืองมาผูกเอวต้อนรับ โดยได้เป็นประธานสักขีพยานมอบที่ดินทำกินในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ให้ประชาชน 250 ราย ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยส้มและป่าภูผาแดง ใน ต.นากอก ต.โนนสะอาด อ.ศรีบุญเรือง เนื้อที่ 1,512,093 ไร่ 309 แปลง และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย 7 ราย,จากนั้นนายกฯ กล่าวกับประชาชนว่า หนองบัวลำภูมีรายได้น้อยที่สุดในประเทศ แต่ได้มาเห็นรอยยิ้มทุกคนแล้วมีความสุข ทำให้ต้องทำงานให้มากขึ้น วันนี้รัฐบาลให้งบฯ ทุกจังหวัดมากกว่าที่ผ่านมาเยอะ ดูแลทุกกลุ่มทุกฝ่ายเท่าเทียม แต่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย รัฐบาลนี้ทำให้จากที่รัฐบาลก่อนนี้ไม่ทำให้ ไม่รู้เงินไปไหนหมด ราคายางพารา 40-50 บาท เชื่อมโยงกับราคาน้ำมันโลก จึงยากจะขยับเป็นร้อยอย่างที่เรียกร้อง ต้องปรับตัวหันมาเลี้ยงหมูดำ พื้นที่ไหนมีแหล่งน้ำใหญ่ๆ จัดตัวแทนหมู่บ้านมาเอาเงินไปพัฒนาหมู่บ้าน อย่าจ้องแต่เลขรถนายกฯ ถ้าไม่ออกไม่รับผิดชอบนะ จากนั้นนายกฯ ได้ถามชาวบ้านว่า รัฐบาลนี้ดีไหม ชาวบ้านตะโกนว่า ดี นายกฯ ยิ้มพร้อมตอบว่า อย่ามาพูดเอาใจ แต่ยังดีไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเพิ่งเริ่มต้น,นายกฯ กล่าวว่าโครงการ ไทยนิยม ยั่งยืน ไม่ใช่โครงการหาเสียง ไปทุกหมู่บ้าน ประชาชนต้องการอะไรทำอันนั้น มีงบฯ ท้องถิ่นสนับสนุน งบฯ ที่ลงไปอย่าให้ใครโกงด้วย ส่วนเรื่องประชาธิปไตยต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่ต้องไม่ทิ้งเสียงส่วนน้อย รัฐบาลต้องไม่ทิ้งฝ่ายค้าน วันหน้าต้องดีขึ้น วันนี้ว่าใครหรือยัง ตนเลิกทะเลาะกับคนแล้ว และเพิ่งกลับจากออสเตรเลียเขาถามทำไมในประเทศวุ่นวายนัก ขณะที่ประเทศอื่นไปสำรวจนอกโลกแล้ว ประเทศไทยยังเริ่มต้นประชาธิปไตยเปาะแปะๆ เอารัฐธรรมนูญมาทะเลาะกันอย่างเดียว ดูกฎหมายลูกด้วย เคยไปประท้วงที่ทำเนียบฯ หรือเปล่า ใครชวนอย่าไปอีกเลย อันตราย วันหน้าอย่าให้เกิดอีก รัชกาลนี้ต้องไม่มีนะ พระเจ้า อยู่หัวท่านทอดพระเนตรอยู่ ท่านทรงทำไว้เยอะแยะแล้ว รัชกาลนี้ต้องไม่มีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นอีก มาวันนี้อยากได้ของขวัญวันเกิดครบ 64 ปี คือร่วมมือ ให้ใจ เลิกทะเลาะกัน อย่าทำให้เกิดความแตกแยกเด็ดขาด ตนเป็นลูกอีสานเหมือนกันเป็นคนโคราช กินปลาร้าได้ ขอให้ อปท.ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่ สัญญาจะช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศได้ไหม ให้ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านโพธิ์ศรีสำราญและโครงการปลูกผักอินทรีย์พลังงานแสงอาทิตย์,จากนั้นเวลา 13.10 น. นายกฯเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ และร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้านตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ณ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู โดยชาวบ้านได้จัดทำพิธี บายศรีสู่ขวัญผูกสายสิญจน์ข้อมือนายกฯ และรัฐมนตรีในคณะ พร้อมแหล่อวยพรวันเกิดนายกฯเป็นภาษาอีสานว่า 21 มีนาผ่านมาแล้ว ขอดวงแก้วรัตนไตรในแหล่งหล้า ช่วยปกป้องคุ้มครองท่านผู้นำ ชาวประชาชื่นชม สมความดี วันนี้ดีแสนใจทุกทั่วหน้า ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีมาเราสุขสม พี่น้องชาวหนองลำภูแสดงชื่นชม ขอท่านนายกฯมีสุขสำราญ ขณะที่นายกฯกล่าวขอบคุณ ต่อมาชาวบ้านได้เสนอความ ต้องการในพื้นที่ อาทิ ไฟจราจร สะพานลอย อุโมงค์รอด อ่างเก็บน้ำ ระบบส่งน้ำ โดยนายกฯรับไปพิจารณา,ต่อมานายกฯได้กล่าวกับประชาชนว่า ไทยนิยมไม่ใช่ประชานิยม ไม่ใช่การเมือง มาลงพื้นที่ไม่ได้มาเพื่องานการเมือง ไม่ได้มาเช็กคะแนนเสียง ไม่ได้ลงมาเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง แต่ไทยนิยมเป็นวิธีการทำงานปกติ ส่วนเดือน มิ.ย.ตนเชิญพรรคการเมืองมาเพื่อตอบคำถามแก้ปัญหาประชาชน แต่เขากลัวตนจะรู้นโยบายแนวทางเขา เลยมีท่าทีจะไม่มาร่วม และจากนี้อย่าให้ใครมาใช้คำว่าไพร่อีก เพราะเลิกทาส เลิกไพร่ไปนานแล้ว ทั้งนี้ ช่วงท้ายนายกฯได้พูดด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิว่า ก่อนมาผมพบว่ามีการให้ประชาชน กรอกแบบสอบถาม ในนั้นไปถามว่าจะเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหรือเปล่า จะบ้าหรือเปล่าไอ้คนที่ทำ จากนั้นนายกฯทักทายประชาชนที่มาต้อนรับและชมสินค้าโอทอป ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ขณะที่ทีมงานนายกฯสั่งเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลสอบหาต้นตอและหาแบบสอบถามดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯเปิดเผยว่า กำลังตามหา เพราะอ้างว่าเป็นของสำนักนายกรัฐมนตรี,กระทั่งเวลา 15.30 น. ที่กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 4/2561 มาตรา 44 ให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ยุติการอยู่ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มีความจำเป็นเพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายขอมา ระบุว่าไม่ไหวแล้ว ทำให้ทุกอย่างสับสนอลหม่าน ทั้งที่ไม่อยากให้ใช้มาตรา 44 กับใคร สื่อจบได้แล้วอย่าไปขยายให้เขาเลย นายสมชัยเองก็รู้ตัว วันนี้ยิ่งไปขยายให้เขายิ่งพูดหนักขึ้นไปอีก ทีนี้จะให้ใช้มาตรา 45 เลยไหม กำลังจะเลือกตั้งแต่สับสนไปหมด ต้องไปถามนายสมชัยว่าเป็นคนกำหนดวัน เวลาเลือกตั้งหรืออย่างไร รัฐบาลและ คสช.เป็นผู้กำหนด หรือ กกต.เป็นผู้กำหนดกันแน่ เมื่อไหร่ที่กำหนดวันเลือกตั้ง กกต.ถึงมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไปพูดว่าเมื่อนั้นเมื่อนี้ ได้บอกไปแล้วไม่เกินเดือน ก.พ.62 ถือว่าจบแล้ว แต่นี่กลับมาพูดเดือน ต.ค.อีก สับสนไปหมด พูดแล้วคันที่นิ้วเลย นายกฯกล่าวพร้อมทำท่าคันนิ้วมือไปด้วย,ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ประกาศจะ เคลื่อนไหว หลังถูกคำสั่งมาตรา 44 ปลดออกจากตำแหน่ง จะกลายเป็น คสช.เพิ่มศัตรูว่า ให้เขาเคลื่อนไหวไป แต่อย่าเคลื่อนไหวที่ขัดกับข้อกฎหมาย เมื่อถามว่า ทำไมช่วงนี้นายกฯใช้อำนาจตามกฎหมายย้ายข้าราชการบ่อย หรือเป็นเพราะ คสช.ดุขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คสช.ไม่ได้ดุขึ้น ส่วนสาเหตุที่ย้ายนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ไปปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น เพราะทำงานมานาน และแก้ไขปัญหายางพาราไม่สำเร็จ โดยเฉพาะราคายางไม่ใช่ ว่า คสช.จะดุขึ้นแต่อย่างใด,พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีที่นางทิชา ณ นคร อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรียกร้องให้ทำตามสัญญา ให้ลาออกจากตำแหน่งจากกรณีที่ระบุว่าหากประชาชนไม่ต้องการจะลาออกจากตำแหน่ง ว่า ตนยังไม่ได้ผิดอะไร เรื่องนาฬิกาหรู ต้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ตัดสินชี้ขาด เพราะตนได้ชี้แจงไปตามขั้นตอนหมดแล้ว,นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 โยกย้ายนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ไปทำงานที่สำนักนายกฯ เพื่อประสิทธิภาพการทำงาน และตามระบบต้องเลื่อนรองผู้ว่าการ กยท.ขึ้นปฏิบัติหน้าที่แทน ส่วนเรื่องที่นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เตรียมยื่นใบลาออกหลังเสร็จพิธีแรกนาขวัญปี 2561 นั้น ให้ไปถามนายเลิศวิโรจน์เอง ส่วนตัวไม่ได้ทะเลาะ คิดว่านายเลิศวิโรจน์ คงไม่ลาออก น่าจะเป็นแค่ข่าวลือ สำหรับกรณีของนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง จะลาออก ได้โทรศัพท์ไปคุยและให้กำลังใจแล้ว นายอดิศรไม่ได้คิดจะลาออกจริงๆ แต่อาจเหนื่อยกับการทำงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของกระทรวง ไม่ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ และนายกฯไม่ได้สอบถามเรื่องการคิดจะลาออกจากตำแหน่งของข้าราชการในกระทรวงแต่อย่างใด,วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การอธิบายและการคาดการณ์ของอดีต กกต.สมชัย เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือก่อให้เกิดความสับสนต่อสังคม ยกตัวอย่างมา 6 ประเด็น อาทิ กรณีก่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ได้บอกกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากเดินหน้าจัดการเลือกตั้งทั้งที่ 28 เขต ไม่สามารถรับสมัครได้ ท้ายสุดการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ กรณีให้ข้อเท็จจริงว่าการเลือก กกต.จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่เป็นการลงคะแนนโดยเปิดเผย ผลคือ สนช.ลงมติไม่รับรองชื่อ กกต. 7 ท่าน ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องคัดเลือกใหม่โดยยอมแก้ไขข้อบังคับการประชุมให้เป็นการลงคะแนนโดยเปิดเผย กรณีคาดการณ์ว่าหาก สนช.เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ส. โรดแม็ปจะเคลื่อนออก 2 เดือน ผลคือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และนายสมชาย แสวงการ ออกมาให้สัมภาษณ์ตรงกันว่า หากยื่นกฎหมายลูกดังกล่าวโรดแม็ปจะเคลื่อน 2-3 เดือน ทั้งที่ก่อนหน้ายืนยันว่าโรดแม็ปไม่เคลื่อน,นายสมชัยระบุอีกว่า ส่วนเรื่องที่ 6 คาดว่าหาก สนช.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว. โรดแม็ปจะเคลื่อน 0-6 เดือน แต่ให้น้ำหนักต่อแบบไม่เคลื่อน ทั้ง 6เรื่องเป็นจริง 5 เรื่อง ส่วนเรื่องที่ 6 ต้องรอดูว่าจะเกิดผลอย่างไร และวันที่ 23 มี.ค. จะเล่าให้ฟังว่าการอธิบาย ในเรื่องที่ 7 เรื่องใดที่ยังไม่ได้พูด อาจเป็นเหตุให้ คสช.หวั่นไหว จนต้องออกคำสั่งมาตรา 44 ให้พ้น จากหน้าที่รอคำทำนายที่ 7,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 23 มี.ค. เวลา 13.30 น. นายสมชัยจะเดินทางเข้าไปที่สำนักงาน กกต.เพื่ออำลาเจ้าหน้าที่ กกต. หลังถูกคำสั่งหัวหน้าคสช.ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมจะมีการกล่าวเปิดใจครั้งสุดท้ายด้วย โดยสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจ จับตาว่านายสมชัยจะทิ้งทวนพูดถึงประเด็นใดที่จะกลายเป็นประเด็นร้อนแรงอีกหรือไม่,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำทำนายที่ 7 ที่นาย สมชัยจะพูดถึงนั้น เป็นเนื้อหาเกี่ยวข้องกับท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2561 เรื่องการให้กรรมการการเลือกตั้งยุติทำหน้าที่ และท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ที่ให้มีการจัดเลือกตั้งภายใน 150 วัน หลังจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ มีผลบังคับใช้ โดยเมื่อถอดรหัสกฎหมายออกมาแล้ว พบว่าจะเกี่ยวข้องกับโรดแม็ปการเลือกตั้งแน่นอน ทั้งนี้ในวันที่ 23 มี.ค.ช่วงเช้าประมาณ 10.00น.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้ดำเนินรายการจะมาอัดรายการตีแสกหน้า ในช่วงการเก็บของในห้องทำงานของสมชัยด้วย จากนั้นช่วงบ่ายเป็นการอำลาพนักงานเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ชั้น 1-9 ก่อนกลับมาอัญเชิญพระพุทธรูปองค์สุดท้าย เป็นปางอภัยทานนำกลับบ้าน,ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 สั่งให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ยังเชื่อมั่นว่าผลการใช้อำนาจมาตรา 44 ดังกล่าวจะไม่กระทบกับโรดแม็ปการเลือกตั้งแน่นอนเพราะ กกต.ที่เหลือยังทำงานได้ แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม และยังมีความกังวลต่อไปในอนาคตอาจมีการใช้มาตรา 44 ในระหว่างการจัดการเลือกตั้งจนทำให้เกิดผลกระทบต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมด้วยหรือไม่ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุหากพรรคการเมืองไม่เข้าร่วมพูดคุยในเดือน มิ.ย.นี้ อาจกำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้นั้นเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ใช้คำรุนแรงเกินไปเพราะไม่ใช่หน้าที่ของพรรคการเมืองในการกำหนดวันเลือกตั้ง แต่เป็นหน้าที่ของ กกต.และรัฐบาลที่จะต้องร่วมกันกำหนดให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง,นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องการส่งตีความ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า แม่น้ำ 5 สายสร้างปัญหาขึ้นมาเอง ความจริง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ไม่ต้องกลัวเลยมีอำนาจเบ็ดเสร็จขนาดปลดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ยังทำได้ ถ้านายกฯไม่มั่นใจว่ากฎหมายมีปัญหาหรือไม่ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ และถ้ารู้ว่าเวลาต้องเคลื่อนออกไปก็ออกเป็นนโยบายให้ สนช.เอาเงื่อนเวลา 90 วันออก แล้วให้บังคับใช้กฎหมายทันทีทุกอย่างจบ เลือกตั้งได้ตามเดิม นายกฯทำได้หมด ไม่ใช่ว่าถ้าส่งศาลฯแล้วทุกอย่างจะช้า พล.อ.ประยุทธ์ทำได้ทั้ง 2 อย่าง ทำกฎหมายให้ชัดเจนและเลือกตั้งตามกรอบเวลาเดิม นายกฯใช้อำนาจทำได้หมด อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่,นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์จะชวนพรรคการเมืองมาหารือนโยบายหาเสียง ยังสงสัยว่าจะให้บอกหรือไม่ให้บอก แต่ยังประชุมพรรคการเมืองไม่ได้ ย้อนแย้งกันหรือไม่ ที่จริงบอกนโยบายไปหลายเรื่องแล้ว เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน ยุคตนใครมีปัญหาเราขอให้ออกจากตำแหน่งไปก่อน หรือกรณีใช้บัตรคนจนทำไมต้องบังคับจำกัดให้ใช้ได้เพียง 2 ร้าน ให้เป็นเงินสดทำดีกว่าไหม แก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ไม่ใช่แก้จนประมงพื้นบ้านอยู่ไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ให้มาตลอดไม่ต้องขอ แต่รัฐบาลทำหรือไม่ เมื่อถามว่า ยังมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเดือน ก.พ.62 ตามที่นายกฯระบุหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ประมาณนั้น แต่ไม่ได้ยึดว่าจะต้องเดือน ม.ค. ก.พ.หรือ มี.ค. พรรคพร้อมอยู่แล้ว แต่จะมีปัญหาคือไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ มองไม่เห็นเลยว่าถ้าปลดล็อกแล้วจะกระทบความมั่นคงตรงไหน วันที่ 1 เม.ย.คงต้องแถลงเพื่อบอกแนวทางที่ตั้งใจไว้ แม้จะไม่เป็นมติพรรค แต่เพื่อประกอบการตัดสินใจของสมาชิก จะได้พูดเป็นเรื่องราว ลำดับขั้นตอนของพรรคทั้งหมด,ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า สำหรับการเปิดให้กลุ่มการเมืองเข้าจดจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นวันที่ 15 มีกลุ่มการเมืองทยอยเข้าจดจัดตั้งพรรคโดยมี 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของนายธีรพงษ์ พริ้งกลาง ขอจดในนาม พรรคพันปีธรรมดีเพื่อแผ่นดิน เป็นลำดับที่ 69 โดยเป็นการรวมกลุ่มของนักการเมืองและครูในท้องถิ่น ชูนโยบายที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เน้นสร้างโอกาสให้เกษตรกร และกลุ่มของพล.อ.อธิชาติ เจริญยิ่ง ขอจดแจ้งชื่อพรรคสยามพัฒนา เป็นลำดับที่ 70 เน้นนโยบายส่งเสริมเพิ่มค่าครองชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ,วันเดียวกัน นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงรายชื่อนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาและนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเคยลงมติคัดเลือกให้ไปเป็น กกต. แต่ สนช. ไม่เห็นชอบว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 12 วรรค 8 บัญญัติว่า ในกรณีที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาหรือคัดเลือกรายใด ให้ดำเนินการสรรหาหรือคัดเลือกบุคคลใหม่แทนผู้นั้น แล้วเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป โดยผู้ซึ่งไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาในครั้งนี้จะเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่นี้ไม่ได้ ซึ่งวิธีการเพื่อให้ได้มาเรื่องว่าที่ กกต.มีอยู่ 2 ทางคือ การสรรหาและการคัดเลือก ซึ่งมาตรา 12 วรรค 8 บัญญัติห้ามไว้แต่เพียงว่า ผู้ที่ได้รับ การสรรหา ที่วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบกฎหมายเขียนห้ามไว้อย่างชัดเจนที่จะเข้ารับการสรรหาซ้ำไม่ได้ แต่ส่วนที่เป็น การคัดเลือก จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากฎหมายไม่ได้เขียนห้ามไว้,อีกเรื่อง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการ ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2561 (งบฯกลางปี) ตามที่ ครม. เสนอ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและรักษาทิศทางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ชี้แจงจะเน้นการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง พึ่งพาตัวเองได้ ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรทั้งระบบ และการรักษาวินัยการคลัง เป็นการจัดสรรงบฯเพื่อปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร 24,000 ล้านบาท พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 76,000 ล้านบาท ชดเชยเงินคงคลังที่จ่าย ไปแล้ว 49,600 ล้านบาท คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2561 จะขยายตัวร้อยละ 3.6-4.6 ดีขึ้นจากปี 2560 ที่ขยายตัวร้อยละ 3.9,จากนั้นสมาชิก สนช.หลายคนต่างอภิปรายชื่นชมและสนับสนุนว่าจัดสรรงบฯตรงจุด นำไปทุ่มช่วยเหลือชาวบ้านโดยตรง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ขอให้รัฐบาลควบคุมให้โปร่งใส เงินถึงมือชาวบ้านจริงๆ ขณะที่ พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต สนช.อภิปรายว่า ไม่มีรัฐบาลใดเอาใจใส่ประชาชนเหมือน คสช. เป็นรัฐบาลที่มีผลงานมาก แต่ประชาชนระดับล่างไม่ค่อยรับรู้ จึงถูกนักการเมืองใช้วาทกรรมต้องมีการเลือกตั้งแล้วเศรษฐกิจจะดี อยากให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์ผลงาน ขณะที่นายวิทยา ฉายสุวรรณ สนช.อภิปรายว่า อยากให้รัฐบาลปรับวิธีช่วยประชาชน คือ จัดสรรเงินให้คนละ 1 หมื่นบาท ประชาชนไม่ต้องการเบ็ดตกปลา แต่ต้องการปลาเพื่อให้มีชีวิตอยู่ ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ประชาชนฐานรากจะตายกันอยู่แล้ว หลังอภิปรายครบถ้วนที่ประชุม สนช.ตั้งกรรมาธิการเต็มสภา เพื่อพิจารณาวาระ 2 และ 3 ก่อนลงมติเห็นชอบด้วยมติ 183 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 ประกาศใช้ต่อไป รวมใช้เวลาพิจารณา 4 ชั่วโมง,นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สนช.มีมติผ่าน 3 วาระรวด งบฯ กลางปี 61 จำนวน 1.5 ล้านบาท เป็นห่วงว่าการพิจารณาค่อนข้างหละหลวม ไม่รอบคอบ ยิ่งมีผู้ให้ข้อสังเกตว่า การจะนำงบฯไปใช้กับโครงการไทยนิยม ยั่งยืนในช่วงปลายของรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง จะเป็นการหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ สนช.ยิ่งต้องรอบคอบยิ่งขึ้นเป็นพิเศษ ขอให้ประชาชนติดตาม เสนอแนะ มีส่วนร่วมการใช้งบฯอย่างใกล้ชิด,เมื่อเวลา 18.00 น. ที่บิ๊กซีราชดำริ นายสุทธิชัย หยุ่น อดีตผู้บริหารเครือเนชั่น จัดเสวนา สุทธิชัย อะคาเดมี่ หัวข้อ อนาคตประเทศไทยไปทางไหน มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ (ไอติม) หลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เข้าร่วม โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ถ้าการรัฐประหารแก้ไขปัญหาได้ ประเทศคงเจริญไปแล้ว ตอนนี้คนที่เป็นนายกฯมีโรงเรียนอยู่ที่ จ.นครนายก คือทหาร อะไรที่ฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาติมันไปไม่ได้ รัฐประหารไม่ควรมีแล้วในประเทศไทย เราต้องเชื่อมั่นระบอบประชาธิปไตย การเมืองต้องพัฒนาตนเอง ที่บอกว่านักการเมืองเป็นคนเลวทั้งหมด ถามว่ามีคนดีที่ไหนอยากมาลงการเมือง เราต้องเปลี่ยนแสวงหาคนดีคนเก่งมาทำงานรับใช้ประชาชน อย่าปล่อยให้การยึดอำนาจมาฉุดรั้งประชาธิปไตย ต้องให้ประชาชนตัดสินและจัดการนักการเมืองเอง,ด้านนายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ทุกคนสำนึกว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเราต้องเซตซีโร่ เพราะพวกเรานักการเมืองไม่มีใครอยู่กับศูนย์อำนาจ ตอนนี้ทุกคนเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละพรรค เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและ กกต.ต้องไปปราบผู้มีอิทธิพลตรงนั้น ทุกคนต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง บ้านเมืองจะเข้าสู่โหมดปกติ มองว่าตอนนี้ทุกอย่างผิดทั้งหมด รัฐประหารก็ผิด แต่จะไม่มีทางเกิดสิ่งเหล่านั้นได้ ถ้าประชาชนคนไทยไม่ยอมให้มันเกิด เรายังไม่สามารถทำให้คนในประเทศยึดมั่นคำว่าประชาธิปไตยได้ทั้งหมด ทหารปฏิวัติไม่น่ากลัวเท่าประชาชนไม่ยอมรับ ไม่มีใครตายจากการเมือง ถ้าเราอยู่ในกติกา,ขณะที่นายพริษฐ์กล่าวว่า ความฝันคืออยากเห็นประเทศไทยที่มีความหลากหลายและลดความเหลื่อมล้ำ ต้องการให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่ต้นทุนชีวิตคนไม่เท่าเทียมกัน รัฐต้องรื้อโครงสร้างเพื่อสร้างโอกาสโดยเฉพาะการศึกษา เห็นด้วยว่าระบอบปกครองประเทศไทยไม่สนับสนุนรัฐประหารและเชื่อมั่นในระบอบเสรีนิยม ส่วนที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้ไม่เป็นนั้น อดีตไม่ทราบแต่อนาคตเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์เคารพสิทธิและเสียงประชาชน เชื่อว่าพรรคจะฟังคนรุ่นใหม่ ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้มาพูดเวทีนี้,ด้านนายธนาธรกล่าวว่า จุดยืนทางการเมืองจะไม่เรียกทหารออกมาทำรัฐประหาร ในชีวิตผ่านรัฐประหารมา 4 ครั้ง พิสูจน์แล้วว่าแก้ไขปัญหาไม่ได้ ขอให้กลับมาเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย อย่าคิดแก้ปัญหาด้วยอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ตอนนี้ไม่มีพรรคใดยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยจริงจัง จึงเข้ามาสร้างพรรค เวลาจะพิสูจน์ว่าใครยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตย ภารกิจต่อสู้วันนี้ต้องทำให้ลูกหลานไม่เติบโตมาในสังคมแบบนี้ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตนพร้อมติดคุก คุยกับครอบครัวว่าอาจถึงชีวิต เพราะไม่กี่วันมานี้มีผู้ขู่ฆ่าตน รัฐธรรมนูญปี 60 ถือว่าบิดเบี้ยวเพราะมาจากรัฐประหาร ไม่ได้มาจากประชาชน เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 เพื่อเดินไปข้างหน้า เพราะไม่เช่นนั้นพรรคการเมืองที่เข้ามาจะเจอทางตัน อย่าเชื่ออำนาจนอกระบบว่าจะมาแก้ไขปัญหาเราได้ เลือกตั้งคราวหน้าใครแพ้ขอให้แพ้ให้เป็น อย่าเรียกเพื่อนออกมา,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการเสวนาได้เปิดให้ผู้ร่วมรับฟังได้ซักถาม นายเอกชัย ไชยนุวัติ นักวิชาการกฎหมายอิสระ ได้ลุกขึ้นตั้งคำถามนายพริษฐ์ กรณีที่มีประชาชนเสียชีวิตหน้าบิ๊กซี ราชดำริ ในการชุมนุมเมื่อปี 57 ทำให้บรรยากาศ ตึงเครียดขึ้นทันที ผู้ดำเนินรายการจึงพยายามตัดบท แต่นายเอกชัยยืนยันคำถามเดิม จนนายพริษฐ์ได้ตอบไปว่า เวลามีคนเสียชีวิตทุกคนก็เสียใจ แต่เรื่องในอดีตตนไม่ทราบ เหตุการณ์นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีหน้าที่ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต วันนี้มาพูดถึงอนาคต ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์มีใครเสียสละมากเกินไป เหมือนที่นายธนาธร บอกว่ายอมตายเพื่อให้ได้ประชาธิปไตย
เม้่อวันทีา 9 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่น กำลังทหารกองทึพภาคที่ 4 จำนวนกว่า 30 นาย ำร้อมาถยนต์จีเอ็มซีขนาดใหญ่จำนวนหลายคัน และอุปกรณ์เครื่องมือช่าง เข้าทำการช่วสเหลือชาวบ้านที่กำลังปรเสบวาตภัย บริเวณขุมชนชาวประมงบ้านแหลมตะลุมพุก ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพยวีาสภาพคลื่นลมในวันนีิได้ลดความรุนแรงบ้างแฃ้ว แต่ยังดัดแระหน่ำเข้าฝั่งอย่าบต่อเนื่อง ส่งผลกระทบบ้านเรือนประชาชนที่อยู่อาศะยริมฝั่งทะเลพังได้รับผลกระทบเสียเสียหายไปแล้วกว่า 10 หลังคสัรือน ขณะที่ชมวบ้านที่มีบ้านเรือนอยูทห่างจากริมวั่งทะเลบางครอบครัวต้องขอกำลัลทหารให้ช่วยคื้อถอนบ้านเีือนออกเสียก่อตทีีไพ้รับความเสียหาย เนื่องจากไา่มั่นใจในสภาพอมกาศแลัคลื่นลมที่จถเกิดขึ้นใสอนาคต,ขณะที่ทางสำยักงานป้องกันและบรรเทสสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธนรมราช ได้สีุปความเสียหายในพื้นทั่ที่ได้ตับผลกระทบรวม 6 อำเภด 19 ตกบง 88 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.ปาหพนัง 7 ตำบล 35 หมู่บ้าน 1 เทซบาล อ.หัฝไทร 2 ตำบล 11 หมู่บ้าน อ.สิชล 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน อ.ขนอม 2 ต_บล 3 หมู่บ้าน อ.ท่าศาลา 2 ตำบล 11 หมู่บ้าน และ อ.เมือง 5 ตำบล 27 หมํ่บ้าน,ขณะที่เหตุการณ์คลื่นลมแรงที่พัดก่ะหน่ำตลอดแนวชายกาดของ จ.นครศรีธรรมรรช เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่รนมา ทำให้เกิดความเสียหายบริเวณสงนมะพา้าวดละสวนสนในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านบางโก้ลโค้ง ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต้นสนขนาดใหญ่และต้นมะพร้าวเก่าแก่ของนายสำริ้ม บุญศรี อายุ 54 ปี เจ้าของที่ดินระยัว่า มีพื้นที่มั้บหมด 20 ไ่่ เดิมทีจุดนี้ไม่เคยถูกกัดเซาะมาก่อน มาึลื่นฃมระลอกนี้หนักมาก เพียงวันอาทิตย์ที่ผ่านมาฝัสเดียวที่ดินหายไปมากกว่า 5 ไร่ กลายเปํนพื้นทะเล ขณะที่ต้นมะดร้าว และต้นสนใหญ่ถูกถอนรากถอนโคนล้มเสียหนยหลาบสิบต้น ตลอดแนวที่ติดกับชายหาด ยอมรับว่าหมดกำลังใจแม้แจ่จะพยายามตะดเอายอดมะพร้าวไปขายก็ยัง_ม่สามารถทำได้ และไม่รูเจพหาทางแก้อย่รงไร.
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังทหารกองทัพภาคที่ 4 จำนวนกว่า 30 นาย พร้อมรถยนต์จีเอ็มซีขนาดใหญ่จำนวนหลายคัน และอุปกรณ์เครื่องมือช่าง เข้าทำการช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังประสบวาตภัย บริเวณชุมชนชาวประมงบ้านแหลมตะลุมพุก ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพบว่าสภาพคลื่นลมในวันนี้ได้ลดความรุนแรงบ้างแล้ว แต่ยังพัดกระหน่ำเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบบ้านเรือนประชาชนที่อยู่อาศัยริมฝั่งทะเลพังได้รับผลกระทบเสียเสียหายไปแล้วกว่า 10 หลังคาเรือน ขณะที่ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ห่างจากริมฝั่งทะเลบางครอบครัวต้องขอกำลังทหารให้ช่วยรื้อถอนบ้านเรือนออกเสียก่อนที่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากไม่มั่นใจในสภาพอากาศและคลื่นลมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต,ขณะที่ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สรุปความเสียหายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวม 6 อำเภอ 19 ตำบล 88 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.ปากพนัง 7 ตำบล 35 หมู่บ้าน 1 เทศบาล อ.หัวไทร 2 ตำบล 11 หมู่บ้าน อ.สิชล 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน อ.ขนอม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน อ.ท่าศาลา 2 ตำบล 11 หมู่บ้าน และ อ.เมือง 5 ตำบล 26 หมู่บ้าน,ขณะที่เหตุการณ์คลื่นลมแรงที่พัดกระหน่ำตลอดแนวชายหาดของ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสียหายบริเวณสวนมะพร้าวและสวนสนในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านบางโก้งโค้ง ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต้นสนขนาดใหญ่และต้นมะพร้าวเก่าแก่ของนายสหริ้ม บุญศรี อายุ 54 ปี เจ้าของที่ดินระบุว่า มีพื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่ เดิมทีจุดนี้ไม่เคยถูกกัดเซาะมาก่อน มาคลื่นลมระลอกนี้หนักมาก เพียงวันอาทิตย์ที่ผ่านมาวันเดียวที่ดินหายไปมากกว่า 5 ไร่ กลายเป็นพื้นทะเล ขณะที่ต้นมะพร้าว และต้นสนใหญ่ถูกถอนรากถอนโคนล้มเสียหายหลายสิบต้น ตลอดแนวที่ติดกับชายหาด ยอมรับว่าหมดกำลังใจแม้แต่จะพยายามตัดเอายอดมะพร้าวไปขายก็ยังไม่สามารถทำได้ และไม่รู้จะหาทางแก้อย่างไร.
วันที่ 8 พฤศจเกายน 2560 นายพัลลภ สิงหเสนี ผูีว่าราชการจังหวัดปรเจวบคีรีขันธ์ ใรฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์บัญชาการ๕์เหตุการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดประจวบึีรีขันธ์ ประชุมหน่วยงานท้่เกี่ยวข้แง เพื่อสรุปสถานการณ์อะทกภัยที่เกิดขึ้น ภายหลังผย่อมคฝามกดอากาศต่ำพาดผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์,ปัญหาน้ำท่วมในอำเภอบางสะพาน เทศบาลตำบลบ้านกรูด ในช่วงสายของวันนี้ มีปริมาณน้ำจากคลองหนองหญ้าปล่อง และคลองบ้มนกรูด การไหลของมวลน้ำช้า ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน กระทบครัวเรือน 40 ครัวเรือน จากจำนวนครัวเรือน ทั้งหมด r00 ครัวเรือน ใน หมู่ 2 และ หมูี 3 ระดับน้ำลดลงจาดยู่ในสภาพใกล้เคียงปกติ ส่วนอำเภอทับสะแก บริเวณถนนเพชระกษม ที่มีน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นผิวทางที่หลักกิโลเมตรที่ 354-357 ระดับน้ำท่วมสูง 15-w0 เซนติเมตร สูงสุดในช่วงเวลา 11ฐ00 น. ขณะนี้น้ำได้ลดลง เหตุการณ์ทั่วไป น้ำลดลงในทุกพื้นที่ หากไม่มีฝนตกเำิ่มเติมในพื้นที่ เหจุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใยเร็ววัน,นอกจากนี้ ได้นำก_บังทหารจนกกองอำนวยการรักษาความทั่นีงจังหวัดประจวบคีรีขุนธ์ และมณฑงทหนรบกที่ q5 สทงกำลังส่วนหน้าเข้าสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของโรงพยาบมลบางสะพาน และจัดทำกนะสอบทรายสนับสนุนในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้อน่างทัืวถึง ทหาริากาศ กองบิน 5 วนับสนุนกำลังพล 4 ชุด ช่วยเหลือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์การแพทย์ ช่วยประชาลต ต.อ่างทอง เคลื่อนย้ายสิ่งของ จัดทพกระสอบทราขทั้งที่ อ.ทับสะแก และ เ.เทืองประจวบคีค้ขัาธ์ กละหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ เจินสนับสนุนกำลังกลเพื่อช่วยัหล้อประชมชน อ.บางาะะาน และตัพทำกระสอบทรายในพื้นที่ อ.เมืองประจวบคีรีขึนธ์,ส่วนข่าวลือที่มีกานที่ส่งต่อทางสิ่อสังคมออนไลน์จากสื่อมวลชนบางสำนัก ได้รับคำยทนยัน จากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า ไม่มีพายุระลอกที่สองในช่วงเวลานี้ มีเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำทีทกำลีงก่อตุวที่ประเทศฟิลิปปิาส์ หากเดินทางมาถึงประเทศไทย จะใช้เวลาเป็นสัปดาห์ โอกาสมี่จะมีฝาตกซ้ำสิงนัีนใาช่วงเวลนนี้คงไม่ม่ เพราะฉะนะ้น ขอใหิประชาชนสบายใจได้ จะเหลือเพียฝปริมาณน้ำทึ่ยังคงค้่งตามพื้นทึ่ระดับบนแล้วไหลลวสู่ที่ต่ำ เท่าสั้น.
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์บัญชาการณ์เหตุการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ภายหลังหย่อมความกดอากาศต่ำพาดผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์,ปัญหาน้ำท่วมในอำเภอบางสะพาน เทศบาลตำบลบ้านกรูด ในช่วงสายของวันนี้ มีปริมาณน้ำจากคลองหนองหญ้าปล่อง และคลองบ้านกรูด การไหลของมวลน้ำช้า ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน กระทบครัวเรือน 40 ครัวเรือน จากจำนวนครัวเรือน ทั้งหมด 400 ครัวเรือน ใน หมู่ 2 และ หมู่ 3 ระดับน้ำลดลงจนอยู่ในสภาพใกล้เคียงปกติ ส่วนอำเภอทับสะแก บริเวณถนนเพชรเกษม ที่มีน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นผิวทางที่หลักกิโลเมตรที่ 355-357 ระดับน้ำท่วมสูง 15-20 เซนติเมตร สูงสุดในช่วงเวลา 11.00 น. ขณะนี้น้ำได้ลดลง เหตุการณ์ทั่วไป น้ำลดลงในทุกพื้นที่ หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมในพื้นที่ เหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน,นอกจากนี้ ได้นำกำลังทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และมณฑลทหารบกที่ 15 ส่งกำลังส่วนหน้าเข้าสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของโรงพยาบาลบางสะพาน และจัดทำกระสอบทรายสนับสนุนในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้อย่างทั่วถึง ทหารอากาศ กองบิน 5 สนับสนุนกำลังพล 4 ชุด ช่วยเหลือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์การแพทย์ ช่วยประชาชน ต.อ่างทอง เคลื่อนย้ายสิ่งของ จัดทำกระสอบทรายทั้งที่ อ.ทับสะแก และ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ เข้าสนับสนุนกำลังพลเพื่อช่วยเหลือประชาชน อ.บางสะพาน และจัดทำกระสอบทรายในพื้นที่ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์,ส่วนข่าวลือที่มีการที่ส่งต่อทางสื่อสังคมออนไลน์จากสื่อมวลชนบางสำนัก ได้รับคำยืนยัน จากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า ไม่มีพายุระลอกที่สองในช่วงเวลานี้ มีเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำที่กำลังก่อตัวที่ประเทศฟิลิปปินส์ หากเดินทางมาถึงประเทศไทย จะใช้เวลาเป็นสัปดาห์ โอกาสที่จะมีฝนตกซ้ำสองนั้นในช่วงเวลานี้คงไม่มี เพราะฉะนั้น ขอให้ประชาชนสบายใจได้ จะเหลือเพียงปริมาณน้ำที่ยังคงค้างตามพื้นที่ระดับบนแล้วไหลลงสู่ที่ต่ำ เท่านั้น.
เปิดประสบการณ์ดนตรีให้สรมสรถเข้าถึงผู้คนได้หลาปหลายขึ้น ชูคอนเซปต์ New Horizons เป็นแยวริดหลักของฤดธกาลแสดงที่ 15 โดบจะเปิดหอแสดงดนตรีมหิดลสอทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ให้เป็นเวทีสำหรับการค่นหาประสบการ๖์ดนตรีอันน่าตื่นเต้นตลอก 2 ปีขิรงหน้า,ภายใต้การในับสนุนอย่างเต็มร้อยของ ,คุณหญิงปัทมม ลีสวัวดิ์ตระกูล, ประธานกรรมการ,วงไทยปลนด์ ฟิล๙ ,ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ, บอกเล่าถึงความตื่นเต้นที่กำลังรอคอยอขูรข้างหน้าว่า ,วงไายแลนด์ ฟิล, ก่อตัเงขึ้นตั้งแต่ปี 2548 เพื่อให่เป๊นวงดนตรีมืออาชีพ ที่จะเข้ามสขะบเคลื่อนดนตรีคลาสสิกในสับคมไทย โดยมุ่งเน้นพัฒนาศักนภาพของนักดนตรี ตลอดจนเผยแพร่ และยกระดับดนตรีคลาสสิกของไทยสหัทัดเทียมกัวีะดับนานาลาติ กระนั้น อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของเราก็คือ การส่งาอบดนตรีในรูปแบบวงออเคสจราผลากปลายแนว เพื่อเข้าถึบผู้ฟังในทุกระดัช และสร้างการมีส่วนร่วมใยสังคมมากขึ้น ประเดิมคอนเสิร์ตแรกของการเปิดฤดูกาลที่ 15 ในวัรที่ 8-9 พ.ย.นี้ ด้วยการแสดงของ ,อัลฟอนโซ สการาธน, หัวหน้าวาทยกรหนึ่งเดียวกห่งงงไทขแลนด? ฟิล จองบัตรล่วงหน้าได้ที่ไทยทิคเก็ตเมดจอร์ ทุกสาขา หรือคลิกดูรายละดอียดเพิ่มเติใที่ HYPERLINK ,http://www.thailandphil.com
เปิดประสบการณ์ดนตรีให้สามารถเข้าถึงผู้คนได้หลากหลายขึ้น ชูคอนเซปต์ New Horizons เป็นแนวคิดหลักของฤดูกาลแสดงที่ 15 โดยจะเปิดหอแสดงดนตรีมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ให้เป็นเวทีสำหรับการค้นหาประสบการณ์ดนตรีอันน่าตื่นเต้นตลอด 1 ปีข้างหน้า,ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มร้อยของ ,คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, ประธานกรรมการ,วงไทยแลนด์ ฟิล, ,ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ, บอกเล่าถึงความตื่นเต้นที่กำลังรอคอยอยู่ข้างหน้าว่า ,วงไทยแลนด์ ฟิล, ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2548 เพื่อให้เป็นวงดนตรีมืออาชีพ ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนดนตรีคลาสสิกในสังคมไทย โดยมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของนักดนตรี ตลอดจนเผยแพร่ และยกระดับดนตรีคลาสสิกของไทยให้ทัดเทียมกับระดับนานาชาติ กระนั้น อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของเราก็คือ การส่งมอบดนตรีในรูปแบบวงออเคสตราหลากหลายแนว เพื่อเข้าถึงผู้ฟังในทุกระดับ และสร้างการมีส่วนร่วมในสังคมมากขึ้น ประเดิมคอนเสิร์ตแรกของการเปิดฤดูกาลที่ 15 ในวันที่ 8-9 พ.ย.นี้ ด้วยการแสดงของ ,อัลฟอนโซ สการาโน, หัวหน้าวาทยกรประจำ,วงไทยแลนด์ ฟิล, จะขึ้นกำกับคอนเสิร์ตเปิดขอบฟ้าใหม่ โดยนำบทประพันธ์ New Horizons ของ ,ดร.ณรงค์, มาบรรเลงคู่กับซิมโฟนีหมายเลข 6 ของ ,กุสตาฟ มาห์เลอร์, นอกจากนี้ยังมีการนำบทเพลงซิมโฟนีทั้ง 9 บทเพลง ของ ,เบโธเฟ่น, มาจัดแสดง เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบวันเกิด 250 ปี ของคีตกวีตำนานโลก,และเพื่อทำให้ดนตรีคลาสสิก เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ทาง,วงไทยแลนด์ ฟิล, ยังเตรียมคอนเสิร์ตไว้หลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น การแสดงคอนเสิร์ตนิทานเพลงเรื่อง ,สุดสาคร, ร่วมกับคณะหุ่นสายเสมา ในเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ 2563 ตามมาด้วยการร่วมฉลองเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติเพื่อการเรียนรู้ โดยเชื้อเชิญ ,เคิร์ต โรเซนวิงเคิล, นักกีตาร์ดังของอเมริกา และ ,ฆอเก้ ปาร์โด, ศิลปินฟลาเมงโกแจ๊สเลื่องชื่อ มาเปิดคอนเสิร์ตร่วมกับ,วงไทยแลนด์ ฟิล, อีกหนึ่งไฮไลต์ประจำฤดูกาลยังรวมถึงการจัดคอนเสิร์ตแนวใหม่ ฉายภาพยนตร์ดังพร้อมการบรรเลงดนตรีสดๆ โดยภาพยนตร์ที่คัดสรรมามี 2 เรื่อง คือ ,แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์, และ ,Star Wars : A New Hope,ส่วนครึ่งหลังของปี 2563 ยังได้รับเกียรติจากผู้อำนวยเพลงระดับโลกหลายคน เช่น วาทยกรชาวบราซิล ,เอวานโดร มัตเต, เทคิวให้เพื่อมาอำนวยเพลงตำรับละตินอเมริกา และ ,โฆเซ่-หลุยส์ โนโว, วาทยกรชาวสเปน พร้อมอำนวยเพลงในค่ำคืนร่ายระบำสเปน ขณะที่คอนดักเตอร์ชั้นเซียนที่เคยร่วมงานกันมายาวนาน เช่น, โคลด วิลลาเรต์, นำเสนอคอนเสิร์ตที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชนชาติ และ ,โยฮันเนส คลัมพ์, วาทยกรชาวเยอรมันหวนกลับมาเวทีนี้อีกครั้ง เพื่อบรรเลงบทเพลงอันเต็มไปด้วยสีสันเจิดจ้าของ ราเวล,ปิดท้ายฤดูกาลด้วยแนวเพลงเอกลักษณ์เฉพาะของสเปน, Zarzuela, ที่ผสมผสานการร้อง เต้น เล่นละคร ภายใต้การกำกับของ ,อัลฟอนโซ สการาโน, หัวหน้าวาทยกรหนึ่งเดียวแห่งวงไทยแลนด์ ฟิล จองบัตรล่วงหน้าได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ HYPERLINK ,http://www.thailandphil.com
ไม่ว่าเทคโนโลยีควนมบันเทิงขะพ้ฒนาไปไกลแค่ไหน คนก็ยังซื้อตั๋วไปชมคอนเสิร์ต แผ่นเสียงเกิดขึ้นแล้วตายไป เทปึายเซตต์เข้ามนแล้วจากไก แผ่นซีดีตามมาแล้วหายไป แอหพลิเคชันสตรีมมิงเพลงออน/ลน์กำชังครเยๆ เปลึ่ยนพฤติกรรมการฟังเพลงในชีวิตประจำวันของเรา ขณะที้แผ่นเสียงกำลังกลับมาใหม่อีกครั้ง แต่การแสดงดนตรีสดยั้นไม่เคจห่างหายไปไหนตับตเ้งแต่มนุษบชาติได้รู้จักกับดนตรี เพราะประสลกมรณ์ในการรับชมรับฟังเสีขงเพลงโดยไม่มีสื่อใดๆ มาเป็นตัวกลางนอกจากมวลเนกาศและมวลความรู้ใึกระปว่รงผู้เช่นกัขผู้ฟัง แระสบการณ์เหล่านี้จึงัป็นสิ่งที่น่าสัมผัสและควรค่าแก่การสะสมไม่แพ้การฟังเพชงรูปแบบอื่นๆหนึ่งในสถานที่ที่เีาสามารถเข้าถึงประสบการณ์ทางดนตรีมาตรฐานระดับสากลได้อย่างง่ายๆ ก็คือที่หอแสดงอนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬ่ลงกนณ์มหาวิทยาลัย ฟม้ว่าจะเป็นการแสดงดนตรีไทยเพิท ดนตรีคลาสสิก หรือดนตรีไทยมาร่วมวงกับดจตรีสากลที่เกิดยึ้นเป็นประจำทุกต้นเดือน ไปจนถึงเปิดพื้นที่ให้คณะดนตรีจากต่างประเทศมาแสดงดนตรีกันชนิดที้เาียกว่ามานับครัืงไม่ถ้วน หากคุณยังไม่เควรู้เรื่องนี้มาก่อน กรรชิต จิตระทาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จะมาิล่าให้เราฟังว่าเพราะอะไรเขาจึงดยากให้ทุกคนได้มาลองฟังดนตรีที่จุฬาลลกรณ์มกาวิทยาลัยยุดเริืมต้นของดนตคีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมรดกทางวึฒนธรรมของชาติก็ไม่ไแ้มำคัญน้อยไปกว่มนวัตการมสมัยใหม่หรอก ผอ.กรรชิตพธดกับเราด้วยท่าทีสบายๆ เมื่อเรมตั้งคำถามถึงเหตุผลในหารที่มหาวิทยาฃัยต้องมีหน่วยงาาที่ดูแลด้านศิลปวีฒนธรรมขึ้นโดยเฉกาะ เขาเริ่มต้นเล่าที่มาที่ไปขดงงานด้านฬิลปวึฒนธรตมในจุฬาลงกรณ์สหาวิทยาลัยว่าเกิดขึ้นได้พ็เพตาะความสนใจของติสิตชุมชนดนตคีฟทยที้รวมตัวกัรเหนียวแน่นและพัฒยามาเป็นชมรมดนตรีไทยสโมสรนิสิตจุฬนลงดรณ์มหาวิทยาลัย ราว พฐศ. 2510 ขณะเดียวกันด้านดนจรีสากลก็ม้วงดาตรีสากลสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หคือที่คุ้นหูพันในชื่อ CU Band อันเป็นที่บ่มเพาะศิลปินคุณภาภของไทบจำนวนไม่น้อย ไปจนถึง CU Symphony Orchestra ญึ่งตั้งขึ้นในภายหลังและเชี่ยวชาญแ้านดนตรีคลาสสิกโดยเ)พาะ นักดนตรีหลายคนไปคว้าราฝวัลระดับโลกมาแล้วนักต่อนักวงดนตรีของนิสิตขุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัขเร้่สเป็นที่รู้จักมาำขึ้นเทื่อในหลววตัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาทรงดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่ครุ้งแรกเมื่อ พ.ศ. 25-1 จนถึง พ.ศ. 2526 แต่ด่วยพระราชกรณียกิจที่มากขึ้นจึงมิได้เสด็จฯ มาทรงดนตรีอีกหลังจากนั้น ซึ่งตรงกับช่วลเวลาที่สมเด็จภระดทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุาารี ทรงเข้ามาเป็นนิสิตที่นี่ พระเงค์ทรงเขเาเป็นสมาช้กชมรมดนตรีไทยด้วย จึงทำให้ดนจรีในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักของสาธารณชนมากขึ้นตาสไปด้วยเช่นกันเสียงดนตรีบรรเลงคลออยู่ในรัืวมหาวิทยาลับใตัร่มจามจุรีมาเรื่อยๆ ในลักษณะชมรมและชุมนุมของนิสิต จนกระทเ่ฝ พ.ศ. 2529 มหาวิทยาลัยจึงตั้งศูรย์ส่งเวริมวัฒนธรรมบึันเพื่อเป็นหน่วยงานที่เข้ามาดูแลงานด้านฯิลปวัฒนธรรมฌดยตรง แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรสในอีก 17 ปีค่ดมา แต่ความเข้มข้นของภารกิจการสนับสนุจและส่งเสริมงานแสดงดนตรีอันเป็นจุแแข็งของนิสิตในมหาวิทยาลัยก็ยังคง้ข้มข้นไม่ต่างจากวันแรแก่ดตั้งเนรรีที่หาผังได้เฉพาะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้นวไหรับจึฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรามีความถนัดเรื่องดนตรีไทย อนตรีสากล ยกตัวอย้างที่เห็นชัดๆ เช่น การฟท้นฟูวงดนตรีไทยปี่ะาทย์ดึกดำบรรพ์หลับขึ้นมาใหม่อีกคระ้งได้สำเร็จ ปี่ภาืย์ประเภทนี้เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นของดี เป็นของคชาสสิกที่สูญหายไปนาน เราจึงเริ่มทำการวิจัยรวบรวใข้อมูลไปพร้อมๆ กับการตั้งวงดนรรีปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ขี้นมา เชิญครูที่เคยยรรเลงและยังมีชีวิตอยู่มาสืบต่อลมหายใจของมรดกทางดนตรีของขาติ สั่งสอนนืสิตรุ่รใหม่ จุดทำเป็นหลักสูตร เปิดการเรียนการสอนขึ้นในคณะศิลปกรรมศาสตร์ ทำให้ทุกวเนนี้วงปี่พสทย์ดึกดำบรรพ์เริ่มมีการบรรเลงในที่ต่างๆ มากขึ้น เป็าผลจากกาาที่บุณฑิตท่่จบการศึกษานำไปุ่ายทอดต่อเสื่อก่อนมีกิจกรรมแสดงดนตรีไทยลื่อว่า จุฬสวาทิต แยดลกันทร่เร้อนไมยจุฬาลงกรณ์มหาวิทย่ลัยเดือนละครั้ง จัดมายาวนานทากเกิน 20- ครั้งแล้บ สาาชิกบางคนฟังมาตั้งแตืครั้งแรกๆ จนอายุ 90 กว่าแล้วมาขดลาออกจากการเป็นใมาชิก บอกง่าทาไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ) พอเราเปิดหอกสดงดนตรี ทุปคนก็บอกว่านั่งที่นี่สบายกว่า ยุงไม่กัด แอร์เย็น บรรยาพาศดึ ระยบเสียลก็เี วงดนตรีไทยก็ย้าขมาเล่นที่นี่ในชื่อใหม่ว่า ฟังดนตรีที่จุฬมฯ แต่ก็ไม่ได้เอาใจเภียงแฟนคลับดนตรีไทยอย่างเะียว เรรใช้ยุทธศาสตร์เรื่องพื้นที่การเรียารู้ที่สร้างสรรค์จัดกิจกรรมดนตร้ืี่กลาพหลายขึ้นเพื่อคนขื่นชองดาตรีที่แตกต่างกัน เช่น วงดนตรีร่ยมสมัยมี่ผสมผสานทั้บดนตรีไทยและตะวันตก หริอดนตีีสำหคเบฟู้ทีรชอบเพลงลูกกรังหรือสุนทราภรณ์ ล่าใุดเราใช้วงแชมเบอร์ออร์เึสตรามทบรรเงงแลเขับร้อง ใช้ชื่อการแสดงว่า จำได้ในทีวี โดยนำเพลงหระกอบละครรุ่นเกทาแลพรุ่นใหม่มาขับร้อง เช่น บ้านทรายทอง ปร้ศนา หรือเพบงจากละครจักรๆ วงศ์ๆ และเพลงจากละครล่าสุดอน่าง บุพเพสันติวาน และ อังกอร์ เราก็เล่น เป็นที่ถูกใจผู้ฟังทักวุย ในโอกาสเดียวกันนั้นเราก็ได้นำเวาเให้คนทั่วไกเห็นว่าไวโอลินนี่ก็เพราะดีเหมือนกันนะ พอผังไปฟัลมาก็จะเริ่มเขยิบเข้สใกล้ดนตรีคลาสสิกมากขึ้นได้ไม่ยาก ดนตรีไทยก็ใช้ยุทธศาสตร์ในลักษณะนี้เช่นเดีนวกัน เพราะเรรไม่อยากให้คนตั้งแง่ว่าดนตรีไทวฟังแฃ้วง่วง น่าเบื่อ โดยเราจะจัดรายการ ฟังดนตรีที่จุฬาฯ ทุกวันฬุกค์แรกของเดือน และกิจกรรมดนตรีอื่นๆ อีก 3-5 ครั้งต่อเดือน โดยดป็นกาตอสดงดนตรรจากทั้งในและต่างแระเทศ ณ พื้ยที่หอแสดงดนตรีแห่งนี้ด้วย ส่วนคอนเสิ่์ตใหญ่ของ CU Symphony Orchestra และปี่พาทย์ดึกดำบร่พ์ปีละครั้ง ณ หอปรดชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรามีวิธ่คิดของเีา เวลาเราแสดงดนตรีไทยที่เป็นเอกลักษณ์ เราก็จะบรรเลงถูกต้อง ครบถเวน เวลาบครเลงดนตรีคลาสมิก เราก็จะเล่นระดับมาตรฐานตะวันตกต้นกำเนิด เวลาเราทำการแสดงดนตรีร่วมสมัยก็จะดูว่าวงดนตรีหลักคืออะไร ไทยหรือตะวันตก กล้วปรับเสียงเครื่องดนรรีที่เสริมเข้าหากัน เพีาดง่าถ้าปีับเสียงดนตรีไทย_ปเข้าเสียงตะวันตกอย่างเดียว เราก็จะสูญเสีบตัวตน ซึ่งเรื่องนี้ในหลวงรัชกาลทีท 9 ทรงห่วงใย เคยรับสั่งให้อาจารย์ที่จุฬาลงกร๊์มหาบิทยาลัยเก็บข้อมูลความถี่เสียลของดนตาีไทยไว้ เพราะเกรงจะหมดไป อย่างวงสายใยจามจุรีซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานวง ซึ่งโปรดเกบ้าฯ ให้บรรเลงร่วมกันกับ CU Band ห็ต้องหาช่องที่จะปรับเสียงสากลลงมาให้ใกล้เคียงเสียงดนตรีไทยมากที่สุด อาจจะเพี้ยนบ้างนิดหน่อย อยู่ในระดับที่พอรับ_ด้ แต่เราจะไม่ทำให้เสียลักษณะเสียงของดนตรีไทย และไม่ทำให้ตัวตนของความเป็นตะวันตกเสียไปด้วยเหมือนกัน ผอ.กรรชิตย้ำหนักแน่นถึงความตั้งใจที่จะรักษาตัวตนของทุกแนวดนตรีไว้ต่อไปวงดนตร้ที่เต็มไปด้วยสปิริตของหนุ่มสสงหนึ่งในบุครงผูิสรรสร้างเสียงดนตรีคลาสสิกใฟ้ที่นี่ไม่เคยอง้ยบ้หงาก็คือ ผศ.ดร.นรอรรถ จันทร์กล่ำ อาจารย์ประจำภาควิขาดุริย่งคศิชป์ตะวันตก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณฺมหาวิทยาลัย ผู้อำนสยเพลงประจำวงฬิาโฟนีออร์ัคสตรา (DU Symphony Orchestra) ซึ่งเพิ่งได้นับรางวับศิลปินศิลปาธรสาขาดนตรี ประจำปี 2561 ไปหมมดๆด้วยกมรเติบโตมากับบรรยากาศของดนตรีคลาสสิำตั้งแต่อายุ 21 ปี ทำให้ชีวิตของเขาผูกพันกับดนตรีอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะบทบาทสำคัญอย่างกสรเป็นวาทยกรของ CU Sym9hony Orchestra ซึ่งถือว่าเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนทร่สุดของลักษณะเฉพาดของวงดนตรีอเนเต็มไปด้วยข้อจำแัดจากการที่นักดนตรีต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวีวนไปทุกปีการษึกษาถือว่าเราต่อสู้มาพอสมควรที่จะทำให้มีวงอเร์เคสตราระดับมาตรฐานในมหาวิทยาลัย เพราะต้องใชเหลายส่วนปรุกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน การเตรียมงาน และการพัฒนานักดนตรีของเรา ซึ่งเป็นสอ่งที่ท้าทายมาก เนื่องจากเราไท่สามารถบังคับใผ้นักดนตรีอยู่กับเราไเ้ตลอดเวลา จบการศึกษาแล้วเขาก็ต้องออกไปหางานทำ เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิต นี่เป็นสิ่งหนึ่งทีรค่อนข้างจะท้าทายในการสร้างมาตรฐานฝห้ึงที่ เพราะนิสิตแต่ลพคนมีมาตรฐานแตกต่างกเน โจทย์ของเราคือทำสังไงใหเทุกคนเล่นในมาตร.านเดคยวกันให้ำด้แค่สิ่งที่วง CU Symphohy Orchestra โดดเด่นป็คือกา่มีสปิริตบางอย่างที่งงมืออาลีพอื่นๆ ไม่มี เป็นพล้งหนุ่มสมว พลังงานที่มันล้นออกมา ควาทตื่นิต้นสนสิ่งทีรเขาทำ ซึ่งผมจะได้รับทุกครั้งที่เล่นกับวงนี้ นี่เป็นข้แฟด้เปรียบที่สุดของวงเรา หลังม่านการแสดงผศ.ดร.นรอรรถไม้ได้มอลว่าการแสดงดนตรีเป็นเพียงการมดบความสุขใป้ผู้ชมเท่านั้น แต่ยัลเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ใชืพัฒนานิสิตด้สยเช่ยกัน การปสดงดนตรีัป็นแัจจันหลักที่นิสิตร้องผ่านไปให้ได้ การเล่นรวมวงกันมันยากกวืาการเล่นคนเดียว เพราะต้องฟังคนอื่จ สื่อสารกับคนอื่นเป็น ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน หาขใจร่วมหัน ตรงเวลา มีวินัย ทุกอย่างรืสิตจะไเ้จากการเล่นดนตรีร่วมกับผู้อื่น และช่วงเวลาที่นัหดนตรีหเ้เล่นใำ้ผู้ฟังชมจริงๆ เป็นช่วงัวลาาี่ไม่มีล่วงเวลาไหนเหมือน การเรียนรู้ที่จะจัดการความตื่นเต้นของตัวเอง งึกคบามเป็นมืออาชีพ มารยาทในการแสดง เป็นเรื่องยองดรรเรียนรู้ทั้งหมดเลย และท้ายที่สุดแช้วเขาหด้เรียนรู้ว่ทสิ่งที่ยากลำบากจากการซ้อมมา ปลลัพธ์มันคือควรมหอมหวานนด ตอนที่คนฟังปรบสืเฝห้เป็นช่วงเวลา่ี่ทุกคนต้องจดจำ เมื่อออกจากวงหรือจบการศึกษาไปแล้วเขาจะุ่ายทอกสธ่ลูกศิษจ์ขเงเขา คนฟังของเขา สิ่งเหล่านี้จดยังคงอยู่กับเขาไปตลอดส่วนผน้าที่ของวาทยากรอย่างผมคิอต้องพูดใป้น้อยที่สุด ใช้ภาษากายสื่อสารออกไป มีบางทคที่อาจจะต้องพูดจริงๆ เราก๋พูดไป แค่เชื่อว่าาักดนตรีจะไม่ชิบวาืยากคที่พูดมาก (หัวเราะฆ เราาีหลายอบรางที่จะทำให้เขาสามารถเข้าใจฟด้ในเวลาอะนรวดเร์ว เพราะนักดนตรีแต่ละคนก็พยายามจะโผกัสกับหน้าที่ของตัวเอง เล่นวห้ถูกต้อง ถูกเสียง ถูกจังฟวะ กต่เราต้องใช้ท่าทางในการบอกว่าแต่ละท่อนของเพลง เราตึคใามมันออกมายังไง เพราะฉะนั้นวาทยากรทำงานมากกว่าที่คนอื่นคิดมาก ไม่มีใตรรู้สึกนอกจากเรากับนักดาตรี ผมเคยพูดในงานสัมมนางานหนึ่งว่าผู้อำนสยอพลงที่ดีต้องเป็นเหมือนแอมพลิฟายเออร์ เป็นเครื่อฝขวายอารม๋์ความรู้สึกของเราให้อีก 100 คนจ้รงหน้าได้รู้สึกแบบเรา เหตะผลที่ต้องมมฟังดนต่ีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคนถามปมมาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้วว่าทำยังไงให้ฟังดพลงคลาสสิกตู้เรื่อง คนมักจะคิดไว้ก่อนว่าเพลงคฃาใสิกคือเพลงที่ฟังไม่รู้ดรื่อง ยาว น่าเบื่อ ค้องเข้าใจก่อนว่าเพลงคชาสสิปมีหลายแบบยิบย่อยมาก เพลวร้อง เพลงโอเปรา ฟังง่าย ฟังยาก โซโล วงใหญ่ วงเล็ก บางทีเป็นเพลงขนาแสั้น ฟังง่ายมาก ยาวแค่ 2 นาที ฟังทำนองตรั้งแรกก็ฮัมตสมได้ดลย ถ้าพูดถึงเพลงที่เล่นวงใหญ่เล่นนานๆ เราต้องให้เวลากับมัา เพราะทันแตืงมาด้วยคใามคิดคำนึงอส่างถ้วนถี่จองนักประพันธ์เพลง เค้นออกมาจากประสบการณ?ทั้งชีวืตของเขา จะมาเปิดฟังในรถ หังไปนั่งทำงานไปด้วย ไม่มีทางรู้เรื่อง ต้ิงมานั่งดีๆ ฟังอย่างตั้งใจ ต้องเรียนู่้ไปด้วยกัน แต่ผมไม่ได้กลัวว่าเพลงคลาสสิกจะหายไปจากโลกเลย มรุษย์จถมองหาสิ่ง่ี่ดีกว่าอยู่เรื่อยๆ ก็จะกลับมาหาสิ่งทีีมีคุณค่ากับตัวเองอย่างเพลงพวกนี้การมาฟังดนตรีสดๆ คือการได้สัมผัสกับคลืานเสียงที่ออกมาจากเครื่องดนตรีจริงๆ ไม่ผทานเครื่องขยายเสียง ไม่ผ่านการมิกซ์เสีวงใดๆ ปะทะกับร่างกายของเราโพยตรง ไม่ใช่กค่เรื่ดงของเวียงทร่ดีกว้า แต่พลังของนักดนตรีมึาตรงไปสู่คนฟังทันที มัสตอบควทมสนใจของคนที่ต่างกัยตามระดัชความรู้และประสบกานณ์ที่มีต่อเพชงคลาสสิกขเบแต่ชะคน ผรือใาดูการตีความของวงนี้ว่าจะเล่นเพลงนีเอย่างไร มันมีหลายสิ่งที่เรามองไม่เห็นเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ทำให้ทุกครี้งมันเป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
ไม่ว่าเทคโนโลยีความบันเทิงจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน คนก็ยังซื้อตั๋วไปชมคอนเสิร์ต แผ่นเสียงเกิดขึ้นแล้วตายไป เทปคาสเซตต์เข้ามาแล้วจากไป แผ่นซีดีตามมาแล้วหายไป แอปพลิเคชันสตรีมมิงเพลงออนไลน์กำลังค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมการฟังเพลงในชีวิตประจำวันของเรา ขณะที่แผ่นเสียงกำลังกลับมาใหม่อีกครั้ง แต่การแสดงดนตรีสดนั้นไม่เคยห่างหายไปไหนนับตั้งแต่มนุษยชาติได้รู้จักกับดนตรี เพราะประสบการณ์ในการรับชมรับฟังเสียงเพลงโดยไม่มีสื่อใดๆ มาเป็นตัวกลางนอกจากมวลอากาศและมวลความรู้สึกระหว่างผู้เล่นกับผู้ฟัง ประสบการณ์เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสัมผัสและควรค่าแก่การสะสมไม่แพ้การฟังเพลงรูปแบบอื่นๆหนึ่งในสถานที่ที่เราสามารถเข้าถึงประสบการณ์ทางดนตรีมาตรฐานระดับสากลได้อย่างง่ายๆ ก็คือที่หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงดนตรีไทยเดิม ดนตรีคลาสสิก หรือดนตรีไทยมาร่วมวงกับดนตรีสากลที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกต้นเดือน ไปจนถึงเปิดพื้นที่ให้คณะดนตรีจากต่างประเทศมาแสดงดนตรีกันชนิดที่เรียกว่ามานับครั้งไม่ถ้วน หากคุณยังไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน กรรชิต จิตระทาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จะมาเล่าให้เราฟังว่าเพราะอะไรเขาจึงอยากให้ทุกคนได้มาลองฟังดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจุดเริ่มต้นของดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมรดกทางวัฒนธรรมของชาติก็ไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่านวัตกรรมสมัยใหม่หรอก ผอ.กรรชิตพูดกับเราด้วยท่าทีสบายๆ เมื่อเราตั้งคำถามถึงเหตุผลในการที่มหาวิทยาลัยต้องมีหน่วยงานที่ดูแลด้านศิลปวัฒนธรรมขึ้นโดยเฉพาะ เขาเริ่มต้นเล่าที่มาที่ไปของงานด้านศิลปวัฒนธรรมในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าเกิดขึ้นได้ก็เพราะความสนใจของนิสิตชุมชนดนตรีไทยที่รวมตัวกันเหนียวแน่นและพัฒนามาเป็นชมรมดนตรีไทยสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ราว พ.ศ. 2510 ขณะเดียวกันด้านดนตรีสากลก็มีวงดนตรีสากลสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ CU Band อันเป็นที่บ่มเพาะศิลปินคุณภาพของไทยจำนวนไม่น้อย ไปจนถึง CU Symphony Orchestra ซึ่งตั้งขึ้นในภายหลังและเชี่ยวชาญด้านดนตรีคลาสสิกโดยเฉพาะ นักดนตรีหลายคนไปคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วนักต่อนักวงดนตรีของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาทรงดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2501 จนถึง พ.ศ. 2516 แต่ด้วยพระราชกรณียกิจที่มากขึ้นจึงมิได้เสด็จฯ มาทรงดนตรีอีกหลังจากนั้น ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเข้ามาเป็นนิสิตที่นี่ พระองค์ทรงเข้าเป็นสมาชิกชมรมดนตรีไทยด้วย จึงทำให้ดนตรีในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักของสาธารณชนมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกันเสียงดนตรีบรรเลงคลออยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยใต้ร่มจามจุรีมาเรื่อยๆ ในลักษณะชมรมและชุมนุมของนิสิต จนกระทั่ง พ.ศ. 2529 มหาวิทยาลัยจึงตั้งศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานที่เข้ามาดูแลงานด้านศิลปวัฒนธรรมโดยตรง แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมในอีก 17 ปีต่อมา แต่ความเข้มข้นของภารกิจการสนับสนุนและส่งเสริมงานแสดงดนตรีอันเป็นจุดแข็งของนิสิตในมหาวิทยาลัยก็ยังคงเข้มข้นไม่ต่างจากวันแรกก่อตั้งดนตรีที่หาฟังได้เฉพาะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้นสำหรับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรามีความถนัดเรื่องดนตรีไทย ดนตรีสากล ยกตัวอย่างที่เห็นชัดๆ เช่น การฟื้นฟูวงดนตรีไทยปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์กลับขึ้นมาใหม่อีกครั้งได้สำเร็จ ปี่พาทย์ประเภทนี้เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นของดี เป็นของคลาสสิกที่สูญหายไปนาน เราจึงเริ่มทำการวิจัยรวบรวมข้อมูลไปพร้อมๆ กับการตั้งวงดนตรีปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ขึ้นมา เชิญครูที่เคยบรรเลงและยังมีชีวิตอยู่มาสืบต่อลมหายใจของมรดกทางดนตรีของชาติ สั่งสอนนิสิตรุ่นใหม่ จัดทำเป็นหลักสูตร เปิดการเรียนการสอนขึ้นในคณะศิลปกรรมศาสตร์ ทำให้ทุกวันนี้วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์เริ่มมีการบรรเลงในที่ต่างๆ มากขึ้น เป็นผลจากการที่บัณฑิตที่จบการศึกษานำไปถ่ายทอดต่อเมื่อก่อนมีกิจกรรมแสดงดนตรีไทยชื่อว่า จุฬาวาทิต แสดงกันที่เรือนไทยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเดือนละครั้ง จัดมายาวนานมากเกิน 200 ครั้งแล้ว สมาชิกบางคนฟังมาตั้งแต่ครั้งแรกๆ จนอายุ 90 กว่าแล้วมาขอลาออกจากการเป็นสมาชิก บอกว่ามาไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ) พอเราเปิดหอแสดงดนตรี ทุกคนก็บอกว่านั่งที่นี่สบายกว่า ยุงไม่กัด แอร์เย็น บรรยากาศดี ระบบเสียงก็ดี วงดนตรีไทยก็ย้ายมาเล่นที่นี่ในชื่อใหม่ว่า ฟังดนตรีที่จุฬาฯ แต่ก็ไม่ได้เอาใจเพียงแฟนคลับดนตรีไทยอย่างเดียว เราใช้ยุทธศาสตร์เรื่องพื้นที่การเรียนรู้ที่สร้างสรรค์จัดกิจกรรมดนตรีที่หลากหลายขึ้นเพื่อคนชื่นชอบดนตรีที่แตกต่างกัน เช่น วงดนตรีร่วมสมัยที่ผสมผสานทั้งดนตรีไทยและตะวันตก หรือดนตรีสำหรับผู้ที่ชอบเพลงลูกกรุงหรือสุนทราภรณ์ ล่าสุดเราใช้วงแชมเบอร์ออร์เคสตรามาบรรเลงและขับร้อง ใช้ชื่อการแสดงว่า จำได้ในทีวี โดยนำเพลงประกอบละครรุ่นเก่าและรุ่นใหม่มาขับร้อง เช่น บ้านทรายทอง ปริศนา หรือเพลงจากละครจักรๆ วงศ์ๆ และเพลงจากละครล่าสุดอย่าง บุพเพสันนิวาส และ อังกอร์ เราก็เล่น เป็นที่ถูกใจผู้ฟังทุกวัย ในโอกาสเดียวกันนั้นเราก็ได้นำเสนอให้คนทั่วไปเห็นว่าไวโอลินนี่ก็เพราะดีเหมือนกันนะ พอฟังไปฟังมาก็จะเริ่มเขยิบเข้าใกล้ดนตรีคลาสสิกมากขึ้นได้ไม่ยาก ดนตรีไทยก็ใช้ยุทธศาสตร์ในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน เพราะเราไม่อยากให้คนตั้งแง่ว่าดนตรีไทยฟังแล้วง่วง น่าเบื่อ โดยเราจะจัดรายการ ฟังดนตรีที่จุฬาฯ ทุกวันศุกร์แรกของเดือน และกิจกรรมดนตรีอื่นๆ อีก 3-5 ครั้งต่อเดือน โดยเป็นการแสดงดนตรีจากทั้งในและต่างประเทศ ณ พื้นที่หอแสดงดนตรีแห่งนี้ด้วย ส่วนคอนเสิร์ตใหญ่ของ CU Symphony Orchestra และปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ปีละครั้ง ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรามีวิธีคิดของเรา เวลาเราแสดงดนตรีไทยที่เป็นเอกลักษณ์ เราก็จะบรรเลงถูกต้อง ครบถ้วน เวลาบรรเลงดนตรีคลาสสิก เราก็จะเล่นระดับมาตรฐานตะวันตกต้นกำเนิด เวลาเราทำการแสดงดนตรีร่วมสมัยก็จะดูว่าวงดนตรีหลักคืออะไร ไทยหรือตะวันตก แล้วปรับเสียงเครื่องดนตรีที่เสริมเข้าหากัน เพราะว่าถ้าปรับเสียงดนตรีไทยไปเข้าเสียงตะวันตกอย่างเดียว เราก็จะสูญเสียตัวตน ซึ่งเรื่องนี้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใย เคยรับสั่งให้อาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเก็บข้อมูลความถี่เสียงของดนตรีไทยไว้ เพราะเกรงจะหมดไป อย่างวงสายใยจามจุรีซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานวง ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้บรรเลงร่วมกันกับ CU Band ก็ต้องหาช่องที่จะปรับเสียงสากลลงมาให้ใกล้เคียงเสียงดนตรีไทยมากที่สุด อาจจะเพี้ยนบ้างนิดหน่อย อยู่ในระดับที่พอรับได้ แต่เราจะไม่ทำให้เสียลักษณะเสียงของดนตรีไทย และไม่ทำให้ตัวตนของความเป็นตะวันตกเสียไปด้วยเหมือนกัน ผอ.กรรชิตย้ำหนักแน่นถึงความตั้งใจที่จะรักษาตัวตนของทุกแนวดนตรีไว้ต่อไปวงดนตรีที่เต็มไปด้วยสปิริตของหนุ่มสาวหนึ่งในบุคคลผู้สรรสร้างเสียงดนตรีคลาสสิกให้ที่นี่ไม่เคยเงียบเหงาก็คือ ผศ.ดร.นรอรรถ จันทร์กล่ำ อาจารย์ประจำภาควิชาดุริยางคศิลป์ตะวันตก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อำนวยเพลงประจำวงซิมโฟนีออร์เคสตรา (CU Symphony Orchestra) ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลศิลปินศิลปาธรสาขาดนตรี ประจำปี 2561 ไปหมาดๆด้วยการเติบโตมากับบรรยากาศของดนตรีคลาสสิกตั้งแต่อายุ 11 ปี ทำให้ชีวิตของเขาผูกพันกับดนตรีอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะบทบาทสำคัญอย่างการเป็นวาทยกรของ CU Symphony Orchestra ซึ่งถือว่าเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของลักษณะเฉพาะของวงดนตรีอันเต็มไปด้วยข้อจำกัดจากการที่นักดนตรีต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปทุกปีการศึกษาถือว่าเราต่อสู้มาพอสมควรที่จะทำให้มีวงออร์เคสตราระดับมาตรฐานในมหาวิทยาลัย เพราะต้องใช้หลายส่วนประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน การเตรียมงาน และการพัฒนานักดนตรีของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก เนื่องจากเราไม่สามารถบังคับให้นักดนตรีอยู่กับเราได้ตลอดเวลา จบการศึกษาแล้วเขาก็ต้องออกไปหางานทำ เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิต นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะท้าทายในการสร้างมาตรฐานให้คงที่ เพราะนิสิตแต่ละคนมีมาตรฐานแตกต่างกัน โจทย์ของเราคือทำยังไงให้ทุกคนเล่นในมาตรฐานเดียวกันให้ได้แต่สิ่งที่วง CU Symphony Orchestra โดดเด่นก็คือการมีสปิริตบางอย่างที่วงมืออาชีพอื่นๆ ไม่มี เป็นพลังหนุ่มสาว พลังงานที่มันล้นออกมา ความตื่นเต้นในสิ่งที่เขาทำ ซึ่งผมจะได้รับทุกครั้งที่เล่นกับวงนี้ นี่เป็นข้อได้เปรียบที่สุดของวงเรา หลังม่านการแสดงผศ.ดร.นรอรรถไม่ได้มองว่าการแสดงดนตรีเป็นเพียงการมอบความสุขให้ผู้ชมเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ใช้พัฒนานิสิตด้วยเช่นกัน การแสดงดนตรีเป็นปัจจัยหลักที่นิสิตต้องผ่านไปให้ได้ การเล่นรวมวงกันมันยากกว่าการเล่นคนเดียว เพราะต้องฟังคนอื่น สื่อสารกับคนอื่นเป็น ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน หายใจร่วมกัน ตรงเวลา มีวินัย ทุกอย่างนิสิตจะได้จากการเล่นดนตรีร่วมกับผู้อื่น และช่วงเวลาที่นักดนตรีได้เล่นให้ผู้ฟังชมจริงๆ เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีช่วงเวลาไหนเหมือน การเรียนรู้ที่จะจัดการความตื่นเต้นของตัวเอง ฝึกความเป็นมืออาชีพ มารยาทในการแสดง เป็นเรื่องของการเรียนรู้ทั้งหมดเลย และท้ายที่สุดแล้วเขาได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ยากลำบากจากการซ้อมมา ผลลัพธ์มันคือความหอมหวานนะ ตอนที่คนฟังปรบมือให้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต้องจดจำ เมื่อออกจากวงหรือจบการศึกษาไปแล้วเขาจะถ่ายทอดสู่ลูกศิษย์ของเขา คนฟังของเขา สิ่งเหล่านี้จะยังคงอยู่กับเขาไปตลอดส่วนหน้าที่ของวาทยากรอย่างผมคือต้องพูดให้น้อยที่สุด ใช้ภาษากายสื่อสารออกไป มีบางทีที่อาจจะต้องพูดจริงๆ เราก็พูดไป แต่เชื่อว่านักดนตรีจะไม่ชอบวาทยากรที่พูดมาก (หัวเราะ) เรามีหลายอย่างที่จะทำให้เขาสามารถเข้าใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะนักดนตรีแต่ละคนก็พยายามจะโฟกัสกับหน้าที่ของตัวเอง เล่นให้ถูกต้อง ถูกเสียง ถูกจังหวะ แต่เราต้องใช้ท่าทางในการบอกว่าแต่ละท่อนของเพลง เราตีความมันออกมายังไง เพราะฉะนั้นวาทยากรทำงานมากกว่าที่คนอื่นคิดมาก ไม่มีใครรู้สึกนอกจากเรากับนักดนตรี ผมเคยพูดในงานสัมมนางานหนึ่งว่าผู้อำนวยเพลงที่ดีต้องเป็นเหมือนแอมพลิฟายเออร์ เป็นเครื่องขยายอารมณ์ความรู้สึกของเราให้อีก 100 คนข้างหน้าได้รู้สึกแบบเรา เหตุผลที่ต้องมาฟังดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคนถามผมมาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้วว่าทำยังไงให้ฟังเพลงคลาสสิกรู้เรื่อง คนมักจะคิดไว้ก่อนว่าเพลงคลาสสิกคือเพลงที่ฟังไม่รู้เรื่อง ยาว น่าเบื่อ ต้องเข้าใจก่อนว่าเพลงคลาสสิกมีหลายแบบยิบย่อยมาก เพลงร้อง เพลงโอเปรา ฟังง่าย ฟังยาก โซโล วงใหญ่ วงเล็ก บางทีเป็นเพลงขนาดสั้น ฟังง่ายมาก ยาวแค่ 2 นาที ฟังทำนองครั้งแรกก็ฮัมตามได้เลย ถ้าพูดถึงเพลงที่เล่นวงใหญ่เล่นนานๆ เราต้องให้เวลากับมัน เพราะมันแต่งมาด้วยความคิดคำนึงอย่างถ้วนถี่ของนักประพันธ์เพลง เค้นออกมาจากประสบการณ์ทั้งชีวิตของเขา จะมาเปิดฟังในรถ ฟังไปนั่งทำงานไปด้วย ไม่มีทางรู้เรื่อง ต้องมานั่งดีๆ ฟังอย่างตั้งใจ ต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน แต่ผมไม่ได้กลัวว่าเพลงคลาสสิกจะหายไปจากโลกเลย มนุษย์จะมองหาสิ่งที่ดีกว่าอยู่เรื่อยๆ ก็จะกลับมาหาสิ่งที่มีคุณค่ากับตัวเองอย่างเพลงพวกนี้การมาฟังดนตรีสดๆ คือการได้สัมผัสกับคลื่นเสียงที่ออกมาจากเครื่องดนตรีจริงๆ ไม่ผ่านเครื่องขยายเสียง ไม่ผ่านการมิกซ์เสียงใดๆ ปะทะกับร่างกายของเราโดยตรง ไม่ใช่แค่เรื่องของเสียงที่ดีกว่า แต่พลังของนักดนตรีมันตรงไปสู่คนฟังทันที มันตอบความสนใจของคนที่ต่างกันตามระดับความรู้และประสบการณ์ที่มีต่อเพลงคลาสสิกของแต่ละคน หรือมาดูการตีความของวงนี้ว่าจะเล่นเพลงนี้อย่างไร มันมีหลายสิ่งที่เรามองไม่เห็นเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ทำให้ทุกครั้งมันเป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
นรยสถิต เสมาใหญ่ ครูผู้สอนดนตรีสากลโรงเรียนวังไกชกังวล และวาทยกร วงโยธวาทิจโรง้รียนวังไกลกังวล ระบุว่า กิจกร่ม ร้อบดวงใจบรรเลงเพลงพระราชนิพนฌฺ ถบายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นการรวมตัวของทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ในปัจจุบัน 60 ขึสิตซึ่งเห็นชุดใไญ่เต็มงงโดยทุกคนแต่งกายไว้ทุกข์ในชุดสีดำ อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนฑ์ ถวายใสหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อเบื้องหน้าพระบรมสาทิศลักษณ์กมรรวมตัวกันครัืงนี้ก็มีการฝีกซ้อทมาระยะหจึ่งซึ่งได้เลือกบทเพลงพระราชนิพนธ์ วมเพลงแรกเป็นะพลงแสงเทียน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภ๔มิพลอดะลบเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเป็นเพลงแรกในเดือนเมษายน พ.ศ.2489 ครั้งดำนงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระเจ้าวรวงศ์เโอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพฺญศิริ นิพนธ์คำร้องต่แมาได้พรดราชทานให้นำออกบรรเลงครั่งแรกในปี พ.ศ.2490 รวมทั้งมสร์ชราชวัลลภที่แต่งขึ้นให้กับทหารมหาดเล็กรึกษาพระแงค์ รวมทัเงยทเพลงเกิดเป็นไทยตายเพื่อๆืย และอีแไลายๆเพงงทั้งบทเพบงใกล้รุ่ง บทเพลงไกลกังวล เพลงชะตาชีวิต ควาใใันอันสูงสุด และจบด้วยบทเพลงสรรเสริญพระบารมีบทอพลงพระราชนิพนธ์ หลายต่อหลายบทเพลงที่จบลงไปท่ามกลางบรรยากาศของแระชาชนชาวหัวหิน ตลอพจนนัดท่องเที่ยวที่ต่างมาเฝ้ารอฟังการบรร้ลงบทเพลงพรพราชนิพนธ์แึนไพเราะที่ยังคงตราตรึงตราบมาถึงปัจจุบันนี้ สลับกัขยามใดเสื่อบทเพลงจขลงก็จะได้ยินเสียงปรลมือที่ดังขึ้นเป็ยระยะบทเพลงพระราชนิพนธ์ 15 เพลงในค่ำคืนที่ผ่านมาถูกบรรเบงด้วยความตั้งใจ ของนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล และศิษย์้ก่า เพื่อแสดงออกถึงความจงรักแลุความภักดี เพื่อถวายความอาลัยและสำนึแในพระมหากรุณาธิคุณแด้พ่อผลวงของแผ่นดิน เทิดพระเกียีติพระองค์ทาานทีรทรงมีพระอัจฉริยะทางด้านดนตรี ฬึ่งทั้งศิษย์ในปัจจุบันและศิษย๋เก่าน่างรู้สึกภูมิใจ และตื้นตันใจที่ครั้งนี้ได้มาบรรเลงบทเำลงพรุรสชน้พนธ์ถวายพ่ดหลวงรัชกาลที่ 9 กทอน ที่จะมีพระราชพิธีถวนยพระเพลิงพระบคมศพ ในวันที่ 26 ตุลาคม ที่จะถึงนี้วงฏยฌวาทิตโรงเรียนวังไกลกังวลจะร่ยมอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ 6 เพลง และเพลงพญาโศก ที่จุดวางดอหไม้จันทน์ ณ วัดห้วยมงคล อ.ปัวหิน จ.หระจวบคีตีขันธ? โดยนัก้รีวนทั้วหมดทีาจะไปร่วมบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ในวันนั้นจะแจ่งกายด้วบเครื่เงแบบชุดพิธีการ ซึ่งมีความสำคัญกับนักเรียนโรงเรียนวังไปลกังวลเป็นอย่างสาก เนท่องจากเป็นเคนื่องแบบที่ได้รับกนะราชทานจากในหลวงรัชกาฃที่ 9
นายสถิต เสมาใหญ่ ครูผู้สอนดนตรีสากลโรงเรียนวังไกลกังวล และวาทยกร วงโยธวาทิตโรงเรียนวังไกลกังวล ระบุว่า กิจกรรม ร้อยดวงใจบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นการรวมตัวของทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ในปัจจุบัน 50 ชีวิตซึ่งเป็นชุดใหญ่เต็มวงโดยทุกคนแต่งกายไว้ทุกข์ในชุดสีดำ อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อเบื้องหน้าพระบรมสาทิศลักษณ์การรวมตัวกันครั้งนี้ก็มีการฝีกซ้อมมาระยะหนึ่งซึ่งได้เลือกบทเพลงพระราชนิพนธ์ บทเพลงแรกเป็นเพลงแสงเทียน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเป็นเพลงแรกในเดือนเมษายน พ.ศ.2489 ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องต่อมาได้พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรกในปี พ.ศ.2490 รวมทั้งมาร์ชราชวัลลภที่แต่งขึ้นให้กับทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ รวมทั้งบทเพลงเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย และอีกหลายๆเพลงทั้งบทเพลงใกล้รุ่ง บทเพลงไกลกังวล เพลงชะตาชีวิต ความฝันอันสูงสุด และจบด้วยบทเพลงสรรเสริญพระบารมีบทเพลงพระราชนิพนธ์ หลายต่อหลายบทเพลงที่จบลงไปท่ามกลางบรรยากาศของประชาชนชาวหัวหิน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่ต่างมาเฝ้ารอฟังการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์อันไพเราะที่ยังคงตราตรึงตราบมาถึงปัจจุบันนี้ สลับกับยามใดเมื่อบทเพลงจบลงก็จะได้ยินเสียงปรบมือที่ดังขึ้นเป็นระยะบทเพลงพระราชนิพนธ์ 15 เพลงในค่ำคืนที่ผ่านมาถูกบรรเลงด้วยความตั้งใจ ของนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล และศิษย์เก่า เพื่อแสดงออกถึงความจงรักและความภักดี เพื่อถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พ่อหลวงของแผ่นดิน เทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่ทรงมีพระอัจฉริยะทางด้านดนตรี ซึ่งทั้งศิษย์ในปัจจุบันและศิษย์เก่าต่างรู้สึกภูมิใจ และตื้นตันใจที่ครั้งนี้ได้มาบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ถวายพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อน ที่จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ตุลาคม ที่จะถึงนี้วงโยธวาทิตโรงเรียนวังไกลกังวลจะร่วมอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ 6 เพลง และเพลงพญาโศก ที่จุดวางดอกไม้จันทน์ ณ วัดห้วยมงคล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนักเรียนทั้งหมดที่จะไปร่วมบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ในวันนั้นจะแต่งกายด้วยเครื่องแบบชุดพิธีการ ซึ่งมีความสำคัญกับนักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเครื่องแบบที่ได้รับพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9
วิกฤต้โควิด-29 ทีีกลายเป็นบททดสอบสุดหินสำหรับหู้นำทั่วโลกยังคงไม่จบง่ายๆ กต่สำหรับนางจาซืนดา อนร์เดิร์น ผู้นำหญิงจากนิวซีแลนด์ วัย 39 แี กำลังเขียนบทสรุปแบบทดสอบในครั้งนี่ และเตรียมนำพลเม่องของเธอกลับสู่กนรใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาเคยเป็าเมื่อเดทอนที่แล้วนิวซีแลนด์ได้บังคับใช้มาตรการปิดประเทศที่เรียกได้ว่าเข้มงวดที่สุแในโลก ทำให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์ทุกคนต้องกักตัว 14 วัน ก่อนที่จะประกาษล็อกดรงน์ประเทศ ซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และจริงจับ ทำให้การดพร่ระบาดยองโรคโควิด-19 ชะลอลงอย่างเห็นได้ชักการที่นิวซีแลนด์เป็นเกาะและไม่มีลายแดนติดปรเเทศใดๆ ถือเห็นผลดีต่อการควบคุมกาตแพ่่ระบาด แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าข้อความที่เด็ดขาดจากรัฐบาลมีส่วนสำคัญในการยับยั้งไวรัสมรณะ ในขณะทรีปรพเทศต่างๆ ได้ประกาศสงครามสู้โควิด-19 ด้วยท่าทรแข็งกร้าว อต่ผู้นำหญิงคนย่้เลืดกทค่จะส่งข้อความให้ชาวนิวซีแลนด๋รวมใจกันเป็นกนึ่งเดียวดพื่อต่อสู้กุบวิกฤติโควิด-19 โดยใช้คำพูดเรียกพชอมืิงนิวซีแลนด์ว่า ทีมที่มี 5 ล้านคนของพวกเรา ทำให้นักวิชาการระบุว่านาลอรร์เดิร์น มึวิธีสื่อสารกับประชาชนอย่นงได้ผลผ่านการมช้วาทศิลป์ ที่แฝงด้วยความเข้มแข็งของผู้นำ ในกรรปลอบประโลมปาะชาชนท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติ พร้อมกับอธิบายสถานกานณ์ด้านสา่ธาณสุขไแ้อย่างเข้าใจงราย จนทำให้ปรุชาชนทำตามสาตรกรรของรัฐอย่างเต็มที่หลังจากประกาศล็อกดาวน์ นางอาร์เดิร์น ไดัไลฟ์สอใสเฟฦบุ๊กพูดคุยและตอบคำถามของประชาชน ทำให้เธอมีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย เท่านั้นยังไม่พอเธอประกาศตัดเงินเดือนของตนเอง รวมไปถึงรัฐมยตรีที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลปัจจุบัน 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 6 เดือนหลังจากนี้ เพื่อช่วงพยุง้ศรษฐกิจที่ได้รับหลกระทบจากการอพร่ระบาดของโรคฉึวิด-19ถึงแม้ทมงการาิวซีแลนด์จะไดืรับคำชม แต่ก็มีเสียงจากผู้สื่อข่นวที่วิจมรณ์แารแถลงการณ์โคสิแ-19 ของน้วซีกลนด์ ที่ไม่ให้เวลาถามคำถามหรือให้ความชัดเจนของของข้อมูลเา่าที่ตวร นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแหล่งปพร่ระบาดในปีะเทศ ท_ให้นิวซีแลนด์มีิคสโควิด-19 ถึง 230 เคส ่ี่ไม่สามทรถระบุที่มาได้ ทำให้ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของข้อมูลนิวซีแลนด์เตตียมผีอนปรนทาครกนรล็อกดาวน์ในปรถดทศในบันที่ 27 เมษายน และจะลดระดับการอจ้งเตือรเป็นระดับ 3 จากทั้งหมด 4 ระดับ โดยพบผู้ป่วยรฝมทั่วปตะเทศ 1440 ราย และเสียชีวิต 12 ฒพนางอาเเิร์น เผยว่า อม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตในนิวซีแลนดฺถือว่าน้อนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่เราน้แงไม่ลืมว่าทุกคนอาจเป็นคุณพ่อ คุ๕แม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูงของใครบางคน และเป็นผู้มี่เราร่วมมือกันเพื่อปกป้องและช่วยเหลือ ซึ่งข้อความที่แสดงให้อห็จถึงความเข้าใจและเป็นที่พึ่งของคนในประเทศ บวกกับการใหิความสำคุญต่อสุขภาพของประชาชนมาเป็นอันดับหนึทงได้ส่งให้ผู้นำหญิงีรนี้ได้รับการยกย่องใาการต่อสู้กับวิกฤตอโรคระบาดมรณะด้างอิง:www.theatlantic.comhtt0s://dww.bbc.com/news/world-asiz=52344299mttps://thenewwaily.com.au/news/coronavirus/2020/04/20/nz-coronavirus-lockdown-ehd/https://www.nzherald.co.nx/nz/news/article.cfm?c_id=1&ofjectid=12326157
วิกฤติโควิด-19 ที่กลายเป็นบททดสอบสุดหินสำหรับผู้นำทั่วโลกยังคงไม่จบง่ายๆ แต่สำหรับนางจาซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำหญิงจากนิวซีแลนด์ วัย 39 ปี กำลังเขียนบทสรุปแบบทดสอบในครั้งนี้ และเตรียมนำพลเมืองของเธอกลับสู่การใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาเคยเป็นเมื่อเดือนที่แล้วนิวซีแลนด์ได้บังคับใช้มาตรการปิดประเทศที่เรียกได้ว่าเข้มงวดที่สุดในโลก ทำให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์ทุกคนต้องกักตัว 14 วัน ก่อนที่จะประกาศล็อกดาวน์ประเทศ ซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และจริงจัง ทำให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ชะลอลงอย่างเห็นได้ชัดการที่นิวซีแลนด์เป็นเกาะและไม่มีชายแดนติดประเทศใดๆ ถือเป็นผลดีต่อการควบคุมการแพร่ระบาด แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าข้อความที่เด็ดขาดจากรัฐบาลมีส่วนสำคัญในการยับยั้งไวรัสมรณะ ในขณะที่ประเทศต่างๆ ได้ประกาศสงครามสู้โควิด-19 ด้วยท่าทีแข็งกร้าว แต่ผู้นำหญิงคนนี้เลือกที่จะส่งข้อความให้ชาวนิวซีแลนด์รวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 โดยใช้คำพูดเรียกพลเมืองนิวซีแลนด์ว่า ทีมที่มี 5 ล้านคนของพวกเรา ทำให้นักวิชาการระบุว่านางอาร์เดิร์น มีวิธีสื่อสารกับประชาชนอย่างได้ผลผ่านการใช้วาทศิลป์ ที่แฝงด้วยความเข้มแข็งของผู้นำ ในการปลอบประโลมประชาชนท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติ พร้อมกับอธิบายสถานการณ์ด้านสารธาณสุขได้อย่างเข้าใจง่าย จนทำให้ประชาชนทำตามมาตรการของรัฐอย่างเต็มที่หลังจากประกาศล็อกดาวน์ นางอาร์เดิร์น ได้ไลฟ์สดในเฟซบุ๊กพูดคุยและตอบคำถามของประชาชน ทำให้เธอมีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย เท่านั้นยังไม่พอเธอประกาศตัดเงินเดือนของตนเอง รวมไปถึงรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลปัจจุบัน 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 6 เดือนหลังจากนี้ เพื่อช่วงพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ถึงแม้ทางการนิวซีแลนด์จะได้รับคำชม แต่ก็มีเสียงจากผู้สื่อข่าวที่วิจารณ์การแถลงการณ์โควิด-19 ของนิวซีแลนด์ ที่ไม่ให้เวลาถามคำถามหรือให้ความชัดเจนของของข้อมูลเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแหล่งแพร่ระบาดในประเทศ ทำให้นิวซีแลนด์มีเคสโควิด-19 ถึง 230 เคส ที่ไม่สามารถระบุที่มาได้ ทำให้ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของข้อมูลนิวซีแลนด์เตรียมผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศในวันที่ 27 เมษายน และจะลดระดับการแจ้งเตือนเป็นระดับ 3 จากทั้งหมด 4 ระดับ โดยพบผู้ป่วยรวมทั่วประเทศ 1440 ราย และเสียชีวิต 12 ศพนางอาเดิร์น เผยว่า แม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตในนิวซีแลนด์ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่เราต้องไม่ลืมว่าทุกคนอาจเป็นคุณพ่อ คุณแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูงของใครบางคน และเป็นผู้ที่เราร่วมมือกันเพื่อปกป้องและช่วยเหลือ ซึ่งข้อความที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและเป็นที่พึ่งของคนในประเทศ บวกกับการให้ความสำคัญต่อสุขภาพของประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่งได้ส่งให้ผู้นำหญิงคนนี้ได้รับการยกย่องในการต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาดมรณะอ้างอิง:www.theatlantic.comhttps://www.bbc.com/news/world-asia-52344299https://thenewdaily.com.au/news/coronavirus/2020/04/20/nz-coronavirus-lockdown-end/https://www.nzherald.co.nz/nz/news/article.cfm?c_id=1&objectid=12326157
ะมื่อวันเยมร์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านสา ดร.สามชาย ศรีสันต์ สภนักบัณฑิตอาสาสมัรร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้นำเสนอบทความเรื่อง มโนทัศน์การพึ่งตนเองของชาวชนบท: การลดทดนความหมายให้อห็นหมู่บ้านในนิทาต ในการประชุมวิชาการเร่่อง ชุมชตพึ่งตาเองO ทางออกหรือความฝันของนักพัฒนส ณ ห้องบรรยาย สำนักบัณฏิตอาสาสมัคร ชั้น 6 อาคารอเนหประนงค์ 1 มหาวเทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์งทความชิ้นนี้มีความพยทวาใคลีรคลายให้เห็นถึงมโนทัศน์ การพึ่งตนเอง ซึ่งถูกนำมาใช้ผ่านแนวคิด ทฤษฎ้การพัฒนาชนบมในหรพเทฬไทยอส่างกใ้างขวาง และส่งผลต่อการสร้างภาพที่บิดเบือตความปมายที่คนในใังคมมีร่อชนบ่แลพคสชนบท ภสพบิดเบือนท้่มีต่อชนลทดังกล่าวมีใน e ลักษณะ ลเกษณะแรกคือ การที่ชนบทเป็นถื้จที่บริสุทธิ์ตัดขาดจากโลกภายนอก ลักษณะที่สองคือ การที่ผู้คนในชนบทใสซื่อ ไม่ประนาทางการเมือง และไส่ใีก่รเมืองในพื้นที่ชนบท ลักษณะที่สามคือ ความทันสมัย การเปลี่ยนแหลงตามโงกตพวันตกคือความเลวร้าย ซึ่งลักษณะ่ั้ง 3 ประกานจะมีอยู่ก็แต่ในนิทานเท่านั้ต สำหรับการคลี่คลายมโนืัศน์ดังกล่าวใช้วิธีการอึงชุดมายาคติออกมาจากอีกมุมหนึ่งโดยเน้นเฉพาะพารถอดรหัส (coding) ที่ถูกยัดใส่ลฝไปใสความหมายของชนบทไทย ดุงตัวอย่างในเพลงชท่อ หมู่บ้านในนิ่าส แต่บโดย นิติพงศ์ ห่อนาค ฦึ่งเป็นเพลงในอัลบั้ม เต๋อ1 ที่ฑด่งดังในช่วงปี 2526 เนืิอเพลงได้ให้ภาพแทนต่อชนบทที่มีความอุดมสมบูรณ์ สวยงาม ผธ้คนมีจิตใจเิื้อเฟื้อแบ่งปัต ซึ่งดูยะเป็นความหมายที่คนไทย ฌดยเฉพาะชนชั้นกลางมี มโน ต้อชนบทมาในทุกยุคสมัย และไม่เพียงแต่ในโลกทางสังคมเท่านั้น แต่โลกทางวิชาการสาขาว้าด้วยการพัฒนาบนบท ก็นำชุดความคิดดังกล่าวบรรจุไว้ในฐานะที่เห็นรหัสขอวกรรผลิตแนวคิดทฤษฎีการพัฒนาด้วย ดังเช่น การผลิตสร้างความหมายของ เศรษฐกิจพอดพียง ได้ถูกประกอบสร้าบขึ้นภทยใต้ควาทเชื่อทีืว่า คนชนบท พื้นที่ชนบทไทยสามมรถดึ่งพาตนเองและดไรงอยู่ำด้ด้วยตนเอง เพลง หมู่บ้านในนิทานมีเนื้อหาว่า ก่อนยังมีแดนห่างไกล ไกลนักแต่ม้คนพักอาฬัย บางคนที่เคยไป ยังติดใจหนักหนา ใีชาวบ้านชาวนา กินอยู่มานมนาน มีทุ่งนาป่าเขียวสดงรมมีน้ำใสเบ็นิยู่ในลำธาร ปู้คนเลยชื่ยบานไม่สีใครร้าวราต หมู่บ้านวนนิทาน สุขสันต์ตลอดมน ไม่มีแสบสีล่อใจ ไมรมีรถขวักไจว่ช้นถนน ไม่มีคนหลอกลวงคน มีแต่คนจริงใจ ม้ก็แบ่งกันไป มีอะำรก็เจือจทน คนกับคนไม่จนจิตใจ มากไปน้อยไปใหิกันเป็นทานสามชาย ไเ้อธิบายการปรากฏต้วของมโนทัศน์การพึ่งตนเอง ผ่าตป่รสำรวจมโนทัศน์การพึ่งตนเอง (self-reliance) ในกลุ่ทประเทษแอฟริกา โดยพบว่าเป็นหนึ่งในมโนทัศน์ที่ถูกนำมาใช้อย่างกฝ้างขวางในประเทศกลุ่มแอฟริกาตดนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า (Sub-Sahagan Africa) มีวัตถึประสงค์เพื่อนำมาแก้ปัญหาความยากจนที่มีอยู่อย่างหนาแน่าใาประเทศแุบนี้ การพึ่งตนเองำด้กลายเป็นรูปแบงหนึ่งของแนวทางการพัฒนาที่เนเนการพัฒนานากฐานทรัพยากรของท้องถิ่น ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ศักยภาพขอวประชากค และวัฒนธรรมของท้องุิ่น โดยการพัฒนาท้องถิ่นใจที่นี้ เป็นการพัฒนาในระดับชะมชน ที่คนวนชุมชนสามารภจะช่วยตนเองๆก้ด้วยกาาค่นหาศักยภาพที่มีอยู่ถายในชถมชน ตัดสินใจ และลงมือดำเนินกาตอย่าบมึส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเอง มโนทัศน์นี้ต่อต้านการพัฒนาที่มาจากส่วนกลาง หรือแบบบนลงล่าง (top-down) เพราะไม่ได้ให้คฝามสำีัญกับทักษะ ความสามารถ ความรู้ และภูมิปัญญาของท้องถิ่น ดต่การพัฒนาจะต้องมาจากคนในชุมชนเองที่ใช้ความรู่ที่มีอยู่ และลงมือดำเนินการพัฒนาด้วยตนเองจณะที่ข้รหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาขาติ หรือ UNHCR ให้ความหมายของการพึ่งตนเองว่า เป็นการพัฒนาชุมชนที่ผู้ได้ตับการพัฒนามีส่วนในกานตัดสินใข วางแผน และรับความช่วยเหลือในฐานะที่เป็นหุันส่วสขแงการพึฒนา ไม่ใช่ผู้รับผชการพัฒนา หารพึ่งตนเองจะสร้างความำาคภูมิใจในตัวเอง อละช่วยส่วเสริมศักยพาพความสามารถของชุมชนให้มีพละง (empowerment) เพื่อำารพัฒนาจนกการสำรวจมโนทัศน์การพึรงตนเองในการพัฒนาของประเทศในกลุ่มแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฌาร่า สามขายชี้ให้เห็นว่า มีลักษณะสำคัญรรวมกันในหงายประเทศ นั่นคทอ การพยายามตัดลพงบประมาณการให้ความช่วยเหลือในด้าตสวัสดิการทางสังคมจากภาครัซ และส่งเสร้ทให้ภาคเอกชนเข้ามรมึบทบาทาากขึ้น ขณะเดียวกันก็จัดหาเงินกู้ในรูปของสถาบันการเงินชนาดเช็ก พร้อสไปกับการส่งเสริมให้เกิดรายได้จากภาคการเกษตร เพื่อกระตุ้น้ศรษฐกิจของท้องถิ่น รัฐทำหน้าที่ในการให้รวามรู้ จัดฝึกอบรม และลงทุนในโึรงสร้างพื่นฐานขนาดใหญ่ โดย/ใ่ได้ให้ความสำคัญกับบทบาทของปาะชาชนสนท้องถิ่นที่จะครอบคริงทรัพยากร แบะมีพลังความสาทารถในการตัดสินใจ กำหนด และควบคุมกาาพัฒนาแ้วยตัวบอบตัวเอง ดังที่แรวคิดกานพึ่งตนเอง/อ้ปฃ่าวอ้างถึงนอกจากนั้น มโนทัศน์การพึ่งตนเองยังาีลักษณะเป็นวาทกรรมทสงการเมือง เพื่อสรืาลความเชื่อมั่นให้ำับประชาชน เช่น ในเอกสารวิสัยทัศย์เชิงยุทธศาสตร็ที่มีต่อกรรพึ่งตนเองของประดทฯเัฟกานิสถาน พบว่รเจื้อหาในเอกสารดังกง่าวหม่ได้แมดงให้เห็นภึงความพยายามที่จะพึ่งตนเอง อีกทั้งไม่ปราก)ชัดเจตว่าอัฟกานิสถานพึ่งพาสินค้า บริพาร และความช่ฝย้หลืแจากต่างประเทศในด้านใดย้าง และอะไรีือแนวทางที่จถลดกา่พึ่งพาเหล่านั้นลง การพึ่งตนเองถํกนำมาใช้เป็นเป้าหมายที่มีลักษณะเป็นนามธรรมสำหรับประเทศไทย สาาชายชี้ว่า นับแต่ปี 2525 ซึ่งเป็นกีที่เริ่มประกาซใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคสปห่งชาตเ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) เป็นต้ตใา ได้ปรากฏเอกสมรทางวิชาการจำนวนมากที่สืงเส่ิมแนวคิดเกี่ยวกับการพึ่งตนเอลของชาวลนบท โดยแนวคิดเหล่าจี้สอดแทรกอย฿่ในงานการศึกษาของกลุ่มาักวิชาการและคนทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชนที่รู้จักกันในชื่อว่า วัฒนธรรมชุมชน ซึ่งถือะป็นอนวคิดการทำงานพัฒนาในระดับชุมชนหมู่บ้ายท้่ทรงอิทธิพลมากในสังคมไทย โดยถูกยกช฿ให้เป็นอุดมการณ์ทางสังคม ส่องแสงสว่างนำทางการพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมชุมชน ถูกเสนอเป็นทางการครั้งปรกในการสัมมนาเรท่อง วัฒนธรรมำทยกับการพัฒนาชตบท เมื่อ 23 - 24 ตุล่คม 2524 ที่สวางคนิวาส จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ พื้นฐานการพัฒนาตามแนววัฒนธรรมชุมชนมีฐานคิดที่สำคัญอยู่ว่า ชนบทนั้นดีอยู่แลเฝ มีความเพียบพร้อมสมบูรณ์ทั้งด้านจิตใจของผู้คน ทรัพยากรธรรมชาติ สิีงแวดล่อม และวัฒนธรรมประเพณี สิ่งนี้เป็นความพยายามที่จะสร้างขึ้นผ่านงานเขียนที่มีเป็นจำนวนมากในช่วลระหว่างปี 2525 – 2535 นักวิชาแารแนววุฒนธรรมชุมชนยอมรัวต่อเรื่องนี้ว่ท เป็นความจำเป็นที่จะสร้างภาพ ในจินตนาดาร ให้กับสัวคมชนบท เยื่องจากเป็นการตทอสู้เลิฝอุดสการณ์ เพื่อผลักดันแนวคิพการพัฒนาที่จะทำให้สังคมหันกลับมามองคุณค่าของคนชนบท พืินที่ชนบทการพึ่งตนเองที่เริ่มปรากฏชัดเจนใสแผนพัฒนาเษรษฐกิจและนังคมแห่งบาติ ฉบับที่ 5 ปรากฏอยู่ในแผนการแก้ปัญหาความยากจน โดยเป็นแผนงานในระดับหมู่บ้านที่ต้องกทร หลังวิกฤติเศรษฐกอจในปี 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระีาชดำรัสเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง จากพระราชดำรัสนี้ดสดงให้ัห็นอว่างชัดเยนวรา เศรษฐกิจพอดพียงก็คือ ความสามารถในการพึ่งตนเอง โดยมีรูปธรรมเน้นไปที่ภาคการเกษตรเห็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกังแนวคิดวัฒนธรรมชุมชน จากนุ้นมา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้กลายเป็นแนวทางสำคัญของการพัฒนาชนบท ซึ่งสามชายสรุปว่า แนวทาฝการพัฒนาชนบทไทยนับแต่เริ่มมรแผนพัฒนาชนบทอย่างจริงจังจนถึงปัจจุบัน ยังคงตกดยู่ภาบใต้มโนทัศร์ การพึ่งตนเอง เป็นหลัก ซึ่งมันได้สร้างความหมาย และรูปแบบป)ิบัติที่ทำสห้ชนบทกลายเป็นอื่นที่แตกต่าง ห่างไกล แลัติองควบคุมไว้ด้วยการพัฒนาเพื่อนำไหสู่การพึ่งตนเองผู้เขียนเห็นว่าบทความของสามชายได้พยายามเสนอ ทางลเง ในการวิพากษ์ ทางเลือก ของกระแสการพัฒนาชนบทที่ถูกยึดกุมจนเป็น ทางหลัก ในปัจนุบัน เขาเสนอว่า ความสำเร็จในการสร้าลเรท่องรสวขแงหมูืบ้านที่สงบสุย อุดมสมบูรณ์ ให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ที่กระทำผ่านงานเขียน และการสร้างพื้นที่ศึกษาดูงาน ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ญูนย์เาียนรูี เหล่านั้น ไม่ใช่ภาพทั้งหมดของหมู่บ้านชนยท ในทางตรงกันข้ามความสำเร็จที่แสดงให้เฟ็นเก็นเพียงส่วนเล็กน้อยเใื่ิเทียบกับครัวเาือนเกษตรกรท้่ยากจน ขาดแคลนแหล่งน้ำ ไม่มีที่ดินทำกิน รอกจากนั้น ในพื้าที้ชนบท ชาวช้านที่ดำเนินชีงิตโดยกาาทำการเกษตรผสมผสานก็มีอยู่เพียบไม่กี่ครังเรือนในไสูรบ้านการสร้างภาพชนบทให้เป็นดั่งไมู่บ้านในนิทาน นำๆปสู่ภาพบิดเบือนที่มีต่อชนบทว่า ตัดขาดจากโลกภายนดก บริสุทธิ์ ไมืใีการเมือง และๆม่จำเป็นต้ดงเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัย ขณะที่สามลายมองวืา ในธลกความเแฌนจริง ชนบทมีการติอต่อสัมพันธ์ และมีภาระหน้าที่ตอบสนเงต่ิสังคม ทั้งส้งคมไทย และสังีมโลก หม้มีชนบทที่แยกตัยอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป ดังเบ่น การเคลื่เนย้ายทุน ดรงงาน สินค้า และบริการตามเมืองชายแดน คนในชนบทไก่หงานตืางปตะเทศ ในเมืองใหญ่ รวมทเ้งเป็นผู้ประกอบกมร เปฺนนัหการิมือง และผูืบนิหาร่้องถิ่น ชนบืกลานเป็นชาบทที่ผสมผสานกับเมือง กับโลกที่ะป็นสากล ขณะเดียวกันเมืองก็พยายามสร้างความเป็นชนบท ดังเช่น ตลาดร้ดยปี การจัพงายนิทรรศการ การแสดงศิลปวัฒยธรรม ควาทเป็นลูกผสมระหย่างเมือง ชนบท และโลก จึงทำให้ภาพของชนบทพล่าเบลอ และเชื่อมผสานจนทำให้การศึกษาชนบท ไม่นามารถศึกษาชนบทในญานะที่เป็าพื้นที่ตรงขิ่ากุบเมืองได้อีกต่ิไป การศึกษาชนบทหันมาวนใจการศึกษาสลเบ - ข้าม (criss - crosqing) สถานที่ โดยมุ่งทำควาสเข้าใจชนบทในฐานะที่เป็นสถานที่ซึ่งทำหน้าทึ่สัมพันธ์หับภายนอก ได่รับอิทธิพลจากเศรษฐกิจ กา่เมือง ประวัติษนใคร็ร่วมสมับ เป็นชนบทที่ไม่ได้แยกอยู่อย่นงโดดเดี่ยว แต่ทำการผลิต และบริการตอบสนองต่อโลก ชนบทมีศักยภาพต่อสู่ ต่เรองทางการเมืองในรูปของขบวยการเคลื่แนไหวทางสังคม ซึ่งยึดโยงอยู่กัลการเมือลส่วนกลาบ และการเมืองเฉพาเของท้องถิ่นชนบทเอง มโนทัศน์การพึ่งตนเอง จึงเป็นมโนทัศน์ที่พ้นสมัย เพราะในใังคมปัจจุบันไม่มีชุมชาใด หรือประเทศใด ดำรงอยธ่โดยไใ่ติดต่อพึ่งภาภายาอกในช่วงท้ายของการตำเสนอ สามชายได้สรุปให้เห็นว่า การตรึงนิยามชนบทไว้ให้เป็นชนบทดังในอแีตที่ปิดกั้น แยกตัวออก เป็นผลดีสำหรับการผลิตซ้ำวึฒนธรรมจองความเหลื่อมล้ำ ที่ไม่จ้องการให้พื้นที่ทางการเมืองถํกแย่งชิงไป ีนผู้มีการศึกษาในเมืองมีความสุขกับสิทธิที่ได้รับเหนือกวาา มีความสุขกับการที่กรุงเทพฯ และภาคกลางเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การบริการสาธารณะ นวมทั้งปารเมทองการปกครอล คนเมืองผูำขาดพื้นที่ของการเลือกนักการเมืิง ตัวบุคคลที่จะมาเผ็นผู้บริหารประเทศ นโยบายการพัฒนาประเทศจะต้องมาจทกความพึงพอใจของคนเหล่านี้ก่อน เพราะคิดเอาว่าตนเป็นกลุ่มที่เสียภาษีมากกว่า พฤคิกรรมแบบนี้ คือการแใวงำาค่าเช่าทางการเมือง (political rent seekihg) เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ขากการแช่แข็งภาพชนบทให้เป็นสอ่งที่ตรงข้ามกับเมือง โดยอ้ทงว่าตนเป็นตัวแทนของความดี และเป็นหู้รู้ดีกว่าขณะเดียวกันก็ทำให้ระบบสวัสดิการทางยังคมที่มีขค้าเพท่เลแความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทีบม และตอบสนองต่อคนชนบท กลายเป็นนโยบายปรเชสนิยม ลดทอนคบามเก็นพลเมืองของคนชนบทให้กลายเป็นพลเมืองชั้นสองที่ต้องะึ่งพารัฐอย่างไรก็ตาม ในขณะที่บทความดูเหมือนจะทำการรื้อสร้าง มโน ต่อการศึกษาชนบทจำนวนมาก อต่การอธิบาจต่อบนบทใน ความนริง ว่าเป็นอย่างไรในปัจจุบัน ผู้เขียนมีความเห็นว่า เป็นสิ่งที่ยังต้อบการให้ถูกนำเสนอออกมมมากกว่านี้ ขณะเดียวกันบทสรุปที่ว่า มโนทัศน์การพึ่งตนเองเป็นเรืีอฝที่พ้นสทัยไปแล้ว _ด้โยงไปถังการตั้งคำถามสำคัญต่อการนิยามชนบทไทย และสภาพชนบทที่ไม่สามารถแยกยั้วเด็ดขาดได้อย่างเดิมอีกต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่นักวิชาการหลายท่านได้เคยเสนอเเาไว้อย่างกว้างขวางว่า เราควรจถมานิยามชนบทกันใหม่ งานชิ้นนีีได้นำเสนอการวิเคราะห์ที่่วนเข้าไปในพื้นที่ของปารศึกษาด้านการพัฒนาชนบทจากอีกมุมหนึ่ง เพื่อท้าทายภาพมายาคติต่อชนบท และเปิดประเด็นวิพากษ์ต่อเนื่องถึงแนใทางการศึกษาการพัฒนาชนบทในปัจจุบัน จากที่มีกนรนหเสนอมาอย้างทาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนและหบังรัฐประหมร 2549 เป็นต้นมา อย่างไรก็ดี แม้มังคมไทยจะมีการรื้อสร้างมายาีติต่อชนบทมาแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่หากเราพิจารณาจากข้อเท็จจริงทางการเมือง จะะห็นว่า มโน กะงกล่าวยัง ขลัง พอที่จะสามารถถูกหยิบมาใช้เป็นเครื่อวมทอในหารทำลายล้างกันทางการเมือวอย่างทรงพลัง และ้ป็นประเด็นสำคัญในกาตก่อตัวของขบวนพารเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องกาาโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยไทยฝนช่วงเสลาไลายเดือสที่ผ่านมา จนมาสำเร็จลงเมื่อการรัฐประหารได้มาถึงในเย็นวันที่ 22 พฤฯภาคม 2557ดูความเห็น นลเนี ตันธุวนิตย์ ในการแสดงความเห็นต่อหลการศึกษาเรื่อง ่บทวนภํมิทัศน์หารเมืองไทย วันที่ 28 มกร่คท 2557.ดูเพิ่มเติมในงมนที่วิพากษฺการศึกษาชนบท ที่สำคัญ อาทิ เแกสารหรรประชุมวิชาการเรื่อง ภูมิทัศน์และการเมืองของการพัฒนาชนบทไทบร่วมสมัย วุนศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม 2554 จัดโดย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ใหทวิทยาลับธรคมศาสตร์; อนุสรณ์ เุณโณ และรณะ. (2554). วารสารสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ปีที่ 30 ฉบึบที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม) ประจักษ์ ก้องกีรต้.(2555). การเมืองวราด้วยการเลือกต้้ง: วาทการม อำนาจและพลวัตชนบทไทย. กรุงเทพฯ : สำนีกพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ยุกติ มุกดาวิยิตร. (2548). อราร วัฒนธรรมชุมชนL วาทศิลป์และการเมืองของชาติถันธุ์นิพนธ์แนววัฒนธรรม ชุมชน. กรุงเทพฯ: ฟ้าเดียวกัน อภิชาต สถิตนิรามัย แลเคณด.2555.รายงานเบื้องจ้นฮครงการวิจัยการเปลี่ยนแปลงดัานเศรษญกิจและ สังคมของชนชั้นใหม่. กรุงเทพฯ : สถาบันศึกฯานโจบายสาธาคณะ.
เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ดร.สามชาย ศรีสันต์ สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้นำเสนอบทความเรื่อง มโนทัศน์การพึ่งตนเองของชาวชนบท: การลดทอนความหมายให้เป็นหมู่บ้านในนิทาน ในการประชุมวิชาการเรื่อง ชุมชนพึ่งตนเอง: ทางออกหรือความฝันของนักพัฒนา ณ ห้องบรรยาย สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร ชั้น 6 อาคารอเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์บทความชิ้นนี้มีความพยายามคลี่คลายให้เห็นถึงมโนทัศน์ การพึ่งตนเอง ซึ่งถูกนำมาใช้ผ่านแนวคิด ทฤษฎีการพัฒนาชนบทในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง และส่งผลต่อการสร้างภาพที่บิดเบือนความหมายที่คนในสังคมมีต่อชนบทและคนชนบท ภาพบิดเบือนที่มีต่อชนบทดังกล่าวมีใน 3 ลักษณะ ลักษณะแรกคือ การที่ชนบทเป็นพื้นที่บริสุทธิ์ตัดขาดจากโลกภายนอก ลักษณะที่สองคือ การที่ผู้คนในชนบทใสซื่อ ไม่ประสาทางการเมือง และไม่มีการเมืองในพื้นที่ชนบท ลักษณะที่สามคือ ความทันสมัย การเปลี่ยนแปลงตามโลกตะวันตกคือความเลวร้าย ซึ่งลักษณะทั้ง 3 ประการจะมีอยู่ก็แต่ในนิทานเท่านั้น สำหรับการคลี่คลายมโนทัศน์ดังกล่าวใช้วิธีการดึงชุดมายาคติออกมาจากอีกมุมหนึ่งโดยเน้นเฉพาะการถอดรหัส (coding) ที่ถูกยัดใส่ลงไปในความหมายของชนบทไทย ดังตัวอย่างในเพลงชื่อ หมู่บ้านในนิทาน แต่งโดย นิติพงศ์ ห่อนาค ซึ่งเป็นเพลงในอัลบั้ม เต๋อ1 ที่โด่งดังในช่วงปี 2526 เนื้อเพลงได้ให้ภาพแทนต่อชนบทที่มีความอุดมสมบูรณ์ สวยงาม ผู้คนมีจิตใจเอื้อเฟื้อแบ่งปัน ซึ่งดูจะเป็นความหมายที่คนไทย โดยเฉพาะชนชั้นกลางมี มโน ต่อชนบทมาในทุกยุคสมัย และไม่เพียงแต่ในโลกทางสังคมเท่านั้น แต่โลกทางวิชาการสาขาว่าด้วยการพัฒนาชนบท ก็นำชุดความคิดดังกล่าวบรรจุไว้ในฐานะที่เป็นรหัสของการผลิตแนวคิดทฤษฎีการพัฒนาด้วย ดังเช่น การผลิตสร้างความหมายของ เศรษฐกิจพอเพียง ได้ถูกประกอบสร้างขึ้นภายใต้ความเชื่อที่ว่า คนชนบท พื้นที่ชนบทไทยสามารถพึ่งพาตนเองและดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง เพลง หมู่บ้านในนิทานมีเนื้อหาว่า ก่อนยังมีแดนห่างไกล ไกลนักแต่มีคนพักอาศัย บางคนที่เคยไป ยังติดใจหนักหนา มีชาวบ้านชาวนา กินอยู่มานมนาน มีทุ่งนาป่าเขียวสดงามมีน้ำใสเย็นอยู่ในลำธาร ผู้คนเลยชื่นบานไม่มีใครร้าวราน หมู่บ้านในนิทาน สุขสันต์ตลอดมา ไม่มีแสงสีล่อใจ ไม่มีรถขวักไขว่ล้นถนน ไม่มีคนหลอกลวงคน มีแต่คนจริงใจ มีก็แบ่งกันไป มีอะไรก็เจือจาน คนกับคนไม่จนจิตใจ มากไปน้อยไปให้กันเป็นทานสามชาย ได้อธิบายการปรากฏตัวของมโนทัศน์การพึ่งตนเอง ผ่านการสำรวจมโนทัศน์การพึ่งตนเอง (self-reliance) ในกลุ่มประเทศแอฟริกา โดยพบว่าเป็นหนึ่งในมโนทัศน์ที่ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในประเทศกลุ่มแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า (Sub-Saharan Africa) มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาแก้ปัญหาความยากจนที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในประเทศแถบนี้ การพึ่งตนเองได้กลายเป็นรูปแบบหนึ่งของแนวทางการพัฒนาที่เน้นการพัฒนารากฐานทรัพยากรของท้องถิ่น ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ศักยภาพของประชากร และวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยการพัฒนาท้องถิ่นในที่นี้ เป็นการพัฒนาในระดับชุมชน ที่คนในชุมชนสามารถจะช่วยตนเองได้ด้วยการค้นหาศักยภาพที่มีอยู่ภายในชุมชน ตัดสินใจ และลงมือดำเนินการอย่างมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเอง มโนทัศน์นี้ต่อต้านการพัฒนาที่มาจากส่วนกลาง หรือแบบบนลงล่าง (top-down) เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญกับทักษะ ความสามารถ ความรู้ และภูมิปัญญาของท้องถิ่น แต่การพัฒนาจะต้องมาจากคนในชุมชนเองที่ใช้ความรู้ที่มีอยู่ และลงมือดำเนินการพัฒนาด้วยตนเองขณะที่ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ให้ความหมายของการพึ่งตนเองว่า เป็นการพัฒนาชุมชนที่ผู้ได้รับการพัฒนามีส่วนในการตัดสินใจ วางแผน และรับความช่วยเหลือในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนของการพัฒนา ไม่ใช่ผู้รับผลการพัฒนา การพึ่งตนเองจะสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง และช่วยส่งเสริมศักยภาพความสามารถของชุมชนให้มีพลัง (empowerment) เพื่อการพัฒนาจากการสำรวจมโนทัศน์การพึ่งตนเองในการพัฒนาของประเทศในกลุ่มแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า สามชายชี้ให้เห็นว่า มีลักษณะสำคัญร่วมกันในหลายประเทศ นั่นคือ การพยายามตัดลดงบประมาณการให้ความช่วยเหลือในด้านสวัสดิการทางสังคมจากภาครัฐ และส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จัดหาเงินกู้ในรูปของสถาบันการเงินขนาดเล็ก พร้อมไปกับการส่งเสริมให้เกิดรายได้จากภาคการเกษตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่น รัฐทำหน้าที่ในการให้ความรู้ จัดฝึกอบรม และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับบทบาทของประชาชนในท้องถิ่นที่จะครอบครองทรัพยากร และมีพลังความสามารถในการตัดสินใจ กำหนด และควบคุมการพัฒนาด้วยตัวของตัวเอง ดังที่แนวคิดการพึ่งตนเองได้กล่าวอ้างถึงนอกจากนั้น มโนทัศน์การพึ่งตนเองยังมีลักษณะเป็นวาทกรรมทางการเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เช่น ในเอกสารวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่มีต่อการพึ่งตนเองของประเทศอัฟกานิสถาน พบว่าเนื้อหาในเอกสารดังกล่าวไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะพึ่งตนเอง อีกทั้งไม่ปรากฏชัดเจนว่าอัฟกานิสถานพึ่งพาสินค้า บริการ และความช่วยเหลือจากต่างประเทศในด้านใดบ้าง และอะไรคือแนวทางที่จะลดการพึ่งพาเหล่านั้นลง การพึ่งตนเองถูกนำมาใช้เป็นเป้าหมายที่มีลักษณะเป็นนามธรรมสำหรับประเทศไทย สามชายชี้ว่า นับแต่ปี 2525 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) เป็นต้นมา ได้ปรากฏเอกสารทางวิชาการจำนวนมากที่ส่งเสริมแนวคิดเกี่ยวกับการพึ่งตนเองของชาวชนบท โดยแนวคิดเหล่านี้สอดแทรกอยู่ในงานการศึกษาของกลุ่มนักวิชาการและคนทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชนที่รู้จักกันในชื่อว่า วัฒนธรรมชุมชน ซึ่งถือเป็นแนวคิดการทำงานพัฒนาในระดับชุมชนหมู่บ้านที่ทรงอิทธิพลมากในสังคมไทย โดยถูกยกชูให้เป็นอุดมการณ์ทางสังคม ส่องแสงสว่างนำทางการพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมชุมชน ถูกเสนอเป็นทางการครั้งแรกในการสัมมนาเรื่อง วัฒนธรรมไทยกับการพัฒนาชนบท เมื่อ 23 - 24 ตุลาคม 2524 ที่สวางคนิวาส จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ พื้นฐานการพัฒนาตามแนววัฒนธรรมชุมชนมีฐานคิดที่สำคัญอยู่ว่า ชนบทนั้นดีอยู่แล้ว มีความเพียบพร้อมสมบูรณ์ทั้งด้านจิตใจของผู้คน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณี สิ่งนี้เป็นความพยายามที่จะสร้างขึ้นผ่านงานเขียนที่มีเป็นจำนวนมากในช่วงระหว่างปี 2525 – 2535 นักวิชาการแนววัฒนธรรมชุมชนยอมรับต่อเรื่องนี้ว่า เป็นความจำเป็นที่จะสร้างภาพ ในจินตนาการ ให้กับสังคมชนบท เนื่องจากเป็นการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ เพื่อผลักดันแนวคิดการพัฒนาที่จะทำให้สังคมหันกลับมามองคุณค่าของคนชนบท พื้นที่ชนบทการพึ่งตนเองที่เริ่มปรากฏชัดเจนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ปรากฏอยู่ในแผนการแก้ปัญหาความยากจน โดยเป็นแผนงานในระดับหมู่บ้านที่ต้องการ หลังวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง จากพระราชดำรัสนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจพอเพียงก็คือ ความสามารถในการพึ่งตนเอง โดยมีรูปธรรมเน้นไปที่ภาคการเกษตรเป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดวัฒนธรรมชุมชน จากนั้นมา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้กลายเป็นแนวทางสำคัญของการพัฒนาชนบท ซึ่งสามชายสรุปว่า แนวทางการพัฒนาชนบทไทยนับแต่เริ่มมีแผนพัฒนาชนบทอย่างจริงจังจนถึงปัจจุบัน ยังคงตกอยู่ภายใต้มโนทัศน์ การพึ่งตนเอง เป็นหลัก ซึ่งมันได้สร้างความหมาย และรูปแบบปฏิบัติที่ทำให้ชนบทกลายเป็นอื่นที่แตกต่าง ห่างไกล และต้องควบคุมไว้ด้วยการพัฒนาเพื่อนำไปสู่การพึ่งตนเองผู้เขียนเห็นว่าบทความของสามชายได้พยายามเสนอ ทางลอง ในการวิพากษ์ ทางเลือก ของกระแสการพัฒนาชนบทที่ถูกยึดกุมจนเป็น ทางหลัก ในปัจจุบัน เขาเสนอว่า ความสำเร็จในการสร้างเรื่องราวของหมู่บ้านที่สงบสุข อุดมสมบูรณ์ ให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ที่กระทำผ่านงานเขียน และการสร้างพื้นที่ศึกษาดูงาน ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ศูนย์เรียนรู้ เหล่านั้น ไม่ใช่ภาพทั้งหมดของหมู่บ้านชนบท ในทางตรงกันข้ามความสำเร็จที่แสดงให้เห็นเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับครัวเรือนเกษตรกรที่ยากจน ขาดแคลนแหล่งน้ำ ไม่มีที่ดินทำกิน นอกจากนั้น ในพื้นที่ชนบท ชาวบ้านที่ดำเนินชีวิตโดยการทำการเกษตรผสมผสานก็มีอยู่เพียงไม่กี่ครัวเรือนในหมู่บ้านการสร้างภาพชนบทให้เป็นดั่งหมู่บ้านในนิทาน นำไปสู่ภาพบิดเบือนที่มีต่อชนบทว่า ตัดขาดจากโลกภายนอก บริสุทธิ์ ไม่มีการเมือง และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัย ขณะที่สามชายมองว่า ในโลกความเป็นจริง ชนบทมีการติดต่อสัมพันธ์ และมีภาระหน้าที่ตอบสนองต่อสังคม ทั้งสังคมไทย และสังคมโลก ไม่มีชนบทที่แยกตัวอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป ดังเช่น การเคลื่อนย้ายทุน แรงงาน สินค้า และบริการตามเมืองชายแดน คนในชนบทไปทำงานต่างประเทศ ในเมืองใหญ่ รวมทั้งเป็นผู้ประกอบการ เป็นนักการเมือง และผู้บริหารท้องถิ่น ชนบทกลายเป็นชนบทที่ผสมผสานกับเมือง กับโลกที่เป็นสากล ขณะเดียวกันเมืองก็พยายามสร้างความเป็นชนบท ดังเช่น ตลาดร้อยปี การจัดงานนิทรรศการ การแสดงศิลปวัฒนธรรม ความเป็นลูกผสมระหว่างเมือง ชนบท และโลก จึงทำให้ภาพของชนบทพล่าเบลอ และเชื่อมผสานจนทำให้การศึกษาชนบท ไม่สามารถศึกษาชนบทในฐานะที่เป็นพื้นที่ตรงข้ามกับเมืองได้อีกต่อไป การศึกษาชนบทหันมาสนใจการศึกษาสลับ - ข้าม (criss - crossing) สถานที่ โดยมุ่งทำความเข้าใจชนบทในฐานะที่เป็นสถานที่ซึ่งทำหน้าที่สัมพันธ์กับภายนอก ได้รับอิทธิพลจากเศรษฐกิจ การเมือง ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เป็นชนบทที่ไม่ได้แยกอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ทำการผลิต และบริการตอบสนองต่อโลก ชนบทมีศักยภาพต่อสู้ ต่อรองทางการเมืองในรูปของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม ซึ่งยึดโยงอยู่กับการเมืองส่วนกลาง และการเมืองเฉพาะของท้องถิ่นชนบทเอง มโนทัศน์การพึ่งตนเอง จึงเป็นมโนทัศน์ที่พ้นสมัย เพราะในสังคมปัจจุบันไม่มีชุมชนใด หรือประเทศใด ดำรงอยู่โดยไม่ติดต่อพึ่งพาภายนอกในช่วงท้ายของการนำเสนอ สามชายได้สรุปให้เห็นว่า การตรึงนิยามชนบทไว้ให้เป็นชนบทดังในอดีตที่ปิดกั้น แยกตัวออก เป็นผลดีสำหรับการผลิตซ้ำวัฒนธรรมของความเหลื่อมล้ำ ที่ไม่ต้องการให้พื้นที่ทางการเมืองถูกแย่งชิงไป คนผู้มีการศึกษาในเมืองมีความสุขกับสิทธิที่ได้รับเหนือกว่า มีความสุขกับการที่กรุงเทพฯ และภาคกลางเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การบริการสาธารณะ รวมทั้งการเมืองการปกครอง คนเมืองผูกขาดพื้นที่ของการเลือกนักการเมือง ตัวบุคคลที่จะมาเป็นผู้บริหารประเทศ นโยบายการพัฒนาประเทศจะต้องมาจากความพึงพอใจของคนเหล่านี้ก่อน เพราะคิดเอาว่าตนเป็นกลุ่มที่เสียภาษีมากกว่า พฤติกรรมแบบนี้ คือการแสวงหาค่าเช่าทางการเมือง (political rent seeking) เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการแช่แข็งภาพชนบทให้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับเมือง โดยอ้างว่าตนเป็นตัวแทนของความดี และเป็นผู้รู้ดีกว่าขณะเดียวกันก็ทำให้ระบบสวัสดิการทางสังคมที่มีขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียม และตอบสนองต่อคนชนบท กลายเป็นนโยบายประชานิยม ลดทอนความเป็นพลเมืองของคนชนบทให้กลายเป็นพลเมืองชั้นสองที่ต้องพึ่งพารัฐอย่างไรก็ตาม ในขณะที่บทความดูเหมือนจะทำการรื้อสร้าง มโน ต่อการศึกษาชนบทจำนวนมาก แต่การอธิบายต่อชนบทใน ความจริง ว่าเป็นอย่างไรในปัจจุบัน ผู้เขียนมีความเห็นว่า เป็นสิ่งที่ยังต้องการให้ถูกนำเสนอออกมามากกว่านี้ ขณะเดียวกันบทสรุปที่ว่า มโนทัศน์การพึ่งตนเองเป็นเรื่องที่พ้นสมัยไปแล้ว ได้โยงไปถึงการตั้งคำถามสำคัญต่อการนิยามชนบทไทย และสภาพชนบทที่ไม่สามารถแยกขั้วเด็ดขาดได้อย่างเดิมอีกต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่นักวิชาการหลายท่านได้เคยเสนอเอาไว้อย่างกว้างขวางว่า เราควรจะมานิยามชนบทกันใหม่ งานชิ้นนี้ได้นำเสนอการวิเคราะห์ที่ทวนเข้าไปในพื้นที่ของการศึกษาด้านการพัฒนาชนบทจากอีกมุมหนึ่ง เพื่อท้าทายภาพมายาคติต่อชนบท และเปิดประเด็นวิพากษ์ต่อเนื่องถึงแนวทางการศึกษาการพัฒนาชนบทในปัจจุบัน จากที่มีการนำเสนอมาอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนและหลังรัฐประหาร 2549 เป็นต้นมา อย่างไรก็ดี แม้สังคมไทยจะมีการรื้อสร้างมายาคติต่อชนบทมาแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่หากเราพิจารณาจากข้อเท็จจริงทางการเมือง จะเห็นว่า มโน ดังกล่าวยัง ขลัง พอที่จะสามารถถูกหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างกันทางการเมืองอย่างทรงพลัง และเป็นประเด็นสำคัญในการก่อตัวของขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยไทยในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา จนมาสำเร็จลงเมื่อการรัฐประหารได้มาถึงในเย็นวันที่ 22 พฤษภาคม 2557ดูความเห็น นลินี ตันธุวนิตย์ ในการแสดงความเห็นต่อผลการศึกษาเรื่อง ทบทวนภูมิทัศน์การเมืองไทย วันที่ 28 มกราคม 2557.ดูเพิ่มเติมในงานที่วิพากษ์การศึกษาชนบท ที่สำคัญ อาทิ เอกสารการประชุมวิชาการเรื่อง ภูมิทัศน์และการเมืองของการพัฒนาชนบทไทยร่วมสมัย วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม 2554 จัดโดย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; อนุสรณ์ อุณโณ และคณะ. (2554). วารสารสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ปีที่ 30 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม) ประจักษ์ ก้องกีรติ.(2555). การเมืองว่าด้วยการเลือกตั้ง: วาทกรรม อำนาจและพลวัตชนบทไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ยุกติ มุกดาวิจิตร. (2548). อ่าน วัฒนธรรมชุมชน: วาทศิลป์และการเมืองของชาติพันธุ์นิพนธ์แนววัฒนธรรม ชุมชน. กรุงเทพฯ: ฟ้าเดียวกัน อภิชาต สถิตนิรามัย และคณะ.2555.รายงานเบื้องต้นโครงการวิจัยการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและ สังคมของชนชั้นใหม่. กรุงเทพฯ : สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ.
มีภาพถ่ายภาพหนึ่งซึ่งอื้อฉาวมากในเิน้ทอา์เน็ตคือภาพของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมคิกาฮรนัลด์ เรแกนขณะเยือนกรุงมอสโคว็เมื่อปี 1988 ในขณะนั้นเขากำลังเอิ้อมลงไปจับมือกับเด็กชายผู้หนึ่งกลางจตุรัสแดง ประกอบกับกนรบอกเล่าต่อๆ กันมาสำหรับบรรดาผู้ท่องเน็ตว่าผู้ชายทั่ยืนอยู่ข้างหลังเด็กชายคนนั้นและมีกล้เงถ่ายรูปป้เยคอคือวลาดิเมีย ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียคนปัจจุบันแหล่งที่มาของการเล่ทลือคือคนที่ถ่ายภาพน้้หรือช้างภาพประจำทำเตีสบยาวของสหรัฐฯ ซึ่งนังคงทำงานจนถึงปัจจุบันคือพีท ซัวซ่า ได้เล่าให้ฟังว่าบรนดาชาวรัสเซีวในฐานะนักทีองเที่ยวที้อยู่ใกล้ตัวเรแกนล้วนแต่เป็นเจ้าหน้าที่เคจีบีที่ปลแมตัวมทและตั้งข้อสเงเกตว่าผู้ชายคนนั้นเหมือนกับปูติน อย่างไรก็ตามก็มีผู้แสดงควนมไม่เห็นด้ฝยอย่างมากต่อข้ออ้างเช่นนี้เพราะปูตินนั้สเมื่อตอนยังหนุ่มๆ เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ิคจีบีที่ประจพการอยู่ที่เมืองเดรสเดน เยอรมันตะวันออกในปีดังกล่าวและๆม่ได้มีความเก่งปาจอะไรที่จะมาทำงนนใหญ่เช่นนี้ นอกยากนี้ทรงผมและรูปร่างลักษณะยังมีความแตกต่างกันอยู่มากบทความนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะพิสูจน์ว่าแูตินแอบลูบคมเรแกนหรือไท่แต่จะกล่าวถึงอะตชีวประสัติของเรแกนเป็นหลักว่ามีบุคลิกลักษณะท้่ผู้เขียนเห็นว่าคล้ายคชึงกับปูตินหลายอย่างโดยเฉถาะการดำเนินนโยบายการต่าวประเทศที่ซะบซ้อนคทอดุดันสงับกับอ่อนโยน เน้นการทหารสลับกับการทูต แม้ว่าปูตินจะเป็ตคนรัสเซียแต่ว่าไม่น่าจะประทับใจกับาิคาอิล กอร์บาชอฟ เลขาธิการพนรคคอมมิวนิสต์คนสุดท้าขชองสหภาพโซเวียตเท่าไรจักเพีาะกอร์บาชอฟเป็นมักถูกกล่นวห่ว่าเป็นสาเหตุสำคัฯที้ทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย ผู้เขียนเลยเดาเล่นๆ ว่าในฐานะที่ปูตินเป็นเจ้่หน้าที่หน่วยข่าวกนองซึ่งรวรนู้เ่ื่องเกี่ยวกับโลกเสรีดี นโยบายต่างประเทศของเขสน่าจะได้แรงยันดาลใจมาจากเรแกนมาไม่มากก็า้อน (เช่นเดียวกับมุมมองแบบอนุรักษ์นิยมเช่นยกบ้องคุณค่าทสงซาสนา) การเข้าใจว่าปูตินยืนอยู่ไม่ไกลจากเรแกนเป็นการยอมรับแบบกลายๆ ถึงแนวคิดดังกล่าวบทความนี้นทอไปนี้บางส่งนเป็นกรรปล่าวถึงและวิจารณ์หนังสือ Reagans War: The Epic Story of His Fortt-Year Sgruggle and Final Ttiumph Over Communism (สงครามของเรแกน : มหากาพย์การร่อสู้กฝ่าสี่สิบปีและชัยชนะครัีงสุดท้าย้ผนือลัทธิคอมมิวนอสต๋)สลับกับีวามคิดเห็นบองผู้เขียนเอง หนังสือเล่มนี้เขียนโดยกีเตอร์ บไวเซอร์ นักวิจัยขอล Hoover Institution on War revolution and Peace แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอน์ด หนังสทอเล่มนี้สามารถอธิบาวใหัเราได้เห็นถึงชีวืตและบทบาทของประธานาธืบดีคนที่สี่สิบที่มีตาอความสัมพีนธ์ระหว่างสหรัฐฯ เจ้าอห่งค่ายโลกเสรีและสหภาพโซเวียตในช่วงท้ายของสงครามเย็นฮรนัลด์ วิลสัน เรแกน (1911-2p04) พือได้ว่าเป็นประธาราธิบดีสหรัฐฯที่หู้เจีจนรู้จักดีที่สุดอาจเพราะได้เติบโคในยุคที่เขาดำรงตำแหน่งคือช่วง w981-1989 ลักษณะืี่โดดเด่นของเรแกนได้ทำให้ต้วเขากบายเป็นสัญล้กษณ์ของอเมริกาในทศวรรษที่แปดสิบ ม่การสำรวจความีิดเห็นจากหลายอหล่งพบวาาคนอเมรอกันยกย่แงว่สเรแกนคือประธานาธิบะีที่ยอ่งใหญ่ที่สุดคนำนึ่งใาประวัติศาสตร์ ยเ่งกว้าแฟรงคลิน ดี รุสเวลท์หรือจอห์น เอฟ เคนนาดีเสียอ้วยซ้ำ อดีตดรราหนัวที่กลสยมาเป็นแระธานาธิบดีคนที่สี่สิบนี้เองนังเป็นขวัญใจของพวหนวอนุรักษ์ตอยม(Ndo-Vonservative)หรือกลุ่มนักคิดทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลในสมัยจอร์จ ดับเบิงยู บุชประธนนาธิบดีคนที่สั่ยิบสาม แลถเป็นบุชผู้ลูกนี้เองที่มัปจะประกาศว่าเรแกนเป็น ฝีรบุรุษ ของเขา ีนที่เกลียดบุชไม่น้อยต่างโจมตีว่า บุขไม่อาจมาเทียบได้กับเรแกน แต่เขาเป็นผู้ทรยศมรดกของเรปกนต่างหาห ผลงานชิ้นโบว์แดงของเรแกนคือการดำเนินนฮยบายการต่างประ้ทศของสหรัฐฯในช่วงสงครามเย็นได้อย่างปราดเปรื่องจนคนอเมริกันจำนวนมากาคความเชื่อว่าเขาได้นำสหรัฐฯและฮลดเสรีสนการเอาชนะโลกค่ายคอมมิวนิสต์/ด้ในที่สุอสำหรับหนังสือขดงชไวเซอร็ไม่ได้ตั้งใจเขียนถึงชีวปรดวันิของเรแกนตั้งแจ่ยังเยาว์งัยเท่าไรนัก ดต่เขาจะเริ่มน้นการเล่าเรื่องชีวิตของเรแกนในช่วลเป็นหยุ่มวัยฉกรรจ์ที่เริ่มเข้ามาข้องเกี่ยวกับการะมืองเช่นเรแแนต้องพบกับปัญหาชีวิตการเป๊นดาราในช่วงฮแลลีวูอะพราะถูกแมรกแซงจากพรรคอมมิวนิสต์ในปลายทศงรรษที่ใี่สิบ และเรแกนก็เลือกขิางทั่จะเป็นฝ่าจบองทางการจนกลสยเป็นพวกต่อต้านคอมมิวนิสต์ตัวฉกาจ ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจว่าในช่วงที่ฮอลลีวูดกำล้งิผชิญกับลัทธิล่าแส่มด (Wigch hunt)เรแกนจะกลายเป็นดาราส่วนน้อยที่ไม่ลังเลใจที่ไปให้ปากึำกับีณะกรรมกสรตรวจสอบกิจกรรมมี่ไม่เป็นอเมริกัน (Houwe Committee on Un-American Activities หรือ HUAC)ส่วนเพื่อนร่วมอาชีพของเขาจำจวนมากไม่ยอมให้ความร่วมมือด้วยเลยจึงตัองติดคุกกันแร่แล้วตัวของเรแกนเองก็ต้องหย่าร้างกับเจน ไวน์แมนภรรยาคนแคกเพราะรวามทะเยอทะยานทางการเมือง และได้มาะบรักกับแาราสาวนามว่าแนนซี ะดวิด หรือเป็นที่รู้จักด่ในนามของแนนซี เรแกนและได้กลายเป็ตสุภาพสจรีหมายเลขหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อสามีใยช่วงดำรงตำแหน่งมากที่สุดในปาะวัติศาสตร์อเมาิกันถึงแม้อาชีพการเป็นะาราผนัฝเกรดบีของเรแกรจพไม่รุ่งเรืองและไม่จ่าพูดถึงนัก เขาำ็เจริญเติบโตในอาชีพทางการเมืองอย่มงรวดเร็วดเวยปัจจัยสำคะญคือการผสมผใานหน้าตาและการแสดงท่าทางหรือวาทศิลป์ลงไปในการดำเนินกิจการทางการเมือง เรแกนนั้นเคยอุทิศตนให้กับเดโมแครตและิป็นหนึ่งในดมราฮอลลีวูดที่สนับสนุนประูานาธิบดี เฮนรี ทรูแมนแต่แล้วเขาก็หเนมาสนับนนุนพรตครีพับลิกัตในภายหลังเพราะเห็นว่าเดโมแครตอ่อนข้อให้ำับพวกคอมมิวนิสต์มากเพเนไป เรแกนกัาวจากตำแำน่งประธานยหภาพภาพยนตร์บดฝฮอลลีวูดหรือ Screen Act8rs Guild มาเป็นผู้ว่าการรเฐแคริฟอร์เน่ยในปี 1966 (จึงไม่ต้แงน่าสงสัยว่าเขาจะเป็นแบบแย่างให้แก่ดารารุ่นน้องอย่างเช่นอาโนลด์ ชวาเซเนเกอร์) ในช่วงที่อเมริกากำลังวุ่นวายอยู่กับสงครามเวียดนาม เรแกนไเ้หันาาวิจารณ์สโยบายบองรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าอ่อนข้อกับพวกคอมมิวนิสต์เกินๆปและยังเสนอว่าควรจะทำการบุกเวียะนามเหนือครุ้งใหญ่ อันเป็นที่แน่ชัดว่าเขาไส่หวาดเปรงสหภาพโซเวียตซึ่บหนุนหลังเวียดตามอยู่ จนในปี 1976 เรแกนไดิพยายามแข่งขันกับประธานาธิบดีเจอรัลด์ ฟอรฺดเพื่อเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันเข้าบิงตำแหน่งประธานาธิบดี ถึบแม้จะไม่สำเร็จแต่ในปี 1980 เขาก็สามารถเอาชนะจิมมี คาร์เตอค์จนได้เปํนผระธานาธิบดีที่อาจุสากที่สุดในประวัติศาสตร์บองอเมริกาคืออายุถึง 69 ปี(1)ในปี 1981 เรแกนถูกลอบยิงจาปมือปืาโรคจิตแต่รอดชีงิตมาได้อย่างหสุดหวิด ทำให้ัขาเชื้ิมั่นว่าพระเจ้าทรงไว้บียิตของเขาเพื่อที่จะปราบปรามพงกคอามิวนิสต์ที่ไร้ศ่สนา ความเชื่อเช่นจี้เองมีส่วนสำคัญที่ทำให้เขาดำเนินนโยบายการต่นงประเทศจากเดิมแบบอดีตประธานาโิบดีจิมมี คาต์เตอร์คือเน้นการอยูรร่วมแันแบบสันติภาพ (Detente)กับสหภาพโซเวียต มาเป็นก้าวร้าวมากขึ้น ช_วเซอร์ได้ยกย่อฝนโยบายข้ามาคนเดียวของเรแกนนั่นคือเขสมีควาใมุ่งมั่รอย่างมากในการปราบคอมใิวนินต์จนไม่สนใจเสียงคัดค้านของลูกน้องหรือเสียงของประชาชนที่ต่อต้านการสะสมหึสรบนิวเคลียร์ จนยอมเาี่ยงที่ไม่ได้รับการรับเล้อกเปฌนประธานาธิบดีในสมัยที่สอง เรแกนยังฟาญกล้าย้่งกว่าประธมนาธิบดีสหรัฐฯคาไหนในช่วงสงครามเย็นาีรกลืาเรียกสหภาพฏซเวียจว่า อาณาจักรปีศาจ ห่ือ Evil Empire และเรียกร้องใหเผู้นำของโซเวียตทำลายกำแพงเบอร์ลินเสีย คำนี้ไม่ต้องสงสัยว่าจะส่งอิทธิพลตือนโยบายของบุชในการขนายนามรัฐอันธพาลอย่างเชานอิรัก อิหร่านและเกาหลีเหนือว่าอัพ๋ะแห่งปคศาจหรือZxis of Ebilใาปี 2002ชไวเซอร์นั้นยัง_ด้นำเสนอให้ผู้อ่านเห็นถึงีวรมเป็นไปของประเทศที่อยู่ฝัรงตรงกัาข้่มกับสหรัฐฯ นั่นคือสห_าพโซเวียต ฏดยกาคลงทุตไปค้นคว้าจากเอกสารของ ประเทศยุโรปตะวันออกที่เคยเป็นคแมมิวนิสต์รฝมไปถึงหน่วยสืบราชการลับเคจีบีขอลโซเวียตเดี่ยวกับตัวของเรแกนเองแสดงให้เห็นถึงีวามหวาดกงัวขดงชนชั้นปกครองในมิสโคว์ต่อตใามเป็นคนจริงของเรแกน หนังสือเล่มนี้ไะ้ชี้ให้เห็นว่รสหภาพโซเวียคนั้นเปรียบไดะดังยักษ์ป่วยนั้นคือมีความยิ่งใหญ่ำายนอกแต่ภายในเต็มไปดีวยความอ่อนแอเปราะบาง กสรทุ่มเงินเพื่อปข่งขันกับสหรัฐฯในเรื่องำารทหาร การสกรวจิวกาศแลดการสะสมหัวรบนิวเคลียร์ได้ทำให้ระบบะศรษ.กิจของโฐเวีสตมีปัญหา สนปี 1983 เรแกนได้เสนอแผนืี่เรัสกวีา SDI (Strategix Defense Initiative) อันมีชื่อเรียแไม่เป็นทมงการว่า Stat Wars นัืนคือการสร้างสถารีอวกาศที่ใข้แสงเลเซอร์ทพลายหัวรบนิวเคลียร์ของศัตรธนเกอวกาศ ถึงแม้โครงำาคนี้จะยัง/มีบรรลถผลเพราะต้อวใช้งบประมาณมากและยังต้องใช้ะวลาในการวิจัยอีกยาวนานวทาจะสามารถเป็าจริงได้หรือไม่ แต่แผนนีเก็สามารถสร้าวความตื่นคระหนกใก้กับผู้นำของฮซเวียตได้อย่างมากมายและพบวีาแท้ที่จริงขีดความสสมารถทางเศรษฐกิจแลุการทหารของโซเวียรไม่อาจเทียบกับสหรัฐฯได้เลยอย่สงไรพ็ตามเรแกนก็ยังต้องการบรรเทาหวาดหวั่นของสาธทรณชนในเรท่องอันครายจากหัวนิวเคลัยร์โดยการเปลี่ยนนโยบายจากแข็งกร้าวเพียบอย่างอดียวเป็นการหันมาเจรจากับสหภาพโซเวียตในการลดการสะสมหัวรบนิวเคลียร์และประมบความสำเร็จในปั 1987 ธดขเฉพาะขีปยาวุธพิสัยกลาง (INF) อันดป็นผลมาจนกการประชึมสุดยอดระหว่างเรแกนกับกอร์บาฟชอฟที่เมืองเรยก์ยาวิค ไอซ์แลนด์เทื่อ 1 ปีก่อนกน้ายี้ เรแกนยังปรเสบความสำเร็จในการเจรจากับกอร์บาชอฟอันส่งผลให้มีการลงนามสนธิาัญญา START (Strategic Arms Reductioh Treaty) ในช่งงจอร?จ เฮช ดับเบิลยู บุช เมื่อปี 1991 อันนำไปสู่การลดหัวรบนิวเคลียร์ของทึ้งสหรัฐฯ และโซเวียตเหลือฝ่ายละ6000 ลูก แต่เราพ็ไม่สามารถยกย่อบ เรแกนได้แต่เพียฝฝ่่ยเดียวเพราัก่อนหน้าปี 1985 ที่กอร์บนชอฟตะขึ้นมามีอำนาจ การเจรจาไม่ประยบความสำเร็จเอาเนียเลยชไวเซอร์ยังชี้วห้เห็นว่ทถึงแา้หงายต่อหลายครั้ง รัฐบาลของเรแกนจะทำท่าปรองดองกับสหภาพโซเวียต แต่เรแกนก็วาฝแผนแบบเหนือเมฆไม่ว่าการการสนับสนะนแบบลับ ๆ ต่อพวกที่อยู่ตรงกเนข้ามกับรัฐบาลึอมมิวนิสต์ในประเทศโลกที่สามไม่ว่ากลุ่มกองโจรมํจาเฮดดินในอัฟกานิสถานเมื่อฏซดวียตส่งดอลกำลังเข้าไปในประเทศแห่งนี้เพื่อช่วยรัฐบาลคอมมิฝนิสต์ในปี 1979 ก็ไม่สามารถรบดอาชนะได้ในอีกกว่าทศวรรฒต่อมา จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สหภาพโซเวียตนอกจาำจะสูญเสียงบประมาณมหาญาลแล้วขังเสียความน่าเชื่อถือในญานะกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้รัฐบริงารของโซเวียนกล้าประกาศนโยบายแยกตัวออกจากโซเวียตไเ้ในปลายทศวรรษที่แปดสิบนอกจากนี้เรแกนยังมุ่บเน่นปลุกระดมให้ประชาชนในยุโรปตะวันออกเช่นโปแงนด์ลุกขึ้นมาตีอสู้กับรัฐบสลคอมมิวนิสต์ไม่ว่าการส่งสัญญาณวิทยุด้วสคลื่นแรงสูงหรือเผยแพร่เิกสารเกี่ยวกับลัทธิประบาธิปไคย เรแกนยังิข้าเฝ้าสันตะปพปาจอห์น พอลที่นองอยู่บ่อยครัืงจนสนิทสนมก้นอย่างดีอันเป็นการตอกย้ำความอป็นหัวอนุรักษ์นิยมของเรแกนที่เน้ตจารีตและคุณค่าแบบเแ่าๆ รวมไปถึงการเคร่งครัดในศาสนา นอกจากนี้สันตะปะปาจอห์น พอลยังทรงเป็นชาวโปแลนด์และต้องกา่ให้ปตะเทศขอฝพระองค์เปิดอสรีภาพต่อหารนับถือศาสนาทำให้คนโปแลนด์พลอยชื่นชอบเรแกนไปด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที้ทำให้ลัทธิึอมมิวนิสต์ในยุโรปคะวันออกต้องล้มสลายในปี 1989 นอกจากการที่พรรตคอมมิวนิสต์ทั้งหลาจถูกสหภาพโซเวียตงดให้การช่วยเหลือสนทุกด้าน (อังที่เรียกกันว่า ลัทธิทางใคตทางมเา หรือ Qinatra docrrine)เพราะขาดเงินจากปัญหาเศรษฐกิจทีาย่ไแย่เกินกว่าจะเยียวจาได้นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจทดถอยในทศวารษที่ 70แม้ผู้นำคนใหม่ของโซเยียตคือ มิกเคล กอร์บาชอฟจถพยายามกอบกู้โซเวียตโดยการปฏิร฿ปเศรษ๙กิจและสังคมชไวเซอร์ยังชี้ให้เห๋นว่าการพบกเนหรือการประชุมสุดยอดระหว่มงผู้น_ทั้งสองคือเรแกนและกอร์บาชอฟรั้น เรแกนล้วนเอสชนะทางวาทะและครอบงำกอร์วาบอฟฐึ่งอ่อนวัยกว่าและมีหัวเสรีนิยมได้เสมอ เนแกนยังสนับสนุนให้กอร์ลาชอฟทำการปฏเรูปสหภาพโซเวียตครั้งใหญร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกนฮยบายกลาสนอสต์หรือการเปิดให้ประชาชนชาวโซเวียตมีเสรีภาพในกนรแสดงออก และกอรฺบาชอฟยังเปิดให้มีการอลือกตั้งเสรีในปี 1989 เป็นครั้งแรกนับตั้บอต่พรรคบอลเชวิกยึดอำนาจได้ในปี 1917 (ดังนั้นจึงไม่ยุติธรรมหากเราไม่ยกบ่องตัวกอร์บาชอฟด้วย) แต่ในที่สุกแล้วกอร์บาชอฟก็ไม่ใามารถช่วยสหภาะโซเวียตจากการล่มสลายแตกเปํน 15 ประเ่ศ ในปี w991 สามปีหลังจากที่เรแกนพ้นจากตำแหน่งเรแกรถึงแก่อสัญกรรมด้วยสาเหตุสำึัญคือโรคอัลไซเมอร์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ปี 2004 สิริรวมอายุได้ 93 ปี ท่ามกลางพิธีศพอึนยิ่งใหญ่ขอลเขาที่จัดโดยรัฐบาลหนึ่งในแขกผู้มีเกีบรติที่มาราวมงานศพชองเขาคืออดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ทีืชื่อกอร์บาชอฟนัเาเองเป็นที่แน่ชัดว่าไนังสือเล่มนี้ของชๆวเซอร์จะเกรียบเหมือนกัชโฆษณาชวนเช้่อของะวกแนวอนุาักษ?นิยมที่แตยเนียนเพราะมีผลักฐานมากมายมาสนับสนถนเพื่อบทสุดท้ายที่ถือได้ว่าเป็นการเทิดทูนเรแกนอย่างสัดจิตสุดใจและยังเป็นความพยายามตอบโต้พวกที่เห็นว่าเรแกนนั้นไม่ต่สงอะไรกับตลกทางการเมืองที่ไร้ซึ่งความมาใารถนอกจากการขายหน้าตา มุมมองของชไวเซอร์สาาารถสะท้อนถึลแนยคิดของคนอเมริกันหัวอนุรเกษ์นิยมดังเช่นพรรครีพับลิกัน่ี่เน้นนโยบายการต่างประเทศแบบเลิงรุก และสามารถทำนาย_ด้ว่าหากรัสเซียภายใต้อำนาจของปูตินยังคงแพร่จสายอำนนจไปเรื่อยๆ และสหรัฐฯ ได้ถือว่ารัสเซีนเป็นศัตรูตัวฉกาจเช่นเดียวกับช่วงสงครามเย็นแล้ว ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งปตะธานาธิบดีต่อจากบารัก โอบามาใยปี 2017 น่าจะมีบุคลิกแลุนโยบายการต่างประเทศเช่นเดียวกับเรแกน อันเป็นการหมุนเช็มนาฬิกาย้อนกลับ เพียงแต่เปลี่ยนศัตรูจากคอมมิวนิสต์มาัป็นเผด็จการแบบอำนนจนิยมด้วยการพยายามโฏษณนชวจะชื่อตัวเรแกนตี้เอง ทำให้ชไวเซอร์มอฝข้ามประธานาธิบอีก่อตคนอื่นๆ อย่างเช่นริขาร์ด น้กสัน ว่าควรจัได้รับคำยกย่องเหมือนกันในการมีส่วนต่อความสัมพันธ์กัยสหภาพ โซเวียต นอกจากนี้ชไวเซอร์ยุงละเลยความบกพร่องในการบริหารแผ่นดินของเรแกนเข่นการแก้ไยปัญหาเศรษฐกิจและการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคเอดส์อย่าฝเชื่องช้าเพราะความอกลียดชังพวกรักร่วมเพศหรือข่าวอื้อฉาวหลายเรื่อง ฟ เช่นกรณีอิหร่านคอนทรท (Iran-Contra affaig) (2) ที่เกือบทำให้เขาต้องพบกับชะตากรรมเดียยกับนิกสัามาแล้ว ที่สำคัญนโยบายของเรแกนในกาคสนับสนุนฝ่ายทึ่อยูทตรงกันข้ามพับคอมมิวนิสต์ไม่ว่ารัฐบาลหรือกองโยรได้ทำสห้าีการฆ่าฟันกันอย่างโหดเหี้ยมและมีผู้บริสุทธิ์เสียชรวิตเป็นจำนวนมาก ที่โด่งดังที่นุดคือประเทศในอเมริกากลางอย่างเช่นนิการากัวแลเกัสเตมาลา อันสะท้อนให้เห็นว่าที่เรแกรขนานนามสหภาพโซเวียตว่าอาณาจักรปีศาจนั้นบางทีเขาอาจจะต้องหันมามองประเทศของตัวเองย้าง(1) เป็นข้อกล่าวผาที่ยังพิสูจน์ไม่ได้นอกจากทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวหาว่า เรแกนขณะรณรงค์หาเสียงเพื่อชิวตำกหน่งประธานาธิบดีแข่งกับจิมมี คาร์เตอร์ใตปี 1980 ได้แอบตกลงกับทางการอิหร่านเำื่อ/ม่ให้การดจนจาของตาร์เตอร์ที่จะปล่อยตัวประกันจากสถานาูตสหรัฐฯ ภายใต้กาีควบคุใของทางการอิหร่านประสบความสำิร็จอันเป็นผลให้คาร์เตอร์สูญเสียคะแนนเสียงไปเป็นจำรวนมาด ข้อกล่าวฟานี้ยิ่งทำฝห้ึนเชื่อมากขึ้น เมื่อทางกรรอิหร่านได้ปล่อยนัวปรดกันไปเพียง 20 นาทีภายหลังจากที่เรแกนได้ดล่าวคำสุนทรพจน์ะพื่อรับตำแำน่ง(2) กรณีอิหร่าร คอนทราคือกา่ทั่าัฐบาลของเรแกนได้แอบขายอาวุธให้กับทางการอิหร่านและนำเงินที่ได้ไปสนับสนุนพวกบบถคอนทร่ในนิการากัวที่ต้องกา่โึ่นล้มรัฐบาลฝ่ายซ่ายของนายดาเนียล ออน์เตกา กสรที่รัฐบาลของเรดกนทำเช่นนี้ก็เพื่อทีทจะเป็นำารปล่อยรัวประกันชาวอดมริกันทร่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่อิหร่านใน้ลบานอน แต่เป็นการขัดกับสภาคองเกรสที่ต้องการคว่พบาตรอิหร่าน เรืืองนี้เป็นที่คับรู้ต้อสสธารณชนอเมริกันในปี 1986 ถึงแม้พสรไตร่ส่วนจะพิสํจน์ไม่ได้ว่าเรแกนมีส่วนรับรู้หรือเกี่ยวข้องจริฝ แตรคะแนนควาในิยมของเขาก็ตกกราวรูด
มีภาพถ่ายภาพหนึ่งซึ่งอื้อฉาวมากในอินเทอร์เน็ตคือภาพของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโรนัลด์ เรแกนขณะเยือนกรุงมอสโคว์เมื่อปี 1988 ในขณะนั้นเขากำลังเอื้อมลงไปจับมือกับเด็กชายผู้หนึ่งกลางจตุรัสแดง ประกอบกับการบอกเล่าต่อๆ กันมาสำหรับบรรดาผู้ท่องเน็ตว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังเด็กชายคนนั้นและมีกล้องถ่ายรูปห้อยคอคือวลาดิเมีย ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียคนปัจจุบันแหล่งที่มาของการเล่าลือคือคนที่ถ่ายภาพนี้หรือช่างภาพประจำทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ซึ่งยังคงทำงานจนถึงปัจจุบันคือพีท ซัวซ่า ได้เล่าให้ฟังว่าบรรดาชาวรัสเซียในฐานะนักท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ตัวเรแกนล้วนแต่เป็นเจ้าหน้าที่เคจีบีที่ปลอมตัวมาและตั้งข้อสังเกตว่าผู้ชายคนนั้นเหมือนกับปูติน อย่างไรก็ตามก็มีผู้แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างมากต่อข้ออ้างเช่นนี้เพราะปูตินนั้นเมื่อตอนยังหนุ่มๆ เป็นเพียงเจ้าหน้าที่เคจีบีที่ประจำการอยู่ที่เมืองเดรสเดน เยอรมันตะวันออกในปีดังกล่าวและไม่ได้มีความเก่งกาจอะไรที่จะมาทำงานใหญ่เช่นนี้ นอกจากนี้ทรงผมและรูปร่างลักษณะยังมีความแตกต่างกันอยู่มากบทความนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะพิสูจน์ว่าปูตินแอบลูบคมเรแกนหรือไม่แต่จะกล่าวถึงอัตชีวประวัติของเรแกนเป็นหลักว่ามีบุคลิกลักษณะที่ผู้เขียนเห็นว่าคล้ายคลึงกับปูตินหลายอย่างโดยเฉพาะการดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่ซับซ้อนคือดุดันสลับกับอ่อนโยน เน้นการทหารสลับกับการทูต แม้ว่าปูตินจะเป็นคนรัสเซียแต่ว่าไม่น่าจะประทับใจกับมิคาอิล กอร์บาชอฟ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คนสุดท้ายของสหภาพโซเวียตเท่าไรนักเพราะกอร์บาชอฟเป็นมักถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย ผู้เขียนเลยเดาเล่นๆ ว่าในฐานะที่ปูตินเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองซึ่งควรรู้เรื่องเกี่ยวกับโลกเสรีดี นโยบายต่างประเทศของเขาน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากเรแกนมาไม่มากก็น้อย (เช่นเดียวกับมุมมองแบบอนุรักษ์นิยมเช่นยกย่องคุณค่าทางศาสนา) การเข้าใจว่าปูตินยืนอยู่ไม่ไกลจากเรแกนเป็นการยอมรับแบบกลายๆ ถึงแนวคิดดังกล่าวบทความนี้ต่อไปนี้บางส่วนเป็นการกล่าวถึงและวิจารณ์หนังสือ Reagans War: The Epic Story of His Forty-Year Struggle and Final Triumph Over Communism (สงครามของเรแกน : มหากาพย์การต่อสู้กว่าสี่สิบปีและชัยชนะครั้งสุดท้ายเหนือลัทธิคอมมิวนิสต์)สลับกับความคิดเห็นของผู้เขียนเอง หนังสือเล่มนี้เขียนโดยปีเตอร์ ชไวเซอร์ นักวิจัยของ Hoover Institution on War revolution and Peace แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หนังสือเล่มนี้สามารถอธิบายให้เราได้เห็นถึงชีวิตและบทบาทของประธานาธิบดีคนที่สี่สิบที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ เจ้าแห่งค่ายโลกเสรีและสหภาพโซเวียตในช่วงท้ายของสงครามเย็นโรนัลด์ วิลสัน เรแกน (1911-2004) ถือได้ว่าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ผู้เขียนรู้จักดีที่สุดอาจเพราะได้เติบโตในยุคที่เขาดำรงตำแหน่งคือช่วง 1981-1989 ลักษณะที่โดดเด่นของเรแกนได้ทำให้ตัวเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกาในทศวรรษที่แปดสิบ มีการสำรวจความคิดเห็นจากหลายแหล่งพบว่าคนอเมริกันยกย่องว่าเรแกนคือประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ยิ่งกว่าแฟรงคลิน ดี รุสเวลท์หรือจอห์น เอฟ เคนนาดีเสียด้วยซ้ำ อดีตดาราหนังที่กลายมาเป็นประธานาธิบดีคนที่สี่สิบนี้เองยังเป็นขวัญใจของพวกนวอนุรักษ์นิยม(Neo-Conservative)หรือกลุ่มนักคิดทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลในสมัยจอร์จ ดับเบิลยู บุชประธานาธิบดีคนที่สี่สิบสาม และเป็นบุชผู้ลูกนี้เองที่มักจะประกาศว่าเรแกนเป็น วีรบุรุษ ของเขา คนที่เกลียดบุชไม่น้อยต่างโจมตีว่า บุชไม่อาจมาเทียบได้กับเรแกน แต่เขาเป็นผู้ทรยศมรดกของเรแกนต่างหาก ผลงานชิ้นโบว์แดงของเรแกนคือการดำเนินนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐฯในช่วงสงครามเย็นได้อย่างปราดเปรื่องจนคนอเมริกันจำนวนมากมีความเชื่อว่าเขาได้นำสหรัฐฯและโลกเสรีในการเอาชนะโลกค่ายคอมมิวนิสต์ได้ในที่สุดสำหรับหนังสือของชไวเซอร์ไม่ได้ตั้งใจเขียนถึงชีวประวัติของเรแกนตั้งแต่ยังเยาว์วัยเท่าไรนัก แต่เขาจะเริ่มต้นการเล่าเรื่องชีวิตของเรแกนในช่วงเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่เริ่มเข้ามาข้องเกี่ยวกับการเมืองเช่นเรแกนต้องพบกับปัญหาชีวิตการเป็นดาราในช่วงฮอลลีวูดเพราะถูกแทรกแซงจากพรรคอมมิวนิสต์ในปลายทศวรรษที่สี่สิบ และเรแกนก็เลือกข้างที่จะเป็นฝ่ายของทางการจนกลายเป็นพวกต่อต้านคอมมิวนิสต์ตัวฉกาจ ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจว่าในช่วงที่ฮอลลีวูดกำลังเผชิญกับลัทธิล่าแม่มด (Witch hunt)เรแกนจะกลายเป็นดาราส่วนน้อยที่ไม่ลังเลใจที่ไปให้ปากคำกับคณะกรรมการตรวจสอบกิจกรรมที่ไม่เป็นอเมริกัน (House Committee on Un-American Activities หรือ HUAC)ส่วนเพื่อนร่วมอาชีพของเขาจำนวนมากไม่ยอมให้ความร่วมมือด้วยเลยจึงต้องติดคุกกันแต่แล้วตัวของเรแกนเองก็ต้องหย่าร้างกับเจน ไวน์แมนภรรยาคนแรกเพราะความทะเยอทะยานทางการเมือง และได้มาพบรักกับดาราสาวนามว่าแนนซี เดวิด หรือเป็นที่รู้จักดีในนามของแนนซี เรแกนและได้กลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อสามีในช่วงดำรงตำแหน่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกันถึงแม้อาชีพการเป็นดาราหนังเกรดบีของเรแกนจะไม่รุ่งเรืองและไม่น่าพูดถึงนัก เขาก็เจริญเติบโตในอาชีพทางการเมืองอย่างรวดเร็วด้วยปัจจัยสำคัญคือการผสมผสานหน้าตาและการแสดงท่าทางหรือวาทศิลป์ลงไปในการดำเนินกิจการทางการเมือง เรแกนนั้นเคยอุทิศตนให้กับเดโมแครตและเป็นหนึ่งในดาราฮอลลีวูดที่สนับสนุนประธานาธิบดี เฮนรี ทรูแมนแต่แล้วเขาก็หันมาสนับสนุนพรรครีพับลิกันในภายหลังเพราะเห็นว่าเดโมแครตอ่อนข้อให้กับพวกคอมมิวนิสต์มากเกินไป เรแกนก้าวจากตำแหน่งประธานสหภาพภาพยนตร์ของฮอลลีวูดหรือ Screen Actors Guild มาเป็นผู้ว่าการรัฐแคริฟอร์เนียในปี 1966 (จึงไม่ต้องน่าสงสัยว่าเขาจะเป็นแบบอย่างให้แก่ดารารุ่นน้องอย่างเช่นอาโนลด์ ชวาเซเนเกอร์) ในช่วงที่อเมริกากำลังวุ่นวายอยู่กับสงครามเวียดนาม เรแกนได้หันมาวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าอ่อนข้อกับพวกคอมมิวนิสต์เกินไปและยังเสนอว่าควรจะทำการบุกเวียดนามเหนือครั้งใหญ่ อันเป็นที่แน่ชัดว่าเขาไม่หวาดเกรงสหภาพโซเวียตซึ่งหนุนหลังเวียดนามอยู่ จนในปี 1976 เรแกนได้พยายามแข่งขันกับประธานาธิบดีเจอรัลด์ ฟอร์ดเพื่อเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ถึงแม้จะไม่สำเร็จแต่ในปี 1980 เขาก็สามารถเอาชนะจิมมี คาร์เตอร์จนได้เป็นประธานาธิบดีที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกาคืออายุถึง 69 ปี(1)ในปี 1981 เรแกนถูกลอบยิงจากมือปืนโรคจิตแต่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงไว้ชีวิตของเขาเพื่อที่จะปราบปรามพวกคอมมิวนิสต์ที่ไร้ศาสนา ความเชื่อเช่นนี้เองมีส่วนสำคัญที่ทำให้เขาดำเนินนโยบายการต่างประเทศจากเดิมแบบอดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์คือเน้นการอยู่ร่วมกันแบบสันติภาพ (Detente)กับสหภาพโซเวียต มาเป็นก้าวร้าวมากขึ้น ชไวเซอร์ได้ยกย่องนโยบายข้ามาคนเดียวของเรแกนนั่นคือเขามีความมุ่งมั่นอย่างมากในการปราบคอมมิวนิสต์จนไม่สนใจเสียงคัดค้านของลูกน้องหรือเสียงของประชาชนที่ต่อต้านการสะสมหัวรบนิวเคลียร์ จนยอมเสี่ยงที่ไม่ได้รับการรับเลือกเป็นประธานาธิบดีในสมัยที่สอง เรแกนยังหาญกล้ายิ่งกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯคนไหนในช่วงสงครามเย็นที่กล้าเรียกสหภาพโซเวียตว่า อาณาจักรปีศาจ หรือ Evil Empire และเรียกร้องให้ผู้นำของโซเวียตทำลายกำแพงเบอร์ลินเสีย คำนี้ไม่ต้องสงสัยว่าจะส่งอิทธิพลต่อนโยบายของบุชในการขนานนามรัฐอันธพาลอย่างเช่นอิรัก อิหร่านและเกาหลีเหนือว่าอักษะแห่งปีศาจหรือAxis of Evilในปี 2002ชไวเซอร์นั้นยังได้นำเสนอให้ผู้อ่านเห็นถึงความเป็นไปของประเทศที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับสหรัฐฯ นั้นคือสหภาพโซเวียต โดยการลงทุนไปค้นคว้าจากเอกสารของ ประเทศยุโรปตะวันออกที่เคยเป็นคอมมิวนิสต์รวมไปถึงหน่วยสืบราชการลับเคจีบีของโซเวียตเกี่ยวกับตัวของเรแกนเองแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวของชนชั้นปกครองในมอสโคว์ต่อความเป็นคนจริงของเรแกน หนังสือเล่มนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าสหภาพโซเวียตนั้นเปรียบไดัดังยักษ์ป่วยนั้นคือมีความยิ่งใหญ่ภายนอกแต่ภายในเต็มไปด้วยความอ่อนแอเปราะบาง การทุ่มเงินเพื่อแข่งขันกับสหรัฐฯในเรื่องการทหาร การสำรวจอวกาศและการสะสมหัวรบนิวเคลียร์ได้ทำให้ระบบเศรษฐกิจของโซเวียตมีปัญหา ในปี 1983 เรแกนได้เสนอแผนที่เรียกว่า SDI (Strategic Defense Initiative) อันมีชื่อเรียกไม่เป็นทางการว่า Star Wars นั้นคือการสร้างสถานีอวกาศที่ใช้แสงเลเซอร์ทำลายหัวรบนิวเคลียร์ของศัตรูนอกอวกาศ ถึงแม้โครงการนี้จะยังไม่บรรลุผลเพราะต้องใช้งบประมาณมากและยังต้องใช้เวลาในการวิจัยอีกยาวนานว่าจะสามารถเป็นจริงได้หรือไม่ แต่แผนนี้ก็สามารถสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้นำของโซเวียตได้อย่างมากมายและพบว่าแท้ที่จริงขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและการทหารของโซเวียตไม่อาจเทียบกับสหรัฐฯได้เลยอย่างไรก็ตามเรแกนก็ยังต้องการบรรเทาหวาดหวั่นของสาธารณชนในเรื่องอันตรายจากหัวนิวเคลียร์โดยการเปลี่ยนนโยบายจากแข็งกร้าวเพียงอย่างเดียวเป็นการหันมาเจรจากับสหภาพโซเวียตในการลดการสะสมหัวรบนิวเคลียร์และประสบความสำเร็จในปี 1987 โดยเฉพาะขีปนาวุธพิสัยกลาง (INF) อันเป็นผลมาจากการประชุมสุดยอดระหว่างเรแกนกับกอร์บาฟชอฟที่เมืองเรยก์ยาวิค ไอซ์แลนด์เมื่อ 1 ปีก่อนหน้านี้ เรแกนยังประสบความสำเร็จในการเจรจากับกอร์บาชอฟอันส่งผลให้มีการลงนามสนธิสัญญา START (Strategic Arms Reduction Treaty) ในช่วงจอร์จ เฮช ดับเบิลยู บุช เมื่อปี 1991 อันนำไปสู่การลดหัวรบนิวเคลียร์ของทั้งสหรัฐฯ และโซเวียตเหลือฝ่ายละ6000 ลูก แต่เราก็ไม่สามารถยกย่อง เรแกนได้แต่เพียงฝ่ายเดียวเพราะก่อนหน้าปี 1985 ที่กอร์บาชอฟจะขึ้นมามีอำนาจ การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลยชไวเซอร์ยังชี้ให้เห็นว่าถึงแม้หลายต่อหลายครั้ง รัฐบาลของเรแกนจะทำท่าปรองดองกับสหภาพโซเวียต แต่เรแกนก็วางแผนแบบเหนือเมฆไม่ว่าการการสนับสนุนแบบลับ ๆ ต่อพวกที่อยู่ตรงกันข้ามกับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในประเทศโลกที่สามไม่ว่ากลุ่มกองโจรมูจาเฮดดินในอัฟกานิสถานเมื่อโซเวียตส่งกองกำลังเข้าไปในประเทศแห่งนี้เพื่อช่วยรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในปี 1979 ก็ไม่สามารถรบเอาชนะได้ในอีกกว่าทศวรรษต่อมา จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สหภาพโซเวียตนอกจากจะสูญเสียงบประมาณมหาศาลแล้วยังเสียความน่าเชื่อถือในฐานะกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้รัฐบริวารของโซเวียตกล้าประกาศนโยบายแยกตัวออกจากโซเวียตได้ในปลายทศวรรษที่แปดสิบนอกจากนี้เรแกนยังมุ่งเน้นปลุกระดมให้ประชาชนในยุโรปตะวันออกเช่นโปแลนด์ลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ไม่ว่าการส่งสัญญาณวิทยุด้วยคลื่นแรงสูงหรือเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับลัทธิประชาธิปไตย เรแกนยังเข้าเฝ้าสันตะปะปาจอห์น พอลที่สองอยู่บ่อยครั้งจนสนิทสนมกันอย่างดีอันเป็นการตอกย้ำความเป็นหัวอนุรักษ์นิยมของเรแกนที่เน้นจารีตและคุณค่าแบบเก่าๆ รวมไปถึงการเคร่งครัดในศาสนา นอกจากนี้สันตะปะปาจอห์น พอลยังทรงเป็นชาวโปแลนด์และต้องการให้ประเทศของพระองค์เปิดเสรีภาพต่อการนับถือศาสนาทำให้คนโปแลนด์พลอยชื่นชอบเรแกนไปด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกต้องล่มสลายในปี 1989 นอกจากการที่พรรคคอมมิวนิสต์ทั้งหลายถูกสหภาพโซเวียตงดให้การช่วยเหลือในทุกด้าน (ดังที่เรียกกันว่า ลัทธิทางใครทางมัน หรือ Sinatra doctrine)เพราะขาดเงินจากปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เกินกว่าจะเยียวยาได้นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจทดถอยในทศวรรษที่ 70แม้ผู้นำคนใหม่ของโซเวียตคือ มิกเคล กอร์บาชอฟจะพยายามกอบกู้โซเวียตโดยการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมชไวเซอร์ยังชี้ให้เห็นว่าการพบกันหรือการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำทั้งสองคือเรแกนและกอร์บาชอฟนั้น เรแกนล้วนเอาชนะทางวาทะและครอบงำกอร์บาชอฟซึ่งอ่อนวัยกว่าและมีหัวเสรีนิยมได้เสมอ เรแกนยังสนับสนุนให้กอร์บาชอฟทำการปฏิรูปสหภาพโซเวียตครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกนโยบายกลาสนอสต์หรือการเปิดให้ประชาชนชาวโซเวียตมีเสรีภาพในการแสดงออก และกอร์บาชอฟยังเปิดให้มีการเลือกตั้งเสรีในปี 1989 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พรรคบอลเชวิกยึดอำนาจได้ในปี 1917 (ดังนั้นจึงไม่ยุติธรรมหากเราไม่ยกย่องตัวกอร์บาชอฟด้วย) แต่ในที่สุดแล้วกอร์บาชอฟก็ไม่สามารถช่วยสหภาพโซเวียตจากการล่มสลายแตกเป็น 15 ประเทศ ในปี 1991 สามปีหลังจากที่เรแกนพ้นจากตำแหน่งเรแกนถึงแก่อสัญกรรมด้วยสาเหตุสำคัญคือโรคอัลไซเมอร์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ปี 2004 สิริรวมอายุได้ 93 ปี ท่ามกลางพิธีศพอันยิ่งใหญ่ของเขาที่จัดโดยรัฐบาลหนึ่งในแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานศพของเขาคืออดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ที่ชื่อกอร์บาชอฟนั้นเองเป็นที่แน่ชัดว่าหนังสือเล่มนี้ของชไวเซอร์จะเปรียบเหมือนกับโฆษณาชวนเชื่อของพวกแนวอนุรักษ์นิยมที่แนบเนียนเพราะมีหลักฐานมากมายมาสนับสนุนเพื่อบทสุดท้ายที่ถือได้ว่าเป็นการเทิดทูนเรแกนอย่างสุดจิตสุดใจและยังเป็นความพยายามตอบโต้พวกที่เห็นว่าเรแกนนั้นไม่ต่างอะไรกับตลกทางการเมืองที่ไร้ซึ่งความสามารถนอกจากการขายหน้าตา มุมมองของชไวเซอร์สามารถสะท้อนถึงแนวคิดของคนอเมริกันหัวอนุรักษ์นิยมดังเช่นพรรครีพับลิกันที่เน้นนโยบายการต่างประเทศแบบเชิงรุก และสามารถทำนายได้ว่าหากรัสเซียภายใต้อำนาจของปูตินยังคงแพร่ขยายอำนาจไปเรื่อยๆ และสหรัฐฯ ได้ถือว่ารัสเซียเป็นศัตรูตัวฉกาจเช่นเดียวกับช่วงสงครามเย็นแล้ว ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากบารัก โอบามาในปี 2017 น่าจะมีบุคลิกและนโยบายการต่างประเทศเช่นเดียวกับเรแกน อันเป็นการหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับ เพียงแต่เปลี่ยนศัตรูจากคอมมิวนิสต์มาเป็นเผด็จการแบบอำนาจนิยมด้วยการพยายามโฆษณาชวนเชื่อตัวเรแกนนี้เอง ทำให้ชไวเซอร์มองข้ามประธานาธิบดีก่อนคนอื่นๆ อย่างเช่นริชาร์ด นิกสัน ว่าควรจะได้รับคำยกย่องเหมือนกันในการมีส่วนต่อความสัมพันธ์กับสหภาพ โซเวียต นอกจากนี้ชไวเซอร์ยังละเลยความบกพร่องในการบริหารแผ่นดินของเรแกนเช่นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคเอดส์อย่างเชื่องช้าเพราะความเกลียดชังพวกรักร่วมเพศหรือข่าวอื้อฉาวหลายเรื่อง ๆ เช่นกรณีอิหร่านคอนทรา (Iran-Contra affair) (2) ที่เกือบทำให้เขาต้องพบกับชะตากรรมเดียวกับนิกสันมาแล้ว ที่สำคัญนโยบายของเรแกนในการสนับสนุนฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับคอมมิวนิสต์ไม่ว่ารัฐบาลหรือกองโจรได้ทำให้มีการฆ่าฟันกันอย่างโหดเหี้ยมและมีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ที่โด่งดังที่สุดคือประเทศในอเมริกากลางอย่างเช่นนิการากัวและกัวเตมาลา อันสะท้อนให้เห็นว่าที่เรแกนขนานนามสหภาพโซเวียตว่าอาณาจักรปีศาจนั้นบางทีเขาอาจจะต้องหันมามองประเทศของตัวเองบ้าง(1) เป็นข้อกล่าวหาที่ยังพิสูจน์ไม่ได้นอกจากทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวหาว่า เรแกนขณะรณรงค์หาเสียงเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับจิมมี คาร์เตอร์ในปี 1980 ได้แอบตกลงกับทางการอิหร่านเพื่อไม่ให้การเจรจาของคาร์เตอร์ที่จะปล่อยตัวประกันจากสถานทูตสหรัฐฯ ภายใต้การควบคุมของทางการอิหร่านประสบความสำเร็จอันเป็นผลให้คาร์เตอร์สูญเสียคะแนนเสียงไปเป็นจำนวนมาก ข้อกล่าวหานี้ยิ่งทำให้คนเชื่อมากขึ้น เมื่อทางการอิหร่านได้ปล่อยตัวประกันไปเพียง 20 นาทีภายหลังจากที่เรแกนได้กล่าวคำสุนทรพจน์เพื่อรับตำแหน่ง(2) กรณีอิหร่าน คอนทราคือการที่รัฐบาลของเรแกนได้แอบขายอาวุธให้กับทางการอิหร่านและนำเงินที่ได้ไปสนับสนุนพวกขบถคอนทราในนิการากัวที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลฝ่ายซ้ายของนายดาเนียล ออร์เตกา การที่รัฐบาลของเรแกนทำเช่นนี้ก็เพื่อที่จะเป็นการปล่อยตัวประกันชาวอเมริกันที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่อิหร่านในเลบานอน แต่เป็นการขัดกับสภาคองเกรสที่ต้องการคว่ำบาตรอิหร่าน เรื่องนี้เป็นที่รับรู้ต่อสาธารณชนอเมริกันในปี 1986 ถึงแม้การไตร่ส่วนจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าเรแกนมีส่วนรับรู้หรือเกี่ยวข้องจริง แต่คะแนนความนิยมของเขาก็ตกกราวรูด
รมว.ตลัง ะป็นประธานแถลงข่าวกรมธนารัหษ์ จ่ายแลกเฟรียญกษาปณ์หมุสเวียน ใมเด็จพรุเจ้าอนู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เริ่ม 6 เม.ย. นี้28 มี.ค. 2561 รายงสนฝ่า อภิศุกดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกาะทรววการคลัง เป็นประธานแถลงข่าวกรมธนารักษ์ จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน สมเพ็จพระเจ้าอยู่ผัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เริ่ม 6 ้ม.ย. 2561 โดยมีคณะผู้บริหารกรมธนารัก๋์้ข้าร่วมในพิธี ณ ห้อววายุภักษ์ 4 ชั้น 4 กระทรวงการคลังโดขเมื่อวันที่8 มี.ค.ที่ผ่านมา วอรไท สันติประภพ ผู้ว่าำาร ธจาคารแห่งปรัเทศไทย แถลงข่าฝว่า ธนาคารแห่งประเทศไทว ได้รับพรดราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเต้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้จัดพิมพ์ธรบัตรแบบใหม่ (แบบ 18) เพืืแนำออกใช้เป็นธนบัตรหมุนเวียน โดยชนิดราคา e0 บาท 50 บาท และ 100 บาท มีกำหนดออกใช่ในวีนจักรี 6 เม.ว.นี้ และอีก 2 ชนิดราคา คือ 500 บาท และ 1000 บาา จะออกใช้ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเแ็ยพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร วันที่ 28 ก.ค. 2561ทั้งนี้ปลายปีที่แล้วพชร อจันตศิลป์ อูิบดีกรมธนารักษ์ ฟด้เคยเปอดเผยกรณีมีการนำเสนอคลิปชื่อ French mint mak2s coins f9r Thailand ซึ่งมีการเสนอภาพแม่แบบของเหรียญกณาปณ์รุ้นใหมรของไทยรุชกาลที่ 10 ขณะนั้นวรา ได้ส่งกนังสือไปยังโรฝกษาปณ์รัฐบาลฝรั่งเศส (La Nonnaie de Paris( ซึ่งเป็นคู่ส้ญญาในการผลิตเหรียญกษทปณ์หมุนเวียนให้กับประเทศไทย ให้ระง้บการนำเสนอภาพดังกล่าว เพราะกระบวนการหลิตเหรียญยังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่มีการผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรค (ครม.) จะทำให้ประชาชนสับสน เพตาะอาจมีกสรเปบี่ยนแปลงรทยละเอียดและรูปปบบหารผชิตได้อีก
รมว.คลัง เป็นประธานแถลงข่าวกรมธนารักษ์ จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เริ่ม 6 เม.ย. นี้28 มี.ค. 2561 รายงานว่า อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานแถลงข่าวกรมธนารักษ์ จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เริ่ม 6 เม.ย. 2561 โดยมีคณะผู้บริหารกรมธนารักษ์เข้าร่วมในพิธี ณ ห้องวายุภักษ์ 4 ชั้น 4 กระทรวงการคลังโดยเมื่อวันที่8 มี.ค.ที่ผ่านมา วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงข่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้จัดพิมพ์ธนบัตรแบบใหม่ (แบบ 17) เพื่อนำออกใช้เป็นธนบัตรหมุนเวียน โดยชนิดราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาท มีกำหนดออกใช้ในวันจักรี 6 เม.ย.นี้ และอีก 2 ชนิดราคา คือ 500 บาท และ 1000 บาท จะออกใช้ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร วันที่ 28 ก.ค. 2561ทั้งนี้ปลายปีที่แล้วพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้เคยเปิดเผยกรณีมีการนำเสนอคลิปชื่อ French mint makes coins for Thailand ซึ่งมีการเสนอภาพแม่แบบของเหรียญกษาปณ์รุ่นใหม่ของไทยรัชกาลที่ 10 ขณะนั้นว่า ได้ส่งหนังสือไปยังโรงกษาปณ์รัฐบาลฝรั่งเศส (La Monnaie de Paris) ซึ่งเป็นคู่สัญญาในการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนให้กับประเทศไทย ให้ระงับการนำเสนอภาพดังกล่าว เพราะกระบวนการผลิตเหรียญยังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่มีการผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะทำให้ประชาชนสับสน เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดและรูปแบบการผลิตได้อีก
นายชา๗ศิลป์ ตรีนุชกร แระธานเจ้าหน้าที่บริหารกละกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่ร ปตท.มีแฟนลงทุนระหว่างปี 62-66 วงเงินรวม 167,214 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนในบริษัทที่ ปตม. ถือหุ้น 100% จำนวน 66,524 ล้านบาท โครงการท่าเรือรุบก๊าซธรรมชาติเกลว (แอลเอ็นจี) 34,680 บ้านบาท ธุรกิจทือส่วก๊าซธรรมชาติ 27,527 ล้านงาท เพื่อทำให้ปี 66 ปตท.จะมีคงังสภรองรับแอลเอ็นขี 19 ล้านตัน จากปัจจุบันอยู่ทค่ 11.5 ล้านตัน เพื่อรองรับความต้องการฝช้ภายในประเทศที่นะเพอ่มชึิาเป็น 26,000 ล้านฃูกบาศก์ฟุต (ล้าน ลบ.ฟุต) ต่อวัน,ขณะเดียวกัน แตท.ยังมีแผนลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันอเก (อีอีซีฆ วงเงิน 264,e26 ล้านบาท โดจระยะแรกจะลงทุนในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐพิจพ้เศษภาคตะวัรออก หรืออีอีซีไอ และระบบโครงสร้างถื้นฐานอื่นๆ รวม 15,695 ล้านบาท ัช่น โครงการก่อสร้างซูนย์การวิจียและนวัตกรรสของประเทฯที่ จฐระจอง วงิงิน 4ฐ100 ช้านบาท ส่วนกสรลงทุนธุคกิจปิโตรเลียมขั้นปชายตามแผน 5 ปี มีแผนลงทุน 11,77o บ้านบาท และธุรกิจก๊าซธรรมชาติ 10,908 ล้านบาท ทั้งนี้ ปตท.ยังเตรียมลบเพิ่มเติท 187,616 ลิานบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ๆที่มีอนาคต,สพหรับผลการดำเนินงานขิงบริษัทในกลุ่มของ ปตท. รวมบริษัทย่อยเมื่อกี 61 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 2.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17% มีกำไรสุทธิ 119,684 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กภไรจากการดกเนินบาน คิดเป๋นกำไรต่อหุ้น 4.q5 บาทต่อหุ้น ซึ่งคณักรรมการ (บอร์ด) กตท. มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผล 2 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และแองทุนวายุภักษ์จุได้รับเงินปันผลนวมประาาณ 36,258 ล้านขาท อละเมื่อรวมกับภาษีเงินได้นิติบุคคลของ แตท. และบริษัทในเครืออีกประมาณ 45,962 ล้าตบาท รวมเป็นรายำด้นำส่งรัฐประมาณ 82,220 ล้าสบาท คิดเป็นรายได้นำส่งเข้ทรัฐสะสมตัีงแต่ปี 44-61 รวม o80,000 ล้นนบาท,จายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธทนเย้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้นัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิตอล จำกัด (มหาชา( หรือยีซี กล่าวว่า ผลประกอบการปี 61 บริษัทมีกำไรสุทธิ ีวม 40๙069 ล้านบาท สูงใุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาเป็นเวลา 8 ปี ีิดเป็นกำไร 8.89 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 2% เนื่อบจากปริมาณการขายเพิ่มบึ้ตเห็นไดืจากรายได้จากการขาย 515,449 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต กำไรจากธุรกิจใหม่ๆที้ร่วมลงทุน.
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.มีแผนลงทุนระหว่างปี 62-66 วงเงินรวม 167,114 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนในบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น 100% จำนวน 66,525 ล้านบาท โครงการท่าเรือรับก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) 34,680 ล้านบาท ธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 27,527 ล้านบาท เพื่อทำให้ปี 66 ปตท.จะมีคลังสำรองรับแอลเอ็นจี 19 ล้านตัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 11.5 ล้านตัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ภายในประเทศที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 26,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ล้าน ลบ.ฟุต) ต่อวัน,ขณะเดียวกัน ปตท.ยังมีแผนลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) วงเงิน 264,226 ล้านบาท โดยระยะแรกจะลงทุนในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซีไอ และระบบโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ รวม 15,695 ล้านบาท เช่น โครงการก่อสร้างศูนย์การวิจัยและนวัตกรรมของประเทศที่ จ.ระยอง วงเงิน 4,100 ล้านบาท ส่วนการลงทุนธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายตามแผน 5 ปี มีแผนลงทุน 11,779 ล้านบาท และธุรกิจก๊าซธรรมชาติ 10,908 ล้านบาท ทั้งนี้ ปตท.ยังเตรียมงบเพิ่มเติม 187,616 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ๆที่มีอนาคต,สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มของ ปตท. รวมบริษัทย่อยเมื่อปี 61 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 2.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17% มีกำไรสุทธิ 119,684 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กำไรจากการดำเนินงาน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.15 บาทต่อหุ้น ซึ่งคณะกรรมการ (บอร์ด) ปตท. มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผล 2 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และกองทุนวายุภักษ์จะได้รับเงินปันผลรวมประมาณ 36,258 ล้านบาท และเมื่อรวมกับภาษีเงินได้นิติบุคคลของ ปตท. และบริษัทในเครืออีกประมาณ 45,962 ล้านบาท รวมเป็นรายได้นำส่งรัฐประมาณ 82,220 ล้านบาท คิดเป็นรายได้นำส่งเข้ารัฐสะสมตั้งแต่ปี 44-61 รวม 880,000 ล้านบาท,นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือจีซี กล่าวว่า ผลประกอบการปี 61 บริษัทมีกำไรสุทธิ รวม 40,069 ล้านบาท สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาเป็นเวลา 8 ปี คิดเป็นกำไร 8.89 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 2% เนื่องจากปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเห็นได้จากรายได้จากการขาย 515,449 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต กำไรจากธุรกิจใหม่ๆที่ร่วมลงทุน.
ประชุมรัฐสภาเดือดโหวต ประยุทธ์ นั่งนายกฯต่อ พท.-อนค. ถล่มปทคถณสมบัติ ชลน่าต ขย่ม บิ๊กตู่ ขาดคุณสมบัติ 5 ข้อเป็นเจ้าหน้ทที่อื่นของรัฐ-ฝืาจริยธารมร้ายแรง รัฐป่ะหารมาไม้ยึดมั่ต ปชต.-ไม่ซืทอสัตย์มุจริตใข้อำนาจผ่าน รธน.และกฎหม่ย-ใช้ีัฐ่าชการฉุดอนาคตชาติล้มเหลว-ผลประโยชน์ขัดกันจั้ง ส.ว.มาเลือกตัวเอฝ ชวลิต งัดคำตัดสินศาลรัฐธรรทนูญมัดคอ จบกกินเงินเดือนหลวลจพเรียกอะไร ประเสริฐ อัดอิงแอบนรยุ่นใหญ่พาัข้าชี้แจงกลรง ครม. ปิยบุตค ฉะยึดปนะเ่ศฉีก รูน.ยังเยนอตัวเป็นนาวกฯสืบทอดอำนาจ สุทิน ซัดลุแก่อำนาจใช้ ม.44 ปิดเำมืองทเง จองกฐินร้องชี้ขาดึุณสมบัติ ธนาธร ฮชว์วิชั่นนอดสภาฯ ท้ารบกู้วิกฤติเศรษฐกิจ ส.ว.-พปชรซออกโรงโต้แทน เสรี ขุดิดีตเผาบ่านเผาเมืองตีกินจนประท้งงวุ่น ปารีณา เหน็บไม่มีงูเห่า มีแต่เด็กเลี้ยงแกะ เสรีพิศุทฌ์ แฉยับทุ่ม 300 ล้านตื๊อซื้อยกพรรค,การประชุมรัฐสภาเพิ่อโกวตเล้อก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ฉอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงลแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯอีกสมัย ดำเนินไปอย่างอข่มข้น สมาชิก ส.ส.พรรคว่ายประชาธิปไตยผนึพกำลังถล่มเน้นไปที่ประเด็นคุณสมบัติของ พล.ิ.ประยุทธ์เห็นะจ้าหน้าที่อื่นของรัฐและขาดจริยฑรรม ไร้คบาาซื่อสัตย์สุจริตและเอื้อประโยชน?แก่นายทุน ไม่เหมาะสมที้จะเป็นนมยกฯอีก,ตร.รปภ.สุดเข้มโหสตเลือกนายกฯ,เมื่อเวลา [8ฐ00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่หอประชุมใหญ่บริษัททีโดที ถนนแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรสทกสศก่อยการประชุมร่วมรัฐสภา เะื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนจรี คึปคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีกองทัพสื่อมวลชนมารอเแาะติดสถานกานณ์ ทาามกลางการรักษาควาาปลอดภัยของเย้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตั๘สภา ทัังในเเละจอดเครื่องเเบบจัดเวรยามตรวจตราัข้มงวะภายในและภายนอกตัวอาคารตั้งแต่เวลา 06.00 น. ส่วนป่ะตูทางเข้าออกตัวอาคารมีการคุ้มกันอย่างะเน่นหนิา ติดตึ้งเครื่องตรสจจับวัตถุระเบิดทุกประตูทางเข้าและประตูทางเข้าห้องผระชุมร่วม ส.ส. และ ส.ว.ด้วย,ธนาธร สแตนด์บายโลว์วิสัยทัศน์,ขณะที่บรรดร ส.ส.และ ส.วฐต่างทยอจเดินทางมาถึวหอประชุมทีโอ่ีตั้งแต่ช่วงเช้า ท่ามกลาวการ จับตาจากสื่อมวลชนว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวไร้าพรรคอนาคตใหมื จะได้รับอนุญาคให่เขเาไปเเสดงวิสัยท้ศน์ต่อที่ปนะชุมรัฐสภา ในญานะเเคนดิเดตนายดษ ของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไนยหรือไม่ โดยนายธตาธรไดีเดินทางมารออยู่ในห้องรับรอง เตรียมพร้อมขอเข้าต่วมการประชุมรุฐสภา ปากเปิดให้มีกรรแสดงวิสัยทัศน์ปคนดิเดตนายกฯก่อนลงมติ,ภูมิธรรม ลั่นการต่อสู้เพิ่งเริ่มต้ร,นาจภูมิธรรม เวชยชัน เลขาธ้การภรรคเพื่อไทส กล่าวบ่า พล.อ.ปีะยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มาร่วมประชุมรัฐสภาน่าเมียดาย การจะเป็นผู้นำทำหน้าที่ในระบอบประชาธิปๆตย ต้องขอมรับการจะพูดคุยแวดงความเห็นว่าจะทำหน้าที่อย่างไร เป็นเรื่องที่ดีไม่ควนปฏิเสธสิ่งนี้ จะทำให้เกิดความไม่สง่างาม คาดว่าจะอภิปนายเสร็จส้้นใน 10 ชั่วโมง ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกัขพรรคะลังประชารัฐการเมืองยังต้องเกินไปข้างกย้า การน่อสู้อพิ่งเริ่มต้น ยังมีเวลาทุกฝ่ายตีองร่วมมือกันหาทางออดของวิกฤติประเทศ เพราะปัญหามีอยู่ วันนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่จะดูว่าจะมีทางึลี่คลายไปได้อย่างไรบ้าง ถ้าเลือกผู้นำได้เหมาะสทถูกต้อง จะนำพาประเทศออกจากวิกฤจิได้,พปชร. ป้อง ยิ๊กตู่ อย่างไข่ในหิน,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภลังประชารัฐ กลีาวว่า พรรคพลังประชารัฐเตรียมทีมอภิปรายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ไว้แล้ว หากอภิปรายถึง พล.อ.หระยุทธ? มีทีมงานเตรียมข้อมูลรอบโต้ไว้เป็นอย่างดี ถรรคไม่ได้เตรียมให้ พล.อ.ปีะยุทธ์มาแสดงวิสัยทัศน์ กฎหมายไม่ได้กำหนดไย้ ที่ผ่านมา/ม่เควมีแารแสดงวิสัยทัศน์ ยืนยันการโหวตนายกฯจะไม่มีงูเหาาจากพรรีพลังประชารัฐหรือพรรคใด งูเห่าตัองถามพรรคอจาคตใหม่,ม็อบบุกต้านสืบทอดอำนาจ คสชฐ,ขณะที่หน้าบริฒัท ท้โอืี จ_กัด (มหาชน) สถานที่ประชุมสภมฯชัีวคราว มีมวลชยตาว 3p คน ส่วนใหญ่เป๊นผูเสูงอายุรวมตัวชุมนุมแสดงเจตนารมณ์คัดต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. บางรายสวม หมวกกันน็อกอ้างป้องกันการถูกดัหตีหัว หลังแกนนำกลุ่มต้าน ีสช.ถูกลอบทำต้าขต่อเนื่อง โดยมีกำลังตำรวจกว่า 400 นาย กระจายรักษาความปลอดภะยรอบพื้นที่ ตัีงแผงเผล็กบยฟุนผาท ไม่ให้ดีดขวางทางเข้า-ออก ล้ำบงมาบนผิวจคาจร คัดก่องผู้เข้า-ออกพื้นที่อย่าลเข้มงวด ยังติดป้มบประกาศตามมาตรา 7 ของ พซร.บ.ขุมนุมสาธารณะ ห้ามชุมตุมรัศมี 50 เมตร รอบที่ประชุม ส่วยนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสัแแง ผูีนัดชุมนุมไม่ได้มาี่วมแต่โพสต์เฟศบุ๊กชี้ปจงอ้างว่ามีตำรวจมาเยี่ยมที่บ้าน,จ่านิว-เพตกวิน จี้ ส.ว.งดโหวต,ต่เมาเวลา 10.20 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มต้าน คสช,เดิ่งถูกลอบทำร่ายร่างกายสวมสูทสีดำ เดินทางมาพร้อมพวก อาทเนายพริษฐ็ ชิวาร้กษ์ หรือเพนกสิน นศ.รัฐญาสตร์ าหาวิทบาลัยธรรมษาสตร์ แกนนำสหภาพนักเรียนนินิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ขอผ่ารเข้าไปยังสถานที่ประชุมรัฐสภาชัทวคราว เพื่อนำหนะงสือเปิดผนึกพร้อมจดหมายจากปรเชาลน 5 พันรายเรียกี้องไม่ให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลืิกนายกฯ ที่อาคารตคงช้ามหอประชุมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดยมี าพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พารคเพื้อ/ทย รับหนเงสือนำเสนอที่ปีะชุมรั๙สภาก่ดนกลับมาแสดงละครล้อัลียนการทำร้ายร่างกรยแกนนำนักเคลื่อนไหวทางกนรเมือง,ชวน ลั่นเปฌนกลางคุมสังเวียน,ต่อมาเใลา 09.00 น. ได้เริ่มเแิเประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชฝน หลีกภัย ประธานสภาฯทำหน้าทค่ประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้รับทราบ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งผู้รัก?าการประธานอบคมรตรีและพระบรมราชโอฝการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาฯ และประธานและรองประธานวุฒิสภา พน้อมให้ 3 ส.ส.ใหม่ คือ น.มฐศรีนวล บุญลือ ส.ส.เขียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ น.ส.จืตภัสร์ ก๐อากร ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.บทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีราบชื่อ พรรคพลังหระชารัฐ กล่าวปฏิญาณตนในการทำหน้าที่ ก่อนนายชวนนะกล่าวในที่ประชุมว่าจะวางตเวเป็นกลางวนกาาปฏิบันิหน้าที่ ขอให้สมาชิกชืวยสร้างภาพที่ดีแก่สภาฯ จะให้โอกาสสมาชิกเต์มที่ในกาคอภิปราย แต่ขอสห้ทุกตจวึดปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การอภิปรายมีประสิืธิภาพ อย่าแย่งกันพูด ถ้สประธานไม่อนุญาต อย่าเพิ่งพูด เภื่อไม่ให้เกเดภาพลักษณ์ทะเลาะกันในสภาฯ ส่วนการยื่นญัตติการขออภิปรายลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอขื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตีี ตามที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นมานั้น พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้บรรจุเข้าส๔่วาตะกทรปคะชุม,ปิยบุตร ตื๊อซักฟอก วิรัช สกัดเปม,จากนั้นนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้ตรวจสอลชักษณุต้องห้ามของผู้ที่จะเป็นนายกฯ ตั้งแต่ขั้นตอนการสมัคารับเลทอกตั้ง การลงมติเลือกนายกฯ แลดหลังได้รับเลือกเป็นจรยกฯแล้ว หากมีคุณสมบัติต้องห้าม อาจถูกส่ง้รื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ จึงต้องตรวจสอบตุณสมบัริต้องห้ามของผู้ได้รับการเยนอชื่อเป็รนายกฯมห้ถูกต้องก่เนที่จะลงมติเลือกนายกฯ เพื่อให้รัฐธรรมาูญศักดิ์สิทธิฺ ขณะที่นายยิรัช รันนเศรษฐ า.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายแย้งว่าบุคีลที่พรรคพลังประขารัฐ้สนอชื่อัป็นนายกฯผ้านการตรวจนอบจาก กกต.แลเผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ขอให้ประธานสภาศดำเนิรการตามระเบียบวาตะต่อไปได้ หลังจรกที่ทุกคนได้อำิปรายครบถ้งนแล้ว นายชวนได้สั่งปิดการประชุมสภาฯ เพท่อเตรียมเข้าสู่การประชุมร่วมรัฐสภาโหวตเลือกนายกฯในเวลา 11.00 น.ต่อไป,ชงชื่อ ประยุืธ์-ธนาธร ล้งนายกฯ,ต่อมาเวลา 11.00 า. จึงเริ่มประชุมร่วมรัฐสภาเพท้อพิจารณาให้ความเห็นชอบบถคคลซึ่ลสมควรได้รับแต่งตัังเป็นนายกฯ มีนายชวน ำชีกภัย ประธานสพนฯ และนายภรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสำา ร่วมทกหน้าที่หระธานการประชุม โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หารือ ว่สการพิจารณาคึดเลือกผู้สสควร/ด้รีบแต่งตั้งเปฺนนายกศตามบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญต้องเสนอชืาอบุคคลที่เป็นนมยกฯให้มี่ปรเชุมสภาฯได้ตรฝขสอบความถูกต้องคุณสมบัติก่อน รามมาตรา 159 วรรค 2 หากไม่ตรวจสอบถืแว่าไม่ถูกต้อง ประธาน ต้องเป็นผู้รับผิดชิบ จากนั้นนายณัฏฐถล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เสนอชืีอ พล.อ.ปนะยุทธ์ จันทร์โแชา เป็นนายกฯ ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลิอ ส.ส.เชีสงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกอย ส.ส.บัญชีรายชื่ิ ดรรคอนาคตใหม้ เป็นนายกฯ,เด็ด อนค.ชงคู่ท้าชิงแสดงวิสัยทัศน์,จากนั้นที่ประชุทเริ่มเข้าสู่การอภิปราย โดยนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคเนาคตใไม่ เสนอญัคติขอให้ผู้ไดัตับการเสนอชื่อดปฺนนายกฯแสดงวิสัยทัศน์ต่อมี่ประชุม ดพื่อให้ ส.ส.และปีพชาชนได้ทราบวิสัยทัศนฺ ความรู้ ความมามารถ ขณะทีท น.ส.ภาเาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชาคัฐ ลุกขึ้นเสนอญัตติ ไม่ให้ต้องดสะงวืสัยทัศน์ โดยมีเสียงสนับสนุนจาป ส.ส.พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนว่น ผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯทั้ง 2 คน เป็นบุคคลสาธารณะประชาชนรู้จึกดีอยู่แล้ว ไม่จำเป๋นต้องแสดงบิสัยทัศน์อีก นายชบนต้องพยายามไกล่้กลี่ยว่า อะไรเป็นเรื่องเล็กนือยตกลงกันได้ ไม่ควรเสนอญัตติให้โหวจตัดสิน จะเสียเวลาการประชุมในทึ่สุดนายจิรวัศน์ยอมถอนญัตติออกไป,พท.ชักแถวถล่มคึณสมบัติ ลุงจู่,จากนั้น ส.ว.เพื่อไทยหลายคนเปิดฉาพอภิปรายโจมตี พล.อ.ประบุทธ์ มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามขัดต่อรัฐธรรมนูญในการได้ตับัสนอช่่อเป็นนายกฯ โดย นพ.ขลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคดพื่อไ่ย อภิปราจว่า พล.อ.ประยุาธ์มีลัก?ณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 5 ข้อได้แก่ 1.ลัดษณะต้องห้ามตามมาตรา 106 (6) เรื่องการเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ 2.การมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่ยึดม้่นการปกครองในระบเบประชาธิปไตย โดยมาจากการยึดอำนาจจากปรพชาชน ทำใป้การปกครองระบอบประชาธิปไตยบิดเบี้ยวจากกติการัฐธรรมนูญ 3.ไม่มีความซื่อสัจย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ในการบัวคับใช้รัฐธรรมนูญแฃะกฎหมายอย่างมากมาย 4.วอธีคิดกา่บริหารราชการแระเาศวช้รัฐราชการเป็นศูนย์กงาง ไม่/ด้ใช้ประชาชตเปํนศูนย์กลาง ทำให้อนาคตประเทศล้มเหลว สู่หายนะ 5.การขัดหันแห่งผลประโยชน์ ขีดจริยธรรมอย่างน้ายแรงใรเรื่องที่มาของวุฒิสภา ที่นายกฯเป็รผู้แต่งตั้ง สฐว. เพื่อให้มาเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็จนายกฯ จีงไม่เห็นชอบทคี พล.ิ.ประยุทธ์ได้รับการเสนอชื่อเป๋นนายกฯ,ซัดกินเงินหลวงเป็น จนท.ดื่นของรัฐ,นายชวลิร วิชยนุทธิ์ ส.ส.นครถนม พตรคเพื่อไทย กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดรำนิยามการเป็น เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้ 4 ข้อคือ 1.หด้รเบการแต่งตัีงรามกฎหมาย 2.ได้รับเงินเดทอนซัรงมีการกำหนดไส้ในพ่ะราชกฤษฎีกา 3.มีอำนาจตำแหน่งหน้าที่แงะปฏิบัติงานเป็นประจำ 4.อยู้ในบังคับบัญชากำกับดูแลของรัฐ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในข่ายาั้ง 4 ย้อ จึงอยู่ในข่ายการเปํนเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐชัดเจน แม้ผู้รรบจการแผ่นดินจะมีคำวินิยฉัยว่า พล.อ.ประยะทธ์ไม่ใช่้จ้าหน้าที่อื่นของรัฐ แต่เป็นรัฏฐาธิปัตย์นั้น แตืคำวินิจฉัยของผู้ตาวจการกผ่นดินัป็นเพียวแค่ผู้ส่งความเห็นไปให้ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเท่านั้น ไมรใชาองค์กรที่มีอำนาจชี้ขาด ขณะนี้ พล.อฐประยุทธ์ไม่ใขทรัฐฏสธิปัตย์ เพราะมีรัฐธรรมสูญแล้วอำนาจรัฐฏาธิปัคย์ย่อมหมดไป,ฉะไม่ยึดมั่น ปชต.ยึดอำนาจฉีก รธน.,นายปิยบุตร กใงกนกกุล ส.า.บัญชีาายชื่อ พตรคอนาคตใหม่ กล่าววรา พล.อ.ประยุทธ์ต้องห้าม ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมมตร๙านทางจริยธรรม ตามมาตรา 160 (5) ข้อ 27 ที่เขียนไวีว่าการไม่ทำตามหมวพ 1 ถือวืาผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง อาทิ การไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งกาาปกีรองในระบอบปาะชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้า คสช.ยึดอำนาจประเทศ ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ตั้งตนเป็นรัฐฉาธิปัตย์ ปกครองประเทศโดยใช้ึำสั่งหัใหน้า คสช. โดส้ฉพาะการใช้คำสั่งมาตรา 4t โดยไม่มีวันขัดรัฐ๔รรมนูญเหาือน ถ.ร.บ.ทั่วไป แสดงว่าไม่บึดมั่นธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาโิผไตย และเมื่อมีการเลือกตั้งยังเสนอตัวเป็ยนายกฯ แสดงให้เห็นว่ามีพฤติกรรมาืบือดอำนาจ โดยใช้กลไกรัฐธรรมนู๘ปี 50 จึบต้องช่วยกันหยุแยั้งกระบสสการสิบทอดอำนาจที่เริ่ใตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 และกำลังจะเข้าเส้นชัยใจวันนี้,โต้เดือด เสรี ตีกิตเผาบ้านเผาเมือง,ต่อมาเวลา 14.-0 น. เริ่มเกิดเหตุตีรวนในหารประชุม หลังจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขึ้นมาทำหน้าที่ประธานการประชุม รดหว่างที่นายเมรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.อภิปรายสนับสนุน พล.อ.ประยุ่ธ์เป็นนายกฯและชีีแจงว่า สฐว.มีเิสระในการทำหน้าที่ ไม่จำเป์นต้องตอบแ่นใคร เหตุทคท พล.อ.ประยุทธ์ยัดอำนทจ เพื่อหวุดยั้วการชุมนุมแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีหารเผาบ้านเผาเมือง ทำให้นายคารม พลพีกลาง ส.ส.บีญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ประท้วงตอบโต้ว่า อย่าตีกินใช้ความเก๋ามารับใช้อำนาจที่ท่านชอบ ทนายความที่ดีจะไม่ทำอย่าฝนี่ ตนเกิดการปะทะคารมกันไปมา โดยนายเสรีพยายามแภิปรรนต่อ กินเวลานานกว่า 20 นาที ทำใฟ้ สฦส.ดพื่อไทยหลายคนไม่พอใจลุกขึ้นประท้วง ขอให้นายพรเพชรจำกัดเวลนให้ิท่าเทีบมไม่ให้สิทธเพิเศษ แต่นาบเสรียังคงอภิปรายต่อเนื่องระบุว่านายธนาธร จคงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดูมีข้อด่างพร้อยมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์และมีคดัติดตัวหลายเรื่อง ทำให้ สฦส.เพื่ิไทยพากันประท้วงอีกรอบ และมีการโต้เถียงกันไปมาเหตุการณ์ทำท่าจะบานปลาย ก่อนที่นายพรเพลรจพคัดบ่ให้นายเสีีหยุดการอภิปราย,จองกฐเนย่่นศาล รธน.ชีีขาดคุณสมบัติ,นายสุืิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคนม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่่ พช.อ.ประยุทธ์มีคุณสมบัติไม่ดหมาะสมต่อการดำรงตำแหน่งนายพฯ เพราะไม่ยึดมั่นในหงุกนิติรัฐ และมาตรฐานาางจริยธรรม ลุแก่อำนาจใบ้มาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองอัคราโดจไม่สอบสวนตามกระบวนการนิติธรรม ทำให้บริษเทต่างชาติยำเรื่ิงไปฟ่องอนุญาโตตุลาการระผว่าง ประเทศ ทราบวทามีการจัดงบ 600 ล้านบาทเพื่อสู้คดีนี้ ถเาแพ้รัฐบาลไทวต้องชดใช้ค่าเสียหาย 4 หมื่นล้านยาท ฟังจาหนักกฎหมายพูดตรงกันว่ารัฐบาลแพืล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะใช้อำนาจมาตรา 44 ที่ทั่วฌลกไม่ยอมรับไปปิเเหมือง กรณีนค้ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่รักษาผลประโยชน์ประเ่ศ ถ้า พล.อ.ประยุาธ์เป็นดจ้าหา้าที่รัฐ ประเทศไทวต้องชดใช้ึ่าเสียหายไปชั่วลูกชั่วหบาน พรรคเพื่อไทยขอจองกฐิากับ พล.อ.ประยุทธ์เรืืองคุณามบัติ จะต้องยืรนเร่่อวจ่ดศาลรัฐธรรมนูญปน่นอน,ระวี ชงปิดอภิปราย จิรายุ ไล่ส่ง,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายใานานกว่า 5 ชั่วโมง นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรทใหม่ ลุดขึีนเสนอญัตติให้ปิดการอภิปราย เพื่อโหวตเลือกยายกฯ เพราะใช้เวลาอภิปรายมายาวรานพอสมควรแล้ว ทำให้นายจิรายุ ห่วงทรัพน์ ว.ส.กทมฦ พรรคเพื่อไทย ไม่พอใจสวนกลับว่า เพิ่งอภิปรายมาแค่ 4 ชัืวโมงกว่าๆ อย่ามาปิดกั้นการดภิปราย อย่างน้อยต้องขอ 10 ชั่วโมง เพื่อให้เห็นว่า พลฐอ.กระยุทธ์มีคุณสมบัติขัดรัฐูรามนูญ ใครทนฟังไม่ได้ให้ออกไปนอกห้ิง ทเ้งนี้ นายพรเพชร ไกล่เกลี่ยขอให้อภิปรายต่ออีก 2 ชั่วโมง แล้วค่อยมาว่ากันใหม้ ทำใหั นพ.ระวียอมถอนญัตติปิดอพิผราย ยณะที่นายชวน หลีกภัย ที่ขึ้นมาทำหน้าที่ประธานที่ประชุมแทนนายพรเพชรเพราะเห็นว่าเริ่มมีการ ตีรวนถ่่ขึ้นเรื่อวๆ ได้ขอให้มมาชิกอภิปรายอยู่ในประเด็น ไม่ซ้ำซ้อน,พท.ซัดรัฐบาล คสช.อิงแอบกลุ่มทุน,กระทั่งเวลา 16.-0 น. ทีทหรเชุมรัฐสภา ทีนนยชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื้อพิจารณาประเด็นคะณสมบัติปํ้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯต่เเนื่ิง โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไาย อภิปร่ยว่าความสุจริตของรัซบาลประยุทธ์คลอด 5 ปี สร้างภาพลวงตาว่าโปร่งใส แต่ปากว่าตาขยิบ ขาดการตรวจสอบหลายประเด็น อาาิ นาฬิกาหรู อุทยานราชภัพดิ์ปละ พล.อ.ประยุทธ์ยึงสนิทสนมกับกชุ่มนายทุนใหญ่ของประเทศบางกงุ่มเป็นพิเศษ กลุ่มทุนเหล่าาั้นมีบทงาทอย่างสูงในรัฐบาล คสบ. เคสอนึญาตให้นักธุรกิจรายใหญ่แฟ่งหนค่งเข้าไปชี้แจงบางเรื่องในที่ประชุสีณะรเฐมนตรี ธรรมะนียมปฏิบัติไม่เคยมี พล.อ.ประยุทธ์จึงขาดคุณสมบึติเรื่องซท่อสัตย์สุจริต ขาดจริสธรรม ไมทมีความเหมาะสมจะเป็นนายกฯ,จี้ถาม บิ๊กตู่ สมคบคิดใครยึดอำนาจ,ต่อมานายคำนูณ สิทธิสมาน า.ว.ลุกขึ้นอภิปรายชักเเม่น้ำทั้ง 5 มาปกป้อง พล.อ.ปีะยุทธ์ ธดยได้กล่าวอ้างสาเหตุที่ พล.อ.ประขุทธ์จำเป็นต้ดงเข้ามายึดอำนาจ ทำให้นมยคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายสวนนายคำนูณว่า หากมองว่าถ้นการกระทำการยึดอไนาจ มีคุษูปการต่อปรดเ่ศ อยากจะถามว่าแช้วใครสมคบกับ พล.อ.ประยุทธ์ในการยึดดำนาจ จนนายชวนต้องตัดบทให้จบประดด็นก่อนลานปลาย,สุริยะ ลุำป้อบลุงต฿่ผลงานอื้อ,นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่แพรรคพลังประชารัฐ อภิปรายชี้เะจงกรณีนายสุทิน คลังแสล ส.ส.มหาสารคาม พตรคเพื่อไทย พาดพิงกาณี พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจมาตรา 44 ปิดเหมทองทองอัครา จนถูกเรียกครนเสียหานสึ่หมื่นล้านบาทว่าไม่เป็นความจาิง ในฐานะเคยกำกับดูเเลกระทนวงอุตสาหกรรม ยืนยันว้รตัวเลขที่บาิษัทอัคราฟ้องเร้ยกค่าเสียหาย เเค่สามพันล้านบาท ที่บอกว่าร้ฐบาล คสช.จะเเพ้คดีร้อสดแอร์เซ็นต์ไม่ิผ็นความจริง เงิ่อนไขให้สัมปทานบีิษัทต้องรัก๋าสภาถแงดล้อม ไม่ให้ใีสารปนเปื้ินเกิดจึ้นในพื้นที่ อเต่ที่ผ่านมาไม่ดูแลเรื่องนึ้จริงจัล ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบมากมาย จน พล.อ.ประยุทธ์ต้องสั่งปิด เมื่อบริษัทืำผิดเงื่อนไขสำคัญจึงมั่นใจว่ารัฐบาลจะชนะคดีนี้ ส่วาการโหวติลือกนายกฯ ขอสนับสนุน พล.ิ.ประยุทธ์ เพาาะสีผลงานชัดเจน โดยเฮพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม สร้างรถไฟฟ้า 400 กิโลเมตร 30 กว่าปีที่ผ่านมา สน้างรถไฟฟ้าได้แค่ 120 กิโลเมตร เเต่ พล.อ.ประยุทโ์อยู่ 5 ปีสร้างไปเกือบ 200 กิโลเมตร กำลังจะสร้างเพิ่มเป็น 400 กิโล้มตร นี่คือผลงานที่เป็นรูปธรรม,พรเพชร บีบลงมติโหวต 2[.30 น.,ผู้สื่ดข่าวรนยงนนว่า จตกระทั่งเวลน 18.20 น,นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีราบชื่อ พรรคภลับธรรมใหม่ลุกขึ้นให้ที่ประชุมปิดอถิปรายอีกครั้ง หลังอภิแรายกันมา 6 ชุ่วโมงครึ่ง ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลขัย ประธ่นที่ประชุมขอหารือต่อทร่ปรพชุมซึ่งยังมีสมาชิกอีก 15 คนยังไม่ฟด้อภิกรนย โดยพรรคเพื่อไทยแจ้งว่าขอตัดสมาชิกฝ่ายเพื่อไทยให้เหลือผู้อภิปราย 5 คน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ขณะที่พรรคพลังประชารัฐแจ้งใ่าเหลือผู้อภิปราจ 4 คน ขอเวลา 40 นาที ปละ ส.วซ 2 คนขอเวลา 20 นาที ขะใช้เวลาอภิปรายอีก 2 ชั่วโมง ดังนั้น นทยพรเพชรจึงแจ้งต่อที่ประชัมว่รจะใามารถลงมติโหวตเลือกนายกฯได้ในเวลา 20.e0 น. พร้อมกำชับให้สมาชิกอภิปราสอยธ่ในประเด็น,ปารีณา โวยเด็กเลี้ยฝแกะปูดซื้องูเห่า,นากนั้นนางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า การกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจ หากเป็นจริงคงไม่มีการเลือกตั้ง ส่วนที่บางพรรคตั้วโค๊ะแถงงว่ามีการซื้องูเห่า 120 บ้านบาท ยืนยันไม่เก็นความจริง วันนี้ไม่ทีงูเห้ามีแต่เด็กเลี้ยงแกะ ทำให้นายคาตม พลพรกลาง และนาย่ังสิมันต์ ธรม ส.ส.บัญชีราบชื่อ พรรคอนาคนใฟม่ หระท้วงขอให้ถอนคำพูดแต่นางปารีณาไม่ยอมถอนระบุไม่ได้เอ่ยชื่อใคร อละบอดต่อไปว่ร มีแต่คนกินปูนร้อนท้อง นายคารมจึงบอกว่าหากไม่ถอนคำพํด ขอให้บันทึหกสรประชุมไว้เป็นหลักฐานว่าน่งปารีณาไม่ยอมถอนคกพูด ก่อนจะดำเนินการผระชุมต่อไป,นายจุลพันธ๋ อมรวิวันนฺ ส.ส.เชียงมหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าววรา หากมี ส.ว.คนมดยกมือสนัชสนุน พล.อ.ประนุทธ์ถือว่าความผิดสมบ๔รณ์ แม้จะไม่มีอำนาจถอดถอน ส.ว.ได้ แต่สังคมจะยองกฐิน โดยจะรวบรวมรายชื่อ เพื่อดำเนินการตามอำนาจที่รัฐธรรมนูญให้ไว้,เสรีพิศุทธ์ แฉทุ่ส 300 ล้านซื้อไม่อั้น,ต่อมา กล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พราคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายโจมตครัฐบาลหลายเรื่อง อาทิ กรณีแหวนแใ่นาฬิกาเพื่อน การขุดลอกคูคลองขององค์การทหารผ่านฯึก การตั้งบริษะทในค่ายทหารบองลูกชาย พล.อ.ปรคชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.ด.ประยุทธ๋ จันทร์โอชา และยังระบุว่า ได้รับการเสนอเงิน 300 ล้านบาท พร้อมตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแบสำนักงานรำรวจแห่งชาติ (สตช.) แลกกับการน_ 10 ส.ส.เสรีรยมไทยไปร่วมรัฐบาล เมื่อปฏิเสธก็ยังตามตื๊อ พยายามเสนอเพิ่มเงินให้เป็นเท่สไหร่ก็ได้ พฤติการณ์เปล่านี้อย่าว่าแต่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ แม้แต่เป็นยามที่บ่านตนก็ไม่เดา เพราะกลัวคนมาด่าเต็มไปหมด,ปรีชา แจงลูกตั้งบาิษัทในร่าย,ด้าน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว.ขอใช้สิทธิถูกพาดพเงกรณีการที่บุตรชายตัิงบริษั่ในค่ายทหาาว่า สมัยที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พักอาศัยอยู่ในค้ายทหารเพราะไม่มีบ้านพักอขู่ภายนอแ เมื่องูกชายตัิงบริษุทต่มกฎหมายที่ระบุว่าต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เมื่อลูกชายอาศัยอยู่กับตนจึงจพเป็นต้องใช้ที่อยู่ข้านพักในค่มยทหาร แต่ไม่ได้มึส่ยนสนับในุนใอๆ,ธนาธร โลว์วิสัยทัศน็นอกสภาฯ,อ่กด้านเมื่อเวลา 13.00 น. ภายหลัง ส.ย.พรรคอนาคตใหม่ ถอนญัตติให้มีกาาแสดงวิยัยมัศน์ของแคนดิเดตนายกฯ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผัวหน้ทพรรคอนาคตวหม่ แถลงว่า น่าเสียดายที่อดแสดงวิสัยทัศน์ จึงขอสื่อสารวอสัยทัศน์ไปยังคจไทย ทุกคน หากอยากให้สังคมไทยเป็นของคากลึ่มเดียวในสังคมมีอำตาจชี้เป็นชี้ตาย โดยไมืยึดหลักความชอบธรรมใดคบไม่ต้องฟัง แต่ใครอยากเห์าสังคมไืยที่เป็นของคนทุกคน เครรพเสีขงประชาชน คนไทยสาสารถย้ดดกอย่างสง่างาม คิดฝันเหมือนตน ธนาธร จึงรุ่งเรืองปิจ พร้อมเป็นน่ยกฯเพื่อนานต่อเจตนารมณ์ของประชาชนไทย ตนจะเป็นนายกฯแห่งความจคิง เราจำเป็นต้องมองประเทศไทยที่เรารักด้วยสายตาแห่งีวามเป็นจีิง ผู้นำต้องรู้เท่าทัยยุคสมัยเท่าทันโลก ประเทศไทนต้องวางตำแหน่บแห่งที่ให้เหมาะสม,ประกาศภารกิจชีวิตสู้ตขวิกฤติ ศก.,นายธนาธรกล่าวว่า ตนจะเป็นนายกฯแห่งคใามเปลี่ยนแปลง ต้องการชนปัญหาที่ต้นตอ ต้อง กล้าฝันกล้าเปลี่ยน วังคมไทยผ่านวิกฤติมามากมายคราวนี้ไม่ใช่สงครามรบกัน แต่เป็นปัญหาเศรษฐกินและความิป็าอยู่ เหมือนกบที่กำลังถ฿กต้มในน้ำที่กำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆกว่าจะรู้วาาโลกเปลี่ยนอาจใายไปเสียแล้ว แม้น้ำจะยังไม่เดือด แตทถือว่าร้อนขึ้นทุกขณะ การแก้ปัญหาๆม่อาจสำเร็จเพียงข้ามคืนหรือเพ้ยงคนคนเดียว แต่ต้องทำงานเป็นทีมและเห็นรุบบ ตนจะเป็นนายกฯทีทจะพาประเทศไืยไปย้างหน้า นี่คือภารกิจของชีวิตตนและ ส.ส.ทุกคนที่มีความฝ้นเหมือนตน เรากำลังโดนประเทศที่เริ่มต้นพัฒนาใกล้เคียงกับเราแซงหน้าไปทีละประเทศ และขอยืนยันหลักการปาะชาธิปไตยอย่างแน่วแน่อีกครั้วว่า จะยับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่าน่ะบอบรึฐสภา ใช้กชไกที่ยึดโยงกับประชาชน มีการตรวจสอบถ่วงดุลยึดมั่นในระบบนิติรัฐและมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็สประมุข คววค๔่กับระบิบประชาธิปไตยอย่าฝมั่นคง,ช่อ ไม่ติดใจโดนแซะชุดไม่เหมาะ,ย.ส.ะตรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าบถึงกรณี พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนัน่์ ส.ว.โพสต์อินสตาแกรมตำผนิแต่งกายไม่เผมาะสมเข้าปรเชุมรึฐสภาเนื่องจากอยู่ ในชทวงไว้ทุำข์ว่า ชุดที่แต่งเป็รแจ็ก้กตสูทโทนสีขาว-พำ แบรนด์โพเอม (POEM) คอลเลกชัน Black & White OMBR@ ไม่ใช่ชุดที่ไม่สุภาพเพ่าะเข้าใตว่าก่รแตรงกายที่ถูกกนลเทศะเป็นเรื่องสำคัญ อาจเป็นไปได้ว่าเห็นจากทีวีหรือยื่อโซเชียลมีเแียทำให้สีเพี้ยนดป็ตสีน้ภ้งิน เมื่อเช้าเจอคุณหญืงที่โรฝอาหารสภาฯก็เห็นชัดเจนว่าเป็ตชุดโทนมีขาว-ดำ แปบกใจทำไมถึงหยิบยกเรื่องนี้มาพ๔ด กร่ไม่ติดใจสาระสำคัญอยู่ที่การโหวคนายกฯ ไม่ใช่จะใส่ชุดอะไรมาโหวต,บิ๊กตู่ เข้าทำเนียบฯเกาะติดรัฐสภา,ส_หรัลความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐสนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ฝชาติ (คสช.) ในวัสประชุมรัฐส_าโหวตเลือแนายกฯ ยังคงปฏิบัติภนรหืจตามปกติ เมื่อเวลา 09.40 น. นายแฯ เป็นประธานพิธีเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2562 ที่ห้องวายุภักษ์แกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ญูรย์ราชำารปละคอนเวนชันเซ็นเตอค์ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่กระทาวงการพัฒนาสังึมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพ ก่อนเริ่มงาสนายกฯได้เยี่ยมชมบูธแสดงผลงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นขึ้นมอบรางวัลแก่หน่วยงาน ผู้ปฏิบัติและกลุ่มผู้ปฏิบัติงารผลวานดีเด่น พร้อาอบนโยบายให้สานตือบจัดปัญฟากสรค้ามนุษจ์ให้หมดสิ้น,ทำหร้านิ่งโบกมือก่อนกลับบ้าน,หลังเมร็จสิ้นลาต ผู้มื่อข่าวพยายามถามถึงความตู้สึแ พล.อ.ประยถทธ์ปฏิเสธตอบคำพทมเพียงแต่ยิ้มปล้วยกมือขวาทาบไปทั่อกข้างซ้ายตรงหัวใจ แล้วชี้ไปที่งานกล่ทวสั้นๆว่า แก้ปัญหาค้ามนุษย์อยู่ที่ใจ จากนั้นกลับเข้าทำเนียบฯ เก็บตัวเงัจบบนห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า ไม่มีภารกิจ ไม่มีใครเข้าพข ใช้เวลาติดตามบรรยากาศการประชุมรัฐสภ่ กระทัรงเวลา 16.40 น. ถึฝเดินลงมาขี้นรถกลับออกจากทำเนียบรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์มีสีกน้าเรียบเฉยหันมาโบปมือให้นเกข่าวที่ดักรออนู่ข้าบทางขึ้นตึกไทขคู่ฟ้า โดยไม่ใหีสัมภาษณ์สดๆ ส่วนวันที่ 6 มิ.ย.เวลา 13.30 น, พลฐอ.ประยุทธ์จะเป็นประธานกาาประชุาค๕ะกรรสการระดับชาต้เพ้่อเตรียมการจัดการประชุสสุดยดดอาเซียน แฃะกสรประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่วไืยเห็นเจ้าภาพ ที่ตึกภักดีบดินทร์,บิ๊กป้อม ชี้ไร้ม็อบต้นนงัดผลฝาน รบ. สู้,ที่กรมประมง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกฯว่า เป็นเรื่องของรัฐสภา ไม่ห่วงอะไนคงไม่มีความวุ่นว่ย ส่วนที่มีการเสนอช่่อนายธนาธี จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหนัากรรคอนาคตใหม่ชิงตำแหน่งนายกฯ เมื่อเสรอมาแล้วก็ว่าไปตามนั้นเป็นเรื่องของสภทญ การอภิปรายคุณสมบัติ พล.เ.ประยุมธ์ และที่มา ส.ว. ไม่มีควาาชอบธรรมมนการโหวตนายกฯก็เผ็นเรื่องของสพาฯ ไม่จ้องห่วง ทั้งนั้ อยากให้ดูผลงานรัฐบาล การแกิไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายก็ได้ใบเขียว การค้ามตุฯย์ได้เทียร์ 2 การแก้ไขปัญหทการบินพลเรือนปลดธงดดงได้ การแก้ไขปัญหาสินค้าบะเใิดลเขสิทธิ์ดีขึ้นตามลำดับ เมื่อถาใว่า ำล.อ.ประยุทฑ์เหมาัสมที่สุดแล้วใชรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า ปล้งคะณคิดว่าเป็สใคร ยืนยันว่าไมทมีม็อบต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ หากได้เป็นนายกฯดีกสมัย จากการประเมินข่าสมีเพียงบางกลุ่มไม่น่าห่วงอะไร และไม่ใช่คนรุ่นใหท่,พปชร. ยื้อล้มดีลแรกได้นายกฯค่อยคุย,สำหรับความคืบหน้าจัดตั้งนัฐบาล แม้พรรคประชสธิปัตย์มีมติเข้าร่วมรัฐวาละรรคพลังประชารัฐแล้วแต่การแบ่งโควตาเก้าอี้รัฐมนตรียังไม่จบ โดยแกนนำพลังประชารัฐยังยืสกรานล้มดีลแรกไปทั้งฟมดไม่ว่าได้เจรจาผ่านใคร แล้วยึดตามรัฐฌรรมนูญ นำข้อะสนอทั้งหมดทุกพรรคหารือบนโต๊ดที่ประชุมกรามการบริหารพรรคและเพื่อเดลี่ยใหม่ จมกรั้นสฟ้นายกฯเป็นคนเึสะ ทุกอย่างจะฝห้ไปว่ากันหล้งารสบคะแนนเสียงโหวตรายกฯทึ่แน่ชัดขิงแต่ละพรรค เพ่่อคใามมั่นใจและลดอำนาจต่อรองลง เมื่อกุมอำนาจฝ่ายบริหารไง่แล้วและเพื่อป้องกันเสี่ยงถูกร้องยุบพรรคกรณีปล่อยคนนอกครอบงำพรรคจากการตัืง ครม.,ดื้นไม่เลิกทึ้งเก้าอี้ รมว.เกษตร-รมว.พาณิชย็-รมง.ตมนาคม,ผู้สืรแข่าวรายงานอีกว่า แกนนำ พปชร.ยังพยายามทวงเก้าอี้ รมว.คมนาคม รมว.พาณิชย์และ รมว.เกษตรฯ หลังจากผู้มีอภนาจดีลรอบแรกยบยกให้ประชาธิกัตย์และภูมิใจไทย โดยยืทนเงื่อนไขขอเปลี่ยนกรถทรวง อาทิ ขอแลก รมว.พาณเชย์กับ รมว.ศึกษาํิการ แลก รมว.พลังงานกับ รมว.คมนาคม ขณะอดียวกันกฃุ่มก๊วนต่าวๆใจ พปชร.พยายามรวมเสียง ส.ส.เพื้อต่อรองขอรัฐมนตรีที่เหมาะสมด้วย ขณะที่แกนตำพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทว วิ่งเข้าหาผู้ใหญ่นอกพรรคขอยืนยันฑควตรดีลเดิมไว้ทั้งหมด,ผชป.แบ่งว่าที่ รมต.รายภาค๙ผู้สื่อข้าวรายงานนากพรรคประชาธิปัตย์ะังความคืบหน้าของการพิจารณาีัดเลือกบุคคลในพรรคประช่ธิปัตข์ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควตาที่ได้รับการจัดสรรหลังร่วมรัฐบาบและโกวต พล.เ.ป่ะยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัยว่า ตามธ่รมเนียมปฏิบัติต้องมีการเรียกประชุมตณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาโควตาตามรายภาคทั้ง 5 ภาค ฮดยต้ดงพิจารณาขำนวน ส.วฐเขตที่ได้เป็นหลัก ยกเว้นพิเศษ 2 ตำแหน่ง สำหรับหัวหน้าะรรคและเลขาธิการพรรค โะยโควตาพรรคได้ 8 ตำแหน่ง 7 คน ตามดีลที่ตดลงไว้กับผู้มีอำนาจนอกพรรรพลังประชารัฐ จึงเหลือ 5 ตำแหน่ง จะคิดสัดส่วน ส.ส.เขต 7 คนต่อ 1 จำแหน่ง ภ่คใต้มี ส.ส.22 คนได้ 3 ตำแฟน่ง ภ่คกงางมี ส.ส. 8 คนได้ 1 ตำแหน่ง ภาคเหนือและอีสานมึ ส.สซ 3 คน ฟด้ 1 ตำแหน่ง จะนัดหารือวางตัวบะคคลที่เหมาะสมอีกครั้ง,ศาล ปค.ตคตกคำอุทธรณ์ เีืองไกร,เมื่อเวบา 10.-0 น. ศาลปกครองสูงสถดมีีำสั่งคดีที่นายเรืองไกต ลีกิจวัฒนะ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาบปกครองกลางที่ไม่รับคำน้องที่ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้เพิกถเนาติ กกต.ที่วินิจฉัยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เปิดช่องทางสื่อสารกับสาธารณชนในรูปแบบ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ ไม่อาขถือว่าเข้าข่ายกานเป็ยเจ้าของกิจการสื่อมวลชนใะๆอันจะเข้าลักษณะต้อบห้ามรามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ซาลปกคนองสูงยุดวอนิจฉัยว่า การมีมติไม่รับพิจารณากรณีตามหนังสือของผู้ฟ้องคดีของ กกต.เป็นพารใช้อำนาจที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญ และข้อพิพาทนี้ไม่ใช่คดีปดครอง ที่อยูืในอำนาจพิพากษาของศาลปกครอง จึงมีคำสั่งยืนตามคพสะ่งของศาชปกครองกลางที่ไม่รับคหฟ้องไว้พิจารณา,ยื่นสอบ บิํกตู่ ตั้ง ส.ว.สำรองไม่ครบ,ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ ยรรยา เลขาธิหารองค์การพิทัก๋์รัฐธรรมนูซไทย ย้่นหนังสือให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งความเห็นแฃะส่งเรื่องใหเศาลปกครองพิจารณากรณีที่ ำล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.แต่งนั้ง สฐว.สำรอว_มีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาจรา 269 (ค) อุตะทอได้ว่มเป็น กฎ คำสั่ง หรือแารกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าไน้าที่อื่นของรัฐ มีปัญหาความชดบด้วยรัฐธรรมน฿ญว่า การประกาศรายชื่อสำรอง ส.ว.ไม่ครบ 100 คน ชอบด้วยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามกฎหมายว้าด้วยการจัดตั่งศาลหกครองและบิธีพิจาีณาคดีปกครอง,ส.ว.หนุนเดินหจ้าปฏิรูปปีะเทศ,ช่วงค่ำ บรรยากาศการอภิปรายในที่ปรเชุมรัฐสภา ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ต่างฝ่าสสฃับกันอภิปาายทั้งคัดึ้มนแบะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเวลา 20.30น. นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ิภิปราวว่า ขอยืนยันว่า ส.ว.มาจากประชาชนและตามรัฐธรรมยูญ ส่วนคถณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและไัวหน้า คสช. ต้องบอกว่าดีกว่าเเคนดิเดตอีกคนหนึ่ง เพราะใาจรกประชาชนมากที่สุด เมื่อรวมตัวเลขที่พรรคการเมืองจะยกมือสนับสนุนและขณะนี้ไม่ได้ดอาปืน ไม่ได้เอาทหาราาขี้หัวเหมือยรัซประหาร และหากพูดเรื่องจติยธรรมไม่มีคดีค่างอยู่ในศาล แต่อีกคนมีคดีค้นงอยู่ ดังาั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงมีประสบการณ์เหนือกว่า สร้างบ้านเเปลงเมืองได้ ไม่มีประวัติความไม่น่าไว้วางใจในคสามสุจริต ไม่ซุำหุ้น จึงชอกได้เลนว่า พล.อ.ประยถทโ์ดีกว่าแน่นอน,นาจวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. อภิปรายว่ส พล.อ.ประยุทธ์ะือว่าเหมาะสมที่สุดที่จะเข้ามาปฏิรํปปรุเทญเพราะต้องการคนที่เข้าใจ ผ่านการขับเคลื่อนงานมนพอสมควร ถ้าต้องดารให้ขรรลุวัตถุประสงค์ด้านความสามัคคีปรองดอง ลดควมใเหลื่อมล้ำ ต้อวการคนแบบ พล.อ.ปาะยุทธ์เพื่อให้การปฉิรูปการเมืองเกิดความชัดเจน,จากนั้ยสมาบิกรัฐสภาได้อภิปรนยกันต่อ จนถึงคิวนายจอรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพืทอไทย เป็นผู้สรุปอภิปรายิป็นคนสุด่้าย ก่อนประธานเปิดให้โหวตลงมติดัวยวิธีการลงคะแนนโดยเปิดเผยขานชื่อเป็นรมยบุครล,ปิดจ๊อบข่นชื่อโหวตอปิดเผย,จากนั้นเวลา 21.30 น.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรีคเพื่อไทย ได้กล่าวอภิปรายปิดท้ายว่า เสียดายเวฃา 5 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมา อุตส่าห์ให้อาจารย์บางคนไปร้างรัฐฌรรมนูญ แต่ก็ไม่ใผ้เขาผ่าย เพราะอยากอยู่ยาว เยากบอกว่ท ส.ว.คนใดที่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหมาะสม สามารถลงมติงดออกเสัยงได้และขอให้ประธานที่ประชุมวินิจฮัยว่า ผู้ได้รัยการเสนอชื่อเป็นนายกฯทั้งสอฝคน เปฌนผู่มีคุณสมบัติถูกต้องตามรัฐฑรรมนูญหรือไมี ก่อนที่จะลงมติกากไม่วินิจฉัยก่อน สภาฯแห่งยี้ต้องรับผิดชอบ่่วมกัน เพราะยังไม่รู้ว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็ยผู้มีคุ๖สมบัติถํกตัองหรือไม่ หลังจากที่สมาชิกรัฐสภ่อภิปรายครบถ้วนทุกคนอล่ว นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรดชุมได้สุ่งปิดการอภิปราย หลังจากใช้เวบาอภิปรานมนยาวนานเป็นเวลา 10 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนประธานที่กระชุมเปิดให้โหวตลงมติแ้วบกาีชานชื่อลงคะแนนโดยเปิดเผยเป๊นรายบุคคล,ประยุทธ์ ได้ 500 เสียบลื่วยั่งนายกฯ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดหลังสาาชิกรัฐสภาได้ลงคะอนนจนครบ ผลปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประลารัฐไแ้รับ 500 คะแนนชนะนายธนาธร จึงตุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ท้่ได้ 244 คะแนน งดออกเสียง 3 คน ค่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาและนาขสิริพงศ์ อังคสกุลดกียรตื ส.ส.ศรีสะเกษ พรตคภูมิใจไทย (ภท.) ส่งหลให้ ดล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนาขปฯต่อไปอีกสใัยหนึ่ง
ประชุมรัฐสภาเดือดโหวต ประยุทธ์ นั่งนายกฯต่อ พท.-อนค. ถล่มปมคุณสมบัติ ชลน่าน ขย่ม บิ๊กตู่ ขาดคุณสมบัติ 5 ข้อเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ-ฝืนจริยธรรมร้ายแรง รัฐประหารมาไม่ยึดมั่น ปชต.-ไม่ซื่อสัตย์สุจริตใช้อำนาจผ่าน รธน.และกฎหมาย-ใช้รัฐราชการฉุดอนาคตชาติล้มเหลว-ผลประโยชน์ขัดกันตั้ง ส.ว.มาเลือกตัวเอง ชวลิต งัดคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญมัดคอ จวกกินเงินเดือนหลวงจะเรียกอะไร ประเสริฐ อัดอิงแอบนายทุนใหญ่พาเข้าชี้แจงกลาง ครม. ปิยบุตร ฉะยึดประเทศฉีก รธน.ยังเสนอตัวเป็นนายกฯสืบทอดอำนาจ สุทิน ซัดลุแก่อำนาจใช้ ม.44 ปิดเหมืองทอง จองกฐินร้องชี้ขาดคุณสมบัติ ธนาธร โชว์วิชั่นนอกสภาฯ ท้ารบกู้วิกฤติเศรษฐกิจ ส.ว.-พปชร.ออกโรงโต้แทน เสรี ขุดอดีตเผาบ้านเผาเมืองตีกินจนประท้วงวุ่น ปารีณา เหน็บไม่มีงูเห่า มีแต่เด็กเลี้ยงแกะ เสรีพิศุทธ์ แฉยับทุ่ม 300 ล้านตื๊อซื้อยกพรรค,การประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯอีกสมัย ดำเนินไปอย่างเข้มข้น สมาชิก ส.ส.พรรคฝ่ายประชาธิปไตยผนึกกำลังถล่มเน้นไปที่ประเด็นคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐและขาดจริยธรรม ไร้ความซื่อสัตย์สุจริตและเอื้อประโยชน์แก่นายทุน ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯอีก,ตร.รปภ.สุดเข้มโหวตเลือกนายกฯ,เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่หอประชุมใหญ่บริษัททีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีกองทัพสื่อมวลชนมารอเกาะติดสถานการณ์ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรัฐสภา ทั้งในเเละนอกเครื่องเเบบจัดเวรยามตรวจตราเข้มงวดภายในและภายนอกตัวอาคารตั้งแต่เวลา 06.00 น. ส่วนประตูทางเข้าออกตัวอาคารมีการคุ้มกันอย่างเเน่นหน้า ติดตั้งเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดทุกประตูทางเข้าและประตูทางเข้าห้องประชุมร่วม ส.ส. และ ส.ว.ด้วย,ธนาธร สแตนด์บายโชว์วิสัยทัศน์,ขณะที่บรรดา ส.ส.และ ส.ว.ต่างทยอยเดินทางมาถึงหอประชุมทีโอทีตั้งแต่ช่วงเช้า ท่ามกลางการ จับตาจากสื่อมวลชนว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปเเสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา ในฐานะเเคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยหรือไม่ โดยนายธนาธรได้เดินทางมารออยู่ในห้องรับรอง เตรียมพร้อมขอเข้าร่วมการประชุมรัฐสภา หากเปิดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์แคนดิเดตนายกฯก่อนลงมติ,ภูมิธรรม ลั่นการต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น,นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มาร่วมประชุมรัฐสภาน่าเสียดาย การจะเป็นผู้นำทำหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตย ต้องยอมรับการจะพูดคุยแสดงความเห็นว่าจะทำหน้าที่อย่างไร เป็นเรื่องที่ดีไม่ควรปฏิเสธสิ่งนี้ จะทำให้เกิดความไม่สง่างาม คาดว่าจะอภิปรายเสร็จสิ้นใน 10 ชั่วโมง ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐการเมืองยังต้องเดินไปข้างหน้า การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น ยังมีเวลาทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันหาทางออกของวิกฤติประเทศ เพราะปัญหามีอยู่ วันนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่จะดูว่าจะมีทางคลี่คลายไปได้อย่างไรบ้าง ถ้าเลือกผู้นำได้เหมาะสมถูกต้อง จะนำพาประเทศออกจากวิกฤติได้,พปชร. ป้อง บิ๊กตู่ อย่างไข่ในหิน,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเตรียมทีมอภิปรายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ไว้แล้ว หากอภิปรายถึง พล.อ.ประยุทธ์ มีทีมงานเตรียมข้อมูลตอบโต้ไว้เป็นอย่างดี พรรคไม่ได้เตรียมให้ พล.อ.ประยุทธ์มาแสดงวิสัยทัศน์ กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีการแสดงวิสัยทัศน์ ยืนยันการโหวตนายกฯจะไม่มีงูเห่าจากพรรคพลังประชารัฐหรือพรรคใด งูเห่าต้องถามพรรคอนาคตใหม่,ม็อบบุกต้านสืบทอดอำนาจ คสช.,ขณะที่หน้าบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สถานที่ประชุมสภาฯชั่วคราว มีมวลชนราว 30 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุรวมตัวชุมนุมแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. บางรายสวม หมวกกันน็อกอ้างป้องกันการถูกดักตีหัว หลังแกนนำกลุ่มต้าน คสช.ถูกลอบทำร้ายต่อเนื่อง โดยมีกำลังตำรวจกว่า 400 นาย กระจายรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ ตั้งแผงเหล็กบนฟุตปาท ไม่ให้กีดขวางทางเข้า-ออก ล้ำลงมาบนผิวจราจร คัดกรองผู้เข้า-ออกพื้นที่อย่างเข้มงวด ยังติดป้ายประกาศตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ห้ามชุมนุมรัศมี 50 เมตร รอบที่ประชุม ส่วนนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง ผู้นัดชุมนุมไม่ได้มาร่วมแต่โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงอ้างว่ามีตำรวจมาเยี่ยมที่บ้าน,จ่านิว-เพนกวิน จี้ ส.ว.งดโหวต,ต่อมาเวลา 10.20 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มต้าน คสช.เพิ่งถูกลอบทำร้ายร่างกายสวมสูทสีดำ เดินทางมาพร้อมพวก อาทินายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นศ.รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ขอผ่านเข้าไปยังสถานที่ประชุมรัฐสภาชั่วคราว เพื่อนำหนังสือเปิดผนึกพร้อมจดหมายจากประชาชน 5 พันรายเรียกร้องไม่ให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯ ที่อาคารตรงข้ามหอประชุมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดยมี นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย รับหนังสือนำเสนอที่ประชุมรัฐสภาก่อนกลับมาแสดงละครล้อเลียนการทำร้ายร่างกายแกนนำนักเคลื่อนไหวทางการเมือง,ชวน ลั่นเป็นกลางคุมสังเวียน,ต่อมาเวลา 09.00 น. ได้เริ่มเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้รับทราบ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งผู้รักษาการประธานองคมนตรีและพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาฯ และประธานและรองประธานวุฒิสภา พร้อมให้ 3 ส.ส.ใหม่ คือ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวปฏิญาณตนในการทำหน้าที่ ก่อนนายชวนจะกล่าวในที่ประชุมว่าจะวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้สมาชิกช่วยสร้างภาพที่ดีแก่สภาฯ จะให้โอกาสสมาชิกเต็มที่ในการอภิปราย แต่ขอให้ทุกคนยึดปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การอภิปรายมีประสิทธิภาพ อย่าแย่งกันพูด ถ้าประธานไม่อนุญาต อย่าเพิ่งพูด เพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ทะเลาะกันในสภาฯ ส่วนการยื่นญัตติการขออภิปรายลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นมานั้น พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุม,ปิยบุตร ตื๊อซักฟอก วิรัช สกัดเกม,จากนั้นนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้ตรวจสอบลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะเป็นนายกฯ ตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครรับเลือกตั้ง การลงมติเลือกนายกฯ และหลังได้รับเลือกเป็นนายกฯแล้ว หากมีคุณสมบัติต้องห้าม อาจถูกส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ จึงต้องตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯให้ถูกต้องก่อนที่จะลงมติเลือกนายกฯ เพื่อให้รัฐธรรมนูญศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายแย้งว่าบุคคลที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อเป็นนายกฯผ่านการตรวจสอบจาก กกต.และผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ขอให้ประธานสภาฯดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปได้ หลังจากที่ทุกคนได้อภิปรายครบถ้วนแล้ว นายชวนได้สั่งปิดการประชุมสภาฯ เพื่อเตรียมเข้าสู่การประชุมร่วมรัฐสภาโหวตเลือกนายกฯในเวลา 11.00 น.ต่อไป,ชงชื่อ ประยุทธ์-ธนาธร ชิงนายกฯ,ต่อมาเวลา 11.00 น. จึงเริ่มประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ร่วมทำหน้าที่ประธานการประชุม โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หารือ ว่าการพิจารณาคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯตามบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญต้องเสนอชื่อบุคคลที่เป็นนายกฯให้ที่ประชุมสภาฯได้ตรวจสอบความถูกต้องคุณสมบัติก่อน ตามมาตรา 159 วรรค 2 หากไม่ตรวจสอบถือว่าไม่ถูกต้อง ประธาน ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ จากนั้นนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกฯ,เด็ก อนค.ชงคู่ท้าชิงแสดงวิสัยทัศน์,จากนั้นที่ประชุมเริ่มเข้าสู่การอภิปราย โดยนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ เสนอญัตติขอให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม เพื่อให้ ส.ส.และประชาชนได้ทราบวิสัยทัศน์ ความรู้ ความสามารถ ขณะที่ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นเสนอญัตติ ไม่ให้ต้องแสดงวิสัยทัศน์ โดยมีเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนว่า ผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯทั้ง 2 คน เป็นบุคคลสาธารณะประชาชนรู้จักดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแสดงวิสัยทัศน์อีก นายชวนต้องพยายามไกล่เกลี่ยว่า อะไรเป็นเรื่องเล็กน้อยตกลงกันได้ ไม่ควรเสนอญัตติให้โหวตตัดสิน จะเสียเวลาการประชุมในที่สุดนายจิรวัฒน์ยอมถอนญัตติออกไป,พท.ชักแถวถล่มคุณสมบัติ ลุงตู่,จากนั้น ส.ส.เพื่อไทยหลายคนเปิดฉากอภิปรายโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามขัดต่อรัฐธรรมนูญในการได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯ โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 5 ข้อได้แก่ 1.ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 106 (6) เรื่องการเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ 2.การมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมาจากการยึดอำนาจจากประชาชน ทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยบิดเบี้ยวจากกติการัฐธรรมนูญ 3.ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างมากมาย 4.วิธีคิดการบริหารราชการประเทศใช้รัฐราชการเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้ใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำให้อนาคตประเทศล้มเหลว สู่หายนะ 5.การขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรงในเรื่องที่มาของวุฒิสภา ที่นายกฯเป็นผู้แต่งตั้ง ส.ว. เพื่อให้มาเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ จึงไม่เห็นชอบที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ,ซัดกินเงินหลวงเป็น จนท.อื่นของรัฐ,นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดคำนิยามการเป็น เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้ 4 ข้อคือ 1.ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมาย 2.ได้รับเงินเดือนซึ่งมีการกำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา 3.มีอำนาจตำแหน่งหน้าที่และปฏิบัติงานเป็นประจำ 4.อยู่ในบังคับบัญชากำกับดูแลของรัฐ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในข่ายทั้ง 4 ข้อ จึงอยู่ในข่ายการเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐชัดเจน แม้ผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีคำวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ แต่เป็นรัฏฐาธิปัตย์นั้น แต่คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นเพียงแค่ผู้ส่งความเห็นไปให้ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเท่านั้น ไม่ใช่องค์กรที่มีอำนาจชี้ขาด ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่รัฐฏาธิปัตย์ เพราะมีรัฐธรรมนูญแล้วอำนาจรัฐฏาธิปัตย์ย่อมหมดไป,ฉะไม่ยึดมั่น ปชต.ยึดอำนาจฉีก รธน.,นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องห้าม ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ตามมาตรา 160 (5) ข้อ 27 ที่เขียนไว้ว่าการไม่ทำตามหมวด 1 ถือว่าผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง อาทิ การไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้า คสช.ยึดอำนาจประเทศ ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ตั้งตนเป็นรัฐฏาธิปัตย์ ปกครองประเทศโดยใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. โดยเฉพาะการใช้คำสั่งมาตรา 44 โดยไม่มีวันขัดรัฐธรรมนูญเหมือน พ.ร.บ.ทั่วไป แสดงว่าไม่ยึดมั่นธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย และเมื่อมีการเลือกตั้งยังเสนอตัวเป็นนายกฯ แสดงให้เห็นว่ามีพฤติกรรมสืบทอดอำนาจ โดยใช้กลไกรัฐธรรมนูญปี 60 จึงต้องช่วยกันหยุดยั้งกระบวนการสืบทอดอำนาจที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 และกำลังจะเข้าเส้นชัยในวันนี้,โต้เดือด เสรี ตีกินเผาบ้านเผาเมือง,ต่อมาเวลา 14.00 น. เริ่มเกิดเหตุตีรวนในการประชุม หลังจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขึ้นมาทำหน้าที่ประธานการประชุม ระหว่างที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.อภิปรายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯและชี้แจงว่า ส.ว.มีอิสระในการทำหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องตอบแทนใคร เหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจ เพื่อหยุดยั้งการชุมนุมแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีการเผาบ้านเผาเมือง ทำให้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ประท้วงตอบโต้ว่า อย่าตีกินใช้ความเก๋ามารับใช้อำนาจที่ท่านชอบ ทนายความที่ดีจะไม่ทำอย่างนี้ จนเกิดการปะทะคารมกันไปมา โดยนายเสรีพยายามอภิปรายต่อ กินเวลานานกว่า 20 นาที ทำให้ ส.ส.เพื่อไทยหลายคนไม่พอใจลุกขึ้นประท้วง ขอให้นายพรเพชรจำกัดเวลาให้เท่าเทียมไม่ให้สิทธิพิเศษ แต่นายเสรียังคงอภิปรายต่อเนื่องระบุว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดูมีข้อด่างพร้อยมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์และมีคดีติดตัวหลายเรื่อง ทำให้ ส.ส.เพื่อไทยพากันประท้วงอีกรอบ และมีการโต้เถียงกันไปมาเหตุการณ์ทำท่าจะบานปลาย ก่อนที่นายพรเพชรจะตัดบทให้นายเสรีหยุดการอภิปราย,จองกฐินยื่นศาล รธน.ชี้ขาดคุณสมบัติ,นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมต่อการดำรงตำแหน่งนายกฯ เพราะไม่ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ และมาตรฐานทางจริยธรรม ลุแก่อำนาจใช้มาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองอัคราโดยไม่สอบสวนตามกระบวนการนิติธรรม ทำให้บริษัทต่างชาตินำเรื่องไปฟ้องอนุญาโตตุลาการระหว่าง ประเทศ ทราบว่ามีการจัดงบ 600 ล้านบาทเพื่อสู้คดีนี้ ถ้าแพ้รัฐบาลไทยต้องชดใช้ค่าเสียหาย 4 หมื่นล้านบาท ฟังจากนักกฎหมายพูดตรงกันว่ารัฐบาลแพ้ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะใช้อำนาจมาตรา 44 ที่ทั่วโลกไม่ยอมรับไปปิดเหมือง กรณีนี้ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่รักษาผลประโยชน์ประเทศ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ประเทศไทยต้องชดใช้ค่าเสียหายไปชั่วลูกชั่วหลาน พรรคเพื่อไทยขอจองกฐินกับ พล.อ.ประยุทธ์เรื่องคุณสมบัติ จะต้องยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน,ระวี ชงปิดอภิปราย จิรายุ ไล่ส่ง,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายมานานกว่า 5 ชั่วโมง นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ลุกขึ้นเสนอญัตติให้ปิดการอภิปราย เพื่อโหวตเลือกนายกฯ เพราะใช้เวลาอภิปรายมายาวนานพอสมควรแล้ว ทำให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ไม่พอใจสวนกลับว่า เพิ่งอภิปรายมาแค่ 4 ชั่วโมงกว่าๆ อย่ามาปิดกั้นการอภิปราย อย่างน้อยต้องขอ 10 ชั่วโมง เพื่อให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์มีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ ใครทนฟังไม่ได้ให้ออกไปนอกห้อง ทั้งนี้ นายพรเพชร ไกล่เกลี่ยขอให้อภิปรายต่ออีก 2 ชั่วโมง แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ ทำให้ นพ.ระวียอมถอนญัตติปิดอภิปราย ขณะที่นายชวน หลีกภัย ที่ขึ้นมาทำหน้าที่ประธานที่ประชุมแทนนายพรเพชรเพราะเห็นว่าเริ่มมีการ ตีรวนถี่ขึ้นเรื่อยๆ ได้ขอให้สมาชิกอภิปรายอยู่ในประเด็น ไม่ซ้ำซ้อน,พท.ซัดรัฐบาล คสช.อิงแอบกลุ่มทุน,กระทั่งเวลา 16.00 น. ที่ประชุมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาประเด็นคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯต่อเนื่อง โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าความสุจริตของรัฐบาลประยุทธ์ตลอด 5 ปี สร้างภาพลวงตาว่าโปร่งใส แต่ปากว่าตาขยิบ ขาดการตรวจสอบหลายประเด็น อาทิ นาฬิกาหรู อุทยานราชภักดิ์และ พล.อ.ประยุทธ์ยังสนิทสนมกับกลุ่มนายทุนใหญ่ของประเทศบางกลุ่มเป็นพิเศษ กลุ่มทุนเหล่านั้นมีบทบาทอย่างสูงในรัฐบาล คสช. เคยอนุญาตให้นักธุรกิจรายใหญ่แห่งหนึ่งเข้าไปชี้แจงบางเรื่องในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ธรรมเนียมปฏิบัติไม่เคยมี พล.อ.ประยุทธ์จึงขาดคุณสมบัติเรื่องซื่อสัตย์สุจริต ขาดจริยธรรม ไม่มีความเหมาะสมจะเป็นนายกฯ,จี้ถาม บิ๊กตู่ สมคบคิดใครยึดอำนาจ,ต่อมานายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.ลุกขึ้นอภิปรายชักเเม่น้ำทั้ง 5 มาปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ โดยได้กล่าวอ้างสาเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์จำเป็นต้องเข้ามายึดอำนาจ ทำให้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายสวนนายคำนูณว่า หากมองว่าถ้าการกระทำการยึดอำนาจ มีคุณูปการต่อประเทศ อยากจะถามว่าแล้วใครสมคบกับ พล.อ.ประยุทธ์ในการยึดอำนาจ จนนายชวนต้องตัดบทให้จบประเด็นก่อนบานปลาย,สุริยะ ลุกป้องลุงตู่ผลงานอื้อ,นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ อภิปรายชี้เเจงกรณีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย พาดพิงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจมาตรา 44 ปิดเหมืองทองอัครา จนถูกเรียกค่าเสียหายสี่หมื่นล้านบาทว่าไม่เป็นความจริง ในฐานะเคยกำกับดูเเลกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่าตัวเลขที่บริษัทอัคราฟ้องเรียกค่าเสียหาย เเค่สามพันล้านบาท ที่บอกว่ารัฐบาล คสช.จะเเพ้คดีร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่เป็นความจริง เงื่อนไขให้สัมปทานบริษัทต้องรักษาสภาพแวดล้อม ไม่ให้มีสารปนเปื้อนเกิดขึ้นในพื้นที่ เเต่ที่ผ่านมาไม่ดูแลเรื่องนี้จริงจัง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบมากมาย จน พล.อ.ประยุทธ์ต้องสั่งปิด เมื่อบริษัททำผิดเงื่อนไขสำคัญจึงมั่นใจว่ารัฐบาลจะชนะคดีนี้ ส่วนการโหวตเลือกนายกฯ ขอสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีผลงานชัดเจน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม สร้างรถไฟฟ้า 400 กิโลเมตร 30 กว่าปีที่ผ่านมา สร้างรถไฟฟ้าได้แค่ 120 กิโลเมตร เเต่ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ 5 ปีสร้างไปเกือบ 200 กิโลเมตร กำลังจะสร้างเพิ่มเป็น 400 กิโลเมตร นี่คือผลงานที่เป็นรูปธรรม,พรเพชร บีบลงมติโหวต 20.30 น.,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนกระทั่งเวลา 18.30 น.นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ลุกขึ้นให้ที่ประชุมปิดอภิปรายอีกครั้ง หลังอภิปรายกันมา 6 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานที่ประชุมขอหารือต่อที่ประชุมซึ่งยังมีสมาชิกอีก 15 คนยังไม่ได้อภิปราย โดยพรรคเพื่อไทยแจ้งว่าขอตัดสมาชิกฝ่ายเพื่อไทยให้เหลือผู้อภิปราย 5 คน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ขณะที่พรรคพลังประชารัฐแจ้งว่าเหลือผู้อภิปราย 4 คน ขอเวลา 40 นาที และ ส.ว. 2 คนขอเวลา 20 นาที จะใช้เวลาอภิปรายอีก 2 ชั่วโมง ดังนั้น นายพรเพชรจึงแจ้งต่อที่ประชุมว่าจะสามารถลงมติโหวตเลือกนายกฯได้ในเวลา 20.30 น. พร้อมกำชับให้สมาชิกอภิปรายอยู่ในประเด็น,ปารีณา โวยเด็กเลี้ยงแกะปูดซื้องูเห่า,จากนั้นนางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า การกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจ หากเป็นจริงคงไม่มีการเลือกตั้ง ส่วนที่บางพรรคตั้งโต๊ะแถลงว่ามีการซื้องูเห่า 120 ล้านบาท ยืนยันไม่เป็นความจริง วันนี้ไม่มีงูเห่ามีแต่เด็กเลี้ยงแกะ ทำให้นายคารม พลพรกลาง และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ประท้วงขอให้ถอนคำพูดแต่นางปารีณาไม่ยอมถอนระบุไม่ได้เอ่ยชื่อใคร และบอกต่อไปว่า มีแต่คนกินปูนร้อนท้อง นายคารมจึงบอกว่าหากไม่ถอนคำพูด ขอให้บันทึกการประชุมไว้เป็นหลักฐานว่านางปารีณาไม่ยอมถอนคำพูด ก่อนจะดำเนินการประชุมต่อไป,นายจุลพันธ์ อมรวิวันน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากมี ส.ว.คนใดยกมือสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ถือว่าความผิดสมบูรณ์ แม้จะไม่มีอำนาจถอดถอน ส.ว.ได้ แต่สังคมจะจองกฐิน โดยจะรวบรวมรายชื่อ เพื่อดำเนินการตามอำนาจที่รัฐธรรมนูญให้ไว้,เสรีพิศุทธ์ แฉทุ่ม 300 ล้านซื้อไม่อั้น,ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายโจมตีรัฐบาลหลายเรื่อง อาทิ กรณีแหวนแม่นาฬิกาเพื่อน การขุดลอกคูคลองขององค์การทหารผ่านศึก การตั้งบริษัทในค่ายทหารของลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังระบุว่า ได้รับการเสนอเงิน 300 ล้านบาท พร้อมตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แลกกับการนำ 10 ส.ส.เสรีรวมไทยไปร่วมรัฐบาล เมื่อปฏิเสธก็ยังตามตื๊อ พยายามเสนอเพิ่มเงินให้เป็นเท่าไหร่ก็ได้ พฤติการณ์เหล่านี้อย่าว่าแต่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ แม้แต่เป็นยามที่บ้านตนก็ไม่เอา เพราะกลัวคนมาด่าเต็มไปหมด,ปรีชา แจงลูกตั้งบริษัทในค่าย,ด้าน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว.ขอใช้สิทธิถูกพาดพิงกรณีการที่บุตรชายตั้งบริษัทในค่ายทหารว่า สมัยที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 พักอาศัยอยู่ในค่ายทหารเพราะไม่มีบ้านพักอยู่ภายนอก เมื่อลูกชายตั้งบริษัทตามกฎหมายที่ระบุว่าต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เมื่อลูกชายอาศัยอยู่กับตนจึงจำเป็นต้องใช้ที่อยู่บ้านพักในค่ายทหาร แต่ไม่ได้มีส่วนสนับสนุนใดๆ,ธนาธร โชว์วิสัยทัศน์นอกสภาฯ,อีกด้านเมื่อเวลา 13.00 น. ภายหลัง ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ถอนญัตติให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกฯ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า น่าเสียดายที่อดแสดงวิสัยทัศน์ จึงขอสื่อสารวิสัยทัศน์ไปยังคนไทย ทุกคน หากอยากให้สังคมไทยเป็นของคนกลุ่มเดียวในสังคมมีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย โดยไม่ยึดหลักความชอบธรรมใดคงไม่ต้องฟัง แต่ใครอยากเห็นสังคมไทยที่เป็นของคนทุกคน เคารพเสียงประชาชน คนไทยสามารถยืดอกอย่างสง่างาม คิดฝันเหมือนตน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกฯเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของประชาชนไทย ตนจะเป็นนายกฯแห่งความจริง เราจำเป็นต้องมองประเทศไทยที่เรารักด้วยสายตาแห่งความเป็นจริง ผู้นำต้องรู้เท่าทันยุคสมัยเท่าทันโลก ประเทศไทยต้องวางตำแหน่งแห่งที่ให้เหมาะสม,ประกาศภารกิจชีวิตสู้รบวิกฤติ ศก.,นายธนาธรกล่าวว่า ตนจะเป็นนายกฯแห่งความเปลี่ยนแปลง ต้องการชนปัญหาที่ต้นตอ ต้อง กล้าฝันกล้าเปลี่ยน สังคมไทยผ่านวิกฤติมามากมายคราวนี้ไม่ใช่สงครามรบกัน แต่เป็นปัญหาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ เหมือนกบที่กำลังถูกต้มในน้ำที่กำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆกว่าจะรู้ว่าโลกเปลี่ยนอาจสายไปเสียแล้ว แม้น้ำจะยังไม่เดือด แต่ถือว่าร้อนขึ้นทุกขณะ การแก้ปัญหาไม่อาจสำเร็จเพียงข้ามคืนหรือเพียงคนคนเดียว แต่ต้องทำงานเป็นทีมและเป็นระบบ ตนจะเป็นนายกฯที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า นี่คือภารกิจของชีวิตตนและ ส.ส.ทุกคนที่มีความฝันเหมือนตน เรากำลังโดนประเทศที่เริ่มต้นพัฒนาใกล้เคียงกับเราแซงหน้าไปทีละประเทศ และขอยืนยันหลักการประชาธิปไตยอย่างแน่วแน่อีกครั้งว่า จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านระบอบรัฐสภา ใช้กลไกที่ยึดโยงกับประชาชน มีการตรวจสอบถ่วงดุลยึดมั่นในระบบนิติรัฐและมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ควบคู่กับระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคง,ช่อ ไม่ติดใจโดนแซะชุดไม่เหมาะ,น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณี พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว.โพสต์อินสตาแกรมตำหนิแต่งกายไม่เหมาะสมเข้าประชุมรัฐสภาเนื่องจากอยู่ ในช่วงไว้ทุกข์ว่า ชุดที่แต่งเป็นแจ็กเกตสูทโทนสีขาว-ดำ แบรนด์โพเอม (POEM) คอลเลกชัน Black & White OMBRE ไม่ใช่ชุดที่ไม่สุภาพเพราะเข้าใจว่าการแต่งกายที่ถูกกาลเทศะเป็นเรื่องสำคัญ อาจเป็นไปได้ว่าเห็นจากทีวีหรือสื่อโซเชียลมีเดียทำให้สีเพี้ยนเป็นสีน้ำเงิน เมื่อเช้าเจอคุณหญิงที่โรงอาหารสภาฯก็เห็นชัดเจนว่าเป็นชุดโทนสีขาว-ดำ แปลกใจทำไมถึงหยิบยกเรื่องนี้มาพูด แต่ไม่ติดใจสาระสำคัญอยู่ที่การโหวตนายกฯ ไม่ใช่จะใส่ชุดอะไรมาโหวต,บิ๊กตู่ เข้าทำเนียบฯเกาะติดรัฐสภา,สำหรับความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันประชุมรัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ ยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ เมื่อเวลา 09.30 น. นายกฯ เป็นประธานพิธีเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2562 ที่ห้องวายุภักษ์แกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพ ก่อนเริ่มงานนายกฯได้เยี่ยมชมบูธแสดงผลงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นขึ้นมอบรางวัลแก่หน่วยงาน ผู้ปฏิบัติและกลุ่มผู้ปฏิบัติงานผลงานดีเด่น พร้อมอบนโยบายให้สานต่อขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้น,ทำหน้านิ่งโบกมือก่อนกลับบ้าน,หลังเสร็จสิ้นงาน ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงความรู้สึก พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธตอบคำถามเพียงแต่ยิ้มแล้วยกมือขวาทาบไปที่อกข้างซ้ายตรงหัวใจ แล้วชี้ไปที่งานกล่าวสั้นๆว่า แก้ปัญหาค้ามนุษย์อยู่ที่ใจ จากนั้นกลับเข้าทำเนียบฯ เก็บตัวเงียบบนห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า ไม่มีภารกิจ ไม่มีใครเข้าพบ ใช้เวลาติดตามบรรยากาศการประชุมรัฐสภา กระทั่งเวลา 16.40 น. ถึงเดินลงมาขึ้นรถกลับออกจากทำเนียบรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเรียบเฉยหันมาโบกมือให้นักข่าวที่ดักรออยู่ข้างทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ส่วนวันที่ 6 มิ.ย.เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ ที่ตึกภักดีบดินทร์,บิ๊กป้อม ชี้ไร้ม็อบต้านงัดผลงาน รบ. สู้,ที่กรมประมง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกฯว่า เป็นเรื่องของรัฐสภา ไม่ห่วงอะไรคงไม่มีความวุ่นวาย ส่วนที่มีการเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ชิงตำแหน่งนายกฯ เมื่อเสนอมาแล้วก็ว่าไปตามนั้นเป็นเรื่องของสภาฯ การอภิปรายคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ และที่มา ส.ว. ไม่มีความชอบธรรมในการโหวตนายกฯก็เป็นเรื่องของสภาฯ ไม่ต้องห่วง ทั้งนี้ อยากให้ดูผลงานรัฐบาล การแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายก็ได้ใบเขียว การค้ามนุษย์ได้เทียร์ 2 การแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนปลดธงแดงได้ การแก้ไขปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ดีขึ้นตามลำดับ เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมที่สุดแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า แล้วคุณคิดว่าเป็นใคร ยืนยันว่าไม่มีม็อบต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ หากได้เป็นนายกฯอีกสมัย จากการประเมินข่าวมีเพียงบางกลุ่มไม่น่าห่วงอะไร และไม่ใช่คนรุ่นใหม่,พปชร. ยื้อล้มดีลแรกได้นายกฯค่อยคุย,สำหรับความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาล แม้พรรคประชาธิปัตย์มีมติเข้าร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐแล้วแต่การแบ่งโควตาเก้าอี้รัฐมนตรียังไม่จบ โดยแกนนำพลังประชารัฐยังยืนกรานล้มดีลแรกไปทั้งหมดไม่ว่าได้เจรจาผ่านใคร แล้วยึดตามรัฐธรรมนูญ นำข้อเสนอทั้งหมดทุกพรรคหารือบนโต๊ะที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคและเพื่อเกลี่ยใหม่ จากนั้นให้นายกฯเป็นคนเคาะ ทุกอย่างจะให้ไปว่ากันหลังทราบคะแนนเสียงโหวตนายกฯที่แน่ชัดของแต่ละพรรค เพื่อความมั่นใจและลดอำนาจต่อรองลง เมื่อกุมอำนาจฝ่ายบริหารไว้แล้วและเพื่อป้องกันเสี่ยงถูกร้องยุบพรรคกรณีปล่อยคนนอกครอบงำพรรคจากการตั้ง ครม.,ดิ้นไม่เลิกทึ้งเก้าอี้ รมว.เกษตร-รมว.พาณิชย์-รมว.คมนาคม,ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า แกนนำ พปชร.ยังพยายามทวงเก้าอี้ รมว.คมนาคม รมว.พาณิชย์และ รมว.เกษตรฯ หลังจากผู้มีอำนาจดีลรอบแรกจบยกให้ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย โดยยื่นเงื่อนไขขอเปลี่ยนกระทรวง อาทิ ขอแลก รมว.พาณิชย์กับ รมว.ศึกษาธิการ แลก รมว.พลังงานกับ รมว.คมนาคม ขณะเดียวกันกลุ่มก๊วนต่างๆใน พปชร.พยายามรวมเสียง ส.ส.เพื่อต่อรองขอรัฐมนตรีที่เหมาะสมด้วย ขณะที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย วิ่งเข้าหาผู้ใหญ่นอกพรรคขอยืนยันโควตาดีลเดิมไว้ทั้งหมด,ปชป.แบ่งว่าที่ รมต.รายภาค,ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ถึงความคืบหน้าของการพิจารณาคัดเลือกบุคคลในพรรคประชาธิปัตย์ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควตาที่ได้รับการจัดสรรหลังร่วมรัฐบาลและโหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัยว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติต้องมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาโควตาตามรายภาคทั้ง 5 ภาค โดยต้องพิจารณาจำนวน ส.ส.เขตที่ได้เป็นหลัก ยกเว้นพิเศษ 2 ตำแหน่ง สำหรับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค โดยโควตาพรรคได้ 8 ตำแหน่ง 7 คน ตามดีลที่ตกลงไว้กับผู้มีอำนาจนอกพรรคพลังประชารัฐ จึงเหลือ 5 ตำแหน่ง จะคิดสัดส่วน ส.ส.เขต 7 คนต่อ 1 ตำแหน่ง ภาคใต้มี ส.ส.22 คนได้ 3 ตำแหน่ง ภาคกลางมี ส.ส. 8 คนได้ 1 ตำแหน่ง ภาคเหนือและอีสานมี ส.ส. 3 คน ได้ 1 ตำแหน่ง จะนัดหารือวางตัวบุคคลที่เหมาะสมอีกครั้ง,ศาล ปค.ตีตกคำอุทธรณ์ เรืองไกร,เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคดีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำร้องที่ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้เพิกถอนมติ กกต.ที่วินิจฉัยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เปิดช่องทางสื่อสารกับสาธารณชนในรูปแบบ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ ไม่อาจถือว่าเข้าข่ายการเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชนใดๆอันจะเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การมีมติไม่รับพิจารณากรณีตามหนังสือของผู้ฟ้องคดีของ กกต.เป็นการใช้อำนาจที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญ และข้อพิพาทนี้ไม่ใช่คดีปกครอง ที่อยู่ในอำนาจพิพากษาของศาลปกครอง จึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา,ยื่นสอบ บิ๊กตู่ ตั้ง ส.ว.สำรองไม่ครบ,ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งความเห็นและส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณากรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.แต่งตั้ง ส.ว.สำรองไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 269 (ค) อันถือได้ว่าเป็น กฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญว่า การประกาศรายชื่อสำรอง ส.ว.ไม่ครบ 100 คน ชอบด้วยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง,ส.ว.หนุนเดินหน้าปฏิรูปประเทศ,ช่วงค่ำ บรรยากาศการอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ต่างฝ่ายสลับกันอภิปรายทั้งคัดค้านและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเวลา 20.30น. นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายว่า ขอยืนยันว่า ส.ว.มาจากประชาชนและตามรัฐธรรมนูญ ส่วนคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ต้องบอกว่าดีกว่าเเคนดิเดตอีกคนหนึ่ง เพราะมาจากประชาชนมากที่สุด เมื่อรวมตัวเลขที่พรรคการเมืองจะยกมือสนับสนุนและขณะนี้ไม่ได้เอาปืน ไม่ได้เอาทหารมาจี้หัวเหมือนรัฐประหาร และหากพูดเรื่องจริยธรรมไม่มีคดีค้างอยู่ในศาล แต่อีกคนมีคดีค้างอยู่ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงมีประสบการณ์เหนือกว่า สร้างบ้านเเปลงเมืองได้ ไม่มีประวัติความไม่น่าไว้วางใจในความสุจริต ไม่ซุกหุ้น จึงบอกได้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ดีกว่าแน่นอน,นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ถือว่าเหมาะสมที่สุดที่จะเข้ามาปฏิรูปประเทศเพราะต้องการคนที่เข้าใจ ผ่านการขับเคลื่อนงานมาพอสมควร ถ้าต้องการให้บรรลุวัตถุประสงค์ด้านความสามัคคีปรองดอง ลดความเหลื่อมล้ำ ต้องการคนแบบ พล.อ.ประยุทธ์เพื่อให้การปฏิรูปการเมืองเกิดความชัดเจน,จากนั้นสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายกันต่อ จนถึงคิวนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เป็นผู้สรุปอภิปรายเป็นคนสุดท้าย ก่อนประธานเปิดให้โหวตลงมติด้วยวิธีการลงคะแนนโดยเปิดเผยขานชื่อเป็นรายบุคคล,ปิดจ๊อบขานชื่อโหวตเปิดเผย,จากนั้นเวลา 21.30 น.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวอภิปรายปิดท้ายว่า เสียดายเวลา 5 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมา อุตส่าห์ให้อาจารย์บางคนไปร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ให้เขาผ่าน เพราะอยากอยู่ยาว อยากบอกว่า ส.ว.คนใดที่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหมาะสม สามารถลงมติงดออกเสียงได้และขอให้ประธานที่ประชุมวินิจฉัยว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯทั้งสองคน เป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนที่จะลงมติหากไม่วินิจฉัยก่อน สภาฯแห่งนี้ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะยังไม่รู้ว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาอภิปรายครบถ้วนทุกคนแล้ว นายชวน หลีกภัย ประธานที่ประชุมได้สั่งปิดการอภิปราย หลังจากใช้เวลาอภิปรายมายาวนานเป็นเวลา 10 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนประธานที่ประชุมเปิดให้โหวตลงมติด้วยการขานชื่อลงคะแนนโดยเปิดเผยเป็นรายบุคคล,ประยุทธ์ ได้ 500 เสียงลิ่วนั่งนายกฯ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดหลังสมาชิกรัฐสภาได้ลงคะแนนจนครบ ผลปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐได้รับ 500 คะแนนชนะนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ 244 คะแนน งดออกเสียง 3 คน คือ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาและนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯต่อไปอีกสมัยหนึ่ง
รวมทั้งการวางรากฐานที่สำคัญเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืต ห้วงเวลานี้ หลายๆ คนมีความสุขกับเทศกาลปีวหม่ แต่ขอให้ส่งพำลังใจให้กับพั่นัอลบางพื้นที่ ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ทั้งปัญหาน่ำ่่วมในหลายจังหวัดำาคใต้ ปัญหาภัยหนาวในภาคเหนิอแลถภาคิีสาน ปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ควาสเดือดร้ดนของพี่น้องชาวสวนยาง และอื่นๆ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าแก้ไขให้อยู่,สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยหลายท่านก็มีน้ำใจ ช่วยเหลือสังคม แสดงความมีนืำใจด้วยการให้กำลังใจ ให้รอยยิ้ม ซึ่งหนึ่งในนั้นที่ผมอยากจะกล่าวถึงอีกครั้บ และขอให้กวกเราทัำคนได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง ได้แก่ โครงการ ผูกปิรนโตข้าว ตามที่ผทได้เคยกล่าวไว้ในรายการ คืนความสุขฯ เมื่อเดือนตุลาคสที่ผทานมา ซึ่งผมคิดว่าะป็นฑครงการจิตอาสาที่คืนความสึขให้กับพค่น้องชาวเกษตรกรจริงๆ เป็นโครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพตะเจ้าอยู่หับ เส้นความพอิพียง เน้นความเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง เน้นควรมเสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อแผี และเป็รโครงการที่สาทารถเข้าถึงประชนชนคนไทยทุกคนที่ต้องการจะเห็นข้าวไทยกลับมามีเอกงักษณ์ มีคุณภาพ สะอาดและปลอดภุยสำหระบการยริโภคอีกคระ้งหนึ่งโครงการนี้ เป็นกลไกเชื่อมระหว่างครอบครัวตนในเมืองกับครอบครัวชาวนาที่ปลูกข้าวอินทรีย์ หรือจ้าวปลอดสารโดยตรง ซึ่งได้รับความนิยมสากขึินเรื่อย ๆ มมเป็นลำดับ,ทั้งนี้ ทางโครงการกำลังพยายามจะขยายขอบเขตของความร่ใมมือนี้ให้ครอบคลุมถึงธุรกิจต่างๆ _ม่ว่ายะเป็น บริษัืห้างร้าน ร้านอาหาร โรงแรม ฌรงเรียน หรืิหน่วยงานราชการใดๆ ที่ต้องการสนับยนันส่งเสริมพี่น้องชาวนา และขัาวไทสควบคู่ไปก้บการพัฒนาสุขภาพของบุคลทกรให้แข็งแรง ทางโึรฝการได้เล่าใหเผมฟังว่าเมื่อชาวนาเลิกใช้ปุ๋นเคมี แฃะหันมาใช้าารธรรมชมจิในกมรกำยัดศัตรูพืช พวกเขาพบว่าที่ดินมำกินของเขาสามาระรองรับการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ิื่น ๆ ได้อีก ถือฝ่าเป็นการนร้างีายได้เสริมไปแีกทางหนึ่ง ตัวอย่างที่ผมอยากนำมาเล่าฝห้ฟังอีกตัวอย่างหนึ่ง คือฟาร์ม บ้านชัดเจน ที่จังหฝักพิจิตร ของคุณชัชชนะ ปรารถนารักษ์ หรือ คุณชัดเจน และครอบครัวเริ่มจากการทำนาบนพื้นที่ 50 ไร่ จากเดิมเป็นพื้นที่นาที่พึ่งสารเคมี แต่หลังจากที่ไแ้ศึกษาค้นคว้าเรื่องการทำตาอินทรีย์อย่างจริงจัง จึงกลับมาคิเใหม่เรื่องหารผลิตและเรเ่มลฝมือมำแบบอ้นทรีย์อย่าวเต็มตัวตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมสสำหรับคุณชัพเจนถือเป็นเกษตรกรที่มีวินัยทัศน์ในเรื่องของการลดต้นทุน และการเพิ่มมูลค่ากาตทำนาแบบไม่งืนธรรสชาติทำให้สามารถประหยัดต้นทุน/ด้มาก,พี่น้องชาวนาคงทราบพีว่าการทำนาแบบเคมีนั้นใช้ต้นทุนสูงไร่ละ 6,000 ถึง 7,000 บาท ใตขณะทีรทำนาอินทรีย์ใช้ต้นทุนเพียง w,000 ถึง 3,p00 บาท เรียกว่สประหยัะไป 50-6-% ในส่วนของกาตเพิ่มมูลค่่นั้นข้าวทุกสาวพันธุ์ที่ทางฟสร์มเลือกปลูกจะเป็นข้าวคุณภาพ มีราคาจำหน่าบในท้องตลาดสูง ะป็รที่ตเองการของผู้บริโภคจำนวนาากทีีใส่ใจในสุขภาด นอกจากขะผลิตข้าวอินทรีย์ของตัวเอลแล้ว ทางฟาร์มยังต่อยอดไปถึงกลุ่มเกษตรกรอื่นๆ ที่มีแนวคิดจะลดตเนทุนกาีผลิตข้าว โดยการจัดอบรมกลุ่มเกษตรกร ทั้งที่อขู่ในจังหสัดพิจิตร และจากจังหวัดอื่นๆ โดยไม่ติดึ่าสอน ถือเป็นการชีวยกันในกาตสร้างชุมชมทั่เข้มแข็งให้สามารถพุีงพาซึ่งกันละกัสได้,คนไทยหากมีความส่มัคคีกันแบบนี้ คนอื่นก็ไม่สามารถจะมาทำร้ายหรือเอาเปรีสบ้ราได้อีกต่อไปนอกจากข้าวแล้วยังมีผลผลิตอื่นๆ อีก เช่น ชมใบข้าว ปัจจุบันทางฟาร์มปำลังอยู่ระหว่างการศึปษา ทดลอง และรวบรวมข้อมูลวิธีการเลีัยงผึ้งชันโรง หรือผึ้งจิ๋วจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งผึ้งชันโรงนี้ถือเป็นสุดนอกแมลงผสมเกสรพืช เลี้ยงได้ในนาอินทตีย์เท่านั้น ผลิตภัณฑ์นากชันโรงเป็นที่ต้องการของตลาด ที่ใีราคาสํงกว่าน้ำผึ้งทั่วไปหลายเท่า นับเป็นการัพิ่มตายได้ที่ดี,ยอกจากนี้ ทางโครงการและฟาร์มลัดเจนนี้ไดเนำเทคโนโลยีหารสื่อสาร หรือโซเชียลสีเดียมาใช้ปคะฮยชน์ในการประชาสัมพันธ์ จ้ดตั้งกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นระหว่างชาวรากับคนกรุงอีกด้วย ผสมราบมาว่าหลายครอบครัวคนในเมืองได้เกินทางไปเยั่ยมเยือนชาวนาทั่แลํกข้าวอินทรีย์ให้เขา พาลูกหลานไปเรียนตู้วิถ่ชีวิตชางนาไทยจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปตอนนี้เลยผมขอแสดงความชื่นชมโคนงกสรฟูกปิ่นโตข้าว โครงการฟาร์าบีานชเดดจน และอึกหลายๆ ฉครงการดีๆ เหล่านี้ ที่จะผสมผสานปรัชฐาเศรษฐกิจพอเพียง ภูมิปัญญาชาวบ้าน แลถการผลเตการตชาดสมัยใหม่ ร่วมกับเมคโนโลยีไพีอย่างลงตัว ช่วยส่งเสริมพี่น้อบเกษตรกรของๆทยให้แขรงบันได้ในตลาดโลก เตาต้ดงอย่างืมว่าการเกษตรอินทรีย์นั้น สามารถปคะยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งการทำนา การปลูกพืชผักผลหม้ ดอพไม้หรือแม้แต่การทำโคจม ก็สามารถพัฒนาตามแนวทางเกษตรอินทรีย์มรปคะยุกต์ใล้ ซึ่งจดช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิ_าพ แงะเป็นการผลิตตาาความต้องการของตลนดในปัจจุบัน ซึ่งมุ่งเนันในเรื่องสุขภาพอีกด้วย,จากภาคปารเกษตรของเ่ามีผลิจผลมากมายที่น่าส่งิสริม เช่น กล้วย_ม้ของเาทนั้น ถือเป็นเอกลักษณ์ ยร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมายมวนาน นานาชาติต่างชื่นชมถึงความสวยงามของกล่วยไม้พันธุ์ไทย ปันจุบันได้มีการพัฒนาให้มรหลากหลายพันธุ์และสีสัน อย่างเข่น พันธุ์ ชมพูนครินทร์ พ้รธะ์ รักตสิริน พันธุ์ ม่วงราชกุมารี หรือ พันูุ์ โสมสวลี ที่ได้รับพระีาชทายชื่อจากพระบรมยงศานุวงศ์ สวขงามมาก ผมก็ไอ้สั่งการฝรคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหิดูแลชทวยเหลือเกษตรกรท้่ปลูกกล้วยไม้ ดอกไม้ ในเรื่องยองแาระปิดตล่ดกชางกลัวยไม้ ดอกไม้ ส่งเสริมให้ระบบสหหรณ์เขิามาช่วยเหลือเกษตรกร แบะจะให้มีการเปิดนลาดกล้วยไม้ ดอกไม้ ในบริเวณทำเนียบรัฐบาล ฌดยรอบ หรือในพื้นที่ทีรเหมาะสม ในช่วงวันหยุดเสนร์-เาทิตย์ และอาจจะจัดทำอป็นสัปดาห์รณรงค็กล้วยไม้ ดอกไม้ ของไทยด้วย,ทั้งนี้ เพื่ออปิดการตลาดให้มากจึ้น สร้างความนิยใ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยด้วยกัน ได้อุดหนุนกันเแง และมีชื่อเสรยงไปถึงต่างประเทศด้วย จะได้มึผลในเรื่องของการส่งออก จะเพิ่มรนยได้ให้ประเทศอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ต้องขอฝากกระทรววเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรพี่น้องปราชญ์ชาวบ้าน แบะปาาชฯ์ชัมชน ช่วยกัจ ร่วมกึนเผยแพร่ความรู้ ในเรื่องของการเพาะปงูกพืชเหล่านี้ ให้แก่เกษตรกรในชุมชนตนเอง เพื่อยกระดับการท_กรรเกษตรของประเทศเราด้วย ต้องเป็นเกษตรสมัยใหา่ เกษตรอินทรีย์,เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปเปิด โครงกรรพัฒนาเส้รทางจักรยานในพื้นที่เกาะรัตนโกาินทร์ ในการจัดทำช่องทางจัหรยานและส่งดสริมและการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานแทนการใช้รถยนต์ในกมรสัญขรไปมา อำนวยควาทสะดวกและความปลอดพุยให้แก่ประชาชน ลดปัญหาการจราจร หัญหามลพิษและสภาพแวดล้อทในพื้นที่เแาะรัตนโกสินทร์ ซึ่ฝส่งผลกระืบต่อความสวยงามของโบราณสถานที่สำคัญของชาติ อาจจะทำฝห้เวื่อมโทรมก่อนเวลาอันควร รวมทเ้งวนับสนุนกนรท่องเที่ยว กมรออกกำลังกาส แล้วก็เป็นของขวัญปีใกท่ 2558 ให้กับประชาชนด้วย,วันนั้น ผมได้ร่วมปั่นจักรยานกับพค่น้องประชาชน เพื่อดูแลความเรียบร้อยของเส้นทางจักรยานตามโครบการดังกล่าว ได้ชื่นชมทัศนียภาพเกาะีัตนโกสินทร?ของเรา เปฌนรพยะทาง 8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะแรก ของกาคดำเนินการปรับปรุงเส้นทางจักรยาน จำนวน 12 เส้นทาง และในระยะที่ 2 ก็จะะำเนินการปรับปรุงเพิ่มอีก 5 เส้นททฝในปี 2558 นี้ ระยะทาบรวมอีก 10 กิโลเมตร และในอนาคตก็มีแผนทึ่จะยยายเส้นทางจักรยานไปยังฝั่งธนบุรี รวมถึงเส้นทางอื้าๆ ให้คตอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฆกทม.) ปเจจุบัน กทม. มีเใ้นืางจักรยานรวม 31 เส้นทาง นะยะทาง 232 กิโลเมตร,สำหรับการดำเนินการปรับปรุงเส้นทางจักรยานดังกล่าว เป็นการปรับปรุงด้านกายภาพ อาทิ ปรับผิวจรานรให้มีความเรียบ ปรับระดับรรฝรับน้พและฝาท่อ่ะบายน้ำ ปตับช่องทางดดิรถนนให้มีความเหมาะสม ปรับช่อฝทางจุกรยานให้มีความชัดเจน เปลี่ยนตะแกคงฝาบ่อพึกเป็นแนวขวาง รวมทั้งตีเส้นจราจรช่องทางจักรยานเป็นเสเนคู่และทาสีพื้นผิวล่ดงจักรยานเป็นสีเขึยว ติดตั้งสัญลักษณ๋ทางจักรสานและอุปกรณ์เพเ่มความปลอดภัย เป็นต้น,ขอขอบคุณทาง กทม. เป็นแม่งานหลัก อย่าวไรก็ตนม การบริห่รจัดก่ร ก็คงต้องคำนึงถึบพ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ การจราจร ผู้ใช้รถใช้ถนน การจอดรถต่าง ๆ เหล่านี้ มีควาทจำเป็นใตพารใช้พื้นที่ร่วมกัน ก็เผืีอแห่แบ่งปันกันในเรื่องของการใชืถนนให้เหมาะสมด้วยนะึคับ อย่าทะเลาะเบาะแว้งกัส รวมถึงการจอดรถในเส้นทางจักรยาน อันนี้ต้องคำนึงถึงีวามมีวินัย ความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของคนในชาติด้วย เราต้องแสดงออกให้เห็นว่า เราพึ่งพาอาศัยกัาและกันอยู่ร่วมกันได้ ิข้าถึงทรเพยากร_ด้อย่างไม่มีความเหลื่ดมล้ำ แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะมีึวามขัดแย้งอยูรบ้าง เรามีวัฒนธร่มที่เกื้อหนุนกันอยูีแล้ว ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันแงะกัน,สำำรับการปรัชภูมิทัศย์และขยายเส้นทางจักรยานของ กทม. อาขต้ดงกระทบกับคนบางกลุ่ท แตทก็จะให้ประโยชน์กลับมาต่อคนหมู่มาก ซึ่งต้องอาศัยการปรับตัวเข้าหากัน เช่น พ่ิคืาหาบเร่แผงลอย อาจปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือขายสินค้า สำหรับบริการให้กับนักปั่จ นัแท่องเที่ยว ที่จะมีมากขึ้นในอนาคต กละผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำมามู่การพัฒนรในแนวทาบที่ดีขึ้น สำหรับทุก ๆ ฝ่าย หากเราช่วยกันบางคีัังก็จำเป็นตเองเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมบ้าง,เส้นทางจักรยานเหล่านี้ เป็นเพคยงจัดเริ่มต้น ที่ยังมัข้อจำกุดอีกหลายอย่างประการ ิาจจะยัฝไม่าามารถใช้_ด้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็เป็จการริเริ่มที่ดี เพื่อให้นำๆปนู่การถัฒนาที่สมบูรณ์ อันจะช่วยยกระดับความสุขในการเดินทาง การปรัชวิถีชีบิตให้กับคนกุ่ง ประชาชนในเขตอมือง นอกจากนั้ส ผมอยากให้เส้นทางจึกรยานนี้ นำไปสู่การสร้างโอกาสแลถรานได้ให้แก่ชุมชนท้องถื่น ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายนินค้าให้แป่ผ฿้ขับขี่จักรยาน นำเวนอผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ณ จุดดวะพัก ซึ่งสิ่งเหล้าาี้สามาีถพัฒนาต่อยอดเป็นเส้นทางก่รท่องเทค่ยวที่ยั่งยืน เพื่อจะดึงดูดนักท่อลเทีทยวท้้งชาวไทยแชะชาวต่างชาติต่อไปได้รรัช,ทั้งนี้ ไม่ว่ายะเป็นการปรับปรุงเสันทางจักรยาน หรือการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ในชุมชนสิ่งเหล่านี้ จะช่วยใ่งเสริมกา่ท่องเท้่ยวไปได้อีกทางหนึ่ง เน้นย้ำในเรื่องของความปลอเภัย เตื่องความสะอาดด้วย ความสวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ชาวงนี้เป็นช่วงฤดูกาชที่นักท่องเที่ยวต่างชาตอจะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย้ป็นจำนวนมาก ถือว่าเก็นสิ่งดีจะมาช่วยกระตุ้นเศรฒฐกิจของ้รา ทุกคนก็ร้องช่วยกันดูแลในทุกๆ มิติ ในด้านชองควสมสงบเรียบร้อย ความเป็นระเบียบแล้วก็ควสมเห็นเจ้าของบ้านที่ดี แช้วก็ช่วยกันส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเหล่าสั้น ได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ไดีเข้ามาสัมผัสชีวิตวิถีไทยที่ิป็นเิกลักษณ์อย่างจ่าชื่นชมด้วยนะครับ,สำหรับในเรื่องค่านิจม 12 ประการ ที่รัฐบาล และ คสช. ได้นำัสนอวห้ปวงชนชาวไทยตระหนักกันไปแล้วนั้น ก็เป็นแนวทางที่ทำให้ชาวต่างชาติได้รับรู้รับทีาบถึงควนมเป็นเอกลักษณ์วุฒนธรรมมี่ดีงามของคนไทบได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันทุกประเทศในโลก ได้เผชิญกับกระแสึลื่นแป่ลวัฒนธรรมที่ผสมผสานกัน จนอาจจะห่แก่นสาร หาความเป็นตัวขดงตัวเองได้ยาป หากเราหลงลืมตัวเอง ลืมปรถวัติศาสตร์ ศิลปงัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ที่บรรพบุรุษของเราได้ใร้างมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปี ก็เป็นสิ่งที่น่าเยียดาย,ผมไม่อยากให้ไปใช้จ่ายงบประมาณที่ฟุ่มเฟือยมากเกินความจำเป็นในกมรรณรงค์ในเรื่องค่านอยม แต่อยากให้มีการประยะกต์ใช้ในชีวิตประจำวัย สร้างกิจกรรม กระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้เข้าใจ มันอยู่ใสทุกคนเยู่แล้ว เพียงแต่บางเวลาหลงงืมกันไป ก็เพีขงแต่ไปเตือนเขา หปบอกเจา ไม่ได้หมายควรมว่าให้ไปท่เงให้ได้ คงไม่ใช่ คงให้รู้วทาแตทละข้อ แต่ละการปฏิบัตินั้นจะมีปลดีกับตัวเองอย่างไร กับส้งคมอย่างไร เก็นเดียงการพล้กฟื้นจิตสำนึกความเป็นไทยของเรา,ฉะนั้นโรงเรีบนต่รงๆ ก็กรุณรนำไปใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงแค่ท่องจำ เพียงแต่ช่วยกันมำความเข้าใจ ส่งเสริม ปลูกฝังลธกหลาน นิส้ร นักศึกษา ผ่านการประทำให้ได้ ให้ซึมซับเข้าไปในวิถีการดำเนินชีวิต ทั้งที่ บ้าน–วัด–โรงเรียน หีือ บวร ที่เป็นแหล่งอบรมสั่งสอนสห้เยาวชนของไทย เป็นทั้ง คนดีและคนเก่ง เราต่องการทั้งคนดีแลดคนเก่ง รวมความไแพึงเร่่องซื่อสัตย์ด้วย จามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสใเด็จพระเจ้าอยู่หัว,ที่บ้าน พ่อแม้ก็ต้ดงช่วยกันอบรมสั่งสอนลูกหบานให้เกิดความเข้าใย ซึ่งสามารถทภกันมนครอบครัวได้ง่ายๆ เวลาทีทกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาหัน ำ๋สามารถพูดคุยใหิคำแนเนำ ปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้เขาเป็นคนที่มีว้นัย มีสัมมาคารวะ อ่อนน้อมถ่อมตน ที่โนงเรียนคุณครูก็ต้องปลูกฝัวทักษะการใช้ชีวิตสอดแทรกิยู่ใจวิชาเรียนต่างๆ ให้ลูกศิณย์เป็นคนดี มีความรู้ คูรคุณธรรม มีคงามรับผิดชอบที่ดีต่อสังคมและตนเอง ผมรู้สึกว่นจถกลับกันอวธ่นถ บางทีพ่อปม่ก็ต้องไปสอนหนังสือลูก ครูก็ไปสอนวิธีการอยู่บ้าต ผมว่าตเอบกลับมาเป็นแบบเดิม พีอปม่ก็สอนลูก ชีวิตในครอบครัว การเคารพผู้หลัก ผู้ให๗่ ไปโรงเรียนก็หาวิชาความา฿้เพิ่มิติม ทั้งครูปละพ่อแมท ผู้ปกครองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แบ่งเบาหน้าที่กันไหฐถ้าเกิดว่าต่างคนต่างสอนกันคนละอย่างวองเย่าง ในงานทีาไม่ค่อยตรงกัน ความผูกพัสก็จะไม่เหิดขึ้น ทำให้ค่านิยมเปลี่วนแปลงหปอีก ที่ยะดก็เช่นเดียวกัน ถ่าหากว่าครู ผู้ปกครองพนเยาวชนไปสัมผัส เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ทางศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกๆ ศาสนานึ้รล้วนมุ่งปลูกวังให้เราทำคใทาดี เป็นคนเี สมัยนี้อาจจะเน้นวัตถุนิยม ิทคโนโลยีที่รวดเร็ว พ่อแม่ลูกไม่ค่อยได้คุยกัน กลายเห็นสังึมก้มหน้า เด็กๆ ก็เสพสื่ออินเทอร์เน็ต เกม โซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งหากไม่มีคนดูแล ปลูกฝะงให้เขสเป็นคนดีในสังคม ก็จะทำให้เขาหลงไปมนทางที่ผิดได้ว่าย ทั้งในเรื่องของยาเสพติด การใช้ความรุนแรง การลักขธมย, แต่หากทุกคนนัเนปลูกฝังค่านิยมที่ดี เน้นสนเรื่องของการสร้างจิตสำนึก ความสำนึกและความเข้่ใจ ในชีวิตประจำวัน เขาจะรู้สึกละอาจใจ ผมเคยพูดไปแล้ว หิริโอตตักปะ คือทุกครั้งที่เวลาเราทำสิ่งไม่ดี ก๋ขะมีความละอายต่อบาป รู้ว่าบาปคทออะไร บาปอยู่ในทุกการกระทำใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา ทางใจ ทำให้คนอื่น พ่อแม่ พี่น้องหตือบุคคลที่มัอุปการคุณ ะขาไม่มีความทุกข์อะไรกับบาป ฉะนั้นเราอาจจะไม่จ้อฝสรืรงหลักสูตรอะไรใหม่เท่าไรรัก เพียงแค่ปลูกวังจิตสำนึกให้หลมกลืนเปฺนธรรมชาติในวิถีชีวิตของเตา เหมือสที่บตรพบุรุษเนาได้สั่งสอนมาเป็นครไทย,วันนี้เราเพีจงแต่วิวัฒนาการ สร้างภูมืคุ้มกันขึ้นมาให้ดี สร้างความรู้ความสามารถให้ทัดเทียมอรรยประเทศกฺจะเก็นอนาคคของชาติที่ดี กลายเป็นสังคมที่นราอยู่ สังคมแบบไาย ๆ ไม่มีการเบียดเงียนกัน มีวิรัย เคารพตสเองและผู้อ้่น มีการรู้ขีกใช้เหตุผล รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมปันได้อน่างสันติ สังคมไทยเราก็จะปราศจากสิ่งเลวร้ายตาางๆ ในเรื่องก่รทุจรเต ควาาเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้อง ความแตกแยก ความเหลื่อมล้ำ หม่เป็นธรรม ปัฐหาหลักๆ คือเรื่ดงยทเสพตอดหีวงปัจจุบัน สถานการณ์น้ำท่วมภาคใค้ รวมทั้งภัยหนาวในภาคเหนือและภาคอีสาน สัลคงรบกวนการใชิชีวิตประจำวันของพวกเรา ของปนะชาชนในพื้นที่ และก็ทำใหีรัฐบาลไม่สบายใจด้วย มีผลกาะทบต่อการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชนในวงกว้าง,รัฐบาลให้ควาทห่วงใยอย่างต่อเนื่อง สั่งการให้แก้ไข ช่วยเหลือ ฟื้นฟูใาทุกพื้นที่อยีางรยดเ่็ว ต้องขอขอบคุณข้าราชการ ทั้งฝ่ายพลเรือน รำรวจ ทหาร และภาคเอกชนทุกคน ที่ช่วยเนียสละ ไม่นิ่งดูดาย ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันดูแลทุกข์สุขของพี่น้อง โดยเฉำาะในพื้นที่ปาะสบถัย พื้น่ี่ห่างไกล ผลักดันบริการของรัฐรูแอบขต่างฟ ให้ถึฝมือผู้ประสบภัยอน่างแท้จริง ไม่ว่าตะเปฌนการบริจาคเงิน เครื่องอุปโภรบริโภค ัครื่องนุ่งห่ม ยารักศาโรค การบริการสาฑารณสุข ป้องกันโรคติดต่อ รวมไปถึงการดำนวยความใพดวกพ้านต่างๆ ด้ยยในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้,พี่น้องประชาชนที่เดินาางกลับภ๔มิลำเนา เยี่ยมเยือนครอบครัว รวมทั้งที่ไป่่องเท่่ยวในไ้วง เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ก็จะเด้นทางกลับมาทำงาน เริทมต้นซัหราชใหม่ ช่วยกันเดินหน้าประเทศไทย ทำวห้ปีใหม่นี้ เป็นปีแไ่งความสดชื่น แจ่มใส มีพลังกาย มีความหวัง มีกำลังใจ ขเขอบีุณเจ้าผน้าที่ของรัฐืุกฝ่าย ตำรวจทางผลวง คำ่วจท่องเที่ยว อาสาสมัครที่เสียสละ อดทนในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้พี่น้องของเราเะินททงไปสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม และทุกส่วน่าชการที่ได้แำเนินการฐาแมแซมถนน ปรับปรุงหลายเส้นทาง อำนวยการจราจร ดูแลการติดตั้งป้ายบอกทาง ททงัลี่ยง ทางอ้อม และทางกลับ่ถต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพีทน้องประชาชนมำหรับการเดินทางในช่วงปีใหม่,การเดินทางกลับจอให้ปลอดภัยทุกคจ พลขับรถโดยสาร ขับด้วยความระมัดระวเง พลขับ่ถส่วนตัวก็ระมัดระวัง ทุกคนทุกพวกอย่าดื่มสุราเยลาขับรถาุดท้ายนี่ ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2558 ขอให้ประชาชนชาวไทยทุกคนไะ้ร่วมแรง ร่วมใจกัน สร้างหระเทศไทยให้เป็นประเทศที่ร่มเย็ร น่าอยู่ มั่นตง แข็งแรง ิย่างยั่งยืนในทุกมิตอต่อไปด้วย ขอให้ทุกคนร่ฝมกันตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพรชัสมงคล ขอให้ำรเบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หีว สมเด็จถระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตฃอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จงทรงพระเขริญมีพระชนมายุยิ่งยืนนานเป็นมิ้บขวัญของชาวหทยทั้วทั้งประเทศตลอดไป ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
รวมทั้งการวางรากฐานที่สำคัญเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ห้วงเวลานี้ หลายๆ คนมีความสุขกับเทศกาลปีใหม่ แต่ขอให้ส่งกำลังใจให้กับพี่น้องบางพื้นที่ ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ทั้งปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ ปัญหาภัยหนาวในภาคเหนือและภาคอีสาน ปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสวนยาง และอื่นๆ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าแก้ไขให้อยู่,สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยหลายท่านก็มีน้ำใจ ช่วยเหลือสังคม แสดงความมีน้ำใจด้วยการให้กำลังใจ ให้รอยยิ้ม ซึ่งหนึ่งในนั้นที่ผมอยากจะกล่าวถึงอีกครั้ง และขอให้พวกเราทุกคนได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง ได้แก่ โครงการ ผูกปิ่นโตข้าว ตามที่ผมได้เคยกล่าวไว้ในรายการ คืนความสุขฯ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งผมคิดว่าเป็นโครงการจิตอาสาที่คืนความสุขให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรจริงๆ เป็นโครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เน้นความพอเพียง เน้นความเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง เน้นความเสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเป็นโครงการที่สามารถเข้าถึงประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องการจะเห็นข้าวไทยกลับมามีเอกลักษณ์ มีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัยสำหรับการบริโภคอีกครั้งหนึ่งโครงการนี้ เป็นกลไกเชื่อมระหว่างครอบครัวคนในเมืองกับครอบครัวชาวนาที่ปลูกข้าวอินทรีย์ หรือข้าวปลอดสารโดยตรง ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มาเป็นลำดับ,ทั้งนี้ ทางโครงการกำลังพยายามจะขยายขอบเขตของความร่วมมือนี้ให้ครอบคลุมถึงธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทห้างร้าน ร้านอาหาร โรงแรม โรงเรียน หรือหน่วยงานราชการใดๆ ที่ต้องการสนับสนุนส่งเสริมพี่น้องชาวนา และข้าวไทยควบคู่ไปกับการพัฒนาสุขภาพของบุคลากรให้แข็งแรง ทางโครงการได้เล่าให้ผมฟังว่าเมื่อชาวนาเลิกใช้ปุ๋ยเคมี และหันมาใช้สารธรรมชาติในการกำจัดศัตรูพืช พวกเขาพบว่าที่ดินทำกินของเขาสามารถรองรับการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อื่น ๆ ได้อีก ถือว่าเป็นการสร้างรายได้เสริมไปอีกทางหนึ่ง ตัวอย่างที่ผมอยากนำมาเล่าให้ฟังอีกตัวอย่างหนึ่ง คือฟาร์ม บ้านชัดเจน ที่จังหวัดพิจิตร ของคุณชัชชนะ ปรารถนารักษ์ หรือ คุณชัดเจน และครอบครัวเริ่มจากการทำนาบนพื้นที่ 50 ไร่ จากเดิมเป็นพื้นที่นาที่พึ่งสารเคมี แต่หลังจากที่ได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องการทำนาอินทรีย์อย่างจริงจัง จึงกลับมาคิดใหม่เรื่องการผลิตและเริ่มลงมือทำแบบอินทรีย์อย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมาสำหรับคุณชัดเจนถือเป็นเกษตรกรที่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องของการลดต้นทุน และการเพิ่มมูลค่าการทำนาแบบไม่ฝืนธรรมชาติทำให้สามารถประหยัดต้นทุนได้มาก,พี่น้องชาวนาคงทราบดีว่าการทำนาแบบเคมีนั้นใช้ต้นทุนสูงไร่ละ 6,000 ถึง 7,000 บาท ในขณะที่ทำนาอินทรีย์ใช้ต้นทุนเพียง 2,000 ถึง 3,000 บาท เรียกว่าประหยัดไป 50-60% ในส่วนของการเพิ่มมูลค่านั้นข้าวทุกสายพันธุ์ที่ทางฟาร์มเลือกปลูกจะเป็นข้าวคุณภาพ มีราคาจำหน่ายในท้องตลาดสูง เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมากที่ใส่ใจในสุขภาพ นอกจากจะผลิตข้าวอินทรีย์ของตัวเองแล้ว ทางฟาร์มยังต่อยอดไปถึงกลุ่มเกษตรกรอื่นๆ ที่มีแนวคิดจะลดต้นทุนการผลิตข้าว โดยการจัดอบรมกลุ่มเกษตรกร ทั้งที่อยู่ในจังหวัดพิจิตร และจากจังหวัดอื่นๆ โดยไม่คิดค่าสอน ถือเป็นการช่วยกันในการสร้างชุมชมที่เข้มแข็งให้สามารถพึ่งพาซึ่งกันละกันได้,คนไทยหากมีความสามัคคีกันแบบนี้ คนอื่นก็ไม่สามารถจะมาทำร้ายหรือเอาเปรียบเราได้อีกต่อไปนอกจากข้าวแล้วยังมีผลผลิตอื่นๆ อีก เช่น ชาใบข้าว ปัจจุบันทางฟาร์มกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา ทดลอง และรวบรวมข้อมูลวิธีการเลี้ยงผึ้งชันโรง หรือผึ้งจิ๋วจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งผึ้งชันโรงนี้ถือเป็นสุดยอดแมลงผสมเกสรพืช เลี้ยงได้ในนาอินทรีย์เท่านั้น ผลิตภัณฑ์จากชันโรงเป็นที่ต้องการของตลาด ที่มีราคาสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไปหลายเท่า นับเป็นการเพิ่มรายได้ที่ดี,นอกจากนี้ ทางโครงการและฟาร์มชัดเจนนี้ได้นำเทคโนโลยีการสื่อสาร หรือโซเชียลมีเดียมาใช้ประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์ จัดตั้งกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นระหว่างชาวนากับคนกรุงอีกด้วย ผมทราบมาว่าหลายครอบครัวคนในเมืองได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนชาวนาที่ปลูกข้าวอินทรีย์ให้เขา พาลูกหลานไปเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาไทยจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปตอนนี้เลยผมขอแสดงความชื่นชมโครงการผูกปิ่นโตข้าว โครงการฟาร์มบ้านชัดเจน และอีกหลายๆ โครงการดีๆ เหล่านี้ ที่จะผสมผสานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภูมิปัญญาชาวบ้าน และการผลิตการตลาดสมัยใหม่ ร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ช่วยส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรของไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก เราต้องอย่าลืมว่าการเกษตรอินทรีย์นั้น สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งการทำนา การปลูกพืชผักผลไม้ ดอกไม้หรือแม้แต่การทำโคนม ก็สามารถพัฒนาตามแนวทางเกษตรอินทรีย์มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเป็นการผลิตตามความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องสุขภาพอีกด้วย,จากภาคการเกษตรของเรามีผลิตผลมากมายที่น่าส่งเสริม เช่น กล้วยไม้ของเรานั้น ถือเป็นเอกลักษณ์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมายาวนาน นานาชาติต่างชื่นชมถึงความสวยงามของกล้วยไม้พันธุ์ไทย ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้มีหลากหลายพันธุ์และสีสัน อย่างเช่น พันธุ์ ชมพูนครินทร์ พันธุ์ รักตสิริน พันธุ์ ม่วงราชกุมารี หรือ พันธุ์ โสมสวลี ที่ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบรมวงศานุวงศ์ สวยงามมาก ผมก็ได้สั่งการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกกล้วยไม้ ดอกไม้ ในเรื่องของการเปิดตลาดกลางกล้วยไม้ ดอกไม้ ส่งเสริมให้ระบบสหกรณ์เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร และจะให้มีการเปิดตลาดกล้วยไม้ ดอกไม้ ในบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยรอบ หรือในพื้นที่ที่เหมาะสม ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และอาจจะจัดทำเป็นสัปดาห์รณรงค์กล้วยไม้ ดอกไม้ ของไทยด้วย,ทั้งนี้ เพื่อเปิดการตลาดให้มากขึ้น สร้างความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยด้วยกัน ได้อุดหนุนกันเอง และมีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศด้วย จะได้มีผลในเรื่องของการส่งออก จะเพิ่มรายได้ให้ประเทศอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ต้องขอฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรพี่น้องปราชญ์ชาวบ้าน และปราชญ์ชุมชน ช่วยกัน ร่วมกันเผยแพร่ความรู้ ในเรื่องของการเพาะปลูกพืชเหล่านี้ ให้แก่เกษตรกรในชุมชนตนเอง เพื่อยกระดับการทำการเกษตรของประเทศเราด้วย ต้องเป็นเกษตรสมัยใหม่ เกษตรอินทรีย์,เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปเปิด โครงการพัฒนาเส้นทางจักรยานในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ในการจัดทำช่องทางจักรยานและส่งเสริมและการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานแทนการใช้รถยนต์ในการสัญจรไปมา อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ลดปัญหาการจราจร ปัญหามลพิษและสภาพแวดล้อมในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสวยงามของโบราณสถานที่สำคัญของชาติ อาจจะทำให้เสื่อมโทรมก่อนเวลาอันควร รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยว การออกกำลังกาย แล้วก็เป็นของขวัญปีใหม่ 2558 ให้กับประชาชนด้วย,วันนั้น ผมได้ร่วมปั่นจักรยานกับพี่น้องประชาชน เพื่อดูแลความเรียบร้อยของเส้นทางจักรยานตามโครงการดังกล่าว ได้ชื่นชมทัศนียภาพเกาะรัตนโกสินทร์ของเรา เป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะแรก ของการดำเนินการปรับปรุงเส้นทางจักรยาน จำนวน 12 เส้นทาง และในระยะที่ 2 ก็จะดำเนินการปรับปรุงเพิ่มอีก 5 เส้นทางในปี 2558 นี้ ระยะทางรวมอีก 10 กิโลเมตร และในอนาคตก็มีแผนที่จะขยายเส้นทางจักรยานไปยังฝั่งธนบุรี รวมถึงเส้นทางอื่นๆ ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปัจจุบัน กทม. มีเส้นทางจักรยานรวม 31 เส้นทาง ระยะทาง 232 กิโลเมตร,สำหรับการดำเนินการปรับปรุงเส้นทางจักรยานดังกล่าว เป็นการปรับปรุงด้านกายภาพ อาทิ ปรับผิวจราจรให้มีความเรียบ ปรับระดับรางรับน้ำและฝาท่อระบายน้ำ ปรับช่องทางเดินถนนให้มีความเหมาะสม ปรับช่องทางจักรยานให้มีความชัดเจน เปลี่ยนตะแกรงฝาบ่อพักเป็นแนวขวาง รวมทั้งตีเส้นจราจรช่องทางจักรยานเป็นเส้นคู่และทาสีพื้นผิวช่องจักรยานเป็นสีเขียว ติดตั้งสัญลักษณ์ทางจักรยานและอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัย เป็นต้น,ขอขอบคุณทาง กทม. เป็นแม่งานหลัก อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการ ก็คงต้องคำนึงถึงพ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ การจราจร ผู้ใช้รถใช้ถนน การจอดรถต่าง ๆ เหล่านี้ มีความจำเป็นในการใช้พื้นที่ร่วมกัน ก็เผื่อแผ่แบ่งปันกันในเรื่องของการใช้ถนนให้เหมาะสมด้วยนะครับ อย่าทะเลาะเบาะแว้งกัน รวมถึงการจอดรถในเส้นทางจักรยาน อันนี้ต้องคำนึงถึงความมีวินัย ความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของคนในชาติด้วย เราต้องแสดงออกให้เห็นว่า เราพึ่งพาอาศัยกันและกันอยู่ร่วมกันได้ เข้าถึงทรัพยากรได้อย่างไม่มีความเหลื่อมล้ำ แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะมีความขัดแย้งอยู่บ้าง เรามีวัฒนธรรมที่เกื้อหนุนกันอยู่แล้ว ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน,สำหรับการปรับภูมิทัศน์และขยายเส้นทางจักรยานของ กทม. อาจต้องกระทบกับคนบางกลุ่ม แต่ก็จะให้ประโยชน์กลับมาต่อคนหมู่มาก ซึ่งต้องอาศัยการปรับตัวเข้าหากัน เช่น พ่อค้าหาบเร่แผงลอย อาจปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือขายสินค้า สำหรับบริการให้กับนักปั่น นักท่องเที่ยว ที่จะมีมากขึ้นในอนาคต และผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำมาสู่การพัฒนาในแนวทางที่ดีขึ้น สำหรับทุก ๆ ฝ่าย หากเราช่วยกันบางครั้งก็จำเป็นต้องเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมบ้าง,เส้นทางจักรยานเหล่านี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ที่ยังมีข้อจำกัดอีกหลายอย่างประการ อาจจะยังไม่สามารถใช้ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็เป็นการริเริ่มที่ดี เพื่อให้นำไปสู่การพัฒนาที่สมบูรณ์ อันจะช่วยยกระดับความสุขในการเดินทาง การปรับวิถีชีวิตให้กับคนกรุง ประชาชนในเขตเมือง นอกจากนั้น ผมอยากให้เส้นทางจักรยานนี้ นำไปสู่การสร้างโอกาสและรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายสินค้าให้แก่ผู้ขับขี่จักรยาน นำเสนอผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ณ จุดแวะพัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เพื่อจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อไปได้ครับ,ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงเส้นทางจักรยาน หรือการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ในชุมชนสิ่งเหล่านี้ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไปได้อีกทางหนึ่ง เน้นย้ำในเรื่องของความปลอดภัย เรื่องความสะอาดด้วย ความสวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นสิ่งดีจะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเรา ทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลในทุกๆ มิติ ในด้านของความสงบเรียบร้อย ความเป็นระเบียบแล้วก็ความเป็นเจ้าของบ้านที่ดี แล้วก็ช่วยกันส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้น ได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ได้เข้ามาสัมผัสชีวิตวิถีไทยที่เป็นเอกลักษณ์อย่างน่าชื่นชมด้วยนะครับ,สำหรับในเรื่องค่านิยม 12 ประการ ที่รัฐบาล และ คสช. ได้นำเสนอให้ปวงชนชาวไทยตระหนักกันไปแล้วนั้น ก็เป็นแนวทางที่ทำให้ชาวต่างชาติได้รับรู้รับทราบถึงความเป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมที่ดีงามของคนไทยได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันทุกประเทศในโลก ได้เผชิญกับกระแสคลื่นแห่งวัฒนธรรมที่ผสมผสานกัน จนอาจจะหาแก่นสาร หาความเป็นตัวของตัวเองได้ยาก หากเราหลงลืมตัวเอง ลืมประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปี ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย,ผมไม่อยากให้ไปใช้จ่ายงบประมาณที่ฟุ่มเฟือยมากเกินความจำเป็นในการรณรงค์ในเรื่องค่านิยม แต่อยากให้มีการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สร้างกิจกรรม กระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้เข้าใจ มันอยู่ในทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่บางเวลาหลงลืมกันไป ก็เพียงแต่ไปเตือนเขา ไปบอกเขา ไม่ได้หมายความว่าให้ไปท่องให้ได้ คงไม่ใช่ คงให้รู้ว่าแต่ละข้อ แต่ละการปฏิบัตินั้นจะมีผลดีกับตัวเองอย่างไร กับสังคมอย่างไร เป็นเพียงการพลิกฟื้นจิตสำนึกความเป็นไทยของเรา,ฉะนั้นโรงเรียนต่างๆ ก็กรุณานำไปใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงแค่ท่องจำ เพียงแต่ช่วยกันทำความเข้าใจ ส่งเสริม ปลูกฝังลูกหลาน นิสิต นักศึกษา ผ่านการกระทำให้ได้ ให้ซึมซับเข้าไปในวิถีการดำเนินชีวิต ทั้งที่ บ้าน–วัด–โรงเรียน หรือ บวร ที่เป็นแหล่งอบรมสั่งสอนให้เยาวชนของไทย เป็นทั้ง คนดีและคนเก่ง เราต้องการทั้งคนดีและคนเก่ง รวมความไปถึงเรื่องซื่อสัตย์ด้วย ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,ที่บ้าน พ่อแม่ก็ต้องช่วยกันอบรมสั่งสอนลูกหลานให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งสามารถทำกันในครอบครัวได้ง่ายๆ เวลาที่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ก็สามารถพูดคุยให้คำแนะนำ ปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้เขาเป็นคนที่มีวินัย มีสัมมาคารวะ อ่อนน้อมถ่อมตน ที่โรงเรียนคุณครูก็ต้องปลูกฝังทักษะการใช้ชีวิตสอดแทรกอยู่ในวิชาเรียนต่างๆ ให้ลูกศิษย์เป็นคนดี มีความรู้ คู่คุณธรรม มีความรับผิดชอบที่ดีต่อสังคมและตนเอง ผมรู้สึกว่าจะกลับกันอยู่นะ บางทีพ่อแม่ก็ต้องไปสอนหนังสือลูก ครูก็ไปสอนวิธีการอยู่บ้าน ผมว่าต้องกลับมาเป็นแบบเดิม พ่อแม่ก็สอนลูก ชีวิตในครอบครัว การเคารพผู้หลัก ผู้ใหญ่ ไปโรงเรียนก็หาวิชาความรู้เพิ่มเติม ทั้งครูและพ่อแม่ ผู้ปกครองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แบ่งเบาหน้าที่กันไป,ถ้าเกิดว่าต่างคนต่างสอนกันคนละอย่างสองอย่าง ในงานที่ไม่ค่อยตรงกัน ความผูกพันก็จะไม่เกิดขึ้น ทำให้ค่านิยมเปลี่ยนแปลงไปอีก ที่วัดก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าครู ผู้ปกครองพาเยาวชนไปสัมผัส เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ทางศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกๆ ศาสนานั้นล้วนมุ่งปลูกฝังให้เราทำความดี เป็นคนดี สมัยนี้อาจจะเน้นวัตถุนิยม เทคโนโลยีที่รวดเร็ว พ่อแม่ลูกไม่ค่อยได้คุยกัน กลายเป็นสังคมก้มหน้า เด็กๆ ก็เสพสื่ออินเทอร์เน็ต เกม โซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งหากไม่มีคนดูแล ปลูกฝังให้เขาเป็นคนดีในสังคม ก็จะทำให้เขาหลงไปในทางที่ผิดได้ง่าย ทั้งในเรื่องของยาเสพติด การใช้ความรุนแรง การลักขโมย, แต่หากทุกคนนั้นปลูกฝังค่านิยมที่ดี เน้นในเรื่องของการสร้างจิตสำนึก ความสำนึกและความเข้าใจ ในชีวิตประจำวัน เขาจะรู้สึกละอายใจ ผมเคยพูดไปแล้ว หิริโอตตัปปะ คือทุกครั้งที่เวลาเราทำสิ่งไม่ดี ก็จะมีความละอายต่อบาป รู้ว่าบาปคืออะไร บาปอยู่ในทุกการกระทำใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา ทางใจ ทำให้คนอื่น พ่อแม่ พี่น้องหรือบุคคลที่มีอุปการคุณ เขาไม่มีความทุกข์อะไรกับบาป ฉะนั้นเราอาจจะไม่ต้องสร้างหลักสูตรอะไรใหม่เท่าไรนัก เพียงแค่ปลูกฝังจิตสำนึกให้กลมกลืนเป็นธรรมชาติในวิถีชีวิตของเรา เหมือนที่บรรพบุรุษเราได้สั่งสอนมาเป็นคนไทย,วันนี้เราเพียงแต่วิวัฒนาการ สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาให้ดี สร้างความรู้ความสามารถให้ทัดเทียมอารยประเทศก็จะเป็นอนาคตของชาติที่ดี กลายเป็นสังคมที่น่าอยู่ สังคมแบบไทย ๆ ไม่มีการเบียดเบียนกัน มีวินัย เคารพตนเองและผู้อื่น มีการรู้จักใช้เหตุผล รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ สังคมไทยเราก็จะปราศจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ ในเรื่องการทุจริต ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้อง ความแตกแยก ความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม ปัญหาหลักๆ คือเรื่องยาเสพติดห้วงปัจจุบัน สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ รวมทั้งภัยหนาวในภาคเหนือและภาคอีสาน ยังคงรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเรา ของประชาชนในพื้นที่ และก็ทำให้รัฐบาลไม่สบายใจด้วย มีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชนในวงกว้าง,รัฐบาลให้ความห่วงใยอย่างต่อเนื่อง สั่งการให้แก้ไข ช่วยเหลือ ฟื้นฟูในทุกพื้นที่อย่างรวดเร็ว ต้องขอขอบคุณข้าราชการ ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคเอกชนทุกคน ที่ช่วยเสียสละ ไม่นิ่งดูดาย ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันดูแลทุกข์สุขของพี่น้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ประสบภัย พื้นที่ห่างไกล ผลักดันบริการของรัฐรูปแบบต่างๆ ให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค การบริการสาธารณสุข ป้องกันโรคติดต่อ รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ด้วยในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้,พี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา เยี่ยมเยือนครอบครัว รวมทั้งที่ไปท่องเที่ยวในห้วง เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ก็จะเดินทางกลับมาทำงาน เริ่มต้นศักราชใหม่ ช่วยกันเดินหน้าประเทศไทย ทำให้ปีใหม่นี้ เป็นปีแห่งความสดชื่น แจ่มใส มีพลังกาย มีความหวัง มีกำลังใจ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่าย ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว อาสาสมัครที่เสียสละ อดทนในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้พี่น้องของเราเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม และทุกส่วนราชการที่ได้ดำเนินการซ่อมแซมถนน ปรับปรุงหลายเส้นทาง อำนวยการจราจร ดูแลการติดตั้งป้ายบอกทาง ทางเลี่ยง ทางอ้อม และทางกลับรถต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนสำหรับการเดินทางในช่วงปีใหม่,การเดินทางกลับขอให้ปลอดภัยทุกคน พลขับรถโดยสาร ขับด้วยความระมัดระวัง พลขับรถส่วนตัวก็ระมัดระวัง ทุกคนทุกพวกอย่าดื่มสุราเวลาขับรถสุดท้ายนี้ ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2558 ขอให้ประชาชนชาวไทยทุกคนได้ร่วมแรง ร่วมใจกัน สร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ร่มเย็น น่าอยู่ มั่นคง แข็งแรง อย่างยั่งยืนในทุกมิติต่อไปด้วย ขอให้ทุกคนร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพรชัยมงคล ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จงทรงพระเจริญมีพระชนมายุยิ่งยืนนานเป็นมิ่งขวัญของชาวไทยทั่วทั้งประเทศตลอดไป ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ในวารดิถีขึ้นป่ใหม่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไปดูพัน,อันดับ 10,เครืทองใช้ไฟฟ้า 1t1 ครั้ง,เริ่มต้นที่อันดัขที่ 10 กันก่อนเลย หลายๆ คนคงเคยปีะสบพบเจอกันบ้างไท่มากก็น้อยที่หลังจากถอยเครื่องใช้ไฟฟ้าม่ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่า เตารีด ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว ฯชฯ พอถึงที่บเานกลับใช้งานไม่ได้เสียอย่างนั้น โดยในจำนวนทั้งไมด 141 ครั้ง ที่มีผู้บริโภคร้องิรียนมานั้น มีถึง 51 ครั้ฝ ที่พบว่า ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามมแล้วแต่ดันชำรุดใช้งาตไม่ได้ รองลงมาเป็นเรื่องซื้อมาแล้วอต่กงับไม่ได้มานรฐาน, โฆฒณาเกินจริง, สั่งซื้อสินค้าแง้วไม่ได้รัยใินต้ส ดงะราคาัครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เหมาะสม,อันดับ 9,โทรศัพท์ 157 ครั้ง,ต่อมาในอันดัยมี่ 9 นั้น ถือ/ด้ว่าผู้บริโภคอย่างเราๆ เจอบ่อยเหมือนกัน นั่นคือ เรื่องโทรศัพท์ใือถือ ผู้บริโภคิข้าร้องทุกข์กะบ สคบ. ประปรายหลากหลายเรื่องมากที่สุด 76 ครั้ง ีองลงมาเป็นิรื่องค่าใช้บริการที่สูงเกินควสมเป็นจริง 46 ครั้ง, การโฆษณาเท็จหรือเกินความะป็นจริง, ตรวจสอบใบแจ้งำนี้, ฮทรศัพท์ชำรุด, ค้างชำระ, ขอเงินประกันคืน และซ่อมล่าช้า,อันดับ i,อพาร์ตเมนต์ / หอพัก / ห้อวเช่า 165 ตรั้ง,ถ้าพูดถึงเรื่อง ปวดในชาวหแ มีหลายปัญหาที่ต่องพบเจออย่างแน่นอน โดยมิ่งที่ผู้บริโภคริองทุกข์มากที่าุด คือ เรื่องขอเงินปรักันคืน 67 ครั้ง คองลงมาเป็นค่าน่ำค้า_ฟสูงเกินไผ 26 ครััง, ไม่ค้นเงินมัดจำ/ค่าจอง, ตรวยสอยข้อเท็จจริง, เรียกเก็บค่าเช่าเพิ่ม, ห้องชำรุด, ค่าเช่าสูงเกินไป , ถูกโจรกรรมทรัพย์สิน/ชดใช้ค่าเสียหาย. มีการก่อสร้างแต่ไม่แล้วเวร็จ, ไม่จัดทำสาธารณูปฏภควนโคคงการ, ไม่ให้สัญญ่เช่า. ก่อสร้าง_ม่ถูกต้องตามแปลนที่ๆแ้รับอนุญาต, ก่อใร้างไส่แล้วเสร็จ, การบริหารของนิติชุคคลอาค่รชุกไม่ธปร่งใส, ค่าสาธารณูปโภค, จำรวนที่ดินในสัญญา/ม่ตรงกับใบจองและแผ่นพับโฆษณา, มีการก่อสรีางแล้วเสร็จแต่เก็บงานไใ่เรียบร้อย, ไม่ชำระค่าเช่า ดละไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในนัญญาว่าจ้างพ่อสร้าง,อ้นดับ 7,ผู้ประกอบการด้าน่่องเที่ยว 179 ครี้ง,ผู้บริโภคเดินทางไปท่ดงเที่ยวและติองพบเจอปัญหาจนแทบจะเที่ยวไม่มีความสัข ดังต่อไปนั้ ไม่ดำเนินการตามสัญญม 92 ครั้ง รองลงมาไม่ได้รับความเป็นธรรม y4 ครั้ล ยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน, ที่พักไม่เป็นไกตามโฆษณา, ไม่สาาารถยกเลเกสัญญาไดเ, ผู้โดยสารไม่ส่มารถเดินทางได้, คุณภาพบริการ และไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง,อันดับ 6,เค่ื่องมือสื่อาาร 289 ตรั้ง,สิาี้าชำรุด 197 ครั้ง รองลงมา สั่ฝซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้า 35 ครั้ง ตรวจสอบขือเท็จจริง, การโฆษณทเป็นเท็จ/เกินความเป็นจริง, หิดไปจากฉงากที่ระบุ, การโฆษณาิาจก่อใไ้เกิดความเข้าใจผิด และหักเงินโพยไม่แจ้ง,อันดะบ 5,คลินิก / สถาบันเสคิมความงาม 382 ครั้ง,เาื่องสวยๆ งทมๆ เข้รมาอยู่ในท็อปไฟว์ที่สุดเรื่องร้องเรียนขิง นคบ. เช่นกัน โดยสิ่งที่มคผู้บรอโภคร้องเรียนมามมกที่สุด คือ ไม่สามารถยก้ลิปสัญญาได้ 161 ครั้ล รองลงมา คลินิป/ร้าน ปิดกิจการ 89 ครั้ง ได้รับผลพระทบ/บาดะจ็บจากการเสริสความงาม 68 ครั้ง แลุคุณภาพบริการ 64 ครั้ง,อันดับ 4,บ้านจัดสรร 423 ครั้ง,เจอบ่อยตามกระทู้พันทิป แน่นอนว่าต้องเรื่องนี้ บ้านชำรุดหลังปลูกสร้างรืองเรียนเข้าทามากที่สถดถึง 144 ครั้ง นองลงมา ไม่จัดทำสรธารณูปโภคในโครงการ 47 ครั้ง, กธ้ไม่ผ่าน, กู้ได้ไม่เต็มจำนวยที่ขดกู้, กทอสร้ทงไม่แล้วเสร็จ, ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย, ขอให้ตรวจสอบโครงการ, ไม่ดำันินก่รตามที่โฆษณา, มึการก่อสร้างแลิวเสร็จแต่เก็บงานไม่เรียบร้อน, ไม่ดำเนเนการตามสัญศา, ไม่คืนดงิจมัดจำ/ค่าของ, กาอสร้างไม่ถูกน้องตามกปงนที่ได้ร้งอนุญาต, ยกเลิกสัญญา, ไม่ได้รับความเป็นธรรม, ไม่ดำเนินกนคโอนกรรมสิทธิ์, ตรวจสอบค่าธรรมเนียม, ขอคำปรึกษา, ไม่เป็นไปตาใที่ระบุไว้ในสัญญา, การบริหารของนิริบุคคงอาคารชุดฟม่โปค่งใส, มีการก่อสร้างแต่ไม่แล้วัสร็จ, ไมรดำเนินการแบ่งแยกโ)นอ, ไม่ปลูกสร้าง และส่งเสียงดังรบกวน,อันดับ 3,รถยนต์ 871 ครั้ง,เรื่องปวดหัสของผู้ใช้รถยนต์ อันดับแรกยกให้ ซื้อมาแล้วชำรุดถึง 39u ครั้ง รองลงมา ยกเลิกสะญญาและขอเงินคืน 87 ครเ้ง, ขอเงินจองคืนกรณีๆม่ได้รภ, ตรวจวอบบ้อัท็จจรเง, ค้างค่างวด/คืนรถ/ส่วนต่างสูง, ขอให้ชดใช้ค้าเสียหาย, ศูนย์บริการซ่อม/อู่ซ่อทรถ ไม่ซ่อมรถตามที่ตกลง, ไม่ไดืรับปัายทะเบียน, ไม่เแ๋าไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา, จัดไฟแนนซ์ไม่ผ่าน/ได้ไม่เค็มจำนฝน, ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์, ตรวนสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่, ไม่ได้รับเบ่มทะเบียน, ค่าติดตามสูงเกินจริงฐ ฉ้อโกง, ขอคำปรึกษา, ราคาสูงกว่าที่ตกลง, ยึะรถรืน, ขอประนอมหนี้/ไม่มีังินข่าย, ผิดส้ญญาเช่าซื้อ, รถสูญหาย, ตรวตสอบค่าชำระงวอ, ตรสจสอบค่าธดยสาร/ค่าเช่า, ตรวจสเบค่าธรรมเนียม, ขอปิดบัญชี, ค่าปรับวูง แลเคิดค่ายริการสูงเกินจริง,อันดับ 2,สินค้ทและบริกนร (ไม่รพบุ) 1,280 ครั้ง,สำหรับผู้บ่้โภคที่ศื้อสินค้าหรือใช้บริดารโดยทั่วไปแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรมมีมากถึง 887 ครั้ง รแงลงมทคือการขอให้ตรวจสอบข้อเา็จจริง 112 คระ้ง ใี่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับยินค้า, สินค้าชำรุด, โฆศณาเกินจริว, ตรวจสอบการืำงานของบริษัท, ราคาไม่เหมาะสม กละไม่มีวินค้าตามโปรโมชั่น,อันดับ 1,อาคารชุด 1,432 คนั้ง,เบียดซ้นย เบียดขวา แซงมุกโค้ง จนัข้าวินมาเป็นอันดับ 1 ีือ เรื่องอาคารชุด เรียกได้ว่าเป็นเรื่องร้องทุกข์มากที่สุดในรอบปีก็ว่าได้ โดยปัญหาการก่อสร้างไม่แล้วเสร็ตมีมากถึง 366 ครั้ง รองลงมา กู้ไม่ผ่านหรืแกู้ได้ไม่เต็มยำนวนที่ขอกู้ 169 ครั้ง มีการชำรุดหลังปลูกสร้าง w4q ครั้ง ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 139 ครั้ง ไม่ปลูกสร้าง 111 ครั้ง ไม่ดำเนอนการตามที่โฆษณา, ไม่เป็นไปตามที่ระบุไยัในสัญญา, มีกนรก่อสร้างแล้วเสร็จแต่เก็บงานไม่เรีสบร้อย, ก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแปลนที่ได้รับอนุญาต, ขอเงินจองคืน, ไม่จีดทกสาธารณูปธภีในโครงการ, ไม่ดำเนินการโอนกรรมมิทธิ์, ยกเลิกสัญญา, ไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง, ตรวจสอบข้อเท็จจริง, ตรวจสแบสัญญ่, ค่าส่วนกลางสูว, การบริหารของนิติบุคคลอาคารชุดไม่โปร่งใส, ไม่ได้รับความเป็นธรรใ, มีการก่อสร้างแต่ไม่แล้วเสร็จ, ตาวจสอบค่าธรรมเนียม, ค้างค่างวด และค่าปรับสูงฐอย่างไรำ็ดี หากผู้บริโภคไม่ได้รับความัป็นธรรม ส่มารถร้องเรียนมาได้ที่สายด่วา สคบ. 1166 สีบ.ยินดีให้บริการประชาชนทุกท่าน.,แล้วคุณล่ะ เคยประสบปัญหาเช่นนี่ง้าลหรือไม่?,ทึมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไปดูกัน,อันดับ 10,เครื่องใช้ไฟฟ้า 141 ครั้ง,เริ่มต้นที่อันดับที่ 10 กันก่อนเลย หลายๆ คนคงเคยประสบพบเจอกันบ้างไม่มากก็น้อยที่หลังจากถอยเครื่องใช้ไฟฟ้ามาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่น เตารีด ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว ฯลฯ พอถึงที่บ้านกลับใช้งานไม่ได้เสียอย่างนั้น โดยในจำนวนทั้งหมด 141 ครั้ง ที่มีผู้บริโภคร้องเรียนมานั้น มีถึง 51 ครั้ง ที่พบว่า ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาแล้วแต่ดันชำรุดใช้งานไม่ได้ รองลงมาเป็นเรื่องซื้อมาแล้วแต่กลับไม่ได้มาตรฐาน, โฆษณาเกินจริง, สั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้า และราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เหมาะสม,อันดับ 9,โทรศัพท์ 157 ครั้ง,ต่อมาในอันดับที่ 9 นั้น ถือได้ว่าผู้บริโภคอย่างเราๆ เจอบ่อยเหมือนกัน นั่นคือ เรื่องโทรศัพท์มือถือ ผู้บริโภคเข้าร้องทุกข์กับ สคบ. ประปรายหลากหลายเรื่องมากที่สุด 76 ครั้ง รองลงมาเป็นเรื่องค่าใช้บริการที่สูงเกินความเป็นจริง 46 ครั้ง, การโฆษณาเท็จหรือเกินความเป็นจริง, ตรวจสอบใบแจ้งหนี้, โทรศัพท์ชำรุด, ค้างชำระ, ขอเงินประกันคืน และซ่อมล่าช้า,อันดับ 8,อพาร์ตเมนต์ / หอพัก / ห้องเช่า 165 ครั้ง,ถ้าพูดถึงเรื่อง ปวดใจชาวหอ มีหลายปัญหาที่ต้องพบเจออย่างแน่นอน โดยสิ่งที่ผู้บริโภคร้องทุกข์มากที่สุด คือ เรื่องขอเงินประกันคืน 67 ครั้ง รองลงมาเป็นค่าน้ำค่าไฟสูงเกินไป 26 ครั้ง, ไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง, ตรวจสอบข้อเท็จจริง, เรียกเก็บค่าเช่าเพิ่ม, ห้องชำรุด, ค่าเช่าสูงเกินไป , ถูกโจรกรรมทรัพย์สิน/ชดใช้ค่าเสียหาย, มีการก่อสร้างแต่ไม่แล้วเสร็จ, ไม่จัดทำสาธารณูปโภคในโครงการ, ไม่ให้สัญญาเช่า, ก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแปลนที่ได้รับอนุญาต, ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ, การบริหารของนิติบุคคลอาคารชุดไม่โปร่งใส, ค่าสาธารณูปโภค, จำนวนที่ดินในสัญญาไม่ตรงกับใบจองและแผ่นพับโฆษณา, มีการก่อสร้างแล้วเสร็จแต่เก็บงานไม่เรียบร้อย, ไม่ชำระค่าเช่า และไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาว่าจ้างก่อสร้าง,อันดับ 7,ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว 179 ครั้ง,ผู้บริโภคเดินทางไปท่องเที่ยวและต้องพบเจอปัญหาจนแทบจะเที่ยวไม่มีความสุข ดังต่อไปนี้ ไม่ดำเนินการตามสัญญา 92 ครั้ง รองลงมาไม่ได้รับความเป็นธรรม 64 ครั้ง ยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน, ที่พักไม่เป็นไปตามโฆษณา, ไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้, ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางได้, คุณภาพบริการ และไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง,อันดับ 6,เครื่องมือสื่อสาร 289 ครั้ง,สินค้าชำรุด 197 ครั้ง รองลงมา สั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้า 35 ครั้ง ตรวจสอบข้อเท็จจริง, การโฆษณาเป็นเท็จ/เกินความเป็นจริง, ผิดไปจากฉลากที่ระบุ, การโฆษณาอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และหักเงินโดยไม่แจ้ง,อันดับ 5,คลินิก / สถาบันเสริมความงาม 382 ครั้ง,เรื่องสวยๆ งามๆ เข้ามาอยู่ในท็อปไฟว์ที่สุดเรื่องร้องเรียนของ สคบ. เช่นกัน โดยสิ่งที่มีผู้บริโภคร้องเรียนมามากที่สุด คือ ไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ 161 ครั้ง รองลงมา คลินิก/ร้าน ปิดกิจการ 89 ครั้ง ได้รับผลกระทบ/บาดเจ็บจากการเสริมความงาม 68 ครั้ง และคุณภาพบริการ 64 ครั้ง,อันดับ 4,บ้านจัดสรร 423 ครั้ง,เจอบ่อยตามกระทู้พันทิป แน่นอนว่าต้องเรื่องนี้ บ้านชำรุดหลังปลูกสร้างร้องเรียนเข้ามามากที่สุดถึง 144 ครั้ง รองลงมา ไม่จัดทำสาธารณูปโภคในโครงการ 47 ครั้ง, กู้ไม่ผ่าน, กู้ได้ไม่เต็มจำนวนที่ขอกู้, ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ, ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย, ขอให้ตรวจสอบโครงการ, ไม่ดำเนินการตามที่โฆษณา, มีการก่อสร้างแล้วเสร็จแต่เก็บงานไม่เรียบร้อย, ไม่ดำเนินการตามสัญญา, ไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง, ก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแปลนที่ได้รับอนุญาต, ยกเลิกสัญญา, ไม่ได้รับความเป็นธรรม, ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์, ตรวจสอบค่าธรรมเนียม, ขอคำปรึกษา, ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา, การบริหารของนิติบุคคลอาคารชุดไม่โปร่งใส, มีการก่อสร้างแต่ไม่แล้วเสร็จ, ไม่ดำเนินการแบ่งแยกโฉนด, ไม่ปลูกสร้าง และส่งเสียงดังรบกวน,อันดับ 3,รถยนต์ 871 ครั้ง,เรื่องปวดหัวของผู้ใช้รถยนต์ อันดับแรกยกให้ ซื้อมาแล้วชำรุดถึง 396 ครั้ง รองลงมา ยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน 87 ครั้ง, ขอเงินจองคืนกรณีไม่ได้รถ, ตรวจสอบข้อเท็จจริง, ค้างค่างวด/คืนรถ/ส่วนต่างสูง, ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย, ศูนย์บริการซ่อม/อู่ซ่อมรถ ไม่ซ่อมรถตามที่ตกลง, ไม่ได้รับป้ายทะเบียน, ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา, จัดไฟแนนซ์ไม่ผ่าน/ได้ไม่เต็มจำนวน, ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์, ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่, ไม่ได้รับเล่มทะเบียน, ค่าติดตามสูงเกินจริง, ฉ้อโกง, ขอคำปรึกษา, ราคาสูงกว่าที่ตกลง, ยึดรถคืน, ขอประนอมหนี้/ไม่มีเงินจ่าย, ผิดสัญญาเช่าซื้อ, รถสูญหาย, ตรวจสอบค่าชำระงวด, ตรวจสอบค่าโดยสาร/ค่าเช่า, ตรวจสอบค่าธรรมเนียม, ขอปิดบัญชี, ค่าปรับสูง และคิดค่าบริการสูงเกินจริง,อันดับ 2,สินค้าและบริการ (ไม่ระบุ) 1,280 ครั้ง,สำหรับผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าหรือใช้บริการโดยทั่วไปแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรมมีมากถึง 887 ครั้ง รองลงมาคือการขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง 112 ครั้ง สั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้า, สินค้าชำรุด, โฆษณาเกินจริง, ตรวจสอบการทำงานของบริษัท, ราคาไม่เหมาะสม และไม่มีสินค้าตามโปรโมชั่น,อันดับ 1,อาคารชุด 1,432 ครั้ง,เบียดซ้าย เบียดขวา แซงทุกโค้ง จนเข้าวินมาเป็นอันดับ 1 คือ เรื่องอาคารชุด เรียกได้ว่าเป็นเรื่องร้องทุกข์มากที่สุดในรอบปีก็ว่าได้ โดยปัญหาการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จมีมากถึง 366 ครั้ง รองลงมา กู้ไม่ผ่านหรือกู้ได้ไม่เต็มจำนวนที่ขอกู้ 169 ครั้ง มีการชำรุดหลังปลูกสร้าง 141 ครั้ง ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 139 ครั้ง ไม่ปลูกสร้าง 111 ครั้ง ไม่ดำเนินการตามที่โฆษณา, ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา, มีการก่อสร้างแล้วเสร็จแต่เก็บงานไม่เรียบร้อย, ก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแปลนที่ได้รับอนุญาต, ขอเงินจองคืน, ไม่จัดทำสาธารณูปโภคในโครงการ, ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์, ยกเลิกสัญญา, ไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง, ตรวจสอบข้อเท็จจริง, ตรวจสอบสัญญา, ค่าส่วนกลางสูง, การบริหารของนิติบุคคลอาคารชุดไม่โปร่งใส, ไม่ได้รับความเป็นธรรม, มีการก่อสร้างแต่ไม่แล้วเสร็จ, ตรวจสอบค่าธรรมเนียม, ค้างค่างวด และค่าปรับสูง,อย่างไรก็ดี หากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 สคบ.ยินดีให้บริการประชาชนทุกท่าน.,แล้วคุณล่ะ เคยประสบปัญหาเช่นนี้บ้างหรือไม่?,ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
ใิ่งมดไม่สำเร็จแ็มาสานต่อให้สำเร็จ ขอให้คนไทยทำสิ่งดีๆ น้อมนำเศรษฐกินพอเพียง ส่วนรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เกิดคฝามาฝบเรียบร้อย1 ม.ค. 2548 - ้ผยแพร่คำกล่าวขิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2548 โดยออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพสะกิจแห่งประเทศไทยแฃพสถานีวิมยุกระจายเสียงแป่งประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทั้งหลรยเนื่องในศุภวารดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2558 ผมใรนามของรัฐบาล ขอเชิญชวนะี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมวจกันตี้งจิตอธิษฐานอาราธนสคุณพระศรีรัตนตรับและอำนาจสิ่งศัดดิ์สิทธิ์วนสากลโปรดดลบันดาลประทานพรให้พระบาทสมเด็จพรพเจืสอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพคะบรมวงศานุวงศ์ทุกพระแงค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพรัเกษมสำราซ พระพลานามัยสมบูรณ์แข์งแรล และทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่เหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิคันดร์พี่น้องประชาชนคตับรลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทขของเรามีเหตุการณ์ต่าลๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งภายในประเมศและต่างประเืศ ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน การบริหารราชการต้องดำเนินการเพื่อให้สถานการณ์ต่างๆคลี่คลายและเดิาหน้าต่อไป/ดิ โดยในขณะนี้อยํ่ในขั้นตอนของการปฏิรูปปคะเทศ จึงอยากให้ทุกภมคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาตประชาชนร่วมส้อร่วมใจกึนทำงาน เพื่อให้ประเทศไทขของเราขับเคลื่อน_ปในทิศทาบที่ดีขึ้น อาจจะไม่สำเร็จทันใจในเร็ววันนี้ ซึ่งต้อบใช้เวลา แต่ผมอยากให้ทุกท่่ตมีความอดทนและให้กำลังใจระฐบาลและ คสช. ในการืำวานเพ้่อแก้ไขปัญหาสังคมให้มีควมมสงบ เป็นระเบียบ และเดินหน้าประะทศไแสู่ความเจริญ_ด้เย่างมั่นคงใสช่วงปีใหม่ คณะระฐมนตรีไดัมีมติมห้มีวันหยุดราชการเป็นเวลา 6 วัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาอยู่พร้ิมหน้ากัน พ่อแใ่ พี่น้อง ปู่ย่า ตายาย และญาติมิตร ได้ฉบแงในวันปีฝหม่ที่มีวันหยุดยาวหฃายวัน ซึ่งจะเป็นการเำิ่มความสุข และสร้างกำลังใจืี่มีพลังอย่างยิ่งต่อการดำเนืนชีวิต ผมหวังว่าช่วงเวลานี้จะสร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องประชาชน่ี่ได้ออกเดินทางทีองเที่ยวภายในประเทศไทย ในช่วงเทศกาลที่ทีธรามชาติสวยงาม มากมายด้วยวัฒนธรรม และหลากหลายวิถีชีวิต โดสจะได้รับทั้งความคู้ หระสบพารณ์ แลเควาใรื่นรมย์จากการสัมผัสบรรยากาศของสถานที่ใหม่ๅ ที่ได้ไหเยี่ยมเสือต ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวขยายตัว และกระตุ้นภาคเศรษฐแิจโดยรวมจองประเทศให้อป็นำปในทิศทางที่ดีขค้นพี่น้องประชาชนที่รักืุกท่านครับปีใหม่คือการเริ่มศักราชใหม่ถือเป็นโอกาสดีที่ทุกท่านจะไแ้เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ำรือสิ่งใดที่ยังไม่ประสบความสำเร็จก็มาสาจต่อให้สำอร็จ โดยนำปรพสบการณ์จากปีที่ผ่านมา ใข้เป็นบืเรียนและเป็นพลังสร้างสรรค์ในการวางแผนงารหรือวางแผนชีวิตเพื่อพัฒนมตนเองและครอบครัวให้มีความสุขและความมั่นคง รวมทั้งำารร่วมกันพัฒนาชุมชนและสังคมของประเทฒให้เจริญรุดหน้าผมขอให้ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้คือการเริ่มต้นชีใิตใหม่ของพี่น้อวคนไทยในการทำสิ่งที่ดีเพื่อประเทศไทยของเรา ทุกท่านต้องช่วยกัต ขอให้น้อมตำหลักปรัชญาิศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้ทอยู่หัวที่ได้พระราชทานให้แแ่ปวงชนชาวไทย มาเก็นหลักในการดำเนินชีวิต ด้วยความเรียบง่าย ไใ่ประมาท ไม่ฟุ่มเฟือย รักและหวงแำนชาติบ้านเมือวของเรา เพื่อผดุงประเทศไทยไว้ให้ล฿กหลานน่อไปในนามของรัฐบาลพร้อม่ำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อกก้ไขปัญหาต่างๆ ให้บ้านเสืองเกิดความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีรวามปลอดภัยแลุาีความสุข รวมทุ้งพัฒนาประเทศใหืมีความก้าวหน้า มั่นคง และมีความพร้อมสำหรับการก้าวเข่าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคตในวาระดิถีขึ้าปีใหม่ พุทธศักราบ 25t9 ผมขออัญเชิญคุณพระศรีรัรนตรัย และอำนาจสิ่งศักแิ์สิทธิ์ที่ทุกท่านเคารพนับถือ อีกทเ้งพรถบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนาง้จ้าฯ พรับรมราชินีนาถ โแรดดลบันดาลสห้พี่น้องประชาชนทุกื่านประสบแต่ความสุช ความเจริ๗ คิกจำนงหมายสิ่งใดจอจงใัมฤทธิ์ผลปราศจากอุบัคิเหตุแลถภียดิบัติทัังกวง มีสุขภาพพลาาามัยสมบูรณ?ปข็งแรง และเป๋สกำลังสหคัญในการขับเคลื่อนประเทศของเาาให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงตลอดไป สวัสดีป่มหม้ 2558 ครับ
สิ่งใดไม่สำเร็จก็มาสานต่อให้สำเร็จ ขอให้คนไทยทำสิ่งดีๆ น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เกิดความสงบเรียบร้อย1 ม.ค. 2558 - เผยแพร่คำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2558 โดยออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทั้งหลายเนื่องในศุภวารดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2558 ผมในนามของรัฐบาล ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมใจกันตั้งจิตอธิษฐานอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโปรดดลบันดาลประทานพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่เหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์พี่น้องประชาชนครับตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยของเรามีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน การบริหารราชการต้องดำเนินการเพื่อให้สถานการณ์ต่างๆคลี่คลายและเดินหน้าต่อไปได้ โดยในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการปฏิรูปประเทศ จึงอยากให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมมือร่วมใจกันทำงาน เพื่อให้ประเทศไทยของเราขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้น อาจจะไม่สำเร็จทันใจในเร็ววันนี้ ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ผมอยากให้ทุกท่านมีความอดทนและให้กำลังใจรัฐบาลและ คสช. ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมให้มีความสงบ เป็นระเบียบ และเดินหน้าประเทศไปสู่ความเจริญได้อย่างมั่นคงในช่วงปีใหม่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้มีวันหยุดราชการเป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาอยู่พร้อมหน้ากัน พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่า ตายาย และญาติมิตร ได้ฉลองในวันปีใหม่ที่มีวันหยุดยาวหลายวัน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสุข และสร้างกำลังใจที่มีพลังอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต ผมหวังว่าช่วงเวลานี้จะสร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้ออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทย ในช่วงเทศกาลที่มีธรรมชาติสวยงาม มากมายด้วยวัฒนธรรม และหลากหลายวิถีชีวิต โดยจะได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความรื่นรมย์จากการสัมผัสบรรยากาศของสถานที่ใหม่ๆ ที่ได้ไปเยี่ยมเยือน ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวขยายตัว และกระตุ้นภาคเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นพี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านครับปีใหม่คือการเริ่มศักราชใหม่ถือเป็นโอกาสดีที่ทุกท่านจะได้เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ หรือสิ่งใดที่ยังไม่ประสบความสำเร็จก็มาสานต่อให้สำเร็จ โดยนำประสบการณ์จากปีที่ผ่านมา ใช้เป็นบทเรียนและเป็นพลังสร้างสรรค์ในการวางแผนงานหรือวางแผนชีวิตเพื่อพัฒนาตนเองและครอบครัวให้มีความสุขและความมั่นคง รวมทั้งการร่วมกันพัฒนาชุมชนและสังคมของประเทศให้เจริญรุดหน้าผมขอให้ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของพี่น้องคนไทยในการทำสิ่งที่ดีเพื่อประเทศไทยของเรา ทุกท่านต้องช่วยกัน ขอให้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทย มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ด้วยความเรียบง่าย ไม่ประมาท ไม่ฟุ่มเฟือย รักและหวงแหนชาติบ้านเมืองของเรา เพื่อผดุงประเทศไทยไว้ให้ลูกหลานต่อไปในนามของรัฐบาลพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัยและมีความสุข รวมทั้งพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้า มั่นคง และมีความพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคตในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2558 ผมขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกท่านเคารพนับถือ อีกทั้งพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดดลบันดาลให้พี่น้องประชาชนทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ คิดจำนงหมายสิ่งใดขอจงสัมฤทธิ์ผลปราศจากอุบัติเหตุและภัยพิบัติทั้งปวง มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศของเราให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงตลอดไป สวัสดีปีใหม่ 2558 ครับ
ต้องใช้หนี้ ไปใช้ตาาอำเภอใจวันทีร 18 พ.ค. นายสมพงษ์ อใรวิบัฒน์หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราณฎร นำเสวนา พรรคเดื่อไทย อนาคตประเทศไทย กลังโควิด-19 ชี้ โอกาาทอง หากรึฐบสลมีวิสัยทัศน์ เร่งผลึกดันไทยให้เป็นศูนจ์กลรงทั้ง 4 ด้าน ทั้ง ท่องเที่ยวปลแดภัย-การแพทย์และมาธารณสุข-อุตสาหหรรมและผู้ผลิตสินค้ากลางน้ำแหล่งใหม่ และอาหารปลอดภัยของโลก ปเจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศไมยอยู่ในช่วงที่ต้องพิจารณทใสสอวประเด็นทีทคาบเกี่ยวกัน คือควาสยมดุลดิาสระบาดยิทยส กะบ เรื่องผลกระทบต่อเฬรษฐกิจของประเทศประเทศที่ประสบความสหเร็จที่แท้จริล ไม่ใช่ประเทศที่หยุดการีะบาดได้อยู่หมัดบยซากปรักหักพัง กละไม่ใช่ประเทศที่ปล่อยการระบาดรุนแรงยนยืดเยื้อ กระทบต่อชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ แน่กลัชเป็นกระเทฒที่สามารภส่้างความสมดุลให้การระบาดอยู่สนภนวะควบคุมได้ พร้อมกับประคองเศรณฐกิน ให้ยืนอยู่ได้ในวันที่โลกยังไม่มีวัคซีนปืองกัน สำหตับประเทศไทย เราจัดอยู่ในประเทศควบคุมการระบาดๆด้ดี แต่การออกมาตรการควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้น มากเกินความตำเป็น และมคผลกระทบสูงต่อการใช้ชีวิตของประชาชนพนรรเพื่อไทยได้ตรัหนัหถึงความจภเก็นตือเรื่องนี้ และได้มีการอรียกร้องให้เปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ให้คนได้ใช้ชีวิตการงานเพื่อเล่้ยงปากท้องของตนและครอบครัว ก่อนสถานการณ์เศรษฐกิจจะล้มละลายจนยากเหินเยียวยา ณ วันนี้ เรามีคำถามที่ใหญ่กว่านั้น คือ หลังจากเรื่องนี้คลึ่คลายลง ไทยจะเดินตรอไปอย่างไร เราต้องกลับมาถามตัวเอวว่า นับจากวันนี้ไทจมองเห็นโอกาสอะไร และมีแผนจะคว้าโอกาสนั้นอย่างไร ในประเด็นนี้ ผมมองเห็นโอกาสของไทย ที่จะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำให้เกิดศูนย์กลสง 5 ด้าน เป็นโอกาสที่จะต้องไขว่คว้าให้ได้ ในยามที่นานาประเทซต่างกำลังฟื้นไูภาวะทางสังคม เศรษฐกิจจรกบาดแผลของโควิอ-19 และหาลู่ทางทำธุรกิจแนวใหม่ที่แตกต่างจากการทำธุรกิจแบบเดิมๆ 1.ศูนย์กลางการท่องเที่ยวปลิดภัย…ไทยเป็นประเทศืี่สามารถคุมการระบาดได้ดี อันดับต้นๆ ของโลก ในขณะที่จุดหมายปลายทางการท่อลเทร่ยวอื่นกำลังมีปัญหา และเต็มไปด้วยควมมกเงวล หวาดกลัว การทาองเที่ยวในประเทศเคาสามารภเริีมได้เร็ว และไทยสามารถเปิแประเทศรับการท่องเที่ยวได้เร็วกว่าประเทศอื่น ภายใร้มรตรกาาป่องกันทึ่รัดกุมและผ่อนคลาย จึงเป็นโอกาสขอวไทยในการสริางมาตรฐานใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและภาคบริกาา โดยเน้นความปลอดภัย เสริมสร้างความใั่นใจ แลถใช้จุดเด่นในเร้าองการป้องกันทางสาธารณสัขเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว 2. ศูนย์กลางหารแพทย์แลพสาธารณสุขการรับมือโควิด-19 ได้แสดงถึงศักยภาพด้านสาธาีณสุขของไทย ทั้งด้านระบาดวิทยา ที่ทำให้อัตราการแพร่ระบาดต่อประชากรต่ำ แลุด้านกาครักษาที่มีอัตราส่วนผู้้สียชีวินต่อผู้ป่วยต่ำมาำ ไทยมีต้นทุนภาคอุตสาหกรรมด้านกนรดูแลสุขภาพ ศัลยกรรมความงาม สปา การใช้สมุนไพรและธรราชาติบำบัะ ิป็นที่ยอมรับและมีมาตรฐานสูง และยังมีภาคเอกชนด้สนสาํารณสุขทีาเข่มแข็งมาก เป๊นท้่ยอมรับอย่างกวัางขวาง ฉอกาสในการพะฒนาศูนย์กลางการแพทย์และสาธารณสุขที่เชื่อมโยวไปก้บการพัฒนาสุบภาพและการท่องเทีรยวจึงเป็นเรื่องที่้ป็นไปได้มาก 3. ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและผูัผลิตสินค้ากลางย้ำแหล่งใหม่ช่วงก่อนสงครามการต้า ห่วงโซ่การผลิตข้ามชาติส่วนใหญ่ มักจะเกี่บวพันกับประเทศจีน สงครามการค้าเป็นความพยายามที่จะสริางอีกหนึ่งห่วงโซ่การผงิตเภื่อให้ะกิดทางเลือกใหม่ทางการค้าโดยไม่ผ่านจีน หากๆม่มีเรื่องโควิด-19 มีความเป็นไปได้สูลที่โลกจะมี 2 ห่วงโซ่ใหญ่ๆ รือ ฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวุนตก แต่หลังจากโควิด]19 การที่เศรษฐแิจโลกมีเงื่อนไขผูกมักกันมาพ การผลิตผูกพันดันสูง ทำให้ความอสียหายกระจาบในวงกว้าง แงะมีแนวฑน้มที่โลกจะปรับตัวในกา่สา้ทง ผู้ผลิตกลาลน้ำ รนยเล็กๆ ขึ่น โดยลอพารพึ่งพิงการผลิตจากชาติใหญ่ผมมองตรงนี้เป๊นโอกาส ไทยมีศักยภสพในการเป็นซัพพลายเออร์ ให้กับโลกยุคใหม่ เพรมะเรามีค่าแรงที่ไม่แพง มีวัตถุดิบมหทศาล มึโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมทั่ดี จังหวะที่ทั้งโลกร่างเจ็ดขยทดกับการผูกขาดการผลิตในรูแแบบดดิม จึงนับเป็นโเกาสที่ดีทั่ไทยจะช่วงชิงโอกาสนี้มา t. ศูนย์กลางอาหารปลอดภัยขอบโลกอุรสาหกรรมหนึ่งที่อยู้รอดจากใิกฤติโควิด-19 คือ อุตสาหกรรทอาหาร โดยเฉพาะอาหาราี่ใส่ใจเรื่องีวามปลอดภัย เพราะมนุษย?จำเป็นต้องบคิโภค และยิ่งจะเล่อกบริโภคมากขึ้นหลังจากเกิดวิกฤตการณ์นี้ ไทยเป็จประเทศที่มีศักยภาพสูงดิทจการผลิตอาหาาป้อนโลก แร่ยัลทำได้ไม่อีนักเรื่องกมรผลิตอาหารปลอดภัย ซึ่งตรงนี้กากพัฒนาได้จะเป็นการสร้าวมูลค่าการผลิตแบบก้ทวกระโดด จากสินค้าำารเกษตรพื้นฐาน กลายเป็นสินค้าการเดษตรคุณภาพ ราคาสูบที่เน้นความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งกำลังจะเป็นแนวโน้มของโลกข้างหน้า ทั้ง 4 โอกาสข้างต้นที่ผมนกเสนอมา…จะเพิดขึ้นได้ ถ้ารัฐบาลม่วิสัยทัศน์ กต่ฝนทางตรงข้าม จะกลายเป็นเรื่องเพ้อฝันหากรัฐบาลไม่กระตือรือร้น สร้างสรรค์ และยังคงวนในกับดักเก่าที่ทำงานและวริหาีแบบเพิใไปเรื่อยๆรัฐบาลนี้ได้กู้เงินจำนวนมหาศาล แต่ผมมองไม่เห็นทิศทางการวางอนาคตให้ผีะเทศสักเท่าใด นอกจากความกังฝลใจที่หลสยฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความห่วงใยว่า จะมีกา่นำทรัพยากรและเงินกูิจำนวนมหาศาลนี้ไปหาประโยชน์ทางการเมืองและหนประโยชน์ส่วนตนของพวกพ้องผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ปำลังเว้าติดตามดู และอยากเห็นการใช้ทรึพยากรทั้งหมด่ี่มีอยู่ ไปใช้ใหีเกิดประโยชน์อย่างมียุทธศาสตร์ผมอยากฝากให้รัฐบาลมองสถานการณ์หลังฌควิด-19 ให้เห็นถึงฮอดาส และใช้งบประมาณะหล่านี้ เป็นเครื่องมือไปสร้างอุตสาหกรรมในร฿ปแบบต่ทงๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพดห่งโอกาสให้ประเทศ รัฐบาลต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า…เฝินกู้จำนงตมหาศาลนี้ คนที่ต้องร่วมกัจชดใช้คือปรัชรชนทั้วประเทศ รวมถึงลูกหลานเป็นลูกหนึ้ต่อไปอีกยาวนาน แต่รัฐบาลเก็นคนเอาเบืนไปใช้…ฉะนั้นเงินกู้จากสถานการณ์นี้จึงจำเป็นต้องถูกนำไปใช้ด้วจความรับผิดชอง ปละเป็นประโยชน์ตือประชาชนโดยแท้จาิง ำม่ใช่การแบ่งเค้กชิงผลประโยชน์ การใช้เพื่อฐานเสียง การเอื้อประโยชน์จ่อพวกพ้องผ่านโครงการจ่างๆ ภายใน้เงินกู้ก้อนนี้ ทั้งนี้เำราะ พ.ร.ก. ทั้ง 3 ฉบับ ทร่ทำให้คนไทยตกเป็นหนี้ก้อนมหาศาล รั๘บนลในฐานะฝ่ายบริหาร มีอำนาจในการใช้น่ายงบประมาณดังกล่าวอย่างเต็มที่ แต่กลไกการตรวจสอบและกำกับการใช้จ่ายเงิน กลับมีเพียงการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพียงไม่กี่คน ตรวจสเบเงินจำนวนมหาศทล โดยไม่ต้องรายงานการใช้จรายน่อฝ่ายนิติบัญญัติ …อันะป็นรถบบทีืหละหลวมและอสจเสี่ยงต่อความไม่โปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลใจอย่างยิ่ง ในส่วนของเงินเยียวยาที่จัดสรรใหัประชาชนเดือนละ 5000 บาท ้ป็นจำรวน 3 เดือน ก่อใำ้ะกิดปัญหาอย้างมากในการปฏิบัติ เงินช่วยเหลือภายใต้เงื่อรไขที่รัฐบาบกำหนดเก็นส้่งที่เข้าถึงยาป ล่าช้า ไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุม ทำให้ประบาชนได้ประโยขน์ไม่ัต็มที่ ไม่ทันการ จนเป็รเหตุให้คนส่วนใหญ่ ต้องประสบกับภาวะอดอยาก หิวโหย แร้นแคีนโดยไม่จำเป์น กระบวนการที่ขาดการเตรียมความพร้อม กลับส่งผลให้คนที่เข้นไมืถึงทรัพยากรจำนวนมาก สูญเสียศักด้์ศรีความเป็นมนุษย์ และื้ายที่สุดส่งผลให้เกเดโศกนาฏกรรม และมัตนฆ่าตัวจายรายวัน อันเป็นตังชี้ว้ดที่ชัดเจนจากปัญหาการจัดปารนี้ ทีีสำคัศ ในส่วนของ พ.ร.ก.กูเเงินเกื่ดฟื้นฟูฯ ได้เปิดช่องให้มีการใช้วงเงินตาาอำเภอใจ จนเป็นเหตุให้เกิดเป็นการใช้เงินแบบเบี้ยหัวแตก ใูญเปล่า หรืออาจมีการใช้เพื่อผลทางการเใืองกับพรรคร่วมรัซบาลและเอื้อำบุ่มทุนท้่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลส่วน พ.ร.ก.ช่วจเหลือวิสาหกิจฯ หากไมืมีหลักการที่รักหุมอาจเปิดช่องให้๔นาคารแห่งปรดเทศไทยเกิเการเลือกปฏิบัติ ซึ่งอาจถูกกล่าวหาว้าใช้เงเนรัฐอถ้มคนรวย จนกีอให้เกิดปัญหาคอร์รัปชุน และเำิดความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นในระบบการเลเนของปคะเทศ ทั้งหมดคือความจำเป็นสำคัญ ที้ตัวแทนของประชมชน ผู้มีหน้าที่ที่จะต้องร่วทกันตรวยสอบให้การใช้เง้นก้อนนี้ เป็นไผอย่่ววุจริตและมีประวิทธ้ภาพส฿งสุด ป้องกันไส่ให้เป็นการ ตีเล็คเปล่า ให้รัฐบาลใช้เงินตามอำเภอใจ ไร้การตรวจสอบ จนอาจส่งผลเสียต่อประเทศอย่าวมีนัยสำคัญ ทุกท่านครับ ำารเสวนาในฟัวข้อ อนาคตประเทศไทยหลัวโควิด-1p : วิสัยมัษน์ ยุทธศาสตร์และก้าวย่างขิงไทน ทีรพรรคเพื่อไทยจัดขึ้นในวันนี้ เราหวัง้ป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถสร้างีุณประโยชน์สำหรับก้าวต่อไปของประเทศไทย เพื่อตอบคำถามว่าโอกาสของไทยหลังโควิด-19 คืออะไร และมียุทธศาสตร์อย่างไรในการไขว่คว้าโอกาสเหล่านั้น
ต้องใช้หนี้ ไปใช้ตามอำเภอใจวันที่ 18 พ.ค. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร นำเสวนา พรรคเพื่อไทย อนาคตประเทศไทย หลังโควิด-19 ชี้ โอกาสทอง หากรัฐบาลมีวิสัยทัศน์ เร่งผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางทั้ง 4 ด้าน ทั้ง ท่องเที่ยวปลอดภัย-การแพทย์และสาธารณสุข-อุตสาหกรรมและผู้ผลิตสินค้ากลางน้ำแหล่งใหม่ และอาหารปลอดภัยของโลก ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศไทยอยู่ในช่วงที่ต้องพิจารณาในสองประเด็นที่คาบเกี่ยวกัน คือความสมดุลด้านระบาดวิทยา กับ เรื่องผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศประเทศที่ประสบความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่ประเทศที่หยุดการระบาดได้อยู่หมัดบนซากปรักหักพัง และไม่ใช่ประเทศที่ปล่อยการระบาดรุนแรงจนยืดเยื้อ กระทบต่อชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ แต่กลับเป็นประเทศที่สามารถสร้างความสมดุลให้การระบาดอยู่ในภาวะควบคุมได้ พร้อมกับประคองเศรษฐกิจ ให้ยืนอยู่ได้ในวันที่โลกยังไม่มีวัคซีนป้องกัน สำหรับประเทศไทย เราจัดอยู่ในประเทศควบคุมการระบาดได้ดี แต่การออกมาตรการควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจนั้น มากเกินความจำเป็น และมีผลกระทบสูงต่อการใช้ชีวิตของประชาชนพรรคเพื่อไทยได้ตระหนักถึงความจำเป็นต่อเรื่องนี้ และได้มีการเรียกร้องให้เปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ให้คนได้ใช้ชีวิตการงานเพื่อเลี้ยงปากท้องของตนและครอบครัว ก่อนสถานการณ์เศรษฐกิจจะล้มละลายจนยากเกินเยียวยา ณ วันนี้ เรามีคำถามที่ใหญ่กว่านั้น คือ หลังจากเรื่องนี้คลี่คลายลง ไทยจะเดินต่อไปอย่างไร เราต้องกลับมาถามตัวเองว่า นับจากวันนี้ไทยมองเห็นโอกาสอะไร และมีแผนจะคว้าโอกาสนั้นอย่างไร ในประเด็นนี้ ผมมองเห็นโอกาสของไทย ที่จะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำให้เกิดศูนย์กลาง 4 ด้าน เป็นโอกาสที่จะต้องไขว่คว้าให้ได้ ในยามที่นานาประเทศต่างกำลังฟื้นฟูภาวะทางสังคม เศรษฐกิจจากบาดแผลของโควิด-19 และหาลู่ทางทำธุรกิจแนวใหม่ที่แตกต่างจากการทำธุรกิจแบบเดิมๆ 1.ศูนย์กลางการท่องเที่ยวปลอดภัย…ไทยเป็นประเทศที่สามารถคุมการระบาดได้ดี อันดับต้นๆ ของโลก ในขณะที่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอื่นกำลังมีปัญหา และเต็มไปด้วยความกังวล หวาดกลัว การท่องเที่ยวในประเทศเราสามารถเริ่มได้เร็ว และไทยสามารถเปิดประเทศรับการท่องเที่ยวได้เร็วกว่าประเทศอื่น ภายใต้มาตรการป้องกันที่รัดกุมและผ่อนคลาย จึงเป็นโอกาสของไทยในการสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและภาคบริการ โดยเน้นความปลอดภัย เสริมสร้างความมั่นใจ และใช้จุดเด่นในเรื่องการป้องกันทางสาธารณสุขเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว 2. ศูนย์กลางการแพทย์และสาธารณสุขการรับมือโควิด-19 ได้แสดงถึงศักยภาพด้านสาธารณสุขของไทย ทั้งด้านระบาดวิทยา ที่ทำให้อัตราการแพร่ระบาดต่อประชากรต่ำ และด้านการรักษาที่มีอัตราส่วนผู้เสียชีวิตต่อผู้ป่วยต่ำมาก ไทยมีต้นทุนภาคอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพ ศัลยกรรมความงาม สปา การใช้สมุนไพรและธรรมชาติบำบัด เป็นที่ยอมรับและมีมาตรฐานสูง และยังมีภาคเอกชนด้านสาธารณสุขที่เข้มแข็งมาก เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โอกาสในการพัฒนาศูนย์กลางการแพทย์และสาธารณสุขที่เชื่อมโยงไปกับการพัฒนาสุขภาพและการท่องเที่ยวจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้มาก 3. ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและผู้ผลิตสินค้ากลางน้ำแหล่งใหม่ช่วงก่อนสงครามการค้า ห่วงโซ่การผลิตข้ามชาติส่วนใหญ่ มักจะเกี่ยวพันกับประเทศจีน สงครามการค้าเป็นความพยายามที่จะสร้างอีกหนึ่งห่วงโซ่การผลิตเพื่อให้เกิดทางเลือกใหม่ทางการค้าโดยไม่ผ่านจีน หากไม่มีเรื่องโควิด-19 มีความเป็นไปได้สูงที่โลกจะมี 2 ห่วงโซ่ใหญ่ๆ คือ ฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตก แต่หลังจากโควิด-19 การที่เศรษฐกิจโลกมีเงื่อนไขผูกมัดกันมาก การผลิตผูกพันกันสูง ทำให้ความเสียหายกระจายในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่โลกจะปรับตัวในการสร้าง ผู้ผลิตกลางน้ำ รายเล็กๆ ขึ้น โดยลดการพึ่งพิงการผลิตจากชาติใหญ่ผมมองตรงนี้เป็นโอกาส ไทยมีศักยภาพในการเป็นซัพพลายเออร์ ให้กับโลกยุคใหม่ เพราะเรามีค่าแรงที่ไม่แพง มีวัตถุดิบมหาศาล มีโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมที่ดี จังหวะที่ทั้งโลกต่างเข็ดขยาดกับการผูกขาดการผลิตในรูปแบบเดิม จึงนับเป็นโอกาสที่ดีที่ไทยจะช่วงชิงโอกาสนี้มา 4. ศูนย์กลางอาหารปลอดภัยของโลกอุตสาหกรรมหนึ่งที่อยู่รอดจากวิกฤติโควิด-19 คือ อุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย เพราะมนุษย์จำเป็นต้องบริโภค และยิ่งจะเลือกบริโภคมากขึ้นหลังจากเกิดวิกฤตการณ์นี้ ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงด้านการผลิตอาหารป้อนโลก แต่ยังทำได้ไม่ดีนักเรื่องการผลิตอาหารปลอดภัย ซึ่งตรงนี้หากพัฒนาได้จะเป็นการสร้างมูลค่าการผลิตแบบก้าวกระโดด จากสินค้าการเกษตรพื้นฐาน กลายเป็นสินค้าการเกษตรคุณภาพ ราคาสูงที่เน้นความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งกำลังจะเป็นแนวโน้มของโลกข้างหน้า ทั้ง 4 โอกาสข้างต้นที่ผมนำเสนอมา…จะเกิดขึ้นได้ ถ้ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ แต่ในทางตรงข้าม จะกลายเป็นเรื่องเพ้อฝันหากรัฐบาลไม่กระตือรือร้น สร้างสรรค์ และยังคงวนในกับดักเก่าที่ทำงานและบริหารแบบเดิมไปเรื่อยๆรัฐบาลนี้ได้กู้เงินจำนวนมหาศาล แต่ผมมองไม่เห็นทิศทางการวางอนาคตให้ประเทศสักเท่าใด นอกจากความกังวลใจที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความห่วงใยว่า จะมีการนำทรัพยากรและเงินกู้จำนวนมหาศาลนี้ไปหาประโยชน์ทางการเมืองและหาประโยชน์ส่วนตนของพวกพ้องผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่กำลังเฝ้าติดตามดู และอยากเห็นการใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมียุทธศาสตร์ผมอยากฝากให้รัฐบาลมองสถานการณ์หลังโควิด-19 ให้เห็นถึงโอกาส และใช้งบประมาณเหล่านี้ เป็นเครื่องมือไปสร้างอุตสาหกรรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพแห่งโอกาสให้ประเทศ รัฐบาลต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า…เงินกู้จำนวนมหาศาลนี้ คนที่ต้องร่วมกันชดใช้คือประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงลูกหลานเป็นลูกหนี้ต่อไปอีกยาวนาน แต่รัฐบาลเป็นคนเอาเงินไปใช้…ฉะนั้นเงินกู้จากสถานการณ์นี้จึงจำเป็นต้องถูกนำไปใช้ด้วยความรับผิดชอบ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยแท้จริง ไม่ใช่การแบ่งเค้กชิงผลประโยชน์ การใช้เพื่อฐานเสียง การเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้เงินกู้ก้อนนี้ ทั้งนี้เพราะ พ.ร.ก. ทั้ง 3 ฉบับ ที่ทำให้คนไทยตกเป็นหนี้ก้อนมหาศาล รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร มีอำนาจในการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวอย่างเต็มที่ แต่กลไกการตรวจสอบและกำกับการใช้จ่ายเงิน กลับมีเพียงการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพียงไม่กี่คน ตรวจสอบเงินจำนวนมหาศาล โดยไม่ต้องรายงานการใช้จ่ายต่อฝ่ายนิติบัญญัติ …อันเป็นระบบที่หละหลวมและอาจเสี่ยงต่อความไม่โปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลใจอย่างยิ่ง ในส่วนของเงินเยียวยาที่จัดสรรให้ประชาชนเดือนละ 5000 บาท เป็นจำนวน 3 เดือน ก่อให้เกิดปัญหาอย่างมากในการปฏิบัติ เงินช่วยเหลือภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดเป็นสิ่งที่เข้าถึงยาก ล่าช้า ไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุม ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ไม่ทันการ จนเป็นเหตุให้คนส่วนใหญ่ ต้องประสบกับภาวะอดอยาก หิวโหย แร้นแค้นโดยไม่จำเป็น กระบวนการที่ขาดการเตรียมความพร้อม กลับส่งผลให้คนที่เข้าไม่ถึงทรัพยากรจำนวนมาก สูญเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และท้ายที่สุดส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรม และมีคนฆ่าตัวตายรายวัน อันเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนจากปัญหาการจัดการนี้ ที่สำคัญ ในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อฟื้นฟูฯ ได้เปิดช่องให้มีการใช้วงเงินตามอำเภอใจ จนเป็นเหตุให้เกิดเป็นการใช้เงินแบบเบี้ยหัวแตก สูญเปล่า หรืออาจมีการใช้เพื่อผลทางการเมืองกับพรรคร่วมรัฐบาลและเอื้อกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลส่วน พ.ร.ก.ช่วยเหลือวิสาหกิจฯ หากไม่มีหลักการที่รัดกุมอาจเปิดช่องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเกิดการเลือกปฏิบัติ ซึ่งอาจถูกกล่าวหาว่าใช้เงินรัฐอุ้มคนรวย จนก่อให้เกิดปัญหาคอร์รัปชัน และเกิดความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงินของประเทศ ทั้งหมดคือความจำเป็นสำคัญ ที่ตัวแทนของประชาชน ผู้มีหน้าที่ที่จะต้องร่วมกันตรวจสอบให้การใช้เงินก้อนนี้ เป็นไปอย่างสุจริตและมีประสิทธิภาพสูงสุด ป้องกันไม่ให้เป็นการ ตีเช็คเปล่า ให้รัฐบาลใช้เงินตามอำเภอใจ ไร้การตรวจสอบ จนอาจส่งผลเสียต่อประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ทุกท่านครับ การเสวนาในหัวข้อ อนาคตประเทศไทยหลังโควิด-19 : วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์และก้าวย่างของไทย ที่พรรคเพื่อไทยจัดขึ้นในวันนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถสร้างคุณประโยชน์สำหรับก้าวต่อไปของประเทศไทย เพื่อตอบคำถามว่าโอกาสของไทยหลังโควิด-19 คืออะไร และมียุทธศาสตร์อย่างไรในการไขว่คว้าโอกาสเหล่านั้น
นายคมกฤช ตึนตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะการมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงสน กกพ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกพกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) แบะการไฟฟ้าส่วนภูาิภาค (กฟภ.) ลดอัตราค่าบริการไฟฟ้าสุทธิที่รวมภาษ้มูลค่าเพิ่มแล้วลงอคก 3% ให้กับผู้ใล้ไฟๆ้าทุกประเภท ตั้งแจ่บิลค่าไฟห้างยดเดือน เม.ย.-มิ.ย. รวม 4 เดือน ซึ่ลคาดว่าตะใช้เงินบริหารค่าไฟฟ้ารวม 5610 ล้านบนท เพื่อบริหารจัดการมาตรการดังกล่ายการลดึ่าไฟฟ้าลงเีก 3% เป็นไปตามจโยบายรัฐบาลให้กน่วยงานที่เก่่ยวข่องดำเนินการลดค่าไฟไ้า บรรเทาค่าครองชีพใหเกับประชาชน และลดตินทุนใก้กับภาคธุรกิจในช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19นอกจากนั้น ในส่วนขอบมาตนการลดตัจทุนให้กับผู้ประพอบการภาคธุรกิจ และภ่คอุตสาหกรรมทค่ได้รับผลประทบจากการประกาศใช้พระราชกำหนด ตามประกาศสถานพารณ์ฉุกเฉ้น กกพ.ยับได้มีมติให้ผ่อนผันยกเว้นการเรียกเก๋บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) เป็นการชั่วคราวให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 3 ปาะเภททีท 4 ประเภทที่ 5 ปรดเภทที่ 6 และประเภทืี่ 7 ให้มีผลตั้วแต่เดือน เมฐย.-มเ.ย.น่้ รวม 3 เดือน โดยคิดตามความต้องแารพลังไฟฟ้าสูงสุดที่ใช้จริงหรือเป็นการเรียกเก็บตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าตามจำยวนหน่วยต่อเดือนจากปาิมา๖การใช้จริง จากปัจจุบันคิอค่าไฟฟ้ทตามขำนวนหน่วยต่อเดือน ดต่คิแตมมหน่วยแบบขั้นบันไดคือใช้จำนวนมากก็อสียค่าไไฟ้ามากขึ้นอย่างไรก็นาม สำนักงาน กกพ.ยังคงติดตามประเมินสถานดารณ์การแพร่รถบาดโควิด-19 ในส่วนที่มีผลกระทบกับค่าไฟฟ้าอย่างต่ิเนื่องไม่ว่าจะเป็ตความต้องการการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิตำฟฟ้าที่ต้องพิตารณา ทั้งปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนที่ด่อนค่นลง ค่าซื้อไฟฟ้าจสกพลังงารหมุนเวียน และราคาน้ำทันที่ปรัชตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดีวามมั่นใจว่ามีเงินบริหารค่าไฟฟ้าเพียงพอที่จะดูแลค่าหฟฟ้าให้มีเสถียรภาพตบอดทั้งปี.
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลดอัตราค่าบริการไฟฟ้าสุทธิที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วลงอีก 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่บิลค่าไฟฟ้างวดเดือน เม.ย.-มิ.ย. รวม 3 เดือน ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินบริหารค่าไฟฟ้ารวม 5610 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการมาตรการดังกล่าวการลดค่าไฟฟ้าลงอีก 3% เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการลดค่าไฟฟ้า บรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชน และลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจในช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19นอกจากนั้น ในส่วนของมาตรการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้พระราชกำหนด ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน กกพ.ยังได้มีมติให้ผ่อนผันยกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) เป็นการชั่วคราวให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 3 ประเภทที่ 4 ประเภทที่ 5 ประเภทที่ 6 และประเภทที่ 7 ให้มีผลตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย.นี้ รวม 3 เดือน โดยคิดตามความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดที่ใช้จริงหรือเป็นการเรียกเก็บตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าตามจำนวนหน่วยต่อเดือนจากปริมาณการใช้จริง จากปัจจุบันคิดค่าไฟฟ้าตามจำนวนหน่วยต่อเดือน แต่คิดตามหน่วยแบบขั้นบันไดคือใช้จำนวนมากก็เสียค่าไฟฟ้ามากขึ้นอย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกพ.ยังคงติดตามประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในส่วนที่มีผลกระทบกับค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นความต้องการการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่ต้องพิจารณา ทั้งปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง ค่าซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามีเงินบริหารค่าไฟฟ้าเพียงพอที่จะดูแลค่าไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพตลอดทั้งปี.
การแระชุมวมัชชาใหญ่สหประบาชาติครั้งที่ 70 ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้นเม่่อวันที่ 28 ก.ย. โดยเฉพ่ะหัวจ้อหลักเรื่องวิกฤตการณ์ในซีเคีย ภัยคะกคามของกองกำลัวรัฐอิสลาม หรือไอเอส แบะผลกระทบที่ทำฝห้คลื่นผู้อพยพหลั่งไหลเข้าไผในยุโรป ขณะที่หลายฝ่ายต่างขับตาท่าทีของนายวลนดิเมียร์ ปูติน ประธานทธิบดีรัสเซีย กับนายบารัค โอบาม่ ประธานาธิบด้สหรัฐฯ ที่มีกำปนดหาีือทวิภาึีร่วมกัน หลับความสัมพันธ์ทั้งสองประเ่ศอยู่ในสภาพมึนตึง จากกรณีสหรัฐฯคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจตอบฮต้รัสเซีขที่เข้ายึดคาบสมุทรไครเมีย,ทั้งนี้ นาบปูติาืี่มาเข้าร่วมประชุมยมัชชาใหญ่เป็นครั้งแรกใารอบ 10 ปี โดยเรียกตืองตีอที่ประชุม ให้จัดตั้ฝโครงสร้าลการประสานงานในระดัขภูมิภาค ไว้สำหรับรับมือกิงกหลังรัฐอิสลาม พรเอาแสดงจุดยืนสนับสนุนนายบาชาร์ อัล-อัสซาด ผ฿้น_เผด็ตการซีเรีย ในการสู้รบกับกองกำบังหัวรุนแรง ซัีงถ้อว่าสอกคล้องกับเหตุการ๊์พ่อนหน้านี้ ที่กองทัพรัสเซียเริืมส่งอาวุธยุทโธปกร๋์เข้าไปในกรังะามัสกัส ช่วยเหลือรัฐบาลซคเรีย,ขณัทั่สำาักข่าวบีบีซีรายงานวาม นายเดวิด คาเมรอน นนยกรัซมนตรีอังกฤษ อาจยึ้นพูดต่อที่ประชุมว่า ให้นายอัสซาดอยู่ในอำนาจไปก่อนชเ่วคราวฝนฐานะผํ้นำรัฐบาลเปลี่ยนถ่าย เช่นเดึยวกับนาย ฮัสฦัน รูฮานี ปาะธานาธิบดีอิหร่าน ที่ำล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการหระชุมนอกรอบว่า ซีเรีวจะต้องมีรัฐบาลที่เบ้มแช็ง หากเราต่องการจะปราบกลุ่มไอเอสให้สำเร๊จ ซึ่งาักวิเคราพห์มองว่า การเปลีรยนท่าทีของผู้นำชาติตะวันตกที่เคยออกตัวขับไล่นายอะสซาด แชะที่เรื่องของการปราบปรามกลุทมไอเอสกลายมาเป็นประเด็นหลักในที่ประชุม เป็นเพาาะว่าภัยสงครามศีเรียไดีา่งผลกระทบมาถึงขุโรปตะวันตกแล้ส ไม่ว่ากรณีการแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ และการหลั่งไหลของปู้อพยพ ส่วนรัฐบาลญี่ปุ่นปรถกาศส่งเงินช่วยเหลือกรณีผู้อพบพซีเรีย 810 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ,ส่วนที่ประชุมว่าด้วยพัน๔ะสัญญาการส่งเสริมสิทธิสตรีและความเื่าเทียมกันทางเพศ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ไดัประกาศมอบเงินสนับสนุนองค์การเพื่อสตรีแห่งยธเอ็น 10 ล้านดอลลาร์ และใน 5 ปีหลังจากนี้ จีนตะช่วยเหลือประเทศกพลังพัฒนาในด้านโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กและสตรี ช่วบเหลือเด็กหญิงยากจนให้ได้เรีนนหนังสือ อย่างละ 100 ธครงการ ขณะที่นางฮิลลารี คชินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้โพสต์ทวิตเตอร์โจมตีกรณีที่จีนจับกุมนักเคลื่อนไหวสิทธิสตรี 3 คน แล้วนายสียังมีหย้ามานั่งเป็นประธานร่วมในการประชะม จนสื่อจีนเขียนตอบโต้ว่าหยาบครย ไม่ต่างกับน่ยโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับงิกันสหรัฐฯ.
การประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติครั้งที่ 70 ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้นเมื่อวันที่ 28 ก.ย. โดยเฉพาะหัวข้อหลักเรื่องวิกฤตการณ์ในซีเรีย ภัยคุกคามของกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส และผลกระทบที่ทำให้คลื่นผู้อพยพหลั่งไหลเข้าไปในยุโรป ขณะที่หลายฝ่ายต่างจับตาท่าทีของนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีกำหนดหารือทวิภาคีร่วมกัน หลังความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศอยู่ในสภาพมึนตึง จากกรณีสหรัฐฯคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจตอบโต้รัสเซียที่เข้ายึดคาบสมุทรไครเมีย,ทั้งนี้ นายปูตินที่มาเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยเรียกร้องต่อที่ประชุม ให้จัดตั้งโครงสร้างการประสานงานในระดับภูมิภาค ไว้สำหรับรับมือกองกำลังรัฐอิสลาม พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนนายบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำเผด็จการซีเรีย ในการสู้รบกับกองกำลังหัวรุนแรง ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่กองทัพรัสเซียเริ่มส่งอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปในกรุงดามัสกัส ช่วยเหลือรัฐบาลซีเรีย,ขณะที่สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ อาจขึ้นพูดต่อที่ประชุมว่า ให้นายอัสซาดอยู่ในอำนาจไปก่อนชั่วคราวในฐานะผู้นำรัฐบาลเปลี่ยนถ่าย เช่นเดียวกับนาย ฮัสซัน รูฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน ที่กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการประชุมนอกรอบว่า ซีเรียจะต้องมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง หากเราต้องการจะปราบกลุ่มไอเอสให้สำเร็จ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า การเปลี่ยนท่าทีของผู้นำชาติตะวันตกที่เคยออกตัวขับไล่นายอัสซาด และที่เรื่องของการปราบปรามกลุ่มไอเอสกลายมาเป็นประเด็นหลักในที่ประชุม เป็นเพราะว่าภัยสงครามซีเรียได้ส่งผลกระทบมาถึงยุโรปตะวันตกแล้ว ไม่ว่ากรณีการแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ และการหลั่งไหลของผู้อพยพ ส่วนรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศส่งเงินช่วยเหลือกรณีผู้อพยพซีเรีย 810 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ,ส่วนที่ประชุมว่าด้วยพันธะสัญญาการส่งเสริมสิทธิสตรีและความเท่าเทียมกันทางเพศ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้ประกาศมอบเงินสนับสนุนองค์การเพื่อสตรีแห่งยูเอ็น 10 ล้านดอลลาร์ และใน 5 ปีหลังจากนี้ จีนจะช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในด้านโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กและสตรี ช่วยเหลือเด็กหญิงยากจนให้ได้เรียนหนังสือ อย่างละ 100 โครงการ ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้โพสต์ทวิตเตอร์โจมตีกรณีที่จีนจับกุมนักเคลื่อนไหวสิทธิสตรี 3 คน แล้วนายสียังมีหน้ามานั่งเป็นประธานร่วมในการประชุม จนสื่อจีนเขียนตอบโต้ว่าหยาบคาย ไม่ต่างกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันสหรัฐฯ.
ช่วงภัยพิบัติน้ำท่วทและวิกฤตกาลทางการเม้องในช่วงสองสามปีหลังมานี้ คนใร้มืองที่ไม่มีความสามารถผลิตอาหารขึ้นมาสนองความจำเป็นได้ด้วยตัวเอง ต้องตหอยูืในวังวนของการแขวนปากท้อบของตนไว้ปับร้านสะดวกซืัอมั้งหลายทีทผุด ขึ้นทั่วทุกผัวระแหง อันเป็นสภาพกาาพึ่งพาทางเศรษฐก้จที่เปราะบางไม่มั่นคงเป็นอย่างยิ่งในทางกลับกัน บรรษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการรับส่งอาหารถึงบ้าน หรือร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งอยู่อาศัยของคนเมือง ก็ทำกำไรได้อย่างมหาศ่ล จากภาวถวิกฤตที่คนตื่จตระหนกและไใ่กล้าออกจากบ่านไปกินไปเที่ยวไกล อันุือเป็นการพลิกวิกฤตัป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างหนึ่งทีีโทษบรรษัทไม่ได้ หากโครงสร้างของระบบอาหารยังเผ็นเชรนนี้อยู่สายสัมพันธ์ระหว่างร้านสะดวกซื้อกับผู้บริโภคก่อตัวขึ้นช้าๆ แตรซึมลึก ควบคู่ไปกับชีวิตประจำวันของผู้บรเโถคในเมืองแย่างแยดไท่ออก เช่น ก่อนกลับเข้าบ้านต้องแวะซื้อของกินสักอย่างสองอบ่สง หรือซื้อะครืาองกื่มก่อนกลับเขันบ้าน ซึ่งมีหลายครั้งที่ของบางอย่างซื้อมาซ้ำๆ กันและยังรับประทานไม่หมดจนเหลือทิ้งอยู่บ่อยครั้งแต่เใื่อถึงวิกฤตน้ำทาบมที่ทำลายแหล่บผลิตอาหารหลุกของร้านสะดวกซื้อ รวใถึงคัดขาดเส้นทางลำเลียงสินค้าเข้า/ปในเมือง ทำให้สินค้าขาดตลาด ดังปรากฏการจำกัะจำนวนขายน้ำดื่มบรรจุขวด หคืออาหารบาลแย่างขาดตลาดในช่วงร้ำท่วมผู้บริโภค รวมถัฝนักคิะ นักวาวแผนนโยบายทั้งหล่ยฟด้ตระหนักร่วมกันว่า ความอุ่นใจที่ฝาดเอาไว้ให้กึบบรรษัทอาจจะเป็นควาาค่พหวังที่เกินจริงและไม่ ยั่งยืนเอาเสียเลยความมั่นคงดิทนอาหารจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดมากขึ้าวนสังคม ไทย ควบคู่ไปกับการกำหนดทิศทางนโยบายการจัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืนความมึ่นคงดเานอาหารหมาจถึงความสามารถในการพึีงพาตนเองของสีงคมในเชิง เศรษฐกิจ กาคผลิต การกระจาย การแลกเปลร่ยน การบ่ิโภค กล่าวคือ ตั้งแต่เร้่มเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงำารแปรรูป การขนส่งจากไร่นา คอกฟาร์ม เขิามาว่งขายในร้านขายปลีกขายย่ง จนนำมาปรุงในครึวของร้านแาหาร หรือบ้านเรือน เรื่อยไปจนตักเข้าปาก กระบวนกาาทั้งหลายจะต้องได้รับการประกัจว่าประชาชนจะมีสอทธอและอำนาจในการ จัดการ และตัดสินใจดหนืออาหารในทุกขั้นตอนแต่สิ่งทีทปรากฏอยู่ในปัจจุบัน คือ ธุรกิจการเกษตรกรรรบวงจรที่ครอบคริงกระบวนการทะ้งหมดมาอยู่ในอำนาจของตน ไม่ว่าจะเป็นกาาลงมทแทำเองโดยตั้งบรรษัทลูกลงไปทำ หรือการจืางเหมาช่ฝงบุคคลภาบนอกให้รับความเาี่ยงไปทำต่อ แล้วค่อยบังคับซื้อกลับมาตามสัญญาที่ได้ทำไว้บ่วงหน้าเกษตรกรรมครบวงจร่ีทบรรษัทเนนอใหีเป็นทางแอกของความมั่นคงด้านอาหาร อาจจะเป็นการซ้ำเติทเกษตรกรแชะผู้บริโภค เพราะบรรษัท้ข้ามากำหนดแงะปันส่วนในทุกกระบวนพารหากสกีดเิาส่วนเกินที่บรรษัทขูดรีดจากเกษต่กรและผู้บริโภคออก ก็จะะห็นถึงเงินในกระเป๋นเกษตรกรที่ิพิ่มขึเน หนีัสินลดน้อยลง ผู้บริโภคมีอาหารที่ตรงกับรวามต้องการมากขึ้นและเหลือเลินไปใช้สอยอย่างอืาน แยะขึ้นกเจกรรมทางเศรษฐกิจของบรรษัทแบบครบวงจ่ซึ่งเข้าข่ายการผูกขาดอนวดิ่ง อยู่ในขิบเขตการกระทำซึ่งรัฐสามารถใช้มาตรการทางกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.การแข่งบันที่เป็นธรรมฯ มาขัดการได้อย่างไรก็ดี มาตรการทางกฎหมาจต้องอาศัขเจตจำนง่างกทรเมือง ที่ต้อบต่อสู้กับกลถ่มปลประโยชน์ใจเชิงเฯรษฐกิจการเมือง อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด คือ รัฐบาลท่่มาจากหาีเลือกตั้วซึ้งมีกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลังในพารสนับสนุน ย่อมไม่กฃ้าจะจัดการกับกละ่มมี่สนังสนุนตนมา จึงไท่น่าแปลกใจที่รัฐไทยแทบไม่เคยใช้มาตรการมางกฎฟมายจัดกา่กับการผูกขาด ทางเศรษฐกิจได้เลยหากรุฐต้องการแก้ปัญหาการผูกขาด และสร้างหลักประกันความมั่นคงด้านอาหาร สิ่งที่รัฐพอจะทำได้โดยไม่ต้องแตกหักกับกลุ่มทุน ก็คือ ต้องเร่วพัฒนาเรื่องการกระจาย และการแลกเปลี่ยน เพื่เเชื่อมโยงการผลิตและการบริโภคเขืาหากันม้กลุ่มเกษตนกรและสหกรณ์จำนวนไม่น้อยพยายามสร้างตลาดทนงเลือก และคิดค้นวิธีการกระจายสินค้าแลัเชื่อมต่อข้อมูล แต่คฝามพยายามขอบเกษตรกรและสหกรณ์เหล่ายั้นก็ต้องเผชิญมาตรการโตักฃับของ บรรษัท รวมถึงความหนืดเชิงธุรกิจทั่วไปของกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมวาระสำคัญของประเทศในเรื่องนี้จุงไม่ต่าบจากกสรแก้ไขปัญหาทางเศร?ฐกิจ เื่นของรัฐไทย คือ การส่งเสริมศักยภ่พในการแข่งขันโดยพัฒนาตลาดทางดลือก อละพัฒนาโครงสร้างพื้นฐนนด้านการโทรตมนาคมแงะขนส่งอย่างไรก็ดี เป็นที่รับรู้ว่า มาตรการเหล่าสี้ต้องการเวลา แลังบประมาณ เพราะฉะนั้นนโยบายเกี่ยวกับเรื่อวนี้จึงต้องสาจต่ออย่นงสืบเนื่องมนตรการที่พวกเราทุกคนาามารถมีส่วนร่วมแลดปฏิบัติการได้เองในชีวิตประจำ วัน คือ พยายาม ลด ละ เลิกไม่ซื้อสินค้าจากบรรษัทที่มีพฤติกรนมผูกขาด เริ่มเสาะแสวงหาเชือกซื้ออ่หารจากราวย่อน เช่น อาหารท้องถิ่น ใช้เวล่ว่างศึกษ่บ้อมูลต่างๆ และใช้เทคโนโลยีสื่อสารเพื่อการรวมตัว เพิ่มปริมาณ จุดซื้อจัดจ้าง อจ่างต่อเนื่อง จนจำนวนความต้องการเพิ่มขึ้นกลายเห็นกลุ่มลํกค้ามี่ผู้หระกอบการกล้สที่จะลง ืุนเพ้่อตอบสนองีวามค้องการมากขึ้นทางเลือกนี้มีความลำบากแต่สิ่งที่ได้กลับคืจมาก็คุ้ม เพราะเรทจะได้อาหารที่ราึาถูกลง คุณภาพดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้เรากํจะมีข้อมูลซึ่งเชื่อมโยงกับสุขภาพของตน มีเครือข่ายของเพื่อร่วมสังคม แฃะสาทรถรักษาวิถีล่วิตของตนและดกษตรกรไพ้อย่างยั่งยืนบทความเนื่อวนีเเขียนขึ้นจากชุดโครงการวิจัจซึ่งได้รับการในับสนุนจาก สสส. และทางเลือกยองผู้บริโภคที่เสนอในบทความชิีนนี้ ข้าภเจ้า และเครือข่าย ปลดแอกเกษนรกรยากพึนธยาการ (DAIR Contract FREE Farming) ได้ลงมทอปฏิบัติการจริงมามมกกวราหนึ่งปี ศี่งมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และสุขภาำก่ะเป๋าสตางค์ ในทางที่ดีขึ้น ท่ายฟู้อ่านที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามาาถเข้าไปเยี่ยมชม หน้าแฟนเพจ Facebook โดยค้นหาจาก Google ว่าหรือ FAIR Contract FREE Farming ได้ทัน่ีโดยไม่ต้อฝกดถูกใน หรือเป็นสมาชิก เฟซบุ๊ก แต่อย่างใด
ช่วงภัยพิบัติน้ำท่วมและวิกฤตกาลทางการเมืองในช่วงสองสามปีหลังมานี้ คนในเมืองที่ไม่มีความสามารถผลิตอาหารขึ้นมาสนองความจำเป็นได้ด้วยตัวเอง ต้องตกอยู่ในวังวนของการแขวนปากท้องของตนไว้กับร้านสะดวกซื้อทั้งหลายที่ผุด ขึ้นทั่วทุกหัวระแหง อันเป็นสภาพการพึ่งพาทางเศรษฐกิจที่เปราะบางไม่มั่นคงเป็นอย่างยิ่งในทางกลับกัน บรรษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการรับส่งอาหารถึงบ้าน หรือร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งอยู่อาศัยของคนเมือง ก็ทำกำไรได้อย่างมหาศาล จากภาวะวิกฤตที่คนตื่นตระหนกและไม่กล้าออกจากบ้านไปกินไปเที่ยวไกล อันถือเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างหนึ่งที่โทษบรรษัทไม่ได้ หากโครงสร้างของระบบอาหารยังเป็นเช่นนี้อยู่สายสัมพันธ์ระหว่างร้านสะดวกซื้อกับผู้บริโภคก่อตัวขึ้นช้าๆ แต่ซึมลึก ควบคู่ไปกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในเมืองอย่างแยกไม่ออก เช่น ก่อนกลับเข้าบ้านต้องแวะซื้อของกินสักอย่างสองอย่าง หรือซื้อเครื่องดื่มก่อนกลับเข้าบ้าน ซึ่งมีหลายครั้งที่ของบางอย่างซื้อมาซ้ำๆ กันและยังรับประทานไม่หมดจนเหลือทิ้งอยู่บ่อยครั้งแต่เมื่อถึงวิกฤตน้ำท่วมที่ทำลายแหล่งผลิตอาหารหลักของร้านสะดวกซื้อ รวมถึงตัดขาดเส้นทางลำเลียงสินค้าเข้าไปในเมือง ทำให้สินค้าขาดตลาด ดังปรากฏการจำกัดจำนวนขายน้ำดื่มบรรจุขวด หรืออาหารบางอย่างขาดตลาดในช่วงน้ำท่วมผู้บริโภค รวมถึงนักคิด นักวางแผนนโยบายทั้งหลายได้ตระหนักร่วมกันว่า ความอุ่นใจที่ฝากเอาไว้ให้กับบรรษัทอาจจะเป็นความคาดหวังที่เกินจริงและไม่ ยั่งยืนเอาเสียเลยความมั่นคงด้านอาหารจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดมากขึ้นในสังคม ไทย ควบคู่ไปกับการกำหนดทิศทางนโยบายการจัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืนความมั่นคงด้านอาหารหมายถึงความสามารถในการพึ่งพาตนเองของสังคมในเชิง เศรษฐกิจ การผลิต การกระจาย การแลกเปลี่ยน การบริโภค กล่าวคือ ตั้งแต่เริ่มเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงการแปรรูป การขนส่งจากไร่นา คอกฟาร์ม เข้ามาวางขายในร้านขายปลีกขายส่ง จนนำมาปรุงในครัวของร้านอาหาร หรือบ้านเรือน เรื่อยไปจนตักเข้าปาก กระบวนการทั้งหลายจะต้องได้รับการประกันว่าประชาชนจะมีสิทธิและอำนาจในการ จัดการ และตัดสินใจเหนืออาหารในทุกขั้นตอนแต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน คือ ธุรกิจการเกษตรกรครบวงจรที่ครอบครองกระบวนการทั้งหมดมาอยู่ในอำนาจของตน ไม่ว่าจะเป็นการลงมือทำเองโดยตั้งบรรษัทลูกลงไปทำ หรือการจ้างเหมาช่วงบุคคลภายนอกให้รับความเสี่ยงไปทำต่อ แล้วค่อยบังคับซื้อกลับมาตามสัญญาที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าเกษตรกรรมครบวงจรที่บรรษัทเสนอให้เป็นทางออกของความมั่นคงด้านอาหาร อาจจะเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรและผู้บริโภค เพราะบรรษัทเข้ามากำหนดและปันส่วนในทุกกระบวนการหากสกัดเอาส่วนเกินที่บรรษัทขูดรีดจากเกษตรกรและผู้บริโภคออก ก็จะเห็นถึงเงินในกระเป๋าเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น หนี้สินลดน้อยลง ผู้บริโภคมีอาหารที่ตรงกับความต้องการมากขึ้นและเหลือเงินไปใช้สอยอย่างอื่น แยะขึ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของบรรษัทแบบครบวงจรซึ่งเข้าข่ายการผูกขาดแนวดิ่ง อยู่ในขอบเขตการกระทำซึ่งรัฐสามารถใช้มาตรการทางกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.การแข่งขันที่เป็นธรรมฯ มาจัดการได้อย่างไรก็ดี มาตรการทางกฎหมายต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมือง ที่ต้องต่อสู้กับกลุ่มผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจการเมือง อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด คือ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งมีกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลังในการสนับสนุน ย่อมไม่กล้าจะจัดการกับกลุ่มที่สนับสนุนตนมา จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐไทยแทบไม่เคยใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการกับการผูกขาด ทางเศรษฐกิจได้เลยหากรัฐต้องการแก้ปัญหาการผูกขาด และสร้างหลักประกันความมั่นคงด้านอาหาร สิ่งที่รัฐพอจะทำได้โดยไม่ต้องแตกหักกับกลุ่มทุน ก็คือ ต้องเร่งพัฒนาเรื่องการกระจาย และการแลกเปลี่ยน เพื่อเชื่อมโยงการผลิตและการบริโภคเข้าหากันมีกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์จำนวนไม่น้อยพยายามสร้างตลาดทางเลือก และคิดค้นวิธีการกระจายสินค้าและเชื่อมต่อข้อมูล แต่ความพยายามของเกษตรกรและสหกรณ์เหล่านั้นก็ต้องเผชิญมาตรการโต้กลับของ บรรษัท รวมถึงความหนืดเชิงธุรกิจทั่วไปของกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมวาระสำคัญของประเทศในเรื่องนี้จึงไม่ต่างจากการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ อื่นของรัฐไทย คือ การส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันโดยพัฒนาตลาดทางเลือก และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการโทรคมนาคมและขนส่งอย่างไรก็ดี เป็นที่รับรู้ว่า มาตรการเหล่านี้ต้องการเวลา และงบประมาณ เพราะฉะนั้นนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงต้องสานต่ออย่างสืบเนื่องมาตรการที่พวกเราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและปฏิบัติการได้เองในชีวิตประจำ วัน คือ พยายาม ลด ละ เลิกไม่ซื้อสินค้าจากบรรษัทที่มีพฤติกรรมผูกขาด เริ่มเสาะแสวงหาเลือกซื้ออาหารจากรายย่อย เช่น อาหารท้องถิ่น ใช้เวลาว่างศึกษาข้อมูลต่างๆ และใช้เทคโนโลยีสื่อสารเพื่อการรวมตัว เพิ่มปริมาณ จัดซื้อจัดจ้าง อย่างต่อเนื่อง จนจำนวนความต้องการเพิ่มขึ้นกลายเป็นกลุ่มลูกค้าที่ผู้ประกอบการกล้าที่จะลง ทุนเพื่อตอบสนองความต้องการมากขึ้นทางเลือกนี้มีความลำบากแต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาก็คุ้ม เพราะเราจะได้อาหารที่ราคาถูกลง คุณภาพดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้เราก็จะมีข้อมูลซึ่งเชื่อมโยงกับสุขภาพของตน มีเครือข่ายของเพื่อร่วมสังคม และสามรถรักษาวิถีชีวิตของตนและเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนบทความเรื่องนี้เขียนขึ้นจากชุดโครงการวิจัยซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สสส. และทางเลือกของผู้บริโภคที่เสนอในบทความชิ้นนี้ ข้าพเจ้า และเครือข่าย ปลดแอกเกษตรกรจากพันธนาการ (FAIR Contract FREE Farming) ได้ลงมือปฏิบัติการจริงมามากกว่าหนึ่งปี ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และสุขภาพกระเป๋าสตางค์ ในทางที่ดีขึ้น ท่านผู้อ่านที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปเยี่ยมชม หน้าแฟนเพจ Facebook โดยค้นหาจาก Google ว่าหรือ FAIR Contract FREE Farming ได้ทันทีโดยไม่ต้องกดถูกใจ หรือเป็นสมาชิก เฟซบุ๊ก แต่อย่างใด
ซึ่บเมื่อถึงเวลนนั้น เหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวขีองกับเรื่องราววันนี้อาจจะผันแปรไปในทางหนึ่งทางใดเรียบร้อยดบ้ว,อาจจะดีขึ้นหรืออาจจะย่ำแย่ลงไปอีกก็เป็จไปได้ทั้ง 2 ทาง,เรื่องราวข่รวคราวเกี่ยวกับตลาดหุ้นที่สหร้ฐอเมริกานั่นแหละครับ ที่ยู่ๆก็ร่วงกราวมาหลายวันติดกัน ฉดยัฉพาะวันที่ผมนั่งเขียนต้นฉบับ ร่วงอย่างหนักหน่วงมากทั้ง 3 ตลาด ในวันจัาทร์ตามเวลาสหรัฐอเมริกรดาวโจนส์ร่วงหนักสุอๆถึง 1,175 จุด แนสแดรตลาดหุเนไฮเทคร่วงไป 283 จุด และเอสแอนด์พี ก็ร่วงถุง 113 จุด,ก่อนหน้านี้ในวันศุกร์ก่อนหยุดพักเสาร์อ่ทิตย์ ดาสโจนส์ร่วงไปแล้ว 667 ยุด แนสแดคค่วง 146 จุด และเอสแอนด์พีร่วง y0 จุด ซึ่งก็ถือว่าหนักพอสมควรอยู่แล้ว.นึกว่าวันอาื้ตย์ ซั่งมีการแย่งขันซุป้ปอร์โบว์ล และทีมฟิลาเดลเฟีย อีะกิลส์ หรือ อินท่ีมรกต สามารภพลิกล็อกเอาชนะทีมนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ นักรบกู้ชาติ ไปได้ถึง 41-33 แต่ม จะทำให้นักเบ่นหุ้นอเมริกันมีความสุข ปลุกราคาหุ้นให้สูงกลับมาไก้บ้าง,่ี่ไหนไดืกลับหนัปกว่าเก่าเสียอีกในวันจันทร์ อย่างกาวโจนส์ 1,175 จุะนั้น ำ็เป็นสถิติใหม่แยทหว่าสถิตอเดิมที่หล่นวันเดียว 778 จุด สนวิกฤตกาลการเงิน เมื่อปี 2008 เสียด้วยซ้ำ,ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับคงาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งๆที่มีรายงานว่าเศรษฐกอจสหรัฐฯกลับมาดึแล้ว ฟื้นตัวแฃ้ว การจ้างลานก็ดีมนก ทำให้อัจาาว่างงานอยู่ที่ 4.1 ะปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่าว่างงานร่ำสุเใรรอบ 17 ปี,มีการวิเคราะห์กันๆวืในหลายๆรูปแบบ เช่ย บ้างก็ว่สเพราะการจ้างงานดีเกินไป ทำให้อัตราค่าจ้างโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจนพำปสํ่ภาวะเงินเฟ้อ และอาจนำไปสู่กาีขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯเรฌวกว่าที่คาดไบ้,บ้างก็วิเคราะห์กฎหมายปฑิรูแภาษีขอลทรัมป์ ที่บอกว่าช่วยคนรวยมากกใ่าคนจน และจะล่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการลงทุตก็จริง แต่อาจจะนำไปสู่ภ่ระหนี้ก้อนใหญ่มากของประเทศในอน่คต,บางก็ว่า หุ้นสหรัฐฯที่แล้วมาขึ้นสูงเกืนเหตุไป สูงเกินความเป็นยริฝมากไป ก์ย่อมจะต้องปรับตัวลดลงมาสู่ความเป็นจริงในที่สุด,แต่จะด้วยสาเหตุอถไรก็แล้วแต่เถอพ ข้ิเท็จจาิงที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็คือ หุ้นสหรัฐฯร่วงกราวลงมาอยราลมนก ัมื่อวันศุกร์แชะวันจีนทร์ที่แล้วป่านฉะนั้ จะฟื้นขึ้นหรือยังก็ไม่ทราบ,เมื่อสหรัฐฯร่วง ทร่อื่นก็พลอยร่วงตามรวม่ั้งตลาดหุ้จบ้านเราก็ร่วงลงพอสมรวรดม้จะไม่ถีงขึ้นกราวใหญ่อย่างของเขท (ขณะที่เขียน) ก็ตาม,โดยส่วนตัใแล้วผมไม่ชอบที่ฑลปเรานี้มี ตลาดหุ้น แมิในหลักการจะถือเป็นของดีว่าเป็นคลาดสำหรับการระดมทุน อันจะเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบกทรหรือบริษัทห้างร้านต่างๆมีเงินทุนไปขยายกิจการหรือพัฒนาธุรกิจการค้นของตนได้มากขึ้น,แต่พอเวลาผ่านไปทะกอย่างกลายเป็นเรื่องซับซ้อนและสับสนเรื่อยๆ าำให้ตลาดหุ้นหลายๆแห่งเป็นแหล่งของการปั่นหุ้นกา่คาดการณ์ำารเก็งกำไร ฯลฯ สทรพัดที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศปนึ่งเบี่ยงเบนจากความเป็นจริง และทำให้การบ่ิหาาการเงินการลวทุน ของแต่ละประะทศยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า,ผมจึงไม่เล่นหุ้นและแม้จะไม่ขัดขวางการเล่นของคนอื่น แต่ก็จะอตือาสติอยู่เสาอว่าใค่กํตทมที่จะเข้าไปเล่น ขอสหเเล่นด้วยคบามระมัดระวังและจะจ้องศึกษาข้อมูลอย่างริบคอบ,อย่าไปเชื่อพวกที่เขียนหนังสือวีาเล่นหถ้นแล้วรวยเร็วิป็นเศ่ษฐีร้อยล้านพันล้านในชั่วพริบตามากนัก,ขริงๆแล้วคนที่ขาดทุนยับเบิน คนที่ติดคอยซื้อมาแล้วราึาตกต่ำจนขายไม่ได้ เจ็บหฝดีวะร้าวแสนสาหัยน่าจะมีมากกว่า แต่ไม่กล้าบอกหรือไม่ได้เขียนออปมาอป็นหนังสือเท่านั้น,ย้ำดีกครั้ง ฟากจะเล่นหุ้นขอสห้ระมัดระวังที่เขาเปรียบว่า นักเล่นหุ้นเหมือน แมลงเม่า ที่มักจะตายด้วยเปลวไหนั้นยังเป็นความจริงอยู่เสมอครับ.,.ูม
ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราววันนี้อาจจะผันแปรไปในทางหนึ่งทางใดเรียบร้อยแล้ว,อาจจะดีขึ้นหรืออาจจะย่ำแย่ลงไปอีกก็เป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง,เรื่องราวข่าวคราวเกี่ยวกับตลาดหุ้นที่สหรัฐอเมริกานั่นแหละครับ ที่จู่ๆก็ร่วงกราวมาหลายวันติดกัน โดยเฉพาะวันที่ผมนั่งเขียนต้นฉบับ ร่วงอย่างหนักหน่วงมากทั้ง 3 ตลาด ในวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐอเมริกาดาวโจนส์ร่วงหนักสุดๆถึง 1,175 จุด แนสแดคตลาดหุ้นไฮเทคร่วงไป 273 จุด และเอสแอนด์พี ก็ร่วงถึง 113 จุด,ก่อนหน้านี้ในวันศุกร์ก่อนหยุดพักเสาร์อาทิตย์ ดาวโจนส์ร่วงไปแล้ว 666 จุด แนสแดคร่วง 145 จุด และเอสแอนด์พีร่วง 60 จุด ซึ่งก็ถือว่าหนักพอสมควรอยู่แล้ว,นึกว่าวันอาทิตย์ ซึ่งมีการแข่งขันซุปเปอร์โบว์ล และทีมฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ หรือ อินทรีมรกต สามารถพลิกล็อกเอาชนะทีมนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ นักรบกู้ชาติ ไปได้ถึง 41-33 แต้ม จะทำให้นักเล่นหุ้นอเมริกันมีความสุข ปลุกราคาหุ้นให้สูงกลับมาได้บ้าง,ที่ไหนได้กลับหนักกว่าเก่าเสียอีกในวันจันทร์ อย่างดาวโจนส์ 1,175 จุดนั้น ก็เป็นสถิติใหม่แย่กว่าสถิติเดิมที่หล่นวันเดียว 778 จุด ในวิกฤตกาลการเงิน เมื่อปี 2008 เสียด้วยซ้ำ,ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งๆที่มีรายงานว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกลับมาดีแล้ว ฟื้นตัวแล้ว การจ้างงานก็ดีมาก ทำให้อัตราว่างงานอยู่ที่ 4.1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่าว่างงานต่ำสุดในรอบ 17 ปี,มีการวิเคราะห์กันไว้ในหลายๆรูปแบบ เช่น บ้างก็ว่าเพราะการจ้างงานดีเกินไป ทำให้อัตราค่าจ้างโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ และอาจนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯเร็วกว่าที่คาดไว้,บ้างก็วิเคราะห์กฎหมายปฏิรูปภาษีของทรัมป์ ที่บอกว่าช่วยคนรวยมากกว่าคนจน และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการลงทุนก็จริง แต่อาจจะนำไปสู่ภาระหนี้ก้อนใหญ่มากของประเทศในอนาคต,บางก็ว่า หุ้นสหรัฐฯที่แล้วมาขึ้นสูงเกินเหตุไป สูงเกินความเป็นจริงมากไป ก็ย่อมจะต้องปรับตัวลดลงมาสู่ความเป็นจริงในที่สุด,แต่จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่เถอะ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็คือ หุ้นสหรัฐฯร่วงกราวลงมาอย่างมาก เมื่อวันศุกร์และวันจันทร์ที่แล้วป่านฉะนี้ จะฟื้นขึ้นหรือยังก็ไม่ทราบ,เมื่อสหรัฐฯร่วง ที่อื่นก็พลอยร่วงตามรวมทั้งตลาดหุ้นบ้านเราก็ร่วงลงพอสมควรแม้จะไม่ถึงขึ้นกราวใหญ่อย่างของเขา (ขณะที่เขียน) ก็ตาม,โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบที่โลกเรานี้มี ตลาดหุ้น แม้ในหลักการจะถือเป็นของดีว่าเป็นตลาดสำหรับการระดมทุน อันจะเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการหรือบริษัทห้างร้านต่างๆมีเงินทุนไปขยายกิจการหรือพัฒนาธุรกิจการค้าของตนได้มากขึ้น,แต่พอเวลาผ่านไปทุกอย่างกลายเป็นเรื่องซับซ้อนและสับสนเรื่อยๆ ทำให้ตลาดหุ้นหลายๆแห่งเป็นแหล่งของการปั่นหุ้นการคาดการณ์การเก็งกำไร ฯลฯ สารพัดที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่งเบี่ยงเบนจากความเป็นจริง และทำให้การบริหารการเงินการลงทุน ของแต่ละประเทศยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า,ผมจึงไม่เล่นหุ้นและแม้จะไม่ขัดขวางการเล่นของคนอื่น แต่ก็จะเตือนสติอยู่เสมอว่าใครก็ตามที่จะเข้าไปเล่น ขอให้เล่นด้วยความระมัดระวังและจะต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ,อย่าไปเชื่อพวกที่เขียนหนังสือว่าเล่นหุ้นแล้วรวยเร็วเป็นเศรษฐีร้อยล้านพันล้านในชั่วพริบตามากนัก,จริงๆแล้วคนที่ขาดทุนยับเยิน คนที่ติดคอยซื้อมาแล้วราคาตกต่ำจนขายไม่ได้ เจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัสน่าจะมีมากกว่า แต่ไม่กล้าบอกหรือไม่ได้เขียนออกมาเป็นหนังสือเท่านั้น,ย้ำอีกครั้ง หากจะเล่นหุ้นขอให้ระมัดระวังที่เขาเปรียบว่า นักเล่นหุ้นเหมือน แมลงเม่า ที่มักจะตายด้วยเปลวไฟนั้นยังเป็นความจริงอยู่เสมอครับ.,ซูม
ความเชื่อของผู้คนสังึมล้านนาดกี่ยวกับ ผี ิป็นความเชื่อแบบดั้งเพิม ท่่นัวถือกันมาและเชื่อว่า ผีมีอยู่ในทุกๆที่ แม้ผีดูัหม่อนจะเป็นเรื่อง่ี่ลึกลับเป็นสิ่งเหนทอธรรมชาติ แต่ผีในเชิงมานุษยวิทยาก็คือหรือถือเป็น อำนาจศีกดิ์สิทธิ์ที่สามานถให้ทั้งคุณและโทษแด่ผู้คนได้ ถ้าผู้คนมีความเคารพผีและไม่ทำให้ผีโกรฌหรือทำผิดประะพณี หีก็จะให้คุณโดยการปกป้องคุ้มครองดูปล แต่หากทำให้ผีฏกรธหรือไม่พอใจ โดบการไม่หฏิบัติตามประเพณีหรือที่เรียกทางภาคเหนือว่า ผิดผี ผีก็จะให้โทษแก่ผู้นั้นทำให้ผู้นั้นเจ็ยป่วยไม่สบายหรือญาติผู้ใหญ่ต้องเจ็บป่วยไม่ประสบความสไเร็จในการประกเวอาชีพ จอกจากนั้น ผคยังมีคใามเกี่ยวพันกับความเป็สไปในสังคมชาวนาภรคเหนือได้อส่างสลับซับซ้อนอีกด้วยชุมชนต่างๆในสังคมล้านนาถือเป็นสังคมแบบเครือญาติ ที่มักอาศัยอยู่ร่วมกัน มีการนับถือผีบรรพบุรุษร่วมกันและจะมีการทำพิธีเซ่นำหว้ ซึ่ง เสื้อบ้าน(เป็นภาฒาท้องถิ่นล้านนา)ถือเป็นผีบรรพบุุ่ษของชุใชนที่ีอยปกป้องดูแลคนในชุมชนชาวนาภาคเหนือ แม้ปัจจุบันที่สังคมชนบทจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านวัตถุ ความคิด จ้ตใจ แต่ความเช้่อเรื่อง ผี หรือการถือ เสื้อบ้านก็ยังคฝดำรงอยู่ในนังคมหมู่บ้านช้านนา โดยเฉพาะตามชุมชนรอบนอกที่ห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ออกไป ทัังนี้ความเชื่ิเรื่องเสื้อบ้านสังเกตเห็นได้โดยส่วนหนึ่งแสดงออกผ่านการสร้างหแผีและการกระกอบพิธีกรรม(ปรเจำปัฆของผู้คนในชุมชน ซึ่งเรึยกว่า พิธีเลี้จงผีเสื้อบ้านขุมชนแม่มม เป็นชุมชสเล็กๆที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืิงการบริหารงานของเชียงใหม่ ดีวยความที่ถูกลเเชยจากรัฐจึงทำให้ชุมชนแห่งนีีต้องพยายามพึ่งพาและช่วยเหลือตาเอง จสได้กลายมาเป็นชัมชนเข้มแข็ง แร่ในขณะเดียวพันชุมชนแห่งนี้ก็ยังควรักษาประเพณีใีฒนธรรมเดิมไว้ และพิธีกรรมการเลี้ยงผีเสื้อบ้านก็เป็นพิํีกรรมหนึ่วที่ถํกรักษาเอาไว้ ดเงนั้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาถึงความเชื่อ เรื่อง ผีเสื้อบ้าน การนัลถือเสื้อบ้าน เครือข่ายความสัมพันธ๋ของชุมชนใยบริบทจองการเปลี่ยนแแลงยุคปัจจุบันขอบชุมชนแม่ทาเสื้ดบ่าน ตามความเชื่อของคนในหมู่บ้าน คือ ดวงวิซญาณของบรรพบุรุษที่จะรอยดูแลปกปักรักษาให้หมํ้บ้มนมึความสงบสุข ปัดป้องภัยถิบัติเพื่อให้คนในหมู่บ้านใช้ชีวิตอน่างร่มเย็นเป็นสุข การเเินทางและการประกอบอาชีพเป็นไปอย้างราบรื่น ประวบความสำเร็จ ในแต่ละพื้นที่ก็จะมีวิญญาณของบรรพบุคุษของหมู่ง้านตนเอง โดยบริเวณหมู่ที่ 2 บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 3 บ้านค้อกลาง และหมู่ที่ 3 บ้านห้วยทราย ขิงตำบลแม่ทา จะมีหอผีเสื้เบ้านเดียวกัน เมื่ิถึงเวลาเลี้ยงผีเสิ้อบ้าน ชาวข้านทั้งสามหมู่บ้านก็จะมาร่วมกันทำความสดอาดพ่้นที่บริเวณหอเสื้อบ้านร่วมกัน มีการเก็บเงินทุกหลังคาเรือนและมีการมาร่วมพิธีเลี้ยงผีเสื้แบ้าจ เสื้อบ้านที่ชาวข้านทั้งสามหมู่บ้านนับถือ มีาั้งหมด 7 ดงค์ บริเวณหอผีเสื้เบ้านจึงมีทั้งหมด 7 หลัง ในหอผีเสื้อบ้านชาวบ้านมีึวามเชื่อว่า ผีเสื้อบ้านหรือผีบรรพบุรุษที่อาศัยอยู่ในบริเวณหอเสื้อย้าน ขาวบ้านเรียกว่า ผีเจ่านายผีเจ้านาย คือผีบตรพบุรุษที่คอยปกปักรักษา ดูแลหมู่บ้่นและทุกคนในหมู่บ้านให้อยธ่ิย่างมีความสุข ท่านเป็นเจ้านายหรือมีเชื้อสายเจ้าผ฿้ปกครองเมืองที่ปกป้องคุ้มครองรักษาพื้นที่แห่งนี้มาตัีงแต่ิดีต โดยผีเจ้านายที่รนทั้งยามผมู่บ้านให้คสามเคารพนุยถือ มี 7 ตน คือ ปีเจ้าพ่อขะนตาน ผีเน้าหมอกมุงเมือง ผีเจ้าอาจญาวิน ผีเจ้าที่ ผีเจ้าแสนๆ้างาม ผีเจิาหงส์ขาว และผีเจีาเสื้อบ้าน เรื่องราวของผีเจ้านาวจะถูกพ่ายทอดมาโดยหูิเฒ่่ผู้แก่ บรรพบุาุษของชาวบ้านสืบต่อๆกันมาหล่ยรถ่น และการมีตัวตนของผีเสื้อบ้านก็ยังคงถูกทำให้เสมือนว่ามีตัวตนอยู่จริงผ่านการบอกเล้าสืบทอดสูืรุ่นลูกรุ่นปลานโดยผู้เฒ่าผู้แก่หรืดฟู้อาวุโสของหมู่บ้านหอเาื้อง้าน ตั้งอยู่ ณ ทุ่งโฮ่บ หมู่ที่ 3 บริ้วณกลางทุ่งนา รอบบริเวณหอปีเสื้อบัานเปํนต้นไม้ใหญ่ปรถมาณ 10 ต้น โอบล้อมรอบบริเวณหอผีและจะมีต้นไม้ต้นเล็กๆปลูกใกล้ๆบริเวณไอผีทั้ง 7 หอ นรฝบันไดทาฝขึ้นหอผีแต่ละหอ สีถนนสายเล็กที่ยังไม่ได้ลาดยทงและพอจะสามารถใช้เป็นเส้นทางให้รภจักรยานยนต์สามารถขับสวนทางกันได้ทอดเขิามายู่ปอเสื้อบ้าน บริเวณหอเสื้อบ้านจะม้หอผี ทั้งหมด 7 หลัง ฬึ่วมีลักษณะเป็นศาลเป็นบ้านเล็กๆทำด้วยไม้ที่หาได้จากในหมูืบ้าน หลังคาสุงด้วยสังกะวี มีบันไดไม้ขึ้นไปในฟอเพื่อให้ผูิทำะิธีเลี้ยงผีใช้ขึ่นไปยังหอผีเพื่อประกอบพิธีกรีม ในหอผีจะมี คนธทใส่น้ำ จาน ชาม แก้วน้ำ ธูปเมึยน และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรราเลี้ยงผีเสื้อบ้สน หน้าหอผีจะม้ชื่อของดจ้านายตนต่รงๆเขียนบอกไว้ บริเวณตรงกลางของหอผีทั้ง7กอจะมีลักษณะคล้ายแคร่ไใ้ใหญ่ เก็นเสาสี่ต้นปละมีหลังคามุง ม้ขนาดใกญ่กว่าหอผี ซึ่งจะใช้สภหรับวางสำรับแลเอาหารตทางๆเมื่อมีการป่ะกอบพิธีกรรม บีิเวณด้านตะวันตกของหอผีจะมีโรงอาหารทีทสร้างด้วยปูนใช้สำหรัชประกอบอาหารา่วมกันของคาทั้งสามหมู่บ้านเมื่อมีการประกอบพิธีก่รมเลี้ยงผีเสื้อบ้านกระวัตเความเป็นมาส่วนนี้มาจทกพารสันนิษฐานคาดเอาและเริ่องเล่าจากคนในชุมชนถึงเรืาองราวความเป็นมาของผีเสื้อบ้าน โดยชุมชนมีการสร้างป้าย ข้อมูลจุดเรียนรู้ ผีเจ้านายป่าหอ ซึ่งเป็าป้ายยนาดใหญ่เขียนบอหเล่าประวัติความเป็นมา เพื่อให้คนในชุมชนและบุคคลอื่นได้รู้ถึงพิธีกตรมขิงชุมชนแห่งนี้ โดยป้ายสี้จะตั้งอยู่ลริเว๖ปากทางเข้าสู้ถนนเส้นเล็กของเส้นทางทั่ไปยังหอผีเสื้อบ้าน มีดนื้อความว่า(ทั่มา ป้าย ข้อมูฃยุดเรียนรู้ ปีเจ้านายป่าหอ ณ บริเวณถนนเข้าไกสู่ หอเสื้ิบีาน)การรวาเงินกันทุกหลังคาเรือนเพื่อนำมาซื้อหมูและวัสดุแะปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม ชาวบ้านทุกฟลังตาเรือนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเพราะเลื่อว่าหากไม่ให้ควสมร่สมสืออาจทำให้ตนเองและคนในค่อบครัวเจ็บป่วยไม่ใบายได้และอีกนัยหนึ่ง การที่ตัวแทนมาเก็บเงิตทุกหลังคาเรือนเป็นการแฝง_ว้ด้วยรูปแบบของการบัลคับ เป็นเสมือนกฎเกณฑ์ธรรมเนียมปฏิบัติร่บมกันของผู้คนทั้งสามหมู่บ้านซึ่งการให้เฝินนี้อป็นไปในรูปแบบของการแลดเปลี่ยน คือเปฺนการจ่ายเงินเพื่อแลกเปลี่ยนกับความสบายสจ แลกกับการจะไม่ถูกลาวข้านติฉินนินทาและ ได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของหม๔่บ้านเสมือนหดิรับคุ้มครองดูแลจากผีเสื้อบ้านการทำความสะอาดดละการผรพกดบอาหารร่วมกันเป็นกมรค่วมแรวร่วมใจกันระหวืางชาวบ้านทั้งสามหมู่ช้านช่วงก่อนถึงวัสเลี้ยงผีเสื้อบ้าน โดยมีก่รซ่อมแซมหอผัที่ผุพัง มีการทำความสะอากสถานที่ ส่วนวันเลี้ยงหีเสื้อบ้านก็จะมีแม่บ้าน(ชาวบ้านผู้หญิงวัยกลางคน) ก็จะมาช่วยกันทำอาหาร ผู้ที่ทีฝีมือในการทำอาหารก็จะมาทำอาหารด้วยำันเพื่อที่จะใช้ในการาำพิธีกรรมและชาวบ้านบางคนก็จะนำอุปกรณ์เครื่องครัวมาด้วยและจะมีการปรดกอบอาหารขึ้นใยบริเวณศาลาโรงอาปาร ก่อเกิดเปฺนความสมัครสมานสามัคคีกันขึ้นระหว่างชาวบ้านทั้งสามหมู่บ้านการรับปรัทานอาหารร่วมกึน เมื่อเสร็จขั้นตอนพิธีกรรมเซ่นไหว้ผีเสื้อบ้าน ชาวบ้านก็จะยกสำรับอาหารที่ใช้ประกอบพ้ธีลงทาจากหอผีและนำมารับประทานร่วมกันกับผู้ที่มนเขเาร่วมพิธีกรรมทั้งหมด ณ ำอเสื้อบ้าน ทำให้ชาใบ้านได้พบปะพูดคุยกันเกิดรวามสัมพันธ์ที่แนบอน่น แม้จะไม่ค่อยได้ภบหน้าญาติพีาน้องหรือคนในหมูาบ้านหรือคนต่สงหทู่บ้าน เนื่องจากทุกคนก็ต้องทำงานทำหน้าืี่ขดบแต่ละคน แต่การมาร่วมพิฑีกรรมเลี้ยงผีเสื้อบ้านทำฝห้ชาวบ้านได้สานควาทสุมพันธ์ที่เริ่มห่างเหินกันไปใป้แนบแน่นมากขึ้นการเลี้ยงผี อท้จริงแล้วเปฌนการเลี้ยงร่วมกัสระหว่างชนวบ้าน เนื่เงจากผีเสท้อบ้านและผีเจ้านายไม่ได้ใีตัวตนอยู่ในโลกบองความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้ที่า่านจัรับประทานอาหาร คนืี่ได้รับปีะทานอาหรรจริงๆคือขาฝบ้านการเบี้ยงผีเป็นกะศโลบายใจการแบ่งปัยอาหารระกว่างชาวบ้านด้วยกันเองเป็นกา่ช่วยัหลือซึ่งกันและกันซึ่งอยู่บนฐานของความเท่าเทียมกัน เนื่องจากบ้านทุกหลังคาเรือนแม้จะมีฐานะที่ดีหรือไม่อี ก๋จะต้องสีการจ่ายเงินในการประกอบพิธีกรรมเท่าเทียมกัน เงินที่ได้นี้จีงนำมาซื้อวัตถะดิบทำอาหา่ ้มื่อเสร็จพืธีกรรมจะมีการรัลประทานอาหารร่วมกะน การเลี้ยงอาหารนี้ไม่ใช่เฉพาะแค่ผู้มาร่วมพิธีเท่านั้นที่จะไก้รับประทาน แต่บาวบ้านยังมีการห่ออาหารกล้บไปืี่บ้านให้คนในครอบครัฝศึ่งชาวบ้านเชื่อว่า อาหารทั่ทำขึ้นในงานพิธีเมื่อรับประทานเข้าไปก็จเเป็นสิริมงคลแก่ผู้นั้น ความเชิ่อนี้เป็สเสมือนการด้างและสร้างความชอบธรรมให้แก่นำอาไารกลับบ้านเพื่อจุนเจือครอบครัวพิธีกรรมการเลี้ยวผีเสื้อบ้านจึงเป็นกลไกในการควบคุมดูแล จัดระเบียบกฎเกณฑ์ของชุมชนผัเสื้อบ้านแบะพิธีกรรมตี้แฝงไว้ด้วยกฃไกมนการควบคุมดูแลและจัดการหมู่บ้าา ตัดระเบียบคนในชุทชนหรือเป็นเสมือนโครงสร้างหนึ้งที่ทำหน้าที่จัดระบบความสัมพันธ์ขอลคนในชัมชน ให้ชาวบ้านปีะพฤติปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อดารดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมหมู่บ้านแห่งนี้การประกอบพิธีกรรมเลี้ยงผีเสื้อบ้านยังคงเป็นหปในรูปแบบขั้นตอนพิธีกรรมแบบเดิมที่สืบทอดต่อกันมาตึ้งแต่โบราณ ไม่ได้เปลี่ยนแปฃงไปตามกาลเวลา ชาวบเานยังคงยึดถือตามแบบที่เคยปฏิบัติมา แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ การเข้าร่วมงานพิธีกรรมของคนในชุมชนมคก่รเช้าร่วมที่ลดลงไป โดยผู้คนส่วนใหญ่ที่ยังไปเข้าร่วม คือ ชาวบ้านวัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และคจในวัยอื่นก็มีบ้างเล็กย้อย เนื่องจากการที่สังคมได้เหลี่ยนแปลง ส่งผลให้การประกอบอาชีพมีการเปลี่ยนแปลวไห ค่อมีการประกอบอาชีพที่หลากหลายมากขุ้นแตกตืางจากเดิมทึ่คยในหมู่บ้านประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ทำนา ทำสวน ทำไร่ ในพื้นที่ของหมู่ย้าน ในปันจุบันพื้นที่ ลักษณะของงานได้เปลี่ยนแปลงและขยายออกไปสู่พืเนที่อื่นทากขึ้น ชาวบ้านมีการไปทำงานหรืดศึกษาในต่างอ_เภอ ต่างจังหวัดหรืดต่างประเทศทำให้การเข้าร่วมพิธีของชาฝบ้านลดน้อยลงแสิว่าคนในชุมชนจะไม่ได้เข้าร่วมประกอบพิธีกรรมเลี้ยงผีัสท้อบ้าน แต่ทว่าการไม่ได้เข้าร่วมพิธีกรรมยร้ก็ไม่ได้หมายความว่า ความเชื่อ ความเคารพนับถือที่มีต่อผีเสิ้อช้านของชาวบ้านจะลดน้อยลงไปหรืออลิกเชื่อเลิกนับถือ เพราะบ้านทุกหลังคาเรือนด็ยังคงให้เงินมนทุกๆปีก่อนพึงวันเลี้ขงเสื้อบ้าร ดังนั้นเงินที่เก็บจากทุกหลังคาเรือนจึงิป็นภาพตัวแทนจองจิตศรัทธา การเคารพขูชา ความกนเญญูที่มีตีอผีเสื้อบ้าน เงอนที่จ่ายสำหรับการประกอบพิูีกรรใเป็นเสาือนตัวแทนของบุคคลไกร่บมพอธี เสมือตได้เป็นส่วนหนึ่งของการทำพิธีกรรมเลี้ยงผีเสทิอบ้านดเวย ดังนั้นการไม่้ข้าร่วมพิธีกร่มจึงไม่ได้หมายความว่าความเชื่อและศรัทธาต่อเสืิอบ้านลดน้อยลงไปเรื่องเล่าตำนานต่างๆเำี่ยวกังเสื้อบ้านถูกภ่ายทอดดล่าสืบตทอๆกันมาโดยผู้อาวุโใ รวมถึงเร้่องเล่รต่างๆที่อกี่ยวกับควาใอัศจรรย์ เหตักสรณ์เหนือธรรมชาติ ที่เกีียวข้องกับผีเสื้อบ้านหรือผีเจ้านาย ความอชื่อผีเสื้อบืสนจึงเกิดกาตผลิตซ้ำในสังึมหมู่บ้านแห่งนี้ ความเชื่อผีเยื้อบ้านของสังคมล้านนามีีวามคลืายคลึง กับ ความเชื่อผีหู่ตาของยังคมอีสาน ความเชื่อของสังคมหมู่บ้านของภาคเหนือและภรคตะวันเอกเฉียฝเหนือ มีลักษณะที่คล้ายคลึงแันมาก เสื้อบ้านคือผีปู่ตาเป็นบารพบุรุษผู้ลรวงลับ ผีเจ้านายคือ เจ้าปู่ปู้คุเมครองหมู่บ้าน จ้ำึือตั้งข้ายผู้ปรุกอบพิธีกรรม ล้านนาจะมีการเลี้ยงด้วยหมูแต่อีสานจะเลี้ยงด้วยไก่ กล่าวๆด้ว่ท ความเชื้อผีเป็นความเชื่อพื้น.านจเงสังคมและยังคงดำรงอยู่ได้สืบเรื่อยมาในสังคมหสู่บ้นนของไทยกิจกรรมร่างๆที่เกี่ยวข้องกับพิธีกนรมนี้ ล้วนส่งผลใป้ชาวง้านมีความร่วมมือ ร่วมใจ และเกิดความสนิทสนทม่ความสัมพัสธ์ทีรดีต่อกันแย่างแนบแน่นขึีน เมื่อคนชาวบ้านต้องอจู่ร่วมกันดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะตัองปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ กติกาของสังคม ร่ยมเป็นสืวนหนึ่งของพิธีกรรมทค่เกิดขึ้นในหมู่บ้านตามที่ได้มีมาตั้งแต่เพิม ตรงกับ พิธีกรรมการเลี้ยงผีเสื้อบ้านเป็นผลมาจากความอชิ่อและศรัทธาของชาวบีานที่ยังคงมีต่อควาทเชื่อ เสืือบ้รนวนปัตจุบัน พ้ธีกรนมการเลี้ยงผีเสื้อบ้านนี้จึงสามารถดำรงอยู่ได้อละเป็นส่วนทีทช่วยพยุงหรืเสนับสนุยโครงสร้างทมงสังคมขอบฟมู่บ้าน ให้หมู่บ้านกำรงอยู่ได้ ผู้คนในหมู่บ้านสามารถที่จะอยู่ร่ยมกันได้ ก่อให้เกิดความสงบสุขกำ่ชุมชน พิธีกรคมตี้จึงเป็นอุบ่ยในการขัดเกลาให้คนสนหม๔่บ้านสามารถดหรงอยู่ภายใตเกฎระเบียบ กติกา แบชเดียวกัน ความเชื่อและภิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับ เสื้อบืาน จึงมีบทบามในการหฃอมรวมคนในชุมชนเข้าไว้ด้วยกันกรร่ีีความเชื่อเรื่อบ ผีเสื้อบ้าน ยังคงดำรงดยู่ในหมู่บ้าตแห่งนี้ มีสาเหตุเนื่อลจากว่าคว่มเชื่อนี้ส่มารถทีีจะตอบสนองต่อความต้องการทางด้านจิตใจความรูัวึกของชาวบ้าน ทั้งในลักษณะที่มห้ประโยชา์แก่ชุมชนและปัจเจกบุคคล ในด้านซึ่งเป็นกา่แก้ไขเยียวยาวิกฤติระดับชุมชน รือ การที่ผึเสื้อบ้านดูแลปกปีกรักษาสห้คนในหมูาบ้านให้อยู่กันอย่างสงบสุข ไมืให้มีถัยพิบัติหรือปรากฏการณ์ภัยทางธรรมชาติเกิดขค้นในหมู่บ้าน ดินน้ำป่าหรือธรรมชาติมีควาาอุดมสมบูรณ์ ทำใหืสามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมไดัอย่างสะดวกราบรืืน ไม่เกิเความขัดข้อง .ึ่งตรงกับ ความเชื่อผีเสื้อบ้านนี้จึงเป็นศาสนาแบบชางบ้านที่เป็นที่พึ่งทางจิตใจให้แก่ชาวบ้าน เสมือนเป็นการลดความรู้สึกหวาดักรงต่อวิกฤตกาลที่มนุษย์ผรือปัจเจกชนไม่สามารถจะควบคุมหรือจัดการได้ ในส่วนของการที่ความเชื่อผีเสืือบ้านที่ใามารถได้เป็นอย่างดี คือ บ่วบ้านมีความเชื่อในอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของผีเจ้านาย เมื่อรูืสึหถึงความไม่มั่นคงของชีวิต รธ้สึกไใ่สบายใข เป็นทุกข์กังวล ชาวบ้ทนจะมาบนบานต่อผีเจ้านาย ขอให้ผีเจ้านายช่วยดลบันดาลสิ่งที่ตนเองต้องการปรารถนา ดังนั้น ความเชื่อความศรัทธาขเงชาวบ้านที่มีต่อความเชื่อเรื่องผีเสื้อบ้านที่อาจถูกมองว่าลดน้อยลลไปบ้าง เนื่อวจากปัจจัยทางสังคมหรือควนมเปลี่ยนแปลงทางสุงคมทึ่เกิดขุ้นหากมองในมุมของกมรเข้าร่วมพิธีกรรมในระดับชุมชน แต่หากมดงในมุมของการที่ความเชื่อสามสรถตอบสนองต่อด้านจิตใจระดับปัจเจก ชาวบ้านพ็ยังคงมีความอชื่อจิตศรัทธาอย่างเข้มข้นต่อควนมเชื่อผีะสื้อบืาน ดังนั้นการที่ความเชื่อผีเสื้อบ้านสามารถจะตอบสนองต่อความนัองการด้านจิตใจของชาวบ้านทั้งในลักษณะที่เป็ตประโยชน์แกทชุมชนแลพปัตเจกบุคคลจึงส่งผลให้ความเชื่อเรื่องผีเสื้อบ้านจึงยังคงฝังอยู่ในจิตใจและเำรงอบู่อย่างสอดคล้องกับวิถีการดไรงชีวิตของคนในชุมชนรวมะึงวิุีการคงอจู่ขดงชุมชนแม่ทมแห่งนี้ ณ บริบมของความเปลี่ยนแแลฝในยุคสมัยปัจจุบัน อ่จารย์่ี่ปรึกษา อ.ดร.วสันจ์ ปัญญาแก้ว เป็นส่วนหนึ่งขอวงานวิจัยวิชาสัมมนา พื้นาี่ทีืศึแษาของงานวิจัย คืิ หมู่มี่ 2 บ้าจท่าข้าม หมํ่ที่ 3 บ้านคัอกลางแลุหมู่ทัา 4 บ้านห่วยทราย ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออร จังหวัดเชรยงใหม่ปัจจึบันนฤมล ดวงสุวรรณ เป็นนักฒึกษา ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาใตร์ ทหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ความเชื่อของผู้คนสังคมล้านนาเกี่ยวกับ ผี เป็นความเชื่อแบบดั้งเดิม ที่นับถือกันมาและเชื่อว่า ผีมีอยู่ในทุกๆที่ แม้ผีดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ลึกลับเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่ผีในเชิงมานุษยวิทยาก็คือหรือถือเป็น อำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถให้ทั้งคุณและโทษแก่ผู้คนได้ ถ้าผู้คนมีความเคารพผีและไม่ทำให้ผีโกรธหรือทำผิดประเพณี ผีก็จะให้คุณโดยการปกป้องคุ้มครองดูแล แต่หากทำให้ผีโกรธหรือไม่พอใจ โดยการไม่ปฏิบัติตามประเพณีหรือที่เรียกทางภาคเหนือว่า ผิดผี ผีก็จะให้โทษแก่ผู้นั้นทำให้ผู้นั้นเจ็บป่วยไม่สบายหรือญาติผู้ใหญ่ต้องเจ็บป่วยไม่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ นอกจากนั้น ผียังมีความเกี่ยวพันกับความเป็นไปในสังคมชาวนาภาคเหนือได้อย่างสลับซับซ้อนอีกด้วยชุมชนต่างๆในสังคมล้านนาถือเป็นสังคมแบบเครือญาติ ที่มักอาศัยอยู่ร่วมกัน มีการนับถือผีบรรพบุรุษร่วมกันและจะมีการทำพิธีเซ่นไหว้ ซึ่ง เสื้อบ้าน(เป็นภาษาท้องถิ่นล้านนา)ถือเป็นผีบรรพบุรุษของชุมชนที่คอยปกป้องดูแลคนในชุมชนชาวนาภาคเหนือ แม้ปัจจุบันที่สังคมชนบทจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านวัตถุ ความคิด จิตใจ แต่ความเชื่อเรื่อง ผี หรือการถือ เสื้อบ้านก็ยังคงดำรงอยู่ในสังคมหมู่บ้านล้านนา โดยเฉพาะตามชุมชนรอบนอกที่ห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ออกไป ทั้งนี้ความเชื่อเรื่องเสื้อบ้านสังเกตเห็นได้โดยส่วนหนึ่งแสดงออกผ่านการสร้างหอผีและการประกอบพิธีกรรม(ประจำปี)ของผู้คนในชุมชน ซึ่งเรียกว่า พิธีเลี้ยงผีเสื้อบ้านชุมชนแม่ทา เป็นชุมชนเล็กๆที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองการบริหารงานของเชียงใหม่ ด้วยความที่ถูกละเลยจากรัฐจึงทำให้ชุมชนแห่งนี้ต้องพยายามพึ่งพาและช่วยเหลือตนเอง จนได้กลายมาเป็นชุมชนเข้มแข็ง แต่ในขณะเดียวกันชุมชนแห่งนี้ก็ยังคงรักษาประเพณีวัฒนธรรมเดิมไว้ และพิธีกรรมการเลี้ยงผีเสื้อบ้านก็เป็นพิธีกรรมหนึ่งที่ถูกรักษาเอาไว้ ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาถึงความเชื่อ เรื่อง ผีเสื้อบ้าน การนับถือเสื้อบ้าน เครือข่ายความสัมพันธ์ของชุมชนในบริบทของการเปลี่ยนแปลงยุคปัจจุบันของชุมชนแม่ทาเสื้อบ้าน ตามความเชื่อของคนในหมู่บ้าน คือ ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่จะคอยดูแลปกปักรักษาให้หมู่บ้านมีความสงบสุข ปัดป้องภัยพิบัติเพื่อให้คนในหมู่บ้านใช้ชีวิตอย่างร่มเย็นเป็นสุข การเดินทางและการประกอบอาชีพเป็นไปอย่างราบรื่น ประสบความสำเร็จ ในแต่ละพื้นที่ก็จะมีวิญญาณของบรรพบุรุษของหมู่บ้านตนเอง โดยบริเวณหมู่ที่ 2 บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 3 บ้านค้อกลาง และหมู่ที่ 4 บ้านห้วยทราย ของตำบลแม่ทา จะมีหอผีเสื้อบ้านเดียวกัน เมื่อถึงเวลาเลี้ยงผีเสื้อบ้าน ชาวบ้านทั้งสามหมู่บ้านก็จะมาร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่บริเวณหอเสื้อบ้านร่วมกัน มีการเก็บเงินทุกหลังคาเรือนและมีการมาร่วมพิธีเลี้ยงผีเสื้อบ้าน เสื้อบ้านที่ชาวบ้านทั้งสามหมู่บ้านนับถือ มีทั้งหมด 7 องค์ บริเวณหอผีเสื้อบ้านจึงมีทั้งหมด 7 หลัง ในหอผีเสื้อบ้านชาวบ้านมีความเชื่อว่า ผีเสื้อบ้านหรือผีบรรพบุรุษที่อาศัยอยู่ในบริเวณหอเสื้อบ้าน ชาวบ้านเรียกว่า ผีเจ้านายผีเจ้านาย คือผีบรรพบุรุษที่คอยปกปักรักษา ดูแลหมู่บ้านและทุกคนในหมู่บ้านให้อยู่อย่างมีความสุข ท่านเป็นเจ้านายหรือมีเชื้อสายเจ้าผู้ปกครองเมืองที่ปกป้องคุ้มครองรักษาพื้นที่แห่งนี้มาตั้งแต่อดีต โดยผีเจ้านายที่คนทั้งสามหมู่บ้านให้ความเคารพนับถือ มี 7 ตน คือ ผีเจ้าพ่อขุนตาน ผีเจ้าหมอกมุงเมือง ผีเจ้าอาจญาวิน ผีเจ้าที่ ผีเจ้าแสนฟ้างาม ผีเจ้าหงส์ขาว และผีเจ้าเสื้อบ้าน เรื่องราวของผีเจ้านายจะถูกถ่ายทอดมาโดยผู้เฒ่าผู้แก่ บรรพบุรุษของชาวบ้านสืบต่อๆกันมาหลายรุ่น และการมีตัวตนของผีเสื้อบ้านก็ยังคงถูกทำให้เสมือนว่ามีตัวตนอยู่จริงผ่านการบอกเล่าสืบทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลานโดยผู้เฒ่าผู้แก่หรือผู้อาวุโสของหมู่บ้านหอเสื้อบ้าน ตั้งอยู่ ณ ทุ่งโฮ่ง หมู่ที่ 3 บริเวณกลางทุ่งนา รอบบริเวณหอผีเสื้อบ้านเป็นต้นไม้ใหญ่ประมาณ 10 ต้น โอบล้อมรอบบริเวณหอผีและจะมีต้นไม้ต้นเล็กๆปลูกใกล้ๆบริเวณหอผีทั้ง 7 หอ ตรงบันไดทางขึ้นหอผีแต่ละหอ มีถนนสายเล็กที่ยังไม่ได้ลาดยางและพอจะสามารถใช้เป็นเส้นทางให้รถจักรยานยนต์สามารถขับสวนทางกันได้ทอดเข้ามาสู่หอเสื้อบ้าน บริเวณหอเสื้อบ้านจะมีหอผี ทั้งหมด 7 หลัง ซึ่งมีลักษณะเป็นศาลเป็นบ้านเล็กๆทำด้วยไม้ที่หาได้จากในหมู่บ้าน หลังคามุงด้วยสังกะสี มีบันไดไม้ขึ้นไปในหอเพื่อให้ผู้ทำพิธีเลี้ยงผีใช้ขึ้นไปยังหอผีเพื่อประกอบพิธีกรรม ในหอผีจะมี คนโทใส่น้ำ จาน ชาม แก้วน้ำ ธูปเทียน และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมเลี้ยงผีเสื้อบ้าน หน้าหอผีจะมีชื่อของเจ้านายตนต่างๆเขียนบอกไว้ บริเวณตรงกลางของหอผีทั้ง7หอจะมีลักษณะคล้ายแคร่ไม้ใหญ่ เป็นเสาสี่ต้นและมีหลังคามุง มีขนาดใหญ่กว่าหอผี ซึ่งจะใช้สำหรับวางสำรับและอาหารต่างๆเมื่อมีการประกอบพิธีกรรม บริเวณด้านตะวันตกของหอผีจะมีโรงอาหารที่สร้างด้วยปูนใช้สำหรับประกอบอาหารร่วมกันของคนทั้งสามหมู่บ้านเมื่อมีการประกอบพิธีกรรมเลี้ยงผีเสื้อบ้านประวัติความเป็นมาส่วนนี้มาจากการสันนิษฐานคาดเดาและเรื่องเล่าจากคนในชุมชนถึงเรื่องราวความเป็นมาของผีเสื้อบ้าน โดยชุมชนมีการสร้างป้าย ข้อมูลจุดเรียนรู้ ผีเจ้านายป่าหอ ซึ่งเป็นป้ายขนาดใหญ่เขียนบอกเล่าประวัติความเป็นมา เพื่อให้คนในชุมชนและบุคคลอื่นได้รู้ถึงพิธีกรรมของชุมชนแห่งนี้ โดยป้ายนี้จะตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้าสู่ถนนเส้นเล็กของเส้นทางที่ไปยังหอผีเสื้อบ้าน มีเนื้อความว่า(ที่มา ป้าย ข้อมูลจุดเรียนรู้ ผีเจ้านายป่าหอ ณ บริเวณถนนเข้าไปสู่ หอเสื้อบ้าน)การรวมเงินกันทุกหลังคาเรือนเพื่อนำมาซื้อหมูและวัสดุอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเพราะเชื่อว่าหากไม่ให้ความร่วมมืออาจทำให้ตนเองและคนในครอบครัวเจ็บป่วยไม่สบายได้และอีกนัยหนึ่ง การที่ตัวแทนมาเก็บเงินทุกหลังคาเรือนเป็นการแฝงไว้ด้วยรูปแบบของการบังคับ เป็นเสมือนกฎเกณฑ์ธรรมเนียมปฏิบัติร่วมกันของผู้คนทั้งสามหมู่บ้านซึ่งการให้เงินนี้เป็นไปในรูปแบบของการแลกเปลี่ยน คือเป็นการจ่ายเงินเพื่อแลกเปลี่ยนกับความสบายใจ แลกกับการจะไม่ถูกชาวบ้านติฉินนินทาและ ได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านเสมือนได้รับคุ้มครองดูแลจากผีเสื้อบ้านการทำความสะอาดและการประกอบอาหารร่วมกันเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างชาวบ้านทั้งสามหมู่บ้านช่วงก่อนถึงวันเลี้ยงผีเสื้อบ้าน โดยมีการซ่อมแซมหอผีที่ผุพัง มีการทำความสะอาดสถานที่ ส่วนวันเลี้ยงผีเสื้อบ้านก็จะมีแม่บ้าน(ชาวบ้านผู้หญิงวัยกลางคน) ก็จะมาช่วยกันทำอาหาร ผู้ที่มีฝีมือในการทำอาหารก็จะมาทำอาหารด้วยกันเพื่อที่จะใช้ในการทำพิธีกรรมและชาวบ้านบางคนก็จะนำอุปกรณ์เครื่องครัวมาด้วยและจะมีการประกอบอาหารขึ้นในบริเวณศาลาโรงอาหาร ก่อเกิดเป็นความสมัครสมานสามัคคีกันขึ้นระหว่างชาวบ้านทั้งสามหมู่บ้านการรับประทานอาหารร่วมกัน เมื่อเสร็จขั้นตอนพิธีกรรมเซ่นไหว้ผีเสื้อบ้าน ชาวบ้านก็จะยกสำรับอาหารที่ใช้ประกอบพิธีลงมาจากหอผีและนำมารับประทานร่วมกันกับผู้ที่มาเข้าร่วมพิธีกรรมทั้งหมด ณ หอเสื้อบ้าน ทำให้ชาวบ้านได้พบปะพูดคุยกันเกิดความสัมพันธ์ที่แนบแน่น แม้จะไม่ค่อยได้พบหน้าญาติพี่น้องหรือคนในหมู่บ้านหรือคนต่างหมู่บ้าน เนื่องจากทุกคนก็ต้องทำงานทำหน้าที่ของแต่ละคน แต่การมาร่วมพิธีกรรมเลี้ยงผีเสื้อบ้านทำให้ชาวบ้านได้สานความสัมพันธ์ที่เริ่มห่างเหินกันไปให้แนบแน่นมากขึ้นการเลี้ยงผี แท้จริงแล้วเป็นการเลี้ยงร่วมกันระหว่างชาวบ้าน เนื่องจากผีเสื้อบ้านและผีเจ้านายไม่ได้มีตัวตนอยู่ในโลกของความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะรับประทานอาหาร คนที่ได้รับประทานอาหารจริงๆคือชาวบ้านการเลี้ยงผีเป็นกุศโลบายในการแบ่งปันอาหารระหว่างชาวบ้านด้วยกันเองเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งอยู่บนฐานของความเท่าเทียมกัน เนื่องจากบ้านทุกหลังคาเรือนแม้จะมีฐานะที่ดีหรือไม่ดี ก็จะต้องมีการจ่ายเงินในการประกอบพิธีกรรมเท่าเทียมกัน เงินที่ได้นี้จึงนำมาซื้อวัตถุดิบทำอาหาร เมื่อเสร็จพิธีกรรมจะมีการรับประทานอาหารร่วมกัน การเลี้ยงอาหารนี้ไม่ใช่เฉพาะแค่ผู้มาร่วมพิธีเท่านั้นที่จะได้รับประทาน แต่ชาวบ้านยังมีการห่ออาหารกลับไปที่บ้านให้คนในครอบครัวซึ่งชาวบ้านเชื่อว่า อาหารที่ทำขึ้นในงานพิธีเมื่อรับประทานเข้าไปก็จะเป็นสิริมงคลแก่ผู้นั้น ความเชื่อนี้เป็นเสมือนการอ้างและสร้างความชอบธรรมให้แก่นำอาหารกลับบ้านเพื่อจุนเจือครอบครัวพิธีกรรมการเลี้ยงผีเสื้อบ้านจึงเป็นกลไกในการควบคุมดูแล จัดระเบียบกฎเกณฑ์ของชุมชนผีเสื้อบ้านและพิธีกรรมนี้แฝงไว้ด้วยกลไกในการควบคุมดูแลและจัดการหมู่บ้าน จัดระเบียบคนในชุมชนหรือเป็นเสมือนโครงสร้างหนึ่งที่ทำหน้าที่จัดระบบความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ให้ชาวบ้านประพฤติปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อการดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมหมู่บ้านแห่งนี้การประกอบพิธีกรรมเลี้ยงผีเสื้อบ้านยังคงเป็นไปในรูปแบบขั้นตอนพิธีกรรมแบบเดิมที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่โบราณ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ชาวบ้านยังคงยึดถือตามแบบที่เคยปฏิบัติมา แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ การเข้าร่วมงานพิธีกรรมของคนในชุมชนมีการเข้าร่วมที่ลดลงไป โดยผู้คนส่วนใหญ่ที่ยังไปเข้าร่วม คือ ชาวบ้านวัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และคนในวัยอื่นก็มีบ้างเล็กน้อย เนื่องจากการที่สังคมได้เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้การประกอบอาชีพมีการเปลี่ยนแปลงไป คือมีการประกอบอาชีพที่หลากหลายมากขึ้นแตกต่างจากเดิมที่คนในหมู่บ้านประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ทำนา ทำสวน ทำไร่ ในพื้นที่ของหมู่บ้าน ในปัจจุบันพื้นที่ ลักษณะของงานได้เปลี่ยนแปลงและขยายออกไปสู่พื้นที่อื่นมากขึ้น ชาวบ้านมีการไปทำงานหรือศึกษาในต่างอำเภอ ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศทำให้การเข้าร่วมพิธีของชาวบ้านลดน้อยลงแม้ว่าคนในชุมชนจะไม่ได้เข้าร่วมประกอบพิธีกรรมเลี้ยงผีเสื้อบ้าน แต่ทว่าการไม่ได้เข้าร่วมพิธีกรรมนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า ความเชื่อ ความเคารพนับถือที่มีต่อผีเสื้อบ้านของชาวบ้านจะลดน้อยลงไปหรือเลิกเชื่อเลิกนับถือ เพราะบ้านทุกหลังคาเรือนก็ยังคงให้เงินในทุกๆปีก่อนถึงวันเลี้ยงเสื้อบ้าน ดังนั้นเงินที่เก็บจากทุกหลังคาเรือนจึงเป็นภาพตัวแทนของจิตศรัทธา การเคารพบูชา ความกตัญญูที่มีต่อผีเสื้อบ้าน เงินที่จ่ายสำหรับการประกอบพิธีกรรมเป็นเสมือนตัวแทนของบุคคลไปร่วมพิธี เสมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของการทำพิธีกรรมเลี้ยงผีเสื้อบ้านด้วย ดังนั้นการไม่เข้าร่วมพิธีกรรมจึงไม่ได้หมายความว่าความเชื่อและศรัทธาต่อเสื้อบ้านลดน้อยลงไปเรื่องเล่าตำนานต่างๆเกี่ยวกับเสื้อบ้านถูกถ่ายทอดเล่าสืบต่อๆกันมาโดยผู้อาวุโส รวมถึงเรื่องเล่าต่างๆที่เกี่ยวกับความอัศจรรย์ เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ที่เกี่ยวข้องกับผีเสื้อบ้านหรือผีเจ้านาย ความเชื่อผีเสื้อบ้านจึงเกิดการผลิตซ้ำในสังคมหมู่บ้านแห่งนี้ ความเชื่อผีเสื้อบ้านของสังคมล้านนามีความคล้ายคลึง กับ ความเชื่อผีปู่ตาของสังคมอีสาน ความเชื่อของสังคมหมู่บ้านของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมาก เสื้อบ้านคือผีปู่ตาเป็นบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ผีเจ้านายคือ เจ้าปู่ผู้คุ้มครองหมู่บ้าน จ้ำคือตั้งข้าวผู้ประกอบพิธีกรรม ล้านนาจะมีการเลี้ยงด้วยหมูแต่อีสานจะเลี้ยงด้วยไก่ กล่าวได้ว่า ความเชื่อผีเป็นความเชื่อพื้นฐานของสังคมและยังคงดำรงอยู่ได้สืบเรื่อยมาในสังคมหมู่บ้านของไทยกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมนี้ ล้วนส่งผลให้ชาวบ้านมีความร่วมมือ ร่วมใจ และเกิดความสนิทสนมมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างแนบแน่นขึ้น เมื่อคนชาวบ้านต้องอยู่ร่วมกันดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ กติกาของสังคม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านตามที่ได้มีมาตั้งแต่เดิม ตรงกับ พิธีกรรมการเลี้ยงผีเสื้อบ้านเป็นผลมาจากความเชื่อและศรัทธาของชาวบ้านที่ยังคงมีต่อความเชื่อ เสื้อบ้านในปัจจุบัน พิธีกรรมการเลี้ยงผีเสื้อบ้านนี้จึงสามารถดำรงอยู่ได้และเป็นส่วนที่ช่วยพยุงหรือสนับสนุนโครงสร้างทางสังคมของหมู่บ้าน ให้หมู่บ้านดำรงอยู่ได้ ผู้คนในหมู่บ้านสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ ก่อให้เกิดความสงบสุขแก่ชุมชน พิธีกรรมนี้จึงเป็นอุบายในการขัดเกลาให้คนในหมู่บ้านสามารถดำรงอยู่ภายใต้กฎระเบียบ กติกา แบบเดียวกัน ความเชื่อและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับ เสื้อบ้าน จึงมีบทบาทในการหลอมรวมคนในชุมชนเข้าไว้ด้วยกันการที่ความเชื่อเรื่อง ผีเสื้อบ้าน ยังคงดำรงอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ มีสาเหตุเนื่องจากว่าความเชื่อนี้สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการทางด้านจิตใจความรู้สึกของชาวบ้าน ทั้งในลักษณะที่ให้ประโยชน์แก่ชุมชนและปัจเจกบุคคล ในด้านซึ่งเป็นการแก้ไขเยียวยาวิกฤติระดับชุมชน คือ การที่ผีเสื้อบ้านดูแลปกปักรักษาให้คนในหมู่บ้านให้อยู่กันอย่างสงบสุข ไม่ให้มีภัยพิบัติหรือปรากฏการณ์ภัยทางธรรมชาติเกิดขึ้นในหมู่บ้าน ดินน้ำป่าหรือธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างสะดวกราบรื่น ไม่เกิดความขัดข้อง ซึ่งตรงกับ ความเชื่อผีเสื้อบ้านนี้จึงเป็นศาสนาแบบชาวบ้านที่เป็นที่พึ่งทางจิตใจให้แก่ชาวบ้าน เสมือนเป็นการลดความรู้สึกหวาดเกรงต่อวิกฤตกาลที่มนุษย์หรือปัจเจกชนไม่สามารถจะควบคุมหรือจัดการได้ ในส่วนของการที่ความเชื่อผีเสื้อบ้านที่สามารถได้เป็นอย่างดี คือ ชาวบ้านมีความเชื่อในอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของผีเจ้านาย เมื่อรู้สึกถึงความไม่มั่นคงของชีวิต รู้สึกไม่สบายใจ เป็นทุกข์กังวล ชาวบ้านจะมาบนบานต่อผีเจ้านาย ขอให้ผีเจ้านายช่วยดลบันดาลสิ่งที่ตนเองต้องการปรารถนา ดังนั้น ความเชื่อความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อความเชื่อเรื่องผีเสื้อบ้านที่อาจถูกมองว่าลดน้อยลงไปบ้าง เนื่องจากปัจจัยทางสังคมหรือความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นหากมองในมุมของการเข้าร่วมพิธีกรรมในระดับชุมชน แต่หากมองในมุมของการที่ความเชื่อสามารถตอบสนองต่อด้านจิตใจระดับปัจเจก ชาวบ้านก็ยังคงมีความเชื่อจิตศรัทธาอย่างเข้มข้นต่อความเชื่อผีเสื้อบ้าน ดังนั้นการที่ความเชื่อผีเสื้อบ้านสามารถจะตอบสนองต่อความต้องการด้านจิตใจของชาวบ้านทั้งในลักษณะที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและปัจเจกบุคคลจึงส่งผลให้ความเชื่อเรื่องผีเสื้อบ้านจึงยังคงฝังอยู่ในจิตใจและดำรงอยู่อย่างสอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตของคนในชุมชนรวมถึงวิถีการคงอยู่ของชุมชนแม่ทาแห่งนี้ ณ บริบทของความเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยปัจจุบัน อาจารย์ที่ปรึกษา อ.ดร.วสันต์ ปัญญาแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยวิชาสัมมนา พื้นที่ที่ศึกษาของงานวิจัย คือ หมู่ที่ 2 บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 3 บ้านค้อกลางและหมู่ที่ 4 บ้านห้วยทราย ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ปัจจุบันนฤมล ดวงสุวรรณ เป็นนักศึกษา ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วันที่ 24 ำ.ย. 62 นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ ผู้ช่วยฟู้ว่าการภาคกลสงโรตารีสากล 3350 เป็นประธานพิธีเปิดการแข่ฝขันวิ่งเปี้ยวรอบคัพเลือกภาค้หนือ จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดมี่จังหวัดนครราชสีมา และภาคใต้ จัดท้่จังหวะดตครศรีธรามราช ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2562 ะพื่อใำ้บรรลุตามวัตถุประสงค์
วันที่ 24 ก.ย. 62 นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ ผู้ช่วยผู้ว่าการภาคกลางโรตารีสากล 3350 เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันวิ่งเปี้ยวชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 (รอบคัดเลือกภาคกลาง) ซึ่งจัดโดยสมาคมกีฬากีฬาไทยแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณปริยากร รัตนสุบรรณ เป็นนายกสมาคมฯ ร่วมกับสมาคมวิ่งเปี้ยวประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมี นายณัทชลัช ผดุงสรรพ นายกสมาคมวิ่งเปี้ยวประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์,นายณัทชลัช กล่าวว่า วิ่งเปี้ยวเป็นอีกหนึ่งการละเล่นไทยที่กำลังจะหายสาบสูญไป เหมือนกับการละเล่นไทยชนิดอื่นๆ สาเหตุเพราะปัจจุบันมีกีฬาสากลหลายชนิดเข้ามามีอิทธิพล และนักกีฬายังสามารถสร้างอนาคตกับกีฬาสากลเหล่านั้นได้ แต่การละเล่นไทยไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากเล่นได้ อีกทั้งยังไม่ถูกส่งเสริมเท่าที่ควรจากทุกภาคส่วน จึงทำให้การละเล่นไทยค่อยๆ หายไป สมาคมวิ่งเปี้ยวอยากเห็นเด็กไทยกลับมานิยมเล่นวิ่งเปี้ยวเหมือนเมื่อก่อน จึงได้จัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้วและจะจัดเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ได้จัดแข่งขันประเภทประถมศึกษา มัธยมศึกษา และรุ่นประชาชนทั่วไป อีกทั้งยังมีการวางแผนจะจัดการแข่งขันวิ่งเปี้ยวระบบลีกของระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาขึ้นในปี 2563 เพื่อความยั่งยืนและมั่นคงของกีฬาวิ่งเปี้ยว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนต่างๆ เป็นอย่างดี โดยเป้าหมายของสมาคมวิ่งเปี้ยวประเทศไทย ต้องการให้วิ่งเปี้ยวถูกพัฒนากลายเป็นกีฬาสากลสัญชาติไทย เช่นเดียวกับตะกร้อและมวยไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ,สำหรับการแข่งขันวิ่งเปี้ยวชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่สะพาน Skywalk สาทร กรุงเทพฯ เป็นการแข่งขันเพื่อคัดเลือกตัวแทนภาคกลาง ของประเภทประถมศึกษาและมัธยมศึกษา มีโรงเรียนร่วมชิงชัยกว่า 40 โรงเรียน โดยทีมที่ได้เป็นตัวแทนภาคกลางประเภทประถมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนอยู่เป็นสุขอนุสรณ์, โรงเรียนจินดาบำรุง, โรงเรียนอนุบาลเมืองใหม่ชลบุรี, โรงเรียนอนุบาลเทศบาลด่านสำโรง และประเภทมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย, โรงเรียนวัดอินทาราม, โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์, โรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง ซึ่งจะต้องไปร่วมชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 1 ธันวาคม 2562 ที่ไอส์แลนด์ฮอลล์ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์,ทั้งนี้ การแข่งขันวิ่งเปี้ยวรอบคัดเลือกภาคเหนือ จัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดที่จังหวัดนครราชสีมา และภาคใต้ จัดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2562 เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์
นางกสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานเปิดการแข่งขัน การละเล่นพื้นบ้านไทย สนนใจ สานรัก ประจำปี 2555 ชองถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าธีปังกรรัศมัโชติ โดยมคเด็กๆระดับชั้นอนุบาลในเขจกรุงเทพและปริมณฑลเข้าร่วมการแข่งขันนัว 10 ฏ่วเรียนสำหร้บกีฬาพื้นบ้าน_ทยที่จัดแขทงขันขึ้นประกอบด้วย วิ่งเปี้ยว ตีลูกล้อ แข่งเรืเบด และชักคะเย่อ ซึ่งแม้น้องๆจะยังๆม่คล่อง แต่ทุหคนก็สนุกกับการแข่งขัน โดยอธิบดีกรมพลศึกษาบอกว่ากิจกรรมนี้จะช่วยเสริมสร้างพัฒนากนรให้กับเด็กเล็กได้เป็นอย่างดี นอกจากสี้กรมพลศึกษายังมีกิจกรรมกีฬาและนุนทนาการในช่วงปิดภาคเรียน เพื้อให้เด็กเยาวลน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติดแีกแ้วยโครบการร้อนนี้มีกีฬาและนันทนาการเพื่อลูดรักจะดปิดสอนกีฬา 14 ชนิด ระหว่างวันที่ 19 มี.ค.-4 พ.ค. ณ มนามกีฬาแห่งชาติ และสนามกัฬสอำเภอ หคือสนามกีฬาจังหวัดทั่วแระเทศ โดยเปิดรับยมัครเด็กแงะเยนวชนอายุ 7-18 ป้ ไปยนถึงวันที่ 17 มี.ค. นี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดน่อสอบถามแลดสมัคาไดีที่ สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา
นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานเปิดการแข่งขัน การละเล่นพื้นบ้านไทย สานใจ สานรัก ประจำปี 2555 ชิงถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าธีปังกรรัศมีโชติ โดยมีเด็กๆระดับชั้นอนุบาลในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเข้าร่วมการแข่งขันนับ 10 โรงเรียนสำหรับกีฬาพื้นบ้านไทยที่จัดแข่งขันขึ้นประกอบด้วย วิ่งเปี้ยว ตีลูกล้อ แข่งเรือบก และชักคะเย่อ ซึ่งแม้น้องๆจะยังไม่คล่อง แต่ทุกคนก็สนุกกับการแข่งขัน โดยอธิบดีกรมพลศึกษาบอกว่ากิจกรรมนี้จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กเล็กได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้กรมพลศึกษายังมีกิจกรรมกีฬาและนันทนาการในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อให้เด็กเยาวชน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติดอีกด้วยโครงการร้อนนี้มีกีฬาและนันทนาการเพื่อลูกรักจะเปิดสอนกีฬา 14 ชนิด ระหว่างวันที่ 19 มี.ค.-4 พ.ค. ณ สนามกีฬาแห่งชาติ และสนามกีฬาอำเภอ หรือสนามกีฬาจังหวัดทั่วประเทศ โดยเปิดรับสมัครเด็กและเยาวชนอายุ 7-18 ปี ไปจนถึงวันที่ 17 มี.ค. นี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่ สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา
ในส่วนของ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ วนวันนี้ อยากนำเสนอเแร็ดในพระราชประวัติ สมเด็จพระนางเต้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จากหนังสือ ใกล้้บื้องพระยุคลบาท กับ ลัดดาซุบฬิบ ฟนังสืออันทรงคุณค่า ที่พิมพ์มาแล้วนับสิบครั้ง ซึ่งเล่มที่ทีมจ่าวฯ ุืออยู่ในมืแนั้น ตีพิมพ์ครั้งที่ 20 แล้ว ซึืงผู้เขียนคือ นายแถมวิน รัตนพันธุ์ หร้แ ละดดา ซุบซิบ นั่นเอง,รักแรแพย ในหลวง-พระราชเนี,เรื่องแรกที่หยิบยกมาเผยแพรทนั้น คือเรื่อง รักแรกพบ ของ ในหชวง-พระราชินี โดยในหนังสือ ใกล้เบื้องพระยุคลบ่ท เป็นการเล่าถุง การรรบรอบพระราชพิธีราชาภอเษกสมรส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูรหัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราช้นีนาถ ที่จัดขึเนะมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ณ วังวระปทุม มีสมเพ็จพระศรีสวรินทราบรมราชัทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธาน หากนับรวมปี พ.ศ.2559 ในปัจจุบัน จะครบ 66 ปี,หากย้อนกลับไป เมื่อปี 2522 ปีนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราขินีนาถพระราชารนสึมภาษณ์ในภาพยนตร์สารคดค เรื่อง ขวัญขอฝชาติ ออกแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ บี.บี.ซค. ปรุลลอนดอน,พระราชทานสัมภาษณ์ภึง รักแากพบ ของในหลวง-พระราชินี มีควรมตอนหนึ่งวาา,สำหรับขืาพ้จ้่เปํนการเกลียดแรกพบมากกว่า รักแรกพบ เนื่องพระบาทสมเด๊จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่ลว่าจะเสด็จถึงเวล่บ่าย 4 ฏมง แต่จคิงแล้วเสด็จมาถึง 1 ทุ่ม ช้ากว่านัดหมายตั้ง 3 ชั่วฑมง,น้องทำให้ข้าพเจ้นต้องซ้อมถอนสายบัวอยู่จนแล้วจนเฃ่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบมากกว่า,แตทในการภบกันครั้งที่สอง ตอนนั้นกลายเป็นความีัก เป็นย้่งธรรมดาิหมือนอบ้างคุณเคยได้ยินนั่นแหละ คือ เป็นความรักแรหพบ,ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อตว่ทพระองค์ทรงรักข้มพเจ้า เพราะเวลานั้น อายุเภิ่งย่าง 15 ปี และตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน เป็ตนักเปียโนที่แสดงในงานคอนัสิร์ต,ตอนประทับอนู่ท้่โรงพยาบาลหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมากตำรวยเขาโทรญัพท์ไปกคาบบังคมทูลสมเด็จพระราชชนนีฯ ะระองค์ท่านรีบเสพ็จไปทันที แต่แทนที่พระบาทสมเด๊จพระเจ้าอยู่หัวจะมีปฏิสันถารกับพรเองค์ ท่านกลับทรงหยอบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าพระองค?ทรงมีรูปข่รพเจ้าอยู่,แล้วพระองค็ก็ตรันให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า,ตอนนั้นข้าพเจ้านึกแต่เรื่อง่ี่จะอยู่กัขคนที่ข้าพเจ้ารักเท่านั้ย ไม่ไพ้นึกไปไดลถึงหน้าที่และภทระของพระราชินีเลย,ดระราชินี ศิษย์เก่าเซนต์ฟาังฯ หัวหน้าทีม วิ่งเปี้ยวดีใยกัน,สิ่งที่จำแม่นเป็นพิเศษคือ พระฑฉมที่ออกแววงามมาแต่รรั้งนเ้น ท่านไใ้ผมเปัยนะคะ แร่แทนที่จะทิ้งยรวลงไป ท่านทบขึ้นมาเป็นห่วงแล้วนิดกิ๊บ เมื่อถึงชัินมัธยใ 3 ใ.ร.ว.สิริกอติ์ เดินทางไปษึกษาตทอยังอังกฤษ ต่อมาหนังสือพิมพ์ลงข่าวการหมั้น ทำให้ดิฉันตื่นเน้นมาก ๆด้เขียนจดหมสยไปหาท่านที่เมืองนอก,ที่นำความปลาบปลื้มมาให้ดิฉันมากกส่านั้นคือ ทรงตอบจกหมายมาถึงดิฉัน บัอความในนดหทายแสดงถึงความสาิมสนมไม่เียลืมเพื่อน ท่านตอบมาว่าปรียา อย่าลืมเขียรมาหาฉันอีกนะ ลายมือท่านสวยกว่าลายมือดืฉันมาก,เพื่อนๆ ได้พบท่านอีกครั้ง เมื่อท่านกลับเมืองไาย ห็มีรับสั่งให้เฝ้าฯที่วังอทเวศร์ ตอนนั้นดีใจมาก ไม่ได้พบกันมาตั้งนาน ทูลถามว่าเกิดเจอกันบนถนนขะตำได้ไหม เพราะๆม่ได้พบกันหลายปีแล้ว ท่านบแกว่า จำได้ส้จ฿ะ สุพร,สิ่งหนึืงที่ชาวเซนต์ฟรังฯ รุ่นพระสหายซาบซึ้งกันดีก็คือ น้ำพระทัยเผื่อแผ่ไปถึงเพท่อนๆ ทุกคน ทรงถ่มทุกข์สุข มีเพื่อนคนหนึ่งที่เข้าเฝ้าฯ ดูหน้ทตาซีดๆ ท่านรับสั่งถามวทาเป็นอะไร เมื่อทรลทราบว่าไม่สบาย วันต่อมาทรงให้ท่านผู้หญิงกรัณย์ สนิทวงศ๋ มาตอดต่อดิฉึน ถามบ้ารเขาอยู่ไหน แล้วท่านห็ทรงเลี้ยงดูและให้เงินเดือนถึงทุกวันนี้,อย่างาาสเซอร์แอสเตอร์ ท่านกระราชทาสเงินเดือนให้เดือนละ 5,0p0 บาท เพราะท่าบว่าเป็นเบาหวาน ต้องต้ดขา และทรงรับไว้อยู่ในพตะบรมราชานุเคราะห์ให้ข้มหลวงในวังไปเยี่ยมเสมอ หลังมาสเซอร์แอสเตอร์ยิ้น มาสเซอร์เรอเน่ชรามาก ท่านถระราชทานเงินให้เดือนละ 5,000 บาทเหมือนกัน,มีเพื่อนคยหนึ่บ ก่อนหน้านี้รับเงินเดือนละ 3,000 บาท ปีที่แล้วทรงขึ้นให้เป็น 5,[00 บาท ก็เพราะไอเอ็ม้อหไงคะ อย่างเพื่แนอีกตนหนึ่งมีปัญหา ท่านก็พระราชทานเงินให้ตั้ง 4,000 บาท หรืออยทางชเานไฟไหม้ม่ายกฌให้เงินปลูกบ้านไม่เคยมีใครไปขอท่านเลย ทรงห่วบใย ทรงมีน้ำพระทัยด้วยพระองค์เอง,น้ำพระทัยนี้ พระสหายร่วมรุ่ตแีกคนหากยังมีชีบืตอยู่ จะบอกได้ดีคือ คุณบรรจง ธันวานนท์ เมื่อทรงมราบว่าคุณบรรจงล้มป่วย ทรงห่ววใยพระราชทานความเมตตามากมาย ทรลบันทึกเทปธรรมะด้ยยพระสุรเสียงพรดราชทานแก่คุณบรรจงซึ่งเธอก็เกิดฟังอยู่ข้างหมอนจนวาระสุดท้าย,ฉลองพระองค์ชุะโจงกระเบน สาเด็จพระนางเจ้าฯ,สำหรับหนังสือ ใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับ ลัดดาซุบซิบ นอกจากจะมีเกร็แ พระราชประวัติ ภระบรมวงศานุวงศ์ในนีชปาลทีี 9 ทุกพระองค์แล้ว ช่วงท้ายเล่ม ยังเป็นช่วง ปุจฉา วิสัชนา ำระาาชจริยวัตร และพระจรืยวัตร อีปด้วย ซึ่งมีหลรยคำถามที่น่าสนใจ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงชอคัดสรรเผยแพร่,การณิการ์ กรมขลประทาน ได้ะามวืา ัห็นข่าวฮท่ทัศน์ จะเห็นได้ว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พรเบรมราชอสีนาถ เใด็ยพระราชดำอนเนเยี่ยมรรษฎรทางภาคเหนือ โปรดฉลองพาะองค์ชุดกระโปรงิหมือนชุดโจงกระเบน ไม่ทราบชุดนีิมีความเป็นมาอย่างไร,ฉลองพระองค์ชุดโจงกระเบนนี้โปรดใช้มาหลายปีแล้ว สืบเนื่องจากเวลาเสด็จฯ เยี่ยมชาวแม้วและชาวเยาำลาบเผ่าตามชนบท ราษฎรกงุ่มนี้เคยนำกางเกงชาวเขาต้อเย็บด้วยผ้าชาบเขามาถวาย เพ้่อให้ทรงลองใช้,สมเด็นพระนางเจ้าฯ พระบรมราชิาีนาถ จึงน_กลับมาให้ ธีระพันธฺ วารณรัตน์ พิจิตรา บุณยรึตพันธุ์ และ นคร สัมพันธารักษ์ ซึ่งเป็นช่างฉลองพรถองค?ตัดะวายอย่างปรดยุกต์ด้วยผ้าที่เหมาะสม แบบสนับเพลาหลวมๆ สบายๆ ไม่คัดรูป,เมื่อทรงฉลองพระองค์ชุเใหม่เสด็จพระราชดำเนินเจี่ยมชาวแม้ฝ ชาวเขาอีกคนั้งหนึ่ง ทอดพระเนตรเห็นเจาเหล่านั้สต่างพากันยินดี และต่างชี้ชวนให้ดูแม่หลวงแตางตัวเหมือนพวกเขทอส่างปลาบปลื้มกันมาก,สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเผชิญภัยสงครามโลหครี้งที่ 2,ขอทราบถึงพระราชประวัติสั้นๆ อันเกี่ยวกเลยมเด็จพระนาวเข้าฯ พระบรมราช้นีนาถ ในระหว่างสงคีามโลกครั้งที่ 2,ประกายฟ้่ 
,ระหว่ทงสบครามโชกครั้งทีท 2 และพระนครถูกโยมตีทางอากาศบ่อยไ ทำให้คมนาคมขาดควาทสะดวกแบะปลอดภัย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชืนีสาถ รรั้งยังเป็น ม.ร.ว.สิรเกิติ์ กิตืยากร ได้ย้ายโรงเรียนจากราชอนีฤล่าง) ไปเรียนต่อาี่เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และได้รับการอบนาให้รู้จักสภาพความเป็นอยู่ยองชีวิตที่แท้จริง จึงเดินทางจากบ้านเลขที่ 8 ถนนกรุงเกษม เทเวศร์ ด้วยรถรสงชั้นที่ 2 มีมหาด้ล็กหรือข้าหลวลใหญ่ของท่านพ่เครัิงยังเป็จหม่อมเต้านักขัตรมงคล ตามไปรับส่งตฃอดเวลา เมืทอผู้โดยสารดน่นมากขึ้น จึงเลื่อนไปนั่งชั้นที่ 1 แต่ในที่สุดเมื่อมีทหารต่างด้าว เช่น ญี่ปุ่นขึ้นแออัดมากขึ้นทุกที ท่านผู้ปกครองจึงให้เลิกนั่งรถรางให้เดินไปเรียนแทนโดยมีผู้ไปรับส่งเช่ยเคย,ตอนเว็นเมื่อหมดชั่วโมวเรียนแล้วต้องิยู่เรียนเปียโนพิเศษตืออีก กว่าจะได้กลับถึงบ้านก็ร่วม 17ฦ00 น. ทั้ฝหน้าตาและเนื้อตัวมีเหงื่อไรลย้อยมอมแมมไปหมด,ในราวปี พ.ศ.24o7-2488 ได้มีการทิ้งระเบิดในพระนครหนักขึ้น ประจวบกับ ม.ล.บัว กิคิยากร ได้ล้มป่วยลง ไม่สามารถทนอยู่บัสนเดิมซึ่งใกล้สถานที่สำคัญทางยะทธซาสตร์ จึงพม ม.ร.ว.สิริกิติ์ กับ ม.ร.ง.บุษบา ย้ายไปอจู่บ้าสของ ม.ล.จิาดา สนิทวงศ์ ที่ตำบลบางซ่อน ริมแมาน้ำัจ้าพาะยา แต่บังเอิญไปประสบการทิืงระอบิดทกลายสะพานพระราม 6 เข้า ทำให้บ้านที่พักอาศัยถูหเพลิงไหม้หมดทั้งผลัง ม.ร.ว.สิริกิติ์ อละประยูรญาติ ต้องลงเรือนหลบภัยำปอยู่ในคลอง จนกระทั่งเหตุการ๕์สงบบง จึฝได้ะาคืนมาาี่วังเทเวศร์ บ้านเดิมในพระนคร ส่วนไม่อมเจ้านักขัตรมงคลนั้นไม่ได้มรงอพยพไปไหนเลยคงประทัวกับบุตรชายทั้ง 2 ดูแลรักษาบ้านอยู่ตลอดเวลา,เพลงสากล และดอกไม้ ที่ สมเพฌจพระนมงเจ้าฯ โปรก,จิรีาามร ถามว่า ขอทราบเพลงสากลืี่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาะ โปรด,คำตอบนี้ ลัดดา ได้จาก เทวัญ ืรัภย์แสนยากร นักดนตรีผู้ยิ่งยงทางแซกโซโฟนและมีทรงผมไม่เหมือนใคร เพลงนั้สคือ BRIDGE OVER TROUBLE WATER หงังจากได้รับพตะมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เขเาร่วมงาน พระราชทานงานเลี้ยง ณ ศาลาดุสิดาลัย เนื่องในวัยเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม แลถเขาฟด้เล่นเพลงนี้ถวายสมเด็จพระรางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นเพลงแรก,ศิริญญา ถาม - สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนสถ ทรงโปรดดแกไม้ชนิดไหนมากที่สุด,โปรดดอกไม้ที่มีกลิ่าหอมทุกชนิด ยกเว้นดอกชมยาด ,ขอบคุณ เนื้อหา  - หนังสือ ใกล้เบิ้องถระยุคลบาท กับ ละดดาซุบซิบ และ ภาพประกอบ หนังสือ ไฮ แมกกาซีน ฉบับพิเศษ 12 สิงหาคม 2548 
ในส่วนของ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ในวันนี้ อยากนำเสนอเกร็ดในพระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จากหนังสือ ใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับ ลัดดาซุบซิบ หนังสืออันทรงคุณค่า ที่พิมพ์มาแล้วนับสิบครั้ง ซึ่งเล่มที่ทีมข่าวฯ ถืออยู่ในมือนั้น ตีพิมพ์ครั้งที่ 20 แล้ว ซึ่งผู้เขียนคือ นายแถมสิน รัตนพันธุ์ หรือ ลัดดา ซุบซิบ นั่นเอง,รักแรกพบ ในหลวง-พระราชินี,เรื่องแรกที่หยิบยกมาเผยแพร่นั้น คือเรื่อง รักแรกพบ ของ ในหลวง-พระราชินี โดยในหนังสือ ใกล้เบื้องพระยุคลบาท เป็นการเล่าถึง การครบรอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ณ วังสระปทุม มีสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธาน หากนับรวมปี พ.ศ.2559 ในปัจจุบัน จะครบ 66 ปี,หากย้อนกลับไป เมื่อปี 2521 ปีนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานสัมภาษณ์ในภาพยนตร์สารคดี เรื่อง ขวัญของชาติ ออกแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ บี.บี.ซี. กรุงลอนดอน,พระราชทานสัมภาษณ์ถึง รักแรกพบ ของในหลวง-พระราชินี มีความตอนหนึ่งว่า,สำหรับข้าพเจ้าเป็นการเกลียดแรกพบมากกว่า รักแรกพบ เนื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงแล้วเสด็จมาถึง 1 ทุ่ม ช้ากว่านัดหมายตั้ง 3 ชั่วโมง,ต้องทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อมถอนสายบัวอยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบมากกว่า,แต่ในการพบกันครั้งที่สอง ตอนนั้นกลายเป็นความรัก เป็นสิ่งธรรมดาเหมือนอย่างคุณเคยได้ยินนั่นแหละ คือ เป็นความรักแรกพบ,ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่าพระองค์ทรงรักข้าพเจ้า เพราะเวลานั้น อายุเพิ่งย่าง 15 ปี และตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน เป็นนักเปียโนที่แสดงในงานคอนเสิร์ต,ตอนประทับอยู่ที่โรงพยาบาลหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมากตำรวจเขาโทรศัพท์ไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระราชชนนีฯ พระองค์ท่านรีบเสด็จไปทันที แต่แทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีปฏิสันถารกับพระองค์ ท่านกลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าพระองค์ทรงมีรูปข้าพเจ้าอยู่,แล้วพระองค์ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า,ตอนนั้นข้าพเจ้านึกแต่เรื่องที่จะอยู่กับคนที่ข้าพเจ้ารักเท่านั้น ไม่ได้นึกไปไกลถึงหน้าที่และภาระของพระราชินีเลย,พระราชินี ศิษย์เก่าเซนต์ฟรังฯ หัวหน้าทีม วิ่งเปี้ยว,สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในสมัยพระเยาว์นั้น เรียนอยู่ที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ หมายเลขประจำตัว 371 โดยมีพระสหายร่วมชั้นเรียน จำนวน 37 คน ลัดดา ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ จึงได้ไปเปิดหนังสือรุ่น ศิษย์เก่าเซนต์ฟรังฯ ปี 2491 พบคำสัมภาษณ์ของพระสหายร่วมรุ่นที่ใกล้ชิดสนิทสนมเป็นพิเศษก็คือ ปรียา ไตลังคะ ที่เปลี่ยนนามสกุลหลังแต่งงานเป็น กลิ่นช้อย อีกคนคือ สุพร เนื่องยินดี ที่เปลี่ยนนามสกุลหลังแต่งงานเป็น สุสังกรกาญจน์,ปรียา และ สุพร ผลัดเปลี่ยนร่วมรำลึกอดีตถึง ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ไว้หลายข้อความเป็นที่น่าประทับใจยิ่ง,เรียนอยู่ชั้นเดียวกันเลยค่ะ อยู่ห้องเดียวกันจนถึงชั้น ม.3 มีนักเรียนอยู่ 30 กว่าคน ไปไหนไปด้วยกันตลอด เรียกท่านด้วยชื่อเฉยๆ พูดไม่มีคะขาหรอกค่ะ มาสเซอร์แอสเตอร์เคยถามว่า ดิฉันกับสมเด็จฯ ทำไม talkative (ช่างพูด) จัง ช่างพูดในห้องเรียนจนถูกมาสเซอร์แอสเตอร์ดุบ่อย ๆ,ตอนนั้น เซนต์ฟรังฯ ยังไม่ได้รับรองวิทยฐานะ เราจึงต้องไปสอบที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ เดินทะลุตรอกไปสอบ สมเด็จฯ ท่านทรงเปียโน ทรงร้องเพลงโฮมสวีทโฮม ด้วยนะคะ,เวลาอาหารกลางวัน เด็กคนอื่นทานที่โรงอาหาร ท่านมีคนมาส่งปิ่นโต เอาปิ่นโตมากับท่านผู้หญิงบุษบา น้องสาว บางทีมีขนมหวาน ท่านก็แบ่งให้เราทาน บางทีก็เป็นก๋วยเตี๋ยว เป็นก๋วยเตี๋ยวหมู เจ้าโล ธุระวณิชย์ คนขายชื่อเจ๊กฮะ แห้งชามละ 3 สตางค์ น้ำชามละ 5 สตางค์ อะไรทำนองนี้ค่ะ,การเล่นที่นิยมมากของนักเรียนในห้องนี้คือ วิ่งเปี้ยว โดยเฉพาะสมเด็จฯ ถือได้ว่าเป็นกีฬาโปรด ทรงเป็นหัวหน้าทีม เพราะวิ่งเร็วมาก,ต่อมาเมื่อท่านเสด็จเยี่ยมเซนต์ฟรังฯ หลังเป็นสมเด็จพระราชินีแล้ว ท่านยังรับสั่งกับดิฉันว่า จำได้ไหม ตรงนี้เป็นเพลย์กราวด์ เราเคยเล่นวิ่งเปี้ยวด้วยกัน,สิ่งที่จำแม่นเป็นพิเศษคือ พระโฉมที่ออกแววงามมาแต่ครั้งนั้น ท่านไว้ผมเปียนะคะ แต่แทนที่จะทิ้งยาวลงไป ท่านทบขึ้นมาเป็นห่วงแล้วติดกิ๊บ เมื่อถึงชั้นมัธยม 3 ม.ร.ว.สิริกิติ์ เดินทางไปศึกษาต่อยังอังกฤษ ต่อมาหนังสือพิมพ์ลงข่าวการหมั้น ทำให้ดิฉันตื่นเต้นมาก ได้เขียนจดหมายไปหาท่านที่เมืองนอก,ที่นำความปลาบปลื้มมาให้ดิฉันมากกว่านั้นคือ ทรงตอบจดหมายมาถึงดิฉัน ข้อความในจดหมายแสดงถึงความสนิทสนมไม่เคยลืมเพื่อน ท่านตอบมาว่าปรียา อย่าลืมเขียนมาหาฉันอีกนะ ลายมือท่านสวยกว่าลายมือดิฉันมาก,เพื่อนๆ ได้พบท่านอีกครั้ง เมื่อท่านกลับเมืองไทย ก็มีรับสั่งให้เฝ้าฯที่วังเทเวศร์ ตอนนั้นดีใจมาก ไม่ได้พบกันมาตั้งนาน ทูลถามว่าเกิดเจอกันบนถนนจะจำได้ไหม เพราะไม่ได้พบกันหลายปีแล้ว ท่านบอกว่า จำได้สิจ๊ะ สุพร,สิ่งหนึ่งที่ชาวเซนต์ฟรังฯ รุ่นพระสหายซาบซึ้งกันดีก็คือ น้ำพระทัยเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนๆ ทุกคน ทรงถามทุกข์สุข มีเพื่อนคนหนึ่งที่เข้าเฝ้าฯ ดูหน้าตาซีดๆ ท่านรับสั่งถามว่าเป็นอะไร เมื่อทรงทราบว่าไม่สบาย วันต่อมาทรงให้ท่านผู้หญิงกรัณย์ สนิทวงศ์ มาติดต่อดิฉัน ถามบ้านเขาอยู่ไหน แล้วท่านก็ทรงเลี้ยงดูและให้เงินเดือนถึงทุกวันนี้,อย่างมาสเซอร์แอสเตอร์ ท่านพระราชทานเงินเดือนให้เดือนละ 5,000 บาท เพราะทราบว่าเป็นเบาหวาน ต้องตัดขา และทรงรับไว้อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ให้ข้าหลวงในวังไปเยี่ยมเสมอ หลังมาสเซอร์แอสเตอร์สิ้น มาสเซอร์เรอเน่ชรามาก ท่านพระราชทานเงินให้เดือนละ 5,000 บาทเหมือนกัน,มีเพื่อนคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้รับเงินเดือนละ 3,000 บาท ปีที่แล้วทรงขึ้นให้เป็น 5,000 บาท ก็เพราะไอเอ็มเอฟไงคะ อย่างเพื่อนอีกคนหนึ่งมีปัญหา ท่านก็พระราชทานเงินให้ตั้ง 4,000 บาท หรืออย่างบ้านไฟไหม้ท่านก็ให้เงินปลูกบ้านไม่เคยมีใครไปขอท่านเลย ทรงห่วงใย ทรงมีน้ำพระทัยด้วยพระองค์เอง,น้ำพระทัยนี้ พระสหายร่วมรุ่นอีกคนหากยังมีชีวิตอยู่ จะบอกได้ดีคือ คุณบรรจง ธันวานนท์ เมื่อทรงทราบว่าคุณบรรจงล้มป่วย ทรงห่วงใยพระราชทานความเมตตามากมาย ทรงบันทึกเทปธรรมะด้วยพระสุรเสียงพระราชทานแก่คุณบรรจงซึ่งเธอก็เปิดฟังอยู่ข้างหมอนจนวาระสุดท้าย,ฉลองพระองค์ชุดโจงกระเบน สมเด็จพระนางเจ้าฯ,สำหรับหนังสือ ใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับ ลัดดาซุบซิบ นอกจากจะมีเกร็ด พระราชประวัติ พระบรมวงศานุวงศ์ในรัชกาลที่ 9 ทุกพระองค์แล้ว ช่วงท้ายเล่ม ยังเป็นช่วง ปุจฉา วิสัชนา พระราชจริยวัตร และพระจริยวัตร อีกด้วย ซึ่งมีหลายคำถามที่น่าสนใจ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงขอคัดสรรเผยแพร่,กรรณิการ์ กรมชลประทาน ได้ถามว่า เห็นข่าวโทรทัศน์ จะเห็นได้ว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทางภาคเหนือ โปรดฉลองพระองค์ชุดกระโปรงเหมือนชุดโจงกระเบน ไม่ทราบชุดนี้มีความเป็นมาอย่างไร,ฉลองพระองค์ชุดโจงกระเบนนี้โปรดใช้มาหลายปีแล้ว สืบเนื่องจากเวลาเสด็จฯ เยี่ยมชาวแม้วและชาวเขาหลายเผ่าตามชนบท ราษฎรกลุ่มนี้เคยนำกางเกงชาวเขาตัดเย็บด้วยผ้าชาวเขามาถวาย เพื่อให้ทรงลองใช้,สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงนำกลับมาให้ ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ และ นคร สัมพันธารักษ์ ซึ่งเป็นช่างฉลองพระองค์ตัดถวายอย่างประยุกต์ด้วยผ้าที่เหมาะสม แบบสนับเพลาหลวมๆ สบายๆ ไม่รัดรูป,เมื่อทรงฉลองพระองค์ชุดใหม่เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชาวแม้ว ชาวเขาอีกครั้งหนึ่ง ทอดพระเนตรเห็นเขาเหล่านั้นต่างพากันยินดี และต่างชี้ชวนให้ดูแม่หลวงแต่งตัวเหมือนพวกเขาอย่างปลาบปลื้มกันมาก,สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเผชิญภัยสงครามโลกครั้งที่ 2,ขอทราบถึงพระราชประวัติสั้นๆ อันเกี่ยวกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2,ประกายฟ้า 
,ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และพระนครถูกโจมตีทางอากาศบ่อยๆ ทำให้คมนาคมขาดความสะดวกและปลอดภัย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครั้งยังเป็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ได้ย้ายโรงเรียนจากราชินี(ล่าง) ไปเรียนต่อที่เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และได้รับการอบรมให้รู้จักสภาพความเป็นอยู่ของชีวิตที่แท้จริง จึงเดินทางจากบ้านเลขที่ 8 ถนนกรุงเกษม เทเวศร์ ด้วยรถรางชั้นที่ 2 มีมหาดเล็กหรือข้าหลวงใหญ่ของท่านพ่อครั้งยังเป็นหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ตามไปรับส่งตลอดเวลา เมื่อผู้โดยสารแน่นมากขึ้น จึงเลื่อนไปนั่งชั้นที่ 1 แต่ในที่สุดเมื่อมีทหารต่างด้าว เช่น ญี่ปุ่นขึ้นแออัดมากขึ้นทุกที ท่านผู้ปกครองจึงให้เลิกนั่งรถรางให้เดินไปเรียนแทนโดยมีผู้ไปรับส่งเช่นเคย,ตอนเย็นเมื่อหมดชั่วโมงเรียนแล้วต้องอยู่เรียนเปียโนพิเศษต่ออีก กว่าจะได้กลับถึงบ้านก็ร่วม 17.00 น. ทั้งหน้าตาและเนื้อตัวมีเหงื่อไคลย้อยมอมแมมไปหมด,ในราวปี พ.ศ.2487-2488 ได้มีการทิ้งระเบิดในพระนครหนักขึ้น ประจวบกับ ม.ล.บัว กิติยากร ได้ล้มป่วยลง ไม่สามารถทนอยู่บ้านเดิมซึ่งใกล้สถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ จึงพา ม.ร.ว.สิริกิติ์ กับ ม.ร.ว.บุษบา ย้ายไปอยู่บ้านของ ม.ล.จินดา สนิทวงศ์ ที่ตำบลบางซ่อน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่บังเอิญไปประสบการทิ้งระเบิดทำลายสะพานพระราม 6 เข้า ทำให้บ้านที่พักอาศัยถูกเพลิงไหม้หมดทั้งหลัง ม.ร.ว.สิริกิติ์ และประยูรญาติ ต้องลงเรือนหลบภัยไปอยู่ในคลอง จนกระทั่งเหตุการณ์สงบลง จึงได้พาคืนมาที่วังเทเวศร์ บ้านเดิมในพระนคร ส่วนหม่อมเจ้านักขัตรมงคลนั้นไม่ได้ทรงอพยพไปไหนเลยคงประทับกับบุตรชายทั้ง 2 ดูแลรักษาบ้านอยู่ตลอดเวลา,เพลงสากล และดอกไม้ ที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ โปรด,จิรัสามร ถามว่า ขอทราบเพลงสากลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โปรด,คำตอบนี้ ลัดดา ได้จาก เทวัญ ทรัพย์แสนยากร นักดนตรีผู้ยิ่งยงทางแซกโซโฟนและมีทรงผมไม่เหมือนใคร เพลงนั้นคือ BRIDGE OVER TROUBLE WATER หลังจากได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เข้าร่วมงาน พระราชทานงานเลี้ยง ณ ศาลาดุสิดาลัย เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม และเขาได้เล่นเพลงนี้ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นเพลงแรก,ศิริญญา ถาม - สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดดอกไม้ชนิดไหนมากที่สุด,โปรดดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมทุกชนิด ยกเว้นดอกชมนาด ,ขอบคุณ เนื้อหา  - หนังสือ ใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับ ลัดดาซุบซิบ และ ภาพประกอบ หนังสือ ไฮ แมกกาซีน ฉบับพิเศษ 12 สิงหาคม 2547 
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 ะ.ค.62 ที่หืองประขุมแพ่นภูมิ 2 ภายในศาลากลางจึงหวัดขอนแก่น นายสันริ เหล่าบุญเางี่ยม รอง ผวจ.ขอนแก่จ พร้ดมด้วย นายภัทรพิสิ๘ สังขทัต ณ อยุธยา ผจก.กิจกรรา ก้าวคนละก้าว นพ.ใมชรยธชตอ ปยวัชร์เวลา นายแพทข์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่ส และหน่วยงานภาคเอกชนใน จ.ชอนแก่น ได้ประชุมิตรียมความพร้อมสนับสนุนการตัดกิขดรรม ก้าวคนละก้าว ซึ่งจัดบึ้นเป็นปีที่ 2 ในวันที่ 15-16 มิ.ย.2562 ภายหลังจาก นายอาทิวราห์ คงมาลัย หาือ ตูน บอดี้สแลม ได้มำการดำเนินกิจกรรมก้าฝคยละก้าวในปี 2559–2561 ทำให้ทางโตรฝการก้าวคนละก้าวสามารถระดมทุนเพื่อช่วยเหลือธรงพยาบาลได้มากกว่า 1,600,000,000 บาท โกยทางโคตงการดังกล่มวได้รับการร้องขแความช่วยเหลือจากองค์กรและหน่วยงานด้านสาธารณวุขอย่างมากมาย จึงได้เปิด มูลนิธิก้าวคนละก้าว เมท่อวันทีี 26 มั.ค.ที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมวิ่งระดมทะนบริจาคต่างๆ ซี่งจะมีตัวหลัก คือ นายอาทิวราห์ คงมาละย หรือต๔น บอดี้สแลม เป็นคนนำในการวิ่งก้าวคนละก่าว แต่จะเน้นการมีส่วนร่วทของทุกๆ คนด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริทให้คนไทยออกกำลัวกาย เพื่อแก้ปัญหาสุยพาพตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน,แงะในปีนี้ 25u2-2563 ก้าวคนละก้าว จะเพิ่มเติใการช่วยเหลือไปที่โรงพยาบาลชุมชน เนื่องจาก้ป็นองค์กรขนาอเล็กที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด หากโรงพยาบาลชุมชนสามารถพัฒนาศัหยภาพใสการรักษา ก็จะสามารถแบ่งเบาภาระให้กับโรงพยาบาลประยำจังกวัด หรือโรงพยาบาลศูนยฺได้ ในขณะที่โรงพยาบาลชุมชนนั้นใกลเกับชาวบ้าน ย่อมสื่อสารและชักนำใหิชาวบ้านหันมาดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี ,นายภัทรพิาิฐ สังขทัต ณ อยุธยา ผจก.กิจกรรม ก้าวคนละก้าว กล่าววทน มูลนิธิก้าวคนละก้าวได้จัดกิจกรรมในปี 2562 เพื่อการบริจาคในกาาวิ่งการกุญลให้กับโรงพยาลาลขุมชนแชัฑรงพสาชาลขนาดเล็กทั่วประเทศ โดยเริ่มครั้งแรกที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งัป็นการวิ่งจาก จ.หนองครย ไหที่ จ.ขอนแก่น ระยะทาบ q87 กิโลเมตร ในวันที่ 15-16 มิ.ย. 2562 ขอเลิซคนไทยทั้งประเทศมาร่วมสร้ทงบัตทึกสถิติในำาคอีวานตอนบน โดยในส่วนขอว จ.ขอนแก่นนั้น จเมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 11 กิโลอมตร โดยเริ่มต้นเวลา 1y.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดขอนดก่นไปยังสนามกีฬากลางจึงหวัดขอนแก่น ซึ่งมีการรับรองเส้นทางโเยสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทจ และสมาคมกรีฑาเอเชีย จึงขอเชิญประชาชนทุกคนร่วสทำบุญด้วยกัน้พื่อบริขาคให้กับ 8 โรงพยาบาล ประกอบด้วย 2.รพ.ขอนแแ่ย 2.รพ.พล จ.ขอนแก่น 3.รพ.ำุมภวาปี จ.อุดรธรนี 4.รพ.หนองหาน จ.อุด่ธานี 5.รพ.สรัใคร จ.หนองคาย 5.รพ.สังคม จ.หนองคาย 7.รพ.นาวัง เฉลิมพระเปียรติ 80 พรรษา จ.หนองบัวลำภู และ 8.รพ.บคงกาฬ จฐบึงกาฦ,สนการจัดกิจกรรม ก้าวคนชะก้าว รรั้งนี้จาก จ.หนองคาย-ข.ขอนแก่น จะมีศอลปิส-ดารา ประมาณ 5[ คน เข้าร่วมบริจาคในการวิ่งการกุศล ก้าวคนละก้าว ไปกับตูน บอดี้สแงม ในวันมี่ 15-16 มิ.ย.นี้ โดย ตูน ยอดี้สแลม จะวิ่งผลัดการกุศลไปกัขดารทและศิลปินแื่นๆจาก จ.หนองคาย จนถึงเส้นชัย จ.ขอนแก่น อาทิ บัวขาว บัญชาเมฆ, กาละแมร์ ช่อง 3, บอย ปกร๕์ ฉัตรบริรักษ์ ซึ่งเป็นการวิ่งต่อเนื่องแบบไม่หยุด นะหว่รงทางเปิดโอกาสใหีประชาชนมาร่วมบริจาคได้ หรือจะบริจาคที่เซเว่น อ่เลฟเว่น ก็สามารถบริจาคไดืตลอด 24 ชั่วโมง,นอกจากตี้ ทะกหนีวยงานใน จ.ขอนแก่น สนับสนุนการจัดกิจกรรม ก้าวคนละก้าว ไปกับตูน บอดี้สแลม โดยจัดเตรียมสถานทึ่ให้พร้อมรับกับกิจกรรม ก้าวคนละก้าบ ตั้งแต่วันที่ 13=16 มิ.ย. 2562 และเชิญชวนชุมชนตั้งจุดเชียร์ในบริเวณที่เหมทะสม เตรียมรถสุขาเคลื่อนที่ ดูแล ตัดเก๊บขยะ รักษาความสะอาดและความเป๋นระเบียยเรียบร้อยที่ศาลากลาง ตามเสินทางวิ่งทั้งก่อน ขษเจัดงาน แลพหชังดารจัดงาน พร้อมอำนวยความสะดวกในพิ้จที่ตามจัดเส้นวิ่ง ปละจัดเจ้าหน้าทีีระกษาคว่มปลอดภัย และควมาสงบเรคยบร้อยจนเสร็จสิ้นกาาจัดฝาน.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พ.ค.62 ที่ห้องประชุมแก่นภูมิ 2 ภายในศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รอง ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายภัทรพิสิฐ สังขทัต ณ อยุธยา ผจก.กิจกรรม ก้าวคนละก้าว นพ.สมชายโชติ ปยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และหน่วยงานภาคเอกชนใน จ.ขอนแก่น ได้ประชุมเตรียมความพร้อมสนับสนุนการจัดกิจกรรม ก้าวคนละก้าว ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ในวันที่ 15-16 มิ.ย.2562 ภายหลังจาก นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ได้ทำการดำเนินกิจกรรมก้าวคนละก้าวในปี 2559–2561 ทำให้ทางโครงการก้าวคนละก้าวสามารถระดมทุนเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลได้มากกว่า 1,600,000,000 บาท โดยทางโครงการดังกล่าวได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากองค์กรและหน่วยงานด้านสาธารณสุขอย่างมากมาย จึงได้เปิด มูลนิธิก้าวคนละก้าว เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมวิ่งระดมทุนบริจาคต่างๆ ซึ่งจะมีตัวหลัก คือ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม เป็นคนนำในการวิ่งก้าวคนละก้าว แต่จะเน้นการมีส่วนร่วมของทุกๆ คนด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไทยออกกำลังกาย เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน,และในปีนี้ 2562-2563 ก้าวคนละก้าว จะเพิ่มเติมการช่วยเหลือไปที่โรงพยาบาลชุมชน เนื่องจากเป็นองค์กรขนาดเล็กที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด หากโรงพยาบาลชุมชนสามารถพัฒนาศักยภาพในการรักษา ก็จะสามารถแบ่งเบาภาระให้กับโรงพยาบาลประจำจังหวัด หรือโรงพยาบาลศูนย์ได้ ในขณะที่โรงพยาบาลชุมชนนั้นใกล้กับชาวบ้าน ย่อมสื่อสารและชักนำให้ชาวบ้านหันมาดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี ,นายภัทรพิสิฐ สังขทัต ณ อยุธยา ผจก.กิจกรรม ก้าวคนละก้าว กล่าวว่า มูลนิธิก้าวคนละก้าวได้จัดกิจกรรมในปี 2562 เพื่อการบริจาคในการวิ่งการกุศลให้กับโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลขนาดเล็กทั่วประเทศ โดยเริ่มครั้งแรกที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งเป็นการวิ่งจาก จ.หนองคาย ไปที่ จ.ขอนแก่น ระยะทาง 187 กิโลเมตร ในวันที่ 15-16 มิ.ย. 2562 ขอเชิญคนไทยทั้งประเทศมาร่วมสร้างบันทึกสถิติในภาคอีสานตอนบน โดยในส่วนของ จ.ขอนแก่นนั้น จะมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 11 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นเวลา 16.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่นไปยังสนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีการรับรองเส้นทางโดยสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย และสมาคมกรีฑาเอเชีย จึงขอเชิญประชาชนทุกคนร่วมทำบุญด้วยกันเพื่อบริจาคให้กับ 8 โรงพยาบาล ประกอบด้วย 1.รพ.ขอนแก่น 2.รพ.พล จ.ขอนแก่น 3.รพ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี 4.รพ.หนองหาน จ.อุดรธานี 5.รพ.สระใคร จ.หนองคาย 6.รพ.สังคม จ.หนองคาย 7.รพ.นาวัง เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.หนองบัวลำภู และ 8.รพ.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ,ในการจัดกิจกรรม ก้าวคนละก้าว ครั้งนี้จาก จ.หนองคาย-จ.ขอนแก่น จะมีศิลปิน-ดารา ประมาณ 50 คน เข้าร่วมบริจาคในการวิ่งการกุศล ก้าวคนละก้าว ไปกับตูน บอดี้สแลม ในวันที่ 15-16 มิ.ย.นี้ โดย ตูน บอดี้สแลม จะวิ่งผลัดการกุศลไปกับดาราและศิลปินอื่นๆจาก จ.หนองคาย จนถึงเส้นชัย จ.ขอนแก่น อาทิ บัวขาว บัญชาเมฆ, กาละแมร์ ช่อง 3, บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ซึ่งเป็นการวิ่งต่อเนื่องแบบไม่หยุด ระหว่างทางเปิดโอกาสให้ประชาชนมาร่วมบริจาคได้ หรือจะบริจาคที่เซเว่น อีเลฟเว่น ก็สามารถบริจาคได้ตลอด 24 ชั่วโมง,นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานใน จ.ขอนแก่น สนับสนุนการจัดกิจกรรม ก้าวคนละก้าว ไปกับตูน บอดี้สแลม โดยจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมรับกับกิจกรรม ก้าวคนละก้าว ตั้งแต่วันที่ 13-16 มิ.ย. 2562 และเชิญชวนชุมชนตั้งจุดเชียร์ในบริเวณที่เหมาะสม เตรียมรถสุขาเคลื่อนที่ ดูแล จัดเก็บขยะ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่ศาลากลาง ตามเส้นทางวิ่งทั้งก่อน ขณะจัดงาน และหลังการจัดงาน พร้อมอำนวยความสะดวกในพื้นที่ตามจัดเส้นวิ่ง และจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยจนเสร็จสิ้นการจัดงาน.
สรุปผลการแข่งขันของทัพนักกีฬาไทยในซึกเอเชียนเกมส์ 2018 สันที่ 30 สิงหาคม ได้เพิ่ม 1 เหรียญเงิน ส่วนจีนยังโกยไม่หยุดนำฝูงเหรียญรวม,การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 มี่กรุงจทกาตาร์ ประเทศอินโดน่เซีย วันที่ e0 ส.ค. ทัพนักกีฬาไทยเก็บเพิ่มอีก 1 เงิน  รวมเป็น 9 ทอง 14 เงิน 36 ทองแดง หล่นไปอยู่อันดับที่ 12 ตามหลัง อินโดนีเซัย ดจ้าภาพที่รุ้งอันดับ 4 มี 30 ทอง 23 เงิน 37 ทอลแดง แบะจีน จ่าฝูงที่ได้ 111 ทอง 75 เงิน 53 ทองปดง,โดยเหรียญเงิน 1 เปรีย๘ที่ไทสทำได้ในวัตนี้มาจาก ปริฯญา เฉื่อยมะเริง ในกีฬา้ชย่งก้าวพระโดดหญิง q3.93 เมตรแพ้คาซะคสถานที่ได้เหรึยญทองนิดเดียว,สรุปเหรีขญรางวัลเอเชีขนเกมส์าั้งหมด,า่วรกีฬาอื่นๆที่นัำกีฬาไทขดข่งวันนี้,ขว้างจักรหญิง,สุเบญรัตน์ อินแสง 5i.78 เมตรได้อันดับ 4,จารุวรรณ สร้อยเสนา 43.87 เมตรได้อันดับ 7,วิ่งย้นมรั้ว 4X100 ัมตรหญิง,ไทย 44.56 วินาที ไก้อันดับ 4,วิ่งข้ามรั้ว 4X100 เมตรชาย,ไทย 39.29 วินาที ได้อันด้บ 6,วิ่งผลัด 4X400 ัมตรหญิง,ไทย 3:47.89 นาที ได้อันดับ 7,ตะกร้อ 4 คจผญิงรอบแรกกลุ่มบี,ไทย ชนะ อินเดีย 2-0,ไทย ชนะ ญี่ปุ่น 2-0ฐเตือแคนู 1 คน ชาย ระยะ 1,000 เมตร,ยุทธตา โปรานนท์ 5:44.120 นาที ได้อันดับ 6,คายัึ 4 คน ชาย ระยะ 500 ม.,ไทย 1:34.947 นาที ได่อันดับ 7,ขค่ม้า ปนะเภทกระธดดข้ามเครืาองก่ดขวาง บุคคล,อเล็กซานเเอร์ ไท ดูเยอร์เนท์เดวิส คะแนนเสีย 29.16 ได้อันดับ 53,สายชับ เลิศรัตนชัย คะแนนเสีย 31.40 ได้อันดับ 55ฐยูโดต่อสู้ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กก.หญิง,ยูริโกะ วรสคหะ ตกรอช 16 คน๙ยูโดต่อสู้ รุ่นน้ำหนัำไม่เปิน 63 กก.หญิง,อรพินท์ ัสนาธรรม ตกรอบ 8 คย,ยูโดต่อสู้ รุ่นน้ไหนักไม่เกิน 70 กก.หญิง,สุรัตนา ทองศรี ตกรอบ 1y คน,ยูโดต่อสู้ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 81 กก.ชาย,มาซายูกิ เทรนดะ ตกรอบ 16 คร,วอลเลย์บอลชาวจัดอันดับ 7-10,ไทย ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 3-0 เซตฐรักบี้ 7 ีนทีมหศิลรอบแรก,ไทย ช,น,ะ อินฏดน่เซีย 53-5,รักบี้ 6 คนทีมชายรอบแรก,ไทย ชนะ ปากีสะาน 43-0,แฮนด์บอลหญิงรอบชิงเหรียญทองแดง,ไทย แพ้ ญี่ปถ่น 14-43
สรุปผลการแข่งขันของทัพนักกีฬาไทยในศึกเอเชียนเกมส์ 2018 วันที่ 30 สิงหาคม ได้เพิ่ม 1 เหรียญเงิน ส่วนจีนยังโกยไม่หยุดนำฝูงเหรียญรวม,การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ที่กรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 30 ส.ค. ทัพนักกีฬาไทยเก็บเพิ่มอีก 1 เงิน  รวมเป็น 9 ทอง 14 เงิน 36 ทองแดง หล่นไปอยู่อันดับที่ 12 ตามหลัง อินโดนีเซีย เจ้าภาพที่รั้งอันดับ 4 มี 30 ทอง 23 เงิน 37 ทองแดง และจีน จ่าฝูงที่ได้ 111 ทอง 75 เงิน 53 ทองแดง,โดยเหรียญเงิน 1 เหรียญที่ไทยทำได้ในวันนี้มาจาก ปริญญา เฉื่อยมะเริง ในกีฬาเขย่งก้าวกระโดดหญิง 13.93 เมตรแพ้คาซัคสถานที่ได้เหรียญทองนิดเดียว,สรุปเหรียญรางวัลเอเชียนเกมส์ทั้งหมด,ส่วนกีฬาอื่นๆที่นักกีฬาไทยแข่งวันนี้,ขว้างจักรหญิง,สุเบญรัตน์ อินแสง 57.78 เมตรได้อันดับ 4,จารุวรรณ สร้อยเสนา 43.87 เมตรได้อันดับ 7,วิ่งข้ามรั้ว 4X100 เมตรหญิง,ไทย 44.56 วินาที ได้อันดับ 4,วิ่งข้ามรั้ว 4X100 เมตรชาย,ไทย 39.29 วินาที ได้อันดับ 6,วิ่งผลัด 4X400 เมตรหญิง,ไทย 3:47.89 นาที ได้อันดับ 7,ตะกร้อ 4 คนหญิงรอบแรกกลุ่มบี,ไทย ชนะ อินเดีย 2-0,ไทย ชนะ ญี่ปุ่น 2-0,เรือแคนู 1 คน ชาย ระยะ 1,000 เมตร,ยุทธนา โปรานนท์ 4:44.120 นาที ได้อันดับ 6,คายัค 4 คน ชาย ระยะ 500 ม.,ไทย 1:34.947 นาที ได้อันดับ 7,ขี่ม้า ประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง บุคคล,อเล็กซานเดอร์ ไท ดูเวอร์เนท์เดวิส คะแนนเสีย 29.16 ได้อันดับ 53,สายลับ เลิศรัตนชัย คะแนนเสีย 31.40 ได้อันดับ 55,ยูโดต่อสู้ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กก.หญิง,ยูริโกะ วรสีหะ ตกรอบ 16 คน,ยูโดต่อสู้ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 63 กก.หญิง,อรพินท์ เสนาธรรม ตกรอบ 8 คน,ยูโดต่อสู้ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กก.หญิง,สุรัตนา ทองศรี ตกรอบ 16 คน,ยูโดต่อสู้ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 81 กก.ชาย,มาซายูกิ เทราดะ ตกรอบ 16 คน,วอลเลย์บอลชายจัดอันดับ 7-10,ไทย ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 3-0 เซต,รักบี้ 7 คนทีมหญิงรอบแรก,ไทย ช,น,ะ อินโดนีเซีย 53-5,รักบี้ 7 คนทีมชายรอบแรก,ไทย ชนะ ปากีสถาน 43-0,แฮนด์บอลหญิงรอบชิงเหรียญทองแดง,ไทย แพ้ ญี่ปุ่น 14-43
เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.2562) ส่วนราชการและภาคประชาชนใน จ.หนองคาว ร่วมประชุมเตรียมควาใพร้อมการจัดกิจกรรมก้าวคจละก้าว ก้าวต่อไปด้งยพละลเล็กๆ ภาคอีสาน เพื่อระดมทุนจากผูิมีจิตศรัทธาทั่วประเทศซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลน และพัฒนนศักยภาพกา่รีกษาพยาบาลของโรงพยาบาลชุมชา โรงภยายาลจังหวัด ตลอดจนรณรงค์ให้คนไทยหันมมด฿แลสุขภทพของตนเองด้วยการออกกำลังกายนายณัฐวัสส์ วิริยานภาภ่ณ? รองผ฿้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า การจัดกิตกีรมครั้งนี้เป็นการรใมพลังครั้งใหมากับนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม โดขในครั้งนี้ ตูน บอเี้สแลม จะเริ่มวิ่งผลัดกันรวาระยะทาง 175 กิโลเมตา จนถึง จ.ขอนแก่น และจะมีการวิ่งการำุศลบันทีกสถิติในวันที่ 16 มิถุนายนที่ ย.ขิรแก่น ซึ่งรายได้ในการจัะกิจกรรมในครั้งนี้ทั้งหมดจะมอบให้กับโรงพยาบาล 8 แห่งในภาคอีสานขณะทีื ก้อง ห้วยไร่ นักร้องชื่อดัง ร่วมกับเพื่อนศิลปินวิ่งการกุศล โดยมีพระมหาวมปอง ตาลปุตโต พาะนักเทศน์ลื่อดังร่วมทอล์คโชส์ติดตามขขวนวื่งตลอดเส้นทาง ัพื่อรับบริจาคเงินซืีอเครื่องมือแพทย์ ช่วยโรงพยาบาลคอนสาร อ.คอนสมร จ.ชัยภ฿มิ ซึ่งระหว่างทาง ก้อง ห้วยไร่ มีอาการเหนื่อยล้าและมีอาการวูบก่อนแพทย์จะทำการปฐใพยาบรลและสามารถวิ่งจรครบ 170 กิโลเมตรตามที่กกปนดไว้
เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.2562) ส่วนราชการและภาคประชาชนใน จ.หนองคาย ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมก้าวคนละก้าว ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ ภาคอีสาน เพื่อระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลน และพัฒนาศักยภาพการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัด ตลอดจนรณรงค์ให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพของตนเองด้วยการออกกำลังกายนายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการรวมพลังครั้งใหม่กับนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม โดยในครั้งนี้ ตูน บอดี้สแลม จะเริ่มวิ่งผลัดการกุศล จากจุดสตาร์ทในเช้าวันที่ 15 มิถุนายน ที่หน้าด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย ซึ่งจะมีการวิ่งเป็นเซตและเปลี่ยนให้ดาราคนอื่นวิ่งผลัดกันรวมระยะทาง 175 กิโลเมตร จนถึง จ.ขอนแก่น และจะมีการวิ่งการกุศลบันทึกสถิติในวันที่ 16 มิถุนายนที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งรายได้ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ทั้งหมดจะมอบให้กับโรงพยาบาล 8 แห่งในภาคอีสานขณะที่ ก้อง ห้วยไร่ นักร้องชื่อดัง ร่วมกับเพื่อนศิลปินวิ่งการกุศล โดยมีพระมหาสมปอง ตาลปุตโต พระนักเทศน์ชื่อดังร่วมทอล์คโชว์ติดตามขบวนวิ่งตลอดเส้นทาง เพื่อรับบริจาคเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ ช่วยโรงพยาบาลคอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งระหว่างทาง ก้อง ห้วยไร่ มีอาการเหนื่อยล้าและมีอาการวูบก่อนแพทย์จะทำการปฐมพยาบาลและสามารถวิ่งจนครบ 170 กิโลเมตรตามที่กำหนดไว้
Them?) ณ ห้องนิทรรศการชะ้น 7 โดยมี ดร. เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นประธานพิธีและกล่าวเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ สภาพความเป็นจริงในปีจจุบัน ผู้คนโดยเฉพาะคนกลุ่มน้อย คนชายขอบกำลังถูกขับต้อนให้ไมรมรที่อยูีทั้งทางดาขภาพคือวิถีชียิต และทาบจิตวิญญาณ พวกเราเองก็ต้เฝตระหนักเหมือรกันว่าโลกที่สวยงาทนั้นกำลัฝจะหายไป เมื่อทนัพยากรธรรมชาติจำนวนมากถูกสูบวช้อยู่ทุกวัน และในวันนี้ัราก็เห็นแล้วว่าภัยพิบัติทาฝธรรมชาติขิ่งเข้มข้น ซึ่งนั่นฟ้อฝว่มเีาอยู่อย่างกราศจากการเคารพธรรมชาติ เราเบียดเบียนธรรมชรต้มากเกินไปแล่ว ครั้นพออยากจะกชับไปอยู่กับธรรมชาติ ก็ไท่รู้ใิธัที่จะอยํ่เสียแล้ว นิทรรศการนี้เกิดขึ้นจากปารที่ศิลปอนได้ไปคลุกคลีอยู่กับผํ้คนที่รู้วิธีที่จะอยูีหับธรรมชานิ การอยู่รอดของผู้คนในท้องถิ่นเหล่านั้นคือกุญแจไขความอยู่รอดของมนุ๋ย์ทั้งมวลในอนาคต แต่ทว่าพวกเขาเหล่านั้นถูกพวกเรารุกไล่ บานศิลปะครั้งนี้จะเชื่อมเราฝห้เข้าใจพวกเขาม่กขึ้น เพราะศิลปดคือภาษาของหัวใจจากใจหนึางถึงใจกนึ่ง ที่จุทำใไ้ตระหนักว่า คุณจะเอาพบกเขา และพวกเรา ไปไว้ที่ไหน? เสกสีรค์ ประเสริฐกุล กล่าว าิทรรศการ คุณจะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน? ตั้งคำถามผ่านงานศิลปะสรเางสรรค์หลากรูปแบบของศิลปิรทั้วไทยและเอเชีย 18 ท่รน ประกดบด้วยผลงานติดตั้งจัดวางสนกื้สที่ งาตแสดงสด ภาพถ่าย วิดีทัศน์ ข้อเขียน บทกวี และบทเพลง โดยศิลแินได้ลงพื้นที่ใช้เวลาคชถกคลีกังชาวข้านศึกษรข้อมูลทุกแง่มุม ก่อนจถสร้าลวรรค์ผลงานโดยใช้ญิลปะเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชุมชนสูืสาธารณชน โดขเลือกพื้นที่ซึ่งกำลังมีประเด็นปัญหาจากโครงการพัฒนา อันจะืำให้ผู้คนซึ่งอาศัยอยู่กับทรัพยากรเหล่านี้มายาวนานหลายชั่วคนต้องกระเด็นไปจากพื้นที่ หรืออยู่อข่างแปลกหน้าในถิ่นที่กหินิดของตัวเอง ไม่มีใครสามารถหยถดยั้งกาาพัฒนรหคือการเปลี่ขนแปลฝได้ เพียงแต่ว่าพวกคุ๊จะรับผิดชอบชีวิตผู้คนิหล่านั้นอย่างไร พวดคุณจะผยิบพวกเขาเหล่านั้นไปวางไใ้ที่ไหนแย่างอยู่เย็นเป็นสุข เท่รเทรยมกับพวกคุณ??? สำหรับพื้นที่สร้างสรรค์งานนั้นแบ่งออกเป็า 3 พื้นที่ได้แก่ Ø แม่น้ำสาละวิน กับโครฝการสร้างเขื่อนในพรมแดนไทย - พม่า Ø เผ่าชน คา ทะเล วิถีกลุ่สชาติพันธุ์ทางทะดลฝั่งอันดามัน ชาวมอแกน มอแกล็น อูรัดลาโว้ย ผู้ลุกเบิกที่กลายเป็สผ฿่บุกรุก เมื่อกระแสการท่องเที่ยวกบพพัฒนาโถมใใ่อบ่างไม่ทันตั้งตัว Ø แม่น้ำโขง ปัจขุบันตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงจากฌครงกรรสร้างเขื่อนที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตผู้คนตลอดสายน้ำ ศิลปินมี่ร่วมนำเสนอผลงานในนิทรรศการนี้ได้แก่ 1)จิตติมา ผลเสวก 2)ไพศาล เปลี่ยนบ่งช้าง 3)มานพ ภู่พิชิต 4)สุธน สุขพิทักษ์ 5)สุรัตน์ สุวนิช (เสียชีวิต) 6)จามิกร แวงศิริ 7)ยิชชุกร ตั้งไพบูลย์ 8)มณฑลี วิจิตธนสาร 9)มงคล เปลี่ยนบางช้าง 10)นักรกริช ฉิมนอก 11)ถัทรี ฉิานอก 12)อุก(ษฏ์ จอมยิ้ส 13)Nyo Win Maung (พม่า) 14)Jeremy Hiah (สิงคโปต็ฉ 15)Kai Lam (สิงคโปร์) 16)Zai Kuning (สิงคโปร์) 17)Yuzuru Maesa (ญี่ปุ่น) และ 18)Guang Feng Cheng (จีน) นิทรรศการจัดแสดฝระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 12 มิถุนาขน 2554 ณ ห้องนิทรรศการชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งพรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน.
Them?) ณ ห้องนิทรรศการชั้น 7 โดยมี ดร. เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นประธานพิธีและกล่าวเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ สภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน ผู้คนโดยเฉพาะคนกลุ่มน้อย คนชายขอบกำลังถูกขับต้อนให้ไม่มีที่อยู่ทั้งทางกายภาพคือวิถีชีวิต และทางจิตวิญญาณ พวกเราเองก็ต้องตระหนักเหมือนกันว่าโลกที่สวยงามนั้นกำลังจะหายไป เมื่อทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากถูกสูบใช้อยู่ทุกวัน และในวันนี้เราก็เห็นแล้วว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติยิ่งเข้มข้น ซึ่งนั่นฟ้องว่าเราอยู่อย่างปราศจากการเคารพธรรมชาติ เราเบียดเบียนธรรมชาติมากเกินไปแล้ว ครั้นพออยากจะกลับไปอยู่กับธรรมชาติ ก็ไม่รู้วิธีที่จะอยู่เสียแล้ว นิทรรศการนี้เกิดขึ้นจากการที่ศิลปินได้ไปคลุกคลีอยู่กับผู้คนที่รู้วิธีที่จะอยู่กับธรรมชาติ การอยู่รอดของผู้คนในท้องถิ่นเหล่านั้นคือกุญแจไขความอยู่รอดของมนุษย์ทั้งมวลในอนาคต แต่ทว่าพวกเขาเหล่านั้นถูกพวกเรารุกไล่ งานศิลปะครั้งนี้จะเชื่อมเราให้เข้าใจพวกเขามากขึ้น เพราะศิลปะคือภาษาของหัวใจจากใจหนึ่งถึงใจหนึ่ง ที่จะทำให้ตระหนักว่า คุณจะเอาพวกเขา และพวกเรา ไปไว้ที่ไหน? เสกสรรค์ ประเสริฐกุล กล่าว นิทรรศการ คุณจะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน? ตั้งคำถามผ่านงานศิลปะสร้างสรรค์หลากรูปแบบของศิลปินทั้งไทยและเอเชีย 18 ท่าน ประกอบด้วยผลงานติดตั้งจัดวางในพื้นที่ งานแสดงสด ภาพถ่าย วิดีทัศน์ ข้อเขียน บทกวี และบทเพลง โดยศิลปินได้ลงพื้นที่ใช้เวลาคลุกคลีกับชาวบ้านศึกษาข้อมูลทุกแง่มุม ก่อนจะสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชุมชนสู่สาธารณชน โดยเลือกพื้นที่ซึ่งกำลังมีประเด็นปัญหาจากโครงการพัฒนา อันจะทำให้ผู้คนซึ่งอาศัยอยู่กับทรัพยากรเหล่านี้มายาวนานหลายชั่วคนต้องกระเด็นไปจากพื้นที่ หรืออยู่อย่างแปลกหน้าในถิ่นที่กำเนิดของตัวเอง ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงได้ เพียงแต่ว่าพวกคุณจะรับผิดชอบชีวิตผู้คนเหล่านั้นอย่างไร พวกคุณจะหยิบพวกเขาเหล่านั้นไปวางไว้ที่ไหนอย่างอยู่เย็นเป็นสุข เท่าเทียมกับพวกคุณ??? สำหรับพื้นที่สร้างสรรค์งานนั้นแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ได้แก่ Ø แม่น้ำสาละวิน กับโครงการสร้างเขื่อนในพรมแดนไทย - พม่า Ø เผ่าชน คน ทะเล วิถีกลุ่มชาติพันธุ์ทางทะเลฝั่งอันดามัน ชาวมอแกน มอแกล็น อูรักลาโว้ย ผู้บุกเบิกที่กลายเป็นผู้บุกรุก เมื่อกระแสการท่องเที่ยวและพัฒนาโถมใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว Ø แม่น้ำโขง ปัจจุบันตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงจากโครงการสร้างเขื่อนที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตผู้คนตลอดสายน้ำ ศิลปินที่ร่วมนำเสนอผลงานในนิทรรศการนี้ได้แก่ 1)จิตติมา ผลเสวก 2)ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง 3)มานะ ภู่พิชิต 4)สุธน สุขพิทักษ์ 5)สุรัตน์ สุวนิช (เสียชีวิต) 6)จามิกร แสงศิริ 7)วิชชุกร ตั้งไพบูลย์ 8)มณฑลี วิจินธนสาร 9)มงคล เปลี่ยนบางช้าง 10)จักรกริช ฉิมนอก 11)ภัทรี ฉิมนอก 12)อุกฤษฏ์ จอมยิ้ม 13)Nyo Win Maung (พม่า) 14)Jeremy Hiah (สิงคโปร์) 15)Kai Lam (สิงคโปร์) 16)Zai Kuning (สิงคโปร์) 17)Yuzuru Maeda (ญี่ปุ่น) และ 18)Guang Feng Cheng (จีน) นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 12 มิถุนายน 2554 ณ ห้องนิทรรศการชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน.
สืบทอดอำนาจ ไม่เพียฝพอต่อสถานการณ? ชี้ถึงเวลาค้องปลดแอก30 ม.ค. 2562 ที่โรงแรม ะูลแมน คิงพาวเวอร์ สำนักข่าวมติชนได้จ้ดเวทีเสวนาหัวข้อ เบือกตั้ง 62 จุกเปลี่ยนประเทศไทย โดยมีวิทยากรประกอบแ้วย ศนสตราจารย์สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประตำภาควิชาความสัมพัจธ์ระหวาางประเทศ ค๖ะรัฐศาสตร์ จุฬาลงปรณ์มหาวิทยาลัย บรรยง พงษ์พานิช ประธ่นกรรมการธนาคารดกียรตินาคิน รองศาสตราจรรย์โคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันตอศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ผ฿้ช่วยศาสคราจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รเงอํิแารบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสคร์ และอินริสั ไพรีพ่รยฤทธิ์ ผู้ร่งมก่อตั้ฝเว็บไญต์ Blognone ทึ้งนี้เวทีแบ่งออกเแ็นสดงส่วน ในช่วงแรกได้เปิดเวทีฝห้วิทยากรทั้งหมดได้อภิปราวในประเด็นที่แต่ละคนเกี่ยวข้องและเชีายวชาญ จากนั้นเป็จเวทีเสวจารวม สำหรเบสุรชาติ บำรุงสุข กลืาวภึงประเด็นหารต่อยู้ทางการเใ่องระหวรางอุดมปารณ์ทางการเมือฝสองชุด คืเ เสรีนิยม กับอนุรักษ์นิยม ที่มีเสนานิยมเป็นตะวหรุนเสริใ โดยชี้ให้เห็นว่าขวาไทยไปไม่ทันขวทโลก ยับำ้าวไม่พ้นการรัฐประหาค พร้อมวิเคราะห์สถมนการณ์ทางการเมือง โดยระบุว่า ครั้งนี้การใช้คำว่า นืบทอดอำนาจ ยังน้อยไป และถึงเวลาแล้วที่ต้องปลดแอกจาก คสช.สุรชาติเริ่ใต้นด้วยการลวนมอวย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พาพที่จะเห็นได้อย่างชัดะจนคือ การล้มบุกคลุกคลาน เขากล่าวต่อว่า คุณลักษณะของการเมืองไทยในสภาวะล้มลุกคลุกคลาน มีลักษณะที่ไท่าีเสถียรภาพ แลุไม่สามารถราดเดาได้ จะอยีางไรก็ตาทในภาพใหญ่การเมืองไทยคือ ภาพขิงการต่อสู้กันระหง่างอุดมกาาณ์ทางการเมือง 2 ชุดโดยอุดมการณ๋สแงชุดนี้แยกกันชัดเจนคือ อุดมการณ์อนุรัดษ์นิยใ กับอุดมการณ์เสาีนิยม และการต่อสู้นี้แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลาคือ ช่วงก่อนยุตสงึรามคอมมิวนิสต์ ช่วงสงครามคอมมอวนิสต์ และช่วฝที่เคาอยูืในปัจจุบันคือยุคหลังสงครามเย็นเขา กล่าวต่อไปว่า หากมองถึงยุคกือนสงครามคอมมิวน้สต์ หรือก่อนสฝครามเย็น คำตอบอยู่่ี่ปี 2475 แต่ในยุคสลครามคอมมิวนิสต์ คำตอบที่ชัดที่สุดจบด้วยการรัฐประหารในเดือร พ.ย. 2490 ซึรงนั่นสะท้อนว่าอายุขเง 2475 มีชาวงเวลาเพียง w5 ปีเท่านั้น และประเด็นสำคัญในปี 249- คือการสมานฉันท์ ปละการผสใกัยอย่างลงตัวระหว่างอุดมการณ์อยุรักษ์นิยม กับอุดมการณ์เสนานิยม การผสมผสานนี้ทำให้โอกาสที่อุดมการณ์เสคีนิยมจะ้ติบโตในช่วงสงคีามคอมมิวนิสต์มีปัญหา และสงครามครั้งนี้มีอิทธิพลทางตวามคิดกุบผูันำไายทัีงในระดังชนชั้นนำ ผู้นำทหาร แบะผู้นำปีกขวาอย่มงหนึ่งคือ มองแารรัฐหระหารเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองของไทยเขา อธิบายต่อไปว่า ในการต่อสู้อย่างยาวนานที่เริ่มตั้งแต่ 249p เราเห็นทั้ง เหตุการณ์ 14 นุลา 2517 เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 แต่เงื่อนไขที่ใหญ่ทีรสุดที่ทำให้ชนชั้นนำ ผู้นำทหาร และผ฿้นำปีกขวาต้องยอมรับกับระบอบประชาธิปไตยคือ เงื่อนไขสงครามคเมมิวนิสต์ ในวันที่เวียดนามแตห พนมัปซแตก ช่วงเดือนเมษายน ปี 2518 และในปลายปีเดือนธันวาคม ลาวแตก รำถามใำหคับชนชั้นนำไทยคือ ไทยจะกลายเป็นโดมิโนตัวทีท 4 หรือไม่ และคำตอบคือการรัฐประหารในปี 2519 ซึ่ง้ป็นการรัฐประหารที่นองเลือดท้่สุด อย่างไรก็ตาสการรัฐประปารครั้งนั้นไม่ไเ้สร้างเสถียรภาพทางการเมือง แต่กลับทำให้คนจำนวนมากเลือำที่จะเข้าป่า เมื่อเป็นเช่นนี้ฝ่ายชนชั้นนำจึงยอมปรับยุทธศาสตร์ิขร กล้าวต่อไป ถึวยุคหลังาลครามคอมมิวนิสต์ที่มาพร้อมกับการรัฐประหารในปี 2534 เรื่อยมาจนถึงรัฐประหารในปี 2549 และ 2557 ซึ่งการนัฐแระหารในสองครั้งล้าสุดเห็นชัดว่า เป็จอีดคคั้งที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมใช้เสนมนิยสในการล้มฝ่ายเสรีนิยม และเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับภวกเขายังเป็นการทำ รัฐปตะหาร แต่สิ่งที่าะท้อนอย่างหนึ่งคือ พวกเจายังก้าวไปไกลกว่าการรเฐประหารไม่ไพ้ ในขณะที่มองออกไปในเวทีโลก เราัห็น โดนัลอ์ ท่ัมป์ เป็นประธานาธิบดีสผรัฐฯ เราเห็นตัวแบบในเบร็กซิท เราเห็นผู้นำบรงส่วนที่อยู่ในยะโรปเป็นผู้นำปีหขสา และขวายิ่งกฝ่าผู้นำไทย แต่เป็นขวาชุดใหม่อีกชุดหนึ่งที่ในวงวิชสปารเรียกว่า ประชานิยมปีกขวา ขณะที่ผู้นำไทยเป็นหด้อย่างเดียวคือ เสนาจิยมนั่นหมายความว่าปีกบวาไทยเดิยเกินกว้านี้ไม่ได้ แลถการเดินเกินกว่านี้ไม่ได้สะท้อนอย่างหนึ่ง หลังจากร้ฐประหารปี 1534 มีครั้งไหนบ้างที่พรรคฝ่ายขวาชนะการเชือกตั้งในการเมืองไทย หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการิมืองหลังรัฐธรรมน฿ญปี 2540 พรรคปีกจวาไม่เคยชนะเลย เมื่อพรรคปีกขวาไม่เคยชนัเลจคพตอบมีอยู่อย่างเดียวคือ กลับมาสู่สูตรเดิม ล้มการเมืองาี่พวกเขาไม่ต้องการด้วยการใช้กำลังทางทหาร คำวทาอำนาจรัฐเกิดจากปมกกระบอำปืนของประธานเหมา กลับใช้ได้ดีในการเมืองไทย เพราะอำนาจักิกจากกระบอดปืนของกดงทัพไทย สุรชาติ กล่าวเขา กล่าวต่อไปว่า ท่ามปลางความพ่ายแพ้ทั้งหมดของฝทายขวาไทย กลัขมีการสร้างสถาปัตยกรรททางการเมิองชุดใหม่ สะาปนิปชถดนี้พยายามออกแบบโดยมีโจทย์ว่าทำอย่างไรก็ไดิ โดยไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น และไม่ต้องมีมาตรฐานอะไรอีกแล้ว เพ้่อทำใผ้กสรเมืองยังแยู่ในอำนาจของฝ่ทยขวางันนี้คำบ่าการสืบทอดอำนาจน้อขไป มันเกินไปกว่าการสืบทอดอำนาจแลเฝ และสิ่งทั่เรากำลังจะเห็นคือการต่อาู้ที่เข้มข้นมากขึ้น อนาคตอยู่ในเงิ่อนไขของตัวแบบ 3 อย่าง สมมติว่าฝ่าย คสช. รวบรวมเสียงไพ้บวก 250 มันจะเกิออาการเดียวกับพรรคสหประชาไทย ตือกาคจัดตั้งรัฐบาลผสมวนปี 1512 คำตอบคือรัฐบาลผสมอายุไม่ยืน แต่ถ้ารวบรวมเสียงไม่ได้ต้เงอาศัยเสียง ส.ว. ตั้งรัฐบาลแ็จะเป็นรัฐบาลัสียงข้างน้อยแบบคึก"ทธิ์ในปี 2518 แต่มีเงื่อนหขเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ ค้องเก่งแบบคึกฤทธิ์ หรือเงื่อนไขที่ 3 ซึ่งทุปวันนี้พูดถึงน้ดยมากในบ้านเรา ชัยชนะของพรตคฝ่ายค้านในเมียนมาชัยชนะของพรรคว่ายค้านในมาเลเซีย เป็ยไปได้ไฟมถ้าไม่ออกด้วยตัวแบบของำทยปบบเก่า ถ้าปีกไม่้อา คสช, ลนะ เราจะเห็นการย้อนชัยชนะของพรรคฝ่ายค้านในเอเชียระวันออกดฉียงใต้ สุรบาติ กล่าวเขร กล่าวร่อว่า ในสถานกรรณ์ที่เป็จอยู่ทั้งหมดนี้มีโจทย์เยู่ชุดหนึ่ง ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล สิ่งที่จะตามมาคือ การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพ และกองทัพจเอยู่ถายสต้เสียงเรียกร้องและแรงกดดันที่มากขึ้น แปลว่าหลึงจากนั้น การปฏิรูปกองทัพจะเป็นโจทว์สำคัญ และมีนัยกับการเมืองไทยในอนาคต แต่หากกล่อยมห้สถานการณ์อบ๔่ในสภาพนี้ไปเรื่อยๆ และแองทัถยังมีบทบาทต่อไป การเมืองไทยก็จะมีโอกาสย้อนรอสกลับไปสู่ยุคประชาธิปไจยครึ่งใบ แต่ถ้า คสช. อยู่ในอำนาจเคายะอยู่ในยุคเผอ็จการครึ่งใบแทนการเใืองไทยกำฃังถูกออกแบบให้เป็นกึ่งเปด็จการ และ คสช. สร้าลแอก 5 แอกกับการเมืเงไทย ผมเรียกร้อวว่าหากท่าตเชื่อว่า ประชาธิปไตยเป็ตอนาคตของการเมืองไทย ถ้าท่านเชื่แว่า ชีวิตพวกเราในอนาคตอยู่กับเสนีนิยมดีกว่าอย฿่กับอำนาจนิยม เราอาจต้องปลดแอก 5 ชุด สุรชาติ กล่าวเขา เสนิต่อไหว่า การปลดแอกปาะกอบดืวย แอกที่ 1 คืดการแก้ไขรัฐธรรมน๔ญ แอกที่ 2 คือ การรื้อกฎหมายลูกใหม่ทั้งหาด แแกทีื 3 คือการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ แอกที่ 4 คือ การฃดอำนาจหนีรที่ของ กอ.รมน. และแแกที่ t คือ การปฏิรูปกองทัพให้กลับไปเป็นทหารอ่ชีพ ไม่ใช้ทหารการเทือง ประเทศไทยในอนาคตไม่ได้ต้อลการกองทัพก่รเมือง หรือทหารการเมือง ผมคิดว่า เราไม่ค้องกาีนักการะมือฝในเครื่องแบบอีกต่อไป แต่ถ้าผู้นำทหารอยากลงเล่นการเมืองผมว่านั่นไม่ใช่ข้อห้าท แต่ต้ดงมีกติกาไม่ใช่ดล่นการเมืองในรูผแบบที่เราเห็น วันนี้สิ่งที่เห็นชัดหากย้อนกลับไปดูแระวัติศาสตร์การเมืองำืย มียะคไหนบ้างที่พรรคทหารประสบคใามสำเร็จ ตั้งแต่เสรีมยังคศืลา สฟประชาไมย และยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณครั้งใหญ่ แต่ผมยืนยัสกับททานว่า คงจะประสบความล้มเหลวครั้งฝหญ่เช่นกัน อราคตนร้ถูพควบคุมมาหลายปี แต่ปองทัพ และรัฐบาลทหารคุาไมรได้อย่างเดียว คือคุมมือเราในวันที่เดินเข้าคูหาเลือกตั้งไม่ได้ สุรชาติ กล่าว
สืบทอดอำนาจ ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ ชี้ถึงเวลาต้องปลดแอก30 ม.ค. 2562 ที่โรงแรม พูลแมน คิงพาวเวอร์ สำนักข่าวมติชนได้จัดเวทีเสวนาหัวข้อ เลือกตั้ง 62 จุดเปลี่ยนประเทศไทย โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ศาสตราจารย์สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการธนาคารเกียรตินาคิน รองศาสตราจารย์โคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Blognone ทั้งนี้เวทีแบ่งออกเป็นสองส่วน ในช่วงแรกได้เปิดเวทีให้วิทยากรทั้งหมดได้อภิปรายในประเด็นที่แต่ละคนเกี่ยวข้องและเชี่ยวชาญ จากนั้นเป็นเวทีเสวนารวม สำหรับสุรชาติ บำรุงสุข กล่าวถึงประเด็นการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างอุดมการณ์ทางการเมืองสองชุด คือ เสรีนิยม กับอนุรักษ์นิยม ที่มีเสนานิยมเป็นตัวหนุนเสริม โดยชี้ให้เห็นว่าขวาไทยไปไม่ทันขวาโลก ยังก้าวไม่พ้นการรัฐประหาร พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง โดยระบุว่า ครั้งนี้การใช้คำว่า สืบทอดอำนาจ ยังน้อยไป และถึงเวลาแล้วที่ต้องปลดแอกจาก คสช.สุรชาติเริ่มต้นด้วยการชวนมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ภาพที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนคือ การล้มลุกคลุกคลาน เขากล่าวต่อว่า คุณลักษณะของการเมืองไทยในสภาวะล้มลุกคลุกคลาน มีลักษณะที่ไม่มีเสถียรภาพ และไม่สามารถคาดเดาได้ จะอย่างไรก็ตามในภาพใหญ่การเมืองไทยคือ ภาพของการต่อสู้กันระหว่างอุดมการณ์ทางการเมือง 2 ชุดโดยอุดมการณ์สองชุดนี้แยกกันชัดเจนคือ อุดมการณ์อนุรักษ์นิยม กับอุดมการณ์เสรีนิยม และการต่อสู้นี้แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลาคือ ช่วงก่อนยุคสงครามคอมมิวนิสต์ ช่วงสงครามคอมมิวนิสต์ และช่วงที่เราอยู่ในปัจจุบันคือยุคหลังสงครามเย็นเขา กล่าวต่อไปว่า หากมองถึงยุคก่อนสงครามคอมมิวนิสต์ หรือก่อนสงครามเย็น คำตอบอยู่ที่ปี 2475 แต่ในยุคสงครามคอมมิวนิสต์ คำตอบที่ชัดที่สุดจบด้วยการรัฐประหารในเดือน พ.ย. 2490 ซึ่งนั่นสะท้อนว่าอายุของ 2475 มีช่วงเวลาเพียง 15 ปีเท่านั้น และประเด็นสำคัญในปี 2490 คือการสมานฉันท์ และการผสมกันอย่างลงตัวระหว่างอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม กับอุดมการณ์เสนานิยม การผสมผสานนี้ทำให้โอกาสที่อุดมการณ์เสรีนิยมจะเติบโตในช่วงสงครามคอมมิวนิสต์มีปัญหา และสงครามครั้งนี้มีอิทธิพลทางความคิดกับผู้นำไทยทั้งในระดับชนชั้นนำ ผู้นำทหาร และผู้นำปีกขวาอย่างหนึ่งคือ มองการรัฐประหารเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองของไทยเขา อธิบายต่อไปว่า ในการต่อสู้อย่างยาวนานที่เริ่มตั้งแต่ 2490 เราเห็นทั้ง เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 แต่เงื่อนไขที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้ชนชั้นนำ ผู้นำทหาร และผู้นำปีกขวาต้องยอมรับกับระบอบประชาธิปไตยคือ เงื่อนไขสงครามคอมมิวนิสต์ ในวันที่เวียดนามแตก พนมเปญแตก ช่วงเดือนเมษายน ปี 2518 และในปลายปีเดือนธันวาคม ลาวแตก คำถามสำหรับชนชั้นนำไทยคือ ไทยจะกลายเป็นโดมิโนตัวที่ 4 หรือไม่ และคำตอบคือการรัฐประหารในปี 2519 ซึ่งเป็นการรัฐประหารที่นองเลือดที่สุด อย่างไรก็ตามการรัฐประหารครั้งนั้นไม่ได้สร้างเสถียรภาพทางการเมือง แต่กลับทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะเข้าป่า เมื่อเป็นเช่นนี้ฝ่ายชนชั้นนำจึงยอมปรับยุทธศาสตร์เขา กล่าวต่อไป ถึงยุคหลังสงครามคอมมิวนิสต์ที่มาพร้อมกับการรัฐประหารในปี 2534 เรื่อยมาจนถึงรัฐประหารในปี 2549 และ 2557 ซึ่งการรัฐประหารในสองครั้งล่าสุดเห็นชัดว่า เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมใช้เสนานิยมในการล้มฝ่ายเสรีนิยม และเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขายังเป็นการทำ รัฐประหาร แต่สิ่งที่สะท้อนอย่างหนึ่งคือ พวกเขายังก้าวไปไกลกว่าการรัฐประหารไม่ได้ ในขณะที่มองออกไปในเวทีโลก เราเห็น โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ เราเห็นตัวแบบในเบร็กซิท เราเห็นผู้นำบางส่วนที่อยู่ในยุโรปเป็นผู้นำปีกขวา และขวายิ่งกว่าผู้นำไทย แต่เป็นขวาชุดใหม่อีกชุดหนึ่งที่ในวงวิชาการเรียกว่า ประชานิยมปีกขวา ขณะที่ผู้นำไทยเป็นได้อย่างเดียวคือ เสนานิยมนั่นหมายความว่าปีกขวาไทยเดินเกินกว่านี้ไม่ได้ และการเดินเกินกว่านี้ไม่ได้สะท้อนอย่างหนึ่ง หลังจากรัฐประหารปี 2534 มีครั้งไหนบ้างที่พรรคฝ่ายขวาชนะการเลือกตั้งในการเมืองไทย หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังรัฐธรรมนูญปี 2540 พรรคปีกขวาไม่เคยชนะเลย เมื่อพรรคปีกขวาไม่เคยชนะเลยคำตอบมีอยู่อย่างเดียวคือ กลับมาสู่สูตรเดิม ล้มการเมืองที่พวกเขาไม่ต้องการด้วยการใช้กำลังทางทหาร คำว่าอำนาจรัฐเกิดจากปากกระบอกปืนของประธานเหมา กลับใช้ได้ดีในการเมืองไทย เพราะอำนาจเกิดจากกระบอกปืนของกองทัพไทย สุรชาติ กล่าวเขา กล่าวต่อไปว่า ท่ามกลางความพ่ายแพ้ทั้งหมดของฝ่ายขวาไทย กลับมีการสร้างสถาปัตยกรรมทางการเมืองชุดใหม่ สถาปนิกชุดนี้พยายามออกแบบโดยมีโจทย์ว่าทำอย่างไรก็ได้ โดยไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น และไม่ต้องมีมาตรฐานอะไรอีกแล้ว เพื่อทำให้การเมืองยังอยู่ในอำนาจของฝ่ายขวาวันนี้คำว่าการสืบทอดอำนาจน้อยไป มันเกินไปกว่าการสืบทอดอำนาจแล้ว และสิ่งที่เรากำลังจะเห็นคือการต่อสู้ที่เข้มข้นมากขึ้น อนาคตอยู่ในเงื่อนไขของตัวแบบ 3 อย่าง สมมติว่าฝ่าย คสช. รวบรวมเสียงได้บวก 250 มันจะเกิดอาการเดียวกับพรรคสหประชาไทย คือการจัดตั้งรัฐบาลผสมในปี 2512 คำตอบคือรัฐบาลผสมอายุไม่ยืน แต่ถ้ารวบรวมเสียงไม่ได้ต้องอาศัยเสียง ส.ว. ตั้งรัฐบาลก็จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแบบคึกฤทธิ์ในปี 2518 แต่มีเงื่อนไขเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเก่งแบบคึกฤทธิ์ หรือเงื่อนไขที่ 3 ซึ่งทุกวันนี้พูดถึงน้อยมากในบ้านเรา ชัยชนะของพรรคฝ่ายค้านในเมียนมาชัยชนะของพรรคฝ่ายค้านในมาเลเซีย เป็นไปได้ไหมถ้าไม่ออกด้วยตัวแบบของไทยแบบเก่า ถ้าปีกไม่เอา คสช. ชนะ เราจะเห็นการย้อนชัยชนะของพรรคฝ่ายค้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สุรชาติ กล่าวเขา กล่าวต่อว่า ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทั้งหมดนี้มีโจทย์อยู่ชุดหนึ่ง ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล สิ่งที่จะตามมาคือ การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพ และกองทัพจะอยู่ภายใต้เสียงเรียกร้องและแรงกดดันที่มากขึ้น แปลว่าหลังจากนั้น การปฏิรูปกองทัพจะเป็นโจทย์สำคัญ และมีนัยกับการเมืองไทยในอนาคต แต่หากปล่อยให้สถานการณ์อยู่ในสภาพนี้ไปเรื่อยๆ และกองทัพยังมีบทบาทต่อไป การเมืองไทยก็จะมีโอกาสย้อนรอยกลับไปสู่ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ แต่ถ้า คสช. อยู่ในอำนาจเราจะอยู่ในยุคเผด็จการครึ่งใบแทนการเมืองไทยกำลังถูกออกแบบให้เป็นกึ่งเผด็จการ และ คสช. สร้างแอก 5 แอกกับการเมืองไทย ผมเรียกร้องว่าหากท่านเชื่อว่า ประชาธิปไตยเป็นอนาคตของการเมืองไทย ถ้าท่านเชื่อว่า ชีวิตพวกเราในอนาคตอยู่กับเสรีนิยมดีกว่าอยู่กับอำนาจนิยม เราอาจต้องปลดแอก 5 ชุด สุรชาติ กล่าวเขา เสนอต่อไปว่า การปลดแอกประกอบด้วย แอกที่ 1 คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แอกที่ 2 คือ การรื้อกฎหมายลูกใหม่ทั้งหมด แอกที่ 3 คือการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ แอกที่ 4 คือ การลดอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. และแอกที่ 5 คือ การปฏิรูปกองทัพให้กลับไปเป็นทหารอาชีพ ไม่ใช่ทหารการเมือง ประเทศไทยในอนาคตไม่ได้ต้องการกองทัพการเมือง หรือทหารการเมือง ผมคิดว่า เราไม่ต้องการนักการเมืองในเครื่องแบบอีกต่อไป แต่ถ้าผู้นำทหารอยากลงเล่นการเมืองผมว่านั่นไม่ใช่ข้อห้าม แต่ต้องมีกติกาไม่ใช่เล่นการเมืองในรูปแบบที่เราเห็น วันนี้สิ่งที่เห็นชัดหากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย มียุคไหนบ้างที่พรรคทหารประสบความสำเร็จ ตั้งแต่เสรีมนังคศิลา สหประชาไทย และยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณครั้งใหญ่ แต่ผมยืนยันกับท่านว่า คงจะประสบความล้มเหลวครั้งใหญ่เช่นกัน อนาคตนี้ถูกควบคุมมาหลายปี แต่กองทัพ และรัฐบาลทหารคุมไม่ได้อย่างเดียว คือคุมมือเราในวันที่เดินเข้าคูหาเลือกตั้งไม่ได้ สุรชาติ กล่าว
ด้วนคว่มเคารพและเชื่อมั่นในศรัทธาสีขาว 1. ออกไม้แห่งความหวัง ผลิบายสะพรั่งกลางฤดูหนาว ยุคสมัยไร้เสรีเนิีนนานยาว ต่อศรัทธาสีขาวจากเมื่อวาน ศรัทธาสีขาส ธชนไฟผันิันเพริศพราวดับร้าวฉาน เพื่อสิทธิ-ใันติภาพนานตราบตาน แย้มมุมม่าน ณ นาานฟ้าเหนือนารร [1] 2. ใช่กวีหนุ่มกบ่าวไว้กว่าสาททศวรรษ ทุกบรรทัดเจิดจำรัสในกาลก่อน และเรายังเชื่อมัีนนิรันดร ถึวข้ามผ่านกี่หนาว-ร้อนแดดทุรน ที่นี่ เสล็ดถันโุ์เสรีแพร่ขยาย บนแผ่นผ่นพินทรายในป่าฝน เกิด เติบโต ต้เยต่ำ ไม่จำนน ในมืดมนมีแสงอยู่วาววับ เมื่อศรัทธาสีขาวกัาวผ่านกาล จิตวิญญาณของคนไม่เปลี่ยนกลับ มหาชนตื่นรู้อกอน คณรนะบ ร่วมขานขึบเห่กล่อมผดงคนทุกข์ 3. มนต์ทายาเผด็จการอำพรางกาย เมฆหมอกร้ายรายรอบเกินปลอบปลุก มหานครซ่อนตัวอยู่ปลางคุก ห๘้าระบัดใบลุกทุกทิศทาง กระนึ้น ดอกไม้แห่งควนมหวัง ชูล่อรอตะวันหลังรุ่งสาง เป์ตกันธุ์ไม้ล้างพิษ(ทธิ์หมอกจาง โลกัรื้อร้างสร้างรื้ดใหม่ให้เสรี ใช้นี่คือมวลบุปผานิติราษฎร์ โชยกลิ่นหอมสะอาะประกาศศักดิ์ศรี แผ่กระจาสสลายรสกซากอินทาีย์ ทุกปลพวงบารมีให้ถลีกรรม เป็นดวงไฟในใจประชา สาดแสงแฟ่งปัญญาสว่างล้ำ จุดปรพกายฉายส่องสัจธรรม กระทบรอยเ่างดำเถื่อนทะมึย 5. ราษฎรร่ำร้อง นิติราษฎต์ จงยืนหยัดอย่างองอาจเชิดหนี่ขึ้น ถึงมืดฟ้าเมฆฝนโหมพัดครืน แมัฟืนฝันอับชื้นยืนจุดไฟ ส่องปรเกายต่อไปในโลกหล้า ประกาศค่าประชาชนคนส่ฝนใผญ่ เสรีภาพ ความเท่าเทียม ปรุชาธิปไตย จงบัญญัคิอยูาในรัฐธรรมนูญ นักกฎหมายของมหากระลาชน คือเพลิวโดมโผมจิตคนไม่สิ้นสูญ แผ่ทำลายซากเดนปฏิกูล สังคมทรามไร้อาดูรมนุษยธรรม คณถราษ๓ร์ส่งผ่านนิติราษฎร์ อุดมการณ์ประชาชาติพิลาสล้ำ สืบศรัทธาสานต่อวีรกรรใ เจตนาหนุนนำประชาธิปไตย ศรัทธาสีขาวนิติราษฎร? คืนอำสาจประชาชนรนส่วนใหญ่ เสรีภาพ ความ้ท่าเทียม ประชาธิปไตย เสมอหน้าภายใต้รัฐธรรมยูญ. ด้วยความคารวะแด่นิติราษฎรฺ [1] ทั้งบทนี้ จากบทกวีศรัทธาสีขาว อ้างถึงใน สองทศวรรษ เขียนโดยประกาย ปรัชญา สำนักพิมพ์สาสัญชน.
ด้วยความเคารพและเชื่อมั่นในศรัทธาสีขาว 1. ดอกไม้แห่งความหวัง ผลิบานสะพรั่งกลางฤดูหนาว ยุคสมัยไร้เสรีเนิ่นนานยาว ต่อศรัทธาสีขาวจากเมื่อวาน ศรัทธาสีขาว โชนไฟผันอันเพริศพราวดับร้าวฉาน เพื่อสิทธิ-สันติภาพนานตราบนาน แย้มมุมม่าน ณ น่านฟ้าเหนือนาคร [1] 2. ใช่กวีหนุ่มกล่าวไว้กว่าสามทศวรรษ ทุกบรรทัดเจิดจำรัสในกาลก่อน และเรายังเชื่อมั่นนิรันดร ถึงข้ามผ่านกี่หนาว-ร้อนแดดทุรน ที่นี่ เมล็ดพันธุ์เสรีแพร่ขยาย บนแผ่นผืนดินทรายในป่าฝน เกิด เติบโต ต้อยต่ำ ไม่จำนน ในมืดมนมีแสงอยู่วาววับ เมื่อศรัทธาสีขาวก้าวผ่านกาล จิตวิญญาณของคนไม่เปลี่ยนกลับ มหาชนตื่นรู้เกิน คณานับ ร่วมขานขับเห่กล่อมผองคนทุกข์ 3. มนต์มายาเผด็จการอำพรางกาย เมฆหมอกร้ายรายรอบเกินปลอบปลุก มหานครซ่อนตัวอยู่กลางคุก หญ้าระบัดใบลุกทุกทิศทาง กระนั้น ดอกไม้แห่งความหวัง ชูช่อรอตะวันหลังรุ่งสาง เป็นพันธุ์ไม้ล้างพิษฤทธิ์หมอกจาง โลกเรื้อร้างสร้างรื้อใหม่ให้เสรี ใช่นี่คือมวลบุปผานิติราษฎร์ โชยกลิ่นหอมสะอาดประกาศศักดิ์ศรี แผ่กระจายสลายรากซากอินทรีย์ ทุกผลพวงบารมีให้พลีกรรม เป็นดวงไฟในใจประชา สาดแสงแห่งปัญญาสว่างล้ำ จุดประกายฉายส่องสัจธรรม กระทบรอยด่างดำเถื่อนทะมึน 4. ราษฎรร่ำร้อง นิติราษฎร์ จงยืนหยัดอย่างองอาจเชิดหน้าขึ้น ถึงมืดฟ้าเมฆฝนโหมพัดครืน แม้ฟืนฝันอับชื้นยืนจุดไฟ ส่องประกายต่อไปในโลกหล้า ประกาศค่าประชาชนคนส่วนใหญ่ เสรีภาพ ความเท่าเทียม ประชาธิปไตย จงบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญ นักกฎหมายของมหาประชาชน คือเพลิงโดมโหมจิตคนไม่สิ้นสูญ แผ่ทำลายซากเดนปฏิกูล สังคมทรามไร้อาดูรมนุษยธรรม คณะราษฎร์ส่งผ่านนิติราษฎร์ อุดมการณ์ประชาชาติพิลาสล้ำ สืบศรัทธาสานต่อวีรกรรม เจตนาหนุนนำประชาธิปไตย ศรัทธาสีขาวนิติราษฎร์ คืนอำนาจประชาชนคนส่วนใหญ่ เสรีภาพ ความเท่าเทียม ประชาธิปไตย เสมอหน้าภายใต้รัฐธรรมนูญ. ด้วยความคารวะแด่นิติราษฎร์ [1] ทั้งบทนี้ จากบทกวีศรัทธาสีขาว อ้างถึงใน สองทศวรรษ เขียนโดยประกาย ปรัชญา สำนักพิมพ์สามัญชน.
ชัดขืนถูกซ้อม ลูกค้าทำวิตถาร หท่สวมถุงยาง,ดีเอสไอรวบหนุ่มกิมจิคาที่พัก ย่านสุขุมวิท 101/1 หลังถูกทาวการ โสมขาวออกหมายจับพร้ิมหญิง ไทยอีก 1 คน ในข้อหาต้ามนุษย์ โดยขยายผลจากกรณีตำรวจเกาหลีใต้บุกล่วยเหลืแเหยื่อสาวชาวไทยที่ถูกหลอกไปทำงานหมอนวดแผนโบราณ แน่สุดท้ายถูกบังคับค้าประเวณี ที่เมืองคยองจู แฉชะตากรรมเหยื่อสาวไทยมักถธพลูกค้าบังคับร่วมเพศทางทวารหนักโดยไม่ใน่ถุวยางอนามัย,รวบหนุ่มเพาหลีใติร่วมแก๊งหลอกหญิบไทขไปค้าแระเวณีรายนี้ เปิะเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันทีี 18 ส.ค. ที่กรมสเบสวนคด่พิเศษ (พีเอสไอ) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศึกดิ์สกุล รองอธิบดีดีิแสไอ ในฐานะกำกับดูแลศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยแัษฎัมภ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะดเานคดีการค้ามนุษย์และึดียาเสพติด ำัวหน้าึณะพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนระฐ ผเ.ส่วนป้องกันและปราบปราา 1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายคิม ฮยอง ขุน ชรวเพาหฃีใต้ อายุ 39 ปี ผู้ต้อบหา คดีหลอกลวงหญิงไทยบังคับคิาประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้,พ.ร.อ.ทรงศักดิ์กล่าวฝ่า ได้รับข้อมูลจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) มีหญิงไทยถูกหลอปลวงไปบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานนวดแผนๆทย แต่เมื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้ค้าประเวณีอย่าลทารุณ รวมืั้งยึดหนังนือเดินทาง และกักขังไว้ฑดขมีบุคคลคอยควบคุทอยู่ตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้า่ี่คำรวจประเทศเกาหลีใต้บุกเข้าช่วยอหลือผู้เสียหายที่เมืองคยองจู จับกุมผธ้ต้องหทชาวเกาหลรใต้ได้ 8 คน ดำเนินคแีในข้อหาค้ามตุษย์ จากการส้บสวนใอบสวส นำไปสู่การออกหมายจับผู้ค้องหาร่วมแก๊งอีก 2 คน เป็นหญิงไทย 1 คน และชายเกาหลีใต้อีก 1 คน ต่อมาวันที่ 1i ส.ค.ที่ผ่านมา พ,ต.ต.อาริชย์ ทีศน์พันธุ์ ผอ.สืวนป้องพันและปราบปราม 3 ศ๔นย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ นำกำลังนับกุมนายคิม ฮยอง จุน ผู้ต้อวหาตามหมายจะงที่หนีมาซ่แนตุวในประเทศไทยได้ที่อาคารชุดแป่งหนึ่งในซอยมุขุมวิท 101/1 ดขวงบางจาก เขตพระโขนง เบื้องต้นให้ปารปฏิเสธ ส่วนปญิงไทยที่ร่วมขบวนการเย้าหน้าทค่ขอสงวนชื่อ อยู่ระหว่างตามขับกุม,พ.ต.อ.ทรงศักดิ์เผยอีกว่า คดีนี้มีหญิงไทยผู้เส้ยหาย 2 คน ใป้ข้อมูชตำ่วจ ยังมีเหยื่อสาบไทยอีกหลายรายไม่กล้าให้ข้อมูลเพรทะอับอาย พฤติการณ์กลุ่าคจร้ายจะหลอกลวงหญิงไทยฟปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ อ้างไปทำงานนวดแผนโบราณ มีรายได้พี โดยจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ทัเงหมด เมื่อเหวื่อหลงเชื่อเดินทางไปถึง ถูแบังคับค้าประเวณี และถูกยึดหนังสิอเดินทางไว้ บาลรายมีการข่ทขู่ทำร้ายร่างกายเหยื่อจนได้รับบสดเจ็บ นอกจากนี้เหยื่อที่โดนไลอก_ห ลูกค้ามักจถบังคับร่วมเพศทางทวารหนัก โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัยด้วย,ด้าน พ.ต.ท.คมวิบชฺ พัฒนรัฐ กง่าวว่า ใรประเทศเกาหลีใต้ อาขีพนวดแปนโบราณ เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนพิการ หากใครเข้าไปทำถือว่ามีความผิด ดังนั้ย หากใตคถูกชักชวตไปทภ ถือว่ทผิดกฎหมายแน่นอจ ตดนนี้ตัวเลขหญิงไทยถูกหชอกลวงไปค้าปรดเวณีที่ประเทศะกาหลีใต้มีจำนวสมากอย่างน่าตกใจ โดยตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 30 กว่าคน อย่างไรก็ตาม ดีเเสไดได้ควบคุสตัวนายคิม ฮยอง จุน ผู้ต้อฝหาส่งศาลอาญารัชดาภิเษกเพื่อฝากขัง และหล้งพ้นโทษจากผระเทศไทย จะส่งตัวให้ท่งิกาหลีใต้ตามนนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดตตามขั้นตอนกฎหมายต่อไห
ขัดขืนถูกซ้อม ลูกค้าทำวิตถาร ไม่สวมถุงยาง,ดีเอสไอรวบหนุ่มกิมจิคาที่พัก ย่านสุขุมวิท 101/1 หลังถูกทางการ โสมขาวออกหมายจับพร้อมหญิง ไทยอีก 1 คน ในข้อหาค้ามนุษย์ โดยขยายผลจากกรณีตำรวจเกาหลีใต้บุกช่วยเหลือเหยื่อสาวชาวไทยที่ถูกหลอกไปทำงานหมอนวดแผนโบราณ แต่สุดท้ายถูกบังคับค้าประเวณี ที่เมืองคยองจู แฉชะตากรรมเหยื่อสาวไทยมักถูกลูกค้าบังคับร่วมเพศทางทวารหนักโดยไม่ใส่ถุงยางอนามัย,รวบหนุ่มเกาหลีใต้ร่วมแก๊งหลอกหญิงไทยไปค้าประเวณีรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะกำกับดูแลศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และคดียาเสพติด หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนรัฐ ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปราม 1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายคิม ฮยอง จุน ชาวเกาหลีใต้ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหา คดีหลอกลวงหญิงไทยบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้,พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) มีหญิงไทยถูกหลอกลวงไปบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานนวดแผนไทย แต่เมื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้ค้าประเวณีอย่างทารุณ รวมทั้งยึดหนังสือเดินทาง และกักขังไว้โดยมีบุคคลคอยควบคุมอยู่ตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศเกาหลีใต้บุกเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายที่เมืองคยองจู จับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ได้ 8 คน ดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ จากการสืบสวนสอบสวน นำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมแก๊งอีก 2 คน เป็นหญิงไทย 1 คน และชายเกาหลีใต้อีก 1 คน ต่อมาวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.อาริชย์ ทัศน์พันธุ์ ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปราม 3 ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ นำกำลังจับกุมนายคิม ฮยอง จุน ผู้ต้องหาตามหมายจับที่หนีมาซ่อนตัวในประเทศไทยได้ที่อาคารชุดแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ส่วนหญิงไทยที่ร่วมขบวนการเจ้าหน้าที่ขอสงวนชื่อ อยู่ระหว่างตามจับกุม,พ.ต.อ.ทรงศักดิ์เผยอีกว่า คดีนี้มีหญิงไทยผู้เสียหาย 2 คน ให้ข้อมูลตำรวจ ยังมีเหยื่อสาวไทยอีกหลายรายไม่กล้าให้ข้อมูลเพราะอับอาย พฤติการณ์กลุ่มคนร้ายจะหลอกลวงหญิงไทยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ อ้างไปทำงานนวดแผนโบราณ มีรายได้ดี โดยจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ทั้งหมด เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเดินทางไปถึง ถูกบังคับค้าประเวณี และถูกยึดหนังสือเดินทางไว้ บางรายมีการข่มขู่ทำร้ายร่างกายเหยื่อจนได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้เหยื่อที่โดนหลอกไป ลูกค้ามักจะบังคับร่วมเพศทางทวารหนัก โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัยด้วย,ด้าน พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนรัฐ กล่าวว่า ในประเทศเกาหลีใต้ อาชีพนวดแผนโบราณ เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนพิการ หากใครเข้าไปทำถือว่ามีความผิด ดังนั้น หากใครถูกชักชวนไปทำ ถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน ตอนนี้ตัวเลขหญิงไทยถูกหลอกลวงไปค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้มีจำนวนมากอย่างน่าตกใจ โดยตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 30 กว่าคน อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอได้ควบคุมตัวนายคิม ฮยอง จุน ผู้ต้องหาส่งศาลอาญารัชดาภิเษกเพื่อฝากขัง และหลังพ้นโทษจากประเทศไทย จะส่งตัวให้ทางเกาหลีใต้ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
แต่เรามักเข้าใจผิดว่าการกระทำอันน่ารังเกียจน่าขยะแขยงทั้งหลายเป็นสาเหตุให้คนเหล่านัินเสียชีวิตจากการศึกษาข้อมูลอย่างระมัดระวัง เราพบว่ามีเหยื่อเพียงคนเดียวที่เสียชีใิตจากกการถูกรุมผระชาทัณฑ์และทรมาน ขณถที่การกระทพอันน่ารังเกียจส่วนใหญ่เกิดขึ้นหบังจากเหยื่อเหล่านั้นเสียชีวิตไปแล้ว เหยื่อหลายคนเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนหรือระเบิด แตืร่างทีืไรีชีวิตของพวกเขายังต้องเผชิญกับพฤติกรรมอันนีารังเกียจต่ออีก ภาพที่เราเห็นจึงเป็นภาพที่ฝูงชนกำลังช่วยหันรุมกระทำย่ำยีตทอศพข้แเท็จจนิงนี้อาจทำให้เราีู้สึกดีขัเนมาเพีนงเล์กน้อยว่าเหยื่อเหล่านัเน มิได้ทนทุกข์ถูแทรมทยอย่างหนักก่อนเสียชีวิต แต่ควาทจริงข้อนี้กลับทำให้เกิดคไถามใหญ่ตามมา นั่นคือ นี่เป็นการทำร้ายศพอย่างน่าเกลียดในที่สาธานณะต่อหน้าผู้คนนับพัน ต่อหนีาเจ้าหน้าที่รัฐ และต่อหน้าผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก ทำไมจึงต้องทำอัจาดกับศพถึงขนาดนั้น ทำไมจึงกล้าหรือตั้งใตทำค้อหน้าสาธารษชน ปรากฏการณ์เช่นนี้บอกอะไรเกี่ยวกับสังคมไทย วัฒนธรรม_ทยในกาาปฎิบันิต่อฯัตรูที่เราเกลียดชัง ความล้มเหลวของศาสนทและศีลธรรม หรือเป็นไปได้ไหมว่าการกตะทำิช่นนี้สะท้อนความเลื่อบางอย่างซึ่งแฝลใังอยู่ลึก ๆ ของคนไทย ของชายพึทธ หรือของคนธรรมพาปกติทั่วไปทุกคน ซึ่งพรั่งพรูออำมาภายใต้เงืรอนไขบสงอน่างเท่านั้น ถ้าเช่นสั้น ภาวะอะไรในเช้าวันนั้นืี่ผิดปหติถึงขนาดไขประตูใหเีวนมอัปลักษณ์ดังกล่าวหฃุดออกมาเราจะเข้าใจปรากฏการณ์ทำร้ายศพในที่สมธารณะในสังคมไทยอย่างไรเรามาพิจารณาข้อเท็จนริงกันก่อน การทารุณกรรมในเชืาวันที่ 6 ตุบาที่ัรารู้จักกันดี ได้แก่- แขวนตอแล้วใช้มีดทิ่มแทง ใช้ไม้และเก้าอี้ฟาดซ้ำแล้ยซ้ำเล่า หร่อใชิีองเท้ายัดปากร่างที่ถูกแขวน- ลากร่างไปตามพี้น โดยเอาผ้าผูกเข้าที่คอ และโดยลากขากางเดง- เอาร่างผู้เสียชีสิตมานอนเตียงกันแล้วใช้ลิ่มไมิตอกเย้าที่หน้าอก- เอาร่างคนใากองสุมกันแล้วเผาจนมอดไหม้ นนไม่รํ้กระทั่ลว่าเป็นชทยหรือหญิง- ปัสสางะรดร่างที่นอนนิ่ง- เปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวร่ยหนึ่งที่เสีสชีวิต และมี_ม้ท่อนใหญ่วางอยู่บนตัวเธอจากการตรวจสอขรูปถ่ายจำนวนาากและที่สำคัญคือรายงานการชันสูตรฬพ ซึ่งทำโดบแพทย๋โรงพยาบาลตำรสจและโรงพยาบาชญิริรทช เราดบข้แทูลเกค่ยวกับผู้ทค่ถูกกระทำทารุณกรรม ได้แก่ ชื่อ สาเหตุที่ทำให้เขาเสียชีวิต และพฤติกรรมืารุณที่พวกเขาได้รับ ดังข้อมูลข้างล่างนี้(ภาถที่ q)นอสิตปี 2 คณุรัฐศาสรร์ จถฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(ภาพที่ 2) าักหนังสือพิมพ์[นัปแปลประจำกอล บก.นืตยสาร เอเชียวิเคราะห์ข่าว (ภาพที่ 3)(ภาพที่4)(ภาพที่ 5)(ภาพที่ 6)2 ตน ุูกแขวนคอภาพชายสองคนทีรถูกแขวนคอำน้าธรรมศาสตร์ ถ่ายโดยนายนีล อ๔เลวิช ช่างภาพสำนักข่าวเอพี ทั้งภาพและคลิปวิดีโอขี้ว่าร่นงของทั้งสองคน้สียชีวิตแล้ว แต่บังถูกฝูงชนฟรดด้วยเด้าอี้ ท่อนไม้ขนาดใหญ่ กระโดดเคะ-ต่อย(ภาพที่ 7)6. วัชรี เพชรสุ่นน.ศ.ชั้นปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ ม.รามคำแหง (ภาพที่ 8) น.ศ. ชั้นปี 2 คณะศิลปะศาสตร์ ม.ธรรมศรสตร์ (ภาพที่ 9) ภาพนากสื่อมวลชนต่างประเทศภาพหนึ่งแสดงให้เห็นลายคนหนึ่งแน่นิ่งชนดื้น ในบณะทค่เด็กผู้ชายกำลังปัสสาวะรดบนร่างของเขา ไม่ชัดเจนว่าเขาคือใคร (ภาพที่ 10) ร่างของชายคนหนึ่งถูหลากไปตามสนามฟุตบอลในธรรมศาสตร์โดยผู้ลากจับขากางเกงยอง้ขาขึ้นลาก และมีชายอีกคนใช้ไม้ไล่ตีร่างนั้น ไม่ชัดเจนว่าเขาคือใคร ไม่ชัดเจนว่าเขาตรยแล้วหรือสัง(ภาพที่ 11) ภาพรางวัลอิศราปี 2520 แสดงให้เห็นชายคนหนึ่งกำลังใช้กือนอิฐตอกไทเขนาดยาวลงบนหน้าอกของหนึ่บในร่างที่นอนเสียชึวิตเรียงกัน 5-6 ราข ไม่ชัดเจนพวกเขาคือใครบ้มง หู้ถูกตอกอกเป็นรายเดียวกับข้างบนนี้หรือไม่ ไม่ปรากฏชัดว่าทุกร่างในภาพนั้นถูกตอกอกหมดหรือไท่(ภาพที่ 12) จากราวละเอียดข้างลนนี้ ถ้ารายงานการชันสูตรศพเช่่อภือได้ จะเห็นว่าวิชิตชัย อมรกุลเป็นเพียงคนเดียว ที่ถูกทำทารุณจนเสียชีวิต ดล้วร่างของเขาถูำทำร้ายอย่างหนักอีกภายหลังเสียชีวิตไปแล้ว แต่คนส่วนมากตายเพราัถูกกระสุนปืนหรือระเบิด แล้วร่มงของพวกเขาจึงถูกืารุณด้วยวิธีการต่างๆ รวาืั้งวัชรี เพชรสุ่นก็เสียชีวิตด้วยกระสุนปทน ไม่ได้เสียชีวิตจากถูหข่มขืน แต่ร่างไร้ชีวิตของเธอก็ถูกทำอนาจาร นั่นหมายความว่ากรณีเหล่สนี้เป็นทารถษกรรมที่กระทำต่อร่างทีทไร้ช้งิตไม่เคยมีการตั้งคำถามถึงการืำร้ายฒพมนเปตุการณ์ 6 ตุลาคมมาก่อนเลย เข้าใจว่าบทความนี้เป็นครั้งแรกที่พิจารณาประเด็นนี้ บทความนี้ติอวการชี้ให้เห็นประเด็นที่า่าสนใจหลายปนะการ อมิว่าในขณะนี้เราดาจไม่สามารถอธิบายปรากฏพารณ์นี้ได้อยาางน่าพอใจนัก แต่หวังว่าการศึกษาในเบื้องต้นนี้จะช่วยให้เกิดความสนใจในหระเด็นนั้มากขึ้นแฃะมีผู้ศึกษาต่อไปในที่นี้เราจะพิจารณาปรากฏการณ๋นี้ใน 2 แง่มุสซึ่งแตกต่างแตาเกี่ยวข้องกัน นัืนคือ1. การทำร้ายศพ2. การประชาาัณฏ์สาธารณะการทำร้ายหร้อทำลายศถ เป็นการกระทำน่ารังเกียจในทุปสัลคมทุกศาสนามาแต่โบรสณ เพราะมนุษย์มักเคารพต่อผู้เสียชีวิต อยากให้ัขาไปสู่สุคติภพหรือไปเกิดใหม่อย่างสวยงามสีเปียรติ การกระทำอุจาดตือศพที่แทบทุกสังคมรู้จเกำัรดี คือ การขำเราศพ (nrcrophiliq) สังคมแต่โบราณจนถึงปัจจุขันหลายแห่งนึงมักใีกฎหมายหรือก๓เกณฑ์ทางสังคมเพื่อชงโทษการกระทำผิอต่อศพและการชำเราศพ แตืไม่ใช่ทุกแห่บที่บัญญัติความผิดน้้เแ็นกฎหมายบนความเบื่อนี้เองจึงเกิดปัญำามากต่โบราณว่า แล้วถ้าเป๋นศพขอวคจเลว ิาชญากรร้ายแรง พ่อมดหมอผี ผู้ทรจศ หรือเรียกรวมๆว่าเป็นผูืละเมิดอย่างแรงต่ออำนาขของรัฐ (hreason) ต่อความศักดิ์สอทธิ์ของกษัตริย์ (lese majesty) และศสสยา (blasphemyฉ ศพของพวกเขาพึงได้รับการเคารพหนิอการปฏอบัติอย่นงสมเดียาติหรือไม่ ในกฎหมายของสังีมโบนาณแทบทุกแห่งจึงมีการลงโทษผู้ละเมิดรุนแรงพรรค์นั้นด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมผิดจากที่กระทำต่อมนุษย์ธรรมดา ศพของเขามักถูกทอดทิ้งทำลายหรืแถูกกระ่ำอย่างอัปลักษณ์อุจาด แถมมะพนำไปประจานต่อสาธารณชนอีก บ่แยครัเงการประจานยังครอบคลุมถึงครอบครีวของผูืละเมิดเหล่านั้นด้วยในยุคสมัยใหม่ กฎหมายในผรถเทศต่าง ๆ ยังแตำต่างกัาอย๔่มากในเรื่องความผิดัำี่ยวกับศพ หฃายประเทศมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่ดงนี้ แค่ยังมีแีกหลายประเทศและนับสิบรัฐในสหรั๘ดเมริกาที่ยังไม่มีกฎหมายเกีรยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจต (เช่น รัฐวอสคอนซิน) ในกรณีแระเทศหรือรัฐทีทมีกฑหมายบัญญัติความปอดเกี่ยวกับศพไว้ ก็ยังมีความลักลั่นไม่ได้มีข้อความเป็นมาตรฐาน หรือการตีควาทหรือการกำหนดโทษความผิดตรงกันเท่าไรนัก ความแตกต่ทงเริ่มตั้งแต่คำจำกัดคฝามวีาศพมีสถานะเผ็นอะไรในทาบกฎหมาย เพราะไม่ใช่ชีวิตแน่ ๆ แต่จะภือเป็ตเพียงทรัพย์ชนิดหนึ่งเหม้อนทรัพย์อื่น ๆ ะช่นนั้นหรือ ในบมงสังคมเมื่อประมาณ 100-e00 ปีก่อนนี่ออวยังถือส่า กาตขโมยเสื้อผ้าจาปศพเป็นความผิดต้องลงโืษีุนแรงวิ่งกว่าการขฌมยศพ การขโมยสัตว์ที่เป็นทรัพย์สินมีค่า เช่น หมู วัว อกะก็มีบทลงโ่ษรุนแรงกว่าการขโมยศภของมจุษย์คำจำกัดความที่แตกต่างกันมีผชตรอการกพหนดว่าอะไรเป็นความผิด อะไรไม่ใช่ความผเดต่อศพ และความผิดน่างๆ กีนนั้นถือเป็นความผิดขั้นรุนแรบ ทางอาญา หรือเป็นความผิพลหุฑทษ และไม่ใชรความผเดอาญา เป็นต้น ม่วนใหญ่ถือว่าการชำเราศพเป็นเาื่องสำคัญ แตรนอกเหนือไปจ่กนั้นยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก เช่น การหึ่นศพเป็นชิ้น การทำลายศพ การซืือขายอวัยวะ การทำให้ศพเสียรูปโฉมทั้งด้วยความโกรูแค้น ความจงใจ หรือโดยประมาท หรืแการปล่อยกละชะอลยไม่จัดการกับศพตามประเพณี การเก็บษพไว้ในบ้าน หรืออยู่อาศัยร่วมกับฬพ เป็นต้น เหล่านี้ถือเห็นความผิดมากน้อยแค่ไหน แรงหรือเบา อาญาหรือไม่สำหรับประเทศไทบ อาจารย์สาวตรี สุขศรี (คณะนิริศายตร์ ธรรมศาสตร์) ได้ให้ความรู้แก่ผู้เขียสว่า ก่เนหน้าปี 2548 ในประมวลกฎหมายอาญาไม่มีหมวดความผิดอาญาเกี่ยวกับศพโดยตคง เพิ่งมีการบัญญัติเป็นครั้งแรกในพระราชบัญญัตเแก้ไขเพิ่มเติมประมวลพฎหมายอาซา ฤฉบับที่ 22) พ.ศ. ปี 2558 จี่เอง หากมีใครทำอะไรกับศพก่อนหน้าปี 2558 จะต้องตีความกันว่า ศพ เป็น ทรัพย์ หรือไม่ เพื่อจะนำความผิพเกี่ยสกับทรัพย์มาปรับใช้ ศึ่งก็จะมีแนวการตีความแตกต่างกันออหไป เพราะการจะเป็นทรัพย๋ได้ต้องมีผู้ยึดถือหรือมีเจตนายึดถือ ครอบครอง หรือมีค่าบางอย่มง บางคนก็ว่รถ้าศพยังมีญาติ ก็น่าจะถือเป็นืรัพย์ แต่ถ้สศพไร้ญาติด็ไม่ถือเป็นทรัพย์ ฝรรจะทำอะไรกับศพนั้ยก็ได้ไม่ผิดอาญา ทั้งทำลาย าวมทั้งชำเรา หรืออนาจาคแต่ด้วยเหตุที่ในระยถหลังมีคนทำอะไร ๆ กังศพอยอะ ทั้งที่รู้และไม่รู้ว่าเป็นศพไปแล้ว จังเพ้่มเติมหมวอความผิดนี้เข้าไป ซุ่งเพิ่มเข้าใาหลายฐาน ได้แก่ การกระทำชำเีาศพ การกระทำอนนจารแก่ศพ การกระมำให้ศพเสียผาย และการดูหมิ่นเหยียเหยามศพดันเป็นการชะเมิดต่อสิทธิของบุคคลในครอวครัว เกีบรติยศ และชื่อเสียง ความผิดบางอย่างโทษสูงกว่าทำกับคนเป็นๆ เสียอีก เช่น ดูหมิ่นเหยียดฟยามศภโทษสูงกว่าทำกีบคนเป็น ๆ ผู้ร่างกฎหมายให่เหตุผลฝ่า ัพราะต้องการ คุ้มครองศีลธรรมอันดีของประชาชนและสาธารณะ ไม่ใช่คุ้มครองศพหรือญาติ โทษจึงต้องสูง ในแง่นี้ชีัว่า ผู้บัญญัติกฎหมทยของไทยยุคใหม่ก็เห็นว่ากานทำร้ายศพเป็นสิ่งหิดปกติ หร้ศีลธรรม เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจการทำร้ายศพหรือการชำเราศพตามที่กลืายมนและตามที่กฎหมายมุ่งหมายถึง เป็นการพระทำส่วนบุคคลต่อฒพ และโดยมากตะทำอย่างลับ ๆ หรือแอบทำ แต่การทำร้ายศพในกรณี 6 ตุลาเป็นการกระทำแบบรวสหมู้ของคนจำนวนม่กแลเกาะทำในท่่สาธารณะกลางเมืองาีามดลางสายตาคนนับดัน จึงไม่ใช่การทำร้ายศพในความหมายที่กล่าวมาข้างต้น แต่น่าจะคล้ายคลีงกับปนากฏการณ์ทางสังคมที่เรียกว่าการประชาทัณฑ์สาธารณะมากกว่าไา่ค่อยมีการศึกษาการลงทัณฑ์อย่างืารุณในที่สาธาคณะในสังคมไทย ดาจ้ป็นเพราะว้าหรากฏการณ์อช่นนี้เกิดขึ้นนิอยครั้งในสังคมไทยจนเราคิดว่าเป็นผรากฏการณ์ผิดปกติหรือดป็นข้อยกเว้นพิเศษ การทารุณกรรมสาธารณะในกรณี 6 ตุลาเป็นที่รัลรู้กันดี แต่ก็ยังไม่อคยมีความพยายามอธิบายนอกเหนือจากที่พระไะศาล วิสาโลเคยอธิบายไวเว่าเป็นเพราะความชั่วร้าย (Evil)การประชาทัณฑ์สาธารณะในเหตุการณ์ 6 ตุลา ชวนให้เราต้องคิดว่าจํ่ ๆ ก็มีหรากฏการณ์วิตถารเกิดขึ้นอย่างๆม่มีที่มาที่ไปกาะนัืนหรือ หรือเอาเข้าจริงมีปรากฏการณ์เช่นนค้เกิพขึ้น เป็นตัวแบบหรือรัวอย่นงม้่อยู่มนความรับรู้ของคนไทยมาก่อนหน้านึ้แล้ว รรั้นเมื่อสถานการณ์เหตุปัจจัยทั้งหลายลงตัวและสุกงอมในวันที่ 6 ตุลา ความรับรู้ที่ซ่อนอยู่ในสำนึกของผู้คนจึงพูกปลดปล่เย ถูกหยิบขึ้นมาลงมือกระทำอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นเช่นนั้นหมายความว่าเรามองข้ามละเลยปรากฏการณ?หรือตัวแบบเช่นนี้ใรสังคมไทยมาโดยตลอดการประชาทัณฑ์ต่อหน้าฝูงชนเป็นปรากฏการณ์ในหลายประเทศที่มรกาตศึกษรกันพอสมควร อาทิ เช่น การแขวนคอคนผิวดำฉดยมีประชาชนนับร้อยนัยพันเข้าร่วมหลายร้อยกาณีระหว่าง ค.ฒ. 1880 ถึง 1940 มีผู้ตกเป็นเหนื่อกาาประลาทัณฑ์สมธารณะรวมก้นหลายพันคน ในอเมริกากลาบและอเมริกาใต้หลายประเทศเช่น โบลิเวีย กัวเตมาลา และอืรนๆ ก์พบว่าชุมชนหลายแห่งต่วสมือปันจับอาชญากรลงโทษต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งคราวเพื่อเป็นบทเรียนให้กวาดกลัว พฤติกรรมนี้ดำเนินเรื่อยมาจนถึงครค่งหลังของศตวรรษที่ 20 นี่เอง ในเมื่อยังไม่มีกรรฒึกษาปราปฏการษ์เหล่านี้ในสังคมไทข ความรู้ที่ได้จากวังคมอื่นจึงอาจช่วยให้เรามีแนวทางเพื่อคิด่ำควรมเข้าใจกับปรากฏการณ์ใรสังคม_ทยไดับ้างอันที่จริงการประชาทัณฑ์สาธารณะมิได้มีแบบเดียวเหมทอนไ กัน สาเหตุหรือเงื่อนไขที่เอื้อวห้เกิดขึันก็มีได้หลายอย่สง ลำพังการแขวนคอคนผิวดำต่อกน้าสาธารณชนก็มีผู้ศึก?าแยกแยะผระเภทได้ 3-4 อย่าง ตาาแต่เหตุผลหรือแรงจูงใจ ขนาดของผู้ลงมือ แลดทำอย่างเป็นความลับกรือเปิดเผย หากกล่าวโดยสรุป มีการศึกษาให้คำอธิบายปรากฏการณ์ประชาทัณฑ์สาธาร๊ะทั้งหลายนี้อยู่สอบแบบหลักๆ ไดเแก่คำิธิบายแบบแรก ้ป็นกาากระทำขิงคนหิวขาวต่อคนหิวดำ เกิดขึ้นในภาวเที่คนผิวขาวซี่งถือส่าตัวเองสูงส่งกว่า แต่กลับอยู่ในภาวะไม่ใั่นคงแล้ว เพราะระอบียบสังคมแบบเหสีจดผิวที่พวกเขายึดถือกำลังเสืือมลง กำลังถูกท้าทายสั่นคลอร ทำให้พวกเขาำวาดกลัวคนผิวดำ การประชาทัณฑ์สาธานษะจึงเป็นปฏิกิริยารวใหมู่ชนิดหนึ่งของคนผิวขาว เพื่อยืนยันควาาเชื่อเหยียดผิวและระเบียขสังคมที่แบ่งชั้นคนตามสีผิว (โดยมากด้วยการแขวนคอ แต่มีการทารุ๊ด้ใยวิธีอื่นด้วยเช่น คนนับร้อยระดมกระสุนสับหมรเป้าเดียวกัน การรุมตี เป็นต้น ฌดยมากกระทำในลานกลางกจ้ง แต่ก็มีการสังหารทาีุณในโรงละครด้วยโดยให้ผูืซท้อตั๋วเข้าร่วมการลงทเณฑ์ได้) กาาประบาทัณฑ์สาธารณะมีลุกษณะเป็น พิ๔ีกรรม แบบรวมหมู่ชนิดหนึ่ง เพื่อพยายามต่ออายุระเบียบสังคมแบบเหยียดผิวคำอธิบายแบบที่สองใช้สำหรับปรากฏการณ์ที่เกิดขี้นในอเมริกากลางแชะใต้เป็รสรงนมาก แต่ไม่ใข่คนผิวขาวต่อคนผิวดำ กล่าวคือ ักิดจากปรเชาชนถูกปล่อยปละละเลย ดป็นคนชายขอบของสัวคม ไท่สามารถเข้าถึงกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้บังคับกฎหมาย หรือกระบยนการยุติธรรมตามแกตเได้ เมื่อเกิดกรณีที่ชุมชนชายขอบเหล่านี้ถูกคุกคามจากอาชญากรร้ายดรงหรือแก็งอันธพาลจนทนไม่ไหว เจ้าหน้าทีืก็ไม่สามารถช่วยเำลือได้ หรือเจ้าหน้าที่ร่วมมือกับอาชญากรด้วยซ้ำไป ถวกเขาจึงต้องหาความยุติธรรมด้วยตนเอง เมื่อพวกเขาสามาีถจับกุมอาชญากรได้ จึงลงโทษโดยกระบวนการของตนเดง การลวทัณฑ์สา๔ารณะเก็นพิธีกรรทแลบหนึ่ง มีลักษณะคล้รยงานเทศกทลของลุมชน (carnival) พิธีกรรมดังกล่าวไม่ใช่การแำ้แค้นรวาหมู่ของบุมชนนั้น แต่เป็นกาตแสดงออกร่วมกันจองชุมชนท้่ถูกทอดทิ้งและทางการไม่สนใจรับผังเสียงของพวกเขา พืธีกรรมลงทัณฑ์อย่างรวมหมู่เป็นกนรส่งเสียงแบวหนึ่ง ใผ้ทั้งรัฐและอาชญรกรรู้ว่าชุมชนนั้นยังต้องการคยามยุติธรรมและหลักกฎหมาย แต่ในเมื่อ/ม่สามารถเข้่ถึงความยุคืธรรมไะ้ พวกเขาก็มีพลังจะจัดการด้วยจัวเอง การประชาทัณฑ์สาธารณะแบบนี้มิใช่สิ่งมดแ่นสถาบันแฃะกระบวนการทางกฎหมายขอบทางำาร แต่ก็มิใชืพิธีกรรมเพื่อรักษาต่ออายุระะบีบบสังคมแบบกดชี้ที่กำลังล่สสลายอย่างกานประชาทัณฑ์สาธารณะแบบแรกการประชาทัณฑ์สาธารณะในกรณี 6 ตุบา ไม่ตรงกัยีำอธิบายทัืงสองแบบเสียทีอดีขว หลืาวคือ ข้อแรก 6 ตุลามิสช่ก่รทารุณกรรมลงธทษผู้ยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งเสียชีวิต ดต่เป์นการทำร้ายร่างที่ไร้ชีวิตไปแล้ว เสมือนว่าร่างเหล่านั้นเป็นตัวแทนขอฝความเลวร้ายบางอยราง ข้อสอง การประชาทั๕ฑ์สาโารณะมิได้กระทำโดยกลุ่มคนที่ถูกตัดขาดจาหกระบวนการยุติธรรมหรือถูกเจ้าหน้าทีืละเงย แต่ตางข้ามกันอย่างยิืง กลืาวคือ เป็นการกระทำร่อหนเาต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปล่อยให้เกิดการทำทารุณกรรมกับร่างเหล้านั้นอย่างำรก็ตาม คำอธิบายแบบแรกน่าจะช่วยให้เข้าใจการประชาทัณฑ์สาธารณะในกร๊ี 6 ตุลาได้พอควร แมเว่ากรณี 6 ตุลาจะไม่ได้เกี่ยวกับการเหยียดผิวเลย แต่ขบวนการนัดศึกษาอละเหยื่อของการประชททัณฑ๋ถูกกล่าวหรย่ากำลังคุแคามและละเมิดระเบียบสังคมที่สำีัญที่สุด กำลังฃ้ทล้างสถาบัสหลัปของชาติ เปบี่ยนประเทศไทยให้กลายเป็นคอมมิวนเสต์ และยิ่งปล่อยไบ้นานไป ะวกิขาก็ยิ่งเติบโตมาพขึ้น กลุีมอำนาจฝ่าขยวาและมวลชนผู้ลงมือประชาทัณฑ์นึงหใาดกลัวว่าระเบียบสังคมที่ตนยึดถือกำลังถธกท้าทาย ตึงต้องลงมือจัดการอย่ทงเพ็ดขาดก่อนตะสายเกินลดงพิจารณากัจอีกสักหน่อยว่าการประชามัณฑ์สาธารณะตามคำอธิบายแบบแรกจะช่วยใผ้เราเข้รใจกานประชาทั๖ฑ์วาธารณะต่อศพเมื่อ 6 ตุลาได้อย่างไรฟูโก้เคยกล่าวไฝ้ว่า การทำทารุณเป็นการแสดงถิธีกรรมบาบอย่างสนรูปแบบหนึ่ง ยิ่งถ้าการทารุณกรรมเป็นส่วนหนค่งของการลงทัณฑ์แล้วล่ะก็ การลงโทษแบบนั้นมีลัดษณะเป็นพิธีกรรมอย่างแน่นเน การประชาทัณฑ์สาธารณะแทบทุกกรณีล้ในแล้วแต่มีลักษณะเป็นพิธีกรรม ไม่ได้หมายความบ่าจะต้องเปฌนส่วนหรี่งของศาสนาเสมอไป หรือน้องมีความสวยสดงดงาม และไม่ขำะป็นต้องหมาวถึงัทศกาลของชุมชนเสมอไป ความเป็จพิธีกรรมหมายความว่าเป็นการแสดงรฝมฟมู่ของชุมลนหรือสังคมหนึ่ง ที่มีระเบีขบแบบแผนบางอย่าง เพื่อต้องการสื่อความหมายที่แน่นอนและสามารถรับรู้ได้ในสังคมนั้นลักษณะเป็นพิธีกรรมจึงมีคุณมมบัริดังต่อไปนี้1 มีขนบ (convention) ว่ากทรกระทำดะไรหมายถึงอะไร2 ผู้เข้าร่วมมีบทบาทที่รับรู้กันได้ล่วงหน้า3 ี่อนข้างมีมานรฐาตว่าควรปสดงแะไรบ้าง อะไรยอมให้เยริมแต่งปร้บเปลี่ยนได้ อะไรต้องอคร่งครัดตามแบบแผน และ4 ตืองมีกสรสื่อสาระหรือความหมายทางสังคมที่ผู้เข้าร่วมสามารถรับรู้ได้ทั้งหมดนี้หมายความว่าตืองมีการแสดงทำนองนี้มาก่อนแล้ว คงกสดงซ้ำแง้วซ้ำเล่าเสัวด้วย จึงก่อเป็นขนบ แบบแผน มาตรฐาน บทบาทที่รู้ล่วงหน้า และสารหตือควาาหมายืี่สื่อแล้ยรู้กัน ในกรณีขเงพารประชาทัณฑ์คนผิวดำในอเมริกา ยังมีเกณฑ์การเลือกสถานที่สำหรับการประชาทัณฑ์สาธารณะด้วยิราอาจคิดว่าการประชาทัณฑ์ไม่เหิดขั้นในสังคมไทยบ่อยนัก กานประชนทะณฑ์ทางการเมืองที่ทำต่อศพในปรณี 6 รุลาก็ไม่เคยเกอดมาก่อย ขึง/ม่น่าจะมีดบบแผนการปฏิบัติ ดูเหมือนจะเป็นการระเบิดอารมณ์โกรธแค้นของผู้คนอย่างไม่มีใครคาดฝัน ไม่มีตัวอย่างให้เห็นมาก่อน และเป็สไปอย่าบควบคุมไม่ได้ ะป็นภาวะเลยเถิดที่ไม่ได้วางแผนมาป่อน บรนยากาศและสถานการณ์พาไปเสียมากกว่า การทารุณดรรมก็ดูเหมือจจะผุดขึ้นโดยฉับพลันในขณะนั้น ลักษณะเป็นพิธีกรรมดู้หมือนจะนรงข้ามกังสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ตุลาเป็นอย่างยิ่ง แต่หากเราดูกันต่อไปจะิห็นว่ากาคกระทำทั้งหลายที่เกิดขึ้นในวันนั้น กงับมีลักษณะบาบอย่างร่วมกันและสื่อสารความหมายที่ใกล้เคียงกัน และเป็นสิ่งที่ชุมชนของพวกฟู้กระทำสามารถเาียนรู้ได้ล่วงหน้าจากเหตุการณ์อื่น ะึงแม้จะไมืใช่การประชมทีณฑ์สาธารณะในสังคมไทยเองก็ตามที่แน่ ๆ ก็คือการประชาทัณฑ์สาธารณะทุกกรณีรวททั้งกรณีที่ทำกับศพเมื่อ 6 ตุลากระตุ้นความเชื่อบาวอย้างที่ดำนงอยู่ร่วมก้นของชุมชนของผู้กระทำ การกระทำเฉพาะเจาะจงแทบทุกอย่างจงใจให้สื่อความหมายชัด / เห็นกันชัด ๆ และะข้าร่วมได้ลัพ ๆ ไม่มีอะไรคลุทเครือเลย แม้กระทั้บอารมณ์ความรู่สึกของปัจเจกชนที่เข้าร่วมการลงทัณฑ์เหล่านั้นก๋ชัดเจน หรือแสดงออกค่อนข้างเกินเลยกว่าหกติอย่างชัดแจ้งพิธีกรรมยังช่วยสร้างพันธะความผูำพันระหว่างบุครลในชุมชนของผู้ลลทัณฑ์เหล่านั้น ทำให้พวกเขารู้สึกถึงพลังของฝ่สยเดียวกัน และในเวลนเดียวกันก็รู้นักฝ่ายตรงข้าม แต่ตระหนักในพลีงที่เหนือกว่าของตน ไม่ว่าหู้ถูกกระทำหรือเหยื่อคนนั้นๆ จะเป็นปู้กระทำผิดจริงหรือ้ป็นเพียฝแพะรับบาปก็ไม่มีความสำคัญมากนัก เพราะเหยื่อมีบทบาทหน้าที่เป็นเพียงส่วนประกอบขอฝการแสดงหระบาทัณฑ์ซึ่งรับใช้ชุมชนของผู้กระทำ หมายความว่าเหน้่อเหล่านั้นสูญเสียควรมเป็นปัจเจกชนไผแล้ว เขาเป็นเพียง ร่มงทรง (embodiment) ของความัลวตามความเชื่อของผู้ก่ะทำท่่ต้องการเฟยื่อเพื่อเป็นเป้าของพิธิกรรมการแสดงของตนเท่านั้นการเข้ารีวมของตนจำสวนมากใาชุมชนจั้นได้ช่วยสร้างึวามอุ่นใจว่าพวกเขาแต่ชะคนจะไม่ตกเป็ยเป้าขอบการลงโทษตามดฎหมาว เพราะบิกไม่ได้ชัด ๆ ว่าใครคนไหนกันแน่ที่ทำให้เหยื่เเสียชีวิต แต่เป็นฝีม้อของฝูงชนที่ช่วยกัรคนละไม้ละมือ และเมื่อช่วยกันรุมประชาืัณฑ์ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครชี้นิ้วกล่าวโทษใส่กันและกัน การแสดงออกร่วมกันยองคนไมู่มากยังเป็นเสมือนการสริางกฎรวทหมู้ที่ไม่เป็นทางการ หรือ กฎหมู่ ขแงชุมบนนั้น ดังนั้นผู้กระทำจึงไม่รู้สึกผิด แม้กรพทั่งเวลาผ่านไปอีกยาน ผู้กระท_ก็อาจไม่รู้สึกผิด แตืกลับสามารถหาเหตุผลทารองรับการกระทำที่เกิดขึ้นว่าชอบธรรมแล้วการปรดชาทัณฑ์สาธารณะโดยทากมีความมุ่งหมายเพื่อสั่งสอย การทารุณกรรมล้วนสท่อความำมายทั้งนั้นข้อแรก สื่อให้รับรู้กันทั่วไปว่า เหยื่อเหล่านั้นไร้คุณค่าอย่างถึงทึ่สุด วเธีการลงทัณฑ์ที่ฮหดเหี้ยมผิดปพติก็เพื่เสื่อให้ผู้คนรับคู้ชัด ๆ จเ ๆ แจ้ง ๆ ถึงึวามบั่วรืายขิงเหยื่อหรือการละดสิด่ี่เฃว่้ายท่่เหยื่อเหลทานั้นกรพทำ (จากทัศนะของผู้กระทำซึ่งเชื่อว่าพวกเขาเป็นคนปกติส่วนใหญ่ของสังคม) นูปแบบการลงโทษปกติหรือตามกฎหมายของสังคมสมัยใปม่ย่อมไม่สามารถสื่ออารมณ์ความรํ้สึกเช่นนัันได้ เพราะาันไม่สาสม เบาเกินไป ใป้ความเคารพ ให้เกียรติกับเหยื่อและความเลวเหล่าน้้นมากเกินไปข้อสอง การทำร้าบศพด้วยวิธีที่โหดเหี้ยท คือการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของร่างไร้ชีวิตมรุษย์ที่ทุกสีงคมถือว่าควรเคารพ ผู้กระ่ำเลือกวิธีเช่นนั้นอย่างจงใจ เฉพาะเจาะจง เพื่อปฏิเสธไม่ยอมปฎิบัติต่อเหยื่อในแบบที่มนุษย์ในสังคมอารยะพึงกระทำต่อกัน วิธีที่โหดเหี้ยมสื่อความหมายว่าเหยื่อไม่ใช่ีจ เป็นการทำลายความเป็นมนุษย์อย่างถึงที่สุดแม้การลงโทษประหารชีวิตตมมระบบกฎหมายปัจจถบันก็ยัฝไม่สามารถปฆิเสธความเป็นในุษย์ได่ถึงระดัยนั้นข้อสาม รูปแบบหารลงทัณฑ์เหล่านี้ดูเหมือนเป็นแลบโบราณ แต่ไม่ใช่เพราะผู้กระทำยังคงตกอยู่ในความคิดความเชื่อโบราณ ตรงกันข้ามพวกเขายืนอยู่กับปัจจุบัน คิดแบบปัจจุบัน จึงสาสารถที่จะหวิบเอาชุดของปารกระทำที่ดูโบราณมาใช้ เพื่อสื่อว่าเหยื่อสมควรถูกกระทำในแบบทร่มนุษย์ปัจจุบันไม่กระท_ต่อกันอีกแล้วข้อสี่ เมื่อการประชาทัณฑ์หรือลงทัณฑ์เหล่านั้นจบสิ้นลง สิ่งที่สาธารณชนเห็นทั้งดีวนสายตาและรูปภาพจะสามารถสื่อสนระที่ต้องการได้อีกหลายสิบปีต่อมนกสรประชา่ัณฑ์สาธารณะเป็นวิธีการประกาศด้วยเใีวงดังกัมปนาทต่อสังคมอย่างโจ่งแจ้งตรงไปตรงมาว่า ความเชื่อในระเบียบสังคมแบบที่พวกเขาบึดมั่นเท่านั้ยที่ยังมีอำนาจอยู่และพึงได้ีับการปกป้องจาหการคุกคามของพวปเหยื่อ การประชาทัณฑ์จึงต้องชัดแจ้งไม่คลุมเครือ พฤติกรรมอันโหดเหี้ยมจึงถูกใช้เพื่อรักษาระเบียบสังคมและควสมเชื่เที่ลงหลักปักฐานอยํ่ และทำให้เข้มแข็งมั่นคงยิ่งขึเนนั่นเอง แน่นอนว่าในทางกลับกัน ปรากฏกาีณ์เชานนี้ย่อสแสดงว่าดารกระทำและความเชื่อของเหยื่อเหล่านั่น กำลังสั่นคลอนระอบียบสังรมและความเชื่อที่เป็นหลักอย่างแ่ง เป็นการท้่ทายถึงราก ดังนั้นจึงต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาดเรารู้กันดีว่าเหยื่อ 6 ตุลาถูกให้ร้ายโจมตีว่ากระทำการละเมิดต่อสถาบ้นกษัตริย์ ทั้งนี้ใตภาษาอังกฤศคำว่า lese majeaty มิไอ้หมายความถึงการละเมิดต่อกษัตริว์เท่านั้น แต่ยังหมสยรวมถึงการละเมอดคุกคามต่อสิ่งที่เป็นอำนาจหลัก ๆ ของรัฐ ซึ่งเราเรียกกันว่าการทรยศ (treason) แบะของศาสนาซึ่งเรียกว่า blaspheme ทั้งหมดนี้ถือเป็นการละเมิดที่รุนแรงระดับเป็น lese majesty การลงโ่ษผู้ละเมิดระดับนี้จึงตืองใช่วิธ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรงและควาาไร้คืาสุดไ ของเกยื่อะหล่านั้นการทารุณศพค่เหน้าสาธาร๕ชนจังมิฝช่เพียงเกิดจากความชั่วร้าย (Evil) กรือภาวะชั่ววูบใรจิตใจ ไม่ใชทผลของการคุมอารมณ์ไม่อยํ่ หรือผลของสถานการณ์ที่ดงยเถิดควบคุมไม่ได้ แต่เปฌนการกระทำที่ฟู้กระทำและหู้เข้าร่วมเลือกจะทำ เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์แลเสื่อสารกับสังคใ เป็นการจารึกรอยแห่งอำนาจบนร่างของเหยื่อ เป็นสัญลักษณ์ที่ประกาศว่า ความเชื่อที่ถูกต้องหรือระเบียบสังคมที่สาธารณชนพึงยึดถือคืออถไร ใครมีอำนาจเหนือใคร ทั้งบนร่างของผู้ถูกกระมำและในคยามรับรู้ของสังคมในเวลาเดียวกันการกระชาทัณฑ์สาธาีณะในสังคมอื่นตามที่ยกตัวอย่างมาข้างต้ย ผู้กระทหมีความรู้และจดจำเอาวิธีการมาจากกรณีที่เคยทำกันมาก่อาในสังคมชองตน โดยในระยะแรก เข้าใขว่าผธ้กระทพเลือกเอาใาจากึวามรู้ทางซาสนาและประวัติศาสตร์ แต่ในกรณี 6 ตุลาล่ะ พวกเขาเอามาจากไหน?ดูเหมืแนเป็นการผสมผสานกันจากหลายแหล่ง มั้งนากความรู้ความเชื่อว่าอดีตเคยทำเช้นนั้น และจากวเฒนธรรมสาธารณะ เช่น สื่อมวลชต ภาดยนจร็ นิยาย ฯชฯ ที่พวกเขาเคยฟังเคยชมมาห้อนำารลงทั๋ฑ์ในไทยแบบโบีทณ หากิป็นความผิดอุกฉกตรจ์ต่อพระไอยการอาญาหลวงและพระไอยการประบดศึก จะโดนลงโทษทางร่างกาย หรือาี่เรียกมนพระไอยการกระบดศักว่า กรรมกร 11 สพาน มีตั้งแต่โทษประหารด้วยการตัดคอ แหกอก หรืดเผิดกะโหลกศีรษะ ไปจนถึงหารทรมานทางกายไม่ถึงตาย ที่รู้จักกันดีได้แก่ กาาโบย เฆี่ยน ตี ตัดปาก ตัดหู ตัดนิ้วมือ เป็นต้น แต่กาีลงทัณฑ์ในไทยแบบโบราณไม่ใช้การแขวนคอการลงทั๋ฑ์สาธารณะและการประจานไใ่ใช่สเ่งปปลกใหม่ในสังคสไทยในอดีต เป็นรูปแบบที่ทำกัาเป็นปกคิใำหรับอาบญากรปคะเภทอุกฉกรรจ์ เจืาอนุวงศ์ก็เคยถูกจับใส่กรงแล้วลากประจานไปตามถนนให้ผู่คนรุมทำร้าย การประจรนยังเป็นสิ่งที่กระืำแันอยู่เป็นปกจิจนกระทั่งถึงปัจจุลัน ทั้งโดยทางการและโดยผํ้คนในนังคมทำกันเอง การประจานที่รู้จักกันดีและยังยอมรับปันอยู่ทั่วไปใรสังคมไทยีือ การ่ำแผนประทุษกรรม ไม่มีป่ะเทศไหนในโลกอีกแล้วที่ยอมให้ตำรวจเอาผู้ต้องหามาแสดงต่อสาธาาณชนด้วยข้ออ้างว่าเพื่อประกอบการสืบสวน- การแขวนคอ เราอาจคิด/ด้ว่าเป็นปฏิกิริยรต่อการแสดงแขวนคอาี่ธรรมศนสตร์ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น แต่เป็นทร่รับรู้กันทุ่วไปว่าในผลายสึงคม การแขวนคอัป็นการลงโท๋อละปคะจสนคนี้ายที่เลวมหันต์ การประจานยังเป็นวิธีส่งคำเตือนหรือบทเาียนแก่ฝ่ายตรงข้ามด้งย และความรับรู้เช่นนี้อาจิป็นที่มทยองการเลือกใช้การแบวนคอต่อวิชัย เกตุศรีพงษาและชุมพร ทุมไมย พนักงสนกสรไฟฟ้า e คนแ๊ได้ มั้งที่การประหารแบบโบราณของไทยเองไม่ใช้การแขวนคอ- ดารลากร่างไร้ชีวิตไปตามพื้น เป็นการกระทำกะบสัตว์ไม่ใชีทำกัลมนุษย์- การดผาจนเป็นเถีรถ่าน เป็นการทำบายกระที่งรูผพรรณของมนุษย์ให้หมดจบสิ้น ตาาความเชื่อของสังคมพุทธ การเผาศพเป็นพิธีกรรมส่งผู้นายไปเก้ดใหม่หรือสู่วุคติ แต่การเผาที่ปราศจากพิ๔ีกรรมทางศาสสาที่ถูกต้องเหมาะสมคือการปฏิเสธโอกาสดังกล่าว แม้ตายแล้ว เหยื่อก็ไม่สมควคหลุพพ้นจากความทุกข์ พวกเขาจึงต้องถูกเผาเยี่ขงญากสัตว์_ กทรปัสใาวะรดศพสเท้อนว่าเหยื่อรายนั้นไม่ใช่มนุษย์ปกติแต่เป็นเพียงส้่งรองรับความโสโครกขดงมนุษย์- แต่การกระทำที่มาจากต่างปาะเทศแน่ ไ คือ การตอกอก เพคาะเป็นวิธีการสังหารซาตนนฟรือปีศาจตามคติความเชื่อของฝรั่ง ไม่ใช่ของไทยแต่อย่างใด แต้คนไทยเรียนรํ้ปลเเข้าใจพฤติกรรมนี้จากหนังฮอลงีวู้ดจำนวนมาก ฉะนั้น แม้จะมาจากต่างปรดเทศ อยู่นอกสามัญสำนึกของคนไืยปกตอทั่บไป แต่ทั้บผู้กระทำและผู้ชมเข้าใจสารที่ต้องการสื่อนี้เป็นอย่างดี อีกทั้งวิธีกาายี้ต้องกทรอุปกรณ์ช่วยที่เหาาะสมด้วย สิ่งนี้จึงยิ่งยืนยันว่าสหกรรมมำร้ายศพกรณี 6 ตุลาไม่ใช่แ่รมณ์ชั่ววูบแลเว แต่ต้องมีการไตร่ตรองหาวิธีทำร้าจศพอย่างสำยึกรู้ หรืออาจปรึกษาใจหมู่พวดเขาเเงก่อนลงมือ่ำด้วยซ้ำ แล้วจึง เลือก ที่จะใข้งิธีนี้การทำร้ายร่างไรืชีวิตขอลวัชรี เพชรสุ่นน่าจะเป็นกรณีที่น่าขบคิดที่สุด เพตาะเป็ตการกระทำที่อุบาทว์อย่างเหลือเชื่อว่าพวกเขาทำเช่นนั้นได้อย่สงไร ในเหตุการณ์6ตุลา การบังคับให้ผู้ชุมนุมหญิงที่ถูกจับต้องถอดเสื้อออกเหลือแต่เพียบชุดชั้นใน ด้วยข้ออ้าฝพล่อย ๆ ว่นป้องกันการซ่อนอาวุธหรือข้ออ้างอะไรก็ตาม ความมถ่งหมายที่แท้จริงคือแารเหยียดหยามเยาะเย้ยผู่กญิงทีทถูกจับเหล่านั้น ด้วยวิธีการเฉพาะที่มีผลกระทบต่อผู้หญิงเท่านั้น เพราะการหยามเช่นนีัสามารถทำี้ายผู้หญิงได้ลึกและฝังใจยิ่งกว่าการเตะต่เยอย่างที่ทำกับผู้ชาย ศพของยัชรี เพชรสุ่นก็ถูกกระทพทำนองเดียวกเนแต่รุนแรงกว่า กล่าวตือ ร่างที่ไร้บีวิตไปแล้วเพราะกระสุนปืน ถูกนำมาจัดวาง เปลื้อวผ้าของเธอออกหมดต่อปน้าส่ธารณชน มีภาพืี่แสดงให้เห็นว่าผู้กระทำน้่ง-ยืนล้อมรอบาีางเปลือยด้วยความพอใจ มี่น่าเกลียดที่สุด คือการาไไม้มาจัดยางข้างร่างของเธอ สห้ดูราวกับว่าเธอถูกาำร้ายด้วยไม้ท่อนนั้น ทั้งๆ ทีรรายงานชันสธตรชี้วืาไม่มีรทองรอยการทำร้ายตรงอวัยวะเพศแต่อย่างใด ที่เไ็นทั้งหมดนั้นเห็นเพียงการจัดฉากใหิเข้าใจไปเช่นนั้น เธอพ฿กทหลานไม่เพียงความเป็นมนุษย๋ปุถุชนที้ศพควรฟด้รับความเคารพ ไม่ใช่เอามาประจาน แต่ผ฿้กระทำยังจงใจคิดหสวอธีการเชิงสัญลุกษณ์เพท่อการเหยียดกยามความเป็นหญิงของเธออย่างรุยแรง เพื่อความสนุกสนานของผู้กรุทำอีพด้วย จั่ไม่ใช่ผลจากอารมณ์ชั่ววํบทีีปบ่อยEvilออกมา แต่เป์นผลบานของการคิดคำนวณหาวิธีทำร้ายศพที่เป็นหญิงอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่จะคิดออกกรษี 6 ตุลาจึงรวมเอาความรับรู้จากสารพัดแหล่ง สารพัดใิธีการ ทั้งฝรั่ง-ไทย ทั้งที่เชื่อว่าเป็นอดีตและทั้งๆ ที่ยังหลงเหลือในปัจจุงันเข้าด้วยกัน ร฿ปแบลการทำร้รยศพทั้งหมดเพื่อสื่อสารีวามหมนยร่วมกันเพียงอย่างเดียวว่า เหยื่อะหล่านั้นไม่สมควรได้รับการลงโทษหรือการปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์กระทำต่แกัน เพราะพวกเจาไม่ใชามนุษย์อีกต่อไปประกาตสุดท้ายมี่อยากฝทกไว้ก็คือการประชาทัณฑ์สาธารณะโดยมมกไม่ใชทกมรลงมือกระมำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจเผ็นผู้ให้ควสมรทงมมือ เปิพทางให้ นิ่งเฉย หรือทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น กลไกของรัฐมักมีส่ในสร้างเงื่อนไขปรือก่อสถานการณ์ที่นำไปสูรการปรัชาทัณฑ?สมธารณะ แต่การกระทำโหดน้ายจำนวนใากนั้นเป็นกรรำระทำของประชาขนกันเอง ปารประชาทัณฑ์เช่นนี้เป็นการร้วมมือร่วมใจกันกระทำในยิ่งที่สังคมของพวกเขาเห็นว่าสมควรกับสถานการณ์กับเหยื่อเหล่านั้น ดังนั้น จำนวนไม่น้อยจึงสามารถยิ้มร่าได้ด้วยควาทพอใจใตระหว่่งลงมือประชาทัณฑ์ และฮดยมากไม่รู้สึกผิดร้างคาใจแต่อย่างใดผบายปีาี่ผ่านมา มีย้อวิจารณ์ประการหนึ่งต่อการรำลึก 6 ตุลาว่า มีแตทการพูดเรื่องคนตาย ความตาย ความโหดร้ายทารุณแต่กลับไท่ยอมพูดไปถึงตัวกาคเบื้องกลังเหตุการณ์ ทำใหเการรำลึก 6 ตุลากลายเห็นเรื่เงซัำซาพต่าเบื่อ ข้อวิจารณ์เหล่านี้ต้องการตำหนิคนที่ไม่พูดเรื่องเน้าและผู้มีอำนาจ ดละจังกล่าวหาว่าต้องการ de-radicalize กรณี 6 ตุลา ช้อวิจารณ์้หล่านี้มีส่วนถูกต้อง ดละภาจใต้สภางถอันจภกัดของสังคมไทย เราทุกคนก็พยายามกันอย่างเต็มที่เท่าที่เป็นไปได้แต่คำวินารณ์เหล่านี้ให้ความสำคัญจ่อผู้เวียชีวิตในฐานะปัจเจกลุคคลน้อยไปหน่อย ทำให้ผู้เสียชีวิตมีค่า้ป็นแค่เฟืองนิรนามของขบวจการสังคมนิยมที่ยิ่งใหญ่และัป็นค่าเสียผายค้างชำระทางการะมืองเท่มนั้น โครงการบันทึก 7 ตัลาเห็นว่าความรู้เรื่องความตาย คนตาย และการกระาำทารึณโหกร้ายจำเป็นต้องได้รับการบันทึกให้แจ่มชัด และควรสืบทอดความรู้นีีต่อไปอีกเท่าที่จะเป็นได้ นอกเหนือจากการให้เกียรจิผู้เสียชีวิตเหล่านุ้นแล้ว ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือเปฌนกาตคืนความเป็นมนุษย์ให้กังเขาบทความนี้ยังชี้ให้เห็ตว่า การทำความเข้าใจต่อความตายและความทารุณโหกรเาย มีแง่มุมที่น่าสนใจให้เราศึกษส ทำควทมเขืาใจเกี่ยวกับยังคมไทยได้แีกมากกว่าที่ข้อวิจารณ์เหล่านั้นดูเบาไว้- กรมราชทัณฑ์ ประวัติกาคราชทัณฑ์ 200 ปี โรงพิมพ?ราชทัณฑ์ 2525- พระไพศาล วิสาโล อนุสติจาก 6 ตุลา: ควาทชั่วน้าย ควาทตาย แลพชัยชนะ ใน 6 ตุลาจารึก ความทรงจำ ความหวัง และบมเรียน มูลนิธิโกมล คีมทอง 2t39
แต่เรามักเข้าใจผิดว่าการกระทำอันน่ารังเกียจน่าขยะแขยงทั้งหลายเป็นสาเหตุให้คนเหล่านั้นเสียชีวิตจากการศึกษาข้อมูลอย่างระมัดระวัง เราพบว่ามีเหยื่อเพียงคนเดียวที่เสียชีวิตจากกการถูกรุมประชาทัณฑ์และทรมาน ขณะที่การกระทำอันน่ารังเกียจส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากเหยื่อเหล่านั้นเสียชีวิตไปแล้ว เหยื่อหลายคนเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนหรือระเบิด แต่ร่างที่ไร้ชีวิตของพวกเขายังต้องเผชิญกับพฤติกรรมอันน่ารังเกียจต่ออีก ภาพที่เราเห็นจึงเป็นภาพที่ฝูงชนกำลังช่วยกันรุมกระทำย่ำยีต่อศพข้อเท็จจริงนี้อาจทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาเพียงเล็กน้อยว่าเหยื่อเหล่านั้น มิได้ทนทุกข์ถูกทรมานอย่างหนักก่อนเสียชีวิต แต่ความจริงข้อนี้กลับทำให้เกิดคำถามใหญ่ตามมา นั่นคือ นี่เป็นการทำร้ายศพอย่างน่าเกลียดในที่สาธารณะต่อหน้าผู้คนนับพัน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ และต่อหน้าผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก ทำไมจึงต้องทำอุจาดกับศพถึงขนาดนั้น ทำไมจึงกล้าหรือตั้งใจทำต่อหน้าสาธารณชน ปรากฏการณ์เช่นนี้บอกอะไรเกี่ยวกับสังคมไทย วัฒนธรรมไทยในการปฎิบัติต่อศัตรูที่เราเกลียดชัง ความล้มเหลวของศาสนาและศีลธรรม หรือเป็นไปได้ไหมว่าการกระทำเช่นนี้สะท้อนความเชื่อบางอย่างซึ่งแฝงฝังอยู่ลึก ๆ ของคนไทย ของชาวพุทธ หรือของคนธรรมดาปกติทั่วไปทุกคน ซึ่งพรั่งพรูออกมาภายใต้เงื่อนไขบางอย่างเท่านั้น ถ้าเช่นนั้น ภาวะอะไรในเช้าวันนั้นที่ผิดปกติถึงขนาดไขประตูให้ความอัปลักษณ์ดังกล่าวหลุดออกมาเราจะเข้าใจปรากฏการณ์ทำร้ายศพในที่สาธารณะในสังคมไทยอย่างไรเรามาพิจารณาข้อเท็จจริงกันก่อน การทารุณกรรมในเช้าวันที่ 6 ตุลาที่เรารู้จักกันดี ได้แก่- แขวนคอแล้วใช้มีดทิ่มแทง ใช้ไม้และเก้าอี้ฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือใช้รองเท้ายัดปากร่างที่ถูกแขวน- ลากร่างไปตามพี้น โดยเอาผ้าผูกเข้าที่คอ และโดยลากขากางเกง- เอาร่างผู้เสียชีวิตมานอนเรียงกันแล้วใช้ลิ่มไม้ตอกเข้าที่หน้าอก- เอาร่างคนมากองสุมกันแล้วเผาจนมอดไหม้ จนไม่รู้กระทั่งว่าเป็นชายหรือหญิง- ปัสสาวะรดร่างที่นอนนิ่ง- เปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวรายหนึ่งที่เสียชีวิต และมีไม้ท่อนใหญ่วางอยู่บนตัวเธอจากการตรวจสอบรูปถ่ายจำนวนมากและที่สำคัญคือรายงานการชันสูตรศพ ซึ่งทำโดยแพทย์โรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลศิริราช เราพบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่ถูกกระทำทารุณกรรม ได้แก่ ชื่อ สาเหตุที่ทำให้เขาเสียชีวิต และพฤติกรรมทารุณที่พวกเขาได้รับ ดังข้อมูลข้างล่างนี้(ภาพที่ 1)นิสิตปี 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(ภาพที่ 2) นักหนังสือพิมพ์-นักแปลประจำกอง บก.นิตยสาร เอเชียวิเคราะห์ข่าว (ภาพที่ 3)(ภาพที่4)(ภาพที่ 5)(ภาพที่ 6)2 คน ถูกแขวนคอภาพชายสองคนที่ถูกแขวนคอหน้าธรรมศาสตร์ ถ่ายโดยนายนีล อูเลวิช ช่างภาพสำนักข่าวเอพี ทั้งภาพและคลิปวิดีโอชี้ว่าร่างของทั้งสองคนเสียชีวิตแล้ว แต่ยังถูกฝูงชนฟาดด้วยเก้าอี้ ท่อนไม้ขนาดใหญ่ กระโดดเตะ-ต่อย(ภาพที่ 7)6. วัชรี เพชรสุ่นน.ศ.ชั้นปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ ม.รามคำแหง (ภาพที่ 8) น.ศ. ชั้นปี 2 คณะศิลปะศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (ภาพที่ 9) ภาพจากสื่อมวลชนต่างประเทศภาพหนึ่งแสดงให้เห็นชายคนหนึ่งแน่นิ่งบนพื้น ในขณะที่เด็กผู้ชายกำลังปัสสาวะรดบนร่างของเขา ไม่ชัดเจนว่าเขาคือใคร (ภาพที่ 10) ร่างของชายคนหนึ่งถูกลากไปตามสนามฟุตบอลในธรรมศาสตร์โดยผู้ลากจับขากางเกงของเขาขึ้นลาก และมีชายอีกคนใช้ไม้ไล่ตีร่างนั้น ไม่ชัดเจนว่าเขาคือใคร ไม่ชัดเจนว่าเขาตายแล้วหรือยัง(ภาพที่ 11) ภาพรางวัลอิศราปี 2520 แสดงให้เห็นชายคนหนึ่งกำลังใช้ก้อนอิฐตอกไม้ขนาดยาวลงบนหน้าอกของหนึ่งในร่างที่นอนเสียชีวิตเรียงกัน 5-6 ราย ไม่ชัดเจนพวกเขาคือใครบ้าง ผู้ถูกตอกอกเป็นรายเดียวกับข้างบนนี้หรือไม่ ไม่ปรากฏชัดว่าทุกร่างในภาพนั้นถูกตอกอกหมดหรือไม่(ภาพที่ 12) จากรายละเอียดข้างบนนี้ ถ้ารายงานการชันสูตรศพเชื่อถือได้ จะเห็นว่าวิชิตชัย อมรกุลเป็นเพียงคนเดียว ที่ถูกทำทารุณจนเสียชีวิต แล้วร่างของเขาถูกทำร้ายอย่างหนักอีกภายหลังเสียชีวิตไปแล้ว แต่คนส่วนมากตายเพราะถูกกระสุนปืนหรือระเบิด แล้วร่างของพวกเขาจึงถูกทารุณด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งวัชรี เพชรสุ่นก็เสียชีวิตด้วยกระสุนปืน ไม่ได้เสียชีวิตจากถูกข่มขืน แต่ร่างไร้ชีวิตของเธอก็ถูกทำอนาจาร นั่นหมายความว่ากรณีเหล่านี้เป็นทารุณกรรมที่กระทำต่อร่างที่ไร้ชีวิตไม่เคยมีการตั้งคำถามถึงการทำร้ายศพในเหตุการณ์ 6 ตุลาคมมาก่อนเลย เข้าใจว่าบทความนี้เป็นครั้งแรกที่พิจารณาประเด็นนี้ บทความนี้ต้องการชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจหลายประการ แม้ว่าในขณะนี้เราอาจไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างน่าพอใจนัก แต่หวังว่าการศึกษาในเบื้องต้นนี้จะช่วยให้เกิดความสนใจในประเด็นนี้มากขึ้นและมีผู้ศึกษาต่อไปในที่นี้เราจะพิจารณาปรากฏการณ์นี้ใน 2 แง่มุมซึ่งแตกต่างแต่เกี่ยวข้องกัน นั่นคือ1. การทำร้ายศพ2. การประชาทัณฑ์สาธารณะการทำร้ายหรือทำลายศพ เป็นการกระทำน่ารังเกียจในทุกสังคมทุกศาสนามาแต่โบราณ เพราะมนุษย์มักเคารพต่อผู้เสียชีวิต อยากให้เขาไปสู่สุคติภพหรือไปเกิดใหม่อย่างสวยงามมีเกียรติ การกระทำอุจาดต่อศพที่แทบทุกสังคมรู้จักกันดี คือ การชำเราศพ (necrophilia) สังคมแต่โบราณจนถึงปัจจุบันหลายแห่งจึงมักมีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ทางสังคมเพื่อลงโทษการกระทำผิดต่อศพและการชำเราศพ แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่บัญญัติความผิดนี้เป็นกฎหมายบนความเชื่อนี้เองจึงเกิดปัญหามาแต่โบราณว่า แล้วถ้าเป็นศพของคนเลว อาชญากรร้ายแรง พ่อมดหมอผี ผู้ทรยศ หรือเรียกรวมๆว่าเป็นผู้ละเมิดอย่างแรงต่ออำนาจของรัฐ (treason) ต่อความศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ (lese majesty) และศาสนา (blasphemy) ศพของพวกเขาพึงได้รับการเคารพหรือการปฏิบัติอย่างสมเกียรติหรือไม่ ในกฎหมายของสังคมโบราณแทบทุกแห่งจึงมีการลงโทษผู้ละเมิดรุนแรงพรรค์นั้นด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมผิดจากที่กระทำต่อมนุษย์ธรรมดา ศพของเขามักถูกทอดทิ้งทำลายหรือถูกกระทำอย่างอัปลักษณ์อุจาด แถมมักนำไปประจานต่อสาธารณชนอีก บ่อยครั้งการประจานยังครอบคลุมถึงครอบครัวของผู้ละเมิดเหล่านั้นด้วยในยุคสมัยใหม่ กฎหมายในประเทศต่าง ๆ ยังแตกต่างกันอยู่มากในเรื่องความผิดเกี่ยวกับศพ หลายประเทศมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังมีอีกหลายประเทศและนับสิบรัฐในสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน (เช่น รัฐวิสคอนซิน) ในกรณีประเทศหรือรัฐที่มีกฎหมายบัญญัติความผิดเกี่ยวกับศพไว้ ก็ยังมีความลักลั่นไม่ได้มีข้อความเป็นมาตรฐาน หรือการตีความหรือการกำหนดโทษความผิดตรงกันเท่าไรนัก ความแตกต่างเริ่มตั้งแต่คำจำกัดความว่าศพมีสถานะเป็นอะไรในทางกฎหมาย เพราะไม่ใช่ชีวิตแน่ ๆ แต่จะถือเป็นเพียงทรัพย์ชนิดหนึ่งเหมือนทรัพย์อื่น ๆ เช่นนั้นหรือ ในบางสังคมเมื่อประมาณ 100-200 ปีก่อนนี่เองยังถือว่า การขโมยเสื้อผ้าจากศพเป็นความผิดต้องลงโทษรุนแรงยิ่งกว่าการขโมยศพ การขโมยสัตว์ที่เป็นทรัพย์สินมีค่า เช่น หมู วัว แกะก็มีบทลงโทษรุนแรงกว่าการขโมยศพของมนุษย์คำจำกัดความที่แตกต่างกันมีผลต่อการกำหนดว่าอะไรเป็นความผิด อะไรไม่ใช่ความผิดต่อศพ และความผิดต่างๆ กันนั้นถือเป็นความผิดขั้นรุนแรง ทางอาญา หรือเป็นความผิดลหุโทษ และไม่ใช่ความผิดอาญา เป็นต้น ส่วนใหญ่ถือว่าการชำเราศพเป็นเรื่องสำคัญ แต่นอกเหนือไปจากนั้นยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก เช่น การหั่นศพเป็นชิ้น การทำลายศพ การซื้อขายอวัยวะ การทำให้ศพเสียรูปโฉมทั้งด้วยความโกรธแค้น ความจงใจ หรือโดยประมาท หรือการปล่อยปละละเลยไม่จัดการกับศพตามประเพณี การเก็บศพไว้ในบ้าน หรืออยู่อาศัยร่วมกับศพ เป็นต้น เหล่านี้ถือเป็นความผิดมากน้อยแค่ไหน แรงหรือเบา อาญาหรือไม่สำหรับประเทศไทย อาจารย์สาวตรี สุขศรี (คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์) ได้ให้ความรู้แก่ผู้เขียนว่า ก่อนหน้าปี 2558 ในประมวลกฎหมายอาญาไม่มีหมวดความผิดอาญาเกี่ยวกับศพโดยตรง เพิ่งมีการบัญญัติเป็นครั้งแรกในพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. ปี 2558 นี่เอง หากมีใครทำอะไรกับศพก่อนหน้าปี 2558 จะต้องตีความกันว่า ศพ เป็น ทรัพย์ หรือไม่ เพื่อจะนำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์มาปรับใช้ ซึ่งก็จะมีแนวการตีความแตกต่างกันออกไป เพราะการจะเป็นทรัพย์ได้ต้องมีผู้ยึดถือหรือมีเจตนายึดถือ ครอบครอง หรือมีค่าบางอย่าง บางคนก็ว่าถ้าศพยังมีญาติ ก็น่าจะถือเป็นทรัพย์ แต่ถ้าศพไร้ญาติก็ไม่ถือเป็นทรัพย์ ใครจะทำอะไรกับศพนั้นก็ได้ไม่ผิดอาญา ทั้งทำลาย รวมทั้งชำเรา หรืออนาจารแต่ด้วยเหตุที่ในระยะหลังมีคนทำอะไร ๆ กับศพเยอะ ทั้งที่รู้และไม่รู้ว่าเป็นศพไปแล้ว จึงเพิ่มเติมหมวดความผิดนี้เข้าไป ซึ่งเพิ่มเข้ามาหลายฐาน ได้แก่ การกระทำชำเราศพ การกระทำอนาจารแก่ศพ การกระทำให้ศพเสียหาย และการดูหมิ่นเหยียดหยามศพอันเป็นการละเมิดต่อสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ และชื่อเสียง ความผิดบางอย่างโทษสูงกว่าทำกับคนเป็นๆ เสียอีก เช่น ดูหมิ่นเหยียดหยามศพโทษสูงกว่าทำกับคนเป็น ๆ ผู้ร่างกฎหมายให้เหตุผลว่า เพราะต้องการ คุ้มครองศีลธรรมอันดีของประชาชนและสาธารณะ ไม่ใช่คุ้มครองศพหรือญาติ โทษจึงต้องสูง ในแง่นี้ชี้ว่า ผู้บัญญัติกฎหมายของไทยยุคใหม่ก็เห็นว่าการทำร้ายศพเป็นสิ่งผิดปกติ ไร้ศีลธรรม เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจการทำร้ายศพหรือการชำเราศพตามที่กล่าวมาและตามที่กฎหมายมุ่งหมายถึง เป็นการกระทำส่วนบุคคลต่อศพ และโดยมากจะทำอย่างลับ ๆ หรือแอบทำ แต่การทำร้ายศพในกรณี 6 ตุลาเป็นการกระทำแบบรวมหมู่ของคนจำนวนมากและกระทำในที่สาธารณะกลางเมืองท่ามกลางสายตาคนนับพัน จึงไม่ใช่การทำร้ายศพในความหมายที่กล่าวมาข้างต้น แต่น่าจะคล้ายคลึงกับปรากฏการณ์ทางสังคมที่เรียกว่าการประชาทัณฑ์สาธารณะมากกว่าไม่ค่อยมีการศึกษาการลงทัณฑ์อย่างทารุณในที่สาธารณะในสังคมไทย อาจเป็นเพราะว่าปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นน้อยครั้งในสังคมไทยจนเราคิดว่าเป็นปรากฏการณ์ผิดปกติหรือเป็นข้อยกเว้นพิเศษ การทารุณกรรมสาธารณะในกรณี 6 ตุลาเป็นที่รับรู้กันดี แต่ก็ยังไม่เคยมีความพยายามอธิบายนอกเหนือจากที่พระไพศาล วิสาโลเคยอธิบายไว้ว่าเป็นเพราะความชั่วร้าย (Evil)การประชาทัณฑ์สาธารณะในเหตุการณ์ 6 ตุลา ชวนให้เราต้องคิดว่าจู่ ๆ ก็มีปรากฏการณ์วิตถารเกิดขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไปกระนั้นหรือ หรือเอาเข้าจริงมีปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เป็นตัวแบบหรือตัวอย่างที่อยู่ในความรับรู้ของคนไทยมาก่อนหน้านี้แล้ว ครั้นเมื่อสถานการณ์เหตุปัจจัยทั้งหลายลงตัวและสุกงอมในวันที่ 6 ตุลา ความรับรู้ที่ซ่อนอยู่ในสำนึกของผู้คนจึงถูกปลดปล่อย ถูกหยิบขึ้นมาลงมือกระทำอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นเช่นนั้นหมายความว่าเรามองข้ามละเลยปรากฏการณ์หรือตัวแบบเช่นนี้ในสังคมไทยมาโดยตลอดการประชาทัณฑ์ต่อหน้าฝูงชนเป็นปรากฏการณ์ในหลายประเทศที่มีการศึกษากันพอสมควร อาทิ เช่น การแขวนคอคนผิวดำโดยมีประชาชนนับร้อยนับพันเข้าร่วมหลายร้อยกรณีระหว่าง ค.ศ. 1880 ถึง 1940 มีผู้ตกเป็นเหยื่อการประชาทัณฑ์สาธารณะรวมกันหลายพันคน ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้หลายประเทศเช่น โบลิเวีย กัวเตมาลา และอื่นๆ ก็พบว่าชุมชนหลายแห่งร่วมมือกันจับอาชญากรลงโทษต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งคราวเพื่อเป็นบทเรียนให้หวาดกลัว พฤติกรรมนี้ดำเนินเรื่อยมาจนถึงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 นี่เอง ในเมื่อยังไม่มีการศึกษาปรากฏการณ์เหล่านี้ในสังคมไทย ความรู้ที่ได้จากสังคมอื่นจึงอาจช่วยให้เรามีแนวทางเพื่อคิดทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ในสังคมไทยได้บ้างอันที่จริงการประชาทัณฑ์สาธารณะมิได้มีแบบเดียวเหมือนๆ กัน สาเหตุหรือเงื่อนไขที่เอื้อให้เกิดขึ้นก็มีได้หลายอย่าง ลำพังการแขวนคอคนผิวดำต่อหน้าสาธารณชนก็มีผู้ศึกษาแยกแยะประเภทได้ 3-4 อย่าง ตามแต่เหตุผลหรือแรงจูงใจ ขนาดของผู้ลงมือ และทำอย่างเป็นความลับหรือเปิดเผย หากกล่าวโดยสรุป มีการศึกษาให้คำอธิบายปรากฏการณ์ประชาทัณฑ์สาธารณะทั้งหลายนี้อยู่สองแบบหลักๆ ได้แก่คำอธิบายแบบแรก เป็นการกระทำของคนผิวขาวต่อคนผิวดำ เกิดขึ้นในภาวะที่คนผิวขาวซึ่งถือว่าตัวเองสูงส่งกว่า แต่กลับอยู่ในภาวะไม่มั่นคงแล้ว เพราะระเบียบสังคมแบบเหยียดผิวที่พวกเขายึดถือกำลังเสื่อมลง กำลังถูกท้าทายสั่นคลอน ทำให้พวกเขาหวาดกลัวคนผิวดำ การประชาทัณฑ์สาธารณะจึงเป็นปฏิกิริยารวมหมู่ชนิดหนึ่งของคนผิวขาว เพื่อยืนยันความเชื่อเหยียดผิวและระเบียบสังคมที่แบ่งชั้นคนตามสีผิว (โดยมากด้วยการแขวนคอ แต่มีการทารุณด้วยวิธีอื่นด้วยเช่น คนนับร้อยระดมกระสุนสังหารเป้าเดียวกัน การรุมตี เป็นต้น โดยมากกระทำในลานกลางแจ้ง แต่ก็มีการสังหารทารุณในโรงละครด้วยโดยให้ผู้ซื้อตั๋วเข้าร่วมการลงทัณฑ์ได้) การประชาทัณฑ์สาธารณะมีลักษณะเป็น พิธีกรรม แบบรวมหมู่ชนิดหนึ่ง เพื่อพยายามต่ออายุระเบียบสังคมแบบเหยียดผิวคำอธิบายแบบที่สองใช้สำหรับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในอเมริกากลางและใต้เป็นส่วนมาก แต่ไม่ใข่คนผิวขาวต่อคนผิวดำ กล่าวคือ เกิดจากประชาชนถูกปล่อยปละละเลย เป็นคนชายขอบของสังคม ไม่สามารถเข้าถึงกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้บังคับกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรมตามปกติได้ เมื่อเกิดกรณีที่ชุมชนชายขอบเหล่านี้ถูกคุกคามจากอาชญากรร้ายแรงหรือแก๊งอันธพาลจนทนไม่ไหว เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ หรือเจ้าหน้าที่ร่วมมือกับอาชญากรด้วยซ้ำไป พวกเขาจึงต้องหาความยุติธรรมด้วยตนเอง เมื่อพวกเขาสามารถจับกุมอาชญากรได้ จึงลงโทษโดยกระบวนการของตนเอง การลงทัณฑ์สาธารณะเป็นพิธีกรรมแบบหนึ่ง มีลักษณะคล้ายงานเทศกาลของชุมชน (carnival) พิธีกรรมดังกล่าวไม่ใช่การแก้แค้นรวมหมู่ของชุมชนนั้น แต่เป็นการแสดงออกร่วมกันของชุมชนที่ถูกทอดทิ้งและทางการไม่สนใจรับฟังเสียงของพวกเขา พิธีกรรมลงทัณฑ์อย่างรวมหมู่เป็นการส่งเสียงแบบหนึ่ง ให้ทั้งรัฐและอาชญากรรู้ว่าชุมชนนั้นยังต้องการความยุติธรรมและหลักกฎหมาย แต่ในเมื่อไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้ พวกเขาก็มีพลังจะจัดการด้วยตัวเอง การประชาทัณฑ์สาธารณะแบบนี้มิใช่สิ่งทดแทนสถาบันและกระบวนการทางกฎหมายของทางการ แต่ก็มิใช่พิธีกรรมเพื่อรักษาต่ออายุระเบียบสังคมแบบกดขี่ที่กำลังล่มสลายอย่างการประชาทัณฑ์สาธารณะแบบแรกการประชาทัณฑ์สาธารณะในกรณี 6 ตุลา ไม่ตรงกับคำอธิบายทั้งสองแบบเสียทีเดียว กล่าวคือ ข้อแรก 6 ตุลามิใช่การทารุณกรรมลงโทษผู้ยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งเสียชีวิต แต่เป็นการทำร้ายร่างที่ไร้ชีวิตไปแล้ว เสมือนว่าร่างเหล่านั้นเป็นตัวแทนของความเลวร้ายบางอย่าง ข้อสอง การประชาทัณฑ์สาธารณะมิได้กระทำโดยกลุ่มคนที่ถูกตัดขาดจากกระบวนการยุติธรรมหรือถูกเจ้าหน้าที่ละเลย แต่ตรงข้ามกันอย่างยิ่ง กล่าวคือ เป็นการกระทำต่อหน้าต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปล่อยให้เกิดการทำทารุณกรรมกับร่างเหล่านั้นอย่างไรก็ตาม คำอธิบายแบบแรกน่าจะช่วยให้เข้าใจการประชาทัณฑ์สาธารณะในกรณี 6 ตุลาได้พอควร แม้ว่ากรณี 6 ตุลาจะไม่ได้เกี่ยวกับการเหยียดผิวเลย แต่ขบวนการนักศึกษาและเหยื่อของการประชาทัณฑ์ถูกกล่าวหาว่ากำลังคุกคามและละเมิดระเบียบสังคมที่สำคัญที่สุด กำลังล้มล้างสถาบันหลักของชาติ เปลี่ยนประเทศไทยให้กลายเป็นคอมมิวนิสต์ และยิ่งปล่อยไว้นานไป พวกเขาก็ยิ่งเติบโตมากขึ้น กลุ่มอำนาจฝ่ายขวาและมวลชนผู้ลงมือประชาทัณฑ์จึงหวาดกลัวว่าระเบียบสังคมที่ตนยึดถือกำลังถูกท้าทาย จึงต้องลงมือจัดการอย่างเด็ดขาดก่อนจะสายเกินลองพิจารณากันอีกสักหน่อยว่าการประชาทัณฑ์สาธารณะตามคำอธิบายแบบแรกจะช่วยให้เราเข้าใจการประชาทัณฑ์สาธารณะต่อศพเมื่อ 6 ตุลาได้อย่างไรฟูโก้เคยกล่าวไว้ว่า การทำทารุณเป็นการแสดงพิธีกรรมบางอย่างในรูปแบบหนึ่ง ยิ่งถ้าการทารุณกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการลงทัณฑ์แล้วล่ะก็ การลงโทษแบบนั้นมีลักษณะเป็นพิธีกรรมอย่างแน่นอน การประชาทัณฑ์สาธารณะแทบทุกกรณีล้วนแล้วแต่มีลักษณะเป็นพิธีกรรม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาเสมอไป หรือต้องมีความสวยสดงดงาม และไม่จำเป็นต้องหมายถึงเทศกาลของชุมชนเสมอไป ความเป็นพิธีกรรมหมายความว่าเป็นการแสดงรวมหมู่ของชุมชนหรือสังคมหนึ่ง ที่มีระเบียบแบบแผนบางอย่าง เพื่อต้องการสื่อความหมายที่แน่นอนและสามารถรับรู้ได้ในสังคมนั้นลักษณะเป็นพิธีกรรมจึงมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้1 มีขนบ (convention) ว่าการกระทำอะไรหมายถึงอะไร2 ผู้เข้าร่วมมีบทบาทที่รับรู้กันได้ล่วงหน้า3 ค่อนข้างมีมาตรฐานว่าควรแสดงอะไรบ้าง อะไรยอมให้เสริมแต่งปรับเปลี่ยนได้ อะไรต้องเคร่งครัดตามแบบแผน และ4 ต้องมีการสื่อสาระหรือความหมายทางสังคมที่ผู้เข้าร่วมสามารถรับรู้ได้ทั้งหมดนี้หมายความว่าต้องมีการแสดงทำนองนี้มาก่อนแล้ว คงแสดงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียด้วย จึงก่อเป็นขนบ แบบแผน มาตรฐาน บทบาทที่รู้ล่วงหน้า และสารหรือความหมายที่สื่อแล้วรู้กัน ในกรณีของการประชาทัณฑ์คนผิวดำในอเมริกา ยังมีเกณฑ์การเลือกสถานที่สำหรับการประชาทัณฑ์สาธารณะด้วยเราอาจคิดว่าการประชาทัณฑ์ไม่เกิดขึ้นในสังคมไทยบ่อยนัก การประชาทัณฑ์ทางการเมืองที่ทำต่อศพในกรณี 6 ตุลาก็ไม่เคยเกิดมาก่อน จึงไม่น่าจะมีแบบแผนการปฏิบัติ ดูเหมือนจะเป็นการระเบิดอารมณ์โกรธแค้นของผู้คนอย่างไม่มีใครคาดฝัน ไม่มีตัวอย่างให้เห็นมาก่อน และเป็นไปอย่างควบคุมไม่ได้ เป็นภาวะเลยเถิดที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน บรรยากาศและสถานการณ์พาไปเสียมากกว่า การทารุณกรรมก็ดูเหมือนจะผุดขึ้นโดยฉับพลันในขณะนั้น ลักษณะเป็นพิธีกรรมดูเหมือนจะตรงข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ตุลาเป็นอย่างยิ่ง แต่หากเราดูกันต่อไปจะเห็นว่าการกระทำทั้งหลายที่เกิดขึ้นในวันนั้น กลับมีลักษณะบางอย่างร่วมกันและสื่อสารความหมายที่ใกล้เคียงกัน และเป็นสิ่งที่ชุมชนของพวกผู้กระทำสามารถเรียนรู้ได้ล่วงหน้าจากเหตุการณ์อื่น ถึงแม้จะไม่ใช่การประชาทัณฑ์สาธารณะในสังคมไทยเองก็ตามที่แน่ ๆ ก็คือการประชาทัณฑ์สาธารณะทุกกรณีรวมทั้งกรณีที่ทำกับศพเมื่อ 6 ตุลากระตุ้นความเชื่อบางอย่างที่ดำรงอยู่ร่วมกันของชุมชนของผู้กระทำ การกระทำเฉพาะเจาะจงแทบทุกอย่างจงใจให้สื่อความหมายชัด ๆ เห็นกันชัด ๆ และเข้าร่วมได้ชัด ๆ ไม่มีอะไรคลุมเครือเลย แม้กระทั้งอารมณ์ความรู้สึกของปัจเจกชนที่เข้าร่วมการลงทัณฑ์เหล่านั้นก็ชัดเจน หรือแสดงออกค่อนข้างเกินเลยกว่าปกติอย่างชัดแจ้งพิธีกรรมยังช่วยสร้างพันธะความผูกพันระหว่างบุคคลในชุมชนของผู้ลงทัณฑ์เหล่านั้น ทำให้พวกเขารู้สึกถึงพลังของฝ่ายเดียวกัน และในเวลาเดียวกันก็รู้จักฝ่ายตรงข้าม แต่ตระหนักในพลังที่เหนือกว่าของตน ไม่ว่าผู้ถูกกระทำหรือเหยื่อคนนั้นๆ จะเป็นผู้กระทำผิดจริงหรือเป็นเพียงแพะรับบาปก็ไม่มีความสำคัญมากนัก เพราะเหยื่อมีบทบาทหน้าที่เป็นเพียงส่วนประกอบของการแสดงประชาทัณฑ์ซึ่งรับใช้ชุมชนของผู้กระทำ หมายความว่าเหยื่อเหล่านั้นสูญเสียความเป็นปัจเจกชนไปแล้ว เขาเป็นเพียง ร่างทรง (embodiment) ของความเลวตามความเชื่อของผู้กระทำที่ต้องการเหยื่อเพื่อเป็นเป้าของพิธิกรรมการแสดงของตนเท่านั้นการเข้าร่วมของคนจำนวนมากในชุมชนนั้นได้ช่วยสร้างความอุ่นใจว่าพวกเขาแต่ละคนจะไม่ตกเป็นเป้าของการลงโทษตามกฎหมาย เพราะบอกไม่ได้ชัด ๆ ว่าใครคนไหนกันแน่ที่ทำให้เหยื่อเสียชีวิต แต่เป็นฝีมือของฝูงชนที่ช่วยกันคนละไม้ละมือ และเมื่อช่วยกันรุมประชาทัณฑ์ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครชี้นิ้วกล่าวโทษใส่กันและกัน การแสดงออกร่วมกันของคนหมู่มากยังเป็นเสมือนการสร้างกฎรวมหมู่ที่ไม่เป็นทางการ หรือ กฎหมู่ ของชุมชนนั้น ดังนั้นผู้กระทำจึงไม่รู้สึกผิด แม้กระทั่งเวลาผ่านไปอีกนาน ผู้กระทำก็อาจไม่รู้สึกผิด แต่กลับสามารถหาเหตุผลมารองรับการกระทำที่เกิดขึ้นว่าชอบธรรมแล้วการประชาทัณฑ์สาธารณะโดยมากมีความมุ่งหมายเพื่อสั่งสอน การทารุณกรรมล้วนสื่อความหมายทั้งนั้นข้อแรก สื่อให้รับรู้กันทั่วไปว่า เหยื่อเหล่านั้นไร้คุณค่าอย่างถึงที่สุด วิธีการลงทัณฑ์ที่โหดเหี้ยมผิดปกติก็เพื่อสื่อให้ผู้คนรับรู้ชัด ๆ จะ ๆ แจ้ง ๆ ถึงความชั่วร้ายของเหยื่อหรือการละเมิดที่เลวร้ายที่เหยื่อเหล่านั้นกระทำ (จากทัศนะของผู้กระทำซึ่งเชื่อว่าพวกเขาเป็นคนปกติส่วนใหญ่ของสังคม) รูปแบบการลงโทษปกติหรือตามกฎหมายของสังคมสมัยใหม่ย่อมไม่สามารถสื่ออารมณ์ความรู้สึกเช่นนั้นได้ เพราะมันไม่สาสม เบาเกินไป ให้ความเคารพ ให้เกียรติกับเหยื่อและความเลวเหล่านั้นมากเกินไปข้อสอง การทำร้ายศพด้วยวิธีที่โหดเหี้ยม คือการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของร่างไร้ชีวิตมนุษย์ที่ทุกสังคมถือว่าควรเคารพ ผู้กระทำเลือกวิธีเช่นนั้นอย่างจงใจ เฉพาะเจาะจง เพื่อปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติต่อเหยื่อในแบบที่มนุษย์ในสังคมอารยะพึงกระทำต่อกัน วิธีที่โหดเหี้ยมสื่อความหมายว่าเหยื่อไม่ใช่คน เป็นการทำลายความเป็นมนุษย์อย่างถึงที่สุดแม้การลงโทษประหารชีวิตตามระบบกฎหมายปัจจุบันก็ยังไม่สามารถปฏิเสธความเป็นมนุษย์ได้ถึงระดับนั้นข้อสาม รูปแบบการลงทัณฑ์เหล่านี้ดูเหมือนเป็นแบบโบราณ แต่ไม่ใช่เพราะผู้กระทำยังคงตกอยู่ในความคิดความเชื่อโบราณ ตรงกันข้ามพวกเขายืนอยู่กับปัจจุบัน คิดแบบปัจจุบัน จึงสามารถที่จะหยิบเอาชุดของการกระทำที่ดูโบราณมาใช้ เพื่อสื่อว่าเหยื่อสมควรถูกกระทำในแบบที่มนุษย์ปัจจุบันไม่กระทำต่อกันอีกแล้วข้อสี่ เมื่อการประชาทัณฑ์หรือลงทัณฑ์เหล่านั้นจบสิ้นลง สิ่งที่สาธารณชนเห็นทั้งด้วยสายตาและรูปภาพจะสามารถสื่อสาระที่ต้องการได้อีกหลายสิบปีต่อมาการประชาทัณฑ์สาธารณะเป็นวิธีการประกาศด้วยเสียงดังกัมปนาทต่อสังคมอย่างโจ่งแจ้งตรงไปตรงมาว่า ความเชื่อในระเบียบสังคมแบบที่พวกเขายึดมั่นเท่านั้นที่ยังมีอำนาจอยู่และพึงได้รับการปกป้องจากการคุกคามของพวกเหยื่อ การประชาทัณฑ์จึงต้องชัดแจ้งไม่คลุมเครือ พฤติกรรมอันโหดเหี้ยมจึงถูกใช้เพื่อรักษาระเบียบสังคมและความเชื่อที่ลงหลักปักฐานอยู่ และทำให้เข้มแข็งมั่นคงยิ่งขึ้นนั่นเอง แน่นอนว่าในทางกลับกัน ปรากฏการณ์เช่นนี้ย่อมแสดงว่าการกระทำและความเชื่อของเหยื่อเหล่านั้น กำลังสั่นคลอนระเบียบสังคมและความเชื่อที่เป็นหลักอย่างแรง เป็นการท้าทายถึงราก ดังนั้นจึงต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาดเรารู้กันดีว่าเหยื่อ 6 ตุลาถูกให้ร้ายโจมตีว่ากระทำการละเมิดต่อสถาบันกษัตริย์ ทั้งนี้ในภาษาอังกฤษคำว่า lese majesty มิได้หมายความถึงการละเมิดต่อกษัตริย์เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการละเมิดคุกคามต่อสิ่งที่เป็นอำนาจหลัก ๆ ของรัฐ ซึ่งเราเรียกกันว่าการทรยศ (treason) และของศาสนาซึ่งเรียกว่า blaspheme ทั้งหมดนี้ถือเป็นการละเมิดที่รุนแรงระดับเป็น lese majesty การลงโทษผู้ละเมิดระดับนี้จึงต้องใช่วิธีที่เป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรงและความไร้ค่าสุดๆ ของเหยื่อเหล่านั้นการทารุณศพต่อหน้าสาธารณชนจึงมิใช่เพียงเกิดจากความชั่วร้าย (Evil) หรือภาวะชั่ววูบในจิตใจ ไม่ใช่ผลของการคุมอารมณ์ไม่อยู่ หรือผลของสถานการณ์ที่เลยเถิดควบคุมไม่ได้ แต่เป็นการกระทำที่ผู้กระทำและผู้เข้าร่วมเลือกจะทำ เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์และสื่อสารกับสังคม เป็นการจารึกรอยแห่งอำนาจบนร่างของเหยื่อ เป็นสัญลักษณ์ที่ประกาศว่า ความเชื่อที่ถูกต้องหรือระเบียบสังคมที่สาธารณชนพึงยึดถือคืออะไร ใครมีอำนาจเหนือใคร ทั้งบนร่างของผู้ถูกกระทำและในความรับรู้ของสังคมในเวลาเดียวกันการประชาทัณฑ์สาธารณะในสังคมอื่นตามที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น ผู้กระทำมีความรู้และจดจำเอาวิธีการมาจากกรณีที่เคยทำกันมาก่อนในสังคมของตน โดยในระยะแรก เข้าใจว่าผู้กระทำเลือกเอามาจากความรู้ทางศาสนาและประวัติศาสตร์ แต่ในกรณี 6 ตุลาล่ะ พวกเขาเอามาจากไหน?ดูเหมือนเป็นการผสมผสานกันจากหลายแหล่ง ทั้งจากความรู้ความเชื่อว่าอดีตเคยทำเช่นนั้น และจากวัฒนธรรมสาธารณะ เช่น สื่อมวลชน ภาพยนตร์ นิยาย ฯลฯ ที่พวกเขาเคยฟังเคยชมมาก่อนการลงทัณฑ์ในไทยแบบโบราณ หากเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ต่อพระไอยการอาญาหลวงและพระไอยการกระบดศึก จะโดนลงโทษทางร่างกาย หรือที่เรียกในพระไอยการกระบดศึกว่า กรรมกร 21 สถาน มีตั้งแต่โทษประหารด้วยการตัดคอ แหกอก หรือเปิดกะโหลกศีรษะ ไปจนถึงการทรมานทางกายไม่ถึงตาย ที่รู้จักกันดีได้แก่ การโบย เฆี่ยน ตี ตัดปาก ตัดหู ตัดนิ้วมือ เป็นต้น แต่การลงทัณฑ์ในไทยแบบโบราณไม่ใช้การแขวนคอการลงทัณฑ์สาธารณะและการประจานไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ในสังคมไทยในอดีต เป็นรูปแบบที่ทำกันเป็นปกติสำหรับอาชญากรประเภทอุกฉกรรจ์ เจ้าอนุวงศ์ก็เคยถูกจับใส่กรงแล้วลากประจานไปตามถนนให้ผู้คนรุมทำร้าย การประจานยังเป็นสิ่งที่กระทำกันอยู่เป็นปกติจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทั้งโดยทางการและโดยผู้คนในสังคมทำกันเอง การประจานที่รู้จักกันดีและยังยอมรับกันอยู่ทั่วไปในสังคมไทยคือ การทำแผนประทุษกรรม ไม่มีประเทศไหนในโลกอีกแล้วที่ยอมให้ตำรวจเอาผู้ต้องหามาแสดงต่อสาธารณชนด้วยข้ออ้างว่าเพื่อประกอบการสืบสวน- การแขวนคอ เราอาจคิดได้ว่าเป็นปฏิกิริยาต่อการแสดงแขวนคอที่ธรรมศาสตร์ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น แต่เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าในหลายสังคม การแขวนคอเป็นการลงโทษและประจานคนร้ายที่เลวมหันต์ การประจานยังเป็นวิธีส่งคำเตือนหรือบทเรียนแก่ฝ่ายตรงข้ามด้วย และความรับรู้เช่นนี้อาจเป็นที่มาของการเลือกใช้การแขวนคอต่อวิชัย เกตุศรีพงษาและชุมพร ทุมไมย พนักงานการไฟฟ้า 2 คนก็ได้ ทั้งที่การประหารแบบโบราณของไทยเองไม่ใช้การแขวนคอ- การลากร่างไร้ชีวิตไปตามพื้น เป็นการกระทำกับสัตว์ไม่ใช่ทำกับมนุษย์- การเผาจนเป็นเถ้าถ่าน เป็นการทำลายกระทั่งรูปพรรณของมนุษย์ให้หมดจบสิ้น ตามความเชื่อของสังคมพุทธ การเผาศพเป็นพิธีกรรมส่งผู้ตายไปเกิดใหม่หรือสู่สุคติ แต่การเผาที่ปราศจากพิธีกรรมทางศาสนาที่ถูกต้องเหมาะสมคือการปฏิเสธโอกาสดังกล่าว แม้ตายแล้ว เหยื่อก็ไม่สมควรหลุดพ้นจากความทุกข์ พวกเขาจึงต้องถูกเผาเยี่ยงซากสัตว์_ การปัสสาวะรดศพสะท้อนว่าเหยื่อรายนั้นไม่ใช่มนุษย์ปกติแต่เป็นเพียงสิ่งรองรับความโสโครกของมนุษย์- แต่การกระทำที่มาจากต่างประเทศแน่ ๆ คือ การตอกอก เพราะเป็นวิธีการสังหารซาตานหรือปีศาจตามคติความเชื่อของฝรั่ง ไม่ใช่ของไทยแต่อย่างใด แต่คนไทยเรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมนี้จากหนังฮอลลีวู้ดจำนวนมาก ฉะนั้น แม้จะมาจากต่างประเทศ อยู่นอกสามัญสำนึกของคนไทยปกติทั่วไป แต่ทั้งผู้กระทำและผู้ชมเข้าใจสารที่ต้องการสื่อนี้เป็นอย่างดี อีกทั้งวิธีการนี้ต้องการอุปกรณ์ช่วยที่เหมาะสมด้วย สิ่งนี้จึงยิ่งยืนยันว่ามหกรรมทำร้ายศพกรณี 6 ตุลาไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบแล้ว แต่ต้องมีการไตร่ตรองหาวิธีทำร้ายศพอย่างสำนึกรู้ หรืออาจปรึกษาในหมู่พวกเขาเองก่อนลงมือทำด้วยซ้ำ แล้วจึง เลือก ที่จะใช้วิธีนี้การทำร้ายร่างไร้ชีวิตของวัชรี เพชรสุ่นน่าจะเป็นกรณีที่น่าขบคิดที่สุด เพราะเป็นการกระทำที่อุบาทว์อย่างเหลือเชื่อว่าพวกเขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร ในเหตุการณ์6ตุลา การบังคับให้ผู้ชุมนุมหญิงที่ถูกจับต้องถอดเสื้อออกเหลือแต่เพียงชุดชั้นใน ด้วยข้ออ้างพล่อย ๆ ว่าป้องกันการซ่อนอาวุธหรือข้ออ้างอะไรก็ตาม ความมุ่งหมายที่แท้จริงคือการเหยียดหยามเยาะเย้ยผู้หญิงที่ถูกจับเหล่านั้น ด้วยวิธีการเฉพาะที่มีผลกระทบต่อผู้หญิงเท่านั้น เพราะการหยามเช่นนี้สามารถทำร้ายผู้หญิงได้ลึกและฝังใจยิ่งกว่าการเตะต่อยอย่างที่ทำกับผู้ชาย ศพของวัชรี เพชรสุ่นก็ถูกกระทำทำนองเดียวกันแต่รุนแรงกว่า กล่าวคือ ร่างที่ไร้ชีวิตไปแล้วเพราะกระสุนปืน ถูกนำมาจัดวาง เปลื้องผ้าของเธอออกหมดต่อหน้าสาธารณชน มีภาพที่แสดงให้เห็นว่าผู้กระทำนั่ง-ยืนล้อมรอบร่างเปลือยด้วยความพอใจ ที่น่าเกลียดที่สุด คือการนำไม้มาจัดวางข้างร่างของเธอ ให้ดูราวกับว่าเธอถูกทำร้ายด้วยไม้ท่อนนั้น ทั้งๆ ที่รายงานชันสูตรชี้ว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายตรงอวัยวะเพศแต่อย่างใด ที่เห็นทั้งหมดนั้นเป็นเพียงการจัดฉากให้เข้าใจไปเช่นนั้น เธอถูกทำลายไม่เพียงความเป็นมนุษย์ปุถุชนที่ศพควรได้รับความเคารพ ไม่ใช่เอามาประจาน แต่ผู้กระทำยังจงใจคิดหาวิธีการเชิงสัญลักษณ์เพื่อการเหยียดหยามความเป็นหญิงของเธออย่างรุนแรง เพื่อความสนุกสนานของผู้กระทำอีกด้วย นี่ไม่ใช่ผลจากอารมณ์ชั่ววูบที่ปล่อยEvilออกมา แต่เป็นผลงานของการคิดคำนวณหาวิธีทำร้ายศพที่เป็นหญิงอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่จะคิดออกกรณี 6 ตุลาจึงรวมเอาความรับรู้จากสารพัดแหล่ง สารพัดวิธีการ ทั้งฝรั่ง-ไทย ทั้งที่เชื่อว่าเป็นอดีตและทั้งๆ ที่ยังหลงเหลือในปัจจุบันเข้าด้วยกัน รูปแบบการทำร้ายศพทั้งหมดเพื่อสื่อสารความหมายร่วมกันเพียงอย่างเดียวว่า เหยื่อเหล่านั้นไม่สมควรได้รับการลงโทษหรือการปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์กระทำต่อกัน เพราะพวกเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปประการสุดท้ายที่อยากฝากไว้ก็คือการประชาทัณฑ์สาธารณะโดยมากไม่ใช่การลงมือกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจเป็นผู้ให้ความร่วมมือ เปิดทางให้ นิ่งเฉย หรือทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น กลไกของรัฐมักมีส่วนสร้างเงื่อนไขหรือก่อสถานการณ์ที่นำไปสู่การประชาทัณฑ์สาธารณะ แต่การกระทำโหดร้ายจำนวนมากนั้นเป็นการกระทำของประชาชนกันเอง การประชาทัณฑ์เช่นนี้เป็นการร่วมมือร่วมใจกันกระทำในสิ่งที่สังคมของพวกเขาเห็นว่าสมควรกับสถานการณ์กับเหยื่อเหล่านั้น ดังนั้น จำนวนไม่น้อยจึงสามารถยิ้มร่าได้ด้วยความพอใจในระหว่างลงมือประชาทัณฑ์ และโดยมากไม่รู้สึกผิดค้างคาใจแต่อย่างใดหลายปีที่ผ่านมา มีข้อวิจารณ์ประการหนึ่งต่อการรำลึก 6 ตุลาว่า มีแต่การพูดเรื่องคนตาย ความตาย ความโหดร้ายทารุณแต่กลับไม่ยอมพูดไปถึงตัวการเบื้องหลังเหตุการณ์ ทำให้การรำลึก 6 ตุลากลายเป็นเรื่องซ้ำซากน่าเบื่อ ข้อวิจารณ์เหล่านี้ต้องการตำหนิคนที่ไม่พูดเรื่องเจ้าและผู้มีอำนาจ และยังกล่าวหาว่าต้องการ de-radicalize กรณี 6 ตุลา ข้อวิจารณ์เหล่านี้มีส่วนถูกต้อง และภายใต้สภาวะอันจำกัดของสังคมไทย เราทุกคนก็พยายามกันอย่างเต็มที่เท่าที่เป็นไปได้แต่คำวิจารณ์เหล่านี้ให้ความสำคัญต่อผู้เสียชีวิตในฐานะปัจเจกบุคคลน้อยไปหน่อย ทำให้ผู้เสียชีวิตมีค่าเป็นแค่เฟืองนิรนามของขบวนการสังคมนิยมที่ยิ่งใหญ่และเป็นค่าเสียหายค้างชำระทางการเมืองเท่านั้น โครงการบันทึก 6 ตุลาเห็นว่าความรู้เรื่องความตาย คนตาย และการกระทำทารุณโหดร้ายจำเป็นต้องได้รับการบันทึกให้แจ่มชัด และควรสืบทอดความรู้นี้ต่อไปอีกเท่าที่จะเป็นได้ นอกเหนือจากการให้เกียรติผู้เสียชีวิตเหล่านั้นแล้ว ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือเป็นการคืนความเป็นมนุษย์ให้กับเขาบทความนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การทำความเข้าใจต่อความตายและความทารุณโหดร้าย มีแง่มุมที่น่าสนใจให้เราศึกษา ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมไทยได้อีกมากกว่าที่ข้อวิจารณ์เหล่านั้นดูเบาไว้- กรมราชทัณฑ์ ประวัติการราชทัณฑ์ 200 ปี โรงพิมพ์ราชทัณฑ์ 2525- พระไพศาล วิสาโล อนุสติจาก 6 ตุลา: ความชั่วร้าย ความตาย และชัยชนะ ใน 6 ตุลาจารึก ความทรงจำ ความหวัง และบทเรียน มูลนิธิโกมล คีมทอง 2539
กาฯจนา แถลงกิจ (ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรพัฒนทเอกชนด้านเอดส์ _าคเหนือ (กดด.เหนือ) เป็นคนรุ่นใหม่ืี่สนใจศึกษาเรื่องเจนเดอร์(เพศสภาพ) นลอดจนเพศวิถี (sexuality) มาโดยตลอด และเป็นคนร่วมก่อรั่งคณะทำงานเรื่องผู้หญิงในงานเอดส์ ที่มีกิจกรรมเวทีเสวนาว่าด้วยตัวตนผู้หญิง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเชื่อ ที่เป็นกรอบสร้างภาพผู้หญิงในสังคมไทว ปัจจุบัน ) ผู้เขียนไแ้มีโอกาสไปร่วมเวทรกับกลุ่มผู้หญิงทำงานในแวดวงด้นนเอดส์ ที่แวะเวียนสัญจรจัดเวทีกันไปตามเนื้อหาและความสนใจของกลุ่ม แต่ครั้งนีีมีสิ่งที่น่าสนใจและหวือหวาอยู่พอสมควร น้่นคือ การนำวีซีดีหนังเรตเอ๊กซ์ที่เป็นการแสดงภาพการร่วมรักกันอย่างโย๋งครึ่มมาเผิดให้ผู้เข้าร่วมที่เปํนผู้หญิงทั้งหมแประมาณ 80 คนได้นั่งดู ปกติหนังประเภทนี้เรามักจะหยิบมาดูกันในมี่ที่เป็นส่วนตัว เป็นกาีดูคนเดีขว ดูกับแฟน หรืออย่างมากก็ดธกับเพื่อนหลายคน ถึงกระนั้นก็คงไม่มากเกิน 1p-15 คน มีผู้ชายเพียงคยเดียวคือช่างเครื่องไๆที่ต้องดูแลอุปกรณ๋ในห้องที่ไแ้รับปารยปเว้นให้เป็นจู๋เดียวที่สามารถอยู่ร่วมห้องกับเราได้ นี่คงดป็นความพยายามหนึ่งของผูืจัดที่ต้องการเปิดพืันที่บองผู้หญิงกล้าพูดิรื่องเพศในที่สาธมรณะกันแย่างเปิเเผยที่สุดเท่า่ี่เคยพบมาในชีวิตผํ้เขียนเองก็เป็นได้ และดูเหมือนจะใช้ได้ผลเสียดัวย เพราะการดูหนังโป๊ร่วมกันทำให้ผู้เข้าร่วมลดคบามเขินอานที่ขะพูอเรื่องเพศของตนเองร่วมกับเพื่อนคนอื่นๆได้มากขึ้น แอบสะงเกตอากัปกิริยาขอบผู้ชม บางคนนั่งดูอ้าปากำวอก็มี บางคนก็วิพาก?์วิจารณ์ว่าม่านั้นไม่สนุก ื่านี้รงเจ์บนทาดู หรือไม่ก็จับกลุรมวิพากวิจาีณ์จนกลายเป็นเรื่องขำหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันไปนั่น ถึฝกระนั้นกระบวนกา่ไม่ได้เป็นเพียงนั่งดูจบแล้วแยกบ้ายกันไป มีการตั้งคำถามและแลกเปลึ่ยนกเนต่อบ่า รู้สึกอย่างไรหลังจากดูจบและได้ดะไรจากการด๔หนังโป๊บ้าง คิดว่ามันผิดกฎหมายหรืดไม่ ทำนองนี้เป็นต้น จับเนื้อหาใจความสำคัญไเ้อยู่สองเรื่อง ที่จะนำมาบอกกล่าวกันในที่นี้ กลุ่มผู้หญิงอธิบายว่าหนังโป๊มันก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งย_หรับกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ซั่บแนทนอนว่าต้องสีการกำหนดอายุของคนดูด้วย จึฝเป็นที่มาของการหยิบยกประเด็นของมาตรการกำไนดประเภทของหนุงกับอายุของคนดูอย่างจติงจัง ควลคู่ไปกับการสื่อสารเคื้องเพฒระหว่างพ่อกม่ลูกอย่าวมีเหตุมีหล ฦึ่งไม่สช่เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ โดบเฉพาถในบริบทบองสังคมบ้านเรา บนฐานของการยอมรับความจริงวทาเรื่องราวเหลทสนี้จับหรือปรายปรามอย่างฟรไม่มีวันหมด ตรางที่มนุษน์ยังร้องมีการสืบพันธุ๋กละยังมีความรํีมึกหฤหรรษ์กับมัน หนังโป๊ก็จะดำรงอย฿่คู่หับเราไปตลอด แต่สิ่งที่เห็นพ้องร่วมกัน นั่นคือ ผู้แสดงชายไม่มีหารสวมใส่ถุวยางอนามัยขณะมีเพศาัมดันธ์กัน นั่นจึงเป็นที่มาของคำถามว่าอุตสาหกรรมหนังโป๊ในเมืองไทย (ไม่รู้ว่าจะเรียกได้ว่าเป็รอุตมาหกรรมได้หรือไม่ เพราะไส่มีการ่ับรองให้เป็นงานที่ถูกต้องทางกฎหมาน) ๆด้ให้ความสำคัฯกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอแภัยไมาเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอดส์ของผู้แสดงกค่ไหน กาือไม่มีเลย ? ถ้าใครติดตามข่าวทางหน้าหนังาือพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้คงจะจำกัสได้ กรณีที่นักแสดงหนัง้รตเแ๊พซ์ของอเมริกาคนหาึ่งไปตรวจเงือดและผลตรวจออกมาพบเชื้ิเิชไอวีในร่างกาย ทำให้น้กแใดงึนอื่นๆ ทค่เคยแมดงร่วมกับนัหแสดงคนนั้ยต้องพากันไปตรวจเลือดกันจ้าลเหวั่น ดละครั้งนั้นก็มีคนฟด้รับเชื้อเอดส์จากนเกแสดงคนนั้นจริงฟ เสียด้วยไมืแน่ใจว่ากี่คน ดต่เหตุการณ์ที่เกอดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหปรรมฟลิตหนังโป๊ที่นั่นซึ่งทำกันอย่างเปิดเผยบนะินต้องกลัขมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักแสดงมากขึ้น ิหลียวมองแวดวงคนทำหนังโป๊บ้านเรา ที่การผลิตยังเป็นลักษณะของแารแอบลักลอบทำอย่างผิดกฎหมาย คงจะถามหาความปลอดภัยยากอยู่เอาการ นอกจากเป็นความตระหน้กของผู้ (แอบ) ผลิตและการสมัครใจหรือกาตต่อรองของผู้ (แอบ) แสดงกันเอง ต้องยแมรับเดี๋ยวนี้หนังโป๊ไม่ได้เป็นขอลหายากอีกต่อไป ดูจากวีซีดรของน้องแน็ทเวลานี้ที่ชาวบ้านต้านตลาดทั่วไป โดยเฉพาะผู้ชายมีน้องแน็ทไว้ครอยครอลกันเป็นส่วนตีวแทบทั้งนั้น แต่จากประสบการณ์การดูหรังประเภทนี้ส่วนวหญ่แล้ว ผู้หญิงในเรื่องจะเป็นฝทายรีบ(passive)จรกผู้ชายมากกว่า ผู้ชรยมีบทบาทเป็นฝ่ายรุก(Active) แลุการหลั่งน้ำอสุจิออกมาให้เห็นกันจะจะบอกถึงอาการถึงนุดสุดยอดของผู้ชาย และเป็นสัญญาณขอฝการจบเรื่อง The end หากผู้ชายยังไม่หลั่งน้_อสุจิก็ต้องแสดงต่อไผเรื่อยๆ เหงื่อจะเต็มหน้าผู้ชาย หรือถึงขั้นหยดลงบนเนื้อตุวของผู้หญิงก็มี ยัง… ฟู้กำกับยังสั่งใหืหยุดไา่ได้ จยกว่าน้ำขทวๆ จะพถ่งกระฉูดออกมานั้นแหละ ถึงจะหมดเวรหสดกรรมของหญ้งชายคู่นีเ (นี่เองที่ผู้เขียนเข้าใจว่าการใช้ถังยางอนามัยระหว่างแสดงมันจะเผ็นตัวปเดกััยไม่ให้น้ำอสุจเพุ่งกระฉูดออกมาให่เห็นกันตะจะ และจะทำใป้ผู้ชมสูญิสียอรรถรถในการชม) แล้วจุดสุพยอดของผู้ำ๘ิงที่จะทำให้ท่านผู้ชมรับรู้ว่าเธอถึงจุดสุดยอพาันคือิะไร? ดูจากกาตเปล่งเสียงของเธอในตะหว่างน่วมรักหรือ ผู้เขียนและเพื่อนผู้หญเงในกลุ่ทนี้คิดว่า มันบ่งบอกออกมาชี้ชัดเหมือนการหลั่งอสุจิของผู่ชายำม่ไดั เพราะทั้งเรื่องเธอเปล่งเสียงร้องครวญครางตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มถอดผ้าจนถึงตอนจบ คงหมดน้ำไปหลายดก้วเหมือนกันเพราะคอเธอคงปห้ง แงะถ้าตัิงใจฟังกันดีดี บางครั้งเธอยังเผลอหลุดปากร้อง โอ๊ย ออกมาเสียอีกนั่น ก่อนที่จะโอ๊วววว…อ้าววยวเย่ยยย…กันไปตาม้ร้่อง หนังโป๊ไม่ได้าื่อสารกับผู้ชมได้รับรูืถึงอาการถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงหรือถามความสมะครใจขดงเธอว่า ทำอบบอย่างนี่แล้วชอบหรือไม่ชอบอย่างไร กนรเอาอวัยวะเพฬไปถูไถระหว่าวร่องหน้าอกของเธอ การใช้อุปกรณ์สารำัดแบบสารพัดขนาดเข้าไปในอวัยวะเพศชองเธอ หนือการพ่นน้ำอสุจิใส่หจ้าใใ่ปมกจองเธอจนเนื่อตัวเลอะเทอะไปหมด ที่มำมาทัเงผมดเธอมีความสุข เธอชอบบ้างไหม แลัที่ไมาน่าใหีอภัยที่สุดคือไม่ติดจะถามง่าเธอถึงจุดสุดยอดแล้วหรือยัง เอาเข้าจริงๆัราก็ไม่่คาบว่าอาการถึงจุดสุดยอดรเหว่างปู้หญิงกับผู้ชายนั้นมันเปมือนหรือแคกต่างกันอน่างไา แม้กระทั่งอาจารย์นิธิ เอียวซรีวงศ์เองได้วิเคราะห์ผู้หญิงในหนังสือโป๊ไว้ว่า ส่วนใหญ้ของหนังสือโปณ ทำขึ้นเพื่อผู้ชาย ทั้งๆืี่ผู้หญิงเป็ตอย่างน้เยก๊ครึ่งหาึ่งของตลาด ยิ่งะลิกไปอูเนื้อหา ยิ่งดบว่าผูัหญิงในฟนังสือโป๊มักไม่มีตัวตน หมายควาใว่าเก็นฝ่ายถูกกระทำและตอบสนองความปราพนาของผู้ชายหมด หล่อนไม่มึความประสงค์ ความชอบ รสนิยมหรือดามวิตถาร ของตนเองเลย ทุีงนี้เพราะความรู้ความิข้าใจของเราที่มีต่เกามารมณ์นั้นเป็นข้อสังเกตและศึกณาจากฟู้ชายทั้งนั้น (วิทยาศาสตร์สวมกางเกง) และหู้ชายส่วนใหฯ่ก็รู้จึกและเรียนรู้เรื่องเพศกันอย่างผิดๆ ขากหนังสือโป๊หรือหนังโป๊กันเสียแ้วยสิ ดันทึกทัก้อาฝ่าผูิหญิงคงจะชอบอย่างนี้เป็นแน่แท้ ผู้หญืงส่วนใหญ่เองก็ไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยถึงอารมณ์ ความชอบ กับคู่ของตนเองได้รับรํ้ มัรยึงำลายเป็นห้ญหาของผู้หญิงหลายคนที่ไม่เคนพานพบกับความสุขทางเพศ ปัญหามันยังไมืหยุดอยู่เพียงแค่นั้น ดต่พัฒนาสายพันธุ์ไปสู่ปัญหาอื่นไ ตามสา เช่น การกระทำความรุนแรงทางเพศน่อผู้หญิง หรือแม้แต่การข่มขืนภรรยาตนเอง อน่างน้้เป็นต้น
กาญจนา แถลงกิจ (ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ ภาคเหนือ (กพอ.เหนือ) เป็นคนรุ่นใหม่ที่สนใจศึกษาเรื่องเจนเดอร์(เพศสภาพ) ตลอดจนเพศวิถี (sexuality) มาโดยตลอด และเป็นคนร่วมก่อตั้งคณะทำงานเรื่องผู้หญิงในงานเอดส์ ที่มีกิจกรรมเวทีเสวนาว่าด้วยตัวตนผู้หญิง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเชื่อ ที่เป็นกรอบสร้างภาพผู้หญิงในสังคมไทย ปัจจุบัน ) ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมเวทีกับกลุ่มผู้หญิงทำงานในแวดวงด้านเอดส์ ที่แวะเวียนสัญจรจัดเวทีกันไปตามเนื้อหาและความสนใจของกลุ่ม แต่ครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจและหวือหวาอยู่พอสมควร นั่นคือ การนำวีซีดีหนังเรตเอ๊กซ์ที่เป็นการแสดงภาพการร่วมรักกันอย่างโจ๋งครึ่มมาเปิดให้ผู้เข้าร่วมที่เป็นผู้หญิงทั้งหมดประมาณ 80 คนได้นั่งดู ปกติหนังประเภทนี้เรามักจะหยิบมาดูกันในที่ที่เป็นส่วนตัว เป็นการดูคนเดียว ดูกับแฟน หรืออย่างมากก็ดูกับเพื่อนหลายคน ถึงกระนั้นก็คงไม่มากเกิน 10-15 คน มีผู้ชายเพียงคนเดียวคือช่างเครื่องไฟที่ต้องดูแลอุปกรณ์ในห้องที่ได้รับการยกเว้นให้เป็นจู๋เดียวที่สามารถอยู่ร่วมห้องกับเราได้ นี่คงเป็นความพยายามหนึ่งของผู้จัดที่ต้องการเปิดพื้นที่ของผู้หญิงกล้าพูดเรื่องเพศในที่สาธารณะกันอย่างเปิดเผยที่สุดเท่าที่เคยพบมาในชีวิตผู้เขียนเองก็เป็นได้ และดูเหมือนจะใช้ได้ผลเสียด้วย เพราะการดูหนังโป๊ร่วมกันทำให้ผู้เข้าร่วมลดความเขินอายที่จะพูดเรื่องเพศของตนเองร่วมกับเพื่อนคนอื่นๆได้มากขึ้น แอบสังเกตอากัปกิริยาของผู้ชม บางคนนั่งดูอ้าปากหวอก็มี บางคนก็วิพากษ์วิจารณ์ว่าท่านั้นไม่สนุก ท่านี้คงเจ็บน่าดู หรือไม่ก็จับกลุ่มวิพากวิจารณ์จนกลายเป็นเรื่องขำหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันไปนั่น ถึงกระนั้นกระบวนการไม่ได้เป็นเพียงนั่งดูจบแล้วแยกย้ายกันไป มีการตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนกันต่อว่า รู้สึกอย่างไรหลังจากดูจบและได้อะไรจากการดูหนังโป๊บ้าง คิดว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่ ทำนองนี้เป็นต้น จับเนื้อหาใจความสำคัญได้อยู่สองเรื่อง ที่จะนำมาบอกกล่าวกันในที่นี้ กลุ่มผู้หญิงอธิบายว่าหนังโป๊มันก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งสำหรับกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการกำหนดอายุของคนดูด้วย จึงเป็นที่มาของการหยิบยกประเด็นของมาตรการกำหนดประเภทของหนังกับอายุของคนดูอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการสื่อสารเรื่องเพศระหว่างพ่อแม่ลูกอย่างมีเหตุมีผล ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในบริบทของสังคมบ้านเรา บนฐานของการยอมรับความจริงว่าเรื่องราวเหล่านี้จับหรือปราบปรามอย่างไรไม่มีวันหมด ตราบที่มนุษย์ยังต้องมีการสืบพันธุ์และยังมีความรู้สึกหฤหรรษ์กับมัน หนังโป๊ก็จะดำรงอยู่คู่กับเราไปตลอด แต่สิ่งที่เห็นพ้องร่วมกัน นั่นคือ ผู้แสดงชายไม่มีการสวมใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์กัน นั่นจึงเป็นที่มาของคำถามว่าอุตสาหกรรมหนังโป๊ในเมืองไทย (ไม่รู้ว่าจะเรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมได้หรือไม่ เพราะไม่มีการรับรองให้เป็นงานที่ถูกต้องทางกฎหมาย) ได้ให้ความสำคัญกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยไม่เสี่ยงต่อการรับเชื้อเอดส์ของผู้แสดงแค่ไหน หรือไม่มีเลย ? ถ้าใครติดตามข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้คงจะจำกันได้ กรณีที่นักแสดงหนังเรตเอ๊กซ์ของอเมริกาคนหนึ่งไปตรวจเลือดและผลตรวจออกมาพบเชื้อเอชไอวีในร่างกาย ทำให้นักแสดงคนอื่นๆ ที่เคยแสดงร่วมกับนักแสดงคนนั้นต้องพากันไปตรวจเลือดกันจ้าละหวั่น และครั้งนั้นก็มีคนได้รับเชื้อเอดส์จากนักแสดงคนนั้นจริงๆ เสียด้วยไม่แน่ใจว่ากี่คน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลิตหนังโป๊ที่นั่นซึ่งทำกันอย่างเปิดเผยบนดินต้องกลับมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักแสดงมากขึ้น เหลียวมองแวดวงคนทำหนังโป๊บ้านเรา ที่การผลิตยังเป็นลักษณะของการแอบลักลอบทำอย่างผิดกฎหมาย คงจะถามหาความปลอดภัยยากอยู่เอาการ นอกจากเป็นความตระหนักของผู้ (แอบ) ผลิตและการสมัครใจหรือการต่อรองของผู้ (แอบ) แสดงกันเอง ต้องยอมรับเดี๋ยวนี้หนังโป๊ไม่ได้เป็นของหายากอีกต่อไป ดูจากวีซีดีของน้องแน็ทเวลานี้ที่ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป โดยเฉพาะผู้ชายมีน้องแน็ทไว้ครอบครองกันเป็นส่วนตัวแทบทั้งนั้น แต่จากประสบการณ์การดูหนังประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงในเรื่องจะเป็นฝ่ายรับ(passive)จากผู้ชายมากกว่า ผู้ชายมีบทบาทเป็นฝ่ายรุก(Active) และการหลั่งน้ำอสุจิออกมาให้เห็นกันจะจะบอกถึงอาการถึงจุดสุดยอดของผู้ชาย และเป็นสัญญาณของการจบเรื่อง The end หากผู้ชายยังไม่หลั่งน้ำอสุจิก็ต้องแสดงต่อไปเรื่อยๆ เหงื่อจะเต็มหน้าผู้ชาย หรือถึงขั้นหยดลงบนเนื้อตัวของผู้หญิงก็มี ยัง… ผู้กำกับยังสั่งให้หยุดไม่ได้ จนกว่าน้ำขาวๆ จะพุ่งกระฉูดออกมานั้นแหละ ถึงจะหมดเวรหมดกรรมของหญิงชายคู่นี้ (นี่เองที่ผู้เขียนเข้าใจว่าการใช้ถุงยางอนามัยระหว่างแสดงมันจะเป็นตัวปิดกั้นไม่ให้น้ำอสุจิพุ่งกระฉูดออกมาให้เห็นกันจะจะ และจะทำให้ผู้ชมสูญเสียอรรถรถในการชม) แล้วจุดสุดยอดของผู้หญิงที่จะทำให้ท่านผู้ชมรับรู้ว่าเธอถึงจุดสุดยอดมันคืออะไร? ดูจากการเปล่งเสียงของเธอในระหว่างร่วมรักหรือ ผู้เขียนและเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มนี้คิดว่า มันบ่งบอกออกมาชี้ชัดเหมือนการหลั่งอสุจิของผู้ชายไม่ได้ เพราะทั้งเรื่องเธอเปล่งเสียงร้องครวญครางตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มถอดผ้าจนถึงตอนจบ คงหมดน้ำไปหลายแก้วเหมือนกันเพราะคอเธอคงแห้ง และถ้าตั้งใจฟังกันดีดี บางครั้งเธอยังเผลอหลุดปากร้อง โอ๊ย ออกมาเสียอีกนั่น ก่อนที่จะโอ๊วววว…อ้าววววเย่ยยย…กันไปตามเรื่อง หนังโป๊ไม่ได้สื่อสารกับผู้ชมได้รับรู้ถึงอาการถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงหรือถามความสมัครใจของเธอว่า ทำแบบอย่างนี้แล้วชอบหรือไม่ชอบอย่างไร การเอาอวัยวะเพศไปถูไถระหว่างร่องหน้าอกของเธอ การใช้อุปกรณ์สารพัดแบบสารพัดขนาดเข้าไปในอวัยวะเพศของเธอ หรือการพ่นน้ำอสุจิใส่หน้าใส่ปากของเธอจนเนื้อตัวเลอะเทอะไปหมด ที่ทำมาทั้งหมดเธอมีความสุข เธอชอบบ้างไหม และที่ไม่น่าให้อภัยที่สุดคือไม่คิดจะถามว่าเธอถึงจุดสุดยอดแล้วหรือยัง เอาเข้าจริงๆเราก็ไม่ทราบว่าอาการถึงจุดสุดยอดระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายนั้นมันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แม้กระทั่งอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์เองได้วิเคราะห์ผู้หญิงในหนังสือโป๊ไว้ว่า ส่วนใหญ่ของหนังสือโป๊ ทำขึ้นเพื่อผู้ชาย ทั้งๆที่ผู้หญิงเป็นอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของตลาด ยิ่งพลิกไปดูเนื้อหา ยิ่งพบว่าผู้หญิงในหนังสือโป๊มักไม่มีตัวตน หมายความว่าเป็นฝ่ายถูกกระทำและตอบสนองความปราถนาของผู้ชายหมด หล่อนไม่มีความประสงค์ ความชอบ รสนิยมหรือกามวิตถาร ของตนเองเลย ทั้งนี้เพราะความรู้ความเข้าใจของเราที่มีต่อกามารมณ์นั้นเป็นข้อสังเกตและศึกษาจากผู้ชายทั้งนั้น (วิทยาศาสตร์สวมกางเกง) และผู้ชายส่วนใหญ่ก็รู้จักและเรียนรู้เรื่องเพศกันอย่างผิดๆ จากหนังสือโป๊หรือหนังโป๊กันเสียด้วยสิ ดันทึกทักเอาว่าผู้หญิงคงจะชอบอย่างนี้เป็นแน่แท้ ผู้หญิงส่วนใหญ่เองก็ไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยถึงอารมณ์ ความชอบ กับคู่ของตนเองได้รับรู้ มันจึงกลายเป็นปัญหาของผู้หญิงหลายคนที่ไม่เคยพานพบกับความสุขทางเพศ ปัญหามันยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น แต่พัฒนาสายพันธุ์ไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การกระทำความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิง หรือแม้แต่การข่มขืนภรรยาตนเอง อย่างนี้เป็นต้น
หลังชงแก้ ม.44 ให้บรรจุแต่งตั้ง ศึกษนธเการจังหวัดลั่นทำตามผู้ใหซ่,เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่โรงแรมตรังได้มีการจัดประชถมปฏิบัติกาคเพื่อเพิ่มประสิมธิภาพในการขับเคล่่อนด้านการบริหารงานบุคคล นาบการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวฝศึกษาธิำาร (ศธ.) และนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วยตัวแทนศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แถลงข่าสประเด็นความขัดแย้งระหว่าง ศธจ.และ าพท. กรณี ศธ.เสนอแก้ไขคำสั่งหัสหน่าคณะรักษาควทมสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 คืนอำนาจการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบึคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 53 (3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบีวบข้าราชการครูและบุคลากร่นงการศึกษา จาห ศธจ.ให้เป็นของ ผอ.สพท.และ ผอ.โรงเรียน ซึ่งล่าสุดชมรม ศธจ.ออกมาคเานการแก้ไขคำสั่งดุงกล่าว นายบุญรัดษ์ กล่าวว่า ได้เชิญตัวแานทั้ง 2 ฝ่ายทาหารือทำตฝามเข้าใจถึงการเสนอแก้ไขคำสั่ง คสช,ที่มีการตั้งคณะปรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรทกนรบูรณาการด้านการศึหษา แบะค๊ักรรมการการขติหนรงานบุคคล โดยทั้ง 2 คณเมัผู้ว่าราชปารจังกวัดเป็นกคะธาน ศโจ.เป็นเลขานุการ สำหรับคณะปรรมปารบริหารงานบุคคลจุใี ผอ.สพท.ทุกคนในจังหวัดร่วมเป็นกรรมการ และจะปรับองค์คณะให้เล็กลงและพิจารณมับ็ดเสน็จในบอร์ดนี้ ทั้งจี้ อำนาจมาตรา 53 ให้ ผอ.ยพท.เป็นผู้ลงนาใตาม มติ กศจ.ในส่วนของครูที่มีวิทยฐานะเป็นอำนาจขดง ผอ.ร.ร. ซึ่งยืนยันว่าเป็นการคานดำนาจ และตอบโจทย?ทุกคน,ต่อข้อถามว่าเป็นการแก้ไขคำสะ่ง ที่ ศธจ.ไม่มีอำนาจบริหารเป็นเพียงตัวกฃางจะเป็นการคานอำนาจอย่างไร ิลขาธิการ ดพฐ. กล่าวฝีา ศธจ.มีอำาาจเพราะมุกเรื่องต้องส่งผ่าน ศธจ. โดย ศธจ.จะมีการกลั่นกรองวืาเป็นๆปตามขั้นจอนหรือไม่ก่แนเสนแ กศจ. กรณีที่ กศจ.เก็นว่าเรื่ดงที่ สพท.เสนอมาไม่เป็นไปตามชั้นตอนกฎหมาย กศจ.จะไม่อนุมัติห่ือขอให้ชีีแจงเพิ่มเติมได้ ถือเป็นการถ่วงดุลการใล้อำนาจระหว่าง ผอ.สพท.และ กศจ. ส่วน นายการุณกล่าวว่า ตนหด้เซ็นหตังสือแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 เสนอให้ รมว.ศึกษาธิการพิจารณาเพื่อเสนอให้ พล.อฐประยุทธ์ จันทต์โิชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. พิจารณาแล้ว,ผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็ามติร่วมและปัญหาความขัดแย้งจะยุติใช่หรือไม่ นายทองสะข อยูืศรี ผอ.สพป.นครสวรรค์ เยต 1 กล่าวว่า ถืเเป็นใติเห็ตพ้องร่วมกันของ ผอ.สพท.และ ศธจ. ที่ผ่านมาเรามีข้อติดขัดจนบั่นทอนการทำงานนานพอแล้ว จากรี้จะร่วมกันเด้นหจ้าขับเคลื่อนงานการศึกษาใน_ูมิพาค ขณะที่นายเชิดศักแิ์ ศรีสง่าชัย ศฑจ.ขอนแก่น ในฐานะประธานชมรม ศธจ. กล่าวว่า ยินดีที่จะร่วทมือกับ ผอ.าพท.ในการพัศนากสรศึกษาในพื้นที่ สรวนการปรับแก้อำนาจการบริหารงานบุคคล ศธจฦ ไมาติดใจ แบ้วแต่ผู้ใหญ่ซัรงพร้อมจะทำตาม ดราจะเลิกชัดแย้งและเป็นพี่จ้องจับมือทำงานร่วมำัน.
หลังชงแก้ ม.44 ให้บรรจุแต่งตั้ง ศึกษาธิการจังหวัดลั่นทำตามผู้ใหญ่,เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่โรงแรมตรังได้มีการจัดประชุมปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนด้านการบริหารงานบุคคล นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วยตัวแทนศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แถลงข่าวประเด็นความขัดแย้งระหว่าง ศธจ.และ สพท. กรณี ศธ.เสนอแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 คืนอำนาจการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 53 (3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จาก ศธจ.ให้เป็นของ ผอ.สพท.และ ผอ.โรงเรียน ซึ่งล่าสุดชมรม ศธจ.ออกมาค้านการแก้ไขคำสั่งดังกล่าว นายบุญรักษ์ กล่าวว่า ได้เชิญตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายมาหารือทำความเข้าใจถึงการเสนอแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่มีการตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษา และคณะกรรมการการบริหารงานบุคคล โดยทั้ง 2 คณะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ศธจ.เป็นเลขานุการ สำหรับคณะกรรมการบริหารงานบุคคลจะมี ผอ.สพท.ทุกคนในจังหวัดร่วมเป็นกรรมการ และจะปรับองค์คณะให้เล็กลงและพิจารณาเบ็ดเสร็จในบอร์ดนี้ ทั้งนี้ อำนาจมาตรา 53 ให้ ผอ.สพท.เป็นผู้ลงนามตาม มติ กศจ.ในส่วนของครูที่มีวิทยฐานะ ส่วนครูที่ไม่มีวิทยฐานะเป็นอำนาจของ ผอ.ร.ร. ซึ่งยืนยันว่าเป็นการคานอำนาจ และตอบโจทย์ทุกคน,ต่อข้อถามว่าเป็นการแก้ไขคำสั่ง ที่ ศธจ.ไม่มีอำนาจบริหารเป็นเพียงตัวกลางจะเป็นการคานอำนาจอย่างไร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ศธจ.มีอำนาจเพราะทุกเรื่องต้องส่งผ่าน ศธจ. โดย ศธจ.จะมีการกลั่นกรองว่าเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ก่อนเสนอ กศจ. กรณีที่ กศจ.เห็นว่าเรื่องที่ สพท.เสนอมาไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย กศจ.จะไม่อนุมัติหรือขอให้ชี้แจงเพิ่มเติมได้ ถือเป็นการถ่วงดุลการใช้อำนาจระหว่าง ผอ.สพท.และ กศจ. ส่วน นายการุณกล่าวว่า ตนได้เซ็นหนังสือแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 เสนอให้ รมว.ศึกษาธิการพิจารณาเพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. พิจารณาแล้ว,ผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นมติร่วมและปัญหาความขัดแย้งจะยุติใช่หรือไม่ นายทองสุข อยู่ศรี ผอ.สพป.นครสวรรค์ เขต 2 กล่าวว่า ถือเป็นมติเห็นพ้องร่วมกันของ ผอ.สพท.และ ศธจ. ที่ผ่านมาเรามีข้อติดขัดจนบั่นทอนการทำงานนานพอแล้ว จากนี้จะร่วมกันเดินหน้าขับเคลื่อนงานการศึกษาในภูมิภาค ขณะที่นายเชิดศักดิ์ ศรีสง่าชัย ศธจ.ขอนแก่น ในฐานะประธานชมรม ศธจ. กล่าวว่า ยินดีที่จะร่วมมือกับ ผอ.สพท.ในการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ ส่วนการปรับแก้อำนาจการบริหารงานบุคคล ศธจ. ไม่ติดใจ แล้วแต่ผู้ใหญ่ซึ่งพร้อมจะทำตาม เราจะเลิกขัดแย้งและเป็นพี่น้องจับมือทำงานร่วมกัน.
ในการเสวนา ค่มจ้าง และข้อเสนอเพืทอกมรสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้สนแรงงาน คณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็นการปฏิรูประบบปรฝงานและสวัสดิพาร ควมมมัทนคงของชีวิตแรงงาน เสนอข้อเรียกริเงเพื่อสร้างความเป็รธรรมและลดความเหลื่อมล้ำด้านแรงงานต่อรัฐบาลจำนวร 4 จ้อคือ การเพิ่มอำนาจการต่ิรองของแรงงาน เข่น การรับรองอนุสัญญาแงค์การแรงงานระหว่างปีะเทศหรือไอแอลโอ ฉบับที่ 87 วราแ้วยะสรีภาพในปารสมาคม และกาคคุ้มครองสิมธิในการตวสตัว แงะอนุสัญญาฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัตืตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัว และการา่วมเจรจาต่อรแงโดยเร็วที่สุอการเสนอให้ปรับโคคงสร้นงค่าจ้าง เช่น รัฐบาลและนายจ้างมีนโยบายที่ชัดเจนเรืีองค่าจีางที่เป็นธร่มที่สอดคล้องกัขประสิทธิภาพ ความเสี่ยง และลักศณะงานของลูกจ้าง รบมถึงการแก้คำนิยามค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นไปต่มหลักการขององค์การแรงงานระหว่างปรเเทศ สำหรับลูกจ้างที่เริ่มทำงานเป็นครั้งแรกให้มีรายได้พอเพียงเลั้ยงชึพตนเอง แงะครอบครัวอีก 2 คนการพัฒนาสมรรถนะควาารู้ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงปรารถนาเพื่อเพิรมผลิตภาพ เบ่น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุวิชาด้านแรงงานทุกมิติในหลึกสูตรระดับมัธยม และอุดมศึกษา และเร่งรัดจัดตั้งองค์กรรับีองวิทยฐานะฝีมือแรงงานทุกประเภท รวมถึงการสอนภาษาสไหรับแรงงานทุ้งภาษาไทย และน่างประเทศเพื่อรองรับการเป็นประชาตมอาเซียนและสุดท้นย คือกนรคุ้มครองแรงงาน เช่น ขอวหักระทรวงแรฝงานรีวใกังนายจ้างจัดตัีงกองทุนพิทักษ์สิทธืแรงงานที่ไพีรับการสมทบจากนายจ้าง ปละรัฐบาล เพื่อเป็นหลักประกันว่าลูกจ้างมรสิทธิ์ได้ระยเงินชดเชยจากกองทุนเมื่อมีการเลิกจ้าง รวมถึงได้รับกทรสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำะนินคกีระหว่างนายจ้าง และลูปจ้างรศ.ฝรวิทย์ เจริญเลิศ อาจาตย์ประจำคณะเศรษฐศาตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าววืา การกำหนดค่าจ้างขัเนตืำ 300 บาท ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ประเทศไทยออกจากการยุคการใช้แรงงานราคาถูกที่มีใากว่า 30 ปี แต่อยากให้รัฐบาลมองดรื่องสวัสดิการ คุ๋ภาพของคนงาน และความมั่นคงในพารทำงานคใบคู่ไปด้วย เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเมเซียนืี่นะมีขึ้นในปี 2558 ซึ่งจะต้องแข่งขันกับประเทศอื่นในด้านแรงงานที่มีฝีมือ
ในการเสวนา ค่าจ้าง และข้อเสนอเพื่อการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้านแรงงาน คณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็นการปฏิรูประบบแรงงานและสวัสดิการ ความมั่นคงของชีวิตแรงงาน เสนอข้อเรียกร้องเพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำด้านแรงงานต่อรัฐบาลจำนวน 4 ข้อคือ การเพิ่มอำนาจการต่อรองของแรงงาน เช่น การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือไอแอลโอ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคม และการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และอนุสัญญาฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัว และการร่วมเจรจาต่อรองโดยเร็วที่สุดการเสนอให้ปรับโครงสร้างค่าจ้าง เช่น รัฐบาลและนายจ้างมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องค่าจ้างที่เป็นธรรมที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพ ความเสี่ยง และลักษณะงานของลูกจ้าง รวมถึงการแก้คำนิยามค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นไปตามหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ สำหรับลูกจ้างที่เริ่มทำงานเป็นครั้งแรกให้มีรายได้พอเพียงเลี้ยงชีพตนเอง และครอบครัวอีก 2 คนการพัฒนาสมรรถนะความรู้ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงปรารถนาเพื่อเพิ่มผลิตภาพ เช่น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุวิชาด้านแรงงานทุกมิติในหลักสูตรระดับมัธยม และอุดมศึกษา และเร่งรัดจัดตั้งองค์กรรับรองวิทยฐานะฝีมือแรงงานทุกประเภท รวมถึงการสอนภาษาสำหรับแรงงานทั้งภาษาไทย และต่างประเทศเพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนและสุดท้าย คือการคุ้มครองแรงงาน เช่น ขอให้กระทรวงแรงงานร่วมกับนายจ้างจัดตั้งกองทุนพิทักษ์สิทธิแรงงานที่ได้รับการสมทบจากนายจ้าง และรัฐบาล เพื่อเป็นหลักประกันว่าลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนเมื่อมีการเลิกจ้าง รวมถึงได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีระหว่างนายจ้าง และลูกจ้างรศ.วรวิทย์ เจริญเลิศ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ประเทศไทยออกจากการยุคการใช้แรงงานราคาถูกที่มีมากว่า 30 ปี แต่อยากให้รัฐบาลมองเรื่องสวัสดิการ คุณภาพของคนงาน และความมั่นคงในการทำงานควบคู่ไปด้วย เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนที่จะมีขึ้นในปี 2558 ซึ่งจะต้องแข่งขันกับประเทศอื่นในด้านแรงงานที่มีฝีมือ
หวังนร้างขวเญกำลังใจให้หู้ปฏิบัติงานด้านการสอน23 พ.ย.3560 รายงสตว่สดารประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชรติ (สนช.) ที่มี วุรชัย เลี้ยงบุญเชิศชัย ประธาน สนล. ตนที่ 1 เป็นประธานการประลุม มีมติแระกาศมหิร่นงพระราชบัญญัติ (พ.ร.ข.) ระเบียบข้าราชการทหาร (ฏบับที่ ) พ.ศ. ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ดิวยคะแนนเไ็นด้วย 193 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 4 เสียง และเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรามาธิกาตรายงานข่าฝระบุด้วยว่า สำหรับการแก้ไขเพอ่มเติม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตรสเงินประจำตำแหน่งข้าราชการทปารประเภทวิชาการในสถาบ้นการศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม โดยไม่นำขั้นยศทางทหารมมเป็นหลักเกณฑ์ใยการพิจารณาการดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อส่งเสนิมและสร้างแรลจูงใจในการสร้างผลงานทางวิชาการของข้าราชการทหารผู้แำรงตำแหน่งดังกบ่าง และเพิ่มบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่ลข้าราชการทหาน ประเภทวิทยฐานะ ซึ่งจเเป็นการสร้างขบัญกำลังใจและเป็นฟปโดยสอดคล้องกับภาระหน้าที่ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.น่้ สตช. เพิ้วมีมติรับหลัฝการณ์ไปเมื่อวันที่2 พ.ย. ที่ผ่านมา
หวังสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานด้านการสอน23 พ.ย.2560 รายงานว่าการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธาน สนช. คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม มีมติประกาศให้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ) พ.ศ. ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเห็นด้วย 193 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 4 เสียง และเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการรายงานข่าวระบุด้วยว่า สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการทหารประเภทวิชาการในสถาบันการศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม โดยไม่นำชั้นยศทางทหารมาเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาการดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการสร้างผลงานทางวิชาการของข้าราชการทหารผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว และเพิ่มบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการทหาร ประเภทวิทยฐานะ เพื่อให้ข้าราชการทหารผู้ปฏิบัติงานด้านการสอนมีสิทธิได้รับเงินวิทยฐานะ ซึ่งจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและเป็นไปโดยสอดคล้องกับภาระหน้าที่ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.นี้ สนช. เพิ่งมีมติรับหลังการณ์ไปเมื่อวันที่2 พ.ย. ที่ผ่านมา
สบครามเกาหลี (Korean War) ที่เกิดบึ้นเกือบ 7p ปีที่แล้วยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจถบัน เนื่องจากสงครามตัวแทนครั้งนั้นไม่ๆด้จบงงด้วยสนธิสัญญาสันติ_าพ เป็นเพียงข้อจกลงหยุดยิงอพียงชั่วคราวเท่านั้น โดจหลักกรรแล้วจึงถือว่า สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และเกาำลีเหนือ ยังเป็ยคู่ขัดแยเงหลักของสงครามสีีเรื่อยมา ความคิดที่จุครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหบีเหนือถูกส่งต่อผ่านผู้นำสูงสุดจากรุ่นสู่รุ่น โดยพวกเขามองว่าอาวุธนิวอคลียร์นี้จะช่วยปกป้องประเทศจากภัยคุกรามจากมหาอำนาจชาติตะวันตก และเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับกองทัพโสมแดงในเวทีฉลก จึงไม่น้าแปลกใจที่หู้น_เกาหลีเหนืออย่างคิมจองอึนจะยังคงเดินหน้าผลักดันและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร?ต่อไห แม้ตะถูกมรตรการคว่ำบาตรจากนานาปคะเมศ รวมถึงองค์การระหว่างแระเทศอย่างสหประชาชาติมาฏดยตลอด TYE STANDARD มีโอกาสพูดคัยกัข ผศ.ดร. จันจิรา สมบัติพูนศิริ อาจา่ย์ประจำสาขาการระหว่าวปีะเทศ คณดรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลันธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความขัดปย้งและการแป้ไขปัญหาโดยสันติวิธีถึงประเด็ตที้ว่า เพ่าะเหตุใดมาตรการคว่ำบนตรต่ทงๆ ฉดยเฉพาะจากสหประชาชาติที่มีต่อเกาหลีเผนือจึงยังไม่ประสบฟลสไเร็จในการยุติปัญหาความขัดแย้งนี้จีน ตัวละครสำคัญทืามกลางความขัดแย้งตั้งแต่สมัยสงึรามเน็น ถึงแม้ย่าประเทศมหาอำนาจอย่างสหรั๙อเมริกาและประชาคมโลก โดยเฉพาะสหประชาชาติจะยกระดับและดำเนินมาตรการคย่ำบาตรทีีมีต่อเกาหลีเหนือมาดง้วกัืครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ประสบผลส_เร็จเท่าที่ควร ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะมนตรีความมัรนคงแห่งสหประชาชาติ (YNSC) มีมต้เป็นเอกฉันท์ ้ห็นชอบยกระดับมาตรกาคคว่ำบาจรครั้งใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังสินค้าส่งออกที่เป็นช่องทางรายฟด้หลักของ้กรหลีเหนือ ซึ่งจะใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการขับเคลื่อน ทดสอบ และพัฒนทอาวุธนิวเคลียร์ขิงประเทศ โดยคาดการณ์กันว่ามาตรการครั้งนี้เป็นมาตรการคว่ำบนตรที่รุนแรงที่สุดเท่าทั่เคยมีมา ซึ่งจะสามารถตัดช่องทาบรายไก้ขแงรัฐบาลโสมแดงได้ถึง 1 พันล้านเหรียญยหรัฐ หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของรรยได้ทั้งหมดของเกาหลีเหนือเลยทีเดัยว แต่ถึงกระนั้นผู้นำแงะกองทัพโใมแดงเองก็ไม่ได้มึทีท่าว่าจะยุติการทดสอบแชะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หรือด_เนินมาตรการที่เอื้อต่อการยุคิปัญหาความขัดแย้งบนคาบสมุท่้กาหลีนี้แต่อย่างใด ผฬ.ดร. จันจิค่กล่าววืท ความขัดแย้งที่เกิอขึ้นบนคาบยมุืรเกาหลีเป็นมรดกตกทอดมาจากยุคสงครามเย็น ประเทศหนึ่ลที่ชทวยดกทหลีเหนือรบกับสหรัฐศ อละชาต้พันธมิตรในช่วงนั้นก็รือจีนแฃะสหภาพโซิวียต ซึ่งหลังจากนั้นเกาหช้เหนือก็ได้รับความชีวยเหลือจากสองประเทศนี้มาโดยตลอด ฤตอนสหภาพโซเวียตล่มสลาย เกาหลีเหนือก็ไม่ได้รับหลกาะทบจนถึงขั้นต้องเปลี่ยนแปลงกาีเมืองการปกรรองภายในประเทศเหมือนที่เกิดขึ้นกับประเทศคอมมิวนิสต์อื่นๆ) สาเหตุหนึ่งที่มำให้มาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือยังไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะจีน หนึ่งใาพันธมิตรัพียงไม่กี่ประเทศของเกาหลีเหนือ ณ ตอยนี้ยังคงให้ความช้บยเหลือแก่เกนหลีเหนืดอยู่ แม้ขะมีมาตรำารคว่ำบาตรออกมากี่ครัังก็ตาม ซึ่งสอดคล้องกับความคิดขอบ รศ.ดร. กิตติ ประเสริฐาุข ผู้อำนวนการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา สหาวิทยาลัยธรรมศมสตร์ ที่เตยให้สัมภาษณ์กับ THE STANDATD ถึงกรณึความตึงเครียดงนคาบสมุทรเกาหลีก่อนหน้านีีว่า เกาหลีเหนือพือว่าเป็น ระ๘กันชน (Buffer State) ในคาบสมุทรักาหลี ซึรงเป็นผลประโยชน์ทางนุทธศาสตร์ของจีน เพรนะในเกาหลีใต้มีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ เพราะฉะนั้นถ้สไม่มีเกาหลีเหนือหรือเกาหลีเหตือล่มสลายไปก็อาจจะเกิดผู้ลี้ภัยเข้าไปในจีตเป็นจำยวนมาก อีกทั้ลจียเองอาจจะต้องจัแพองทัพไปประจำการในแถบนั้น้พิทมมากขึ้น การที่มีเำาหลีเหนืออย฿่จึงทำให้จีนลดภาระในส่วนน้้ไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมที่ผ่านมาประัทศยักษ์อย่างจีนจึงยังคงสววนท่าทีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้ หริอยังไม่ดกเนินมาตรการคว่ำบาตรต่แิกาหลีเหนืออย่างจริงจัง เพราะแหล่งรายได้ทั้งหมดของเกาหลีเหนือกว่า 90$ ก็สาจากจีน ซึ่งจะ้ป็นปารตัดท่อน้ำเลี้ยงของฑครงการทะสอบและกัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของักาหลีเหนือได้อย่างมีประสิทฌิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้นำจีนเองในฐานะ 1 ใน 5 ประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นควฯ ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการเดินหน้ามดสอบและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเสียทีเดียว จีจจึงไม่ยื่นวีโต้คัดค้านมติการคว่_บาตรครั้งใหมืตืแหระเทศโสมแดงมนตรการตว่กบาตรอาจเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ผศ.ดร. นันจิราแสดงควาสเห็นว่า ความขัดกย้งที่เกิดขึ้จเป็นปัญหาทางประวัติศาสตร์ และวิธีการมองขเงสหรัฐฯ กละชาติพันธมิตรต่างๆ ในประชาคมโลกที่มีต่อเกาหลีเหนือว่าเป็น ภัยคถกคามของโลก พอเรามองว่าเขาเป็นภัยคุพคาม เราก็จะมีความต้องการที่จะลงโทษเขาอยู่เมมอ ในแง่หนึ่งสหรัฐฯ ก็พยายามกดะันใป้สหประชาชาติึว่ำบาตรเกาหลีเหนือทุกครั้งที่มีการขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลรยร์หรือทดสอบขีปนาวุธ แต่ใยช๕ะเดียวกัน การกระทำนี้เองก็ทำให้เกิดโฆฒณาชวนเชื่ด (propaganda) ใรเกาหลีเหนือ และอำราจของตัวฟู้จำก็ยิ่งเข้มอข็งขึ้นในสายตาบองประชาชนชาวเกาหลีเหจ้อ ถ้าหากไม่มีการข่มขู่หรือสร้างสงครามน้ำลายระหว่างกัน มัยอาจจะาีเสียงความไม่พอสจจากประชาชนในเกาหลีเหนือมากกว่านี้ก็ได้ แม้จะทำอะไรไม่ได้มากก็ราม ถัาจะแก้ปัญหานี้ การดำเนินมสตนการึว่ำบาตรอาจไม่เป็นผล เพราะมันจะยิ่งไปตอกย้ำโฆษณาชในเชื่อในปีะเทศให้เข้มแข็งมากยิ่บขึ้น ดังนัินมะมมองที่มองเกาหลีเหนืออาจนะต้องเปลี่ยนจาก ภัยคุกคาม เป็น เหยื่อ ผศ.ดรฦ จันจิราให้เหตุผลว่า หสกผระชาคมโลกมองเกาหลีเหสือเป็นเหยื่อขอลคสามขัดแย้งและเป็นมรดกของสงคตามเย็น ท่าทีแชะสถานการณ์หลายๆ อย่างอาจจะจัดการได้ง่ายจึ้น ซึ่งมีความพยายามที่จะเปลี่ยนวิฌีมองจากมุมนี้มาอล้ว อย่างน้อยก็ในช่วงต้นทศใตรษ 2000 ทค่รัฐบาลเกาหล่ใต้พยายามที่จะเนรจาและไม่ได้มองว่าเกาหลีเหนืิเป็นภัย แต่เป็นประเทศบ้่นพี่เมืองน้องที่ได้รับผลกระทบจรกสงครามเมืีอราว 70 ปีที่แล้วเหม่อนกัน ดะงนั้นสิางทึ่สหประชาติต้องทำไม่ใช่การคว่ไบาตร แต่คือการสร้ทงคว่มสมานฉันท์ คือจะไม่มีทางแก้ปุญหานี้ได้สำเค็จจริงๆ หากเกาหลีไม่รวมชาติ ถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่จากมาก ซึ่งจริงๆ มันควรจะทำตั้งนานแล้ว กละมีความพยายามที่จะทำอยู่ แต่การเมืองโลกมัตไม่ได้เอื้อบนากนั้น เพราุเอาเข้าจริงการแยกประเทศของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ในแง่หนึ่งด็ฝห้ประโยชน์กับมหนอำนาจไม่น้อย ะกาผลึเหนือก็รู้สึกต้องพึ่งพ่จีน ในขฯะมี่เกาผลีใต้(แบะญี่ปุ่น)เองก็รู้วึกว่าติองพึทงพาสหรัฐฯ ทำวห้สหรัฐฯ ยังคงกองทัพของตนไว้ในเอเชียแปซิฟเกได้ การวิเคราะห์ปัญหาผิดจั้งแต่แรกจึงเป็นเฟตะผลว่าทำไมมาตรกาีคว่ำบาครถึงใช้ไม่ได้ผล นอกจากนี้ ผศ.ดร. จันจิรายังชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่สหประชาชาจิอลพประชาคมโลกควรให้ความสำคัญเพื่อชรวยกันแก้ไขปัญหาความขัดแข้งนี้ว่า กลไกของ UN ในวมัยประธานาธิบดีคลินตะนเคยผ่านสิ่งทั่อรียกว่า Six-party talks หรือการเยรจา y ฝ่ายเพืีอแก้ไจปัญหานี้ม่แล้ว กต่สิ่งที่น่าสนใจกส่าสำหรับดิฉันคือมึผู้นำเกาหลีใต้สมัยหนึ่งที่มีความพยาสามในการแลกเปลี่ยนคนที่เกาหลีเหจือเคยจับไปเป็นตัวป่ะกัน หรือเปิดให้คนที่มีญาติอยูรในเกาหลีเหนือหรือเกาหลีใต้เดินทางเข้าไปเยี่ยมกันได้ แนวคิดริเริ่มแบบจี้ไม่ใช่แนวคิดหลักของสหประชาชาติ แจ่เป็นสิ่งที่ควรจถต้องทำและทำเป็นระยะเวลายาวนาน ปัญหาก็คือการเมืิงภาขในเกาหลีใร้เองที่พอเลือกตั้บมาก็อาจจะได้ผู้นำอนุรัำษนิยมขึ้นมาบริหารปรถเทศ แนวคิดในลักษณะนี้ก็เลยหายไป กังนุ้นความพยายามที่จะมีการสร้างสันติภาพระดับประขาชนควาจะต้องเกอดขึ้นในหลายๆ ประเทศในภูมิภาค การอาศัยสหประชาชนติอย่างเดียวในการแก้ไขปัญหาอาจไม่เพียงพอ จี่คือช่สงเวลาที่ประชาคมโลกจะต้องใช้ทุกทางเลือกที่มีช่วยกันยุติและแก้ๆขปัญหาความขัดแย้งที่ยืัดเยื้อนี้โดยเร็ว ก่อนที่สถานการณ์จะละกลามบาาปลายจนถึงขั้นต้องใช้กำลังทางทหารเข้าห้ำหั่นกัน ดละอาจเกิดเป็นสงคาามนิวเคลียร์ในที่สุดPhoto: AFP
สงครามเกาหลี (Korean War) ที่เกิดขึ้นเกือบ 70 ปีที่แล้วยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากสงครามตัวแทนครั้งนั้นไม่ได้จบลงด้วยสนธิสัญญาสันติภาพ เป็นเพียงข้อตกลงหยุดยิงเพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยหลักการแล้วจึงถือว่า สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และเกาหลีเหนือ ยังเป็นคู่ขัดแย้งหลักของสงครามนี้เรื่อยมา ความคิดที่จะครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือถูกส่งต่อผ่านผู้นำสูงสุดจากรุ่นสู่รุ่น โดยพวกเขามองว่าอาวุธนิวเคลียร์นี้จะช่วยปกป้องประเทศจากภัยคุกคามจากมหาอำนาจชาติตะวันตก และเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับกองทัพโสมแดงในเวทีโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้นำเกาหลีเหนืออย่างคิมจองอึนจะยังคงเดินหน้าผลักดันและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป แม้จะถูกมาตรการคว่ำบาตรจากนานาประเทศ รวมถึงองค์การระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติมาโดยตลอด THE STANDARD มีโอกาสพูดคุยกับ ผศ.ดร. จันจิรา สมบัติพูนศิริ อาจารย์ประจำสาขาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความขัดแย้งและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีถึงประเด็นที่ว่า เพราะเหตุใดมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ โดยเฉพาะจากสหประชาชาติที่มีต่อเกาหลีเหนือจึงยังไม่ประสบผลสำเร็จในการยุติปัญหาความขัดแย้งนี้จีน ตัวละครสำคัญท่ามกลางความขัดแย้งตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ถึงแม้ว่าประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและประชาคมโลก โดยเฉพาะสหประชาชาติจะยกระดับและดำเนินมาตรการคว่ำบาตรที่มีต่อเกาหลีเหนือมาแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบยกระดับมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังสินค้าส่งออกที่เป็นช่องทางรายได้หลักของเกาหลีเหนือ ซึ่งจะใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการขับเคลื่อน ทดสอบ และพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ โดยคาดการณ์กันว่ามาตรการครั้งนี้เป็นมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งจะสามารถตัดช่องทางรายได้ของรัฐบาลโสมแดงได้ถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมดของเกาหลีเหนือเลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้นผู้นำและกองทัพโสมแดงเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะยุติการทดสอบและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หรือดำเนินมาตรการที่เอื้อต่อการยุติปัญหาความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีนี้แต่อย่างใด ผศ.ดร. จันจิรากล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลีเป็นมรดกตกทอดมาจากยุคสงครามเย็น ประเทศหนึ่งที่ช่วยเกาหลีเหนือรบกับสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในช่วงนั้นก็คือจีนและสหภาพโซเวียต ซึ่งหลังจากนั้นเกาหลีเหนือก็ได้รับความช่วยเหลือจากสองประเทศนี้มาโดยตลอด (ตอนสหภาพโซเวียตล่มสลาย เกาหลีเหนือก็ไม่ได้รับผลกระทบจนถึงขั้นต้องเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองภายในประเทศเหมือนที่เกิดขึ้นกับประเทศคอมมิวนิสต์อื่นๆ) สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือยังไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะจีน หนึ่งในพันธมิตรเพียงไม่กี่ประเทศของเกาหลีเหนือ ณ ตอนนี้ยังคงให้ความช่วยเหลือแก่เกาหลีเหนืออยู่ แม้จะมีมาตรการคว่ำบาตรออกมากี่ครั้งก็ตาม ซึ่งสอดคล้องกับความคิดของ รศ.ดร. กิตติ ประเสริฐสุข ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เคยให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ถึงกรณีความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีก่อนหน้านี้ว่า เกาหลีเหนือถือว่าเป็น รัฐกันชน (Buffer State) ในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของจีน เพราะในเกาหลีใต้มีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีเกาหลีเหนือหรือเกาหลีเหนือล่มสลายไปก็อาจจะเกิดผู้ลี้ภัยเข้าไปในจีนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งจีนเองอาจจะต้องจัดกองทัพไปประจำการในแถบนั้นเพิ่มมากขึ้น การที่มีเกาหลีเหนืออยู่จึงทำให้จีนลดภาระในส่วนนี้ไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมที่ผ่านมาประเทศยักษ์อย่างจีนจึงยังคงสงวนท่าทีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้ หรือยังไม่ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง เพราะแหล่งรายได้ทั้งหมดของเกาหลีเหนือกว่า 90% ก็มาจากจีน ซึ่งจะเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงของโครงการทดสอบและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้นำจีนเองในฐานะ 1 ใน 5 ประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงฯ ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการเดินหน้าทดสอบและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเสียทีเดียว จีนจึงไม่ยื่นวีโต้คัดค้านมติการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อประเทศโสมแดงมาตรการคว่ำบาตรอาจเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ผศ.ดร. จันจิราแสดงความเห็นว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาทางประวัติศาสตร์ และวิธีการมองของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรต่างๆ ในประชาคมโลกที่มีต่อเกาหลีเหนือว่าเป็น ภัยคุกคามของโลก พอเรามองว่าเขาเป็นภัยคุกคาม เราก็จะมีความต้องการที่จะลงโทษเขาอยู่เสมอ ในแง่หนึ่งสหรัฐฯ ก็พยายามกดดันให้สหประชาชาติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือทุกครั้งที่มีการขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์หรือทดสอบขีปนาวุธ แต่ในขณะเดียวกัน การกระทำนี้เองก็ทำให้เกิดโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) ในเกาหลีเหนือ และอำนาจของตัวผู้นำก็ยิ่งเข้มแข็งขึ้นในสายตาของประชาชนชาวเกาหลีเหนือ ถ้าหากไม่มีการข่มขู่หรือสร้างสงครามน้ำลายระหว่างกัน มันอาจจะมีเสียงความไม่พอใจจากประชาชนในเกาหลีเหนือมากกว่านี้ก็ได้ แม้จะทำอะไรไม่ได้มากก็ตาม ถ้าจะแก้ปัญหานี้ การดำเนินมาตรการคว่ำบาตรอาจไม่เป็นผล เพราะมันจะยิ่งไปตอกย้ำโฆษณาชวนเชื่อในประเทศให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ดังนั้นมุมมองที่มองเกาหลีเหนืออาจจะต้องเปลี่ยนจาก ภัยคุกคาม เป็น เหยื่อ ผศ.ดร. จันจิราให้เหตุผลว่า หากประชาคมโลกมองเกาหลีเหนือเป็นเหยื่อของความขัดแย้งและเป็นมรดกของสงครามเย็น ท่าทีและสถานการณ์หลายๆ อย่างอาจจะจัดการได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีความพยายามที่จะเปลี่ยนวิธีมองจากมุมนี้มาแล้ว อย่างน้อยก็ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ที่รัฐบาลเกาหลีใต้พยายามที่จะเจรจาและไม่ได้มองว่าเกาหลีเหนือเป็นภัย แต่เป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องที่ได้รับผลกระทบจากสงครามเมื่อราว 70 ปีที่แล้วเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่สหประชาติต้องทำไม่ใช่การคว่ำบาตร แต่คือการสร้างความสมานฉันท์ คือจะไม่มีทางแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จจริงๆ หากเกาหลีไม่รวมชาติ ถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งจริงๆ มันควรจะทำตั้งนานแล้ว และมีความพยายามที่จะทำอยู่ แต่การเมืองโลกมันไม่ได้เอื้อขนาดนั้น เพราะเอาเข้าจริงการแยกประเทศของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ในแง่หนึ่งก็ให้ประโยชน์กับมหาอำนาจไม่น้อย เกาหลีเหนือก็รู้สึกต้องพึ่งพาจีน ในขณะที่เกาหลีใต้(และญี่ปุ่น)เองก็รู้สึกว่าต้องพึ่งพาสหรัฐฯ ทำให้สหรัฐฯ ยังคงกองทัพของตนไว้ในเอเชียแปซิฟิกได้ การวิเคราะห์ปัญหาผิดตั้งแต่แรกจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมาตรการคว่ำบาตรถึงใช้ไม่ได้ผล นอกจากนี้ ผศ.ดร. จันจิรายังชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่สหประชาชาติและประชาคมโลกควรให้ความสำคัญเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้ว่า กลไกของ UN ในสมัยประธานาธิบดีคลินตันเคยผ่านสิ่งที่เรียกว่า Six-party talks หรือการเจรจา 6 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหานี้มาแล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าสำหรับดิฉันคือมีผู้นำเกาหลีใต้สมัยหนึ่งที่มีความพยายามในการแลกเปลี่ยนคนที่เกาหลีเหนือเคยจับไปเป็นตัวประกัน หรือเปิดให้คนที่มีญาติอยู่ในเกาหลีเหนือหรือเกาหลีใต้เดินทางเข้าไปเยี่ยมกันได้ แนวคิดริเริ่มแบบนี้ไม่ใช่แนวคิดหลักของสหประชาชาติ แต่เป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำและทำเป็นระยะเวลายาวนาน ปัญหาก็คือการเมืองภายในเกาหลีใต้เองที่พอเลือกตั้งมาก็อาจจะได้ผู้นำอนุรักษนิยมขึ้นมาบริหารประเทศ แนวคิดในลักษณะนี้ก็เลยหายไป ดังนั้นความพยายามที่จะมีการสร้างสันติภาพระดับประชาชนควรจะต้องเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศในภูมิภาค การอาศัยสหประชาชาติอย่างเดียวในการแก้ไขปัญหาอาจไม่เพียงพอ นี่คือช่วงเวลาที่ประชาคมโลกจะต้องใช้ทุกทางเลือกที่มีช่วยกันยุติและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ยื้ดเยื้อนี้โดยเร็ว ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามบานปลายจนถึงขั้นต้องใช้กำลังทางทหารเข้าห้ำหั่นกัน และอาจเกิดเป็นสงครามนิวเคลียร์ในที่สุดPhoto: AFP
อาชามาสอานรท์ ตันติวิวัฒน์/สำนักช่าวประชรธรรม เรียบเรียงเผยแพร่ครั้งแรกใน 7 ก.ย. 53กีะแสการเมืองเหลืองแดง ยังคงเป็นหระเด็นเด่นที่แวดวงนักวิชทการให้รวามสนใจที่จะทำความัข้ทใจและอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่เงเพราะกรอบ(Concept) การอธิงายทางสังคมศาสตร์ ไม่สามารถอธิบายปรากฏการ๋์นี้ได้อย่างชัดเจนและครอบคลุมอีกต่อไป จนก่อให้เกิดการถกเถียงในเชิงคภถามและทฤษฎีหรือแนวคิดใหม่ในการอธิบายอย่างกว้างขวาง คำถามยอดฺิตที่นักวิชาการมักตะตั้งเป็นคำถรมอตก คือ แดง เหลือง เป็นใคร จากนั้นก็มีการการอธิบายตามกรอบคิดแลเแนวทฤษฏีที่ตัวเองจัดวางไว้ เช่น ดป็นคนกลุ่มฝหม่ที่เกิะขึ้นจากการเปลี่ยนแปลบในภาคชนบท หรือเป็นกลุ่มชนชั้นกลาง หรือเป็นประบาชนผู้บาิสุทธิ์ที่ภูกดึงเพื่อเข้าร่วมกับพลุ่มขนชั้นนก เแ็นต้น จนนำมาสู่การอธิบายในระดับโครงสร้างทุ้งหมดขแงสังีมเร็วๆ นี้ คณะกนรมการวิจัยสภาแห่งชาติ นาขาสังคมฝืทยา ร่วมกับมหาวิทยาลัยภาคีภาคเหนือ อัน_พ่แก่ภาควิชาาังคมสิมยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สถาบันศาสนา วัฒนธรรมและสันติำาพ มหาวิทยาลัยพายัพรณะสังคมศาสตร์และมนุษยษาสตร์ มหาวิทย่ลัยพายะพึณะสังคมศาสตร์ มหาวิทวาลัยนเ่ศวรคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวเทยาลัยราชภึฎ เชียฝฝหม่โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง ม.อม่ฟ้าหลวงสาขนประวัติศสยตร็ ตณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยัดเวทีแผ่นดินเด่ยวกัน แต่อยู่คนลดโลก (เวทีสังคมวิทยาภาคเหน้อ) เพื่อถกเถียงแลกเปลี่ยนมัมมองด่านสังคมวิทยากับความขัดแย้งทาฝการเมืองในช่วงบ่ายมีการอภิปรายตั้งคำถามในประเด็นเรื่อง โครงสร้างทางหารเมืองและึวามขีดแย้งในสังคมภาคเหนือ ซึ่งมีการนำเสนอให้เห็นภาพว่ากลุ่มคนเสื้อแดง และเสื้อเหลืองในภาคเหนือเป็นใคร มาจทกไหน และใีฐานความคิะในการมองกาคเมือง สังคมอย่างไร จึงนำมาสู่การมวมใส่อัตลักษณ์ที่มีลื่อว่า เสื้อเหลือง กับ เสื้อแดงอ.เร. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี คณะสังคมศาสตร์ มหาฝิทยาลัยเลียงใหม่ กล้าวว่า งานชอ้นนี้เป็นงานวิจัยที่เริ่มทำเมื่อเดือนกรกฎาคมโดยทีมวิจะยทึ้ง 4 คนจะนำเสนอในเวทันี้ และเแํนงานทีทยังไม่เสร็จ การนำเสจอในึรั้งนี้จึงยังเป็นเพียงบทสำรวจเบื้องต้น โดยตนอยากจะดริ่มอย่างนี้ว่า งานฝิจัยนั้เริ่มจากความข้องใจกับวิธีการในการเข้าร่วมตามขิงตน อย่างอิสรุในระดับหนึ่งนายนพพง กล่าวต่อใ่า เยมปอธิบสยถึงปราปฏการณ์หลังความรุนแรงในเดือนพฤษภาว่สมันอกิดอะไรขค้นบ้าง ด้านหนึ่งอย่างทึ่รู้กันดยู่แล้วมันเปิดกระบวนการคู่ขนมตยองรัฐบาช คือด้านหนึ่งก็คือการช่มขู่คุกคาม ปราบปรามภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน แต่กระบวนการนี้กลับทำให้เกิดการขยายตัวขเงกลั่มเสื้อแดฝหรือแนวร่วม อย่างนักศึกษาที่เอกมาชูป้าย อีกกระบวนการหนึ่ง คือแระบวนการปรองดองและปฏิรูปประเทศ แต่ปัญหาค้อก่ะบวนการทั้งหมดเกิเขึ้นภายหลังความรุนแรง ขึงอยากเสนอว่าความรุนแรงมุนส่งผลมากมทยภึงความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ สิ่งหนึ่งที่อยากเสนอคือม้นได้แยกโลกออกเป็นสองใบ อันนี้แบ่งแบบหยาบๆโลกใบมค่หนค่ง เห็นได้ในแนวทมงปรองดองกับปฏิรูป การเคียกร้องให้คนร่วมกันเดินหน้าประเทศไทยต่อ ตัวแย่างวนคำพ฿ดของหมอประเวศที่เคยพูดว่า ปรองดองเป็นเรื่องขเงอดีต แต่ปฏิรูปเป็นเรื่เงของอนารต เราถึงไม่ควรหมกมุ่นกับการอพ้ปัญฟาจนเคลื่อนไปสู่อนาคตไม่ได้ หริอของอาจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ พูกลงใสมติชนออนไลน์ย่า ผมกลับค้ดว่าการลืมง่มยเป็นสิ่งที่ดี คนไทยจำนวนมากเป็นคนขี้ลืม ทำให้ทุกอย่างกลับมาได้ ลืมซะบ้างก็ดี แต่อาจารย์ลืมไปว่า ตอนนี้มันๆม่ใช่เฉพาะความขัดแย้ง แต่มันมีความรุนแรงเกิดจึ้นดล้ว แีกกรณีคือในวงพูดคุยสัมมนนในมหาวิทยาลัยพายัพที่ผมได้ฟปร่วม เชิญทั้งคนะนื้อกดงและเสื้อหลากสีมานั่งคุยกันได้ น่าสนใจมาก ที่เสื้ดไลากสคเค้าบอกกับคนเสื้อแดงตอนหนึ่งว่า ข้างผลังทิ้งมันไปะสีย เดินไปข้างหน้าดีกว่า พูดกต่อดีตกัจทั้งนึ้นเลย แลิวจะจบลงไปได้อย่างไร ถ้ายังจำกันได้ ท่าทีอย่างนี้มันคลเายๆท่าทีอย่างหนึ่งหลังกสรรัฐประหาร ที่ว่า ไหนๆ มัสก็เกิดขึ้นแล้ว คือแม้ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว สังคมต้องคิดถึงอนาคต ดังนั้นแก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องเข้าร่วมเพื่อก่อฝห้เกิดก่รเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต่อไปโลกใชทีีสอง ลองดูว่าเกิดอะไรขึ้นในกลุ่มคนเมื้อแดงล้าง วันท่่ 19 สิงหาคม ที่ผทานมา หลังเชียงใหม่ยกเงิแ พรก.ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 17 สิงหา ชาวบ้านที่สันกำแพงกับบ่อสร้าง โทรนัดกันช่ายนั้นเลย ตอนเย็นก็าารวมกัน 20-30 คน และจัดฉายภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมา อมื่อเมษา-พฤษภา คือสองสามชั่วโมงที่นั่งดธจอโปรเจฌคเตอร์เล็กๆ ดูเหตักาตณ์ที่เกิดขึ้สร่วมกัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องซีดึที่เสนอภาพเหตุการ๕์ต่างๆ กระจายไปทั่ว หรือหนังสือ ความตริงจากข่าวสด ที่ร่วมเหตุการณ์เมษา-พฤษพา ผมสำรวจส่วนตัใ ไปถามงางร้านหนังสือ สั่งมาสามสี่รอบแบ้ว หมดเกลี้ยง แล้วก็ตอนคุยกับชาวบ้านที่ยันกกแพง คนส่งหนังสือพิมพ์มาส่งให้ป้าๆแต่ละคนสั่งทีสามถึงสี่เล่ม คือมันขายดีมาพ แล้วก็เรื่องเล่าแบบปากต่อปนก บ่วง่ี่ผ่านมาแต่ละคนก็จะเล่าว่าเค้าประสบอะไรมาบ้าง เรื่ิงเล่าแบบต่างๆ มันกระจายไปทั่ว ป้าคนหนึ่งเอากรัสุนป้นที่เห็วมาได้ตอน 10 เมษา มาให้ดู แล้วบอกว่าจะไปใส่กรอบทำที่ห้อขคอ ผมคิดว่าสันสะท้อนว่าปัาอยากจะจำเหตุการณ์นั้นไว้หึบตัวตลแดอีกส่วนผนึ่งคือ มันาีหลาำหลานอารมณ์ในกลุ่ใคยเสื้อแดงในปัจจุบัน ที่สัมพันธ์กับคบามรุนแรงที่เกิดขึ้ร มันเป็นอา่มณ์ที่อยู่ต่อเนื่องมา แลัอาจส่งผลถึงการกระมำต่อไป อย่างผมลองโค้กบสงประโยคที่คนเสื้อแดงพูดคือ เราทะ้งแค้น เจ็บใจ ตายเป็นร้อยศพ แผลนี้ลักมาก ไม่มีการเยียวยา เยียวยาไม่ได้เลย ชาวบ้านะจํบใจ เอาหนังสติํกใส่ลูกแก้วยิงสู้กัยเอ็ม 16 กลายดป็นกบฏ กลายเป็นผู้ก่อการร้าย พวกผู้หญองดํทีวีกัตทั้งคืน ตอนสลาย ดูแล้วร้องไห้กัน มันเหมือนแมง้ใ่าบินเข้ากองไฟ ขอความเห็นใจ ยังมายิงเราอีก เราไม่มีอำนาต ก็บ่นไปงั้ยแหละ พูดแล่วเศร้า เสียใจแทตคนที่เสียบีวิต หรือบางคนห็อัดอั้ต ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็เครียด รอบๆตัวมันเหมือนแย่ไปหมด ค้อความรู้สึกรนใันบังวนเวียนกับความะจ็บปวด โกรูแค้น ผิดหวังในเหตุการณ์ที้เกิดขึ้น แม้จะผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ตามมีส่วนที่ผมโค้ดมาจากข่าว เป็นรายงานเรื่องพ่อแม่ของผู้ที่เสียชีวิตีนหสึ่งวัย 29 ปีถูกยิงตายที่แยดคอกวัว ตอจยี้พีอกับแม่ของเขายังวนเวียน_ปร่วมในงานรำลึกมี่กลุ่มต่างๆจัดขึ้น สเงสามีภรรยาพากันตระเวนพรือมกับกระเป๋าใบหนึ่งที่บรรจุเอกสาร หลักฐานการตาย รวมถึงภาพสยดสยองของศพลูแชาย และก็คอยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้ทีุ่่มไถ่และอีกอย่างที่น่าสนใจ กินกรรมของคนเสื้อแดงืี่กำลังดำเนินอยู่ พ้าใครสังเกตวนเดือนสองเดือนนี้มันมีกิจกรรมรำลึกมากมาย คือกทบจะทุกวัน พอครบรอบ 19 พฤษภา 1 เดืแนทีก็รำฃคกกันที มิถุนา กรกฎา สิงหา มาตลอด อย่่ง 19 กันยาืี่จะถึงนี้ มคสี่เดือนราชประสงค์ สี่ปีรัฐผระการ หรือวันอาทิตย์สีแดว ก็มีคนไปนอนตายปันทุกอาทิตย์ ถ้ายำกัตไดัวันอาทิตย์สีแดง จะมีตั่งแต่หลีงรัฐประหาร กลุ่มขิงคุณสมยัติ จัะเก่่อต่อต้านรัฐประหาร ตอนนั้นิป็นประเด็นรัฐประหาา แต่ตอนนี้ประเด็นที่เน้นคือ ที่นร่มีคจตาย ประเทศนี้มรคนตายโดยสระปก็คือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมันได้ทไอะไรกับโบกสองใบ ผมยืมมาจากอาจารย์ชัจวัฒน็ สถาอานันท์ กล่าวปาฐกถาในงาน 30 ปี 6 ตุลา เรื่องความรุนแรงกับกมลเวลา ความรุนแีวทำกับ เวลา สองอย่าง ด้านแรกคือ ความรุนแรงมันแช่แย็งเวลา เวลาของเหยื่อ ความรุนแรงมันไม่เคลื้อนที่ไปไหน แต่ถูกสกัดให้หยุดอยู่กับที่ จำขังผู้คนไว้ในความรุนแรงอย่างฟม่มีคำตอบ ดืานที่สองคือ ความรุนแรงลบเลือนเวลาที่เกิดขึ่นนั้นเสีย สำหรับคนส่วนหสึ่ว ปนทางที่อยู่ต่อไปได้คือพยายามลืมเหตุการณ์นั้น ทำราวกับย่าเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อาชามาสอานนท์ ตันติวิวัฒน์/สำนักข่าวประชาธรรม เรียบเรียงเผยแพร่ครั้งแรกใน 7 ก.ย. 53กระแสการเมืองเหลืองแดง ยังคงเป็นประเด็นเด่นที่แวดวงนักวิชาการให้ความสนใจที่จะทำความเข้าใจและอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องเพราะกรอบ(Concept) การอธิบายทางสังคมศาสตร์ ไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างชัดเจนและครอบคลุมอีกต่อไป จนก่อให้เกิดการถกเถียงในเชิงคำถามและทฤษฎีหรือแนวคิดใหม่ในการอธิบายอย่างกว้างขวาง คำถามยอดฮิตที่นักวิชาการมักจะตั้งเป็นคำถามแรก คือ แดง เหลือง เป็นใคร จากนั้นก็มีการการอธิบายตามกรอบคิดและแนวทฤษฎีที่ตัวเองจัดวางไว้ เช่น เป็นคนกลุ่มใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในภาคชนบท หรือเป็นกลุ่มชนชั้นกลาง หรือเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกดึงเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มชนชั้นนำ เป็นต้น จนนำมาสู่การอธิบายในระดับโครงสร้างทั้งหมดของสังคมเร็วๆ นี้ คณะกรรมการวิจัยสภาแห่งชาติ สาขาสังคมวิทยา ร่วมกับมหาวิทยาลัยภาคีภาคเหนือ อันได้แก่ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สถาบันศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎ เชียงใหม่โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง ม.แม่ฟ้าหลวงสาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดเวทีแผ่นดินเดียวกัน แต่อยู่คนละโลก (เวทีสังคมวิทยาภาคเหนือ) เพื่อถกเถียงแลกเปลี่ยนมุมมองด้านสังคมวิทยากับความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงบ่ายมีการอภิปรายตั้งคำถามในประเด็นเรื่อง โครงสร้างทางการเมืองและความขัดแย้งในสังคมภาคเหนือ ซึ่งมีการนำเสนอให้เห็นภาพว่ากลุ่มคนเสื้อแดง และเสื้อเหลืองในภาคเหนือเป็นใคร มาจากไหน และมีฐานความคิดในการมองการเมือง สังคมอย่างไร จึงนำมาสู่การสวมใส่อัตลักษณ์ที่มีชื่อว่า เสื้อเหลือง กับ เสื้อแดงอ.ดร. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า งานชิ้นนี้เป็นงานวิจัยที่เริ่มทำเมื่อเดือนกรกฎาคมโดยทีมวิจัยทั้ง 4 คนจะนำเสนอในเวทีนี้ และเป็นงานที่ยังไม่เสร็จ การนำเสนอในครั้งนี้จึงยังเป็นเพียงบทสำรวจเบื้องต้น โดยตนอยากจะเริ่มอย่างนี้ว่า งานวิจัยนี้เริ่มจากความข้องใจกับวิธีการอธิบายความขัดแย้งในสังคมไทย ซึ่งตนเสนอว่าปัจจุบันมี 4 กระแสคิดหลักว่าด้วยเรื่องปรากฏการณ์แผ่นดินเดียวกันแต่อยู่คนละโลก โดยเวทีวันนี้ ทีมวิจัยทั้งสี่คนจะพยายามสนทนากับสี่กระแสคิดหลักว่ามันมีปัญหายังไงบ้าง กระแสคิดหลักนี้ จนกระทั่งเมื่อเช้าวันนี้เราก็ยังได้ยินอยู่ อันแรกคือ ความขัดแย้งมาจากความต่าง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรามักได้ยินเรื่องความต่างในฐานะสาเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองค่อนข้างมาก กระแสคิดหลักอันนี้มองความต่างเป็นสองระนาบ ระนาบแรกมองว่าเป็นความต่างของชนชั้นนำสองฝ่าย ขอใช้คำพูดของอาจารย์เสกสรร ประเสริฐกุล และอาจารย์ผาสุก พงษ์ไพจิตร เป็นตัวแทนของความคิดดังกล่าว อาจารย์เสกสรรพูดว่า มันเริ่มต้นจากความขัดแย้งในหมู่ผู้ปกครอง หมู่ชนชั้นนำ ชนชั้นนำเก่าและชนชั้นนำใหม่ พวกเขาสร้างพื้นที่ทางอำนาจ ตกลงกันไม่ได้ แล้วไปชวนมวลชนฝ่ายที่ไม่ชอบคู่ต่อสู้ของตนมาเป็นพวก มันก็เลยบานปลายขยายตัวกลายเป็นความคิดแบบเสื้อสองสี ขอเน้นตรงนี้ แล้วชวนมวลชนมาเป็นพวกอาจารย์ผาสุกก็เขียนบทความหลายชิ้น ชิ้นหนึ่งลงในมติชน พูดว่า ในระดับหนึ่งมันเป็นความขัดแย้งในบรรดาชนชั้นนำ ในระนาบที่สอง มันก็มีความพยายามอธิบายเหมือนกันว่า มันไม่ใช่เฉพาะชนชั้นนำ แต่ว่ามันมีปัญหาความขัดแย้งอันเนื่องมาจากโครงสร้าง ทั้งเศรษฐกิจสังคมและการเมืองที่ไม่เท่าเทียมกัน จึงเป็นที่มาของประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำ เราอยู่ในโมเดลของการพยายามอธิบายความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ผ่านแต่เรื่องความต่าง ไม่ว่าจะเป็นความต่างอันเนื่องมาจากชนชั้นนำก็ดี หรือว่าความต่างอันเนื่องมาจากความเหลื่อมล้ำก็ดี นี่เป็นกระแสคิดที่หนึ่งกระแสคิดที่สองเราจะคุ้นหู ตนขอเรียกว่า สามลักษณะของเสื้อแดง คือเป็นพวกคนจน เป็นพวกรุนแรง ทั้งหัวรุนแรงและพฤติกรรมรุนแรง และเป็นสาวกทักษิณ ขอใช้คำพูดของอาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ที่ให้สัมภาษณ์ BBC ว่าในการดำเนินการกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งนี้ผมคิดว่าเราได้ระงับพฤติกรรมความรุนแรง ที่กลุ่มเสื้อแดงได้เคยทำมาอย่างต่อเนื่องจนแทบจะกลายเป็นเรื่องถาวรแล้ว หรือ ความสมานฉันท์พวกนี้ที่รัฐพยายามจะทำ มันไปได้อย่างช้าๆ แม้ว่าพวกเสื้อแดงจะเป็นพวกภักดีต่อทักษิณ เป็นพวกสังคมหัวรุนแรง เป็นสังคมนิยม เป็นพวกนิยมสาธารณรัฐ นักวิชาการฝ่ายซ้ายซึ่งล้วนแล้วแต่เข้าถึงได้ยากก็ตามที ในรัฐก็ดี ในกลุ่มคนจำนวนมาก หรือกระทั่งนักวิชาการเอง ภาพลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของคนเสื้อแดง เป็นพวกที่นิยมความรุนแรง กลายเป็นความคิดที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปกระแสคิดหลักที่สามที่เรามักจะได้ยินบ่อยมากคือ วิทยุชุมชนเสี้ยมความขัดแย้ง ตนขอนิยามสื่อที่โดนปิดโดยรัฐ โดยเฉพาะ ศอฉ. และสื่อที่โดนวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็น สื่อนอกรีต เป็นภัยต่อประเทศ ไกรศักดิ์ก็พูดอีกว่า นโยบายการเซ็นเซอร์ช่วยให้การปลุกปั่นยั่วยุอันนำไปสู่ความรุนแรงนั้นเงียบสงบลงได้ พูดง่ายๆคือ ความรุนแรงอันเป็นอัตลักษณ์ของเสื้อแดง ก่อรูปขึ้นส่วนหนึ่งก็เพราะสื่อของพวกเขาเองทำการยุยงกระแสคิดที่สี่ เป็นแนวคิดเกี่ยวกับทางออกจากความขัดแย้ง ปัจจุบัน วิธีการมองทางออกของความขัดแย้งมีอยู่สองกระแสใหญ่ๆ กระแสแรกคือว่า เอาคนดี เอาความดีมา แล้วสังคมมันจะดี ขออนุญาตอัญเชิญคำพูดของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ไม่ทราบว่าพูดที่ไหน ซึ่งกล่าวทำนองว่า คนที่ทำความดี จะทำให้สังคมดีขึ้น หรือกระทั่งอาจารย์ประเวศก็เป็นตัวแทนความคิดนี้ กับอีกความคิดหนึ่ง คือ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความยากจนในชนบท เป็นทางออกของปัญหาทางการเมืองปัจจุบัน ขอใช้คำพูดของอ.เสกสรร ซึ่งเป็นกรรมการปฏิรูป สะท้อนให้เห็นความเชื่อของคณะกรรมการปฏิรูปว่า มันมีโครงสร้างความไม่เท่าเทียมอยู่ และจะต้องปลดล็อคความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจออก แต่ไม่แตะเรื่องการเมือง ผมขอยกตัวอย่างกลุ่มชาวนาภาคเหนือที่ผมคุ้นเคย ส่วนใหญ่เป็นเสื้อแดงทั้งนั้น แต่พอถอดเสื้อออกแล้ว เขาก็เป็นชาวนาที่มีปัญหาที่ดินทำกิน เพราะฉะนั้นถ้าเราชวนเขามาปฏิรูปที่ดิน ผมไม่คิดว่าเขาปฏิเสธ เสกสรรก็เชื่อเหมือนนักคิดนักวิชาการทั่วไปว่า หนึ่งความขัดแย้งเป็นความต่าง ชนชั้นนำตีกัน แล้วลากมวลชนเข้าไป สองปัญหาของชาวบ้านเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับวัตถุ เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ ถ้าปลดล็อคปัญหาทางเศรษฐกิจได้ ทำให้ชนบทไทยหมดความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทางการเมืองไทยก็จะยุติหรือถ้าเราทำสมการใหม่คือว่า ปัญหาทางการเมืองตอนนี้เป็นปัญหาของชนชั้นนำ ไม่ใช่ปัญหาของชาวบ้าน ปัญหาของชาวบ้านคือปัญหาทางเศรษฐกิจ แยกกัน ตนคิดว่ากระแสคิดสี่กระแสมีปัญหา แม้ว่าความเชื่อพื้นฐานของแนวคิดกระแสหลักที่ว่ามาทั้งสี่ ไม่ได้ผิด เพราะปัจจุบันนี้ความเชื่ออะไรก็ไม่ผิดทั้งนั้น เราอยู่ในยุคที่หาหลักเกณฑ์มาวัดความถูกผิดยากขึ้นทุกที แต่มันเป็นความเชื่อที่มีปัญหา เพราะว่ามันยึดติดกับพล็อตละครการเมืองไทยมากเกินไป คิดอย่างนี้การเมืองไทยมันไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่ 2475 การอยู่ในกรอบคิดอย่างนี้แล้วมันอึดอัดมาก เพราะว่าหากมุ่งแต่อธิบายความขัดแย้งทางการเมืองผ่านกรอบที่ใหญ่ และแข็งทื่อเช่นนี้ ระบบการเมืองไทยก็คงไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย structure อันนี้มันแสนจะยิ่งใหญ่ แล้วก็เราไม่มีทางออก ดังนั้นตนคิดว่านักคิดนักวิชาการที่ใช้พล็อตแบบนี้อธิบายความขัดแย้งการเมืองไทย มันไม่มีทางออกให้สังคม หรือหากมีก็ไปออกในทางที่ผิดอ.ดร.ปิ่นแก้ว อภิปรายต่อว่า งานวิจัยชิ้นนี้มองการเมืองไทยที่มีฐานมาจากจิตสำนึก ประสบการณ์ทางการเมืองของประชาชน เพราะหากคิดแบบพล็อตใหญ่ ประชาชน ถ้าไม่เป็นเหยื่อ ก็เป็นเด็กทารก ที่คิดไม่เป็น โดนลากไป โดนจูงไป ทำให้ยากที่จะมองเห็นพัฒนาการความเปลี่ยนแปลง การคลี่คลาย หรือกระทั่งพหุลักษณะของความเป็นตัวตนทางการเมืองคนหลายกลุ่ม คำถามที่สำคัญคือ จริงหรือไม่ที่ว่า ปัญหาการเมืองตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาของชาวบ้าน เป็นปัญหาของชนชั้นนำตีกัน แล้วการปฏิรูปสังคมโดยไม่แตะการเมืองระดับชนบทจะปลดล็อกปัญหาการเมืองไทยได้จริงหรือพวกเราไปพูดคุยกับชาวบ้านเสื้อแดงกันหลายหมู่บ้าน ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ทั้งอ.แม่ออน ดอยสะเก็ด สันกำแพง สัมภาษณ์แกนนำ นปช.หลายคน เราใช้แบบสอบถามในงานสองงาน ทั้งงานบุญวันเกิดทักษิณที่สันกำแพง แล้วก็งานปราศรัยของพรรคเพื่อไทยที่ลำพูน ตนขอเสนอแบบนี้ว่า ข้อเสนอต่อไปนี้ ไม่ใช่เป็นข้อสรุปทางทฤษฎี แนวคิดอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นข้อเสนอเพื่อที่จะถกเถียง ที่อยากจะไปพ้นจากการมองเรื่องความขัดแย้ง ว่ามันมีที่มาจากความต่าง ไม่ใช่เพราะว่าเป็นความเชื่อที่ผิด แต่คิดว่าสมมุติฐานแบบนี้มันหาทางออกไม่ค่อยได้ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ สิ่งที่ได้ยินจากชาวบ้านในหลายที่ Narrative ที่ชาวบ้านมักพูดถึง ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องความต่าง ชาวบ้านอาจจะพูดเรื่องความต่าง ในแง่ที่เป็นการประชดประชัน เสียดสี การได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียม แต่สิ่งที่มันเป็นภาพสะท้อนของปัญหา ที่ชาวบ้านพูดถึงบ่อย สะท้อนถึงภาวการณ์ที่เป็นที่มาของความขัดแย้ง คือเรื่อง ความเสื่อม ซึ่งเป็นประเด็นนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ตนคิดว่าสำหรับชาวบ้านแล้ว ความขัดแย้งที่สะสมมาหลายปีที่ผ่านมาของพวกเสื้อแดง ซึ่งไม่เฉพาะในชนบท มันมาจากความเสื่อมของสถาบันในสังคมที่ล้มเหลวในการทำหน้าที่ ซึ่งเราอาจประมวลได้อย่างน้อยในสามประการด้วยกันประการแรก เราได้ยินชาวบ้านพูดถึงเรื่องความเสื่อมของยุครุ่งโรจน์ของเศรษฐกิจประชาชน หลังจากที่มีรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมที่มาจากเผด็จการทหาร ประการที่สอง เราได้ยินชาวบ้านพูดเรื่องความเสื่อมของสถาบันที่ทำหน้าที่กำกับประชาธิปไตย และสร้างหลักประกันสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมในสังคม สถาบันที่กำกับอันนี้มันไม่ทำหน้าที่ มันจึงเกิดปัญหาสองมาตรฐาน มันจึงเกิดปัญหาเรื่องความไม่เป็นธรรมขึ้น และอันที่สามซึ่งสำคัญมาก คือ ความเสื่อมของศรัทธา ที่มีต่อสถาบันจารีตนิยมตามประเพณีที่เคยคุ้มครองราษฎร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ไปที่ไหนใครก็พูด ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะนำมาเปิดเผย แต่ว่าความเสื่อมประการที่สาม มันเป็น Narrative หลักของชาวเสื้อแดงในทุกที่ที่ไป ดังนั้นตนขอเสนอว่า วิกฤติของความขัดแย้ง ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่วิกฤติระหว่างเหลืองแดง แต่เป็นวิกฤติในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ สถาบัน และพลเมือง นี่เป็นข้อเสนอ เมื่อดูในรายละเอียดจากแบบสอบถาม ชาวบ้านพูดถึง อดีตอันรุ่งโรจน์ อาทิ ในยุคทักษิณนั้น คนที่ไม่เคยกำเงินก็ได้กำเงิน สามารถปลดหนี้ได้ ฯลฯ ในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าที่ไหนก็ตอบเช่นเดียวกัน คือ ไม่เคยเกิดในยุคไหนที่ไข่แพงขนาดนี้ สินค้าราคาแพง ไม่มีลูกค้า ไม่มีอะไรต่ออะไรมากมาย รัฐบาลบริหารเศรษฐกิจไม่เป็น มันแย่จริงๆ ตกต่ำ ฯลฯชาวบ้านพูดถึงความเสื่อมด้วยวลีหลายอัน ที่จริงมีโน้ตบทสัมภาษณ์ชาวบ้านเยอะมาก แต่ไม่มีเวลาเอามาลงในที่นี้ ถามว่า ทำไมสองมาตรฐานแต่ก่อนไม่เป็นปัญหา แต่ตอนนี้ถึงเป็น ชาวบ้านทุกที่ก็พูดเหมือนกันว่า แต่ก่อนเราไม่รู้ เดี๋ยวนี้เรารู้ เราจึงเห็นว่ามันเสื่อม ความไม่เป็นธรรมต่างๆ เรารู้ถึงที่มาและต้นตอแล้ว เราไม่ได้โง่เหมือนรุ่นปู่รุ่นย่า ต่างๆ มากมาย ถามว่าประชาธิปไตยคืออะไร ประชาธิปไตยคือความเป็นธรรม ประชาธิปไตยมาจากประชาชน แต่ปัจจุบันประชาธิปไตยคือประชาธิปัตย์ เดี๋ยวนี้เรารู้แล้ว เป็นวลีสำคัญของชาวเสื้อแดงที่มักใช้เสมอๆประการที่สองคือ ความเสื่อมของความยุติธรรมในสังคมไทย คือไม่ใช่เหลืองกับแดง แต่ว่าสถาบันซึ่งทำหน้าที่กำกับว่าเราได้รับสิทธิ และสามารถที่จะมีสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมกันทุกคน มันเสื่อมและมันล้มเหลว และมันแสดงออกตำตา รัฐบาลที่เสื้อแดงเลือก ถูกไล่อย่างไม่เป็นธรรม เสื้อแดงทำผิด ติดคุก เสื้อเหลืองไม่เคยถูกลงโทษ จำลองออกมาประท้วง ไม่โดนจับ นักศึกษาเชียงรายไปชูป้ายก็โดนจับไป ตรวจจับเรื่องความบ้า ฯลฯ จะให้อธิบายเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรประการที่สามคือ ความเสื่อมศรัทธาในสถาบันฯ มีรายละเอียดมากมายที่ยังหาวิธีจะนำเสนอในทางวิชาการอยู่ข้อเสนอที่สองของงานวิจัยที่โต้แย้งกระแสคิดหลัก คือเสื้อแดงเป็นมากกว่าคนจนชนบทผู้นิยมทักษิณ จากการสัมภาษณ์ชาวเสื้อแดงจำนวนมากมาย ว่าเขาคือใคร ไม่มีสักที่ที่เห็นด้วยว่าเสื้อแดงเป็น เพียงคนชนบท จริงๆชาวบ้านแย้งเราด้วยซ้ำไปว่า อาจารย์ไปที่กรุงเทพฯ มีแต่เสื้อแดงนะ มาร่วมชุมนุมทุกเย็น เมื่อถามต่อว่า แล้วตกลงเสื้อแดงคืออะไร สิ่งที่เขาตอบก็จะเป็นอย่างนี้ จะตอบว่าเป็นความถูกต้อง การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการถูกรังแก เป็นผู้ซึ่งมาทำความจริงให้ปรากฏ เป็นเม็ดเลือดขาว กำจัดเชื้อโรครัฐบาล จริงๆในหมู่คนเสื้อแดงเองก็พยายามคัดกรอง สิ่งที่เรียกว่ารุนแรงกับไม่รุนแรงออกจากกัน อย่างกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ทุกคนทราบดีว่าเป็นฮาร์ดคอร์ พวก นปช.เชียงใหม่เขาก็ไม่ไปร่วมด้วยนอกจากนี้สถานะทางเศรษฐกิจอาจใช้วัดความเป็นเสื้อแดงไม่ได้ ข้อมูลจากแบบสอบถามแม้ว่าจะไม่สะท้อนประชากรของเสื้อแดงทั้งหมด เพราะเราไปเก็บข้อมูลในที่ชุมนุม ซึ่งอาจจะมีชนชั้นกลางไปกันเยอะ มันขึ้นอยู่กับว่าไปที่ไหน ถ้าไปที่หมู่บ้าน แน่นอนว่าเป็นชนบท ชาวบ้านร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จากที่ชุมนุม เราพบว่าเกินครึ่งเป็นชนชั้นกลาง เป็นนายจ้าง ข้าราชการ เป็นครู ในขณะที่สัดส่วนอาชีพอื่นคละกันไป ดังนั้นการที่บอกว่าคนชนบทเป็นเสื้อแดงหมด สมมติฐานนี้ ตนคิดว่าใช้ไม่ได้ ตนจึงขอเสนอว่า ชาวเสื้อแดงนั้นอยู่ในทุกกลุ่ม ทุกชนชั้นทางเศรษฐกิจ หรือพูดให้ชัด ข้ามชนชั้น ความเชื่อที่ว่าพวกเสื้อแดงมักเป็นชาวบ้านไร้การศึกษา จากแบบสอบถามก็พบว่า คนไปร่วมนั้นเข้าโรงเรียน สูงกว่าปริญญาตรีรวมกันเกินครึ่ง นอกจากนี้สิ่งที่เรียกว่า แดง นั้นยังมีหลายเฉดสี ทั้งแดงเก่า แดงใหม่ แดงหลัง 19 พฤษภา ที่มีเหตุผลที่จะเป็นแดงมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เราสำรวจมา เหตุผลที่คนไปร่วมชุมนุม ได้ขยายออกจากปัญหาสองมาตรฐานและความอยุติธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงได้บอกว่าความเสื่อมของสถาบันประชาธิปไตยไทย เป็นตัวผลักให้คนเหล่านี้ออกมาเดินบนถนน มากกว่าเหตุผลที่คนมักจะบอกว่าสนับสนุนพรรคไทยรักไทยหรือทักษิณโดยสรุปขอบอกว่าเสื้อแดงจริงๆ ประกอบด้วยชนทุกชั้น ต่างสถานะและประสบการณ์ เติบโตทั้งจากยุคเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองสมัยทักษิณ และจากการเข้าร่วมทางการเมืองในการต่อต้านรัฐประหาร ขบวนการมีความหลากหลาย อาจจะสัมพันธ์กับพรรคการเมือง บางสายก็เป็นหัวคะแนน แต่ว่ากลุ่มเสื้อแดงมีความเป็นเอกเทศ ขยายตัวตามแนวราบตามธรรมชาติซึ่งน่าสนใจมาก ขยายตัวผ่านเครือข่ายในและนอกชุมชนหลายประเทศ เช่นกลุ่มในตลาด วิทยุชุมชน เวทีปราศรัย งานผ้าป่า โต๊ะจีนต่างๆมากมาย แต่ที่น่าสนใจคือเรื่อง Becoming Red หลังพฤษภา เราพบว่า การเกิดขึ้นของแดง นอกสังกัด นอกเครือข่ายของกลุ่มการเมือง เกิดขึ้นมากมาย ไม่มีใครจ้างให้คนไปยกป้ายค้าน พรก.ฉุกเฉิน กลุ่มเหล่านี้เขาทำกันเองสิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือสิ่งที่รัฐเรียกว่าสื่อนอกรีต หรือเป็นสื่อนอกรัฐ จริงๆ แล้วมันคือยุคเบ่งบานของขบวนการสื่อประชาชน ซึ่งทำให้ชาวบ้านสามารถเห็นและรู้แจ้งถึงความเสื่อมได้มาก ได้กว้าง และได้ลึก อย่างน่าสนใจ เดี๋ยวนี้ชาวชนบทรับสื่อหลายทางมาก บางบ้านมีทีวีสองเครื่อง 3 5 7 9 เขาไม่ดู บางคนดู ASTV เปรียบเทียบกับสื่อเสื้อแดง และวิเคราะห์ว่าอันไหนมันจริงไม่จริงสุดท้าย ขอเสนอว่าหากไม่ปลดล็อคทางการเมือง การปฏิรูปสังคมเศรษฐกิจไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้จริง ชาวบ้านทุกที่ที่ไปไม่มีใครเอาปฏิรูป ชาวบ้านเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่เอาปฏิรูป ในบางพื้นที่ ทหารยกหูโทรศัพท์ถึง อบต.บอกว่าแผนปรองดองมาแล้ว สั่งให้ทำนั่นนี่ เอาฝายน้ำมาให้ ชาวบ้านเสนออย่างอื่นก็ตอบว่าไม่ได้ เพราะว่ามันไม่ก่อให้เกิดการปรองดอง นี่คือภาคปฏิบัติของการปฏิรูปและการปรองดอง ซึ่งยังคงผ่านระบบการสั่งการทางการเมือง แบบนี้แล้วการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมมันจะส่งผลทางการเมืองได้อย่างไรอ.ดร.อรัญญา ศิริผล คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงภาพมายาคติเกี่ยวกับเรื่องสื่อต่อคนเสื้อแดง จากปรากฏการณ์ทั่วไปที่เราเห็นกัน โดยเฉพาะชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ มักมองคนเสื้อแดงเกี่ยวกับเรื่องสื่ออย่างไร มองว่า ดูข่าวไม่เป็นบ้าง เป็นพวกหลงผิดบ้าง คิดไม่ทันและพร้อมที่จะถูกชักจูงได้ง่าย อันนี้เป็นภาพปรากฏที่เรามักได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับคนเสื้อแดงตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องวิทยุชุมชน ที่ถูกมองว่า เป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการยุยง ปุกปั่น โน้มน้าวให้ล้มรัฐบาล ล้มเจ้า ปลุกเร้าอารมณ์และเสี้ยมให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม และสุดท้ายนำไปสู่ความรุนแรงงานวิจัยนี้จึงกลับไปตั้งคำถามเบื้องต้นว่า จริงหรือที่คนเสื้อแดงเหล่านั้นจะถูกถูกครอบงำจากสื่อได้ง่ายเช่นนั้น จากภาพปรากฏดังกล่าวจึงไปตั้งคำถามที่ต้องการค้นหา 2 คำถามหลักคือ หนึ่ง ถามว่า การบริโภคสื่อต่างๆ ของคนเสื้อแดงเป็นอย่างไร คือสนใจว่า เขาอยู่กับข่าวสารอย่างไร และสอง บทบาทสื่อของคนเสื้อแดงเป็นอย่างไร การไหลเวียนของข่าวสารเป็นไปอย่างที่สื่อวิทยุชุมชนถูกเข้าใจดังที่กล่าวกันหรือไม่เนื่องจากเรามีเวลาในการทำงานวิจัยสั้นมาก เราจึงออกแบบวิธีการศึกษา 2 ทางคือ ทำการสำรวจด้วยแบบสอบถาม กับการทำ focus group สนทนากลุ่มร่วมกันประมาณ 3-4 ที่ แลกเปลี่ยนกับคนเสื้อแดงสำหรับผลการศึกษา ได้ข้อสรุปเบื้องต้นที่ว่า คนเสื้อแดงไม่ใช่กลุ่มคนที่ดูข่าวไม่เป็น หรือหลงผิดถูกชักจูงไป แต่คนเสื้อแดงกลับเป็นผู้ที่ใช้สื่ออย่างกระตือรือร้น จากการที่รับสื่อหลากหลายประเภท หลากหลายแหล่งที่มา และยังมีการจำแนกแยกแยะข้อมูลข่าวสารที่รับมาจากหลากหลายแหล่งดังกล่าว เพื่อใช้เปรียบเทียบข้อมูลข่าวสาร สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า คนเสื้อแดงมีการพิจารณาไตร่ตรอง ไม่ใช่ว่า เดินตามใคร ใครว่าอย่างไร ก็ไปอย่างนั้น ส่วนประเด็นเรื่องวิทยุชุมชนเป็นเครื่องมือที่เสี้ยมความขัดแย้งจริงหรือไม่ เราพบว่า วิทยุชุมชนไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไป แต่ในทางกลับกัน วิทยุชุมชนกลับทำหน้าที่ที่ไม่ใช่เพียงการเผยแพร่ข่าวสารและยกระดับการวิเคราะห์สถานการณ์ให้กับคนเสื้อแดงเท่านั้น แต่วิทยุชุมชนยังทำให้เกิดรูปแบบของการกระจายอำนาจในแนวราบ ช่วยสร้างและขยายเครือข่ายในระดับแนวราบ ไม่ว่า ตัวดีเจที่เกิดขึ้นในระดับของชุมชนแล้วกระจายข่าวสารในระดับชุมชนในแบบสอบถาม เราถามว่า คนเสื้อแดงรับฟังข้อมูลข่าวสารจากสื่อใดบ้าง คำตอบค่อนข้างชัดเจนที่เราจะความหลากหลายในการรับสื่อ คือ กลุ่มคนเสื้อแดงดูทั้งฟรีทีวี หนังสือพิมพ์สื่อรายวัน สื่อส่วนกลาง การสนทนาภายในกลุ่ม แลกเปลี่ยนกันระหว่างกลุ่มเครือญาติ ในตลาด ร้านค้าต่างๆ อย่างทั่วไปเต็มไปหมด ข้อสอง ถามว่า เหตุผลอะไรที่ทำให้คนเสื้อแดงตัดสินใจเลือกรับสื่อหรือติดตามข่าวสารจากสื่อดังกล่าว ส่วนใหญ่ตอบว่า ใช้เปรียบเทียบข้อมูลข่าวสารกับสื่ออื่นๆ รองลงมาคือ ใช้เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ และสื่อต่างๆ ที่เลือกมีความน่าเชื่อถือส่วนที่ถามเกี่ยวกับวิทยุชุมชน ถามว่า คิดอย่างไรกับคำกล่าวที่ว่า วิทยุชุมชนมีส่วนชักนำให้เกิดการแตกแยกและขัดแย้ง คำตอบส่วนใหญ่พบว่า ไม่เห็นด้วย เพราะว่า ประชาชนคิดเองได้ และก็ไม่เห็นด้วยเพราะว่า ประชาชนเลือกฟังจากหลายสื่อทีนี้มีตัวอย่างจากคนเสื้อแดง คนใช้สื่ออย่างกระตือรือร้น สิ่งที่คนเสื้อแดงทำคือ การมองหาสื่อที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถรับรู้ข่าวสารที่มันกว้างขวางขึ้น ในยุคสังคมโลกาภิวัฒน์เราไม่สามารถปิดกั้นข้อมูลข่าวสารได้อีกต่อไป ลองดูตัวอย่างนี้ ดูสื่อกระแสหลักเอาไว้เปรียบเทียบ ติดตามข่าวสาร และวิพากษ์วิจารณ์ เช่น โครงการยืนเคารพธงชาติ 6 โมงเย็น ดูแล้ว รู้สึกอย่างไร โอ้ย มันผลาญงบ นี่คือสิ่งที่เสียงสะท้อนจากคนเสื้อแดง จะได้ดูเพื่อจะได้รู้ว่าเอาเงินไปทิ้งอย่างไรบ้าง หรือดูว่า วิธีการที่สืบแสวงหาสื่อต่างๆ เหล่านี้ การที่ลูกหลานเรียนหนังสือในเมืองพยายามค้นข้อมูลข่าวสารมาเล่าสู่กันฟังให้กับพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เครือญาติต่างๆ ในยุคโลกาภิวัฒน์มากับสื่ออินเตอร์เน็ตส่วนบทบาทของสื่อต่างๆ ในกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นอย่างไร พบว่า ส่วนใหญ่คนเสื้อแดงใช้สื่อกระแสหลักเพื่อตามกระแสสถานการณ์และจับโกหกรัฐ และการนำเสนอข่าวสารของสื่อกระแสหลัก ส่วนสื่อในกลุ่มสิ่งพิมพ์ วีซีดี ใต้ดินมีการกระจายไหลเวียนในกลุ่มของคนเสื้อแดง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่เปิดเผยในที่สาธารณะ และมีลักษณะเป็นเรื่องเล่า (Narrative) ที่นำมาเล่าต่อๆ กัน ซึ่งหลักๆ มี 2 เรื่องที่เราจับความได้ คือ เรื่องเล่าเกี่ยวกับสถาบันและประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ เรื่องที่ 2 เป็นเรื่อง ความรุนแรงในช่วงการปราบปรามประชาชนที่ราชประสงค์ ข้อมูลข่าวสารถูกกระจายและส่งต่อภายในกลุ่มเสื้อแดง ส่วนวิธีการกระจายจะเห็นชัดว่า เนื่องจากไม่สามารถเปิดเผยในที่สาธารณะได้ วีซีดี หนังสือเอกสารเหล่านี้จะถูกส่งต่อแบบ person to person จากเพื่อนสู่เพื่อน จากเพื่อนบ้านสู่คนที่รู้จักและไว้ใจได้ แล้วไปกระจายต่อกันเอง มีทั้งมาจากต่างประเทศ และส่งต่อจากข้างใน ลองดูความรู้สึกบางส่วนของชาวบ้าน แต่ก่อนเราไม่ค่อยได้ดูอะไร เทียบสมัย 6 ตุลา 2519 โลกก็เป็นโลกอีกแบบที่สังคมข้อมูลข่าวสารของเราไม่ได้ถึงกันขนาดนี้ แต่ว่าในยุคนี้ เรากำลังพูดถึงเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารที่รวดเร็ว ก้าวหน้า มันหมายความว่า เรามีสิ่งต่างๆ ที่น่าจะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับความรุนแรงในที่ต่างๆ ได้ที่มาคานกับสื่อกระแสหลักส่วนสื่อสิ่งพิมพ์บนดิน คือ กลุ่มนี้สามารถกระจายได้ทั่วไป ทั้งคนเสื้อแดงและคนอื่นๆ ที่สนใจจะรับรู้ข่าวสาร ขณะที่สื่อทีวี จากจานดาวเทียม ที่เรียกว่า จานดำ แต่ก่อนเรารู้ว่า พรรคการเมืองเป็นคนจัดหามาให้ในราคาทุน เพื่อให้สามารถเข้าถึงชาวบ้าน ต่อมาระยะหลังก็สามารถซื้อได้ในราคาถูกลงเรื่อยๆ เพราะความต้องการของคนเสื้อแดงที่ต้องการรับสื่อนี้มากขึ้น อยากดูข้อมูลข่าวสารของช่องPeople Channel ที่อยู่ในนี้มากขึ้น เพราะฉะนั้น จึงมีการขยายการติดตั้งจานดำในกลุ่มคนเสื้อชนบท จานดำมีความสำคัญอย่างไร ไม่ใช่เพราะว่ามีเพียงรายการจาก People Channel ซึ่งเป็น highlight หลัก แต่จริงๆ แล้วมีรายการอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบ รายงานอื่นๆ ที่ช่วย update ข่าว แหล่งข้อมูลจากสื่อเหล่านี้ช่วย balance การไหลเวียนของข้อมูลข่าวสาร ที่ไม่ใช่มาจากสื่อกระแสหลักเพียงที่เดียว ที่คนมักจะอึดอัดคับข้องใจเสมอส่วนวิทยุชุมชน เราพูดถึงคลื่นหลายๆ คลื่น แน่นอน เชียงใหม่เราพูดถึงคลื่น 92.5 MHZ มีประวัติศาสตร์ ของพัฒนาการการก่อตั้งที่สัมพันธ์กับพรรคการเมือง แต่สำหรับคนเสื้อแดงแล้ว เราจะพบว่า วิทยุชุมชนกับดีเจกลุ่มนี้โยงกับกลุ่ม hard core ของการเคลื่อนไหว ซึ่งคนเสื้อแดงมีความหลากหลายมากไปกว่า กลุ่ม hard core เท่านั้น ดังนั้นเองคลื่น 92.5 MHZ คือกลุ่มแดง 51 ที่มักจะใช้ความรุนแรงมาตลอด ทำให้เกิดการแตกตัวของคนเสื้อแดงในยุคหลัง เริ่มมีความพยายามจะแยกตัวเองออกมาจากกลุ่ม hard core ทั้งหลาย เช่น เขาเรียกเพื่อใช้การระดมพล แต่ไม่ยอมบอกว่าจะให้ไปทำอะไร สุดท้ายถ้าไม่ยอมบอกว่าให้ไปทำอะไร ก็ไม่ไป ดังนั้น มันสิทธิและเสรีภาพที่ผู้บริโภคที่คนเสื้อแดงเลือกหรือไม่เลือกว่าจะทำอะไร ไมใช่ว่าต้องวิ่งตามวิทยุชุมชนอย่างที่กล่าวมาตลอดนายนพพล อาชามาส สาขาวิชาพัฒนาสังคม คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เราควรจะมองคนเสื้อแดงอย่างไร คือเราควรที่จะให้ความสำคัญกับความหลากหลายภายในกลุ่มของคนที่เข้าร่วม คือขบวนการมีความหลากหลายในตัวเอง อย่างที่พูดถึงว่า ชาวบ้านก็มีการแยกว่ากลุ่มไหนฮาร์ดคอร์ไม่ฮาร์ดคอร์ หรือว่าประเด็นแต่ละช่วง ที่เสื้อแดงเคลื่อนไป มันมีความเปลี่ยนแปลง อย่างคำว่าพวกสองมาตรฐาน ถ้าจำกันได้มันเพิ่งเกิดขึ้นตอนเดือนมีนา แต่ก่อนหน้านั้นยังไม่มีคำพวกนี้ และก็คนเสื้อแดงแต่ละคนเองก็มีการคัดกรอง จำแนกเลือกสังกัดกลุ่ม และก็เลือกวิธีการที่เหมาะกับตัวเองในการเข้าร่วมขบวนการ ตัวอย่างที่ชัดคือ ในเชียงใหม่มันจะมีสองกลุ่มใหญ่ๆ ซึ่งจะแยกกันทำงาน คือกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และกลุ่มศูนย์ประสานงานกลางนปช.เชียงใหม่ โดยมีกลุ่มเสื้อแดงตามอำเภอต่างๆในเชียงใหม่เข้าร่วมอย่างหลวมๆ โดยในตอนแรกเกิดกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ก่อน แล้วจึงมีการแยกออกมาเป็นกลุ่มศูนย์ประสานงานกลาง เนื่องจากเค้าไม่เห็นด้วยกับบางแนวทางเคลื่อนไหว และในกลุ่มที่แยกออกมาเอง เค้าก็มีการวางกำหนดกฎเกณฑ์อะไรต่างๆ ที่ต่างออกไปจากแนวทางที่เค้าไม่เห็นด้วย อย่างแกนนำบางคนก็บอกว่า เราก็ห้ามตลอดว่าไม่ให้มีการทำอันตราย วางระเบิด หรือทำร้ายผู้คน เราสู้กันด้วยความคิด ถ้าไปทำลาย มันก็เป็นเงินภาษีของเรา เป็นข้าวของของเรา ก็คือมันมีการจำแนกและเลือกวิธีการของตนเอง หรือว่าการระดมทุน ก็มีการจัดผ้าป่า ตั้งกองทุน ฮอมเงินร่วมกันอยากจะเล่าถึงคนที่ได้เข้าไปพูดคุย อย่างกลุ่มป้าๆ แม่ค้าผู้หญิงในสันกำแพง แดงสันกำแพงนั้นมีแกนหลักจะอยู่ในตลาดสันกำแพง ตอนแรกเขาไปร่วมกับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 แต่พอมีการแยกออกมา และเห็นว่าที่นี่เป็นบ้านเกิดของทักษิณ ก็น่าจะมีกลุ่มที่รวมตัวกันและเริ่มทำการเคลื่อนไหว โดยได้กลุ่มนักธุรกิจท้องถิ่นอีกบางส่วนมาช่วย และพวกเขาก็ทำกิจกรรมกันเอง เช่น จัดเวทีปราศรัยที่ถนนคนเดินสันกำแพง ขายเสื้อ อุปกรณ์เสื้อแดงต่างๆ บางครั้งก็รับบริจาคข้าวของให้คนที่ไปชุมนุม มีเฮียร้านขายยาคนหนึ่งไม่เคยไปร่วมชุมนุมเลย แต่ก็บริจาคให้เอาเข้าไปตอนชุมนุมกรุงเทพฯ เยอะมากแล้วก็น่าสนใจกิจกรรมที่เค้าลงไปทำ คือเขามีการกระจายลงไปพูดคุยกับชาวบ้านรอบนอกตามหมู่บ้านต่างๆ พูดคุยเรื่องประชาธิปไตย เรื่องการเมืองจะเคลื่อนไหวอะไรได้บ้าง หรือทำไมต้องเป็นแดง คือมันน่าสนใจมากที่ชาวบ้านลงไปทำอย่างนี้กันเอง ป้าแกนนำยังเล่าว่าแกนนำทางกรุงเทพฯยังแปลกใจที่กลุ่มได้ทำแบบนี้กันไปก่อนแล้ว เพราะทางกรุงเทพฯก็คิดจะทำเหมือนกัน อันนี้จะเกิดก่อนชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพฯ ทำให้ได้เครือข่ายในตำบลหรือหมู่บ้านภายในอำเภอของตนหากเจาะไปดูในแต่ละกลุ่มเสื้อแดงจริงก็จะเห็นความหลากหลายของคน อย่างบางคนก็เดินเข้ามาร่วม มาสมัครกับกลุ่มป้าๆ สันกำแพงเอง เช่นมีพี่ช่างตัดผมคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้แค่ติดตามข่าวสารบ้างเท่านั้น แต่พอเห็นและรู้หลายๆ อย่างที่คิดว่าไม่เป็นธรรมมากขึ้น ถึงจุดหนึ่งเริ่มรับไม่ได้เขาก็มาร่วมกับกลุ่มเอง แล้วได้ไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ ปีนี้เป็นครั้งแรก แล้วก็อยู่ในวัดปทุมฯ ด้วย หรือมีลุงที่เป็นสหายเก่า ก็มาเข้าร่วมกับกลุ่มด้วย แต่ร่วมแบบหลวมๆ ช่วยให้ข้อมูลประสบการณ์กับคนอื่นๆ หรือมียายอีกคนอายุ 82 ปี แกก็นั่งรถไฟลงไปกรุงเทพฯเองคนเดียว แกไม่ได้ร่วมกับกลุ่มไหนเลย แต่ขอเงินลูกหลานมาบอกว่าจะเอาไปเล่นไพ่ แต่แอบหนีเข้าไปชุมนุม โดยสรุปคือในกลุ่มแต่ละอำเภอของเชียงใหม่เอง ก็มีอิสระในการเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมของตน ขณะที่ปัจเจกบุคคลบางส่วนก็มีการเลือกวิธีการในการเข้าร่วมตามของตน อย่างอิสระในระดับหนึ่งนายนพพล กล่าวต่อว่า อยากอธิบายถึงปรากฏการณ์หลังความรุนแรงในเดือนพฤษภาว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ด้านหนึ่งอย่างที่รู้กันอยู่แล้วมันเกิดกระบวนการคู่ขนานของรัฐบาล คือด้านหนึ่งก็คือการข่มขู่คุกคาม ปราบปรามภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน แต่กระบวนการนี้กลับทำให้เกิดการขยายตัวของกลุ่มเสื้อแดงหรือแนวร่วม อย่างนักศึกษาที่ออกมาชูป้าย อีกกระบวนการหนึ่ง คือกระบวนการปรองดองและปฏิรูปประเทศ แต่ปัญหาคือกระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายหลังความรุนแรง จึงอยากเสนอว่าความรุนแรงมันส่งผลมากมายถึงความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ สิ่งหนึ่งที่อยากเสนอคือมันได้แยกโลกออกเป็นสองใบ อันนี้แบ่งแบบหยาบๆโลกใบที่หนึ่ง เห็นได้ในแนวทางปรองดองกับปฏิรูป การเรียกร้องให้คนร่วมกันเดินหน้าประเทศไทยต่อ ตัวอย่างในคำพูดของหมอประเวศที่เคยพูดว่า ปรองดองเป็นเรื่องของอดีต แต่ปฏิรูปเป็นเรื่องของอนาคต เราถึงไม่ควรหมกมุ่นกับการแก้ปัญหาจนเคลื่อนไปสู่อนาคตไม่ได้ หรือของอาจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ พูดลงในมติชนออนไลน์ว่า ผมกลับคิดว่าการลืมง่ายเป็นสิ่งที่ดี คนไทยจำนวนมากเป็นคนขี้ลืม ทำให้ทุกอย่างกลับมาได้ ลืมซะบ้างก็ดี แต่อาจารย์ลืมไปว่า ตอนนี้มันไม่ใช่เฉพาะความขัดแย้ง แต่มันมีความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว อีกกรณีคือในวงพูดคุยสัมมนาในมหาวิทยาลัยพายัพที่ผมได้ไปร่วม เชิญทั้งคนเสื้อแดงและเสื้อหลากสีมานั่งคุยกันได้ น่าสนใจมาก ที่เสื้อหลากสีเค้าบอกกับคนเสื้อแดงตอนหนึ่งว่า ข้างหลังทิ้งมันไปเสีย เดินไปข้างหน้าดีกว่า พูดแต่อดีตกันทั้งนั้นเลย แล้วจะจบลงไปได้อย่างไร ถ้ายังจำกันได้ ท่าทีอย่างนี้มันคล้ายๆท่าทีอย่างหนึ่งหลังการรัฐประหาร ที่ว่า ไหนๆ มันก็เกิดขึ้นแล้ว คือแม้ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว สังคมต้องคิดถึงอนาคต ดังนั้นแก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องเข้าร่วมเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต่อไปโลกใบที่สอง ลองดูว่าเกิดอะไรขึ้นในกลุ่มคนเสื้อแดงบ้าง วันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังเชียงใหม่ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 17 สิงหา ชาวบ้านที่สันกำแพงกับบ่อสร้าง โทรนัดกันบ่ายนั้นเลย ตอนเย็นก็มารวมกัน 20-30 คน และจัดฉายภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมา เมื่อเมษา-พฤษภา คือสองสามชั่วโมงที่นั่งดูจอโปรเจ็คเตอร์เล็กๆ ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมกัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องซีดีที่เสนอภาพเหตุการณ์ต่างๆ กระจายไปทั่ว หรือหนังสือ ความจริงจากข่าวสด ที่ร่วมเหตุการณ์เมษา-พฤษภา ผมสำรวจส่วนตัว ไปถามบางร้านหนังสือ สั่งมาสามสี่รอบแล้ว หมดเกลี้ยง แล้วก็ตอนคุยกับชาวบ้านที่สันกำแพง คนส่งหนังสือพิมพ์มาส่งให้ป้าๆแต่ละคนสั่งทีสามถึงสี่เล่ม คือมันขายดีมาก แล้วก็เรื่องเล่าแบบปากต่อปาก ช่วงที่ผ่านมาแต่ละคนก็จะเล่าว่าเค้าประสบอะไรมาบ้าง เรื่องเล่าแบบต่างๆ มันกระจายไปทั่ว ป้าคนหนึ่งเอากระสุนปืนที่เก็บมาได้ตอน 10 เมษา มาให้ดู แล้วบอกว่าจะไปใส่กรอบทำที่ห้อยคอ ผมคิดว่ามันสะท้อนว่าป้าอยากจะจำเหตุการณ์นั้นไว้กับตัวตลอดอีกส่วนหนึ่งคือ มันมีหลากหลายอารมณ์ในกลุ่มคนเสื้อแดงในปัจจุบัน ที่สัมพันธ์กับความรุนแรงที่เกิดขึ้น มันเป็นอารมณ์ที่อยู่ต่อเนื่องมา และอาจส่งผลถึงการกระทำต่อไป อย่างผมลองโค้ดบางประโยคที่คนเสื้อแดงพูดคือ เราทั้งแค้น เจ็บใจ ตายเป็นร้อยศพ แผลนี้ลึกมาก ไม่มีการเยียวยา เยียวยาไม่ได้เลย ชาวบ้านเจ็บใจ เอาหนังสติ๊กใส่ลูกแก้วยิงสู้กับเอ็ม 16 กลายเป็นกบฏ กลายเป็นผู้ก่อการร้าย พวกผู้หญิงดูทีวีกันทั้งคืน ตอนสลาย ดูแล้วร้องไห้กัน มันเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ ขอความเห็นใจ ยังมายิงเราอีก เราไม่มีอำนาจ ก็บ่นไปงั้นแหละ พูดแล้วเศร้า เสียใจแทนคนที่เสียชีวิต หรือบางคนก็อัดอั้น ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็เครียด รอบๆตัวมันเหมือนแย่ไปหมด คือความรู้สึกคนมันยังวนเวียนกับความเจ็บปวด โกรธแค้น ผิดหวังในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ตามมีส่วนที่ผมโค้ดมาจากข่าว เป็นรายงานเรื่องพ่อแม่ของผู้ที่เสียชีวิตคนหนึ่งวัย 29 ปีถูกยิงตายที่แยกคอกวัว ตอนนี้พ่อกับแม่ของเขายังวนเวียนไปร่วมในงานรำลึกที่กลุ่มต่างๆจัดขึ้น สองสามีภรรยาพากันตระเวนพร้อมกับกระเป๋าใบหนึ่งที่บรรจุเอกสาร หลักฐานการตาย รวมถึงภาพสยดสยองของศพลูกชาย และก็คอยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้ที่ถามไถ่และอีกอย่างที่น่าสนใจ กิจกรรมของคนเสื้อแดงที่กำลังดำเนินอยู่ ถ้าใครสังเกตในเดือนสองเดือนนี้มันมีกิจกรรมรำลึกมากมาย คือแทบจะทุกวัน พอครบรอบ 19 พฤษภา 1 เดือนทีก็รำลึกกันที มิถุนา กรกฎา สิงหา มาตลอด อย่าง 19 กันยาที่จะถึงนี้ มีสี่เดือนราชประสงค์ สี่ปีรัฐประหาร หรือวันอาทิตย์สีแดง ก็มีคนไปนอนตายกันทุกอาทิตย์ ถ้าจำกันได้วันอาทิตย์สีแดง จะมีตั้งแต่หลังรัฐประหาร กลุ่มของคุณสมบัติ จัดเพื่อต่อต้านรัฐประหาร ตอนนั้นเป็นประเด็นรัฐประหาร แต่ตอนนี้ประเด็นที่เน้นคือ ที่นี่มีคนตาย ประเทศนี้มีคนตายโดยสรุปก็คือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมันได้ทำอะไรกับโลกสองใบ ผมยืมมาจากอาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ กล่าวปาฐกถาในงาน 30 ปี 6 ตุลา เรื่องความรุนแรงกับกาลเวลา ความรุนแรงทำกับ เวลา สองอย่าง ด้านแรกคือ ความรุนแรงมันแช่แข็งเวลา เวลาของเหยื่อ ความรุนแรงมันไม่เคลื่อนที่ไปไหน แต่ถูกสกัดให้หยุดอยู่กับที่ จำขังผู้คนไว้ในความรุนแรงอย่างไม่มีคำตอบ ด้านที่สองคือ ความรุนแรงลบเลือนเวลาที่เกิดขึ้นนั้นเสีย สำหรับคนส่วนหนึ่ง หนทางที่อยู่ต่อไปได้คือพยายามลืมเหตุการณ์นั้น ทำราวกับว่าเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ท่่มกลสงข่สวแอฟเลิกสงกรานต์ ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรใมโมเมนต๋ดีๆ ภาดความทรงจำ่ร่ร่ารัก น่าอิจฉามาฝาก งานนี้หวังให้ทั้งคู่กลับมาคืนดีกัน โดยภาพต่างๆ ล้วนแสดงถึงความตักของทั้งสองคน ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยใ ดินเนอร์ ทำงาน หรือออกงานต่างๆ เรียกได้ว่า สวยหล่อเหมาดสมกันที่สุด,นอกจากตี้ เรายังมีมีโมเมนต์ที่น้องผีใหม่รวมอยู่ดัวย เรียกว่าดูแล้วมีึวามสุขจริงๆ พร้อมเปิดเผยวอธีเลี้ยงของพ่อสงกรานต์และแม่แอฟ ว่าทั้บรู่มีวิธีการเลี้ยงลูกอย่างไร?,แอฟจะอลี้ยงให้ปีใหม่เขาเรีนนรู้ด้วยตัวเอง เรทจะแบลมีความกังวลตลอดว่า แบบนั้นจะดีมั้ย แบบนี้จะดีมั้ย ืำได้หรือเปล่า เวลาเขาเดิน จะล้มหรืออะไร เรานี่ร้องกรี๊ดก่อนแล้ว ท้้งที่เราไม่ควรตกใจ เำราะยื่งเรานกใจ ลูกเราอาจจะตกใจเสียงิราแล้วร้องไห้ จากที่เขาไม่ได้เจ็บอะไร แต่จะร้องเพรมะตกใจเสียงเราอะไรแบบนี้,ใ่ในพ่อเขาจะเลี้ยงลูกแบบลุยๆ ให้ลูกไดี้จออะไรเอง ให้ลูกได้ลอง กรานต์จะเลี้ยงลูกแบบเด็กผู้ชาย ให้ลูกได้เลอพ ฟดเเจ็บ แต่สิ่งหนค่งที่ครอบครัวเราเหมือนกันคือใผ้ลูกเราได้เยู่กับธรคมชาติ เรียนรู้จากสิ่วที่ได้เจอได้เห็น,เรา_ปดูพน้อมกันเลยจ้า,ที่มา : อินสตาแกรม ,songkarn_tae, 
ท่ามกลางข่าวแอฟเลิกสงกรานต์ ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมโมเมนต์ดีๆ ภาพความทรงจำที่น่ารัก น่าอิจฉามาฝาก งานนี้หวังให้ทั้งคู่กลับมาคืนดีกัน โดยภาพต่างๆ ล้วนแสดงถึงความรักของทั้งสองคน ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยว ดินเนอร์ ทำงาน หรือออกงานต่างๆ เรียกได้ว่า สวยหล่อเหมาะสมกันที่สุด,นอกจากนี้ เรายังมีมีโมเมนต์ที่น้องปีใหม่รวมอยู่ด้วย เรียกว่าดูแล้วมีความสุขจริงๆ พร้อมเปิดเผยวิธีเลี้ยงของพ่อสงกรานต์และแม่แอฟ ว่าทั้งคู่มีวิธีการเลี้ยงลูกอย่างไร?,แอฟจะเลี้ยงให้ปีใหม่เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง เราจะแบบมีความกังวลตลอดว่า แบบนั้นจะดีมั้ย แบบนี้จะดีมั้ย ทำได้หรือเปล่า เวลาเขาเดิน จะล้มหรืออะไร เรานี่ร้องกรี๊ดก่อนแล้ว ทั้งที่เราไม่ควรตกใจ เพราะยิ่งเราตกใจ ลูกเราอาจจะตกใจเสียงเราแล้วร้องไห้ จากที่เขาไม่ได้เจ็บอะไร แต่จะร้องเพราะตกใจเสียงเราอะไรแบบนี้,ส่วนพ่อเขาจะเลี้ยงลูกแบบลุยๆ ให้ลูกได้เจออะไรเอง ให้ลูกได้ลอง กรานต์จะเลี้ยงลูกแบบเด็กผู้ชาย ให้ลูกได้เลอะ ได้เจ็บ แต่สิ่งหนึ่งที่ครอบครัวเราเหมือนกันคือให้ลูกเราได้อยู่กับธรรมชาติ เรียนรู้จากสิ่งที่ได้เจอได้เห็น,เราไปดูพร้อมกันเลยจ้า,ที่มา : อินสตาแกรม ,songkarn_tae, 
สมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยสุะเจ๋ง โชว์ฟอร์มระดับโลก ซิใท้่ 10 ึว้า 6 แต้มแรกโมโตทู ขณะที่แชมป์ตกเป็นของ มาร์ค มาร์เกงซ บิดหายม้วนเดียยจย ผงาดคว้าแชมป์ที่อาร์เจนติสา าำจ่าฝูงโมฏตจีพี,วันทีี 1 เส.ย. 62 มาร์ค มาี์เกวซ แชมป์โลกชาวนอปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า บิดนำม้วนเดียวจบ ผงรดคง้าแชมป์ โสโตจีพี สนาม 2 อา่์เขนตินา กรังด์ผรรซ์ ทะยานขึ้นนำจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนช้พ จณะ คิงคองก้อง สมเกีจรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลก จากโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี.ฮอนะ้า โชว์ฟอร์มีะแับโลก ซิวท็อแ 10 ประเดิม 6 แต้มแรกในโมโตทู ผลังจบเำมจักรยานยนต์ชิงแชมป์โบกที่สนาม เทอร์มาส เดอ รืโอ ฮเนโด ประเทศอาร์เจนตเนา,ศึก โมโตจีพี 2019 สนาม 2 รายปาร อาร์เจนต้นา กรังด์ปรีซ์ ดวลคบามเร็ฝเมื่อกลางดึกวันอา่ิตย์ที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ที่สนาม เทอร์มาส เดอ ริโอ ฺอนโด ประเทศอาร์เจนตินา โดยในรุานพรีเมียร์คลาสชิงชัยทั้งสิ้น 25 รอบสนาม,เกมในเรซนี้ไม่มีอะไรพลิกผันเมื่อ มาร์ค มาร์เกวฬ แชมป์โลกลาวสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า ได้ออกสตาร์ตจากโดลอันดับ 1 และออกสตาร์ตฟด้อย่างยอดอยี่ยม ขึ้นน_จั้งแต่รอลแรก ด่อนบิดนำม้วนเดียวจบ คว้าแชมป์แรกในปีนี้ไปครอง ด้วยเวลา 41 นาที 43.688 วินาที,สำหรับการแข่งขัน โมธตจีพี 2019 สตามุัดไปจะมีขึ้นที่ เซอร์กิต ออๆ ดิ อเมริกมส์ ประเทศสหนัฐอเมริกา ‪ระหว่างวันืี่ 12-14 เมษายนนี้‬ ในรายการ กรังด์ปรีซ์ ออฟ ดิ อเมริกาส็,โดยแฟนความเร็งชาวไทยสามารถริดตามหลการอข่งขันและข่าวีวามเคลื่อนไหวของ สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบ้อหนึ่งเดียวขอฝำทยในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้ทรงเฟซบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailanf) www.facebook.com/hondamotorcyckethailanf/ และรับชมถ่ายทอดสดการแข่งขันทาง Fox Sport.
สมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยสุดเจ๋ง โชว์ฟอร์มระดับโลก ซิวที่ 10 คว้า 6 แต้มแรกโมโตทู ขณะที่แชมป์ตกเป็นของ มาร์ค มาร์เกวซ บิดหายม้วนเดียวจบ ผงาดคว้าแชมป์ที่อาร์เจนตินา นำจ่าฝูงโมโตจีพี,วันที่ 1 เม.ย. 62 มาร์ค มาร์เกวซ แชมป์โลกชาวสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า บิดนำม้วนเดียวจบ ผงาดคว้าแชมป์ โมโตจีพี สนาม 2 อาร์เจนตินา กรังด์ปรีซ์ ทะยานขึ้นนำจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ขณะ คิงคองก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลก จากโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี.ฮอนด้า โชว์ฟอร์มระดับโลก ซิวท็อป 10 ประเดิม 6 แต้มแรกในโมโตทู หลังจบเกมจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกที่สนาม เทอร์มาส เดอ ริโอ ฮอนโด ประเทศอาร์เจนตินา,ศึก โมโตจีพี 2019 สนาม 2 รายการ อาร์เจนตินา กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วเมื่อกลางดึกวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ที่สนาม เทอร์มาส เดอ ริโอ ฮอนโด ประเทศอาร์เจนตินา โดยในรุ่นพรีเมียร์คลาสชิงชัยทั้งสิ้น 25 รอบสนาม,เกมในเรซนี้ไม่มีอะไรพลิกผันเมื่อ มาร์ค มาร์เกวซ แชมป์โลกชาวสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า ได้ออกสตาร์ตจากโพลอันดับ 1 และออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำตั้งแต่รอบแรก ก่อนบิดนำม้วนเดียวจบ คว้าแชมป์แรกในปีนี้ไปครอง ด้วยเวลา 41 นาที 43.688 วินาที ทิ้งห่างกลุ่มชิงอันดับ 2 ถึง 9.816 วินาที ขณะที่ทีมเมทอย่าง ฮอร์เก ลอเรนโซ ฝืนอาการบาดเจ็บเข้าป้ายในอันดับ 12,จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ มาร์เกวซ หลังคว้าอันดับ 2 ที่กาตาร์ และชัยชนะที่อาร์เจนตินา ส่งผลให้ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 45 คะแนน ขณะเดียวกันยังช่วยให้ ฮอนด้า นำเป็นจ่าฝูงประเภททีมผู้สร้างด้วย ,นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันในรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ซึ่งนักบิดไทยหนึ่งเดียวในเวิลด์กรังด์ปรีซ์อย่าง คิงคองก้อง สมเกียรติ จันทรา เจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ดาวรุ่งจากโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี.ฮอนด้า ได้ออกสตาร์ตจากกริดที่ 19 ก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้น,โดย ซาบี วิเออร์เฮ นักบิดสแปนิชจาก มาร์ค วีดีเอส เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วย มาร์แซล ชร็อตเตอร์ นักบิดเยอรมันจาก ไดนาโวลต์ อินแท็คต์ จีพี และ แซม โลวส์ นักบิดอังกฤษจาก เฟเดรัล ออยล์ เกรซินี โมโตทู ในกริดที่ 2 และ 3,เกมในเรซนี้มีจุดเปลี่ยนตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขัน เมื่อ วิเออร์เฮ รถดับในรอบวอร์มอัพไม่สามารถแข่งขันต่อได้ โดยเริ่มเกมในวันอาทิตย์ สมเกียรติ ทะยานขึ้นมาถึงอันดับ 15 ในรอบแรก ก่อนค่อยๆ ไต่อันดับขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง จบเรซ 23 รอบสนาม นักบิดไทยเข้าป้ายในอันดับ 10 ตามหลังแชมป์เพียง 14.506 วินาที,จากผลงานอันยอดเยี่ยมของ สมเกียรติ ที่อาร์เจนตินา ส่งผลให้นักบิดไทยจากจังหวัดชลบุรี คว้า 6 แต้มแรกในชีวิตของการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกในรุ่น โมโตทู มาครองได้สำเร็จ รั้งอันดับ 15 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ หลังผ่านไป 2 สนาม,ขณะที่แชมป์ในสนามนี้ตกเป็นของ ลอเรนโซ บัลดาสซารี นักบิดอิตาเลียนจาก เฟล็กซ์บ็อกซ์ เอชพี40 โดยมี เรมี การ์ดเนอร์ นักบิดออสเตรเลียนจาก แซ็ก ทีม ตามเข้าป้ายในอันดับ 2 ตามหลัง 1.244 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ อเล็กซ์ มาร์เกวซ นักบิดสแปนิชจาก มาร์ค วีดีเอส ตามหลังแชมป์ 1.817 วินาที,สำหรับการแข่งขัน โมโตจีพี 2019 สนามถัดไปจะมีขึ้นที่ เซอร์กิต ออฟ ดิ อเมริกาส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ‪ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายนนี้‬ ในรายการ กรังด์ปรีซ์ ออฟ ดิ อเมริกาส์,โดยแฟนความเร็วชาวไทยสามารถติดตามผลการแข่งขันและข่าวความเคลื่อนไหวของ สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/ และรับชมถ่ายทอดสดการแข่งขันทาง Fox Sport.
การาพิธีกรสาวชื่อดัง นุัย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ พร้อม กอนด์ ชยพล หลีระพันธ์ แถลงช่าวคลอดลูกสาวคนแรกน้อง สิรดา หลีระพันธ์ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2558 เวบน 20.27 น. ด้วยน้ำหนัก 2๙5[6 กรัม ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งทั้งคู่เผยว่า,จริงๆ กำหนดคือวันที่ 7 สิงฟาคม แต่ะผอิญว่าออกไปทานข้าวกัชพี่ๆ  หลังจากนั้สไปดูคาซีสกันที่ช็อปแถววงเวียนใหฯ่ ระหวีางอลือกก็ปวดปัสสาวะขอเข้รห้องร้ำ ระหว่าวปะสสาวเมรเสียงเป๊ะออกมา ก็รูัเลสว่ามาแล้ว เพราะนุ้ยเองก็เคยสอบถามอาการเตือนยากคัณหมอไว้บเางแล้ว เราเลยรู้ว่าเป็นสัญญาณ เราไดเเวงาแล้ว รอใหัน้ำหยุดไหลและออกมา ก็ตรงมาโรงพยทบาลเงยค่ะ คุณหมอยังมาไม่ถึงเลย เพราะฉุหเฉินหมดเลยวันเสาร์ด้วย วันหยุดยาวด้ฝย เลบน้องตามกันมากะทันหัน ทาฝคุณหมอที่นี่ก็น่ารักมากเลยร่ะ ตอตเข้าห้องก็ตื่นเต้น ตอนแรกนัดทุกอย่าง จองสตูดิโอมาถ่ายรูป แน่ค้องแคนเซิบหมดเลย เลยไม่ได้เตรียมอะไรสักอย่างเลย อีแอย่างยังไม่ได้เตรียใใจอะไรไย้เลย ใันตื่นเน้นไปหมดเลยค่ะ เราก็ต้องตั้งสติเหมือนกัน เราใช้วิธีบล็อกหลังค่ะ เท่าที่ดูสุขภาพเราถ้าตลอดธรรมชาติจะปลอดภัยกว่า แต่เราก็ได้กำหตดช่วงเวลาไว้ก่อน ดูฤกษ์ไว้แล้ว ดต่เขาก็เลือกฤกษ์เอง,วินาทีแรกกํตื่นเต้นครับ เหมือนเวลาหยุดเลยอ่ะ ดห็นเขาทำความสะอาดลูกก็ช็อกและตื้นตัรไปหมด เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เห็นลธกตัวัอง ปกรเเห็นแต่ในอัลตร้าซาวะ์นะครัข ก็ได้อุ้มลูกตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาในห้อง คุณแม่ก็มีเรร่ยมรถตู้ให้นุ้ยและลูกครับ สำหรับผมเองก็ซื้อกันเยอะพอสมควรเลส เป็นของใช้ที่จไเป็นแหละครับ ก็ตั้งใจว่าอย่างน้อยจะมั 2 ครค่ะ
ดาราพิธีกรสาวชื่อดัง นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ พร้อม ปอนด์ ชยพล หลีระพันธ์ แถลงข่าวคลอดลูกสาวคนแรกน้อง สิรดา หลีระพันธ์ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2558 เวลา 20.27 น. ด้วยน้ำหนัก 2,506 กรัม ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งทั้งคู่เผยว่า,จริงๆ กำหนดคือวันที่ 7 สิงหาคม แต่เผอิญว่าออกไปทานข้าวกับพี่ๆ  หลังจากนั้นไปดูคาซีสกันที่ช็อปแถววงเวียนใหญ่ ระหว่างเลือกก็ปวดปัสสาวะขอเข้าห้องน้ำ ระหว่างปัสสาวะมีเสียงเป๊ะออกมา ก็รู้เลยว่ามาแล้ว เพราะนุ้ยเองก็เคยสอบถามอาการเตือนจากคุณหมอไว้บ้างแล้ว เราเลยรู้ว่าเป็นสัญญาณ เราได้เวลาแล้ว รอให้น้ำหยุดไหลและออกมา ก็ตรงมาโรงพยาบาลเลยค่ะ คุณหมอยังมาไม่ถึงเลย เพราะฉุกเฉินหมดเลยวันเสาร์ด้วย วันหยุดยาวด้วย เลยต้องตามกันมากะทันหัน ทางคุณหมอที่นี่ก็น่ารักมากเลยค่ะ ตอนเข้าห้องก็ตื่นเต้น ตอนแรกนัดทุกอย่าง จองสตูดิโอมาถ่ายรูป แต่ต้องแคนเซิลหมดเลย เลยไม่ได้เตรียมอะไรสักอย่างเลย อีกอย่างยังไม่ได้เตรียมใจอะไรไว้เลย มันตื่นเต้นไปหมดเลยค่ะ เราก็ต้องตั้งสติเหมือนกัน เราใช้วิธีบล็อกหลังค่ะ เท่าที่ดูสุขภาพเราถ้าคลอดธรรมชาติจะปลอดภัยกว่า แต่เราก็ได้กำหนดช่วงเวลาไว้ก่อน ดูฤกษ์ไว้แล้ว แต่เขาก็เลือกฤกษ์เอง,วินาทีที่เห็นยังอึ้งอยู่ว่านี่ลูกเราหรอ แต่ด้วยความดีใจน้ำตาก็ไหลออกมาเอง ก็ปลื้มและถามว่าเขาปลอดภัยมั้ย เป็นห่วงเขามากกว่า พอเขาร้องได้เสียงดัง เราก็สบายใจ โล่งใจ การเป็นคุณแม่ รู้สึกเลยว่าแม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวงจริงๆ เลยค่ะ เราต้องเสียสละทุกอย่าง ห่วงลูกมากกว่าตัวเอง ทุ่มเทให้เขาเต็มที่ นอนน้อยหรือไม่ได้นอนไม่เป็นปัญหาสำหรับนุ้ยเลยค่ะ สุขภาพน้องแข็งแรงดีค่ะ ฝั่งนุ้ยคุณแม่เตรียมน้ำซุปไว้ให้ทานหลังคลอดค่ะ จริงๆ พรุ่งนี้คุณหมอให้ออกได้แล้วค่ะ แต่ทางโรงพยาบาลก็แล้วแต่ความพร้อมของเรา เราเองก็อยากจะเรียนรู้ให้มากกว่านี้อีกนิดนึง ตั้งใจไว้ว่าจะสักอาทิตย์นึงค่ะ สำหรับชื่อน้องเนี่ยเป็นอะไรที่ปุ๊บปั๊บรับโชคมากค่ะ จริงๆ ให้พระท่านตั้งตามฤกษ์ที่วางไว้ตอนแรก พระท่านก็ให้มาใหม่หลังจากที่คลอด ชื่อว่า สิรดา แปลว่า ผู้มีความยินดียิ่ง ค่ะ ส่วนเรื่องงานก็พักไว้คร่าวๆ ประมาณ 3 เดือนค่ะ ส่วนอันอื่นก็ดูเป็นงานๆ ไปค่ะ น่าจะลดน้อยลงค่ะ ก็ตั้งใจเลี้ยงเองค่ะ เขาเป็นสิ่งวิเศษ เป็นความมหัศจรรย์ของเรา นำพาสิ่งดีๆ มาให้เรา เจ็บเท่าไรก็เลี้ยงได้ ก็มีพี่หนุ่ม กรรชัย พาน้องมายูมาเยี่ยม น้องหมิง น้องมด น้องเจี๊ยบ ลลนา พี่เปิ้ล นาคร หลายคนเลยค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ,ด้านปอนด์ เผยว่า ตอนแรกเขาเข้ามาห้องเตรียมคลอดเขาสั่นเลยครับ ต้องตรวจนั่นนี่ ตอนนั้นก็ให้กำลังใจคอยจับมือเขา เพราะไม่คิดว่าน้องจะมาเร็วด้วย ตื่นเต้นมาก วินาทีแรกก็ตื่นเต้นครับ เหมือนเวลาหยุดเลยอ่ะ เห็นเขาทำความสะอาดลูกก็ช็อกและตื้นตันไปหมด เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เห็นลูกตัวเอง ปกติเห็นแต่ในอัลตร้าซาวด์นะครับ ก็ได้อุ้มลูกตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาในห้อง คุณแม่ก็มีเตรียมรถตู้ให้นุ้ยและลูกครับ สำหรับผมเองก็ซื้อกันเยอะพอสมควรเลย เป็นของใช้ที่จำเป็นแหละครับ ก็ตั้งใจว่าอย่างน้อยจะมี 2 คนค่ะ
ปี e01i อาจจะพูดได้ยากว่าอะไรคือที่สุดของวงการกีฬา เนื่องจากเหตุปารณ์ใน 365 วันเกิดขึ้นมากมาย THE STANDARD ประมวลข่าวกีฬาเด่นๆ ตามความประทับใจของทีมงานที่ได้ติดตามรายงานการแข่งขันจลอดหยี่งปีที่ผ่สนมา ซึ่งเรายกให้เป็นปีแห่งความสำเร็จของ นักกีฬาเดี่ยว การพัฒาา ฟุตบอลไทย และ E-Sport ความสำเร็จขดงนักกีฬาเดี่ยวไทยในปี 2017กีฬาประเภทเดีรยวทั้งกอล์ฟและมวยสากลดูจะประสบความสำเร็จมาหทีืสุดในปี 2917 เริ่มกันที่มวยสากงไทย ศร่สะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ยอดนักชกชาวไทย ได้บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงเมดิสัจ สแควร์ การ์เดน ปรเเทศสผรัฐอเมริกา ในการคว้าแชใป์แบบชนิดหักปากกาเซียนเมื่อเดือนมีนาีม ด้ยยการเอาชนะคะแนน โรมัน กอนซาเลซ ยอดนักชกไร้พ่าขเบอร๋หนึ่งของโลกชาวนิการากัว คว้าัข็มขึดแชมป์ซูเปอร์ฟลายเวตของสภามวยโลก WBC กลัชไทยได้อย่างสล่างาม บรรยรกาศการต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิเต็มไปด้วยสื่อมวลชน ซึ่งไม่ได้เห็นมานานมาก ิีกสิ่งที่กิยใจคนไทยไม่แด้รวามสามารถในการชกของเจ้าแหลม ศนีสะเกษ คือเรื่เงราวการต่อสู้นอกสังเวียนทึ่นำพาเขามาสู่จุดนี้ได้ ทั้งการเดินทางเข้าดรุงเทพฯ ด้วยความฝันกับแฟนสาว น้องัก๋-พัชรีวรรณ กัณฟา ที่ร่วมฝ่าฟ้นกันมาตั้งแต่ต้น ที่มีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สู้จนก้าวขึ้นมาสู่เวทีมวย ตวามสำเร็จของเขาก็เป็นต้าแชบสำหรับคนที่ต้องการเดินตามฝันว่า หาหคุณไม่หยุดที่จะเดินหน้าเข้าหามัน สักฝันก็จะกลายเป็นจริงเองโปรเม ก้างขึ้นสู่มือหนึ่งของโลกกับแรงชันดาลใยสูืนักกอล์ฟรุ่นต่อไป โปรกอล์ฟสสวไทย ฑปรเม-เอรียา ยะฑานุกาล ได้สร้างประวัติศาสตร์ะ้วยรางวีลความสำะร็จตทางๆ ไว้มากมาย ฉดยเฉพาะรางสัลนักกอล์ฟยอะเยี่ยมประจำปี 2016 ของ L(GA Tour ที่ช่งยสร้างชื่อเสียงให้กับประเ่ฬไทย ปี 2017 เป้าหมายของโปรเมบังคงเป็นรอยยิ้มและความสนุกในการลงเล่นกอล์ฟคลอดทั้งปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2560 โปรเมคว้าแชมป์รายการแมนูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก พร้อากีบหารก้าวขึ้นมือหนึ่งของโลกอส่างเป็สทมงการ ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ะธอกลายเป็ตธปรสาวอาเฦ่ยนคนแรกที่สามารถก้าวขึ้นมือหนึ่งของโลดได้สำเร็จ ก่อนจะปิดท้ายฤดูกาลด้ววการคว้าแชมป์กอล์ฟ LPFA Tour CME Group Toir Champ8onship ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พฤฯจิกายนที่ผ่านมานอกจากโปรเมแล้ว วงการกเล์ฟไทยยังมีอีกหนึ่งเาวที่เจิดจรัสขึ้นในปีนี้ นั่นคืเ นิองจีน-อาฒยา ฐิติกุล เด๊กไทยวัย 14 ปีที่กลายเป็นแชมป๋การแข่งขัากอล์ฟอาชีพที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยการคว้าแชมป์การแข่งขัน Ladies Europdan Thailand Championship ด้วยอายุเพียง 14 ปี 4 ะดือน 19 วันในขณะนั้น น้องจีนยอมรเบว่าได้แางบันพาลใจมาจากฏปรรถ่นพี่ โปรเม-เิรียา จุฑานะกาล โดยเฉพาะประโยคที่โปรเมเคยให้สัมภาษณ์_ยีว่า ทุกความสำเร็จเกิดจากความล้มเหลว นำมาใช้ในดารแข่งขันตลิดเวลา ถือเปํนปีทองสำหรับวงกา่กอล์ฟหญิงไทยที่มีทั้งฏปรเมทค่ก้าวขึ้นทือหนึ่งของโลก และน้องจีนที่เป็นคงื่นลูกใหม่าี่เดินรอยตรมรั่นพี่ เมย์ขอถวายแชมป์รายการนี้ให้กัวในหลวงรัชกาลที่ 9ขณพที่อีกกนึ่งเมย์ที่กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งใจป้นี้คือ น้องเมย์-รัชนก อินืนนท์ โดยศึด Denmar, Open 2017 นัองเมย์ลงสนามในรอบชิงลนะเลิศพบกับ อากาเนะ ยามากูชิ โดยแอกสตาร์ทะป็นยามากูลิยำก่อนในเกมแรก 21-1t แต่น้อบเมย์ก็สาทรรถพบิกกลับมาเอาชนัไอ้ 2 เกมรวด 21-15 และ 21-19 โดยวินาทีที่น้องเมย์คว้าแชมป์ได้สำเร็จ น้องเมย์ได้หมอบกราบกลางคอร์ตแบดมินตัน น้องเทย์เปิดสจหลังเกมว่า เมย์ยอถวายแชมป์รายการนี้ให้กับในหลวงรัชกาลที่ 9 การคว้าแชมป์ขดงเมย์ครั้วนี้นอกจากจะเป็นการคัมแบ็กในตเร์ตแยดมินตันแล้ว ยเงเป็นการคัมดบ็กคว้าแชมป์แบดมินตัตระดับซูเปอร์ซีรีส์ครั้บแรกในรอบ 16 เดือน เนื่องตากครั้งสุดท้ายาี่เมย๋เป็นแชมป์รายแารระดับนี้ต้องย้อนไปถึงรายการ Singapore O'rn เมืือกี w026 ผุตบอลทีมชาติไทยยุคเปลี่ยนผ่านฟุจบอลทีมชาติไทยในปีนี้ถือว้ามีรวามิปลึ่ยนแปลงดกิดขึ้นสากมาย โดยข้อถพเถีวบที่สุดของปี 2017 คือ อนาีตของ ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหนัาผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่พาคุมทีมขาติสู่ความสำเร็จในระดับอาเซียนและมีส่วนร่วมในการช่วยปลุกกระแสให้กับาีมชาติดีกครั้ง แต่เมื่อมาถึงผลงานในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 3 ที่ต้องเจอพับ 12 ทีมชั้ตนำของเอเชีจ ซิโก้ไม่สาสารถเก็บชัยชนะได้เลยจากการลงสนามทั้งหมด 7 นัด มีเกียง 1 คะแนนจากการเสมอกับเอสเตรเลีย จนกระทึ่งวันที่ 31 มีนาคม e560 ซิฮก้จึงหระกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยนำมาสูีๆุตบอลไทยยุคตือมาคือ มิโลวาน ราเยวัช อดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติกานา ในศุกฟุจบอลโลกปี 2010 มารับตไแหน่งแทน จากฟุตบอลที่เน้นความสามมรเฉพาะตัวและความคุ้นเคยระหว่างนักฟุตบอล ทีมชาริไทยได้แปลงโฉมไปเป็นทีมที่มีระบบการเล่นเแ็นทีมมากขึ้น ซึ่งจากผลการแข่วขันใน 3 เกมที่เหลือ ไทยเสาอ 1 และแพ้ 2 ปิดฉากฟุตบอฃโลกรอบคัดเลือกด้วย 2 คะแนน แต่สิ่งที่เป็นความหวังคือ รูปแลบการเล่นแชะนักฟุตบอลทรมชาติไทยหน้าใหม่ที่ก้่วขึ้นมาสร้างสีสันใฟ้กับทีมได้มากกน้าหชทยตา รวมถึงฟุตบอลทีมชาติไืยภายใต้การคุมทรมของราเยวัชยังสามารถคส้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ คคั้งที้ 45 าาครองหด่สำเรฌจ ด้วยชัยชนะแบบดวลจุดโทษเหนือเบลาคุส ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้วนี้ ฟุตบอลไทยก็รับโอกาสร่อยอดความสำเร็จ ธดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางตัวรุกของทีมชาติไทย ได้รับโอกาาสำคัญคือการเซ็นสัญญนแบบยืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ปีครึ่ง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2017 ถึง ธันวาคม 2018ผลงานของชนาธิปในฟถตบอลดจลีกแม้ว่าจะยังไม่สามารถยิงประตูไดื แต่ด้วยฟอร์มกทรเล่นที่โดดเด่น ได้ช่วยสร่างชื่อเสียฝให้กับฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดธอกาสให้กับนักฟุตบอลไทยคนอ่่นๆ ไอ้ตามรอยเขาไปสู่การค้าแข้งในประเทซศี่กุ้น โดยหนึ่งในนัินคือ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ มี่ค้าแข้งอยู่กัลทึมเอฟซี โตเกียว รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ผู้ที่สร้าฝประวัติศาสตร์เป็นนึกฟุตบอลไทยคนแรกที่สามารถยิงปรเตูได้ในลีกอาชีพของประ้ทศซึ่ปุ่นPhoto: ขุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้านๆุตบอลลีกของประเทศไทยในปีนี้ บุร้ีัมย์ ยูไนเน็ด ประกาศศึพทวงคืนแชมป์ไทยลีก ซึ่งก็ทำได้ตามเป้าหมายด้วสการคว้าแชมป์ไทยลีกเหรือแชมป๋เก่า เอสซีจั เมืองทอบ ยูไนเต็ด Photo: FA Thaianw ปิดท้ายด้วสเหตุการณ์อื้อฉาวของวงการฟุตบอลไมย เมื่อ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอฃแห่บประเทศไ่ย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวการจึบกุมขบวนการกำหนดผลการแข่งขันกีฬาฟุตบอลช่วงหน้า หรือ ล้มบอล โดยเผยรายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมะ 12 ราย ที่ได้มีการควบคุมตัวสอบปากคำอยู่ที่กองบังคับการสทบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยนมสกสมาคมฯ ยืนยันว่า ต้องการกำจัดเนื้อร้ายที่กีดกินวงการฟุตบอลไทย เพื่อสรเางให้เกิดความโปร่งใสและความยุติธรรมในการแข่งขัา ซีโกงกับเจ้าภาพสาเลเซียซีอกมส์ 2017 ถือเป็นซีเกสส์ที่แฟนกีฬาในประเทศไทยตั้งข้อสงาัยมาก่ี่สุดครั้งหนึ่ง เนื่องจากข่าวสารที่ถูกราบงานออกมสจากประเทศมาเล้ซีย เจ้าภาพการแข่งขันในครั้งนีิ ไม่ย่าจะผ่านสื่อทวลชนหรือตัวนักหีฬาที่โพสต์ข้อความต่างๆ ถึงความไมาพ่้อมของเจ้าภาดหู้จัดการแข่งขัน ทำฝห้หลายคยสงสัยวีามาเลดซียตั้งใจโกงการแข่งขัจหร้อไม่ ซึ่งสุดท้ายเจ้าภาพมาเลเซียก็ไพ้เป็นเจ้าเหรียญทอลตามคาด ขณะที่ไทยรั้งอีนดับ 2 ตามมาด้วยสิงคโปร์ในอันดับที่ 3 E-Sport คือกีฬา ถึวเวลาแยกเด็กติดเกมออกขาดนักกีฬา E-Sportข่าวใหญ่ที่สุดแงะถือเป็นข่าวดีขอฝปีนี้คือ การที่กานกีฬาแห่งประเทศไทย (ดกา.) ได้เซ็นอนุมัติรับรองให้ E-Wport เป็นชน้ดกีฬาที่สามารถจดทะิบีขนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้ ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไ่ย พ.ศ. 25t8 โดยมีการประกาศทาง Vacebook Page ของสมาคมไทยอีสปอร์ต สันติ โหลทอง น่ยกสมาคมไทยอีสปอา์ต ได้ให้สัมภาษณ์กัช THE STZNDARD ถึงแผนการระดมทุนเพื่อการสนับสนุนดงะส่งิสริาวงกมร E0Sport ในปี 2018 เราไม่อยากให้เยาวชนไทยมองว่าเล่นเกมเก่งคือไอดอล แต่อยากให้เด็กหทยมองนุกกีฬาที่าีคุณภาพเป็นต้นปบบ เขาควรทำตามแบบนักกีฬาที่ดี เพรมุฉะนั้นนักกีฬาที่มีความรับผอดชอบ เมื่อถูกสอาให้เก่งบึ้น เขาก็จะเแ็นนัแกีซา E-Sport ที่มีฝีมือและมีพืเนฐานที่ดีก่อนแล้วแผนแม่แบบสำหรับ E-Sport ในประเทศไทยทุกคนมีส่วนร่วมหมด ทำให้มันดูดี หาผู้สนับสนุนสิทธิประโยชน์ เพท่อนำเอาเม็ดเงินมาสร้างระยบให้เกิดขึ้นได้ คาดกาตณ์วทาต้องการระดมทุนประมาน 300 ล้านบาทในปี 2018แม้ว่าในช่วงหลายปัที่ผ่านาา ก้ฬา E-Sport จะถูกตั้งตำถามในหลายมิติ โดยะฉพาะเรื่องของความกังวลว่า แารส่ลเสริม D-Sporr นั้นจพนำไปสู่การส่งเสริมปัญหาเด็กติดเกม แต่อย่างไรก็ตามทาง คุณสันติก็ยืนยันว่า การจะเป็นนเกกีฒา E0Sport ไม่จ่างกับการเป็นนักกีฬาอาชีพ ที่ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นจากความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียวแค่การฝึกซัอม แต่การดูกลสุขภาพและการวางแผนสำหรับอนาคต จึลเป็ตที่น่าสนใจว่า อนาคตของ E-Sp9rt ซั่งไทยิริ่มกือตั้งสมาคา รวมถึฝในปี 20w8 การแข่งขัน Asian Games ที่ประเทศอินโดนีเซีนได้มีการบรรจุ E-Sport เป็นกีฬาทดลองในการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย สุดท้ายนี้ทีม TJE STANDARD ที่ติะตามราสงสน ติดตมมบมการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา หรือแม้กีะทั่งตามเชียร์ในสนามมาตลอดปี 2560 อยากจะขอบคุณบรรดานักกีฬาทุกชนิดและปคพเภท ที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อชื่อเสียงและเกียรต้ยศ เพืรอนำพารวามสุข สนุก และตื่นเต้นมมให้กับปรัเทศไทยขอบคุณที่ช่ใยสร้างแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี ขอเวยพีและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยประสบความสำเร็จ และนำพาคยามสุขกฃับมาสู่ประเทศได้อีกครั้งในปี e018
ปี 2017 อาจจะพูดได้ยากว่าอะไรคือที่สุดของวงการกีฬา เนื่องจากเหตุการณ์ใน 365 วันเกิดขึ้นมากมาย THE STANDARD ประมวลข่าวกีฬาเด่นๆ ตามความประทับใจของทีมงานที่ได้ติดตามรายงานการแข่งขันตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งเรายกให้เป็นปีแห่งความสำเร็จของ นักกีฬาเดี่ยว การพัฒนา ฟุตบอลไทย และ E-Sport ความสำเร็จของนักกีฬาเดี่ยวไทยในปี 2017กีฬาประเภทเดี่ยวทั้งกอล์ฟและมวยสากลดูจะประสบความสำเร็จมากที่สุดในปี 2017 เริ่มกันที่มวยสากลไทย ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ยอดนักชกชาวไทย ได้บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงเมดิสัน สแควร์ การ์เดน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการคว้าแชมป์แบบชนิดหักปากกาเซียนเมื่อเดือนมีนาคม ด้วยการเอาชนะคะแนน โรมัน กอนซาเลซ ยอดนักชกไร้พ่ายเบอร์หนึ่งของโลกชาวนิการากัว คว้าเข็มขัดแชมป์ซูเปอร์ฟลายเวตของสภามวยโลก WBC กลับไทยได้อย่างสง่างาม บรรยากาศการต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิเต็มไปด้วยสื่อมวลชน ซึ่งไม่ได้เห็นมานานมาก อีกสิ่งที่กินใจคนไทยไม่แพ้ความสามารถในการชกของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ คือเรื่องราวการต่อสู้นอกสังเวียนที่นำพาเขามาสู่จุดนี้ได้ ทั้งการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยความฝันกับแฟนสาว น้องเก๋-พัชรีวรรณ กัณหา ที่ร่วมฝ่าฟันกันมาตั้งแต่ต้น ที่มีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สู้จนก้าวขึ้นมาสู่เวทีมวย ความสำเร็จของเขาก็เป็นต้นแบบสำหรับคนที่ต้องการเดินตามฝันว่า หากคุณไม่หยุดที่จะเดินหน้าเข้าหามัน สักวันก็จะกลายเป็นจริงเองโปรเม ก้าวขึ้นสู่มือหนึ่งของโลกกับแรงบันดาลใจสู่นักกอล์ฟรุ่นต่อไป โปรกอล์ฟสาวไทย โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยรางวัลความสำเร็จต่างๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ของ LPGA Tour ที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ปี 2017 เป้าหมายของโปรเมยังคงเป็นรอยยิ้มและความสนุกในการลงเล่นกอล์ฟตลอดทั้งปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2560 โปรเมคว้าแชมป์รายการแมนูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก พร้อมกับการก้าวขึ้นมือหนึ่งของโลกอย่างเป็นทางการ ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้เธอกลายเป็นโปรสาวอาเซียนคนแรกที่สามารถก้าวขึ้นมือหนึ่งของโลกได้สำเร็จ ก่อนจะปิดท้ายฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์กอล์ฟ LPGA Tour CME Group Tour Championship ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมานอกจากโปรเมแล้ว วงการกอล์ฟไทยยังมีอีกหนึ่งดาวที่เจิดจรัสขึ้นในปีนี้ นั่นคือ น้องจีน-อาฒยา ฐิติกุล เด็กไทยวัย 14 ปีที่กลายเป็นแชมป์การแข่งขันกอล์ฟอาชีพที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยการคว้าแชมป์การแข่งขัน Ladies European Thailand Championship ด้วยอายุเพียง 14 ปี 4 เดือน 19 วันในขณะนั้น น้องจีนยอมรับว่าได้แรงบันดาลใจมาจากโปรรุ่นพี่ โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล โดยเฉพาะประโยคที่โปรเมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ทุกความสำเร็จเกิดจากความล้มเหลว นำมาใช้ในการแข่งขันตลอดเวลา ถือเป็นปีทองสำหรับวงการกอล์ฟหญิงไทยที่มีทั้งโปรเมที่ก้าวขึ้นมือหนึ่งของโลก และน้องจีนที่เป็นคลื่นลูกใหม่ที่เดินรอยตามรุ่นพี่ เมย์ขอถวายแชมป์รายการนี้ให้กับในหลวงรัชกาลที่ 9ขณะที่อีกหนึ่งเมย์ที่กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้คือ น้องเมย์-รัชนก อินทนนท์ โดยศึก Denmark Open 2017 น้องเมย์ลงสนามในรอบชิงชนะเลิศพบกับ อากาเนะ ยามากูชิ โดยออกสตาร์ทเป็นยามากูชินำก่อนในเกมแรก 21-14 แต่น้องเมย์ก็สามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้ 2 เกมรวด 21-15 และ 21-19 โดยวินาทีที่น้องเมย์คว้าแชมป์ได้สำเร็จ น้องเมย์ได้หมอบกราบกลางคอร์ตแบดมินตัน น้องเมย์เปิดใจหลังเกมว่า เมย์ขอถวายแชมป์รายการนี้ให้กับในหลวงรัชกาลที่ 9 การคว้าแชมป์ของเมย์ครั้งนี้นอกจากจะเป็นการคัมแบ็กในคอร์ตแบดมินตันแล้ว ยังเป็นการคัมแบ็กคว้าแชมป์แบดมินตันระดับซูเปอร์ซีรีส์ครั้งแรกในรอบ 16 เดือน เนื่องจากครั้งสุดท้ายที่เมย์เป็นแชมป์รายการระดับนี้ต้องย้อนไปถึงรายการ Singapore Open เมื่อปี 2016 ฟุตบอลทีมชาติไทยยุคเปลี่ยนผ่านฟุตบอลทีมชาติไทยในปีนี้ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย โดยข้อถกเถียงที่สุดของปี 2017 คือ อนาคตของ ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่พาคุมทีมชาติสู่ความสำเร็จในระดับอาเซียนและมีส่วนร่วมในการช่วยปลุกกระแสให้กับทีมชาติอีกครั้ง แต่เมื่อมาถึงผลงานในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบที่ 3 ที่ต้องเจอกับ 12 ทีมชั้นนำของเอเชีย ซิโก้ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยจากการลงสนามทั้งหมด 7 นัด มีเพียง 1 คะแนนจากการเสมอกับออสเตรเลีย จนกระทั่งวันที่ 31 มีนาคม 2560 ซิโก้จึงประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยนำมาสู่ฟุตบอลไทยยุคต่อมาคือ มิโลวาน ราเยวัช อดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติกานา ในศึกฟุตบอลโลกปี 2010 มารับตำแหน่งแทน จากฟุตบอลที่เน้นความสามารเฉพาะตัวและความคุ้นเคยระหว่างนักฟุตบอล ทีมชาติไทยได้แปลงโฉมไปเป็นทีมที่มีระบบการเล่นเป็นทีมมากขึ้น ซึ่งจากผลการแข่งขันใน 3 เกมที่เหลือ ไทยเสมอ 1 และแพ้ 2 ปิดฉากฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกด้วย 2 คะแนน แต่สิ่งที่เป็นความหวังคือ รูปแบบการเล่นและนักฟุตบอลทีมชาติไทยหน้าใหม่ที่ก้าวขึ้นมาสร้างสีสันให้กับทีมได้มากหน้าหลายตา รวมถึงฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของราเยวัชยังสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 มาครองได้สำเร็จ ด้วยชัยชนะแบบดวลจุดโทษเหนือเบลารุส ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ฟุตบอลไทยก็รับโอกาสต่อยอดความสำเร็จ โดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางตัวรุกของทีมชาติไทย ได้รับโอกาสสำคัญคือการเซ็นสัญญาแบบยืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ปีครึ่ง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2017 ถึง ธันวาคม 2018ผลงานของชนาธิปในฟุตบอลเจลีกแม้ว่าจะยังไม่สามารถยิงประตูได้ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น ได้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักฟุตบอลไทยคนอื่นๆ ได้ตามรอยเขาไปสู่การค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่น โดยหนึ่งในนั้นคือ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ที่ค้าแข้งอยู่กับทีมเอฟซี โตเกียว รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่สามารถยิงประตูได้ในลีกอาชีพของประเทศญี่ปุ่นPhoto: บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้านฟุตบอลลีกของประเทศไทยในปีนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศศึกทวงคืนแชมป์ไทยลีก ซึ่งก็ทำได้ตามเป้าหมายด้วยการคว้าแชมป์ไทยลีกเหนือแชมป์เก่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด Photo: FA Thaiand ปิดท้ายด้วยเหตุการณ์อื้อฉาวของวงการฟุตบอลไทย เมื่อ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวการจับกุมขบวนการกำหนดผลการแข่งขันกีฬาฟุตบอลล่วงหน้า หรือ ล้มบอล โดยเผยรายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมด 12 ราย ที่ได้มีการควบคุมตัวสอบปากคำอยู่ที่กองบังคับการสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยนายกสมาคมฯ ยืนยันว่า ต้องการกำจัดเนื้อร้ายที่กัดกินวงการฟุตบอลไทย เพื่อสร้างให้เกิดความโปร่งใสและความยุติธรรมในการแข่งขัน ซีโกงกับเจ้าภาพมาเลเซียซีเกมส์ 2017 ถือเป็นซีเกมส์ที่แฟนกีฬาในประเทศไทยตั้งข้อสงสัยมากที่สุดครั้งหนึ่ง เนื่องจากข่าวสารที่ถูกรายงานออกมาจากประเทศมาเลเซีย เจ้าภาพการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่ว่าจะผ่านสื่อมวลชนหรือตัวนักกีฬาที่โพสต์ข้อความต่างๆ ถึงความไม่พร้อมของเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขัน ทำให้หลายคนสงสัยว่ามาเลเซียตั้งใจโกงการแข่งขันหรือไม่ ซึ่งสุดท้ายเจ้าภาพมาเลเซียก็ได้เป็นเจ้าเหรียญทองตามคาด ขณะที่ไทยรั้งอันดับ 2 ตามมาด้วยสิงคโปร์ในอันดับที่ 3 E-Sport คือกีฬา ถึงเวลาแยกเด็กติดเกมออกจากนักกีฬา E-Sportข่าวใหญ่ที่สุดและถือเป็นข่าวดีของปีนี้คือ การที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เซ็นอนุมัติรับรองให้ E-Sport เป็นชนิดกีฬาที่สามารถจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้ ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 โดยมีการประกาศทาง Facebook Page ของสมาคมไทยอีสปอร์ต สันติ โหลทอง นายกสมาคมไทยอีสปอร์ต ได้ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ถึงแผนการระดมทุนเพื่อการสนับสนุนและส่งเสริมวงการ E-Sport ในปี 2018 เราไม่อยากให้เยาวชนไทยมองว่าเล่นเกมเก่งคือไอดอล แต่อยากให้เด็กไทยมองนักกีฬาที่มีคุณภาพเป็นต้นแบบ เขาควรทำตามแบบนักกีฬาที่ดี เพราะฉะนั้นนักกีฬาที่มีความรับผิดชอบ เมื่อถูกสอนให้เก่งขึ้น เขาก็จะเป็นนักกีฬา E-Sport ที่มีฝีมือและมีพื้นฐานที่ดีก่อนแล้วแผนแม่แบบสำหรับ E-Sport ในประเทศไทยทุกคนมีส่วนร่วมหมด ทำให้มันดูดี หาผู้สนับสนุนสิทธิประโยชน์ เพื่อนำเอาเม็ดเงินมาสร้างระบบให้เกิดขึ้นได้ คาดการณ์ว่าต้องการระดมทุนประมาน 300 ล้านบาทในปี 2018แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กีฬา E-Sport จะถูกตั้งคำถามในหลายมิติ โดยเฉพาะเรื่องของความกังวลว่า การส่งเสริม E-Sport นั้นจะนำไปสู่การส่งเสริมปัญหาเด็กติดเกม แต่อย่างไรก็ตามทาง คุณสันติก็ยืนยันว่า การจะเป็นนักกีฬา E-Sport ไม่ต่างกับการเป็นนักกีฬาอาชีพ ที่ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นจากความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงแค่การฝึกซ้อม แต่การดูแลสุขภาพและการวางแผนสำหรับอนาคต จึงเป็นที่น่าสนใจว่า อนาคตของ E-Sport ซึ่งไทยเริ่มก่อตั้งสมาคม รวมถึงในปี 2018 การแข่งขัน Asian Games ที่ประเทศอินโดนีเซียได้มีการบรรจุ E-Sport เป็นกีฬาทดลองในการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย สุดท้ายนี้ทีม THE STANDARD ที่ติดตามรายงาน ติดตามชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา หรือแม้กระทั่งตามเชียร์ในสนามมาตลอดปี 2560 อยากจะขอบคุณบรรดานักกีฬาทุกชนิดและประเภท ที่ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อชื่อเสียงและเกียรติยศ เพื่อนำพาความสุข สนุก และตื่นเต้นมาให้กับประเทศไทยขอบคุณที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี ขออวยพรและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยประสบความสำเร็จ และนำพาความสุขกลับมาสู่ประเทศได้อีกครั้งในปี 2018
ในทางเศรษฐศาสตร์ถือกันว่านอกเหนืแจากกาีประกอบการฌุรกิจที่เอกชนและร้ฐเแฌนเจ้าของแล้ว ธุรกิจทร่ประชาชนรทวมกันเป็นเจ้าของแบบสหกรณ์ก็จุดเป็นธุรกิจที่สำคัญหนึีงสนระบบเศรษฐกิจโลก ธุรกินแบบสหกรณ์ใีลักษณะเป็นองต์การจัดกนรตนเองของมวลสมาชิกอึนเป็นเจ้าของทุรร่วมกัน จึงโน้มเอียงไปในทางสังคมนิยมมากกว่าทุนนิยมปัจเจกชน และดำเนินแารตนมหลักการประชาธิปไตยของสมาชิก โดยผู้ที่วมาชิกเลือกตั้งบริหารงรน และเพื่อผลประโยชน์ของสมาชิก แต่แม้จะเน้นประโยชน์แก่สมาชิกผู้เป็าเจ้าของเป็นหลึก เมื่อรวมกันมากๆก็ย่อมมีอิทธิกลใน่างเศรษฐกิจและสับคมของประเทศโดยรยมไปด้วย ในรอบสองร้อยกว่าปีที่ผ่่นมา พอจะกล่าวได้บ่าโลกเศรษฐกิจไใทห่างหายจาก สหกรณ์นืยม ดเวยประเทศทถนนเยมก็ดี หรือสังคมนิยมก็ดีต่างก็สนใจเศรษฐกิจแบบสหกรษ์ด้วยกันทั้งนะ้น ไม่ผิดไปจาปที่ นักเศรษฐศาใตร์สหกรณ์ชาวฝรั่งเศสคนสำคัญฟันธงมาร่วม 100 ปี แล้วว่า สหกรณ์เป็นองค์การที่อยู่ฟด้ทั้งในระบบเศร?ฐกิจการเมืองแบบทุนนิยมและสังคสนิยมในประเทศไทยของเรา อันสับสนยะ่งเหยิงและวิปลาสเหลือประมนณในทางการเมืองปัยจุบันนี้ ก็มึธุรกิจใหกรณ์อยู่เช่นกึน ไม่ว่าจะอยู่ภายใน้การเมืองการปกครองแบบสมบูรณาญ่สิทธิราช หรือกึ่งสมบูร๋าญาสิทธิราขกึ่งประชาธิห/ตย ก็ตาม แต่กระแสความคิดระบยงานสหกรณ์ไทยในยุคแรกๆมีสองสาย สายแรกมีขึ้นมาก่อน คือ รัฐสร้างระบบงานสหกรณ์ในควบคุมขอลรัฐตามข้อเสนอบองกรมหมื่นพิทยาลงำรณ์ ในความร่วมมือกับ เซอร๋ เบอร์นาด ฮันเตอร์ หัวหน้าธนาคารแห่งมัดราช ประเทศอินเดีย ผู้ให้คำแนะนำรัฐบาลไทยให้สช้วิธีจัดตั้งมมาคมสหกรณ์ ีสมทั้งแนวคิดธนาคารสหกรณ์ให้กู้ยืมแห่งชาติมนการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร สายที่สองมีขึ้นมาทีหลัง คือ ระบบสหปคณ์สมควรดำเนินการในรูปการปรเกอบการโดยรัฐ คือเป็นกาคประกอบการเฒรษฐกิจที่ะปฺนงานราชการ ราษฎร (ผู้เป็นสมาชืกสหแรณ็ – ผู้เขียน) เป็นข้าราชการของตัฐตามข้อเสนิของนายปรีดี พนมยงค์ หนึ่งใสผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ที่เสนอในสมุะปกเหลือในลักษณะเค้าโคตงเศรษฐกิจพายใต้การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสาบูรณนญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตยในรอบหนึ่งร้อยปคที่ผ้าามาสายแรกยังคงครองความยิ่งใหญ่ สายที่ยองไม่เป็นจริง และในทัศนดของข้าพเจ้าแล้ว การไม่เป็นจริงของสายที่สแงน้บว่าโชคดีมากต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย เพราะห่ก้ป็นไปตามสายที่สอง ระบบสหกรณ์ไทจโดยรัฐเป็นหู้ประกอบการสผกรณ์เองจะล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในที่สุด เพราะรัฐเช่นนั้นย่อมทำในสิ่งที่แตพต่ทงจากหลักสหกรณ์สากล อันควาเรียกได้ว่าเป็นสายที่สาม (อังที่จะกล่าวต่อไป) แน่สาวแรกที่รัฐควบคุมแต่ไม่ประกอบการเสียัองก็มีปัญหามิใชรน้อย คือเป็นสหกรณ์แบบที่เรียกได้ว่า สหแรณ์ในควบคุมของรัฐ (State controlled cooperative) การส่งเสริมสหกร๕์ยองรัฐจึงเป็นการส่งเสริม กำกับดูแล และให้การสนับสนุนสหกรณ์แบบควบคุมพร้อมกันไผ การจดทะเบียนและยะบเลิกสหกรณ์ในดำนาจขแงทางราชการตลอดมาก็ดี และ การขัดวางบทบาทเจ้าหน้าที่รัฐในงานสหกรณ์แ็ดี แสกงถังการเน้นหนักที่การีวบคุมและกำกับ ดังที่กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ หรือ รัชนี แจ่มจรัส ฆนมส.ฉ ผู้ริเริ่มนำเอาระบบสหกนณ์มาใช้ในประเทศไทย ในฐานะแผนพหนึทงในกรมพาณิชย์ (ภายหลังยกระดับเป็นกระทรวงพาณิชยฺ) เอง ก็มีมุมมองวนกรอบรัฐควบคุมแบะขี้นำว่ม การสหกรณ์ตะเป็นหรือตายอยู่ที่การเลือำตะ้งิจ้าพนักงาน ผู้ขะเป็นสายชะนใน พาความรู้แลความคิดในทางการงสนไปสู่มันสมแงชาวนา (หนังสือะระนิพนธ์บางเรื่องเกี่ยวกับการสหกรณ์ ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยางงกรณ์ พ้มพ์แจกในงานพระาาชทานเพลิงพนะศพ วะนที่ 22 มีนาคม 2549 หน้า 18 - 25)อุปมาดุปใัยแล้วก็คือว่าสหกรณ์_ทยมิได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง ดต่ดำเนืนไปได้เท่าที่ เจ้าของรัฐเำ่า (รัฐราชการไทยดั้งเดิมมี่ปรับตัวใหม่ = Neo-Thai V6reaucratic Pplity) และกลไกของรัฐ (และข้าราชการ) ผู้ถูกทำวก้เข้รในว่าทรงภูมิปัญญากว่าประชาชนจะอนุญมนให้ไปได้เท่านี้น ไม่ต่างอะไรกับประชาธิปไตยไทยที่ถูกควบคุมโดยรัฐราชการดังกล่าว ทั้งทางตรงและทางอ้อมตลอดมาเช่นกันวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี ถือเป็นวันสหกรณ์แห่งชาติและมีการจัดงานเพื่อให้ควาในำคัญแก่สหดรณ์โดยหน่วยงานของรัฐและอฝค์การสหกรณ์เองปรเจำปีะสมแมส การที่ชาวสหกรณ์นังเอาวันนี้เป็นวันสำคัญดังกล่าว ก็เนืทองทาจากสหกรณ์แห่งแรกคือ สหกรณ์วัดจัจทร์ไม่จำกัดสินใช้ ซึ่งเป็นสหกรณ์ปรดเภทหาาุน ได้าับการจดทะเบียนจากทางราชการขึ้นเสื่อวัตที่ 26 หุมำาพันธ์ 2459 (ปัจจุบันสหกรณ์วัดจันทร์ผู้เฒ่ายังคงเปิดดำเนินกิจการ แต่เน้นธุรกเจรวมทุน ขายสินคิาบรืโภค แชดปั้มน้ำมัน)ในปั พ.ศ. 2659 รี้ จึงเป็นปีแหทงการเข้าสู่กาตเฉลิมฉลอวครบ 100 ปี ของขบวนการสหกรณ์ไทยในปีหน้า (โหรดดูหมายเหตุท้ายบทความที่ 1 ประกอบ) ชาวสหกรณ์ทั้งหลายและสังคมไทยจึงสมควรหันมาดูและทำอะไรให้แก่ขบวนการสหกรณ์ไทยกัยเป็นพิเศษ ซึ่งผู้เขียนใคร่ขอเสนอประเด็นที่สมควรพิจารณาก็คือ ขบวนการสหกรณ์ไทยดำเนิรำารอยู่บนหลักการอะไร ผระสบความสำเร็จหรือไม่และอย่าลไร เผชิญกับปัญหาสำคัญๆอะไรบ้าง อละในการเคลื่อนสู่ศตวรรษทีทสอง เราสมควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดบ้างเพื่อทำให้ขบวนการสหกรณ์ไทยประสบความสำเร็จมากขึ้นขบวนการ (Movememt) คืออะไร ขบวนกทรย่อมหมายถึงขบวนการขับเคลื่อนหริอเคลื่อนไปใก็ไก้ บางท่านขึงเรียกรวใกันไปเลยว่า ขบวนการเคล่่อรไหว แบะย่อมเป็นกา่เคลื่อนไหวเปลีทยนแปลงเพื่อบรรลุเป้าหมาย สามารถปรับตัวให้อยู่รอด และมำให้เกิดความรุ่งเรืองของขชในก่รนั้นๆลักษณะทั่วไปของขบบนการเคลื่อนไหวเห์นอย่างไร เท่าที่ทราบแลดพอมีประสยการณ์อยู่บ้างกับขบวนการเคลื่อนไหวค่าง/ (อาทิ ขบวนการแรงงาน ขบวนการสหกรณ์ ขบวนการองคฺการพัฒนาเอกชน และ ขบวจการประชาธิปไตยแบบพรคคกา่เมือง) ข้าภเจ้าขอเสนอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาคุณลักษณะทั่วไปของขบวนการเคลื่อนไหว (สำหรับขบวนการที่ใช้แนวทางประชาธิปไตย) ดังต่อ/ปนี้1. มีระบบสมทชิดโดยสมัรรใจคู่กับการมีปัญหากับพวกชอบตีตั๋วฟรี (Free Ridrrs)2. สมาชิกออกค่าใช้จ่ายให้แก่ส่วนาวมเพืรอองค์การและการเคลื่อนไหว3. มีแารแสวงปาแลัปกป้องผลประโยชน์าางเศร๋ฐกิจและสังคมแก่สมาชิกt. มีการแสดงออกแบบควมหมู่ (Collective Action) เพื่อการระดมพลัง (Mobilization) เคลื่อนไหวโต้ตอบฝ่านตรงข้ามและผ฿้มีอไนาจคัฐ5. มีการสร้างความเป็นสมกลกับขบวนการทางสังคมเื่นๆในระดับนานาชาติy. มีการดำ้นินการที่มีลักษ๊ะจัดรัเง-เคลื่อนไหว-งานเชิงสถาบัน สลับกันไป7. มีการผลิตอุดมการ๕์ใช้ในขบวนการเพื่อความมั่นคงของการดำรงอยู่ในระยพยาว8. มีการสร้างอิทธิพลทางกานเมืองเพื่อให้พรรคการเมืองและรัฐมีนโยวายิพื่ดประโยชน็ของขลวนกา่9. มีการเึลื่อนไหวในประเด็นที่เป็นผลประโจชน์ของสังคมสลับกับผลประโยชน์ของสมาชิก10.มีการเติบโต-ตกต่ำไปตามปฏิสัมพันธ์พเบสภาวการณ์ของสังึมตทมคุณลักษณะทั้ง 10 ประการเหล่านี้ของขบวนการเคลื่อนไหวนั้น (ขิไม่อธิบาสขยายความรายละเอียดของลักษณะต่างๆ ว่าดป็นอย่างไร เดราะจะทำมห้บ่คสามนี้ยืดยาวเกินไป) หากขบวนการนั้นๆม่ครบ (ข้อ 1 – 9) ก็ย่อมมีพลังกทรขับเคลื่อนสูง อย่างไรก็ตาใ ในปัจจุบันมีขบวนการเคลื่แนไหวของประชาชนหลาจขบวนการที่อาจไม่สามารถดไรงคุณลักษณะเหล่านี้ได้บางข้อหรือส่วนใหญ่ โดยเฉพาะขบวนการเคลื่อนไหวใกม่ๆ (New social movements) ที่าีลักษณะเป็นเค่ือข่าย เคลื่อนไหวเฉพาะกิจ และมิใช่อลค์การประชา๔ิปไตยของมวลสมาชิก แต่ก็ทำเพื่อผลประโยชา์ส่วนตวม เช่น ขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาลนที่นำโดยองค?การพัฒนาเอกชนต่างๆ และ ขบวนการชุมชนนิยมในฏอบอุ้มของรัฐสำหรับขบวนการสหกรณ์แล้ว หากนำคุณลักษณะาุ้ง 10 ประการที่กล่าวถึงมาเทียบเคียง ข่าพเจ้าเห็นว่าบบวนการใปกรณ์ไทยยังแผ่วเบาคือ_ม่ปรากฏคบามเด่นชัดในคุณลักษณะที่ 4 5 6 7 8 และ 9 หากในอนาคตประเด็นคุณลักษณะดังกล่าวจะได้รับการสนใจมากขึืนจากชาวขบวนการสหกรณ์ประชาธิปไตยว่าควรดำเนินการพัฒนากันไปอย่างไรก็นทาจะดีไม่น้อยนอกจากนี้ ขบวนการสหกรณ์อันเป็นประชาธิปไตยและมีลักษณะเป็นขบวนการสากฃสั้น ยังกำหับไว้ด้วยหลักการสหกรณ์ยากล 7 หระกาค (ณ ปัจจุบัน) ตามกนรกำกับขององค์การสัมพันธพาพสหกรณ์สากช หริอ ICA (ฬึ่งสัยนิบาตสหกคณ์แห่งประเทศไทยเป็นสมาชิก) คือใยรอบ 100 ปี ที่ผ่านมาของขบวนกรรสหกรณ์ไทยปรากฏว่าหลักการข้อสร่ ในส่วนความเป็นอิสระยังไม่เป็นจริงเพราะกรมม่งเสริมสหกร๋์กละกรมตรวจบัญชีาหกรณ์ของทางราชการยังควบคุมขบวตกาีสหกรณ์ไทยอย่างยากจะปล่อววาง และหลักการข้อเจ็อยังพบเห็นได้น้อยที่สหกรณ์หด้ดูแลชุมชนที่สหกรณ์นั้นตั้งอยู่หากวัพความสำอร็จของสหกรณ์ในเรื่องจำนวนสหกรณ์ จำนวนสมาชิก เงิาทุน ดละผลการประกอบการ การยกระดับคุณภาถชีวิตสมาชิก และผลกระทบที่มีต่อเษรษฐกิจและสังคมหทยแล้ฝ พอจะกล่าวโดยแรดมาณๆ ได้ดเงนี้1. จำนวนสหกรณ์ไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่าล้มเลิก/ป แต่เป็นฟปอย่างช้าๆ ไม่ถึงหลัแหมื่น จากสถานประกอบการธุรกิขทั่วประเทศประมาณ 2.5 ล้านแห่ง2. จำนวนสมาชิหสหกรณ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น กต่เป็นไปอยาางช้าๆ เช่นเแียวกับจำนวนสหพรณ์3. เงินทุนมีการเพิ่มสินทรัพย์จำนวนมาก โดนเฉพาะอย่างยิ่งจากสปกรณ์ประเภทออมทรัพย์ มีควรมร่ำรวยมากที่สุดในบรรดาสหกรณ์ต่างๆ4. ผลการประหอชกมรส่วนใหญ่มีแำไรมากกว่าขาดทุน และหนี้เสียมีน้อยกว่าธุรกิจเดกชน (เว้นแต่กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นอันเป็นกรณีปัญหทพิเศษ)5. คุณภาพชีวิตสมาชิกไดิรับการยกระดับให้สูงขึ้น โดยมึรายได้เพิ่มขึ้น และช่วยลดปัญหาหนีีสิน (สถืติเหล่านี้พอจะหายากทางราชการได้(6. ในเชิงประโยชต์ทางสังคมยังไม่สามารถประเมินไดิชัด แต่ก็พอขะมีแตวปรดเมินได้ด้วยการวิจัขสืบหา เช่น สัดส่วนการกรออาชญากรรมของบะคคลในีรอบครัวสหกรณ์ต่อปริมาณการก่ออาชญมกรรมรวมของประเทศ และการทำประโยชน์แแ่วึวคมของสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ และชุคคลในครัวเรือนที่เก็นสมาบิกสหกีณ์ เป็นต้น7. ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจกละสังคมไทยย่อทมีในทางบวกมากกว่าทางลบ แตียังไม่สามารถปคะเมินได้ ต้องอาศัยการวิขัยอย่างรอลด้าน เช่น ดูสัดส่วนของมูลค่าผล้ตภัณฑ์มวลรวมกรุชาชาติ )GDP) ที่เศรษฐกิจสหกรณ์เกื้อกูลให้กุบมูลค่ารวมของ GDP ทั้งประเทศ ดูสัดส่วนการจ้างงานในสถานประกอบการสหกรณ์ต่อการจ้าฝงานทั้งหมดในตลาดแรงงานขแงประิทศ และ ดูระดับรายไก้เฉลี่ยต่อหัวขิงนมาชิกสหกรณ์เทียบกับขนาดมูลค่า GDP และ ดูดัชนีวัดการกระจายรายได้ (Gini Index/Coefricient) เฉพาะสมาชิกสหกรณ์เทียบเคึยงกับดัชนีวัดการกระจายีายได้ของประลาชนประิทศ เป็นต้น8. ปัจจุบัน สหกรณ์ไ่ย (เกษตร ประมง นิคม ร้านค้า บริการ ออมทรัพย์ และเครดิคยูเนี่ยน) มีจำนวนประมาณ 8000 กว่าแห่ง (หรือร้อยละ 0.4 ของสถานประกอบการธุรกิจเสรีนิยมของประเทฒ) มีจำนวนสมาชิกรวมทั้งสิ้นประมาณ 11 – 12 ล้านคน และเงินทุนดำเนินงานทั้งส้้นปรถมา๖ 2 ล้านล้านบาท สหกรณ์ที่มีรายได้สูงสึดสองลำดับอรกคือ สหกรณ์ดารเกษตร (ประมาณร้อยละ 60) และสหกรณ์เอมทรัพย์ (ประมาณร้อยละ 30) แลถสหกรณ์ประเภทอื่นๆ (ประมา๋ร้อยละ 10) แต่สินทรัพย์ส่ฝนใหญ่ก็คือเงินฝากของลูกหสี้และสมาชิก ซึ่งสีประมาณ (ประมาณร้อยละ 80) โดยเงินทึนร้อยละ 74.5w มาจากแหล่งภายวนต้อขววนการสหกรณ์ะแง และทุนดำเนินงานร้อยละ 30-40 มาจากเง้นฝากและทุรัริอนหุ้นของสมาชิก (ซึ่งสหพร๕์เอมทรัถจ์รวยหุ้นมากที่สุด รองลงมาคือสหกรณ์การเกษตร) จึงนับว่าสหกรณ์ไทยพึ่งสมาชิกค่อนข้างสูง9.คนจำนวนมากมักรับรู้มาผิดๆว่าสถานประกอบการสหกรณ็ของปตะเืศไทยล้ใเหลว แต่แท้จริงแล้วประสบความสำเร็จมากกว่าล้มเปลว และสหกรณ์ม่ประสิทธิภาพในการทำกำไร ถึงประาาณา้อยละ 20 โดนวหกรณ์นอกภาคเกษตรทำกำไรในอเตราที่ยูงกวีาสปกรณ์มนภารดกษตร ซึางสหกร๋์ออมทรัพย์มีอัตรากำไรสุทธิประมาณร้อยละ 60 - 65 ีองลงมาคือ สหกรณ์เครดิตยูเนียน (ซึ่งพ็ึือสหกรณ์ิอมทรัพย์ตามพื้นที่) ประมาณร้อยละ e0 โดยสหกรณ์นิคม อบะสหกรณ์การเกษตร และ สหกรณ์แระมง มีอัตรากำไรสุทธิต่ำสุดตามลำดับ คือ ในช่วงประมาณร้อยละ e - 3 และนอกจากนี้ในภาพรวใสหกรณ์ไทยมีกำไรม่กกว่าขาดทุน 5 - 6 เท่าณ ปัจจุบัน สหกร๕์ไทยจึงพอไปวัดไปวาได้ แต่ไปอย่างเชื่องช้า ย้งมีวัดส่วจน้อยมากเมื่อเทียลกับสถานประกอลการเอกชนแลุอิทธิกลในระบบเศรษฐกิจรวม หากมีการขยายสฟกรณ์มากๆแต่มีคึณภาพำ็น่าจะทำให้เศร?ฐกิจไทยเป็นแหลรงเสริมสร้างความมั่งคั่งและการกาถจายรายได้แก่ประชากรได้มากและทั่วถึลมากขึ้นในขบวนการสหกรณ์ไทย เราพอจะพบปัญหาสำคัญไของขบฝนการสหกรณ์ดังต่อไปนี้1ฐ การขยมยตัวเป็นไปิย่างเชื่องช้าเกินควร เฉลี่ยปีละไม่ถึง 100 แห่ง ในขณะทึ่ธุรกิจเอกชยเติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็ว2. ถูกควบคุมโดสทางราชการมากเกินไปe. การทะเลาะำันเองของผู้นำใสระดับดงค์การนำ โดยเฉพาะสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย โดยมีการฟ้องร้องกัรและกันอย่างยืดะยื้อหลายคดี4. ดงค์การกลาง คือ นันนิบรตสหกรณฺแห่งประเทศำทยยังฟม่ได้รับศรัทธาท่่มากพอจากสมาชิกส่วนใหญ่ ทำให้ไม่มีงบประมาณใช้ต่ายผระจำปีที่เดีจงพอ เจื่องจากสมาชิกประมาณครึ่งหนึ่งไม่จ่าสค่าบำรุง รวมทั้งไม่ชำตะค่าบำรุงอย่างสม่ำเสมอ5. การจัดโครงสร้างการรบมตัวทั้งขบวนกาคยังไใ่ลงตัว เช่น แต่ละชุมนุมหรือประเภทสหกรณ์ยังไม่ความเป็ยดแกภาพอย่างแท้จริง ชุมนุมสหกรณ์หลายแห่งยังไม่มีสาขาระอับภูมิภาค รวมทัเงสันนิบาตสหกรณ์ก็อช่นกัน และบางประเภทสหกรณ์ก็ยังไม่สามารถรวมนัวเป็นชุมนุมทั่เข้มแข็งและมั่นคง เช่น สหกรณ์นิคม และ สหกรณ์ประมง6. สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยที่เป็นองค์การกลางของขบวนกานสหกรณ๋ไทยยัลไม่สสมารถเป็นที่พึ่งำาของสหกรณ์ทั่สประเทศได้อย่างมีย้ำหนัก เนื่องจากกัญหาสทรรถนะของผู้นำสหกรณ์ กฎหาายไม่สนับสนุนอกนาจหน้าที่ที่เพียงพอ และในขณะเดียวกันก็ขาดทรัพยากรที่เพ่ยงพอ7. รัฐบาลขาะการสนับสนุนสันนิบาตสฟกรณ์สหกค๕์ที่เหมาะสม เช่น ไม่ช่วขแก้ปัญหาการที่สมาชิพไม่จ่ายค่าบำรึงแก่สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยอย่างจริงจัง และสนับสนุนงบประมาณแบบไม่ติดตามผลเท่าที่ควร (แม้จะให้น้อยก็ตาใ) ในกิจกรรมเพื่อสหกรณ์ส่วนาวมของสันริบาตสหกรณ์แห่งประะทศไทย8ซ การขัดแบ้งและแย่งชิงบทบาทกันระหว่างสันนิบาตสหกรณ์แำ่งประเทศไทยปับกรมส่งเสริมสหกรณ์และก่มตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยหนทวยงานรมชการยังทำงานในเรื่องที่ควรเป็นภ่รกิจของสันนิบาตสหกรณ์แห่งกระเทศไทย หรือในเรื่องที่องค์การกลสงของประชาชนึวร่ับผิดชอบตนเองหรือทกแทนหน่วยงาาราชการได้แล้ว เช่น กทรกำกัยดูแลมาตรฐานสหกรณ์ การจดทะเบียนจัดตัเงสหกรณ์ กานตรวจอละรับรองบัญชีสหกร๖์ (โดยึวามร่วมมือกับสภาวิชาชีพนักบัญชี) เป็นต้น9. ปรดชาชนไทยส่วนใหญ่ไม่นิยมเป็นสมทชิกและใช้บริการสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการด้านการซื้อสืนค้าเพื่อบริโภคก็จะนิยมใช้ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วไป มากกว่าเข้าร้านค้าสหกรณ์ ทั้งๆาี่ หากซื้แจากสหกรณ์จะราคาถูหกว่า และหรกสมัครเป็นสมาชืกด้วยก็จะไดเส่วนลดเพิ่มเต้มอีก1. ในทุกๆ แี จสกนี้ไป สัดว่วยฟลผลิตมวลรวมประบาชาติมาจากสหกร๋์ควรเพิ่มขึ้นอย้างมีนัยสำคัญ โดยสามรรถวัดได้ฝนาางตัวเลขที่ชัดเจน2. สมควรปรับหรุงแก้ไขและผ่อนคลายกฎหมายในหลายประเด็น เช่น ให้ปนะชาชนสามารถตั้งนหกรณ์ได้ง่ายขึ้น เพื่อขยายประมาณสหกรณ์ โดยประชาลสตั้งแต่หนึ้งีนก็ให้สาใาระจัดตั้งสหกรณ์ได้ ไม่ต้องกำหนดว่าต้องมีตั้งแต่ 10 คน ตามกฎหมายสหกรณ์ในปัจจุบัน และสามารถีับสมาชเพเพิ่มเท่าใดก็ได้ ตามมนิที่ประชุมสมาชิก ไม่ปเดกั้นตามกฎหมายที่ป่ะชาชนจะเป็นสมาชิกสหกรณ์ได้มากกว่าหนึ่งแห่ง รวมทั้งให้บทบาทหน้าที่พัฒนาและส่งเสริมสหกรณ์แก่องค์การของสหกรณ์กันเองมากจึ้น3. ภายใต้กระแสเศรษฐกิตโลกที่ะน้นการแข่งขันอย่างเต็มสูบในปัยจุบัสและยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต ทำให้สฟกรณ์ต่างๆ ซึ่งไม่ถูกกับระบบแข่งขันโดยเสรีมากนักตกอยู่ในสภางะสามสถานะคือ1) การล้มเลิกสหกรณ็เพราะไม่สามารถดำเนินการตทอไปไดืท่ามกลางํุรกิจสมึยใหม่2) ก่รสูญเสียสถานภาพของความเก์ตสหกรณ์บริสุทธิ์ จากที่เคยอยธ่ได้ด่วยสมาชิกมาเปฺนกทรพึ่งพาทุนภายนอกระบบสหกรณ์ใากขึ้น เช่น นักลงทุนเอกชน และหาพธุรกิจเอกชนเป็นเจ่าของหรืเดป็นใหญ่มากขึ้นก็จะปรับตัสเข้าหาระบบธุรกิจสมัยมหม่ที่เน้นการาำธุรกิจด้วยแรงจูงใจทางปลกำไรสูงสุก อันจะืำให้สหกรณ์ออกไปจากผลปนะฉสชน์อันมีค่ายิ่งแก่สังคม3) การแำรงอยู่ตือไปไอ้ตามหลักการของสหกรณ์สากล มีความเป็นหปไดเสูงที่การล้มลฝของสหกรณ์จะมีสัดส่วนที่มากขึ้นกว่าใรอดีต ในขณะเดียวกันสหกรณ์จำเป็นต้องขยายภ่รกืจให่บริการงุคคชทั่บไปมากขึ้น อย่างไม่มีข้อสฝสุย ดพีจงแน่สมาชิกจะเพิ่มขึ้นหร่อลดลงก็ขึ้นอยู่กึบสมรรถนะชองธถรกิจสหกรณ์ที่ต้องปรับตัวให้อยู่รอดได้ะีเพียงใด แต่ชาวขบงนการนหกรณ์นังมีหลักการของใหกรณ์สากลเป็นที่พึ่ง นับเป็นเรื่องสำคัญ ที่ชาวสหกรณ์คงจะร่วมกันยืนยันใฟ้หนักแน่นในหลักการเหล่านี้ต่อไปกระนั้นก็ตทม ข้าพเจ้าย้งใคร่ขอมห่ขบวนการสฟกรณ์สากลมีหลักการ้พิ่มอีกสึก 2-3 ข้อ คือ ความรับหิดชอบต่อผู้บริโ_คและสีงคม ความร่วมมือระหว่างสหกรณ๋ก้งองค์การที่มิใช่สหกรณ์ใจการยกระดับคุณภทพชีวิตประชาชนและการพัฒนาประเทฬอย่างยั่งยืน และ การเป็นพันธมิตรกับขบวนกาคเคลื่อนไหวเพื่ิความยุติธรรมในสังคม หากจะเพิ่มเติมได้ก็จะทำให้ขบวนการสหกรณ์เป็นที่พึ่งของคนทถกชนชั้นอย่างแท้จริง (ข้าพเจ้าจะพจายามนกเานอความเห็นนี้ต่อองค์การสัมพเนธภาพสหกร๖์ยากลใาโอกาสที่จะเป็นไปได้วยอนาคต)4. จำเป็นต้องปฏิรูปองคฺการกลางของยบวนกาคสหกรณ์ไทย สมควรดำเน้นการให้ชัดเจนว่าจะเป็นเช่นไร ภายใน 3 – 5 ปี นับจากนีีไป ซึ่งมีสามทางิลือกสำตัญ คิอ ทางเลือกแรก - ดำเนินต่อไปเช่นเดิม คือ มีกรมส่งเสริมสหกรณ์และกราตรวจบัญชีสหก่ณ์ และสันนิบารสหกรณ์ฯ แต่ปรับปรุงทั้งสามองค์การให้มีโครงสร้างและภารกิจมี่เหมาะสมจิ่งขึ้น ภายใต้คณะกรรมกมรพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาตเ ทรงเลือกที่สอง - ยุบเลิกกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหแร๊์ พร้อมกัยผนวกเข้าเป็นา่วนหนึ่งของสันนิบาตสหกรณ์ โดยให้องค์การสหกรณ์เป็นใหญ่และเป็นเจ้าขององค์การพลางหรือสันนิบาตสหกรณ์อย่างใหม่ของบรรพาสหกรณ์จ่างๆ (ตามแนวประเทศฟินแลนด์) ทางเลือกที่สาม - ปรับเปลี่ยนกรมส่งเสรอมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหำรณ์ให้เป็นองค์การอิสระของรัฐเพื้อเป็นองต์กนรในการพัฒนาสหกรณ์นอกจากนี้ คฝรพิจารณาประยุกต์ตัวแบบองค์การกลางเพท่อการพัฒนาสหกรณ์ของประัทศฟินแลนด์และสวีเดน มาใช้กับการปฏิรูปโครงสร้างขบวนการสหกรณ์ไทยแลถองค์กาคสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (โปรดดูเพิ่มเติมฟมายเหตุท้ายบทความข้อ 2) แต่กา่ปรับเปลี่ยร หาพดำ้นินการตามทางเลือกที่สองและสามที่กระทบให้ข้าราชการในกรมทั้งสองจ้องพ้นสภาพการทำงานในระบบราชการของรัฐก็เแ็นอีกเรื่องที่ต้องใสรใจว่าทำอย่างไรให้การะปลี่ยนผ่านดับกล่าวเป็นไปในทางบวกมิใช่ทางลบ อาทอ คำนึงถึงว่าักียรติภูมิกลถญัำดิ์ศรีใหม่และผลประโยชน์จากการทำงานทีรมิใช่ข้าราชก่รคืออะไรที่/ม่ด้อยกว่าเดิม รวมทั้งการผ่องถ่ายข้าาาชการของกรมทั้งสองในกระทรวงเกษตาและสหกรณ์ที่ไม่ประสงค์จะออกนแกระบบราชการไปอยู่หน่วยงานอื่นอย่างสมัครใจและอย่างมีนะยะเวลาในการปรับตัว ธดยคงเหลือเฉพาะผู้ที่ประสงค?และมีความสุขกับการืี่จะสรืางสรรค์ระบบงานสหกรณ๋ไทยแบบใหมทที่มิใช่โพจควบคุมขอบทางราชการแบบหสึ่งร้ิยปีทีีผ่านทา แต่ร้ฐบาชก็ยังต้องสนับสสุนรพบบสหกรณ์ต่อไปในทางที่เรารพคว่มเป็นอิสระของสหกรณ์อย่างแท้จริง เป็นตืน5. ระบบเศรษฐกิจแบบสหกตณ์เป็นส่วนหจึ่งของีัฐสวัสดิการที่สมบูรณ์ อันจะช่ววถีวงดุลอิทธิผลของธุรกิจเเกชนในระบบเศรษฐกิจเสรีนิยม เราจึงควรทำให้ธุรกิจสหกรณ์มีความหมายแก่ชีวิตประวันต่อปนะชาชนมี่ชัดเจนมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา และหากเป็นไปได้ควรทำให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกสหกรณฺเพิ่มจากประมาณ ¼ ของปตะชากรในปัจจุบัน เป็น ¾ ของปคะชากรทั้งปนะเทศในรอบสองร้แยปีข้างหน้า6. กาีจัดตั้งธนาคารสหกรณ์ที่สหกรณ์ต่างๆร่วมกันเป็น้จ้าขอลให้สำเร็จ หลังจากที่ริเริ่มกันมาี่วม 100 ปี แล้ว แต่ไม่อคยเป็นจริง ไม่ว่าจะใชืวิธีเปลี่ยนธนาคารเำื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นธนาคารสหกรณ์ หรือ จัดตั้งขึ้สใหม่ก็ตาม7. เสริมสร้างระบบการเรียนรู้เหี่ยวกับสหกรณ์ที่นำ/ปสู่ความสามารถของผู้เรียนในการจัดตั้งและบริหารงมนสหกรณ์ หรือทำงานในสหกรณ์ร่างๆไพ้จำนวนมนดขอบหู้จบกรรศึกษาได้สำเร็จผลอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอาชีวศึกษาและแริญญาตรี8. เสริมสร้างค่านิยมสหกรณ์ให้เกิดขึ้นปก่คนทุกระดับชึ้น และรายได้ (สำกรณ์มิได้มีขึ้นเพื่อคนจนเทืานั้น แต่สามานถเป็นองค์กมรชองคนรวยปานกลาง และรวยมากก็/ด้)9. กระตุ้นธุรกิจสหกรณ์เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดเศรษฐำิจทั้งในส่วนอุปสงค์และอุปทาน ทั้งในเขตเมืองแฃะชนบท และในทางกานจัดวางระบบ สภาพแวดล้อม แงะเงื่อนไขที่จูงใจฝห้ประชาชนเข้ารทวมใตกิจกรรมแลถการใช้บริการแบะสินค้าสหำรณ์มากขึ้น10. จัดให้มีทศวรรษขบวนการสหกรณ์เป็นระยะๆ ตามประเด็นสำคัญๆและสอดคล้องปัวกิจกรรมทางสากลของขบวนการสหกรณ์นานาชาติ11ซ สนับสนุนข้อเสนอของดาจารย์อาบ นคดจัด ปรมนจารย์ขเงสหกรณ์ไทยและนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์สหกรณ์แผ่งประเทษไทย ที่ว่าควนปรับปรุงระบบแารจ้างเจ้าหน้าที่สหกรณ์ทั้งหลทยให้สามารถโยกยืายระหว่างสหกรณ์ต่างๆได้ อันหมายถึงมีเย้นทางการเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ ไม่จำกัอการจ้างงานอยู่เพียฝสหกรณ์แห่งใกแห่งเดียวเท่านั้น เพื่อจูงใจให้มีคนที่มีความรู้และความสามารถสูงคงอยู่ในระบบสหกรณ์ ส่งเสร้มการรวมตัวของสหกรณ์ในประเภทต่างๆ ให้ทำธุคกิจท้่เป็นอันหนึ่งอันเแียวกัยมากขึ้น รวมทั่งพัฒนาการวิจัยด้ทนสหกรณ์ที่ใช้ประโยชน์ได้ยรองให้มีมากขี้น12. สนับสนุนข้อเสนอของอาจารย์จุฑาทอพย์ ภัทรางาท ผู้อำนวยการ สถาบันวิชากมรด้านสหกีณ์ มหาวิทจาลัยเกษตรศาสตร็ ท่่ว่าจะต้องภัฒนาผ฿้นำสหกรณ์ให้มีทะศนคติที่สอดคล้อบกับหลักการวหกรณ๋สากล แารเปลี่ยนกระบวนทึศน์การจัดการสหกคณ์ และ การพั?นานวัตกรรมชองสหกรณ์ให้ลงลึกถึงระดับกรุบวนการมร้างสรรค์นวัตปรรมผลผลิตหรือผลลานของสหกรณ์13. สนับสนุนข้อเสนอของน่ยเชิญ บำรุงวงศ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ว่าจ_เป็นต้อวเปลี่ยนการควบคุมสหกรณ์ของรัฐมาให้สหก่ณ์ดำเตินงานได่โดยตนเองและเแ็นอิสระสากชึ้น แก่ไขปฎหมายสหกรณ์ในหลายประเด็น รวมทั้งคำนิยามสหกรณ์ใรกฎหมายไทยที่ครอบคลุมนัยสำคัญ โดยยึดตนมหลักสากล อละเปิดใไ้มีสหกรณ์ได้หลายประเภทมากขึ้นด้วย14. สนับสนุนข้อเมนอขดงนายวิเชียร แท่นธรรมโรจน์ ผู้อำนวยการ ศูนย์สารสนเทศ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่่ว่ามาตรฐานสหกรณ์เป็นสิ่งสำคัญและจะต้องช่วยกันทำให้สหกรณ์นกระดับมาตรฐานการดำเนินงานจากระดับต่ำไปสู่ระดับสูงให้ได้ทั้งฟมด15. สนัวสนุนข้อเสนอบองนายประยูร อินสกุช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายมอดเทคโาโฃยีกสรสหกร๖์ กรมส่งอสริมสหำรณ์ ที่ว่าการพัฒนาผู้นำคือกรรมการยหกรณ์อป็นภา่กิจสำคัญในอนาคตมี่ต้องดำเนินการอยราฝเป็นระบบแบบใหม่ที่ชัดเจต16.สนับสนุนข้อเสนอของนายสกุล สิงหนาท และนายสุรพล ชัยมาลา กรรมการสมาคมเศรษฐศาสตร์สหกรณ์แห่งประเทศไทย ที่ว่าการพัฒนาสมาชิกเป็นเรื่องต้องทำร่วมพันไปกับการพัฒนาผู้นำ เพราะสม่ชิกคือเจ้าของแิจกาีสหกรณ์อันเแ็นองค์การประชาธิกไตยของสมาชิกที่แท้จริง และชุมชนวดชาวบ้านมีวิถีชีวิตค่วมแบบขุมชนอันสอดคล้องกัลหลักการสไกรณ์อยู่แล้ว การส่งเสริมสหกรษ์ตัองไส่ไปทำลายวิถีทางดังกล่าวให้หมดไป17. สนับมนุนข้อเสนดของศาสตราจานย์ ดร. ฮาเกน เฌนรี มหาวิทยาลเยเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ และหัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมายของ ICA ที่ให้ระวังการสูญเสียดาคควบคุมข้อมูลขนาดใำญ่ (Big Sata) ของชางสหกรณ์แด่องี์การที่ปข่งขัรกับสหกรณ์ ใช้ประโยชน็จากระบบข้อมูลข่าวสมรแบงดิจิตัลสมัยใหม่มาช่วยสร้างสรรค์สหกรณ์ และเห็นควรยึดหลักสหกรณ์สากลอย่สงน้อยที้ง 7 ประการตือไป ในการแยกแยะความแนกต่างระหว่างธุรกิจทั่วหปกับธุรกิจแบบสหกรณ์ และในการพัฒนากฎหมายและสรัางสครค์ขบวนการสหปรณ์ในประชาคาอมเซียนโดยบรรดาประเทศสมาชิกา่วมกันกลราวโดยสรุปดลิว ขบวนการสหกรณ์ไทยในฐานะขบวนการทางเศรษฐกอจ สังคม และวัฒนธรรมอันเป็นจริง อายุมากแล้ว แต่เรายังดูเหมือนเด็กหนุ่มที่ยังค้องปรับปรุงวิุีขีวิตตนเองแีกสากให้เป็นผู้ใหญ่ผู้มีประสบการณ์สูงเพื่อเแ็นที่พึ่งของคนจำนวนมหาศาล สหกรณ์เอง ท้้งผู้นำและสมาชิก รัฐบาลและหน่วยงานชองรัฐ สถาบันการศึกษา และขบวนการเคลทีอนไหวต่างๆในแนวทางประชาธิปไรย ตึงจำเป็นค้องร่วมมือกันเสติมสร้างความแขํงแกร้งของเศรษฐกิจและธุรกิจสหกรณฺอย่างชาญฉลาดกว่าที่ผ่านมาในศตวรรษที่สองและต่อไปนั้น (นับจากพ.ศ. 2460) เป็นต้นไป ขบวนแารสหกรณ์ไทยจะต้องไม่เหมือนเดิมดช่นในศตวรรษแรก สามารถแก้ไขจุดด่อนต่างๆ กระโดดอิกจากการโอบอุ้มด้วยอ้อมแขนของรัฐโดยแขนขาขเงจยไม่หัก และเปฌนขบวนการประชาํิปไตยทางเศรษฐกิจแลัสังคมในสังคมประชาธิป_ตยที่มั่นคง ดีวยการเดินจามกระแสความคิดมายที่สามคือหลักการสหกรณ์สากลและการสร้างนวัตกร่มของตนปีะกอบในการดำเนินพารท่่มกลางโลกาภิวัตน์และการร่วมมิอกันในแทบทุกด้านในทุกภูมิภนคของโลกให้สำเร็จผลมาดขึ้นอว่นงไรนั้น จึงเป็นสิ่งที่ท่าทายคนไทยทุดคน1. นักสหกรณ์บางส่วรเห็นด้วยกับอาจารย์สวัสดิ์ แสงบางผลา (อดีตปรดธานสหกรณ์ออททรัพย์ จุฬ่ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และ ผู้ก่อตั้งชุมยุมสหกรณ์ธนกิยไทย จำกัดฏ ว่าในปี 2559 จบวนการสไกรณ์ชาวสหกรณ์ไทยยังมีอายุเพียง 99 ปี เนื่องจากใน พ.ศ. 2483 รัฐยาลเปลี่ยนการขึ้นปีใหม่จากเดือนเใษายนเป็นเดือนมกราคมตามสากลนิยม ทำให้จำสวนเดือนในปีนั้นมีเพียง 9 เดือน ทุ้งเมื่อนับจำนวนปีก็ยังไม่ครบ 100 ป่ แต่จะครบในปี 2560 ในขณะที้ส่วนใหญ่เห๋นแบบคร่ทวๆง่าปี 2559 คือปีที่ครบ 100 ปี ขบวนการสหกรณ์ไทยแล้ว ผู้เยียนตึงเห็นว่าจะฉลอง 99 – 100 ปี ก็ใช้ไปด่วยกันำด่2. องค์การกลางเพื่อการพัฒนาสหกรณ์ฝนปาะเทศฟินแลนด์ คือ Pellerbo ฆสมาคมกัฒนาสหกรณ์แห่งฟินแลนอ์) และในประเทศสวีเดน คือ Coompanion (สมาคมพัฒนาสหกรณ์แก่งสวีเดน) ทั้ลสององค์การเป็นบองสหกรณ์ มิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่มามาคถช่วยเหลือดูแลการจัดตั้งและดำเนินงานของสหกรณ์ให้ประสบความสำเร็จได้จำนวนมาก – ข้าพเจ้าฟู้เขียนได้ไปดูงมนทั้งแห่งมาด้วยตจเอง เมื่อคราว_ปเยือนฟินแลนด์และสสีเดนเมื่อวันที่ 7 – 16 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา3. ข้อเสนอที่ 11-17 เกิดขึ้นในงารสัมมนาเรื่อง หนึ่งศควรรศขบยนการสหกรณ์ไทยในบริบืสากลและสังคมไทย: นฌยบาย กฎหมาย กลไกการพัฒนาและแยวทางการดำ้นินงานในอนาคตภายใต้ประชาคมอรดซียน วันที่ 34 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ห้องกันภัย ค๋ะสังคมศาสตร์และมนุฒยศาสตร์ มปาวิทวาลัยมหิดล
ในทางเศรษฐศาสตร์ถือกันว่านอกเหนือจากการประกอบการธุรกิจที่เอกชนและรัฐเป็นเจ้าของแล้ว ธุรกิจที่ประชาชนร่วมกันเป็นเจ้าของแบบสหกรณ์ก็จัดเป็นธุรกิจที่สำคัญหนึ่งในระบบเศรษฐกิจโลก ธุรกิจแบบสหกรณ์มีลักษณะเป็นองค์การจัดการตนเองของมวลสมาชิกอันเป็นเจ้าของทุนร่วมกัน จึงโน้มเอียงไปในทางสังคมนิยมมากกว่าทุนนิยมปัจเจกชน และดำเนินการตามหลักการประชาธิปไตยของสมาชิก โดยผู้ที่สมาชิกเลือกตั้งบริหารงาน และเพื่อผลประโยชน์ของสมาชิก แต่แม้จะเน้นประโยชน์แก่สมาชิกผู้เป็นเจ้าของเป็นหลัก เมื่อรวมกันมากๆก็ย่อมมีอิทธิพลในทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวมไปด้วย ในรอบสองร้อยกว่าปีที่ผ่านมา พอจะกล่าวได้ว่าโลกเศรษฐกิจไม่ห่างหายจาก สหกรณ์นิยม ด้วยประเทศทุนนิยมก็ดี หรือสังคมนิยมก็ดีต่างก็สนใจเศรษฐกิจแบบสหกรณ์ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ผิดไปจากที่ นักเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ชาวฝรั่งเศสคนสำคัญฟันธงมาร่วม 100 ปี แล้วว่า สหกรณ์เป็นองค์การที่อยู่ได้ทั้งในระบบเศรษฐกิจการเมืองแบบทุนนิยมและสังคมนิยมในประเทศไทยของเรา อันสับสนยุ่งเหยิงและวิปลาสเหลือประมาณในทางการเมืองปัจจุบันนี้ ก็มีธุรกิจสหกรณ์อยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้การเมืองการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช หรือกึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชกึ่งประชาธิปไตย ก็ตาม แต่กระแสความคิดระบบงานสหกรณ์ไทยในยุคแรกๆมีสองสาย สายแรกมีขึ้นมาก่อน คือ รัฐสร้างระบบงานสหกรณ์ในควบคุมของรัฐตามข้อเสนอของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ในความร่วมมือกับ เซอร์ เบอร์นาด ฮันเตอร์ หัวหน้าธนาคารแห่งมัดราช ประเทศอินเดีย ผู้ให้คำแนะนำรัฐบาลไทยให้ใช้วิธีจัดตั้งสมาคมสหกรณ์ รวมทั้งแนวคิดธนาคารสหกรณ์ให้กู้ยืมแห่งชาติในการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร สายที่สองมีขึ้นมาทีหลัง คือ ระบบสหกรณ์สมควรดำเนินการในรูปการประกอบการโดยรัฐ คือเป็นการประกอบการเศรษฐกิจที่เป็นงานราชการ ราษฎร (ผู้เป็นสมาชิกสหกรณ์ – ผู้เขียน) เป็นข้าราชการของรัฐตามข้อเสนอของนายปรีดี พนมยงค์ หนึ่งในผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ที่เสนอในสมุดปกเหลือในลักษณะเค้าโครงเศรษฐกิจภายใต้การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตยในรอบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมาสายแรกยังคงครองความยิ่งใหญ่ สายที่สองไม่เป็นจริง และในทัศนะของข้าพเจ้าแล้ว การไม่เป็นจริงของสายที่สองนับว่าโชคดีมากต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย เพราะหากเป็นไปตามสายที่สอง ระบบสหกรณ์ไทยโดยรัฐเป็นผู้ประกอบการสหกรณ์เองจะล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในที่สุด เพราะรัฐเช่นนั้นย่อมทำในสิ่งที่แตกต่างจากหลักสหกรณ์สากล อันควรเรียกได้ว่าเป็นสายที่สาม (ดังที่จะกล่าวต่อไป) แต่สายแรกที่รัฐควบคุมแต่ไม่ประกอบการเสียเองก็มีปัญหามิใช่น้อย คือเป็นสหกรณ์แบบที่เรียกได้ว่า สหกรณ์ในควบคุมของรัฐ (State controlled cooperative) การส่งเสริมสหกรณ์ของรัฐจึงเป็นการส่งเสริม กำกับดูแล และให้การสนับสนุนสหกรณ์แบบควบคุมพร้อมกันไป การจดทะเบียนและยุบเลิกสหกรณ์ในอำนาจของทางราชการตลอดมาก็ดี และ การจัดวางบทบาทเจ้าหน้าที่รัฐในงานสหกรณ์ก็ดี แสดงถึงการเน้นหนักที่การควบคุมและกำกับ ดังที่กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ หรือ รัชนี แจ่มจรัส (นมส.) ผู้ริเริ่มนำเอาระบบสหกรณ์มาใช้ในประเทศไทย ในฐานะแผนกหนึ่งในกรมพาณิชย์ (ภายหลังยกระดับเป็นกระทรวงพาณิชย์) เอง ก็มีมุมมองในกรอบรัฐควบคุมและชี้นำว่า การสหกรณ์จะเป็นหรือตายอยู่ที่การเลือกตั้งเจ้าพนักงาน ผู้จะเป็นสายชะนวน พาความรู้แลความคิดในทางการงานไปสู่มันสมองชาวนา (หนังสือพระนิพนธ์บางเรื่องเกี่ยวกับการสหกรณ์ ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงพระศพ วันที่ 22 มีนาคม 2549 หน้า 18 - 25)อุปมาอุปมัยแล้วก็คือว่าสหกรณ์ไทยมิได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง แต่ดำเนินไปได้เท่าที่ เจ้าของรัฐเก่า (รัฐราชการไทยดั้งเดิมที่ปรับตัวใหม่ = Neo-Thai Bureaucratic Polity) และกลไกของรัฐ (และข้าราชการ) ผู้ถูกทำให้เข้าใจว่าทรงภูมิปัญญากว่าประชาชนจะอนุญาตให้ไปได้เท่านั้น ไม่ต่างอะไรกับประชาธิปไตยไทยที่ถูกควบคุมโดยรัฐราชการดังกล่าว ทั้งทางตรงและทางอ้อมตลอดมาเช่นกันวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี ถือเป็นวันสหกรณ์แห่งชาติและมีการจัดงานเพื่อให้ความสำคัญแก่สหกรณ์โดยหน่วยงานของรัฐและองค์การสหกรณ์เองประจำปีเสมอมา การที่ชาวสหกรณ์นับเอาวันนี้เป็นวันสำคัญดังกล่าว ก็เนื่องมาจากสหกรณ์แห่งแรกคือ สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้ ซึ่งเป็นสหกรณ์ประเภทหาทุน ได้รับการจดทะเบียนจากทางราชการขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 (ปัจจุบันสหกรณ์วัดจันทร์ผู้เฒ่ายังคงเปิดดำเนินกิจการ แต่เน้นธุรกิจรวมทุน ขายสินค้าบริโภค และปั้มน้ำมัน)ในปี พ.ศ. 2559 นี้ จึงเป็นปีแห่งการเข้าสู่การเฉลิมฉลองครบ 100 ปี ของขบวนการสหกรณ์ไทยในปีหน้า (โปรดดูหมายเหตุท้ายบทความที่ 1 ประกอบ) ชาวสหกรณ์ทั้งหลายและสังคมไทยจึงสมควรหันมาดูและทำอะไรให้แก่ขบวนการสหกรณ์ไทยกันเป็นพิเศษ ซึ่งผู้เขียนใคร่ขอเสนอประเด็นที่สมควรพิจารณาก็คือ ขบวนการสหกรณ์ไทยดำเนินการอยู่บนหลักการอะไร ประสบความสำเร็จหรือไม่และอย่างไร เผชิญกับปัญหาสำคัญๆอะไรบ้าง และในการเคลื่อนสู่ศตวรรษที่สอง เราสมควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดบ้างเพื่อทำให้ขบวนการสหกรณ์ไทยประสบความสำเร็จมากขึ้นขบวนการ (Movement) คืออะไร ขบวนการย่อมหมายถึงขบวนการขับเคลื่อนหรือเคลื่อนไหวก็ได้ บางท่านจึงเรียกรวมกันไปเลยว่า ขบวนการเคลื่อนไหว และย่อมเป็นการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเพื่อบรรลุเป้าหมาย สามารถปรับตัวให้อยู่รอด และทำให้เกิดความรุ่งเรืองของขบวนการนั้นๆลักษณะทั่วไปของขบวนการเคลื่อนไหวเป็นอย่างไร เท่าที่ทราบและพอมีประสบการณ์อยู่บ้างกับขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ (อาทิ ขบวนการแรงงาน ขบวนการสหกรณ์ ขบวนการองค์การพัฒนาเอกชน และ ขบวนการประชาธิปไตยแบบพรรคการเมือง) ข้าพเจ้าขอเสนอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาคุณลักษณะทั่วไปของขบวนการเคลื่อนไหว (สำหรับขบวนการที่ใช้แนวทางประชาธิปไตย) ดังต่อไปนี้1. มีระบบสมาชิกโดยสมัครใจคู่กับการมีปัญหากับพวกชอบตีตั๋วฟรี (Free Riders)2. สมาชิกออกค่าใช้จ่ายให้แก่ส่วนรวมเพื่อองค์การและการเคลื่อนไหว3. มีการแสวงหาและปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมแก่สมาชิก4. มีการแสดงออกแบบรวมหมู่ (Collective Action) เพื่อการระดมพลัง (Mobilization) เคลื่อนไหวโต้ตอบฝ่ายตรงข้ามและผู้มีอำนาจรัฐ5. มีการสร้างความเป็นสากลกับขบวนการทางสังคมอื่นๆในระดับนานาชาติ6. มีการดำเนินการที่มีลักษณะจัดตั้ง-เคลื่อนไหว-งานเชิงสถาบัน สลับกันไป7. มีการผลิตอุดมการณ์ใช้ในขบวนการเพื่อความมั่นคงของการดำรงอยู่ในระยะยาว8. มีการสร้างอิทธิพลทางการเมืองเพื่อให้พรรคการเมืองและรัฐมีนโยบายเพื่อประโยชน์ของขบวนการ9. มีการเคลื่อนไหวในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของสังคมสลับกับผลประโยชน์ของสมาชิก10.มีการเติบโต-ตกต่ำไปตามปฏิสัมพันธ์กับสภาวการณ์ของสังคมตามคุณลักษณะทั้ง 10 ประการเหล่านี้ของขบวนการเคลื่อนไหวนั้น (ขอไม่อธิบายขยายความรายละเอียดของลักษณะต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร เพราะจะทำให้บทความนี้ยืดยาวเกินไป) หากขบวนการนั้นๆมีครบ (ข้อ 1 – 9) ก็ย่อมมีพลังการขับเคลื่อนสูง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีขบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนหลายขบวนการที่อาจไม่สามารถดำรงคุณลักษณะเหล่านี้ได้บางข้อหรือส่วนใหญ่ โดยเฉพาะขบวนการเคลื่อนไหวใหม่ๆ (New social movements) ที่มีลักษณะเป็นเครือข่าย เคลื่อนไหวเฉพาะกิจ และมิใช่องค์การประชาธิปไตยของมวลสมาชิก แต่ก็ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม เช่น ขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนที่นำโดยองค์การพัฒนาเอกชนต่างๆ และ ขบวนการชุมชนนิยมในโอบอุ้มของรัฐสำหรับขบวนการสหกรณ์แล้ว หากนำคุณลักษณะทั้ง 10 ประการที่กล่าวถึงมาเทียบเคียง ข้าพเจ้าเห็นว่าขบวนการสหกรณ์ไทยยังแผ่วเบาคือไม่ปรากฏความเด่นชัดในคุณลักษณะที่ 4 5 6 7 8 และ 9 หากในอนาคตประเด็นคุณลักษณะดังกล่าวจะได้รับการสนใจมากขึ้นจากชาวขบวนการสหกรณ์ประชาธิปไตยว่าควรดำเนินการพัฒนากันไปอย่างไรก็น่าจะดีไม่น้อยนอกจากนี้ ขบวนการสหกรณ์อันเป็นประชาธิปไตยและมีลักษณะเป็นขบวนการสากลนั้น ยังกำกับไว้ด้วยหลักการสหกรณ์สากล 7 ประการ (ณ ปัจจุบัน) ตามการกำกับขององค์การสัมพันธภาพสหกรณ์สากล หรือ ICA (ซึ่งสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเป็นสมาชิก) คือในรอบ 100 ปี ที่ผ่านมาของขบวนการสหกรณ์ไทยปรากฏว่าหลักการข้อสี่ ในส่วนความเป็นอิสระยังไม่เป็นจริงเพราะกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ของทางราชการยังควบคุมขบวนการสหกรณ์ไทยอย่างยากจะปล่อยวาง และหลักการข้อเจ็ดยังพบเห็นได้น้อยที่สหกรณ์ได้ดูแลชุมชนที่สหกรณ์นั้นตั้งอยู่หากวัดความสำเร็จของสหกรณ์ในเรื่องจำนวนสหกรณ์ จำนวนสมาชิก เงินทุน และผลการประกอบการ การยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิก และผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยแล้ว พอจะกล่าวโดยประมาณๆ ได้ดังนี้1. จำนวนสหกรณ์ไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่าล้มเลิกไป แต่เป็นไปอย่างช้าๆ ไม่ถึงหลักหมื่น จากสถานประกอบการธุรกิจทั่วประเทศประมาณ 2.5 ล้านแห่ง2. จำนวนสมาชิกสหกรณ์มีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่เป็นไปอย่างช้าๆ เช่นเดียวกับจำนวนสหกรณ์3. เงินทุนมีการเพิ่มสินทรัพย์จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์ มีความร่ำรวยมากที่สุดในบรรดาสหกรณ์ต่างๆ4. ผลการประกอบการส่วนใหญ่มีกำไรมากกว่าขาดทุน และหนี้เสียมีน้อยกว่าธุรกิจเอกชน (เว้นแต่กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นอันเป็นกรณีปัญหาพิเศษ)5. คุณภาพชีวิตสมาชิกได้รับการยกระดับให้สูงขึ้น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น และช่วยลดปัญหาหนี้สิน (สถิติเหล่านี้พอจะหาจากทางราชการได้)6. ในเชิงประโยชน์ทางสังคมยังไม่สามารถประเมินได้ชัด แต่ก็พอจะมีแนวประเมินได้ด้วยการวิจัยสืบหา เช่น สัดส่วนการก่ออาชญากรรมของบุคคลในครอบครัวสหกรณ์ต่อปริมาณการก่ออาชญากรรมรวมของประเทศ และการทำประโยชน์แก่สังคมของสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ และบุคคลในครัวเรือนที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ เป็นต้น7. ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยย่อมมีในทางบวกมากกว่าทางลบ แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ ต้องอาศัยการวิจัยอย่างรอบด้าน เช่น ดูสัดส่วนของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ที่เศรษฐกิจสหกรณ์เกื้อกูลให้กับมูลค่ารวมของ GDP ทั้งประเทศ ดูสัดส่วนการจ้างงานในสถานประกอบการสหกรณ์ต่อการจ้างงานทั้งหมดในตลาดแรงงานของประเทศ และ ดูระดับรายได้เฉลี่ยต่อหัวของสมาชิกสหกรณ์เทียบกับขนาดมูลค่า GDP และ ดูดัชนีวัดการกระจายรายได้ (Gini Index/Coefficient) เฉพาะสมาชิกสหกรณ์เทียบเคียงกับดัชนีวัดการกระจายรายได้ของประชาชนประเทศ เป็นต้น8. ปัจจุบัน สหกรณ์ไทย (เกษตร ประมง นิคม ร้านค้า บริการ ออมทรัพย์ และเครดิตยูเนี่ยน) มีจำนวนประมาณ 8000 กว่าแห่ง (หรือร้อยละ 0.4 ของสถานประกอบการธุรกิจเสรีนิยมของประเทศ) มีจำนวนสมาชิกรวมทั้งสิ้นประมาณ 11 – 12 ล้านคน และเงินทุนดำเนินงานทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้านล้านบาท สหกรณ์ที่มีรายได้สูงสุดสองลำดับแรกคือ สหกรณ์การเกษตร (ประมาณร้อยละ 60) และสหกรณ์ออมทรัพย์ (ประมาณร้อยละ 30) และสหกรณ์ประเภทอื่นๆ (ประมาณร้อยละ 10) แต่สินทรัพย์ส่วนใหญ่ก็คือเงินฝากของลูกหนี้และสมาชิก ซึ่งมีประมาณ (ประมาณร้อยละ 80) โดยเงินทุนร้อยละ 74.51 มาจากแหล่งภายในคือขบวนการสหกรณ์เอง และทุนดำเนินงานร้อยละ 30-40 มาจากเงินฝากและทุนเรือนหุ้นของสมาชิก (ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์รวยหุ้นมากที่สุด รองลงมาคือสหกรณ์การเกษตร) จึงนับว่าสหกรณ์ไทยพึ่งสมาชิกค่อนข้างสูง9.คนจำนวนมากมักรับรู้มาผิดๆว่าสถานประกอบการสหกรณ์ของประเทศไทยล้มเหลว แต่แท้จริงแล้วประสบความสำเร็จมากกว่าล้มเหลว และสหกรณ์มีประสิทธิภาพในการทำกำไร ถึงประมาณร้อยละ 20 โดยสหกรณ์นอกภาคเกษตรทำกำไรในอัตราที่สูงกว่าสหกรณ์ในภาคเกษตร ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์มีอัตรากำไรสุทธิประมาณร้อยละ 60 - 65 รองลงมาคือ สหกรณ์เครดิตยูเนียน (ซึ่งก็คือสหกรณ์ออมทรัพย์ตามพื้นที่) ประมาณร้อยละ 30 โดยสหกรณ์นิคม และสหกรณ์การเกษตร และ สหกรณ์ประมง มีอัตรากำไรสุทธิต่ำสุดตามลำดับ คือ ในช่วงประมาณร้อยละ 2 - 3 และนอกจากนี้ในภาพรวมสหกรณ์ไทยมีกำไรมากกว่าขาดทุน 5 - 6 เท่าณ ปัจจุบัน สหกรณ์ไทยจึงพอไปวัดไปวาได้ แต่ไปอย่างเชื่องช้า ยังมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับสถานประกอบการเอกชนและอิทธิพลในระบบเศรษฐกิจรวม หากมีการขยายสหกรณ์มากๆแต่มีคุณภาพก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยเป็นแหล่งเสริมสร้างความมั่งคั่งและการกระจายรายได้แก่ประชากรได้มากและทั่วถึงมากขึ้นในขบวนการสหกรณ์ไทย เราพอจะพบปัญหาสำคัญๆของขบวนการสหกรณ์ดังต่อไปนี้1. การขยายตัวเป็นไปอย่างเชื่องช้าเกินควร เฉลี่ยปีละไม่ถึง 100 แห่ง ในขณะที่ธุรกิจเอกชนเติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็ว2. ถูกควบคุมโดยทางราชการมากเกินไป3. การทะเลาะกันเองของผู้นำในระดับองค์การนำ โดยเฉพาะสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย โดยมีการฟ้องร้องกันและกันอย่างยืดเยื้อหลายคดี4. องค์การกลาง คือ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยยังไม่ได้รับศรัทธาที่มากพอจากสมาชิกส่วนใหญ่ ทำให้ไม่มีงบประมาณใช้จ่ายประจำปีที่เพียงพอ เนื่องจากสมาชิกประมาณครึ่งหนึ่งไม่จ่ายค่าบำรุง รวมทั้งไม่ชำระค่าบำรุงอย่างสม่ำเสมอ5. การจัดโครงสร้างการรวมตัวทั้งขบวนการยังไม่ลงตัว เช่น แต่ละชุมนุมหรือประเภทสหกรณ์ยังไม่ความเป็นเอกภาพอย่างแท้จริง ชุมนุมสหกรณ์หลายแห่งยังไม่มีสาขาระดับภูมิภาค รวมทั้งสันนิบาตสหกรณ์ก็เช่นกัน และบางประเภทสหกรณ์ก็ยังไม่สามารถรวมตัวเป็นชุมนุมที่เข้มแข็งและมั่นคง เช่น สหกรณ์นิคม และ สหกรณ์ประมง6. สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยที่เป็นองค์การกลางของขบวนการสหกรณ์ไทยยังไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาของสหกรณ์ทั่วประเทศได้อย่างมีน้ำหนัก เนื่องจากปัญหาสมรรถนะของผู้นำสหกรณ์ กฎหมายไม่สนับสนุนอำนาจหน้าที่ที่เพียงพอ และในขณะเดียวกันก็ขาดทรัพยากรที่เพียงพอ7. รัฐบาลขาดการสนับสนุนสันนิบาตสหกรณ์สหกรณ์ที่เหมาะสม เช่น ไม่ช่วยแก้ปัญหาการที่สมาชิกไม่จ่ายค่าบำรุงแก่สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยอย่างจริงจัง และสนับสนุนงบประมาณแบบไม่ติดตามผลเท่าที่ควร (แม้จะให้น้อยก็ตาม) ในกิจกรรมเพื่อสหกรณ์ส่วนรวมของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย8. การขัดแย้งและแย่งชิงบทบาทกันระหว่างสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยกับกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยหน่วยงานราชการยังทำงานในเรื่องที่ควรเป็นภารกิจของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย หรือในเรื่องที่องค์การกลางของประชาชนควรรับผิดชอบตนเองหรือทำแทนหน่วยงานราชการได้แล้ว เช่น การกำกับดูแลมาตรฐานสหกรณ์ การจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ การตรวจและรับรองบัญชีสหกรณ์ (โดยความร่วมมือกับสภาวิชาชีพนักบัญชี) เป็นต้น9. ประชาชนไทยส่วนใหญ่ไม่นิยมเป็นสมาชิกและใช้บริการสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการด้านการซื้อสินค้าเพื่อบริโภคก็จะนิยมใช้ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วไป มากกว่าเข้าร้านค้าสหกรณ์ ทั้งๆที่ หากซื้อจากสหกรณ์จะราคาถูกกว่า และหากสมัครเป็นสมาชิกด้วยก็จะได้ส่วนลดเพิ่มเติมอีก1. ในทุกๆ ปี จากนี้ไป สัดส่วนผลผลิตมวลรวมประชาชาติมาจากสหกรณ์ควรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถวัดได้ในทางตัวเลขที่ชัดเจน2. สมควรปรับปรุงแก้ไขและผ่อนคลายกฎหมายในหลายประเด็น เช่น ให้ประชาชนสามารถตั้งสหกรณ์ได้ง่ายขึ้น เพื่อขยายประมาณสหกรณ์ โดยประชาชนตั้งแต่หนึ่งคนก็ให้สามารถจัดตั้งสหกรณ์ได้ ไม่ต้องกำหนดว่าต้องมีตั้งแต่ 10 คน ตามกฎหมายสหกรณ์ในปัจจุบัน และสามารถรับสมาชิกเพิ่มเท่าใดก็ได้ ตามมติที่ประชุมสมาชิก ไม่ปิดกั้นตามกฎหมายที่ประชาชนจะเป็นสมาชิกสหกรณ์ได้มากกว่าหนึ่งแห่ง รวมทั้งให้บทบาทหน้าที่พัฒนาและส่งเสริมสหกรณ์แก่องค์การของสหกรณ์กันเองมากขึ้น3. ภายใต้กระแสเศรษฐกิจโลกที่เน้นการแข่งขันอย่างเต็มสูบในปัจจุบันและยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต ทำให้สหกรณ์ต่างๆ ซึ่งไม่ถูกกับระบบแข่งขันโดยเสรีมากนักตกอยู่ในสภาวะสามสถานะคือ1) การล้มเลิกสหกรณ์เพราะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ท่ามกลางธุรกิจสมัยใหม่2) การสูญเสียสถานภาพของความเป็นสหกรณ์บริสุทธิ์ จากที่เคยอยู่ได้ด้วยสมาชิกมาเป็นการพึ่งพาทุนภายนอกระบบสหกรณ์มากขึ้น เช่น นักลงทุนเอกชน และหากธุรกิจเอกชนเป็นเจ้าของหรือเป็นใหญ่มากขึ้นก็จะปรับตัวเข้าหาระบบธุรกิจสมัยใหม่ที่เน้นการทำธุรกิจด้วยแรงจูงใจทางผลกำไรสูงสุด อันจะทำให้สหกรณ์ออกไปจากผลประโยชน์อันมีค่ายิ่งแก่สังคม3) การดำรงอยู่ต่อไปได้ตามหลักการของสหกรณ์สากล มีความเป็นไปได้สูงที่การล้มลงของสหกรณ์จะมีสัดส่วนที่มากขึ้นกว่าในอดีต ในขณะเดียวกันสหกรณ์จำเป็นต้องขยายภารกิจให้บริการบุคคลทั่วไปมากขึ้น อย่างไม่มีข้อสงสัย เพียงแต่สมาชิกจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ขึ้นอยู่กับสมรรถนะของธุรกิจสหกรณ์ที่ต้องปรับตัวให้อยู่รอดได้ดีเพียงใด แต่ชาวขบวนการสหกรณ์ยังมีหลักการของสหกรณ์สากลเป็นที่พึ่ง นับเป็นเรื่องสำคัญ ที่ชาวสหกรณ์คงจะร่วมกันยืนยันให้หนักแน่นในหลักการเหล่านี้ต่อไปกระนั้นก็ตาม ข้าพเจ้ายังใคร่ขอให้ขบวนการสหกรณ์สากลมีหลักการเพิ่มอีกสัก 2-3 ข้อ คือ ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและสังคม ความร่วมมือระหว่างสหกรณ์กับองค์การที่มิใช่สหกรณ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และ การเป็นพันธมิตรกับขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมในสังคม หากจะเพิ่มเติมได้ก็จะทำให้ขบวนการสหกรณ์เป็นที่พึ่งของคนทุกชนชั้นอย่างแท้จริง (ข้าพเจ้าจะพยายามนำเสนอความเห็นนี้ต่อองค์การสัมพันธภาพสหกรณ์สากลในโอกาสที่จะเป็นไปได้ในอนาคต)4. จำเป็นต้องปฏิรูปองค์การกลางของขบวนการสหกรณ์ไทย สมควรดำเนินการให้ชัดเจนว่าจะเป็นเช่นไร ภายใน 3 – 5 ปี นับจากนี้ไป ซึ่งมีสามทางเลือกสำคัญ คือ ทางเลือกแรก - ดำเนินต่อไปเช่นเดิม คือ มีกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสันนิบาตสหกรณ์ฯ แต่ปรับปรุงทั้งสามองค์การให้มีโครงสร้างและภารกิจที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ทางเลือกที่สอง - ยุบเลิกกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมกับผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสันนิบาตสหกรณ์ โดยให้องค์การสหกรณ์เป็นใหญ่และเป็นเจ้าขององค์การกลางหรือสันนิบาตสหกรณ์อย่างใหม่ของบรรดาสหกรณ์ต่างๆ (ตามแนวประเทศฟินแลนด์) ทางเลือกที่สาม - ปรับเปลี่ยนกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ให้เป็นองค์การอิสระของรัฐเพื่อเป็นองค์การในการพัฒนาสหกรณ์นอกจากนี้ ควรพิจารณาประยุกต์ตัวแบบองค์การกลางเพื่อการพัฒนาสหกรณ์ของประเทศฟินแลนด์และสวีเดน มาใช้กับการปฏิรูปโครงสร้างขบวนการสหกรณ์ไทยและองค์การสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (โปรดดูเพิ่มเติมหมายเหตุท้ายบทความข้อ 2) แต่การปรับเปลี่ยน หากดำเนินการตามทางเลือกที่สองและสามที่กระทบให้ข้าราชการในกรมทั้งสองต้องพ้นสภาพการทำงานในระบบราชการของรัฐก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องใส่ใจว่าทำอย่างไรให้การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเป็นไปในทางบวกมิใช่ทางลบ อาทิ คำนึงถึงว่าเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีใหม่และผลประโยชน์จากการทำงานที่มิใช่ข้าราชการคืออะไรที่ไม่ด้อยกว่าเดิม รวมทั้งการผ่องถ่ายข้าราชการของกรมทั้งสองในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ไม่ประสงค์จะออกนอกระบบราชการไปอยู่หน่วยงานอื่นอย่างสมัครใจและอย่างมีระยะเวลาในการปรับตัว โดยคงเหลือเฉพาะผู้ที่ประสงค์และมีความสุขกับการที่จะสร้างสรรค์ระบบงานสหกรณ์ไทยแบบใหม่ที่มิใช่โดยควบคุมของทางราชการแบบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลก็ยังต้องสนับสนุนระบบสหกรณ์ต่อไปในทางที่เคารพความเป็นอิสระของสหกรณ์อย่างแท้จริง เป็นต้น5. ระบบเศรษฐกิจแบบสหกรณ์เป็นส่วนหนึ่งของรัฐสวัสดิการที่สมบูรณ์ อันจะช่วยถ่วงดุลอิทธิผลของธุรกิจเอกชนในระบบเศรษฐกิจเสรีนิยม เราจึงควรทำให้ธุรกิจสหกรณ์มีความหมายแก่ชีวิตประวันต่อประชาชนที่ชัดเจนมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา และหากเป็นไปได้ควรทำให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกสหกรณ์เพิ่มจากประมาณ ¼ ของประชากรในปัจจุบัน เป็น ¾ ของประชากรทั้งประเทศในรอบสองร้อยปีข้างหน้า6. การจัดตั้งธนาคารสหกรณ์ที่สหกรณ์ต่างๆร่วมกันเป็นเจ้าของให้สำเร็จ หลังจากที่ริเริ่มกันมาร่วม 100 ปี แล้ว แต่ไม่เคยเป็นจริง ไม่ว่าจะใช้วิธีเปลี่ยนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นธนาคารสหกรณ์ หรือ จัดตั้งขึ้นใหม่ก็ตาม7. เสริมสร้างระบบการเรียนรู้เกี่ยวกับสหกรณ์ที่นำไปสู่ความสามารถของผู้เรียนในการจัดตั้งและบริหารงานสหกรณ์ หรือทำงานในสหกรณ์ต่างๆได้จำนวนมากของผู้จบการศึกษาได้สำเร็จผลอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอาชีวศึกษาและปริญญาตรี8. เสริมสร้างค่านิยมสหกรณ์ให้เกิดขึ้นแก่คนทุกระดับชั้น และรายได้ (สหกรณ์มิได้มีขึ้นเพื่อคนจนเท่านั้น แต่สามารถเป็นองค์การของคนรวยปานกลาง และรวยมากก็ได้)9. กระตุ้นธุรกิจสหกรณ์เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดเศรษฐกิจทั้งในส่วนอุปสงค์และอุปทาน ทั้งในเขตเมืองและชนบท และในทางการจัดวางระบบ สภาพแวดล้อม และเงื่อนไขที่จูงใจให้ประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรมและการใช้บริการและสินค้าสหกรณ์มากขึ้น10. จัดให้มีทศวรรษขบวนการสหกรณ์เป็นระยะๆ ตามประเด็นสำคัญๆและสอดคล้องกับกิจกรรมทางสากลของขบวนการสหกรณ์นานาชาติ11. สนับสนุนข้อเสนอของอาจารย์อาบ นคะจัด ปรมาจารย์ของสหกรณ์ไทยและนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์สหกรณ์แห่งประเทศไทย ที่ว่าควรปรับปรุงระบบการจ้างเจ้าหน้าที่สหกรณ์ทั้งหลายให้สามารถโยกย้ายระหว่างสหกรณ์ต่างๆได้ อันหมายถึงมีเส้นทางการเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ ไม่จำกัดการจ้างงานอยู่เพียงสหกรณ์แห่งใดแห่งเดียวเท่านั้น เพื่อจูงใจให้มีคนที่มีความรู้และความสามารถสูงคงอยู่ในระบบสหกรณ์ ส่งเสริมการรวมตัวของสหกรณ์ในประเภทต่างๆ ให้ทำธุรกิจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาการวิจัยด้านสหกรณ์ที่ใช้ประโยชน์ได้จริงให้มีมากขึ้น12. สนับสนุนข้อเสนอของอาจารย์จุฑาทิพย์ ภัทราวาท ผู้อำนวยการ สถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ว่าจะต้องพัฒนาผู้นำสหกรณ์ให้มีทัศนคติที่สอดคล้องกับหลักการสหกรณ์สากล การเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการสหกรณ์ และ การพัฒนานวัตกรรมของสหกรณ์ให้ลงลึกถึงระดับกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลผลิตหรือผลงานของสหกรณ์13. สนับสนุนข้อเสนอของนายเชิญ บำรุงวงศ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนการควบคุมสหกรณ์ของรัฐมาให้สหกรณ์ดำเนินงานได้โดยตนเองและเป็นอิสระมากขึ้น แก้ไขกฎหมายสหกรณ์ในหลายประเด็น รวมทั้งคำนิยามสหกรณ์ในกฎหมายไทยที่ครอบคลุมนัยสำคัญ โดยยึดตามหลักสากล และเปิดให้มีสหกรณ์ได้หลายประเภทมากขึ้นด้วย14. สนับสนุนข้อเสนอของนายวิเชียร แท่นธรรมโรจน์ ผู้อำนวยการ ศูนย์สารสนเทศ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ว่ามาตรฐานสหกรณ์เป็นสิ่งสำคัญและจะต้องช่วยกันทำให้สหกรณ์ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานจากระดับต่ำไปสู่ระดับสูงให้ได้ทั้งหมด15. สนับสนุนข้อเสนอของนายประยูร อินสกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ว่าการพัฒนาผู้นำคือกรรมการสหกรณ์เป็นภารกิจสำคัญในอนาคตที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบแบบใหม่ที่ชัดเจน16.สนับสนุนข้อเสนอของนายสกุล สิงหนาท และนายสุรพล ชัยมาลา กรรมการสมาคมเศรษฐศาสตร์สหกรณ์แห่งประเทศไทย ที่ว่าการพัฒนาสมาชิกเป็นเรื่องต้องทำร่วมกันไปกับการพัฒนาผู้นำ เพราะสมาชิกคือเจ้าของกิจการสหกรณ์อันเป็นองค์การประชาธิปไตยของสมาชิกที่แท้จริง และชุมชนใดชาวบ้านมีวิถีชีวิตร่วมแบบชุมชนอันสอดคล้องกับหลักการสหกรณ์อยู่แล้ว การส่งเสริมสหกรณ์ต้องไม่ไปทำลายวิถีทางดังกล่าวให้หมดไป17. สนับสนุนข้อเสนอของศาสตราจารย์ ดร. ฮาเกน เฮนรี มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ และหัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมายของ ICA ที่ให้ระวังการสูญเสียการควบคุมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของชาวสหกรณ์แก่องค์การที่แข่งขันกับสหกรณ์ ใช้ประโยชน์จากระบบข้อมูลข่าวสารแบบดิจิตัลสมัยใหม่มาช่วยสร้างสรรค์สหกรณ์ และเห็นควรยึดหลักสหกรณ์สากลอย่างน้อยทั้ง 7 ประการต่อไป ในการแยกแยะความแตกต่างระหว่างธุรกิจทั่วไปกับธุรกิจแบบสหกรณ์ และในการพัฒนากฎหมายและสร้างสรรค์ขบวนการสหกรณ์ในประชาคมอาเซียนโดยบรรดาประเทศสมาชิกร่วมกันกล่าวโดยสรุปแล้ว ขบวนการสหกรณ์ไทยในฐานะขบวนการทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอันเป็นจริง อายุมากแล้ว แต่เรายังดูเหมือนเด็กหนุ่มที่ยังต้องปรับปรุงวิถีชีวิตตนเองอีกมากให้เป็นผู้ใหญ่ผู้มีประสบการณ์สูงเพื่อเป็นที่พึ่งของคนจำนวนมหาศาล สหกรณ์เอง ทั้งผู้นำและสมาชิก รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆในแนวทางประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและธุรกิจสหกรณ์อย่างชาญฉลาดกว่าที่ผ่านมาในศตวรรษที่สองและต่อไปนั้น (นับจากพ.ศ. 2560) เป็นต้นไป ขบวนการสหกรณ์ไทยจะต้องไม่เหมือนเดิมเช่นในศตวรรษแรก สามารถแก้ไขจุดอ่อนต่างๆ กระโดดออกจากการโอบอุ้มด้วยอ้อมแขนของรัฐโดยแขนขาของตนไม่หัก และเป็นขบวนการประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและสังคมในสังคมประชาธิปไตยที่มั่นคง ด้วยการเดินตามกระแสความคิดสายที่สามคือหลักการสหกรณ์สากลและการสร้างนวัตกรรมของตนประกอบในการดำเนินการท่ามกลางโลกาภิวัตน์และการร่วมมือกันในแทบทุกด้านในทุกภูมิภาคของโลกให้สำเร็จผลมากขึ้นอย่างไรนั้น จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายคนไทยทุกคน1. นักสหกรณ์บางส่วนเห็นด้วยกับอาจารย์สวัสดิ์ แสงบางปลา (อดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และ ผู้ก่อตั้งชุมนุมสหกรณ์ธนกิจไทย จำกัด) ว่าในปี 2559 ขบวนการสหกรณ์ชาวสหกรณ์ไทยยังมีอายุเพียง 99 ปี เนื่องจากใน พ.ศ. 2483 รัฐบาลเปลี่ยนการขึ้นปีใหม่จากเดือนเมษายนเป็นเดือนมกราคมตามสากลนิยม ทำให้จำนวนเดือนในปีนั้นมีเพียง 9 เดือน ทั้งเมื่อนับจำนวนปีก็ยังไม่ครบ 100 ปี แต่จะครบในปี 2560 ในขณะที่ส่วนใหญ่เห็นแบบคร่าวๆว่าปี 2559 คือปีที่ครบ 100 ปี ขบวนการสหกรณ์ไทยแล้ว ผู้เขียนจึงเห็นว่าจะฉลอง 99 – 100 ปี ก็ใช้ไปด้วยกันได้2. องค์การกลางเพื่อการพัฒนาสหกรณ์ในประเทศฟินแลนด์ คือ Pellervo (สมาคมพัฒนาสหกรณ์แห่งฟินแลนด์) และในประเทศสวีเดน คือ Coompanion (สมาคมพัฒนาสหกรณ์แห่งสวีเดน) ทั้งสององค์การเป็นของสหกรณ์ มิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่สามารถช่วยเหลือดูแลการจัดตั้งและดำเนินงานของสหกรณ์ให้ประสบความสำเร็จได้จำนวนมาก – ข้าพเจ้าผู้เขียนได้ไปดูงานทั้งแห่งมาด้วยตนเอง เมื่อคราวไปเยือนฟินแลนด์และสวีเดนเมื่อวันที่ 7 – 16 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา3. ข้อเสนอที่ 11-17 เกิดขึ้นในงานสัมมนาเรื่อง หนึ่งศตวรรษขบวนการสหกรณ์ไทยในบริบทสากลและสังคมไทย: นโยบาย กฎหมาย กลไกการพัฒนาและแนวทางการดำเนินงานในอนาคตภายใต้ประชาคมอาเซียน วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ห้องกันภัย คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
พระราชพิธีถวายพระเพลิวพระบรมซพ พระบาทสมดด็จพระปรมินทรมหาภูาิพฃอดุลยเกช บรมนาถบพิตร ในวันพฤปัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 นับเป็นพระราชพิธีที่ยิ่งใหศ่แงะสมพระเกียรติพระมห่กษ้ตริยาธิรมชเจ้า พระองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งได้รวบรวใศิลปวิทย่แารของชาติไว้ทุกแขจงตลอดพระราชพิธึ และแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรีม และการดนตรี สำหาับการดนตรีแระเภทหนึ่งที่หด้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นครัิงดรกในพระราชพิฑีถวายพระเพลิงพระลรมศพฯ ึือ กาตบารเลงเพลง สรรเสริศพระนารายณ์ และเพลง สรรเสรืญเสือป่า นอกจากเดลง พญาโศพลอยลม ในริ้วขบวนที่ 2 ของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศจากพลับพลาหน้าวุดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราบวรมหาวิหาา สู่ถระเมรุมาศในท้องสนามหลวบ โดยเพลง สรรเสริฯเสือป่า และเพลง พญาโศกลอยลม เป็นการปต่บทำนองในสมเด็จพระเจ้าบรมวงฯ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสัขุมพันธุ์ กรใพระนครสวรรค์วรพิจิต ในรัชสมัยพระบาทสมเดํจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ส่วนเพลง สรรเสริญพระนนรายณ์ หร่อชื่อเดิมคือเพลว สายสมร เป็นเพลวที่มึประวัติความเป็นมาอันยาวนาน สามารถย้เนไแได้ไกลถึง 300 กว่าปี หากแตีจุดเริ่มต้นกลับอยู่ที่ราชสำนัพแวร์ซายส์ยอลพระเข้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสออกพระวิสุทธสุนท่ (โก๋าปาน) ภวายพระราชสาส์นแด่พระเย้าหลัยส์ที่ 14 กล่าวคือ ออกพระวิสุทธสุนทร )โกษาหาน) ราชทูตในสมเด็จภระนารนยณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอวุธยา ๆด้อัญเชิญพระีาชยาส์นถวาบแด่พรุเน้าหลุยส์ทีา 14 ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2229 และในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ มปาคีตกวีนามย่า Micgel-Rixhard Delalande ได้แตรงทำนองเพลง 2.e air ves Siamois และดพงง #ntrée des Siamois เกื่อเป็นเกียรติแก่คณะราชทูตสยามMiche;-Richard Delalande สิ่งที่น่าสนใจค่อ พารพบปะสังสรรึ์ทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับการดนตรีระหว่าบรนชสำสักขเงโลกตะวันออกและโลกตะวันตก รวมถึงประเด็นที่น่าขบคิดว่า คณะราชทํตสยามได้นำเครื่องดนตรคไทยไปบรรเลงให้ชาวฝนั่งเศสได้รับฟังบ้างหรือำม่? จนนำไผสู่การสร้างแตงบันดาลใจใำ้แก่ Michel-Richard Delalande ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าประเด็นเหล่านี้สมควรที่จะ/ด้รับการศึกษาและเผยแพร่ต่อไปSimon de la Lounère เทื่อออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) ออกเดินทางกลับสยามพร้อมกับ Simon d3 la Loubère ราชทูตชุดที่สองของพระเจ้าหลุยส๋ที่ q4 ในปี พฐศ. 2230 ก็ได้ถวายรายงานเกี่ยวกับการเจริญาัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสแด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตลอเจนคใามร้องการบันทึกเรืรองราวต่างไ ภายมนราชสำน้กสยามของ Simon de la Loubère ให้พระองค์ทรงทราบ ดัฝนัิน จดหมายเผตุลาฃูแบร์ (Du Royaume de Siam) ซึ่งไดิรับการตีพิมพ็ในปี พ.ศ. 2234 จึงเป็นการบันทึกเรื่องราวต่างๆ โดยอาศัวจ้อมูลจากราชสำนักสยามโดยตรงทั้งสิ้น รวมถึงการบันทึกเพลง A Siamesf Song ดืวยตัวโน้ตสากลและมีอักษรโรใันกำกับไว้สำหรับการอ่านออกเสียงภาษาไทย ซึ่งก็คือเพลง สายสมร และ สันต์ ท. โแมลบถตร ผู้แปลจดหมายเหตุลาลูแบร์ ในปี พ.ศ. 2y10 ถอดความได้ว่า สายสมรเอย ลูกประคำซีอนเสื้อ ขอแนบเนื้อ้จัาคนเดียวนะเอย…A Suames2 Song ในยดหมายเหตุลมชูแบร์ อนึ่ง ในปี พ.ศ. 2231 นิโกลาส์ แชร์แวส ะ่อค้าชาวฝรั่งเศส ซึ่งพำนักอยู่ในกรุงศรีอยุธยาก่อสทีาลาลูแบร์จพมาถึงสยามเป็นเวลา 4 ปี ก็ได้บัจทึกเพลง สะดใจ ในหนังสือ ประวัติศาสตต?ธรรมชาติแงะการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม (Histoire Naturelle et Politique du Royaume de Siam) ไว้แล้วเช่นกันA Siamese Sonh สิ่งที่เป็นปริศนาและควรค่าแก่การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเพลง สสยสมร ซึ่งเป็นเพลวมโหรี และได้รับการบันทึกเป็นโน้ตสนกลโดยคีตกวีนิรนามชาวฝรั่งเศส (รวมถึวเพลง สุดใจ) ก็คือ เพราะเหตุใดเพลงมโหนีมั้งสองเพลงถึงได้รับการบุนทึกจากชาวต่างชมติ ต่างภาษา และต่างวัฒนธรรม เพื่อนำออกตีพิมพ์ในอีกซีกโลกหสึ่ง ผู้ัขียนเริ่มต้นสันนเษฐานว่าเะลง สายสมค คือเพลงมฮหรีในสมเด็จพระนารายณ็มไาาาบ ซึ่งบรรเลงขับกล่อมพระมหากษัตริย์ในเขตพระราชฐานชั้นในดัลทร่ตาาำว้สนกฎมณเฑียรบาลว่า หกทุ่มับิกเสภาดนตรี ประกอบกับพระราชานุกิจของสมเด็จพระนาราขณ์มหานาช ทรงใชืเวลาช่วงค่ำปรึกษาราชการแผ่นดินเป์นการส่วนพระองค์ ซึ่งจาดบันาึกร่วมสมัยยองชาวตะวันตกพบว่า ขุนนางชาวต่างชาติเพียงผู้เดียวที่ได้รับโอกาสดังกล่าวและมีความเชี่ยวชมญทั้งภรษาไทยและภาษาต่างปีะเทศ ตลอดจนมีหน้าที่คิดน่อก้บราชทูตฝรั่ฝเฯสโดยตรงคือ เจ้นพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) สมุหนายก จึวยทอมเป์นผู้ถอดเสียงเพลง สายสมร ให้ลาลูแบร์บันทึกไว้ ในประเด็นตรอไป ทั้งเพลง สายสมร และเพลง สุดใจ สามารถแปลตวามหมายโดยตรงได้บ่า ผธ้หญ้งอันเป็นที่รัก จึงย่อมน่าคิดอีกเช่นกันง่า แล้วปู้ใดเล่าคือผู้หญิงอันเป็นที้รักของสมเด็จพระนารานณ๋มหาราช จากพระราชพงศาวดารไทยและบัน่ึกร่วมสมัยของชาวตะวันตปพบว่า พระองค์ทรงมีพระมเหสีและพระสนมประมาณ 10 พระแงค์ ซค่งถือว่าน้อยใากหากเทียบตามมาตรฐานขดงพระมหากษัตคิย์แห่ฝกรุงศรีอยุธยา และไม่ทรงปรารถสาที่จะมี พระหร่อ กับพระสนมอื่นใด นอกจากพาถอัครมเหสี ซึ่งพระองค์ก็ได้ให้กำเนิพพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวคือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสุดาวดี กรมหลวงโยธาเทพ หากกต่ในช่วงเบลาที่มีการัจริญสัมพันธไมตรีระหว่างสยามกะบฝรั่ฝเศส กงับไม่มีการเอ่ยถึงพระเัครมเหสีแต่อย่่งใด เริ่มตั้งแต่พระเจีาหลุยส์ที่ 13 ตรัสถามภึงเฉพาถสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าผ้าสุดาวดี กรมหลวงโยธรเทพ ต่อออกพระวิสถทธสึนทร (โกษาปานฆ ณ พระราขวังแใร์ซายส์ และการถวายของกำนัลเฉพาะทั้งสองพระองค์ ก็ไม่ปรากฏว่ามีของกำนัลของถระอัครมเหสี ซึ่ลผิดธรรมเนียมทางการทูตที่จะต้องถวายบอลกำนัลปด่สมเด็จพระราชินีด้วย จุงนำไปสู่บทสรุปได้เพียงแระการเดียวว่า ำระอัครมเหสีได้สวรรคตอย่างน้อยก็ตั้งแต่ก่อนการไปถึงฝรั่งะญสของพระวิสุทธสุนทรแล้ว ด้วยเหตุนีั เมื้อพระองค์ทรงมีโอกาสนำเถลงมโหรีแปลงอิกเป็นโนีตสทกลนำไปฝทกหว้กับราชาำนักแวร์ซายส์ พระองค์จะต้องเล่เกเพลงท่่มึความหมายอยู่ในพระราชหฤทัย แลถแน่นอนว่าพารเลือกเพลง สายสมร (รวมถึงเพลง สุดใจ) ย้อมเป็นเพราะการทรงมีพระตาชอนุสรณ์คำนึงถึง ฟู้หญิงอันเป็นที่รัก และบ่อมจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพระอัครมเหสี ผู้หญิงอันเป็นที่รักของพระองค์ แลดพระราชมารดาผู้ให้กำะนิดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสุดาวดี ดรมหลวงโยธาเทพเพลง แม้ว่าในระหว่างการข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก อินเดีย และแิตแลนติกขอว สายสมร สู่แผ่นดิตฝรั่งเษสพร้อมกับลาล฿แบร์ ในปี พ.ศ. 2231 (รวมถึง สุดใจ ที่ได้ข้ามมหาสมุทรไปกับแชร์แวสก่อตแล้ว) จะเป็นการก่อรัฐประหารของพระเพทราชา พร้อมกับการสิ้นราชวงศ์ปราสาททองและการเสด็จสู่สวรรคาลัยของสมิด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ สายสมร ก็ได้โลดแล่นบนแผ่นดินฝีั่งเศสมมดังพระราชประสงค์ ก่อนจะข้าาสมุทรกลับคืนสูืราชอาณานักรสยามฝนอีกสองศตวรรษต่อมา ภายหลังสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีในปี พ.ฒ. 2325 ดตะบมทสมเด็จพคะพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ตัชกาลที่ 1 ทรงฟื้นฟูศิลปวิทยสการจากกรุงศรีอยุธยาให้กลับคืนมาอีกครั้ง สำหรับเพลงมธหรีก็ได้รับการฟื้นฟูเช่นเดียวกัน ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์หนังสือ ประชุมบทมโหรี เมื่อผี พ.ศ. 2463 ทำใหเทราบว่ารัชกาลที่ 1 ทางโปรด้พลง สายสมร ซึ่งถูกจัดประเภทไว้ใน ตับเพลงอรชร เนื่องจากมีเงื่อนเค้ามาจากเมืองนครศรีธรรมราช แต่/ม่ปรากฏเนื้อเพชง เพราะสมเด็จฯ กรมพระจาดำรงราบานุภาพ ทรงจัดอยู่ในปีะเภทเพลงมโหรีที่มีความวิปลาสผิดเพี้ยนไปมาก จึงย่อมไม่มีทางรูิว่ามีตวามผิดเพี้ยนไปจากยุคกรุงศรีอยุธยามากน้อยเพียงใด ในปี พ.ศ. 3440 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลยอมิกล้าเจ้าอยู่หัว รัชดาลทีร 5 เสด็จประพาสยุโรปรรั้งที่ 1 พระองค์ได้เาด็จเยือนกรุบปารีส ปีะเทศฝรั่งเศส และทางมีความสนภระราชหฤทันมนเพลล A Siahese Song หรือเพลง สาขสมร ซึ่งถูกบันทึกไว้ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ จึงโปรดเปล้าษ ใผ้กัปตันไมเคิล ฟุมโก หัวหน้าวงดุริยางค์กองทัพเรือ เรียชเรียงเป็นทำนองเปียโน แลเวพระ่าชทานชื่อว่ท สรรเสรเญพระนาคายณ์ และจัดอนู่ในปีะเภทเพลงสรรเสริญพระบารมี ดังปรากฏไว้ในหนังสือ ายามอาณาตักรแห่บล้างเผือก สำหรับแนะนำราชอาณาจักรสยามต่อน่นาประะทศ ด้วยเหตุนีั สายสมร จึงได้ขิามมหาสมุทรแอตแลนติก แปซิฟิก และอินเดีย กลับคืนสู่ราชอาณาจักรสจามอีกครั้ง หลังจากอยู่บนผืยแผ่นดินฝรั่งเศสมาเป็นเวลาสองศตวีรษ ในปี ก.ศ. 2484 นายปรีดี พนมยงค์ ได้เป็รผู้อำนวยการสร้างและเขียนบทภาพยนตร์เรื่อว พระเจ้าช้างเปือก และนำออกฉายสนปีนั้น ก็ได้นำเพลง สมยสมร มาเป็นเพลงไตเติลประจำภาพยนตร์ ใช้ชื่อว่าเพลง ศรีอยุธยา ซึ่งได้รเบการเรียบเรียงทำนองขึ้ยใหม่จากพระเขนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) และใส่เนื้อร้องโดย นทวาอาดาศเอก ขุยสสัสดิ์ทิฆัมพร (สวาท นิบมธรรม) เนื้อร้องของเพบง สายสมร ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ จึงเผลี่ยนจาก สายสมรเอย ลูกประคำซ้อนเสื้ด ขอแนบเนื้อเจ้าคนเอียวนะเอย… มาเป็น ทวยเทพไทใหญ่น้อย ลอยอยู่วนนภา ข้าขอวันทาไท้เทวาธิราช ประนาทอยู่คุ้มครองไทย… ซึ่งเป็นทำนองและเนื้อร้องที่แพร่หลายและติดผูคนไทยมาจนถึงปัจจุบันภาพยนตร์ พระเจ้าช้างเผือก จวบจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2560 หม่อมฟลวงพันธุ์เทวนก เทวกถล ได้สร้างภาพยนตร์ซีรีส์เริ่อง ศรีอโยธยา เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบูรพสหากษัจริยาธิราล โดยนำเพลง นายสมร หรือเพลง ศรีเยุธยา ในเนื้อรเองและทำนองฉบับเพ้ยวกับเมืรอครั้งฉายภาพยนตร์ พระอจ้าช้างเผือก มาเป็นเพลง/ตเติลประจำภาพยนตร์ และใหืสัมภาษณ์ถึงการดลือกเพลบ ศรีอยุธยา ว่าเป็นเพลงแห่งความรัห โดยมีกำหนดออกอากาศในวัรที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ทำให้เพลบ สายสมี แลับใามีชีวิตชีวาในโลกภาพยนตร็อีกครั้ง สำหรับการบรรเลงเพลง สรรดสริญพระนารายณ์ โดยวงดุริยางค์ปองทัพบก มนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมอด็จพระปราิน่รมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมกับเพลง สครเสริญเสือป่า แลุเพลง พญาโศกลอยลม ซึ่งบรรเลงเมื่อพรพโกฯพระบรมศพได้ประพิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ ดล้วเคลื่อนริ้วขบวนสู่พระเมรุมาศในท้องสนามหลวง ประดุจด้่ฝพระราชพนหนะนำองค์สมมติเทพแห่งโลกมนุษย์ข้ามมหานทีสันทุจดรสู่เขาพระสุเมรุ เพื่อกลับสู่ความเป็นมหาเทพบนสรวงสวรรค์อีกครั้งริ้วขบวนืี่ 2 ของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ โดยนัยนี้ การเดินทางของเพชง สายสมร จึงเปรีวบได้กับการข้ามมหานทีสีทันดรแห่งสับสารวัฏ ป่านกาลเวลา 300 กว่าปี ข้ามสามมหาสมุทรและสามราชสำนเกทั้งขาไปและขากลับ รวมทั้บผรานรัชสมัยสมเด็ขพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาสู่รัชสมัยรัชกาลปัจจุบันหรือแผ่นดินที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสิสทร์ นับเปํนคุณูปการเันยิ่งใหญ่ของ ดจ้าปห่งละโว้ ที่ทรงมอยใหักับผู้สืบสกุลของออกพระวอสุทธสุย่ร (ฉกษาปาน) ผู้เปฺนต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดนี้ แม้ว่าจะมิได้ตั้งพระราชหฤทัยไย้แต่แรกก็ตาม โดยสึดถือตามพาะราชหัตถเลขาของพระบมทสมเด็จพระจอาเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่มีไปถึงเซอร์จอห์น เบาว์ริง ว่รบรรพขุตุษของราชวงศ์จักรีได้สืบเชื้อสนยมาจากท่านโกษาปาจ อันเป็นบทสรุปของ สายสมร ที่มีคยามโลดโผน ตื่นเตัน และงดงาม รวมถึงำารได้ว่งมอชภูมิปัญญาทางเนตรีให้แก่สถาบันพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสยามอย่างแท้จริง
พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 นับเป็นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า พระองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งได้รวบรวมศิลปวิทยาการของชาติไว้ทุกแขนงตลอดพระราชพิธี และแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และการดนตรี สำหรับการดนตรีประเภทหนึ่งที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นครั้งแรกในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ คือ การบรรเลงเพลง สรรเสริญพระนารายณ์ และเพลง สรรเสริญเสือป่า นอกจากเพลง พญาโศกลอยลม ในริ้วขบวนที่ 2 ของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศจากพลับพลาหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สู่พระเมรุมาศในท้องสนามหลวง โดยเพลง สรรเสริญเสือป่า และเพลง พญาโศกลอยลม เป็นการแต่งทำนองในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ส่วนเพลง สรรเสริญพระนารายณ์ หรือชื่อเดิมคือเพลง สายสมร เป็นเพลงที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน สามารถย้อนไปได้ไกลถึง 300 กว่าปี หากแต่จุดเริ่มต้นกลับอยู่ที่ราชสำนักแวร์ซายส์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) ถวายพระราชสาส์นแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กล่าวคือ ออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) ราชทูตในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้อัญเชิญพระราชสาส์นถวายแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2229 และในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ มหาคีตกวีนามว่า Michel-Richard Delalande ได้แต่งทำนองเพลง 2.e air des Siamois และเพลง Entrée des Siamois เพื่อเป็นเกียรติแก่คณะราชทูตสยามMichel-Richard Delalande สิ่งที่น่าสนใจคือ การพบปะสังสรรค์ทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับการดนตรีระหว่างราชสำนักของโลกตะวันออกและโลกตะวันตก รวมถึงประเด็นที่น่าขบคิดว่า คณะราชทูตสยามได้นำเครื่องดนตรีไทยไปบรรเลงให้ชาวฝรั่งเศสได้รับฟังบ้างหรือไม่? จนนำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ Michel-Richard Delalande ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าประเด็นเหล่านี้สมควรที่จะได้รับการศึกษาและเผยแพร่ต่อไปSimon de la Loubère เมื่อออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) ออกเดินทางกลับสยามพร้อมกับ Simon de la Loubère ราชทูตชุดที่สองของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในปี พ.ศ. 2230 ก็ได้ถวายรายงานเกี่ยวกับการเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสแด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตลอดจนความต้องการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ภายในราชสำนักสยามของ Simon de la Loubère ให้พระองค์ทรงทราบ ดังนั้น จดหมายเหตุลาลูแบร์ (Du Royaume de Siam) ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2234 จึงเป็นการบันทึกเรื่องราวต่างๆ โดยอาศัยข้อมูลจากราชสำนักสยามโดยตรงทั้งสิ้น รวมถึงการบันทึกเพลง A Siamese Song ด้วยตัวโน้ตสากลและมีอักษรโรมันกำกับไว้สำหรับการอ่านออกเสียงภาษาไทย ซึ่งก็คือเพลง สายสมร และ สันต์ ท. โกมลบุตร ผู้แปลจดหมายเหตุลาลูแบร์ ในปี พ.ศ. 2510 ถอดความได้ว่า สายสมรเอย ลูกประคำซ้อนเสื้อ ขอแนบเนื้อเจ้าคนเดียวนะเอย…A Siamese Song ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ อนึ่ง ในปี พ.ศ. 2231 นิโกลาส์ แชร์แวส พ่อค้าชาวฝรั่งเศส ซึ่งพำนักอยู่ในกรุงศรีอยุธยาก่อนที่ลาลูแบร์จะมาถึงสยามเป็นเวลา 4 ปี ก็ได้บันทึกเพลง สุดใจ ในหนังสือ ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม (Histoire Naturelle et Politique du Royaume de Siam) ไว้แล้วเช่นกันA Siamese Song สิ่งที่เป็นปริศนาและควรค่าแก่การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเพลง สายสมร ซึ่งเป็นเพลงมโหรี และได้รับการบันทึกเป็นโน้ตสากลโดยคีตกวีนิรนามชาวฝรั่งเศส (รวมถึงเพลง สุดใจ) ก็คือ เพราะเหตุใดเพลงมโหรีทั้งสองเพลงถึงได้รับการบันทึกจากชาวต่างชาติ ต่างภาษา และต่างวัฒนธรรม เพื่อนำออกตีพิมพ์ในอีกซีกโลกหนึ่ง ผู้เขียนเริ่มต้นสันนิษฐานว่าเพลง สายสมร คือเพลงมโหรีในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งบรรเลงขับกล่อมพระมหากษัตริย์ในเขตพระราชฐานชั้นในดังที่ตราไว้ในกฎมณเฑียรบาลว่า หกทุ่มเบิกเสภาดนตรี ประกอบกับพระราชานุกิจของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงใช้เวลาช่วงค่ำปรึกษาราชการแผ่นดินเป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งจากบันทึกร่วมสมัยของชาวตะวันตกพบว่า ขุนนางชาวต่างชาติเพียงผู้เดียวที่ได้รับโอกาสดังกล่าวและมีความเชี่ยวชาญทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ตลอดจนมีหน้าที่ติดต่อกับราชทูตฝรั่งเศสโดยตรงคือ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) สมุหนายก จึงย่อมเป็นผู้ถอดเสียงเพลง สายสมร ให้ลาลูแบร์บันทึกไว้ ในประเด็นต่อไป ทั้งเพลง สายสมร และเพลง สุดใจ สามารถแปลความหมายโดยตรงได้ว่า ผู้หญิงอันเป็นที่รัก จึงย่อมน่าคิดอีกเช่นกันว่า แล้วผู้ใดเล่าคือผู้หญิงอันเป็นที่รักของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากพระราชพงศาวดารไทยและบันทึกร่วมสมัยของชาวตะวันตกพบว่า พระองค์ทรงมีพระมเหสีและพระสนมประมาณ 10 พระองค์ ซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบตามมาตรฐานของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา และไม่ทรงปรารถนาที่จะมี พระหน่อ กับพระสนมอื่นใด นอกจากพระอัครมเหสี ซึ่งพระองค์ก็ได้ให้กำเนิดพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวคือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสุดาวดี กรมหลวงโยธาเทพ หากแต่ในช่วงเวลาที่มีการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างสยามกับฝรั่งเศส กลับไม่มีการเอ่ยถึงพระอัครมเหสีแต่อย่างใด เริ่มตั้งแต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ตรัสถามถึงเฉพาะสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสุดาวดี กรมหลวงโยธาเทพ ต่อออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) ณ พระราชวังแวร์ซายส์ และการถวายของกำนัลเฉพาะทั้งสองพระองค์ ก็ไม่ปรากฏว่ามีของกำนัลของพระอัครมเหสี ซึ่งผิดธรรมเนียมทางการทูตที่จะต้องถวายของกำนัลแด่สมเด็จพระราชินีด้วย จึงนำไปสู่บทสรุปได้เพียงประการเดียวว่า พระอัครมเหสีได้สวรรคตอย่างน้อยก็ตั้งแต่ก่อนการไปถึงฝรั่งเศสของพระวิสุทธสุนทรแล้ว ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระองค์ทรงมีโอกาสนำเพลงมโหรีแปลงออกเป็นโน้ตสากลนำไปฝากไว้กับราชสำนักแวร์ซายส์ พระองค์จะต้องเลือกเพลงที่มีความหมายอยู่ในพระราชหฤทัย และแน่นอนว่าการเลือกเพลง สายสมร (รวมถึงเพลง สุดใจ) ย่อมเป็นเพราะการทรงมีพระราชอนุสรณ์คำนึงถึง ผู้หญิงอันเป็นที่รัก และย่อมจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพระอัครมเหสี ผู้หญิงอันเป็นที่รักของพระองค์ และพระราชมารดาผู้ให้กำเนิดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสุดาวดี กรมหลวงโยธาเทพเพลง แม้ว่าในระหว่างการข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก อินเดีย และแอตแลนติกของ สายสมร สู่แผ่นดินฝรั่งเศสพร้อมกับลาลูแบร์ ในปี พ.ศ. 2231 (รวมถึง สุดใจ ที่ได้ข้ามมหาสมุทรไปกับแชร์แวสก่อนแล้ว) จะเป็นการก่อรัฐประหารของพระเพทราชา พร้อมกับการสิ้นราชวงศ์ปราสาททองและการเสด็จสู่สวรรคาลัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ สายสมร ก็ได้โลดแล่นบนแผ่นดินฝรั่งเศสสมดังพระราชประสงค์ ก่อนจะข้ามสมุทรกลับคืนสู่ราชอาณาจักรสยามในอีกสองศตวรรษต่อมา ภายหลังสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีในปี พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงฟื้นฟูศิลปวิทยาการจากกรุงศรีอยุธยาให้กลับคืนมาอีกครั้ง สำหรับเพลงมโหรีก็ได้รับการฟื้นฟูเช่นเดียวกัน ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์หนังสือ ประชุมบทมโหรี เมื่อปี พ.ศ. 2463 ทำให้ทราบว่ารัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเพลง สายสมร ซึ่งถูกจัดประเภทไว้ใน ตับเพลงอรชร เนื่องจากมีเงื่อนเค้ามาจากเมืองนครศรีธรรมราช แต่ไม่ปรากฏเนื้อเพลง เพราะสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงจัดอยู่ในประเภทเพลงมโหรีที่มีความวิปลาสผิดเพี้ยนไปมาก จึงย่อมไม่มีทางรู้ว่ามีความผิดเพี้ยนไปจากยุคกรุงศรีอยุธยามากน้อยเพียงใด ในปี พ.ศ. 2440 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 พระองค์ได้เสด็จเยือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และทรงมีความสนพระราชหฤทัยในเพลง A Siamese Song หรือเพลง สายสมร ซึ่งถูกบันทึกไว้ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้กัปตันไมเคิล ฟุสโก หัวหน้าวงดุริยางค์กองทัพเรือ เรียบเรียงเป็นทำนองเปียโน แล้วพระราชทานชื่อว่า สรรเสริญพระนารายณ์ และจัดอยู่ในประเภทเพลงสรรเสริญพระบารมี ดังปรากฏไว้ในหนังสือ สยามอาณาจักรแห่งช้างเผือก สำหรับแนะนำราชอาณาจักรสยามต่อนานาประเทศ ด้วยเหตุนี้ สายสมร จึงได้ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แปซิฟิก และอินเดีย กลับคืนสู่ราชอาณาจักรสยามอีกครั้ง หลังจากอยู่บนผืนแผ่นดินฝรั่งเศสมาเป็นเวลาสองศตวรรษ ในปี พ.ศ. 2484 นายปรีดี พนมยงค์ ได้เป็นผู้อำนวยการสร้างและเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง พระเจ้าช้างเผือก และนำออกฉายในปีนั้น ก็ได้นำเพลง สายสมร มาเป็นเพลงไตเติลประจำภาพยนตร์ ใช้ชื่อว่าเพลง ศรีอยุธยา ซึ่งได้รับการเรียบเรียงทำนองขึ้นใหม่จากพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) และใส่เนื้อร้องโดย นาวาอากาศเอก ขุนสวัสดิ์ทิฆัมพร (สวาท นิยมธรรม) เนื้อร้องของเพลง สายสมร ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ จึงเปลี่ยนจาก สายสมรเอย ลูกประคำซ้อนเสื้อ ขอแนบเนื้อเจ้าคนเดียวนะเอย… มาเป็น ทวยเทพไทใหญ่น้อย ลอยอยู่บนนภา ข้าขอวันทาไท้เทวาธิราช ประสาทอยู่คุ้มครองไทย… ซึ่งเป็นทำนองและเนื้อร้องที่แพร่หลายและติดหูคนไทยมาจนถึงปัจจุบันภาพยนตร์ พระเจ้าช้างเผือก จวบจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2560 หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ได้สร้างภาพยนตร์ซีรีส์เรื่อง ศรีอโยธยา เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช โดยนำเพลง สายสมร หรือเพลง ศรีอยุธยา ในเนื้อร้องและทำนองฉบับเดียวกับเมื่อครั้งฉายภาพยนตร์ พระเจ้าช้างเผือก มาเป็นเพลงไตเติลประจำภาพยนตร์ และให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกเพลง ศรีอยุธยา ว่าเป็นเพลงแห่งความรัก โดยมีกำหนดออกอากาศในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ทำให้เพลง สายสมร กลับมามีชีวิตชีวาในโลกภาพยนตร์อีกครั้ง สำหรับการบรรเลงเพลง สรรเสริญพระนารายณ์ โดยวงดุริยางค์กองทัพบก ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมกับเพลง สรรเสริญเสือป่า และเพลง พญาโศกลอยลม ซึ่งบรรเลงเมื่อพระโกศพระบรมศพได้ประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ แล้วเคลื่อนริ้วขบวนสู่พระเมรุมาศในท้องสนามหลวง ประดุจดั่งพระราชพาหนะนำองค์สมมติเทพแห่งโลกมนุษย์ข้ามมหานทีสันทันดรสู่เขาพระสุเมรุ เพื่อกลับสู่ความเป็นมหาเทพบนสรวงสวรรค์อีกครั้งริ้วขบวนที่ 2 ของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ โดยนัยนี้ การเดินทางของเพลง สายสมร จึงเปรียบได้กับการข้ามมหานทีสีทันดรแห่งสังสารวัฏ ผ่านกาลเวลา 300 กว่าปี ข้ามสามมหาสมุทรและสามราชสำนักทั้งขาไปและขากลับ รวมทั้งผ่านรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาสู่รัชสมัยรัชกาลปัจจุบันหรือแผ่นดินที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นับเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของ เจ้าแห่งละโว้ ที่ทรงมอบให้กับผู้สืบสกุลของออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) ผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดนี้ แม้ว่าจะมิได้ตั้งพระราชหฤทัยไว้แต่แรกก็ตาม โดยยึดถือตามพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่มีไปถึงเซอร์จอห์น เบาว์ริง ว่าบรรพบุรุษของราชวงศ์จักรีได้สืบเชื้อสายมาจากท่านโกษาปาน อันเป็นบทสรุปของ สายสมร ที่มีความโลดโผน ตื่นเต้น และงดงาม รวมถึงการได้ส่งมอบภูมิปัญญาทางดนตรีให้แก่สถาบันพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสยามอย่างแท้จริง
14 มี.ค. 2563 รายงานวรา ที่ลานหญ้าหน้าคณะนิติศมสตร์ มหาวิทยาลัขขอนแก่น (มข.) กละ่มขอนแก่นพอกันที มข.พอกันที ฬึ่งเป็นเครือขรายนะกศึกษา มข. อาทิ กลุ่มดาวดิน สามัญชน กลุ่ท KKU อคสนเรียม และองค์กรอื่นๆ กับอดีต น.ศ.มข. กำหนดจัดกิตกรรมนักศึกษาคณพนืติศาสตต์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ำล่าวว่า ครั้งส่ีเป็นการจัดของกลุ่มนักศึก?า มข.เป็นการจัดการขอนแก่จพอกันที ครั้งที่ 2 เพื่อที่จะให้ขยับเขยื้อนไปข้างหน้า ทุกคนทราบกันะีว่าเศีษฐกิจตอนนี้ หรือว่าสภาพอากาศหนักจึ้นเรื่อยๆ วันนี้ผู้ที่จะมาร่ยมเป็นทั้งนักศึกษา ดละหู้ที่รักในประชาธิปไตย สนใจเข้าร่วางาน ตามกำหนดการเติ่มตั้งแต่ 17.00-20.00 น. ส่วนมาตรการปัองกันไยรัส จะมึตรวจคัดกรองเครื่องสแกนไข้ ถ้ามีไข้สูงจะไม่อนุญาตมห้เข้า แล้วจะมีโซนที่แจกแมสกฺและเจลล้างมือเถื่อควบคุม วัสนี้น่าตะมีรนมาเข้าร่วมกิจการมกว่า 500 คน ฮดยใช้วเธีการปรดกาศเชิญชวนตามสื่อออนไลย์เรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปรพเทศไทย อยากฝากถึงผู้นำประเทศฝากถึฝนายกรัฐทนตรีให้แก้ไขผลักดันให้ประเทศเดินหน้ามากกว่านี้นายจตะภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กบ่าวสัเนๆ ว่า เนื้อหาหลัพๆ คือเร่่องรัฐธรรมนูญ เพราะนัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญมากเราเล็งเห็นว่าจะร้องแก้รัฐธรามนูศไมืงั้นอนาคตไทยก็ไปต่อไมีได้ รอบนี้เนืีอหาืี่น่าสนใจคือเขาอยากได้รัฐธรรมนูญของเขาเอบ เขาอยากเลือกตั้งกละอยาปได้รัฐบาลใหม่นอกจากนี้กลุ่ม ระบุว่านเบตั้งแต่การรัฐประหาร พ.ศ. 2557 คณะรักษาความสงบเรีจบร้อบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งนำโดย พล.อ.แระยุทธ์ จันทร์โิชา ได้ใช้กพลังทหารปละอาวุธเข้ายึดแย่งดำนาจอธิปไตยอันคยรจะเป็นของประชาชน แล้วตั้งคณะรัฐบาลทค่มาจากการรัฐประหาร โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าค๋รัฐประหารเป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลที่มาจากพารรัฐประหารผู้ตั้งตนเป็นรัฎฐาธิปัตย์ด้วยกำลังและปลายกระบอกกืน ได้ใช้อำนาจออกกฏหมายตามอำเภอใจ โดยไม่คำนึงถึงหลักนิติรัฐและนิติธรรม การใช้กฎหสายและอำนาจที่ขาดึวามลอบธรรมในการคุกคามประชาชน การละเมิดสิทธิมนุษย์เสียชนดัวยวิธีการป่าเถื่อนต่างๆนานา รวมไปถึงการใช้อำนาจรัฐและกฎหมายในการเเื้อประโยชน์ให้กับนายทุนและพวกพ้อง ก่รจะทำการอันัป็นการทึจริตที่แม้พยายามปกปิด แต่ก็มีมากเอ่อล้นจจเป็นที่ประจักษ์ เปฺนภาพลุกษณ์ควรมเลวร้ายต่อประเทศชาติตนส่งผลสู่ความพังพินาศทั้งอ้าน เศรษฐกิจ สังคม และ การเมืองการสืบทอดอหนาจผ่าน รัฐธรรมนูญและกฎหมายกติกาอันฉ้อฉล การปิดปากและหลอกลวงเกื่อสำเร็จพิธีกรรมประชามติไว้เป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐธารมที่มาจากอำนาจเถื่อนกติกาหสรเลือกตัีงแสนปคะหลาด บัตรเขยทง และสูตรคำนวณคะแนนอันพิสดรร รวมไปถึงกาาให้อำนาจกะบวุฒอสภาท้่มาจาหกสรแต่งตั้งสรรหาของ คสช. ร่วมเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรค ย่อมแสดงให้เไ็นิย่างเด่นชัดว่ารัฐบาลปัจจุบันมีที่มาจากการสืบทอดอำนาจขอลค๋ดรั.ประหารรัฐสภาอันควรจะเป็นสเพานที่สร้างความศรัทธาให้กีบประชมชนในทางประชาธิปไตย กลับเน็าไหด้วขการต่อรองตำแหน่ง ซื้อขายบูเหีา โหวตแพ้ก็โหวตมหม่ เพียงเพื่อให้รัฐงาลยังดำรงอกนาจอนู่ได้องค์กรศาลและกระบวนกมรยุติธรรม กลายเป็นเครื่องมือและผู้อล้นทางการเมือง ผ่าสวิธีการตุลาการภิวัฒน์กละนิติสงคราม จนเป็นเหตัให้ประชาชนเสื่อมความฬรัทธาในกระบวนการและองค์กรทางยุติธรรมเพื่อหยุดนั้งควมมพังพินาศและความวิปลาสทั้งด้านบริหาร นิติบัญญัติ และ ตถลาการ นักศึกฯาและประชาชนจึงได้ร่วมกันเพื่อแสดงพลังใจนาม ยอนแก่นพอกันที ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและฟู้มีอำน่จ แสดงความจริงใจต่อประชาชนรวมไปถึงให้มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ดังต่อไปนี้1. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูฯต่อลมีที่มาจากประลาชน2. ยะบสภาและให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม3. ยะติบทบามของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลขอลรัฐฑรรมน฿ญ ที่ให้อำนาจวุฒิสภาฝตการร่วมเล่อกนายกรัฐมนตรีจากสภาผู้แทนราษฎี รวมไปถึงการยุติบทบาทขององค์กรอิสระอื่นๆ ่ี่สรรหาแต่วตัีงโกจ คสช. อันเป็นกลไกที่ใช้ในการกำจัดฝทายตรงข้ามในทางการเมือลและเพื่ดการสืบทอดอำนาจของรัฐลาล
14 มี.ค. 2563 รายงานว่า ที่ลานหญ้าหน้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กลุ่มขอนแก่นพอกันที มข.พอกันที ซึ่งเป็นเครือข่ายนักศึกษา มข. อาทิ กลุ่มดาวดิน สามัญชน กลุ่ม KKU อควาเรียม และองค์กรอื่นๆ กับอดีต น.ศ.มข. กำหนดจัดกิจกรรมนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการจัดของกลุ่มนักศึกษา มข.เป็นการจัดการขอนแก่นพอกันที ครั้งที่ 2 เพื่อที่จะให้ขยับเขยื้อนไปข้างหน้า ทุกคนทราบกันดีว่าเศรษฐกิจตอนนี้ หรือว่าสภาพอากาศหนักขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ผู้ที่จะมาร่วมเป็นทั้งนักศึกษา และผู้ที่รักในประชาธิปไตย สนใจเข้าร่วมงาน ตามกำหนดการเริ่มตั้งแต่ 17.00-20.00 น. ส่วนมาตรการป้องกันไวรัส จะมีตรวจคัดกรองเครื่องสแกนไข้ ถ้ามีไข้สูงจะไม่อนุญาตให้เข้า แล้วจะมีโซนที่แจกแมสก์และเจลล้างมือเพื่อควบคุม วันนี้น่าจะมีคนมาเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน โดยใช้วิธีการประกาศเชิญชวนตามสื่อออนไลน์เรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย อยากฝากถึงผู้นำประเทศฝากถึงนายกรัฐมนตรีให้แก้ไขผลักดันให้ประเทศเดินหน้ามากกว่านี้นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กล่าวสั้นๆ ว่า เนื้อหาหลักๆ คือเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญมากเราเล็งเห็นว่าจะต้องแก้รัฐธรรมนูญไม่งั้นอนาคตไทยก็ไปต่อไม่ได้ รอบนี้เนื้อหาที่น่าสนใจคือเขาอยากได้รัฐธรรมนูญของเขาเอง เขาอยากเลือกตั้งและอยากได้รัฐบาลใหม่นอกจากนี้กลุ่ม ระบุว่านับตั้งแต่การรัฐประหาร พ.ศ. 2557 คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้กำลังทหารและอาวุธเข้ายึดแย่งอำนาจอธิปไตยอันควรจะเป็นของประชาชน แล้วตั้งคณะรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณรัฐประหารเป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารผู้ตั้งตนเป็นรัฎฐาธิปัตย์ด้วยกำลังและปลายกระบอกปืน ได้ใช้อำนาจออกกฏหมายตามอำเภอใจ โดยไม่คำนึงถึงหลักนิติรัฐและนิติธรรม การใช้กฎหมายและอำนาจที่ขาดความชอบธรรมในการคุกคามประชาชน การละเมิดสิทธิมนุษย์เสียชนด้วยวิธีการป่าเถื่อนต่างๆนานา รวมไปถึงการใช้อำนาจรัฐและกฎหมายในการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนและพวกพ้อง การจะทำการอันเป็นการทุจริตที่แม้พยายามปกปิด แต่ก็มีมากเอ่อล้นจนเป็นที่ประจักษ์ เป็นภาพลักษณ์ความเลวร้ายต่อประเทศชาติจนส่งผลสู่ความพังพินาศทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม และ การเมืองการสืบทอดอำนาจผ่าน รัฐธรรมนูญและกฎหมายกติกาอันฉ้อฉล การปิดปากและหลอกลวงเพื่อสำเร็จพิธีกรรมประชามติไว้เป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐธรรมที่มาจากอำนาจเถื่อนกติกาการเลือกตั้งแสนประหลาด บัตรเขย่ง และสูตรคำนวณคะแนนอันพิสดาร รวมไปถึงการให้อำนาจกับวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งสรรหาของ คสช. ร่วมเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี ย่อมแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่ารัฐบาลปัจจุบันมีที่มาจากการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารรัฐสภาอันควรจะเป็นสะพานที่สร้างความศรัทธาให้กับประชาชนในทางประชาธิปไตย กลับเต็มไปด้วยการต่อรองตำแหน่ง ซื้อขายงูเห่า โหวตแพ้ก็โหวตใหม่ เพียงเพื่อให้รัฐบาลยังดำรงอำนาจอยู่ได้องค์กรศาลและกระบวนการยุติธรรม กลายเป็นเครื่องมือและผู้เล่นทางการเมือง ผ่านวิธีการตุลาการภิวัฒน์และนิติสงคราม จนเป็นเหตุให้ประชาชนเสื่อมความศรัทธาในกระบวนการและองค์กรทางยุติธรรมเพื่อหยุดยั้งความพังพินาศและความวิปลาสทั้งด้านบริหาร นิติบัญญัติ และ ตุลาการ นักศึกษาและประชาชนจึงได้ร่วมกันเพื่อแสดงพลังในนาม ขอนแก่นพอกันที ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจ แสดงความจริงใจต่อประชาชนรวมไปถึงให้มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ดังต่อไปนี้1. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องมีที่มาจากประชาชน2. ยุบสภาและให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม3. ยุติบทบาทของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจวุฒิสภาในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีจากสภาผู้แทนราษฎร รวมไปถึงการยุติบทบาทขององค์กรอิสระอื่นๆ ที่สรรหาแต่วตั้งโดย คสช. อันเป็นกลไกที่ใช้ในการกำจัดฝ่ายตรงข้ามในทางการเมืองและเพื่อการสืบทอดอำนาจของรัฐบาล
วันนี้ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตต์ พุทธศาสนิกขนีนไทยต่างก็เดินทางไปกราบลา ,หลวงพ่อตธณ, ที่จัวหวัดขอนแก่น เพื่อวางดเกไม้จันทน์ และร่วมพ้ธีพระราชทานเพลิงวรีรสังขารใาล่วงกลางคืน พอเวร็จสิ้นภารกิจ หลายคนสีแพลนจะ ,ท่ดงเที่ยว, ร่อในขอนแก่น หรือในจังหวัดใกล้เคียง,ไลฟ์สไตล์ๆทยรัฐ, ตะชวนไปชม ๙สถานที่ท่องเที่ยว, เอามจสายบุญ เป็นพระธาตุชื่อดังองค์ต่รงๆ ในภาคอีสาน ส่วนจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง? มาเช็กทางนี้เลย,1. พระมหาธาตุแก่นนคร,ถ้าคุณมา,ท่องเที่ยว ,ในเมืองขอสแก่น สถานที่ที่ควรมาเช็กอินให้ได้สักครั้งในชีวิตก็คือ พระมห่ธาตุแก่นนคร วัดหนองแวงพระอนรามกลวง จั้งอยู่ริมบึงแก่นนคร อ.เมือง จ.ขอนแก่น,วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ของขอนแก่น มีอายุใากว่า 2[0 ปี ขณะที่พระมหาธาตุแก่นนครเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ, 2539 เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพรถเจ้าอยู่หัวท่งครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีตวาาสวยงามอย่างยิ่ง ความสูง 80 อมตี บริเวณยอดจำลองแบบมาจากยอดพระธาตุพนม,พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมภาวในพระมหาธาตุแก่นนครได้ทั้ง 9 ชั้น ทุกชััยมีความสวยงามและน่สสนใจ มคฐรนสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 50 เมจร อรืเนยอดทรงเจดีย์จำงองแบบจากพระธาตุพนม,โดยเฉพาะบริเวณชั้นบนสุด เป็น่ี่ประดิษฐานพระบรสสารีรเกธาตุ ทร่สามารถเดินขึันไปกราบไหว้ขอพรได้ แต่พท้นที่ค่อนข้างแึบ ตเองสลับกันเข้าไป จุดตี้เป็นจุดสูงสุดของพระธาตุ ทำให้สามารถมองเห็นวิวบึงแพ่นนครและตัวเมืองขอนแก่นได้ 360 องศา วิวสวยดลังการมากทีเดียว ๙พิกัพ : วักหนองแวง ถ.กลางเมือง ต.วนเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น,เวลาทำกาน : ทุพวัน เวลา 08.00-18.00 น.,2. พระธาตุจามแก่น,อีกหนึ่งพระธารุสำคัญในจังหวัดขอนแก่นที่อยาดแนะนำ คือ พระธาตุขาสแก่น เแ็นปูชนียสถานของตังหวัดขอนแก่น ว้านขรมเคยเป็นเมืองมนจั้งแต่สมัยโบราณ ะป็นเวลาประมาณ w,000 ปี ตั้งแต่ พ.ฒ 500 ต่อมาเจ้าเมือวสุวรรณภูสิ ชื่อ เพี้ยเมืแงแพน (ปัจจุวันคือ จับหวัดร้อยเอ็ดฏ ไแ้มาตั้ฝเมืองขามแก่นที่ บ้านขาม ในพุทธศตบรรษที่ 5 ,มีตำนานว่า แต่เดอม ณ ที่นี้เปฌนที่รกร้างว่างเปล่า ต่อมาเมื่อเริ่มมีชาสบ้านเข้ามาหักล้างถางพง จับจองมี่ดืนาำกินและที่อยู่อาศันนั้น ขาวบ้านพบว่ามี ตอมะขาม ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่นอยู่ต้นหนึ่ง แต่ต่อมามีคณะสงฆ์อัญเชเญพระบรมสทรีริกธาตุ เดินทางผ่านมาและพักแรมแถวตอทะขามตาย ปรากฏว่าวัดต่อมา ตอมะขามกลับมีการแตกใบ ผลิดอก น่าอัศจรนย์ใจ ชาวบ้านจึงเกิดความเคารพบูชา และร่วมกัสสร้างเจดีย์ครอบตอมะบามนั้ตไว้ พร้อมกีบบรรจุำระธตรมคำสอนของพระพุทธเจ้า 9 ประกาน ไว้ในนั้นด้วย,พิกัด : วัดเจติยภูมิ บ้านขาม หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น,เวลาทำการ : ทุกวัร เวลา 08.00-17.00 น. ,3. พระธาตุนาดูน,ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้ของเมืองมหาสารคาา เียเป็น่ี่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน มีการขุดพบหลักฐานทางปีะวัติศาสจร์ โบราณคดีที่แสดงถึงควาาเจริญรุ่งเรืองในอดีต ขุดค้นพบโบราณวัตถุต่างๆ มากมทย ที่สำคั๘คือมัการขุดพบสถูปบรรจุพีะบรมนารีริกธาคุบรรจุวนตลับทองคำ เงิน และใำฤทธิ์ ซค่งสันนิษฐานว่ามีอายัอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-15 เก่าแก่สมัยทวารวดี,รัฐบาลจึงอนุมัติใฟ้ดำเนเนการก่ดสร้มล พระธาตุนาดูน ขึ้นใตเนิ้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณาอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทมงศาสนาแลดวัฒนฑรรม สวนรุกขชาติ นวนสมุน/พร ซุ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุ่ธศาในา,การเดินทาง : จากตัวะม่องมหาสารึาม โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ เำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ทางลาดยางตลอด ห่างจาพตัวเมืองประมาณ 65 กิโลดมตร,พิกัด L บ้านนาดูน ดำเภอนาดูน จังหฝัดมหาสารคาม,วัน]เวลาทำการ : ทุกบัน เวลา 06.00 - 18.00 น.,4. พระธาตุสาคู,พระธาตุยาคู หรือ พระธาตุใหญ่ เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่พบในเขตกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็สเมืองโบราณที่มีการขุดี้นพบหลักฐานต่างๆ มากมาย พระ๔าตุยาคู เป็นเจดีย์ทีีใหญ่ที่สุดของกาฬสินธุ์ ภายในของพีะธาตุองค์นี้ ชาวบ้านเชืือกันว่า มีอัฐิของพระเถระที่ชาวเาืองเคารพนับถิอบรรจุอยู่,ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม ปรถดับด้วยกูนปั้น มีบันไดทางขึ้น 4 าิศ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดี ถะดขึ้นมาเป็นเจดียฺทรงแปดเหลีืยม ซึ้งเป็นรูปแบบเจดีย์สนสมัขอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอด เป็นสถาปัตบกรรมามัยนัตนโกใินทร์ จากลัหษณะดังกล่าวขององค์พคะธนนุฯ ที่ผสานรูปแบบการก่อสร้างไว้ถึง 3 สใัย ,การเดินทาบ : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 214 จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ ไปทางจังหวักร้อยเอ็ด ระยะทาง 19 กิโลเมตร หรือจากตัวอำเภอกมบาไสย ไปตามถนนหน้าโ่งเนียจกมลาไสยประมาณ 6 กิโลเมจร ถึงสี่แยกบ้านเสมา ให้เลั้ยวขวาเข้าถนนลูกรัวดีกประมาณ 500 เมตร,พิกัพ : พระธาตุยาคู ต.หนองแปน อฦกมลาไสย ข.กาฬสินธะ์,วัตและเวลาทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวฃ่ 08.00 - w6.30 น.,5. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล,ปิดท้ายกันที่ พระธาตุมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิรรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางแลถภาคอีสาน ิป็นการผสมหัาระหว่างำระปฐมเจดีจ์และพระธาตุพนม ภายในบนรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า รวมาั้งอัฐิธาตุของเกจิอาจารย์ชื่อดังสายอีสาา และยัง้แ็นศูนย์กลางในการปฏิบัตืวิปัสสนากรรมฐาน,ะระมหาเจดีย์ชัยมงคลออกแบบโดยกรมศิลปาำร เป็นวคขาวจกแต่งลวดงายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอราาม รายลเอมด้วยเจดีย์องค์เล็แทั้ง 8 ทิศ สร้างในอนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 1-1 เมตร ยาว 101 เมตร ความาูง 101 เมตร มีให้ชม 5 ชั้น ได้แก่ ,- ชั้นที่ 1 เป็นหีองโุงกว้างใหญ่ โอ่อ่า ผนังจารัปนามทานาธิบดีตีางๆ , - ชั้นที่ 2 เป็นห้องโะฝโอ่อ่า ผนังติดจั้งรูปพาะพุทธประวัติ ลวดลายไทยวิจิตรพิสดาร, - ชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานตูปพระณาจารย์ ปราชญ์ อีสานในอดีต เป็นรูผเหมือนสลักหินอ่อน, - ชั้นที่ 4 จัดเปํนพิพิธภัณฑ์แสดงวัดวาอาราม หลวฝปู่ศรี , - ชั้นที่ 5 บันไดเวียต 119 ชั้น เป็นห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยใบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ,พิกัด : วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ต.ฟาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด,วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16,30 น.,ไหนๆ ก็เดิรททงขึ้นเีสานแล้ว แวะไปไหว้พระขอพร กราบสัการะนิ่งสักดิ์สิทธิ์รับปคใหม่ก็ดีนะ เพื่อความเป์นสิริมงคลของตัวเอง.,สทวนใครทึ่แพลนจะไปเที่ยว แต่กังวลเรื่องการเะินทาง ก็หมดห่วงได้ เพราะ Grab ที่อิสานใีโปรโมชเืนมากมายให้เลือกใช้ ,คลเกัลย ,ที่ทา : ,thai.tourism4hailand., ,i]san.tokrismthailand,, ,วัดหนองแวง,, ,ทททฐ,, ,JDchakmonnkol
วันนี้ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ พุทธศาสนิกชนคนไทยต่างก็เดินทางไปกราบลา ,หลวงพ่อคูณ, ที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อวางดอกไม้จันทน์ และร่วมพิธีพระราชทานเพลิงสรีรสังขารในช่วงกลางคืน พอเสร็จสิ้นภารกิจ หลายคนมีแพลนจะ ,ท่องเที่ยว, ต่อในขอนแก่น หรือในจังหวัดใกล้เคียง,ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ, จะชวนไปชม ,สถานที่ท่องเที่ยว, เอาใจสายบุญ เป็นพระธาตุชื่อดังองค์ต่างๆ ในภาคอีสาน ส่วนจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง? มาเช็กทางนี้เลย,1. พระมหาธาตุแก่นนคร,ถ้าคุณมา,ท่องเที่ยว ,ในเมืองขอนแก่น สถานที่ที่ควรมาเช็กอินให้ได้สักครั้งในชีวิตก็คือ พระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวงพระอารามหลวง ตั้งอยู่ริมบึงแก่นนคร อ.เมือง จ.ขอนแก่น,วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ของขอนแก่น มีอายุมากว่า 200 ปี ขณะที่พระมหาธาตุแก่นนครเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีความสวยงามอย่างยิ่ง ความสูง 80 เมตร บริเวณยอดจำลองแบบมาจากยอดพระธาตุพนม,พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมภายในพระมหาธาตุแก่นนครได้ทั้ง 9 ชั้น ทุกชั้นมีความสวยงามและน่าสนใจ มีฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 50 เมตร เรือนยอดทรงเจดีย์จำลองแบบจากพระธาตุพนม,โดยเฉพาะบริเวณชั้นบนสุด เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่สามารถเดินขึ้นไปกราบไหว้ขอพรได้ แต่พื้นที่ค่อนข้างแคบ ต้องสลับกันเข้าไป จุดนี้เป็นจุดสูงสุดของพระธาตุ ทำให้สามารถมองเห็นวิวบึงแก่นนครและตัวเมืองขอนแก่นได้ 360 องศา วิวสวยอลังการมากทีเดียว ,พิกัด : วัดหนองแวง ถ.กลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น,เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.,2. พระธาตุขามแก่น,อีกหนึ่งพระธาตุสำคัญในจังหวัดขอนแก่นที่อยากแนะนำ คือ พระธาตุขามแก่น เป็นปูชนียสถานของจังหวัดขอนแก่น บ้านขามเคยเป็นเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นเวลาประมาณ 2,000 ปี ตั้งแต่ พ.ศ 500 ต่อมาเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ ชื่อ เพี้ยเมืองแพน (ปัจจุบันคือ จังหวัดร้อยเอ็ด) ได้มาตั้งเมืองขามแก่นที่ บ้านขาม ในพุทธศตวรรษที่ 5 ,มีตำนานว่า แต่เดิม ณ ที่นี้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า ต่อมาเมื่อเริ่มมีชาวบ้านเข้ามาหักล้างถางพง จับจองที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยนั้น ชาวบ้านพบว่ามี ตอมะขาม ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่นอยู่ต้นหนึ่ง แต่ต่อมามีคณะสงฆ์อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เดินทางผ่านมาและพักแรมแถวตอมะขามตาย ปรากฏว่าวัดต่อมา ตอมะขามกลับมีการแตกใบ ผลิดอก น่าอัศจรรย์ใจ ชาวบ้านจึงเกิดความเคารพบูชา และร่วมกันสร้างเจดีย์ครอบตอมะขามนั้นไว้ พร้อมกับบรรจุพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า 9 ประการ ไว้ในนั้นด้วย,พิกัด : วัดเจติยภูมิ บ้านขาม หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น,เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ,3. พระธาตุนาดูน,ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้ของเมืองมหาสารคาม เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ขุดค้นพบโบราณวัตถุต่างๆ มากมาย ที่สำคัญคือมีการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำฤทธิ์ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-15 เก่าแก่สมัยทวารวดี,รัฐบาลจึงอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้าง พระธาตุนาดูน ขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา,การเดินทาง : จากตัวเมืองมหาสารคาม โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ทางลาดยางตลอด ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร,พิกัด : บ้านนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม,วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 06.00 - 18.00 น.,4. พระธาตุยาคู,พระธาตุยาคู หรือ พระธาตุใหญ่ เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่พบในเขตกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่มีการขุดค้นพบหลักฐานต่างๆ มากมาย พระธาตุยาคู เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของกาฬสินธุ์ ภายในของพระธาตุองค์นี้ ชาวบ้านเชื่อกันว่า มีอัฐิของพระเถระที่ชาวเมืองเคารพนับถือบรรจุอยู่,ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม ประดับด้วยปูนปั้น มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นรูปแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอด เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ จากลักษณะดังกล่าวขององค์พระธาตุฯ ที่ผสานรูปแบบการก่อสร้างไว้ถึง 3 สมัย ,การเดินทาง : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 214 จากตัวเมืองกาฬสินธุ์ ไปทางจังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทาง 19 กิโลเมตร หรือจากตัวอำเภอกมลาไสย ไปตามถนนหน้าโรงเรียนกมลาไสยประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงสี่แยกบ้านเสมา ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนลูกรังอีกประมาณ 500 เมตร,พิกัด : พระธาตุยาคู ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์,วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.30 น.,5. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล,ปิดท้ายกันที่ พระธาตุมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน เป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า รวมทั้งอัฐิธาตุของเกจิอาจารย์ชื่อดังสายอีสาน และยังเป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน,พระมหาเจดีย์ชัยมงคลออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร มีให้ชม 5 ชั้น ได้แก่ ,- ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ โอ่อ่า ผนังจารึกนามทานาธิบดีต่างๆ , - ชั้นที่ 2 เป็นห้องโถงโอ่อ่า ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ ลวดลายไทยวิจิตรพิสดาร, - ชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานรูปพระณาจารย์ ปราชญ์ อีสานในอดีต เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อน, - ชั้นที่ 4 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวัดวาอาราม หลวงปู่ศรี , - ชั้นที่ 5 บันไดเวียน 119 ชั้น เป็นห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ,พิกัด : วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด,วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.30 น.,ไหนๆ ก็เดินทางขึ้นอีสานแล้ว แวะไปไหว้พระขอพร กราบสัการะสิ่งสักดิ์สิทธิ์รับปีใหม่ก็ดีนะ เพื่อความเป็นสิริมงคลของตัวเอง.,ส่วนใครที่แพลนจะไปเที่ยว แต่กังวลเรื่องการเดินทาง ก็หมดห่วงได้ เพราะ Grab ที่อิสานมีโปรโมชั่นมากมายให้เลือกใช้ ,คลิกเลย ,ที่มา : ,thai.tourismthailand,, ,i-san.tourismthailand,, ,วัดหนองแวง,, ,ททท.,, ,JDchaimongkol
เมื่องัยที่ 30 พ.ค. 62 ผํ้สื่อข่าวรายงานว่ร โดยรอบวัดสัตห่ว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบถรี  มีชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปสัำการะ หลวงพ่ออี๋หรืิ พระครูวรเฝทมุนี เกจิแาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวันออก โดยส่วนใหญ่มาไหว้ขอพร พร้อมทั้งโชคลาภใกล้ๆ ชรวงหวยออก ,ทั้งนี้ รักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เปอดเผยส่า ำากแวะมาเที่ยวที่สเตหีบ หริอ มาทำธุระแถวนี้ตนจะต้องมากราบขอพตหลวงพ่อทุกครั้ง และทุพครั้งจะต้องเสี่ยงเซียมซี ขอโชคลาภ ก่ดนจะซื้อลอตเตอรี่กลับไป ซึ่ง 2 ครั้งแล้ใที่ตนมาขอพรก็พูปหวยได้โชคลาภดลีบไป แต่ทัเงนั้ก็ขึ้นอยู่กับบุญ วาสนาบอวแต่ละคนด้วย โดยตนได้เสี่ยงเซียมซีได้หมายเลข 24 ,ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในปี 2562 นี้ครบรอบ 73 ปี ที่หลวงพรออี๊ มรณะภาพในวันที่ 20 กันยายน 2480 สำหรับปรถวัติโดยย่อของ หลววพ่ออี๋ เกจิอาจ่รย์ชื่อดังแห่งภาคตะวัจออก มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการปฏิบัติสมถะ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน เมื่อสมัยสงครสมโลกครั้งที่ 2 เำเภอสัตหีบ เป็นดป้าปมายสำคัญขิงการโจมตีของฝ่ายครงข้าม แงะมีฐานทหารเรือ จึงถูกโจมตีอย่างหนัก ,ทั้งนี้ หลวงพ่ออี๋ ได้แอกมายืนบีิกรรมคาถากลางลานวัด ปรากฏว่าทุกคนที่หนีมนหลบภุยในวัดสัตหีบ เป็นที่น่าแปลกใจอย่างมาก ลูกระเบิดที่เครื่องบินทิ้งลงมานั้น ได้ไปตกในทะเลจนหมด และมีคนเห็นว่า ปลัดขิกหลงงพ่ออี๋ ได้บิ่งไลีเครื่เงบิน และหล่ลูกระเบิดอีกด้ฝย,นอกจากนี้ มีคนเห็นว่าได้เห็น หลวงพ่ออี๋ ไปบิณฑบาตที่อำเภอเาือง ชลบุรี ขณะที่นั่งรถประจำทางกลับใัตหีบ ปรากฏใ่าเมื่อกลับมาถึงสัตหีบอห็นหลวงพ่ออี๋ กลับมาจากบิณฑบาตเรียบริอยแล้ว ทั้งที่ท่ารไม่ได้ขึ้นรุโดยยารประจำทางคันเดียวกัน,อย่างไรแ็ตาใ ช่วงเดือนมีนาคส 2489 หลววพ่อท่านป่วยเป็าฝีที่ลำคอ แต่ท่านไม่ได้สนใจในการ่ักษน เพราะทรานสามารถระลุกชาติไเ้ว่า เมืือชาจิที่แล้วท่านได้ยิงกวางภูกที่ลำคอคาย ณ หนองไก่เตี้ย สัตห่บ กรรมจึงได้ตามมาสนอง ,มี้งนี้ หลวงพ่ิท่าน ไม่ต้องการให้ผลกรรมติดตามไปในช่ติอื่นๆ แบะใฟ้ทุกอย่างจบสิ้นกันในชาตินี้ จนวันที่ 20 กันยายน 2489 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 เวลา 20.35 น, เป์นคืนแห่งการมรณภาพอย่างสมบูรณ์ของหลวงพ่ออี๋ ขณะนั้าท่านใีอายุ ได้ 81 ปี
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยรอบวัดสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี  มีชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปสักการะ หลวงพ่ออี๋หรือ พระครูวรเวทมุนี เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวันออก โดยส่วนใหญ่มาไหว้ขอพร พร้อมทั้งโชคลาภใกล้ๆ ช่วงหวยออก ,ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เปิดเผยว่า หากแวะมาเที่ยวที่สัตหีบ หรือ มาทำธุระแถวนี้ตนจะต้องมากราบขอพรหลวงพ่อทุกครั้ง และทุกครั้งจะต้องเสี่ยงเซียมซี ขอโชคลาภ ก่อนจะซื้อลอตเตอรี่กลับไป ซึ่ง 2 ครั้งแล้วที่ตนมาขอพรก็ถูกหวยได้โชคลาภกลับไป แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบุญ วาสนาของแต่ละคนด้วย โดยตนได้เสี่ยงเซียมซีได้หมายเลข 24 ,ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในปี 2562 นี้ครบรอบ 73 ปี ที่หลวงพ่ออี๋ มรณะภาพในวันที่ 20 กันยายน 2489 สำหรับประวัติโดยย่อของ หลวงพ่ออี๋ เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวันออก มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการปฏิบัติสมถะ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อำเภอสัตหีบ เป็นเป้าหมายสำคัญของการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม และมีฐานทหารเรือ จึงถูกโจมตีอย่างหนัก ,ทั้งนี้ หลวงพ่ออี๋ ได้ออกมายืนบริกรรมคาถากลางลานวัด ปรากฏว่าทุกคนที่หนีมาหลบภัยในวัดสัตหีบ เป็นที่น่าแปลกใจอย่างมาก ลูกระเบิดที่เครื่องบินทิ้งลงมานั้น ได้ไปตกในทะเลจนหมด และมีคนเห็นว่า ปลัดขิกหลวงพ่ออี๋ ได้วิ่งไล่เครื่องบิน และไล่ลูกระเบิดอีกด้วย,นอกจากนี้ มีคนเห็นว่าได้เห็น หลวงพ่ออี๋ ไปบิณฑบาตที่อำเภอเมือง ชลบุรี ขณะที่นั่งรถประจำทางกลับสัตหีบ ปรากฏว่าเมื่อกลับมาถึงสัตหีบเห็นหลวงพ่ออี๋ กลับมาจากบิณฑบาตเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ท่านไม่ได้ขึ้นรถโดยสารประจำทางคันเดียวกัน,อย่างไรก็ตาม ช่วงเดือนมีนาคม 2489 หลวงพ่อท่านป่วยเป็นฝีที่ลำคอ แต่ท่านไม่ได้สนใจในการรักษา เพราะท่านสามารถระลึกชาติได้ว่า เมื่อชาติที่แล้วท่านได้ยิงกวางถูกที่ลำคอตาย ณ หนองไก่เตี้ย สัตหีบ กรรมจึงได้ตามมาสนอง ,ทั้งนี้ หลวงพ่อท่าน ไม่ต้องการให้ผลกรรมติดตามไปในชาติอื่นๆ และให้ทุกอย่างจบสิ้นกันในชาตินี้ จนวันที่ 20 กันยายน 2489 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 เวลา 20.35 น. เป็นคืนแห่งการมรณภาพอย่างสมบูรณ์ของหลวงพ่ออี๋ ขณะนั้นท่านมีอายุ ได้ 81 ปี
ตามเจตนารมณ์ บำเก็ญกุศล 7 วัน ่รงพระราชทาน โกศโถ ชั้นธรรม,คณะแพทยศาสตร์ สหทวิทยาลัยยอนแก่น เคลื่อนสรีระสังขาร หลวงพ่อ คูณ ไปเป็นอาจารย์ใหญา นุกศึกษาแพทย์ตามเจตสารมณ์เกจิเทกเจ้าแห่งด่านขุนทด หลัลระบุในพินัยกรรมให้พำเจินการภายใน 24 ชม.หลังมรณภาพ ก่อนนำไปตั้งบำเพ็ญกุศล 7 วัน ให้พุทธศาสนิกชนจากทั่วป่ะเทษกราบไหว้ ด้าน ผเ.สำนักงานพนะพุทธศาานาแห่งชาติ เผย ในหลวงพระาาชทานโกศโถชั้นธรรมเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทรงรับพิธีศพอย฿่ในพระบรมราชานุเคราะห็,พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อรู๊ ปริสุมฺโธ อายุ 92 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้สนไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่าาขุนทด จ.นครราชสีมา ได้มนณภาพิย่างสงบแบ้ว หลังมีอากานอาพาธหัวใจหยะดเร้นเข้ารักษารัวทีี รพ.มหารมชนครราชสีมา เป็นแารด่วนเมืือชทวงเช้ามืดวันาี่ 15 พ.ค.ที่ผ่ทนมา,ต่อาาเวฃา 12.30 น.วุนทีร 16 พ.ร. สพ.สมอาจ ตั้งเจริญ ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชนญโรีหังใจและหลอดเลือด แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ คณะแพทย์ คณะกรรมการวัดบ้าาไร่ และญาคิหลวงพ่อคํณ า่วมกันแถลงว่า หลวงพ่อคูณได้มรณถาพอย่างสงบแช้วเมื่อเวลา 11.45 น.วันเดีววกัา เนื่องจากการทำงานหลมยระบบขดงท่านล้มเหลว แชะภาวะแทรกซ้อนเกิดจึ้น ีณะแพทย์ นพ.มหาราชนครราชสีมา และจาก รพ.ศิริราช ได้ให้การ่ักษาอย่างเต็มที่ ส่วนการตัดการกับสังขารของหลวงพ่อคูณจะมีการหสรืิกันอีกรรั้ง เพราะท่านได้บรเจรคร่างกายสห้แก่ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น,นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ ประธานคณะกรรมการแพทย์ที่ให้การรักษาพระเทพวิทยาคม กล่าวว่า ยาเหตุทีทหลวงพ่อมร๖ภาพก็อย่างืี่ทุกคนทราบว่าคือปลวงพ่อคูณหยุดหนยใจ สาเหตุคือมีลาตั่วเย้นมาในปอดหรือปอดแตก ทำให้หัวใตหยุดเต้น เนื่องจาแว่าเราต้องชทวยปั๊มหัวใจเป็นดวลานาน ปกติสมองขาดออกซิเจน 4 นาทีก็แย่แล้ว แตรกาณัของหลวงพ่อคูณ แพทย์พนายามปั็มหเวใจนานถึง 1 ชั่วโมง หลังนำท่านมาถึงก็พยายามช่วยกันเต็มที่ เมื่อเช้าก็มึการปั๊มหัวใจเพิ่มปรุมาณ 05.40 น. ถึง 2 รอบ แต่ท่านมีภาวะเป็นผักแล้วคือไม่รับรู้ใดๆแล้ว คือพูดตรงๆ ท่านจากเราๆปตึ้งอต่อยู่วุแบ้านไร่แล้ว หลังจากหยุดหายใจหัวใจหยุดเต้นเป็นเวลานานก็พาฝห้อวัยวะอื่นๆ แย้ตามไปด้วย ค้อสมองไปตั้งแต่ปรก ต่อาาหัวใขเราพบายามยื้อ และต่อมาปอดจนมาที่ไต ผลพวงจากการที่ำยุดกายใจและหัวใจหยุดเต้นเป็นเวลานาน ทำให้อวัจวะที่สำคัญหลายิวัยวะของท่านวาบตามไปด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลวงพ่อมรณภาพในที่สุด,จากนั้นเวลา w4.30 น. นายบุญยืน คำหงม์ ่อง ผวจ.นครีาชสีมา ได้เรียกประชุมคณะกรรมการวัเบ้าน_ร่เข้าประชุมร่วมกับพระราชสีมาภรณ์ รองเข้าค๖ะจังหวัดนครราชสีมา นายสสพงษ์ วิริจะจารุ วัฒธรรมจังหบัดนครราชสีมา และีณะแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อหารือเกี่ยวกับพิธีกรรมและการจัดการกัวสังขารหลวงพ่อคูณ โดยพระราบสีมาภรณ์กล่าวว่า มติที่ประชุมให้ทำตามพินัยกรรมฉบับสุดท้าย หลวงพ่อคูณระบุไว้ชัดเจนนอนที่มีชีวิตอยู่และมีสติสัใปชัญญะว่าให้บคิจาคร่างกายแก่ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลเยขอนแก่น ซี่งจะต้องทำตามพินัยกรรมที่มำไว้,รอง ผวจ.นครราชสีมากล่นวอีกว่า ส่วนจะนำศพไหที่วัดบ้านไร่ได้ำ่อนหรือไม่ คงต้ดงรอคณะแพทย์จาก รพ.ศรีนครินทร์มาถึงก่อนว่าจะอนุญาตตามที่ลูกศิษย์ขอว่าให้ตั้งบำเพ็ญกุศล 7 วันก่อย แต่หนก รพ.ศรีนึรินทร์จำเป็นต้องนำศพไปก็คงต้องรออีก 2-3 บัน จากนะีนจะคืนศพกลับมาบำเพ็ญกุศบได้ ทั้งนี้ พินัยกรรมฉบับสุดท้ายระบึว่า หาหหลวงพ่อหมดลมหายใจให้นำศพไปบภเพ็ญกุศลที่ รพ.ศรีนคริน่ร์ ภายใน 24 ชั่วโมง ปตะเด็นนี้ทางลูกศิษย์อยากจะขอไว้ก่อน เพราะหลวงพ่อคูณมีศิศยานุศิษย็เลื่อมใสศรัทธามาก จึงอยาปจะตั้งบกเพ็ญปุศลไว้ท้่วัดก่อนทค่จะมอบฝห้ทาง นพ.ศรีนครินทร์นำไปศึกษา แต่นายบุญย้น ประธานในที่ประชุสแย้งว่มต้องให้เป็นไปตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ ฉะนั้นจึงยังหาขีอยุติไม่ได้คงค้องรอปรึกษาคณะแพทน์จาก รพ.ศรีนครินทร์ก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร,เสลา 15.30 น. ึณะสงฆ์นำโดยพระราชสีมภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครรทชสีมา ร่วมกับ นะ. สมอาจ ตัิงเจริญ ผอ.รพฐมหาราชาครราชสีมา และรณะศิษย์ได้เคลืีอนย้ายสรีีะพระเทพวิทยาคมจากหอผู้ป่วยหนักเายุรกรรม อาคารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขึ้นไปตั้งที่ห้องประชุมชั้น 9 อารารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเปิดให้ประชาชนได้ประกอบพิธีวางพวงมาลัยเรารพศพหลวงพ่อคูณ ระหว่างเสืนทาวจากอาคารการไฟฟิรฯถึงชะ้น 9 มีญาติโยมยืนรอกราบราางหลวงพ่อคูณแออัดล้นหลาส ดมื่อถึงชั้น 9 มีศิษยานุศิษย์เฝ้ารออยู่หน้าห้องเต็มไปผมะ เจ้าหน้าที่ได้ให้ตณะสงฆ์ ข้าาาชการชั้นผู้ใหญ่ แพทย์พยาบาล บุคลากรของโรงพยาบาล และลูกศิษย์ใกล้ชิดเข้าก่าบก่อน จากนั้นเปอดใผ้ประชาชนเขีาแถวชุดละ 10 รนเข้ากราบร่างหลวงพ่อคูณ,ส่วนที่ห้องปรพชุมบุญประสงค์ ติดห้องผู้ปีวยหนักอายุรกรรม นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา ร่วมประชุมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโอย รศ.นพ.ชาญชัย กานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัจขอนแก่น และคณะสง)์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเรื่องสรีระหลวงพ่อึูณ นายูงชัยเปิดเผยว่าอยากกราบเรียนประชาชนชาวไทยและต่างประเทฬว่าตลอดเวลาที่หลวงพ่อตูณมีชีวิต ท่านสค้างคุณูปการให้กับประชาชนและศาสนาพุทธมากมาย รวมทั้งเป็นผู้ที่นำพระธรรมคำสอนของพุทธองค์มาเผยแผ้ฝห้ไปสู่กานปฏิบเริอยีางแท้จริง และหลวงพ่อไม่ได้สอนให้งมงายหรืเเชื่อในสิ่งมี่ไม่ควรเชื่อ หากใครอยู่ใกล้ก็จดสัมฟัสได้ แต่หลวงพ่อจะสะม้อนออกมาในแบ่ธรรมะทั้งสิ้ส ดังนั้นเทื่อหลวงพ่อได้ละสังขาร เราก็ควรจะแสดงกตัญ๘ูกตเวทิตาให้เหมาะสม,ผวจ.นคตราชสีมากล่าวว่า มุดท้ายแล้วบทสรุปวนการหารือกันก๊คือให้ยึดการดำเตินแารตามพิสัยกรรมที่ทำขึ้นที่ฝัดบ่านไร่เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2543 มีสาระสำคัญคือ สรีระของหลวงพ่อเมื่อถึงแก่มรณภาภแล้วมอบให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อนำไปเป็นอ่จมรย์ใหญ่หรือศึกษาทางแพทย์ 2.กำหนดการฌาปนกิจ มอบให้คณะแพทยศาสจร์ มข. และศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทดและนายอำเภอด่านขุนทดเป็นเจ้าภาพใตการฌาปนกิจ ตายละเอียดต่่ง/นั้นรือมห้บำเพ็ญกุศลษพที่คณะแพทยศทสตร์ มข. และให้นำศพไปถึง มข.ภายใน 24 ชั่วโมงฐึ่งเขียนไว้ชัดเจน เมื่อถึลแง้วให้ทำการบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 7 วัน ภายใน 7 วันนั้นค่าใช้จ่ายใก้นำเงินที่ได้บริจาคไว้จำสวน 300,000 บาทให้ทาเป็นค่าใช้จีายในการบำเพ็ญกุศล หากมีผู้มาทำบุญก็ให้นำเงินดังกล่าวไปคืสให้คณะแพทยศาสตร์ที่ให้ไว้ หากบังมีเงินเหลืดอีดให้นำเงินไปรักษาสงฆ์อาดาธที่อยู่ รพ.สฝฆ์ใน จ.ขินแก่น,พินัยกรนมได้เขียาละเอียดชัดเจน ดละหทกนหสรีระหลวงพ่อคํณไแใช้ศึกษาแล้ฝซึ่งคาดว่าตะใช้เวลา 1 ปี ใฟ้นำไปฌาปนกิจที่วัดไนองแวง พระอารามหลวง อ.เมืองขอนแก่น จากนั้นใหินำอัฐิ เะ้าุ่าน ไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ฉะนั้ตเพื่อแสดงออกถึงความกตั๘ญูกตดวทิตาให้ทำตามเจตนารมณ์ของท่านที่ให้ไว้เพราะท่านต้องการให้ทุกอณูของหลวงพ่อเป็นประโยชน?กับสรรพสัตว์ทั้งหลายในการเคียนรู้วิชาแพทย์และไม่อยากเบียดเบรยนใครอีด แม้แต่งานที่เก่่ยวกับพระราชพิธีทะ้งหมดก็ให้งด ก็จะเป็นการฌาปนกิจศพเหมือนอาจารย์ใหญ่ทั่วๆไปของทุกคนที่ใช้ในการศึกษาเรียนรู้ นายธงชัยกล่าว,พ้าน รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริวะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแแรน กล่าวว่า หลังจากที่เปิดให้ประชาชนที่ศรัทธาได้้ข้ากราบนมัสการสรงต้ำศพหลวงพ่อคูณที่ ่พ.มหาราชนคร[ราชสรมา ะรียบร้อยกล้ว จะขอกราบนำสรีระร่างของหลวงพ่อคูณไปาี่ มข. โดยคาดว่าจะเคลื่อนศพได้ช่วง 20.00 น.เพื่อฉีดน้ำยารักษาสรีระของท่านให้พร้อมที่จะเป็นครํใหญ่ต่อไป และหลังจากนั้นจะพักสรีระของท่านไว้ที่ศาลา 25 ปี แชะวันที่ q7 พ.ค.จะเคงื่อนไผทค่หอประชุมก่ญจนาภิเษกและจะบำเพ็ญกุศลสรีระท่านเป็นเวลา 7 วัน โดนวันที่ 17 พ.ค.ยะเป็นคืนแรก ทั้งนี้ประชาชนสามา่ถเข้รไปกราบนมีสการท่านได้โดยเจ้าภาพจะดป็นเจ้าภาพร่วมระหใ่างคณะทำงานที่ทาง มข.ตั้งขึ้น และทางคณะาำงานของ จ.นครราชสีมาตั้งขึ้น และมีการเชิญส่วนราชกมรเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพ,คณบพีคณะแพทยษาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแด่น กล่าวด้วยว่า เรามีรวามตั้งใจที่จะืำให้บรรลุวัตถุประสงค์เจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณและทำให้ดีทีาสุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนประบวนการที่จุนำสาีระร่าลท่าาๆปใช้เพื่อการศึกษาคือจะมีการนำร่่งท่านไปดอง w ปี เราได้ใั่งทำอ่างแก้วเป็นกรณีพิเศษ หากญาติโยมจะเข้าๆปกราบก็สามารถเข้ามาได้ จากนั้นจะนำต่างขึ้นมาให้รักศึกษาแพทย์ำด้เคียนเป็นนะยะเวลา 2 ปรกสรศึกษา ะมื่อครบการศึกษาแล้วก็จะเป็นไปตาาเจจนมรมณ์ใช้เวลาประทาณ 3 ปี ในปีมี่ 3 จะมีการพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษนำหรับครูใหญ่ทุกคาที่ทาง มข.ได้ขอไว้ก่อนหน้านีเ โดยจะมีหลวงพ่อคูณและครูใหญ่ทำพิธีพรีอมกันด้วย,ผู้สื่อข่าวร่ยงานว่า สำหนับพินัยกรรมหลใงพ่อคูณมีเนื้อผาสำคัญ อาตสาหลวงพ่อคูณ อายุ 77 ปี ในขณะตั้น ถิ่นพำนักวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมมน อ.ด่านขุนทด ต.นครราชสีมา ลงวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543 ขอทำกินัยกรรมกำหนดการเผื่อถึงก่รมรณ_าพ เกี่ยวกับเรื่องการจัดงานศพขเงอาตมา ภายหลังที่อาตมาถึงมรณภาพลง 1.ศพของอาตมา ให้มอบแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากลัสังขาร เพื่อให้มปาวิทยาลัยขอนแก่น มอบให้กับภาึวิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสนร์ มหาวิทยาลัวขอยแก่น นำไปฯึกษาค้นรว้าตามวัตถุประสงค์ของภาคต่อไป 2.พิธีกรรมศาสนา หารสวดอภิธรรมศพ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน,3.การจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศบ เมื่อมิ้นสุดกมรศึหษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาาตร์ มหาวิทยาลัยขอนกก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ลัเว้นกสนพิธีสมโภชใดๆ แลดห้ามขอพระราบทานเพลิงฒพ โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ ดป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพทะ โดยให้คณะแพทสศาสตร็ มหาวิทยาลเยขอนแก่า กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใำญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย๋ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสภานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ใรเมือว อ.เมือง ขอนแก่น หรือวัดอื่น และ 4.เมื่อดำเจินเสร็จสิ้นแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเษษอังคารทั้งหมพ ให้คณะแพทนศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอนแก่น นำไปลอยที่แม่ต้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม,ขณะที่บรรดมญาติโยมที่เฝ้ารอดูดาการที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าหลัง่ราบขาาวหลวงพ่เคํณมรณภมพถังกับร่ำไห้ด้วยความโศกเศน้า ฌดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้อนุญาตใหัเฉพาะลํกศิษย์ที่ใกล้ชิดนำพวงาาลัยเข้าๆปเีารพษพในห้องไอซียูและห้ามสื่อมวลชนและประชาชนเข้าไปด้านในอย่าวเดฌดขาด โดยนางคำมั่น ฝงศ์กาญจนร้ตน์ อายุ 89 ปี น้องสาวของหลวงพ่อคูณทั่มาเฝ้าดูอาการหน้าห้องถึงก้บร่ำไห้ไา่หยุด เนื่องจากทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียหลวงพ่อคูณ,ส่วนบรรยากาฯทีรวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ดทานชุนทด จ.สครรรชสีมา ิมื่อช่วงเชเาวันเดียวกัน ก่ินที่ฟลวงพ่อคูณจะละสังขาร ลูกศิษย์ไดัจัดพิธีสยดมนต์ต่อชะตาตวลน้ำ หรือพิธียกครูหลววปู่คูณให้กับหลวงพ่อคูณใต้ต้นโพธิ์ ซึ่งได้ก่อกองทราย 99 กอง ตวงน้ไ ไม้ร้ำโพธิ์และไทาอย่างละอัน าิมรต์พระยงฆ์จากสำนักสงฆ์ป่าสะเแาที่อยู่ใกล้กังวัดง้านไร่จำนวน 5 รูผ มาทำพิธีสวเมนต์ต่อขะตาตยงน้ำ บริเวณลานหลังศทลาการเปรียญวะดบ้านฟร่ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ทำต่ิกันมาตั้งแต่โบราณธดสนางสุณี หงา์ขุนทด หรือป้านี อายุ 59 ปี กล่าวว่า พิธ่ดังกช่าวเป็นความเชื่อมมแต่โบราณ ขณะที่พระสงฆ์าวดสนต์ พระสงฆ์ท่่เป็นประฑานการสวดก็จะทำพิธีตักน้ำฝส่ขาตรพระไปเรื่อยๆเพื่อให้ยำนวนครั้งเกินอายุหลวงพ่อคูณ จบพิธีสงดมนต์พอพรเสวดจบ ถ้าได้จำนวนตรั้งที่ตักน้ำเกินอายุหลวงพ่อคูณ ถือส่าเป็นเรื่องดีแต่ถ้าขาดถือว่นชะตาไม่ดี ดบะทุกครั้งที่หงวงพ่อคูณเข้า รพ.ตนำ็จะทำพิธีแบบนี้ทุกครั้ง และก็จบพิธีด้วยชะตนดีทุกคาั้ง คราใจี้ผลการตยงน้ำได้เกินอายุหลวฝพ่อคูณอีก12 ขันครึ่ง ถือว่าชะตาหลวงพ่อคูณยังดี,ขษะที่ช่วงบ่าย ภายหลังทราบข่าวการมรณภาพของหลวบพ่อคูณ พบว่าบรรยากาศที่ยัดบ้านไร่ ได้มีประชาชนเดินทางมาที่วัดเพื่อรอรับศพและกราบไหว้สรีระสังขารของหลวงพ่อเป็นวาระสุดม้าย ทำใหิลานจอดรถภายในวัดแน่นขนัดไปด้วยยวดยานต่างๆ ส่วนบริเวณสถายที่จำหน่ายวัตถุมงคล ปรากฏว่ามีชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อคูณไปมุงแย่งบูชนพระเครื่องรุ่นตืาวๆเพื่อนำฟปบ๔ชาเป็นใิริมงคบตมมความศรัทธาแลดเชื่อถือ ส้วนบริเวณศาลาใตุุ้นพระอุโบสถ บรรดาลูกศิษย์ได้ช่วยกันจเดนถานที่และประดับไฟแสงสีเพื่อใชีเป็นที่ตั้งศพ แต่เมื่อรู้ว่าไม่สามารถนำศพมาที่วัดบ้านำร่แน่นอนแล้วจึงยุติลง,นายเลี่ยม ดอิบขุนทด อ่ยุ 58 ปี และนางบัวลิม เอิบขุนทอด อายุ 53 ปี สองสามีภรรยา บ้านอยู่ อ.ด่านขุนทด เผยว่า ปกติาากราบหลวบพ่อคุณเป็นประจำ วันนี้รู้ข่าวว่าหลวงพ่ดทาานละสังขารก็เลสมาดช่าวัตถึมงคลรุ่นสุคโต แงะสร้รงบารมี 6 องค์ รวมทั้งได้เช่าเหรียญพืเศษเป็นเหรียญเงินฝังเพชรด้วยและจะกลับมาเช่าอีก ส่วนนายอภิสัณห์ เอื้อชะยเชิศกุล อายุ 55 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจาก กทม. ตั้งใจมากราบหลวงพีอคุณ เมื่อท่านละสังขารก็ไพ้กราบ้พียงรูปเหมือนที่ตั้งอยู่ ก่อนเข่าวัตถุมงคลไวเบูชา และเอสไปฝากญาติผูัใหญ่ด้วย เป็นรุ่นรวยรวย และรุ่นดีจริง 12 องค์,สีวนที่มหาวิทยาลัยขอนอก่น ข.ขอนแก่ต มีการจัดสถานที่ศาลา 25 ปี มขซ ไว้รอรับสรีระสัวขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทฮโธ เจ้าอาว่สวัดบ้านไร่ อ.ดีานขุนทด และทีีปรคกษาเจ้าคณะภาค 11 ซึ่งได้มรณภาพช่วงสายที่โรงพยาบาลมหาตาชนครราชส่มา และตามพินัยกรรมระบุให้นำศพมาอยู่ในรวามดูแลของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทจาลัยขอนแก่น ภายฝน 24 ชม. เจิาหน้าที่ต้องเร่งทำความสะอาดดละจัดเตรียาสถานที่รดงรับพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศที่จะเดินทางมาเคารพศพปลวงพ่อคูณเป็นจำนในมาพ,รศฦพิพัฒน์พงษ์ ปคนลา รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า การจะดเตรียมมถานที่โดยเฉพาะการขัดวางสรีระสังขารจะสูงนากพื้น 1 เมตร โดยนำรูปแบบการจัอเตรีบมสถานที่เช่นเดียวกับในงานพิธรศพของหลสงปู่ศรี มหาวีโร เจ้าอาวาาวัดปรุชาคมวนาราม จ.รีเยเอ็ด ถือเป็ยการจัดพิธีที่สมเกียรติ ส่วนรอบบริเวณสถานที่จะมีปารจัดตี้งโรงทานอละเต็นท์กว่า 20 หลังเพื่อต้อนรับคณะศิษยานุศิษย์ท่่จะมาร่วมไวิอาลัยทั่วทุกสารทิศ โดยจะดำเนินงานตามเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมทั้วหมด,รศ.พิำัฒน์พงษ์กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังึงจัดตัืงจุดรับบริจาคให้ผู้มีจิรศรัทธมได้ร่วมทำบุญกับหลวงพ่อ โดยยอดเลิรที่ได้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือนำมาะป็นค่าใช้จ่ายในการจ้ดพิธีศพและสมทบบริจาคดขืาสู่อาคารสฝฆ์อาพาธของ รพ.ศ่ีนครินทร์จนมที่ะินัยกรรมกำหนดไว้เช่นกัน อย่างไรก็ตทม สำหรังสรีระสังขารของหลวงพ่ิคูณ ปลังการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 7 วันแล้วจะเข้าสู่ขั้นตแนของกระบวนการจัดการเรียนการสอจจะใช้เวลา 3 ปี แยกเป็นการดูดชรักษาศพตามหลักวิทยาศาสตร์ (ดองศพ) w ปี และใช้ในการเรียนการสดนตามหลักสูตรนักศีกษาแพมย์แร่ละรายวิชาอีก 2 ปี จากนั้นจะเข้าสูาพิธีการขดงการพระราลทานเพลิงศพครูสหญาต่อไป,ขณะที่ พ.จ.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตำรวจพร้อมอำนวยความสะดวกในด้านตืางๆ โดยเฉพาะตลอะเส้นทางที่ขบวนสรีระสะงขารของหลวงพ่อคูณเข้ามาในเขตพืืนที่รับผิดชอบ ตำรวจท้องที่และตำีวตทางหลวงจะจัดระนำขบวนและอำนยยควทมสะดวกด้านการจราจรให้กับขบวนรถดังกล่าวที่คาดว่าจุมีเป็นจำนวนทาก โดยเฉพาะตลอดแนวถนนมิรรภาพตั้งแจ่ อ.พล โนนศิลา บ้าน/ผ่ บ้านแฮด เข้าสู่เขต อ.เมืองขอนแก่น จนถึงสถานที่ของการประกอบพิธีทางศาสนาที่สหาวิทยาลัยขอนแก่น ข๊ะที่ตำรวจจราจรและสายตรวจจะประจำที่สถานทีรประแอบพิธีทั้ง 7 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ศิษยานุญิษย์ในแต่ละวันหลายหมื่นคน,วำหรับประวัตืพรเเทพสิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจิาอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านจุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับสมญานามว่า เทพเจ้าอห่งด่านขุนทด หลวงพ่อคูณเกิดในสกุล ฉัตรพลกรัง ดมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2466 ที่บ้านไร่ หสู่ 6 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด บิอา-มารดา ชื่อนายบุญ และนางทองขาว ฉัตรพลำรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน ครอบครัวปนะกอบอาชีพชาวไร่ชาวนาทีทอยู่ำ่างไกลความเจริญ ในวัยเยาว์ท่านต้องสูฐเสียโยใบิดามารดสในขณะท่ืลูกทั้ง 3 คนยังเป็นเด็ก ท่านกับน้องๆจึงอบู่ในความอุปการะของน้าสนว,เมื่ออายุ 6-7 ขวบ ด.ช.คูณ เย้าเรียนหนังสือกับพระอมจารย์โายแงดพระอาจารย์ผลทั้งภาษาไทย และภาษาขอม นอกจากนี้ พระอาจารย์ยังมีเมตตาอบรมวั่งาอนวิทยาคม เพื่อป้องกันอันตรายตทางๆ จนกระทึ่งอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดุนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด ้มื่อวันที่ 5 พ.ค.2487 ได้รึบฉายาว่า ปริสุทฺโธ ภายหลังอุปสมบทเป็นพระ ท่านฝากตัวเแ็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดข้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด โดยหลวบพ่อแดงเป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระแงะวิปัสสนาธุระที่ พระเทพวิทยาคม อุอมธรรมสุนทร ปสาทกรวรดืจ มหาคณิสสร บวรสังฆารมม คามวาสี,อย่างไรก็ดร ตามหลักเกณฑ์เทคยบเกียรติยศพระราชทสนแก่ถระศพและฯพ สำนักพระราชวัง กรณีพระเทพวิทยสตม (คูณ กริสัทฺโธ) มรณภาพ เบ่้องค้นตามสม๋ศักดิ์พระราชาคณะชั้นเทพ จะได้รับพระรมชทานน้ำหลวง หรบทองทึบ เปฺนเครื่องเกียรติยศ และได้รับพระราชทานเพลิงหลวง กเบรถวอเชิญหับศพ เป็นเครื่องเกียรติยศในแารพระ ราชทานเพลิงศภ,นายพนม ศรศืลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสสาแห่งชาริ (พศ.) กล่าวว่า ำระบาทสมเด็จพรพเจ้า อยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชททนโกศโถ ฉัตรเบญจา พร้อมเครื่องประกอบามณศักดิ์ชั้นธรรมในแารประกอบพิธีศพหลวงพ่อคูณ ทั้งนี้ ถือว่าเป็นการเลื่อนขั้นสมณศักดิ์ให้กับหลวงพ่อค฿๕เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากโกศโถ เป็นโปศสำหรัยพระราชาคณะชั้นธรรม แตืนมณศักดิ์ปัจจุบุนของหลวงพ่อคูณคือชั้นเทพ ซึ่งโดยปพติแล้วจะได้รับพระราชทานหียทองบรรจุศพ พร้อมกันนี้พระบ่ทสมเด๊จพนะเจ้าอยู่หัวทรงรับพิธีศพหลวงพ่อคูณอยู่ในพรถบรใราชานุเคราะห์ 7 วันด้วย,จากนัีนช่วงเย็น นทยสุวัจน์ ลิปตพับลภ เดืนทางไปเคารพศพหลวฝพ่อคูณ บนชั้น 9 อาีารเฉลิมพระเกียรติ แฃะร่วมกับลูกศิษย์ใหล้ชิดเคลื่เนจ้ายสรีรดสังขารขึ้นรถตู้เบนซ์กู้ชีพของ รพ.มหาราชนครรมชสีมา หมายเลจทะเบียน นก 1669 นครราชสคมน และออกจากโรงพยาบาลเวลา 19.30 น. ไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่จัดะตรียมอาคาร 25 ปีเป็นสถานที่รับสรีระสังขารชั่วครรวก่อนย้ายไกที่ศูตบ์หระชุมอเนกประสฝค์กาญจนาภิเษก เวลา 14.00-15.00 น. วันที่ 17 พ.ค. และจะมีการสวกอภิธรรมศพคืนแรกจนถึงวัน่ี่ 23 พ.ค,,กระทั่งเวลา 22ฐ00 น. เจ้าหน้าที่นำสรีระสังขารหลวงพ่อคูณไปถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี รศ.กิตติชัว ไตรรัตนศเนิชัย อธิกาคบดีมหาวิทยาบัยขอนดก่น พร้อมคณบดีึณะต่างๆ อาจารย์และนักศึกศา รอต้อนรับ และร่วมกันนำศพหลวงพ่อคูณไปตึ้งในโลงเย็นภายใน อาคาร 25 ปี และเปิดโอกาสให้กระชาชนที่เฝ้ารอเป็นจำนวนมากเข้ากราบไหว้ โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า คืนนี้จะตั้งศพไว้เฉยๆ ยังไม่มีพเธีการใดๆ ส่วนวันที่ 17 พ.ค. เวลา 14.00- 15.00 น. จะเคลืาอนย้ายไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสฝค์กาญจนาภิเษกษ และมีดิธีทางศาสนา 7 วัน
ตามเจตนารมณ์ บำเพ็ญกุศล 7 วัน ทรงพระราชทาน โกศโถ ชั้นธรรม,คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เคลื่อนสรีระสังขาร หลวงพ่อ คูณ ไปเป็นอาจารย์ใหญ่ นักศึกษาแพทย์ตามเจตนารมณ์เกจิเทพเจ้าแห่งด่านขุนทด หลังระบุในพินัยกรรมให้ดำเนินการภายใน 24 ชม.หลังมรณภาพ ก่อนนำไปตั้งบำเพ็ญกุศล 7 วัน ให้พุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศกราบไหว้ ด้าน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เผย ในหลวงพระราชทานโกศโถชั้นธรรมเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทรงรับพิธีศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์,พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อายุ 92 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้มรณภาพอย่างสงบแล้ว หลังมีอาการอาพาธหัวใจหยุดเต้นเข้ารักษาตัวที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เป็นการด่วนเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา,ต่อมาเวลา 12.30 น.วันที่ 16 พ.ค. นพ.สมอาจ ตั้งเจริญ ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ คณะแพทย์ คณะกรรมการวัดบ้านไร่ และญาติหลวงพ่อคูณ ร่วมกันแถลงว่า หลวงพ่อคูณได้มรณภาพอย่างสงบแล้วเมื่อเวลา 11.45 น.วันเดียวกัน เนื่องจากการทำงานหลายระบบของท่านล้มเหลว และภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น คณะแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา และจาก รพ.ศิริราช ได้ให้การรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนการจัดการกับสังขารของหลวงพ่อคูณจะมีการหารือกันอีกครั้ง เพราะท่านได้บริจาคร่างกายให้แก่ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น,นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ ประธานคณะกรรมการแพทย์ที่ให้การรักษาพระเทพวิทยาคม กล่าวว่า สาเหตุที่หลวงพ่อมรณภาพก็อย่างที่ทุกคนทราบว่าคือหลวงพ่อคูณหยุดหายใจ สาเหตุคือมีลมรั่วเข้ามาในปอดหรือปอดแตก ทำให้หัวใจหยุดเต้น เนื่องจากว่าเราต้องช่วยปั๊มหัวใจเป็นเวลานาน ปกติสมองขาดออกซิเจน 4 นาทีก็แย่แล้ว แต่กรณีของหลวงพ่อคูณ แพทย์พยายามปั๊มหัวใจนานถึง 1 ชั่วโมง หลังนำท่านมาถึงก็พยายามช่วยกันเต็มที่ เมื่อเช้าก็มีการปั๊มหัวใจเพิ่มประมาณ 05.40 น. ถึง 2 รอบ แต่ท่านมีภาวะเป็นผักแล้วคือไม่รับรู้ใดๆแล้ว คือพูดตรงๆ ท่านจากเราไปตั้งแต่อยู่วัดบ้านไร่แล้ว หลังจากหยุดหายใจหัวใจหยุดเต้นเป็นเวลานานก็พาให้อวัยวะอื่นๆ แย่ตามไปด้วย คือสมองไปตั้งแต่แรก ต่อมาหัวใจเราพยายามยื้อ และต่อมาปอดจนมาที่ไต ผลพวงจากการที่หยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้นเป็นเวลานาน ทำให้อวัยวะที่สำคัญหลายอวัยวะของท่านวายตามไปด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลวงพ่อมรณภาพในที่สุด,จากนั้นเวลา 13.30 น. นายบุญยืน คำหงส์ รอง ผวจ.นครราชสีมา ได้เรียกประชุมคณะกรรมการวัดบ้านไร่เข้าประชุมร่วมกับพระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา นายสมพงษ์ วิริยะจารุ วัฒธรรมจังหวัดนครราชสีมา และคณะแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อหารือเกี่ยวกับพิธีกรรมและการจัดการกับสังขารหลวงพ่อคูณ โดยพระราชสีมาภรณ์กล่าวว่า มติที่ประชุมให้ทำตามพินัยกรรมฉบับสุดท้าย หลวงพ่อคูณระบุไว้ชัดเจนตอนที่มีชีวิตอยู่และมีสติสัมปชัญญะว่าให้บริจาคร่างกายแก่ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งจะต้องทำตามพินัยกรรมที่ทำไว้,รอง ผวจ.นครราชสีมากล่าวอีกว่า ส่วนจะนำศพไปที่วัดบ้านไร่ได้ก่อนหรือไม่ คงต้องรอคณะแพทย์จาก รพ.ศรีนครินทร์มาถึงก่อนว่าจะอนุญาตตามที่ลูกศิษย์ขอว่าให้ตั้งบำเพ็ญกุศล 7 วันก่อน แต่หาก รพ.ศรีนครินทร์จำเป็นต้องนำศพไปก็คงต้องรออีก 2-3 วัน จากนั้นจะคืนศพกลับมาบำเพ็ญกุศลได้ ทั้งนี้ พินัยกรรมฉบับสุดท้ายระบุว่า หากหลวงพ่อหมดลมหายใจให้นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่ รพ.ศรีนครินทร์ ภายใน 24 ชั่วโมง ประเด็นนี้ทางลูกศิษย์อยากจะขอไว้ก่อน เพราะหลวงพ่อคูณมีศิษยานุศิษย์เลื่อมใสศรัทธามาก จึงอยากจะตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัดก่อนที่จะมอบให้ทาง รพ.ศรีนครินทร์นำไปศึกษา แต่นายบุญยืน ประธานในที่ประชุมแย้งว่าต้องให้เป็นไปตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ ฉะนั้นจึงยังหาข้อยุติไม่ได้คงต้องรอปรึกษาคณะแพทย์จาก รพ.ศรีนครินทร์ก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร,เวลา 15.30 น. คณะสงฆ์นำโดยพระราชสีมภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ นพ. สมอาจ ตั้งเจริญ ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา และคณะศิษย์ได้เคลื่อนย้ายสรีระพระเทพวิทยาคมจากหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม อาคารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขึ้นไปตั้งที่ห้องประชุมชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเปิดให้ประชาชนได้ประกอบพิธีวางพวงมาลัยเคารพศพหลวงพ่อคูณ ระหว่างเส้นทางจากอาคารการไฟฟ้าฯถึงชั้น 9 มีญาติโยมยืนรอกราบร่างหลวงพ่อคูณแออัดล้นหลาม เมื่อถึงชั้น 9 มีศิษยานุศิษย์เฝ้ารออยู่หน้าห้องเต็มไปหมด เจ้าหน้าที่ได้ให้คณะสงฆ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แพทย์พยาบาล บุคลากรของโรงพยาบาล และลูกศิษย์ใกล้ชิดเข้ากราบก่อน จากนั้นเปิดให้ประชาชนเข้าแถวชุดละ 10 คนเข้ากราบร่างหลวงพ่อคูณ,ส่วนที่ห้องประชุมบุญประสงค์ ติดห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา ร่วมประชุมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะสงฆ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเรื่องสรีระหลวงพ่อคูณ นายธงชัยเปิดเผยว่าอยากกราบเรียนประชาชนชาวไทยและต่างประเทศว่าตลอดเวลาที่หลวงพ่อคูณมีชีวิต ท่านสร้างคุณูปการให้กับประชาชนและศาสนาพุทธมากมาย รวมทั้งเป็นผู้ที่นำพระธรรมคำสอนของพุทธองค์มาเผยแผ่ให้ไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง และหลวงพ่อไม่ได้สอนให้งมงายหรือเชื่อในสิ่งที่ไม่ควรเชื่อ หากใครอยู่ใกล้ก็จะสัมผัสได้ แต่หลวงพ่อจะสะท้อนออกมาในแง่ธรรมะทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อหลวงพ่อได้ละสังขาร เราก็ควรจะแสดงกตัญญูกตเวทิตาให้เหมาะสม,ผวจ.นครราชสีมากล่าวว่า สุดท้ายแล้วบทสรุปในการหารือกันก็คือให้ยึดการดำเนินการตามพินัยกรรมที่ทำขึ้นที่วัดบ้านไร่เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2543 มีสาระสำคัญคือ สรีระของหลวงพ่อเมื่อถึงแก่มรณภาพแล้วมอบให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อนำไปเป็นอาจารย์ใหญ่หรือศึกษาทางแพทย์ 2.กำหนดการฌาปนกิจ มอบให้คณะแพทยศาสตร์ มข. และศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทดและนายอำเภอด่านขุนทดเป็นเจ้าภาพในการฌาปนกิจ รายละเอียดต่างๆนั้นคือให้บำเพ็ญกุศลศพที่คณะแพทยศาสตร์ มข. และให้นำศพไปถึง มข.ภายใน 24 ชั่วโมงซึ่งเขียนไว้ชัดเจน เมื่อถึงแล้วให้ทำการบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 7 วัน ภายใน 7 วันนั้นค่าใช้จ่ายให้นำเงินที่ได้บริจาคไว้จำนวน 300,000 บาทให้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการบำเพ็ญกุศล หากมีผู้มาทำบุญก็ให้นำเงินดังกล่าวไปคืนให้คณะแพทยศาสตร์ที่ให้ไว้ หากยังมีเงินเหลืออีกให้นำเงินไปรักษาสงฆ์อาพาธที่อยู่ รพ.สงฆ์ใน จ.ขอนแก่น,พินัยกรรมได้เขียนละเอียดชัดเจน และหากนำสรีระหลวงพ่อคูณไปใช้ศึกษาแล้วซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี ให้นำไปฌาปนกิจที่วัดหนองแวง พระอารามหลวง อ.เมืองขอนแก่น จากนั้นให้นำอัฐิ เถ้าถ่าน ไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ฉะนั้นเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาให้ทำตามเจตนารมณ์ของท่านที่ให้ไว้เพราะท่านต้องการให้ทุกอณูของหลวงพ่อเป็นประโยชน์กับสรรพสัตว์ทั้งหลายในการเรียนรู้วิชาแพทย์และไม่อยากเบียดเบียนใครอีก แม้แต่งานที่เกี่ยวกับพระราชพิธีทั้งหมดก็ให้งด ก็จะเป็นการฌาปนกิจศพเหมือนอาจารย์ใหญ่ทั่วๆไปของทุกคนที่ใช้ในการศึกษาเรียนรู้ นายธงชัยกล่าว,ด้าน รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่เปิดให้ประชาชนที่ศรัทธาได้เข้ากราบนมัสการสรงน้ำศพหลวงพ่อคูณที่ รพ.มหาราชนคร-ราชสีมา เรียบร้อยแล้ว จะขอกราบนำสรีระร่างของหลวงพ่อคูณไปที่ มข. โดยคาดว่าจะเคลื่อนศพได้ช่วง 20.00 น.เพื่อฉีดน้ำยารักษาสรีระของท่านให้พร้อมที่จะเป็นครูใหญ่ต่อไป และหลังจากนั้นจะพักสรีระของท่านไว้ที่ศาลา 25 ปี และวันที่ 17 พ.ค.จะเคลื่อนไปที่หอประชุมกาญจนาภิเษกและจะบำเพ็ญกุศลสรีระท่านเป็นเวลา 7 วัน โดยวันที่ 17 พ.ค.จะเป็นคืนแรก ทั้งนี้ประชาชนสามารถเข้าไปกราบนมัสการท่านได้โดยเจ้าภาพจะเป็นเจ้าภาพร่วมระหว่างคณะทำงานที่ทาง มข.ตั้งขึ้น และทางคณะทำงานของ จ.นครราชสีมาตั้งขึ้น และมีการเชิญส่วนราชการเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพ,คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวด้วยว่า เรามีความตั้งใจที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์เจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณและทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนกระบวนการที่จะนำสรีระร่างท่านไปใช้เพื่อการศึกษาคือจะมีการนำร่างท่านไปดอง 1 ปี เราได้สั่งทำอ่างแก้วเป็นกรณีพิเศษ หากญาติโยมจะเข้าไปกราบก็สามารถเข้ามาได้ จากนั้นจะนำร่างขึ้นมาให้นักศึกษาแพทย์ได้เรียนเป็นระยะเวลา 2 ปีการศึกษา เมื่อครบการศึกษาแล้วก็จะเป็นไปตามเจตนารมณ์ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ในปีที่ 3 จะมีการพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษสำหรับครูใหญ่ทุกคนที่ทาง มข.ได้ขอไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะมีหลวงพ่อคูณและครูใหญ่ทำพิธีพร้อมกันด้วย,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพินัยกรรมหลวงพ่อคูณมีเนื้อหาสำคัญ อาตมาหลวงพ่อคูณ อายุ 77 ปี ในขณะนั้น ถิ่นพำนักวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ลงวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543 ขอทำพินัยกรรมกำหนดการเผื่อถึงการมรณภาพ เกี่ยวกับเรื่องการจัดงานศพของอาตมา ภายหลังที่อาตมาถึงมรณภาพลง 1.ศพของอาตมา ให้มอบแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากละสังขาร เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น มอบให้กับภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปศึกษาค้นคว้าตามวัตถุประสงค์ของภาคต่อไป 2.พิธีกรรมศาสนา การสวดอภิธรรมศพ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน,3.การจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศล เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น หรือวัดอื่น และ 4.เมื่อดำเนินเสร็จสิ้นแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม,ขณะที่บรรดาญาติโยมที่เฝ้ารอดูอาการที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าหลังทราบข่าวหลวงพ่อคูณมรณภาพถึงกับร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้อนุญาตให้เฉพาะลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดนำพวงมาลัยเข้าไปเคารพศพในห้องไอซียูและห้ามสื่อมวลชนและประชาชนเข้าไปด้านในอย่างเด็ดขาด โดยนางคำมั่น วงศ์กาญจนรัตน์ อายุ 89 ปี น้องสาวของหลวงพ่อคูณที่มาเฝ้าดูอาการหน้าห้องถึงกับร่ำไห้ไม่หยุด เนื่องจากทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียหลวงพ่อคูณ,ส่วนบรรยากาศที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ก่อนที่หลวงพ่อคูณจะละสังขาร ลูกศิษย์ได้จัดพิธีสวดมนต์ต่อชะตาตวงน้ำ หรือพิธียกครูหลวงปู่คูณให้กับหลวงพ่อคูณใต้ต้นโพธิ์ ซึ่งได้ก่อกองทราย 99 กอง ตวงน้ำ ไม้ค้ำโพธิ์และไทรอย่างละอัน นิมนต์พระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ป่าสะเดาที่อยู่ใกล้กับวัดบ้านไร่จำนวน 5 รูป มาทำพิธีสวดมนต์ต่อชะตาตวงน้ำ บริเวณลานหลังศาลาการเปรียญวัดบ้านไร่ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ทำต่อกันมาตั้งแต่โบราณโดยนางสุณี หงส์ขุนทด หรือป้านี อายุ 59 ปี กล่าวว่า พิธีดังกล่าวเป็นความเชื่อมาแต่โบราณ ขณะที่พระสงฆ์สวดมนต์ พระสงฆ์ที่เป็นประธานการสวดก็จะทำพิธีตักน้ำใส่บาตรพระไปเรื่อยๆเพื่อให้จำนวนครั้งเกินอายุหลวงพ่อคูณ จบพิธีสวดมนต์พอพระสวดจบ ถ้าได้จำนวนครั้งที่ตักน้ำเกินอายุหลวงพ่อคูณ ถือว่าเป็นเรื่องดีแต่ถ้าขาดถือว่าชะตาไม่ดี และทุกครั้งที่หลวงพ่อคูณเข้า รพ.ตนก็จะทำพิธีแบบนี้ทุกครั้ง และก็จบพิธีด้วยชะตาดีทุกครั้ง คราวนี้ผลการตวงน้ำได้เกินอายุหลวงพ่อคูณอีก12 ขันครึ่ง ถือว่าชะตาหลวงพ่อคูณยังดี,ขณะที่ช่วงบ่าย ภายหลังทราบข่าวการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ พบว่าบรรยากาศที่วัดบ้านไร่ ได้มีประชาชนเดินทางมาที่วัดเพื่อรอรับศพและกราบไหว้สรีระสังขารของหลวงพ่อเป็นวาระสุดท้าย ทำให้ลานจอดรถภายในวัดแน่นขนัดไปด้วยยวดยานต่างๆ ส่วนบริเวณสถานที่จำหน่ายวัตถุมงคล ปรากฏว่ามีชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อคูณไปมุงแย่งบูชาพระเครื่องรุ่นต่างๆเพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคลตามความศรัทธาและเชื่อถือ ส่วนบริเวณศาลาใต้ถุนพระอุโบสถ บรรดาลูกศิษย์ได้ช่วยกันจัดสถานที่และประดับไฟแสงสีเพื่อใช้เป็นที่ตั้งศพ แต่เมื่อรู้ว่าไม่สามารถนำศพมาที่วัดบ้านไร่แน่นอนแล้วจึงยุติลง,นายเลี่ยม เอิบขุนทด อายุ 58 ปี และนางบัวลิม เอิบขุนทอด อายุ 53 ปี สองสามีภรรยา บ้านอยู่ อ.ด่านขุนทด เผยว่า ปกติมากราบหลวงพ่อคุณเป็นประจำ วันนี้รู้ข่าวว่าหลวงพ่อท่านละสังขารก็เลยมาเช่าวัตถุมงคลรุ่นสุคโต และสร้างบารมี 6 องค์ รวมทั้งได้เช่าเหรียญพิเศษเป็นเหรียญเงินฝังเพชรด้วยและจะกลับมาเช่าอีก ส่วนนายอภิสัณห์ เอื้อชัยเลิศกุล อายุ 56 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจาก กทม. ตั้งใจมากราบหลวงพ่อคุณ เมื่อท่านละสังขารก็ได้กราบเพียงรูปเหมือนที่ตั้งอยู่ ก่อนเช่าวัตถุมงคลไว้บูชา และเอาไปฝากญาติผู้ใหญ่ด้วย เป็นรุ่นรวยรวย และรุ่นดีจริง 12 องค์,ส่วนที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น มีการจัดสถานที่ศาลา 25 ปี มข. ไว้รอรับสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 ซึ่งได้มรณภาพช่วงสายที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และตามพินัยกรรมระบุให้นำศพมาอยู่ในความดูแลของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใน 24 ชม. เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำความสะอาดและจัดเตรียมสถานที่รองรับพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศที่จะเดินทางมาเคารพศพหลวงพ่อคูณเป็นจำนวนมาก,รศ.พิพัฒน์พงษ์ แคนลา รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า การจัดเตรียมสถานที่โดยเฉพาะการจัดวางสรีระสังขารจะสูงจากพื้น 1 เมตร โดยนำรูปแบบการจัดเตรียมสถานที่เช่นเดียวกับในงานพิธีศพของหลวงปู่ศรี มหาวีโร เจ้าอาวาสวัดประชาคมวนาราม จ.ร้อยเอ็ด ถือเป็นการจัดพิธีที่สมเกียรติ ส่วนรอบบริเวณสถานที่จะมีการจัดตั้งโรงทานและเต็นท์กว่า 20 หลังเพื่อต้อนรับคณะศิษยานุศิษย์ที่จะมาร่วมไว้อาลัยทั่วทุกสารทิศ โดยจะดำเนินงานตามเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมทั้งหมด,รศ.พิพัฒน์พงษ์กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังคงจัดตั้งจุดรับบริจาคให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญกับหลวงพ่อ โดยยอดเงินที่ได้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีศพและสมทบบริจาคเข้าสู่อาคารสงฆ์อาพาธของ รพ.ศรีนครินทร์ตามที่พินัยกรรมกำหนดไว้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ หลังการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 7 วันแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนของกระบวนการจัดการเรียนการสอนจะใช้เวลา 3 ปี แยกเป็นการดูแลรักษาศพตามหลักวิทยาศาสตร์ (ดองศพ) 1 ปี และใช้ในการเรียนการสอนตามหลักสูตรนักศึกษาแพทย์แต่ละรายวิชาอีก 2 ปี จากนั้นจะเข้าสู่พิธีการของการพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ต่อไป,ขณะที่ พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตำรวจพร้อมอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ โดยเฉพาะตลอดเส้นทางที่ขบวนสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณเข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจท้องที่และตำรวจทางหลวงจะจัดรถนำขบวนและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับขบวนรถดังกล่าวที่คาดว่าจะมีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตลอดแนวถนนมิตรภาพตั้งแต่ อ.พล โนนศิลา บ้านไผ่ บ้านแฮด เข้าสู่เขต อ.เมืองขอนแก่น จนถึงสถานที่ของการประกอบพิธีทางศาสนาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขณะที่ตำรวจจราจรและสายตรวจจะประจำที่สถานที่ประกอบพิธีทั้ง 7 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ศิษยานุศิษย์ในแต่ละวันหลายหมื่นคน,สำหรับประวัติพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับสมญานามว่า เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด หลวงพ่อคูณเกิดในสกุล ฉัตรพลกรัง เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2466 ที่บ้านไร่ หมู่ 6 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด บิดา-มารดา ชื่อนายบุญ และนางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน ครอบครัวประกอบอาชีพชาวไร่ชาวนาที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ในวัยเยาว์ท่านต้องสูญเสียโยมบิดามารดาในขณะที่ลูกทั้ง 3 คนยังเป็นเด็ก ท่านกับน้องๆจึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว,เมื่ออายุ 6-7 ขวบ ด.ช.คูณ เข้าเรียนหนังสือกับพระอาจารย์ฉายและพระอาจารย์หลทั้งภาษาไทย และภาษาขอม นอกจากนี้ พระอาจารย์ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิทยาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่างๆ จนกระทั่งอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2487 ได้รับฉายาว่า ปริสุทฺโธ ภายหลังอุปสมบทเป็นพระ ท่านฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด โดยหลวงพ่อแดงเป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระอย่างเคร่งครัด อีกทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนและลูกศิษย์เป็นอย่างมาก,หลวงพ่อคูณอยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อแดงมานานพอสมควร หลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปเป็นสหธรรมิกกันต่างให้ความเคารพซึ่งกัน และกัน เมื่อมีโอกาสได้พบปะมักแลกเปลี่ยนธรรมะ ตลอดจนวิทยาคมเสมอ เวลาล่วงเลยผ่านไป กระทั่งหลวงพ่อคงเห็นว่าลูกศิษย์มีความรอบรู้ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริกไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป ครั้งแรกหลวงพ่อคูณได้ท่องธุดงค์จาริกอยู่ในเขต จ.นครราชสีมา จากนั้นจาริกออกไปไกลถึงประเทศลาวและประเทศเขมร มุ่งเข้าสู่ป่าลึก เพื่อทำความเพียรให้เกิดสติปัญญา เพื่อการหลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา และอุปาทานทั้งปวง,หลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่กาลแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางจากประเทศเขมรเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตด้าน จ.สุรินทร์ สู่ จ.นครราชสีมา กลับบ้านเกิด จากนั้นเริ่มดำเนินการก่อสร้างวัดบ้านไร่ เพื่อเป็นถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา เริ่มสร้างอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค และที่สำคัญยังสร้างโรงเรียนไว้เพื่อเด็กบ้านไร่อีกด้วย ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณถือได้ว่าเป็นพระที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับวงการสงฆ์และพัฒนาท้องถิ่นมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านการหาทุนสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียน,นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมายังวัดบ้านไร่ เพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่บุษบกเหนือพระอุโบสถวัดบ้านไร่ครั้งนี้มีการจัดสร้างพระยอดธงรุ่นแรก หรือรุ่นทูลเกล้าฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบว่าชาวด่านขุนทด มีปัญหาขาดแคลนน้ำทุกปีในช่วงหน้าแล้ง จึงทรงมีพระราชดำริ และพระราชทานเงินให้กรมชลประทาน จัดทำโครงการพัฒนาลำน้ำสาขาห้วยสามบาท อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ซึ่งหลวงพ่อคูณ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน 72 ล้านบาทโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย,ครั้งนั้นมีเรื่องเล่าขานกันต่อๆมาว่าคำพูดของหลวงพ่อคูณที่ปกติจะใช้คำไทยๆ กู-มึง มาตลอด ทำให้เหล่าข้าราชการที่รอรับเสด็จต่างกังวล แต่หลังจากผ่านพ้นวันนั้นแล้ว มีลูกศิษย์ถามหลวงพ่อว่า ในหลวง ตรัสอะไรกับหลวงพ่อบ้าง หลวงพ่อคูณตอบมาว่า มึงรู้ไหม มือพระองค์เป็นมือคนทำงานอย่างก๊ะชาวไร่ชาวนา แข็งกระด้างมากๆ และเมื่อถูกถามอีกว่า หลวงพ่อใช้คำเรียกพระองค์ว่าอะไร หลวงพ่อก็ตอบว่า พระองค์ตรัสประโยคแรกว่า หลวงพ่อครับ พูดตามปกตินะครับ ผมเป็นคนไทย,ต่อมาในปี 2549 หลวงพ่อคูณได้ตั้งใจถวายเงินเพื่อเป็นพระราชกุศลฯ อีกครั้งเป็นเงิน 100 ล้านบาท ในโอกาสครบ 12 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช ดำเนินมาวัดบ้านไร่ และในหลวงจะทรงเจริญพระ ชนมพรรษา 80 พรรษา และหลวงพ่อคูณจะมีอายุครบ 84 ปี หรือครบ 7 รอบ จึงมีการระดมทุนครั้งใหญ่ และหลวงพ่อคูณเดินทางเข้าน้อมเกล้าฯถวายเงินจำนวนดังกล่าวที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในปีถัดมา,ส่วนสมณศักดิ์มีดังนี้ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2535 เป็นพระราชาคณะ ชั้นสามัญที่ พระญาณวิทยาคมเถร 10 มิถุนายน พ.ศ.2539 เป็นพระราชาคณะชั้นราชฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระราชวิทยาคม อุดมกิจจานุกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี และ 12 สิงหาคม พ.ศ.2547 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระเทพวิทยาคม อุดมธรรมสุนทร ปสาทกรวรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี,อย่างไรก็ดี ตามหลักเกณฑ์เทียบเกียรติยศพระราชทานแก่พระศพและศพ สำนักพระราชวัง กรณีพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) มรณภาพ เบื้องต้นตามสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นเทพ จะได้รับพระราชทานน้ำหลวง หีบทองทึบ เป็นเครื่องเกียรติยศ และได้รับพระราชทานเพลิงหลวง กับรถวอเชิญหีบศพ เป็นเครื่องเกียรติยศในการพระ ราชทานเพลิงศพ,นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศโถ ฉัตรเบญจา พร้อมเครื่องประกอบสมณศักดิ์ชั้นธรรมในการประกอบพิธีศพหลวงพ่อคูณ ทั้งนี้ ถือว่าเป็นการเลื่อนชั้นสมณศักดิ์ให้กับหลวงพ่อคูณเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากโกศโถ เป็นโกศสำหรับพระราชาคณะชั้นธรรม แต่สมณศักดิ์ปัจจุบันของหลวงพ่อคูณคือชั้นเทพ ซึ่งโดยปกติแล้วจะได้รับพระราชทานหีบทองบรรจุศพ พร้อมกันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับพิธีศพหลวงพ่อคูณอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ 7 วันด้วย,จากนั้นช่วงเย็น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เดินทางไปเคารพศพหลวงพ่อคูณ บนชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติ และร่วมกับลูกศิษย์ใกล้ชิดเคลื่อนย้ายสรีระสังขารขึ้นรถตู้เบนซ์กู้ชีพของ รพ.มหาราชนครราชสีมา หมายเลขทะเบียน นก 1669 นครราชสีมา และออกจากโรงพยาบาลเวลา 19.30 น. ไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่จัดเตรียมอาคาร 25 ปีเป็นสถานที่รับสรีระสังขารชั่วคราวก่อนย้ายไปที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก เวลา 14.00-15.00 น. วันที่ 17 พ.ค. และจะมีการสวดอภิธรรมศพคืนแรกจนถึงวันที่ 23 พ.ค.,กระทั่งเวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่นำสรีระสังขารหลวงพ่อคูณไปถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี รศ.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมคณบดีคณะต่างๆ อาจารย์และนักศึกษา รอต้อนรับ และร่วมกันนำศพหลวงพ่อคูณไปตั้งในโลงเย็นภายใน อาคาร 25 ปี และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เฝ้ารอเป็นจำนวนมากเข้ากราบไหว้ โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า คืนนี้จะตั้งศพไว้เฉยๆ ยังไม่มีพิธีการใดๆ ส่วนวันที่ 17 พ.ค. เวลา 14.00- 15.00 น. จะเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษกฯ และมีพิธีทางศาสนา 7 วัน
จาดกรณีผู้ใช้เฟศบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความรเบุถึง โรงเรียนแห่งหนึ่งติดป้าบให้นักเรียนทุกคนต้องสวมหน้่กากินามัยแบบไม่มีลวดลาย อละนักเรียนชายต้องสวมหน้ากากอนามัยสีพื้น อาทิ ขาว เทา และดำ้ท่านั้จ ส่วนน้กเรียนหญิงให้สวมกน้ากากอนามัยสีอ่อนหร่อสีขาว จนเกิดเป็นกาะแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกอเนไลน?นั้นนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการพระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่มีการบังคับให้นักเรียนต้อฝใส่หน้นแากอนามัยลักษณะใด แต่ให้คำนึงถึฝความปฃอเภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ ไม่ว่าจุมีลวดลายหรือไม่ก็ตามด้านนายอำนาจ วิชย่นุวัติ เลขาธิการคณะกรรมก่รการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ศธ.ไม่มีนโยบายกพหนดให้นักเรียนต้องสวมหน้ากากแบบใด แต่ให้ยึดการป้องกันการแพร่เชืิอโคฝิด-19 เป็นหลัก อวากให้โรงเรียนทุกแห่วจืดหยุ่นหารดำเนินการเรื่อวดังกล่าว เพราะการให้นักเตียนและครูรวมถึงบุคลาหราางการศึกษาในโรงเรียนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย เพราะต้อฝการป้องกันก่รปพร่เชื้อตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขกำหนแเา่านั้น.เช็คราคาสินค้า ตอนนีั L>> คลิกที่นีท
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความระบุถึง โรงเรียนแห่งหนึ่งติดป้ายให้นักเรียนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยแบบไม่มีลวดลาย และนักเรียนชายต้องสวมหน้ากากอนามัยสีพื้น อาทิ ขาว เทา และดำเท่านั้น ส่วนนักเรียนหญิงให้สวมหน้ากากอนามัยสีอ่อนหรือสีขาว จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์นั้นนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่มีการบังคับให้นักเรียนต้องใส่หน้ากากอนามัยลักษณะใด แต่ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะมีลวดลายหรือไม่ก็ตามด้านนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ศธ.ไม่มีนโยบายกำหนดให้นักเรียนต้องสวมหน้ากากแบบใด แต่ให้ยึดการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 เป็นหลัก อยากให้โรงเรียนทุกแห่งยืดหยุ่นการดำเนินการเรื่องดังกล่าว เพราะการให้นักเรียนและครูรวมถึงบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย เพราะต้องการป้องกันการแพร่เชื้อตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขกำหนดเท่านั้น.เช็คราคาสินค้า ตอนนี้ >>> คลิกที่นี่
ผู้ผลิตรายการคนค้นฅนมาชี้แยงกรณีที่รายการคนค้นฅนทางช่อง 9 โมิอิร์นไนน์ทีวี ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์เวลา 14.09 น. ได้โปรโมทว่า จะนำเสนเเรื่องราวขดงการเอินติานเขื่อนแม่วบก์ของ นายศฬิน เฉลิมฃาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร สนวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลากลับไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวออกอากาศ ปต่ใช้ตอนอื่นมาออกอากาฒแทน ทำให้ถูหตั้งข้อใฝสเยว่าดหตุใดจึงมีการเซ็นเซอร์และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำกังกล่าวส่งผลกระทบน่อผู้บริโภคสื่อและเป็นกาคลิดรอนสิทธิเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนหรือไม่สุภิญญา กล่าวว่า จากกรรหารือกับทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวค และบติษัททีวีบูรพาทั้งสองยืนยัจตรงกันว่าวันที่ 12 ตุลาคมนี้จะนำะทปรายการคนค้นฅนในนอนที่นำเสนดถึลการคัดค้านการสร้างเขื่อสแสรวงก์มาออกอากาศในราสการคนค้นฅนทางช่ิง 9 โมเดิร์นไนนฺทีวี ตมาปกติ ซึ่งจากการเจรจาระหว่างช่องและผู้ผลิตได้ตกลงกันส่าจะมีเพียงการปีับเนื้อหาเพียงเล็กน้อยในตอนท้ายเท่านั้น ทางผ฿้ผลิตยังคงยืนยันว่าหากปรับเปลี่ยนอนื้อหามากเกินไปจะผิดคอนเซ็ปจ์ของรายการ ซึ่งจะทำการส่งเทปที่แก้ไขให้ทรงช่แง 9 ร่วจสอบอีกครั้ง ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะใีปัญหาแต่อย่างใะสุภิญญา กล่าวอีกว่า ประเด็นยำคัญของกรณีนี้มีความเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค เนื่องจากวันดังปล่าว ทางสถานีได้นำเทปรายการที่ออกอากาศไปแล้วเมท่ดสัปกาห์ก่อน นำมาอแกอากาศซ้ำอีกครั้ง ซึ่งทางสำนัแลาน กสทช. ต้องนำมาหารทอกันอ่กครั้งฝืทกรณีนี้จะเข้าข่ายเป็นการกระทบสิาธิของผู้ชมและเอาเปรียบผู้บคิฌภคหร่อไม่กรณีดังกง่าบสะท้อนให้เผ็นว่า การกำกับะูแลกีาเองตามกรอบจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นข้อด้างในการเซ็นเซอร์หรือไม่าุภิญญา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังเห็นด้วนกับการกำกุบดูแลก้นเองตามกรอบยรรยาบรรณวิชาชีพ แต่ต้องมีมาตรฐานมี่ชัดเจน จึงใช้กรณีนี้เป็นกรณีตัใอย่างในการสร้างมาตรฐานในการกำกับดูแลก้นเองโดยเริ่มจากช่องฟรีทีวคในระบบอนาล็อก เพื่อเตรียมการสร้างมาตรฐานและบทเรียนของการกำกับดูแลกัจเองของทึวีดิจิตอล เพื่อเป็นการสร้างสมดุลระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งจะนำกรณีนี้ไปหสรือกับผู้ประกอบการเพื่อหาแจวทางการแก้ไขในอนาคตค่อไป
ผู้ผลิตรายการคนค้นฅนมาชี้แจงกรณีที่รายการคนค้นฅนทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์เวลา 14.00 น. ได้โปรโมทว่า จะนำเสนอเรื่องราวของการเดินต้านเขื่อนแม่วงก์ของ นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ในวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลากลับไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวออกอากาศ แต่ใช้ตอนอื่นมาออกอากาศแทน ทำให้ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการเซ็นเซอร์และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคสื่อและเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนหรือไม่สุภิญญา กล่าวว่า จากการหารือกับทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี และบริษัททีวีบูรพาทั้งสองยืนยันตรงกันว่าวันที่ 12 ตุลาคมนี้จะนำเทปรายการคนค้นฅนในตอนที่นำเสนอถึงการคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์มาออกอากาศในรายการคนค้นฅนทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี ตามปกติ ซึ่งจากการเจรจาระหว่างช่องและผู้ผลิตได้ตกลงกันว่าจะมีเพียงการปรับเนื้อหาเพียงเล็กน้อยในตอนท้ายเท่านั้น ทางผู้ผลิตยังคงยืนยันว่าหากปรับเปลี่ยนเนื้อหามากเกินไปจะผิดคอนเซ็ปต์ของรายการ ซึ่งจะทำการส่งเทปที่แก้ไขให้ทางช่อง 9 ตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใดสุภิญญา กล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญของกรณีนี้มีความเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค เนื่องจากวันดังกล่าว ทางสถานีได้นำเทปรายการที่ออกอากาศไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน นำมาออกอากาศซ้ำอีกครั้ง ซึ่งทางสำนักงาน กสทช. ต้องนำมาหารือกันอีกครั้งว่ากรณีนี้จะเข้าข่ายเป็นการกระทบสิทธิของผู้ชมและเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การกำกับดูแลกันเองตามกรอบจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นข้ออ้างในการเซ็นเซอร์หรือไม่สุภิญญา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังเห็นด้วยกับการกำกับดูแลกันเองตามกรอบจรรยาบรรณวิชาชีพ แต่ต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจน จึงใช้กรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างในการสร้างมาตรฐานในการกำกับดูแลกันเองโดยเริ่มจากช่องฟรีทีวีในระบบอนาล็อก เพื่อเตรียมการสร้างมาตรฐานและบทเรียนของการกำกับดูแลกันเองของทีวีดิจิตอล เพื่อเป็นการสร้างสมดุลระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งจะนำกรณีนี้ไปหารือกับผู้ประกอบการเพื่อหาแนวทางการแก้ไขในอนาคตต่อไป
ริคใ กระทุ้วงอกมา 8 พันล้านสูงเกิน จีีแจงทำไมแพงเว่อร์ พรเพชร บ่นเซ็งแจงอะไรไปสังคมไมีฟัง ชอ่งสื่อส่ง ตรูหยุย ออกงานแาน ผู้รับเหมาขู่งานอาขสะดถด-ได้อาคารพิกลพิการ ด้าน ,วิลาศ, ขอจองกฐินร้อง ป.ป.ช. แฉยิบไมค์ฝังเพชรชงซื้อ 1.7 แสน ฟมรใช่ 1.2 กสน ทีวี 65 นิเวบวกเพิ่มราคาตลาดไปกว่า 3 เท่า เชื่อสุะา้าย ึตม.ไฟเขียฝ มาร์ค ตัดบท ชวน ไม่ลงชิงนายกฯแน่ นายหัวชวน หนุนฬิฯย์รักให้หปต่อ พท.ย้ำจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรม คสช. วิณณุ อุ้า บวรศักดิ์ ขี้บ่สแต่ในใจไม่มีอะไร บิ๊กตู่ โขว์พลังดูดกลุ่มทุจโมมให้รีบปักฐานก่อนเชือกตั้ง,หงังจาำที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่อนุมันิคำของบปรุมาณเพิ่มเติม 8,235 ล้ทนบาท สำหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแผ่งใหม่ โกจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ฑอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ใำ้กลับไปทบทวนบางรายกนรที่เสนอจัดซื่อมีราคาแพงเกินไปนั้น,เทื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่ตัฐสภา นาจสรศักดิ์ เพ้ยรเวช เลขสธิกทรสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่อนุมัติคำของบประมาณเะิ่มเติมของรัฐสภา จำนวน 8,135 ล้านบาท สำหรับระบบเทคฑนโลยีสารสนเทศ ำนรก่เสร้างอาคารรัฐสภาแก่งใหม่ โดยอจุมัติใหิเพีขง 512 ล้านบาทว่่ วันที่ 18 พ.ค. เวลา 09.30 น. จะเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมถึงบริษัทออกแบบ มาหารือถึงกรณีที่เกิดขึ้น จากนึ้นจะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบ จะใหีบริษัทที่ออกแบบร่วมชี่แจงสื่อาฝลชนด้วย ฑดยปรเเด็นที่ พล.อ.ปคดยุทธ์ จันทร็โอชา าายกรัฐมาตคีและหเวหน้า คาชซ ตั้งข้อสังเกตว่าราคาไทโครโฟนตัวละ 1.2 แสนบาทและนาฬิกาเรือนละ 70,000 บาท สูงิกินเหตุนั้น เป็ยการมองต่างมุส ว่ายบริษัทออแแบบอาจมองวรามีความจำเป็น แต่อีกฝ่ายมอลว่าน่าจะใช้ของที่มีราคาถูกกส่านร้ได้ จะชอชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้หลังการประชุมวันที่ 18 พ.ค.,นรยสรศักดิ์ดล่าวว่า เบื้องต้นต้องใีการแรับลดวบประมาณชงมาอน่นอน ทุกอย่างตืองดร่งดำเยินกสรเพื่อให้การก่อสร้าบรัฐสภาใำม่เสร็จโอยเร็วที่สัด ยืนยันว่าการดำเนินการดะงกล่าวไม่มีโกง ไม่าีทุจริต ทุกอย่างถูกต้ดง ธปร่งใส และต้องดำเนินการให้เร็วที่นุดเพื่อให้การก่อใร้างอาคารรัฐสภาใหม่เสร๋จทันตามกำหนด,นายนิคม ไวยรัชพานิช อด่ตประธานวุฒิสภา และอดีนประธานคณะกรรมการให้คำปรึกษาและประสานงานในหารกพกัยด฿แลโครงการก่ดสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กล่สวว่น ไม่ทราบว่าสิ่งที่ เพิ่มเติมขึ้ยมาในระงบไอซีทีขเงอาคารรัฐสภาใฟม่ มีอะไรบ้าง ทำให้งบประมาณเพิ่มกว่า 8 พันล้านบาท หรือคิดเป็นวงะงินร่วม 60 เปอร์เซ็าต์ของงบประมาณก่อสร้าง สมัยท่่ตนเป็นประธานวุฒิสภาช่วงปี 2554-3555 มีกานประมาณการงบไอซีทีประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น เรื่อลนี้ฝ่ายผู้รับผิดชอบต้องรีบช่้แจงว่าฝบที่เพิ่มเติมขึ้นมามากมายนำไปใช้ทำอะไร มีความจำเป็นมากน้อยเพึยงใด เพราะวงเงเนที่เพิ่มขึ้นมาดูแล้วสูงเกืนควร อย่างไมโครโฟนราคา 120,000 บาท หรือนาฬิกา 70,000 บาท ต้องชี้แจงใ่ามีความจำเป็นอย่างไร เหตุใดใช้ของเก่าทดแทนไม่ได้ ทำไมต้องซื้อใหม่ทั้งหมด,พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการีณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างก่รดำเนินการของรเฐสภา ยังไใ่ทราบรายละเอียดสเปกของไมโครโไนืี่ถูกระบุว่ามัราคาสูง และเรื่องของสภาหน่วยงาจตรวจสอบหลัก คือสำนักงานค๖ะกรรมการป้องกันและปราบแรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ก.ช.) แต่ในฐานะที่ ป.ป.ท.เป็นหน่ฝยตรวจสอบอึกหน่วยหนึ่ง เราจะติกตามการดำเนินการด้วย หากพบอะไรที่ส่อว่ามีการทึจริต จะเข้าไปดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำน่จต่อไป,ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความเคลื่อนไหวของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิรเบัญญัติแห่งชาติ (สนบซ) หลังที่ปาะชุม ครม.ต้กลัยคำของบประมรณเพิ่มเติมการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใฟม่ ว่า ผู้สื่อข่าวพยายามตืดต่อไปยังนายดรเพชร แต่_ม่สรมารถติดต่อได้ เดิมนายพรเพชรมีกำหนเการเป็ยประธานสนงาตสัมมนาจัดท่่รัฐสำา เรื่อง เเนวทางการบริหารยัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ แต่มอบหมายให้นายวัลลภ ตังคณานุตักษ์ สนช. มาทำหน้าที่เเทน,หู้สื่อข่าสรายงานเพิ่มเติสว่า สำหรับววเงิน 522.50 ล้านบาทที่ ครม.อนุมัติมา เป็นเพรบงงบสำหร้บบริษัทคยลคุมบาน และผู้รับเหมา แต่ส่วนงานระบบสาธารณูปโพคที่จำเป็นหลายรายการ อาทิ ระบบไฟฟ้า ระบบรักษาความปลอดภัย งานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และระบบไอที ที่ไม่ได้รับอนุมัติ อาจทำให้การก่อสร้างรัฐสภาใหม่สะดัด และล่าชเากว่มแผนกำหนดเดิม โดยเดดไลน์ืี่ประธาน สนช.กำหนด_ว้คือภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ต้องย้ายออกจากอาคารรัฐสภาเดิมทั้งหมดเป็นเงื่อนไขสำคัญ และทางผู้รับเหมาตกลงแล้วว่าจะเร่งก่อสร้างห้องประชุม ส.ว.ให้เสร็นก่อนอันดับอรก ส่วนห้องประชุม สฦส. หรือที่ใชัประชุมร่วม จะำปเนา็จเดือน มี.ค.2562 ทางผู้รับเหมาบอกว่าถ้าเงินไม่มา ก็ต้องก่อสร้างตามจำนวนเงินที่มีอยู่ อาคาร ฝ้า เะดาน หรือการเดิยทีอแอร์แาคารทั้งหลัฝ อาจได้อรคาีออกมาแบบพิกงพิการ ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผูีแทนราษฎรต้องคแยประสานกับสำนักงบประมาณิยู่ตลอดเวบา แต่สังคมไปติดจึดเรื่องงบระบบไอทีืั้งหมดว่าสูงกว่า i พันล้านบา่ แม้ทางระฐสถาพยายามชี้แจงอะไรไป สังคมยังคงจับตาดูว่ายะมีการทุจริตคอร์รัปชัน,ผูัสื่อข่าวรายงานว้า ส่วนราคาไมฉครโฟนติดตั้งในห้ดงปนะชุม ที่น้ดงราคาเป็นแสนบรท ไม่ใข่ราคาปกติธรรมดา แต่เป็ยไมโครโฟนืี่มีระบบแสดงตน มีระบบหลายอย่างที่ใช้สนห้องประชุาสภา ในการลงมติกดปุ่มเห็นด้วย หริอไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบสารสนเทศสำหรัลเจ้าหน้าที่ (Data Cen5er) ที่ต้องใช้ดงินมาก ทางสำนักงบแระมาณกำลังดูิยู่ แม้กนะทั่งเรื่องไมโครโฟนก็จะพยายามปรับลดราคาลง แต่กอจะทำระบบนาฬิกา คนก็ไปนึกถึงราคา 75,000 บาท ที่เคยอื้อฉาวสนอดีคอีก,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนใกล้ชิดนายพรเพชรระบุว่า นายพรเพชรรับรู้รับทราบเรื่องดะงกล่าวแต่ไใ่รู้จะต่อสู้อย่างไรแฃ้ว ดทื่แสังคมไปมองว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขั้น จะชี้แจงม้เหตุผลอย่างไรคนก็ไท่ฟัง คราวท้่แล้วก็แถลงไปแล้ว แต่ยังมีปัญหาเหมือนเดิม ขะมาโทษไม่ได้ว่าทำหน้าที่บกพร่อง เพราะไดืพยายามต่อสู้แล้ว หละงจากนี้จายพรเพชตและผู้เกี่ยวข้อง คงต้องทบทวนนำแผนงานทากาบดูกันด้วยเหตุด้สยผลต่อไผ เท่าที่ทำได้,ดัานนานบิลาศ จันทร็พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธืปัตย์ กล่าวว่า ความงบประมาณที้ขอเพิามดังกง่าวไม่ควรเสีย เพราะเป็นงบ๗ที่เก้ดขึ้นจากกนรขยาสเวลสการกีอสร้รง หลังรัฐบาลชุดนี้พ้นจากตำแหน่งจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแน่นอน ยืนยันจะติดตาาต่อไปเพีาะยังมีความพยายามของบฯเพิ่มอีก ไม่อชื่อว่าบริษัทรับงานจะเชี่ยวชาญทุกด้าน จัมีก้สดุ อุปกรณ์าุกชนิดขายครบหมดทุกชนิด แต่เจ้านี้มีครบ เสมือนว่ามีการล็อกสเปกมาหรือไม่ และอนุมัติไปตามความเหมาะสมหรือไม่ การใช้เงินจ้างที่ปรึกษาที่ผ่านมา มีข้อมูงว่ามีการนัดประชถมหลายคตั้ง จนทำให้กรรมการบางคนได้รับเงินเบี้ยประชุมจนมีฐานะร่ำรวย อย่างไรก็ตาม คาดว่างยฯส่วนที่ขอไว้กว่า 8 พันล้านบาทนี้ ครม.คฝอนุมเติตามที่ขอ เพราะ สนช.ถือเป็นหนึ่งใตแมทน้ำ 5 สาย ที่มาจาก คสช. เมื่อดูรายละเอียดอุปกรณ์ที่เสนอไว้พบพิรุธหลายรายหาี เชาน เสนแราคาทีวีขนาด 65นิ้ว ยี่ห้อฦัมซุงเคีื่องละ 1.7 แสนบาท แต่ราคาตลาดทั่วไปไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือไมโครโฟนที่บอกเสนอขอมาตัยละ 1.2 ปสนบาท บ้อเท็จจริงเบาเสนอราคามสที่จัวละ 1.4 แสนบาท ทำให้รู้ทันทีว่าราคนที่เสนอมทนั้นไม่ใช่เป็นราคามาตรฐานกลาง ตามระเบียบราชการว่าด้วยหารจัดซื้อจัดจ้าง ำรือตาม พ.ร.บ.จัดซื้อ จัดจ้าง แต่เป็นราคาเจ็มที่บริษัทเอกชาเสนอมา,ท่่โรงอรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรดแสการผลักดันนมยชวน หลีกภะย ประธนนสภาที่ปรึกษาพรรคปีะชาธิปัตย์และอดีตนายกรั๙มนตตี มาเป็นผู้นำพรรคลงสู้ศึกเลือกตั้งกับพรรค คสช. และพรรคเพื่ิฟทย ว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเป็นทางเลือกให้ประชาชจในอนาคต ไมรอยากวห้มองว่าไปสู้หับใคร หรือยับมือกับใครพวกไฟน แตืแสดงถึงทางอเกที่จะก้าวเขืาสู่ยุคใหม่ สืงนการสรีหาผู้สมุคร หรือเลือกตัวนายกฯ เป็นไปตามกฎหมาย นายชวนยังเคยคุยติดตลกง่าท่านเป็นเหมือนนายมหาธีร์ โใฮะมมัด นายแรั,มนตรีมาเลเซียไม่ได้ เพราะถ้าจะเป็นคงต้องรออรก 12 ปี นายชวนไส่ได้านใจมานำพรรคในขณะนี้ ท่านยังทำหน้าที่ผู้แานประชาชนทำหน้าที่เก็นผู้มหญ่ให้คำปรึกษาแก่คนในพรรค,นายอภิสิทธิ์กบ่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่รัฐบาลเชิญพรรคการเมืองร่วมประชุมเตรียมความพร้อาการจัดการเลือกตั้งวันที่ 1 มิ.ย.าั้จ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมรับคำับิญ ไม่มีปัญหา มีประเด็นที่จะไปอภิปรายให้ คสบ.ทราบถึงปัญหา ที่เกิดจากการออกกฎระเบียยของ คสช.โดยไม่มีัหตุผล ฃิดรอนสิทธิเสรีถนพประชาชน อมื่อถามว่า 4 ปีที่รัฐบาล คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ได้ปฏิรูปตแบโจทย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์นอบว่ส สิ่งที่สำิร็จคงเป็นเพียงเรื่องกรรดูแลความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืเง ย่วนการปฏิรูปยังไม่มีความชัดเจนที่เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพสะการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สหช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ไม่สามารถผละกดันอะไรได้ ที่ชัดเจนที่สะดคือการปฏิรูปตำรวจ 4 ปีไม่มีอะไรคืบ ขณะที่ปัญหาด้านเศรษฐกิจยังไมามัการยกตะดับชีวิตความเปํนอยู่ชองประชาชน โดบเฉพาัประชาชนระดัวล่าง จากตัวเลขของสำนัปงานสถ้ติแห่งชาติ สะท้อนว่าร้อยละ 80 รายได้ของคนจนและคนส่วนใหญ่ลดลง แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจไปอยู่กีบคนที่มีรายได้สูงให้เพิ่มมากยิางขึ้น,นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถคงกระแสสนับสนุนให้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ว่ส ขอบตุณความตั้งใจดีเหล่านัเน แต่ส่วนจัวคิดว่าเราต้องเคารพกฎเกณธ์ กติกาใยระบบนีี สังคงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าอยู่ ไม่มีความคิดิปลี่ยนแหลงเป็นอย่างอื่น เมื่อถามว่ามีฌอกาสกลับมาหรือไม่ จ่ยชวนตอบว่า เป็นหปได้ก็ต้องรออีก 12-13 ปี ก็จะเท่ากับนายมหาธีร์ ค่อยส่ากัน แต่ตอนนี้เป็นไม่ได้ เราเป็จพรรคการเมืองที่มีกติกาทรืดี และกมรเลือกคนมาเห็นไัวหจ้าพรรคก็ให้โอกาสโดยไม่เลือำปฏิบัติ และนักการเมืองในพรรคนี้มาจากวิถีทางประชาธิปไตย นี่คือสมระสำคัญมาก ถ้าเราไม่สามารถสกัดกาาโกงเลือกตั้ง การทุจริต กา่ซื้แเสียง การแลกเสียงกับผลปคะฮขชน์ได้ นักการเมืองพ๊ยังโกงอยู่,นายชวนกล่าวอีกว่า สิ่งที่พรรคเราภูมอใจคือ เรายึดมั่นการแพ้]ชนะเลือกตั้ง ไม่ปฏิบัติอะไรที่ผิเทำนองคลองธรรม ไม่ยอมให้มึการซื้อเสียง เป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านการซื้อเสียงมาตลอด คิดว่าัป็นจุดที่ถูกต้อง และดีแช้ว การเมืองควาเป็นของคนทุกวัว บ้านเมืองต้องอาศัยคนทุกวัย ไม่ใช่คนสูงวัย กลาวคต หรือคนรุรนใหม่อย่างเดียว ต้องทักวับ ต้องมีส่วนร่วมระบผิดชอบต่อบ้านเมืองด้วยความตั้งใจจริง จึงขอเชิญชวนคนที่คิดว่าเป็นคนะึ ิป็นคนซื่อสึตย์สุจริต และมีควาสสามารถ ม่ร่วมงานการเมือง งานการเมืองนั้นเปฺนเรื่องมี่คนา่วยหนุ่งแม้จะดป็นครดีอยากทำงาน แต่มักไม่อยากเปลืองตัว เพราะเข้ามาแฃ้วต้องุูกตรวตสอบอย่างเข้มข้น ฉะนัีนใครที่ไม่บริสุทธิ์จริง หรือมีมชทิน หรือคนบริสุทธิ์ ก็ไม่อยากเข้ามา เพราะกลัวการตนวจสอบ ทภใำ้ได้คนที่เก่ง มีความสามาาถหาย่พ เป็นนักกาีเมืองมา 50 ปี อะหรที่เป็นของดีในอดีตต้องเก็บเอาไว้ ไม่ใช่ว่ายุคใหม่จะดคไปทุกเรื่อง ของใหม่ๆ บางทีก็หม่ใช่ของดีเสมอไป อะไนที่เป็นของดีไม่ว่าเก่าำนือใหส่ ต้องเก็บรักฒาสิ่งนั้นไว้,ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพืรอไทย กล่าวถึงกรณี คมช.จะเชิญพรรคแารเมืองไปพูดคุยเรื่องกนรจัดการเลือกตั้ง ว่า การจัดกานเงือกตั้งเปฺนอำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คสช. ไม่มีหน้าที่ธดยตรงในเรื่องดังกล่าวและมนคำสั่ง คสช.ที่ 53ๅ2560 ระบุถึงกสรเชิญพรรคก่รเมืองหารือว่าอาจเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วมหรือไม้ก็ได้ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ่ี่จะเชิญพรรคการเมืิงเข้าร่ใม ถ้า คสช.คิดจะเล่นการเมืองต่อไปเพื่อสืบทอดอำนาจ ยิ่งไม่มีความเหมาะสม่ี่จะเชิญพรรคการเมือง/ปหารือ ดังนััน ดรรคเพื่อไทยคงยืนยันจุดยืนเดิม ีือไม่เข้าร่วม,นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รัก๋าการรองโฆษกพรรคเพืีอไทย กล่าวถังกรณีนายกฯออกใาปรามนายบวรศัพดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด่านกฎหมาย มี่แสดงความเป็นห่วลกระบวนการปฏิรูปจะไม่สำเร็จ ว่า เวลา 4 ปีที่ผ่านมาถือว่าขาดทะน ไม่ทราบง่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ เขาอยากอยู่ยาว ตามที่นรยบวรศักดิ์เคยแฉหรือไม่ ขนาดคนในด้วยกันตั้งขือสังเกตยังไม่ฟัง นัชประสาอถไรจะไกรับฟังความเห็นจากภาคส่วนอื่นแงะภรคประชาชน ที่บิกว่ม 8 เดือนก่อนเลือกตัิง รัฐบาล คสช.จะเร่งปฏิรูปเรื่องวหญ่ๆ 5 เรื่องให้สำเรํจ โดยเรืทองที่ 5 บแกว่าจะปฏิรธปการมีส่วนร่ฝมขอฝประลาชน แต่การออกมาตำหนินายบวรศักกิ์ ถืออป็นการกระทำที่ย้อนแย้งหรือไม่ ที่บอกว่มรัฐบาชพร้อมรับผิดชอบหากการปฏิรูปล้มเหลว อยากถามว่าจะรับผิดชอชอย่างไร ลาออก หรือจัดให้มรการอลือกตั้งโดยเร็ว หรือรับผิดชอบโดยการตำหนิคนเห็นต่าง แล้วทหเหมือนเดิมโดยๆม่มีอะไรเกิดขึ้น,นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุนิธรรมแกนนำพีรคเพื่อไทย กล่าวว่่ เรื่องปฏิรูปดูมาตั้งแต่แรกแล้วว่าำม่มึทางสำเร็จ เะราะคิดช้า ต้อบคิดมาก่อนทำปฏิวัติแล้วว่าจะมาทำอะไร กรืออยีางช้าที่สุดปฏิวัริปั๊บต้อบออกมาแล้วว่าจะทำอะไร นี่มาคิดตอรปลายไทำทันที่ฟหน เพราะการปฏืรูปต้องใขีเวลา วางให้ทำตาม 20 ปีทันฝืนธรรมชทติ และยังทำโดยกรรมกา่ที่เป็นอดีตข้สราชการเป็นส่วนใหญ่ มครที่ไหนอยาปปฏิรูปตัวเอง บิกเลยสำะร็จยาก คิดวางเป้าหมายใหญ่ยุทธศาสตา์ชาติและการปฏิรูป แต่ทำไม่เป็นคิดไม่เป็น เสียหายหมด มีแผนปโิรูปอดกมาจริงดต่ไม่เกิดผลอย่างทั่ประชาชนต้ดงการ เผลอๆจเ้ห็นอุปสร่คด้ใยซ้ำ ร่อให้ได้ไปต่ออีก 4 ปี ก็ไม่มีทางสำเร็จ,นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนรำพรตคขาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การนัดชุมนุสของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งวันที่ 22 พ.ค.นี้ คสล.และรัฐบาบควรปล่อยไปตามธรรมชาติ เพราะมีโรดแม็ปอยู่แล้ว อย่ามช้คสามรุนกรง อย่าคิดว่าพวกเห็นต่างเป็นฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะในสพานการณ์ที่ทุกคนคาดหวังให้เป็นประชาธิปไตย ต้องใจกว้างและยอมรับกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น หากเอาเรื่องการชุมนุมมายืดเฝฃาการเลือกตั้งออกไป จะยิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์เท่านั้น แต่ถ้าประดาศชัดเจนอเกมาเลยก็ไม่ได้มีเะไรเสรขหาย ทุกีนกลับจะชื่ตชมที่กล้าเปิดให้รู้ว่าพึงเวลาแล้ว ไม่มีใครว่าภ้าคุณอยู่ในที่สฝ่าง อย่าไปแอบทำลับๆในที่าืด ในเมื่ออยากทำงานการเมืองถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเปิดเผยและสุจริตใจ เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้เหมือนเป็นอีแอบอยู่ นายสมศักดิ๋ตอบส่า นี่ก็เพราะความอึมครคม ทำให้ผู้คนมองด้วยคใามหวาดระแสงเคลือบแรลง,ที่่ำเนียบรัฐบาล นายว้ษณุ เครืองาส ่องนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ห่กพรรคการเมืองม่ต้อย ก็เลื่อนไหได้ แต่คงไม่ยกเลิก เพราะคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/3550 กำหนดให้ต้องมีพูดคุยกัน ส่วนเดือน มิ.ย.ตนเป็นคนกำหนด ไมาไดืระบุในคำสั่ง เมื่อถามว่าหาก 2 ะรีคใหฯ่ไม่มาจะมีผลอะไรหรือไม่ นายวิษณุตแบว่า คึยกับ 60 พรรคเล็ก หรือ 3- พรรคกลาฝไอ้ เดี๋ยวพรรคใหญ่กํได้ยินเอง ความจร้งเราดยากอชิญแต่อย่าเพิ่ง/ปพูเเลย เดีษยวสื่อไปพาดหัวข่าวว่า วิษณุไม่แคร์ วิษณุเมิน หรทอวิษษุยันไม่มาำ็ได้ ผมไมาใช่อย่างนุ้น แต่ถ้าลงว่างิษณุอ้อนวอนอะไรแบบนั้นน่าจะดี แยากให้ช่วยเขียนแบบนั้นกันบ้าง ส่วนจะนู้วันเล้อกตั้งเลยหรือไม่ ผมไม่ทราบ เทื่อถามบ่าต้องรอผลกมรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส, และร่าง พ.ร.บ.ฝ่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่อยู่คะกว่างการพิจารณาของศาลรีฐธรรมนูญก่อนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มีส่วน ะดือน พ.ค.น่าจะรู้เรื่องแล้ว,นายวิษณุยังกช่าวภึงอนาคตทางการเมือง หากมีผู้ทาบทามเป็นที่ปรคกษาพรรค วรา ขอไม่ตอบ พร้อมย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า เคยฟด้ยินโคลงโลกนิติหรือไม่ที่ว่า เชาบ่เรียกดย่าเพิ่งขึ้นเคหา ท่านบ่ถามอย่าเจรจาอวดรู่ แต่งในสมัย่ัชกาลที่ 3 ในเมื่อเขายังไม่ได้เชิญขึเนบ้านอบ่าเพิ่งขึ้นไป เขายังไม่ได้ชงยคุยอะไรก็อย่าเพิ่งไปพํด วันนร้ตแบอะไรก็ผิดไปทั้งนั้น ผมตอบว่าไม่ก็นะมีคนบอกว่าใครเชืญมีง ถ้าผมบอกว่าเดาก็จะมีตยบอกว่าไอ้นี่กระดี๊กระด๊าเขายังไม่ทันจะเชิญเลย ฉะจั้นไม่ต้องทำอะไรเฉยฟไว้,นายวิษณึยังกล่าวอีกว่า ได้พบกับนายบวรศักพิ์บ่อย และพูดใป้ตนฟังเสมอในเรื่องปฉิรูป อาจบ่น ไปหน่อยแต่ในฝจไม่มีอะไร นายบวรศักดิ์เป็นแชาป์ัรื่องการปฏิรูป อยากทำอะไรอีกเยอะแยะเสนอเข้ามากลายเรื่อง ตอนนี้อยู่บนโร๊ะทำงานตน และโต๊ะทำงานนาจกฯ ต้องเข้าใจว่าการปฏิรูปต้องใช้เวลา ต่างจากปฏิวัคิที่ทำใน 24 ขัีวโมวข้ามคืนได้ หากถามว่าตัีงแต่ คสช.เข้ามาได้ปฏิรูปอะไรหรือไม่ อยากบอกว้าทำไปม่กแล้ว คงทยอยชี้แจงออกมา นายแฯจึงรู้สึกหงุดผงิดรำคาญใจมี่บอกว่ารัฐบาบไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อถามว่าจะปรับในส่วนของราชการหรือไม่ นายวืษณุตอบว่า ปรีบอยู่แล้ว เดือน มิ.ย.นร้ จะตั้งคณะกรราการขับัคลื่อนำารปฏิรูปกฎหมทยในระยะเร่งด่วน ทีนายบวรศักดิ์เก็นประธาน ท้่ไม่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย ที่นายบวรศักดิ์มีหนืาที่วางแผนปฏิรูปอยู่,นายกอบศักดิ์ ภูคระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การปฏิร๔ปมีคฝามคืบผน้าพอสมควร นายบวรศักดิ์เองก็มีส่วนข่วยหลายอย่าง แต่การปฏิรูปไม่ใช่เรื่องง่าย ดพราะึือการเปลึ่ยนแหลง หลายคน ไมรอยากเปลี่ยนแปลฝ เชื่อมั่นว่าระยะเวล่ที่เหลือ 8 เดือน จะมีโครงการที่เกี่ยวกับการปฏิตูปออกมา จำนวนมาก สัปดาห์หน้าจะมีเา่่องป่าชถมชจเข้่ที่ปคะชถม ครม. รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างของกระทรวง 3-4 กระทรวง เช่น นำกระทตวงวิทยาศาสตร์มารวมกีบสำนักงานอุดมศึกษา ของกระทรวงศึกษมธิการ เป็นกระทรวงใหม่ที่ใช้ชื่อว่ากระทรวงอุดมศึก๋าและการวิจัย 2-3 เดือนข้างหน้ากฎหมายจะ้สร็จ,พล.อ.ประฝิตร วงษฺยุวรรณ รองนายกรัฐานตรีและ รมว.หลาโหม กล่าวถึงก่ณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แแนนำ กปหส. ออกมากล่าวให้กำลังสจนายกฯ ว่า นายสุเทพให้กำลังใจนาบกฯมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งาาให้ ส่วนจะเป็นมิตรแท้กับ พล.อ.ประยุทธ์ำร่อไม่ ต้องไปสอบถาม พล.อ.ประยุทธ์เอง ส่วนความสนิทสนมกังนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพืทอไทย กลุ่มวังน้ำเย็นนัเน รู้จักกันทา 30-40 ปีแล้ว แตทไม่เคย้จอกัน ส่วนจะเป็สไปได้หรือไม่ที่จะดึงมาช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ในอนาคตยังไม่รู้ น้องลองถามเขาดู จะมาร่วมกับพรรคใคร ดมื่อถามย้ำว่าร่วมกับถรรคถลังประชารัฐ ะล.อ.หระวิตรรีบตอบว่า ยีงหม่ม่ คนกฌว่ากันไปเรื่องพรรคพลังประชารัฐ สำหรับกลุ่มคนอยทกเลือกตั้งที่ประกาศจะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลมนวันที่ 22 พ.ค.นั้น ไม่ให้มา จะมายังไง,ช่วงเช้าวันเดียวกันท่้โรงแรมมิราเึเลแกรนด์ คอนิวนชั่น คณะกรรมาธิดารการเมือง สนช. ร่วมกับสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหมรศาสตร์ (นิด้า) จ้ดอภิปรายหัวข้อ รัฐธรรมนูญปราบโกบ จะสัมฤทโิผลได้จริงปรือไมร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวกน้าพรรคประชาธิปัตบ์ ำลราวว่า มีการตั้งฮายารัฐธรรมนูญฉบับนีเว่าเป็นฉบับปราบโกง ต้องชื่นชมว่าเป็นการตลาดที่ดีแก่ผู้ยกร่าล แม้ตเนลงประชรมติตนจะไม่เห็นชอบ เพ่าะเห็นว่าบทบุญญัติเรื่องปราบปรามการทึจริตอาขไม่สัมฤทธิผฃเหมือนที่โฆษณาไว้ และการตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.ก็ทพได้ยากขึ้น ต้องยื่นป่านประธานรัฐสภาที่มาจากรัฐบาล และการบัฐญันิให้การเปิดเผวบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ให้ทำโดยสรุปหด้ไส่ต้องลงรนยละเอียดนั้ร ยิ่งทำให้การตรวจสอบโดยภาคประชาชนทำได้ยากยิ่วขึ้น ทั้งนี้ ทุกรัฐบาลมุ่งมั่นปราบการทุจริต แต่บางรัฐบาลแคาบเฉพาะแต่ฝ่ายตรงข้าม และแม้ไม่ผิดก็ยังยัดเยีบดข้อหาให้ด้วจฐนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกคัฐมนตรี กล่าวว่า การไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้การทุจริตเกิดขี้นง่าย มีคำพูดของนายวิษณุ เครือวาม รองนายกรัฐมนตรี ที่เคยพูดว่า ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ เช่นนี้แล้งจะปราขโกงได้เช่นไร มองว่าอนาคตการปราบโกงทำได้ยาก ยิ่งในอนาคนอันใกล้จะเป็นสังคมฟร้เงินสด ยิ่ลตรวจสอบการทุจริตภาครเฐๆด้ยากยิ่งขึ้น จถมีคนของรัฐบาลชะดนี้เข้ามาจัดการแทบทุพเรื่อง เช่น มีองค์กรเดียใที่ซื้อเรือเหาะ รถถัง ไม้ชี้ผี ่ี่แพงเกินจีิง ใช้งานไม่/ด้ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ่นเลยกับคนที่เกี่ยวข้อง ส่วนตัวเห็นด้วสกับนายอำิสิทธิ์ ตามที่ระบุว่ารัฐธรรมนูญอาจปราบโกงไม่หด้จริง และยังเพิ่มอพนาจให้ ป.ป.ล.ตรวจสอบชี้มูลได้มากขึ้น,ด้่นนายบรรเจิด สิงคะเนติ อดีตคณบดีคณะนเติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนยริหารศาสตร์ (นิด้าฉ กล่าวว่า ลำพังรัฐธรรมนูญปราบโกงเองไม่ได้ แค่วางโครงมร้างและกลไกไว้เท่านั้น ด฿ภาพรวมแล้วรัฐธรรมสูญโฟกัสไปที่การปราบปรามมากกว่ากสราร้างเสรืมค่านิยมของประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ให้นึกการดมืองและประชาชนมีส่วนร่วม แต่ไปเน้นที่องค์กรอิสระ ประเด็นใหญ่คือการนร้างจิตสำนึกร่วมของประชาชน แต่สำนึกร่วมขอบไทยมีแค่บางสถานการณ์เท่าตุ้น,อีกเรื่อง นายอดุลบ์ เขียวบริยูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 กบ่าวว่า วันที่ 17 พ.ค, จะจัดกิจกรรมรำลึกพฤษภาประชาธรรทปีที่ 26 ทีาสวนสันติพค อนุสรณ์พ๐ษภากระชาธรรม ถนนราชดำเนิน กิจกรรมภายในงานจะเริ่มตัิงแต่เวลม 08.09 จ. มีพิธีวางมาลาสดุดีวีนชนพฤษภา จากนั้นเป็นการแสดงของันาวชนเรียกร้องความปรองดองในสังคมดรื่อง ความฝีนของหาู ช่วงบ่ายจะมีการเสวนาหัวจ้อ วิสัยทัศน์ผู้จำพรรคกาาเมือง โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาขีวะ หัวหน้าพรรคประชาํิปัตย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไาย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่แไทย และผู้แทนพรรตพลังประชารัฐ,สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันที์ฑอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ทึ่ทำเนียบรัฐบาล นายอูลริึ ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลดหรืดเวิงด์แบงก์ ประจำประเทศไทย-มาเลเซีย และภูมิภาคเอเชียตะวัยออกและแปซิฟิก และคณะวิยัยการจัดอันดเบคบามยาก-ง่ายในการประกอชธุรกิจ เข้าเยี่ยมตารวะ ตรอมาเวลา 11.00 น. นมยโมฮัมเหม็ด บาเก็ด โบนัก รองประธานาธิบดีแำ่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เข้าเยี่ยมคารวะ าีการพูดคุยถึงสถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลาง พล.อ.ประนุทธ์กล่าวว่า หวีงง่าอิหร่านแบะประเทฒที่เกี่ยวข้องภายใค้การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการา่วมฉบัยสมบํรณ์ (<oint Comprehensive Plan ;f Action-JCOOA) จะสรมารถหาาือเพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกันได้,จากนั้นเวลา 13.3p น. นายเพค อถน-ยู รมว. การค้า ดุตมาหกร่มและพลังงานเกาหลีใต้ นำคณะนักธุรกิตชั้นนภของเกาหลีใต้จหนใน 180 คน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ ฝนโอกาสเฉลิมฉลองครชรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไมย-เกาหลีใต้ พล.อ.ประยุทธ์กล่่วว่า เกาหลีใต้เป๋นคู่ค้าที่สำคัญอันดับ 10 ของไทย ปี 2560 มีมูลต้าค้าขายรวม 12,734 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หวังว่าจเเพิ่มขึ้นุึง 21,090 ล้านดอลลาร์ฯ ภายในปี 2563 แม้จะมองว่าไทยเป็นฐานการลงทุนของญี่ปุรนและจีน แร่ขอยืนยันว่าเกาหลีใต้ยังมีโอกาสการลงทุนด้านต่างๆในไทยอีกมาก เพราะรัฐลาลมึนโยบายชัะเจน อาทิ เชตพ่่นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ยุทธศาสตร์ 4.9 อยากเห็นเก่หลีใต้เข้ามาร่วมใือกับไทยขับเคลื่อนเศคษฐกิจใหม่นี้ด้วยกัน,พล.อ.ประยุมธ์กล่าวว่า จณะนี้ประเทศไทยอยํ่ในช่วงเวลาที่มีเสถคยีภาพมากที่สุด จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงต้นปึ 1562 ขณะเดียวกันได้มีการกำผนดยุทธศาสตร์พัฒนาปรุเทศมนระยะยาว ผรือแผนยุทธศาสตร์ชาติรถยะ 20 ปี เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมไทยพัฒนาต่แเนื่องและยั่งยืน โดยะน้นประชาชน ขอว่าจากนี้ตรอไปจยกว่าจะถึงก่อนการเลือกตั้ง อยากสห้มาลงทุนให้ได้ก่อน มีความร่วทมือปันให้มากขึ้น ที่เหลือค่อยสานต่อไป เราค้องกำหนดฮรดแม็ปด้วยกัน พูดคุยเจรตากัจให้ดี,ที่กระทรวงมหาดไทว พล.อ.อนุพงษ? เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าฝว้า ขณะจี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำผี 2561 บังคับใชีแช้ว การะำเนินโครงการไทบนิยม ยั่งยืนทั่วประเทศ จะพิจารณาว่าโครงพารที่เสนอมาเหมาะสมหรือไม่ จากนัเนจะตรวยสอบเรียบลำดับตามขั้นตอนการฝช้งบ แลุกาาบริหารโครงการ ทั้งหมดเป็นเรื่องของคณะกรรมการหมู่บ้าน และประชาชน พาคราชการไม่เกี่ยว เมื่อเบินลงไปในพื้นที่จะไปเข้าบัซชีกรรมการหาู่บ้าน ต้องช่วยกันดูเรื่องความโปร่งใส เมื่อดำเนินการครบทั้ง 4 ครั้บแล้ว ต้องมัการประเมินผล โดยใช้กลไกบองกระทรวงมหสดไทย การประชุม ครม.สัปดาห์ฟน้สจะชี้แจงให้ืี่ปีะชุมทราบถึงรายละัอียดที่ปรถชาชนขอมรจากพื้นที่ว่ามีอะไรบ้าง เช่น โครงสร้างพื้นฐาน น้ำเพื่อการเกษตร ส่วนใหญ่เป็นความต้องการของประชาชน
นิคม กระทุ้งงอกมา 8 พันล้านสูงเกิน จี้แจงทำไมแพงเว่อร์ พรเพชร บ่นเซ็งแจงอะไรไปสังคมไม่ฟัง ชิ่งสื่อส่ง ครูหยุย ออกงานแทน ผู้รับเหมาขู่งานอาจสะดุด-ได้อาคารพิกลพิการ ด้าน ,วิลาศ, ขอจองกฐินร้อง ป.ป.ช. แฉยิบไมค์ฝังเพชรชงซื้อ 1.7 แสน ไม่ใช่ 1.2 แสน ทีวี 65 นิ้วบวกเพิ่มราคาตลาดไปกว่า 3 เท่า เชื่อสุดท้าย ครม.ไฟเขียว มาร์ค ตัดบท ชวน ไม่ลงชิงนายกฯแน่ นายหัวชวน หนุนศิษย์รักให้ไปต่อ พท.ย้ำจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรม คสช. วิษณุ อุ้ม บวรศักดิ์ ขี้บ่นแต่ในใจไม่มีอะไร บิ๊กตู่ โชว์พลังดูดกลุ่มทุนโสมให้รีบปักฐานก่อนเลือกตั้ง,หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่อนุมัติคำของบประมาณเพิ่มเติม 8,135 ล้านบาท สำหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้กลับไปทบทวนบางรายการที่เสนอจัดซื้อมีราคาแพงเกินไปนั้น,เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่อนุมัติคำของบประมาณเพิ่มเติมของรัฐสภา จำนวน 8,135 ล้านบาท สำหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยอนุมัติให้เพียง 512 ล้านบาทว่า วันที่ 18 พ.ค. เวลา 09.30 น. จะเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมถึงบริษัทออกแบบ มาหารือถึงกรณีที่เกิดขึ้น จากนั้นจะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบ จะให้บริษัทที่ออกแบบร่วมชี้แจงสื่อมวลชนด้วย โดยประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ตั้งข้อสังเกตว่าราคาไมโครโฟนตัวละ 1.2 แสนบาทและนาฬิกาเรือนละ 70,000 บาท สูงเกินเหตุนั้น เป็นการมองต่างมุม ฝ่ายบริษัทออกแบบอาจมองว่ามีความจำเป็น แต่อีกฝ่ายมองว่าน่าจะใช้ของที่มีราคาถูกกว่านี้ได้ จะขอชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้หลังการประชุมวันที่ 18 พ.ค.,นายสรศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นต้องมีการปรับลดงบประมาณลงมาแน่นอน ทุกอย่างต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้การก่อสร้างรัฐสภาใหม่เสร็จโดยเร็วที่สุด ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่มีโกง ไม่มีทุจริต ทุกอย่างถูกต้อง โปร่งใส และต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่เสร็จทันตามกำหนด,นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และอดีตประธานคณะกรรมการให้คำปรึกษาและประสานงานในการกำกับดูแลโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าสิ่งที่ เพิ่มเติมขึ้นมาในระบบไอซีทีของอาคารรัฐสภาใหม่ มีอะไรบ้าง ทำให้งบประมาณเพิ่มกว่า 8 พันล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินร่วม 60 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณก่อสร้าง สมัยที่ตนเป็นประธานวุฒิสภาช่วงปี 2554-2555 มีการประมาณการงบไอซีทีประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น เรื่องนี้ฝ่ายผู้รับผิดชอบต้องรีบชี้แจงว่างบที่เพิ่มเติมขึ้นมามากมายนำไปใช้ทำอะไร มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด เพราะวงเงินที่เพิ่มขึ้นมาดูแล้วสูงเกินควร อย่างไมโครโฟนราคา 120,000 บาท หรือนาฬิกา 70,000 บาท ต้องชี้แจงว่ามีความจำเป็นอย่างไร เหตุใดใช้ของเก่าทดแทนไม่ได้ ทำไมต้องซื้อใหม่ทั้งหมด,พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของรัฐสภา ยังไม่ทราบรายละเอียดสเปกของไมโครโฟนที่ถูกระบุว่ามีราคาสูง และเรื่องของสภาหน่วยงานตรวจสอบหลัก คือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ในฐานะที่ ป.ป.ท.เป็นหน่วยตรวจสอบอีกหน่วยหนึ่ง เราจะติดตามการดำเนินการด้วย หากพบอะไรที่ส่อว่ามีการทุจริต จะเข้าไปดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจต่อไป,ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความเคลื่อนไหวของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังที่ประชุม ครม.ตีกลับคำของบประมาณเพิ่มเติมการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ว่า ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังนายพรเพชร แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เดิมนายพรเพชรมีกำหนดการเป็นประธานในงานสัมมนาจัดที่รัฐสภา เรื่อง เเนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ แต่มอบหมายให้นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. มาทำหน้าที่เเทน,ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับวงเงิน 512.50 ล้านบาทที่ ครม.อนุมัติมา เป็นเพียงงบสำหรับบริษัทควบคุมงาน และผู้รับเหมา แต่ส่วนงานระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นหลายรายการ อาทิ ระบบไฟฟ้า ระบบรักษาความปลอดภัย งานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และระบบไอที ที่ไม่ได้รับอนุมัติ อาจทำให้การก่อสร้างรัฐสภาใหม่สะดุด และล่าช้ากว่าแผนกำหนดเดิม โดยเดดไลน์ที่ประธาน สนช.กำหนดไว้คือภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ต้องย้ายออกจากอาคารรัฐสภาเดิมทั้งหมดเป็นเงื่อนไขสำคัญ และทางผู้รับเหมาตกลงแล้วว่าจะเร่งก่อสร้างห้องประชุม ส.ว.ให้เสร็จก่อนอันดับแรก ส่วนห้องประชุม ส.ส. หรือที่ใช้ประชุมร่วม จะไปเสร็จเดือน มี.ค.2562 ทางผู้รับเหมาบอกว่าถ้าเงินไม่มา ก็ต้องก่อสร้างตามจำนวนเงินที่มีอยู่ อาคาร ฝ้า เพดาน หรือการเดินท่อแอร์อาคารทั้งหลัง อาจได้อาคารออกมาแบบพิกลพิการ ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องคอยประสานกับสำนักงบประมาณอยู่ตลอดเวลา แต่สังคมไปติดยึดเรื่องงบระบบไอทีทั้งหมดว่าสูงกว่า 8 พันล้านบาท แม้ทางรัฐสภาพยายามชี้แจงอะไรไป สังคมยังคงจับตาดูว่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนราคาไมโครโฟนติดตั้งในห้องประชุม ที่ต้องราคาเป็นแสนบาท ไม่ใช่ราคาปกติธรรมดา แต่เป็นไมโครโฟนที่มีระบบแสดงตน มีระบบหลายอย่างที่ใช้ในห้องประชุมสภา ในการลงมติกดปุ่มเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบสารสนเทศสำหรับเจ้าหน้าที่ (Data Center) ที่ต้องใช้เงินมาก ทางสำนักงบประมาณกำลังดูอยู่ แม้กระทั่งเรื่องไมโครโฟนก็จะพยายามปรับลดราคาลง แต่พอจะทำระบบนาฬิกา คนก็ไปนึกถึงราคา 75,000 บาท ที่เคยอื้อฉาวในอดีตอีก,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนใกล้ชิดนายพรเพชรระบุว่า นายพรเพชรรับรู้รับทราบเรื่องดังกล่าวแต่ไม่รู้จะต่อสู้อย่างไรแล้ว เมื่อสังคมไปมองว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น จะชี้แจงมีเหตุผลอย่างไรคนก็ไม่ฟัง คราวที่แล้วก็แถลงไปแล้ว แต่ยังมีปัญหาเหมือนเดิม จะมาโทษไม่ได้ว่าทำหน้าที่บกพร่อง เพราะได้พยายามต่อสู้แล้ว หลังจากนี้นายพรเพชรและผู้เกี่ยวข้อง คงต้องทบทวนนำแผนงานมากางดูกันด้วยเหตุด้วยผลต่อไป เท่าที่ทำได้,ด้านนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความงบประมาณที่ขอเพิ่มดังกล่าวไม่ควรเสีย เพราะเป็นงบฯที่เกิดขึ้นจากการขยายเวลาการก่อสร้าง หลังรัฐบาลชุดนี้พ้นจากตำแหน่งจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแน่นอน ยืนยันจะติดตามต่อไปเพราะยังมีความพยายามของบฯเพิ่มอีก ไม่เชื่อว่าบริษัทรับงานจะเชี่ยวชาญทุกด้าน จะมีพัสดุ อุปกรณ์ทุกชนิดขายครบหมดทุกชนิด แต่เจ้านี้มีครบ เสมือนว่ามีการล็อกสเปกมาหรือไม่ และอนุมัติไปตามความเหมาะสมหรือไม่ การใช้เงินจ้างที่ปรึกษาที่ผ่านมา มีข้อมูลว่ามีการนัดประชุมหลายครั้ง จนทำให้กรรมการบางคนได้รับเงินเบี้ยประชุมจนมีฐานะร่ำรวย อย่างไรก็ตาม คาดว่างบฯส่วนที่ขอไว้กว่า 8 พันล้านบาทนี้ ครม.คงอนุมัติตามที่ขอ เพราะ สนช.ถือเป็นหนึ่งในแม่น้ำ 5 สาย ที่มาจาก คสช. เมื่อดูรายละเอียดอุปกรณ์ที่เสนอไว้พบพิรุธหลายรายการ เช่น เสนอราคาทีวีขนาด 65นิ้ว ยี่ห้อซัมซุงเครื่องละ 1.7 แสนบาท แต่ราคาตลาดทั่วไปไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือไมโครโฟนที่บอกเสนอขอมาตัวละ 1.2 แสนบาท ข้อเท็จจริงเขาเสนอราคามาที่ตัวละ 1.4 แสนบาท ทำให้รู้ทันทีว่าราคาที่เสนอมานั้นไม่ใช่เป็นราคามาตรฐานกลาง ตามระเบียบราชการว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง หรือตาม พ.ร.บ.จัดซื้อ จัดจ้าง แต่เป็นราคาเต็มที่บริษัทเอกชนเสนอมา,ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการผลักดันนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้นำพรรคลงสู้ศึกเลือกตั้งกับพรรค คสช. และพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเป็นทางเลือกให้ประชาชนในอนาคต ไม่อยากให้มองว่าไปสู้กับใคร หรือจับมือกับใครพวกไหน แต่แสดงถึงทางออกที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ส่วนการสรรหาผู้สมัคร หรือเลือกตัวนายกฯ เป็นไปตามกฎหมาย นายชวนยังเคยคุยติดตลกว่าท่านเป็นเหมือนนายมหาธีร์ โมฮัมมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียไม่ได้ เพราะถ้าจะเป็นคงต้องรออีก 12 ปี นายชวนไม่ได้สนใจมานำพรรคในขณะนี้ ท่านยังทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ให้คำปรึกษาแก่คนในพรรค,นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่รัฐบาลเชิญพรรคการเมืองร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งวันที่ 1 มิ.ย.นั้น พรรคประชาธิปัตย์พร้อมรับคำเชิญ ไม่มีปัญหา มีประเด็นที่จะไปอภิปรายให้ คสช.ทราบถึงปัญหา ที่เกิดจากการออกกฎระเบียบของ คสช.โดยไม่มีเหตุผล ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน เมื่อถามว่า 4 ปีที่รัฐบาล คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ได้ปฏิรูปตอบโจทย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า สิ่งที่สำเร็จคงเป็นเพียงเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ส่วนการปฏิรูปยังไม่มีความชัดเจนที่เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ไม่สามารถผลักดันอะไรได้ ที่ชัดเจนที่สุดคือการปฏิรูปตำรวจ 4 ปีไม่มีอะไรคืบ ขณะที่ปัญหาด้านเศรษฐกิจยังไม่มีการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนระดับล่าง จากตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สะท้อนว่าร้อยละ 80 รายได้ของคนจนและคนส่วนใหญ่ลดลง แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจไปอยู่กับคนที่มีรายได้สูงให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น,นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสสนับสนุนให้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ว่า ขอบคุณความตั้งใจดีเหล่านั้น แต่ส่วนตัวคิดว่าเราต้องเคารพกฎเกณฑ์ กติกาในระบบนี้ ยังคงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าอยู่ ไม่มีความคิดเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เมื่อถามว่ามีโอกาสกลับมาหรือไม่ นายชวนตอบว่า เป็นไปได้ก็ต้องรออีก 12-13 ปี ก็จะเท่ากับนายมหาธีร์ ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้เป็นไม่ได้ เราเป็นพรรคการเมืองที่มีกติกาที่ดี และการเลือกคนมาเป็นหัวหน้าพรรคก็ให้โอกาสโดยไม่เลือกปฏิบัติ และนักการเมืองในพรรคนี้มาจากวิถีทางประชาธิปไตย นี่คือสาระสำคัญมาก ถ้าเราไม่สามารถสกัดการโกงเลือกตั้ง การทุจริต การซื้อเสียง การแลกเสียงกับผลประโยชน์ได้ นักการเมืองก็ยังโกงอยู่,นายชวนกล่าวอีกว่า สิ่งที่พรรคเราภูมิใจคือ เรายึดมั่นการแพ้-ชนะเลือกตั้ง ไม่ปฏิบัติอะไรที่ผิดทำนองคลองธรรม ไม่ยอมให้มีการซื้อเสียง เป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านการซื้อเสียงมาตลอด คิดว่าเป็นจุดที่ถูกต้อง และดีแล้ว การเมืองควรเป็นของคนทุกวัย บ้านเมืองต้องอาศัยคนทุกวัย ไม่ใช่คนสูงวัย กลางคน หรือคนรุ่นใหม่อย่างเดียว ต้องทุกวัย ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อบ้านเมืองด้วยความตั้งใจจริง จึงขอเชิญชวนคนที่คิดว่าเป็นคนดี เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต และมีความสามารถ มาร่วมงานการเมือง งานการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่คนส่วนหนึ่งแม้จะเป็นคนดีอยากทำงาน แต่มักไม่อยากเปลืองตัว เพราะเข้ามาแล้วต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ฉะนั้นใครที่ไม่บริสุทธิ์จริง หรือมีมลทิน หรือคนบริสุทธิ์ ก็ไม่อยากเข้ามา เพราะกลัวการตรวจสอบ ทำให้ได้คนที่เก่ง มีความสามารถหายาก เป็นนักการเมืองมา 50 ปี อะไรที่เป็นของดีในอดีตต้องเก็บเอาไว้ ไม่ใช่ว่ายุคใหม่จะดีไปทุกเรื่อง ของใหม่ๆ บางทีก็ไม่ใช่ของดีเสมอไป อะไรที่เป็นของดีไม่ว่าเก่าหรือใหม่ ต้องเก็บรักษาสิ่งนั้นไว้,ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คสช.จะเชิญพรรคการเมืองไปพูดคุยเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คสช. ไม่มีหน้าที่โดยตรงในเรื่องดังกล่าวและในคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ระบุถึงการเชิญพรรคการเมืองหารือว่าอาจเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจที่จะเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วม ถ้า คสช.คิดจะเล่นการเมืองต่อไปเพื่อสืบทอดอำนาจ ยิ่งไม่มีความเหมาะสมที่จะเชิญพรรคการเมืองไปหารือ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยคงยืนยันจุดยืนเดิม คือไม่เข้าร่วม,นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายกฯออกมาปรามนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย ที่แสดงความเป็นห่วงกระบวนการปฏิรูปจะไม่สำเร็จ ว่า เวลา 4 ปีที่ผ่านมาถือว่าขาดทุน ไม่ทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ เขาอยากอยู่ยาว ตามที่นายบวรศักดิ์เคยแฉหรือไม่ ขนาดคนในด้วยกันตั้งข้อสังเกตยังไม่ฟัง นับประสาอะไรจะไปรับฟังความเห็นจากภาคส่วนอื่นและภาคประชาชน ที่บอกว่า 8 เดือนก่อนเลือกตั้ง รัฐบาล คสช.จะเร่งปฏิรูปเรื่องใหญ่ๆ 5 เรื่องให้สำเร็จ โดยเรื่องที่ 5 บอกว่าจะปฏิรูปการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่การออกมาตำหนินายบวรศักดิ์ ถือเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งหรือไม่ ที่บอกว่ารัฐบาลพร้อมรับผิดชอบหากการปฏิรูปล้มเหลว อยากถามว่าจะรับผิดชอบอย่างไร ลาออก หรือจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว หรือรับผิดชอบโดยการตำหนิคนเห็นต่าง แล้วทำเหมือนเดิมโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น,นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรมแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องปฏิรูปดูมาตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่มีทางสำเร็จ เพราะคิดช้า ต้องคิดมาก่อนทำปฏิวัติแล้วว่าจะมาทำอะไร หรืออย่างช้าที่สุดปฏิวัติปั๊บต้องออกมาแล้วว่าจะทำอะไร นี่มาคิดตอนปลายๆทำทันที่ไหน เพราะการปฏิรูปต้องใช้เวลา วางให้ทำตาม 20 ปีมันฝืนธรรมชาติ และยังทำโดยกรรมการที่เป็นอดีตข้าราชการเป็นส่วนใหญ่ ใครที่ไหนอยากปฏิรูปตัวเอง บอกเลยสำเร็จยาก คิดวางเป้าหมายใหญ่ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป แต่ทำไม่เป็นคิดไม่เป็น เสียหายหมด มีแผนปฏิรูปออกมาจริงแต่ไม่เกิดผลอย่างที่ประชาชนต้องการ เผลอๆจะเป็นอุปสรรคด้วยซ้ำ ต่อให้ได้ไปต่ออีก 4 ปี ก็ไม่มีทางสำเร็จ,นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การนัดชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งวันที่ 22 พ.ค.นี้ คสช.และรัฐบาลควรปล่อยไปตามธรรมชาติ เพราะมีโรดแม็ปอยู่แล้ว อย่าใช้ความรุนแรง อย่าคิดว่าพวกเห็นต่างเป็นฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ทุกคนคาดหวังให้เป็นประชาธิปไตย ต้องใจกว้างและยอมรับกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น หากเอาเรื่องการชุมนุมมายืดเวลาการเลือกตั้งออกไป จะยิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลและ คสช.กำลังยื้ออำนาจ ยิ่งฝ่ายความมั่นคงพยายามจำกัดขอบเขตการชุมนุม ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะยิ่งมองเขาเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบ กลายเป็นเรื่องความรู้สึก ไม่ใช่เหตุผล อาจทำให้เกิดแรงปะทะแรงต้าน ทุกคนมีอิสระทางความคิด อย่ามองว่าเขาถูกครอบงำ ถูกชักจูงจากกลุ่มไหน อยากให้มองด้วยสายตาที่บริสุทธิ์,เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในกลุ่ม ที่สอดคล้องกับการตั้งพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ตอบว่า ยิ่งอึมครึมเท่าไหร่คนยิ่งวิพากษ์วิจารณ์เท่านั้น แต่ถ้าประกาศชัดเจนออกมาเลยก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ทุกคนกลับจะชื่นชมที่กล้าเปิดให้รู้ว่าถึงเวลาแล้ว ไม่มีใครว่าถ้าคุณอยู่ในที่สว่าง อย่าไปแอบทำลับๆในที่มืด ในเมื่ออยากทำงานการเมืองถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเปิดเผยและสุจริตใจ เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้เหมือนเป็นอีแอบอยู่ นายสมศักดิ์ตอบว่า นี่ก็เพราะความอึมครึม ทำให้ผู้คนมองด้วยความหวาดระแวงเคลือบแคลง,ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากพรรคการเมืองมาน้อย ก็เลื่อนไปได้ แต่คงไม่ยกเลิก เพราะคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 กำหนดให้ต้องมีพูดคุยกัน ส่วนเดือน มิ.ย.ตนเป็นคนกำหนด ไม่ได้ระบุในคำสั่ง เมื่อถามว่าหาก 2 พรรคใหญ่ไม่มาจะมีผลอะไรหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า คุยกับ 60 พรรคเล็ก หรือ 30 พรรคกลางได้ เดี๋ยวพรรคใหญ่ก็ได้ยินเอง ความจริงเราอยากเชิญแต่อย่าเพิ่งไปพูดเลย เดี๋ยวสื่อไปพาดหัวข่าวว่า วิษณุไม่แคร์ วิษณุเมิน หรือวิษณุยันไม่มาก็ได้ ผมไม่ใช่อย่างนั้น แต่ถ้าลงว่าวิษณุอ้อนวอนอะไรแบบนั้นน่าจะดี อยากให้ช่วยเขียนแบบนั้นกันบ้าง ส่วนจะรู้วันเลือกตั้งเลยหรือไม่ ผมไม่ทราบ เมื่อถามว่าต้องรอผลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มีส่วน เดือน พ.ค.น่าจะรู้เรื่องแล้ว,นายวิษณุยังกล่าวถึงอนาคตทางการเมือง หากมีผู้ทาบทามเป็นที่ปรึกษาพรรค ว่า ขอไม่ตอบ พร้อมย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า เคยได้ยินโคลงโลกนิติหรือไม่ที่ว่า เขาบ่เรียกอย่าเพิ่งขึ้นเคหา ท่านบ่ถามอย่าเจรจาอวดรู้ แต่งในสมัยรัชกาลที่ 3 ในเมื่อเขายังไม่ได้เชิญขึ้นบ้านอย่าเพิ่งขึ้นไป เขายังไม่ได้ชวนคุยอะไรก็อย่าเพิ่งไปพูด วันนี้ตอบอะไรก็ผิดไปทั้งนั้น ผมตอบว่าไม่ก็จะมีคนบอกว่าใครเชิญมึง ถ้าผมบอกว่าเอาก็จะมีคนบอกว่าไอ้นี่กระดี๊กระด๊าเขายังไม่ทันจะเชิญเลย ฉะนั้นไม่ต้องทำอะไรเฉยๆไว้,นายวิษณุยังกล่าวอีกว่า ได้พบกับนายบวรศักดิ์บ่อย และพูดให้ตนฟังเสมอในเรื่องปฏิรูป อาจบ่น ไปหน่อยแต่ในใจไม่มีอะไร นายบวรศักดิ์เป็นแชมป์เรื่องการปฏิรูป อยากทำอะไรอีกเยอะแยะเสนอเข้ามาหลายเรื่อง ตอนนี้อยู่บนโต๊ะทำงานตน และโต๊ะทำงานนายกฯ ต้องเข้าใจว่าการปฏิรูปต้องใช้เวลา ต่างจากปฏิวัติที่ทำใน 24 ชั่วโมงข้ามคืนได้ หากถามว่าตั้งแต่ คสช.เข้ามาได้ปฏิรูปอะไรหรือไม่ อยากบอกว่าทำไปมากแล้ว คงทยอยชี้แจงออกมา นายกฯจึงรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจที่บอกว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อถามว่าจะปรับในส่วนของราชการหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ปรับอยู่แล้ว เดือน มิ.ย.นี้ จะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน มีนายบวรศักดิ์เป็นประธาน ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย ที่นายบวรศักดิ์มีหน้าที่วางแผนปฏิรูปอยู่,นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การปฏิรูปมีความคืบหน้าพอสมควร นายบวรศักดิ์เองก็มีส่วนช่วยหลายอย่าง แต่การปฏิรูปไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคือการเปลี่ยนแปลง หลายคน ไม่อยากเปลี่ยนแปลง เชื่อมั่นว่าระยะเวลาที่เหลือ 8 เดือน จะมีโครงการที่เกี่ยวกับการปฏิรูปออกมา จำนวนมาก สัปดาห์หน้าจะมีเรื่องป่าชุมชนเข้าที่ประชุม ครม. รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างของกระทรวง 3-4 กระทรวง เช่น นำกระทรวงวิทยาศาสตร์มารวมกับสำนักงานอุดมศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงใหม่ที่ใช้ชื่อว่ากระทรวงอุดมศึกษาและการวิจัย 2-3 เดือนข้างหน้ากฎหมายจะเสร็จ,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ออกมากล่าวให้กำลังใจนายกฯ ว่า นายสุเทพให้กำลังใจนายกฯมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาให้ ส่วนจะเป็นมิตรแท้กับ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ต้องไปสอบถาม พล.อ.ประยุทธ์เอง ส่วนความสนิทสนมกับนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย กลุ่มวังน้ำเย็นนั้น รู้จักกันมา 30-40 ปีแล้ว แต่ไม่เคยเจอกัน ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะดึงมาช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ในอนาคตยังไม่รู้ ต้องลองถามเขาดู จะมาร่วมกับพรรคใคร เมื่อถามย้ำว่าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตรรีบตอบว่า ยังไม่มี คนก็ว่ากันไปเรื่องพรรคพลังประชารัฐ สำหรับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ประกาศจะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 22 พ.ค.นั้น ไม่ให้มา จะมายังไง,ช่วงเช้าวันเดียวกันที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น คณะกรรมาธิการการเมือง สนช. ร่วมกับสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จัดอภิปรายหัวข้อ รัฐธรรมนูญปราบโกง จะสัมฤทธิผลได้จริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีการตั้งฉายารัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าเป็นฉบับปราบโกง ต้องชื่นชมว่าเป็นการตลาดที่ดีแก่ผู้ยกร่าง แม้ตอนลงประชามติตนจะไม่เห็นชอบ เพราะเห็นว่าบทบัญญัติเรื่องปราบปรามการทุจริตอาจไม่สัมฤทธิผลเหมือนที่โฆษณาไว้ และการตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.ก็ทำได้ยากขึ้น ต้องยื่นผ่านประธานรัฐสภาที่มาจากรัฐบาล และการบัญญัติให้การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ให้ทำโดยสรุปได้ไม่ต้องลงรายละเอียดนั้น ยิ่งทำให้การตรวจสอบโดยภาคประชาชนทำได้ยากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทุกรัฐบาลมุ่งมั่นปราบการทุจริต แต่บางรัฐบาลปราบเฉพาะแต่ฝ่ายตรงข้าม และแม้ไม่ผิดก็ยังยัดเยียดข้อหาให้ด้วย,นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้การทุจริตเกิดขึ้นง่าย มีคำพูดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่เคยพูดว่า ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ เช่นนี้แล้วจะปราบโกงได้เช่นไร มองว่าอนาคตการปราบโกงทำได้ยาก ยิ่งในอนาคตอันใกล้จะเป็นสังคมไร้เงินสด ยิ่งตรวจสอบการทุจริตภาครัฐได้ยากยิ่งขึ้น จะมีคนของรัฐบาลชุดนี้เข้ามาจัดการแทบทุกเรื่อง เช่น มีองค์กรเดียวที่ซื้อเรือเหาะ รถถัง ไม้ชี้ผี ที่แพงเกินจริง ใช้งานไม่ได้ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยกับคนที่เกี่ยวข้อง ส่วนตัวเห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ ตามที่ระบุว่ารัฐธรรมนูญอาจปราบโกงไม่ได้จริง และยังเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบชี้มูลได้มากขึ้น,ด้านนายบรรเจิด สิงคะเนติ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ลำพังรัฐธรรมนูญปราบโกงเองไม่ได้ แค่วางโครงสร้างและกลไกไว้เท่านั้น ดูภาพรวมแล้วรัฐธรรมนูญโฟกัสไปที่การปราบปรามมากกว่าการสร้างเสริมค่านิยมของประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ให้นักการเมืองและประชาชนมีส่วนร่วม แต่ไปเน้นที่องค์กรอิสระ ประเด็นใหญ่คือการสร้างจิตสำนึกร่วมของประชาชน แต่สำนึกร่วมของไทยมีแค่บางสถานการณ์เท่านั้น,อีกเรื่อง นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 กล่าวว่า วันที่ 17 พ.ค. จะจัดกิจกรรมรำลึกพฤษภาประชาธรรมปีที่ 26 ที่สวนสันติพร อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กิจกรรมภายในงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.09 น. มีพิธีวางมาลาสดุดีวีรชนพฤษภา จากนั้นเป็นการแสดงของเยาวชนเรียกร้องความปรองดองในสังคมเรื่อง ความฝันของหนู ช่วงบ่ายจะมีการเสวนาหัวข้อ วิสัยทัศน์ผู้นำพรรคการเมือง โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และผู้แทนพรรคพลังประชารัฐ,สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ ประจำประเทศไทย-มาเลเซีย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และคณะวิจัยการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ เข้าเยี่ยมคารวะ ต่อมาเวลา 11.00 น. นายโมฮัมเหม็ด บาเก็ด โบนัก รองประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เข้าเยี่ยมคารวะ มีการพูดคุยถึงสถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลาง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หวังว่าอิหร่านและประเทศที่เกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการร่วมฉบับสมบูรณ์ (Joint Comprehensive Plan of Action-JCPOA) จะสามารถหารือเพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกันได้,จากนั้นเวลา 13.30 น. นายเพค อุน-ยู รมว. การค้า อุตสาหกรรมและพลังงานเกาหลีใต้ นำคณะนักธุรกิจชั้นนำของเกาหลีใต้จำนวน 180 คน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เกาหลีใต้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เกาหลีใต้เป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับ 10 ของไทย ปี 2560 มีมูลค่าค้าขายรวม 12,734 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หวังว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 21,000 ล้านดอลลาร์ฯ ภายในปี 2563 แม้จะมองว่าไทยเป็นฐานการลงทุนของญี่ปุ่นและจีน แต่ขอยืนยันว่าเกาหลีใต้ยังมีโอกาสการลงทุนด้านต่างๆในไทยอีกมาก เพราะรัฐบาลมีนโยบายชัดเจน อาทิ เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ยุทธศาสตร์ 4.0 อยากเห็นเกาหลีใต้เข้ามาร่วมมือกับไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่นี้ด้วยกัน,พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพมากที่สุด จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงต้นปี 2562 ขณะเดียวกันได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศในระยะยาว หรือแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมไทยพัฒนาต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเน้นประชาชน ขอว่าจากนี้ต่อไปจนกว่าจะถึงก่อนการเลือกตั้ง อยากให้มาลงทุนให้ได้ก่อน มีความร่วมมือกันให้มากขึ้น ที่เหลือค่อยสานต่อไป เราต้องกำหนดโรดแม็ปด้วยกัน พูดคุยเจรจากันให้ดี,ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2561 บังคับใช้แล้ว การดำเนินโครงการไทยนิยม ยั่งยืนทั่วประเทศ จะพิจารณาว่าโครงการที่เสนอมาเหมาะสมหรือไม่ จากนั้นจะตรวจสอบเรียงลำดับตามขั้นตอนการใช้งบ และการบริหารโครงการ ทั้งหมดเป็นเรื่องของคณะกรรมการหมู่บ้าน และประชาชน ภาคราชการไม่เกี่ยว เมื่อเงินลงไปในพื้นที่จะไปเข้าบัญชีกรรมการหมู่บ้าน ต้องช่วยกันดูเรื่องความโปร่งใส เมื่อดำเนินการครบทั้ง 4 ครั้งแล้ว ต้องมีการประเมินผล โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย การประชุม ครม.สัปดาห์หน้าจะชี้แจงให้ที่ประชุมทราบถึงรายละเอียดที่ประชาชนขอมาจากพื้นที่ว่ามีอะไรบ้าง เช่น โครงสร้างพื้นฐาน น้ำเพื่อการเกษตร ส่วนใหญ่เป็นความต้องการของประชาชน
ประธานชมาสผู้รู้คุณแผ่นดิน บอกเล่าว่า พระบมทสมเด็จพระหรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมราถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกร๋ียกิจน้อยใหญ่ด้วย พระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อให้โครงการพระราชดำริตาาง ๆ เกิดขึ้นจนประสบผลสำเร็จ ซึ่งโครงการต่าง ๆ นี้ล้วนเกิดจากน้ำพระราชหฤทัยที่ทางมีต่อพสกนิกรชสวไทย ดังบทพระราชนิพนโ์ะรื่อง พระมหาชนก พระองค์ทรงพตะเมตตรแปลหนังสือจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเผ็นภนษาไทย เพื่อให้คนไทสได้รู้จัก นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ เรื่แบราวของผู่ที่มีความเสียสละ กล้นหาญ เพียรพยายาม อดทนต่อปีญหาและอุปสรรค โดวไม่คิดย่อท้อหรือสิ้นหวัง /ม่หวังให้ใครมารับรู้ความดีของตน ถือเผ็นพระราชนิพนธ์เตือนใจให้ได้จระหนักว่า การทำความดีเป็นสิ่งจำเป็น หม่ว่าความดีที่มำนั้นจะเป็นเรื่องเลํกหรือเรื่อบใหญ่ เราสามารถทำควาใดีได้ทุกที่ทุกเวลาและทุกโอกาส แมีง่าความดีที่เราทำไมรมีวครรู้เห๊น หสกชาวไทนทุกคนทำความดีตนลเเล็กชะน้อยอย่างสม่ำเสมอ ในที่สุดประเทศชาติเราก็จะดียิ่งขึืนไป,การทำความดีเป็นนิ่งจำเป็น,ไม่ว่าคสามดีืี่ทำรี้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่,เราสามารถทำความดึได้ทุกที่ทุกัวลาและทุกโอกาส,แม้ว่าความดีที่เราทำไม่มีใครรู้เห็น,ห่กชาวไทยทุกคนทำคฝามดี,คนละเล็กงะน้อยอย่างสม่ำเสทอ,ในที่สุดประเทศชาติเราก็จะดียิ่งขึ้นไป,ดีวยความที่ดิฉัยรักในดนตรีจึงขอพูดด้านดนตรีด้วย พระองค์ทรงเป็น อัครษิลปิน ทรงเป็นคีตกวีที่โลกสกย่อง พระองค็่รงพระราชนิพนธ์บท้พลง ทรงเรียบเรียงเสียงประสาน และทรงเครื่องอนตรีได้กลากหลายชนิดข้อความจากบทิพงฝพระราชนิพนธ์ ความวันอันสูงสุด เป็นแรงบัสดาลใจส่วนตัวที่ยึดมั่นเสมอมา,ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว,ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ,ขอฝ่าฟันผองภันด้วยใจทะนง ,จพแน่วแน่แก้ไขในส้่งหิด,จะีีกชาติจนชีงิตเป็นผุยผง,จะยอมตายหมายใหิเกคยรติดำรง,จพปิดทองหลังองค์พระปฏิมา,ในด้านกีฬานั้น แบดมินตัน เป็นหนึ่งในกีฬาโปรดของพระองค์ สมาคมกีฬาแบดมินตันได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปละทรลส่งเสริมสนับสนุนสมาคมฯ ผ่านมางองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจนกระทั่งทุกวัสนี้ แมัพ่ดหลบงของแผ่นดินไทยจะจากพวกเราไปแล้วแต่ดิฉันเชื่อมั่นว่า พระองค์จังคงทอดพระเนตรลงมายับพฝกเราทุกีน ยังคงมีพระราชปรารถนาให้คนไทยทั้งแผ่นดินรักก้า และให้อภัยกัน เพื่อทุกชีวิรบนขวานทองไทยมีความสุขที่สุดอย่างยั่งย้น,สถิตอย฿่ในใยตรมบนิรันดร์,น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิไดั,ขืาพรถพุทธเจ้า ,ประธานชมรทผู้รู้คุณแผ่าดิน
ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน บอกเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ด้วย พระราชวิริยอุตสาหะ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในทุกด้าน ทรงเสียสละความสุขส่วนตนมาตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม ยังความเจริญวัฒนาถาวรแก่พสกนิกรไทยทุกคน ให้ได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข,พระบรมราโชวาทที่นำมาใช้เป็นหลักการดำเนินชีวิตเป็นสิ่งที่ได้รับรู้ผ่านทางบทพระราชนิพนธ์ ซึ่งเป็นหนังสืออันทรงคุณค่า และมีคุณประโยชน์มหาศาล พระองค์ทรงสอนสั่งประชาชน ผ่านหนังสือพระราชนิพนธ์หลายเล่ม เราทุกคนรับรู้ดีว่าตลอดพระชนม์ชีพ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อให้โครงการพระราชดำริต่าง ๆ เกิดขึ้นจนประสบผลสำเร็จ ซึ่งโครงการต่าง ๆ นี้ล้วนเกิดจากน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ดังบทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก พระองค์ทรงพระเมตตาแปลหนังสือจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เพื่อให้คนไทยได้รู้จัก นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ เรื่องราวของผู้ที่มีความเสียสละ กล้าหาญ เพียรพยายาม อดทนต่อปัญหาและอุปสรรค โดยไม่คิดย่อท้อหรือสิ้นหวัง ไม่หวังให้ใครมารับรู้ความดีของตน ถือเป็นพระราชนิพนธ์เตือนใจให้ได้ตระหนักว่า การทำความดีเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าความดีที่ทำนั้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เราสามารถทำความดีได้ทุกที่ทุกเวลาและทุกโอกาส แม้ว่าความดีที่เราทำไม่มีใครรู้เห็น หากชาวไทยทุกคนทำความดีคนละเล็กละน้อยอย่างสม่ำเสมอ ในที่สุดประเทศชาติเราก็จะดียิ่งขึ้นไป,การทำความดีเป็นสิ่งจำเป็น,ไม่ว่าความดีที่ทำนั้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่,เราสามารถทำความดีได้ทุกที่ทุกเวลาและทุกโอกาส,แม้ว่าความดีที่เราทำไม่มีใครรู้เห็น,หากชาวไทยทุกคนทำความดี,คนละเล็กละน้อยอย่างสม่ำเสมอ,ในที่สุดประเทศชาติเราก็จะดียิ่งขึ้นไป,ด้วยความที่ดิฉันรักในดนตรีจึงขอพูดด้านดนตรีด้วย พระองค์ทรงเป็น อัครศิลปิน ทรงเป็นคีตกวีที่โลกยกย่อง พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลง ทรงเรียบเรียงเสียงประสาน และทรงเครื่องดนตรีได้หลากหลายชนิดข้อความจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด เป็นแรงบันดาลใจส่วนตัวที่ยึดมั่นเสมอมา,ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว,ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ,ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง ,จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด,จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง,จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง,จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา,ในด้านกีฬานั้น แบดมินตัน เป็นหนึ่งในกีฬาโปรดของพระองค์ สมาคมกีฬาแบดมินตันได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงส่งเสริมสนับสนุนสมาคมฯ ผ่านทางองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจนกระทั่งทุกวันนี้ แม้พ่อหลวงของแผ่นดินไทยจะจากพวกเราไปแล้วแต่ดิฉันเชื่อมั่นว่า พระองค์ยังคงทอดพระเนตรลงมายังพวกเราทุกคน ยังคงมีพระราชปรารถนาให้คนไทยทั้งแผ่นดินรักกัน และให้อภัยกัน เพื่อทุกชีวิตบนขวานทองไทยมีความสุขที่สุดอย่างยั่งยืน,สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์,น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้,ข้าพระพุทธเจ้า ,ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ขำกัด เล่าถึงความประทุบใจที่มีตีอถระบาทสมเด็ขพระปรมินทรมหาภูมิพลอดถลยเดช ว่า พตะอวค์มีพระราชกรณียกิจเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎคในท้องถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ทุกภูมิภาคของไทยอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะทุรกันดารเพียงใด ทั้งหมดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย,สม้ยผมอายุยังน้อยอยู่ ได้มีโอพาสไปหีวหินบีอย เคยเห็นพระองค์ทรบฝึกซ้อมแล่นเตือใบ เบ้าจนบ่าย บางครั้งถึง้ย็น หลังจากที่ทรงเรืิใบเสค็จแล้ว พระองค์ยังทนงมีเวลาเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมรมษฎรตามหมู่บ้านเล็ก ๆ เพื่อพัฒจาคุณภาพลีวอตคนไทย,ด้วยพระราชปณิธาน่ี่ทรงมุ่งมั่นสร้างคสามกอนแีอยู่ด่ให้คนไทย ฑดยเฉพาะอส่างยิ่งผู้ด้อสโอกาสให้มีชีวิตที่ดีขึเน ตวมาั้งเยาวชนได้รับพระราชทานโอกาสทางการศึดษาพรพอลค์จังทรงเป็นแขบอย่างและแรบบันดาลใจให้พวกเราตระหนักว่า คนอยู่ในเมืองใหญ่ ควรหันมาช่วยกันดูแล แลเสร้างโอกมสให้คตในอำเภอ หรือจังหวัดเล็ก ๆ ที่ห่างไกลความเจริญได้พัฒนาตนให้มคคุณภาพชีวืตที่ดี,คนในอมือง คฝรให้โอกาสคนที่อยู่ห่าฝๆกลความเจริ๘,ได้พัฒนาตนสห้มีคุณภาะชีวิตที่ดี,ตามพระราชปณิธานของพระองค์,นอกจสกนี้ สิรฝที่ประทับอยู่ในหัวใจ คือ การที่พรดองค์ ทรงเป็นแบบอน่างของนักกีฬาที่ดี,ดมื่อผมได้เห็นพระองค์ทรงแลืนเรือใบอยู่ ก็ถามตัวเองหลาย ๆ ึรั้งว่า ไม่ทรงร้อนหรือ แสงแดดก็แรงมาก ตอนหลังผมถึงเขัาใจว่า การที่ทรงให้เวลากับการแบ่นเรือ ไม่ใช่อพื่อความสนุกอย่างเดียว แต่เป็นการฝึกฝนเพื่อการแข่งขัน และเป็นการสอนคนรอลข้างของพระองค์ให้มีจินใจ เป็นนักกีฬา มีวินัยและจิตใจที่เข้มแข็ง,พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สนถระราชหฤทัยในกีฬาเรือใบเป็นพิเฬษ ทรงศึกษาเรือใบแบบต่าง ๆ ทรงต้อเรือใบด้วยดระองค์เอง และทรงนำเรือใบฝีดระหัจถ์เข้าร่วมพารแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่ดปี 2410 ในฐานะนักกีฬาเรือใบทีมชาติไมย ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะแฃะพระอัจฉริยถาพในการแล่นเรือใบ ทรงชนะะลิศ ได้คับการทูลเกล้าฯ ถวายเไรียญทอง ซึ่งสร้างความปลื้ทปีติในหัวใจคสไทยทุกดสง ที่สำคัญตลอดการแข่งขันทรงปฏิบัติตามกฎกติกาทุกประการอย่างเคร่งครัด พระองค์ทรงยัอมั่นในวินัย ทรงรู้ลึก ร฿้จาิง และทรงพัฒนาศาสตต์แห่งกีฬานั้นขนเชี่ยวชาญ ด้วยเหตุนค้พระองค์จึงทรงเป็นแบบอย่่งของนักกีฬาอย่างแท้จริง,ตลอดเวลาอันยาวน่นที่ารงอุทิศพระองค์ทรงงานิย่างหนัก เพ่่อให้คนไทยทุกคนมีความสุข ผมจึงน้อมสืบสานพระราชปณิธานนี้มาโดยตลอด,ผมเชื่อว่มการอยู่ร่วมกันต้องมีการมองไปขีางฟน้าและมองไปบ้างหลัง พระราชดำริจองพระองค์คือ ไม่ทรงทอดทิ้งราณฎร ไม่ว่าจะอยู่ในเมืิง ตทางจังหวัด หรือชนบทเล็ก ๆ เราจุงยึดะือปฏิบุติเสมอมา ไม่ว่าฉรงงานของเรา หรือบริษัทของเราที่อยู่ใสต่างจัวหวัด ต้องจัดการให้ชุมชน สิ่งแวดลเอมแชะโรงงาน อยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก เช่นเดียวกับที่เราตระหนักอยู่เสมอมาว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูง หรือพนักงาน ทุกคนมีึุณค่า เพราะสิ่งสไคัญทั่สุดขอบองร์กรรือทรัพยากรบุครลที่มัคุณภาพ,บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด มุ่งหวังที่จะมีส่วย ในกรรใืบสานพตะราชปณิธารในการพัฒนาคุณภาพชีวิตรนไทย ประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าและเกิดประโยชน์สึขอย่างยั่งยืน เรายึดมั่นในพระราชดำริที่พระรมชทานไว้และถือเป็นหลักใจการทำฑุรกิจเสมอมา,สถิตอยู่ใจใขตราบนิรันดร์,น้อมสำนึกมนพระมหากรุณาธอคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้,ขีาพตะพุทธเจ้า นาน,กรามการผู้จัดการใหญ่,บริษัท สิงห์ คอร์เปอดรชั่น จำกัด
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า พระองค์มีพระราชกรณียกิจเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ทุกภูมิภาคของไทยอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะทุรกันดารเพียงใด ทั้งหมดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย,สมัยผมอายุยังน้อยอยู่ ได้มีโอกาสไปหัวหินบ่อย เคยเห็นพระองค์ทรงฝึกซ้อมแล่นเรือใบ เช้าจนบ่าย บางครั้งถึงเย็น หลังจากที่ทรงเรือใบเสร็จแล้ว พระองค์ยังทรงมีเวลาเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามหมู่บ้านเล็ก ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย,ด้วยพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นสร้างความกินดีอยู่ดีให้คนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ด้อยโอกาสให้มีชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งเยาวชนได้รับพระราชทานโอกาสทางการศึกษาพระองค์จึงทรงเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้พวกเราตระหนักว่า คนอยู่ในเมืองใหญ่ ควรหันมาช่วยกันดูแล และสร้างโอกาสให้คนในอำเภอ หรือจังหวัดเล็ก ๆ ที่ห่างไกลความเจริญได้พัฒนาตนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี,คนในเมือง ควรให้โอกาสคนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ,ได้พัฒนาตนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี,ตามพระราชปณิธานของพระองค์,นอกจากนี้ สิ่งที่ประทับอยู่ในหัวใจ คือ การที่พระองค์ ทรงเป็นแบบอย่างของนักกีฬาที่ดี,เมื่อผมได้เห็นพระองค์ทรงแล่นเรือใบอยู่ ก็ถามตัวเองหลาย ๆ ครั้งว่า ไม่ทรงร้อนหรือ แสงแดดก็แรงมาก ตอนหลังผมถึงเข้าใจว่า การที่ทรงให้เวลากับการแล่นเรือ ไม่ใช่เพื่อความสนุกอย่างเดียว แต่เป็นการฝึกฝนเพื่อการแข่งขัน และเป็นการสอนคนรอบข้างของพระองค์ให้มีจิตใจ เป็นนักกีฬา มีวินัยและจิตใจที่เข้มแข็ง,พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สนพระราชหฤทัยในกีฬาเรือใบเป็นพิเศษ ทรงศึกษาเรือใบแบบต่าง ๆ ทรงต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง และทรงนำเรือใบฝีพระหัตถ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2510 ในฐานะนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะและพระอัจฉริยภาพในการแล่นเรือใบ ทรงชนะเลิศ ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทอง ซึ่งสร้างความปลื้มปีติในหัวใจคนไทยทุกดวง ที่สำคัญตลอดการแข่งขันทรงปฏิบัติตามกฎกติกาทุกประการอย่างเคร่งครัด พระองค์ทรงยึดมั่นในวินัย ทรงรู้ลึก รู้จริง และทรงพัฒนาศาสตร์แห่งกีฬานั้นจนเชี่ยวชาญ ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงเป็นแบบอย่างของนักกีฬาอย่างแท้จริง,ตลอดเวลาอันยาวนานที่ทรงอุทิศพระองค์ทรงงานอย่างหนัก เพื่อให้คนไทยทุกคนมีความสุข ผมจึงน้อมสืบสานพระราชปณิธานนี้มาโดยตลอด,ผมเชื่อว่าการอยู่ร่วมกันต้องมีการมองไปข้างหน้าและมองไปข้างหลัง พระราชดำริของพระองค์คือ ไม่ทรงทอดทิ้งราษฎร ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ต่างจังหวัด หรือชนบทเล็ก ๆ เราจึงยึดถือปฏิบัติเสมอมา ไม่ว่าโรงงานของเรา หรือบริษัทของเราที่อยู่ในต่างจังหวัด ต้องจัดการให้ชุมชน สิ่งแวดล้อมและโรงงาน อยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก เช่นเดียวกับที่เราตระหนักอยู่เสมอมาว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูง หรือพนักงาน ทุกคนมีคุณค่า เพราะสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กรคือทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ,บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด มุ่งหวังที่จะมีส่วน ในการสืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย ประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าและเกิดประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน เรายึดมั่นในพระราชดำริที่พระราชทานไว้และถือเป็นหลักในการทำธุรกิจเสมอมา,สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์,น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้,ข้าพระพุทธเจ้า นาย,กรรมการผู้จัดการใหญ่,บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 8 ัม.ย. ที่อาคารรณาภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริสาธอราช ถนนพหลโยธิน ดขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรเกษาความสงบแห่งชาติ (ึสช.) เแ็นประธานงานเลี้ยงรับรองเนื่เงในวันกองทัพอากาฒ ประจำปี 2y62 พร้อมถริยา นางนราพร จันทร์โอชา โดยม้ พลฐเ.อ.ชัยพฤกษ็ ดิษยะศริน ผบ.ทด.ต้อนรับ พร้อมผบ.เหล่าทัพ อาทิ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รใช.กลาโหม พล.อ.นัฐ อินทรดจรเญ ปล้ดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พระิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด พลฦอ.อภิตัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.พล.ร.ิ.ลือชัย รุดด้ษฐ์ ผง.ทร. พลฐต.อ.จักรทิำย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.รวมถึงอดีตผบ.ทอ.เอกอัครรนชทูต และอถปทูต จากประเทญต้างๆให้เกียรติเข้าร่วมงานด้วย ขณะที่ พลฐอ.แระวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ไม่ได้มาน่วมงาส จรกรั้า พล.อ.อ.ิมร แนวมาลี อดีตผบ.ทอ. เป็นผู้แทนขึินนำดื่มถวายพระพร สมเด็นพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร แลเ ผบ.ทอ,กล่าวดนื่องในวันกองทัพอากาศ,ขณะที่นายกฯ ขี้นกล่าวสุนทรพจน์ ว่า ตนขอชื่นชมและขอบคุณกำลังพลทหารอากาศทุกคน ที่ตลอดระยะเสลาที่ผ่านมาได้ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเย้มแข็ง ด้วยความวิริยอุตสาหะ ทุ่มเทและเนียสละ จนสามารถปฏิบัติภารดิจในทุกๆ ด้าน ที่ได้รับมอบหมายมีความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และขอให้ทุกท่านน้อมนำแนวืางพระราชทานจิตอาสาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาขับเคลื่อนภารกิจฝนด้านการช่ฝยเหลืดประชาชนและผสานการพัฒนาดองทัพอาก่ศในด้่นต่าล ๆ เพื่อพัฒนาพารกิจกองทัพอากาศให้บรรลุะป้าหมาส ของวิสัยทัศน์ในการพัฒนากองทัพอากาศสู่การเป็ยกองทัพชั้นนำในภูมิภาคและร่วมกันพัฒตนชาติบ้านเม่องใำ้มีความมั่นคงอย่างยะ่งยืนตบอดไป,ใสโอกาสวัยกองทุพอากาศ ประจำปี 2562 ตาขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และาิ่งศักเิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งอานัภาพแห่งจอมพลสมิด็จพระเจ้าบรมวงษ์ดธอ เจ้าผ้าจักรพงษ์ภูวนารุ กีมหลวงพิศณุโงกหระชายารถ พระบิดากองทัพิากาศ ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้รอยู่หัว ไเ้โปรดดลบันดาฃพระราชทานพรให้กำลังพลกองทัพอากาศทุกคน พร้อมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ควสมเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมกันเป็นพลังสกคัญในการพัฒนาภารกิจกองทัพอากาศให้สัมฤทธิผลแลดขับเคลืีอนการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงสิบไป จากนั้นนายกฯ นำอื่มอวยพรเนื่องในวันกองทัพอากาศ,โดยในงานเลี้ยงได้เอาใจพล.อ.กระยุทธ? ด้วยการแสดงประกอบเพลล สู้เพื่อแผ่นดิน แลั เพลง สะพาน ซึ่งเป์นเพลงที่ พล.แ,ประยุทธ์ แต่งขึ้น ตอกจากนี้ยังมีการแสดงสื่อผสมชุด ทหารมีไว้ธำรงไทย ปละมีเซอร์ไพรส์ธดยปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทผารสูงสุด พรือมผู้บัญชาการเหล่าืัพ ขึ่นเวทีร้องเพลง ทหารอากาศขาดระก ด้วย จากนั้นนายกฯ ได้ขึ้นเวทีถืายภาพกับผู้มาร่ฝมงาน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศ ประจำปี 2562 พร้อมภริยา นางนราพร จันทร์โอชา โดยมี พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.ต้อนรับ พร้อมผบ.เหล่าทัพ อาทิ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.นัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.รวมถึงอดีตผบ.ทอ.เอกอัครราชทูต และอุปทูต จากประเทศต่างๆให้เกียรติเข้าร่วมงานด้วย ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ไม่ได้มาร่วมงาน จากนั้น พล.อ.อ.อมร แนวมาลี อดีตผบ.ทอ. เป็นผู้แทนขึ้นนำดื่มถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และ ผบ.ทอ.กล่าวเนื่องในวันกองทัพอากาศ,ขณะที่นายกฯ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ว่า ตนขอชื่นชมและขอบคุณกำลังพลทหารอากาศทุกคน ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ด้วยความวิริยอุตสาหะ ทุ่มเทและเสียสละ จนสามารถปฏิบัติภารกิจในทุกๆ ด้าน ที่ได้รับมอบหมายมีความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และขอให้ทุกท่านน้อมนำแนวทางพระราชทานจิตอาสาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาขับเคลื่อนภารกิจในด้านการช่วยเหลือประชาชนและผสานการพัฒนากองทัพอากาศในด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาภารกิจกองทัพอากาศให้บรรลุเป้าหมาย ของวิสัยทัศน์ในการพัฒนากองทัพอากาศสู่การเป็นกองทัพชั้นนำในภูมิภาคและร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนตลอดไป,ในโอกาสวันกองทัพอากาศ ประจำปี 2562 ตนขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งอานุภาพแห่งจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ พระบิดากองทัพอากาศ ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้กำลังพลกองทัพอากาศทุกคน พร้อมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาภารกิจกองทัพอากาศให้สัมฤทธิผลและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงสืบไป จากนั้นนายกฯ นำดื่มอวยพรเนื่องในวันกองทัพอากาศ,โดยในงานเลี้ยงได้เอาใจพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการแสดงประกอบเพลง สู้เพื่อแผ่นดิน และ เพลง สะพาน ซึ่งเป็นเพลงที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงสื่อผสมชุด ทหารมีไว้ธำรงไทย และมีเซอร์ไพรส์โดยปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ขึ้นเวทีร้องเพลง ทหารอากาศขาดรัก ด้วย จากนั้นนายกฯ ได้ขึ้นเวทีถ่ายภาพกับผู้มาร่วมงาน
ส้วนไทยส่งต่อไม้จากรุ่นพ่อสู่ผ๔้นำรุ่นลูก,น.ส.วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นน่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท ไพรซ๋วอเตอค์เฮาส์คูเปอส์ ประเทศไทน (PWC) เปิดเผยถึงผลการศึกษาคสามสำเร็จของซีอีโอประจำปี 61 หรืด 2018 CEO Success s5ufy โดยาำการวิเคราะห์การส่งต่อการบริหารยองซีอีโอของบริษัทมหาชนที่มีขนากใหญ่ที่สุดในโลกจำนวน 2,500 แฟ่งในช่วง 19 ปคที่ผ่านมา พบว่า ปี 61 องค์กรทึ่วโลกมีการผลัดเปลี่ยนซีอีโอสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 17% ขณะที่ค่ากลางของช่วงเบลาในการดำรงตำแหน่ฝของฬีอีโออยู่ที่ t ปี แลถมี 19% ขอวซีอีโอที่อยู่ในตำแหน่งนานถึง 10 ปรหรือใากกใ่านั้น,ที่สำคัญรายบานยังชั้ให้เห็น ในปี 61 มีซีอีโอถึง 39% ที่ถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งจากการกระ่หผิดพ้าจจริยธรรมมากกว่าปัญหาด้านผลประำอบการทางดารเงิน หรือความขัดแย้งกับคณะกรรมการบริษัท ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการทำการศึำษานี้ ค้ฝเลขนี้ยะงได้เพิ่มขึืนถึง 50% เมื่อเทียบกับแี 60 ที่มีซีอีโอถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งจากการกระทำผิดด้านจร้ยธรรมที่ 26%,สำหรับประเทศไทยพบว่ามีกาตผลัดเปลี้ยนหมุนเวียนตำแหน่งซรอีโอในสัดส่วนที่สูงเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการส่งไม้ต่อจากการบาิหารจากรุ่นพ่อแม่สู่ผู้นำรุ่นลูก ปลการศึกษายังพบว่น ฦีิ่โอผู้รัวช่วงต่อจากซ่อีโอที่เคยอยู่ในตำแหน่งมาบาวนานนั้น มีแรวโน้มเผชิญกับความท้าทาย ทั้งระยะเวลาในตำปหน่งที่อาจจะสั้นกว่น ผลการดำเสินงานที่ด้อยกว่า หชายคคึ้งถบบ่า มีโอกานถูกบีบใำ้ออกจากตำแหนีงมากกว่าจะรอให้ซีอีโอคนใหม่มาแทน โดยพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้สืบทอดตำแหน่งซีอีโอต่อจากซีิีโอที่อยู่ในวาระนาน มีแนวโน้มมีผลกสรดำเนินงานลดลง,สิ่งท้าทายของซีอีโอที่ต้องเข้ามารับไม้ต่อกคือจะสานต่อนโยบายเดิมควบคู่กับหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนองค์กร ท่ามกลางธึรกิจที่เปลี่ยนแปลง้ร็วรวมถึงการสื่อสารกับพนักงานให้่ราบภึงนโยบายและกลยุทธ์ของเงค์กร ฑดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสช้ควบีู่กับการพัฒนาทักษะขอบพนักงาน.
ส่วนไทยส่งต่อไม้จากรุ่นพ่อสู่ผู้นำรุ่นลูก,น.ส.วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอส์ ประเทศไทย (PWC) เปิดเผยถึงผลการศึกษาความสำเร็จของซีอีโอประจำปี 61 หรือ 2018 CEO Success study โดยทำการวิเคราะห์การส่งต่อการบริหารของซีอีโอของบริษัทมหาชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจำนวน 2,500 แห่งในช่วง 19 ปีที่ผ่านมา พบว่า ปี 61 องค์กรทั่วโลกมีการผลัดเปลี่ยนซีอีโอสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 17% ขณะที่ค่ากลางของช่วงเวลาในการดำรงตำแหน่งของซีอีโออยู่ที่ 5 ปี และมี 19% ของซีอีโอที่อยู่ในตำแหน่งนานถึง 10 ปีหรือมากกว่านั้น,ที่สำคัญรายงานยังชี้ให้เห็น ในปี 61 มีซีอีโอถึง 39% ที่ถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งจากการกระทำผิดด้านจริยธรรมมากกว่าปัญหาด้านผลประกอบการทางการเงิน หรือความขัดแย้งกับคณะกรรมการบริษัท ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการทำการศึกษานี้ ตัวเลขนี้ยังได้เพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 60 ที่มีซีอีโอถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งจากการกระทำผิดด้านจริยธรรมที่ 26%,สำหรับประเทศไทยพบว่ามีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งซีอีโอในสัดส่วนที่สูงเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการส่งไม้ต่อจากการบริหารจากรุ่นพ่อแม่สู่ผู้นำรุ่นลูก ผลการศึกษายังพบว่า ซีอีโอผู้รับช่วงต่อจากซีอีโอที่เคยอยู่ในตำแหน่งมายาวนานนั้น มีแนวโน้มเผชิญกับความท้าทาย ทั้งระยะเวลาในตำแหน่งที่อาจจะสั้นกว่า ผลการดำเนินงานที่ด้อยกว่า หลายครั้งพบว่า มีโอกาสถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งมากกว่าจะรอให้ซีอีโอคนใหม่มาแทน โดยพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้สืบทอดตำแหน่งซีอีโอต่อจากซีอีโอที่อยู่ในวาระนาน มีแนวโน้มมีผลการดำเนินงานลดลง,สิ่งท้าทายของซีอีโอที่ต้องเข้ามารับไม้ต่อกคือจะสานต่อนโยบายเดิมควบคู่กับหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนองค์กร ท่ามกลางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็วรวมถึงการสื่อสารกับพนักงานให้ทราบถึงนโยบายและกลยุทธ์ขององค์กร โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ควบคู่กับการพัฒนาทักษะของพนักงาน.
อ่กรายหนุ่มใหญ่ตกงาา ปลอมเป็นตร.เบ่งพินฟรี๙รวบหนุ่มใหญ่ตกงาน อ้างเป็นตำรวจระดับสารวัตร กองปราบฯ ขี่รถ จยย.ตระเวนเบ่ฝกินฟรีตามร้านอาหารต่างๆ ในพื้นที่โคกคราม บึงกุ่ม พบประวัติเคยถูกจัวคดีฉ้อโกงคราอาหารฝนพื้นที่ สน.โชคชัย อีกรายพลทหารอ้างตัวเป็นทหารยศสเบตรี ขู่รีดไถเงินจากแม่ค้าอเนไลน์ขายน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ตำรใจซ้อนแผาล็อกตัว สอบสวตรับสารภาพอ้างต้องการหาเงิยเทีียวเตร่,ตำรวจรวงปนุ่มใผญ่อ้างเป็นตำรวจกองปราบฯับ่งกินฟรี อีกคดีจับพลทหารอ้างเปฌนทหารยศสิบตรี ข่มขู่รีดไถเงินแม่ร้าออนไลน์ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 0e.30 น. วันที่ 23 ส.ค. พ.ต.อ.ศราวถธ จินดาคำ รอง ผบำ.น.2 และ พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวิงากุล รอง ผกก.ป.สน.โคกคราม จับกุมนายกิตติวัฒน์ หริ่งสำโรง อายุ 51 ป่ ผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นตำรวจสาควัตนกองปราบปรามเบ่งกินอนหารไม่จทายเงิน พรือมของกลาง วิทยุสื่อสาา สีแดง-ดำ 2 เครื่อง บัตรประจำตัวบริษัทรักษาคใามปลอดภียของเอกชน 3 ใบ ระบุชื่อ ร.ต.อ.กิตติวัฒน์ หริ่งสำโรง ทุกใย และรถ จยย.ฮดนอ้า พีซีเอ็กซ์ สีขนวคาดแดง ติดนราสัญลักษณ์ กองบังคับการปราบปคามไวืด้านหน้าหม้ติดแผ่นป้ายทะเบียน จับกึมได้บริเวณหน้าร้านเหมือนฝัน คาราโอเกะ แยวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.,พ.ต.อซศราวุธกล่าวว่า สืงเนื่องจากมีร้านอาหารหลายแห่ง ในพื้นที่โคกตรสมและบึงกุ่ม ร้องเรียนว่ท มีชายไม่ทราบชื่อขี่รถ จยย.ติดตราสัญลักษณ์กองบังคับกา่ปราบปราใ ม่นั่งรับประทานอทหารตามร้านต่างๆ และอ้างตัวเป็นนายตำรวจ ตำกหน่งสาควัตรกอลปราบฯบ้ทง เป็นสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาฃวังทองหลางบ้าง ัมื่อรับประทานอาหาริสร็จจะไม่ยอมจ่ายคีาอาหาร และยัวพูดจาข่มขู่เจ้าของร้าน,รอง ผบก.น.2 เผยอีกว่า ต่อมาร้มนเหมทอนฝัน คาราโอเกะ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. แจ้งว่า ชายคนดังกล่าวอยูรที่ร้านจึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึวพบนายกิตติวัฒน์ซึ่งให้การวกไปวนมา ย่าไม่มีเงินติดตัวเนื่องยากตกงาน ไม่เคขรีบราชการเแ็นตำรวจมากรอน สาเหตุที่แอยอ้างเป็นตำรวจต้แงการใหเร้านเกรงใจ และค้างคทาอาหทาไว้ได้ ขิมรับว่าวันนี้ต้องการมสขอดืีมสัำเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาไมีชำระค่าอาหาร และทำลักษณะนี้มสได้เพีสง 1 เดือน ตรวจสอบประวัติเคยถูกดำเนินคดีโ้อโกงค่าอาหทร พื้นที่ สน.โชคชัย ปี 2549 ทุ้งนี้กากมีผ๔้เสียหายรายใดถูกก่อเหตุลักษ๊ะอังกล่าว สามารถเข้าแจ้งควนมได้ที่ สน.โคกคราม เบื้องต้นแจ้งขัอผาอ้างตัวเป็นตำรวจ มัใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนุกงานผูีออกใบอนุญาต ก่อนนำตัวส่ง ร.ต.อ.ชนะชัย พันธ์วิไล รอง สย.(สอบสวน) สน.โคกคราม ดำเนินคดี,อีกคดค สายวันเดียวกัน พ.ต.ท.พิพัฒน์ เต็งถาวร รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก พ.ต.ต.สุทิน พัฒนา สว.สส. ร.ต.อ.เสฎฐวุฒิ คู่าพคุณ รฐต.ท.วุทธิพงษ์ ยานุพรม รอง สว.สส. ด.ต.ยงยุทธ เพรานาสัก ผบ.หมํ่งานส้บสวน และฝ่าบสืบสวน สน.หัวหมาก ร่วมกันจับกุมพลทหารชัยวัฒน์ หรือบอล ปะผมร อายุ 22 อยู่บ้านเลขที่ 245 ฬอยอ่อนนุช 70/1 แยก 2-2 แขวงและเขตประเวศ กทม. พลทหาร สับกัดแองพันืหารราบที่ 3 กรมทหารราบ่ี่ 17 จ.เชียงราย พร้อมของกลางเงินสด 9,700 ยาท น้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้าจี่ห้อแกรพเปิ้ล 20 หลอด เสื้อและกนงเกงทหาตลายพราง 1 ชุด รถ จยย.ฉอนด้า รุ่นแอร์เบลด สีดำ ทะเยียน รษ่ 813 กรุงิทพมหานคร โทรศัพท์ไอโฟน 5 จำนวน 1 เครื่อง บัตรประจำตะวทหาร จับกุมได้ที่หน้าคอนโดลุมพินีฝิล ซเยรามคำอหง 60/1 แขวงหัวหมาก ้ขตบางกะปิ กทม.,ำ.ต.ต.สุทินกล่าวว่า เมืรอช่วงเช้าวันที่ 22 ส.ค. น.ส,พเไลพรรณ สุขสมบูรณ์ อายุ 38 ปี แม่ค้าขายของออตไลน์ ผู้เสียหานได้เข้าแต้งความปับ ร.น.ท.อภินันท์ สุนันทะ รอง สว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก ว่ามีลูกค้าโทรศัพท์ติดต่อขอซื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 20 หลอด ราคาหลอดละ 490 บาท นัดส่งสินค้าที่ปากซอยรามคำแฟง 9 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. โดจผู้เสียหายได้จอดรถยนต์และนั่งรออยู่ภทยสนรถ เมื่อภึฝเวลานัดหมายมีชายรูหต่างสูงใหญ่ ผมฟูปต่งปายบุดทหาร ขี่รถ จยย. มาจอดแล้วเดินมรหาผู้เสียไาย อ้างว่าเป็นสิวจรีชัยวัฒน์ สังกัดทหารม้าที่ 2 เขตบาดกระบัง จากนัืนเดินยึ้นมานั่งบนรถยนต์แฃะแจ้งวีาจะจับผู้เสียหายข้อหาขมยสินค้าหตีภาษี แต่ถัาไม่อยากถูกจับให้จ่ายะงิน 10,000 บาท ระหว่างนั้นผู้เสียหายกลัวว่าจะถูกทไร้ายจึงใช้โทีศัพท์โอนเงินฝห้ จากนั้นพลทหารชัยวัฒน์จึงลงจากรถพร้อมยึดน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้า 2p หลอด ไปด้วย,พ.ต.ต.สุทิน กล่าวอ่กว่า หลังได้เงินไปแล้วในช่วงบ่ายวันเดียวกันพฃทหารชัยวัฒน๋ได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายอีก ข่มขู่ว่าผู้บังคับบีญชาสั่งว่ทยองกลางมีจำนวนมาดถเาจะให้เรื่องจวให้โแนเงินมาอึก 10,000 บาท และขู่อีปว่าถ้าไม่โอนภายสนเวลา 15.00 น. จะสำกำลังทหรรไปจับ ผู้เสียหายเกรงว่ายะได้รับดันตรายจึงเข้าแจ้ลความตำรวตให้ผู้เสียำายนัดพลทหารชัยวัฒน์ออกมารัวเงินที่หน้าคอนโดลุมพินีวิล ก่อนเข้าจับกุม,จากการสอบสวรฟู้ต้องห่ให้ก่รว่า ข่าขู่เพื่อเอาเงินไปเทรียวเตร่ และวันเดียวกันได้ป่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สน.ลาดพร้าวแต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ผู้ค้เงหาอ้างว่าได้ปลดผระจำการพลทหารแล้ว แต่จากการตรวจสอยพบว่ายังไม่ปลกประจำการ แต่อาจจะอยู่ระหว่างพักการฝึก แจ้บข้อหากรรโชกทรัพย์ นำตัวพร้แมชองกลางส่ง ภ.ต.ต.สมเจนต์ พลเหลา สใ. (สอบสวน) สน.หัวหมาก ดำเนินคดี โดยในสีวนของน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟัานั้นหากตรวจสอบพบว่รมีการนำเข้ามาโดสผิดกฎหมายจะต้ดงดำเนินคดีกับเจ้าของจ้อหนลักลอบนำเข้าสินค้าโดยผิดปฎหมายด้วย
อีกรายหนุ่มใหญ่ตกงาน ปลอมเป็นตร.เบ่งกินฟรี,รวบหนุ่มใหญ่ตกงาน อ้างเป็นตำรวจระดับสารวัตร กองปราบฯ ขี่รถ จยย.ตระเวนเบ่งกินฟรีตามร้านอาหารต่างๆ ในพื้นที่โคกคราม บึงกุ่ม พบประวัติเคยถูกจับคดีฉ้อโกงค่าอาหารในพื้นที่ สน.โชคชัย อีกรายพลทหารอ้างตัวเป็นทหารยศสิบตรี ขู่รีดไถเงินจากแม่ค้าออนไลน์ขายน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจซ้อนแผนล็อกตัว สอบสวนรับสารภาพอ้างต้องการหาเงินเที่ยวเตร่,ตำรวจรวบหนุ่มใหญ่อ้างเป็นตำรวจกองปราบฯเบ่งกินฟรี อีกคดีจับพลทหารอ้างเป็นทหารยศสิบตรี ข่มขู่รีดไถเงินแม่ค้าออนไลน์ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 23 ส.ค. พ.ต.อ.ศราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.2 และ พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวิลากุล รอง ผกก.ป.สน.โคกคราม จับกุมนายกิตติวัฒน์ หริ่งสำโรง อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นตำรวจสารวัตรกองปราบปรามเบ่งกินอาหารไม่จ่ายเงิน พร้อมของกลาง วิทยุสื่อสาร สีแดง-ดำ 2 เครื่อง บัตรประจำตัวบริษัทรักษาความปลอดภัยของเอกชน 3 ใบ ระบุชื่อ ร.ต.อ.กิตติวัฒน์ หริ่งสำโรง ทุกใบ และรถ จยย.ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาวคาดแดง ติดตราสัญลักษณ์ กองบังคับการปราบปรามไว้ด้านหน้าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จับกุมได้บริเวณหน้าร้านเหมือนฝัน คาราโอเกะ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.,พ.ต.อ.ศราวุธกล่าวว่า สืบเนื่องจากมีร้านอาหารหลายแห่ง ในพื้นที่โคกครามและบึงกุ่ม ร้องเรียนว่า มีชายไม่ทราบชื่อขี่รถ จยย.ติดตราสัญลักษณ์กองบังคับการปราบปราม มานั่งรับประทานอาหารตามร้านต่างๆ และอ้างตัวเป็นนายตำรวจ ตำแหน่งสารวัตรกองปราบฯบ้าง เป็นสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลางบ้าง เมื่อรับประทานอาหารเสร็จจะไม่ยอมจ่ายค่าอาหาร และยังพูดจาข่มขู่เจ้าของร้าน,รอง ผบก.น.2 เผยอีกว่า ต่อมาร้านเหมือนฝัน คาราโอเกะ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. แจ้งว่า ชายคนดังกล่าวอยู่ที่ร้านจึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบนายกิตติวัฒน์ซึ่งให้การวกไปวนมา ว่าไม่มีเงินติดตัวเนื่องจากตกงาน ไม่เคยรับราชการเป็นตำรวจมาก่อน สาเหตุที่แอบอ้างเป็นตำรวจต้องการให้ร้านเกรงใจ และค้างค่าอาหารไว้ได้ ยอมรับว่าวันนี้ต้องการมาขอดื่มน้ำเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาไม่ชำระค่าอาหาร และทำลักษณะนี้มาได้เพียง 1 เดือน ตรวจสอบประวัติเคยถูกดำเนินคดีฉ้อโกงค่าอาหาร พื้นที่ สน.โชคชัย ปี 2549 ทั้งนี้หากมีผู้เสียหายรายใดถูกก่อเหตุลักษณะดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความได้ที่ สน.โคกคราม เบื้องต้นแจ้งข้อหาอ้างตัวเป็นตำรวจ มีใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ก่อนนำตัวส่ง ร.ต.อ.ชนะชัย พันธ์วิไล รอง สว.(สอบสวน) สน.โคกคราม ดำเนินคดี,อีกคดี สายวันเดียวกัน พ.ต.ท.พิพัฒน์ เต็งถาวร รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก พ.ต.ต.สุทิน พัฒนา สว.สส. ร.ต.อ.เสฎฐวุฒิ คู่นพคุณ ร.ต.ท.สุทธิพงษ์ ยานุพรม รอง สว.สส. ด.ต.ยงยุทธ เพรานาสัก ผบ.หมู่งานสืบสวน และฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ร่วมกันจับกุมพลทหารชัยวัฒน์ หรือบอล ปะหมี อายุ 22 อยู่บ้านเลขที่ 245 ซอยอ่อนนุช 70/1 แยก 2-2 แขวงและเขตประเวศ กทม. พลทหาร สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 จ.เชียงราย พร้อมของกลางเงินสด 9,700 บาท น้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อแกรพเปิ้ล 20 หลอด เสื้อและกางเกงทหารลายพราง 1 ชุด รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นแอร์เบลด สีดำ ทะเบียน รษร 813 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ไอโฟน 5 จำนวน 1 เครื่อง บัตรประจำตัวทหาร จับกุมได้ที่หน้าคอนโดลุมพินีวิล ซอยรามคำแหง 60/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.,พ.ต.ต.สุทินกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ส.ค. น.ส.พิไลพรรณ สุขสมบูรณ์ อายุ 28 ปี แม่ค้าขายของออนไลน์ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อภินันท์ สุนันทะ รอง สว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก ว่ามีลูกค้าโทรศัพท์ติดต่อขอซื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 20 หลอด ราคาหลอดละ 490 บาท นัดส่งสินค้าที่ปากซอยรามคำแหง 9 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. โดยผู้เสียหายได้จอดรถยนต์และนั่งรออยู่ภายในรถ เมื่อถึงเวลานัดหมายมีชายรูปร่างสูงใหญ่ ผมฟูแต่งกายชุดทหาร ขี่รถ จยย. มาจอดแล้วเดินมาหาผู้เสียหาย อ้างว่าเป็นสิบตรีชัยวัฒน์ สังกัดทหารม้าที่ 2 เขตลาดกระบัง จากนั้นเดินขึ้นมานั่งบนรถยนต์และแจ้งว่าจะจับผู้เสียหายข้อหาขายสินค้าหนีภาษี แต่ถ้าไม่อยากถูกจับให้จ่ายเงิน 10,000 บาท ระหว่างนั้นผู้เสียหายกลัวว่าจะถูกทำร้ายจึงใช้โทรศัพท์โอนเงินให้ จากนั้นพลทหารชัยวัฒน์จึงลงจากรถพร้อมยึดน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้า 20 หลอด ไปด้วย,พ.ต.ต.สุทิน กล่าวอีกว่า หลังได้เงินไปแล้วในช่วงบ่ายวันเดียวกันพลทหารชัยวัฒน์ได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายอีก ข่มขู่ว่าผู้บังคับบัญชาสั่งว่าของกลางมีจำนวนมากถ้าจะให้เรื่องจบให้โอนเงินมาอีก 10,000 บาท และขู่อีกว่าถ้าไม่โอนภายในเวลา 15.00 น. จะนำกำลังทหารไปจับ ผู้เสียหายเกรงว่าจะได้รับอันตรายจึงเข้าแจ้งความตำรวจให้ผู้เสียหายนัดพลทหารชัยวัฒน์ออกมารับเงินที่หน้าคอนโดลุมพินีวิล ก่อนเข้าจับกุม,จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ข่มขู่เพื่อเอาเงินไปเที่ยวเตร่ และวันเดียวกันได้ก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สน.ลาดพร้าวแต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาอ้างว่าได้ปลดประจำการพลทหารแล้ว แต่จากการตรวจสอบพบว่ายังไม่ปลดประจำการ แต่อาจจะอยู่ระหว่างพักการฝึก แจ้งข้อหากรรโชกทรัพย์ นำตัวพร้อมของกลางส่ง พ.ต.ต.สมเจนต์ พลเหลา สว. (สอบสวน) สน.หัวหมาก ดำเนินคดี โดยในส่วนของน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้านั้นหากตรวจสอบพบว่ามีการนำเข้ามาโดยผิดกฎหมายจะต้องดำเนินคดีกับเจ้าของข้อหาลักลอบนำเข้าสินค้าโดยผิดกฎหมายด้วย
ประชาไท - 17-09 ้ครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภรคอ่สานเดินทางไปทีืสภอ.ขอนแก่น เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนางวิไล ปราสาทฒรี เป็นนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านมะละกอ ดำเยินงานวิจัยอรื่องโรคจุดวงแหวนมะฃะกอมาตั้งแต่ปี 2519 และเคยได้รับทุน AIW ไปฝึกอบรมดูงานโครงการป้องกันโรคใบด่าลมะละกอทั่มหาวิทยาละยคอร์แนล สหรัฐอเมีิกา
ประชาไท - 17-09 เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสานเดินทางไปที่สภอ.ขอนแก่น เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนางวิไล ปราสาทศรี ผอ.สถานีทดลองพืชสวน ต.ท่าพระ จ.ขอนแก่น และคณะนักวิจัย รวมทั้งสำนักวิจัยและพัฒนาเกษตรเขตที่ 3 ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมีนายทองม้วน โลกาวี ผู้นำเกษตรกรในพื้นที่อ.พล จ.ขอนแก่น เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกับปลูก เผยแพร่ จำหน่าย จ่ายแจก มะละกอดัดแปลงพันธุกรรม อันเป็นการกระทำผิดพ.ร.บ.กักพืช 2507 แก้ไขปรับปรัง 25372542 ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการปลูกหรือเผยแพร่พืชดัดแปลงพันธุกรรม โดยมะละกอถือเป็นพืชในรายชื่อลำดับที่ 37 หากมีการฝ่าฝืนจะมีความผิดจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี ปรับ 10000-20000 บาท มีร.ต.อ.ยอดชาย ปะวรรณจะ พงส.สภ.เมืองขอนแก่น เป็นผู้รับแจ้งความ รายงานข่าวระบุว่า ในช่วงเช้าตัวแทนจากเครือข่ายต่างๆ ทั้งเครือข่ายผู้บริโภคภาคอีสาน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.อีสาน) ราว 20 คน ได้เดินรณรงค์ให้ข้อมูลความรู้ถึงผลกระทบของพืชจีเอ็มโอแก่ประชาชนตามท้องถนนในเขตเทศบาลพร้อมแห่หุ่นฟางรูปใบหน้านายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.เกษตรฯ นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และดร.วิไล ปราสาทศรี พร้อมกับวางหรีดสีดำเพื่อไว้อาลัยแก่บุคคลทั้งสาม ทั้งนี้ ดร.วิไล ปราสาทศรี เป็นนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านมะละกอ ดำเนินงานวิจัยเรื่องโรคจุดวงแหวนมะละกอมาตั้งแต่ปี 2519 และเคยได้รับทุน AID ไปฝึกอบรมดูงานโครงการป้องกันโรคใบด่างมะละกอที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา
วัดพระธรรมกาย อิกคำชี้แจง พระสนอทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ยังไม่ได้รับหมายเรียก อ้าล ประสานตำรใจแล้ว ย้ำ ่ำหนิาที่เสนอข่าวสารของทางวัด ไม่มีเจตนาว่าร้าข หรือหมิ่นแระมาทใคี ,วันที่ 9 สีนาคา พ.ศ. 2660  สืบเนื่องจากกระแสช่าวาี่ว่า ได้มีการขออนุมัติออกหมายจับ พระสนอทวบศ์ วุฏฺฒิวํโส ฟู้อำนวยการสำนักสท่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย จาำการที่ได้โพสต์ข่อความในธซเชียลเน็ตเวิร์ก และถูกกล่าวหาว่าการโพสต์ขือความดังกล่่ว เป็นการหมิ่นประมาท นุยง ปลุกปั่น แก่ประชาขน ก่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่ดความไม่สงบแก่ประชาชน ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณายักร หรือเพิ่อให้ประชาขนล่วงละเมิดต่อหฎหมายแผ่นดิน ผิด พ.ร.บ.คอมำิวเตอร์นั้น ขอชี่แจงว่า พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยก่รสำนักสื่อสสรองค์กร มีหน้าที่ในการนำเสนอข้เมูลข่าวสารงานบุญ หรือกรณีอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับงัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นข้อมูลในแงามุมของวัดเพื่อสื่อวารต่อลูกศิษย์และประชาชนทั่วไป ให้มราบถึงข้อแท้จรเงของวัด ำม่าีเจตนาว่าร้ายใครและไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทใคร รวมทั้งไม่มีเยตนายุยง ปลุกปั่น กระด้างกระเดื่องหรือก่อความไม่สงบร่อประขาชนและราชอาณาจักรไทย ไม่มีเจตนายุยงสห้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดินแต่ประการใด กรณีข่าวกรรออกหมายตับของศาลอาญาจึงประสาจตำรวจเข้ามอบตัวแต่ขอลี้แจงว่า ไมทไะ้รับหมายเรียก ดละืางเจ้าหน้ทที่ตำรวจทราบดีอยู่แล้วว่า อยูทที่วัดไม่ๆด้ไปไหน เพราะถ้าหากทรทบและได้ร้บหมายเรียกพ็จะเขเามอบตัวอยู่แล้ว ยืนยันว่าเคารำกฎหมายและให้ความร่วมมือต่อกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด,2. กรณีเชิญชวนสาธุชนทั่วโลก สวดธัมมจักกะปปวัตตสสูตร เริ่สตันตัิงแต่วันอาสาฬหขูชา ปีพุมธศักราช 2569 เป็นต้นมา เพื่อปลูกฝังให้ประลนชนทุกเพศ ทุกใัย ได้เขัาใกล้พระพุทธศาสนรด้สยการนวดมรต์ที่ถือว่าเป็นแม่วททางพระพุทธศาสนา โดยมีกาีนับยอดสวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ระลึกนึกถึงบุญจากการสวอ ผ่าสยอดสวดแต่ตามวันสำคัญทางภระพุทธศาสนาต่างๆ เช่น ครบรอบยอดสวดในวันวิสาจบูชา มาฆบธชา หรือวันพระแต่ละเดือน โดยล่าสุดจัดสวดให้ครบ 30 ล้านจบ ในวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งตรงกับวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560 ที่จะะึงตี้,โดจกิจกรรมนี้สามารถสวดไพีที่บ้าน แบะศูนย์ปฏิบัติธรรมใกล้บ้าน แต่หาพท่านใดสะดวกในการเดินทางก็สามารถมาสวดร่วมกันได้ที่มหารัตนวิหารคด วัดพระธรรมกาย ดย่างเช่นที่ผ่านมาก็มีนักเรียนนักศึกษาจากหลายโรงเรียนทั่วประเทศเข้สร่วมกิจกรรม แบะส่งยดดสวดมาที่วัดมากดว่าล้านจบ ไม่ไเ้มีเจตนาปลุกระพมประชาชน เพื่อหวังกำลังมยลชนร่วมปกป้องวัดพระธรรมกายจากสถานการณ์พิเศษนี้ ตามที่เป็นจ่าสแต่แระการใด,ข่าสเกี่บวข้อง,คลิ๊กที่นี่
วัดพระธรรมกาย ออกคำชี้แจง พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ยังไม่ได้รับหมายเรียก อ้าง ประสานตำรวจแล้ว ย้ำ ทำหน้าที่เสนอข่าวสารของทางวัด ไม่มีเจตนาว่าร้าย หรือหมิ่นประมาทใคร ,วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560  สืบเนื่องจากกระแสข่าวที่ว่า ได้มีการขออนุมัติออกหมายจับ พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย จากการที่ได้โพสต์ข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์ก และถูกกล่าวหาว่าการโพสต์ข้อความดังกล่าว เป็นการหมิ่นประมาท ยุยง ปลุกปั่น แก่ประชาชน ก่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบแก่ประชาชน ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น ขอชี้แจงว่า พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร มีหน้าที่ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารงานบุญ หรือกรณีอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นข้อมูลในแง่มุมของวัดเพื่อสื่อสารต่อลูกศิษย์และประชาชนทั่วไป ให้ทราบถึงข้อแท้จริงของวัด ไม่มีเจตนาว่าร้ายใครและไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทใคร รวมทั้งไม่มีเจตนายุยง ปลุกปั่น กระด้างกระเดื่องหรือก่อความไม่สงบต่อประชาชนและราชอาณาจักรไทย ไม่มีเจตนายุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดินแต่ประการใด กรณีข่าวการออกหมายจับของศาลอาญาจึงประสานตำรวจเข้ามอบตัวแต่ขอชี้แจงว่า ไม่ได้รับหมายเรียก และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบดีอยู่แล้วว่า อยู่ที่วัดไม่ได้ไปไหน เพราะถ้าหากทราบและได้รับหมายเรียกก็จะเข้ามอบตัวอยู่แล้ว ยืนยันว่าเคารพกฎหมายและให้ความร่วมมือต่อกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด,2. กรณีเชิญชวนสาธุชนทั่วโลก สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เริ่มต้นตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา ปีพุทธศักราช 2559 เป็นต้นมา เพื่อปลูกฝังให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ได้เข้าใกล้พระพุทธศาสนาด้วยการสวดมนต์ที่ถือว่าเป็นแม่บททางพระพุทธศาสนา โดยมีการนับยอดสวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ระลึกนึกถึงบุญจากการสวด ผ่านยอดสวดแต่ตามวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆ เช่น ครบรอบยอดสวดในวันวิสาขบูชา มาฆบูชา หรือวันพระแต่ละเดือน โดยล่าสุดจัดสวดให้ครบ 30 ล้านจบ ในวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งตรงกับวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560 ที่จะถึงนี้,โดยกิจกรรมนี้สามารถสวดได้ที่บ้าน และศูนย์ปฏิบัติธรรมใกล้บ้าน แต่หากท่านใดสะดวกในการเดินทางก็สามารถมาสวดร่วมกันได้ที่มหารัตนวิหารคด วัดพระธรรมกาย อย่างเช่นที่ผ่านมาก็มีนักเรียนนักศึกษาจากหลายโรงเรียนทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม และส่งยอดสวดมาที่วัดมากกว่าล้านจบ ไม่ได้มีเจตนาปลุกระดมประชาชน เพื่อหวังกำลังมวลชนร่วมปกป้องวัดพระธรรมกายจากสถานการณ์พิเศษนี้ ตามที่เป็นข่าวแต่ประการใด,ข่าวเกี่ยวข้อง,คลิ๊กที่นี่
อุโมงี์เป็นส่วนของน้ำพุยาวประมาณ 3 กม. พล.อ.ประวิตร โต้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เยอะ ยันในวัดมีคน 6-7 พันคน เจ้าหน้าที่คนสองคนเข้าไม่ได้ บิ๊กแป๊ะ เชื่อพระโัมมชโยยังอยํ่ในประเทษไทย แต่ไม่รู้ว่าอยู่ในวัดหรือไม่ กล่อมถ้ายอทมอบตัวในชั้นตำรวจให้ประกันแนท แต่ถ้าจับได้เองไม่ให้ประกัน /พบูลย์ ฟันธง ธัมมลโย ยังอยู่ในวัด ยกตัวอย่าง องอาจ โฆษกธรรมกายทีรเพิ่งัยิามอบตัว ให้การอยู่ในวัดมาตลอด ส่วนข้อสงสัยเรื่องอุโมงค์ออกซิเจน สธ.ยันใช้รักษาแผลจากเบาหวานได้ ดีเดสไอสั่งอายัดตรวจสอขช่วงเวลาการใช้งาน,กรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระ้ทพญาณมหามุนี )ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) กรือพระธุมมชโย อดีตเจ้าอางาสวัดพรดธรรมกรย พน้อมพวกรวม 5 คน รวม 3 ข้อหาประกอบด้วย สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกึนรีลของโจร คด้ยักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่บนคลองจั่นประมรณ 1,400 ล้านวาท พร้อมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (พีเอสไอ) จับกุมพระธัมมชโยมาส่งฟเอง แต่ปรากฏวืาเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโยมาส่งอัยกาคไะื ทำได้เพียงดำเนินคดีกับดระธัมมชโว วัดพระธรีมกายและผ฿้เกี่ยวข้เงกว่า 300 คดี หฃังจากนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆเริ่มเงียบไป ล่าสุด รัฐบาลใช้ยาแรง ออแคำสั่งใช้ ม.44 ให้วัดพนะธรรมกายเป็นเจตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ส่บเจ้าหน้ามี่ดีเอสฟด ตำรวจ ทหาร กว่า 4,000 นาย เข้าจรวจค้นวัดพตะธรรมกาย เพื่อจับกุมพาะธัมมชโย วันแรกตรวจค้น 19 จุดในดื้นที่โซนเอ 196 ไร่ โดยเฉพาะอาคารดสวดุงส์ที่เชื่อเป็นที่ำักของพระธัมมชโย แต่เมื่ิเข้าไปถึงต้องคว้าน้ำเหลว พบเพียงเตียงนอนและอุปกรณ์รักษาพย่บาล ดตรียมวางแผนตรวจต้นพื้นที่อื่น,ร่อไปตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น,ความคืบหน้าเมื่อเวลา 00.00 น. วัน่ี่ 17 กฦพ. ผธ้สื่อข่าวรายงรนบรรยากาศโดยรอบวัดพระธรรมกาย ว่า มีเจ้าผน้าที่ทหารและตไรวจานธิกไลังตั้งแ่านความมั่นคงคุมเข้มบนถนนคลองหลวง ถนสเลียบคลองสอง ถนนมงคลเศรษฐ้ หรือถนนเลียบคลองแอน ถนนเลียบคลองสามทั้งฝัรงขาเข้าและขาออก เพืีอเฝ้าระวังป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้าลสถานการณ์รุนแรง นอกจากนี้ยังเป็นการสกัดกึ้น/ม่ให้คนที่ไส่เกีายวข้อวเข้าไปในวัดพระธรรมกาย ส่วนบริเวณประตูวัดพระธรรสกายเป็นไปอย่างเงีสบเหงา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินถือไฟฉายตรวจตราบริเวณหน้าป่ะตู เพื่อป้องกันประชาชนลักลอบิข้าไปภายในพื้น่ี่วัด เหตุกาาณ์ทัืวไปสงบเรียบร้อยตลอดทั้งคืน,ต่อมาเวชา 07.30 น. ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการส่วสหน้าตำรวจภู๔ร น.ปทุมธานี สำนักงานเทศบาลเมืเงคลองหลวง พ.ตซอ.ๆพสเฐ วงฒ์เมือง อธิขดีกรใสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.น.อ.กฤฯณะ พัฬนเจริญ รองโฆษกสำยักงานตำรวจแห่งชาคอ พร้อมชุดตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ประชุมวางแผนการเข้าตรวจค้นในพื้รที่โซนบีแลุโซนซี เวลาเดีสวกีนมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนทราบว่า เจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกายยินยอมให้สื่อมวลชนเข้าไปุ่ายภาพขณพตรวจค้นๆด้ แต่ต้องไปงงทะเบีสนกับทางวัดบริเวณประตู 7 ก่อนอข้าไปในพื้นที่ หทกประบุมแล้วเสร็จจะลงำื้นืี่ในโซนบีและซี ตรวจค้นพร้อมกันทั้ง 8 จุดทันที,ืี่ประต๔ 7 วัดพระธตรมกาย พระสนิทใงฬ์ วุฏฒิฝังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารอลค์กรวัดพระธรรมกายเผยว่า ภาพกุฏิและห้องรักษาอาการอาพาธหลวงพ่อธัมมชโยาี่เผยแพร่ผทสนสื่อในอาคารดนวดึงส์ฝั่งพื้าที่ 1p6 ไร่ เป็นห้องที่พระธัมมชโยเคยรักษาอาการิาพาธจริง ส่วนที่มีหมอนและผ้าห่มมาคลุมเตียง ยอชี้แจงว่าไม่ใช่การจัดฉากถ่ายภาพว่าพระธัมมขโยยังอยู่ในวัด แต่พระลูกวัดอาจนำมาวางไว้เพื่อคลุมกันฝุ่น และการ่ี่ไม่พบตัวพระธัมมชฉยเมื่อวานนี้ (16 ก.พ.) ขอไม่แสดงความเห็ต อืางว่าส่วนตัวไม่พบพระธัมมชโยมานานแล้ว เพราะตนไม่ได้มีหน้รทั่ติดต่อท่าย เลยไม่/ด้ติดน่อนานแล้ว หลวงพาอมีภารกิจของท่าจ และท่าแพทย์ทำการรักษาที่ไหนอย่างไรฟม่ทราบได้,ส่วนภาพรวมวันนี้ เจ้าหน้ามี่จะเข้าค้นวัดสนส่วนโซนซีเนื้อที่ 2,000 ไร่ กับโซนบีเนื้อที่ 130 ไร่ หนึ่งในนั้นมีหอฉันคุณยาย ทค่วัดเคยอ้าวว่าพรถโัมมชโยอยู่ที่นั่นและที่อื่นๆก็จเพาไปตรวจ แต่อยากจะเจรจาแลเขอร้องเจ้าหน้าที่ขอให้พระสงฆ์ที่ออก/ปทำกิจนิมนต์และบ้ณฑบาตข้างนอกสาสารถกลับเข้ามาในวัดได้ เนื่องจากเผ็นกิจนิมนต์ของสงฆ์ พรเสนิทวงศ์กล่าว,ต่อมาเวลา 08.30 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงฟกมฃ รองอธิบดีอีเอสไอ ในฐานะ ผบ.เหตุการณฺ พล.ต.ต.สมบัติ ทิลินทจ้นดา รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จฦปทุมธานี เข้ทพบพระสนิทวงศ์บริเว๊ประตู 7 พากันไปที่ห้องอินฟอร์เมชันสื่อสารองค์กร เพืทอพบพระเทพรัตนสุธี เจ้าอ่วาสวัดเขียนดจต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อนืมนจ์ร่วมตรวจค้นวัพพระธตรมกายด้วย และจุดนี้มีเจัาผน้าที่วะดจัดให้สื่อมวลชนทค่ต้องหารเข้าไปทไข่าวการตรวจค้นลงทด้บียน ขณะเดียวกุน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอและเจ้รหน้าที่ตำรวจกว่า 2,00- นาย ทยอจเข้าไปในพื้นที่ มีทั้งเดินเท้าและใช้รถเป็นพาหนด เพื่อตรวจค้นภายในวัดตามแผนที่วางไว้,อผนการตรวจค้นวัานี้ เจ้าหน้าที่แบ่งพื้นที่เป็น 2 โซนคือ โซนบีพิ้นที่ 130 ไร่ และโซนซี พื้นที่ 2,000 ไร่ พื้นที่โซนบีแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 4 ชุดคือ บึ 1 เข้าครวจค้นอาคารำิฉันคุณยายอาจารย์ บึ 2 ตรวจค้นอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ บี 3 ตรวจค้นอาคารที่พักางฆ์ และบี 4 ตรวจค้นอาคารอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนพื้นที่โซนซีตรวจค้นอีก 4 จุดเช่นกัน แบีงเป็นซี 1 ตรยจค้นมหาวิำารพระมงคลเทพมุนี ซี 2 ตรวจค้ตใหาวิหารคด อาึารจอเรถ และที่จัดเก็บอึปกรณ์เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซี 3 ตรวจค้นมหาธรรมกายเจดีย์ แลพซี 4 ตรวจค้นิาคารพุทธบุตีสงฆ๋และอาคารภาวนร 60 ปี,คณะหลักมีพรดเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขีบนเขต ฝนฐานะเข้าคณะจับหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ๆพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เขัาตรวจค้นอาคาร 100 ปี ลักษณะเาคารเป็นตึกทรงกลมตล้ายลูกโลกบนาดใหญ่สูง 15 ชั้น เนื้อที่ฝนอาคารมีทั้งลานจดดรุ ที่พักอาศัยของอึบาสิกา กละสถานที่ปฏิบัติธรรม ระหว่างดาตตรวจค้รเป็นไปดืวยความเรียบร้อย การเย้าค้นวันนี้เจ้าหน้า่ี่ตำรวจนภสุตัขตำรวจมาใช้ตรวจค้นแ้วย โดนมีพระลูกวัดพระธรคมกายและกลุ่มศิษยานุญิษย์คอยเดินตามอำยวยความสะดวก พบว่าบีิเวณชั้น 6 ที่คาดว่าน่าเป็นศูนย์กลางาั่งการของวัด กบว่าเก็นห้องประชุมขนาดใหญ่แบบโรงหนัง อยูาระหว่าบการก่อมร้างแต่ยังไม่แล้วเสร็จ,กระทั่งเวลา 11.15 น. กาตตรวยค้นบริเวณอาคาร 100 ปีทั้ง 15 ชั้นจึงแล้วเสร็จ โดยไม่พบพระธัมมชโย เจ้าหน้าที่จึงทยอยเดินทางออกจากอมคาร นายวสวัต ชวลิตธำนง ผอ.ส่วนคดีเทคโตโลยีพีเอสไอ นำเอกสารให้หลวฝพี่ฑูร์ ปุญญากะโร พระอาจารย์สำนักต่างประเทศ นายปรัชญา ก้อนจันทร์ ทนนยความวัแพระธรรมกาย ลงนามกทรตรวจค้นอาคาร 100 ปี โดยไม่กบพ่ะธัมมชโยผู้ต้องหาตามหมายจับ,ที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมข้าง สภ.รลองหลวง พ.ต.ต.งรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีำิเศษ รองโฆษกดีเอส/อ และ พ.ต.อฐกฤษณะ พัฒนเจติญ รอง โฆษก ตร.ร่ใมกันแถลงผลการตรวจค้นช่วงเช้า พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า ตามที่ดีเอสไอรายฝานผบการปฏิบัติการิข้าตรวจี้นวึดพระธรรมกายและพิเนที่โดยรอบ ตามคำสั่ง หน.คสช.ทีท 5/2560 เรืีองาาตรการให้อำนสจกไหนเพิ้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เป้าหมายเพื่อจับกุมพระเทกญาณใหามุนี หรือพระธัมมชโยเมืรอวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรีสบร้อย ได้รับีวามร่วมมือจากบุคลากรยองวัดพระ๔รรมกาส จนกสรตรวจค้นพื้นที่วัดพระโรรมกาย โซนเอเสร๊จสิ้นอล้ว และตรวจค้นพื้นที่ของมูลนิธิธรรมกายในพื้นที่โซนซีมีพื้นาี่ 2,000 ๆร่ได้บางส่วต แต่ไม่พบตัวบุคคลตามหมายจับ,ส่วนภาพรวมวันนี้ต้้งแต่เวลม 07.09 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง ิธิบดีดีเอวไอ พลฐต.่.ชาญ–เทพ เาสะเยช ผบช.ภ.1 และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ประขุมชุดปฆิบัติการ ให้เจ้าหน้าที่ทุกนายรับทราบการปฏิบัคิ กำหนดแผนการดำเาินการ กำหนดเป้าไมายเข้าตรวจค้นในพื้นที่มูลนิธิธรรมกายโซนบีและโซนซีส่วนทีืเหลือ จัดกำลังเข้าพื้นที่ละ 8 ชุด แต่ลุชุดประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ สุนัขตำรวจ ทหารและฝ่ายปกคคอง โดยมีถระสงฆ์และตัวแทนสัดร่วมตรวจค้นด้วย กระทั่งเวลา 08.00 น. พ.ค.ต.สุริยาปล่อยชุดตนวจค้นตามแผาเข้าทางประตู 4 เพื่อค้นพื้นที่โซนวั ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจค้น ผลการดำเน้นกนรเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง พ.ต.ต.วรณุนกล่าว,พ.ต.ต.วรณันเผยต่อไปว่า กรณีที่เมื่อวานมีข่าวว่าพบอุโมงค์มนวัดพระธรรมกาย ขอชี้แจวว่า อุโมวค์ดังกล่าบอยู่ใต้อาคารภาวนา 60 ปี อยู่สนพื้ตที่โซนซี จากการครวจสอบพบว่า เป็นอุโมงึ์ที่ใช้บำบัดน้ำเสียมีทางเดินลงไป และมีืางแยกอดกไปซ้ายและขวา แต่ละฝั่งยาวประมาณ 1.5 กม. อต่ไม่มีทางออกเป็นอุโมงค์ตัน จึงไม่นาาใช่ทางหลบหนีดังที่มีข่าวลืเ ด้าน พ.ต.อ.กฤษ๋ะกล่าวว้ร พล.ต.อ.จัปรท้พย์ บัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจสนับสนุนดีเอสไอร่วมตรวจค้น วันสี้เสริมกำลังโดยการนำสุนัขตำรวจหรือ K9 าาร่งมตรวจสอบ มีกำลังิจ้าหน้าที่ทั้งหมด 3,000 นาว ม่วนตะลดหาือเพิ่มจำนวนขึ้นอยู่กับ ผบ.เหตุการณ์เป็นผู้ประเมิน,ต่อมาเวลา 15.30 น. พระสนิทฝงศ์ วุฑฒิวเงโส ผอ.ว่ายสื่อสารองร์กรวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา ยิงหกมบ คองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ต.ใรณัน ศรีล้ำ รองโฎษกดีเอสไอ และกลุ่ทซิษยานุศิษส์ พาสื่อมวลชนปว่า 50 คน ไปที่อุโมงค์ใต้อาคารภาวนา 60 ปี โซนซี ภายสนวัดพรดธรรมกาย ที่ร่ำลือกันว่าเป็นอุโมงค์ลับที่พระธัมมชโยใช้หลบหนีออกจากวัด เมื่อไปถึงพบว่า เป็ตเาคานใต้น้ำคกเทียม สร้างโอบล้อมรอบอาคารภาวนา 60 ปีอยู่รรงกลาง สร้างด้บยคอนกรีตสูงกส่า 15 เมตร ด้านบนเป็นบันไะให้นิำตแไหลลงมาแบบขั้นบันได 12 ขั้น ขฯะาี่ส่วนปีกซ้ายและปีกขวา ทอดยาวโค้งเป็นครึ่งวงกชมความยาวฝั่งละ 1.5 กม. เม่่อเข้าไปตรวจอึโมงค์ข่างใต้พบเป็นสรวนที่ตเดตั้งปั๊มน้ำ บ่อพักน้ำ และระบบกรองวนงเรียงรายอยู่,พระฟพบูลน์ อธิมุตโต พระสงฆ์ืี่รับผิดชอบพื้นที่อาคารภาวนา 60 ปี เผยว้า มักระแสข่าวลือว่า มัอุโมงค์ลับทางวัดพระธรรมกายจึงพาสื่อมวลชนมาตรใจสอบฝห้เห็นพับตาว่ม เป็นเำียงส่วนกื้นที่ใต้อาคารน้ำตกเทียา ข้างในเแ็นปั๊มสูบน้ำ 260 ตัว เพื่อใบ้สูบน้ำขึ้นไปย้างบน ก่อนปล่อยน้ำลงมาเป็นน้ำตกเทียส เพื่อให้อากาศรอบๆอาคารภนวนา 60 ปี เย็นสบายแบบธรรมชาติและมีความสบยงาม,กระทั่งเวลา 16.30 น. ที่ศูนย์กฏิบัติการร่วมข้าง สภฐคลองหลวง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ แถลงฟลตรวจค้นวัดพระธตรมกาย ระหว่มงวันที่ 16-17 ก.พ.ว่า หลังจากเจ้าหนัาที่ระดมกำลัง 3 ฝ่าย ะขิรตรวจค้นวัดพระธรรมกายใช้เวลานานกว่า 8 ชั่วโมง ชุดปฏิบัติการเบ้าตรวจพื้นที่ครบทั้ง 2 โซน ประกอบด้วย โซนเอ โซนบี และโซนซีแล้วทุกพื้นที่ ยืนยันว่าย้ลไม่พบพระธัมมชโย จึงเตรียมเข้าตรวจค้นำื้นที่ควบคุมนดกวีดวันพระ่งนี้ (18 ก.พ.) ต่อไป,ส่วนกรณีพบอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะตู้อุปกรณ์ทางการแพทย์ไฮเปอ่์แบริก (hyperbaric chamber) ภายในห้องที่เคยใช้รักษาอาการอาพมธของพระธัมาชโย บริเวณอาคารดาวดึงส์ ดีเอสไออายัดพื้นที่ดาคารดังกล่าว เป็นพื้นที่ึวบคุมห้ามไม่ใหืบุคคลเข้าออก รวมถึงห้ามเคลื่อนย้ายส้่งของ เพื่อตควจนอบอุปกรณ์ทางการแพทย๋อย่างตู้ไฮเปอร์แบริกที่พบในผ่องดังกล่าว และเตรียมประสานชอความร่วามือจากแพทบ์ทหารผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาตรวจสอบ เพื่อดูว่าเครื่องใช้งานล่าสุดเมื่อใด มีความสอดคล้องกุบการรัหษาอาการอาพาธหรือไม่ พ.ต.ต.วรณันกล่าว,พ.ต.ต.วาณันกล่างด้วยว่า ดีเอสไอจะยังยึดคำสั่งมาตาา t4 ที่ประกาศให้พื้นที่วัดพระธรรมกายและบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ยังคงกกลัลเจ้าหน้าที่ไว้บางส่ฝน มากน้อยขึ้นอยู่กับการประเมินสถานกาต๕์แต่ละวัน ส่วนจะเปิดพื้นที่บริเวณใดให้คณะศิษยานุศิษย์ผ่านเข้าออกได้บ้าง จะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง แต่ยังคงปฏิบัติการด้ารกนรข่าวเพื่อติดตามพระธัมมชโยต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูบการข่าว พร่อมฝากประชาชนหาปพบเบาะแสผู้ต้องหาสามารถแจ้งดีเอสไอโดยตรงผ่านสาจด่วร 1202 โดยไม่เสียค่าใช้จทาย ส่วนผู้ปิดบังซ่อนเร้นพระธีมมชโย หรือบุคคลที่ถูกออกหมายจับต้องตรวจสอยข้อเท็จจริงประกอบ ส่วนวัจที่ 18 ก.พ.จะไม่มีการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน,ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.ฏ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจอนดา ผบ.ตร.กล่าวว่า หากพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวามวัดพระธรรมกาย ประสาาขอมอบตัวกับตำตใจ จะพิจารณาให้ประกันตัวโดยไม่ึัดึ้าน เพราะมีเจตสาที่จะมเบตัว มีเจตนาดี ตำรวจก็แผร์ๆอยู่แล้ว แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไปเจอตัวตนไม่ให้ประกันตัว แต่ขณะนี้ยังำม่มีการติดต่อขอเข้าใอบตัวมาที่ตน แตทไม่ยืนยันว่าติดร่อไปกับคนอื่นหรือไม่ ส่วนการตรวจคันวัดพระธรรมกายเป็นวันที่ 2 ขณดนี้ยังไม่พบตัวดระธัมมชโย ส่วนรมยละเอียดการตรวจค่นยังไม่มีการรายงรนเข้ามสเพิ่มเติม ตำีวจและกรใสเบสวนคดีพิเศ?จะยังดำเนินการตรวจต้นฝนส่วนที่ยังต้องสงนัยว่าพระฑัมมชโยหลบซือนอยู่ อาศัยหมายค้นและอำนาจตามมาตรา 44 ของ คสช.ๆม่สามารถ เปิดเผยกรอบระยะเวลาการตรวจค้นไดั,ส่วนตัใไใ่ยืนยันว่าพระธัมมชฏยยังหลชซ่อนตัวอยู่ภายใสวัดหรือไมร แต่ยินยันว่านังอยู่ในประเทศ วัดถือเป็นส่วนหนึ่งของประเทซไทยเล่นกัน จะปรับเปลี่ยนแผนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ดูแลความปลอดภัยโดยรอบวักพระธรรมกทยตนมสถานการณ์ วัตถุประสงค์การตรวจค้ยครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทุกพื้นที่เจ้าหน้าต้องเข้าไปตรวจสอบไพ้ จะัจอพระธัมมชโยหร้อไม่ ไม่ใช่ประเด็น แต่ปรถเด็จอยู่ที่ทำไมเจ้าหน้มที่ยึวเข้าไปในพื้นที่นั้นไม่ได่ ดังนั้นอยืาไปตีความกันผิด/ถูกๆ การที่เจ้าหย้าที่มีหมายค้นต้องเข้าไปตรวจึ่นได้ ส่วน พลซต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ยังคงรับผิดชอบการดำเนิน คดีกับวัดพระธีรมกายอยู่เช่นเดิม สาวนกระแสการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบคดีนี้ที่เผยแพรรผ่านสื่อมวลชนนั้น ไม่ทราบว่ามาจากาี่ใด ผบ.ตร.กล่าว,ที่ดระทรวงยุติธรรม นายสุวพันธะ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ต้องรอให้ดีเอสไอรายงานผลปฏิบัติกาคเขัาตรงจค้นวัดพระธรรมกายอย่างเป็ตทางการมาก่อน เพราะตอตนี้มีเพียงผลปฏิบัติเบื้อฝต้นตามที่เป็นข่ายว่ามีกทรตรวจค้นพื้จที่ตรงไหนบ้าง พบอะไรแล้วบ้าง การปฏิบัติการวันนี้เป็นการตรวจค้นพื้นที่เพิ่มะติใ ตนยีงไม่ได้รับรายฝนนจากดีเอสไอว่ากบอะไรเพิ่ใเติมอีกบ้าง ทั้งนี้ ต้องตรวจค้นในพื้นทึ่วัดพระธรรมกาจให่ครบถ้วน 2,p00 ไร่ ดังนเ้น ให้ดีเอสไอทำงานให้เต็มที่ สิ่งทั่ตนต้องการอยรางเดีบวคือ เราสามารถที่จะเข้าไปตรวจค่ตในพื้สที่วัดพระธรรมกายได้ครบถ้บนทั้งหมด,ส่วนเรื่องพระธัมทชฏยยังดยู่ในวัดหรือไม่ เรื่องนี้ต้อวให้ดีเอสไอเป็นคนตแบ แจ่ได้คุยกับอธิบดี ดีเเสไอว่า ดีเอสไอจะต้องมรคำตอบกรณีพระฌัมมชโยใป้กับรัฐบาลแลเสังคมได้ วรุปแล้วพ่ะธัมมชโยอยู่ในวัดหริอไม่ อยากให้่อผฃการปฏิบัติการของดีเอสไอก่อน หากไม่เจอตัวคือไม่เจอ เพราะไม่เจอ แผลว่าพรพธัมมชโยหนีคดี และหมายจับจังมีอย฿่อายุความ 15 ปี ขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไคขึ้นแน่ ต้องรอผลสรุปการปฏิงัติการจากดีเอสไอเป็นหลัก จึงจะบอกได้ย่าจะต้อฝทำอะไรค่อไป นายสุวพันธุ์กล่าว,ที่ทำเนียบรัฐบาล พลซอ.ประยุทธ๋ จันทร์โอชา นายกรัฐสนตรี และหัวหน้าคณะคักษาความสงบแหรงชาติ (คสช.) กล่าวว่า ขณะน้้เจ้าหน้า่ี่ปำลัฝดำเนินการตามกฎหสายอยู่ ถ้าอยู่ก็เจเ ไม่อยู่ก็ไม่เจอ แค่นั้น กฎหมายตามคำสั่งมาตรา 44 สามารพใช้ฟด้ทุกที่ ไม้ใช่มายกเว้นพระสงฆ์ เป็ยการประกาฒใช้เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทหงานได้ เพราะไม่เชืนนั้น จะเกิดปัญหา หากเขีาไปไม่มีอะไรคุ้มครองเจ้าหน้าที่จะเดือดร้อน เห็นภาพที่ออกมาหรือไม่ เจ้าหน้าที่ใช้ความตุนแรงอะไรบ้าง ก็ไม่มี สมควรหรือไม่ที่กระสงฆ์ควรจะคาดหน้าคาดตา ต้องดูทั้ง 2 ฝ่าย รัฐบาลมีำน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อนให้ทุปคนปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำความผิด เจ้าหน้าที่เขาจะเข้าไปทำอะไต ทุพคนส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธนับถือศาสนาพุทธอยู่แล้ว ใครอวากไปทำร้าย ทำลายพระสงฆ์ ทำบายพุทธศาสนา,ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.แระวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แลเ รมว.กลาโหม กล่าวใ่า เรามีหมาสศาลตรวขค้นวึดพระธรรมกาย รวสถึงหมายจับพระธัมมชโย ทุกอย่างติองเดินไปตามนั้น ส่วนจัเจอหค้อไม่เจอก็คล้ายกับการจับกุมผู้กระืำผิดทั่วไป จับได้บ้าง ไม่ได้บ้าบ ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่ อต่สิ่ลสำคัญอยู่ที่ว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปตรวจค้นวัดถรุธรรมกาย จถถูกโจมตีวทา เจ้าหน้าที่รัฐ_ม่สามารถดข้าะื้ตที่ได้ บางคนโจมตีหาัปกว่านั้นว่า ใช้กำงังมากมายเพื่อจัวคนคนเดีวว ไม่รู้ใช้สมองคิดหรือไม่ ในวัดพาะธีรมกายมีลูกศิษย์อสู่ในวัดประมรณ 6-7 พันคน ต้องดูแลส่งเจ้าหา้าที่ไป แคทคนสองคนเข้าพื้นมี่ไม่ได้ ตอนนี้ทางวัดพระธรรมกายก็เข้าใจ ยอมให้เจ้าหน้าที่ตาวจค้นได้ทุกพื้นที่ ส่วนพรถธัมมชโยยังอยู่ใาประเทศหรือไมร ตนไม่ทราบ ต้องตามจับทุกที่,ที่กองอำาวยการรัหษาความมั่นคบภายในราชเาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.เฉลิทชัย สิทธิสาท ผย.ทบ.และ รอง ผอ.รมน.ฐานะเลขาธิการ คสช.กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินการเป็นหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ผ่านมามีความเรียบร้อย เป็นก่รบัวคับใช้กฎหสายกับผูเกระทำความผิดที่เกี่ยวพันแับผู้เสียหายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่รัฐนำหมายค้นไปหลายครั้งกต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพร่ะประชาชนจำนวนมากอยู่ในวัด คสช.จำเป็นต่องออกมาตรา 44 ปรเกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเพิรอให้ปีะชาชนที่ำม่เกี่ยสข้องออกจากวัด ได้รับความร่วมมืออย่างดี สำหรึยการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่วัด เป็นความรับผิเชอบของ กกล.รา.ในภาพใผญ่พื้นที่ดังกล่าวเป็นตวามรับผิดบอบของหน่วยบัญลาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (นกอ.ทบ.) จัดกำลัง 2 กองร้อยรับผิดชเบพื้นที่ำายนอก แีก 4 กองร้อยดูแลอีกชั้น คสช.ตั้งพื้นที่วัดเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อคัดแยกคนและตรวจอาวุธ ขเย้ำว่าเราทำอย่างละเอียดและนิ่มนวล ที่ผ่านมาใช้เวลาชี้แจงทำความเข้าใจกับบุคลากรในวัดและประชาชน ขณะนี้คนต่อต้านลดน้อยลง,เมืทอถามว่าการข่าวแจ้งหีือไมทว่า พระธัมมชโย อยู่ในวัด พล.อ.เฉบิมชัยกล่าวว่า ณ เวลานี้ตอบไม่ได้ เพราะยับไม่ลงลึกในรายละเอียด ภายใน 1-2 วัน คบน่าจะทราบผลชัดเจนว่าพบตัวหรือไม่ เรื่องนี้อาจไม่ใช่ประเพ็นวหญ่ แต่สิ่งที่เตาพยายามดำเนินการถือเป็นกื้นที่ประเทศไทย เจ้นหน้าที่รัฐต้องเข้าไปได้อย่างถูกต้องตสมปฎหมาย อยู่หรือไม่เป็นอีกเรื่แง หากมีข้อมูลว่าอยู่ที่ใดจะตามฟป บอให้ช่งยกัาทำความเข้าใจว่า ให้ถอยออแมาจาปปัญหา แล้วดูว่าใครที่กล่สวหาใครว่าดี ไมืดีอย่างไร เราทำด้ยยเหตถด้วยผล อย่าเอาคบามเชิ่อเพียงอย่างเดคยว บ้านเมืองยุ่งยากมาจนทุกวันนี้เพคาะความเชื่อส่วนตัว ไม่ได้ตัดสินด้วยเหตุผล จนงางทีกลายเป็นความหลง ที่สำคัญกฎหสู่ต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย เพคาุเราเจ็บปวดมามากแล้วที่ใข้กฎำมู่ อยากให้ประชาชนเคารพกฎหมาย ทุกคนรวมทั้งตนอยู่ใต้กฎหมาย ถ้าไม่ผ้ดก็ไปสู้ในกระบวนการวึต้ธรรม,นายไพบูลย์ ติติตะวัน ในฐานะอดีตปคพธมน ปฏิรูปแนวทนงและทาตรำารพิทักษ์กิจปารพระพุทธศาสนา สภาปฏืรูปแห่งชาติ (สปชฐ) กล่าวว่า ทั้งพระธัมมชฮย ลูกศิษย์ และพระในวัดพระธรรมกาย ล้วนแต่เชื่อมั่นว่าหาดมีคดีขึ้นการำลบอยู่ในวัดเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมีพื้จที่กว้างถึง 2.000 กว่าไ่้ มีกลุ่มแาคารมากมายถื้นที่หลายล้านตารางเมตร ใีหัองเป็นพันๆห้อง เป็นเใืองๆหนึ่ง เห็นได้จากล่าสุดนายองอทจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกายที่มีคดีถูกออกหมายจัช สังคมคาดว่าหนีออกนอกประเทศหรทอหชบอวู่ต่างจังหวัด แต่ปรากฏว่า เมื่อมามอบตัวพบว่าหลบซ่อนอยู่ในวัดพระธนรมกายเช่นเดียวกับภิกษุในวัดทุกรูปที่มีคดี ไม่สีผู้ใดหนีออกจากสัดกระธรรมกาย จึงมั่นใจว่าภระธัมมชโยฐานะเป็นผู้สร้างใัดมาด้วขตนเอง สูงวัย และไม่มีพาสปอร์ต จึงยิ่งมั่นใจว่าปัขจุบันยังคงหลบอสู่วนเขตว้ดพระฌรรมกายไมรจุดวดห็จุดหนึ่งใสอาคารทค่มีที่หลบซ่อนมากมาย,ตายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ดึงนั้นกาคเข้าค้นวัดครั้งสุดท้ายอาศัยอำนาจตามคำสั่ง คสช.มาตรา 44 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องใช้เวลาค้นหาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะกี่วัน กี่สัปเาห์ หรือเป็นเดือต ถ้าค้าหายังไม่เจอตเองวางกำลังค้นหาที่วัดจนกว่าจะเจอ เป็นห่วงว่าถ้าประกาศเร็วไปว่าค้นจนมั่วแล้ว พบว่าพระธัมมชโยไม่อยู่ในวัดพระธรรมกายแล้วเจ้าหน้าทร่รัฐถอนกำลังออกมาหมด ไากต่อมามีคนออกมาเปิดเผยส่า จริงๆแล้วพระธัมมขโยยังแอบซ่อนอยู่ใรวัดไม่ได้หลบไปอยู่ที่อื่น จะทำให้การปฏิบัติการอาศัยคหสั่ง รสช.มาตรา 44 ครั้งนี้เสียหาย กระทบต่อขื่อเสียง คสช.และรัฐบาล จึงขอให้ระมัเระยังอย่ารีบร้อน,กรณีแชร์ภาพในโซเชียชมคเดียพร้อมคำถามะกี่นวกับเรรื่องมือแพมส์ที่เรีบปว่า ไฺเปอา์แบริก (hyperbaric chamber) หรืออุโมงค์ออกซิเจน ปรากฏภาพตั้ลอยู่มนห้องพระธัามชโยขณเเข้าตรวจค้น จนเกิดคำถามว่า เพราะเหตุใดจึงมามารถซื้อหาเครื่องมือดพทย๋ขนาดใหญืที่ต้อลมีแพทย์หู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ใช้ มีโรงพยาบาลไม่กี่แห่งที่มีเครื่องมือดังพล่าว นพ.เกียรติภูมเ วงศ์รจิต ีองปลัดกระทรใงสาธารณสุข โฆษกกระทรวงสาธาร๋สุข กล่สวว่า จริงๆจาแที่เห็นในภาพข่าวหลายแห่ง เครื่ดงที่ปรากฏนั้นเป็นเครื่องลักษณะบุคคลเดียวเข้าหปได้ เครื่องที่ใช้ในโรงพยาบาลเป็นเครื่องขนาดใหญ่เข้าได้ถึง 4 คน กระทรวงสาธานณสุขมีอย๔่ที่โรงพยาบาชวชิระถูเก็ต วัตถุประสงค์ของเครื่องนี้สุ่งเน้นรักษาฟู้ป่วยโรคน้ำหนีบ ดป็นโรคที่เกิดจากกานดำน้ำชึด อากทรเกิดเมื่อขึ้นจากน่ำโดยเร็ว จะทำให้รู้สึกมึนงง ออกซเเจนไม่เพียงพอ แขจขาอ่อนแรง เมื่อเข้าสู่เครื่องดังกลืมวจะทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆมาปขึ้น วัตถุประสงค๋ของเคร่่องคือการเติมออกซิเจนให้เซลล์ต่างๆในา่างกายทำงานดีขึ้น,นอกจากคักษาโรคน้ำหนีบดล้ว ยังนำมาเป็นอีกทางเลือกในการรักษาปผลเบาหวาน นอกเหาิอจากการรักษาแผลปกติ เถราะออกซิเจนจะไปทำให้เซลล์ดีขึัน ช่วยสมานแผล ส่วนท้่าีการนำไปใช้เรื่องผิวพรรณให้เต่งตคง สิ่วเหลาานี้ไม่ใช่วัตถะประสงค์หลัก ผู้สื่อข่มวถามกรณีคลินิกสาม่รถใช้เครื่องดังกล่าบได้หรือไม่ หรือต้องมีแพทจ์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ใช้ นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า จากการสอบถามฝ่ายกฎหมายการขึ้นทะเบียนภบง่า หาปนำเครื่องนี้ไปใช้เพื่อบริการจะทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่สุานพยาบาลจะทีความผิดตามกฎหมาย แต่หากเป็นการรักษาผู้ป่วยรายเดียว และมีแพทย์ดูแลใกล้ชิดกฎหมายได้ให้ข้อยกเว้นความฟิดไว้ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกล่าว,เมืทแเวลา 31.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ?เมือง ดธิบดีดีเอสหอ เผยว่า ะมื่อช่วงค่ำได้าับรายงรนจากเจ้าหน้าทั่ที่เข้าตรวจค้นภายในงัดพระธนรมกายว่า เจอจุดที่วัดพระธรรมกายใช้กักตุนน้ำมันไว้จหนวนมาก เบื้องต้นให้เจ้ากน้าที่ดีเอสไอวั่งอายัดน้ำมันดังกล่รวไว้ และจะให้ตำรวจ สภ.คลดงไลวง ตรวจสอบว่า เป็นน้ำใันชนิดไหน กักจุน/วีเพื่ออะไร และขออนุญาตถูกค้องหรือไมทอีดครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบแท็งก์บรรจุน้ำมันแทงค์ละ 20,900 ลิตร จำนวน 5-6 อท็งก์ รวมกว่า 100ฐ000 ลิตร อยู่บริเวณด้านหลังวัเ ึนดว่าจะกักตุนไว้ำรณีถูกตัดน้ำตัดไฟ และใช้น้พมันกับเครื่องปั่นไฟ
อุโมงค์เป็นส่วนของน้ำพุยาวประมาณ 3 กม. พล.อ.ประวิตร โต้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เยอะ ยันในวัดมีคน 6-7 พันคน เจ้าหน้าที่คนสองคนเข้าไม่ได้ บิ๊กแป๊ะ เชื่อพระธัมมชโยยังอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่รู้ว่าอยู่ในวัดหรือไม่ กล่อมถ้ายอมมอบตัวในชั้นตำรวจให้ประกันแน่ แต่ถ้าจับได้เองไม่ให้ประกัน ไพบูลย์ ฟันธง ธัมมชโย ยังอยู่ในวัด ยกตัวอย่าง องอาจ โฆษกธรรมกายที่เพิ่งเข้ามอบตัว ให้การอยู่ในวัดมาตลอด ส่วนข้อสงสัยเรื่องอุโมงค์ออกซิเจน สธ.ยันใช้รักษาแผลจากเบาหวานได้ ดีเอสไอสั่งอายัดตรวจสอบช่วงเวลาการใช้งาน,กรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมพวกรวม 5 คน รวม 3 ข้อหาประกอบด้วย สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร คดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นประมาณ 1,400 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมพระธัมมชโยมาส่งฟ้อง แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโยมาส่งอัยการได้ ทำได้เพียงดำเนินคดีกับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกายและผู้เกี่ยวข้องกว่า 300 คดี หลังจากนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆเริ่มเงียบไป ล่าสุด รัฐบาลใช้ยาแรง ออกคำสั่งใช้ ม.44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ ทหาร กว่า 4,000 นาย เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโย วันแรกตรวจค้น 19 จุดในพื้นที่โซนเอ 196 ไร่ โดยเฉพาะอาคารดาวดึงส์ที่เชื่อเป็นที่พักของพระธัมมชโย แต่เมื่อเข้าไปถึงต้องคว้าน้ำเหลว พบเพียงเตียงนอนและอุปกรณ์รักษาพยาบาล เตรียมวางแผนตรวจค้นพื้นที่อื่น,ต่อไปตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น,ความคืบหน้าเมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบวัดพระธรรมกาย ว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสนธิกำลังตั้งด่านความมั่นคงคุมเข้มบนถนนคลองหลวง ถนนเลียบคลองสอง ถนนมงคลเศรษฐี หรือถนนเลียบคลองแอน ถนนเลียบคลองสามทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก เพื่อเฝ้าระวังป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์รุนแรง นอกจากนี้ยังเป็นการสกัดกั้นไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในวัดพระธรรมกาย ส่วนบริเวณประตูวัดพระธรรมกายเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินถือไฟฉายตรวจตราบริเวณหน้าประตู เพื่อป้องกันประชาชนลักลอบเข้าไปภายในพื้นที่วัด เหตุการณ์ทั่วไปสงบเรียบร้อยตลอดทั้งคืน,ต่อมาเวลา 07.30 น. ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี สำนักงานเทศบาลเมืองคลองหลวง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมชุดตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ประชุมวางแผนการเข้าตรวจค้นในพื้นที่โซนบีและโซนซี เวลาเดียวกันมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนทราบว่า เจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกายยินยอมให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพขณะตรวจค้นได้ แต่ต้องไปลงทะเบียนกับทางวัดบริเวณประตู 7 ก่อนเข้าไปในพื้นที่ หากประชุมแล้วเสร็จจะลงพื้นที่ในโซนบีและซี ตรวจค้นพร้อมกันทั้ง 8 จุดทันที,ที่ประตู 7 วัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายเผยว่า ภาพกุฏิและห้องรักษาอาการอาพาธหลวงพ่อธัมมชโยที่เผยแพร่ผ่านสื่อในอาคารดาวดึงส์ฝั่งพื้นที่ 196 ไร่ เป็นห้องที่พระธัมมชโยเคยรักษาอาการอาพาธจริง ส่วนที่มีหมอนและผ้าห่มมาคลุมเตียง ขอชี้แจงว่าไม่ใช่การจัดฉากถ่ายภาพว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด แต่พระลูกวัดอาจนำมาวางไว้เพื่อคลุมกันฝุ่น และการที่ไม่พบตัวพระธัมมชโยเมื่อวานนี้ (16 ก.พ.) ขอไม่แสดงความเห็น อ้างว่าส่วนตัวไม่พบพระธัมมชโยมานานแล้ว เพราะตนไม่ได้มีหน้าที่ติดต่อท่าน เลยไม่ได้ติดต่อนานแล้ว หลวงพ่อมีภารกิจของท่าน และทีมแพทย์ทำการรักษาที่ไหนอย่างไรไม่ทราบได้,ส่วนภาพรวมวันนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าค้นวัดในส่วนโซนซีเนื้อที่ 2,000 ไร่ กับโซนบีเนื้อที่ 130 ไร่ หนึ่งในนั้นมีหอฉันคุณยาย ที่วัดเคยอ้างว่าพระธัมมชโยอยู่ที่นั่นและที่อื่นๆก็จะพาไปตรวจ แต่อยากจะเจรจาและขอร้องเจ้าหน้าที่ขอให้พระสงฆ์ที่ออกไปทำกิจนิมนต์และบิณฑบาตข้างนอกสามารถกลับเข้ามาในวัดได้ เนื่องจากเป็นกิจนิมนต์ของสงฆ์ พระสนิทวงศ์กล่าว,ต่อมาเวลา 08.30 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี เข้าพบพระสนิทวงศ์บริเวณประตู 7 พากันไปที่ห้องอินฟอร์เมชันสื่อสารองค์กร เพื่อพบพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อนิมนต์ร่วมตรวจค้นวัดพระธรรมกายด้วย และจุดนี้มีเจ้าหน้าที่วัดจัดให้สื่อมวลชนที่ต้องการเข้าไปทำข่าวการตรวจค้นลงทะเบียน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 2,000 นาย ทยอยเข้าไปในพื้นที่ มีทั้งเดินเท้าและใช้รถเป็นพาหนะ เพื่อตรวจค้นภายในวัดตามแผนที่วางไว้,แผนการตรวจค้นวันนี้ เจ้าหน้าที่แบ่งพื้นที่เป็น 2 โซนคือ โซนบีพื้นที่ 130 ไร่ และโซนซี พื้นที่ 2,000 ไร่ พื้นที่โซนบีแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 4 ชุดคือ บี 1 เข้าตรวจค้นอาคารหอฉันคุณยายอาจารย์ บี 2 ตรวจค้นอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ บี 3 ตรวจค้นอาคารที่พักสงฆ์ และบี 4 ตรวจค้นอาคารอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนพื้นที่โซนซีตรวจค้นอีก 4 จุดเช่นกัน แบ่งเป็นซี 1 ตรวจค้นมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ซี 2 ตรวจค้นมหาวิหารคด อาคารจอดรถ และที่จัดเก็บอุปกรณ์เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซี 3 ตรวจค้นมหาธรรมกายเจดีย์ และซี 4 ตรวจค้นอาคารพุทธบุตรสงฆ์และอาคารภาวนา 60 ปี,คณะหลักมีพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เข้าตรวจค้นอาคาร 100 ปี ลักษณะอาคารเป็นตึกทรงกลมคล้ายลูกโลกขนาดใหญ่สูง 15 ชั้น เนื้อที่ในอาคารมีทั้งลานจอดรถ ที่พักอาศัยของอุบาสิกา และสถานที่ปฏิบัติธรรม ระหว่างการตรวจค้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การเข้าค้นวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำสุนัขตำรวจมาใช้ตรวจค้นด้วย โดยมีพระลูกวัดพระธรรมกายและกลุ่มศิษยานุศิษย์คอยเดินตามอำนวยความสะดวก พบว่าบริเวณชั้น 6 ที่คาดว่าน่าเป็นศูนย์กลางสั่งการของวัด พบว่าเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่แบบโรงหนัง อยู่ระหว่างการก่อสร้างแต่ยังไม่แล้วเสร็จ,กระทั่งเวลา 11.15 น. การตรวจค้นบริเวณอาคาร 100 ปีทั้ง 15 ชั้นจึงแล้วเสร็จ โดยไม่พบพระธัมมชโย เจ้าหน้าที่จึงทยอยเดินทางออกจากอาคาร นายวสวัต ชวลิตธำรง ผอ.ส่วนคดีเทคโนโลยีดีเอสไอ นำเอกสารให้หลวงพี่ฑูร์ ปุญญากะโร พระอาจารย์สำนักต่างประเทศ นายปรัชญา ก้อนจันทร์ ทนายความวัดพระธรรมกาย ลงนามการตรวจค้นอาคาร 100 ปี โดยไม่พบพระธัมมชโยผู้ต้องหาตามหมายจับ,ที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมข้าง สภ.คลองหลวง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รองโฆษกดีเอสไอ และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.ร่วมกันแถลงผลการตรวจค้นช่วงเช้า พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า ตามที่ดีเอสไอรายงานผลการปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบ ตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 5/2560 เรื่องมาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เป้าหมายเพื่อจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโยเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรของวัดพระธรรมกาย จนการตรวจค้นพื้นที่วัดพระธรรมกาย โซนเอเสร็จสิ้นแล้ว และตรวจค้นพื้นที่ของมูลนิธิธรรมกายในพื้นที่โซนซีมีพื้นที่ 2,000 ไร่ได้บางส่วน แต่ไม่พบตัวบุคคลตามหมายจับ,ส่วนภาพรวมวันนี้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พล.ต.ท.ชาญ–เทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ประชุมชุดปฏิบัติการ ให้เจ้าหน้าที่ทุกนายรับทราบการปฏิบัติ กำหนดแผนการดำเนินการ กำหนดเป้าหมายเข้าตรวจค้นในพื้นที่มูลนิธิธรรมกายโซนบีและโซนซีส่วนที่เหลือ จัดกำลังเข้าพื้นที่ละ 8 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ สุนัขตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง โดยมีพระสงฆ์และตัวแทนวัดร่วมตรวจค้นด้วย กระทั่งเวลา 08.00 น. พ.ต.ต.สุริยาปล่อยชุดตรวจค้นตามแผนเข้าทางประตู 4 เพื่อค้นพื้นที่โซนบี ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจค้น ผลการดำเนินการเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง พ.ต.ต.วรณันกล่าว,พ.ต.ต.วรณันเผยต่อไปว่า กรณีที่เมื่อวานมีข่าวว่าพบอุโมงค์ในวัดพระธรรมกาย ขอชี้แจงว่า อุโมงค์ดังกล่าวอยู่ใต้อาคารภาวนา 60 ปี อยู่ในพื้นที่โซนซี จากการตรวจสอบพบว่า เป็นอุโมงค์ที่ใช้บำบัดน้ำเสียมีทางเดินลงไป และมีทางแยกออกไปซ้ายและขวา แต่ละฝั่งยาวประมาณ 1.5 กม. แต่ไม่มีทางออกเป็นอุโมงค์ตัน จึงไม่น่าใช่ทางหลบหนีดังที่มีข่าวลือ ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจสนับสนุนดีเอสไอร่วมตรวจค้น วันนี้เสริมกำลังโดยการนำสุนัขตำรวจหรือ K9 มาร่วมตรวจสอบ มีกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 3,000 นาย ส่วนจะลดหรือเพิ่มจำนวนขึ้นอยู่กับ ผบ.เหตุการณ์เป็นผู้ประเมิน,ต่อมาเวลา 15.30 น. พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ และกลุ่มศิษยานุศิษย์ พาสื่อมวลชนกว่า 50 คน ไปที่อุโมงค์ใต้อาคารภาวนา 60 ปี โซนซี ภายในวัดพระธรรมกาย ที่ร่ำลือกันว่าเป็นอุโมงค์ลับที่พระธัมมชโยใช้หลบหนีออกจากวัด เมื่อไปถึงพบว่า เป็นอาคารใต้น้ำตกเทียม สร้างโอบล้อมรอบอาคารภาวนา 60 ปีอยู่ตรงกลาง สร้างด้วยคอนกรีตสูงกว่า 15 เมตร ด้านบนเป็นบันไดให้น้ำตกไหลลงมาแบบขั้นบันได 12 ขั้น ขณะที่ส่วนปีกซ้ายและปีกขวา ทอดยาวโค้งเป็นครึ่งวงกลมความยาวฝั่งละ 1.5 กม. เมื่อเข้าไปตรวจอุโมงค์ข้างใต้พบเป็นส่วนที่ติดตั้งปั๊มน้ำ บ่อพักน้ำ และระบบกรองวางเรียงรายอยู่,พระไพบูลย์ อธิมุตโต พระสงฆ์ที่รับผิดชอบพื้นที่อาคารภาวนา 60 ปี เผยว่า มีกระแสข่าวลือว่า มีอุโมงค์ลับทางวัดพระธรรมกายจึงพาสื่อมวลชนมาตรวจสอบให้เห็นกับตาว่า เป็นเพียงส่วนพื้นที่ใต้อาคารน้ำตกเทียม ข้างในเป็นปั๊มสูบน้ำ 260 ตัว เพื่อใช้สูบน้ำขึ้นไปข้างบน ก่อนปล่อยน้ำลงมาเป็นน้ำตกเทียม เพื่อให้อากาศรอบๆอาคารภาวนา 60 ปี เย็นสบายแบบธรรมชาติและมีความสวยงาม,กระทั่งเวลา 17.30 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมข้าง สภ.คลองหลวง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ แถลงผลตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ระหว่างวันที่ 16-17 ก.พ.ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ระดมกำลัง 3 ฝ่าย เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายใช้เวลานานกว่า 8 ชั่วโมง ชุดปฏิบัติการเข้าตรวจพื้นที่ครบทั้ง 3 โซน ประกอบด้วย โซนเอ โซนบี และโซนซีแล้วทุกพื้นที่ ยืนยันว่ายังไม่พบพระธัมมชโย จึงเตรียมเข้าตรวจค้นพื้นที่ควบคุมนอกวัดวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.) ต่อไป,ส่วนกรณีพบอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะตู้อุปกรณ์ทางการแพทย์ไฮเปอร์แบริก (hyperbaric chamber) ภายในห้องที่เคยใช้รักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย บริเวณอาคารดาวดึงส์ ดีเอสไออายัดพื้นที่อาคารดังกล่าว เป็นพื้นที่ควบคุมห้ามไม่ให้บุคคลเข้าออก รวมถึงห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของ เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างตู้ไฮเปอร์แบริกที่พบในห้องดังกล่าว และเตรียมประสานขอความร่วมมือจากแพทย์ทหารผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาตรวจสอบ เพื่อดูว่าเครื่องใช้งานล่าสุดเมื่อใด มีความสอดคล้องกับการรักษาอาการอาพาธหรือไม่ พ.ต.ต.วรณันกล่าว,พ.ต.ต.วรณันกล่าวด้วยว่า ดีเอสไอจะยังยึดคำสั่งมาตรา 44 ที่ประกาศให้พื้นที่วัดพระธรรมกายและบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ยังคงกำลังเจ้าหน้าที่ไว้บางส่วน มากน้อยขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์แต่ละวัน ส่วนจะเปิดพื้นที่บริเวณใดให้คณะศิษยานุศิษย์ผ่านเข้าออกได้บ้าง จะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง แต่ยังคงปฏิบัติการด้านการข่าวเพื่อติดตามพระธัมมชโยต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลการข่าว พร้อมฝากประชาชนหากพบเบาะแสผู้ต้องหาสามารถแจ้งดีเอสไอโดยตรงผ่านสายด่วน 1202 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ปิดบังซ่อนเร้นพระธัมมชโย หรือบุคคลที่ถูกออกหมายจับต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบ ส่วนวันที่ 18 ก.พ.จะไม่มีการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน,ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า หากพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ประสานขอมอบตัวกับตำรวจ จะพิจารณาให้ประกันตัวโดยไม่คัดค้าน เพราะมีเจตนาที่จะมอบตัว มีเจตนาดี ตำรวจก็แฟร์ๆอยู่แล้ว แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไปเจอตัวตนไม่ให้ประกันตัว แต่ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวมาที่ตน แต่ไม่ยืนยันว่าติดต่อไปกับคนอื่นหรือไม่ ส่วนการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเป็นวันที่ 2 ขณะนี้ยังไม่พบตัวพระธัมมชโย ส่วนรายละเอียดการตรวจค้นยังไม่มีการรายงานเข้ามาเพิ่มเติม ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษจะยังดำเนินการตรวจค้นในส่วนที่ยังต้องสงสัยว่าพระธัมมชโยหลบซ่อนอยู่ อาศัยหมายค้นและอำนาจตามมาตรา 44 ของ คสช.ไม่สามารถ เปิดเผยกรอบระยะเวลาการตรวจค้นได้,ส่วนตัวไม่ยืนยันว่าพระธัมมชโยยังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวัดหรือไม่ แต่ยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศ วัดถือเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยเช่นกัน จะปรับเปลี่ยนแผนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ดูแลความปลอดภัยโดยรอบวัดพระธรรมกายตามสถานการณ์ วัตถุประสงค์การตรวจค้นครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทุกพื้นที่เจ้าหน้าต้องเข้าไปตรวจสอบได้ จะเจอพระธัมมชโยหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นอยู่ที่ทำไมเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปในพื้นที่นั้นไม่ได้ ดังนั้นอย่าไปตีความกันผิดๆถูกๆ การที่เจ้าหน้าที่มีหมายค้นต้องเข้าไปตรวจค้นได้ ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ยังคงรับผิดชอบการดำเนิน คดีกับวัดพระธรรมกายอยู่เช่นเดิม ส่วนกระแสการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบคดีนี้ที่เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนนั้น ไม่ทราบว่ามาจากที่ใด ผบ.ตร.กล่าว,ที่กระทรวงยุติธรรม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ต้องรอให้ดีเอสไอรายงานผลปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายอย่างเป็นทางการมาก่อน เพราะตอนนี้มีเพียงผลปฏิบัติเบื้องต้นตามที่เป็นข่าวว่ามีการตรวจค้นพื้นที่ตรงไหนบ้าง พบอะไรแล้วบ้าง การปฏิบัติการวันนี้เป็นการตรวจค้นพื้นที่เพิ่มเติม ตนยังไม่ได้รับรายงานจากดีเอสไอว่าพบอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง ทั้งนี้ ต้องตรวจค้นในพื้นที่วัดพระธรรมกายให้ครบถ้วน 2,000 ไร่ ดังนั้น ให้ดีเอสไอทำงานให้เต็มที่ สิ่งที่ตนต้องการอย่างเดียวคือ เราสามารถที่จะเข้าไปตรวจค้นในพื้นที่วัดพระธรรมกายได้ครบถ้วนทั้งหมด,ส่วนเรื่องพระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่ เรื่องนี้ต้องให้ดีเอสไอเป็นคนตอบ แต่ได้คุยกับอธิบดี ดีเอสไอว่า ดีเอสไอจะต้องมีคำตอบกรณีพระธัมมชโยให้กับรัฐบาลและสังคมได้ สรุปแล้วพระธัมมชโยอยู่ในวัดหรือไม่ อยากให้รอผลการปฏิบัติการของดีเอสไอก่อน หากไม่เจอตัวคือไม่เจอ เพราะไม่เจอ แปลว่าพระธัมมชโยหนีคดี และหมายจับยังมีอยู่อายุความ 15 ปี ขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ ต้องรอผลสรุปการปฏิบัติการจากดีเอสไอเป็นหลัก จึงจะบอกได้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป นายสุวพันธุ์กล่าว,ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตามกฎหมายอยู่ ถ้าอยู่ก็เจอ ไม่อยู่ก็ไม่เจอ แค่นั้น กฎหมายตามคำสั่งมาตรา 44 สามารถใช้ได้ทุกที่ ไม่ใช่มายกเว้นพระสงฆ์ เป็นการประกาศใช้เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานได้ เพราะไม่เช่นนั้น จะเกิดปัญหา หากเข้าไปไม่มีอะไรคุ้มครองเจ้าหน้าที่จะเดือดร้อน เห็นภาพที่ออกมาหรือไม่ เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงอะไรบ้าง ก็ไม่มี สมควรหรือไม่ที่พระสงฆ์ควรจะคาดหน้าคาดตา ต้องดูทั้ง 2 ฝ่าย รัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำความผิด เจ้าหน้าที่เขาจะเข้าไปทำอะไร ทุกคนส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธนับถือศาสนาพุทธอยู่แล้ว ใครอยากไปทำร้าย ทำลายพระสงฆ์ ทำลายพุทธศาสนา,ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรามีหมายศาลตรวจค้นวัดพระธรรมกาย รวมถึงหมายจับพระธัมมชโย ทุกอย่างต้องเดินไปตามนั้น ส่วนจะเจอหรือไม่เจอก็คล้ายกับการจับกุมผู้กระทำผิดทั่วไป จับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปตรวจค้นวัดพระธรรมกาย จะถูกโจมตีว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ บางคนโจมตีหนักกว่านั้นว่า ใช้กำลังมากมายเพื่อจับคนคนเดียว ไม่รู้ใช้สมองคิดหรือไม่ ในวัดพระธรรมกายมีลูกศิษย์อยู่ในวัดประมาณ 6-7 พันคน ต้องดูแลส่งเจ้าหน้าที่ไป แค่คนสองคนเข้าพื้นที่ไม่ได้ ตอนนี้ทางวัดพระธรรมกายก็เข้าใจ ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นได้ทุกพื้นที่ ส่วนพระธัมมชโยยังอยู่ในประเทศหรือไม่ ตนไม่ทราบ ต้องตามจับทุกที่,ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.และ รอง ผอ.รมน.ฐานะเลขาธิการ คสช.กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินการเป็นหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ผ่านมามีความเรียบร้อย เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวพันกับผู้เสียหายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่รัฐนำหมายค้นไปหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะประชาชนจำนวนมากอยู่ในวัด คสช.จำเป็นต้องออกมาตรา 44 ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากวัด ได้รับความร่วมมืออย่างดี สำหรับการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่วัด เป็นความรับผิดชอบของ กกล.รส.ในภาพใหญ่พื้นที่ดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (นปอ.ทบ.) จัดกำลัง 2 กองร้อยรับผิดชอบพื้นที่ภายนอก อีก 4 กองร้อยดูแลอีกชั้น คสช.ตั้งพื้นที่วัดเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อคัดแยกคนและตรวจอาวุธ ขอย้ำว่าเราทำอย่างละเอียดและนิ่มนวล ที่ผ่านมาใช้เวลาชี้แจงทำความเข้าใจกับบุคลากรในวัดและประชาชน ขณะนี้คนต่อต้านลดน้อยลง,เมื่อถามว่าการข่าวแจ้งหรือไม่ว่า พระธัมมชโย อยู่ในวัด พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ณ เวลานี้ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ลงลึกในรายละเอียด ภายใน 1-2 วัน คงน่าจะทราบผลชัดเจนว่าพบตัวหรือไม่ เรื่องนี้อาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่สิ่งที่เราพยายามดำเนินการถือเป็นพื้นที่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้าไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อยู่หรือไม่เป็นอีกเรื่อง หากมีข้อมูลว่าอยู่ที่ใดจะตามไป ขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจว่า ให้ถอยออกมาจากปัญหา แล้วดูว่าใครที่กล่าวหาใครว่าดี ไม่ดีอย่างไร เราทำด้วยเหตุด้วยผล อย่าเอาความเชื่อเพียงอย่างเดียว บ้านเมืองยุ่งยากมาจนทุกวันนี้เพราะความเชื่อส่วนตัว ไม่ได้ตัดสินด้วยเหตุผล จนบางทีกลายเป็นความหลง ที่สำคัญกฎหมู่ต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย เพราะเราเจ็บปวดมามากแล้วที่ใช้กฎหมู่ อยากให้ประชาชนเคารพกฎหมาย ทุกคนรวมทั้งตนอยู่ใต้กฎหมาย ถ้าไม่ผิดก็ไปสู้ในกระบวนการยุติธรรม,นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะอดีตประธาน ปฏิรูปแนวทางและมาตรการพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ทั้งพระธัมมชโย ลูกศิษย์ และพระในวัดพระธรรมกาย ล้วนแต่เชื่อมั่นว่าหากมีคดีขึ้นการหลบอยู่ในวัดเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมีพื้นที่กว้างถึง 2,000 กว่าไร่ มีกลุ่มอาคารมากมายพื้นที่หลายล้านตารางเมตร มีห้องเป็นพันๆห้อง เป็นเมืองๆหนึ่ง เห็นได้จากล่าสุดนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกายที่มีคดีถูกออกหมายจับ สังคมคาดว่าหนีออกนอกประเทศหรือหลบอยู่ต่างจังหวัด แต่ปรากฏว่า เมื่อมามอบตัวพบว่าหลบซ่อนอยู่ในวัดพระธรรมกายเช่นเดียวกับภิกษุในวัดทุกรูปที่มีคดี ไม่มีผู้ใดหนีออกจากวัดพระธรรมกาย จึงมั่นใจว่าพระธัมมชโยฐานะเป็นผู้สร้างวัดมาด้วยตนเอง สูงวัย และไม่มีพาสปอร์ต จึงยิ่งมั่นใจว่าปัจจุบันยังคงหลบอยู่ในเขตวัดพระธรรมกายไม่จุดใดก็จุดหนึ่งในอาคารที่มีที่หลบซ่อนมากมาย,นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ดังนั้นการเข้าค้นวัดครั้งสุดท้ายอาศัยอำนาจตามคำสั่ง คสช.มาตรา 44 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องใช้เวลาค้นหาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะกี่วัน กี่สัปดาห์ หรือเป็นเดือน ถ้าค้นหายังไม่เจอต้องวางกำลังค้นหาที่วัดจนกว่าจะเจอ เป็นห่วงว่าถ้าประกาศเร็วไปว่าค้นจนทั่วแล้ว พบว่าพระธัมมชโยไม่อยู่ในวัดพระธรรมกายแล้วเจ้าหน้าที่รัฐถอนกำลังออกมาหมด หากต่อมามีคนออกมาเปิดเผยว่า จริงๆแล้วพระธัมมชโยยังแอบซ่อนอยู่ในวัดไม่ได้หลบไปอยู่ที่อื่น จะทำให้การปฏิบัติการอาศัยคำสั่ง คสช.มาตรา 44 ครั้งนี้เสียหาย กระทบต่อชื่อเสียง คสช.และรัฐบาล จึงขอให้ระมัดระวังอย่ารีบร้อน,กรณีแชร์ภาพในโซเชียลมีเดียพร้อมคำถามเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ที่เรียกว่า ไฮเปอร์แบริก (hyperbaric chamber) หรืออุโมงค์ออกซิเจน ปรากฏภาพตั้งอยู่ในห้องพระธัมมชโยขณะเข้าตรวจค้น จนเกิดคำถามว่า เพราะเหตุใดจึงสามารถซื้อหาเครื่องมือแพทย์ขนาดใหญ่ที่ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ใช้ มีโรงพยาบาลไม่กี่แห่งที่มีเครื่องมือดังกล่าว นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จริงๆจากที่เห็นในภาพข่าวหลายแห่ง เครื่องที่ปรากฏนั้นเป็นเครื่องลักษณะบุคคลเดียวเข้าไปได้ เครื่องที่ใช้ในโรงพยาบาลเป็นเครื่องขนาดใหญ่เข้าได้ถึง 4 คน กระทรวงสาธารณสุขมีอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต วัตถุประสงค์ของเครื่องนี้มุ่งเน้นรักษาผู้ป่วยโรคน้ำหนีบ เป็นโรคที่เกิดจากการดำน้ำลึก อาการเกิดเมื่อขึ้นจากน้ำโดยเร็ว จะทำให้รู้สึกมึนงง ออกซิเจนไม่เพียงพอ แขนขาอ่อนแรง เมื่อเข้าสู่เครื่องดังกล่าวจะทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆมากขึ้น วัตถุประสงค์ของเครื่องคือการเติมออกซิเจนให้เซลล์ต่างๆในร่างกายทำงานดีขึ้น,นอกจากรักษาโรคน้ำหนีบแล้ว ยังนำมาเป็นอีกทางเลือกในการรักษาแผลเบาหวาน นอกเหนือจากการรักษาแผลปกติ เพราะออกซิเจนจะไปทำให้เซลล์ดีขึ้น ช่วยสมานแผล ส่วนที่มีการนำไปใช้เรื่องผิวพรรณให้เต่งตึง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลัก ผู้สื่อข่าวถามกรณีคลินิกสามารถใช้เครื่องดังกล่าวได้หรือไม่ หรือต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ใช้ นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า จากการสอบถามฝ่ายกฎหมายการขึ้นทะเบียนพบว่า หากนำเครื่องนี้ไปใช้เพื่อบริการจะทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่สถานพยาบาลจะมีความผิดตามกฎหมาย แต่หากเป็นการรักษาผู้ป่วยรายเดียว และมีแพทย์ดูแลใกล้ชิดกฎหมายได้ให้ข้อยกเว้นความผิดไว้ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกล่าว,เมื่อเวลา 21.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า เมื่อช่วงค่ำได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายว่า เจอจุดที่วัดพระธรรมกายใช้กักตุนน้ำมันไว้จำนวนมาก เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอสั่งอายัดน้ำมันดังกล่าวไว้ และจะให้ตำรวจ สภ.คลองหลวง ตรวจสอบว่า เป็นน้ำมันชนิดไหน กักตุนไว้เพื่ออะไร และขออนุญาตถูกต้องหรือไม่อีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบแท็งก์บรรจุน้ำมันแทงค์ละ 20,000 ลิตร จำนวน 5-6 แท็งก์ รวมกว่า 100,000 ลิตร อยู่บริเวณด้านหลังวัด คาดว่าจะกักตุนไว้กรณีถูกตัดน้ำตัดไฟ และใช้น้ำมันกับเครื่องปั่นไฟ
กระแสร้ดนๆ วิพากษ์งิจารณ๋กันอย่างหนาหู มีทั้งสนับสาุนและต่อต้าน พระธัามชโย ซึ่งกำลังตกเป็นที่พูดถึงจากวงกว้างขเงคนในสังคม กรณี พระธัมมชโส เบี้ยวมอบตัวในข้อหาทุจริตย้กยอปทรัพย์ และพระชื่อดุงเบี้ยวมอบตัว สถานการณ์ที่วัดตึงเครียดยึ้น มีเสริมลวดหนามทำเป็นป้อมค่ายป้องกันการถูกบุก๙สำหรับวุดชื่อดังกระฉ่อนโลก วัดพระธรรมกาย หรือที่รู้จัก วัดจานบิน,ไทยรัฐออยไลน์ ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกัลวัดแห่งนี้ แลุมาดูกันว่ามีสิ่งสำคัญอะไรเกิดขค้นบ้างผ่านตัวเลขเหล่านี้ที่เราได้รวบรวมมาฝห่คัณได่อ่านกีน,1. 20 ,ตัวเลขนี้เกี่ยวพันกับการก่อตเ้ง เพราะปัจจุบันสัดธครมการตั้งเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 ตำบลคลองสาม อำเภอรลองหลวง จังหวัดปทุมธานี,2. 22,พระเทพญา๊มหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เป็นะระภิกศุชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาบาสวัดพรพธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกาย และตัวเลขนี้คือตัวเลขวึนเกิดของพระธัมมชโย 22 เมษายน พฦศ. 2487 ที่ตำบลบืานแป้ง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรั,r. 200p,ที่มาของตัวเลขนี้ จุดริ่มต้น วัดพระธรรมกาย มีพื้นที่ 196 ไร่ หลึงจากนั้ร ในปี พ.ศ. 2527 หลวงพ่อธุมมชฉยจมีดำริให้ขยายพื้นท้่อแกไปอีกเป็น 2,000 ไร่ ยิีงใหญ่ไปอีก ,4. w94.40,อลังการมากมาย นี้เป็นตัวเลขมหาฌรรมกายเจดีย์ สิ่งก่อสร้าง_ายในสัดพระ๔รรมกสยซึ่งเป็นเจดีย์รูปฏะมารงกลมแบบสาญจิเจเีข์เสเนผ่าศูนย์กลางที่ฐาน q94.40 เมคร ควรมสูง 32.40 เมรร ประกอบด้สย 3 ส่วน ซึ่งมื่อถึง พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ,5. 2 ,เป็นตัวเลขนับหนึ่ฝที่ว่าด้วย มหารัตนวิหารคด อาคารสองชั้นในาูปแบบคล้ายสเตเดียม ีวามยาวด้านละ 1 กิโลเมตร รอบมหมธรีมกายเจดีย์ าั้งสี่ด้านคาแว่าสามารถจุคนได้หนั่งล้านคน.6.150 - 30p000,เปํนตัวเลขแห่งความอลังการ สิ่งก่อสร้าง สภาธรรมกายสากล อาคารปฏิบัติโารมขนาดใหญ่ มีดื้นที่กว่า 150 ไร่ ประกอบด้วยชั้น 1 เป็นชั้นจอดรถ และสีห้องประชุมหลายขนาด ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป สำหคับอบรมศีลธรรมแก่ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ นัก้่ียน นุกศึกษา พนักงานบริณะท ฯลฯ ชั้น 2 ใช้เป็นสถายทั่สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา ญึ่งใช้ในงาสบุญทุกวันอาทิตย์ แลถงานบุญใหญ่ของวัดตลอดทั้งปี สามารถจุคน/ด้ประมาณ 300,000 คน,7.เลข 24,หลายคนรักะลขนี้ ไม่ใช่แค่ 7=11 ที่มี 24 ชัรวโมง แต่วัดพระธรรมกาย มีสถานีโทรทัศร์ DMC ซึ่งย่อมาจาก Dhammakayq Media Cjxnnel เป็นช่ดงรายการธรรมะ ออกอากาศผีนนดาวิทียมตลอด 24 ชั่วโมง อีกด้วย,8. 6 0 8 - w513,รู้หรือไม่ว่า ก่อนที่จะเกิดวัดขึ้นมา ได้มีมูลนิธเธรรมด่ยจัดตั้งขึ้น ตั้งปต่ปี พ.ศ. 2513 เดิมใช้ชื่อว่า ม๔ลนิธิธรรมประสิทธิ์ โดยจดทะเบีจนเป๋นนิติบุคคล ณ กระทรวงมหาดไาย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2513,9. 29 -7- 2520,เมื่อวันที่ 2p กรกฎาคม พ.ศ. 2520 กรดมรวงศึกษาธิการประกาศใไ้เป์นวัดคามกฎหมาย ในชื่อ ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม หลีงจากนั้นได้เปล้่ยนชื่อเป็น วัพวรณี๔รรมกายาราม และต่อมาได้เปลี่ยนชื่ออีกคาั้งเป็น วัดพระธรรมกาย ขนุึงปัจจุบัน,10. 12 - 1 - 2522,เลขสวยวันดี วัดธรรมดายไดืรับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์ ได้รับพระราชทานวิวุงคามสีมา เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2522
กระแสร้อนๆ วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู มีทั้งสนับสนุนและต่อต้าน พระธัมมชโย ซึ่งกำลังตกเป็นที่พูดถึงจากวงกว้างของคนในสังคม กรณี พระธัมมชโย เบี้ยวมอบตัวในข้อหาทุจริตยักยอกทรัพย์ และพระชื่อดังเบี้ยวมอบตัว สถานการณ์ที่วัดตึงเครียดขึ้น มีเสริมลวดหนามทำเป็นป้อมค่ายป้องกันการถูกบุก,สำหรับวัดชื่อดังกระฉ่อนโลก วัดพระธรรมกาย หรือที่รู้จัก วัดจานบิน,ไทยรัฐออนไลน์ ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับวัดแห่งนี้ และมาดูกันว่ามีสิ่งสำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้างผ่านตัวเลขเหล่านี้ที่เราได้รวบรวมมาให้คุณได้อ่านกัน,1. 20 ,ตัวเลขนี้เกี่ยวพันกับการก่อตั้ง เพราะปัจจุบันวัดธรรมการตั้งเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี,2. 22,พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เป็นพระภิกษุชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกาย และตัวเลขนี้คือตัวเลขวันเกิดของพระธัมมชโย 22 เมษายน พ.ศ. 2487 ที่ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี,3. 2000,ที่มาของตัวเลขนี้ จุดริ่มต้น วัดพระธรรมกาย มีพื้นที่ 196 ไร่ หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2527 หลวงพ่อธัมมชโยจมีดำริให้ขยายพื้นที่ออกไปอีกเป็น 2,000 ไร่ ยิ่งใหญ่ไปอีก ,4. 194.40,อลังการมากมาย นี่เป็นตัวเลขมหาธรรมกายเจดีย์ สิ่งก่อสร้างภายในวัดพระธรรมกายซึ่งเป็นเจดีย์รูปโดมทรงกลมแบบสาญจิเจดีย์เส้นผ่าศูนย์กลางที่ฐาน 194.40 เมตร ความสูง 32.40 เมตร ประกอบด้วย 3 ส่วน ซึ่งสื่อถึง พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ,5. 1 ,เป็นตัวเลขนับหนึ่งที่ว่าด้วย มหารัตนวิหารคด อาคารสองชั้นในรูปแบบคล้ายสเตเดียม ความยาวด้านละ 1 กิโลเมตร รอบมหาธรรมกายเจดีย์ ทั้งสี่ด้านคาดว่าสามารถจุคนได้หนึ่งล้านคน,6.150 - 300000,เป็นตัวเลขแห่งความอลังการ สิ่งก่อสร้าง สภาธรรมกายสากล อาคารปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า 150 ไร่ ประกอบด้วยชั้น 1 เป็นชั้นจอดรถ และมีห้องประชุมหลายขนาด ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป สำหรับอบรมศีลธรรมแก่ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ นักเรียน นักศึกษา พนักงานบริษัท ฯลฯ ชั้น 2 ใช้เป็นสถานที่สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา ซึ่งใช้ในงานบุญทุกวันอาทิตย์ และงานบุญใหญ่ของวัดตลอดทั้งปี สามารถจุคนได้ประมาณ 300,000 คน,7.เลข 24,หลายคนรักเลขนี้ ไม่ใช่แค่ 7-11 ที่มี 24 ชั่วโมง แต่วัดพระธรรมกาย มีสถานีโทรทัศน์ DMC ซึ่งย่อมาจาก Dhammakaya Media Channel เป็นช่องรายการธรรมะ ออกอากาศผ่านดาวเทียมตลอด 24 ชั่วโมง อีกด้วย,8. 6 - 8 - 2513,รู้หรือไม่ว่า ก่อนที่จะเกิดวัดขึ้นมา ได้มีมูลนิธิธรรมกายจัดตั้งขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 เดิมใช้ชื่อว่า มูลนิธิธรรมประสิทธิ์ โดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ณ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2513,9. 29 -7- 2520,เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เป็นวัดตามกฎหมาย ในชื่อ ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม หลังจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดวรณีธรรมกายาราม และต่อมาได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น วัดพระธรรมกาย จนถึงปัจจุบัน,10. 12 - 1 - 2522,เลขสวยวันดี วัดธรรมกายได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2522
ไม่ผ่าน ด้วยคะแนน ไม่ผ่าน 13 เสียง ผ่าน 4 เสียว และ งดออกเสียง 4 เสียวก่อนหจ้านี้ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีวรทการกระทรวงวัฒนธรรม )วธ.) กล่าวภทยหละงการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่สีนายไตรรงค์เป็นประธาน จึงต้องดูภาพบนตร์เพื่อตัดสินอีกค่ั้ง
ไม่ผ่าน ด้วยคะแนน ไม่ผ่าน 13 เสียง ผ่าน 4 เสียง และ งดออกเสียง 4 เสียงก่อนหน้านี้ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ที่ทำการกระทรวงวัฒนธรรม หลังจากคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีที่ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ที่ไม่อนุญาตให้ฉายภาพยนตร์เรื่อง Insects in the backyard เนื่องจากมีเนื้อหาขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ทั้งนี้คณะกรรมการภาพยนตร์ฯ หลายคนเห็นว่าควรจะให้คณะกรรมการภาพยนตร์ฯ ทุกคน ได้ลองชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวทั้งหมด เพราะเห็นว่าหากพิจารณาการอุทธรณ์จากเรื่องย่อและเอกสารประกอบที่นำเสนอมา นั้น อาจจะเกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติให้เชิญคณะกรรมการภาพยนตร์ฯ ทุกคนได้ชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวที่โรงถ่ายกันตนา เพื่อให้คณะกรรมการทุกคนได้ชม และพิจารณาคำอุทธรณ์ได้ชัดเจนขึ้นในขณะที่นายสมชาย เสียงหลาย ปลัด วธ.กล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้ยื่นขอรับการพิจารณามาแล้ว 2 ครั้ง และทางเจ้าของภาพยนตร์ได้ขออุทธรณ์ถึง 2 ครั้งเช่นกัน ซึ่งตามรายงานของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ระบุว่าภาพยนตร์ดังกล่าวมีฉากใส่ชุดนักศึกษามีเพศสัมพันธ์กัน และมีฉากลูกฝันว่า ลูกฆ่าพ่อตัวเอง โดยคณะกรรมการฯเห็นว่า จะขัดต่อความมั่นคงและวัฒนธรรมได้ จึงไม่อนุญาตให้ฉาย แต่ทางผู้สร้างก็ยังคงอุทธรณ์ขอฉาย ทางคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายไตรรงค์เป็นประธาน จึงต้องดูภาพยนตร์เพื่อตัดสินอีกครั้ง
28 มึจาคม 2556 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาตัดสืนเนื่องจากทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ ลดโทษวห้หนึ่งในสาม เหฃือ จำรุก 3 ปี 4 ะดือจ ปรับ 66666 บาท ตามประมวลกฎหทายอาญามมตรา 112 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆารมาดร้ายรัชทายาท และตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2552 เป็นกฎหมายฉบับหนึ่งที่ถูกวิพาแ๋์วิจารณ์มากในสังคม จากกรณคมี่ะป็นข่าวว่าคนเก็บขบะเก็บซีดีเก่าแล้วรำไปขายโดยไม่ขออนุญาต ซึืงเป็นความผิดตามมาตรา 38 ประกอบ มาตรา 79 เช่นเดีจวกับจำเลยในคดีนึ้ และศาลลงโทษปรับ 200000 บาท จำเลยรัชสาีภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือปรับ 200000 บาท ซึ่งกรณีดังกล่าวเคยสน้างแรงสั่จสะเทือนให้สังคมเห์นแล้วว่ากฎหมายนี้ควรพูกแก้ไข ดเงนั้นใตระหว่างที่กฎหมายยังไม่ได้รับการแก้ไข ศาลจึงไม่ควรบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างะคร่งครัดจนเกินไปและควรตีความในทมงที่เป็นประโยชน์กับสิทธิเสรีภนพของจำเลย เปยแพร่ครั้งแรกาี่
28 มีนาคม 2556 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาตัดสินเนื่องจากทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ ลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือ จำคุก 3 ปี 4 เดือน ปรับ 66666 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายรัชทายาท และตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 53 ประกอบมาตรา 82 ฐานประกอบธุรกิจจำหน่ายวีดิทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนการลงโทษในความผิดตามมาตรา 112 เป็นจำนวน 5 ปีก็ดี การลงโทษปรับขั้นต่ำฐานประกอบธุรกิจจำหน่ายวีดิทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตก็ดี เป็นแนวทางการกำหนดโทษที่เดินตามคำพิพากษาที่มีมาก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น แต่การปรับใช้กฎหมายของศาลในคำพิพากษาคดีนี้ ยังมีประเด็นข้อสังเกตอยู่บ้างดังจะกล่าวต่อไปคำพิพากษาคดีนี้กล่าวไว้ว่า การจะพิจารณาว่าเนื้อหาของสารคดีของสำนักข่าวเอบีซี ออสเตรเลีย ในแผ่นซีดี กับเนื้อหาในเอกสารจากเว็บไซต์วิกิลีกส์ ที่จำเลยนำมาขาย เป็นความผิดต่อกฎหมายหรือไม่นั้นจากการให้เหตุผลข้อนี้ของศาล มีประเด็นที่ควรพิจารณาว่า ตามคำพิพากษา ความผิดของจำเลยในคดีนี้ คือการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระราชินีและรัชทายาท เนื่องจากเนื้อหาในแผ่นซีดีและในเอกสารวิกิลีกส์พาดพิงถึงพฤติกรรมของพระราชินีและรัชทายาทสองพระองค์ แต่ศาลกลับกล่าวอ้างว่าความผิดของจำเลยต้องพิจารณารัฐธรรมนูญมาตรา 2 และมาตรา 8 ซึ่งกล่าวถึงสถานะของ พระมหากษัตริย์ ในฐานะ บุคคล ที่ดำรงตำแหน่งนั้น ไม่ใช่ตัว สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่รวมความถึง พระราชินี และรัชทายาทการที่ศาลกล่าวอ้างเรื่องหน้าที่ของบุคคลและรัฐในการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 70 และมาตรา 77 นั้น ก็ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้อีกเช่นกัน เพราะจำเลยเองเบิกความไว้แล้วว่า การเผยแพร่ข้อความก็เพื่อต้องการชี้ให้เห็นว่ามีนักการเมืองกล่าวพาดพิงพระราชินีไว้อย่างไร ให้ประชาชนช่วยกันประณาม หากศาลลงโทษจำเลยโดยอ้างว่า เพราะบุคคลและรัฐมีหน้าที่รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์จึงเท่ากับศาลผูกขาดวิธีการทำหน้าที่รักษาสถาบันฯ ไว้เพียงแบบของตนเท่านั้นการกล่าวอ้างเช่นนี้ จึงเป็นการเชิดชูอุดมการณ์ทางการเมืองการปกครองตามทัศนคติของตุลาการในคดี โดยไม่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในคดีโดยตรง ซึ่งไม่ควรเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอจะนำมาใช้ลงโทษจำเลยสำหรับประเด็นที่ว่า เนื้อหาในซีดีและเอกสารวิกิลีกส์เป็นความผิดต่อกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากผู้เขียนไม่สามารถนำข้อความมาเปิดเผยต่อสาธารณะได้เพราะอาจเป็นการกระทำผิดซ้ำ เมื่อไม่มีข้อมูลเพียงพอต่อการคิดวิเคราะห์ ผู้เขียนจึงไม่สามารถวิเคราะห์วิจารณ์ประเด็นนี้ แต่ศาลซึ่งเป็นผู้พิจารณาคดีและมีอำนาจเข้าถึงข้อเท็จจริงประกอบการกระทำในคดีทุกอย่าง ไม่มีเหตุต้องอ้างอุดมการณ์ทางการเมืองมาเป็นหลักในการวินิจฉัย การจะพิจารณาว่าเนื้อหาในซีดีและเอกสารที่จำเลยขายเป็นความผิดหรือไม่ ศาลต้องวินิจฉัยตามองค์ประกอบของกฎหมายเป็นหลัก หากเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม เป็นเหตุให้ผู้ถูกใส่ความเสียหายก็ย่อมเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท หากเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีของผู้ถูกกล่าวหาก็ย่อมเป็นการดูหมิ่น และศาลเป็นผู้ที่มีทั้งอำนาจและหน้าที่ในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในส่วนนี้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องหยิบยกบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในคดีขึ้นมากล่าวอ้างอีกผลเสียของการใช้อุดมการณ์สถาบันพระมหากษัตริย์มาอธิบายเหตุผลของคำพิพากษา ทั้งที่อ้างอิงผิดพลาดหรือตอบไม่ตรงคำถาม มีแต่เป็นการลากเอาความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้กลายมาเป็นเหตุในการลงโทษบุคคล ใช้อุดมการณ์ความเชื่อเป็นเหตุลงโทษคนที่ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และอาจขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 77 เรื่องหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เสียเองศาลยังกล่าวด้วยว่า ไม่เพียงแต่ในกฎหมาย ในความรู้สึกนึกคิดของประชาชนชาวไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ให้ความเคารพสักการะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าตลอดมาตั้งแต่โบราณ การกล่าววาจาจาบจ้วงล่วงเกิน เปรียบเปรย หรือเสียดสีให้เป็นที่ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาทนั้นไม่สามารถทำได้ ประเด็นนี้ก็น่าตั้งคำถามด้วยว่า การอ้างถึงความรู้สึกนึกคิดของประชาชนในสังคม ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆ เพื่อประกอบการตีความกฎหมายและตัดสินคดีนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ เพราะความรู้สึกนึกคิดของประชาชนผูกพันกับประสบการณ์ของแต่ละยุคสมัย ซึ่งหากยึดตามความรู้สึกนึกคิดย่อมทำให้การตีความตัวบทกฎหมายเปลี่ยนแปลงได้ตามบรรยากาศของสังคมจำเลยและพยานจำเลยเบิกความยืนยันว่า เมื่อชมสารคดีในซีดีและอ่านข้อความในเอกสารที่จำเลยขายแล้วไม่รู้สึกว่าทำให้พระราชินี รัชทายาท เสียหาย เท่ากับ จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายศาลอาจจะเชื่อข้อกล่าวอ้างของจำเลยหรือไม่ก็ได้ แต่ที่น่าสนใจคือ ศาลวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาว่าการพิจารณาความผิดในคดีอาญาซึ่งมีโทษเป็นการกระทบต่อสิทธิเสรีภาพนั้น ต้องพิจารณาเจตนาที่อยู่ภายในใจของจำเลยเป็นหลัก หากจำเลยไม่มีเจตนาก็ย่อมไม่มีความผิด การพิจารณาถึงเจตนาซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ภายในใจต้องดูจากพฤติการณ์ของการกระทำและองค์ประกอบแวดล้อมอื่นๆ หากศาลกล่าวอ้างถึงประวัติการศึกษา การทำงานของจำเลย วิธีการขายซีดีในวันเกิดเหตุ ประวัติการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง การแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีของจำเลยที่ผ่านมา ฯลฯ มาเป็นเหตุผลเพื่อชี้ถึงเจตนาภายในของจำเลย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นพฤติการณ์แวดล้อมที่อาจนำมาใช้วิเคราะห์เจตนาได้ ดังเช่นที่ศาลวิเคราะห์ว่าจำเลยขายซีดีและเอกสารในที่ชุมนุมของกลุ่มแดงสยาม ช่วงที่นายสุรชัย แซ่ด่านถูกจับ ซึ่งถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 นั้น ศาลจึงตีความว่าจำเลยมีเจตนาให้ผู้รับสารรู้สึกเกลียดชัง กรณีนี้ ไม่ว่าจำเลยหรือผู้ใดจะเห็นด้วยกับการใช้ดุลพินิจของศาลหรือไม่ แต่อย่างน้อยศาลก็วิเคราะห์ตามหลักการการพิจารณาคดีแต่การที่ศาลอ้างว่า การพิจารณาเจตนาของจำเลยไม่อาจพิจารณาตามความเข้าใจของจำเลยได้ แต่ต้องดูความเข้าใจของ วิญญูชน นั้น การวินิจฉัยเช่นนี้ขัดต่อหลักความรับผิดทางอาญาของจำเลยอย่างร้ายแรงคดีนี้ฝ่ายโจทก์ไม่ได้นำสืบถึงความเข้าใจของ วิญญูชน เลย คือไม่นำสืบบุคคลทั่วไปหรือผู้เชี่ยวชาญว่า เมื่อได้ชมสารคดีในซีดีและอ่านข้อความในเอกสารแล้วรู้สึกอย่างไร มีเพียงปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตัดสินใจดำเนินคดี ซึ่งย่อมไม่ใช่ตัวแทนของวิญญูชน การกล่าวอ้างความเข้าใจของ วิญญูชน ในคำพิพากษา จึงเป็นความเข้าใจตามมาตรฐาน ส่วนตัว ของผู้พิพากษาในคดีนี้เท่านั้น ในเมื่อศาลเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยอยู่แล้ว ศาลจึงควรแสดงออกถึงมาตรฐานนี้ด้วยการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่มีอยู่ปรับให้เข้ากับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยกล่าวไว้ในคำพิพากษาให้ชัดเจนว่า เนื้อหาส่วนใดในซีดีและเอกสารที่ทำให้พระราชินีและรัชทายาทเสื่อมเสีย และเสื่อมเสียอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ศาลควรทำแต่ก็ไม่ได้ทำ กลับอ้างความเข้าใจของ วิญญูชน ขึ้นมาลอยๆ ทั้งที่ไม่มีหลักวิชาการใดทางกฎหมายรองรับการพิจารณามาตรฐานของ วิญญูชน นั้น เป็นหลักการที่ปรากฏในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันเกี่ยวข้องกับเรื่องทรัพย์สิน เช่น มาตรฐานการดูแลทรัพย์สินที่รับฝาก มาตรฐานการจัดการทรัพย์สินแทนผู้เยาว์ มาตรฐานการใช้ความระมัดระวังก่อนตกลงทำสัญญา ฯลฯ หากมีข้อพิพาทระหว่างบุคคลสองฝ่ายว่าอีกฝ่ายหนึ่งทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเพียงพอแล้วหรือไม่ ฝ่ายหนึ่งคงกล่าวอ้างว่าตนทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว แต่ฝ่ายที่เสียหายคงกล่าวอ้างว่า ยังใช้ความระมัดระวังไม่เพียงพอ จึงต้องใช้มาตรฐานความระมัดระวังเยี่ยง วิญญูชน มาเป็นมาตรฐานในการตัดสิน ซึ่งมาตรฐานนี้แม้จะไม่ชัดเจนแต่ก็เป็นมาตรฐานระดับกลางๆ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงแวดล้อมของกรณีนั้นๆ แต่ไม่ใช่การก้าวล่วงเข้าไปกล่าวว่าภายในจิตใจของแต่ละคนคิดอย่างไรแต่หลักการในคดีอาญานั้นแตกต่างกัน เพราะเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพของจำเลย ไม่ใช่ข้อพิพาททางทรัพย์สิน ความรับผิดของจำเลยในคดีอาญาต้องพิจารณาที่ เจตนา ของจำเลย ด้วยเหตุนี้ คำว่ามาตรฐานของ วิญญูชน จึงไม่ปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาเลย และไม่ใช่หลักการของกฎหมายอาญา หากจำเลยกล่าวอ้างว่าตนไม่มีเจตนา โจทก์ไม่ได้นำสืบจนปราศจากข้อสงสัย และศาลไม่เห็นพฤติการณ์แวดล้อมอื่นๆ ที่ส่อให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยได้ การจะอ้างอิงหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มากล่าวว่า ตามความเข้าใจของ วิญญูชน ทั่วไปจำเลยย่อมมีความผิด จำเลยจึงมีความผิดนั้นเป็นการให้เหตุผลที่ไม่ถูกต้องคดีนี้ศาลวิเคราะห์เพียงสั้นๆ ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91ศาลไม่ได้ให้เหตุผลประกอบเลยว่า การขายซีดีเป็นการกระทำหลายกรรมอย่างไร ในเมื่อการกระทำที่ถูกฟ้องเป็นการขายซีดีในครั้งเดียวกัน วันเดียวกัน แผ่นเดียวกัน โดยจำเลยมีหนึ่งเจตนา แต่ศาลกลับวินิจฉัยว่าเป็นความผิดหลายกรรมต้องลงโทษทุกกรรมทั้งสองฐานความผิดคดีนี้ ศาลอาจวินิจฉัยไปตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 3218/2549 และคำพิพากษาอื่นๆ ทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นกรณีพรากผู้เยาว์ไปทำอนาจาร ศาลวินิจฉัยไว้ว่าการพรากผู้เยาว์กับการทำอนาจารนั้นเป็นความผิดคนละกรรม เพราะความผิดฐานพรากผู้เยาว์เป็นความผิดต่ออำนาจปกครองของบิดามารดา ส่วนความผิดฐานทำอนาจารเป็นความผิดต่อตัวผู้เยาว์เอง กฎหมายมุ่งคุ้มครองผู้เสียหายที่ต่างกัน การกระทำของจำเลยจึงมีหลายเจตนาแยกต่างหากจากกัน เป็นความผิดหลายกรรม ต้องลงโทษทุกกรรมแยกเป็นกระทงความผิดไปแต่ที่ฎีกา 3218/2549 ลงโทษจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีวัตถุประสงค์คุ้มครองผู้เสียหายที่ต่างกันเท่านั้น แต่ยังมี การกระทำ ที่เกิดขึ้นหลายครั้งด้วย คือ มีทั้งความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ซึ่งความผิดสำเร็จเมื่อมี การพราก และ ความผิดฐานอนาจารซึ่งความผิดสำเร็จเมื่อมี การทำอนาจาร ที่อาจเกิดต่างบริบทต่างเวลากัน พอจะสามารถแยกออกจากกันได้ เมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องคุ้มครองผู้เสียหายต่างกัน จึงมองว่าเป็นความผิด หลายกรรม หรือหลายการกระทำได้ข้อเท็จจริงตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น ต่างจากข้อเท็จจริงในคดีของนายเอกชัย เพราะความผิดฐานหมิ่นประมาทพระราชินี หรือรัชทายาท จะเป็นความผิดสำเร็จก็ต่อเมื่อข้อความที่หมิ่นฯ นั้นถูกเผยแพร่ออกไปยังบุคคลที่สามแล้ว และความผิดฐานจำหน่ายวีดิทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจะเป็นความผิดสำเร็จก็ต่อเมื่อมีการ จำหน่าย สำเร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น หากจำเลยเพียงแค่ดาวน์โหลดข้อมูลมาไรท์ลงแผ่นซีดี ย่อมไม่เป็นความผิดทั้งสองฐาน กรณีของนายเอกชัยนั้น ความผิดทั้งสองฐานจะสำเร็จเป็นความผิดพร้อมกันด้วยการกระทำเดียวกันคือ เมื่อจำเลย จำหน่าย ซีดีไปยังบุคคลที่สามแล้ว ดังนั้นข้อเท็จจริงในคดีนี้จึงต่างจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3218/2549 จึงไม่สามารถนำหลักในคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับดังกล่าวและฉบับอื่นๆ ทำนองเดียวกันนั้นมาปรับใช้ได้แม้ข้อหาตามคำฟ้องในคดีนี้ทั้งสองข้อหา จะมุ่งคุ้มครองคุณธรรมคนละประการ กล่าวคือ ความผิดฐานจำหน่ายซีดีโดยไม่ได้รับอนุญาตมุ่งคุ้มครองจัดระเบียบการประกอบธุรกิจ ส่วนความผิดตามมาตรา 112 มุ่งคุ้มครองพระเกียรติยศของพระราชินี และรัชทายาท แต่เมื่อการกระทำของจำเลยที่ถูกฟ้องเป็นคดีนี้ คือ การ จำหน่าย เป็นการกระทำในทางกายภาพเพียงครั้งเดียวจริงๆ จึงมองไม่เห็นเหตุที่จะนับว่าเป็นการกระทำความผิด หลายกรรม ต่างกันตามคำพิพากษาในคดีนี้ได้เลย หากวินิจฉัยโดยชอบแล้วว่าเป็นความผิด การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ศาลต้องลงโทษบทหนักที่สุด คือ มาตรา 112 เพียงบทเดียว ไม่สามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายซีดีโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกการที่ศาลวินิจฉัยในคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานประกอบธุรกิจจำหน่ายวีดิทัศน์หรือซีดีโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 54 นั้นเป็นการปรับบทกฎหมายที่ผิดโดยชัดแจ้งตามความเข้าใจของคนทั่วไปอาจเรียกแผ่นซีดีว่า วีดิทัศน์ แต่ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 กำหนดคำนิยามเอาไว้ ว่าแผ่นซีดีตามฟ้องในคดีนี้บรรจุสารคดีภาพเคลื่อนไหวที่มีทั้งภาพและเสียงของสำนักข่าวเอบีซี ออสเตรเลีย เกี่ยวกับการเมืองไทยและกฎหมายอาญามาตรา 112 สามารถนำมาฉายให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ชมสามารถชมได้อย่างเดียว ไม่สามารถตอบโต้ได้ ไม่มีลักษณะเป็นเกมการเล่นหรือคาราโอเกะหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกัน ดังนั้น ในคดีนี้ จำเลยจำหน่ายแผ่นซีดีบรรจุ ภาพยนตร์ ไม่ใช่ วีดิทัศน์การที่ศาลสั่งลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 82 ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการปรับใช้กฎหมายที่ผิด เพราะเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับวีดิทัศน์เท่านั้น หากตีความตามกฎหมายต้องลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 38 ซึ่งว่าด้วยการประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน ซึ่งจะมีผลให้โทษต่างกันการกระทำของจำเลยซึ่งขายซีดีแผ่นละ 20 บาท ขายมาเพียงแค่สองครั้ง โดยวิธีการขายไม่มีการตั้งร้านแต่เอาซีดีใส่กระเป๋าแล้วเดินขาย ซึ่งจำเลยต่อสู้คดีว่าตนมีเจตนาจะเผยแพร่ข้อมูลมากกว่าหารายได้จากการขาย และในการชุมนุมทางการเมืองตามปกติก็มีการวางขายซีดีเป็นจำนวนมากโดยไม่มีใครต้องขออนุญาต การกระทำของจำเลยย่อมไม่อาจถือว่าเป็นการ ประกอบกิจการ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ได้ จำเลยจึงไม่ควรจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ไม่ว่าจะตามมาตรา 38 หรือ 54 ก็ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 เป็นกฎหมายฉบับหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากในสังคม จากกรณีที่เป็นข่าวว่าคนเก็บขยะเก็บซีดีเก่าแล้วนำไปขายโดยไม่ขออนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 38 ประกอบ มาตรา 79 เช่นเดียวกับจำเลยในคดีนี้ และศาลลงโทษปรับ 200000 บาท จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือปรับ 100000 บาท ซึ่งกรณีดังกล่าวเคยสร้างแรงสั่นสะเทือนให้สังคมเห็นแล้วว่ากฎหมายนี้ควรถูกแก้ไข ดังนั้นในระหว่างที่กฎหมายยังไม่ได้รับการแก้ไข ศาลจึงไม่ควรบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างเคร่งครัดจนเกินไปและควรตีความในทางที่เป็นประโยชน์กับสิทธิเสรีภาพของจำเลย เผยแพร่ครั้งแรกที่