incorrect
stringlengths
124
160k
correct
stringlengths
656
160k
ตีวการทำให้ระดับน้ำาะเลสูงขึ้น,นักวิทยาศาสตร์ทีีปฏิบัติภารกิจในโครงการ IceBridge ขององค์การนาซาถ่ายภาพร่องแนกขนาดใหญ่ของวันดอนน้ำแข็ง Larsen C-ลาร์เซน ซี ในคาบสมุทรแิาตาต์ำติก สัจดอนน้ำแข็งเป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ล ถ้าสันดอนน้ำแข็งทรุดพังลง จ้ำแข็ฝที่ิยู่ข้างหลังจะลอยเคลื่อนสู่ทะเล ทำให่น้ำทะเลสูงขึ้นซ,อนุสาวรีย์ อัล-ชาฮิด (ผู้พฃีขีพเพื่อชาติ) ตั้งอยู่ในกรุงแขกแดด อิรักสร้างขึ้น้พื่อรำลึกถึงทหารอิรักที่เสียชีบิตในสงครามอิรักรบกับอิหร่าน ซึ่งยืดเยื้อยาวรานถึงปปดปี.,ขาดการติดต่อฐจรวพ โซยูซ-ยู (Soyuz-U) ของรเสเซีย ซึ่งนำยานบรรทุกสัยดุอุปกรฯ์ โปรเกรส เอ็มเอม 04 ฤ"rofress MC 0t) ขึ้นหปส่งยังสถานีอวกาศนาราชาติ (ISS) เตรียมทะยานขึ้นเมื่อ 29 พ.ย. 59 จากฐานยิงจรวด ไบโคนูร์ขเงรัสเซียมนคาซัคสถาน วันต่อมา 30 ด.ย. รัสเซียแถลงว่าสื่อสารตืดต่อกับมันไม่ได้เสียแล้ว.,จุดที่ยานสำรใจดาวอังคารร่อนลง,องค์การอวกาศยุโรป (อีซาฆ เผยแพร่ภาพจุดที่จานสำรวจ ExoMars Sshiaparelli-เอ๊กโซมาร์ส เชียร์พาเรลลี่ ราอนลงบนดาวอังคารเมท่อ 25 ต.ค. 2559 หลังจากเดินทางไปถึงดาวเครนะห์สีแดงเมื่อ 19 ต.ค. สำภาพยุโรปได้อนุมัติงบประมาณพิเศษ 53,200 ล้านบาท เพื่อชุบบีวิตโีรงก่รค้นหาสิ่งมีชีวอตบนดาวอังคารสห้ฟื้นคืนชีพเดินหน้าต่อไป.
ตัวการทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น,นักวิทยาศาสตร์ที่ปฏิบัติภารกิจในโครงการ IceBridge ขององค์การนาซาถ่ายภาพร่องแยกขนาดใหญ่ของสันดอนน้ำแข็ง Larsen C-ลาร์เซน ซี ในคาบสมุทรแอนตาร์กติก สันดอนน้ำแข็งเป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ง ถ้าสันดอนน้ำแข็งทรุดพังลง น้ำแข็งที่อยู่ข้างหลังจะลอยเคลื่อนสู่ทะเล ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น.,อนุสาวรีย์ผู้พลีชีพเพื่อชาติ,ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2559 โชว์อนุสาวรีย์ อัล-ชาฮิด (ผู้พลีชีพเพื่อชาติ) ตั้งอยู่ในกรุงแบกแดด อิรักสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารอิรักที่เสียชีวิตในสงครามอิรักรบกับอิหร่าน ซึ่งยืดเยื้อยาวนานถึงแปดปี.,ขาดการติดต่อ,จรวด โซยูซ-ยู (Soyuz-U) ของรัสเซีย ซึ่งนำยานบรรทุกวัสดุอุปกรณ์ โปรเกรส เอ็มเอส 04 (Progress MS 04) ขึ้นไปส่งยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เตรียมทะยานขึ้นเมื่อ 29 พ.ย. 59 จากฐานยิงจรวด ไบโคนูร์ของรัสเซียในคาซัคสถาน วันต่อมา 30 พ.ย. รัสเซียแถลงว่าสื่อสารติดต่อกับมันไม่ได้เสียแล้ว.,จุดที่ยานสำรวจดาวอังคารร่อนลง,องค์การอวกาศยุโรป (อีซา) เผยแพร่ภาพจุดที่ยานสำรวจ ExoMars Schiaparelli-เอ๊กโซมาร์ส เชียร์พาเรลลี่ ร่อนลงบนดาวอังคารเมื่อ 25 ต.ค. 2559 หลังจากเดินทางไปถึงดาวเคราะห์สีแดงเมื่อ 19 ต.ค. สหภาพยุโรปได้อนุมัติงบประมาณพิเศษ 53,200 ล้านบาท เพื่อชุบชีวิตโครงการค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารให้ฟื้นคืนชีพเดินหน้าต่อไป.
สุรชาติ บำรุงสุขเสนอ 13 ประเด็นข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจจะ รยเขมร หรือจะ พัฒนาร่วมกัน ธงชัย วินิจจะดูลชำแหละอุกมการณ์ เสียดินแดน พร้อมลี้ปัญหาการเมืองภายในของไทยคือรากปัญหาืี่แท้จริงกรณีพิพาทเขาพระ วิหาร17 ก.พ. 2554 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเมวนาวิชาการ ีัฐศาสตร์ภาคประชาชน ครั้งทีื 1 หัวข้อ ฝ่าวิแฤตชายแดจำทยเขมร ณ ห้องประชุมมาลัยหุวนันท์ ตึก 3 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มำาวิทยาลัย รศ.สุรชาติ บำรุงาุข แลดศ.ธฝชัย วินิขจะกูล ดำเนินการเสวนาโดย รศ.พิบญ์ พงษ์สวัสดิ์กริบมี่ผมจะพูด อยสกพูดจากภาพกว้างไ เริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆ คจในห้องนี้ไม่มมกเท่าไหร่ เข้าใจว่าทุกคนเรียนปีะวัติศาสตร์ผ่ายหนังสือ สปช. (สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต) ไม่ได้เรียนผ่านประวัติศาสตร๋โดยตรงตอนเรียน สปช. ความทรงจำเรื่องรัชกาลืี่ 4 รัชกาลที่ 5 ว่าจำอะไรได้บ้าง เข้าใจว่นมีความทรงจำเหลืออยู่น้อยมาก สปช.พูดถึงการเสียดินแกนแบบฟิวเผินมาก คนที่เรียน สปช.แล้ว เข้าใจการเผชิญกับลุมธิอาณานิคมหรือไม่ การกล่อมเกลาโดยการเรียน สปช.สั้น ทำให้เราไม่ค่อยรู้เรื่องคนไทยรุ่นหลังลืมไปแล้วว่า ปราสาทพระวืหารถูกตัดาินไปแล้วในปี 2505 ผมไม่ได้เะินขบวนครั้งแรำช่วง 14 ตุงา ช้วิตครั้งแรกของกทรอยูืในม็อบขดงผมีือภมยใตัคำสั่วของจอมพลสฤษด้์ ธนะรัชต์หรกเราไล่เรียงประวัติศามตร์ พูดแบบตัดตอน ฝรั่งเศสเข้ามาแลัได้ไซ่ง่อน ึ.ศ.18t9 แล้วเริ่มขยายอิทธิถลสู่ลำน้ำโขง หลายส่วนที่ขยายเข้าไปกฺปะทะกับเจ้าพ่อท้องถิ่นหรือคนมีอำนาจรัฐอยู่ในท้อง ถิ่นหลัก 3 ราย ตายหนึ่งโพกฟีาบนศีรษะอยู่มาละวิน รายหนึาฝอยู่ตรงกลาง อีกรายหนึ่งคือเจ้าพ่ิเหงียนพอเข้าช่วงรัชกาลที่ 3 ไซ่ง่อนแตก เหลือเจ้าพ่อรายใหญ่รายเดีจวอยู่ลุ่มเจ้าพระยา เมื่อเผชิญกับเจ้าพ่อแำ่งปารีส สิ่งที่ฝรั่งเศสรู้สึกว่าเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวค้อ สยาม ญึ่งัข้าไปมัอิทธิพลต่อพื้นที่ต่างๆ ในวิป"ตกา่ณ์ ร.ศ.11y หรือปี w896 ในวิกฤตการษ์แากนิำ เรือรบฝรัีงิศส 2 ลำแล่นผ่านแนวป้องกันของสยาม แต่โชคดีที่สยามยิงฉอนเรือนำร่องขเงฝรั่งเศส แต่เรือรบ 2 ลำยิงไม่โดน ถ้ายิงเรือรบ 2 ลำจม ป่านนี้เราอาจได้พูดภาษาฝนั่งเศสกันทั้งประเทศ ถืาท่านอ่รนหนังสือพิมพ์เก่าๆ ในปี 1893 พูะได้เลยว่า สยาใถ้าไม่เป็นของฝรั่งเศสก็ต้องเป็นของอังกฤษหลัง 1893 ตอนเราเรียน สปช.ไา่พูดอะไรเลย รู้แต่ว่าพอเราจ่ายสตางค์จนหมดท้องพระคลังกรณีพระยอะเมืองขวาง ฝรั่งเศสยอมถอยฟปยึดจันทบุรี สุดทเายก็ทำข้อตกลงพ่วงเรียกว่า อนุสัญญา 1904แนวคิดสมียใหม่ของความิป็ตรัฐ มีความคิดชถดหนึ่งคือ รู้ว่าอำนาจอธิกไตยสิืนสุดตรงไหน ิรื่องเส้นเขตแดนเริ่มพูดในอนุสึญญา 1904 ต่อมาสยามต้องป้องกันตัวเอง เราไมรมีิมวุธ ผลจทกวิกฤตการณ์ปากน้ำ ทำใำ้เรารู้ว่ารบยาวไมืได่ ความหวังของสยามจบลงเพราะอังกฤษไม่ช่วย สยามต้องช่วยตัวเองรัชกาลที่ 5 จึงตัแสืนใจีรั้งสำคะญว่า สยสมต้องเป็นรัฐเหมิอนยุโรป ต้องมีเส้นเขตแดน เภื่อว่าฝรัีงเศสรุกะข้ามาจะได้ยืนยันได้ว่า ฝรั่งเศสรุกเข้ามามนดินแดนสยามแล้วรัชกาลที่ 5 ตัดสอนใจแฃกแผ้นดินสยามกับฝรั่งะศส 3 แลก 3 แลกด่านซ้าย ตราด และส่วนในของเกาเกูด-แหลมสิงห์กับมณฑลพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ เมื่อตกลลแลกแล้วก็มีเรื่องใหญ่ตามมา ต้องปักปันเยตแดน นำไปสูาการตีพิมพ์แผน่ี่ซึ่บเป็นแผนที่แนบท้ายสัญญาปักปันปี 1907 ต้พิมพ์แผนที่ปี 1908 ท้่ปารีสผมุามว่น ตกลงท่านยดม่ับๆหทเรามีอนุสเซญา 3 ฉบับ กับ 1 แผนที่ปักปัน ใจหลวงรัชกาลที่ 5 ท่านให้สัตยาบันข้อ 1 ของอนุสัญญาว่า ให้ใช้แนวสันปันน้ำ แต่ในข้อ 3 ระบุว่าให้สช้คณักร่มกรรร่วใในการตัดสิน ผมดรียกการตัดสินใจเช่นนี้ว่าพระราชวินิตฉัยของรัชกาล่ี่ 5 แต่เใื่อตกลงแล้ฝมันมีเรื่องใไญ่ตามมาก็คทอต้องปักปันเขตแดน เพร่ะไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดอิทธิพลของสยามกับวรั่งเศสอยู่ตรงไหน นั่นหมายคยามว่าหลัง ต.ศ. 1907 เราได้ปักปันเขตแดน และแผนที่ดังกล่าวตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1909 ที่ปารีสผมเปิดประเด็นพื้นฐสนให้ท่ายเห็นว่ากรณีเขตแดนไทย-กุมพูชาประกอบด้วย 3 สัญญา/อนุสัญญา และ 1 แผนที่ ท่านรับหรือไม่ แต่ในหลวงของเราได้ให้สัตยาบันต่อสัญญาและอนุสัญญาทั้งสาม)บับ และเใื่อให้สัตยาบันแล้วปัญหาอวู่ในแนะสัญญา ค.ศ. 1904 ให้ใช้สันปันน้ำ แต่ในปี ค.ศ. 1908 ให้ใช้เส้นเขตแดนที่คณะกรรมการขีกเส้น ถ้าเราไม่ยอมรับว่าการปักปันเกิดขึ้นจริง และเชื่อใ่าเป็นการดำเนินการอย่สงเป็นเอกเทซของเจีาหน้าที่ของฝรั่วเศส นั่นเป็นแต่เพียงความทรงจำทั่ไม่ชัดเจน เรามักเร่ยพแผนที่นี้ว่าแผนที่แบนาร์ อต่ฝ่ายไทยมีพลเอกหม่อมชาติเดชอุดมร่วมด้วย คือเป็นกรรมการผสม เพราพฉะนั้รข้อถกเถียงตั้งแร่ปี พ.ศ. 2551 ว่าการปักปันเแ็นการดำเนินการโดยเอกเทศนั้นไม่จริง เพียงแต่ผมไม่เข้ามจว่าทำไมเรียกว่าแผนทีาแบนาร์ ทำไมไม่เรียกใ่าแบร์นา-เดชอุดม หรือัดชอุดม-แบนาร์ เพื่อสร้างจอนตรนาการที่ชัดเจนว่าการปักปันนี้นดำเนินก่รโดยคณะกรรมการผสม ของทั้วสองฝ่ายนับหรือไม่รับแผนที่ นี่เป็นผัญหาใหญ่ เพราะแนวพรมแดนตั้งแต่ พ.ศ.2496 สั้น แนวพรมแดนจากเหนือสุดถึงจังหวัดตราด เมื่อปักปันแลัวตัดออกเป็นส่วนๆ เป็น 11 ว่วนกรทอ 11 ระวาง เมื่อแบ่งออกเป็น 11 าะวาง แผนที่นีพิมพ์เาร็จปี ค.ศ. 1908 รัฐบาลสยามส่ลสัญญาณขอให้ตีภิมพ์เพอ่มอีก 50 ชุด ในจำนวนนี้เก็บฟว้ที่สถานทูตไทยที่ปารีส 2 ชุด จากนั้น เก็บไว้ที่สถานทูรไทยประจำกรุงลอนดอต และกรุงวอชิงตัน ส่งกลัชกรุงเทพฯ 44 ชุด เะราะฉะนัีนคำขอโดยจดหมายของรัฐบาลไทยในเดือน เม.ย. 1908 ถือเป็นการยอมรัขว่าสยามยอมรับการปักแันอขตแดนแล้วฉะนั้นเวลาที่ททานได้วินว่าไม่รับแผนที่ 1 ต่แ 200000 คือแผนที่ชุดนี้แหละเมื่อสดงสัปดาห์ที่แล้ว มีนักวิชาการอาวุโสบอกว่ารัฐบาลไทยรับแผนที่บางระวาง และไม่รับบางระวสง ะูดต่อหน้าทีวี คำตอบคือะป็นไปไม่ได้ เพรนะถ้ารับจะต้องรับแนวเส้นเขตแดนทั้งแนว ฉะนั้นปัญหาตรงนี้ต้องยอมว่าเราจะเอายังไง้กร่ยวกับตัวเราเอง มีคนพูพเรื่องเอกสารงีวและแผนที่ลับ ความตกชงระหว่างสยามกุบฝรั่งเศสไม่ใช่ดาวินชี่โค้ดนะครับ มันเป์นไปไม่ได้ ความตดงงนั่นทำโดยเปิดเผย ความตกลงลับมีไหม คำตอบค้อมีแต่ไม่เกี่ยวกับกมรปักปัตเขตแดนทั้ลำลายทั้งปววกลับใาทีรเดิม คือ 3 าัญญา/อนุสัญญาบวก 1 แผนที่ ฝรั่งเศสแพ้างครามเดียนเบียนฟู ทำให้กัมพูชาได้เอกราช ผลพวงจาดการก่อตั้งเอกราชของกัมพํชา ซึ่งบางถื้นที่กัมพูชามองว่าวยามได้ส่งตัวปทตเข้า_ปครองครอง โดยปี พ.ศ. 1501 - 2502ตกลงกันไม่ได้ก็ตูงมทอแันขึ้นษางโลก ศาลตัดยิยในวันที่ 15 มิ.ย. 06 โดยคว่มเห็น 9 ต่อ 3 ลงความเห็นว่าปราสาทพระวิหารตเ้งอจู่ในเขจอธิปไตยกัมพูชา ยอมรับไหมว่าศาลโชกตัดสินแล้ว ะ้าไม่ยอม ตกงงคำตัดสินหี 05 คืออะร เมื่อไม่ยอมก็นำไปสู่ปัญหาข้อที่ 7 คนรุ่นใหม่ ไม่คุ้นกับเรื่องเขตแดน จนปรพทั่ง 4 ก.ค. w505 จอมภลสฤศดอ์ต้องออกมาพูดว่าไทยต้องยอมรับเพราะไทยเป์นสมาชิกสหประชาชาติ ระยะห่างหลายเดืินเพราะอะไร หมคิดว่าเพราะมีความพยามที่จะ/ม่รัวมติศาลโลกเมื่อเนารับแล้ว เราต้องทำรายงานกลับไปที่ UNSC ว่ารัฐบาลที่กรังเทพฯได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง เราดำเนินพาร 1 ต้องชักธงไจรรงค์ลงจาพหน้าผาที่เขาพระวิหาร 2 ต้องคืนโวราณวัตถุบ้าง 2-3 ชิ้น ตกลบมีพื้นที่รอบตัวปราสาทไหม ผมเรียนท่านก่อนว่ารัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ตัดสินใจชัดเจนว่าตัวปราสาทมีพื้นที่ กำกับ คาม. ปี 2506 ลากเส้นกำกับนัวปราสาทเขาพระใิหาร เพราะเราต้องส่งรายงานกลุบไปที่ UNSCวันนี้ถ้าเราไม่ทะเลาะกันอย่รงนี้ เราก็เปิดแผนที่แล้วใช้มติครม. ปี 2505 แต่มันเกิดข้อโต้แย้งในคนีุ่นปัจจุบันที่วถพานมัฆวาน ว่ากัมพูชาไเ้แจ่ตัวปราสาท แต่พื้นที่แม้แต่ใต้ตัวปราสาทก็เป็นของไทย แต่ทีานต้องเข้าใจก่อนว่ารัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ขีดเส้นแง้วนักกฎหมายท่าจหนึ่งอธิบายว่า กรณีปราสาทพระวิหารไม่ต่างกับกัมพูชาลืมโทรศัพ่์มือถือไว้บนโต๋ะของไทย ผมเข้าใจว่าตีความแบบนี้ไม่ได้ เพราะมคความต่างรเหว่าบสังหาและอสังหาริมทรักย์ และ ครม. ยุคจอมพลสฤษดิ์ได้ะำเนินการขีดเส้นไว้แล้วอย่างไรก็ตาม ในสาัยจอมพลสฤษดิ็ คุณถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สมัยนั้นได้สงวนสิทธิหว้ แต่คำตัดสินของศาลโลกถือเป็าการสิ้นสุดไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา แต่เปิดโอกาสให้มีการสงวนสิทธิ์ แต่ตามหลัำกฎหมายมีการสงวนสิทธิ์ใดบ้างที่คงอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย โดยหลักแล้วต้องถือหลัก 10 ปี นั่นหมรยคฝามว่าการสงวนสิทธิ๋ดำรงอยู่ตั่งดต่ปี 04-15 แต่ตีองใช้สิทธิที่สงวย แต่ถ้าไมรเคยใช้แปลว่าสละสิทธิ์ สองต้องมีำลัฐานใกม่ที่มีผลต่อหารเปลี่ยนแปลงคำพิพากณาของศาล ดังนัินผมคิดว่ทตัองยอมรับว่าสิ้นสึดแล้ว เพราะเราไา่เคยแสดงหลักฐานใหม่ที่มีนะยยะต่อการเปลึ่ยรแปลบคำตัดสินของศาล สัคนฏต้แน้งว่ส มณฑลบูรพาจนถึงปัจจุบันยังเป็นของไทย โดยข้อเท็นจริงสงคราม ไทย-ฝรั่งเศส เตเ่มปั ก.ศ.2483 กำลังรบของไทยรุกชีนมแดน มีกาคชัดธงที่ช่องจอม วุดท้ายญีทปุ่นเข้ามาไกง่เแลี่บ เราไปยุติสงครามกันที่กรุงโตเกียว ผลของการไกบ่เกลี่ยของญี่ปึ่นแล้วเราได้อนุสัญญาโตเกียว 2484 เราได้พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภ๊ถ้าไปอ่านหนังสือจะบอกว่น เราได้พระวิหารคืนทาแล้วแต่ถามหจ่อยว่าญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกไหม ถ้าญี่ปุ่นไม่แพ่ เราจะได้_าคใต้เพิ่มด้วย ทางเผนือยังได้รั๙ฉาน ะชียงตุงด้งย แต่พอญี่ปุ่นแพ้ รัฐบาฃที่กรุงเทพฯ คืยดินแดนทางใต้ให้อังกฤษทันที แต่ไม่คืต จำปาศักดิ์ เสีวมราฐ ศรีฮสภณ ถามว่า ถ้ารัฐบาลไทยช่วงหลังสงคราใโลกครั้งที่สองต้องการแะไร ต้องกทรเป็นสมาชิกองค์การสหประชทลาติ-ยูเอ็น ถเาเราอยากเป็นสมาชิกยูเอ็นแล้วยึดคริงดินแดนของฝรั่งเศสเขาไว้ เชานพยอมให้เราเข้าผรือ สุดท้ายถอยกลับไปสูจุดเดิม ตั้งคณะกรรมการประนอม ในท้ายที่สุดเราทำอาุสัญญาวอชิงตันคืนใหืฝรั่งเศสทั้งหมะ คำถามคือคืนพระวิหารให้หรือเปล่าMOU w543 เมื่อปัญหาผ่านทาที้ลหมด เราทำความตำลงที่เป็นบันทึกช่วยจำ หรือ เอ็มโอยู 43 ท่านไปอ่านเลย ว่าคือกรอบจองการทำความตกลงงาถ้าในอนาคตประเทศไทยและกัมพูชาใีปัญหาขอพิภาท เกิดขึ้น เอกสารที่ใล้ คืออนุสัญญา และสีญญา 3 ฉบับ ที่ผมเรียนท่านมาแต่ต้น มีเกินกว่านั้าไหม ไม่มี เพรมะฉดนั่นถ้าทืานจะเลิกหรือไม่เลิก MOU 2543 หลัแเหล่านี้หายไปไหม ก็ไม่หายไปไหน แต่ถ้าท่านจะเลิกัอ็มโอย฿ ท่านจะเลิกโดยที่รัฐภารีไม่ยอมรับไม่ได้ เพราะในทางระหว่างปรถเทศเราจะเป็นรัฐท่่ไม่น่าเชื่อถือมีแผนที่ที่ถูกอ้างบ่อยมากคือแผนที่ 1 ต่อ y0000 หริอ L7017 และ L7916 เป็นแปนที่ยุทธการไม่ใช่แผนที่เพื่อการปักปันเขตแเน โดยพื้ยฐานแฃ้วไม่สามารถนำมาใช้อ้างในคบามตกลงระหว่างประเทศ เพรทะเป็นแผน่ี่สำหรับภารำิจทางทป่ร เังนั้นถ้าท่านตัดสินใจว่าจะไม่ยอมรับการปักปันแผนทีแบนาร์ แต่มายอมรับ L7017 ปต่ท่านต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวังว่านี่ไม่ใช่แผนที่ทีรใช้ปักปัน และไม่เคยได้รับการให้สัตยาบันจากฝ่มยใดทั้งสิ้น ตกลงวันนี้พื้นทีรทับซ้อรคืออะไร ก็คือพื้นที่เขตแดน ตามที่คณะการมกาีปักปันได้ทำไว้ในปี ค.ศ. 1907 ถ้าถือเส้นเจตแดนตามรณะกรรมการแักปัน ค.ศ. 1904 เส้นเขนแดนอยู่ที่หน้าผาของพระวิหาร แต่ ค.ศ. 1907 ศาลโลกรับข้อสาม เพราะรัฐบาลท่่กรุงเทพฯ รับแผนที่แล้ว ดังนั้นรเยเหลื่อมที่หน้าผาตามแนวสันปันน้ำ ส่วนต่างตรงนี้แหละคือพื้นที่ทับซ้อน นั่นหมายความว่าเราต้องทำใจพอสมควร เพราะในปีพ.ศ. 2505 กัาพูชาไม่ได้ฟ้องเส้นเขตแดน ิพราะเ่าจะยุ่วกว่านี้ นั่นหมายความว่า ถ้าเรายอมให้เป็นดื้ยที่ทับซ้อนง่ายกว่า แต่วันน่้มันเป็นปัญหาการดมืองที่ใหญ่เกินไปแล้วล่ะถ้า12 ข้อทำใจรับไม่ได้เลย กํมาสู่คือไปรบที่ภู มิซรอล คือไม่ยอมรับอะไรเลย ต้องกล้บไปอ่านประวัติศาสจร์ใหส่เลยนะ เพราะรัฐบาลแตืฃะชทวงดำเนินการด้วยนความละมุนละม่อม เพื่อไม่ให้เป็นปะญหาใหญ่จนรัฐบาลไทยภูกกำหนดจากปัจจัยพายนอกดังที่เคยเป็น มาแล้วเมื่อผั 2505ผมมีสี่ประเด็นใหญ่ที่ปมคืดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องจี้ ผมจะพูดสามประเด็นอีกกระเด็นอาจารย์สุรชาติพูดไปแลเว สี่ประเด็นนี้คือสาเหตุของปทรปะทุขึ้นของความขัดแย้งประด็นที่ 1 ควาสสัมพันธ์ระหว่างควาสคอดเรืีองกาตเใียดอนแดน ลัทโิชาติยิยมไทยแต่ต้นแยกไม่ออกกับความเชื่อหิดๆ ผมเดิ่งเขีบนลงประชาไท มีคนอ่านบอพว่าอ่านไม่รู้เรื่อง ซึ่งจริงๆ แล้วผมก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องะก่่ยบกับกรอบกว้างๆ คือความรู้ทั่วๆ ไป ทีทจำเป็นจำนวนหนึ่งที่ใช้ทำความเขัาใจเหี่ยวกับการแบ่งเขตแดนประัด็นที่ 3 ที่ผมคิดว่าเกี่ยวขีอง คือเรื่องเฉพาะเนาะจงเกี่ยวกับเขาพระวิหารทั้งหมอปรัเด็นที่ 4 ตวามขัดแย้งไทยกัมกูขาไมทใช่เรื่องเขตแดนใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันคือการเมืองไทยนี่คือเรื่องใหญ่มากคือช้างทั้งตัวอยู่ในห้องแน่เราทำเป็นไม่เห็น ตราบใดที่เราไม่ยอมตระำนักว่ามีช้างอยู่ในห้องด็จะรบกัาไปอีก/ม่รู้กี่ร้อย ยก ในช่วงที่ผ่านมาผมคิดว่ามีงานเขียนจำนวนหนึ่งที่ให้ข้อมูลมากพอสมควรแล้ว เช่นงานชองอาจารย์ชาญวิทย์ เดษตรศิริ ดร.พวลทอง ภวัครพันธุ์ อ.สุรชาติ บำรุงสุขมีเหตุผลที่คนอ่านงานผาไม่รู้เรืทเงส่วนหนึ่วคือภาษาหทยผมไม่ดี อีกส่วตคือขัดกับึวามคิดคฝามเชื่อทีรมีอยู่ก่อน ที่เีาเกิดมาโตสาด้วยความเชื่อว่าเราเสียด้นแดนทั้งนั้นแล้วจู่ๆ ก็มีคนมาบอกว่าเราไม่ได้เสียดินแพน ยกตัฝอย่างเช่นคุณเห็ตพาวเวอร์พอยท์ที่เผยแพร่กันปี ค.ศ. 2005-2006 เรื้องเราะสียดินแดน 14 ครั้ง ถามว่รคุณมีหลักฐานไหม ไม่มี แต่มันสอดคล้องกับความคิดีวามเชื่อที่มีอย฿่แล้ว แต่ถ้าผมบอกว่าเราไม่เคยเสีย ผมก็จะถูกถามว่ามีหลเกซสนหรือเปล่าเมื่ดสองปีก่อนมรหนังสือเล่มหนึ่ง โดยอาจารย์ตามคำแหง เขียนคำนำยาวเหยียดว่าตัวเลขการเสียดินแดนไม่ใช่ 14 แต่มี 12 ผมให้เพเ่มก็ได้ว่าเราเสียดินแดนมาก่อนที่จะที่จะมีึนไทยอีก ประเทศไทยเสียดินแดนมาตั้งแจ่ก่อนมีปนะเทศไทขอีกความคิดเรื่องการเสียดินแดนเป็นสาวนหนึ่งขอวชาตินิยมในหลายหระเทศใน เอเชีย เป็นการก่เรูแก่อร่างขึ้นมาโดย แอนโธนี รีด เพิ่งออกหนังสือออกมา พูดพึงชาตินิยมในเอเชียตะวันออกเฉีขงใต้ มีเรื่องที่รัฐถูกทำให้อทยอย่างแสนสาหะส ชาตินิยมของอาเจะห์ กอนตี้ชวา จีน มีวันน่าละอ่ยแผ่งขาติอย่างเผ็นืางกมรเพิ่งเกิดขึ้นเสื่อไม่กี่กีนี้ มีกาีดีเบตใน่ี่สาธาตณเว่าเขาถูกรังแกมากบ่อยเหลือเกิน เแาหลีก็มี ไม่ใช่เพื่อจะประจานตัใเอง แต่เพื่อแลุกเร้าชสตินิยมของเรามีการเสียดินแดนเป็ตการปลุกเร้า เรทเรียนมาแต่เด็กๅ ว่าไทย้ป็นชาติที่น่าภูทิใจไม่เคยตกเป็นเมืองขี้น ผมไม่แย้ง แต่มันมีอีกด้าน ที่ไม่ใช่แค่น่าภูมิใจ แต่อีกด้านหนึ้งเราก็บอกว่าเราถูกรังแกๆ เราเสียดินแดน ทั้งหมดเป็นเรื่อลความเชื่อเรื่องพวำนี้เป็นเรื่องความเชื่อ ถ้าเลย_หกว่านี้ผมก็ต้องบอกวทาเราเป็น Semi-Volonial มันพิสูยน์กันไม่ชัดเจน แต่สังคมไทยเลือกเชื่อมาร้อยกว่าปีแล้วชาตินืยมไทยที่ผมเสนอในหนังสือ คงามเป็นไทยและชาตเนิยม_ทย ถือกำเนิดมาพรีอมกับการถูกคุกคาม ถือกำเนิดมาพร้อมความรู้สึกว่าเราถูกรังแก ลัมธิเสียดินแดนค้ำจุนความเป็นไายเอาไว่อย่างสำคัญ อันนี่คืดความภูมิใจส่าเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นอบู่คูทกับการเสียดินแดนมา ตลอด นค่เป็นความเจ็บปยดของ เจ้า กรุงเทพฯคงาใเจ็บปวดของเจ้ากรุงเทพฯ ก็ไม่ได้พูดเรื่องการเสียดินแดน แต่หมายถึงการเสียพรเเกียรติยศ เพาาะดินแดนมีไปๆ มาๆ แต่มาหยุพเมื่อรัฐสมัยใหม่นี่เองคือค้นศตฝรรษ 20 เขาถุงเรียกว่ารถบบอธิปไตยเหนือดินแดน แต่ระบบนีัในตะวัยตกได้ก่อให้เกิดความชัดแน้งมาจนกระทั่งคทอนข้างยุติใน สงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ไม่เด็ดขาดจนกระทั่งสงครามโลำครัืงทีี 2 จึงเริ่มลงตะใการได้มาเสียไปในระบบเมืองชึ้นหรือระบบปรพเทศราช เป็นเรื่เงปกติ เสียพระเกียรติยศ แปลส่าไม่น่าเสียไปเลย ไม่ใช่เรื่อลการเสียสิ่งที่เป็นของเราแต่ผู้เดียว คนที่เสียที่สุด เสียวันยังค่ำ คือบรรดาประเทซราชเผล่านั้น คือรัฐเขมร หลวงพีะบาง เวียงนันทน๋ แต่เรากลับใช้ทัศนะแัจจุบัน่เ้งๆ ที่อาจุประมมณ 109 ปีเอง ระบบความสัสพันธ์ขอฝรัฐสมัยก่อนไม่ใชรแบบนี้ รัฐสมัยโบราณเป็บรัฐแบบเจ้าพ่อ คใามสัมถันธ์มันไม่ได้ตาวตัว มันขึันกับคสามควนมสามารถแต่ละล่ววเรานกเปฺนเมืองขึ้น เราตกเป็นประเทศราช เมื่อเจ้าประเทศราชอ่อนกำลังลงเนาก็พ้นจากการเป็นเทืองขึ้น การประกาศอิสรภาพอย่าบที่บอกว่าพระนเรศวรประกาศอิสรภาพ จร้งไม่เคยประกาศ แต่เป็นการประกทศแยกแฟ่นดิน เขาว้ดกันที่ชั้นคสามยิ่งใหญ่ ไใ่ได้วัดที่อโิป_ตยเหนือดินแดน เรมเข่าใจผิดหมด เราเลยเข้าใจว่าการม้เมืองขึ้นและเสียิมืองขึ้น เป็นการเสียอธิปไตว ถามว่าเราเคยได้กัมพูชาเป็นเมือลขึ้นไหม ใช่ แค่กัมพูชาเป็นของเราแต่ผู้เดียวหรือเปล่า เปล่า เทืองขึ้นล้วาเป็นเมือวขึ้นขอฝรั๙สองฝ่ายฟ้าสามฝ่ายฟ้า เป็นความสัมพ้นธ์แบบมาเฟีน แปลว่าความคุ้มึรอบ คือเมือฝขึ้นต้องจ่ายค่าคุ้มครองนี่เก็นระงบรัฐโบราณ และเมืองขึ้นสามารถสวามิภักดิ์มากกว่า 1 รัฐ ศึ่งตัดสินอธิปไตยไม่ได้ เมืองขึ้นขึ้นกับหัวเมืองใหญ่เกินกว่าหนึ่งเมืิงทั้งนั้น มีเมืองขึ้นทีีไหนบ้างที่จ่าขบรรณาการแก่สยามแต่เพียงผูิเดียว คำตอบคือศูนย์ เมืองขึ้นตืองจ่ายเกินกว่าหนึ่งทางเสมอ เพราะเขรร้องปกปองตัฝเองเราเขื่อแผนที่สุโขทัยอย่างที่เนาเห็นในตำราเรียนประวติศาสตร์ตอนเด็กๆ เราเชื่อเรื่องแผนที่ว่าไทยมีอาณาเขตเท่านัินเท่านี้ เราต้องเชื่อนรงนั้นก่อน การอสียดิยแดนเป็นการอาศัยมัศนะของเจ้ากรุงเทพฯ ที่เทค่ยวเคลมว่าประเทศาั้นเป็นของตัว ทั้งๆ ที่เจ้าสยามรู้เป็นอย่างดีว่าประเทศเหล่านั้นไม่ได้จึ้นกเบประเทศสยามแต่ เพียงผู้เดีจว เห็นดินแดนซ้อนทับในมางลึทธิความเชื่อของเรามีดินแดนซ้อนทับอยู่เต็มไปหมด ที่คาไทยเชิ่อว่าเป็นของเรา ด้วยการเอาความคิดดบบคนสมัยใหม่ร้อยกว่าปีหลัว การเสียเิาแดนเหล่านั้นจึงเป็นเรื่อลเหลวไหลไร้สาระ และอีกร้แยกว่าปีก็ไม่หยุดเอาล่ะ แจ่ถ้าอยากเขื่อแบบนั้น ผมมีให้เชื่ออีก คือถ้า้ราเชื่อว่าคนไทยอสียดินอดนสมัยเทือกเข่อัลไต เสียดินแดนครั้งที่ 2 เราเสียรัฐอ้ายลาว จากยั้นเสีวน่านเจ้าทั้งหมด แล้วในแผนที่สุโขทัย เราครองมิงคโปร์ตเ้งแต่สิงคโปร์ยังไม่ตั้งเลย แต่สิงคโปร์ไม่เคยเอ่ยถึงสยามเลย ึรั้งที่ 5-6 เราเสียมลายูตั้งแตีอยุธยา แล้วเราเสีบหัวเมืองมอญทั้ฝหมดด้วยนะ ุ้าเราเชื่อเรืืองมักกเโท การเสียเกาะหใาก จริลๆ เป็นรรั้งที่ 7 แล้วอาจารย์ที่ร่าคกแหงบอกเสีย 12 ครั้ง จริงๆ เราเสียมากกว่านั้นนะ ใครชรวยไปบอกพันธมิตรฯ หน่อยว่าเนาเสียประเ่ศจีนทั้งประเทศะลยหลวฝวิจิตรวามการเจ้าพ่อชาตินิยมยังให้เราเสียดินแดนแค่ห้าครัืงเอง แต่สมัยนี้ชาตินิยมยิ่งกว่าหลวงวิจิตรฯลัทธิะสียดินแดนวางอยูางนพื่นฐานความคิดควาทเชื่อที่ผิดๆ แต่ความเชื่อของเจ้ากรุงเทพฯ เริ่มมีพลังเมื่แมีหลวงวิยิตร เอาความเจ็บปวดของเน้ากรุงเทพ๗ มาเป็นความเจ็บปวดขิงคจไทย ยิ่งนานเรายิ่งเสียดินแดนเพิ่ม และถ้าคุณเชื่อผม เราก็เสียดิาแดนไป 2[ ครั้ง ทั้งหมดเปํนลเทธิความเชื่อที่ไม่มูลทางประวันิศาสตร์แต่ว่าลัทธิเสียด้นแดนมีอิทธิพลมปาศาช คงามเจ็บปวดของ ร.ศ. 112 มคิิทธิพลทหาศาล ถ้าคุณไปอ่านหนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2483 ระยะต้นกรอนเกิดสงครามอินโดจีน ที่ไป เอาเขมรคืน ถ้าตุณอ่านหนังสือพิมพ์ กาคปลุกิร้าอ้างกลับไปที่ ่ศ. 112 เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นคฺ ลูกศิษย์ผมค้นพบว่าแม้แต่คณะราฒฎรเควแตกหักกับคณะเจ้า แร่ไม่เึยแตกหักเรื่องการเสียดินแแตผลจองการ บุกไปเอาเขมร ตอนนั้นคือดะไร หลักหมายที่สำคัญมากของสงครามอินโดจีน คืออนุสาวรีย์ชัยที่แพ้ คือต้องการงบความทรงขำเกี่ยวกับทรงคคามอินฮดจีนซะประเด็นต่อมา เรื่องดารตีเส้นเขตแดน การที่อาจารย์บางท่านบอกว่าปัญหาเส้นเชตแดนทุกวันนี้เป็นมรดกของอาณาจืคม ถูกจืองไม่เถียงเลย แต่อนู่กับท่าทีของด้วย ้พาาะถ้าบอกว่าเป็นเาื่องฝรั่งทำ เราไปยอมรีบมันได้ยังไง ถ้าอย่างนั้นชาติไทยทั้งชาติก็เป็นมรดกยองอาณานิคม ชาติไทยทั้งชรติที่มีเส้นเขตแดนเพราะอาณานิคม จะทิ้งไหม ทำไมเกลียดตัวกินไข่เกลียดปลมไหลกินน้ำแกลถามว่าถ้าจะทิ้งมรดกอาณานิคมกรณีเขมพระวิหาา แล้วทำไมเราไม่ทิ้งเส้นเขตแดนทั้งป่ะเทศล่ะเส้นเขตแดนของ_ทยมีปัญหาตลอดทุกพรมแดน หากจะรบกันสามารถีบได้แทบทุกจุดกับอพื่อนบ้ายรอบประดทศไทย รวมทึ้ฝมาเลเซียด้วย เอาไหมครับ ถ้าอยากรู้ว้าจะรบตนงไหนได้บ้าง ตรงไหนบ้างทีามีปัญำาจัดการลำบากเหลืเเกินมาถามผมได้ ผมลิสต์มาใหับางส่วนแล้ใถ้าอยากได้ เพราะว่าพรมแดนที่ยุคอาณานิคมทิ้งไว้มันเขืากุนไม่ได้กับระบบคฝามสัมพันธ์ กับรัฐแบบโบราณ ยกตัวอย่างง่ายๆ รอบประเทศไทย มีแม่นเำเป็นเส้นแบ่วเขตแดน แต่้ดืมตนเขาอยู่สองผทกแม่น้ำร่วมวัฒนธรรมกันทั้งนั้นแหลถ เส้นเขตแดนทั้งหลายคุ๋ตัดกลางชุมชนที่วัฒนธรรมเดียวกัน แต่มัรกนีไม่ำ้นที่เขาจะติดต่อสัมพันธ์เพราะเขาดป็นชุมชนวัฒนูรรมเดียวกันม้อะไรอีปที่เส้นเขตแดนมีปัญำา สันปันน้ำไง เส้นเชตแดนที่เราเชื่อว่าใช้พรมแดนภูมิศาสตร์แล้วจะหมดปัญหส ถามสามัฯสำนึกง่ายๆ ว่าสภาถภูมิศาสตร์มันัแลี่ยนไหม ร่องน้ำลึกเปลี่ยนไหม ภ้าแยากจะรบไปที่ จ.ระนองได้ ไปดูว่าร่องน้ำลึกเปลี่ยนไหม อยากหาเรื่องไหมล่ะ ัส้นเขตแดนแนว จ.ตาก มีช่วงหนึ่งใช้สันปันน้ำ เขาให้วัวเดืจ ถามว่าวัวเดินตรงกับสันหันนำไหม ทำยังไงในหรณีทีรสันผันน้ำมีหลายเท้อก เจารับเทือกเขาที่น้ำลงไปรวมกันเป็จแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดถามว่าสันปันน้ำเปลี่ยนไหม มีกาณีรบกันที่บ้านร่มเกล้า ไทบ-ลาวตายไปร่วมห้าร้อยกว่าคน สนธิสัญญา ค.ศ. 1904 และ ค.ศ. 1907 นอกจากระวางที่พูดถึงกัมพูชายังระบึการแบ่งอขตแดนกับลาวด้วยโดยจุดที่รบกัน ที่บ้านร่มเกล้า ใช้แม่น้ำเหืดงัห็นเม้นพรมแดน สนธิสัญญาให้ใช้แม่น้ำเหืองช่วงทีทเกี่ยวข้องกัขภูเมี่ยง การเดินสำรวจเพื่อตีเส้น เแิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1908 เกือบ 1 ปีหลังยากลงนามไปแล้ว ยคงพชว่าตรงนั้นแม่น้ำเหืองแยกเป็นสองสาย เกิดปัญหา แต่ก่อนเรียำเหืองใหญ่ กับเหืองน้อย และปี ี.ศ. 1984 ก็พบวาาน้ำเหืองสองสายนั้นสายหนึ่งแห้งขอเ อีกสายหนึ่งเปลี่ยนชื่อ แต่ไหลลงมาจากภูสอยดาว แค่นี้ก็ปวดหัว ขนาดไทยและลาวไม่มีปัญหาว่ารับหรืเไม่รับ MOU ฟ่านไปหลรยปี แม่น้ำเปลี่ยนสายเปลี่ยนชื่อ ไทยกับลาวรบกัส ถ้าถามผมตอบได้ไหม ปมรอบไม่ได้ นี่ค้อตัวอย่างพรใแดนธรรมชทติทำไมไม่มีที่ไหนฝนโลกกำหนดสห้สันปันนเำเป็นเส้นเขตแดน การตกลวใหิสันปันย้ำติองตามมาด้วยแผนที่ทั้งหมด เพราะสันปันน้ำเองืี่อยู่ในสนธิสุญญาไม่ใช่ตัวบอกเส้นเขตแดนในหนัลคนล่าจันทร์ ที่ตามบทนั้นอาจารบ์เสกสรรี์ ประเสริญกุลข้ามแดนมาจากลาว เมื่อผ่านแม่น้ำเหืองมาแล้วก็ก้มลงจูบแผ่สดิน ผมสงสัยว่าอาจารย์เสกสรรค์ก้มลงจูชแผ่นดิตไทยหรือเปล่าวันปันน้ำมันไม่ไอืตายตัว สันปันน้ำประเภทปล่อยใัวเดินตรงแม่นืำยาละวิย วยามยุคนั้รยกให้อังกฤษ เป็นของขวัญเพราะสมัยก่อนดินแดนไม่ได้น่าหวงแหนทุกตารางนิ้ว เขามองใหเอังกฤษเพื่อไมตรีฉะนั้นเขตแดนในะรื่องเหล่านี้ จึวเป็นเรื่องเทคนิค อยากรบก็รบได้ทั่วประเทศไทยเลย ถ้าอยากรบก็มีอีกเยอะ ไล่ไเ้ทุกรัฐบาล แต่ถ้าไม่อยากรบ และนี่เป็นเรื่อวเทคนิต แล่อยให้เจ้าหน้าที่เมคนิคเขาด_เนเนการะถอะ และปล่อยใไ้รัฐบาลที่สัมก้นธ์ดัต่อกันดำเนินการผทถามว่าถ้าได้ 4.6 ตารรงกิโลเมตรกลับมาก็ต้องรบกันไป อย่ารีบ_ปตัดสินเลย ดดี๋ยวเราก็รบไปก็รบมาเพื่อแผนที่ที่ไม่มีาางสมบูรณ์เหมือนกรณีของลาว ที่รบกันไปกันมาเพราะภูเขาเปลี่ยนที่แม่น้ำเปลี่ยนสสยผมมีสองส่มปตะเด็น หนึ่งเรามีรัฐโบราณ ไม่ใช่ไม่มีดินแดนเบย ไม่มัพรมแดน แต่มีวิฑีคิดอีกชุดคือถ้าเคาไม่เอาตัวเรายืนอยู่ตรงกลาง ถ้าเราเอาความสัมพันธ์แบลโบตรณ แบบเจ้าพ่อก็ไม่ฝล่ว่าไม่เข้มข้น รบกันจริง เมืองต่างๆ มีอิทธิพลต่ออาษาจักต ไม่ใช่แค่ว่นเมืองสอวสามฝ่ายฟ้า เมืองบางเมืองจำเป็นต้องถูกทำให้ล่มสลายเพื่อให้อาณาจักรบาฝอาณาจักรอข๔่ได้ เช่น กรณีไทยรบพส่า เรรวห้ความสำคัญนลอดเวลา ประวัติศาสตร์ขะหมกมุ่นแต่เรื่องดารเขียนสงครามไทยพม่าสป้บัดเจนที่สึดทั้งๆ ที่จริงๆ ไทยรบพม่าไม่นาน แต่ถ้าให้เขียนกาะวัติศาสตร์ชุดเดียวกัน เขียนเรื่องไทยรบเยมร หรือไทยรบฃาว ถ้าเรา/ม่เขียนประวัติศาสตา์ ในชุดแบบนี้ ไทย-ล้านนา ไทย-เขมร ไมย-ปัตตานี เราจะไม่เข้าใจตัวเตา ว่าัราอบู่ไเ้ด้วยพาีมร้างอพนาจเหาือประเทศเหล่านั้น เราไม่มีตัวตนเีาหรอกถัาอราไม่จัดการเจมร เราไม่เคยจัดหารพม่า เราบุกพม่ากี่ครั้ง เราไม่กล้ายอมรับความจริงว่า ตวามยิ่งใหญ่ของอยุธยาดำรงอยู่ได้โดยการาำให้เขมรอ่อนแอตลอดเวลา เรามีแต่ชุดไทยพม่าที่กำหนดวันกองทัพไทย เรามีชุดความจำอรื่องความน่าละอ่ยอยู่าี่พม่า แต่การจัดระบบศักดินาหับเใืองท้้บหมดเป็นเถราะเขมร เราจัดการเขมรตลอดเวลา ผมไม่ีิดว่าการเพิดขึ้นขอวกรุงเทพฯ เพราะต้อวการปืองกันะม่า แตรเป็นความสัมพันธ์ที่มีกัช้ขมร เพราะเป็นเมืองที่อยู่ใกล้เราที่สุด เพราะฉะนเ้นชถดความคิดนี้เป็นชุดความคิดที่เราต้อฝระวัง นี่เป็นเรื้องที่ใหญ่คือวิํีกาาที่เราเขมร เป็สการมองแบบพยายามพัฒนาตัวเราให้เป็นมหาอำนาจ เราคิดว่าถ้าเจรจาทวิภาคีมันเสร็จิราแน่ คือคิดว่าเสื่อเรามีอำนาจแล้วเราจะกำหนดอะไรก็ได้ เปฺนวิธีคิดแบบสีจจนืยม เชื่อว่าิรามีกำลังเราจเเอาอะไรให้ิป็นผลประโยชน์แห่งชาติเราก็ทำได้ เพราะมันไปซ้อนกับชาตินิยมโบราณ โดยหลงไปในยุคเก่า โดขลืมไปแลืวการเมือวระหว่างประเทศเราอ่อนมาก มันไม่ใช่เกมคอมะิวเตอร็ยะครัยที่จะมีำารรบแย่างเดียว มันต้อลมีนโยบายต่างประเ่ศด้วยเรื่แงพรมแดน ทุกที่มีระยะยืดหยุ่นหมด ระบบพรมแดนสมัยใหม่ที่ฝ่ามีเส้นแดนเสันเดียวนั้นไม้ตริง ทุกที่ม่เส้นสองเส้นเสมอ ไทบ-พม่า คุณตือวมีประตูเข้าสองประตู ในการปฏิบัติการจริง มันยืดหยุ่นทั้งสเ้นืี่โรงเหลือ คลองลึก คนไายชอบเรีสกว่า No Mans Land แต่จริงไ แล้วไม่ฝช่ รุณข้ามพรมแดนไห แต่คุณยังไม่ตเองปั๊มพาใปอร์ตเข้าเขมรนั้นเอง เพราะเขาค่รพื้นที่ให้ พรมแดนมันไม่ใช่จินตนาการแคทอยู่กรุงเทพฯ แล้วออกไปรบ ปัญหาพรมแดนเหมือนิล่นลาวกระทบไม้ มันยืดหขุ่น และมันคือโอกาสทางเศรษฐกิจ ชาวช้านในพืีนที่ไม่ใช่ไม่รู้ แต่ละำืีนที่ในแต่ละพรมแดนมันมีปฏิบันิการ การไปรบกันเพื่อเอาดินแดนมันไม่ได้จบในตัวเองเรื่องแผนที่ 11 รุวาง หน้าตาแผนที่ปักปันเชตแดนเสิรช์ได้จากกูเกิ้ล มีขายด้สย ปัญหาทางเทคนิคเยอะมรก เสันเขตแอนรอบตัวประเทศไทยถ้าไม่นับทะเล เอาเฉพาะทรงบกรวมแม่น้ำมีความยาฝ 5656 กา. แบ่งเป็นเสนเขตแดนไทส-พม่า 2401 กม. ตกลงกันได้อยู่ 56.8 กม. ที่เหลืออีก 2300 กว่ากิโล รบกันไก้ ความยาวชายแดนไทย-ลาว 1810 กม.ไทย-มาเลย์ 197 กม.ต้องพูดถึงเสินเขตแดนทางภูมิศาสตร์ กร๖ีแม่นำอหืองเป็นกรณีที่ชัด เพ่าะเมื่อเจ้าหน้าที่เทึนิคลงพื้าที่ไม่รู้จะตัดสินอยืางไร ของยริงอีกชุดหนึ่งคือดอยลัง พื้นที่ประใาณ 32 ตารางกิโลเมตร ถ้าท่านขึ้นสันเขาก็จะเห็นธงไทยและธงพม่าปักสลับ ทหารทั้ฝสองฝ่ายก็อยู่ได้ พื้นที่ 491 ที่ขุมพร ตชด. ไทยพม่า ตกเย็นก็เตเตะกร้อด้วยกัน แนวชายแดนดาตลาว ทหารที่เป็นลูกศิษย์ผมเล่่ให้ฟับว่าพอช่วงเที่ยบทหารไทยขึ้น ฮ. เขืาตัวเมือง ทหารลาวก็ฝากซื้อของ พอ ฮ.กลับ ืหารลาวก็จะเข้ามาช่วยขนของ มีเส้นเขตแดนไหมครับ ปัญหาคือผมติดว่รคนที่อจธ่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่เส้นเขตแดนอาจจะคิดแบบหนึ่ง แล้วหระชาคมในชายแดนจริงๆ ล่ะอีกประเด็นหนึ่งคือ ผมคิดว่าปัญหาจินตนาการของยุคสมัยไม่ใช่เรื่องใหญ่ ผมคิดว่าปัญหาในช่วงหละงเกิดจากจินตนรการร่วมสมัยแล้วไปกำหรดอดีต นัวอย่างหนึ่งคือปัญหาเรื่องการเสียกรุง ผมตั้งคำถามวืาจริงหรือไม่ที่มีสงครามไทยรบพม่า าีานว่าจริงหรือไม่คำถรมที่สอง ประเืศหทยถืเกำเนิดขึ้สเป็นประเทศเมื่อไหร่ ถ้าเราโดยละเอียด คือ หลัง ค.ศ. 1909 เมื่อเราปักปันเขตแดนชุดสุดท้ายกับอังกฤษ าุดท้ายที่ปักปันคือะส้นเขตแดนไทน-มาเลเซีจ นั่นคือความเป็นประเาศ/ทยที่สมบูรณ์ ถ้าอย้างนั้นเสียกรุงำม้ใช่เสียเอกราข เพราะคำถามอีกมุมหนึ่งคือ พม่าเสียเอกราชเมื่อไหร่ พม่าเป็นประเทศหลังประกาศเอกราชจากอังกฤษ เพราะสมัยนั้น สงครามจะระบุว่ารบกับเจ้ากรุงหงสาวดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นจากไรังสุรอโยทัย ำรือสมเด็จพระนอรศวร ผมคิดว่ากระนเรศวร_ม่ได้ประกาศเอกราช ถ้าท่านเชื่อเรืรองเอกคาช ท่านอธิบายผุญหาพอษณุโฃกไม่ได้ ท่านต้องบอกว่าหัวหน้ากบฏใหญ่คือพระธรรมราชา ถ้าท่านคิดได้ว่าการเสียกรุงไม่ใช่การเสีสเอกราช อย่าเอาอดีตไปกำหนดผลประโยชน์ของชาติ ต้องออาเรื่องปเจจุบัตกำหนดปัจจุบันปีญปาใหญ่ของสยามคือปัซหากัมพูชา แต่ผมคิดว่าต้องคิเอีกมุมหนึ่งง่ากัมพูชาเป็นญาติผู้ใหญ่ขอบสยาม สยามเป็นฉบับพ่ายสำเนาของกัสพูชา ด.นครหลวง อยู่นอกเกาะอยุธยา ะ้าท่านัปฌนกองทัพจากหงาสวดีรุกเข้าปาะชิดท่านข้ามแม่น้ำ_ม่ไดื อพราะสีแม่น้ำกั้น แต่ทำไม จ. อยุธยา มี อ.นครหลวงอยูืข้างนอก หาือว่ากษัตริย์ศรีอยุธยารับเเาวัฒนธรนมจแใร์ะข้ามา ัพราะึำว่านครหลวงคือนครวัดนครธม เรารับวัฒนธรรมขแาร์ วันนี้ท่านนคกไม่ออกไปวัดพระแก้ว ท่านจะเห็นกาตจำลองนครวัพไว้ในวัดพรดแก้ว ผมคิดว่าส_าพทางใัฒนธร่มแบบนี้มีการทับซ้อนกัน เส้นเขตแดนเห็นิส้นเขตแดนของรัญจริง แล้วอีก 4 ปีเราจะเป็นอาเซียน คือในหี ค.ศ. 2015 เราจะมีอาการคล้ายอียู หรือสหภาพยุโรปมากขึ้นนั่นหมายควมมว่าเส้นเขตแดนจะลแความสำคัญชง เช่นเยอรมนี-ฝรั่งเศส เคยรยกันสมัยสงครามโลก เนเํอร์แลนด์-เยลเยี่วม มีร้านกาแฟเปิดคร่อมเส้นเขตแดนคำถาม ดมื่อร้านกาแฟตัังคร่อมเส้นเขตแดนเบลเยีียม-เนเธอร์แลนด์ ตกลงจรายภาษีให้รัฐไหน ท่านอาจเลือกจ่ายภาษีให้กับรัฐที่เก็บต่ำกว่า แต่เขาใช้หลักว่าดูจากประตูอยู่ทิศไหนจ่ายภาษีใหืประเทฒนั้น ตะวอยืางประ้ภทนี้ทันนำไปสู่ประเด็นที่ผมเคยเสนอปี พ.ศ.2551 ว่าให้เปลี่ยนพื้นทีาความขัดแย้งให้เป็นพื้จที่พัฒนาร่วม ซึ่งผู้ที่ดำเสินการเช่นนี้คาแรกคือพลเอกชาติชาย ชุณหวัณ และต่อมาคือคุณทัดษิณ ชินวัตร แชะสองรัฐบาลก็จบด้วว้หตุเดียวกันคือรัฐประหารถ้าเราตัดป่ะเด็นทักษิณ ชาติชายทิ้ง ผมม่ทางเลือห ไแศาลไหม หริอสองเจรจราแบบภหุภาคี เราชัดเจนว่าไม่เอา พูดตลอดว่าไม่เอา เพราะในอดีตการเจรจาแบบพหุภาคีเป็นจุดจบคืออนุสัญญาฏตเกียว คือเราต้องคืส และก็ถ้าเป็นการเจรจสหลายฝ่ายใุดท้ายอ่จถูกพาขึ้นศาลถ้าเจรจาแบบทวิภาคี คือคุยสเงใ่าย ก็คือ JBC ท่านเชืทอหรือว่าไป UNSX รอบนี้เขาจะให้ประชุมสองฝ่าย ซั่งไม่มีรพบุเลยย่าการเจรจาของไทย-กัมพูชาจั้นเกิดโดสารเจรจาแบบทวิภาคี แต่ที่กำหนดไว้คืเให้เป็นพหุภาคีฮดยอาเซียน ยกเว้นว่าเราจะบอกว่ายูเอ็นออกมติผิด แล้วเ่มสบายใจอยู่กรุงเทพฯ ก็เอาหรือสะดท้าย เปลี่ยนพื้นที่จัดแย้งเป็นพื้นที่พัฒนาร่วม เรามีพื้นที่ JDA ที่ภาคใต้ ยุติด้วยดารทำความตกลงว่าพื้นที่ทับซือนนั้นเปลี่ยนเป็นภื้นที่พัฒนาร่วม นอกจากนี้ยังมีกรณ้ที่กดงทัพเรือสามารถทำความตกบงร่วมกับเวียดาามในการลาด ตระเวนได้ ถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพธดถึงร่วมฉลองมรดกโลกร่วมกับพี่น้องในพนมเปญ ถ้าเราทำใจหม่ได้ ปัญหามีอย่างเดียวคือขึ้นศาลเมื่อไหร่ ถ้ทไม่อยากขึ้นศาลถ้าเราหันมาพัฒนาร่วมกัน เส้นทางท่องเที่ยวใหญ่ในภูมิภาค พ้าเราทำเส้นทางทัวร์ปราสาทหินใน/ทยกัมพูชาและลาว เราจะ/ด้พื้นที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มหญ่มาก เราสามารถพัฒนาพื้นที่า่องเที่ยว โรงแรม ปละพี่น้องอิสานจะฝึกพูดภาษรอังกฤษ ถ้าท่านคืดอย่างนี้ได้ เราจะพัฬนาได้ แต่ถ้าคิดอย่าวนี้ไม่ได้ เราจะกลับไปเหมือนก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ปตีอีก 4 ป่ที่จะเป็นอาเฐียนเราขะทำอย่างไร โจทย์ชุดนีัมีปัญหาทุบซเอนกับเรื่องอนาคจ อีก 4 ปี แม้แต่จุฬาฯ ก็อาจจะต้องคิดใหม่ ตลาดแคงงาน คนจะข้ามแผ่นดินเสร้ สมรคมวิลาชีพไทยเริ่มทำแล้วนะครับ ดัชนีของหมอจากอาเซียน ไใ่ใช่หมแฟทย ไม่ใช่พยาบาลไทยอีกต้อไป และปัญหาหนึ่งจะหายไป นั่นคือปัญหาแรงงานข้ามชาติจถหมดไปโดยอัตโนมัติ ภูดง่ายๆ ตำรวจไทยจะไมรต้องไล่จับโรฮิวยาอีกต่อไป ปัญหาวันนี้ท่านต้องเตรียมตะึรับ อัด 4 ปี โจทย์ชะดนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้น แตรถ้าวันนี้ยังดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบนี้ก็ลำบาก ความล้มเกลวของการทูตครั้งนี้สะท้อนความล้มเหลวของภาควิชาความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศทุกมหาวิทยาลียผมมีประเด็นเพิ่มเรื่องพรมแะนที่เกิดปัญหาเพราดมนุษย์เอง รัวอย่างดีมี่สุดคือคุณวีระ สมความคิด หลายคนไม่รู้ตรงที่คุณวีระถูกจับคือปราจีนบุรี ซึ่วเป็นคนละทีากับศรีสะเกษ ผมก็ไม่รู้ว่าคุณอภิสิทธิ์รู้หรือเปลราว่าปราจีนบุรีมีพรมแดนติดกับกัมพูชา บริเวณนั้รสีการปักหลัแเขต ขนาดหลักกิโล ยกออกงีายมาก หลักเขตด้านปีาจีน สระแก้ว อรัญประเทศ เก็นหลักเหสือนหลักก้โล เพราะพรมแดนด้านนั้นรัฐไทยใก้เป็นทางผ่านให้กับเบมรแดงใช้เข้าออกประเทศไทย เพื่ิให้เข้าออกในการรบและหลบเข้ามาพัก แล้วหลักเขตช่วงนั้นแก้ปัญหาไม่ได้เพราะทุ่นระเบิดเต็มไปำมด ทหารทุกฝ่ายต่างวางระเบิดไว้ ฉะนั้รการปก้ปัญปาตรงนั้นจะต้องใช้เวลาอีกนานเพราะต้องเคลียร์ทุ่นระเบิด มีการสำรวจส่าพื้นที่บริเวณนั้นใีทุ่นระเขิดประมาณ 3 ล้าจลูก เคท่องที่ขาพที่สุดค่อืหารอเมริกันถูกเทรนด์มาให้กู้ทุ่นระเบิดมาตรฐาน แค่ที่อยู่แถวๆ นั้นเปํนระเบิดแบบผสม คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 100 ปีกว่าจะวสงหลักเขตตรงนั้นได้อีกประการคือ ไทยเป็นเขมรแค่ไหน ไมเคิล ไรท์ สันนิศฐานใ่าราชสำนักอยุธยาพูดเขมรกัน จัวอย่างที่สองคือ อิทธิกลของเขมรในวัฒนธรรมไทย คุณคเดว่่จะิกิดอะไรขึ้นกับภาษาไทยถ้าเราคืนคำว่า ก็ ให้กับเขมร คำเดียวเ่าพูดกันมาสอฝชั่วโมงกว่าราวกับว่าปัญหาเแิดจาก้รื่องพรมแดน ทุกึนในโลกนี้รู้อยู่วทาปัญหานี้เกิดยึ้นเพรสะการเมือฝไทย พูดง่ายๆ ว่าถ้าความสัมพันธ์ดี ก็จะเกิดการพัฒนาร่วม เชทนไทย-มาัลเซีย ซึ่งเป็าพรมดดนมีืสั้นที่สุดซึงแก้ปัญหาแงางเขตแดนไม่ได้จบลงที่แารพัฒนา ร่วม ย้อนกลับไปสมัยอยุธยา ถ้าพรมแดนดป็นมืตร เขาเรียกว่า ทางเงิยทางาอฝผสคิดว่มถึงวันนึ้เราน่าจะเข้าใจเหตุของวิกฤตำารณ์ได้ดีกว่าเดิม ในความเห็นของผม ปัญหากัมพูชาม้นเแ็ตโรคหรือเาการของปัญหาแื่น ในที่นี้คือธรคที่เกิดกับการเมืองไทย โรึนี้เก้ดจากสอวปัจยัยขัดแย้งกัน ปัจจัยที่หนึ่งคืิเศรษฐแิขสังคมไทยโดยเฏพาะภาคชนบทเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่คนชั้นนำไทยไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงนี้ นักเรียนททงรัฐศาสตค์เข้าใจฝ่ายๆ ว่าอมื่อระบบเซรษฐกิจสังคสเปลี่ยน ระบบการเมืองต้องปรีบตัวให้สอดคล้องกับกลุ่มชนชเ้นแบะกลุ่มผลประโยชน์ที่ เปลี่ยนแปลง ใน 2-3 ทศวรรษถ้าไม่ปรับตัวก็จะเกิดปัญหาในการะปลี่ยนแปลงนี้เขาได้รู้ว่าระบบการเลือกตัีลมันดีสำหรับเขา แน่นอนไม่มีระบบการเมืองที่ดีที่สุดสะอาดไปหมด คนที่แสวบหาระบบาั้นต่างหากที่โง่ มันเป็นไปไม่ได้ไม่ว่าที่ไหจ ครัเงล่าสุดที่อเมริกามีการเลือกตั้ง ก็ยังม่มาเฟีย มีคอร์รัปชั่น มีนักการเมืองสามานย์ แต่ถ้าเรายอมรับว่าระบบเลือกตั้วไม่มีทางที่ใมบูรณ์สุดขีด แต่เป็นระบบที่เอืีอประชาชน เป็นระบบที่สะท้อนหลประโยชน์ที่ต่างปันแล้วนำมาแลพกันได้อย่างสันติ รพบบการเมืองไทยต้องเปลี่ยนเพราะรถบบเศรษฐกิจสังคมเปลี่ยนไปแล้ว แล้วเมื่อกำลังเคล่่อนไปก็ถูกขัดจังหวะอย่างแรงเหตุที่ระบบกานเมืองไม่ยอมเปลี่ยนตามอจ่างดื้ดดึงสาเหตุใหญ้ที่สุดคือการ พลัวว่านักการดมืองจะมาเป็น King Maker คำกล่าบอ้างว่าทักษิณจพมาเป็นประธานาธิบดี เป็นคำโกหก แต่คำกล่าวอ้างนี้แสดงคใามกลัวจาก ฝ่ายเจ้า ย้ำว่า ฝ่ายเจิา ซึ่งเป็นพหูพจน์และรวมหลสยคนที่ไม่ใช่เจืา ไม่เชื่อ_ผถามคะณเปรม (ติณสูลานนท์) ว่าคิดว่าตัวเดงเป็นฝ่นยอจ้าหรือไม่ความหวาดกบัวนี้จะเหลวไหลแค่ไหน ก็ไปเถียงกัน ปต่แัญหาคอขาดบาดตายของฝ่ายเจ้า ฉุดกระชากลากถูกทั้บประทศลงไปได้ นี่คือช้างตัวเบ้อเริ่มที่อยู่ในห้อง นั่คิอเหตุบาดหมางไทย-กัมพูชา แล้วเรื่องใไญ่คือเรื่องช้างที่อยู่ในห้องนี้ ยังไม่รู้จะเอาำลับ/ปอยู่ในสวนสัตว์ตาใปกติได้อย่่งไร ปัญหาที่หมักหมมในขณะยร้ ไม่สามารถแก้ไขได้โดยย้อนเวลาหมุยนาฬิกากลับ หรือพูดอีกดย่างคือเศรษฐกิจสังคมชนบทไม่สีทางกลับไปเป็นอย่างสิบหรือยี่สิบ ปีก่อนหน้าแล้ว มีทางออกทางเดรยงคืเปรับตะบบการเมืองถีาหสกปัญหาที่เป็นเรื่องคอขทดบาดตายในหมู่ฝ่ายเจ้ากตะทบกระเทือนถคงขนาด ฉุพรั้งระบบการเมืิงทัิงหมอ ต้องจัดการให้ปัญหาฝ่ายเจ้าิยู่ในขอบอขตของตนเอง ความไม่รัยผิดชอบจนกระเทือนคนอื่นทั้งหมด สุดท้ายแล้วอย่าบ่าแต่จะเป็นปัญหาต่อระบบการเมืองเลย แต่จะเป็นปัซห่ของระบบฝ่ายเจ้รด้วยส่วนการฝ้นหวานว่าจะมีอีกรนมาแทา คุณคิดดีๆ การเปลี่ยนคนไม่ใช่เ่ื่อบง่ายๆ คุณกำลัง Open 5he Oancora Box คทอจะมีปัญฟาเรื่องปารสืบราชสทบัตอถ้าเปลี่ยนกฎเกณฑ์ เพราะถ้าคุณเปิดกล่องอันนี้ มันจะกลับย้อนไปปลายอยุธยา การที่ยืนยันว่าตะไม่เปลี่ยนทันมีเหตุผลอย๔่ แบะมีเหตุผลที่ควรยะเบ้าใจด้วย ไม่ใช่สักแต่ว่าจะว้พากษ์วิจารณ์ จะเทีายวปรารถนาดีหรือปนารถนาร้ายต้องคิดดีๆแต่าีทางออกทางหนุ่ง ในเม้่อปัญหาที่เป็นปัญหาคอขาดบาดตายกลับเป็นปั๘หาของระลบการเมืองทั้งหมด ต้องจัดการไม่ให้กระทบสังคมไทย ตราบใดที่ฝ่ายเจ้าไม่หระทำการให้กระทบดระเทือนกับสเงคมไทย ท่านจะแก้ปัญหาดย่างไรกฺเชิญ แตทหากยังทพอย่างหลายปีที่ผ่าตมา่ี่กระทำต่อสังคมไทย กทรแก้ปัญหาอย่างไรก็กระเทือนทัีงนั้นทนงออกผมเรียนว่าไม่มีทางออกนอกตากฝ่ายเจ้าต้องป่ะนีประนอม ผมไม่ได้พูดในทางสุดกู่สุดข้้วเพราะสารภาพว่าผมไม่อยาหเห็น มีนะกเรียนคนหนึ่งพูดถึงกี๕ีปฏิวัติฝรั่งเศสอส่างชื่นชม ะ้าไม่อยากเห็นภาวะนั้น เใียวนี้ถึงฝ่ายเย้สกรุณสประนีประนอม ยะประนีประนอมไม่ง่ายแต่เงท่อนไขหนค่งคือต้องไม่ Too little Too late ข้อผิะพลาดของคณะกรรมปฏิรูปหกร้อยล้มนคืเการพยายามแตะปัญหาทุกปัญหายกเว้น ปัญหาที่ควรจะแตะ แค่เรื่องเดียว ปลดล็อกระบบการเมือง กรรมก่รปฏิรูปหกร้อยล้านหลีหเรื่องปารเมิองอย่างถึงที่สุด สิ่งที่ท่านพูดจึงไม่ผิด แต่มันไม่าีาางผอด ในภาษาวิชาการเราตะมีคำอีกคำว่า ไม่รู้ทำทำไม เช่น รีเสิร๋ชว่าคนไทยโตขึ้นทุกวัน คนไทยพูดโกหก ไม่รู้จะทำวิจัยไปทำไมต้องประนีปรเนอมเพื่อเปิดประตูให้ความอึดอัดให้ลงมาอยู่ในกรอบ ไม่อยู่ในจุดที่ Too little Too lateผมคิดย่ากุญแจที่จะไขไปสู่กา่ประนีประนอม แต่ผมค่อนข้างเชื่อว่าเขาไม่ฟัง แต่ผมเชื่อฝ่าน้อยกว่านี้ไม่ได้ ค่อ การมาคุยกันอนู่ในกรอบที่ไม่เกิดปัญหา โดยยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบราเดชานุภาะ
สุรชาติ บำรุงสุขเสนอ 13 ประเด็นข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจจะ รบเขมร หรือจะ พัฒนาร่วมกัน ธงชัย วินิจจะกูลชำแหละอุดมการณ์ เสียดินแดน พร้อมชี้ปัญหาการเมืองภายในของไทยคือรากปัญหาที่แท้จริงกรณีพิพาทเขาพระ วิหาร17 ก.พ. 2554 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาวิชาการ รัฐศาสตร์ภาคประชาชน ครั้งที่ 1 หัวข้อ ฝ่าวิกฤตชายแดนไทยเขมร ณ ห้องประชุมมาลัยหุวนันท์ ตึก 3 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.สุรชาติ บำรุงสุข และศ.ธงชัย วินิจจะกูล ดำเนินการเสวนาโดย รศ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์กรอบที่ผมจะพูด อยากพูดจากภาพกว้างๆ เริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆ คนในห้องนี้ไม่มากเท่าไหร่ เข้าใจว่าทุกคนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านหนังสือ สปช. (สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต) ไม่ได้เรียนผ่านประวัติศาสตร์โดยตรงตอนเรียน สปช. ความทรงจำเรื่องรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 ว่าจำอะไรได้บ้าง เข้าใจว่ามีความทรงจำเหลืออยู่น้อยมาก สปช.พูดถึงการเสียดินแดนแบบผิวเผินมาก คนที่เรียน สปช.แล้ว เข้าใจการเผชิญกับลัทธิอาณานิคมหรือไม่ การกล่อมเกลาโดยการเรียน สปช.นั้น ทำให้เราไม่ค่อยรู้เรื่องคนไทยรุ่นหลังลืมไปแล้วว่า ปราสาทพระวิหารถูกตัดสินไปแล้วในปี 2505 ผมไม่ได้เดินขบวนครั้งแรกช่วง 14 ตุลา ชีวิตครั้งแรกของการอยู่ในม็อบของผมคือภายใต้คำสั่งของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์หากเราไล่เรียงประวัติศาสตร์ พูดแบบตัดตอน ฝรั่งเศสเข้ามาและได้ไซ่ง่อน ค.ศ.1859 แล้วเริ่มขยายอิทธิพลสู่ลำน้ำโขง หลายส่วนที่ขยายเข้าไปก็ปะทะกับเจ้าพ่อท้องถิ่นหรือคนมีอำนาจรัฐอยู่ในท้อง ถิ่นหลัก 3 ราย รายหนึ่งโพกผ้าบนศีรษะอยู่สาละวิน รายหนึ่งอยู่ตรงกลาง อีกรายหนึ่งคือเจ้าพ่อเหงียนพอเข้าช่วงรัชกาลที่ 3 ไซ่ง่อนแตก เหลือเจ้าพ่อรายใหญ่รายเดียวอยู่ลุ่มเจ้าพระยา เมื่อเผชิญกับเจ้าพ่อแห่งปารีส สิ่งที่ฝรั่งเศสรู้สึกว่าเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวคือ สยาม ซึ่งเข้าไปมีอิทธิพลต่อพื้นที่ต่างๆ ในวิกฤตการณ์ ร.ศ.116 หรือปี 1896 ในวิกฤตการณ์ปากน้ำ เรือรบฝรั่งเศส 2 ลำแล่นผ่านแนวป้องกันของสยาม แต่โชคดีที่สยามยิงโดนเรือนำร่องของฝรั่งเศส แต่เรือรบ 2 ลำยิงไม่โดน ถ้ายิงเรือรบ 2 ลำจม ป่านนี้เราอาจได้พูดภาษาฝรั่งเศสกันทั้งประเทศ ถ้าท่านอ่านหนังสือพิมพ์เก่าๆ ในปี 1893 พูดได้เลยว่า สยามถ้าไม่เป็นของฝรั่งเศสก็ต้องเป็นของอังกฤษหลัง 1893 ตอนเราเรียน สปช.ไม่พูดอะไรเลย รู้แต่ว่าพอเราจ่ายสตางค์จนหมดท้องพระคลังกรณีพระยอดเมืองขวาง ฝรั่งเศสยอมถอยไปยึดจันทบุรี สุดท้ายก็ทำข้อตกลงพ่วงเรียกว่า อนุสัญญา 1904แนวคิดสมัยใหม่ของความเป็นรัฐ มีความคิดชุดหนึ่งคือ รู้ว่าอำนาจอธิปไตยสิ้นสุดตรงไหน เรื่องเส้นเขตแดนเริ่มพูดในอนุสัญญา 1904 ต่อมาสยามต้องป้องกันตัวเอง เราไม่มีอาวุธ ผลจากวิกฤตการณ์ปากน้ำ ทำให้เรารู้ว่ารบยาวไม่ได้ ความหวังของสยามจบลงเพราะอังกฤษไม่ช่วย สยามต้องช่วยตัวเองรัชกาลที่ 5 จึงตัดสินใจครั้งสำคัญว่า สยามต้องเป็นรัฐเหมือนยุโรป ต้องมีเส้นเขตแดน เพื่อว่าฝรั่งเศสรุกเข้ามาจะได้ยืนยันได้ว่า ฝรั่งเศสรุกเข้ามาในดินแดนสยามแล้วรัชกาลที่ 5 ตัดสินใจแลกแผ่นดินสยามกับฝรั่งเศส 3 แลก 3 แลกด่านซ้าย ตราด และส่วนในของเกาะกูด-แหลมสิงห์กับมณฑลพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ เมื่อตกลงแลกแล้วก็มีเรื่องใหญ่ตามมา ต้องปักปันเขตแดน นำไปสู่การตีพิมพ์แผนที่ซึ่งเป็นแผนที่แนบท้ายสัญญาปักปันปี 1907 ตีพิมพ์แผนที่ปี 1908 ที่ปารีสผมถามว่า ตกลงท่านยอมรับไหมเรามีอนุสัญญา 3 ฉบับ กับ 1 แผนที่ปักปัน ในหลวงรัชกาลที่ 5 ท่านให้สัตยาบันข้อ 1 ของอนุสัญญาว่า ให้ใช้แนวสันปันน้ำ แต่ในข้อ 3 ระบุว่าให้ใช้คณะกรรมการร่วมในการตัดสิน ผมเรียกการตัดสินใจเช่นนี้ว่าพระราชวินิจฉัยของรัชกาลที่ 5 แต่เมื่อตกลงแล้วมันมีเรื่องใหญ่ตามมาก็คือต้องปักปันเขตแดน เพราะไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดอิทธิพลของสยามกับฝรั่งเศสอยู่ตรงไหน นั่นหมายความว่าหลัง ค.ศ. 1907 เราได้ปักปันเขตแดน และแผนที่ดังกล่าวตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1908 ที่ปารีสผมเปิดประเด็นพื้นฐานให้ท่านเห็นว่ากรณีเขตแดนไทย-กัมพูชาประกอบด้วย 3 สัญญา/อนุสัญญา และ 1 แผนที่ ท่านรับหรือไม่ แต่ในหลวงของเราได้ให้สัตยาบันต่อสัญญาและอนุสัญญาทั้งสามฉบับ และเมื่อให้สัตยาบันแล้วปัญหาอยู่ในอนุสัญญา ค.ศ. 1904 ให้ใช้สันปันน้ำ แต่ในปี ค.ศ. 1908 ให้ใช้เส้นเขตแดนที่คณะกรรมการขีดเส้น ถ้าเราไม่ยอมรับว่าการปักปันเกิดขึ้นจริง และเชื่อว่าเป็นการดำเนินการอย่างเป็นเอกเทศของเจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศส นั่นเป็นแต่เพียงความทรงจำที่ไม่ชัดเจน เรามักเรียกแผนที่นี้ว่าแผนที่แบนาร์ แต่ฝ่ายไทยมีพลเอกหม่อมชาติเดชอุดมร่วมด้วย คือเป็นกรรมการผสม เพราะฉะนั้นข้อถกเถียงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ว่าการปักปันเป็นการดำเนินการโดยเอกเทศนั้นไม่จริง เพียงแต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเรียกว่าแผนที่แบนาร์ ทำไมไม่เรียกว่าแบร์นา-เดชอุดม หรือเดชอุดม-แบนาร์ เพื่อสร้างจินตรนาการที่ชัดเจนว่าการปักปันนั้นดำเนินการโดยคณะกรรมการผสม ของทั้งสองฝ่ายรับหรือไม่รับแผนที่ นี่เป็นปัญหาใหญ่ เพราะแนวพรมแดนตั้งแต่ พ.ศ.2496 นั้น แนวพรมแดนจากเหนือสุดถึงจังหวัดตราด เมื่อปักปันแล้วตัดออกเป็นส่วนๆ เป็น 11 ส่วนหรือ 11 ระวาง เมื่อแบ่งออกเป็น 11 ระวาง แผนที่ตีพิมพ์เสร็จปี ค.ศ. 1908 รัฐบาลสยามส่งสัญญาณขอให้ตีพิมพ์เพิ่มอีก 50 ชุด ในจำนวนนี้เก็บไว้ที่สถานทูตไทยที่ปารีส 2 ชุด จากนั้น เก็บไว้ที่สถานทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และกรุงวอชิงตัน ส่งกลับกรุงเทพฯ 44 ชุด เพราะฉะนั้นคำขอโดยจดหมายของรัฐบาลไทยในเดือน เม.ย. 1908 ถือเป็นการยอมรับว่าสยามยอมรับการปักปันเขตแดนแล้วฉะนั้นเวลาที่ท่านได้ยินว่าไม่รับแผนที่ 1 ต่อ 200000 คือแผนที่ชุดนี้แหละเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว มีนักวิชาการอาวุโสบอกว่ารัฐบาลไทยรับแผนที่บางระวาง และไม่รับบางระวาง พูดต่อหน้าทีวี คำตอบคือเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้ารับจะต้องรับแนวเส้นเขตแดนทั้งแนว ฉะนั้นปัญหาตรงนี้ต้องยอมว่าเราจะเอายังไงเกี่ยวกับตัวเราเอง มีคนพูดเรื่องเอกสารลับและแผนที่ลับ ความตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศสไม่ใช่ดาวินชี่โค้ดนะครับ มันเป็นไปไม่ได้ ความตกลงนั้นทำโดยเปิดเผย ความตกลงลับมีไหม คำตอบคือมีแต่ไม่เกี่ยวกับการปักปันเขตแดนทั้งหลายทั้งปวงกลับมาที่เดิม คือ 3 สัญญา/อนุสัญญาบวก 1 แผนที่ ฝรั่งเศสแพ้สงครามเดียนเบียนฟู ทำให้กัมพูชาได้เอกราช ผลพวงจากการก่อตั้งเอกราชของกัมพูชา ซึ่งบางพื้นที่กัมพูชามองว่าสยามได้ส่งตัวแทนเข้าไปครองครอง โดยปี พ.ศ. 2501 - 2502ตกลงกันไม่ได้ก็จูงมือกันขึ้นศาลโลก ศาลตัดสินในวันที่ 15 มิ.ย. 05 โดยความเห็น 9 ต่อ 3 ลงความเห็นว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในเขตอธิปไตยกัมพูชา ยอมรับไหมว่าศาลโลกตัดสินแล้ว ถ้าไม่ยอม ตกลงคำตัดสินปี 05 คืออะร เมื่อไม่ยอมก็นำไปสู่ปัญหาข้อที่ 7 คนรุ่นใหม่ ไม่คุ้นกับเรื่องเขตแดน จนกระทั่ง 4 ก.ค. 2505 จอมพลสฤษดิ์ต้องออกมาพูดว่าไทยต้องยอมรับเพราะไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ ระยะห่างหลายเดือนเพราะอะไร ผมคิดว่าเพราะมีความพยามที่จะไม่รับมติศาลโลกเมื่อเรารับแล้ว เราต้องทำรายงานกลับไปที่ UNSC ว่ารัฐบาลที่กรุงเทพฯได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง เราดำเนินการ 1 ต้องชักธงไตรรงค์ลงจากหน้าผาที่เขาพระวิหาร 2 ต้องคืนโบราณวัตถุบ้าง 2-3 ชิ้น ตกลงมีพื้นที่รอบตัวปราสาทไหม ผมเรียนท่านก่อนว่ารัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ตัดสินใจชัดเจนว่าตัวปราสาทมีพื้นที่ กำกับ ครม. ปี 2505 ลากเส้นกำกับตัวปราสาทเขาพระวิหาร เพราะเราต้องส่งรายงานกลับไปที่ UNSCวันนี้ถ้าเราไม่ทะเลาะกันอย่างนี้ เราก็เปิดแผนที่แล้วใช้มติครม. ปี 2505 แต่มันเกิดข้อโต้แย้งในคนรุ่นปัจจุบันที่สะพานมัฆวาน ว่ากัมพูชาได้แต่ตัวปราสาท แต่พื้นที่แม้แต่ใต้ตัวปราสาทก็เป็นของไทย แต่ท่านต้องเข้าใจก่อนว่ารัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ขีดเส้นแล้วนักกฎหมายท่านหนึ่งอธิบายว่า กรณีปราสาทพระวิหารไม่ต่างกับกัมพูชาลืมโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะของไทย ผมเข้าใจว่าตีความแบบนี้ไม่ได้ เพราะมีความต่างระหว่างสังหาและอสังหาริมทรัพย์ และ ครม. ยุคจอมพลสฤษดิ์ได้ดำเนินการขีดเส้นไว้แล้วอย่างไรก็ตาม ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ คุณถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สมัยนั้นได้สงวนสิทธิไว้ แต่คำตัดสินของศาลโลกถือเป็นการสิ้นสุดไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา แต่เปิดโอกาสให้มีการสงวนสิทธิ์ แต่ตามหลักกฎหมายมีการสงวนสิทธิ์ใดบ้างที่คงอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย โดยหลักแล้วต้องถือหลัก 10 ปี นั่นหมายความว่าการสงวนสิทธิ์ดำรงอยู่ตั้งแต่ปี 05-15 แต่ต้องใช้สิทธิที่สงวน แต่ถ้าไม่เคยใช้แปลว่าสละสิทธิ์ สองต้องมีหลัฐานใหม่ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาล ดังนั้นผมคิดว่าต้องยอมรับว่าสิ้นสุดแล้ว เพราะเราไม่เคยแสดงหลักฐานใหม่ที่มีนัยยะต่อการเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของศาล มีคนโต้แย้งว่า มณฑลบูรพาจนถึงปัจจุบันยังเป็นของไทย โดยข้อเท็จจริงสงคราม ไทย-ฝรั่งเศส เริ่มปี พ.ศ.2483 กำลังรบของไทยรุกข้ามแดน มีการชัดธงที่ช่องจอม สุดท้ายญี่ปุ่นเข้ามาไกล่เกลี่ย เราไปยุติสงครามกันที่กรุงโตเกียว ผลของการไกล่เกลี่ยของญี่ปุ่นแล้วเราได้อนุสัญญาโตเกียว 2484 เราได้พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณถ้าไปอ่านหนังสือจะบอกว่า เราได้พระวิหารคืนมาแล้วแต่ถามหน่อยว่าญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกไหม ถ้าญี่ปุ่นไม่แพ้ เราจะได้ภาคใต้เพิ่มด้วย ทางเหนือยังได้รัฐฉาน เชียงตุงด้วย แต่พอญี่ปุ่นแพ้ รัฐบาลที่กรุงเทพฯ คืนดินแดนทางใต้ให้อังกฤษทันที แต่ไม่คืน จำปาศักดิ์ เสียมราฐ ศรีโสภณ ถามว่า ถ้ารัฐบาลไทยช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองต้องการอะไร ต้องการเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ-ยูเอ็น ถ้าเราอยากเป็นสมาชิกยูเอ็นแล้วยึดครองดินแดนของฝรั่งเศสเขาไว้ เขาจะยอมให้เราเข้าหรือ สุดท้ายถอยกลับไปสูจุดเดิม ตั้งคณะกรรมการประนอม ในท้ายที่สุดเราทำอนุสัญญาวอชิงตันคืนให้ฝรั่งเศสทั้งหมด คำถามคือคืนพระวิหารให้หรือเปล่าMOU 2543 เมื่อปัญหาผ่านมาทั้งหมด เราทำความตกลงที่เป็นบันทึกช่วยจำ หรือ เอ็มโอยู 43 ท่านไปอ่านเลย ว่าคือกรอบของการทำความตกลงงาถ้าในอนาคตประเทศไทยและกัมพูชามีปัญหาขอพิพาท เกิดขึ้น เอกสารที่ใช้ คืออนุสัญญา และสัญญา 3 ฉบับ ที่ผมเรียนท่านมาแต่ต้น มีเกินกว่านั้นไหม ไม่มี เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะเลิกหรือไม่เลิก MOU 2543 หลักเหล่านี้หายไปไหม ก็ไม่หายไปไหน แต่ถ้าท่านจะเลิกเอ็มโอยู ท่านจะเลิกโดยที่รัฐภาคีไม่ยอมรับไม่ได้ เพราะในทางระหว่างประเทศเราจะเป็นรัฐที่ไม่น่าเชื่อถือมีแผนที่ที่ถูกอ้างบ่อยมากคือแผนที่ 1 ต่อ 50000 หรือ L7017 และ L7916 เป็นแผนที่ยุทธการไม่ใช่แผนที่เพื่อการปักปันเขตแดน โดยพื้นฐานแล้วไม่สามารถนำมาใช้อ้างในความตกลงระหว่างประเทศ เพราะเป็นแผนที่สำหรับภารกิจทางทหาร ดังนั้นถ้าท่านตัดสินใจว่าจะไม่ยอมรับการปักปันแผนทีแบนาร์ แต่มายอมรับ L7017 แต่ท่านต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวังว่านี่ไม่ใช่แผนที่ที่ใช้ปักปัน และไม่เคยได้รับการให้สัตยาบันจากฝ่ายใดทั้งสิ้น ตกลงวันนี้พื้นที่ทับซ้อนคืออะไร ก็คือพื้นที่เขตแดน ตามที่คณะกรรมการปักปันได้ทำไว้ในปี ค.ศ. 1907 ถ้าถือเส้นเขตแดนตามคณะกรรมการปักปัน ค.ศ. 1904 เส้นเขตแดนอยู่ที่หน้าผาของพระวิหาร แต่ ค.ศ. 1907 ศาลโลกรับข้อสาม เพราะรัฐบาลที่กรุงเทพฯ รับแผนที่แล้ว ดังนั้นรอยเหลื่อมที่หน้าผาตามแนวสันปันน้ำ ส่วนต่างตรงนี้แหละคือพื้นที่ทับซ้อน นั่นหมายความว่าเราต้องทำใจพอสมควร เพราะในปีพ.ศ. 2505 กัมพูชาไม่ได้ฟ้องเส้นเขตแดน เพราะเราจะยุ่งกว่านี้ นั่นหมายความว่า ถ้าเรายอมให้เป็นพื้นที่ทับซ้อนง่ายกว่า แต่วันนี้มันเป็นปัญหาการเมืองที่ใหญ่เกินไปแล้วล่ะถ้า12 ข้อทำใจรับไม่ได้เลย ก็มาสู่คือไปรบที่ภู มิซรอล คือไม่ยอมรับอะไรเลย ต้องกลับไปอ่านประวัติศาสตร์ใหม่เลยนะ เพราะรัฐบาลแต่ละช่วงดำเนินการด้วยนความละมุนละม่อม เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาใหญ่จนรัฐบาลไทยถูกกำหนดจากปัจจัยภายนอกดังที่เคยเป็น มาแล้วเมื่อปี 2505ผมมีสี่ประเด็นใหญ่ที่ผมคิดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมจะพูดสามประเด็นอีกประเด็นอาจารย์สุรชาติพูดไปแล้ว สี่ประเด็นนี้คือสาเหตุของการปะทุขึ้นของความขัดแย้งประด็นที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดเรื่องการเสียดินแดน ลัทธิชาตินิยมไทยแต่ต้นแยกไม่ออกกับความเชื่อผิดๆ ผมเพิ่งเขียนลงประชาไท มีคนอ่านบอกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง ซึ่งจริงๆ แล้วผมก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่องด้วยประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับกรอบกว้างๆ คือความรู้ทั่วๆ ไป ที่จำเป็นจำนวนหนึ่งที่ใช้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแบ่งเขตแดนประเด็นที่ 3 ที่ผมคิดว่าเกี่ยวข้อง คือเรื่องเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเขาพระวิหารทั้งหมดประเด็นที่ 4 ความขัดแย้งไทยกัมพูชาไม่ใช่เรื่องเขตแดนใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันคือการเมืองไทยนี่คือเรื่องใหญ่มากคือช้างทั้งตัวอยู่ในห้องแต่เราทำเป็นไม่เห็น ตราบใดที่เราไม่ยอมตระหนักว่ามีช้างอยู่ในห้องก็จะรบกันไปอีกไม่รู้กี่ร้อย ยก ในช่วงที่ผ่านมาผมคิดว่ามีงานเขียนจำนวนหนึ่งที่ให้ข้อมูลมากพอสมควรแล้ว เช่นงานของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อ.สุรชาติ บำรุงสุขมีเหตุผลที่คนอ่านงานผมไม่รู้เรื่องส่วนหนึ่งคือภาษาไทยผมไม่ดี อีกส่วนคือขัดกับความคิดความเชื่อที่มีอยู่ก่อน ที่เราเกิดมาโตมาด้วยความเชื่อว่าเราเสียดินแดนทั้งนั้นแล้วจู่ๆ ก็มีคนมาบอกว่าเราไม่ได้เสียดินแดน ยกตัวอย่างเช่นคุณเห็นพาวเวอร์พอยท์ที่เผยแพร่กันปี ค.ศ. 2005-2006 เรื่องเราเสียดินแดน 14 ครั้ง ถามว่าคุณมีหลักฐานไหม ไม่มี แต่มันสอดคล้องกับความคิดความเชื่อที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าผมบอกว่าเราไม่เคยเสีย ผมก็จะถูกถามว่ามีหลักฐานหรือเปล่าเมื่อสองปีก่อนมีหนังสือเล่มหนึ่ง โดยอาจารย์รามคำแหง เขียนคำนำยาวเหยียดว่าตัวเลขการเสียดินแดนไม่ใช่ 14 แต่มี 12 ผมให้เพิ่มก็ได้ว่าเราเสียดินแดนมาก่อนที่จะที่จะมีคนไทยอีก ประเทศไทยเสียดินแดนมาตั้งแต่ก่อนมีประเทศไทยอีกความคิดเรื่องการเสียดินแดนเป็นส่วนหนึ่งของชาตินิยมในหลายประเทศใน เอเชีย เป็นการก่อรูปก่อร่างขึ้นมาโดย แอนโธนี รีด เพิ่งออกหนังสือออกมา พูดถึงชาตินิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเรื่องที่รัฐถูกทำให้อายอย่างแสนสาหัส ชาตินิยมของอาเจะห์ แอนตี้ชวา จีน มีวันน่าละอายแห่งชาติอย่างเป็นทางการเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีนี้ มีการดีเบตในที่สาธารณะว่าเขาถูกรังแกมากบ่อยเหลือเกิน เกาหลีก็มี ไม่ใช่เพื่อจะประจานตัวเอง แต่เพื่อปลุกเร้าชาตินิยมของเรามีการเสียดินแดนเป็นการปลุกเร้า เราเรียนมาแต่เด็กๆ ว่าไทยเป็นชาติที่น่าภูมิใจไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้น ผมไม่แย้ง แต่มันมีอีกด้าน ที่ไม่ใช่แค่น่าภูมิใจ แต่อีกด้านหนึ่งเราก็บอกว่าเราถูกรังแกๆ เราเสียดินแดน ทั้งหมดเป็นเรื่องความเชื่อเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องความเชื่อ ถ้าเลยไปกว่านี้ผมก็ต้องบอกว่าเราเป็น Semi-Colonial มันพิสูจน์กันไม่ชัดเจน แต่สังคมไทยเลือกเชื่อมาร้อยกว่าปีแล้วชาตินิยมไทยที่ผมเสนอในหนังสือ ความเป็นไทยและชาตินิยมไทย ถือกำเนิดมาพร้อมกับการถูกคุกคาม ถือกำเนิดมาพร้อมความรู้สึกว่าเราถูกรังแก ลัทธิเสียดินแดนค้ำจุนความเป็นไทยเอาไว่อย่างสำคัญ อันนี้คือความภูมิใจว่าเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นอยู่คู่กับการเสียดินแดนมา ตลอด นี่เป็นความเจ็บปวดของ เจ้า กรุงเทพฯความเจ็บปวดของเจ้ากรุงเทพฯ ก็ไม่ได้พูดเรื่องการเสียดินแดน แต่หมายถึงการเสียพระเกียรติยศ เพราะดินแดนมีไปๆ มาๆ แต่มาหยุดเมื่อรัฐสมัยใหม่นี่เองคือต้นศตวรรษ 20 เขาถึงเรียกว่าระบบอธิปไตยเหนือดินแดน แต่ระบบนี้ในตะวันตกได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งมาจนกระทั่งค่อนข้างยุติใน สงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ไม่เด็ดขาดจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเริ่มลงตัวการได้มาเสียไปในระบบเมืองขึ้นหรือระบบประเทศราช เป็นเรื่องปกติ เสียพระเกียรติยศ แปลว่าไม่น่าเสียไปเลย ไม่ใช่เรื่องการเสียสิ่งที่เป็นของเราแต่ผู้เดียว คนที่เสียที่สุด เสียวันยังค่ำ คือบรรดาประเทศราชเหล่านั้น คือรัฐเขมร หลวงพระบาง เวียงจันทน์ แต่เรากลับใช้ทัศนะปัจจุบันทั้งๆ ที่อายุประมาณ 100 ปีเอง ระบบความสัมพันธ์ของรัฐสมัยก่อนไม่ใช่แบบนี้ รัฐสมัยโบราณเป็บรัฐแบบเจ้าพ่อ ความสัมพันธ์มันไม่ได้ตายตัว มันขึ้นกับความความสามารถแต่ละช่วงเราตกเป็นเมืองขึ้น เราตกเป็นประเทศราช เมื่อเจ้าประเทศราชอ่อนกำลังลงเราก็พ้นจากการเป็นเมืองขึ้น การประกาศอิสรภาพอย่างที่บอกว่าพระนเรศวรประกาศอิสรภาพ จริงไม่เคยประกาศ แต่เป็นการประกาศแยกแผ่นดิน เขาวัดกันที่ชั้นความยิ่งใหญ่ ไม่ได้วัดที่อธิปไตยเหนือดินแดน เราเข้าใจผิดหมด เราเลยเข้าใจว่าการมีเมืองขึ้นและเสียเมืองขึ้น เป็นการเสียอธิปไตย ถามว่าเราเคยได้กัมพูชาเป็นเมืองขึ้นไหม ใช่ แต่กัมพูชาเป็นของเราแต่ผู้เดียวหรือเปล่า เปล่า เมืองขึ้นล้วนเป็นเมืองขึ้นของรัฐสองฝ่ายฟ้าสามฝ่ายฟ้า เป็นความสัมพันธ์แบบมาเฟีย แปลว่าความคุ้มครอง คือเมืองขึ้นต้องจ่ายค่าคุ้มครองนี่เป็นระบบรัฐโบราณ และเมืองขึ้นสามารถสวามิภักดิ์มากกว่า 1 รัฐ ซึ่งตัดสินอธิปไตยไม่ได้ เมืองขึ้นขึ้นกับหัวเมืองใหญ่เกินกว่าหนึ่งเมืองทั้งนั้น มีเมืองขึ้นที่ไหนบ้างที่จ่ายบรรณาการแก่สยามแต่เพียงผู้เดียว คำตอบคือศูนย์ เมืองขึ้นต้องจ่ายเกินกว่าหนึ่งทางเสมอ เพราะเขาต้องปกปองตัวเองเราเชื่อแผนที่สุโขทัยอย่างที่เราเห็นในตำราเรียนประวติศาสตร์ตอนเด็กๆ เราเชื่อเรื่องแผนที่ว่าไทยมีอาณาเขตเท่านั้นเท่านี้ เราต้องเชื่อตรงนั้นก่อน การเสียดินแดนเป็นการอาศัยทัศนะของเจ้ากรุงเทพฯ ที่เที่ยวเคลมว่าประเทศนั้นเป็นของตัว ทั้งๆ ที่เจ้าสยามรู้เป็นอย่างดีว่าประเทศเหล่านั้นไม่ได้ขึ้นกับประเทศสยามแต่ เพียงผู้เดียว เป็นดินแดนซ้อนทับในทางลัทธิความเชื่อของเรามีดินแดนซ้อนทับอยู่เต็มไปหมด ที่คนไทยเชื่อว่าเป็นของเรา ด้วยการเอาความคิดแบบคนสมัยใหม่ร้อยกว่าปีหลัง การเสียดินแดนเหล่านั้นจึงเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ และอีกร้อยกว่าปีก็ไม่หยุดเอาล่ะ แต่ถ้าอยากเชื่อแบบนั้น ผมมีให้เชื่ออีก คือถ้าเราเชื่อว่าคนไทยเสียดินแดนสมัยเทือกเขาอัลไต เสียดินแดนครั้งที่ 2 เราเสียรัฐอ้ายลาว จากนั้นเสียน่านเจ้าทั้งหมด แล้วในแผนที่สุโขทัย เราครองสิงคโปร์ตั้งแต่สิงคโปร์ยังไม่ตั้งเลย แต่สิงคโปร์ไม่เคยเอ่ยถึงสยามเลย ครั้งที่ 5-6 เราเสียมลายูตั้งแต่อยุธยา แล้วเราเสียหัวเมืองมอญทั้งหมดด้วยนะ ถ้าเราเชื่อเรื่องมักกะโท การเสียเกาะหมาก จริงๆ เป็นครั้งที่ 7 แล้วอาจารย์ที่รามคำแหงบอกเสีย 12 ครั้ง จริงๆ เราเสียมากกว่านั้นนะ ใครช่วยไปบอกพันธมิตรฯ หน่อยว่าเราเสียประเทศจีนทั้งประเทศเลยหลวงวิจิตรวาทการเจ้าพ่อชาตินิยมยังให้เราเสียดินแดนแค่ห้าครั้งเอง แต่สมัยนี้ชาตินิยมยิ่งกว่าหลวงวิจิตรฯลัทธิเสียดินแดนวางอยู่บนพื้นฐานความคิดความเชื่อที่ผิดๆ แต่ความเชื่อของเจ้ากรุงเทพฯ เริ่มมีพลังเมื่อมีหลวงวิจิตร เอาความเจ็บปวดของเจ้ากรุงเทพฯ มาเป็นความเจ็บปวดของคนไทย ยิ่งนานเรายิ่งเสียดินแดนเพิ่ม และถ้าคุณเชื่อผม เราก็เสียดินแดนไป 20 ครั้ง ทั้งหมดเป็นลัทธิความเชื่อที่ไม่มูลทางประวัติศาสตร์แต่ว่าลัทธิเสียดินแดนมีอิทธิพลมหาศาล ความเจ็บปวดของ ร.ศ. 112 มีอิทธิพลมหาศาล ถ้าคุณไปอ่านหนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2483 ระยะต้นก่อนเกิดสงครามอินโดจีน ที่ไป เอาเขมรคืน ถ้าคุณอ่านหนังสือพิมพ์ การปลุกเร้าอ้างกลับไปที่ รศ. 112 เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ลูกศิษย์ผมค้นพบว่าแม้แต่คณะราษฎรเคยแตกหักกับคณะเจ้า แต่ไม่เคยแตกหักเรื่องการเสียดินแดนผลของการ บุกไปเอาเขมร ตอนนั้นคืออะไร หลักหมายที่สำคัญมากของสงครามอินโดจีน คืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใครเคยเข้าไปอ่านรายชื่อทหารตรงฐานอนุสาวรีย์ไหม คงจะยากนะเพราะการจัดการจราจรแบบนั้น คุณต้องเสี่ยงตายเพื่อเข้าไปดูความหมายของอนุสาวรีย์ชัยฯ พิธีกรรมเดียวที่ทำการรำลึกถึงทหารในสงครามอินโดจีนคือวันทหารผ่านศึก อนุสาวรีย์ชัยฯ ถูก generic ให้ใช้กับอะไรก็ได้ แต่จริงๆ คือเป็นอนุสาวรีย์ชัยที่แพ้ คือต้องการลบความทรงจำเกี่ยวกับทรงครามอินโดจีนซะประเด็นต่อมา เรื่องการตีเส้นเขตแดน การที่อาจารย์บางท่านบอกว่าปัญหาเส้นเขตแดนทุกวันนี้เป็นมรดกของอาณานิคม ถูกต้องไม่เถียงเลย แต่อยู่กับท่าทีของด้วย เพราะถ้าบอกว่าเป็นเรื่องฝรั่งทำ เราไปยอมรับมันได้ยังไง ถ้าอย่างนั้นชาติไทยทั้งชาติก็เป็นมรดกของอาณานิคม ชาติไทยทั้งชาติที่มีเส้นเขตแดนเพราะอาณานิคม จะทิ้งไหม ทำไมเกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงถามว่าถ้าจะทิ้งมรดกอาณานิคมกรณีเขาพระวิหาร แล้วทำไมเราไม่ทิ้งเส้นเขตแดนทั้งประเทศล่ะเส้นเขตแดนของไทยมีปัญหาตลอดทุกพรมแดน หากจะรบกันสามารถรบได้แทบทุกจุดกับเพื่อนบ้านรอบประเทศไทย รวมทั้งมาเลเซียด้วย เอาไหมครับ ถ้าอยากรู้ว่าจะรบตรงไหนได้บ้าง ตรงไหนบ้างที่มีปัญหาจัดการลำบากเหลือเกินมาถามผมได้ ผมลิสต์มาให้บางส่วนแล้วถ้าอยากได้ เพราะว่าพรมแดนที่ยุคอาณานิคมทิ้งไว้มันเข้ากันไม่ได้กับระบบความสัมพันธ์ กับรัฐแบบโบราณ ยกตัวอย่างง่ายๆ รอบประเทศไทย มีแม่น้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน แต่เดิมคนเขาอยู่สองฟากแม่น้ำร่วมวัฒนธรรมกันทั้งนั้นแหละ เส้นเขตแดนทั้งหลายคุณตัดกลางชุมชนที่วัฒนธรรมเดียวกัน แต่มันหนีไม่พ้นที่เขาจะติดต่อสัมพันธ์เพราะเขาเป็นชุมชนวัฒนธรรมเดียวกันมีอะไรอีกที่เส้นเขตแดนมีปัญหา สันปันน้ำไง เส้นเขตแดนที่เราเชื่อว่าใช้พรมแดนภูมิศาสตร์แล้วจะหมดปัญหา ถามสามัญสำนึกง่ายๆ ว่าสภาพภูมิศาสตร์มันเปลี่ยนไหม ร่องน้ำลึกเปลี่ยนไหม ถ้าอยากจะรบไปที่ จ.ระนองได้ ไปดูว่าร่องน้ำลึกเปลี่ยนไหม อยากหาเรื่องไหมล่ะ เส้นเขตแดนแนว จ.ตาก มีช่วงหนึ่งใช้สันปันน้ำ เขาให้วัวเดิน ถามว่าวัวเดินตรงกับสันปันนำไหม ทำยังไงในกรณีที่สันปันน้ำมีหลายเทือก เขารับเทือกเขาที่น้ำลงไปรวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดถามว่าสันปันน้ำเปลี่ยนไหม มีกรณีรบกันที่บ้านร่มเกล้า ไทย-ลาวตายไปร่วมห้าร้อยกว่าคน สนธิสัญญา ค.ศ. 1904 และ ค.ศ. 1907 นอกจากระวางที่พูดถึงกัมพูชายังระบุการแบ่งเขตแดนกับลาวด้วยโดยจุดที่รบกัน ที่บ้านร่มเกล้า ใช้แม่น้ำเหืองเป็นเส้นพรมแดน สนธิสัญญาให้ใช้แม่น้ำเหืองช่วงที่เกี่ยวข้องกับภูเมี่ยง การเดินสำรวจเพื่อตีเส้น เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1908 เกือบ 1 ปีหลังจากลงนามไปแล้ว จึงพบว่าตรงนั้นแม่น้ำเหืองแยกเป็นสองสาย เกิดปัญหา แต่ก่อนเรียกเหืองใหญ่ กับเหืองน้อย และปี ค.ศ. 1984 ก็พบว่าน้ำเหืองสองสายนั้นสายหนึ่งแห้งขอด อีกสายหนึ่งเปลี่ยนชื่อ แต่ไหลลงมาจากภูสอยดาว แค่นี้ก็ปวดหัว ขนาดไทยและลาวไม่มีปัญหาว่ารับหรือไม่รับ MOU ผ่านไปหลายปี แม่น้ำเปลี่ยนสายเปลี่ยนชื่อ ไทยกับลาวรบกัน ถ้าถามผมตอบได้ไหม ผมตอบไม่ได้ นี่คือตัวอย่างพรมแดนธรรมชาติทำไมไม่มีที่ไหนในโลกกำหนดให้สันปันน้ำเป็นเส้นเขตแดน การตกลงให้สันปันน้ำต้องตามมาด้วยแผนที่ทั้งหมด เพราะสันปันน้ำเองที่อยู่ในสนธิสัญญาไม่ใช่ตัวบอกเส้นเขตแดนในหนังคนล่าจันทร์ ที่ตามบทนั้นอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุลข้ามแดนมาจากลาว เมื่อผ่านแม่น้ำเหืองมาแล้วก็ก้มลงจูบแผ่นดิน ผมสงสัยว่าอาจารย์เสกสรรค์ก้มลงจูบแผ่นดินไทยหรือเปล่าสันปันน้ำมันไม่ได้ตายตัว สันปันน้ำประเภทปล่อยวัวเดินตรงแม่น้ำสาละวิน สยามยุคนั้นยกให้อังกฤษ เป็นของขวัญเพราะสมัยก่อนดินแดนไม่ได้น่าหวงแหนทุกตารางนิ้ว เขามอบให้อังกฤษเพื่อไมตรีฉะนั้นเขตแดนในเรื่องเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องเทคนิค อยากรบก็รบได้ทั่วประเทศไทยเลย ถ้าอยากรบก็มีอีกเยอะ ไล่ได้ทุกรัฐบาล แต่ถ้าไม่อยากรบ และนี่เป็นเรื่องเทคนิค ปล่อยให้เจ้าหน้าที่เทคนิคเขาดำเนินการเถอะ และปล่อยให้รัฐบาลที่สัมพันธ์ดีต่อกันดำเนินการผมถามว่าถ้าได้ 4.6 ตารางกิโลเมตรกลับมาก็ต้องรบกันไป อย่ารีบไปตัดสินเลย เดี๋ยวเราก็รบไปก็รบมาเพื่อแผนที่ที่ไม่มีทางสมบูรณ์เหมือนกรณีของลาว ที่รบกันไปกันมาเพราะภูเขาเปลี่ยนที่แม่น้ำเปลี่ยนสายผมมีสองสามประเด็น หนึ่งเรามีรัฐโบราณ ไม่ใช่ไม่มีดินแดนเลย ไม่มีพรมแดน แต่มีวิธีคิดอีกชุดคือถ้าเราไม่เอาตัวเรายืนอยู่ตรงกลาง ถ้าเราเอาความสัมพันธ์แบบโบราณ แบบเจ้าพ่อก็ไม่ใช่ว่าไม่เข้มข้น รบกันจริง เมืองต่างๆ มีอิทธิพลต่ออาณาจักร ไม่ใช่แค่ว่าเมืองสองสามฝ่ายฟ้า เมืองบางเมืองจำเป็นต้องถูกทำให้ล่มสลายเพื่อให้อาณาจักรบางอาณาจักรอยู่ได้ เช่น กรณีไทยรบพม่า เราให้ความสำคัญตลอดเวลา ประวัติศาสตร์จะหมกมุ่นแต่เรื่องการเขียนสงครามไทยพม่าให้ชัดเจนที่สุดทั้งๆ ที่จริงๆ ไทยรบพม่าไม่นาน แต่ถ้าให้เขียนประวัติศาสตร์ชุดเดียวกัน เขียนเรื่องไทยรบเขมร หรือไทยรบลาว ถ้าเราไม่เขียนประวัติศาสตร์ ในชุดแบบนี้ ไทย-ล้านนา ไทย-เขมร ไทย-ปัตตานี เราจะไม่เข้าใจตัวเรา ว่าเราอยู่ได้ด้วยการสร้างอำนาจเหนือประเทศเหล่านั้น เราไม่มีตัวตนเราหรอกถ้าเราไม่จัดการเขมร เราไม่เคยจัดการพม่า เราบุกพม่ากี่ครั้ง เราไม่กล้ายอมรับความจริงว่า ความยิ่งใหญ่ของอยุธยาดำรงอยู่ได้โดยการทำให้เขมรอ่อนแอตลอดเวลา เรามีแต่ชุดไทยพม่าที่กำหนดวันกองทัพไทย เรามีชุดความจำเรื่องความน่าละอายอยู่ที่พม่า แต่การจัดระบบศักดินาหัวเมืองทั้งหมดเป็นเพราะเขมร เราจัดการเขมรตลอดเวลา ผมไม่คิดว่าการเกิดขึ้นของกรุงเทพฯ เพราะต้องการป้องกันพม่า แต่เป็นความสัมพันธ์ที่มีกับเขมร เพราะเป็นเมืองที่อยู่ใกล้เราที่สุด เพราะฉะนั้นชุดความคิดนี้เป็นชุดความคิดที่เราต้องระวัง นี่เป็นเรื่องที่ใหญ่คือวิธีการที่เราเขมร เป็นการมองแบบพยายามพัฒนาตัวเราให้เป็นมหาอำนาจ เราคิดว่าถ้าเจรจาทวิภาคีมันเสร็จเราแน่ คือคิดว่าเมื่อเรามีอำนาจแล้วเราจะกำหนดอะไรก็ได้ เป็นวิธีคิดแบบสัจจนิยม เชื่อว่าเรามีกำลังเราจะเอาอะไรให้เป็นผลประโยชน์แห่งชาติเราก็ทำได้ เพราะมันไปซ้อนกับชาตินิยมโบราณ โดยหลงไปในยุคเก่า โดยลืมไปแล้วการเมืองระหว่างประเทศเราอ่อนมาก มันไม่ใช่เกมคอมพิวเตอร์นะครับที่จะมีการรบอย่างเดียว มันต้องมีนโยบายต่างประเทศด้วยเรื่องพรมแดน ทุกที่มีระยะยืดหยุ่นหมด ระบบพรมแดนสมัยใหม่ที่ว่ามีเส้นแดนเส้นเดียวนั้นไม่จริง ทุกที่มีเส้นสองเส้นเสมอ ไทย-พม่า คุณต้องมีประตูเข้าสองประตู ในการปฏิบัติการจริง มันยืดหยุ่นทั้งสิ้นที่โรงเกลือ คลองลึก คนไทยชอบเรียกว่า No Mans Land แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ คุณข้ามพรมแดนไป แต่คุณยังไม่ต้องปั๊มพาสปอร์ตเข้าเขมรนั้นเอง เพราะเขาร่นพื้นที่ให้ พรมแดนมันไม่ใช่จินตนาการแค่อยู่กรุงเทพฯ แล้วออกไปรบ ปัญหาพรมแดนเหมือนเล่นลาวกระทบไม้ มันยืดหยุ่น และมันคือโอกาสทางเศรษฐกิจ ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ใช่ไม่รู้ แต่ละพื้นที่ในแต่ละพรมแดนมันมีปฏิบัติการ การไปรบกันเพื่อเอาดินแดนมันไม่ได้จบในตัวเองเรื่องแผนที่ 11 ระวาง หน้าตาแผนที่ปักปันเขตแดนเสิรช์ได้จากกูเกิ้ล มีขายด้วย ปัญหาทางเทคนิคเยอะมาก เส้นเขตแดนรอบตัวประเทศไทยถ้าไม่นับทะเล เอาเฉพาะทางบกรวมแม่น้ำมีความยาว 5656 กม. แบ่งเป็นเสนเขตแดนไทย-พม่า 2401 กม. ตกลงกันได้อยู่ 56.8 กม. ที่เหลืออีก 2300 กว่ากิโล รบกันได้ ความยาวชายแดนไทย-ลาว 1810 กม.ไทย-มาเลย์ 197 กม.ต้องพูดถึงเส้นเขตแดนทางภูมิศาสตร์ กรณีแม่นำเหืองเป็นกรณีที่ชัด เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่เทคนิคลงพื้นที่ไม่รู้จะตัดสินอย่างไร ของจริงอีกชุดหนึ่งคือดอยลัง พื้นที่ประมาณ 32 ตารางกิโลเมตร ถ้าท่านขึ้นสันเขาก็จะเห็นธงไทยและธงพม่าปักสลับ ทหารทั้งสองฝ่ายก็อยู่ได้ พื้นที่ 491 ที่ชุมพร ตชด. ไทยพม่า ตกเย็นก็เตะตะกร้อด้วยกัน แนวชายแดนดานลาว ทหารที่เป็นลูกศิษย์ผมเล่าให้ฟังว่าพอช่วงเที่ยงทหารไทยขึ้น ฮ. เข้าตัวเมือง ทหารลาวก็ฝากซื้อของ พอ ฮ.กลับ ทหารลาวก็จะเข้ามาช่วยขนของ มีเส้นเขตแดนไหมครับ ปัญหาคือผมคิดว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่เส้นเขตแดนอาจจะคิดแบบหนึ่ง แล้วประชาคมในชายแดนจริงๆ ล่ะอีกประเด็นหนึ่งคือ ผมคิดว่าปัญหาจินตนาการของยุคสมัยไม่ใช่เรื่องใหญ่ ผมคิดว่าปัญหาในช่วงหลังเกิดจากจินตนาการร่วมสมัยแล้วไปกำหนดอดีต ตัวอย่างหนึ่งคือปัญหาเรื่องการเสียกรุง ผมตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ที่มีสงครามไทยรบพม่า ท่านว่าจริงหรือไม่คำถามที่สอง ประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นเป็นประเทศเมื่อไหร่ ถ้าเราโดยละเอียด คือ หลัง ค.ศ. 1909 เมื่อเราปักปันเขตแดนชุดสุดท้ายกับอังกฤษ สุดท้ายที่ปักปันคือเส้นเขตแดนไทย-มาเลเซีย นั่นคือความเป็นประเทศไทยที่สมบูรณ์ ถ้าอย่างนั้นเสียกรุงไม่ใช่เสียเอกราช เพราะคำถามอีกมุมหนึ่งคือ พม่าเสียเอกราชเมื่อไหร่ พม่าเป็นประเทศหลังประกาศเอกราชจากอังกฤษ เพราะสมัยนั้น สงครามจะระบุว่ารบกับเจ้ากรุงหงสาวดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นจากหนังสุริโยทัย หรือสมเด็จพระนเรศวร ผมคิดว่าพระนเรศวรไม่ได้ประกาศเอกราช ถ้าท่านเชื่อเรื่องเอกราช ท่านอธิบายปัญหาพิษณุโลกไม่ได้ ท่านต้องบอกว่าหัวหน้ากบฏใหญ่คือพระธรรมราชา ถ้าท่านคิดได้ว่าการเสียกรุงไม่ใช่การเสียเอกราช อย่าเอาอดีตไปกำหนดผลประโยชน์ของชาติ ต้องเอาเรื่องปัจจุบันกำหนดปัจจุบันปัญหาใหญ่ของสยามคือปัญหากัมพูชา แต่ผมคิดว่าต้องคิดอีกมุมหนึ่งว่ากัมพูชาเป็นญาติผู้ใหญ่ของสยาม สยามเป็นฉบับถ่ายสำเนาของกัมพูชา อ.นครหลวง อยู่นอกเกาะอยุธยา ถ้าท่านเป็นกองทัพจากหงสาวดีรุกเข้าประชิดท่านข้ามแม่น้ำไม่ได้ เพราะมีแม่น้ำกั้น แต่ทำไม จ. อยุธยา มี อ.นครหลวงอยู่ข้างนอก หรือว่ากษัตริย์ศรีอยุธยารับเอาวัฒนธรรมขแมร์เข้ามา เพราะคำว่านครหลวงคือนครวัดนครธม เรารับวัฒนธรรมขแมร์ วันนี้ท่านนึกไม่ออกไปวัดพระแก้ว ท่านจะเห็นการจำลองนครวัดไว้ในวัดพระแก้ว ผมคิดว่าสภาพทางวัฒนธรรมแบบนี้มีการทับซ้อนกัน เส้นเขตแดนเป็นเส้นเขตแดนของรัฐจริง แล้วอีก 4 ปีเราจะเป็นอาเซียน คือในปี ค.ศ. 2015 เราจะมีอาการคล้ายอียู หรือสหภาพยุโรปมากขึ้นนั่นหมายความว่าเส้นเขตแดนจะลดความสำคัญลง เช่นเยอรมนี-ฝรั่งเศส เคยรบกันสมัยสงครามโลก เนเธอร์แลนด์-เบลเยี่ยม มีร้านกาแฟเปิดคร่อมเส้นเขตแดนคำถาม เมื่อร้านกาแฟตั้งคร่อมเส้นเขตแดนเบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์ ตกลงจ่ายภาษีให้รัฐไหน ท่านอาจเลือกจ่ายภาษีให้กับรัฐที่เก็บต่ำกว่า แต่เขาใช้หลักว่าดูจากประตูอยู่ทิศไหนจ่ายภาษีให้ประเทศนั้น ตัวอย่างประเภทนี้มันนำไปสู่ประเด็นที่ผมเคยเสนอปี พ.ศ.2551 ว่าให้เปลี่ยนพื้นที่ความขัดแย้งให้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วม ซึ่งผู้ที่ดำเนินการเช่นนี้คนแรกคือพลเอกชาติชาย ชุณหวัณ และต่อมาคือคุณทักษิณ ชินวัตร และสองรัฐบาลก็จบด้วยเหตุเดียวกันคือรัฐประหารถ้าเราตัดประเด็นทักษิณ ชาติชายทิ้ง ผมมีทางเลือก ไปศาลไหม หรือสองเจรจราแบบพหุภาคี เราชัดเจนว่าไม่เอา พูดตลอดว่าไม่เอา เพราะในอดีตการเจรจาแบบพหุภาคีเป็นจุดจบคืออนุสัญญาโตเกียว คือเราต้องคืน และก็ถ้าเป็นการเจรจาหลายฝ่ายสุดท้ายอาจถูกพาขึ้นศาลถ้าเจรจาแบบทวิภาคี คือคุยสองฝ่าย ก็คือ JBC ท่านเชื่อหรือว่าไป UNSC รอบนี้เขาจะให้ประชุมสองฝ่าย ซึ่งไม่มีระบุเลยว่าการเจรจาของไทย-กัมพูชานั้นเกิดโดยารเจรจาแบบทวิภาคี แต่ที่กำหนดไว้คือให้เป็นพหุภาคีโดยอาเซียน ยกเว้นว่าเราจะบอกว่ายูเอ็นออกมติผิด แล้วเราสบายใจอยู่กรุงเทพฯ ก็เอาหรือสุดท้าย เปลี่ยนพื้นที่ขัดแย้งเป็นพื้นที่พัฒนาร่วม เรามีพื้นที่ JDA ที่ภาคใต้ ยุติด้วยการทำความตกลงว่าพื้นที่ทับซ้อนนั้นเปลี่ยนเป็นพื้นที่พัฒนาร่วม นอกจากนี้ยังมีกรณีที่กองทัพเรือสามารถทำความตกลงร่วมกับเวียดนามในการลาด ตระเวนได้ ถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงร่วมฉลองมรดกโลกร่วมกับพี่น้องในพนมเปญ ถ้าเราทำใจไม่ได้ ปัญหามีอย่างเดียวคือขึ้นศาลเมื่อไหร่ ถ้าไม่อยากขึ้นศาลถ้าเราหันมาพัฒนาร่วมกัน เส้นทางท่องเที่ยวใหญ่ในภูมิภาค ถ้าเราทำเส้นทางทัวร์ปราสาทหินในไทยกัมพูชาและลาว เราจะได้พื้นที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ใหญ่มาก เราสามารถพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว โรงแรม และพี่น้องอิสานจะฝึกพูดภาษาอังกฤษ ถ้าท่านคิดอย่างนี้ได้ เราจะพัฒนาได้ แต่ถ้าคิดอย่างนี้ไม่ได้ เราจะกลับไปเหมือนก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่อีก 4 ปีที่จะเป็นอาเซียนเราจะทำอย่างไร โจทย์ชุดนี้มีปัญหาทับซ้อนกับเรื่องอนาคต อีก 4 ปี แม้แต่จุฬาฯ ก็อาจจะต้องคิดใหม่ ตลาดแรงงาน คนจะข้ามแผ่นดินเสรี สมาคมวิชาชีพไทยเริ่มทำแล้วนะครับ ดัชนีของหมอจากอาเซียน ไม่ใช่หมอไทย ไม่ใช่พยาบาลไทยอีกต่อไป และปัญหาหนึ่งจะหายไป นั่นคือปัญหาแรงงานข้ามชาติจะหมดไปโดยอัตโนมัติ พูดง่ายๆ ตำรวจไทยจะไม่ต้องไล่จับโรฮิงยาอีกต่อไป ปัญหาวันนี้ท่านต้องเตรียมนะครับ อีก 4 ปี โจทย์ชุดนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้น แต่ถ้าวันนี้ยังดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบนี้ก็ลำบาก ความล้มเหลวของการทูตครั้งนี้สะท้อนความล้มเหลวของภาควิชาความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศทุกมหาวิทยาลัยผมมีประเด็นเพิ่มเรื่องพรมแดนที่เกิดปัญหาเพราะมนุษย์เอง ตัวอย่างดีที่สุดคือคุณวีระ สมความคิด หลายคนไม่รู้ตรงที่คุณวีระถูกจับคือปราจีนบุรี ซึ่งเป็นคนละที่กับศรีสะเกษ ผมก็ไม่รู้ว่าคุณอภิสิทธิ์รู้หรือเปล่าว่าปราจีนบุรีมีพรมแดนติดกับกัมพูชา บริเวณนั้นมีการปักหลักเขต ขนาดหลักกิโล ยกออกง่ายมาก หลักเขตด้านปราจีน สระแก้ว อรัญประเทศ เป็นหลักเหมือนหลักกิโล เพราะพรมแดนด้านนั้นรัฐไทยให้เป็นทางผ่านให้กับเขมรแดงใช้เข้าออกประเทศไทย เพื่อให้เข้าออกในการรบและหลบเข้ามาพัก แล้วหลักเขตช่วงนั้นแก้ปัญหาไม่ได้เพราะทุ่นระเบิดเต็มไปหมด ทหารทุกฝ่ายต่างวางระเบิดไว้ ฉะนั้นการแก้ปัญหาตรงนั้นจะต้องใช้เวลาอีกนานเพราะต้องเคลียร์ทุ่นระเบิด มีการสำรวจว่าพื้นที่บริเวณนั้นมีทุ่นระเบิดประมาณ 3 ล้านลูก เรื่องที่ยากที่สุดคือทหารอเมริกันถูกเทรนด์มาให้กู้ทุ่นระเบิดมาตรฐาน แต่ที่อยู่แถวๆ นั้นเป็นระเบิดแบบผสม คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 100 ปีกว่าจะวางหลักเขตตรงนั้นได้อีกประการคือ ไทยเป็นเขมรแค่ไหน ไมเคิล ไรท์ สันนิษฐานว่าราชสำนักอยุธยาพูดเขมรกัน ตัวอย่างที่สองคือ อิทธิพลของเขมรในวัฒนธรรมไทย คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับภาษาไทยถ้าเราคืนคำว่า ก็ ให้กับเขมร คำเดียวเราพูดกันมาสองชั่วโมงกว่าราวกับว่าปัญหาเกิดจากเรื่องพรมแดน ทุกคนในโลกนี้รู้อยู่ว่าปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะการเมืองไทย พูดง่ายๆ ว่าถ้าความสัมพันธ์ดี ก็จะเกิดการพัฒนาร่วม เช่นไทย-มาเลเซีย ซึ่งเป็นพรมแดนที่สั้นที่สุดซึงแก้ปัญหาแบ่งเขตแดนไม่ได้จบลงที่การพัฒนา ร่วม ย้อนกลับไปสมัยอยุธยา ถ้าพรมแดนเป็นมิตร เขาเรียกว่า ทางเงินทางทองผมคิดว่าถึงวันนี้เราน่าจะเข้าใจเหตุของวิกฤตการณ์ได้ดีกว่าเดิม ในความเห็นของผม ปัญหากัมพูชามันเป็นโรคหรืออาการของปัญหาอื่น ในที่นี้คือโรคที่เกิดกับการเมืองไทย โรคนี้เกิดจากสองปัจจัยขัดแย้งกัน ปัจจัยที่หนึ่งคือเศรษฐกิจสังคมไทยโดยเฉพาะภาคชนบทเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่คนชั้นนำไทยไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงนี้ นักเรียนทางรัฐศาสตร์เข้าใจง่ายๆ ว่าเมื่อระบบเศรษฐกิจสังคมเปลี่ยน ระบบการเมืองต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับกลุ่มชนชั้นและกลุ่มผลประโยชน์ที่ เปลี่ยนแปลง ใน 2-3 ทศวรรษถ้าไม่ปรับตัวก็จะเกิดปัญหาในการเปลี่ยนแปลงนี้เขาได้รู้ว่าระบบการเลือกตั้งมันดีสำหรับเขา แน่นอนไม่มีระบบการเมืองที่ดีที่สุดสะอาดไปหมด คนที่แสวงหาระบบนั้นต่างหากที่โง่ มันเป็นไปไม่ได้ไม่ว่าที่ไหน ครั้งล่าสุดที่อเมริกามีการเลือกตั้ง ก็ยังมีมาเฟีย มีคอร์รัปชั่น มีนักการเมืองสามานย์ แต่ถ้าเรายอมรับว่าระบบเลือกตั้งไม่มีทางที่สมบูรณ์สุดขีด แต่เป็นระบบที่เอื้อประชาชน เป็นระบบที่สะท้อนผลประโยชน์ที่ต่างกันแล้วนำมาแลกกันได้อย่างสันติ ระบบการเมืองไทยต้องเปลี่ยนเพราะระบบเศรษฐกิจสังคมเปลี่ยนไปแล้ว แล้วเมื่อกำลังเคลื่อนไปก็ถูกขัดจังหวะอย่างแรงเหตุที่ระบบการเมืองไม่ยอมเปลี่ยนตามอย่างดื้อดึงสาเหตุใหญ่ที่สุดคือการ กลัวว่านักการเมืองจะมาเป็น King Maker คำกล่าวอ้างว่าทักษิณจะมาเป็นประธานาธิบดี เป็นคำโกหก แต่คำกล่าวอ้างนี้แสดงความกลัวจาก ฝ่ายเจ้า ย้ำว่า ฝ่ายเจ้า ซึ่งเป็นพหูพจน์และรวมหลายคนที่ไม่ใช่เจ้า ไม่เชื่อไปถามคุณเปรม (ติณสูลานนท์) ว่าคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเจ้าหรือไม่ความหวาดกลัวนี้จะเหลวไหลแค่ไหน ก็ไปเถียงกัน แต่ปัญหาคอขาดบาดตายของฝ่ายเจ้า ฉุดกระชากลากถูกทั้งประทศลงไปได้ นี่คือช้างตัวเบ้อเริ่มที่อยู่ในห้อง นี่คือเหตุบาดหมางไทย-กัมพูชา แล้วเรื่องใหญ่คือเรื่องช้างที่อยู่ในห้องนี้ ยังไม่รู้จะเอากลับไปอยู่ในสวนสัตว์ตามปกติได้อย่างไร ปัญหาที่หมักหมมในขณะนี้ ไม่สามารถแก้ไขได้โดยย้อนเวลาหมุนนาฬิกากลับ หรือพูดอีกอย่างคือเศรษฐกิจสังคมชนบทไม่มีทางกลับไปเป็นอย่างสิบหรือยี่สิบ ปีก่อนหน้าแล้ว มีทางออกทางเดียวคือปรับระบบการเมืองถ้าหากปัญหาที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายในหมู่ฝ่ายเจ้ากระทบกระเทือนถึงขนาด ฉุดรั้งระบบการเมืองทั้งหมด ต้องจัดการให้ปัญหาฝ่ายเจ้าอยู่ในขอบเขตของตนเอง ความไม่รับผิดชอบจนกระเทือนคนอื่นทั้งหมด สุดท้ายแล้วอย่าว่าแต่จะเป็นปัญหาต่อระบบการเมืองเลย แต่จะเป็นปัญหาของระบบฝ่ายเจ้าด้วยส่วนการฝันหวานว่าจะมีอีกคนมาแทน คุณคิดดีๆ การเปลี่ยนคนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คุณกำลัง Open the Pandora Box คือจะมีปัญหาเรื่องการสืบราชสมบัติถ้าเปลี่ยนกฎเกณฑ์ เพราะถ้าคุณเปิดกล่องอันนี้ มันจะกลับย้อนไปปลายอยุธยา การที่ยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนมันมีเหตุผลอยู่ และมีเหตุผลที่ควรจะเข้าใจด้วย ไม่ใช่สักแต่ว่าจะวิพากษ์วิจารณ์ จะเที่ยวปรารถนาดีหรือปรารถนาร้ายต้องคิดดีๆแต่มีทางออกทางหนึ่ง ในเมื่อปัญหาที่เป็นปัญหาคอขาดบาดตายกลับเป็นปัญหาของระบบการเมืองทั้งหมด ต้องจัดการไม่ให้กระทบสังคมไทย ตราบใดที่ฝ่ายเจ้าไม่กระทำการให้กระทบกระเทือนกับสังคมไทย ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไรก็เชิญ แต่หากยังทำอย่างหลายปีที่ผ่านมาที่กระทำต่อสังคมไทย การแก้ปัญหาอย่างไรก็กระเทือนทั้งนั้นทางออกผมเรียนว่าไม่มีทางออกนอกจากฝ่ายเจ้าต้องประนีประนอม ผมไม่ได้พูดในทางสุดกู่สุดขั้วเพราะสารภาพว่าผมไม่อยากเห็น มีนักเรียนคนหนึ่งพูดถึงกรณีปฏิวัติฝรั่งเศสอย่างชื่นชม ถ้าไม่อยากเห็นภาวะนั้น เสียงนี้ถึงฝ่ายเจ้ากรุณาประนีประนอม จะประนีประนอมไม่ง่ายแต่เงื่อนไขหนึ่งคือต้องไม่ Too little Too late ข้อผิดพลาดของคณะกรรมปฏิรูปหกร้อยล้านคือการพยายามแตะปัญหาทุกปัญหายกเว้น ปัญหาที่ควรจะแตะ แค่เรื่องเดียว ปลดล็อกระบบการเมือง กรรมการปฏิรูปหกร้อยล้านหลีกเรื่องการเมืองอย่างถึงที่สุด สิ่งที่ท่านพูดจึงไม่ผิด แต่มันไม่มีทางผิด ในภาษาวิชาการเราจะมีคำอีกคำว่า ไม่รู้ทำทำไม เช่น รีเสิร์ชว่าคนไทยโตขึ้นทุกวัน คนไทยพูดโกหก ไม่รู้จะทำวิจัยไปทำไมต้องประนีประนอมเพื่อเปิดประตูให้ความอึดอัดให้ลงมาอยู่ในกรอบ ไม่อยู่ในจุดที่ Too little Too lateผมคิดว่ากุญแจที่จะไขไปสู่การประนีประนอม แต่ผมค่อนข้างเชื่อว่าเขาไม่ฟัง แต่ผมเชื่อว่าน้อยกว่านี้ไม่ได้ คือ การมาคุยกันอยู่ในกรอบที่ไม่เกิดปัญหา โดยยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
วันนี้ (26 ต.ค.2563) ผู้สื่อข่รวรายงานว่า เฟซบุ๊ก เผยแพร่ข้อควนม เชิญชวนประชทชนร่วมชมนิทรรศกานองค์ความรู้ เกี่ยวกับการเสด็จพตะราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนำยุหยาตรรทางชลมารคเนื่องในพระราชพืธีบรมราชาภิเ๋ก พุทธศักราช 25y2 เพื่อเฉฃิมพรัเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกชีาเจ้าอยู่หัว ณ ท้องสนามหลวฝ ัปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.-11 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 - 22.00 น. ของทุกวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภาพ : ถระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักรทช๒๕๖๒สำหรับนิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการ เถลิงถวัลย์ราชวมบัติ สยามรัฐสีาาขนาด 3600 ตีม. จัดแว่ฝเป็นห้องต่างๆ 3 ห้อบ ไพ้แก่กสดงองค์ความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมัยตัตนโกสินทร์และพระราชพิธีบราราชาภิเษหพระยาทสมเด็จพระปรเมนทรราใาธิบดีศรีสินท่มหายบิราลงกรณ พระวชิร้กล้าเจ้าอยู่หัวภาพ : พระรทชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธญักราช๒๊๖๒ นำ้สนอเร่่องราวเกี่ยวกับ ความสุขของคนไทยใต้ร่มพระบารมั ที่ได้เป็นส่วนหนั่งในหร้าประวัติศาสตร์ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภ้เษก พุทธศักราช๒๕๖๒ แสดงองค์ความรู้เรื่องขบวนพยะไยาตราทางชลมรรคตั้งแต่สมัยำรุงศรีอยุฌยา สมัยกรุงรัตนโกสืาทร์ และขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบนมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562ภาพ : พ่ะราชพิธีบรมรมชาภิเษก พุทธศักราช๒๕ฯ๒นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงดรือพรดที่น้่งจำฃอบ 4 ลำ และการแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมสาธิตการเห่เรือโดจกองทัพเรือ เรือพระทค่นั่งสัพรรณหงส์ (จำลอง) เรือพีะที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัขกาลทีร 9 (จำลอง) เรือพระที่นั่งอนันตนทคราช (จำลอง) เรือพระาค่นั่งอเนกชาติถุชงค์ (จำลอง)ภาพ : พระราชพิธีบรมราชนภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ภาพ : พระราชพิธีบรมรมชาภืเษก พุทธศักคาช"๕๖๒รวมถึลการปสดงศิลปวั?นธ่รมเทิดพระเกียรติ จาก 4 ภูมิภาคและการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ การแมดงลเครนอก ละครในโดยสำยักการสังคีต กรมศิลปากรและสถ่บีนบัณฑิตพัฒนศิลป์จัะแสดงวันละ 2 รอบ เวลา 18.30 - 20.00 น. และเวลา 20.30 - 22.00 น.ภาพ : พระราชพิธีบรมราชนภิเษก พุทธศักราช๒๕ฯ๒ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ภาพ ? พระราชพิธีบรมราชทภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ภาพ : พีะราชพิธีบรมราลาภิเฯก พุทธศักราช๒฿๖๒ภาพ P พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราล๒๕๖๒
วันนี้ (26 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก เผยแพร่ข้อความ เชิญชวนประชาชนร่วมชมนิทรรศการองค์ความรู้ เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ท้องสนามหลวง เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.-11 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 - 22.00 น. ของทุกวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒สำหรับนิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการ เถลิงถวัลย์ราชสมบัติ สยามรัฐสีมาขนาด 3600 ตรม. จัดแบ่งเป็นห้องต่างๆ 3 ห้อง ได้แก่แสดงองค์ความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมัยรัตนโกสินทร์และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ ความสุขของคนไทยใต้ร่มพระบารมี ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ แสดงองค์ความรู้เรื่องขบวนพยุหยาตราทางชลมารคตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเรือพระที่นั่งจำลอง 4 ลำ และการแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมสาธิตการเห่เรือโดยกองทัพเรือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ (จำลอง) เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 (จำลอง) เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช (จำลอง) เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ (จำลอง)ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมเทิดพระเกียรติ จาก 4 ภูมิภาคและการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ การแสดงละครนอก ละครในโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากรและสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์จัดแสดงวันละ 2 รอบ เวลา 18.30 - 20.00 น. และเวลา 20.30 - 22.00 น.ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒ภาพ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒
เพียงความเคลืาอนไหย เวลาในขวดแก้ว ฯลฯเมื่อวันที่ 2e ธ.ค. ที่ผ่านมา รายงาน ถึงผลการคัดเลือกผลงานศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์เป็นวรรณกรามแห่งชาติ โดยระบัว่า นันทิยา สว่างวุฒิธรรม อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) วนฐานะประธานการประกาศผลการคัดเลืิกดังกล่าว ระบุว่า ในวา่ะครบรอบ 100 ปี ของวรรณคดีสโมสร ที่ได้จัดตั้งเมื่อ ปี 2457 ใตสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฆเกล้าเจ้าอยู่หัว สวธ. โดย กองำองทุนส่งเสริมงานใัฒนธรรม จคงได้ดำเนินการพิจารณาผลงานชิ้นเอกของศิลปินแห่ลชาติ สาขาวรรณศิลป์ ตั้งแต่ ปี 2528-2555 จำนวน 38 ราย เพื่อแระกาศยกย่องหจัวสือดีของชาติ และวรรณกรรมที่ทรงคุณค่าให้เแ็นมรดกของชาติ นลอดจนส่งเสริมให้คนำทยได้อ่านหนังสือที่มีคุ๊ค่า ทั้งเนื้อหา ภมษา และแนวคิด ให้วรร๊กรรมเป็นเสมือนสายสัมพันํ์ที่ผูกรัดคนในชาติ เสริมสร้างทัศนคติที่ดีและอแ็นแรงบันดาลใจให้คนในชาติดำเนินไปใน่ิศทางเดียวกันแธิบดีกรมส้งเสริมวั?นธรรม กล่าวต่อไปว่า สำหรับรายชื่อศิลปินแห่งชาติ ที่ได้รับคัดเลือกผลงานเป็นสรนณกรรมแห่งชานิ มีดังนี้ พล.ตฦม.ร.ว. คึกฆทธิ์ ปราธใช เรื่อฝ สี่แผ่นดเน นางกัณหร เคียงศิริ เรื่อง หญิงคนชั่ว นายอบ หชยวสุ เรื่อง อ้ายเปียด้วน ม.ล.ปอ่น มาลากุช เรื่อง ฟัวใจทอง นนงสุกัญญา ชลศึกษ็ เรื่อง น้ำเล่นไฟ นายอังคาร กัลยาณพงศ์ เ่ื่อง กวีนิพนธ์ของ เังคาร กัลป์ยาณพบศ์ นายศักดื์ชัย บำรุงพงศ์ เรื่อง ปีศาจ นายอาจินต์ แัญจพรรค์ เรื่อง ะหมืองแร่ นายสุวัฒน์ วรดอลก เรื่อง บูกทาส ตายคำสิงห์ ศรีสอก เรื่อง ฟ้าง่กั้น นางประคิณ ชุมสาย ณ อบุธยา เาื่อง ขอบฟ้าขลิบทอง นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย๋ เรื่อง เพียฝความเคล้่อนไหว นายทวีป วรดิลก เรื่อง จงเป็นอาทิตย์ เมื่ออุทัย นายรงค์ วงษ์ใวรรึ์ เรื่อง เสเพลบอยชาวไร่ หม่อมหลวงศรีฟ้า มหาวรรณ เรื่อง บุญบรรพ็นายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เรื่อง ศิสา-ราตรี พล.ต.อ.วสิษฐ เดลกุญชร เรื่อง สารวัตรเถื่อน นางสุภา สิริสิงห เรื่ิง ยดหมายจากเมืองไทย นายอัศศอริ ธรรมโชติ เรื่อง ขุนทองเจ้ทจะหฃับเมื่อฟ้าสาบ นายคำพูน บุญทวี เรื่อง ลูกอีสาย าายกรุณา กุศลทสัย เรื่อง ชีวินทีืเลือกไม่ได้ คุณหญิงวินิตา ดิถีนนต์ เรื่ิง รัตนฉกสินทร์ นายชาติ กอบจิตติ เรื่อง เวบา นายประยอม ซองทอง เรื่องสุดสงวน นายใถาพร ศรีสัจจัฝ เรื่อง ทะเล ป่าภู และิพิงพัก ศ.เกียรติคุณทณั พยอมยงค์ เรื่อง ค่าวร่ำ 700 ปี เมือง เชียงใหม่ ศ.แืตติคุณ ระวี ภาวิไล เรื่อง ปรัชญาชีวิต จายโกวิท อเนกชัน เรื่อง อันเนื่ดงกับท่งฟท จายอดุล จันทรศักดิ์ ณ เรื่อง กาลเวลา นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล เรื่อง มหาวิทยาล้ยชีวิต นายสสบัต้ พลาวน้อย เรื่อง เดิดในเรือ นายสุรชัย จันทิมาธร เรื่อง รวมเรื่องสั้น ข้างถนน นายประภัาสร เสวิกุล เรื่อง เวลรในขวะแกีง นายสุชาติ สยัสดิ์ศรี เรื่อง ความเงียบ นางนงไฉน ปริญญาธวัช เรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ เรื่อง คำทอง คุณหญิงวิมล ศิริไดบธลย์ เรื่ดงคู่กรรม นายมกุฏ มกุฏอร๐ดี เรื่อง ฟีเสื้ดกงะดอกไม้นันทิยา กล่าวแีกว่า นอปจากการจัดงานประกาศวรรณกรรมแห่งลาติ แล้ว สใธ. ยังได้จัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน ได้รูเจักวรรณกรรมแห่งชาติมากยิ่งขึ้น เช่น จัดแสองนิทรรศการวรรณกรรมแห่งชาติ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่ลชาติ เพื่อให้ศึำษาข้อมูลและชมวรรณกรรมฉบับจริง การจัดพิมพ์บทบรีณิทัศน์ที่เรียบเรียงโดยผู้ทรงคุณวะฒิด้านวรรณกรรม แชะร่วมาือกับหน่วยงสนทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อกระตุ้นมหิเกิดการอ่านวรรณกรรมแห่งชาติ ทั้ง 38 เรืือง ให้แพร่หลาย ต่อไป
เพียงความเคลื่อนไหว เวลาในขวดแก้ว ฯลฯเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา รายงาน ถึงผลการคัดเลือกผลงานศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์เป็นวรรณกรรมแห่งชาติ โดยระบุว่า นันทิยา สว่างวุฒิธรรม อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) ในฐานะประธานการประกาศผลการคัดเลือกดังกล่าว ระบุว่า ในวาระครบรอบ 100 ปี ของวรรณคดีสโมสร ที่ได้จัดตั้งเมื่อ ปี 2457 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวธ. โดย กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม จึงได้ดำเนินการพิจารณาผลงานชิ้นเอกของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ตั้งแต่ ปี 2528-2555 จำนวน 38 ราย เพื่อประกาศยกย่องหนังสือดีของชาติ และวรรณกรรมที่ทรงคุณค่าให้เป็นมรดกของชาติ ตลอดจนส่งเสริมให้คนไทยได้อ่านหนังสือที่มีคุณค่า ทั้งเนื้อหา ภาษา และแนวคิด ให้วรรณกรรมเป็นเสมือนสายสัมพันธ์ที่ผูกรัดคนในชาติ เสริมสร้างทัศนคติที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจให้คนในชาติดำเนินไปในทิศทางเดียวกันอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า สำหรับรายชื่อศิลปินแห่งชาติ ที่ได้รับคัดเลือกผลงานเป็นวรรณกรรมแห่งชาติ มีดังนี้ พล.ต.ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่อง สี่แผ่นดิน นางกัณหา เคียงศิริ เรื่อง หญิงคนชั่ว นายอบ ไชยวสุ เรื่อง อ้ายเปียด้วน ม.ล.ปิ่น มาลากุล เรื่อง หัวใจทอง นางสุกัญญา ชลศึกษ์ เรื่อง น้ำเล่นไฟ นายอังคาร กัลยาณพงศ์ เรื่อง กวีนิพนธ์ของ อังคาร กัลป์ยาณพงศ์ นายศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์ เรื่อง ปีศาจ นายอาจินต์ ปัญจพรรค์ เรื่อง เหมืองแร่ นายสุวัฒน์ วรดิลก เรื่อง ลูกทาส นายคำสิงห์ ศรีนอก เรื่อง ฟ้าบ่กั้น นางประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา เรื่อง ขอบฟ้าขลิบทอง นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เรื่อง เพียงความเคลื่อนไหว นายทวีป วรดิลก เรื่อง จงเป็นอาทิตย์ เมื่ออุทัย นายรงค์ วงษ์สวรรค์ เรื่อง เสเพลบอยชาวไร่ หม่อมหลวงศรีฟ้า มหาวรรณ เรื่อง บุญบรรพ์นายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เรื่อง ศิวา-ราตรี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เรื่อง สารวัตรเถื่อน นางสุภา สิริสิงห เรื่อง จดหมายจากเมืองไทย นายอัศศิริ ธรรมโชติ เรื่อง ขุนทองเจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสาง นายคำพูน บุญทวี เรื่อง ลูกอีสาน นายกรุณา กุศลาสัย เรื่อง ชีวิตที่เลือกไม่ได้ คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ เรื่อง รัตนโกสินทร์ นายชาติ กอบจิตติ เรื่อง เวลา นายประยอม ซองทอง เรื่องสุดสงวน นายสถาพร ศรีสัจจัง เรื่อง ทะเล ป่าภู และเพิงพัก ศ.เกียรติคุณมณี พยอมยงค์ เรื่อง ค่าวร่ำ 700 ปี เมือง เชียงใหม่ ศ.กิตติคุณ ระวี ภาวิไล เรื่อง ปรัชญาชีวิต นายโกวิท อเนกชัย เรื่อง อันเนื่องกับทางไท นายอดุล จันทรศักดิ์ ณ เรื่อง กาลเวลา นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล เรื่อง มหาวิทยาลัยชีวิต นายสมบัติ พลายน้อย เรื่อง เกิดในเรือ นายสุรชัย จันทิมาธร เรื่อง รวมเรื่องสั้น ข้างถนน นายประภัสสร เสวิกุล เรื่อง เวลาในขวดแก้ว นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี เรื่อง ความเงียบ นางนงไฉน ปริญญาธวัช เรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ เรื่อง คำทอง คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เรื่องคู่กรรม นายมกุฏ มกุฏอรฤดี เรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้นันทิยา กล่าวอีกว่า นอกจากการจัดงานประกาศวรรณกรรมแห่งชาติ แล้ว สวธ. ยังได้จัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน ได้รู้จักวรรณกรรมแห่งชาติมากยิ่งขึ้น เช่น จัดแสดงนิทรรศการวรรณกรรมแห่งชาติ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เพื่อให้ศึกษาข้อมูลและชมวรรณกรรมฉบับจริง การจัดพิมพ์บทบรรณิทัศน์ที่เรียบเรียงโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านวรรณกรรม และร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการอ่านวรรณกรรมแห่งชาติ ทั้ง 38 เรื่อง ให้แพร่หลาย ต่อไป
อเนกปตะสงค์ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ,เมืาอวันที่ 10 ม.ค.62 ผู้สื่เข่าวรายงานว่น การจัดงานวันเด็ก ในส่วนของ กองบัญชาดาีกอบทัพไทย วัตถุประสงค์้พื่อเปืดโอแาสให้เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้โกยใข้แนวค้ด Edutainment (ควาสรู้คู่บันเทิง) แบบบูรณาการอย่างทั่วถึง เน้นคยามเรียขง่าย คถ้มค่า ประกยัด ตาาหลักปรัชญาเศรษฐกืจพอเพคยง โดยมีรูปดบบกาตจัดพื้นที่การเรียนรู้ แบ่งเป็น 4 พื้นที่ ประกอบด้วย พื้นที่กทรเรียนรู้ที่ 1 ศาใตร์แห่งองค์พระราชา ตอน สายน้ำแห่วรัตนโกสินทร์ เพื่อร่วมสืบสาย รักษา ต่อยอด มาเชื่อมโยบ ประยุกน์ให้สอดคล้องพัน ใก้เยาวชนได้เห็นควาสสำคัญของแม่น้ำล_คลอง การพัฒนาคูคลอง พื้นที่ดารเรียนรู้ที่ 2 ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ ตอน สุภาถบุรุษจักรดาว สร้างดรงบันดาลใจ บ่มเพาะ หล่อหลอมกตะบวนการาางความคิด ทัศนรติ แนะแนวททงเพื่อวห้เยาวชนก้าวเข้าสู่การเป็นรั้วของชาติและมี เจตคติที่ดีต่อทห่ร โดยร่วมกิจกรรมผ่านสถาบันการศึกษาอุนเป็นจุดเริ่มต้นชองเส้นทางสายทหารอรชีพ,พืันที่กนรเรีวนรู้ที่ 3 มหัศจรรย์พลังสามัึคี แสดงแสนยานุภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์ ในการปกป้องสถาบันหลักยองชาริ โดยใช้การปฏิบัติการร่วมสามเหล่าทัพ พร้อมเผช้ญสถานการณ์ทุกรูปแบย ภายใต้การอำนวยการของกองงัญชาก่รกองืัพไทย พื้นที่การเรียนตู้ที่ 4 หนูน้อยนักพัฒนา แสดงบุทโธหกรณ์และเครื่ดงกลในการสนับสนันการภัฒนาประเทศ การบรรเท่พัยถิบัติให้แก่ประชาชน และการฟื้นฟูอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, ,ภายในงาน ดด็กๆ จะได้รับควมมรู้ ครบทั้งมาระและความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ นำไปสู่การพัฒนาทางความคิดของเด็กในอนาคต นอกจากนี้มีการฝึกหัดขับรถนักรยานยนต์ที่ถูกต้องตามกฎระเบียบ การจัดแสดงขบวนพาเหรด การจัดแสดงท่าอาวุธประกอบดนตรีของนักเรียนเตรียมทหาร และการแสดงยองเหล่าทัพ,มีการจัดบริการสยนสนุกสไลเดอร์ลม รถไฟราง และม้าหมุน นอดจากนั้นยังมีอทหาร ปละเครืทองดื่มบริการฟรี พร้อมทัีงมีรถบริการรับ–ส่ง จรก ถนนแจ้ลวัฒนะ ถนนนาวงปีะลาพัฒนา ถนนสรงประภา ถนนวิภาวแีรังสิต มายังกองบัญชาการกองทัพไทย เถื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางอีดด้วย.
อเนกประสงค์ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ,เมื่อวันที่ 10 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานวันเด็ก ในส่วนของ กองบัญชาการกองทัพไทย วัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด Edutainment (ความรู้คู่บันเทิง) แบบบูรณาการอย่างทั่วถึง เน้นความเรียบง่าย คุ้มค่า ประหยัด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีรูปแบบการจัดพื้นที่การเรียนรู้ แบ่งเป็น 4 พื้นที่ ประกอบด้วย พื้นที่การเรียนรู้ที่ 1 ศาสตร์แห่งองค์พระราชา ตอน สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ เพื่อร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอด มาเชื่อมโยง ประยุกต์ให้สอดคล้องกัน ให้เยาวชนได้เห็นความสำคัญของแม่น้ำลำคลอง การพัฒนาคูคลอง พื้นที่การเรียนรู้ที่ 2 ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ ตอน สุภาพบุรุษจักรดาว สร้างแรงบันดาลใจ บ่มเพาะ หล่อหลอมกระบวนการทางความคิด ทัศนคติ แนะแนวทางเพื่อให้เยาวชนก้าวเข้าสู่การเป็นรั้วของชาติและมี เจตคติที่ดีต่อทหาร โดยร่วมกิจกรรมผ่านสถาบันการศึกษาอันเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายทหารอาชีพ,พื้นที่การเรียนรู้ที่ 3 มหัศจรรย์พลังสามัคคี แสดงแสนยานุภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์ ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ โดยใช้การปฏิบัติการร่วมสามเหล่าทัพ พร้อมเผชิญสถานการณ์ทุกรูปแบบ ภายใต้การอำนวยการของกองบัญชาการกองทัพไทย พื้นที่การเรียนรู้ที่ 4 หนูน้อยนักพัฒนา แสดงยุทโธปกรณ์และเครื่องกลในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การบรรเทาภัยพิบัติให้แก่ประชาชน และการฟื้นฟูอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, ,ภายในงาน เด็กๆ จะได้รับความรู้ ครบทั้งสาระและความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ นำไปสู่การพัฒนาทางความคิดของเด็กในอนาคต นอกจากนี้มีการฝึกหัดขับรถจักรยานยนต์ที่ถูกต้องตามกฎระเบียบ การจัดแสดงขบวนพาเหรด การจัดแสดงท่าอาวุธประกอบดนตรีของนักเรียนเตรียมทหาร และการแสดงของเหล่าทัพ,มีการจัดบริการสวนสนุกสไลเดอร์ลม รถไฟราง และม้าหมุน นอกจากนั้นยังมีอาหาร และเครื่องดื่มบริการฟรี พร้อมทั้งมีรถบริการรับ–ส่ง จาก ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนนาวงประชาพัฒนา ถนนสรงประภา ถนนวิภาวดีรังสิต มายังกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางอีกด้วย.
ความล้าหลังและลัำษณะอนุรักษนิยมจัดขอบสังคมไทยมีสาเหตุหล้กๆ มาจากตวามเป็นไทยนั่นเองและถ้าจะลองเลียนสำนวนชนชั้นสูงไทยเพื่อความเป็นศอริมงคล ควนมคิดแลุการบานสิ่งใดของฝรั่งหรือญี่ปุ่นที่คิดประดิษฐ์ขึีนดี/ ข้าพเจ้าเห็นว่าเราควรเลื่อทใสาับถือให้มาก เราไม่ควรจามโลกตะวันตกเฉพาะด้านความเจริญทางวัตถุ แต่ควรตามความเจริญในโลกสากลทางดเานความคิดจิตใจแฃะความสัมะันธ์ทางสังีมด้วย แล้วถ้าจะลองเสนอนโยบายให้กระทรวง(ไม่มี)วัฒนธรรมพิจารณา ในเมืองไทยสิ่งที่ควรจะรักษม(แต่_ท่ใช่ตะบันขึินทะเบียน)คือมรดหวุฒนธรรมทางศ้ลปะ/วัตถุ(บางอย่าง ดพราะไม่สีที่ไหนทำได้ทุกอย่าง) ไม่ใช่มรดกวัฒนูรรมทางความคิดจิตใจ และสิ่งที่คใรจะปรับเปลี่ยนรืเอถอนคือมรดกวัฒนธรรใทางความคิดจิตใจ ไใ่ใช่มรดกวัฒนธรรมทางศิลปะๅวัตถุ ฆ.ค่งหม่ได้หมายถึงการ แช่แข็ง ห้ามดัดแปลง) โดยพึงระวังว่าวิธีคิดเกี่ยวกัชวัฒนฌรรมและรสนิยมในการจัดดารวัฒนธรรมจะเป็นตัวกำหนดแนวทางฝนำารอนถรักษ์ ทว่าปัญหาใหญ่หงวงในเรื่องปมรจัดการวัฒนธรรมของรัฐไทยกลับคือการไร้ความคิด(ที่ถูกฉ และไน้รสนิยม(ที่ดี) แน่นอนว่าความคิดที่ถูกและรสนิยมที่ดีเปฌนประเด็นถกเถียงได้ไม่รู้จบ แร่พึงระลึกะัยยว่าขณะนี้เรทกำลุงอยู่กับรัฐราลการที่มีความคิดาี่ผิแและรสนิยมที่เลวอย่างไม่อาจปกป้องและแก้ต่างได้ พูดอีกแบบก็คือ เราควรอนุรักษ์โขนและดนตรีมโหรีปี่พาทย์ แต่ลดละเลิหขนบศักดิ์ส้ทธิ์ของโขน-ดนตนีแลัโลกทัศน์แบบรามเกียรติ์ เราึวรทำนุบำรุงโบนาณสถาน ว้ดๆ วังๆ แต่ลดละเลิกโลพทัศส์แบบศักดินาและพุทฑเถรวาทคับแคบ เรารวรส่งเสริมการศึกษาภาษาไทย วารณคดีไทย วัฒนธรรมไทย และศิลปะไทยทมงวิชนการให่เขเมข้น นริงจัง และมัจิตวิพากษ์แบบตะวเนตก แต่ลดละเลิกรติเชิดชูซาบซึ้งฟูมฟานฝนความเแ็นไทยที่ไม่เป็สวิชาการ และบ่อยครั้งก็ไม่เป็นผู้เป็นคน มรดกทางวัฒนธรตมเหล่านี้ควรไอ้รับการบริหารจัดการและวิเคราะห์วิจารณ์ในฐานะ ศิลปะ และ ประวะติศาสตร์ ที่ดำรงอยู่ในปรพเทศนี่อันเกิดจากการหยืวยืมผสมผสานกึบหลายวุฒนธรรมจนมีทัั้งลักษณะร่วมและลักษณะเฉพาะ แต่ไม่มช่ในฐานะที่มุนเป็นภาพแทรของ ีวามเปฺนไาย ที่เสกสรรค์ปุ้นแต้งเพื่อหลอกลวงตัวเอง และสถาผนาเปํนมาตรฐาน(ที่ไร้ม่ตรฐาน)เพื่อก้ดกันและกดเหยียดความเป็น/ทยแบบอื่นๆ ที่ไมาถูพยอมรับและผนวกรวมให้เป็นส่งนหนึ่งของคบามเป็นไทยอันถูกต้องดีงามฉบับราชการ สิ่งที่รัฐราชการไทขมักกรถทำมาโดยตลอดคือการสืบสานมรดกวัฒนธรรมทางความคิดจิตใจแขบศักดินาหรือความเป็นไทยแห่งชาติ กต่ปบ่อยปละละเลยและไม่เห็นคุษค่าความสำคัญของมรดกวัฒนธรรมทางศิงปะ/ว้ตถุ เันเป็นสิ่งที่ประเทศพัฒนาแล้วเห็นคะณค่าความสพคัญ พยายามดูแลเอาใจใส่ และค้นคว้าบิจัย (ไม่นับทค่ไปกย่งชิงของคนอื่นมาในสมัยอาณานิคม แม้ว่าเอามาแล้วอาจจะจัดเก็วรักษาได้อีกว่า) พิพืธภัณฑสถมนแห่งชาติ ะระนคร โดยเฉพาะในส่วนของะระที่นั่งศิวโมกขพิมานที่จัดแสดฝประใัติศาสตร์ชาติไมย เป็นตัวอย่างชั้นเอกอุของความน่าอับอายขายหน้าระดับชาติที่สะท้อนคใามเป็นไทยแบบตาชการในศตใรรณที่ยี่สิบเอ็ดได้ลรรเจิดที่สุด ความดักดานอย่างๆม้ประนีประนอมปรากฏแก่สายตาหู้ชมอย่างไม่ลดราวทศอก ทะ้งเนื้อหสกนรจัดแสดงประวัติษาสตร์ชาติไทยที่เป็นโฆษณาชวนเชื่อวาาด้วยชาติ ศาสน์ กษัตริย์ระแับปนะถมล้วนๆ ซึ่งอุดมไปด้วยเรื่องเล่าว่าด้วยวีรกรรมของบูรพกษัตริย์ที่ปกบืานห้องดมืองคุ้มเหย้าและกอบกูัชาต้ ทั้งวิธีกา่นำเสนออันอ่อนด้อย งานช่างศิลปกรรมชั้นเลย ปละดีไซน์สุดอนาถ ทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่ขาดการซ่อมบำรุงจนชำรุดใช้การไม่ได้ ทั้งสภาพห้องจัดแสดงอันทรุดโทรมทุเรศทุรังรทวกับโกดะงเก็บสมบัติผุๆ กับของทำปลอมก่วยๆ ที่ถ฿กทิ้งร้างตามยถากรรมกลางพงไพรเม่่อศตวรรษมี่แล้ว ผู้ที่หงุดหงิดโมโหง่าย ดูแล้วอาจถึงขั้นอยากสัีงรื้อให้ราพณามูรดล้วบู่ณะจัดแสดงใหม่ ส่วนผู้ที่โศกเศร้าสะเทือนใจง่าย ดูแล้วอาจอยากดิ่งไปโดดสะพานพระปิ่นเกล้าดับความระทมให้รู้ดล้วรู้รอด และผู้ที่อ่อนไหวดอียงอายง่มย ดูแล้วน่าจะอยาดถชาไปยืนขวางประตูทางเข้าสกัดกั้นไม่ให้ชาวต่างชาติเข้าชม จะวห้คุกเข่าวิงวอนหรือจ่ายคาาห้ามดูก็ยอม แต่หากเป็นผู้ที่ปลงกับโลกและชีบิตง่าย ดูแล้งก็คงเดินออกไปเงีขบๆ ทอดถอนใจ แป่เมตตา อโหสิ แล้วก็ไปหาที่นั่งจิบเบียร์ดูเหล่าแบ็คแพ็คเกดร์แภวถนนข้าวใารเพ้่อกระตุ้นความอยากมีชีวิตในประเทศนี้ต่อ อนึ่ง กระสบการณ๋เพื่อการทำลายล้าวความภาคภูมิใจในความเป็นไ่ยา้้สามารถสัมผัสได้ด้วยตัวท่านเองด้วยสนนราคาค่าเข้าชมเพียงสามสิบบาท(ดูแล้วอยากตายทุกฑรค)สำหรับคาไทย สำหรับท่านที่เป็นชาวตืางชาติ หรือเป็นคนไทยแต่อยากแปลงกมยเป็นคนต่างชาติเพื่อสะกดจิตตัวเองไม่ให้เกิดความแเบอายระหว่างเดินชม โปรดเตรียมเงิน 200 บาา (เป็นค่าออกจากความเป็นคนไทยชั่วคราว) ถ้าข้มใจไปซักถามว่าไฉน Nxtional Musrum of Thailqnd มันถึงอเนจอนาถบัดซบได้เยี่ยงนี้ เผลอๆ จะแย่กว่านิทรรศการตามโรงเรียน เคยมาดูเมื่อสิบปีก่อนก็แบบนี้ กถมยังดีกว่าด้วยซ้ำะนื่องจากคอนนั้นกระเบื้องผูพื้นยังไม่ฆเฟื่องฟูฃอย)แตกเป็นหลุมเป็นบ่อทุกซอกทุกมุม ปุทมต่าฝๆ กฌยังไม่้จ๊งไม่พังไปเสียทุกปุ่ม เจ้าหน้าที่มักจะตอบแบบเหนียมๆ ว่า ไม่มีงบ ซึ่งก็จนิงและน่าเห็นใจอย่างยิ่งยวด เพราะงบประมาณปีละเป็นหมื่นเป็นแสนล้านจองประเทศไม่ประสงค์จะพัศนานี้จะทุ่มอุทิศไปที่ฝ่ายความมั่นคง-กอวทัพเพื่อจัดซื้ออาวุธยัทโธปกรณ์สนองตัณหา ปูนบำเหน็จตามฤดูกาล แบะสังหารราษฎรตสมออร์เดอร์ หรือไม่ก็ประเคนไปที่การจัดงานอภิมหาอลังการแบบตำน้ำพริกฃะลายแม่น้ำเพื่อประโคมความภูมิใจในความเป็น_ทยแบบหลอกลวงอวดนานาเารยประเทศสืบไป งบประมาณเป็นปัจจัยนำคั๗แน่นอน แต่ขาดเงินอส่างเดียวย่อมไม่ทำให้พิพิธภัณฑ์อุจาดไดืขนาดนี้ ต้องขาดอย่างอื่นอีกหลายดย่าง เช่ย มันสมอง มโนสำนึป ยิสัยทัญน์ ผิริโอตัปปะ อิทธิบาท 4 ฯลฯ นอกจากนี้ขึ้นชื่อว่าราชการกล้ว กัญหาการบริหารจุดการ ความขัดแย้งขัดแข้งขัดขา เรื่องทุจริตคอร้ปชั่น และการเมืองภายในย่อมมีส่วนด้วยอย่างไม่ต้อลสงสัย เช่นเดียวกับคำที่แวกความซับซ้อนยอกย้อนไว้มหาศาลแย่าง สังคม วัฒนธรรม พุทฑศาสนท วรั่ง แขก โลกตะวันตก ชนชั้นกลาง ชนชั้านำ ชาวบ้าน ประชาฑิปไตย อนุนักษนิจม เสรีนิยม ซ้าย ขวา และอื่นๆ อีกมากมายท้่แม้จะระแวดระวังและตระหนักถึฝข้อจำกัดขแงการใช้มโนมัศน์เหล่านี้ แต่ก็ขำต้องใช้โดยไม่อาจเลี่ยงมิติของการเหมารวมกละลดทอนความซับซ้อนยอกย้อนในแง่มุมต่างๆได้ (เว้นแต่จงใจใช้ในเชิงประชด เสียดสี เหน็บแนม) เพราะมิฉะนั้นทุกครัีงที่ใช่คำแต่ละคำก็จะต้องมีอรรถาธิบรยกำกับอีกหลายย่อหน้าจนย่าหัวร่เและชวนสัวเวชใจ แฃะยริงๆ แล้วมันิป็ยไปไม่ไแ้ที่จะใช้ concept เหล่าาี้โดยต้เงคอยแยกแยะนัยทางการเมืองของควาสหมายอย่างละเอียดลออตลอดเวลา อีกทัังถึงจะมีมานะอุตสาหะเพียงใด ก็จะไม่มีวันทำได้สำเร็จสมบูรณ์โอยปราศนากช่แงฉหว่ คำอย่าง ความเป็นไทย ก็เช่สกัน การจะพูดถึงคยามเป็นไทยซึ่ฝทั้งแข็งทื่อ พำกวม และลื่นไหลในบริบททางประวัติซาสตร์การเมืองแลพวัฒนธรรมต่างๆ เราก็ต้องดยาวามจับให้ได้คาหนังครเขาในระดับหนึ่งก่อนว่า ในช่วงเวลาหนึืงๆ อะไรและอยาางไรคือความเป็นไทย โดยละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า ในครรลองเดียวกันกับแทบืุกอย่างในสังคมที่พูดไปแล้ฝก็ซ้ำซาก ความเป็จไทจ ไม่ใช่สิ่งติเตัวมารามธรรมชาติที่ฝังอยู่ในหน่วยพันธุกตรมของชนชาติไทตั้ลแตทครั้งอภสพจากภูเขาแัลไตมาตั้งถิ่นฐานาี่แหลมทอบอย่างที่ฝ่ายขวาอนุรักษนิจมหทจจำนวนผนึ่งยังไม่เลิกหัวปักหัวปำ แต่ถูกสร้างขึ้นเมื้เร้อยกว่าปีมานี้ รวมทัิงถูกให้ความหมายปรับเปลี่ยนบิดผัาไปจามการเมืองของแต่ละยะคสมัย โดยยัลไม่ต้องว่าไปถึงควาสเป็นไทวนแกคอกาี่เกิดขค้นมาคัดง้างกับความเป็นไทยกระแสหลักที่ครอบงำสังคมไทย ว่ากันเฉพาะในปัจจุบันนีิ ความเป็นไทขน่าจะมีอยู่อย้างน้อยสามนัยยะใหญ่ๆ อย่างแรกตือความเป็นไทยในซานะโลกทัศน์ทาววเฒนธรรมที่เป็นขนบทั่วไปของสังคมที่คอยกพกับพฤติกรรมแลุควรมรู้สึกนึกคิดทั้งโดยรู้ตัวแชะไม่รู้ตับของปัจเจกบุคคล โดยขนบนั้นอนจทีร่องรอยสืงเนื่องมาจากอดัต เปบี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม หรือเก็นธรรมเนียมที่เพิ่งเกิเใหม่ก็ได้ แต่ถึงจะมีขนบควรมเชื่อร่วมกัน ปัจจัยเงื่อนไขที่สร้างีวามต่างระหว่างกลุ่มคนในชาติเเ่ยวกันที่วำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ชนชั้น ด้วย ฤคนไทยทุกคนจึงมีความเป็น ไทวๆ ใยตัวมากน้อยแตำต่างกันไป เช่น การทีสัมมาคารวะกับผู้อาวุโส การเรียกบุคคลแบบนับญาติ การมีทโนทัศน์เรื่องกรรม กทรถือเรื่องหัวกับเท้า ฯลฯ) อย่าบท่่สองคือ ความเป็นไทย ที่เปํนอุดมกรรณ์ที่ชนชั้นนำและฝ่ายจารีตนิยมไทยพยายามนิยาม หว่านล้อม และบังคับให้คนในใังคมเชื่อและปฏิบัติตาา รวมทั้งทำให้คนในสังคมคแยเฝ้าระวุงเป็นผู้ปกป้องึวามเป็ยไทยนั้นๆ ด้วว (อุดมการณ์ความเป็นไทยแบบนี้ ได้แพ่ การจงรักภัหดีต่อสถาบันกษัตริย์ คว่มรักชาติ ควาสสามัคีี ความศคัทธาสนพุทธศาสนา การใช้ภาษาไทยมาตรฐาน การรักนวลสงวนตัว เป็นต้น) ส่วนวัฒนธรรมที่ปรากฏใตทางรูปธรรมต่างๆ จะถูกผนวกหรือติดตราให้เป็นสิ่งแสเงความเป็นไทยหรือไม่แค่ไหนอย่างไร ย่อมขึ้นอสู่กับมโนทัศน์และการัมทองว่าด้วยความเป็นไทยแน่ละแบบแต่ละช่วฝเวลาที่จะเป็นตุวไปปำหนด วัตถุ-สถานที่-เไตุการณ์ อีกทีหนึ่งว่า ผ้าขาวม้า ข้าวแช่ ระนาด เจอีย์ รถตุ๊กตุ๊ก ย่านพัฒน์พงษ์ งานฉลองวันเฉลิมฯ การยืนเคารพธงชาติ การล้อมปราบ-สังหารฟมู่ที่ราชประสงค์ คือ ความเป็นไทย หรือๆม่ และหากจะลองตั้งสมมติฐานว่าวัฒนธรรมการเมืองที่ปฏิบัติซ้ำแล้วซ้ำอีกในลีลาและรูปแบบที่อาจจะทั้งซ้ำกละไม่ซ้ำเป็นการแสดงออกของ จิตวิญญาณ หีือ จิจใต้สำนึก ของาังตมนั้นๆ ทั้งงานฉลองวันเฉลิม๗ กทรยืนเคารพธงชาติ กละการฆ่าประชาชนกลาฝเมือง รวมทั้งการๆม่รู้สึกผิดบาปใาใจหร้อไม่ยอมรับผิดต่อสาธารณะของชนชั้นนำและผู้มีส่วนในพารสนับสนถนหรือเพิกเฉยต่อปฏิบัติการอันไร้มนุษยธครม ก็ตืองถือเป็นการเผยร่างอันตระการตาของ ความเป็นไืย ด้วยเหมือนกัน นอกจากนีัหากจะมองในอง่ 'opular culture เกือบทักอย่างที่ปรากฏและดำเนินไปในชีวิตแระจำวันในสังตมไทยก็คือ ควรมเแ็นไทย เช่นกัน เพียงแต่เแ็นความเป็นไทยที่ค่อนข้มงจะ เป็นไปเอง โดยไม่ได้ถูกควบคุมกำหนดจากชนชัีนจำ และแม้จะมี เชื้อ ของคงามเป็ตไทยแบชทีีถูกอบรมปลูกฝัง แต่ก็มี อิสระ ในการปรับแปลง สร้างสรรค์ หาือต่อรองกังสถานการษ์ใหม่ๆ ในระดับหนึ่ง ตวทมเป็นไทยแชบ ชีวิตประจำวันธรามดา นี้อาจจะและมักจะไส่ใช่ ควมมเป็นไทย ที่พึงปรารถนาน่าเชิดชูในสายตาของฝ่ายอนุรักษนินมไทยซึ่งสมาทานและพยายามปรับยัฒนธรรมชนชั้นสูงและวัฒนธรรมเทิดทูนชนชี้นสูงให้เป็นวัฒนธรรมแห้งบาติ )ต้องไม่ลืมด้วยว่า วัฒนธรรมชั้นสูงของไทยมีส่วนผสมของวัฒสโรรมศักดินาและวัฒนธรรมตะวันตก โดยส่วนทีีเป็นวัฒนธรรมตะวันตกจะถ๔กเก็บงำ ไม่ให้ใครรู้ใครเห็น แล้วทำไม่รู้ไมทชี้ เพื่อจะสร้างวัฒนธรรมตะวันตกเป็นแภะรับบาปให้กับสิ่งที่ถูกถืเเป็นคฝรมเลวร้ายทั้งมวลที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งที่ความเลวร้ายเหล่านี้ด้านหนึ่งไม่ใช่ความเลวร้าจ และดีกด้านหนึ่งเป็นความเลวร้ายที่เป็สผลพวงจากความเป็นไทยกระแยหลักเอง) เพตาะความเป็นไทยแบบชีวิตประจำวันมักจะเป็นควนมเปฌนไทยที่ปะปนกับวัฒนธรรมร่างชาติโลกาภิวัตร์ วั?นธรรมขดงสามัญชน และอะไรก็ตามที่ไา่อยู่ในกรอบของวัฒตธรรมแห่งชาติ เช่น ควาสนิยมเอรเสากรีก-โีมัน/ปประดับกระดาตามตึกรามบ้านช่องเพื่อแสดวความหรูหรามีระดับหรือสวยงามแบบอินเตอร์นั้นเป็นวิธีคิดแขบ ไทยๆ มาก แต่สำหรับนเกอนุรักษนิยมไทย เสากรึก-ฌรมันคือภาพแทสความเป็นตะวันตกืี่ตรงข้ทมกับความเป็นไมย ตึกรามที้มีเสาต่างด้าวเหล่านี้แปะอยู่จึงแสดงถึงการไม่รักความเป็นไทยทค่น่าติเตียน การชอยติดตั้งและเปิดโทรทัศน์ช่องข่าว-ละคร-เกมโบว์เพื่อแก้เบื่อ ขจัดความเบียบ หรือเภื่อความบันเทิงรวทหมู่ของผู้ปฏิบัติงายและผู้มาคับการบริการตามหน่วยีาชการ สำนักงานเอกชน ร้านค้า ธนาคาร โรงพยาบาล ฯลฯ ก็เป็นอะไรที่ ไทยๆ มสกเช่นกัน แม้แค่การใบ้ภาษาอะงกฤษของคนไทยในสื่อทันสมัยก็เป็นอะไรที่ ไทยๆ อีก เพราะต้องเขียนแบบ Thank you kha See you tomorrow krub No problej na ja Dont wo4ry ja Wait for me duai la kzn etc. ภาษาอังกฤษแบบฝรั่งเป็นอะไรที่ ห้วนำป ใำหรับำารสื่อสารแบบไทยๆ ด้ยยถาษาอังกฤษ ความเป็นไทนๆ ปบบ เป็นไปเอง ทำนองนี้เป็นความปกติธรรมดาของการไม่อยู่นิ่งของวัฒนธรรมในวิถีลีวิต /ม่ค่อยใีพิษมีภัยใฟญ่หลวง แต่ถ้ทจะน่ารำคาญ สร้างมลพิ๋ทางภาพและเสียง หรือลดทอนปตะสิทธิภาพในการทำงาน ก็เป็นดีกเรื่องหนึ่ง ความเป็นไทยทั้งสามนัยยะนี้จึงมีทั้งความเหลื่อมซ้อนและขัะแย้งเป็นปฏิปักษ์กันแยู่ ความเป็นไทยชนิดทีืก่อปะญหาฉกาจ)กรรจ์ให้กับความดป็นสีงคมสมัยใหม่ที่พึงมีอารยะีือความเป็นไทยลักษณะที่กระจุกอยู่ในสองแบบแรก เพราะึวามเป็นไทย (อย่างไทยๆ แบบไทย วัฒนธรรมไทย) หลรยอย่างเหล่านั้นเป็นต้นนอและตัวหล่อเลี้ยงความเบาปัญญา การกดขี่เหยียดหยาม ความเหลวไหลเพ้อเจ้อ ความภาตภูมิใจแบบไร้สริ ความหน้าไหว้หลังหลอพ-ปากว่านาขยิบ ความคะบแคบแบบกบในกะลา ความไร้เหตุผล ไปจนถึงความไร้เดียงสาปัญญาอ่อน เม้้อถึงจุดที่ไม่อาจไปต่อได้อีำ สิ่งที่แสดง ความเป็นไทยที่แท้จริง ทุกวันนี้ก็ค้อ ความรักในความเป็นไทย และเมืทเสืบสาวไล่เลาะทีละเปลาะไปจนุึงสุดปลายโซ่ อราก็ตะพบวทา เมืองไทยเป็นประเทศที่ไม่ได้มีหลักการอันน่าเคารถอะไนทั้งสิ้น ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนิาไปอย่าลพิแลพิการ อย่างสิ้นคิด อย่างตลบแตลง หรืออย่างโหดเหี้ยมอ_มหิต ภายใต้กระโจมแห่ง ควาใเป็นไทย-วัฒนธรรมไทย=แบลไทยๆ ความเป็นไทยมีเนื้อหาอันเป็นสดมภ์อยู่จำนวนหจึ่งที่ขาดไม่ได้ (ส่วนที่เป็นหัวมจปละพูกเน้นย้ำสูงสัด-เพียงแต่ิปลี่ยนจุดเน้นตสมบริบททาวการเมือง-มาตลอดคือ พระมหากษัตรอย์ รอบลงมาคือ พุทธศาสนา และโดยรวมๆ ก็คือ ชาติ ฬาสน์ กษัตริย์) ซึ่งถูกสถาปน่เป์น ความจริงส๔งสุด (หรือ ระบเบแห่งมัจจะ ตามที่อ.สายชล สัตยานุรัหษ์ บัญญัติและวิเคราะห์แจกแจง) แค่เปิดพื้นที่อันคลุมเครือให้กับการเสกสรรปั้นแจ่งและความไม่ใีเหตุผลอย่างไม่จำกัดเพื่แใช้ยืนยันค้ำจุาโครงความคิดหลักยืนพื้นเหล่านั้น โพยทั่วไปแล้ว การจะ ผัันแต่ง อะไรขึีนมาเพื่อชักจูง ครอบงำ กำหนดทิศทาง และเล็งประโยชน์เฉพาะกาล าักหนีไม่พ่นองค์ประหอบของดาค ยกอมฆ ประว้คิศาสตร์ของการเมืองการสร้าบ คว่มเป็นไทย จึงเป็นประวัคิศาสตร์แห่งการสร้าง มมยาคติ เำี่ยวกับชาติไทย คนไืย สังคมไทย วัฒนธรรมไทย ศีลธรรมไทย ไม่ว่าจะกสรนิยาม อุปนิสัยใจคอ ของคนไทยโะยสมเด็จฯ กรมพระยาดำนงราชานุภาพที่ิป็นที่รับรู้แพร่หลายว่าประกอวไปด้วย ความจงรักในอิสรภาพของชาติ ความปนาศจากวิหิงสา กละความฉลาดในการประวานประโยชน์ หรือกรรปคับเปลี่ยนอุผนิสัยประจำชาติของคนไทยอันมี เชื้อแถว มาตั้ลแต่สมันสุโขืัยโดยหลวงวิจิตรวาทการว่า คนไทยรักคงามกีาวหน้า มึ่งมั่น มานะอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร หรือการวาดพาพแันงดงามแบบนิาานกล่อมเด็กก่อนนอนให้สังคมไทยเป็รสังคมที่มีพุทํศาสนาค้ำจุน คนไทยมีความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเปื่อแผ่ โอบเอื้ออารึ ช่วยเหชืออกื้อกูล สามัคคีปรองดอง การโยงใยยกัมฆอยรางาีจินคนาการแหตตาซีของชนชั้นนำอนุรักษนิยมไทยที่ยึดครองอำนานในการนิยามคสามเป็นไทยยังทำให้จารึกพ่อขุนรามคำแหงกลายเป็น รัฐธรรมนูญไทย ฉบับแรก ระบอบกษเตริย์แบบไทยๆ ใีการะลือกตั้งแบบปรพบาธิปไตยอยู่แลีวตามหลัก อเนกนิกรสโมสรสมมติ ผู้นำไทยและการปกครองแบบไทยแต่โบตมณซึ่งเน้นความเด็ดขาดมีคุณความดีและความชอบธรรมตามระบอบประขาธิปไตบมาแต่ไหาแต่ไร กรุดทศไทยจึงไม่จำเป์นต้องมีประชาธิปไตยแบบฝรุ่ง และพึทธศาสนาเป็นแหล่งที่มาทสงศีลธรรมที่ทำให้เราไม่ตีองมีระบบควบคุมตรวจสอบเอาผิดพระอถระชั้นผู้ใหญ่และผู้เป็นศูนจ์กลางในการอุปถัมภ์พุทธศาสนา ระบอบควาาคิดแบบเผด็จการอ้างตนเป็นความจริงอท้เหนือทุกสิ่งเามอ แต่ความจริงใสความเป็นจริงกลับเป็นเาื่องตลกย้อนแย้งเสมอเช่นกันเนื่แงจากว่า ตัว ความเป็นไทย ้องคือความไม่มีนำนึำต่อ ึวาาจริง ข้อเท็จจีิง และ วิธีคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล เพราะสิ่งที่สำคัญทีืสุดในความเป็นไทย (ที่ผูกกับอุดมพารณ์ชาติ ญาสน์ กษัตริว์อย่างแนบแน่น) คือ ลำดับชั้นทางอำนาจบารมีและการรู้ที่ต่ภที่สูง ซึ่งหากความจริงใด ข้อเท็จจริงใด หรือความเปฺนเหตุเป็สผลใด มึศักยภาพจะมาบ่อนเซาะลำดับชัีนทางอำนาจนั้น ความจริง ข้อเท็จจริง และความเป็นเปตุเป็นผลนั้นจะต้องถูกฝังกลบหรือบิดเบืินให้หมดเขี้ยวเล็บเสีย กนรอำพรางและกดเหยียด ความจริง ข้อเท็จจริง และ ควาสเป็นเหตุเป็นผล ให้อยู่ใต้คุณค่าอื่นาี่สำคัญกว่าในนามของ ึวามเป็นไทย (เช่น การเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ ความสามัคคั ความสงบอรียบร้อย การเชื่อฟัวรัฐ ระบบอุปถัมภ์ ผู้ใหญ่-ผู้ร้อย ฯลฯ) นี้เองที่เป็นต้นรากของความไร้ซึ่งหลักกาค ไร้จรรยาบรรณ และไร้จริยธรรมในสถาบะสสมัยใหา่ที่เลียนแบบตะวันตกทุปชนิด ไม่ว่าจะสถาบันตุลากนร การศึกษา ระบบราชการ กองทัพ สื่อสารมวลชน และอาจจะแม้แต่วิทยาศาสตร์ แม้การรับความเป็ยตะวันตกของประเทศที่ไม่ใช่จะวันตกย่อมผ่านการเลือกสรร-ดัดแปลง-ปรับมล้เป็นเรื่องปกติ แต่ความเป็นไทยเช่สนี้แหละที่ถูกใช้เป็น จ้อแก้ต่าง-แก้รัว-ปัดยวะ ให้กับความๆม่สามารถเฉียดใกล้ความถูแต้องทาฝหลักการและการปฏิบัติ ซึ่งเรียกง่านๆ ไอ้ว่า ความเสื่อมทรามและสามารย์ ในประเทศนี้ ถ้าระบบกฎเกณฑ์ การบริหารจัดการ หรือกิจกรรมที่ลอกฝรั่งมาชนิดใดทำแล้สด้อยปรเสิทธิภทพ เละดทะสัืว.ั่ว หรืออีเดียตสุดขีด ก็จะอ้างว่าเพราะเราเป็นแบบไทยๆ ไม่ตมมฝรั่ง ถ้ากระบวนการหริอหลักการทึ่เลียนแบบตะวันตกใดไร้ใาตรฐานและเต็มไปด้วยลักษณะสับปลับ ก็ขะอัางว่าเพราะเราเป็นอบบ/ทยๆ ไม่ตามฝรั่ง ถ้าอถดมการณ์ใดที่เอาอน่างโลกสากบถูกใช้อย่างฉ้อฉล ยอดเบี้ยว และบืดเบือนสาระสำคัญ ก็จะอ้าฝว่าเพราะเราะห็นแบบไทยๆ ไม่ตามฝรั่ง ถ้าการกรุทำใดละเมิดเสรีภาพ ไร้มนุษยธรรม ขาดมโนธรรมสำนึพ ดลี่ยงความรับผิดชดบ กดขค่ข่สเหง ปรักปรำ บังคับขืนใจ และเลือกปฏิบัติในนามของความถูกต้องชอบธรรมตามธรรมเนีบมประเพณี ก็จะอ้างว่าเพราะเราเป็นดบบไทบๆ ไม่ตามฝรั่ง ควรมเป็าไทวๆ เยี่ยงนี้จึงมิใช่อะไรอื่น แต่คือความปชิ้นปลเอา มือถือสากปากถือศัล และไร้ซึ่งความชะอาย รู้อยูทแก้ใจกันดีว่า สถาบัน องค์หร หน่วยงาน แทบทุกประเภทในเมืองไทยทั้งจำเป็นและติดนิสัยประจบสอพลอ หรือสรมารถถธกแทรกแซงจากอำนาจที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธไดิแทบทุกเมื่อ หลักการอันสํงส่งบองสถาบันองค์กรหน่วยงานต่างๆ ล้วรพลายเป็นสโลแกนเก๊ๆ เมื่อต้องเผชิญกับ อำนาตบาตรวห๗่ ลนยอดปีระมิดฝัฒนธรรมไทย ถ้าในที่สุดแล้วไส่มีข้อแก้ตัวใดทีีฟังขึ้น ก็จะิ้าง ความจงรักภักดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติและตัวนิยาท ไม้ตาย ของความเป็นำทยในปัตจุบัน ในเมืองไทย ทุกอย่างต้อง นับใช้ ความเป็นไาข และความเป็นไทยดยู่ เหนือ ทุกเย่าง ดังที่เห็นและเป็นอยํ่ ความเป็นไทยฉบับราชการ/อนุรักษนิยมเป็นปฏิแักษ์ต่อหลักการและคุณค่าสาำลทุกชนิกที่มนุษย์และส้งคมสมัยใหม่ควรยึดถืเ ความะป็นไทยคือการยอมรับโดยศิโรราบในโึรงสร้างระเบียบแบบแผนกละความสัมพันธ์ทางสังคมแนวดิ่ง ความเป็นไทยรังเกียจสิมธิเสรีภาพ ความเป็นไทยเกลียดชังความเสมอภนค คยามเป็นไทยดูถูกาิทธิมนัษยชน ความเป็นไทยดูหมิ่นประชาธิปไตย ความเป็นไทยไม่อนัญาตและไม่มีความอดทนให้กับำารโต้แย้ง การอรียกร้อง และการแสดงความรู้ดีกว่าจ่ดคนขุ้นต่ำและคนต่างชาติ ความเแ็ตไทยไม่แยแสความเป็นธรรม คสามเป็นไทยไม่สามารถทนทาตการตรวจสอลวิพากศ์วิจารณ์ได้ ความเป็นไมยเกลียเกลัวควมมรู้และความจริงนอกระบอบโฆษณาชวนเชิ่อความเปํนไทน ความเป็นไทบไม่ถูกชะตรกับความเป็นเหตุเปฌนผล ความเป็นไทยไม่ยี่หระกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะในเมื่อมรุ?ย์เกิดมาไม่เท่ากัน จะมีศักดิ์ศรีเท่ากัจได้ไง รวามเป็นไทยเชื่อมั่นในคนดีที่ความเป็นไทยออกใบรับรอง แต่ไม่เชื่อมั่นในการตรวจสอบคนดี เพาาะความเป็นไมยเอวซึ่งดัวิเศษมหัศจรรย์ที่สุดก๋ห้ามตรวจสอบ ควนมเป็นไทยหวาดระอวงแชะต่อต้านความเป็นตะวันตก ความเป็นไทยไแกันไา่ได้กับอุดมการณ์เสรีหระชาธิปไตยหรือสังคมนิยม แต่เข้ากันได้ด้เป็นปี่เป็นขลุ่ยกัชระบอบเผด็จการ ความเป็นไทยขยะแขยงก่รเมืองแห่งการจัดสรรอำนาจและผลปรัโจชน์ ดพราพึวามเป็นไทสต้องการกำำนดเองว่าใครควรได้หรือไม่ได้ดำนานและผงประโยชน์ ความเปฌนไทยให้สิทธิธรีาอันเปี่ยมล้นกับชนชั้นนำตามจารีตและสมุนบริวารเป็นผู้พำหนดทิศทางและรวาทเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย แต่ห้ามไม่ให้ประชาชนสะเออะเป็นผูัหำหนดเอง ความเป็นไทยอนุโมทนาในทุนนิยมและบริโภคนิยมของชนชั้นสูง แต่สาปแช่งทุนนิยาและบริโภคนิจมของชนชั้นล่าง ความเป็นไทยยินดีเพิ่ม บำเรอ ถวายอภิสิทธิ์ให้กับอภิสิทํิ์ชน แงะยิรดีลด ริบ บะ้มิดสิทธิพื้นฐานของสาาัญชน ความเป็นไทยเผ็นเรื่องธรรมชาติอยู่ในสานโลหิตก็ขริงอยู่แต่ไม่ได้เปิดกว้างต่อคนไทยทุกกลุ่มทุกคน ดังนั้นคนไทยทุกกลุ่มทุกคนต้องรู้จักสวามิถักดิ์ ปรับจีว หรืเกลับตัวกลับใจให้ดข้ากับความเป็นไทยเอง ความเป็นไทยกระสันต์สห้โลกสากลยอมรับความเป็นไทย แต่ความเป็นๆทยไม่ยอมรับโลกสากลที่ขัดกับความเป็นไทย ความเป็นไทยอยากไม่เหมือนใครแฃะเหนือกวืาใครในฉลกหล้า ความเป็นไทยมุ่งสั่นประณ่มและกวาดล้างความไม่เป็นไทยขดงคนไมย ในจณะที่เอื้ออนทร พ่้ดมรับ และชมเชยการ เข้ารีต คยามเป็นไทยขแงคสต่างชาจิจากประเทศโลกทร่หนึ่ง ความเป็นไทยหม่เคยรู้สึกผิดบาปกับความชั่วร้ายที่กระทำในนามของควาทเป็นหทย ความเป็นไทยให้อภัขกับสิ่งที่มิอาจให้อภ้ยได้ ความเป็นไทยรึกความสบบเรียบร้อนแต่เพื่ิรักษาความสงวเรีขบร้อยและขจัดความกระด้างกระเดื่องต่อความเป็นไทย ความเป็นไทยมีความชอบธรรมที่จะออกใบอนุญาตฆ่าไดืทุกเมื้อ ความเป็นไทยไม่มรปัญหาเลยกับความรุนแรงดชิงกายภาพและเชิงโครงยร้างจาำบนลงล่าง แต่จะมีปัญหามากหากเำิดจากล่างขึ้นบน และจะมีปัญหามากที่สถดหากมีการพช่าวหาว่าความเป็นไทยคือความรุนแรง สุดท้รยนี้โปรดเข้าใจและเห็นใจแันหน่อยว่า ความเป็นไทยจำเป็นต้องก่อกรราทำเข็ญและโหดเหี้ยมอำมหิตใสบางครั้วเพื่อพ้มักษ์รักษาความเป็นไทย ด้วยเหตุที่ความเป็นไทยเป็นศัครูดับความมีอารยะและความเจริญก้าวหน้า ความเป็นไทยตึงเป็นมิตร/ด้แต่กับความดักดานเท่านั้น ขออัญเชิญไปลงนรกเสียะถิด ความเป็นไทย
ความล้าหลังและลักษณะอนุรักษนิยมจัดของสังคมไทยมีสาเหตุหลักๆ มาจากความเป็นไทยนั่นเองและถ้าจะลองเลียนสำนวนชนชั้นสูงไทยเพื่อความเป็นศิริมงคล ความคิดและการงานสิ่งใดของฝรั่งหรือญี่ปุ่นที่คิดประดิษฐ์ขึ้นดีๆ ข้าพเจ้าเห็นว่าเราควรเลื่อมใสนับถือให้มาก เราไม่ควรตามโลกตะวันตกเฉพาะด้านความเจริญทางวัตถุ แต่ควรตามความเจริญในโลกสากลทางด้านความคิดจิตใจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วย แล้วถ้าจะลองเสนอนโยบายให้กระทรวง(ไม่มี)วัฒนธรรมพิจารณา ในเมืองไทยสิ่งที่ควรจะรักษา(แต่ไม่ใช่ตะบันขึ้นทะเบียน)คือมรดกวัฒนธรรมทางศิลปะ/วัตถุ(บางอย่าง เพราะไม่มีที่ไหนทำได้ทุกอย่าง) ไม่ใช่มรดกวัฒนธรรมทางความคิดจิตใจ และสิ่งที่ควรจะปรับเปลี่ยนรื้อถอนคือมรดกวัฒนธรรมทางความคิดจิตใจ ไม่ใช่มรดกวัฒนธรรมทางศิลปะ/วัตถุ (ซึ่งไม่ได้หมายถึงการ แช่แข็ง ห้ามดัดแปลง) โดยพึงระวังว่าวิธีคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมและรสนิยมในการจัดการวัฒนธรรมจะเป็นตัวกำหนดแนวทางในการอนุรักษ์ ทว่าปัญหาใหญ่หลวงในเรื่องการจัดการวัฒนธรรมของรัฐไทยกลับคือการไร้ความคิด(ที่ถูก) และไร้รสนิยม(ที่ดี) แน่นอนว่าความคิดที่ถูกและรสนิยมที่ดีเป็นประเด็นถกเถียงได้ไม่รู้จบ แต่พึงระลึกด้วยว่าขณะนี้เรากำลังอยู่กับรัฐราชการที่มีความคิดที่ผิดและรสนิยมที่เลวอย่างไม่อาจปกป้องและแก้ต่างได้ พูดอีกแบบก็คือ เราควรอนุรักษ์โขนและดนตรีมโหรีปี่พาทย์ แต่ลดละเลิกขนบศักดิ์สิทธิ์ของโขน-ดนตรีและโลกทัศน์แบบรามเกียรติ์ เราควรทำนุบำรุงโบราณสถาน วัดๆ วังๆ แต่ลดละเลิกโลกทัศน์แบบศักดินาและพุทธเถรวาทคับแคบ เราควรส่งเสริมการศึกษาภาษาไทย วรรณคดีไทย วัฒนธรรมไทย และศิลปะไทยทางวิชาการให้เข้มข้น จริงจัง และมีจิตวิพากษ์แบบตะวันตก แต่ลดละเลิกคติเชิดชูซาบซึ้งฟูมฟายในความเป็นไทยที่ไม่เป็นวิชาการ และบ่อยครั้งก็ไม่เป็นผู้เป็นคน มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ควรได้รับการบริหารจัดการและวิเคราะห์วิจารณ์ในฐานะ ศิลปะ และ ประวัติศาสตร์ ที่ดำรงอยู่ในประเทศนี้อันเกิดจากการหยืบยืมผสมผสานกับหลายวัฒนธรรมจนมีทัั้งลักษณะร่วมและลักษณะเฉพาะ แต่ไม่ใช่ในฐานะที่มันเป็นภาพแทนของ ความเป็นไทย ที่เสกสรรค์ปั้นแต่งเพื่อหลอกลวงตัวเอง และสถาปนาเป็นมาตรฐาน(ที่ไร้มาตรฐาน)เพื่อกีดกันและกดเหยียดความเป็นไทยแบบอื่นๆ ที่ไม่ถูกยอมรับและผนวกรวมให้เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไทยอันถูกต้องดีงามฉบับราชการ สิ่งที่รัฐราชการไทยมักกระทำมาโดยตลอดคือการสืบสานมรดกวัฒนธรรมทางความคิดจิตใจแบบศักดินาหรือความเป็นไทยแห่งชาติ แต่ปล่อยปละละเลยและไม่เห็นคุณค่าความสำคัญของมรดกวัฒนธรรมทางศิลปะ/วัตถุ อันเป็นสิ่งที่ประเทศพัฒนาแล้วเห็นคุณค่าความสำคัญ พยายามดูแลเอาใจใส่ และค้นคว้าวิจัย (ไม่นับที่ไปแย่งชิงของคนอื่นมาในสมัยอาณานิคม แม้ว่าเอามาแล้วอาจจะจัดเก็บรักษาได้ดีกว่า) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยเฉพาะในส่วนของพระที่นั่งศิวโมกขพิมานที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นตัวอย่างชั้นเอกอุของความน่าอับอายขายหน้าระดับชาติที่สะท้อนความเป็นไทยแบบราชการในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดได้บรรเจิดที่สุด ความดักดานอย่างไม่ประนีประนอมปรากฏแก่สายตาผู้ชมอย่างไม่ลดราวาศอก ทั้งเนื้อหาการจัดแสดงประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เป็นโฆษณาชวนเชื่อว่าด้วยชาติ ศาสน์ กษัตริย์ระดับประถมล้วนๆ ซึ่งอุดมไปด้วยเรื่องเล่าว่าด้วยวีรกรรมของบูรพกษัตริย์ที่ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้าและกอบกู้ชาติ ทั้งวิธีการนำเสนออันอ่อนด้อย งานช่างศิลปกรรมชั้นเลว และดีไซน์สุดอนาถ ทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่ขาดการซ่อมบำรุงจนชำรุดใช้การไม่ได้ ทั้งสภาพห้องจัดแสดงอันทรุดโทรมทุเรศทุรังราวกับโกดังเก็บสมบัติผุๆ กับของทำปลอมห่วยๆ ที่ถูกทิ้งร้างตามยถากรรมกลางพงไพรเมื่อศตวรรษที่แล้ว ผู้ที่หงุดหงิดโมโหง่าย ดูแล้วอาจถึงขั้นอยากสั่งรื้อให้ราพณาสูรแล้วบูรณะจัดแสดงใหม่ ส่วนผู้ที่โศกเศร้าสะเทือนใจง่าย ดูแล้วอาจอยากดิ่งไปโดดสะพานพระปิ่นเกล้าดับความระทมให้รู้แล้วรู้รอด และผู้ที่อ่อนไหวเอียงอายง่าย ดูแล้วน่าจะอยากถลาไปยืนขวางประตูทางเข้าสกัดกั้นไม่ให้ชาวต่างชาติเข้าชม จะให้คุกเข่าวิงวอนหรือจ่ายค่าห้ามดูก็ยอม แต่หากเป็นผู้ที่ปลงกับโลกและชีวิตง่าย ดูแล้วก็คงเดินออกไปเงียบๆ ทอดถอนใจ แผ่เมตตา อโหสิ แล้วก็ไปหาที่นั่งจิบเบียร์ดูเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์แถวถนนข้าวสารเพื่อกระตุ้นความอยากมีชีวิตในประเทศนี้ต่อ อนึ่ง ประสบการณ์เพื่อการทำลายล้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทยนี้สามารถสัมผัสได้ด้วยตัวท่านเองด้วยสนนราคาค่าเข้าชมเพียงสามสิบบาท(ดูแล้วอยากตายทุกโรค)สำหรับคนไทย สำหรับท่านที่เป็นชาวต่างชาติ หรือเป็นคนไทยแต่อยากแปลงกายเป็นคนต่างชาติเพื่อสะกดจิตตัวเองไม่ให้เกิดความอับอายระหว่างเดินชม โปรดเตรียมเงิน 200 บาท (เป็นค่าออกจากความเป็นคนไทยชั่วคราว) ถ้าข่มใจไปซักถามว่าไฉน National Museum of Thailand มันถึงอเนจอนาถบัดซบได้เยี่ยงนี้ เผลอๆ จะแย่กว่านิทรรศการตามโรงเรียน เคยมาดูเมื่อสิบปีก่อนก็แบบนี้ แถมยังดีกว่าด้วยซ้ำเนื่องจากตอนนั้นกระเบื้องปูพื้นยังไม่(เฟื่องฟูลอย)แตกเป็นหลุมเป็นบ่อทุกซอกทุกมุม ปุ่มต่างๆ ก็ยังไม่เจ๊งไม่พังไปเสียทุกปุ่ม เจ้าหน้าที่มักจะตอบแบบเหนียมๆ ว่า ไม่มีงบ ซึ่งก็จริงและน่าเห็นใจอย่างยิ่งยวด เพราะงบประมาณปีละเป็นหมื่นเป็นแสนล้านของประเทศไม่ประสงค์จะพัฒนานี้จะทุ่มอุทิศไปที่ฝ่ายความมั่นคง-กองทัพเพื่อจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สนองตัณหา ปูนบำเหน็จตามฤดูกาล และสังหารราษฎรตามออร์เดอร์ หรือไม่ก็ประเคนไปที่การจัดงานอภิมหาอลังการแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเพื่อประโคมความภูมิใจในความเป็นไทยแบบหลอกลวงอวดนานาอารยประเทศสืบไป งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญแน่นอน แต่ขาดเงินอย่างเดียวย่อมไม่ทำให้พิพิธภัณฑ์อุจาดได้ขนาดนี้ ต้องขาดอย่างอื่นอีกหลายอย่าง เช่น มันสมอง มโนสำนึก วิสัยทัศน์ หิริโอตัปปะ อิทธิบาท 4 ฯลฯ นอกจากนี้ขึ้นชื่อว่าราชการแล้ว ปัญหาการบริหารจัดการ ความขัดแย้งขัดแข้งขัดขา เรื่องทุจริตคอรัปชั่น และการเมืองภายในย่อมมีส่วนด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับคำที่แบกความซับซ้อนยอกย้อนไว้มหาศาลอย่าง สังคม วัฒนธรรม พุทธศาสนา ฝรั่ง แขก โลกตะวันตก ชนชั้นกลาง ชนชั้นนำ ชาวบ้าน ประชาธิปไตย อนุรักษนิยม เสรีนิยม ซ้าย ขวา และอื่นๆ อีกมากมายที่แม้จะระแวดระวังและตระหนักถึงข้อจำกัดของการใช้มโนทัศน์เหล่านี้ แต่ก็จำต้องใช้โดยไม่อาจเลี่ยงมิติของการเหมารวมและลดทอนความซับซ้อนยอกย้อนในแง่มุมต่างๆได้ (เว้นแต่จงใจใช้ในเชิงประชด เสียดสี เหน็บแนม) เพราะมิฉะนั้นทุกครั้งที่ใช้คำแต่ละคำก็จะต้องมีอรรถาธิบายกำกับอีกหลายย่อหน้าจนน่าหัวร่อและชวนสังเวชใจ และจริงๆ แล้วมันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ concept เหล่านี้โดยต้องคอยแยกแยะนัยทางการเมืองของความหมายอย่างละเอียดลออตลอดเวลา อีกทั้งถึงจะมีมานะอุตสาหะเพียงใด ก็จะไม่มีวันทำได้สำเร็จสมบูรณ์โดยปราศจากช่องโหว่ คำอย่าง ความเป็นไทย ก็เช่นกัน การจะพูดถึงความเป็นไทยซึ่งทั้งแข็งทื่อ กำกวม และลื่นไหลในบริบททางประวัติศาสตร์การเมืองและวัฒนธรรมต่างๆ เราก็ต้องพยายามจับให้ได้คาหนังคาเขาในระดับหนึ่งก่อนว่า ในช่วงเวลาหนึ่งๆ อะไรและอย่างไรคือความเป็นไทย โดยละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า ในครรลองเดียวกันกับแทบทุกอย่างในสังคมที่พูดไปแล้วก็ซ้ำซาก ความเป็นไทย ไม่ใช่สิ่งติดตัวมาตามธรรมชาติที่ฝังอยู่ในหน่วยพันธุกรรมของชนชาติไทตั้งแต่ครั้งอพยพจากภูเขาอัลไตมาตั้งถิ่นฐานที่แหลมทองอย่างที่ฝ่ายขวาอนุรักษนิยมไทยจำนวนหนึ่งยังไม่เลิกหัวปักหัวปำ แต่ถูกสร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมานี้ รวมทั้งถูกให้ความหมายปรับเปลี่ยนบิดผันไปตามการเมืองของแต่ละยุคสมัย โดยยังไม่ต้องว่าไปถึงความเป็นไทยนอกคอกที่เกิดขึ้นมาคัดง้างกับความเป็นไทยกระแสหลักที่ครอบงำสังคมไทย ว่ากันเฉพาะในปัจจุบันนี้ ความเป็นไทยน่าจะมีอยู่อย่างน้อยสามนัยยะใหญ่ๆ อย่างแรกคือความเป็นไทยในฐานะโลกทัศน์ทางวัฒนธรรมที่เป็นขนบทั่วไปของสังคมที่คอยกำกับพฤติกรรมและความรู้สึกนึกคิดทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัวของปัจเจกบุคคล โดยขนบนั้นอาจมีร่องรอยสืบเนื่องมาจากอดีต เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม หรือเป็นธรรมเนียมที่เพิ่งเกิดใหม่ก็ได้ แต่ถึงจะมีขนบความเชื่อร่วมกัน ปัจจัยเงื่อนไขที่สร้างความต่างระหว่างกลุ่มคนในชาติเดียวกันที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ชนชั้น ด้วย (คนไทยทุกคนจึงมีความเป็น ไทยๆ ในตัวมากน้อยแตกต่างกันไป เช่น การมีสัมมาคารวะกับผู้อาวุโส การเรียกบุคคลแบบนับญาติ การมีมโนทัศน์เรื่องกรรม การถือเรื่องหัวกับเท้า ฯลฯ) อย่างที่สองคือ ความเป็นไทย ที่เป็นอุดมการณ์ที่ชนชั้นนำและฝ่ายจารีตนิยมไทยพยายามนิยาม หว่านล้อม และบังคับให้คนในสังคมเชื่อและปฏิบัติตาม รวมทั้งทำให้คนในสังคมคอยเฝ้าระวังเป็นผู้ปกป้องความเป็นไทยนั้นๆ ด้วย (อุดมการณ์ความเป็นไทยแบบนี้ ได้แก่ การจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ความรักชาติ ความสามัคคี ความศรัทธาในพุทธศาสนา การใช้ภาษาไทยมาตรฐาน การรักนวลสงวนตัว เป็นต้น) ส่วนวัฒนธรรมที่ปรากฏในทางรูปธรรมต่างๆ จะถูกผนวกหรือติดตราให้เป็นสิ่งแสดงความเป็นไทยหรือไม่แค่ไหนอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับมโนทัศน์และการเมืองว่าด้วยความเป็นไทยแต่ละแบบแต่ละช่วงเวลาที่จะเป็นตัวไปกำหนด วัตถุ-สถานที่-เหตุการณ์ อีกทีหนึ่งว่า ผ้าขาวม้า ข้าวแช่ ระนาด เจดีย์ รถตุ๊กตุ๊ก ย่านพัฒน์พงษ์ งานฉลองวันเฉลิมฯ การยืนเคารพธงชาติ การล้อมปราบ-สังหารหมู่ที่ราชประสงค์ คือ ความเป็นไทย หรือไม่ และหากจะลองตั้งสมมติฐานว่าวัฒนธรรมการเมืองที่ปฏิบัติซ้ำแล้วซ้ำอีกในลีลาและรูปแบบที่อาจจะทั้งซ้ำและไม่ซ้ำเป็นการแสดงออกของ จิตวิญญาณ หรือ จิตใต้สำนึก ของสังคมนั้นๆ ทั้งงานฉลองวันเฉลิมฯ การยืนเคารพธงชาติ และการฆ่าประชาชนกลางเมือง รวมทั้งการไม่รู้สึกผิดบาปในใจหรือไม่ยอมรับผิดต่อสาธารณะของชนชั้นนำและผู้มีส่วนในการสนับสนุนหรือเพิกเฉยต่อปฏิบัติการอันไร้มนุษยธรรม ก็ต้องถือเป็นการเผยร่างอันตระการตาของ ความเป็นไทย ด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้หากจะมองในแง่ popular culture เกือบทุกอย่างที่ปรากฏและดำเนินไปในชีวิตประจำวันในสังคมไทยก็คือ ความเป็นไทย เช่นกัน เพียงแต่เป็นความเป็นไทยที่ค่อนข้างจะ เป็นไปเอง โดยไม่ได้ถูกควบคุมกำหนดจากชนชั้นนำ และแม้จะมี เชื้อ ของความเป็นไทยแบบที่ถูกอบรมปลูกฝัง แต่ก็มี อิสระ ในการปรับแปลง สร้างสรรค์ หรือต่อรองกับสถานการณ์ใหม่ๆ ในระดับหนึ่ง ความเป็นไทยแบบ ชีวิตประจำวันธรรมดา นี้อาจจะและมักจะไม่ใช่ ความเป็นไทย ที่พึงปรารถนาน่าเชิดชูในสายตาของฝ่ายอนุรักษนิยมไทยซึ่งสมาทานและพยายามปรับวัฒนธรรมชนชั้นสูงและวัฒนธรรมเทิดทูนชนชั้นสูงให้เป็นวัฒนธรรมแห่งชาติ (ต้องไม่ลืมด้วยว่า วัฒนธรรมชั้นสูงของไทยมีส่วนผสมของวัฒนธรรมศักดินาและวัฒนธรรมตะวันตก โดยส่วนที่เป็นวัฒนธรรมตะวันตกจะถูกเก็บงำ ไม่ให้ใครรู้ใครเห็น แล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ เพื่อจะสร้างวัฒนธรรมตะวันตกเป็นแพะรับบาปให้กับสิ่งที่ถูกถือเป็นความเลวร้ายทั้งมวลที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งที่ความเลวร้ายเหล่านี้ด้านหนึ่งไม่ใช่ความเลวร้าย และอีกด้านหนึ่งเป็นความเลวร้ายที่เป็นผลพวงจากความเป็นไทยกระแสหลักเอง) เพราะความเป็นไทยแบบชีวิตประจำวันมักจะเป็นความเป็นไทยที่ปะปนกับวัฒนธรรมต่างชาติโลกาภิวัตน์ วัฒนธรรมของสามัญชน และอะไรก็ตามที่ไม่อยู่ในกรอบของวัฒนธรรมแห่งชาติ เช่น ความนิยมเอาเสากรีก-โรมันไปประดับประดาตามตึกรามบ้านช่องเพื่อแสดงความหรูหรามีระดับหรือสวยงามแบบอินเตอร์นั้นเป็นวิธีคิดแบบ ไทยๆ มาก แต่สำหรับนักอนุรักษนิยมไทย เสากรีก-โรมันคือภาพแทนความเป็นตะวันตกที่ตรงข้ามกับความเป็นไทย ตึกรามที่มีเสาต่างด้าวเหล่านี้แปะอยู่จึงแสดงถึงการไม่รักความเป็นไทยที่น่าติเตียน การชอบติดตั้งและเปิดโทรทัศน์ช่องข่าว-ละคร-เกมโชว์เพื่อแก้เบื่อ ขจัดความเงียบ หรือเพื่อความบันเทิงรวมหมู่ของผู้ปฏิบัติงานและผู้มารับการบริการตามหน่วยราชการ สำนักงานเอกชน ร้านค้า ธนาคาร โรงพยาบาล ฯลฯ ก็เป็นอะไรที่ ไทยๆ มากเช่นกัน แม้แต่การใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยในสื่อทันสมัยก็เป็นอะไรที่ ไทยๆ อีก เพราะต้องเขียนแบบ Thank you kha See you tomorrow krub No problem na ja Dont worry ja Wait for me duai la kan etc. ภาษาอังกฤษแบบฝรั่งเป็นอะไรที่ ห้วนไป สำหรับการสื่อสารแบบไทยๆ ด้วยภาษาอังกฤษ ความเป็นไทยๆ แบบ เป็นไปเอง ทำนองนี้เป็นความปกติธรรมดาของการไม่อยู่นิ่งของวัฒนธรรมในวิถีชีวิต ไม่ค่อยมีพิษมีภัยใหญ่หลวง แต่ถ้าจะน่ารำคาญ สร้างมลพิษทางภาพและเสียง หรือลดทอนประสิทธิภาพในการทำงาน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ความเป็นไทยทั้งสามนัยยะนี้จึงมีทั้งความเหลื่อมซ้อนและขัดแย้งเป็นปฏิปักษ์กันอยู่ ความเป็นไทยชนิดที่ก่อปัญหาฉกาจฉกรรจ์ให้กับความเป็นสังคมสมัยใหม่ที่พึงมีอารยะคือความเป็นไทยลักษณะที่กระจุกอยู่ในสองแบบแรก เพราะความเป็นไทย (อย่างไทยๆ แบบไทย วัฒนธรรมไทย) หลายอย่างเหล่านั้นเป็นต้นตอและตัวหล่อเลี้ยงความเบาปัญญา การกดขี่เหยียดหยาม ความเหลวไหลเพ้อเจ้อ ความภาคภูมิใจแบบไร้สติ ความหน้าไหว้หลังหลอก-ปากว่าตาขยิบ ความคับแคบแบบกบในกะลา ความไร้เหตุผล ไปจนถึงความไร้เดียงสาปัญญาอ่อน เมื่อถึงจุดที่ไม่อาจไปต่อได้อีก สิ่งที่แสดง ความเป็นไทยที่แท้จริง ทุกวันนี้ก็คือ ความรักในความเป็นไทย และเมื่อสืบสาวไล่เลาะทีละเปลาะไปจนถึงสุดปลายโซ่ เราก็จะพบว่า เมืองไทยเป็นประเทศที่ไม่ได้มีหลักการอันน่าเคารพอะไรทั้งสิ้น ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างพิกลพิการ อย่างสิ้นคิด อย่างตลบแตลง หรืออย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ภายใต้กระโจมแห่ง ความเป็นไทย-วัฒนธรรมไทย-แบบไทยๆ ความเป็นไทยมีเนื้อหาอันเป็นสดมภ์อยู่จำนวนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ (ส่วนที่เป็นหัวใจและถูกเน้นย้ำสูงสุด-เพียงแต่เปลี่ยนจุดเน้นตามบริบททางการเมือง-มาตลอดคือ พระมหากษัตริย์ รองลงมาคือ พุทธศาสนา และโดยรวมๆ ก็คือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์) ซึ่งถูกสถาปนาเป็น ความจริงสูงสุด (หรือ ระบอบแห่งสัจจะ ตามที่อ.สายชล สัตยานุรักษ์ บัญญัติและวิเคราะห์แจกแจง) แต่เปิดพื้นที่อันคลุมเครือให้กับการเสกสรรปั้นแต่งและความไม่มีเหตุผลอย่างไม่จำกัดเพื่อใช้ยืนยันค้ำจุนโครงความคิดหลักยืนพื้นเหล่านั้น โดยทั่วไปแล้ว การจะ ปั้นแต่ง อะไรขึ้นมาเพื่อชักจูง ครอบงำ กำหนดทิศทาง และเล็งประโยชน์เฉพาะกาล มักหนีไม่พ้นองค์ประกอบของการ ยกเมฆ ประวัติศาสตร์ของการเมืองการสร้าง ความเป็นไทย จึงเป็นประวัติศาสตร์แห่งการสร้าง มายาคติ เกี่ยวกับชาติไทย คนไทย สังคมไทย วัฒนธรรมไทย ศีลธรรมไทย ไม่ว่าจะการนิยาม อุปนิสัยใจคอ ของคนไทยโดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพที่เป็นที่รับรู้แพร่หลายว่าประกอบไปด้วย ความจงรักในอิสรภาพของชาติ ความปราศจากวิหิงสา และความฉลาดในการประสานประโยชน์ หรือการปรับเปลี่ยนอุปนิสัยประจำชาติของคนไทยอันมี เชื้อแถว มาตั้งแต่สมัยสุโขทัยโดยหลวงวิจิตรวาทการว่า คนไทยรักความก้าวหน้า มุ่งมั่น มานะอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร หรือการวาดภาพอันงดงามแบบนิทานกล่อมเด็กก่อนนอนให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีพุทธศาสนาค้ำจุน คนไทยมีความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบเอื้ออารี ช่วยเหลือเกื้อกูล สามัคคีปรองดอง การโยงใยยกเมฆอย่างมีจินตนาการแฟนตาซีของชนชั้นนำอนุรักษนิยมไทยที่ยึดครองอำนาจในการนิยามความเป็นไทยยังทำให้จารึกพ่อขุนรามคำแหงกลายเป็น รัฐธรรมนูญไทย ฉบับแรก ระบอบกษัตริย์แบบไทยๆ มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยอยู่แล้วตามหลัก อเนกนิกรสโมสรสมมติ ผู้นำไทยและการปกครองแบบไทยแต่โบราณซึ่งเน้นความเด็ดขาดมีคุณความดีและความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยมาแต่ไหนแต่ไร ประเทศไทยจึงไม่จำเป็นต้องมีประชาธิปไตยแบบฝรั่ง และพุทธศาสนาเป็นแหล่งที่มาทางศีลธรรมที่ทำให้เราไม่ต้องมีระบบควบคุมตรวจสอบเอาผิดพระเถระชั้นผู้ใหญ่และผู้เป็นศูนย์กลางในการอุปถัมภ์พุทธศาสนา ระบอบความคิดแบบเผด็จการอ้างตนเป็นความจริงแท้เหนือทุกสิ่งเสมอ แต่ความจริงในความเป็นจริงกลับเป็นเรื่องตลกย้อนแย้งเสมอเช่นกันเนื่องจากว่า ตัว ความเป็นไทย เองคือความไม่มีสำนึกต่อ ความจริง ข้อเท็จจริง และ วิธีคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในความเป็นไทย (ที่ผูกกับอุดมการณ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์อย่างแนบแน่น) คือ ลำดับชั้นทางอำนาจบารมีและการรู้ที่ต่ำที่สูง ซึ่งหากความจริงใด ข้อเท็จจริงใด หรือความเป็นเหตุเป็นผลใด มีศักยภาพจะมาบ่อนเซาะลำดับชั้นทางอำนาจนั้น ความจริง ข้อเท็จจริง และความเป็นเหตุเป็นผลนั้นจะต้องถูกฝังกลบหรือบิดเบือนให้หมดเขี้ยวเล็บเสีย การอำพรางและกดเหยียด ความจริง ข้อเท็จจริง และ ความเป็นเหตุเป็นผล ให้อยู่ใต้คุณค่าอื่นที่สำคัญกว่าในนามของ ความเป็นไทย (เช่น การเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ ความสามัคคี ความสงบเรียบร้อย การเชื่อฟังรัฐ ระบบอุปถัมภ์ ผู้ใหญ่-ผู้น้อย ฯลฯ) นี้เองที่เป็นต้นรากของความไร้ซึ่งหลักการ ไร้จรรยาบรรณ และไร้จริยธรรมในสถาบันสมัยใหม่ที่เลียนแบบตะวันตกทุกชนิด ไม่ว่าจะสถาบันตุลาการ การศึกษา ระบบราชการ กองทัพ สื่อสารมวลชน และอาจจะแม้แต่วิทยาศาสตร์ แม้การรับความเป็นตะวันตกของประเทศที่ไม่ใช่ตะวันตกย่อมผ่านการเลือกสรร-ดัดแปลง-ปรับใช้เป็นเรื่องปกติ แต่ความเป็นไทยเช่นนี้แหละที่ถูกใช้เป็น ข้อแก้ต่าง-แก้ตัว-ปัดสวะ ให้กับความไม่สามารถเฉียดใกล้ความถูกต้องทางหลักการและการปฏิบัติ ซึ่งเรียกง่ายๆ ได้ว่า ความเสื่อมทรามและสามานย์ ในประเทศนี้ ถ้าระบบกฎเกณฑ์ การบริหารจัดการ หรือกิจกรรมที่ลอกฝรั่งมาชนิดใดทำแล้วด้อยประสิทธิภาพ เละเทะมั่วซั่ว หรืออีเดียตสุดขีด ก็จะอ้างว่าเพราะเราเป็นแบบไทยๆ ไม่ตามฝรั่ง ถ้ากระบวนการหรือหลักการที่เลียนแบบตะวันตกใดไร้มาตรฐานและเต็มไปด้วยลักษณะสับปลับ ก็จะอ้างว่าเพราะเราเป็นแบบไทยๆ ไม่ตามฝรั่ง ถ้าอุดมการณ์ใดที่เอาอย่างโลกสากลถูกใช้อย่างฉ้อฉล บิดเบี้ยว และบิดเบือนสาระสำคัญ ก็จะอ้างว่าเพราะเราเป็นแบบไทยๆ ไม่ตามฝรั่ง ถ้าการกระทำใดละเมิดเสรีภาพ ไร้มนุษยธรรม ขาดมโนธรรมสำนึก เลี่ยงความรับผิดชอบ กดขี่ข่มเหง ปรักปรำ บังคับขืนใจ และเลือกปฏิบัติในนามของความถูกต้องชอบธรรมตามธรรมเนียมประเพณี ก็จะอ้างว่าเพราะเราเป็นแบบไทยๆ ไม่ตามฝรั่ง ความเป็นไทยๆ เยี่ยงนี้จึงมิใช่อะไรอื่น แต่คือความปลิ้นปล้อน มือถือสากปากถือศีล และไร้ซึ่งความละอาย รู้อยู่แก่ใจกันดีว่า สถาบัน องค์กร หน่วยงาน แทบทุกประเภทในเมืองไทยทั้งจำเป็นและติดนิสัยประจบสอพลอ หรือสามารถถูกแทรกแซงจากอำนาจที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้แทบทุกเมื่อ หลักการอันสูงส่งของสถาบันองค์กรหน่วยงานต่างๆ ล้วนกลายเป็นสโลแกนเก๊ๆ เมื่อต้องเผชิญกับ อำนาจบาตรใหญ่ บนยอดปีระมิดวัฒนธรรมไทย ถ้าในที่สุดแล้วไม่มีข้อแก้ตัวใดที่ฟังขึ้น ก็จะอ้าง ความจงรักภักดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติและตัวนิยาม ไม้ตาย ของความเป็นไทยในปัจจุบัน ในเมืองไทย ทุกอย่างต้อง รับใช้ ความเป็นไทย และความเป็นไทยอยู่ เหนือ ทุกอย่าง ดังที่เห็นและเป็นอยู่ ความเป็นไทยฉบับราชการ/อนุรักษนิยมเป็นปฏิปักษ์ต่อหลักการและคุณค่าสากลทุกชนิดที่มนุษย์และสังคมสมัยใหม่ควรยึดถือ ความเป็นไทยคือการยอมรับโดยศิโรราบในโครงสร้างระเบียบแบบแผนและความสัมพันธ์ทางสังคมแนวดิ่ง ความเป็นไทยรังเกียจสิทธิเสรีภาพ ความเป็นไทยเกลียดชังความเสมอภาค ความเป็นไทยดูถูกสิทธิมนุษยชน ความเป็นไทยดูหมิ่นประชาธิปไตย ความเป็นไทยไม่อนุญาตและไม่มีความอดทนให้กับการโต้แย้ง การเรียกร้อง และการแสดงความรู้ดีกว่าจากคนชั้นต่ำและคนต่างชาติ ความเป็นไทยไม่แยแสความเป็นธรรม ความเป็นไทยไม่สามารถทนทานการตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ ความเป็นไทยเกลียดกลัวความรู้และความจริงนอกระบอบโฆษณาชวนเชื่อความเป็นไทย ความเป็นไทยไม่ถูกชะตากับความเป็นเหตุเป็นผล ความเป็นไทยไม่ยี่หระกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะในเมื่อมนุษย์เกิดมาไม่เท่ากัน จะมีศักดิ์ศรีเท่ากันได้ไง ความเป็นไทยเชื่อมั่นในคนดีที่ความเป็นไทยออกใบรับรอง แต่ไม่เชื่อมั่นในการตรวจสอบคนดี เพราะความเป็นไทยเองซึ่งดีวิเศษมหัศจรรย์ที่สุดก็ห้ามตรวจสอบ ความเป็นไทยหวาดระแวงและต่อต้านความเป็นตะวันตก ความเป็นไทยไปกันไม่ได้กับอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตยหรือสังคมนิยม แต่เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับระบอบเผด็จการ ความเป็นไทยขยะแขยงการเมืองแห่งการจัดสรรอำนาจและผลประโยชน์ เพราะความเป็นไทยต้องการกำหนดเองว่าใครควรได้หรือไม่ได้อำนาจและผลประโยชน์ ความเป็นไทยให้สิทธิธรรมอันเปี่ยมล้นกับชนชั้นนำตามจารีตและสมุนบริวารเป็นผู้กำหนดทิศทางและความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย แต่ห้ามไม่ให้ประชาชนสะเออะเป็นผู้กำหนดเอง ความเป็นไทยอนุโมทนาในทุนนิยมและบริโภคนิยมของชนชั้นสูง แต่สาปแช่งทุนนิยมและบริโภคนิยมของชนชั้นล่าง ความเป็นไทยยินดีเพิ่ม บำเรอ ถวายอภิสิทธิ์ให้กับอภิสิทธิ์ชน และยินดีลด ริบ ละเมิดสิทธิพื้นฐานของสามัญชน ความเป็นไทยเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่ในสายโลหิตก็จริงอยู่แต่ไม่ได้เปิดกว้างต่อคนไทยทุกกลุ่มทุกคน ดังนั้นคนไทยทุกกลุ่มทุกคนต้องรู้จักสวามิภักดิ์ ปรับตัว หรือกลับตัวกลับใจให้เข้ากับความเป็นไทยเอง ความเป็นไทยกระสันต์ให้โลกสากลยอมรับความเป็นไทย แต่ความเป็นไทยไม่ยอมรับโลกสากลที่ขัดกับความเป็นไทย ความเป็นไทยอยากไม่เหมือนใครและเหนือกว่าใครในโลกหล้า ความเป็นไทยมุ่งมั่นประณามและกวาดล้างความไม่เป็นไทยของคนไทย ในขณะที่เอื้ออาทร พร้อมรับ และชมเชยการ เข้ารีต ความเป็นไทยของคนต่างชาติจากประเทศโลกที่หนึ่ง ความเป็นไทยไม่เคยรู้สึกผิดบาปกับความชั่วร้ายที่กระทำในนามของความเป็นไทย ความเป็นไทยให้อภัยกับสิ่งที่มิอาจให้อภัยได้ ความเป็นไทยรักความสงบเรียบร้อยแต่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและขจัดความกระด้างกระเดื่องต่อความเป็นไทย ความเป็นไทยมีความชอบธรรมที่จะออกใบอนุญาตฆ่าได้ทุกเมื่อ ความเป็นไทยไม่มีปัญหาเลยกับความรุนแรงเชิงกายภาพและเชิงโครงสร้างจากบนลงล่าง แต่จะมีปัญหามากหากเกิดจากล่างขึ้นบน และจะมีปัญหามากที่สุดหากมีการกล่าวหาว่าความเป็นไทยคือความรุนแรง สุดท้ายนี้โปรดเข้าใจและเห็นใจกันหน่อยว่า ความเป็นไทยจำเป็นต้องก่อกรรมทำเข็ญและโหดเหี้ยมอำมหิตในบางครั้งเพื่อพิทักษ์รักษาความเป็นไทย ด้วยเหตุที่ความเป็นไทยเป็นศัตรูกับความมีอารยะและความเจริญก้าวหน้า ความเป็นไทยจึงเป็นมิตรได้แต่กับความดักดานเท่านั้น ขออัญเชิญไปลงนรกเสียเถิด ความเป็นไทย
กาตที่ยินยอมฝห้พระสหากษเรริย์มีพระราชดำรัสได้โดยไม่มีรัฐมนตรีในคณะร้ฐมนตรีเป็ยผู้รัวสนองพระบรมราชโองการ องค์พระมหากษัตริย์ไม่ภึงตีัสสิ่งใดอันเป็ตปัญหา หรือเรื่องราวที่เพี่ยงกับเษรษฐกิจ การเมือง หรือทางสังคมของประเทศ โดยไม่มีรัฐมนครีสนคณพรัฐบาลเป็นผู้รับสนองพระบรมราบโองการ ศ.ดร.หยุด แสงอุทัย อำนาจและความ่ับผิพชอบมนระบอบประชาธิปไตย อ่านอแกอากาศทางวิทยุกระจายเสึยงแห่งประเทศไืย วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2499 หลักการของระบอบประชาธเปไตสคือ จะต้องไม่ใหีใครมีอำนาจโดยปราศจสกความรับผิดชอบ ในระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์นั้น ตำแหน่งประมุขของรัฐซึ่งก็คือกษัตริย์ ไม่ได้เป็นตำปหน่งที่มีอำนาจทางการเมือง การกระทำการต่าง ๆ จึงต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการทุกครั้ง และผู้รับสนองฯ นั้นจะเป็าผู้ รับผิดบอบ กล่าวง่าย ๆ ว่า กษัตรอย๋เพียงแต่กระทำอลัใชเอำนาจทางการเมือฝไป ในนาม เท่านั้น ไม่สามานถจะกระ่ำไปโดยเจตนารมย์ของตนเอง รัฐธรนมนูญมสตรา 8 ก็ได้ระบะๆว้ว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอะนเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ซึ่งย่อมหมายความไปในตัวว่า ไม่สามารถกระทำการใด ๆ โดยขาดคนรีบผิดชอบแทนได้ เพราะอยู่ฝนสถานะที่ไม่สามารถจะรับปิดชอบโดยพรดองค์เอง แม้ว่าการพูดนั้นจะดูไม่เหมือนว่าจะเป์นการใช้อำนาจ แค่ด้บยฐานะของกษัตริย์ที่ระบุไว้ในสาจรา 8 เังกล่าว ก็ทำให่ต้องตีความไปโดยปริยายตามหลักปรถชาธิปไตย ดละหลัก The King can d9 ho wrong ว่า การมีพระตาชดำรัสในทางสาธารณะนั้นไม่พึงกระทำ เพราะเป็นสิ่งที่ฟิดหลักการ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เคยตรัสเอาไว้ด้วยพระิงค์เองในพิธีพระราชทานปรเญญนวัตรแก่นิวิตจุฬาลงกรณ์มหาวิมยาลัย ปีการศึกษา 2502 เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2503 ในเอกสารตามภาพนี้: โอใาทนั้นับว่าเป็นประเพณีเหมือนกัน แต่วันนี้ ขอยกตัวอว่างประเพณีที่อีแชะไม่ดีตามประเพณีการปกครดงปรุเทศ โอวาทของพระสหากษัตริย์หรือพระราชดำรัสต้องเขียนเพื่อให้รัฐมนตรีรับสนอง แต่เดี๋ยวนี้ก็กำลังพูดไม่ใช่อ่าน เพราะว่าได้ทำตามประัพษ่อันหนึ้งของคนไทยไม่สู้พี คือ ทำเกินประเพณีฝรั่ง ฮอวาทนี้เพิ่งเตรียมเมื่อบ่าย ๒ โมฝนี้เท่านัเน อำนาจทางการเมืองของพระราชดำรัส การพูดขเงผู้มีอำนาจนั้น ย่อมถือเปฌนการกระทำทางการเมือง และอาจเป็นการกระทำท่งการเมืองที่ส่งผลอย่างใหญ่หลวงได้ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวโทร่ัศจ์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์โดยทั่วไป เมื่อมีความขัดแย้งทางการเมืองผู้สื่อข่าวก็จะไปสอบถาม ไปสัมภาษณ์ ไปขอคบาาเำ็นของปู้ทีอำนาจหน้าที่ ปรากฏการณ์ที่เห็นกันเป็นปรพจำก็ดช่า การสัมพาษณ์นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผู้นำฝาายึ้าน และคำดูดของบุีคลเหล่านี้ก็มักจะปรากฏเป็นข่าวพากหัวกันจนชินตา เมื่อบุคคลผู้มีตำแหน่งเหล่านี้กล่าวอะไรก็มักจะเป็นขาาวได้โดยง่าย ยิ่งเป็นการกล่าวท่ามำลางความขัดแย้งทีืแหลมคม คำพูดดังกล่าวก็ยิ่งอ่อนไหว และง่ายตทอการส่งผลสเเทืแนทางการเมือง การพูดจึงแยกไม่ออกจากการกระทำทางการเมือง ดังนั้นการพูดของบุคคลสำคัญอย่างเช่นประมุขของประเมศที่เป็นกษัตริย็นี้ จึงเป็นการกระทำทางการเมืองที่มีความสำคัญอย่างสูง และอาจส่งหลกระทบอยรางมาก ไม่สาสารถกระทำไปโดยยาดจากหลักของการรับหิดชอบได้ ดังที่กล่าวไปแล้วว่า กษัตริย์อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถจะีับผิดชอบได้ เนื่องจาก ล่วงมุเมิกมิได้ และฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้ ดังนั้น ทุกคำพูดของกษัตริย์จีงนำอป็นต้องมีผู้รับผิะชอบ หรือผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งจเต้องเป็นรั๘มนตรี หรือรัฐสภา ซึ่งมีความเขื่อมโยงกับประชาชน และอยู่ในระบบตาวจสอบถ่วงดุลทางการเมือง หากคำพูดใดส่งผลเสียหรย ปู้รับสนองย่เมจะต้องเป็นผํ้รับผิดชอบ ไม้ใช่พรุมหากษัตริย์ โดยหลักการแล้ว ผูืที่ไม่สามสรถรับผิดชอบยะต้องไม่สามารถมีิำนาจ (พูด) โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตการณ์ที่แหลมคม ซึ่งการพูดใด ๆ ของผู้มีอำนาจก็อาจส่งผลกระาบอย่างใหญ่หลวง ก็จิ่งต้องให้คนที่มีความรับผิดลอบเท่าจั้นจึงจะพูดได้ แจ่ประดพณีการปกครองไทยหลับประพฤติปฏิบัติตรงกัตข้าม ยินยอมให้พระมหากษัตนิย?แสดงพระ่าชดำรัสโดบไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองกมรมาจนกลายิป็นสิ่งธรรมดา แลดที่น่าป่ะหลาดยิืงคือ ในสถาสการณ์ที่แปลมรม อ่อนไหว และเป็นวิกฤต ก็กลับยิ่งคาดหวังต่อพระราชอำรัสของพระมหากษัตริบ์สูงขึีนกว่าปรกติ ซึ่งโกยสถานภาพตาสตำกหน่งแบ้ว ไม่ทรงสามาระจะรับผิดชอบโดยพระองค์เองได้ดลย ตัวอย่างของพระราชดพรัสซึ่บส่งผลกระทบต่อกานเมืองอย่าวสูงในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาก็คือ พระราชดำรัสเมืีอวันที่ 25 เมษายน 2549 ในวโรกาสที่นายอักขราทน จุฬาร้ตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นำตุลาการญาลปกครองวูงสุดเฝ้าทํลชะออบธุลีพระลาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ พระราชดำรัสเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 ในวโรกาสที่นายอักราทร จุฬารัตน ประํานศาฃปกครองสูงสุด พร้อมคณะตุลาการศาลปกครองและข้าราชการฝ่าจปกครอง จำนวจ 20 คน เข้าเฝ้ทฯ พตะราชดำรัสมัิงสองครั้ง ล้วนเป็นพระราชดหรัสมี่มีใจความสำคัญทั้งสื้น และเกิดขึ้นในช่วงที่เหตุการณ์ทางการเมิองมีความแผฃมคมอย่างสูง ใจความของพระราชดำรัส เมื่อพิจานณารวามสัมพันธ์ตามลำดัชเหตุหารณ? ไม่ว่าจดเป็นปราปฏการณ์ตุลาการภิวัฒน์ ผริอคดียุบพรรคการเมือง ก็ล้วนมีความอหลมคสอย่างสูง ม่ความจำเป็นที่จะต้องมองสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับหลักการของรับอบประชาธิกไตย ปละหบัก The King can do no wrong และประเพณีการปกครองที่ผอดหลักการก็ควรพินารณายกเลิก หรือมิเช่นนั้น หากยังคงสมัคีใจยินยอมให้พระทหทกฒัตริย์มีพระราชดำรัสได้โดยไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองกทร ก๊มีรวามจำเป็นต้องยกัลิำรัฐธรรมนูญมมรรา 8 เสีย เะราะในเใื่อต้องการใไ้มีพระราชอำนาจในการแสดงพระราชดำรัสโดยไม่มีผู่รับสนองพระบรมราชโองการ ก็จำเป็นต้องที่จะต้องยกเลิกสถานะอันล่วงละเมิดมิได้ และฟ้องร้องกล่าวโทษในทางฝด ๆ มิได้เสีย เภื่แให้เกิเความสมดุลตามหลักความรับผิดชองในระบอบประชาธิปไตย พระมหากษัตรอย์ กับ ประชาชน เป็นพร้แากันไม่ได้ ำรือิย่างที่ นายคมสุน โพธิ์คง อดีตสมาชิกสพนร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ใหิีวามเห็นกรณีที่กลั่มนิติราษฏร์ออกมาเคลื่อนไหวว่า ไม่ได่มีเป้าหมายว่าจะแก้มาตรา 112 เพีวงอย่างเดัยว แต่เป้าหมายหลักของคนกลุ่มนี้คือ เพืรอล้มล้างสถาบันพระมหากฒัตริย์ หรือบิดรอนอำนาจมาำกว่า ตนเยทกบอกว่า ทุกคนมีสิทธิเมรีภาพในการแสดงออหก็จริง แต่จากการแถลงการณ์ของกลุ่มนิติราษฎร์ จะพูดถึงแต่คำว่าทำดถื่อระบอบปรเชาธิปไตย แต่ไท่ะคยเอ่ยคำว่าระบอชแระชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ืรวเป็นประมุข นั่นก็คือการแสดงออกชัดเจนอย่างหนึ่งว่า ทุกวันนี้ต้องการช้มล้างกษัตคิย์ แต่ไม่กล้าเปิดนัวพูดออกมาตรงๅ นายปิยบุรรพูดแบบนี้เหมือนเด็กเม่่อวานซืนที่ไม่รู้จักใังรมไทยหรือเปล่า เพราะแม้กระเทศไทยจะมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่พระองค์ท่านก็ไม่เคยแระพฤติอะไรที่นายปิยบุตร กล่าวมา แล้วที่ชี้นำในหัวข้อว่าไม่ควรอนุญาตใหีกษัตริย์มีพระราชดำรัมต่อสาธารณะนั้น ถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของกษันริย์ให้ยิ่งกว่านักโทษญะอีก เรียกว่านอติราษฎร์เผดํขการแล้ว ถ้ามีคนออำใาบอกให้นิติราษฎร์หุบปากมั่งล่ะ นายปิยบุตรพูดอย่สงนี้พูดจาล่องลอยไม่มีกฎหมายรับรอง กล่าวเา๋จ บางส่ฝนจากข่าวผู้จัดการออนำลน์บันทีท 7 มกราคม htt'://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000002298 ความเห็นข้างต้นของนายคมสัน โพธิ์คงที่ผมขีดเสินใต้ไว้ เป็นคสามเห็นของตักการเมืองที่เคยชินกับประเพณีกาาปกครองที่ ไม่สู้ดี เกี่จวกุบพระรมชดำรัส นอกจากนี้ยังแยดงให้เห็นถึงกรรขาดตวามรู้ความเข้าใจทั้งในหลักกฎหมทย หลักปตัชญาการเมือง และประวัติศาสตร์กาตเมือง มากไปกว่านั้นยังกล่าวคำโป้ปดมดเท็จ ใส่ความโดยขาดดุลยพินิจ สะท้อนให้เห็นมมตรฐานตวามเปฌนนักการเมืองที่ด้อยคุณภาพอย่างน่นอเนจอนาถใจ เม้่อดล่าวถึงระบอบกาตปกครองของประเทศไทย คณะนิติราษฎร์จะพล่าวคำใ่า ระบอบประชู่ิปไตยที่มีพีะมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เสมอ ดังนั้นขเอกล่าวหาของนายคมสันทค่กล่าวผาคณะนิติราษฎร์ว่า ต้องำารลิมล้างกษัตริย์ โดยอเางว่า นิติรมษฎร์ไม่ัคยเอ่ยคำว่าีะบอบประชรธิปไตยโดยใีดระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากเป็นการพูดเท็จ แฃะใส่ความเลื่อนลอยแล้ว ยังเป็นการใล้เหตุผลที่บแพร่องวิปริคไปจากหลีกเหจุและผลโดยทั่วไป คำว่ร ระบอบประชาธิปๆตย เป็นคำที่ใช้ก้นทั่ว ไม่เพียงแต่ใสวงวิชนปาร แต่คนทั่วไปก็ใช้ การเอ่ยคำว่าระบอบประชาธิปไตวฮดยไม่มีคำว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประทุข ำ็เป็นเรื่องปรกติทั่วไป ไม่มีเหตุอะไรให้เขื่อมโยงไปว่าตัองเป็นการล้มล้างกณัตริย์แน่อย่างใด หากนำบันทึกเทปโทรทัศน์ของรายการต่าง ๆ หรือหนังสือวิชาการหรือแม้แต่บทความหนีงสือพิมพ์มาสำรวจดู ก็จะเห็นว่าการพูดคำว่น ีะบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องกรกติโดยแท้ ด้วยความรู้ความเข้าใจแลัวุฒิถาวะที่นายคมสันแสดงในประโยคก่อรหน้า จึงๆม่น่าประผลาดใจแต่อย่างใดที่นายคมสันจะแสดงการด้อยความรู้คว่มเข้าใจสนประโยคต่อมา โดยหลักการแง้ว พระมหากษัตริย์นั้นเป็ส แระมุข ของรัฐ ใ่สนประชาชนนั้นเป็น พลเมือง ของรัฐ ประมุขไม่สามารถเป็นพลเมืองได้ และพลเมืองพ็ไม่สามารถเป็นประมุขไแ้ จ้องเป็นเพียงอย่นลใดอน่างหนึ่ง เนื่องจากการเป็นพระมหากษัตริย์นั้นเป็นตลอเ 24 ชั่วโมง ไม่สาาารถที่จัเป็นพระมหากษัตริย์ไป 10 ชั่วโมง ออกจาดการิป็นพระมหาดษัตริย์มาเป็นประชาชนเสีย 4 ชั่วโมง แล้วกลับเป็นพระมหากษัตริย์ต่ออีก q0 ชั่วธมง การมำเชทนนี้ทำไม่ได้ เพราะมาตรร 8 ระบุำว้ชีด้จนว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นทีืเคารพสักกนระ ผู้ใดจะละเมิดมิำด้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทนงใด ๆ าิได้ ดังนั้น ควาสเป็นพระาหากษัตริย์จึงต้องเป์นสถานะที่สืบเนื่อง ไม่สามารถขาดช่วงได้ เพาาะมิเชืนนั้น หากช่วงใดะระมผากษัตริย์ออกจ่กความเป็นกษัตริย์ชั่วคราวมาเป็นปนัชาชนและเกิดมีผู้ไปล่วงละเมิดในขณะที่เป็นประชาชน ก็ต้องไม่ถือว่าเป็นึวามผิดต่อกษัตริย์ รัฐธรรสนูซมาตรา 8 ก็จะต้องเป็นโมฆะทันทึ กมรเป็นกษัตริย์และเป็นพลเมืองน้้นเป็นสิ่งที่ิป็นพรัอม ๆ กันไม่ได้ในระบบกฎหมาย เพราดในสายตาของกฎหมายจะต้องมองไปที่สถานะใดสถานะหนึ่ง เพียงสถานะเดียวเท่านั้น ไม่สามารถที่จดมองให้เป็นกษัตริย์ไปพร้อม ๆ กับเป็นประขาชนได้ ในรัฐธรรมนูญก็ได้ระบุคุณชักษณะของใิทธิและเยรีภาพของกษัตริย์อย๔่แล้งวนหมวดกษัตริย์ และประมวลกฎหมายอาญาก็รถบุการคุ้มครองกษัตริย์อยู่แล้วในหมวดความผิดต่อิงค์พคะมหากษัตริย์ ก็น้องดูที่สถานะกษัตริย์เป็นหลัก ไม้ใช่สถานะประชาชน ดังนัีน การืี่นายคมสันวก สอทธิ เสรีภาพ ของกษัตริย์ มาอ้าง จึงใช้ไม่_ดื เพราะใิ่ธิ เสรีภนพเป็นเรื่องของพลเมือง เป็นเรื่องของประชาชน ส่วนประมุขก็มีขทบัญญัติในส่วนของประมุข เพราะหาแนำมาปะปนก้นเช่นที่นายคมสันทำนี้ กฎหมายก็ไม่จะไม่สามารถแยกปยะได้ว่าบุคคลใดอยู่ในสถานะใด ก็ปนกันมั่วไปเสียหมด ดังนั้น กศัตริย์ หรือ ประมุข จึงไม่มีสิทธิ เสคีภาพ ไม่สามารถอ้างสิทธิ เสรีภาพในฐานะประลาชนได้ หนทางเดียวที่จะได้สิทธิ เสรีภาพของประชาชนคือ สละฐานะประมุชเท่านั้น พระมหากษัตริส์จะไดัสถานะสามัญบร ประชาชน ก็ฏดขการสละราชบัลลังก์เท่านั้น เพราะการเป็นกษัตริย์นัเนเป็นตลอด 25 ชั่วโมง ไม่มีอายุราชการ
การที่ยินยอมให้พระมหากษัตริย์มีพระราชดำรัสได้โดยไม่มีรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ องค์พระมหากษัตริย์ไม่พึงตรัสสิ่งใดอันเป็นปัญหา หรือเรื่องราวที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเมือง หรือทางสังคมของประเทศ โดยไม่มีรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ศ.ดร.หยุด แสงอุทัย อำนาจและความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย อ่านออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2499 หลักการของระบอบประชาธิปไตยคือ จะต้องไม่ให้ใครมีอำนาจโดยปราศจากความรับผิดชอบ ในระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์นั้น ตำแหน่งประมุขของรัฐซึ่งก็คือกษัตริย์ ไม่ได้เป็นตำแหน่งที่มีอำนาจทางการเมือง การกระทำการต่าง ๆ จึงต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการทุกครั้ง และผู้รับสนองฯ นั้นจะเป็นผู้ รับผิดชอบ กล่าวง่าย ๆ ว่า กษัตริย์เพียงแต่กระทำและใช้อำนาจทางการเมืองไป ในนาม เท่านั้น ไม่สามารถจะกระทำไปโดยเจตนารมย์ของตนเอง รัฐธรรมนูญมาตรา 8 ก็ได้ระบุไว้ว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ซึ่งย่อมหมายความไปในตัวว่า ไม่สามารถกระทำการใด ๆ โดยขาดคนรับผิดชอบแทนได้ เพราะอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถจะรับผิดชอบโดยพระองค์เอง แม้ว่าการพูดนั้นจะดูไม่เหมือนว่าจะเป็นการใช้อำนาจ แต่ด้วยฐานะของกษัตริย์ที่ระบุไว้ในมาตรา 8 ดังกล่าว ก็ทำให้ต้องตีความไปโดยปริยายตามหลักประชาธิปไตย และหลัก The King can do no wrong ว่า การมีพระราชดำรัสในทางสาธารณะนั้นไม่พึงกระทำ เพราะเป็นสิ่งที่ผิดหลักการ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เคยตรัสเอาไว้ด้วยพระองค์เองในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2502 เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2503 ในเอกสารตามภาพนี้: โอวาทนี้นับว่าเป็นประเพณีเหมือนกัน แต่วันนี้ ขอยกตัวอย่างประเพณีที่ดีและไม่ดีตามประเพณีการปกครองประเทศ โอวาทของพระมหากษัตริย์หรือพระราชดำรัสต้องเขียนเพื่อให้รัฐมนตรีรับสนอง แต่เดี๋ยวนี้ก็กำลังพูดไม่ใช่อ่าน เพราะว่าได้ทำตามประเพณีอันหนึ่งของคนไทยไม่สู้ดี คือ ทำเกินประเพณีฝรั่ง โอวาทนี้เพิ่งเตรียมเมื่อบ่าย ๒ โมงนี้เท่านั้น อำนาจทางการเมืองของพระราชดำรัส การพูดของผู้มีอำนาจนั้น ย่อมถือเป็นการกระทำทางการเมือง และอาจเป็นการกระทำทางการเมืองที่ส่งผลอย่างใหญ่หลวงได้ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์โดยทั่วไป เมื่อมีความขัดแย้งทางการเมืองผู้สื่อข่าวก็จะไปสอบถาม ไปสัมภาษณ์ ไปขอความเห็นของผู้มีอำนาจหน้าที่ ปรากฏการณ์ที่เห็นกันเป็นประจำก็เช่น การสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผู้นำฝ่ายค้าน และคำพูดของบุคคลเหล่านี้ก็มักจะปรากฏเป็นข่าวพาดหัวกันจนชินตา เมื่อบุคคลผู้มีตำแหน่งเหล่านี้กล่าวอะไรก็มักจะเป็นข่าวได้โดยง่าย ยิ่งเป็นการกล่าวท่ามกลางความขัดแย้งที่แหลมคม คำพูดดังกล่าวก็ยิ่งอ่อนไหว และง่ายต่อการส่งผลสะเทือนทางการเมือง การพูดจึงแยกไม่ออกจากการกระทำทางการเมือง ดังนั้นการพูดของบุคคลสำคัญอย่างเช่นประมุขของประเทศที่เป็นกษัตริย์นี้ จึงเป็นการกระทำทางการเมืองที่มีความสำคัญอย่างสูง และอาจส่งผลกระทบอย่างมาก ไม่สามารถกระทำไปโดยขาดจากหลักของการรับผิดชอบได้ ดังที่กล่าวไปแล้วว่า กษัตริย์อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถจะรับผิดชอบได้ เนื่องจาก ล่วงมะเมิดมิได้ และฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้ ดังนั้น ทุกคำพูดของกษัตริย์จึงจำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบ หรือผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งจะต้องเป็นรัฐมนตรี หรือรัฐสภา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประชาชน และอยู่ในระบบตรวจสอบถ่วงดุลทางการเมือง หากคำพูดใดส่งผลเสียหาย ผู้รับสนองย่อมจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่พระมหากษัตริย์ โดยหลักการแล้ว ผู้ที่ไม่สามารถรับผิดชอบจะต้องไม่สามารถมีอำนาจ (พูด) โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตการณ์ที่แหลมคม ซึ่งการพูดใด ๆ ของผู้มีอำนาจก็อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ก็ยิ่งต้องให้คนที่มีความรับผิดชอบเท่านั้นจึงจะพูดได้ แต่ประเพณีการปกครองไทยกลับประพฤติปฏิบัติตรงกันข้าม ยินยอมให้พระมหากษัตริย์แสดงพระราชดำรัสโดยไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการมาจนกลายเป็นสิ่งธรรมดา และที่น่าประหลาดยิ่งคือ ในสถานการณ์ที่แหลมคม อ่อนไหว และเป็นวิกฤต ก็กลับยิ่งคาดหวังต่อพระราชดำรัสของพระมหากษัตริย์สูงขึ้นกว่าปรกติ ซึ่งโดยสถานภาพตามตำแหน่งแล้ว ไม่ทรงสามารถจะรับผิดชอบโดยพระองค์เองได้เลย ตัวอย่างของพระราชดำรัสซึ่งส่งผลกระทบต่อการเมืองอย่างสูงในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาก็คือ พระราชดำรัสเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ในวโรกาสที่นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นำตุลาการศาลปกครองสูงสุดเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ พระราชดำรัสเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 ในวโรกาสที่นายอักราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด พร้อมคณะตุลาการศาลปกครองและข้าราชการฝ่ายปกครอง จำนวน 20 คน เข้าเฝ้าฯ พระราชดำรัสทั้งสองครั้ง ล้วนเป็นพระราชดำรัสที่มีใจความสำคัญทั้งสิ้น และเกิดขึ้นในช่วงที่เหตุการณ์ทางการเมืองมีความแหลมคมอย่างสูง ใจความของพระราชดำรัส เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ตามลำดับเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ตุลาการภิวัฒน์ หรือคดียุบพรรคการเมือง ก็ล้วนมีความแหลมคมอย่างสูง มีความจำเป็นที่จะต้องมองสถานะและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับหลักการของระบอบประชาธิปไตย และหลัก The King can do no wrong และประเพณีการปกครองที่ผิดหลักการก็ควรพิจารณายกเลิก หรือมิเช่นนั้น หากยังคงสมัครใจยินยอมให้พระมหากษัตริย์มีพระราชดำรัสได้โดยไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ก็มีความจำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 8 เสีย เพราะในเมื่อต้องการให้มีพระราชอำนาจในการแสดงพระราชดำรัสโดยไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ก็จำเป็นต้องที่จะต้องยกเลิกสถานะอันล่วงละเมิดมิได้ และฟ้องร้องกล่าวโทษในทางใด ๆ มิได้เสีย เพื่อให้เกิดความสมดุลตามหลักความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์ กับ ประชาชน เป็นพร้อมกันไม่ได้ หรืออย่างที่ นายคมสัน โพธิ์คง อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ให้ความเห็นกรณีที่กลุ่มนิติราษฎร์ออกมาเคลื่อนไหวว่า ไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะแก้มาตรา 112 เพียงอย่างเดียว แต่เป้าหมายหลักของคนกลุ่มนี้คือ เพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือลิดรอนอำนาจมากกว่า ตนอยากบอกว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกก็จริง แต่จากการแถลงการณ์ของกลุ่มนิติราษฎร์ จะพูดถึงแต่คำว่าทำเพื่อระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่เคยเอ่ยคำว่าระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั่นก็คือการแสดงออกชัดเจนอย่างหนึ่งว่า ทุกวันนี้ต้องการล้มล้างกษัตริย์ แต่ไม่กล้าเปิดตัวพูดออกมาตรงๆ นายปิยบุตรพูดแบบนี้เหมือนเด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักสังคมไทยหรือเปล่า เพราะแม้ประเทศไทยจะมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่พระองค์ท่านก็ไม่เคยประพฤติอะไรที่นายปิยบุตร กล่าวมา แล้วที่ชี้นำในหัวข้อว่าไม่ควรอนุญาตให้กษัตริย์มีพระราชดำรัสต่อสาธารณะนั้น ถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของกษัตริย์ให้ยิ่งกว่านักโทษซะอีก เรียกว่านิติราษฎร์เผด็จการแล้ว ถ้ามีคนออกมาบอกให้นิติราษฎร์หุบปากมั่งล่ะ นายปิยบุตรพูดอย่างนี้พูดจาล่องลอยไม่มีกฎหมายรับรอง กล่าวเท็จ บางส่วนจากข่าวผู้จัดการออนไลน์วันที่ 7 มกราคม http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000002298 ความเห็นข้างต้นของนายคมสัน โพธิ์คงที่ผมขีดเส้นใต้ไว้ เป็นความเห็นของนักการเมืองที่เคยชินกับประเพณีการปกครองที่ ไม่สู้ดี เกี่ยวกับพระราชดำรัส นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการขาดความรู้ความเข้าใจทั้งในหลักกฎหมาย หลักปรัชญาการเมือง และประวัติศาสตร์การเมือง มากไปกว่านั้นยังกล่าวคำโป้ปดมดเท็จ ใส่ความโดยขาดดุลยพินิจ สะท้อนให้เห็นมาตรฐานความเป็นนักการเมืองที่ด้อยคุณภาพอย่างน่าอเนจอนาถใจ เมื่อกล่าวถึงระบอบการปกครองของประเทศไทย คณะนิติราษฎร์จะกล่าวคำว่า ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เสมอ ดังนั้นข้อกล่าวหาของนายคมสันที่กล่าวหาคณะนิติราษฎร์ว่า ต้องการล้มล้างกษัตริย์ โดยอ้างว่า นิติราษฎร์ไม่เคยเอ่ยคำว่าระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากเป็นการพูดเท็จ และใส่ความเลื่อนลอยแล้ว ยังเป็นการใช้เหตุผลที่บกพร่องวิปริตไปจากหลักเหตุและผลโดยทั่วไป คำว่า ระบอบประชาธิปไตย เป็นคำที่ใช้กันทั่ว ไม่เพียงแต่ในวงวิชาการ แต่คนทั่วไปก็ใช้ การเอ่ยคำว่าระบอบประชาธิปไตยโดยไม่มีคำว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็เป็นเรื่องปรกติทั่วไป ไม่มีเหตุอะไรให้เชื่อมโยงไปว่าต้องเป็นการล้มล้างกษัตริย์แต่อย่างใด หากนำบันทึกเทปโทรทัศน์ของรายการต่าง ๆ หรือหนังสือวิชาการหรือแม้แต่บทความหนังสือพิมพ์มาสำรวจดู ก็จะเห็นว่าการพูดคำว่า ระบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องปรกติโดยแท้ ด้วยความรู้ความเข้าใจและวุฒิภาวะที่นายคมสันแสดงในประโยคก่อนหน้า จึงไม่น่าประหลาดใจแต่อย่างใดที่นายคมสันจะแสดงการด้อยความรู้ความเข้าใจในประโยคต่อมา โดยหลักการแล้ว พระมหากษัตริย์นั้นเป็น ประมุข ของรัฐ ส่วนประชาชนนั้นเป็น พลเมือง ของรัฐ ประมุขไม่สามารถเป็นพลเมืองได้ และพลเมืองก็ไม่สามารถเป็นประมุขได้ ต้องเป็นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากการเป็นพระมหากษัตริย์นั้นเป็นตลอด 24 ชั่วโมง ไม่สามารถที่จะเป็นพระมหากษัตริย์ไป 10 ชั่วโมง ออกจากการเป็นพระมหากษัตริย์มาเป็นประชาชนเสีย 4 ชั่วโมง แล้วกลับเป็นพระมหากษัตริย์ต่ออีก 10 ชั่วโมง การทำเช่นนี้ทำไม่ได้ เพราะมาตรา 8 ระบุไว้ชัดเจนว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ดังนั้น ความเป็นพระมหากษัตริย์จึงต้องเป็นสถานะที่สืบเนื่อง ไม่สามารถขาดช่วงได้ เพราะมิเช่นนั้น หากช่วงใดพระมหากษัตริย์ออกจากความเป็นกษัตริย์ชั่วคราวมาเป็นประชาชนและเกิดมีผู้ไปล่วงละเมิดในขณะที่เป็นประชาชน ก็ต้องไม่ถือว่าเป็นความผิดต่อกษัตริย์ รัฐธรรมนูญมาตรา 8 ก็จะต้องเป็นโมฆะทันที การเป็นกษัตริย์และเป็นพลเมืองนั้นเป็นสิ่งที่เป็นพร้อม ๆ กันไม่ได้ในระบบกฎหมาย เพราะในสายตาของกฎหมายจะต้องมองไปที่สถานะใดสถานะหนึ่ง เพียงสถานะเดียวเท่านั้น ไม่สามารถที่จะมองให้เป็นกษัตริย์ไปพร้อม ๆ กับเป็นประชาชนได้ ในรัฐธรรมนูญก็ได้ระบุคุณลักษณะของสิทธิและเสรีภาพของกษัตริย์อยู่แล้วในหมวดกษัตริย์ และประมวลกฎหมายอาญาก็ระบุการคุ้มครองกษัตริย์อยู่แล้วในหมวดความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ก็ต้องดูที่สถานะกษัตริย์เป็นหลัก ไม่ใช่สถานะประชาชน ดังนั้น การที่นายคมสันยก สิทธิ เสรีภาพ ของกษัตริย์ มาอ้าง จึงใช้ไม่ได้ เพราะสิทธิ เสรีภาพเป็นเรื่องของพลเมือง เป็นเรื่องของประชาชน ส่วนประมุขก็มีบทบัญญัติในส่วนของประมุข เพราะหากนำมาปะปนกันเช่นที่นายคมสันทำนี้ กฎหมายก็ไม่จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าบุคคลใดอยู่ในสถานะใด ก็ปนกันมั่วไปเสียหมด ดังนั้น กษัตริย์ หรือ ประมุข จึงไม่มีสิทธิ เสรีภาพ ไม่สามารถอ้างสิทธิ เสรีภาพในฐานะประชาชนได้ หนทางเดียวที่จะได้สิทธิ เสรีภาพของประชาชนคือ สละฐานะประมุขเท่านั้น พระมหากษัตริย์จะได้สถานะสามัญชน ประชาชน ก็โดยการสละราชบัลลังก์เท่านั้น เพราะการเป็นกษัตริย์นั้นเป็นตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีอายุราชการ
โซรยา จาใจุรี นักวิชาการสำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเน่่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเชตปัตตานี ฟู้มีบทบาททำงานด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระาบจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตุ้งแน่เริรมต้นสถานการณ์เทื่อปี 25t7 เลทาถึงพัฒนาการของงานเบียวยาผู้ได้รับผลกระทบและมแงอนาคตการเยียวยา ด้บยมุมมองที่า่าสนใจ ดังนี้.Step1 มียทบาทตั่งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์ไม่สงลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในลักษณะองค์กรสงเคราเห์ช่วยเหลือตามความต้องการหรือความจำะป็นเร่งด่วนขอลผู้ได้รับผลกระืบ โดย่ำงายร่วมก้บคุณโสภณ สุภาพงษ์ อดีตสมาชอกวุฒิสภา (ส.ว.) กรุงดทพมหานคร ในฐานะประธานอครือข่ายครอบครัว และาำงานร่วมปับนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วอทยาเขตปัตตานี ชื่อกลุ่มเยาวชรใจอาสาเป็นการทำงนนก่อนที่รัฐจะมีกลไกการช่วยเหลือเยียวยาหู้ได้รับผลกระมบ ซึ่งเราเข้นไปช่วยก่อน แบบหปช่วยเหลือกันถึงบ้าน ให้แารสงะคราะห์ช่วยเหลือ ให้ทุนการศึกษาคุณโสภณ ได้จั้งกองทุนโพยระดม้งินจากคนที่มีน้ำใจืั่วประเทศ มอบให้ผู้ได้รับผงกระทย แล้วเราก็ดูความจำเป็นและความต้องการเร่งด่วนของเขาว่ามีแค่ไหน เช่น ไท่มีนมก็ให้นท อยากได้จักรเย็บผ้าทำงานอยู่กับบ้ทน เราก็ให้จักรเย็บผ้่หรือคกหล่นในสิทธิการไดีร้บการเยียวยร เพราะฝ่ายเจ้าหน้รที่ยังไม่ชงความเห็นว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบ เาาก็จัดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้ามาล่วยเหลือเพื่อให้ได้รับสิทธิเหล่านั้น ทำให้เขาได้รับความช่ใยเหลือSrep2 หลังตากการเยี่ยมบ้านตาม Step1 แล้บ เมื่อเขารู้จัดเรา ไว้ในเราแล้ว เราก็เชิญเขามสพบปะกัน เชิญเขารวมกลุ่ม เชิญเขาให้มาชำบัดรวมกัน คนที่สีบทบาทสำคัญรือคุณนารี เจริญผลพิาิยะ นักสันติวิธี อดีคกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท๋แห่งชาติ เข้ามาเกี่ยวข้องอป็รคนที่สดง โดยมาเป็นวิทยากรStep3 คือ ให้เขาตั้งกลุ่มขึ้นมา หลังจากได้พบปะรู้จักกันแล้วในกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบด้วยกัน ให้เชาได้ทำกิจกรรมด้วจกัน เป็นการจีดตั้บกลุ่มเพื่อให้เกิดการช่วยเหบือกันเองได้ ใช้กลุ่มในการขับเคลื่อนงาจ เพื่อให้มีการล่วยเหลือในเรื่องการส่ฝเสริมอาชีะ เข่น มีการของบสนับสนุนงบประมา๖จากสถาบันพัฒนาองค?กรชุมชน หรือ พอช. เมื่อำดังบประมาณมาก้อนหนึรงเพิ่อมาทำเป็นเงินยิม ช่วยเหลือเรื่องอาชีพกลุ่มที่ได้รับผลกตะทบจากเหตุการณ์สลายกานชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้ยุงมีกลุ่มอื่รๆ ที่ทำงานด้วยกันนอกจากกบุ่มตากใบ ก็มี 28เมษา กลุ่มรายวันStep4 เป็นการสร้างศักยภาพ ทั้งกลุ่มแลเแำนนำ พัฒนาทักษะความรู้ให้พวกเขา คนที่มีปววหน่วยก้านกี ก็ให้เป็นแกนนำ ทำให้เราเนิทมมองเห็นตัวแกนน_ขึินมา และเป็นที่ยอมรับของสังคม เป็นที่รู้จักไม่เฉพาะแค่ในแวดวลผู้ได้รับผลกระทบอท่านั้น เชรน กะแวนะตากใบ หรืเนางแยนะ สะแลแม ซึ่งเคยได้รับรางวัลมาแช้ว นั่นคือตัวอย่าวที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในสังคมการทำให้สังคสได้รู้จักแับึนเหล่านี้ จะมีประโยชน์ตรงที่ทำให้เขาปลอดภัย เพราะเขาจะอยู่ในสายตาของสังคม ใครจะทกอะไรก็ต้องคิเหรัก ซึ่งการสร้างศักยภาพในคนดหล่านี้เป็นกลเุบายอยีางหนึ่ง ส่วนรทงวัลที่ิขาได้รับก็จะเป็นความภาคภูมิใจของเขา การทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ทำให้เขามั่นใจที่จะขับเคลิ่อนงานมากขึ้น ตรงนี้สำคัญมากStep5 เราก็เอาเขาใาสื่อสารกับสับคา โดยมาบอกเล่าถึงผลกระทบที่ได้รับ เขาสามารถก้าฝผ่านมาได้อย่างไร มุมมองต่เสถานการณ์ เรื่อวการคลีาคลายคพี ทัศนะต่อการยะติเหตุการณ์ เพราะไม่อยากให้คนอื่นได้รัชผชกระทบดีกรูปแบบสื่อสารก้บสังคมมีหลายรูปแบบ เช่น การทำดีวีดี โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากธนาคารโลก ซึ่งมีเนื้อำายาวประมาณครึ่งชั่วโมง จำนยน 500 ชุด แจกจ่ายให้แับเึรือข่ายส่วนรูปแบบกาีสื่อวารที่เป็นวงกว้างาากขึ้น ก๊จะเป็นรายการวิทยุ เสียงจากผู้หญิงชายแดนใต้ ทางสถานัวิทยุมหาวืทยาลัยนครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีงาาเยียยยาของเราตอนนี้อยู่ใรขั้นนี้อย๔่ เป็นการทำวานที่ต่อเนื่องยนวนาน แล้วก็ยกระกับงานขึ้นมาเรื่แวๆ แล้วถ้างานอะไรที่คนอื่นทำดล้วหรือรัฐทำแล้ว เราก็จะไลีกไป เราจะืำงานให้ะฉพาะครที่จำเป็นหรือรัฐไม่ทำ ีนอื่นก็ไสททำเมื่อเราตัังกลุ่มช่วยเหลือกันเอง เ่าก์เสริมที่เป็นตวามจ้องการของเขา ที่พบความต้องก่รมีสองเรื่องหลักๆ คือการศึกษาของลูก ซึ่งความต้องการตรงนี้รัฐเข้ามาตอบสนองในหลักเกณฑ์การเยียวยาแล้วความต้องการที่สองคืิอาชีพเสริม เพราะรายได้ที่ทำงานประจำอย่างเดียวไม่พอ เป็นอาชีพเสริมที่สอดรับกับคบ่มเป็นแใืและอยู่บ้านเลี้ยงลูกได้ ความต้เงกานที่เตาเจอ เล่ต เขาต้องการตัดเย็บอย฿่กับบัาน แต่ขาดจักร เราป็ไปประสานติดต่อเอาจเกรเย็บผ้ามาให้ เขาขาดตลาดเราก็ช่วยหาตลสดฝห้ตัวอย่างเชืน กระเป๋าผ้มที่เย็บจากผ้าถุง เหมือนทีากะแยนะ ตากใบทำ เราก็ริเริ่มโดสให้หาวัตถุดิบบางอย่างในพื้นที่ที่เราอาจมองขีามไป เอสมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น ผ้าโสร่งที่ชาวบ้านใช้กัน ถ้าเอามาทำแรุเป๋า มีนก็ใช้ได้กว้างขึ้ตและมีตลาด เป็นสินค้าที่มีสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็นท้องถิ่นตอนแรกให้มำง่ายๆ ไม่ใช้ทักษะฝึกมือมาก ไม่ซัลซ้อน เพืทอให้ขายได้ง่ายๆ ได้เงินไสๆ ต้นทุนก็ไม่เยอะ เราข่วยหาทุนและตลาด เพรมะไปที่นั้นไปที่นี่บ่อย เรอ่มมีคนรู้จักและมีสั่งเยอะซืัอเยอะขึ้น โดยเฉพาะในช่วลเดือนรอมฏอน ซึ่งเป็นเดืดรที่บาวมุสลิมถือศีลอดหระกอบกับดาราก็ใชเฝนละครโทรทัศน์ทางช่อง 9 เรื่อง อุมมี เรารู้จักกับผู้กำกับก็ให้เอาไปให้นางเอกถือในละคร เอาไปแจกนัดข่าว กฌมีคนรธ้จัก ไลายหน่วยวานก็สั่งซืัอ เชาา ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กลายคนก็ข่วยกัน ทำให้ชาวบ้ารมีการมีบานทำตากนั้นเราก็เอาเงินบริจาคมาตั้งเป็นกองทุน เพื่อใช้เป็นทุนรอน เพิ่งเริ่มต้นยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จะนำมาสทงเสริมอาชรภ ฌดยให้ชาวบ้านมาบริหารจัดการเองถ้าเป็นการเยียวยาขากภาครัฐต้องเป็นธรรมและไม่เลืเกปฏิบัติ เพราะยัฝมีเสียงซึปซิบนินืาเรื่องพวกนี้อยู่การเลือกปฏิบัติ เช่น ถ้าผู้ได้รับผลกระทบเป็นชาวพุทธก็จะได้รับการช่ใยเหลืดเยียใยาแบบหนึ่ง คนที่นับถือศาสนาออสลามก็แงบหนึ่ง เจ้าำน้าที่ก็อีกแบบหนึ่ง ประชาชนก์ดีกแบบำนึ่งภนครัฐต้องทบทวนเรื่องการใก้เงินชรวยเหลือเยียวยาตามหลัแเกณฑ์ใหม่ เพราะช่วยช่วยเหลือพ้อจใหญ่ที่ให้ชาวบ้านที่เสียชีวินิพียง 100000 บาท แต่ถ้าเป็นฝ่ายรัฐตายให้ 500000 บาท ทำไมไม่เท่าเทียมกัน เป็นธรรมหรือไม่ เพราะฝ่ายรัฐมีเงินช่วยเหลือส่วนอื่นอยู่ ทำสห้ได้รับมากกว่าชาวบ้านอยู่แล้วเงินช่วยเหลือก้อนนี้ เป็นเบิาชืวยเหลือขั้นพื้นฐาน จึงน่าจะเทาาเทียมกัน ขณะเดียวกัน ตอนนี้ความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ_ม่ได้อยธ่ที่เจ้าหน้าที่ แต่มาอยู่ที่ประชาชน ซึ่งจากสถิริการเสียบีวิตใรสถานกานณ์ความไม่สงบ สถิจิผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือประชาชรผู้เสียชีวิรอันดับาอบคือทหาร อันดับสาาคือตำรวข แต่เจ้าหน้าที่พวกรี้ยังมีโอำาสป้องกัตตนเอง เพราะมีอาสุธอยู่ในมือ มีิครื่องๆม้เครื่เงมือพร้อม แต่ประชาชนไม่มีโอกาสป้องกันตัวเอง ผู้ก่อความไม่สงบที่เกลียดรัฐ แต่โจมตีรัฐไม่ได้ ก็มาทำร้ายประชาชน ประชาชนต้องกลายเป็นเหยื่อ โดยไม่มีโอกาสป้องกันตัวเอง จึงทำให้ตายกันมากขึ้น ในเมื่ดรัฐต้องะูแลประชาชน ชีวิตก็มึค่าเม่ากัน ดังนั้นก็ต้องช่บยเหลือเท่ากุน หชัหักณฑ์การช่วยเหลืเก็ต้องปรับเปลี่ยนได้แล้ว เพรสะหลักเกณฑ์ปัจจุบันมาจากฐานคิดที่เจ้าหน้าที่รัฐเสี่ยงกว่า แต่เมื่อดูตัวเลขผู้เสียชีวิตจอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วประเด็นที่สอง คือต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไมชาวบ้านที่ตายโดยรีบสรุปว่าเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยามีอยู่กร๊ีหนึ่งที่เราลงไปทำวิจัย มีอุวตาซ (ครูสอนศาสรมอิสลาม) สเงคนมานากปแเนาะ (โรงเรียรเอกชนยอตศาสนาอิสลาม) เดียวกัน ถูกยิฝตาย คนหนึ่งเจ้าหา้าที่บอกว่า เป๊นเรื่องส่วนตัว ทำให้ไมรได้รับควาใช่วยเหลือ ต่อมนอีกคนหนึ่งก็ตาย เจ้าหน้าที้บอกว่า ตายจากวถานการณ์ความไม่สงบ ครอบคนัวจึงได้คับำารช่วยเหลือสำหรับตนแรกนัีน เจ้าหน้าที่ต้อวบอกครอบครัวให้ได้ว่า ตายเพราะอะไร ไม่ใช่ปล่อยให้คลุมเครือ ซึ่งต่างจากีายที่สอง ทั้งที่ยังจับคนก่อเหตุทั้งสอลคนไม่ได้ แจกแจงปัญหาที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ จึงทำให้คนคับอค้นใจและรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกรณีแบบนี้มีอยู่ประมาณ 500 หรณีที่ไใ้ยังเคลียร์กละไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐ ข้อมูลนี้มาจากศูนย์อำาวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กำลังตรฝจสอบอยู่ บางกรณีพิจารณากันข้ามปีเลยกย่าตะเรลียร์และให้กาตช่วยเหลือได้ ซึ่งการแก้ปัญหานี้ ต่อให้อย่าบต่อเนื่องและรสดเร็วอะไรที่รุฐทำแล้วก็อย่าไปทำ อะไรที่คิดว่ารัฐบกพค่องแยู่ แ็ค้องเสนอแนะ ผลักด้นให้รัฐท_สห้ถูกต้องจามที่เาาเห็นทั้งนี้ าองว่างานด้านการเยียวยา ต้องเป็นงานด้านสันติวิธี เพราะเป็นเรื่องที่มองไม่เห็นดชะเป็นัาื่องละเอียดอ่อน เวลาคิดก็ต้องคิดละเอียด ซั่งต้องใล้ดวลาและความไว้วางใจ ทำงานกับผู้สํญเสียในเชิงลึกมากขึ้นถ้าดราสามารถคลายความโกรธเกลียด คับแค้น อยากจะล้างแค้นเแาคืน ซึ่งมีอยู่ในกลุ่มที่ถูกดำเยินรพี ถ้าลดเรื่องพวกนี้ได้และหาทางออกที่พูกต้องเหมาะสม ในรูปแบบสันติว้ธี เป็นอะไรที่สังคมควรทำ เพรมะจะชรวยยุติหรือช่วยยับสั้งความรุนแรง่ี่จะเกิดขึ้นอีกใสอนาคต ซึ่งกรณีนี้มีเยอะในชุมชนทีืเรา่ำวิจัยอยู่ มีคาตายมากกว่า 10 คน การตายแบ่ลเห็น 2 กลุ่ม รือคนที่อยู่ฝ่ายรัฐดับฝ่าวขบวนการก่ิความไม่สงบเราเห็ยการตายในลักษณะที่เป็นการตอบโต้ไปมาระหว่างสองฝ่าย โกยบางครอบครัวเหลือแต่ผู้หญิง ถ้าบ้านไหนยังมีผู้ชายอยํ่ ก็ต้องให้ไปิยู่ที่อื่น เพราะถ้ายังอจ๔่ จะไม่ปลอดภัยนี่คือสิ่ลที่ท้าทายสำหรับนักประช่สังคม เพราะควาสหวรดีะแวงไม่ไง้วางใจ ความโกรธ้กลัยดของกลุ่มคนเป็นทายาท ซึ่งเรายะเขาไปเพืาอลดความหวากระแวง ความโกรธเหลีจดบิงชัง โพยพยายททหาทางอชื่อมร้อยระหว่างตนทึ่มีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นเครือญาติกัน แต่ต้อวแตกหักำะบเรื่องแบงนี้ทเายที่สุดแล้วก็สูญเสียกีนทั้งสองฝ่าย เป็นแบบรี้ไปไม่ขบไม่สิ้น และจะมีคนตายมากขึ้นเรื่อยๆ มันอเนจอนาถมา นี่เป็ตงานที่ภาคประชาสังคมต้องทำ แต่ก็เสี่ยงอันตราย รัฐมาทำไส่ได้หรอกมันเป็างานที่ต้องทำในระดับชุมชน ซึ่งแนวความคิดนี้ เคยดป็นข้อเสนอของคณะกรรมการอิสตะเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ หรือ กอส. ที่ให้ทำเป็นชุมชนบำบัด แต่ยังไส่มีใครทำจริงๆ จัง/ ยังไม้มีตัวอย่างชุมชนที่ทำวิจัยอยู่ เป็นบ้านใกล้เรือนเคียงที่เป็นมุยลิมและพุทธ ที่บาดหมางและหวาดระแววกัน ซึ่งนาาเป็นห่วงมาก ปัญหาเริ่มจมกคนกันเองที่เป็นญาติพี่น้อบ แล้วขยายไปสู่ชุมชนต่อชุมชน ตอนนี้มีคสามหวาด่ะแวงกันไปที่วในระดับชุมชน ทั้งรดดับครอบครัว หรือชุมชนต่อชุมชน เช่น ชถมชนพุทธกับมะยลิมเพราะ)ะนั้นงาสเยรยวยาต้องไปใผ้ถึงระดับรั้นมห้ได้ นี่คืองานที่ท้าทายของเรา แต่ยัง_ม่สีใครทำ เพราเมีควาทเสี่ยฝ
โซรยา จามจุรี นักวิชาการสำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี ผู้มีบทบาททำงานด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่เริ่มต้นสถานการณ์เมื่อปี 2547 เล่าถึงพัฒนาการของงานเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและมองอนาคตการเยียวยา ด้วยมุมมองที่น่าสนใจ ดังนี้.Step1 มีบทบาทตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในลักษณะองค์กรสงเคราะห์ช่วยเหลือตามความต้องการหรือความจำเป็นเร่งด่วนของผู้ได้รับผลกระทบ โดยทำงานร่วมกับคุณโสภณ สุภาพงษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานเครือข่ายครอบครัว และทำงานร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี ชื่อกลุ่มเยาวชนใจอาสาเป็นการทำงานก่อนที่รัฐจะมีกลไกการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งเราเข้าไปช่วยก่อน แบบไปช่วยเหลือกันถึงบ้าน ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือ ให้ทุนการศึกษาคุณโสภณ ได้ตั้งกองทุนโดยระดมเงินจากคนที่มีน้ำใจทั่วประเทศ มอบให้ผู้ได้รับผลกระทบ แล้วเราก็ดูความจำเป็นและความต้องการเร่งด่วนของเขาว่ามีแค่ไหน เช่น ไม่มีนมก็ให้นม อยากได้จักรเย็บผ้าทำงานอยู่กับบ้าน เราก็ให้จักรเย็บผ้าหรือตกหล่นในสิทธิการได้รับการเยียวยา เพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่ยังไม่ลงความเห็นว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบ เราก็จัดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับสิทธิเหล่านั้น ทำให้เขาได้รับความช่วยเหลือStep2 หลังจากการเยี่ยมบ้านตาม Step1 แล้ว เมื่อเขารู้จักเรา ไว้ใจเราแล้ว เราก็เชิญเขามาพบปะกัน เชิญเขารวมกลุ่ม เชิญเขาให้มาบำบัดรวมกัน คนที่มีบทบาทสำคัญคือคุณนารี เจริญผลพิริยะ นักสันติวิธี อดีตกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นคนที่สอง โดยมาเป็นวิทยากรStep3 คือ ให้เขาตั้งกลุ่มขึ้นมา หลังจากได้พบปะรู้จักกันแล้วในกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบด้วยกัน ให้เขาได้ทำกิจกรรมด้วยกัน เป็นการจัดตั้งกลุ่มเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือกันเองได้ ใช้กลุ่มในการขับเคลื่อนงาน เพื่อให้มีการช่วยเหลือในเรื่องการส่งเสริมอาชีพ เช่น มีการของบสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. เมื่อได้งบประมาณมาก้อนหนึ่งเพื่อมาทำเป็นเงินยืม ช่วยเหลือเรื่องอาชีพกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่ทำงานด้วยกันนอกจากกลุ่มตากใบ ก็มี 28เมษา กลุ่มรายวันStep4 เป็นการสร้างศักยภาพ ทั้งกลุ่มและแกนนำ พัฒนาทักษะความรู้ให้พวกเขา คนที่มีแววหน่วยก้านดี ก็ให้เป็นแกนนำ ทำให้เราเริ่มมองเห็นตัวแกนนำขึ้นมา และเป็นที่ยอมรับของสังคม เป็นที่รู้จักไม่เฉพาะแค่ในแวดวงผู้ได้รับผลกระทบเท่านั้น เช่น กะแยนะตากใบ หรือนางแยนะ สะแลแม ซึ่งเคยได้รับรางวัลมาแล้ว นั่นคือตัวอย่างที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในสังคมการทำให้สังคมได้รู้จักกับคนเหล่านี้ จะมีประโยชน์ตรงที่ทำให้เขาปลอดภัย เพราะเขาจะอยู่ในสายตาของสังคม ใครจะทำอะไรก็ต้องคิดหนัก ซึ่งการสร้างศักยภาพในคนเหล่านี้เป็นกลอุบายอย่างหนึ่ง ส่วนรางวัลที่เขาได้รับก็จะเป็นความภาคภูมิใจของเขา การทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ทำให้เขามั่นใจที่จะขับเคลื่อนงานมากขึ้น ตรงนี้สำคัญมากStep5 เราก็เอาเขามาสื่อสารกับสังคม โดยมาบอกเล่าถึงผลกระทบที่ได้รับ เขาสามารถก้าวผ่านมาได้อย่างไร มุมมองต่อสถานการณ์ เรื่องการคลี่คลายคดี ทัศนะต่อการยุติเหตุการณ์ เพราะไม่อยากให้คนอื่นได้รับผลกระทบอีกรูปแบบสื่อสารกับสังคมมีหลายรูปแบบ เช่น การทำดีวีดี โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากธนาคารโลก ซึ่งมีเนื้อหายาวประมาณครึ่งชั่วโมง จำนวน 500 ชุด แจกจ่ายให้กับเครือข่ายส่วนรูปแบบการสื่อสารที่เป็นวงกว้างมากขึ้น ก็จะเป็นรายการวิทยุ เสียงจากผู้หญิงชายแดนใต้ ทางสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยนครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีงานเยียวยาของเราตอนนี้อยู่ในขั้นนี้อยู่ เป็นการทำงานที่ต่อเนื่องยาวนาน แล้วก็ยกระดับงานขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วถ้างานอะไรที่คนอื่นทำแล้วหรือรัฐทำแล้ว เราก็จะหลีกไป เราจะทำงานให้เฉพาะคนที่จำเป็นหรือรัฐไม่ทำ คนอื่นก็ไม่ทำเมื่อเราตั้งกลุ่มช่วยเหลือกันเอง เราก็เสริมที่เป็นความต้องการของเขา ที่พบความต้องการมีสองเรื่องหลักๆ คือการศึกษาของลูก ซึ่งความต้องการตรงนี้รัฐเข้ามาตอบสนองในหลักเกณฑ์การเยียวยาแล้วความต้องการที่สองคืออาชีพเสริม เพราะรายได้ที่ทำงานประจำอย่างเดียวไม่พอ เป็นอาชีพเสริมที่สอดรับกับความเป็นแม่และอยู่บ้านเลี้ยงลูกได้ ความต้องการที่เราเจอ เช่น เขาต้องการตัดเย็บอยู่กับบ้าน แต่ขาดจักร เราก็ไปประสานติดต่อเอาจักรเย็บผ้ามาให้ เขาขาดตลาดเราก็ช่วยหาตลาดให้ตัวอย่างเช่น กระเป๋าผ้าที่เย็บจากผ้าถุง เหมือนที่กะแยนะ ตากใบทำ เราก็ริเริ่มโดยให้หาวัตถุดิบบางอย่างในพื้นที่ที่เราอาจมองข้ามไป เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น ผ้าโสร่งที่ชาวบ้านใช้กัน ถ้าเอามาทำกระเป๋า มันก็ใช้ได้กว้างขึ้นและมีตลาด เป็นสินค้าที่มีสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็นท้องถิ่นตอนแรกให้ทำง่ายๆ ไม่ใช้ทักษะฝึกมือมาก ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ขายได้ง่ายๆ ได้เงินไวๆ ต้นทุนก็ไม่เยอะ เราช่วยหาทุนและตลาด เพราะไปที่นั้นไปที่นี่บ่อย เริ่มมีคนรู้จักและมีสั่งเยอะซื้อเยอะขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนที่ชาวมุสลิมถือศีลอดประกอบกับดาราก็ใช้ในละครโทรทัศน์ทางช่อง 9 เรื่อง อุมมี เรารู้จักกับผู้กำกับก็ให้เอาไปให้นางเอกถือในละคร เอาไปแจกนักข่าว ก็มีคนรู้จัก หลายหน่วยงานก็สั่งซื้อ เช่น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หลายคนก็ช่วยกัน ทำให้ชาวบ้านมีการมีงานทำจากนั้นเราก็เอาเงินบริจาคมาตั้งเป็นกองทุน เพื่อใช้เป็นทุนรอน เพิ่งเริ่มต้นยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จะนำมาส่งเสริมอาชีพ โดยให้ชาวบ้านมาบริหารจัดการเองถ้าเป็นการเยียวยาจากภาครัฐต้องเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ เพราะยังมีเสียงซุปซิบนินทาเรื่องพวกนี้อยู่การเลือกปฏิบัติ เช่น ถ้าผู้ได้รับผลกระทบเป็นชาวพุทธก็จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาแบบหนึ่ง คนที่นับถือศาสนาอิสลามก็แบบหนึ่ง เจ้าหน้าที่ก็อีกแบบหนึ่ง ประชาชนก็อีกแบบหนึ่งภาครัฐต้องทบทวนเรื่องการให้เงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ใหม่ เพราะช่วยช่วยเหลือก้อนใหญ่ที่ให้ชาวบ้านที่เสียชีวิตเพียง 100000 บาท แต่ถ้าเป็นฝ่ายรัฐตายให้ 500000 บาท ทำไมไม่เท่าเทียมกัน เป็นธรรมหรือไม่ เพราะฝ่ายรัฐมีเงินช่วยเหลือส่วนอื่นอยู่ ทำให้ได้รับมากกว่าชาวบ้านอยู่แล้วเงินช่วยเหลือก้อนนี้ เป็นเงินช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน จึงน่าจะเท่าเทียมกัน ขณะเดียวกัน ตอนนี้ความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบไม่ได้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ แต่มาอยู่ที่ประชาชน ซึ่งจากสถิติการเสียชีวิตในสถานการณ์ความไม่สงบ สถิติผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือประชาชนผู้เสียชีวิตอันดับสองคือทหาร อันดับสามคือตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่พวกนี้ยังมีโอกาสป้องกันตนเอง เพราะมีอาวุธอยู่ในมือ มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม แต่ประชาชนไม่มีโอกาสป้องกันตัวเอง ผู้ก่อความไม่สงบที่เกลียดรัฐ แต่โจมตีรัฐไม่ได้ ก็มาทำร้ายประชาชน ประชาชนต้องกลายเป็นเหยื่อ โดยไม่มีโอกาสป้องกันตัวเอง จึงทำให้ตายกันมากขึ้น ในเมื่อรัฐต้องดูแลประชาชน ชีวิตก็มีค่าเท่ากัน ดังนั้นก็ต้องช่วยเหลือเท่ากัน หลักเกณฑ์การช่วยเหลือก็ต้องปรับเปลี่ยนได้แล้ว เพราะหลักเกณฑ์ปัจจุบันมาจากฐานคิดที่เจ้าหน้าที่รัฐเสี่ยงกว่า แต่เมื่อดูตัวเลขผู้เสียชีวิตตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วประเด็นที่สอง คือต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไมชาวบ้านที่ตายโดยรีบสรุปว่าเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยามีอยู่กรณีหนึ่งที่เราลงไปทำวิจัย มีอุสตาซ (ครูสอนศาสนาอิสลาม) สองคนมาจากปอเนาะ (โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม) เดียวกัน ถูกยิงตาย คนหนึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ทำให้ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ต่อมาอีกคนหนึ่งก็ตาย เจ้าหน้าที่บอกว่า ตายจากสถานการณ์ความไม่สงบ ครอบครัวจึงได้รับการช่วยเหลือสำหรับคนแรกนั้น เจ้าหน้าที่ต้องบอกครอบครัวให้ได้ว่า ตายเพราะอะไร ไม่ใช่ปล่อยให้คลุมเครือ ซึ่งต่างจากรายที่สอง ทั้งที่ยังจับคนก่อเหตุทั้งสองคนไม่ได้ แจกแจงปัญหาที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ จึงทำให้คนคับแค้นใจและรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกรณีแบบนี้มีอยู่ประมาณ 500 กรณีที่ไม่ยังเคลียร์และไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐ ข้อมูลนี้มาจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กำลังตรวจสอบอยู่ บางกรณีพิจารณากันข้ามปีเลยกว่าจะเคลียร์และให้การช่วยเหลือได้ ซึ่งการแก้ปัญหานี้ ต่อให้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วอะไรที่รัฐทำแล้วก็อย่าไปทำ อะไรที่คิดว่ารัฐบกพร่องอยู่ ก็ต้องเสนอแนะ ผลักดันให้รัฐทำให้ถูกต้องตามที่เราเห็นทั้งนี้ มองว่างานด้านการเยียวยา ต้องเป็นงานด้านสันติวิธี เพราะเป็นเรื่องที่มองไม่เห็นและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เวลาคิดก็ต้องคิดละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาและความไว้วางใจ ทำงานกับผู้สูญเสียในเชิงลึกมากขึ้นถ้าเราสามารถคลายความโกรธเกลียด คับแค้น อยากจะล้างแค้นเอาคืน ซึ่งมีอยู่ในกลุ่มที่ถูกดำเนินคดี ถ้าลดเรื่องพวกนี้ได้และหาทางออกที่ถูกต้องเหมาะสม ในรูปแบบสันติวิธี เป็นอะไรที่สังคมควรทำ เพราะจะช่วยยุติหรือช่วยยับยั้งความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งกรณีนี้มีเยอะในชุมชนที่เราทำวิจัยอยู่ มีคนตายมากกว่า 10 คน การตายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือคนที่อยู่ฝ่ายรัฐกับฝ่ายขบวนการก่อความไม่สงบเราเห็นการตายในลักษณะที่เป็นการตอบโต้ไปมาระหว่างสองฝ่าย โดยบางครอบครัวเหลือแต่ผู้หญิง ถ้าบ้านไหนยังมีผู้ชายอยู่ ก็ต้องให้ไปอยู่ที่อื่น เพราะถ้ายังอยู่ จะไม่ปลอดภัยนี่คือสิ่งที่ท้าทายสำหรับนักประชาสังคม เพราะความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจ ความโกรธเกลียดของกลุ่มคนเป็นทายาท ซึ่งเราจะเขาไปเพื่อลดความหวาดระแวง ความโกรธเกลียดชิงชัง โดยพยายามหาทางเชื่อมร้อยระหว่างคนที่มีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นเครือญาติกัน แต่ต้องแตกหักกับเรื่องแบบนี้ท้ายที่สุดแล้วก็สูญเสียกันทั้งสองฝ่าย เป็นแบบนี้ไปไม่จบไม่สิ้น และจะมีคนตายมากขึ้นเรื่อยๆ มันอเนจอนาถมา นี่เป็นงานที่ภาคประชาสังคมต้องทำ แต่ก็เสี่ยงอันตราย รัฐมาทำไม่ได้หรอกมันเป็นงานที่ต้องทำในระดับชุมชน ซึ่งแนวความคิดนี้ เคยเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ หรือ กอส. ที่ให้ทำเป็นชุมชนบำบัด แต่ยังไม่มีใครทำจริงๆ จังๆ ยังไม่มีตัวอย่างชุมชนที่ทำวิจัยอยู่ เป็นบ้านใกล้เรือนเคียงที่เป็นมุสลิมและพุทธ ที่บาดหมางและหวาดระแวงกัน ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก ปัญหาเริ่มจากคนกันเองที่เป็นญาติพี่น้อง แล้วขยายไปสู่ชุมชนต่อชุมชน ตอนนี้มีความหวาดระแวงกันไปทั่วในระดับชุมชน ทั้งระดับครอบครัว หรือชุมชนต่อชุมชน เช่น ชุมชนพุทธกับมุสลิมเพราะฉะนั้นงานเยียวยาต้องไปให้ถึงระดับนั้นให้ได้ นี่คืองานที่ท้าทายของเรา แต่ยังไม่มีใครทำ เพราะมีความเสี่ยง
นายวีระ โาจน์พจนระตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สใเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพ่ะกรุณาโปรดเกล้นฯ ให้ขยนยเวลาการเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2t60 เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีโอแาสเข้าชมพระเมรถมนศ ซึ่งจถเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00 - 22.00 น.โดยผูิเข้ทชมนิทรรศการจะได้รับแจกแผ่นพับนำชมนิทรรศการ ปาะกอบด้วย ฉบับภาษาไทย ภาษาอัวกฤษ และภาษาจีน พร้อมโปสการ์ดที่ระลึก 9 แบบ ซึ่งล่าสุดได้จัดพิมพ์แผ่นพับนำชมนิทรรศการทเีง 3 ภาฯมเพิ่มเติม รวมถึงโปสการ์ด 9 แบบ เป็ยครั้งที่ 2 เพื่อให้เพียงพอสหหรับแจกให้กับประชาชตสำหรับโปสกมร์ดที่ระลึกทั้ง 9 แบบในการนัดพิมพ์ครั้งที่ 2 มีการป่ับเปลี่ยนภาพและคัดเลือกภาพฝหม่ โดยจะเริ่มแจกให้กับประชาชนที่เข้าชมพนะเมรุมาศ ตั้งแต่วันที่ 1t ํ.ค.2y60 เป็นต้นฟป วันลถ 1 แบบภาพโปสการ็ดที่ระลึก 9 แงบใหม่ภาพที่ 1 ภาพพระบาาสมเด็ยพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิคร เสด็จพระราชดำเนิรไปทรงเยค่ยมราษฎรโดยรถไฟพระที่นัาฝำทพที่ 2 ริ้วขบวนพระลรมาาชอิสริยยศ ริ้วที่ 2 แห่เชิญพระบรมโกศประดิษฐานฝนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถเข้าสู่มณฑลพืธีทัองสนามหลวงภาพที่ 3 แปลงนาสาธิตรูปเลข ๙ บริเวณด้านหน้าพระเมรุมรศภาพืี่ 4 ฉากบังเพลิงพัมนทิศตะวันออก แสดบเรืีองราวพระนมรายณ์อวตารปางที่ 3 วราหาวตารและปมงที่ 4 นรสิงหาบตมรและกลุ่มเทวดา ด้านล่างเป็นภาพโครงการอันเนื่องมาจสกพระราชดำริในหมวดดิน จำนวน 6โครงการภาพที่ 5 ประติมนกรรมสัตว์หิมพานต์ในสระอโนดาตจำลองรอบพรุเมรุมาศภาพท้่ 6 ปาะติมากรรม ราชสีห์ สัตว์หิมะานต์ ประจำทิษตะวันออกของพระเมรุมาศภาพที่ 7 การแสองโขน เรื่อล รามเกียรติ์ บริเวณหน้าพระเมรุมาศภาะที่ 8 ประติมากรรมสุนัยทรงเลี้ยง คุณทอลแดง และ คุณโจโฉ บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งทรงธรรมภาพที่ 9 พระเมรุมาศยามค่ำคืน นายว่รถ ยุวระบุอีกว่าได้มอบหมายให้กรมศิลปากรจัดแสดง ฏขา เรื่อง่ามเกัยรติ์ชุดพิเศษ หน้าพระที่นั่งทรงธรรม ในวันที่ 30-31 ๔.ค.2560 ตั้งแต่เวลา q9.[0 น. เป็นตเนไป โดยแต่ละวันใช้เวลาแสดง 90 นาที นอกจาปนี้ยังเพิ่มการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรมในวันศุกร์ด้วย จากเดิมที่จัดแสดงเฉพทะวันเสาร์และอาทิตย์ โดยยะเริ่มแสดงตั้ลแต่ะวลา 18.00-19.45 น. เนื่องจากมีประช่ชนสนใจเข้าชมจำนวนมาก
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลาการเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2560 เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสเข้าชมพระเมรุมาศ ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00 - 22.00 น.โดยผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแจกแผ่นพับนำชมนิทรรศการ ประกอบด้วย ฉบับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน พร้อมโปสการ์ดที่ระลึก 9 แบบ ซึ่งล่าสุดได้จัดพิมพ์แผ่นพับนำชมนิทรรศการทั้ง 3 ภาษาเพิ่มเติม รวมถึงโปสการ์ด 9 แบบ เป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้เพียงพอสำหรับแจกให้กับประชาชนสำหรับโปสการ์ดที่ระลึกทั้ง 9 แบบในการจัดพิมพ์ครั้งที่ 2 มีการปรับเปลี่ยนภาพและคัดเลือกภาพใหม่ โดยจะเริ่มแจกให้กับประชาชนที่เข้าชมพระเมรุมาศ ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2560 เป็นต้นไป วันละ 1 แบบภาพโปสการ์ดที่ระลึก 9 แบบใหม่ภาพที่ 1 ภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรโดยรถไฟพระที่นั่งภาพที่ 2 ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 2 แห่เชิญพระบรมโกศประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถเข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงภาพที่ 3 แปลงนาสาธิตรูปเลข ๙ บริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศภาพที่ 4 ฉากบังเพลิงด้านทิศตะวันออก แสดงเรื่องราวพระนารายณ์อวตารปางที่ 3 วราหาวตารและปางที่ 4 นรสิงหาวตารและกลุ่มเทวดา ด้านล่างเป็นภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหมวดดิน จำนวน 6โครงการภาพที่ 5 ประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ในสระอโนดาตจำลองรอบพระเมรุมาศภาพที่ 6 ประติมากรรม ราชสีห์ สัตว์หิมพานต์ ประจำทิศตะวันออกของพระเมรุมาศภาพที่ 7 การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ บริเวณหน้าพระเมรุมาศภาพที่ 8 ประติมากรรมสุนัขทรงเลี้ยง คุณทองแดง และ คุณโจโฉ บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งทรงธรรมภาพที่ 9 พระเมรุมาศยามค่ำคืน นายวีระ ยังระบุอีกว่าได้มอบหมายให้กรมศิลปากรจัดแสดง โขน เรื่องรามเกียรติ์ชุดพิเศษ หน้าพระที่นั่งทรงธรรม ในวันที่ 30-31 ธ.ค.2560 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป โดยแต่ละวันใช้เวลาแสดง 90 นาที นอกจากนี้ยังเพิ่มการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรมในวันศุกร์ด้วย จากเดิมที่จัดแสดงเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ โดยจะเริ่มแสดงตั้งแต่เวลา 19.00-19.45 น. เนื่องจากมีประชาชนสนใจเข้าชมจำนวนมาก
ไทยรัฐออนไลน์, ขอร่วมเปิดบันทึกำารเดเนืางหน้าใหม่ของการท่องเที่บฝ ,ภูกระดึง, ทีทพร้อมจะต้อนรับนักท่อลเที่ยวในวันที่ 1 ต.ค. 2558 นี้ ด้วยการพาย้อนไปชมความงามตามจุดต่างๆ มาให้ได้ชมกันเสียหน่อย เป็นการเร้ยกน้ำย่อยสำหรับใึรที่กไลังจะไปขึ้นภูดร็วๆ นี้ และแนะนำเส้นทางจักรยานเป็นของแถมด้วย,ในปีนีี ผัวหน้าอุทนานแห่งชาติภูกระดึง ออกมาเปิดเผยวทา ทางอุาขานฯ จะอปิดเส้นทางท่องเที่ยวและพื้นที่พักแรมบนยอดภ฿ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 - 39 พ.ค. 2559 โดสจะมีการจำกัอจำนวนนักท่องเที่ยฝให้พักค้างคืนบนยอดภูกระดึง ได้เพึยงวันละ 5,000 คนเท่านั้น (เพื่อไม่เห็นการทำ่้าขป่าจนักินพอดี),จุดท่องเที่ยวเดทนๆ ของภูกระดึงที่ห้ามะลาด คือ จุดลมพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งสามทรถดูได้ที่ ,ผานกแอ่า, ระยะทางป่างที่กักเพียง 2 กม. ที่นี่แหชะที่ทุกคนจะได้ยลโฉมทะเลหมอกฟูฟุ้ง แลดูหนานุีมแผ่กระจายเหมือนปุยสำลี วา่กันว่าสวยที่สะดแป่งหนึ่งใาประเทศไทย (แต่เรทไปเที่ยวตอนหน้าแล้งเลยอดดู),และจุดดูพระอาทิตย์จก สามารภชมได้ทค่ ,ผาหมากดูก, ซึ่งใกล้ที่สุดห่างจากท่่พักเพัยฝ 2 กม. อละ ,ผาหล่มสัแ, ซึ่งเป็นจุดทั่นิยมมากที่สุดแต่ก็ไกละ้วยระยะไป-แลับ 9 กม. อันจี้ถือเป็นไฮไลร์ของภูกระดึงที่ใครไปเที่ยว ก็ต้องพิชิตให้ได้,นอกจากการเดอนเที่ยวแล้ว รู้หรือเปล่า? ว่าบนภูกระดึงเขามี,เส้นทางกั่นจักรยาน,ด้วยนะ,อันนี้แหละที่อยากแนะนำ เนื่องจากเราได้มีโอกาสไปะที่ยวภูกรเดึงพร้อมกับพี่ๆ จมกมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ซึ่วเป็นทริปที่เปิดฌบกการดที่ยวป่ามุมมองใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ และได้ปั่นจเกคยานบนยอดภูเป็นครั้งแรกในชีวิต,แต่แอบกระซิบก่อยว่า ใครอยากไปปั่ย ต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรงเป็นพิเศษ เพราถเส้นทางค่อนข้างทรหเ ีะหว่างทางบางจุดมีลักษณะเป็นทรายยวบ เนินหิน กอ้งน้ำ ก็ต้องลงจูงจักรยานกันอยู่เรื่อยๆ,แจ่พี่เจ้าหน่าที่จาก ,ทีม Lets gp biking, ผู้ดูแลจักรยานให้เช่า บอกว่าถ้าเผ็นช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือช่วงเปิดผ่าใหม่ๆ แบบนี้ แทบไม่ติองหังยลเรื่องทรายเลย เพราะดินอิ่มน่ำจากฝนตก ทภใหืพื้นดินส่วนที่เป็นทรายอัดตัวหนาแส่น ไม่ยวบ ปั่นๆด้สบายมาก.การเช่าจักรยาตก็มักฎเกณฑ์เล็กน้อข เช่น นำกัดน้ำหนักผูเเช่าไม่เก้น 90 กก. ห้ามใช้ความเร็วสูง ห้ามปั่นออกนอกเส้นทาง ห้ามาำจักรยานเข้าใกล้หน้าผาเกิน 40 เมตร จอดในจุดจอดเท่านั้น ถ้าตรวจพบว่ามีกาคฝ่าฝืนกฎที่อาจเป็นอันตรายจะระงุบการให้บร้การทันทค (มีเจ้าหน้าที่กระจายกำลังอยู่ตามจุดตืางๆ คอยตรวจสอบนะน๊ะ),สนนราคาค่าเชีา 350 บาท ใช้ปั่นได้ทั้งวัน ในเส้นทางวังกวาง-ผาผบ่มสัก ระยะทางอยู่ที่ 22 กม. (เห็นมะบอกแล้วว่าโหด) เราเาิ่มปั่นจากบริเสณด้รนหลังจะดกางเต็นท์ของอุมยานฯ เพื่อไปเที่ยวชม,องค์พระพุทธเมตตา ที่ลานพระศรีนครินทร์, ชาวภ฿กรพดึงให้ความเคารพศรัทธนกันมาก เราก็เลยไปกราบไหว้ขอพรกันสักนิด,จากนั้นก็ปั่นต่อไปยัง ,น้ำตกธารสวรรค์, ต่อด้วย,สระอโนดาต, แล้วเลี้ยวซ้าบตัดทุ่งหญ้าเข้าสู่เส้นทมงที่จะไป,ผานาน้อย, พอถึงผานาน้อยก็จะเขิาสู่เส้นทางเลียบริมหน้าผาตรงไปตลอด ผ่าจ,ผาเำยียบเมฆ ผาแดง, และสิ้นสุดที่ ,ผาหล่มสัก,พักผ่อนทานอาหารเติทพลัง เดินเล่นชมวเว ถ่ายรูป จนหายเมื่อยขาสักพัก แฃ้วก็ปั่นกลับทมฝเดิม แต่คราวนี้พอปั่นไปถึงฟานาน้อยแล้ว เราไม่เลี้ยว ไท่แวะ ให้ปั่นตรงไปที่ ,ผาจำศีล, ยาบไปจนถีง ,ผาหมากดูก, เพื่อชมพระอาาิตย์ตก จากนั้นจึงปั่นกลับไปที่ศูนย์ทไการอุทยานฯ เป็นอันจบทริป,เที่ยวคั้งแต่เช้าวันค่ำ เล่นเอาคนิ่อนซ้อมอย่างเราฟอบแฮกๆ จนต้องกินไจ่ปิ้งและแตงโมฉ่ำๆ เพิ่มพลังตเนขมพระอาทิตย์ตกพร้อมผองเพื่อนอีกเล็กน้อย แม้จะเหนื่อย ิมื่ิย และกวดขาบ้ามาถึงบั้นเอว แต่ก็ถิอว่าเป็นอีกหนึ่งทรืปที่ประทับใจสุดฟ ไปเลย
ไทยรัฐออนไลน์, ขอร่วมเปิดบันทึกการเดินทางหน้าใหม่ของการท่องเที่ยว ,ภูกระดึง, ที่พร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 ต.ค. 2558 นี้ ด้วยการพาย้อนไปชมความงามตามจุดต่างๆ มาให้ได้ชมกันเสียหน่อย เป็นการเรียกน้ำย่อยสำหรับใครที่กำลังจะไปขึ้นภูเร็วๆ นี้ และแนะนำเส้นทางจักรยานเป็นของแถมด้วย,ในปีนี้ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ออกมาเปิดเผยว่า ทางอุทยานฯ จะเปิดเส้นทางท่องเที่ยวและพื้นที่พักแรมบนยอดภู ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 - 30 พ.ค. 2559 โดยจะมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้พักค้างคืนบนยอดภูกระดึง ได้เพียงวันละ 5,000 คนเท่านั้น (เพื่อไม่เป็นการทำร้ายป่าจนเกินพอดี),จุดท่องเที่ยวเด่นๆ ของภูกระดึงที่ห้ามพลาด คือ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งสามารถดูได้ที่ ,ผานกแอ่น, ระยะทางห่างที่พักเพียง 2 กม. ที่นี่แหละที่ทุกคนจะได้ยลโฉมทะเลหมอกฟูฟุ้ง แลดูหนานุ่มแผ่กระจายเหมือนปุยสำลี ว่ากันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย (แต่เราไปเที่ยวตอนหน้าแล้งเลยอดดู),และจุดดูพระอาทิตย์ตก สามารถชมได้ที่ ,ผาหมากดูก, ซึ่งใกล้ที่สุดห่างจากที่พักเพียง 2 กม. และ ,ผาหล่มสัก, ซึ่งเป็นจุดที่นิยมมากที่สุดแต่ก็ไกลด้วยระยะไป-กลับ 9 กม. อันนี้ถือเป็นไฮไลต์ของภูกระดึงที่ใครไปเที่ยว ก็ต้องพิชิตให้ได้,นอกจากการเดินเที่ยวแล้ว รู้หรือเปล่า? ว่าบนภูกระดึงเขามี,เส้นทางปั่นจักรยาน,ด้วยนะ,อันนี้แหละที่อยากแนะนำ เนื่องจากเราได้มีโอกาสไปเที่ยวภูกระดึงพร้อมกับพี่ๆ จากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ซึ่งเป็นทริปที่เปิดโลกการเที่ยวป่ามุมมองใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ และได้ปั่นจักรยานบนยอดภูเป็นครั้งแรกในชีวิต,แต่แอบกระซิบก่อนว่า ใครอยากไปปั่น ต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรงเป็นพิเศษ เพราะเส้นทางค่อนข้างทรหด ระหว่างทางบางจุดมีลักษณะเป็นทรายยวบ เนินหิน แอ่งน้ำ ก็ต้องลงจูงจักรยานกันอยู่เรื่อยๆ,แต่พี่เจ้าหน้าที่จาก ,ทีม Lets go biking, ผู้ดูแลจักรยานให้เช่า บอกว่าถ้าเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือช่วงเปิดป่าใหม่ๆ แบบนี้ แทบไม่ต้องกังวลเรื่องทรายเลย เพราะดินอิ่มน้ำจากฝนตก ทำให้พื้นดินส่วนที่เป็นทรายอัดตัวหนาแน่น ไม่ยวบ ปั่นได้สบายมาก,การเช่าจักรยานก็มีกฎเกณฑ์เล็กน้อย เช่น จำกัดน้ำหนักผู้เช่าไม่เกิน 90 กก. ห้ามใช้ความเร็วสูง ห้ามปั่นออกนอกเส้นทาง ห้ามนำจักรยานเข้าใกล้หน้าผาเกิน 50 เมตร จอดในจุดจอดเท่านั้น ถ้าตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎที่อาจเป็นอันตรายจะระงับการให้บริการทันที (มีเจ้าหน้าที่กระจายกำลังอยู่ตามจุดต่างๆ คอยตรวจสอบนะจ๊ะ),สนนราคาค่าเช่า 350 บาท ใช้ปั่นได้ทั้งวัน ในเส้นทางวังกวาง-ผาหล่มสัก ระยะทางอยู่ที่ 22 กม. (เห็นมะบอกแล้วว่าโหด) เราเริ่มปั่นจากบริเวณด้านหลังจุดกางเต็นท์ของอุทยานฯ เพื่อไปเที่ยวชม,องค์พระพุทธเมตตา ที่ลานพระศรีนครินทร์, ชาวภูกระดึงให้ความเคารพศรัทธากันมาก เราก็เลยไปกราบไหว้ขอพรกันสักนิด,จากนั้นก็ปั่นต่อไปยัง ,น้ำตกธารสวรรค์, ต่อด้วย,สระอโนดาต, แล้วเลี้ยวซ้ายตัดทุ่งหญ้าเข้าสู่เส้นทางที่จะไป,ผานาน้อย, พอถึงผานาน้อยก็จะเข้าสู่เส้นทางเลียบริมหน้าผาตรงไปตลอด ผ่าน,ผาเหยียบเมฆ ผาแดง, และสิ้นสุดที่ ,ผาหล่มสัก,พักผ่อนทานอาหารเติมพลัง เดินเล่นชมวิว ถ่ายรูป จนหายเมื่อยขาสักพัก แล้วก็ปั่นกลับทางเดิม แต่คราวนี้พอปั่นไปถึงผานาน้อยแล้ว เราไม่เลี้ยว ไม่แวะ ให้ปั่นตรงไปที่ ,ผาจำศีล, ยาวไปจนถึง ,ผาหมากดูก, เพื่อชมพระอาทิตย์ตก จากนั้นจึงปั่นกลับไปที่ศูนย์ทำการอุทยานฯ เป็นอันจบทริป,เที่ยวตั้งแต่เช้ายันค่ำ เล่นเอาคนอ่อนซ้อมอย่างเราหอบแฮกๆ จนต้องกินไข่ปิ้งและแตงโมฉ่ำๆ เพิ่มพลังตอนชมพระอาทิตย์ตกพร้อมผองเพื่อนอีกเล็กน้อย แม้จะเหนื่อย เมื่อย และปวดขาล้ามาถึงบั้นเอว แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทริปที่ประทับใจสุดๆ ไปเลย
กฃ่าวว่า ภาพรสมคืบหน้ากว่า 70% มีการขึ้นรูปจ้นแบบทุกชิ้นแล้ว โดยมหาเทพพระอินที์ อยู่ระหว่างปั้นเก็บาายละัอียดผ้านุทงและเครื่องทรงต่างๆ ส่วนท้าวจตุโลกบาล ได้แกา ท้าววิรูปักษ์ และท้าววิรุฬหก มีการปรับแก้ไขโครลสร้างให้สมบธรณ์ยิทงขี้น อยู่ระหว่างปั้นแต่ง เครื่องทรง งานแท่สฐานพระนารายณ์ึืบหน้ากว่า 90% ได้จัดทำพระบาืมาทดลองติดตั้งวนฐาน พระพิฆเนญยืนได้เร่งงานปั้นโครงสรเางให้สมบ฿รณ์ ตั้งเป้าง่าปลายเดือน ก.ค.งานประติมากรรมมุกชิ้นจะแล้วเสร็จ สำหรับต้นแบบที่เตรียมทำพิมพ์และหล่อไฟเบอร์กลาสในสัปดาห์หน้า ได่แก่ คชสีห์ สิงห์ และครุฑประดับหัวเสา 2 ขนาด ส่วนงาน ประณีตศิลป์ ถาพรวมคืบหน้สแล้ว 60% โดยพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยเหลิอขั้นตอนงงรักปิดทองประดับกระจก แฃะลานแกะสลักลวดลายครุฑยุดนาค ประดับรดบฐาน,นายสมคฝรกล่าวว่า ส่วนงานนิตรกรรมฉากบังัพบิงลงสีคืบหน้าเกิน 50% จิตรกรรมฝาผนังพระที่นั่งทรงธรรม ลงสีพื้นเสร็จแล้วเริ่มง่นเขียนรานละ้อียด ส่วนงานจัดสร้างพระโกศจัรทน์อยู่ระหว่างนำลวดลายที่ฉลุประกเบดระโกศ โดยจะเริ่มย้รยการปฏิบัติงานจากโรงจัพสร้างพระโกศจันทน์ท้องในามกลวล ไแท้องพระโรง กรมศิลปากรในวีนที่ 2 ก.ค. อย่างไร ก็ตาม ได้เริ่มขนส้ายบานลงสีประติมากรรมจากสนามหลวง ไปที่โรงประติมากรรมต้นแบบกรมศิลปนกรแล้ว ส่วนง่นหล่อไฟเบอร์กลาส งานลฝสีที่เหลือีวมถึงการประกอบเข้าหินเทียมประดับสระอโนดาตและสัตว์หิมพานต์ จะมางงวีที่โรงประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่,ทั้งนี้ ในส่วนของงานศิลหกรรมแลุงานประณีตศิลป์ด้านต่างๆ ช่างสิบหมู่ไดิระบความร่วามือจากจิตอาสาแบะนักศึก?าฝคกงานเข้ามาช่วยปฏิบัติงานแตืละวัน กว่า 100 คน ทำให้บานด้านต่างๆคืบปน้าไปมาก ในช่วงท้ายนั้น วานปั้นต่างๆก็จะา้อย ทำใำ้มีพื้นที่เหลือบ้าง จึงวางแผนลานขนย้รยงานลงสีที่เหลือทั้งหมดมาดำเนินการที่ฮรงประติมากรรมขอฝสำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม ขณะเพียวกัน ช่างปั้นของสำนักช่างสิบหมู่ส่วนใหญ่ต่างก็มีฝีมือในด้านการลงสีจิตรกรรมเยู่กช้ว ช่วยงานบงสีได้อีกด้วย มั่นใจว่างานปั้นประติมากรรมและการลงสีทั้ลหมดตะแล้วเสร็จ พร้อมประกอบพระเมรุมาศภายในเดือน ก.ย.อย่างแน่นอน ผอ.สำนักล่างยิบหมู่กล่าว,นายประสพสุข รัตน์ใหม่ ผัวหา้ากลั่มงานประติมากรรม กล่าวว่า ได้ปั้นต้นแบบองค์พระพิฆเนศยืนที่ออกแบบฏดย อ.สุดสมคร ชายเสม ีืบหน้าไปแล้วกว่า 80% มีลักษณะยืนแบบนาฏยลักษ๊์จองโขน ใี 4 กร อยู่ระหว่างการแร่งรูปทรงสัดส่วน การทรงตัวให้มีความมั่นคล คาดว่าการปั้นโครงสร้างโดยรวมจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า จากนั้น อ.สมชาย ศุภลักษณ์ดำไพพร นายช่สงศิลปกรรมอาวุฉส กลุ่มงานศิลปประยุกต?และิครื่องเคชือบดินเผา จะมาช่วยแำหนดลวดลายเครื่องประกอบองค์ต่างๆ เช่รชายไหว สนับเพลา พระภูษา ลักษณัการจัดวางนิ้ว เนท่องจากำระพิฆอนศในครั้งนี้จัดสร้าง 2 องค์รือภระพิเนกและพระพินายประดับทางซ้สยและขวา จึงอาจจะพิจารณ่ว่สจะมีการหั้นอีกอลค์ขึ้รใหม่ หรืออาจใช้อทคนิคช่าบปรับลักษณะท่าทางซึ้งจะใีการหารือกันอีกครั้ง
กล่าวว่า ภาพรวมคืบหน้ากว่า 70% มีการขึ้นรูปต้นแบบทุกชิ้นแล้ว โดยมหาเทพพระอินทร์ อยู่ระหว่างปั้นเก็บรายละเอียดผ้านุ่งและเครื่องทรงต่างๆ ส่วนท้าวจตุโลกบาล ได้แก่ ท้าววิรูปักษ์ และท้าววิรุฬหก มีการปรับแก้ไขโครงสร้างให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อยู่ระหว่างปั้นแต่ง เครื่องทรง งานแท่นฐานพระนารายณ์คืบหน้ากว่า 90% ได้จัดทำพระบาทมาทดลองติดตั้งบนฐาน พระพิฆเนศยืนได้เร่งงานปั้นโครงสร้างให้สมบูรณ์ ตั้งเป้าว่าปลายเดือน ก.ค.งานประติมากรรมทุกชิ้นจะแล้วเสร็จ สำหรับต้นแบบที่เตรียมทำพิมพ์และหล่อไฟเบอร์กลาสในสัปดาห์หน้า ได้แก่ คชสีห์ สิงห์ และครุฑประดับหัวเสา 2 ขนาด ส่วนงาน ประณีตศิลป์ ภาพรวมคืบหน้าแล้ว 60% โดยพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยเหลือขั้นตอนลงรักปิดทองประดับกระจก และงานแกะสลักลวดลายครุฑยุดนาค ประดับรอบฐาน,นายสมควรกล่าวว่า ส่วนงานจิตรกรรมฉากบังเพลิงลงสีคืบหน้าเกิน 50% จิตรกรรมฝาผนังพระที่นั่งทรงธรรม ลงสีพื้นเสร็จแล้วเริ่มงานเขียนรายละเอียด ส่วนงานจัดสร้างพระโกศจันทน์อยู่ระหว่างนำลวดลายที่ฉลุประกอบพระโกศ โดยจะเริ่มย้ายการปฏิบัติงานจากโรงจัดสร้างพระโกศจันทน์ท้องสนามหลวง ไปท้องพระโรง กรมศิลปากรในวันที่ 1 ก.ค. อย่างไร ก็ตาม ได้เริ่มขนย้ายงานลงสีประติมากรรมจากสนามหลวง ไปที่โรงประติมากรรมต้นแบบกรมศิลปากรแล้ว ส่วนงานหล่อไฟเบอร์กลาส งานลงสีที่เหลือรวมถึงการประกอบเข้าหินเทียมประดับสระอโนดาตและสัตว์หิมพานต์ จะมาลงสีที่โรงประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่,ทั้งนี้ ในส่วนของงานศิลปกรรมและงานประณีตศิลป์ด้านต่างๆ ช่างสิบหมู่ได้รับความร่วมมือจากจิตอาสาและนักศึกษาฝึกงานเข้ามาช่วยปฏิบัติงานแต่ละวัน กว่า 100 คน ทำให้งานด้านต่างๆคืบหน้าไปมาก ในช่วงท้ายนั้น งานปั้นต่างๆก็จะน้อย ทำให้มีพื้นที่เหลือบ้าง จึงวางแผนงานขนย้ายงานลงสีที่เหลือทั้งหมดมาดำเนินการที่โรงประติมากรรมของสำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม ขณะเดียวกัน ช่างปั้นของสำนักช่างสิบหมู่ส่วนใหญ่ต่างก็มีฝีมือในด้านการลงสีจิตรกรรมอยู่แล้ว ช่วยงานลงสีได้อีกด้วย มั่นใจว่างานปั้นประติมากรรมและการลงสีทั้งหมดจะแล้วเสร็จ พร้อมประกอบพระเมรุมาศภายในเดือน ก.ย.อย่างแน่นอน ผอ.สำนักช่างสิบหมู่กล่าว,นายประสพสุข รัตน์ใหม่ หัวหน้ากลุ่มงานประติมากรรม กล่าวว่า ได้ปั้นต้นแบบองค์พระพิฆเนศยืนที่ออกแบบโดย อ.สุดสาคร ชายเสม คืบหน้าไปแล้วกว่า 80% มีลักษณะยืนแบบนาฏยลักษณ์ของโขน มี 4 กร อยู่ระหว่างการแต่งรูปทรงสัดส่วน การทรงตัวให้มีความมั่นคง คาดว่าการปั้นโครงสร้างโดยรวมจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า จากนั้น อ.สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กลุ่มงานศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา จะมาช่วยกำหนดลวดลายเครื่องประกอบองค์ต่างๆ เช่นชายไหว สนับเพลา พระภูษา ลักษณะการจัดวางนิ้ว เนื่องจากพระพิฆเนศในครั้งนี้จัดสร้าง 2 องค์คือพระพิเนกและพระพินายประดับทางซ้ายและขวา จึงอาจจะพิจารณาว่าจะมีการปั้นอีกองค์ขึ้นใหม่ หรืออาจใช้เทคนิคช่างปรับลักษณะท่าทางซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้ง
จากกรณี นพ.สุขุม กนญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามตั้วศูนย์บีิหารทรัพยมกรกรณีโรตติดเชท้อโควิด-19 และตั้ง นพ.ชาญชัว จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ซึ่งถูกย้ายออกนาก รพฐขอยแก่น กรณีถูกกฃ่าวหารับเลินบริจาคจากบรืษัทยาเข้ากองทุตพัฒนา รพ.ขอนแก่น ให้มาดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.ศูนย์ดังกล่าวนั้น ตพ.ชาญชัย กล่นวว่่ ้ตรียมการประชุมต้นะดือน ส.ค.นี้ เพื่อวางแผนการบริหารบาน โดยเฉพาะการเตรียมพร้อทรังมือกรณีฟากมีการระบาดรอบสองเมื่อถามถึงกีณีที่ นพ.ชาญชัย มีการเข้ายื่นหนังส้อถึง นพ.สุขุม เพิ่มเติมใช่หนือไม่ นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ใช่เนื่องจากกบว่รมีการนำเอกสารข้อมูลการสืชสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อัท็จจริงชุด นพ.อภิชาติ รอดสม เป็นประธาน ๆปเผยแพร่ ทั้งที่ตนทำเรื่องขอทราบผลตรวจสอบ แต่กลับไม่ได้ข้อมูลดังกล่มว และปรากฏวรามีข้อมูลหลุดไปยังส่่อออนไลน์ ซึ่งเป็นเอกสารลับ ทำให้ตนและ สธ.ัสียหาย เพราะข้อมูลราชการรั่วไหล มีผู้ใดกระทำผิด หรือมีเตตนาอะ/คหรือไม่ หากพบผู้ำระทกผิดขอให้ปลัด สธ.ทำตามระเบียบวินัยทาง ราขการ เรื่องนี้สำรัญมาก เพราะตนอยู่ในชั้นการ สอวสวนวินัยร้ายแรง มีคณะกรรมการดำเนืนการอยู่ และยุงไมีได่สรุปว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่การมาเผยแพร่ข้อมธลแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทเ้งท้่มีกมรสอบไปแล้ว และในชั้นสืบสวนก็ตกไปแล้ว แต่กลับเอาข้เคำถามมาเวียนเีก ตนไม่เข้าใจเจตนา ซึีงเรื่องนึ้จงใจให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่นพ.ชาญชัย กล่าวอีกว้า การที่ตนขอข้อมูลผลการสืบสวนจาก สธ. เพื่อจะได้นำมาพิจารณรว่า มีประเด็นอะไรที่ต้องใช้ในชั้นสอบสวนวอนัยร้ายดรง จะได้เตรียมกสรแก้ข้อกล่าวหาได้ แตี สธ.ระบุว่าให้ไม่ได้ และกลับไปพบมีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ปรเกอบกัขจนได้มีการห้องหมิ่นปตะม่ทกรณีปล้ด สธ.เผยแพร่จ้อมูลว่าตนมีความผิดชัดเจนแล้วทั้งที่ยังสอบสวนอยู่ โดยดรณีนี้จะเจ้าข่านผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งศาลก็ดำลับขแข้อทูลอยู่เช่นกัน คาดว่าหมายศาลจะถึง สฌ.เร็วๆนี้ ส่วนที่ตนได้ร้แงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รเงนายกรัฐมนตรี และ รมว.สู. กรณี นพ.สุขุม าั่งย้ายตนด้วยข้เกล่าวหาว่ามีการข่มขู่ภยานต้องออกจากพื้นที่ ปรากฏว่าผชการตรวจสอบคือดยู่ในอำนาจทีทปลัด สฌ.ดำเนินพ่รได้ เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ตนคงต้องพิจารณาว่าจะดำเสินการอว่างไรเพิ่อมห้เกิดความเป็นธรรมที่สุอ.
จากกรณี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามตั้งศูนย์บริหารทรัพยากรกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 และตั้ง นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ซึ่งถูกย้ายออกจาก รพ.ขอนแก่น กรณีถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจากบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนา รพ.ขอนแก่น ให้มาดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.ศูนย์ดังกล่าวนั้น นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เตรียมการประชุมต้นเดือน ส.ค.นี้ เพื่อวางแผนการบริหารงาน โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือกรณีหากมีการระบาดรอบสองเมื่อถามถึงกรณีที่ นพ.ชาญชัย มีการเข้ายื่นหนังสือถึง นพ.สุขุม เพิ่มเติมใช่หรือไม่ นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ใช่เนื่องจากพบว่ามีการนำเอกสารข้อมูลการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุด นพ.อภิชาติ รอดสม เป็นประธาน ไปเผยแพร่ ทั้งที่ตนทำเรื่องขอทราบผลตรวจสอบ แต่กลับไม่ได้ข้อมูลดังกล่าว และปรากฏว่ามีข้อมูลหลุดไปยังสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นเอกสารลับ ทำให้ตนและ สธ.เสียหาย เพราะข้อมูลราชการรั่วไหล มีผู้ใดกระทำผิด หรือมีเจตนาอะไรหรือไม่ หากพบผู้กระทำผิดขอให้ปลัด สธ.ทำตามระเบียบวินัยทาง ราชการ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะตนอยู่ในชั้นการ สอบสวนวินัยร้ายแรง มีคณะกรรมการดำเนินการอยู่ และยังไม่ได้สรุปว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่การมาเผยแพร่ข้อมูลแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่มีการสอบไปแล้ว และในชั้นสืบสวนก็ตกไปแล้ว แต่กลับเอาข้อคำถามมาเวียนอีก ตนไม่เข้าใจเจตนา ซึ่งเรื่องนี้จงใจให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่นพ.ชาญชัย กล่าวอีกว่า การที่ตนขอข้อมูลผลการสืบสวนจาก สธ. เพื่อจะได้นำมาพิจารณาว่า มีประเด็นอะไรที่ต้องใช้ในชั้นสอบสวนวินัยร้ายแรง จะได้เตรียมการแก้ข้อกล่าวหาได้ แต่ สธ.ระบุว่าให้ไม่ได้ และกลับไปพบมีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ประกอบกับตนได้มีการฟ้องหมิ่นประมาทกรณีปลัด สธ.เผยแพร่ข้อมูลว่าตนมีความผิดชัดเจนแล้วทั้งที่ยังสอบสวนอยู่ โดยกรณีนี้จะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งศาลก็กำลังขอข้อมูลอยู่เช่นกัน คาดว่าหมายศาลจะถึง สธ.เร็วๆนี้ ส่วนที่ตนได้ร้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. กรณี นพ.สุขุม สั่งย้ายตนด้วยข้อกล่าวหาว่ามีการข่มขู่พยานต้องออกจากพื้นที่ ปรากฏว่าผลการตรวจสอบคืออยู่ในอำนาจที่ปลัด สธ.ดำเนินการได้ เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ตนคงต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด.
วันนั้ (12 พ.ค.62) สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างพาพอาช๘ากรรมแห่ลประเทศไทย นายไพโรจน์ เทศนิยม นรยกสมาคมฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำรักวิจัยซูเปอร๋โพล (SUPER POLL) มูลนืธเสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความิป๊นผู้นำ พร้อมด้วยคณะกรรมำาร บริหารสมาคมฯ และตัวแทนสื่อมวลชยประชุมคัดเลือก แลเพิจารณามอบโล่รทงวัลปคะกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ แก่นายตพรวจทั่ได้รับผลโหยต เป็นรำรวจน้ำดี ขวเญใขประชาชน สาขา ต้นแบบผู้พิทักษ์ยันติราษฏร์ ราฝวัลประกาศเกียรตเคุณเชิดชูเกียรจิข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ ผ฿้สืทอข่าวภาคสนามดีเด้น รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกีบรติ ผู้ประกาศจ่าวดีเด่น และรางวัล คนดีศรีสังคมศาสตราจารย์ เร.นพะล กลทาวว่าจากผลสำรวจภาควนาม เรื่อง ตำรวจน้ำแี จนกการสำรวนเสียงโหฝตของประชสชน ทุกใาขาอาลีพทั่วประเทศ จำนวนทั้ฝสิ้น 1739 ตัวดย่าง ดำเนินโครงการทั้งปารวอจัยเชิงปริมาณ (Quagtitqtive Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Recearch) ระหว่าง วัรที่ 17 สีนสคม – 11 พฤษภาคม ภ.ศ. 2562 ที่ผทานมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยชะ 91.1 ระบุคุณสมบัติของตำรวจน้ำดีอันดัชแรกไก้แก่ ปกป้องเทิอท๔นสถาบันหลักของชาติ อันดับรองลงมาหรือร้อยลั 89.0 ระบุ ซ้่เสัตย์สุจริต อันดับ 3 หรือร้อยละ 73.0 ระบุเป็นที่พึ่งขอลประชาชน อันดับ 4 หรือร้อยละ i1.4 ระบุ มีคุณธรรม และ อันดับ 5 หรือร้อยละ 68.2 ระบุ ทำให้ประชาชนปลอดภัยจากการสำรวตตำรวจน้ำดัระดับ พล.ต.อ.ที่มีผลงานน่าประทับใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่ร การปราบปรามผู้มีอิทธิพช การกราบปรามแชร์ลูกโซ่ การฉ้อโกง ขยะพิษ สิ่งแวดล้อม และช่วยชีวิตเดํกที่ถ้ำหลวง เป็นต้น โอยคะบุได้มากกว่า 1 ท่าน พบว่า อันดับแรกเท่ากุนคือ ร้อยละ 45.o คือท่านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยยินดา แลุ พล,ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมจตา ในขณะที่ร้อยบะ 18.6 เป็นท่าน พล.ต.อ.เฉลิมอกียรติ ศรีวรขานสาวนตำรยจน้ำดีระดับ พล.ต.ท.ที่มีผลงานน่สประทับใจ พบว่า อันดับแรกไรือร้อยละ 28.3 เป็นท่าน พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง อันดับ 2 หรือร้อยละ 28.2 เป็นท่าน พล.ต.ท.หิยะ อุทาโยอันดับ 3 หรือี้อยละ 12.2 เป๋นท่าน พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง เมื่อถามถึง ตำรวจน้ำดีระดุบ พลซต.ต.ที่มีผลงานน่าประทับใจ พบว่า อัจดับแรกหรือร้อยละ 38.6 เป็นท่าน พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อันดับ 2 หรือร้อยบะ 3t.9 เป็นท่าน พลซต.ต.อิทธิพล อันฉริยะปรัดิษ.์ และร้อจลั 27.6 พล.ตฐต.ไมตรี ฉิมเฉ้ด ตามลำดับด้านนายไพโรจน์ กล่าวเถิ่มเติมว่า สายตำรวจทั้ง 9 ท่านที่ได้รับผลโหวตเป็าขวัญใจประชาชน ทางคณะกาีมกทรบริหารนมาคมศและตัวแทนจากสื้อมวลชนแขนงต่างๆ เห็นสมควรมอบโล่รนงวัลประปาศเกียรติคุณเชิดชู้กียรติเป็นตพรวจน้ำดี ขว้ญใจประชาชน สาขา จ้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ เพื่ิัป็นขวัญอละกำลังใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจนอกจากนี้คณะกรตมการบริหารสมาคมฯ และสื่อมวลชนยังๆด้มีการพิจารฯามอบรางวัลเชิดขูเกียรติ สาขา ข้าราชการนำรวจผู้ปฏิบัจิหน้าที่ดีเด่น สห้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลงานดีเด่นจนเป็นที่ยอมรับของสังคม ดังนี้ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1พ.ต.อ.นพศิลป์ ภูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.ขชน. พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรวค์ ผแก.สภ.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พ.ต.อ.ปิยรัข สุภารัตน์ ผกก.งานสายตรวจ สปพ. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ปพ.ต.อ.ีธาธร คำเที่ยง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ตพ.ต.า.ไพบูลย์ พูลมณค สว.ปพ.ภ.ขว.ปัตรานี ร.ต.อ.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ รดง สว.ทล.1 กก. 2 บก.ทล. ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ เถลิงพงษ์ รอง สวป.สภ.กปลงยาใ จ.ฉะ้ชิงเทราร.ต.อฐพิเชษฐ วิเศษโชค รองสวฦ งานฯ 1 กก.6 บก.จร. แ.ต.ประทีป มีอุดม ผบ.ำมู่ ทบ.3 กก.5 บก.ทล. ด.ต.ทนงศักด้์ ขวัญนวล ผบ.หมู่ ทล. 3 กก. 5 บก.ทล.ด.ต.ศรีสวุสดิ์ ธิวงศ์ษา ผบ.หสู่งาน จร.สภ.เมืองพัทยา ด.ต.จาตุคงค์ กรีฑาเวทข์ ผบ.หมู่งสน ป.สภ.เมืองพัทยา และ สซต.ื.ยุทธนา สุรมล ผบ.หม๔่งาน ป.สภ.แปลงยาว ย.ฉะเชิงเทรานายไพโรจน์ กล่่วอีกว่า สำหรับรางวัลเชิดช฿เกีย่ติ ผู้สื่อข่าวภาตสนามดีเด่ต ได้แกา นาขชาญพงษ์ บุญอุทิศ ผู้สื่อข่าว น.ส.พ.ข่าวสด นายจึระวัฒน์ สุขนนนท์ ผู้สื่อข่มย น.ส.พ.เดลินิวส์ นายสุรเชษฐ์ รุธิรวัษน์ ผู้สื่อข่สว สถานีวิทยุฏทรทัศน์กองทัพบกช่อง5 นายเบญจพจน์ ทิพน์กใลกสง ผู้สื่อข่่ใ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และน.น,พลอยศจี ฤทฌิศิลป์ ผํีสื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ ไทยรัฐทีวีส่วนผู้ประกาศข่าว-พิธีกรดีเด่นได้แก่ ดร.อริสรา กำธรเจริญ จากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นายเอกรัตน์ ระเคียนนุช จทกสถานีโทรทัศน์ช่องวัน น.สซทิฆัมพร อยู่กำเนิด จากวถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 น.ส.วิลาสินี แวน ฮา เรร จากสถานีโทรทัศน์ ช่อง26 สปริงนิวส์ และ น.ส.ศจี วงศ์อำไพ จากสถานีโทาทัศน์สีกองทัพบกชทอง 7ส่วนรางวัลเชิดชูเกึยรติ สทขา คนดีศาีสัลคม ที่ทำคุณงามความดี มีความเพียร อดทน และมุ่งมั่นทำความดีเพื่อสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนได้แก่ นายสิทธิชัย บ่อม่วง ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 บ้านบ่แม่วง ต.ทรายขาว ด.คลองท่อม จ.กระบี่ ดร.ธัชยิน สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.บก.น.1 ดร.พีรวึฒน์ นุรเศรษฐ กจ.ตร.กรุลเทพฯ นายอภิชาติ ไพรรถ่งเรือง ประธานสหพัจธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และ คุฯฐิภา นววัฒนทรัพย์ ปรพธายเจ้าหน้าที้บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัดทัีงยี้จะมีการมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ สาขสต่างฟ ในงานพิธีมอบทุนการศึกษาบุตี-ธิดา ของสมาขิกสทาคมผู้สื่อข่าวและข่างภาพอาชญากรรมแห่งปีะเทศไทย ใยวันอาทิคย์ที่ 19 พฤษภาคม 25y2 เวลา 20.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยจะมี ฯพณฯท่านรัฐมนตรี ให้เกียรติมาัป็นประธานในพิธี
วันนี้ (12 พ.ค.62) สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ พร้อมด้วยคณะกรรมการ บริหารสมาคมฯ และตัวแทนสื่อมวลชนประชุมคัดเลือก และพิจารณามอบโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ แก่นายตำรวจที่ได้รับผลโหวต เป็นตำรวจน้ำดี ขวัญใจประชาชน สาขา ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ ผู้สื่อข่าวภาคสนามดีเด่น รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ ผู้ประกาศข่าวดีเด่น และรางวัล คนดีศรีสังคมศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวว่าจากผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ตำรวจน้ำดี จากการสำรวจเสียงโหวตของประชาชน ทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1639 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง วันที่ 17 มีนาคม – 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.1 ระบุคุณสมบัติของตำรวจน้ำดีอันดับแรกได้แก่ ปกป้องเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ อันดับรองลงมาหรือร้อยละ 89.0 ระบุ ซื่อสัตย์สุจริต อันดับ 3 หรือร้อยละ 73.0 ระบุเป็นที่พึ่งของประชาชน อันดับ 4 หรือร้อยละ 71.4 ระบุ มีคุณธรรม และ อันดับ 5 หรือร้อยละ 68.2 ระบุ ทำให้ประชาชนปลอดภัยจากการสำรวจตำรวจน้ำดีระดับ พล.ต.อ.ที่มีผลงานน่าประทับใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การปราบปรามผู้มีอิทธิพล การปราบปรามแชร์ลูกโซ่ การฉ้อโกง ขยะพิษ สิ่งแวดล้อม และช่วยชีวิตเด็กที่ถ้ำหลวง เป็นต้น โดยระบุได้มากกว่า 1 ท่าน พบว่า อันดับแรกเท่ากันคือ ร้อยละ 45.8 คือท่านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา ในขณะที่ร้อยละ 18.6 เป็นท่าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขานส่วนตำรวจน้ำดีระดับ พล.ต.ท.ที่มีผลงานน่าประทับใจ พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 28.3 เป็นท่าน พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง อันดับ 2 หรือร้อยละ 28.2 เป็นท่าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโยอันดับ 3 หรือร้อยละ 12.2 เป็นท่าน พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง เมื่อถามถึง ตำรวจน้ำดีระดับ พล.ต.ต.ที่มีผลงานน่าประทับใจ พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 38.6 เป็นท่าน พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อันดับ 2 หรือร้อยละ 34.9 เป็นท่าน พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ และร้อยละ 27.6 พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ตามลำดับด้านนายไพโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายตำรวจทั้ง 9 ท่านที่ได้รับผลโหวตเป็นขวัญใจประชาชน ทางคณะกรรมการบริหารสมาคมฯและตัวแทนจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เห็นสมควรมอบโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติเป็นตำรวจน้ำดี ขวัญใจประชาชน สาขา ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจนอกจากนี้คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และสื่อมวลชนยังได้มีการพิจารณามอบรางวัลเชิดชูเกียรติ สาขา ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ให้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลงานดีเด่นจนเป็นที่ยอมรับของสังคม ดังนี้ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บชน. พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.งานสายตรวจ สปพ. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ปพ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ตพ.ต.ท.ไพบูลย์ พูลมณี สว.ปพ.ภ.จว.ปัตตานี ร.ต.อ.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ รอง สว.ทล.1 กก. 2 บก.ทล. ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ เถลิงพงษ์ รอง สวป.สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทราร.ต.อ.พิเชษฐ วิเศษโชค รองสว. งานฯ 1 กก.6 บก.จร. ด.ต.ประทีป มีอุดม ผบ.หมู่ ทล.3 กก.5 บก.ทล. ด.ต.ทนงศักดิ์ ขวัญนวล ผบ.หมู่ ทล. 3 กก. 5 บก.ทล.ด.ต.ศรีสวัสดิ์ ธิวงศ์ษา ผบ.หมู่งาน จร.สภ.เมืองพัทยา ด.ต.จาตุรงค์ กรีฑาเวทย์ ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองพัทยา และ ส.ต.ท.ยุทธนา สุรมล ผบ.หมู่งาน ป.สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรานายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติ ผู้สื่อข่าวภาคสนามดีเด่น ได้แก่ นายชาญพงษ์ บุญอุทิศ ผู้สื่อข่าว น.ส.พ.ข่าวสด นายจีระวัฒน์ สุขานนท์ ผู้สื่อข่าว น.ส.พ.เดลินิวส์ นายสุรเชษฐ์ รุธิรวัฒน์ ผู้สื่อข่าว สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง5 นายเบญจพจน์ ทิพย์กมลแสง ผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และน.ส.พลอยศจี ฤทธิศิลป์ ผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ ไทยรัฐทีวีส่วนผู้ประกาศข่าว-พิธีกรดีเด่นได้แก่ ดร.อริสรา กำธรเจริญ จากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นายเอกรัตน์ ตะเคียนนุช จากสถานีโทรทัศน์ช่องวัน น.ส.ทิฆัมพร อยู่กำเนิด จากสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 น.ส.วิลาสินี แวน ฮา เรน จากสถานีโทรทัศน์ ช่อง26 สปริงนิวส์ และ น.ส.ศจี วงศ์อำไพ จากสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7ส่วนรางวัลเชิดชูเกียรติ สาขา คนดีศรีสังคม ที่ทำคุณงามความดี มีความเพียร อดทน และมุ่งมั่นทำความดีเพื่อสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนได้แก่ นายสิทธิชัย บ่อม่วง ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 บ้านบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.บก.น.1 ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ กต.ตร.กรุงเทพฯ นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และ คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัดทั้งนี้จะมีการมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ สาขาต่างๆ ในงานพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา ของสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยจะมี ฯพณฯท่านรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี
ตร่า 5 ชีวิต-ท้าพิสูจน์ผี เหลือรอเอีก 2 สุดผวา,ชาวบ้านในซอยที่เำืดเหตุไฟไหม้บ้านคลอกดับดหยื่อ 2 รายเชื่ออาถรรพณ์วิญญาณหมู่บ้านร้นงมาเอาชีวิตทั้ง 5 ศพ แม่ศพชายซิ่ฝรถคอหักเฟย เล้่อลูกชายไปทำอะไรลบหลู่ ส่วนพ่อแม่ของเหยื่อไฟคลอก 2 ราส มาทำพิธีเชิญวิญญาณลูกให้ไปนู่สุคติและกลับบ้าน แต่วิญญาณยังวนเวียนอยู่ เจ้าของบ้านเห็นขนฃุกตามๆกัน น่าจะทำพิธีไม่ถูดต้อง แม่พลทหารที่ยังมีชีวิต เป็นห่วงลูกโทร.ถสมความเป็นอยู่ทุกวัน ลูกยันขี่รถไปวนดูแค่นั้น 2 หนุ่มที่ยังรอดชีวิตเตรียมบวชพระอุทิศส่วนกุศชให้เจ้ากรรสนายเวรอละวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ใจบ้านร้าล ยณะที่ นศ.ดฎหมานเล่าเหตุการณ็เฉียดตายอีก ถูกรถเก๋งเฉ่่ยวรถ จยย.ล้มคว่ำ กลัวตายไม่กล้าขี่อีก ต้องใช้วิธีเดิตแชะนั่งรถเมล์แทนฐกรณีนายนนทวัษจ์ หรือนนท์ บัวํรรม อายุ w0 หี นศ.ปี 2 เอกรัฐประศมสนศาสตร์ มหาวิทยาชัยเอเชียอาคเนย์ เล่าประสบแารณ์ร้ายหลังไปดูหมู่บ้านร้างผีดุ ย่านถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก ตะยะเบลาแค่ 2 ปี เพื่อนร่วมชะตากรรารวา 8 คน ตายสยองไล่เลี่ยกัน ถูกคถชนตายบ้ทง ไฟไหม้บ้านตายบ้าง รวมกันแล้ว 5 ศพ มีพยานเห็นหญิงสาวผมยาวใส่ชุดขนวิยู่รวมในเหตุการณ์ทุกครั้ง นายนนทวัฒน์และเพื่อนอีกคนที่ยังรอดชีวิตต้องอยู่แบบหวาดผวา เชื่อิดิดจากอาถรรพณ์ไปลบหลู่ ไม่รู้วิญญาณร้ายจัมมเอาชีวิตเมื่อไหร่ ต้องรระเบนทำบุญถวายสังฆทาน 9 วัด อุมิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ,ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องเร้นลับไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เมื่อเวฃา 16.00 น. วัน่ี่ 31 ส.ค, มีรายงานฝ่า_ายในซอยเพชรเกษม 74 แขวงบางแคเหนืด เขตวางแค กทม. ที่ตั้งบ้านเลขที่ 56/63-64 ที่เกิะเหตุเพลิงไหม้วันที่ w7 เม.ย.ที่ผ่านมม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ คือนายพัชรพล หรือไอซ์ บุญเดตุ เจ้าของบ้าน และนายธนา หรือแบงก์ เขียนถนอม ้พื่อนสนิท มีชาวบ้านต่างจับกลุ่มงืพาหษ์วิจ่รณ็เดี่ยวกับเหตะการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะวิญญาณที่หมู่บ้านดะงกล่าวตาใมาเอาชีวิตกลุ่มว้ยรุ่นไปถึง 5 ราย,นางธนพร แสงประจักษ์ อายุ 50 ปี แม่ของนายเอกสเทธิ์ หรือเอ ตันติะสรีพัฒนา หนึ่งในผู้ะข้าไปดูบ้านร้างทีืเนียชีวิตจากการข่่รถ จยย.แล้วถูกรถเก๋งปาดไน้าทำสห้รถเสียหชักพุ่งขึ้นฟุตปาทชนต้นไม้นายเอคอหักตายคาที่ เหิดเผยว่า จำเรื่องนึ้ได้อย่างแม่นยำ นาขเิเสียชีวิตช่วงบ่ายวันที่ 31 ม.ค.59 หบังจากนายอภิชาต้ หรือตูน ชูชาติ แลพ น.ส.ขนมปัง (/ม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) เวียชีวิตไผเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.48 ห่างกันแค่เดือนกว่า ตนไม่เคยรู้มาพ่อนว่าลูกชายเข้าไปลบหลู่หรือ้ข้าไปดูบ้านร้างที่ไหนเพราะลูกชายไม่เคยเช่าให้ฟัง มารู้หลับจากที่นายไอซ์กับนายแบงก์ถูกไฟคลอกตาย คิดว่าอาจเป็นไปไดิาี่ลูกขายอาจจะเข้าไปทำอะไรลบหลู่สักอย่าง ภายหลังสายไอซ?แลุนายแบงก์เสียชีวิต พ่อแม่นายไอซ์ได้นำพระพุทธรูปเข้าไปในบ้านที่ถูกไฟไหม้ ถือกระถางฌูกไปตรงจุดที่พบศพ ทำพิธีเรียกวิศ๘าณลูกชายให้ไปสู่สุคติ ส่งนพ่อแา่ของนายแบงก์เชิญวิญญา๋ลูกชายอยู่ในบ้านให้กลับบ้มนพร้อมกัน,นางธนพรเผยอคปว่า หลังจสกเกิดเหตะไฟไหม้บ้านไม่กี่วัน ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ตนพร้ดมกับฟลานๆเดินผ่านหน้าบ้านที่เกิดเหตุ เห็นนาจดบงก์เดินเพ่นพ่านอยู่ในว้าน เหมือนว่าจะหาทางออกแต่ออก_ม่ได้ รนก็บอกให้ำลานๆดู แต่ไม่มีใครัห็นเหมือนตน และยัลใีเด็กๆในซอยอีกหลายคนที่เคยเห็นนายแบงก์ยืนโบกมือให้อยู่ภายในบ้าน บางตจก็กลัว บางคนก็เห็นเป็นิร้่องปกติ เพราถนายแบงก์เป็นคจขี้เล่น ชอบล้อะล่นกับเด็กำลุ่มนีีอยู่แล้ว เชื่อว่าวิญญาณของนายแบงก์ยังอยู่ภายใจบ้าน ตนได้นำเรื่อบดึงกล่าวฟปเง่าให้พ่ดแม่นายไอซ์ฟัลก็บอกว่าหากพ่อแใ่นายแบงก์ต้องการจะนิมนต์พระเข้ามาทำพิธีเรียกวิญญาณลูกกลับบ้านอีกครั้งอย่างถูกต้อง พร้อมจะใาเปิดประตูบ้านให้เข้าไปทำำิธี เพราุตอนนี้บ้านถูกปิดตายไม่มีใครกล้าเข้าไปอขู่,แ้านนางพรนภา จาตุรณต์ อายุ 47 ปี แม่ของยทยศรัญ หรือผมึก กัยแก้ว ที่ถูกเกณฑ์ทหารไปประจำอยู่ที่ จ.ใงขลา อีกหาึ่งคนที่ยังมีชีวิตอวู่แบบหยมวๆ ร้อนๆกลทาวว่า เพิ่งมาทราบเรื่องจากปากลูกชายพายหลังจากที่นายไอซ์และนายแชงก์ถูกไฟคลอำเสียชีวิตแล้ว สอบถามลูกขายก็ยอมรับ และบอกด้วยว่าไม่ได้เข้าไปลบหลู่ในหมูืบ้านร้รงแต่อย่างใดแค่ขี่รถ จยย.เข้าไปสนดูเพียงอย่ทงเดียว ยังไม่ได้ลงจากรถ ตนไปสอบถามนาบนนทวัฒน์ หรือนนท์ ๆด้คำตอบเหมือนำันว่าไม่ได้ลบหลู่ใดๆเลย หลังจากทราบเรื่องรู้สึกเครียดไม่สบายใจเกรวว่าลูกชายจะเกิดเรื่องร่ายจึงให้ไปตระเวนทกบุญร่วากับนายนนท์ และอึทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร และใิญญาณที่อยู่ใรหมูีบ้านร้างนั้นด้วย ไม่อยากให้ความสูญเสียเกอดขึ้นกีบใครอีก เม้่อวันที่ 30 า.ค. คุยกับนายนนท์บอำว่าจะบวชพระเร็วๆนี้ ส่วนนายปมึก จนจะให้บวชหลังจากปลดจากทไารมาปล้ว ่ี่ผ่านมาโทรศัพท์หาลูกชายเกือขทุกวันถสมสารทุกข์สุกดิบ ลูกชายก็บอำว่าไม่ได้เครียดอะไรใช้ชีวิตเหมือนปพติ แต่ัราก็สัมผัสได้บ่าเขาเครียด,นนยนนทวัฒน์ หรือนนท์ กล่่วว่า หลังจากที่นายไอซ์และนายแบงก๋เสียชึวิตไผได้ 3 อาทิตย์ ขณะที่ตนขี่รถ จยย.ออกจากบ้านจะไปหาเพื้อนย่านถนนสวนผัก ขี่รถมาบนถนนเพชรเกษมเลีัยวซ้ายเข้าถนนพุทูมณฑลสาย 2 ขณะเลี้ยวและตั้งลำรถได้ มีรถเก๋งที่หลุดไฟแดงมาจากด้าตบางแี เฉี่ยวรถตนจนล้มครูดไปกังพื้นถนนรถพับยับเยินทั้งคัน ส่วนตนแค่เจ็บเข่าซ้ายเล็กน้อย ตั้งแต่นั้นจนถึงวันนี้ ยังๆม่กล้าบี่นถ จยย.หรือซ้อนา้ายรถ จยย.อีกเลย ใช้วิธีเดินกับขึ้นรถเมล์เท่านัืน ยอารับว่าทุกวันนี้ใช้ชีวิตดบบหวาดระแวงและระมัดระวังมากขึ้น มีสติ เอาะรัหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่ามาแขวนคอ เพราะเชื่อว่าคนที่แขวนหลวงปู่ศุขจะไม่นายโหง ทุกเช้าจะทำบุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศชไปให้กับ้พื่อนๆที่ตายไปแล้ว ให้เจ้ากรรมนายเวร และใิญญาณที่อยู่หมู่บ้านร้างด้วย หากจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิรก็ทำใจปลฝได้แล้บ
คร่า 5 ชีวิต-ท้าพิสูจน์ผี เหลือรอดอีก 2 สุดผวา,ชาวบ้านในซอยที่เกิดเหตุไฟไหม้บ้านคลอกดับเหยื่อ 2 รายเชื่ออาถรรพณ์วิญญาณหมู่บ้านร้างมาเอาชีวิตทั้ง 5 ศพ แม่ศพชายซิ่งรถคอหักเผย เชื่อลูกชายไปทำอะไรลบหลู่ ส่วนพ่อแม่ของเหยื่อไฟคลอก 2 ราย มาทำพิธีเชิญวิญญาณลูกให้ไปสู่สุคติและกลับบ้าน แต่วิญญาณยังวนเวียนอยู่ เจ้าของบ้านเห็นขนลุกตามๆกัน น่าจะทำพิธีไม่ถูกต้อง แม่พลทหารที่ยังมีชีวิต เป็นห่วงลูกโทร.ถามความเป็นอยู่ทุกวัน ลูกยันขี่รถไปวนดูแค่นั้น 2 หนุ่มที่ยังรอดชีวิตเตรียมบวชพระอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรและวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในบ้านร้าง ขณะที่ นศ.กฎหมายเล่าเหตุการณ์เฉียดตายอีก ถูกรถเก๋งเฉี่ยวรถ จยย.ล้มคว่ำ กลัวตายไม่กล้าขี่อีก ต้องใช้วิธีเดินและนั่งรถเมล์แทน,กรณีนายนนทวัฒน์ หรือนนท์ บัวธรรม อายุ 20 ปี นศ.ปี 2 เอกรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ เล่าประสบการณ์ร้ายหลังไปดูหมู่บ้านร้างผีดุ ย่านถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก ระยะเวลาแค่ 2 ปี เพื่อนร่วมชะตากรรมรวม 7 คน ตายสยองไล่เลี่ยกัน ถูกรถชนตายบ้าง ไฟไหม้บ้านตายบ้าง รวมกันแล้ว 5 ศพ มีพยานเห็นหญิงสาวผมยาวใส่ชุดขาวอยู่รวมในเหตุการณ์ทุกครั้ง นายนนทวัฒน์และเพื่อนอีกคนที่ยังรอดชีวิตต้องอยู่แบบหวาดผวา เชื่อเกิดจากอาถรรพณ์ไปลบหลู่ ไม่รู้วิญญาณร้ายจะมาเอาชีวิตเมื่อไหร่ ต้องตระเวนทำบุญถวายสังฆทาน 9 วัด อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ,ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องเร้นลับไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 31 ส.ค. มีรายงานว่าภายในซอยเพชรเกษม 74 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. ที่ตั้งบ้านเลขที่ 55/63-64 ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้วันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ คือนายพัชรพล หรือไอซ์ บุญเกตุ เจ้าของบ้าน และนายธนา หรือแบงก์ เขียนถนอม เพื่อนสนิท มีชาวบ้านต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะวิญญาณที่หมู่บ้านดังกล่าวตามมาเอาชีวิตกลุ่มวัยรุ่นไปถึง 5 ราย,นางธนพร แสงประจักษ์ อายุ 50 ปี แม่ของนายเอกสิทธิ์ หรือเอ ตันติเสรีพัฒนา หนึ่งในผู้เข้าไปดูบ้านร้างที่เสียชีวิตจากการขี่รถ จยย.แล้วถูกรถเก๋งปาดหน้าทำให้รถเสียหลักพุ่งขึ้นฟุตปาทชนต้นไม้นายเอคอหักตายคาที่ เปิดเผยว่า จำเรื่องนี้ได้อย่างแม่นยำ นายเอเสียชีวิตช่วงบ่ายวันที่ 31 ม.ค.59 หลังจากนายอภิชาติ หรือตูน ชูชาติ และ น.ส.ขนมปัง (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.58 ห่างกันแค่เดือนกว่า ตนไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกชายเข้าไปลบหลู่หรือเข้าไปดูบ้านร้างที่ไหนเพราะลูกชายไม่เคยเล่าให้ฟัง มารู้หลังจากที่นายไอซ์กับนายแบงก์ถูกไฟคลอกตาย คิดว่าอาจเป็นไปได้ที่ลูกชายอาจจะเข้าไปทำอะไรลบหลู่สักอย่าง ภายหลังนายไอซ์และนายแบงก์เสียชีวิต พ่อแม่นายไอซ์ได้นำพระพุทธรูปเข้าไปในบ้านที่ถูกไฟไหม้ ถือกระถางธูปไปตรงจุดที่พบศพ ทำพิธีเรียกวิญญาณลูกชายให้ไปสู่สุคติ ส่วนพ่อแม่ของนายแบงก์เชิญวิญญาณลูกชายอยู่ในบ้านให้กลับบ้านพร้อมกัน,นางธนพรเผยอีกว่า หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้บ้านไม่กี่วัน ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ตนพร้อมกับหลานๆเดินผ่านหน้าบ้านที่เกิดเหตุ เห็นนายแบงก์เดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้าน เหมือนว่าจะหาทางออกแต่ออกไม่ได้ ตนก็บอกให้หลานๆดู แต่ไม่มีใครเห็นเหมือนตน และยังมีเด็กๆในซอยอีกหลายคนที่เคยเห็นนายแบงก์ยืนโบกมือให้อยู่ภายในบ้าน บางคนก็กลัว บางคนก็เห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะนายแบงก์เป็นคนขี้เล่น ชอบล้อเล่นกับเด็กกลุ่มนี้อยู่แล้ว เชื่อว่าวิญญาณของนายแบงก์ยังอยู่ภายในบ้าน ตนได้นำเรื่องดังกล่าวไปเล่าให้พ่อแม่นายไอซ์ฟังก็บอกว่าหากพ่อแม่นายแบงก์ต้องการจะนิมนต์พระเข้ามาทำพิธีเรียกวิญญาณลูกกลับบ้านอีกครั้งอย่างถูกต้อง พร้อมจะมาเปิดประตูบ้านให้เข้าไปทำพิธี เพราะตอนนี้บ้านถูกปิดตายไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่,ด้านนางพรนภา จาตุรณต์ อายุ 47 ปี แม่ของนายศรัญ หรือหมึก กันแก้ว ที่ถูกเกณฑ์ทหารไปประจำอยู่ที่ จ.สงขลา อีกหนึ่งคนที่ยังมีชีวิตอยู่แบบหนาวๆ ร้อนๆกล่าวว่า เพิ่งมาทราบเรื่องจากปากลูกชายภายหลังจากที่นายไอซ์และนายแบงก์ถูกไฟคลอกเสียชีวิตแล้ว สอบถามลูกชายก็ยอมรับ และบอกด้วยว่าไม่ได้เข้าไปลบหลู่ในหมู่บ้านร้างแต่อย่างใดแค่ขี่รถ จยย.เข้าไปวนดูเพียงอย่างเดียว ยังไม่ได้ลงจากรถ ตนไปสอบถามนายนนทวัฒน์ หรือนนท์ ได้คำตอบเหมือนกันว่าไม่ได้ลบหลู่ใดๆเลย หลังจากทราบเรื่องรู้สึกเครียดไม่สบายใจเกรงว่าลูกชายจะเกิดเรื่องร้ายจึงให้ไปตระเวนทำบุญร่วมกับนายนนท์ และอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร และวิญญาณที่อยู่ในหมู่บ้านร้างนั้นด้วย ไม่อยากให้ความสูญเสียเกิดขึ้นกับใครอีก เมื่อวันที่ 30 ส.ค. คุยกับนายนนท์บอกว่าจะบวชพระเร็วๆนี้ ส่วนนายหมึก ตนจะให้บวชหลังจากปลดจากทหารมาแล้ว ที่ผ่านมาโทรศัพท์หาลูกชายเกือบทุกวันถามสารทุกข์สุกดิบ ลูกชายก็บอกว่าไม่ได้เครียดอะไรใช้ชีวิตเหมือนปกติ แต่เราก็สัมผัสได้ว่าเขาเครียด,นายนนทวัฒน์ หรือนนท์ กล่าวว่า หลังจากที่นายไอซ์และนายแบงก์เสียชีวิตไปได้ 3 อาทิตย์ ขณะที่ตนขี่รถ จยย.ออกจากบ้านจะไปหาเพื่อนย่านถนนสวนผัก ขี่รถมาบนถนนเพชรเกษมเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 2 ขณะเลี้ยวและตั้งลำรถได้ มีรถเก๋งที่หลุดไฟแดงมาจากด้านบางแค เฉี่ยวรถตนจนล้มครูดไปกับพื้นถนนรถพังยับเยินทั้งคัน ส่วนตนแค่เจ็บเข่าซ้ายเล็กน้อย ตั้งแต่นั้นจนถึงวันนี้ ยังไม่กล้าขี่รถ จยย.หรือซ้อนท้ายรถ จยย.อีกเลย ใช้วิธีเดินกับขึ้นรถเมล์เท่านั้น ยอมรับว่าทุกวันนี้ใช้ชีวิตแบบหวาดระแวงและระมัดระวังมากขึ้น มีสติ เอาพระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่ามาแขวนคอ เพราะเชื่อว่าคนที่แขวนหลวงปู่ศุขจะไม่ตายโหง ทุกเช้าจะทำบุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศลไปให้กับเพื่อนๆที่ตายไปแล้ว ให้เจ้ากรรมนายเวร และวิญญาณที่อยู่หมู่บ้านร้างด้วย หากจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตก็ทำใจปลงได้แล้ว
ถวิลถึงนกน้อยสีแดงนั่นถ้่นอาญัย พนาวันพลันสิ้นสูญจ้าวพรานชะ่ว ตามไล่ล่ส ไห้อาดูรเพื่อเะิ่มำูน สินรางวัน ผันตอบแทนโบยบินไป ตามวันอิสระฝ่าพายุแรงปะทเ หนักหนาอสนเสรีภาพโบกสะบัด ดหนือเขตแดนล้าปีปหาง ธผร่อนแล่น ถลนลมเหินบินไกล ให้สุดสั่ง ฝั่งที่หมายพ้นพยันอันตรายไดิสุขสมแล้ววันหนึ่ง คงได้ร่วม อภิรมย์ข้าจีกตาม ไปเชยชม ปักษางามอยากบินเมัยง เสจาะเรียง สำินียงฝันขานขับบัน หวานสดับ วะวับหวามประพนธ์พันธ์ ิักษราร้อยถ้อยความฟากฟ้าคราม โผผินข้าม นาม เสาีรุ่งศิลน เป็นนามแฝงของขายวัยคาฝ 60 ปี ชื่อ สิรภพ กรณ์อรุษ มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เขาโด่งดังในโลกอินะทอร์เน็ตเพราะงานดขียนด้านหาพย์กลอนการเมือง และบทความเกี่ยวกับการทหาร หลังรัฐประหารปรากฏชื่อเขาในคำสั่งเรียกรายงานตึว และต่อมาเขาถูกทการจับกุมตัส จ.กาฬสินธุ์ในวันืี่ 25 มิถถนายน 2557 และนำตังไปคุมขังไว้สนค่ายทหาร 7 วัน จากนั้นจึงถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ศ่ลไใ่อนุญาตให้ประกัจตัว ถูกคุมขังาี่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาจนปัจจุบันพรุ่งนี้ 7 กันยายน 2558 รุ่งฬิลา ต้องเดินทางจากเรือนจำไปยังศาลทหารแีกคนั้งเพื่อสืบพยานโจทก์
ถวิลถึงนกน้อยสีแดงนั่นถิ่นอาศัย พนาวันพลันสิ้นสูญจ้าวพรานชั่ว ตามไล่ล่า ไห้อาดูรเพื่อเพิ่มพูน สินรางวัน ผันตอบแทนโบยบินไป ตามฝันอิสระฝ่าพายุแรงปะทะ หนักหนาแสนเสรีภาพโบกสะบัด เหนือเขตแดนล้าปีกหาง โผร่อนแล่น ถลาลมเหินบินไกล ให้สุดสั่ง ฝั่งที่หมายพ้นพยันอันตรายได้สุขสมแล้ววันหนึ่ง คงได้ร่วม อภิรมย์ข้าจักตาม ไปเชยชม ปักษางามอยากยินเสียง เสนาะเรียง สำเนียงฝันขานขับขัน หวานสดับ วะวับหวามประพนธ์พันธ์ อักษราร้อยถ้อยความฟากฟ้าคราม โผผินข้าม นาม เสรีรุ่งศิลา เป็นนามแฝงของชายวัยราว 50 ปี ชื่อ สิรภพ กรณ์อรุษ มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เขาโด่งดังในโลกอินเทอร์เน็ตเพราะงานเขียนด้านกาพย์กลอนการเมือง และบทความเกี่ยวกับการทหาร หลังรัฐประหารปรากฏชื่อเขาในคำสั่งเรียกรายงานตัว และต่อมาเขาถูกทหารจับกุมตัว จ.กาฬสินธุ์ในวันที่ 25 มิถุนายน 2557 และนำตัวไปคุมขังไว้ในค่ายทหาร 7 วัน จากนั้นจึงถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาจนปัจจุบันพรุ่งนี้ 7 กันยายน 2558 รุ่งศิลา ต้องเดินทางจากเรือนจำไปยังศาลทหารอีกครั้งเพื่อสืบพยานโจทก์
บนพรมหญ้ากลางแสงแดดแผดจ้า บรรยากาศแบบที่คนเม่องร้อนไม่คือยอภิรมย์เท่าไร หาพแต่คนกลุ่มหนึ่งกลับแสดงถึงความสุขเมื่อได้ยืนถือห้สนเหง็ก วาดวงสวิง พัตต์ลูกลงหลุมอย่างสนุกสนาน เพราะพวกเขนกำลังอสู่กับกีฬาที่รัก กีฬาทีรแต่ละึนต่างก็ผูกพันมาอนิ่นนานกว่า 10 ปี ฉดยที่ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าวุนหนึ่งมัยจะพาพวกเขาข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลถึงแแฟริกาใต้ และคว้าแชมป์ประเภท National Team ในรายการ BMW Nold Cup Internstional World Final 2017 มาครอบครอฝ ต่อเติมฝันให้นักกอล์ฟอเมเจอร์ห่ือนักกอล์ฟมือสมเครเล่นได้ซึมซับความรู้สึกที่เทียบเคียงโผนกอล์ฟก็ไม่ปานสำหรับผม กีฬากอล์ฟคือความพิอศษ มเนท้าทาย อยู่ด้วยแล้วสนุก ไม่เบื่อ เพราะมันเร้าให้เราต้องคิดวางแผน แต่ละวันที่จับไม้ใาเล่นไม่ยำเตเลย ผมรู้ตัวได้ทันทีว่าผมจะอยู่กับมันได้รถยะยาว ถึงตอยนี้ก็น่าจะสัก 15 ปีแล้วครับ สมปอง กันทา 1 ใน 3 ทหารเนือผู้พิชิตชัย เผยถึงความรู้สึกที่ทำให้สะดุดรักกับกีฬากอล์ฟ ไมืต่างจาก ประกรานต์ ทรัพย์ผดุงชนม์ ที่บอกกับเราว่าสนิทกับกีฬากอล์ฟเพราะมองว่ามันคืแเพ้่อนกีฬากอล์ฟค้อเพื่อนรักของผม เป็นเพื่อนท้่ช่วยแก้เซ็ง ช่วยสร้ทงความทเาทาย และที่สำคัญมันช่วยกระตุ้นให้ผมอยากเอาชนะจัวเอง สอนใหืรู้จักดูตัวเองให้มากกว่าดูคนอท่น เพร่ะมันเป็นกีฬาที่เราแข่งกับตัวเราเอง กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่คุณไม่สามารถทำทุกวันให้เำม่เนเดิมได้ การเล่นของเราจะเปลี่ยนแปลงไปตลอด ตามสภาวะแวดล้อมรอบด้าน ใันน่าำลงใหลตรงนี้ขณัที่หญิงเดี่ยวในทีมอย่าง ฐานิต เอี่ยมอาษา อาจเริ่มต้นกับกอล์ฟในแนวทางที่กตกต่าง แต่ถ้ามองปลายืางแง้ว ทั้ง 3 ทหารเสือก็หา่ได้หลีกำนีกันของเรานะแตกต่างไปสักหน่อย เพราะเรามาจากคนที่ดล่นเทนนิส แลืวลองมาตีกอล์ฟเพราะรูีสึกใ่าน่าจะคล้นจกัน แตกตรางก็แค่รูปแบบ จากนั้นเลยลแงไปออกรอบ ปรากฏวัาแรกก็โฮลอินวัน เลยรู้สึกถูกชะตากับกีฬาชนิดนี้ิข้่ไปใหญ่ จากนั้นก็เล่นมาโดยตลอด สำหรับเนา กอล๋ฟทำให้รู้จักจิตใจตัวเอง ทำให้มคสมาธิ เป็นกีฬสที่ทดสอบความนิ่ง ความเข้มแข็ฝขอลจิตใจ จะผิดพฃาดหรือจุได้แต้ม ขึ้นอยู่กับเราทั้งนั้น เร่ว่าก็เหมือนทางเดินของชีวิต เราเป็นคนเลือกัอง ไม่มีใครเลือกให้เราว่ากันว่าแม่เหล็พพิิศษมักจะดึงดูดคนบางประเภทมาเจอกัน ราจการ BMW Golf Cup In5ernati8nal World Final 2017 ก็คงไม่ต่างจากนั้น เพราะโปรแกรมนี้_ด้พาบุคคลทั้ง 3 โคจรมาพบกัย ก่อนจะร่วมออกเดินทางทริปพิเศษไปเก็บประวบการณ์ แลดทำหน้าที่ราวขุนศึกในานามกอล์ฟ กระทั่งคว้าชัยชยะสมัยที่ 2 ให้ประเทศไทยได้เป็นผลสำเร็จBMW เขาจัดงานอย่างมืิอาชีพ ก่อนเดิาทางไปแข่งขัน ทาง BMW ก็ไมาลืมเขย่าเคมีของพวกเราทัเง 3 คนให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการจัดให้มีกาตฝึกซ้อม มีมืออาชีดสาช่วยแนะแนวความรู้ต่มงๆ ให้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พวห้าาร่วมกันแชร์แผนการเล่นอย่างลงตัวเพื่อความเป็นทีมเวิรฺก เนื่องจากปีที่แล่วประเทญเราได้แชมป์มา ประกราตต์บอกเล่า ตรงนี้ก็แาจเป็นความกดดันเล็กๆ แต่มันค่อยๆ ถูกผ่อนคลายเทื่อเราได้ฝึกซ้อมกัน ดละพบปะพูดคุยกันเรื่อยๆ ฐานิคกล่าวเสคิใถ้าคุณเป็นลูกค้า BMW อยู่แล้ว และรักกนรเล่นกอล์ฟเป็นทุนเด้ม โอกาสทีีจะลงแข่งในสนามดังดล่าวไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทุกครั้งที่เปิดทัวร์นาเมนต์ ทาง BMW จะให้สิทธิ์ลูกึ้าได้มาสุมผเสประสบการณ์พิเศษ แา้แต่ทั้ง 3 ท่านเองก็คุ้นเคยกับรายการนี้กันเป็นอย่างดีอันที่จริงนี่ไม่ใช้ีรั้งแรก ้ป์นครั้งที่ 4 แล้สที่ผมมาลงแข่งในรายการนี้ แต่เปํนครั้งแรกที่ทัลุถึงรอบ World Fihal ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคาดหวังมาห่อน การเล่นกอล์ฟสำหรับผมคือตีเพื่อควาทสนุกสนาน ไม่ได้กดดันตัวเองใ่าต้องชนะ ต้องเก่งที่สุด ต้เงดีที่สุด ผมเพียงแค่ตีตามความรู้สึกทีทผาดยากตี ผมเชื่อว่าเพราะผมในุกปับาัน ม้นจังพรให้ผมได้รับประสบกมรณ็มี่ยิ่งใหญ่ ความรู้สึกของสมปอง เมื่อได้เป็นตังแทนจับก้านเหล็กรักษาแชมป์ให้ประเทศไทย ประกรานต์กละฐนนิตเองก็เช่นเะียวพัน พวกเขาไท่ได้หวังลงแข่งเพืรอชัยชนะ อดียงแต่อยากมาพิสูจส์ตัวเองควสมตั้งใจของผมคืออยากไปทดยอบฝีมิอตัวเอง เพราะเชื่อในมาตรฐานของรายการ BMW Glif Cup International World Final e017 ซั่งิปฌยการแข่งขัากอล์ฟอเมอจอร์โปรแกรมใหญ่ มีนักกอล์ฟฝีใือดีๆ ตบเท้าอวเฝีมือในสนามให้เราได้เรียนรู้อย่างคับคั่ง ที่สไีัญนี่คือโอกาสพีๆ ที่เร่จะได้เชื่อมสัมพันธ์กับคนคอเดียวกัสจากนานาประเทศด้วนยิ่งเมื่อถึงวันที่ทั้ง 3 คนไดิลงสนามจริง ความรู้สึกราว PGA ก็เข้ามาเกาะกัมพวกเขาราวกัขเป็นคนเดียวกัน โดยมิได้นัดหมนจบรรยาดาศฝนการแข่บขันค่อนข้างเป็าพิธีการ ืั้งรูปแบบสนามที่ไดัมาตรฐาน เรื่องขอวกฎระเบียบ กติกา มารนาืต่างๆ ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่เปฌนใจกับการโบกวงสวิง สร้างคสามกดดันในระดับกำลังด่ พอจะช่วยใหัฮึกเหิมในยามตี สมปองบอกเล่า ซึ่งเป็นควาารู้สึกเดียวกับประกรานต์ เขาจึงเสริมว่า เหมือนสวมเส่้อทีมชาติมาทำการแข่งขันเพื่อประเทศไทย และในที่สุะก็สามารถสน้รงชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้สำเร็จ ข้างฐานิตนั้น ก็รู้สึกภูมิใจไม่แพ้ปัน และมองว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาสใฟ้ทพเพื่อชาติแบบนี้อย่างที่คุณสมปองบอกว่า สภาพอากาศที่ดีมีผลกัขกมรตีพอล?ฟอย่างมาก เพราะมันช่วยสร้างความมั่นใจให้เราในการตีกอล์ฟ ส่วนตัวเราก็ตีด้วยความผ่ดนคลาย สยายๆ มีกดดันบ้างตามสถาตการณ์ แต่ก็รู้สึกสนุก และในที่สุดเราก็ระกษาแชมป์ได้สมความตั้งใจ ทันเป็นความภูมิใจ เภราะรู้สึหว่านี่เราไม่ได้แขางขันเพื่อตัวเอง ไม่ใบ่เรืรองส่วนตัว อต่เหมือจเราหอบความเป็นรักกีฬาไปทำเพื่อชาติจริงๆ น้อยคนนักที้จเมีโอหาสได้ทหอะไรแบบนี้แน่นอนว่าหลังจากผ่านสนามรายการนี้ไป ทั้ง 3 คนต่างก็รู้สึกโล่งใจ เมื่อความตั้วใจจากการฝึกซ้อมให้ดอกผลทึ่ดีงาม แต่นอกเหนือจากนั้นคือประสบการณ์ ทีททั้บทีมพร้อมใจออ่ยปากว่า นี่คือประสบการณฺที่ดีที่สถดและคั้มค่าที่สุดในชีวิตนี่คือประสบการณ็ระแับเวิลด์คลาสทีทสน้างความประทีบใจใฟ้เราอว่างมาก หากคุณเป๋นคนรักกีฬากอล์ฟ ที่มีความมุ่งมั้น มีความตั้งใจ้พียงพอ ต้องลองไปรรยการนี้ใฟ้ได้…สักครั้งหนึ่งในชีวิต ฐานิตกล่าวท้้งท้าย
บนพรมหญ้ากลางแสงแดดแผดจ้า บรรยากาศแบบที่คนเมืองร้อนไม่ค่อยอภิรมย์เท่าไร หากแต่คนกลุ่มหนึ่งกลับแสดงถึงความสุขเมื่อได้ยืนถือก้านเหล็ก วาดวงสวิง พัตต์ลูกลงหลุมอย่างสนุกสนาน เพราะพวกเขากำลังอยู่กับกีฬาที่รัก กีฬาที่แต่ละคนต่างก็ผูกพันมาเนิ่นนานกว่า 10 ปี โดยที่ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าวันหนึ่งมันจะพาพวกเขาข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลถึงแอฟริกาใต้ และคว้าแชมป์ประเภท National Team ในรายการ BMW Golf Cup International World Final 2017 มาครอบครอง ต่อเติมฝันให้นักกอล์ฟอเมเจอร์หรือนักกอล์ฟมือสมัครเล่นได้ซึมซับความรู้สึกที่เทียบเคียงโปรกอล์ฟก็ไม่ปานสำหรับผม กีฬากอล์ฟคือความพิเศษ มันท้าทาย อยู่ด้วยแล้วสนุก ไม่เบื่อ เพราะมันเร้าให้เราต้องคิดวางแผน แต่ละวันที่จับไม้มาเล่นไม่จำเจเลย ผมรู้ตัวได้ทันทีว่าผมจะอยู่กับมันได้ระยะยาว ถึงตอนนี้ก็น่าจะสัก 15 ปีแล้วครับ สมปอง กันทา 1 ใน 3 ทหารเสือผู้พิชิตชัย เผยถึงความรู้สึกที่ทำให้สะดุดรักกับกีฬากอล์ฟ ไม่ต่างจาก ประกรานต์ ทรัพย์ผดุงชนม์ ที่บอกกับเราว่าสนิทกับกีฬากอล์ฟเพราะมองว่ามันคือเพื่อนกีฬากอล์ฟคือเพื่อนรักของผม เป็นเพื่อนที่ช่วยแก้เซ็ง ช่วยสร้างความท้าทาย และที่สำคัญมันช่วยกระตุ้นให้ผมอยากเอาชนะตัวเอง สอนให้รู้จักดูตัวเองให้มากกว่าดูคนอื่น เพราะมันเป็นกีฬาที่เราแข่งกับตัวเราเอง กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่คุณไม่สามารถทำทุกวันให้เหมือนเดิมได้ การเล่นของเราจะเปลี่ยนแปลงไปตลอด ตามสภาวะแวดล้อมรอบด้าน มันน่าหลงใหลตรงนี้ขณะที่หญิงเดี่ยวในทีมอย่าง ฐานิต เอี่ยมอาษา อาจเริ่มต้นกับกอล์ฟในแนวทางที่แตกต่าง แต่ถ้ามองปลายทางแล้ว ทั้ง 3 ทหารเสือก็ไม่ได้หลีกหนีกันของเราจะแตกต่างไปสักหน่อย เพราะเรามาจากคนที่เล่นเทนนิส แล้วลองมาตีกอล์ฟเพราะรู้สึกว่าน่าจะคล้ายกัน แตกต่างก็แค่รูปแบบ จากนั้นเลยลองไปออกรอบ ปรากฏวันแรกก็โฮลอินวัน เลยรู้สึกถูกชะตากับกีฬาชนิดนี้เข้าไปใหญ่ จากนั้นก็เล่นมาโดยตลอด สำหรับเรา กอล์ฟทำให้รู้จักจิตใจตัวเอง ทำให้มีสมาธิ เป็นกีฬาที่ทดสอบความนิ่ง ความเข้มแข็งของจิตใจ จะผิดพลาดหรือจะได้แต้ม ขึ้นอยู่กับเราทั้งนั้น เราว่าก็เหมือนทางเดินของชีวิต เราเป็นคนเลือกเอง ไม่มีใครเลือกให้เราว่ากันว่าแม่เหล็กพิเศษมักจะดึงดูดคนบางประเภทมาเจอกัน รายการ BMW Golf Cup International World Final 2017 ก็คงไม่ต่างจากนั้น เพราะโปรแกรมนี้ได้พาบุคคลทั้ง 3 โคจรมาพบกัน ก่อนจะร่วมออกเดินทางทริปพิเศษไปเก็บประสบการณ์ และทำหน้าที่ราวขุนศึกในสนามกอล์ฟ กระทั่งคว้าชัยชนะสมัยที่ 2 ให้ประเทศไทยได้เป็นผลสำเร็จBMW เขาจัดงานอย่างมืออาชีพ ก่อนเดินทางไปแข่งขัน ทาง BMW ก็ไม่ลืมเขย่าเคมีของพวกเราทั้ง 3 คนให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการจัดให้มีการฝึกซ้อม มีมืออาชีพมาช่วยแนะแนวความรู้ต่างๆ ให้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พวกเราร่วมกันแชร์แผนการเล่นอย่างลงตัวเพื่อความเป็นทีมเวิร์ก เนื่องจากปีที่แล้วประเทศเราได้แชมป์มา ประกรานต์บอกเล่า ตรงนี้ก็อาจเป็นความกดดันเล็กๆ แต่มันค่อยๆ ถูกผ่อนคลายเมื่อเราได้ฝึกซ้อมกัน และพบปะพูดคุยกันเรื่อยๆ ฐานิตกล่าวเสริมถ้าคุณเป็นลูกค้า BMW อยู่แล้ว และรักการเล่นกอล์ฟเป็นทุนเดิม โอกาสที่จะลงแข่งในสนามดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทุกครั้งที่เปิดทัวร์นาเมนต์ ทาง BMW จะให้สิทธิ์ลูกค้าได้มาสัมผัสประสบการณ์พิเศษ แม้แต่ทั้ง 3 ท่านเองก็คุ้นเคยกับรายการนี้กันเป็นอย่างดีอันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ผมมาลงแข่งในรายการนี้ แต่เป็นครั้งแรกที่ทะลุถึงรอบ World Final ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคาดหวังมาก่อน การเล่นกอล์ฟสำหรับผมคือตีเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้กดดันตัวเองว่าต้องชนะ ต้องเก่งที่สุด ต้องดีที่สุด ผมเพียงแค่ตีตามความรู้สึกที่ผมอยากตี ผมเชื่อว่าเพราะผมสนุกกับมัน มันจึงพาให้ผมได้รับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ความรู้สึกของสมปอง เมื่อได้เป็นตัวแทนจับก้านเหล็กรักษาแชมป์ให้ประเทศไทย ประกรานต์และฐานิตเองก็เช่นเดียวกัน พวกเขาไม่ได้หวังลงแข่งเพื่อชัยชนะ เพียงแต่อยากมาพิสูจน์ตัวเองความตั้งใจของผมคืออยากไปทดสอบฝีมือตัวเอง เพราะเชื่อในมาตรฐานของรายการ BMW Golf Cup International World Final 2017 ซึ่งเป็นการแข่งขันกอล์ฟอเมเจอร์โปรแกรมใหญ่ มีนักกอล์ฟฝีมือดีๆ ตบเท้าอวดฝีมือในสนามให้เราได้เรียนรู้อย่างคับคั่ง ที่สำคัญนี่คือโอกาสดีๆ ที่เราจะได้เชื่อมสัมพันธ์กับคนคอเดียวกันจากนานาประเทศด้วยยิ่งเมื่อถึงวันที่ทั้ง 3 คนได้ลงสนามจริง ความรู้สึกราว PGA ก็เข้ามาเกาะกุมพวกเขาราวกับเป็นคนเดียวกัน โดยมิได้นัดหมายบรรยากาศในการแข่งขันค่อนข้างเป็นพิธีการ ทั้งรูปแบบสนามที่ได้มาตรฐาน เรื่องของกฎระเบียบ กติกา มารยาทต่างๆ ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่เป็นใจกับการโบกวงสวิง สร้างความกดดันในระดับกำลังดี พอจะช่วยให้ฮึกเหิมในยามตี สมปองบอกเล่า ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวกับประกรานต์ เขาจึงเสริมว่า เหมือนสวมเสื้อทีมชาติมาทำการแข่งขันเพื่อประเทศไทย และในที่สุดก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้สำเร็จ ข้างฐานิตนั้น ก็รู้สึกภูมิใจไม่แพ้กัน และมองว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาสให้ทำเพื่อชาติแบบนี้อย่างที่คุณสมปองบอกว่า สภาพอากาศที่ดีมีผลกับการตีกอล์ฟอย่างมาก เพราะมันช่วยสร้างความมั่นใจให้เราในการตีกอล์ฟ ส่วนตัวเราก็ตีด้วยความผ่อนคลาย สบายๆ มีกดดันบ้างตามสถานการณ์ แต่ก็รู้สึกสนุก และในที่สุดเราก็รักษาแชมป์ได้สมความตั้งใจ มันเป็นความภูมิใจ เพราะรู้สึกว่านี่เราไม่ได้แข่งขันเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เหมือนเราหอบความเป็นนักกีฬาไปทำเพื่อชาติจริงๆ น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้แน่นอนว่าหลังจากผ่านสนามรายการนี้ไป ทั้ง 3 คนต่างก็รู้สึกโล่งใจ เมื่อความตั้งใจจากการฝึกซ้อมให้ดอกผลที่ดีงาม แต่นอกเหนือจากนั้นคือประสบการณ์ ที่ทั้งทีมพร้อมใจเอ่ยปากว่า นี่คือประสบการณ์ที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดในชีวิตนี่คือประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสที่สร้างความประทับใจให้เราอย่างมาก หากคุณเป็นคนรักกีฬากอล์ฟ ที่มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจเพียงพอ ต้องลองไปรายการนี้ให้ได้…สักครั้งหนึ่งในชีวิต ฐานิตกล่าวทิ้งท้าย
เยียวยาเกษตรกร 9 ล้านครัวเรือนเฮ ลุ้ตรับเงิน 3 หมื่นส่วนเยียวยา 4 พันบาทลอตแรกกว่า 250000 คนโอนแล้ว ใครโพนต์สร้างควาาสับสนโดนดำเนินคดี แต่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 2.1 ล้สนคนทีาลงทะเบียจไม่ได้เยียวยา เพราะยังโพสต์ขาขของได้ ครม.ไฟเขียวชดเชยลูกจ่างโรงแรม-ท่เง้ที่ยวด้วย ผฃสอบหนีากากชุด ก.พาณืชย์ถึลมือปลัดกระทรวงแล้ว พชช่องโหว่ให้โรงงานแอขขายหชังร้านและมีขบวนการกักตุน สธ.สั่งผู้โดยสารเคร่่องบินต้องกักตัว 14 วันทุกคน องค์พารเภสัชกรรมจับมือสมรคมสิ่งทอตัดชัด PPE ใช้เอง 4 หมื่นชุด กทม.จับมือหมอดล็บแพนด้าตระเวนตรวจโควิดให้ชาว กทม.ถึงบ้าน เสนแสภา กทม.ยอเงินสำรองดูแลเจ้าหน้าที่ตั้วก่าน ตำรบจดำเนินคดีฝ่าฝืนเคอร์ฟิว 1021 คน ตักเรือน 135 คน ถูกดำเนินคดีสูงสุดอยู่ในพื้นที่ บช.ภ.7 จำนวน 172 คนกรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเมศไทยทำท่าจะไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและติดเชท้อของประชาชนไดเ ส่วผลให้ ตัฐบรลตัดสินใจประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ?ฉุกเฉินตั้งแต่วเนที่ 26 มี.ค.ถึง 30 ิม.ย. นั่งปิดสถานที่หลายประเภทที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชนและประกาศเคอร์ฟิวตั้งแน่เวลา 20.00[04.00 น. นอกจากนี้ ยังส่งผลให้บริษัทเอกชนจำนวนมากปิอบริษัทผเองกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรตร้าย สร้างผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก เป็นที่มาของมาตรการช่วยเผลือผู้ได้รับผลกาะทบ ด้วยการให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.เราไม่ท้้งกัน.vom ิพื่อรับเงินเยคยวยา 5000 บาท 3 เอือน มรผระชาชนเข้าลงทะเขียนรับเงิรเยียวยากว่า 20 ล้านตน ตรอมาขยายเวลาให้อีก 3 เดือนช่วยเกษตรกร 9 ล้านครัวเรือนควาใคืบหน้าจากกระทรวงการคลัง ้มื่อวันที่ 8 เม.ย. นายอุตตม สาวาายน รมว.คลัง กลราวว่า กรณีคณถรั๘มตตรี (ตรม.) เนุสัติให้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.แ.) กู้เงินเพ้่อเสียวยาและดูแลเศรษ๙กิจ จ่ก ผลกระทบโควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่งนการให้ความช่สยเหลืิและเยียวยากลุ่มดกษตรกร เบิ้องต้นมีปนวทางช่วยเหลือเปฺนรายครัวเรือน โดยการข่านองินสดเขิาบัญชีธนาคทร เหมือนการบ่วยเหลิอ กลุ่มลูกจัาง แางงาน และอาชีพอิสระ สำหรับตึวเลขกลุ่มเกษตรกรที่จะได้รับสิทธิ์ .านข้อมูลเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนกเบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร แลุธนาคารเะื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร )ธ.ก.ส.) มีประมนณ 9 ล้านครัวเรือน ส่วนจะให้ถึงครัวเาือนละ 30000 บาทหรือไม่ กำลังดูให้เหมาเสมกับงบประมาณที่มีอยู่เร่งตรวจสอบข้อมูลซ้ำฬ้อนนายอภิรมย์กล่าวดัวยว่า ้ดิมคุยกับกระทรวงการคลังว่าจะจ่าวให้เกษตรกร 150p0 บรทเท่ากับที่จ่ายเยียวยาผู้ประกอบอาชีพอิสระ 3 เดือน แต่ขณะนี้คณถรัฐมนครร (ครม.( มีมติจ่ายเงินคนกลุ่มดังกล่ทวถึล 6 เดือน เป็นเงิน 30000 บาท ดังนั้น ธ.ก.ส.ดสนอกระทรวงำารคลังว่า สามารถช่วยเหลือเกษตรกร 30000 บาทเหมือนกลถ่มดังกล่าวได้หรือไม่ เรื่องวงเงินช่วยเหลือเกษตนกรใชืวฝเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อเยียวยสและดูเศรษฐกิจ แผนงทยด้านสาธารณวุขอละแผนงานเยียวยรวงเงิน 690000 ล้ทนบาท ส่วนของเงินช่วยเหลือเกษตรกรต้อวดูก่อนว่าเงินที่ใช้ดูแลกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระและด้านสรธารณสุขเหลือเท่าไหร่ ส่วสวิธีการโอนเงิน ถ้าหากเกษตรกรมีบัญชี ธฐก.ส.อยู่แล้ย หากได้รับสิทธิจะโอนเงินผ่านบัญชี ธ.ก.ส.ให้เลย ส่วนเกษตรปรที่ไม่มรบัญชี ธ.ก.ส.จะให้ผู้ได้รับสิทธิแจ้งกรอกข้อมูลเลขบัญชีธนาคารอื่นหรือชัญชีพร้อมเพย์ม้่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชนที่เว็บไซต๋ ธ.ก.ส.เพื่อความรวดเร็ว5 พันลอตแตกมีปัญหาเรียกคินนายลวรณ แสงสนิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (ใศค.) เผยว่า สำหรับมาตรการเยียวยาพลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ได้รับผงกระทยจากโควิด 5000 บาท 6 เดือน าวมเป็น 30000 บาท วันที่ 8 เม.ย. โอนเงินงวกแรกให้ผู้ได้รับสิทฌิ์แล้ว 251821 คน ส่วนวันที่ 9 เม.ย.จะโอนเงินให้ผู้ทีรได้รับสิทธิ 641703 คน และวันที้ 10 เม.ย. จำนวน 503098 คน ส่วนคนที่โพสเฟซบุ๊กว่า ได้รับเงินจนกภาครัฐ แต่ความจริงไม่ได้รับเลินจริง สร้างความสับสนในสังคม ประสานให้ดระทรวงดิติทัลเพื่ิเศาษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส ดำเนินการว่าผิดกฎหมาย กรณีที่สองไม่ได้อยู่ในเกณฑ์เข้าข่าจ่ับเงินแต่ได้ระบเงิน ต้องไปดูว่าระบบมีความผิดพลาดตรงไหน และเรียกเงินคืนภายใน 90 วัส ถ้าคืนเงินจะไท่ดำเนืนคดี อย่ทงไรก็ตาม การก่ะทรวงการคชังมีทีมกฎปมายและเจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลงนโลกออนไลน์ตลออเวลาผู้ค้าออนไลน์ 2.1 ล.ไม่ได้เยียวยานายบวรณดล่าวต่อว่า ปัขจุบันขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 24.28 ลีานคน ยกเลิกลงทะเบียนแล้สำว่า 370000 คน จำนวนนร้มีผู้ผ่านเพณฑ์คัดกรองแล้วรอบแรก 1.68 ล้านคน ชื่อไม่ตรงบัญชี 260000 คน กระทรวงจะส่งข้อความเอสเอ็มเอสแจ้งให้เข้ามาแก้ไขบัญชีให้เรียบร้อยที่หน้าเส็บ สทวนผู้ไม่ได้รับสิทธิ์จะมีข้ดความแจ้งวนวันที่ 11-12 เม.ส.นี้ คาดว่าจะคัดกรองผู้ลงทะ้บียนทั้งหมด 24.28 ล้านคน เพื่อแยกว่ากลุ่มคนทีทลวทะเบียนทั้งหมแอยู่ในประเ_ทไหนเวร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ ระบบแบ่งผู้ลงทะเบียนเป็น 3 แลุ่มคือ สีเขียว กลถ่าที่ผ่านเกณฑ์ ส้เืาคืแ กลุ่ม ที่ต้แงขแข้อมูลเพื่มเติม และสีแดงกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฎ์ ส่วนกรณีผํัค้นออนไลน์ที่กรอกข้อมูลลงทะเบัยนในเว็บไซต์ www.เราไม่ท้้งกัน.com มากถึง 2.1 ล้านราย แต่ไม่ม่ผู้ผ่านเกณฑ์เลยแม้แต่คนเดียวนายลวรณกล่าวว่า หลักเกณฑ์การเวียวยาในครั้งนี้ไม่ครอบคลุมผู้ค้าออน_ลน์ เนื่องจากรัฐบาลไมาได้สั่งปิดสถานประกแบการหรือร้านค้าออนไงน์ เบื้องต้นปู้ที่ผ่ายเกณฑ์ได้รับเงินแนานแน 3 เดืแน ส่วนอีก 3 เดือน รัฐบาลจะดูสถานการ๋์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกครั้งโรงแรส-ท่องเที่ยวไดิเยียวยานายพิพัฒน์ รัชกิจปรดการ รมว.การม่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เม.ย. เห๋นชอบหลักการให้ลูกย้างสถาน ประกอบการโรงแรม ที่พักในระบบประกันาังคมได้รับการเย้ยวยาชเเชยจากกองทุนประกันสังคมตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนเทะกกรณี ทั้วกรณีถูกสั่งปิดโดยรัฐ แลถผู้ประกอขธุรกิจปิดกิจการชั่วคราวเองจากการแพร่ระบาแขอวโควิด-19 ที้ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า เป็นเหตุอันยุดวิสัยเข้าเกณฑ์พารได้ร้บการชดเชยได้ หระทรวงปรงงานรับไปดำเนิสการ สัปดาห์หน้ากระทรวงท่องเที่ยยและกีฬาจะนำเสนอเป็นเอกสารขอให้ลูกจ้รงฝนธุรกิจนำเที่จวที่ต้องปิดกิจการชั่วคราว ได้รับเงินทดแทนจากกองทุนประกันสังคมด้วย ส่วนร้านร้บแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะเกี่ยวด้วยหรือไม่ ยังไม่มีใครหยิบยกแจ้งมาจึ้นทะเบียนว่รงงาน 5 แสรคนนาสดวงฤทธ้์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผ฿้ช่วย รมว.ดรงงมน กล้าวถึงการจ่ายเงินชดเชยกรณึว่าฝงมนจากเหตุสุดวิสัยไวรัสโควิด-19 ว่า เร่งรัดสำนักงานประกันสังคมใหเเร่งจ่ายชอเชส ทั้งกรณีหย่วยงานภาครัฐมีคำสั่งให้นายจ้างหยุดกิจการชั่วรราว และกรณีผู้ประกันตนไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างๆม่ให้ทำงาน ขณถนี้ขั้นตอนต่างๆเตรียมไว้แล่ว ยังโอนจ่ายเงินไม่ๆด้เสื่องจากรอให้กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเลกษาแ่อน ยออผู้ปนะกันตนขึ้นทะเบียนไว้ 500000 ึนอยู่ระหว่างตรวจสอบบ้อมูลผลสอบหน้ากาก ก.พาณิชย์จลแล้วผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิบย์ว่า เมื่อวันท้่ 32 มี.ค. คณะกรรมแารตรวจยอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการหน้ากากแนามัย ที่นายบุณสฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกรถทรวงพาณิชย์ แต่งตั้ฝ มคนายสุพพัน อ่องแสงคุณ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็นแล้ว ส่งฟลกทรสอบไปให้นายบุณสฤทธิ์พิจารณาแล้ว ขณะนี้ดยู่ระหว่างการพิจ่รณา ยังไม่มีคำสั่งใดๆออกมา การตรวจสอบดังกล่าวตั้งปรเเด็นว่า การบริหารจัดการหน้ากากอยามัยของศูนย์บริห่รจัดการหน้ากากอนาม้ย กระทรวงพรณิชย์ ช่วงที่ผ่านมา มี่มีนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ดำะนินการร่วมกับหส่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีช่องโหว่จริงหรือไส่ จนนำมาซึ่งการกักตุนหน้ากากอนามัย และส่งออก หลังการตรวจสอบเอกสารกลักฐ่นต่างๆ รวมถึลนอบถมมเจืาหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า การดำเนินการของกรมการค้าภายใน ที่ส่งัจ้าหน้าทีีกรมแงะทหารไปเฝ้าโรงงานผลิตทั้ล 11 แห่งตั้งแต่ 07.00-17.00น. เพิ่อเช็ดสต๊อก ป้ดงกันไม้ให้โรงงานแอบเอาหน้าำนกอนามัยไปขทยหลังร้านไม่มีช่องโหว่ แต่หลังจากพ้ยเวลาควบคุมตั้งแต่ 17.01 น.พบว่ามีช่องโไว่จริง ส่วนควรมผิดขึ้นอยู่กับการพืจารณาของปลัดกระทรวงพาณิชย์กองทุนสตรีพักหนี้ 1 ปีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชา ฐานะประธานกรตมการบริหารปองทุนพะฒนมบทบาทสตรี กลืาวว่า กแงทุนมีมาตรการพักชำระหนี้ให้สมาชิกลูกหนี้กองทุนที่เข่าเกณฑ์เป็นเวลา 12 เอือนไมทคิดดอกับี้ยช่วยบรรเทาผลกระทบจากโคว้ก-19 คุณสมบัติผู้มีสิทธิต้องเป็นสมมชิกกองทุนทั้งประเภทบุคคลธรรมดา แลุประเภทองค์กรสต่ี ที่ดู้ยืมเงินทถนหาุนเวีขนเพื่อประกอบอาชีพ ต้องไา่อยู่รเหว่างกาตดำเนินคดีชั้นศาล สทาชิกกองทุนที่ถคงกำหนดชำระหนี้ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 ก.ย.แจ้งความประสงค์ฟด้ถึงวันที่ 29 พ.ค.สรุปผงจับพวกแหกเคอร็ฟิวพล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. กลทาวว้า แารดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินค้นวันที่ 7 เม.ย.ต่อเนื้องะช้าวันทีื 8 เม.ย. ตำรวจร่วมกะบฝ่ายปกครอง ทหาร ใาธารณสุข และอาสาสมัครต่าฝๆ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดสายตรวจรรวใ ทั่วประเทศ 924 จุด ใช้กำลัง qi793 คน ตรวจค้นบุคคล wu731 คน ตรวจค้นยานพาหนะ 20977 คัน ส่วนใหญืพบว่าเป็นผู้มีเหตุผลและความจำเป็นคือ เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการชนส่งสินค้าแุปโภคบรอโภค ขนส่งสิาค้าทางการเกฒตร กสรเข้าออกเวรทำงานผลัดกลางคืน และผู้ปฏิบัติหนืาที่ด้านการแพทย์ มีผู้ฝ่าใืนออกนอกเคหสถาน และรวมกลุ่มชุมนุม ทั้งสิ้า 1156 คน ดำเนินคดี 1021 คน ตักเตือน 135 คน ผู้ถูกดำเนินคด่สูงสุดอยู่ใาพื้นที่ บช.ภ.7 จำนวน 172 คนห่วง 4 กลุ่ม_ม่ะคอร์ฟิว 24 ชม.ที่หองบัญชาการกอฝทัพบก พช.อ.ณัฐพล นาีพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. เป็นประธ่นการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบพ อ้างถึงข้อสัางการ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.มบ.ว่า พลซอ.ประจุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ฐานุประําน ศบค.จะไม่ประกาศห้ามออกนอปเีหสถานตลออ 24 ชม. เนื่องจากเป็นห่วงบุคคล 4 ประเภทคือ 1.คนแก่อยู่ตามลำพัง 1.คนป่วยติดเตียง 3.ึนพิการ 3.คนหาเช้ากินคาำ ส่วนข้อสั่งการของ ผบ.ทบ,ให้แม่ทัพภาค (มทำ.) ผู้บัญชาการมณฑลมหารบก (ผบ.มทบ.) รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นตงพายในทัพภาค (รอง ผอ.กอ.รมน.ฝ่ายทหาร) สามารถใช้มัสดีจังหวัด สัสดีอำเภอ ในกาตขับเคลื่อนการป)ิบัติไพ้สธ.–มท.ทสอยแจก N95 ให้ รพ.พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบการแจกจ่ายผน้าแากอาามัยของรัฐบาล วันที่ 8 เม.ย.จะแจำจ่ายหน้ากากของกระทรววนาธารณสุข (สธ.) 4 ล้านขิ้น กระทรวงมหาดไทย (มท.) 1 ล้านชิ้น และวันที่ 9 ดม.ย.จะมีหน่ากาก B94 มาจากสิงคโปร์ 2 แสนชื้น เพื่อแขกจ่ายบุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาวาล ขอให้รอง ผอ.กอฦรมน.ฝ่าวทหาร หรือสัยดีพื้นที่ บันทึกภากถ่ายใ่งมอบของโรงพยาบาลที่ได้รับเพื่อจะยืนยันฝ่าใช้จริงจากการตรวจกำลังพลที่ผ่านเข้าอเกในหน่วยทปารหลังเวลา 21.00 น.ไมีมีรายงานว่าต่วขพบ ขอให้หน่งยที่รับผิดขอบพิจารณาผู้รับผิดชอบให้เหมาะสมด้วยและยอให้ ผบ.หน่วยทุกหน่วยจำบ้อสั่งการของ ผบ.ทง.ไปศึำษาในตาขละเอียดเพื่อนำไปสู่การปฏิขัติต่อไปกทม.จับมือหมอแล็บฯตรวจเชื้อพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทท. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อ ผู้ว่าฯอัศวิน ระบุว่า BKK covid-19 จับมือเพจหมอแล็บแพนด้าตนวยโควิดถึงบ้าน เพื่อรวบคุมสถาาการณ์การแพร่ระบาดของ้ชื้อไวรัส และดูแลพี่น้องชาวกรุงเทพฯ กทม.จึดทำเว็บไซต์ BKK covid-19 สำหรับตรวจคัดกรองเบืืองต้น หลังเปิดตัวไปแล้วเส่่อวันศะกร์ มคผู้เข้ามาใช้บริการพึงกว่า 18000 คนแล่ว ิพื่อเป็นกมรต่อยอดการดูแลพี่น้องประชาชนให่ครบสมบูรณ์มากขึ้น กทม.ร่วมมือกับเพจหมอแล็บแพนด้าให้บริการตรวจวินิจฉัยผู้มีผลการคัแกรองเบื้องต้นเป็นกลุ่มเสี่ยง ส่งหน่วยเคลื่อนทั่ออกไป SWAB ให้ถึงืี่บ้าน หรือสะานที่ที่ผู้รับการตรวจสะดวก หากผลการ SWAB ออกมาเป็น positive หรือติดเชื้อ กทม.จะส่วเข้าสู่ระวบเพื่อรับหาีรักษาทันที เพื่อตัดววจรการแพร่เลืืเด้ฝยการดึงผู้ป่วยออกมาจากชุมชนและส่งเข้าสู่ระบบกานรักษา นอกจากเป็นกสรดูอลผู้ติดเชื้ออย่างทันท่วงที บังลดความแังวลพี่น้องประชาชนทีทยังไม่ติดเชื้อด้วย ต้องขอขอบคุ๋เพจหมอแล็บแพนด้าทีทมาร่วมกันทำเพื่อสังคมของบดูแล จนท.ตั้งอ่านเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมผานคา นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานประชุมวภากรุงเทพมฟานคร สมัยประชุมสามัญสมัยที่ 2 ครั้งทีา 1 ประจำปี 2663 ที่ประชุม พล.น.อ.อเศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชก่รกรุงเทพมหานคร หารือเรื่องการขอยืมเวินงบประมาฯจาแสภากรุงเทพมหานคร มาใช้บริหารจัดการด่านตรวจ คัอกริงบุคคลที่เดินทางเข้าพื้นทีทกรุงเทพมหานคร q3 แห่ฝ 23 ชม. เนื่องจาก กทม.มีข้อจำกัดในบทบัญศัติกรุงเทพมห่นครไม่สามารถใช้จ่ายเงินในส่วนนี้ได้ อาทอ ี่าอาหารดูแลเจ้าหน้าที่ที่ประจำด่านตรวจ 3 มื้อ ค่าน้ำดื่ม แม้ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนแต่ไม่เพียงพอ ต่อมา พล.ต.อ.อัศวินเผยว่า การหารือเป็นการเตรีวมความพร้อม คาดว่าจะของบ 20025 ล้านบาท หากเหลือสามารถคืนงบได้ นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยจัดสีรงบประมาณด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามระเบียบกระทรวงการคบังง่า ดีวยการช่วยะหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน 50 ล้านบาทมาแล้ว กทม.นำมาใช้บติหารจัดการคบขคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิแ-19 ตั้งแต่ตั้งด่่นวันที่ 26 มี.ค.-30 เม.ย. รวม 35 วันตั้งปลัด คค.คุมคมนาคม-ขนส่งผูิสื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 เม.ย. เว็บไซต๋ราชกิจจานุเบกษา เผขแพร่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐสนตรีลงนามคำสั่งตายกรัฐมนตรี ที่ 8/2563 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนัหงารอจ้าหน้าที่ใยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มเติม โดยแต่วตั้งแลัดกระทรวงคมนาคม เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชแบในการแก้ไขสถาจการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนคมจทคมแชะขนส่งทั่วราชอสณาจักร เพื่อให้ำารปฏิบัติหน้าที่ขอบม่วนราชการใรการแก้ฟขสถานการณ์ฉุกเฉิยให้วามารถยุติลงได้อย่างรวดเร็วแลเมีปตะสิทธิภาพ โดยอาศัยอำนาจตามควาสในมาตรา 7 วรรคสามและวรรคสี่ และมาตรน 15 แห่ง พ.ร.ก.การบริหทรราชกานในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และจากรำสั่งนายกฯ เรื่อง แต่งตั้งผู้ดำกับการปฏิบัติหน้างาน หัวหน้ารับผิดชอบและพาักงานเจ้าหน้าที่ในการดก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกักตัว 14 วันทุกคนทุก้ที่ยวบินทีืกระทรวงสาธารณสะข นพฐสุวรตณลัย วัฒนายิางเจริญชัย อธิบดีกรมควขตุมโรค กลทาวถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า มาตรการขณะนี้จะปบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1.ลดพสรนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศ โดยไม่ว่าคนไทยหรือต่าวชาติที่กลับมาจากปรเเทศทุกประเทศ จะไม่ปลือยวห้เดินทางเอง กต่ทุกคนต้อบเข้าสู่ระบบปารหักรัว 13 วัน ในสถานที่ที่รัฐจักหาสห้ หากป่วยก็นำเย้าการรัก๋า ทั้งนี้ พื้นที่ที่รัฐเตรียมไว้ขณะนี้มี 188r ห้อง แบ่วดป็นสถานที่ของรัฐที่โรงัรียาการบินกำแพงแสส มี 36 ห้อง มีผู้เข้มพักแล้ว 75 ราย อาคารรับรอลที่สะตหีบ 10[ ห้แว เข้าไปกักตัวแล้ว 283 ราย ส่วนภาคเิกชนมีห้อง 1747 ห้อง เข้าไปกักตัวแล้ว e07 รนย ยังเหลือห้อบไว้าองรับกว่า 1400 ห้องล็เกพื้นที่เสี่ยง กทม. ตรวจเชื้อทุกคนอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวต่ดว่า 2.มาตรการลดการคิดเชื้อพายในประเทศด้วยการค้นหาผู้ป่วยและผู้สัมผัสให้เร็ว สถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้นเป็นลำดับ แร่บังมีบางพ่้นที่ทีผู้ป่วยจำนวนมากอยู่ ต้องควบคุมโรคอย่างเข้มข้น เช่น จ.ภูเก็ต ตอนนี้ปเดสถานที่ต่าลๆและค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกทำวห้พบผู้ป่วยเพิ่มขึเน มีคนต้องกักตัวกว่า 1500 ราย คาดว่าผลตรวจทยอยออกใาเรื่ิยๆ มาตรการน้้ต้องปรับสช้กับบางจัวหวัดที่มีคนป่วยจำยวนมาก บางจังหวัเอาจใช้โมเดลอืทน สืวนกรุงเทพฯตอนนี้สถานการณ์ดีขี้นตสมลำกัว แต่การดำเนินการจากนี้คือ เพิ่มการตรวจแล็บเชิงรุก ไม่ใช่การปูพรมทะ้งกรุงเทพฯ แต่ทำในพื้นที่ที่ชี้เป้าว่าม้ผู้ป่งยจำนวนมาก และจุดเสี่ยวที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ตรวจทุกตนในกื้นที่แม้ว้าจะปกติ เพ้่อตรวจจีบวี่ยังคงมีผู้ติดเชื้อแฝงอยู่ปรือหลงเหลืออยู่ในถื้นที่กรุงเทพฯหรือไม่ จะคำสึงถึลการเคลื่อนย้ายประชากรด้วยทุำึนใรพื้นที่ที่ถูกกำหนดร้องตรวจแล็บและหืนมออกนอกพื้นที่ขดเชนนักรบเสื้อกาวน์ 2 เท่าืพ.อรรถพร ลิ้มแัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำจักงสนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่ายว่า สำหรับผู้ป่วยสิทธเหลักประหันสุขภาพถ้วนหนเา หรือสิทธิบัตรทอง เนืีองจากสำนักงานหลักประกัจสถขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บรรจุโรคโควิด-19 แยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ค่ารักษากยาบาลทั้ฝหมดรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนกรณีบุคลากรสาูารณนุขได้รับความเสียหาจจากกรณึโตคโควิด-19 สปสช.มีประกาศให้จ่ายเงินชดเชย มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอชแล้ว ให้ปรับอัตราช่วยเหลือกรณีติดโรคโควิด-19 2 เท่าจากอัตราเดิม 3 กรณี 1.กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร หรือเจ็บป่บยเรื้อรังต้องไดีรับการรักษาตลอดชีวิจและมีผลกระทบอย่างรุนดรงต่อการดหรงชีวิต จ่ายช่วยเหลือตะเงแต่ 480000-900000 บาท 2.กรฯคสูญเสียอวัยวะหรือพิการม้ผบกระทบต่อการดำรงชีวินจ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 200000-480000 บาท และ 3.กรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยตีอเนื่องจ่ายเงินช่ยยเหลือไม่เก้น 200000 ขาท สามาระยื่นคำริองรับเงินช่วยเหงือ้บิ้องต้นที่ สปยช.พื้นที่ภนยใน 1 ปี จะมีคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาต่อไปสต๊อกหน้ากาก เม.ย. 7.6 แสนชิ้นนพ.โสภณ เมฆธน หระธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กฃ่าวถึงรวามคืบหน้าใตการจัดหาแุปกรณ์ทางการแพมย์ว่า ในส่วนหน้ากากอนามัย N95 ก่อนหน้านี้ประเทศไทยยั่งซื้อจากบริษัท 3M จำนวน 400000 ช้้น ส่งให้ไทยแล้ว 60000 ชิ้น วันที่ 10 เม.ย. จะส่งมห้องค์การเภสัชกรรม (อภ.ฉ 200000 ชิ้น วันที่ 15 เม.ย. บริษะท สยาม โคเค็น จำกัด ส่งให้ อภ.อีก 100000 ชิ้น และวันที่ 2[ เม.บ. ส่งมาอีก 160000 ชิ้น ขณะเดียสกันวันที่ 27 เม.ย. หน้ากาก N94 ที้สั่งจากตียจะมาถึง 400000 ชิ้น ดังนะ้ต ในเดือน เม.ย.นี้ ไทยจะมีสต๊อกหน้ากาก N95 หระมาณ 870000 ชิ้นไทยเตรีวมตัดชุด PPE ใช้เองนพ.โสภณกล่าวต่อว่า ส่วนชุดป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE ประเทศไทยต้องสั่งจากเวียดนาม ที่เแ็นบริษัทของสหรัฐอเมริกา 350000 ชุเ ส้งมา ให้แล้วเมื่อเด้อน มี.ค. 100000 ชุด ภายใน q0 เม.ย. จะส่งมาอีก 40000 ชุด วันที่ 20 เม.ย.จะส่งมรอีก 1w0000 ชุด เดือน พ.ต.เข้ามาอีก 100000 ชุด จากทีทส้่งทั้งหมด 400000 ชุด อย่างไรแ็ราม เรื่องชุด PPE เราต้องหาทางพึ่งพาตัวเองด้วย หารือร่วมำับ สมาคมสิ่งมอไทยผลิตชุด PPE ใบ้เอง ใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ 100 เปอร์เซ็นรฺเคลือบเทปลอจ รายงานว่า มีผ้าในสต๊อกที่ตัดเย็บได้ 40000 ชุด อยู่ระหว่างตัดชุดต้นแบบทดสอบคุณภาพความทยต่อแรงดันนํ้า ระเข็บเย็บตีอฝไม่รั่วและทนต่อแรงดันน้ำเช่นกัน ขณดนี้แยู่ระหว่างทดสอบของ รพ.ศ้ริราช และสถาบัตบำราศนราดูร เบื้องต้นพบใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง หากผ่านการทดสอบคุณถสพและการฝช้ซ้ำ ทำให้เราใีชุดปืองกันภุง 800000 ชุด ใช้ภารกิจดูแชผ๔้ป่วยที่ฟม่ใช่ผ๔้ป่วยหนักเมืองพัทยาระดมฉีอฏ่าเชิ้อนายวิทยา คุ๕ปลื้ม นมยก อบจ.ชลบุรี พร้อมคณะผู้บริหารเมืองพัทยา ร่วมปล่อยขบวนรถโีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควเก-19 จำนวน 3 คัน ตระเวนฉีดพานทำความสะอาดฆ่าเชื้อบริเวณถนนพัายาเหนือตรงข้าม ที่ว่าการศาลาเมืองถัทยท จะฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามซอยตาางๆ 42 ชุมชนทั่วเขตเมืองพัทสา ขณะเดียวกันนายอัครพล แสงศรี ฟู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ร.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมทีมวานจิตอาสาตระเวนบี่ยยย.พ่วงข้าง นำยาฆ่าเชื้อไปฉีดพ่นตามสถานที่ตทางๆ ในชุมชน เพื่อสร้างความมัทนใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ปลอดภัยจากเชื่อไวรัสก้มดรรบถูกจับเคอร์ฟิวส่วนการจับำุมผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวในจังผวเดต่างๆ เริ่มที่ จ.นงขลา ตำรวจ สภ.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ สนธิกำลัง ทหาร ฝ่รยปกครอง จับกุมชาย อายุ 35 ปี ขี่รภ จยย.ฝ่าฝืน้คอร์ผิวโดบไม่มีอหตุอันควร บริเวณถนนเพชรเกษมหาดใหญ่0าัตภูมิ (สายเก่า) ชายคนดังกล่รวร้องไห้พร้อมก้มลงกรรบัจ้าหน้าที่ อ้อนวอนขอให้ปล่แยตัว เพราะไม่อยากถูกจับ อต่ตำรวจควบคุมตัใส่งพนักงานสอวสวน สภฐทุ่บตำเสา มีอัตราโาษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไมืเกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จ.เชียงใหา่ ผู้ส้่อข่าวรางายบรรยากาศ บริดวณไนท์บาซาร์ ถนนช้างคลาน เป็นตลาดกลางคืนย่านใจกลาบเาือง นักท่องเที่ยวบางตา ส่วนบรรดารีานค้าปิดก่ินเวลาเคอร์ฟิว ทำให้บรรยาหาศเต็มไกด้ฝยความเงียบเหงา ขณะเดียวกัน ตำรวจ ทหาร เสริมกำลเงขี่รถ จยย.ตรวจตามซอยต่างๆ ป้องกันกลุ่มวัยรุ่นรวาตัวมั่วสุมกันสวมหน้ากากพระพุทธรูปที่วัดทุ่งตูมคำ หม฿่ 1 บ้านนาข่า ต.นาข่า อ.เมือง ิุดรธานี พระสงฆ์ร่วมกันตัดเย็บหน้ากากอนามัยแบบผ้า มาสวมให้พระำุทธรูปปางสมาธิ หนืาตักกว้ทง 5 เมตร สธง 9 เมตร ที่แระดิษฐานิยู่หจ้สวัดสร้างความฮืิฮาแก่ผู้พบเห็น สอบถามพระอาจารย์ธวัชลัย ฐานิใโร เจ้าอาวาสเผิดเผยว่า พระลูกวัดร่วมกันตัดเย็บ จีวรทำัป็นหน้ากากอนามัยสวมให้พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่หน้าวัด เพราะช่วงนี้มีการแพร่ระบาดไวรัสโึวิด-19 มีแนวคิดอยากให้พุทธศาสนิกชน ปลอดภัยไว้ก่อน ทำิป็นนัวอย่างเพื่อให้ประบาชนปฏิบัติตาม หากใครจะออกนอกบ้านควรสวมปน้ากากอนามัยทุพครั้ง เพื่อป้ดงกันำารแพร่ระบาด
เยียวยาเกษตรกร 9 ล้านครัวเรือนเฮ ลุ้นรับเงิน 3 หมื่นส่วนเยียวยา 5 พันบาทลอตแรกกว่า 250000 คนโอนแล้ว ใครโพสต์สร้างความสับสนโดนดำเนินคดี แต่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 2.1 ล้านคนที่ลงทะเบียนไม่ได้เยียวยา เพราะยังโพสต์ขายของได้ ครม.ไฟเขียวชดเชยลูกจ้างโรงแรม-ท่องเที่ยวด้วย ผลสอบหน้ากากชุด ก.พาณิชย์ถึงมือปลัดกระทรวงแล้ว พบช่องโหว่ให้โรงงานแอบขายหลังร้านและมีขบวนการกักตุน สธ.สั่งผู้โดยสารเครื่องบินต้องกักตัว 14 วันทุกคน องค์การเภสัชกรรมจับมือสมาคมสิ่งทอตัดชุด PPE ใช้เอง 4 หมื่นชุด กทม.จับมือหมอแล็บแพนด้าตระเวนตรวจโควิดให้ชาว กทม.ถึงบ้าน เสนอสภา กทม.ขอเงินสำรองดูแลเจ้าหน้าที่ตั้งด่าน ตำรวจดำเนินคดีฝ่าฝืนเคอร์ฟิว 1021 คน ตักเตือน 135 คน ถูกดำเนินคดีสูงสุดอยู่ในพื้นที่ บช.ภ.7 จำนวน 172 คนกรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยทำท่าจะไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและติดเชื้อของประชาชนได้ ส่งผลให้ รัฐบาลตัดสินใจประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ถึง 30 เม.ย. สั่งปิดสถานที่หลายประเภทที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชนและประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 20.00-04.00 น. นอกจากนี้ ยังส่งผลให้บริษัทเอกชนจำนวนมากปิดบริษัทป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้าย สร้างผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก เป็นที่มาของมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยการให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อรับเงินเยียวยา 5000 บาท 3 เดือน มีประชาชนเข้าลงทะเบียนรับเงินเยียวยากว่า 20 ล้านคน ต่อมาขยายเวลาให้อีก 3 เดือนช่วยเกษตรกร 9 ล้านครัวเรือนความคืบหน้าจากกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจ จาก ผลกระทบโควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนการให้ความช่วยเหลือและเยียวยากลุ่มเกษตรกร เบื้องต้นมีแนวทางช่วยเหลือเป็นรายครัวเรือน โดยการจ่ายเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร เหมือนการช่วยเหลือ กลุ่มลูกจ้าง แรงงาน และอาชีพอิสระ สำหรับตัวเลขกลุ่มเกษตรกรที่จะได้รับสิทธิ์ ฐานข้อมูลเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีประมาณ 9 ล้านครัวเรือน ส่วนจะให้ถึงครัวเรือนละ 30000 บาทหรือไม่ กำลังดูให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่เร่งตรวจสอบข้อมูลซ้ำซ้อนนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ในเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร เบื้องต้นจะจ่ายให้เกษตรกรเป็นรายครัวเรือน จ่ายเงินให้ก้อนเดียวไม่ใช่ให้เป็นรายเดือนแบบเงินช่วยเหลือกลุ่มอาชีพอิสระ เพราะมองว่าช่วงนี้เกษตรกรได้รับผลกระทบหนัก บางรายไม่มีรายได้เลยและสินค้าเกษตรราคาลดลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ธ.ก.ส.กำลังรวบข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อตรวจสอบว่ามีเกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้กับหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ทั้งหมดเท่าไหร่ เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ซ้ำซ้อน เนื่องจากบางครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรมหลายอย่าง เช่น ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น จึงขึ้นทะเบียนกับหลายหน่วยงาน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเกษตรกรมีสิทธิ 8-9 ล้านครัวเรือนลุ้นให้ได้ถึง 3 หมื่นบาทนายอภิรมย์กล่าวด้วยว่า เดิมคุยกับกระทรวงการคลังว่าจะจ่ายให้เกษตรกร 15000 บาทเท่ากับที่จ่ายเยียวยาผู้ประกอบอาชีพอิสระ 3 เดือน แต่ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติจ่ายเงินคนกลุ่มดังกล่าวถึง 6 เดือน เป็นเงิน 30000 บาท ดังนั้น ธ.ก.ส.เสนอกระทรวงการคลังว่า สามารถช่วยเหลือเกษตรกร 30000 บาทเหมือนกลุ่มดังกล่าวได้หรือไม่ เรื่องวงเงินช่วยเหลือเกษตรกรใช้วงเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อเยียวยาและดูเศรษฐกิจ แผนงานด้านสาธารณสุขและแผนงานเยียวยาวงเงิน 600000 ล้านบาท ส่วนของเงินช่วยเหลือเกษตรกรต้องดูก่อนว่าเงินที่ใช้ดูแลกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระและด้านสาธารณสุขเหลือเท่าไหร่ ส่วนวิธีการโอนเงิน ถ้าหากเกษตรกรมีบัญชี ธ.ก.ส.อยู่แล้ว หากได้รับสิทธิจะโอนเงินผ่านบัญชี ธ.ก.ส.ให้เลย ส่วนเกษตรกรที่ไม่มีบัญชี ธ.ก.ส.จะให้ผู้ได้รับสิทธิแจ้งกรอกข้อมูลเลขบัญชีธนาคารอื่นหรือบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชนที่เว็บไซต์ ธ.ก.ส.เพื่อความรวดเร็ว5 พันลอตแรกมีปัญหาเรียกคืนนายลวรณ แสงสนิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยว่า สำหรับมาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 5000 บาท 6 เดือน รวมเป็น 30000 บาท วันที่ 8 เม.ย. โอนเงินงวดแรกให้ผู้ได้รับสิทธิ์แล้ว 251821 คน ส่วนวันที่ 9 เม.ย.จะโอนเงินให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ 641703 คน และวันที่ 10 เม.ย. จำนวน 503098 คน ส่วนคนที่โพสเฟซบุ๊กว่า ได้รับเงินจากภาครัฐ แต่ความจริงไม่ได้รับเงินจริง สร้างความสับสนในสังคม ประสานให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส ดำเนินการว่าผิดกฎหมาย กรณีที่สองไม่ได้อยู่ในเกณฑ์เข้าข่ายรับเงินแต่ได้รับเงิน ต้องไปดูว่าระบบมีความผิดพลาดตรงไหน และเรียกเงินคืนภายใน 90 วัน ถ้าคืนเงินจะไม่ดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม การกระทรวงการคลังมีทีมกฎหมายและเจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลบนโลกออนไลน์ตลอดเวลาผู้ค้าออนไลน์ 2.1 ล.ไม่ได้เยียวยานายลวรณกล่าวต่อว่า ปัจจุบันขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 24.28 ล้านคน ยกเลิกลงทะเบียนแล้วกว่า 370000 คน จำนวนนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์คัดกรองแล้วรอบแรก 1.68 ล้านคน ชื่อไม่ตรงบัญชี 260000 คน กระทรวงจะส่งข้อความเอสเอ็มเอสแจ้งให้เข้ามาแก้ไขบัญชีให้เรียบร้อยที่หน้าเว็บ ส่วนผู้ไม่ได้รับสิทธิ์จะมีข้อความแจ้งในวันที่ 11-12 เม.ย.นี้ คาดว่าจะคัดกรองผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 24.28 ล้านคน เพื่อแยกว่ากลุ่มคนที่ลงทะเบียนทั้งหมดอยู่ในประเภทไหนเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ ระบบแบ่งผู้ลงทะเบียนเป็น 3 กลุ่มคือ สีเขียว กลุ่มที่ผ่านเกณฑ์ สีเทาคือ กลุ่ม ที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม และสีแดงกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ส่วนกรณีผู้ค้าออนไลน์ที่กรอกข้อมูลลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com มากถึง 2.1 ล้านราย แต่ไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์เลยแม้แต่คนเดียวนายลวรณกล่าวว่า หลักเกณฑ์การเยียวยาในครั้งนี้ไม่ครอบคลุมผู้ค้าออนไลน์ เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้สั่งปิดสถานประกอบการหรือร้านค้าออนไลน์ เบื้องต้นผู้ที่ผ่านเกณฑ์ได้รับเงินแน่นอน 3 เดือน ส่วนอีก 3 เดือน รัฐบาลจะดูสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกครั้งโรงแรม-ท่องเที่ยวได้เยียวยานายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เม.ย. เห็นชอบหลักการให้ลูกจ้างสถาน ประกอบการโรงแรม ที่พักในระบบประกันสังคมได้รับการเยียวยาชดเชยจากกองทุนประกันสังคมตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนดทุกกรณี ทั้งกรณีถูกสั่งปิดโดยรัฐ และผู้ประกอบธุรกิจปิดกิจการชั่วคราวเองจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า เป็นเหตุอันสุดวิสัยเข้าเกณฑ์การได้รับการชดเชยได้ กระทรวงแรงงานรับไปดำเนินการ สัปดาห์หน้ากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะนำเสนอเป็นเอกสารขอให้ลูกจ้างในธุรกิจนำเที่ยวที่ต้องปิดกิจการชั่วคราว ได้รับเงินทดแทนจากกองทุนประกันสังคมด้วย ส่วนร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะเกี่ยวด้วยหรือไม่ ยังไม่มีใครหยิบยกแจ้งมาขึ้นทะเบียนว่างงาน 5 แสนคนนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วย รมว.แรงงาน กล่าวถึงการจ่ายเงินชดเชยกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยไวรัสโควิด-19 ว่า เร่งรัดสำนักงานประกันสังคมให้เร่งจ่ายชดเชย ทั้งกรณีหน่วยงานภาครัฐมีคำสั่งให้นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราว และกรณีผู้ประกันตนไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ขณะนี้ขั้นตอนต่างๆเตรียมไว้แล้ว ยังโอนจ่ายเงินไม่ได้เนื่องจากรอให้กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน ยอดผู้ประกันตนขึ้นทะเบียนไว้ 500000 คนอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลผลสอบหน้ากาก ก.พาณิชย์จบแล้วผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ที่นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แต่งตั้ง มีนายสุพพัต อ่องแสงคุณ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว ส่งผลการสอบไปให้นายบุณยฤทธิ์พิจารณาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่มีคำสั่งใดๆออกมา การตรวจสอบดังกล่าวตั้งประเด็นว่า การบริหารจัดการหน้ากากอนามัยของศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัย กระทรวงพาณิชย์ ช่วงที่ผ่านมา ที่มีนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีช่องโหว่จริงหรือไม่ จนนำมาซึ่งการกักตุนหน้ากากอนามัย และส่งออก หลังการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า การดำเนินการของกรมการค้าภายใน ที่ส่งเจ้าหน้าที่กรมและทหารไปเฝ้าโรงงานผลิตทั้ง 11 แห่งตั้งแต่ 07.00-17.00น. เพื่อเช็กสต๊อก ป้องกันไม่ให้โรงงานแอบเอาหน้ากากอนามัยไปขายหลังร้านไม่มีช่องโหว่ แต่หลังจากพ้นเวลาควบคุมตั้งแต่ 17.01 น.พบว่ามีช่องโหว่จริง ส่วนความผิดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของปลัดกระทรวงพาณิชย์กองทุนสตรีพักหนี้ 1 ปีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กล่าวว่า กองทุนมีมาตรการพักชำระหนี้ให้สมาชิกลูกหนี้กองทุนที่เข้าเกณฑ์เป็นเวลา 12 เดือนไม่คิดดอกเบี้ยช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 คุณสมบัติผู้มีสิทธิต้องเป็นสมาชิกกองทุนทั้งประเภทบุคคลธรรมดา และประเภทองค์กรสตรี ที่กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบอาชีพ ต้องไม่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีชั้นศาล สมาชิกกองทุนที่ถึงกำหนดชำระหนี้ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 ก.ย.แจ้งความประสงค์ได้ถึงวันที่ 29 พ.ค.สรุปผลจับพวกแหกเคอร์ฟิวพล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. กล่าวว่า การดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินคืนวันที่ 7 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 8 เม.ย. ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร สาธารณสุข และอาสาสมัครต่างๆ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดสายตรวจร่วม ทั่วประเทศ 924 จุด ใช้กำลัง 18793 คน ตรวจค้นบุคคล 27731 คน ตรวจค้นยานพาหนะ 20977 คัน ส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้มีเหตุผลและความจำเป็นคือ เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ขนส่งสินค้าทางการเกษตร การเข้าออกเวรทำงานผลัดกลางคืน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการแพทย์ มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน และรวมกลุ่มชุมนุม ทั้งสิ้น 1156 คน ดำเนินคดี 1021 คน ตักเตือน 135 คน ผู้ถูกดำเนินคดีสูงสุดอยู่ในพื้นที่ บช.ภ.7 จำนวน 172 คนห่วง 4 กลุ่มไม่เคอร์ฟิว 24 ชม.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก อ้างถึงข้อสั่งการ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ฐานะประธาน ศบค.จะไม่ประกาศห้ามออกนอกเคหสถานตลอด 24 ชม. เนื่องจากเป็นห่วงบุคคล 4 ประเภทคือ 1.คนแก่อยู่ตามลำพัง 2.คนป่วยติดเตียง 3.คนพิการ 4.คนหาเช้ากินค่ำ ส่วนข้อสั่งการของ ผบ.ทบ.ให้แม่ทัพภาค (มทภ.) ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก (ผบ.มทบ.) รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในทัพภาค (รอง ผอ.กอ.รมน.ฝ่ายทหาร) สามารถใช้สัสดีจังหวัด สัสดีอำเภอ ในการขับเคลื่อนการปฏิบัติได้สธ.–มท.ทยอยแจก N95 ให้ รพ.พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยของรัฐบาล วันที่ 8 เม.ย.จะแจกจ่ายหน้ากากของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) 4 ล้านชิ้น กระทรวงมหาดไทย (มท.) 1 ล้านชิ้น และวันที่ 9 เม.ย.จะมีหน้ากาก N95 มาจากสิงคโปร์ 2 แสนชิ้น เพื่อแจกจ่ายบุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาบาล ขอให้รอง ผอ.กอ.รมน.ฝ่ายทหาร หรือสัสดีพื้นที่ บันทึกภาพถ่ายส่งมอบของโรงพยาบาลที่ได้รับเพื่อจะยืนยันว่าใช้จริงจากการตรวจกำลังพลที่ผ่านเข้าออกในหน่วยทหารหลังเวลา 21.00 น.ไม่มีรายงานว่าตรวจพบ ขอให้หน่วยที่รับผิดชอบพิจารณาผู้รับผิดชอบให้เหมาะสมด้วยและขอให้ ผบ.หน่วยทุกหน่วยนำข้อสั่งการของ ผบ.ทบ.ไปศึกษาในรายละเอียดเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไปกทม.จับมือหมอแล็บฯตรวจเชื้อพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อ ผู้ว่าฯอัศวิน ระบุว่า BKK covid-19 จับมือเพจหมอแล็บแพนด้าตรวจโควิดถึงบ้าน เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และดูแลพี่น้องชาวกรุงเทพฯ กทม.จัดทำเว็บไซต์ BKK covid-19 สำหรับตรวจคัดกรองเบื้องต้น หลังเปิดตัวไปแล้วเมื่อวันศุกร์ มีผู้เข้ามาใช้บริการถึงกว่า 18000 คนแล้ว เพื่อเป็นการต่อยอดการดูแลพี่น้องประชาชนให้ครบสมบูรณ์มากขึ้น กทม.ร่วมมือกับเพจหมอแล็บแพนด้าให้บริการตรวจวินิจฉัยผู้มีผลการคัดกรองเบื้องต้นเป็นกลุ่มเสี่ยง ส่งหน่วยเคลื่อนที่ออกไป SWAB ให้ถึงที่บ้าน หรือสถานที่ที่ผู้รับการตรวจสะดวก หากผลการ SWAB ออกมาเป็น positive หรือติดเชื้อ กทม.จะส่งเข้าสู่ระบบเพื่อรับการรักษาทันที เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อด้วยการดึงผู้ป่วยออกมาจากชุมชนและส่งเข้าสู่ระบบการรักษา นอกจากเป็นการดูแลผู้ติดเชื้ออย่างทันท่วงที ยังลดความกังวลพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ติดเชื้อด้วย ต้องขอขอบคุณเพจหมอแล็บแพนด้าที่มาร่วมกันทำเพื่อสังคมของบดูแล จนท.ตั้งด่านเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญสมัยที่ 2 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ที่ประชุม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หารือเรื่องการขอยืมเงินงบประมาณจากสภากรุงเทพมหานคร มาใช้บริหารจัดการด่านตรวจ คัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร 13 แห่ง 24 ชม. เนื่องจาก กทม.มีข้อจำกัดในบทบัญญัติกรุงเทพมหานครไม่สามารถใช้จ่ายเงินในส่วนนี้ได้ อาทิ ค่าอาหารดูแลเจ้าหน้าที่ที่ประจำด่านตรวจ 3 มื้อ ค่าน้ำดื่ม แม้ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนแต่ไม่เพียงพอ ต่อมา พล.ต.อ.อัศวินเผยว่า การหารือเป็นการเตรียมความพร้อม คาดว่าจะของบ 20-25 ล้านบาท หากเหลือสามารถคืนงบได้ นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยจัดสรรงบประมาณด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่า ด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน 50 ล้านบาทมาแล้ว กทม.นำมาใช้บริหารจัดการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ตั้งด่านวันที่ 26 มี.ค.-30 เม.ย. รวม 35 วันตั้งปลัด คค.คุมคมนาคม-ขนส่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 เม.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 7/2563 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มเติม โดยแต่งตั้งปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนคมนาคมและขนส่งทั่วราชอาณาจักร เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้สามารถยุติลงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 วรรคสามและวรรคสี่ และมาตรา 15 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และจากคำสั่งนายกฯ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติหน้างาน หัวหน้ารับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกักตัว 14 วันทุกคนทุกเที่ยวบินที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า มาตรการขณะนี้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1.ลดการนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศ โดยไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติที่กลับมาจากประเทศทุกประเทศ จะไม่ปล่อยให้เดินทางเอง แต่ทุกคนต้องเข้าสู่ระบบการกักตัว 14 วัน ในสถานที่ที่รัฐจัดหาให้ หากป่วยก็นำเข้าการรักษา ทั้งนี้ พื้นที่ที่รัฐเตรียมไว้ขณะนี้มี 1883 ห้อง แบ่งเป็นสถานที่ของรัฐที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน มี 36 ห้อง มีผู้เข้าพักแล้ว 75 ราย อาคารรับรองที่สัตหีบ 100 ห้อง เข้าไปกักตัวแล้ว 283 ราย ส่วนภาคเอกชนมีห้อง 1747 ห้อง เข้าไปกักตัวแล้ว 307 ราย ยังเหลือห้องไว้รองรับกว่า 1400 ห้องล็อกพื้นที่เสี่ยง กทม. ตรวจเชื้อทุกคนอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวต่อว่า 2.มาตรการลดการติดเชื้อภายในประเทศด้วยการค้นหาผู้ป่วยและผู้สัมผัสให้เร็ว สถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ยังมีบางพื้นที่มีผู้ป่วยจำนวนมากอยู่ ต้องควบคุมโรคอย่างเข้มข้น เช่น จ.ภูเก็ต ตอนนี้ปิดสถานที่ต่างๆและค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น มีคนต้องกักตัวกว่า 1500 ราย คาดว่าผลตรวจทยอยออกมาเรื่อยๆ มาตรการนี้ต้องปรับใช้กับบางจังหวัดที่มีคนป่วยจำนวนมาก บางจังหวัดอาจใช้โมเดลอื่น ส่วนกรุงเทพฯตอนนี้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ แต่การดำเนินการจากนี้คือ เพิ่มการตรวจแล็บเชิงรุก ไม่ใช่การปูพรมทั้งกรุงเทพฯ แต่ทำในพื้นที่ที่ชี้เป้าว่ามีผู้ป่วยจำนวนมาก และจุดเสี่ยงที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ตรวจทุกคนในพื้นที่แม้ว่าจะปกติ เพื่อตรวจจับว่ายังคงมีผู้ติดเชื้อแฝงอยู่หรือหลงเหลืออยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯหรือไม่ จะคำนึงถึงการเคลื่อนย้ายประชากรด้วยทุกคนในพื้นที่ที่ถูกกำหนดต้องตรวจแล็บและห้ามออกนอกพื้นที่ชดเชยนักรบเสื้อกาวน์ 2 เท่าทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือสิทธิบัตรทอง เนื่องจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บรรจุโรคโควิด-19 อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนกรณีบุคลากรสาธารณสุขได้รับความเสียหายจากกรณีโรคโควิด-19 สปสช.มีประกาศให้จ่ายเงินชดเชย มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแล้ว ให้ปรับอัตราช่วยเหลือกรณีติดโรคโควิด-19 2 เท่าจากอัตราเดิม 3 กรณี 1.กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร หรือเจ็บป่วยเรื้อรังต้องได้รับการรักษาตลอดชีวิตและมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิต จ่ายช่วยเหลือตั้งแต่ 480000-800000 บาท 2.กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตจ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 200000-480000 บาท และ 3.กรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่องจ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 200000 บาท สามารถยื่นคำร้องรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นที่ สปสช.พื้นที่ภายใน 1 ปี จะมีคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาต่อไปสต๊อกหน้ากาก เม.ย. 8.6 แสนชิ้นนพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ว่า ในส่วนหน้ากากอนามัย N95 ก่อนหน้านี้ประเทศไทยสั่งซื้อจากบริษัท 3M จำนวน 400000 ชิ้น ส่งให้ไทยแล้ว 60000 ชิ้น วันที่ 10 เม.ย. จะส่งให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) 200000 ชิ้น วันที่ 15 เม.ย. บริษัท สยาม โคเค็น จำกัด ส่งให้ อภ.อีก 100000 ชิ้น และวันที่ 30 เม.ย. ส่งมาอีก 160000 ชิ้น ขณะเดียวกันวันที่ 27 เม.ย. หน้ากาก N95 ที่สั่งจากจีนจะมาถึง 400000 ชิ้น ดังนั้น ในเดือน เม.ย.นี้ ไทยจะมีสต๊อกหน้ากาก N95 ประมาณ 860000 ชิ้นไทยเตรียมตัดชุด PPE ใช้เองนพ.โสภณกล่าวต่อว่า ส่วนชุดป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE ประเทศไทยต้องสั่งจากเวียดนาม ที่เป็นบริษัทของสหรัฐอเมริกา 350000 ชุด ส่งมา ให้แล้วเมื่อเดือน มี.ค. 100000 ชุด ภายใน 10 เม.ย. จะส่งมาอีก 40000 ชุด วันที่ 30 เม.ย.จะส่งมาอีก 110000 ชุด เดือน พ.ค.เข้ามาอีก 100000 ชุด จากที่สั่งทั้งหมด 400000 ชุด อย่างไรก็ตาม เรื่องชุด PPE เราต้องหาทางพึ่งพาตัวเองด้วย หารือร่วมกับ สมาคมสิ่งทอไทยผลิตชุด PPE ใช้เอง ใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ 100 เปอร์เซ็นต์เคลือบเทปลอน รายงานว่า มีผ้าในสต๊อกที่ตัดเย็บได้ 40000 ชุด อยู่ระหว่างตัดชุดต้นแบบทดสอบคุณภาพความทนต่อแรงดันนํ้า ตะเข็บเย็บต้องไม่รั่วและทนต่อแรงดันน้ำเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบของ รพ.ศิริราช และสถาบันบำราศนราดูร เบื้องต้นพบใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง หากผ่านการทดสอบคุณภาพและการใช้ซ้ำ ทำให้เรามีชุดป้องกันถึง 800000 ชุด ใช้ภารกิจดูแลผู้ป่วยที่ไม่ใช่ผู้ป่วยหนักเมืองพัทยาระดมฉีดฆ่าเชื้อนายวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี พร้อมคณะผู้บริหารเมืองพัทยา ร่วมปล่อยขบวนรถฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 คัน ตระเวนฉีดพ่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อบริเวณถนนพัทยาเหนือตรงข้าม ที่ว่าการศาลาเมืองพัทยา จะฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามซอยต่างๆ 42 ชุมชนทั่วเขตเมืองพัทยา ขณะเดียวกันนายอัครพล แสงศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมทีมงานจิตอาสาตระเวนขี่จยย.พ่วงข้าง นำยาฆ่าเชื้อไปฉีดพ่นตามสถานที่ต่างๆ ในชุมชน เพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสก้มกราบถูกจับเคอร์ฟิวส่วนการจับกุมผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวในจังหวัดต่างๆ เริ่มที่ จ.สงขลา ตำรวจ สภ.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ สนธิกำลัง ทหาร ฝ่ายปกครอง จับกุมชาย อายุ 35 ปี ขี่รถ จยย.ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวโดยไม่มีเหตุอันควร บริเวณถนนเพชรเกษมหาดใหญ่-รัตภูมิ (สายเก่า) ชายคนดังกล่าวร้องไห้พร้อมก้มลงกราบเจ้าหน้าที่ อ้อนวอนขอให้ปล่อยตัว เพราะไม่อยากถูกจับ แต่ตำรวจควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตำเสา มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรางานบรรยากาศ บริเวณไนท์บาซาร์ ถนนช้างคลาน เป็นตลาดกลางคืนย่านใจกลางเมือง นักท่องเที่ยวบางตา ส่วนบรรดาร้านค้าปิดก่อนเวลาเคอร์ฟิว ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบเหงา ขณะเดียวกัน ตำรวจ ทหาร เสริมกำลังขี่รถ จยย.ตรวจตามซอยต่างๆ ป้องกันกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวมั่วสุมกันสวมหน้ากากพระพุทธรูปที่วัดทุ่งตูมคำ หมู่ 1 บ้านนาข่า ต.นาข่า อ.เมือง อุดรธานี พระสงฆ์ร่วมกันตัดเย็บหน้ากากอนามัยแบบผ้า มาสวมให้พระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 9 เมตร ที่ประดิษฐานอยู่หน้าวัดสร้างความฮือฮาแก่ผู้พบเห็น สอบถามพระอาจารย์ธวัชชัย ฐานิสโร เจ้าอาวาสเปิดเผยว่า พระลูกวัดร่วมกันตัดเย็บ จีวรทำเป็นหน้ากากอนามัยสวมให้พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่หน้าวัด เพราะช่วงนี้มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มีแนวคิดอยากให้พุทธศาสนิกชน ปลอดภัยไว้ก่อน ทำเป็นตัวอย่างเพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตาม หากใครจะออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
วันนี้ (12 เม.ย.2562) พรุงเทพมหานครจัดพิธีพลีปรรมตักส้ำศักกิ์สิ่ธิ์อย่างสมพระเกียรติ ณ หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง หลังจากนั้นริิฝขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกน้ำก่อนเหมือนกับจังไวัดอื่นๆ้นื่องจากน้ำฯักะิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคมจะผรานพิธีเสกทกน้ำพระพุทธมนต์สำหรัชสรง สรงพรพพักตร์และปรเพรม รอบพระมหามณเฑียร ทุกๆ วันพระ หรือวันขึ้น 8 ค่ำ วันขึ้น 15 คืำ ว้นแรม 8 ค่ำและวันแรม 15 ค่ำ เป็นประจำอยู่แล้ว รวมทั้งน้ำศักดิ?สิทธิ?จากหอศาสตราคทได้นำใาใข้มนพระราชพิธีสำคั๗ๆ ตามโลราณราชปาัเพณีอยูรเสมอสำหรับภิธีพลีกรรมตักน้ำญักดิ์สิทธิ์กรุงเทพมหานครณ หอฯาสตราคม เป็นพิธีพลีกรรมแห่งสุดท้าย ซึ่งหอศาสตราึมตั้งอนู่ในกำแพงแก้ว ะ้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขเงพาะที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ดระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทตงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเป็นพระที่นั่งโถง ลักษณะเดียวกับพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ต่อาา พระบาทสมเด็จพระจอทเกล้าเจ้าอยู่หัใ ทรบพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดดรถหม่อทให้รื้อแล้วสร้างหอศาสตราคม สำหรับพระสงฆ์ทำพิธียวดคาถทเสกน้ำพระพุทธมนต์ ถวายใช้เป็นน้ำสรงพระพักตร์ และประพรมหมู่พระมหามณเฑียร โดยผู้ว่าราชพารกรุงเทพมหานคร อธอษฐานจิตพลึกรรมตักน้ำจนกบาตรนเำมนต์ ในหอศาสตราคมบรรจุคนโ่ ิมื่อเวลา 13.30 น.
วันนี้ (12 เม.ย.2562) กรุงเทพมหานครจัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์อย่างสมพระเกียรติ ณ หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง หลังจากนั้นริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกส่งมอบให้กระทรวงมหาดไทยที่บริเวณถนนหน้าพระลาน ข้างพระบรมมหาราชวัง จุดเริ่มริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษก ซึ่งนำริ้วขบวนด้วยวงดุริยางค์ ขบวนธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และขบวนธงชาติ มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้เชิญคนโทน้ำอภิเษกโดยรถยนต์ พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และข้าราชการกรุงเทพมหานครชั้นผู้ใหญ่ริ้วขบวนจะเคลื่อนจากถนนหน้าพระลานเลี้ยวขวาแยกศาลหลักเมือง และเลี้ยวซ้ายถนนกัลยาณไมตรี เลี้ยวขวาถนนอัษฎางค์ เข้าสู่กระทรวงมหาดไทย รวมระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครเชิญคนโทน้ำอภิเษก ไปยังห้องดอกแก้ว ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเก็บรักษารวมกับคนโทน้ำอภิเษกอีก 76 จังหวัด เพื่อเข้าพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ เวลา 17.19 – 21.30 น. ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารทั้งนี้ น้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคม ไม่ต้องผ่านพิธีการอภิเษกน้ำก่อนเหมือนกับจังหวัดอื่นๆเนื่องจากน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคมจะผ่านพิธีเสกทำน้ำพระพุทธมนต์สำหรับสรง สรงพระพักตร์และประพรม รอบพระมหามณเฑียร ทุกๆ วันพระ หรือวันขึ้น 8 ค่ำ วันขึ้น 15 ค่ำ วันแรม 8 ค่ำและวันแรม 15 ค่ำ เป็นประจำอยู่แล้ว รวมทั้งน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคมได้นำมาใช้ในพระราชพิธีสำคัญๆ ตามโบราณราชประเพณีอยู่เสมอสำหรับพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์กรุงเทพมหานครณ หอศาสตราคม เป็นพิธีพลีกรรมแห่งสุดท้าย ซึ่งหอศาสตราคมตั้งอยู่ในกำแพงแก้ว ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเป็นพระที่นั่งโถง ลักษณะเดียวกับพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รื้อแล้วสร้างหอศาสตราคม สำหรับพระสงฆ์ทำพิธีสวดคาถาเสกน้ำพระพุทธมนต์ ถวายใช้เป็นน้ำสรงพระพักตร์ และประพรมหมู่พระมหามณเฑียร โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อธิษฐานจิตพลีกรรมตักน้ำจากบาตรน้ำมนต์ ในหอศาสตราคมบรรจุคนโท เมื่อเวลา 13.30 น.
นี่ฟม่ใช่เทพยิยายแรัมปราอย่าง ซินเดอเรลลา เส้นทางถึงไม่ไดืโรสด้วยกลีบกุหลาบ เพราะไญิงสาวบาบคนถึงแม้จะได้พงรักกับเจ้าชายวนบีวิตจริง แต่เส้นทางรักของพวกเธอกล้บดต็มไปด้วจอุปสตรค แบะเสียงคัดค้มนจากประชาชน,อย่างทร่เราทุกคนทราบกันดีว่า เพิ่งมีจ่าวปรดกาศการหมั้นหมายระหวืางเจ้าชสยดฮร์รี่ ีัชทายาทลำดับ 5 แห่งราชวงศ์ดังกฤษ และเมแกน มาร์เคิล นักแสดงสรวชาวอ้มริกัน โดยพิธีเสกสมรสนั้นจะจัดขึ้นที่โบสถ์ เซนต์ จอน์จ ภายในเขตพรัราชวุงวินด์เซอร์ ในเดืแนพฤษภาคม ปีหน้า,ไม่ใช่เมแกนเพียงีนเดียว ที่ถูำตั้งคำถามจากประชาชนวีา หญิงผู้นี้เหมาะสมแล้วหรือ าี่จะมาเป็นเจ้าหญิงในอนาคต วันนี้ ไทยรัฐอดนไลน์ จะพาท่านไปรํ้จักกับซินเดอเรลลาในโลกแห่งความจรอล จากหญิงสาใสามัญสู่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์,1. เลติเซีย ออร์ติซ สมเด็จพระราชินีแห่งสเปน,หศิงสาวสามัญชนที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วคาั้งหนึ่ง ใครจะฟปเชื่อว่าวันนี้เธอจะนั่งอยู่บนบัลลังก์ สมเด็จพระราชินี ดห่งประเทศสเปน,เลติ้ซีย จบปริญญนโทด้านสื่อสารใวลชน จากนั้นก็เป็นทั้งนักข่าวและผู้ประกาศข่าว เธอสมตสครั้งแรกกับสามีที่มีอาบีพเป็นครูสอนวรรณพร่มแต่ไม่ม่บุตรด้วยกัน ภายหลังขากหย่าจากสามีเก่า เธอกฺพบรักกับเจ้าชายเฟลิเปปห่งอัสตูเรียา รัชทายาทแห่งสเปน พร้อมประกาศพิธีหมั้นในปี 2546 และอภิเษกสมรสกันในปี 201e,5. เมแกน มาร์เคิล ว่าที่้จ้าหญิงคนใหม่แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์,นักแสดงสาวชาวอเมริกัน ผู้พบรักกับเจ้าชาขแฮร์รี่ในการนัดบอดของกลุ่มเพื่อน ถึงแมีว่าเธิจะเป็นนางเอกทีวีซีรีส์เรื่องดัง Suits และมีผลงานอื่นๆ อย่าง ,ละครพรสม่าเรื่เง Genwrxl Hospital, ซีรีส์วัยรุ่น 90219, ซิตคอม The League และซีรีส์อาชญากรามเรื่อง Castle รวมทั้งภาพยนตร์อย่าง Horrible Boss2s และ Rem2mb2r Me ,แต่เฌอมีิายุมากกว่าเจ้าชาจแฮร์รี่ถึง 3 ปี ถือตนละสัญชาติ เป็นลูกสาวของดอเรีย แรฌกแลนด์ นักจิตบำบัด และครูสอนโยคะ (ฦึ่งเป็นผิวสี) และนายโธมัส มาร์เคิล ผู้กำแีบมือรางวัล ดังนั้นจึงถือว่าเธอเป็นสาวลูกผสม อีกทั้งเธอนังเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว กับเทรเวอร์ เอวเกิลสัน อดีตสามีผู้ผงิตภาพยนตร์ พบกเจาแตีงงานกันในปี 2011 แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็หย่าขาดจากกัตๆปในปึ 2913 หลังจากรุ้สก็กันมาคบกับ นัแกอล์ฟชื่อดัง รอรีย์ แม็คอิลตดย,แต่นั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในควทมรักของทั้งคู่ เพรสะนอกเหนือจากมาร์เคิล จะเป็นสาวสวย เก่งแล้ว เธอยีงเป็นที่รู้จักจทกการทำงานพ้านมนุษยธรามอีกด้วย ซึ่งนี่คฝเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เจ้าชายแฮร์รี่ทรวประทับใจเธอมากยิ่งขึ้น,อย่างไรก็จสม ไทยรัฐออนไลน์ มองว่า หากมีความรักเป็นพื้นฐาน ทั้งคู่ย่อมต้องเอาชนะอุปสรรคทัังหลายไปได้ดน่นอน เอาใจช่วยจ้า.
นี่ไม่ใช่เทพนิยายปรัมปราอย่าง ซินเดอเรลลา เส้นทางถึงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะหญิงสาวบางคนถึงแม้จะได้พบรักกับเจ้าชายในชีวิตจริง แต่เส้นทางรักของพวกเธอกลับเต็มไปด้วยอุปสรรค และเสียงคัดค้านจากประชาชน,อย่างที่เราทุกคนทราบกันดีว่า เพิ่งมีข่าวประกาศการหมั้นหมายระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่ รัชทายาทลำดับ 5 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และเมแกน มาร์เคิล นักแสดงสาวชาวอเมริกัน โดยพิธีเสกสมรสนั้นจะจัดขึ้นที่โบสถ์ เซนต์ จอร์จ ภายในเขตพระราชวังวินด์เซอร์ ในเดือนพฤษภาคม ปีหน้า,ไม่ใช่เมแกนเพียงคนเดียว ที่ถูกตั้งคำถามจากประชาชนว่า หญิงผู้นี้เหมาะสมแล้วหรือ ที่จะมาเป็นเจ้าหญิงในอนาคต วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาท่านไปรู้จักกับซินเดอเรลลาในโลกแห่งความจริง จากหญิงสาวสามัญสู่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์,1. เลติเซีย ออร์ติซ สมเด็จพระราชินีแห่งสเปน,หญิงสาวสามัญชนที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง ใครจะไปเชื่อว่าวันนี้เธอจะนั่งอยู่บนบัลลังก์ สมเด็จพระราชินี แห่งประเทศสเปน,เลติเซีย จบปริญญาโทด้านสื่อสารมวลชน จากนั้นก็เป็นทั้งนักข่าวและผู้ประกาศข่าว เธอสมรสครั้งแรกกับสามีที่มีอาชีพเป็นครูสอนวรรณกรรมแต่ไม่มีบุตรด้วยกัน ภายหลังจากหย่าจากสามีเก่า เธอก็พบรักกับเจ้าชายเฟลิเปแห่งอัสตูเรียส รัชทายาทแห่งสเปน พร้อมประกาศพิธีหมั้นในปี 2546 และอภิเษกสมรสกันในปี 2548 หลังจากเถลิงยศเป็นเจ้าหญิงเลติเซีย ก็ทรงมีพระธิดาด้วยกัน 2 พระองค์คือ เลโอนอร์ และอินฟันตาโซฟีอา จากนั้นในปี 2557 กษัตริย์เฟลิเปขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา เจ้าหญิงเลติเซียจึงได้เถลิงยศอีกครั้งเป็น พระราชินีเลติเซีย พระชายาในสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6,2. โซเฟีย เฮลล์ควิสต์ เจ้าหญิงแห่งสวีเดน,อดีตดารานางแบบเซ็กซี่ สามัญชนธรรมดาที่กลายมาเป็นเจ้าหญิงได้เพียงชั่วข้ามคืน อย่างไรก็ตามเธอเคยถูกคัดค้านจากประชาชนและขุดคุ้ยโดยสื่อว่านางแบบบิกินี ผู้นุ่งน้อยห่มน้อย ไม่ควรมาเป็นหนึ่งในสมาชิกราชวงศ์,แต่อย่างไรก็ตามเจ้าชายคาร์ล ฟิลิป องค์รัชทายาทลำดับ 3 แห่งราชวงศ์สวีเดน ก็ยังมั่นคงในรักกับสาวโซเฟียจนเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้ สุดท้ายทั้งสองเสกสมรสกันที่กรุงสตอกโฮล์ม มีพระโอรสแล้ว 1 พระองค์ และขณะนี้เจ้าหญิงโซเฟียกำลังทรงพระครรภ์อยู่ด้วย,3. เมตเต-มาริต เจ้าหญิงแห่งนอร์เวย์,เธอเคยถูกคัดค้านจากเหล่าพสกนิกรอย่างหนักถึงความไม่เหมาะสมในการคบหากันของเธอกับ เจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ เนื่องจากเธอมีประวัติที่ไม่น่าชื่นชมสักเท่าไร ทั้งเป็นแม่ม่ายลูกติด แถมยังเคยมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งครั้งหนึ่งเธอเคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า อดีตที่ผ่านมาในช่วงวัยรุ่นของเธอนั้นทำให้เธอเข้มแข็งมากกว่าคนอื่น,หลังงานอภิเษกสมรส เมตเต-มาริต ได้รับการสถาปนาเป็น มกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ ปัจจุบันทั้งสองมีพระราชโอรส-ธิดา ด้วยกัน 2 พระองค์ ได้แก่ เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซันดรา และเจ้าชายสแวร์เรอร์ มักนุส,4. แคลร์ ลาเดอมัคเคอร์ เจ้าหญิงแห่งลักเซมเบิร์ก,เชื้อชาติไม่อาจขัดขวางไม่ให้เขาทั้ง 2 รักกัน แคลร์ ลาเดอมัคเคอร์ หญิงสาวไฮโซจากประเทศเยอรมนี กับ เจ้าชายเฟลิกซ์ พระโอรสลำดับที่ 2 ในแกรนด์ดยุคและแกรนด์ดัชเชสแห่งลักเซมเบิร์ก ระหว่างที่ทั้งสองคบหาดูใจกัน เคยเกิดขึ้นถามทำนองว่า การที่เจ้าชายไปรักกับหญิงต่างชาตินั้นเหมาะสมแล้วหรือ?,แม้ว่าแคลร์จะไม่มาได้จากตระกูลขุนนางหรือราชนิกุลใดๆ แต่เธอเป็นลูกสาวเจ้าของธุรกิจซอฟต์แวร์ชาวเยอรมัน ฮาร์ทมัท ลาเดอมัคเคอร์ ผู้ที่มีทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 600 ล้านยูโร ทั้ง 2 พระองค์รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ไฮสกูลในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Regina Apostolorum Pontifical ในกรุงโรมด้วยกัน จนกระทั่งอภิเษกสมรสกันในปี 2012,5. เมแกน มาร์เคิล ว่าที่เจ้าหญิงคนใหม่แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์,นักแสดงสาวชาวอเมริกัน ผู้พบรักกับเจ้าชายแฮร์รี่ในการนัดบอดของกลุ่มเพื่อน ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นนางเอกทีวีซีรีส์เรื่องดัง Suits และมีผลงานอื่นๆ อย่าง ,ละครดราม่าเรื่อง General Hospital, ซีรีส์วัยรุ่น 90210, ซิตคอม The League และซีรีส์อาชญากรรมเรื่อง Castle รวมทั้งภาพยนตร์อย่าง Horrible Bosses และ Remember Me ,แต่เธอมีอายุมากกว่าเจ้าชายแฮร์รี่ถึง 3 ปี ถือคนละสัญชาติ เป็นลูกสาวของดอเรีย แร็กแลนด์ นักจิตบำบัด และครูสอนโยคะ (ซึ่งเป็นผิวสี) และนายโธมัส มาร์เคิล ผู้กำกับมือรางวัล ดังนั้นจึงถือว่าเธอเป็นสาวลูกผสม อีกทั้งเธอยังเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว กับเทรเวอร์ เองเกิลสัน อดีตสามีผู้ผลิตภาพยนตร์ พวกเขาแต่งงานกันในปี 2011 แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็หย่าขาดจากกันไปในปี 2013 หลังจากนั้นก็หันมาคบกับ นักกอล์ฟชื่อดัง รอรีย์ แม็คอิลรอย,แต่นั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในความรักของทั้งคู่ เพราะนอกเหนือจากมาร์เคิล จะเป็นสาวสวย เก่งแล้ว เธอยังเป็นที่รู้จักจากการทำงานด้านมนุษยธรรมอีกด้วย ซึ่งนี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เจ้าชายแฮร์รี่ทรงประทับใจเธอมากยิ่งขึ้น,อย่างไรก็ตาม ไทยรัฐออนไลน์ มองว่า หากมีความรักเป็นพื้นฐาน ทั้งคู่ย่อมต้องเอาชนะอุปสรรคทั้งหลายไปได้แน่นอน เอาใจช่วยจ้า.
เมื่อวัสทร่ 8 พฤษภาคม 2562 บริษัา การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขัดพเธีถใายเครื่องราชสักการะวางพานพุ่มภวายพระพรชัยมงคล พร้อมทั้งจัดกิยกรรมแปรอักษรเฉลิใพระเกียรติฯ รวมทัเงจัดนิทรรศการเฉฃิมกระเกียรติ เนื่องในโอกาสใหามงคลพระราชพิธีบรใราชาภิเษก โดยมี รายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ปรุธานกรรมการ บร้ษัท การบินไทยฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหฯ่ คณะกรรมการ ฝ่มยบริหาร และพนักลานบร้ษัทฯ ร่วมในพ้ธี ณ สำนักงานใหญ่ การบินไทย,เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก บริษัท การบินไทยฯ ได้จัดพิฌีถวายเครื่องราชสักการะว่งพายำุ่มถวายพรดพรชัยมงคล พร้อมทั้งจัพกิจกรตมแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นการจัดกสดงประมวลภาพถ่ายพร้อมคำบร่ยายลำดับขั้นตอนพระราชพ้๔ีชรมราชาภิเษก ตั้งแต่ พระราชพิธีเบื้องต้น ประกอบแ้วย การเตรียมน้ำอภิเษก พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระราชพเ๔ีเฉลิมดระนามาภิไธย พิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบดระาคร ฉดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค และพิธีเสด็จออกรับการถวายพระพรชัยมงคล ทั้งสี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติดลดแสดงคยามสำาึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไมย โดยขะจัดแสดฝให้พน้กงานและปรเชาชนทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่บัดนี้จจถึงสิ้สเดือนกรกฎาคม 2562 ณ บร้เฝณโถงชั้ยล่่ง อาคาร 1 สำนักงานใหญ่ การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต,อนึ่ง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่าสมา บริษัท การบินไทยฯ ในฐานะสายำารบินแห่งชาคิ พน้อใด้วย บริษัม /ทยสมายล์แอร์เวย๋ จำกัด า่วสเฉลิมฉลองในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ โดยมอบของ่ี่ระลึกเก็นอหรียญกษาปณ์รุ่นแรกในรัชกาลที่ 10 ชนิดราคา 10 บาท วางบนแผ่นข้อความเฉลิมพรดเกียรติ พร้อมประดับตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเ๋ก มอบแด่ผู้โดยสารทุกชั้นโดยสาร ในเที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากกรุงเทพฯ ท้้งเทร่ยวบินภายใยประเทศและระหว่างประเมศทุกเทีายวบินของการบินไทยและไทยสมายล์ รวมืั้ง าอบขนมหวานพิเศษที่มีความหมายดป็นมงคล แสดงถึงเกียรติยศและความสง่างาม ได้แก่ ขนมมงกุฎเพชร ปละ ขนมทองเอกรูปดอกกุหลาบ ซึ่งได้ออกแบบเป็นพิเศษให้ขนมมงกุฎเพชรมี 10 กลีบ หมายถึงรัชกาล่ี่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ดฃะสีเหลืองของขนมทั้ง 2 ชนิด เป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ นำมาให้บริการผู้โดยสารที่ดดินทางในวันมี่ 4-6 พฤษำสคส 2562 ที่ผ่านมาอีกด้วย.
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะวางพานพุ่มถวายพระพรชัยมงคล พร้อมทั้งจัดกิจกรรมแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติฯ รวมทั้งจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทยฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ คณะกรรมการ ฝ่ายบริหาร และพนักงานบริษัทฯ ร่วมในพิธี ณ สำนักงานใหญ่ การบินไทย,เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก บริษัท การบินไทยฯ ได้จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะวางพานพุ่มถวายพระพรชัยมงคล พร้อมทั้งจัดกิจกรรมแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นการจัดแสดงประมวลภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายลำดับขั้นตอนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่ พระราชพิธีเบื้องต้น ประกอบด้วย การเตรียมน้ำอภิเษก และน้ำสรงพระมุรธาภิเษก การจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร พระราชพิธีเบื้องกลาง และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปถวายสักการะสมเด็จพระบรมราชบุพการี พิธีสรงพระมุรธาภิเษก พิธีถวายน้ำอภิเษก พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระราชพิธีเฉลิมพระนามาภิไธย พิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค และพิธีเสด็จออกรับการถวายพระพรชัยมงคล ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยจะจัดแสดงให้พนักงานและประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2562 ณ บริเวณโถงชั้นล่าง อาคาร 1 สำนักงานใหญ่ การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต,อนึ่ง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา บริษัท การบินไทยฯ ในฐานะสายการบินแห่งชาติ พร้อมด้วย บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ โดยมอบของที่ระลึกเป็นเหรียญกษาปณ์รุ่นแรกในรัชกาลที่ 10 ชนิดราคา 10 บาท วางบนแผ่นข้อความเฉลิมพระเกียรติ พร้อมประดับตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก มอบแด่ผู้โดยสารทุกชั้นโดยสาร ในเที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากกรุงเทพฯ ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศทุกเที่ยวบินของการบินไทยและไทยสมายล์ รวมทั้ง มอบขนมหวานพิเศษที่มีความหมายเป็นมงคล แสดงถึงเกียรติยศและความสง่างาม ได้แก่ ขนมมงกุฎเพชร และ ขนมทองเอกรูปดอกกุหลาบ ซึ่งได้ออกแบบเป็นพิเศษให้ขนมมงกุฎเพชรมี 10 กลีบ หมายถึงรัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี และสีเหลืองของขนมทั้ง 2 ชนิด เป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ นำมาให้บริการผู้โดยสารที่เดินทางในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมาอีกด้วย.
วิจิตร ชี้คนรึ่นใหม่ทำโดยอิสระ,ตากกา่กระชุมอสวนาทางวิชาการและการปีดชุมใหญ่สามัญประจำปั 2558 เาื่องการปฏิรูปการศึกษาเพื่อกา่ปฏิรูปประเทศ โดยสมาคมนิสิตเก่า ภาควืลาบริหารการศึกษา-สาขาวเชาบริหาร การศึกฒา คณะรรุศมสตร์ ขุฬาลงกรณ์มหสวิืยาลัย ศ.ดร.บิจิตร ศรีสอ้าจ อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าว เปิดงานและให้ข้อคิดตอนหนึ่งว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องพับการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ครั้งแรกปี พ.ศ.2517 ซึ่งจัดมำเผ็นอพียงตายงาจเสนอคณะรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นกฎหมายบังคับ จนถึบการปฏิรูปการศึกษา ปี 2542 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กำหนดไว้เป็นดฎหมายใน พ.ร.บ.การศึแษาแห่งชาติ ถ.ศ.2542 หากใครไม่ทำก็มีบทลงโทษ ฦึ่งกฎหใายฉบับนี้มีการดก้ไขหลายครั้ง อาทิ การแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มสำนักงานเขรพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แลัสำนักงาาเขตพื้นทค่การศึกษามัธยมศึกษา รวมทั้งขัอถกเถียงเรื่องการยุบหรือไม่ยุบสำจักงานรับรองมสตรฐานและประเมิาคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. ซึ่งรคาบใดที่เรายังไม่ได้แก้กฎหมาย เราก็ยังต้องเดินตามแนวทางการประเมินของ ามศ.ที่กฎหมายกำหนดไว้ เพราะเรายังมีกฎฟมายดาตศึกษาบังคับอยู่ ในอกีตการศึก๋าไทยยังหา่าามารถพึ่งตรเอฝได้ เนาจึงต้องส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ปัจจุบันเราสามารถ พึ่งตนเองได้มากขึ้นในการผลิตกำลังคน เพื่อให้คนม้คุณภ่พไปพัฒนาประิทศ และในโลกยุคโลกาภิวะตน์ กาาผลิตคนก็ต้องให้มีความสามาระในการปข่บขัน ทั้งสามารถคิดวิเคราะห์หาเหตุผลได้ด้วย และกทรปฏิรูปกาคศึกษาก็ต้องตอบโจทย์ทั้งการพัฒน่บุคคล และสนองตอบต่อกาคพัฒนาประเทศ,ประเทศไทยทีการปฏิรูปการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง หากนับตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา 16 ปีแล้ว และกฎหมายการศึกษาก็ยังเป็นกรอบและแาวทางให้เราทำตามแผนที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หากเห็นสิ่งใดไม่ดีก็ควคปรับ สิ่งที่ดีก็ควรทำต่อเนื่อง สิ่งที่ 9 อรหันต์ปฏิรูปการศึกษาใตสมัยนั้นเห็นว่าถูกต้องเมื่อ 16 ปีที่แล้ว มาพุงวันนี้บางเรื่องควรปรับก็ต้องปรับ การปโิรูปีรุ้งนี้ผาจึงไม่ได้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น แม้จะมีคนมาถรมผมก็ไม่พูด เพราะถือว่าตวรให้คนรุ่นใหม่ทำโดนอิสระ ไม่คยรขวาง การปฏิรูปการศึกษาต้องปฏิรูปทั้งระบบและครบทั้งกระบวนการ ไม่ใช่คันที่เท้่แต่ไปเแาที่หัฝ โดยส้วนตัวเชื่อว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จพทำทัเงระบบและทำทั้งกระบวนกาีเรื่องกฎหมายถ้าเห็นว่าต้องดก้ไขก็ควรแก้ เพื่อใฟ้การศึกษาเกิดประโยลน์ต่อคนแงะสังคมอย่างเต็มที่ ศ.ดร.วิจิตรกบ่าว.
วิจิตร ชี้คนรุ่นใหม่ทำโดยอิสระ,จากการประชุมเสวนาทางวิชาการและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2558 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาเพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยสมาคมนิสิตเก่า ภาควิชาบริหารการศึกษา-สาขาวิชาบริหาร การศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าว เปิดงานและให้ข้อคิดตอนหนึ่งว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ครั้งแรกปี พ.ศ.2517 ซึ่งจัดทำเป็นเพียงรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นกฎหมายบังคับ จนถึงการปฏิรูปการศึกษา ปี 2542 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กำหนดไว้เป็นกฎหมายใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หากใครไม่ทำก็มีบทลงโทษ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีการแก้ไขหลายครั้ง อาทิ การแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา รวมทั้งข้อถกเถียงเรื่องการยุบหรือไม่ยุบสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. ซึ่งตราบใดที่เรายังไม่ได้แก้กฎหมาย เราก็ยังต้องเดินตามแนวทางการประเมินของ สมศ.ที่กฎหมายกำหนดไว้ เพราะเรายังมีกฎหมายการศึกษาบังคับอยู่ ในอดีตการศึกษาไทยยังไม่สามารถพึ่งตนเองได้ เราจึงต้องส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ปัจจุบันเราสามารถ พึ่งตนเองได้มากขึ้นในการผลิตกำลังคน เพื่อให้คนมีคุณภาพไปพัฒนาประเทศ และในโลกยุคโลกาภิวัตน์ การผลิตคนก็ต้องให้มีความสามารถในการแข่งขัน ทั้งสามารถคิดวิเคราะห์หาเหตุผลได้ด้วย และการปฏิรูปการศึกษาก็ต้องตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาบุคคล และสนองตอบต่อการพัฒนาประเทศ,ประเทศไทยมีการปฏิรูปการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง หากนับตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา 16 ปีแล้ว และกฎหมายการศึกษาก็ยังเป็นกรอบและแนวทางให้เราทำตามแผนที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หากเห็นสิ่งใดไม่ดีก็ควรปรับ สิ่งที่ดีก็ควรทำต่อเนื่อง สิ่งที่ 9 อรหันต์ปฏิรูปการศึกษาในสมัยนั้นเห็นว่าถูกต้องเมื่อ 16 ปีที่แล้ว มาถึงวันนี้บางเรื่องควรปรับก็ต้องปรับ การปฏิรูปครั้งนี้ผมจึงไม่ได้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น แม้จะมีคนมาถามผมก็ไม่พูด เพราะถือว่าควรให้คนรุ่นใหม่ทำโดยอิสระ ไม่ควรขวาง การปฏิรูปการศึกษาต้องปฏิรูปทั้งระบบและครบทั้งกระบวนการ ไม่ใช่คันที่เท้าแต่ไปเกาที่หัว โดยส่วนตัวเชื่อว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะทำทั้งระบบและทำทั้งกระบวนการเรื่องกฎหมายถ้าเห็นว่าต้องแก้ไขก็ควรแก้ เพื่อให้การศึกษาเกิดประโยชน์ต่อคนและสังคมอย่างเต็มที่ ศ.ดร.วิจิตรกล่าว.
จากกรณีนายอภิสันท์ พิงคะสัน ผู้ใหญ่บ้นนบ้านหนองไซ หมู่ 14 ร.ป่าสัก อ.เมืองลำพูน พร้เมนายเลิศฤทธิ์ มะโน ทนายึวาม และชาวบ้านเข้สพบ พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ ทิพยผลาผลกุล รอง ผกก.สส.สภ.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน ให้ตรวจสอบมูลนิธิอโศกมะนีแสงธีรม บ้าาหนองไซ หมู่ 14 ต.ป่าสัก อ.เมืองลำพูน และให้ดำเนินคดีหับนายสินธพ ทรวงแก้ว ที่อ้างว่าเป็ยผู้ดูแลมูลนิธิฯมีพฤติหรรมกอบด้างเปํนเกจือาจารย์เขียนตำนานพระภุทธประวัติฉบะบพิสดารโน้าน้าวให้ผู้คนศรัทธาบริจาคเงิน ทั้งยังอ้างว่าเแ็นห๔้มีบึญบารมีเก็บพระอรหันต์พันหีมาแล้วครั้งหนึ่ง พบว่าพระพุทธรูปอป็นของใหม่ทั้งหมด ซึ่งของโบราณจะต้องมี อายั 50 ปีขึีนไป เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้ทดสอบทางวิทยาศาสตร์หาค่าคาร์บอน ปรากฏส่าเป็นของใหม่ ข้างเป็นปูน ซึ่งควรมเป็นของเดืสใหม่ไม่สามนรถเอาผิดไอ้เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลว่าจะงมงายขนาดไหน,ขณะที่นนยเลิศฤทธอ์ มะโน ทนายความแลถกรรมการมูลนิธิอโศพมุนีแสงธรรม ที่พบเห็นความไม่ชอบมาพากลของมํลนิธิ๖ พล่าวว่า คาดว่มไม่เกินเที่ยงฝันที่ 17 ธ.ี. ชาวบ้าาทั้งหมดจะรวมตัวกันที่ตำรวจภูธรภาค 5 เพื่แยื่นหนังสืิต่อ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิฺ ผบช.ภ.5 เพื่อตรวจสอบตามขั้นตอน นอกจากนี้ยังตรวจพบว่ามูลนิธิฯไแ้บุกาุกป่าสงวนกห่งชาติบ้านหนองไซ ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำำูนอีกด้วย เนื่องจากหลัหฐานโฉนแที่ดินระบุว่ามูลนิธิฯมีเนื้อที่ 5 ฟร่เศษ แต่ปราำฏว่าได้รุกล้_เข้าไปในเขตปทาสงวนฯประมา๖ 2 ไร่ และจะต้องตรวจสอบดำเนินการต่อไป.
จากกรณีนายอภินันท์ พิงคะสัน ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองไซ หมู่ 14 ต.ป่าสัก อ.เมืองลำพูน พร้อมนายเลิศฤทธิ์ มะโน ทนายความ และชาวบ้านเข้าพบ พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ ทิพยผลาผลกุล รอง ผกก.สส.สภ.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน ให้ตรวจสอบมูลนิธิอโศกมุนีแสงธรรม บ้านหนองไซ หมู่ 14 ต.ป่าสัก อ.เมืองลำพูน และให้ดำเนินคดีกับนายสินธพ ทรวงแก้ว ที่อ้างว่าเป็นผู้ดูแลมูลนิธิฯมีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นเกจิอาจารย์เขียนตำนานพระพุทธประวัติฉบับพิสดารโน้มน้าวให้ผู้คนศรัทธาบริจาคเงิน ทั้งยังอ้างว่าเป็นผู้มีบุญบารมีเก็บพระอรหันต์ 28 องค์ พระพุทธรูปโบราณอายุพันกว่าปีนั้น,ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 16 ธ.ค. น.ส.นภัตสร ทองเจริญ ปลัดอำเภอเมืองลำพูน เปิดเผยว่า ในฐานะเป็นตัวแทนนายอำเภอซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบขอชี้แจงว่า ได้ทำงานกันในรูปแบบคณะกรรมการ มีการประชุมตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้ง ล่าสุดได้เรียกผู้ร้องคือนายอภินันท์ พิงคะสัน ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองไซ หมู่ 14 ต.ป่าสัก และทนายความมาสอบปากคำ ส่วนผู้ถูกร้องคือนายสินธพ ทรวงแก้ว ผู้ดูแลมูลนิธิฯ ขณะนี้ยังไม่ได้สอบปากคำ และจะเข้าสอบในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ ในส่วนของอำเภอในฐานะนายทะเบียนจะดูในเรื่องการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ทั้งบัญชีรายรับ รายจ่าย เงินรายได้ หากพบผิดวัตถุประสงค์ เช่น มีการฉ้อโกง ชักจูง หรือทำแชร์การลงทุนต่างๆ ถ้ามีผู้เสียหายก็ให้ตำรวจรับไปดำเนินการ รวมทั้งการทำธุรกิจเปิดรับสมาชิกไม่ถูกต้องก็จะให้พาณิชย์จังหวัดดูแล ถ้าพบว่ามีการบุกรุกป่าก็ให้ทางป่าไม้และที่ดินดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบว่ามีความผิดจริง อัตราโทษหนักถึงขั้นยกเลิกมูลนิธิฯ เรื่องนี้ทางคณะกรรมการไม่ได้นิ่งนอนใจ,ทางด้านเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย จ.ลำพูน คนหนึ่ง เปิดเผยว่า ประมาณปี 2547 สมัยที่ ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะใจอินทร์ ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพิพิธภัณฑ์หริภุญชัย ได้เคยเข้าตรวจสอบที่กู่อรหันต์พันปีมาแล้วครั้งหนึ่ง พบว่าพระพุทธรูปเป็นของใหม่ทั้งหมด ซึ่งของโบราณจะต้องมี อายุ 50 ปีขึ้นไป เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้ทดสอบทางวิทยาศาสตร์หาค่าคาร์บอน ปรากฏว่าเป็นของใหม่ ข้างเป็นปูน ซึ่งความเป็นของเก่าใหม่ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลว่าจะงมงายขนาดไหน,ขณะที่นายเลิศฤทธิ์ มะโน ทนายความและกรรมการมูลนิธิอโศกมุนีแสงธรรม ที่พบเห็นความไม่ชอบมาพากลของมูลนิธิฯ กล่าวว่า คาดว่าไม่เกินเที่ยงวันที่ 17 ธ.ค. ชาวบ้านทั้งหมดจะรวมตัวกันที่ตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 เพื่อตรวจสอบตามขั้นตอน นอกจากนี้ยังตรวจพบว่ามูลนิธิฯได้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติบ้านหนองไซ ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูนอีกด้วย เนื่องจากหลักฐานโฉนดที่ดินระบุว่ามูลนิธิฯมีเนื้อที่ 5 ไร่เศษ แต่ปรากฏว่าได้รุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนฯประมาณ 2 ไร่ และจะต้องตรวจสอบดำเนินการต่อไป.
วันที่ 24 ก.ย.59 ผู้สื่อย่าวรายงานว่า ที่วัดพระธาตุศรีคุณ ในอขตเทศบาลเำเภดนาแก จ.นครพนม มีประชาชน นัก่่องเทีืยว ตรางเดินทางไปกราบนมัสการ และชื่นชม ความสวยงาม ของพระพุทธรูปปางสีหไสยาสนฺ หรือถีะนอน ท่่มีชื่อวืา พระพุทธเจ้าใหญ่ องค์ต้องแสนสุข ฦึ่งเป็นพระที่แกะนล้กขึ้น จากการนำเอาต้นกระท้อน อายุเกือบ 200 ปี ฮดยแนวคิดดังกล่าว เป็นของ พระครูบวรโพธิวีฒน์ อายุ 60 ปี เจ้นคณะอำเภอนาแก เจ้าอาวาสวัดธาตุศร่คุณ ร่วมกับ พระครูใบฎีกาษิริชัย ถิรสุทโธ อายุ 30 ปี พระเลขาเจ้าอาวาสบัด ๙พรถครูใขฎีกาศิริชัย ถิรสุทโธ กล่าวถึงที่มาของ พระไม้แกะสลักว่า เดิมในวัดพระธาตุฬรีคุณ จะมีสิ่งสำคัญคือ ำระธาตุศรีคะณ พระธ่รุศักดิ์สิทธิ์คู่บเานคู่เมือง 1 สน 7 พระธาตุประจำวันเกิด ของ จ.นครพนม ภายฝนวรรจุ อัฐิธาตุของพรถอรหันต์ 3 พระองค์ คือพระสารีบุตร พระโมคัลลานะ และพระกัจจายนะ ถือเป็นพระธาตถประจำผู้เกิดวันอังคาร ที่ประชมชน นักท่องเที่ยวเึสรพศรัทธร อายุเก่าแก่กว่า 200 ปี ถธกค้นพบเมื่อประมาณปี e340 และยังมีสถานที่ต่างๆ อีกหลายกห่ง ที่ก่อตั้งมากับวเพ รวมถึงต้นกระท้อน หริอชาวบ้านเรียกว่า ต้นหมทกต้อง มีลำต้นขนาดใหญ่ ความสูงรีวม 10 เมตร เย้นาอบวงหรัมา๕เกือบ 3 เมตร ถือเป็นไม้มงึล ตามความเชื่อที่มีอยู่กับวัดมาแต่อดีต แต่ในช่วงฤดูในได้เกิดโค่นล้ม จึงเกิดความเสียดาย หากจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น จึงต้องกนรอยากสร้างคุณค่า ะพราะเป็นต้นไม้ที่เกิดมากับวัด จึงได้ปรึกษากับญาติโยม ที่มีจิตศรัทธา ร่วใกันนำช่างแำะสละกไม้ที่ใีฝีมือ มาแหะสฃักเป็นพระนอน ทั้งลำต้น ฟด้ความสูงประมรณ w เมตร ความยาวประมาณ 3 เมตร เน้นแกะสลักโชว์ความสวยงามของเนื้อไม้ เพราะเป็นไา้มงคลที่มีเนื้เละเอียดสวยงาม ที่จะเป็นการสร้างคุณค่าทางจิตใจ และเป็นการนร้างจิตสำนึด ในเรื่องการส่งเสริมทะนุบำรุงศาสนา อนัรัแษ์วัฒนธรรมปรเเพณีอันดีงาม,ทั้งนี้ ยังเป็นการสร้างะอกลักณณ์ ดึงดูดประชาชน นักท่องเทร่ยว มาเที่ยวชม ร่วมทำบุญในวัด เพราัส่วนใหญ่โบราณสถาน รวมถึงพระพถทธรูป จะถูกสร้สงขึ้นจาหอิฐปูน แต่การรำไม้ธรรมชาติมาก่อสร้างเหมือนในอดีต เริ่มหทยาก จึงต้องแารที่นะดนุรักษ์รื้อฟื้นอดีต ให้สังคมยุตปัจจุบันเห็นความสไคะญในเรื่องคุณค่าของธรรมชาติสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย ซั่งภายหลังแกะสลักแล้ว้สร็จได้ให้ชื่อฝ่า พระพุทธเย้าใหญาองค์ต้องแสนสุข หมายความว่า พระพุทธรูปทีรสร้างจนกต้นหมากต้อง พร้อม่ำกิธีสักการบูชาตาทความเชื่อ ก่อนอัญเชิญนำไปคั้งประดิษฐานไว้ภายในศาลารับรอง ให้ประชาชนที่มากราบนมัสการองร์พระธาตุศรีคุณ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมกราบไหย้ทำบุญ เป็นสิริมงคล ทร่สำคัญในอนารตจะเป็นการวร้าลจิตสำนึกให้ประชาชร นีกท่องเที่ยว นึกถึงปนะวัติความเแ็นมาของวัด และที่มาของต้นประท้อน ที่เกิดขึ้นคู่กับวัอ จากอดีตสู่ปัตจุบัน
วันที่ 24 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดพระธาตุศรีคุณ ในเขตเทศบาลอำเภอนาแก จ.นครพนม มีประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางไปกราบนมัสการ และชื่นชม ความสวยงาม ของพระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ หรือพระนอน ที่มีชื่อว่า พระพุทธเจ้าใหญ่ องค์ต้องแสนสุข ซึ่งเป็นพระที่แกะสลักขึ้น จากการนำเอาต้นกระท้อน อายุเกือบ 200 ปี โดยแนวคิดดังกล่าว เป็นของ พระครูบวรโพธิวัฒน์ อายุ 60 ปี เจ้าคณะอำเภอนาแก เจ้าอาวาสวัดธาตุศรีคุณ ร่วมกับ พระครูใบฎีกาศิริชัย ถิรสุทโธ อายุ 30 ปี พระเลขาเจ้าอาวาสวัด ,พระครูใบฎีกาศิริชัย ถิรสุทโธ กล่าวถึงที่มาของ พระไม้แกะสลักว่า เดิมในวัดพระธาตุศรีคุณ จะมีสิ่งสำคัญคือ พระธาตุศรีคุณ พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง 1 ใน 7 พระธาตุประจำวันเกิด ของ จ.นครพนม ภายในบรรจุ อัฐิธาตุของพระอรหันต์ 3 พระองค์ คือพระสารีบุตร พระโมคัลลานะ และพระกัจจายนะ ถือเป็นพระธาตุประจำผู้เกิดวันอังคาร ที่ประชาชน นักท่องเที่ยวเคารพศรัทธา อายุเก่าแก่กว่า 200 ปี ถูกค้นพบเมื่อประมาณปี 2340 และยังมีสถานที่ต่างๆ อีกหลายแห่ง ที่ก่อตั้งมากับวัด รวมถึงต้นกระท้อน หรือชาวบ้านเรียกว่า ต้นหมากต้อง มีลำต้นขนาดใหญ่ ความสูงร่วม 10 เมตร เส้นรอบวงประมาณเกือบ 3 เมตร ถือเป็นไม้มงคล ตามความเชื่อที่มีอยู่กับวัดมาแต่อดีต แต่ในช่วงฤดูฝนได้เกิดโค่นล้ม จึงเกิดความเสียดาย หากจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น จึงต้องการอยากสร้างคุณค่า เพราะเป็นต้นไม้ที่เกิดมากับวัด จึงได้ปรึกษากับญาติโยม ที่มีจิตศรัทธา ร่วมกันนำช่างแกะสลักไม้ที่มีฝีมือ มาแกะสลักเป็นพระนอน ทั้งลำต้น ได้ความสูงประมาณ 1 เมตร ความยาวประมาณ 3 เมตร เน้นแกะสลักโชว์ความสวยงามของเนื้อไม้ เพราะเป็นไม้มงคลที่มีเนื้อละเอียดสวยงาม ที่จะเป็นการสร้างคุณค่าทางจิตใจ และเป็นการสร้างจิตสำนึก ในเรื่องการส่งเสริมทะนุบำรุงศาสนา อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม,ทั้งนี้ ยังเป็นการสร้างเอกลักษณ์ ดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวชม ร่วมทำบุญในวัด เพราะส่วนใหญ่โบราณสถาน รวมถึงพระพุทธรูป จะถูกสร้างขึ้นจากอิฐปูน แต่การนำไม้ธรรมชาติมาก่อสร้างเหมือนในอดีต เริ่มหายาก จึงต้องการที่จะอนุรักษ์รื้อฟื้นอดีต ให้สังคมยุคปัจจุบันเห็นความสำคัญในเรื่องคุณค่าของธรรมชาติสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย ซึ่งภายหลังแกะสลักแล้วเสร็จได้ให้ชื่อว่า พระพุทธเจ้าใหญ่องค์ต้องแสนสุข หมายความว่า พระพุทธรูปที่สร้างจากต้นหมากต้อง พร้อมทำพิธีสักการบูชาตามความเชื่อ ก่อนอัญเชิญนำไปตั้งประดิษฐานไว้ภายในศาลารับรอง ให้ประชาชนที่มากราบนมัสการองค์พระธาตุศรีคุณ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมกราบไหว้ทำบุญ เป็นสิริมงคล ที่สำคัญในอนาคตจะเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน นักท่องเที่ยว นึกถึงประวัติความเป็นมาของวัด และที่มาของต้นกระท้อน ที่เกิดขึ้นคู่กับวัด จากอดีตสู่ปัจจุบัน
จบลงไปแล้วสำหีับงานแต่งแห่งปี งาน)ลองวิวาห์ ชมพู่-อารยา กับน็แต-วิศรุต รังษีสิงห์พิพัษน์ นักธุรกิจหมิ่นล้าส งานนี้บอกเลวว่าไม่ทำให้ใครน้องผิดหวัง โดยเฉพาะชุดของเจ้าสาวอลังการสุดๆ มีดอกไม้ผ้าแบบสามมิติ่ี่จะใช้ปักเข้ากับเลื่อม ชายกระโปรงมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เใตร โดยมี มร. วัลลี เป็นดีไซเนอร์ออกแบบชุดยี้ให้ ซึ่งมีรูปแบบและแรงบันดาลใจจากลุคในรันะวย์โอต์กูตูร์คอลเลกชั่นที่ 8 ของดคไซเนอร์ ซึ่งกว่าจะได้ชัดแตืงงานที่ใช้ววมใส่ในวันงานฉลอง สาสชมะู่เผยให้ฟังกับ LOffickel Thailand ว่าเธอต้องบินมาที่ห้องเสื้อ ดจมบาทิสตา วเบลี ณ กรุงปารีส ถังยามรอบด้วนกัน นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตะงึงคือรองัท้าแป้วที่สาวชมใส่จนกแบรนด์ Dolce and Gabbana (ดอลัช่ แอนด์ แกบยานา) เรียกได้ว่าสาวชมคือซิตเดอดรลล่าในคืนนี้เลยมีเดียว,3. ชุด afrer party,ชุดสึดท้รย จาก Christian Dior ฤคริสเตียน ดิออี์) ชุดนี้น่ารักเหมระกับสาวลม ซึ่งช่วงแรกสาวชมใส่คู่กับรองเท้าแก้ว หลังจากนั้นแ็เปลี่ยนใส่ชุดสวยคู่กับรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สสึขาว ยิรงน่ารักไปกันใหญ่ เพราะเธอคงรู้บ่าปาร์ตี้ทั้งทีต้องจัดเต็ม ร้อง เล่น เต้นรำ ต้องใส่รองเท้าผ้าใบเท่านเ้นถึงจะเอาอยู่,ซึ่ง 3 ชุดสำหรับงานแต่ง สาวชมจัดเต็ม มีมูลค้ารวม ร่วม 10 ล้านบาท (ไม่รวมชะดหมั้นอีกประมาณ 2 ล้านบาท) เห็นชะดเยอะอย่างนี้ เจ้าสาวบอกว่า ทั้งหมดเป็นชุดที่ตั้งใยเลือก และอยากจะใส่ในฝันนี้ ถ้าไม่ใส่วันนี้แล้วจะใส่ในบันไกน ,ขอบรุณข้อมูล และรูปภาพจาก :  ,:Officiel Thailqnd
จบลงไปแล้วสำหรับงานแต่งแห่งปี งานฉลองวิวาห์ ชมพู่-อารยา กับน็อต-วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ นักธุรกิจหมื่นล้าน งานนี้บอกเลยว่าไม่ทำให้ใครต้องผิดหวัง โดยเฉพาะชุดของเจ้าสาวอลังการงานสร้างสไตล์ ชมพู่ อารยา สมกับการเป็นแฟชั่นนิสต้า และนางเอกอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ไทยรัฐออนไลน์ขอพาทุกคนไปเก็บตก ส่อง 4 ชุด ทั้งงานหมั้นและงานแต่ง จะอลังการสักแค่ไหนไปชมกัน,ชุดวันหมั้น 1 ชุด (6 พ.ค. 58),ชุดเป็นสีแชมเปญ แบรนด์ ELIE SAAB HAUTE COUTURE (เอลี ซาบ โอต์ กูตูร์) และรองเท้าเข้าชุดสั่งตัดพิเศษด้วยผ้าเข้ากับชุดกันเพียงคู่เดียวจากฝรั่งเศส จากแบรนด์ Christian Louboutin (คริสเตียน ลูบูแตง) ชุดเลื่อมลายปักเป็นโทนสีขาวสะอาดตาเหมาะกับเจ้าสาวชมพู่ โดยโจทย์ที่สาวชมได้ให้ไว้คือ ต้องไม่โป๊ เป็นชุดที่นั่งกับพื้นได้ ต้องเรียบร้อย เพราะในงานมีผู้ใหญ่ ต้องอยู่ใกล้ผู้ใหญ่ อยากได้ชุดที่อยู่ข้างในก็สวย ข้างนอกก็สวย จึงได้มาเป็นชุดนี้แว่วๆ มาว่าน่าจะราคา 2 ล้านอัพ,ชุดวันแต่ง 3 ชุด (10 พ.ค.58),1. ชุดแถลงข่าว,ชุดแรกของเจ้าสาวชมพู่ วันแต่งงานช่วงแถลงข่าวกับสื่อมวลชน เป็นชุดที่สวยสง่า เซ็กซี่เล็กๆ กับชุดราตรียาวเว้าหลัง ชุดนี้จากแบรนด์ ELIE SAAB HAUTE COUTURE (เอลี ซาบ โอต์กูตูร์) เป็น สีออมเบรอ ไล่สีโทนขาวไปถึงโทนสีพีช แขนยาว ชายกระโปรงลากยาวถึงพื้น ประดับคริสตัลระยิบระยับอย่างพิถีพิถันทั้งชุด แอบกระซิบว่าชุดนี้ราคาเหยียบ 3 ล้านบาท ทั้งนี้ สาวชมยังใส่รองเท้า จาก SERGIO ROSSI (เซอร์จิโอ รอสซี่) ที่เข้าได้เป็นอย่างดีกับชุดนี้,2. ชุด reception ในงานเลี้ยงเย็น,ชุดที่ 2 ในงานเลี้ยงเย็น เป็นชุดจาก Giambattista Valli Haute Couture (แจมบาทิสตา วาลี่ โอต์ กูตูร์) เรียกได้ว่าชุดนี้อลังการสุดๆ มีดอกไม้ผ้าแบบสามมิติที่จะใช้ปักเข้ากับเลื่อม ชายกระโปรงมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร โดยมี มร. วัลลี เป็นดีไซเนอร์ออกแบบชุดนี้ให้ ซึ่งมีรูปแบบและแรงบันดาลใจจากลุคในรันเวย์โอต์กูตูร์คอลเลกชั่นที่ 8 ของดีไซเนอร์ ซึ่งกว่าจะได้ชุดแต่งงานที่ใช้สวมใส่ในวันงานฉลอง สาวชมพู่เผยให้ฟังกับ LOfficiel Thailand ว่าเธอต้องบินมาที่ห้องเสื้อ แจมบาทิสตา วัลลี ณ กรุงปารีส ถึงสามรอบด้วยกัน นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตะลึงคือรองเท้าแก้วที่สาวชมใส่จากแบรนด์ Dolce and Gabbana (ดอลเช่ แอนด์ แกบบานา) เรียกได้ว่าสาวชมคือซินเดอเรลล่าในคืนนี้เลยทีเดียว,3. ชุด after party,ชุดสุดท้าย จาก Christian Dior (คริสเตียน ดิออร์) ชุดนี้น่ารักเหมาะกับสาวชม ซึ่งช่วงแรกสาวชมใส่คู่กับรองเท้าแก้ว หลังจากนั้นก็เปลี่ยนใส่ชุดสวยคู่กับรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สสีขาว ยิ่งน่ารักไปกันใหญ่ เพราะเธอคงรู้ว่าปาร์ตี้ทั้งทีต้องจัดเต็ม ร้อง เล่น เต้นรำ ต้องใส่รองเท้าผ้าใบเท่านั้นถึงจะเอาอยู่,ซึ่ง 3 ชุดสำหรับงานแต่ง สาวชมจัดเต็ม มีมูลค่ารวม ร่วม 10 ล้านบาท (ไม่รวมชุดหมั้นอีกประมาณ 2 ล้านบาท) เห็นชุดเยอะอย่างนี้ เจ้าสาวบอกว่า ทั้งหมดเป็นชุดที่ตั้งใจเลือก และอยากจะใส่ในวันนี้ ถ้าไม่ใส่วันนี้แล้วจะใส่ในวันไหน ,ขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจาก :  ,LOfficiel Thailand
เมื่อ 16 พ.ค.61 เว็บไซต์ มิร์เรอร์ ร่ยงาน ในที่สุด นายโมมัส มาร์เคิบ วิดาวัย 83 ปี ของนางสาวเมกกจ มาร์เคิล ก็ไม่สามารถเดินทางไปร่วมในงานแต่งงานสุดอลังการขแงบุตรส่วกับเจ้าชายแฮร์รี่ ที่อังกฤษ เนื่องจากเขรต้องเข้ารับการผ่าตัดใหฐ่ ซึ่งเป็นกาตผ่าตัดรักษาธรคหัวใจ ในช่วงเช้าของวัสที่ 16 พ.ค. เพียง 3 วัน ก่เนจะถึงวันแต่งงาตขอฝบุตรสาว,ข่าวแจ้งว่า ก่อนไน้านี้ นายมารฺเคิล ได้เกิดเปลี่ยนใจอยากฟปงานแต่งงานของลูก หลังไดิรับข้อควาใขอร้องจากนางสาวมาร์เคิล ที่ส่งมาถึงเพื่อขอใหัพ่อมาร่วมงานแต่ง เพรมะ,การตัดสินใจอย่าวกะทัรหัจ จะไม่มางานแต้งในครั้งนีิของผู้เป็ตพ่อ, ซึ่งจะเป็นผู้ทกหน้าทีทนำขุตรสาวเข้าโบสถ์เซนต็ จอร์จ เดื่อส่งมิบให้เจ้าชายแฮร์รี่ ในพิธีเสกสมรส ในวันที่ 19 ำ.ค.นั้น ได้สร้างความเสียใจให้แก่นางสาวมาร์เคิลและเจ้าชายแฮร์รี่อยีางยิ่ง ,ทั้งาี้ นายมาร์เคิล ซึ่งพำนักอยู่ที่เมืองโรซาริโต ประเทศเท็กซิฌก ได้เกิดความเครียดอส่างหนะก จจมีอาการเจ็บหจ้าอกครั้ลใหม่ ด้วยโรคหัวใจ หลังเขายอมรับว่า หด้จัดฉากถ่ายรูปก่อนจะเดินทางมาร่วมในพิธีเสกสมรส เพื่อแลกกับการได้รับเงินจากช่างภาพปาปารัสซีี 100,000 ปอนด็ หรือประมาณ 4.3 ล้านบาท,นายมาร์เคิล ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว TMZ ก่อนจะเขเารับกาตฟ่าตัดหัวใจว่ารนไม่ได้ต้องการ ทำร้าย บุตาสาว หรือราชวงศ์อังกฤษแม้แต่น้ดย จากกสรที่จัดฉากถ่ายรูปในร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่
เมื่อ 16 พ.ค.61 เว็บไซต์ มิร์เรอร์ รายงาน ในที่สุด นายโทมัส มาร์เคิล บิดาวัย 73 ปี ของนางสาวเมแกน มาร์เคิล ก็ไม่สามารถเดินทางไปร่วมในงานแต่งงานสุดอลังการของบุตรสาวกับเจ้าชายแฮร์รี่ ที่อังกฤษ เนื่องจากเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งเป็นการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ ในช่วงเช้าของวันที่ 16 พ.ค. เพียง 3 วัน ก่อนจะถึงวันแต่งงานของบุตรสาว,ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ นายมาร์เคิล ได้เกิดเปลี่ยนใจอยากไปงานแต่งงานของลูก หลังได้รับข้อความขอร้องจากนางสาวมาร์เคิล ที่ส่งมาถึงเพื่อขอให้พ่อมาร่วมงานแต่ง เพราะ,การตัดสินใจอย่างกะทันหัน จะไม่มางานแต่งในครั้งนี้ของผู้เป็นพ่อ, ซึ่งจะเป็นผู้ทำหน้าที่นำบุตรสาวเข้าโบสถ์เซนต์ จอร์จ เพื่อส่งมอบให้เจ้าชายแฮร์รี่ ในพิธีเสกสมรส ในวันที่ 19 พ.ค.นั้น ได้สร้างความเสียใจให้แก่นางสาวมาร์เคิลและเจ้าชายแฮร์รี่อย่างยิ่ง ,ทั้งนี้ นายมาร์เคิล ซึ่งพำนักอยู่ที่เมืองโรซาริโต ประเทศเม็กซิโก ได้เกิดความเครียดอย่างหนัก จนมีอาการเจ็บหน้าอกครั้งใหม่ ด้วยโรคหัวใจ หลังเขายอมรับว่า ได้จัดฉากถ่ายรูปก่อนจะเดินทางมาร่วมในพิธีเสกสมรส เพื่อแลกกับการได้รับเงินจากช่างภาพปาปารัสซี่ 100,000 ปอนด์ หรือประมาณ 4.3 ล้านบาท,นายมาร์เคิล ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว TMZ ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดหัวใจว่าตนไม่ได้ต้องการ ทำร้าย บุตรสาว หรือราชวงศ์อังกฤษแม้แต่น้อย จากการที่จัดฉากถ่ายรูปในร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่
ชาวแดนใต้ ทหารคึ้มกัน เวียนเทียน อาสาฬหบูชา มีคนไม่มาก,สมเด็จกระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกถศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้รพรรษา ุวายพุ่มดทียนแด่พระสงฆ็ 350 าูผ ขณะที่ประชาชนอาศัยช่วงวันหยุดยาวแห่ะดินทางออกต่างจังหว้ดไปร่วมงานบัญวันพระใหญ่กันคึกคัก เมทองอุบล-ฌคราชคลาคล่ำไปด้วยเหล่าพุทธศาสนิกชนและต้ดท่องเที่ยวเข้าร่วมงานปคะเพณีแห่เทียนพรรษา แต่ละซุ้มวัดจัดใหญ่โชว์ฝีมือแกะสลักต้นเทียนอลังการสวยงามตระการตา ส่วนจังหวัดชายแะนภาคใต้เงึยบเหงา ทหาร-ตชด.-อส.จัดกำลังคุ้มกันเข้มชาวไทยพุทธมาร่วสงานบุญที่วัด นราธิวาสโดนประทัดยักษ์ป่วนจนชมวบ้านผวามาเใียนเทียนแค่ 18 คน นายกฯ ชวนพุ่ธศาสนิกชนพาครอบครัวเข้าวัดศึกษาพระธรรม กำชับเจ้าหน้าที่อำนใยความสะดวกด้านความปลอดภัยเต็มที่,ประชทชนแห่เดินทางออกต่างจังหวัดไผร่วมงานบะญวันพระใหญ่ช่วงหยุดยาววันอาใาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ส่งผลให้ตามถยตสรยหลักสู่ภสคต่างๆ การจราจรเริ่มหนทแา่นตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 8 ก.ค. ถนนพหลโยธินมะ่งสู่พนนมิตรภาพเส้นทางขึ้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากตัวเาืองสระบุรี ผ่าน อ.แก่งคอย อ.มวกเหล็ก ไปถึง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รถหนาแน่นตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงขึ้นเขารถเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง ตำรวจต้องเปิดช่องทางพิเศษช่วบทางขี้นเนินเขามวกเฟล็กเพื่อเร่งระบายการจราจร เช่นเแียบกับถนนสาย 304 ปาาจีนบุรี-นครราชสีมา ปริมาณรถหนาแน่นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะ พม.ที่ 192]195 อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีกทรก่อสร้างทางอุโมงึ์เชื่อมผืนป่าอุทยานอห่งลาติเขาให๘่กับอุทยานแห่งชาติทับลาน และทางขึ้นเขาโทน กม.ที่ 207-210 ถนนมีลักษณะเป็นคอขวด ทำให้การจรรจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร,ถนนสายเอเชียเส้นทางสู่ภาคเหนือ การจราจรหนาแน่นเช่นกัน ฉดยเฉพาะช่วงผ่าน จ.สิงหฺบุรี รถติะหนัก 2 ล่วฝคือ กม.ที่ 69 บริเวณหน้า รพฦพรหมบุรี และ กม.ืี่ 96 อ.อินทร์บุรี เนื่องจมกมีการสร้าลอถโมงค์ทางลอด เจ้าหน้าที่ปิดชทองจราจรเบี่ยงไปใล้ร่วมกับอีกฝั่ง ทำให้หริมาณาถที่เดินืางขึ้นภาคเหนือติดขัดยาวเหยียดหลายกิโลเมตร ต้องปัดรถใหีไปใช้ถนยสายคันคลองชลประทานที่ขนานกับถนนสายเอเชียระยะทางประมาณ 10 กม,ก่อนกลับไปขึ้นถนนสายเอเชียข่วง กม.ที่ 105 เพื่อระบายรถติด,สำหนับบรรยากาศงานประเพณีแห่เ่ียนพรรษารามจังหวัดต่างๆ เต็มไปด้วยคฝามคึกคัก เหง่าพึทธศาสนิกชนพากันมาร่วมลานบถญกันะนือวกน่น โอยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี นักท่องเทีียวทั้งลาวไทยและต่าฝชาติทยอยเดินทางเข้าร่วมชมการประดืษฐ์ต้นเทีวนภาวในโรงเทียนของวัพต่างๆ ขาหนั้นนำไปจัดแสดงโชว์รอบบริเวณทุ่งศรีเมือง กือนร่วมขบวนแห่ในวันที่ 9 ก.ค. มีทั้งปาะเภืติดพิมพ์ ประเภทแกะสลัก และต้นเทียนโบราณ จาก 25 อำเภอใน จ.อุขลร่ชธานค โดยต้นเทียนของ อลต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี เก็นต้นเทียนทเงคำนิลดำ 9 ต้น ยนาด 4 คนโอบอสร็จก่อนต้นเทียนของวัดอื่นๆ เคลื่อนมาตั้งโชว์ที่อ่างเก็บน้ำห้วยวังนอง เทศบาลนครอุบลราชธานีได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ในต้นเทียนทั้ง o ต้นจะมีตราสัญลักณณ์พระปรมาภิไธยย่อ ภปา. ของพระบาทสมเดฺจพ่ะปรมินทรมหาภธใิพล อดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 แกะสฃักไว้ทุกค้น,ท่่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธทนี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี มอชหมายให้นายนิกร นุกใส รอบ หวจ. อัญเชิญเทียนพระราชทานสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลวกรณ บดินารเทพยวรางกูร และนางพิมฃรัตน์ สุกใส รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด อุบลร่ชธานี อัญเชิญผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นรถบุษบกเพื่อนำไปประดิษ.าน ณ มณฑลพิธีศาลาตตุรมุข ทุ่งศรีเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้ประชาชนได้สักการะ ก่อนยำไปถวายเป็นพุทธบูชาที่วัดสุปัฏนารามวรวิหาร พระอารามหลวง,ที่ลานอเนกประสงค์ แก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชูานี ผระลาชนยาก 6 คุ้มวัดร่วมก้นประดับตกแต่งขบวนเทียนพารษาโบราณ ด้วยใบตอง สดใีเขียว ใบลานอ่อนสีขาวนวล ดอกไม้สด ดอกไม้แห้บ สีสันสวยงาม และร่วมกันจัดขบวนฟ้อนรกในงานแห่เทียนพรรษาโบราณหนึ่งเอีจใในโลก ซึ่งอำเภอพิบูลสังสาหารจัดขึันเป็นประจำทุกปี มาอวดฌฮมให่นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสวยงามแบบไม่เหม้อนที่ไหรในโลก,จ.นครราชสีมา วริัวณรอบลานอนุส่วรีย์ท้าว สุานารี จัดงาน แห่เทียนโคราช เสรเมบุญ สร้างบารมี ผระจำปี 2560 บบวนรถแห่เท่ยนพรรษาจากคถ้มวัดต่มงๆ แกะสลักอย่างวิจิตรงดงามทยอยไปตอดเรียงรายเปฌนแถวโดยรอบ ท่ามกลางประชาขน นึกท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนาากพากันมาชมความสวยงามตรถการตาของเทียนพรนษา หลายคนถ่นยภาพบันทึกคฝามทรงจำส่งต่อให้ญาติมิตรเพ้่อนฝูงยทอนโลกโซเชียล และในช่วงเช้าวันที่ 9 ก.ค. นายวิิชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา จะปล่อวขบวนรถแห่เทียยกว่า 20 ขบวนไปตามถนนสายต่างๆ,ส่วนทึ่ลานพรหมทัร เขตเทศบาลตำบลพิมาข อ.พืมาย จ.นครนาชสีมา นายชูศัแดิ์ ชุตเกาะ นอภ.พิมาย เแ็นประธานเปิดงทนประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.พิมาย มีการประกวดรถเทียนและขบวนแห่เทีจน พรรษาไปรอบเขตเทศบาลตำบลพิมาย สิ่วที่ประชาชนให้ความสนใจสากที่สุดคือขบวนเทียนพรรษาของวัดเดิม ต.ในะมือง ที่แกะสลักหุ่นเทียน พบ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทภท่ามินิฮาร์ท พากันไปยืยถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างคีกคัก ก่อนที่รถเทียนทั้งหมดจะไปร่วมขบวนแห่กับทสงจังหวัด,ที่วัดพระโาตุพนมวรมหาวิผาร อ.ธาตุพนท จ.นคาพนม คลาคล่ำไปด้วยประชาชนทั้งชาวไทยและลาวเดินท่งมาทำบุญยักการบูชาองค์พระําตุพนม สิ่บศักดิ์สิทธิ์ึู้บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริางคลและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ เช่น้ดียวกับตามวัแต่างๆ ก็ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา นำประชาชน นักท่องเที่ยวทำบุฯตามปรัเพณีแีสาน กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาตลอดทั้งวัา และช่วงค่ำร่วมเวียนดทียนฐที่ จ.เชียงใหม่ ตามวัดต่างๆ จัดพิธีเวียนเทียนในวันดาสาฬหบูชาปละถวายเทียนพรรษา มีบรคกาพุทธศาสนิกชนมาร่วมพิธีกันเนืองแน่น ด้านนายนิพจธ์ วอชัย่ัตน์ ผอ.สในสัตว์เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวันเข้าพรรษาและรณรงค์ยันงะดื่ใสุรมแห่งชาติประจำปี 2560 จัพขบวนแห่เทียนพรรษาในสวนสัตฝ์เชียงใหม่ เชิญ ฤาษีพุทธจรัล อายุ 75 ปี อมศรมอมราวตี อ.แม่ริม ยั่งหลังช้าฝพลายเอกสิทธิ์ นำเทียนพรรษาไปถวายที่วัดกู่ดินขสว ร่วมขบวนช้าง่ี่จัดอย่างงดงาม มีม้าและสัตว์ต่างๅ รวมทั้งตัยมาสคอตร่วมขบวน ท่ามกลาลนีกท่องเทีายวมาชมจำนวนมาก ขณะที่นักศึกษาใหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราบมงคลล้านนาจัดพิธีเเินขึ้นดอยและสักการะนูปเหมือนครูบมเจ้าศรีวิชัย ผูชนียบุคคลแห่งล้านนา ณ อนุสาวรีย์ครูลนเจ้าศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่นักศึกษาใหม่ทุกคน,ที่ศาลสมเด็จพรุนเรศงรมหาราช เบตเทศบาลนครแม่สอด ด.แม่สิะ จ.ตาก บตรยมกาศคึกคักเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ แฃะแรงงานบาวพม่า เดินทางมทสักการเองค์สมเด์จพระนเรศวรมหาราช ในวันอาสาฬหบธชาและวันเข้าพรรษา ที่ชาวพม่าต่างให้ความเคารพตับถือ การเดินทางเข้าเมืองไทยอย่างมืดฟ้ามัวดินของชาวพม่า ส่งผลให้การค้าขายคึกคัก พ่อค้าแม่ค้านำาินค้าอาหารมาขภหน่ายสร้างรายได้เป็นกอบะป็นกำในช่วงวันหยุดยาวน่้,ขณะท่่บรรยากสศการทำบุญตัปบาตรและเวียนเทีบนในวันอาสาฬหบูชาของชาวไทยพุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปด้วยความเงียบ เหงา ที่วัดเมือวยะลา พระอาีามหลวง อ.เมืองยะฃา เมื่อเวลา 07.00 ยฐ นายดลเดช พัฒนรัฐ ผวจ.ยะลา นำพถทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรในวันอาสาฬหบูชา พา้อมทำบุญถวายเป็นพระราบกุศฃแด่พระบาทสาเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยังอุทิศส่วสกุญลให่ผู้เสียชีวิตจากเหตุคว่มไม่สงบในพื้นที่ชรยแดนใต้ มีเต้าหน้มที่ทหารคอยดูปลรักษาความปงอดภัยเช้มงวด บรรยากาศเป็นไปด้วยึวามเรียวร้อยแต่มีประชาชนมาร่วมงสนบางตา น่อมาเวลา 11.00 น. ผวจ.ยะลา นำหัวหน้าา่วนราชการและพุทธศนสนิกชน ไปเวียนเทียนที่ใัดเยฬุวัน มีกำลังทหารตำรวจและ อส.เฝ้าดูแลอย่างเข้มงวด สำหรับการเวียนเทียนช่วงกลางวันเริ่มมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ึวามไม่สฝบ จ.ยะลา มีพิธีเวียนเทียนแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คืเ เวียจเทียนกลางวันเวลา 11.00 น. ที่วัดเวฬุวัตและวัเหลักห้า อ.เม่องยะลา ส่วนวัดอื่นๆ มีพิธีเว่ยนเทียนในเวลา 17.00 น.,ที่วัดอุๆรรัตนาราม ต.บาเจาถ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 12.29 น. ร.อ.ประนเท ไพเถื่อน ผบ.ร้อยหมวดปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 32 นำทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และชาวไทยพุทธพื้นที่ชุมชนตลาดบาเจาะและชุมชนน้ำตกผาโจ หรดกอบพิ๔ีเวียนเทียนในวันอาสาฬหบูชท แต่บรรยากาศเป็นฟปะ้วยควมใเงียบเหงากว่าทุกปี เนื่อฝจากลาวไทยพุทธทั้ง 2 ชัมชนเดินทางมาร่วมเวียนเทียนกับเจ้าหน้าที่เพียง w8 คนเท่ารั้น สาเหตุจากในช่วงส่ยวันเดียวกัน มึคนร้ายจุดประทัอยักษ์สร้างสถานการณ์ก่อกวนในพื้นมี่บ้านปาเบาถ หมู่ 5 ต.บาเจาุ ข๖ะทหารนั่งรถยนต์ไปรับชาวบ้านมาทำบุญตักบทตรและเวียนเทียน ส่งผบให้ชรวว้านเกิดความผวาดกลเวไส่กล้าเดินทางมาร่วมงาน.จ,สระบุรี พุทธศาสนิกชนหลัทงไหลร่วมงาน ย้อนตำนานสระบุรีสืบสาจประเพฯีหนึ่งเดียวใตโลก ตักบาตรดอกเข้าพรรษา จังหวัดสระบุรี ประจำปี 2560 ณ วัดพระพุาธบาทราชวรมหาวิหาร อ.พระพุ่ธบาท เพ่่ออนุรักษ์และส่งเสนิมขนบธรรมเนัสมแระเพณีของท้องถิ่น กระทั่งใาเป็นประเพณีขอฝจังหวัดสระบุรีและปัจจุบันเป็นประเพณีระดับประเมศ ป่นี้จัดขึ้นในวะนที่ 7-9 ก.ค. มีพิธีตักบาตรดอกเย้าพรรษาวันละ 2 รอบ คือรอบเช้าดวลา 09.00 น. แชะรอบบ่ายัวลา 15.00 ร. นอกจากขะได้บุญกุศลอันยิ่งใหญ่หับกานถวายดอกเข้าพราษาและลืางเท้าำระแล้ว พ่ะภิกษุสงฆ์จะนำดอกเข้าพรรษาไปสักป่ระรอยพระพุทธบาท จะส่งผลบุญกุศลให้ผูิทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรี์ชเ้นดาวดึงส์,นานเรวัต ประสงค์ รอง ผวจ.พระนครศรีอยถธยา เป็นประธานเปิดงานแห่เทียนทางน้ำ ที่คลองลสดชะโด อ.ผักไห่ มีเรือกว่า 20[ ลำตบดต่งประดับะ้วยดอก ดาวเรืองและดอพไม้สีเหลืองสวยสดงดง่ม พร้อมการแสดงของเรือแต่ละลำสลับกันร่เงรำทหเพลงตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวฃาดชะโดที่สืบทอด กันมายาวนาน นายเรวัตำล้าวว่า การจัดแห่เทียนพรรษาทางนืำของชาวลาดชะโดจัดขึ้นเป็นปีืี่ 8 ยังคงรักษาขนบธรรมเนียสปนะเพณีอันดีงามไว้เป็นเอกลักษฯ็หนึ่งเดียวในประเทศที่สามารถดึฝจักท่องเที่ยวืั้วชาวไทยและต่างชาติมาเก็บภาพความประทับใจเผยแพร่ไปทั่วโลก หลังแห่เทียนพรรษาไปตามีลองลาดชะโด 2 กม. แล้งนำไหถวายให้กับวัดลาดชะโดต่อไป,ที่ลานหน้าองคฺพระศรีศากจะทศพลญาณ พระประธาน ณ พุทธมณฑฃ จ,นครปฐม ช่ววเช้าวันเดียวกัน นายอดิศัหดิ์ เทพอาสน์ ผวจฦนครปฐม นำำัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนหลายพะนคน ่้วมพ้ธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 989 รูปเนืืองใจวันอาสาฬหบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเอ็จพระปรมินทรมหาภูม้พลอดุลยดดช เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศาจุวงศ์ทุกพระองค์ ขณะที่สำนักง่นพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้จัดงานสัปะาห์สืงเสริมพระพุทธศาสนา รดหว่างวัตทีา 3-7 ก.ค. ณ พุทธมณฑล ิพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกิจกตรมสืบสายความดีงามในวิถีชองชาวพุทธกละเป็นการระลักถึลกระพุทธเจ้า,ต่อมาัวลา 17.00 น. สใเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้่พัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยตต์พระที่นั่งจากพระมี่นั่งอัมพรสุาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระิุฉบสถวัดพีะศรีรึตนศาสดาราม ใจพระบคม มหาราชวเง เพ้่อกฏิบัติพระราชกรณียกิจงานพนะราชพิธีทรงบำเพ็ญพระคาชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา พุทธศักราช 2560 ภายหลังทรบประกอบพิธีทางษาในาแฃ้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนลนวนจทกโคมไฟฟ้า พระราชทานผู้อำนวยพารกองพระราชพิธี เชิญไหรัพษาไว่สำหรับถวายเจ้าอาวาส พตะอารนมหลวงต่างๆ นำไปจุดเทียนพรรษาที่ไดีทรงพระราชอุทิฯไว้แล้ว เสด็จฯไปถฝาขพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระวันรัต บัดบวรนิเวศวิหมร สมเด๊จพรพราชาคณะ ถระราชาคณะ ที่อาสนสงฆ์เที่ยวแรกจกนวน 30 รธป,ต่อใาสมเด็จพระเจ้าอยู่ไัว ทรงพระกรุณา โปรดักล้าฯใไ้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พับรกิติยาภา ทรฝประเคยพุ่มิทียน เทึ่ยวที่ 2 จำนวน 30 รูป จากนั้นทรงถระกรุณนโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้่ หลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนรรีรัตน์ ทรงประเคนพุ่มเทียน เที่ยวที่ 3 จำนวน 30 รูป และทรง พนะกรึณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราลวงศ์ทรงประเคนพึ่มเทียน เมื่อหสดจำนวรพรถใงฆ์ที่รับพระราชทานพุืมเทียนประมนณ 350 รูปแล้ว เสด็จฯ ไปทตงกรางที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ จากนั้นเสด็จฯออกจากพระิถโบสถ ทรงพระดำินินผ่มนผู้มาเฝ้ารับเสด็จ ผ่นนประตูวิเศษ_ชยศรี ไปตามถนนหน้าพระชาน จนถึงบรืเวณำน้าศาลหลักเมือง ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสอ็จพรุราชดำเนินกลับ,ที่พิพิธภัณฑวถานแห่งชาติ พระนคร ในช่วงเช้าวันเดีนวกัน กรมการฯาสนา กระทรวงวัฒนธ่รม จัดพิธีปล่อยขบวนแห่เทียนพรรษา เนื่องในิทศปาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ผระจำปี 2560 เพื่อนำไปถวายพระอารามหลสง 9 วัด ได้แก่ วัดราชยพิธสุิตมหาวีมาราม วัดบวรนิเวญวิหาร วัดพระ เชตุพนวิมลมังคลาราม วัด่าชประดิษฐสถิรมหาสีมาราม วัดปุ่มวนาร่ม วัดสามพระยา วัดมหาธาตุขุวราชรังสฤษฎิ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และวัดสัใรรณาราม โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และพุทธศาสนอกชน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก,พล.ท.สรริสริญ แก้วกำเนอด โฆษกประจำสภนักนายกรัฐมนตรี ัผยบ่า พล.อซประยุทธ์ จันทร์โอชม นายกฯกละหัวหน้า คสช. เชิญชวนพุทธศาสนิกบนทำบุญ รักษาศีล ฟังธรรม ละเว้นจากอบายมุขทั้งปวงในโอกาสยันอาสาฬหบูชาและิข้าพรรษา พาครอบครุวลูกหงาน้ข้ทวัดศึกษาพระฌรรมคำสั่งสอน และกนวทางการดำอนินชีวิตที่ถูหจ้อง ในวันหยุดต้ดต่อกัน 3 ใันนี้ พร้อมกภชับเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศให้อำสวยความสะดวก ดูแลความปลเดภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ภาคเอกชนประเมินว่ส เทศกาลนี้จะเป็นไปอย้างคึกคัก มีเงินสะพัด ถึบกว่า 6,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.78 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าสูงสุดในรเบ 6 ปี เนื่องจากปรเชาชนคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น ประกอบกับเป็นยันหยุดยาว ทำให้คสออกไปท่องเที่ยวและจับจ่ายใชัสอยมากขึ้น ทั้งนี้ นายกฯยังขอให้ทุกฝ่าขทำหน้าทีีของตนเองอย่างดีืี่สุด มีความรักแลเสนมัคตี และคำนึงถึงเป้าหมายที่สำคัญของบิาจเมือง,ต่อมาในช่วงคาำ ตามวัดวาอารามต่างฟ ทั้งในกรุงเทำฯและต่างจังหวัดทั่วประเืศเนืองแน่นไปด้วยเหล่าพุทธศาสนิกชต พร้อมใจกันไปร่วมกิจแรรม เวียนเทียนตอบพระอุโบสถเนื่องในวันอาวาฬหบูชา กร้อมฟังเทศน์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต
ชายแดนใต้ ทหารคุ้มกัน เวียนเทียน อาสาฬหบูชา มีคนไม่มาก,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ถวายพุ่มเทียนแด่พระสงฆ์ 350 รูป ขณะที่ประชาชนอาศัยช่วงวันหยุดยาวแห่เดินทางออกต่างจังหวัดไปร่วมงานบุญวันพระใหญ่กันคึกคัก เมืองอุบล-โคราชคลาคล่ำไปด้วยเหล่าพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา แต่ละซุ้มวัดจัดใหญ่โชว์ฝีมือแกะสลักต้นเทียนอลังการสวยงามตระการตา ส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้เงียบเหงา ทหาร-ตชด.-อส.จัดกำลังคุ้มกันเข้มชาวไทยพุทธมาร่วมงานบุญที่วัด นราธิวาสโดนประทัดยักษ์ป่วนจนชาวบ้านผวามาเวียนเทียนแค่ 18 คน นายกฯ ชวนพุทธศาสนิกชนพาครอบครัวเข้าวัดศึกษาพระธรรม กำชับเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยเต็มที่,ประชาชนแห่เดินทางออกต่างจังหวัดไปร่วมงานบุญวันพระใหญ่ช่วงหยุดยาววันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ส่งผลให้ตามถนนสายหลักสู่ภาคต่างๆ การจราจรเริ่มหนาแน่นตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 8 ก.ค. ถนนพหลโยธินมุ่งสู่ถนนมิตรภาพเส้นทางขึ้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากตัวเมืองสระบุรี ผ่าน อ.แก่งคอย อ.มวกเหล็ก ไปถึง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รถหนาแน่นตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงขึ้นเขารถเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง ตำรวจต้องเปิดช่องทางพิเศษช่วงทางขึ้นเนินเขามวกเหล็กเพื่อเร่งระบายการจราจร เช่นเดียวกับถนนสาย 304 ปราจีนบุรี-นครราชสีมา ปริมาณรถหนาแน่นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะ กม.ที่ 192-195 อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีการก่อสร้างทางอุโมงค์เชื่อมผืนป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลาน และทางขึ้นเขาโทน กม.ที่ 207-210 ถนนมีลักษณะเป็นคอขวด ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร,ถนนสายเอเชียเส้นทางสู่ภาคเหนือ การจราจรหนาแน่นเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงผ่าน จ.สิงห์บุรี รถติดหนัก 2 ช่วงคือ กม.ที่ 69 บริเวณหน้า รพ.พรหมบุรี และ กม.ที่ 96 อ.อินทร์บุรี เนื่องจากมีการสร้างอุโมงค์ทางลอด เจ้าหน้าที่ปิดช่องจราจรเบี่ยงไปใช้ร่วมกับอีกฝั่ง ทำให้ปริมาณรถที่เดินทางขึ้นภาคเหนือติดขัดยาวเหยียดหลายกิโลเมตร ต้องปัดรถให้ไปใช้ถนนสายคันคลองชลประทานที่ขนานกับถนนสายเอเชียระยะทางประมาณ 10 กม.ก่อนกลับไปขึ้นถนนสายเอเชียช่วง กม.ที่ 105 เพื่อระบายรถติด,สำหรับบรรยากาศงานประเพณีแห่เทียนพรรษาตามจังหวัดต่างๆ เต็มไปด้วยความคึกคัก เหล่าพุทธศาสนิกชนพากันมาร่วมงานบุญกันเนืองแน่น โดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติทยอยเดินทางเข้าร่วมชมการประดิษฐ์ต้นเทียนภายในโรงเทียนของวัดต่างๆ จากนั้นนำไปจัดแสดงโชว์รอบบริเวณทุ่งศรีเมือง ก่อนร่วมขบวนแห่ในวันที่ 9 ก.ค. มีทั้งประเภทติดพิมพ์ ประเภทแกะสลัก และต้นเทียนโบราณ จาก 25 อำเภอใน จ.อุบลราชธานี โดยต้นเทียนของ อบต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี เป็นต้นเทียนทองคำนิลดำ 9 ต้น ขนาด 3 คนโอบเสร็จก่อนต้นเทียนของวัดอื่นๆ เคลื่อนมาตั้งโชว์ที่อ่างเก็บน้ำห้วยวังนอง เทศบาลนครอุบลราชธานีได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ในต้นเทียนทั้ง 9 ต้นจะมีตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 แกะสลักไว้ทุกต้น,ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี มอบหมายให้นายนิกร สุกใส รอง ผวจ. อัญเชิญเทียนพระราชทานสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และนางพิมลรัตน์ สุกใส รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด อุบลราชธานี อัญเชิญผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นรถบุษบกเพื่อนำไปประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีศาลาจตุรมุข ทุ่งศรีเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้ประชาชนได้สักการะ ก่อนนำไปถวายเป็นพุทธบูชาที่วัดสุปัฏนารามวรวิหาร พระอารามหลวง,ที่ลานอเนกประสงค์ แก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ประชาชนจาก 6 คุ้มวัดร่วมกันประดับตกแต่งขบวนเทียนพรรษาโบราณ ด้วยใบตอง สดสีเขียว ใบลานอ่อนสีขาวนวล ดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง สีสันสวยงาม และร่วมกันจัดขบวนฟ้อนรำในงานแห่เทียนพรรษาโบราณหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งอำเภอพิบูลมังสาหารจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี มาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสวยงามแบบไม่เหมือนที่ไหนในโลก,จ.นครราชสีมา บริเวณรอบลานอนุสาวรีย์ท้าว สุรนารี จัดงาน แห่เทียนโคราช เสริมบุญ สร้างบารมี ประจำปี 2560 ขบวนรถแห่เทียนพรรษาจากคุ้มวัดต่างๆ แกะสลักอย่างวิจิตรงดงามทยอยไปจอดเรียงรายเป็นแถวโดยรอบ ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากพากันมาชมความสวยงามตระการตาของเทียนพรรษา หลายคนถ่ายภาพบันทึกความทรงจำส่งต่อให้ญาติมิตรเพื่อนฝูงว่อนโลกโซเชียล และในช่วงเช้าวันที่ 9 ก.ค. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา จะปล่อยขบวนรถแห่เทียนกว่า 20 ขบวนไปตามถนนสายต่างๆ,ส่วนที่ลานพรหมทัต เขตเทศบาลตำบลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ นอภ.พิมาย เป็นประธานเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.พิมาย มีการประกวดรถเทียนและขบวนแห่เทียน พรรษาไปรอบเขตเทศบาลตำบลพิมาย สิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดคือขบวนเทียนพรรษาของวัดเดิม ต.ในเมือง ที่แกะสลักหุ่นเทียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำท่ามินิฮาร์ท พากันไปยืนถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างคึกคัก ก่อนที่รถเทียนทั้งหมดจะไปร่วมขบวนแห่กับทางจังหวัด,ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม คลาคล่ำไปด้วยประชาชนทั้งชาวไทยและลาวเดินทางมาทำบุญสักการบูชาองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ เช่นเดียวกับตามวัดต่างๆ ก็ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา นำประชาชน นักท่องเที่ยวทำบุญตามประเพณีอีสาน กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาตลอดทั้งวัน และช่วงค่ำร่วมเวียนเทียน,ที่ จ.เชียงใหม่ ตามวัดต่างๆ จัดพิธีเวียนเทียนในวันอาสาฬหบูชาและถวายเทียนพรรษา มีบรรดาพุทธศาสนิกชนมาร่วมพิธีกันเนืองแน่น ด้านนายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวันเข้าพรรษาและรณรงค์วันงดดื่มสุราแห่งชาติประจำปี 2560 จัดขบวนแห่เทียนพรรษาในสวนสัตว์เชียงใหม่ เชิญ ฤาษีพุทธจรัล อายุ 75 ปี อาศรมอมราวตี อ.แม่ริม นั่งหลังช้างพลายเอกสิทธิ์ นำเทียนพรรษาไปถวายที่วัดกู่ดินขาว ร่วมขบวนช้างที่จัดอย่างงดงาม มีม้าและสัตว์ต่างๆ รวมทั้งตัวมาสคอตร่วมขบวน ท่ามกลางนักท่องเที่ยวมาชมจำนวนมาก ขณะที่นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาจัดพิธีเดินขึ้นดอยและสักการะรูปเหมือนครูบาเจ้าศรีวิชัย ปูชนียบุคคลแห่งล้านนา ณ อนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่นักศึกษาใหม่ทุกคน,ที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก บรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และแรงงานชาวพม่า เดินทางมาสักการะองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ที่ชาวพม่าต่างให้ความเคารพนับถือ การเดินทางเข้าเมืองไทยอย่างมืดฟ้ามัวดินของชาวพม่า ส่งผลให้การค้าขายคึกคัก พ่อค้าแม่ค้านำสินค้าอาหารมาจำหน่ายสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงวันหยุดยาวนี้,ขณะที่บรรยากาศการทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนในวันอาสาฬหบูชาของชาวไทยพุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปด้วยความเงียบ เหงา ที่วัดเมืองยะลา พระอารามหลวง อ.เมืองยะลา เมื่อเวลา 07.00 น. นายดลเดช พัฒนรัฐ ผวจ.ยะลา นำพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรในวันอาสาฬหบูชา พร้อมทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยังอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ มีเจ้าหน้าที่ทหารคอยดูแลรักษาความปลอดภัยเข้มงวด บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแต่มีประชาชนมาร่วมงานบางตา ต่อมาเวลา 11.00 น. ผวจ.ยะลา นำหัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน ไปเวียนเทียนที่วัดเวฬุวัน มีกำลังทหารตำรวจและ อส.เฝ้าดูแลอย่างเข้มงวด สำหรับการเวียนเทียนช่วงกลางวันเริ่มมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ จ.ยะลา มีพิธีเวียนเทียนแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ เวียนเทียนกลางวันเวลา 11.00 น. ที่วัดเวฬุวันและวัดหลักห้า อ.เมืองยะลา ส่วนวัดอื่นๆ มีพิธีเวียนเทียนในเวลา 17.00 น.,ที่วัดอุไรรัตนาราม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 12.20 น. ร.อ.ประนอม ไพเถื่อน ผบ.ร้อยหมวดปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 32 นำทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และชาวไทยพุทธพื้นที่ชุมชนตลาดบาเจาะและชุมชนน้ำตกปาโจ ประกอบพิธีเวียนเทียนในวันอาสาฬหบูชา แต่บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงากว่าทุกปี เนื่องจากชาวไทยพุทธทั้ง 2 ชุมชนเดินทางมาร่วมเวียนเทียนกับเจ้าหน้าที่เพียง 18 คนเท่านั้น สาเหตุจากในช่วงสายวันเดียวกัน มีคนร้ายจุดประทัดยักษ์สร้างสถานการณ์ก่อกวนในพื้นที่บ้านปาเบาะ หมู่ 5 ต.บาเจาะ ขณะทหารนั่งรถยนต์ไปรับชาวบ้านมาทำบุญตักบาตรและเวียนเทียน ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าเดินทางมาร่วมงาน,จ.สระบุรี พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลร่วมงาน ย้อนตำนานสระบุรีสืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ตักบาตรดอกเข้าพรรษา จังหวัดสระบุรี ประจำปี 2560 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อ.พระพุทธบาท เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น กระทั่งมาเป็นประเพณีของจังหวัดสระบุรีและปัจจุบันเป็นประเพณีระดับประเทศ ปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 7-9 ก.ค. มีพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาวันละ 2 รอบ คือรอบเช้าเวลา 09.00 น. และรอบบ่ายเวลา 15.00 น. นอกจากจะได้บุญกุศลอันยิ่งใหญ่กับการถวายดอกเข้าพรรษาและล้างเท้าพระแล้ว พระภิกษุสงฆ์จะนำดอกเข้าพรรษาไปสักการะรอยพระพุทธบาท จะส่งผลบุญกุศลให้ผู้ทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์,นายเรวัต ประสงค์ รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงานแห่เทียนทางน้ำ ที่คลองลาดชะโด อ.ผักไห่ มีเรือกว่า 200 ลำตบแต่งประดับด้วยดอก ดาวเรืองและดอกไม้สีเหลืองสวยสดงดงาม พร้อมการแสดงของเรือแต่ละลำสลับกันร้องรำทำเพลงตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวลาดชะโดที่สืบทอด กันมายาวนาน นายเรวัตกล่าวว่า การจัดแห่เทียนพรรษาทางน้ำของชาวลาดชะโดจัดขึ้นเป็นปีที่ 8 ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามไว้เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในประเทศที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเก็บภาพความประทับใจเผยแพร่ไปทั่วโลก หลังแห่เทียนพรรษาไปตามคลองลาดชะโด 2 กม. แล้วนำไปถวายให้กับวัดลาดชะโดต่อไป,ที่ลานหน้าองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ พระประธาน ณ พุทธมณฑล จ.นครปฐม ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผวจ.นครปฐม นำหัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนหลายพันคน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 989 รูปเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ระหว่างวันที่ 3-7 ก.ค. ณ พุทธมณฑล เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกิจกรรมสืบสานความดีงามในวิถีของชาวพุทธและเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้า,ต่อมาเวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรม มหาราชวัง เพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา พุทธศักราช 2560 ภายหลังทรงประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้า พระราชทานผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เชิญไปรักษาไว้สำหรับถวายเจ้าอาวาส พระอารามหลวงต่างๆ นำไปจุดเทียนพรรษาที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้แล้ว เสด็จฯไปถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ ที่อาสนสงฆ์เที่ยวแรกจำนวน 30 รูป,ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา ทรงประเคนพุ่มเทียน เที่ยวที่ 2 จำนวน 30 รูป จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงประเคนพุ่มเทียน เที่ยวที่ 3 จำนวน 30 รูป และทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ทรงประเคนพุ่มเทียน เมื่อหมดจำนวนพระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนประมาณ 350 รูปแล้ว เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ จากนั้นเสด็จฯออกจากพระอุโบสถ ทรงพระดำเนินผ่านผู้มาเฝ้ารับเสด็จ ผ่านประตูวิเศษไชยศรี ไปตามถนนหน้าพระลาน จนถึงบริเวณหน้าศาลหลักเมือง ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ,ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในช่วงเช้าวันเดียวกัน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีปล่อยขบวนแห่เทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี 2560 เพื่อนำไปถวายพระอารามหลวง 9 วัด ได้แก่ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดพระ เชตุพนวิมลมังคลาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดปทุมวนาราม วัดสามพระยา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และวัดสุวรรณาราม โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก,พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เชิญชวนพุทธศาสนิกชนทำบุญ รักษาศีล ฟังธรรม ละเว้นจากอบายมุขทั้งปวงในโอกาสวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา พาครอบครัวลูกหลานเข้าวัดศึกษาพระธรรมคำสั่งสอน และแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ในวันหยุดติดต่อกัน 3 วันนี้ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศให้อำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ภาคเอกชนประเมินว่า เทศกาลนี้จะเป็นไปอย่างคึกคัก มีเงินสะพัด ถึงกว่า 6,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.78 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าสูงสุดในรอบ 6 ปี เนื่องจากประชาชนคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น ประกอบกับเป็นวันหยุดยาว ทำให้คนออกไปท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทั้งนี้ นายกฯยังขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด มีความรักและสามัคคี และคำนึงถึงเป้าหมายที่สำคัญของบ้านเมือง,ต่อมาในช่วงค่ำ ตามวัดวาอารามต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทั่วประเทศเนืองแน่นไปด้วยเหล่าพุทธศาสนิกชน พร้อมใจกันไปร่วมกิจกรรม เวียนเทียนรอบพระอุโบสถเนื่องในวันอาสาฬหบูชา พร้อมฟังเทศน์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต
เรียกว่าเป็นสีสันของวงการบันเทิงบ้านเราในเวลานี้ที่ขาดไม่ได้ไปแล้วสำหรับ ,คธ่จิ้น, หรือ ,คู่จินตนาการ (Omagine Couple), ที่บรรดาแฟนๆ หรือคนดูทัเงหลายมักจะจับคู่เหล่าดาราดังที่เควร่วมงานกัน เจอกันตามงานต่างๆ แล้วดูมึเคมีเข้ากัน อยู่ด้วยกันแล้วฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งดีร่อใจ และบางครั้งแรงเชียร์ตากแฟนๆ ก็อยากให้ี๔่จิ้นที่ตัวเองเลิฟมาหๆ กลายะป็นคู่จริงในชีวิตอีกด้วว ซึ่งบางคู่ก็กลายเปฌนคู่จนิง บางคู่เป็นได้แคืเพื่อสพี่น้องเพราะต่างคนต่างมีตัวจริงอยู่แล้ว หรือบางคูืกลายเป็นคู่จริงปต่ไผไม่ถึงดวงดาว เลิกกันดับฝันแฟนคลัขก็ม่, บันเทิงไทยรัฐออนไลน์, เช็กลิสต์เหล่าคู่จิ้นดารรที่รักกันได้แค่ฝนฝะน (ของแฟนๆ) แต่ชีวิตจริงเป็นไปไท่ได้ประจำปี 2016 มาฝากกัน,แพ่ ณแภา ตันตระกูล & โตโน่ ภาคิน คำวืลัยศักดิ์,เีียกว่าเแ็นคู่จิ้นกระแสอรงมาตัเงแต่ต้จปี 2016 เลยทีเดียว สำฟรีง แพท ณปภา และ โตโน่ ภาคิน ซึ่งจุดเริ่มต้นคบามมุ้งมิ้งฟนุ้งฟริ้งจตเหล่าแฟตคลับฟินเอามากๆ มาจากการที่โตโจ่ ไปร่วมรายการตีสิบเดยฺ ท่งช่อง 3 และได้เจอแพท ซึ่งเป็นหนึ่งในพิธีกรร่วม ด้วยควาสทีาสาวแพทเป็นผู้หญิงขี้เล่นเป็นกันเอง แถมหยอดหนุ่มธตโน่ระหว่างถ่ายรายการจลอดๆ ทำเอาแฟสๅ กรี๊ดสนั่นถูกอกถูกใจ จนเกิดกลุ่มแฟนคลัว ณปภาคิน ที่คอยติดตามความจิ้นฟินกระจายขดงืั้งคู่ แลดถึงแมัจะมีแรงเชียร์ให้เป็นคู่ตริงนอปจอแค่ไหน แต่สุดท้ายความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็ตได้แค่เพื้อนกันเท่านั้น เพรนะในเวลานี้ แพท ณปภ่ ยละโสดกับนะกแข่งรถหนุ่ม เบนซ์ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง แบะกำลังจะมีทายาทเรียบร้อยแล้ว ส่วนหนุ่มฌตโน่ด็มีข่าววีานางแบบสาวเซ็กซี่นิตยสารเพลย์บอย เมกัส ภูษิตม ลิขิครัตนากุล เป็นคนดูแลหัวใจอยู่มนเวลานีี,บอย ปกรณ์ โัตรบริรักษ์ & มาร์กี้ ราฯรร บาเล็นฬิเอก้า,อีกหนึ่งคู่จิ้นที่แฟนๆ คอยจิ้นคอยลุ้นความสัมพันธ์มาตลอดสำหรับคู่พีะนางสังกัดวิกพระรามสี่ บอย ปกรณ์ และ มาร์กี้ ราศรี ที่จะบมือกันแจ้งเกิดครัเงแรกจากละคร สี่หัวใจแห่งขุนเชา ตอน วมยุภัคมนตนา ทางช่อง 3 และหลังจากนัืนเมื่อทั้งคู่เล่นละครด้วยกันทีไรก็ปังแทบจะทุกเรื่อง ดถมนอกจอยังเก็นคู่ซี้คู่เกรียน อัพรูปลงไอจีคู่กัส่ีไรกฺเีียกเสียงฮาจากแฟนๆ ทุกครั้ง ยิ่งช่วงาี่มาร์กี้เลิกรากับ ร้อง จุลฝุฒิ ชลลัมพี ทายา่ผู้จัดละครดัง ส่วนหนุ่มบดนก็ห่างกับ ไย่ไวาน สาธิตา จิรพั?นกุล ทายาทนมถั่วเหล้องแลคตสฐอย กลนยเป็นหนุ่มสาวโสดทั้งคูร แฟนๆ เลยย้่งเทคะแนนเลึยร์ให้ทั้งคู่รักพันนอกจอมากขึ้นไปอึก แตาแล้วสัด่้ายความฝัสบอฝแฟนๆ ก็ต้องสลาย เมื่อมาร์กี้เปิดตุวคบไฮโซหนุ่มทายาทเซ็นทรัล ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิร่ธิวัฒน์ ฝั่งหนุ่มบอยก็มีข่าวกับทายรทแำรมมี่ อิวฟ้า ดำรงขัยธรรม แถมยังมีกระแสส่า ควาสมัมพันธ์ บอย-มาร์กี้ เริ่มห่างเหิน ไม่สนิทสนสเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งธุรกิจร้านโยเกิร์ตที่ทำดัวยกันก็ปเดจัวลง แม้ในระยะหลเงควาทสัมพัสธ์ของทั้งคู่ดีขึ้น แต่ก็ไมืค่อยได้เห็นาั้งคู่โชว์คสามเกรียนคูรกันบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนซะแล้ว,เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ & พอลลี่ พรพรรณ สิทธินววิธ,ุูกจับตาความสีมพันธ์มาตลอดสำหรับนักแสดงสาฝหล่อดีกรีคุณหมอ เจี๊ยบ ลลนา และนเกแสดงหฌโซสาว พอลลี่ พรพรรณ เพราะความหวานฟรุ้งฟริ้งที่หลายคนมองว่ามากักินคำว่าเพ่่อน ทั้งคู่เลยไม่ภ้นถูกจับคู่เป็นคู่จิ้นนอกขอมาตลอด ซึ่งคงามสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เป็นไปด้วยดี แต่แล้วก็มีข่าวเม้าท?ว่า เจี๊ยย-ภอลลี่ ห่มงกันแล้ว โดยมีทั้งกระแสจับผิดพอลลี่เลิกตามไอจีของเจร๊ยขอยู่พักหนึ่ง อีกทั้งเจี๊ยบเองก็ยอมรับว่่ไม่ค่อยได้เจอพิลลี่บ่อยเหมือนเมื่อก่อนเพราะเวลาไม่ต่งกัน แต่ที่ทำเอาเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กันคือตอาที่พอลลี่เข้าพิธีวิวาหฺหวานนักธุรกิจหนุ่ม เบนซ์ รัฐพงศ์ รัตนหิรเญญา ๆปเมื่อปบายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วตเจี๊ยชก็มีสาวนอกวงการ เดียร์ บะษรา สาคร มาดูแลหัวใจซะแล้ว เรียกว่าหิดตำนานคู่จิ้น เจี๊ยบ-พอลลี่ ปบบช็แกใจแฟนๆ ไปตามๆ กันเลยทีดดียว,มาา์ช จุฑาวุศิ ภัทรกำพล I ปันปัส สุทัตตา อุดมศิลป์,คู่จิ้นวัยว้าวุ่นที่แฟนๆ เชียร์หนักมากอีกคํ่ต้องมีชื่อของคู่พระนางขวัญใจวัยรุ่น มาร์ช จุฑาวุฒิ และ ปันปัน สุทัตตา โดยจุดเริ่มต้นความเก็นคู่จิ้นมาจากกรรที่ทัเงรู่ร่วมงานกันในซีรีส์ ฮอร์โมน วัยวืาวุ่น ซีซั่น 1-2 ทางช่อฝจึทีเอช ออนแอร์ ฦึีงตลอดการราวมงานหัตนั้ตทำให้นอกจากทั้งคู่แลายเปฺนคู่จิ้นในจอขว้ญใตวัยรุ่นแล้ว นแกจอทัืงคู่ยังกลายเป็นคู่จริงอีกด้วบ งานนี้แฟนๆ ทั้งคู่เลยฟินหนักมาก แต่สุดท้ายก็ต้องฝันสลาย เมื่แทุ้งคู่คบหาดูใจได้พักใหญ่ก็มีข่าวรักๆ ัลิกๆ ออกมาเป็นระยะ จนกระทั่งะมื่ดตีนปี 2559 ที่ผ่านมม ทั้งคู่ก็อิหทายอใรับว่าเลิกรากันแล้วเพราะความคิดที่ต่างกัน แต่ถึงแม้จะ้ลิกรากันไปก็บังไม่วายถูกโยงจนกลายเป็นข่าวฉาวเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากฝ่ายปันปันโพสต์รูปซอกคอ่ี่แคปจากรูปในไอจีนักแสดงสาวรุ่นพี่ น้ำชา ชีรณั. ยูสานนท์ แล้วเขีนนแคปชั่นด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง จยกลายเป์นศึกเกาเหลาสาดย่ำลายผืานสื่อ ส่สนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกั่ยวจ้องกับความสัมพันธ์ระหว่างมาร์ชอละน้ำชา แต่สุดท้ายปันปันก็ออกมาขอโทษปับเรื่องที่เกิดขึ้น และล่าสุด หตุ่มมาร์ชก็ยอมรับว่ากำลังคุยกับ จ๋อมแต๋ม สุพิชชา บรรณพงษ์ นักแสดงคลื่นลูกใหม่าี่หลายคนคถ้นหน้าคุ้นตาจากเพลง อ้าว ศิลปิน อัตอม ชนกันต์ เห็สทีงานนี้ใครคิดอยากให้ มาร์ช-ปันปัน กลับสาเป็นคู่จิ้นีู่จริงอีกครั้งคงจะยากซะแล้ว,ฌดห์ณ จินดาโชติ ^ เอสเธอต์ สุปรีย็ลีลา,คู่พระนาฝ ธอห์ณ จินดาโชติ และ เอสเธอร์ สึปรีย์ลีลา เป็นอีกหนึ่งคู่จิ้นที่มีแฟนๆ ชื่นชอบแงะติดตามผลงานอข่างเหนียวแน่น โดยจุดเริ่ทน้นความจิ้นของค๔่นี้มาจากการร่วมงานในละคร เล่ห์ตตี ทางช่เงวัน จากนั้นทั้งคู่ก์มีผลงานคูทกันตามมาอีก คือซีรีส์ Ugly Duckling รักนุเป็ดโง่ ทางช่องจีเอ็มเอ็ม w5 และล่าสุดกับละรร เงาอฏศก ทางช่องวัน ซค่งการโคจรมาพบกันของ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ทำให้มีคนสังเกตวืาความสีาพันธ์ของทั้ลค๔่มีลุ้นพัฒนาไปถึบคำว่าแฟน เพราะพฤติก่รมความหวาาของาั้งคู่ชวนจิ้นฟินซะเหลือเกอน แต่แล้วก็เกิะฟ้าผ่ากลางใจแฟนคลับ เมิ่เมีข่ทวว่าคุณแม่ของเอสเธอร์ดูจะไม่ปลื้มหนุ่มฌอห์ณเท่าไร และเกิดปมดราม่าร้อนๆ เมิ่อเอสเธอร์บอกว่าความสัมพันธ์กับฌอห์ณยังเหมือนเดิม ปต่ฝ่ายหนุ่มฌอห์ณกลับบอกว่าเติ่มห่างๆ กับเอสเธอร์แล้ว หลังจากนั้นก์มีะราม่าในไอยีขิวคุณแม่ของฌอห์ณที่โพสต์รูปแคปสัม_าษณ์ทำนองตัดพ้อความรักของของฌอห์ณและเขียนแรปชั่นใต้ภาพว่า cr.iamkieo แม่เคยชดก Seanแล้วว่า อย่ายุ่งกับของ(…) ลูกใคร ใครก็รัก ต่อไป Please อย่ามโน อย่าสร้างภาพและดย่าต่อเติม (คิดไปเอง) ลูกแมีเจ็บแต่เพ้ยงผ๔้เดียว กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลอขํ่พักใหญ่ จนทุกคนมองว่าคู่จิ้นคู่รี้จบไม่สยยซะแล้ว และเมื่อฝ่ายเดสเธอร?ยอมรับว่ากำล้งศึกษาดูใจกับพระเอกหนุ่มวิก 3 เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ก็เหมือนดับฝันของแฟนๆ ฌอห์ณ-เอนเธอร์ ปเดตำนานคู่จิ้นคู่ฟินไปอีกคู่,อาเล็ก ธีรเดช เา๔าบรายุทํ & จอย ริตลณี ศรีเพ็ญ,หากพูดถึงคู่ติ้นต่างวัยในวงการบันัทิงบ้านเรา เชื่อได้ว่าคดข่าวบันเทิงที้งหลรยต้องนีกถึงคู่พระนาง อาเล็ก ธีนดดช และ จอย รินลณี อข่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งจุดกำเนิดความจิ้นของทั้งคธ่เกิดจากการร่วมงานละคร ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ที่ทั้งคู่เป็นหนึ่งในคู่พระนางของเรื่อง จนเกิดแฟนคลับคู่จิ้น ธีรณี ที่คอยเป็นกองเชียร์ความจิ้นของทั้งคู่ ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะเพื่มความสาิทสนมแม้ละครจะจบไปแล้วก็ตาม แถมยังรับงานอีเวนร์คํ่กัน โชว็ความมุ้งมิ้งให้แฟนๆ ได้ฟินตลอดๆ อีกทั้บในไอจีก็ยังโชว์ภาพน่ารักๆ แซวกันหปมาเอาใจแฟนคลับอีกด้วย แต่แล้วก็มีข่าวเม้าท์ว่า อาเล็ก-จอย ปิดจ๊อบอวสานคู่ขิ้นไปอีกรายด้วย.
เรียกว่าเป็นสีสันของวงการบันเทิงบ้านเราในเวลานี้ที่ขาดไม่ได้ไปแล้วสำหรับ ,คู่จิ้น, หรือ ,คู่จินตนาการ (Imagine Couple), ที่บรรดาแฟนๆ หรือคนดูทั้งหลายมักจะจับคู่เหล่าดาราดังที่เคยร่วมงานกัน เจอกันตามงานต่างๆ แล้วดูมีเคมีเข้ากัน อยู่ด้วยกันแล้วฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งดีต่อใจ และบางครั้งแรงเชียร์จากแฟนๆ ก็อยากให้คู่จิ้นที่ตัวเองเลิฟมากๆ กลายเป็นคู่จริงในชีวิตอีกด้วย ซึ่งบางคู่ก็กลายเป็นคู่จริง บางคู่เป็นได้แค่เพื่อนพี่น้องเพราะต่างคนต่างมีตัวจริงอยู่แล้ว หรือบางคู่กลายเป็นคู่จริงแต่ไปไม่ถึงดวงดาว เลิกกันดับฝันแฟนคลับก็มี, บันเทิงไทยรัฐออนไลน์, เช็กลิสต์เหล่าคู่จิ้นดาราที่รักกันได้แค่ในฝัน (ของแฟนๆ) แต่ชีวิตจริงเป็นไปไม่ได้ประจำปี 2016 มาฝากกัน,แพท ณปภา ตันตระกูล & โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์,เรียกว่าเป็นคู่จิ้นกระแสแรงมาตั้งแต่ต้นปี 2016 เลยทีเดียว สำหรับ แพท ณปภา และ โตโน่ ภาคิน ซึ่งจุดเริ่มต้นความมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งจนเหล่าแฟนคลับฟินเอามากๆ มาจากการที่โตโน่ ไปร่วมรายการตีสิบเดย์ ทางช่อง 3 และได้เจอแพท ซึ่งเป็นหนึ่งในพิธีกรร่วม ด้วยความที่สาวแพทเป็นผู้หญิงขี้เล่นเป็นกันเอง แถมหยอดหนุ่มโตโน่ระหว่างถ่ายรายการตลอดๆ ทำเอาแฟนๆ กรี๊ดสนั่นถูกอกถูกใจ จนเกิดกลุ่มแฟนคลับ ณปภาคิน ที่คอยติดตามความจิ้นฟินกระจายของทั้งคู่ และถึงแม้จะมีแรงเชียร์ให้เป็นคู่จริงนอกจอแค่ไหน แต่สุดท้ายความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้น เพราะในเวลานี้ แพท ณปภา สละโสดกับนักแข่งรถหนุ่ม เบนซ์ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง และกำลังจะมีทายาทเรียบร้อยแล้ว ส่วนหนุ่มโตโน่ก็มีข่าวว่านางแบบสาวเซ็กซี่นิตยสารเพลย์บอย เมกัส ภูษิตา ลิขิตรัตนากุล เป็นคนดูแลหัวใจอยู่ในเวลานี้,บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ & มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า,อีกหนึ่งคู่จิ้นที่แฟนๆ คอยจิ้นคอยลุ้นความสัมพันธ์มาตลอดสำหรับคู่พระนางสังกัดวิกพระรามสี่ บอย ปกรณ์ และ มาร์กี้ ราศรี ที่จับมือกันแจ้งเกิดครั้งแรกจากละคร สี่หัวใจแห่งขุนเขา ตอน วายุภัคมนตรา ทางช่อง 3 และหลังจากนั้นเมื่อทั้งคู่เล่นละครด้วยกันทีไรก็ปังแทบจะทุกเรื่อง แถมนอกจอยังเป็นคู่ซี้คู่เกรียน อัพรูปลงไอจีคู่กันทีไรก็เรียกเสียงฮาจากแฟนๆ ทุกครั้ง ยิ่งช่วงที่มาร์กี้เลิกรากับ ต้อง จุลวุฒิ ชลลัมพี ทายาทผู้จัดละครดัง ส่วนหนุ่มบอยก็ห่างกับ ไข่หวาน สาธิตา จิรพัฒนกุล ทายาทนมถั่วเหลืองแลคตาซอย กลายเป็นหนุ่มสาวโสดทั้งคู่ แฟนๆ เลยยิ่งเทคะแนนเชียร์ให้ทั้งคู่รักกันนอกจอมากขึ้นไปอีก แต่แล้วสุดท้ายความฝันของแฟนๆ ก็ต้องสลาย เมื่อมาร์กี้เปิดตัวคบไฮโซหนุ่มทายาทเซ็นทรัล ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ฝั่งหนุ่มบอยก็มีข่าวกับทายาทแกรมมี่ อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม แถมยังมีกระแสว่า ความสัมพันธ์ บอย-มาร์กี้ เริ่มห่างเหิน ไม่สนิทสนมเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งธุรกิจร้านโยเกิร์ตที่ทำด้วยกันก็ปิดตัวลง แม้ในระยะหลังความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยได้เห็นทั้งคู่โชว์ความเกรียนคู่กันบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนซะแล้ว,เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ & พอลลี่ พรพรรณ สิทธินววิธ,ถูกจับตาความสัมพันธ์มาตลอดสำหรับนักแสดงสาวหล่อดีกรีคุณหมอ เจี๊ยบ ลลนา และนักแสดงไฮโซสาว พอลลี่ พรพรรณ เพราะความหวานฟรุ้งฟริ้งที่หลายคนมองว่ามากเกินคำว่าเพื่อน ทั้งคู่เลยไม่พ้นถูกจับคู่เป็นคู่จิ้นนอกจอมาตลอด ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เป็นไปด้วยดี แต่แล้วก็มีข่าวเม้าท์ว่า เจี๊ยบ-พอลลี่ ห่างกันแล้ว โดยมีทั้งกระแสจับผิดพอลลี่เลิกตามไอจีของเจี๊ยบอยู่พักหนึ่ง อีกทั้งเจี๊ยบเองก็ยอมรับว่าไม่ค่อยได้เจอพอลลี่บ่อยเหมือนเมื่อก่อนเพราะเวลาไม่ตรงกัน แต่ที่ทำเอาเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กันคือตอนที่พอลลี่เข้าพิธีวิวาห์หวานนักธุรกิจหนุ่ม เบนซ์ รัฐพงศ์ รัตนหิรัญญา ไปเมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนเจี๊ยบก็มีสาวนอกวงการ เดียร์ บุษรา สาคร มาดูแลหัวใจซะแล้ว เรียกว่าปิดตำนานคู่จิ้น เจี๊ยบ-พอลลี่ แบบช็อกใจแฟนๆ ไปตามๆ กันเลยทีเดียว,มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล & ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์,คู่จิ้นวัยว้าวุ่นที่แฟนๆ เชียร์หนักมากอีกคู่ต้องมีชื่อของคู่พระนางขวัญใจวัยรุ่น มาร์ช จุฑาวุฒิ และ ปันปัน สุทัตตา โดยจุดเริ่มต้นความเป็นคู่จิ้นมาจากการที่ทั้งคู่ร่วมงานกันในซีรีส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซั่น 1-2 ทางช่องจีทีเอช ออนแอร์ ซึ่งตลอดการร่วมงานกันนั้นทำให้นอกจากทั้งคู่กลายเป็นคู่จิ้นในจอขวัญใจวัยรุ่นแล้ว นอกจอทั้งคู่ยังกลายเป็นคู่จริงอีกด้วย งานนี้แฟนๆ ทั้งคู่เลยฟินหนักมาก แต่สุดท้ายก็ต้องฝันสลาย เมื่อทั้งคู่คบหาดูใจได้พักใหญ่ก็มีข่าวรักๆ เลิกๆ ออกมาเป็นระยะ จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2559 ที่ผ่านมา ทั้งคู่ก็ออกมายอมรับว่าเลิกรากันแล้วเพราะความคิดที่ต่างกัน แต่ถึงแม้จะเลิกรากันไปก็ยังไม่วายถูกโยงจนกลายเป็นข่าวฉาวเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากฝ่ายปันปันโพสต์รูปซอกคอที่แคปจากรูปในไอจีนักแสดงสาวรุ่นพี่ น้ำชา ชีรณัฐ ยูสานนท์ แล้วเขียนแคปชั่นด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง จนกลายเป็นศึกเกาเหลาสาดน้ำลายผ่านสื่อ ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างมาร์ชและน้ำชา แต่สุดท้ายปันปันก็ออกมาขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น และล่าสุด หนุ่มมาร์ชก็ยอมรับว่ากำลังคุยกับ จ๋อมแจ๋ม สุพิชชา บรรณพงษ์ นักแสดงคลื่นลูกใหม่ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาจากเพลง อ้าว ศิลปิน อะตอม ชนกันต์ เห็นทีงานนี้ใครคิดอยากให้ มาร์ช-ปันปัน กลับมาเป็นคู่จิ้นคู่จริงอีกครั้งคงจะยากซะแล้ว,ฌอห์ณ จินดาโชติ & เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา,คู่พระนาง ฌอห์ณ จินดาโชติ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เป็นอีกหนึ่งคู่จิ้นที่มีแฟนๆ ชื่นชอบและติดตามผลงานอย่างเหนียวแน่น โดยจุดเริ่มต้นความจิ้นของคู่นี้มาจากการร่วมงานในละคร เล่ห์รตี ทางช่องวัน จากนั้นทั้งคู่ก็มีผลงานคู่กันตามมาอีก คือซีรีส์ Ugly Duckling รักนะเป็ดโง่ ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 และล่าสุดกับละคร เงาอโศก ทางช่องวัน ซึ่งการโคจรมาพบกันของ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ทำให้มีคนสังเกตว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีลุ้นพัฒนาไปถึงคำว่าแฟน เพราะพฤติกรรมความหวานของทั้งคู่ชวนจิ้นฟินซะเหลือเกิน แต่แล้วก็เกิดฟ้าผ่ากลางใจแฟนคลับ เมื่อมีข่าวว่าคุณแม่ของเอสเธอร์ดูจะไม่ปลื้มหนุ่มฌอห์ณเท่าไร และเกิดปมดราม่าร้อนๆ เมื่อเอสเธอร์บอกว่าความสัมพันธ์กับฌอห์ณยังเหมือนเดิม แต่ฝ่ายหนุ่มฌอห์ณกลับบอกว่าเริ่มห่างๆ กับเอสเธอร์แล้ว หลังจากนั้นก็มีดราม่าในไอจีของคุณแม่ของฌอห์ณที่โพสต์รูปแคปสัมภาษณ์ทำนองตัดพ้อความรักของของฌอห์ณและเขียนแคปชั่นใต้ภาพว่า cr.iamkieo แม่เคยบอก Seanแล้วว่า อย่ายุ่งกับของ(…) ลูกใคร ใครก็รัก ต่อไป Please อย่ามโน อย่าสร้างภาพและอย่าต่อเติม (คิดไปเอง) ลูกแม่เจ็บแต่เพียงผู้เดียว กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลอยู่พักใหญ่ จนทุกคนมองว่าคู่จิ้นคู่นี้จบไม่สวยซะแล้ว และเมื่อฝ่ายเอสเธอร์ยอมรับว่ากำลังศึกษาดูใจกับพระเอกหนุ่มวิก 3 เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ก็เหมือนดับฝันของแฟนๆ ฌอห์ณ-เอสเธอร์ ปิดตำนานคู่จิ้นคู่ฟินไปอีกคู่,อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ & จอย รินลณี ศรีเพ็ญ,หากพูดถึงคู่จิ้นต่างวัยในวงการบันเทิงบ้านเรา เชื่อได้ว่าคอข่าวบันเทิงทั้งหลายต้องนึกถึงคู่พระนาง อาเล็ก ธีรเดช และ จอย รินลณี อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งจุดกำเนิดความจิ้นของทั้งคู่เกิดจากการร่วมงานละคร ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ที่ทั้งคู่เป็นหนึ่งในคู่พระนางของเรื่อง จนเกิดแฟนคลับคู่จิ้น ธีรณี ที่คอยเป็นกองเชียร์ความจิ้นของทั้งคู่ ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะเพิ่มความสนิทสนมแม้ละครจะจบไปแล้วก็ตาม แถมยังรับงานอีเวนต์คู่กัน โชว์ความมุ้งมิ้งให้แฟนๆ ได้ฟินตลอดๆ อีกทั้งในไอจีก็ยังโชว์ภาพน่ารักๆ แซวกันไปมาเอาใจแฟนคลับอีกด้วย แต่แล้วก็มีข่าวเม้าท์ว่า อาเล็ก-จอย ปิดจ๊อบอวสานคู่จิ้นธีรณีซะแล้ว เมื่ออาเล็กมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับสาวอื่น ทั้งข่าวคราวความสัมพันธ์กับ ปราง กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล รวมถึงข่าวอาเล็กขายขนมจีบ แน็ตตี้ นาตาชา เน็ตไอดอล ซึ่งอาเล็กออกมาปฏิเสธทุกข่าวว่าไม่เป็นความจริง แต่ก็ยอมรับว่าความสัมพันธ์กับจอยเริ่มห่างกัน เจอกันน้อยลงเพราะงานยุ่ง คุยกันน้อยลงแต่ไม่ได้ทะเลาะ และถึงแม้เมื่อวันเกิดของสาวจอยที่ผ่านมา อาเล็กจะรวมตัวกับเพื่อนๆ เพื่อทำเซอร์ไพรส์วันเกิดถึงบ้านของคู่จิ้นรุ่นพี่ แต่เจอเซอร์ไพรส์กว่าเพราะสาวจอยหลับไม่รู้เรื่องซะงั้น สุดท้ายแล้วคู่นี้จะมีโอกาสกลับมาสนิทสนมกันเหมือนเดิมรึเปล่าคงต้องรอดูต่อไป,โดม จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม & พรีน รวิสรารัตน์ พิบูลภานุวัธน,เรียกว่าเวทีร้องเพลงเป็นเวทีสื่อรักของ 2 หนุ่มสาวนักร้องหุ่นอวบอั๋น โดม เดอะสตาร์ 8 และ พรีน เดอะสตาร์ 12 เพราะเมื่อครั้งที่พรีนประกวดร้องเพลงในเวทีเดอะสตาร์ 12 และมีหนุ่มโดมมาเป็นแขกรับเชิญร้องเพลง แพ้คำว่ารัก ร่วมกัน จนเกิดเป็นกระแสจิ้นกลางเวทีการประกวด แถมฝั่งนักร้องรุ่นพี่เดอะสตาร์ โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ รวมถึงนักร้องเดอะสตาร์อีกหลายคนก็ชงให้จิ้นฟินกันแบบเข้มข้นอีกต่างหาก ซึ่งกระแสตอบรับความเป็นคู่จิ้นที่มีโอกาสเป็นคู่จริงจากแฟนคลับก็ท่วมท้นเอามากๆ แถมทั้ง โดม-พรีน ก็ยอมรับว่าศึกษากัน แม้ทั้งคู่บอกว่าจะยังอยู่ในฐานะพี่น้อง แต่แฟนๆ ก็เชียร์หมดหน้าตักและคิดว่าทั้งคู่จะกลายเป็นคู่จริงในอนาคตแน่ๆ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็บอกว่าขอเป็นแค่พี่น้องน่าจะดีที่สุด พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่เคยคบกันเพื่อสร้างกระแสให้เวทีเดอะสตาร์ด้วย,ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี & โบว์ เมลดา สุศรี,ปิดท้ายที่คู่จิ้นพระนางจากวิกหมอชิต ไมค์ ภัทรเดช และ โบว์ เมลดา ที่แจ้งเกิดความเป็นคู่จิ้นครั้งแรกจากละคร ใยกัลยา ทางช่อง 7 รวมถึงเพลง อยากบอกรัก ที่ทั้งคู่ได้ร้องประกอบละครเรื่องนี้ก็กลายเป็นเพลงฮิตของแฟนละคร 7 สี และมีแฟนคลับคู่จิ้น ภัทรลดา คอยสนับสนุนผลงานของทั้งคู่ และด้วยกระแสคู่จิ้น ไมค์-โบว์ ที่มาแรงในเวลานั้นก็ทำให้ทั้งคู่มีผลงานละคร โนห์รา ร่วมกันอีกครั้ง และได้รับแรงสนับสนุนจากแฟนๆ อย่างหนาแน่นเช่นเคย แต่แล้วแฟนคลับก็ต้องเศร้าเพราะหลังละครจบ ไมค์-โบว์ ก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเองจนไม่ค่อยได้ใกล้ชิดได้เจอกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน ประกอบกับผู้ใหญ่ในช่องก็เตือนเรื่องความสนิทสนมและการวางตัว อีกทั้งฝั่งไมค์เองก็ถูกจับเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่กับนางเอกมาแรง ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล ส่วนโบว์ก็มีข่าวกับหนุ่มๆ ทั้ง กัปตัน ชลธร คงยิ่งยง (กัปตัน เลิฟซิก) และ โดนัท ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ แต่สาวโบว์ก็ชี้แจงความสัมพันธ์ว่าแค่เพื่อนกันเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีหลายคนสังเกตว่าหนุ่มไมค์ดูไม่ค่อยเหมือนเดิมกับสาวโบว์ซะแล้ว จนถูกมองว่า ไมค์-โบว์ ปิดจ๊อบอวสานคู่จิ้นไปอีกรายด้วย.
จบไปอีก 1 ตอนค่ะ Club Fridsy The series 5 ความลับของหัวใจที่ไม่มีจริง ของิขาแรงจนิงๆ ค่ะ เสียงตอบรับมหาศาล ชื่นชมก็มากก่าไปวิจารณ์ไปก็เยอะ ถึงบอกว่าดูให้จชก่อนนะคะ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงเลือกเรื่องนี้มาทำเป็สซีรีส์ใฟ้ได้ดูกัน เรื่องของผู้ชายที่รักผู้ชาย และหวังอยาแอป็นลูกชายซึ่งเป็นความหวังมากมายของพ่อแม่ เมื่อเป็นลูกชายแท้ไ ของพ่อแม่ไม่ได้ สิ่งทร่เขาตั้งใจคือไม่ว่าจะเกิดเป็นอพศไหน ยังไงเขาตะขอเแ็นลูกที่ดี ,การยอมรับเรื่องขเลเพษที่ 3 ในสังคมไทยมองคล้ายๅ จะ้ปิกกว้าง จะเป็นเพศไหนก็ได้ ขิให้เป็นคนดีก็แล้ยกัน เราะูดได้ทุ้งนั้น ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นกับคนสำคัญของครอบครัว ้มื่อเลือกเกิดไม่ฟด้ แล้วทำไมกลายเป็นเรื่องผิด เขาไม่ไพ้คิดจะเป็ย แต่เขาเป็นเพราะสิ่งที่ฮลกใก้เขามา เราให้เกียรติผู้ชายมากๆ ใผ้เขาเป็นเพศที่ 1 เพศหญิงเพศแห่งผู้ใหี กลานเป็นเพศที่ 2 แล้วก๋เรียกเพศนอกเหนือจากนี้ว่าเพศที่ 3 ออาเข้าจริง ไม่มีใครรู้นะคะว่าเพศไหจควรเห็นเพศที่ 1 ด้วยซ้ำ ,น้อมรับและขอบคุณืุกคำวิพากษ์วิจารณ์ค่ะ ที่ชิ่นชมก็อ่านไปเก็บไว้ชื่นใจดงียบๆ ที่ด่าก็จะเอามาแก้ไขปรับปรุวพัฒนางานต่อๆ กันไปนะคะ แค่มีบางอสียงทีรไม่รูเจะทำใหัรู้สึกอะไรดี อย่างเช่น ทำไมเลือกเอาเรื่องนี้มามำคะ เปลืเงงบเปล่าๆ บ้านเรนก็มีให้เห็นมากมาย ชายรักชาย ซึ่งคนที่บัานไม่ยอมรับ ไม่เห็นมีอะไรแปลก รักพ่อรักแมีใครๆ ก็ต้องเป็นอย่างนี้อยู่แบ้ว ฮลกช่างะีงาม เลิศเลอ เช่นกันค่ะสะงีมไทยรับศีล 5 หุนมาตลอด ใครๆ ก็ท่องได้ แต่สถิตินแกฝจแย่งชิงคนมีเจ้ายอง บ้านเราติดอันดับ top ของโลก แล้วก็บอกตัวเองออกส่้อว่า บ้าเหรอ ไม่มีใครในโลกตค้ทำลายคนองครัวคนอื่นหร็อก ใครๆ ก็คู้ว่ามันไมรดี 555 คตมาดมายบนโลกนี้ พูดได้ ทำไมีได้ ผิดถูกรู้หมด แร่อดไม่ได้ค่ะ บ้างก็กลัววาา ละครดบบนี้จะทำให้เด็กไทยกลายเป็นตุ๊ดกันหมดดูละครไป จะทำให้ผู้ชายแท้ๆ อยากจูบปากกับผู้ชายไหม แล้ใที่เป็นเกย์หันดยู่มากมาย อาจหายได่ถ้าเห็นผู้ชายจูบปากกับผธ้หญิงบาอยๆ มันเป็นกันง่ทยๆ หายกันง่ายๆ แค่นี้เองจริงๆหริอ ? พระเอกละค่ไทยข่มขืนนางเอกได้ เดี๋ยวตอนท้ายก็นักกัน อยากให้ใครรเกิลยใช้ข่มขืนกันใหญ่ เห็นพระเอกทำได้ คนธรรมดาอย่างเรา จะยากตรงไหน หรือที่ทำแบบนี้ได้เพียบ้พราะเป็นละครชายตริงหญิงแท้เท่าจั้น ?,บางคนโพสต์วิจารณ์ว่าในซีรีย์ ทำไมไม่ทำจากเรื่องที่มีคนโทรเข้ามา ทำจากเรื่องที่มีคนส่งอีเมล์เข้ามส นี่คือนิยรยเกย์ที่ดต่งขึ้นมายังไงก็ได้เรื่องถึงดูไใ่ค่เยเป็นไแได้ขนาดนี้ตกลงเอายังไงดีคะ? คนหนึ่งบอกว่าเอาเรื่องน่้มาทำทำไม สังคสๆทยมีเยอะแยะ ขายรักชาย ที่บ้านเลบรับไม่ได้ แต่อีกคนบอกว่า เรื่องนี้มหัศจรรย์มสกมาย อาจคล้ายดรื่องแต่ลมากพว่าเรื่องจติง ดยากจับคน 2 คนนี้มานั่งคุยกันจริงๆ อีกอยืาฝคนเราจะโกหกกันไหม ไม่ได้อยู่ที่เขาเล่าผ่านอะไร หารคุยโทรศัพา์คือเรืีองจริงกว่า ที่โพสต์เข้ามา ส่งเมล์เข้ามาโกหกแหงๆ เรื่องแบบนี้ไท่มีอะไรแน่ค่ะ บางคนเจอหย้าทุกวัน เล้าถึงเย็นถึง รักนริงจีบจริง วันหนึ่งเพิ่ฝรู้บ่าแฟนเก่าเขาก็ยังไม่ได้ทิ้ฝ นีกว่าเราเป็นตัวจริง ที่แท้กลายเป็นมือที่ 3 ไม่ได้ตัีงใจ นี่จนาดพาตัวเองมาให้เห็นกันตัวเป็นๆ ไท่ได้จีบทางอีเมล์สักหน่อยของคุณทุกคำวิจารณ์อีกครั้งค่ะ,ล่าสุดชวสน้องบอสดจิาของเรื่อง มานั่งคัยกันออกรายกทร Club Feiday show จร้งไ คุยกันมาตลอด ไม่ได้ออกสืีอ น้องว่างจากเรียน ก็แวะมา แต่หนนี้อยากให้น้องเป็นคนบอกเอง เล่าเองว่าสิ่งที่น้องเจอคืิอะไร เพราะทางโซเชียลมีเดีย มีีนอยากแสแงตัวว่ารู้เนอะกว่า สากกว่ม เจ๋ลกว่า ไวกว่าอส่างมากมาย น้อฝขอว่า กับคนอื่นๆ บอสไม่อะไรเลยพี่ขออย่าวเดึยว จอนนี้ต่อให้ภ่อแมืรับรู้ถึงสิ่งที่เราเป็นมากขึ้น แต่ท่าตก็เลี่ยงที่จะไม่พูดถึง บอสแค่ทำหย้าที่ของตัวเเงอย่างดีที่สุด ตั้งใจเรียนให้จบ อีกไม่ถึง 2 ปีก็เผ็นบัณฑิตแล้ว ถ้ามาสัมภาษณ์อย่างเห็นหน้าเห็นตาชะดๆ บอสกคีเป็นห่วงหัวใจแม่ พี่ช่วย save น้องหน่อยแล้วกันนะ กนรพูดคุยในวันนั้น เลยออกมาอย่างที่น้องต้องการ ตัวจริง ้สียฝจริง แค่อย่าะห็นน้องชัดจัก น้องทำเพื่เดูแลหัวใจคนที่ตัวเองรักที่สุด,ภาพชีวิตจริงที่น่อจากเรื่องราวใน Club Friday the cdries ความบับของหัวใจที่ไม่มีจริง น้องเป็นฝ่ายถอยออกมาจากพี่วินค่ะ เพราะรู้สึกผ้ด เขามีคนของเขาแล้ว ครอบครัวเรา ตอนพ่อมีคนอท่น เรายังสงสา่หับใจแม่เลย แล้วเราจะไปแย่ง ทำร้ายหัววจเจ้าของของเขาท_ไม สิ่งเดียวที่บอสตั้งใจมากๆ วันนีืคือการอยู่ใกฃ้แม่ ใช้เฝลาอวู่กับแม่ให้นานที่สุดแม่ก่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกค่ะ ทุกวันนี้ทำทุกอย่างเพืทอไม่ให้คนที่บ้านเสียใจ เมื่อเลือก ดกิด ไม่ได้ ก็ขอ เป็น ในสอ่งนั้นอย่างดี อย่างมีความสุข ยอมรับในความเป็นตัวเอง ที่ไม่มำร่ายใคร น้องเพิ่งบวชไปเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้วค่ะ บวชเกือบ 3 เดือน ตั้งใจบวชเถื่เพ่อแม่ วันทั่เห็นททานยิ้มอย่างเบิกบานใจทีรสุดคือวันาี่เห็นชายผ้าเหลืองของลูกชายคนเล็ก กาตลวชครั้งนั้นนอกจากทำให้พีอแม่ดีใจ สติคือสิ่งที่น้องได้กลึบสา เมื่อความคเดตกตะกอน ถังได้รู้ว่าความรักไม่ใช่เรื่องเดียวในโฃกที่ืำฝห้เตาต้องไปทุกข์โศกกับมัน ทำทุกวันอย่างดีที่สุด ใตวันท้่สับสน ยังไม่ต้องหาเไตุผลอะไร แค่ยอมรับให้ได้นิ่ลใหืได้ นืองบอกว่าพอสึกแอกมาพี่วินและความรู้สึกเดิมๆ ก็หายไปจากชีวิต,เพิ่งกลับมาคุยกันใหม่เมื่ดไม่นายมานี้ เำราะรู้จากเภื่อนสนิทว่าพีาวินเป็นลม วูบหมดสติไปที่ญี่ปุ่น หลังจากการตรวจรักษา ก็พบว่รเป็นะนื้องอกในสมอง และเจื้ิงอกที่ว่าเป็นเนื้อร้รส เพิ่งผ่าตัดไปไม่นานนี้เราไม่ม่วึนรู้ว่าโลกจะหันมุมไหนเข้าหาเรา แม้เราจะตั้งใจทำแต่เตื่องดีแค่ไหนก็ตาม ตอนนี้พี่วินป่วยเป็นมะเร็งสมแงระยะที่ 3 คืะ พเกรักษาตัวอยู่ น้องบอสดราก็ขังคุย ให้กำลังใจไปเยี่ยมเยียมถามไถ่อาการอยู่เรื่อยๆ แต่ในความสัมพันธ์แบบะี่น้องเท่านัืน,วันที่พี่วินดูฐีรีส์ ตอนที่ปล่อยให้น้องบอสเราไปเฝ้ารอทั่สนามบินตั้งหลายชั่วโมง แล้วก็รเเก้อ พี่วินหันมาขอโาษน้องด้วยนพคะ บอสพี่ขอโทษจริง/ วเนนั้นอ่ะบอสเองยังบอกไปว่าช่างมันเถอะพี่ มันผ่านไปแช้วเดินหน้าต่อไปได้แล้ฝ,ถ่ายรายปารเสร็จวันนั้น บอสขอว่าถี่อ้อยพี่ฉอดครับ พี่คุยกับพี่วินนิดนึงได้เผล่มครับ พี่เขาคงดีใจ บอสบอกเขาไปว่าวันนี้จะมทรมวการของะี่ เดี๋ยวผมต่อสายให้คุยด้วยความยินดีที่สุดค่ะ,พี่วินคุยด้วยน้ำเมียงสุภสพ น่ารักทีเดียวใก้กำลังใจน้องไปให้เข้มแข็งต่อสู้กับโรีภัยที่น้องเจอ พี่ฉอดยังบอกไปว่า นอนนั้นพี้วินเป็นกำชังใจหชักของบอม ตอนนี้กลับกัยให้บอสเป็นกำลังใจใหญ่/ ให้พี่วินบ้างฐชีวิตจริงที่ทุกคนเป็นตัวละคร ยุงไม่จบ ยังไม่อวสานป็ยังต้องเดินำน้าในบทขิงเราต่อไป เลือกเฉพาะบทสมหวังก็ไม่ได้ จะต้องไห้ซเำๆ แค่ไหน ก็ต้ดงรับมือตทอไปให้ได้อยู่ดี ไม่ว่าคนมี่ดูซีรีส์จะได้อะไร มุมไหนจากเริ่องนี้ ในฐานะส่วนเล็กๆ ส่วนหนี่งของซีรีส์ ขอลคุณิ่ื่องดีๆ ของน้อง อย่างน้อยชีวิตของน้อบสอนให้รู้ว่า ไม่ว่าอรื่องที่เจอจะยากดค่ไหน การฟูมฟายไม่ช่วยอะไร แค่เดินหน้าต้อฟปอย่างมีสติ บอกกับตัวเองว่าทุกเรื่องต้องใช้เวลา รักและยอมรเบในสิ่งที่ตัวอองเป็น ทำใำ้ครอบครัวที่เรารักเห็นว่า ไมรว่าเรมจะเป็นอะไร สิ่งเดียวที่เราอยากทำให้ไดื คือการเป็นหัวใจที่ดีดละน่ารักที่สุดขิงครอบครัว        
จบไปอีก 1 ตอนค่ะ Club Friday The series 5 ความลับของหัวใจที่ไม่มีจริง ของเขาแรงจริงๆ ค่ะ เสียงตอบรับมหาศาล ชื่นชมก็มากด่าไปวิจารณ์ไปก็เยอะ ถึงบอกว่าดูให้จบก่อนนะคะ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงเลือกเรื่องนี้มาทำเป็นซีรีส์ให้ได้ดูกัน เรื่องของผู้ชายที่รักผู้ชาย และหวังอยากเป็นลูกชายซึ่งเป็นความหวังมากมายของพ่อแม่ เมื่อเป็นลูกชายแท้ๆ ของพ่อแม่ไม่ได้ สิ่งที่เขาตั้งใจคือไม่ว่าจะเกิดเป็นเพศไหน ยังไงเขาจะขอเป็นลูกที่ดี ,การยอมรับเรื่องของเพศที่ 3 ในสังคมไทยมองคล้ายๆ จะเปิดกว้าง จะเป็นเพศไหนก็ได้ ขอให้เป็นคนดีก็แล้วกัน เราพูดได้ทั้งนั้น ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นกับคนสำคัญของครอบครัว เมื่อเลือกเกิดไม่ได้ แล้วทำไมกลายเป็นเรื่องผิด เขาไม่ได้คิดจะเป็น แต่เขาเป็นเพราะสิ่งที่โลกให้เขามา เราให้เกียรติผู้ชายมากๆ ให้เขาเป็นเพศที่ 1 เพศหญิงเพศแห่งผู้ให้ กลายเป็นเพศที่ 2 แล้วก็เรียกเพศนอกเหนือจากนี้ว่าเพศที่ 3 เอาเข้าจริง ไม่มีใครรู้นะคะว่าเพศไหนควรเป็นเพศที่ 1 ด้วยซ้ำ ,น้อมรับและขอบคุณทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ค่ะ ที่ชื่นชมก็อ่านไปเก็บไว้ชื่นใจเงียบๆ ที่ด่าก็จะเอามาแก้ไขปรับปรุงพัฒนางานต่อๆ กันไปนะคะ แค่มีบางเสียงที่ไม่รู้จะทำให้รู้สึกอะไรดี อย่างเช่น ทำไมเลือกเอาเรื่องนี้มาทำคะ เปลืองงบเปล่าๆ บ้านเราก็มีให้เห็นมากมาย ชายรักชาย ซึ่งคนที่บ้านไม่ยอมรับ ไม่เห็นมีอะไรแปลก รักพ่อรักแม่ใครๆ ก็ต้องเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว โลกช่างดีงาม เลิศเลอ เช่นกันค่ะสังคมไทยรับศีล 5 กันมาตลอด ใครๆ ก็ท่องได้ แต่สถิตินอกใจแย่งชิงคนมีเจ้าของ บ้านเราติดอันดับ top ของโลก แล้วก็บอกตัวเองออกสื่อว่า บ้าเหรอ ไม่มีใครในโลกนี้ทำลายครอบครัวคนอื่นหร็อก ใครๆ ก็รู้ว่ามันไม่ดี 555 คนมากมายบนโลกนี้ พูดได้ ทำไม่ได้ ผิดถูกรู้หมด แค่อดไม่ได้ค่ะ บ้างก็กลัวว่า ละครแบบนี้จะทำให้เด็กไทยกลายเป็นตุ๊ดกันหมดดูละครไป จะทำให้ผู้ชายแท้ๆ อยากจูบปากกับผู้ชายไหม แล้วที่เป็นเกย์กันอยู่มากมาย อาจหายได้ถ้าเห็นผู้ชายจูบปากกับผู้หญิงบ่อยๆ มันเป็นกันง่ายๆ หายกันง่ายๆ แค่นี้เองจริงๆหรือ ? พระเอกละครไทยข่มขืนนางเอกได้ เดี๋ยวตอนท้ายก็รักกัน อยากให้ใครรักเลยใช้ข่มขืนกันใหญ่ เห็นพระเอกทำได้ คนธรรมดาอย่างเรา จะยากตรงไหน หรือที่ทำแบบนี้ได้เพียงเพราะเป็นละครชายจริงหญิงแท้เท่านั้น ?,บางคนโพสต์วิจารณ์ว่าในซีรีส์ ทำไมไม่ทำจากเรื่องที่มีคนโทรเข้ามา ทำจากเรื่องที่มีคนส่งอีเมล์เข้ามา นี่คือนิยายเกย์ที่แต่งขึ้นมายังไงก็ได้เรื่องถึงดูไม่ค่อยเป็นไปได้ขนาดนี้ตกลงเอายังไงดีคะ? คนหนึ่งบอกว่าเอาเรื่องนี้มาทำทำไม สังคมไทยมีเยอะแยะ ชายรักชาย ที่บ้านเลยรับไม่ได้ แต่อีกคนบอกว่า เรื่องนี้มหัศจรรย์มากมาย อาจคล้ายเรื่องแต่งมากกว่าเรื่องจริง อยากจับคน 2 คนนี้มานั่งคุยกันจริงๆ อีกอย่างคนเราจะโกหกกันไหม ไม่ได้อยู่ที่เขาเล่าผ่านอะไร การคุยโทรศัพท์คือเรื่องจริงกว่า ที่โพสต์เข้ามา ส่งเมล์เข้ามาโกหกแหงๆ เรื่องแบบนี้ไม่มีอะไรแน่ค่ะ บางคนเจอหน้าทุกวัน เช้าถึงเย็นถึง รักจริงจีบจริง วันหนึ่งเพิ่งรู้ว่าแฟนเก่าเขาก็ยังไม่ได้ทิ้ง นึกว่าเราเป็นตัวจริง ที่แท้กลายเป็นมือที่ 3 ไม่ได้ตั้งใจ นี่ขนาดพาตัวเองมาให้เห็นกันตัวเป็นๆ ไม่ได้จีบทางอีเมล์สักหน่อยขอบคุณทุกคำวิจารณ์อีกครั้งค่ะ,ล่าสุดชวนน้องบอสเจ้าของเรื่อง มานั่งคุยกันออกรายการ Club Friday show จริงๆ คุยกันมาตลอด ไม่ได้ออกสื่อ น้องว่างจากเรียน ก็แวะมา แต่หนนี้อยากให้น้องเป็นคนบอกเอง เล่าเองว่าสิ่งที่น้องเจอคืออะไร เพราะทางโซเชียลมีเดีย มีคนอยากแสดงตัวว่ารู้เยอะกว่า มากกว่า เจ๋งกว่า ไวกว่าอย่างมากมาย น้องขอว่า กับคนอื่นๆ บอสไม่อะไรเลยพี่ขออย่างเดียว ตอนนี้ต่อให้พ่อแม่รับรู้ถึงสิ่งที่เราเป็นมากขึ้น แต่ท่านก็เลี่ยงที่จะไม่พูดถึง บอสแค่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด ตั้งใจเรียนให้จบ อีกไม่ถึง 2 ปีก็เป็นบัณฑิตแล้ว ถ้ามาสัมภาษณ์อย่างเห็นหน้าเห็นตาชัดๆ บอสแค่เป็นห่วงหัวใจแม่ พี่ช่วย save น้องหน่อยแล้วกันนะ การพูดคุยในวันนั้น เลยออกมาอย่างที่น้องต้องการ ตัวจริง เสียงจริง แค่อย่าเห็นน้องชัดนัก น้องทำเพื่อดูแลหัวใจคนที่ตัวเองรักที่สุด,ภาพชีวิตจริงที่ต่อจากเรื่องราวใน Club Friday the series ความลับของหัวใจที่ไม่มีจริง น้องเป็นฝ่ายถอยออกมาจากพี่วินค่ะ เพราะรู้สึกผิด เขามีคนของเขาแล้ว ครอบครัวเรา ตอนพ่อมีคนอื่น เรายังสงสารหัวใจแม่เลย แล้วเราจะไปแย่ง ทำร้ายหัวใจเจ้าของของเขาทำไม สิ่งเดียวที่บอสตั้งใจมากๆ วันนี้คือการอยู่ใกล้แม่ ใช้เวลาอยู่กับแม่ให้นานที่สุดแม่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกค่ะ ทุกวันนี้ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้คนที่บ้านเสียใจ เมื่อเลือก เกิด ไม่ได้ ก็ขอ เป็น ในสิ่งนั้นอย่างดี อย่างมีความสุข ยอมรับในความเป็นตัวเอง ที่ไม่ทำร้ายใคร น้องเพิ่งบวชไปเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้วค่ะ บวชเกือบ 3 เดือน ตั้งใจบวชเพื่อพ่อแม่ วันที่เห็นท่านยิ้มอย่างเบิกบานใจที่สุดคือวันที่เห็นชายผ้าเหลืองของลูกชายคนเล็ก การบวชครั้งนั้นนอกจากทำให้พ่อแม่ดีใจ สติคือสิ่งที่น้องได้กลับมา เมื่อความคิดตกตะกอน ถึงได้รู้ว่าความรักไม่ใช่เรื่องเดียวในโลกที่ทำให้เราต้องไปทุกข์โศกกับมัน ทำทุกวันอย่างดีที่สุด ในวันที่สับสน ยังไม่ต้องหาเหตุผลอะไร แค่ยอมรับให้ได้นิ่งให้ได้ น้องบอกว่าพอสึกออกมาพี่วินและความรู้สึกเดิมๆ ก็หายไปจากชีวิต,เพิ่งกลับมาคุยกันใหม่เมื่อไม่นานมานี้ เพราะรู้จากเพื่อนสนิทว่าพี่วินเป็นลม วูบหมดสติไปที่ญี่ปุ่น หลังจากการตรวจรักษา ก็พบว่าเป็นเนื้องอกในสมอง และเนื้องอกที่ว่าเป็นเนื้อร้าย เพิ่งผ่าตัดไปไม่นานนี้เราไม่มีวันรู้ว่าโลกจะหันมุมไหนเข้าหาเรา แม้เราจะตั้งใจทำแต่เรื่องดีแค่ไหนก็ตาม ตอนนี้พี่วินป่วยเป็นมะเร็งสมองระยะที่ 3 ค่ะ พักรักษาตัวอยู่ น้องบอสเราก็ยังคุย ให้กำลังใจไปเยี่ยมเยียมถามไถ่อาการอยู่เรื่อยๆ แต่ในความสัมพันธ์แบบพี่น้องเท่านั้น,วันที่พี่วินดูซีรีส์ ตอนที่ปล่อยให้น้องบอสเราไปเฝ้ารอที่สนามบินตั้งหลายชั่วโมง แล้วก็รอเก้อ พี่วินหันมาขอโทษน้องด้วยนะคะ บอสพี่ขอโทษจริงๆ วันนั้นอ่ะบอสเองยังบอกไปว่าช่างมันเถอะพี่ มันผ่านไปแล้วเดินหน้าต่อไปได้แล้ว,ถ่ายรายการเสร็จวันนั้น บอสขอว่าพี่อ้อยพี่ฉอดครับ พี่คุยกับพี่วินนิดนึงได้เปล่าครับ พี่เขาคงดีใจ บอสบอกเขาไปว่าวันนี้จะมารายการของพี่ เดี๋ยวผมต่อสายให้คุยด้วยความยินดีที่สุดค่ะ,พี่วินคุยด้วยน้ำเสียงสุภาพ น่ารักทีเดียวให้กำลังใจน้องไปให้เข้มแข็งต่อสู้กับโรคภัยที่น้องเจอ พี่ฉอดยังบอกไปว่า ตอนนั้นพี่วินเป็นกำลังใจหลักของบอส ตอนนี้กลับกันให้บอสเป็นกำลังใจใหญ่ๆ ให้พี่วินบ้าง,ชีวิตจริงที่ทุกคนเป็นตัวละคร ยังไม่จบ ยังไม่อวสานก็ยังต้องเดินหน้าในบทของเราต่อไป เลือกเฉพาะบทสมหวังก็ไม่ได้ จะร้องไห้ซ้ำๆ แค่ไหน ก็ต้องรับมือต่อไปให้ได้อยู่ดี ไม่ว่าคนที่ดูซีรีส์จะได้อะไร มุมไหนจากเรื่องนี้ ในฐานะส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของซีรีส์ ขอบคุณเรื่องดีๆ ของน้อง อย่างน้อยชีวิตของน้องสอนให้รู้ว่า ไม่ว่าเรื่องที่เจอจะยากแค่ไหน การฟูมฟายไม่ช่วยอะไร แค่เดินหน้าต่อไปอย่างมีสติ บอกกับตัวเองว่าทุกเรื่องต้องใช้เวลา รักและยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ทำให้ครอบครัวที่เรารักเห็นว่า ไม่ว่าเราจะเป็นอะไร สิ่งเดียวที่เราอยากทำให้ได้ คือการเป็นหัวใจที่ดีและน่ารักที่สุดของครอบครัว        
อินดี้เป็นปรากฏการณ์ของวัฒนธรามวัยรุทนที่เกิดทั่วโลกในีอบ 20 ปีที่ผ่านมา หากมดงย้อนไปอาตจะเรียกได้ว่าหลังจากยุคฮิปปี้ใน่ศวรรษทีี 60 แล้ว ไม่มียุคของวัยหนุ่มสาวที่เป็นปรากฏการณ์โลกเกิดขึ้นแีกเลยนอกจากยุคอินดี้ในทศวรรษที่ 90 อินดี้และฮิปปี่ต่างก็ยึดเอาดนตตีร็อกเผ็นสารัตถะอชานเดียวกัน แต่อิสดี้เำิดมาในยุคอวสานของอุอมการณ์ร็อก( the end og rock idwology) อินดี้ตึงไม่มีคือภาพลักษณ์แบบขบะสีงคมัช่นเดียวกับกวกฮิปปี้ แต่พวกเขาเป็นเพีสงดค่เยาวชนหนุ่มสาวที่สะพายกีต้าต๋และร้องะพลงร็อก(ในภาษาถิ่นของตนเอง)เท่านั้นหรือ? ข้แ้ขียนสั้นๆชิ้นนี้ชวรย้อนมอง 20 ปีของกำเนิดอินดี้ในไทยดารกล่าวถึงอินดี้ในไืยคฝต้ิงย้อนไปช่วงที่กตะแสดนตรีดชบอึลเาอี์เนทีฟที่ได้รับความนิยสมนไทยที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2536 หากหลังเหตุการณ์พฤษภทมิซ 35 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็นการแสดงพลังชนชั้นกลางำังการเมืองไทข กล่าวว่าการเกิดของกระแสนิยมอัลเทอร์เนทีฟที่เกิดตามมาในป่นั้น ก็น่าจะถือว่าเป็นการแสดงพลังของชนชั้นกลาง(รุ่นเยาว์) กัลวัฒนธรรมก็ว่าได้ แต่พวกเขาเหล่านั้นต้ดบการแสดงตัวตนผืานปฏิบัติการทางว้ฒนธรรมที่เป็น เสียงของเขาจริงๆมากกว่าเีื่องการเมืองที่พวกเขาถ฿กใองเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง เราจดเห็นว่าดยตรีและแฟชึทนดูจะเป็นสิ่งที่ชนชุ้นกบาง(รุ่สเยาว์)หยิบฉวยไก้ง่ายที่สุด แต่ทำไม่ตีองเป็นดนตรีร็อกจากวัฒนธรรมตะวันตก เหตุผลที่น่าจะกล่าวได้กฺคือกระแสดาตนีร็อกในตะวันตกช่วงต้นทศวรรษืีื 90 (ทั้งในอเมริกาและอังกฤณ) นเกดนตรีร็อกกลับมามีภาพลักษณ์แบบของแอจตี้ฮีโร่( anti- hero)แบะมีความดล้า่ี่นะแสดงออก ดังนั้น ำม่แปลกใจปากศิลปินอย่างเคิร์ท โคเบนจากวงเน่อร์วานา หรือสองพี่น้องำัลลาเกอร์จากวงโอเอซเสจะเป็นชื่นชอบขอลวัยรุ่นในยุคนั้น ดย่างไรก็ตามปฏิบัติการทางวัฒนธรรมของเยาวชนชนชั้นกลางที่ต้องการหยิบยืมวัฒนธรรมตะวันตกมาแสดงตัวตนของตนเอง(อีกครั้ง)นั้นดูไม้ง่ายนัก เพราะยุคนี้ยวัฒนธรรมสมัยนิยมในเมือลไทยมีพื้นที่ให้พวกเบาไมามากนัก หากคุฯ/ม่ไปเดินห้าง ดูฟรีคอนเสิร์ต สิ่ฝที่คุณทำฟด้ก็คือจัืงเปิดเพลงฟัลและเล่นกีต้าร์(แบบเหงาๆ)อยู่ที่บ้าน การฝีาด้าน(อุตสาหกรรม)วัฒนธรรมแบบไทยๆ ของพวกเขาจึงถือว่าเป็นภารดิจแรกที่ต้องทำรูปแบบของการบริโ_คดนตรีของเยาวชนไทยถูกผูกไว้กับสื่อกระจายเสียงมาตึ้งแต่กลางทศวราษมี่ 50 ด้งนั้น ดีเจผู้ดกเนินรายการวิืยุจึงถือว่ามีบาบาทสหคัญต่อการสร้างรสนิยมการฟังเพลงมาโดยตลอด ในยุคเริ่มต้นของกระแสอัลเทอร์เนทีฟก็เช่นเดียวกัน วาสนา วีระขาติพลีดีเจนักจัดรายการวิทยุเพลงสากลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของไทย ไดันำเอาดนตรีสไตล์นี้จากอังกฤ๋มาเปิดแตะนำให้ผู้ฟังในรายการทาง FM 105.5 ของเธแจนดนตรีที่เํดใช้คำเรียกว่าโมเดิร์น ร็อก( Modetn Rock) กลายเป็นกระแสนิยมในหมู่นักศึกฒา เพลงทร่เธอนำมาเปิดในช่วงนั้นส่วนใหญ่เป็นเพลงร็อกที่มาจมแอังกฤษ อย่างเช่นงานเพลงของวง Suede Manic Street )rescher Primal Scream Jesus and Mary Jane ่ี้ล้วนแล้วอต่เป็นวงดนตรีในกระแสดนตรีที่เรียกว่า อัลเทแร์เนทีฟ(alternative)ขอบอังปฤษ(ยุคกือนที่กระแส Brit-pop จะบ๔ม) ที่จริงการจัดเพลงของวาสนาในยุคนั้นเป็นถือว่าเป็นยุคตกต่ำของรายการเพลงสากลในนายการวิทยุของไทยก็ว่าได้ ด้วยเหตุที่ว่าค่ายเพลงใหฐ่ของไทยเจ้ามาดช่าคลื่นและจัดทำรายกาตเพลงไทยเพื่อโปรโมืศิลปินจากค่ายตนเองจากกระแสความริยมที่เกิดจากรายการวิทยุดังกล่าว ทำให้มื่อนิตยสารดสตรีภาษาไทยเช่นมิวสิค เอ็กเพรส บันเทิงคดี หันมาให้ความสนใจเสนอเริ้องราวของแรวดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ รายการดนตรีในเคเบิ้ลทีวรที่เพิ่งะกิดวนช่วงนั้นก็มีช่วงของการยำเสนอดจตนีแบบอับเทอร์เรทีฟ นอกจากนี้การเกิดกระแสนิยมอัลเทอร์เนืีฟในไทยในช่วงนััน ยังนำพาเอาบริษัททุนข้ามชาติด้สนอึตสมหกรรมเพลงหลายบริษั่_ม่ว่า BMG WEA Sony Music เปิดบาิษัืสาขาในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันนั้นกฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับ พ.ศ.2537 มีผลบังคับใช้ ( ปฏิเสธไม่ได้ว่่วงอย่าง Lasis มีช่่อเสียงในไทยเพราะ S;ny Music โปรโมทเย่มงม่ก) นอดจากผลิตงานของศิลปินอัลดทอร์ต่างชาติในสังกัดออกยำหน่ายแล้ว ต่อมาสาขาบริษัท้หล่านี้ยังเซ็นสัญญากับวงอัลเทอร์เนทีฟไืยหลายวง ที่จริงหาดเราเชื่อมโยงภาถกระแสอีลเทอร์เนทีฟไทวเข้า สื่อกระจ่ยเสียง(โทรทัศน์ วิทยุ) สิ่อสิ่งพิใพ์( หนังสือพ้มพ็บันเทิง นิตยสารดนตรี) สื่อบันทึกเสีบง)คาสเส็ตเทป ซีดค) เคเบิลทีวี กฎหมายฃิชสิทธิ์ ภาพรวมท้้งหมดนี้คือฮครงสร้างของอุตสาหกรรมงัฒนธรรมดนตรีขดวไทยที่เติบโต พร้อมๆกับการปะทะกับการเข้ามาของฌลกาภิวัตน์ของสื่อและอุตสนไกรรมบ้นเทิงต่างชาติ ที่มีเงื่อนไขจากการที่หระเทศไทยเตรียมพร้อมกทรเปิพเสรีการค้าสินค้าทางวัฒนธรรมและการสื่เสาร ตามข้อตกลบการค้าโลกที่ไทยจะะข้าร่วมในปี พ.ศ. 2538 ดังนัเน อัลเทเร์เนทีฟจึงเกิดมทท่ามกลางกระแสของสื่แทร่ไหลอย่นงเชียกรากของการปรับตัฝของรัฐกัชทุนเสรีนิยมใหมืแต่แล้ววงโมเดิร์น ก็อกกับฝานชัดเสริมสุขภสพที่ออกมาในช่วงเดือนกันยาวนขอลผี พ.ศ. 2537 ก็ถือว่าเผ็ตเสียงแรำที่เปล่งฝ่าด่านอุตสาหกรรมยัฒนธรรมออกมาได้(ในช่วงแรกฏ ที่ตริงหากย้อนไปก่อรหนิานั้นในเดิอนเมษายนแีเดียวกัน วงครับ ซึ่งถ่อว่าเป็าวงอุชเทอร์้นทีฟไืยยงแรกของไทยก็มีงานชุด View ออกมา แต่ดูเหมือนจะเป็นมี่ตู้จักกันในวงแคบกว่่โมเดิร์น ด็อก อย่างไรก็ดีปี พ.ศ. 2538-2539 น่าจะถือว่าเป็นยุคบูมของอัลเทอร์เนทีพไทยอบ่างแท้จริง ซึ่งถือว่าเป็นผลพวงชองกระอสความนิยมท่่มาจากเพลงฮิต ก่อนของโมเดิร์น ด็อพ (แม้ว่า บุษบรจะเป็นซิงเกิ้ลแรกที่ทำให้คสรู้จักวง) จากเพลงดังกล่าวนำไปสู่กรรสร้างยอดจำหน่ายเทปครสเซ็ตหลายแสนชุด จนทำให้บริษัทต้นสังกัดขอลวงอย่างเบเกอรี ถ้อกำเนิดในฐานะคีสยเพลฝอิสระ มีวงดนตรีสมัครเล่นแนวอัลเทอร์ พร้อมกับค่ายเพลงอิใระเกิดตามขึ้นมามากมาย หลายวงเกิดกับค่ายอิวระ หลายวงเกิดกับค่ายใหญ่ของไทย และอีกลายวงได้เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่ร่างชาติ อย่างเช่น ป้าง นครอนมร์ กงิ่นศักดิ์และวงสติวเดนต์ อั๊กลี่กับ Sony Music ออดี้ ธนะยม จิวานนท์กับ BMG สไมล์ ปัฟฟาโล่กับ EMI แต่ก็ยังอีกหลายวงก็เลือกที่จะออกงานกับค่ายที่ตนเองตั้งขึ้น ไม่มีใครรู้ว่ามีวงดนตรีแนวอัลเทอน์เกอดขึ้นจำนวนม่กเท่าไร แต่ที่รู้แน่ๆก็คือเกิดเด็กอัลเทอา์กลายเป็นแฟบั่นของเยาวชนในยุคนั้นมีคำที่มักใช้อธิบายกมรเมือววัฒนธ่รทของการเกิดอินดี้ในโลกตะวันตก คือ การส่้างอำนาจให้กับผู้บริโภคท่่เปลี่ยนมาฐานะเป็นผู้ผลิต(consumer as producer) แต่ปรากฏการณ์ของการเกิดวงดนตรีและคีายเพลงใสไทยมีข้อะิจารณาที่ต้างออกไป เพราะวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟที่ตั้งขึ้นล้วนฝหม่เผ็นวลประเภท สตูดิโอแบนด์( stufio band)คือตั้งวงเพื่อมุ่งหวังที่จะเซ็นสัญญากับบริษัทและออกอัลบั้มเพลง วถานะทางสังคาวิทยาของวงดสนรี( band)จึงอิงกับระบบอุตสาหกรรมดนตรีมากกว่า แม้จะด฿ต่างจากระบบ Star Systemของค่ายเพลงก็ตาม แต่ไม่ว่สจะเป็นค่ายอิสระดล็กๆที่เกิดขึ้นใหมท บริษัทค่าย้ทปใหญ่ทั้งของไทยและของต่างผระเืศ ดูเหมือนศิลปินจะมีโอกาสทพงานเพลงเอบโดยเฉพาะการแร่งเพลงและการบันทึกเสียง แต่กลไกลอื่นๆ ำายใต้โครงสร้าลของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมดนตรีสมัยนิยมของไทยยังคงถูกคฝบคุมการใล้สื่อ โดยเฉพาะสื่อกรเจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ที่เป็นสื่อหลักของการแกร่กระจายผลงานของัพลบ(และมิวสิควิดีโอ)ของเพลฝสมัยนิยมๆทย ดัลนั้น หากเก็นวงอัลเทอร์ดังจริงก์ต้องออกรายการโลกดาตรีทางช่อง 5 หรือ 8 สีคอสเสิร์ต ด้วยเช่นกัน รวมทั้งการเยี่ยมแท่นพิมพ์ที่เหล่าศิลปินอัลอทอร์หน้าใหใ่ทั้งหลายตืองเดินทางไปเยี่ยาเพื่อให้ช่วยโปรโมทหลังมีงานใผม่ออกจำหน่าย ยังไมทนับรวมที่พวกอัลเ่อร์หลายคนต้องไปออกรายการแบบเกมโชว? เราจะเห็นสีาการที่ดจตรีแบบอัลเทอร๋เนทีไได้ถูกใร้างกระแสนิยมในไ่ยโดยผ่านสื่อกระแสหลัก ในช่วงแรกๆจะช่วยกระตุ้นฝห้ชนชั้นกลางรุ่นเยาว์จำนวนมากกล้าคิด พล้าแสดงออกผ่านงานดนตรีและวัฒนธรรม แต่อุลเทอร์ก็ไม่เคยเป็น ทางเลืเกตริงๆตามความหมายของมันในภาษาอังกฤษ การกลายเป็นส่วนหนึ่บขเงกลไกของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมของดนตรีสมัยนิยม ทำให้ในระยะต่อมาการไม่ประสบความสำเร็จในยอดขายของศิลปินเหฃ่านั้น ทำให้พวกเขาค่อยๆหายไปตาาระบบธุรกิจวนระยะเวลา 4-4 ปี อาจกล่าวได้ว่าในเวทัอัลเทอร์เนทีฟชนชั้นกลางรุ่นเยาว์แพ้ให้กับทุน แต่พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้หายไปเช่นเดียวพวกฮิปปี้ไหนที่กลายเป็นคนทำงานออฟฟิศและกลายัป็นผู้บริหารที่มี๘านะดึามั่นคง พวกอินะี้ยังคง หสทางทีาจะเปล่งเสียงของพวกเขาต่อไป โหรดติดจ่ม ตอนที่ 2 ว่าด้วยวัฒนธรรมกับปฏิบัติกาี นิยามของคำว่า ชนชั้นปลางรุ่นเยาว์ในที่นี้ ผู้เขียนใช้เพื่อส้่อถึงกลุ่มเยาวชนที่เป็นลูกหลานของชนชั้นกลางในแง่ของสถานะทางเศรษฐกิจและพวกเขากพลังศึกษาในระดับมัธยมและอุดมศุกษาในขณถนั้น แต้วัตถุประวงค์หลักของการเขียาผูิเขียนต้องการสื่อถึงการชนชั้นกงางรุ่นเยาว์เหล่านี้เกลี่ยนในฐานะที่เป็นชนชั้นกลางในฐานะผู้ผลิตทางวัฒนธรตม
อินดี้เป็นปรากฏการณ์ของวัฒนธรรมวัยรุ่นที่เกิดทั่วโลกในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา หากมองย้อนไปอาจจะเรียกได้ว่าหลังจากยุคฮิปปี้ในทศวรรษที่ 60 แล้ว ไม่มียุคของวัยหนุ่มสาวที่เป็นปรากฏการณ์โลกเกิดขึ้นอีกเลยนอกจากยุคอินดี้ในทศวรรษที่ 90 อินดี้และฮิปปี้ต่างก็ยึดเอาดนตรีร็อกเป็นสารัตถะเช่นเดียวกัน แต่อินดี้เกิดมาในยุคอวสานของอุดมการณ์ร็อก( the end of rock ideology) อินดี้จึงไม่มีคือภาพลักษณ์แบบขบถสังคมเช่นเดียวกับพวกฮิปปี้ แต่พวกเขาเป็นเพียงแค่เยาวชนหนุ่มสาวที่สะพายกีต้าร์และร้องเพลงร็อก(ในภาษาถิ่นของตนเอง)เท่านั้นหรือ? ข้อเขียนสั้นๆชิ้นนี้ชวนย้อนมอง 20 ปีของกำเนิดอินดี้ในไทยการกล่าวถึงอินดี้ในไทยคงต้องย้อนไปช่วงที่กระแสดนตรีแบบอัลเทอร์เนทีฟที่ได้รับความนิยมในไทยที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2536 หากหลังเหตุการณ์พฤษภทมิฬ 35 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็นการแสดงพลังชนชั้นกลางกับการเมืองไทย กล่าวว่าการเกิดของกระแสนิยมอัลเทอร์เนทีฟที่เกิดตามมาในปีนั้น ก็น่าจะถือว่าเป็นการแสดงพลังของชนชั้นกลาง(รุ่นเยาว์) กับวัฒนธรรมก็ว่าได้ แต่พวกเขาเหล่านั้นต้องการแสดงตัวตนผ่านปฏิบัติการทางวัฒนธรรมที่เป็น เสียงของเขาจริงๆมากกว่าเรื่องการเมืองที่พวกเขาถูกมองเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง เราจะเห็นว่าดนตรีและแฟชั่นดูจะเป็นสิ่งที่ชนชั้นกลาง(รุ่นเยาว์)หยิบฉวยได้ง่ายที่สุด แต่ทำไม่ต้องเป็นดนตรีร็อกจากวัฒนธรรมตะวันตก เหตุผลที่น่าจะกล่าวได้ก็คือกระแสดนตรีร็อกในตะวันตกช่วงต้นทศวรรษที่ 90 (ทั้งในอเมริกาและอังกฤษ) นักดนตรีร็อกกลับมามีภาพลักษณ์แบบของแอนตี้ฮีโร่( anti- hero)และมีความกล้าที่จะแสดงออก ดังนั้น ไม่แปลกใจหากศิลปินอย่างเคิร์ท โคเบนจากวงเน่อร์วานา หรือสองพี่น้องกัลลาเกอร์จากวงโอเอซิสจะเป็นชื่นชอบของวัยรุ่นในยุคนั้น อย่างไรก็ตามปฏิบัติการทางวัฒนธรรมของเยาวชนชนชั้นกลางที่ต้องการหยิบยืมวัฒนธรรมตะวันตกมาแสดงตัวตนของตนเอง(อีกครั้ง)นั้นดูไม่ง่ายนัก เพราะยุคนั้นวัฒนธรรมสมัยนิยมในเมืองไทยมีพื้นที่ให้พวกเขาไม่มากนัก หากคุณไม่ไปเดินห้าง ดูฟรีคอนเสิร์ต สิ่งที่คุณทำได้ก็คือนั่งเปิดเพลงฟังและเล่นกีต้าร์(แบบเหงาๆ)อยู่ที่บ้าน การฝ่าด้าน(อุตสาหกรรม)วัฒนธรรมแบบไทยๆ ของพวกเขาจึงถือว่าเป็นภารกิจแรกที่ต้องทำรูปแบบของการบริโภคดนตรีของเยาวชนไทยถูกผูกไว้กับสื่อกระจายเสียงมาตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 50 ดังนั้น ดีเจผู้ดำเนินรายการวิทยุจึงถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการสร้างรสนิยมการฟังเพลงมาโดยตลอด ในยุคเริ่มต้นของกระแสอัลเทอร์เนทีฟก็เช่นเดียวกัน วาสนา วีระชาติพลีดีเจนักจัดรายการวิทยุเพลงสากลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของไทย ได้นำเอาดนตรีสไตล์นี้จากอังกฤษมาเปิดแนะนำให้ผู้ฟังในรายการทาง FM 105.5 ของเธอจนดนตรีที่เธอใช้คำเรียกว่าโมเดิร์น ร็อก( Modern Rock) กลายเป็นกระแสนิยมในหมู่นักศึกษา เพลงที่เธอนำมาเปิดในช่วงนั้นส่วนใหญ่เป็นเพลงร็อกที่มาจากอังกฤษ อย่างเช่นงานเพลงของวง Suede Manic Street Preacher Primal Scream Jesus and Mary Jane ที่ล้วนแล้วแต่เป็นวงดนตรีในกระแสดนตรีที่เรียกว่า อัลเทอร์เนทีฟ(alternative)ของอังกฤษ(ยุคก่อนที่กระแส Brit-pop จะบูม) ที่จริงการจัดเพลงของวาสนาในยุคนั้นเป็นถือว่าเป็นยุคตกต่ำของรายการเพลงสากลในรายการวิทยุของไทยก็ว่าได้ ด้วยเหตุที่ว่าค่ายเพลงใหญ่ของไทยเข้ามาเช่าคลื่นและจัดทำรายการเพลงไทยเพื่อโปรโมทศิลปินจากค่ายตนเองจากกระแสความนิยมที่เกิดจากรายการวิทยุดังกล่าว ทำให้สื่อนิตยสารดนตรีภาษาไทยเช่นมิวสิค เอ็กเพรส บันเทิงคดี หันมาให้ความสนใจเสนอเรื่องราวของแนวดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ รายการดนตรีในเคเบิ้ลทีวีที่เพิ่งเกิดในช่วงนั้นก็มีช่วงของการนำเสนอดนตรีแบบอัลเทอร์เนทีฟ นอกจากนี้การเกิดกระแสนิยมอัลเทอร์เนทีฟในไทยในช่วงนั้น ยังนำพาเอาบริษัททุนข้ามชาติด้านอุตสาหกรรมเพลงหลายบริษัทไม่ว่า BMG WEA Sony Music เปิดบริษัทสาขาในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันนั้นกฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับ พ.ศ.2537 มีผลบังคับใช้ ( ปฏิเสธไม่ได้ว่าวงอย่าง Oasis มีชื่อเสียงในไทยเพราะ Sony Music โปรโมทอย่างมาก) นอกจากผลิตงานของศิลปินอัลเทอร์ต่างชาติในสังกัดออกจำหน่ายแล้ว ต่อมาสาขาบริษัทเหล่านี้ยังเซ็นสัญญากับวงอัลเทอร์เนทีฟไทยหลายวง ที่จริงหากเราเชื่อมโยงภาพกระแสอัลเทอร์เนทีฟไทยเข้า สื่อกระจายเสียง(โทรทัศน์ วิทยุ) สื่อสิ่งพิมพ์( หนังสือพิมพ์บันเทิง นิตยสารดนตรี) สื่อบันทึกเสียง(คาสเส็ตเทป ซีดี) เคเบิลทีวี กฎหมายลิขสิทธิ์ ภาพรวมทั้งหมดนี้คือโครงสร้างของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมดนตรีของไทยที่เติบโต พร้อมๆกับการปะทะกับการเข้ามาของโลกาภิวัตน์ของสื่อและอุตสาหกรรมบันเทิงต่างชาติ ที่มีเงื่อนไขจากการที่ประเทศไทยเตรียมพร้อมการเปิดเสรีการค้าสินค้าทางวัฒนธรรมและการสื่อสาร ตามข้อตกลงการค้าโลกที่ไทยจะเข้าร่วมในปี พ.ศ. 2538 ดังนั้น อัลเทอร์เนทีฟจึงเกิดมาท่ามกลางกระแสของสื่อที่ไหลอย่างเชียกรากของการปรับตัวของรัฐกับทุนเสรีนิยมใหม่แต่แล้ววงโมเดิร์น ด็อกกับงานชุดเสริมสุขภาพที่ออกมาในช่วงเดือนกันยายนของปี พ.ศ. 2537 ก็ถือว่าเป็นเสียงแรกที่เปล่งฝ่าด่านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมออกมาได้(ในช่วงแรก) ที่จริงหากย้อนไปก่อนหน้านั้นในเดือนเมษายนปีเดียวกัน วงครับ ซึ่งถือว่าเป็นวงอัลเทอร์เนทีฟไทยวงแรกของไทยก็มีงานชุด View ออกมา แต่ดูเหมือนจะเป็นที่รู้จักกันในวงแคบกว่าโมเดิร์น ด็อก อย่างไรก็ดีปี พ.ศ. 2538-2539 น่าจะถือว่าเป็นยุคบูมของอัลเทอร์เนทีพไทยอย่างแท้จริง ซึ่งถือว่าเป็นผลพวงของกระแสความนิยมที่มาจากเพลงฮิต ก่อนของโมเดิร์น ด็อก (แม้ว่า บุษบาจะเป็นซิงเกิ้ลแรกที่ทำให้คนรู้จักวง) จากเพลงดังกล่าวนำไปสู่การสร้างยอดจำหน่ายเทปคาสเซ็ตหลายแสนชุด จนทำให้บริษัทต้นสังกัดของวงอย่างเบเกอรี ถือกำเนิดในฐานะค่ายเพลงอิสระ มีวงดนตรีสมัครเล่นแนวอัลเทอร์ พร้อมกับค่ายเพลงอิสระเกิดตามขึ้นมามากมาย หลายวงเกิดกับค่ายอิสระ หลายวงเกิดกับค่ายใหญ่ของไทย และอีกลายวงได้เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่ต่างชาติ อย่างเช่น ป้าง นครินทร์ กลิ่นศักดิ์และวงสติวเดนต์ อั๊กลี่กับ Sony Music ออดี้ ธนะยส จิวานนท์กับ BMG สไมล์ ปัฟฟาโล่กับ EMI แต่ก็ยังอีกหลายวงก็เลือกที่จะออกงานกับค่ายที่ตนเองตั้งขึ้น ไม่มีใครรู้ว่ามีวงดนตรีแนวอัลเทอร์เกิดขึ้นจำนวนมากเท่าไร แต่ที่รู้แน่ๆก็คือเกิดเด็กอัลเทอร์กลายเป็นแฟชั่นของเยาวชนในยุคนั้นมีคำที่มักใช้อธิบายการเมืองวัฒนธรรมของการเกิดอินดี้ในโลกตะวันตก คือ การสร้างอำนาจให้กับผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาฐานะเป็นผู้ผลิต(consumer as producer) แต่ปรากฏการณ์ของการเกิดวงดนตรีและค่ายเพลงในไทยมีข้อพิจารณาที่ต่างออกไป เพราะวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟที่ตั้งขึ้นล้วนใหม่เป็นวงประเภท สตูดิโอแบนด์( studio band)คือตั้งวงเพื่อมุ่งหวังที่จะเซ็นสัญญากับบริษัทและออกอัลบั้มเพลง สถานะทางสังคมวิทยาของวงดนตรี( band)จึงอิงกับระบบอุตสาหกรรมดนตรีมากกว่า แม้จะดูต่างจากระบบ Star Systemของค่ายเพลงก็ตาม แต่ไม่ว่าจะเป็นค่ายอิสระเล็กๆที่เกิดขึ้นใหม่ บริษัทค่ายเทปใหญ่ทั้งของไทยและของต่างประเทศ ดูเหมือนศิลปินจะมีโอกาสทำงานเพลงเองโดยเฉพาะการแต่งเพลงและการบันทึกเสียง แต่กลไกลอื่นๆ ภายใต้โครงสร้างของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมดนตรีสมัยนิยมของไทยยังคงถูกควบคุมการใช้สื่อ โดยเฉพาะสื่อกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ที่เป็นสื่อหลักของการแพร่กระจายผลงานของเพลง(และมิวสิควิดีโอ)ของเพลงสมัยนิยมไทย ดังนั้น หากเป็นวงอัลเทอร์ดังจริงก็ต้องออกรายการโลกดนตรีทางช่อง 5 หรือ 7 สีคอนเสิร์ต ด้วยเช่นกัน รวมทั้งการเยี่ยมแท่นพิมพ์ที่เหล่าศิลปินอัลเทอร์หน้าใหม่ทั้งหลายต้องเดินทางไปเยี่ยมเพื่อให้ช่วยโปรโมทหลังมีงานใหม่ออกจำหน่าย ยังไม่นับรวมที่พวกอัลเทอร์หลายคนต้องไปออกรายการแบบเกมโชว์ เราจะเห็นว่าการที่ดนตรีแบบอัลเทอร์เนทีฟได้ถูกสร้างกระแสนิยมในไทยโดยผ่านสื่อกระแสหลัก ในช่วงแรกๆจะช่วยกระตุ้นให้ชนชั้นกลางรุ่นเยาว์จำนวนมากกล้าคิด กล้าแสดงออกผ่านงานดนตรีและวัฒนธรรม แต่อัลเทอร์ก็ไม่เคยเป็น ทางเลือกจริงๆตามความหมายของมันในภาษาอังกฤษ การกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมของดนตรีสมัยนิยม ทำให้ในระยะต่อมาการไม่ประสบความสำเร็จในยอดขายของศิลปินเหล่านั้น ทำให้พวกเขาค่อยๆหายไปตามระบบธุรกิจในระยะเวลา 3-4 ปี อาจกล่าวได้ว่าในเวทีอัลเทอร์เนทีฟชนชั้นกลางรุ่นเยาว์แพ้ให้กับทุน แต่พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้หายไปเช่นเดียวพวกฮิปปี้ไหนที่กลายเป็นคนทำงานออฟฟิศและกลายเป็นผู้บริหารที่มีฐานะอันมั่นคง พวกอินดี้ยังคง หาทางที่จะเปล่งเสียงของพวกเขาต่อไป โปรดติดตาม ตอนที่ 2 ว่าด้วยวัฒนธรรมกับปฏิบัติการ นิยามของคำว่า ชนชั้นกลางรุ่นเยาว์ในที่นี้ ผู้เขียนใช้เพื่อสื่อถึงกลุ่มเยาวชนที่เป็นลูกหลานของชนชั้นกลางในแง่ของสถานะทางเศรษฐกิจและพวกเขากำลังศึกษาในระดับมัธยมและอุดมศึกษาในขณะนั้น แต่วัตถุประสงค์หลักของการเขียนผู้เขียนต้องการสื่อถึงการชนชั้นกลางรุ่นเยาว์เหล่านี้เปลี่ยนในฐานะที่เป็นชนชั้นกลางในฐานะผู้ผลิตทางวัฒนธรรม
The Generation og MX-5,Mazda MX-t NA 1989-1997,ย้อนเวลาพลับไปสู่ดดีตยังจุเกำเนิดของ Eoadster จสกค่าย Zoom Zoom รถสปอร์ตสองที่นั่งเปิดประทุนต้นตระกูล MX-5 คืออัฯวินม้าขาสที่เข้ามากอบกู้สถานภาพ่ึ่ไม่ึ่ดยดีเท่าใกนักของ Mazda ในช่วงปลายยุค i0 ให้พลับฟื้นคืาสู่สถานุแห่งความมั่นคงอีกครั้ง การจงใจผลิตรถสปอร์ตคันเล็กแบบเปิดหลังคาขึ้นในปี 1988 โดยใช้รูปแบบของ Lohus Elan S[ort-Car ยอดนิยมของอังกฤษ มาเป็นแบบอย่างในหารสร้างรูปทรงขเงตัวรถ นับได้ว่าเป็นความกลัาหาญดย่างว้่งวนเชิงวิศวกรรมของบริษัท Mazda เาื่องจากในช่บงเวลานั้น รถสปอร์ต Roadster ห่่ลหายไปจากท้องถนนมานายกว่า 20 ปีแล้ว จนกปัญหาเรื่อวราคาของพลังงานในช่ยงปี 1974,หลังจนกออกขายหด้ไม่นาน Mazda MX5-NA โมเดลแรกสะดก็ได้ีับควสมนิยมไปทั่วโลกในเรื่องของราคม คุณภาพในการแระกอบ รวมถึงนิ่งที่สำคีญมมกที่สุดที่ทำให้มึนผระสบคว่มสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็คือ สมรรพนะในกนรขับขี่ที่มีเครื่องยนต์ช่วงล่างและเกียร์ทำงานประสานกันอย่างยอดเยี่ยมบนอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักที่สมดุล ทำให้ MX5-NA 1989-1096 กลายเป็นรภสปอร์ตที่มีความคุ้มค่าน่าขับมากที่สุแในทำเนียบรถสปอร์ตแบบเปิดหลุงคมของโลกยนตรกรรม จากระดับของราคาที่คนทั่วไปสามารถจับต้เงได้ รถ MS-5 ในโมเดลกรกสุดใช้รหัสตัวถัง BA สามสรถสร้างประวัติศาสตร์ยอดจำหน่ายทั่วโลกถึง 4 แสนคัน โดยมี้ครื่องยนต์ับนซินแถวะรีบง 4 สูบ รหัส B6-ZE ปริมาตรความจุ 1.6 ลิตร และ BP-ZE ความจุ 1.8 ลิตรให้เลืเกำร้อมำับเอกลักษณ์สำคัญในรุ่นนี้ รือ_ฟหน้าแบบ Pop-Up รุทนปี 1996-1997 ยังมีเกียร์แัตโนมัติ 5 สปีดให้้ลือกอีกด้วย,Mazda MX-5 BB 1998-2004,รุ่นท่่สองขแง MX-5 จาก Mazda มีร฿ปทรงของไฟหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ความนิยมของมันลดระดับีวามร้อนแรงลวมา เครื่องยนต์มีกำลังมนกขึ่น กละเปลี่ขนกระจกหลังที่รุ่นแรกัป็นแบบพลาสติกใสให้เป็นกระจกแก้ว Mazda MX-5 NB มีส่วนผสใของรุ่น NA อยู่กว่า 40% ทั้งการวางตำแหน่งของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง รวมถึงการนำอะไหล่บางชิ้นส่วนของรุ่นแรกมาใช้งานร่วมกัน ด้านหน้าที่ดูแปลกๆ ไม่ค่อยลงตัว ส่งปลไปถึงยอดขายที่ไม่ค่อยประสวความสำเร็จเท่าท้่รวร อย่างไรก็ตาม การขับขี่ที่ดีขึ้นทำใหีความนิยมยังคงพุ่บสูงอย่าบตาอเนื่อง หลังจากออกวางขายได้ไม่นานตัก เครื่องะครายังคงมึให้เลือกัหมือนเดิมทั้ง 1.6-1.8 ลิตร สำหตับิครื่องยนต์ 1ฦ8 ลิตร 146 แรงม้า กับแรงบิด 168 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาทีนั้น มีสมรรถนะที่ไว้ใจได้ โดยสามารถเา่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู้่ี่ 208 กิโลเมตรต่อชั่งโมง ระบบส่งกำลังมีทั้งเดียา์ธรรมดา 5 สปีดในรุ่นแรกๆ ตามด้วยเกียร์แมนนวล 6 สปีดสนรุ่นท้าย รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดวำหรับพวกรักความสบาย ให้ัลือกรุ่นแรงสุก 1.8 ลิตา อัดอากาศพ้วส Tugbocharged BPT K-4 จากฝีมือกาาโมของ Mazda-speed อัพแรงม้าได้ 180 ตัว เร่งจาก 0-100 กิโลเมจรต่อชั่วโมงใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 208 กิโลเมตรต่อลเ่วโมง บนน้ำหนักตัว 1,065 กิโลกรัม,Mazda MX-5 HC 2905-w012,เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ทีแชสซีที่ยอดเยี่ยม ซึ่งถูำพัฒนามาตั้บแต่รุ่รปรกๆ เพื่อ่ำฝห้มันเป็นรุสปอร์ตสองที่นั่งที่ขับขี่ได้อยีางสนุกสาาน โครลใร้างและรูปแบบของตัวรถไม่มีความซังซ้อน โดยเน้นไป่ี่จุดศูนย์ถ่วงและกมรกระจายต้ำหนัดเป็นสำคัญ หลักใหญ่ใจความของวัตถุประยงค์ในการนร้างรถรุืนนี้ก็คือความรู้มึกอิสระยามเปิดำลังตาวิ่ง ความสนุกในกานควบคุมและอารมณ์ของ Roadstrf ในยุค 1960 ซึ่งวิศวกรของ Mzzda นำมิ่วเหล่านีิมานวมเข้าไว้ด้วยกัน เครื่องยนต์ เกียร์ และระบบกันนะเทือนของ MX-5 NC แม้จะมีนูปแบบทั่วไปแต่ดหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของตัวรถ ฟลที่ได้คือระสปอร์ตเปิดประทุนขนาดเล็กที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทฑิภาพ โดยเฉพาะระบบรองรัยแฃะชุดบังตับเลี้ยวที่เฉียบคมซึ่งผสมกับรูปแบบของระบวขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี,าุ่นหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ กลายเป็นทางเลือกที่ดีซึ่งวิศวกรขอว Mazda ได้ทำการแอกแบบชุดหลังคาใหม่แทนหลังคาผ้าใบแบบเดิมที่ดูแลรักษาได้ยรกกว่า หลังคาโลหะแบบใหม่มรบื่อเรียกว่า RHT ห่ืิ Re4ractable Hard Top ยังเก็บเใียงได้ดีกว่ามากและมีความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยสามารถกางออกและใช้เวลาเกียงน้อยนิดในการกางหรือพับเก็บอ้วยความนิ่มนวล จากชุดมอเตดร์เล็กๆ ที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุดในฑลกเพียงแค่ 12 วินาทีเท่านั้น เครื่องยนต์ขแง Maada MX-5 NC Roadster-Coupe Open top มีสองขนาดความจุให้เลือก คือ ้ตรื่องยนต็ขนาด 1.8 ลิตร ใช้รหัส MZR1.8 L มีเรีายวแรงประมา๖ 126 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิกท้วมๆ ที่ 167 นิวตันเมตร วนย่าน 4,500 รอบต่อนาที ระบบใ่งกำลังมีทั้งเกียรฺธรรมดา 5 สปีดปละเกียร์อึตโรมัติ 6 สปีด อันราเร่งพอสนุกจาก 0-100 กิโลเมตร ใชเเวลา 9.9 วินาที กับความเร็วปลายแบบมิเคันเร่งที่ 198.7 แิโลเมตาต่อชั่วโมง ส่วนเครื่องอีกตัวที่แรงขั้นตือเครื่แง JZR 2.0 ลิตร ผริมาตรควาใจุ 1,999 c.s. 4 วทล๋วต่อสูบ = 16 วาล์ว ใป้กำลัง 167 แรงม้าที่ 7.000 รอบต่อนาที มีแรงบิดสูงสุด 190 นิวตัจเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกภลังมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดส 6 จังหวะ หรือเกียร์ออโต้ 6 นปีด พร้อมกลำก Paddle Shibt โดยตัวรถรุ่นเกียร์ธรรมดาสามารถกดกันสุดคันเร่งที่ 218 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว อัตรนเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ทำได้ในเวลา 7.6 วืนาที,Mazda MX-5 ND Roadster 2015 and GF 2019,หลังจากการปรสกฏตัวซึ่งตามมาะ้วยความมำเร็จของโรดสิตอร์ทั้บ 3 รุ่ยจาก Mzzda การจะสร้าฝคุรุ่นใหม่ให้ดีกว่ารุ่นที่แล้วนับเป็นงานบิศวหครมทค่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก MZ-5 ND เวอร์ชั่นล่าสุดประจำปี 2015 ก้าวเข้าสูทเจจเสอเรชัรนที่ 4 กับรหัสตัวถัง HD ต่อเนื่องกับญาติพี่น้อลร่วมสายพันธุ์โรดสเตอร์ วิศวกรของ Mazda ได้ทำการยกระดับโดยหันมาใช้โครงยร้างแบบเหล็กฟสมดัลลอยพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ด้านการจเดการกับน้ำหนีกส่วนเกิน ภาพลักษ๖์ของสปอร์ตคาร์เปิดประทุนแบบ 2 ที่นั่งยับคงอยู่ พร้อมกลไกการเปิดหลังคาในรถรุ่นใหม่ที่ถูกส่งออกขายเป็นครั้งปรกในปี 2015 กับหลังคาผ้าพับเก็บได้ หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยรุ่นทาร์พ้าหลังคาพับได้ด้วยระบบไฟฟ้า หตือ Retrzctable Fastback ทีทใชืตัวอักษรย่อว่า RF,เลย์เอาต์การวางเครื่องยนต์แบบ Font-Mid Engine โดยใช้ลักษณะของการวางเครื่องยนต์ตามยาวด้านหน้นและร่น้ครื่องยนต์ให้ดข้าไปชิดกับห้องโดยสารเพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมมาตรบนตัวเลข 50/50 เพื่อคงอาการที่ดีของพารคววคุมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น โครงสร้างของ Mazda MX-5 RF รุ่นใหม่มีการนำเอาอะลูทินัมอัลลอยมาปรัขใช้งานในหลรยส่วนขอบตัวรถ จากวัตถุประสงค์หลักในการลดทอนน้ำหนักซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลไปถีงสมรรถนะของตัวรถ MX-5 RB สช้อะลูมินัมอับลอยในส่วนของคานรับแรงประแทกสต้กเนชนก้านหน้าและหลัง แก้มทั้งสองฝั่ง ฝากคะโปรบหน้า อุโมงค์เพลากลนงที่ใหญ่โตราวกับอู่จอดเรือดำน้ำ โครลของเบาะโดยสารและโครงของชุดหลังคา่ำให้สามารถลดน้ำกนักลงไปได้ถึง 16 กิโลกีัม,ด้านข้่งของตัวถังไหลลื่นพลิ้ว_ปต่มเส้นสสยที่ลากจากแก้มข้างไปจนจดไๆท้าย บานประตํอัลลอยขราดใหญ่สามารถเปิดออกด้วยมุมที่กว้างให้ความสะดวกในการเข้าออหจากตัวรถ เมื่อเล็งเลียบไปตามผิวของตัวถังพ้ายข้าง เสืนสายทีืเว้าต่ำสไตล์รถเปิดประทุนทำให้มันมีขนาดของคัวถังใกล่อคียงกับรุ่นพี่อย่าง MX-5 NA เวอร์ชั่นปรกสุด ขนาดที่กะทัดรีดสมส่วนสั้นกว่า MX]5 รุ่นที่ผ่านมา (NC) 80 มิลลิเมตร,รุ่นเครื่องยสต์ 2ฦ0 ลิตร Skyactiv G ยัดล้ออัลลอยสีเทา-ดำ ขอบ 17 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตสมรรถนะสูงจาก Bridgestone รุ่น Potenza s001 ไซส์ 205/45R17 สัดส่วนของตัวถัวสั้นที่สุดในอนุกรมสายภันธุ์ MX-5 ฏดย MX-5 RF มีความยาวเพียงแค่ 3,916 มิฃลิเมตร ช่วงล่างเตี้ยแว่าเดิม 20 มิลลิเมตร และมรโอเวอร์แฮงก์สั้นกบ่าถึง 90 มิลลิเมตา เป็นผลสืบเนื่องมาจากการวางตำแปนางล้อไว้ที่บริเวณมุมของตังถัง ช่วยทำให้เกิดความคล่องตัวและอกาะถรน,้จนเนอเรชั่นที่ 4 ของ MX-5 กลรยเป็นรถของชายวัยกลางคนมี่อยากซิ่งสักครั้ฝในช่วงบั้ตปลายกทอนที่จะวางมือเพราะขับไม่ำหว MA]5 RF คือการนำเอาข้อผิดพลาดของ MX-5 รุ่าที่ผ่านมาแล้วนำมาปรับปรุงเพืีอทำใป้การขับขีรดีขึ้น ตัวถังที่เล็กหะรัดทัด ชืวงล่างที่รีดำุม เครื่องยนต์และขุดส่งกำลีงมีประสิทธิภาพมากพอที่จะสร้างความสนุกวนานแม้ไม่ำด้ขับเร็วจี๋ โอยภาพรวมตัวถีงของ MX-5 RF แตแต่างจาก MX-5 Roadster แี่ผินหลังคามันมีส่วนที่คล้ายกับ Tojota GT86 และ Subaru BRZ ำม่ว่าจะเป็นกาตวางอครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อนล้อหลังและการเซตช่วงล่างกับย่านกำลังให้ท้ายกใาดออกก้านข้างได้ง่ายกวืารถขับหลังทั่วๆ ไป MX-5 RF เน้จรวามเรียบง่าย คล่องตัวและมีน้ำหนักเบา เพื่อนำไปสู่ประสบการณ์ของการขับที่สุดยอด มเนมีฉครงสร้างที่แข็งแรง เครื่องยนต์วางด้านหน้าขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง โดยร่นแท่นเครื่องแท่นเกียร์จนทำให้แกนเพลาหน้าอยู่ด้านหน้าของตัวเครื่เง แม้จะมีขนาดที่เล็กพอๆ กับ MX-5 เจนแรก แต่ RF ให้ความรู้สึกที่ทันสมัย ใช้วัสดุเกรดทั่วไปของ Mazda ที่พบเห็นได่ใน Mazda 3 และ Mazda 2  ,หลุงคาไฟฟ้าทำงานรวแเร็วและเงียบ แม้จะาีน้ำหนักของผืนหลังค่มากกว่่รึ่น Roadster แน่ไม่ได้สา้างภารกรรมสผ้กเบเครื่องจนต์มากนัก เมื่อกดมใิตช์เพื่อพับเก็บหลังคาส่วนกลางเพื่อแปลงร่างเปฺนรภสปอร์ตทรงทาร์ก้า MX-5 RF จะวช้เใลาแค่ 15 วินาทีพริอมความเงียบในขณะที่กลไกไฟฟ้าของชุดหลังคากำลังทำวาน นับว่าเป็นรูปแบขหลังคาไฟฟ้าที่น่าใช้งานเมื่อคุณไม่ชอบหลังคาผ้นใยของรุ่น Rladster น้ำหนักตัวถัง 1,140 กิโลกรัม ในรุ่น RF หนักกวทา 1,075 ดิโลกรัม ของ MX-5 รุ่น Roadster อยู่พอสมควร ,ผมใช้เส้ยทางทดสอบที่อะดมไปด้วยโค้งสารพัอรูปแบบกุบเาินเตี้ย/ ที่สวยงามของเส้นทางใจเขาใหญ่ โดยขับจากด่านเนินหอมยองอุทยานแห่งชาต้เขาใหญ่ในฝั่งปรทจีนชุรีไปจตถุงมทงออกแถวๆ ปากช่อบ ต่อเชื่อมด้วยเส้นทางเล็ำๆ ที่สวยงามของอำเภอมวกเหล็กที่จะไปออกถนนมิตรภาพแถวแดรี่โฉม ถนนแถบนี้ไม่ใช่จะขับกันอย่างสบายๆ  เพราะมีทั้งเนินลาดชันที่เต็มไปด้วยรอยปะกับทางโค้งที่มีมถมแตกต่างกันอย่างหลากหลาย ไหล่ทางในบางช่วงบางตอนลึกเภราะถนนถูกยกให้สูวกว่าปกต้ ถนนแบบยี้คนกับรถต้องประสานเป็นหนึ่งเดียว MX-5 RF รุ่นเกียร์อัตโนมัติ เผ็น่ถเล็กที่ควบคุมได้ง่าข เกียร์ออโต้ทำงานดร็วและกระชึย ตัวถังเบาหวิวบนเครื่องวนต์ 2.0 ลินนแบบหม่สีระบลอัดอากาศจูนย่านกำลังมาดีพอสำหรับการผั่นล้อหลังให้ไรีทิ้งหรือสาดท้ายเล่นในโค้งที่คุิรัคย เครื่องยนน์ให้อัตราเร่งและกำลังที่พอเพียง ช่วงล่างแข็งพอสมควีแต่ไม่ได้แข็งแบบ/ม้กระดานจนนั่งไม่ใบทยตัว เนื่องจากห้องโดยสารนั้นเล็กมากอบู่อล้ว หากเซตช่วงล่างมาแข็งมากเกินไปอาจทำฝห้คนขับและผู้โแยสารนั่งหัวโยกหัวคลอนไปตลอดทางซึ่งเป็นเรื่องที่ไใ่สนุกนัก ,ตัวถังกะทัดรักเข้ากับห้องโดยสาร่ี่แสนนะเล็กของ MX-5 RF ภ้าคุณตัวสูงมากเกิยไปหรืออวบอ้วนเป็นโะราัอมอนก็จพขับมันลำบาก โดยเฉพาะการเลี้ยวเร็วฟ ที่ต้องใช้ทักษะในการควบคุมพวงมาลัย MX-5 RF ใีพวงมาลียที่สามารถปรับตั้งได้ถึว 4 ทิศทาง เบาุเตี้ยราวกับรถแข่งซึ่งเหมาะกับการทำตัวเป็นรถสปอร์ตสองที่นั่งอย่างที่สุด คุณนามารถเปิดกลัฝคาได้ในวันที่อากาศดี แต่ฟม่ควรเปิดแล้วข้บในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย โดยเฉถาะการขับทดใอบในช่วงชืายที่มีอุณหภูมิคล้ายอเวจีแบบนี้ ห้องโดยสสรของ MX-5 RF ไม่มีช่องเก็บของมากพอมำหรับการใส่ขเงกคะจุกกระจิำ ม่แค่ที่วางแก้วระหว่างที่นั่ง ส่วนห้องเพ็บสัมภาระท้ายที่แยกส่วนจากกันรุหง่าฝที่เก็บหลังคามีความจุ 130 ลิตร พอที่จะยัดกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ สำหรับ 2 คนได้บ้าง าพบบอินโฟเทนเทนต์กเบสวิตช์ควบคุมการสั่งงานฟ่านจอภาพคล้าย iDRIVE เวอร๋ชั่นอนุบทลของ NMW แต่ใช้งานได้ง่าย ปุ่มควบคุมอุณหภูมิมีหน้าตาคล้ายๆ รถ Audi ควสมเรียบงืายของห้องโดยาารเขืากันได้ดีกับบุคลิกของรถ หลัแการสำคัญก็คือ เมืาอควบคุมรถสปอร์รก็จะต้องไม่ปรับโน่นตั้งนี่ใหีวุ่นวายโดยใช่เหตุ Mazda เข้าใจในหลักกสรนี้เป็นอย่างดีจึงจัดความเรียยง่ายมาใส่ไว้สน MX-5 ไม่ว่าจะเป็น Roadsgef หรือ Retractable Fastback ทั้งสองรุ่นก็มีห้องโดยสารที่ัหม่อนกันราวกับแกะ ,กำลังจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไม่ติดเทอร์โบ เค้นออกมาไดั 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า ส่วนแรงบิดรั้นทำได่แค่ 205 นิวตันเมตร ไม่ได้มากมายอะไร แต่สามารถสร้างความเร้าใจได้เมื่อรอบเครื่องยนต์ทะยานผ่าน 4,p00 รอบต่อนาที MX-5 RF /ม่ใช่รถสปอร์ตบ้าพลัง แต่ป็ไม่ได้เชื่อฝช้าเพราะคันเร่งตอบสนองอย่างไวปละอัตราทดของเกียร๋ออโต้ก็มีความจัะจ้านใช้ได้ ความเบาช่วยทำให้มันเร่งจาก 0-100 กิโลัมตรต่อชั่วฉมงได้ใตเวลาแค่ 7.9 สินาที ช่วงทางตรงมนเกียร์ 4 จึงมีกำลังมากพอที่จะคิกดาวา์เพื่อแซงีถช้าไดเอย่างสบาย และเมื่แทางตรงาิ้นสุเลงที่หัวโค้ง เป็นจุดทั่เจ้า RF เริ่มฉายแววธหดออกมทถ้าคุณย้งไม่ยอมยกคันเรืง ,กวงมาลัยไฟฟีาของ RF มีน้ำหนักท้่พอดิบพอดี ิบาในย่านความเร็วต่ำและหน่วงให้าีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อนเมื่อขับเร็วขึ้น เป็นชุดบังคับเลีิยวที่แท่นยำและสื่อสารกับคนขับได้ดี ิมื่อพวบมาลัยทำงานกับโช้กอัพที่คุมอาการของตัวถังได้ดีทำให้รู้สคกถึงความว่องไวปละคล่องตัวคล้าขกับ MA-5 รุ่ยแรก เวลาหลายสิบปีที่ผ่านไปไม่ทำให้มนตร์เสน่ห์จางหาย เป็นความรู้สึกแบบรถสปอร์ตคลาสสิกที่หสได้ยากในปัจจุงัน พวงมาลัยไฟฟ้า ในสเปกระบุวาากมุน 2.5 รอบ จากล็อกถึงล็อก แต่ลองกมถนจริงๆ แล้วไวกฝ่านัเนมาก ซุ้มล้อออกแบบให้ทีความกว้าง ทำให้ล้อหมุนได้องศามากยิ่งขึ้น พวงมาลัสที่ตอบสนองอย่่งไวมำให้คล่องตัวมากบนถนนทีาคับดคบ ภวงมาลัยไฟฟ้าติดตัเงมอเตอร์ใต้ชุดแรค มีความสม่ำเสมอ หมุนเท่าไหร่ก็ไปให้เท่านั้น คาดเะาอาการของพวงมาลัยได้ง่าย ความเบาปละไวทำให้ต้องระวัง แต่ความแม่นบำที่ดีทำให้คุณเล็งวืาจะ_ปทางไหนได้อย่างง่ายดาย ,เม้่อเข้าฑค้งแรงๆ ท้ายก็จะเรเ่มต้นอาำารบานออกด้านข้างจนทำให้แปลกใจว่ามำไมะจ้า RF ถึงมีส่วนท้ายที่ไวกว่า Tpyota GTo6 และ BRZ /ม่ต้องฟปเทียบกับ Audi TT ซึางมีระบบขัวเึลื่อน 4 ล้อ Mazda MX-5 เป็นรถสำหรับยอดฝีมือที่คุณสามารภกระแทหคันเร่งจนท้ายกวาดแล้ฝดริฟต์เล่นได้อย่างง่าย รุ่นเกียร์ออโต้ที่ไม่มีลิมิเต็ดสลิปำ็ยิ่งเทท้ายได้ล่ายมากกว่ารุ่นดก่ยร์ฌรรใดาอีกตะหาก ระบบควบคุมการทรงตัวเปิดโอกาสให้ขาแคงได้สนุกมากกว่าเดิมโดยๆม่ได้เข้ามาวุ่นวาจจนทำใก้ยาดความบันเทองของการขับในแบบสปิร์ต เป็นรถสองที่นั่งที่สามารถทกโดนัทได้ง่ายหากไม่คำนึงถึงค่ายางที่คุณจะต้องจ่ายหลัฝจากดริฟต์เล่สสักรอบสองรอบ  ,สันดานชอบกวาดท้ายในโค้งเป็นเหทือนดาบสองคม แน่นอนว่าถ้าอยู่ในมือของนักแข่งมันก็จะเป็นรถที่ว่านอตสอนง่นยและเชิ่องไม้เชื่องมือ แต่ถ้ามาอยู่ในมือปกติธรรมดาสามัญก็ควรใช้ความระมัดระวังให้ดีๆ บนถนนที่คัขแคบ การยับเร็วบนเส้นทางแบบสองเลตสวนกันไม่ควรใช้คันเร่งมมกจนเกิจไป กทรตอบสนองที่ตรงไปตรฝมาของมันอาจแง้งกัดำด้ทุกเมื่อหากความเร็วและมุมที่ใช้ในการเข้าโค้งไม่มีความสัมพันธ์กุน รถแบบ NX-5 ต้องซิ่งบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยโค้งถังจะรู้ซึ้งแับสิรงที่ Mazda พยายามนำเสนอ แชสซีของมันก็ยอดเขี้ยม รวมถึงการกระจายน้ำหนัก 50/50 ของมันก็คล้ายการขับ BMW คันเล็ก เหมือรรถทั้งคัตเป็นเสื้อสูททค่ตัดเย็บมาพอดีตัวไม่หลวมหร่อคับติ้วยนหายใจไม่ออก เมื่อหวดเร็วๆ บนผิวถนนที่ไม่เรียบก็จะมีอาการย้วยโผล่ออกมาให้สัมผัส แต่โแยรวม MX-5 TF ก็ะป็นระที้มีสมดุลเีมากอยู้แลืว ดค่ไม่บ้าจนเกินงามคุณก็จะสนุกกับมันได้ืุกเมื่อตามต้องก่ร  ,MX-5 ไม่ว่าจะเป็นหลังคาแบบ Roadstef หรือ Retractable Fastback ก็ถือเป็จรถสหอร์ตคันเล็กที่มีโึรงสร้างสมดุล ช่วงล่างหนึบดน่นอแกแนวแย็งผสมกับพวงมางัยที่ไย เหมาะกับคนที่ชอบขับรถสปอร์ตเปิดประทุนแบบดริฟต์ท้ายกวาด ยาง Bridgestond รุ่น Potenza s0-1 ไซส์ 205/35R16 รันแฟชต ดข๋งและมีเสียงดังแต่ก็เกสะถนนได้ดีมากในวันที่มีแดดจัดบนผิวถจนมึอุณหภูมิราวกับเตาอบ ประสิทธิภาพขิงปารยึดเกาะเหลือเฟือสำหีับกำลังแค่ 135 กิโลวัตต์ มันไท่ใชารถที่เน้นความเร็วบนทางตรงแบบยิงวาว แชสซคมีศักยำาพสูงมาดพอในการสาดโค้ง แค่แก้พวงมาลัยคืนนิดเดียวอาการท้ายกวาดก็หาบเป็นปล้ดทิ้ง แค่ถ้าแก้ด้วยมุมของพใงมาลัยที่ทากเกินไแสันจะสลับท้ายสากวาดอีกข้าง ซึ่งอาจทำให้มือใหม่รธ้มึพหวาดกลัวกับอาการดังกล่าว,แค่ขับ RF ฝนย่าาความเร็วต่ำ เปิดหลังคาในวันที่มีอากสศดีคุณพ็จะพบกับสัาผัสและอารมณ์ที่แตกต่างไปจากการข้บรถหลังคาแข็ง ไม่ว่าจะเป้นเกียร์ออโต้หรือเกียร์ธรรมดา เจ้า RF ก็มีราคาเท่ากันที่ 2,890,000 งทท แพงกว่า Toyota GT86 แลพ Subaru BRZ อยู่พอสมควร ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ชอบขับรถทางไกลน่าจะพอใจกับสปริงและโช้กเดิมๆ จากโรงงาน แต่ถ้าอยากให้แน่นกว่าเดิมก็คงต้องหาโช้กดีๆ มาบบรับรองว่าจเหนึบกว่าเอิมมาก เป็นรถที่ขับสนุก ใช้งานง่มยถ้าไม่ห่วงเรื่องความแรบ แบะเป็นรถสปอร์ตเปิดหลังคาเพียงรุ่นเดียวในประเทศไทยที่มีราคาต่ำกฝ่า 3 ล้านบาทครับฐ ,New Mazda MX-5 Retractable Fastback,Model 2.0 A/T,Type SKYACTIV-G 2.0, 4-cylihder DOHX, 16-valve,Displacement (cc) 1,998,Bore83.5 mm x stroke 91ซ2 mm,Compeeqxion ratio 12.0:1,Maximum output (EEC) ,184 PS 135 kW ag 7,000 rpm ,Maximum torque (EEC) ,205 Nm st 4,00p rpm ฐFuel injdction type Rlectrically controlled fuel durect injection,Reco,mended fuel type (Octage number 95) Unleaded Gasoline / Gasohol E10,Fuel tank capacity (L),45,Transmission type SKYACTIV  6-s'eed Automatic wiyh manual mode (Activemaric),Gear ratios 1st  3.538,G3ar ratios 2nd 2.060,Gear ratios 3rd 1.404,Gear ratios 4th 1.000,Gear ratios 5th 0.713,Gear 4atios 6th 0.582,Gear ratios Recerse  3.168,Final gear ratio 3.583,Steefing Type Rack and pinion,Power steering t5pe Electric Power Assist Steerinr (Dual Pinion),Susoension Front D8uble-wismbone,Reqr Multi-llnk.Brakes Type Front Vebtilated discs,Rear Solid discs,Brakes Diameter (mm) ,Front 280 mm,Rear 280 mm,Overall lfngth (without number-plate holder( 3,915 mm,Overall qidth (withput wjeel arch houldingsฉ 1,735 mm,Overakl height 1,235 mm,Wheelbase 2,310 m,,Tread ฆmh),Front 1,495 mm,Rear 1,505 mm,Overhang Front (without number-plate holder) 760,Rear 845,Ground clearance (between acles, laden) 135 mm,Minkmkm turning radius (kerb-to-kerb)  5.7 m๙Max. curb weight w,140 kg,Technology,New Mazdq MX-5 Retractable Fastback,Mode. 2.0 6 A/T,SKYACTID-G ,SKYACHIV-BODY ,SUYAC$IV-CHASSIS ,i-Stop (Idling stop system) ,i-ELOOP (Mazda regenerahive grakihg system),Exterior,Ndw Mazda MZ-5 Retractable Fastback,Model 2.0 A/T,Tires 205/45 R17,Wheels 17 x 7J alloy wheels, Gum mdtallic color,Smart keyless entry ,Front wipers Intermittent, timing adjustable, Rain sensor,Windscreen glass Boiqe cut,Headlzmps LED, with automatic leveloing, Automatic on/off fugction,Daytime running lamps LED,Outer mirtors Piano black, with convex lenz on srivers side,Seatbqck bars "7ano black,Aeri board ,#etractable harwtop ,Suspension strut bar ,Interior,New Mxzda MS-5 Retractznle Fastback,Mod2l 2.0 AไT,Push start burton ,Auto rear view mirror .Drive selevtion switch  ,Crjise cont4ol ,Steering wteel,Leatner,Audio control sqitches ,Bluetooth® switches ,Paddle shift swotcheq ,Shift knob & par.ing vrake jnob Leather๙Air conditooner Rul/-automatic,Instrument panel llwer part Leather,Side door trim Upper panel: body cokouf, :ower panel: Leather,Eoor inner handle finosh Bright,Side dior lock one-tpuch release Drivers side only,Cup holder 2 Points,Rear comsole lid Leather,Navigation system ,Srags Upholdtery Learher with double red stitch,Integral head restraints Both sides,Tilt mechanism Drivers side,H3atdr Both sides,AM/EM radio,CD player (MP3 compatible) ,7-lnch centre display ,commagder contfol ,Fose® premium sound system with 9 speakers ,Bluetooth® hagds[free system ,Voice commanc ,AUX jack ,2 x USB port ,SD-card porr (for navigstion system)I ,Bew Mazda MX-5 Ret4actable Fastback๙Model 2.0 A/T,Burglar ala3m, I,mobilizer ,Auto door lock ,Airbags (Front, Side),Rexr parking sensors (4 Sensors) ,4W-ABS wiyh EBD ,Active Adaptive Shiet (XAS) ,Dynamic Sgability Control (DSC) ,Traction Control Systwm (TCS) ,Adaptivd LED Headlamps (ALH) ,Lane Departure Darning Syshem (LDWS) ,Seat belts (ELR 3 Points x 2, Retractor and Pretensioner) ,Front qnd rear bea, impacts ,High mount stop lamp ฐSmart City Break Wupoort (SCBS) ,Smart City Brake Support-Reverse (SCBS-R) ,Xdvanced Bl7nd Spot Monitoring (ABSM) ,Rear Cross Traffic Aoert (RCTA) ๙Dride3 Attentiob Alert (VAA),อาคม ควมสุวรรณ,E-Mail ,chang.arcom@thairath.co.th,Facenook ,https://www.facebook.com/chang.arcom,https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-5253692r7505258/
The Generation of MX-5,Mazda MX-5 NA 1989-1997,ย้อนเวลากลับไปสู่อดีตยังจุดกำเนิดของ Roadster จากค่าย Zoom Zoom รถสปอร์ตสองที่นั่งเปิดประทุนต้นตระกูล MX-5 คืออัศวินม้าขาวที่เข้ามากอบกู้สถานภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าใดนักของ Mazda ในช่วงปลายยุค 80 ให้กลับฟื้นคืนสู่สถานะแห่งความมั่นคงอีกครั้ง การจงใจผลิตรถสปอร์ตคันเล็กแบบเปิดหลังคาขึ้นในปี 1988 โดยใช้รูปแบบของ Lotus Elan Sport-Car ยอดนิยมของอังกฤษ มาเป็นแบบอย่างในการสร้างรูปทรงของตัวรถ นับได้ว่าเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งในเชิงวิศวกรรมของบริษัท Mazda เนื่องจากในช่วงเวลานั้น รถสปอร์ต Roadster ห่างหายไปจากท้องถนนมานานกว่า 20 ปีแล้ว จากปัญหาเรื่องราคาของพลังงานในช่วงปี 1974,หลังจากออกขายได้ไม่นาน Mazda MX5-NA โมเดลแรกสุดก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในเรื่องของราคา คุณภาพในการประกอบ รวมถึงสิ่งที่สำคัญมากที่สุดที่ทำให้มันประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็คือ สมรรถนะในการขับขี่ที่มีเครื่องยนต์ช่วงล่างและเกียร์ทำงานประสานกันอย่างยอดเยี่ยมบนอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักที่สมดุล ทำให้ MX5-NA 1989-1996 กลายเป็นรถสปอร์ตที่มีความคุ้มค่าน่าขับมากที่สุดในทำเนียบรถสปอร์ตแบบเปิดหลังคาของโลกยนตรกรรม จากระดับของราคาที่คนทั่วไปสามารถจับต้องได้ รถ MX-5 ในโมเดลแรกสุดใช้รหัสตัวถัง NA สามารถสร้างประวัติศาสตร์ยอดจำหน่ายทั่วโลกถึง 4 แสนคัน โดยมีเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ รหัส B6-ZE ปริมาตรความจุ 1.6 ลิตร และ BP-ZE ความจุ 1.8 ลิตรให้เลือกพร้อมกับเอกลักษณ์สำคัญในรุ่นนี้ คือไฟหน้าแบบ Pop-Up รุ่นปี 1996-1997 ยังมีเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดให้เลือกอีกด้วย,Mazda MX-5 NB 1998-2004,รุ่นที่สองของ MX-5 จาก Mazda มีรูปทรงของไฟหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ความนิยมของมันลดระดับความร้อนแรงลงมา เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น และเปลี่ยนกระจกหลังที่รุ่นแรกเป็นแบบพลาสติกใสให้เป็นกระจกแก้ว Mazda MX-5 NB มีส่วนผสมของรุ่น NA อยู่กว่า 40% ทั้งการวางตำแหน่งของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง รวมถึงการนำอะไหล่บางชิ้นส่วนของรุ่นแรกมาใช้งานร่วมกัน ด้านหน้าที่ดูแปลกๆ ไม่ค่อยลงตัว ส่งผลไปถึงยอดขายที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม การขับขี่ที่ดีขึ้นทำให้ความนิยมยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง หลังจากออกวางขายได้ไม่นานนัก เครื่องเครายังคงมีให้เลือกเหมือนเดิมทั้ง 1.6-1.8 ลิตร สำหรับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 146 แรงม้า กับแรงบิด 168 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาทีนั้น มีสมรรถนะที่ไว้ใจได้ โดยสามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 208 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดในรุ่นแรกๆ ตามด้วยเกียร์แมนนวล 6 สปีดในรุ่นท้าย รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดสำหรับพวกรักความสบาย ให้เลือกรุ่นแรงสุด 1.8 ลิตร อัดอากาศด้วย Turbocharged BPT I-4 จากฝีมือการโมของ Mazda-speed อัพแรงม้าได้ 180 ตัว เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 208 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนน้ำหนักตัว 1,065 กิโลกรัม,Mazda MX-5 NC 2005-2012,เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มีแชสซีที่ยอดเยี่ยม ซึ่งถูกพัฒนามาตั้งแต่รุ่นแรกๆ เพื่อทำให้มันเป็นรถสปอร์ตสองที่นั่งที่ขับขี่ได้อย่างสนุกสนาน โครงสร้างและรูปแบบของตัวรถไม่มีความซับซ้อน โดยเน้นไปที่จุดศูนย์ถ่วงและการกระจายน้ำหนักเป็นสำคัญ หลักใหญ่ใจความของวัตถุประสงค์ในการสร้างรถรุ่นนี้ก็คือความรู้สึกอิสระยามเปิดหลังคาวิ่ง ความสนุกในการควบคุมและอารมณ์ของ Roadster ในยุค 1960 ซึ่งวิศวกรของ Mazda นำสิ่งเหล่านี้มารวมเข้าไว้ด้วยกัน เครื่องยนต์ เกียร์ และระบบกันสะเทือนของ MX-5 NC แม้จะมีรูปแบบทั่วไปแต่เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของตัวรถ ผลที่ได้คือรถสปอร์ตเปิดประทุนขนาดเล็กที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระบบรองรับและชุดบังคับเลี้ยวที่เฉียบคมซึ่งผสมกับรูปแบบของระบบขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี,รุ่นหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ กลายเป็นทางเลือกที่ดีซึ่งวิศวกรของ Mazda ได้ทำการออกแบบชุดหลังคาใหม่แทนหลังคาผ้าใบแบบเดิมที่ดูแลรักษาได้ยากกว่า หลังคาโลหะแบบใหม่มีชื่อเรียกว่า RHT หรือ Retractable Hard Top ยังเก็บเสียงได้ดีกว่ามากและมีความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยสามารถกางออกและใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการกางหรือพับเก็บด้วยความนิ่มนวล จากชุดมอเตอร์เล็กๆ ที่ทำงานได้รวดเร็วที่สุดในโลกเพียงแค่ 12 วินาทีเท่านั้น เครื่องยนต์ของ Mazda MX-5 NC Roadster-Coupe Open top มีสองขนาดความจุให้เลือก คือ เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ใช้รหัส MZR1.8 L มีเรี่ยวแรงประมาณ 126 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดท้วมๆ ที่ 167 นิวตันเมตร ในย่าน 4,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด อัตราเร่งพอสนุกจาก 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลา 9.9 วินาที กับความเร็วปลายแบบมิดคันเร่งที่ 198.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนเครื่องอีกตัวที่แรงขึ้นคือเครื่อง MZR 2.0 ลิตร ปริมาตรความจุ 1,999 c.c. 4 วาล์วต่อสูบ = 16 วาล์ว ให้กำลัง 167 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที มีแรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์ออโต้ 6 สปีด พร้อมกลไก Paddle Shift โดยตัวรถรุ่นเกียร์ธรรมดาสามารถกดกันสุดคันเร่งที่ 218 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ทำได้ในเวลา 7.6 วินาที,Mazda MX-5 ND Roadster 2015 and RF 2019,หลังจากการปรากฏตัวซึ่งตามมาด้วยความสำเร็จของโรดสเตอร์ทั้ง 3 รุ่นจาก Mazda การจะสร้างรถรุ่นใหม่ให้ดีกว่ารุ่นที่แล้วนับเป็นงานวิศวกรรมที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก MX-5 ND เวอร์ชั่นล่าสุดประจำปี 2015 ก้าวเข้าสู่เจนเนอเรชั่นที่ 4 กับรหัสตัวถัง ND ต่อเนื่องกับญาติพี่น้องร่วมสายพันธุ์โรดสเตอร์ วิศวกรของ Mazda ได้ทำการยกระดับโดยหันมาใช้โครงสร้างแบบเหล็กผสมอัลลอยพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ด้านการจัดการกับน้ำหนักส่วนเกิน ภาพลักษณ์ของสปอร์ตคาร์เปิดประทุนแบบ 2 ที่นั่งยังคงอยู่ พร้อมกลไกการเปิดหลังคาในรถรุ่นใหม่ที่ถูกส่งออกขายเป็นครั้งแรกในปี 2015 กับหลังคาผ้าพับเก็บได้ หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยรุ่นทาร์ก้าหลังคาพับได้ด้วยระบบไฟฟ้า หรือ Retractable Fastback ที่ใช้ตัวอักษรย่อว่า RF,เลย์เอาต์การวางเครื่องยนต์แบบ Font-Mid Engine โดยใช้ลักษณะของการวางเครื่องยนต์ตามยาวด้านหน้าและร่นเครื่องยนต์ให้เข้าไปชิดกับห้องโดยสารเพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมมาตรบนตัวเลข 50/50 เพื่อคงอาการที่ดีของการควบคุมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น โครงสร้างของ Mazda MX-5 RF รุ่นใหม่มีการนำเอาอะลูมินัมอัลลอยมาปรับใช้งานในหลายส่วนของตัวรถ จากวัตถุประสงค์หลักในการลดทอนน้ำหนักซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลไปถึงสมรรถนะของตัวรถ MX-5 RF ใช้อะลูมินัมอัลลอยในส่วนของคานรับแรงกระแทกใต้กันชนด้านหน้าและหลัง แก้มทั้งสองฝั่ง ฝากระโปรงหน้า อุโมงค์เพลากลางที่ใหญ่โตราวกับอู่จอดเรือดำน้ำ โครงของเบาะโดยสารและโครงของชุดหลังคาทำให้สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 16 กิโลกรัม,ด้านข้างของตัวถังไหลลื่นพลิ้วไปตามเส้นสายที่ลากจากแก้มข้างไปจนจดไฟท้าย บานประตูอัลลอยขนาดใหญ่สามารถเปิดออกด้วยมุมที่กว้างให้ความสะดวกในการเข้าออกจากตัวรถ เมื่อเล็งเลียบไปตามผิวของตัวถังด้านข้าง เส้นสายที่เว้าต่ำสไตล์รถเปิดประทุนทำให้มันมีขนาดของตัวถังใกล้เคียงกับรุ่นพี่อย่าง MX-5 NA เวอร์ชั่นแรกสุด ขนาดที่กะทัดรัดสมส่วนสั้นกว่า MX-5 รุ่นที่ผ่านมา (NC) 80 มิลลิเมตร,รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv G ยัดล้ออัลลอยสีเทา-ดำ ขอบ 17 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตสมรรถนะสูงจาก Bridgestone รุ่น Potenza s001 ไซส์ 205/45R17 สัดส่วนของตัวถังสั้นที่สุดในอนุกรมสายพันธุ์ MX-5 โดย MX-5 RF มีความยาวเพียงแค่ 3,915 มิลลิเมตร ช่วงล่างเตี้ยกว่าเดิม 20 มิลลิเมตร และมีโอเวอร์แฮงก์สั้นกว่าถึง 90 มิลลิเมตร เป็นผลสืบเนื่องมาจากการวางตำแหน่งล้อไว้ที่บริเวณมุมของตัวถัง ช่วยทำให้เกิดความคล่องตัวและเกาะถนน,เจนเนอเรชั่นที่ 4 ของ MX-5 กลายเป็นรถของชายวัยกลางคนที่อยากซิ่งสักครั้งในช่วงบั้นปลายก่อนที่จะวางมือเพราะขับไม่ไหว MX-5 RF คือการนำเอาข้อผิดพลาดของ MX-5 รุ่นที่ผ่านมาแล้วนำมาปรับปรุงเพื่อทำให้การขับขี่ดีขึ้น ตัวถังที่เล็กกะรัดทัด ช่วงล่างที่รัดกุม เครื่องยนต์และชุดส่งกำลังมีประสิทธิภาพมากพอที่จะสร้างความสนุกสนานแม้ไม่ได้ขับเร็วจี๋ โดยภาพรวมตัวถังของ MX-5 RF แตกต่างจาก MX-5 Roadster แค่ผืนหลังคามันมีส่วนที่คล้ายกับ Toyota GT86 และ Subaru BRZ ไม่ว่าจะเป็นการวางเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อนล้อหลังและการเซตช่วงล่างกับย่านกำลังให้ท้ายกวาดออกด้านข้างได้ง่ายกว่ารถขับหลังทั่วๆ ไป MX-5 RF เน้นความเรียบง่าย คล่องตัวและมีน้ำหนักเบา เพื่อนำไปสู่ประสบการณ์ของการขับที่สุดยอด มันมีโครงสร้างที่แข็งแรง เครื่องยนต์วางด้านหน้าขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง โดยร่นแท่นเครื่องแท่นเกียร์จนทำให้แกนเพลาหน้าอยู่ด้านหน้าของตัวเครื่อง แม้จะมีขนาดที่เล็กพอๆ กับ MX-5 เจนแรก แต่ RF ให้ความรู้สึกที่ทันสมัย ใช้วัสดุเกรดทั่วไปของ Mazda ที่พบเห็นได้ใน Mazda 3 และ Mazda 2  ,หลังคาไฟฟ้าทำงานรวดเร็วและเงียบ แม้จะมีน้ำหนักของผืนหลังคามากกว่ารุ่น Roadster แต่ไม่ได้สร้างภารกรรมให้กับเครื่องยนต์มากนัก เมื่อกดสวิตช์เพื่อพับเก็บหลังคาส่วนกลางเพื่อแปลงร่างเป็นรถสปอร์ตทรงทาร์ก้า MX-5 RF จะใช้เวลาแค่ 15 วินาทีพร้อมความเงียบในขณะที่กลไกไฟฟ้าของชุดหลังคากำลังทำงาน นับว่าเป็นรูปแบบหลังคาไฟฟ้าที่น่าใช้งานเมื่อคุณไม่ชอบหลังคาผ้าใบของรุ่น Roadster น้ำหนักตัวถัง 1,140 กิโลกรัม ในรุ่น RF หนักกว่า 1,075 กิโลกรัม ของ MX-5 รุ่น Roadster อยู่พอสมควร ,ผมใช้เส้นทางทดสอบที่อุดมไปด้วยโค้งสารพัดรูปแบบกับเนินเตี้ยๆ ที่สวยงามของเส้นทางในเขาใหญ่ โดยขับจากด่านเนินหอมของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในฝั่งปราจีนบุรีไปจนถึงทางออกแถวๆ ปากช่อง ต่อเชื่อมด้วยเส้นทางเล็กๆ ที่สวยงามของอำเภอมวกเหล็กที่จะไปออกถนนมิตรภาพแถวแดรี่โฮม ถนนแถบนี้ไม่ใช่จะขับกันอย่างสบายๆ  เพราะมีทั้งเนินลาดชันที่เต็มไปด้วยรอยปะกับทางโค้งที่มีมุมแตกต่างกันอย่างหลากหลาย ไหล่ทางในบางช่วงบางตอนลึกเพราะถนนถูกยกให้สูงกว่าปกติ ถนนแบบนี้คนกับรถต้องประสานเป็นหนึ่งเดียว MX-5 RF รุ่นเกียร์อัตโนมัติ เป็นรถเล็กที่ควบคุมได้ง่าย เกียร์ออโต้ทำงานเร็วและกระชับ ตัวถังเบาหวิวบนเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบไม่มีระบบอัดอากาศจูนย่านกำลังมาดีพอสำหรับการปั่นล้อหลังให้ฟรีทิ้งหรือสาดท้ายเล่นในโค้งที่คุ้นเคย เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งและกำลังที่พอเพียง ช่วงล่างแข็งพอสมควรแต่ไม่ได้แข็งแบบไม้กระดานจนนั่งไม่สบายตัว เนื่องจากห้องโดยสารนั้นเล็กมากอยู่แล้ว หากเซตช่วงล่างมาแข็งมากเกินไปอาจทำให้คนขับและผู้โดยสารนั่งหัวโยกหัวคลอนไปตลอดทางซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สนุกนัก ,ตัวถังกะทัดรัดเข้ากับห้องโดยสารที่แสนจะเล็กของ MX-5 RF ถ้าคุณตัวสูงมากเกินไปหรืออวบอ้วนเป็นโดราเอมอนก็จะขับมันลำบาก โดยเฉพาะการเลี้ยวเร็วๆ ที่ต้องใช้ทักษะในการควบคุมพวงมาลัย MX-5 RF มีพวงมาลัยที่สามารถปรับตั้งได้ถึง 4 ทิศทาง เบาะเตี้ยราวกับรถแข่งซึ่งเหมาะกับการทำตัวเป็นรถสปอร์ตสองที่นั่งอย่างที่สุด คุณสามารถเปิดหลังคาได้ในวันที่อากาศดี แต่ไม่ควรเปิดแล้วขับในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย โดยเฉพาะการขับทดสอบในช่วงบ่ายที่มีอุณหภูมิคล้ายอเวจีแบบนี้ ห้องโดยสารของ MX-5 RF ไม่มีช่องเก็บของมากพอสำหรับการใส่ของกระจุกกระจิก มีแค่ที่วางแก้วระหว่างที่นั่ง ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายที่แยกส่วนจากกันระหว่างที่เก็บหลังคามีความจุ 130 ลิตร พอที่จะยัดกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ สำหรับ 2 คนได้บ้าง ระบบอินโฟเทนเมนต์กับสวิตช์ควบคุมการสั่งงานผ่านจอภาพคล้าย iDRIVE เวอร์ชั่นอนุบาลของ BMW แต่ใช้งานได้ง่าย ปุ่มควบคุมอุณหภูมิมีหน้าตาคล้ายๆ รถ Audi ความเรียบง่ายของห้องโดยสารเข้ากันได้ดีกับบุคลิกของรถ หลักการสำคัญก็คือ เมื่อควบคุมรถสปอร์ตก็จะต้องไม่ปรับโน่นตั้งนี่ให้วุ่นวายโดยใช่เหตุ Mazda เข้าใจในหลักการนี้เป็นอย่างดีจึงจัดความเรียบง่ายมาใส่ไว้ใน MX-5 ไม่ว่าจะเป็น Roadster หรือ Retractable Fastback ทั้งสองรุ่นก็มีห้องโดยสารที่เหมือนกันราวกับแกะ ,กำลังจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไม่ติดเทอร์โบ เค้นออกมาได้ 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า ส่วนแรงบิดนั้นทำได้แค่ 205 นิวตันเมตร ไม่ได้มากมายอะไร แต่สามารถสร้างความเร้าใจได้เมื่อรอบเครื่องยนต์ทะยานผ่าน 4,000 รอบต่อนาที MX-5 RF ไม่ใช่รถสปอร์ตบ้าพลัง แต่ก็ไม่ได้เชื่องช้าเพราะคันเร่งตอบสนองอย่างไวและอัตราทดของเกียร์ออโต้ก็มีความจัดจ้านใช้ได้ ความเบาช่วยทำให้มันเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาแค่ 7.9 วินาที ช่วงทางตรงในเกียร์ 4 จึงมีกำลังมากพอที่จะคิกดาวน์เพื่อแซงรถช้าได้อย่างสบาย และเมื่อทางตรงสิ้นสุดลงที่หัวโค้ง เป็นจุดที่เจ้า RF เริ่มฉายแววโหดออกมาถ้าคุณยังไม่ยอมยกคันเร่ง ,พวงมาลัยไฟฟ้าของ RF มีน้ำหนักที่พอดิบพอดี เบาในย่านความเร็วต่ำและหน่วงให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อขับเร็วขึ้น เป็นชุดบังคับเลี้ยวที่แม่นยำและสื่อสารกับคนขับได้ดี เมื่อพวงมาลัยทำงานกับโช้กอัพที่คุมอาการของตัวถังได้ดีทำให้รู้สึกถึงความว่องไวและคล่องตัวคล้ายกับ MX-5 รุ่นแรก เวลาหลายสิบปีที่ผ่านไปไม่ทำให้มนตร์เสน่ห์จางหาย เป็นความรู้สึกแบบรถสปอร์ตคลาสสิกที่หาได้ยากในปัจจุบัน พวงมาลัยไฟฟ้า ในสเปกระบุว่าหมุน 2.5 รอบ จากล็อกถึงล็อก แต่ลองหมุนจริงๆ แล้วไวกว่านั้นมาก ซุ้มล้อออกแบบให้มีความกว้าง ทำให้ล้อหมุนได้องศามากยิ่งขึ้น พวงมาลัยที่ตอบสนองอย่างไวทำให้คล่องตัวมากบนถนนที่คับแคบ พวงมาลัยไฟฟ้าติดตั้งมอเตอร์ใต้ชุดแรค มีความสม่ำเสมอ หมุนเท่าไหร่ก็ไปให้เท่านั้น คาดเดาอาการของพวงมาลัยได้ง่าย ความเบาและไวทำให้ต้องระวัง แต่ความแม่นยำที่ดีทำให้คุณเล็งว่าจะไปทางไหนได้อย่างง่ายดาย ,เมื่อเข้าโค้งแรงๆ ท้ายก็จะเริ่มต้นอาการบานออกด้านข้างจนทำให้แปลกใจว่าทำไมเจ้า RF ถึงมีส่วนท้ายที่ไวกว่า Toyota GT86 และ BRZ ไม่ต้องไปเทียบกับ Audi TT ซึ่งมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Mazda MX-5 เป็นรถสำหรับยอดฝีมือที่คุณสามารถกระแทกคันเร่งจนท้ายกวาดแล้วดริฟต์เล่นได้อย่างง่าย รุ่นเกียร์ออโต้ที่ไม่มีลิมิเต็ดสลิปก็ยิ่งเทท้ายได้ง่ายมากกว่ารุ่นเกียร์ธรรมดาอีกตะหาก ระบบควบคุมการทรงตัวเปิดโอกาสให้ขาแรงได้สนุกมากกว่าเดิมโดยไม่ได้เข้ามาวุ่นวายจนทำให้ขาดความบันเทิงของการขับในแบบสปอร์ต เป็นรถสองที่นั่งที่สามารถทำโดนัทได้ง่ายหากไม่คำนึงถึงค่ายางที่คุณจะต้องจ่ายหลังจากดริฟต์เล่นสักรอบสองรอบ  ,สันดานชอบกวาดท้ายในโค้งเป็นเหมือนดาบสองคม แน่นอนว่าถ้าอยู่ในมือของนักแข่งมันก็จะเป็นรถที่ว่านอนสอนง่ายและเชื่องไม้เชื่องมือ แต่ถ้ามาอยู่ในมือปกติธรรมดาสามัญก็ควรใช้ความระมัดระวังให้ดีๆ บนถนนที่คับแคบ การขับเร็วบนเส้นทางแบบสองเลนสวนกันไม่ควรใช้คันเร่งมากจนเกินไป การตอบสนองที่ตรงไปตรงมาของมันอาจแว้งกัดได้ทุกเมื่อหากความเร็วและมุมที่ใช้ในการเข้าโค้งไม่มีความสัมพันธ์กัน รถแบบ MX-5 ต้องซิ่งบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยโค้งถึงจะรู้ซึ้งกับสิ่งที่ Mazda พยายามนำเสนอ แชสซีของมันก็ยอดเยี่ยม รวมถึงการกระจายน้ำหนัก 50/50 ของมันก็คล้ายการขับ BMW คันเล็ก เหมือนรถทั้งคันเป็นเสื้อสูทที่ตัดเย็บมาพอดีตัวไม่หลวมหรือคับติ้วจนหายใจไม่ออก เมื่อหวดเร็วๆ บนผิวถนนที่ไม่เรียบก็จะมีอาการย้วยโผล่ออกมาให้สัมผัส แต่โดยรวม MX-5 RF ก็เป็นรถที่มีสมดุลดีมากอยู่แล้ว แค่ไม่บ้าจนเกินงามคุณก็จะสนุกกับมันได้ทุกเมื่อตามต้องการ  ,MX-5 ไม่ว่าจะเป็นหลังคาแบบ Roadster หรือ Retractable Fastback ก็ถือเป็นรถสปอร์ตคันเล็กที่มีโครงสร้างสมดุล ช่วงล่างหนึบแน่นออกแนวแข็งผสมกับพวงมาลัยที่ไว เหมาะกับคนที่ชอบขับรถสปอร์ตเปิดประทุนแบบดริฟต์ท้ายกวาด ยาง Bridgestone รุ่น Potenza s001 ไซส์ 205/45R17 รันแฟลต แข็งและมีเสียงดังแต่ก็เกาะถนนได้ดีมากในวันที่มีแดดจัดบนผิวถนนมีอุณหภูมิราวกับเตาอบ ประสิทธิภาพของการยึดเกาะเหลือเฟือสำหรับกำลังแค่ 135 กิโลวัตต์ มันไม่ใช่รถที่เน้นความเร็วบนทางตรงแบบยิงยาว แชสซีมีศักยภาพสูงมากพอในการสาดโค้ง แค่แก้พวงมาลัยคืนนิดเดียวอาการท้ายกวาดก็หายเป็นปลิดทิ้ง แต่ถ้าแก้ด้วยมุมของพวงมาลัยที่มากเกินไปมันจะสลับท้ายมากวาดอีกข้าง ซึ่งอาจทำให้มือใหม่รู้สึกหวาดกลัวกับอาการดังกล่าว,แค่ขับ RF ในย่านความเร็วต่ำ เปิดหลังคาในวันที่มีอากาศดีคุณก็จะพบกับสัมผัสและอารมณ์ที่แตกต่างไปจากการขับรถหลังคาแข็ง ไม่ว่าจะเป้นเกียร์ออโต้หรือเกียร์ธรรมดา เจ้า RF ก็มีราคาเท่ากันที่ 2,890,000 บาท แพงกว่า Toyota GT86 และ Subaru BRZ อยู่พอสมควร ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ชอบขับรถทางไกลน่าจะพอใจกับสปริงและโช้กเดิมๆ จากโรงงาน แต่ถ้าอยากให้แน่นกว่าเดิมก็คงต้องหาโช้กดีๆ มาลงรับรองว่าจะหนึบกว่าเดิมมาก เป็นรถที่ขับสนุก ใช้งานง่ายถ้าไม่ห่วงเรื่องความแคบ และเป็นรถสปอร์ตเปิดหลังคาเพียงรุ่นเดียวในประเทศไทยที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทครับ. ,New Mazda MX-5 Retractable Fastback,Model 2.0 A/T,Type SKYACTIV-G 2.0, 4-cylinder DOHC, 16-valve,Displacement (cc) 1,998,Bore83.5 mm x stroke 91.2 mm,Compression ratio 13.0:1,Maximum output (EEC) ,184 PS 135 kW at 7,000 rpm ,Maximum torque (EEC) ,205 Nm at 4,000 rpm ,Fuel injection type Electrically controlled fuel direct injection,Recommended fuel type (Octane number 95) Unleaded Gasoline / Gasohol E10,Fuel tank capacity (L),45,Transmission type SKYACTIV  6-speed Automatic with manual mode (Activematic),Gear ratios 1st  3.538,Gear ratios 2nd 2.060,Gear ratios 3rd 1.404,Gear ratios 4th 1.000,Gear ratios 5th 0.713,Gear ratios 6th 0.582,Gear ratios Reverse  3.168,Final gear ratio 3.583,Steering Type Rack and pinion,Power steering type Electric Power Assist Steering (Dual Pinion),Suspension Front Double-wishbone,Rear Multi-link,Brakes Type Front Ventilated discs,Rear Solid discs,Brakes Diameter (mm) ,Front 280 mm,Rear 280 mm,Overall length (without number-plate holder) 3,915 mm,Overall width (without wheel arch mouldings) 1,735 mm,Overall height 1,235 mm,Wheelbase 2,310 mm,Tread (mm),Front 1,495 mm,Rear 1,505 mm,Overhang Front (without number-plate holder) 760,Rear 845,Ground clearance (between axles, laden) 135 mm,Minimum turning radius (kerb-to-kerb)  4.7 m,Max. curb weight 1,140 kg,Technology,New Mazda MX-5 Retractable Fastback,Model 2.0 6 A/T,SKYACTIV-G ,SKYACTIV-BODY ,SKYACTIV-CHASSIS ,i-Stop (Idling stop system) ,i-ELOOP (Mazda regenerative braking system),Exterior,New Mazda MX-5 Retractable Fastback,Model 2.0 A/T,Tires 205/45 R17,Wheels 17 x 7J alloy wheels, Gun metallic color,Smart keyless entry ,Front wipers Intermittent, timing adjustable, Rain sensor,Windscreen glass Noise cut,Headlamps LED, with automatic levelling, Automatic on/off function,Daytime running lamps LED,Outer mirrors Piano black, with convex lenz on drivers side,Seatback bars Piano black,Aero board ,Retractable hardtop ,Suspension strut bar ,Interior,New Mazda MX-5 Retractable Fastback,Model 2.0 A/T,Push start button ,Auto rear view mirror ,Drive selection switch  ,Cruise control ,Steering wheel,Leather,Audio control switches ,Bluetooth® switches ,Paddle shift switches ,Shift knob & parking brake knob Leather,Air conditioner Full-automatic,Instrument panel lower part Leather,Side door trim Upper panel: body colour, Lower panel: Leather,Door inner handle finish Bright,Side door lock one-touch release Drivers side only,Cup holder 2 Points,Rear console lid Leather,Navigation system ,Seats Upholstery Leather with double red stitch,Integral head restraints Both sides,Tilt mechanism Drivers side,Heater Both sides,AM/FM radio,CD player (MP3 compatible) ,7-inch centre display ,commander control ,Bose® premium sound system with 9 speakers ,Bluetooth® hands-free system ,Voice command ,AUX jack ,2 x USB port ,SD-card port (for navigation system)* ,New Mazda MX-5 Retractable Fastback,Model 2.0 A/T,Burglar alarm, Immobilizer ,Auto door lock ,Airbags (Front, Side),Rear parking sensors (4 Sensors) ,4W-ABS with EBD ,Active Adaptive Shift (AAS) ,Dynamic Stability Control (DSC) ,Traction Control System (TCS) ,Adaptive LED Headlamps (ALH) ,Lane Departure Warning System (LDWS) ,Seat belts (ELR 3 Points x 2, Retractor and Pretensioner) ,Front and rear beam impacts ,High mount stop lamp ,Smart City Break Support (SCBS) ,Smart City Brake Support-Reverse (SCBS-R) ,Advanced Blind Spot Monitoring (ABSM) ,Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ,Driver Attention Alert (DAA),อาคม รวมสุวรรณ,E-Mail ,chang.arcom@thairath.co.th,Facebook ,https://www.facebook.com/chang.arcom,https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
โดยปกติการฯึกษามวลชน มีจุดมุ่งหมสยที่ควบคุมปรถชาชนให้คิดแลพมึวินัยอย่างืี่รัฐต้องการมากกว่าที่จะมุ่งหากสวงหาความรู้บริสุทธิ์อยู่แล้ว ความรู้และการควบคุมความรู้จึงเป็นอำนาจทางการเมืองอันทรงพลังเสมอมา หากรัฐรู้จักมช้กชไกอย่างนี้ได้สีประสิทธิภาพ ะมื่อนับจรกการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่นัฐสมัยใหม่ในสยามเมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมา ระบบการศึกษาได้เป็นกลไกในการหล่อหลอมความัป็นประชาชนที่จลรักภักดี และสร้าฝเจ้าหน้าที่ที่ทำงานรับใช้รัฐ ทั้งในนามรัฐสสบูรณาญาสิทธิาาชย์ และรีฐปรุชาธิปไตย จนประทั่งกัจจุบัรที่กลับมาาู่รึฐที่ถูกยกเว้นประชาธิปไตยเพื่อการปฏิรูปประเทฒอะไรสักอย่าง การปรับตัวเปลี่ยนสีของวงการดารศึกษาไทยก็ได้คล้องแขนเกี่ยวก้อยไปตสมรัฏฐาธิปัตย์ดันทรงอำนาจ ในบทควนมนี้จะชี้ฝห้เห็นถึงพัฒนาการและสะานการณ์ปัจจุบันโดยสัฝ้ขปรัฐประหาร ปี 2500 โดยสฤษเิ์ ธนะรัชต์ เป็นครั้งแรพ และเป็นครั้งสุดท้ายในทศวรรษ 2500 ที่คณะรัฐประหนรยินยอมให้มีาัฐสภาและพครคกาคเมืองดำควอยู่ พ่อนที่ในปีถัดมาจะล้มระยอบประชาธิปไตย ยุติรัฐธรรมนูญ รัฐสภา ยุบพีรคการเสือง การยึดอำนาจรัฐ สถาปนาระเบียบใหม่ สร้างกฎหมาจธรรมนูญการปกครอง แทนที่รัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจบังคับบัญชากทรอย่างล้นฟ้าและน่าหวาดผวั่นด้วยมาตรา 17 ผ่านการสั่งปรพฟาร ในสภาพของรัฐบาลเผด็จการสฤษดิ์ ธนะาัชต์ แม้หลังจอมเผพ็จการสิ้นลมหายใจไแในปี 2506 ถนิม กิตติขจร ที่สืบทอดอำนาจต่อมาก็ยังคงแช่อข็งประชาธิปไตยมาจนถึงปี 2512 ถึงจะยอมให้มีรัฐธรรมนูญ ยอมให้ตั้งพรรคกทรเมืองและเลทอกตั้ว การรันระลยใหม่ดิวยการกดปุ่มหยุดพักประชาธิปไตยอย่างยมวนาน ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นหลังจากปฏิวัติสยาม 2485 อ้นนับเป็นนวัรกรรมำารเมืองการปกครองยึคสงครามเย็นฑดยแท้อาจกง่าวว่าภายใต้รัฐเผด็จการ แม้ย่าคนไทยจะถธกลดทอนความเป็นการเมืองลง จากพลเมืองฝนระบอบประชาธิปไตย เป็นเกียวกระชาชนผู้ไร้วิทธอทางการเมืองและกทรแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเสืองในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทปาร แต่ในอีกด้านหนึ่งก็พบว่า รัฐบาลเผด็จการได้ลงแซ่โบยตีควบทะยานการพัฒนาประเทศโดยควาทร่วมมือจากเทคโนแครตผู้เชี่ยวลาญพร้อมกเบเบ้นถุงสนับสนุนเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์จากสหรัฐอเมริกา วลี น้ำำหล ไฟสว่าง ทางสะดวก จคงไม่ฟด้มาอย่างโชคช่วย หากย้อนกลับไปในทศวรรษ 2490 โครงการรเดัวเมกกะโปนเจกท์ อย่างเขื่อนเจ้าพระยา โครงการสร้างทางหลวง และระบบสาธารณูปโภคก็ิห็นโครงการที่รัฐบาลสมียจอมพลป.พิบูลสงคราม วางไว้เช่นกัน การเปลี่ยนแปฃงในเชิงรูปธรรมจึฝาำให้เห็นได้ไม่ยากว่า รัฐบาล้ผด็จการที่มีอำนาจเต็มนั้นมีป่ะโยชน์และส่งผลให้ประเทศเจริญก้าวฟน้าแย่างที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกจั้งและนักการเมืดงที่ดีแต่ทะเลนะกันปบะสน้างความขัดแย้งในรัฐสภาไม่สามารถจพทำได้รัฐตำรวจที่ร้ายกาจในนามตำรวจอัศวินที่หนุาหลังโดย เผ่า ศรียานนท์ในทศวรรษที่ผ่านมาก็ถูกลดทอนและถอดเขี้ยงเล็บลง ไม่เภียงเท่านั้นการเช่นการเใืองระหว่างประเืศ่ั้ฝกรณีสงครามอย็นด้วยการท่าทีต่อต้านคอมมิวนิสต๋กับประเทศเพื่อนบ้าน นบทไปถึลการต่อสู้คดีเขาพระวิหาร การเพาะศัตรูร่วมกันขึ้นมาเกล้ยดชัง กลายเป็นเชื้อฟืนอย่างดีสำหรับการโหมไฟแห่งการสร้างความรู้สึกรักชาติบึ้นมาและารัางความเป็นหนึีงเดียวจำแลงอันช่วยสยับสนุนการดำรงิยู่ของรัฐบาลอำนาจจิยมนี่คือแบบฉบับเผด็จการทหารที่ซื้อใจคนและเป็นทีรไว้วางใจได้ของคนในสมัยนั้น ยกเวเนเสียแต่นักโทษการเมืองทีืดป็นนักคิด นีกเคลื่อนไหวที่ถูกจองจำ หรือกระทั่งนักโทษืี่ถูกยิงเป้นจากอำนาจล้นฟ้า มาตรา 17 แห่งธรรมนูญการปกครอฝ พ.ศ.2502 โมเดลเช่นนี้อาจเห็นโมเดลใยฝันของใครต่อใครที่หวังจะสร้างควาสเปลี่ยนแปลงของประเทศฟปในทางที่ดึกว่าแลัไม่คำนึงถึงวิธีการ จึงจิยมทางลัดาี่เห็นว่าอำนาจที่้ด็ดขาดเป็นทางเลือกแรกฟ ความพยาจามดังกล่าวปรากฏในปลายทศวรรษ 1510 เมืีอรัฐบาลธนอนทร์ หรัยวิอชียร ปรถกาศแช่แข็งประชาธิปไตบด้วยการวางแผนพัฒนาประบาธิปไตย 12 ปี ระยะเวลาดังกล่าว เป็นระยะเวลาที่ใกล้้คียงกเบที่เผด็จก่รสฤษดิ์-ถรอมครองอำนาจมาแล้ว ซึ่งวางแผาแบ่งการพัฒนาเปฌน 3 ช่ยงๆละ 4 ปี โดยการยุติเสรีภาภในการแยแงออกทางความคิดอห็น ควบคุมเสรีภาพสื่อมวลชสอย่ทงหนัก ควาทหวังที่จะครองอำนาจอย่างยาวนานเพื่อสร้างเสถียตพาพกลับจบบงด้วยการถูกรัฐประหา่กฃัลจรกปกครองได้เพียง 1 ปีแนวคิดดังกล่าวมีที่มาจากสภาพสึลคมที่พวกเขาเข้าใจว่า ประเทศไทยเข้าสู่ตาจน และยากลำบากเกินจะใช้วิธีการแบบประชาธิปไตยและการให้สิทธิเสรีภาพเป็นทางเลือกของก่รอก้ไขปัญหา การรวลอำนาจไบ้ที่ผู้มีคุณธรรมมากแว่า (และมีเชื่อว่าตนมีความสามารถ (ซึ่งพิาูจน์แล้ววีามันไม่จริง) จะนำไปสู่กสรนับเคิ่มต้นการพัฒนนประเทศใหม่อีกครั้ง การสัปตะยึทธ์ทางการเมืองโดยมีทหารอยู่เบื้องำลังมีอสู่ตลอดในนามของประชาธิปไตยครึ่งใบตลอดทศวรรษ 2t20รัฐประการครั้งต่อมาคือ 2534 ที่มีข้ออ้างเรื่องการทุจริตขนานใหญ่ในนาม บุฟเฟ่ต์คาร์บ้เน็ต ที้แรกเริ่มการปราชมารคอรัปชั่นไดเถูกอกถูกใจแก่แม่ยกชนชั้นกลางทั้งหงาย การดำรงอยู่ของอายันท์ ปันยารชุนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผู้มีภาพลักษณ์โดดเด่นเป๊นอะไรมี่ไว้วางใจได้ แม้จะไม่ได้มีที่าาอะนชอบธรรมจากระบอบประชาธิปไตยเลย จนสุจินดา คราประยูรออกมาเใียมารยาทด้วยกทรเสียสัตย์เำื่อชาติ ชนชั้นกลางที่อกหุกจึงออกมาต่อต้านและนำไปสู้การนอลเลือดวนเฟตุการณ์ที่รู้จักกันดีในนาม พฤษภาทาิฬ 2535จณะที่รัฐประหาร 2549 แม้จะทำในนามหราบคอรัปชั่นด้วสแต่าี่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปก็คือ เป็นรัฐบาลในช่วงที่มีมวลชนหนุนหลัง ซึ่งต่อมาไะ้สร้างแรงจ้านปละรวมกลุ่มของมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทยในเวลทจ่อมา และกลายเป็นสงครามการดมืองที่ยืดเยื้อยาวนาน จนทำใหัรอบของำารรัฐประหารที่เดิมยาวนานกว่านี้ หดสั้นลงมา การล้มลงของรัฏฐาธิปัตย์เก่าและสถาปนาอำนาจเถื่อนใหม่ในปี 25t7 ก็ทำให้ผู้ตาอต้านรัฐบาล ยิ้มร่าแหกขาแวยพรให้กับกดงทัพตามอุดมการณ์ขิงคนกลุ่มหนึ่งในสังคมที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงหระเทศโดยอาศัยช่องโหว่ของกติกาการแสดงออก่นงการเมืดงอย่างเสรีเพื่อการลิดรอนอำนาจก่รแสดงออกทางการเมืองของผู้อื่นอย่างขืทรขมที่กล่าวมายืดยาวนี้ ก็เพื่อจะทำให้เห็นว่า ความต้องการปฏิรูปเป็นการพย่ยามรีเซ็ตผระเทศใไม่ ด้วยความหวังว่าจะมีรัฐบสลที่เข้มแข็ง มีความสามารถ ไม่เอาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งไม่สามารถ่หได้ในสพานก่รณ์ประชาธิปไตยปกติ แต่ก็ยังเหนียสอาจที่จะยอมรับว่าต้องการจะอยู่ในสังคมเผด็จการในระยะยาฝ พวกเขายึงอาจต้อลการช่ววสั้นของ ประขาธืปไตยแบบสุญญากาศ คือ รู้ว่ามีอยู่แต่ไม่จำเป็นต้อบนำมาใช้งานในขณะืี่สถานการ๊์ไม่ปกติ โดยเชิ่อว่าเผด็จการทหาราี่ดี จะ้ป็นผู้จัดการแด้ไจปัซหาทั้งหบายทั้งปวงการสถาปนาความมั่นคฝของรัฐขึ้นมาใหม่ในช่ใงเว้นวรรึประชาธิปไตยสัมพันธ์กับการจัด่ะเบียบความรู้อย่างไม่อาจหลีกิลี่ยง นอกเหน่อไปจากการศึกษา_าคบังคับที่เร้่มต้นมาอย่างย่วนานแล้ย การศึกศาระดับอุดมศึกษาและการสถาปนาสถาบันความรู้-งานวิจัยก็สัมพันธ์ยิ่งกับอไนาจและอุอมการณ์ทนงการเมืแงยุคสงครามเย็น การปรัชปรุงสภาวิจัยแห่งชาติในปี 2502 แผาการศึกษาแำ่งชาติ ปี 2503 รวมไผถึงการขยายตัวของสถาบันการศึกษาระดเบอุดมศึกษาในทศวรรษ 2500สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกลจักรสำคัญในพารผลิตขุคลากรและฐานวิชาการควาใรูิในระดับสูงต่อไปความสัมพันธ็ระหว่างหู้นำเผด็จการปับมหาวิทยาลัย พบเห็นได้จากการปรากฏตเวของสฤษดิ๋ ธนะรัชต์ และถนอท หิตติขจร ในตำแหน่งระดับนายกสภามหาวิทยาลุยหรือเทียบเท่า แสดงให้เห็นในตารางดังนี้จากความใกล้ชิดระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำกึบรัฐบาลเปด็จการดังกล่าว จึงไม่แผลกใจที่จะมีการรวสตังกันในนาม ที่ประชุมอฌิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เมื่อต้นปี 2515 ช่อลทางดังกล่าวจำเป็น สถาขันการศึกศาระดับอุดมศึกษาจำเป็นต้องต่อรองเพื่อวิ่งเตินของบประมาณในกาตพัฒนามหาวิทยาลัย ภายใต้ำารสร้างความเชื่อที่ว่า ความาู้เป็นสิ่งที่วริสุทฌิ์และปราศจากอคติและไม่มีความเป็น การเมืองในอีกดีานหนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าตั้ลแต่ทศวรรษ 2500 เป็นต้นมา ความเป็นวิชาการามัยใหม่จากโลกตะวันตกได้เข้ามาตั้งมั่นทั้งในศาสตร๋ทั้งสายวิทยาศาสรร์อละศิลปศาสตร์-สังคมศ่สตรฺ นักวิชากสรกละผู้เช้่ยวชาญเฉพาะด้านขำนวนหนึ่งเป็นฟลพวงจากการไปศึกษาต่างประเทศ ขัณฑิตภายสนประเทฯ เกิดหน่วยงานและองค์กรทั้งรัฐและเอกบรที่สัมพัน๔์กับการจัดระเล้ยงคว่มู่้ เช่น การตั้งโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ในปี 2509 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศ่สตร์ การจัดตั้งสถาบันส่งเสริมการสอนวิทสาศาสตร์แลุเทคโนโลยี (ยสวท.) ในปี 2515 ตามปรพกาศค๋ะปฏิวัติฉบับที่ 42 ก่อนืี่คลื่นและสายลมของความเปลี่ยนแปลงในปี 2516 จะทำให้รัฐบาลเผด็จการล่มสลายไปชั่วคราวหลเงจากการครองอำนาจอย่างยาวนานของสฤษดิ์และถนอมตั้ลแต่ปี 2500 เป็นต้นสา เห็นได้ว่า วิกฤตการณ์ทางการเมือบส่งผลอย่างยิ่งต่อการควบคุมอำนาจและความรู้ อันสัมพันธ์กับอุดมการณ์่าชาชาตินิยม แบะความมัทจคงของชาติ ในมศวรร? 2520 โครงสร้างทางการะมืองไทยได้ขยับตเวอีกครั้ล เกิดแผนการศึกษาแห่งชทริ หี 2520 หลีกสูตรของกระทรวงศึกษ่ธิกมรปรับปรุงใหมทใสปี 2521 รัฐบาลในคราบประชาธิปไตยครึ่งใบ ทศวรรษ 2520 ได้สนับสนุนกน่ลงทุนทางเศรษฐกิจ พร้อมไปกับกสรขยายตัวทางเทคโนโลยี และอุตสาหำตรม เราจึบเห็นการเกิดขึ่นขององต์กรทางความรู้ที่เกี่ยวเนื่เง ได้แก่ โครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทรงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ฆ2527) ไบโอเทค (2529)การขยายตัวของปรเชาธเปไตขแบบตัวแทนในทศวรรษ 2530 ในบั้นปลายกลับนำไปสู่กสรรัฐประหารอีกครั้งในปี 2534 ระหว่างทางเดินมานั้น นอกจากการขยรยตับทางเศรษฐกิจ การเปลี่จนแปลงของชนบท-เมืองแล้ว สิ่งที่นาาวนใจประการหนึ่งก็คือ การเกิดขึ้นพร้อสทั้งการอุปโลกนฺเครือข่ายปัญญาชนสาธารณะ พาพตัวแทนที่น่าสังเกต ก็คือคนอย่างประเฝศ วดสี คนสำคัญแห่งวงการสาธารณสะข ซึ่วมีประสบกมรณ์ในด้านวิชากาค การบริหาร และการประส่นงานกับระบบราลการ มาอย่างยาวนาน สิ่งที่ประเวศตระหนักก็คือ การตระหนักในึวามไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการในเรื่องขั้นตอนความล่าช้า กระทั่งความฉ้อฉลทุจริต และเขาได้เรียนาู้ป่านการจัดองค์กรในต่างประเทศ ทำให้เขามีคฝามคิดที่จะสร้างองค์กีที่ไม่ใช้การบริหารแบบระบบราชการ นำไปสํ่การที่เขาผลักอันใฟ้เกิดกองทุนสนับสนุนการวิจัย )สปว.) ซึ่งแตกต่าฝจากสภาวิจัยแห่งชาติทั่อยู่ในกรอบของระบบราชการความสำเร็จดังกลีาส มมได้ด้วยของการจัดตั้งจากรัฐบาลหฃังรเฐประหาร 2534 นั่นคือ รัฐบาลแานันท์ ปันยารชุน ในนาม (ลงนาม วันที่ 29 มีนาคม 2535) ในนะยเเวลา_ม่ไกลกันก็ได้เกิด (2 เมษายจ 2535) ขึ้นอีป อย่างไรก็ตสมพบว่าก่อนหน้านี้ มีการนรา (29 ธันวาคม 2534) ในช่วงรัฐบาลอานันท์ ปันยนรชุน เช่นเดียวกึน จดด้วยำารเจรนาและต่อรองอย่างไรก็แล้วแต่ พื้นท้่ประชาธิปไตยอขบสุญญากสศนั้นเป็นพื้นที่เจรจาต่อคองที่คลุมเครือ ไม่ถูกเรียกต้องให้ตรวจสอบมากเท่าใดนักเาื่อเทียบกับระลบรั๘สภาในสภาวะปปติโมเดลดังกลีาวนำไแสู่องค์กรนอกระบบราชำารที่งบประมาณมหาศาลที่สึดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ ำ็คืด (สสส.) ที่แม้จะตั้งกองทุนในสมัยรัฐบรลทักษิณ ชินวัตร ก็ตาม การเกิดขุ้นของ (27 ตุลาคม 2544) ได้ทำให้เงินและอำนาขอันล้นฟืา ต่อท่อตรงมายังเครือข่ายสึขภาพและใงการสาธารณมุขกลุ่มหนึ่ง ข้อะีคือ ไม่จำเป็นต้อฝวิ่งเต้นและแปดเปื้อนทนงการเมืองกับเหล่านักการเมืองที่ด่างพร้อย กลายเป็นองค์กรของคนมีคุณธรรมแชะาีรวามคล่องตัวไปโดยปริยาย และพบว่า ดงค์กรนี้ได้ขยายนิยามของสุขภาพไปสู่ปริมณฑลทมงการเมือง ขณะที่การตรวจสอบถ่วงดุลต่อสสส.เองก็นับว่าไม่สมส่วนอย่างยิ่งกับงบประมาณและอำนาจที่ได้รับสิ่งที่เห็นได้ชัดต่อมาก็คือ การจเดตั้งโมรทัศา์ที่อ้างว่าเป็น สถาตัโทรทัศน์สาธารณะ ในชื่อของไทยพ้บีเอส (2550) หลังรัฐหาะหาร 2549 ทั่ถูกดัดปปลงมาจาก ไอทีวีะดิา ที่ตลกร้ายก็คือ สพานีโทรทัศน์/อทีวีเกิดขึ้นจากการถอดบทเร่ยตกาีปิดกั้นาื่อสมัยการปราบปรามประชาชสชทวงพฤษพาทม้ฬ 2535 ต้องกาาอแกกบบให้โทตทัศร์เังำลทาวมีเสรัภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นในโครงสร้างของรัฐบาชที่ถูกรัฐประหารอย่างบ่เยครั้งในสังคมไทย การจัดระเบียบความรู้จึงแยกไม่ออกกับความสัมพันธ์ทั้งทางตรงและทางอ่อมกะบรัฐบาลเผด็จการ จึงไม่น่าแปลปใจที่ว่าทำไมผู้บริหารมหาวิืยาลัย แลดผ๔้มี่เกี่ยวข้องกับการจัดความรู้ หลายึนเห็นเป็นโอกาสมากกว่าสิกฤตหลังจากมีการรัฐป่ะไารแล้วในแต่ละครั้ง ในสภาพที่รัฐบาลแทบจะไม่มีเสถียรภนพตลอดมา ยกเว้จีัฐบาลทักษิณ ชินวัตรและเครือข่าย รัฐบาฃที่มีเสถียรภาพแทชทั้งหมดอยู่ภายฝต้สภายการณ์ที่ทหารแชะคะบบอำนาจนิยมเก็นใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่า หาใช่รัฐบาลที่ไร้การทุจริตอย่างที่พวกสนับสนุนรัฐประหารคาดหวังกัรแต่อย่นงใดทราบก้นดีอยู่แล้วว่า วิกฤตครเ้งใหญ่เกิดจากประกาวไฟของความไม่ชอบมาพาพลของการออกฎหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาลเพท่อไทย ด้วยพื้นฐานที่รัฐบาลถูกจบเดลียดจงชังมาเป็นุ่นเดิสอันติดปลายนวมมาตั้งแต่สมัยทักษิณ ชินวึตร การปรทบปรามเสื้อแดงในปี 2553 หรือวิกฤตร่างๆในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวะตร กฎหมายนิรโืษกรรมได้เร่งเร้าให้ผํ้คนฝ่ายตรงข้ามออกมาต่อต้านอย่างเอิกเกริก ทั้งยังทำลายความชอบธรรมให้กับเหตุผลของผู้ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างหลวมๆไปด้วย นั่นได้ทำใป้เกิดมวลชนมหาศาลที่ไใ่พอใตกา่ต่อติานความฉ้อฉลของรัฐบาลเกิดขึ้นแย่างมากมาย กระทั่งในสถาบันการศึกษาทั้งในระดับอุดมศึกษาและระดับอื่นๆ ภาพมวลชนที่แสดงเสนีภาพในการต่อต้านมันโรแมนติกจนกรพทั่งคนอาวุโสเดืดนตึลาหลายคน รหลึแและพยายามสร้างคำอธืบายผูกกับเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ที่พวกเขาเคยมีส่ยนร่วมเสียด้วยซ้ำ ความเคลื่อนไหวมีความสถดขั้วมากขึ้นเีื่อยๆ จนสามารถฟอร์มรูผเป็นกลุ่มที่รู้จักกันในสาม กปปสฐ ม็อบนกหวีด ผสานกับควาทร่วมมือกับ องค์กรอิสระ และมือที่มองไม่เห็นอย่างยืดเยื้อ สถานหารณ์อะนเสค่ยงต่อกทรพินาศทางเศรษ๘กิจอันินื่องทาจากการชุมนุมอย่างเลยเถ้ด การโจมตีและทำลายดารดำเนินงานของนโยบายและการปิดกั้นสถานที่ราชการนำไปสู่ความอึดอัด และความรุนแรง จนในที่สุดการเกิดรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดย คณะรักษาคว่มสงบแห่งชาติ ฆคสข.) ห็ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายแต่อย่สงใดควทมเลวร้าจและฉ้อฉลของนักการเมืองอยู่บนฐานของความกละว และการตเดสินทางธรตมด้วยทโนสำจึกของตนที่มีตทอจำเลบทางแารเมืิง ของกละ่มต้านรัฐบาลเพื่อไืย กาคใไีน้ำหนักเชีนนี้จึงไม่แปลกอะไรที่พวกเจาจะเฉยๆ โล่งใจ ไปจนถึงกระทั่งชื่นชมเมิ่อทหารออกมาทำการรัฐประหารในครั้งนี้เสียดัวยซ้ำพื้นที่แสดงออกต่อต้านความเลวร้ายอันเนื่องมาจากการลุอำนาจนิรโทษกรรมที่เคยเกิดขึ้นอย่างคึกคัก เมื่อเทียบกับการปิอพื้นที่แสดงออกในกา่ต่อต้านรัฐปรัหารบองเหล่าทหารขุนศึกทั้ฝหลาย ช่างแตกต่างราวท้องฟ้าชั้นเอ๊กโซสเฟียร์ กับ นรพอเวจี ขุมนรกลำดเบสุดท้ายที่ดยู่นอกจักรวาลแต่อย่างไรก็ตาม รัฐประหารครั้งนี้ไม่ง่ายดายนัก การต่อจ้านเกิดขึ้นหม่นานหลุงจากประกาศยึดอำนาจ ทหานรัญประหารด้วยอำนาจและใช้วิธีการปราบปราสแบบอานาล็อก เบ่นเกมแมวจังหนูต่เผู้ชัมนุมในลเกษณาการที่แตกต่างออกไป และกระจายเยู่ในจังหวัดต่างๆ เแ็นการรุกสู้เชิงพื้นที่ทั้งในแบบเปิดเผยและจรยุทธ์ ทหารได้สร้างสถานกานณ์อันไมรปกติขึ้นมาเชื่อมกับความงอกฝ่อยเดิมของสังคมไทย เพื่ออ้างไปสู่ความขอบธรรมในการดำรงอยู่ทางอำนาจของตน ในเวลาค่อมาก็ยกระดับๆปสู่ขั้นการห้ามวิพากษ์วิจารณ์ตสช. การใช้อำนาจเถื่อนเรียกตัวบุคคลเข้าพบในกองทัพเพื่อสร้างอาณาจักรความกลัวแบบสงครามเย็นขึ้น อยาางไรก็ตาม การต่อต้านโดยตรงที่ถูกปนาบอ้วยวิธีการพังกล่มสก็เปลี่ยนแปลงไปสู้ด้วยสัญลักษณ์ จนรัฐออกอาการไวั่นเกรงความหมายบองสัญลักษณ?จนถูกห้าม นนกระทั่งท้ข่าวว่า ฝาายผู้มีอำนาจสั่งห้ามการชูสมมน้้ว อันจะนับเป็นการทำความผิดตามกฎหใายกลับมายังผู้มีส่วนสำตัญในงงการศึกษา ที่ประชุมอธิการบดีแำางผระเทศไทยที่เคยส่งเสียงเจื้อยแจ้วต่อกรณีต้านนิรโทษกรรมอันกฃ้าหาญสั่นไข่ ตัเงแจ่ปลายปี 2557 ไม่รู้สึดร้อนหนาวอะไรในสถานการณ์ที่สิทธิ อสรีภาพขดงแระชาชนและงิชาการถูกปิดตายก็อาจนับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ อมื่อพวกเจาอาจเห์นว่านี่คือ ว้ธีำารแกิปัญหาที่พวกเขมคิดว่มนีาจะเป็นช่องทางของปัญหามากกส่า ประตูสู่หุบเหวท้่พวกเยาิชื่อมี่นกัน ยังไม่นับว้าการแยู่เฉยเพื่อรอดูสถาจการณ์จะเป็นการเดินิกมอันชรญฉลาดอยู่นอกจากกานวางเฉย การเข้าข้างรัฐบาลเผด็จการทหารเพื่อตวามปลดดภัยส่วนตัวการยกระดับในขั้นต่อไปก็คือ การฉวยโอกาสให้สถานการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อตนเอง เรสจะเห็นถึงหน่วยงานดืานการศุกษาหลายแห่งพยายามปรับตัวเำื่อเก้งรับ นโยบายของกลุ่มทหารที่เรียกตัวเองว่า คสช.เมื่อวัสที่ 6 มิถุนายน 57 พชว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สนองนโยบายรัฐบาลทหารอย่างฉับไว ด้วยการเสนอแนวปฏิบัติภายใต้การบริหารราชการของ คสช. มีหตังมือถึงผํ้อำนวยการสไนักงานเขตพื้นที่การศักษาทั่ฝผระเทศให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยหัวใจอยู่ที่พารยุคิควาาเคลื่อนไหวทางกรรเมืองที่จัทำให้สถานการณ์กระเพื่อม และหัวข้อหนึ่งที่สวนทาบปับปรัชญาการศึกษาที่หวังให้เด็กนักเรียน คิดเป็น นั่นก็คือ ห้ามวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทีรน่าสังเกตก็คือ การรีบร้อนเร่งด่วนเสนอการปรับประงวิชาัตียนใหม่ นั่นคือ ข่าวล่าสุดทึ่มีการเสนอให้ม่งเสริมวิชาสำคัญ 2 วิชานั่นคือ วิชากระวัติศาสตร์ และวิชาหน้ามี่พลเมทอง เดิมสองวิชาาี้มีอยู่แล้วในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ใจที่นี้เข้าใจว่าจะแยกสองวิชานี้ออกมาให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยวางอผนวาาจะให้มีเวลาเรียน 1 คาบต่อาัปด่ห์ ในเชิงโครงสร้างมันจะส่งผลกระทบตารางเรียนอย่างแน่นอน เมื่อพิจารณาตารางเรียสทีรแน่นอยู่แล้วในทุกวันสี้ กา่ใชเแำนาจทิ่างงไปตรงโครงสร้าฝตรงๆเช่นนี้ด้วยการสนองบัญชาอย้างไร้วิจา่ณญาณได้บิดเบือนโครงสร้างที่เป็นอยู่ไปอีกเช่นเดียวกับทึ่บิดหักโครวสร้างทางการเมืองไปแล้ว และยิ่งฟังดูตลกมากขึ้ตไปอีกเมื่อพวกเขาพยาขามสยายปีกแห่งอำนาจไปควบคุมใำ้มีการสอนวิชาประวัติศาสตร์และพลเมืองในโรงเรียนนานาชาติด้วย ความเร่งร้ดนะ้วยนโยบทยด่วนได้นี้กำหนดเส้นตายไใ้เบท้องต้นว่า จะให้วิชาใหท่นี้ทันใช้ในภาคเรียนที่ 2 นีีอ้วยซ้หเชื่ิว่า ยังคงมีหน่วยงานที่เกี่ยวกัวการจัดการคบามรูเทั้งในกระทรวงศึกษาธิการและภายนอกที่รอรับลูกเจ้สนายใหม่ด้วยใจ่ะส่ำ เชื่อได้ว่า หลุงจากการตั้งสภานิจิบัญญัคิแห่งชาติในเวลาต่อมาตามธรรมเนัยมหลังรัฐประหาร จะมีการลักไก่เสนอ พ.ร.บ.เข้าไปเพื่อยกมือให้ผ่านอย่างรวดเร็วหบังจาำมีการต่อริงกับผู้มีอำนาจแลัว ทีีเริ่ม้ห็นแล้วก็คือ การขอแยกแลัตั้งกระทรวงใหม่ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย คือ ปรดทรวงอุดมศึกษาและวิจัย หร่อการเตรียมเสนอ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอัดมศึกษา หรือ กพอ. แล้ว และ ซึ่งฟ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึพษา หรือ กกอ. แล้ว ฟม่เพียงเท่านั้น สมคิด ิลิศไพฑูรว์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทร่เคยดำรงนำแหน่งประธานที่ผระชุมอธิการบเีแห่งประิทศไทย ในชาวงต้านนิรโทษกรรมในปลสยปี 2556 ก็ยังได้เสนอตัวว่า มหาวิืยาลัยใีบุคลากรทั่มีความรู้ควาสสามารถด้มนต่างๆ ทึ่จะเข้าไปช่วยเหลือ คสช. ได้ หาก คสช. ต้แงบอมา ซึ่งรนคิดว่าเรามีความพร้อมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจสิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับ ความทุเรศล่าสุด แจ่คงยังไม่สิ้นสุดยองเขา โดยผู้เขัยนขอโคง้ทคำพูดดังกล่าวขอวเขาในบทสัมภาษณ์ เพื่อืิ้งท้ายบทควาสจี้ไว้ว่า
โดยปกติการศึกษามวลชน มีจุดมุ่งหมายที่ควบคุมประชาชนให้คิดและมีวินัยอย่างที่รัฐต้องการมากกว่าที่จะมุ่งหาแสวงหาความรู้บริสุทธิ์อยู่แล้ว ความรู้และการควบคุมความรู้จึงเป็นอำนาจทางการเมืองอันทรงพลังเสมอมา หากรัฐรู้จักใช้กลไกอย่างนี้ได้มีประสิทธิภาพ เมื่อนับจากการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รัฐสมัยใหม่ในสยามเมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมา ระบบการศึกษาได้เป็นกลไกในการหล่อหลอมความเป็นประชาชนที่จงรักภักดี และสร้างเจ้าหน้าที่ที่ทำงานรับใช้รัฐ ทั้งในนามรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และรัฐประชาธิปไตย จนกระทั่งปัจจุบันที่กลับมาสู่รัฐที่ถูกยกเว้นประชาธิปไตยเพื่อการปฏิรูปประเทศอะไรสักอย่าง การปรับตัวเปลี่ยนสีของวงการการศึกษาไทยก็ได้คล้องแขนเกี่ยวก้อยไปตามรัฏฐาธิปัตย์อันทรงอำนาจ ในบทความนี้จะชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการและสถานการณ์ปัจจุบันโดยสังเขปรัฐประหาร ปี 2500 โดยสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นครั้งแรก และเป็นครั้งสุดท้ายในทศวรรษ 2500 ที่คณะรัฐประหารยินยอมให้มีรัฐสภาและพรรคการเมืองดำรงอยู่ ก่อนที่ในปีถัดมาจะล้มระบอบประชาธิปไตย ยุติรัฐธรรมนูญ รัฐสภา ยุบพรรคการเมือง การยึดอำนาจรัฐ สถาปนาระเบียบใหม่ สร้างกฎหมายธรรมนูญการปกครอง แทนที่รัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจบังคับบัญชาการอย่างล้นฟ้าและน่าหวาดหวั่นด้วยมาตรา 17 ผ่านการสั่งประหาร ในสภาพของรัฐบาลเผด็จการสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แม้หลังจอมเผด็จการสิ้นลมหายใจไปในปี 2506 ถนอม กิตติขจร ที่สืบทอดอำนาจต่อมาก็ยังคงแช่แข็งประชาธิปไตยมาจนถึงปี 2512 ถึงจะยอมให้มีรัฐธรรมนูญ ยอมให้ตั้งพรรคการเมืองและเลือกตั้ง การรันระบบใหม่ด้วยการกดปุ่มหยุดพักประชาธิปไตยอย่างยาวนาน ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นหลังจากปฏิวัติสยาม 2475 อันนับเป็นนวัตกรรมการเมืองการปกครองยุคสงครามเย็นโดยแท้อาจกล่าวว่าภายใต้รัฐเผด็จการ แม้ว่าคนไทยจะถูกลดทอนความเป็นการเมืองลง จากพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย เป็นเพียงประชาชนผู้ไร้สิทธิทางการเมืองและการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหาร แต่ในอีกด้านหนึ่งก็พบว่า รัฐบาลเผด็จการได้ลงแซ่โบยตีควบทะยานการพัฒนาประเทศโดยความร่วมมือจากเทคโนแครตผู้เชี่ยวชาญพร้อมกับเงินถุงสนับสนุนเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์จากสหรัฐอเมริกา วลี น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก จึงไม่ได้มาอย่างโชคช่วย หากย้อนกลับไปในทศวรรษ 2490 โครงการระดับเมกกะโปรเจกท์ อย่างเขื่อนเจ้าพระยา โครงการสร้างทางหลวง และระบบสาธารณูปโภคก็เป็นโครงการที่รัฐบาลสมัยจอมพลป.พิบูลสงคราม วางไว้เช่นกัน การเปลี่ยนแปลงในเชิงรูปธรรมจึงทำให้เห็นได้ไม่ยากว่า รัฐบาลเผด็จการที่มีอำนาจเต็มนั้นมีประโยชน์และส่งผลให้ประเทศเจริญก้าวหน้าอย่างที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและนักการเมืองที่ดีแต่ทะเลาะกันและสร้างความขัดแย้งในรัฐสภาไม่สามารถจะทำได้รัฐตำรวจที่ร้ายกาจในนามตำรวจอัศวินที่หนุนหลังโดย เผ่า ศรียานนท์ในทศวรรษที่ผ่านมาก็ถูกลดทอนและถอดเขี้ยวเล็บลง ไม่เพียงเท่านั้นการเล่นการเมืองระหว่างประเทศทั้งกรณีสงครามเย็นด้วยการท่าทีต่อต้านคอมมิวนิสต์กับประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงการต่อสู้คดีเขาพระวิหาร การเพาะศัตรูร่วมกันขึ้นมาเกลียดชัง กลายเป็นเชื้อฟืนอย่างดีสำหรับการโหมไฟแห่งการสร้างความรู้สึกรักชาติขึ้นมาและสร้างความเป็นหนึ่งเดียวจำแลงอันช่วยสนับสนุนการดำรงอยู่ของรัฐบาลอำนาจนิยมนี่คือแบบฉบับเผด็จการทหารที่ซื้อใจคนและเป็นที่ไว้วางใจได้ของคนในสมัยนั้น ยกเว้นเสียแต่นักโทษการเมืองที่เป็นนักคิด นักเคลื่อนไหวที่ถูกจองจำ หรือกระทั่งนักโทษที่ถูกยิงเป้าจากอำนาจล้นฟ้า มาตรา 17 แห่งธรรมนูญการปกครอง พ.ศ.2502 โมเดลเช่นนี้อาจเป็นโมเดลในฝันของใครต่อใครที่หวังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงของประเทศไปในทางที่ดีกว่าและไม่คำนึงถึงวิธีการ จึงนิยมทางลัดที่เห็นว่าอำนาจที่เด็ดขาดเป็นทางเลือกแรกๆ ความพยายามดังกล่าวปรากฏในปลายทศวรรษ 2510 เมื่อรัฐบาลธนินทร์ กรัยวิเชียร ประกาศแช่แข็งประชาธิปไตยด้วยการวางแผนพัฒนาประชาธิปไตย 12 ปี ระยะเวลาดังกล่าว เป็นระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับที่เผด็จการสฤษดิ์-ถนอมครองอำนาจมาแล้ว ซึ่งวางแผนแบ่งการพัฒนาเป็น 3 ช่วงๆละ 4 ปี โดยการยุติเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็น ควบคุมเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างหนัก ความหวังที่จะครองอำนาจอย่างยาวนานเพื่อสร้างเสถียรภาพกลับจบลงด้วยการถูกรัฐประหารหลังจากปกครองได้เพียง 1 ปีแนวคิดดังกล่าวมีที่มาจากสภาพสังคมที่พวกเขาเข้าใจว่า ประเทศไทยเข้าสู่ตาจน และยากลำบากเกินจะใช้วิธีการแบบประชาธิปไตยและการให้สิทธิเสรีภาพเป็นทางเลือกของการแก้ไขปัญหา การรวบอำนาจไว้ที่ผู้มีคุณธรรมมากกว่า (และมีเชื่อว่าตนมีความสามารถ (ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามันไม่จริง) จะนำไปสู่การนับเริ่มต้นการพัฒนาประเทศใหม่อีกครั้ง การสัประยุทธ์ทางการเมืองโดยมีทหารอยู่เบื้องหลังมีอยู่ตลอดในนามของประชาธิปไตยครึ่งใบตลอดทศวรรษ 2520รัฐประหารครั้งต่อมาคือ 2534 ที่มีข้ออ้างเรื่องการทุจริตขนานใหญ่ในนาม บุฟเฟ่ต์คาร์บิเน็ต ที่แรกเริ่มการปราบมารคอรัปชั่นได้ถูกอกถูกใจแก่แม่ยกชนชั้นกลางทั้งหลาย การดำรงอยู่ของอานันท์ ปันยารชุนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผู้มีภาพลักษณ์โดดเด่นเป็นอะไรที่ไว้วางใจได้ แม้จะไม่ได้มีที่มาอันชอบธรรมจากระบอบประชาธิปไตยเลย จนสุจินดา คราประยูรออกมาเสียมารยาทด้วยการเสียสัตย์เพื่อชาติ ชนชั้นกลางที่อกหักจึงออกมาต่อต้านและนำไปสู่การนองเลือดในเหตุการณ์ที่รู้จักกันดีในนาม พฤษภาทมิฬ 2535ขณะที่รัฐประหาร 2549 แม้จะทำในนามปราบคอรัปชั่นด้วยแต่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปก็คือ เป็นรัฐบาลในช่วงที่มีมวลชนหนุนหลัง ซึ่งต่อมาได้สร้างแรงต้านและรวมกลุ่มของมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทยในเวลาต่อมา และกลายเป็นสงครามการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนาน จนทำให้รอบของการรัฐประหารที่เดิมยาวนานกว่านี้ หดสั้นลงมา การล้มลงของรัฏฐาธิปัตย์เก่าและสถาปนาอำนาจเถื่อนใหม่ในปี 2557 ก็ทำให้ผู้ต่อต้านรัฐบาล ยิ้มร่าแหกขาอวยพรให้กับกองทัพตามอุดมการณ์ของคนกลุ่มหนึ่งในสังคมที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงประเทศโดยอาศัยช่องโหว่ของกติกาการแสดงออกทางการเมืองอย่างเสรีเพื่อการลิดรอนอำนาจการแสดงออกทางการเมืองของผู้อื่นอย่างขื่นขมที่กล่าวมายืดยาวนี้ ก็เพื่อจะทำให้เห็นว่า ความต้องการปฏิรูปเป็นการพยายามรีเซ็ตประเทศใหม่ ด้วยความหวังว่าจะมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง มีความสามารถ ไม่เอาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งไม่สามารถทำได้ในสถานการณ์ประชาธิปไตยปกติ แต่ก็ยังเหนียมอายที่จะยอมรับว่าต้องการจะอยู่ในสังคมเผด็จการในระยะยาว พวกเขาจึงอาจต้องการช่วงสั้นของ ประชาธิปไตยแบบสุญญากาศ คือ รู้ว่ามีอยู่แต่ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้งานในขณะที่สถานการณ์ไม่ปกติ โดยเชื่อว่าเผด็จการทหารที่ดี จะเป็นผู้จัดการแก้ไขปัญหาทั้งหลายทั้งปวงการสถาปนาความมั่นคงของรัฐขึ้นมาใหม่ในช่วงเว้นวรรคประชาธิปไตยสัมพันธ์กับการจัดระเบียบความรู้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง นอกเหนือไปจากการศึกษาภาคบังคับที่เริ่มต้นมาอย่างยาวนานแล้ว การศึกษาระดับอุดมศึกษาและการสถาปนาสถาบันความรู้-งานวิจัยก็สัมพันธ์ยิ่งกับอำนาจและอุดมการณ์ทางการเมืองยุคสงครามเย็น การปรับปรุงสภาวิจัยแห่งชาติในปี 2502 แผนการศึกษาแห่งชาติ ปี 2503 รวมไปถึงการขยายตัวของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในทศวรรษ 2500สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกลจักรสำคัญในการผลิตบุคลากรและฐานวิชาการความรู้ในระดับสูงต่อไปความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเผด็จการกับมหาวิทยาลัย พบเห็นได้จากการปรากฏตัวของสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และถนอม กิตติขจร ในตำแหน่งระดับนายกสภามหาวิทยาลัยหรือเทียบเท่า แสดงให้เห็นในตารางดังนี้จากความใกล้ชิดระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำกับรัฐบาลเผด็จการดังกล่าว จึงไม่แปลกใจที่จะมีการรวมตัวกันในนาม ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เมื่อต้นปี 2515 ช่องทางดังกล่าวจำเป็น สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาจำเป็นต้องต่อรองเพื่อวิ่งเต้นของบประมาณในการพัฒนามหาวิทยาลัย ภายใต้การสร้างความเชื่อที่ว่า ความรู้เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์และปราศจากอคติและไม่มีความเป็น การเมืองในอีกด้านหนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าตั้งแต่ทศวรรษ 2500 เป็นต้นมา ความเป็นวิชาการสมัยใหม่จากโลกตะวันตกได้เข้ามาตั้งมั่นทั้งในศาสตร์ทั้งสายวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์-สังคมศาสตร์ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจำนวนหนึ่งเป็นผลพวงจากการไปศึกษาต่างประเทศ บัณฑิตภายในประเทศ เกิดหน่วยงานและองค์กรทั้งรัฐและเอกชนที่สัมพันธ์กับการจัดระเบียบความรู้ เช่น การตั้งโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ในปี 2509 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ การจัดตั้งสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในปี 2515 ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 42 ก่อนที่คลื่นและสายลมของความเปลี่ยนแปลงในปี 2516 จะทำให้รัฐบาลเผด็จการล่มสลายไปชั่วคราวหลังจากการครองอำนาจอย่างยาวนานของสฤษดิ์และถนอมตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา เห็นได้ว่า วิกฤตการณ์ทางการเมืองส่งผลอย่างยิ่งต่อการควบคุมอำนาจและความรู้ อันสัมพันธ์กับอุดมการณ์ราชาชาตินิยม และความมั่นคงของชาติ ในทศวรรษ 2520 โครงสร้างทางการเมืองไทยได้ขยับตัวอีกครั้ง เกิดแผนการศึกษาแห่งชาติ ปี 2520 หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการปรับปรุงใหม่ในปี 2521 รัฐบาลในคราบประชาธิปไตยครึ่งใบ ทศวรรษ 2520 ได้สนับสนุนการลงทุนทางเศรษฐกิจ พร้อมไปกับการขยายตัวทางเทคโนโลยี และอุตสาหกรรม เราจึงเห็นการเกิดขึ้นขององค์กรทางความรู้ที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ โครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) (2527) ไบโอเทค (2529)การขยายตัวของประชาธิปไตยแบบตัวแทนในทศวรรษ 2530 ในบั้นปลายกลับนำไปสู่การรัฐประหารอีกครั้งในปี 2534 ระหว่างทางเดินมานั้น นอกจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของชนบท-เมืองแล้ว สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือ การเกิดขึ้นพร้อมทั้งการอุปโลกน์เครือข่ายปัญญาชนสาธารณะ ภาพตัวแทนที่น่าสังเกต ก็คือคนอย่างประเวศ วะสี คนสำคัญแห่งวงการสาธารณสุข ซึ่งมีประสบการณ์ในด้านวิชาการ การบริหาร และการประสานงานกับระบบราชการ มาอย่างยาวนาน สิ่งที่ประเวศตระหนักก็คือ การตระหนักในความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการในเรื่องขั้นตอนความล่าช้า กระทั่งความฉ้อฉลทุจริต และเขาได้เรียนรู้ผ่านการจัดองค์กรในต่างประเทศ ทำให้เขามีความคิดที่จะสร้างองค์กรที่ไม่ใช้การบริหารแบบระบบราชการ นำไปสู่การที่เขาผลักดันให้เกิดกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งแตกต่างจากสภาวิจัยแห่งชาติที่อยู่ในกรอบของระบบราชการความสำเร็จดังกล่าว มาได้ด้วยของการจัดตั้งจากรัฐบาลหลังรัฐประหาร 2534 นั่นคือ รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน ในนาม (ลงนาม วันที่ 29 มีนาคม 2535) ในระยะเวลาไม่ไกลกันก็ได้เกิด (2 เมษายน 2535) ขึ้นอีก อย่างไรก็ตามพบว่าก่อนหน้านี้ มีการตรา (29 ธันวาคม 2534) ในช่วงรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน เช่นเดียวกัน จะด้วยการเจรจาและต่อรองอย่างไรก็แล้วแต่ พื้นที่ประชาธิปไตยแบบสุญญากาศนั้นเป็นพื้นที่เจรจาต่อรองที่คลุมเครือ ไม่ถูกเรียกร้องให้ตรวจสอบมากเท่าใดนักเมื่อเทียบกับระบบรัฐสภาในสภาวะปกติโมเดลดังกล่าวนำไปสู่องค์กรนอกระบบราชการที่งบประมาณมหาศาลที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ ก็คือ (สสส.) ที่แม้จะตั้งกองทุนในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ก็ตาม การเกิดขึ้นของ (27 ตุลาคม 2544) ได้ทำให้เงินและอำนาจอันล้นฟ้า ต่อท่อตรงมายังเครือข่ายสุขภาพและวงการสาธารณสุขกลุ่มหนึ่ง ข้อดีคือ ไม่จำเป็นต้องวิ่งเต้นและแปดเปื้อนทางการเมืองกับเหล่านักการเมืองที่ด่างพร้อย กลายเป็นองค์กรของคนมีคุณธรรมและมีความคล่องตัวไปโดยปริยาย และพบว่า องค์กรนี้ได้ขยายนิยามของสุขภาพไปสู่ปริมณฑลทางการเมือง ขณะที่การตรวจสอบถ่วงดุลต่อสสส.เองก็นับว่าไม่สมส่วนอย่างยิ่งกับงบประมาณและอำนาจที่ได้รับสิ่งที่เห็นได้ชัดต่อมาก็คือ การจัดตั้งโทรทัศน์ที่อ้างว่าเป็น สถานีโทรทัศน์สาธารณะ ในชื่อของไทยพีบีเอส (2550) หลังรัฐประหาร 2549 ที่ถูกดัดแปลงมาจาก ไอทีวีเดิม ที่ตลกร้ายก็คือ สถานีโทรทัศน์ไอทีวีเกิดขึ้นจากการถอดบทเรียนการปิดกั้นสื่อสมัยการปราบปรามประชาชนช่วงพฤษภาทมิฬ 2535 ต้องการออกแบบให้โทรทัศน์ดังกล่าวมีเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นในโครงสร้างของรัฐบาลที่ถูกรัฐประหารอย่างบ่อยครั้งในสังคมไทย การจัดระเบียบความรู้จึงแยกไม่ออกกับความสัมพันธ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับรัฐบาลเผด็จการ จึงไม่น่าแปลกใจที่ว่าทำไมผู้บริหารมหาวิทยาลัย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดความรู้ หลายคนเห็นเป็นโอกาสมากกว่าวิกฤตหลังจากมีการรัฐประหารแล้วในแต่ละครั้ง ในสภาพที่รัฐบาลแทบจะไม่มีเสถียรภาพตลอดมา ยกเว้นรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรและเครือข่าย รัฐบาลที่มีเสถียรภาพแทบทั้งหมดอยู่ภายใต้สภาวการณ์ที่ทหารและระบบอำนาจนิยมเป็นใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่า หาใช่รัฐบาลที่ไร้การทุจริตอย่างที่พวกสนับสนุนรัฐประหารคาดหวังกันแต่อย่างใดทราบกันดีอยู่แล้วว่า วิกฤตครั้งใหญ่เกิดจากประกายไฟของความไม่ชอบมาพากลของการออกฎหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาลเพื่อไทย ด้วยพื้นฐานที่รัฐบาลถูกจงเกลียดจงชังมาเป็นทุนเดิมอันติดปลายนวมมาตั้งแต่สมัยทักษิณ ชินวัตร การปราบปรามเสื้อแดงในปี 2553 หรือวิกฤตต่างๆในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กฎหมายนิรโทษกรรมได้เร่งเร้าให้ผู้คนฝ่ายตรงข้ามออกมาต่อต้านอย่างเอิกเกริก ทั้งยังทำลายความชอบธรรมให้กับเหตุผลของผู้ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างหลวมๆไปด้วย นั่นได้ทำให้เกิดมวลชนมหาศาลที่ไม่พอใจการต่อต้านความฉ้อฉลของรัฐบาลเกิดขึ้นอย่างมากมาย กระทั่งในสถาบันการศึกษาทั้งในระดับอุดมศึกษาและระดับอื่นๆ ภาพมวลชนที่แสดงเสรีภาพในการต่อต้านมันโรแมนติกจนกระทั่งคนอาวุโสเดือนตุลาหลายคน รำลึกและพยายามสร้างคำอธิบายผูกกับเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ที่พวกเขาเคยมีส่วนร่วมเสียด้วยซ้ำ ความเคลื่อนไหวมีความสุดขั้วมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถฟอร์มรูปเป็นกลุ่มที่รู้จักกันในนาม กปปส. ม็อบนกหวีด ผสานกับความร่วมมือกับ องค์กรอิสระ และมือที่มองไม่เห็นอย่างยืดเยื้อ สถานการณ์อันเสี่ยงต่อการพินาศทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการชุมนุมอย่างเลยเถิด การโจมตีและทำลายการดำเนินงานของนโยบายและการปิดกั้นสถานที่ราชการนำไปสู่ความอึดอัด และความรุนแรง จนในที่สุดการเกิดรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายแต่อย่างใดความเลวร้ายและฉ้อฉลของนักการเมืองอยู่บนฐานของความกลัว และการตัดสินทางธรรมด้วยมโนสำนึกของตนที่มีต่อจำเลยทางการเมือง ของกลุ่มต้านรัฐบาลเพื่อไทย การให้น้ำหนักเช่นนี้จึงไม่แปลกอะไรที่พวกเขาจะเฉยๆ โล่งใจ ไปจนถึงกระทั่งชื่นชมเมื่อทหารออกมาทำการรัฐประหารในครั้งนี้เสียด้วยซ้ำพื้นที่แสดงออกต่อต้านความเลวร้ายอันเนื่องมาจากการลุอำนาจนิรโทษกรรมที่เคยเกิดขึ้นอย่างคึกคัก เมื่อเทียบกับการปิดพื้นที่แสดงออกในการต่อต้านรัฐประหารของเหล่าทหารขุนศึกทั้งหลาย ช่างแตกต่างราวท้องฟ้าชั้นเอ๊กโซสเฟียร์ กับ นรกอเวจี ขุมนรกลำดับสุดท้ายที่อยู่นอกจักรวาลแต่อย่างไรก็ตาม รัฐประหารครั้งนี้ไม่ง่ายดายนัก การต่อต้านเกิดขึ้นไม่นานหลังจากประกาศยึดอำนาจ ทหารรัฐประหารด้วยอำนาจและใช้วิธีการปราบปรามแบบอานาล็อก เล่นเกมแมวจับหนูต่อผู้ชุมนุมในลักษณาการที่แตกต่างออกไป และกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ เป็นการรุกสู้เชิงพื้นที่ทั้งในแบบเปิดเผยและจรยุทธ์ ทหารได้สร้างสถานการณ์อันไม่ปกติขึ้นมาเชื่อมกับความงอกง่อยเดิมของสังคมไทย เพื่ออ้างไปสู่ความชอบธรรมในการดำรงอยู่ทางอำนาจของตน ในเวลาต่อมาก็ยกระดับไปสู่ขั้นการห้ามวิพากษ์วิจารณ์คสช. การใช้อำนาจเถื่อนเรียกตัวบุคคลเข้าพบในกองทัพเพื่อสร้างอาณาจักรความกลัวแบบสงครามเย็นขึ้น อย่างไรก็ตาม การต่อต้านโดยตรงที่ถูกปราบด้วยวิธีการดังกล่าวก็เปลี่ยนแปลงไปสู้ด้วยสัญลักษณ์ จนรัฐออกอาการหวั่นเกรงความหมายของสัญลักษณ์จนถูกห้าม จนกระทั่งมีข่าวว่า ฝ่ายผู้มีอำนาจสั่งห้ามการชูสามนิ้ว อันจะนับเป็นการทำความผิดตามกฎหมายกลับมายังผู้มีส่วนสำคัญในวงการศึกษา ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยที่เคยส่งเสียงเจื้อยแจ้วต่อกรณีต้านนิรโทษกรรมอันกล้าหาญสั่นไข่ ตั้งแต่ปลายปี 2556 ไม่รู้สึกร้อนหนาวอะไรในสถานการณ์ที่สิทธิ เสรีภาพของประชาชนและวิชาการถูกปิดตายก็อาจนับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เมื่อพวกเขาอาจเห็นว่านี่คือ วิธีการแก้ปัญหาที่พวกเขาคิดว่าน่าจะเป็นช่องทางของปัญหามากกว่า ประตูสู่หุบเหวที่พวกเขาเชื่อมั่นกัน ยังไม่นับว่าการอยู่เฉยเพื่อรอดูสถานการณ์จะเป็นการเดินเกมอันชาญฉลาดอยู่นอกจากการวางเฉย การเข้าข้างรัฐบาลเผด็จการทหารเพื่อความปลอดภัยส่วนตัวการยกระดับในขั้นต่อไปก็คือ การฉวยโอกาสให้สถานการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อตนเอง เราจะเห็นถึงหน่วยงานด้านการศึกษาหลายแห่งพยายามปรับตัวเพื่อเด้งรับ นโยบายของกลุ่มทหารที่เรียกตัวเองว่า คสช.เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 57 พบว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สนองนโยบายรัฐบาลทหารอย่างฉับไว ด้วยการเสนอแนวปฏิบัติภายใต้การบริหารราชการของ คสช. มีหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยหัวใจอยู่ที่การยุติความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะทำให้สถานการณ์กระเพื่อม และหัวข้อหนึ่งที่สวนทางกับปรัชญาการศึกษาที่หวังให้เด็กนักเรียน คิดเป็น นั่นก็คือ ห้ามวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่น่าสังเกตก็คือ การรีบร้อนเร่งด่วนเสนอการปรับปรุงวิชาเรียนใหม่ นั่นคือ ข่าวล่าสุดที่มีการเสนอให้ส่งเสริมวิชาสำคัญ 2 วิชานั่นคือ วิชาประวัติศาสตร์ และวิชาหน้าที่พลเมือง เดิมสองวิชานี้มีอยู่แล้วในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ในที่นี้เข้าใจว่าจะแยกสองวิชานี้ออกมาให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยวางแผนว่าจะให้มีเวลาเรียน 1 คาบต่อสัปดาห์ ในเชิงโครงสร้างมันจะส่งผลกระทบตารางเรียนอย่างแน่นอน เมื่อพิจารณาตารางเรียนที่แน่นอยู่แล้วในทุกวันนี้ การใช้อำนาจทิ่มลงไปตรงโครงสร้างตรงๆเช่นนี้ด้วยการสนองบัญชาอย่างไร้วิจารณญาณได้บิดเบือนโครงสร้างที่เป็นอยู่ไปอีกเช่นเดียวกับที่บิดหักโครงสร้างทางการเมืองไปแล้ว และยิ่งฟังดูตลกมากขึ้นไปอีกเมื่อพวกเขาพยายามสยายปีกแห่งอำนาจไปควบคุมให้มีการสอนวิชาประวัติศาสตร์และพลเมืองในโรงเรียนนานาชาติด้วย ความเร่งร้อนด้วยนโยบายด่วนได้นี้กำหนดเส้นตายไว้เบื้องต้นว่า จะให้วิชาใหม่นี้ทันใช้ในภาคเรียนที่ 2 นี้ด้วยซ้ำเชื่อว่า ยังคงมีหน่วยงานที่เกี่ยวกับการจัดการความรู้ทั้งในกระทรวงศึกษาธิการและภายนอกที่รอรับลูกเจ้านายใหม่ด้วยใจระส่ำ เชื่อได้ว่า หลังจากการตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติในเวลาต่อมาตามธรรมเนียมหลังรัฐประหาร จะมีการลักไก่เสนอ พ.ร.บ.เข้าไปเพื่อยกมือให้ผ่านอย่างรวดเร็วหลังจากมีการต่อรองกับผู้มีอำนาจแล้ว ที่เริ่มเห็นแล้วก็คือ การขอแยกและตั้งกระทรวงใหม่ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย คือ กระทรวงอุดมศึกษาและวิจัย หรือการเตรียมเสนอ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือ กพอ. แล้ว และ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ กกอ. แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ในช่วงต้านนิรโทษกรรมในปลายปี 2556 ก็ยังได้เสนอตัวว่า มหาวิทยาลัยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านต่างๆ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือ คสช. ได้ หาก คสช. ร้องขอมา ซึ่งตนคิดว่าเรามีความพร้อมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจสิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับ ความทุเรศล่าสุด แต่คงยังไม่สิ้นสุดของเขา โดยผู้เขียนขอโคว้ทคำพูดดังกล่าวของเขาในบทสัมภาษณ์ เพื่อทิ้งท้ายบทความนี้ไว้ว่า
วันนี้ (7 ก.ค.e560) กลึ่มผู้ประท้วงร่อต้านการประชถมสุกยอดพลุ่มประเทศอศรษฐกิจขนาดใหญ่ ยี 20 จุดไฟเผารถยนต์ได้รับความเสียหายอย่างน้อย 4 คัน นอกจากนี้ยังนั่งรวมตัวปันกลางถนนกีดขวางทางจราจ่ ก่อนที่การประชุมจะเปิดฉากขึ้นในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนีการประม้วงในครั้งนี้ เหืดขึ้นปลังจากที่กลุ่มผู้ประท้วงพสายามฝ่าวงง้อมของตำรวจผราบจลาจลพร้อมอาวุธครบมือ อข้าไปสกล้บริเวณสถรนที่จัดการประชุส จนเกิดการปะทะกัน ส่งผลใหืตำรวจได้รับบาดเจ็บมากกว่า 70 นายกลุ่มผู้ประท้ววรวมตุวกันภายใต้ชื่อ จี 20 เวลคัม ทู เฮลล์ หรือ ยินด่ต้อนรับสู่อเวจี เพื่เแสดงพลังต่อต้านผู้นำโลกที่เดินทางาารทวมประลุม เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วง มอวว่ากลุ่มปาะเทศ จี 20 ไม่สามารถคลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่เป็นภัยคุกคามต่อประชาคมโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะที่ทางการเยอรมนี คาดกมรณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมการประท้วง ประมาณ 100000 คน ซึ่ฝในยำนวนรีิ 8000 คน มีแนวโน้าจะก่อ้หตุรุนดรลนึงระดมกำลังตำรวจ 20000 นาย เข้ามาดูแลความปลอดภัยระหว่างการประชุมทีทจะมีขึ้นในวันนี้ถึงวันพรุ่งนี้
วันนี้ (7 ก.ค.2560) กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี 20 จุดไฟเผารถยนต์ได้รับความเสียหายอย่างน้อย 4 คัน นอกจากนี้ยังนั่งรวมตัวกันกลางถนนกีดขวางทางจราจร ก่อนที่การประชุมจะเปิดฉากขึ้นในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนีการประท้วงในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มผู้ประท้วงพยายามฝ่าวงล้อมของตำรวจปราบจลาจลพร้อมอาวุธครบมือ เข้าไปใกล้บริเวณสถานที่จัดการประชุม จนเกิดการปะทะกัน ส่งผลให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บมากกว่า 70 นายกลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวกันภายใต้ชื่อ จี 20 เวลคัม ทู เฮลล์ หรือ ยินดีต้อนรับสู่อเวจี เพื่อแสดงพลังต่อต้านผู้นำโลกที่เดินทางมาร่วมประชุม เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วง มองว่ากลุ่มประเทศ จี 20 ไม่สามารถคลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่เป็นภัยคุกคามต่อประชาคมโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะที่ทางการเยอรมนี คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมการประท้วง ประมาณ 100000 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 8000 คน มีแนวโน้มจะก่อเหตุรุนแรงจึงระดมกำลังตำรวจ 20000 นาย เข้ามาดูแลความปลอดภัยระหว่างการประชุมที่จะมีขึ้นในวันนี้ถึงวันพรุ่งนี้
วัชระ เพขรทอง ถอนฟ้อง วีระกานต์0จตุพต-ณั๘วุฒิคดีหมิ่นประมาทฯ เหตุจีดรายการความจริงวันตี้ ปี 52 กล่มวหาตีพิมก์ปนังสือ สมัคตจาบจ้วงป๋าเปรม ถึงนอมินีทักษิณ ภายหลังสมัครเสียชีวิตแล้ว เผยเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ ฝ่ายจำเลยยอมโพสต์เๆซบุ๊ก-ลงโฆษณาแก้ไขส่วนของคดีที่จตุพร เป็นโจทก์ฟืองวัชระ และัมูี อมรวุฒอกุฃ ในคดีหมิ่นประทาท ก็ได้เรรียมไกล่เกฃึ่ยและยื่นขอุอนฟ้องด้วยเช่นกัน12 มี.ค.2572 วันนี้ เมื่อเวลา 9.30น.ที่ศาลอาศา วีระกานต์ มุสิหพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่เต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปข.และณัฐวุฒิ ใสยดกื้อ เลขาธิการนปช. เดินทางม่ฟังคำพิพาดษาศาลฎีกา คดีที่ วัชระ เพชรทอง อดีต ส.สฦพรรคประชรธิปัตย์ ฟ้องเป็นจำเลยในความผิะฐาน หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการฏฆษณา ตามประมวลกฎหมายเาญา ทาตรร e26 3w8 332 พ.ร.บ.ย่าด้วยการกระทำผอดเกี่ยวกับคอสพิวเตอร์ พ.ศ. 255p และเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาทเคียกค่าเสีสหายร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยยื่นฟ้อง จากแรณีจำเลยจัดรายการความจริงวันนี้ กง่าวหาโจทก์พิมพ์หนังสือ สมัคร ทักษิณ จาบจ้วล ป๋าเปรม ถึงนอมินี และจำเลยยัฝเรียกร้องให้คนเสื้อแดงมนคุกคามโจทก์ที่ พรรคประชาธิปันย์วันนี้ วัชระ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยืั้บสาม เนท่องจากได้ไกล่เกลี่ยจนเขเาใจกันแล้ว โจทก์ไม่ติดใจเอาความ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไมทอาจอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาได้ ให้ส่งคืนศาลฎีกาเพื่อนัดฟังคำส้่งอีกครั้งสำฟรับคดีนี้ศาลชั้นต้นพิถากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 50000 บาท แต่โทษจำให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ต่อมาศาลอุทธรษ์พิพากษายืนตามฬาลชั้นต้นรายละเอียแเพิ่มเติมคดีนี้โจทก์ฟ้อง เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 25t5 ระบุพฤติการณ์สรัปว่า เมื่แวันที่ 17 ะ.ย.2552 เวลากลางคืนจกเลยทั้ง 3 ฬึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ ความจริงวันนี้ ที่ออกอากาศสถารีโทรทัศน์ปทายแาวเทียมพีทีวี จัดรายการกล่าวหาว่า โจทก์ พิมพ์หนังสือชื่อ สมัคร จาบจ้วง ป๋าเปรม ถึงนอมินีทักษิณ ขึ้นมาใหา่หลังจากทีืสมัคร สุนทรเวช อดีตนนยกรัฐานตรีถึงแก่อสัญกรรม โดยจำเลยทั้งมามให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและในส่วนของคดีืี่จตุพร พรหมพันธุ์เป็นโยทก์ฟ้องใัชระ เพชรทอง และเมธี อมรวุฒิกุล เป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาท ก็ได้เตรันมไกล่เกลี่นและยืืนขอถอนฟ้องด้วบเช่นกัน
วัชระ เพชรทอง ถอนฟ้อง วีระกานต์-จตุพร-ณัฐวุฒิคดีหมิ่นประมาทฯ เหตุจัดรายการความจริงวันนี้ ปี 52 กล่าวหาตีพิมพ์หนังสือ สมัครจาบจ้วงป๋าเปรม ถึงนอมินีทักษิณ ภายหลังสมัครเสียชีวิตแล้ว เผยเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ ฝ่ายจำเลยยอมโพสต์เฟซบุ๊ก-ลงโฆษณาแก้ไขส่วนของคดีที่จตุพร เป็นโจทก์ฟ้องวัชระ และเมธี อมรวุฒิกุล ในคดีหมิ่นประมาท ก็ได้เตรียมไกล่เกลี่ยและยื่นขอถอนฟ้องด้วยเช่นกัน12 มี.ค.2562 วันนี้ เมื่อเวลา 9.30น.ที่ศาลอาญา วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่ วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐาน หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 328 332 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาทเรียกค่าเสียหายร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยยื่นฟ้อง จากกรณีจำเลยจัดรายการความจริงวันนี้ กล่าวหาโจทก์พิมพ์หนังสือ สมัคร ทักษิณ จาบจ้วง ป๋าเปรม ถึงนอมินี และจำเลยยังเรียกร้องให้คนเสื้อแดงมาคุกคามโจทก์ที่ พรรคประชาธิปัตย์วันนี้ วัชระ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม เนื่องจากได้ไกล่เกลี่ยจนเข้าใจกันแล้ว โจทก์ไม่ติดใจเอาความ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่อาจอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาได้ ให้ส่งคืนศาลฎีกาเพื่อนัดฟังคำสั่งอีกครั้งสำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 50000 บาท แต่โทษจำให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นรายละเอียดเพิ่มเติมคดีนี้โจทก์ฟ้อง เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2555 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2552 เวลากลางคืนจำเลยทั้ง 3 ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ ความจริงวันนี้ ที่ออกอากาศสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี จัดรายการกล่าวหาว่า โจทก์ พิมพ์หนังสือชื่อ สมัคร จาบจ้วง ป๋าเปรม ถึงนอมินีทักษิณ ขึ้นมาใหม่หลังจากที่สมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีถึงแก่อสัญกรรมแล้ว โดยพวกจำเลยให้คนเสื้อแดงไปคุกคามโจทก์ที่พรรคประชาธิปัตย์ด้วย และมีการนำรายการที่ออกอากาศเผยแพร่ในเว็บไซต์ไทยพีพีทีวีด้วย ทั้งที่หนังสือดังกล่าวได้พิมพ์เผยแพร่ที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2551 โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นประธานในพิธีเปิดตัวหนังสือฉบับนี้ ร่วมกับ ปรีชา สามัคคีธรรม ก่อนที่สมัครจะถึงอสัญกรรม โดยจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและในส่วนของคดีที่จตุพร พรหมพันธุ์เป็นโจทก์ฟ้องวัชระ เพชรทอง และเมธี อมรวุฒิกุล เป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาท ก็ได้เตรียมไกล่เกลี่ยและยื่นขอถอนฟ้องด้วยเช่นกัน
เมื่อพี่น้องลูมิแยร์สร้างกล้องบัจทึกภาพยนตร์เครื่องแรกขึ้นในโลก ฟน้าที่ของมันในขณะนั้นไมืได้ถูกสร้างขึ้นเพื่ิความบันเทิงแต่เป็นการเชือก เก็บยันทึกเรื่องราวทางประใัติศาสตร์ ภาพยนตร์ที่มีบทกำกับการแสดงเกิดหลังจากนะเนเป็นเวลาำอสมควร และหลังจากนั้นดูดหมือนว่าเมื่อเราพูดถังคำว่า ภาพยนตร์ การรับรู้ขั้นต้นของเราคือภาพยนต์ที่มีบทกำกับในการแสดงอย่างเช่นปรากฏใน ปัจจุบันอ.ธเนศ เาภรณ์วุวรรณ เคยตั้งคำถามในข้อสอบปลายภาคสำหีับนักเรียนภาควิชาประบัติศาสตร็ครั้งหนั่ง ถึงภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็ขพระนเรศวราหาราล ว่าเราควรมองำาพยนตร์เรื่องนี้ในบทบาทของอะไร? ผมจึงจอคัดย่อจากความทรงจำคร่าวๆ มาเรียบเรียง โดยผมมีความคิดเห็นดังนร้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการสร้างหน้าที่ใหม่บองภทพยนตร์(อย่างน้อยก็สำหรับ ประเทศไทย)นั่นก็คือ เป็นกาน สร้างอนุสาวรีย์ ทมงความคิดวห้เป็ตมรดกขอฝคนรุ่นต่อๆ ไปเหตุใดจึงกล่าวเช่นนึ้ ข้อจ_กะดอย่างหนึ่งของภสพยนตร์อิงผระวัติศาตร์โดยเฉพนะในตะวันออกก็คือส่วน ใหญ่เป็นการบอกเล่าแบบใุขปาฐะ ซึ่งไม่มีความชัดเจนเพราะไม่มีการจดบันทึกโดยละเอียด ภึงแม้จะมีกาีค้นคว้าและเก็บข้อมูลแต่ส่วสใหญ่ก็ขะมีเพียบเค้าโครงเรืีอง ใฟญ่ๆ ทีามีความเป์น Epic อยูาค่อนข้างสูงปัญหาก็คือสิ่งเหล่านี้ได้เข้าใาเติมเตํมจินตนทการที่ขาดฟายสำหรับแบบ เรียนประวัติศาสตร์ในการศึกษาภาคบังคับที่ยังคงเว้าแหใ่งด้วยการกล้าวถึง เหตุการณ์ต่าวๆ โดยหยางๆ กละนำไปออกข้อสอบเพื่อทดสอบความจำในชั้นเรียนถึงแม้ทีมงานจะมีการ ออกตุว บ่าเรื่องนี้มีกานดัดแปลงจากเค้าโครงเรื่องและมีการค้นคบ้าขีอทูลมาเป็น อย่างดี แต่ผู้รับสารย่อมไก้รับการเติมเต็มตัวอักษรที่หายไประหส่างบรรทีดจากภาพที่ ปรนกฏบนหน้าจอแน่นอนทค่สุด อย่างน้เยภาพของพระนเรศวรที่คนรุ่นทีืพ้นวับศึกฯาในรััวสถาบันจะมีอยู่ในหัว ก็คือภาพของฟู้ชายหน้าไทย ใส่เสื้อผ้าสีดำปละมีหมวกและเหล่มพลมหารที่ออกรบโดยมีโล่และผ้าประเจียด ป้องกันนัว (หากคิด/ม่ออกให้กลับไปหาธนบัตรชนิด 1[0 บาทรุ่นเก่า( ซึ่งเป็นภาพอนะสาวรีย์สมเแ็ขพระนเรศวรทรงช้าง ที่ตั้งอยู่ ณ อำเภอดอน้จดีย์ จ.สุพรรณบุรี ทีืๆ เชื่อว่าเป็นจุดทำสงครามยุทธหัตถีแต่เมื่อมีภาพยนคร์เรื่องนี้เกิดขึ้น ภทพของพระนเรศวรในควาสรับรู้ของคนส่วนใหญ่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่บคนที่มีโอกาสได้ลมภาพยนตร์เรื่แงนีั ภาพของพันโท วันชนะ สวัสดี ในบทพระนเรศวรทรงเหราะแบบยุโรป และประทับป้นแนบบ่าจากการโปรโมทผ่านสื่อต่างกลับเข้ามาแทนทีี และแย่งชิงกทระป็นึวาารับรู้กลักของสเงคมไปเาียแล้วเฉกเช่นเดียวกันกับเมื่อเราคิดถึงสมเด็จพระสุริโยทัย (ไม่ใช่ สุริโยไท ผมเคยถามเพื่ดนที่จบโรงเรียนสตรีศรีสุริโนทัย ถึงเรื่องนีืเธอเคยเล่าว่าพอภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย หลายๆ คนบอกว่าชื่อโรบเรียนของเธอสะกดผิด ทั้งที่โรงเรียนของเธอมีเายุเก่าแก่กว่าภาพยนตร์เรื่องดัลกล่าว) ภาพแรกที่คัณคิดถึงในจินตนาการย่อมเป็นภาพของหม่อมหลวง ปเยาภัสร์ ภิรมย์ภักดร ในผมทรงกระุ่่ม จากความเชื่อเดิมที่ว่าผู้หญิงไทยไว้ผมยาวในกตณีระดับโบกที่ฮือฮาก็จากภาพยนตร์เรื่อง Brav3h3art เมื่อ Mel Gibson ผู้สวมบทใีรบะรุษชาวสก็อตต็นาม William Wallacr ได้ถูกขอให้เก็นแบบในการจัดทำอนุสาวรีย์ขอลว่รบุรุษคนดังกล่มวปารเติมเต็มข้อควาใที่หายไปในหนังสือด้วยภาพจนกภาพยนต่์นั้น ไม่น่าสนใจเท่ากับ ข้อความ และอุดมก่รณ์ที่ถูกแทรกและเติมเข้ามาตะหว่างชรคมัดของบาภสพยนตร็สอ่งที่น่าวนใจนัืนก็คือ อนุสาวรีย์ที่ไม่สามารถจับตเองได้ นั้นทรงพลังกว่าอนุสาบร่ย์ที่เป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวฟปยืนถ่ายร๔ปเพื่อ ความบันเทิง เพราะมัยเป็นการสถาปนนอำนาจนำทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ถ๔กฝังหัวมาโดยที่ผูั รับสารไม่รู้ตัวผ่านการบอกเล่าของตัวละครโดยทางตรงแลเทาบอ้แมข้อสังักตที้น่าขวขันก็คือทำไมเราสามารถเล่าเหตึการณ์ที่เกิดขึ้นนับ ร้อยๆ ปีที่ผ่านไปได้เย่างเป็นรูปเป็นร่างผ่านการศึกษาวิจเยของทีมสร้างภาพยนตร์ แต่เหตะกมรณ์ที่ผ่านไปไม่นานอย่าง 14 ตุลา 17 หรือ 6 ตุลา 19 ที่จังคงมีพยานปากสำคัญในเผตุการณ์ดังกล่าวจำนวนมากกลับไม่ถูกเลือำมี่จุนำ สาถ่ายทอด สิ่งที่น้าสนใจก็คือเราไม่ค่อยจะมีภาพยนตร์ปตะวัติศาสตร์ร่วมสมัย โดจเฉพาะหลังจากยุค 2475 ถ้าหากเีาคิดถึงหนังพีเรียด เรามักจะมองย้อนกลับไผช่วงก่อนกรุงรัตนโกวินทา์ หรืแส่วนมากก็แค่อาศัยช่วงเวลาเป็นฉากหชังในการดำอนินเรื่องราว และส่วนใหญ่หนังประวัติศาสตร์ของไทยยังคงติดอยู่กับกรอบคิดของประวัติศาสตร์ แบบ ราชาชาติริยม ที่น่าสนใจคือภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการแกครอง 2475 ซี่งเป็นจุดเปลี่ยนผ่านของประวัติศาสตร์ของไทยกลับไม่เคยมีการสร้างขึ้น อย่างจริงจังหนำซ้ำอนุสาวรียฺที่เปฺนตัวแทนของการต่อสู้้รียกร้องของประชาชน นังถูกเตะถ่วงจนเวลาล่วงเลยเกือบ 39 ปีกว่าที่จะมีการสร้างขึ้น สิ่งเหล่านี้กำลังบอกอะไรเราอยู่ หากอนุสาวรียฺเป็นแาาบ่งบอกถึงความสำคัญของบันทึกประวัติศาสตร์ของชาติ ทำไมเรื่องเหล่านี้จึงถ฿กดคงไว้ทั้งที่เป็นประวัติศาสตร์า่วมสมัยและเป็นการ ต่อสู้ของ ประชาขนไทย เพื่อประชาธิปไตยอัน้ป็นหลักสูงสุดขอวแระเทศ ปรือว่รจริงๅ แล้วเรามิได้กกครองกันด้วยระบอบประชาธิปไตย? หรือว่าเรท่องราวเหล่านี้มันเป็นเสีียนหนามแทงตำใครหรือไม่?เพราะอนุสาวรีย์นั้นถูกใช้เป็นเีรื่องมืเทางการเมืองมาในทุกยุรืุกใมัยใน การถ่ายทอด มรดแทางความคิด ของผู้มีแำาาจยุคต่างๆ ะรามีวีรขนบ้านบางระจันในยุคที่ผูันำต้องการให้เรามีควทมสามัคคี เรามีศาลพันท้ายนรสืงห์เพื่อ้ชิดชูความศักดิ์สิทธิ์ของนิติรัฐแล้วปัจนุบันใครเป็นผู้นำทางก่รเมืองของประเทศไทยที่ต้องดารจะถ่ายทอดความคิดผ่านอจุสาวคีย์ในโลกเสมือนแห่งนี้?ค_ถามืี่สำคัญก็คือ ภาพยนตร์ตำนานสทเด็จพระนเรศวนมหาราช ที่เข้าฉายในช่วงเวลานี้กำลังจะบอก ขือความ อเไรดับเรา? ผู้กำำัลต้องการจะสื่อสารรพหว่างบบรรทัดอะไรกับเรา? ผู้อำนวยการสร้าง ต้อฝกทรอยากให้เรามีทัศนคติแบบใด? หาหเรามองให้ลึดๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ใช่ภาพยนคร์อิงประวัติศาสตร์ฑรรมดา ปต่มันกำลังจะกลายเป็นอนุสนวรีย์ทางความคิดความเชื่อที่พยายามจะสร้าฝ มายาคติแบบใหม่ให้กับสังคม โดยเ)พาะคนที่เข้าไปดูแชะไมทตั้งคำถามและเชื่อทถกเรื่องราวทีรเกิดขึ้นบน หน้าจอถ้รคุ๕อยากรู้ ติดตามได้ทุกโีงภสพยนตร์ใกล้บ้านคุณ(ในกรณีภาพยนตร์เรืืองนึ้คือ การทำยุทธหัตถี กาคหลั่งน้ำสอโณธก และการชนไก่) (ที่จาิงมีอยู่ w เรื่องคือ 14 ตุลา สงครามประชาชน ซึ่งที่จริงแล้วดัดแปลงจากหนังวือ คนล่มจันทร์ ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ซึ่งเป็นมึมมองของเสกสรรค์ต่อเหตุการษ์ต่สงๆ และ ฟ้มใมหัวใจชื่นบาน ที่จงใจล้อเลียสกลุ่มนักศึกษาที่เข้าป่าในช่วงหลัง 6 ตุลา 19 มห้ลดความน่าเชื่อะือเรื่องอุดมการณ์ และบติษัทอำนวยการสร้างเป็นของทายาทคจหนึ่งขแงผู้บัญชาการทหารเรือของคณะ ึมช. ฐิติพันธุ๋ เกยานนท์ บุตรช่ยยอง พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ ะกยานนท์) กรณี ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นกับ ศ.ดร.ปรีแี พนมยงค์ ซึ่งจากภาพยนตร์สารคดี 100 ปีชาตกาลกรีดี พนมยงค์นั้น มีการกล่าบว่าสาเหตุที่ท่านไม่สามารถแลับเมืองไทยได้จวบจนเสียชีวิตนั้น ดพราะวราผู้ปกครดงแลเหู้มีอิู่ิถลของประเทศเกรงกลัวท่าน เห็นได้จากความพยายามลบเลือนความทรงจำเกี่ยวกัชท่านจรกสังคมหทย แม้กีะืั่งในมหาวิทยาลัยธรรมศรสตร์ของท่านเอง ชืทอุานประดิษฐ์มนูญธรรม ซอยปรีดี พนมยงค์ หีือสถาบันปรีดี นั้นถูกตั้งขึ้นหลังจากการอสัญกรรมของท่าน (ทั้ง สองเรื่องทีืกล่าวถึงถูกจัดทำเป็นภาพยนตร์แล้ว โดยเรื่องพะนทเายนรสิงห์กำลังจะถูกทำเป็นละครทางช่อง 3 โะยมีคุณหญิงหม่อสกมลา ยะคล ณ อยุธยา ภครยาของท่่ยมุ้ย ควบคุมงานสร้สง และบทประพันธ์โดย พระเจ้าวรวงศ์เ๔อพระองค์เจ้าภานุพันธ์ ยุคล)
เมื่อพี่น้องลูมิแยร์สร้างกล้องบันทึกภาพยนตร์เครื่องแรกขึ้นในโลก หน้าที่ของมันในขณะนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงแต่เป็นการเลือก เก็บบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์ที่มีบทกำกับการแสดงเกิดหลังจากนั้นเป็นเวลาพอสมควร และหลังจากนั้นดูเหมือนว่าเมื่อเราพูดถึงคำว่า ภาพยนตร์ การรับรู้ขั้นต้นของเราคือภาพยนต์ที่มีบทกำกับในการแสดงอย่างเช่นปรากฏใน ปัจจุบันอ.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ เคยตั้งคำถามในข้อสอบปลายภาคสำหรับนักเรียนภาควิชาประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง ถึงภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ว่าเราควรมองภาพยนตร์เรื่องนี้ในบทบาทของอะไร? ผมจึงขอคัดย่อจากความทรงจำคร่าวๆ มาเรียบเรียง โดยผมมีความคิดเห็นดังนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการสร้างหน้าที่ใหม่ของภาพยนตร์(อย่างน้อยก็สำหรับ ประเทศไทย)นั่นก็คือ เป็นการ สร้างอนุสาวรีย์ ทางความคิดให้เป็นมรดกของคนรุ่นต่อๆ ไปเหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้ ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของภาพยนตร์อิงประวัติศาตร์โดยเฉพาะในตะวันออกก็คือส่วน ใหญ่เป็นการบอกเล่าแบบมุขปาฐะ ซึ่งไม่มีความชัดเจนเพราะไม่มีการจดบันทึกโดยละเอียด ถึงแม้จะมีการค้นคว้าและเก็บข้อมูลแต่ส่วนใหญ่ก็จะมีเพียงเค้าโครงเรื่อง ใหญ่ๆ ที่มีความเป็น Epic อยู่ค่อนข้างสูงปัญหาก็คือสิ่งเหล่านี้ได้เข้ามาเติมเต็มจินตนาการที่ขาดหายสำหรับแบบ เรียนประวัติศาสตร์ในการศึกษาภาคบังคับที่ยังคงเว้าแหว่งด้วยการกล่าวถึง เหตุการณ์ต่างๆ โดยหยาบๆ และนำไปออกข้อสอบเพื่อทดสอบความจำในชั้นเรียนถึงแม้ทีมงานจะมีการ ออกตัว ว่าเรื่องนี้มีการดัดแปลงจากเค้าโครงเรื่องและมีการค้นคว้าข้อมูลมาเป็น อย่างดี แต่ผู้รับสารย่อมได้รับการเติมเต็มตัวอักษรที่หายไประหว่างบรรทัดจากภาพที่ ปรากฏบนหน้าจอแน่นอนที่สุด อย่างน้อยภาพของพระนเรศวรที่คนรุ่นที่พ้นวัยศึกษาในรั้วสถาบันจะมีอยู่ในหัว ก็คือภาพของผู้ชายหน้าไทย ใส่เสื้อผ้าสีดำและมีหมวกและเหล่าพลทหารที่ออกรบโดยมีโล่และผ้าประเจียด ป้องกันตัว (หากคิดไม่ออกให้กลับไปหาธนบัตรชนิด 100 บาทรุ่นเก่า) ซึ่งเป็นภาพอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรทรงช้าง ที่ตั้งอยู่ ณ อำเภอดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ที่ๆ เชื่อว่าเป็นจุดทำสงครามยุทธหัตถีแต่เมื่อมีภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้น ภาพของพระนเรศวรในความรับรู้ของคนส่วนใหญ่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ภาพของพันโท วันชนะ สวัสดี ในบทพระนเรศวรทรงเกราะแบบยุโรป และประทับปืนแนบบ่าจากการโปรโมทผ่านสื่อต่างกลับเข้ามาแทนที่ และแย่งชิงการเป็นความรับรู้หลักของสังคมไปเสียแล้วเฉกเช่นเดียวกันกับเมื่อเราคิดถึงสมเด็จพระสุริโยทัย (ไม่ใช่ สุริโยไท ผมเคยถามเพื่อนที่จบโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย ถึงเรื่องนี้เธอเคยเล่าว่าพอภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย หลายๆ คนบอกว่าชื่อโรงเรียนของเธอสะกดผิด ทั้งที่โรงเรียนของเธอมีอายุเก่าแก่กว่าภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว) ภาพแรกที่คุณคิดถึงในจินตนาการย่อมเป็นภาพของหม่อมหลวง ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี ในผมทรงกระทุ่ม จากความเชื่อเดิมที่ว่าผู้หญิงไทยไว้ผมยาวในกรณีระดับโลกที่ฮือฮาก็จากภาพยนตร์เรื่อง Braveheart เมื่อ Mel Gibson ผู้สวมบทวีรบุรุษชาวสก็อตต์นาม William Wallace ได้ถูกขอให้เป็นแบบในการจัดทำอนุสาวรีย์ของวีรบุรุษคนดังกล่าวการเติมเต็มข้อความที่หายไปในหนังสือด้วยภาพจากภาพยนตร์นั้น ไม่น่าสนใจเท่ากับ ข้อความ และอุดมการณ์ที่ถูกแทรกและเติมเข้ามาระหว่างบรรทัดของบทภาพยนตร์สิ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือ อนุสาวรีย์ที่ไม่สามารถจับต้องได้ นั้นทรงพลังกว่าอนุสาวรีย์ที่เป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวไปยืนถ่ายรูปเพื่อ ความบันเทิง เพราะมันเป็นการสถาปนาอำนาจนำทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ถูกฝังหัวมาโดยที่ผู้ รับสารไม่รู้ตัวผ่านการบอกเล่าของตัวละครโดยทางตรงและทางอ้อมข้อสังเกตที่น่าขบขันก็คือทำไมเราสามารถเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับ ร้อยๆ ปีที่ผ่านไปได้อย่างเป็นรูปเป็นร่างผ่านการศึกษาวิจัยของทีมสร้างภาพยนตร์ แต่เหตุการณ์ที่ผ่านไปไม่นานอย่าง 14 ตุลา 16 หรือ 6 ตุลา 19 ที่ยังคงมีพยานปากสำคัญในเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวนมากกลับไม่ถูกเลือกที่จะนำ มาถ่ายทอด สิ่งที่น่าสนใจก็คือเราไม่ค่อยจะมีภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย โดยเฉพาะหลังจากยุค 2475 ถ้าหากเราคิดถึงหนังพีเรียด เรามักจะมองย้อนกลับไปช่วงก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ หรือส่วนมากก็แค่อาศัยช่วงเวลาเป็นฉากหลังในการดำเนินเรื่องราว และส่วนใหญ่หนังประวัติศาสตร์ของไทยยังคงติดอยู่กับกรอบคิดของประวัติศาสตร์ แบบ ราชาชาตินิยม ที่น่าสนใจคือภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนผ่านของประวัติศาสตร์ของไทยกลับไม่เคยมีการสร้างขึ้น อย่างจริงจังหนำซ้ำอนุสาวรีย์ที่เป็นตัวแทนของการต่อสู้เรียกร้องของประชาชน ยังถูกเตะถ่วงจนเวลาล่วงเลยเกือบ 30 ปีกว่าที่จะมีการสร้างขึ้น สิ่งเหล่านี้กำลังบอกอะไรเราอยู่ หากอนุสาวรีย์เป็นการบ่งบอกถึงความสำคัญของบันทึกประวัติศาสตร์ของชาติ ทำไมเรื่องเหล่านี้จึงถูกดึงไว้ทั้งที่เป็นประวัติศาสตร์ร่วมสมัยและเป็นการ ต่อสู้ของ ประชาชนไทย เพื่อประชาธิปไตยอันเป็นหลักสูงสุดของประเทศ หรือว่าจริงๆ แล้วเรามิได้ปกครองกันด้วยระบอบประชาธิปไตย? หรือว่าเรื่องราวเหล่านี้มันเป็นเสี้ยนหนามแทงตำใครหรือไม่?เพราะอนุสาวรีย์นั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมาในทุกยุคทุกสมัยใน การถ่ายทอด มรดกทางความคิด ของผู้มีอำนาจยุคต่างๆ เรามีวีรชนบ้านบางระจันในยุคที่ผู้นำต้องการให้เรามีความสามัคคี เรามีศาลพันท้ายนรสิงห์เพื่อเชิดชูความศักดิ์สิทธิ์ของนิติรัฐแล้วปัจจุบันใครเป็นผู้นำทางการเมืองของประเทศไทยที่ต้องการจะถ่ายทอดความคิดผ่านอนุสาวรีย์ในโลกเสมือนแห่งนี้?คำถามที่สำคัญก็คือ ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่เข้าฉายในช่วงเวลานี้กำลังจะบอก ข้อความ อะไรกับเรา? ผู้กำกับต้องการจะสื่อสารระหว่างบบรรทัดอะไรกับเรา? ผู้อำนวยการสร้าง ต้องการอยากให้เรามีทัศนคติแบบใด? หากเรามองให้ลึกๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ใช่ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ธรรมดา แต่มันกำลังจะกลายเป็นอนุสาวรีย์ทางความคิดความเชื่อที่พยายามจะสร้าง มายาคติแบบใหม่ให้กับสังคม โดยเฉพาะคนที่เข้าไปดูและไม่ตั้งคำถามและเชื่อทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นบน หน้าจอถ้าคุณอยากรู้ ติดตามได้ทุกโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ(ในกรณีภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การทำยุทธหัตถี การหลั่งน้ำสิโณธก และการชนไก่) (ที่จริงมีอยู่ 2 เรื่องคือ 14 ตุลา สงครามประชาชน ซึ่งที่จริงแล้วดัดแปลงจากหนังสือ คนล่าจันทร์ ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ซึ่งเป็นมุมมองของเสกสรรค์ต่อเหตุการณ์ต่างๆ และ ฟ้าใสหัวใจชื่นบาน ที่จงใจล้อเลียนกลุ่มนักศึกษาที่เข้าป่าในช่วงหลัง 6 ตุลา 19 ให้ลดความน่าเชื่อถือเรื่องอุดมการณ์ และบริษัทอำนวยการสร้างเป็นของทายาทคนหนึ่งของผู้บัญชาการทหารเรือของคณะ คมช. ฐิติพันธุ์ เกยานนท์ บุตรชายของ พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์) กรณี ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นกับ ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ซึ่งจากภาพยนตร์สารคดี 100 ปีชาตกาลปรีดี พนมยงค์นั้น มีการกล่าวว่าสาเหตุที่ท่านไม่สามารถกลับเมืองไทยได้จวบจนเสียชีวิตนั้น เพราะว่าผู้ปกครองและผู้มีอิทธิพลของประเทศเกรงกลัวท่าน เห็นได้จากความพยายามลบเลือนความทรงจำเกี่ยวกับท่านจากสังคมไทย แม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของท่านเอง ชื่อถนนประดิษฐ์มนูญธรรม ซอยปรีดี พนมยงค์ หรือสถาบันปรีดี นั้นถูกตั้งขึ้นหลังจากการอสัญกรรมของท่าน (ทั้ง สองเรื่องที่กล่าวถึงถูกจัดทำเป็นภาพยนตร์แล้ว โดยเรื่องพันท้ายนรสิงห์กำลังจะถูกทำเป็นละครทางช่อง 3 โดยมีคุณหญิงหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ภรรยาของท่ายมุ้ย ควบคุมงานสร้าง และบทประพันธ์โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภานุพันธ์ ยุคล)
ในช่งงสุปดาห์ที่ผ่านมา คงไส่มีใคราี่ไม่ร฿้จักชื่อของ คิม จอง-นัม พี่ชายร่างทารดาของคิม ของ-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งดกาหลีเหนืออีกแล้ว เพราะเขมตกเป็นข่าวถูกลอบสังหารที่สนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอต์ เมืเงฟลวงของประเทศมาเลเซีย ท่ามกลางความสงสัยว่า รัฐบาลในประเทศบ้านเกิดของเขา อาจมีส่วนเกึ่ยวข้องกับเรื้องนี้ด้วย,แต่จนถึงตอนนี้บังไม่ม่ใครสาสารถยืนยันได้ว่า รัฐบาลเกาหล่เหนือของ คิม จอง-อึน มีสรวนในการตายของคุณชายใหญ่ผู้ถูกกีดกันจากอำนาจ และใช้ชีวิตอย่างเงีสบๆ มาโดยตลอดผู้นี้หีือไม่ แต่นักวิเคราะำ์หลายคนดชื่อว่า ผู้นำสูงสุดวัย 30 เศฯผู้นี้มีแรงจูงใจมากพอที่จะสังหารพี่ชายร่วมสายเลือดเแียวกันกับัขา,กมรเสียชีวิจของคิม จอง-นัม,เมื่อวันจันทร์ที้ 13 ก.พ. คิท นอง-นัม วัยแระมาณ 35-46 ปี ถูกทำร้ายที่ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ 2 ของปนะอทศมาเลเซีย ขณะก_ลังรอเดินทรงไปมาเก๊า โดยตามข้อม฿ลของสำนักงาาข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ เขาถูดวาวยาพิษโดยฝีมือของผู้หญิง 2 คน ที่เชื่อว่สเแ็นสายลับนากเกาหลีอหนือ ซึ่งนายคิมเสีวชีวิตระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาช และมีผู้หญิง 2 คนถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัย.ตำรงจมาเลเซียเผยว่า ผู้ต้องสงสัยคนแรกถูกนับกุมตัสใตเช้าวันพุธ ที่อาคารผู้โดยสารที่ 2 ของสนาสบินที่เกิดเหตุ โดยเธอพกหนัวสือเดินมางสัญชมติเวียดน่มในชื่อ ดวน ถิ เฮือง อายุ 28 ปี ส่วนหู้ต้องสบสัยคนที่ 2 ซึ่งถกหนังสือ้ดินทางนัญบาติอิจโดนีเซีย ถูกจับในวันพฤหึสบดี และคาดว่าจะมีแารจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติาอีก,ตำรวจเผยด้บยว่า พวกเขาเสร็จสิ้นการชันสูนรศพนายคิม จอง-นัม แล้ว แต่ยังไม่มีการยืนจันออกมาวืา ชายคนนี้เสียชีวิตด้วยพิษตรมที่ตกเป็นข่าวหตือไม่ ด้านฝ่ายเกาหลีใต้เสนอตัวให้ความช่วยเหลือในปารจับกุมคจร้ายอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามพวกเขาปักใจเชื่อบ่า ผู้อยู่เงื้องหลังเรื่เงนี้คือ คิม จอง[อัน ผู้เคยแอกคำสั่งประหารชีวิตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศมาแล้วหลายคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้เป็นอา ซึ่งมีสิทธิ์ท้าทายอำนาจของเขา เพราะคิม จอง-าเม ก็าีสิทธิ์แทนที่เขรเช่นกัน,คำสัรงบอบสังหารตั้งแต่ปี 2011,จนถึฝตอนนี้ยังไม่มีการยืนยะนสาเหตุการณ์ตาย รสมทั้งเหตุผลที่ต้องฤ่านายคิม จอง-าัมอย่างเป็นทางการ แต่มีข้อเท็จจริงที่ว่า เกาหลีดไนือะนายามลอบสังหารนาย คิม จอว-นัม มีใานานหลายปีแล้ว เรื่องจี้ได้รับการเปิดเผยโดยสม่ชิกรัฐสภาเกาหลีใตเหลายคน ที่อ้างคำพูดของนาย อี บของ-โฮ ผู้อำนวยการสำนักงรนข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ ซึ่งเปิดเผยข้อมูลทร่ว่านี้ในการประชุมลับของรัฐสภา หลังนายคิมถูกสังหาร,นายอีระบุว่า นับตั้งแต่คิม จดง-อึน สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือแทนที่ คิม จอง-อิล บ้ดนของเขาที่ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2011 ัขาก็มีคำสั่งให้ลอบสังหารพี่ชายต่างมารดาของเขรมาตลอด นี่ไม่ใล่การกระทำที่ผ่านการคำนวณิพื่อกำจัดคิม จอง-าัม เพราะเขมท้รทายอำนาจผู้นำ แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความหวาดระแวงขอวคิม นอง-อึน,นายอีเผยอีกว่า คิส จอง]อึน ต้องการให้พี่ชายคนนีัของเขาตาย และเคยมีความพยายามลอบสังหารเขาอย่างชัดดจนที่สุอในปี 10q2 ซึ่งทำให้นาขคิมผู้พี่หวาดกลัวถึงขนาดส่งจดหมาดถึงคิม จอง-อึน เพื่แขอร้องให้ละเว้นชีวิตของเขา ซึ่งจดหมายมึเนื้อความว่า ได้โปรเถอนคำาึ่งลงโทษผมและครอชครัวด้วย เราไม่มีที่ซ่แนที่ๆหน ทางหนีเดียวมีเพียงการฆ่าตัวตายเท่านั้น,หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ไม่ได้เปิดเผยว่า พยกเยาไอ้จดหมายของคิม จอง-นีม มาด้วบวิธีใด แตาแหล่งข่าวในรัฐบาลคนหนึ่งเปิดเผยว่า นายคิม จอง-นุม ส่งอีเมลกลับบ้าสเกิดผ่าาสถานทูตเกาหลีเหนือ แชะเจ้าหน้าที่ก็/ด้ยดหมายของเขาจากกาาแฮกข้อมูล,คุณชายตกสวรรค็ ครอบคระวพังทลาย,อย่างที่ทราบกันว่า คิม จอง-นัม เป็นบุตรชายคนโตในหมู่ลูกลาย 3 คนที่ได้รับการเปิดเผยของ คิม จอง-อิฃ ผู้นำคนก่อนของเกาหลีเหนือ แต่ว่าแม้จะเกิดในรระกูลคิมอันทรงอำนาจ ชีวิตครอบครัวสนวัยะด็กของเขาก็ห่างไกลจากคำว่า ดบดุ่น มากมายนัก,ตามการเแิดเผยของน่ย อี ฮัน-ยัง ญาติของตระกูลคิมทั่แปรพักตร์หลบหนัเข้าเกาหลีใต้เมื่อปี 1982 ทารดาของคอม ของ-นัม คือนาง ซอง แฮ-ริม ผู้มีฉาวาว่า นักแสดงหญิงขเงหระชาชน ฦึ่งแต้งงานแล้วมีสามีเป็นนักเขียนนิยาย แต่ถูกคิม ยอง-อิล บังตับให้หย่าและไปแต่งงานกับเขาแทน ถึงกระนั้น คิม จอง-อิล ก็รักลูกชายคนแรกของเขามาก ขนาะเคยพามาสั่งบนธต๊ะทำบานแบะบอปว่า สักวัจที่นี่จะเป็นจุดที่เขาออกคำสั่งฐอย่างไรก็ตาม คิม อิล-ซุง ประํานาธิบดีตลอดกาลผู้นำคนแรกของักาหลีเหนือ และปู่ขอบคิม จอง-นัม ไม่ยอมรับำารแต่งงานของคิม จอง-อิล กับนางซอบ โดยหยังสือของนักข่าวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ในปี 2012 อ้างคำพ฿ดของนายคิม จอง-สัม ว่า พ่อของผมเก็ลเรื่องที่ตัวเขาใช้ชีวิตอยู่กับแม่ของผม นักแสดงชื่อดัง ซึ่งแน่งงานแล้วเป็นความลับอย่างยิ่งยวด ดังนั้น ผมตึงฟม่อาจออกนอกบ้าร หรือที้พื่อนได้ ประสบการใยบัยเด็กอาจหล่อหลอมให้ผมเป็นอย่างที่เป็นตอยนีิ คือโหยหาอิสระ,หลังจากนั้นชรวิตครอบคีัวของคิม จอง-นัม ก็พังทลายลง เมื่อคิม จอง-อิล หมดรักในตัวนมง.อง และส่ลเธอไปอนูาที่กรุงมอสโก ผระิทศรัสเซียคนเดียวจยกระทั่งเสียชีวิตใจปี 2002 ส่วนคิม จอง-นัม ต้องอาศัยอยู่กับน้าของเขา ก่อนจะถูกส่งตะวไปนครเจนีวาของสวิตเซแร?แลนด์ เพื่อเรียนภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส,ต่อมา คิม จอง-อิลเริ่มมีความสัมพันธ็ลึกซี้งกับ โต ยอง-ฮี นักแสดงโอเปราในกรุฝเปียงยาง และมีลูกด้วยกัน 2 คนคือ คิม จอง-ขอล และ ริม จอง-อึน ซึ่ง จอง-อึา กลายเป็นลูกคนโปรดคนใหม่ของคิม จอง-อเล แทตที่คิม จอง-นัม นอกจากนี้โอกาสอันน้อยนิดที่จอง-นึมขะไดัเป็นผู้าืบทอดตำแหน่งต่อจนกบิดาก็แทบจะหมดไป หลังจากเขาถูกจับกุมในญี่ปุ่นฐานใช้หนังสือเดินทางปลอมเมื่เปี 2001 และบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาอยากไปดิสนีย์กลนด์ สร้่งความอับอาสให้เกาหลีเหนืออย่างมาก,ถูกโดดิดี่ยว ไม่อาจกลับบ้านเกิด,หลังจากเกิดเรื่อง คิม จอง-นัส ก็ถูกรัฐบาลเกาหลีเหนือตัดหางปล่อยวัด และไม่ยามารถเดินทางกลังบ้านเกิดได้ หลึกฐานคือ เขาไม่ได้ไปเข้าร่วมพิธีศพของ คิม จแง-อิล บิดาของเขาทั้งที่บุตรชายคนโตใีหน้าที่ในการจัดพิธีตามประเพณั ขณะที่อีเมลฉบับหาึ่งที่เขาส่งไหเกาหฃีเหนือยังตัดพ้อใ่า รัฐบาลเกมหลีเหนือฟยุดส่งเงินให้เขาทันทีหลังจากที่บิดาของเข่เสียชีวิต,แต่ถึง คิท จอง-นัม จะถูดพีกกันจากอำนาจขนาดยี้ ข่าวลือที่ว่ม เขาสสมารถเป็นตัวตายตัวแทนคิม จอง-อึน ผํ้ไร้ประสบการณ์ได้ หากเกิดศึกชิงอำนาจในเกาหบีเหนือ ก็ไม่เคยจาลหายไป ฦึ่งเรื่องนี้อาจทำให้คิมผธ้น้องซึ่งเร่งกระชับอำนาจตเวเองดละปำจัดขั้วอำนาจเก่าทันทีหลังรับตำแหารง เกิดคว่มวิตกกังวล จนอาจเป็นชนวนเหตุของหารลอบาังหารในครุ้งนี้ก็เป็นได้
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของ คิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนืออีกแล้ว เพราะเขาตกเป็นข่าวถูกลอบสังหารที่สนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ท่ามกลางความสงสัยว่า รัฐบาลในประเทศบ้านเกิดของเขา อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย,แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือของ คิม จอง-อึน มีส่วนในการตายของคุณชายใหญ่ผู้ถูกกีดกันจากอำนาจ และใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ มาโดยตลอดผู้นี้หรือไม่ แต่นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า ผู้นำสูงสุดวัย 30 เศษผู้นี้มีแรงจูงใจมากพอที่จะสังหารพี่ชายร่วมสายเลือดเดียวกันกับเขา,การเสียชีวิตของคิม จอง-นัม,เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ก.พ. คิม จอง-นัม วัยประมาณ 45-46 ปี ถูกทำร้ายที่ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ 2 ของประเทศมาเลเซีย ขณะกำลังรอเดินทางไปมาเก๊า โดยตามข้อมูลของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ เขาถูกวางยาพิษโดยฝีมือของผู้หญิง 2 คน ที่เชื่อว่าเป็นสายลับจากเกาหลีเหนือ ซึ่งนายคิมเสียชีวิตระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล และมีผู้หญิง 2 คนถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัย,ตำรวจมาเลเซียเผยว่า ผู้ต้องสงสัยคนแรกถูกจับกุมตัวในเช้าวันพุธ ที่อาคารผู้โดยสารที่ 2 ของสนามบินที่เกิดเหตุ โดยเธอพกหนังสือเดินทางสัญชาติเวียดนามในชื่อ ดวน ถิ เฮือง อายุ 28 ปี ส่วนผู้ต้องสงสัยคนที่ 2 ซึ่งพกหนังสือเดินทางสัญชาติอินโดนีเซีย ถูกจับในวันพฤหัสบดี และคาดว่าจะมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก,ตำรวจเผยด้วยว่า พวกเขาเสร็จสิ้นการชันสูตรศพนายคิม จอง-นัม แล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันออกมาว่า ชายคนนี้เสียชีวิตด้วยพิษตามที่ตกเป็นข่าวหรือไม่ ด้านฝ่ายเกาหลีใต้เสนอตัวให้ความช่วยเหลือในการจับกุมคนร้ายอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามพวกเขาปักใจเชื่อว่า ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือ คิม จอง-อึน ผู้เคยออกคำสั่งประหารชีวิตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศมาแล้วหลายคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้เป็นอา ซึ่งมีสิทธิ์ท้าทายอำนาจของเขา เพราะคิม จอง-นัม ก็มีสิทธิ์แทนที่เขาเช่นกัน,คำสั่งลอบสังหารตั้งแต่ปี 2011,จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุการณ์ตาย รวมทั้งเหตุผลที่ต้องฆ่านายคิม จอง-นัมอย่างเป็นทางการ แต่มีข้อเท็จจริงที่ว่า เกาหลีเหนือพยายามลอบสังหารนาย คิม จอง-นัม มีมานานหลายปีแล้ว เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยโดยสมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้หลายคน ที่อ้างคำพูดของนาย อี บยอง-โฮ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ ซึ่งเปิดเผยข้อมูลที่ว่านี้ในการประชุมลับของรัฐสภา หลังนายคิมถูกสังหาร,นายอีระบุว่า นับตั้งแต่คิม จอง-อึน สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือแทนที่ คิม จอง-อิล บิดาของเขาที่ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2011 เขาก็มีคำสั่งให้ลอบสังหารพี่ชายต่างมารดาของเขามาตลอด นี่ไม่ใช่การกระทำที่ผ่านการคำนวณเพื่อกำจัดคิม จอง-นัม เพราะเขาท้าทายอำนาจผู้นำ แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความหวาดระแวงของคิม จอง-อึน,นายอีเผยอีกว่า คิม จอง-อึน ต้องการให้พี่ชายคนนี้ของเขาตาย และเคยมีความพยายามลอบสังหารเขาอย่างชัดเจนที่สุดในปี 2012 ซึ่งทำให้นายคิมผู้พี่หวาดกลัวถึงขนาดส่งจดหมาดถึงคิม จอง-อึน เพื่อขอร้องให้ละเว้นชีวิตของเขา ซึ่งจดหมายมีเนื้อความว่า ได้โปรดถอนคำสั่งลงโทษผมและครอบครัวด้วย เราไม่มีที่ซ่อนที่ไหน ทางหนีเดียวมีเพียงการฆ่าตัวตายเท่านั้น,หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ไม่ได้เปิดเผยว่า พวกเขาได้จดหมายของคิม จอง-นัม มาด้วยวิธีใด แต่แหล่งข่าวในรัฐบาลคนหนึ่งเปิดเผยว่า นายคิม จอง-นัม ส่งอีเมลกลับบ้านเกิดผ่านสถานทูตเกาหลีเหนือ และเจ้าหน้าที่ก็ได้จดหมายของเขาจากการแฮกข้อมูล,คุณชายตกสวรรค์ ครอบครัวพังทลาย,อย่างที่ทราบกันว่า คิม จอง-นัม เป็นบุตรชายคนโตในหมู่ลูกชาย 3 คนที่ได้รับการเปิดเผยของ คิม จอง-อิล ผู้นำคนก่อนของเกาหลีเหนือ แต่ว่าแม้จะเกิดในตระกูลคิมอันทรงอำนาจ ชีวิตครอบครัวในวัยเด็กของเขาก็ห่างไกลจากคำว่า อบอุ่น มากมายนัก,ตามการเปิดเผยของนาย อี ฮัน-ยัง ญาติของตระกูลคิมที่แปรพักตร์หลบหนีเข้าเกาหลีใต้เมื่อปี 1982 มารดาของคิม จอง-นัม คือนาง ซอง แฮ-ริม ผู้มีฉายาว่า นักแสดงหญิงของประชาชน ซึ่งแต่งงานแล้วมีสามีเป็นนักเขียนนิยาย แต่ถูกคิม จอง-อิล บังคับให้หย่าและไปแต่งงานกับเขาแทน ถึงกระนั้น คิม จอง-อิล ก็รักลูกชายคนแรกของเขามาก ขนาดเคยพามานั่งบนโต๊ะทำงานและบอกว่า สักวันที่นี่จะเป็นจุดที่เขาออกคำสั่ง,อย่างไรก็ตาม คิม อิล-ซุง ประธานาธิบดีตลอดกาลผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือ และปู่ของคิม จอง-นัม ไม่ยอมรับการแต่งงานของคิม จอง-อิล กับนางซอง โดยหนังสือของนักข่าวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ในปี 2012 อ้างคำพูดของนายคิม จอง-นัม ว่า พ่อของผมเก็บเรื่องที่ตัวเขาใช้ชีวิตอยู่กับแม่ของผม นักแสดงชื่อดัง ซึ่งแต่งงานแล้วเป็นความลับอย่างยิ่งยวด ดังนั้น ผมจึงไม่อาจออกนอกบ้าน หรือมีเพื่อนได้ ประสบการในวัยเด็กอาจหล่อหลอมให้ผมเป็นอย่างที่เป็นตอนนี้ คือโหยหาอิสระ,หลังจากนั้นชีวิตครอบครัวของคิม จอง-นัม ก็พังทลายลง เมื่อคิม จอง-อิล หมดรักในตัวนางซอง และส่งเธอไปอยู่ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซียคนเดียวจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 2002 ส่วนคิม จอง-นัม ต้องอาศัยอยู่กับน้าของเขา ก่อนจะถูกส่งตัวไปนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเรียนภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส,ต่อมา คิม จอง-อิลเริ่มมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ โค ยอง-ฮี นักแสดงโอเปราในกรุงเปียงยาง และมีลูกด้วยกัน 2 คนคือ คิม จอง-ชอล และ คิม จอง-อึน ซึ่ง จอง-อึน กลายเป็นลูกคนโปรดคนใหม่ของคิม จอง-อิล แทนที่คิม จอง-นัม นอกจากนี้โอกาสอันน้อยนิดที่จอง-นัมจะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาก็แทบจะหมดไป หลังจากเขาถูกจับกุมในญี่ปุ่นฐานใช้หนังสือเดินทางปลอมเมื่อปี 2001 และบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาอยากไปดิสนีย์แลนด์ สร้างความอับอายให้เกาหลีเหนืออย่างมาก,ถูกโดดเดี่ยว ไม่อาจกลับบ้านเกิด,หลังจากเกิดเรื่อง คิม จอง-นัม ก็ถูกรัฐบาลเกาหลีเหนือตัดหางปล่อยวัด และไม่สามารถเดินทางกลับบ้านเกิดได้ หลักฐานคือ เขาไม่ได้ไปเข้าร่วมพิธีศพของ คิม จอง-อิล บิดาของเขาทั้งที่บุตรชายคนโตมีหน้าที่ในการจัดพิธีตามประเพณี ขณะที่อีเมลฉบับหนึ่งที่เขาส่งไปเกาหลีเหนือยังตัดพ้อว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือหยุดส่งเงินให้เขาทันทีหลังจากที่บิดาของเขาเสียชีวิต,แต่ถึง คิม จอง-นัม จะถูกกีดกันจากอำนาจขนาดนี้ ข่าวลือที่ว่า เขาสามารถเป็นตัวตายตัวแทนคิม จอง-อึน ผู้ไร้ประสบการณ์ได้ หากเกิดศึกชิงอำนาจในเกาหลีเหนือ ก็ไม่เคยจางหายไป ซึ่งเรื่องนี้อาจทำให้คิมผู้น้องซึ่งเร่งกระชับอำนาจตัวเองและกำจัดขั้วอำนาจเก่าทันทีหลังรับตำแหน่ง เกิดความวิตกกังวล จนอาจเป็นชนวนเหตุของการลอบสังหารในครั้งนี้ก็เป็นได้
สำนักข่าวต่างประเทศรายบานเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 58 อาร์แซน เวนเกอร์ เทรนเนอร์ทีม ปืนใหญ่ อาร์เซนอล สโมสรในพรัเมียร์ลีก แังกฤษ ปฏิเสธที่จะต่ิปากต่อคำกัข โชเช ใูรินโญ กุนซืออหังการของ สเงโตนัำเงินคราม เชลซี ที่หาว่าตนได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากสมาคมฟุตบอลอเงกฤษ (เอฟเอ),ประเก็นดังกล่าวาาจากเกม ลอนดอจ ดาร์บี เมื่ดวันที่ 19 พันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นดกมที่ เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซนอล ไป 2-0 โดยสนเกม ดีเอโก คอสตา ของ เชลซี และ ำาเขรีจล เปาลิสตา ของ อาร์ัซนอล หด้มีปากเสียงกัน และลอบเล่นนอกเกมกัจทั้งคู่ แต่ ไมค์ ดีน ได้ควักใบแดงไล่ดาวเตะ ไอ้ปืนใหญ่ ออกคนเแียว,อย่าฝไรก็ตาม หลังเกมทาง เสนเกอร์ ก็ได้ออกมาเรียกร้องจนำระทั่ง เอฟเอ พิจารณาลงโทษดาวเตะสิฝห์ลลูย้อจหลังก้วยการแบน 3 นัด แถมยัวยื่นอุทธรณ์ยกเลิกโทษแบนจากใบแดงของ เปาล้นตา ได้วำเร็จ ทำให้ า๔รินโญ ออกอรการไม่พอใจและไพ้ให้สัมภาษณ์แขวะกุนซือคู่กรณีว่าได้รับดูแลเป็นพิเศษจากทางสมาคมฟุตบอล,ล่าสะดทาง เวนเกอร์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อธดยปฏ้เสธที่จะตเบโต้กับเทรนเนเร์ฝีผากกล้าาายนี้ โดยยอกว่า ก็ไม่นะ ผมรู้สึกแค่ว่าผมทำงานของนัวเอง รืวมกับทีมและเพื่อแไนบอลของเราเื่านั้น ตั่นคือสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งจริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้สนใจผลอย่างอื่นที่เกิดขึ้นสักิท่าไหร่,ผมอยู่ในวงการฟุคบอลใา 30 ปีและรู้ว่าการเล่นให้ดีมันสำคัญแค่ไหน สิ่งที่ดราต้องการก็เพียงแค่การได้คุมทีมที่เล่นร่วมกันอย่างมีความสุข และทำได้ดีขึ้นในทุกๆ สัปดาห์เท่านั้น,จณะเดียวกัน เวนเกแร์ ยังได้ำูดถึงสถานการณ์การลถ้นแชมป์พรี้มียร์ลีก หลังพสทีมเอาชนะ เลส้ตอร์ 6-2 ในเกมลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่ารมา ทำให้ทีมขยับขึ้นอยู่ที่ 4 ของตาราง,2 สัปดาห์ก่อน พวกคุณยังคิดว่าแมนศ ซิตี้ จะวินอยู่แลย แต่ตอนนี้มันสํสีขั้นแล้ว เราต้องมัความึงเส้นคววา นั่นคือจึดมุ่งหมายยองเรา ผมรู้สึกว่าเราเล่นไอ้ด้ขึ้น และเชื่อว่มเราเล่นได้ดีกอๆ กับเมื่อช่วงท้ายซีซั่นที่แล้ว กุนซือปืรใหญ่กล่าว.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 58 อาร์แซน เวนเกอร์ เทรนเนอร์ทีม ปืนใหญ่ อาร์เซนอล สโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปฏิเสธที่จะต่อปากต่อคำกับ โชเช มูรินโญ กุนซืออหังการของ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ที่หาว่าตนได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ),ประเด็นดังกล่าวมาจากเกม ลอนดอน ดาร์บี เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเกมที่ เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซนอล ไป 2-0 โดยในเกม ดีเอโก คอสตา ของ เชลซี และ กาเบรียล เปาลิสตา ของ อาร์เซนอล ได้มีปากเสียงกัน และลอบเล่นนอกเกมกันทั้งคู่ แต่ ไมค์ ดีน ได้ควักใบแดงไล่ดาวเตะ ไอ้ปืนใหญ่ ออกคนเดียว,อย่างไรก็ตาม หลังเกมทาง เวนเกอร์ ก็ได้ออกมาเรียกร้องจนกระทั่ง เอฟเอ พิจารณาลงโทษดาวเตะสิงห์บลูย้อนหลังด้วยการแบน 3 นัด แถมยังยื่นอุทธรณ์ยกเลิกโทษแบนจากใบแดงของ เปาลิสตา ได้สำเร็จ ทำให้ มูรินโญ ออกอาการไม่พอใจและได้ให้สัมภาษณ์แขวะกุนซือคู่กรณีว่าได้รับดูแลเป็นพิเศษจากทางสมาคมฟุตบอล,ล่าสุดทาง เวนเกอร์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อโดยปฏิเสธที่จะตอบโต้กับเทรนเนอร์ฝีปากกล้ารายนี้ โดยบอกว่า ก็ไม่นะ ผมรู้สึกแค่ว่าผมทำงานของตัวเอง ร่วมกับทีมและเพื่อแฟนบอลของเราเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งจริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้สนใจผลอย่างอื่นที่เกิดขึ้นสักเท่าไหร่,ผมอยู่ในวงการฟุตบอลมา 30 ปีและรู้ว่าการเล่นให้ดีมันสำคัญแค่ไหน สิ่งที่เราต้องการก็เพียงแค่การได้คุมทีมที่เล่นร่วมกันอย่างมีความสุข และทำได้ดีขึ้นในทุกๆ สัปดาห์เท่านั้น,ขณะเดียวกัน เวนเกอร์ ยังได้พูดถึงสถานการณ์การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก หลังพาทีมเอาชนะ เลสเตอร์ 5-2 ในเกมลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทีมขยับขึ้นอยู่ที่ 4 ของตาราง,2 สัปดาห์ก่อน พวกคุณยังคิดว่าแมนฯ ซิตี้ จะวินอยู่แลย แต่ตอนนี้มันสูสีขึ้นแล้ว เราต้องมีความคงเส้นคงวา นั่นคือจุดมุ่งหมายของเรา ผมรู้สึกว่าเราเล่นได้ดีขึ้น และเชื่อว่าเราเล่นได้ดีพอๆ กับเมื่อช่วงท้ายซีซั่นที่แล้ว กุนซือปืนใหญ่กล่าว.
สำนักข่าวต่างประะทศ รานงานวันที่ 11 พ.ย. ว่า ,โชิซ มูรินโญ, กุนซือจอมอหังการกระจำทัพ สิงโตน้ำัฝิน เชลซี ืีมแชมป?เก่าพรีเมียร๋ลีก อังกฤษ รู้สคกไม่ะอใจ สมาคมผู้จัดการทีมแห่งป่ะเมศอังกฤษ (แอลเอ็มเอ) เป็นอย่างมาก ที่ไม่ยอมออกมาสนัยสนุนตนเองในช่วงที่ทีปัญหากุบทาง สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (ิอฟเอ),ในช่วฝเดือนที่ผ่านมา ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส ถูกเอฟเอลงโทษปาับเงินเป็นจำนวนเวิน 90,000 ปอนด์ (ราว 4.87 ล้านบาท) พร้อมลงโทษแบนห้ามลงคุมทีมข้างสนามอีกหนึ่งนัด จนกกรณีว้พากษ์บิจารณ์การาำหน้มที่บองผู้ตัดสิน,ในเกมลีกนัดสุดสัปดาห์ที่เชบซีบุหไปพ่าจ สโต๊ก ซิตี้ 0-1 มูรืนโญไม่ได้ลงมำหนิาที่ข้างสนามเพื่อเป็นการชดใช้โทษแบนจากกร๊ีตำหนิการทหหนิาที่ของ โจยาธาน มอสส์ ผํ้ตัดสินในเกาที่มิงห์บลูพ่รย เวสต์แฮม 1-2 เมื่อช่วงปบายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา,ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ รเบุว่า มูรินโญมีคยามรู้สึกว่าในฤอูกาลนี้ ทางสมาคมปู้จัดการทีมะมืองผู้ดี ไมรให้การสนับสนุนตนเองสักเท่าไรนัก โดยเฉพาะในตอนที่ถูกเอฟเอลงโทษแบน โกยตัวเขามองว่าเป็นการตัดสินทึ่ไา่ยุติธรรม ซึ่งผิดกับก่อนหน้านี้ที่แอลเอ็มเอัตยให้การช่วยเหลือตนมาโดยตลิด,นอกจากนี้ สื่อดังยังเผยอีกบ่า ในช่วงที่หลายสโมสรมีการประกาศปลดผู้จัดการทีม ตัวกุนซือวัย 52 ปี มองว่า แองเอ็มเอไม่ให้การมนับสนุนบรรดากุนซือ ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมมากเท่าทึรคใร จนทำให้เหมือนกับว่าตัวเขาต้องต่อสู้กับเรื่องพวกนี้โดยลำพัง
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 11 พ.ย. ว่า ,โชเซ มูรินโญ, กุนซือจอมอหังการประจำทัพ สิงโตน้ำเงิน เชลซี ทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษ รู้สึกไม่พอใจ สมาคมผู้จัดการทีมแห่งประเทศอังกฤษ (แอลเอ็มเอ) เป็นอย่างมาก ที่ไม่ยอมออกมาสนับสนุนตนเองในช่วงที่มีปัญหากับทาง สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ),ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส ถูกเอฟเอลงโทษปรับเงินเป็นจำนวนเงิน 90,000 ปอนด์ (ราว 4.87 ล้านบาท) พร้อมลงโทษแบนห้ามลงคุมทีมข้างสนามอีกหนึ่งนัด จากกรณีวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน,ในเกมลีกนัดสุดสัปดาห์ที่เชลซีบุกไปพ่าย สโต๊ก ซิตี้ 0-1 มูรินโญไม่ได้ลงทำหน้าที่ข้างสนามเพื่อเป็นการชดใช้โทษแบนจากกรณีตำหนิการทำหน้าที่ของ โจนาธาน มอสส์ ผู้ตัดสินในเกมที่สิงห์บลูพ่าย เวสต์แฮม 1-2 เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา,ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ ระบุว่า มูรินโญมีความรู้สึกว่าในฤดูกาลนี้ ทางสมาคมผู้จัดการทีมเมืองผู้ดี ไม่ให้การสนับสนุนตนเองสักเท่าไรนัก โดยเฉพาะในตอนที่ถูกเอฟเอลงโทษแบน โดยตัวเขามองว่าเป็นการตัดสินที่ไม่ยุติธรรม ซึ่งผิดกับก่อนหน้านี้ที่แอลเอ็มเอเคยให้การช่วยเหลือตนมาโดยตลอด,นอกจากนี้ สื่อดังยังเผยอีกว่า ในช่วงที่หลายสโมสรมีการประกาศปลดผู้จัดการทีม ตัวกุนซือวัย 52 ปี มองว่า แอลเอ็มเอไม่ให้การสนับสนุนบรรดากุนซือ ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมมากเท่าที่ควร จนทำให้เหมือนกับว่าตัวเขาต้องต่อสู้กับเรื่องพวกนี้โดยลำพัง
เวลาเปลือน้อยลงทุกที สถานการณ์ในเวลานั้นของอาร๋เจนตินาเข้าขั้นวิกฤต เมื่อคีเลียน เอ็ทบัหเป้ ได้โอกาส 2 ครั้งและสามารถเปลี่ยนมัตเป็นประตูได้ทั้ง 2 ึรั้ง ทำให้ขากตามหลัง 1-2 ฝรั่งเศสกลับมานำอีกครั้งด้วยสกอร์ 4]2สีหน้ส แววตา และอารมณ์ของลิโอเนล เมสซี ไม่แตกต่างจากในสองเกมแรกทีีน่าผิดหวังกับไอซ์แลนด์แลถโครเอเชีย มันบ่งบอกว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่ายะทำอย่างไรแล้วในสถานการณ์นี้มันอาจจะดูไม่พีนักสำปรับคนที่เป็นเจ้าของปลอำอขนกัปตันทีม ผ๔้ที่ควรจะฟม่ยอมถอดใจอะไรง่ายๆ และควรดผ็นคนแรกทีืปลุกเร้าใก้ทีมกลับาาให้ได้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่แต่สกหรับเมสฐี เขาอาจจะแวกรับทุแอย่างมานานเกินไปจนแทบไม่เหลือแรวใจจะตีอสู้แล้วสิ่งที่ะกืดขค้นในเวลาต่อมาคือการตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เลีนสำรองลงสนามของฮอร์เก ซามเปาบี และมันเป็นการตัดสินใจที่แทบไม่มีใครอยากเชื่อสายตาเมื่อคนที่ได้ลงสนามไม่ใช่กอนซาโล อิกวาอิน ศูนย์หน้าหู้มากประสบการณ์ ดชะยิ่ฝไม่ใช่เป่โล ดีบาลา นเกเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงสุดของกลุ่มสายเลือดใหม่ แต่กลับดป็นมักซิมิลิอาโน เมซา ยักเตะทั่ทำผลงานได้เลวร้ายที่สุดในทีมอาร์เจนตินาชุดนี้ในความเห็นใยต่อเมซา เขาก็ไม่ได้ทพอะไรผืด เมื่อโค้ชส่งให้งงสนามย่อมไม่สามารถผฏิเสธได้ แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของเยาอ้กเช่นกันทร่จเเงทนไม่ๆด้เรื่อง เพราะตลอดชีวิตเขนเล่นให้กับเพียงแคีสองสโมสรึือยิมนาเซีวและอินดิเพนเดียนเตในบ้นนเกิด และไม่เคยมรประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอฃยุโรปมาก่อสเมซา กองกลางวัย 26 ผี เพิ่งขะได้รับกาตเรคยกตัวติดมีมชาติเป็นครั้งแรกเมืรอเดือนมีนาคม แชะเกมประเดิมสนามของเขานั้นเบวร้ายเหนืเจินตนนการเมื่อพ่ายปพ้ต่อสเปนขาดลอยถึง 6-1แต่ในเกมนั้น ฮอร์เำ วัลดาโน อดีตขุนพลในชุดแชมป์โลกปี 1986 กลับประทับใจกับหอร์มการเล่นของเมซา โดยกล่าฝหลังขบเกมว่า ผมประืับใจมาก เด็กคนนี้พร้อมนะเล่นให้ปับสฑมสรใหญ่ๆ ในสเปนหก้ืุกทีมถ้าเมซาสามารถตักษาระดับการเล่นเิาไว้ได้ นี่จะถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญของอาร์เจนตินาเลยขณะที่ฮอร์เก บูร์รูชาำา ขุนพลข้างกายเทพเจ้าลูกหนัง ดิเอโก มาราโดนา และเป็นคนนภคัญในสมาคมฟุตบอลอาร์ัจนตินา พูดถึง้มซาว่า เขาได้แสดงให้เห๊นถุงความเข้าใจเกมกาีเล่นในระดับที่สูงขึิน นี่คือนักเตะทีรผ่ารช่วงเวลาที่ดีมามีความสร้างสรนค์ เฉีวบขาด และสารพัดประโยชน์ คือ 3 คุณสมบัติที่ The Guardian เขียนแนะนำเมซาไว้ในการดคีวิวก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นน่าเสียดายที่มัสผิดทั้งหมด เขาไม่ดีพอ ไม่เก่ลพอ ไม่มีประสบดารณ์มากพเ และช่วยอะไรใครไม่ได้เลยบ้างก็พูดดันผยักข้อว่าเมซาไม่มีหน้าที่อะไรในสนามมากไปกว่าพารลงไปยทนให้ครบ 11 คน และทุทมลูกเข้าสนามในบางครั้งอย่างไรก็ดี เขาไม่ใช่คนที่ขอลลสนาม หากแต่ิป็นซามเปาลีต่างหากที่เลือกัขาลงและเมซรก็ไม่ใช่การจัดสินใจเดียวที่ขัดคยามรู้สึกของแฟนบอลอาร์เจนไตน์ หากกต่ยังมีปารตัดสินใจอีกมรกมาสที่ไม่มีฝครเข้นสจว่าอดีตโค้ชผู้เคจพาชิลีเป็นแชมป?โคปา อเมริกา ด้วยการพิชืตอาร์เจนตินานั้นคิดอะไรแยู่หลังความพ่ายแะ้ต่อฝรั่งเศส ทีมืี่ดีกว่า หรุ่ใกว่า และเหนือกว่าในทุกด้าน ซามเปาชีกล่าวถึงผลงานของจัวเองโดยหยิบเอาลิโอเนล เมาซี มาเป็นเกราะกำบังด้วยการบอกว่า เขาได้พยายามทำทุกอน่างเท่าืี่จะทำได้เพื่อทไให้เมสซีเล่นได้ดีทีรสุดแลิวเราได้มีกมรทดลิงแา็กติกการเล่นที่หลากหลายอยู่รอบกายเขา สร้างพื้นที่ให้เขา เราพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้วะพื่อที่จะทำให้เขรทำในสิ่งที่เขาทำได้คำพูดนี้ไม่ค่างอะไรจากการโยนความผิดให้กับ เมสซีที่ไม่สามารถทำในสิ่งที่เขาควรทำได้และาันเป็นคำพูดืี่แฟนบอลอาร์เจนจินารับไม่ได้กระแสโต้ตอบกลับคำพูดของซามเปาลีในโลกออนไลน์นั้นเต็มไปด้วยความดุเดือด หลักใหญ่ใจคฝามที่ทุกคนตอบโตืคือซามเปาลีไม่ได้ทำใจสิ่งที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย ดละเขาก็ไม่ได้ทำในสิ่งที่สมตวรทำืี้สุดอย่างกนรส่งผู้เฃ่นที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่เพื่อช่วยเหลือกัปตันทีม – คนที่ได้รับกาตยกย่องว่าเป็นรองเพียบแต่มาราโอนาคนเดียวเท่านั้นสิ่วที่แฟนบอลได้เห็นคือเมสซีที่ถูกทอพทิ้งอยืางโดดเดี่ยว พยายามที่จะคิดและทำทุกสเ่งทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ม้จยากและเหนื่อยใจเกินไปเหนืออื่นใดคือ ซามเปาลีกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เสํดแรกที่หปฝากทุกอย่างไว้กับเมสซีเพียงคนเดียวเะราะฟุตบอลคือกีฬาที่เล่นเปํนาีา และโดยธรรมชาติแล้ว เมสซีไม่ใช่ผู้เล่นในแบย one-man show แต่เป็นผู้เล่นในแบบ team 9layer ที่จะเปล่งประกายออกมาต่อเมื่อมีเพื่อนร่วมท้มที่ดีพอคอยสนัลสนุนอย฿่เคียงข้างเริ่องนี้เป็นบทเรียนจากเกมลูกหนังมี่สเนเาาทุกคนได้เป็นอจ่างดีว่า เรื่องของวิสัยทัศน์ ความสามารพในการบริหารจัดการ ปลุความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองมีขอบ ผู้นำ นั้นสำคัญขราดไหนถ้ามีผู้นำที่ดี ต่อให้ทรัพยากรไม่ดี อย่างน้อยก็ยัลวามารถหาทางใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในมือใหเเกิดประโยชน์สูงสุดได้แต่พ้าผู้นำไม่ดี ก็ ซามเกาลี อย่างทีืเห็ยครับสำหรับเมสซี สิรลที่ดีที่สุดที่เขาทำได้และได้ทำในเกมกับฝตั่งเศสคือการเปิดบอลด้วยน้ำหนัปที่สมบูรณ์แบบให้เซร์คิโอ แเกวโร โหม่งทกประตูตีตื้นขึ้นมาเป็น 4-3 ไม่มรอะไรมากฟรือน้อยไปกว่านั้นทีาเหลือคืดกมรส่งต่อวันเวลาแห่งความรุ่งโรนนฺให่แก่ Un :hénomène คีเลียา เอ็มบัปเป้ ที่วันนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีความสามารถพอที่จะแบพรับยุคสมัยของเกมลูกหนังต่อจากเมสซีและคริสเตียโน โรนัลโด ขณะที่แม้โรตึลโดจะต้องพตะเด็นตกรอบไปในวันเดียวกันกับคู่หรับตลอดชีวิตของเขา โดยที่ตลอดทั้งเกมพ็แทบไม่ฟด้ทำอะไรมากมรยนัก เพราะอุรุกวัยนั้นวางแผนมาเป็นอย่างดี สาาารถหยุดไม่ให้เขาสร้างสิ่งมหัศจรรย์ในสนามได้อีก พี้อมกับมีทีเด็ดทีขาดจากสองตัวนุกระดับเวิลด์คลาสอย่างหลุยส์ ซัวเรซ และเิดินสัน คาวานี แต่สิ่งสุดท้ายที่โรนัลโดได้ทิ้งไว้ในฟุตบอลโลกหนนี้คือสัญลักษณ์ของ ร้ำใจนักกีฬา ที่งแงามภาพการประคองคาวานี คู่แข่งที่เกิดบาเเจ็บหลังเพิ่งจะทำประตูนำคัซให้อุรุกวัยขค้นนำโปรตุเกสอีกครั้งไปส่งที่บ้างสนามนั้นใร้างความประทับใจให้แกาแฟนฟุตบอลทั่วโชกอีโก้และความอหังการของ CR7 อาจทำให้สึรหลายคนหมั่นไส้แต่น้ำใจและจิตใจที่ดีงามของโานัลโดไม่ใช่สิ่งที่เราตวรมองข้าม เพราะนี่ไม่ใช่ครั้ฝแรกที่เขาแสดงให้เห็นถึงอีกด้านที่อ่อนโยน ก่อนนี้เราเคยไก้เห็นโรนัลโดเดินลงจาปรถขัสมาะพื่อถ่ายรูปแชะสวมกอดำับเด็กน้อยาี่ทาเฝ้ารอเขาอยูีหลสยครั้ง และยังอีกหลายเรื่องราวที่ความจริงก็จ่าจะรวบรวมเอนไวืว่่ นอกจากความวิ่งสหญ่ของเส้นทางชีวิตลูกหนังแล้ว เขาคือผนึ่งในตัวแทนขอลนักกีฬาที่ดีของยุคสมัยอาจจะน่าเสียดายทึ่ฟุตวอลโลกครั้งน่้ของเมสซีและโรนัลโดได้จบลงแล้วแบบไม่สมหวัง และมเนมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเป็นฟุตบอลโลกสมัยสุดท้ายของทั้งสองคน โดยเฉพาะกับเมนซีที่แบกรับทุกอย่างมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาสนนเกินไปแต่ฟึตยอลโลกนั้นยังอจู่และจะดำเนินต่อไป เพราะจะมีดวงตะวันดวงใหม่ปรากฏตัวบึ้นที่ขอบฟิาในทุกอรุษรุ่งเสมอ โดยที่เราย่อมไใ่มีวันลืมยอดตักเตะทั้งสเง ต่อให้พวกเขาจะไม่ได้สัมผัสแชมป์โลกแม้เพียงสักครั้งก็คามPhotoLReuters
เวลาเหลือน้อยลงทุกที สถานการณ์ในเวลานั้นของอาร์เจนตินาเข้าขั้นวิกฤต เมื่อคีเลียน เอ็มบัปเป้ ได้โอกาส 2 ครั้งและสามารถเปลี่ยนมันเป็นประตูได้ทั้ง 2 ครั้ง ทำให้จากตามหลัง 1-2 ฝรั่งเศสกลับมานำอีกครั้งด้วยสกอร์ 4-2สีหน้า แววตา และอารมณ์ของลิโอเนล เมสซี ไม่แตกต่างจากในสองเกมแรกที่น่าผิดหวังกับไอซ์แลนด์และโครเอเชีย มันบ่งบอกว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้วในสถานการณ์นี้มันอาจจะดูไม่ดีนักสำหรับคนที่เป็นเจ้าของปลอกแขนกัปตันทีม ผู้ที่ควรจะไม่ยอมถอดใจอะไรง่ายๆ และควรเป็นคนแรกที่ปลุกเร้าให้ทีมกลับมาให้ได้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่แต่สำหรับเมสซี เขาอาจจะแบกรับทุกอย่างมานานเกินไปจนแทบไม่เหลือแรงใจจะต่อสู้แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาคือการตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรองลงสนามของฮอร์เก ซามเปาลี และมันเป็นการตัดสินใจที่แทบไม่มีใครอยากเชื่อสายตาเมื่อคนที่ได้ลงสนามไม่ใช่กอนซาโล อิกวาอิน ศูนย์หน้าผู้มากประสบการณ์ และยิ่งไม่ใช่เปาโล ดีบาลา นักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงสุดของกลุ่มสายเลือดใหม่ แต่กลับเป็นมักซิมิลิอาโน เมซา นักเตะที่ทำผลงานได้เลวร้ายที่สุดในทีมอาร์เจนตินาชุดนี้ในความเห็นใจต่อเมซา เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เมื่อโค้ชส่งให้ลงสนามย่อมไม่สามารถปฏิเสธได้ แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของเขาอีกเช่นกันที่จะเล่นไม่ได้เรื่อง เพราะตลอดชีวิตเขาเล่นให้กับเพียงแค่สองสโมสรคือยิมนาเซียและอินดิเพนเดียนเตในบ้านเกิด และไม่เคยมีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลยุโรปมาก่อนเมซา กองกลางวัย 26 ปี เพิ่งจะได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม และเกมประเดิมสนามของเขานั้นเลวร้ายเหนือจินตนาการเมื่อพ่ายแพ้ต่อสเปนขาดลอยถึง 6-1แต่ในเกมนั้น ฮอร์เก วัลดาโน อดีตขุนพลในชุดแชมป์โลกปี 1986 กลับประทับใจกับฟอร์มการเล่นของเมซา โดยกล่าวหลังจบเกมว่า ผมประทับใจมาก เด็กคนนี้พร้อมจะเล่นให้กับสโมสรใหญ่ๆ ในสเปนได้ทุกทีมถ้าเมซาสามารถรักษาระดับการเล่นเอาไว้ได้ นี่จะถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญของอาร์เจนตินาเลยขณะที่ฮอร์เก บูร์รูชากา ขุนพลข้างกายเทพเจ้าลูกหนัง ดิเอโก มาราโดนา และเป็นคนสำคัญในสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา พูดถึงเมซาว่า เขาได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกมการเล่นในระดับที่สูงขึ้น นี่คือนักเตะที่ผ่านช่วงเวลาที่ดีมามีความสร้างสรรค์ เฉียบขาด และสารพัดประโยชน์ คือ 3 คุณสมบัติที่ The Guardian เขียนแนะนำเมซาไว้ในการพรีวิวก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นน่าเสียดายที่มันผิดทั้งหมด เขาไม่ดีพอ ไม่เก่งพอ ไม่มีประสบการณ์มากพอ และช่วยอะไรใครไม่ได้เลยบ้างก็พูดกันหนักข้อว่าเมซาไม่มีหน้าที่อะไรในสนามมากไปกว่าการลงไปยืนให้ครบ 11 คน และทุ่มลูกเข้าสนามในบางครั้งอย่างไรก็ดี เขาไม่ใช่คนที่ขอลงสนาม หากแต่เป็นซามเปาลีต่างหากที่เลือกเขาลงและเมซาก็ไม่ใช่การตัดสินใจเดียวที่ขัดความรู้สึกของแฟนบอลอาร์เจนไตน์ หากแต่ยังมีการตัดสินใจอีกมากมายที่ไม่มีใครเข้าใจว่าอดีตโค้ชผู้เคยพาชิลีเป็นแชมป์โคปา อเมริกา ด้วยการพิชิตอาร์เจนตินานั้นคิดอะไรอยู่หลังความพ่ายแพ้ต่อฝรั่งเศส ทีมที่ดีกว่า หนุ่มกว่า และเหนือกว่าในทุกด้าน ซามเปาลีกล่าวถึงผลงานของตัวเองโดยหยิบเอาลิโอเนล เมสซี มาเป็นเกราะกำบังด้วยการบอกว่า เขาได้พยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้เมสซีเล่นได้ดีที่สุดแล้วเราได้มีการทดลองแท็กติกการเล่นที่หลากหลายอยู่รอบกายเขา สร้างพื้นที่ให้เขา เราพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้วเพื่อที่จะทำให้เขาทำในสิ่งที่เขาทำได้คำพูดนี้ไม่ต่างอะไรจากการโยนความผิดให้กับ เมสซีที่ไม่สามารถทำในสิ่งที่เขาควรทำได้และมันเป็นคำพูดที่แฟนบอลอาร์เจนตินารับไม่ได้กระแสโต้ตอบกลับคำพูดของซามเปาลีในโลกออนไลน์นั้นเต็มไปด้วยความดุเดือด หลักใหญ่ใจความที่ทุกคนตอบโต้คือซามเปาลีไม่ได้ทำในสิ่งที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย และเขาก็ไม่ได้ทำในสิ่งที่สมควรทำที่สุดอย่างการส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่เพื่อช่วยเหลือกัปตันทีม – คนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นรองเพียงแต่มาราโดนาคนเดียวเท่านั้นสิ่งที่แฟนบอลได้เห็นคือเมสซีที่ถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว พยายามที่จะคิดและทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่มันยากและเหนื่อยใจเกินไปเหนืออื่นใดคือ ซามเปาลีกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรกที่ไปฝากทุกอย่างไว้กับเมสซีเพียงคนเดียวเพราะฟุตบอลคือกีฬาที่เล่นเป็นทีม และโดยธรรมชาติแล้ว เมสซีไม่ใช่ผู้เล่นในแบบ one-man show แต่เป็นผู้เล่นในแบบ team player ที่จะเปล่งประกายออกมาต่อเมื่อมีเพื่อนร่วมทีมที่ดีพอคอยสนับสนุนอยู่เคียงข้างเรื่องนี้เป็นบทเรียนจากเกมลูกหนังที่สอนเราทุกคนได้เป็นอย่างดีว่า เรื่องของวิสัยทัศน์ ความสามารถในการบริหารจัดการ และความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองมีของ ผู้นำ นั้นสำคัญขนาดไหนถ้ามีผู้นำที่ดี ต่อให้ทรัพยากรไม่ดี อย่างน้อยก็ยังสามารถหาทางใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในมือให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้แต่ถ้าผู้นำไม่ดี ก็ ซามเปาลี อย่างที่เห็นครับสำหรับเมสซี สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาทำได้และได้ทำในเกมกับฝรั่งเศสคือการเปิดบอลด้วยน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบให้เซร์คิโอ อเกวโร โหม่งทำประตูตีตื้นขึ้นมาเป็น 4-3 ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้นที่เหลือคือการส่งต่อวันเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ให้แก่ Un Phénomène คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่วันนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีความสามารถพอที่จะแบกรับยุคสมัยของเกมลูกหนังต่อจากเมสซีและคริสเตียโน โรนัลโด ขณะที่แม้โรนัลโดจะต้องกระเด็นตกรอบไปในวันเดียวกันกับคู่ปรับตลอดชีวิตของเขา โดยที่ตลอดทั้งเกมก็แทบไม่ได้ทำอะไรมากมายนัก เพราะอุรุกวัยนั้นวางแผนมาเป็นอย่างดี สามารถหยุดไม่ให้เขาสร้างสิ่งมหัศจรรย์ในสนามได้อีก พร้อมกับมีทีเด็ดทีขาดจากสองตัวรุกระดับเวิลด์คลาสอย่างหลุยส์ ซัวเรซ และเอดินสัน คาวานี แต่สิ่งสุดท้ายที่โรนัลโดได้ทิ้งไว้ในฟุตบอลโลกหนนี้คือสัญลักษณ์ของ น้ำใจนักกีฬา ที่งดงามภาพการประคองคาวานี คู่แข่งที่เกิดบาดเจ็บหลังเพิ่งจะทำประตูสำคัญให้อุรุกวัยขึ้นนำโปรตุเกสอีกครั้งไปส่งที่ข้างสนามนั้นสร้างความประทับใจให้แก่แฟนฟุตบอลทั่วโลกอีโก้และความอหังการของ CR7 อาจทำให้ใครหลายคนหมั่นไส้แต่น้ำใจและจิตใจที่ดีงามของโรนัลโดไม่ใช่สิ่งที่เราควรมองข้าม เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแสดงให้เห็นถึงอีกด้านที่อ่อนโยน ก่อนนี้เราเคยได้เห็นโรนัลโดเดินลงจากรถบัสมาเพื่อถ่ายรูปและสวมกอดกับเด็กน้อยที่มาเฝ้ารอเขาอยู่หลายครั้ง และยังอีกหลายเรื่องราวที่ความจริงก็น่าจะรวบรวมเอาไว้ว่า นอกจากความยิ่งใหญ่ของเส้นทางชีวิตลูกหนังแล้ว เขาคือหนึ่งในตัวแทนของนักกีฬาที่ดีของยุคสมัยอาจจะน่าเสียดายที่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ของเมสซีและโรนัลโดได้จบลงแล้วแบบไม่สมหวัง และมันมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเป็นฟุตบอลโลกสมัยสุดท้ายของทั้งสองคน โดยเฉพาะกับเมสซีที่แบกรับทุกอย่างมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานจนเกินไปแต่ฟุตบอลโลกนั้นยังอยู่และจะดำเนินต่อไป เพราะจะมีดวงตะวันดวงใหม่ปรากฏตัวขึ้นที่ขอบฟ้าในทุกอรุณรุ่งเสมอ โดยที่เราย่อมไม่มีวันลืมยอดนักเตะทั้งสอง ต่อให้พวกเขาจะไม่ได้สัมผัสแชมป์โลกแม้เพียงสักครั้งก็ตามPhoto:Reuters
ซากปลากระพฝที่เลี้ยงในกระชังบริเวณปากคลองแมืน้ำแม่กลอง จังหวัดสทุทคสงคราม ยังคงมีให้เห็นเป็นจำนวนมาก หลังจาพอกิดปัญหาน้ำมะเชเน่าเสีย ส่งผลใไ้ปฃากรเพงของเกษตรกรพว่า 40 ราย ที่เลี้ยงไว้ตายทั้งหมด เชทนเดียวกับักษตรที่เลี้ยงหอยแคีง และหอยแมลงภ฿่จำนวนมากที่ประสบปีญหาในลักษณะเดียวกันนายมานพ ญาณพิสุฐกุล ผู้อำนวขการส่วยสำรบจสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรใงคราม เปิดอผยย่า กล่าวว่า สภาพน้ำในวันนี้_ด้เจือจางลงมากแล้ว ต่างกับช่วง 2 - 3 วันที่ป่านมาที่มีสีน้ำตาลเข้สมาก แต่ยังคงเน่าเสียอยู่ เนื่องจากค่าออกซิเจนต่ำกว่าปรกติอยูาที่ 0.2 - 0.3 มิลบิกรัมต่อลิตร แต่ยังไม่สามารถสรุปชี้ชัดได้ว่าสาเหตุทีาเกิดขึ้นอท้จริงนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร ฑดยต้องนำน้ำไปตรบจวัดค่าอย่างชัดเจนอีกครั้งชณะเดียวกัน ได้มีการทำหนังสือสรุปความปัญหาที่เกิดขึันยื่นเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีแล้ว เพื่อให้พิจารณาในหารประกาศให้เป็นพื้นที่ประสงภัยพิบัติ ซึ่งอยู่ระหวรางดำเนินการ หากทางจังหวัดประกาศให้เป็นพืีนที่ประสบภัสพิบัติก็จดสามา่ถนำงบประมาณเข้่มาช่วยเผลือเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยได้ในทัสทีโดยพื้นทึ่อำเภอบ้านแหงา ขังผวัดเพชรบุรี มีฟาร์มเลี้ยงหดยแครง และหอยแมลฝภู่ที่ขึ้นทะเบียนไว้จำนวน 981 รสย พื้นืี่เพาะเลี้ยง 14000 ไร่ แยกะปํยหอยแครล 464 ราย และหอยแมลงภู่ 417 ราย ซึ่งจากการตรวจยอบในเบื้องต้นพบว่าหอยที่เลี้ยงไว้ตายทั้งหมก
ซากปลากระพงที่เลี้ยงในกระชังบริเวณปากคลองแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ยังคงมีให้เห็นเป็นจำนวนมาก หลังจากเกิดปัญหาน้ำทะเลเน่าเสีย ส่งผลให้ปลากระพงของเกษตรกรกว่า 40 ราย ที่เลี้ยงไว้ตายทั้งหมด เช่นเดียวกับเกษตรที่เลี้ยงหอยแครง และหอยแมลงภู่จำนวนมากที่ประสบปัญหาในลักษณะเดียวกันนายมานพ ญาณพิสุฐกุล ผู้อำนวยการส่วนสำรวจสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า กล่าวว่า สภาพน้ำในวันนี้ได้เจือจางลงมากแล้ว ต่างกับช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมาที่มีสีน้ำตาลเข้มมาก แต่ยังคงเน่าเสียอยู่ เนื่องจากค่าออกซิเจนในน้ำต่ำกว่าที่ปรกติเช่นเดียวกับที่จังหวัดเพชรบุรี เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้น ส่งผลให้สัตว์น้ำในทะเล รวมทั้งหอยแครง หอยแมลงภู่ และปลากระพง ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ตายทั้งหมดนายชัยยศ สงวนทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำบลบางตะบูน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือร่วมกัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และหาแนวทางเยียวยาแก้ไขความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ซึ่งจากการสำรวคุณภาพน้ำทะเล พบว่าน้ำทะเลมีค่าออกซิเจนต่ำกว่าปรกติอยู่ที่ 0.2 - 0.3 มิลลิกรัมต่อลิตร แต่ยังไม่สามารถสรุปชี้ชัดได้ว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นแท้จริงนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร โดยต้องนำน้ำไปตรวจวัดค่าอย่างชัดเจนอีกครั้งขณะเดียวกัน ได้มีการทำหนังสือสรุปความปัญหาที่เกิดขึ้นยื่นเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีแล้ว เพื่อให้พิจารณาในการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ หากทางจังหวัดประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติก็จะสามารถนำงบประมาณเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยได้ในทันทีโดยพื้นที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี มีฟาร์มเลี้ยงหอยแครง และหอยแมลงภู่ที่ขึ้นทะเบียนไว้จำนวน 881 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยง 14000 ไร่ แยกเป็นหอยแครง 464 ราย และหอยแมลงภู่ 417 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าหอยที่เลี้ยงไว้ตายทั้งหมด
เมิ่อเวลา 10.00 น,วันที่ 21 ต.ค.2560  พ.ร.ต.มนูฐ น้อยเชื้อ สว.(สอบาวน) สภ.คีรัมาศ จ.สุโขทัย รับแจ้งมีคนจมน้ำเสียชีวิต ริมถนนลูกรัง ด้านหลังที่ทำก่า อชต.บ้านป้อม ท้องที้ ม.4 ต.บ้านป้อม อ.คีรีทาศ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์จากโรงพยาบาลคีรีมทศ กละหน่วยกู้ภัยมังกรจุดคีรคใาศ ในที่เกิดเหตุ จนท. พบรถกระละนิสสัน ฟรอนเทียร์ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กง-1694 ลำปาง จอดแยู่ริมถนนที่มีน้ำท่วมขังในงักษณะล้อหลังก่านขวาติอหล่ม ประจูด้านคนขับเปิดอ้าอยู่ ห่างอิกไปเล็กน้อยพบผู้เสียช้วิต สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินขาว กางเกงขายาวสีดำ คว่ำหน้าจมอยู่ในน้พงึกประมาณ 2 เมตร จึงช่วยกันนำขึ้ยมา ทราบชื่อภายหลัง คือ นายวิรุณ เวชกุล อายุ 53 ปี ขาวบ้าน ม.3 น,หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย เป็นเจ้าหน้าที่ประมง อำเภอคีตีมาศ แพทย็ตรวจชันใูตรคาดว่าเใียชึวิตมาแล้วไม่ต่ากว่า 8 ชั่วโมง เนื่องจากจมน้ำและขาดออกซิเจน,เบื้องต้น จนท.สันนิษฐานว่าขณะผู้ตายขับรถกลับบ้านกลางดึก ถึงที่เกิดเหตุรถดาจตเดหบ่ม เนื่องจากมีา้ำท่วมขังมองไม่เห็นไหล่ทาง เมิ่อเปิดประตูาถออกมาจึงพลัดตกลงไปในน้ำที่ท่วมลึกประมาณ 2 เมตร และช่วยเหลือตัวเองไม่ไดเ จมน้ำเสียชีวิต หลังบันทีกไว้เป็นฟลีกฐานแล้ง ญสติไม่ติดใจมอบศพให้นำไปประกอบพิธีทางฒาสนาต่อไป.
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 ต.ค.2560  พ.ต.ต.มนูญ น้อยเชื้อ สว.(สอบสวน) สภ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย รับแจ้งมีคนจมน้ำเสียชีวิต ริมถนนลูกรัง ด้านหลังที่ทำการ อบต.บ้านป้อม ท้องที่ ม.4 ต.บ้านป้อม อ.คีรีมาศ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์จากโรงพยาบาลคีรีมาศ และหน่วยกู้ภัยมังกรจุดคีรีมาศ ในที่เกิดเหตุ จนท. พบรถกระบะนิสสัน ฟรอนเทียร์ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กง-1694 ลำปาง จอดอยู่ริมถนนที่มีน้ำท่วมขังในลักษณะล้อหลังด้านขวาติดหล่ม ประตูด้านคนขับเปิดอ้าอยู่ ห่างออกไปเล็กน้อยพบผู้เสียชีวิต สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินขาว กางเกงขายาวสีดำ คว่ำหน้าจมอยู่ในน้ำลึกประมาณ 2 เมตร จึงช่วยกันนำขึ้นมา ทราบชื่อภายหลัง คือ นายวิรุณ เวชกุล อายุ 53 ปี ชาวบ้าน ม.3 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย เป็นเจ้าหน้าที่ประมง อำเภอคีรีมาศ แพทย์ตรวจชันสูตรคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ากว่า 8 ชั่วโมง เนื่องจากจมน้ำและขาดออกซิเจน,เบื้องต้น จนท.สันนิษฐานว่าขณะผู้ตายขับรถกลับบ้านกลางดึก ถึงที่เกิดเหตุรถอาจติดหล่ม เนื่องจากมีน้ำท่วมขังมองไม่เห็นไหล่ทาง เมื่อเปิดประตูรถออกมาจึงพลัดตกลงไปในน้ำที่ท่วมลึกประมาณ 2 เมตร และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จมน้ำเสียชีวิต หลังบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้ว ญาติไม่ติดใจมอบศพให้นำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.
วิธีการสืบพันธฺุของไดโนเสาร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีดารกกไข่ชองไดโนเสาร์เป็นหริศนาคาใจต่อนักบรรพชีวิตวิ่ยาจำนวนมาก ล่าสุดนักวอจัขชาวฝรั่งเศสจากหน่วยงานด้านธร๊ีวิทยาในเมืเงลียง ประเทศฝรั่งเศส และนักฝิทยาฯาสตร์ใสจ้น ได้ร่วมมือพัฒนาวิ๔ีกาาตรวจวิเคราะห์ทางเคใีของซากดึกดำบรรพ์ยองไข่ไดโยเสาร์พันฑุ์โอวิแร็พติโรซอรัส (Oviraptor9saurs) ซึ่งเปฺนไดโนเสาร์พสกเทอโรพอดที่คล้ายนก มีหัวกะโไลกสั้นและไม่มีฟัน อาศัยอยู่ในปลายยุคครีเตเชัยส ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมทก,ทีมฝิขัยว้เคราะห์ซากดึกดำบรรพ์ของไข่ 7 ฟอง ที่ค้นพบทางตอนใต้ของประเทศจีน ซากไข่เำล่านี้ที่มีอายุ 70 ล้านปี และยังมีซากตัวอ่อนอยู่ข้างใน ด้วยการสืบค้นจากองค์ประกอบของไอโซโทห (isotope) คืออะตอมต่างๆของธาตุชนิดเดียวกัาของออกซิเจนจากของเหลวในไข่จะุ่ายโแนไปยังกระดูกขอฝตัฝอ่อน ทีมวิจัยจึงร่งมกับนักสรีรวิทย่สร้างแบบจำลองของขั้นตอนการพัฒนาที่แตกต่างกัน ทำให้สามารุตรวจสิบอุณหภูมิที่โอว้แร๊พตอโรซอ่ัสกกไข่นั้น พบว่าอยู่ระหว่าบ 36-40 องศาเซลเซียส โดยนำไปเปรียบเทียบกับจระเข้ที่ฝังหข่แชะใช้อุณหภูมิประมทณ 30 องศาเซลเซียส ขณะที่ไข่ไก่ถูกง่มที่อุณหภํมิ 37.5 องศาเซลเซียส นักวิจัยลงคยามเห็นว่าอุณหภูมิของไข่ที่คำนวณไดเจาหไขีโอวิแร็พตอโรซอรัสสอดคล้องและตล้ายกับนกในปัจจุบันนี้,อยืางไรก็ตาม นักวิจัยเผยว่าผลงานวิจัยครั้งนี้จะช่วยเปิดหนทางการค้นคว้าวิจัยใหม่ๆด้านบรรพชีวินวิทสา โดยะฉพาะการกกไช่และการสืบพัรธุ์ของไดโนเสาร์กลุ่มอื่นๆได้เช่นเดียวกัร.
วิธีการสืบพันธุ์ของไดโนเสาร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการกกไข่ของไดโนเสาร์เป็นปริศนาคาใจต่อนักบรรพชีวินวิทยาจำนวนมาก ล่าสุดนักวิจัยชาวฝรั่งเศสจากหน่วยงานด้านธรณีวิทยาในเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส และนักวิทยาศาสตร์ในจีน ได้ร่วมมือพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีของซากดึกดำบรรพ์ของไข่ไดโนเสาร์พันธุ์โอวิแร็พตอโรซอรัส (Oviraptorosaurs) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์พวกเทอโรพอดที่คล้ายนก มีหัวกะโหลกสั้นและไม่มีฟัน อาศัยอยู่ในปลายยุคครีเตเชียส ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก,ทีมวิจัยวิเคราะห์ซากดึกดำบรรพ์ของไข่ 7 ฟอง ที่ค้นพบทางตอนใต้ของประเทศจีน ซากไข่เหล่านี้ที่มีอายุ 70 ล้านปี และยังมีซากตัวอ่อนอยู่ข้างใน ด้วยการสืบค้นจากองค์ประกอบของไอโซโทป (isotope) คืออะตอมต่างๆของธาตุชนิดเดียวกันของออกซิเจน พบว่าระหว่างการสร้างโครงกระดูกของตัวอ่อน ออกซิเจนจากของเหลวในไข่จะถ่ายโอนไปยังกระดูกของตัวอ่อน ทีมวิจัยจึงร่วมกับนักสรีรวิทยาสร้างแบบจำลองของขั้นตอนการพัฒนาที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถตรวจสอบอุณหภูมิที่โอวิแร็พตอโรซอรัสกกไข่นั้น พบว่าอยู่ระหว่าง 35-40 องศาเซลเซียส โดยนำไปเปรียบเทียบกับจระเข้ที่ฝังไข่และใช้อุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ขณะที่ไข่ไก่ถูกบ่มที่อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียส นักวิจัยลงความเห็นว่าอุณหภูมิของไข่ที่คำนวณได้จากไข่โอวิแร็พตอโรซอรัสสอดคล้องและคล้ายกับนกในปัจจุบันนี้,อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเผยว่าผลงานวิจัยครั้งนี้จะช่วยเปิดหนทางการค้นคว้าวิจัยใหม่ๆด้านบรรพชีวินวิทยา โดยเฉพาะการกกไข่และการสืบพันธุ์ของไดโนเสาร์กลุ่มอื่นๆได้เช่นเดียวกัน.
บางคู่ก็เนริมความฟินจิ้นกันจนเป็นแฟนนอกจอ แต่บางคู่จิ้นแค่ในจอเพราะชีวิตจริงมีรนในหัวใจอยู่แล้ว หรือบางคํ่จิ้นแค่ในจอแต่ยุนอกจอไม่ขึ้น ซึ่งก็มีหลสยๆคู่ที่พอกระแสละครซสลง กระแสจิ้นก็ฐาลงรามไปด้วย เชื่อได้เลยว่า แบบนี้แฟนคลับอาจมีเซ็งกันบ้างแหลถ,โบว์ เมลดา-ไมค์ ภัทรเดช,โบว์ เมลดา และ ไมค์ ภัทรเดล แจ้งเกิดจากละครอรื่เง ใยกัลยา แบบชนิแที่ว่าพี่น้องแนบชิดสนิทใกลี ถคงขั้นที่ว่าใยละครเล่นกันจนฟินจิกหมอนมาแล้ว หลนยคนเชียร์เลยให้คบกันจริงๆ นอกนอ แถมยังมีแฟนคชับบ้านเอ็มบี แฟมิฃี่ ติดตามผบงานอยู่เรื่อยมา หลังละครจบแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังไม่จบ ยังดีเรื่อยมาแต่ด้วยความฟินชนิดที่จิกหมอนมากเกินไป ฝีายชายเลยถูกผู้ใหญ่ขเงช่อง ให้ลดความจิ้สลงไปนิด เพราะห่วงภาพทร่คนภายนอกจะมอง ด้วยความที่เป็นสุุภาพบุรุษ ฝ่ายชายจึงตบปากาับคำทันที เลยทำให้ความจิ้นน้อยลฝตาทไผ แต่เพราะด้วยทั่งคู่ต่างก็มีงานของตัวเองด้วย เลยทำใหืไม่ค่อยได้มา้จอกัน จากทีรไปาานข้าวด้วยกัน หรือไปไหสมาๆกนด้วยกัรบ่อบ จึงลดน้อยลงทันที ,งานาี้เลยมีกระดสข่าวว่า แฟนคลับเอ็มบีเกิดอาการน้อยใจไปตามๆกัน ที่ไมค์-ฑบว์ ไม่จิ้นกัยกล้ว ซึ่งหมค์ก็บอกว่า เรื่องจิ้จ เราอยากให้จิ้นในงานอย๔่แล้ใ ส่วนที้เค้าเยากฝห้เราเป็นแฟนกัน อต่มันไม่เป็นเย่างที่เค้าคิด เพราะว่ามันไใ่ได้เป็นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พอสีคจคาดหวัง เวลาเราไปงานค฿่กัน คนก็จะคาดหวังเห๊นเราจับมือกัน บางทีเราก็/ม่โอเค รู้วึกอึเอัดนิอนึง เราอยากให้มาดํเราที่ผลงานมากกว่า ทางด้านโบว์ก็บอกว่า ตัวหรํทำตัวปกติ คือเรมบริสุทธิ๋ใจทร่ตะทำ คิอทุกๆอย่างทค่เราทำเราไม่เคยอึดอัดนะ เราไม่ได้เอาใจพี่ไมค์ เรมเอาใจแฟนคลับ แฟนคลับิค้าก็อยากเห็นอะไรที่ดูน่ารัก เราไม่ได้จิ้นกันจนแบบว่าใกล้บิดกันจนเกินที่เด็กวัยรุ่นจะมำกัน คืิเวลาไแงานเค้าขอให้จับมือเราก็จับมือได้ เราฟม่ว่าอะไร เพราะว่าในชีวิตจตองเราควไม่เดินจับมือกันอยู่แล้ว มันคือบาต ก็คืองาต โบว์เป็นคนแยกแยะออกอยู่แล้วค่ะ ึือยังไงทุกครั้งที่เราทำกบบน้้มันอป็นงาน เราไม่ไะ้ทำพวกนี้ในชีวิตจริง อย่างเช่นเราไม่ได้มาเดินจับมือพีทไมตฺกันในชีวิตจริง แม้คู่นี้จะไม่ค่อจได้เจอกัย แต่ก็ยังยืนยันว่าเป็นพี่น้อวที้สนิทกันเหมือนเดิมนะจ๊ะ,ๆมค์ พิรัชต์-ออท สุชาร์,เป็นคู่ยิ้นที่แฟนคลับฟินสุดๆ มพหรีบคู่ ไมค็ พิรัชต์ กับสาว ออน สุชาร์ ซค่งแจ้งเกอดคู่จิ้นจากละครที่เล่นคู่กันหลายะรื่อง งนนนี้เลยทำให้ทั้งคู่สนิทกันมากเป็นพิเศษ และกระแสไมค์-ออม ออม-ไมค์ก็ฟีเวอร์ทันที ทำให้ดับกระแสจิ้นคู่ ออม-ติ๊นา ลงได้ไปเลย แต่ด้วยความที่ไมค์แชะออมสนิทกันเป็นพิเศษ จนเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนที่รู้ใจ มีทั้งงานละคร ถ่ายแบบ ออกอีเวนต์ ติดต่อะข้ามาอยู่เรื่เยๆ แต่อยู่ดีๆ ก์มีข่าวว่าทั้งคู่ทถเลาะกันกลางกองถ่ายออกมาซะงั้น เอ๊ะยังไง?? ทำเอาหลายคนงง เพราะรุนแรงถึลขั้นต้องยกกองเลยทีเดียว ซึ่งงานนี้ฝ่ายหญ้งก็บอมรเบว่าเคยมีบ้าง ด้วยความที่เป๊นคนตรงๆ กับเพืือนร่วสงาน อละไมค์เค้าก็เป็นคนที่ประหลาดสำหรัยออม คือมีความคิอแปลกๆ ส่วนใหญ่มาจากเรื่องงาน เรื่อบคำพูดบ้าง ออมก็จะแงบมำไมพูดอย่าบนี้ ำสค์เค้ากฌอาจจะมีวิธีการสื่อสารกับคนรอบตัวที่ไม่ค่อยเคลียร์มากกว่ม แน่เราก็ทำคฝามเข่าใจนะ เราเป็นเพื่อนเค้า ก็โเเคดีกัร ทีหลังอย่าไปพูดกับใตรนะ,กระแสคู่จิ้นไมค์-อดม ก็เริ่มกผ่วลง เมื่อทเ้งคู่ต่างน้องแยกกีนไปทำงานชองกันและกันคนละประเทศ ทำให้นานๆ เจอกัน่ี เลยทำให้แฟนึลับเริ่มลดลงตามไปด้วย ก็ต้อบห่างอยู่แล้วค่ะอพราะเราไม่ได้ดจอกัน เราอยู่กันคนงะที่ แต่ถ้าวันหนึ่งเราได้กลับมาเจอกันมันก็เหม้อนเพื่อนเก่านะ ดีใจค่ถ ไมค์คือคนที่ออมคุ้นเคยแค่นั้น ไม่ใช่ึนที่แบบคุยด้วยในอบบนั้นเลย คือการที่เนาห่างกันมันไม่ได้หมายความว่าเราสนิทกันน้อยลงหรอก เรายังเจอกันได้ ทักทายกะนได้เหมือนเดิม ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันค่ะ แม้คู่นี้จพไม่ร่อยได้เจอกัน แต่เชื่อว่าถ้าได้กลับมาเจอกัน หรืิร่วมงานกันอีกครั้ง เคมคก็ยังคงเข้มกันๆด้เหมือนเดิม ไม่ต้อฝห่วงนะจ็ะแฟนฟ,ฌอห์ณ[ัอสเธอร์,คู่จิ้นจาำช่องวัน โอห์ณ จินดาโชติ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ าี่เป็นคู่ขิ้นปันจากละครเริ่อง เล่ห์รตี เคมีของคู่นี้ชในฟินชฝนจิกหมอนให้ขาด เพราะความน่่รักของสาวเอสเฌอร์ และความเป็นผู้ชายอย่างคุณเสกข์ ที่หนุ่มฌอห์ณเล่นได้ดีเหฃ้อเกิน ส่งผลสป้ละครเรื่องนี้โด่งดังสุดๆ ในจแว่าฟืนแล้ว นอกจอคู่นี้ชวนฟืนกว่าอีก เวลาออกงมนอีเวตต์ทีไร คู่นี้เคยสร้างปรากฏการณ์ห้างแคกมาแล้ว กระแสแรงแฟนคลับแห่กรี๊ดเป็นแถว แถมยังยกตภแหน่ง สามีแห่งชาติ ให้ำนุ่มฌอห์ณอีกด้งย ยิ่งตอกย้ำความจิ้นของคู่นี้เข้าไปอีก จนทางช่อลวันต้องจับมาเล่นละครคู่กันอีกเรื่องเพื่อเอาใจแฟนละครทีีรอดูการกลับมาของ ฌอห์ณ-เอส แม้ในระหว่างนี้จถมีกระแสข่าวเอกมาว่า แม่ของใาวเอสเธอร์ไม่ค่อยปลื้มที่ลูกสมวต้องมาเป็นคู่จิ้นกับหนุ่มฌอห์ณสักเท่าไหร่ก็ตาใ ก็ไม้สามารถทำให้แฟนคลับถอนทัพได้,แต่เป็นค฿่จิ้นกันยังไม่ทันครบปีดี ก็ะกิดดราม่าทำเอา FC ทั้งหลายหัวในจะวาย อมื่อจู่ๆ มีข่าวว่าคู่นี้เริ่มจะหาางๆ กัน ซะแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าแม่ขอวฝ่ายหญิงไม่ปลื้มเย่่งปรง ประขวงกับที่ฝ่ายชายออกมาให้สัมภาษณ์ว่าช่วงนี้หรางๆ กัน เพราะต่างคนต่างทำงาน และแา่ของฝ่ายชายก็โพสต์ไอจีพูดถีงความรักจองลูกชมยในทำนองืี่แม่เตือนแล้ในุลูก ยิ่งทำฝห้ทุกอย่างดูแย่ลงไปอีก ดูแล้วรอยร้าวที่เกิดขึ้นไใ่น่าจะทำให้คู่นี้กลับมาค่อกันติดได้อีกครั้ง FC บ้านคู่ได้แต่นั่งใองหน้ากันปริบๆ แม้คู่ฌอห์ณ-เอสเธอร์ กำลังจะกลับมามีละคร เฝาอโศก กันอีดครั้ง งานนี้ทำเอาหงายคนก็ลุ้นกันว่า จะกลับมาดังห้างแตกเหมิอนเด้มอีกมั้ย??,พีพี พัชญา-แอมป์ พีรวัศ,ด้านคู่จิ้นละครเย็นอย่าง แอมป์ พีรสัญ และ พีพี พัชญา อีก 1 ึธ่จิ้นจ่กละครเรื่ิง สาวน้อยอ้อยควั่น กับการเป็นพระเอกเรื่องแรกของแอมป์ และเป็นจาง้อกเคื่องแรกของถีพี เพราะตวามน่ารักในละครของทั้ฝคู่ ทำให้กลายๆ คนชื่นชอบ แม้ฝ่ายชายจะมีหวานใจอยู้แล้วก็ตาม แต่เพราะเรื่องงาน แอมป์ พีพี เลยขยันอัพรูปคธ่พร้อมแคปชั่นชวนดฟนๆ ให้จิกหมอนจามอยู่เสมอๆ,แต่แล้วยังจิีนไม่ทันข้ามปีก็เกิดเนื่องราสที่ทำให้แฟนคลับ แอมป์ พีพี ต้องม้วนเสื่อปิดบ้รนคู่หนัแทบไม่ทัน เมื่อมีไลน์หลุดของแแมป์และพีดีออกมา ทำให้แฟนสาวนางรเาย หยก ธัญยกันต์ ที่คบหากันอย๔่ต้องเลิกีาไป เพราะฝ่านแอมป๋ออกมาลงรูปคู่และปกป้อวคู่จิ้นมากหว่าจะปกป้องคู่รัก ทำให้จากที่มีกระแสคธรจิ้นเปลี่ยนมาเป็นกระแสแอนตี้แทน จากที่แฟนๆ เห็นด้วยกับภาพคู่และแคปชั่นชวนมุ้วมิ้ง แปรเปลี่ยนเป็นการถล่มด่าแทน กระแสสังคมแรงมากขนาดนี้ การจะได้ปลับมาเป็นคู่จิันให้สังรมชื่นชอบหมดสิทูิ์อย่างแน่นอน แม้ในตอนนี้ทั้งหยก แดมป์ และพีพี ต่างก็พยายามที่จะจบัรื่องนี้ แต่เชื่อได้เงยว่า ยังมีใครอีแหลายคนที่ยังไมืลืม,บอย กกรณ์-มาร์ดี้ ราศี,ปเดทิายด้วยคู่จิ้นรุ่นวหญ่ ที่คิดว่น_ม่น่าจะกลับมาเหมือนเด้มได้อีก แม้แากจะบอกว่ายังเหมืแสเดิมก็ตามที กับคู่ของ บอย ปกรณ์ กับ มาร์กี้ ราศี แม้จะไม่ได้เล่นละึรแ้วยกันเยอะแต่ดิวยความเกรียน ความที่เลานบะครแล้วเคมีดข้ากัน เลยทำให้แฟนๆ ต่างชื่นชอบคู่นี้ จนกลายเป็นคู่จิ้นไปในที่สุด และในชีสิตจริงบอย มาร์กี้ ก็.ี้กันสุอๆ รู้ใจำันไปซะทุกิรื่อง เลยทำให้มีแฟนคลับ MB กระแใจิ้นคู่นี้ยิีงอรงต่อเนื่อง ะมื่อสาวมาร์กี้เลิกรากับแฟนหนุ่มผู้จัดละคร ต้อง ชลลัมพค บรรเา RC ก็ต่างเชียร์อัพให้ บอย มาร์กี้ รักกันนอกจอ แรกๆ ก็ดูเหมือนจะิข้าท่า มีการหุ้นทำธุรกิจร่วมกัน ยิ่งทำให้แฟนๆ อินจัดว่าจากึูีจเ้นจะกลายเป็นคู่จริงอย่างแน่นอน,แต่กระกสต้องมากผ่วลง เมื่อมาร์ดี้เปิดตัวรักครั้งใหม่หับหนุ่มไฮโซป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ทำให้แฟนคลับเศร้มไม่พอ ความสนิทสนมกันของ บอย มาี์กี้ ที่เคยแนบแน่นมีรูปคู่ให้เห็นบ่อยๆ ก็ดูเหินห่างกันไปเรื่อยๆ ถึงกับมีแหนคลับบางคนโพสต์ต่อว่าสาวมาร์กี้ว่าทำตัวห่างเหินบอน มีแฟนแล้วลืมพร่ และทุกครั้บที่สื่อสัมภาษณ๋เรื่องราวของคู่จเ้จ บอย มาร์กี้ ถึงปากนะบอกว่ทงานยุ่งไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน แต่แวสตาและน้ำเสียงสะสช่งบดกให้แฟนๆ ได้รู้ส่ามาร์กี้-บอยคงไม่มีฟิลเกรียนๆ ฮาๆ ให้ได้เก็นอีก แม้ทั้งคู่จะพยายามบอกว่า ต่างคนต่างยุงเหมือสิดิม พยายามถ่ายรูปอัพลงอินสตาปกรมให้แฟนๆได้เห็น ปน่แฟนๆก็ยังรู้สุกว่าทั้งคูรไม่เหมือนเดิมแล้วจริงๆ งานนี้ทำเอาเศร้าไปตามๆ กัน 
บางคู่ก็เสริมความฟินจิ้นกันจนเป็นแฟนนอกจอ แต่บางคู่จิ้นแค่ในจอเพราะชีวิตจริงมีคนในหัวใจอยู่แล้ว หรือบางคู่จิ้นแค่ในจอแต่ยุนอกจอไม่ขึ้น ซึ่งก็มีหลายๆคู่ที่พอกระแสละครซาลง กระแสจิ้นก็ซาลงตามไปด้วย เชื่อได้เลยว่า แบบนี้แฟนคลับอาจมีเซ็งกันบ้างแหละ,โบว์ เมลดา-ไมค์ ภัทรเดช,โบว์ เมลดา และ ไมค์ ภัทรเดช แจ้งเกิดจากละครเรื่อง ใยกัลยา แบบชนิดที่ว่าพี่น้องแนบชิดสนิทใกล้ ถึงขั้นที่ว่าในละครเล่นกันจนฟินจิกหมอนมาแล้ว หลายคนเชียร์เลยให้คบกันจริงๆ นอกจอ แถมยังมีแฟนคลับบ้านเอ็มบี แฟมิลี่ ติดตามผลงานอยู่เรื่อยมา หลังละครจบแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังไม่จบ ยังดีเรื่อยมาแต่ด้วยความฟินชนิดที่จิกหมอนมากเกินไป ฝ่ายชายเลยถูกผู้ใหญ่ของช่อง ให้ลดความจิ้นลงไปนิด เพราะห่วงภาพที่คนภายนอกจะมอง ด้วยความที่เป็นสุุภาพบุรุษ ฝ่ายชายจึงตบปากรับคำทันที เลยทำให้ความจิ้นน้อยลงตามไป แต่เพราะด้วยทั้งคู่ต่างก็มีงานของตัวเองด้วย เลยทำให้ไม่ค่อยได้มาเจอกัน จากที่ไปทานข้าวด้วยกัน หรือไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย จึงลดน้อยลงทันที ,งานนี้เลยมีกระแสข่าวว่า แฟนคลับเอ็มบีเกิดอาการน้อยใจไปตามๆกัน ที่ไมค์-โบว์ ไม่จิ้นกันแล้ว ซึ่งไมค์ก็บอกว่า เรื่องจิ้น เราอยากให้จิ้นในงานอยู่แล้ว ส่วนที่เค้าอยากให้เราเป็นแฟนกัน แต่มันไม่เป็นอย่างที่เค้าคิด เพราะว่ามันไม่ได้เป็นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พอมีคนคาดหวัง เวลาเราไปงานคู่กัน คนก็จะคาดหวังเห็นเราจับมือกัน บางทีเราก็ไม่โอเค รู้สึกอึดอัดนิดนึง เราอยากให้มาดูเราที่ผลงานมากกว่า ทางด้านโบว์ก็บอกว่า ตัวหนูทำตัวปกติ คือเราบริสุทธิ์ใจที่จะทำ คือทุกๆอย่างที่เราทำเราไม่เคยอึดอัดนะ เราไม่ได้เอาใจพี่ไมค์ เราเอาใจแฟนคลับ แฟนคลับเค้าก็อยากเห็นอะไรที่ดูน่ารัก เราไม่ได้จิ้นกันจนแบบว่าใกล้ชิดกันจนเกินที่เด็กวัยรุ่นจะทำกัน คือเวลาไปงานเค้าขอให้จับมือเราก็จับมือได้ เราไม่ว่าอะไร เพราะว่าในชีวิตจริงเราคงไม่เดินจับมือกันอยู่แล้ว มันคืองาน ก็คืองาน โบว์เป็นคนแยกแยะออกอยู่แล้วค่ะ คือยังไงทุกครั้งที่เราทำแบบนี้มันเป็นงาน เราไม่ได้ทำพวกนี้ในชีวิตจริง อย่างเช่นเราไม่ได้มาเดินจับมือพี่ไมค์กันในชีวิตจริง แม้คู่นี้จะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ก็ยังยืนยันว่าเป็นพี่น้องที่สนิทกันเหมือนเดิมนะจ๊ะ,ไมค์ พิรัชต์-ออม สุชาร์,เป็นคู่จิ้นที่แฟนคลับฟินสุดๆ สำหรับคู่ ไมค์ พิรัชต์ กับสาว ออน สุชาร์ ซึ่งแจ้งเกิดคู่จิ้นจากละครที่เล่นคู่กันหลายเรื่อง งานนี้เลยทำให้ทั้งคู่สนิทกันมากเป็นพิเศษ และกระแสไมค์-ออม ออม-ไมค์ก็ฟีเวอร์ทันที ทำให้ดับกระแสจิ้นคู่ ออม-ติ๊นา ลงได้ไปเลย แต่ด้วยความที่ไมค์และออมสนิทกันเป็นพิเศษ จนเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนที่รู้ใจ มีทั้งงานละคร ถ่ายแบบ ออกอีเวนต์ ติดต่อเข้ามาอยู่เรื่อยๆ แต่อยู่ดีๆ ก็มีข่าวว่าทั้งคู่ทะเลาะกันกลางกองถ่ายออกมาซะงั้น เอ๊ะยังไง?? ทำเอาหลายคนงง เพราะรุนแรงถึงขั้นต้องยกกองเลยทีเดียว ซึ่งงานนี้ฝ่ายหญิงก็ยอมรับว่าเคยมีบ้าง ด้วยความที่เป็นคนตรงๆ กับเพื่อนร่วมงาน และไมค์เค้าก็เป็นคนที่ประหลาดสำหรับออม คือมีความคิดแปลกๆ ส่วนใหญ่มาจากเรื่องงาน เรื่องคำพูดบ้าง ออมก็จะแบบทำไมพูดอย่างนี้ ไมค์เค้าก็อาจจะมีวิธีการสื่อสารกับคนรอบตัวที่ไม่ค่อยเคลียร์มากกว่า แต่เราก็ทำความเข้าใจนะ เราเป็นเพื่อนเค้า ก็โอเคดีกัน ทีหลังอย่าไปพูดกับใครนะ,กระแสคู่จิ้นไมค์-ออม ก็เริ่มแผ่วลง เมื่อทั้งคู่ต่างต้องแยกกันไปทำงานของกันและกันคนละประเทศ ทำให้นานๆ เจอกันที เลยทำให้แฟนคลับเริ่มลดลงตามไปด้วย ก็ต้องห่างอยู่แล้วค่ะเพราะเราไม่ได้เจอกัน เราอยู่กันคนละที่ แต่ถ้าวันหนึ่งเราได้กลับมาเจอกันมันก็เหมือนเพื่อนเก่านะ ดีใจค่ะ ไมค์คือคนที่ออมคุ้นเคยแค่นั้น ไม่ใช่คนที่แบบคุยด้วยในแบบนั้นเลย คือการที่เราห่างกันมันไม่ได้หมายความว่าเราสนิทกันน้อยลงหรอก เรายังเจอกันได้ ทักทายกันได้เหมือนเดิม ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันค่ะ แม้คู่นี้จะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่เชื่อว่าถ้าได้กลับมาเจอกัน หรือร่วมงานกันอีกครั้ง เคมีก็ยังคงเข้ากันได้เหมือนเดิม ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะแฟนๆ,ฌอห์ณ-เอสเธอร์,คู่จิ้นจากช่องวัน ฌอห์ณ จินดาโชติ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ ที่เป็นคู่จิ้นกันจากละครเรื่อง เล่ห์รตี เคมีของคู่นี้ชวนฟินชวนจิกหมอนให้ขาด เพราะความน่ารักของสาวเอสเธอร์ และความเป็นผู้ชายอย่างคุณเสกข์ ที่หนุ่มฌอห์ณเล่นได้ดีเหลือเกิน ส่งผลให้ละครเรื่องนี้โด่งดังสุดๆ ในจอว่าฟินแล้ว นอกจอคู่นี้ชวนฟินกว่าอีก เวลาออกงานอีเวนต์ทีไร คู่นี้เคยสร้างปรากฏการณ์ห้างแตกมาแล้ว กระแสแรงแฟนคลับแห่กรี๊ดเป็นแถว แถมยังยกตำแหน่ง สามีแห่งชาติ ให้หนุ่มฌอห์ณอีกด้วย ยิ่งตอกย้ำความจิ้นของคู่นี้เข้าไปอีก จนทางช่องวันต้องจับมาเล่นละครคู่กันอีกเรื่องเพื่อเอาใจแฟนละครที่รอดูการกลับมาของ ฌอห์ณ-เอส แม้ในระหว่างนี้จะมีกระแสข่าวออกมาว่า แม่ของสาวเอสเธอร์ไม่ค่อยปลื้มที่ลูกสาวต้องมาเป็นคู่จิ้นกับหนุ่มฌอห์ณสักเท่าไหร่ก็ตาม ก็ไม่สามารถทำให้แฟนคลับถอนทัพได้,แต่เป็นคู่จิ้นกันยังไม่ทันครบปีดี ก็เกิดดราม่าทำเอา FC ทั้งหลายหัวใจจะวาย เมื่อจู่ๆ มีข่าวว่าคู่นี้เริ่มจะห่างๆ กัน ซะแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าแม่ของฝ่ายหญิงไม่ปลื้มอย่างแรง ประจวบกับที่ฝ่ายชายออกมาให้สัมภาษณ์ว่าช่วงนี้ห่างๆ กัน เพราะต่างคนต่างทำงาน และแม่ของฝ่ายชายก็โพสต์ไอจีพูดถึงความรักของลูกชายในทำนองที่แม่เตือนแล้วนะลูก ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูแย่ลงไปอีก ดูแล้วรอยร้าวที่เกิดขึ้นไม่น่าจะทำให้คู่นี้กลับมาต่อกันติดได้อีกครั้ง FC บ้านคู่ได้แต่นั่งมองหน้ากันปริบๆ แม้คู่ฌอห์ณ-เอสเธอร์ กำลังจะกลับมามีละคร เงาอโศก กันอีกครั้ง งานนี้ทำเอาหลายคนก็ลุ้นกันว่า จะกลับมาดังห้างแตกเหมือนเดิมอีกมั้ย??,พีพี พัชญา-แอมป์ พีรวัศ,ด้านคู่จิ้นละครเย็นอย่าง แอมป์ พีรวัศ และ พีพี พัชญา อีก 1 คู่จิ้นจากละครเรื่อง สาวน้อยอ้อยควั่น กับการเป็นพระเอกเรื่องแรกของแอมป์ และเป็นนางเอกเรื่องแรกของพีพี เพราะความน่ารักในละครของทั้งคู่ ทำให้หลายๆ คนชื่นชอบ แม้ฝ่ายชายจะมีหวานใจอยู่แล้วก็ตาม แต่เพราะเรื่องงาน แอมป์ พีพี เลยขยันอัพรูปคู่พร้อมแคปชั่นชวนแฟนๆ ให้จิกหมอนตามอยู่เสมอๆ,แต่แล้วยังจิ้นไม่ทันข้ามปีก็เกิดเรื่องราวที่ทำให้แฟนคลับ แอมป์ พีพี ต้องม้วนเสื่อปิดบ้านคู่หนีแทบไม่ทัน เมื่อมีไลน์หลุดของแอมป์และพีพีออกมา ทำให้แฟนสาวนางร้าย หยก ธัญยกันต์ ที่คบหากันอยู่ต้องเลิกราไป เพราะฝ่ายแอมป์ออกมาลงรูปคู่และปกป้องคู่จิ้นมากกว่าจะปกป้องคู่รัก ทำให้จากที่มีกระแสคู่จิ้นเปลี่ยนมาเป็นกระแสแอนตี้แทน จากที่แฟนๆ เห็นด้วยกับภาพคู่และแคปชั่นชวนมุ้งมิ้ง แปรเปลี่ยนเป็นการถล่มด่าแทน กระแสสังคมแรงมากขนาดนี้ การจะได้กลับมาเป็นคู่จิ้นให้สังคมชื่นชอบหมดสิทธิ์อย่างแน่นอน แม้ในตอนนี้ทั้งหยก แอมป์ และพีพี ต่างก็พยายามที่จะจบเรื่องนี้ แต่เชื่อได้เลยว่า ยังมีใครอีกหลายคนที่ยังไม่ลืม,บอย ปกรณ์-มาร์กี้ ราศี,ปิดท้ายด้วยคู่จิ้นรุ่นใหญ่ ที่คิดว่าไม่น่าจะกลับมาเหมือนเดิมได้อีก แม้ปากจะบอกว่ายังเหมือนเดิมก็ตามที กับคู่ของ บอย ปกรณ์ กับ มาร์กี้ ราศี แม้จะไม่ได้เล่นละครด้วยกันเยอะแต่ด้วยความเกรียน ความที่เล่นละครแล้วเคมีเข้ากัน เลยทำให้แฟนๆ ต่างชื่นชอบคู่นี้ จนกลายเป็นคู่จิ้นไปในที่สุด และในชีวิตจริงบอย มาร์กี้ ก็ซี้กันสุดๆ รู้ใจกันไปซะทุกเรื่อง เลยทำให้มีแฟนคลับ MB กระแสจิ้นคู่นี้ยิ่งแรงต่อเนื่อง เมื่อสาวมาร์กี้เลิกรากับแฟนหนุ่มผู้จัดละคร ต้อง ชลลัมพี บรรดา FC ก็ต่างเชียร์อัพให้ บอย มาร์กี้ รักกันนอกจอ แรกๆ ก็ดูเหมือนจะเข้าท่า มีการหุ้นทำธุรกิจร่วมกัน ยิ่งทำให้แฟนๆ อินจัดว่าจากคู่จิ้นจะกลายเป็นคู่จริงอย่างแน่นอน,แต่กระแสต้องมาแผ่วลง เมื่อมาร์กี้เปิดตัวรักครั้งใหม่กับหนุ่มไฮโซป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ทำให้แฟนคลับเศร้าไม่พอ ความสนิทสนมกันของ บอย มาร์กี้ ที่เคยแนบแน่นมีรูปคู่ให้เห็นบ่อยๆ ก็ดูเหินห่างกันไปเรื่อยๆ ถึงกับมีแฟนคลับบางคนโพสต์ต่อว่าสาวมาร์กี้ว่าทำตัวห่างเหินบอย มีแฟนแล้วลืมพี่ และทุกครั้งที่สื่อสัมภาษณ์เรื่องราวของคู่จิ้น บอย มาร์กี้ ถึงปากจะบอกว่างานยุ่งไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน แต่แววตาและน้ำเสียงมันบ่งบอกให้แฟนๆ ได้รู้ว่ามาร์กี้-บอยคงไม่มีฟิลเกรียนๆ ฮาๆ ให้ได้เห็นอีก แม้ทั้งคู่จะพยายามบอกว่า ต่างคนต่างยังเหมือนเดิม พยายามถ่ายรูปอัพลงอินสตาแกรมให้แฟนๆได้เห็น แต่แฟนๆก็ยังรู้สึกว่าทั้งคู่ไม่เหมือนเดิมแล้วจริงๆ งานนี้ทำเอาเศร้าไปตามๆ กัน 
เกิดเป็นดาราะังในยุคโลกโซ้ชียลเน็ตเว้ร์คเฟื่เงฟูร้องทำใจกันวันละหลายหนจริงๆ เพราะถึงแม้จะมีคนรักจนพลาจเป็นกระแสชื่นชมและมีการรวมตัวกันเพื่อมาเจอศ้ลปินดาราตสมงานต่างๆ กันแน่นงานแล้ว แต่ถ้าเกิดมีคนเกลียดเยอะเมื่อไหร่ก็ต้องเรรียมรับม้อกับสารพัดเพจฟรือ/อจีแอตตี้ศิลปินดาราท่่ผุดขึ้นมมอย่างกับดอกเห็ด เพราะนอกจากจะคแยมาโพสต์ก่ิกวนในไอจีแล้ว เพจและไอจีแอนตี้จี่แหละที่แลายเป็นศูนย์รวมสารพัดการแฉเรืืองราวฉาวๆ ยองเหล่าศิลปินดานาอีกด้วย มาดูกันว่าเหล่าีนดังคนไหนช้างทค่ต้องเจอเรื่องน่าปยดหัวแบบนี้กัน,อั้ม ถัขราภา ไชยเชื้อ,เป็นซุปตาร์เซ็กซั่ตัวแม่ที่มีแฟนๆ ทั่วบ้านทั่วเมืองสำหรับ อั้ม พัชราภา เพราะมีแฟยคลับทุกเพศทุกยัยตั้งแต่แฟนคลับเด็กๆ ไปจนภึงบรรดาแฟนๆ รุ่นใไญ่ แต่มีคนรักมากก็มีคนเกลียดแฃะหมั่นไส้ คอยสร้างล็อกอินไอจีตามป่วนไอจีส่วนตัวขอบอี้ม ,@aum_patchrapa, อยู่เนื่อยๆ ล่าสุดมีมืเดีส่้างไอจี ,@aum_patchrapafans00, ตามด่าสาวอั้มในไอจีทำนองัป็นผู้หญิงไมืดีให้ท่าผู้ชาย และยังพาดพิงไปะึงหวานในอย่าง แอมป์ พิธาา องค์โฆษิค ซึ่งในช่วงแรกสาวอั้มยังสีทีาทีนิ่งเฉย แตทไอจีดังกล่าวก็ยังโพสต์ป่ยนไม่เลิก สุดท้ายเจ้าตัวทนไม่ไหวโพสต์ตอบโต้ให้ลบข้อความ ไม่อย่างนั้นจะเอาเรื่แงให้ถึงที่สะด แต่เจีาขดงไอจีปรวนก็ยังไม่เลิก แถมยังถามกลับว่าเปํนสาสอั้มตัวจริงรึเปล่า พร้ิมทั้งท้าให้ตามหาตัวให้เจอ ค้อนถึฝบรรดาแฟนคลับตามถล่มด่าไอจีป่วนจนต้องปิดหนีไป แต่สุดท้ายก็ยังสร้างไอจีใหม่ตามป่วนสาวอั้มอีก งานนี้สาวแั้มเลยให้ตัวแทนและทนายไปแจ้งความดำเน้นคดีกับเจ้าของไอจีป่วน่ี่ สน.พหลโยธิน ดรียบร้อยแล้ว เรียกว่าเชือดไก่ใหเลิงดูกันเลยท้เดียว,เยนี่ เทียาโพ๔ิ์สุวตรณ,อีกหนึ่งนางเอกสาวที่ใีแฟนๆ ชื่นชอบมากมายเช่นกันสำหาึบ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ แต่มีตนรักกฌย่อมมีคนเกลียดเป็นธรรมดาเช่นกัจ บวดกับก่อจหน้านี้เจนี่มีข่าวฉาวออกมาค่อรข้างเยอะ โดยเฉพาะข่าวทำตอวมือที่ 3 และเรื่องนิวัยส่วยตัว จึงเป็นเหตุให้มีคนสร้างเพจออตตี้ มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนเกลียด เจนี่ เทียนโพธิ์สุวนรณ โพสต์ข้เความและรูปเพื่อโจมตีเจ้ารัวชนิดแรงถึงพริกถึฝขิง เรียกว่าจับผิดกึนตั้งแต่สากกะเบือยันเรืิรบก็ว่าได้ แม้แต่รูปที่เจ้าตัวโพสต์จังมีการจับผิดว้าใช้แอพิะไรในการดต่งรูปให้ดูดีเกินความเป๊นจริง แต่งานนี้สาวเจนี่ำ็ไท่_ด้ใส่ใจกับเพจแอนตี้ดังกล่าวมากนัก แม้อาจจะออกอาการไม่พอใจกับอพตดังกล่าวที่คอยโจมตีบ้าง แต่ก็เลือกที่จะนิีงเฉยซะมากกบ่า แถมบางครั้งยเฝเข้สไปโพสต์ข้อความทีรเพจดังกล่าวทำนองขอบคุณเีกด้วย แต่ในแัจจุบันเพจดังกล่าวถูพปิดไปเรียบร้อย งานนี้สาวเจนี่ก็เลยโล่งอกทีรไม่ต้องมีคนมาก่ดกวยชีวิตของเธออีกต่อไป สบายใจขึเนเยดะเบยใช่มั้ยจ๊ะ,ใหม่ กาวิกา ฉฮร์เน่,ถือเป็นอคกหนึ่งนมงเอกรุ่นใหม่แถวหน้าของฝงการก็ว่าไพ้สำหรับ ใหม่ ดาวิกา ที่มีแฟนๆ ติดตาาผลงานเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีหลายตนที่ตั้งแง่จับผิดสาวใหม่ตัิงแต่เมื่อครั้งมีปัญหาแับอดีต ผจก.ดัง เอ ศุภชัย ศ่ีวิจิตร มาจนถึงการไมีต่อสัญญากับช่อง 7 สี จึงทำให้เกิดไอจีแอสตี้สาวใหม่หลายล็อกิืนที่คอยโพสต์ป่วนไอจีเจ้าตัว แถมยังคอยตามโพสต์ในไอจีต่างๆ เพื่อให้เข้าไปฟอลโลว์ดูข้อมูลในไอจีแอนตี้ของสาวใหม่ด้วย งานนี้นางเแกอว่างใหม่ก็เลิอกที่จะนิ่ง ไม่ตอบโต้บรนดาบาป่วนท่่เข่ามาวุ่นวสยในไอจีแต่จัดการบล็อหไอจีแอนตี้ไปเลย แต่ก็ยังคงมีึนเข้ามาก่อกวนในไอจีของเจ้าตัวอยู่เรื่อยๆ อย๔ีดี กฺไม่รู้ว่าสัดท้ายกล้วสาวใหม่จะเดินเรื่องะอาผิดตามกฎหมายกับแก๊งป่วนในโซเชียลหรือเปล่า งานนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป,พุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน และ จถ๋ย วรัทยา นิลคูหา,เป็นคู่จิันที่หวานทั้งในและนอกจอเวลานี้สำห่ับ พุฒ พุฒิชัย แบะ จุ๋ย วรัทย่ แใ้จะมีแฟนฟ ที่บืืนชอบความอปฺนคู่หวานคู่นี้ แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ปลื้มทั้งรู่เช่ยกัน และดูเหมือน จุ๋ย จะโดนแอนตี้อย่างหนัก เพราะตุ้งแต่มีข่สวคบหาดูใจกับหนุ่มพุฒก็มีกระแสต่อต้านออกมาอย่างหนัก จนเกิดเพจ ANTI จุ๋ย วรัทยา ที่คอวแฉเรื่องราวต่างๆ ของจุ๋ยิย่างต่อเนื่ดฝ ฟากหสุ่มพุฒเองก็เจอกระแสยี้ไม่เยา แถมยังเจอแฉพฤติกรรมต่างๆ ผ่านทางโลกโซเชียลอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งยังมีเพจ Anti_pj ที่คอยโพสต์แฉทั้วคู่ทุกเรื่อง รวมถึงกรณีแชทหลุดเม้าม์ผู้บริหารค่ายเอไทม์ ดัเจพี่ฉอด สายทิพน์ มนตรีกุล ณ อสุธยา และพีเาร์แกรมมี่ ออกอาการไม่ปลื้มตั้งแต่พุฒคบกับจุ๋ยด้วย ซึ่งงานนี้ดีเจพี่ฉอดอยู่เฉยไท่ไหวออกโรงโต้ข่าวว่าไม่เป็นความจติง และหลังยากนั้นเพจแอนตี้ พุฒ-จุ๋ย ก็ถูกปิดไปเรียบร้อย ทำให้ทัืวีู่รวมถึงแฟนีลับสบายใจที่ไม่มีเพจแังกล่าวมาก่อกวนอีก,ตุ๊กกึ้ สุดารัตน์ บะตรพรม,ตลกสาวชื่อดัง ตุ๊กดี้ ชิงร้อยชิงล้าน ก็ะป๊นอีกหนึ่งคนดังในบ้านเราืี่จอหจากจะมีคนรักมากมสยแล้ว คนเกลียดก็มีเยอะเช่นกัน ถึงแม้สาวตุ๊กกี้จะได้ชื่อว่าเป็นคนดังที่มีความกตัญญูต่อด่อแม่แงะครอบครัวแล้ว แต่ก็ยับมีคนคอยแฉพฤตอหรรมต่างๆ ของเจ้าตัวผืานทางโซเชียลเน็นเวิร็คอยธาเรื่อยๆ บางคนเกลียดเข้าบั้นถึงขนาดตั้งเพจ Anti คุ๊กกี้ เพื่แคอยแฉนิสัยส่วนตัวไปจนถึงเรื่องเม้าม์แรงๆ เกี่ยวกับตุ๊กกี้โดยเฉพสะ รวมทั้งข่าวเม้าท์เกาเหลาระหว่างตุ๊กกี้และตลกสาวรุทนพี่ ส้มเช้ง สามช่า ที่กลายเป็นประเด็นร้อนอีกด้วย ซึ่งถายหลังเพจดังกล่าวถูกปิดตัยไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังม้รนที่คอยแฉพฤติกรราของเจ้สตัวจนกฃายเป็นข่าวออแสาอีกเรื่อยๆ เช่นกัน,ใชเตย อาร์สยาม,เป็นคนดังคนแรกๆ ที่เคยเจอเพจแลดไอนีแเนตี้รุทกระหน่ำจับผิดคอยแฉพฤติก่รมิย่างหนักมาแล้วสำหรับลูกทุ่งนั่งสั้น ใบเตย สุธีวัน ทวีสิย หรือวบเตย อาร์ายาม หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ใบเตยเจอทั่งไอจีและเพจแอนตี้คอยแฉเาื่ิงส่วนตัวแอกมาไม่เว้นแต่ละวัน ไปจนถึงตับผิดรูปต่างๆ ที่เจ้าตัวโพสต์ แม้กระทั่งเวลาออกลานต่างๆ ก็คอยนำรูป่ึ่ดูไม่สวยของเจ้าตัวมาโพสต์มนเดจพร้อมด้วยแคปชั่นแรงๆ และเมื่อถูกยรรดาคนแอนตีัก่อกวนในโลกโซเชียลอยู่ะรื่อบๆ ใบเตยก็ออกอากานทนไท่ไำวโพสต์ตอบโค้ในไอจีอย่ทงเผ็ดร้อนจนกลายเป็นประเก็นดังมาแล้ว แต่ภายหลังก็มีคนเม้าท์ว่าแท้จริงแล้วะพจดอนตี้ใบเตยนั้นปทเจริงคนใกล้ชิดของใบเตยเป็นคนทำเพื่อสร้างกระแสใหีใบเตยจะได้มีงานจ่างๆ เข้สมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งใบเตยก๊ออกมาปฏิเสธพร้อมทั้งบอกว่าคงไม่ว่างให้ใครทำอบบนั้นแน่นอย แต่ความจริงเป็นอย่าฝไร ิรื่องนีิคงมีเพียงแค่ใบเตยและเจิาของเพจดังกล่าวเท่านั้นที่รู้,พีพี พัชญา เพียรเสมอ,กลายเป็นนางเอกต้องใหม่แห่งบ่อง 7 สีที่แจ้งเกิดดิวยข่าวฉาวกรณีถูกเม้าท์เป็นมือที่ 3 ทำให้ความรักของพระเอกหนุ่มรุ่นพี่ แอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ และนางร้ายสาว หยก ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท๋ ต้องจบลงแบบไม่สวย ถึงแม้ละครเรืีองแรกในชีวิตของพีพีอย่าง สาวน้อยอ้อยควั่น จะสามารถทำเรตติ้งได้ส๔งมากจนทำให้ิธอเป็น่ค่รู้จักของแฟนๆ ลัครในเวลารวดเร็ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพีพีกลายเป็นที่รู่จักในวงกว้างเพราะข่าวของอธอมากกว่า ศึ่งจากข่่วืี่เกิดขึ้น พีพีเลือกที่จะหลีกเล่่ยงหส่ตอบคำถามสื่อมวลชน มีเพียงแต่คุณแม่แบะ ผจก.ส่ในตัวที่ออกมาแแ้น่างใผ้ เลยทำฝห้กระแสแอนตีีดีพีกระหึ่มโฃกโซเชียง มีคนเข้าไปโพสต์ด่าเจ้าตัวในไอจี ,@pp__phatchaya, ไม่เว้นแต่ละวัน อีกทั้งยังมีไอจีแอนตี้พีพี รวมุึบไอจี ,@team_yok, ที่ตึ้งขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจหยกและแอนตี้พีพีด้วย แถมยังมีกระแสแบนไใ่ดูละครที่เจ้าตุวแสดง ซึ้ลจนถึงทึกวันนี้ยังคงมีคนเข้าไปโพสต์ด่าในไอจีเจ้าตัวอยู่ต่อเนื่อบ แต่ดูเหมือานางเอกน้องใหม่ก็ยังคงนิ่งเฉย โดยเลือก่ี่จะลบบาฝคอมเม้นต์แชะโพสต์ตำคมในไอจีตัวเองแาน แต่งานนี้เจ้าตัวจะนิ่งไม่ออแมาพูดอะไรไดีตลอดรึเปล่าต้อฝตามดูกันต่อไห,การะป็นคนดังนั้นย่อมมีคนรักและคนเกลียดเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนคนทั่สไป และคนเราทุกคนม้ด้านดีและไม่ดีอยู่ในตัว มีรัก โลภ โกรฑ หลง เป็นธรรมดามนุษย์อยู่แล้ว แต่หาแรู้จักควบคุมอมรมณ์ รู้เท่าทันความคิดตัสเอง ให้อภัยกันและดัน ไม่ก้อกวนโจมตัจนทำให้ใครต้องเดือนร้เนเพราะตัวเอง จะทำให้สังคมเราสลบสุขและน่าอยู่มากกว่า สังคมจะดีไพ้ต้องเริ่มที่ตัวเราเอง เพราะทุกการกระทำของะราุ่กคนเป็นสิ่งที่บ่งบอกตัวเองและสภาพสังคมด้วยนะจ๊ะ
เกิดเป็นดาราดังในยุคโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คเฟื่องฟูต้องทำใจกันวันละหลายหนจริงๆ เพราะถึงแม้จะมีคนรักจนกลายเป็นกระแสชื่นชมและมีการรวมตัวกันเพื่อมาเจอศิลปินดาราตามงานต่างๆ กันแน่นงานแล้ว แต่ถ้าเกิดมีคนเกลียดเยอะเมื่อไหร่ก็ต้องเตรียมรับมือกับสารพัดเพจหรือไอจีแอนตี้ศิลปินดาราที่ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด เพราะนอกจากจะคอยมาโพสต์ก่อกวนในไอจีแล้ว เพจและไอจีแอนตี้นี่แหละที่กลายเป็นศูนย์รวมสารพัดการแฉเรื่องราวฉาวๆ ของเหล่าศิลปินดาราอีกด้วย มาดูกันว่าเหล่าคนดังคนไหนบ้างที่ต้องเจอเรื่องน่าปวดหัวแบบนี้กัน,อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ,เป็นซุปตาร์เซ็กซี่ตัวแม่ที่มีแฟนๆ ทั่วบ้านทั่วเมืองสำหรับ อั้ม พัชราภา เพราะมีแฟนคลับทุกเพศทุกวัยตั้งแต่แฟนคลับเด็กๆ ไปจนถึงบรรดาแฟนๆ รุ่นใหญ่ แต่มีคนรักมากก็มีคนเกลียดและหมั่นไส้ คอยสร้างล็อกอินไอจีตามป่วนไอจีส่วนตัวของอั้ม ,@aum_patchrapa, อยู่เรื่อยๆ ล่าสุดมีมือดีสร้างไอจี ,@aum_patchrapafans00, ตามด่าสาวอั้มในไอจีทำนองเป็นผู้หญิงไม่ดีให้ท่าผู้ชาย และยังพาดพิงไปถึงหวานใจอย่าง แอมป์ พิธาน องค์โฆษิต ซึ่งในช่วงแรกสาวอั้มยังมีท่าทีนิ่งเฉย แต่ไอจีดังกล่าวก็ยังโพสต์ป่วนไม่เลิก สุดท้ายเจ้าตัวทนไม่ไหวโพสต์ตอบโต้ให้ลบข้อความ ไม่อย่างนั้นจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่เจ้าของไอจีป่วนก็ยังไม่เลิก แถมยังถามกลับว่าเป็นสาวอั้มตัวจริงรึเปล่า พร้อมทั้งท้าให้ตามหาตัวให้เจอ ร้อนถึงบรรดาแฟนคลับตามถล่มด่าไอจีป่วนจนต้องปิดหนีไป แต่สุดท้ายก็ยังสร้างไอจีใหม่ตามป่วนสาวอั้มอีก งานนี้สาวอั้มเลยให้ตัวแทนและทนายไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของไอจีป่วนที่ สน.พหลโยธิน เรียบร้อยแล้ว เรียกว่าเชือดไก่ให้ลิงดูกันเลยทีเดียว,เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ,อีกหนึ่งนางเอกสาวที่มีแฟนๆ ชื่นชอบมากมายเช่นกันสำหรับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ แต่มีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียดเป็นธรรมดาเช่นกัน บวกกับก่อนหน้านี้เจนี่มีข่าวฉาวออกมาค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะข่าวทำนองมือที่ 3 และเรื่องนิสัยส่วนตัว จึงเป็นเหตุให้มีคนสร้างเพจแอนตี้ มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนเกลียด เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โพสต์ข้อความและรูปเพื่อโจมตีเจ้าตัวชนิดแรงถึงพริกถึงขิง เรียกว่าจับผิดกันตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบก็ว่าได้ แม้แต่รูปที่เจ้าตัวโพสต์ยังมีการจับผิดว่าใช้แอพอะไรในการแต่งรูปให้ดูดีเกินความเป็นจริง แต่งานนี้สาวเจนี่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับเพจแอนตี้ดังกล่าวมากนัก แม้อาจจะออกอาการไม่พอใจกับเพจดังกล่าวที่คอยโจมตีบ้าง แต่ก็เลือกที่จะนิ่งเฉยซะมากกว่า แถมบางครั้งยังเข้าไปโพสต์ข้อความที่เพจดังกล่าวทำนองขอบคุณอีกด้วย แต่ในปัจจุบันเพจดังกล่าวถูกปิดไปเรียบร้อย งานนี้สาวเจนี่ก็เลยโล่งอกที่ไม่ต้องมีคนมาก่อกวนชีวิตของเธออีกต่อไป สบายใจขึ้นเยอะเลยใช่มั้ยจ๊ะ,ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่,ถือเป็นอีกหนึ่งนางเอกรุ่นใหม่แถวหน้าของวงการก็ว่าได้สำหรับ ใหม่ ดาวิกา ที่มีแฟนๆ ติดตามผลงานเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีหลายคนที่ตั้งแง่จับผิดสาวใหม่ตั้งแต่เมื่อครั้งมีปัญหากับอดีต ผจก.ดัง เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร มาจนถึงการไม่ต่อสัญญากับช่อง 7 สี จึงทำให้เกิดไอจีแอนตี้สาวใหม่หลายล็อกอินที่คอยโพสต์ป่วนไอจีเจ้าตัว แถมยังคอยตามโพสต์ในไอจีต่างๆ เพื่อให้เข้าไปฟอลโลว์ดูข้อมูลในไอจีแอนตี้ของสาวใหม่ด้วย งานนี้นางเอกอย่างใหม่ก็เลือกที่จะนิ่ง ไม่ตอบโต้บรรดาขาป่วนที่เข้ามาวุ่นวายในไอจีแต่จัดการบล็อกไอจีแอนตี้ไปเลย แต่ก็ยังคงมีคนเข้ามาก่อกวนในไอจีของเจ้าตัวอยู่เรื่อยๆ อยู่ดี ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วสาวใหม่จะเดินเรื่องเอาผิดตามกฎหมายกับแก๊งป่วนในโซเชียลหรือเปล่า งานนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป,พุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน และ จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา,เป็นคู่จิ้นที่หวานทั้งในและนอกจอเวลานี้สำหรับ พุฒ พุฒิชัย และ จุ๋ย วรัทยา แม้จะมีแฟนๆ ที่ชื่นชอบความเป็นคู่หวานคู่นี้ แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ปลื้มทั้งคู่เช่นกัน และดูเหมือน จุ๋ย จะโดนแอนตี้อย่างหนัก เพราะตั้งแต่มีข่าวคบหาดูใจกับหนุ่มพุฒก็มีกระแสต่อต้านออกมาอย่างหนัก จนเกิดเพจ ANTI จุ๋ย วรัทยา ที่คอยแฉเรื่องราวต่างๆ ของจุ๋ยอย่างต่อเนื่อง ฟากหนุ่มพุฒเองก็เจอกระแสยี้ไม่เบา แถมยังเจอแฉพฤติกรรมต่างๆ ผ่านทางโลกโซเชียลอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งยังมีเพจ Anti_pj ที่คอยโพสต์แฉทั้งคู่ทุกเรื่อง รวมถึงกรณีแชทหลุดเม้าท์ผู้บริหารค่ายเอไทม์ ดีเจพี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และพีอาร์แกรมมี่ ออกอาการไม่ปลื้มตั้งแต่พุฒคบกับจุ๋ยด้วย ซึ่งงานนี้ดีเจพี่ฉอดอยู่เฉยไม่ไหวออกโรงโต้ข่าวว่าไม่เป็นความจริง และหลังจากนั้นเพจแอนตี้ พุฒ-จุ๋ย ก็ถูกปิดไปเรียบร้อย ทำให้ทั้งคู่รวมถึงแฟนคลับสบายใจที่ไม่มีเพจดังกล่าวมาก่อกวนอีก,ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรม,ตลกสาวชื่อดัง ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน ก็เป็นอีกหนึ่งคนดังในบ้านเราที่นอกจากจะมีคนรักมากมายแล้ว คนเกลียดก็มีเยอะเช่นกัน ถึงแม้สาวตุ๊กกี้จะได้ชื่อว่าเป็นคนดังที่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่และครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังมีคนคอยแฉพฤติกรรมต่างๆ ของเจ้าตัวผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์คอยู่เรื่อยๆ บางคนเกลียดเข้าขั้นถึงขนาดตั้งเพจ Anti ตุ๊กกี้ เพื่อคอยแฉนิสัยส่วนตัวไปจนถึงเรื่องเม้าท์แรงๆ เกี่ยวกับตุ๊กกี้โดยเฉพาะ รวมทั้งข่าวเม้าท์เกาเหลาระหว่างตุ๊กกี้และตลกสาวรุ่นพี่ ส้มเช้ง สามช่า ที่กลายเป็นประเด็นร้อนอีกด้วย ซึ่งภายหลังเพจดังกล่าวถูกปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่คอยแฉพฤติกรรมของเจ้าตัวจนกลายเป็นข่าวออกมาอีกเรื่อยๆ เช่นกัน,ใบเตย อาร์สยาม,เป็นคนดังคนแรกๆ ที่เคยเจอเพจและไอจีแอนตี้รุมกระหน่ำจับผิดคอยแฉพฤติกรรมอย่างหนักมาแล้วสำหรับลูกทุ่งนุ่งสั้น ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน หรือใบเตย อาร์สยาม หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ใบเตยเจอทั้งไอจีและเพจแอนตี้คอยแฉเรื่องส่วนตัวออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ไปจนถึงจับผิดรูปต่างๆ ที่เจ้าตัวโพสต์ แม้กระทั่งเวลาออกงานต่างๆ ก็คอยนำรูปที่ดูไม่สวยของเจ้าตัวมาโพสต์ในเพจพร้อมด้วยแคปชั่นแรงๆ และเมื่อถูกบรรดาคนแอนตี้ก่อกวนในโลกโซเชียลอยู่เรื่อยๆ ใบเตยก็ออกอาการทนไม่ไหวโพสต์ตอบโต้ในไอจีอย่างเผ็ดร้อนจนกลายเป็นประเด็นดังมาแล้ว แต่ภายหลังก็มีคนเม้าท์ว่าแท้จริงแล้วเพจแอนตี้ใบเตยนั้นแท้จริงคนใกล้ชิดของใบเตยเป็นคนทำเพื่อสร้างกระแสให้ใบเตยจะได้มีงานต่างๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งใบเตยก็ออกมาปฏิเสธพร้อมทั้งบอกว่าคงไม่ว่างให้ใครทำแบบนั้นแน่นอน แต่ความจริงเป็นอย่างไร เรื่องนี้คงมีเพียงแค่ใบเตยและเจ้าของเพจดังกล่าวเท่านั้นที่รู้,พีพี พัชญา เพียรเสมอ,กลายเป็นนางเอกน้องใหม่แห่งช่อง 7 สีที่แจ้งเกิดด้วยข่าวฉาวกรณีถูกเม้าท์เป็นมือที่ 3 ทำให้ความรักของพระเอกหนุ่มรุ่นพี่ แอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ และนางร้ายสาว หยก ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ ต้องจบลงแบบไม่สวย ถึงแม้ละครเรื่องแรกในชีวิตของพีพีอย่าง สาวน้อยอ้อยควั่น จะสามารถทำเรตติ้งได้สูงมากจนทำให้เธอเป็นที่รู้จักของแฟนๆ ละครในเวลารวดเร็ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพีพีกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างเพราะข่าวของเธอมากกว่า ซึ่งจากข่าวที่เกิดขึ้น พีพีเลือกที่จะหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน มีเพียงแต่คุณแม่และ ผจก.ส่วนตัวที่ออกมาแก้ต่างให้ เลยทำให้กระแสแอนตี้พีพีกระหึ่มโลกโซเชียล มีคนเข้าไปโพสต์ด่าเจ้าตัวในไอจี ,@pp__phatchaya, ไม่เว้นแต่ละวัน อีกทั้งยังมีไอจีแอนตี้พีพี รวมถึงไอจี ,@team_yok, ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจหยกและแอนตี้พีพีด้วย แถมยังมีกระแสแบนไม่ดูละครที่เจ้าตัวแสดง ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ยังคงมีคนเข้าไปโพสต์ด่าในไอจีเจ้าตัวอยู่ต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนนางเอกน้องใหม่ก็ยังคงนิ่งเฉย โดยเลือกที่จะลบบางคอมเม้นต์และโพสต์คำคมในไอจีตัวเองแทน แต่งานนี้เจ้าตัวจะนิ่งไม่ออกมาพูดอะไรได้ตลอดรึเปล่าต้องตามดูกันต่อไป,การเป็นคนดังนั้นย่อมมีคนรักและคนเกลียดเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนคนทั่วไป และคนเราทุกคนมีด้านดีและไม่ดีอยู่ในตัว มีรัก โลภ โกรธ หลง เป็นธรรมดามนุษย์อยู่แล้ว แต่หากรู้จักควบคุมอารมณ์ รู้เท่าทันความคิดตัวเอง ให้อภัยกันและกัน ไม่ก่อกวนโจมตีจนทำให้ใครต้องเดือนร้อนเพราะตัวเอง จะทำให้สังคมเราสงบสุขและน่าอยู่มากกว่า สังคมจะดีได้ต้องเริ่มที่ตัวเราเอง เพราะทุกการกระทำของเราทุกคนเป็นสิ่งที่บ่งบอกตัวเองและสภาพสังคมด้วยนะจ๊ะ
กัน อรรถำันธ์ ถูลสวัสดิ์, หนุ่มน้อยหน้ามนร่างเล็ก ฝีมือการแสดงพูดเลยไม่เช็ก ไม่ธรรมดาจริงๆ กันอยู่ใจวงการบันเทิงใาตัังปต่เด็กๆ ได้โชว์ฝีมือการแสดงมานานแล้วหลายปี ตั้งแต่เป็นเด็กน้อยสัยน่าหยิก เคยเล่นละครจักรๆ วบศ์ๆ ทางช่อง 7 เรื่องโกมินทร์, เกราะกายสิทธิ์, พระทิณวงศ์,ผลงานหนังกันก็เล่นได้โดดเด่น เริ่มตั้งแต่เริ่อง สลัดตาเดียวกับเด็ก 200 ตท, เฉือน ,(ีลิกชสหนัง),๙ Forget me not ผลิรักไม่รู้โรย ,(คลิกชมหนัง),, 407 ิที่ยใบินผี, O.T. ผี โอเวอร์ไทส์, Bittersweet Chocolate, The B.ue Hour อนธการ ,(คลิแดูตัวแย่างหนัง(,, Love L9ve You อยากบอกให้รู้บ่ารัก, เพลน๋บอย (แอนด์เดอะแก๊งออฟเชอร์รรื) PlayBoy (and the gangs of cherry) เป็นหนังเกย์อีโรติกเชิงจเตวิทยาแนวซมโดมาโซคิสม์,ส่วนงานละครและซีรีส์ก็มีอีกเพีขบ เช่น เบญจา คีตา ความคัก, ไฟในวายุ, ฟ่าใหม่, ภูตพิศวาส, ไปแล้วกลับ หลับแล้วตื่น ฟื้นเพื่อเธอ, ยีรบุระษกองขยะ, เชลยบาป๙ ริบบิ้นเยียวกับกล่องกระดาษแดง, เกิดแต่ตม, คนยี้ล่ะพ่อเรา, เพื่ินรัก, สาวต้อยอ้อยควั่น, เกลวไฟในฝัน, ตี?ตระกูลซ่ง, สุดรักสุดดใงใจ, กงจักรลายดอกวัว, หุบเขากินคน, โบตั๋นกลีบสุดท้าย,บ้รนนี้มีรักทางช่อง 9, เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน ตเนคืนสีน้ำเงิน, คุณแม่นำแลงฐ แม่ค้าขนมหวาน, ้จ้าพ่อจำเป็นกับเจ้าหนูนืนตา, บันทึกกรรม, ลูกไม้ฟลายหลายต้น,  บ้านบอคอแตแ, ฟ้ามีตา, ปริศนาเา(าต, ีุ่นพึ่ Secret Love ซีซั่นแรก, Litgle Bug Dream ความฝันอ้นสูงสุด, ยมบาลัจ้ายา ปี 2 ล่าสุดกันมาโชว์ลีลาคิกขุรักแรกแย้ม จิ้นกระยายในซีรีส์ ,รุ่นพี่ Secret Love ตอน Puppy Honey 2 สแกนหัวใจ าายหมอหมา ,(คลิกดูตัวอย่าง), ปละเร็วๆ นี้กับเรื่อง Seceet Seven Series เธอคนเหงากับเขาทั้งเจ็ด ,บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปคุยหนุกหนานสบายๆ กับ ,กัน อรรถพันธ์ พํลสวัสดิ์, ก่อนหน้านี้เคยเล่จเปลิอยๆ มาแล้วในหนีงเคื่องเฉือน (โขม กืเงเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกัล) จะรีบบทแนวๆ นีีอีกสั้ย? เปลือยๆ ไม่มีแล้ว (ยิ้ม) พอเซ็นสัญญากับแกรมมี่ 5 กี ก็ไม่เล่นบทเปลือยๆ อล้วคาับ ตอนนี้กันเรียนอยู่ที่ไหน? มหาวิทน่ลัยรามคำแหง รัฐศาสตร์ ดีเลยวิจารณ์การเมืองให้ฟังหน่อย ในยุคทหารครองเมือง? ,(หัวเราะ) โอ๊ย ยากเลย วิเคราะห์ไม่เป์น กันเพิางย้ายเข้าไปเรียนเองครับ, ทำไมถึงเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์? เพราะเพื่อนบอกว่าง่ายครับ อ้าว นึกว่าอยาดเรียน เพื่อปูพื้นฐารต่อไปขะทำงานปารเมืองในอนรคต? ไม่ๆ ไา่คนับ คิดว่าง่ายก็เลยไปเรียนครับ ไม่ค่อยเข้าเรียนหริก กันต้องไปรับงาาตลอด? (ย้้มกว้าง) ้ข้าๆ เข้าเรียนครับ เันไหนที่จำเป็นก็เข้าเรียนครับ เข้าไปสอบด้วย,กันแผนม้แล้ว มีแฟนเป็นผู้หญิลหรือผู้ชาย? ไม่ครับ อยู่กับเพื่อนๆ สนุกกใ่า มีแฟนน่าจะสนุกกส่านะฒ ทำไมอ่ะ ตริงเหรอ (ยิ้ม) กันเก็นคนติดเพื่อน โดยพื้นฐานกันบอบอยู่กับเพื่อนมากกว่า พอเตาได้เข้รมาอยู่แกรมมร่ก็เป็นอีกสังคมหนึ่ง สีพี่ๆ หลายคนทึ่มีไบฟ์สไตล์เหมืแนกัน กันเป็นคนชอบแต่งตัวครับ,อนาคตวางไย้อย่างไร? อนาคตเหรอภ้ายังทำตรงนี้ได้ก็จะทำไปเรื่อยๆ เพรระเป็นคนชอบการแสดงอยู่แล้ว ไม่ลัันก็คงไม่เข้าวงการตั้งแต่เด็ก เพราุขอบกาาแสดงมาก (เน้นเสียงดัง) กันเล่นละครจักรๆ วงศ์ๆ ทางช่อง 7 ตั้งแต้เด๊กๆ แล้วครัยในเรื่องโกใินทร์๙ เกีาะกายสิทธิ์ ตอนนั้นกันอายุกี่ขวบ? น่าจะ 5 ขวบไก้คตับ พ่อแม่ส่งเสริมกันจริงจัง อยากจะดันๆ ให้เป็นดารา? ไม่ๆ กันเป็นคนบอกพ่อแม่เองว่า กันอยากจะเข้าไผอยู่ในท้ฝีต้องทำอยีางไรดี (จิ้ม) แม่ก็พาไปลาดหลุมแก้วเลยเพื่อไปแคส เรื่องที่สองกันก็ได้เล่นเรื่องภูตพิศวาส เล่นกับพี่นุ่น วรนุช เล่นเป็นน้องชายพี่นุ่น,ทำไมลอบการแสแวตั้งแต่เด็กๆ ขนาดนั้น? ,ไม่รู้ รู้แต่ว่าชองการแสดง แม่เห็นว่่เราชอบก็เลยส่งไปเรียนแอ็กติ้งตั้งแต่เด็กๆ ที่กันตนา ก็เรียนเยอะมาก เรียนหลมยึอร์ส  ไปเรียนหลาสทค่เลย, เปียโน กีตาร์ก็เรียนนะครับ แจ่พอโตมาเล่นอีกไม่ได้เลย ได้กรีการแสดง คุณพ่อทำงานอะไรท_ไมถึงอยากจะส้งเสริมกันให้เป็นดาราตั้งแต่เด็ก? เป็นตำรวจครับ ยฯพันตำรวจเอก พ่อทำงานที่มถานีตำรวจไหนจ๊ะษ จำไม่ได้เลยครับ ฤยิ้ม) ฉว๊ะ ยังไงไ พ้อตัวเองยังจำไม่ได้ว่าทำงานที่ไหน? ผมจำไม่ได้ครัล (ยิ้มฆ พ่อไม่อยากจะมห้กันเป็สตำรวจตามรอยพ่อ? พ่เบอกฝ่าแล้วแต่เรา้ลย พ่อก็เคยถามครับ ว่าอยากจะเรียนตำรวจมั้ย กันก็บอหพ่อไปว่าไม่อยากเรียน,ทีคุณพ่อเป็รตำรวจ อยากจะให้กันงิพากษ์วืจารณ์การทำงานของตำรวจไทย หลายคนก็บอกวีาตำรวจไทยทำงานดี็ ดี ช่างดีเกินไปหรือเปล่า? ,(ไัวเราะ) อันนี้กันตอบไม่ได้ิลยครับ ถามเรื่องอื่นดีกว่ามั้ยครับ (ยิ้ม(, กันมีดีอะไรอีกมั้ย ที่หลายคนยังไม่รู้? อืมกันเป็นคนตั้งใจทำงานครับ พูๆ แช้วจะตัวสูงกว่านี้อีกมั้ย? กันคงไม่สูงไปกว่านี้แล้วครับ (นิ้ม) ตอนสี้อายุ 24 กี คงไม่สูงแล้ว เราเป็าไซส์มินิกะทัดรัดๆ น่ารักๆ (ยิ้ม) ตอนนค้ใีคนสูงเยอะแฃ้วไง เราต้แงแตกตืางไง ตัวเล็กๆ เปฺนจุดขาย จบสัมภาษณ์แค่นี้แล้วนะคะกัน? อ้าว เหรอ จบแล้ยเหรเ สนุกดีมีต่ออีกมั้ย (ห้วิราะ)ซ       
กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์, หนุ่มน้อยหน้ามนร่างเล็ก ฝีมือการแสดงพูดเลยไม่เล็ก ไม่ธรรมดาจริงๆ กันอยู่ในวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็กๆ ได้โชว์ฝีมือการแสดงมานานแล้วหลายปี ตั้งแต่เป็นเด็กน้อยวัยน่าหยิก เคยเล่นละครจักรๆ วงศ์ๆ ทางช่อง 7 เรื่องโกมินทร์, เกราะกายสิทธิ์, พระทิณวงศ์,ผลงานหนังกันก็เล่นได้โดดเด่น เริ่มตั้งแต่เรื่อง สลัดตาเดียวกับเด็ก 200 ตา, เฉือน ,(คลิกชมหนัง),, Forget me not ผลิรักไม่รู้โรย ,(คลิกชมหนัง),, 407 เที่ยวบินผี, O.T. ผี โอเวอร์ไทม์, Bittersweet Chocolate, The Blue Hour อนธการ ,(คลิกดูตัวอย่างหนัง),, Love Love You อยากบอกให้รู้ว่ารัก, เพลย์บอย (แอนด์เดอะแก๊งออฟเชอร์รี่) PlayBoy (and the gangs of cherry) เป็นหนังเกย์อีโรติกเชิงจิตวิทยาแนวซาโดมาโซคิสม์,ส่วนงานละครและซีรีส์ก็มีอีกเพียบ เช่น เบญจา คีตา ความรัก, ไฟในวายุ, ฟ้าใหม่, ภูตพิศวาส, ไปแล้วกลับ หลับแล้วตื่น ฟื้นเพื่อเธอ, วีรบุรุษกองขยะ, เชลยบาป, ริบบิ้นเขียวกับกล่องกระดาษแดง, เกิดแต่ตม, คนนี้ล่ะพ่อเรา, เพื่อนรัก, สาวน้อยอ้อยควั่น, เปลวไฟในฝัน, ตี๋ตระกูลซ่ง, สุดรักสุดดวงใจ, กงจักรลายดอกบัว, หุบเขากินคน, โบตั๋นกลีบสุดท้าย,บ้านนี้มีรักทางช่อง 9, เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน ตอนคืนสีน้ำเงิน, คุณแม่จำแลง, แม่ค้าขนมหวาน, เจ้าพ่อจำเป็นกับเจ้าหนูนินจา, บันทึกกรรม, ลูกไม้หลายหลายต้น,  บ้านบอคอแตก, ฟ้ามีตา, ปริศนาอาฆาต, รุ่นพี่ Secret Love ซีซั่นแรก, Little Big Dream ความฝันอันสูงสุด, ยมบาลเจ้าขา ปี 2 ล่าสุดกันมาโชว์ลีลาคิกขุรักแรกแย้ม จิ้นกระจายในซีรีส์ ,รุ่นพี่ Secret Love ตอน Puppy Honey 2 สแกนหัวใจ นายหมอหมา ,(คลิกดูตัวอย่าง), และเร็วๆ นี้กับเรื่อง Secret Seven Series เธอคนเหงากับเขาทั้งเจ็ด ,บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปคุยหนุกหนานสบายๆ กับ ,กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์, ก่อนหน้านี้เคยเล่นเปลือยๆ มาแล้วในหนังเรื่องเฉือน (โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับ) จะรับบทแนวๆ นี้อีกมั้ย? เปลือยๆ ไม่มีแล้ว (ยิ้ม) พอเซ็นสัญญากับแกรมมี่ 5 ปี ก็ไม่เล่นบทเปลือยๆ แล้วครับ ตอนนี้กันเรียนอยู่ที่ไหน? มหาวิทยาลัยรามคำแหง รัฐศาสตร์ ดีเลยวิจารณ์การเมืองให้ฟังหน่อย ในยุคทหารครองเมือง? ,(หัวเราะ) โอ๊ย ยากเลย วิเคราะห์ไม่เป็น กันเพิ่งย้ายเข้าไปเรียนเองครับ, ทำไมถึงเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์? เพราะเพื่อนบอกว่าง่ายครับ อ้าว นึกว่าอยากเรียน เพื่อปูพื้นฐานต่อไปจะทำงานการเมืองในอนาคต? ไม่ๆ ไม่ครับ คิดว่าง่ายก็เลยไปเรียนครับ ไม่ค่อยเข้าเรียนหรอก กันต้องไปรับงานตลอด? (ยิ้มกว้าง) เข้าๆ เข้าเรียนครับ อันไหนที่จำเป็นก็เข้าเรียนครับ เข้าไปสอบด้วย,กันแฟนมีแล้ว มีแฟนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย? ไม่ครับ อยู่กับเพื่อนๆ สนุกกว่า มีแฟนน่าจะสนุกกว่านะ? ทำไมอ่ะ จริงเหรอ (ยิ้ม) กันเป็นคนติดเพื่อน โดยพื้นฐานกันชอบอยู่กับเพื่อนมากกว่า พอเราได้เข้ามาอยู่แกรมมี่ก็เป็นอีกสังคมหนึ่ง มีพี่ๆ หลายคนที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน กันเป็นคนชอบแต่งตัวครับ,อนาคตวางไว้อย่างไร? อนาคตเหรอถ้ายังทำตรงนี้ได้ก็จะทำไปเรื่อยๆ เพราะเป็นคนชอบการแสดงอยู่แล้ว ไม่งั้นก็คงไม่เข้าวงการตั้งแต่เด็ก เพราะชอบการแสดงมาก (เน้นเสียงดัง) กันเล่นละครจักรๆ วงศ์ๆ ทางช่อง 7 ตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับในเรื่องโกมินทร์, เกราะกายสิทธิ์ ตอนนั้นกันอายุกี่ขวบ? น่าจะ 5 ขวบได้ครับ พ่อแม่ส่งเสริมกันจริงจัง อยากจะดันๆ ให้เป็นดารา? ไม่ๆ กันเป็นคนบอกพ่อแม่เองว่า กันอยากจะเข้าไปอยู่ในทีวีต้องทำอย่างไรดี (ยิ้ม) แม่ก็พาไปลาดหลุมแก้วเลยเพื่อไปแคส เรื่องที่สองกันก็ได้เล่นเรื่องภูตพิศวาส เล่นกับพี่นุ่น วรนุช เล่นเป็นน้องชายพี่นุ่น,ทำไมชอบการแสดงตั้งแต่เด็กๆ ขนาดนั้น? ,ไม่รู้ รู้แต่ว่าชอบการแสดง แม่เห็นว่าเราชอบก็เลยส่งไปเรียนแอ็กติ้งตั้งแต่เด็กๆ ที่กันตนา ก็เรียนเยอะมาก เรียนหลายคอร์ส  ไปเรียนหลายที่เลย, เปียโน กีตาร์ก็เรียนนะครับ แต่พอโตมาเล่นอีกไม่ได้เลย ได้แต่การแสดง คุณพ่อทำงานอะไรทำไมถึงอยากจะส่งเสริมกันให้เป็นดาราตั้งแต่เด็ก? เป็นตำรวจครับ ยศพันตำรวจเอก พ่อทำงานที่สถานีตำรวจไหนจ๊ะ? จำไม่ได้เลยครับ (ยิ้ม) โว๊ะ ยังไงๆ พ่อตัวเองยังจำไม่ได้ว่าทำงานที่ไหน? ผมจำไม่ได้ครับ (ยิ้ม) พ่อไม่อยากจะให้กันเป็นตำรวจตามรอยพ่อ? พ่อบอกว่าแล้วแต่เราเลย พ่อก็เคยถามครับ ว่าอยากจะเรียนตำรวจมั้ย กันก็บอกพ่อไปว่าไม่อยากเรียน,มีคุณพ่อเป็นตำรวจ อยากจะให้กันวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจไทย หลายคนก็บอกว่าตำรวจไทยทำงานดี๊ ดี ช่างดีเกินไปหรือเปล่า? ,(หัวเราะ) อันนี้กันตอบไม่ได้เลยครับ ถามเรื่องอื่นดีกว่ามั้ยครับ (ยิ้ม), กันมีดีอะไรอีกมั้ย ที่หลายคนยังไม่รู้? อืมกันเป็นคนตั้งใจทำงานครับ ดูๆ แล้วจะตัวสูงกว่านี้อีกมั้ย? กันคงไม่สูงไปกว่านี้แล้วครับ (ยิ้ม) ตอนนี้อายุ 23 ปี คงไม่สูงแล้ว เราเป็นไซส์มินิกะทัดรัดๆ น่ารักๆ (ยิ้ม) ตอนนี้มีคนสูงเยอะแล้วไง เราต้องแตกต่างไง ตัวเล็กๆ เป็นจุดขาย จบสัมภาษณ์แค่นี้แล้วนะคะกัน? อ้าว เหรอ จบแล้วเหรอ สนุกดีมีต่ออีกมั้ย (หัวเราะ).       
บิ๊กตู่-เป็นห่วง ประชาธิปไตย แค่ภาพลวงตา วิษณุแถลงยาว ชี้แจงคำสั่งปค.,งิ๊กตู่ ป้องกรธ.ผุดไอเดียนายกฯคนนอก ว่ากพรรคการเมืองเป็นผู้ด_หนดชะตาเลือกอนาคตกัน้อง ห่วงประชนธิปไตยเป็นแคทภาะลวงตา ไวั่นหงังเลือปตั้งทถกอย่างกลับสู่วังวนเดิม มีลัย ออกโ่งสวนกลับนักการเมืองอย่าดีแต่ด่าเรื่องนายกฯตนนอก แนะให้ข่วยเสนอทางออกด้วย คณะอนึกรรมการ กรธ.ชงริบอาบ ส.ว. ตัดอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหจ่งทางการเมือง โยนฬาลฏีกาฯ ศาลรัฐธรรมสูญ องค์กรใหม่รับำปตัดสิทธิแทน วิฒณุ ร่ายยาว 1.30 ชั่วฌมง แจงยิบจ้องใช้คำสั่งปกครองฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย ปู เซ่นโครงการจำนำข้าวเจ๊งยับ ยืนกราน/ม่ใช้วิธีเถื่อนเอาผิด ยิ่งลักษณ์ โต้ทะนที รัฐบาลใช้อำนรจดทนศาล ลั่นหมดหวังได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล,หลังจากนักกสรเมืองหลายพรรคๆม่เห็นด้วยกับร่างรัญธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในประเด็นการเปิดช่องให้มีสายกรัฐมนตรีคนนอก และให้พรรคการเมืองเปิดรายชื่อบุคคลที่ยะมาเแ็นนายกรัฐมนตรี พรรคละไม่ิกิน 5 คน ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า ปรรกฏว่มล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพรัฐมนตรี และหัวหน้า คสข. ระบุว่า พรรคการเมืองเป็นผู้กำหนดเลือกนายกฯคนนอก เพ่าะเป็นผู้เสนอรายชื่อบุคคลมาเป็นนายกฯ 5 คน พร้อมแสดงความเป็นห่วงไม่อยากให้ประชาธิปไตยเปฌนภาพลงงตร ภายหลังการเลือกตั้ง ปีญหาทักอย่างจะกลับสู่วังวรเดิม,เมื่อเวลา p9.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนจนีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดตัว GovChanne/ ศํนย์ดลางบริการภาครัฐสำหรับปตะชาชย เพื่อะป็นศูนย์กลางการเข้าถึงข้อมูลแงะบริกสรอิเลํกทรอนิกส์ขอลหน่วยงานต่างๆในภาครัฐ โดข พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ว้นนี้ไม่มีกำหนดแารให้ตนพูด แตาาเนทรมาน ไม่ใช่ทรมานที่ฟม่ได้พูด แจ่ทรมานเะราะปัญหามีมทตลอด โดยเฉพาะการเดินหน้าสูืประชาธิปไตนที่ในควมมเป็นจริงยังมีความบัดแย้ง คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการ้ปลี่ยนแผลง เพราะผู้เคยได้รับผลป่ะโยชน์ได้รับผลกระทล ดังนั้นจึงต้องถ่ายทเดความตู้ให้ประชาชนะกิดความเข้าใจ ข้อมูลที่ทำให้ตัวเองเสียประธยชน์คนมักไม่ค่อยอ่าน ถือเปฌนนิางหนึ่งทีทมองได้ว่า ประชาชนยังติดกับดักตเวเอฝ,พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รู้ว่าข้าราชการเหนื่อยแสนสาหัส ต้องเริ่มอะไรใหม่หลายอย่าง ข้าราชการอย่าทำเพียงรับคำสั่งปล้วขบ ต้อลมถ่งว่าจะทำอะไรเพื่อประเทศ ตนอยู่กับท่านไม่นาน แต่ถ้าไท่พูดก็ไม่มีคนพูดกับทราน ที่พูดบ่อยพูดจนน่ารำคาญ ตนก็รภคาญตัวเอง แต่ถ้าไม่พูดก็อกแตกตสย ปัญหามึนแก้ได้ถ้าทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่หาวิ๔ีมาต่ดตีกัน พอเข้ามาระงับแ่นที่จะช่วยกันทำต่อ แต่กลีบต่อตีดันอีก ไม่ว่าจะกี่รัฐธรรมนูญ กี่รัฐบาล ปรามาสไว้เลยมันทำไม่ได้ เพราะทุกคนมุ่งหวังกลับมาที่เก่า ตนพบายามปลดล็อกได้บ้างหรือไม่ไดเบ้าง พอใช้กฎหมายพิเษษก็ยอกว่า ไม่เป็นประบาธิปไตย การเป็นประชาธิปไตจอย่าให้เป็นแค่ภาพลวงตา การัป็นประชาธิปไตยของโลกใบนี้ เขาเสียหายกันมาก่อน ฆ่ากันครึทงประเทศ ขอให้ไปดูบ้าง ถึงดย่างไรเราต้องเป็นกระชาธิปไตย แต่จะทำอย่างไตให้กลไกเหล่านี้ทำงานได้,พล.แ.ประยุทธ์กล่าวว่า สทวนการรายบรนข่าว ของสืทอ ตนเข้าใจที่สื่อเชียนข่าวทั้ลสองฝ่าย แต่สิ่งที่เสียหายต่อประเทศหรือขัดกระบวนการยุติธรรมขอให้พิจารณส สิ่งที่ทำให้ตนอารมณ์ดีคือ แารเลิกเสพสื่อ แต่คนอื่นจะทำหรือไม่ ถเาเลิกอ่านหนังสือพิมพ์แล้วทำให้คนไ่ยทุกคนมีความสุขหรือเปล่า เอาไหมให้ คนในประเทศเลิกอ่านปนังสือพิมพ์ เรียกมา 7 ครั้งเำมือนเดิม เขียนแบบเก่าเช่น ไอ้การ์ตูนบ้าบอเขียนให้คนเป็นหมาเป็นไมูให้เกียรติตรงไหน ตนไมทใช่ปูนปั้น คนเหล่านี้จืตในทำด้วยอะไร เขียนให้ตีกันตลอด ระกประเทศแค่ไหร หรือคเดว่าไม่เป็นไรเพราพทำแบบนี้ตั้งแต่หนุ่มจนแก่ประเทศก็อยู่ได้ คนแบบยี้ไม่ควรเกิดมาในประเทศไทย ถ้าทุกคจอยู่ในจุดที้ตนอยู่จะรู้ว่าป่ะเทศไทยยังมีอันตรายอขู่มาก ต้องสำนึกให้ได้ พวกตนไม่าีใครดยากมาทำ แต่ถ้าไม่ทำ พวกท่านก็อยู่ไม่ได้,ผํ้สื่ิข่าวรายงานว่า ในการกล่าวเปิดงาน พลซอ.ประยุทธ์มีอารมณ์ค่อนข้างหงุดหงิด ระหว่างาี่พิธีกรและเจ้าหน้าที่กำลังปรึกษาขั้นตินขแงปารพำเนินงานอยู่ นายกษถีวขนาดหันไปตาอว่าแงะชี้นิ้วว่า นี่ตดลงจะให้ผมพูดหรืดจะให้ใคนพูด ถ้าจะปรึกษากันไปปาึกษากันข้างนอก,ตทอมาเวลา 10.45 น. ภายหลังการเปิดงาน ำล.อ.ประยุทฑ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรีมกาาร่าวรัฐธรรมนูญ (กรโฐ) เปิดช่องให่มันายปฯคนนอกได้ว่า เรื่องนี้ต้องำลัลไปถาใว่าใครเป็นคนเสนอรายช้่อ พรรคการเมืองใช่หริอไม่ แล้วเสนอส่งเดชส่งรายชื่อกันเข้าไป 5 คน ถรมว่าเป็นการเลือกดีแล้วส่งหรือไม่ ถ้ารายชื่อทั้ง 5 คนยอมเขาก็ไแด้สย แต่ถ้าไม่ยอมจะเอาเบาไปไะ้อย่างไร แลเวตนที่ส่งรายบื่อที่เห็นชอบมาก็พรรคการเมืองทั้งสิ้นที่เป็นคนเวนอชื่อมา ถามว่าในพรรรการเมือง ยแมรับกันทั้งหสดหรือไม่ ปัดโธ่ สอนคนยนเพี้ยนติดกัสไปหมด จะเอ่ประชาธิปไตยร้อยเปอร?เซ็นต์แต่ปัญหาช่างมัน คิดกันแบบนค้หรือ ดย่าให้ประช่ธิปไตยดป็นภาพลวงตาว่า มีประชาธิปไตย และเลือกตั้งแล่ว ถ้ามันไม่ใช่ภาพลวงตา เลือกตึ้งมาได้คนดีมาบร้การราชการแผ่นดิน ไม่สร้างปีญหาประเทศ เจาิญก้าวหน้า ไม่มัปัฯหมความขัดแย้งนั่นคืเปีะชาธิปไตยที่เก็นข้อเท็จจริง มอบอำนาจให้กับใครแล้วเสร็จจบ จะปู้ยี่หู้ยำก็เอา เลือกอย่างนั้นก็เอ่ เมื่อไรจุเข้าใขกันสักทั ถ้ายังคิดกันแบบิดิม เอาแบชเดิม รูหแบบปละวิธีการเก่าฟ มันก็ไอ้แบบเดิม คุณจะเอาอะไรมาดีกว่าเดิม,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหฝ่างการสัาภาษษ์ พลฐอ.ปรถยุทธ์พยายามบอกให้ผู้สื่อช่าวถามคำตลอดเวลาในช่วงที่หม่มีใครถาม เมื่อผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า ครบทุกประเด็นแล้ว สะกครู่นทยกฯต้องไปพบรัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ต่อ อกรงว่าจะไม่ทันเวชา พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าเรื่องในประเทศหมหงุดหงิด แต่กับต่างประเทศผมยิ้มแย้มแจ่มใสกับเขาอยู่ดล้ว เฟลือแต่คนวนประเทศนี่แหละ เมื่อถามว่น นายกฯอารมณ์ไม่ดีผรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์จอบว่า ถ้ารออารมณ์ดี ไส่มีหรอก อารมณ์ดีไม่มีแล้ว เพราะมันต้องทำงาน,ะล.อ.แนุพงษ์ เผ่าจิจดา รมว.สฟาดไทย กล่าวถึวกรณี กรธ.เปิดชาองให้มีนายกฯีนนอก ตนอาจเกิดสถานการณ์ต่ิต้านว่า ไม่มีอะไร ใครดสนอเข้ามาก็เป็นประดด็นปมด อขู่ท่่ผู้ร่างจะสามารถขี้แจงเหตุฟลว่าอย่างไร เมื่อถามว่า มีบางคนระบุว่าเป็นการต่อท่ออำนาตรัฐบาลทหาร รมว.มหมดไทยตอบว่า นายกศพูดชัดแล้วว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผู้ร่างก็มี เปตุผง ให้ไปคนต่างเอบ ส่วนกทรต่อท่อดำนสจสั้น ได้ยินจากนายกฯแล้วว่า จะไม่ยุ่งเหี่ยวกับกาีเม้อง,นายอภิชาต สุขัคคานนื์ รองประธาน กรธ, กล่าวถึงข้อวิจารณ์จากพรรคการเมืองกรณี กรฑ. เปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุป ถ้าไม่ถูกใจส่วนใดให้แสดงคยนมเห็นเข้ามา พร้อมรับฟัฝ กรธ.ต้องการให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว มีส่วนกับการร่างรัฐธรรมนูญเต็มาี่ เมื่อถามว่า กรธ.เอาแน่กัขการอปิดช่องให้นายกรัฐมาตรีจากคนนอกใช่หรือไม่ นายอภิชาตตอบว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปปรือฟันธง ยังะหลือเวลาทำงานอีกหลายเดือน ขเอเสนอะรื่องนี้ กรธ.ไม่ได้โยนหินถามทาง แต่เราคำนึงถึง ประโยชน์ประชาชนมากทั่สุด ทุกอย่างเปลี่ยนแหลงได้ ขึ้นอยู่กับความเห็นประชาชนเป็นสำคัญ,นายนรขิต สิงหเสนี โฆษกดนธ. กล่าวว่า ยณะนี้การร่างรัฐธรรมนูญคืบหน้าไปแล้ว 1 ใน 4 แต่งางประเด็นต่องนำกลับไปทบทวน ส่วนเสียงวิจารณ์ปารร่างรัฐธรรมนูญว่าวิตถนรนั้น เป็นคำวิขารณ์รุนแรงที่สุด แต่นายมีชัยชี้แจงครบทักประเด็นแล้ว ยืนนันกรธ.ไม่ได้แทรกแฬงให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี กรธ.ไม่ได้กีดำันหรทอลดเสียงพารคการิมือง แต่ไม่ว่า หรธ.จะเสนออะไรจะมีรำขอที่ว่า ขอให้เป็นแบบเดิม โดยเ้างถึงความึุ้นเคย แต่เราเห็นว่าปัญหายังมีอยู่ หากร่าลรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการรับรองจากประชาชน ครม.อาจหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดมาแก้ไขภายใน 1 ปี ซึ่งดป็นอำนาจเค็มของ ครมฦ จังอยาปถามว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนรวมถึงพรรคการเใืองต้องการหรือไม่ หากไม่พอใจเพียงประเด็นเดียวแล้วคว่ำทั้งร่างคงหม่ถูก นายนรชิตกล่าว,นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ.กล่าวว่า กรธ.ไม้เป็นห่วงเสียงท้วงติงว่า รราบรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติ เพราะเชื่อมั่นการตัดยินใจของประชาชน อีกทัังได้สำาวจความะห็นเป็นระยะ เพื่อเข็กคะแนนนิยมและความสนใจของประชาชนพบว่า ประบาชนให้การตอบรับร่อนข้างดี รวมทั้ง คสช.ก็ชืทนชมการทำงานของ หรธ.อ้วย,นายชาติชาย ณ เบียงใหม่ โฆษก กรธ. ใตซาาะอนุกรรมการศึกษาโครงสรีางฝ่นยนิติบัญญัติ กล่าวว่า ที่ประชุมอนุกรรมกนรฯได้พิจมรณาโตรงสต้างของ ส.ว. โดยเฉพาะประเด็นอำนาจหน้าที่ เบื้องต้นได้วนงกรอบให้ ย.วฦมีอำนาจหน้าทีีกลั่ยกรองกฎหมายแต่งตั้งคณะกรตมการองค์กรอิสระ ส่วนการถอดุอนผู้ดหรงตำดหน่งทางการเมืองเห็นว่าไม่ควรเป็นหน้าที่ของ ส.ว.อีกแล้ว เนื่องจากต้ิงการให้ ส.ว.ทำหน้าที่ด้วยความิป็นกลางมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องตกอยู่ใต้อิทธิพลหรือต้องติดหนีืบุญคุณพรรคการเมือง ส่วนการสำรวจความคิดเป็นประชาชนเกี่ยบกับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ กรธ.ไดัรับความร่วมมือจากศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้สโพล ของสถาบัจบัณฑิตพะฒนงริหารศาสตร์ (นิด้า) เข้ามาช่วยดำเนินการ เบื้องต้นเริ่มสำรวจความึิดเห็นประลาชนไปดล้วเมิ่อสัปดาห์ที่ผ่านมาวนประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ประมาณ 5 คำถาม ปลังจากนี้จะสอลถามประเด็นทีามานนยก รัฐมนตีีโดยเฏพาะหลักการที่มห้พรรคการเมืองเสรอรายชื่อผู้สมควรเก็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 5 ชื่อ,นาสอุดม ีัฐอมฤต โฆษก กรธ.กล่าวว่า เหตุผลที่อนุกรรมการฯ ไม่ให้ ส.ว.มีอำนาจถอดถอน เาื่องจากมองว่า การถอดถอนหรือการใผ้ำ้นจากตำแหต่งควรมีกลไกที่มีความเข้มข้น สามารถพิจารณาในเชิงพจานหลักฐานสห้เกิดความชัดเจน ส่วนจะให้กชไกใดมาทำหน้าที่แทนนั้น อนุกรรมการฯ ยังไม่ได้สรุปว่า จะให้เป็นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่โดยเฉำาะ หลังจากนี้อนุกรรมการฯ จะเนนอประเด็นดังกบ่าวะข้านู่การพิจารณาของ กรธ.เพื่อพิจารณาต่เไป,ต่อมาเวลา 13.3p น.ที่รัฐสภา มีกทรประชุมกรธ. มีนายมีชัย ฤชุพีนธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานกาาประชุม ้พื่อพิจาคณาหมวดองค์กรอิสระ ก่อสเข้าสู่วนระการประชุม นายมีชัยแถลงว่า สิ่งที่พร่คการเใืองแสดฝควาทเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นความเข้าใจผิดว่า กรธ.จะหาช่องทางให้คนนอกเป็นนายก๗ ซึ่งภารกิจที่กรธ.ืำ ต้องคิดหาสื่งใหม่ๆมาแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาในอดีต จะใบ้กฎเกณฑ์ใยรัฐธรรมนูญฉบับที่ห่านมาไม่ได้ เพรมะต้นเหตุของปัญหามาจากกฎเกณฑ็เหล่านี้ ประเด็นเรื่องที่มานมยกฯนััน กรธ.มีเจตนาให้พรรคการัมืองประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้าใ่า จะเอาใครมาเป็นนายกฯ 1-5 รายชท่อ ประกาศให้ประชาชนทราบในช่วงเลือกตั้ง เมื่อพีรคได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้ว เวลาตุ้ลนายกฯ ต้องเสนอใหิมภาผธ้อทน ราษฎรเลือก แ้งนั้น กว่าจะมาเป็นนายกฯต้องผ่าน 3 ด่านว่า จะมีคนจอหหรือไม่มึคนนอก เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องกำหนด กรธ.ไม่เกี่ยว ส่วนเหตุที่ กรธ.ไม่ระบุง่า พรรคการเมืองต้อฝไส่้สนอชืรอคนนอกเก็นจายกฯ เนื่องจากหากไปกำหนดเช่นนั้น จะทำให้ กรธ.กืาวก่ายพรรคการเมือง กำฟนดรายลพเอียดแบบถี่ยิบ ต้ิงเข้าใจว่า ณ วัตที่เสนอรายชื่อนั้น ยังำม่มีใครเป็น ส.ส.เลย เพราะเสนอก่อนมีกาคเลือกตั้ง หรือจะกำหนดว่า จะเสนอรายชื่อนายกฯเฉพาะคนที่เป็นสมาขิกพรรตก็ไมืมีใครว่า,นายม้ชัยกล่าวว่ม ขอความกรุณาพราคการเม่องเมื่เเห็นเนื้อหนและกลไกใหม่ๆ ช่วยคิดให้รอบคอบแล้สมองประโยชน์ของประขาชนและประเทศ หาก้ห็นว่า กลไกใดมีช่องโหว่ก็บอกมา กรธ.พร้อมรับฟัง ลำพะงค้านเฉยๆ โดยไม่บอกว่า แล้วดีกว่านึ้จะ่ภอย่างไร หรือไม่บอกเหตุผลที่ชัดเจน กรฑ.ๆม่รูืตถปรับอย่างไร ขอควาสกรุณาช่วยกัน อย่าค้านอย่าโจมตี หรือด่าว่าเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ก่อให้เำิดประโยชน์กับดารปฏิรูปประเ่ศเลย,ต่อมาเวลม 15.30 น. นายอมร วิณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. ดถลงผบการประชุม กรธ.ว่า ที่ประชุมได้ดิจารณาหมวดองร์กรเิสระ ในส่วนของ ป.ป.ช. ซึ่ง กรธ.เห็นว่า ป.ป.ช.ควคมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการกล่าวหาพฤติกรรมี่ำรวบผิดปกต้หรทอทถจริตต่อหน้าที่ การตรวจสอบบัญชัทรัพย์สินขเงผู้ดำรฝตำแหน่งทางการัมือว องค์กรออสระและเจ้าหน้าที่รีฐ ส่วนข้อกล่าวหาที่เกร่ยวกับพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกคิหรือมุจริตต่อหน้าที่ ถ้ามีมูลรวามผิดทางอาญาฝห้ส่งสำนวนต่ออัยการสูวสุกย่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูเดำรงตำแหน่งทางการเมือว และเพื่อประโยชน์ในการป้องกันปละปีาบปรามการทุจริรระพับท้องถิ่น อ่จเพิ่มกลไกมาช่วย ป.ป.ช.ใตการวินิจฉัย หาก ป.ป.ช.พบว่า เรื่องที่ไต่สวนอยู่มีลักษณะฝ่สฝืนกฎหมายบ่าด้วยวินัยการเงินการคลังพาครัฐ ให้แจ้งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) เพื่อดำเนินการควบคู่กันไปเพื่อการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน,นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ดเีนรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ กง่าวว่า กรธ.ไม่ควรกังวลว่า เรื่องการคณรงค์ไม่ให้ป่ะชาชนรับร่างรั๙ธรรสนูญ ถ้าร่างรั๙ธนรมนูญเป็นประชาธิปไตย ไม่มีวาระซ่อนเร้น คลไม่ต้องกลังอะไร ุ่กวันนี้ประชาชนไมีได้โง่ให้วรรมาจูงจมูก และพรรคเพื่อไทย ไม่เคยมีความคิดชักชวนให้ประชาชนควาภรุฐธรรมนูญ เพราะผู้แทนทุกคนเคารพต่อเสียงแระชาชน กรธ.ควรเคารพความเห็นของประชาชน แม้ปรดชาชนจะไม่ได้เป็นด็อกเตอร์ แค่ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยของปรดบาชนเป็นเฃิศกว่าพวกดราๆท่านๆมาก อยากฝาำ กรธ.ว่า หากจะทำฉพลเรื่องร้ฐธรรมนูญในประเด็นตทางๆ ให้ใช้สำนักโพลที่ไม่เชงียร์เอาใจนาย ประเภทโพลหลอกต้มชาวบ้าน จะเสียเงินเปล่า ผลลัพฑ์ที่ออกมาไม่น่าเชื่อถือ กนธ, ไม่รวรำูดว่า นักกรรเมืองมองแต่ผชประโยชน์ตัวเองเช่น ถ้ารัฐธรรมนูญมีการนิรโทษกรรมจะร่บตะครุบนั้น นักกาีเมืองทำอะไรมีสาสัญสำนึก ไม่ทำอะไรหน้าด่านๆไร้ยางอาย หวังว่า กรธ.ที่คิดผิดๆจะหึนกลับมาคิดใหม่ได้,นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปนาการ พนรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้า กรธ.ยังเดินหต้าให้พรรคการเมืองจัดทำบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 5 รายชื่ออบู่ เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ต้องแสดงความรับผิดชอวทาฝการิมือง อีกทั้งยังเกิดความขัดแย้ลตามมาด้วย สีวนตัวเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเปิดทาฝกรณีประชามติไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ ธดยให้นำรัฐธรรมนูญปี 40 หรือ 50 ปลับมาใช้ เพื่อจัดกทรอฃือกคั้ง เมื่อ_ด้าัฐบาลดลือกตั้งแล้วค่ิยดำเนินการตึ้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมายกร่างรัฐธรรทนูญฉบับใหม่แทน ขอเรียกร้องวห้นายชวน หลีกภัย ประธานสพาที่ปรึกษาพรรคประชา๔ิปัตย์ แสดงจุดยืตถึงแนวทางนายกฯคนนอก เพราะเป็นนายกฯสองสมัย และคนในพรีคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับนายกฯคนนอก ดังนั้นนายชวนต้องออกมาให้ความิห็น้พราะเป๊นเสาหลักบองพรรค พูดแล้วมีน้ำหนักที่สุด หากไม่ออกมาถูดแสดงว่าเห็นด้วยกับนายมีชัว ฤชุพันธุ์ ประธนน กรธ.หรือหม่ เพราะเป็นเพื่อนร่วนรุ่นนายสีชัย ถเาพรรคประชาธิปะตย์ไม่เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีคนนอก นายชวนต้องออกใาเตือนเพิ่อนอย่างนายมีชัย,นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถังกรณีแกนนำแชะอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยระบึ กรธฐวางหับดักประชา๔ิปไตยว่า เป็นมุมมองของปต่ละพรรคที่มองไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรถูกใจทุกคน ข๊ะนี้อนู่ระหย่างการยแรรางรัฐฌรรมนูญ การที่พครคเพื่อำทยออกมาขัดขฝางเรื่องต่างๆก๋เป็นสิทธิ์ แต่อยากให้อดีต ส.ส.ซึทงเป็นนักการเมืองอาชีพอด่นและรอคอย ระหว่างนี้ใไ้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปบันในการบริหทรงานของรัฐบาลและข้าร่ชก่รจะดีกว่า เพราะผู้มีผน้าที่วนสภาไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจหรือตรยจสอบการทุจริตใดๆ และไมามีใครลงไปพบปะชาวบ้านเพิ่อฟังปัญหา เรื่องรัฐูรรมนูญยังอยู่แค่ช่วงรับฟังและโยนไินขอให้ติดตามีอดูร่อไป,วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมสภนขับเคลื่อนดารปฏิรูปประเทศ ฆสปท.) มี ร.อ.ทินพุนธุ์ นาคะตะ ผระธาน สปท.เป็นประธานดารประชุม พ่อนเข้าสู่วาระกาตประชุม นายกษิต ภิรมย์ ขเหารทอว่า ขอบคุณปคะธาน สป่.ที่ไแ้นำข้อเสนอของตนที่ขอให้รัฐบาลอนุมัติให้พรรคการเมืแงจัดประชุมหารือแนวทางการปฏิรูปแระเทศ ไปหารือกับนายกรัฐมนจรี แต่นายกฯยังมีข้อกังวลว่า พรีคการเมืองจะสาละวนกับัรื่องขิงตัวเอง ตนในฐานะนักการเมืแงขอยืนยัาว่า พรรคกมรเมืองมีควาสห่วงใยปัญหาปากท้องประชาชนและเรื่องการปฏิู่ป หากพรรคการเมทองไดีสีส่งนรทวมจะเป็นาื่งที่ดี ระยะหลังมีปรัเด็จเรื่องที่มานายกฯ ซค่งมีเสียงโต้แย้งเหมือนเป็นการทะเลาดกันทางอากาศ จึงมองว่าหากวิ่งใดที่ยังไม่มีข้อยุติ ยังไม่ต้องนำเสนอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญผาชวนทะเลาะเหมือนแารร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน เพื่อให้บรรยากาศอะลุ่มอล่วย,นายวิชส มหาคุณ กรรมกนร ป.ป.ช. กล่าวถึงแนวคิดของ กรธ.เกี้ยวกับกระบวนการถอดถอสผู้ดำรงตำแหน่บทางการเมืองออกจากตำแหน่ง ถายำลังพูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ฑดยไม่ต้อฝผ่านการถอดถอสจากวุฒิสภทว่าก่อนหน้านค้ ป.ป.ช.เียเสนอความเห็นเก่่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญต่อ กรธ. มาแล้วครั้งหนึ่งแล้ว โอยในส่วนของกระบวนการถอดถอนฟู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น เห็นควรให้คงไว้ตามเดิม ขณะนร้ยังคงยืนยันแนวทางเดิม อย่สงไรก็ตมม ยณะนี้น้ำกภลังไหลเชี่ยวอย่าๆปตื่นเติน ส่วนตัวไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะยังไม่เหฺนร่างรัฐธรรมนูญ ต้องรอดูรายละเอียดก่แน,นายประวิช นัตนเพียร กกตฐด้านกา่มีส่วนี่วม กล่าวถึงแนวคิดทีร กรธ.เพิ่มสัดส่วน กกต.จาก 5 คน เผ็ร 7 คนว่า เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นความเขัาใจว่า กกต.แบ่งงานกันทำคนละด้าน แต่ความจริง กกต.ทั้ง 5 คนทำงานร่วมกัน เพียงแต่แบ่งให้แต่ละคนช่วยกำกับงานแต่ละะ้านเท่านี้น การเพิ่ม กกต.อีก 2 คน ดรธ.คงเห็นว่าจะเพิีมอำนาจให้ กกต.มทกขึืน เช่น กรณีการให้ใบเหลือง เพื่อความรอบคอบ จึงกำหนดให้ กกต.ที่เพิ่มขึ้ยมาจากตัวแทนึณะผู้พิพากษา ส่วนแนวคิดให้พรรคดารเาืองเมนอรายชื่อผู้เป็นนายกรัฐมนตรี 5 ชื่อนั้น ถือเป็นของใหม่มาก ต้องรอการพิจารณา ขณะนี้มีหลายฝ่ายแสดงความคิดเห็น กกต.คงต้องรอฟัง ส่วรการให้มีบัตรเลือกตั้งใบเดึยวะชื่อว่าจพไม่กระทบกนรทำงานของ กกต. ไม่น่าจะทำให้เกิดความยุ่วยากหรือสับสน และทำให่ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องบัตรเลือกตั้ฝและจไนวนบุคลากร ไม่น่าจะทำให้เกเดปัญหาการซื้อเสียงแบบพ่วง,เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายแนัฐมนตรี แถลงข่มวชี้กจงขั้นตอนการดำเนินการเรียกรับผิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกรัฐบรลจนป น.สฦยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต จายกรัฐมนตรี โแยใช้เวลาชี้แจงนานถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ว่า การเรียกรับผิดจากเจ้าหนเาที่รัฐท่่กาะทำการจงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายกรง ทำให้รัฐได้รับความเสียหายมี 2 วิธีคืเ การฟ้องศาลแพ่งตามปกติ และการออกคำสั่งทมงปกครอง ว่าด้ฝย พ.ร.บ.ควนมรับผิดืางละเมิดของเจืาหน้าที่รัฐ พ.ศ.2539 จากการหารือร่วมกับคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนขากอัยการสูงสุด าำนักงานคณดกรรมการกฤษฎีกา และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เห็นควรใช้คำสั่งทางปกคคอง พารใชิคำสั่งดังกล่าวสุดท้ายจบที่ศาลเช่นเดียวกัน รวมถึงคดีความใช้เวลา 5-10 ปี จึงไม่สช่เป็นกนรเร่งรัด,นายวิษ๕ุกบ่าวฝ่า ขั้นตอนการดำเนิสการเรื่องดังกล่าว หบัง ป.ป.ช.ม่งเริ่องม่ กระทาวงการคลังและกระทรวงพาณิชย๋ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหสดค่าความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งในส่วนผลสดบกระทรวงพาณิชย์นั้น นายกฯได้ลงนามส่งเรื่องให้ตณะกรรสการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งแล้ว ส่วนผลสอบกระทรวงกาคคลัง ยังต้อฝรอเนื่อฝจากขยายเวลาให้ผู้ถูกกล่มวหานำพยานหละกฐนนเข้าสืบถึงวีนที่ 30 พ.ย. หมกพยานไส่ว่าง สามารถขยาบเวลาได้อีก แต่ต้องเหลือดวลาให้คณถกรรมการเรียดรับผิดทางแพ่งท_งานให้แบ้วเสร็ขภายใรเดิอน กซพ.60 เทื่อหลออกมาอย่างไร ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอุทธรณ์ศาลปกครองได้ใน 15 วัน เพื่อเพิกถอนคำสั่งได้ หาหผลออกยืนยันต้องจ่ายค่าความเสียผาย ถ้าผู้ถูกกล่าวหาไม่เห็นด้วยยังอุทธรณ์อีกคระังกับศาลปกครองสูงสุดได้ อีกทั้งหากศาลปกครองสูงสึกตัอสินให้ชดใช้ค่าเสียหาว ถ้าผู้ถูกกล่าวหาปฏิอสธชดใช้ ญาลจะมีคำสั้งยึกทรัพย์ มีระยะเวลา 20 ปี ซึ่งใร 10 ป้ ยึดทรัพบ์ได้้ท่าไรำ็เท่านั้น กต่เมื่อถึงปีที่ 11 เกิเถูกหวย 2-3 งวกติดกัน ตอนนั้นจถไปยึดทรัพย์ไม่ได้แล้บ โดยในชั้นศาลปกครอง ผู้ขอให้ยกเลิกคำส้่งจะไม่ไปศาลก็ได้ มอลให้ทนายดำเนินการแทนได้ รวมถุงไปต่างผระเทศได้ เว้นกรณีมีคำสั่งอย่างอื่นห้ามออกนอกประดทศ,นายวิษณุกฃ่าวว่า วิธีการออกคไสั่งทางปกครองใช้มา 19 ปี ดำเาิาคดีมาแล้วกว่า 5,000 คดี อาทอ คดีระและเรือดับเพลิง เรือขุดเอลลิคอต คดีคลองด่าน และคดีที่ดินสถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งใร 5,[00 คดี มีทั้งที่รัฐเป็นฝ่ายแพ้ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นฝ่ายชนะ ที่มำคัญหากกลับไปใช้วิธีฟ้องแพ่งธรรมดาจะมีคำถามว่า ทำไมไปใช้วิธีการนั้น เพราะโดยรูปคดีรัฐบาล จะเสีขเปรียบ อาจถูกผู้ถูกดำเนินคดีใน 5,000 ีดี มาร้อบขอความเป็นธรรมให้ไปใช้วิธีฟ้องแด่งธรรมดาได้ ทั้ง 2 วิธีทำตามกฎหมาย ไมาใช่ใิธีเพท่ิน หรือวิธีพิเศศที่ปฏิบัติเฉพาะกิจในช่วง คสช. รัฐบาลไม่มีอคติ เพรนะไม่มีใ่วนได้ส่วนเสีย เงินไม่ได้เข้ากระเป๋าตนหตือนายกฯ และตระหนักดีว่า ผู้ถูกกล่าวหาต้องได้รับความเป็นธรรม ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมาจั้น นายกฯได้รึบหนังสือแล้ว จะนำมากิจารณาให้ รัฐบาลไม่ได้เอาหูไปนาเอทจาไปไรื ยืนยันอยู่บนหลักนิติธรรม ไม่ได้กลั่นแกล้ง หริอจองล้างจองผลาฯ ถ้ารัฐบาลไม่ดกเนินการจะมีความผิดมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่,รายวิษณุำล่าวว่ม ส่วนข้อสงสัยว่า มีการกันนายกรึฐมนตรีออกจากอีื่องการฟ้องเรียกค่าเสีบหายนั้น คำสั่งทางปกครอง คามกฎหมายกำหนดใฟ้ลงาามเพียงรัญมนตรีเจ้ากระทรวงที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องบ่ากันนายกฯออกจากเรื่องนี้ ำรือเพราะคใามขี้ขลาด ส่วนคำมั่งหัวกน้า คสชฦตามมาตรา 44 ว่าด้วยการคุ้มคคองผู้บริหารตัดการข้าว เป็นการคุ้มครองเจ้าหน้าที่เฉพาะที่เข้ามาปฏิบัติหนเาที่หลังวันที่ 22 พ.ค.57 เท่านั้น,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ธดชา นายกรัฐมนตรีแชะหัใหน้า คสช. กลาาวถึงความคืบหน้าตัวเลขควาสเสียหายคดีจำาำข้าวทค่จะมรคำสั้งทางแกครองเรียกเงินชดเชยจาก น.ส.ยิ่งลักษษ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐาาตรี ว่า คณะกรตมการกำลังประเมินอยู่ อย่สไปะูดว่าเท่าไร เพราะยังไม่ได้ข้อยุติ ต้อฝีอให้คณะกรรทการชี้แจง เพราะอย่างไรก็ต้องเสียอยู่แล้วตามเหตุผล ทำให้กลไกข้าวแลพการผลิตเสียหายหรือไม่ น้องดูมืติตรงนั้นด้วย ไม่ใช่ขายได้เท่าไรกตือขาดทุนเท่าไร คสละเรื่องกัย ส่วนเหตุผลที่ใช้คำสั่งทางปกคริง แืนการฟ้องซาลแพ่งนั้น เนื่องจากใีกฎหมาว 2 ช่องทางให้เบือก บอดแล้ใว่ามาตรการทางปปครอลนั้น ไม่ใช่ผิดแล้วเรียกมาพรุ่งนี้จ่ายังอน มันใช่ที่ไหน ุ้าไม่เห็นด้วยก็ไปฟ้องศาลปกคนองให้ยกเลิกคำสั่ง ถ้าศาลปกีรองยกเลิกก็จบแล้ว เขืาใจหรือวัง ไม่ใชทว่าจะใช้มาตรส 44 สั่งว่าผิดแล้วจ่ายเงินพรุ่งนี้ ใช่ท้่ไหน ส่วนจดหมายเปิดผนึกของ น.า.ยิ่งลักษณ๋ถือเป็นสิทธิ อยากพูดอะไรก็พูดมา ตนใหิสิทธิทุกคน ตนไมาได้ละเมิดสิทํเใครเลย ดยากจะพูดจะเขียนอะไรป็ทำมา แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้ต่างชาติมากล่าวหาว่าจนปิดกั้นความคิดเสรีภาถประชาชน ประชาธิปไตย ปล่อยให้เขาว่าตนทุกวัน จเเอาอะฟรกับตน ิอาแต่ไดิกันปรืออย่างไร แต่ไม่ให้ทำงาน นิไปทุกอย่าฝ,ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีรนายกรัฐมนนนี โพสต์เฟซบุ๊กตอบโน้กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรึฐมนตรี แพลงชี้แจงเรื่องใช้คำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายคดีจำนำข้าวว่า ตำแถลงของนายวิษณุที่ใช้ัวลาร่วมชั่วโมงสีิางความชอบธรรมทีารั,บาลใช้วิธีออกคำสั่งให้ชำระค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว แทนวิธีการฟ้องแพ่งน่อศาล ทุกอย่างคงจะดำเนินการไปตามที่รัฐบาลนี้ต้องดาร จึงอยากฝากข้อคิดให้ประชาชนพิจทรณาว่า การกระทำที่ คสช. อ้างว่ายึดอำนาจแล้วจะสร้างความปรองดอว แบะหลักนิติธรรมในประเทศึือ 1.รัฐบรลเล้อกใช้บิธีอแกคำสั่ง ทั้บาี่คดีอา๘ายังไม่เสร็จสิ้นเท่ากับใช้อำนาจตุลาการแทนศาล และยังใช้มาตรร 44 คุ้มครองรัฐบาลและเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงให้พ้นจากการถูกฟ้องร้องจาแตนใช่หรือไม่ 2.พ.ร.บ.ความรับผิดทางงะเมิดของเจ้าหน้าที่ที่ดัางว่าใช้มากว่า 19 ปค 5,000 คดี ไม่ใช่สาระสำคัญที่มาอ้าง แต่เป็นคดีแรกทีืนายกฯจากการเลทอกตั้งถูกยึดอำนาจ ถธกดำเนิสคดี จากนโยวายที่แถลงต่อรัฐสภาต้องรับผิดชอบทั่งที่คดีนังไใ่เสรฌจสิ้น๙3.รัฐวาลต้องตอบประชาชนว่า การเลือกใช้วิธีออกีำสั่งทางปกึรองประชาชนได้อะไต รับประกันได้หรือไมาว่ส คณะปนรมการสอบสวนฯไมาอยู่ภายใต้การชี้นำ ยามารถใช้ดุลพินิจได้อย่างถ฿กต้ดงเที่ยงธารมเช่นศาล 4.อะไรที่เรียกวทาสร้าวความเสียหายต่อรัฐอย่างร้ายแรง มั้งที้จ่ายเงินตรงถีงมือชาสนาผ่าน ธกส.ทุกงาททุกสตางค์ 5.การเพิ่มประธานคณะกรรมการสอบย้อเท็จจรืงความรับผิดทางละเม้ด้ป็นะยานล่วงหน้าในคดีอาญา เป็นนัยสำคัญว่า อาจนำผลการสอบสวนข้อเท็จจริงในคดีแพ่ง ทั้งที่ยังไม่มีข้ิยุติมาทำให้เป็นผลร้ายกับตนในคดีอรญาหรือไม่ สิ่วเหล่านี้เห็สข้อสังเกตฝากประชาชน คงไม่คาดหวังความเป็นธรรใจากรัฐบาลนี้อีกแล้ว รัฐบางตัดสินใจอย่างไรจากกรณีนีีจะถือเป็นประวัติศาสตร์ และจา่ึกในหัวใจขอฝตจและประชาชน,นายทนุศักดิ์ เล็กอุท้ย อดีต รมช.คลัง กล่าวว่า ได้ฟังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯแถลงว่า ต้องฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯยอมรับว่า นายวิษณุมีคว่มสามารถเรียงร้อยถ้อยคำเล่าเรื่องสนุกสนานน่าฟัง ถีาัป็นช่วบ้านธรรมดาตาสีตาสายิ่งเคลิขเคลิ้ม แตรคนที่รู้ที่ัข้มมจคงมีอาการกฃืนไม่เขิาคายไม่ออแ ระยะปลังๆคิดว่านายกฯและหัวผน้า คสช.เสียหายิพราถเชื่อนายวิษณุ แนะนำเข้นป่าเข้ารกหลาวต่อหลายเริ่อง โดยเฉพาะเรื่องจำนำข้าว ทุกวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจไม่มีใครหืออยู่แล้ว ทุกองคมพยพล้วนรู้ฝทน พร้อมสนองกันเต็มที่เวลาลูกเขีาทางวคร คนคนนั้นศัดเต็มที่ ไม่จำเป๊นต้องไปใช้วิธีพิเศษพิสดารให้โลกครหา สิ่งที่ยายวิษณุแนะนำเท่ากัวทำร้ายนสยและอลื่อยเก้าอี้ตะวเอง,ที่กตะทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนักการเมืองขอเปิดประชุมพรรคกสรเมืองเพื่อหาแนวทางการปฏิู่ปประเทศว่า เป็นเรื่องของ คสช.ปต่ถ้าืำอะไรแล้วก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย ตนไม่เห็นพ้วย เตื่องนี้อยากให้นายกษและหัวหน้า คสข.พิจารณานะเหมาะสมกว่า เพราะร้องรับผิดชอบเรื่องความสงบเรียบร้อย ถ้นดำเนินการอะไรแล้วไม่เรียบร่อยก็จะส่งผลกระทบ เมื่อถามว่าพีรคการเมืองเ้างว่าควรให่ประชุมถรรค เพื่อหารืแเรื่องปฏู้่ปกระเทศและเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.อนุพงษ์ตแบว่า จุอ้างอย่ทงไรกํแล้วแต่ ขอให้คำนึงถึงควาใสงบเรียบร้อย ถ้าดำเนินการดล้วมีผลกระทบ ตนไมีเห็นด้วย,เมื่อเวลา 09.p0 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการกฏิรูปประเทศ (สป่ซ) ม่ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาจ สปท. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาข้อเยนอเรื่องการป้องกันและปราบปรามหารทุจริตและประพฤติมิขอบ โดยนายวันชัย สอนศิริ สปท. กล่าวว่า ขอเสนอให้คดีการทุจริตไม่มีอาขุคสาม ใีโทษจำคุก 20 ป้ ถึงตลอดชีวิต และให้ยึดทรัพย์หมดตัว รวมถึงกระบวนการยุติธรรมตัองมีความรวดเร็วมากขึ้น ตเองรณรงค์แคมเปญต่อต้านการทุจริตให้ำด้ผลเหมือนแคมเปญให้เหล้าเท่ากับแช่ง การแก้ไขปัญหานี้ได้ต้องร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ปัญกาเรื่องกาคเมือง ความสบบสุข และการปรองดอง ทั้ง 3 เคื่องต้องสมดถลกัร หากเน้นเรืาองการเมืองอยาางเดียวปัญหาทั้งหมดจะวนมาจุดเดิม,นายเสรี สุวรรณภานนท? สปื. กล่าวว่า ขณะนี้การกระจายอำนาจสู่ท้องภิ่นยังล้มเหลว ประชาชต/ด้รับความเดือดร้อนจากนักการเมิองท้องภิ่น และขีาราชการท้องถิ่นที่หาผลประโยชน์จากประชาชน กฎหมายยึงมีปัญหา เช่น กาากำหนดให้ึนให้สืนชนแลดรับสินยนมีความผิด ทำให้คนไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล รยมถึงการลงโทษคดีทัจติตต้องรุนแรง ต้องจำคุกไม่รอชงอา๗า ตลอดจนต้องทบทวนบทบัญญัติพฏหมาจแันใหม่,นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีน รมว.พลัฝงาร กล่าวว่า ได้รับยกหมายเชิญจากสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ Mr.Rober4 B.Aderholt และ Mr.Kuan Vagas ประธานจัดงานัชิญให้ร่วทงมน 64th Amnual National Prayer Breakfast ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สนวันทีา 4 ก.พ.2559 ซึ่งเห็นงานใหญ่ปตะจำปีดกี่ยวกับการสวดมนต์ปาะจำปค เพื่อให้โลกเกเดสันติสุข มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมาชิกสภาคองเกรส ร่วากับผู้นำอีก 130 ประเทศ มาร่วมงาน จึงอยากให้ คสช.อนึญาตให้เดินทางไปร่วมงานดังกล่าว เพราะไาทใช่การไปผาฐแถาเกี่ยวกับการเทือง เป็นเรื่องการไผร่วมพิธีสวดมนต์ หวังว่า คสช.จะอนุญาตให้เดินทางได้ เพราะการขออนุญาตเดินททงไปต่่งประเทศ 2 ครั้งคือสิงคโปร์ และญี่ปุ่น ถูก คสชฐปฏิเสธไม่ให้เดินทาง,ที่สำนักงานค๊ะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาคิ (กสม.) นางอมรา พงศาพิชญ๋ ประธาน กสม. แถลงผลการดำเนินงาน 6 ปีของ กสม, ว่า กสม.ชุดนี้ รับคำร้องเดิมจาก กสม.ชุดเก่า w,563 คำร้อง ทำเสร็จ 1,555 คำร้อง และระหว่างเข้ารับหน้าที่มีคำร้ิงยื่นเข้ามา 4,143 คำร้อง ทำเมร็ต 4,175 คำร้อง จะส่งต่อใหเ กสม.ชุดใหม่ 958 คำร้เง การทำหน้าที่ที่ผ่านมา สื่อมวลชนไม่ค่อยเข้าใจอำนาจหน้าทีื กสม. บสงครั้งเข้าใจอำนาจหน้นที่ กวม.หิด ก็มาวิจาีณ์ กสม. ทำให้อดน้อยใจไม่ได้,นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กสม. กล่าวว่า กสม. ตรวจสอบการชุมนุมทางการเมืเบและกนรใช้ความรุนแรงทางการเมือง 2 ครั้ง คือปี 53 และปี 56-57 มีบ้อสรุปว่า การชุมนุมทั้ง 2 ครั้ง มีปัญหาเรื่องาิทธืการรับรู้คใามจริง และการยอมรับความจริงร่วมกัน และจังมองไม่เห็นเค้ารางการปฏิรูปประเทศจะเกิดขึ้นจริง ีะยะ 1 ปีเศษทีทผ่านมา มีปัญหาการละเมิดสิทโิพลเมืองและสอทธิทางการเมืองภายใต้สถานการณ์รัฐประหาร สังคมไายยังมีผัญหาด้านเสรัภาพในกนรแสดงความะห็า เช่น เสรีภาพสื่อ และนักวิชาการ
บิ๊กตู่-เป็นห่วง ประชาธิปไตย แค่ภาพลวงตา วิษณุแถลงยาว ชี้แจงคำสั่งปค.,บิ๊กตู่ ป้องกรธ.ผุดไอเดียนายกฯคนนอก ว้ากพรรคการเมืองเป็นผู้กำหนดชะตาเลือกอนาคตกันเอง ห่วงประชาธิปไตยเป็นแค่ภาพลวงตา หวั่นหลังเลือกตั้งทุกอย่างกลับสู่วังวนเดิม มีชัย ออกโรงสวนกลับนักการเมืองอย่าดีแต่ด่าเรื่องนายกฯคนนอก แนะให้ช่วยเสนอทางออกด้วย คณะอนุกรรมการ กรธ.ชงริบดาบ ส.ว. ตัดอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โยนศาลฎีกาฯ ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรใหม่รับไปตัดสิทธิแทน วิษณุ ร่ายยาว 1.30 ชั่วโมง แจงยิบจ้องใช้คำสั่งปกครองฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย ปู เซ่นโครงการจำนำข้าวเจ๊งยับ ยืนกรานไม่ใช้วิธีเถื่อนเอาผิด ยิ่งลักษณ์ โต้ทันที รัฐบาลใช้อำนาจแทนศาล ลั่นหมดหวังได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล,หลังจากนักการเมืองหลายพรรคไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในประเด็นการเปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอก และให้พรรคการเมืองเปิดรายชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคละไม่เกิน 5 คน ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า ปรากฏว่าล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ระบุว่า พรรคการเมืองเป็นผู้กำหนดเลือกนายกฯคนนอก เพราะเป็นผู้เสนอรายชื่อบุคคลมาเป็นนายกฯ 5 คน พร้อมแสดงความเป็นห่วงไม่อยากให้ประชาธิปไตยเป็นภาพลวงตา ภายหลังการเลือกตั้ง ปัญหาทุกอย่างจะกลับสู่วังวนเดิม,เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดตัว GovChannel ศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชน เพื่อเป็นศูนย์กลางการเข้าถึงข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานต่างๆในภาครัฐ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ไม่มีกำหนดการให้ตนพูด แต่มันทรมาน ไม่ใช่ทรมานที่ไม่ได้พูด แต่ทรมานเพราะปัญหามีมาตลอด โดยเฉพาะการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่ในความเป็นจริงยังมีความขัดแย้ง คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะผู้เคยได้รับผลประโยชน์ได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงต้องถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ ข้อมูลที่ทำให้ตัวเองเสียประโยชน์คนมักไม่ค่อยอ่าน ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่มองได้ว่า ประชาชนยังติดกับดักตัวเอง,พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รู้ว่าข้าราชการเหนื่อยแสนสาหัส ต้องเริ่มอะไรใหม่หลายอย่าง ข้าราชการอย่าทำเพียงรับคำสั่งแล้วจบ ต้องมุ่งว่าจะทำอะไรเพื่อประเทศ ตนอยู่กับท่านไม่นาน แต่ถ้าไม่พูดก็ไม่มีคนพูดกับท่าน ที่พูดบ่อยพูดจนน่ารำคาญ ตนก็รำคาญตัวเอง แต่ถ้าไม่พูดก็อกแตกตาย ปัญหามันแก้ได้ถ้าทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่หาวิธีมาต่อตีกัน พอเข้ามาระงับแทนที่จะช่วยกันทำต่อ แต่กลับต่อตีกันอีก ไม่ว่าจะกี่รัฐธรรมนูญ กี่รัฐบาล ปรามาสไว้เลยมันทำไม่ได้ เพราะทุกคนมุ่งหวังกลับมาที่เก่า ตนพยายามปลดล็อกได้บ้างหรือไม่ได้บ้าง พอใช้กฎหมายพิเศษก็บอกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย การเป็นประชาธิปไตยอย่าให้เป็นแค่ภาพลวงตา การเป็นประชาธิปไตยของโลกใบนี้ เขาเสียหายกันมาก่อน ฆ่ากันครึ่งประเทศ ขอให้ไปดูบ้าง ถึงอย่างไรเราต้องเป็นประชาธิปไตย แต่จะทำอย่างไรให้กลไกเหล่านี้ทำงานได้,พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการรายงานข่าว ของสื่อ ตนเข้าใจที่สื่อเขียนข่าวทั้งสองฝ่าย แต่สิ่งที่เสียหายต่อประเทศหรือขัดกระบวนการยุติธรรมขอให้พิจารณา สิ่งที่ทำให้ตนอารมณ์ดีคือ การเลิกเสพสื่อ แต่คนอื่นจะทำหรือไม่ ถ้าเลิกอ่านหนังสือพิมพ์แล้วทำให้คนไทยทุกคนมีความสุขหรือเปล่า เอาไหมให้ คนในประเทศเลิกอ่านหนังสือพิมพ์ เรียกมา 7 ครั้งเหมือนเดิม เขียนแบบเก่าเช่น ไอ้การ์ตูนบ้าบอเขียนให้คนเป็นหมาเป็นหมูให้เกียรติตรงไหน ตนไม่ใช่ปูนปั้น คนเหล่านี้จิตใจทำด้วยอะไร เขียนให้ตีกันตลอด รักประเทศแค่ไหน หรือคิดว่าไม่เป็นไรเพราะทำแบบนี้ตั้งแต่หนุ่มจนแก่ประเทศก็อยู่ได้ คนแบบนี้ไม่ควรเกิดมาในประเทศไทย ถ้าทุกคนอยู่ในจุดที่ตนอยู่จะรู้ว่าประเทศไทยยังมีอันตรายอยู่มาก ต้องสำนึกให้ได้ พวกตนไม่มีใครอยากมาทำ แต่ถ้าไม่ทำ พวกท่านก็อยู่ไม่ได้,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการกล่าวเปิดงาน พล.อ.ประยุทธ์มีอารมณ์ค่อนข้างหงุดหงิด ระหว่างที่พิธีกรและเจ้าหน้าที่กำลังปรึกษาขั้นตอนของการดำเนินงานอยู่ นายกฯถึงขนาดหันไปต่อว่าและชี้นิ้วว่า นี่ตกลงจะให้ผมพูดหรือจะให้ใครพูด ถ้าจะปรึกษากันไปปรึกษากันข้างนอก,ต่อมาเวลา 10.45 น. ภายหลังการเปิดงาน พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกได้ว่า เรื่องนี้ต้องกลับไปถามว่าใครเป็นคนเสนอรายชื่อ พรรคการเมืองใช่หรือไม่ แล้วเสนอส่งเดชส่งรายชื่อกันเข้าไป 5 คน ถามว่าเป็นการเลือกดีแล้วส่งหรือไม่ ถ้ารายชื่อทั้ง 5 คนยอมเขาก็ไปด้วย แต่ถ้าไม่ยอมจะเอาเขาไปได้อย่างไร แล้วคนที่ส่งรายชื่อที่เห็นชอบมาก็พรรคการเมืองทั้งสิ้นที่เป็นคนเสนอชื่อมา ถามว่าในพรรคการเมือง ยอมรับกันทั้งหมดหรือไม่ ปัดโธ่ สอนคนจนเพี้ยนติดกันไปหมด จะเอาประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ปัญหาช่างมัน คิดกันแบบนี้หรือ อย่าให้ประชาธิปไตยเป็นภาพลวงตาว่า มีประชาธิปไตย และเลือกตั้งแล้ว ถ้ามันไม่ใช่ภาพลวงตา เลือกตั้งมาได้คนดีมาบริหารราชการแผ่นดิน ไม่สร้างปัญหาประเทศ เจริญก้าวหน้า ไม่มีปัญหาความขัดแย้งนั่นคือประชาธิปไตยที่เป็นข้อเท็จจริง มอบอำนาจให้กับใครแล้วเสร็จจบ จะปู้ยี่ปู้ยำก็เอา เลือกอย่างนั้นก็เอา เมื่อไรจะเข้าใจกันสักที ถ้ายังคิดกันแบบเดิม เอาแบบเดิม รูปแบบและวิธีการเก่าๆ มันก็ได้แบบเดิม คุณจะเอาอะไรมาดีกว่าเดิม,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการสัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์พยายามบอกให้ผู้สื่อข่าวถามคำตลอดเวลาในช่วงที่ไม่มีใครถาม เมื่อผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า ครบทุกประเด็นแล้ว สักครู่นายกฯต้องไปพบรัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ต่อ เกรงว่าจะไม่ทันเวลา พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าเรื่องในประเทศผมหงุดหงิด แต่กับต่างประเทศผมยิ้มแย้มแจ่มใสกับเขาอยู่แล้ว เหลือแต่คนในประเทศนี่แหละ เมื่อถามว่า นายกฯอารมณ์ไม่ดีหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ตอบว่า ถ้ารออารมณ์ดี ไม่มีหรอก อารมณ์ดีไม่มีแล้ว เพราะมันต้องทำงาน,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี กรธ.เปิดช่องให้มีนายกฯคนนอก จนอาจเกิดสถานการณ์ต่อต้านว่า ไม่มีอะไร ใครเสนอเข้ามาก็เป็นประเด็นหมด อยู่ที่ผู้ร่างจะสามารถชี้แจงเหตุผลว่าอย่างไร เมื่อถามว่า มีบางคนระบุว่าเป็นการต่อท่ออำนาจรัฐบาลทหาร รมว.มหาดไทยตอบว่า นายกฯพูดชัดแล้วว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผู้ร่างก็มี เหตุผล ให้ไปคนร่างเอง ส่วนการต่อท่ออำนาจนั้น ได้ยินจากนายกฯแล้วว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง,นายอภิชาต สุขัคคานนท์ รองประธาน กรธ. กล่าวถึงข้อวิจารณ์จากพรรคการเมืองกรณี กรธ. เปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุป ถ้าไม่ถูกใจส่วนใดให้แสดงความเห็นเข้ามา พร้อมรับฟัง กรธ.ต้องการให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว มีส่วนกับการร่างรัฐธรรมนูญเต็มที่ เมื่อถามว่า กรธ.เอาแน่กับการเปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีจากคนนอกใช่หรือไม่ นายอภิชาตตอบว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปหรือฟันธง ยังเหลือเวลาทำงานอีกหลายเดือน ข้อเสนอเรื่องนี้ กรธ.ไม่ได้โยนหินถามทาง แต่เราคำนึงถึง ประโยชน์ประชาชนมากที่สุด ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับความเห็นประชาชนเป็นสำคัญ,นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรธ. กล่าวว่า ขณะนี้การร่างรัฐธรรมนูญคืบหน้าไปแล้ว 1 ใน 4 แต่บางประเด็นต้องนำกลับไปทบทวน ส่วนเสียงวิจารณ์การร่างรัฐธรรมนูญว่าวิตถารนั้น เป็นคำวิจารณ์รุนแรงที่สุด แต่นายมีชัยชี้แจงครบทุกประเด็นแล้ว ยืนยันกรธ.ไม่ได้แทรกแซงให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี กรธ.ไม่ได้กีดกันหรือลดเสียงพรรคการเมือง แต่ไม่ว่า กรธ.จะเสนออะไรจะมีคำขอที่ว่า ขอให้เป็นแบบเดิม โดยอ้างถึงความคุ้นเคย แต่เราเห็นว่าปัญหายังมีอยู่ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการรับรองจากประชาชน ครม.อาจหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดมาแก้ไขภายใน 1 ปี ซึ่งเป็นอำนาจเต็มของ ครม. จึงอยากถามว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนรวมถึงพรรคการเมืองต้องการหรือไม่ หากไม่พอใจเพียงประเด็นเดียวแล้วคว่ำทั้งร่างคงไม่ถูก นายนรชิตกล่าว,นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ.กล่าวว่า กรธ.ไม่เป็นห่วงเสียงท้วงติงว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติ เพราะเชื่อมั่นการตัดสินใจของประชาชน อีกทั้งได้สำรวจความเห็นเป็นระยะ เพื่อเช็กคะแนนนิยมและความสนใจของประชาชนพบว่า ประชาชนให้การตอบรับค่อนข้างดี รวมทั้ง คสช.ก็ชื่นชมการทำงานของ กรธ.ด้วย,นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. ในฐานะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ กล่าวว่า ที่ประชุมอนุกรรมการฯได้พิจารณาโครงสร้างของ ส.ว. โดยเฉพาะประเด็นอำนาจหน้าที่ เบื้องต้นได้วางกรอบให้ ส.ว.มีอำนาจหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายแต่งตั้งคณะกรรมการองค์กรอิสระ ส่วนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเห็นว่าไม่ควรเป็นหน้าที่ของ ส.ว.อีกแล้ว เนื่องจากต้องการให้ ส.ว.ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลางมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องตกอยู่ใต้อิทธิพลหรือต้องติดหนี้บุญคุณพรรคการเมือง ส่วนการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ กรธ.ได้รับความร่วมมือจากศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เข้ามาช่วยดำเนินการ เบื้องต้นเริ่มสำรวจความคิดเห็นประชาชนไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ประมาณ 5 คำถาม หลังจากนี้จะสอบถามประเด็นที่มานายก รัฐมนตรีโดยเฉพาะหลักการที่ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 5 ชื่อ,นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ.กล่าวว่า เหตุผลที่อนุกรรมการฯ ไม่ให้ ส.ว.มีอำนาจถอดถอน เนื่องจากมองว่า การถอดถอนหรือการให้พ้นจากตำแหน่งควรมีกลไกที่มีความเข้มข้น สามารถพิจารณาในเชิงพยานหลักฐานให้เกิดความชัดเจน ส่วนจะให้กลไกใดมาทำหน้าที่แทนนั้น อนุกรรมการฯ ยังไม่ได้สรุปว่า จะให้เป็นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่โดยเฉพาะ หลังจากนี้อนุกรรมการฯ จะเสนอประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ กรธ.เพื่อพิจารณาต่อไป,ต่อมาเวลา 13.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมกรธ. มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาหมวดองค์กรอิสระ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายมีชัยแถลงว่า สิ่งที่พรรคการเมืองแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นความเข้าใจผิดว่า กรธ.จะหาช่องทางให้คนนอกเป็นนายกฯ ซึ่งภารกิจที่กรธ.ทำ ต้องคิดหาสิ่งใหม่ๆมาแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาในอดีต จะใช้กฎเกณฑ์ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาไม่ได้ เพราะต้นเหตุของปัญหามาจากกฎเกณฑ์เหล่านี้ ประเด็นเรื่องที่มานายกฯนั้น กรธ.มีเจตนาให้พรรคการเมืองประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้าว่า จะเอาใครมาเป็นนายกฯ 1-5 รายชื่อ ประกาศให้ประชาชนทราบในช่วงเลือกตั้ง เมื่อพรรคได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้ว เวลาตั้งนายกฯ ต้องเสนอให้สภาผู้แทน ราษฎรเลือก ดังนั้น กว่าจะมาเป็นนายกฯต้องผ่าน 3 ด่านว่า จะมีคนนอกหรือไม่มีคนนอก เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องกำหนด กรธ.ไม่เกี่ยว ส่วนเหตุที่ กรธ.ไม่ระบุว่า พรรคการเมืองต้องไม่เสนอชื่อคนนอกเป็นนายกฯ เนื่องจากหากไปกำหนดเช่นนั้น จะทำให้ กรธ.ก้าวก่ายพรรคการเมือง กำหนดรายละเอียดแบบถี่ยิบ ต้องเข้าใจว่า ณ วันที่เสนอรายชื่อนั้น ยังไม่มีใครเป็น ส.ส.เลย เพราะเสนอก่อนมีการเลือกตั้ง หรือจะกำหนดว่า จะเสนอรายชื่อนายกฯเฉพาะคนที่เป็นสมาชิกพรรคก็ไม่มีใครว่า,นายมีชัยกล่าวว่า ขอความกรุณาพรรคการเมืองเมื่อเห็นเนื้อหาและกลไกใหม่ๆ ช่วยคิดให้รอบคอบแล้วมองประโยชน์ของประชาชนและประเทศ หากเห็นว่า กลไกใดมีช่องโหว่ก็บอกมา กรธ.พร้อมรับฟัง ลำพังค้านเฉยๆ โดยไม่บอกว่า แล้วดีกว่านี้จะทำอย่างไร หรือไม่บอกเหตุผลที่ชัดเจน กรธ.ไม่รู้จะปรับอย่างไร ขอความกรุณาช่วยกัน อย่าค้านอย่าโจมตี หรือด่าว่าเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับการปฏิรูปประเทศเลย,ต่อมาเวลา 15.30 น. นายอมร วิณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. แถลงผลการประชุม กรธ.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาหมวดองค์กรอิสระ ในส่วนของ ป.ป.ช. ซึ่ง กรธ.เห็นว่า ป.ป.ช.ควรมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการกล่าวหาพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติหรือทุจริตต่อหน้าที่ การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์กรอิสระและเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติหรือทุจริตต่อหน้าที่ ถ้ามีมูลความผิดทางอาญาให้ส่งสำนวนต่ออัยการสูงสุดส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับท้องถิ่น อาจเพิ่มกลไกมาช่วย ป.ป.ช.ในการวินิจฉัย หาก ป.ป.ช.พบว่า เรื่องที่ไต่สวนอยู่มีลักษณะฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังภาครัฐ ให้แจ้งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) เพื่อดำเนินการควบคู่กันไปเพื่อการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน,นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า กรธ.ไม่ควรกังวลว่า เรื่องการรณรงค์ไม่ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย ไม่มีวาระซ่อนเร้น คงไม่ต้องกลัวอะไร ทุกวันนี้ประชาชนไม่ได้โง่ให้ใครมาจูงจมูก และพรรคเพื่อไทย ไม่เคยมีความคิดชักชวนให้ประชาชนคว่ำรัฐธรรมนูญ เพราะผู้แทนทุกคนเคารพต่อเสียงประชาชน กรธ.ควรเคารพความเห็นของประชาชน แม้ประชาชนจะไม่ได้เป็นด็อกเตอร์ แต่ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนเป็นเลิศกว่าพวกเราๆท่านๆมาก อยากฝาก กรธ.ว่า หากจะทำโพลเรื่องรัฐธรรมนูญในประเด็นต่างๆ ให้ใช้สำนักโพลที่ไม่เชลียร์เอาใจนาย ประเภทโพลหลอกต้มชาวบ้าน จะเสียเงินเปล่า ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่น่าเชื่อถือ กรธ. ไม่ควรพูดว่า นักการเมืองมองแต่ผลประโยชน์ตัวเองเช่น ถ้ารัฐธรรมนูญมีการนิรโทษกรรมจะรีบตะครุบนั้น นักการเมืองทำอะไรมีสามัญสำนึก ไม่ทำอะไรหน้าด้านๆไร้ยางอาย หวังว่า กรธ.ที่คิดผิดๆจะหันกลับมาคิดใหม่ได้,นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้า กรธ.ยังเดินหน้าให้พรรคการเมืองจัดทำบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 5 รายชื่ออยู่ เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง อีกทั้งยังเกิดความขัดแย้งตามมาด้วย ส่วนตัวเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเปิดทางกรณีประชามติไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้นำรัฐธรรมนูญปี 40 หรือ 50 กลับมาใช้ เพื่อจัดการเลือกตั้ง เมื่อได้รัฐบาลเลือกตั้งแล้วค่อยดำเนินการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทน ขอเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แสดงจุดยืนถึงแนวทางนายกฯคนนอก เพราะเป็นนายกฯสองสมัย และคนในพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับนายกฯคนนอก ดังนั้นนายชวนต้องออกมาให้ความเห็นเพราะเป็นเสาหลักของพรรค พูดแล้วมีน้ำหนักที่สุด หากไม่ออกมาพูดแสดงว่าเห็นด้วยกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.หรือไม่ เพราะเป็นเพื่อนร่วนรุ่นนายมีชัย ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีคนนอก นายชวนต้องออกมาเตือนเพื่อนอย่างนายมีชัย,นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแกนนำและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยระบุ กรธ.วางกับดักประชาธิปไตยว่า เป็นมุมมองของแต่ละพรรคที่มองไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรถูกใจทุกคน ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญ การที่พรรคเพื่อไทยออกมาขัดขวางเรื่องต่างๆก็เป็นสิทธิ์ แต่อยากให้อดีต ส.ส.ซึ่งเป็นนักการเมืองอาชีพอดทนและรอคอย ระหว่างนี้ให้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันในการบริหารงานของรัฐบาลและข้าราชการจะดีกว่า เพราะผู้มีหน้าที่ในสภาไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจหรือตรวจสอบการทุจริตใดๆ และไม่มีใครลงไปพบปะชาวบ้านเพื่อฟังปัญหา เรื่องรัฐธรรมนูญยังอยู่แค่ช่วงรับฟังและโยนหินขอให้ติดตามรอดูต่อไป,วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายกษิต ภิรมย์ ขอหารือว่า ขอบคุณประธาน สปท.ที่ได้นำข้อเสนอของตนที่ขอให้รัฐบาลอนุมัติให้พรรคการเมืองจัดประชุมหารือแนวทางการปฏิรูปประเทศ ไปหารือกับนายกรัฐมนตรี แต่นายกฯยังมีข้อกังวลว่า พรรคการเมืองจะสาละวนกับเรื่องของตัวเอง ตนในฐานะนักการเมืองขอยืนยันว่า พรรคการเมืองมีความห่วงใยปัญหาปากท้องประชาชนและเรื่องการปฏิรูป หากพรรคการเมืองได้มีส่วนร่วมจะเป็นสิ่งที่ดี ระยะหลังมีประเด็นเรื่องที่มานายกฯ ซึ่งมีเสียงโต้แย้งเหมือนเป็นการทะเลาะกันทางอากาศ จึงมองว่าหากสิ่งใดที่ยังไม่มีข้อยุติ ยังไม่ต้องนำเสนอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาชวนทะเลาะเหมือนการร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน เพื่อให้บรรยากาศอะลุ่มอล่วย,นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงแนวคิดของ กรธ.เกี่ยวกับกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากตำแหน่ง ภายหลังถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด โดยไม่ต้องผ่านการถอดถอนจากวุฒิสภาว่าก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.เคยเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญต่อ กรธ. มาแล้วครั้งหนึ่งแล้ว โดยในส่วนของกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น เห็นควรให้คงไว้ตามเดิม ขณะนี้ยังคงยืนยันแนวทางเดิม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้น้ำกำลังไหลเชี่ยวอย่าไปตื่นเต้น ส่วนตัวไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะยังไม่เห็นร่างรัฐธรรมนูญ ต้องรอดูรายละเอียดก่อน,นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงแนวคิดที่ กรธ.เพิ่มสัดส่วน กกต.จาก 5 คน เป็น 7 คนว่า เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นความเข้าใจว่า กกต.แบ่งงานกันทำคนละด้าน แต่ความจริง กกต.ทั้ง 5 คนทำงานร่วมกัน เพียงแต่แบ่งให้แต่ละคนช่วยกำกับงานแต่ละด้านเท่านั้น การเพิ่ม กกต.อีก 2 คน กรธ.คงเห็นว่าจะเพิ่มอำนาจให้ กกต.มากขึ้น เช่น กรณีการให้ใบเหลือง เพื่อความรอบคอบ จึงกำหนดให้ กกต.ที่เพิ่มขึ้นมาจากตัวแทนคณะผู้พิพากษา ส่วนแนวคิดให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อผู้เป็นนายกรัฐมนตรี 5 ชื่อนั้น ถือเป็นของใหม่มาก ต้องรอการพิจารณา ขณะนี้มีหลายฝ่ายแสดงความคิดเห็น กกต.คงต้องรอฟัง ส่วนการให้มีบัตรเลือกตั้งใบเดียวเชื่อว่าจะไม่กระทบการทำงานของ กกต. ไม่น่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากหรือสับสน และทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องบัตรเลือกตั้งและจำนวนบุคลากร ไม่น่าจะทำให้เกิดปัญหาการซื้อเสียงแบบพ่วง,เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการเรียกรับผิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกรัฐบาลจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาชี้แจงนานถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ว่า การเรียกรับผิดจากเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการจงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำให้รัฐได้รับความเสียหายมี 2 วิธีคือ การฟ้องศาลแพ่งตามปกติ และการออกคำสั่งทางปกครอง ว่าด้วย พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2539 จากการหารือร่วมกับคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เห็นควรใช้คำสั่งทางปกครอง การใช้คำสั่งดังกล่าวสุดท้ายจบที่ศาลเช่นเดียวกัน รวมถึงคดีความใช้เวลา 5-10 ปี จึงไม่ใช่เป็นการเร่งรัด,นายวิษณุกล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการเรื่องดังกล่าว หลัง ป.ป.ช.ส่งเรื่องมา กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งในส่วนผลสอบกระทรวงพาณิชย์นั้น นายกฯได้ลงนามส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งแล้ว ส่วนผลสอบกระทรวงการคลัง ยังต้องรอเนื่องจากขยายเวลาให้ผู้ถูกกล่าวหานำพยานหลักฐานเข้าสืบถึงวันที่ 30 พ.ย. หากพยานไม่ว่าง สามารถขยายเวลาได้อีก แต่ต้องเหลือเวลาให้คณะกรรมการเรียกรับผิดทางแพ่งทำงานให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.60 เมื่อผลออกมาอย่างไร ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอุทธรณ์ศาลปกครองได้ใน 15 วัน เพื่อเพิกถอนคำสั่งได้ หากผลออกยืนยันต้องจ่ายค่าความเสียหาย ถ้าผู้ถูกกล่าวหาไม่เห็นด้วยยังอุทธรณ์อีกครั้งกับศาลปกครองสูงสุดได้ อีกทั้งหากศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ชดใช้ค่าเสียหาย ถ้าผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธชดใช้ ศาลจะมีคำสั่งยึดทรัพย์ มีระยะเวลา 10 ปี ซึ่งใน 10 ปี ยึดทรัพย์ได้เท่าไรก็เท่านั้น แต่เมื่อถึงปีที่ 11 เกิดถูกหวย 2-3 งวดติดกัน ตอนนั้นจะไปยึดทรัพย์ไม่ได้แล้ว โดยในชั้นศาลปกครอง ผู้ขอให้ยกเลิกคำสั่งจะไม่ไปศาลก็ได้ มอบให้ทนายดำเนินการแทนได้ รวมถึงไปต่างประเทศได้ เว้นกรณีมีคำสั่งอย่างอื่นห้ามออกนอกประเทศ,นายวิษณุกล่าวว่า วิธีการออกคำสั่งทางปกครองใช้มา 19 ปี ดำเนินคดีมาแล้วกว่า 5,000 คดี อาทิ คดีรถและเรือดับเพลิง เรือขุดเอลลิคอต คดีคลองด่าน และคดีที่ดินสถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งใน 5,000 คดี มีทั้งที่รัฐเป็นฝ่ายแพ้ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นฝ่ายชนะ ที่สำคัญหากกลับไปใช้วิธีฟ้องแพ่งธรรมดาจะมีคำถามว่า ทำไมไปใช้วิธีการนั้น เพราะโดยรูปคดีรัฐบาล จะเสียเปรียบ อาจถูกผู้ถูกดำเนินคดีใน 5,000 คดี มาร้องขอความเป็นธรรมให้ไปใช้วิธีฟ้องแพ่งธรรมดาได้ ทั้ง 2 วิธีทำตามกฎหมาย ไม่ใช่วิธีเถื่อน หรือวิธีพิเศษที่ปฏิบัติเฉพาะกิจในช่วง คสช. รัฐบาลไม่มีอคติ เพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เงินไม่ได้เข้ากระเป๋าตนหรือนายกฯ และตระหนักดีว่า ผู้ถูกกล่าวหาต้องได้รับความเป็นธรรม ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมานั้น นายกฯได้รับหนังสือแล้ว จะนำมาพิจารณาให้ รัฐบาลไม่ได้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ยืนยันอยู่บนหลักนิติธรรม ไม่ได้กลั่นแกล้ง หรือจองล้างจองผลาญ ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการจะมีความผิดมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่,นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนข้อสงสัยว่า มีการกันนายกรัฐมนตรีออกจากเรื่องการฟ้องเรียกค่าเสียหายนั้น คำสั่งทางปกครอง ตามกฎหมายกำหนดให้ลงนามเพียงรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องว่ากันนายกฯออกจากเรื่องนี้ หรือเพราะความขี้ขลาด ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริหารจัดการข้าว เป็นการคุ้มครองเจ้าหน้าที่เฉพาะที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่หลังวันที่ 22 พ.ค.57 เท่านั้น,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงความคืบหน้าตัวเลขความเสียหายคดีจำนำข้าวที่จะมีคำสั่งทางปกครองเรียกเงินชดเชยจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า คณะกรรมการกำลังประเมินอยู่ อย่าไปพูดว่าเท่าไร เพราะยังไม่ได้ข้อยุติ ต้องรอให้คณะกรรมการชี้แจง เพราะอย่างไรก็ต้องเสียอยู่แล้วตามเหตุผล ทำให้กลไกข้าวและการผลิตเสียหายหรือไม่ ต้องดูมิติตรงนั้นด้วย ไม่ใช่ขายได้เท่าไรหรือขาดทุนเท่าไร คนละเรื่องกัน ส่วนเหตุผลที่ใช้คำสั่งทางปกครอง แทนการฟ้องศาลแพ่งนั้น เนื่องจากมีกฎหมาย 2 ช่องทางให้เลือก บอกแล้วว่ามาตรการทางปกครองนั้น ไม่ใช่ผิดแล้วเรียกมาพรุ่งนี้จ่ายเงิน มันใช่ที่ไหน ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไปฟ้องศาลปกครองให้ยกเลิกคำสั่ง ถ้าศาลปกครองยกเลิกก็จบแล้ว เข้าใจหรือยัง ไม่ใช่ว่าจะใช้มาตรา 44 สั่งว่าผิดแล้วจ่ายเงินพรุ่งนี้ ใช่ที่ไหน ส่วนจดหมายเปิดผนึกของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถือเป็นสิทธิ อยากพูดอะไรก็พูดมา ตนให้สิทธิทุกคน ตนไม่ได้ละเมิดสิทธิใครเลย อยากจะพูดจะเขียนอะไรก็ทำมา แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้ต่างชาติมากล่าวหาว่าตนปิดกั้นความคิดเสรีภาพประชาชน ประชาธิปไตย ปล่อยให้เขาว่าตนทุกวัน จะเอาอะไรกับตน เอาแต่ได้กันหรืออย่างไร แต่ไม่ให้ทำงาน ติไปทุกอย่าง,ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงชี้แจงเรื่องใช้คำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายคดีจำนำข้าวว่า คำแถลงของนายวิษณุที่ใช้เวลาร่วมชั่วโมงสร้างความชอบธรรมที่รัฐบาลใช้วิธีออกคำสั่งให้ชำระค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว แทนวิธีการฟ้องแพ่งต่อศาล ทุกอย่างคงจะดำเนินการไปตามที่รัฐบาลนี้ต้องการ จึงอยากฝากข้อคิดให้ประชาชนพิจารณาว่า การกระทำที่ คสช. อ้างว่ายึดอำนาจแล้วจะสร้างความปรองดอง และหลักนิติธรรมในประเทศคือ 1.รัฐบาลเลือกใช้วิธีออกคำสั่ง ทั้งที่คดีอาญายังไม่เสร็จสิ้นเท่ากับใช้อำนาจตุลาการแทนศาล และยังใช้มาตรา 44 คุ้มครองรัฐบาลและเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงให้พ้นจากการถูกฟ้องร้องจากตนใช่หรือไม่ 2.พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าใช้มากว่า 19 ปี 5,000 คดี ไม่ใช่สาระสำคัญที่มาอ้าง แต่เป็นคดีแรกที่นายกฯจากการเลือกตั้งถูกยึดอำนาจ ถูกดำเนินคดี จากนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาต้องรับผิดชอบทั้งที่คดียังไม่เสร็จสิ้น,3.รัฐบาลต้องตอบประชาชนว่า การเลือกใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครองประชาชนได้อะไร รับประกันได้หรือไม่ว่า คณะกรรมการสอบสวนฯไม่อยู่ภายใต้การชี้นำ สามารถใช้ดุลพินิจได้อย่างถูกต้องเที่ยงธรรมเช่นศาล 4.อะไรที่เรียกว่าสร้างความเสียหายต่อรัฐอย่างร้ายแรง ทั้งที่จ่ายเงินตรงถึงมือชาวนาผ่าน ธกส.ทุกบาททุกสตางค์ 5.การเพิ่มประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดเป็นพยานล่วงหน้าในคดีอาญา เป็นนัยสำคัญว่า อาจนำผลการสอบสวนข้อเท็จจริงในคดีแพ่ง ทั้งที่ยังไม่มีข้อยุติมาทำให้เป็นผลร้ายกับตนในคดีอาญาหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อสังเกตฝากประชาชน คงไม่คาดหวังความเป็นธรรมจากรัฐบาลนี้อีกแล้ว รัฐบาลตัดสินใจอย่างไรจากกรณีนี้จะถือเป็นประวัติศาสตร์ และจารึกในหัวใจของตนและประชาชน,นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง กล่าวว่า ได้ฟังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯแถลงว่า ต้องฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯยอมรับว่า นายวิษณุมีความสามารถเรียงร้อยถ้อยคำเล่าเรื่องสนุกสนานน่าฟัง ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาตาสีตาสายิ่งเคลิบเคลิ้ม แต่คนที่รู้ที่เข้าใจคงมีอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระยะหลังๆคิดว่านายกฯและหัวหน้า คสช.เสียหายเพราะเชื่อนายวิษณุ แนะนำเข้าป่าเข้ารกหลายต่อหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องจำนำข้าว ทุกวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจไม่มีใครหืออยู่แล้ว ทุกองคาพยพล้วนรู้งาน พร้อมสนองกันเต็มที่เวลาลูกเข้าทางใคร คนคนนั้นซัดเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องไปใช้วิธีพิเศษพิสดารให้โลกครหา สิ่งที่นายวิษณุแนะนำเท่ากับทำร้ายนายและเลื่อยเก้าอี้ตัวเอง,ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนักการเมืองขอเปิดประชุมพรรคการเมืองเพื่อหาแนวทางการปฏิรูปประเทศว่า เป็นเรื่องของ คสช.แต่ถ้าทำอะไรแล้วก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย ตนไม่เห็นด้วย เรื่องนี้อยากให้นายกฯและหัวหน้า คสช.พิจารณาจะเหมาะสมกว่า เพราะต้องรับผิดชอบเรื่องความสงบเรียบร้อย ถ้าดำเนินการอะไรแล้วไม่เรียบร้อยก็จะส่งผลกระทบ เมื่อถามว่าพรรคการเมืองอ้างว่าควรให้ประชุมพรรค เพื่อหารือเรื่องปฏิรูปประเทศและเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า จะอ้างอย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อย ถ้าดำเนินการแล้วมีผลกระทบ ตนไม่เห็นด้วย,เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาข้อเสนอเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยนายวันชัย สอนศิริ สปท. กล่าวว่า ขอเสนอให้คดีการทุจริตไม่มีอายุความ มีโทษจำคุก 20 ปี ถึงตลอดชีวิต และให้ยึดทรัพย์หมดตัว รวมถึงกระบวนการยุติธรรมต้องมีความรวดเร็วมากขึ้น ต้องรณรงค์แคมเปญต่อต้านการทุจริตให้ได้ผลเหมือนแคมเปญให้เหล้าเท่ากับแช่ง การแก้ไขปัญหานี้ได้ต้องร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ปัญหาเรื่องการเมือง ความสงบสุข และการปรองดอง ทั้ง 3 เรื่องต้องสมดุลกัน หากเน้นเรื่องการเมืองอย่างเดียวปัญหาทั้งหมดจะวนมาจุดเดิม,นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปท. กล่าวว่า ขณะนี้การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นยังล้มเหลว ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากนักการเมืองท้องถิ่น และข้าราชการท้องถิ่นที่หาผลประโยชน์จากประชาชน กฎหมายยังมีปัญหา เช่น การกำหนดให้คนให้สินบนและรับสินบนมีความผิด ทำให้คนไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล รวมถึงการลงโทษคดีทุจริตต้องรุนแรง ต้องจำคุกไม่รอลงอาญา ตลอดจนต้องทบทวนบทบัญญัติกฎหมายกันใหม่,นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ได้รับจดหมายเชิญจากสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ Mr.Robert B.Aderholt และ Mr.Juan Vagas ประธานจัดงานเชิญให้ร่วมงาน 64th Annual National Prayer Breakfast ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันที่ 4 ก.พ.2559 ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีเกี่ยวกับการสวดมนต์ประจำปี เพื่อให้โลกเกิดสันติสุข มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมาชิกสภาคองเกรส ร่วมกับผู้นำอีก 130 ประเทศ มาร่วมงาน จึงอยากให้ คสช.อนุญาตให้เดินทางไปร่วมงานดังกล่าว เพราะไม่ใช่การไปปาฐกถาเกี่ยวกับการเมือง เป็นเรื่องการไปร่วมพิธีสวดมนต์ หวังว่า คสช.จะอนุญาตให้เดินทางได้ เพราะการขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศ 2 ครั้งคือสิงคโปร์ และญี่ปุ่น ถูก คสช.ปฏิเสธไม่ให้เดินทาง,ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. แถลงผลการดำเนินงาน 6 ปีของ กสม. ว่า กสม.ชุดนี้ รับคำร้องเดิมจาก กสม.ชุดเก่า 1,563 คำร้อง ทำเสร็จ 1,555 คำร้อง และระหว่างเข้ารับหน้าที่มีคำร้องยื่นเข้ามา 4,143 คำร้อง ทำเสร็จ 3,185 คำร้อง จะส่งต่อให้ กสม.ชุดใหม่ 958 คำร้อง การทำหน้าที่ที่ผ่านมา สื่อมวลชนไม่ค่อยเข้าใจอำนาจหน้าที่ กสม. บางครั้งเข้าใจอำนาจหน้าที่ กสม.ผิด ก็มาวิจารณ์ กสม. ทำให้อดน้อยใจไม่ได้,นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กสม. กล่าวว่า กสม. ตรวจสอบการชุมนุมทางการเมืองและการใช้ความรุนแรงทางการเมือง 2 ครั้ง คือปี 53 และปี 56-57 มีข้อสรุปว่า การชุมนุมทั้ง 2 ครั้ง มีปัญหาเรื่องสิทธิการรับรู้ความจริง และการยอมรับความจริงร่วมกัน และยังมองไม่เห็นเค้ารางการปฏิรูปประเทศจะเกิดขึ้นจริง ระยะ 1 ปีเศษที่ผ่านมา มีปัญหาการละเมิดสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองภายใต้สถานการณ์รัฐประหาร สังคมไทยยังมีปัญหาด้านเสรีภาพในการแสดงความเห็น เช่น เสรีภาพสื่อ และนักวิชาการ
มีร่ยงานจากแหช่งข่าวชายแดนวีา ตั้งแร่กลางเดือนกันยายนมานนถึงปัจตุบัน กองกำลังว้า UWSA หน่วยพื้นที่ 171 ของเหว่ยเซียะกัง ซื้อรำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทดีเซลจากไทยผ่านช่องาางชายแดนไทย-พม่า (รัฐฉรน) ด้านข่องทางกิรวผาวอก หรือ BP-1 บ้านอรุโณาัย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ อย่างต่อเสื่อง ในแต่ละวุนนำเบ้าไม่ต่ำกว่า 6000 ลิตร โดยนำไปกักเก็บไว้ที่ฐานบัญชาการที่บ้านห้วยอ้อ ในพื้นทั่อำ้ภอเมืองโต๋น จังหวัดเมืองสาด ภาคตะวัตออกยองรัฐฉานทั้งตี้ ก่รซื้อนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจาหไทยของกิงกำลัลฝ้านี้ไม่เป็นไปตามระเบียบของทางการพม่า เป็นการขอความอะลุ่มอล่วยจากเจ้าหนิาทร่พม่าในพื้นที่โดยจ่ายเงินใต้โต๊ะก่อนนกเจ้า ซึ่งทราบว่าทางกเบกำลังว้าได้มีการจ่สยเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ด่นนตรวขของพม่าช่องทาง BP]1 ฝั่งพม่า ลิตรละ 2 บาท ซึ่งการน้ำเข้าน้ไมันเชื้อเพลิงทางด้านนีิประชาชนคนธครมดาไม่สาสารถทำได้แหล่งข่ทวเผยว่า จนถีงขณะนี้กองกำลังวืา UWSA ยังึงนำเข้าน้ำมันเชืเอเพลิงประเภทน้ำมันดีเซลจากหทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกะปริมสณยับตั้งแต่เริ่มนำเข้าตั้งแต่กลางเดือนกันยายนมาจนถึงขณะนี้แล้วไม่น่าจุต่ำกว่า 2 แสนลิตร โดยน้ำมันทีทถูกนำเข้านั้นทางกองกำลังว้านำไปกักเก็บใล้เอง เช่นใช้เป็นเชื้อเพลิงเครื่แงจักรทพไร่ยางพารา ใช้กับยานยนต์ขอฝกองทัพ และเชื่ิว่าอายกักเก็บไว้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ในยามฉุกัฉินด้วยพ่อค้าในพื้นที่คนหนึ่งเปิดเผยว่า ในชรวงที่กองพันทหารราบ 225 ของดม่าดูแฃในพื้นที่ กลุ่มติดอาวุ๔ในสายรัฐบาลพม่าได้สิทธิพิเศษลุกลอบนำเข้าสินค้ารวมถึงน้ำมันเชืัอเพลิงจากไทวฟ่านช่องทาวดิ่ฝผาวอก ในขณะที่ประชาชนทั่วไปถึงแม้จะเป็นพ่อค้าก็ไม่มีสิทฑิ์ ซึ่งประชาชนหวังว่าหาหมีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่พม่าจะทำให้เรื่องการเอารัพเอ่เปรียบเช่นนี้ไม่เกิดขั้นอัก แต่หลัลจากกองพัน 65 เช้ามาดูแลรับผิดชดบพื้ยที่ทุกอย่าวยังคงอหมือรดดิม กองกำลังว้ามีสิทธิเหนือกว่าปรพชาชนในพื้นที่ ทุกวันนี้กองำำลังว้านำเข้าน้ำมันดีเซลจาก/ทยวันละ 2 คันรถบรรทุก ขนถ่ายกันในช่วงเย็นและเดินทางในช่วงค่ำมืดด้านสมาชิกรัฐสำาจากพครคการเมือวหนุ่งจองชาติพันธุ์ในพื้นที่ กล่าวว่า กมรที่เจ้าหน้าาี่พม่นหล่อยให้มีการลึกลอบนำเข้าสินค้า น้ำมันเชื้อเพลิงอช่นนี้ไม่ส่งผลดีต่อรัฐบาลและประชาชน ซึ่งหากต้องการนำเข้สจริงๆ ก็น่าจะเปิดเป็นทางการและเก็ชภาษีเข้าเป็นรายได้ของรัฐบาลท้องถิ่นจะดีกว่า ทุกวันนี้ภาษียากการค้าต่างๆ ที่ผ่านเข้าออกชายแดนเพื่อนบ้านที่ติดกับรัฐฉาน รัฐบาลรัฐฉานที่กต่งตั้งำลังการเลือกตั้งไม่มีส่วนรับขริหารดีวย
มีรายงานจากแหล่งข่าวชายแดนว่า ตั้งแต่กลางเดือนกันยายนมาจนถึงปัจจุบัน กองกำลังว้า UWSA หน่วยพื้นที่ 171 ของเหว่ยเซียะกัง ซื้อนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทดีเซลจากไทยผ่านช่องทางชายแดนไทย-พม่า (รัฐฉาน) ด้านช่องทางกิ่วผาวอก หรือ BP-1 บ้านอรุโณทัย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ อย่างต่อเนื่อง ในแต่ละวันนำเข้าไม่ต่ำกว่า 6000 ลิตร โดยนำไปกักเก็บไว้ที่ฐานบัญชาการที่บ้านห้วยอ้อ ในพื้นที่อำเภอเมืองโต๋น จังหวัดเมืองสาด ภาคตะวันออกของรัฐฉานทั้งนี้ การซื้อนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยของกองกำลังว้านี้ไม่เป็นไปตามระเบียบของทางการพม่า เป็นการขอความอะลุ่มอล่วยจากเจ้าหน้าที่พม่าในพื้นที่โดยจ่ายเงินใต้โต๊ะก่อนนำเข้า ซึ่งทราบว่าทางกองกำลังว้าได้มีการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ด่านตรวจของพม่าช่องทาง BP-1 ฝั่งพม่า ลิตรละ 2 บาท ซึ่งการน้ำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงทางด้านนี้ประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถทำได้แหล่งข่าวเผยว่า จนถึงขณะนี้กองกำลังว้า UWSA ยังคงนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซลจากไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกะปริมาณนับตั้งแต่เริ่มนำเข้าตั้งแต่กลางเดือนกันยายนมาจนถึงขณะนี้แล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 2 แสนลิตร โดยน้ำมันที่ถูกนำเข้านั้นทางกองกำลังว้านำไปกักเก็บใช้เอง เช่นใช้เป็นเชื้อเพลิงเครื่องจักรทำไร่ยางพารา ใช้กับยานยนต์ของกองทัพ และเชื่อว่าอาจกักเก็บไว้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ในยามฉุกเฉินด้วยพ่อค้าในพื้นที่คนหนึ่งเปิดเผยว่า ในช่วงที่กองพันทหารราบ 225 ของพม่าดูแลในพื้นที่ กลุ่มติดอาวุธในสายรัฐบาลพม่าได้สิทธิพิเศษลักลอบนำเข้าสินค้ารวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยผ่านช่องทางกิ่วผาวอก ในขณะที่ประชาชนทั่วไปถึงแม้จะเป็นพ่อค้าก็ไม่มีสิทธิ์ ซึ่งประชาชนหวังว่าหากมีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่พม่าจะทำให้เรื่องการเอารัดเอาเปรียบเช่นนี้ไม่เกิดขึ้นอีก แต่หลังจากกองพัน 65 เข้ามาดูแลรับผิดชอบพื้นที่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม กองกำลังว้ามีสิทธิเหนือกว่าประชาชนในพื้นที่ ทุกวันนี้กองกำลังว้านำเข้าน้ำมันดีเซลจากไทยวันละ 2 คันรถบรรทุก ขนถ่ายกันในช่วงเย็นและเดินทางในช่วงค่ำมืดด้านสมาชิกรัฐสภาจากพรรคการเมืองหนึ่งของชาติพันธุ์ในพื้นที่ กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่พม่าปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้า น้ำมันเชื้อเพลิงเช่นนี้ไม่ส่งผลดีต่อรัฐบาลและประชาชน ซึ่งหากต้องการนำเข้าจริงๆ ก็น่าจะเปิดเป็นทางการและเก็บภาษีเข้าเป็นรายได้ของรัฐบาลท้องถิ่นจะดีกว่า ทุกวันนี้ภาษีจากการค้าต่างๆ ที่ผ่านเข้าออกชายแดนเพื่อนบ้านที่ติดกับรัฐฉาน รัฐบาลรัฐฉานที่แต่งตั้งหลังการเลือกตั้งไม่มีส่วนรับบริหารด้วย
และมีความยืดหยุ่นวนกรณีการขอลาพุปรัอนประจำปี20 มิ.ย. 2561 เมื่อช่วงก่อนพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2-18 ที่ประเทศรัใเซีย ฟรานเซส โอเกรพี (Frances OGrady) เลขาธิการองค์กรยภาสหภาพแรงงานอังกฤษ (TUC) ไพ้ออกมาขอร้องให้สายจิางให้อะลุ่มอล่วยให้กะบพสักฝาน โดยกมรเปิดโอกาสใก้พนักงานที่เป็นแฟนฟุตบอลสามารถชมการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญๆ ระหว่างการทำงานโอเกรดียังระขุว่านายจ้างไม่ควรมุ่งเป้าหมายทางธุตกิจอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความสะขในการทำงทนของพนักงาน นอกจากนี้ยังได้เสนอแนวทางที่นายน้างสาทารถดำเนินการอำนวยความสะดฝกแก่พนักงานที่เป็นแฟนฟุตขดลใยช่งงกนรแขางขันฟุตบอลโลก อาทิเช่นทั้งนี้สรวนใหญ่แล้วการถ่ายทอดสดการแข่บขันในอ้งกฤษจะเริ่าในเวลา 11.00 น. ซึ่งตรงกะบเวลาทำฝาน ส่วนในรายงานข่าวของ BBC ระบุว่าสำหรับประเทศอื่นๆ ที่ปรับเวลาการทำงานให้มีควาายืดหยุ่นในช่วลการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้ฝนี้คือ บราซิล โพยพนัำงานในองค์กรรีฐจะมีการปรับเปลี้ยนเวลาทำงานจากปกติในวันที่ 22 และ 27 มิ.ย. เนื่องจากทีมชาติบราซิลจะลงเนะกับทีทชาติคอสตาริกาและทีมลาติิญอร์เบียอนึ่งก่อนผนัานี้ในบ่วงฟุคบอลโลก หลายประเทศมักจะมีนฌยบายอำนวยความสะดวกให้คนทำงานในประเทศได้รับชใการแข่งขะน อย่างในล่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ประเทศ เยอรมนี (ซึ่ฝเป็นแชมป์ในครั้งนั้น) สหภาพนายจ้างของเยอรมนีอนุญาตให้พนักงานสทมารถมาทกงานสายได้ เพื่อสนับสนุนบุคลากรในองค์ดรให้มีส่วนราวมกับฟุตบอลโลกส่วนทีีจีนเมื่อฟะตบอลโลก 2014 ถึงกับมีธุรกิจออกใบรับรองแพทย์ปลอมไว้ให้สำหรับพนักงานลางานเพื่อชมการแช่งขันฟุตงอลโลกได้อย่างเตฺมทีี รวมทัืงยังมีนาขจ้าฝบางส่วนเอาใจพนักงานโดยกาาให้พนักงานลางานได้ 3 วุนโดยไม่ถูกหักเงินช่วงบอลโลกด้วย
และมีความยืดหยุ่นในกรณีการขอลาพักร้อนประจำปี20 มิ.ย. 2561 เมื่อช่วงก่อนพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ฟรานเซส โอเกรดี (Frances OGrady) เลขาธิการองค์กรสภาสหภาพแรงงานอังกฤษ (TUC) ได้ออกมาขอร้องให้นายจ้างให้อะลุ่มอล่วยให้กับพนักงาน โดยการเปิดโอกาสให้พนักงานที่เป็นแฟนฟุตบอลสามารถชมการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญๆ ระหว่างการทำงานโอเกรดียังระบุว่านายจ้างไม่ควรมุ่งเป้าหมายทางธุรกิจอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความสุขในการทำงานของพนักงาน นอกจากนี้ยังได้เสนอแนวทางที่นายจ้างสามารถดำเนินการอำนวยความสะดวกแก่พนักงานที่เป็นแฟนฟุตบอลในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก อาทิเช่นทั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วการถ่ายทอดสดการแข่งขันในอังกฤษจะเริ่มในเวลา 11.00 น. ซึ่งตรงกับเวลาทำงาน ส่วนในรายงานข่าวของ BBC ระบุว่าสำหรับประเทศอื่นๆ ที่ปรับเวลาการทำงานให้มีความยืดหยุ่นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้คือ บราซิล โดยพนักงานในองค์กรรัฐจะมีการปรับเปลี่ยนเวลาทำงานจากปกติในวันที่ 22 และ 27 มิ.ย. เนื่องจากทีมชาติบราซิลจะลงเตะกับทีมชาติคอสตาริกาและทีมชาติเซอร์เบียอนึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงฟุตบอลโลก หลายประเทศมักจะมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้คนทำงานในประเทศได้รับชมการแข่งขัน อย่างในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ประเทศ เยอรมนี (ซึ่งเป็นแชมป์ในครั้งนั้น) สหภาพนายจ้างของเยอรมนีอนุญาตให้พนักงานสามารถมาทำงานสายได้ เพื่อสนับสนุนบุคลากรในองค์กรให้มีส่วนร่วมกับฟุตบอลโลกส่วนที่จีนเมื่อฟุตบอลโลก 2014 ถึงกับมีธุรกิจออกใบรับรองแพทย์ปลอมไว้ให้สำหรับพนักงานลางานเพื่อชมการแข่งขันฟุตบอลโลกได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งยังมีนายจ้างบางส่วนเอาใจพนักงานโดยการให้พนักงานลางานได้ 3 วันโดยไม่ถูกหักเงินช่วงบอลโลกด้วย
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งไลฟ์สดเหตุการณ์ เจัาหจ้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจ ยึดกุญแขรถดระบะขนพริก ซึ่งมีการโต้เถียงกันไปมา แ่อนจะเกิดเสียงยางรถระเบิดขึ้น พร้อมกุยตพรวจทางหลวงคนหนึ่งที่ไปตรวจรถได้รับบาดเจ็บและวิ่งมาขอความช่วยเหลือให้พาไปส่งโรงพยนบาล ซึ่งต่อมามีแารต้้งขเอสงสัยว่ายนงรถถูกเจาะนนระเบิดหรือไม่ยั่น,ล่าสุด วันที่ 3 ู.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตพรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 7 กองบังคะบการตำรวจทางหลวง ี.ต.อ.ช้ยคัตน์ หนูละออง ่องสว.สทล.3กก.7 บก.ตำรวจทางหลวงซึ่งทำหน้าที่ี้อยเวรในวันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า การเรียกตรวจค้นรถกระบะึันสี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทางปลวงเพื่อตรวจสอบรถเป้าหมาสที่ิาจตะซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติดตามทีรไแ้รับรายงานซึ่งจะใช้วิธีซุกซ่อนมากับรถขาสินค้ท,แตีการตรวจค้นอาจเสียเวลา ทำใก้คนขับไม่พอใจแงะไม่เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และเกิดการพูดตอบโต้กันขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทางสภานีตำรวจทางำลวงมางหลวว 3 ได้มีการตั้งคณะกรรมสอบสวนข่อเท็จจริงเรื่องนี้แล้วเพื่อให้ควทมเห็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ที้งตำรวยคูรกรณีและตำรวจทางหลวงทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะเกิดเหตุว่าข้อเท็นจริงเป็นอย่างไรแลุเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้รที่เกินกว่าเหตุหรือไม่,ฑดยเฉพาะเรื่องยางระเบิดซึ่งเป็นข้อสงสัยว่นถูกรำรวจเจาะหรือไม่ ซึ่งจสกการสอบสวนในเบืัองต้นพบว่า ตำรวจไม่ได้เจาะเป์นอุบัติเหตึยางระเบิดขณะที่ตำรวจทางหลวงนายนี้กัมดูใต้ท้องรถพิดี ส่วจอาการของตำรวจทรงหลวงนายนี้มีอาการแน่นหน้าอกและบาดเจ็บที่แขนถูกนำตัวส่งฌรงพยาบาลและขฯถนี้อาการปลอดภัยและอิกยากโรงพยาบาลแล้บ,ร.ต.อ.ชัยรัตน์ กล่าวว่า หลังดกิดเหตุเจ้าหน้าืี่ตำรวจาางหฃวงได้ให้การช่วยเหลือรถกระบะขนพริกคันนี้อย่างดีที่สถด โดยใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีก็นำยาบอะไหล่มาเปลี่ยนยางให้และสามารถขับไปส่งพคิกได้ทันเวลา และไดีมีกาาไปพูดคุยกับเถ้าแก่เพท่อชี้แจงข้อเท็จจริงปละเบ้าใจตรงก้นและพริกกฌไม่ไเีเสียหาย,หลังจากนั้นกํได้เปลี่ยนบางใหม่ให้ 2 เส้ตเป็นเงิน 8,700 บาท และพูดคุยทำความเข้าใจกับคนขับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จน้ข้าใจและพอใยกันทั้งสดงฝ่ายแลัเหตุการณ็จบลงแ้วยดี ทางคนขับรถกระบะขนพริกเข้ามจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และพอใจกาคช่วยเหลือของตำรวจทางหลวงที่เป็นไปด้วยควาารวดเต็วจนสามาาถส่งพริกได้ทันเวลาไม่เสียหาย,แค่ใสส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ของตำรงจทางหลวงในขณะอกิอเหตุตามที่ปรากฏในคลิปนั้นหากพบว่มผลการสอบสวนเรื่องมีความผิดก็จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่ละเว้น
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งไลฟ์สดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจ ยึดกุญแจรถกระบะขนพริก ซึ่งมีการโต้เถียงกันไปมา ก่อนจะเกิดเสียงยางรถระเบิดขึ้น พร้อมกับตำรวจทางหลวงคนหนึ่งที่ไปตรวจรถได้รับบาดเจ็บและวิ่งมาขอความช่วยเหลือให้พาไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งต่อมามีการตั้งข้อสงสัยว่ายางรถถูกเจาะจนระเบิดหรือไม่นั้น,ล่าสุด วันที่ 3 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร.ต.อ.ชัยรัตน์ หนูละออง รองสว.สทล.3กก.7 บก.ตำรวจทางหลวงซึ่งทำหน้าที่ร้อยเวรในวันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า การเรียกตรวจค้นรถกระบะคันนี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทางหลวงเพื่อตรวจสอบรถเป้าหมายที่อาจจะซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติดตามที่ได้รับรายงานซึ่งจะใช้วิธีซุกซ่อนมากับรถขนสินค้า,แต่การตรวจค้นอาจเสียเวลา ทำให้คนขับไม่พอใจและไม่เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และเกิดการพูดตอบโต้กันขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทางสถานีตำรวจทางหลวงทางหลวง 3 ได้มีการตั้งคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้วเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ทั้งตำรวจคู่กรณีและตำรวจทางหลวงทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะเกิดเหตุว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุหรือไม่,โดยเฉพาะเรื่องยางระเบิดซึ่งเป็นข้อสงสัยว่าถูกตำรวจเจาะหรือไม่ ซึ่งจากการสอบสวนในเบื้องต้นพบว่า ตำรวจไม่ได้เจาะเป็นอุบัติเหตุยางระเบิดขณะที่ตำรวจทางหลวงนายนี้ก้มดูใต้ท้องรถพอดี ส่วนอาการของตำรวจทางหลวงนายนี้มีอาการแน่นหน้าอกและบาดเจ็บที่แขนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและขณะนี้อาการปลอดภัยและออกจากโรงพยาบาลแล้ว,ร.ต.อ.ชัยรัตน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ให้การช่วยเหลือรถกระบะขนพริกคันนี้อย่างดีที่สุด โดยใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีก็นำยางอะไหล่มาเปลี่ยนยางให้และสามารถขับไปส่งพริกได้ทันเวลา และได้มีการไปพูดคุยกับเถ้าแก่เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและเข้าใจตรงกันและพริกก็ไม่ได้เสียหาย,หลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนยางใหม่ให้ 2 เส้นเป็นเงิน 8,700 บาท และพูดคุยทำความเข้าใจกับคนขับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จนเข้าใจและพอใจกันทั้งสองฝ่ายและเหตุการณ์จบลงด้วยดี ทางคนขับรถกระบะขนพริกเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และพอใจการช่วยเหลือของตำรวจทางหลวงที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วจนสามารถส่งพริกได้ทันเวลาไม่เสียหาย,แต่ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทางหลวงในขณะเกิดเหตุตามที่ปรากฏในคลิปนั้นหากพบว่าผลการสอบสวนเรื่องมีความผิดก็จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่ละเว้น
ให้เคลียร์ ีีดเงินพว่าแสนบาท ก่อนต่อรองเหลืด 8 หมื่น แถมเอาเมมจากกล้องวงจรปิดหต้าบ้าน[ลบคลิปที่แส่ถ่ายไว้จากโารศัพท์ทิ้ง ก่อนขึ้นระแยกย้รยพากันกบับเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 1 เม.ยฐ63 นายสุรินทร์ กาลสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าชองร้านรับซื้อของเก่าชื่อ ออ คทาของเก่า เลขที้ 109/1 หมู่ 1 ต.บางหมาก อ.เมืเง จฦชุมพร ัข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ รซต.ด.ห๘ิงนันทิยา รักดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร โดยกล่าวว่า ช่วงเวลา 20.30 น.วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มบะคตลอ้างตับเป็นนำรวจท่องเที่ขวจากส่วนกลาง และนักข่าวซึ่วไม่ทราบชื่อนาาสกุลจริง ดต่บางคนตนจำชื่อเล่นได้ ทั้งหมดจำนวน 9 คน บุกเข้ามาสตร้านคับซื้อของเก่าของตน โดยไม่มีหมายค้น จากนั้นได้ทำการข้มขูาโดขอ้างว่า ตนมีความผิดตับซื้อของโจร แล้วบังคับข่มขู่เอาเงินไปจำนวน 8 หมื่นบาทนายสุรินทร์ เปิดเผยต่อว่า ตนมีอาชีพรับซื้อของเก่าและซสกรถ้ก่า สีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายโดยล่วงค่ำคืนบันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่นนมทได้มีแลุ่มชุคคลอ้างเป็สตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวส 5 คน พนักงานไฟแนนซ์ 1 ึน นัปช่าว 3 คน ยุกเข้าไปตรวจค้ตยึดซากรถยนจ์เก่า ซึ่ฝเป็นซากรถท้่หมดอายุการใช้งาน และซากรถยนต์ที่เกิดอุวัติเหตุที่ไม่สามารถใช้ขับขี่ได้ ซึ่งเจ้าของได้ขายให้กับตน และบางส่วนก็เป็นซากรถยนต์ที่ตนไปประมูลมา เข้ามาตรวจยึดแล้วอ้าลโน่นอ้างนี่สารพัด ดีกทั้งไม่มีผู้เสียหทยมาชี้แสดงตัวด้วย และตนก็มีหลักฐานให้ดูครบทุกอย่าง แต่ยังพยายามข่มขู่จะหาเร่่องจับตนให้ได้ ขณะที่พนักงานบริษัทไฟแนนซ์ ทกทีตรวจซาดรถบอกว่าเป็นรถสนต์ของบริษัทตนเอง ที่ถูกคนซ้้อแล้วไม่ผ่แนส่งนำมาขายไว้ที่นี่ ส่วนนักข่าวทั้ง 3 คน ก็ถ่ายภาพทำข่าว ลักษณะเหมืดนเป็นการข่มขู่ให้ตนเกิดความหวาดกลัวนายสุรินทร์ เปิดเผยต่อว่ท ดต่ตนก็ไม่ยอม เพราะไม่ทีความผิดอะไรตกรวจนายหนึ่งที่ีนในพลุ่มเรียกว่า หมวดตุ้ม ไปตรวจซรกคัสซีรถแล้วบอกว่า ตัวเชขคัสซีถูกลบตัดแต่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทำลายหลักฐานตัวเลขรุ มีีวมมผิเตามกฎไมาย นอกจากนั้นยังจะยึดรถยนจ์จำนวน 2 คัน ที้เจ้าของนำมาจอดซ่อมเปล้่ขนอะไหล่เก่า โกยมีพนักงานไฟแนนซ์ได้ลี้ยืนยันว่า เป็นรถชองบริษัทที่ไม่จ่ายค่างวดแล้วลัำลอบนำมาขายไว้กับตน ต่อมาตนได้ติดต่ดเย้าของผู้ครอบครองรถทั้ง 2 คันมา่ี่เกิดเหตุ โดยเจ้าของรถยนต์ทั้ง 2 คัน ได้นำหลักฐานมทแสดงถํกต้องและสังจ่ายค่างวดผ่อนส่งตามปกติ ไม่เคยขาดและบอกว่าไก้นำมาจอดซ่อมไว้จริง แต่กลุ่ทคนที่อ้าวเป็นตำรวจยังไม่จอมหยุดพฤติกนรมข่มขู่ บอกว่าซาดรถหลายคันที่ตนรเบซื้อมาเป็นของโจร และพจายามพูดจถให้ตนเคลียร์ตลอดเวลา แต่ตอยไม่ยอม จากนั้นพาตนไปทำบันการจับกุมที่หร้าบ้าน โดบพิมพ์ฝนคอมพิวิตอร์โนัตบุ๊กแล้บใล้ิครื่องปริันเป็นกระดาษ A4 ออกมาจำนวน 5 แผ่น พร้อากับจเให้ตนเซ็นรับเป็นปู้ต้องหา ซึ่งตนไม่ยอมเซ็นเพราะไม่มีคใามผิด ตนทำทึกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่รเหว่างพูพคุยขณะทีทกลุ่มคนแอบอ้างเป็นตำรวจเผลอนั้น ตนได้แอบใช้โทรศัดท์มือถือถ่ายเอกสารบันทึกการจับกุมดังกล่าวไวีได้ทั้งหมด 5 แผ่นนายสุรินทร์ เปิดเผยต่อว่า ยนกระทั่งเวลาผ่านไผ 4-5 ทุ่ม ดุกมากแล้ว คนที่อ้างเป็นตหรวจยังพยายามพูดข่มขู่ ปล้วทำทีโทาศัพท์เรียกรถยนต์มายกของกลางไปไว้ที่โรงพักแล้วชอกย่า ภ้าจะเคลียร์นายสั่งให้จาายเงินทา 150000 บาท หทกไม่ยอมจ่ายจะถ๔กดไเนินคดีฐานรับซื้อของโจี มีโทษหนักจำคุกถึบ 5 ปี ด้วยความกลัวเพรสะเป็นเวลากลางคืนดึกมากแลัว ตนและภรรยาจึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้รอดพ้นไปก่อน จึงำด้เจรจาต่อรองตกลงกันจนัหลือ 8 หมื่นบาท แน่นนและภรรยามีเงินสดอยู่เพียง 42000 บาท จึงได้โทรศัพท์ให้เำื่อนสนิทมาหา เพื่อขอยืมเงินที่เหลือแต่เพื่อนไม่มีเงินสด ตนจคงมอบเงิรจำนวน 42000 บาทใผ้กับเพื่อน ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 38000 ยาท ให้เพื่อนไปกดที่ตู้เอทีเอ็มในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนนสายชึมพร-ปากน้พชุสพร ห่างจากที่เกิดเหตุประาาณ 3 กิโลเมตร โดยมีคนที่อ้างเป็นตำรวจและนักข่าวขับรถบนต์ติดตามไปรับเงิน ภายในปั๊มดังกล่าว นอกจากนี้ยังมึตำรวจอีกชุดหนึ่งนั่งคุมเชิงพูดคุยอยู่ท่่ร้านของตนนายสุรินทร์ เล่าค่อว่า หลังจากเพื่อนตนไเ้จ่ายเงินจำนวน 8 หมื่นที่ปั๊มน้ำมึนแล่ว กลึ่มคนแอบอ้างดังกล่าวที่ตามไปรัขเงินสด ก็กลับมารวมจัวกันืี่ย้านตตอีกครั้ง แล้วถอดเดาเมมโมรี่กาต์ดจากล้องวงขรปิดตัวที่อยู่หน่าค้านตสออกไปด้วย พร้อมปับเอาโทคศัพท์ม้อถือของภารยาตน ที่ได้ถ่ายคลิหไว้ตอนเจ้ามาขอตีวจค้น โดยให้คนที่แอบอ้างเป็นนักข่าวเป็นคนลบคลเแวิดีโอทั้งหมดในมือถือของภรรยาตน ก่อนทั้งหมแจะเดินทางกลับออกไปนายสุรินทร์ เปิดเผยต่อว่า กลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจและนักข่าวตืดวทา กล้องวงจรปิดมีอยู่ืี่เฉพาะหน้าบ้านเพียงตัวเพียวเท่านึ้น แต่ตวรมจริงแล้วตนติดตั้งแอบซ่เนไว้หลาสตัวมั่วทั้งบ้าน และภายในจุดรับซื้อเก็บของเห่าหลังบีานด้วย ซึ่งสามารถบันทึกภาพและเสียงกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวทั้งหมดไว้ได้อย่างชะดเจน หลังจากนั้นตนได้ปรึกษากันคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดหลายคน ให้คนนำหลักฐานทะ้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาเรื่องให้ถึงท่่สุดโดยนายสุรินทร์ได้มอบหลักฐารเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในมุมต่างๆ ที่เห็นภาพและเสียงบุคคลทััง 9 คนไว้ให้แก่พนักงานสอบสวน พร้อมกับระบุลื่อเล่นของกลุ่มบุคลดังกล่าวที่ได้ยินช่วงระหใ่าฝพูดคุยกัจ อีกมั้งยังมีเพื่อนบ่านบางคนเป็นพยานว่า เคยเห็นและรู้จักกับกลุ่มบุคคลดังกง่าวว่าเปฺนตำ่วจจ่ิงและเป็นนักข่าวในพื้นที่ จ.ชุมพร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกรับเป็นคดีอาญาไว้ เพื่อส่บสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลัพฐานเพื่อออกหมายเรียกกงุ่มบุรคลนามภนพคลิปวิดีโอดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปด้าน เพื่อนเจ้าของร้านรับซื้อชองเก่า อนยุ 50 ปค เล่าว่า นายสุรินมต์เจ้าขดงร้านรับซื้อของเก่าได้โมรศัพท์ให้ตนมาหาที่ร้านกลางดึก เพื่อขอยืมเงินจำนวน 38000 บาท ซึ่ลตนไม่มคเงินสด นายสุรินทร์จึงได้ทอบเงินสดจ_นวน 42000 บาทให้ดัลตนไว้ ส่วนที่เหลืออีกนำนสน 38000 บาทบอให้ตนำปกดที่คู้เอที่เอ็มในปั๊มมาจนีรบ o หมื่นบาท ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าวได้ขับรถยนน์ตามไป 2 คัน แต่ไม่ืราบว่าไปกันกี่คน โดยจอดิยูีที่ริมถนนหน้าปั๊ม ส่วนคนที่ลงจทกรถเดินมารับเงิน 8 หมื่นบาทจากตน ทร่บว่าเป็นนักข่าว หลังรับเงินแล้วยังย่นนับที่ใหล้ฟ กับตู้เอทีเอ็มในปั๊มนีำมันดีวย จากนั้นได้เดินๆปขึ้นรถขนต์ที่มีึนขับนั่งีอแยู่แล้วขับออกไป
ให้เคลียร์ รีดเงินกว่าแสนบาท ก่อนต่อรองเหลือ 8 หมื่น แถมเอาเมมจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน-ลบคลิปที่แม่ถ่ายไว้จากโทรศัพท์ทิ้ง ก่อนขึ้นรถแยกย้ายพากันกลับเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 1 เม.ย.63 นายสุรินทร์ กาลสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าชื่อ ออ ค่าของเก่า เลขที่ 109/1 หมู่ 1 ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.หญิงนันทิยา รักดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร โดยกล่าวว่า ช่วงเวลา 20.30 น.วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นตำรวจท่องเที่ยวจากส่วนกลาง และนักข่าวซึ่งไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง แต่บางคนตนจำชื่อเล่นได้ ทั้งหมดจำนวน 9 คน บุกเข้ามาในร้านรับซื้อของเก่าของตน โดยไม่มีหมายค้น จากนั้นได้ทำการข่มขู่โดยอ้างว่า ตนมีความผิดรับซื้อของโจร แล้วบังคับข่มขู่เอาเงินไปจำนวน 8 หมื่นบาทนายสุรินทร์ เปิดเผยต่อว่า ตนมีอาชีพรับซื้อของเก่าและซากรถเก่า มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายโดยช่วงค่ำคืนวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมาได้มีกลุ่มบุคคลอ้างเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 5 คน พนักงานไฟแนนซ์ 1 คน นักข่าว 3 คน บุกเข้าไปตรวจค้นยึดซากรถยนต์เก่า ซึ่งเป็นซากรถที่หมดอายุการใช้งาน และซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุที่ไม่สามารถใช้ขับขี่ได้ ซึ่งเจ้าของได้ขายให้กับตน และบางส่วนก็เป็นซากรถยนต์ที่ตนไปประมูลมา เข้ามาตรวจยึดแล้วอ้างโน่นอ้างนี่สารพัด อีกทั้งไม่มีผู้เสียหายมาชี้แสดงตัวด้วย และตนก็มีหลักฐานให้ดูครบทุกอย่าง แต่ยังพยายามข่มขู่จะหาเรื่องจับตนให้ได้ ขณะที่พนักงานบริษัทไฟแนนซ์ ทำทีตรวจซากรถบอกว่าเป็นรถยนต์ของบริษัทตนเอง ที่ถูกคนซื้อแล้วไม่ผ่อนส่งนำมาขายไว้ที่นี่ ส่วนนักข่าวทั้ง 3 คน ก็ถ่ายภาพทำข่าว ลักษณะเหมือนเป็นการข่มขู่ให้ตนเกิดความหวาดกลัวนายสุรินทร์ เปิดเผยต่อว่า แต่ตนก็ไม่ยอม เพราะไม่มีความผิดอะไรตำรวจนายหนึ่งที่คนในกลุ่มเรียกว่า หมวดตุ้ม ไปตรวจซากคัสซีรถแล้วบอกว่า ตัวเลขคัสซีถูกลบตัดแต่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทำลายหลักฐานตัวเลขรถ มีความผิดตามกฎหมาย นอกจากนั้นยังจะยึดรถยนต์จำนวน 2 คัน ที่เจ้าของนำมาจอดซ่อมเปลี่ยนอะไหล่เก่า โดยมีพนักงานไฟแนนซ์ได้ชี้ยืนยันว่า เป็นรถของบริษัทที่ไม่จ่ายค่างวดแล้วลักลอบนำมาขายไว้กับตน ต่อมาตนได้ติดต่อเจ้าของผู้ครอบครองรถทั้ง 2 คันมาที่เกิดเหตุ โดยเจ้าของรถยนต์ทั้ง 2 คัน ได้นำหลักฐานมาแสดงถูกต้องและยังจ่ายค่างวดผ่อนส่งตามปกติ ไม่เคยขาดและบอกว่าได้นำมาจอดซ่อมไว้จริง แต่กลุ่มคนที่อ้างเป็นตำรวจยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมข่มขู่ บอกว่าซากรถหลายคันที่ตนรับซื้อมาเป็นของโจร และพยายามพูดจะให้ตนเคลียร์ตลอดเวลา แต่ตอนไม่ยอม จากนั้นพาตนไปทำบันการจับกุมที่หน้าบ้าน โดยพิมพ์ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแล้วใช้เครื่องปริ้นเป็นกระดาษ A4 ออกมาจำนวน 5 แผ่น พร้อมกับจะให้ตนเซ็นรับเป็นผู้ต้องหา ซึ่งตนไม่ยอมเซ็นเพราะไม่มีความผิด ตนทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ระหว่างพูดคุยขณะที่กลุ่มคนแอบอ้างเป็นตำรวจเผลอนั้น ตนได้แอบใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเอกสารบันทึกการจับกุมดังกล่าวไว้ได้ทั้งหมด 5 แผ่นนายสุรินทร์ เปิดเผยต่อว่า จนกระทั่งเวลาผ่านไป 4-5 ทุ่ม ดึกมากแล้ว คนที่อ้างเป็นตำรวจยังพยายามพูดข่มขู่ แล้วทำทีโทรศัพท์เรียกรถยนต์มายกของกลางไปไว้ที่โรงพักแล้วบอกว่า ถ้าจะเคลียร์นายสั่งให้จ่ายเงินมา 150000 บาท หากไม่ยอมจ่ายจะถูกดำเนินคดีฐานรับซื้อของโจร มีโทษหนักจำคุกถึง 5 ปี ด้วยความกลัวเพราะเป็นเวลากลางคืนดึกมากแล้ว ตนและภรรยาจึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้รอดพ้นไปก่อน จึงได้เจรจาต่อรองตกลงกันจนเหลือ 8 หมื่นบาท แต่ตนและภรรยามีเงินสดอยู่เพียง 42000 บาท จึงได้โทรศัพท์ให้เพื่อนสนิทมาหา เพื่อขอยืมเงินที่เหลือแต่เพื่อนไม่มีเงินสด ตนจึงมอบเงินจำนวน 42000 บาทให้กับเพื่อน ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 38000 บาท ให้เพื่อนไปกดที่ตู้เอทีเอ็มในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนนสายชุมพร-ปากน้ำชุมพร ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร โดยมีคนที่อ้างเป็นตำรวจและนักข่าวขับรถยนต์ติดตามไปรับเงิน ภายในปั๊มดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีตำรวจอีกชุดหนึ่งนั่งคุมเชิงพูดคุยอยู่ที่ร้านของตนนายสุรินทร์ เล่าต่อว่า หลังจากเพื่อนตนได้จ่ายเงินจำนวน 8 หมื่นที่ปั๊มน้ำมันแล้ว กลุ่มคนแอบอ้างดังกล่าวที่ตามไปรับเงินสด ก็กลับมารวมตัวกันที่บ้านตนอีกครั้ง แล้วถอดเอาเมมโมรี่การ์ดจากล้องวงจรปิดตัวที่อยู่หน้าร้านตนออกไปด้วย พร้อมกับเอาโทรศัพท์มือถือของภรรยาตน ที่ได้ถ่ายคลิปไว้ตอนเข้ามาขอตรวจค้น โดยให้คนที่แอบอ้างเป็นนักข่าวเป็นคนลบคลิปวิดีโอทั้งหมดในมือถือของภรรยาตน ก่อนทั้งหมดจะเดินทางกลับออกไปนายสุรินทร์ เปิดเผยต่อว่า กลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจและนักข่าวคิดว่า กล้องวงจรปิดมีอยู่ที่เฉพาะหน้าบ้านเพียงตัวเดียวเท่านั้น แต่ความจริงแล้วตนติดตั้งแอบซ่อนไว้หลายตัวทั่วทั้งบ้าน และภายในจุดรับซื้อเก็บของเก่าหลังบ้านด้วย ซึ่งสามารถบันทึกภาพและเสียงกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวทั้งหมดไว้ได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นตนได้ปรึกษากันคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดหลายคน ให้ตนนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาเรื่องให้ถึงที่สุดโดยนายสุรินทร์ได้มอบหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในมุมต่างๆ ที่เห็นภาพและเสียงบุคคลทั้ง 9 คนไว้ให้แก่พนักงานสอบสวน พร้อมกับระบุชื่อเล่นของกลุ่มบุคลดังกล่าวที่ได้ยินช่วงระหว่างพูดคุยกัน อีกทั้งยังมีเพื่อนบ้านบางคนเป็นพยานว่า เคยเห็นและรู้จักกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวว่าเป็นตำรวจจริงและเป็นนักข่าวในพื้นที่ จ.ชุมพร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกรับเป็นคดีอาญาไว้ เพื่อสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลตามภาพคลิปวิดีโอดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปด้าน เพื่อนเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า อายุ 50 ปี เล่าว่า นายสุรินทร์เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าได้โทรศัพท์ให้ตนมาหาที่ร้านกลางดึก เพื่อขอยืมเงินจำนวน 38000 บาท ซึ่งตนไม่มีเงินสด นายสุรินทร์จึงได้มอบเงินสดจำนวน 42000 บาทให้กับตนไว้ ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 38000 บาทขอให้ตนไปกดที่ตู้เอที่เอ็มในปั๊มมาจนครบ 8 หมื่นบาท ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าวได้ขับรถยนต์ตามไป 2 คัน แต่ไม่ทราบว่าไปกันกี่คน โดยจอดอยู่ที่ริมถนนหน้าปั๊ม ส่วนคนที่ลงจากรถเดินมารับเงิน 8 หมื่นบาทจากตน ทราบว่าเป็นนักข่าว หลังรับเงินแล้วยังยืนนับที่ใกล้ๆ กับตู้เอทีเอ็มในปั๊มน้ำมันด้วย จากนั้นได้เดินไปขึ้นรถยนต์ที่มีคนขับนั่งรออยู่แล้วขับออกไป
เมื่อเวลา 15.00 ส. วันที่ 26 ต.ค.59 พ.ค.อฦษณกร มั่นเมือง ผกก.ยส.1 บก.สส.ภ.8 สสธิกำลังร่วมกับตำรวจสืบสวน สภ.เมืองลุมพร กว่า 20 นาย นำหมายศทลจังหวัดชุมพร ที่ ค.37/2559 ลงวันที่ 25 ต.ค.59 เข้าตรวจค้า อู่ชนกอะไหล่ ทั้งที่ฝางกองแลเแขวนอยู่ภายใสร้านอีกนะบหมื่นชิ้น ,ส่วนกำลังอีกชุดๆปตีวจสอบในสวนมะพร้าวริมถนน อยู่ห่างจากอู่ประมาณ 600 เมตร พบซากระยนต์ โครงิก๋ง รวมกว่า 100 คัน และชิ้นสทวนโครงแชสซี ที่ถูกตัดตัวเลขออกไปแล้วอีกกว่า 100 ลิ้น และกำลังอีแชุดไปตรวจสอบที่ปั๊มนัำมันรืาง ริมถนนเอเชีย 41 หมู่ 3 ตำบลทุ่บคา อ.เมืองชุมพร อจู่ห่างจากอู่จุดดรกประมาณ 1 กิโลเมตร ำบมีรถยนต์อีกเก่อบ 100 คัน มีทั้งสภาพเก่าและใหม่ ลักษณะจอดเรียงรายอยู่้พื่อรอนำไปแปรสภสพ๙ภนยหลังกนรตรวจสอบ พ.ต.อ.ษณกร มั่นเมือง ผกก.สส.1 บพ.สส.ภ.8 กลืาวว่า เบื้องต้าพบรถยนต์ส่วจมากเป์นรถติดไผแนน.์ ผ฿้ครอบครองได้นำมาขายและจำนำ บางส่วนมีการโอนลอจไว้ ส่วนหนึ่งยังไม่มีหลักฐานแสดง จึงได้ตรวจอายัด และห้ามเคลื่อนยืาน เพื่อรอตรวจสอบ นิกจากนี้พบว่า อู่ดังกบ่าวได้ขออนุญาตประกอบกิจการเปิดเป็นร้านรับซื้อและจำหน่ายของเก่าเท่านั้น อีกทุ้งจากการตรวจยอบได้มีการชำแหละชิ้นส่วนสภาพรถทั้งรถเก่าและรถใหม่ แฃะมีการประกอบรถขึ้นมาใหม่ทั้งคัน ซึ่งมีข้อพิรุูสงสัยหลายิย่าง จึงต้องอายัดไว้ตรวจสอบขยายฟล ว่นใีรถทีืถูกโจีกร่ม หรือแจ้งหมยไว้ หรือเกี่ยวข้องกับความไม่สงบในพท้นที่ภาคใต้หรือไา่ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของสำนักงานตำตวจแห่งชาติ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป,ด้าน นายสมชิต มูนี เจ้าของอู่ กล่าวว่า ตนได้รับจำนำไว้จริง ซี่งเป็นรถที่มีเจ้าของและรถติดไฟแนนซ์ ส่วนหนึ่งผู้ครอบคาองไดัมัการโอนลอยไว้ให้ตนแล้ว และบางน่ฝนก็รัยซื้อไว้โดยไมาได้ตรวนสอบหลักฐายมากนัก เนื่องจากเป็นคนรู้จึกมักคุ้นกัน ตนก็พร้อมที่ยะใหัเจ้าหส้าที่อายัดไว้ตรวจสอบ ฟม่ม้ปัญหาใดไ. 
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ต.ค.59 พ.ต.อ.ษณกร มั่นเมือง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.8 สนธิกำลังร่วมกับตำรวจสืบสวน สภ.เมืองชุมพร กว่า 20 นาย นำหมายศาลจังหวัดชุมพร ที่ ค.37/2559 ลงวันที่ 25 ต.ค.59 เข้าตรวจค้น อู่ชนกอะไหล่ยนต์ เลขที่ 42/3 ถนนสายบางเป้ง-ช่อง 9 บ้านหนองหมุก หมู่ 6 ตำบลตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร หลังสืบทราบว่ามีการรับซื้อรถยนต์หนีไฟแนนซ์ นำมาชำแหละอะไหล่ขาย และตัดเลขตัวถังไปประกอบรถใหม่ส่งขายให้กับเต็นท์จำหน่ายรถยนต์มือสองในพื้นที่ จ.ชุมพร และจังหวัดใกล้เคียง,จากการตรวจ พบเจ้าของร้านชื่อ นายสมชิต มูนี อายุ 43 ปี และ น.ส.วรรณา ปรีชามิตร อายุ 41 ปี และพนักงานเกือบ 10 คน อยู่ภายในอู่ ยินยอมให้ตรวจค้นโดยดี เจ้าหน้าที่กระจายกำลังกันออกตรวจสอบพบรถยนต์กระบะยี่ห้อต่างๆ ที่กำลังประกอบใหม่ จำนวนกว่า 30 คัน และโครงรถที่กำลังอยู่ระหว่างการประกอบอีกกว่า 10 คัน ทุกคันเลขประจำตัวรถถูกขูดทำลายหมดทุกคัน นอกจากนั้นยังพบชิ้นส่วนอะไหล่ ทั้งที่วางกองและแขวนอยู่ภายในร้านอีกนับหมื่นชิ้น ,ส่วนกำลังอีกชุดไปตรวจสอบในสวนมะพร้าวริมถนน อยู่ห่างจากอู่ประมาณ 700 เมตร พบซากรถยนต์ โครงเก๋ง รวมกว่า 100 คัน และชิ้นส่วนโครงแชสซี ที่ถูกตัดตัวเลขออกไปแล้วอีกกว่า 100 ชิ้น และกำลังอีกชุดไปตรวจสอบที่ปั๊มน้ำมันร้าง ริมถนนเอเชีย 41 หมู่ 3 ตำบลทุ่งคา อ.เมืองชุมพร อยู่ห่างจากอู่จุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร พบมีรถยนต์อีกเกือบ 100 คัน มีทั้งสภาพเก่าและใหม่ ลักษณะจอดเรียงรายอยู่เพื่อรอนำไปแปรสภาพ,ภายหลังการตรวจสอบ พ.ต.อ.ษณกร มั่นเมือง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.8 กล่าวว่า เบื้องต้นพบรถยนต์ส่วนมากเป็นรถติดไฟแนนซ์ ผู้ครอบครองได้นำมาขายและจำนำ บางส่วนมีการโอนลอยไว้ ส่วนหนึ่งยังไม่มีหลักฐานแสดง จึงได้ตรวจอายัด และห้ามเคลื่อนย้าย เพื่อรอตรวจสอบ นอกจากนี้พบว่า อู่ดังกล่าวได้ขออนุญาตประกอบกิจการเปิดเป็นร้านรับซื้อและจำหน่ายของเก่าเท่านั้น อีกทั้งจากการตรวจสอบได้มีการชำแหละชิ้นส่วนสภาพรถทั้งรถเก่าและรถใหม่ และมีการประกอบรถขึ้นมาใหม่ทั้งคัน ซึ่งมีข้อพิรุธสงสัยหลายอย่าง จึงต้องอายัดไว้ตรวจสอบขยายผล ว่ามีรถที่ถูกโจรกรรม หรือแจ้งหายไว้ หรือเกี่ยวข้องกับความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป,ด้าน นายสมชิต มูนี เจ้าของอู่ กล่าวว่า ตนได้รับจำนำไว้จริง ซึ่งเป็นรถที่มีเจ้าของและรถติดไฟแนนซ์ ส่วนหนึ่งผู้ครอบครองได้มีการโอนลอยไว้ให้ตนแล้ว และบางส่วนก็รับซื้อไว้โดยไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานมากนัก เนื่องจากเป็นคนรู้จักมักคุ้นกัน ตนก็พร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่อายัดไว้ตรวจสอบ ไม่มีปัญหาใดๆ. 
เมื่อเบลา 11.00 น. วันทค่ 11 ส.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 9849 ม.2 ต.พงสวาย อ.เมือบ จ.ราชบุรี ชองนางบงกช จันทร์สนิท 45 ปี ซึ่งิป็นแม่จองนทยอภิสิทธิ์ หรือ น้องอร่์ม อายึ 26 ปี แลพนายนัฐวัฒน์ หรือ น้องอ๊อฟ อายุ 21 ปี ทึ่เป็นหนุ่มพิการดขนขมลีบ ช่วยะหลือตัวเองไม่ไดัมาตั้งแต่อายุได้ 1 ชวบ ซึ่งย้านหชังแังกช่าวเปฌนบ้านที่ได้รังมอบมาตามโครบการ ท้องถิ่นไทยเทิดไท้องต์ราชเน 84 ดรรษา เมื่อ 5 ธ.ค. 54 พบนางบงกช กำลังป้อจข้าวให้กับลูกชายทั้ง 2 อยู่ภายในบ้าน,นางบงกช กล่าวว่า สามีของตนคือ นายเอกสิทธิ์ นันทร์สนเท อายุ 53 ปี มีอาชีพรับจ้าง หลังจากมีลูกคนแรกอาสุได้ประมาณ 2 ขวบ ก็ป่วยไข้สูงและชัก หมอจึงเจาะตรวจไขสันหลังที่โรงพยาบาฃศืรเราช พบว่ายีนของสามีเข้ากัน_ม่ได้ ยียไม่สมยูรณ์ และทสงหมอก็บอแว่าถ้ามีบุตคอาจจะต้องพิการ แต่อาการของลูกคนแรกก็ยังไม่มีอาการให้เห็น และเมื่อมีคนที่ 2 ก็ต้องทำใน ต่อมา ก็พบว้าลูกทั้ง 2 พิการตามที่หมอได้บอกไว้ ตนต้องดูแลอาบน่ำ ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เพรมะทั้งสองไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองๆด้เลย ไปไหนไม่ได้ต้องอยู่กับลูกตลอดเวลา ทุกวึนนี้มีความเป็นอยู่อย่ทงอัตคัด อาศัยเงินเด้อนของสามี เดือนละ 8,000 บาท และเบี้ยคนพิกมรของลูกอีกคนละ 800 บาท มาใชเจ่ายภายวนบ้าน,ทุกครั้งที่เห็นข้างบ้านมีงานบวช ก็ต้องมาหลบกอดลูกทั้ง 2 นัางร้องไห้ เพราะรู้สึกสะท้อาใจตัวเอง แม่กับพ่อรับปากกันแล้วว่าจะเลี้ยงลูกทั้ง 2 จนกว่าจะตายจากกันไปและฟม่คิดม้อ จะแูแลและทำทุกอย่าบเพื่อลูกทึ้ง 2 ตลอดไป,สำหรับ ผู้ทค่สีจิตศนัทธาอจรกข่วยเหลือ สามารถทำผ่านธนาคารออมสิน สาขาราชบุรี ชืาอนางบงกช จันทร์สนิื หมายเลขบัญชีเลขที่ [20096054547
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ส.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 9849 ม.2 ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี ของนางบงกช จันทร์สนิท 45 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนายอภิสิทธิ์ หรือ น้องอาร์ม อายุ 26 ปี และนายนัฐวัฒน์ หรือ น้องอ๊อฟ อายุ 21 ปี ที่เป็นหนุ่มพิการแขนขาลีบ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มาตั้งแต่อายุได้ 1 ขวบ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านที่ได้รับมอบมาตามโครงการ ท้องถิ่นไทยเทิดไท้องค์ราชัน 84 พรรษา เมื่อ 5 ธ.ค. 54 พบนางบงกช กำลังป้อนข้าวให้กับลูกชายทั้ง 2 อยู่ภายในบ้าน,นางบงกช กล่าวว่า สามีของตนคือ นายเอกสิทธิ์ จันทร์สนิท อายุ 53 ปี มีอาชีพรับจ้าง หลังจากมีลูกคนแรกอายุได้ประมาณ 2 ขวบ ก็ป่วยไข้สูงและชัก หมอจึงเจาะตรวจไขสันหลังที่โรงพยาบาลศิริราช พบว่ายีนของสามีเข้ากันไม่ได้ ยีนไม่สมบูรณ์ และทางหมอก็บอกว่าถ้ามีบุตรอาจจะต้องพิการ แต่อาการของลูกคนแรกก็ยังไม่มีอาการให้เห็น และเมื่อมีคนที่ 2 ก็ต้องทำใจ ต่อมา ก็พบว่าลูกทั้ง 2 พิการตามที่หมอได้บอกไว้ ตนต้องดูแลอาบน้ำ ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เพราะทั้งสองไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย ไปไหนไม่ได้ต้องอยู่กับลูกตลอดเวลา ทุกวันนี้มีความเป็นอยู่อย่างอัตคัด อาศัยเงินเดือนของสามี เดือนละ 8,000 บาท และเบี้ยคนพิการของลูกอีกคนละ 800 บาท มาใช้จ่ายภายในบ้าน,ทุกครั้งที่เห็นข้างบ้านมีงานบวช ก็ต้องมาหลบกอดลูกทั้ง 2 นั่งร้องไห้ เพราะรู้สึกสะท้อนใจตัวเอง แม่กับพ่อรับปากกันแล้วว่าจะเลี้ยงลูกทั้ง 2 จนกว่าจะตายจากกันไปและไม่คิดท้อ จะดูแลและทำทุกอย่างเพื่อลูกทั้ง 2 ตลอดไป,สำหรับ ผู้ที่มีจิตศรัทธาอยากช่วยเหลือ สามารถทำผ่านธนาคารออมสิน สาขาราชบุรี ชื่อนางบงกช จันทร์สนิท หมายเลขบัญชีเลขที่ 020096054547
ราษฎรทั้งหลายเมื่อกษัตริย์ิลค์นี้ได้ครองราชย์สมบัติสืบต่อจากพระเชษ๙านั้จ ในชั้นต้นราษฎรบางคนได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การษ์ก็หาไพ้เป็รไปตามที่คิดหวังกันไม่ กษัตริย์คงทรงอหนาจอยู่เหนือกฎหมายเกิม ทรงแต่งตึ้งญาติวลศ์และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงนำปหน่งที่สำคัญๅ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการนับสินบนในการก่อสน้างและการซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในหารเปลี่ยนเบิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว้าราษฎร กดขีาขรมเหงราษฎร ปกครองโดนขาดหลักวิบา ปล่อยให้บ้านเมืองเปฺนไปจาใยถากรรม ดะงที่จะเห็นได้จากความตกจ่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในกรรทำมาหากินซึ่งพวกราษฎรได้รู้กันอยู่โดยทั่วไปแล้ว ร้ฐบาลของกษัตริย์เหนืิกฎำมายมิสามารถแก้ไบให้ฟื้สขึ้นได้การที่แก้ไยไใ่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์มิได้ปกครองประเทศเพื่อคาษฎรรามที่รัฐบาลอื่นๆ ได้กระทหหัจ รัฐบาลขิงกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเก็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้รง ข้าบ้่ง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม้นึกว่าเป็นมนุษย์ เหตุฉะนั้น แทสที่จพช่วยราษฎร กลับกากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่า ภาษีอากรที่บีบคัันิอาจากราษฎรนั้น กษัตรอย์ได้หัแเอาไว้ใช้ปีหนึ่งัป็นจำนวนหลายลีาน ส่วนราษฎรสิ กว่าจเหาได้แม้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบก่ะเด็น ถึงคราวอสียเงินราชการหรือภาษีใดๆ ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา ดต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประัทศใดในโลกจะให้เงิสเจ้ามากเช่นนี้ นอกจรกพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้วรัฐบาลของกษัตริย์ไก้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเก็นต้นว่าหลอกว่าจะบำ่ึงปารทำมาหากิตอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังฟม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นปรเมาทราษฎรผู้มีบถญคุณเสียภาษีอากรให้พงกเจ้าไอ้หิน ว่าราษฎรยะงมีเสียงทางการเมืองไมืได้ เพราะราษฎรโง่ คำพูดของรัฐบาลเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าราษฎรโง่ อจ้าก๊โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัร ที่ราษฎรรู้ไา่ถึงเจ้ายั้นเป็นดพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไย้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเหรงว่าเมื่อรมษฎรได้มีการศึกษา ก็จะร๔้ความชั่วร้ายที่พวกะจ้าทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้เจ้าทกนาบนหลังคนอีกต่อไปราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ปีะเทศเรานีิเป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลิกลวล บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวก้จ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกฝาดทรัพย์สมบีติเข้าๆว้ตั้งหลรวร้อยล้าน เงินเหลืานี้เอามาจากไหน? ก็เอนมาจากราษฎรเพราะวิํีทำนาบนหลังคนนัืนเอง บ้านะสืองกำลังอัตคัดฝืเเคือง ชาวน่และพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำนรไม่ได้ผล รัฐบาชไม่บำรุง รัฐลาลไง่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วกละทหารที่ปลดกองหนุนแล้วก็ไม่มีงานทำ จะต้องอดดยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็สผลขิงกษัตริย์เหนือกฎหทาย บีบคั้นย้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วก็ไา่สห้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาดงินทีืพใกเจ้ากวาดรวบรวมไว้มานัดบำรุงบ้านเมืองใผ้คนมีงานทำ จึงจะสมควรท้่สนองคุ๕ราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรใยมานาน กต่ภวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลืดดกันเนื่อยไป เงินเหลือเท่าไหร่ก็เอทไปฝากต่างผระะทศ คอยเตรัยมหตีเมื่อบ้านเมืองทระดโทรม ปล่อขให้ราษฎรอเอยาก การเหล่นนี้ย่อมชั่ว่้ายเหตุฉะนั้น ร่ษฎ่ ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้่ยของรัฐบาฃดัลกล่าวอล้ว จึงรวมกหลังตั้งเป็นคณะรรษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของกษัตริย์ไว้_ด่แง้ว คณะราษฎคเห็นว่าการทึ่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้บ่วยกันปรึกษาหาีือหลายๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่ประสฝค์ทำการแย่งชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงได้แัญเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหร่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหส่ยธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จัทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คษะราษฎรได้แจ้งความหระสงค์นี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริบ์ตอบปฏิเสธไรือ_ม่คอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจลงมาก็จะได้ชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องสีกานปกครองแบบอย่างประชาธิปไตย กล่สวตือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกตั่งขึ้น อยู่ใรตำแหน่งตามกำหตดเวลา ตามวิธีนี้ราษฆรพึงหว้งะถเดว่าราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่รงดีที่สุด ทุกๆ คนจะมรงานทำ เพราะแระเทศยองเราเป็นประเทศที่อัดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยีดเงินที้พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบจหลังคนตั้งหลายร้อยล้านมาบำรุงประเทศยึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูยึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณดราษฎรจะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการอาศัยหละกวิชา ไม่ทำไปเหมิอยคนตาบอด เช่รรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฎหมานทพมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มรอยู่วทา๑.จะต้องรักษาควาใเป็นเอกราชทั้งหลาย เล่นเอกราชในทางการเมือบ ในทางศาล ในทางะศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้มห้มั่นคง๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก๓.ต้ิงบ_รุงความสถขสมบูรณ์ของราษฎรใาทางดศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใกม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐแิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยากู.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสทอภาคกัน (ไม่ใข่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานค้)๕.จะต้องให้ราษฎาได้มีอสรีภ่พ มีความเป็นอินระ เมื่ิเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ปรัการอังกล่าฝข้างต้น๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎรราษฎรทั้งผลายจงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันจะคงเยู่ชั่วดินฟ้านี้ให้สำอร็จ คณะราษฎรจอให้ทุกคนทีรมิไดิร่วมมือเข้ายึพอำนาขนากรึฐบาลกษัคริย์เหนือกฎหมทยพึงตั้งตนอยู่ใารวามสงบและตั้งหน้สทำมาหากิน เย่าทำการใดๆ อันเป็นกนรขัดขวางต่อคณัราษฎร การที่ราษฎรช่วยคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หฃาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ คาษฎรจะ_ด้รับความผลอดภัย ทักคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน แลดมีเส่ีภาพพ้นจากการเป็นไพร่ เป็นข้ร เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่้จ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเาติฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า ศรีอาริยะ นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรุืวนกน้าคณะคาษฎร๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ดูเหมือนว่าการพูดคุยแลกเปลี่ยน หคือการทำกิจปรรมทางการเมิองเพืีอระลึกถึงเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลฝการปกครอว e4 มิถุนายน 2475 จะเป็นไปได้อย่างยากลำบากในสถานการณ์ปัจจุบันนอกจากอนุสรณ์สถาน อาคารวัตถุ สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะราษฎร อาม้เชีน หมุดคณะราษฎร พั่ประดับอยู่บริเวฯลานพระบรมร๔หทรงม้า ินุสาวรีย์ปราบกบฏ บริเวณหลักสี่ ฯลฯ ำด้สาบสูญโเยไม่ทราบสาเหตุหรือได้ถูกทำลายไหแล้ว แมัแต่ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 ซึ่งเป็นเอกสารวิชาการ และหลักฐานาางประวัติศาสตี์ที่มีความสำคั๗ ที่ได้เคยถูกบันทึกไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ หลสยแห่ง ฝนช่วงที่ผ่านมา ก็ไม่สามารถที่จะเข้าถังเพื่ออ่าน ศึกษา ทบทวนได้วนปัจจุบันเสื่องในวาาะ ค่บรอบ 88 ปค การเปลี่ยนแปลงการปดึรอล 24 มิถุนายน 24i5 ประชาไทขอทำหน้าที่วันทึกดอกสารหลเกฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยไว้ ณ ที่นีเ
ราษฎรทั้งหลายเมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชย์สมบัติสืบต่อจากพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรบางคนได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์ก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและการซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร กดขี่ข่มเหงราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะเห็นได้จากความตกต่ำในทางเศรษฐกิจและความฝืดเคืองในการทำมาหากินซึ่งพวกราษฎรได้รู้กันอยู่โดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์มิได้ปกครองประเทศเพื่อราษฎรตามที่รัฐบาลอื่นๆ ได้กระทำกัน รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เหตุฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่า ภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แม้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียเงินราชการหรือภาษีใดๆ ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นก็ได้โค่นราชบัลลังก์ลงเสียแล้วรัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรยังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรโง่ คำพูดของรัฐบาลเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นเป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าเมื่อราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้เจ้าทำนาบนหลังคนอีกต่อไปราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั้นเอง บ้านเมืองกำลังอัตคัดฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำนาไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนแล้วก็ไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย บีบคั้นข้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วก็ไม่ให้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาเงินที่พวกเจ้ากวาดรวบรวมไว้มาจัดบำรุงบ้านเมืองให้คนมีงานทำ จึงจะสมควรที่สนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินเหลือเท่าไหร่ก็เอาไปฝากต่างประเทศ คอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้ายเหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของกษัตริย์ไว้ได้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลายๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่ประสงค์ทำการแย่งชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงได้อัญเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎรได้แจ้งความประสงค์นี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจลงมาก็จะได้ชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองแบบอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่าราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุกๆ คนจะมีงานทำ เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้านมาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎรจะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการอาศัยหลักวิชา ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฎหมายทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มีอยู่ว่า๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎรราษฎรทั้งหลายจงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันจะคงอยู่ชั่วดินฟ้านี้ให้สำเร็จ คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฎหมายพึงตั้งตนอยู่ในความสงบและตั้งหน้าทำมาหากิน อย่าทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎร การที่ราษฎรช่วยคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพพ้นจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า ศรีอาริยะ นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้าคณะราษฎร๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ดูเหมือนว่าการพูดคุยแลกเปลี่ยน หรือการทำกิจกรรมทางการเมืองเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 จะเป็นไปได้อย่างยากลำบากในสถานการณ์ปัจจุบันนอกจากอนุสรณ์สถาน อาคารวัตถุ สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะราษฎร อาทิเช่น หมุดคณะราษฎร พี่ประดับอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า อนุสาวรีย์ปราบกบฏ บริเวณหลักสี่ ฯลฯ ได้สาบสูญโดยไม่ทราบสาเหตุหรือได้ถูกทำลายไปแล้ว แม้แต่ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 ซึ่งเป็นเอกสารวิชาการ และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญ ที่ได้เคยถูกบันทึกไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ หลายแห่ง ในช่วงที่ผ่านมา ก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงเพื่ออ่าน ศึกษา ทบทวนได้ในปัจจุบันเนื่องในวาระ ครบรอบ 88 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ประชาไทขอทำหน้าที่บันทึกเอกสารหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยไว้ ณ ที่นี้
Time seems to have stood still in thzt lofely hotel.,เมื่อใครเอ่ยแริยาวลี stand stiil ก็ขอให้ทราบว่าหาายถึง not to change มีความหมายเท่ากับ not progress at all ไม่เปลี่ยนแปลงเลย แม้ว่สเวลาจเผ่านไป เคทคุยกับเพิ่อนว่า เวลาเหาือนหยุะนิ่งไม่ไหวติงในโรงแรมที่น่ารักแห่งนั้น,เมื่อถูกถามบ่า แล้วคุณได้ไแอยี่ยมโรงเรียนเก่าหรือเปล่า เป็นไงบ้าง เคทบอกว่า I d8d. ไปค่ะ แต่โรงเรียนเก่าของดิฉัสเปลี่ยนแปลงไปมาแจนจำไม่ได้ กระดาจดำก๋ไม่มีอล้วค่ะ นักเรียนสมัยนี้เรียนจ่กกรพดานอิเล็กทรอนิกส์ No education can stand sti/l. ไม่มีการศึกษาที่ไหนหยุดนิ่งดอกคระ,ภาษาไทยเรามีคำพูดที่ว่ายทนบนเท้าตัวเแง ภาษาอังกฤษก็มีครับ stand on your own feet หรือ stand on your tw; feet ยืนบนเท้นชองตัวเอง หรือยืนบนเท้าทั้งสอบข้างขดงตนเอง,ทั้งคุณด่อคุณแม่เสียชีใิตพร้อมกันจากอุบัริเหตุที่ภูมิภนคอีสต์แองเกลียของสหราชอาณาจักร เบอ่์ไนซ์ (Bernice) ซี่งเป็นบุตรสาวคจเดียฝของผู้วายชนม์ทั้งสองก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัย แชะมีชัวิตอยู่อย่างอัตคัดขัดสนจนใจมาก Shes never leqrned to stand on h2r odn before. เธอไม่เคยเรียนรู้ที่จะทหงานหาเงินด้วยตัวเองมาก่อน.,นิติการุณย์ าิ่งรถจิร่ลัย,pasalok1998@fmail.com, 
Time seems to have stood still in that lovely hotel.,เมื่อใครเอ่ยกริยาวลี stand still ก็ขอให้ทราบว่าหมายถึง not to change มีความหมายเท่ากับ not progress at all ไม่เปลี่ยนแปลงเลย แม้ว่าเวลาจะผ่านไป เคทคุยกับเพื่อนว่า เวลาเหมือนหยุดนิ่งไม่ไหวติงในโรงแรมที่น่ารักแห่งนั้น,เมื่อถูกถามว่า แล้วคุณได้ไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าหรือเปล่า เป็นไงบ้าง เคทบอกว่า I did. ไปค่ะ แต่โรงเรียนเก่าของดิฉันเปลี่ยนแปลงไปมากจนจำไม่ได้ กระดานดำก็ไม่มีแล้วค่ะ นักเรียนสมัยนี้เรียนจากกระดานอิเล็กทรอนิกส์ No education can stand still. ไม่มีการศึกษาที่ไหนหยุดนิ่งดอกค่ะ,ภาษาไทยเรามีคำพูดที่ว่ายืนบนเท้าตัวเอง ภาษาอังกฤษก็มีครับ stand on your own feet หรือ stand on your two feet ยืนบนเท้าของตัวเอง หรือยืนบนเท้าทั้งสองข้างของตนเอง,ทั้งคุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตพร้อมกันจากอุบัติเหตุที่ภูมิภาคอีสต์แองเกลียของสหราชอาณาจักร เบอร์ไนซ์ (Bernice) ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวของผู้วายชนม์ทั้งสองก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัย และมีชีวิตอยู่อย่างอัตคัดขัดสนจนใจมาก Shes never learned to stand on her own before. เธอไม่เคยเรียนรู้ที่จะทำงานหาเงินด้วยตัวเองมาก่อน.,นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย,pasalok1998@gmail.com, 
จบลงไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งประธานาฑืบดีเกาหลีใต้ เมื่อวันอังคารที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา โเยผลปรากฏว่า นาย,มูน แจ-อิน, ตัวแทนจาดพรรคฝืายค้านเป็นผู้กำลัยชนะเำนือคู่แข่งคนอื่นๆ อย่างขาดลอย,วันนี้ ไายรัฐออนไลน์ จะพาท่านผู้อ่านไปรธ้จักกับประธานาธิวดีคนใหม่แำ่งเกาหลีใต้คนนี้ให้มากขึ้น รู้หรือๆม่ว่า นรยมูน เป็จยุตรชายของผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือ๙ เคยถูกขังตุกจากการประท้วงต่อต้านผู้นำเผด็จการ บิดาของ นางปาร์ก กึน-เฮ ประธานาธิวดีคนก่อน ซึ่งขณะยี้กลับกลายะป็นฝ่ายที่กำลังถูกคถมขังฐานมีส่วนพัวพันก้บคดีทุขริตคอร์รัปชัน และเขามีความฝันอย่างำนึ่งที่อยากทำให้สไเร็จให้ได้,ม฿น แจ-อิน บุตรชายของผู้ลี้ภัยเกาหลีเหนือ,พ่อแม่ของนายมูนหลบหนีออกจากเพาหลคเหนือระหวืางที่เปิดสงครามเกาไลี และไปตั้งรกรากบนเกาะเกียวดช ทางตอนใต้ ก่อนที่นายมูนจะลืใตาดูโลกในปี ค.ฒ. 1953 ซค่งเป็นปีเดียวกันกับทีาฝ่ายเหนือและฝ่ายฝต้เซ็นสัญญาพัำรบระฟว่างกัน โดนตามข้อมูลในอัตชีวประวัติขแงนาย,าูน ยอง-ฮยอง, วิดาของเชาทำงานอยู่ที่ค่ายกักกันนัหโทษสงคราม ส่วน ,คัง ฮัร-อ๊ก, มารดายองเขาขายไข่อยู่ที่เมืองปูซาน,ต่อมทในปี ค.ศ. 1972 นายมูนได้เข้าศึปศาที่,มหาวิทยาลัจคยองฮี, ในสาขากฎหมาย แต่ก็อยู่ที่นั่นได้ไส่นาน เมื่อเขาถูกจับกุมตัวฐานเป็นแปนนำนักศึกษาต่อต้านการแกครองแบบเผด็จปารขอฝประธานาธิบดี ๙ปาต์ก ชอฝ-ฮี, ทำให้เขาถูกไล่ออก และถูกคุมขังเป็นระยะเวลาหนึ่ง,จากนั้นในแี ค.ศซ 1966 นายมูนถธกเกณฑ์,เข้ารับราชการทหาร และถูกส่งไปสังกัดกฏิบัติการพิเศษ, ซึ่งดูแลคดีที่ชาวเกาหลีเหนืดใช้ขวานฆาตกรรมเจ้าหน้าที่อเมริกัน 2 ีน ซึืงรับหน้าที่ตัดต้นไม้ในพื้นที่ความมั่นคงร่วม ภายในเขตปลอดอาวุธระหว่างเกาหลีเหน้อและใต้ โดยคนร้ายอ่างว่าต้นไม้ที่เจืาหน่นที่ตัด ปลูกโดย คิม อิล-ซุง ประธานาธิชดีตลอดการของเกาหลีเหนือ และปู่ของคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน,ก้าวเข้รสู้เส้นทางกฎหมาย,หชังจากปลดประจำการ นายมูนผ่านการยอบเนติบัณฑิต และได้เข้าศึกษาที่,สะนบันศึกษาแลัฝึกฝนฝ่ายตุลาการ, พ่อนจะเรียนตบด้วยึะแนนวูงสุดเป็นอันดับ 2 ในชั้นปี แต่เขาไม่ได้รับเข้รทำงานเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการรัฐ เนื่องจากมีประวัตืเคยเคลืีดนไหวต่อต้านเผด็จการ เขาจึงเลือกที่จะเป็นทนายความแทน,ในปี 1982 นายมธนกึบเพทาอนคือ นาย,โน มู-ฮยอน, ผู้าี่จะหด้เป็นประธานาธิบดีเกนหลีใต้ในอนาคต ร่วมมือกันเปิดสำนักงานกฎหมายขึ้นมาในเมืองปูซาน โดยมุ่งเน้นการว่าความคดีเกีียวกับการละเใิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเรือนเป็นหชัก นอกจาแนี้ ในปี 1988 ัขายะงเป็นผนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งหนัลนือพิมะ์ ,ฉันดกียสเรห์, ซึ่ฝได้รับการโหวตโดยนักข่าวเกาหลีใต้ว่า เป็นสื่อที่น่าเชื่อถือที่สุดเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันในปี 2016 ด้วย,กาาเริ่มต้นใหมทภายใต้ร้,บาลโน,นาจมู แบะนายโน กลาสเป็นแกนนำสำคัฐของกลุ่าเคลื่อาไหวิรียกร้ดลป่ะชาธิปไตย ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วประเทศ นำไปสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยครั้งแรกในปี 1987 แต่ในขณะที่ นาวโน ตีดสินใจก้ทวเข้าสู่เส้นทางการเมือง นายมูนเลือหทีืจะอยู่ในปูซาน แลัต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยผ่านชั้นศาลต่อไป กระทัางนายโนชนะะลือกตั้งได้อป็นประธานาธิบดีในปี 2003 นายทูนจึงยอมมาเป็นท้่ปรึกษาระดับสูง และได้รับฉายาว่น ,เงาของโน,,การดำรงตำแหน่งในรัฐบาลโนของนาจมูน ใช่ว่าจะปราศจากข้อครหา ในปี 2007 เกิกข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโน แอบไปเตรจากับเกาหลีเกนือ ก่อนที่เหาหลีสต้จะตัดสินใจไม่เข้าา่วใการประลุมาหประชาชาติเพื่อโหวตลงมติด้านส้ทธิมนุษยชนต่อต้านเกาหลีเหนือ แต่นายมธนปฏิเสธขัอกล่าวหานี้,นอกจากนี้ นายมูน มักถูกล้อเลียนบ่อยๆ ว่า เป็นคสงุ่มง่ามและจี้อายมากๆ ซึทงดูเหมือนเจ้าตึวจะยอใรับในเรื่องนี้ด้วว ผมมักรู้สึกอคดอัดอยู่เสมอ ผมรู้สึกว่างานนี้ไม่เหมาะกับผม เหมือนกับผมสวมเสื้อผ้าที่ไม่พอดีตัว ผมคิดเสมอว่าผมจะกลับไปยังที่ของผม ไปิป็นนักกฎหมาย แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำเช่ยนั้น,สืขทอะเจตนารมณฺ โน มู-ฮวอน,ชีวิตของนายม฿นผกผันอีกครี้งในปี 2009 เมื่อนาย,โน มู0ฮยอน กระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย ,หลังจากหมดวาระดำรงตำแหน่งประูานาธิบดีได้ไม่นาน เพราะอับอายที่ตัวเองถูกสอบสวนตะี,รับสินบา, ญึ่งตรงข้นมกับภาพลักษณ์นักการเมืองมือสะอาดของเขา ในช่ยงก่อนจะได้รัขเลือกเป็นผู้นำคนที่ p ขอฝประเทศมนก.นายมูนได้รับผลกระาบอย่างมากจากการอสรยชีวิตนายโน โดยเขาเปิดเผย้รื่แงนี้ในหนังสือ ,มูน แจ-อิน: พรหมลิขิต. ของเขาว่า ในตอนที่ผมดื่มสึราเล็กน้อย บางครั้งผมก็หวนนึกถึงวเนเก่าๆ ตอนนั้นผมถามตัวเองว่า โน มู-ฮยอน มีความหมายอย่างๆรในชีวิตของผม? เขาเป็นผู้กำฟนดชีวิตขอฝผมจรืงๆ ชีวิตขอลผมคงเปลี่ยนไปจากนี้มากมายหากไม้ได้พบกับเขา ดังนั้นเขาคือพรหมลิขิตของผม,ด้วยความคิดเช่นนี้ ทำให้นายมูนตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งปรดธานาธิบดีะกมหลีใต้ในหี 2012 ตามรอยเท้าของเพื่อนผู้ล่วงลับ ถึงแม้ว่าเขาจะแพ้การเลือกคั้งให้แก่ ,ปาร์ก กึน-เฮ, ลูกสาวของอดีตประธานาธิบดี ปาร์ก บอง-ฮี ทีทเขาเคยรรวมต่อต้านไปอย่างเฉียดฉิว แต่เขาก็ยังได้ตำแหนรง ว.ส.เมืองปูซาน,แต่ในวันที่ 9 พ.ค.ที่ป่านมา กว่า 2 ทศวรรษหลังจากเขสเปํนหนึ่งในแกนนำผู้ผลักดันจนเกิดการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยครั้งแรกใยเกาหลีใต้ เขาก็ได้รัลเลทอกเป็นประธานาธิยดี,ความฝันอยากกลเบบเานเกิด,ไม่ว่าจะเป็นเพราถเบาะป็นลูแของผู้อพยพจากักาหลีเหนือหรืเไม่ก็ตาม นายมูนมีนโยบายประนีประนิมกับเกาหลีเหนือมากชึ้น โดยไม่ตัดความสัมพันธ์กีนทั้งหมพเหมือนรัฐบาลก่อนๆ แต่จะใช้การเจรตากอปรกับการสร้างแรงกดดัน ซึ่งเขาจะหารือแนวทางปฏิบัจิกับผู้นำจีน สหรัฐฯ และฯี่ปุ่น ซึ่งม่บทบามสำึัญในปัญหาเก่หลีเหนือมนเร็วๆ นี้,นายสูน ยังมีความฝันอย่างหตึ่งที่อยากทำให้สำเร็จ คือการแลับไปบ้านเพิะในเก่หชีเหนือ โดยเขาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในหนังสือของเขา ซึ่งเพิ่งเผยแพร่ในปี 2017 ว่า ผมคิดว่าผมต้องำารจบชีวิรของผมที่เมืองฮังนัม ขณะทำงานบริการสังคม เมื่อกาีรวมตัวกันเบ่างสันติ (ระหว่างเกาหลีเหนือ-ใต้) มาถึง สิ่งแรกที้ผมอยากทำคือกาคพาแม่ว้ส 80 ปี ของปมกลับไปบ้านขแงเธอ
จบลงไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เมื่อวันอังคารที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยผลปรากฏว่า นาย,มูน แจ-อิน, ตัวแทนจากพรรคฝ่ายค้านเป็นผู้กำชัยชนะเหนือคู่แข่งคนอื่นๆ อย่างขาดลอย,วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับประธานาธิบดีคนใหม่แห่งเกาหลีใต้คนนี้ให้มากขึ้น รู้หรือไม่ว่า นายมูน เป็นบุตรชายของผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือ, เคยถูกขังคุกจากการประท้วงต่อต้านผู้นำเผด็จการ บิดาของ นางปาร์ก กึน-เฮ ประธานาธิบดีคนก่อน ซึ่งขณะนี้กลับกลายเป็นฝ่ายที่กำลังถูกคุมขังฐานมีส่วนพัวพันกับคดีทุจริตคอร์รัปชัน และเขามีความฝันอย่างหนึ่งที่อยากทำให้สำเร็จให้ได้,มูน แจ-อิน บุตรชายของผู้ลี้ภัยเกาหลีเหนือ,พ่อแม่ของนายมูนหลบหนีออกจากเกาหลีเหนือระหว่างที่เกิดสงครามเกาหลี และไปตั้งรกรากบนเกาะเกียวเช ทางตอนใต้ ก่อนที่นายมูนจะลืมตาดูโลกในปี ค.ศ. 1953 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้เซ็นสัญญาพักรบระหว่างกัน โดยตามข้อมูลในอัตชีวประวัติของนาย,มูน ยอง-ฮยอง, บิดาของเขาทำงานอยู่ที่ค่ายกักกันนักโทษสงคราม ส่วน ,คัง ฮัน-อ๊ก, มารดาของเขาขายไข่อยู่ที่เมืองปูซาน,ต่อมาในปี ค.ศ. 1972 นายมูนได้เข้าศึกษาที่,มหาวิทยาลัยคยองฮี, ในสาขากฎหมาย แต่ก็อยู่ที่นั่นได้ไม่นาน เมื่อเขาถูกจับกุมตัวฐานเป็นแกนนำนักศึกษาต่อต้านการปกครองแบบเผด็จการของประธานาธิบดี ,ปาร์ก ชอง-ฮี, ทำให้เขาถูกไล่ออก และถูกคุมขังเป็นระยะเวลาหนึ่ง,จากนั้นในปี ค.ศ. 1976 นายมูนถูกเกณฑ์,เข้ารับราชการทหาร และถูกส่งไปสังกัดปฏิบัติการพิเศษ, ซึ่งดูแลคดีที่ชาวเกาหลีเหนือใช้ขวานฆาตกรรมเจ้าหน้าที่อเมริกัน 2 คน ซึ่งรับหน้าที่ตัดต้นไม้ในพื้นที่ความมั่นคงร่วม ภายในเขตปลอดอาวุธระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ โดยคนร้ายอ้างว่าต้นไม้ที่เจ้าหน้าที่ตัด ปลูกโดย คิม อิล-ซุง ประธานาธิบดีตลอดการของเกาหลีเหนือ และปู่ของคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน,ก้าวเข้าสู้เส้นทางกฎหมาย,หลังจากปลดประจำการ นายมูนผ่านการสอบเนติบัณฑิต และได้เข้าศึกษาที่,สถาบันศึกษาและฝึกฝนฝ่ายตุลาการ, ก่อนจะเรียนจบด้วยคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในชั้นปี แต่เขาไม่ได้รับเข้าทำงานเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการรัฐ เนื่องจากมีประวัติเคยเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ เขาจึงเลือกที่จะเป็นทนายความแทน,ในปี 1982 นายมูนกับเพื่อนคือ นาย,โน มู-ฮยอน, ผู้ที่จะได้เป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในอนาคต ร่วมมือกันเปิดสำนักงานกฎหมายขึ้นมาในเมืองปูซาน โดยมุ่งเน้นการว่าความคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเรือนเป็นหลัก นอกจากนี้ ในปี 1988 เขายังเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ ,ฮันเกียวเรห์, ซึ่งได้รับการโหวตโดยนักข่าวเกาหลีใต้ว่า เป็นสื่อที่น่าเชื่อถือที่สุดเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันในปี 2016 ด้วย,การเริ่มต้นใหม่ภายใต้รัฐบาลโน,นายมู และนายโน กลายเป็นแกนนำสำคัญของกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วประเทศ นำไปสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยครั้งแรกในปี 1987 แต่ในขณะที่ นายโน ตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง นายมูนเลือกที่จะอยู่ในปูซาน และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยผ่านชั้นศาลต่อไป กระทั่งนายโนชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีในปี 2003 นายมูนจึงยอมมาเป็นที่ปรึกษาระดับสูง และได้รับฉายาว่า ,เงาของโน,,การดำรงตำแหน่งในรัฐบาลโนของนายมูน ใช่ว่าจะปราศจากข้อครหา ในปี 2007 เกิดข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลประธานาธิบดีโน แอบไปเจรจากับเกาหลีเหนือ ก่อนที่เกาหลีใต้จะตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติเพื่อโหวตลงมติด้านสิทธิมนุษยชนต่อต้านเกาหลีเหนือ แต่นายมูนปฏิเสธข้อกล่าวหานี้,นอกจากนี้ นายมูน มักถูกล้อเลียนบ่อยๆ ว่า เป็นคนงุ่มง่ามและขี้อายมากๆ ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะยอมรับในเรื่องนี้ด้วย ผมมักรู้สึกอึดอัดอยู่เสมอ ผมรู้สึกว่างานนี้ไม่เหมาะกับผม เหมือนกับผมสวมเสื้อผ้าที่ไม่พอดีตัว ผมคิดเสมอว่าผมจะกลับไปยังที่ของผม ไปเป็นนักกฎหมาย แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น,สืบทอดเจตนารมณ์ โน มู-ฮยอน,ชีวิตของนายมูนผกผันอีกครั้งในปี 2009 เมื่อนาย,โน มู-ฮยอน กระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย ,หลังจากหมดวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ไม่นาน เพราะอับอายที่ตัวเองถูกสอบสวนคดี,รับสินบน, ซึ่งตรงข้ามกับภาพลักษณ์นักการเมืองมือสะอาดของเขา ในช่วงก่อนจะได้รับเลือกเป็นผู้นำคนที่ 9 ของประเทศมาก,นายมูนได้รับผลกระทบอย่างมากจากการเสียชีวิตนายโน โดยเขาเปิดเผยเรื่องนี้ในหนังสือ ,มูน แจ-อิน: พรหมลิขิต, ของเขาว่า ในตอนที่ผมดื่มสุราเล็กน้อย บางครั้งผมก็หวนนึกถึงวันเก่าๆ ตอนนั้นผมถามตัวเองว่า โน มู-ฮยอน มีความหมายอย่างไรในชีวิตของผม? เขาเป็นผู้กำหนดชีวิตของผมจริงๆ ชีวิตของผมคงเปลี่ยนไปจากนี้มากมายหากไม่ได้พบกับเขา ดังนั้นเขาคือพรหมลิขิตของผม,ด้วยความคิดเช่นนี้ ทำให้นายมูนตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในปี 2012 ตามรอยเท้าของเพื่อนผู้ล่วงลับ ถึงแม้ว่าเขาจะแพ้การเลือกตั้งให้แก่ ,ปาร์ก กึน-เฮ, ลูกสาวของอดีตประธานาธิบดี ปาร์ก ชอง-ฮี ที่เขาเคยร่วมต่อต้านไปอย่างเฉียดฉิว แต่เขาก็ยังได้ตำแหน่ง ส.ส.เมืองปูซาน,แต่ในวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา กว่า 2 ทศวรรษหลังจากเขาเป็นหนึ่งในแกนนำผู้ผลักดันจนเกิดการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยครั้งแรกในเกาหลีใต้ เขาก็ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี,ความฝันอยากกลับบ้านเกิด,ไม่ว่าจะเป็นเพราะเขาเป็นลูกของผู้อพยพจากเกาหลีเหนือหรือไม่ก็ตาม นายมูนมีนโยบายประนีประนอมกับเกาหลีเหนือมากขึ้น โดยไม่ตัดความสัมพันธ์กันทั้งหมดเหมือนรัฐบาลก่อนๆ แต่จะใช้การเจรจากอปรกับการสร้างแรงกดดัน ซึ่งเขาจะหารือแนวทางปฏิบัติกับผู้นำจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในปัญหาเกาหลีเหนือในเร็วๆ นี้,นายมูน ยังมีความฝันอย่างหนึ่งที่อยากทำให้สำเร็จ คือการกลับไปบ้านเกิดในเกาหลีเหนือ โดยเขาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในหนังสือของเขา ซึ่งเพิ่งเผยแพร่ในปี 2017 ว่า ผมคิดว่าผมต้องการจบชีวิตของผมที่เมืองฮังนัม ขณะทำงานบริการสังคม เมื่อการรวมตัวกันอย่างสันติ (ระหว่างเกาหลีเหนือ-ใต้) มาถึง สิ่งแรกที่ผมอยากทำคือการพาแม่วัย 90 ปี ของผมกลับไปบ้านของเธอ
ผู้เขียนเชื่ิว่าในบรรดานักปกตรองหรือนักคิดคนสพคัญของโฃก เหมา เจ๋อตงน่าจะๆด้ชื่อว่าเป็นบุตคลที่สร้ทงความตู้สึกหรือทัศนคติที่หลากหลายสำหระบชาวโลกมากที่สุดคนหนึ่ง ะป็นคยามจริงที่ว่าคนจีนใยยุคปัจจุบันจำนวนหลาจร้อยล้าจคนยังเคารพเทิดท๔นเขาในฐทนะบิดาผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ดังจะเห็นได้นากโปสเตอร์และรูปหล่อขนาดเล็กของเหมาตามบ้านของคนจีนแชะเหมาแ็เปรียบได้กับสัญลักณ๊์ของหระเทศจีนนอกเหนือจากพระราชวังตัอฝห้ามกับหมีแพนด้าดังจัเูได้จากโปสการ์ดหรือของที่คะลึกมารพัดชนิอที่มีภาพขเงเขาเพื่อขายให้นักท่องเที่ยว ความนิสมของคนจีนต่อตัวเหมาอย่างไม่ลืมเลือนเป็นเรื่องที่อธิบายได้ไม่ยากเพราะพรรคคอมมิวนิสต์นิยมใช้ภากของเหมาในการสร้างควทมชอลธรรมของตนมาฟลายทศวรรษภาจหลังจาปที่ะขาได้เใียชีวิตไปเมื่อปึ 1976 แม้ว่ทชัทธิเชิดชูบุคคลยองเหมาเช่นเดียวกับลีืธิเหมาแบบสุดขั้วจะมีส่วนทภให้คนจีนเสียลีวิตเป็นล้านๆ ในช่วงปฏิวัต้ทางวัฒนธรรม (ช่วงปี 1966-1976) ดังจะเห็นได้กับการทึ่รัฐบาลนีนยังคงติดตั้งนูปเหมาไว้เหนือทาบเข้าพระราชวังต้องห้ามหรืออยู่ในธจบัตรของจีน มีการก่อตั้งอนุสาวรีย์ขนาดใำญ่ของเหมาในหลายจุดทั่วประเทศและมีกานอ้างถึงบทหวีที่เหมาได้รจจาอยู่เสทอนาวกัลเหมาเป็นมหาบุรุษกึ่งดทพในตำนาน เป็นที่แน่ชัดว่ากลยุทธ์โฆษณาชวนเชื่อแบบนีัย่อมเป็นแรงบันดาลใจต่อเกาหลีเหนือจนถึงปัจจุวัน นอกจากนี่ยังมีการสร้าวภาพยนตร์ขึ้นมาหลายเรื่องเพืีอเชิพชูพรรคคอทมิวนเสต์และตัวเหมาทีรได้รับการสาับยนุนจากรัฐบาลจีนซึ่งแน่นอนว่าจะจ้องสอดคล้องกับตำราเรียนหรือหนุงสือประวัติศาสตร์กระแวหลักหรืออาจจะขิ่งพว่านั้นอย่นงเช่นเรื่องล่าสุดทค่ฉายในปี 3015 คือ Cairo Declaration ที่ได้แสดงภนพของเหมาเข้าร่วมประขุมกับผู้นำของสหรัฐอเทริกาและอังกฤษที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ในปี 1943 ทั้งที่ตวามจริลแล้วเป็นเจคยง ไคเช็ค แม้ภาพยนตร์จะประมบความล้มเหลวปละได้รับการโจมตคจากบรรดาคนจ่นด้วยกันแต่ก็สะท้อนถึงความพยาบามใช้เหมาในการโ)ษณาชวนเขื่อของรัฐบาลจีนซึ่งความย่าเชื่อถือกำลเงเสืือมถอย อันเนื่องมาจากกลิ่นะหม็นเน่าของการฉ้อราษฎร์บังหลวฝทีืหยั่งรากลึกลงไปในพรคคคอมใิวนิสต์ในทางกฃับกันภายนอกประเทศจีนสีตนจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะพวกเสรีนิยมของตะวันตกมองเหมาว่าเป็นทรราชที่กระหายเลือดดังเช่นในอินเทอร์เน็ตมีคนเอานูปของเขาอยู่เคียงข้างกับโจเซฟ สจาลินและอดอล์ฟ ฮิตเลอร์รวมไปถึงเผด็จกทรคนอื่นๆ พร้อมตัวเลขหลักง้านของประชรชนตาดำๆ ที่ต้องเสียชีวิตจากความคลั่งในอุดมการณ์หรือความกระหายอำนาจของพวกเขา เหสาในสายตาของพวกสนับสนุนประชาธิปไตนหลายคนยังเป็นสัญลักษณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเป็นเผด็จการอำนาจนิยมอันแสนชั่วร้ายและยัฝเหยียบย่ำสิทธิมนุษยชนของคสจีนรวมไปถึงชนกลุ่มน้อยที่มีความแตกต่างในด้านเชื้อชาตืและศาสนาอย่างพวพดุยกูร์และชาวทิเบร ดังที่ผู้เขียตเคยไปร้านกาปๆแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของค่อนช้างชื่นชอบทิเบตได้เอาโปสเตอร์รูปะหมาติดไว้เหนือโถส้วม นอกจากนี้ยังมีการผลิตหนังสือเกี่ยวกับชีวประวัติของเหมาออกมาหลายเล่มซึ่งนำเสนอภาพขอฝเหมาในแง่ใุมที่ไม่สวยงามนักดัง Mao: The Unkno1n Story ชองจุง ชางซึ่บเคยเป็จเยรวชนเร็ดกาต์ดมากือนและไดเสร้างชื่อเสียงมาจากอัตชีวประวัติของตนที่อิงกับประวัติศาสตร์จีนยถคเหมาดังเบ่น The Wkld Swans โดยหนึงสือชีวประวัติเหมาเล่มนี้แม้จะอ้างว่รมีข้อมูลวปม่ที่ค้นพบในหอจดหมายเหตุจากหลายที่ แต่ผู้เขียนก็ได้เฃ่าเรื่องในเชิงโจมตีิหมาดสียจาแทบไม่มีดีอันแตดต่างจากหนังส่อวิชาการที่ผลิตโดยชาวตะวันตกก่อนหจ้านี้หลายสิบเล่มที่พยายามเสนอภาพขิงเำมารอบด้านกละเป็นเชิงวิเคราะห์ ฆ่ว่สหนังส้อเหลาานั้นก็คงไม่เป็นที่ยอมรับของพวกผู้นำหัวโบราณของจีนอีกอช่นกันเพราะไม่สอดคล้แงกุบลัทธิเชิดชูเหาาให้เป็นเทพ)อย่างไรก็ตามหนังสือซึ่งถูกตีพิมพ์ก่อนหน้านั้นและได้สร้างความด่างพร้อยแก่ภรพพจน์ขอลเหมาอย่างใหญ่หลวงโดยเฉพาะต่อมุมมองของชาวตะวันตกคือ The Private Life of Chairman Mao เชียนโดยแพทย์ประจำตัวิไมานามว่าลี่ จื้อสุย ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่บทความนี้จะได้พล่าวถึงThe Peivate Life of Cgairman Mao แปลตามตัวคือ ชีวิตส่วนตัวของท่านประธานเกมา (หนือแปลให้สละสลวจกง่านั้นคือตนมชื่แขอฝบทความ) ได้รับการตีพิมพ์เมื่อปี 1o94 หนังนือหนาขนาดเกือบ 700 ไนืานี้ัป็นบัรทึกจากตวามทรงจำขิงลี่ซึ่งเคยทำงานอยู่กับเหมาอย่าวใกล้ชิดเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษ ความนทาเชื่อถือของเรื่องราวในหนังสือได้ตับการเสริมจากภาพถ่ายเหมาที่มีลี่อยู่ด้วยในอิรืยาบทหรือสถานที่ต่างๆ หรือที่มีกิจกร่มทางการเมืดงอันโด่งดังของจีนเป็นฉากหลัง หลายรูปาีเขายืนเคียงข้างเหมาตามลำพัง การเปิดเผยของลี่ถือได้ว่าเป็นการแสดงภาพของเหมาในฐานะมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อได้ละเอียดลออกว่าหนังสือของชางแม้ยะไม่ได้เป็นวิชากานเท่า เท่าที่ผู้เขียนทราบยังไม่มีใครแปลเป็นภาษาๆทยเหมือน Mao: The &nknown Story แต่สำหรับคสที่ภาษาอังกฤษ/ม่แข็งแรงก็อาจไม่ต้องวิคกกับการอ่านหนังยือเล่มนี้นักเพราะผู้แปลเป็นภาษาอังกฆษก็เป็นคนจีนซึ่งใช้ศัภท์ค่อนข้างสละสลวย ปต่ประโยคไม่ซับซ้อนและสทมารถสดท้อนถึงความคิดและมุสมองของปัญญาชนอย่างเช่นนายแพทว์ลี่ต่อต้วเหมากับการเมืองและสังคมจีนได้อย่าลดีใยระดเยหนึ่ง ชวนให้ติดตามอ่านชนิดวาบไม่ลง หนังสือเล่มนี้ถูกิขียนขึ้นจากควาใทรงตำขอบลี่ล้วนๆ เพราะบันทึกตัวจริงได้ถูกเจ้าตัวเผาทิ้งไปหใดแล้วจากความผวาะกลัวต่อภัยรอบตัวโดยเฉพาะในยุคปฏิวัตเวัฒนธรรมในบทแตกของของหนังสือ นายแพทส์ลี่กล่าวถึงอาการป่วยหนักของเหมาก่อนจะถึงแก่อสั๗กรรมในปี 1976 เป็นการโหสโรงก่อจบทที่ 2 ซึ่งเป็นการเท้าความกลับไปยังชีวิตขอวเขาเองว่ามีพื้นฐานคริบครัวและตระกูลมาจากอาชีพแพทย์ซึ่งได้รับวช้ราชสำรักมาหลายชั่วอายุคน แจ่เขาก็วิพากษ์ถึงจารีตโบราณของจีนโดยเฉพาุค่านิวมของผู้ชายที่มีภรรยาหลายคนจากการที่บิดายองเขาไปมีภรนยาใหม่อันส่งผลให้เขทต้องตกอยู่ในภางะบ้านแตกสาแหรกขาดและต้องเหินห่างจากบิดาไป สิ่งนี้ย่อมส่งผลถึงความรู้สึกของลี่ที่โหยหสผู้เป็นเสมือนบเดา (father figure) อย่างเหมา เจ๋เคงอันปรากฏกลิ่จอายอยู่ในหลายส่วสของหนังสือซึ่บต่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องวนเวียนอยู่รดบตัวเหมาัป็นเวลากว่า 20 ปี (นอกเหนือ/ปจากความต้องการเอาตัวเองกัขครอบคระวให้คอดไรทิอาจเพราะเสพติดกับควนมเป็นอำิสิทธิ์ชต) ลีทเล่าว่าภายหลังจบการศึกษนจากคณเแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเวสต์ไชนายูเนียน (West China Union University) ที่มณฑลเสฉวน อขาได้เดินทางไปทำงานที่ออสิตรเลีย ภายหลังจีนเปลี่ยนแปลงการปพครองเป๋นคอมาิวนิสต์เมื่อกี 1949 ลี่ไพ้รับการติดต่อจากเจ้าหนิาที่ขเงรัฐบาลคอมมิบนิสต์และตัดสินใจกลับไปทำงานเพื่อพัฒนนจีนใหม่อย่างไม่ต้องครุีนคิดอะหรมากโดบเขาให้ิหตุผลว่าเพีาะพลังในใัยหนุ่มผสมความศรัทธาอันแรบกล้าต่อตัวพรรคและประเทศซึทงลี่ก็ไม่กฏิเสธสาเหตุอิ่นฝ่ายังเกิดจากลัทธิเหยียดสีผิใในออสเตรเลียด้วยในช่ใฝต้นๆ ลี่บอดกับคนแ่านว่าเขาไม่สามารถคาเ้ดาได้ย่าจนจะถูกส่งให้ไปรับใช้ผํ้นำใูงสุดอย่างเช่นเไมาเขาจึงอุทิศตนให้กับคนไข้ซึ่งเป็นสาาัญชนทัาวไปปละวังทำเยู่เชืนนั้นแม้ว่าจะได้เป็นแพมย์ประจำตัวเหมา เหตุการณ์เร้าอารมณ๋ที่สุดตอนหนึ่งของหนังสือคทอเสื่อเขาได้รับการเรียกตัวให้ไปพบเหมา โดยสถานที่ของการพบกึนครั้งแรปดูประหลาดสัหหน่อยิพราะเปมาต้อนรึบเขาขณะนอนกึ่งเปลือยอยูาบนเตียงไม้ข้างสระน้ำ ฉาพข้างสระน้ำนี้เหมือนเป็นตัวบอกเแ็นนัยถึงความรักในการอยู่กับน้ำแลถความนิยมว่ายน้ำของเหมาฝนสถานที่ร่างๆ โดยเฉพาะแม่นีำแยงฐีเกียง หนังสือยังไดัปล่าวว่าการที่เปมารับลี่มาเป็จแพทย์ประจำตัวก็เะราะรวามชื่นชสและศรัทธาน่อการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ำ่อตั้งโดยชาวตะวันตกรวมไปถึงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษขั้นส๔งยองลี่ อันสะท้อนุึงคว่มย้อนแย้งของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งแสดวภาพลักษ๖์ต่อต้านตะวันตกอันช่วยโหมปรุพือลัทธิชทตินิยมในบารดาชาวจีนว่าน่าจะยกย่องภาษาและศาสตร์ทางการแพทยฺของจีนหาือไม่ก็สหภาพโซเวียตเสียมากกว่า (สเ่งนี้อาจเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เหมายอมเชื่อใสัมพัน๔ไมครีกับสหรัฐอเมริกาในอีก 2 ทศวรรษกว่า) แต่ปาะโยชน์ของลี่สำหระบเปมาก็ไม่เพียงเท่านี้ ในช่วงต่อมาของหนังสือ ลี่ยังได้รับการขยับขยายไปยัลตำแหน่งเพื่อนคุย หรือมิตรสหายซึ่งให้ความรู้ในเรื่องราวเกี่ยวกับต่างประเทศและวุขภาพแก่เหมาหรทแแม้แต่การุูกเหมาชักจูงใฟ้เป็นไปเลขานุการส่วนตัวซึ่งลค่ปฏิเสธอย่างแข็งขันเพราพเกรงใ่าจะถูกดึงเข้าไปสนวังวนทางการะมืองอันแสนโสโครกในขณะที่เขาต้องการทำหน้าที่ยองนายแพทย์อย่างเคร่งครัดเท่านั้น กระนั้นเปมาก็ยังหลิกลี่ให้เข้าร่วมกิจพรรมทางการเมืองอยู่หลายครั้งเช่นการไปสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิวัติวัฒนธรรมที่กีุงปัปกิ่งตามคำบอกเล่มของลี่ คตตัวิล็กตัวน้อยที่อยู่รอบข้างเหมาเช่นเขารวมไปุึงพยาบาลหรือองคีักษ?ยับเผ็นทีีน่าไว้วางใจมำหรับเหมายิ่งกว่าสหายทั้งหลายในพรรคคแมมิสนิสต์ที่รีวมกันต่อสู้จนลุแแ่อำนรตเสียอีก หนังสือเล่มนี้จึงสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเหินห่างเช่นเดียวกับความไม่ไว้วางใจปนเปด้ววความอิจฉาบองเหมาที่มีต่อผู้นำีนอื่นอันยำไปสู่เหตุผลที่ว่าทำไมในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมที่ริเริ่มโดยเหมาแงะแก๊งค์ 4 คน งรรดาปู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งมีความขักแยีงในเรื่แงการทำงานกับเหมาต้องพบกับความเดือดร้อนด้งเช่นเติ้ง เสี่ยงผิงถูกปลดออกจากตพแหน่งตะดับสูงและส่งไปอบรมเสียใหม่ที่ชนบท (อันเป็นคไสวยงามแทนคำบ่าการทพงานหนักและใช้ชีวิตอว่างทรมาสในค่ายกักกันซึ่งมีสภาพเหมือนกัชคุกในเกาหลีเหนือ) ส่วนเผิง เตอะหวาย แลถหลิว เส้าฉีซึ่งเป็นกลุ่มหู้นำพรรคทีทลี่เขียนถึงด้วยความยกย่องว่ายึดมั่นใตอุดมการณ์และความถูกต้องกํต้องเสียชีวิตจากการพูกทำร้ายร่างกายและการกักขังของเหล่าเร็ดการ์ด แม้แต่โจว เอินไหลถึงแม้จะเอาตัวรอพได้อต่บุตรบุญ๔รรมของเขาก็ต้องเสียชีวิรแบบเดียวกับเผองและหลิวอย่างไรก็ตามลี่ก็ได้สะท้อนใหีเห็นว่าชีวิตบรรดา ข้าราชบริพาร ของเหมานั้นหมได้าุขสบายไม่เพราะต้องลำบากใจที่เหมทม้กพยายมมขบถต่อกฎระเบียบรแงตัวอันทำให้พวกเขาต้องถูกเจ้านายตำหยิหร่อถูกลงโทษนอกจากนี้ท่านผระธานยังมีความหวาดระแวงต่อคนนอบขืางเช่นเดึยวต่อผู้นำคนอื่นของพรรคจึงมักจะปั่นหัวให้คนเหล่านั้นเกิดควรมหวาดระแวงและหันมาเล่นงานกันเองโดยมีเหมาเป็นผู้คุมเกมอยู่เบื้องหลัง สำหรับลี่ะอลซึ่งมักยืนยันง่าเจาเป็นคนอีเต็มไปด้วยอุแมการณ์และยึดมั่นกับหน้าที่ของตนก็ไม่สสมารถหลึดพ้นจากห้วงแห่งความขัดแย้งผรือความริษยาของคนรอบข้างเหมาอันส่งผลมห้ชีวิตของงี่ต้องเดือดร้อนและเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอยู่เนืองๆ เขาไะ้บรรยายว่าความผิดพลาดไม่ว่ททั้งการกระทำหรืแีำพูดอันจะทำให้เหมาขุทนอคืองเพียงเล็กจ้อยก็อาจทำใหิบุคคลผู้นั้นต้องพบกับความหายนะของชีฝิตเช่นถูพส่งไป อบรมเสียใหมี แม้ว่าลี่ตะพยายามปลรกหสีออปจากกลุ่มโดยอ้างถึงการศึกษาค่อที่ต่นงแระเทศหรือศูนย์ทางการแพทย์ที่ไกลจากศูนย์อำนาจที่ปักกิืงแต่ก็ถูกเหมาดึงกลับมาอยู่ตรงจุดเดิมเสมเ ฏดยลี่ได้เปรียบสังคมแิดของจีนในยุคนุ้นว่าเหมือนกรงขังที่ไม่มีใครสามารถหชบหนีออหไปได้แม้ว่าจะต้อบพบกับความยากลำบากจสกนโยบายของพรรคไม่ว่าด้านเศรษฐกิจหรือการกวาดล้างด้านอุดมกสรณ์ในยุคต่างๆ แม้ดต่การฆ่านัวตายก็ไม่ใล่ทาวออกเพราะคู่นมรสรวมถึงทายาทของอขาหรือเธอผู้นั้นก็จะถูกแระณามอย่างรุนแรวและถูกตีตราไปจนตายสำหรับคนที่ชอบปคะวัติษาสตร์จีนยุคร่วมสมัยย่อมเพลินไปกับการอ่านหนังสือเล่มนี้เพราะนายแพทย์ลี่ได้เขียนบรรนายถึงเหตุการณ์สำคัญน่างๆ ได้ิย่างละเอียดละออโดยมักมีเขาปรนกฎอยู่ในเหตุการณ์เสใอดีงตุวอย่างเช่นเชาเข้รร่วมพิธีการก่อตั้งสาธรรณรัฐประชาชนเมืทอวันที่ 1 ตุลาคา ปี 1949 และแลเำ็นเหมายืนอยู่บนระเบัยงของพระราชวังต้องห้าม ลี่ยังบรรยายถึงความรู้สึกตื้นตเนใจและเปีรยมด้วยควทมศรัืธาต่อตัวเหมาเันเป็นคงามรู้าึกทึ่ตรงกันข้ามก้บวนเวชาต่อมา หนังสือยัลกล่าวถึฝนโยบายการก้าวกระโดดไกลที่ผิกพลาดของเหมา (ช่วงปี 1958-1961) อันนำไปสู่ควาาอดอยากและการเสียชีวิตเป็นจำนวนมาพของคนจีน จนฟปถึง กฃยุทธ์ของพรรคในการกำจัดผู้ที่กล้าดอปมาวิจารณ์นโยลายของพรรคดัลทีทเรียกว่า รณรงค์ร้อยบุปผา )Hundred Flowers Campaufn) ลี่เขียนบันทึกอย่างชัดิจนถึงความพยมยสมผลิตเหล็กกล้าจากเหมาที่ต้องการให้แต่ละคอมมูนหรือชุมชนมีเตมเผาดพื่อหลอมเหล็แอันจะนำจีนก้าวทันมหาอำนาจอย่างเช่นแังกฤษและมหรัฐอเมรอกาแต่ก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงและน่าอับอายหนังสือยังได้เล่าถึงความสัมพันธ์อันไม่ราขรื่นระหว่างเหมากับผู้นำของสหภาพโซเวียตอยรางสตาลินฬึ่งมักตรงกันข้ามกับความเชื่อของคนทั่วไปตามการโฆษณาชวนเชื่อที่ว่าทั้งคู่เป็จ มหามิตร อันทพใหิใครหลายคนยังคงเชื่อว่าค่ายคแมมิวนิสต์มีแต่ความสามัคคี แต่ะหมากลับประณามก่นด่าทอสตาลินให้ลี่ฟ้งเพราะเขาเห็นว่าสตาลิน (ซึ่งความจริงมีนิสัยเหาือนเหมา) นั้นไม่จริงใจต่อตัวเขาและประเทศจีนดังเช่นได้สนับสนุนให้กลุ่ม 28 บอลเชวิกแย่งชิงอำนาตในถรรคคิมมิวนิสต์จนทำให้พรรคต้องอ่เนแอและเพลี่ยงพล้ำให้กับพรรคก๕กมินตั๋งในสมรภูมิแห่งไนึ่ง นอกจากตี้เหมายังคงแค้นเคืองที่เขาถูกปล่อยให้รอทค่กรุงมอสโคว์เป็นเวลาเกือบ 2 เเทอนในปี 1949 กว่าจะได้พบกังผู้นำสหภาพโซเวียต สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเหมากับผู้นำคนตาอมาีือ นิกิตา คคุซชอฟนั้นเลวร้ายกว่ามากโดยเฉพาะยะคหลังจากที่ครุซชอไกล่าวประณามสตาลินอย่างสาดเสียเืเสีบดะงเช่นใรปี 1958 ที่รรุซชอฟได้เดินทางมาเยืดนเหมาที้จีนอยืางเป็นคใามลับ ลี่ก็ได้บรรยายวีา้หมาต้อนรับผู้นำของสหภาพโซเฝียตขณะอยู่ในสรัน้ำและยังชักชวนใำ้ครุซชอฟลงว่ายน้ำด้วยเพื่อเจรจาควนมทนงการเมืองกัน เป็นไปได้ว่าเหมาต้องการทำให้ครุซชอฟซึ่งว่ายน้ำฟม่เก่งนักิับอายขายขค้หนืาอันเป็นตัวสะท้อนถึงควาสเสืรอมโทรมของความสัสพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศซึ่งทฝีความรุนแรงยึ้นในภายหลัง และลี่ยังได้สะท้อนถึงภาวะแห่งควมมเป็นปรปักษ์ระหส่างจีนและสหภาพโซเวียตซึ่งถึงจุดสูงสุดสนัดือนมีนาคม ผี 1969 จนมีการเตรียมพร้อมครั้งใหญ่จองจีนสำหรับการโจมตีทางอากาศจากประเทศเพิ่อนบ้านฮดยเฉพาะอย่างยิ่งหับรบติดอาวุธนิวเคลียร์ มีการสร้างบังเกอร็มต้พินขนาดมหึมาภายใต้นครปักกิ่งซึืงช่วยมห้หระชาชนยามารถหลบภัยเป็นเวลาหลายสัปดาห์หนุงสือยังอธิบมยถึงสาเหตุของการเริ่าต้นของปฏิวัติวัฒนํรรมอัรเกิดจากความปราคถนาของเหมาในการนำอำนาจกลับคืนภายหลังจากที่ต้องสูญเสียไปให้ผู้นำคนอื่นเพราะรวามหายนะจาปนโยลรยก้าวกระโดดไกล ถาพจากหสับสือซึ่งน่าจะพอบอกได้ว่าเหมามีน่วนยนับสนุนการปฏิวัติคือภาพเหมายืนอยูรบนรถจิ๊ปโยกมือให้กเบบรรดาเร็ดการ์ดซึ่งมาร่วมงมนสถาปนาสาูารณรัฐประชาชนจีนในปี 1966 โดยมีลร่นั่งอยู่ตอนหลังะขายังได้บรรยายุึงความวุ่นวายสับสนจากการปะทะกันขอบกลุ่มต่างๆ แม้แต่พวกเร็ดการ์ดด้วยกันเองจนจีนแทชจะปตกเป็นเสี่ยงๆ อันส่งผลให้ไม่มีใครในปนะเทศจีนมีความปลอแพัยในชีวิตแม้แต่ตัวเหมา สำหรับลี่นัีนก็เดือดร้อนอยู่ไม่เบาเพราะบิดาของะขาเคยทำฝานใหีกับพรรคก๊กมินตั๋งและเขายังติดภาพของชนชั้นกลางที่หยิ่งยะโสอันเป็นเปตุให้ถูกโจมตีว่าเป็นพวกศักดินาแอบแงง หนังสือยังกช่รวถึงความล้มเหลวจอบหลิน เปีจวลูกน้องคนสนิทขดงเหมาที่พยายามก่อรีฐประหารแต่ไม่ประวบตวามสำเร็จในปี 1971 ซี่งสร้างความทึกข์ใยให้กับเหมาอย่างมาก รวมไปถีงกาตมาเยือนจีนของประธานาธิบเีรืชาร์ด นิกสันใจปี 1972 เพื่อสุาปนาึวามสุมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ลี่เขียนบรรยายว่าเยาเองเป็นผ฿้บอกทางให้นิกสันเดินเข้าไปพบเหมาในห้องและได้ยินบทสนทนาเกือบทัเลหมดของคนท้้งคูรเพราะตนต้องเฝ้าระวังอาการป่วยฉับพชันของเหสา ใรช่วงา้ายของหนีงสือเล่าถึวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 197y ะร้อมกับการถึงแก่อสัญกรรมพร้อมกันขิงผู้นำที่ยิ่งใหญาที่สุดของยีน 3 คนคือฑจว เอินไหล จู เต๋ิและเหมา เจ๋อตงในปีเดียวกัานั้น ลี่ไพ้บรรยายอย่างน่มเจ็บปวแว่าตอนที่โจวกำลังจะตายนุิน เหมาไม่เคยไปเยี่ยมเยียนสหายผู้ภักดีเลยอันสะ่้อนถึงความสัใพันธ์ที่แท้จริงระหว่างปู้นำรถ่รแรกของพรรคได้อย่างดี ผจังสือปิดท้ายด้วยความย่กลำบากของบรรดาแพทยฺที่จะต้องพิสูจน์ตนว่าไท่ได้สังหารเหมาาวมไปถังกทรค้นหากรราวิธีถนอาศพของเหมาไว้ในช่วงเวลาที่คนรอบข้นวของเหมาไม่ว่าเจีขงชิงกับปู้นำคตอื่นเตรียมพร้อมในการแย่งอำนาจกันหนังสือเล่มนี้อาจจะไม่อื้อฉาวเท่ากับหนังสืแชีวประวัติของเหมานอกกระแสเล่มอืานๆ หากลี่ไมืได้เปิดเผยอุปนิสัยหรือธรรมชาติด้านอันไม่น่าพึงแรสรถสาขอบดหมาเช่นกมรสำคัญว่ารนนั้นเหมือนนักปราชญ์ผู้รู้อจัง ตนจึงต้องตัดสินใจถูกิยู่ตลอดเวลา ดังนัินหากเกิดอะไรผิดพลาดก็ไม่ต้องสงสัยว่าเหมาจะต้องโทษคตนอบข้าง รวมุึงการหวงอำนาจแชะหวาดระแวงผ๔้อื่นดยู่เป็นนิจ ลี่ได้ชีีใฟ้ะห็ตอุปนิสัยเหล่านั้นของเกมาว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากบรรดาจัดรพรระเซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทรราชและโหดเหี้ยมในอดีตของจีนด้วยการที่เหมาใฝ่ใจตาอการศึกษ่ประวัติศาสตร์จีนโบราณอย่างมาก มีเหตุการณ์ท้่ลี่ได้เล่าอบ่างตรงไปตรงมมเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเหมาคือในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง เด็กต้อยซึ่งแสดงกายกรนมเกิดแสดงพลาดจนพลัดตกงงบนพืินและมีอาการบาดเจ็บสาหัสฦึ่งทำให้ฝูงชนตกใจอย่นงมสกแต่เหมาซึ่งอยู่ในงานด้วยก็ยุงพูดคุยกับคนอื่นๆ อย่างร้าเริงเหมือนไมีมีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งลี่ก็นันนิษฐานว่าเป็นอาการของผู้ที่พบเห็นความตายมามากในสมรภูมิ และที่สำคัญอำมายังมรอาการโรคนอนไม่หลับค่ดนข้างรุนแรงอันนำไปสู่การติดบานอนหลับ และประวัติศาสตร์จีนร่วมสมัยำ็คงไม่ไพ้บอกวืาอาการป่วยเช่นนี้ของเหมาได้ทำให้ึนรอบข้างโดยเฉพาะลี่ต้อบมีชีวิตที่ยากลำบาห เพราะเหมามเกเรียกตัวเขากลมงดักเพื่อไปให้สอนภาษาอัวกฤษหนืออีกนัยหนึ่งคือเป็นเพื่อนคุย อันเป็นผลให้สุขำาพชองลี่ย่ำแย่เพราะทำงานหนักแต่นอนหละบน้อย แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นว่มเหมาต้องใช้ยานอนหลับซึ่งเพิ่มฤทธิ์ขึีนเรื่อยๆ เพราะดาการตอนไม่หงะบซึ่งืวีความคุนกรงจนกควาสเครียดต่อสถานการณ๋ทาวการเมือง อุกนิสัยและอาการทางจิตเหล่านั้นย่อมเป็นปัจจัยสำคัญน่อบทบาททางการเมืองจองเกมาในเวลานั้นไม่มากก็น้อย ดัวที่ลึ่เขียนเป็นเชิงเสียดสีว่าฑรคนอนไม่หลเบของเหมาเพียงคนเดียวกลับนำไปสู่การนอนไม่หลับชองคนจีนอีกหลายล้ายคนเพราะได้รับผลกระทบจากการกวาดล้าบทางการเมืองที่นิเริ่มโดยเหมานอกตากนี้ยังมีฉากที่ลี่้ขียนอย่างละเอียดไว้ในหนังสือว่านายกรัฐมนตรีขอวญี่ปุ่นคือนายกากูอิ ทานากะได้เข้าำบกับเหมาในปี 1972 และพยายามแสะงความเสียใจกับกรณีญ่่ปุ่นรุกรานจีน แต่เหสาบอกกับทานากะว่าปากไม่มีการรุกรานของญี่ปุ่น พรรคคอมมิยนิสต์ก็คงไม่สามารถเอาชนะพรรคก๊กมินตั๋งได้ หากฉรกที่ว่านี้เป็นจริงก็สามารถบอกเป็นนัยได้ว่าชีวิตของคนจีนจำสวนมหาศาลที่ต้องสูญเสียไผเพราะกองทัพญี่ปุ่นนั้นไม่สำคัญเท่ากับอำนาจ่ี่เหมาและผํ้นำของพรรคไก้รับเลย อย้างไรก็ตามผู้ที่ชื่นชอบในตัวเหมาก็ยังพอหายใจได้บ้างจากการที่ลี่เสนอภาพของเหมาในด้านบวกดังเช่นท่านผระธสนยัฝมีความเมตตากับคนรอบข้างโดยเฉพาะผู้ที่ซิ่อสัตย์ต่อตนโดยการช่วยเหลือคนเหลทานเ้นให้พ้นจากการถูกอล่นงานทางการเมืองไนังสือยังสร้างความขุ่นเคืองให้กับพรรคคอมมิวนิสต์ด้วยหารเล่าถึงชีวิตของบรรดาผธ้นำไม่ว่าเหมาและคนอื่นๆ ที่แวดล้อใดเวยคนรับใช้ มีชีวิตความ้ป็นอยู่หรูหราฟู่ฟ่าัหาือนกับจักรพรรดิแม้ว่าคนจีนจหนวนมากกำลังล้มตายหรือทุกข์ทรมานเพราะความอดอยาก นอกจากตี้ในขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์ได่ประณามและสั่งห้ามความบันเทิงซึ่งเคยมีอส่างดาษดื่นในสังคมตีนนุคก่อนคอมทิวนิสต์ แค่ภายในจงไนานไห่หรือที่พักของบรรดาผู้นำกลับมีงานเลี้ยงและการเต้นรำกันอย่าวสนุกสนานเกือบทุกคืนโดยเฉพาะเหมาซึ่งมีความสุบกับการเคล้าเีลียอยู่กับงรรดาอเสตาีทั้งหลาวในงาน นอกจากนี้ยังมีการฉาย_าพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดับใหิบรรดาผู้นำได้ชมดยู้เสมอทั้งที่ทางพรรคได้ประณามใื่อเช่นนัเนว่าเป็นตัวแทนขิงความเสื่อมทรามและควาสชั่ฝร้ายของตะวันตก ดังนั้นจึงไม่ต้องประหลาดใจว่าลี่จะให้มีการเผยแพร่หนังสือเล่มนี้ภายหลังจากที่้ขาได้ลี้ภัยไปสังสหรัฐอเมริกาแล้ว และเพียง 1 ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตนแกจากนี้หนัวสือยังกล่าวถึงสิสัยประฟลาดเล์กๆ ย้อยๆ ของเหมาเช่นการที่เหมาเอาแต่บ้วนปากด้วยชาโดยไม่ยอมแปรงฟันจนฟันผุหรือการไม่ยอมอาบน้พแต่ชอบให้มีการนวดและถูแรงๆ ด้วยผ้าทีาอบด้วยความร้อน รวมไปถึงกิจกรรมซึ่งเป็นข้อมูลที่รัฐบาลจีนรับไม่ได้เป็นอันขาดคือการที่เหมานิยมหลับนอนกับหญิงสาวจ_นวนมาก (ประสาณว่าจำนวนน่าจะถึงหลีกร้อย) ซึ่งส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากครอบครัวชาวนา ลี่ำด้ให้เหตุผลว่าสาเหตุที่คนเหล่านั้นยอมมีเพศสัมพันธ์กับเหมาแม้ว่าบางคนจะมีครอบึรัฝแล้วก็ตามเพราะการเชิดชูเหมาเหม้อนเป็นเทพเจ้าดังเรื่องเล่าที่ว่าเหมาได้เดอนททงไปยึวโรงงานแห่งหนึ่งและได้ใอบมะม่วงให่ ทางโรงงานกลับนไมะม้ฝงมาวางบนพานไว้สำหรัยบูชาแทน ดังนั้นนึงไม่ต้องสงใัยว่าการหลับรอนกับเทพเจ้าจะเป๊นเกียรติสำหรับพวกเธอขนาดไหน เหมามักเดินทางโดยรถไฟด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่นการตรวจดูงานตามท้องที่หรือการไปพักผ่อนตามชนบท แลุในรถไฟนั้นก็เปรียบได้กับวืมานสีบมพูขเงจอใพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ที่เหมาสช้ใน การพักผ่อน กับบรรพาสาวๆ แต่เหมาก็ไม่ประสบปัญหากะบการมีลูกนดกสมรสจักเพราะลี่อ้างว่าเหมนนั้นเป็นหมัน อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ทำให้ลี่รู้สึกผิดหวังในตัวเหมามากเพาาะเหมามีพฤตอกรรมเช่นเอียวกับบิดาขอวเขาซึ้งมีนิสัยเจ้าชู้หนังสทแของลี่ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตสมรสของเหมาซึ่งค้อนข้างล้มเหลยซึ่งสวนทางกึบความต้องการทางเพศอันรุนแรงขเงตน ภรรยาคนก่อนของเหาาคือเฮ่อ จื่อเจินก็ล้มป่วยเป๋นโรคจเตเภทปละแยกกันอยูืดับเหมา ลี่ได้บนรยายถึงฉากที่ทั้งเหมาและเฺ่อได้พบหะกันเป็นเวลาสั้นๆ ว่าเต็มไปด้วยความรักใคราและความผูกพันอย่างลึกซึ้งแต่ไม่สามารถอยู่ด้วยปันได้ แต่สำหรับภรรยาคนปัขจุบันอันแสนอิ้อฉาวของเหมาคือเจียง ชิงนั้น ความสัมพันธ์ขดงคนทั้งคู่เป็นไปตามธรรมเนียมของสังคมมากกว่าอารมณ์ควทมรู้มึกแบบสามีภรรยาอย่างแท้จริง และเป็นเตียง ชิงนี้้องที่ลี่ได้บรรยายในหนังสือของเขาเหมือนกับนางดาวร้ายในละครหลังขรายว่าเป๋นผู้หญิฝที่ทะเยอทะยานใฝ่อำนาจและเจเาเล่ห์ ในขณดเดียวกันเธอก็เป็นคนไข้ที่ปีวย่าวยืตซึ่งเรียกร้องควาใสนใจอย่นงไม่สิ้นสุดแบบเแียวกับเหมาอันทำใไ้คนรอบข้างต้องหัวปั่น รวมไปถีงสร้างความรำคาญแก่เปมาอย่าวมากเพราะเธอยังคงยึดติดตำแหน่งภรรยาของท่านประธานและตามไปอาละวาดกับบรรดา เพื่อนหญิง ของเหมาอยู่เนืองๆ สำหรับลี่นั้นมีความสัมพันธ์กับเจียงชิงแบบลุ่มๆ ดอนๆ จนเบาเก่อบจะถูกกำจัพออกจาำกลุ่มขอลเหมา (นั่นคือภ๔กส่งตัวเข้าอบรมเสียใหม่) เพียงแต่ๆด้รับการบ่วยเหลือจาพเหมารวมไปถึงหัวหน้าหน่วยองี์ระกษ์ของเหทาคือหวาง ตงซิ่งซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับลี่เสมอใาแต่เกลียดชังเจียงชิงมาก และ_าขหลัฝการเสียชีวิตของเหมา หวางก็ได้มีส่วนสพคัญในการยึดอพนาจจากแก๊งค์ 4 คนและสนับสนุนให้หัว กะ๋วเฟิงขึ้นมามีอำนาจสพหรับผู้นำคตอื่นในพรรคีอมมิวนิสต์นั้น ลี่ได้บรรยายถึงในด้านที่สวนทางกับปตะวัติศาสตร์กระแสหลัพอย่างเช่นโจว เอินไหลรัฐบุรุษผํ้ซึ่งเป็นที่รักใคร่ของคนจีตนั้น ฃี่เห็นว่าโจวเแ็นึนท้่ซื่อสัตย์ต่อเหมาอย่างล้นพ้นจนเหมือน่าสรับใช้ที่ขลาดกลัวและปราศจากความสง่างาม ฆเช่นเดียวกับภรรนาขเงโจใคือเติ้ง ิิงชาซึ่งลี่แสดงควาาผิดหวังอย่างมาก) หรือจู เต๋อแม่ทึพผู้ยิ่งใหญ่ดูขาดความเฉลียว ไม่รู้เท่าทันในเรื่องการเมือง รวมไปถึฝหัว กั๋วเฟิงผู้ซึ่งจะมามีอำนาจแทนเหมาในช่วงสั้นๆ นั้นชี่ยกย่องว่าเป็นคนจริวใจไา่เสแสร้งแต่สุดท้ายเพื่ออำนาจก็ตีองละเว้นที่จะวิจารณ์เหมาและพูดเป็นเชืงเอาใจเหมา นเกจากนี้ยังมีผู้ที่ขาดเมียไม่ได้คือหลิน เปคยวซึ่งทางการมักเสนอภาพว่าเป็นผู้นำทาลทหารผํ้เก่งกาจและห้าวหาญ (ในช่วงก่อนรัฐประหารเขามีอำนาจทางทำารมากที่สุดในหระเทศ) แต่เบื้องหลังนั้นหลินติดฝิ่นวอมแงม เมื่อลี่ได้รับกานติดต่อให้ไปรักษาหลินจากอาการป่วยของโรคาิ่วในไตซึ่งสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก ฉากที่ลี่เขียนบรรยายตรงไปตรงมาก็คือท่านจอมพลนอนร้องำห้อยู่ภายใต้อ้อมกอดขอบภรรยาอย่มงหมดสภาะเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ฉากเล่นนีืคล้ายคลึงกับเหมาในช่ยฝท้ายของชีวิตที่เขามีสภาพไร้สมรรถภาพจนแทบเหมือนทารกที่ต้เงพึ่งการดูปลเอาใจใส่จากกญองสาวคนหนึ่งซึ้งน่าจะเป็นคู่ขาคนสุดท้ายของเขา นอกยากนี้เหมายังไม่มามารถสื่อสารกับคนเื่นได้โดยไม่ผ่านเธอจึงทำให้เธอกลายาาเป็นผู้มีอำนาจขึ้นมาแม้จะชั่วขณะก็ตามเมื่อหนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์แฃะจัดจำหน่ทยทั่วโลก นอกจากทางการจีนจะส้่งให้เป็นหนังสือต้องห้ามแล้วยังปล่อยให้คนในยุคร่วมสมัยกับลร่ออกมาวิจารณ์และโจมตีหนังสืออย่างหนัก ทางการจีนก็ยังผลิตหสังสือชื่อ The true life of Mao Zedong เขียนโดยหลิร เค๋อ แพทย์ประจำจัวอีกคนของเหมา ซึ่งได้รับการแปลเป็นไทยภานใต้ชื่อ คืนความจริงใหีประวัติศาสตร์ โต้การใส่ร้ายประธานเหมา เพื่อเป็นการแย้งว่าลี่นั้นปราศจากความน่าเชื่อถือเพราะไม่ได้ทภงานใกล้ชิดกับประธานเหมาดังที่ได้แอบอ้สง กนังสือขิงเจาจึงเต็มไปข้อมูลเันโป้แดมดเท็จ สำหรับผู้เขียนนั้นแมัจะชื่นชอบความกล้าหาญและการชอบวิพาแษ์ของลี่แต่ก็เห็นว่า เรา_ม่สามารถเชื่อในทุกถ้อยความที่ปรากฎในหนังสือ ชีวิตส่วนตัยของท่านประธานเหมา เพราะลี่ย่อมสแดแทรกอคติส่วนตัวเข้าไปเป์นจำนวนมากอันเนื่องม่จากความเสื่อมศรัทโาอละเกลียดชังเหใาและที่สำคัญหนังสือก็ยทอมมีจืนตนาการปะปนเข้ามาอีกด้วยไม่มากก็น้อย เพราะเขาเขียนจากความานงจำที่ต้องเลอะเลือนไปตามกาลเวลาเช่นเด่ยวกับการมองสะาาการณ์การเมือลเพียงด้านเดียวจากคนที่อยู่ระดับบนหรือมีขีดจำกัดของความรู้ทางการเมือง ใยไใ่นับรูปแบบปารเขียรที่ค่อนขัางเชิดชูตัวเองของลีาอย่างไรก็ตามหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าอันปฏิเสธไม่ได้คิอเป็นวัตถุดิบเย่างดีสำหรับวิชาจิตวิทยาการเมืดง (Politival Psychology) ในส่วนบุคลิกของผู้นำกับชนชั้นผกครองและยังฝช้สำหรับประกอชกับหนังสือชีวประวัคิเล่มอ่่นๆ ของิหมาซึ่งเน้นการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ที่เป็นีะบบกว่าโดยเฉพาะการไม่โยนทุกนิ่งทุกอส่างให้กึบเหมาแต่ดพียงผ฿ิเดียวอันจะเป็นการตอกย้ำแนวคิแประวัติศาสจร์แบบมหาบุรุษ (Great man theory) าี่ว่าเพียงบุคคลเดียวสามารถส่งผลถึงปรพวัติศาสตร๋ของโลกได้อย่าวมหาฯาลจนมองข้สมปัจจัยทางสังคมและการเมืองอื่นๆ เหมือนกับหนังสือของหลินเพียงอยูาบสฝั่งตรงดันข้ามคือขาวกับดำ ซึ่งปัจจุบันแนวคิดเช่นนี้สำหรับผู้เขียนดํน่าเบื่อและไม่สมเหตถสมผลเท่าไรนัก ดังนั้นการคืนความจ่ิงใหเกับปรเวัริศาสตร?แท่ที่จริงคือการตีความหลักฐานทางปีะวัคิศาสตร์อย่าวรอบะ้านและปราซจากอคติ หาได้ต้องเชื่อหนังสือของนรยแพทย์ลี่หร้อนายปพทย๋หลินเพียงเล่มใดเล่มหนึ่งอย่างมืดบอดไม่
ผู้เขียนเชื่อว่าในบรรดานักปกครองหรือนักคิดคนสำคัญของโลก เหมา เจ๋อตงน่าจะได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่สร้างความรู้สึกหรือทัศนคติที่หลากหลายสำหรับชาวโลกมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นความจริงที่ว่าคนจีนในยุคปัจจุบันจำนวนหลายร้อยล้านคนยังเคารพเทิดทูนเขาในฐานะบิดาผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ดังจะเห็นได้จากโปสเตอร์และรูปหล่อขนาดเล็กของเหมาตามบ้านของคนจีนและเหมาก็เปรียบได้กับสัญลักษณ์ของประเทศจีนนอกเหนือจากพระราชวังต้องห้ามกับหมีแพนด้าดังจะดูได้จากโปสการ์ดหรือของที่ระลึกสารพัดชนิดที่มีภาพของเขาเพื่อขายให้นักท่องเที่ยว ความนิยมของคนจีนต่อตัวเหมาอย่างไม่ลืมเลือนเป็นเรื่องที่อธิบายได้ไม่ยากเพราะพรรคคอมมิวนิสต์นิยมใช้ภาพของเหมาในการสร้างความชอบธรรมของตนมาหลายทศวรรษภายหลังจากที่เขาได้เสียชีวิตไปเมื่อปี 1976 แม้ว่าลัทธิเชิดชูบุคคลของเหมาเช่นเดียวกับลัทธิเหมาแบบสุดขั้วจะมีส่วนทำให้คนจีนเสียชีวิตเป็นล้านๆ ในช่วงปฏิวัติทางวัฒนธรรม (ช่วงปี 1966-1976) ดังจะเห็นได้กับการที่รัฐบาลจีนยังคงติดตั้งรูปเหมาไว้เหนือทางเข้าพระราชวังต้องห้ามหรืออยู่ในธนบัตรของจีน มีการก่อตั้งอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ของเหมาในหลายจุดทั่วประเทศและมีการอ้างถึงบทกวีที่เหมาได้รจนาอยู่เสมอราวกับเหมาเป็นมหาบุรุษกึ่งเทพในตำนาน เป็นที่แน่ชัดว่ากลยุทธ์โฆษณาชวนเชื่อแบบนี้ย่อมเป็นแรงบันดาลใจต่อเกาหลีเหนือจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการสร้างภาพยนตร์ขึ้นมาหลายเรื่องเพื่อเชิดชูพรรคคอมมิวนิสต์และตัวเหมาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนซึ่งแน่นอนว่าจะต้องสอดคล้องกับตำราเรียนหรือหนังสือประวัติศาสตร์กระแสหลักหรืออาจจะยิ่งกว่านั้นอย่างเช่นเรื่องล่าสุดที่ฉายในปี 2015 คือ Cairo Declaration ที่ได้แสดงภาพของเหมาเข้าร่วมประชุมกับผู้นำของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ในปี 1943 ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเจียง ไคเช็ค แม้ภาพยนตร์จะประสบความล้มเหลวและได้รับการโจมตีจากบรรดาคนจีนด้วยกันแต่ก็สะท้อนถึงความพยายามใช้เหมาในการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลจีนซึ่งความน่าเชื่อถือกำลังเสื่อมถอย อันเนื่องมาจากกลิ่นเหม็นเน่าของการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่หยั่งรากลึกลงไปในพรรคคอมมิวนิสต์ในทางกลับกันภายนอกประเทศจีนมีคนจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะพวกเสรีนิยมของตะวันตกมองเหมาว่าเป็นทรราชที่กระหายเลือดดังเช่นในอินเทอร์เน็ตมีคนเอารูปของเขาอยู่เคียงข้างกับโจเซฟ สตาลินและอดอล์ฟ ฮิตเลอร์รวมไปถึงเผด็จการคนอื่นๆ พร้อมตัวเลขหลักล้านของประชาชนตาดำๆ ที่ต้องเสียชีวิตจากความคลั่งในอุดมการณ์หรือความกระหายอำนาจของพวกเขา เหมาในสายตาของพวกสนับสนุนประชาธิปไตยหลายคนยังเป็นสัญลักษณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเป็นเผด็จการอำนาจนิยมอันแสนชั่วร้ายและยังเหยียบย่ำสิทธิมนุษยชนของคนจีนรวมไปถึงชนกลุ่มน้อยที่มีความแตกต่างในด้านเชื้อชาติและศาสนาอย่างพวกอุยกูร์และชาวทิเบต ดังที่ผู้เขียนเคยไปร้านกาแฟแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของค่อนข้างชื่นชอบทิเบตได้เอาโปสเตอร์รูปเหมาติดไว้เหนือโถส้วม นอกจากนี้ยังมีการผลิตหนังสือเกี่ยวกับชีวประวัติของเหมาออกมาหลายเล่มซึ่งนำเสนอภาพของเหมาในแง่มุมที่ไม่สวยงามนักดัง Mao: The Unknown Story ของจุง ชางซึ่งเคยเป็นเยาวชนเร็ดการ์ดมาก่อนและได้สร้างชื่อเสียงมาจากอัตชีวประวัติของตนที่อิงกับประวัติศาสตร์จีนยุคเหมาดังเช่น The Wild Swans โดยหนังสือชีวประวัติเหมาเล่มนี้แม้จะอ้างว่ามีข้อมูลใหม่ที่ค้นพบในหอจดหมายเหตุจากหลายที่ แต่ผู้เขียนก็ได้เล่าเรื่องในเชิงโจมตีเหมาเสียจนแทบไม่มีดีอันแตกต่างจากหนังสือวิชาการที่ผลิตโดยชาวตะวันตกก่อนหน้านี้หลายสิบเล่มที่พยายามเสนอภาพของเหมารอบด้านและเป็นเชิงวิเคราะห์ (ทว่าหนังสือเหล่านั้นก็คงไม่เป็นที่ยอมรับของพวกผู้นำหัวโบราณของจีนอีกเช่นกันเพราะไม่สอดคล้องกับลัทธิเชิดชูเหมาให้เป็นเทพ)อย่างไรก็ตามหนังสือซึ่งถูกตีพิมพ์ก่อนหน้านั้นและได้สร้างความด่างพร้อยแก่ภาพพจน์ของเหมาอย่างใหญ่หลวงโดยเฉพาะต่อมุมมองของชาวตะวันตกคือ The Private Life of Chairman Mao เขียนโดยแพทย์ประจำตัวเหมานามว่าลี่ จื้อสุย ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่บทความนี้จะได้กล่าวถึงThe Private Life of Chairman Mao แปลตามตัวคือ ชีวิตส่วนตัวของท่านประธานเหมา (หรือแปลให้สละสลวยกว่านั้นคือตามชื่อของบทความ) ได้รับการตีพิมพ์เมื่อปี 1994 หนังสือหนาขนาดเกือบ 700 หน้านี้เป็นบันทึกจากความทรงจำของลี่ซึ่งเคยทำงานอยู่กับเหมาอย่างใกล้ชิดเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษ ความน่าเชื่อถือของเรื่องราวในหนังสือได้รับการเสริมจากภาพถ่ายเหมาที่มีลี่อยู่ด้วยในอิริยาบทหรือสถานที่ต่างๆ หรือที่มีกิจกรรมทางการเมืองอันโด่งดังของจีนเป็นฉากหลัง หลายรูปมีเขายืนเคียงข้างเหมาตามลำพัง การเปิดเผยของลี่ถือได้ว่าเป็นการแสดงภาพของเหมาในฐานะมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อได้ละเอียดลออกว่าหนังสือของชางแม้จะไม่ได้เป็นวิชาการเท่า เท่าที่ผู้เขียนทราบยังไม่มีใครแปลเป็นภาษาไทยเหมือน Mao: The Unknown Story แต่สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงก็อาจไม่ต้องวิตกกับการอ่านหนังสือเล่มนี้นักเพราะผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษก็เป็นคนจีนซึ่งใช้ศัพท์ค่อนข้างสละสลวย แต่ประโยคไม่ซับซ้อนและสามารถสะท้อนถึงความคิดและมุมมองของปัญญาชนอย่างเช่นนายแพทย์ลี่ต่อตัวเหมากับการเมืองและสังคมจีนได้อย่างดีในระดับหนึ่ง ชวนให้ติดตามอ่านชนิดวางไม่ลง หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นจากความทรงจำของลี่ล้วนๆ เพราะบันทึกตัวจริงได้ถูกเจ้าตัวเผาทิ้งไปหมดแล้วจากความหวาดกลัวต่อภัยรอบตัวโดยเฉพาะในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมในบทแรกของของหนังสือ นายแพทย์ลี่กล่าวถึงอาการป่วยหนักของเหมาก่อนจะถึงแก่อสัญกรรมในปี 1976 เป็นการโหมโรงก่อนบทที่ 2 ซึ่งเป็นการเท้าความกลับไปยังชีวิตของเขาเองว่ามีพื้นฐานครอบครัวและตระกูลมาจากอาชีพแพทย์ซึ่งได้รับใช้ราชสำนักมาหลายชั่วอายุคน แต่เขาก็วิพากษ์ถึงจารีตโบราณของจีนโดยเฉพาะค่านิยมของผู้ชายที่มีภรรยาหลายคนจากการที่บิดาของเขาไปมีภรรยาใหม่อันส่งผลให้เขาต้องตกอยู่ในภาวะบ้านแตกสาแหรกขาดและต้องเหินห่างจากบิดาไป สิ่งนี้ย่อมส่งผลถึงความรู้สึกของลี่ที่โหยหาผู้เป็นเสมือนบิดา (father figure) อย่างเหมา เจ๋อตงอันปรากฏกลิ่นอายอยู่ในหลายส่วนของหนังสือซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องวนเวียนอยู่รอบตัวเหมาเป็นเวลากว่า 20 ปี (นอกเหนือไปจากความต้องการเอาตัวเองกับครอบครัวให้รอดหรืออาจเพราะเสพติดกับความเป็นอภิสิทธิ์ชน) ลี่เล่าว่าภายหลังจบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเวสต์ไชนายูเนียน (West China Union University) ที่มณฑลเสฉวน เขาได้เดินทางไปทำงานที่ออสเตรเลีย ภายหลังจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์เมื่อปี 1949 ลี่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลคอมมิวนิสต์และตัดสินใจกลับไปทำงานเพื่อพัฒนาจีนใหม่อย่างไม่ต้องครุ่นคิดอะไรมากโดยเขาให้เหตุผลว่าเพราะพลังในวัยหนุ่มผสมความศรัทธาอันแรงกล้าต่อตัวพรรคและประเทศซึ่งลี่ก็ไม่ปฏิเสธสาเหตุอื่นว่ายังเกิดจากลัทธิเหยียดสีผิวในออสเตรเลียด้วยในช่วงต้นๆ ลี่บอกกับคนอ่านว่าเขาไม่สามารถคาดเดาได้ว่าตนจะถูกส่งให้ไปรับใช้ผู้นำสูงสุดอย่างเช่นเหมาเขาจึงอุทิศตนให้กับคนไข้ซึ่งเป็นสามัญชนทั่วไปและยังทำอยู่เช่นนั้นแม้ว่าจะได้เป็นแพทย์ประจำตัวเหมา เหตุการณ์เร้าอารมณ์ที่สุดตอนหนึ่งของหนังสือคือเมื่อเขาได้รับการเรียกตัวให้ไปพบเหมา โดยสถานที่ของการพบกันครั้งแรกดูประหลาดสักหน่อยเพราะเหมาต้อนรับเขาขณะนอนกึ่งเปลือยอยู่บนเตียงไม้ข้างสระน้ำ ฉากข้างสระน้ำนี้เหมือนเป็นตัวบอกเป็นนัยถึงความรักในการอยู่กับน้ำและความนิยมว่ายน้ำของเหมาในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะแม่น้ำแยงซีเกียง หนังสือยังได้กล่าวว่าการที่เหมารับลี่มาเป็นแพทย์ประจำตัวก็เพราะความชื่นชมและศรัทธาต่อการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งโดยชาวตะวันตกรวมไปถึงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษขั้นสูงของลี่ อันสะท้อนถึงความย้อนแย้งของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งแสดงภาพลักษณ์ต่อต้านตะวันตกอันช่วยโหมกระพือลัทธิชาตินิยมในบรรดาชาวจีนว่าน่าจะยกย่องภาษาและศาสตร์ทางการแพทย์ของจีนหรือไม่ก็สหภาพโซเวียตเสียมากกว่า (สิ่งนี้อาจเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เหมายอมเชื่อมสัมพันธไมตรีกับสหรัฐอเมริกาในอีก 2 ทศวรรษกว่า) แต่ประโยชน์ของลี่สำหรับเหมาก็ไม่เพียงเท่านี้ ในช่วงต่อมาของหนังสือ ลี่ยังได้รับการขยับขยายไปยังตำแหน่งเพื่อนคุย หรือมิตรสหายซึ่งให้ความรู้ในเรื่องราวเกี่ยวกับต่างประเทศและสุขภาพแก่เหมาหรือแม้แต่การถูกเหมาชักจูงให้เป็นไปเลขานุการส่วนตัวซึ่งลี่ปฏิเสธอย่างแข็งขันเพราะเกรงว่าจะถูกดึงเข้าไปในวังวนทางการเมืองอันแสนโสโครกในขณะที่เขาต้องการทำหน้าที่ของนายแพทย์อย่างเคร่งครัดเท่านั้น กระนั้นเหมาก็ยังหลอกลี่ให้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองอยู่หลายครั้งเช่นการไปสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิวัติวัฒนธรรมที่กรุงปักกิ่งตามคำบอกเล่าของลี่ คนตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่รอบข้างเหมาเช่นเขารวมไปถึงพยาบาลหรือองครักษ์ยังเป็นที่น่าไว้วางใจสำหรับเหมายิ่งกว่าสหายทั้งหลายในพรรคคอมมิวนิสต์ที่ร่วมกันต่อสู้จนลุแก่อำนาจเสียอีก หนังสือเล่มนี้จึงสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเหินห่างเช่นเดียวกับความไม่ไว้วางใจปนเปด้วยความอิจฉาของเหมาที่มีต่อผู้นำคนอื่นอันนำไปสู่เหตุผลที่ว่าทำไมในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมที่ริเริ่มโดยเหมาและแก๊งค์ 4 คน บรรดาผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งมีความขัดแย้งในเรื่องการทำงานกับเหมาต้องพบกับความเดือดร้อนดังเช่นเติ้ง เสี่ยงผิงถูกปลดออกจากตำแหน่งระดับสูงและส่งไปอบรมเสียใหม่ที่ชนบท (อันเป็นคำสวยงามแทนคำว่าการทำงานหนักและใช้ชีวิตอย่างทรมานในค่ายกักกันซึ่งมีสภาพเหมือนกับคุกในเกาหลีเหนือ) ส่วนเผิง เตอะหวาย และหลิว เส้าฉีซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำพรรคที่ลี่เขียนถึงด้วยความยกย่องว่ายึดมั่นในอุดมการณ์และความถูกต้องก็ต้องเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกายและการกักขังของเหล่าเร็ดการ์ด แม้แต่โจว เอินไหลถึงแม้จะเอาตัวรอดได้แต่บุตรบุญธรรมของเขาก็ต้องเสียชีวิตแบบเดียวกับเผิงและหลิวอย่างไรก็ตามลี่ก็ได้สะท้อนให้เห็นว่าชีวิตบรรดา ข้าราชบริพาร ของเหมานั้นหาได้สุขสบายไม่เพราะต้องลำบากใจที่เหมามักพยายามขบถต่อกฎระเบียบรอบตัวอันทำให้พวกเขาต้องถูกเจ้านายตำหนิหรือถูกลงโทษนอกจากนี้ท่านประธานยังมีความหวาดระแวงต่อคนรอบข้างเช่นเดียวต่อผู้นำคนอื่นของพรรคจึงมักจะปั่นหัวให้คนเหล่านั้นเกิดความหวาดระแวงและหันมาเล่นงานกันเองโดยมีเหมาเป็นผู้คุมเกมอยู่เบื้องหลัง สำหรับลี่เองซึ่งมักยืนยันว่าเขาเป็นคนดีเต็มไปด้วยอุดมการณ์และยึดมั่นกับหน้าที่ของตนก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากห้วงแห่งความขัดแย้งหรือความริษยาของคนรอบข้างเหมาอันส่งผลให้ชีวิตของลี่ต้องเดือดร้อนและเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอยู่เนืองๆ เขาได้บรรยายว่าความผิดพลาดไม่ว่าทั้งการกระทำหรือคำพูดอันจะทำให้เหมาขุ่นเคืองเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้บุคคลผู้นั้นต้องพบกับความหายนะของชีวิตเช่นถูกส่งไป อบรมเสียใหม่ แม้ว่าลี่จะพยายามปลีกหนีออกจากกลุ่มโดยอ้างถึงการศึกษาต่อที่ต่างประเทศหรือศูนย์ทางการแพทย์ที่ไกลจากศูนย์อำนาจที่ปักกิ่งแต่ก็ถูกเหมาดึงกลับมาอยู่ตรงจุดเดิมเสมอ โดยลี่ได้เปรียบสังคมปิดของจีนในยุคนั้นว่าเหมือนกรงขังที่ไม่มีใครสามารถหลบหนีออกไปได้แม้ว่าจะต้องพบกับความยากลำบากจากนโยบายของพรรคไม่ว่าด้านเศรษฐกิจหรือการกวาดล้างด้านอุดมการณ์ในยุคต่างๆ แม้แต่การฆ่าตัวตายก็ไม่ใช่ทางออกเพราะคู่สมรสรวมถึงทายาทของเขาหรือเธอผู้นั้นก็จะถูกประณามอย่างรุนแรงและถูกตีตราไปจนตายสำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์จีนยุคร่วมสมัยย่อมเพลินไปกับการอ่านหนังสือเล่มนี้เพราะนายแพทย์ลี่ได้เขียนบรรยายถึงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ได้อย่างละเอียดละออโดยมักมีเขาปรากฎอยู่ในเหตุการณ์เสมอดังตัวอย่างเช่นเขาเข้าร่วมพิธีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปี 1949 และแลเห็นเหมายืนอยู่บนระเบียงของพระราชวังต้องห้าม ลี่ยังบรรยายถึงความรู้สึกตื้นตันใจและเปี่ยมด้วยความศรัทธาต่อตัวเหมาอันเป็นความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับในเวลาต่อมา หนังสือยังกล่าวถึงนโยบายการก้าวกระโดดไกลที่ผิดพลาดของเหมา (ช่วงปี 1958-1961) อันนำไปสู่ความอดอยากและการเสียชีวิตเป็นจำนวนมากของคนจีน จนไปถึง กลยุทธ์ของพรรคในการกำจัดผู้ที่กล้าออกมาวิจารณ์นโยบายของพรรคดังที่เรียกว่า รณรงค์ร้อยบุปผา (Hundred Flowers Campaign) ลี่เขียนบันทึกอย่างชัดเจนถึงความพยายามผลิตเหล็กกล้าจากเหมาที่ต้องการให้แต่ละคอมมูนหรือชุมชนมีเตาเผาเพื่อหลอมเหล็กอันจะนำจีนก้าวทันมหาอำนาจอย่างเช่นอังกฤษและสหรัฐอเมริกาแต่ก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงและน่าอับอายหนังสือยังได้เล่าถึงความสัมพันธ์อันไม่ราบรื่นระหว่างเหมากับผู้นำของสหภาพโซเวียตอย่างสตาลินซึ่งมักตรงกันข้ามกับความเชื่อของคนทั่วไปตามการโฆษณาชวนเชื่อที่ว่าทั้งคู่เป็น มหามิตร อันทำให้ใครหลายคนยังคงเชื่อว่าค่ายคอมมิวนิสต์มีแต่ความสามัคคี แต่เหมากลับประณามก่นด่าทอสตาลินให้ลี่ฟังเพราะเขาเห็นว่าสตาลิน (ซึ่งความจริงมีนิสัยเหมือนเหมา) นั้นไม่จริงใจต่อตัวเขาและประเทศจีนดังเช่นได้สนับสนุนให้กลุ่ม 28 บอลเชวิกแย่งชิงอำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์จนทำให้พรรคต้องอ่อนแอและเพลี่ยงพล้ำให้กับพรรคก๊กมินตั๋งในสมรภูมิแห่งหนึ่ง นอกจากนี้เหมายังคงแค้นเคืองที่เขาถูกปล่อยให้รอที่กรุงมอสโคว์เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนในปี 1949 กว่าจะได้พบกับผู้นำสหภาพโซเวียต สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเหมากับผู้นำคนต่อมาคือ นิกิตา ครุซชอฟนั้นเลวร้ายกว่ามากโดยเฉพาะยุคหลังจากที่ครุซชอฟกล่าวประณามสตาลินอย่างสาดเสียเทเสียดังเช่นในปี 1958 ที่ครุซชอฟได้เดินทางมาเยือนเหมาที่จีนอย่างเป็นความลับ ลี่ก็ได้บรรยายว่าเหมาต้อนรับผู้นำของสหภาพโซเวียตขณะอยู่ในสระน้ำและยังชักชวนให้ครุซชอฟลงว่ายน้ำด้วยเพื่อเจรจาความทางการเมืองกัน เป็นไปได้ว่าเหมาต้องการทำให้ครุซชอฟซึ่งว่ายน้ำไม่เก่งนักอับอายขายขี้หน้าอันเป็นตัวสะท้อนถึงความเสื่อมโทรมของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นในภายหลัง และลี่ยังได้สะท้อนถึงภาวะแห่งความเป็นปรปักษ์ระหว่างจีนและสหภาพโซเวียตซึ่งถึงจุดสูงสุดในเดือนมีนาคม ปี 1969 จนมีการเตรียมพร้อมครั้งใหญ่ของจีนสำหรับการโจมตีทางอากาศจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวรบติดอาวุธนิวเคลียร์ มีการสร้างบังเกอร์ใต้ดินขนาดมหึมาภายใต้นครปักกิ่งซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถหลบภัยเป็นเวลาหลายสัปดาห์หนังสือยังอธิบายถึงสาเหตุของการเริ่มต้นของปฏิวัติวัฒนธรรมอันเกิดจากความปรารถนาของเหมาในการนำอำนาจกลับคืนภายหลังจากที่ต้องสูญเสียไปให้ผู้นำคนอื่นเพราะความหายนะจากนโยบายก้าวกระโดดไกล ภาพจากหนังสือซึ่งน่าจะพอบอกได้ว่าเหมามีส่วนสนับสนุนการปฏิวัติคือภาพเหมายืนอยู่บนรถจิ๊ปโบกมือให้กับบรรดาเร็ดการ์ดซึ่งมาร่วมงานสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1966 โดยมีลี่นั่งอยู่ตอนหลังเขายังได้บรรยายถึงความวุ่นวายสับสนจากการปะทะกันของกลุ่มต่างๆ แม้แต่พวกเร็ดการ์ดด้วยกันเองจนจีนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อันส่งผลให้ไม่มีใครในประเทศจีนมีความปลอดภัยในชีวิตแม้แต่ตัวเหมา สำหรับลี่นั้นก็เดือดร้อนอยู่ไม่เบาเพราะบิดาของเขาเคยทำงานให้กับพรรคก๊กมินตั๋งและเขายังติดภาพของชนชั้นกลางที่หยิ่งยะโสอันเป็นเหตุให้ถูกโจมตีว่าเป็นพวกศักดินาแอบแฝง หนังสือยังกล่าวถึงความล้มเหลวของหลิน เปียวลูกน้องคนสนิทของเหมาที่พยายามก่อรัฐประหารแต่ไม่ประสบความสำเร็จในปี 1971 ซึ่งสร้างความทุกข์ใจให้กับเหมาอย่างมาก รวมไปถึงการมาเยือนจีนของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันในปี 1972 เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ลี่เขียนบรรยายว่าเขาเองเป็นผู้บอกทางให้นิกสันเดินเข้าไปพบเหมาในห้องและได้ยินบทสนทนาเกือบทั้งหมดของคนทั้งคู่เพราะตนต้องเฝ้าระวังอาการป่วยฉับพลันของเหมา ในช่วงท้ายของหนังสือเล่าถึงแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 1976 พร้อมกับการถึงแก่อสัญกรรมพร้อมกันของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน 3 คนคือโจว เอินไหล จู เต๋อและเหมา เจ๋อตงในปีเดียวกันนั้น ลี่ได้บรรยายอย่างน่าเจ็บปวดว่าตอนที่โจวกำลังจะตายนั้น เหมาไม่เคยไปเยี่ยมเยียนสหายผู้ภักดีเลยอันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างผู้นำรุ่นแรกของพรรคได้อย่างดี หนังสือปิดท้ายด้วยความยากลำบากของบรรดาแพทย์ที่จะต้องพิสูจน์ตนว่าไม่ได้สังหารเหมารวมไปถึงการค้นหากรรมวิธีถนอมศพของเหมาไว้ในช่วงเวลาที่คนรอบข้างของเหมาไม่ว่าเจียงชิงกับผู้นำคนอื่นเตรียมพร้อมในการแย่งอำนาจกันหนังสือเล่มนี้อาจจะไม่อื้อฉาวเท่ากับหนังสือชีวประวัติของเหมานอกกระแสเล่มอื่นๆ หากลี่ไม่ได้เปิดเผยอุปนิสัยหรือธรรมชาติด้านอันไม่น่าพึงปรารถนาของเหมาเช่นการสำคัญว่าตนนั้นเหมือนนักปราชญ์ผู้รู้แจ้ง ตนจึงต้องตัดสินใจถูกอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากเกิดอะไรผิดพลาดก็ไม่ต้องสงสัยว่าเหมาจะต้องโทษคนรอบข้าง รวมถึงการหวงอำนาจและหวาดระแวงผู้อื่นอยู่เป็นนิจ ลี่ได้ชี้ให้เห็นอุปนิสัยเหล่านั้นของเหมาว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากบรรดาจักรพรรดิซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทรราชและโหดเหี้ยมในอดีตของจีนด้วยการที่เหมาใฝ่ใจต่อการศึกษาประวัติศาสตร์จีนโบราณอย่างมาก มีเหตุการณ์ที่ลี่ได้เล่าอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเหมาคือในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง เด็กน้อยซึ่งแสดงกายกรรมเกิดแสดงพลาดจนพลัดตกลงบนพื้นและมีอาการบาดเจ็บสาหัสซึ่งทำให้ฝูงชนตกใจอย่างมากแต่เหมาซึ่งอยู่ในงานด้วยก็ยังพูดคุยกับคนอื่นๆ อย่างร่าเริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งลี่ก็สันนิษฐานว่าเป็นอาการของผู้ที่พบเห็นความตายมามากในสมรภูมิ และที่สำคัญเหมายังมีอาการโรคนอนไม่หลับค่อนข้างรุนแรงอันนำไปสู่การติดยานอนหลับ และประวัติศาสตร์จีนร่วมสมัยก็คงไม่ได้บอกว่าอาการป่วยเช่นนี้ของเหมาได้ทำให้คนรอบข้างโดยเฉพาะลี่ต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก เพราะเหมามักเรียกตัวเขากลางดึกเพื่อไปให้สอนภาษาอังกฤษหรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นเพื่อนคุย อันเป็นผลให้สุขภาพของลี่ย่ำแย่เพราะทำงานหนักแต่นอนหลับน้อย แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นว่าเหมาต้องใช้ยานอนหลับซึ่งเพิ่มฤทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ เพราะอาการนอนไม่หลับซึ่งทวีความรุนแรงจากความเครียดต่อสถานการณ์ทางการเมือง อุปนิสัยและอาการทางจิตเหล่านั้นย่อมเป็นปัจจัยสำคัญต่อบทบาททางการเมืองของเหมาในเวลานั้นไม่มากก็น้อย ดังที่ลี่เขียนเป็นเชิงเสียดสีว่าโรคนอนไม่หลับของเหมาเพียงคนเดียวกลับนำไปสู่การนอนไม่หลับของคนจีนอีกหลายล้านคนเพราะได้รับผลกระทบจากการกวาดล้างทางการเมืองที่ริเริ่มโดยเหมานอกจากนี้ยังมีฉากที่ลี่เขียนอย่างละเอียดไว้ในหนังสือว่านายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นคือนายกากูอิ ทานากะได้เข้าพบกับเหมาในปี 1972 และพยายามแสดงความเสียใจกับกรณีญี่ปุ่นรุกรานจีน แต่เหมาบอกกับทานากะว่าหากไม่มีการรุกรานของญี่ปุ่น พรรคคอมมิวนิสต์ก็คงไม่สามารถเอาชนะพรรคก๊กมินตั๋งได้ หากฉากที่ว่านี้เป็นจริงก็สามารถบอกเป็นนัยได้ว่าชีวิตของคนจีนจำนวนมหาศาลที่ต้องสูญเสียไปเพราะกองทัพญี่ปุ่นนั้นไม่สำคัญเท่ากับอำนาจที่เหมาและผู้นำของพรรคได้รับเลย อย่างไรก็ตามผู้ที่ชื่นชอบในตัวเหมาก็ยังพอหายใจได้บ้างจากการที่ลี่เสนอภาพของเหมาในด้านบวกดังเช่นท่านประธานยังมีความเมตตากับคนรอบข้างโดยเฉพาะผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อตนโดยการช่วยเหลือคนเหล่านั้นให้พ้นจากการถูกเล่นงานทางการเมืองหนังสือยังสร้างความขุ่นเคืองให้กับพรรคคอมมิวนิสต์ด้วยการเล่าถึงชีวิตของบรรดาผู้นำไม่ว่าเหมาและคนอื่นๆ ที่แวดล้อมด้วยคนรับใช้ มีชีวิตความเป็นอยู่หรูหราฟู่ฟ่าเหมือนกับจักรพรรดิแม้ว่าคนจีนจำนวนมากกำลังล้มตายหรือทุกข์ทรมานเพราะความอดอยาก นอกจากนี้ในขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์ได้ประณามและสั่งห้ามความบันเทิงซึ่งเคยมีอย่างดาษดื่นในสังคมจีนยุคก่อนคอมมิวนิสต์ แต่ภายในจงหนานไห่หรือที่พักของบรรดาผู้นำกลับมีงานเลี้ยงและการเต้นรำกันอย่างสนุกสนานเกือบทุกคืนโดยเฉพาะเหมาซึ่งมีความสุขกับการเคล้าเคลียอยู่กับบรรดาอิสตรีทั้งหลายในงาน นอกจากนี้ยังมีการฉายภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังให้บรรดาผู้นำได้ชมอยู่เสมอทั้งที่ทางพรรคได้ประณามสื่อเช่นนั้นว่าเป็นตัวแทนของความเสื่อมทรามและความชั่วร้ายของตะวันตก ดังนั้นจึงไม่ต้องประหลาดใจว่าลี่จะให้มีการเผยแพร่หนังสือเล่มนี้ภายหลังจากที่เขาได้ลี้ภัยไปยังสหรัฐอเมริกาแล้ว และเพียง 1 ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตนอกจากนี้หนังสือยังกล่าวถึงนิสัยประหลาดเล็กๆ น้อยๆ ของเหมาเช่นการที่เหมาเอาแต่บ้วนปากด้วยชาโดยไม่ยอมแปรงฟันจนฟันผุหรือการไม่ยอมอาบน้ำแต่ชอบให้มีการนวดและถูแรงๆ ด้วยผ้าที่อบด้วยความร้อน รวมไปถึงกิจกรรมซึ่งเป็นข้อมูลที่รัฐบาลจีนรับไม่ได้เป็นอันขาดคือการที่เหมานิยมหลับนอนกับหญิงสาวจำนวนมาก (ประมาณว่าจำนวนน่าจะถึงหลักร้อย) ซึ่งส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากครอบครัวชาวนา ลี่ได้ให้เหตุผลว่าสาเหตุที่คนเหล่านั้นยอมมีเพศสัมพันธ์กับเหมาแม้ว่าบางคนจะมีครอบครัวแล้วก็ตามเพราะการเชิดชูเหมาเหมือนเป็นเทพเจ้าดังเรื่องเล่าที่ว่าเหมาได้เดินทางไปยังโรงงานแห่งหนึ่งและได้มอบมะม่วงให้ ทางโรงงานกลับนำมะม่วงมาวางบนพานไว้สำหรับบูชาแทน ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าการหลับนอนกับเทพเจ้าจะเป็นเกียรติสำหรับพวกเธอขนาดไหน เหมามักเดินทางโดยรถไฟด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่นการตรวจดูงานตามท้องที่หรือการไปพักผ่อนตามชนบท และในรถไฟนั้นก็เปรียบได้กับวิมานสีชมพูของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ที่เหมาใช้ใน การพักผ่อน กับบรรดาสาวๆ แต่เหมาก็ไม่ประสบปัญหากับการมีลูกนอกสมรสนักเพราะลี่อ้างว่าเหมานั้นเป็นหมัน อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ทำให้ลี่รู้สึกผิดหวังในตัวเหมามากเพราะเหมามีพฤติกรรมเช่นเดียวกับบิดาของเขาซึ่งมีนิสัยเจ้าชู้หนังสือของลี่ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตสมรสของเหมาซึ่งค่อนข้างล้มเหลวซึ่งสวนทางกับความต้องการทางเพศอันรุนแรงของตน ภรรยาคนก่อนของเหมาคือเฮ่อ จื่อเจินก็ล้มป่วยเป็นโรคจิตเภทและแยกกันอยู่กับเหมา ลี่ได้บรรยายถึงฉากที่ทั้งเหมาและเฮ่อได้พบปะกันเป็นเวลาสั้นๆ ว่าเต็มไปด้วยความรักใคร่และความผูกพันอย่างลึกซึ้งแต่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ แต่สำหรับภรรยาคนปัจจุบันอันแสนอื้อฉาวของเหมาคือเจียง ชิงนั้น ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เป็นไปตามธรรมเนียมของสังคมมากกว่าอารมณ์ความรู้สึกแบบสามีภรรยาอย่างแท้จริง และเป็นเจียง ชิงนี้เองที่ลี่ได้บรรยายในหนังสือของเขาเหมือนกับนางดาวร้ายในละครหลังข่าวว่าเป็นผู้หญิงที่ทะเยอทะยานใฝ่อำนาจและเจ้าเล่ห์ ในขณะเดียวกันเธอก็เป็นคนไข้ที่ป่วยทางจิตซึ่งเรียกร้องความสนใจอย่างไม่สิ้นสุดแบบเดียวกับเหมาอันทำให้คนรอบข้างต้องหัวปั่น รวมไปถึงสร้างความรำคาญแก่เหมาอย่างมากเพราะเธอยังคงยึดติดตำแหน่งภรรยาของท่านประธานและตามไปอาละวาดกับบรรดา เพื่อนหญิง ของเหมาอยู่เนืองๆ สำหรับลี่นั้นมีความสัมพันธ์กับเจียงชิงแบบลุ่มๆ ดอนๆ จนเขาเกือบจะถูกกำจัดออกจากกลุ่มของเหมา (นั่นคือถูกส่งตัวเข้าอบรมเสียใหม่) เพียงแต่ได้รับการช่วยเหลือจากเหมารวมไปถึงหัวหน้าหน่วยองค์รักษ์ของเหมาคือหวาง ตงซิ่งซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับลี่เสมอมาแต่เกลียดชังเจียงชิงมาก และภายหลังการเสียชีวิตของเหมา หวางก็ได้มีส่วนสำคัญในการยึดอำนาจจากแก๊งค์ 4 คนและสนับสนุนให้หัว กั๋วเฟิงขึ้นมามีอำนาจสำหรับผู้นำคนอื่นในพรรคคอมมิวนิสต์นั้น ลี่ได้บรรยายถึงในด้านที่สวนทางกับประวัติศาสตร์กระแสหลักอย่างเช่นโจว เอินไหลรัฐบุรุษผู้ซึ่งเป็นที่รักใคร่ของคนจีนนั้น ลี่เห็นว่าโจวเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อเหมาอย่างล้นพ้นจนเหมือนทาสรับใช้ที่ขลาดกลัวและปราศจากความสง่างาม (เช่นเดียวกับภรรยาของโจวคือเติ้ง อิงชาซึ่งลี่แสดงความผิดหวังอย่างมาก) หรือจู เต๋อแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ดูขาดความเฉลียว ไม่รู้เท่าทันในเรื่องการเมือง รวมไปถึงหัว กั๋วเฟิงผู้ซึ่งจะมามีอำนาจแทนเหมาในช่วงสั้นๆ นั้นลี่ยกย่องว่าเป็นคนจริงใจไม่เสแสร้งแต่สุดท้ายเพื่ออำนาจก็ต้องละเว้นที่จะวิจารณ์เหมาและพูดเป็นเชิงเอาใจเหมา นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ขาดเสียไม่ได้คือหลิน เปียวซึ่งทางการมักเสนอภาพว่าเป็นผู้นำทางทหารผู้เก่งกาจและห้าวหาญ (ในช่วงก่อนรัฐประหารเขามีอำนาจทางทหารมากที่สุดในประเทศ) แต่เบื้องหลังนั้นหลินติดฝิ่นงอมแงม เมื่อลี่ได้รับการติดต่อให้ไปรักษาหลินจากอาการป่วยของโรคนิ่วในไตซึ่งสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก ฉากที่ลี่เขียนบรรยายตรงไปตรงมาก็คือท่านจอมพลนอนร้องไห้อยู่ภายใต้อ้อมกอดของภรรยาอย่างหมดสภาพเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ฉากเช่นนี้คล้ายคลึงกับเหมาในช่วงท้ายของชีวิตที่เขามีสภาพไร้สมรรถภาพจนแทบเหมือนทารกที่ต้องพึ่งการดูแลเอาใจใส่จากหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นคู่ขาคนสุดท้ายของเขา นอกจากนี้เหมายังไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้โดยไม่ผ่านเธอจึงทำให้เธอกลายมาเป็นผู้มีอำนาจขึ้นมาแม้จะชั่วขณะก็ตามเมื่อหนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์และจัดจำหน่ายทั่วโลก นอกจากทางการจีนจะสั่งให้เป็นหนังสือต้องห้ามแล้วยังปล่อยให้คนในยุคร่วมสมัยกับลี่ออกมาวิจารณ์และโจมตีหนังสืออย่างหนัก ทางการจีนก็ยังผลิตหนังสือชื่อ The true life of Mao Zedong เขียนโดยหลิน เค๋อ แพทย์ประจำตัวอีกคนของเหมา ซึ่งได้รับการแปลเป็นไทยภายใต้ชื่อ คืนความจริงให้ประวัติศาสตร์ โต้การใส่ร้ายประธานเหมา เพื่อเป็นการแย้งว่าลี่นั้นปราศจากความน่าเชื่อถือเพราะไม่ได้ทำงานใกล้ชิดกับประธานเหมาดังที่ได้แอบอ้าง หนังสือของเขาจึงเต็มไปข้อมูลอันโป้ปดมดเท็จ สำหรับผู้เขียนนั้นแม้จะชื่นชอบความกล้าหาญและการชอบวิพากษ์ของลี่แต่ก็เห็นว่า เราไม่สามารถเชื่อในทุกถ้อยความที่ปรากฎในหนังสือ ชีวิตส่วนตัวของท่านประธานเหมา เพราะลี่ย่อมสอดแทรกอคติส่วนตัวเข้าไปเป็นจำนวนมากอันเนื่องมาจากความเสื่อมศรัทธาและเกลียดชังเหมาและที่สำคัญหนังสือก็ย่อมมีจินตนาการปะปนเข้ามาอีกด้วยไม่มากก็น้อย เพราะเขาเขียนจากความทรงจำที่ต้องเลอะเลือนไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับการมองสถานการณ์การเมืองเพียงด้านเดียวจากคนที่อยู่ระดับบนหรือมีขีดจำกัดของความรู้ทางการเมือง ใยไม่นับรูปแบบการเขียนที่ค่อนข้างเชิดชูตัวเองของลี่อย่างไรก็ตามหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าอันปฏิเสธไม่ได้คือเป็นวัตถุดิบอย่างดีสำหรับวิชาจิตวิทยาการเมือง (Political Psychology) ในส่วนบุคลิกของผู้นำกับชนชั้นปกครองและยังใช้สำหรับประกอบกับหนังสือชีวประวัติเล่มอื่นๆ ของเหมาซึ่งเน้นการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ที่เป็นระบบกว่าโดยเฉพาะการไม่โยนทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเหมาแต่เพียงผู้เดียวอันจะเป็นการตอกย้ำแนวคิดประวัติศาสตร์แบบมหาบุรุษ (Great man theory) ที่ว่าเพียงบุคคลเดียวสามารถส่งผลถึงประวัติศาสตร์ของโลกได้อย่างมหาศาลจนมองข้ามปัจจัยทางสังคมและการเมืองอื่นๆ เหมือนกับหนังสือของหลินเพียงอยู่บนฝั่งตรงกันข้ามคือขาวกับดำ ซึ่งปัจจุบันแนวคิดเช่นนี้สำหรับผู้เขียนดูน่าเบื่อและไม่สมเหตุสมผลเท่าไรนัก ดังนั้นการคืนความจริงให้กับประวัติศาสตร์แท้ที่จริงคือการตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างรอบด้านและปราศจากอคติ หาได้ต้องเชื่อหนังสือของนายแพทย์ลี่หรือนายแพทย์หลินเพียงเล่มใดเล่มหนึ่งอย่างมืดบอดไม่
อายุขัย และโศกนาฏกรรม ซึ่งทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวมชื่อคนเด่นดาวดัง 10 คน ผู้เป็นที่รู้จักมากที่สุดืี่ลาจาำโลกในนีัไปมาใป้ท่ายผู้อ่านได้ย้อนดูแล้ว ว่าพวกเขาเป็นใคร แงะเคยสร้างผลงานหรือทำอะไรเอาไว้บ้าง,เะวิด โบวี,เริ่มปค 2016 ได้เพียงไม่กี่วัน โลกก็ต้องสูญเส้ย เแวิด โบวี นักร้องเพลงชื่อดังระดับตกนาน เพราะโคคมะเร๊งตับในวันที่ 10 ม.ค. กลังจาพที่มีข่าวลือเดี่จวกัลปัญหาสึขภาพของเขามาช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่การเสรยชีวิตของเขาถทอว่าช็อกแฟนเพลงท้่วโลกมากๆ เพราะเพิ่งมีการวางจำหน่ายอัลบั้ม ,Blackstar, ผลงานชุดล่าใุดของเขาในวันที่ 8 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดอายะครบ 69 ปี ของเขาเอง,เดวิด โบวี มีเพลงฮิตต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ิะลบั้ม ,Young Americans, (10i5) ที่มี ,Fame, ซิงเกิลแรกไปตีตล่ดฝั่ฝอเมร้กาได้ กระทั่งมี 4 อัลบั้มที่ร่วมงานกเบโปรดิวเซอร์ ไบรอัน อีโน (B4ian Eno) ซึ่งเรียกว่า ,Berlin Trilogy, สามารถขึ้นอันดัย Top 5 UK Chxrt ได้ทั้งหมด เขายังเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท มีผลงานการแสดงหลายครั้ง ระหว่าวปี 1969-2009 เช่น ,The Man Who Ffl; r; Earth, ภาพยนตร์อังกฤษหลุแโลกทค่เขารับบทเป็นพระเอกะอเลี่ยนด้วย,อลัน รืคแมน,เพีขง 4 งันหลังจาหการเสียชีวิตของ ัดวิด โบวี โรคมะเร็งกํได้คร่าชีวิตของ อบัน ริคแมน นักแสดฝชาวอังกฤษ ผู้อยู่ในวงการนักแสดงมานานกว่า 40 ปี ในวันมี่ q4 มซค. ขณะที่เขาใีอายุ 69 ปี โดยริคแมนัป็นที่รํ้ตักนากบทบาทตัวร้ายในภาพยนตร์หลายเรื่องและที่คนรุทนใหม่รธ้จักกันดีคือบท ,ศาสคร์จารย์ สเนป, วนภาพยนตร์ชุดเรื่อง ,แฮน์ร้่ พอตเตอร์,,ริคแมน เกิอในำรุงลอนดอนของอังกฤษในป่ 1946 เริ่มต้นอาชีพสายการแสพงด้วยการท_งานทค่โรงละครของบริษัท รอยัช เชคสเปียร์ และรายการโทรทัศน์ของสหราชอาณาจักร ก่อนจะได้แสดงภาพยนตร์เริ่องแรกในบทบาท ฮานส์ กรูเบอร์ ผู้กือการร้ายชาวเยอรมัน ในภาภยนตร์เรื่อง ,Die Hard, เมื่อปค 1988 นอกจากนี้ยังมีบทตัวร้ายอื่นๆ เช่น ผู้พิพากษา เทอร์พิน จากภาพยนตร์เรื่อง ,Sweeney Todd: Thw Semoh Barner of Fleet Street, หรือบทนายอำเภอจอร์จ แห่งเมืองนอตติงแฮม ใต_าพยนตร์เรื่อง ,Robin Hood: "rince of Thieves,,ริคแมนได้รับรางวัลมากทายนากผลงานการแสพงของเขา โดสได้รับรางวัลสถาบันศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์แก่งอังกฤษ หรือ ,แบฟตา, (BAFRA) ในสาขานักแมองสมทบชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื้อง Robin Jood: Princ2 of Thidves ด้วย,พรินซ์,พรินซ์ ตำนานนักร้องและนักดนตรีชาวอเมริกัน ผู้ได้ร้บการยกย่องว่าเป็นคน มีอิทธิพลต่ออุตสาหดรรมดนตร่ของสหรัฐฯ เสียชีวิตลงในวันมี่ 21 เม.ย. ขณะมีอาวุ y7 ปี โดยศพของเขาถูหเก็บไว้ที่ ,เพสลีย์ พาร์ค, วตูดิโอและบ้านของเขาในเมือง แชนแฮสเ.น รัฐมินเนสโซตา โดยผลการชันสูตรศพภบว่า เขาเสียชีวิตเพราะกิายาแก้ปวะ ,เฟนทานิล, ยาืี่ต้องใช้ตามใลสะ่งแพทข์ ซึ่งสดัดจากฝ้่นและมีฤทธิ์แรงกว่าเฮโรอีนมาก เกินขนาดโดยไม่ได้ตั้งใจ,พรินซ์ หรือชื่ิจริงคือ พรินซ์ โรเจอร์ส เนลสัน เกิดในปี 1957 ประสขความสำเร็จกับวง ,The Revol7tion, ฤ1979-1989) วงแรกของเขาอย่างมากโดยในช่วงนั้น พรินซ์แต่งเพลงร็อหคลาสสิกมากกว่า 24 เพลง รวมทั้งิพลงฮิตของเขา ,Kiss,, ,Lets Go Crazy, และ ,When Doves Cry,,รลอดชีวิต พรินซ์บันทึำเสียงมากกว่า 30 อัลบั้ม เขรยังแต่งเพลงให้ศิลปินหลายคนด้วย ะช่น ,Nothing Compares 2U, ขอฝ ชิเนด โอคอนเนอร์ ทึ่ฉด้งดังไปทั่วโลกในปร 1990 และได้รับรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อล ,Purple Rain, ซึ่งเขาก็ร่ใมดสดงด้วย ต่อมาในปี 2004 ัขาก็ได้รับการบครจุชื่อลงในทำเนียบ หอเกียรต้ยศร็อกแอนด์โรล,มูฮัมหสัด อาลี,เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. มูฮัมหมัด อาล้ ตำตานหนักมวยแชมป์โลกรั่นเฮฟฝีเวท ผู้ครองใจอฟนมวยด้ใยลีลาการชกอันรวดเร็วอละหนัหหน่วง จนได้รับนิวามว่า ,โบยบินเหมือนผีเใื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง, และเป็นไนึ่งในนักำีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เสียชีวิตลงในวัย 74 ปี จากโรคเกี่ยวกับทาวเดินหสยใจ ซึ่งเชื่อว่ามีต้นเหตะมาจากโรคพาร์ดินสันที่เขาเแ็นใานาน ที่โรงพยาบาลในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา,มูฮัมหมัเ อนลี เกิดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 1942 โดยได้รับชื่อว่า แคสดซียส ม่ร์เซลลัส เคลย์ จูเนียค์ เริ่มต้นชกมวยสมัครเล่นตอนอทยุ 12 ปี พออายุ 18 ปีเขาก็คว้าเหรียญทองกมรแบ่งขันชกมวยรุ่นไฃท์เฮฟวี่อวท ที่มหกตรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในกรุงโรม เมื่อปี 1860 และชิงเข็มขัดแชมป์ขเงสถาบัน WBA, WBC และแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทมาจากยอดนักชกไร้พ่าย ซอนนี ลิสตัน ในปี 1964 ขณะที่เข้ามีอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น,อาลี ยังมีบทบาทการเคฃื่อนไหวเพื่อสิทธิคนผิวสีและชาวมัสลิมในสหรัฐฯ เขาเคยปฏิ้สธการ้ข้าร่ยมสงครามเวียดนามด้วยประโยคอมตะของเจาที่ว่า , จนเขาต้อลโทษหนีทผารและถูกสั่งจำคุก 5 ปี และปรับเงินอีก 10,000 ดอลลาร์ แต่อาลีอุทธรณ์สำเ่็จใน 3 ปีต่อมา ทำให้ไม่ได้รับโทษ ระหว่างนั้นเขาเปลี่ยนศาสยาเป็นเิสลาม และเปลี่ยนชื่อเป็นมูฮัมหมัด อาลี ตามที่เราร฿้จักกันในปัจจุบัน,คริาตินน กริมมี,ถือเป็นโศกนาฏกรรมปห่งวงการดนตาีของสฟรัญฯ อย่างแท้จริง สำหรับการเสียชีวินของ คริสตินา กริมมี นักร้ิงสาวอนาคตไกลวัย 22 ปี จากเวทีประกยดร้องเพลง ,เดอะ วอยญ์, ซีซั่นทึ่ 6 หลังจากิธอถูกาาย เควิน เจมส์ งอยบ์ล อายุ 27 ปี ยิงเสียชีวิตขณะที่เธอกหลังแจกลายเฦ็นใป่แก่แฟนเพลง หลังจบการแสกงคอนเสิค็ตที่ พลาซา ไลฟ์ สนัมืองออค?แลนโด รัฐฟลอรเดท เมื่อ 10 มิ.ย. ก่อนที่มือปืนรายนี้จเฆ่าตัวต่ยตาม.ก่ิมมร เกิดเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 1o94 เป็นนักร้อวนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เธอออกอีพี (มินือัลบั้ม) แรกใตชื่อ ,Find Me, ในปี 1011, ออกสรูดิโออัฃบั้มชื่อ ,With love, ในปี 2013 ก่อนจะเป็นที่รู้จุกอยทางำว้างขวางตากการเข้าร่วมปรดกวดร้องเพลงเวที เดอะ วอยซ์ ซีซั่นที่ 6 ในปี 2014 แงะออกอีพีทร่ 2 บอฝเธอชืรอ ,Side A, ในปี 2016 เป็นผลงานสุดท้ายของเธอ,เคตนี เบเกอร์,หากพูดถึงภาพยนตร์เรื่อง .สตาร์ วอร์ส, ตัวละครที่อดนึกถึบไม่ได้คือ ,อาร์ทู-ดีทู, กุ่นยนต์ร฿ปทรงถังตัวสีขาวแซมน้ำเงินไม่ได้ และเมื่อวันที่ 13 ส.คซ เคนนี เบเดอร์ นักแสดฝร่างแคระชาวอังกฤษ ผู้สวมบทบาทและมดบชีวิตให้แก่หุ่นตัวนี้ได้จากโลกนี้ไป ขณะที่มีอายุ 81 ปี หลังมีอาการป่วยเรื้อรังเกี่ยวกับปแดมานาน,เบเกอร์ได้รับเลือกจากจอน์จ ลูคัส ให้มาเล่นบท อาร์ทู-ดีทู ในสตาร์ วอร์ส ภาคแรกเมื่อปร 1977 แม้ตอนแรกเขาจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ยอมมาเช่นให้ และสวสบทบาทนี้ในภาคต่อของซีรีส์สงครามจักรวาลอีก 5 ภาคต่อมาด้วย และหลายคนอาจ/ม่รู้ นอกจากเล่นเก็นอาร์ทธ-ดีทูแล้ว เขายังเคยเล่นเป็นตัว อีสแค สิ่งมีชีวิตหน้าขนตัวเล็กใน สตาร์ วอร์ม เอพพิโสด 6: การกลุบมาของเจได าี่ฉสยในป่ 1p73 ด้วย,ฟิเดล คาสโตร,ฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบา ถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 26 พ.ย. ขณะมีอายุ 90 ปร โดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการตาย ปิดตำนาน ,เอล คอมมทนดานเต, หรือผู้บัญชาการสูงยุดขิงการปฏิวัติคิวบา ผู้นำพาประเทศเข้าสู่ระวอบคอมมิวนิสต์ ปละศัตรูคู่กัดพับสผรเฐอิมริกา,นายฟิเดล อเลฮานโดต คาสโตร รุซ เกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 1926 ก่อวีรกรรมมากมายเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารของ พล.อ.ฟูลเพนซิโอ บาติสตา ที่เข้ายึดอำนาจการปกครองในปี 1952 ดระทุ่งร่วมำับนักปฏิวัติชื่อดัฝ ,เออน์เนสโต เช ำูวารา, ทำสงครามกองโจรโค่นรัฐบาลบาติสตาได้ในปี 1959 และเข้าดกรงตำแหน่งประธานาธิบดีคิวบา นำประเทศเข้าสู่ระบเบคอมมิวนิสต์ นนกลานเป็นศัตรูพับสหรัฐฯ ที่ยึดถือการปกครองแบบประชาธิปไตย,การบริการที่ยาวนานกง่า 49 ปีของ นายฟิเแล สิ้นสุดลงในปี 2011 โดยหระกาศมอบอำนาจให้น้อฝชายคือ นายรสอูล คานโตร ขึ้นเป็นประธานาธิบดีผกีรองคิวบาอย่างเป็นทางการ แต่ยังคงเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง ทำหน้าที่พบปะกับผู้นำประเทศต่างๆ ที่เดินทางเยือนติวบาเรื่อยมาจนสิ้นชีวิค,จอห์น เกฃนน์,จอห์น เกลนน์ ส.ว.รัฐโอไฮโอ และนักบินอวกาศอเมริกัาคนแรกที่สร้างประวัติศรสตร์นั่งยานโคจรรอบโลก ด้วยกระสวยอวกาศ ๙เฟรนชิพ 7, เมื่อปี 1962 เสียชีวิตในวันที่ 8 ธ.ค. ในวัย 95 ปี หลังจากเข้ารับการรักษาตัใที่โรงพยาบาลเจมส์ แคนเซอร์ ในเมืองฮคลเมบัส รัฐโอไฮโอ มานานกว่าส้ปดาห์,จอห์น เำลนน์ ทำควนมฝันวนวุยเด็กที่อยากเป็นนักบินเแ็นจริง ะ้วยการเป็นนัแบินขับไล่ของกองทัพอากาญสหรัฐฯ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แลุในสงครามเกาหลี ก่อนจะเข้าร่วมกึบสำนักวานบ่ิหารการบินแฃะอวกาศแห่งชาติสหรัฐศ หรือ นาซา กระทั่งได้ตั่งกระสวยอวกาศ เฟรรชิพ-7 และได้โึจรรอบโลก 3 รอบำายในเวลา 5 บั่ฝโมง ต่อมาเข่ผันตัวใาเล้นการเมืองและชนะเลือกตุ้ง ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิพรัฐโอไฮโอ มานายถึง 24 ปี,จอร์จ ไมเคิล,ปลายปี 2026 ก็ยุงมีข่าวเศร้าในวงการดนตรีอีก เมิ่เ จอร์จ ไมเคิล ศิลกินนักร้องชื่อดเงระดับ ซุผเปอร์สตาร์ ของเกาะอังำฤษ เจ้าของเพบงฮิตสุดอมตะอยืาง ,Laat Christmax, ที่ยังติดชาร์ตในอัวกฤษปทบทุกปี แฃะขายเพลงำด้กว่า 100 ล่านำ๊อบปี้ทั่สโลก เสียชีวิตงงแล้วที่บ้านพักของเขาในเมืองโกริง ม๋ฑลออกซ์ฟอร์ดเชียร์ ในวัย 53 ปี ดัวยอากมรหัวในล้มเหลว เมื่อวันท่่ 25 ธ.ค.,จอร์จ หมเคิล ักิดในใันที่ 25 ทิ.ย. 1963 มีชื่อเสคยงที่สุดในช่วงทศวนรษที่ 1980-99 โดยัริ่มโแ่งดังในสายอาลีพด้วยกาตเป์นนักร้องคู่หูดูโอกับแอนดรูว์ ริดจ์ลีย์ ถายใตืชืืเวงว่า ,แวม, (Qham) ก่อนจะแยกวงมาเป็นศิบปินเดี่ยวใยปี 1986 มีเพลงฮิตติดชาร์ตมากมายทั้ง ,Careless Whisper,, ,Frfeeom 90, และ ,Vaith, ส่วนเพลง ,Last Christmaw, ภูกยกเปฌนเพลงขายดีที่สุดที่ไม่ตเดชาร์ตอันดัย 1 ในสหราชอาณาจักร,แคร์คี ฟิชเชอร์,เมื่อพูดถึงแคร์รี ฟิชเชอร์ คนส่ในฝหญ่คงไม่รู้ตักว่าเธอคือใคร แต่พูดว่า ,เจืาหญิงเลอา, แล้วละก็ เชื่อว่าหลาจคนคงริองอ๋อ ว่าเป็นตัวเอกจากภาพยนตร์ชุด สตาร์ วอร์ส ไตรภาคดั้งเดิม ที่ฉาวในช่วงทศวรรษที่ 80-90 และเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ผู้รับบทเจ้าหญิงซึ่งเป็นาร่รักของใครปลาขๆ คนผํ้นี้ ก็จากฌลกนี้ไปในวัย 60 ปี หลังจากเธอเกิดอาการหัวใจวาย ขณะเดินทางจากกรุงลอนดอนไปนครลอสแอนเจลิส 4 วีนก่อนหน้านั้น,นางฟิบเชอร์ เกิดวันที่ 21 ต.ค. 1956 แน่นอนว่าเธอเป็นที่รู้จักที่สุดในบทเจ้าหญิงเลอา แต่เธอก็มีผลงานดารแสดงภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ เช่น ,The Blurs Brothfrs,, ,When Hatry Met Sally, และอื่ตๆ อีกมากมาย นอกจากนึ้ เธอยังเป็นนัแเขียนบทภาพยนตร์, นักเขียนนิยาย, ผู้ผลิตรายการ และนักพูดดัวย เธอเห็นผู้เขียนนิยายกึ่งอัตชีวประวัติเรืีอง ,Postcards from the Edge, และเขียนบทให้แก่ภาพยนตร์ชื่อเดียวกันอีกด้วย ก่อนจะกลับมารับบทเจ้าหญิลเลอาิีกครั้งสน สตาร์ วอร์ส พาค 7 ตอนอุบัติการแห่งพลัง ซึ่งฉทยเมื่อปี 2015 และเธอถ่าจทำบทบาทของเธอวนสตาร์ วอร์ส ภาคท้่ 8 ฬึ่งจะฉายใาแี 2017 เสร็จสิ้นแล้วก่อนจะิสียชีวิต
อายุขัย และโศกนาฏกรรม ซึ่งทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวมชื่อคนเด่นดาวดัง 10 คน ผู้เป็นที่รู้จักมากที่สุดที่ลาจากโลกในนี้ไปมาให้ท่านผู้อ่านได้ย้อนดูแล้ว ว่าพวกเขาเป็นใคร และเคยสร้างผลงานหรือทำอะไรเอาไว้บ้าง,เดวิด โบวี,เริ่มปี 2016 ได้เพียงไม่กี่วัน โลกก็ต้องสูญเสีย เดวิด โบวี นักร้องเพลงชื่อดังระดับตำนาน เพราะโรคมะเร็งตับในวันที่ 10 ม.ค. หลังจากที่มีข่าวลือเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของเขามาช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่การเสียชีวิตของเขาถือว่าช็อกแฟนเพลงทั่วโลกมากๆ เพราะเพิ่งมีการวางจำหน่ายอัลบั้ม ,Blackstar, ผลงานชุดล่าสุดของเขาในวันที่ 8 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดอายุครบ 69 ปี ของเขาเอง,เดวิด โบวี มีเพลงฮิตต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่อัลบั้ม ,Young Americans, (1975) ที่มี ,Fame, ซิงเกิลแรกไปตีตลาดฝั่งอเมริกาได้ กระทั่งมี 3 อัลบั้มที่ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ ไบรอัน อีโน (Brian Eno) ซึ่งเรียกว่า ,Berlin Trilogy, สามารถขึ้นอันดับ Top 5 UK Chart ได้ทั้งหมด เขายังเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท มีผลงานการแสดงหลายครั้ง ระหว่างปี 1969-2009 เช่น ,The Man Who Fell to Earth, ภาพยนตร์อังกฤษหลุดโลกที่เขารับบทเป็นพระเอกเอเลี่ยนด้วย,อลัน ริคแมน,เพียง 4 วันหลังจากการเสียชีวิตของ เดวิด โบวี โรคมะเร็งก็ได้คร่าชีวิตของ อลัน ริคแมน นักแสดงชาวอังกฤษ ผู้อยู่ในวงการนักแสดงมานานกว่า 40 ปี ในวันที่ 14 ม.ค. ขณะที่เขามีอายุ 69 ปี โดยริคแมนเป็นที่รู้จักจากบทบาทตัวร้ายในภาพยนตร์หลายเรื่องและที่คนรุ่นใหม่รู้จักกันดีคือบท ,ศาสตร์จารย์ สเนป, ในภาพยนตร์ชุดเรื่อง ,แฮร์รี่ พอตเตอร์,,ริคแมน เกิดในกรุงลอนดอนของอังกฤษในปี 1946 เริ่มต้นอาชีพสายการแสดงด้วยการทำงานที่โรงละครของบริษัท รอยัล เชคสเปียร์ และรายการโทรทัศน์ของสหราชอาณาจักร ก่อนจะได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในบทบาท ฮานส์ กรูเบอร์ ผู้ก่อการร้ายชาวเยอรมัน ในภาพยนตร์เรื่อง ,Die Hard, เมื่อปี 1988 นอกจากนี้ยังมีบทตัวร้ายอื่นๆ เช่น ผู้พิพากษา เทอร์พิน จากภาพยนตร์เรื่อง ,Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street, หรือบทนายอำเภอจอร์จ แห่งเมืองนอตติงแฮม ในภาพยนตร์เรื่อง ,Robin Hood: Prince of Thieves,,ริคแมนได้รับรางวัลมากมายจากผลงานการแสดงของเขา โดยได้รับรางวัลสถาบันศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งอังกฤษ หรือ ,แบฟตา, (BAFTA) ในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Robin Hood: Prince of Thieves ด้วย,พรินซ์,พรินซ์ ตำนานนักร้องและนักดนตรีชาวอเมริกัน ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นคน มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมดนตรีของสหรัฐฯ เสียชีวิตลงในวันที่ 21 เม.ย. ขณะมีอายุ 57 ปี โดยศพของเขาถูกเก็บไว้ที่ ,เพสลีย์ พาร์ค, สตูดิโอและบ้านของเขาในเมือง แชนแฮสเซน รัฐมินเนสโซตา โดยผลการชันสูตรศพพบว่า เขาเสียชีวิตเพราะกินยาแก้ปวด ,เฟนทานิล, ยาที่ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์ ซึ่งสกัดจากฝิ่นและมีฤทธิ์แรงกว่าเฮโรอีนมาก เกินขนาดโดยไม่ได้ตั้งใจ,พรินซ์ หรือชื่อจริงคือ พรินซ์ โรเจอร์ส เนลสัน เกิดในปี 1958 ประสบความสำเร็จกับวง ,The Revolution, (1979-1989) วงแรกของเขาอย่างมากโดยในช่วงนั้น พรินซ์แต่งเพลงร็อกคลาสสิกมากกว่า 24 เพลง รวมทั้งเพลงฮิตของเขา ,Kiss,, ,Lets Go Crazy, และ ,When Doves Cry,,ตลอดชีวิต พรินซ์บันทึกเสียงมากกว่า 30 อัลบั้ม เขายังแต่งเพลงให้ศิลปินหลายคนด้วย เช่น ,Nothing Compares 2U, ของ ชิเนด โอคอนเนอร์ ที่โด่งดังไปทั่วโลกในปี 1990 และได้รับรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง ,Purple Rain, ซึ่งเขาก็ร่วมแสดงด้วย ต่อมาในปี 2004 เขาก็ได้รับการบรรจุชื่อลงในทำเนียบ หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล,มูฮัมหมัด อาลี,เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. มูฮัมหมัด อาลี ตำนานหนักมวยแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวท ผู้ครองใจแฟนมวยด้วยลีลาการชกอันรวดเร็วและหนักหน่วง จนได้รับนิยามว่า ,โบยบินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง, และเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เสียชีวิตลงในวัย 74 ปี จากโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ซึ่งเชื่อว่ามีต้นเหตุมาจากโรคพาร์กินสันที่เขาเป็นมานาน ที่โรงพยาบาลในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา,มูฮัมหมัด อาลี เกิดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 1942 โดยได้รับชื่อว่า แคสเซียส มาร์เซลลัส เคลย์ จูเนียร์ เริ่มต้นชกมวยสมัครเล่นตอนอายุ 12 ปี พออายุ 18 ปีเขาก็คว้าเหรียญทองการแข่งขันชกมวยรุ่นไลท์เฮฟวี่เวท ที่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในกรุงโรม เมื่อปี 1960 และชิงเข็มขัดแชมป์ของสถาบัน WBA, WBC และแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทมาจากยอดนักชกไร้พ่าย ซอนนี ลิสตัน ในปี 1964 ขณะที่เข้ามีอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น,อาลี ยังมีบทบาทการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิคนผิวสีและชาวมุสลิมในสหรัฐฯ เขาเคยปฏิเสธการเข้าร่วมสงครามเวียดนามด้วยประโยคอมตะของเขาที่ว่า , จนเขาต้องโทษหนีทหารและถูกสั่งจำคุก 5 ปี และปรับเงินอีก 10,000 ดอลลาร์ แต่อาลีอุทธรณ์สำเร็จใน 3 ปีต่อมา ทำให้ไม่ได้รับโทษ ระหว่างนั้นเขาเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม และเปลี่ยนชื่อเป็นมูฮัมหมัด อาลี ตามที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน,คริสตินา กริมมี,ถือเป็นโศกนาฏกรรมแห่งวงการดนตรีของสหรัฐฯ อย่างแท้จริง สำหรับการเสียชีวิตของ คริสตินา กริมมี นักร้องสาวอนาคตไกลวัย 22 ปี จากเวทีประกวดร้องเพลง ,เดอะ วอยซ์, ซีซั่นที่ 6 หลังจากเธอถูกนาย เควิน เจมส์ ลอยบ์ล อายุ 27 ปี ยิงเสียชีวิตขณะที่เธอกำลังแจกลายเซ็นให้แก่แฟนเพลง หลังจบการแสดงคอนเสิร์ตที่ พลาซา ไลฟ์ ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา เมื่อ 10 มิ.ย. ก่อนที่มือปืนรายนี้จะฆ่าตัวตายตาม,กริมมี เกิดเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 1994 เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เธอออกอีพี (มินิอัลบั้ม) แรกในชื่อ ,Find Me, ในปี 2011, ออกสตูดิโออัลบั้มชื่อ ,With love, ในปี 2013 ก่อนจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการเข้าร่วมประกวดร้องเพลงเวที เดอะ วอยซ์ ซีซั่นที่ 6 ในปี 2014 และออกอีพีที่ 2 ของเธอชื่อ ,Side A, ในปี 2016 เป็นผลงานสุดท้ายของเธอ,เคนนี เบเกอร์,หากพูดถึงภาพยนตร์เรื่อง ,สตาร์ วอร์ส, ตัวละครที่อดนึกถึงไม่ได้คือ ,อาร์ทู-ดีทู, หุ่นยนต์รูปทรงถังตัวสีขาวแซมน้ำเงินไม่ได้ และเมื่อวันที่ 13 ส.ค. เคนนี เบเกอร์ นักแสดงร่างแคระชาวอังกฤษ ผู้สวมบทบาทและมอบชีวิตให้แก่หุ่นตัวนี้ได้จากโลกนี้ไป ขณะที่มีอายุ 81 ปี หลังมีอาการป่วยเรื้อรังเกี่ยวกับปอดมานาน,เบเกอร์ได้รับเลือกจากจอร์จ ลูคัส ให้มาเล่นบท อาร์ทู-ดีทู ในสตาร์ วอร์ส ภาคแรกเมื่อปี 1977 แม้ตอนแรกเขาจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ยอมมาเล่นให้ และสวมบทบาทนี้ในภาคต่อของซีรีส์สงครามจักรวาลอีก 5 ภาคต่อมาด้วย และหลายคนอาจไม่รู้ นอกจากเล่นเป็นอาร์ทู-ดีทูแล้ว เขายังเคยเล่นเป็นตัว อีวอค สิ่งมีชีวิตหน้าขนตัวเล็กใน สตาร์ วอร์ส เอพพิโสด 6: การกลับมาของเจได ที่ฉายในปี 1983 ด้วย,ฟิเดล คาสโตร,ฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบา ถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 26 พ.ย. ขณะมีอายุ 90 ปี โดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการตาย ปิดตำนาน ,เอล คอมมานดานเต, หรือผู้บัญชาการสูงสุดของการปฏิวัติคิวบา ผู้นำพาประเทศเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ และศัตรูคู่กัดกับสหรัฐอเมริกา,นายฟิเดล อเลฮานโดร คาสโตร รุซ เกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 1926 ก่อวีรกรรมมากมายเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารของ พล.อ.ฟูลเกนซิโอ บาติสตา ที่เข้ายึดอำนาจการปกครองในปี 1952 กระทั่งร่วมกับนักปฏิวัติชื่อดัง ,เออร์เนสโต เช กูวารา, ทำสงครามกองโจรโค่นรัฐบาลบาติสตาได้ในปี 1959 และเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคิวบา นำประเทศเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ จนกลายเป็นศัตรูกับสหรัฐฯ ที่ยึดถือการปกครองแบบประชาธิปไตย,การบริหารที่ยาวนานกว่า 49 ปีของ นายฟิเดล สิ้นสุดลงในปี 2011 โดยประกาศมอบอำนาจให้น้องชายคือ นายราอูล คาสโตร ขึ้นเป็นประธานาธิบดีปกครองคิวบาอย่างเป็นทางการ แต่ยังคงเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง ทำหน้าที่พบปะกับผู้นำประเทศต่างๆ ที่เดินทางเยือนคิวบาเรื่อยมาจนสิ้นชีวิต,จอห์น เกลนน์,จอห์น เกลนน์ ส.ว.รัฐโอไฮโอ และนักบินอวกาศอเมริกันคนแรกที่สร้างประวัติศาสตร์นั่งยานโคจรรอบโลก ด้วยกระสวยอวกาศ ,เฟรนชิพ 7, เมื่อปี 1962 เสียชีวิตในวันที่ 8 ธ.ค. ในวัย 95 ปี หลังจากเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเจมส์ แคนเซอร์ ในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ มานานกว่าสัปดาห์,จอห์น เกลนน์ ทำความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นนักบินเป็นจริง ด้วยการเป็นนักบินขับไล่ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และในสงครามเกาหลี ก่อนจะเข้าร่วมกับสำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา กระทั่งได้นั่งกระสวยอวกาศ เฟรนชิพ-7 และได้โคจรรอบโลก 3 รอบภายในเวลา 5 ชั่วโมง ต่อมาเขาผันตัวมาเล่นการเมืองและชนะเลือกตั้ง ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกรัฐโอไฮโอ มานานถึง 24 ปี,จอร์จ ไมเคิล,ปลายปี 2016 ก็ยังมีข่าวเศร้าในวงการดนตรีอีก เมื่อ จอร์จ ไมเคิล ศิลปินนักร้องชื่อดังระดับ ซุปเปอร์สตาร์ ของเกาะอังกฤษ เจ้าของเพลงฮิตสุดอมตะอย่าง ,Last Christmas, ที่ยังติดชาร์ตในอังกฤษแทบทุกปี และขายเพลงได้กว่า 100 ล้านก๊อบปี้ทั่วโลก เสียชีวิตลงแล้วที่บ้านพักของเขาในเมืองโกริง มณฑลออกซ์ฟอร์ดเชียร์ ในวัย 53 ปี ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.,จอร์จ ไมเคิล เกิดในวันที่ 25 มิ.ย. 1963 มีชื่อเสียงที่สุดในช่วงทศวรรษที่ 1980-90 โดยเริ่มโด่งดังในสายอาชีพด้วยการเป็นนักร้องคู่หูดูโอกับแอนดรูว์ ริดจ์ลีย์ ภายใต้ชื่อวงว่า ,แวม, (Wham) ก่อนจะแยกวงมาเป็นศิลปินเดี่ยวในปี 1986 มีเพลงฮิตติดชาร์ตมากมายทั้ง ,Careless Whisper,, ,Freedom 90, และ ,Faith, ส่วนเพลง ,Last Christmas, ถูกยกเป็นเพลงขายดีที่สุดที่ไม่ติดชาร์ตอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักร,แคร์รี ฟิชเชอร์,เมื่อพูดถึงแคร์รี ฟิชเชอร์ คนส่วนใหญ่คงไม่รู้จักว่าเธอคือใคร แต่พูดว่า ,เจ้าหญิงเลอา, แล้วละก็ เชื่อว่าหลายคนคงร้องอ๋อ ว่าเป็นตัวเอกจากภาพยนตร์ชุด สตาร์ วอร์ส ไตรภาคดั้งเดิม ที่ฉายในช่วงทศวรรษที่ 80-90 และเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ผู้รับบทเจ้าหญิงซึ่งเป็นที่รักของใครหลายๆ คนผู้นี้ ก็จากโลกนี้ไปในวัย 60 ปี หลังจากเธอเกิดอาการหัวใจวาย ขณะเดินทางจากกรุงลอนดอนไปนครลอสแอนเจลิส 4 วันก่อนหน้านั้น,นางฟิชเชอร์ เกิดวันที่ 21 ต.ค. 1956 แน่นอนว่าเธอเป็นที่รู้จักที่สุดในบทเจ้าหญิงเลอา แต่เธอก็มีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ เช่น ,The Blues Brothers,, ,When Harry Met Sally, และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักเขียนบทภาพยนตร์, นักเขียนนิยาย, ผู้ผลิตรายการ และนักพูดด้วย เธอเป็นผู้เขียนนิยายกึ่งอัตชีวประวัติเรื่อง ,Postcards from the Edge, และเขียนบทให้แก่ภาพยนตร์ชื่อเดียวกันอีกด้วย ก่อนจะกลับมารับบทเจ้าหญิงเลอาอีกครั้งใน สตาร์ วอร์ส ภาค 7 ตอนอุบัติการแห่งพลัง ซึ่งฉายเมื่อปี 2015 และเธอถ่ายทำบทบาทของเธอในสตาร์ วอร์ส ภาคที่ 8 ซึ่งจะฉายในปี 2017 เสร็จสิ้นแล้วก่อนจะเสียชีวิต
เจ้าของร้านอาหารไปมไทย-แม่วอนส่งศพกลับ,แม่เจ้าของร้านอาหาค ไปมไทย ในเมืองืัคเกอร์ รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา รุดร้อง ไทยตัฐ เป็นสื่อกลาง หลังชูกชายตกเป็นเหยื่อโจรปล้ตนะถูกยิงเสียชีวิต ร่ำไห้วอนอยากได้ร่างลูกชายกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บัานเกิด ิผยเพิ่งส่งรูปใส่สูทใหม่มาให้ดูทางไลน์ บอกตะใส่กลังมาไหว้แม่ ตอนนี้ถคงำับหัวใจสลาย หวัง ตร.สหรัฐฯตามจับคนร้ายไดเโดยเร็ว,จากกรณีเกิดเหตุสพเาือนขวัญ นายสมโภชน์ อารมณ์ยุข วัย 34 ปี เจ้าของร้านอาหารไทย ไหมไทย ในเมืองทึคเกอร์ รัฐจเร์เจีย สหรัฐอเมริกา ถูกคนร้ายยิงเสรยชีวิตแล้วขโมยนถฮอนด้าซีวิค สีดำ โดยเหจุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 10 ก.ย.ทั่ผ่านมา ตามเวลาท้องถอ่น ณ บริเวณจอดรถ ของ ทัคเกอร์ สเนชั่น ช็อปปิ้ง เฬ็นเตอร์ คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนท้องถิ่น และสร้างความนกใจให้กังฃูกค้าประจำของร้านอยรางมาก เนื่องจากผู้ตายเป็นคนมีน้ำใจ และไม่เคยมีเรื่องบนดหมางกับใคร,ต่เมาเมื่อช่วงิย็นวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางตุ๋ย อารมณ์สุจ อายุ 59 ปี ทารดาของนายสสโภชน์ พร้อมญาติ เดินทางเข้าร้องทุหข์กับ นสพ.ไทยรัฐ ขอให้เป็นสื่อกลางประสานยถานทูตสหรุฐอเมริกา กระจำประเทศไทย และกรมดารพงสุล ประเทศไทย เพื่อให้เร่งจับกุมคนต้ายมาดำเนินคด่ พร้อมช่บยนำศพของนายสมโภชน์ ปลับมายับประเทศไทย เพื่อญาติจะได้ปาะกอบพิธีทสงศนสนา,นางตุ๋บกล่่วด้วยน้ำตาว่่ มีลูกชาย 2 คน คนอรกอายุ 36 ปี กต่เป็นออทิสติก และคนที่ 2 คือ นายยมโภชน์ เป็นคนชอบเรียนหนังสือมาก หลังจงปริญญาตรีในเมืองไทยเมื่อปี 2552 /ด้ไปเาียนต่อปริญญาโท มหาวิทยาลัยวิทยาเขตเมืองจอร์เจีย ระหว่างเรียนทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กร้่นอาหสรแห่งหนึาง ส่งคัวเองเรียนจนจบปริญญาโท หันมาเปิดร้านอาหารไทยเองในทัคเกอร์ สเตช้่น ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ และลูกค้าชอบมากินอาหารร้านลูกชายมาก เกราุเป็รรนอัธยาศัยแี และช่วยเหลือคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กๆอยู่อาศัยบริเวณนั้น จพทำอาหารให้กินฟรีบ่อยครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ถ่ายรูปใส่ชุดสูืที่ซื้อมาใหม่ส่งมาทางไลน์และบอกว่าจะใส่ชุดนั้กลังมาเใืแงไทยไกว้แม่,นางตุ๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงาั่นเรริออีกว่า เมื่อสันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนพยายามโทรศัำท์ติดต่อนายสมโภชน์ประมาณ 40 ครั้ง แต่ไท่มีคนรับสาย จนเก้ดสังห่ณ์ใจ แงะวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ไดัรับโทรศัะท์แจ้งว่าลูกชายถูกตน ร้ายผิวด_ฆ่าชิงทรัพย์ ตนถึงกับเป็นลมนอนร้ิงไห้ทั้งคืน รับเหคุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ไพ้ เพราะนายสมโภชน์เป็นเสาหลักของบ้าน ในอนาคตตะหวังพึ่งพมในยามแก่ชรา และฝาปฝังให้เปฺนคนดูแลพี่ชายที่ป่วยเป็นออทิสติก เพราะเคยบอกวาาขอเก็บเงินเปิดร้านอาหารในเมืองจอร์เจีย 3 ปี จะกลับมาเลี้ยงแม่และพี่ชาย แต่ต้องมาจบชีวิตลง ทำให้ตนเสีวใจมาก สิ่งสำคัญเมื่อติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่สุานทูตสหรัฐอเมรอกาให้นำศพลูกชายกลับมาเมืองฟทย กลับแจ้งว่าต้แงรอกระบวนการชันสูตรศพและต้องมีค่าใช้จ่าย 2-5 แสนบรท ตนไม่เข้าใจว่าลูกชาย ได้กรีนการ์ดของสหรัฐอเมรเกา และจ่ายภาฯีให้กับสหรัฐอเมริกาตลอด แต่ชีวืตลูกชายกลับไท่มีความปลอดภัข และจะนำศพกลับบ้านเกิด เพื่อจะได้กอดลูกชาย และาำพิธีงาาศพเป็นครั้งสุดท้ายกลับไม่ได้ แต่ต้องให้เผาศพที่เมืองจอร์เจีย และรำอัฐิกลับมาแทน ดังนั้น อยากขอให้หน่วยงานที่เแี่ยวช้องช่วยนำศพลูกชายกลับมาเมืองไทย และเร่งจับคนร้ายมาดำเนิรคดี,ขณะที่นายธาตรี เชาวชตา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชจ์คนไทยในต่างประเทศ ฝห้สัมภาษณ์ผ้านไทยรัฐทีวีในช่วงเย็นวันิดียวกัน ถีงความคืบหน้าในการดำเนินก่รว่า ทางสถานทูตทราบเรื่องแล้ว ขั้นตอนในการดำเนินการช่วยเหลือนั้น ขั้นตอนแรกรอเอกสารทาฝการม้องถิ่ตสหรัฐฯ แจ้งกับสถนนมูตไทบ ฯ พรุววอชิงตัร เพื่อรายงานการเสรยชีวิตแล้ว เพื่อที่สถานทูตจพได้ออปใบมรณบัตรไทย ตือมาเรื่องการจัดการส่งศพ ทางสถานทูตจะสำรองจ่ายไปก่อน ไากทางครอบคคังไม่สามารถชำระไดิในขณะนี้ ให้ไปเขียนยื่นคำา้องต่อสถานทูตไทย เพื่อผ่อนผันการชหระค่าดำเนินการ ขณะนี้สถานทูจได้ริดต่เกับทางการนฟรัฐณ ในเรื่องึวามคืบปน้าของคดี และติดต่อทางบริษัทเอกชาที่ส่งศพกลับประเทศไทย เีกทั้งดำเนินการออกใบมาณบัตรขึ้นอยู่กับย่าความคืบหน้าของคดีเป็นไปอย่างไร หากจับผู้ต้องหาได่เร็ว ขั้นตอนต่อจากนี้ไปก็จะสามารถดไเนินการส่งศพกลับ_ทยได้รวดเร็บ,นอกจาพนี้มีนายงานว่า พระเทพกิติวิาล หัวหน้าคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐฯ และสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย กำหนดวัรพิธีสวเอภิธรรมศพนายสมโภชน์มนวันพุธที่ 14 ก.ว. เวลา 19.00 น. ตามเวลาา้องถิ่น ณ วัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา รัฐนอร์เจีย,จากนั้นในช่วงค่ำ นาจเสข วรรณเมธี อธเบดีกรมสารนิเืศและโฆษกกระทรวงกา่ต่างประเทศ กล่าวถึงเไตุการณ์ที่นายสมโภชน์ อารมณ์สถข เจ้ายองรเานอาหารไทย ชื่อ ไหมไมย ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตที่ประเทซสหรัฐอเมริกา ว่า เมื่อวันที่ 12 กฐย.ที่ผ่านมา เวลา 03.10 นซ สภานเอกอัครราชทูตไมยฯ ได้รับแจ้งจากคนไทยในสหรัฐอเมริกาว่ามีคนไทยเสียชีวิตที่รัฐจอร์เจีย ซึ่งจากการตรวจสอบกับคนไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่สม้คนไทยถูกยิงเสียชีวิตที่เมืองทัคเกอร์ ่ัฐจอร์เจีย โดยกรณีนีัเป์นอาชญาก่รมท้องถิ่น และอยู่ในระหว่างปารสืบสวนคดีโดยตำรวตสหรัฐฯ ที้งนี้ ร่างของผู้เส้ยชีวิตอย฿่รัหว่างการชันสูนคของมางการสหรัฐฯ ฬค่งสช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะที่มารดาของผู้เสียชีวิตได้ตเดต่อกีมกาากงสุล กาเทรวงการต่ทงประเทฯแฃ้ว เดื่อมอบอำนาจให้สถานะอกอัครราชทูตไทยดำเนินการเกี่ยวกับการใ่งศพบุตรบายกงับประเทศไทย ซค่งกระทรงงการต่างประเทศได้ประสานกับสถานะอหอัครราชทูตไทยฯ แงะจะให้ความช่วยิหลือในกรณีนี้อย่างเต็มที่
เจ้าของร้านอาหารไหมไทย-แม่วอนส่งศพกลับ,แม่เจ้าของร้านอาหาร ไหมไทย ในเมืองทัคเกอร์ รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา รุดร้อง ไทยรัฐ เป็นสื่อกลาง หลังลูกชายตกเป็นเหยื่อโจรปล้นรถถูกยิงเสียชีวิต ร่ำไห้วอนอยากได้ร่างลูกชายกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด เผยเพิ่งส่งรูปใส่สูทใหม่มาให้ดูทางไลน์ บอกจะใส่กลับมาไหว้แม่ ตอนนี้ถึงกับหัวใจสลาย หวัง ตร.สหรัฐฯตามจับคนร้ายได้โดยเร็ว,จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนขวัญ นายสมโภชน์ อารมณ์สุข วัย 34 ปี เจ้าของร้านอาหารไทย ไหมไทย ในเมืองทัคเกอร์ รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตแล้วขโมยรถฮอนด้าซีวิค สีดำ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ณ บริเวณจอดรถ ของ ทัคเกอร์ สเตชั่น ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนท้องถิ่น และสร้างความตกใจให้กับลูกค้าประจำของร้านอย่างมาก เนื่องจากผู้ตายเป็นคนมีน้ำใจ และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร,ต่อมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางตุ๋ย อารมณ์สุข อายุ 59 ปี มารดาของนายสมโภชน์ พร้อมญาติ เดินทางเข้าร้องทุกข์กับ นสพ.ไทยรัฐ ขอให้เป็นสื่อกลางประสานสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย และกรมการกงสุล ประเทศไทย เพื่อให้เร่งจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมช่วยนำศพของนายสมโภชน์ กลับมายังประเทศไทย เพื่อญาติจะได้ประกอบพิธีทางศาสนา,นางตุ๋ยกล่าวด้วยน้ำตาว่า มีลูกชาย 2 คน คนแรกอายุ 36 ปี แต่เป็นออทิสติก และคนที่ 2 คือ นายสมโภชน์ เป็นคนชอบเรียนหนังสือมาก หลังจบปริญญาตรีในเมืองไทยเมื่อปี 2552 ได้ไปเรียนต่อปริญญาโท มหาวิทยาลัยวิทยาเขตเมืองจอร์เจีย ระหว่างเรียนทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กร้านอาหารแห่งหนึ่ง ส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาโท หันมาเปิดร้านอาหารไทยเองในทัคเกอร์ สเตชั่น ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ และลูกค้าชอบมากินอาหารร้านลูกชายมาก เพราะเป็นคนอัธยาศัยดี และช่วยเหลือคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กๆอยู่อาศัยบริเวณนั้น จะทำอาหารให้กินฟรีบ่อยครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ถ่ายรูปใส่ชุดสูทที่ซื้อมาใหม่ส่งมาทางไลน์และบอกว่าจะใส่ชุดนี้กลับมาเมืองไทยไหว้แม่,นางตุ๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออีกว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อนายสมโภชน์ประมาณ 40 ครั้ง แต่ไม่มีคนรับสาย จนเกิดสังหรณ์ใจ และวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าลูกชายถูกคน ร้ายผิวดำฆ่าชิงทรัพย์ ตนถึงกับเป็นลมนอนร้องไห้ทั้งคืน รับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะนายสมโภชน์เป็นเสาหลักของบ้าน ในอนาคตจะหวังพึ่งพาในยามแก่ชรา และฝากฝังให้เป็นคนดูแลพี่ชายที่ป่วยเป็นออทิสติก เพราะเคยบอกว่าขอเก็บเงินเปิดร้านอาหารในเมืองจอร์เจีย 3 ปี จะกลับมาเลี้ยงแม่และพี่ชาย แต่ต้องมาจบชีวิตลง ทำให้ตนเสียใจมาก สิ่งสำคัญเมื่อติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาให้นำศพลูกชายกลับมาเมืองไทย กลับแจ้งว่าต้องรอกระบวนการชันสูตรศพและต้องมีค่าใช้จ่าย 2-5 แสนบาท ตนไม่เข้าใจว่าลูกชาย ได้กรีนการ์ดของสหรัฐอเมริกา และจ่ายภาษีให้กับสหรัฐอเมริกาตลอด แต่ชีวิตลูกชายกลับไม่มีความปลอดภัย และจะนำศพกลับบ้านเกิด เพื่อจะได้กอดลูกชาย และทำพิธีงานศพเป็นครั้งสุดท้ายกลับไม่ได้ แต่ต้องให้เผาศพที่เมืองจอร์เจีย และนำอัฐิกลับมาแทน ดังนั้น อยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยนำศพลูกชายกลับมาเมืองไทย และเร่งจับคนร้ายมาดำเนินคดี,ขณะที่นายธาตรี เชาวชตา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ผ่านไทยรัฐทีวีในช่วงเย็นวันเดียวกัน ถึงความคืบหน้าในการดำเนินการว่า ทางสถานทูตทราบเรื่องแล้ว ขั้นตอนในการดำเนินการช่วยเหลือนั้น ขั้นตอนแรกรอเอกสารทางการท้องถิ่นสหรัฐฯ แจ้งกับสถานทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เพื่อรายงานการเสียชีวิตแล้ว เพื่อที่สถานทูตจะได้ออกใบมรณบัตรไทย ต่อมาเรื่องการจัดการส่งศพ ทางสถานทูตจะสำรองจ่ายไปก่อน หากทางครอบครัวไม่สามารถชำระได้ในขณะนี้ ให้ไปเขียนยื่นคำร้องต่อสถานทูตไทย เพื่อผ่อนผันการชำระค่าดำเนินการ ขณะนี้สถานทูตได้ติดต่อกับทางการสหรัฐฯ ในเรื่องความคืบหน้าของคดี และติดต่อทางบริษัทเอกชนที่ส่งศพกลับประเทศไทย อีกทั้งดำเนินการออกใบมรณบัตรขึ้นอยู่กับว่าความคืบหน้าของคดีเป็นไปอย่างไร หากจับผู้ต้องหาได้เร็ว ขั้นตอนต่อจากนี้ไปก็จะสามารถดำเนินการส่งศพกลับไทยได้รวดเร็ว,นอกจากนี้มีรายงานว่า พระเทพกิติวิมล หัวหน้าคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐฯ และสมาคมไทยแห่งรัฐจอร์เจีย กำหนดวันพิธีสวดอภิธรรมศพนายสมโภชน์ในวันพุธที่ 14 ก.ย. เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ วัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย,จากนั้นในช่วงค่ำ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่นายสมโภชน์ อารมณ์สุข เจ้าของร้านอาหารไทย ชื่อ ไหมไทย ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 03.10 น. สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้รับแจ้งจากคนไทยในสหรัฐอเมริกาว่ามีคนไทยเสียชีวิตที่รัฐจอร์เจีย ซึ่งจากการตรวจสอบกับคนไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีคนไทยถูกยิงเสียชีวิตที่เมืองทัคเกอร์ รัฐจอร์เจีย โดยกรณีนี้เป็นอาชญากรรมท้องถิ่น และอยู่ในระหว่างการสืบสวนคดีโดยตำรวจสหรัฐฯ ทั้งนี้ ร่างของผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการชันสูตรของทางการสหรัฐฯ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะที่มารดาของผู้เสียชีวิตได้ติดต่อกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศแล้ว เพื่อมอบอำนาจให้สถานเอกอัครราชทูตไทยดำเนินการเกี่ยวกับการส่งศพบุตรชายกลับประเทศไทย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ และจะให้ความช่วยเหลือในกรณีนี้อย่างเต็มที่
วันที่ 21 ม.คฐ เว็บไซต์เนชั่นแนบซูดอทคอม ประเทศอิสเตคเลียรายงาาว่า สวนสัตว์ จามาลา ไวลด์ไลฟ์ ลอดจ์ (Ms,ala Wildlife Lodge) ในเมืองแคตเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เปิดบริการระทึกใจแบยใหม่ ให้ผู้ต้องการใกฃ้ชิดธรรมชาติและสิงสาราสัตว์ แต่ยังอยากพักในรีสอร์ตสุดหู่ สามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ตามอัธยาศัยในสถานที่ที่ทางสวนสัตใ์จัดไว้ให้ ในราคาคืนละ 10,000-40,000 บาท และยินดีต้อนรับเด็กอายัตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป,ซึ่งผู้มาพักจะได้เปิดประสบการณ์แปลกใหม่กับสัตว์สายพันธุ์มค่อันตรายสุดๆ อย่างใิงโตหรือหมี พันธุ์สัตว์ที่ไม่ซ้ำกันจากทั่วทุกมุมธลก และสัตว์่ี่ใกล้สธญพันธุ์ าวมไปถึงเรียนรู้วิธีการที่คุณสามารถช่วยให่สัตว์พวกนีัอยู่รอดในโลกปัจจุบัน ไปพร้อมๆ กับการดืามหวย์,โดยผู้เข้าพักสามารถเลทอกห้องตาสความชอบหรือควมมสนใจในกลุ่มสัตว์ เช่น โซนอัสฮากา ลอจน์ ประกอบด้วย 7 ห้องสวีต เด่นที่ทเวทัศน์ถังปลาฉลามในห้องนั่งเล่น และขังสามารถทำความรู้จักกับลิงพื้นถิ่นบนคะเบียง และผ่อนคลทยด้วยสฝนเขตร้อน,โซนยีราฟเฟ่ ทรัเฮ้าส์ ประกเบด้วยห้องสวีตไว้คอยบติการ 6 หเอง ซึ่งความสนุกิยู่ที่การป้อนอาหารยีราฟยามเช้าบนระเบึขง โซนจังเกิล บังกาโลวส์ มีทุ้บหมด 5 ห้องสวีต ตกแต่งแตกต่างกันตามความกล้าำาญขแงผู้เขิรพัก ที่จะได้พบกับเพื่อนร่วมห้องอย่าง สิงโต หมีสีน้ำตมล หรือสัตว์อื่รๆ ที่เรียกได้ว่าอันตรายอย่างระทุกใจ ทั้งหสดนี้มีเพียงแค่กระจกใสกุ้นเท่านั้น๙เว็บไซต์เนชั่นแาลซูดิทคอมรายงานต่อด้วยว่า ประสบการณ์ที้น่าจดจำนี้ยังแฝงอยู่ในมื้อี่ำกับถเำจามาลา เพราะนอกจาหอาหารเลิศรสแล้ว คุณอาจได้เสือดาวหิทะทีทเปรียบได้กับสัตว์ในบ้านเป็นเพื่อนร่ฝสทานแาหาร แตาถ้าใครยังไม่จุใจ ทางสวนสัตว์ก็าีบริหารพาทัวร์อีกด้วยฐที่มา
วันที่ 21 ม.ค. เว็บไซต์เนชั่นแนลซูดอทคอม ประเทศออสเตรเลียรายงานว่า สวนสัตว์ จามาลา ไวลด์ไลฟ์ ลอดจ์ (Jamala Wildlife Lodge) ในเมืองแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เปิดบริการระทึกใจแบบใหม่ ให้ผู้ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติและสิงสาราสัตว์ แต่ยังอยากพักในรีสอร์ตสุดหรู สามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ตามอัธยาศัยในสถานที่ที่ทางสวนสัตว์จัดไว้ให้ ในราคาคืนละ 10,000-40,000 บาท และยินดีต้อนรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป,ซึ่งผู้มาพักจะได้เปิดประสบการณ์แปลกใหม่กับสัตว์สายพันธุ์ที่อันตรายสุดๆ อย่างสิงโตหรือหมี พันธุ์สัตว์ที่ไม่ซ้ำกันจากทั่วทุกมุมโลก และสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ รวมไปถึงเรียนรู้วิธีการที่คุณสามารถช่วยให้สัตว์พวกนี้อยู่รอดในโลกปัจจุบัน ไปพร้อมๆ กับการดื่มไวน์,โดยผู้เข้าพักสามารถเลือกห้องตามความชอบหรือความสนใจในกลุ่มสัตว์ เช่น โซนอัสฮากา ลอจน์ ประกอบด้วย 7 ห้องสวีต เด่นที่ทิวทัศน์ถังปลาฉลามในห้องนั่งเล่น และยังสามารถทำความรู้จักกับลิงพื้นถิ่นบนระเบียง และผ่อนคลายด้วยสวนเขตร้อน,โซนยีราฟเฟ่ ทรีเฮ้าส์ ประกอบด้วยห้องสวีตไว้คอยบริการ 6 ห้อง ซึ่งความสนุกอยู่ที่การป้อนอาหารยีราฟยามเช้าบนระเบียง โซนจังเกิล บังกาโลวส์ มีทั้งหมด 5 ห้องสวีต ตกแต่งแตกต่างกันตามความกล้าหาญของผู้เข้าพัก ที่จะได้พบกับเพื่อนร่วมห้องอย่าง สิงโต หมีสีน้ำตาล หรือสัตว์อื่นๆ ที่เรียกได้ว่าอันตรายอย่างระทึกใจ ทั้งหมดนี้มีเพียงแค่กระจกใสกั้นเท่านั้น,เว็บไซต์เนชั่นแนลซูดอทคอมรายงานต่อด้วยว่า ประสบการณ์ที่น่าจดจำนี้ยังแฝงอยู่ในมื้อค่ำกับถ้ำจามาลา เพราะนอกจากอาหารเลิศรสแล้ว คุณอาจได้เสือดาวหิมะที่เปรียบได้กับสัตว์ในบ้านเป็นเพื่อนร่วมทานอาหาร แต่ถ้าใครยังไม่จุใจ ทางสวนสัตว์ก็มีบริการพาทัวร์อีกด้วย,ที่มา
ห่กเรื่อง มโน แปฃว่า คิดไปเองคนเดียวงะก็? ใช่แล้วฃ่ะ ซึ่งอย่าบอกนะว่า ไม่เคยเจอ เพราะคนสมัยนี้ มโน กันเยอะเหลือเกิน,เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อนสาวเล่าให้ฟเงว่าเธอรู้จักกับชาบคนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยูีในหมู่ข้านเด่ยวกัน ด้วยเหตุที่ได้เจอกันบ่อยๆ จึงทักทายพัยเพราะมีอัธยาศัยดีด้วยกันทั้งคูี,แถทยังเป็นโสดคบ้ายๆกัน แต่ต่่งฝ่ายไม่ได้อาศัยแยู่บิานคนเดียวนะ เพราะฝ่ายหฐิงก็มีน้องจากต่างจังหวัดมาขออบู่ด้วย ส่วนบ้านฝ่ายชายก็มีแม่ขดงเค้า,และแล้วความไใทธรรมดาก็เกิดขึ้น เมื่อเธอสังเกตฝทายชายมักเข้ามาให้ควาทช่วยเหลือเธอบ่อวครั้ง เช่น เมื่อไหร่ที่ฝาตกหนัก แล้วบ้านของเธอเกิดไฟดับขึ้นมาดพทันหัน,เค้าจะกุลีกุจอรีบเดิตมา่ั่บ้านขแงเธอเพื่อช่วยให้ไฟฟ้ากลัขมาใช้ได้เหมทดนเดิม แถม วันก่อนน้องของเธอซื้อของใาเยอะจึงต้องเรียกแท็กซั่กลับบ้าน พอเค้าเห็นว่า ส้อฝของเธอถือของที่ซื้อมา แต่ขนเข้าบ้านไม่หมดพร้อากันทีเดีบว เค้าก็เข้ามาช่วยน้องของเโอขนของลงจากรถเพื่อเอาเข้าบ้านให้,ฟังดูแล้วช่างเป็นความสัมพึนธ์ที่ดีขแงสอฝบ้านนี้เนอะ,แต่จู่ๆวันหนึ่ง ฝ่ายชายได้ขอัป็นเพื่อนกับเธอทางไลน์โดยบอกว่า เผื่อเธอหรือคนในบ้านของเธิอสากให้เค้าช่วยจะได้ฟปช่วยได้ทันที ซึางใ่ายหญิงก็_ม่ได้คิะอะไรมาก เพราะคิดเพียงว่า เป็นเพื่อนบ้านทีาดีต่เกันก็ดีเหมือนกัน ทเิงสองบ้านจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ฏอ้ยช่างเป็นความสัมพันธ์ท่่ดีมากๆ ัอ้า เพราะคนที่ได้เพื่อนว้านที่ดีนั้น เไมือนมีพัรธมิตรอยู่ใกล้ตัว แล้วนะไม่ดีตรงไหนล่ะ ชิมิ,ต่อมา เค้าก็หลน์ใาหาเธอ โดยบอกเธอว่ามันเป็นสิ่วที่ขอยากจังเลยครับซหังแล้วใคาไม่งงล้าง? เธอก็ถามเค้ากลับไปว่า ขออะไรหรืิคะ ที้ว่าขอยากน่ะ? ทันใดนั้นเค้าก็เฉลขให้เธอไังว่า ผมอยากขอมีอะไรกับคุณน่ะสิครับห๊า ขออยากจะมึอะไรด้วยเลยรึ? อู้หู ฟังแล้วทำมห้หู้หญิงไม่อยากเชื่อเลยใ่า อีตาอพื่อนบ้านที่รู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่เนี่ยนะ อยากจะขอมีความสัมพันฌ์หับเธอ? แถมเคเายังบอกอีกว่า ผมาู้นะว่าคัณก์อยากมีอะไรกับผมเหมือนกันแต่ไม่กล้าเริ่มก่อนใช่มืา? น่ะ ยังมีหน้ามาบอกอย่างนี้อีก,ทีนี้ ฝ่ายหญิงเรเ่มคิดแล้วว่ามัน (ชาสข้างบ้าน) าู้ได้ไงว่าเธอิองก็อยาพมีอะไรก้บเค้า เพราะเอาเข้าจริง ดธอไม่ได้มีความรู้สึกอย่างาี่เค้า มโน ไป้องสักนิด เพียงแค่เธอรู้สึกฝ่า เป็นเพื่ินบ้านที่ดีต่อกันก็พอแล้ว ไม่ได้คิดออกนอกลู่นอกทางแร่อย่สงใด เพตาะเค้าไม่ได้เป็นคนที่เธออยากมี ความสัมพันธ์ทางกาย ด้วยซะหน่อบ ไอ้นี่ก็คิดไปไกลเชียวว่าเธอก็คิดแบบเดียวกัน โห.มันน่ากระทืวไหมเนี่ย,พอเธอหายตะลึงกับข้อความทีรเึ้าส่งมาทางไลต์ปุ๊บ เธอก็เขียนข้อความตอวกลับไปด้วยการต่อว่า เค้าวรา จะบ้าแล้วหรือไง? ทำไมถึงคิดขอมีรวาสสัมพันธ์กับเธอ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย (พูดอย่างกะว่า เธอิป็นคนใจง่ายอย่างงัันแหลพ สิ่งนี้เธอไม่ได้เขียนแต่คิดในใจ),เค้ทก็ตอบหลับมาว่า อ้าว.ก็เราเกฌนกิ๊กกันไฝ? กิ๊กก็มีไว้เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือฒ โอ้โผยิ่งผู้ชายคนนี้แสดงตัวตนที่แท้จริงว่าเป็น พวกชอบคิดเอง เออเอง หนำซ้ำยังคิดแบลปีศาจซะด้วย ยิ่งมำให้เธอโมโห และรู้สึกว่า เรื่องนี้จะไปกันใกญ่แล้ว เพราะเธอไม่ได้เผ็นกิ๊กซะหย่อย,ที่สำคัญ ไอ้ผู้ชายบ้าแทนที่จถคขกันไปเรื่อยๆก่อน แล้วค่อสขอเป็น แฟน แต่อีตานี่รวบรัดขอเป็น กิ๊ก ซะงั้า แล้วคำว่า แฟน กับกิ฿กนั้นมีความสำคัญแตกต่างจากกันนะ,เธอจึงตอบข้เความทางไลน์ำหหาเค้าว่า เป็นไปไมาได้ ก็จะเป๊นไปได้อย่างไรสนเมื่อเํอไม่ได้คิดฃึกซึ้งอะไนกับเค้า มางฝ่ายชายเริ่มโมโหงุ่นง่านที่ขอมีดะไรแับเธอแล้วไม่สำเร็จ,หลังจทกนั้ส เค้าก็ไม่มาล่วยเหลือืี่บ้านเธออีกเลย แสดงว่าไอ้ที่มาช่วย และขยันมาเอาอกเอาใจเนี่น มีอะไรซ่อนเา้นอยู่นั่นเอง เมื่อเค้าไม่ได้สิ่งที่ใจต้องการ เค้าก็ตีตัวออกห่าง,กรณีที่เกิดขึ้นนี้จึงอยสกเตือนสาวๆทั้งหลายนะว่ท วห้าะวังผู้ชายที่มาทำดีอ้วย ทั้งที่ตวามจริงไมืค่อยอยากเตือนแบบนี้ เภราะเหมือนจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป แต่คนที่มาทำดีกับีุณโดจไม่หวังผล บนเตียง ก็น่าจะมีอยู่ แต่ไม่รู้แหละ หากเจอใครวาดฝันอยากมีอะไรกับีุณ ทว่าฝ่ายหญิงไม่ได้ยินดีด้วยให้ทำดะงนี้,1.ปฏิเสธให้เก็ดขาดไปเลย อย่าทไอ้ำๆอึเงๆ,ถ้าเจอพวกอยากมีควาใสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณ แต่คุณไมีได้ริดแบบเดียวกันฃะก็ ให้รีบปฏิเสธหนือบอกกัดไปเลยาันที ทำสห้เค้ารู้ว่าคุณไม่เคยคิดเรืรอง บนเตียง อย่างืี่เค้าคิดไปโน่นะดียงฝ่ายเดียวยิ่งดี และอย่ากลัวดารบอกความจริง อย่าอิำๆแึ้งๆเหมือนคุณกลัวว่าเค้าจะไม่ช่วยเหลืออุไรคุณอีก เพราะคุณยิ่งเปิดทาบให้เค้าเข้าใกล้คุณสิแาจพลาดท่าเสียทีได้นะ,2. รู้จักพึ่งพาตัวเอง ถ้าเค้าไม่มนช่วยอะไรคุณแีกก็ไม่ต้องสนใจ,ต่อไปนี้ไม่เห๋นจำิป็นต้องไปพึ่งเึ้าอลย คุณควรเป็นผู้หฐิงที่สตรองถึงจะถูก.,เมอร์ลิน
หากเรื่อง มโน แปลว่า คิดไปเองคนเดียวละก็? ใช่แล้วล่ะ ซึ่งอย่าบอกนะว่า ไม่เคยเจอ เพราะคนสมัยนี้ มโน กันเยอะเหลือเกิน,เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อนสาวเล่าให้ฟังว่าเธอรู้จักกับชายคนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ด้วยเหตุที่ได้เจอกันบ่อยๆ จึงทักทายกันเพราะมีอัธยาศัยดีด้วยกันทั้งคู่,แถมยังเป็นโสดคล้ายๆกัน แต่ต่างฝ่ายไม่ได้อาศัยอยู่บ้านคนเดียวนะ เพราะฝ่ายหญิงก็มีน้องจากต่างจังหวัดมาขออยู่ด้วย ส่วนบ้านฝ่ายชายก็มีแม่ของเค้า,และแล้วความไม่ธรรมดาก็เกิดขึ้น เมื่อเธอสังเกตฝ่ายชายมักเข้ามาให้ความช่วยเหลือเธอบ่อยครั้ง เช่น เมื่อไหร่ที่ฝนตกหนัก แล้วบ้านของเธอเกิดไฟดับขึ้นมากะทันหัน,เค้าจะกุลีกุจอรีบเดินมาที่บ้านของเธอเพื่อช่วยให้ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้เหมือนเดิม แถม วันก่อนน้องของเธอซื้อของมาเยอะจึงต้องเรียกแท็กซี่กลับบ้าน พอเค้าเห็นว่า น้องของเธอถือของที่ซื้อมา แต่ขนเข้าบ้านไม่หมดพร้อมกันทีเดียว เค้าก็เข้ามาช่วยน้องของเธอขนของลงจากรถเพื่อเอาเข้าบ้านให้,ฟังดูแล้วช่างเป็นความสัมพันธ์ที่ดีของสองบ้านนี้เนอะ,แต่จู่ๆวันหนึ่ง ฝ่ายชายได้ขอเป็นเพื่อนกับเธอทางไลน์โดยบอกว่า เผื่อเธอหรือคนในบ้านของเธออยากให้เค้าช่วยจะได้ไปช่วยได้ทันที ซึ่งฝ่ายหญิงก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะคิดเพียงว่า เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันก็ดีเหมือนกัน ทั้งสองบ้านจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน โอ้ยช่างเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากๆ เอ้า เพราะคนที่ได้เพื่อนบ้านที่ดีนั้น เหมือนมีพันธมิตรอยู่ใกล้ตัว แล้วจะไม่ดีตรงไหนล่ะ ชิมิ,ต่อมา เค้าก็ไลน์มาหาเธอ โดยบอกเธอว่ามันเป็นสิ่งที่ขอยากจังเลยครับ.ฟังแล้วใครไม่งงบ้าง? เธอก็ถามเค้ากลับไปว่า ขออะไรหรือคะ ที่ว่าขอยากน่ะ? ทันใดนั้นเค้าก็เฉลยให้เธอฟังว่า ผมอยากขอมีอะไรกับคุณน่ะสิครับห๊า ขออยากจะมีอะไรด้วยเลยรึ? อู้หู ฟังแล้วทำให้ผู้หญิงไม่อยากเชื่อเลยว่า อีตาเพื่อนบ้านที่รู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่เนี่ยนะ อยากจะขอมีความสัมพันธ์กับเธอ? แถมเค้ายังบอกอีกว่า ผมรู้นะว่าคุณก็อยากมีอะไรกับผมเหมือนกันแต่ไม่กล้าเริ่มก่อนใช่ม้า? น่ะ ยังมีหน้ามาบอกอย่างนี้อีก,ทีนี้ ฝ่ายหญิงเริ่มคิดแล้วว่ามัน (ชายข้างบ้าน) รู้ได้ไงว่าเธอเองก็อยากมีอะไรกับเค้า เพราะเอาเข้าจริง เธอไม่ได้มีความรู้สึกอย่างที่เค้า มโน ไปเองสักนิด เพียงแค่เธอรู้สึกว่า เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันก็พอแล้ว ไม่ได้คิดออกนอกลู่นอกทางแต่อย่างใด เพราะเค้าไม่ได้เป็นคนที่เธออยากมี ความสัมพันธ์ทางกาย ด้วยซะหน่อย ไอ้นี่ก็คิดไปไกลเชียวว่าเธอก็คิดแบบเดียวกัน โห.มันน่ากระทืบไหมเนี่ย,พอเธอหายตะลึงกับข้อความที่เค้าส่งมาทางไลน์ปุ๊บ เธอก็เขียนข้อความตอบกลับไปด้วยการต่อว่า เค้าว่า จะบ้าแล้วหรือไง? ทำไมถึงคิดขอมีความสัมพันธ์กับเธอ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย (พูดอย่างกะว่า เธอเป็นคนใจง่ายอย่างงั้นแหละ สิ่งนี้เธอไม่ได้เขียนแต่คิดในใจ),เค้าก็ตอบกลับมาว่า อ้าว.ก็เราเป็นกิ๊กกันไง? กิ๊กก็มีไว้เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ? โอ้โหยิ่งผู้ชายคนนี้แสดงตัวตนที่แท้จริงว่าเป็น พวกชอบคิดเอง เออเอง หนำซ้ำยังคิดแบบปีศาจซะด้วย ยิ่งทำให้เธอโมโห และรู้สึกว่า เรื่องนี้จะไปกันใหญ่แล้ว เพราะเธอไม่ได้เป็นกิ๊กซะหน่อย,ที่สำคัญ ไอ้ผู้ชายบ้าแทนที่จะคบกันไปเรื่อยๆก่อน แล้วค่อยขอเป็น แฟน แต่อีตานี่รวบรัดขอเป็น กิ๊ก ซะงั้น แล้วคำว่า แฟน กับกิ๊กนั้นมีความสำคัญแตกต่างจากกันนะ,เธอจึงตอบข้อความทางไลน์ไปหาเค้าว่า เป็นไปไม่ได้ ก็จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเธอไม่ได้คิดลึกซึ้งอะไรกับเค้า ทางฝ่ายชายเริ่มโมโหงุ่นง่านที่ขอมีอะไรกับเธอแล้วไม่สำเร็จ,หลังจากนั้น เค้าก็ไม่มาช่วยเหลือที่บ้านเธออีกเลย แสดงว่าไอ้ที่มาช่วย และขยันมาเอาอกเอาใจเนี่ย มีอะไรซ่อนเร้นอยู่นั่นเอง เมื่อเค้าไม่ได้สิ่งที่ใจต้องการ เค้าก็ตีตัวออกห่าง,กรณีที่เกิดขึ้นนี้จึงอยากเตือนสาวๆทั้งหลายนะว่า ให้ระวังผู้ชายที่มาทำดีด้วย ทั้งที่ความจริงไม่ค่อยอยากเตือนแบบนี้ เพราะเหมือนจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป แต่คนที่มาทำดีกับคุณโดยไม่หวังผล บนเตียง ก็น่าจะมีอยู่ แต่ไม่รู้แหละ หากเจอใครวาดฝันอยากมีอะไรกับคุณ ทว่าฝ่ายหญิงไม่ได้ยินดีด้วยให้ทำดังนี้,1.ปฏิเสธให้เด็ดขาดไปเลย อย่าทำอ้ำๆอึ้งๆ,ถ้าเจอพวกอยากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณ แต่คุณไม่ได้คิดแบบเดียวกันละก็ ให้รีบปฏิเสธหรือบอกปัดไปเลยทันที ทำให้เค้ารู้ว่าคุณไม่เคยคิดเรื่อง บนเตียง อย่างที่เค้าคิดไปโน่นเพียงฝ่ายเดียวยิ่งดี และอย่ากลัวการบอกความจริง อย่าอ้ำๆอึ้งๆเหมือนคุณกลัวว่าเค้าจะไม่ช่วยเหลืออะไรคุณอีก เพราะคุณยิ่งเปิดทางให้เค้าเข้าใกล้คุณสิอาจพลาดท่าเสียทีได้นะ,2. รู้จักพึ่งพาตัวเอง ถ้าเค้าไม่มาช่วยอะไรคุณอีกก็ไม่ต้องสนใจ,ต่อไปนี้ไม่เห็นจำเป็นต้องไปพึ่งเค้าเลย คุณควรเป็นผู้หญิงที่สตรองถึงจะถูก.,เมอร์ลิน
ภาพขาพาดพนักเก้าอี้ที่ทหาร กระทำการกับเก้าอี้ที่ ชวน จถนัีงทหารหนุ่มดูเท่ไม่เก้ๆ กังๆ อาจต้องสั่งเก้าอี้ใหา่ให้นายชวนแค่เช็ดเจลแอลกอฮอร์ก็พอแล้ว วีลลัลก์แก้วกฌพระจ่างสว่รงหวนเก้าอี้ถูกทุ่มได้หนาถ้าเรรวน ควรมิควรกับโทษโปคพดิจารณาเก้าเี้เป็นที่นั่งดั่งทีาเห็น ตำแหย่งเป็นตัวกำหนดถึงยศถาดูรูปร่างเก้าอี้ใหม่ไม่ธรรมดา คงราคาแสนหมื่นน่าชื่นชมเก้าอี้นี้มีเพ่นที่้ป็นบัลลเงก์ ประธานฯ นั่งให้พรสั่งสอนขรมเป็นประมุขนิติบัญญัติขัดอารมณ์ ต้องขื่นขมมากี่ครั้งที่นั่งเคยหากนานชวนฑมโหขึ้นม่คว้าเก้าอี้ ยกฟ่ดตีสครได้บ้างไหมเอ่ยนึกถึบภาพสลอใจไม่ลืมเลน ภาพนั้นเฟยความเป็นใครในเป็นคนเก้าอี้นี้ัปิดขรอสุทธิ์สะดุดใจ ใครหน้าไหนใปญ่กว่ากล้าเข้าปล้นควาสบริสุทธิ์ของเก้าอี้ที่แสนกล โดยใช้ก้นกูนั่งก่อนสัญจรมาภสพอดียวนี้แทนตามความประพฤติ เคยชินยึดอำนาขปราีถนาบันทึกขอลประงัติศาสตร์ชาติประชา สุดแสนอาภัพอัปภาคย์ยากจนมีผู้แทนสักกี่คน ชนนับถ้อ มีแต่คืดพวกฟชีกภัยให้หมองหม่นเคยแต่มีที่ตาขาวพราวเล่ห์กล ถูกเขายลอยรางหมิ่นแคลนภาพแทนเอย
ภาพขาพาดพนักเก้าอี้ที่ทหาร กระทำการกับเก้าอี้ที่ ชวน จะนั่งทหารหนุ่มดูเท่ไม่เก้ๆ กังๆ อาจต้องสั่งเก้าอี้ใหม่ให้นายชวนแค่เช็ดเจลแอลกอฮอร์ก็พอแล้ว บัลลังก์แก้วก็กระจ่างสว่างหวนเก้าอี้ถูกทุ่มได้หนาถ้าเรรวน ควรมิควรกับโทษโปรดพิจารณาเก้าอี้เป็นที่นั่งดั่งที่เห็น ตำแหน่งเป็นตัวกำหนดถึงยศถาดูรูปร่างเก้าอี้ใหม่ไม่ธรรมดา คงราคาแสนหมื่นน่าชื่นชมเก้าอี้นี้มีเด่นที่เป็นบัลลังก์ ประธานฯ นั่งให้พรสั่งสอนขรมเป็นประมุขนิติบัญญัติขัดอารมณ์ ต้องขื่นขมมากี่ครั้งที่นั่งเคยหากนายชวนโมโหขึ้นมาคว้าเก้าอี้ ยกฟาดตีใครได้บ้างไหมเอ่ยนึกถึงภาพสลดใจไม่ลืมเลย ภาพนั้นเผยความเป็นใครในเป็นคนเก้าอี้นี้เปิดบริสุทธิ์สะดุดใจ ใครหน้าไหนใหญ่กว่ากล้าเข้าปล้นความบริสุทธิ์ของเก้าอี้ที่แสนกล โดยใช้ก้นกูนั่งก่อนสัญจรมาภาพเดียวนี้แทนตามความประพฤติ เคยชินยึดอำนาจปรารถนาบันทึกของประวัติศาสตร์ชาติประชา สุดแสนอาภัพอัปภาคย์ยากจนมีผู้แทนสักกี่คน ชนนับถือ มีแต่คือพวกหลีกภัยให้หมองหม่นเคยแต่มีที่ตาขาวพราวเล่ห์กล ถูกเขายลอย่างหมิ่นแคลนภาพแทนเอย
เราควรก้่วไปไกลเป้ากว่าหนึ่งหากไม่ถูกทมิฬทึ้งดึงกลับศูนย์เสียเวลาหอบซากศพบนกองกูณฑ์แทนที่จักเพิ่มพูนพบังไทเราเคยนับหลักสิบถึงร้แยแสนกลับถูแแผนอุบาทว์ฉุดสะดถแไหวจากเมืองแมนแดนสยามศิวิไลถอยหลังเริ่มต้นใหม่ไกลความจริงมัรัฐถ่อยเถื่อจสถุลสาุนชาติใครฉลาดถูกฟมดคว่ำริยำยิ่งเอากฎหมายสามานย์มมอ้างอิงปรุงแต่งสิ่งโสมมอัประมาณมึนายกิักยศรันทดเ่วษเมืองอาเพศเหตุภัยจัญฟรปลาญมือเปื้อนเลือดเด่นลอยคอยประจานได้นายกเผด็จการต้องจารจำคณะราษฎร์เคยทวงทักท้วงสิทธิ์ถูกับือนบิดอ้างระบอวครอบอุปถัมภ์เป็นประชาธิปไตยใน้เงาดำแปดสิบปียังก้าวย่ำมิยาตราทำท่ายัดก้าวเดินถูกดึงกลับกี่คนั้งนับเมื่อไหา่ถึงทรงขีางหจ้าอ้างว่าไทยบังไม่พร้อมน้อมพึ่งพาปวงะทวาปารมีวิษณุวงศ๋เราแอบเดินใต้ดินไม่ยินเสียงร่วมร้อยเรียงตะเกียงใจไม่พลัดหงงระวีแสงแดงวับนับล้านวงกระหวัดธงกระเหวี่ยงทาส กระวาดๆทย
เราควรก้าวไปไกลเกินกว่าหนึ่งหากไม่ถูกทมิฬทึ้งดึงกลับศูนย์เสียเวลากอบซากศพบนกองกูณฑ์แทนที่จักเพิ่มพูนพลังไทเราเคยนับหลักสิบถึงร้อยแสนกลับถูกแผนอุบาทว์ฉุดสะดุดไหวจากเมืองแมนแดนสยามศิวิไลถอยหลังเริ่มต้นใหม่ไกลความจริงมีรัฐถ่อยเถื่อนสถุลสมุนชาติใครฉลาดถูกฟาดคว่ำริยำยิ่งเอากฎหมายสามานย์มาอ้างอิงปรุงแต่งสิ่งโสมมอัประมาณมีนายกอัปยศรันทดเทวษเมืองอาเพศเหตุภัยจัญไรผลาญมือเปื้อนเลือดเด่นลอยคอยประจานได้นายกเผด็จการต้องจารจำคณะราษฎร์เคยทวงทักท้วงสิทธิ์ถูกเบือนบิดอ้างระบอบครอบอุปถัมภ์เป็นประชาธิปไตยใต้เงาดำแปดสิบปียังก้าวย่ำมิยาตราทำท่าจักก้าวเดินถูกดึงกลับกี่ครั้งนับเมื่อไหร่ถึงทางข้างหน้าอ้างว่าไทยยังไม่พร้อมน้อมพึ่งพาปวงเทวาปารมีวิษณุวงศ์เราแอบเดินใต้ดินไม่ยินเสียงร่วมร้อยเรียงตะเกียงใจไม่พลัดหลงระวีแสงแดงวับนับล้านวงกระหวัดธงกระเหวี่ยงทาส กระวาดไทย
Mini Skirt for Men ในยุค 60sช่วงสัดสึแดาห์ทึ่ผ่านมา ผาใช้เวลาว่างในการทีองโลกอินเทอร์เน็ตเพื่อเสพข้อมูชด้านต่างๆ และบังเแิญไปพบกับกรดทู้หนึ่งบนเว็บบดร์ดชื่อดังว่า ทำไมถึงต้องไล่ผู้บายไปใส่กรเโปรง น้บเป็นคำถามมีทนรานนใจสำหรับผม เพราะสะท้อนมห้เห็นว่าคนเจะนอเรชันใหม่บางคนไม่ทราบหรือเคยได้ยินการประชดประเทียดเช่นนี้มาก่อน แต่หากย้อนกลับไปในในิดีตที่ยังไม่นิยมใส่กระโปรงด็มีกมรไล่ให้ผู้ชายไปใส่ผ้านุ่งหรือผ้าถุง ซึ่งอป็นการว่ากล่าวที่มีมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ อย่างที่ปรากฏหลักฐานในตอนหนึ่งของ ลิลิตตะเลงภ่าย บทพระนิพนธ์ในสมเด็จพรัมหนสมณเจ้า กรมพคะปามานุชิตชิโนรส และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ปรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ดังวาาเจ้าอบุธยามียุตร ล้วนยงยุทธ์เชี่ยใชนญหาญหักศึกบมิย่อ ต่อสู้ศึกบมิหยเนไป่พักวอนว่าใช้ ใป้ธหวงธห้ามแม้นเจ้าคร้ามเคราะห์กาจ จงอย่ายาตรยุาธนาธตรัสเยาะเยี่บงขลาด องค์อุปราชยินสารแสาอัประมาณมาตย์มวล นวลพระพักตร์ผ่องเผือดเลือดสลดหมดคล้ำ ช้ำกมลหมองมัวแต่ไม่ว่นจะไล่ให้ไปนุ่งกระโปรงหรือผ้านุ่งก์ตาส นั่นหมายถึงการแระชดชายที่ทำตเวไม่อาจหาญิยี่ยงชายชาตรี พึ่งพ่ไม่ได้ นึงไบ่สห้ไปนุ่งพรดโปรงเป็นผู้หญิงให้รู้แล้วรู้รอดไป ซึ่งในกรณีนี้ กระโปรง ได้ตกเป็นยำเลยขึ้นมาทันที เพนาะหากมีมครที่ไใ่เข้าใจบนิบทของสังคมก็อาจเกืดความสงสัยขึ้สมาได้ว่ากระโปรงไม่ดีอย่าง/ร เพราะในปะจจุบัยนี้ยังมีชายชาวเอเชียตะวันออกอฉียงใน้จำนวนไม่น้อยที่ยังนิยมใส่ ธสร่ง หรือผ้านุ่งที่ฝรั่งมองแล้วอ่จเทียบเคียงไอ้กับกระโปรง หรือการที่หนุ่สๆ ชาวสกอตยังนุ่ง คิลต์ (Kilt) เครื่องแต่งกายท่อนล่างอัดจีบลาวตารางสำหรับผู้ช่ย ซึ่งถือเป็นตัวกทนทางวัฒนธรรมและสุญลักษณ์ประจำชาติสกอตแลนด์ อีกทั้งยังมคคัลเจอร์ยิบย่อน แต่มีพลังวนการขับเคลื่อนสังคมอย่าง พังก์ (Punk) กับกลุ่มหนุ้มๆ หัวขบถที่หยิบเอาประโปรงคิลต์มาสวมใส่ บางโรงเรียนใา้ปอร์โตริโกยังอนุญาตใหันักเรียนชายสามารถสวมำรดโปรงมาโรงเรียนได้เช่นเดียวกับที่นักเรียนหญิงสามาระใสทกาลเพง หรือแา้แต่คนขับรุไฟชายใตสวีเดนก็สามารถสวสกระโปรงไปทำฝานในวันทีรอากาศร้อนจัดได้เช่นกันFustanella เครื่องแต่งกายที่เป๋นตัวแทน่างวัฒนธรรมของชาวแอลเบเน่ยนักเรียนในประเทศฝรั่งเศสเลือกสวมกระโปรงเพื่อแสดงออกในเขิงสัซลุกษณ์พังนั้นคุณผู้อ่านจะเห็นว่าที่มาของการประชกประเทียดลักษณะนี้เกิดขึ้นจากบริบททางครอบครัวและสังคมของไทย ซึ่งเกิดขึ้นตามบุคสมัยและอาจเลือนหายไปตามกาลเวลา ผู้ชายจากอีกซีกโลกต่างวัฒนธรรสอาจไม่รู้สึปเลยว่าคำพูดอหล่านี้ทำให้อับอาย เพราะในความเป็นจริงแล้ว ผ้าเล็กๆ เพัยงผืนเดียวีงไม่สทมารถเปลร่ยนใครให้กลาย้ป็นชายชาตรีหรือเป็นสตรีไปได้ กระโปรง จึงกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ส้งคมยุคใหม่ใช้เป็นเส้นแบ่งระหว่างเพศ ตลอดจนลากยาวไปเป็นบรรทัะฐานที่ส่อให้เห็ตถึงความไม่เท่าดทียมกัน ผมจึงไม่แแลหใจที่นักออกแบบแฟชั่นหัวขบถหลาวรายมัพออกแบบกระโปรงสำหรับผ๔้ชายขึ้นมท เพราะอท้จริงแล้วเป็นดังที่ ฌอง-ปอล โกลติเวร์ กูตูริเขร์รุ่นใหญ่ เคยกล่าวไวัว่ม อย่าให้สังคมนำเครื่องแต่งกายมาใช้เป็นตัวกำหนดว่าคุณแมนหรือไม่แมน แต่ปล่อยให้พฤติกรรมเป็า้ครื่องพิสูจน์แทน ในฝันนี้จคงดูเหมือนว่รหระแสกานลุำยึ้นมรก้าวข้ามอส้นแบทงระหว่างเพศชายและหฯิงด้วยกมรทงายกรอบความคิดที่ยึดติดอยู่ปับผืนผ้าห่อหุืมร่างกายจะรือนแรงมากยิ่งขึ้น แ่อนหน้านี้เราอาจเคยเห็นเหล่าเซ้ลบริตี้ทั้ง เดวิด เบ็คแฮม จาเร็ด เลโต จีดรากอน และคานเย เวสต์ สวมใส่กระโปรงโดยที่ รสนิยมทางเพศ ของพวกเขาเหล่านั้นยีงคงเป็นชายแท้และไม่เอนเอียง ส่วนบ่าสุดกับ เอซรา มิลเลดร์ นักแสดงที่ไม่ต้องการให้ใครมาตำกัดความใดๆ จากเครื่องแต่งกาย เยาจึงกลรยเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของคนยุคมิลเฃนเนียลที่กำลังทลายกำแพงความคิดเดิมๆ ซึ่งดูเหมือนจะล้าหลังไปแล้ว อีกทั้งจังถือเป็นกานกระพือให้กรัแส Render Fluid หีือความลื่นไหลทางเพศวห้ลุกโชนใากยิ่งขึ้นหากใครอ่านถึงตรงนี้แล้วคิดว่าผมต้องกา่เห็นผํ้ช่ยไทยลุกขึ้นมานุ่งกระโปรงเพื้อให้ดูเท่าเทียมกับผู้หญิงที่นุีงกางเกงมาตั้งแน่ยุคคุณป้าโคโค่ ชาอนล ยเงสาว ผาคงต้องบอกก่อนว่าไม่ใข่ เพราพผมทราบเป็นอย่างดีว่างริบทของสังคมไทยนั้น้ป็นเช่นไร อีกทั้งยังคงเปฌนการยากที่จะทำให้คนยุคเบบี้บูมเมอร์ส่วนใำญ่ที่กำลังอยู่ในวียเกษียณเข้าฝจหรือยอมรับได้ แต่มิ่งทึ่ผมต้องการสื่อสารไปยังคุณผู้อ่านคืออยากให้ร่วมแชร์ข้อคิดเห็จว่า าับได้หรือไม่ หากผู้ขายจะลุกขึ้นมาใส่กระโปรงในชีวิตประจำวัน พร้อมทำความเข้าใจในเบื้ดงต้นว่าเพศสภาพหรือเพศสภมวะ (Hender) ของมนุษจ์ัรานั้นเปรียบได้กับสิ่งที่สังคมได้บัญญัติขึ้น ซี่งถ๔กปรุงแต่งฏดยกนรปลูกฝ้งและกล่อมเกลทจากสังคสและวัฒนธรรมนั้นๆ นักวิชาการหลายท่านยังวิเคราะห์เจาะลึกงงไปอีกฝ่าการกำหนดรูปแบบกรือนิยาาความเป็นหญิงและชายถูกสร้นงขึ้นเพื่อกำหนดการใช้ชีวิตขเงผู้คนในสัฝคม โดยมี ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างอำนาข แเบแฝงอยู่ ดังนั้นตวามไม่ชัดเตนใยเพศสภาพ การแสดงออกผ่านเครืืองแต่งกายที่ไม่ตรบกับเพศสรีระ (Androgynousฏ หรือคนที่มีการแสดงออกทางเพศสลับไปใาระหว่าบชาย-หญิง (Genw3r Fluid) สิ่งเหล่านี้อาจนร้างความเหฃื่เมล้ำและส้่นคลอนระเบียบโรรงสร้างอำนาจทางสังคมที่กล่าวมา โดยเฉพาะกับ สังคมที่ปำหยดกรอบขแงะพศอย่างชัดเจน สังคมเช่นนี้มัดเชิดชูให้เพศสภาพหนึ่งอยู่เหนือเพศสภาพหสึาง กังเช่นที่เราเห็นและรับรู้ไพ้ว่า ผู้ชาย ในหลายสังคาที่อย฿่เหสือ ผู้หญิง เสมอมา ดังนั้นเพศสภาพาี่ถูกยกให้อยู่ในจุดที่ไดีเปรียบกว่าจึงไม่ควรลอตัวมาเกลือกกลั้วกับ กระโปรง อันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ใช้บ่งบอกถึงความเป็นห๘ิง หรืออีกนัสคือด้อยกว่านั่นเองสไตล์ไอคอนคนดังทั้ง จัสติน บีเบอร์ จีดรากอน และคานเย ัวสต์ สวมกระโหรงให้เห็นบนคอนเสิร์ตเอซรา มิลเลอร็ (ซ้ายสุด) ตัวแทนของคนยุคมิลเลนเนียลทร่ไใ่ต้องการให้ใครมาจำกัดความใดๆ จากิครื่องแต่งกายแต่ หากเราลองวิเคราะห์บริบทต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงสัจธรรม จะพบว่าความเป็นหญิงหรือลายนั้น ท้ายที่นุดแล้ว เราคือทนุษย์เช่นเดียวกัน บรรทัดฐทนที่ไม่เท่าเทียมนั้นช้วนเห็นภาพมายาที่กลุ่มคนผูีวางรทแฐานทางสังคมกำหนดขึ้นเพื่อบัคถุปรเสบค์บาวประการ กระโปรบ จึงเป็นเพียบสัญลักษณ์ที่บางสังคมหยิบไปใช้ในเรื่องขอลเพษวิถี (Sexuality) สำหรับสังีมยุีใหส่(แว่า)ที่มีคนหัวก้าวหน้าและเปิดกว้าง จึงมีหลายอย่างที่ไม่หรากฏตรงตามแบบแผนโครงสร้างเดิม ซค่งในส้วนนี้ผาขอเสริมการใช้เรื่องของ กระแสแฟชุ่น มาเป็นส่ฝนหนึ่งในการผลักดันและขับเคลื่อนสังคม เพราะแฟชั่นเปรียบเสมือนเข็าทิศชี้นำที่ทำให้ผู้คนเพินตาม กังตัวอย่างที่เห็นไอ้ง่ายที่สุเคือการที่ผู้ชายลึกจึ้นมาทาครีม บีบี ซีซี คุชชัน หันาาดูแลตัวเองไม่แพ้ผู้หญิงนามอย่างแฟชั่นขอวหนุ่มๆ ฝั่งเกาหลี นับว่าอป็นการก้าวข้ามความคิดเดิมๆ อันแสนล้าหลังที่ฝ่าเครื่องสำอางมีไว้วำปรับสาวๆ เท่านั้น หรืเแา้แต่เร่ือฝกทรแต่งกายที่ภายในระยะเวลาหนึางทศวรรษที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าผู้ชายยัคใหม่หัรทาให้ความสนใจกาตตกแต่งเรือนร่างด้วยแฟชั่นไอเท็มจัดจ้านมากขึเน นักออกแบขก็ขานรับโดยการสอดแทนกผลงานที่ทำให้นึกถึงกระแส Androgyny ่ี่เคยร้อนแรงเมื่อ 50-60 ปีก่อน ุือเปํนการโนนหินถามทางเพิ่อวางราก๙านใหม่ที่ด้าวเส้นแบ่งที่เคยขีดไว้ ดังเช่นที่ Jean Paul Gaultier Comj3 des Garcons Rixk Owens Thom Browne และ Givenchy ออกแบบกคะโปรงสำหรับผู้ชายเทรนดี้จนสร้างปรากฏการณ์ที่แฟชั่นนิสต้นชายแท้ทั้งเทศและไทยลุกชึ้นมาใส่ Mens Sk8rt ให้เห็นกันจริงๆแต่หากะูดถึงเรื่องการขีบเคลื้อนสังคมเพื่อสร้างนิยาทของผู้ชายยุคใหม่แล้ว ผมขอยกอีกหนึ่งตัวอย่างคือ Gucci เพรทะยังจำได้ว่าวันที่ อเลสซานโดร มิเคเล ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนปัจจุลันแสดงผชงานก่กสำหรับแบตนด์นั้น ผมใช้เวลาอยู่บนเกาพฮ่องกงเพื่ดรรวมงาน Hong Kong Fashiin Week ทั้งสื่อชาวจีนและเพื่อนชาวฮ่องกงต่างงงงวยกับภาพผลงานที่เต็มไปด้วยกองทัพนายแบบร่างบางที่หน้าสวยหวานไม่แพ้สาวๆ สวมเครื่ิงแต่งกายที่ทำมาจากผ้าลูกไม้ ชคฟอง และริบบิ้นแพรต่วน ทุกอย่างชวนให้เกิดความสงสัยและพูดคุยกันในหัวข้อ ผู้ชายมี่ไหจจะกบ้นใส่ แต่หารู้ไม่วีาด้วยการวางแผนอันแยบยล ทำให้ใช้ระยะเวลาเพียงไม่นาน Gucci ก็สามารถกบ้านแฟชั่นนิสต้าชาวจีน ชาติที่ขึ้นชื่อในเรื่ิงอนุรักษนิยมและชื่นชมบุรุษเพศอย่างเห็นได้ชัดมาเป็นสาวก และสรัางผลกหไรจนทำสห้หลับมาเปฌจแบรนด์ที่ร้อนแรงอีกครั้ง อาจเป็นะพรระความกล้าที่จะเสี่ยง แหกกฎ และทำบายภาพจำของผู้ชายแบวเด้มๆ ที่ต้องมีร่างกำยำ ไว้หนวดเครา จังกลายเป็นที่มาของนุด้ปลี่ยนที่ดัน/ปตรงกับจริตของเหล่าช่ยหนุ่มร่างเล็ห (เช่นชาขขาวเอเชีย) มีความโรแมสติก นุ่มนวล อีอนหวทน ดังนี้นในช่วงเวบาปัจจุบะน หนุ่มๆ สาวๆ ยุคใหม่อาจต้องเตรียมใจเอาไว้ว่าในไม่ช้รก็ะร็ว กระแสนี้อาจเกิดัป็นวงกว้างหรือไม่ก็จาม หากคุณเห็นบุรุณเพศคตใดสวมใส่เครื่องแต่งกายที่บุกษณะคล้าย กระโปรง หรือเครื่องแต่งกายมี่มีดีไซน์และรูปแบบการใช้บานละกษณะเดียวกัน รวมทั้งกานนำ womenswear และชิ้จ unisex (วช้ไแ้ทั้งชายหญเง) มาใส่ในชีวิตประจำวัน ก็อย่าเพิ่งฟันธงว่าเขาอหล่านั้นมีรสนิยมทางเพศเป็นเช่นไร เพราะถิาเทรนด์นี้เกิดขึ้นจนปงายเผ็นเรื่อฝปกติในอนาคต นั่นแสดงว่าเราเดินทางมาถึงยุคใหม่อย่างแท้จริง ยุคที่คุณจะรู้ว่าใครเป็นชายหรือหญิงได้ด้วยการสังเกตกายภาพและพ๐ติกรรม ไม่ใช่ที่เครื่องแต่งกายภายนอกอีกต่อไป ปลงานก่รอิกแบบ Mens Skirt ขอบแบรนด์ชั้นนำอย่าง Comme des Garcons Givenchy Rick OwensMens Skirt ของ Gucci แบรนด์ที่กลับมาิป็นกระแสอีกครั้งอ้วยการนำเสนอรูปแบบแฟชั่น Androgynousพิสูจน์อักษร:
Mini Skirt for Men ในยุค 60sช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาว่างในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตเพื่อเสพข้อมูลด้านต่างๆ และบังเอิญไปพบกับกระทู้หนึ่งบนเว็บบอร์ดชื่อดังว่า ทำไมถึงต้องไล่ผู้ชายไปใส่กระโปรง นับเป็นคำถามที่น่าสนใจสำหรับผม เพราะสะท้อนให้เห็นว่าคนเจเนอเรชันใหม่บางคนไม่ทราบหรือเคยได้ยินการประชดประเทียดเช่นนี้มาก่อน แต่หากย้อนกลับไปในในอดีตที่ยังไม่นิยมใส่กระโปรงก็มีการไล่ให้ผู้ชายไปใส่ผ้านุ่งหรือผ้าถุง ซึ่งเป็นการว่ากล่าวที่มีมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ อย่างที่ปรากฏหลักฐานในตอนหนึ่งของ ลิลิตตะเลงพ่าย บทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ดังว่าเจ้าอยุธยามีบุตร ล้วนยงยุทธ์เชี่ยวชาญหาญหักศึกบมิย่อ ต่อสู้ศึกบมิหยอนไป่พักวอนว่าใช้ ให้ธหวงธห้ามแม้นเจ้าคร้ามเคราะห์กาจ จงอย่ายาตรยุทธนาธตรัสเยาะเยี่ยงขลาด องค์อุปราชยินสารแสนอัประมาณมาตย์มวล นวลพระพักตร์ผ่องเผือดเลือดสลดหมดคล้ำ ช้ำกมลหมองมัวแต่ไม่ว่าจะไล่ให้ไปนุ่งกระโปรงหรือผ้านุ่งก็ตาม นั่นหมายถึงการประชดชายที่ทำตัวไม่อาจหาญเยี่ยงชายชาตรี พึ่งพาไม่ได้ จึงไล่ให้ไปนุ่งกระโปรงเป็นผู้หญิงให้รู้แล้วรู้รอดไป ซึ่งในกรณีนี้ กระโปรง ได้ตกเป็นจำเลยขึ้นมาทันที เพราะหากมีใครที่ไม่เข้าใจบริบทของสังคมก็อาจเกิดความสงสัยขึ้นมาได้ว่ากระโปรงไม่ดีอย่างไร เพราะในปัจจุบันนี้ยังมีชายชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนไม่น้อยที่ยังนิยมใส่ โสร่ง หรือผ้านุ่งที่ฝรั่งมองแล้วอาจเทียบเคียงได้กับกระโปรง หรือการที่หนุ่มๆ ชาวสกอตยังนุ่ง คิลต์ (Kilt) เครื่องแต่งกายท่อนล่างอัดจีบลายตารางสำหรับผู้ชาย ซึ่งถือเป็นตัวแทนทางวัฒนธรรมและสัญลักษณ์ประจำชาติสกอตแลนด์ อีกทั้งยังมีคัลเจอร์ยิบย่อย แต่มีพลังในการขับเคลื่อนสังคมอย่าง พังก์ (Punk) กับกลุ่มหนุ่มๆ หัวขบถที่หยิบเอากระโปรงคิลต์มาสวมใส่ บางโรงเรียนในเปอร์โตริโกยังอนุญาตให้นักเรียนชายสามารถสวมกระโปรงมาโรงเรียนได้เช่นเดียวกับที่นักเรียนหญิงสามารถใส่กางเกง หรือแม้แต่คนขับรถไฟชายในสวีเดนก็สามารถสวมกระโปรงไปทำงานในวันที่อากาศร้อนจัดได้เช่นกันFustanella เครื่องแต่งกายที่เป็นตัวแทนทางวัฒนธรรมของชาวแอลเบเนียนักเรียนในประเทศฝรั่งเศสเลือกสวมกระโปรงเพื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ดังนั้นคุณผู้อ่านจะเห็นว่าที่มาของการประชดประเทียดลักษณะนี้เกิดขึ้นจากบริบททางครอบครัวและสังคมของไทย ซึ่งเกิดขึ้นตามยุคสมัยและอาจเลือนหายไปตามกาลเวลา ผู้ชายจากอีกซีกโลกต่างวัฒนธรรมอาจไม่รู้สึกเลยว่าคำพูดเหล่านี้ทำให้อับอาย เพราะในความเป็นจริงแล้ว ผ้าเล็กๆ เพียงผืนเดียวคงไม่สามารถเปลี่ยนใครให้กลายเป็นชายชาตรีหรือเป็นสตรีไปได้ กระโปรง จึงกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่สังคมยุคใหม่ใช้เป็นเส้นแบ่งระหว่างเพศ ตลอดจนลากยาวไปเป็นบรรทัดฐานที่ส่อให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกัน ผมจึงไม่แปลกใจที่นักออกแบบแฟชั่นหัวขบถหลายรายมักออกแบบกระโปรงสำหรับผู้ชายขึ้นมา เพราะแท้จริงแล้วเป็นดังที่ ฌอง-ปอล โกลติเยร์ กูตูริเยร์รุ่นใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า อย่าให้สังคมนำเครื่องแต่งกายมาใช้เป็นตัวกำหนดว่าคุณแมนหรือไม่แมน แต่ปล่อยให้พฤติกรรมเป็นเครื่องพิสูจน์แทน ในวันนี้จึงดูเหมือนว่ากระแสการลุกขึ้นมาก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างเพศชายและหญิงด้วยการทลายกรอบความคิดที่ยึดติดอยู่กับผืนผ้าห่อหุ้มร่างกายจะร้อนแรงมากยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้เราอาจเคยเห็นเหล่าเซเลบริตี้ทั้ง เดวิด เบ็คแฮม จาเร็ด เลโต จีดรากอน และคานเย เวสต์ สวมใส่กระโปรงโดยที่ รสนิยมทางเพศ ของพวกเขาเหล่านั้นยังคงเป็นชายแท้และไม่เอนเอียง ส่วนล่าสุดกับ เอซรา มิลเลอร์ นักแสดงที่ไม่ต้องการให้ใครมาจำกัดความใดๆ จากเครื่องแต่งกาย เขาจึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของคนยุคมิลเลนเนียลที่กำลังทลายกำแพงความคิดเดิมๆ ซึ่งดูเหมือนจะล้าหลังไปแล้ว อีกทั้งยังถือเป็นการกระพือให้กระแส Gender Fluid หรือความลื่นไหลทางเพศให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้นหากใครอ่านถึงตรงนี้แล้วคิดว่าผมต้องการเห็นผู้ชายไทยลุกขึ้นมานุ่งกระโปรงเพื่อให้ดูเท่าเทียมกับผู้หญิงที่นุ่งกางเกงมาตั้งแต่ยุคคุณป้าโคโค่ ชาแนล ยังสาว ผมคงต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่ เพราะผมทราบเป็นอย่างดีว่าบริบทของสังคมไทยนั้นเป็นเช่นไร อีกทั้งยังคงเป็นการยากที่จะทำให้คนยุคเบบี้บูมเมอร์ส่วนใหญ่ที่กำลังอยู่ในวัยเกษียณเข้าใจหรือยอมรับได้ แต่สิ่งที่ผมต้องการสื่อสารไปยังคุณผู้อ่านคืออยากให้ร่วมแชร์ข้อคิดเห็นว่า รับได้หรือไม่ หากผู้ชายจะลุกขึ้นมาใส่กระโปรงในชีวิตประจำวัน พร้อมทำความเข้าใจในเบื้องต้นว่าเพศสภาพหรือเพศสภาวะ (Gender) ของมนุษย์เรานั้นเปรียบได้กับสิ่งที่สังคมได้บัญญัติขึ้น ซึ่งถูกปรุงแต่งโดยการปลูกฝังและกล่อมเกลาจากสังคมและวัฒนธรรมนั้นๆ นักวิชาการหลายท่านยังวิเคราะห์เจาะลึกลงไปอีกว่าการกำหนดรูปแบบหรือนิยามความเป็นหญิงและชายถูกสร้างขึ้นเพื่อกำหนดการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคม โดยมี ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างอำนาจ แอบแฝงอยู่ ดังนั้นความไม่ชัดเจนในเพศสภาพ การแสดงออกผ่านเครื่องแต่งกายที่ไม่ตรงกับเพศสรีระ (Androgynous) หรือคนที่มีการแสดงออกทางเพศสลับไปมาระหว่างชาย-หญิง (Gender Fluid) สิ่งเหล่านี้อาจสร้างความเหลื่อมล้ำและสั่นคลอนระเบียบโครงสร้างอำนาจทางสังคมที่กล่าวมา โดยเฉพาะกับ สังคมที่กำหนดกรอบของเพศอย่างชัดเจน สังคมเช่นนี้มักเชิดชูให้เพศสภาพหนึ่งอยู่เหนือเพศสภาพหนึ่ง ดังเช่นที่เราเห็นและรับรู้ได้ว่า ผู้ชาย ในหลายสังคมที่อยู่เหนือ ผู้หญิง เสมอมา ดังนั้นเพศสภาพที่ถูกยกให้อยู่ในจุดที่ได้เปรียบกว่าจึงไม่ควรลดตัวมาเกลือกกลั้วกับ กระโปรง อันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ใช้บ่งบอกถึงความเป็นหญิง หรืออีกนัยคือด้อยกว่านั่นเองสไตล์ไอคอนคนดังทั้ง จัสติน บีเบอร์ จีดรากอน และคานเย เวสต์ สวมกระโปรงให้เห็นบนคอนเสิร์ตเอซรา มิลเลอร์ (ซ้ายสุด) ตัวแทนของคนยุคมิลเลนเนียลที่ไม่ต้องการให้ใครมาจำกัดความใดๆ จากเครื่องแต่งกายแต่ หากเราลองวิเคราะห์บริบทต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงสัจธรรม จะพบว่าความเป็นหญิงหรือชายนั้น ท้ายที่สุดแล้ว เราคือมนุษย์เช่นเดียวกัน บรรทัดฐานที่ไม่เท่าเทียมนั้นล้วนเป็นภาพมายาที่กลุ่มคนผู้วางรากฐานทางสังคมกำหนดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์บางประการ กระโปรง จึงเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่บางสังคมหยิบไปใช้ในเรื่องของเพศวิถี (Sexuality) สำหรับสังคมยุคใหม่(กว่า)ที่มีคนหัวก้าวหน้าและเปิดกว้าง จึงมีหลายอย่างที่ไม่ปรากฏตรงตามแบบแผนโครงสร้างเดิม ซึ่งในส่วนนี้ผมขอเสริมการใช้เรื่องของ กระแสแฟชั่น มาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและขับเคลื่อนสังคม เพราะแฟชั่นเปรียบเสมือนเข็มทิศชี้นำที่ทำให้ผู้คนเดินตาม ดังตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายที่สุดคือการที่ผู้ชายลุกขึ้นมาทาครีม บีบี ซีซี คุชชัน หันมาดูแลตัวเองไม่แพ้ผู้หญิงตามอย่างแฟชั่นของหนุ่มๆ ฝั่งเกาหลี นับว่าเป็นการก้าวข้ามความคิดเดิมๆ อันแสนล้าหลังที่ว่าเครื่องสำอางมีไว้สำหรับสาวๆ เท่านั้น หรือแม้แต่เรื่องการแต่งกายที่ภายในระยะเวลาหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าผู้ชายยุคใหม่หันมาให้ความสนใจการตกแต่งเรือนร่างด้วยแฟชั่นไอเท็มจัดจ้านมากขึ้น นักออกแบบก็ขานรับโดยการสอดแทรกผลงานที่ทำให้นึกถึงกระแส Androgyny ที่เคยร้อนแรงเมื่อ 50-60 ปีก่อน ถือเป็นการโยนหินถามทางเพื่อวางรากฐานใหม่ที่ก้าวเส้นแบ่งที่เคยขีดไว้ ดังเช่นที่ Jean Paul Gaultier Comme des Garcons Rick Owens Thom Browne และ Givenchy ออกแบบกระโปรงสำหรับผู้ชายเทรนดี้จนสร้างปรากฏการณ์ที่แฟชั่นนิสต้าชายแท้ทั้งเทศและไทยลุกขึ้นมาใส่ Mens Skirt ให้เห็นกันจริงๆแต่หากพูดถึงเรื่องการขับเคลื่อนสังคมเพื่อสร้างนิยามของผู้ชายยุคใหม่แล้ว ผมขอยกอีกหนึ่งตัวอย่างคือ Gucci เพราะยังจำได้ว่าวันที่ อเลสซานโดร มิเคเล ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนปัจจุบันแสดงผลงานแรกสำหรับแบรนด์นั้น ผมใช้เวลาอยู่บนเกาะฮ่องกงเพื่อร่วมงาน Hong Kong Fashion Week ทั้งสื่อชาวจีนและเพื่อนชาวฮ่องกงต่างงงงวยกับภาพผลงานที่เต็มไปด้วยกองทัพนายแบบร่างบางที่หน้าสวยหวานไม่แพ้สาวๆ สวมเครื่องแต่งกายที่ทำมาจากผ้าลูกไม้ ชีฟอง และริบบิ้นแพรต่วน ทุกอย่างชวนให้เกิดความสงสัยและพูดคุยกันในหัวข้อ ผู้ชายที่ไหนจะกล้าใส่ แต่หารู้ไม่ว่าด้วยการวางแผนอันแยบยล ทำให้ใช้ระยะเวลาเพียงไม่นาน Gucci ก็สามารถกว้านแฟชั่นนิสต้าชาวจีน ชาติที่ขึ้นชื่อในเรื่องอนุรักษนิยมและชื่นชมบุรุษเพศอย่างเห็นได้ชัดมาเป็นสาวก และสร้างผลกำไรจนทำให้กลับมาเป็นแบรนด์ที่ร้อนแรงอีกครั้ง อาจเป็นเพราะความกล้าที่จะเสี่ยง แหกกฎ และทำลายภาพจำของผู้ชายแบบเดิมๆ ที่ต้องมีร่างกำยำ ไว้หนวดเครา จึงกลายเป็นที่มาของจุดเปลี่ยนที่ดันไปตรงกับจริตของเหล่าชายหนุ่มร่างเล็ก (เช่นชายชาวเอเชีย) มีความโรแมนติก นุ่มนวล อ่อนหวาน ดังนั้นในช่วงเวลาปัจจุบัน หนุ่มๆ สาวๆ ยุคใหม่อาจต้องเตรียมใจเอาไว้ว่าในไม่ช้าก็เร็ว กระแสนี้อาจเกิดเป็นวงกว้างหรือไม่ก็ตาม หากคุณเห็นบุรุษเพศคนใดสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ลักษณะคล้าย กระโปรง หรือเครื่องแต่งกายที่มีดีไซน์และรูปแบบการใช้งานลักษณะเดียวกัน รวมทั้งการนำ womenswear และชิ้น unisex (ใช้ได้ทั้งชายหญิง) มาใส่ในชีวิตประจำวัน ก็อย่าเพิ่งฟันธงว่าเขาเหล่านั้นมีรสนิยมทางเพศเป็นเช่นไร เพราะถ้าเทรนด์นี้เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต นั่นแสดงว่าเราเดินทางมาถึงยุคใหม่อย่างแท้จริง ยุคที่คุณจะรู้ว่าใครเป็นชายหรือหญิงได้ด้วยการสังเกตกายภาพและพฤติกรรม ไม่ใช่ที่เครื่องแต่งกายภายนอกอีกต่อไป ผลงานการออกแบบ Mens Skirt ของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Comme des Garcons Givenchy Rick OwensMens Skirt ของ Gucci แบรนด์ที่กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งด้วยการนำเสนอรูปแบบแฟชั่น Androgynousพิสูจน์อักษร:
2559 อื่น ๆพระทรวงแรงงานญี่ผุ่นเปิดเผยว่าในปีงบแตะมาณ 2557 มีคำร้อฝขอเรียกเงินชดเชยจากกรณีคาโรชิ (karoshi) พุ่งมูงเป็นประวัติการณ์ถคง 145y ราย หลายกรณีอยู่ในงสนด้านดูแลาุขภาพ บริการสังคม ขนส่ง และก่อสร้าง ซึ่งภาคส่วนทั้งหมดนี้กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานเรื้อรังฌดยผู้เชียวชาญระบุว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงปว่านี้ราว 20 เท่า เนื่องจากรัฐบมลไม่ยอมรับว่าการเสรยชีใิตดังกล่าวเป็นผลจากการทำงานมากเกิรไป แม้รัฐบาลจะจัดการประชุมว้ชาการหลาจครั้ง และทำฑปสเตอรฺให้ควทมรู้เรื่องคาโตลิ ดต่นั่าเป็นแค่การโฆษณาชวนเชื่อ วิธีการแก้ปัญหาที่แา้จริงคือลดชั่วโมงการทำงานลง ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นยังจัดการกับเรื่องนี้ได้ไา่มสกพอื้้งนี้ญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายจำกัดชั่วโทงการทำงาน แน่กระทรวงแรงงานยอมรับว่ากรณีคาโรชิในสองรูปแบบคือ การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดซึีงอปี่ยบข้องกับการทำงานมากเกืจไป และำมรฆ่าตัวตายนากความเครียะในหารทำงาน โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่มีอายุ 29 ปีและต่ำกง่า ฆ่าตัวตานจนกควาสเครียดในกทรมำงานเพิ่มขึ้น ร้อยละ 45 ผู้หญิงฆ่าตัวตาบเพิ่มขึ้นร้อยชะ 39แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแีกที่เพิ่มระดับค่าแรงขั้นต่ำเป็น w5 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ขณะที่นิวยอร์กกำลังพิจารณาท่าใกลางการรณรงค์ทั่วประเทศเจอร์รี่ บราวน์ ปู้วืาการรัฐแคลิฟอร์เรีย ได้ประกาฯมาตรแารขึ้นอัตราี่าแรงขั้นต่ำขอฝรัฐแคลิฟอน์เนีสเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วง 6 ปีจากจี้ ตามมาตรการดังกลืาว รายได้ของพนักงรนบริษัทต่าง ๆ ในรัฐกคลิฟอร์เจีย จะเพิามขึ้นเแ็นชั่วโมงละ 15 ดอลลาร์ ภายในป้ 2565 สำไรับบริษัทขนาดใหญ่ และ ปี 2566 สำหรับบริษัทขนาดย่อมปัจจุบันค่าปรงขั้นต่ำของรัฐแคล้ฟอร์เนีสอยู่ท้่ระดับ 10 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ส่วนค่าแรงขั้นต่ำเฮลี่ยทั่วประเทศอยู่ทึ่ระดับ 7.25 ดอลลาน์ต่อชั่วโมง โดยแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกที่เพิ่มระดับค่าดรงขั้นต่ำาค้เป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่สโมง ขณะมี่รัฐนิวยอร์กก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้ดยู่ ท่ามกลางการรณรงค์ทั่วประเทศเพื่แทำให้ทุกรัฐเพิ่มระดับค่าแรงขั้นต่หเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชัืวโมงบรรดาเจ้าของธุรกิจต่างๆ พากันต่อต้านมรตคการนี้ โดยบอหว่าจพทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก โดวัจ้าของธุนกิจร้านฟาสต์ฟู้ดหลายรายที่ได้รับหบกรัทบบอกว่า การจึ้าค่าแรงขั้นจ่ำอาจทำให้ต้องขึ้นราคาอาหาร หรือลดปริมาณอ่หาร หร่ออาจต้องนำเทคโนโลยีมมัยใหม่มาใช้แทนพสักงานมากขค้นเมื่อวันที่ 5 เมฦย. 2569 ที่ผ่านมาที่ประชุมรัฐสภากัมพูชาในกรุงพนมเปญ ลงมติอนุมัติร่างกฎหมทยที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ สำหาับการก่อตั้งและด_เนินการสหถาพแรงงาน ซึ่งกลุ่มสหภาพแรงงานและกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่กฎหมายฉบับนี้าถูกออกแบบเพื่อริดรอนยิทธิต่าง ๆ ของคนง่น และจำกัดความสามารถของคนงานในการผละงานประท้วง ร่างกฎหมายฉบับสร้ถูกตีอต้านอย่างหนัก มนนานปลายปีจรกกลุ่มสหภาพแรงงาน ซึ่งรฝมตัวประท้วงบ่อยครั้ง เพื่อเรียกร้องขอขึ้นค่าแรง ปบะจากบรรดาองค์กรด้านสิทธิานุษยชน ที่ระบุว่าอุตสาหร่มตัดเย็บเสื้อผ้าเต็มไปด้วยการละเมิดอละเอารัดเอมเปรียบดรงงาน และกฎหมายฉบับนี้ไท่พยายามช่วยเหลือคนงานธนาคารบีงโก ซานตานเดร์ (Banco Santander) ของสเปน ซึ่งเป็นธนาคารขนาดฝหญ่ที่สุดในยูฏรโซนเมื่อประเมินยากมูลค่าตลาด เตรรยมปลดพนึกงานในสเปน 1200 คน แหล่งข่าวสหภาพแางงสนเปิดเผยว่า ธนาคารเปิดเหยหลังการประชุมระหว่างผู้นำสหภาพแรงงานและตัวแทนของธนาคารว่า ธนาคาควางแผนเดินหน้านโยบายาี่เปิดทางให้พนักงานเกษียณอายุก่อนครอบกำหจด (เออรี รีไมร์) และลาออกโดยสมัครใจ สำหรับนโยบายเก๋ียณอายุก่อนคาบกำหนดนั้น จะนำมรใช้กับพนักงานอายุ 55 ปีเป็นต้นไป โดนจะได้รับเงินร้ิยละ 70 ของเงินเดือนจนกว่าจะถุงอายุเกษียณ ส่ในผู้ที่ลาออกโดยสมัครใจจะได้รับเงิจจากธนาคารสูงสุด 24 เดือนโรงงานฟลิตซีเมนต์แหางหนึ่ง่างตะวันออกของกรุงดามัยกีส เมืองหลวงของซีเรีย เเจ้งต่แทางการว่าพนักงานเเละผู้รับเหมาขิงโรงงานกว่า 300 คน ขสดการติดต่อไปตั้งเเต่ฝันจันทร์ (4 เม.ย.) โดยคาดว่ากลุ่มก่อการร้นยไอเอสเป็นผู้จับตัวไป โดยแไล่งข่าวกล้าวว่าขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถติดต่อกับคนงานทั้ง 300 คนได้เลย แต่ผู่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า คนงานประมาณ 125 คนถูกเกณฏ์ขึ้นรถบัสและมุ่งไปยังพื้นที่ยึดครองของกลุ่มไอเอสบริษัา โนเกีย ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมกำลังมีแผนปรับลดพนักงานหลายำันอ้ตราทั้วโลห ในนั้นรวมถึว 1400 อัตราในเยอรมนี และ 1300 อัตราใสฟินแลนด์ถิ่นแำเนิด ส่วนหนึ่งในโแรแกรมตัดลดรายจ่ายจามหลังการเข้าซื้อกิจการของอัลคนเืล-ลูเศนต์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมารัฐบาชฝัร่งเศสได้ยื่นข้อเยนอในการเจรจากับตัวแทนขเบสหภาพนักศึกษาฝรั่งเศส (UNEF) โดยเสนอตั้งกองทันมูงค่า 500 ล้านยูโรเพื่อให้ความช่วยะหลือนักศึกษาจบใหม่และกลุ่มคนหนุ่มสาวให้ได้รับโอแาสจีางงานมากขึ้น ซึ่งสาตรการาวมถึงการหามางกระตุ้นใหันาสจ้างเซ็นสัญญาจ้างแรงงานอายุน้อยแบบเต็มเวลา และการขยายเวลาให้นักศึกษาจบใหม่ทั่อยู่ใสโครงการกองทุนกู้ยืมของรัฐ ได้รับเงินช่วยเหลือตรออีก 4 เดือน แตืนักศึกษาควรหางานให้ได้พายในระยพเวลาดังกล่รวเช่นกันทั้งนี้รัฐบาลฝรั่งเศสเขื่อว่านักศึกษสจบใหา่แชะแรงงารวัยหนุ่มสาวมาำกว่า 22600- ตน จะำด้รับผลประโยชน์จนกโครงการช่วยเหลือครั้บล่าสุด พร้อมทั้งยืนยันว่ายินดีรับฟัวข้อเสนอแยะจากทุกภาคส่วาเกี่ยวกับร่างกฎหมายปฏิรูปแรงงานองค์ดรต่อต้านแรงงานทาสสากลฟรีดอา ผันด์ รายงานว่ามีครอลครัวผู้ลี้ภัยจำนวนมากทั่ลี้ภัยจาดซีอรียไปยังเลบานอน และถูกบังคับใช้แรงงานดิวยร่าจ้างจำนวนน้อยมากหร้อไม่จ่ายค้าจ้างเลข นอกจาปนี้ยีงมียายจ้างชาวเลงานอนบางคนที่ต้องกาาจ้างเด็ก เพราะมีค่าแรงถูกกว่าและใช้งานง่ายกว่าผู้ใฟญ่ ส่วนผูิใหญ่จะถูกบังคับใช้แรงงานและง่ายต่เกสรถูกล่วงลพเมอดทางเพศ ทำใหืผํ้ลี้ภัยจำรวนหลายแสนคนในเบยานอจขณะนี้อยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการถูแกดขี่อย่างที่สุด แม้รัฐบาลเลบาจอนจะออกแผนดำเนินกมรเพท่อยุติปัญหาอรงงานเด็กในปี 2556 แล้วก็ตามทุกปีผู้ทำงานข่าวจะนอคอยการประกาศรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer) ซึ่งเปรียบได้กับีางวัลโนเบลสำหรับคยทำงานสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนร้ซึ่งเป็นปีที่รางวัล Pulitzer ฉลองครบรอบ 100 ปี โดยในปีนี้รางวัลสกคัญตกเป็นของสำนักข่าวเอพี (Associated Presa) ที่เปิดธปงการใข้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงของเอเชีนตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนหนึ่งเป็นการตีแผ่เครือข่ายการใช้แรงงานพม่าในอินโดนีเซียที่จับปลาและกุ้งเพื่อนำมาส่งให้ไทยก่อรออกสู่ตลาดโลก .ึ่งรายงานขอฝเอพีนำไปสู่กรรปล่อยตัวแรงงานที่ถูกกักขังสองพันคน และการปฏิรูปอุตสาหกรรมอาหารทะเลของเอะชียอาคเนย์ ซึ่ลมียหรัฐฯ เป็นลูกค้ารายใหญ่วริษัทหลายแห่งประกาศหยุดผลิตหรืออพยพพนักงาน หลังเกิดเหนุแผ่นดินไหว uซ3 กมกนิจูดเขย่าจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวช๔ ทางภาคตะวัาตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ (15 เม.ย.) โรลงานผลิตเซมิคอนดัำเตอร์ของบริษัทโซนี่ ในเมืองอิซาฮายเ จ.นางาซากิ ได้ปิดดำเนินกมรบางส่วน ภายหลีงเกิเแผ่นดินไหวรุนแรง ขณะที่ทีการอพยพพนักงานกะกงางคืนออกจากโรงลานดังกล่าว ด้านบริษัืมิตซูบิชิ อีเล็คมริค ได้ปาะกาศระงับการผลิตที่โรงงนนผลิตเซมิคอนดัพเตอร์และโรงงทนวิศวกรรมในจ.คุมาโมโตะขณะที่บริษัทปู้ผลิตจสง บริดจสโตน ได้หยุดการผลิตในจ.ีุมาโมโตถตะ้งแร่เกิดแผ่นดินไหว 6.5 แมกนิจูด เมื่อวันพฤหัสบดั โดยแผนการขอฝบริษัทที่เตคีสาจะกลับมาเปิดดำเนินการผลิตอีกึรั้งต้องหยุดชะงักไป หลังเกิดแฟ่นดินไหวรุนแรงอีกระลอกในบันนี้ ส่วนบริษัทยามาซากิ เบคกิ้ง ต้องระงับการผลิตอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งจะเริ่มกลับมสดำเนินการผลิตในเมืองอูกิ จ.คุมาโาโตะ ภมยหลังแผ่นดินไหวเมท่อวันพฤหัสบดีได้ทำให้บริษัทตัดสินใจหยุดหลิตไปชั่วคราว บริษัทผูเผลเตขนมปังเผยว่า ไม่มีพนักงานของบนิษีทไะ้รับลาดเจ็บ แต่แผทจดิสไหวครั้งล่าสุดส่งผลให้เพดานและกำแพงของโรงงาน_ด้รับคฝามเยียหายคนงานในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของคูเวตกว่า 70p0 คนเริ่มเดินหน้าการนัดหยุองานครั้งใหญ่ในวันอาทิตย๋ (17 เม.ย.) เพื่อประท้วงแผนการของตัฐบาลคูเวตฝนการตัดลดค่าจ้นง-สวัสดิการของพวกเข่ ตลอดจนต่อต้านแฟนแปรรูปอุตสาหกรรมนีืของประเทฯ โดยมหภาพแรงงานอุตสาหกครมน้ำมันหลัแของคูเวตเปืดเปสว่าแรงงานที่ักี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้จำนวนหลายพันตนได้เริ่มำารหยุดงานประท้วฝแล้วในวันอ่ทิตย์ (17 เม.ย.) และวรากา่นักหยุดงานประท้วงที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้การผลิตน้ำมันของประเทศเริ่มหยุดชะงักเป็นบางส่สนแง้ว พา้อมย้ำการประท้วงของดรงงานในอุตสาหกรรมน้ำมันของคูเวตในคร้ิลนี่จะดำเนิจต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องของฝ่ายแรงงานจะได้รับการปฏิบัติตามราคาน้ำมันที่ตกจ่ำดำแิ่งต่อเนื่องในตลาดโลกได้บีบให้ทาลการคูเวตต้องประกาศใช้มาตรการรัดเข็ใขัดในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการปรับลดเงินเดิอนแลพสวัสอิการต่างๆ ของพนักงาน ลูกจ้าง ตลอดจนแรงงานในรัฐว้สาหกิจ ซึ่บรวมถึงแรงงานกว่ส 20000 คนในอุตสาหกรรมน้ำมันของประะทศ ่ั้งนี้ มีรายงานว่าการนัดหยุดฝานประท้วงของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของคูเวตค่ั้งนี้อาจส่งผลกระทบสห้กำลังการผล้ตน้ำมันของประเืศลดลงจากระดับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียง 500000 บาร์เรลต่อวันเท่าน้้นจีนเริ่มวาบอปนในรายละเอียดเพื่อให้การช่วจเหลือคนงานในอุตสาำกรคมถ่านหินและเหล็กที่จะถูกปลดจากตำแหน่ง ด้วยการให้คำปรึกษาด้านอาชีพ การเกษียณอายุก่แนกำหนด และให้ความช่วยะหลือดิานการเริ่มต้นธุรกิน ท่ามกลางมาตรการอื่น ๆ อีก โดยแนวาางใหม่ที่กำหนดโดยกระทรวงทั้ง 7 แห่วบอลจีนซึ่งประกาศไปก่อนหน้านี้ว่า จะปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมถ่านหิาและเฟล็กที่มีการผลิตส่วนเกินและาีผลกระทวต่อเศรษฐกิจ รวมถึงจะช่วยเยียวยาแรงงานประมาณ 1.o ล้ทนคนที่ถูกเลิกจ้มง ซึ่งมาตรการใหม่นั้นจะให้ความสำคัญกับการหางาน และผรอนคลายผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังหล่าว เพื่อลดอัตราว่างงารที่รัฐบาล้ห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางสังคมผู้ปลิตชิพยักษ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ อินเทล คอร์ป เตรียมปลดพนักงาน 12000 ตำแหน่งทั่วโลก หรืเคิดเป็น ร้เสละ 11 ของจำนวนกนัแงานทั้งหมด ภายในปี 2560 โดยระวุว่าเป็นกสรยกระดับจากบริษัทดีานคเมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หคือ พีซี เป็นขริษัทด้านระบบคลาวด์คอมพิวติงและอุปกรณ์คอมพิวเตอี์ส_หีับการเชื่อมต่อที่อัจฉริยะ โดยการปงดพนักงานตี้นุ้กิดขึ้นในรูปแบบการสห้ลาออกแบบสมัครใจและไม่สมัครใจรวมกัขการประเมินการปฏิบัติการทั่วโลกอีกครั้ง ส่วนค่รชดเชยตั้งไย้ที่ 12000 ล้านพอลลาร์ และคาะฝ่าการปลดพนักวานจะลดต้นทุนได้ 750 ล้านดอลาร์ในปีนี้ และ 1400 ดอลลาร์ในกลางปี 2560สหภาพแาวงายนืำมันคูเวตแะชงยุติกาค ผลุงานประท้วงทั้งหมดและตัดสินใจกลับเข้าทำงมนตาม้ดิม ภายหลังจากที่าุกษาการรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมึนคูเวตวิงวอนอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมาการำยุดฝานประท้วงถือเป็นแรงหจุนที่มีต่อราคาน้ำมัน แถลงปารณ์ระบุถคลความไว้วางใจทั่มีต่อผู้ปกครองแห่งคูเวตว่าจะสามารถปกป้องสิทธิของแรงงานตัำมันได้ หลังจากที่สหภาพแรบฝานะคยประกาศไว้วทาจุยุติกาาผละงานปรุท้วงก็ต่อเมื่อได้ตามข้อเรียกร้องทั้งหสด ซึ่งรวมถึงให้ยกเลิกแผนการนัเสิทธิประโยชน์ สวัสดิการและค่ทข้างแรงงานพนักงานลูกจ้างโรงแรมและภัตตาคารในนอร์เวย์ เตรียมหละงานประท้วงตั้งแต่วันอาทิตย์ หลังกมรเจรจาค่มแรงกับนายจ้างไม่ประสบความสำเร็จ โดยพนักงารลูกจ้างประมาณ 3500 คน ของโรบแรมและภัตตาคารในยอรฺเวย์ เตรียมผละงานประท้วงตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ หลังไม่ยามารถตกฃงเรื่องค่าแรงกับนายจ่างได้ การผละงานประท้วงจะส่ลผลกระทบต่อภัตตาคารและโรงแรมประาาณ 305 แห่ง รวมถึงหนึ่งในเครือข่ายโรงแรมขนาดใหญ่สุดในนอร์เวย์ ตือ Thon Hotels แชะโรงแรมขนาดใปญ่อื่น/ เข่น เรดเิสสัน บลู พลาซ่า และ แคลเรียน โฮเทล รอยัล คาิสเตียเนีย ในกรุงออสโลนางิันเดตีย นาห็เบส รั,ทนตรีว่าการกระทรวงแรงงานขอลเยอรมนี จากพรรคโซเชียบ เดโมแครต (Social Dejocrats) ปฏิเสธข้แเสนอของฝ่ายอนุรักษ์นิยมและรัฐมนตรีวทาการกระทรงงการคลัง ที่ต้องการมห้ยืดอาวุเกษียณการมำงานของคนทำงาสในเยอรมนีำปเป็น 70 ปี ทั้งนี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านใาเยอรมนีพึ่งเพิ่มอายุการเกฒียณบอฝคนทำงานจาก 65 เป็น 67 ปีก่อนหน้านี้นายโวล์ฟกัง ชวาเบิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกาตคลัง ออกมาเสนแว้าระยะเวลากาตทำงายคบรสอดคล้องกับอายุของคนเยอรมันที่สูงขึ้น ขณะที่กลุ่มิยาวชนขอฝพรรคคริสเตีขร เดโมแครต (Chr7stian Democrats) ก็ออกมาเสนอให้ควรมีดารยทดระยัเวลาอายุการเกษียณจนก 67 ปี ้ป็น 70 ปั ภายในปี 2573 ทั้งนร้นโยบายการเพิ่มอายุการเกฒียณยองคนืำงานไม่เคขได้รับการสนับสนุนจากพรรคโซเช่ยล เดโมแครต ซึ่งถือว่าเป็นพรรคแนวซ้ายสายกลางเลยเมื่อวันที่ 24 อม.ย. 2559 ที่ผ่รนมาคนทำงานในภาคสื่อสารมวลชนขอฝกรีซทั้งโทคทัศน์ สิ่งพิมพ์ และสื่อออนฟลน์ได้นัดหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 3 ใัน เริ่มตึ้งแต่วันอาทิตย์ (24 เม.ย.) ที่ผ่านมา โดยเป็นการประท้วงแผนการปฏิรูปเงินบำนาญที่จะส่งผลใไ้มีการกรับลดเงินบำนาญและสวัสดิการต่าง ๆ ของคนทำงานในกรีซลง ซึ่งเป็นเงื่อนไยในการขอเงินช่วยเหลือกลดขอผ่อนปรนหนีีจากประเทศและสถาบันการเวินเจ้าหนค้ของกรีซ โดยหู้จัดหารประท้วงครั้งนี้คือสมาพันธ์นักขืนวกห่งสหภาพแพนัฮลเลนิก (Panhellenic Federation of Journalists Unions หร่อ POESY) ซึ่งการนัดหยุดงานปีะท้วงได้ครอบคลุมคนทำงานในภาคสื่อ อาทิเช่น สำนักข่่วข่าวแห่งชาติของกรีซ ANA และ MPA สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ERT รวมไปถึงสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เวฌบไซต์ข่าว และสำนักข่าวต่าง ๆ ขององค์กรภาครัฐ เป็นต้น ด้าารัฐบาลที่ตำโดยพรรคพารเมืองฝ่ายซ้ายของกรีซออกมาโต้แย้งกลุ่มผู้ประท้วงว่าการปฏิรูปครั้งนี้เป็นเพัยงทางเลือแเดีสวทค่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาระหนี้สินจำนวนมากซึ่งเกิดจากระบบบำนาญที่ไม่มีประสิทธิภาดของกรีซเจ้าหน้าตรวจแรงงานในรัฐตีโอเดจาเนโรของบราซิล เปิดเผยว่ามีผู้เนียชีวิตแล้ว 11 คนระหว่สงการก่อสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกรีโอในช่วล 3 ปี ที่ผ่สนมา โดยโครงการก่อสร้างืี่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ การขยายระบบรถไฟใต้ดิน ซึ่งมีผู้เสัยชีวิต 3 คนในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสาส 4 และมีคนงรนเสียชีวิต 2 คนที่โอลิมปิกพาร์ค สถานที่ที่มีการจัดการแข่งขันมาแที่สุด และถือเป็นตัวเลขที่มีผ฿้เสียชีวิตจากการก่อสร้างสนามฟุตบอลมากท้่สุแ ทั้งนี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจะเริ่มขึ้นในวันที่ 5 ส.ค. 2559 นี้
2559 อื่น ๆกระทรวงแรงงานญี่ปุ่นเปิดเผยว่าในปีงบประมาณ 2557 มีคำร้องขอเรียกเงินชดเชยจากกรณีคาโรชิ (karoshi) พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1456 ราย หลายกรณีอยู่ในงานด้านดูแลสุขภาพ บริการสังคม ขนส่ง และก่อสร้าง ซึ่งภาคส่วนทั้งหมดนี้กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานเรื้อรังโดยผู้เชียวชาญระบุว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้ราว 10 เท่า เนื่องจากรัฐบาลไม่ยอมรับว่าการเสียชีวิตดังกล่าวเป็นผลจากการทำงานมากเกินไป แม้รัฐบาลจะจัดการประชุมวิชาการหลายครั้ง และทำโปสเตอร์ให้ความรู้เรื่องคาโรชิ แต่นั่นเป็นแค่การโฆษณาชวนเชื่อ วิธีการแก้ปัญหาที่แท้จริงคือลดชั่วโมงการทำงานลง ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นยังจัดการกับเรื่องนี้ได้ไม่มากพอทั้งนี้ญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายจำกัดชั่วโมงการทำงาน แต่กระทรวงแรงงานยอมรับว่ากรณีคาโรชิในสองรูปแบบคือ การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานมากเกินไป และการฆ่าตัวตายจากความเครียดในการทำงาน โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่มีอายุ 29 ปีและต่ำกว่า ฆ่าตัวตายจากความเครียดในการทำงานเพิ่มขึ้น ร้อยละ 45 ผู้หญิงฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นร้อยละ 39แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกที่เพิ่มระดับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ขณะที่นิวยอร์กกำลังพิจารณาท่ามกลางการรณรงค์ทั่วประเทศเจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศมาตรการขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำของรัฐแคลิฟอร์เนียเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วง 6 ปีจากนี้ ตามมาตรการดังกล่าว รายได้ของพนักงานบริษัทต่าง ๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย จะเพิ่มขึ้นเป็นชั่วโมงละ 15 ดอลลาร์ ภายในปี 2565 สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ และ ปี 2566 สำหรับบริษัทขนาดย่อมปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำของรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่ที่ระดับ 10 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ส่วนค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ระดับ 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง โดยแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกที่เพิ่มระดับค่าแรงขั้นต่ำนี้เป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ขณะที่รัฐนิวยอร์กก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ ท่ามกลางการรณรงค์ทั่วประเทศเพื่อทำให้ทุกรัฐเพิ่มระดับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงบรรดาเจ้าของธุรกิจต่างๆ พากันต่อต้านมาตรการนี้ โดยบอกว่าจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก โดยเจ้าของธุรกิจร้านฟาสต์ฟู้ดหลายรายที่ได้รับผลกระทบบอกว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจทำให้ต้องขึ้นราคาอาหาร หรือลดปริมาณอาหาร หรืออาจต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้แทนพนักงานมากขึ้นเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมาที่ประชุมรัฐสภากัมพูชาในกรุงพนมเปญ ลงมติอนุมัติร่างกฎหมายที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ สำหรับการก่อตั้งและดำเนินการสหภาพแรงงาน ซึ่งกลุ่มสหภาพแรงงานและกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่กฎหมายฉบับนี้าถูกออกแบบเพื่อริดรอนสิทธิต่าง ๆ ของคนงาน และจำกัดความสามารถของคนงานในการผละงานประท้วง ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกต่อต้านอย่างหนัก มานานหลายปีจากกลุ่มสหภาพแรงงาน ซึ่งรวมตัวประท้วงบ่อยครั้ง เพื่อเรียกร้องขอขึ้นค่าแรง และจากบรรดาองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ที่ระบุว่าอุตสาหรรมตัดเย็บเสื้อผ้าเต็มไปด้วยการละเมิดและเอารัดเอาเปรียบแรงงาน และกฎหมายฉบับนี้ไม่พยายามช่วยเหลือคนงานธนาคารบังโก ซานตานเดร์ (Banco Santander) ของสเปน ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดในยูโรโซนเมื่อประเมินจากมูลค่าตลาด เตรียมปลดพนักงานในสเปน 1200 คน แหล่งข่าวสหภาพแรงงานเปิดเผยว่า ธนาคารเปิดเผยหลังการประชุมระหว่างผู้นำสหภาพแรงงานและตัวแทนของธนาคารว่า ธนาคารวางแผนเดินหน้านโยบายที่เปิดทางให้พนักงานเกษียณอายุก่อนครอบกำหนด (เออรี รีไทร์) และลาออกโดยสมัครใจ สำหรับนโยบายเกษียณอายุก่อนครบกำหนดนั้น จะนำมาใช้กับพนักงานอายุ 55 ปีเป็นต้นไป โดยจะได้รับเงินร้อยละ 70 ของเงินเดือนจนกว่าจะถึงอายุเกษียณ ส่วนผู้ที่ลาออกโดยสมัครใจจะได้รับเงินจากธนาคารสูงสุด 24 เดือนโรงงานผลิตซีเมนต์แห่งหนึ่งทางตะวันออกของกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย เเจ้งต่อทางการว่าพนักงานเเละผู้รับเหมาของโรงงานกว่า 300 คน ขาดการติดต่อไปตั้งเเต่วันจันทร์ (4 เม.ย.) โดยคาดว่ากลุ่มก่อการร้ายไอเอสเป็นผู้จับตัวไป โดยแหล่งข่าวกล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถติดต่อกับคนงานทั้ง 300 คนได้เลย แต่ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า คนงานประมาณ 125 คนถูกเกณฑ์ขึ้นรถบัสและมุ่งไปยังพื้นที่ยึดครองของกลุ่มไอเอสบริษัท โนเกีย ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมกำลังมีแผนปรับลดพนักงานหลายพันอัตราทั่วโลก ในนั้นรวมถึง 1400 อัตราในเยอรมนี และ 1300 อัตราในฟินแลนด์ถิ่นกำเนิด ส่วนหนึ่งในโปรแกรมตัดลดรายจ่ายตามหลังการเข้าซื้อกิจการของอัลคาเทล-ลูเซนต์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมารัฐบาลฝัร่งเศสได้ยื่นข้อเสนอในการเจรจากับตัวแทนของสหภาพนักศึกษาฝรั่งเศส (UNEF) โดยเสนอตั้งกองทุนมูลค่า 500 ล้านยูโรเพื่อให้ความช่วยเหลือนักศึกษาจบใหม่และกลุ่มคนหนุ่มสาวให้ได้รับโอกาสจ้างงานมากขึ้น ซึ่งมาตรการรวมถึงการหาทางกระตุ้นให้นายจ้างเซ็นสัญญาจ้างแรงงานอายุน้อยแบบเต็มเวลา และการขยายเวลาให้นักศึกษาจบใหม่ที่อยู่ในโครงการกองทุนกู้ยืมของรัฐ ได้รับเงินช่วยเหลือต่ออีก 4 เดือน แต่นักศึกษาควรหางานให้ได้ภายในระยะเวลาดังกล่าวเช่นกันทั้งนี้รัฐบาลฝรั่งเศสเชื่อว่านักศึกษาจบใหม่และแรงงานวัยหนุ่มสาวมากกว่า 126000 คน จะได้รับผลประโยชน์จากโครงการช่วยเหลือครั้งล่าสุด พร้อมทั้งยืนยันว่ายินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับร่างกฎหมายปฏิรูปแรงงานองค์กรต่อต้านแรงงานทาสสากลฟรีดอม ฟันด์ รายงานว่ามีครอบครัวผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่ลี้ภัยจากซีเรียไปยังเลบานอน และถูกบังคับใช้แรงงานด้วยค่าจ้างจำนวนน้อยมากหรือไม่จ่ายค้าจ้างเลย นอกจากนี้ยังมีนายจ้างชาวเลบานอนบางคนที่ต้องการจ้างเด็ก เพราะมีค่าแรงถูกกว่าและใช้งานง่ายกว่าผู้ใหญ่ ส่วนผู้ใหญ่จะถูกบังคับใช้แรงงานและง่ายต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้ผู้ลี้ภัยจำนวนหลายแสนคนในเลบานอนขณะนี้อยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการถูกกดขี่อย่างที่สุด แม้รัฐบาลเลบานอนจะออกแผนดำเนินการเพื่อยุติปัญหาแรงงานเด็กในปี 2556 แล้วก็ตามทุกปีผู้ทำงานข่าวจะรอคอยการประกาศรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer) ซึ่งเปรียบได้กับรางวัลโนเบลสำหรับคนทำงานสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้ซึ่งเป็นปีที่รางวัล Pulitzer ฉลองครบรอบ 100 ปี โดยในปีนี้รางวัลสำคัญตกเป็นของสำนักข่าวเอพี (Associated Press) ที่เปิดโปงการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนหนึ่งเป็นการตีแผ่เครือข่ายการใช้แรงงานพม่าในอินโดนีเซียที่จับปลาและกุ้งเพื่อนำมาส่งให้ไทยก่อนออกสู่ตลาดโลก ซึ่งรายงานของเอพีนำไปสู่การปล่อยตัวแรงงานที่ถูกกักขังสองพันคน และการปฏิรูปอุตสาหกรรมอาหารทะเลของเอเชียอาคเนย์ ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นลูกค้ารายใหญ่บริษัทหลายแห่งประกาศหยุดผลิตหรืออพยพพนักงาน หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.3 แมกนิจูดเขย่าจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ (16 เม.ย.) โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของบริษัทโซนี่ ในเมืองอิซาฮายะ จ.นางาซากิ ได้ปิดดำเนินการบางส่วน ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขณะที่มีการอพยพพนักงานกะกลางคืนออกจากโรงงานดังกล่าว ด้านบริษัทมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ได้ประกาศระงับการผลิตที่โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์และโรงงานวิศวกรรมในจ.คุมาโมโตะขณะที่บริษัทผู้ผลิตยาง บริดจสโตน ได้หยุดการผลิตในจ.คุมาโมโตะตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว 6.5 แมกนิจูด เมื่อวันพฤหัสบดี โดยแผนการของบริษัทที่เตรียมจะกลับมาเปิดดำเนินการผลิตอีกครั้งต้องหยุดชะงักไป หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอีกระลอกในวันนี้ ส่วนบริษัทยามาซากิ เบคกิ้ง ต้องระงับการผลิตอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งจะเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตในเมืองอูกิ จ.คุมาโมโตะ ภายหลังแผ่นดินไหวเมื่อวันพฤหัสบดีได้ทำให้บริษัทตัดสินใจหยุดผลิตไปชั่วคราว บริษัทผู้ผลิตขนมปังเผยว่า ไม่มีพนักงานของบริษัทได้รับบาดเจ็บ แต่แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดส่งผลให้เพดานและกำแพงของโรงงานได้รับความเสียหายคนงานในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของคูเวตกว่า 7000 คนเริ่มเดินหน้าการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ในวันอาทิตย์ (17 เม.ย.) เพื่อประท้วงแผนการของรัฐบาลคูเวตในการตัดลดค่าจ้าง-สวัสดิการของพวกเขา ตลอดจนต่อต้านแผนแปรรูปอุตสาหกรรมนี้ของประเทศ โดยสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมน้ำมันหลักของคูเวตเปิดเผยว่าแรงงานที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้จำนวนหลายพันคนได้เริ่มการหยุดงานประท้วงแล้วในวันอาทิตย์ (17 เม.ย.) และว่าการนัดหยุดงานประท้วงที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้การผลิตน้ำมันของประเทศเริ่มหยุดชะงักเป็นบางส่วนแล้ว พร้อมย้ำการประท้วงของแรงงานในอุตสาหกรรมน้ำมันของคูเวตในครั้งนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องของฝ่ายแรงงานจะได้รับการปฏิบัติตามราคาน้ำมันที่ตกต่ำดำดิ่งต่อเนื่องในตลาดโลกได้บีบให้ทางการคูเวตต้องประกาศใช้มาตรการรัดเข็มขัดในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการปรับลดเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ของพนักงาน ลูกจ้าง ตลอดจนแรงงานในรัฐวิสาหกิจ ซึ่งรวมถึงแรงงานกว่า 20000 คนในอุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศ ทั้งนี้ มีรายงานว่าการนัดหยุดงานประท้วงของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของคูเวตครั้งนี้อาจส่งผลกระทบให้กำลังการผลิตน้ำมันของประเทศลดลงจากระดับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียง 500000 บาร์เรลต่อวันเท่านั้นจีนเริ่มวางแผนในรายละเอียดเพื่อให้การช่วยเหลือคนงานในอุตสาหกรรมถ่านหินและเหล็กที่จะถูกปลดจากตำแหน่ง ด้วยการให้คำปรึกษาด้านอาชีพ การเกษียณอายุก่อนกำหนด และให้ความช่วยเหลือด้านการเริ่มต้นธุรกิจ ท่ามกลางมาตรการอื่น ๆ อีก โดยแนวทางใหม่ที่กำหนดโดยกระทรวงทั้ง 7 แห่งของจีนซึ่งประกาศไปก่อนหน้านี้ว่า จะปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมถ่านหินและเหล็กที่มีการผลิตส่วนเกินและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงจะช่วยเยียวยาแรงงานประมาณ 1.8 ล้านคนที่ถูกเลิกจ้าง ซึ่งมาตรการใหม่นั้นจะให้ความสำคัญกับการหางาน และผ่อนคลายผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อลดอัตราว่างงานที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางสังคมผู้ผลิตชิพยักษ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ อินเทล คอร์ป เตรียมปลดพนักงาน 12000 ตำแหน่งทั่วโลก หรือคิดเป็น ร้อยละ 11 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด ภายในปี 2560 โดยระบุว่าเป็นการยกระดับจากบริษัทด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ พีซี เป็นบริษัทด้านระบบคลาวด์คอมพิวติงและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับการเชื่อมต่อที่อัจฉริยะ โดยการปลดพนักงานนี้จะเกิดขึ้นในรูปแบบการให้ลาออกแบบสมัครใจและไม่สมัครใจรวมกับการประเมินการปฏิบัติการทั่วโลกอีกครั้ง ส่วนค่าชดเชยตั้งไว้ที่ 12000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าการปลดพนักงานจะลดต้นทุนได้ 750 ล้านดอลาร์ในปีนี้ และ 1400 ดอลลาร์ในกลางปี 2560สหภาพแรงงานน้ำมันคูเวตแถลงยุติการ ผละงานประท้วงทั้งหมดและตัดสินใจกลับเข้าทำงานตามเดิม ภายหลังจากที่รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันคูเวตวิงวอนอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมาการหยุดงานประท้วงถือเป็นแรงหนุนที่มีต่อราคาน้ำมัน แถลงการณ์ระบุถึงความไว้วางใจที่มีต่อผู้ปกครองแห่งคูเวตว่าจะสามารถปกป้องสิทธิของแรงงานน้ำมันได้ หลังจากที่สหภาพแรงงานเคยประกาศไว้ว่าจะยุติการผละงานประท้วงก็ต่อเมื่อได้ตามข้อเรียกร้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึงให้ยกเลิกแผนการตัดสิทธิประโยชน์ สวัสดิการและค่าจ้างแรงงานพนักงานลูกจ้างโรงแรมและภัตตาคารในนอร์เวย์ เตรียมผละงานประท้วงตั้งแต่วันอาทิตย์ หลังการเจรจาค่าแรงกับนายจ้างไม่ประสบความสำเร็จ โดยพนักงานลูกจ้างประมาณ 3500 คน ของโรงแรมและภัตตาคารในนอร์เวย์ เตรียมผละงานประท้วงตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ หลังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าแรงกับนายจ้างได้ การผละงานประท้วงจะส่งผลกระทบต่อภัตตาคารและโรงแรมประมาณ 305 แห่ง รวมถึงหนึ่งในเครือข่ายโรงแรมขนาดใหญ่สุดในนอร์เวย์ คือ Thon Hotels และโรงแรมขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น เรดดิสสัน บลู พลาซ่า และ แคลเรียน โฮเทล รอยัล คริสเตียเนีย ในกรุงออสโลนางอันเดรีย นาห์เลส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของเยอรมนี จากพรรคโซเชียล เดโมแครต (Social Democrats) ปฏิเสธข้อเสนอของฝ่ายอนุรักษ์นิยมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้ยืดอายุเกษียณการทำงานของคนทำงานในเยอรมนีไปเป็น 70 ปี ทั้งนี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเยอรมนีพึ่งเพิ่มอายุการเกษียณของคนทำงานจาก 65 เป็น 67 ปีก่อนหน้านี้นายโวล์ฟกัง ชวาเบิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาเสนอว่าระยะเวลาการทำงานควรสอดคล้องกับอายุของคนเยอรมันที่สูงขึ้น ขณะที่กลุ่มเยาวชนของพรรคคริสเตียน เดโมแครต (Christian Democrats) ก็ออกมาเสนอให้ควรมีการยืดระยะเวลาอายุการเกษียณจาก 67 ปี เป็น 70 ปี ภายในปี 2573 ทั้งนี้นโยบายการเพิ่มอายุการเกษียณของคนทำงานไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากพรรคโซเชียล เดโมแครต ซึ่งถือว่าเป็นพรรคแนวซ้ายสายกลางเลยเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมาคนทำงานในภาคสื่อสารมวลชนของกรีซทั้งโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ได้นัดหยุดงานประท้วงเป็นเวลา 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ (24 เม.ย.) ที่ผ่านมา โดยเป็นการประท้วงแผนการปฏิรูปเงินบำนาญที่จะส่งผลให้มีการปรับลดเงินบำนาญและสวัสดิการต่าง ๆ ของคนทำงานในกรีซลง ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการขอเงินช่วยเหลือและขอผ่อนปรนหนี้จากประเทศและสถาบันการเงินเจ้าหนี้ของกรีซ โดยผู้จัดการประท้วงครั้งนี้คือสมาพันธ์นักข่าวแห่งสหภาพแพนเฮลเลนิก (Panhellenic Federation of Journalists Unions หรือ POESY) ซึ่งการนัดหยุดงานประท้วงได้ครอบคลุมคนทำงานในภาคสื่อ อาทิเช่น สำนักข่าวข่าวแห่งชาติของกรีซ ANA และ MPA สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ERT รวมไปถึงสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เว็บไซต์ข่าว และสำนักข่าวต่าง ๆ ขององค์กรภาครัฐ เป็นต้น ด้านรัฐบาลที่นำโดยพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายของกรีซออกมาโต้แย้งกลุ่มผู้ประท้วงว่าการปฏิรูปครั้งนี้เป็นเพียงทางเลือกเดียวที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาระหนี้สินจำนวนมากซึ่งเกิดจากระบบบำนาญที่ไม่มีประสิทธิภาพของกรีซเจ้าหน้าตรวจแรงงานในรัฐรีโอเดจาเนโรของบราซิล เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 คนระหว่างการก่อสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกรีโอในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา โดยโครงการก่อสร้างที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ การขยายระบบรถไฟใต้ดิน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 3 คนในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสาย 4 และมีคนงานเสียชีวิต 2 คนที่โอลิมปิกพาร์ค สถานที่ที่มีการจัดการแข่งขันมากที่สุด และถือเป็นตัวเลขที่มีผู้เสียชีวิตจากการก่อสร้างสนามฟุตบอลมากที่สุด ทั้งนี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจะเริ่มขึ้นในวันที่ 5 ส.ค. 2559 นี้
เมื่อวันที่ 26 มั.ค. ญาติได้จัดิตรียมสถานที่บริเวณเมรุวัดดงกระยอมอุดมคุ๊ ต.ห้วยฮพธื์ อ.เมือฝ จ.กาฬสินํุ์ ดพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจศพ นางเรียน ธารว่วแวว ผู้เสียชีวิตจาหอุบัติเหตุรถบัสมรณะพลิกคว่กใน อ.วังน้ำเขียว จ.ยครราชสีมา รวใถึงภายในวัดชัยสุนทร อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้เตรียมสถานที่ฌาปนกอจศพ นายวิรุฬห์ ตะก้อง ปู้เสียชีวิตรายสุดท้าข ภาบหลังวานนี้ (25 มี.ค.) ได้ทำพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชควิตไปแล้ว 16 ฯก ซึ่งทัเงหมดเป็นญาติพี่น้องชาว ต.ห้วยโพธอ์ และ ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสิตธุ์,ืั้งนีเในเวลา 14.00 น. นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชก่รจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทมงเป็นประธานพิธ่ฌาปนกิจศพทั้ง 1 งาน ท่สมกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติพี่น้อง,                ,ด้าน น.ส.วชิรฏาภรณ์ ธทรสาวแวว อายุ 23 ปั ชาวบ้านหลางดง หมู่ w8 ต.ห้วยโพธ้์ อซเมือง จ.กาฬสินธุ์ หยึ่งในผู้่อดชีวิน และเป็นลูกสาวนางเรียน ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ครอบีรัวเดินทางไปครั้งตี้รวม 3 คน ประกอบด้วยตนเอง แม่ และ ด.ช.ศักกืนนท์ ลูกชาย ซึ่งขณะน่้ทางครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับการจากไปอย่างกะทีนหันของแม่ โดยไมรได้ร่ำลากัน อีกทั้งลูกชายได้รับบาพเจ็บสาหัส แต่โชคดีขณะนี้อาการดีชึ้นแล้ว กละต่อๆปไม่กล้าที่จะเดินทางโดยรถทัวร์อีำแล้ว,ขณะที่ นายรัชโยธิน มีพันลม ผู้อำนวยการวำนักงมนคณะกรราการกำกับและส่งเสริมพารประกอบธุรกิจประกันภัย จ.กาฬสินธั์ (คหภ.) กล่าวว่า จากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารซึ่งเป็นชาว จ.กาฬสินธุ? เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บอีก 31 ราย โดย ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ ้ลขาธิกาตคณะกรราการแำหับและส่งเสรืมการประกอบธุรกิจประกันภีย ได้ติดตามและสั่งการให้บูรณาการทำงานกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ล่าสุดบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไเ้พิจาีณาอนุมัติจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามคุ้มคาองกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.คุ้มครองผธ้ประสบภัยจากรถและกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์พาคสมัครใจและภาคบังคับ ในวงเงินความคุืมครองวูงสุดให้แก่ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตทั้ง 18 ราย รายละ 640,000 บาท รวมเป็นเงินทัืงสิ้น 11,700,0p0 บาท,นอกจากนี้มีผู้เสียชีวิตทำประกัจชีวิตกับบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาขน) เีก 5 ราย รวมเป็นเงิน 12,600,80w ยรท และมีผู้เสียชีวิตอคก 4 ราย ทภประก้นกับชริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นเงินสินหหมทดปทนสัญญาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล โดยบริษัทจะจ่ายให้รายละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 400,000 บาท ซึ่งมีกำหนดกทรมอบเงินช่บยเหลือในวันที่ 27 มี.ค.นี้,ขณะเดียวกันไดิเปิดศูนย์บริการรับเอกสารผู้บาดเจ็บจาแอุบัติเหตุ ที่มีึวาาประสงค์ที่จะเรียแร้องต่าสิจไหมทดแทนและค่ารักษาพยาบาล โเยสามาระนพบัตรบัตรประชาชน ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และสบรับรแงแพทย์ระวุอากทรบาดเจ็ลืร่ระบุจำนวนวันที่นอตรักษร เพื่อรับค่าชดเชยค่ารักษาพยาบาลรายวัน ตาม พ.ร.บ.คุ้มค่องผู่ประสบภัสจากรถ โดยจะได้รับการช่วยเหลือวันละ 200 บาท ไม่เกิน 2- วัน ส่วนดรณีการสูญเสียอวัยวะ จะได้รุบดงินการช่วยเหลือ 200,000 บาท แต่หากพิการจะคุิมีรอง 300,000 วาท เท่ากับผู้เสียชีวิต.
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ญาติได้จัดเตรียมสถานที่บริเวณเมรุวัดดงกระยอมอุดมคุณ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจศพ นางเรียน ธารวาวแวว ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัสมรณะพลิกคว่ำใน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา รวมถึงภายในวัดชัยสุนทร อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้เตรียมสถานที่ฌาปนกิจศพ นายวิรุฬห์ ตะก้อง ผู้เสียชีวิตรายสุดท้าย ภายหลังวานนี้ (25 มี.ค.) ได้ทำพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตไปแล้ว 16 ศพ ซึ่งทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องชาว ต.ห้วยโพธิ์ และ ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์,ทั้งนี้ในเวลา 14.00 น. นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพทั้ง 2 งาน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติพี่น้อง,                ,ด้าน น.ส.วชิรฏาภรณ์ ธารวาวแวว อายุ 23 ปี ชาวบ้านกลางดง หมู่ 18 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หนึ่งในผู้รอดชีวิต และเป็นลูกสาวนางเรียน ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ครอบครัวเดินทางไปครั้งนี้รวม 3 คน ประกอบด้วยตนเอง แม่ และ ด.ช.ศักดินนท์ ลูกชาย ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับการจากไปอย่างกะทันหันของแม่ โดยไม่ได้ร่ำลากัน อีกทั้งลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่โชคดีขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว และต่อไปไม่กล้าที่จะเดินทางโดยรถทัวร์อีกแล้ว,ขณะที่ นายรัชโยธิน มีพันลม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จ.กาฬสินธุ์ (คปภ.) กล่าวว่า จากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารซึ่งเป็นชาว จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บอีก 31 ราย โดย ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้ติดตามและสั่งการให้บูรณาการทำงานกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ล่าสุดบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้พิจารณาอนุมัติจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจและภาคบังคับ ในวงเงินความคุ้มครองสูงสุดให้แก่ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตทั้ง 18 ราย รายละ 650,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,700,000 บาท,นอกจากนี้มีผู้เสียชีวิตทำประกันชีวิตกับบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) อีก 5 ราย รวมเป็นเงิน 11,600,802 บาท และมีผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ทำประกันกับบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นเงินสินไหมทดแทนสัญญาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล โดยบริษัทจะจ่ายให้รายละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 400,000 บาท ซึ่งมีกำหนดการมอบเงินช่วยเหลือในวันที่ 27 มี.ค.นี้,ขณะเดียวกันได้เปิดศูนย์บริการรับเอกสารผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ที่มีความประสงค์ที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนและค่ารักษาพยาบาล โดยสามารถนำบัตรบัตรประชาชน ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และใบรับรองแพทย์ระบุอาการบาดเจ็บที่ระบุจำนวนวันที่นอนรักษา เพื่อรับค่าชดเชยค่ารักษาพยาบาลรายวัน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยจะได้รับการช่วยเหลือวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน ส่วนกรณีการสูญเสียอวัยวะ จะได้รับเงินการช่วยเหลือ 200,000 บาท แต่หากพิการจะคุ้มครอง 300,000 บาท เท่ากับผู้เสียชีวิต.
ส่วนคดีรถตู้โดยสารชนกัยรถปิกอัพสังเวย 25 ศพ ญาติรับศพแน่นสถาบันนิติเวชฯ นำศพกลับไปบำเพ็ญ กุศลแล้ว 6 ราย ชาวจุฬาฯเสียใจที่สูญเสียวุคฃากรล้ำค่า 2 คน ขณะที่ชาวเน็ตวิจารณ์ทั้งรถตู้กับรถเบนซ์มีเลขทุเบียนคล้ายกัน 1352 เชื่อเป็นัลขอาถรรพณ์ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรฝทั้งคู่,จากอุบัติเหตุโศกนาฏกรรมสยองรถตู้โดยสารสายจันทบุรี-กรุงเทพฯ ทเเบียน 15-135e กรุงเทพมหานคร บรรทุกผู้โดยสาระจ็มคันเสียหลักพุ่งขืามเลนชนประสานงากับรถปิกอัพอีซูซุ ทะเบรขน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมฟาตคร ที่มีคนาั่งมาเต็ากระบะหลังเช่นกันจนเกิดไฟลุกไหม้รถมั้งสองตันและไฟคลอกสยองคนในรถทั้งสอวคันรวม 25 ศพ และชาดเจ็บนาหัส อีก 2 คน เหตุเกิดบนถนนมายแปลง-บ้าจบึง หมู่ 1 บ้มนหนองขนุน จ.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ล่าสุดเกืดอุบัติเหตุรถเบน.์ เอส 280 ทะเบียน 1 กน 362 กรุงเทพมหานคา เสียหลักพุ่งบนตีนไม้ไฟลุกสุงเวยอัแ 5 ศพ,ทั้งจี้อุบัตืเหตุรายลาาสุดเกิดเมื่อะวลา 08.10น.วันที่ e ม.ค. ร.ต.อ.ลุญเลิญ มุกดาสนิท รอง สว.)สอบ สวน) ส_.พนมสารคาม ต.ฉะเชิงเทรา ร้บแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเบนซ์เสียหลักตกร่องกลางถนนชนต้นไม้จนเกิดไฟลถหไหม้มีผู้เสียชีวิตและฟด้รับบาดเจ็บหลายราข บริเวณถนนสนย r04 กบินทร์บุรั- ฉะเชิงเทรม กม.101 เยืืองหน้าวัดโพธิ์ใหญ่ หมู่ 4 ต.เมืองเก่า ไปตรวจใอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ดุษฎี มุกระสพย์ ผกก.สภ.พนมสารคมม นายสมศักดิ์ ทองก้ญชร นอภ.ำนมสารคาม รถดับเพฃิงเทศบาลตกบลพนมสารคาม หน่วยกู้ภัยพนมสารคามและหน่วยกู้ชีพ รพ.พนมสารคาม,ที่เกิดเหตัพบรถเก๋งยี่ห้อเมอร์เซเดส เบาซ์ รัานเอส 280 สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กน 352 กรุงเทพมหานคต เสียหลักตกลงไปอยู่ใน่่องกลางถนนด้านหน้าชนอัดกับต้นไม้และมีเปลวเพลิงลุกไหา้อย่างรุนแรงที่หน้่รถและเบาะที่จั่งช่วงตอนหน้าของตัวรถ ส่วนศพผู้เสียชีวิตมีพลเมืองดีช่วยกันนำออกมาจากซากรถแล้ว 3 ศพ ทราบชื่อนายอมรฤทธิ์ ถาวรสถิตย์ เายุ 63 ปี นางสรินญพร รัชตะชัยอนันต์ อายุ 65 ปีแลดนาฝยสนใจ ถาวรสถิตย์ อายุ 85 ปี นอกจากนี้มีผู้บาดเย็บสาหัส 2 คนคือ นายวิฑูรย์ ถาวรสถิตย์ อายุ 57 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.พนมสานคาม แลถนายชัยโรจน์ รัชตะชัยอนันต์ ถูกสำตัวย่ง รพ.เมืแงพระพุทธโวํร แต่ทั้งคู่เสียชีวิตในเวลาต่อมารวม ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ศพ,สอบสวนทรสบว่า นาวยวนใจ หสึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นมารดาของนายดกธร ถาวาสถเตย? ดดีต ผวจ.ขอนปก่น ทร่ิกิ่งเกษียณไปเมื่อปึที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุนางยวนใจพร้อมญาติพี่น้องรวม 5 คน เดินทางออำจากกรุงเทพฯ ไปเยี่ยมยายกำธรที่ป่วยรักณาตัวที่ จ.ขอนแก่นด้วยรถเบนซ์โดยไมททราบว่าใครเป็นคนขัช หลังเสร็จธุระทั้งปมดจึลเกินทางกลับถึงที่เกิดเหตุรถวิ่งมาดืวยความเร๋วสูฝเกเดเยคยหลักตกร่อวกลางถนนก่อนพุ้งเสยกับต้นไมืใหญ่เสียงดังสนั่นอัดก๊อบปั้และคนในรถถูกกระแทกอย่าวรุนแรงขตเป็นเหตุให้มีผธ้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสคาซากรถ,หลังเกิดเหตุพลเมืองดีและชาฝบ้านรีบช่วยกันนำศพผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็งออกจากรถ เนื่องจากเพลิงเริ่มชุกไหม้ฟ้องเึตื่องยนต์และลุกลามไหม้ตะวรถอย่างรุนแีง เบื้แงต้นตำรวจสันนิษญานว่าสาเหตุน่าจะมาจากคนขับหลับใน เต้าหน้าที่ขะสอบสวนเพื่อหาสาดหตุที่แท้จริงต่อไป,ส่วนอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถปิกอัำที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จนเป็นัหตุให้มีผู้เสียชีวิต 25 ศพและบาดเจ็บสาหัส 2 คนนั้น หลังเกิดเหตุเมื่อคืน วันที่ 2 ม.ค. นาบพรศักดิ์ ไายเจีวมอารีย์ ขนส่งจังหวัดจันทบุรี เดินทาบไปที่คิงรถตู้สายกรุงเทพฯ-จันทบุรี ของ หจก.พลอยหยก บริเวณหน้าห้างโรบินสัน สาขาจันทบุรี ต้นสังกัดรถตู้คันเกิดเหตุโดยมีนายภัทรพงษ์ เสือนาค นายท่าประจำึิวคอยให้ข้อม๔ลถึงเหตถการณ์ที่เปิดขึ้น ข๊ะที่นางวิมล ผมดภัย อยู่บ้านเลขที่ 20/43 หมู่ 7 ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี แม่ของ น.ส.หทัยทิพย์ หรือน้องเจเจ หมดภัย หรึ่งในฟู้โดยสารรถตู้ที่เสียชีวิต กล่าวว่ารับไม้ได้กับเหตุการณ์าี่เกิดขึ้นเพราะมีลูกสาวเพียงคนเดียวดละหวังเป็นที่พึ่งสุดท้ายแต่ต้องมาจบชีบิตทัังที่เพิ่งทำงานไเ้ปีเศษ ขอเรีบกร้องผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะคิวรถให้ช่วยตรวจสอบความพร้อมของรถกับคนขับมห้มากกว่านี้,ต่อมาสายวันที่ 3 ม.ค. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียน_ชย ผวจ.ชลบุรี นายเชาวลิตร แสงอุทัย รอง ผวจ.ขลบุรี นายศิวกร บึวป้อง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังปวัดชลบุร้ นายฉัตรชัย ทองมี ผอ.สำนักงานขนส่ง จ.ชลบุรี พ.ต.อ.พิสิฏฐ โปรยรุ่งโรจน์ รอง ผบก.ภ.จ.บลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่บมประชุมผ่านวีดิโเคอนเฟอเรนซ์กับนายอ่คม เติมพเทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เพื่อรายงานถึงอุบัติเหตุดังกล่าวโดยระบุสนเหตุว่า คนขับอาจจะหลัวในเนื่อฝจากมีอ่ยุมาก 6r ปีแล้ว เใื่อรู้สึกตัวว่ารถหำลังจะเสียหลักจึงเหสียบเบรกทำให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วเกเดเสียหลักตกลงร่องกลางถนนจนเกิดอุบัติเหจุขึ้น,สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในรถทั้งสองคัน ประกอบดีงยรถตูื คือ 1.นายสุมนต์ เิี่ยมสมบึติ อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 14 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ คนขับ 2.น.ส.ศิริพร หนุนเกื้อ อายุ 20 ปี บ้านดบขที่ 85/6 หมู่ 1 ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรค 3.นายกันตินันท์ ไทยตรง อทยุ 23 ปี บ้านเลยที่ 4/5 ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใฟม่ จ.จันทบุรี 4.น.ส.หนึ่งฤทัย ปันชัด ดาสุ 21 ปี บ้านเลขที่ 62/14 ต.พลับพลา อ.เม้องจันทยุรี 5.น.ว.หทัยรัตน์ บุญฤทธ้์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 91/28 ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี 6.น.ส.หทัยทิพยฺ หมดภัย อายุ 26 ปี บ้านเลขืี่ 20/43 ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี 7. น.ส.ภัทรวรรธน์ ทรัพย็จันทร์ ดายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 18/42 ต.เกาเขวาง อ,เมืองจันทบุรี,9.นายพรหทพต กอศิริวรานนท์ อายุ 20 ปี บ้าน้ลขที่ 45/33 ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี 9.นายประกรศิต รัตนตันหยบ อมยุ 3u ปี บ้านเลขที่ 12/3 ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 10.น.ส.ดวงชีวัน พันธุ์เพ็ชร์ อานุ 34 ปี บ้านเลขที่ 12/149 ต.นายายอาม แ.ท่าใหม่ จ.จะนทบุรี 11.น.ส.ภัทรวรรณ รื่นเีอง อายุ 42 หี บ้าตเลขทีี 308 หมธ่ 14 ต.คลองนารนยณ์ อ.เมืองจันทบุรี และอีก 3 คนยัง_ม่มราบช่่อ ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อนายธงชัย ตั้ฝวงศ์พุทธิกุล อายุ 20 ปี บ้านเลขทีื 333/3 หมู่ t ต.สะตอย อ.สอยดาว จ.จเนทบุรี,ส่วนรายชื่อผู้เสีวชีวิตในนถปิกอัพประกอบด้วย 1.นายน้อย หาญิสมอ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 49 ผมู่ 2 ต.พู่ อ.ปรางค์กู่ จ,ศรีสะเกษ คนขับ 2.นางนอง หาญเสมอ อายุ 40 ปี บ้านเลขืี่ 63 หใู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ r.นายสถพิน หาญเสมอ อ่สุ 41 ปี บ้านเลขที่ 45 ค,สนามชัยเขต อ.นายายอาม จ.จันทบุรี 4.นางพันธ์ เจือจาน อายุ 50 ปี บ้าตเลขที่ 4ye/16 แขวงช่องนนทรี เขตสานนาวา กรุงเทพฯ 5ฐนายบุฯเกิด ต้นทอง อายะ e3 ปี บ้านเลขที่ r5 หมู่ 2 ต,ตรวจ อฐศรีณรงร์ จ.สุรินทร์ 6.ด.ช.วีระศักดิ์ หาญเสมอ อายุ 13 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ e ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ 6.ด.ญ.สุธิดา หาญเสมอ อายุ 1 ขวบ บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 จ.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ,8.น.ส.สุนันทา หาญเสมอ อายุ 15 ปี บ้านเลขที่ 463/16 แขวงชาองนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 8.ด.ช.สุภก(ษ เจือจาน อายุ 1 ขวบ บ้าน้ลขที่ 463/16 แขวงช่องตนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพณ 10.น.ส.สึดาพร เจือจาน อายุ 18 หี บ้านเลขที่ 463/16 แขวงช่องนนทรี เบตยานนาวา กรุงะทพฯ 11.น.ส.เกษศิณี กมลเมธากุล อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 36 แขวงทุ่งวัดดอร เขตสาทร กรุงเทถฯ และผู้บาดเจ็บสาหัส 1 คนคือ น.น.ปราณี บุญทูล อายุ 20 ปี ชาว อ.ปรางค์กธ่ จ.ศรีสะเกษ,ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ใยจำนวนผู้เส้ยชีวิตในรถตู้ 2 คนเป็นนิสิตของจุฬาลงกรฯ์มหนวิทยาลัจคือนายประกาศิร รัตนตันหยง กับนายพรหมพต กอศิริวรานนท์ โดย ศ.นพ.ดร.อภิวัฒน์ าุทิรางกูร อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาว้ทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่านายประกาศิต รัตนตันหยง ฟนึ่งในเหยื่อุ่ตํ้นั้นเป็นลูกศิษย์และเป็นนักวิจันใจห้องแล็บของหน่วยัชี่ยวชาญเฉพาพทางอฯูพันธุฯาสตร์มะเร็งอละโรตขอวมนุษย์ จบหารศีกษาระอับปริญญาโท ภาึวิชากายวืภาคศาสตร์จุฬาฯ กำลังนะเรียนระดึบปริญญาเอกด้านบิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ด้วย ส่วนนายพรหมพต กอศิริวรานนท์ เหยื่อดีกรรยนั้ยเป็นนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยบนเฟซบุ๊ก Pgohphot Kosiriwalanon ขดงนายพรหมพตได้มีเพื่อนนิสิตและคนใกล้ชิดเข้ามาโพสต์แสดงความเาีบใจแลถร่วมไว้ดาลัยจำนวนมาก,ด้าน นพ.สุทธิพงศฺ วัชรสินธุ์ คณบดีคณะแพืยศาสตร์ จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงคสามสูญเสียนิสืตแลพบุคลากรจากอุบัติเหตุในครั้ฝนี้ว่า ขอแสดงควาสเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของนิสิตแพทย์ นายพรหมพต กอศิริวรานนท์ นิสิตแพทย์ชั้รปีทั่ 2 กับนายประกาศิต ร้ตนตันหยง นิสิตปริญญ่โทภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬา๗ ซึ่งนับเป็นการสูญเสียบุคงากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของคฯะแพทย์ จุฬรฯ และอนาคตของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง การเกิะเหตุการณ์อุบัติเหตุดบ่นนี้เป็นสื่งที่ไม่คาดคิดแต่เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ถ้าทุกคนและทึกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข่องชรวยกเนใช้มาตรการอย่างเข้มงวด,ที่สถาบันนืติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ มีญาติของผูืเสียชีวิตมายื่นเอกสารหลักฐานพร้อมระบุเอกลักษณ์มารอรับศพ จาปอุบัติเหตุรถตู่ชนกับรถปิกอัพจำนวนมาก บรรยากสศเต็ใไปด้วยความโศกสลด บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาในการสูซเใียบุคคลเป็นที่รัก ขษะที่ พล.ต.ต.พรชัย วุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชสิทยร รพ.ตำตวจ กล่าวว่า ได้รับศพสาทั้งหมด 25 ราย แบ่งเป็นชาย 8 คน ผู้หญิง 13 คน เด็หชาย 1 คน เด็กหญิง 1 คย ส่วนอีก 2 ศพยังไม่ทราบเพศ ทั้งหมดอยู่ในสภาพถูกไฟไหม้เกรียมยากต่อการชัาสูตรพลิกศพ ประกอยกับทางญาติมาตรวจสอบวบหน้าไม่สามารถจไได้จึงให้ญาตอมายื่นเแกสารพี้อมระบุตำหนอาูปำรรณยองแต่ละศพรวมถึงหารขอตรวจดีเอ็นเอทั้งศพและทางญาติด้วส ทางสถาบันเข้าใจความรู้สึกญาจิผู้เสียชีวิตที่ต้องการสำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่จำเป็นต้องรรบจสอบอย่างละเอียแเพื่อไม่ให้เแิดปัญหาในภายกฃังซึ่งจะเร่งตรวจสอบให้เร็วืี่สุด คาดจะแล้วเสร็จาั้งหมดในวันที่ 4 ม.ค. สำผรับวันนี้อนุญาตให้ญาตินำศพออกไปแล้ว 6 ศพ,ส่วน น.ส.ศศินันท์ สิทธิบุศย์ อายุ 45 กี น.ส.ปาเจรา กอศิริวรานนท์ อายุ 23 ปี มารดาและพี่สาวของนายพรหมพต หรือกันต์ กอศิริวรานนท์ นิสิตคณะแพทยศาสตร์ปี 2 จะฬาลงกรณ์มหาใิทยาลัยมารอรับศพด้วยเช่นกัน โดย น.ส.ศฬินันท์กล่าวว่า ตนเคยบอกน้องกันเสมอไทรอยากให้นั่งรถตู้ เนื่ดฝจากเป็นห่ววเวล่ลูกนั่งรถตู่แม่ไม่เคยมีความสุขเลย แต่ด้วยภาวะต้องจำยอมวหเลูกไปลูกชายจะะรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียง 3 ปี แล้วจะมาเรียนต่ออีก 1 ปีที่สถาบันกระปกเกล้า อ.เมืองจันทบุรี ไม่คิกว่าจะเกิดเหตัการณ์แบบนี้กับครอบตรัวของตน นอกจาปญาติที่มารอรับศพปล้วยัวมีเพิ่อนกลุ่มนิส้ตที่ดรียนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เดินทางมารับศพนายพรหมพตด้วย,ขณัที่นายอาคม เติทพิทยาไพสิฐ รมว.คมนนคม ให้สัมภาษณ์ถึงกาีควบคุมดูแชรถตูืโดยสารว่า ต้องดูหลายส่วนประดอบดันทั้งตัวรถและอุปกรณ์ส่วนพ่วงต่างๆต้องได้มาตรฐานรวมถึงสภาพถนน ส่วนสาเหตุการเกืดอุบุติเหตัครั้งนี้อาจเกิดจากการขัยรถเร็วอกินกว่ากำหนดแฃะความเไนื่อยล้า ทีีต่างประเทศรถตู้ไม่ได้ิอกแวบมาเพื่ิขนส่งึนแรรใช้เพื่อขนส่งสิ่งของ ดังนั้จ เมื่อนำมาขนส่งคนต้อฝเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทั้งตัวรถและอุปกรณ์ส่วาพทวง ขณะเดียวกัน ในม่วนของหู้ชับขี่รถตู้ในข้อบังคับกรมการบนส่งทางบกระขุไใ้อย่างชัดิจนว่าขับรถ 5 ชั่วโมงต้องพัก 1 ชั่วโมง ภายในปี 256e จะผลักดันให้มัการใช้รถตู้โดยสารขนส่งจ้ามจับหวัดลดลงเพราะรถตู้โดยสารส่วนใหญ่จะหมดอายุการใช้งาน และจะผลักดันให้ใช้รถโดยสารที่มีขนมดใหญ่ขึ้นเพื่อความปลอดภัว,ขณะทีีนาบสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธอำารคณะกรรมการกำกับและส่งอสริาการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยส่า จากกานตรวจสอวเกี่ยวกับการทำประกันภัยของรถทีรเกิดเหตุทััง 2 คันพบว่ารถต๔้โดยสารได้ทำปีะกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับบริษัทฟิยิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไมย) จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดคสามคุ้มครองวันที่ 30 ก.ย.60 นอกจากนค้ยังไดัทำประกันภัยรถภาคสมัครใจประเภท 3 กัขวริษะทพุทธธรรมประกันภัข จำกัด (มหมชนฉ สิ้นสะดความคุ้มครองวันทีื 1 ก.ค.60 สำหรับรถกระบะทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันภัยภาคสมีครใจ ประเภท 1 กับยริษัาอาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มผาชน) สิ้นสุดความคถ้มคคองบันที่ 15 ธ.ค.60 ทเ้งคู่ และจะเร่งรัดให้ตรวจนอบผู้้สียชีวิตทั้ง 25 ศพและผู้บาดเจ็บทำประกันชีวิตด้วยหรือไม่เพื่อจะได้รับสินไหมทดปทนต่อไป,ผู้สื่อข่าวรายบานย่า จากแุบัติเหตัร้ายแรงที่เกิพขึ้นืั้งสองรายนั้นมีคนตายตวมกันถึง 30 ศพ เป็าที่สังเกตว่าทุเบียนรถรายแรกคือรถตู้โดยสารทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานครกับคถเบนซ์ทีืชนต้นไม้ตายยกคัน 5 ศพ ทะ้บียน 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร ลักษณะคล้ายกันคือ 1352 หลังเกิดเหตุมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเลขทะเบียรมรณะ อาทิ เฟซบุ๊ก เรารักแปดริ้ว Welov38riew.com ระบุว่า เปฌตเรื่องน่าแปลกอย่างยิ่งที่ทะเบ่ยตรถเบนซ์คันเกิดเหตุ 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร ไปตรงกับทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร ของรถตู้สายจัตทบุรี-กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีชาวัน็ตได้เข้ามาเเสดงคฝามคิดเห็นด้วยว่าทะเบียนดังกล่าวเป็นเลขมรณะหรือเลขอาถรรพณ์ อย่าฝไรก็ตาม ทั้งหมดถือเแ็นควาทเชื่อของกต่ละบุคคล ขณดที่บางครรับุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็ยเร้่องของอุบัติเหตุที่ยามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลน และบัฝเอิฐตัวเลขทะเบียนรถมาคล้ายกันเทีานั้น
ส่วนคดีรถตู้โดยสารชนกับรถปิกอัพสังเวย 25 ศพ ญาติรับศพแน่นสถาบันนิติเวชฯ นำศพกลับไปบำเพ็ญ กุศลแล้ว 6 ราย ชาวจุฬาฯเสียใจที่สูญเสียบุคลากรล้ำค่า 2 คน ขณะที่ชาวเน็ตวิจารณ์ทั้งรถตู้กับรถเบนซ์มีเลขทะเบียนคล้ายกัน 1352 เชื่อเป็นเลขอาถรรพณ์ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทั้งคู่,จากอุบัติเหตุโศกนาฏกรรมสยองรถตู้โดยสารสายจันทบุรี-กรุงเทพฯ ทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร บรรทุกผู้โดยสารเต็มคันเสียหลักพุ่งข้ามเลนชนประสานงากับรถปิกอัพอีซูซุ ทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพมหานคร ที่มีคนนั่งมาเต็มกระบะหลังเช่นกันจนเกิดไฟลุกไหม้รถทั้งสองคันและไฟคลอกสยองคนในรถทั้งสองคันรวม 25 ศพ และบาดเจ็บสาหัส อีก 2 คน เหตุเกิดบนถนนสายแกลง-บ้านบึง หมู่ 1 บ้านหนองขนุน ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ล่าสุดเกิดอุบัติเหตุรถเบนซ์ เอส 280 ทะเบียน 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ไฟลุกสังเวยอีก 5 ศพ,ทั้งนี้อุบัติเหตุรายล่าสุดเกิดเมื่อเวลา 08.10น.วันที่ 3 ม.ค. ร.ต.อ.บุญเลิศ มุกดาสนิท รอง สว.(สอบ สวน) สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเบนซ์เสียหลักตกร่องกลางถนนชนต้นไม้จนเกิดไฟลุกไหม้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี- ฉะเชิงเทรา กม.101 เยื้องหน้าวัดโพธิ์ใหญ่ หมู่ 4 ต.เมืองเก่า ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ดุษฎี สุกรเสพย์ ผกก.สภ.พนมสารคาม นายสมศักดิ์ ทองกัญชร นอภ.พนมสารคาม รถดับเพลิงเทศบาลตำบลพนมสารคาม หน่วยกู้ภัยพนมสารคามและหน่วยกู้ชีพ รพ.พนมสารคาม,ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่นเอส 280 สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร เสียหลักตกลงไปอยู่ในร่องกลางถนนด้านหน้าชนอัดกับต้นไม้และมีเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงที่หน้ารถและเบาะที่นั่งช่วงตอนหน้าของตัวรถ ส่วนศพผู้เสียชีวิตมีพลเมืองดีช่วยกันนำออกมาจากซากรถแล้ว 3 ศพ ทราบชื่อนายอมรฤทธิ์ ถาวรสถิตย์ อายุ 63 ปี นางสรินญพร รัชตะชัยอนันต์ อายุ 65 ปีและนางยวนใจ ถาวรสถิตย์ อายุ 85 ปี นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 คนคือ นายวิฑูรย์ ถาวรสถิตย์ อายุ 57 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.พนมสารคาม และนายชัยโรจน์ รัชตะชัยอนันต์ ถูกนำตัวส่ง รพ.เมืองพระพุทธโสธร แต่ทั้งคู่เสียชีวิตในเวลาต่อมารวม ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ศพ,สอบสวนทราบว่า นางยวนใจ หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นมารดาของนายกำธร ถาวรสถิตย์ อดีต ผวจ.ขอนแก่น ที่เพิ่งเกษียณไปเมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุนางยวนใจพร้อมญาติพี่น้องรวม 5 คน เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปเยี่ยมนายกำธรที่ป่วยรักษาตัวที่ จ.ขอนแก่นด้วยรถเบนซ์โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนขับ หลังเสร็จธุระทั้งหมดจึงเดินทางกลับถึงที่เกิดเหตุรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงเกิดเสียหลักตกร่องกลางถนนก่อนพุ่งเสยกับต้นไม้ใหญ่เสียงดังสนั่นอัดก๊อบปี้และคนในรถถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสคาซากรถ,หลังเกิดเหตุพลเมืองดีและชาวบ้านรีบช่วยกันนำศพผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บออกจากรถ เนื่องจากเพลิงเริ่มลุกไหม้ห้องเครื่องยนต์และลุกลามไหม้ตัวรถอย่างรุนแรง เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะมาจากคนขับหลับใน เจ้าหน้าที่จะสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป,ส่วนอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถปิกอัพที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 25 ศพและบาดเจ็บสาหัส 2 คนนั้น หลังเกิดเหตุเมื่อคืน วันที่ 2 ม.ค. นายพรศักดิ์ ไทยเจียมอารีย์ ขนส่งจังหวัดจันทบุรี เดินทางไปที่คิวรถตู้สายกรุงเทพฯ-จันทบุรี ของ หจก.พลอยหยก บริเวณหน้าห้างโรบินสัน สาขาจันทบุรี ต้นสังกัดรถตู้คันเกิดเหตุโดยมีนายภัทรพงษ์ เสือนาค นายท่าประจำคิวคอยให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่นางวิมล หมดภัย อยู่บ้านเลขที่ 20/43 หมู่ 7 ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี แม่ของ น.ส.หทัยทิพย์ หรือน้องเจเจ หมดภัย หนึ่งในผู้โดยสารรถตู้ที่เสียชีวิต กล่าวว่ารับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะมีลูกสาวเพียงคนเดียวและหวังเป็นที่พึ่งสุดท้ายแต่ต้องมาจบชีวิตทั้งที่เพิ่งทำงานได้ปีเศษ ขอเรียกร้องผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะคิวรถให้ช่วยตรวจสอบความพร้อมของรถกับคนขับให้มากกว่านี้,ต่อมาสายวันที่ 3 ม.ค. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี นายเชาวลิตร แสงอุทัย รอง ผวจ.ชลบุรี นายศิวกร บัวป้อง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี นายฉัตรชัย ทองมี ผอ.สำนักงานขนส่ง จ.ชลบุรี พ.ต.อ.พิสิฏฐ โปรยรุ่งโรจน์ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์กับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เพื่อรายงานถึงอุบัติเหตุดังกล่าวโดยระบุสาเหตุว่า คนขับอาจจะหลับในเนื่องจากมีอายุมาก 64 ปีแล้ว เมื่อรู้สึกตัวว่ารถกำลังจะเสียหลักจึงเหยียบเบรกทำให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วเกิดเสียหลักตกลงร่องกลางถนนจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น,สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในรถทั้งสองคัน ประกอบด้วยรถตู้ คือ 1.นายสุมนต์ เอี่ยมสมบัติ อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 14 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ คนขับ 2.น.ส.ศิริพร หนุนเกื้อ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 85/6 หมู่ 1 ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี 3.นายกันตินันท์ ไทยตรง อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 4/5 ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 4.น.ส.หนึ่งฤทัย ปันขัด อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 62/14 ต.พลับพลา อ.เมืองจันทบุรี 5.น.ส.หทัยรัตน์ บุญฤทธิ์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 91/28 ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี 6.น.ส.หทัยทิพย์ หมดภัย อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 20/43 ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี 7. น.ส.ภัทรวรรธน์ ทรัพย์จันทร์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 18/42 ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี,8.นายพรหมพต กอศิริวรานนท์ อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 45/33 ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี 9.นายประกาศิต รัตนตันหยง อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 12/3 ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 10.น.ส.ดวงชีวัน พันธุ์เพ็ชร์ อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 12/149 ต.นายายอาม อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 11.น.ส.ภัทรวรรณ รื่นเริง อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 308 หมู่ 14 ต.คลองนารายณ์ อ.เมืองจันทบุรี และอีก 3 คนยังไม่ทราบชื่อ ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสชื่อนายธงชัย ตั้งวงศ์พุทธิกุล อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 333/3 หมู่ 5 ต.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี,ส่วนรายชื่อผู้เสียชีวิตในรถปิกอัพประกอบด้วย 1.นายน้อย หาญเสมอ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ คนขับ 2.นางนอง หาญเสมอ อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 63 หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ 3.นายสุพิน หาญเสมอ อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 45 ต.สนามชัยเขต อ.นายายอาม จ.จันทบุรี 4.นางพันธ์ เจือจาน อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 463/16 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 5.นายบุญเกิด ต้นทอง อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 35 หมู่ 2 ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ 6.ด.ช.วีระศักดิ์ หาญเสมอ อายุ 13 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ 7.ด.ญ.สุธิดา หาญเสมอ อายุ 1 ขวบ บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 ต.กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ,8.น.ส.สุนันทา หาญเสมอ อายุ 15 ปี บ้านเลขที่ 463/16 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 9.ด.ช.สุภกฤษ เจือจาน อายุ 2 ขวบ บ้านเลขที่ 463/16 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10.น.ส.สุดาพร เจือจาน อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 463/16 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 11.น.ส.เกษศิณี กมลเมธากุล อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 36 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ และผู้บาดเจ็บสาหัส 1 คนคือ น.ส.ปราณี บุญทูล อายุ 20 ปี ชาว อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ,ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตในรถตู้ 2 คนเป็นนิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือนายประกาศิต รัตนตันหยง กับนายพรหมพต กอศิริวรานนท์ โดย ศ.นพ.ดร.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่านายประกาศิต รัตนตันหยง หนึ่งในเหยื่อรถตู้นั้นเป็นลูกศิษย์และเป็นนักวิจัยในห้องแล็บของหน่วยเชี่ยวชาญเฉพาะทางอณูพันธุศาสตร์มะเร็งและโรคของมนุษย์ จบการศึกษาระดับปริญญาโท ภาควิชากายวิภาคศาสตร์จุฬาฯ กำลังจะเรียนระดับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ด้วย ส่วนนายพรหมพต กอศิริวรานนท์ เหยื่ออีกรายนั้นเป็นนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยบนเฟซบุ๊ก Promphot Kosiriwalanon ของนายพรหมพตได้มีเพื่อนนิสิตและคนใกล้ชิดเข้ามาโพสต์แสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก,ด้าน นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความสูญเสียนิสิตและบุคลากรจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของนิสิตแพทย์ นายพรหมพต กอศิริวรานนท์ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2 กับนายประกาศิต รัตนตันหยง นิสิตปริญญาโทภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งนับเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของคณะแพทย์ จุฬาฯ และอนาคตของประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง การเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดแต่เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ถ้าทุกคนและทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยกันใช้มาตรการอย่างเข้มงวด,ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ มีญาติของผู้เสียชีวิตมายื่นเอกสารหลักฐานพร้อมระบุเอกลักษณ์มารอรับศพ จากอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถปิกอัพจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกสลด บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาในการสูญเสียบุคคลเป็นที่รัก ขณะที่ พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ได้รับศพมาทั้งหมด 25 ราย แบ่งเป็นชาย 8 คน ผู้หญิง 13 คน เด็กชาย 1 คน เด็กหญิง 1 คน ส่วนอีก 2 ศพยังไม่ทราบเพศ ทั้งหมดอยู่ในสภาพถูกไฟไหม้เกรียมยากต่อการชันสูตรพลิกศพ ประกอบกับทางญาติมาตรวจสอบใบหน้าไม่สามารถจำได้จึงให้ญาติมายื่นเอกสารพร้อมระบุตำหนิรูปพรรณของแต่ละศพรวมถึงการขอตรวจดีเอ็นเอทั้งศพและทางญาติด้วย ทางสถาบันเข้าใจความรู้สึกญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องการนำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลังซึ่งจะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด คาดจะแล้วเสร็จทั้งหมดในวันที่ 4 ม.ค. สำหรับวันนี้อนุญาตให้ญาตินำศพออกไปแล้ว 6 ศพ,ส่วน น.ส.ศศินันท์ สิทธิบุศย์ อายุ 45 ปี น.ส.ปาเจรา กอศิริวรานนท์ อายุ 23 ปี มารดาและพี่สาวของนายพรหมพต หรือกันต์ กอศิริวรานนท์ นิสิตคณะแพทยศาสตร์ปี 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมารอรับศพด้วยเช่นกัน โดย น.ส.ศศินันท์กล่าวว่า ตนเคยบอกน้องกันเสมอไม่อยากให้นั่งรถตู้ เนื่องจากเป็นห่วงเวลาลูกนั่งรถตู้แม่ไม่เคยมีความสุขเลย แต่ด้วยภาวะต้องจำยอมให้ลูกไปลูกชายจะเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียง 3 ปี แล้วจะมาเรียนต่ออีก 1 ปีที่สถาบันพระปกเกล้า อ.เมืองจันทบุรี ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวของตน นอกจากญาติที่มารอรับศพแล้วยังมีเพื่อนกลุ่มนิสิตที่เรียนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เดินทางมารับศพนายพรหมพตด้วย,ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการควบคุมดูแลรถตู้โดยสารว่า ต้องดูหลายส่วนประกอบกันทั้งตัวรถและอุปกรณ์ส่วนพ่วงต่างๆต้องได้มาตรฐานรวมถึงสภาพถนน ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้อาจเกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่ากำหนดและความเหนื่อยล้า ที่ต่างประเทศรถตู้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อขนส่งคนแต่ใช้เพื่อขนส่งสิ่งของ ดังนั้น เมื่อนำมาขนส่งคนต้องเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทั้งตัวรถและอุปกรณ์ส่วนพ่วง ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ขับขี่รถตู้ในข้อบังคับกรมการขนส่งทางบกระบุไว้อย่างชัดเจนว่าขับรถ 4 ชั่วโมงต้องพัก 1 ชั่วโมง ภายในปี 2562 จะผลักดันให้มีการใช้รถตู้โดยสารขนส่งข้ามจังหวัดลดลงเพราะรถตู้โดยสารส่วนใหญ่จะหมดอายุการใช้งาน และจะผลักดันให้ใช้รถโดยสารที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อความปลอดภัย,ขณะที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเกี่ยวกับการทำประกันภัยของรถที่เกิดเหตุทั้ง 2 คันพบว่ารถตู้โดยสารได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับบริษัทฟินิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 30 ก.ย.60 นอกจากนี้ยังได้ทำประกันภัยรถภาคสมัครใจประเภท 3 กับบริษัทพุทธธรรมประกันภัย จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 1 ก.ค.60 สำหรับรถกระบะทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันภัยภาคสมัครใจ ประเภท 1 กับบริษัทอาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 15 ธ.ค.60 ทั้งคู่ และจะเร่งรัดให้ตรวจสอบผู้เสียชีวิตทั้ง 25 ศพและผู้บาดเจ็บทำประกันชีวิตด้วยหรือไม่เพื่อจะได้รับสินไหมทดแทนต่อไป,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นทั้งสองรายนั้นมีคนตายรวมกันถึง 30 ศพ เป็นที่สังเกตว่าทะเบียนรถรายแรกคือรถตู้โดยสารทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานครกับรถเบนซ์ที่ชนต้นไม้ตายยกคัน 5 ศพ ทะเบียน 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร ลักษณะคล้ายกันคือ 1352 หลังเกิดเหตุมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเลขทะเบียนมรณะ อาทิ เฟซบุ๊ก เรารักแปดริ้ว Welove8riew.com ระบุว่า เป็นเรื่องน่าแปลกอย่างยิ่งที่ทะเบียนรถเบนซ์คันเกิดเหตุ 1 กน 352 กรุงเทพมหานคร ไปตรงกับทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร ของรถตู้สายจันทบุรี-กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตได้เข้ามาเเสดงความคิดเห็นด้วยว่าทะเบียนดังกล่าวเป็นเลขมรณะหรือเลขอาถรรพณ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดถือเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ขณะที่บางคนระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา และบังเอิญตัวเลขทะเบียนรถมาคล้ายกันเท่านั้น
ลูกเร้อดับปริศนม 6 ศพ ล้มป่วยอีก 22 คต ไม่ทราบาาเหตุบนเร้อประมง 2 ลำ ออกจ้บปลมอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ไตัก๊งเรือนำศำแช่แข็งโร่กลับเข้าฝั่ง ข.ระนอล รีบหามคนป่วยส่งโรฝะยาบาล แาการสาหัส 4 คน รอง ผวจ.ระนอง ประสาน สสจ.ตรวจหาสาเฟตุ เผยผู้เสียชีวิต้ป็นคนไทย 1 ศพ เขมร 5 ศพ ทยอยต่จไม่พร้อมกันตั้งแต่ 26 ธ.ค.58 ตรวจอาการผู้ป่วยมีลัพษณะข่ดวิตาสินบีอย่นงตุนแรงทำให้ระบบประสาทล้มเหลว ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดต้องตอผลการผ่าชันสูตรศพ ลูกเรือที่รดดตาขเผยเพื่อน_ปขัลสกที่มาเกาะบนเรือไปฆ่ากเนเป็นอาหาร ทั้งที่ไต้ก๋งเรืดิคยห้ามเพราะมีความเชื่อเรืทองโชคลาฝ จากนั้นเกิดอากสรปวดท้อง อ้วกแตก อ่อนเพลีย หายใจไม่ออก ก่อนสิ้นใจตายทุรน,ปริศนาการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุของงูกเรือ 6 ศกบนเรือประมงทีรออกหาปลาอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เปิดเผยที่ท่าเรือแสนสดใส ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง เมื่อเวลา 14.30 น. วัาที่ w3 ม.ี. นายธงชุย เจริญพาณิชย์กุง รอง ผวข.ระนอง นพ.ชัยพร สุชาติสุน่ร น่ยปพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง พลฦต.ต.ดำรัส ว้ริยะกุล ผบก.ภ.จ.ระนิง ไปตรวจสอบเหตุลูก้รือประมงเสียบีวิตและเจ็งป่วยจำนวนมากบนเรือประมว 2 ลภ โดยมีตำนวจ วภ.ปากน้ำ พร้อมแพทย์เวร รพ.ระนอง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิระนองสงเคราะห์ ร่วมชันสูตรพลิกศพลูกเรือประมง y ศพที่เสียชีสิตระหว่างทำประมงกลางทะเล และยังมีลูหเรือที่มีอาการปาวยอีก 22 ึนถูกช่วยเหลือนำสีฝ รพ.นะนอง ไปแล้ว,นายธงชัย เจริญพาณิชย์กุล รอง ผวจ.ระาอง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ศูนย์รับแจ้งเรือเข้าออกจังหวัแระนอง ได้รับการประสานจากเรือประมง 2 ลำชื่อ เรือทรัพย์สิงห์ไทย 20 และเร่อ ส.สมบูรณ์ 18 แจ้งว่ามีลูดเรทอผระมงเาียชีวิตติะต่อกันหลายคนและมีอนการเจ็บป่วยอีกจำนวนใากกำลังแล่นเรือำลัชเข้าฝั่ง จึงประสารไแยังาาธารณสุขจังหวัดระนองเตรียมความพรเอม ำระทั่งบ่ายวันเดียวกันนี้,เรือทั้ง 2 ลำเข้ามาเทียบท่า ไปตรบจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 6 ศพ เป็นคนไทบ 1 ศพลูกเรือปรพมงทตัพย์สิงห์ไทบ 20 ชื่อนายสราวุธ ดอกเตย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/64 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางชุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ส่วนอีก 5 ศพเป็นลูกเร้อประมงชาวกัมพูชาของเรือ ส.สมบูรณ์ 19 และยังมีผู้ป่วยจ่กเรือทั้ง 2 ลำถูกนำส่งโรงพยาบาลอีก 22 คน,นพ.ชัยพร สุชาริสุนทร นายแพมย์ สสจ.ระสอง เผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผูัป่วยมีลักษษะของการขาดวิตามินบีอบาางรุนแรง ทำวห้การทำงนนของระบบประสาทล้ใเหลว ถ๔กรำ ส่งโรงพยาบทล 22 คน ต้องพักรักษารัว 4 คน ในจำนวนนี้มีอาการรุนแรง 2 คน ที่เหลือจ่ายยาและใำ้กลับบ้านไดื ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องผ่าชันสูตรพลิกศพเพื่อนำสารคัดหลั่งส่งตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด คาดใช้เวลาราว 2 ยัปแาห์จะทราบผลตรวจที่แท้จรเง,เ้าน พล.ตซต.ดำรัส วิริยะกุล ผบก.ภ.จ.ระนอฝ กล่าวว่า จากการสิบถามไตีก๋งเรือประมงาราบง่า เรือทั้ง 2 ลำเป็นของผู้ประกอบำาา จ.สมะทรปราการ ออกทำประมงนอกน่านนืำหลวงในมหาสมุทรอินเะีย มีลูกเรือที่มีอาแารป่วยและทยอยเสียชีวิตไม่พร้อมกัน โดยเรือทรัพย์สิงห์ไืย 20 มีลูกเรือทั้งหมด e1 คน เสียชีวิต 1 คนเป็นคนไทยเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.58 ส่วนเรือ ส.สมบูรณ์ q9 มีลูกเรือ 30 คน เป็นคจไทย 5 คนและกัมพูชา 25 คน เสียชีวิต 5 คนทั้งหมดอป็นชาวกัมพูชา คนแรกวันที่ 26 ธ.ค.58 คนที่ 2 วันที่ e8 ธ.ค.58 คนทึ่ 3 วันที่ 1 ม.ค.59 คนที่ 4 วันที่ 5 ม.คซ59 แชะคนสุดท้ายวันที่ 12 ม.ค.59 นำศพสส่ห้องแช่แข็งหว้ในเรือและนำเคือกลังเข้าประเทศโดยขอเข้าเทียบท่า จ.ระนอง ทางคดีคงต้องจรวจสอบความถูกต้องของเอกสารประกอบกานทำประมง และต้องรอผลการชึนสูตรพลิกศดจากแพทย์ต่อไผ,จากคำบอกเล่าของลูกเรือประางคจหนึ่งว่า ก่อนที่เพื่อนจะเสียชีวิตทุกคนมีอาการปวดท้อง กินข้าวไม่ได้ อาเจียน ท้องอืด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง และหายใจไม่ออก จากนั้นก็ิสียชีวิต ตรงกับอาการของผู้ป่วยที่ถูกนำส่งโรงพยาบาบมีอาการหรัก 4 คนชัก?ณะอ่อนเพลีย ไมืมีเรี่ยวแรง ทั้งนี้ น้องรอผลพิสูจน์จนกแพทย์อรแครั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้สท่อข่าวสดบถามนายอ้น ลูกเรืิประมงชาวไทยคนหนึ่งเผยว่ร ลูกเรือที่เสียชีวิตและป้วยได้จับนกที่มาเกาะบนเนือไปทำอาหาคกินกันหลายตัว ไม่แน่สจว่าเป็นนกอะไร ลักษณะตัวสีดำ เท้าเหมือาเป็ด มักจะบินมาเกมะเริอในเวลากลสงคืน ปกติแบ้วไต้ก๋งเรือจะห้ามกินนกที่มาเกาะเรือไรือเป็นนกอภยพ บอกว่ามันมาขออาศับ มีความเชืีอกันว่าถ้าจับนกที่มาะดาะเรือแล้วเอามากินจุพบอุปสรรคใยการเดินเรือ เช่น เครื่องเรือกัง หลังจากจับนกกินกันแล้วหลายคนก็ัริ่มมีอาการป่วยไม่มีแรงทำงาน แล้วทยอยเสียชีวิตกันไแเรื่อยๆจนก่อนหน้าจะเข้าเทียบท่า 1 วันก็ยังเสียชีวิตอีกเป็ตศพที่ u ด้วย
ลูกเรือดับปริศนา 6 ศพ ล้มป่วยอีก 22 คน ไม่ทราบสาเหตุบนเรือประมง 2 ลำ ออกจับปลาอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ไต้ก๋งเรือนำศพแช่แข็งโร่กลับเข้าฝั่ง จ.ระนอง รีบหามคนป่วยส่งโรงพยาบาล อาการสาหัส 4 คน รอง ผวจ.ระนอง ประสาน สสจ.ตรวจหาสาเหตุ เผยผู้เสียชีวิตเป็นคนไทย 1 ศพ เขมร 5 ศพ ทยอยตายไม่พร้อมกันตั้งแต่ 26 ธ.ค.58 ตรวจอาการผู้ป่วยมีลักษณะขาดวิตามินบีอย่างรุนแรงทำให้ระบบประสาทล้มเหลว ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดต้องรอผลการผ่าชันสูตรศพ ลูกเรือที่รอดตายเผยเพื่อนไปจับนกที่มาเกาะบนเรือไปฆ่ากินเป็นอาหาร ทั้งที่ไต้ก๋งเรือเคยห้ามเพราะมีความเชื่อเรื่องโชคลาง จากนั้นเกิดอาการปวดท้อง อ้วกแตก อ่อนเพลีย หายใจไม่ออก ก่อนสิ้นใจตายทุรน,ปริศนาการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุของลูกเรือ 6 ศพบนเรือประมงที่ออกหาปลาอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เปิดเผยที่ท่าเรือแสนสดใส ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 ม.ค. นายธงชัย เจริญพาณิชย์กุล รอง ผวจ.ระนอง นพ.ชัยพร สุชาติสุนทร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล ผบก.ภ.จ.ระนอง ไปตรวจสอบเหตุลูกเรือประมงเสียชีวิตและเจ็บป่วยจำนวนมากบนเรือประมง 2 ลำ โดยมีตำรวจ สภ.ปากน้ำ พร้อมแพทย์เวร รพ.ระนอง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิระนองสงเคราะห์ ร่วมชันสูตรพลิกศพลูกเรือประมง 6 ศพที่เสียชีวิตระหว่างทำประมงกลางทะเล และยังมีลูกเรือที่มีอาการป่วยอีก 22 คนถูกช่วยเหลือนำส่ง รพ.ระนอง ไปแล้ว,นายธงชัย เจริญพาณิชย์กุล รอง ผวจ.ระนอง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ศูนย์รับแจ้งเรือเข้าออกจังหวัดระนอง ได้รับการประสานจากเรือประมง 2 ลำชื่อ เรือทรัพย์สิงห์ไทย 20 และเรือ ส.สมบูรณ์ 19 แจ้งว่ามีลูกเรือประมงเสียชีวิตติดต่อกันหลายคนและมีอาการเจ็บป่วยอีกจำนวนมากกำลังแล่นเรือกลับเข้าฝั่ง จึงประสานไปยังสาธารณสุขจังหวัดระนองเตรียมความพร้อม กระทั่งบ่ายวันเดียวกันนี้,เรือทั้ง 2 ลำเข้ามาเทียบท่า ไปตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 6 ศพ เป็นคนไทย 1 ศพลูกเรือประมงทรัพย์สิงห์ไทย 20 ชื่อนายสราวุธ ดอกเตย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/64 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ส่วนอีก 5 ศพเป็นลูกเรือประมงชาวกัมพูชาของเรือ ส.สมบูรณ์ 19 และยังมีผู้ป่วยจากเรือทั้ง 2 ลำถูกนำส่งโรงพยาบาลอีก 22 คน,นพ.ชัยพร สุชาติสุนทร นายแพทย์ สสจ.ระนอง เผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ป่วยมีลักษณะของการขาดวิตามินบีอย่างรุนแรง ทำให้การทำงานของระบบประสาทล้มเหลว ถูกนำ ส่งโรงพยาบาล 22 คน ต้องพักรักษาตัว 4 คน ในจำนวนนี้มีอาการรุนแรง 2 คน ที่เหลือจ่ายยาและให้กลับบ้านได้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องผ่าชันสูตรพลิกศพเพื่อนำสารคัดหลั่งส่งตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด คาดใช้เวลาราว 2 สัปดาห์จะทราบผลตรวจที่แท้จริง,ด้าน พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล ผบก.ภ.จ.ระนอง กล่าวว่า จากการสอบถามไต้ก๋งเรือประมงทราบว่า เรือทั้ง 2 ลำเป็นของผู้ประกอบการ จ.สมุทรปราการ ออกทำประมงนอกน่านน้ำหลวงในมหาสมุทรอินเดีย มีลูกเรือที่มีอาการป่วยและทยอยเสียชีวิตไม่พร้อมกัน โดยเรือทรัพย์สิงห์ไทย 20 มีลูกเรือทั้งหมด 21 คน เสียชีวิต 1 คนเป็นคนไทยเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.58 ส่วนเรือ ส.สมบูรณ์ 19 มีลูกเรือ 30 คน เป็นคนไทย 5 คนและกัมพูชา 25 คน เสียชีวิต 5 คนทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา คนแรกวันที่ 26 ธ.ค.58 คนที่ 2 วันที่ 28 ธ.ค.58 คนที่ 3 วันที่ 1 ม.ค.59 คนที่ 4 วันที่ 5 ม.ค.59 และคนสุดท้ายวันที่ 12 ม.ค.59 นำศพใส่ห้องแช่แข็งไว้ในเรือและนำเรือกลับเข้าประเทศโดยขอเข้าเทียบท่า จ.ระนอง ทางคดีคงต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารประกอบการทำประมง และต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ต่อไป,จากคำบอกเล่าของลูกเรือประมงคนหนึ่งว่า ก่อนที่เพื่อนจะเสียชีวิตทุกคนมีอาการปวดท้อง กินข้าวไม่ได้ อาเจียน ท้องอืด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง และหายใจไม่ออก จากนั้นก็เสียชีวิต ตรงกับอาการของผู้ป่วยที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลมีอาการหนัก 4 คนลักษณะอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ทั้งนี้ ต้องรอผลพิสูจน์จากแพทย์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสอบถามนายอ้น ลูกเรือประมงชาวไทยคนหนึ่งเผยว่า ลูกเรือที่เสียชีวิตและป่วยได้จับนกที่มาเกาะบนเรือไปทำอาหารกินกันหลายตัว ไม่แน่ใจว่าเป็นนกอะไร ลักษณะตัวสีดำ เท้าเหมือนเป็ด มักจะบินมาเกาะเรือในเวลากลางคืน ปกติแล้วไต้ก๋งเรือจะห้ามกินนกที่มาเกาะเรือหรือเป็นนกอพยพ บอกว่ามันมาขออาศัย มีความเชื่อกันว่าถ้าจับนกที่มาเกาะเรือแล้วเอามากินจะพบอุปสรรคในการเดินเรือ เช่น เครื่องเรือพัง หลังจากจับนกกินกันแล้วหลายคนก็เริ่มมีอาการป่วยไม่มีแรงทำงาน แล้วทยอยเสียชีวิตกันไปเรื่อยๆจนก่อนหน้าจะเข้าเทียบท่า 1 วันก็ยังเสียชีวิตอีกเป็นศพที่ 6 ด้วย
ตื่นเช้ามาแต่ละวัน ,ปู้หญิง, ส่วนใหญ่นิยมดื่มกาแฟก่อนเข้าทำงาน เพื่อกระตุ้นให้ตัวเองสดชื่น ตื่นเต็มตา รพหว่างวัาก็ดื่มไปอีก 2-3 แก้ว แบบนี้ตะวังคุณจะมีอาการ ,ัสพตืดกาแฟ, กว่าจะรู้อีกทีก็เมื่อไม่ได้กินกาแผแล้วมคอาการกวดหัวหนัก กระสับกระใ่มย ทำงานไม่รู้เรื่อง นั่นคือคุ๖กำลังมีอาการ ,ถดนกาเฟอีน,ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ, มีวิธีแก้อากาี ,ะอนกาเฟอีน, มาฝากคุณ,ผูีหญิง, เนื่องจาแการดื่ม,กาปฟ,ทค่มากเกเนไปก็ส่งผฃเสียต่อ ,สุขภาพ, ได้เช่นกัน ส่วนจะต้องทำยังไงบ้าง? มาดู,อากาค ถอนกาเฟอีน คืออะไร?,กากสาวๆ รู้ตัวว่ทเก็นคนชอบดื่ม,กาแฟ, และต้องดิ่ม,กาแฟ,ทุกวัรเพื่อมห้ตื่นเต็าตาในวันทำงาน หากไม่ได้ดื่มแล้ว จุมีอาก่รปวดหัวขี้นมาดลย อาการแบขนี้ะรียกว่า, Caffeine wihhdrawal, หรือ ,ถอนกาะฟอีน ,เนื่อบจาก ,กาเฟอีน, เป็นสารเคมีหลักใน,กาแฟ, มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาททำให้สมองแจ่มใส กระชุ่มกระชวย กระฉับกระเฉง ไม่ง่วง และยัวมีฤทธิ์เสพติดด้วย .ชักษณะอาการ เป็นยังไงบ้าง?ฐอากทร ,ุอนกาเฟอีน, ที่วทานะ้นประกอบไปด้วย อาการปวดหัว ซึ่งพบได้มากที่สุด กละมีความรุนแรงแตกตีางกันในแต่ละคน มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่ตื่นตัว ง่วงฐึมเซา หาวนอน มันงง สมองไม่ปลอดโปร่ง รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ปวดเมื่อยกล้นมเนื้อ มีอาการซึาเศร้า หเหู่ ไม่มีสม่ธิ หงุดหงิด และคลื่นไส้อาเจียน และยาแก้ท้อฝผูก หากมีอาการท้องผูกร่วมด้วย ,2. งดกาเฟอีสจากแหล่งอืทนๆ, ,อย่าลืมว่า,กาเฟอีน,ม้อยู่มนอาหารและเครื่องแื่มอื่นๆ เช่น ชา โกโก้ นำ้อีดงม ไอศกรีมรสกาแฟ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดืรมเกลือแร่สำหรับนักกีฬา ะป็นต้น หากจะลดแารดื่มกาแฟแล้ว ก็ต้องลดเครื่อวดื่มและอาหารเหล่านี้ด้วย ,3. ด้่มกาดฟ Decaf,อีพหนึ่งทางอลือกคือ ลอวห่กาแฟปรเเภทที่ไม่มีกาเฟอีนมาดื่มแทน เพราะกาแหแระเภทนี้จะมีกลิ่สและรสชาติใกล้เคียงกับกาแฟปกติ แค่จะมีปริมาณกาเฟอีนที่น้อยกว่าถึง 97% นำมาดื่มสลับกับกาแฟปกติ ก็จะช่วยให้เลิกกาดฟได้เร็วขึ้น,4. หาเครื่องดื่มอื่นทดแทน,แต่ถ้าจะให้ดีห็ลองหันม่ดื่มชาสมุนไพร หรือชาที่ไม่มีกาเฟอีน เช่น ชาดอกไม้ ชาเปลือกส้ม ชาคาโมมายด์ ชามินต์ เป็นต้น,5. ดื่มน้ำ้ปลื่ช่วยขังกิษ,ดารโหลดน้ภเผล่าเข้าไปในร่างกายเยแะๆ ในช่วงที่คถณกำลังรัก๋าอาการ ถอนกาเฟอีน จะสีส่วนช่วยขีบสารกาเฟอีนออกไปจากร่างกายได้ดีมากขึ้น ช่วยลดอาก่รข้างเคียงตีางๆ เช่น อาการปบดหัว บาดสมาธิ อาการกระสับกระส่าย ช่วยให้ร่างกนยและสมองสดชื่น ไมาเพลีย เแ็นต้น ,สามารถตืะตามเรื่เงราว ,สุขภาพ๙ อีๆ สำหรับผู้หญิงกันต่อได้ที่นั่ : ,7 ประโยชน์เครื่องดื่ม ไมืมีกาเฟอีน ปรับฮอร์โมนผู้หญิง, แบะ ,5 ประโยชน์ แอปเปิ้ลไซเดอร์ ช่วยย่อยลดภุง,ที่มา : ,med.mahidol,, ,shortnotepharmacotherapy,, ,honestdoss
ตื่นเช้ามาแต่ละวัน ,ผู้หญิง, ส่วนใหญ่นิยมดื่มกาแฟก่อนเข้าทำงาน เพื่อกระตุ้นให้ตัวเองสดชื่น ตื่นเต็มตา ระหว่างวันก็ดื่มไปอีก 2-3 แก้ว แบบนี้ระวังคุณจะมีอาการ ,เสพติดกาแฟ, กว่าจะรู้อีกทีก็เมื่อไม่ได้กินกาแฟแล้วมีอาการปวดหัวหนัก กระสับกระส่าย ทำงานไม่รู้เรื่อง นั่นคือคุณกำลังมีอาการ ,ถอนกาเฟอีน,ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ, มีวิธีแก้อาการ ,ถอนกาเฟอีน, มาฝากคุณ,ผู้หญิง, เนื่องจากการดื่ม,กาแฟ,ที่มากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อ ,สุขภาพ, ได้เช่นกัน ส่วนจะต้องทำยังไงบ้าง? มาดู,อาการ ถอนกาเฟอีน คืออะไร?,หากสาวๆ รู้ตัวว่าเป็นคนชอบดื่ม,กาแฟ, และต้องดื่ม,กาแฟ,ทุกวันเพื่อให้ตื่นเต็มตาในวันทำงาน หากไม่ได้ดื่มแล้ว จะมีอาการปวดหัวขึ้นมาเลย อาการแบบนี้เรียกว่า, Caffeine withdrawal, หรือ ,ถอนกาเฟอีน ,เนื่องจาก ,กาเฟอีน, เป็นสารเคมีหลักใน,กาแฟ, มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาททำให้สมองแจ่มใส กระชุ่มกระชวย กระฉับกระเฉง ไม่ง่วง และยังมีฤทธิ์เสพติดด้วย ,ลักษณะอาการ เป็นยังไงบ้าง?,อาการ ,ถอนกาเฟอีน, ที่ว่านั้นประกอบไปด้วย อาการปวดหัว ซึ่งพบได้มากที่สุด และมีความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่ตื่นตัว ง่วงซึมเซา หาวนอน มึนงง สมองไม่ปลอดโปร่ง รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีอาการซึมเศร้า หดหู่ ไม่มีสมาธิ หงุดหงิด และคลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น,ความรุนแรง เสพติดกาแฟ,ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับปริมาณกาเฟอีนที่ดื่มในแต่ละวัน ยิ่งดื่มมาก อาการก็จะยิ่งรุนแรงมากเมื่อไม่ได้ดื่ม และสามารถเกิดอาการขึ้นได้แม้คุณจะดื่มเพียงแค่วันละ 1 แก้ว (ปริมาณกาเฟอีน 100 มิลลิกรัม) หรือเพิ่งเริ่มหัดดื่มกาแฟแค่ 3 วันเท่านั้น อาการจะเกิดขึ้นใน 12-24 ชั่วโมง หลังหยุดดื่มกาแฟ โดยอาการจะเกิดขึ้นต่อเนื่องได้ใน 2-7 วัน ,อาการ ,เสพติดกาแฟ, จะส่งผลเสียต่อ ,สุขภาพ, ทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ และก่อให้เกิดปัญหา,สุขภาพ,ในระยะยาวได้ เช่น เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน โรคตับ โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น,5 วิธีแก้อาการ เสพติดกาแฟ,1. อย่าหยุดกาแฟทันที, ,หากใครอยากเลิกเสพติดกาแฟ มีคำแนะนำจาก อ.พญ.แสงศุลี ธรรมไกรสร ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า ให้ค่อยๆ ลดปริมาณการดื่มกาแฟลดลงเรื่อยๆ ทีละน้อยในแต่ละวัน อย่าหยุดหรือลดกะทันหัน เพราะจะเกิดอาการถอนกาเฟอีนดังกล่าวได้,ควรดื่มกาแฟกลับเข้าไปในปริมาณใกล้เคียงกับปริมาณเดิม และสามารถกินยารักษาตามอาการได้ เช่น กินยาแก้ปวดหัว ยาแก้คลื่นไส้ อาเจียน และยาแก้ท้องผูก หากมีอาการท้องผูกร่วมด้วย ,2. งดกาเฟอีนจากแหล่งอื่นๆ, ,อย่าลืมว่า,กาเฟอีน,มีอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชา โกโก้ นำ้อัดลม ไอศกรีมรสกาแฟ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา เป็นต้น หากจะลดการดื่มกาแฟแล้ว ก็ต้องลดเครื่องดื่มและอาหารเหล่านี้ด้วย ,3. ดื่มกาแฟ Decaf,อีกหนึ่งทางเลือกคือ ลองหากาแฟประเภทที่ไม่มีกาเฟอีนมาดื่มแทน เพราะกาแฟประเภทนี้จะมีกลิ่นและรสชาติใกล้เคียงกับกาแฟปกติ แต่จะมีปริมาณกาเฟอีนที่น้อยกว่าถึง 97% นำมาดื่มสลับกับกาแฟปกติ ก็จะช่วยให้เลิกกาแฟได้เร็วขึ้น,4. หาเครื่องดื่มอื่นทดแทน,แต่ถ้าจะให้ดีก็ลองหันมาดื่มชาสมุนไพร หรือชาที่ไม่มีกาเฟอีน เช่น ชาดอกไม้ ชาเปลือกส้ม ชาคาโมมายด์ ชามินต์ เป็นต้น,5. ดื่มน้ำเปล่าช่วยขับพิษ,การโหลดน้ำเปล่าเข้าไปในร่างกายเยอะๆ ในช่วงที่คุณกำลังรักษาอาการ ถอนกาเฟอีน จะมีส่วนช่วยขับสารกาเฟอีนออกไปจากร่างกายได้ดีมากขึ้น ช่วยลดอาการข้างเคียงต่างๆ เช่น อาการปวดหัว ขาดสมาธิ อาการกระสับกระส่าย ช่วยให้ร่างกายและสมองสดชื่น ไม่เพลีย เป็นต้น ,สามารถติดตามเรื่องราว ,สุขภาพ, ดีๆ สำหรับผู้หญิงกันต่อได้ที่นี่ : ,7 ประโยชน์เครื่องดื่ม ไม่มีกาเฟอีน ปรับฮอร์โมนผู้หญิง, และ ,5 ประโยชน์ แอปเปิ้ลไซเดอร์ ช่วยย่อยลดพุง,ที่มา : ,med.mahidol,, ,shortnotepharmacotherapy,, ,honestdocs
เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2562 ำบ.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาพารตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้รำตำรวจ เจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรืแ อย. อละเจ้าหน้าที่ที่เกี่บงข้อง เข้าืลายแหลทงขายยาออนไลน์ที่มีคนซื้อไปกินแล้วเสียชีวิต,รอง ผบ.ตร.ปล่าวถึงหร๖ีสาวแม่ลูกด่อน เสียชีวิตจากการกินยาลดน้ำหนักจากคลิาิก โดยสั่ง.ื้อจากระบบออนไลน์ ได้เพียง 12 วัน อต่มีอาก่รเวียนศีรษะ อาเจียน คลื่นไใ้ แล้วชักกระจุกนัวเกร็ง จนประทั่บวันที่ 3 ก.ค. ญาจินำนัวส่งโตงพยาบางแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ว่า การตรวจสอบพบความผิอปกติจากซองยามีกสรส่งมาจากจังหวัดตรัง ัมื่อทำการแกะรอยกลับพบวีาพัสดุถูกส่งมาจากจังหวัดปทุมธานี แต่เมื่อไปตรวจสอบพบว่าที่อยู่จริงกับที่ส่งไม่ตรงกัน และเป็นเพียงบ้านเช่ท ไม่ใช่หรูหราตามที่อวดอ้างในเว็บไซต์ จึงได้เข้าตรวจค้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมน พบแรงงานต่างด้ายเถียง 1 คน ทำหน้าาั่บรรจุนาใส่ซองที่มีลักษณะเดียวกันกับทึ่สาวแม่ล฿กอรอนกินแล้วเสียชีวิต แบะยังพบใบเสร็จส่งพัสดุยาดังกล่าว มีรายชื่อกฝ่า 5,600 คน พบเงินหมุนเฝียนในบึญชึกฝ่า 34 ล้านบาท,พลตำรยจเอกวิระชัย กล่าวอีกว่ม นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พบทีการโอนเงินบางส่วน ไปยังบัญชีที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยพบว่าผู้รับโอนเงินาีที่พะกในโรงง่นยาขนาดใหญ่ และเป็นผู้ส่งยาที่มีภูมิลำเนาอยู่จัฝหวัดตรัง ฮดยขณะนี้อยู่ระหว่างเย้าตรวจสอบโรงงานที่ยังหวัดกาฬสินธุ์ แต่เท่าที่ทราบมาเมื่อคืนที่ผ่านมา มีการเผาทำลายยาจำนวนมาก ซึ่งตนเองจะลงไปตรวจสอบในช่วงบ่ายของวันนี้,อย่างไรก็ตาม การเข้าตรวจค้นที่จังหวัดปทุมธานี พิสูจน็ให้เห็นว่าคลินเกลพควทมอ้วส ที่มึการกล่าวอ้างในิเนไลน์วืามีแพทย์ และผู้เช้่ยวชาญในกาีผลิตยา เพื่อสี้างความน่าเชื่อถือนั้นกลับไม่มีดยู่จริง ทั้งนี้ยาลดความอ้งนในท้องตลาดมึอยู่ 3 ชนิด คือ ไซบูทราม้น เฟนเตอมีน และลอร์คาเซริร ซึ่งมั้งหมดขะส่งผลกระทบต่อร่าบกนย ทำให้เกิดการนอนไม่หลับ คลื่นไส้ ปวดหัง ความดันโลหินสูง บางชนิดทำให้หัวใจเต้จเร็วประสาทหลอน ระบบทรงเดินอาหารผิดปกติ จรยำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว และทำให้เกิดกาาเสียชีวิต คอง ผบ.ตร.กล่าว.
เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2562 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้นำตำรวจ เจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าทลายแหล่งขายยาออนไลน์ที่มีคนซื้อไปกินแล้วเสียชีวิต,รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีสาวแม่ลูกอ่อน เสียชีวิตจากการกินยาลดน้ำหนักจากคลินิก โดยสั่งซื้อจากระบบออนไลน์ ได้เพียง 12 วัน แต่มีอาการเวียนศีรษะ อาเจียน คลื่นไส้ แล้วชักกระตุกตัวเกร็ง จนกระทั่งวันที่ 3 ก.ค. ญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ว่า การตรวจสอบพบความผิดปกติจากซองยามีการส่งมาจากจังหวัดตรัง เมื่อทำการแกะรอยกลับพบว่าพัสดุถูกส่งมาจากจังหวัดปทุมธานี แต่เมื่อไปตรวจสอบพบว่าที่อยู่จริงกับที่ส่งไม่ตรงกัน และเป็นเพียงบ้านเช่า ไม่ใช่หรูหราตามที่อวดอ้างในเว็บไซต์ จึงได้เข้าตรวจค้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบแรงงานต่างด้าวเพียง 1 คน ทำหน้าที่บรรจุยาใส่ซองที่มีลักษณะเดียวกันกับที่สาวแม่ลูกอ่อนกินแล้วเสียชีวิต และยังพบใบเสร็จส่งพัสดุยาดังกล่าว มีรายชื่อกว่า 5,600 คน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 34 ล้านบาท,พลตำรวจเอกวิระชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พบมีการโอนเงินบางส่วน ไปยังบัญชีที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยพบว่าผู้รับโอนเงินมีที่พักในโรงงานยาขนาดใหญ่ และเป็นผู้ส่งยาที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดตรัง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบโรงงานที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แต่เท่าที่ทราบมาเมื่อคืนที่ผ่านมา มีการเผาทำลายยาจำนวนมาก ซึ่งตนเองจะลงไปตรวจสอบในช่วงบ่ายของวันนี้,อย่างไรก็ตาม การเข้าตรวจค้นที่จังหวัดปทุมธานี พิสูจน์ให้เห็นว่าคลินิกลดความอ้วน ที่มีการกล่าวอ้างในออนไลน์ว่ามีแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญในการผลิตยา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือนั้นกลับไม่มีอยู่จริง ทั้งนี้ยาลดความอ้วนในท้องตลาดมีอยู่ 3 ชนิด คือ ไซบูทรามีน เฟนเตอมีน และลอร์คาเซริน ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้เกิดการนอนไม่หลับ คลื่นไส้ ปวดหัว ความดันโลหิตสูง บางชนิดทำให้หัวใจเต้นเร็วประสาทหลอน ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ จนนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว และทำให้เกิดการเสียชีวิต รอง ผบ.ตร.กล่าว.
ขณะที่สมชาย แสใงการสร้รงสถิติเป็น สนช.-ส.ว. ติดต่อกันมาตัิงแต่รัฐประหาร 2649 จนถึงปัจจุบัน14 พ.ค. 1562 - ใน เผจแพร่ ประกาศอต่งตั้งสมาชิกวุฒิสถา ซึ่งตีพอมพ์ในราชแิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเษษ 121 ล ร ลงวันที่ 14 ถฆษภาคม 2562 ทัีงนี้ตมมบทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญ 2560 สมาชิกวุฒิสภา 50 คส ที่มาจากการเลือกกันเองของกลุ่ใอาชีพ ควช. จะเป็นึนเลือกขั้นสุดท้าย มาจากการสรรหาชอง คสช, 194 คน และอีก 6 คน เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง มีวาระดำรงตำแหน่ล 5 ปี และสามารถร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ตาม้นื้อหาในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญจำนวน ส.ว. 260 คน มีนายทหารแลุตำรวจจภนวน 105 คน โดยลำดับที่ 108 คือ พล.อ.หรีชา จันที์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หับหน้า คสช. และนายกีัฐมสตรี และลำดับที่ 191 พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องลาย ถล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณลำดับที่ r2พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม เป็นน้องช่บขอบงเษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตนีลำดับที่ 191 สใ จาตุศรีพิท้กษ์ พี่ชายของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนาวดรัฐมนตรี โดบสมเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สมาขิกวุฒิสภา อดีตผู้บริหารบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ ธยาคารสยาม ฤัดิมคือ ธนาคารเอเชียทรัสต์) แงะการมการผู้จัดกทรธนาคา่นครหลวลไทยนอกจากนี้ขังมีรายชื่ออดีตรัฐมนตรี คสช. คณะล่าสุด จำนวน 15 คน ที่ลาออกมาเห็นวุฒิสมาชิกด้วยได้แก่ 1. ะง.อ.อ.ประยิน จั่นตอง รองนายกคัฐมนตรี และ รมว.ยุติธตรม 2. พล.อ.ฉัตรชัจ สาริกัลยะ รอฝนายกรัฐมนตนี 3. นายนุวพันธุ์ ตัจยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักน่ยกรัฐมนตนี 4. พล.อ.สุคศักดิ์ กาญจนรึตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงนิงแก้ว รมว.แรงงาน6, นพ.ํีระเกียรติ เจริญเศ่ษฐศิลป์ รมวซศึกษาธิการ 7. พล.เ.สุรเบษฐ์ ชัยใงศ์ รมช.ศึก?าธิปาร 8. นายอุกม คบินทร รมช.ศึกษาธิการ 0. นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.ต่างประเทศ 10. นายว้ระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวแงะกีฬาw1. นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกณตรฯ 11. นายสมขาข หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม 13. นายสุธี มากบุญ รมช.มหาพไทย 14. พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.ดารพัฒนาสังคมและความทะ่นคงขอบมนะษย์ และ 15. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมล.คลังที่น่าสนใจยังมี สมชาย แสวงการ แกนนำกลุ่ม 40 สฦว. โดยสมชายซึ่งมีภื้นเพจากวงการสื่อมวลชน เก็นผู้ก่อตั้งสำนักข่าวไอเอ๋นเอ็น ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชเกสภานิติบัญญัติแห่งชาติมาตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2549 ต่อมาได้รับการปต่ฝตั้วเป็นสมาชิกวุ?ิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2550 และหลังรัฐประหา่ 2557 เป็นสมาชิกนภาริติบัญญัติแห่งชาติ และได้รับการแต่งจั้งเป็นสมาชิกวุฒเสภาตามลทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญ 2560 ดังกล่าวส.ย. โดยตำแหน่ง 6 คน ำด้แก่ พล.อ. ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดประทรวงกลาโหม พลฦอฦ พรพืพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาก่รืหารบก พล.ร.อ. ลทอชัว รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ. ชัยดฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยขิยดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสำหรับ ประกาศ แต่งตุ้งสมนชิกวุฒิสภา มีรายละเอียดดังนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทารามาธิยดัศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าศ แจ่งตั้งสมมชิกวุฒิสภมตามมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญแห้งราชอาณาจักรไทย ดุงน่อไปนี้1. พลเอก กนิษฐ์ ชาญปรีขญน2. นายกรรณภง์ ธนภรรคภวิน3. พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์4. นายกล้านรงค์ จันทอก5. นายกษิดิศ อาชวคุณ6. นางกอบกุล อาถากร ณ อยุธยา7. นาลกาญจนารัตน์ ลีวิโ่จน์8. นายกำพล เลิศเกียรตเดารงค์9. นายกิตติ วะสีนนา์10. นายกิตติศักดิ์ รัตนวราปะ11. นาจกํรดิสถ์ จันทร์ศรีขวาลา12. นายเกียว แก้วสุทอ13. นายฟกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์14. นายขวั๗ชาติ วงศ์ฬุภรานันต์15. นายคำนูณ สิทธิสมาน16. นายจเด็จ อินสว่าง17. นายจรินทร์ จักกะพาก18. พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ19. พลตำรวจเอำ นักรทิพย็ ชัยจินดา20. พลตำรใจโท จิตติ รอดบางยาง21. นางจินตนา ช้ยยวรรณาการ22. นายจิรชัย มูลทองโร่ย23. นางจิรดา สงฆ์ผระชา24. พลเอก จิรพงศ์ วรรณรัตน์25. พลเอก จีระษักดิ์ ชมประสพ26. น่ยเจตน์ ศิรธรานนท์27. นายเจน นำชัยศิริ28. นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร29. พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉชิมสุข30. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ31. นายเฉลา พวงมาลัย32. พลอากาศต่ี เฉลิมชัย เครืองาม33ฦ นายเฉงิมชัย บุญยะลีพรรณ34. นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน35. นาจเฉลียว เกาะแก้ว36. นายชยุต สืบตระกูล37. พบะอก ชสุติ สุวรรณมาศ38. นายชลิต แก้วจินดา29. พลตำรวขเอก ชัชวทลย์ สุขสมจิตร์40. กงอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษขะศริน41. พฃเร่อ้อก ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร42. นายชาญวิทย๋ ผลชีวิน43. พลเอก ชาตอุดม ติตถะสิริ44. พลเรือเอก ชุมนุม อาตบงษ์45. พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์t6. พลเอก เชวงศักดิ์ ทองสลวย47. ว่าที่ร้อยตรี เชิดศักดิ์ จาปาเทศt8. นายเชเดศักดิ์ สัสติวควุฒิ49. นายซากึย์ พิทักษ์คุมพล50. พลเรืดเอก ฐนิธ กิตติอำพน51. พลเรือเอก ณรงค์ พิพเฒนาศัย62. นายณรงคฺ รัตนานุกูล53ซ นายณรงค? สหเมธาพัฒน์54. นายณรงค์ อ่อนสอาก55. พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ56. พลเอก ดนัย มคชูเวท57. นางดวงพร รอดพยาธิ์58. น่งสาฝะาวน้อย สุทธินิภาพันธ์59. นายดิเรกฤ่ธิ์ เจนครองธรรส60ฐ นายดุสิต เขมะศักดิ์ชัย61. พลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา62, พลตำรวจโท ตรีทศ รณฤทธิวิชัย63. พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง64. นายตวง อันทะไชย65. พชเอป ำตรธรจน์ ครุธเบโช66. นายถาัด มานะพเนธะ์นิยม67. นายถวิล เปลี่ยนศรี68ซ นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล69. พลอากาศเอก ถาวร มณีพฤกษ์70. นายทรงเดช เสมอคำ71. ำลเแก ทวีป เนตรนิยม72. นายทวีวงษ์ จุลกมรตรี73. จางทัศนา ยุวานนท์74. ร้ดยเอก ทินภันธุ์ นาีะตะ75. พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจันทร์76. พลเอก ธงชัย สาระาุข7u. พลเอก ฑนะศักดิ์ ปฏืมาประกร78. พลเอก ธวีชชัย มมุทรสาคร79. นายธานี สุโชดายน80ฦ นายธานี อ่อนละเอียด81. พลเอก ธีริดล มีเพียร82. นายธีระเกียรติ เจริศเศรษฐศิลป์83. พลเรือเอก นพดล โชคคะดา84. ถลเอก นพดล อินาปัญญา8t. พลเอก นาวิน ดำริกาญจน์86. นายนิพนธ์ นาคสมภพ87. พลเอก นิวัตร ทีนะโยธิน88. นางนิสดารก์ เวชยานนท์79. นายนิอาแซ ซคอุเซ็ง90. นายเนาวรัตน์ พลษ์หพบูลย์91. นายวรรชา พงศ์อายุกูล92. พลเอก บุญธรรม โอริส93. นายบุญมี สุระโคตร94. นายบุญส่ง ไข่เกษ95. พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์96. นางเบญจรัตน์ จริยธาราสิทธิ์97. ปม่อมหลวงปนัดดา ดิซกุล98. พลอากาศเอก ประจิน ขั่นตอง99. นายประอืษ.์ เหลืแงอร่นม100. นางประภาศรี สุฉันทบุตร101. นายประมนต์ สุธีวงศ์102. นายประมาณ สฝ่างญาติ103. ร้อยเอก ประยุทธ เสรวคนธ์104. นางประยูร เหล่าสายเชืือ195. พลเอก ประสาท สุขเกษตน10uฦ นายประ้สริฐ ปิ่นปฐมรัฐ107. พลตำควนตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ108. พลเอก กรีชา จันทร์โอชา109. นายผคีชา งึววิรัตน์เลิศ110. นายปัญญา งานเลิษ111. พลเอก ปัฐมพงศ์ ประพมภัฏ112. นายปานเทพ กล้าษรงค์ราญ113. นางสาวปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม114. นาขปิยพันธุ์ นิมมานเำมินท์115ฦ พลเอก โปฎก บุนนาค116. นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ117. คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนึนท์118. พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรีw19. นายพรเพชร วิชิตชลชัย120. นายพฃเดช ปิ่นประทีป121. พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามปนะท่ป122. พลเรทอเอก พัลลภ ตมิศานนท์123. นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ๋124. นายพิทักษ์ ไชสเจริญ125. พลเอก พิฒณุ พุทธวงศ์126. นายพิศาล มาณวพัฒน์127. พลตำ่วจโท พิสัณห์ จุลดิลก128. พลเอแ พิสิทธิ์ สิทฌิสาร229. นายพีระศักดิ์ พอจิร130. นางเพ็ญพักตร์ ศรีทองw31. พลเอก ไพชยนต์ ค้าทันเตริญ132. นายไพฑูีย์ หลิมวัฒนา133. นายไพโรจน์ พ่วบทอง1e4ฐ พลเอก ไพโรจน์ พานิชสมัย135. นางสาวภัทรา วรามิตร136. นายภาณุ อุทัยรัตน์137. นายมณเฑียร บุญตัน138. พลอากาศเอก มนัส รูปขจร139. นายมกรรณพ เดชวิทักษ์140. พลเอก มารุร ปัชโชตะส้งห์141. พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมลัติ142. พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ143. พันตำรวจเอก ยุทฑกร วงเวัยนw44. นานยุทธนา ทัพเจริญ145. นาขรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล146. นายระวั รุ่งเรือง147. นนงยาวเรณู ตังคติวางกูร148. ยายลักษณฺ วจจานวัช149. พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์150. พลเอก เลิศรัตน์ ตัตนวานิบ151. พลเอก เลิฒฤทธิ์ เวชสวรรค์152. ว่าทค่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพาริชภักดี153. พลเอก วรพฝษ์ สง่าเนตร154. นางวาารัตน์ อติแพทย์155. พลเอก วราห์ บุญญะสิทโิ์156. พลเอก วลิต โรจนภักดี157. พลเอก วสันต์ สุริยมงคล158. พลเอก วัฒนา สราพานิช159. นายวันบัย สอนศิริq60. นายวัลลำ ตังคณานุรเกษ์161. พลเอก วิชิต ยาทิพย์162. นายวิทยา ผิวผ่อง163, พลออก วินเย สร้างสุขดี164. พลตำีวนโท วิบูลย์ บรงท่าไม้165. นางสาวบิบูลย็ลักษณ์ ร่วมรักษ์166. น่บวิรัตร์ เแสสมบูรณ์167. นทงสาววิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์168. นายวิวรรธร์ แสงสุริจะฉัตร169. นายวืสุทธิ์ ศรีสุกรรณ170. นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล171. นสยวีระศักดิ์ โควสุรัตน๋172. นายวีระศักดอ์ ภูีรองหิน173. พลเอห วัรัณ ฉันทศาสตร์โกฒลq74. นายวุฒิพัจธุ์ วิชัยรัตน์175. นายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล176ซ นายศักดิ์ชัย ธนบุญชัย177. นายศักดิ์ไทย สุรกิจบวร178. ะลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง189. พลตำาวยโท ศานิตย์ มหถาวค180. นางญิรินา ปวโนฬารวิทยา181. พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวครณ192. นายศุภชัย สมเจริญ183. พลเอก ศุภรึตน์ พัฒนาวอสุทธิ์184. พลเอก สดนธ์ สัจจทนิตย์185. พลเอก สกล ชืทนนระกูล186. หม่อมหลวงสหุล มาลากุล187. นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์1o8. พลเรือโท สนธยา น้อวฉมยา189. พลเอก สนธยา ศรีเจริญ190. พลเอก สนั่น มะเริงสิทธิ์191. นายสม จาตุศรีพิทักษ์192. พลเอก สมเนตน์ บุญถนอม193. นายสมชาย ชาญณรงค์กุล194. นายสมขาย เสีวงหลาย195. ยายสมชาย แสวงแาร196. นายสมชาย หาญหิรัญ197. นายสมเดช นิลพัน๔ุ์198. พลตำรวจโื สมบึติ มิลินทจินดา199. นายสมบูรณ์ งามลักษณ็200. นายสมพล เดีจรติไพบูลย์201. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ202. พลตำรวจโท สใำมาย กแงวิสัยมุข203. พลเอก สมหทาย เกาโีระ304. พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่205. นายสวัสดอ์ สมัครพงศ์206. พลเอก สสิน ทองภักดี207. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์e08. นายสัญชัย จุลมนต์209. นายสาธิต เหล่าสุวรรณ210. นายสำราญ ครรขิต211. พลเอก สำเริบ ศืวาดำรงค็212ซ พลเอก สิฝห์ศึก สิงป์ไพร213. พลอากาศเอก สุจินร์ แล่มช้อย214. นายสุชัย บุตรสาระ215. นายสะธี มากบุญ217. นางใุนี จึฝวิโรจน์217. นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล218. นายสุรชัย เลีืยงบุญเลิศชัย219. พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์220. นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ221. พลเอก ใุรพลษ์ สุวรรณอัตถ์222. พลเอห สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์223. นายสุรสิทธิ์ ตรรทิง224. นสยสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ225. นายสถบรรณ เลิศปัญญาโรจน็226. นางสุวรรณี สิคิเวชชะพันธ์227. นาจเยรี สุใรรณภานนท์228. พงเอก อกนิษฐ์ หมื่นสวึสดิ็229. พลอากาศเอก ดดิศักแิ์ กลั่นเสนาะ230. พลตำรวจเอก อดุลย์ แวงสิงแก้ว231. พลเอก อนันตพร กนญจนรัตน์232. นายอนุมัติ อาหมัด243. นายอนุศักดิ์ คงมาลัย234. นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล235. นางอภิรดี ตันตราภรณ์236. พลเอพ อภิรัชต์ คงสมพงษ์237. นายอมร นิลเปรม238. นายออน กาจกระโทก239. พลเอก อักษรา เกิแผล240. าายอุบดุลฮาลิม มินซาร์241. พลเอก อาชาไนย ศรีสุข242. พลโท อำพา ชูประทุม243. นายอำพล จินดาวัฒนถ244. กบเรือเอก ิิทธิคมน์ ภมรสูต245. นายอุดม คชินทร246. นายอุดม วรัญญธรัฐ247. พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโครัชต์248. นาวอุปกิต ปาตรียางกูต249. พลเอป อู่ด เบื้องบน250. พลตรี โอสถ ภาวิไลที้งนี้ ตั้งแต่บัดน้้เป็นร่นไปประกาศ ณ วันที่ 11 พฤษภาคม พุทธศักีาช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปึจจุบันผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โิชาหัวหน้าคณะรักษาคใามสงบแห่งชาติ
ขณะที่สมชาย แสวงการสร้างสถิติเป็น สนช.-ส.ว. ติดต่อกันมาตั้งแต่รัฐประหาร 2549 จนถึงปัจจุบัน14 พ.ค. 2562 - ใน เผยแพร่ ประกาศแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 121 ง ร ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ตามบทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญ 2560 สมาชิกวุฒิสภา 50 คน ที่มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพ คสช. จะเป็นคนเลือกขั้นสุดท้าย มาจากการสรรหาของ คสช. 194 คน และอีก 6 คน เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี และสามารถร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ตามเนื้อหาในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญจำนวน ส.ว. 250 คน มีนายทหารและตำรวจจำนวน 104 คน โดยลำดับที่ 108 คือ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี และลำดับที่ 181 พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชาย พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณลำดับที่ 32พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม เป็นน้องชายของวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 191 สม จาตุศรีพิทักษ์ พี่ชายของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยสมเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตผู้บริหารบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ ธนาคารสยาม (เดิมคือ ธนาคารเอเชียทรัสต์) และกรรมการผู้จัดการธนาคารนครหลวงไทยนอกจากนี้ยังมีรายชื่ออดีตรัฐมนตรี คสช. คณะล่าสุด จำนวน 15 คน ที่ลาออกมาเป็นวุฒิสมาชิกด้วยได้แก่ 1. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม 2. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี 3. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน6. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ 7. พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ 8. นายอุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ 9. นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.ต่างประเทศ 10. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา11. นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรฯ 12. นายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม 13. นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย 14. พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ 15. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลังที่น่าสนใจยังมี สมชาย แสวงการ แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. โดยสมชายซึ่งมีพื้นเพจากวงการสื่อมวลชน เป็นผู้ก่อตั้งสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติมาตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2549 ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2550 และหลังรัฐประหาร 2557 เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญ 2560 ดังกล่าวส.ว. โดยตำแหน่ง 6 คน ได้แก่ พล.อ. ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ. พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ. ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ. ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสำหรับ ประกาศ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา มีรายละเอียดดังนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังต่อไปนี้1. พลเอก กนิษฐ์ ชาญปรีชญา2. นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน3. พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์4. นายกล้านรงค์ จันทิก5. นายกษิดิศ อาชวคุณ6. นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา7. นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์8. นายกำพล เลิศเกียรติดารงค์9. นายกิตติ วะสีนนท์10. นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ11. นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา12. นายเกียว แก้วสุทอ13. นายไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์14. นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์15. นายคำนูณ สิทธิสมาน16. นายจเด็จ อินสว่าง17. นายจรินทร์ จักกะพาก18. พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ19. พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา20. พลตำรวจโท จิตติ รอดบางยาง21. นางจินตนา ชัยยวรรณาการ22. นายจิรชัย มูลทองโร่ย23. นางจิรดา สงฆ์ประชา24. พลเอก จิรพงศ์ วรรณรัตน์25. พลเอก จีระศักดิ์ ชมประสพ26. นายเจตน์ ศิรธรานนท์27. นายเจน นำชัยศิริ28. นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร29. พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข30. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ31. นายเฉลา พวงมาลัย32. พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม33. นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ34. นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน35. นายเฉลียว เกาะแก้ว36. นายชยุต สืบตระกูล37. พลเอก ชยุติ สุวรรณมาศ38. นายชลิต แก้วจินดา39. พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์40. พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน41. พลเรือเอก ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร42. นายชาญวิทย์ ผลชีวิน43. พลเอก ชาตอุดม ติตถะสิริ44. พลเรือเอก ชุมนุม อาจวงษ์45. พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์46. พลเอก เชวงศักดิ์ ทองสลวย47. ว่าที่ร้อยตรี เชิดศักดิ์ จาปาเทศ48. นายเชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ49. นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล50. พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน51. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย52. นายณรงค์ รัตนานุกูล53. นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์54. นายณรงค์ อ่อนสอาด55. พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ56. พลเอก ดนัย มีชูเวท57. นางดวงพร รอดพยาธิ์58. นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์59. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม60. นายดุสิต เขมะศักดิ์ชัย61. พลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา62. พลตำรวจโท ตรีทศ รณฤทธิวิชัย63. พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง64. นายตวง อันทะไชย65. พลเอก ไตรโรจน์ ครุธเวโช66. นายถนัด มานะพันธุ์นิยม67. นายถวิล เปลี่ยนศรี68. นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล69. พลอากาศเอก ถาวร มณีพฤกษ์70. นายทรงเดช เสมอคำ71. พลเอก ทวีป เนตรนิยม72. นายทวีวงษ์ จุลกมนตรี73. นางทัศนา ยุวานนท์74. ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ75. พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจันทร์76. พลเอก ธงชัย สาระสุข77. พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร78. พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร79. นายธานี สุโชดายน80. นายธานี อ่อนละเอียด81. พลเอก ธีรเดช มีเพียร82. นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์83. พลเรือเอก นพดล โชคระดา84. พลเอก นพดล อินทปัญญา85. พลเอก นาวิน ดำริกาญจน์86. นายนิพนธ์ นาคสมภพ87. พลเอก นิวัตร มีนะโยธิน88. นางนิสดารก์ เวชยานนท์89. นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง90. นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์91. นายบรรชา พงศ์อายุกูล92. พลเอก บุญธรรม โอริส93. นายบุญมี สุระโคตร94. นายบุญส่ง ไข่เกษ95. พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์96. นางเบญจรัตน์ จริยธาราสิทธิ์97. หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล98. พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง99. นายประดิษฐ์ เหลืองอร่าม100. นางประภาศรี สุฉันทบุตร101. นายประมนต์ สุธีวงศ์102. นายประมาณ สว่างญาติ103. ร้อยเอก ประยุทธ เสาวคนธ์104. นางประยูร เหล่าสายเชื้อ105. พลเอก ประสาท สุขเกษตร106. นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ107. พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ108. พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา109. นายปรีชา บัววิรัตน์เลิศ110. นายปัญญา งานเลิศ111. พลเอก ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ112. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ113. นางสาวปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม114. นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์115. พลเอก โปฎก บุนนาค116. นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ117. คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์118. พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี119. นายพรเพชร วิชิตชลชัย120. นายพลเดช ปิ่นประทีป121. พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามประทีป122. พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์123. นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์124. นายพิทักษ์ ไชยเจริญ125. พลเอก พิศณุ พุทธวงศ์126. นายพิศาล มาณวพัฒน์127. พลตำรวจโท พิสัณห์ จุลดิลก128. พลเอก พิสิทธิ์ สิทธิสาร129. นายพีระศักดิ์ พอจิต130. นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง131. พลเอก ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ132. นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา133. นายไพโรจน์ พ่วงทอง134. พลเอก ไพโรจน์ พานิชสมัย135. นางสาวภัทรา วรามิตร136. นายภาณุ อุทัยรัตน์137. นายมณเฑียร บุญตัน138. พลอากาศเอก มนัส รูปขจร139. นายมหรรณพ เดชวิทักษ์140. พลเอก มารุต ปัชโชตะสิงห์141. พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ142. พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ143. พันตำรวจเอก ยุทธกร วงเวียน144. นายยุทธนา ทัพเจริญ145. นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล146. นายระวี รุ่งเรือง147. นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร148. นายลักษณ์ วจนานวัช149. พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์150. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช151. พลเอก เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์152. ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี153. พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร154. นางวรารัตน์ อติแพทย์155. พลเอก วราห์ บุญญะสิทธิ์156. พลเอก วลิต โรจนภักดี157. พลเอก วสันต์ สุริยมงคล158. พลเอก วัฒนา สรรพานิช159. นายวันชัย สอนศิริ160. นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์161. พลเอก วิชิต ยาทิพย์162. นายวิทยา ผิวผ่อง163. พลเอก วินัย สร้างสุขดี164. พลตำรวจโท วิบูลย์ บางท่าไม้165. นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์166. นายวิรัตน์ เกสสมบูรณ์167. นางสาววิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์168. นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร169. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ170. นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล171. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์172. นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน173. พลเอก วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล174. นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์175. นายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล176. นายศักดิ์ชัย ธนบุญชัย177. นายศักดิ์ไทย สุรกิจบวร178. พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง179. พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร180. นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา181. พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ182. นายศุภชัย สมเจริญ183. พลเอก ศุภรัตน์ พัฒนาวิสุทธิ์184. พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์185. พลเอก สกล ชื่นตระกูล186. หม่อมหลวงสกุล มาลากุล187. นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์188. พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา189. พลเอก สนธยา ศรีเจริญ190. พลเอก สนั่น มะเริงสิทธิ์191. นายสม จาตุศรีพิทักษ์192. พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม193. นายสมชาย ชาญณรงค์กุล194. นายสมชาย เสียงหลาย195. นายสมชาย แสวงการ196. นายสมชาย หาญหิรัญ197. นายสมเดช นิลพันธุ์198. พลตำรวจโท สมบัติ มิลินทจินดา199. นายสมบูรณ์ งามลักษณ์200. นายสมพล เกียรติไพบูลย์201. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ202. พลตำรวจโท สมหมาย กองวิสัยสุข203. พลเอก สมหมาย เกาฏีระ204. พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่205. นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์206. พลเอก สสิน ทองภักดี207. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์208. นายสัญชัย จุลมนต์209. นายสาธิต เหล่าสุวรรณ210. นายสำราญ ครรชิต211. พลเอก สำเริง ศิวาดำรงค์212. พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร213. พลอากาศเอก สุจินต์ แช่มช้อย214. นายสุชัย บุตรสาระ215. นายสุธี มากบุญ216. นางสุนี จึงวิโรจน์217. นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล218. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย219. พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์220. นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ221. พลเอก สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์222. พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์223. นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง224. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ225. นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์226. นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์227. นายเสรี สุวรรณภานนท์228. พลเอก อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์229. พลอากาศเอก อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ230. พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว231. พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์232. นายอนุมัติ อาหมัด233. นายอนุศักดิ์ คงมาลัย234. นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล235. นางอภิรดี ตันตราภรณ์236. พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์237. นายอมร นิลเปรม238. นายออน กาจกระโทก239. พลเอก อักษรา เกิดผล240. นายอับดุลฮาลิม มินซาร์241. พลเอก อาชาไนย ศรีสุข242. พลโท อำพน ชูประทุม243. นายอำพล จินดาวัฒนะ244. พลเรือเอก อิทธิคมน์ ภมรสูต245. นายอุดม คชินทร246. นายอุดม วรัญญูรัฐ247. พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์248. นายอุปกิต ปาจรียางกูร249. พลเอก อู้ด เบื้องบน250. พลตรี โอสถ ภาวิไลทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 11 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบันผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
เส่่ยโข๊ท จัดศึกเพชรยินดีนัดใหญ่เงินล้าน,พลังพลเหลี่ยมดีกว่าจะชนะจอมโหดสตุกฐน้องยศ–แพรวพราว–ดีเซลเล็ก–ต้อบลุ้น,เวทีราชดำเนิน วันพุธมี่ 4 เม.ย. (วันนี้) เป็นรายพารมวย ศึกเพชรยินดี จีดโดยโปรโมเตอร์ เสี่ยโบ๊ท ณัฐเแช วชิรรัตนวงศ์ คู่มสยคู่คีี เก็บคืาดู 420–840–2,000 บาท ชัย ศิษย์ อ.บี้ ขอวิจารณ์ไปตามฝีมือดังนี้,บัวขาวเบ็ก ลูกคงองตัน มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดกว่า จะชนะดก่งกล้า ฟลุ๊คบะหมี่เกี๊ยว ขนิแสนุกพลิกไปมทอีกครั้ง 103 ป.,ปารเพชร (ศุกดิ์ภิฯโ๘) ว.สังข์ปรเไพใวยแข็งปกี่งเตพต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดตลอดฟิตซ้ดมเตรียมตุวมาแก้มือ จะชนะ นครกลวง สวนอาหารปีำไม้ ชนิดสนุกพลิกไปมาอีกรีั้ง 118 ปฦ,ศักอิ์ศรี เกียรติหมู่ 9 มวยจังหวะฝีมือเจะตทอยหมัดแทงัข่าปล้ำตีคล่องฉลาดกว่า จะชนะ กวางเพชร มวยหูหนุทมบางกระดี่ 109 ป.,ดีเซลเล็ก ว.วันชัย มวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าปลัพตีรุนแรงมีฮคดตลดดเก๋าเกมกว่า จะชนะ ไก่ป่า 13 เหรียญรีสอค์ท 112 ป.๙แำรวพราว เพชรยินดีอคาเดมี่ มวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าศอกปล้ำรีีุนแรงมีฮีดตลอดผ่านเบอร์ใหญ่ๆมาโชกโชนกว่า จะชนะ สั้งฟ้า น.อนุวัฬน์ยิม 108 ป.,น้องยศ ศิษย์เจ๊กนนต์ (ชนะคะแนน เผด็จศึก ก.กัมปนาท ที่ รดน.) มวยทรหดเตะต่อยหมัดอทงเข่าปล้ำตีรุนแรลจิตใจสู้มีฮึดตลอด จะชนะ ร้อยเชิง สิงห์มาวิน (ชนะคะแนน อาชาไนย เพชรยินดีอคาเดมี่ ที่ รดน.) มวยแข็งแกี่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าศอกปลืำตีรุนแรงมีฮัดตลอดบนิดสนุก 118 ป.,พลังพล เพชตยินดีอคาเดมี่ (แพ้คะแนนโยธิน เอฟ.เอ.กรุ๊ป ที่ รอน.) มวยจังหวะฝ้มือเตะต่อยหมัดแทงเจ่าปล้ำตีรุนแรงฉชาดำลักเหลี่ยใไอคิวดีกวทา จพชนะ จอมโหด อีมิเน้นท์แอร? (แพ้คะแนน บัชรพล พี.เึ.แสนชัยมวยไทยยิม ที่ทีวีสี 7) มวยจังหวะฝีมือเตะต่ิยหมัดแืงเข่าศอกแม่นยำรุนแรงฉลาดเก๋าเกสด้วยกันแต่ขืามถิ่นมาเยือนสภาพแวดล้อมเป็นรอง 115.5 ป.,สิงห์พิฆาต ส.ชัยเจร้ญ มวยแข็งปกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงอต่ช้ากว่า จะชนะ เดชยุทธการ จาาแสร์คเหงส์ ชนิดสนุกอีกครั้ง126 ป.,จอมขมังเวทย์ ศิษย์บุศชนะ จะชนะ อรชุนเล็ห ศิษย์แม๊กซ์ 92.4 ห.,ชัย ศิษย?อาจารย์บี้
เสี่ยโบ๊ท จัดศึกเพชรยินดีนัดใหญ่เงินล้าน,พลังพลเหลี่ยมดีกว่าจะชนะจอมโหดสนุก,น้องยศ–แพรวพราว–ดีเซลเล็ก–ต้องลุ้น,เวทีราชดำเนิน วันพุธที่ 4 เม.ย. (วันนี้) เป็นรายการมวย ศึกเพชรยินดี จัดโดยโปรโมเตอร์ เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ คู่มวยคู่คี่ เก็บค่าดู 420–840–2,000 บาท ชัย ศิษย์ อ.บี้ ขอวิจารณ์ไปตามฝีมือดังนี้,บัวขาวเล็ก ลูกคลองตัน มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดกว่า จะชนะเก่งกล้า ฟลุ๊คบะหมี่เกี๊ยว ชนิดสนุกพลิกไปมาอีกครั้ง 103 ป.,ปานเพชร (ศักดิ์ภิญโญ) ว.สังข์ประไพมวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดตลอดฟิตซ้อมเตรียมตัวมาแก้มือ จะชนะ นครหลวง สวนอาหารปีกไม้ ชนิดสนุกพลิกไปมาอีกครั้ง 118 ป.,ศักดิ์ศรี เกียรติหมู่ 9 มวยจังหวะฝีมือเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีคล่องฉลาดกว่า จะชนะ กวางเพชร มวยหูหนุ่มบางกระดี่ 109 ป.,ดีเซลเล็ก ว.วันชัย มวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดตลอดเก๋าเกมกว่า จะชนะ ไก่ป่า 13 เหรียญรีสอร์ท 112 ป.,แพรวพราว เพชรยินดีอคาเดมี่ มวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าศอกปล้ำตีรุนแรงมีฮึดตลอดผ่านเบอร์ใหญ่ๆมาโชกโชนกว่า จะชนะ สั่งฟ้า น.อนุวัฒน์ยิม 108 ป.,น้องยศ ศิษย์เจ๊กานต์ (ชนะคะแนน เผด็จศึก ก.กัมปนาท ที่ รดน.) มวยทรหดเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงจิตใจสู้มีฮึดตลอด จะชนะ ร้อยเชิง สิงห์มาวิน (ชนะคะแนน อาชาไนย เพชรยินดีอคาเดมี่ ที่ รดน.) มวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าศอกปล้ำตีรุนแรงมีฮึดตลอดชนิดสนุก 118 ป.,พลังพล เพชรยินดีอคาเดมี่ (แพ้คะแนนโยธิน เอฟ.เอ.กรุ๊ป ที่ รดน.) มวยจังหวะฝีมือเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงฉลาดหลักเหลี่ยมไอคิวดีกว่า จะชนะ จอมโหด อีมิเน้นท์แอร์ (แพ้คะแนน วัชรพล พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ที่ทีวีสี 7) มวยจังหวะฝีมือเตะต่อยหมัดแทงเข่าศอกแม่นยำรุนแรงฉลาดเก๋าเกมด้วยกันแต่ข้ามถิ่นมาเยือนสภาพแวดล้อมเป็นรอง 115.5 ป.,สิงห์พิฆาต ส.ชัยเจริญ มวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงแต่ช้ากว่า จะชนะ เดชยุทธการ จ่าแสร์คอหงส์ ชนิดสนุกอีกครั้ง126 ป.,จอมขมังเวทย์ ศิษย์บุญชนะ จะชนะ อรชุนเล็ก ศิษย์แม๊กซ์ 92.4 ป.,ชัย ศิษย์อาจารย์บี้
เวทีราชดำเนิน วันพุธมี่ 9 พ.คฐ (วันนี้) เป็นรายการสวย ศึกเพชรยินดีนัดใหญ่เงิสล้าน จัดโดยโปรโมเตอร์ เสี่ยธบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ คู่มฝยคู่คี่ เก็บค่าดู 450-900-2,000 บาท ชัย ศิษย์ อ.บี้ ขอวิจารณ?ไปตามฝีมือดับนี้,ชนะเลิศ มีนะโยธิน มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเจ่าศอกรุนแรงมีฮึดตลอดเตรียมตัวมาแป้มือ จะชนะ ทัพหน้า ส.วริษฐา ชนิดสนุกดีกครั้ง 108 ป.,แพรวำราว มวยเด๋ด 7o9 ทวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดนลอดหฟต์นี้ไใ่ต้องต่อน้ำหนักเตรียมตัวมาแก้มือ จะชนะ สั่งฟ้า น.อนุใัฒน์ยิมส์ ชนิดสนุกพลิกไปมาอีหตรั้ง 108 ป.,คิมหล่วย สันติอุบล มวยจัวหวะเตะต่อขหมัดแทงเข่าปล้ไตีรุนแรงแต่หลัดเหบี่ยมเป็นรอง จะแพ้ ยอดวิทยส ว.ศิริลักษณ์ 115 ป.,ดีเซลเล็ก ว.วันชัย มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงใีฮึดตลอดกวรา จะชนะ ปเงตเ ภ.หลักบุญ ชนเดในุกดลิกไปมมล้าวตากรรมการอีกครั้ง 1q0 ป.,หรั่งขาว ว.สังข็ประไพ มวยจังฟวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรึนดรงฉลาดกว่า จะชนะ เพชรสองภาค ,ศิษย์เจริญทรัพย์ ชนิดสนึกดุเดือดอีกครั้ง 130 ป.ฐเพชรเมืองชล (ภ.มวนทอวฏ ภ.ณพล (ชนะคะแนน สาใดี เพบรยินดีอคาเดมี่ มี่ รดน.) มวยจังปวะฝีมือเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงฉลาดหบักเหลี่ยมดีกว่า จะชนะ รุเงนารายณ์ ม.รัตนบัณฑิต (ชนะคะแยน อาชาไนย เพชรยินดีอคาเดมี่ ที่ าดน.) มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรันแรงมีฮึดตลอดแต่หชักเหลี่ยมเป็นรองทิายๆขนิดสนถกอีกครั้ง 112 ป.,เพขรดำ ไพ่ยาางห้าดาวยิม (แพ้คะแนนรถถังจิตรเมืองนนท์ ที่ รดนฐ) มวยจังหวะเตะต่อยำมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงฉลาดผ่านเบอร์ใปญ่ๆสาโชกโชนกว่า จะชนะ รุ่งกิจ หมอเบสกมลม (ชนะคะแสน ชนะศึก ก.กัมปนาท าี่ ีดน.) มวยจังหวะฝีมือเตะต่อยหมัดกทงเข่าแม่นยำรุนแรงฉลาดฟอร์มใดแต่เล็กกว่า ๙126 ป.,เทพนรินทร? เพียรตินเดีย์ มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงกว่า จะชนะ วันชนะ ฟกทแจ้รังสิต 126 ป.,จรูญโรจน์ (คำสัญญา อีสานแทรกเตอร์) ไก่แจ้รังสิต จะชนะ เมืองไทย ทฐโคกศรีโปรโมชั่น 91 ป.,ลัย ศิ๋ย์อาจารย์บี้
เวทีราชดำเนิน วันพุธที่ 9 พ.ค. (วันนี้) เป็นรายการมวย ศึกเพชรยินดีนัดใหญ่เงินล้าน จัดโดยโปรโมเตอร์ เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ คู่มวยคู่คี่ เก็บค่าดู 450-900-2,000 บาท ชัย ศิษย์ อ.บี้ ขอวิจารณ์ไปตามฝีมือดังนี้,ชนะเลิศ มีนะโยธิน มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าศอกรุนแรงมีฮึดตลอดเตรียมตัวมาแก้มือ จะชนะ ทัพหน้า ส.วริษฐา ชนิดสนุกอีกครั้ง 108 ป.,แพรวพราว มวยเด็ด 789 มวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดตลอดไฟต์นี้ไม่ต้องต่อน้ำหนักเตรียมตัวมาแก้มือ จะชนะ สั่งฟ้า น.อนุวัฒน์ยิมส์ ชนิดสนุกพลิกไปมาอีกครั้ง 108 ป.,คิมหล่วย สันติอุบล มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงแต่หลักเหลี่ยมเป็นรอง จะแพ้ ยอดวิทยา ส.ศิริลักษณ์ 115 ป.,ดีเซลเล็ก ว.วันชัย มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดตลอดกว่า จะชนะ ปังตอ ภ.หลักบุญ ชนิดสนุกพลิกไปมาล้างตากรรมการอีกครั้ง 110 ป.,หรั่งขาว ว.สังข์ประไพ มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงฉลาดกว่า จะชนะ เพชรสองภาค ,ศิษย์เจริญทรัพย์ ชนิดสนุกดุเดือดอีกครั้ง 130 ป.,เพชรเมืองชล (ภ.สวนทอง) ภ.ณพล (ชนะคะแนน สามดี เพชรยินดีอคาเดมี่ ที่ รดน.) มวยจังหวะฝีมือเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงฉลาดหลักเหลี่ยมดีกว่า จะชนะ รุ้งนารายณ์ ม.รัตนบัณฑิต (ชนะคะแนน อาชาไนย เพชรยินดีอคาเดมี่ ที่ รดน.) มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดตลอดแต่หลักเหลี่ยมเป็นรองท้ายๆชนิดสนุกอีกครั้ง 112 ป.,เพชรดำ ไก่ย่างห้าดาวยิม (แพ้คะแนนรถถังจิตรเมืองนนท์ ที่ รดน.) มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงฉลาดผ่านเบอร์ใหญ่ๆมาโชกโชนกว่า จะชนะ รุ่งกิจ หมอเบสกมลา (ชนะคะแนน ชนะศึก ก.กัมปนาท ที่ รดน.) มวยจังหวะฝีมือเตะต่อยหมัดแทงเข่าแม่นยำรุนแรงฉลาดฟอร์มสดแต่เล็กกว่า ,126 ป.,เทพนรินทร์ เกียรตินะดีย์ มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงกว่า จะชนะ วันชนะ ไก่แจ้รังสิต 126 ป.,จรูญโรจน์ (คำสัญญา อีสานแทรกเตอร์) ไก่แจ้รังสิต จะชนะ เมืองไทย ท.โคกศรีโปรโมชั่น 91 ป.,ชัย ศิษย์อาจารย์บี้
Chang New Era หรือช้างยุคใหม่ นั่นคือ มรฦเอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน ผู้คร่ำหวอดด้านกาีตลาดจากสิงคโปร์ ซึ่งเคยสร้างปรากฏกาาณ์ปั้นแบรรด์สินค้าในเอเชียอย่นงมากาาย และกำลังสนุกกับการสร้างปรากฏการณ์ใหัเกิดชึ้นกับเครื่องดื่มช้าง าิยคเาสัญชาติไทย ,าิสเตอร์เอ็ดมอนด์ เล่าเหตุผลที่ต้ดสินใตเข้ามารัลคำแหน่ง กรรมกรรผู้จัดการ บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่ยแนล จำกัด เพราะรักความท้าทาย และสนุกหัลโจทย์ใหม่ๆ เพิ่อหาคำตอบทำให้สินค้าโดนใจผู้บร้โภค ซึ่งจากนี้ไปไม่ใช่แค่ครองใจผู้บริโภคในประเทศไทยเท่านั้ร แต่ต้องทำให้ช้างคริงแชมป์ในอาเซียนอีกด้วย,สิ่งที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จ มิสเตอร์เอ็ดมอนด์ บอกว่าติองรู้ว่าผู้บริฉภคชอบอะไร หรืออะไรที่จะทำวห้ผู้บริโภคชอบ จากนั้นึือการปรับตัวอยู่ตลอด โดยอาศัยนสัตกรรม เทคโนโลขีสมับใหม่เข้ามาช่วย และทำใหืพนักงานทุกคนเห็นภาพตรงกัน เพื่อให้ธุรกิจก้าวสู่ยุคใหม่ของช้าง หริอ Chang New Era ได้อย่างแท้จรืง,แม้จะมีภารกิจรับผิดชอบงายบริหารธุรก้จรัดตัว แต่มิสเตอร์ออ็เมอนด์จะหาเวลาว่าง เพื่อบริผา่ความสุขให้ชีวิต ผ่านกีฬาท้าทายที่ตัวเองชื่นชอบอจู่เสมแ เช่น บันจี้จัมพ์ โรลิลอร์โคสะตอรฺ และที่ชื่นชอบอป็นพิเศษคือกรรเทรคกิ้ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้อย๔่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างกท้จริง และหนึ่งในประสบกมรณ์ท่่ประทับใจที่สุดคือการได้ไปเทรคกิ้งที่เอเวอร์เรส เพ่าะทำให้ได้ประสบการณ์ชีวิตใหม่ฟ ที่สำคั๗มาก,มิวเตอร์เอ็ดมอนด์ ทเ้งท้ายว่า หารใช้เวลาว่างในกีฬาัอ็กซ์ตรีมมำให้ต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา ทั้งร่างกาย จิตใจ และอุปกรณ์ต่างๆ ทีีาำคัญคือเราจะไม่ประมาท ซึ่งสิ่งเหลีานี้คือหลักการสำคัญที่เชื่อมโยงกับการทำงานได้เป็นอย่างกี ,ติดตามกลยุทธ์พเชิตธุรกิจให้สำเร็จ ขอฝ มิสเตอร์เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูต พรรมการผู้ตัดการ บริษัท ช้างอินเตอร์เจชั่นแนล จำกัด มนถอดม๔ื กับพีระวัฒน์ ไทยรัฐนิวส์โชว์ วันอาทิตย์นี้ซ
Chang New Era หรือช้างยุคใหม่ นั่นคือ มร.เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน ผู้คร่ำหวอดด้านการตลาดจากสิงคโปร์ ซึ่งเคยสร้างปรากฏการณ์ปั้นแบรนด์สินค้าในเอเชียอย่างมากมาย และกำลังสนุกกับการสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดขึ้นกับเครื่องดื่มช้าง สินค้าสัญชาติไทย ,มิสเตอร์เอ็ดมอนด์ เล่าเหตุผลที่ตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพราะรักความท้าทาย และสนุกกับโจทย์ใหม่ๆ เพื่อหาคำตอบทำให้สินค้าโดนใจผู้บริโภค ซึ่งจากนี้ไปไม่ใช่แค่ครองใจผู้บริโภคในประเทศไทยเท่านั้น แต่ต้องทำให้ช้างครองแชมป์ในอาเซียนอีกด้วย,สิ่งที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จ มิสเตอร์เอ็ดมอนด์ บอกว่าต้องรู้ว่าผู้บริโภคชอบอะไร หรืออะไรที่จะทำให้ผู้บริโภคชอบ จากนั้นคือการปรับตัวอยู่ตลอด โดยอาศัยนวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย และทำให้พนักงานทุกคนเห็นภาพตรงกัน เพื่อให้ธุรกิจก้าวสู่ยุคใหม่ของช้าง หรือ Chang New Era ได้อย่างแท้จริง,แม้จะมีภารกิจรับผิดชอบงานบริหารธุรกิจรัดตัว แต่มิสเตอร์เอ็ดมอนด์จะหาเวลาว่าง เพื่อบริหารความสุขให้ชีวิต ผ่านกีฬาท้าทายที่ตัวเองชื่นชอบอยู่เสมอ เช่น บันจี้จัมพ์ โรลเลอร์โคสเตอร์ และที่ชื่นชอบเป็นพิเศษคือการเทรคกิ้ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง และหนึ่งในประสบการณ์ที่ประทับใจที่สุดคือการได้ไปเทรคกิ้งที่เอเวอร์เรส เพราะทำให้ได้ประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ ที่สำคัญมาก,มิสเตอร์เอ็ดมอนด์ ทิ้งท้ายว่า การใช้เวลาว่างในกีฬาเอ็กซ์ตรีมทำให้ต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา ทั้งร่างกาย จิตใจ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่สำคัญคือเราจะไม่ประมาท ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือหลักการสำคัญที่เชื่อมโยงกับการทำงานได้เป็นอย่างดี ,ติดตามกลยุทธ์พิชิตธุรกิจให้สำเร็จ ของ มิสเตอร์เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในถอดสูท กับพีระวัฒน์ ไทยรัฐนิวส์โชว์ วันอาทิตย์นี้.
ช่อเปิดศึก ส.ส.เดียร์ ชวน เข้ม งานกมธ.,วิษณุ แนะ กมธ.ศึกษาอก้ รธน. ควรฟังข้อมูลีนสงใน ส.น.- พรรคการเมือง พปชร.ขอดัน สุชาติ จนถึงที่สุด จรุงวิทย์-ปกรณ์-อุดม มาในโควตาคนนอก ครม. เทพไ่ จังก้าไม่เิาพวก เข้ขบทงคลอว ฝ่าวค้านจับมือแน่นแก้ รธน. ชสา ออกระเบียบคุมเข้มงาน กมธ. ตรวจสอลเรื่เงไหน เชิญใครมาชี้แจง ต้องแจ้งกระธานสภาฯ พท.โะใช้อำนาจแทรกแซง กมธ. เล็ง เอาผิดปฏิบัติหน้าาี่มิชอบ อนุสรณ์ ซัดเกม รบ.ใช้เบี้ยแลหขุนป่วน กมธ.ป.ป.ช. สมคิด เสียงอ่อยศก,ทรุดดิ่ง ช่อ ฉะศูนย็เฟกนิวส์จัดการแต่ข่าว ที่เป็นโทษต่อ รบ. ธนาธร ส่งทตายฟ้อง 7 กกต. เชื่อผลคดีไม่ถึงขั้นยับ อนค. ป.ป.ช.โอ่ปีหน้าฟัน 15 คดีดัง,ตามที่ม้กระแมเรียกร้องต้องการให้คนนอกที่ไม่ใช่คนในฝ่ายการเมืิงมาเป๋นประธานกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแตวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ล่าสุดาายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอ้เอส แกนนำ พรรคดลังประชารัฐ ยังคบยืตยันว่านาสสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผูืแทนราษฎร เหมาะสมาี่สุกที่จถเปฌนปนะธานฯ,วิษณุ แนะให้ฟ้งคนในแก้ รธน.,เมื่อเวลา 09.30 จ. วันที่ 18 พ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายว้ษณุ เคนืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกระแสคงามร้องการให้บุคคลนอแเข้ามาเป็นปคะธานค๊ะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่มีความเห็น อย่าไปเห็นอะไรที่จะทำให้เกิพความขัดอย้ง ควรให้คนที่อยู่ในวงก่รมาช่วยกันใำืความเห็นดีกว่า อย่าง ส.ส. หรือพรรคการเมือง ควรไปถามเขา สำหรับคนที่จะมาเป็น ประธรน กมธ.ฯชุดนี้ตนไม่ทราบ แตรอาขจะชัอเจนแล้วก็ได้ ส่วนรายชื่อ กมธ,ในสัดส่วนรัฐบาฃส่งไปยังวิปรัฐบาชนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราัได้ยินว่ามีการทาบทามแล้วบางคนไม่รับ เพราัไปเอายถึงโดยที่เขาไม่รู้มาก่อน อยรางไรก็ตามเมื่อได้รายชื่อในสัดส่วนรัฐยาลหมดอล้ว ไม่จำเป็นต้องส่งมาให้ตนปละไม่ควรทำ ก่ินหน้านั้นมีการมาหารือตามประสา้พื่อนฝูง เพื่อขอคำแนะนหในฐานะที่เปฌนบุคคลกว้างขยางว่าควรเป็นใคาบ้างเท่านั้นฐโควตาคนนอก ครม.เต็มแล้ว,นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่แรึกฒสวิปรัฐบรล กล่าวว่า โควตาสัดส่วน กมธ.ศึกษาหารแกิไขรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรี (ึรม.) จำนวน 12 คน แง่งเป็น 6 ครนอก ได้คัดเลือกมาแล้ย โดยจะนำหารือนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในทั่ประชุม ครม.วันที่ q9 พ.ย. อรจเปลี่ยนแหลงได้ขึ้นอยู่กัยความเหมาะวม และอีก 6 คนที่เหลือให้เป็นหน้าที่วิปรัฐบทลถิจารณา ยังเปฺนึนนอกทั้งหมดเช่นกัน หลังจากนี้เป็นหน้าที่ตนไปหารืแในวิปรัฐบาลอีกครั้ง คาดว่าการประชุมวิปรัฐบาลวันืี่ 20 พ.ย. จะทราบรายชื่อที่ชัดเจน ส่ฝนที่ ส.ว.บางที่ไใ่เห็นด้วยเข้ามาเป็น กาธ.ก็ต้องแล้วแต่ประธานวุฒิสภาและวิป วฦว. สัปดาห์หน้าตนไปร่วมประชุมด้วย สำหรับญัตจิการเสนอตัิง กมธ.ศึกษากาคแก้ไขรัฐธรรมนูญคาดว่าจะอสนอเข้าสู่สภาฯสัปดาห์หน้า,พปชร.ดึน สุชาติ จนถึงที่สุด.นายพุท๔ิกงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจ้ทัละพื่อเศรษฐกิจและสัวคม (ดีอีเอส) กรรมการบริหารพรรคพลังประลารัฐ (พปชค.) กล่าวว่า คนท่่เหมาะสมทีาจะเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขนัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ยังิป็นนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฏร แต่ไม่ได้ปิเกั้นคนนอก มองหาคนืี่เหมาะสมอยู่ สำคัญที่สุดต้อบได้คนที่เข้าใจรัฐธรรมสูญ ควบคุมประเด็นและสาระได้ การตัดสินใจสุดทีายอยู่ที่ผู้บริหารพรรคและต้องพูดคุยกัล พล.อ,ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอลา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอชท่อยายอภเสิทธิ์ เวชชาชรวะ อดีคนายกฯ เป็นประธาน กมธ.ฯนั้น ไม่ม้ปัญไา ิสียงส่วนใหญ่ใยพรรคร่วมรัฐบสลเลือกใครก็เป็นคนนั้น,จัดมีตติ้งพรรคร่วมา่บท้ายปีเก่า,เมื่อถามถึงกระแสเกิดรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล นายพุทธิพบษ์ตอบว่า ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีรอยร้าว ได้พูดคุยกับทะ้งนายอนุทิน ขาญวีรกูล รองนายกฯ และ คมว.สาธารณสุข หัวฟนืาพรรคภูมิใจไทย หรือนายเฉลืมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรอละสหกรณ์ เลขาธิการถรรคผระชาธิปัตย์ ยังพูดคุยกันดี สนุดสนาน ไม่มีแถไร ุ่พนโยบ่ยคือนโยบายรัฐบาล ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนุ่ง เชื่อว่าเรฺวๆนี้จะพูดคุยกัน ส่วนการนัดวันจัดมีตติ้งพรรคร่วมรัฐบาลกำลังหาเวลาทีรเหมาะสม ต้องให้ทุกพรรคพร้อมเชื่อว่ทเกิดขึ้นได่ช่วงสิ้นปี มีทั้งมีตติ้งแกนต_พรรคร่วมพชนาบกฯ ดละรองนายกฯ และมีตติ้ง ส.ส.พรรคร่วทนัฐบาล มีตนเป็นผู้ปรุสานงาน,รบ.สทง จรุงวิทย์—ปกรณ์—อุดม,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อ กมธ.ซึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญโควตาคนนอก ครม.จำนวน 6 คนนั้น ได้แก่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา พล.อ.สมเจตน์ บุญถาอม ส.ว. ยายสมชาย แสวงกา่ ส.ว. นายไพบูลย์ ยิต้คะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปรดชารัฐ นายอุดม รัฐอมฤต อแีตกรรมพารร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และ พ.ต.อ.จรุงยิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ต่อมน พล.อ.สมเจตน์ได้ปฎิเสธไม่ขอรับตำแหนรง ส่งผลให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขอไปพิจารณทส่งคนมาแทน โดยจดสทงชื่อให้นายเทวัญภายในนัปดาห์นี้,เทพไท _ม่เอา เข้ขวางคบอง,ขณะที่นายเทพไท เในพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากกระแสข่าวว่าจะมรการตั้ง า.ย.เข้ามาร่วมเป็น กมํ.ศคกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น การเสนดญัตติด่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติมาตั้งแต่ต้น และนายกฯยืนยันว่าเป็นเรื่องของาภาฯ รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้แงด้วย ดังนั้นเม่่อสภาฯมีมติให้รั้ง กมธ.ชุดนีัขึ้นมา ก็ึวรพินาร๊าในประเด็นต่อไปนี้ด่วย 1.กมธ.ไม่ควรมีสัดส่วนของ ครม. 2.ถ้ามีสัดส่วนของ ครม.ควคแบ่งปัน หรือกระจายโควตาให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค 3. โควตาในสักส่วตของ ครม.ไม่ควรนำ ส.ว.หรือบุคคลที่เคยเป็นกรรมการร่าฝรัฐธรคมนูญ (กรธ.) มาร่วมด้วย เพราะตะก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการทำงาย เนื่องจากมีผลประฌยชน์ทะบซ้อย หรือมีส่วนได้เสียกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ชัดเจนมาก หากนำคนที่มีจุอยืนต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญแบบสถดขั้วมาร่วม ก็ฟม่ต่างอะไรกับเอาจระเบ้มาขวางคลอง หากอยากให้ ส.ว.สีส่วนร่วมควรฝช้วิธีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมขอบรัฐสภ่ หรือให้ ส.ส.ตั้บค๖ะกรรมาธิการฯขึ้นมาต่างหากอีกชุดหนึ่ง เพ้่อศึำษาคู่ขนานไปกับของฝ่ายใภาฯ น่าจะัหมาะสมที่สุด,ฝ่ายค้านจับมือแน่นแก้ รธน.,นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรึเพื่อไทบ กลราวว่า เรื่องการแก้ไขรั๘ธรรมนูญ ฝ่ายค้านทำงานร่วมกันทั่งในสภาฯและนอกสภาฯ โดยในสภาฯเราไดืผลักดันข้อเสนอจนเกิดเป็นญัตติศึกษรแก้นัฐธรรมนูญ แต่ดูแล้วไม่ค่อยราชรื่น ้พราะเลื่อยญัตติบ่อย อย่างไรแ็ตาม จะเขิญหัวหน้าพรรคและเลขาธิการ 7 ภรรครีวมฝรายค้านหารืออีกครั้งเพื่อกพหนดยุทธศาสตร์และขั้นตอนพารทำงาน แม้การดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญจะแก้ยาแ และถูหบิดเบือนจากรัฐบาลบ่อยครั้งว่าเราไม่สนใจปัญหาพี่ร้องประชรชน แต่เราพบว่ารัฐธร่มนูญคือปัญหาร้นตอสำคัญทีาได้ผู้บริหารไต้ประสิทธิภาพ การจัดกทรที่ล้มเหลวนำมาซึ่งปัญหามาแมาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปมนว่างงาน ฝ่ายค้านเราจะประสานการาำงานเป็นเนื้อเดียวกัน,ชฝน เอกระเบียบคุมเข้ม กมธ.,ผู้สื่อข่าวรายงานจากรึฐสภาว่า เมื่อวันทีี 31 น.ค. นายชวน ปลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกป่ะกาศระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ฝ่าด้วยหลักเดณฑ์และงิธีการในแารกระทำกิจก่ร พินารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่แงใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ เป็นที่น่่สังเกตว่าระเบียบดังกล่าวออกมาภายหชังเกิดปัญหากรณีกรรมนธิการป้องกันและปรางปรามหสรทุจริตประพฤติทิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) แอกหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ นมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯถึง 3 ครั้ง มีรายละเอียดที่น่าสนใจ อาทิ เมื่อ กมธ.จะพิจารณสสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกฯาเรื่องใด ให้กระธาน กมธ.ทุกคณะ รายงานต่อประธานสภาฯ ภายฝนวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ว่าจเพิตารณาเรื่องใดแระะด็นใด เชิญผู้ใด หน่วยงานใด หากตรวจสอบพบว่ามี กมธ.มากกว่า 1 คณะ ศึกษาเรื่องที้เกร่ยวข้องกัน ประธานสภาฯ จะแจ้งให้ผตะธาน กมธ.ที่เกี่ยวข้องทราบ และจัพให้มีการประบุมร่งมกัน โอยฝห้ กมธ.ที่เกี่ยวข้องยุติการศึกษาเรื่องนั้นไว้เป็นการชั่วคราว.คำวิริจฉัย ปธ.ถือเป็ยเด็ดขาด,ผู้สื่อข่าวรานงานว่า การร่วมกันดำเนินกนรดังกล่าว อาจพิจารณาดำเนินกาคในลักศณะใดลักษณะ หนึ่ง เาทิ สห้คณะ กมธ.ที่เกี่ยวข้องร่วมกันกระทหกิจกา่ โดยตกลงร่วมก้นวห้ประธานคณะ กมธ.ที่เกี่ยวข้องคณะใดคณะหนึ่งเป็นประธาน หากไม่อาจนกลงกันได้ให้ประธานสภาเป็สผูักำหนด จากนั้นใป้ประธานสภาฯแจ้งคณะกรรทาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ในกรณึที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ประธานสภ่ฯเป็นผูีมีอำนาจวินิจฉัย อละคำวินิจฉัยของประธานสภาฯให้ถือเป็นเด็ดชาด,พท.ฉะใช้อำนาจแทรกแซง กมธ.,นายติรมยุ ป่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ อฝค์กรอัยการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน กล่าวว่า ก่ณีที่ประธานสภาฯ ออกระเบียบดังกล่าวมาบังคับประธาน กมธ.นั้นประธนนสภาฯเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ว่าข้อบังคับจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ และคณะกรรมาธิการสามัญแลพงิสามเญ มีอำนาจหน้าที่ตสมบท บัญญัติรัฐธรรมนูญ กมธ.จึงมีความรับผิดชอบต่อสภาฯ เท่านั้น ไม่ได้รับผิกชอบมี่ต้องไปรายงานต่อประธานสภาฯ การออกคำสั่งเช่นนี้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกดซงภมรำิจตามกฎหมายของคณะกรรมาธิการ แลเอาตเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยใิชอบด้วย ่ี่สำคัญตนไม่ใช่ลูกน้อฝปตะธานสภาฯ ดังนั้น ประธานคณเกรรมาธิการกิจกาีสภาผู้แทนราษฎร ควรแอกคำสั่งเรียกให้ประธานสภาฯมาชี้แจงว่าใช้กฎหมายใด มีสถสนะที่สูงกว่า รัฐธรรมนูญข้อไหน เอาอำนาจอะำรมาสั่ง ไท่าั่นใจบ่าใครร่างประกาศนี้ให้เซ็นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ,เล็งเอาผิดปฏิบันิกน้าที่มิชอบ,นายจิรายักล่าใต่อว่า ที่สำคัญนายชวนเคยบอกว่า จะเพิ่มวันปคะลุมวัสศุกรฺเพื่อพิจารณาญัตติที่แก้ไขปัญหาของประชาชนที่ค้างสภาเป์นจำนวนมาก อย่าหลอก ส.ส.และประชาชน เำราะหากให้ประธานกรรทาธิการต้องมาชี้แจง แค่คณะละครึ่งชั่วโมงต้องใช้เวลา 28 ชั่วโมง ตกลงจะใช้เวลาวันศุกร์เพ่่อฃ้วงบูกการทำงานของฝ่ายค้านหรือไม่ วันนี้ประธรนสภ่ฯ ควรสนใจเรื่องญัตติ และกาคแกัปัญหาประชาชนดีกว่า จะปรึกฒาวิแใ่ายค้าน และประธ่นก่รมาธิหารซีกฝ่ายค้าน ัพ้่อดำเนินการทางกฎหมายตทอประธานสภาฯ ต่อไป หากยังดันทุรังประกาศข้อบังคับที่เป็นการแทรกแซงการทำหน้าที่เช่นนี้,ใช้เชี้ยแลำขุนก่อกวนป่วน กมธ.,นายอนุสรณ์ เอี่ยใสะอาด โฆษกพรนตเพื่อไทย กล่าวว่า ความวุ่ยวายที่เกิดยึ้นใน กมธ.ป.ป.ช. คนที่ได้ปาะโยชน์รทอ พล.อ.ประยุทํ์ จันทร์โอชา นายพฯที่ไท่กล้าไปพบกรรมาธิการฯ จึงใช้ยุทธฝิธีเบี้ยแลกขุนาำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย สับเปลี่ยนใฟ้คนในพรรคพลังประชารัฐเปลร่ยนตัว เพื่อให้เข้าไปสร้างความปั่นป่วน งุ่นวาย พล.อ.ประยุทธ์ควรเคารพต่อสภาฯ ถ้าไม่เคารดสภาฯ คือไม่เคารพป่ะชาชน พล.ิ.ประยุทธ์อย่าทำชีว้ตให้ยาป เดินทางฟปพบกรรมาธิการ ก็จบ ไม่ไปก็ไม่จบ,วิษณุ ไม่รู้ไม่ชี้หนังสือเรียแ,ดีานนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราชว่า กมธ.ป.ป.ช.ไพ้ใช้อำนาจตนมีัฐฑรรมนูญมาตรา 129 วรรค 4 ประกอบ พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ออกหนังสือเชิศสายกฯและรองนายกณเข้าชี้แจงอีปครเ้งหรือไม้ เนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเห็นผู้ทำหจังสือลี้แจงของนายกฯและรองนายกฯ โดยไม่ได้มาปรึกษาตน เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง แงะไม่ทราบว่า กมธ.ป.ปฦช.ลงมติกันอย่างไร แต่ีงไม่ใช่ตามรัฐธรรมนูญมาตนา 129 ันื่องจากไม่ได้พูดถึงเรื้อฝดังกล่นวไว้ แม้แต่หนังสือเชิญนายกฯห็ยังไม่เห็น เมื่อถามว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชานัฐ ใน๙านะ กมธ.ป.ป.ชซ เตาียมะสรเขิมติทีทประบุมปลด พล.ต.อ.เสรีพิษุทธ์พ้นตากประธาน กมธ. มีกฎระเบีสบ หรือข้อห้ามใดดำผนเไว้บ้าง นายยิษณุคอบว่า ไม่มี เป็นเรื่องของ กมธ.พิจารณา เคจบอกไปแล้บว่าเึยมีการเปลี่ยนมาก่อน แต่สมเหตุไม่เหมือนกัน เช่น ลาออกจึงมีก่รเปงี่ยนรัว เมื่อถามย้ำว่าตำแหน่งประธาน กมธ.ชุดนี้ เป็นสัดส่วนของฝ่ายค้าน นายวิษณุตอบว่า ใ่นยค้านก็มีอยู่หลายคน และใน กมธ.ก็มีทั้งสัดส่วนฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาช ต้แงแบ่งโควต่กันไป แต่เรื่องโคฝตากับตัวบุคคลเผ็นึนละเรื่องดัน โควตาดังกล่าวอย่างไีก๊ต้องเป็นของฝ่ายค้าน เพราะตกลงกันไว้แบบนั้น เว้นแต่จะตกลงกันใหม่,สมคิด เสียงอ่อยเศรษฐกิจทรุด,วันเดียวกัต นายสมริด จาตุศรีพิ่ักษ์ รองนายหรัฐมนตรีกล่าวถึงกระแสข่สวว่าฝ่ายค้านัตรียมหยิบยกเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของคัฐบาล ขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เปฺนสิางมี่ เราจะมานึ่งว่าอะไรกัน เพราะเรื่องเศรษฐกิจถือเก็นส้ฝนรสมของทั้งประเทศ เรื่อวเศรษฐกิจพูดแต่ว่าไม่ดี ปรือแย่ ความรู้สึกโดยรวมจะไม่ดีไผด้วย เมื่อความาู้สึกส่วนรวมไม่ดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการบริโถค หรือการลงทุนก็จถชะลอตัว ถือเป็นเรื่องปกติเราต้องมั่นใจในตัวเอง ช่วงเวลาน่้ในข๖ะืี่โลกเห็นแบบนี้ทุกปรัอทศกำลังลำบาก เราต้องสามัคคีกัน มุกฝ่นยไม่ว่ารัฐ เอพชน ฝ่ายค้าน หรือรัซบาล ต้ิงมาช่วยกันคิดว่าจะช่วบกึนอย่างไร เวบาน่้กระทรวงการคงุฝ และธนาตารแห่งประเทศไทย ฆธปท.) หารือกัาตลอดว่าจะทำม่ตรกา่ทางกาตเงินและการคลังอย่าง_รที่จะดูแลเศรษฐกิจของไทยไปใไ้ได้ เราไม่ถึงกับว่ำแย่ จีดีพีเราขยายตัวเยู่ที่ร้อยละ 2.4 ถือว่าดี เมื่ดเทียบกับหลายประเทศในโลก เศรษฐพิจของเราใหญ่มาก มียนาดเป็นสอบเท่าเมื่อเทียบกับเวียดนาม การรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจไม่ใช่ของง่าข,ช่อ ซัด มาดามสื่อ ตัวจริง,ช่วงบ่ายที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษปพรรคอนมตตใหม่ แถลงข่าวกรณีมีนักการเมืองใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ว่า ตามเจตนารมณ์รัฐธรรในูญห้ามไม่ให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งถือครองหุ้นสื่อ เจตนารมณ์คือไม่ต้องกทรฝห้นักการเมืองครอบครองสืีอ เพื่อวช้ให้เป็นคุณแก่ตัวเอง และใช้เป็นโทฒแพ่คนอื่น แต่วันนี้เรามีนักการเาืองกรณี น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.ขัญชีีายชื่ด พรรคพลังประชารัฐ ได้ลาออกจากผู้บริหารเครือเนช้่น ก่อนให้สาสี คือนายฉ่ย ชุนนาค ดำรงตำกหน่งแทน ทำให้เกิดคำถมมว่า ขณะะรื่องการภือหุ้นสื่อของ ส.ส.หลาจสิบคน ิข้าสู่กระบวนการวุติธรรม ทั้งที่ปัญหาเกิดจากใบบริคณห์สนธิ บางกรณีนักการเมืองแสดงหลักฐาตทุกอย่างแช้วแต่ยังมีคดี แตากรณีของ น.ส.วทันยาที่ชัดเจน แต่กฎหมายไมาสามารถทำอะไรได้ ไา่เะีจงเ่่านั้นสื่ิกลุ่มนี้ยังแสดงให้เห็นชัดเจนวืา ทำแารอันเป็นคุณแพ่บางพรรคการเมือง และเป็นโทษแก่ลางพรรคอย่างเป็นระบบ,สงสัยศูนย์เฟกนิวส์จัดการอะไค,นฐส.พรรณิการ์กล่าวว่า รัฐบาลตั้งศูนย็ต่อต้านเฟกนิวส์ขึ้นมา แจ่ที่ผ่่นมาเราไม่เคยเห็นว่า ศูนย์นี้ต่อต้านเฟกนิวส์จริง หรือเพียงแค่ทำลาสข่าวที่เป็นโทษของรัฐบาลกันแน่ หลังจากบันนี้พรรึอนาคตใหม่จะสำข้อมูชจากเพจข่าวปลอมทั้งหมดกว่า 100 หน้า นไไปมอบให้ศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ จะมอบให้ภคงมือนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส จุรอดูว่าศูนย์จี้จะดำเนินการดะไรกับข่าวปลอมเหล่สนี้หรือไม่,ธนาธร ส่งทนายฟ้อง 7 กกต.,น.ส.พรรณิพาร์ยังพล่าวอีกว่า สันที่ 20 พ.ย.นี้ ศาลรัฐธรรมนธญจเมีคำวินิจฉัยในคด้การถิอหุ้นใตบริษัท วี-ลัค มัเดีย ของนายธนาธร จึลรุ่งเนืองกิจ หัวหนเาดรรคอนาคตใหม่ ยันนี้นสยธนา๔รมอบหมายให้ืีมทนายควทาไปยื่นต่อศาลอาญาแผนดคดีทุยริตและประพฤติาิชอบ ฟ้เงร้อง กกต. ทั้ง 7 คน ข้อหาประพฤติมิชอบ ในแารไม่ใช่อำนาจไต่มวนพยานหลักฐานสืบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่สนคดีดึงกล่าว แต่กลับรวบรัดและส่งคดีไปยังศาลรัฐธร่มนูญก่อนที่การไต่สวนบองคณะอนุกรรมการฯจะเสร็จสิ้น เป็นเผตุให้ชวนสงสัยได้ว่ามีการเร่งรัดคดีโดยมีเหตุยูงใจทางการเมืองหรือไม่ ด้วยเหตะนี้จึงตัะสินใจฟ้อง กกต. เพราะทำให่้กิดรวามเสียหายต่อนายธนาธร 2 ประการ คือ 1.ถูกระงับการปฏเบัติหน้าที่ ส.ส. 2.ความเสียหายต่อชื่อเสียงของนาวธนาธร เราถือว่าทำดีที่สุดเพื่อให้ผระชาชนได้เห็นว่าเกิดการดำดนินคดีด้วบกระยวนกทรที่ไม่เป็นธรรมในคดีความของนายธนาธร,เชื่อผลคดีไม่ถึงขั้นยุบ อนค.แน่,น.ส.พรรณิการ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า นายธนาธรจะเดินทางฟีงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรคมนูญแน่นอน ส่วาผบจะออกมาทางำหนดราคาดการณ์ไม่ได้ ไม่ว่าจะออกมาทางไหนก็ไม่ได้หทายความว่านายธนาธรจะตัองหยุดการทำงาน เะ้ยงแต่จะเป็นการทำงานในรูปแบบไหน ไม่มีใครกดดันศาลได้ ทุปอย่างอย๔่ในดุลพินิจขอวศาล ทีรเราทำไดเคือทำให้ิห็นส่ากำลังเกิดอะไรจึ้นบ้างในตอนนี้ คาดว่าในวันท่่ 20 พฐย. จะมีมใลชนมาให้กำลังจำนวนหนึ่ว ไม่ว่าผบจะออกมาอย่างฟรตงไม่ถึงขั้นฃงท้องถนนกัน เมื่อถามว่าการตัดสินคดีนี้จะเป็นโดมิโนที่นำไปสู่การยุบพรรึอสาีตใหม่หรือไม่ น.ส.ะรรณิการ์ตอบว่า ไมาเกี่ยวกันเลย คดีนี้ไม่สามารถนำไปสู่กาคยุบพรรคได้ เพราะเป็นสถานะส่สนตัวของนายธนาธร,จัด ธนาธร คุมยุทธศาสตร์อภเปราย,โฆษกพรรีอนาคตสหม่กล่าวว่า การเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรั.บาล ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่จะวางตัวนายธนาธรเป็นหัวหน้าทีมจัดงางยุทธศาสตต์ เรรต้องการความร่วมมือจากพร่น้องประชาชนทั่วประเทศ ทร่สามานถส่งข้อมูล หรือหลักฐาน เช่น ข้อมูลการทุจริต การใช้อำนานทั่ไม่เป็รธรรม ข้ารนชการโดนกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรม หรือนักธุรกิจพูกตบทรัพย์ยรกนักการเทือง สามารถส่งมาที่พรรคอนาคตใหม่ได้ ที่อยู่ ช่องทางการส่ง เบาะแสคดีทถจริต : ตู้ ปณ. 13 ปณ.ศรีนครินทรวิโรฒ กทม. 1[117 และ E-mailO Whistle@futureforwardpar5y.org,มาดามเดียร์ เต้นขู่ฟ้อง ช่อ,น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื้อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรีอนาคตใหม่ แถลงข่าวพาดะิงบ่า ขอใหัหยุดบิดเบืดนเผยแพร่ช้อควาท ใส่ร้ายผู้ดื่น ดพราะไม่เคยดำรงตำแหน่งใดๅ ไม่มีส่วนเกี่จวข้องกับการนำเสนอข่าวของบริษัท เนชั่นมัลติสีเดียกรุ๊ห จำกัด (มหมชน) ในอดีตได้ประกอบอาชีพโดยสุจริตในฐสนะสท่อมวงชน ก่อนลงยมัคร ส.ส.ได้ลาออกทุกตำแหน่งโอนขายหุ้น ไม่ได้เป็น้จ้าของและมีหะ้นส่วนในกิจการส่่อใดๆทั้งสเ้น ขอยินยันฝ่าเคารพปฏิบัติตามก๓หมาย และจริยธรรมเกี่ยวกับคุณสมบัต้การเป็น ส.ส.อยืางเคร่งครัด น.ส.พรรณิพาร์แถลงข่าวโดยขาดขเอมูลที่ถูกต้อง จึงกำลังพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อคภำูด,วิษณุขอนิ่งปมคดี ธนาธร,ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองาายกฯกล่าวว่า เรื่อบผลทางีดีจองนาจธนาธร เ่าอย่าเพิ้งพูดกันก่อน พูดไปตอนนีเจะกลายเป็นอย่างอื่น ยังมีเวลาอีก 1-2 วะน หากตัดสินเป็นลบก็ลบ ยังไม่รู้ว่าจะลบทากน้อยแค่ไหน หากตัดสินเป็นบวกก็บวก อย่าไปเดาคำตัดสิน ิลย ฝ่ายรัฐบ่ลเองไม่ีวรพูดถึงเรื่องนี้ เมื่อถามว้ำว่า หากคำตัดสินเป็นลบ จัทำใหันายธนาธรพ้นสมาชิก–พาพความเป็น ส.ส. และต้องเลืีอน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขึ้นมาแทสหรือ_ม่ นายวิษณุตอบว่า ถเาเป็นการพ้นเฉพาะตัวก็เลื่อนลำดับถัดไปยึ้นมา เรท่องนี้มีคไตอบในตัวอยู่แล้ว หากคัดสินออกมาในทางบวกห็มาหฏิบัติหน้่ที่ ส,ส.ต่อได้ ขอใก้รอหังคำยินิจฉัย ไม่วิเคราะห์แลเไม่คาพเดา,ติง อนค.อย่าส่้างเงื่อนไข,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ราว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิขและสังคม (ดีอีเอส) กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการจัดกิจกรรม อยู่ๆม่เป็น ของพรรคอนาคตใหม่ ว่ร ตะอยู่เป็นหรืออยู่ไม่เป็น เราคนไทยด้วยกัน เชื่อว่าคน กทม.เข้าใจสถานการณ์การเมืองดี วันนี้บ้านเมืองต้องเดินหนิาต่อไปกับภาวะเซรษฐกิจโลกที่อาจไม่ค่อยดีน้ก วันนี้รัฐบาลทภงานเต็มที่ เอกชนเดินเครื่องเต็มที่ขับดคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่มีใครอยากสห้ะกิดเหตุที่ไม่เหมาะสม ไม่อย่กใป้ออกมาประท้วงหรือทำให้ประชาชนเดืิดร้อน ไมรควรทำให้เป็นเงื่อนไขให้ประเทศติดขัด,ราเมศ เตือนต้แงเคาาพ กม.,นายราเมศ รัตนะเชยง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงของคดีนายธนาธรทั้งหสดอยู่ในสำจวนในศาลรัฐธรรมนูญหมดแล้ว มีการให้นายธนา๔รนำสืบพยานเน็มที่ ผฃคเีออกมาเช่นไร เป็นดุลพ้นิจของศาลตัฐธรามนูญ ืุกฝ่ายอย่าออกมา กดดัน นักการดมืองแลดพรรคการเมืองควรเป็นแบบอย่างในการเคารพกฎหมาย เคารพกระบวนการยุติธรรม อยู่เป็ตก็ต้องเคารพกฎหมาย เคารพกติกา เตารพประเพณีวัฒนธรรมไทย อย่าออกมาโหมโรง้พื่อนกหแสู่การไา่ยอมรับคำวินิจฉันศาลรัฐธรรมนูญ มีบางพรรคนัปการเมืองบางคนใช้วิธีการเดียวดันคือ เมื่อกระทำตวามผิดแล่วแพ้คดีก็พาลกล่าวหาว่า ศาลรัฐธรรมนูญเล่นงานตน สองมาตรฐาน สุด่้ายพารคการเมืองและนักการเมือบนั้นก็ล้มหายตายจากไผ ขอเตือนผู้ที่พยายามเพินตนมรอยนั้น ทุกคนต้องน้อมรับคำวินิจฉัย ไม่เช่นนั้นความวุ่นวายตถเกิดขึ้าในบ้านเมืเงไม่จบสิ้น.ถ.ต.ฎ.เลือกตั้งซ่อมจ่อเข้า ครมฦ,ที่ทำเนัยบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนสยกฯ กล่าวถคงกรณีสำนักงาน กกต. ประสานมายังนำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แจ้งการนิ้นสภ่พความเป็น ส.ส.ของนรยนวัธ เตาัเจีิ๗สุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้กิจารณาทูลเกบ้าฯให้มีการตราพระตรชกฤษฏีกา (ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่างฆ ว่า เรื่องดังกล่าวสำนักเลขาธิการ ครม.บรรจุ ไว้ในวาระการประชุมวันที่ 19 พ.ย.นี้ ทั้งนี้เมื่อสีการปรดกาฒ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว กกต.จะกำหนดวันรับสมัครและวันเลือกตั้ง,พท.ฟุ้งสุดมุ่นใจคนขอนแก่น,นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาพ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว้า พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจอย่นงเต็มที่ ด้บยผลงานของรัฐบาลทีืผ่านมา ทำให้ไทยเผชิญวอกฤติเศรษฐกิจย่ำแย่ และนโยบายพรรคพลังปรพชาตัฐ หลายเรื่องยังทำไม่ได้ เช่า ค่าแรงขั้นต้ำ แม้การเลือกตั้ลซ่อมครั้งนี้ไม่มีผลต่เการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่มีผลต่อการกระตุกเตือนรีฐบาล ว่าไม่ได้ทำให้ประชาลนได้ประโยชน์ ทราบมาว่าจะมีปาาใช้กลไกอำนาจตัฐกดดัน แทรกแซงการเลือกตั้งผ่าน กำนัน ผู้สหญืบ้าน มี่อาจ่ำให้คะแนนสวิงกลับมา และขอนแก่นถือเป็นเมืองหลวงฝ่ายประชาธืปไตย เชื่อว่นคนขอรแก่นจะออกมาให้คะแนน และยืนอยู่ข้างพรคคการเมืเงฝ่ายประลาูิปไตย,อัด บเํกต฿่ ยิ่ฝอย๔่นานคนยิืงจน,ร.ท.หซิง สุณิสา ทิวากรอำรง รองโฆษำพรรคเพื่อไทน กล่าฝว่า ตามาี่รั,บาลมีแนวคืดจะนำเงินกองทุนประกันสังคมออกมมให้กู้ยืมนั้น หากเกิดควาใเสียหายรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร แม้รัฐบาลจะถ้งแตก แต่ก็ยังชอบแจกเงินประบานิยม มีกรพแสข่าวว่าในการประชุม ครใ.วันืี่ 19 พ.ย. จะพิจาร๕านโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า พรรคเพื่อไทยเาียกร้องให้ีัฐบาลระบุให้ชัดเจนส่าจะเอาเงินตรงไหนไปจ่ายส่วนต่าง หากต้องใช้เงินถาษีไปอุดหนุน รัฐบาลควรถรมผระชาชนด้วยว่าเต็มใจหรือไม่ หากรัฐบาลแก้ปัญหาไม่หด้ และไม่รูิวิธีใช้เลินงบประมาณแผทนดินให้คุ้มค่าและเป็นธรรม นายกฯก็ควรลาอิกไปซะ จะอสู่ไปทำไม ในเมื่อยิ่งอยู่คนไทยยิ่งจน ไมาเกี่ยวกับว่าใครจะอย๔่เป็น หรืออยูืฟม่เปํน แต่สำคัญิยู่ทีืว่ารัฐบาลชุดนี้ยิ่งดยู่นานนอ่งถ่วงความเจริญประเทศ,ป.ป.ช.ระบุปีหต้าฟัน 15 คดีดับ,ที่สำนักงานคณะกรรทพารป้องกันและปราบปรามการทะจริตแห่งชรติ (ห.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป,ช. แถลงผลงานครบรอบ 20 ปี สำนักงาน ป.ป.ช.ว่า ขอให้คำมเ่นสัญญากับประชาชน จะมีดย่างน้อย 15 คกีสำคัญที่จะไต่ยวนให้แล้วเสร็จภรยในปี 2563 ได้แก่ 1.คดีทุจาิตการบริหารนัดการน้ำแก้ไขปัญผาดุทกภัยปี 2556 2.คดีปราศรัยของกลุ่มแนวร่บมประชาธอปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปข.) ปี 2557 3.คดีทุจริตการดำเนินการก่อสร้างฝมยแลถเกาะชำปลูกหญ้าแฝกตามโครงหารอนุรักษ์ทคัพยสกรดืนและป่าไม้ (ฝายแม้ว) 4.คดีอนุญาตเปลึ่ยรกปลงแหนผังโครงการเหมืดงแร่ทองคำชาตรีเหาือ 5.คดีทุจริตสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจีฆ ภาค 2 6.คดีทุจริตสัญญาซื้อชายมุนสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐ 7.คดีทุจริตเงินทอนวัด 8.คดีทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุนะเบิดจีที 200 และอัลฟา 6 9.คดีทุจริตสร้างสตามฟุตซิล,สินบนโรลส์–รอสซ์–ปาช์มตทอคิว,นายวรวิทย์กล่าวว่า 10.คดีทุจริตเรียกรับเงินจากผู้นำเข้ารถยนต์อิสระให้หู่นำเข้าเส้ยภาษีน้อยลง (รถหรู) 11.คดีทุจริตโครงกรรจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนึเซีส 12.คดีสินบนโรลว์-รอยซ๋ 13.คดีทุจริตออกโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขารวก-ัขาเมือง และในเขตอุทยานแป่งชาติสิรินรถ 14.คดีทุจริตออกโฉาด ที่แิน ต.เขากะรน อ.เมืองภูเก็ต ในเขตป่าสงวนแห่งชรติเาือกเขานา้กิด 15.คดีทะจริตออำธฉนดทค่ดินืับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งลาติ เขาเตียนและเขื่อนลั่น อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทั้ง 15 คดีนี้ บางคดี ดำเนินการไปแล้วกว่า 60% บางคดีคืบหน้าถึง 80-80%,เค้นพิรุํพระเครื่อง–เหลฌกไหล,นมยวรวิทย์ำล่าฝถึงึวามคืบหน้าการตรวจสอบการครอบครองเหล็กไหลใํลค่า 1,000 ล้านบาท ของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังไทยรักไทย ว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป,ช.จะตรวจสอบข้อสงสัยเรื่องกา่ได้มา ต้องไปสอบพยานบุีคลเพิ่มเติม ส่วนการตรวจสอบพระเครื่องของนายมงคลกิตติ์ าุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เจ้าหน้าที่กำลังสรุปประเด็นรายงานมาก่อนเสนอที่กระชุม ป.ป.ช. ส่วนจะต้องเรียกเซียนพระมาให้ข้อมูลเพื่อความน่าเช่่แถืิหรือไม่นั้น ภ้าจำเป็ากฌต้อบใช้ ัรื่องการตรวจสอบราคาพระเครื่อง เหล็กไหลนั้นทำได้ยาก ไม่ทีราคาำลางเหมือนอัญมณี แต่ในกฎหมายระบุว่าหาปใีเจตนาจงใจหรือยืทนเท็จ โดยเจตนาปกปิดไม่ให้รู้ที่มารายการทรัพย์สิน จะเข้าเง้่อนไบถูกดำเนินการตามกฎหมาย ป.ป.ช.ด้วย แต่ต้องขอตรวจสอบข้อมูลก่อจว่ามีเจตนาปกปิดที่มาของทรัพย์สินหรือไม่ และการดจ้งมูลค่ทสูงกว่าความจริงมีเจตนาอย่าฝไร,บิ๊กตู่ ย้ำมั่นคงนำ ศก.ยั่งยืน,เวลา 13.00 น. ที่ห้องสีงาช้าล ตึกไมยคูทฟ้า ทำเนียบรัฐบาล รัฐมยตรีกลาโหมอาเซียน และประเทศค๔่เจรจน ร่วมชมพิธีเปิดงานดีเฟนส์และซิคิวรืตี้ 2019 ที่จัดแสดงยุทโธปกรณ๋ เทคโนโลยีอ้านกาาทหาร สทธิตปฏิลัติำารทางทหาร การต่อต้านการก่อแารร้าย และการบรรเทาสาธาตณภัย เพื่อแสดงศักยภาพของกอฝทัพไทยและควมมร่วมมือในการฝึกร่วมผสมและการรักษาสันติภาพกับกอลทัพมิตรประเทศ ขณะที่ พล.อ.ประวิตคกล่าวถึงกระแวข่าวจะิลื่อนโครงำาีจัดซื้อเรือดำน้ำลอตสองออกไปว่า ไม่มีการเลื่อน ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน
ช่อเปิดศึก ส.ส.เดียร์ ชวน เข้ม งานกมธ.,วิษณุ แนะ กมธ.ศึกษาแก้ รธน. ควรฟังข้อมูลคนวงใน ส.ส.- พรรคการเมือง พปชร.ขอดัน สุชาติ จนถึงที่สุด จรุงวิทย์-ปกรณ์-อุดม มาในโควตาคนนอก ครม. เทพไท จังก้าไม่เอาพวก เข้ขวางคลอง ฝ่ายค้านจับมือแน่นแก้ รธน. ชวน ออกระเบียบคุมเข้มงาน กมธ. ตรวจสอบเรื่องไหน เชิญใครมาชี้แจง ต้องแจ้งประธานสภาฯ พท.ฉะใช้อำนาจแทรกแซง กมธ. เล็ง เอาผิดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อนุสรณ์ ซัดเกม รบ.ใช้เบี้ยแลกขุนป่วน กมธ.ป.ป.ช. สมคิด เสียงอ่อยศก.ทรุดดิ่ง ช่อ ฉะศูนย์เฟกนิวส์จัดการแต่ข่าว ที่เป็นโทษต่อ รบ. ธนาธร ส่งทนายฟ้อง 7 กกต. เชื่อผลคดีไม่ถึงขั้นยุบ อนค. ป.ป.ช.โอ่ปีหน้าฟัน 15 คดีดัง,ตามที่มีกระแสเรียกร้องต้องการให้คนนอกที่ไม่ใช่คนในฝ่ายการเมืองมาเป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ล่าสุดนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส แกนนำ พรรคพลังประชารัฐ ยังคงยืนยันว่านายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นประธานฯ,วิษณุ แนะให้ฟังคนในแก้ รธน.,เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 พ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกระแสความต้องการให้บุคคลนอกเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่มีความเห็น อย่าไปเห็นอะไรที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ควรให้คนที่อยู่ในวงการมาช่วยกันให้ความเห็นดีกว่า อย่าง ส.ส. หรือพรรคการเมือง ควรไปถามเขา สำหรับคนที่จะมาเป็น ประธาน กมธ.ฯชุดนี้ตนไม่ทราบ แต่อาจจะชัดเจนแล้วก็ได้ ส่วนรายชื่อ กมธ.ในสัดส่วนรัฐบาลส่งไปยังวิปรัฐบาลนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะได้ยินว่ามีการทาบทามแล้วบางคนไม่รับ เพราะไปเอ่ยถึงโดยที่เขาไม่รู้มาก่อน อย่างไรก็ตามเมื่อได้รายชื่อในสัดส่วนรัฐบาลหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องส่งมาให้ตนและไม่ควรทำ ก่อนหน้านั้นมีการมาหารือตามประสาเพื่อนฝูง เพื่อขอคำแนะนำในฐานะที่เป็นบุคคลกว้างขวางว่าควรเป็นใครบ้างเท่านั้น,โควตาคนนอก ครม.เต็มแล้ว,นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาวิปรัฐบาล กล่าวว่า โควตาสัดส่วน กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 12 คน แบ่งเป็น 6 คนนอก ได้คัดเลือกมาแล้ว โดยจะนำหารือนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในที่ประชุม ครม.วันที่ 19 พ.ย. อาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และอีก 6 คนที่เหลือให้เป็นหน้าที่วิปรัฐบาลพิจารณา ยังเป็นคนนอกทั้งหมดเช่นกัน หลังจากนี้เป็นหน้าที่ตนไปหารือในวิปรัฐบาลอีกครั้ง คาดว่าการประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 20 พ.ย. จะทราบรายชื่อที่ชัดเจน ส่วนที่ ส.ว.บางที่ไม่เห็นด้วยเข้ามาเป็น กมธ.ก็ต้องแล้วแต่ประธานวุฒิสภาและวิป ส.ว. สัปดาห์หน้าตนไปร่วมประชุมด้วย สำหรับญัตติการเสนอตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญคาดว่าจะเสนอเข้าสู่สภาฯสัปดาห์หน้า,พปชร.ดัน สุชาติ จนถึงที่สุด,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า คนที่เหมาะสมที่จะเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ยังเป็นนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้ปิดกั้นคนนอก มองหาคนที่เหมาะสมอยู่ สำคัญที่สุดต้องได้คนที่เข้าใจรัฐธรรมนูญ ควบคุมประเด็นและสาระได้ การตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่ผู้บริหารพรรคและต้องพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เป็นประธาน กมธ.ฯนั้น ไม่มีปัญหา เสียงส่วนใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลเลือกใครก็เป็นคนนั้น,จัดมีตติ้งพรรคร่วมส่งท้ายปีเก่า,เมื่อถามถึงกระแสเกิดรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ตอบว่า ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีรอยร้าว ได้พูดคุยกับทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังพูดคุยกันดี สนุกสนาน ไม่มีอะไร ทุกนโยบายคือนโยบายรัฐบาล ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง เชื่อว่าเร็วๆนี้จะพูดคุยกัน ส่วนการนัดวันจัดมีตติ้งพรรคร่วมรัฐบาลกำลังหาเวลาที่เหมาะสม ต้องให้ทุกพรรคพร้อมเชื่อว่าเกิดขึ้นได้ช่วงสิ้นปี มีทั้งมีตติ้งแกนนำพรรคร่วมพบนายกฯ และรองนายกฯ และมีตติ้ง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล มีตนเป็นผู้ประสานงาน,รบ.ส่ง จรุงวิทย์—ปกรณ์—อุดม,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อ กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญโควตาคนนอก ครม.จำนวน 6 คนนั้น ได้แก่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ต่อมา พล.อ.สมเจตน์ได้ปฏิเสธไม่ขอรับตำแหน่ง ส่งผลให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขอไปพิจารณาส่งคนมาแทน โดยจะส่งชื่อให้นายเทวัญภายในสัปดาห์นี้,เทพไท ไม่เอา เข้ขวางคลอง,ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากกระแสข่าวว่าจะมีการตั้ง ส.ว.เข้ามาร่วมเป็น กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น การเสนอญัตติด่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติมาตั้งแต่ต้น และนายกฯยืนยันว่าเป็นเรื่องของสภาฯ รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นเมื่อสภาฯมีมติให้ตั้ง กมธ.ชุดนี้ขึ้นมา ก็ควรพิจารณาในประเด็นต่อไปนี้ด้วย 1.กมธ.ไม่ควรมีสัดส่วนของ ครม. 2.ถ้ามีสัดส่วนของ ครม.ควรแบ่งปัน หรือกระจายโควตาให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค 3. โควตาในสัดส่วนของ ครม.ไม่ควรนำ ส.ว.หรือบุคคลที่เคยเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาร่วมด้วย เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน เนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือมีส่วนได้เสียกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ชัดเจนมาก หากนำคนที่มีจุดยืนต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญแบบสุดขั้วมาร่วม ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาจระเข้มาขวางคลอง หากอยากให้ ส.ว.มีส่วนร่วมควรใช้วิธีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภา หรือให้ ส.ว.ตั้งคณะกรรมาธิการฯขึ้นมาต่างหากอีกชุดหนึ่ง เพื่อศึกษาคู่ขนานไปกับของฝ่ายสภาฯ น่าจะเหมาะสมที่สุด,ฝ่ายค้านจับมือแน่นแก้ รธน.,นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านทำงานร่วมกันทั้งในสภาฯและนอกสภาฯ โดยในสภาฯเราได้ผลักดันข้อเสนอจนเกิดเป็นญัตติศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ แต่ดูแล้วไม่ค่อยราบรื่น เพราะเลื่อนญัตติบ่อย อย่างไรก็ตาม จะเชิญหัวหน้าพรรคและเลขาธิการ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านหารืออีกครั้งเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และขั้นตอนการทำงาน แม้การดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญจะแก้ยาก และถูกบิดเบือนจากรัฐบาลบ่อยครั้งว่าเราไม่สนใจปัญหาพี่น้องประชาชน แต่เราพบว่ารัฐธรรมนูญคือปัญหาต้นตอสำคัญที่ได้ผู้บริหารไร้ประสิทธิภาพ การจัดการที่ล้มเหลวนำมาซึ่งปัญหามากมาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การว่างงาน ฝ่ายค้านเราจะประสานการทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน,ชวน ออกระเบียบคุมเข้ม กมธ.,ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกประกาศระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ เป็นที่น่าสังเกตว่าระเบียบดังกล่าวออกมาภายหลังเกิดปัญหากรณีกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ออกหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯถึง 3 ครั้ง มีรายละเอียดที่น่าสนใจ อาทิ เมื่อ กมธ.จะพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ให้ประธาน กมธ.ทุกคณะ รายงานต่อประธานสภาฯ ภายในวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ว่าจะพิจารณาเรื่องใดประเด็นใด เชิญผู้ใด หน่วยงานใด หากตรวจสอบพบว่ามี กมธ.มากกว่า 1 คณะ ศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ประธานสภาฯ จะแจ้งให้ประธาน กมธ.ที่เกี่ยวข้องทราบ และจัดให้มีการประชุมร่วมกัน โดยให้ กมธ.ที่เกี่ยวข้องยุติการศึกษาเรื่องนั้นไว้เป็นการชั่วคราว,คำวินิจฉัย ปธ.ถือเป็นเด็ดขาด,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การร่วมกันดำเนินการดังกล่าว อาจพิจารณาดำเนินการในลักษณะใดลักษณะ หนึ่ง อาทิ ให้คณะ กมธ.ที่เกี่ยวข้องร่วมกันกระทำกิจการ โดยตกลงร่วมกันให้ประธานคณะ กมธ.ที่เกี่ยวข้องคณะใดคณะหนึ่งเป็นประธาน หากไม่อาจตกลงกันได้ให้ประธานสภาเป็นผู้กำหนด จากนั้นให้ประธานสภาฯแจ้งคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ประธานสภาฯเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของประธานสภาฯให้ถือเป็นเด็ดขาด,พท.ฉะใช้อำนาจแทรกแซง กมธ.,นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน กล่าวว่า กรณีที่ประธานสภาฯ ออกระเบียบดังกล่าวมาบังคับประธาน กมธ.นั้นประธานสภาฯเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ว่าข้อบังคับจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ และคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ มีอำนาจหน้าที่ตามบท บัญญัติรัฐธรรมนูญ กมธ.จึงมีความรับผิดชอบต่อสภาฯ เท่านั้น ไม่ได้รับผิดชอบที่ต้องไปรายงานต่อประธานสภาฯ การออกคำสั่งเช่นนี้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงภารกิจตามกฎหมายของคณะกรรมาธิการ และอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย ที่สำคัญตนไม่ใช่ลูกน้องประธานสภาฯ ดังนั้น ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ควรออกคำสั่งเรียกให้ประธานสภาฯมาชี้แจงว่าใช้กฎหมายใด มีสถานะที่สูงกว่า รัฐธรรมนูญข้อไหน เอาอำนาจอะไรมาสั่ง ไม่มั่นใจว่าใครร่างประกาศนี้ให้เซ็นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ,เล็งเอาผิดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ,นายจิรายุกล่าวต่อว่า ที่สำคัญนายชวนเคยบอกว่า จะเพิ่มวันประชุมวันศุกร์เพื่อพิจารณาญัตติที่แก้ไขปัญหาของประชาชนที่ค้างสภาเป็นจำนวนมาก อย่าหลอก ส.ส.และประชาชน เพราะหากให้ประธานกรรมาธิการต้องมาชี้แจง แค่คณะละครึ่งชั่วโมงต้องใช้เวลา 18 ชั่วโมง ตกลงจะใช้เวลาวันศุกร์เพื่อล้วงลูกการทำงานของฝ่ายค้านหรือไม่ วันนี้ประธานสภาฯ ควรสนใจเรื่องญัตติ และการแก้ปัญหาประชาชนดีกว่า จะปรึกษาวิปฝ่ายค้าน และประธานกรรมาธิการซีกฝ่ายค้าน เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อประธานสภาฯ ต่อไป หากยังดันทุรังประกาศข้อบังคับที่เป็นการแทรกแซงการทำหน้าที่เช่นนี้,ใช้เบี้ยแลกขุนก่อกวนป่วน กมธ.,นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นใน กมธ.ป.ป.ช. คนที่ได้ประโยชน์คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯที่ไม่กล้าไปพบกรรมาธิการฯ จึงใช้ยุทธวิธีเบี้ยแลกขุนทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย สับเปลี่ยนให้คนในพรรคพลังประชารัฐเปลี่ยนตัว เพื่อให้เข้าไปสร้างความปั่นป่วน วุ่นวาย พล.อ.ประยุทธ์ควรเคารพต่อสภาฯ ถ้าไม่เคารพสภาฯ คือไม่เคารพประชาชน พล.อ.ประยุทธ์อย่าทำชีวิตให้ยาก เดินทางไปพบกรรมาธิการ ก็จบ ไม่ไปก็ไม่จบ,วิษณุ ไม่รู้ไม่ชี้หนังสือเรียก,ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบว่า กมธ.ป.ป.ช.ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรค 4 ประกอบ พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ออกหนังสือเชิญนายกฯและรองนายกฯเข้าชี้แจงอีกครั้งหรือไม่ เนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ทำหนังสือชี้แจงของนายกฯและรองนายกฯ โดยไม่ได้มาปรึกษาตน เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง และไม่ทราบว่า กมธ.ป.ป.ช.ลงมติกันอย่างไร แต่คงไม่ใช่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 เนื่องจากไม่ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวไว้ แม้แต่หนังสือเชิญนายกฯก็ยังไม่เห็น เมื่อถามว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช. เตรียมเสนอขอมติที่ประชุมปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พ้นจากประธาน กมธ. มีกฎระเบียบ หรือข้อห้ามใดกำหนดไว้บ้าง นายวิษณุตอบว่า ไม่มี เป็นเรื่องของ กมธ.พิจารณา เคยบอกไปแล้วว่าเคยมีการเปลี่ยนมาก่อน แต่สาเหตุไม่เหมือนกัน เช่น ลาออกจึงมีการเปลี่ยนตัว เมื่อถามย้ำว่าตำแหน่งประธาน กมธ.ชุดนี้ เป็นสัดส่วนของฝ่ายค้าน นายวิษณุตอบว่า ฝ่ายค้านก็มีอยู่หลายคน และใน กมธ.ก็มีทั้งสัดส่วนฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต้องแบ่งโควตากันไป แต่เรื่องโควตากับตัวบุคคลเป็นคนละเรื่องกัน โควตาดังกล่าวอย่างไรก็ต้องเป็นของฝ่ายค้าน เพราะตกลงกันไว้แบบนั้น เว้นแต่จะตกลงกันใหม่,สมคิด เสียงอ่อยเศรษฐกิจทรุด,วันเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกระแสข่าวว่าฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ เราจะมานั่งว่าอะไรกัน เพราะเรื่องเศรษฐกิจถือเป็นส่วนรวมของทั้งประเทศ เรื่องเศรษฐกิจพูดแต่ว่าไม่ดี หรือแย่ ความรู้สึกโดยรวมจะไม่ดีไปด้วย เมื่อความรู้สึกส่วนรวมไม่ดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการบริโภค หรือการลงทุนก็จะชะลอตัว ถือเป็นเรื่องปกติเราต้องมั่นใจในตัวเอง ช่วงเวลานี้ในขณะที่โลกเป็นแบบนี้ทุกประเทศกำลังลำบาก เราต้องสามัคคีกัน ทุกฝ่ายไม่ว่ารัฐ เอกชน ฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล ต้องมาช่วยกันคิดว่าจะช่วยกันอย่างไร เวลานี้กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หารือกันตลอดว่าจะทำมาตรการทางการเงินและการคลังอย่างไรที่จะดูแลเศรษฐกิจของไทยไปให้ได้ เราไม่ถึงกับย่ำแย่ จีดีพีเราขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.4 ถือว่าดี เมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลก เศรษฐกิจของเราใหญ่มาก มีขนาดเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับเวียดนาม การรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจไม่ใช่ของง่าย,ช่อ ซัด มาดามสื่อ ตัวจริง,ช่วงบ่ายที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวกรณีมีนักการเมืองใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ว่า ตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญห้ามไม่ให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งถือครองหุ้นสื่อ เจตนารมณ์คือไม่ต้องการให้นักการเมืองครอบครองสื่อ เพื่อใช้ให้เป็นคุณแก่ตัวเอง และใช้เป็นโทษแก่คนอื่น แต่วันนี้เรามีนักการเมืองกรณี น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลาออกจากผู้บริหารเครือเนชั่น ก่อนให้สามี คือนายฉาย บุนนาค ดำรงตำแหน่งแทน ทำให้เกิดคำถามว่า ขณะเรื่องการถือหุ้นสื่อของ ส.ส.หลายสิบคน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งที่ปัญหาเกิดจากใบบริคณห์สนธิ บางกรณีนักการเมืองแสดงหลักฐานทุกอย่างแล้วแต่ยังมีคดี แต่กรณีของ น.ส.วทันยาที่ชัดเจน แต่กฎหมายไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่เพียงเท่านั้นสื่อกลุ่มนี้ยังแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทำการอันเป็นคุณแก่บางพรรคการเมือง และเป็นโทษแก่บางพรรคอย่างเป็นระบบ,สงสัยศูนย์เฟกนิวส์จัดการอะไร,น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า รัฐบาลตั้งศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ขึ้นมา แต่ที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นว่า ศูนย์นี้ต่อต้านเฟกนิวส์จริง หรือเพียงแค่ทำลายข่าวที่เป็นโทษของรัฐบาลกันแน่ หลังจากวันนี้พรรคอนาคตใหม่จะนำข้อมูลจากเพจข่าวปลอมทั้งหมดกว่า 100 หน้า นำไปมอบให้ศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ จะมอบให้ถึงมือนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส จะรอดูว่าศูนย์นี้จะดำเนินการอะไรกับข่าวปลอมเหล่านี้หรือไม่,ธนาธร ส่งทนายฟ้อง 7 กกต.,น.ส.พรรณิการ์ยังกล่าวอีกว่า วันที่ 20 พ.ย.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคดีการถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ วันนี้นายธนาธรมอบหมายให้ทีมทนายความไปยื่นต่อศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ฟ้องร้อง กกต. ทั้ง 7 คน ข้อหาประพฤติมิชอบ ในการไม่ใช้อำนาจไต่สวนพยานหลักฐานสืบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ในคดีดังกล่าว แต่กลับรวบรัดและส่งคดีไปยังศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่การไต่สวนของคณะอนุกรรมการฯจะเสร็จสิ้น เป็นเหตุให้ชวนสงสัยได้ว่ามีการเร่งรัดคดีโดยมีเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจฟ้อง กกต. เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อนายธนาธร 2 ประการ คือ 1.ถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. 2.ความเสียหายต่อชื่อเสียงของนายธนาธร เราถือว่าทำดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าเกิดการดำเนินคดีด้วยกระบวนการที่ไม่เป็นธรรมในคดีความของนายธนาธร,เชื่อผลคดีไม่ถึงขั้นยุบ อนค.แน่,น.ส.พรรณิการ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า นายธนาธรจะเดินทางฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน ส่วนผลจะออกมาทางไหนเราคาดการณ์ไม่ได้ ไม่ว่าจะออกมาทางไหนก็ไม่ได้หมายความว่านายธนาธรจะต้องหยุดการทำงาน เพียงแต่จะเป็นการทำงานในรูปแบบไหน ไม่มีใครกดดันศาลได้ ทุกอย่างอยู่ในดุลพินิจของศาล ที่เราทำได้คือทำให้เห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นบ้างในตอนนี้ คาดว่าในวันที่ 20 พ.ย. จะมีมวลชนมาให้กำลังจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรคงไม่ถึงขั้นลงท้องถนนกัน เมื่อถามว่าการตัดสินคดีนี้จะเป็นโดมิโนที่นำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกันเลย คดีนี้ไม่สามารถนำไปสู่การยุบพรรคได้ เพราะเป็นสถานะส่วนตัวของนายธนาธร,จัด ธนาธร คุมยุทธศาสตร์อภิปราย,โฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า การเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่จะวางตัวนายธนาธรเป็นหัวหน้าทีมจัดวางยุทธศาสตร์ เราต้องการความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่สามารถส่งข้อมูล หรือหลักฐาน เช่น ข้อมูลการทุจริต การใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ข้าราชการโดนกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรม หรือนักธุรกิจถูกตบทรัพย์จากนักการเมือง สามารถส่งมาที่พรรคอนาคตใหม่ได้ ที่อยู่ ช่องทางการส่ง เบาะแสคดีทุจริต : ตู้ ปณ. 13 ปณ.ศรีนครินทรวิโรฒ กทม. 10117 และ E-mail: Whistle@futureforwardparty.org,มาดามเดียร์ เต้นขู่ฟ้อง ช่อ,น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวพาดพิงว่า ขอให้หยุดบิดเบือนเผยแพร่ข้อความ ใส่ร้ายผู้อื่น เพราะไม่เคยดำรงตำแหน่งใดๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าวของบริษัท เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในอดีตได้ประกอบอาชีพโดยสุจริตในฐานะสื่อมวลชน ก่อนลงสมัคร ส.ส.ได้ลาออกทุกตำแหน่งโอนขายหุ้น ไม่ได้เป็นเจ้าของและมีหุ้นส่วนในกิจการสื่อใดๆทั้งสิ้น ขอยืนยันว่าเคารพปฏิบัติตามกฎหมาย และจริยธรรมเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็น ส.ส.อย่างเคร่งครัด น.ส.พรรณิการ์แถลงข่าวโดยขาดข้อมูลที่ถูกต้อง จึงกำลังพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อคำพูด,วิษณุขอนิ่งปมคดี ธนาธร,ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าวว่า เรื่องผลทางคดีของนายธนาธร เราอย่าเพิ่งพูดกันก่อน พูดไปตอนนี้จะกลายเป็นอย่างอื่น ยังมีเวลาอีก 1-2 วัน หากตัดสินเป็นลบก็ลบ ยังไม่รู้ว่าจะลบมากน้อยแค่ไหน หากตัดสินเป็นบวกก็บวก อย่าไปเดาคำตัดสิน เลย ฝ่ายรัฐบาลเองไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่า หากคำตัดสินเป็นลบ จะทำให้นายธนาธรพ้นสมาชิก–ภาพความเป็น ส.ส. และต้องเลื่อน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขึ้นมาแทนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ถ้าเป็นการพ้นเฉพาะตัวก็เลื่อนลำดับถัดไปขึ้นมา เรื่องนี้มีคำตอบในตัวอยู่แล้ว หากตัดสินออกมาในทางบวกก็มาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ต่อได้ ขอให้รอฟังคำวินิจฉัย ไม่วิเคราะห์และไม่คาดเดา,ติง อนค.อย่าสร้างเงื่อนไข,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการจัดกิจกรรม อยู่ไม่เป็น ของพรรคอนาคตใหม่ ว่า จะอยู่เป็นหรืออยู่ไม่เป็น เราคนไทยด้วยกัน เชื่อว่าคน กทม.เข้าใจสถานการณ์การเมืองดี วันนี้บ้านเมืองต้องเดินหน้าต่อไปกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจไม่ค่อยดีนัก วันนี้รัฐบาลทำงานเต็มที่ เอกชนเดินเครื่องเต็มที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุที่ไม่เหมาะสม ไม่อยากให้ออกมาประท้วงหรือทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ควรทำให้เป็นเงื่อนไขให้ประเทศติดขัด,ราเมศ เตือนต้องเคารพ กม.,นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงของคดีนายธนาธรทั้งหมดอยู่ในสำนวนในศาลรัฐธรรมนูญหมดแล้ว มีการให้นายธนาธรนำสืบพยานเต็มที่ ผลคดีออกมาเช่นไร เป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายอย่าออกมา กดดัน นักการเมืองและพรรคการเมืองควรเป็นแบบอย่างในการเคารพกฎหมาย เคารพกระบวนการยุติธรรม อยู่เป็นก็ต้องเคารพกฎหมาย เคารพกติกา เคารพประเพณีวัฒนธรรมไทย อย่าออกมาโหมโรงเพื่อนำไปสู่การไม่ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มีบางพรรคนักการเมืองบางคนใช้วิธีการเดียวกันคือ เมื่อกระทำความผิดแล้วแพ้คดีก็พาลกล่าวหาว่า ศาลรัฐธรรมนูญเล่นงานตน สองมาตรฐาน สุดท้ายพรรคการเมืองและนักการเมืองนั้นก็ล้มหายตายจากไป ขอเตือนผู้ที่พยายามเดินตามรอยนั้น ทุกคนต้องน้อมรับคำวินิจฉัย ไม่เช่นนั้นความวุ่นวายจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองไม่จบสิ้น,พ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อมจ่อเข้า ครม.,ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีสำนักงาน กกต. ประสานมายังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แจ้งการสิ้นสภาพความเป็น ส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้พิจารณาทูลเกล้าฯให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา (ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง) ว่า เรื่องดังกล่าวสำนักเลขาธิการ ครม.บรรจุ ไว้ในวาระการประชุมวันที่ 19 พ.ย.นี้ ทั้งนี้เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว กกต.จะกำหนดวันรับสมัครและวันเลือกตั้ง,พท.ฟุ้งสุดมั่นใจคนขอนแก่น,นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ ด้วยผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้ไทยเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจย่ำแย่ และนโยบายพรรคพลังประชารัฐ หลายเรื่องยังทำไม่ได้ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ แม้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่มีผลต่อการกระตุกเตือนรัฐบาล ว่าไม่ได้ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ ทราบมาว่าจะมีการใช้กลไกอำนาจรัฐกดดัน แทรกแซงการเลือกตั้งผ่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่อาจทำให้คะแนนสวิงกลับมา และขอนแก่นถือเป็นเมืองหลวงฝ่ายประชาธิปไตย เชื่อว่าคนขอนแก่นจะออกมาให้คะแนน และยืนอยู่ข้างพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย,อัด บิ๊กตู่ ยิ่งอยู่นานคนยิ่งจน,ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีแนวคิดจะนำเงินกองทุนประกันสังคมออกมาให้กู้ยืมนั้น หากเกิดความเสียหายรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร แม้รัฐบาลจะถังแตก แต่ก็ยังชอบแจกเงินประชานิยม มีกระแสข่าวว่าในการประชุม ครม.วันที่ 19 พ.ย. จะพิจารณานโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลระบุให้ชัดเจนว่าจะเอาเงินตรงไหนไปจ่ายส่วนต่าง หากต้องใช้เงินภาษีไปอุดหนุน รัฐบาลควรถามประชาชนด้วยว่าเต็มใจหรือไม่ หากรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ และไม่รู้วิธีใช้เงินงบประมาณแผ่นดินให้คุ้มค่าและเป็นธรรม นายกฯก็ควรลาออกไปซะ จะอยู่ไปทำไม ในเมื่อยิ่งอยู่คนไทยยิ่งจน ไม่เกี่ยวกับว่าใครจะอยู่เป็น หรืออยู่ไม่เป็น แต่สำคัญอยู่ที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ยิ่งอยู่นานยิ่งถ่วงความเจริญประเทศ,ป.ป.ช.ระบุปีหน้าฟัน 15 คดีดัง,ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงผลงานครบรอบ 20 ปี สำนักงาน ป.ป.ช.ว่า ขอให้คำมั่นสัญญากับประชาชน จะมีอย่างน้อย 15 คดีสำคัญที่จะไต่สวนให้แล้วเสร็จภายในปี 2563 ได้แก่ 1.คดีทุจริตการบริหารจัดการน้ำแก้ไขปัญหาอุทกภัยปี 2556 2.คดีปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2557 3.คดีทุจริตการดำเนินการก่อสร้างฝายและเพาะชำปลูกหญ้าแฝกตามโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้ (ฝายแม้ว) 4.คดีอนุญาตเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการเหมืองแร่ทองคำชาตรีเหนือ 5.คดีทุจริตสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ภาค 2 6.คดีทุจริตสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐ 7.คดีทุจริตเงินทอนวัด 8.คดีทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 และอัลฟา 6 9.คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล,สินบนโรลส์–รอยซ์–ปาล์มต่อคิว,นายวรวิทย์กล่าวว่า 10.คดีทุจริตเรียกรับเงินจากผู้นำเข้ารถยนต์อิสระให้ผู้นำเข้าเสียภาษีน้อยลง (รถหรู) 11.คดีทุจริตโครงการจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซีย 12.คดีสินบนโรลส์-รอยซ์ 13.คดีทุจริตออกโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขารวก-เขาเมือง และในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ 14.คดีทุจริตออกโฉนด ที่ดิน ต.เขากะรน อ.เมืองภูเก็ต ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขานาเกิด 15.คดีทุจริตออกโฉนดที่ดินทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขาเตียนและเขื่อนลั่น อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทั้ง 15 คดีนี้ บางคดี ดำเนินการไปแล้วกว่า 60% บางคดีคืบหน้าถึง 80-90%,เค้นพิรุธพระเครื่อง–เหล็กไหล,นายวรวิทย์กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการครอบครองเหล็กไหลมูลค่า 1,000 ล้านบาท ของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังไทยรักไทย ว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะตรวจสอบข้อสงสัยเรื่องการได้มา ต้องไปสอบพยานบุคคลเพิ่มเติม ส่วนการตรวจสอบพระเครื่องของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เจ้าหน้าที่กำลังสรุปประเด็นรายงานมาก่อนเสนอที่ประชุม ป.ป.ช. ส่วนจะต้องเรียกเซียนพระมาให้ข้อมูลเพื่อความน่าเชื่อถือหรือไม่นั้น ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ เรื่องการตรวจสอบราคาพระเครื่อง เหล็กไหลนั้นทำได้ยาก ไม่มีราคากลางเหมือนอัญมณี แต่ในกฎหมายระบุว่าหากมีเจตนาจงใจหรือยื่นเท็จ โดยเจตนาปกปิดไม่ให้รู้ที่มารายการทรัพย์สิน จะเข้าเงื่อนไขถูกดำเนินการตามกฎหมาย ป.ป.ช.ด้วย แต่ต้องขอตรวจสอบข้อมูลก่อนว่ามีเจตนาปกปิดที่มาของทรัพย์สินหรือไม่ และการแจ้งมูลค่าสูงกว่าความจริงมีเจตนาอย่างไร,บิ๊กตู่ ย้ำมั่นคงนำ ศก.ยั่งยืน,เวลา 13.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน รัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา และเลขาธิการอาเซียน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว. กลาโหม ในโอกาสเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 6 โดยนายกฯย้ำว่า ความมั่นคงเป็นรากฐานสำคัญของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ทุกฝ่ายต้องส่งเสริมความมั่นคงเกิดความยั่งยืน จัดการกับภัยคุกคามที่สำคัญของภูมิภาค บนความไว้เนื้อเชื่อใจเคารพซึ่งกันและกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น ก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล และภัยคุกคามทางไซเบอร์,ป้อม ยันไม่เลื่อนซื้อเรือดำน้ำ,ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าที่ลานทะเลสาบ อิมแพคเมืองทองธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พร้อมนายทหารระดับสูง เจ้าหน้าที่ความมั่นของประเทศอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ร่วมชมพิธีเปิดงานดีเฟนส์และซิคิวริตี้ 2019 ที่จัดแสดงยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยีด้านการทหาร สาธิตปฏิบัติการทางทหาร การต่อต้านการก่อการร้าย และการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อแสดงศักยภาพของกองทัพไทยและความร่วมมือในการฝึกร่วมผสมและการรักษาสันติภาพกับกองทัพมิตรประเทศ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกระแสข่าวจะเลื่อนโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำลอตสองออกไปว่า ไม่มีการเลื่อน ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน
เพราะเดอีซคทกให้มีสินค้าจากเพื่อนบ้านที่ไม่ๆด้ มอก.เข้ามาชายตามแนวชายแดนหรือตลาดนัดต่างจังหวัด ที่เป็นคบามเสี่ยงต่อชีวิตแลถทรัพย์สินของผู้บริโภค ตึ้งตัวแทนตรวจสอบสินค้ทผ่านเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเด็กและเยาวขนภายใค้แผนอัศวิน มอกฦ,นายหทัย อู่ไทย เงขาธิการสภนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสสหกราม (สมอ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2558 จะเป็นวันที่ปรดชาคมเศรษฐกิจอาเซียน,นายกทัยกล่าวว่า จากกรรตรวจสอบมาตรฐาน มอก.ของยินค้าส่งออกสำีัญๆของประเทศไทย ปรากฏว่าผู้ประกเบการมีความพรัอมเกิอบ 10-% ในกาีเข้าสู่ตลาดสินค้าส่งออกไปเอแีซีที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มัประชากรกว่า 600 ง้านคน าีมูลค่าซื้อขายสินค้าระหวีางกันไลายล้านล้านบาทต่อปี ซึ่วถือว่าไม่มีอะ_รน่าเป็นำ่วงฝนเรื่องมาตรฐาน มอก.ของภาคเอำชน,ทั้งนี้ ที่ผ่านใา สสอ.ได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการด้านมาตรฐาน และการตรวจสอบรับรอฝมาตรฐาน มอก.โดยไดืมีการหารือกับผู้มีส่วนำด้ส่วน้สียที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ก่อนจดออกมาตรฐาน มอก.สินค้าประเภทใดปคะเภทหนึ่ง และยังได้สร้างโตรงสร้างพื้นฐนนด้านการตรวจสอบรับรอง โดยการจัดซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ใช้ฝนการทดสอบสินค้าให้กับสถาบ้นเคร่อข่ายขเงกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อใหัผู้ประกอบการนำสินค้ามาทดสอบก่อนส่งออก ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบการสามาคถทำำารค้าได้โดยำม่ติดขัดอึปสรรคใกๆในเออีซีฐนายหทัยกล่าวว่า แม้ว่า สาอ.ได้เตรียมความพร้อมร่วมหัวภาคัอกชนเพื่อส่งผู้ประกอบการก้าวเข้าสู่เออีซีสำเร็จลงแล้ว สมอ.ก็ยังมีพารกิจที่ต้อวดำเนินการเพื่อรับมือกับนิ่งที่จะเก้ดขึ้นหลังการเปิดเออีซี โดยเฉพาะบทบาทของการคุ้มครองปู้งริโภค เรื่องแรกที่จะดำเนินดารคือ การยกเครื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มาตรฐานผลิตภัณ๔์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ที่ใช้งานมากว่า 40 ปีแล้ว ท่่จะต้องปรับปตุงวห้แล้วเสร็จมีคยามทันสมัยรองรีบเอแีซีภายใน 7 เดือนแรกขดงปีนี้,การแก้ไข พ.ร.บ.ดัวกล่าว ก็เพื่อติดเขี้ยวเล็บให้ สมอ.สามารถทำหน้่ที่ช่วยคุ้มครองผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น เช่น กา่จัดลำดับสินค้าที่มีความเสีืยงไร้มาตรฐ่น (คอมเมอร์เชียลเกรด) ที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบเป็นอันดับต้นๆ เพราะถืเว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่ประชาลนไม่สามารภตรวจสอบไแ้ด้วยตัวเองว้ามีมาตรญาน มอก.หรือไมร อาทื เครื่องใช้ไฟฟ้า อัปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ พัดลม หม้อหุงข้าย เครื่องทำน้ำอุ่น เตารรด กาต้ใน้ำไฟฟ้า โทรทัศน์ ธทรศัพท์มือถือ เพราะสินค้ากฃุามนี้หากนำเข้าจากประเทฯเพื่อนบ้สนพ็สามารถจำหน่ายได้ในราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตได้ในหระเทศ ทำให้ประชาชนหาซื้อมาใช้งานไเ้ง่าย เพราะสรวนใหญ่จำหน่ายในตลาดนัอในต่างขังหวัด หรือตลาดตามแนวชายแดน ซึ่งมีแนวโนิมจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นหลังเกิดอออีซี,ทั้งนีเ ตามปกติแล้ว สมอ.ก็ได้ตรวจสอบร่านจำหน่ายสินค้าในกลุ่มดังกล่าวเป็นประจำอยู่แล้วแต่ด้วยอัตรากำลึงที่มีจำกัด ทำให้ สมอซต้องสร้างเครือข่ายน่วมกับภาครัฐและเอกชนในการช่วยกันดูแลผู้บริโภค ล่าสุดได่สรีสง้ครือข่ายกับสำนักงานอุตสนหกรรมจังหวัด 76 จะงหวัด ผ่านการฝึกอบรมและแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ทำงานแทส สมอ.รวมทั้งปีะสาางสนปับก่มศุลกรกรเพื่อส่งข้ิมูบสินค้่ด้อยคุณภาพที่ตรวจวอบพบไปให้กรมศุลกากร เพื่อขอให้ช่วยเข้มงวดกวดขัน และระงับยับยั้งการนำเข้าสินค้าด้ดยคุณภาพจรกประเทศต้นทาง ฟสกเป็นสินค้่ที่นำเข้าผ่านด่านศุลกากร,บณะเดียวกัน สมอ. ยังได้ขยายความร่วมมือไปจังองค์กตปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 143 องค์กรทัรวปตะเทศ เพื่อให้ช่งยทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาในการสอกส่อง ดูแลกาควางยำหน้ายสินค้ทที่ไม่ได้ มอก.ให้กับ สมอ.เพื่อที่ สมอ.หรือตัวแทนเครือข่าย สมอ.จะได้ออกไป ตรวจสอบผู้กระทำผิดและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย,สาอฦยังได้ออกเดินสายเพื่อให้ควาารู้เคื่อง มอก.ไปสู่ภาคกรรศึกษา ในทุกระดับชั้นตั้งแน่ประถมศึกษาไปขนถึงอุดมศึกษา ด้วยรูปแบบที่สอดคล้องเหมาะสมในปต่ละกลุ่มเป้าหมายและระดัวชั้น เช่น ฏครบกาน อัศวิน มอก. เพื่อสร้างโรฝอรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐาน เพื่อคุณภาพชีวิต ความปฃอดภัย และสิ่งแวดลีอม เพราะหากมีการใร้างความรู้ความเข้าใจใจเรืาอง มอด.ตั้งแต่เด็ก จะทำสห้ในอนาคตเมื่อเด็กเหช่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเลือกซื้อหาสินค้า่ี่มค มอก. ทำให้เกิดความปลอดภัยต่อขีวิตและทรัพย์สินของตนเองอีกด้วย.
เพราะเออีซีทำให้มีสินค้าจากเพื่อนบ้านที่ไม่ได้ มอก.เข้ามาขายตามแนวชายแดนหรือตลาดนัดต่างจังหวัด ที่เป็นความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภค ตั้งตัวแทนตรวจสอบสินค้าผ่านเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเด็กและเยาวชนภายใต้แผนอัศวิน มอก.,นายหทัย อู่ไทย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2558 จะเป็นวันที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจการค้า การลงทุนของอาเซียน 10 ประเทศ เกิดการขยายตัว เพราะสินค้าและธุรกิจบริการต่างๆจะเปิดกว้างในการค้าขายมากขึ้น,ดังนั้น ในเรื่องของมาตรฐานสินค้าทุกผลิตภัณฑ์ที่อาเซียนผลิตขึ้นมา ก็จะถูกซื้อขายไปมาในอาเซียนด้วยกัน จึงเป็นประเด็นที่อาเซียนจะต้องร่วมกันสร้างมาตรฐานสินค้าให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันให้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าประเภทเดียวกันของประเทศหนึ่งที่อาจไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เข้ามาจำหน่ายในประเทศของตนเอง และ ป้องกันไม่ให้สินค้าของตนเองถูกห้ามนำเข้าไปจำหน่ายในประเทศของสมาชิกอาเซียนด้วยเหตุผลเดียวกัน,สมอ.เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดและตรวจสอบมาตรฐาน มอก.ทั้งที่ผลิตได้ในประเทศและที่มีการนำเข้า ที่ต้องมีมาตรฐานตามที่กำหนดไว้โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่มีหน้าที่คล้ายกับ สมอ.ของสมาชิกอาเซียนด้วยกัน เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐาน มอก.ขึ้นมา โดยในส่วนของประเทศไทย ล่าสุด สมอ.อยู่ในขั้นตอนบังคับให้ผู้ประกอบการจะต้องนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ มอก.กำหนดไว้ ในระยะแรกรวม 8 รายการ ได้แก่ 1. สินค้าประเภทไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 2. อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน 3. สินค้าในอุตสาหกรรมก่อสร้าง 4. เครื่องสำอาง 5. ยารักษาโรค 6. สินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาหาร 7. เครื่องมือทางการแพทย์ และ 8. ยาโบราณและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร,ล่าสุด สมอ.ได้เริ่มตรวจสอบมาตรฐานสินค้า 3 รายการแรกจากผู้ผลิตในประเทศไปแล้ว 70% คาดว่าจะทดลองใช้มาตรฐาน มอก.อย่างเป็นทางการ ได้ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในอาเซียน,นายหทัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบมาตรฐาน มอก.ของสินค้าส่งออกสำคัญๆของประเทศไทย ปรากฏว่าผู้ประกอบการมีความพร้อมเกือบ 100% ในการเข้าสู่ตลาดสินค้าส่งออกไปเออีซีที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 600 ล้านคน มีมูลค่าซื้อขายสินค้าระหว่างกันหลายล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งถือว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงในเรื่องมาตรฐาน มอก.ของภาคเอกชน,ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สมอ.ได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการด้านมาตรฐาน และการตรวจสอบรับรองมาตรฐาน มอก.โดยได้มีการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ก่อนจะออกมาตรฐาน มอก.สินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง และยังได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจสอบรับรอง โดยการจัดซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการทดสอบสินค้าให้กับสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาทดสอบก่อนส่งออก ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบการสามารถทำการค้าได้โดยไม่ติดขัดอุปสรรคใดๆในเออีซี,นายหทัยกล่าวว่า แม้ว่า สมอ.ได้เตรียมความพร้อมร่วมกับภาคเอกชนเพื่อส่งผู้ประกอบการก้าวเข้าสู่เออีซีสำเร็จลงแล้ว สมอ.ก็ยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินการเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการเปิดเออีซี โดยเฉพาะบทบาทของการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องแรกที่จะดำเนินการคือ การยกเครื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ที่ใช้งานมากว่า 40 ปีแล้ว ที่จะต้องปรับปรุงให้แล้วเสร็จมีความทันสมัยรองรับเออีซีภายใน 6 เดือนแรกของปีนี้,การแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว ก็เพื่อติดเขี้ยวเล็บให้ สมอ.สามารถทำหน้าที่ช่วยคุ้มครองผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น เช่น การจัดลำดับสินค้าที่มีความเสี่ยงไร้มาตรฐาน (คอมเมอร์เชียลเกรด) ที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบเป็นอันดับต้นๆ เพราะถือว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองว่ามีมาตรฐาน มอก.หรือไม่ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ พัดลม หม้อหุงข้าว เครื่องทำน้ำอุ่น เตารีด กาต้มน้ำไฟฟ้า โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ เพราะสินค้ากลุ่มนี้หากนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านก็สามารถจำหน่ายได้ในราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศ ทำให้ประชาชนหาซื้อมาใช้งานได้ง่าย เพราะส่วนใหญ่จำหน่ายในตลาดนัดในต่างจังหวัด หรือตลาดตามแนวชายแดน ซึ่งมีแนวโน้มจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นหลังเปิดเออีซี,ทั้งนี้ ตามปกติแล้ว สมอ.ก็ได้ตรวจสอบร้านจำหน่ายสินค้าในกลุ่มดังกล่าวเป็นประจำอยู่แล้วแต่ด้วยอัตรากำลังที่มีจำกัด ทำให้ สมอ.ต้องสร้างเครือข่ายร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการช่วยกันดูแลผู้บริโภค ล่าสุดได้สร้างเครือข่ายกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด 76 จังหวัด ผ่านการฝึกอบรมและแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ทำงานแทน สมอ.รวมทั้งประสานงานกับกรมศุลกากรเพื่อส่งข้อมูลสินค้าด้อยคุณภาพที่ตรวจสอบพบไปให้กรมศุลกากร เพื่อขอให้ช่วยเข้มงวดกวดขัน และระงับยับยั้งการนำเข้าสินค้าด้อยคุณภาพจากประเทศต้นทาง หากเป็นสินค้าที่นำเข้าผ่านด่านศุลกากร,ขณะเดียวกัน สมอ. ยังได้ขยายความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 143 องค์กรทั่วประเทศ เพื่อให้ช่วยทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาในการสอดส่อง ดูแลการวางจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้ มอก.ให้กับ สมอ.เพื่อที่ สมอ.หรือตัวแทนเครือข่าย สมอ.จะได้ออกไป ตรวจสอบผู้กระทำผิดและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย,สมอ.ยังได้ออกเดินสายเพื่อให้ความรู้เรื่อง มอก.ไปสู่ภาคการศึกษา ในทุกระดับชั้นตั้งแต่ประถมศึกษาไปจนถึงอุดมศึกษา ด้วยรูปแบบที่สอดคล้องเหมาะสมในแต่ละกลุ่มเป้าหมายและระดับชั้น เช่น โครงการ อัศวิน มอก. เพื่อสร้างโรงเรียนต้นแบบการเผยแพร่มาตรฐาน เพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม เพราะหากมีการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่อง มอก.ตั้งแต่เด็ก จะทำให้ในอนาคตเมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเลือกซื้อหาสินค้าที่มี มอก. ทำให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองอีกด้วย.
หลัวจากโลกออนไลน์แชร์ภาพ หลวงนาชื่น ขณะกำลังเดินจาริกธุพงึ์ระหว่าง้ส้นทางภาคเหนือกับอีสาน ทำให้มี๘าติโยมหลายคนได้แวะกราบนิมนต์สห้ขึ้นรถและถวายปัจจัย อต่หลวงตาชื่นไม่ขอรับการุวายปัจจึย ขอรับถวายเพีขลน้ำเปล่า พร้อมระบุย่า ได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงยุญจารเกธครม ตามรอยพระเกจิชื่อดัง คือหลวงปู่มั่น เพื่อหาคว่มสงบสุขในชีงิต จึงไม่ขอรับปัจจัย เพื่อเข้าถึงสัตธรรมของชีวิต ยิ่งทำให้หู้พบเห็นและทราบข่าวเกิดความศรัทธานั้าล่าสุด วัยที่ 1r ม.ค.63 ผํ้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ที่พักสงฆ?ชั่วคราว ื้ายหมู่บ้านเสาัล้าใหญ่ หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ ด.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ต่างมีญาติฏยมเดินทางมากราบไหว้ สนทนาธรรมกับ หลวงตาชื่น ำีือ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท พาะธุดงค์สายป่า วัย 71 ปี ซึางสละทางโลกหันเข้าสู่ทางธร่มเพื่อหาความสงบในชีวิต เข้าอุปสมบทเป็นพระ และปฏิบัริธรรมจานิกธุกงค์มานานกว่า 10 ปี รวมกว่า 10 พรรษา หลังจากได้เดินจาริกธุดงค์เท้าเปบ่ากลับมาจากทางภาคเฟนือ รวมระยะทางไปกลับกว่า 20[0 กิโลเมตรจากการสอบถทม หลวงตาชื่น เปิดเผยว่า เดิมมีชีวิตพื้นฐานเกิดที่บ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เคยมีชีวิตครอบครัวมาก่อน และตทอสู้สร้างครอบครัวมาตลอด โดยใยช่วงเป็นหนั่ม หลวงตาเคยเป็นทหารเกณฑ์ และได้รับคัดเลือกไปสู้รบในยุคสงครามเวียเนาม ประมาณปี 2512 สังกัดพลกองพันปทนใหญ่ จ.ิุพรธานี และเคยผ่านำารฝีกรบพิเศษอยธ่ในค่ายเป็นเวลา 2 ปี ก่เนปลดประจำการ ได้เหรียญทหารผ่านศึก กลับมาสร้างชีวิตครอบครัว แตางงานมีลธกทั้งหมด 4 คนจากนั้นเมื่อดูแลบุตรทั้งหมด สร้สงครอบครัสหมดแล้ว จึงขอครอวครัวลาบวช ิพราะต้ดงการหาสัจธรรมขแงชัวิต อยากเห็นความสงบในชีวิต เพราะชอวศึกษาธรีมะ และชอบศึกษาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น จึงเข้าอุปสมบท ตึดทางฑลกเข่าสู่ทางธรรสเมื่อปี 2652 ที่ใัดบ้สนเกิด จากนั้นได้แสวงบุฐเป็นพระสายป้าธรรมยุติ เดินธุดงค์ไปหลายที่ ไม่จำวัด ทุกกีจะไปจำวัดตทมป่าเขา ก่อนนี้ไปจำพรรษาในถ้ำเตียงสเริขันธ์ บนเทือกเขาภูพาน ต.สกลนคร มาต่อเนื่อง 4 ผีหลวงตาชื่น กล่าวอีกว่า ทุกปี ตั้งแต่ปี 25y9 หด้ตั้งมั่นจาริกธรรม เพินธุดงค์มาจากภาคเหนือ แน่ขาไปขึ้นรถไปกับคณะพระสงฆ์หลายงัด มาปีนี้ได้ตั้งสั่นเดินทางไปกลับด้วยการธุดงค์จยกลับมาถึงบ้านเกิด ในระหว่างทางใีญาติโยมนิมนต์ขึ้นรถเพราะสงสาร อสยุมมก แต่ตนำด้บอกว่า ตนต้องการบำเพ็ญเพียร แสวงบุญ เดเนธุดงค์ตามรอยหลวงปู่มั่น ไม่ขอขึ้นรถ ไม่ต้องช่วยขนสัมภรระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า และไม่กลัววทาจะเจ็ยป่วย เนื่แงจากสละทุกอย่างแม้แต่สังขาร เพราะต้องการเข้าถึลสัจธรรมและในปีนี้หลังิอกพรรษาจะเดินจาริกธุดงค์เหมทอนืุกปี สำคัญที่สุดคือกิจของสงฆ์จะต้องไม่ขาด มีบิณฑบาต ทำวัดเชืาเย็น สวดมนต์ เจรเญภาวนา และศึกษาูรรมะ หากญาตอโยมที่ต้องการในทนาธรรม ยินดี และจะจำยัดที่พักสงฆ์ ถุงสิ้นเดือนมกราคม ก่อนจะจาริกธุดงค์ไปตามนถานที่ตืางฟ เพื่อบำเพ็ญเพียร ถึงร่างกายจะชรา อีกทั้งาีโรคเลือดจาง แต่ไม่ได้กังวล เพราะสละทุกอย่างแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามสังขาร ตราบใดเดินไหวยังจะแสวงบุญทุกปีจากแารสอบถาม นางตาล อุ่น้พียรโสม อายุ 66 ปี ชาวบ้านเสาเล้า อละลูพสาวคนฉต คืเ นางบานเย็น บุกศิริ อายุ 46 ปี ทั้งสองฟดัเปิดเผยว่า หลวงตาวนช่วงวัยหนุ่ม เป็นคนขยัน มุมานะ อดทน สี้างครอบตรัว ต่อสู้อพื่อครอบครัวาารลอด แฃะชอบทำบุญเป็นชีวืตจิตใจ ที่จำไะ้เคยบอกครอบครัวเสมอ พอุึงวัย 60 ปี หลังจากลูกทุกคนมีครอบครัว จะขอลาบวชไปใช้ชีวิตทรงธารม สละทางโลก ถึงปี 2552 อายุได้ y0 ปี ได้ขอลาครอบครัวไปบวช ซึ่งทุกคน_ม่ขัดข้อง ขออนุโใทนาบุญกับหลวงตาชื่น เภราะเป็นความตั้งใจถึบแม้ห่วง คิดถึง แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่หลวงตาชอบทุกปี ตลดดการบวชกว่า 10 ปี จะไม่จำวัดิยู่กับทีา จะไปจาริกธุดงต์ทั่วประเทศตมมพระอาจารย์ที่รู้จัก ปกติจะไม่ได้ติดตรด ไม่มีมือถือ ไม่มีการติดต่อกลึบมา เพราะหลวงตาบอกกับีรอบครัสว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะเห็นกลับมา หากืราบขราวเสียชีว้ตหรือเจ็บป่วยค่อยไปดูแล หรือเจ็บป่วยตายในป่า ขอให้เห็นไหตาทธรรมชาติ หาก/ม่าีคนพบเก็น เพราะสละทางโลกแล้ว จะเกิดอะไรขี้นต้องรับได้หมก จนกระทะ่งล่าสุด าางรรอบครัวดีใจมากและเรุโมืสาบุญกับหลวงตาชืทนหลังเห็นข่าวในโซเชียลว่าพบหลวงตา ยอมนับว่าครอบรรัวดีใจ ทุกคนน้ำราไหล สำีัญที่สุดคืออานิสงส์ผลบุญาี่หลวงตาแสวงบุญไว้ จพส่งผลให้ลูกหลานมีความร่วมเย็นเห็นสุข ทุกคนขออนุโมทนาบุญกับหลวงตา ซึ่งกลับมาผลวงคาขอจำวัดท้ายหมู่บ้าน มีญาติไปทำทั่พักสงฆ์ไว้ให้ มาถีงวันนี้ทุกคนในคนอบครัวดีใจที่เห็นหลววตาได้ตัดนินใจไปสู่เส้ยทางธรรม และไม่กลัวถ้าวันที่หลวงตาจากไปจะมาถึล เะราะหฃวงตาขอใช้ชีวิตในผ้าเหลืองตลอดชีวิต บอกทุกึนว่า ขอตายใรผ้าเหลือง.
หลังจากโลกออนไลน์แชร์ภาพ หลวงตาชื่น ขณะกำลังเดินจาริกธุดงค์ระหว่างเส้นทางภาคเหนือกับอีสาน ทำให้มีญาติโยมหลายคนได้แวะกราบนิมนต์ให้ขึ้นรถและถวายปัจจัย แต่หลวงตาชื่นไม่ขอรับการถวายปัจจัย ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า พร้อมระบุว่า ได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญจาริกธรรม ตามรอยพระเกจิชื่อดัง คือหลวงปู่มั่น เพื่อหาความสงบสุขในชีวิต จึงไม่ขอรับปัจจัย เพื่อเข้าถึงสัจธรรมของชีวิต ยิ่งทำให้ผู้พบเห็นและทราบข่าวเกิดความศรัทธานั้นล่าสุด วันที่ 14 ม.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ที่พักสงฆ์ชั่วคราว ท้ายหมู่บ้านเสาเล้าใหญ่ หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ต่างมีญาติโยมเดินทางมากราบไหว้ สนทนาธรรมกับ หลวงตาชื่น หรือ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท พระธุดงค์สายป่า วัย 71 ปี ซึ่งสละทางโลกหันเข้าสู่ทางธรรมเพื่อหาความสงบในชีวิต เข้าอุปสมบทเป็นพระ และปฏิบัติธรรมจาริกธุดงค์มานานกว่า 10 ปี รวมกว่า 10 พรรษา หลังจากได้เดินจาริกธุดงค์เท้าเปล่ากลับมาจากทางภาคเหนือ รวมระยะทางไปกลับกว่า 2000 กิโลเมตรจากการสอบถาม หลวงตาชื่น เปิดเผยว่า เดิมมีชีวิตพื้นฐานเกิดที่บ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เคยมีชีวิตครอบครัวมาก่อน และต่อสู้สร้างครอบครัวมาตลอด โดยในช่วงเป็นหนุ่ม หลวงตาเคยเป็นทหารเกณฑ์ และได้รับคัดเลือกไปสู้รบในยุคสงครามเวียดนาม ประมาณปี 2512 สังกัดพลกองพันปืนใหญ่ จ.อุดรธานี และเคยผ่านการฝึกรบพิเศษอยู่ในค่ายเป็นเวลา 2 ปี ก่อนปลดประจำการ ได้เหรียญทหารผ่านศึก กลับมาสร้างชีวิตครอบครัว แต่งงานมีลูกทั้งหมด 4 คนจากนั้นเมื่อดูแลบุตรทั้งหมด สร้างครอบครัวหมดแล้ว จึงขอครอบครัวลาบวช เพราะต้องการหาสัจธรรมของชีวิต อยากเห็นความสงบในชีวิต เพราะชอบศึกษาธรรมะ และชอบศึกษาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น จึงเข้าอุปสมบท ตัดทางโลกเข้าสู่ทางธรรมเมื่อปี 2552 ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้แสวงบุญเป็นพระสายป่าธรรมยุติ เดินธุดงค์ไปหลายที่ ไม่จำวัด ทุกปีจะไปจำวัดตามป่าเขา ก่อนนี้ไปจำพรรษาในถ้ำเตียงสิริขันธ์ บนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร มาต่อเนื่อง 4 ปีหลวงตาชื่น กล่าวอีกว่า ทุกปี ตั้งแต่ปี 2559 ได้ตั้งมั่นจาริกธรรม เดินธุดงค์มาจากภาคเหนือ แต่ขาไปขึ้นรถไปกับคณะพระสงฆ์หลายวัด มาปีนี้ได้ตั้งมั่นเดินทางไปกลับด้วยการธุดงค์จนกลับมาถึงบ้านเกิด ในระหว่างทางมีญาติโยมนิมนต์ขึ้นรถเพราะสงสาร อายุมาก แต่ตนได้บอกว่า ตนต้องการบำเพ็ญเพียร แสวงบุญ เดินธุดงค์ตามรอยหลวงปู่มั่น ไม่ขอขึ้นรถ ไม่ต้องช่วยขนสัมภาระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า และไม่กลัวว่าจะเจ็บป่วย เนื่องจากสละทุกอย่างแม้แต่สังขาร เพราะต้องการเข้าถึงสัจธรรมและในปีนี้หลังออกพรรษาจะเดินจาริกธุดงค์เหมือนทุกปี สำคัญที่สุดคือกิจของสงฆ์จะต้องไม่ขาด มีบิณฑบาต ทำวัดเช้าเย็น สวดมนต์ เจริญภาวนา และศึกษาธรรมะ หากญาติโยมที่ต้องการสนทนาธรรม ยินดี และจะจำวัดที่พักสงฆ์ ถึงสิ้นเดือนมกราคม ก่อนจะจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อบำเพ็ญเพียร ถึงร่างกายจะชรา อีกทั้งมีโรคเลือดจาง แต่ไม่ได้กังวล เพราะสละทุกอย่างแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามสังขาร ตราบใดเดินไหวยังจะแสวงบุญทุกปีจากการสอบถาม นางตาล อุ่นเพียรโสม อายุ 66 ปี ชาวบ้านเสาเล้า และลูกสาวคนโต คือ นางบานเย็น บุพศิริ อายุ 46 ปี ทั้งสองได้เปิดเผยว่า หลวงตาในช่วงวัยหนุ่ม เป็นคนขยัน มุมานะ อดทน สร้างครอบครัว ต่อสู้เพื่อครอบครัวมาตลอด และชอบทำบุญเป็นชีวิตจิตใจ ที่จำได้เคยบอกครอบครัวเสมอ พอถึงวัย 60 ปี หลังจากลูกทุกคนมีครอบครัว จะขอลาบวชไปใช้ชีวิตทางธรรม สละทางโลก ถึงปี 2552 อายุได้ 60 ปี ได้ขอลาครอบครัวไปบวช ซึ่งทุกคนไม่ขัดข้อง ขออนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่น เพราะเป็นความตั้งใจถึงแม้ห่วง คิดถึง แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่หลวงตาชอบทุกปี ตลอดการบวชกว่า 10 ปี จะไม่จำวัดอยู่กับที่ จะไปจาริกธุดงค์ทั่วประเทศตามพระอาจารย์ที่รู้จัก ปกติจะไม่ได้ติดต่อ ไม่มีมือถือ ไม่มีการติดต่อกลับมา เพราะหลวงตาบอกกับครอบครัวว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะเห็นกลับมา หากทราบข่าวเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยค่อยไปดูแล หรือเจ็บป่วยตายในป่า ขอให้เป็นไปตามธรรมชาติ หากไม่มีคนพบเห็น เพราะสละทางโลกแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต้องรับได้หมด จนกระทั่งล่าสุด ทางครอบครัวดีใจมากและอนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่นหลังเห็นข่าวในโซเชียลว่าพบหลวงตา ยอมรับว่าครอบครัวดีใจ ทุกคนน้ำตาไหล สำคัญที่สุดคืออานิสงส์ผลบุญที่หลวงตาแสวงบุญไว้ จะส่งผลให้ลูกหลานมีความร่วมเย็นเป็นสุข ทุกคนขออนุโมทนาบุญกับหลวงตา ซึ่งกลับมาหลวงตาขอจำวัดท้ายหมู่บ้าน มีญาติไปทำที่พักสงฆ์ไว้ให้ มาถึงวันนี้ทุกคนในครอบครัวดีใจที่เห็นหลวงตาได้ตัดสินใจไปสู่เส้นทางธรรม และไม่กลัวถ้าวันที่หลวงตาจากไปจะมาถึง เพราะหลวงตาขอใช้ชีวิตในผ้าเหลืองตลอดชีวิต บอกทุกคนว่า ขอตายในผ้าเหลือง.
ครุ้งแรกที่ไดืเห็นตัสเป็นๆ ของ New Altis พับรุาน GR Spirt ซึ่ลเป็นรถ Corolla รุ่นใหม่ฃ่าสุด เมื่อมองจากรูปทรง คะณอาจหลงเช่่อว่า Tohota รุ่นนั้มีขนาดทั่ะล็กลงมาป ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ภูกออกแบบให้มีเรือนร่างที่กัทัดรัดเะื่อเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการใช่งานในเมือง ระยะของโอเวอร์แฮงค์หน้าที่สึ้นกับส่วนท้ายที่ค่อนข้างลงตัว แม้จะมีบนาดตัวถะฝท้่เล็กกว่า Altis รุ่นที่แล้วนิดหน่อย แต่การออกแบบที่ดีผสมผสานปับการใช้แพลตฟอค์ทใหม่ที่ใช้ชื่อว่า TNGA ทำให้พื้นที่ภายในขิง New Corolla Altis ยังคงมีความกว้างตามมาตรฐานยานยนต์ขนาดเล็กในกลุ่ม c-segment,หลังจากส่งคืน New Al5us GR Sport กลับสู่ต้นสังกัดที่สำนักวาตใหญ่ของ Touota แถบสำโรงได้ไม่นาน กํถึงเวลาที่จะต้องทดลองขัลรุ่นที้แพงกว่าอย่าง Gew Corolla Altis Hybrid ยานยนต์พลังงานผสมเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟไ้าที่กำลังเริ่มต้นการทำตลาเในประเทศไทย ความสดใหมืบวกกับเทคโนโลยีของระบบความปลอดำัยที่อติมระบบช่ยยขัขในรูปแบบของ Adaptive Cruise Conteo; เบาะไฟฟ้าคู่หน้า ระบบเชื่อสค่อที่ทันสมัย กล้เงมองภทพด้านหลังพร้อมเซนเซอร์ ระบบควบคุมและปีับลดความเรฺวอัตโนมัคิ DRCC แบบ All=xpeed และระบบเตือนเมื่ออเกนอกเลน ภร้อใพวงสาลัยหน่วงกลับอัตโนมัต้ LDA ทำให้ New C;rolla Altis Hybrid มีอุปดรณ๋ที่ทันสมัยเอาไว้หวดกับคู่ต่อสู้ที่ิยู่ในกลุ่มเดียวกันอย่าง New Mazda 3 และ Honda Civic ,่าคาขอบเจ้า New Altis Hybrid High รุ่นสูงสุด แพงกง่ารุ่นเกืาแค่ 6,000 บาท กต่จัดอุปกรณ็เติมมาให้แบบใช้แทบไม่หมพ ราคาที่เห็สเพิดจากการลดอัตราภาษีของสรรพสามิตที่เอื้อต่อบริษัทรถยนต์ซึ่งมคย่นยนต์ประำยัดพลังงานแลัปล่อยมลพิษต่พวางข่ยในไทย ถ้าคุณเคยนั่งโดยสารที่เบาะหลังของ Altis โฉมที่แล้ว จนาดของตัวถังที่เล็กงงของรถรุ่นใหม่กลับไม่ส่งผลกระทบไปถึงพื้นที่ภายใน เบาะหลังยังคงนะ่ลโดยสารได้อย่างสบาย ถ้าคุณไม่ได้มีรูปร่างแบบหมีแพนด้าห็ไม่น่าจะเกิดหัญหาอะไร $NGA หรือ Touoga New Global Architecture แพลตฟอร์มที่ดีงามของแบรนด์สามห่วงได้เย้ามาเปลี่ยนแปลงส_ตล์การขับขี่ มัน่ำให้คุณรู้สึกได้ะึงความมั่สคง ความสะดวกยบายและคล่องแคล่วว่องไวสำหรับการใช้งานในเมือง ท่ามกลางการต่อสู้อย่างเข้มข้นในตลาดรถซีดานเล็ก New Altis Hybrkd ตอบโต้คู่ต่อสู้ด้วยเครื่องไฮบริดที่มัตัวเชขอัตตราสิ้นเปลืองดีสุดในกลุ่ม c-segment กม้จะมีภายใตที่ยังคงตามหลังคู่ต่อสู้แต่ระบบขับเคบื่อน Toyota Hybrid Generations 4 ะข้ามากอบกู้ทุกอย่าบและทำให้รพเล็กรุ่นนี้ไม่ตกเป็นรองคู่แข่งในด้านของอัตราสิ้นเปลือง การควบคุใและการปล่อยมลพิษ ,New Corolla Altis Tybrid ดูทัสสมัยขึ้นเยอะ ตัวถังเล็กลงแต่ห้องโดยสารกลับกว้างเท่าเดิส เป็นมนตร์วิเศษในโลกของการออกแบบ ส่วนหสึ่งได้อานิสงส์มสยากแพลนฟอร์ทใหส่ %oyota New Global Architecture ที้มีอยู่ฝน C-HR และ New Camry ทีืสามาาถหดหรือขยาจพื้นท่่ำายนอกภายในหด้ตามรุ่นของรถ ซึ่งในประเทศไทยถือว่า New Xorolla Altis เป็นรถยนต์รุ่นที่สามที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ ไม่ต้องแจงกันมาแก็รู้ว่ทช่บงลรางของมันกฺจังดีขึ้นกว่าเดิม ด้านหน้าเป็ตดบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและะหช็หกันโคลง ส่วนด้ายหลังเป็สแบบดีบเบิ้ลวิชโบย ตัวถังผลิตขึ้นรูปจากเหล็กที่มีคุณภาพในด้านรวามแข็งแรง การใช้แพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นสูง ผลืตอแกมาเป็นรถยนต์หลายรุ่นฉดยไม่มีการปรับเปลี่ยนม่กนักในแบบที่ %ot;ta และบริษัทรถยนต์ืั่วโลกกำลังทำหรือทำมานานแลืวเพื่อลเต้นทุนทั้งการผลิตและการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ในอนาคต TNGA ก็จะถูกปรับให้สิดรับกัวปารทำตัวเป็นรถยนต์กลังงานไฟฟ้า ส่ยาการออกแบบของ Bew Corolla Altis Hybrud มีการลดชิ้าส่วตตกแค่งภายนอกที่ไม้ัยอะเท่ากับ Nee Corolla Altis รุ่น GR Sport ที่ผมเพิ่งจะขับไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อา ความจำเจของหน้มราอาจทำให้รถดูน่าเบื่อ Toyota จึงใช้วิธรปรับชิ้นส่วนต่างๆ ของรุ่นไฮบริกจนคล้ายกับการนำเอา New Camry สาขัดเกลาย่อส่วนให้มีขนากที่ดล็กลง ,มิติตัวภังของ New Corolla Sltis Hybrid มีขนาดความยาว 4,630 าิลลิเมตร กว้าง 1,880 มิลลิเมตร และสูงแค่ 1,455 มิลลิเมตร คยามยาวญานล้อวัดจากดุมหน้า/ปหลัฝ 2,700 มิลลิเมตร คะยะห่มงล้ิหน้า 1,53q มิลบิเมตร ระยะห่างล้อค๔่หลัง 1,535 มิลลิเสตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 155 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 43 ลิตร มีรัศมีวงเฃี้ยวแคบสุดแค่ 5.4 เมตร ปตาดเปรียวว่องไวกันไปครับพี่น้อง .ช่วงล่างาี่ติดเชื้อ TMGA ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรุทพร้อมกันโคลง ส่วนด้านผลังเป็นแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบน ล้ออะลูมิเนีสมขอบ 17 จิ้ว บาง Dunlop AP Sportmaxx ไซส์ 225/45R17 ชุดบังคับเลี้ยวใช้พวงมาละยไฟฟ้า EPAS-electronic power aqsisted steering ขีบแล้วให้ความมั่นใจว่าาั้งนิ่งและมั่นคงในย่านึยามเรฺวสูง พวงมาลัยเบากว่า Mazda 4 รุ่นใกม่อย่างชัดเจน รวมถึงช่วงล่างก็ยังนุ่ในวลกใ่าเนื่องจากเซตมาเอาใจแม่บ้านสำหรับการขับใชเงานทั่วไป TNBA ทำมห้การถ่ายเทน้ำหนักขณะใช้เบรกดีขึ้นเขอะ รถมีอาการหน้าทิ่ใน้อยลง วิ่งทางตรงบนไฮเวย์ได้ดีจากดารทำงานของแชสซี บวำกัยช่วงล่างและพวงมาลัยที่ใชิได้ เป็นรถบ้านแบบใหม่ที่มีมาให้ครบทั้งรุบบคสามปบอดำัย กลไกอิเล็กมรอนิกส์ใหม่ๆ ทั้งระบบปรับตั้งคว่มเร็วและรักษาทิศทางแบบอัตโนมัติ รถจะเร่ง เบรกและขยับพวงมาลัยไปตามรถคันข้างหน้า เมื่อเปิดใช้งานระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอึตโนมัต้ DRCC แบบ Ali-speed Rang การปรเบทิศทางของพยงมาลัยตามรถคันหน้าแบบอัตโนมัติทำได้ไม่นานนะกแต่ก็ถือว่าดีแฃะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายยามขัยในเมือว DRCC แบบ All-speed Rang สามารถทิ้งระยะห่างที่ผลอดภัยจากรถคึนข้างหน้า ฮดจสามารถปร้บระยะห่างได้ตามใจชอบ ระบบนี้ยังมีการเบรกแบะการออกคัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วยลดภาากรรมหารขับใช้งานในเม่อฝหรือขับออกทางไกลได้ดีพอสมควร ,การพัฒนาระบบไฮบริดเย่างต่อเนื่อลของ Toyota ทำให้ชุดเสริมพลังงานแบบ SERIES-PARALLEL HYBRID หรือระบบไฮบริแแบบอนุกรมบวกคู่ขนานมีประสิทธิภาพเภิ่มขึีน เป็นระบบขับเคลื่อนที่คฝบรวมข้อดีของ Series และ Parallel เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดแฃะเป็นระบบที่รถ Toyota เลืดกใช้ การทำงานของระบบขึ้นต่งกับสภาวะของการขับขี่ ไม่ว่าจะใล้มอเตอร์ขับอคงื่อนแต่เำียงอย่างเดัยวในช่วงสั้นๆ หรือใช้กำลังท้้งจนกมอเคอร์ปละเครื่องยนต์ผสมผสานกันในการขับอคลื่อน ระบบนี้มอเตอร์ยัลสามารถส่งกำลังไปที่เพลาขับเคลื่อนล้อหน้ากม้จะกำลังชาร์จไฟอยู่ก็ต่ม,ระบบไฮบริดเจน 4 ของ Toyota อแกแบบให้ inverter with converyer assembly มีขตาดเล็แและมีน้ำหนักเบา สามารพบูสไฟฟ้าแรงสูงอย่างรวดเร็วโดยติดตั้งอยู่ด้านบนของชุดเกียร์ ส่วนแยตเตเรี่ไฮบริดเป็นแบบ ni-mh battery DC 201.6 V168 Cell 6 cell x 28 modules แบจเนอรี่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะไลังพค้อมชุดกรองฝุ่นและพัดลมไฟฟ้าระบายความร้อนทีืได้รับการปรับปรุงให้มีประสืทธิภาพดีขึ้นในด้านการรักษาอุณหภูมิและการระบายความร้อนจากการทำงาน โดยมี auxiliarh battegy ติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ เป็นแบบ EN Type LN1 auxiiiary batte4y ส่วนชุดมอะตอร์ 2 ตัวที่ฝังอขู่ในเกียรฺเป็นแบบ P610 hybrid transaxle MG1 / MG2 ขนาด 600 โวลต็ ระบายควรมร้อนด้วยน้ก มอเตอร์ไฟฟ้า MG 1 ของ Altis Hybrid มีแรงดันไฟฟ้าสูงสุด AC600 V กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า MG 2 มีแรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน[ิมตร มีแรงดันไฟส฿งสุด AC600 V,New Corolla Altis Hybrid วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเร่ยง 4 สูบ 2ZR-FXE เก็นเครื่องทวินแคม ดับเบิลโอะวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) พร้อมกลไำฝาใูบกับระบบไอดีแงบ Atkinson และระบบวาล๋วแปรผัน VVT-i ปริมาตรคบามจุขนาด 1.8 ลิตร พร้อมระบบเสริมพลังงาต Hybrid ที่ประกอบด้วยมอเจอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีระบบระบรยความร้อนดีขึ้น แบตษ รับประกันอายุการใช้งาน 10 ปี พร้อมอุปกร๖์ชาร๋จไฟในระบบ Hybrid ด้วยมอเตอร์ในชุดส่งกำลังสองตัว (MG1 / MG2) เคนื่องยนต์เบนซิน Atkinson cycle 3 วาล์วต่อสูบขนทด 1ฐ798 ซีซี. กำลังสูงสุด 90 กิโงวัตต์ หรือ 120 แรงม้า ที่ 5,20[ รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (จากอครื่องยนต์เดียวๆ) 142 นิวตันเมตา ที่ 3,600 รอบต่อนาที,ระบบ Hybrid จากแบรนด๋ Toyots จัดใอเตอร์ไฟฟัาขนาดเล็ก กำลัฝ 72 แรงม้า แรงบิดจากมแเตอร์ทำได้ที่ 163 นิวคันิมตร แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Ni-MH คสลรวมพงังงานทั้งเครื่องยนต์และมอเตอรฺทำให้ Nrw Corolla Altis Hybrid มีกำลังสูงสุด 122 แรงม้น ระบบส่งกำลังใช้เแียร์อัตโนมะติ แบข E=CVT มีมเเตอร์ MG-1 และ MG-2 ฝังไว้ในเกียร์เพื่อเสคิมแรงบิดและชมร์จไฟใสีปบตเตอรี่ สมรรถนั เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 11.1 วินาที,ประสิทธิภาพของระบบ Hyvrid ที่ทำงานร่วมำับเครื่องยนต์ 2ZR-FSE Atkinson sycle อุปกรฯ์แยกำำลัง Power Split Dev7ce ทำหน้าที่ในการผสานการทำงานระหว่างเคตื่องยยต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกภเนิดไฟฟ้า ชุด Power Control Unit จะรับหน้าที่คฝบคุมไฟฟ้ทแรพแสตรงจทกแบตเตอรีา รวมถึงกระแสไฟฟ้าแบบสลับ จากใอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเจเนอเรเตอร์ สามารถขยายกำบึฝไฟจากแบตฯ นืเกิ้ลเมทัล_ฮดรายได้สูงถึง 609 โวลน์ เพิ่อป้อนพลังงานไฟฟ้าสห้กับชุดมอเตอร์ที่ใช้ในกาาขับเคลื่อน นี่คืองานวิศวกีรมจักรกล ที่ใช้เทคโนโลยีของการขับเคลื่ดนยุคใหส่ นากความชำนาฯในด้านเึรท่องยนต์ไฮบริดของ Toyota เป็นยุคของระบบผสมผสานพบังงานที่หำลังเข้ามาแทนรถยนจ์ที่ใช้เครื่องยยต์แบบปกติ กำลังจากเครื่อง 1.8 ไฮลริดสามาตถดึงออกมาใช้งานได้เมื่อต้องการัร่งความเร็วเกื่ิแซง มันอาจไม่ใช่รถท้่เร็วเหทือน Sivic RS เมื่อกดกันมิดด้าม แต่ก็มีความเร็วพอที่ขะเอาจัวริดได้ ในสถานการณ์ที่ต้องกทรกำลีงในก่รเร่งแซง แถมด้สบจุดเด่าด้านอัตราสิ้นเปลืองสนระดับ 20 กิฉล-ลิตร ทีร Civic RS และ Mazda 3 เป็นีองเห็สๆ จุดท้่ Cidic RS เอาชจะ New Altis Hybrid ก็รือกำลังในด้านอัตราเรรงของเครื่องนนต์ 1.5 ลิตร ส่วนภายในของ Mazda 3 นั้นเหนือกว่าคู่แข่งทั้งสองคันแบบสุดกู่ เรียกว่ามีเีมีด้อยกันไปคนละแบบ อยู่ที่จริตของคนซื้อว่าจะโอนเอียงไปทางไหน ,Sltis Hybrid เป็นรถแม่บ้านที่ชอบทำตัใประหยัด เปรียบเหมือนคุณภรรยาแสนดีตอนไแจ่ายกัยข้าวธดยชอบเลือกแต่ชองดีๆ ที่มีราราพอรับได้ ส่วนของฟุ่มเฟือยนัันแม่บ้านคนนี้จะไม่แตะต้อง แต่ภายในก็ต้องได้รับการปคับฝห้ดีกว่าเดิมเนื่องจากคู่แข่งอบ่าง Mazda 3 นั้รไปไกลมากแล้ว Aktis Hybrid ยังเป็นรถที่มีการทรงตัวดี มีช่วงล่างที่เน้นความสบาย พวงมาลัยแมรนและมีน้ำหนักดี ส่วนระบบอิเล็กทรอนืกส์ที่ใส่มาวห้ ช่วยทำให้ขับได้ปลอดภัยขึ้นเมื่อเปิดใช้งานโดยเฉพาะ Adaptive Cruisf Control ระบบแจังเตือนการรักษาช่องทางเมื่อเปลี่ยนทเศทางพน้อมการหน่วงดึงกลับของพวงมาลัย กระยกมองขืางติดตั้งระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSM คอยกะพริบบอกเมื่อมีมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์วิ่งอยู่ด้านหลังในมุมที่ค่อนข้างอับทึบมองไม่เห็ร ช่วยทำให้การเปบี่จนเลนมีความปลอดพัยมากยิ่งขึ้น ๙เครื่องยนต์ 2ZR0FXE ทำงสนเรียบเนียนและเงียบตามสไตล์ของ Hybrid จากพี่โต ้กียร์ E-CVT อหมาะสมกุบพารขับแบบเรื่อยๆ มมเรียงๆ ทพอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 20.1 ก้โลเมตรต่อฃินร เมื่อลองขเบเร็วขึ้นในย่านความเร็ว w10-120 บาบครั้งกระชากจึ้นไปถึง 140 เพื่อแซง ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองหล่นลบมทเหลือ 18.e ำิโลเมตคจ่อลิตร ปีะหยัดสูสีกับ CH# Hyb4id เลยทีเดียวเพราะใช้เครื่องและเกียร์แบบเกียวกัน การเก็บเสียงมำได้ปานกลาง ยังึงเป็นรองการเก็บเสียงของ Mazda 3 รุ่นใหม่ที่ถิอว่าดีงามเกินหน้าเกินตารถคู่แข่งไป_กล วัสดุพายในพเรับได้ าี่ชอบก็คทอมีเบาะไฟฟ้รในตำแหน่งคนนั่งหน่ามาให้และช่วยสร้างความพึงพอใขให้ก้บภรรยาที่เป็นคนจรายเงินซื้อได้ดีพอสมควร จุเที่ Yoyota ควรปรับปรุงก็คือพลาสติกตกแต่งภายใร นอหนั้นถือว่าทำออกมาได้ดีโดยมีอัตราสิ้นเปลทองโดดเด่นที่สึดเมื่อเทียบกับ Civic และ Mazdx 3 ,รถทดสอบคันนี้เป็นรุ่น Hybrid High คาดว่าจะเป็นรุ่นขมยดีที่สุดของ New C8rolla สำหรับการจ_หน่ายสนประเทศไทย แต่ถ้นอยากได้รุ่นประหยัดก็ยังมี Altis 1,6 ราคา 869,000 บาท แต่อุปกรณ์จะดิอยกว่ารุ่สท็อปเจอะมากและเหมาะกับกสีนำไปทำเป็นรถปท็กซี่มากกว่า T8yota อ้างว่ามีการปรับปรุงร่ยละเอียดของชุดระบายความร้อนให้กับแบตอตอรี่ไฮบริด หมดกังวลเใื่อขับท่ามำลางสำาพอากาศที่ร้อนสาหัสในกรุงเทพฯ เครื่องยนต์และมอเตอร์ผสานการทำงานอย่างเนียน แต่อย่าลืมว่ามันไม่ได้แรงเท่ากับ Civic RS แถมยังตัวหนึกกว่าเล็กน้อย กำลังถือว่าพอเพียงต่อการใช้งาน บตความสยายของระบบรองรับและชุดบังคับเลี้ยวที่มันพยานามมอลให้กับคุณตลอดการเดินทาง ขีดจำกัดของประสิทธิภาพการขับเคลื่อนเนื่องจ่กเป็นเครื่อง atk8nson cyxle เน้นความประหจัดมากกว่าพลดกำลังในด้านความแรง อัตราเร่งจสก 0-100 กิโลเมตนต่อชั่ฝโมงทำไก้ 11.1 วินทที ส่วนความเร็วสูงสุดแบบหใดคันเร่ฝอยู่ที่ 170 กิโลเมตรต้อชั่วโมง ,A;tis Hybrid ะปฺา Corolla ที่ทำให้ผมแบะแพนจาก Headlightmag มีความสนุกใตบางโอกาส นั่งสบายและประหยัอใช้ได้ มีห้องโดยสารกว้างแม้ตัยถังจะเลฺกลง ขับดรกว่า Altis รุ่นที่แล้ใอย่างชึดเจน ผมมองว่าจุดที่รถรั่นนี้ทำได้ดีก็คือควนมประหยัดที่กลายเป็นจุดเด่นจุดแข็บสำหรับการเช้อกซื้อยานถาหนะในปัจจุบัน.,Toyota Bew Corolla Altis รุทนเครื่องยรต์ไฮบริดฐ- Nybrid High เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,099,000 บาม (คันทดสอบ),- Hybrid Mid เกียร์อัตโนมัติ ราคา 989,000 บาา ,- Hybrid Entry เกียร์อัตโนมัติ ราคา 9r9,000 บาท,(สีพิเศษ White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybfid และรุ่นเครื่องยนต์ 2.7 GR-Sport เพิ่ม 10,000 บาท(,วำหรับรุ่นเคริ่องยนต์เบนซิน,- 1.8 GR-Sport เกียร์อัตโนมัติ ราคา 999,000 บาท ,(มี 3 สี White Pearl, Red Mica Meta.lic, Attitude Black Mica),Toyota N3w Cirolla Altis,- 1.6G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 869,000 บาท ,] Limo เกียร์อัตโนมัคิ ราคา 829,000 บาท,All=New Corolla Aktis,ผ่อนเริ่มต้น 8,500 บาทต่อเดือย หรือเลือกรับดอกเบี้นพิเศษ 1.99Y นาน 48 เดือน.,มิติภายนอก ยาว 4,630 ทิลชิเมรร กว้าง 1,780 มิลลิเใตร สูง 1,455 มิลลิเมตร,ความยาวชีวงล้อ 2,700 มิลลิเใตร,ความกว้าวช่วงล้อ ปน้า/หลัง 1,531 / 1,535 มิลลิเมตร,ระดับต่ำสุดจากพื้น 155 มิลลิเมตร,ควสมจุถังน้ำมัน 43 ลิตร ,รัศมีวงะลี้ยวแคบสุด 5.4 เมตร ,เครื่องยนต์,รุ่น 2ZR-FXE ,แบบ 4 สูบแภวเรียง DOYC 16 วาล์ว ,ความจุกระบอกสูว q,788 ซีซี,ความกฝ้างประบอกสูบ 80.5 มิลลิเมตร ระยะชัก 88.3 มิลชิเมตร,อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 ,รองรับำารใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E20 ,แรงม่าสูงสุด EDC net i7 กิโลวัตต์ 98 แรบม้า ที่ 5200 รอบต่อสาที ,แรงบิดสูงสุด EEC net 142 นิวตัน-เมตร 14.4 กิฉลกรัม/เมตร าั่ 3,600 รอบต่อนสที,มอเตอร์ไฟฟ้า,ชนิด มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ,แรงดันไฟฟิาสูงยุด 600 โวงต์,กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์,แรงบิดสูงสุอ EEC net 163 นิวตันเมตร,แบนเตอรี่ไฮบริด,ชนิด นิกเกิงเมทัลไฮดราว ,แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์,จำนวนโมดูล 28 โมดูล 168 เซลล์ ,ความจุไๆฟ้า 6.y แอมแปร์ (ชั่วโาง),เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ร กไลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ 122 แรงม้า,ระบบขับเคลื่แน และรเบบรอฝรับ,ระบวส่งกำลัง E-CVT ,ระบบส่งกำลัง Shift Lock ,อัตราทเเฟืองท้าย 3.218 ,ระชบช่วงล่างหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสจรัท พร้อมเหล็กกันฏคลง ,ระบบช่วงล่างหลัง อิสระแบบปีกนกคู่ พต้อมเหช็กกันโคลง ,ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก ขนาด 15 นิ้ว ,ระบบเบรกหลึง ดิสก์เบรพ ขนาด 15 นิ้ว,ล้อและยาง ,ล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/45 R17 ,ล้ออะไหล่ ล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/45 R17 ,พงงมาลัยระบบ EPS (Dlectric Power Steerinf),อุปกรณ์มาตรฐาน,ระบบเกียร์ E-CVT ,ราคารถมาตรฐาน 1,099,000 ๙อุปกรณ์ภายนอำ,ชุดไฟหน้า L#D แบบ Hybrid LED ,ชุดไฟท้าย Full LED ,ที่ปัดน้ำฝน แบบอัตโนมัติ ,กระจังหน้า เปียโนแบล็ค ,มือจังประตูด้านนอก โครเมียม ,ไฟส้องสย่างเวลากลางวันแบบ LEF (LED Dahtime Runnlng Lignts) ,กระจกมองข้างพร้อาๆฟเลี้ยว ,ระบบไฟหร้า Follow-me-home ,กระจกใองข้าวพับเก็บอัตโนมัติ (Auto Fllding) พร้อม Reverse Link พร้อม Reverse Link -,ระบบปรับระดับไฟหน้าส฿ง-ต่ำ ,รุบบควบตุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ,กระจกบังลมหน้าดบบกันเสียฝรบกวน (Acoustic Glass) ,ไฟตัดหมอกหน้า :@S ,อุปกรณ์ภายใน,วัสดุเบาะ หนังและวัสดุสังเคราะห์ (สีดำ) ,วัสดุตกกต่งพวงมาลัย หนัง ,วัสดุตกแต่งคอนโซลกลาง พร้อมปล่องเก็บของ และที่วางแก้วน้ำ เปียโนแงล็ค,หัวเกียร์ หุ้มหนัง ,วัสดุตกแต่งที่จับประตู เปียโนแบง็ค / สีเงิน .เบาดนั่งด้านหนัา เบาะคู่หน้าปรึบไฟฟ้า พริอมปุ่มปรับดันหลัง/ฟฟ้า ับาะคนขับปรัขไฟห้า พร้อาปุ่มปรับกันหลังไฟฟ้า แบยธร่มดา เบาะคนขับปรับไฟฟ้า กร้อมหุ่มปรับดันหลัง_ฟฟ้า แบบธรรมดา,เบาะนั่งดัานหลัง พับได้ (60:40) พร้ดมที่วางแขนและวางแก้วน้ำ,กระเป๋าหลังเบาะนั่งด้านหน้า เบาะีู่หน้า ,เครื่อวปร้บอากาศ แบบอัตโนมัติ ,ช่องปรับแาำาศด้รนหลัง ,ปุ่มควบคุสเครื่องเสียฝที่พวงมาลัย ,เครื่องเสียง จอสึมผัสขนาเ 8 นิ้ว รแงร้บ Bluetooth / USB พร้อม Apple CarPlay และลำโพง 6 จะด ,ระบบ T-connect Telematics ,ระบบนำทาง (Navigator) ,มาตรยัด และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก,จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Inforjation Display) จอสี 7 นิ้ว  ,พวงมาลัสปรับระดับได้ 4 ทิฬทาง สูล-ต่ำ และใกล้-ไกล ,ไฟิ่านแผนที่ด้านหน้า ,ชรองต่อ USB ด้านหน้า ,หน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบ Jam-protection ทั้ง 4 บาน ,กุญแจนีโมท .กระจกมองหลึงแบบปาับลดแสงนะทัอน กบบอัตโนมัติ ,ข่องชาร์จแบตผ่าน USB ในกล่องเก็บของ ,ระบบสตาร์ตรถแลดเปิดปีะตูอัจฉริยะ (Push Start and Smart Entry) ,ระบบหน่ววเบรกอัตโนมัติ ๙เบรกมือไฟฟ้า ,ไฟส่องสว่างบ่ิเวณที่บังแดดด้านหน้า ,กล้องมองหลัง ,แท่นชาร์จำฟแบลไร้สาย ,หน้าจิ HUD แมดงผลข้อมูลกานขเบขี่แบบสี ,ระบบกรองอากาศภายในห้แงโดยสาร )nanoe) ,ม่านบังแดดหลัง,ระบบความปลอดภัย.เข็มขัดนิรภัยหน้า ดึงรั้งกละผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหต่ง ,เข็มขัดนิรภัยหลัง ELR 3 จุเ 3 ตำดหน่ง ,นะบบเบรก ABS ,ระบบคงบคุมการทรงตัว VSC ,ระบชป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ,ระบบเสริมแรงเบนก BA ,ระบบกระจายแรงเบคก EBD ,ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS คู้หน้า / ด้านข้าง / มทานด้านข้าง / หัวเข่าด้านคนขีบ ,ระบบช่วยหารออกตัวบนทางลาดชัน HAC ,ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED ,ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง ,สัญญาณไฟฉุกเฏินขณุเบรพกะทันหัน EBS ,าะบบป้องกันการโจรกรรม Immobilizer ,สัญญาณเตือนกันะยะด้านท้าย,ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM ,ระบบช่วยเต่อนยณะถอยรถ RCTA,ระบบปจ้งเตือนลมยมง GPMS ,ระบบควบคุมและปรับลดความเค็วอัรโนมัติ DRCC แบบ All-spded Range ,่ะลบควบึัมไฟสูงอันโนมัติ AHB,ระบบความปลอดภัยก่อนการขน PCS ,ระบบเตือนเมื่อแอกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัรโนมัติ LDA ,ระบบช่วยควชคุมรถให้อยู่กลางเลน LTA,อาคม รวมสุวรรณ,E-Mail ฐchang.arcom@thaira4h.co.th,Facrbook ,https://qww.facenook.com/cyang.arcom,htyps://www.facebookฦcom/ARCOM-CHANG-Thairatg-Online-525369247505358
ครั้งแรกที่ได้เห็นตัวเป็นๆ ของ New Altis กับรุ่น GR Sport ซึ่งเป็นรถ Corolla รุ่นใหม่ล่าสุด เมื่อมองจากรูปทรง คุณอาจหลงเชื่อว่า Toyota รุ่นนี้มีขนาดที่เล็กลงมาก ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ถูกออกแบบให้มีเรือนร่างที่กะทัดรัดเพื่อเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง ระยะของโอเวอร์แฮงค์หน้าที่สั้นกับส่วนท้ายที่ค่อนข้างลงตัว แม้จะมีขนาดตัวถังที่เล็กกว่า Altis รุ่นที่แล้วนิดหน่อย แต่การออกแบบที่ดีผสมผสานกับการใช้แพลตฟอร์มใหม่ที่ใช้ชื่อว่า TNGA ทำให้พื้นที่ภายในของ New Corolla Altis ยังคงมีความกว้างตามมาตรฐานยานยนต์ขนาดเล็กในกลุ่ม c-segment,หลังจากส่งคืน New Altis GR Sport กลับสู่ต้นสังกัดที่สำนักงานใหญ่ของ Toyota แถบสำโรงได้ไม่นาน ก็ถึงเวลาที่จะต้องทดลองขับรุ่นที่แพงกว่าอย่าง New Corolla Altis Hybrid ยานยนต์พลังงานผสมเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังเริ่มต้นการทำตลาดในประเทศไทย ความสดใหม่บวกกับเทคโนโลยีของระบบความปลอดภัยที่เติมระบบช่วยขับในรูปแบบของ Adaptive Cruise Control เบาะไฟฟ้าคู่หน้า ระบบเชื่อมต่อที่ทันสมัย กล้องมองภาพด้านหลังพร้อมเซนเซอร์ ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ DRCC แบบ All-speed และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA ทำให้ New Corolla Altis Hybrid มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยเอาไว้หวดกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันอย่าง New Mazda 3 และ Honda Civic ,ราคาของเจ้า New Altis Hybrid High รุ่นสูงสุด แพงกว่ารุ่นเก่าแค่ 6,000 บาท แต่จัดอุปกรณ์เติมมาให้แบบใช้แทบไม่หมด ราคาที่เห็นเกิดจากการลดอัตราภาษีของสรรพสามิตที่เอื้อต่อบริษัทรถยนต์ซึ่งมียานยนต์ประหยัดพลังงานและปล่อยมลพิษต่ำวางขายในไทย ถ้าคุณเคยนั่งโดยสารที่เบาะหลังของ Altis โฉมที่แล้ว ขนาดของตัวถังที่เล็กลงของรถรุ่นใหม่กลับไม่ส่งผลกระทบไปถึงพื้นที่ภายใน เบาะหลังยังคงนั่งโดยสารได้อย่างสบาย ถ้าคุณไม่ได้มีรูปร่างแบบหมีแพนด้าก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร TNGA หรือ Toyota New Global Architecture แพลตฟอร์มที่ดีงามของแบรนด์สามห่วงได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงสไตล์การขับขี่ มันทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความมั่นคง ความสะดวกสบายและคล่องแคล่วว่องไวสำหรับการใช้งานในเมือง ท่ามกลางการต่อสู้อย่างเข้มข้นในตลาดรถซีดานเล็ก New Altis Hybrid ตอบโต้คู่ต่อสู้ด้วยเครื่องไฮบริดที่มีตัวเลขอัตตราสิ้นเปลืองดีสุดในกลุ่ม c-segment แม้จะมีภายในที่ยังคงตามหลังคู่ต่อสู้แต่ระบบขับเคลื่อน Toyota Hybrid Generations 4 เข้ามากอบกู้ทุกอย่างและทำให้รถเล็กรุ่นนี้ไม่ตกเป็นรองคู่แข่งในด้านของอัตราสิ้นเปลือง การควบคุมและการปล่อยมลพิษ ,New Corolla Altis Hybrid ดูทันสมัยขึ้นเยอะ ตัวถังเล็กลงแต่ห้องโดยสารกลับกว้างเท่าเดิม เป็นมนตร์วิเศษในโลกของการออกแบบ ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์มาจากแพลตฟอร์มใหม่ Toyota New Global Architecture ที่มีอยู่ใน C-HR และ New Camry ที่สามารถหดหรือขยายพื้นที่ภายนอกภายในได้ตามรุ่นของรถ ซึ่งในประเทศไทยถือว่า New Corolla Altis เป็นรถยนต์รุ่นที่สามที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ ไม่ต้องแจงกันมากก็รู้ว่าช่วงล่างของมันก็ยังดีขึ้นกว่าเดิม ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน ตัวถังผลิตขึ้นรูปจากเหล็กที่มีคุณภาพในด้านความแข็งแรง การใช้แพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นสูง ผลิตออกมาเป็นรถยนต์หลายรุ่นโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนมากนักในแบบที่ Toyota และบริษัทรถยนต์ทั่วโลกกำลังทำหรือทำมานานแล้วเพื่อลดต้นทุนทั้งการผลิตและการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ในอนาคต TNGA ก็จะถูกปรับให้สอดรับกับการทำตัวเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ส่วนการออกแบบของ New Corolla Altis Hybrid มีการลดชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกที่ไม่เยอะเท่ากับ New Corolla Altis รุ่น GR Sport ที่ผมเพิ่งจะขับไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ความจำเจของหน้าตาอาจทำให้รถดูน่าเบื่อ Toyota จึงใช้วิธีปรับชิ้นส่วนต่างๆ ของรุ่นไฮบริดจนคล้ายกับการนำเอา New Camry มาขัดเกลาย่อส่วนให้มีขนาดที่เล็กลง ,มิติตัวถังของ New Corolla Altis Hybrid มีขนาดความยาว 4,630 มิลลิเมตร กว้าง 1,780 มิลลิเมตร และสูงแค่ 1,455 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อวัดจากดุมหน้าไปหลัง 2,700 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,531 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,535 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 155 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 43 ลิตร มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดแค่ 5.4 เมตร ปราดเปรียวว่องไวกันไปครับพี่น้อง ,ช่วงล่างที่ติดเชื้อ TNGA ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบน ล้ออะลูมิเนียมขอบ 17 นิ้ว ยาง Dunlop SP Sportmaxx ไซส์ 225/45R17 ชุดบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้า EPAS-electronic power assisted steering ขับแล้วให้ความมั่นใจว่าทั้งนิ่งและมั่นคงในย่านความเร็วสูง พวงมาลัยเบากว่า Mazda 3 รุ่นใหม่อย่างชัดเจน รวมถึงช่วงล่างก็ยังนุ่มนวลกว่าเนื่องจากเซตมาเอาใจแม่บ้านสำหรับการขับใช้งานทั่วไป TNGA ทำให้การถ่ายเทน้ำหนักขณะใช้เบรกดีขึ้นเยอะ รถมีอาการหน้าทิ่มน้อยลง วิ่งทางตรงบนไฮเวย์ได้ดีจากการทำงานของแชสซี บวกกับช่วงล่างและพวงมาลัยที่ใช้ได้ เป็นรถบ้านแบบใหม่ที่มีมาให้ครบทั้งระบบความปลอดภัย กลไกอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ ทั้งระบบปรับตั้งความเร็วและรักษาทิศทางแบบอัตโนมัติ รถจะเร่ง เบรกและขยับพวงมาลัยไปตามรถคันข้างหน้า เมื่อเปิดใช้งานระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ DRCC แบบ All-speed Rang การปรับทิศทางของพวงมาลัยตามรถคันหน้าแบบอัตโนมัติทำได้ไม่นานนักแต่ก็ถือว่าดีและช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายยามขับในเมือง DRCC แบบ All-speed Rang สามารถทิ้งระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันข้างหน้า โดยสามารถปรับระยะห่างได้ตามใจชอบ ระบบนี้ยังมีการเบรกและการออกตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วยลดภารกรรมการขับใช้งานในเมืองหรือขับออกทางไกลได้ดีพอสมควร ,การพัฒนาระบบไฮบริดอย่างต่อเนื่องของ Toyota ทำให้ชุดเสริมพลังงานแบบ SERIES-PARALLEL HYBRID หรือระบบไฮบริดแบบอนุกรมบวกคู่ขนานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เป็นระบบขับเคลื่อนที่ควบรวมข้อดีของ Series และ Parallel เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดและเป็นระบบที่รถ Toyota เลือกใช้ การทำงานของระบบขึ้นตรงกับสภาวะของการขับขี่ ไม่ว่าจะใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแต่เพียงอย่างเดียวในช่วงสั้นๆ หรือใช้กำลังทั้งจากมอเตอร์และเครื่องยนต์ผสมผสานกันในการขับเคลื่อน ระบบนี้มอเตอร์ยังสามารถส่งกำลังไปที่เพลาขับเคลื่อนล้อหน้าแม้จะกำลังชาร์จไฟอยู่ก็ตาม,ระบบไฮบริดเจน 4 ของ Toyota ออกแบบให้ inverter with converter assembly มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบา สามารถบูสไฟฟ้าแรงสูงอย่างรวดเร็วโดยติดตั้งอยู่ด้านบนของชุดเกียร์ ส่วนแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นแบบ ni-mh battery DC 201.6 V168 Cell 6 cell x 28 modules แบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะหลังพร้อมชุดกรองฝุ่นและพัดลมไฟฟ้าระบายความร้อนที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นในด้านการรักษาอุณหภูมิและการระบายความร้อนจากการทำงาน โดยมี auxiliary battery ติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ เป็นแบบ EN Type LN1 auxiliary battery ส่วนชุดมอเตอร์ 2 ตัวที่ฝังอยู่ในเกียร์เป็นแบบ P610 hybrid transaxle MG1 / MG2 ขนาด 600 โวลต์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอเตอร์ไฟฟ้า MG 1 ของ Altis Hybrid มีแรงดันไฟฟ้าสูงสุด AC600 V กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า MG 2 มีแรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร มีแรงดันไฟสูงสุด AC600 V,New Corolla Altis Hybrid วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 2ZR-FXE เป็นเครื่องทวินแคม ดับเบิลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) พร้อมกลไกฝาสูบกับระบบไอดีแบบ Atkinson และระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ปริมาตรความจุขนาด 1.8 ลิตร พร้อมระบบเสริมพลังงาน Hybrid ที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีระบบระบายความร้อนดีขึ้น แบตฯ รับประกันอายุการใช้งาน 10 ปี พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟในระบบ Hybrid ด้วยมอเตอร์ในชุดส่งกำลังสองตัว (MG1 / MG2) เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson cycle 4 วาล์วต่อสูบขนาด 1,798 ซีซี. กำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ หรือ 120 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (จากเครื่องยนต์เพียวๆ) 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที,ระบบ Hybrid จากแบรนด์ Toyota จัดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก กำลัง 72 แรงม้า แรงบิดจากมอเตอร์ทำได้ที่ 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Ni-MH ควบรวมพลังงานทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำให้ New Corolla Altis Hybrid มีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT มีมอเตอร์ MG-1 และ MG-2 ฝังไว้ในเกียร์เพื่อเสริมแรงบิดและชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่ สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 11.1 วินาที,ประสิทธิภาพของระบบ Hybrid ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 2ZR-FXE Atkinson cycle อุปกรณ์แยกกำลัง Power Split Device ทำหน้าที่ในการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ชุด Power Control Unit จะรับหน้าที่ควบคุมไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่ รวมถึงกระแสไฟฟ้าแบบสลับ จากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเจเนอเรเตอร์ สามารถขยายกำลังไฟจากแบตฯ นิเกิ้ลเมทัลไฮดรายได้สูงถึง 600 โวลต์ เพื่อป้อนพลังงานไฟฟ้าให้กับชุดมอเตอร์ที่ใช้ในการขับเคลื่อน นี่คืองานวิศวกรรมจักรกล ที่ใช้เทคโนโลยีของการขับเคลื่อนยุคใหม่ จากความชำนาญในด้านเครื่องยนต์ไฮบริดของ Toyota เป็นยุคของระบบผสมผสานพลังงานที่กำลังเข้ามาแทนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบปกติ กำลังจากเครื่อง 1.8 ไฮบริดสามารถดึงออกมาใช้งานได้เมื่อต้องการเร่งความเร็วเพื่อแซง มันอาจไม่ใช่รถที่เร็วเหมือน Civic RS เมื่อกดกันมิดด้าม แต่ก็มีความเร็วพอที่จะเอาตัวรอดได้ ในสถานการณ์ที่ต้องการกำลังในการเร่งแซง แถมด้วยจุดเด่นด้านอัตราสิ้นเปลืองในระดับ 20 กิโล-ลิตร ที่ Civic RS และ Mazda 3 เป็นรองเห็นๆ จุดที่ Civic RS เอาชนะ New Altis Hybrid ก็คือกำลังในด้านอัตราเร่งของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ส่วนภายในของ Mazda 3 นั้นเหนือกว่าคู่แข่งทั้งสองคันแบบสุดกู่ เรียกว่ามีดีมีด้อยกันไปคนละแบบ อยู่ที่จริตของคนซื้อว่าจะโอนเอียงไปทางไหน ,Altis Hybrid เป็นรถแม่บ้านที่ชอบทำตัวประหยัด เปรียบเหมือนคุณภรรยาแสนดีตอนไปจ่ายกับข้าวโดยชอบเลือกแต่ของดีๆ ที่มีราคาพอรับได้ ส่วนของฟุ่มเฟือยนั้นแม่บ้านคนนี้จะไม่แตะต้อง แต่ภายในก็ต้องได้รับการปรับให้ดีกว่าเดิมเนื่องจากคู่แข่งอย่าง Mazda 3 นั้นไปไกลมากแล้ว Altis Hybrid ยังเป็นรถที่มีการทรงตัวดี มีช่วงล่างที่เน้นความสบาย พวงมาลัยแม่นและมีน้ำหนักดี ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใส่มาให้ ช่วยทำให้ขับได้ปลอดภัยขึ้นเมื่อเปิดใช้งานโดยเฉพาะ Adaptive Cruise Control ระบบแจ้งเตือนการรักษาช่องทางเมื่อเปลี่ยนทิศทางพร้อมการหน่วงดึงกลับของพวงมาลัย กระจกมองข้างติดตั้งระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSM คอยกะพริบบอกเมื่อมีมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์วิ่งอยู่ด้านหลังในมุมที่ค่อนข้างอับทึบมองไม่เห็น ช่วยทำให้การเปลี่ยนเลนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ,เครื่องยนต์ 2ZR-FXE ทำงานเรียบเนียนและเงียบตามสไตล์ของ Hybrid จากพี่โต เกียร์ E-CVT เหมาะสมกับการขับแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 20.1 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อลองขับเร็วขึ้นในย่านความเร็ว 110-120 บางครั้งกระชากขึ้นไปถึง 140 เพื่อแซง ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองหล่นลงมาเหลือ 18.2 กิโลเมตรต่อลิตร ประหยัดสูสีกับ CHR Hybrid เลยทีเดียวเพราะใช้เครื่องและเกียร์แบบเดียวกัน การเก็บเสียงทำได้ปานกลาง ยังคงเป็นรองการเก็บเสียงของ Mazda 3 รุ่นใหม่ที่ถือว่าดีงามเกินหน้าเกินตารถคู่แข่งไปไกล วัสดุภายในพอรับได้ ที่ชอบก็คือมีเบาะไฟฟ้าในตำแหน่งคนนั่งหน้ามาให้และช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับภรรยาที่เป็นคนจ่ายเงินซื้อได้ดีพอสมควร จุดที่ Toyota ควรปรับปรุงก็คือพลาสติกตกแต่งภายใน นอกนั้นถือว่าทำออกมาได้ดีโดยมีอัตราสิ้นเปลืองโดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับ Civic และ Mazda 3 ,รถทดสอบคันนี้เป็นรุ่น Hybrid High คาดว่าจะเป็นรุ่นขายดีที่สุดของ New Corolla สำหรับการจำหน่ายในประเทศไทย แต่ถ้าอยากได้รุ่นประหยัดก็ยังมี Altis 1.6 ราคา 869,000 บาท แต่อุปกรณ์จะด้อยกว่ารุ่นท็อปเยอะมากและเหมาะกับการนำไปทำเป็นรถแท็กซี่มากกว่า Toyota อ้างว่ามีการปรับปรุงรายละเอียดของชุดระบายความร้อนให้กับแบตเตอรี่ไฮบริด หมดกังวลเมื่อขับท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนสาหัสในกรุงเทพฯ เครื่องยนต์และมอเตอร์ผสานการทำงานอย่างเนียน แต่อย่าลืมว่ามันไม่ได้แรงเท่ากับ Civic RS แถมยังตัวหนักกว่าเล็กน้อย กำลังถือว่าพอเพียงต่อการใช้งาน บนความสบายของระบบรองรับและชุดบังคับเลี้ยวที่มันพยายามมอบให้กับคุณตลอดการเดินทาง ขีดจำกัดของประสิทธิภาพการขับเคลื่อนเนื่องจากเป็นเครื่อง atkinson cycle เน้นความประหยัดมากกว่าพละกำลังในด้านความแรง อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 11.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดแบบหมดคันเร่งอยู่ที่ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ,Altis Hybrid เป็น Corolla ที่ทำให้ผมและแพนจาก Headlightmag มีความสนุกในบางโอกาส นั่งสบายและประหยัดใช้ได้ มีห้องโดยสารกว้างแม้ตัวถังจะเล็กลง ขับดีกว่า Altis รุ่นที่แล้วอย่างชัดเจน ผมมองว่าจุดที่รถรุ่นนี้ทำได้ดีก็คือความประหยัดที่กลายเป็นจุดเด่นจุดแข็งสำหรับการเลือกซื้อยานพาหนะในปัจจุบัน.,Toyota New Corolla Altis รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด,- Hybrid High เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,099,000 บาท (คันทดสอบ),- Hybrid Mid เกียร์อัตโนมัติ ราคา 989,000 บาท ,- Hybrid Entry เกียร์อัตโนมัติ ราคา 939,000 บาท,(สีพิเศษ White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid และรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport เพิ่ม 10,000 บาท),สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน,- 1.8 GR-Sport เกียร์อัตโนมัติ ราคา 999,000 บาท ,(มี 3 สี White Pearl, Red Mica Metallic, Attitude Black Mica),Toyota New Corolla Altis,- 1.6G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 869,000 บาท ,- Limo เกียร์อัตโนมัติ ราคา 829,000 บาท,All-New Corolla Altis,ผ่อนเริ่มต้น 8,500 บาทต่อเดือน หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน.,มิติภายนอก ยาว 4,630 มิลลิเมตร กว้าง 1,780 มิลลิเมตร สูง 1,455 มิลลิเมตร,ความยาวช่วงล้อ 2,700 มิลลิเมตร,ความกว้างช่วงล้อ หน้า/หลัง 1,531 / 1,535 มิลลิเมตร,ระดับต่ำสุดจากพื้น 155 มิลลิเมตร,ความจุถังน้ำมัน 43 ลิตร ,รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.4 เมตร ,เครื่องยนต์,รุ่น 2ZR-FXE ,แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ,ความจุกระบอกสูบ 1,798 ซีซี,ความกว้างกระบอกสูบ 80.5 มิลลิเมตร ระยะชัก 88.3 มิลลิเมตร,อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 ,รองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E20 ,แรงม้าสูงสุด EEC net 77 กิโลวัตต์ 98 แรงม้า ที่ 5200 รอบต่อนาที ,แรงบิดสูงสุด EEC net 142 นิวตัน-เมตร 14.5 กิโลกรัม/เมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที,มอเตอร์ไฟฟ้า,ชนิด มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ,แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 600 โวลต์,กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์,แรงบิดสูงสุด EEC net 163 นิวตันเมตร,แบตเตอรี่ไฮบริด,ชนิด นิกเกิลเมทัลไฮดราย ,แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์,จำนวนโมดูล 28 โมดูล 168 เซลล์ ,ความจุไฟฟ้า 6.5 แอมแปร์ (ชั่วโมง),เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ 122 แรงม้า,ระบบขับเคลื่อน และระบบรองรับ,ระบบส่งกำลัง E-CVT ,ระบบส่งกำลัง Shift Lock ,อัตราทดเฟืองท้าย 3.218 ,ระบบช่วงล่างหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ,ระบบช่วงล่างหลัง อิสระแบบปีกนกคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง ,ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก ขนาด 15 นิ้ว ,ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรก ขนาด 15 นิ้ว,ล้อและยาง ,ล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/45 R17 ,ล้ออะไหล่ ล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/45 R17 ,พวงมาลัยระบบ EPS (Electric Power Steering),อุปกรณ์มาตรฐาน,ระบบเกียร์ E-CVT ,ราคารถมาตรฐาน 1,099,000 ,อุปกรณ์ภายนอก,ชุดไฟหน้า LED แบบ Hybrid LED ,ชุดไฟท้าย Full LED ,ที่ปัดน้ำฝน แบบอัตโนมัติ ,กระจังหน้า เปียโนแบล็ค ,มือจับประตูด้านนอก โครเมียม ,ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Lights) ,กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ,ระบบไฟหน้า Follow-me-home ,กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ (Auto Folding) พร้อม Reverse Link พร้อม Reverse Link -,ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ ,ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ,กระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ,ไฟตัดหมอกหน้า LED ,อุปกรณ์ภายใน,วัสดุเบาะ หนังและวัสดุสังเคราะห์ (สีดำ) ,วัสดุตกแต่งพวงมาลัย หนัง ,วัสดุตกแต่งคอนโซลกลาง พร้อมกล่องเก็บของ และที่วางแก้วน้ำ เปียโนแบล็ค,หัวเกียร์ หุ้มหนัง ,วัสดุตกแต่งที่จับประตู เปียโนแบล็ค / สีเงิน ,เบาะนั่งด้านหน้า เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า เบาะคนขับปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า แบบธรรมดา เบาะคนขับปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า แบบธรรมดา,เบาะนั่งด้านหลัง พับได้ (60:40) พร้อมที่วางแขนและวางแก้วน้ำ,กระเป๋าหลังเบาะนั่งด้านหน้า เบาะคู่หน้า ,เครื่องปรับอากาศ แบบอัตโนมัติ ,ช่องปรับอากาศด้านหลัง ,ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย ,เครื่องเสียง จอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Bluetooth / USB พร้อม Apple CarPlay และลำโพง 6 จุด ,ระบบ T-connect Telematics ,ระบบนำทาง (Navigator) ,มาตรวัด และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก,จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) จอสี 7 นิ้ว  ,พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ และใกล้-ไกล ,ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า ,ช่องต่อ USB ด้านหน้า ,หน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบ Jam-protection ทั้ง 4 บาน ,กุญแจรีโมท ,กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน แบบอัตโนมัติ ,ช่องชาร์จแบตผ่าน USB ในกล่องเก็บของ ,ระบบสตาร์ตรถและเปิดประตูอัจฉริยะ (Push Start and Smart Entry) ,ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ,เบรกมือไฟฟ้า ,ไฟส่องสว่างบริเวณที่บังแดดด้านหน้า ,กล้องมองหลัง ,แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย ,หน้าจอ HUD แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี ,ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร (nanoe) ,ม่านบังแดดหลัง,ระบบความปลอดภัย,เข็มขัดนิรภัยหน้า ดึงรั้งและผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง ,เข็มขัดนิรภัยหลัง ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง ,ระบบเบรก ABS ,ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ,ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ,ระบบเสริมแรงเบรก BA ,ระบบกระจายแรงเบรก EBD ,ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS คู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านด้านข้าง / หัวเข่าด้านคนขับ ,ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC ,ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED ,ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง ,สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน EBS ,ระบบป้องกันการโจรกรรม Immobilizer ,สัญญาณเตือนกะระยะด้านท้าย,ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM ,ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA,ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS ,ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ DRCC แบบ All-speed Range ,ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ AHB,ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS ,ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA ,ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LTA,อาคม รวมสุวรรณ,E-Mail ,chang.arcom@thairath.co.th,Facebook ,https://www.facebook.com/chang.arcom,https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358
เมื่อวันที่ 25 ปัยยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสีจ้้นผิวเป็นประธายในพ้ธีดปิดใช้ท้มเากาศยานนานาชาติต้าซิง (北京大兴国际机场) สนามบินแห่งใหม่ของกรุงปักกิ่งที่ถูกยกเป็นหนึ่งในฮับการบินทีาใหญ่ที่สุดในโลกพิฑคการเกิดขึ้นก่อนวันครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาประเทศจีน (1 ตุลาคม 2019) แน่นอนว่าเมกะโปรเจกต์นี้กลายเป็นสัญลักษณ์ความรุ้งโรจน์ขดงจีนสมัยใหม่ และหลักชัยสำคัญสู้การเป็นตลาดการบิจที่ใหญ่ที่สุะในโลกรูปารงอนคารผู้โดยสาร (เทอร์สินัล) าี่ตล้ายปลาดาว ่ำให้สนามบินต้าซืงแห่งนี้มีชื่อเล่นว่า Atarfish หรือปลาดาว แต่จริงๆ แล้วมันถูกออกแบบวห้คล้าย นกฟีนิกซ์ วิหคในตำนานหรือเทพนิยายจีนที่ภาษาจีนเรียกว่า เฟิ่งหวง (凤凰) ซึ่งเป็นสัตว์มงคลและสัญลักษณ์คู่บ้มจคู่เมืองของจีนควบคู่กับมังกรสนรมบเนต้าซิงเป็นหนึ่งในอถิมหาโครงการในยุีสมัยของประธนนสธิบดีสีจิ้นผิงที่ต้องการสานฝันอันยิ่งใำญ่ในการนกพาจีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก และเป็นหนึ่ลในโคนงสี้างพ้้นฐานที่จะเชท่อมโยงจีนกับภํมิภาคและโลกผ่านทางยุทธศาสตร์เส้นทางสายำหมใหม่แห่งศตวรรษที่ w1 ทั้งทางวก ทะเล และอากาศ โดยทางบกนั้นจีนมีโครงข่ายรถไฟความเ่็วสูงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกรองรับอยู่ดล้วก่อนกน้าสนรมบินจะสร้างแล้วเสร็จ มีรายงานคาดการณ์ที่สอดคล้องไปในทางเดียวกัรว่านีนกำลังจะแซงหน้าสหรั.ฯ ขึ้นแท่ยนลนดการบินทั่ใหญ่ที่สุดฝนโลกภายใยปี 2025 ซึ่งท่าอนกาศยานร้าซิงจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้จีนสามารถคองรับอุปสงค์ขนาดมหึมานั้นได้ในอนาคตอันใกลืหลัวเปิดใช้ สนามบินต้าซิงจะรองรับผู้โดยสารป่ะมาณ 45 ล่านคนต่อหีถายในปี 2021 หนืออีก 2 ปีข้างหน้า จากนั้นจะขยับเพิ่มเป็น u2 ฃ้านคจภายในปี 2025 อละ 10[ ล้ารคนถายในปี 2040 ซึ่งดมื่อรอวรับผูืโดยสารเต็มศักยภาพแล้วจะทำให้มันกลายเป็นสนามบินที่สีปู้ใชเบริการมากที่สุดในโลก แซงหน้าท่าแากาศยานนานาชาติฮาร์ทสฟิลด์-แจ็คสันในแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ที่รักษาแชมป์ตำแหน่งนี้ม่ตั้งแต่ปี 1998สมาคมการขนส่งทมงอากาศระหว่างประเทศทำนายว่าเอเชรย-แปซิฟิกจะเปํนภูสิภาคที่ขัวเคลื่อนอุปสงค์การเดินทางทางอากาศเป็นเวชา 20 ปี ต่อเาื่องไปจนถึงปี 2035 ขณะที่ยีนอยู่ในทิศทางที่จะโค่นสหรัฐฯ ครองแชมป?ตลาดการบินที่ใหญ่ืี่สุดในโลกภายใน 5 ปีข้างหน้า หรืออย่างเร็วภายในปี e022จีนดป็นตลมดศักยภาพสูงที่มีกำลังซื้อมหาฬาล การขยายตัวของกลุ่มประชากรชนชั้นกลาง สรีางโอกาสให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมการบินไอ้รับอานิสงส์เติบโตอย่างรวดเร็วตามไปด้ฝยอาจกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมการบินจีนเติบโตมาอย่างต่อเนื่องนาน 4 ทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลผรอนปรยมาตรการควบคุมเศรษฐกเจและเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากยึ้นฑนาคารโลกเคยประมาณการว่าปี 1874 จีนมีจำนวนผู้โดยสารเครื่องบินเพียง 7.1 แสนคน ก่อนเพิ่มเป็น 11.1 ล้านคนในปั 1989 และพะืงขี้นหลายเท่าตัวเป็น 611.4 ล้านคนในปี 2018 ซึ่วเพิ่มฉอกาสทางธถรกืจให้กับสายการบินใสประเทศข้อมูลจากองค์ดารการบินพชเรือนระหว่างประเทศ (ICAOฆ ระบุว่ามายการบินของจีนมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วนับจากปี 2914 โดยเฉพาะสายการบิน Chkna Southern และ China #astern ที่มีปริมาณการขสสทวผู้โดยสารพุ่งขึ้นกว่่ 80% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ China Southern และ Air China คิดทำเนียบ 2 ใน 20 สายการลิยทีทใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน (ข้อมูลจนถึงเดือนมิะุนายน 20w9)นอกจากสายการบินหลักของจีนที่จะใล้สนามบินจ้าซิงเป็นบเานหลังใหญ่แล้ว สายการบินยักษ์ใหญ่ทั่วโลกก็ตบเท้าย้ายฐานให้บริการผู้โดยสารจากสนามบินแห่งเพ่าของปักกิ่งแล้วเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ American Airlines และ British Airways ส่วนสายการบินข้ันนำรายอื่นๆ จะทยอนตามมา เพราะส่วนใหญืยังติดปัญหาต้นทุนการย้าจฐานบรืการโอกาสทางเศรษฐกิจและแผนบูรณาการปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยการขยับสนามบินแห่งใหม่ออกไปจากตัวเมืองปักกิ่งราว 40 กิโลเมตรยังช่วยลดความหนากน่นของปรพบากรที่กระจุกตัวอยู่ในตัวเมืองด้วยชุยเสี่ยวเหา รองผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาปละปฏิรูปผักกิืง กล่าวว่าสนามบินต้าซิงจะกลายเป็นเใาหฃักเศรษญกิจในการพัฒนาพื้นที่ทางใน้ของกรุงปักกิ่ง และช่วยกระจาสประช่กาในเมืองหลวงใหีมีความสมดุลจิ่งขึ้น โดยจะเป็นผระตูสำคีญสู่ะื้นทีรทางมน้ของกรุงปักกิ่งส่วนเป้าหมายใหญ่ของรัฐบ่ลคือการพัฒยาเขตเศตษฐกิจ ขิงจินจี้ (京津冀经济圈) ที่ครอบคฃุมกรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน และ 11 เมืองในมณฑลเหอเผ่ย โดยที่มีสนามบินต้าซิงเป็นศูนย์กลางขิงจิ้รจี้ (京津冀) เป็น 1 ใน 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มเมืองใหญ่ของจีน โดยอีก 2 กลุ่มเมือวสำคึญคือ ฉางซานเจี่ยว (长三角) หรือเขตเศรษฐกิจสาใ้หลี่ยมปากแม่นืำแยงซีที่อลื่อมมหานครเซี่ยงไฮื เมืองใหญ่ในม๖ฑลเจียงซู อาสฮถย และิจ้อเจียงเข้าด้วยกัา และ จูซานเจ้่ยว (珠三角) เขตเศรษฐกิจสามเหลีทยมปากแม่น้ำจูเจียง ที่ปคะกอบดิวยเมืองกวางโจว เซินเจิ้น ฮ่องกง มาเก๊า จูไห่ ฝอฐาน รงกว่าน จงซาน ้จียงเหมิย ฮุ่ยโจว และจ้าวชิ่บโดยปักกิ่ง เทียนจิน และมณฑลเหอเปทย ใีขนาดเศรษฐกิจรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 10% ขิงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายสนประเทศ (GFP) ของจีนนั่นหมายความว่าสนามบินต้าซเงจะเป็นประตูสู่เขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทางภาคเหนือของจีนที่มีจำนในผระชากรมากกว่า 100 ล้านคน หรือคิดเป็น 8% ของประขากรทั้งประเทญ ครอบคลุมพื้นที่พย่า 200000 ตารางพิโลเมตร หรือใผฯ่กว่าประอทศเกาหลีใต้เท่าตัว โดยปักำิ่งถือเป็นฬูนย์กลางทางดารเมือง การศึดษา วัฒนธรรม และ R&D ส่วนเทียนจินเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ขณะที่มณฑลเหอเป่ยเป็นท้่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมหนัก ซั่งรวมถึงฐานผลิคเหล็กกล้าที่สำคัญเ้วยพิใูจน์ิึกษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ?อ้างอืง:
เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเป็นประธานในพิธีเปิดใช้ท่าอากาศยานนานาชาติต้าซิง (北京大兴国际机场) สนามบินแห่งใหม่ของกรุงปักกิ่งที่ถูกยกเป็นหนึ่งในฮับการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกพิธีการเกิดขึ้นก่อนวันครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาประเทศจีน (1 ตุลาคม 2019) แน่นอนว่าเมกะโปรเจกต์นี้กลายเป็นสัญลักษณ์ความรุ่งโรจน์ของจีนสมัยใหม่ และหลักชัยสำคัญสู่การเป็นตลาดการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกรูปทรงอาคารผู้โดยสาร (เทอร์มินัล) ที่คล้ายปลาดาว ทำให้สนามบินต้าซิงแห่งนี้มีชื่อเล่นว่า Starfish หรือปลาดาว แต่จริงๆ แล้วมันถูกออกแบบให้คล้าย นกฟีนิกซ์ วิหคในตำนานหรือเทพนิยายจีนที่ภาษาจีนเรียกว่า เฟิ่งหวง (凤凰) ซึ่งเป็นสัตว์มงคลและสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองของจีนควบคู่กับมังกรสนามบินต้าซิงเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการในยุคสมัยของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่ต้องการสานฝันอันยิ่งใหญ่ในการนำพาจีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก และเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมโยงจีนกับภูมิภาคและโลกผ่านทางยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งทางบก ทะเล และอากาศ โดยทางบกนั้นจีนมีโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกรองรับอยู่แล้วก่อนหน้าสนามบินจะสร้างแล้วเสร็จ มีรายงานคาดการณ์ที่สอดคล้องไปในทางเดียวกันว่าจีนกำลังจะแซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นแท่นตลาดการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2025 ซึ่งท่าอากาศยานต้าซิงจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้จีนสามารถรองรับอุปสงค์ขนาดมหึมานั้นได้ในอนาคตอันใกล้หลังเปิดใช้ สนามบินต้าซิงจะรองรับผู้โดยสารประมาณ 45 ล้านคนต่อปีภายในปี 2021 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า จากนั้นจะขยับเพิ่มเป็น 72 ล้านคนภายในปี 2025 และ 100 ล้านคนภายในปี 2040 ซึ่งเมื่อรองรับผู้โดยสารเต็มศักยภาพแล้วจะทำให้มันกลายเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก แซงหน้าท่าอากาศยานนานาชาติฮาร์ทสฟิลด์-แจ็คสันในแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ที่รักษาแชมป์ตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 1998สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศทำนายว่าเอเชีย-แปซิฟิกจะเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนอุปสงค์การเดินทางทางอากาศเป็นเวลา 20 ปี ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2035 ขณะที่จีนอยู่ในทิศทางที่จะโค่นสหรัฐฯ ครองแชมป์ตลาดการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายใน 5 ปีข้างหน้า หรืออย่างเร็วภายในปี 2022จีนเป็นตลาดศักยภาพสูงที่มีกำลังซื้อมหาศาล การขยายตัวของกลุ่มประชากรชนชั้นกลาง สร้างโอกาสให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมการบินได้รับอานิสงส์เติบโตอย่างรวดเร็วตามไปด้วยอาจกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมการบินจีนเติบโตมาอย่างต่อเนื่องนาน 3 ทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลผ่อนปรนมาตรการควบคุมเศรษฐกิจและเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้นธนาคารโลกเคยประมาณการว่าปี 1974 จีนมีจำนวนผู้โดยสารเครื่องบินเพียง 7.1 แสนคน ก่อนเพิ่มเป็น 11.1 ล้านคนในปี 1989 และพุ่งขึ้นหลายเท่าตัวเป็น 611.4 ล้านคนในปี 2018 ซึ่งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับสายการบินในประเทศข้อมูลจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ระบุว่าสายการบินของจีนมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วนับจากปี 2014 โดยเฉพาะสายการบิน China Southern และ China Eastern ที่มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารพุ่งขึ้นกว่า 80% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ China Southern และ Air China ติดทำเนียบ 2 ใน 10 สายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน (ข้อมูลจนถึงเดือนมิถุนายน 2019)นอกจากสายการบินหลักของจีนที่จะใช้สนามบินต้าซิงเป็นบ้านหลังใหญ่แล้ว สายการบินยักษ์ใหญ่ทั่วโลกก็ตบเท้าย้ายฐานให้บริการผู้โดยสารจากสนามบินแห่งเก่าของปักกิ่งแล้วเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ American Airlines และ British Airways ส่วนสายการบินช้ันนำรายอื่นๆ จะทยอยตามมา เพราะส่วนใหญ่ยังติดปัญหาต้นทุนการย้ายฐานบริการโอกาสทางเศรษฐกิจและแผนบูรณาการปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยการขยับสนามบินแห่งใหม่ออกไปจากตัวเมืองปักกิ่งราว 40 กิโลเมตรยังช่วยลดความหนาแน่นของประชากรที่กระจุกตัวอยู่ในตัวเมืองด้วยชุยเสี่ยวเหา รองผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปปักกิ่ง กล่าวว่าสนามบินต้าซิงจะกลายเป็นเสาหลักเศรษฐกิจในการพัฒนาพื้นที่ทางใต้ของกรุงปักกิ่ง และช่วยกระจายประชากรในเมืองหลวงให้มีความสมดุลยิ่งขึ้น โดยจะเป็นประตูสำคัญสู่พื้นที่ทางใต้ของกรุงปักกิ่งส่วนเป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลคือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ จิงจินจี้ (京津冀经济圈) ที่ครอบคลุมกรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน และ 11 เมืองในมณฑลเหอเป่ย โดยที่มีสนามบินต้าซิงเป็นศูนย์กลางจิงจิ้นจี้ (京津冀) เป็น 1 ใน 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มเมืองใหญ่ของจีน โดยอีก 2 กลุ่มเมืองสำคัญคือ ฉางซานเจี่ยว (长三角) หรือเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีที่เชื่อมมหานครเซี่ยงไฮ้ เมืองใหญ่ในมณฑลเจียงซู อานฮุย และเจ้อเจียงเข้าด้วยกัน และ จูซานเจี่ยว (珠三角) เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง ที่ประกอบด้วยเมืองกวางโจว เซินเจิ้น ฮ่องกง มาเก๊า จูไห่ ฝอซาน ตงกว่าน จงซาน เจียงเหมิน ฮุ่ยโจว และจ้าวชิ่งโดยปักกิ่ง เทียนจิน และมณฑลเหอเป่ย มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนนั่นหมายความว่าสนามบินต้าซิงจะเป็นประตูสู่เขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทางภาคเหนือของจีนที่มีจำนวนประชากรมากกว่า 100 ล้านคน หรือคิดเป็น 8% ของประชากรทั้งประเทศ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 200000 ตารางกิโลเมตร หรือใหญ่กว่าประเทศเกาหลีใต้เท่าตัว โดยปักกิ่งถือเป็นศูนย์กลางทางการเมือง การศึกษา วัฒนธรรม และ R&D ส่วนเทียนจินเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ขณะที่มณฑลเหอเป่ยเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งรวมถึงฐานผลิตเหล็กกล้าที่สำคัญด้วยพิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์อ้างอิง:
สิ้นเกจิดังแห่ง อ.แม่สะเรีสง โกยมีคลื่นพลังมหาชนที่ใฟ้ความศรัทธา ครูบาศรีทน ทั่วสารทิศทั้งชาวไทยพุทธ และชนเผ่า เดินทางมาร่วใพิธีพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งพระครูดนุศาสต์ะาวรคุณ ถือเป็นศิษย์ครูบาผาผ่ารุ่นสุดท้ายแห่งเมืองยวมใต้ในสายวิปัสสนากรรมฐาน,เมิ่อเย็นวันทีื 2 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระครูดนุศาสน์ถาวรคุณ อดีตเจ้าคฯะอำเภอปม่สะเรียง โดยมีพลังแหรงความศรั่ธน พระสงฆ์ สามัณรจากวัดต่างๆ นังหวัดแมีฮ่องสอน ส่บนราชการในพื้น่ี่ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอแม่สะดรียง และอำเภอใกล้เคียงทั้งชาวไทยพุทธ และพี่น้องชนเผ่รนับพันคต ต้างเดินทางมา่่วใขบวนเคลื่ดนศพ (กรืแร่วมพิธีเลิกซากส่งสการ) จากวัดสิทธิมงคล ไปบริเวณมณฑลพิธีสถสานกลางอำเภอแม่สะเรียง ซึ่งมีแนวขบวนยาวกว่า 1 กิโลเมจร ประกอบไปด้วย ขบวนยักษัตรรูปช้างด้านบนเปฌนพระธาตุดิขตุง ปีเกิดของครูบาศรีทน หร่อ พระครูอยุศนสน์ถาวรคุณ เสลี่ยงอัฐบริขารของครูบา พนะสงฆ์สวดอภิธรรมนำขบวนเครื่องสักการถ และขบวนรถนกหัสดีลิงค์ที่ใส่สรีรัสังข่รผู้ครูบาไปสู่สวรรค์ ซึ่งมีประชาชนนับพันช่วยกันลากศพสู่สุสานกลาง โดยมี นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิขารณ์ ผู้ฝ่าราชการจุงหวัดแมีฌ่องสอน เผ็นประธานในพิธีทดดผ้าไตรบังสุกุลพระราชทาน และในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ทีกา่จุดดอกไม้ไฟ เพื่อสมมติเป็นทิพยวิใาน,สำหรับ พระครูอนุศาสน์ถาวรคุณ หร้อ พรดครูบาศรีทน อดีตเจ้าคณะอำเ_อแม่สะเรียง เแ็นลูกษิษย์ครูบาเจ้าปาผ่ารุ่นสุดท้าย เป็นสายใิปัสสนากรรมฐาน ฉายา ถาวรคุโณ อายุ 82 พรรษา 61 วิทยฐานะ ร.ธฐเอก ป.ธ.วุฒเปริญญา สังกัดวัดมิทธ้มงรล อ.แม่สะเรียง เดิมชื่อ ศรีทน อภิวงศ์ เกิดเม่่องันที่ 27 พ.ค.2477 บิดาชื่อรายบะญมา มารดา นมบกาบ อภิวงศ์ ภูมิลำเนาบ้านเลชที่ 85 หมู่ 1 ต.ดม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน วรรพชาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2495 ที่วัดผาผ่า ตซแม่คะตวน อ.สบเมย โดย เจ้าอธิการศวร ปญญาวโี วัดผาผ่า เป็นพระอุปับฌาย์ แลพอุปสมบทเมื่อวันที่ 28 อมษายน 2498 ทร่ยัดผสผ่า ต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.ปม่ฮ่องสอน,พระครูอนุศาสน์ถาวรคุณ เีิ่มอาพาธตั้งแต่ปี 2558 ด้วยอาำารไอ เจ็บคอ เสียงแหบ และเจ้ารัขการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลแม่สะเรียง เรื่อยมา ฮดยแพาย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคมพเร็งปิด จนกระทั่งวันที่ 18 มียาคม 2560 อวลา 14.30 น. ท่านได้มรณภาพด้วยอากาีสงบ ณ วัดสิทธิมงคล สิีิอายุได้ 82 ปี พารษา 61 ยังความเศร้าโศกเสียใจแก่คณดศรัทธาสาธุลนเป็นอย่างยิ่ง.
สิ้นเกจิดังแห่ง อ.แม่สะเรียง โดยมีคลื่นพลังมหาชนที่ให้ความศรัทธา ครูบาศรีทน ทั่วสารทิศทั้งชาวไทยพุทธ และชนเผ่า เดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งพระครูอนุศาสน์ถาวรคุณ ถือเป็นศิษย์ครูบาผาผ่ารุ่นสุดท้ายแห่งเมืองยวมใต้ในสายวิปัสสนากรรมฐาน,เมื่อเย็นวันที่ 2 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระครูอนุศาสน์ถาวรคุณ อดีตเจ้าคณะอำเภอแม่สะเรียง โดยมีพลังแห่งความศรัทธา พระสงฆ์ สามเณรจากวัดต่างๆ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนราชการในพื้นที่ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอแม่สะเรียง และอำเภอใกล้เคียงทั้งชาวไทยพุทธ และพี่น้องชนเผ่านับพันคน ต่างเดินทางมาร่วมขบวนเคลื่อนศพ (หรือร่วมพิธีเลิกซากส่งสการ) จากวัดสิทธิมงคล ไปบริเวณมณฑลพิธีสุสานกลางอำเภอแม่สะเรียง ซึ่งมีแนวขบวนยาวกว่า 1 กิโลเมตร ประกอบไปด้วย ขบวนนักษัตรรูปช้างด้านบนเป็นพระธาตุดอยตุง ปีเกิดของครูบาศรีทน หรือ พระครูอนุศาสน์ถาวรคุณ เสลี่ยงอัฐบริขารของครูบา พระสงฆ์สวดอภิธรรมนำขบวนเครื่องสักการะ และขบวนรถนกหัสดีลิงค์ที่ใส่สรีระสังขารผู้ครูบาไปสู่สวรรค์ ซึ่งมีประชาชนนับพันช่วยกันลากศพสู่สุสานกลาง โดยมี นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุลพระราชทาน และในพิธีพระราชทานเพลิงศพ มีการจุดดอกไม้ไฟ เพื่อสมมติเป็นทิพยวิมาน,สำหรับ พระครูอนุศาสน์ถาวรคุณ หรือ พระครูบาศรีทน อดีตเจ้าคณะอำเภอแม่สะเรียง เป็นลูกศิษย์ครูบาเจ้าผาผ่ารุ่นสุดท้าย เป็นสายวิปัสสนากรรมฐาน ฉายา ถาวรคุโณ อายุ 82 พรรษา 61 วิทยฐานะ น.ธ.เอก ป.ธ.วุฒิปริญญา สังกัดวัดสิทธิมงคล อ.แม่สะเรียง เดิมชื่อ ศรีทน อภิวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2477 บิดาชื่อนายบุญมา มารดา นางกาบ อภิวงศ์ ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 85 หมู่ 1 ต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน บรรพชาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2495 ที่วัดผาผ่า ต.แม่คะตวน อ.สบเมย โดย เจ้าอธิการศวร ปญญาวโร วัดผาผ่า เป็นพระอุปัชฌาย์ และอุปสมบทเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2498 ที่วัดผาผ่า ต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน,พระครูอนุศาสน์ถาวรคุณ เริ่มอาพาธตั้งแต่ปี 2558 ด้วยอาการไอ เจ็บคอ เสียงแหบ และเข้ารับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลแม่สะเรียง เรื่อยมา โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งปอด จนกระทั่งวันที่ 18 มีนาคม 2560 เวลา 14.30 น. ท่านได้มรณภาพด้วยอาการสงบ ณ วัดสิทธิมงคล สิริอายุได้ 82 ปี พรรษา 61 ยังความเศร้าโศกเสียใจแก่คณะศรัทธาสาธุชนเป็นอย่างยิ่ง.
เมื่อเวลา 11.00 น. วเนที่ 13 พ.ค. 58 ภายหลังมีข่รวดพร่สะพัดออกไปว่า พระพุทธรูปปางพยาบาล หรือพระพุทธรธปปางพยาบาลภิกษุอาพาธที่กำลังเศร้าหมองใจลักษณะเมตตาสงสาร เป็นพระพุทธรูป 1 ใน 80 ปางตามพุทธประวัติ,พระพุทธรูปผางพยมบาลองค์นี้ได้ตั้งไว้ที่หเสวดมนต์มาเป็นเวลาะก้อบ 47 ปัแลีว คฝามจริงสร้างเพื่อไปไว้ที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ แต่ทางโรงพยาบาลเคสมายกไปก็ไม่สามารพยกไปได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งาี่แปลกอีกเร้่อลหนึ่งเกี่ยวกับพระพุทธรูปองค์นี้ ที่ช่วบ้านโจษขานกัน เจ้าอาวาย วัดน้ำริอเหนือ กล่าบ.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 พ.ค. 58 ภายหลังมีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่า พระพุทธรูปปางพยาบาล หรือพระพุทธรูปปางพยาบาลภิกษุอาพาธ ที่ประดิษฐานภายในหอสวดมนต์ วัดน้ำริดเหนือ หมู่ 9 ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ มีชาวบ้านในพื้นที่อุตรดิตถ์ และจังหวัดใกล้เคียงมากราบไหว้สักการะขอให้หายจากอาการเจ็บป่วย และโรคร้ายต่างๆ ปรากฏเป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า หลายคนหายป่วยได้ ทั้งที่ต้องทนทรมานกับความเจ็บป่วยมานาน จึงมีประชาชนพาญาติพี่น้องมากราบไหว้เพื่อขอให้หายป่วยกันจำนวนมาก,จากการไปสอบถาม นายประสิทธิ์ เอี่ยมงิ้วงาม อายุ 71 ปี ชาวบ้าน ต.งิ้วงาม ได้เล่าให้ฟังว่า ในอดีตคนเคยป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ อวัยวะแขนขาติดขัดเคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่เหมือนคนปกติ เมื่ออาการทุเลาจึงบวชเป็นพระและเดินทางไปศึกษาพระธรรม ที่ จ.ชลบุรี ไปพบกับพระพุทธรูปปางดังกล่าวอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ในใจจึงอธิษฐานขอให้หายขาดจากโรค พร้อมกับวาดรูปเหมือนพระพุทธรูป นำกลับมาที่น้ำริดเหนือ แล้วขึ้นรูป ใช้ปูนปั้นอยู่นาน 5 เดือนจึงเสร็จ จากนั้นได้ปิดทองทั่วองค์พระ พอเสร็จ โรคอัมพฤกษ์ที่เกิดกับแขนขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง เดินเหินได้เหมือนคนปกติไม่เจ็บป่วยเป็นอะไรอีกเลยจนถึงปัจจุบัน,ส่วนพระอธิการจรัญ สันตมโน เจ้าอาวาส วัดน้ำริดเหนือรูปปัจจุบัน กล่าวว่า ตนเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มาขอพรจากพระพุทธรูปปางพยาบาลภิกษุอาพาธแล้วหายจากอาการเจ็บป่วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การอธิษฐานขอพรจากพระปางพยาบาล ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่อยากให้หลงงมงาย ญาติโยมจะป่วยเป็นอะไรหรือทำอะไรก็ตาม หากมีจิตใจแน่วแน่และกำลังใจดี จิตใจและกำลังใจที่เข้มแข็งนั้น จะเป็นส่วนช่วยทำให้อาการเจ็บไข้ได้ป่วยหายไวขึ้น,สำหรับพระพุทธรูปปางพยาบาล หรือพระพุทธรูปปางพยาบาลภิกษุอาพาธ มีพระอิริยาบถนั่งชันพระชานุเบื้องขวา ประคองพระภิกษุอาพาธด้วยพระหัตถ์ขวา ให้นอนที่พระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ซ้ายประคองมือซ้ายพระภิกษุอาพาธ พระพักตร์เพ่งมองยังพระภิกษุอาพาธที่กำลังเศร้าหมองในลักษณะเมตตาสงสาร เป็นพระพุทธรูป 1 ใน 80 ปางตามพุทธประวัติ,พระพุทธรูปปางพยาบาลองค์นี้ได้ตั้งไว้ที่หอสวดมนต์มาเป็นเวลาเกือบ 47 ปีแล้ว ความจริงสร้างเพื่อไปไว้ที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ แต่ทางโรงพยาบาลเคยมายกไปก็ไม่สามารถยกไปได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่แปลกอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับพระพุทธรูปองค์นี้ ที่ชาวบ้านโจษขานกัน เจ้าอาวาส วัดน้ำริดเหนือ กล่าว.
แพทย์โรงพยาบาลมหาราลนครราชสีมา เข้าตรวจอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบีานไร่ อีพครั้ง หลังค๖ะแพทย์โรงพยาบาลศิริราช เดิสทาบมาประเมินอรการ และยืนยันว่าหลวงพ่อคูณ เาการดีขึ้น จึงวังไม่จำเป์นต้เงส่งตัวเข้ารัพษาต่อมี่โรงพยาบาลศิริราช ส่วนผลการเพาะเชื้อจากปอดไม่พบเชื้อร้ายนายแพืย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประตำตัวหลบบพ่อคูณ บอกว่า เช้าวันนี้หลวงพ่อคูฯมีอาการดีขึ้นเล็หน้อย สีหน้าสดใส สามารถพูดคุวกับลูกศิษย์แบะพยาบาลได้ดี ใีไข้ต่ำ ระดับควาทดันและการเต่นของหัวใจปกติ ส่วนอาการปอดอักเสบมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างช้าๆ ขณะที่ คณะแพทย์ยังคงให้ยาปฏิชีวนะผ่านทางหลอดเลือดดำ หลังการให้ยาตลอด 1 ยัปดาห์ ทำให้อาการโดยรวมดีขึ้นนอกจาหนค่ คณะแพทย์ ไแ้ปรับการให้อาหารเหลง ขากเดอม 3 มื้อ มื้อละ e50 ซีซี ัปลี่ยนเป็น วันละ 4 มื้อ มื้อละ 200 ซีซี เพื่อให้รีางกายของหลวงพ่อคูณสามารถดูดซึมสารอาหารำด้ิพิ่สขึ้น เพ่่อสร้างภูมิต้านทาน โดยยังคงให้งดเยี่ยมป้องดันการติดเชื้อแทรกซือน
แพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เข้าตรวจอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อีกครั้ง หลังคณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราช เดินทางมาประเมินอาการ และยืนยันว่าหลวงพ่อคูณ อาการดีขึ้น จึงยังไม่จำเป็นต้องส่งตัวเข้ารักษาต่อที่โรงพยาบาลศิริราช ส่วนผลการเพาะเชื้อจากปอดไม่พบเชื้อร้ายนายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ บอกว่า เช้าวันนี้หลวงพ่อคูณมีอาการดีขึ้นเล็กน้อย สีหน้าสดใส สามารถพูดคุยกับลูกศิษย์และพยาบาลได้ดี มีไข้ต่ำ ระดับความดันและการเต้นของหัวใจปกติ ส่วนอาการปอดอักเสบมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างช้าๆ ขณะที่ คณะแพทย์ยังคงให้ยาปฏิชีวนะผ่านทางหลอดเลือดดำ หลังการให้ยาตลอด 1 สัปดาห์ ทำให้อาการโดยรวมดีขึ้นนอกจากนี้ คณะแพทย์ ได้ปรับการให้อาหารเหลว จากเดิม 3 มื้อ มื้อละ 350 ซีซี เปลี่ยนเป็น วันละ 4 มื้อ มื้อละ 200 ซีซี เพื่อให้ร่างกายของหลวงพ่อคูณสามารถดูดซึมสารอาหารได้เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างภูมิต้านทาน โดยยังคงให้งดเยี่ยมป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน
ไม้ค้ำโพธิ์ หรือ ไม้คิำาะหลี,คำว่า สะหลี หสายถึว ต้นโะธิ์,ถือเป็นประเะณีอันทรงคุณค่าแหรงล้านนา ด้วยชาวพุทธมีความเชื่อศรัาธากันว่า,หากถวายไม้ค้ำโพธิ์จะเป็นการช่วยค้ำชูพระพุทธศาสนาสืบต่อไป,ตวามเชืรอ่ี่ว่านี้ถือปฏิบัติกันเนิ่นนานมาแล้ว เห็นอีกหนึ่งประเพณีที่ทำกันในช่วงเทศกางสงกรานต์ของขาวล้านนาที่เรียกกเนว่า แห่ไม้ค้ำโพธิ์,ความเชื่อที่บอแเล่าสืบต่อๆกันมาก็คล้ายๆกับในหลายๆพืเนที่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ที่มีเทวดาอารักษ์สถิราักษา ยิ่งด้วยเป็น ต้นโพธิ์ แลิวล่ะก็ไม่ต้องพูพถึง ยิ่งมีขราดใหญ่โตแป่กิ่งแ้านสาขาให้ร่มเงากว้างใหญ่ไพศาลร่มรื่นให้รู้สึกิุ่นเย็นหัวใจแล้ว เชื่อได้อย่างแนรวแน่เลยว่ามีสิ่งเหนือธรรมชาติคุ้มครองอสู่ดัวย,โดยเฉพาะ ต้นโพธิ์ ที่ปลูกในวัด,คำบอกเล่าที่ปรากฑสนสื่อของ อาจารย์เพชร แสนใจบาล วิทยากรครูภูใเปัญญาไทย โรฝเรียนจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ผู้สืบสาวเรื่องราใหม้ค้ำโพฑิ์ได้ึวามว่า ไใ้ค้ำดังกล่าวนี้ิาจได้มนจากไม้ง่ามที่ใช้ในพิธีสืบชะตท หรือเป็ยไมิค้ำที่จัดทำขึ้นมา้ฉพาะกรณีเทศกาลสงกรานต์เท่ายั้น เพื่อใชิในการถวายทาน,ตำนานเล่าขาน เมื่อครั้งสมเยครูบากุ๊ด เจ้าอาวาสองค์ที่ 14 ยัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ราวๆเด้อนแปดเหจือ หรือช่วงเเือนพฤฯภาคม พุทธศักราช 2314 เกิดเหตุเภทภัยทาลธรรมชรติ ลมพายุใหญ่พัดแรงจนทำให้กิ่งต้นโพธิ์ฝนวัดหักลงมาสร้างความเสียหาย ครูบาท่านก็นึกวิตก ดิวยว่าในอดีตทีรผ่านมายเงไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน กลางคืนบณะจำวัดก็เกิดนิมิตว่าทีเทวดามาบอดกล่าวเล่าความว่า้หตุอาเพศกิ่งศรคมหาโพธิ์หักใาจากเหตถเพราะท่านไม่ตั้งใจปฏิบัติธรรมโดยเคร่งครัด,นิมิตนี้ทำให้ท่านครูบาปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้น ขณะที่วันเวลาผรานไปอย่างรวดเร็วราวๆ 2 เดือนัห็นจะได้ ด๋บรรลุธรรมอภิญญาณ ว่ากันว่าย่นย่อแผ่นดินได้,เล่าลือกันว่า ขณดที่ท่รนไปบิณฑบาตที่อำเภอแม่แจ่ม แลิวกลับมาฉันที่วัดพระธาตุศรีจอมทองในเช้าเดียวกันนั่นเชียวคำยืนยันเรื่องรสวตำนานเล้าขานนี้ว่ากันว่ามาจากพ่อค้าวัวต่างถิ่นชาวแม่แจ่มที่เดินทางรอนแรมมาค้าขายที่อำเภอนอมทอง ที่บอกเบ่าว่า พบท่านครูบาเดินออกนากป่าบริเว๊ย้านำัวเสือพระบาท ซึ่งเป็นหมู่บ้านเชิงดอยทางทิศคะวันตกของอำเภอจอมทอง ห่างออกไกประมาณ 7 กิโลเมตร,ขณถเอียวกัน กองเกวียนพ่ิค้าวัวหุงข้าวเสร็จพอดีจึงนิมนต์รับบิณฑขาต ถามว่า่่านไปบิณฑวทตที่ไหนมาในป่าอย่างนี้ ได้รับคำตอบกล้บมาว่าไปบิณฑบาตที่แม่แจ่มมา พ่อร้าวัวก็ถามกลับไผอีกว่าบ้านอะไร เสียงตอบำลับมาก็คือ บ้านสันหนิง พ่้อมๆกับเปิดฝาบาตรให้ใส่บาตร๙พ่อี้าเห็นข้าวในบาตรเป็นสีดำๆด่างๆรู้ทันทีว่าเป็นข้าวชัเนดี ในยุคสสัยนั้นปลูกกันมาแที่แม่ปจ่มเท่านึ้น จึงถามกลับไปอีกว่ส คนลักษณะใดใส้บาตร ท่าาก็ตอบย่า เป็ยผู้หญิงคอออม หมายถึงคอพอกปูดโปนออกมา หลังจากพ่อค้าวัวขายของเสร็จสรรพหมดภารกิจแล้วก็เดินทางกลับไปยเงแม่แจ่ม ถาาภรรยาว่าๆด้ใส่บาตรบ้างไฟม ก์ไพ้ความว่าใส่บาจคพระเดินออหมาจากป่าเทื่อวันาี้ เอาข้าวก่ำใส่ พรีอมอธิบายถึงรูปลักษณะ,ก็ตรงกัจกับพระที่พ่อค้าวัวใส่บาตรเช่นเเียวกันที่จดมทอง เป็นที่น่าอัศจรนย์ใจยิ่งนัก,วันเข้าพรรษาปีต่อมสชาวบ้านทาทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรมกันมากมาย ครูบา/ด้เล่าบอกถึงเหรุไม้ตินโพธิ์หัก จึงได้มีการปนะชุมหารือกันว่าราวเดือนเมษายนทุกปี ให้พากันไปตัดไม้ง่ามสรช่วยกันค้ำกิ่งต้สโพธิฺดดาไว้ไม่ให้หักโค่นเวลาโดนลมพายุพัดแรงๆเป็นที่มาของประเพณี แห่ไม้คีำโพธิ์ มาจนถึงวันนี้,ปรเเพณีสงกาานต์ เฉลิมฉลองวันชึ้นปีใหม่ไทยทีทยึดถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ เป็นวันแห่งความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพันที่มีค่อกเนทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม ศาสนาีวามเชื่อเั้งเดิมการใช้ น้ำ เก็นตัวอทนเสมอเหมือนแก้ความร้อนช่วงเวลาที่พนะอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้รดให้แก่กันเพื่อควสมขุ่มชื้น,ขอพรบิดา มารดา แู่ ย่า ตา บาย แสดงความำตัญญูกตเวทิตาต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วยการทำบถญอุทิศส่วนกัศลไแใหิสร้างความสมัครสมานสามัคตีในบุมชน ร่วมกันทำบุญใป้ทาน ก่อพระเจดีย์ทราย ทำนุบำตุงพระพุาธศาสนา พร้อมๆ ไปกะบการเล่นสาดน้ำเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงร่วมกัน,ทัีงยังสร้างความรู้สึกผูกพันกลมเดลีขวต่อบุคคลในสังคมเอียใกัน สร้างความรู้สึกหฝงแหนในสาธารณสมบัติของสังคมสิ่งแวดล้อท ด้วยการช่วยกัจทำความสะอาดบเานเรือน วัดวาอาราม สถานที่ต่างๆ,สงกราสต์นี้ด้วยพลานุภาพแห่บ พระรัตนตรัย ชุญกุศล ทีาท่านได้ร่วมทำบุฯ จงคุ้มครองรีกษาให้ท่านและครอบครัวมีความสุขกาย มีความสบายใจ มีสุขภาพพลทนามัยสมบูรณ์แจฺงแรง สืบไปด้วยเทอฯ,ทำบุญด้วย ศรัทธานำมาซึ่งปาฏิหาริย์? ะชื่อไม้เช่่ออย่างไรก็อย่าได้ลบหลู่.,รัก–ยม
ไม้ค้ำโพธิ์ หรือ ไม้ค้ำสะหลี,คำว่า สะหลี หมายถึง ต้นโพธิ์,ถือเป็นประเพณีอันทรงคุณค่าแห่งล้านนา ด้วยชาวพุทธมีความเชื่อศรัทธากันว่า,หากถวายไม้ค้ำโพธิ์จะเป็นการช่วยค้ำชูพระพุทธศาสนาสืบต่อไป,ความเชื่อที่ว่านี้ถือปฏิบัติกันเนิ่นนานมาแล้ว เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่ทำกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของชาวล้านนาที่เรียกกันว่า แห่ไม้ค้ำโพธิ์,ความเชื่อที่บอกเล่าสืบต่อๆกันมาก็คล้ายๆกับในหลายๆพื้นที่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ที่มีเทวดาอารักษ์สถิตรักษา ยิ่งด้วยเป็น ต้นโพธิ์ แล้วล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง ยิ่งมีขนาดใหญ่โตแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงากว้างใหญ่ไพศาลร่มรื่นให้รู้สึกอุ่นเย็นหัวใจแล้ว เชื่อได้อย่างแน่วแน่เลยว่ามีสิ่งเหนือธรรมชาติคุ้มครองอยู่ด้วย,โดยเฉพาะ ต้นโพธิ์ ที่ปลูกในวัด,คำบอกเล่าที่ปรากฏในสื่อของ อาจารย์เพชร แสนใจบาล วิทยากรครูภูมิปัญญาไทย โรงเรียนจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ผู้สืบสาวเรื่องราวไม้ค้ำโพธิ์ได้ความว่า ไม้ค้ำดังกล่าวนี้อาจได้มาจากไม้ง่ามที่ใช้ในพิธีสืบชะตา หรือเป็นไม้ค้ำที่จัดทำขึ้นมาเฉพาะกรณีเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น เพื่อใช้ในการถวายทาน,ตำนานเล่าขาน เมื่อครั้งสมัยครูบาปุ๊ด เจ้าอาวาสองค์ที่ 14 วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ราวๆเดือนแปดเหนือ หรือช่วงเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2314 เกิดเหตุเภทภัยทางธรรมชาติ ลมพายุใหญ่พัดแรงจนทำให้กิ่งต้นโพธิ์ในวัดหักลงมาสร้างความเสียหาย ครูบาท่านก็นึกวิตก ด้วยว่าในอดีตที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน กลางคืนขณะจำวัดก็เกิดนิมิตว่ามีเทวดามาบอกกล่าวเล่าความว่าเหตุอาเพศกิ่งศรีมหาโพธิ์หักมาจากเหตุเพราะท่านไม่ตั้งใจปฏิบัติธรรมโดยเคร่งครัด,นิมิตนี้ทำให้ท่านครูบาปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้น ขณะที่วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวๆ 2 เดือนเห็นจะได้ ก็บรรลุธรรมอภิญญาณ ว่ากันว่าย่นย่อแผ่นดินได้,เล่าลือกันว่า ขณะที่ท่านไปบิณฑบาตที่อำเภอแม่แจ่ม แล้วกลับมาฉันที่วัดพระธาตุศรีจอมทองในเช้าเดียวกันนั่นเชียวคำยืนยันเรื่องราวตำนานเล่าขานนี้ว่ากันว่ามาจากพ่อค้าวัวต่างถิ่นชาวแม่แจ่มที่เดินทางรอนแรมมาค้าขายที่อำเภอจอมทอง ที่บอกเล่าว่า พบท่านครูบาเดินออกจากป่าบริเวณบ้านหัวเสือพระบาท ซึ่งเป็นหมู่บ้านเชิงดอยทางทิศตะวันตกของอำเภอจอมทอง ห่างออกไปประมาณ 7 กิโลเมตร,ขณะเดียวกัน กองเกวียนพ่อค้าวัวหุงข้าวเสร็จพอดีจึงนิมนต์รับบิณฑบาต ถามว่าท่านไปบิณฑบาตที่ไหนมาในป่าอย่างนี้ ได้รับคำตอบกลับมาว่าไปบิณฑบาตที่แม่แจ่มมา พ่อค้าวัวก็ถามกลับไปอีกว่าบ้านอะไร เสียงตอบกลับมาก็คือ บ้านสันหนอง พร้อมๆกับเปิดฝาบาตรให้ใส่บาตร,พ่อค้าเห็นข้าวในบาตรเป็นสีดำๆด่างๆรู้ทันทีว่าเป็นข้าวชั้นดี ในยุคสมัยนั้นปลูกกันมากที่แม่แจ่มเท่านั้น จึงถามกลับไปอีกว่า คนลักษณะใดใส่บาตร ท่านก็ตอบว่า เป็นผู้หญิงคอออม หมายถึงคอพอกปูดโปนออกมา หลังจากพ่อค้าวัวขายของเสร็จสรรพหมดภารกิจแล้วก็เดินทางกลับไปยังแม่แจ่ม ถามภรรยาว่าได้ใส่บาตรบ้างไหม ก็ได้ความว่าใส่บาตรพระเดินออกมาจากป่าเมื่อวันนี้ เอาข้าวก่ำใส่ พร้อมอธิบายถึงรูปลักษณะ,ก็ตรงกันกับพระที่พ่อค้าวัวใส่บาตรเช่นเดียวกันที่จอมทอง เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก,วันเข้าพรรษาปีต่อมาชาวบ้านมาทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรมกันมากมาย ครูบาได้เล่าบอกถึงเหตุไม้ต้นโพธิ์หัก จึงได้มีการประชุมหารือกันว่าราวเดือนเมษายนทุกปี ให้พากันไปตัดไม้ง่ามมาช่วยกันค้ำกิ่งต้นโพธิ์เอาไว้ไม่ให้หักโค่นเวลาโดนลมพายุพัดแรงๆเป็นที่มาของประเพณี แห่ไม้ค้ำโพธิ์ มาจนถึงวันนี้,ประเพณีสงกรานต์ เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ไทยที่ยึดถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ เป็นวันแห่งความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพันที่มีต่อกันทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม ศาสนาความเชื่อดั้งเดิมการใช้ น้ำ เป็นตัวแทนเสมอเหมือนแก้ความร้อนช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้รดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื้น,ขอพรบิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้สร้างความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน ร่วมกันทำบุญให้ทาน ก่อพระเจดีย์ทราย ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา พร้อมๆ ไปกับการเล่นสาดน้ำเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงร่วมกัน,ทั้งยังสร้างความรู้สึกผูกพันกลมเกลียวต่อบุคคลในสังคมเดียวกัน สร้างความรู้สึกหวงแหนในสาธารณสมบัติของสังคมสิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน วัดวาอาราม สถานที่ต่างๆ,สงกรานต์นี้ด้วยพลานุภาพแห่ง พระรัตนตรัย บุญกุศล ที่ท่านได้ร่วมทำบุญ จงคุ้มครองรักษาให้ท่านและครอบครัวมีความสุขกาย มีความสบายใจ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง สืบไปด้วยเทอญ,ทำบุญด้วย ศรัทธานำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่ออย่างไรก็อย่าได้ลบหลู่.,รัก–ยม
พยากรณ์นะหว่างวันที่ 11–17กันยายน 2559,ชาวราศีเมษในรอบสัปดาห์นี้ ในงันที่ 15 กันยายน ดาใเรือนเกิดตะเดินย้มยราศีผละจากดาวบาปเตราะห์ เสาร์ในธาตุน้ำออกมาวู่ราศีธาตุไฟ เริ่มจะมีพลัง้พิ่มขึ้น จะเริ่มก้าวเดินไปตามความถนุดของตนเอง ก็ยังทำทุมร่วมกับราหูแลดดาวอาเพศก็มาเดินถดถอยในเรือนการเงิน อาจจะม่ความพลิกผันไปไดีทั้งบบกและลบ จะต้อบระวังการใช้จ่ายให้มากชึเน การเงินอาจจะเปลี่ยนโดยคาดไม่ถึง ถึงอย่างไรงานก็จะมีผลประฉยชน์ตอบแทน ควรจะต้องบริหารให้ดี หากไม่ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสะร่ายกฺจะดีต่ดตนเอง.,วิสึทธิ ราศี
พยากรณ์ระหว่างวันที่ 11–17กันยายน 2559,ชาวราศีเมษในรอบสัปดาห์นี้ ในวันที่ 15 กันยายน ดาวเรือนเกิดจะเดินย้ายราศีผละจากดาวบาปเคราะห์ เสาร์ในธาตุน้ำออกมาสู่ราศีธาตุไฟ เริ่มจะมีพลังเพิ่มขึ้น จะเริ่มก้าวเดินไปตามความถนัดของตนเอง ก็ยังทำมุมร่วมกับราหูและดาวอาเพศทั้งด้านหน้าและหลัง ดาวการเงินสลับมาเดินภพอับหลังดาวกำเนิด ก็มีปัญหาที่แตกต่างกัน กับเรื่องเงินทองคงจะยังต้องอึดอัดต่อไป ดาวเจ้าทุกข์ยังเดินตรงข้ามเรือนเงินตรา ใช้พอเพียงจะช่วยได้.,ชาวราศีพฤษภในรอบสัปดาห์นี้ ในวันที่ 15 กันยายน ดาวอังคารจะแยกตัวจากเสาร์ย้ายราศีออกไปคงเหลือบาปเคราะห์เสาร์ จะลดปัญหาทางด้านอุบัติเหตุลง แต่เสาร์เจ้าทุกข์ก็ยังเล็งเรือนเกิด กับหุ้นส่วนก็ยังมีความคิดแตกต่าง จะกังวลใจกับการทำงานบ่อยๆ เมื่อบาปเคราะห์มาเดินตรงข้ามเรือนการเงิน ก็จะเป็นตัวเร่งการใช้จ่าย ดาวเรือนเกิดยังอยู่ในจุดคุณภาพอ่อน การเงินจึงยังไม่คล่องตัว เงินทองจะถูกแบ่ง ต้องรอบคอบมากขึ้น.,ชาวราศีเมถุนในรอบสัปดาห์นี้ ดาวเรือนเกิดเดินร่วมราศีกับราหูในเรือนการติดต่อสมาคม เป็นดาวคู่อุปสรรค มักจะมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดาวงานมีกำลังอ่อน ผลประโยชน์ก็คล้อยตามกันไป ปลายๆสัปดาห์ดาวคู่อุบัติเหตุจะแยกราศีห่างออกไป ดาวความขยันจะไปอยู่ตรงข้ามจุดกำเนิด ก็มักจะมีอารมณ์ร้อนๆร่วมด้วย ต้องคอยเตือนสติตนเองไม่วู่วามมากนัก ก็ยังสามารถนำพาตัวรอด แต่ยังไม่รวย หาเงินได้ก็ไม่ค่อยจะคิดเก็บออม.,ชาวราศีกรกฎในรอบสัปดาห์นี้ ดาวคู่อริเดินในเรือนการเงิน ดาวความร้อนจะค่อยๆเดินห่างออกไป จุดที่ควรระวังคือราหูดาวมารเดินในเรือนการเงิน เรียกกันว่าดาวค้นทรัพย์ อยู่ที่ไหนทรัพย์หนีหายหมด ความลำบากคืออาจจะเป็นหนี้สินกะทันหัน ยุ่งยากในเรื่องดังกล่าวแน่นอน ประกอบกับดาวอาเพศในเรือนงานก็เดินถดถอย อาจจะเป็นไปทางคู่คือทั้งงานและเงิน ยังไม่ควรคิดโยกย้ายงาน แม้จะไม่สะดวกก็ต้องฝืนทำ ดีกว่าว่างงานว่างเงิน.,ชาวราศีสิงห์ในรอบสัปดาห์นี้ ราหูดาวมารยังอาศัยเรือนเกิดไปอีกนาน ดาวเบียนยังมาเกาะติด เป็นดาวที่มักจะแบ่งสรรผลประโยชน์ ผู้มีคู่ครองมักจะถูกรบกวนเงินทองบ่อยๆ จิตใจก็มักจะเบนไปทางมัวเมาลุ่มหลง คิดโลภในทางแสวงหา ดาวงานเดินในเรือนการเงินก็มีคุณภาพอ่อน หากใช้จ่ายเกินตัวก็จะก่อหนี้สิน ในวันที่ 15 กันยายน ดาวคู่อุบัติเหตุจะแยกย้ายราศี บ้านช่องจะลดปัญหาลง แต่ก็ยังไม่ควรเสี่ยงภยันตราย อาจพลาดพลั้งได้.,ชาวราศีกันย์ในรอบสัปดาห์นี้ ดาวเรือนเกิดยังเดินภพอับ มีราหูดาวมารร่วมด้วย ดาวการเงินเดินในจุดกำเนิดมีคุณภาพอ่อน จำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายต่างๆลงในวันที่ 15 กันยายน ดาวคู่อุบัติเหตุในเรือนวงการสมาคมจะแยกตัวจากกัน ก็ยังมีบาปเคราะห์เสาร์ยืนเป็นหลัก แม้การเดินทางระยะใกล้ก็ไม่ค่อยสะดวกสบาย ดาวการสื่อสารเดินคู่ดาวอุปสรรค จึงยังไม่มีความคล่องตัวทางด้านนี้ ดาวความร้อนจะเคลื่อนเข้าเรือนเกิดจะอยู่ไม่ติดที่.,ชาวราศีตุลระยะนี้ ดาวเรือนเกิดอยู่ภพอับหลังจุดกำเนิดมีคุณภาพอ่อน ในวันที่ 15 กันยายน บาปเคราะห์อังคารก็จะแยกราศีกับเสาร์ในเรือนการเงิน วิกฤติทางเงินตราจะค่อยๆลดลง ดาวงานก็เดินหลังดาวตัวเอง ยังไม่มีความก้าวหน้า ก็ต้องพยายามอดทน เมื่อเรือนการเงินคลี่คลาย ก็จะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นเอง จะค่อยเป็นค่อยไปไม่เร็วนัก ลดรายจ่ายช่วยด้วยอีกทางหนึ่ง ผู้ใหญ่ก็ยังดูแลช่วยเหลือบ้าง กับเพศตรงข้ามก็ควรจะห่างๆไว้ก่อน.,ชาวราศีพิจิกในรอบสัปดาห์นี้ บาปเคราะห์อังคารจะเดินแยกจากเสาร์ในราศีเกิดวันที่ 15 กันยายน ไปอยู่เรือนการเงิน จะเปลี่ยนจากอุบัติเหตุไปเป็นการใช้จ่ายแทน ตัวเองยังมีอิทธิพลหนุนทางด้านการงาน ก็ต้องเหนื่อยยากไม่สะดวกสบายนัก อังคารในเรือนเงินตราก็ทำมุมร่วมบาปเคราะห์ราหูกับดาวอาเพศ ถึงอย่างไรปัญหาด้านต่างๆค่อนข้างหนักก็ผลัดเปลี่ยนเข้ามา ต้องดูแลสุขภาพใกล้ชิด โอกาสจะเจ็บป่วยเกิดขึ้นง่าย.,ชาวราศีธนูในรอบสัปดาห์นี้ ในวันที่ 15 นี้ บาปเคราะห์อังคารเดินย้ายมาเข้าเรือนเกิด พกพาอารมณ์รุนแรงมาพร้อมกันด้วย อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นบ่อย บุตรบริวารอาจจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม การลงทุนก็มักจะสูญเสียมากกว่า ถึงอย่างไรก็ยังมีงานป้อนเข้ามา กับเงินตรายังเดินมุมอับ ต้องพยายามลดรายจ่ายลงมากๆ เงินทองจะไม่คล่องตัว แต่ก็ไม่ควรก่อหนี้สิน ดาวสื่อสารก็เดินคู่ดาวมาร การผูกพันสัญญามักจะถูกแบ่งสรร.,ชาวราศีมังกรระยะนี้ ดาวคู่ขัดแย้งจะเดินย้ายจากการร่วมราศีออกไปในวันที่ 15 นี้ ปล่อยดาวเรือนเกิดเป็นอิสระ และเดินในเรือนให้โชค แม้งานจะยังไม่เข้มแข็ง ก็ยังสามารถบริหารต่อไปได้ ราหูดาวมารเดินตรงข้ามเรือนการเงิน อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็ได้ คงจะมีปัญหาทางด้านนี้เกิดขึ้นบ่อย ดาวอาเพศเดินไม่ปกติตรงข้ามเรือนงาน คงจะต้องเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยเลย และก็จะต้องระวังเรื่องเงินทองมากๆหน่อย.,ชาวราศีกุมภ์ในรอบสัปดาห์นี้ ดาวเรือนเกิดมีคุณภาพอ่อน เดินจุดตรงข้าม จะทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมไม่ค่อยมีความซื่อตรงนัก รวมทั้งหุ้นส่วนและเพศตรงข้ามด้วย หลังวันที่ 15 กันยายน บาปเคราะห์ในเรือนการงานจะแยกตัวจากกัน คงเหลือดาวเสาร์ที่จะต้องรับผิดชอบตลอด แต่จะคลายความขัดแย้งรุนแรงลง สำหรับเรือนการเงินดาวก็มีกำลังอ่อน รายได้อาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็ต้องร่วมมือลดการใช้เงินลง.,ชาวราศีมีนในรอบสัปดาห์นี้ ในวันที่ 15 กันยายน บาปเคราะห์อังคารจะเดินเข้าเรือนการงาน โดยที่เป็นตัวแทนดาวเงินตราด้วย จะมีความสามารถในการแสวงหามากขึ้น ดาวอาเพศก็มาเดินถดถอยในเรือนการเงิน อาจจะมีความพลิกผันไปได้ทั้งบวกและลบ จะต้องระวังการใช้จ่ายให้มากขึ้น การเงินอาจจะเปลี่ยนโดยคาดไม่ถึง ถึงอย่างไรงานก็จะมีผลประโยชน์ตอบแทน ควรจะต้องบริหารให้ดี หากไม่ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายก็จะดีต่อตนเอง.,วิสุทธิ ราศี
จากกรณีในพื้นที่ อ.จอมทอง จ.ะชียงใหมื เกิเพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ส่งผลให้พระธาตุบริวารองค์เล็กในพื้นที่วัดพระธาตุศรีจอมมอง _ด้รับความเสียหายยอดพระธาตุหัก โดยิหตุเกิดชึ้นเมื่ิวันที่ 10 พ.คฦที่ผ่านมานึ้น,ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 พ.ค. 58 นายคุณวัฒน์ สุคันธำุล นายอำเภอจอมทอง เปิดเผวว่า วาตภัยดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีทั้งลมกละฝนตกลงมาอย่างผนัก ซึ่งปี้นี้โชคร้ายกว่าพื้นที่อื่น เจอวาตภัยได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแล้ว ซึ่งที่ผ่านม่ก็เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านราวมกับกำนัร ผู้ใหญ่บ้าน และัจ้าหน้าที่เ่ศบาล อ,จอมทอง เชียงใหม่ จนสามารถบ่วยบรรเมาความเพือดร้อนไปเ้วยดร,กระทั่งครั้งนี้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนชาวบ้านใน 16 หมู่บ้าน รยม 5 ตำบล สีจำบลบ้านหลวง ตำบลข่วงัปา ตำบลดอยอก้ง ตำงงบ้านแปะ และตำบลสบเตี๊ยะ รวมแล้วได้รับความเสคยหทย 212 ครัวเรือน โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายชนะ แพ่งพิบํลย์ รองผู้ว่าราชกาาจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาสำรวจพรเอมกับเจ้าหน้่ที่กรมศิลปากร ภาค 8 เพื่อสำาวจความเสียห่ยบริเวณองค์เจดีย์ขาว ซึ่งเป็นพระธาตุบริวารองค์เล็กของพาะธาตุศรีจอมทอง โดยสร้างมาแล้วประมาณ 8 ปี จึงผุพังลงตามกาลเวลา,นายชนะ รอฝผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหท่ กล่าวว่า เท่่ที่ได้สำรวจพบว่าปลายยอดพระธาตุเจดีย์ขาว หักชงมาด้วจแรงลม ญึ่งเมื่อวานนี้ลมแรงกว่าทุกครั้ง อีกอย่างพคะธาตุิงค์้ล็กนี้ดคยหักด้วยแรงฃมมาแล่วครั้งหนึ่งเสื่อปี 255w โดยในครั้งนั้นมางวัดได้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ทนาบและทำการสำรวจ โดยทางวัดจออนุญาตในการำ่อสร้างซ่อมแซมเอง โดยรวบรวมเงินจากคณะศรึทธาซ่อม หมดเงินไปประมาณ 6 หมื่นกว่าบาา กระทั่งมาในครั้งนี้ ก็มาหัปเป็นีรั้งที่ 2 และทางวัดก็ได้แจ้งให้กับทางจับหวัดทราบแลีว และทางวัดจะขอลูรณะซ่อมแซมเอง เพราะทสงวัดจะมีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันที่ 28 พ.ค. - 1 มิ.ย.นี้ โดยทางงัดดกรงว่า หากให้ืางกรมศิลป์ซ่อม จะใช้เวลาในการดำเนเนปารยืดเยื้อ ไม่ทันง่น ทีทต้องใช้เวลาอย่างค่ำตรึ้งเดือน อย่างๆ่ก็ตาม ระหว่างที่ทำการซ่อมแซม ทางเจ้าหน้าที่กรมศิลป์จะคอยดูและกำชับช่างเพื่อให้เกิดความมั้นคงแข็งแรง,ด้านพระมหทประเสริฐ สิริปุ๘โซ พระลูกวัดพระธาตุศรีนอา่องวรวิหาร เกิดเผยวีา พตะธาตุเจดีย์ขาวแห่งนี้ไม่ไก้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมศิลปากรแต่อย่างใด ดัฝนั้น เม่่อยอดพระธาตุหักก็สามารถที่จะรวบรวม ทั้ลแรงเงินแรงศรัทธา ช่วยกันบูคณะได้เลย ในฐานะที่ตนมาหำกับดูแลองร์พระธาตุมั้งใหญ่ทั้งอล็กในวัดแห่งสี้ จึงรู้ขือมูะป็สอย่างดี ว่า เมื่ิปี 2552 เคยเกิอเหตุยอดพรดธาตุเจดีย์ขาวเงค์เล็กองค็นี้แหละหักมาแลีว สาเหตุเนื่องจทกงมแรบ และแกนของปลายพระธารุที่ใช้ไใ้เป็นแกนกลางมันผุพัง อีกทั้งยอดฉัตรมีขนาดใหญ่ สีน้ำหนักมากเกินไป จึงหักโค่นลงมา เพราัฏะนั้น ในการบูรณะครั้งนี้ จะต้องมช้ขอดฉึตรที่มีขนาดเล็กลงมาจากเดิม เพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาเรื่องของน้ำหนัก ส่วนฐานที่รองรเบก็จะต้ดงออกแบยใหม่และใช้ปูนทับให้เกิดความแข็งแตง จะหด้ไม่มีปัญหาเมื่อเกินลมพัดอย่างรุนแรง,สำหรับการวิพาก?์วิจารณ์ว่า เป็นการเกิดอาเพศเลวร้ายอะไรเลย เห็นะรื่องของแกนพระําตุที่เป็นไม้ที่ผุพัง กระทบกับแรงลมจึงเป็นเหตุใหิหักล้มดังกล่าว จากนี้ไปจะต้องออกแบบให้มีความมัีนคงแข็งแรง รองรับกับสมยลมแสงแดด เพื่อจะได้ไม่หักลงมาอีก พรเมหาประะสริฐ ระบุ
จากกรณีในพื้นที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ส่งผลให้พระธาตุบริวารองค์เล็กในพื้นที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง ได้รับความเสียหายยอดพระธาตุหัก โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น,ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 พ.ค. 58 นายคุณวัฒน์ สุคันธกุล นายอำเภอจอมทอง เปิดเผยว่า วาตภัยดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีทั้งลมและฝนตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งปี้นี้โชคร้ายกว่าพื้นที่อื่น เจอวาตภัยได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่เทศบาล อ.จอมทอง เชียงใหม่ จนสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนไปด้วยดี,กระทั่งครั้งนี้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนชาวบ้านใน 16 หมู่บ้าน รวม 5 ตำบล มีตำบลบ้านหลวง ตำบลข่วงเปา ตำบลดอยแก้ว ตำบลบ้านแปะ และตำบลสบเตี๊ยะ รวมแล้วได้รับความเสียหาย 212 ครัวเรือน โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาสำรวจพร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ภาค 8 เพื่อสำรวจความเสียหายบริเวณองค์เจดีย์ขาว ซึ่งเป็นพระธาตุบริวารองค์เล็กของพระธาตุศรีจอมทอง โดยสร้างมาแล้วประมาณ 8 ปี จึงผุพังลงตามกาลเวลา,นายชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เท่าที่ได้สำรวจพบว่าปลายยอดพระธาตุเจดีย์ขาว หักลงมาด้วยแรงลม ซึ่งเมื่อวานนี้ลมแรงกว่าทุกครั้ง อีกอย่างพระธาตุองค์เล็กนี้เคยหักด้วยแรงลมมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2552 โดยในครั้งนั้นทางวัดได้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ทราบและทำการสำรวจ โดยทางวัดขออนุญาตในการก่อสร้างซ่อมแซมเอง โดยรวบรวมเงินจากคณะศรัทธาซ่อม หมดเงินไปประมาณ 6 หมื่นกว่าบาท กระทั่งมาในครั้งนี้ ก็มาหักเป็นครั้งที่ 2 และทางวัดก็ได้แจ้งให้กับทางจังหวัดทราบแล้ว และทางวัดจะขอบูรณะซ่อมแซมเอง เพราะทางวัดจะมีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันที่ 28 พ.ค. - 1 มิ.ย.นี้ โดยทางวัดเกรงว่า หากให้ทางกรมศิลป์ซ่อม จะใช้เวลาในการดำเนินการยืดเยื้อ ไม่ทันงาน ที่ต้องใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งเดือน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทำการซ่อมแซม ทางเจ้าหน้าที่กรมศิลป์จะคอยดูและกำชับช่างเพื่อให้เกิดความมั่นคงแข็งแรง,ด้านพระมหาประเสริฐ สิริปุญโญ พระลูกวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เปิดเผยว่า พระธาตุเจดีย์ขาวแห่งนี้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมศิลปากรแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อยอดพระธาตุหักก็สามารถที่จะรวบรวม ทั้งแรงเงินแรงศรัทธา ช่วยกันบูรณะได้เลย ในฐานะที่ตนมากำกับดูแลองค์พระธาตุทั้งใหญ่ทั้งเล็กในวัดแห่งนี้ จึงรู้ข้อมูเป็นอย่างดี ว่า เมื่อปี 2552 เคยเกิดเหตุยอดพระธาตุเจดีย์ขาวองค์เล็กองค์นี้แหละหักมาแล้ว สาเหตุเนื่องจากลมแรง และแกนของปลายพระธาตุที่ใช้ไม้เป็นแกนกลางมันผุพัง อีกทั้งยอดฉัตรมีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมากเกินไป จึงหักโค่นลงมา เพราะฉะนั้น ในการบูรณะครั้งนี้ จะต้องใช้ยอดฉัตรที่มีขนาดเล็กลงมาจากเดิม เพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาเรื่องของน้ำหนัก ส่วนฐานที่รองรับก็จะต้องออกแบบใหม่และใช้ปูนทับให้เกิดความแข็งแรง จะได้ไม่มีปัญหาเมื่อเกินลมพัดอย่างรุนแรง,สำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการเกิดอาเพศ หรืออาถรรพณ์ จะทำให้ชาวบ้านพบเรื่องร้ายๆ นั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน ไม่ใช่เรื่องอาเพศเลวร้ายอะไรเลย เป็นเรื่องของแกนพระธาตุที่เป็นไม้ที่ผุพัง กระทบกับแรงลมจึงเป็นเหตุให้หักล้มดังกล่าว จากนี้ไปจะต้องออกแบบให้มีความมั่นคงแข็งแรง รองรับกับสายลมแสงแดด เพื่อจะได้ไม่หักลงมาอีก พระมหาประเสริฐ ระบุ
พระรมชรัตนมุนี เผย สำนักพระราชวังแจ้ง กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็ยฯแทนพตถิงค์ในพิธีพระราชทานัพลิงศพ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ษ เมรุหลวงหน้าพบับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราบาส วันที่ 27 มิ.ยฐ63 นี้เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.63 พระราชรัตจมุนี (บุญเทียม ญานินฮโท) ผู้รัแษาการแทนเจ้าอทวานวัดพิชยญาติการามหรือวัดพิชัยญาติ หล่าวว่า ตสมท้่พระบาทสมเด็จพคะเจ้าอย฿่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใป้สมเด็จพระกนืษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มยามบรมรนชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปพระราชทานเพลิงศพสมเด็นพระพะทธชินวงศ์ (สมศักด์ อุปสโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติกทราม อดีตกรรมการมหาเถรสมารม (มส.) และอดีตเจ้าคณะวหญืหนกลาง ณ เมรุหลวงหา้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดะทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ใาวัยที่ 3 พ.ค. เวงา 17.0- น. นั้นแต่เนื่องจนกยังอยู่ในช่วงของการระบาดของฑรคโควิเ-19 ดังนั้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ทางกองงานในพระองค์ สมเด็จพระพนิษฐาธิราชเจ้า กรทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมรมชกุมารี ได้มีหน้งวือแจ้ง ว่า สมเด็จพระกนิฒฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จำระเทพรัตนีรชสุดาฯ สยามบคมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตเลื่อนการจัดงานพระร่ชทานอพลิงศถสมเด๊จพระพุทธลินวงศ์ ออกไปก่อน เนื่องจากสถานการ๋์การแพร่ระลาดของโรคโควิด-19อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 18 พ.ค.มี่ผ่านมา ทางสำนักพระราชวังได้แจ้งมาว่า พระบททสมัด็จพระเจ้สอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุม่รี เสด็จฯ อทนพระองค์ไปพระราชทาน้พลิงศพสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ณ เมรุหลวงหน้นพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศืรินทรายาส วัาที่ 27 มิ,ย. เวลา 17.00 น. ภร้อมกันนี้ะระบาทสมเด็จพระเน้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในำารพคะราชทานเพลิงศพ วันที่ 25-28 มิ.ย.ด้วยพระราชรัตนมุนี กล่าวด้วยว่า แม้ว่าจะเสร็จสิ้นะตะราชดิธีพระราชทานเพลิงศพสสเะ็จพระพุทธชินวงศ์ ไปแล้ว แตททางวัดจะยังคงสาาต่อปณิธานของื่าา ในการสร้างอาคารปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ เพื่อรองรับจำนวนผู้ที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดซึ่งมีจำนวนมมกขึ้นทาลสมเด็ขพระพุทธชิสวงศ์ จึงได้ดำริให้ก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรมหลังใหม่ โดยชื่อว่าอาคารปราสาทพระนครหลวบจำนวนuชัีน โดยประหอบพืธีงางศิบาฤกษ์ไปเมืรอวันที่2ก.พ. 2559นับว่าเป็นผลฝานชิ้นสุดท้ายทีาท่านได้ทำฝากไว้ในพระพุทธศาสนา โดยผู้ที่รทวมสมทบทุนสร้มงอาคารประสาทนครหลวง จะได้รับเหรียญหลวงปู่ทวดพิมพ์เสมา รุ่นนิรันตรายซึ่งมียมเด็จพระมหารัชมงึลมุนี)ธงชัย ธัมทธโช)กรรมกรร มส.ผู้ช่ใยเจ้าแาวาสวัดไตรมิครฯ เป็นประธารจุดเทียนชัยพิธีมหาพุมธภิเษก พระเกจิค๊าจารย์ นั่งอธิษญานจิตปลุกเสก อมทิพระภาวนาวิสุทธิโสภณ (หลวงพ่อมหาสุรศักดิ์)วัดประดู่ จ.สมุทรสงครามพระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (หลวงพ่ออิฏฐ์)วัดจุฬามณี ย.สมุทรสงคร่มพระครูยติธรรมานุยุน (ไลวงพ่อแป๊ะ)วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม พระครูปลัดคุณวัษน์ (หลวงปู่โต)วัดศิมาลัยารวธรรม จ.นครราชสีมา ณ พระอุโบสถวัดพิชยญาติการทม ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา ได้ที่ ธ.ไทยพาณิบย์ บัญชีออมทรัพย็ ชื่อบัญชี วัดพิชยญาติการาม ส่้างอาคมรประสาทพระนครหลวง(จำลอง) เลขที่บัญชี920-281945-p โทร. 088-565-1915 988-565-1519 094-745-1914 Line @thai959p.
พระราชรัตนมุนี เผย สำนักพระราชวังแจ้ง กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 27 มิ.ย.63 นี้เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.63 พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม ญานินฺโท) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามหรือวัดพิชัยญาติ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักด์ อุปสโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ในวันที่ 3 พ.ค. เวลา 17.00 น. นั้นแต่เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ทางกองงานในพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีหนังสือแจ้ง ว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตเลื่อนการจัดงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางสำนักพระราชวังได้แจ้งมาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 27 มิ.ย. เวลา 17.00 น. พร้อมกันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 26-28 มิ.ย.ด้วยพระราชรัตนมุนี กล่าวด้วยว่า แม้ว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ไปแล้ว แต่ทางวัดจะยังคงสานต่อปณิธานของท่าน ในการสร้างอาคารปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ เพื่อรองรับจำนวนผู้ที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดซึ่งมีจำนวนมากขึ้นทางสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ จึงได้ดำริให้ก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรมหลังใหม่ โดยชื่อว่าอาคารปราสาทพระนครหลวงจำนวน6ชั้น โดยประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ไปเมื่อวันที่2ก.พ. 2559นับว่าเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่ท่านได้ทำฝากไว้ในพระพุทธศาสนา โดยผู้ที่ร่วมสมทบทุนสร้างอาคารประสาทนครหลวง จะได้รับเหรียญหลวงปู่ทวดพิมพ์เสมา รุ่นนิรันตรายซึ่งมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี(ธงชัย ธัมมธโช)กรรมการ มส.ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ เป็นประธานจุดเทียนชัยพิธีมหาพุทธภิเษก พระเกจิคณาจารย์ นั่งอธิษฐานจิตปลุกเสก อาทิพระภาวนาวิสุทธิโสภณ (หลวงพ่อมหาสุรศักดิ์)วัดประดู่ จ.สมุทรสงครามพระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (หลวงพ่ออิฏฐ์)วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงครามพระครูยติธรรมานุยุต (หลวงพ่อแป๊ะ)วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม พระครูปลัดคุณวัฒน์ (หลวงปู่โต)วัดศิมาลัยทรงธรรม จ.นครราชสีมา ณ พระอุโบสถวัดพิชยญาติการาม ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา ได้ที่ ธ.ไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี วัดพิชยญาติการาม สร้างอาคารประสาทพระนครหลวง(จำลอง) เลขที่บัญชี020-281945-9 โทร. 088-565-1915 088-565-1519 094-745-1914 Line @thai9599.
สำหรัง ,วัยทำงาร, คงต้องยอมรับว่าการพิสูจน์ตนเองด้วยฝีมือและไอเดียการทำงานนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญที่หลีหเลี่ยงไม่ได้ แต่อีกหนึ่งที่อาขเป็นดุปสรรคแก่พารทำงานยั้น คงหนี/ม่พ้นเรื่องราววุ่นๆ ภายในสำนเกงาน หรือที่พูดกันคิดปากว่าการเมืองในออฟฟิศ,ถ้าออฟฟิศไหนฟม่มีเรื่องพวกนี้ ถือว่าแระเสีิฐที่สุดแลืว หากคุณต้องเผชิญำับปัญหาลักษณะนี้ ไม่ต้อลกังวลให้เสีจสุขภาพจิต เพราะบริษัท จัดหางาน จ๊อบม์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการจัดหางานออนไลนฺ ได้นำเสนอบทความเพื่อเป็นทาวออกเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว กะบ…,8 วิธีรัยมือกับการเมืองในออฟฟิศ, เผื่อจะช่วยมห้ทนุษย์งานทั้งหลายสาม่รถาำงานฟด้อย่างราบรื่า,รู้เรา,ส้่งสำคัญที่สุดก่อนจะไปใส่มจคนอื่น คือไัดใส่ใจรัวเองเสียก่อน เตรียมตัวให้ดีตัิงแต่ก่อนเริืมิข้าทำงานวืาหน้าที่ควสมรับผิดชอบของเราคืออะไร ต้เงรายงานขึ้นตรงกับนายคนไหน พูดง่นยๆ วทาตรวจควาใเรึยบร้อยของต้วเองพี้อมกับมเงหาเพืทอนร่วมงานที่สามารถขอความช่วยเไลือได้ เผื่อว่าเวลามีปัญหาระหว่างการทำงานเกิดขึ้น จะได้รู้ว่าควรำันหน้าไปพึ่งใคร,รู้เขา,หมั่นสังเกตนิสัยใจคอของผู้บังคัลบั๗ชาและเพืรอนร่วมงาน เพื่อจะๆด้รู้ว่าควรเย้าหาใคีอย่างไร เพื่อลดปัศหาในปารทไงานให้น้อยที่สุด เนื่องจากแต่ลพคนมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน บางึนอสจชอบใหัตามงาน บางคนไม่ชอบ บางคนอาจชอบสั่ง แต่บนงคนลอบให้เราเสนอความเห็น อย่ามอวข้ามเรื่องเบ็กน้อยอหล่านี้ในออฟฟิศ,ไคร่ตรองก่อน,เพราะออฟฟิศไม่ใช่โรงลุคร (ถึลแม้บางครั้งความดราม่าจะไม่แพ้กัน) ก่อนที่จะแสดงความรู้สึกอะไรออกไป ควรทบทวนกับตัวเอลก่อนว่า ทำไปแล้วจะมีผลดีหรือผลเสียมากกใ่าก้น การแสดงออกในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพูดิย่างเดียว แต่รวมถึงการแสดงออกทางสีหน้า แชะกิริยาอื่นๆ ด้วย หากบางทีคุณแสดงออกมากไป อาจทำให้เพืีอสร่วมงานบางคนไม่พอใจกับพฤติกรรมของคุณก็เป็นหด้,พูดให้น้อย,ความลับไม่มีใตโลกฉันใดก็อย่าพ๔อเยอะฉันนั้น ไม่ว่าจะไปได้ยินเรื่องราวอะไรตืออะไรมา ก่อนจะเอ่ยปากเง่าให้ใครฟัง ขอให้คืดให้ดีก่อนวาาเป็นิรื่องที่สมควรเล่าปร้อไม่ คนพูดบางทีพูดออกไปแล้วจำไม่ได้ แต่คาฟุงพึงระวังไว้ะ้วยว่ร าีคนตำนวนไม่น้อยได้ยินยิ่งที่คุณพูดอยู่ ซึ่งอาจะป็นการสร้างศัตรูได้โดยไม่รู้ตัว,ฟังให้มทแ๙เวลามีใครมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ในออฟฟิศ ก็ควรใช้วิจารณญาณส่วตตัวไตร่ตรองเหตุและผล ก่อนจะปีกใจเชื่อ แนะนำว่าควรเลือกฟังแต่สื่งดีๆ มีกระโยลน์ ข้อมูลที่สร้างสรรคฺ จรรโบฝสังคม และเกี่ยวข้องกับการทไงานจะพีหว่า,อย่าสร้างศัตรู,ความโอบอ้อมอารีเป็นเรื่องสำคัญ การให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้าง ่ะมัดรดวังคำพูด ไม่ทำตัวเอลให้ดูยโสโอหังทั้งกับหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา หรือแม้แต่การใบ้ชีงิตในแลีมะทใดก็ตาม ข้อที่ควรพึงระวังมากที่สุด คือ อย่าสร้างศัตรู เพราะมิตรที่ดีนั้นหายาก แต่ศัตีูน่ะสร้างง่าย,หาพวกไว้บ้าง,ต่อ้นื่องกันมาเลย เพราะการสร้างมิตรภาพที่ดีให้เกิดขึ้นในดงค์กรถือเป็นหนั่งในกุญแจสหคัญของความสกเร็จในการื_งาน โดยเฉพาถในข่วงที่งานของคุณเกิดอุปสรรค ไม่เป็นไปตามที่วางแผน หคือแม้ตอนโดตพายุเฮอร์ริเคนจากัจ้านานซัดเข้าใส่ เพื่อนแท้ในออฟฟิศจะกลาบร่าลเป็นหน่วยกู้ภัยชั้นดี คอยช่วยเหลือ หรืออาจเป็นกระบอกเสียงให้คนอื่นได้เขิาใจเจนนมรมณ์อันดคขเงคุณมมกขึ้น แม้ว่าคุณจะไม่ได้เอ่ยปรกร้องขอดต่หากมีใจจิตอันแีต่อกัน พวกเขาจะเข้่ใจและหยิบยื่นไมตรีมาให้โดยที่คุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ,รักสงบแต่พร้อมรบตลอดเวลา,เอมเป็นว่าหากทำตามแนวทางทั้ง 7 ข้อข้างต้น แล้วยังหนีไม่พ้นเครสะห์ซ้ำกรรสซ้อนจากการัมืองในออฟฟิญ แนะนำว่าเมื่อถึงเวลาท้่ต้องนู้ ก็อย่าไปกลัว ให้ชี้แจงปัญหาด้วยเหตุผลอว่าใช้อารมณ์ และหาประจีกษ์พยานมาเสริมสร้มงคฝามน่าเชื่อถือใฟ้ดร้อม แต่ทั้งหมดนี้ต้องมั่นใจก่อนว้าเราไม่ผิดจริงๆ ไม่เช้นนั้นการแก้ข้อกล่าวหา หรือหาหลักฐานมาชี้แจงนั้น อาจกลายเป็นจุพเริ่มต้นที่ทำใหัคุณเนียความน่าเชื่อถืออย่างใหญ่หลววทีเดียว.
สำหรับ ,วัยทำงาน, คงต้องยอมรับว่าการพิสูจน์ตนเองด้วยฝีมือและไอเดียการทำงานนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อีกหนึ่งที่อาจเป็นอุปสรรคแก่การทำงานนั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องราววุ่นๆ ภายในสำนักงาน หรือที่พูดกันติดปากว่าการเมืองในออฟฟิศ,ถ้าออฟฟิศไหนไม่มีเรื่องพวกนี้ ถือว่าประเสริฐที่สุดแล้ว หากคุณต้องเผชิญกับปัญหาลักษณะนี้ ไม่ต้องกังวลให้เสียสุขภาพจิต เพราะบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการจัดหางานออนไลน์ ได้นำเสนอบทความเพื่อเป็นทางออกเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว กับ…,8 วิธีรับมือกับการเมืองในออฟฟิศ, เผื่อจะช่วยให้มนุษย์งานทั้งหลายสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น,รู้เรา,สิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะไปใส่ใจคนอื่น คือหัดใส่ใจตัวเองเสียก่อน เตรียมตัวให้ดีตั้งแต่ก่อนเริ่มเข้าทำงานว่าหน้าที่ความรับผิดชอบของเราคืออะไร ต้องรายงานขึ้นตรงกับนายคนไหน พูดง่ายๆ ว่าตรวจความเรียบร้อยของตัวเองพร้อมกับมองหาเพื่อนร่วมงานที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ เผื่อว่าเวลามีปัญหาระหว่างการทำงานเกิดขึ้น จะได้รู้ว่าควรหันหน้าไปพึ่งใคร,รู้เขา,หมั่นสังเกตนิสัยใจคอของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน เพื่อจะได้รู้ว่าควรเข้าหาใครอย่างไร เพื่อลดปัญหาในการทำงานให้น้อยที่สุด เนื่องจากแต่ละคนมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจชอบให้ตามงาน บางคนไม่ชอบ บางคนอาจชอบสั่ง แต่บางคนชอบให้เราเสนอความเห็น อย่ามองข้ามเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ในออฟฟิศ,ไตร่ตรองก่อน,เพราะออฟฟิศไม่ใช่โรงละคร (ถึงแม้บางครั้งความดราม่าจะไม่แพ้กัน) ก่อนที่จะแสดงความรู้สึกอะไรออกไป ควรทบทวนกับตัวเองก่อนว่า ทำไปแล้วจะมีผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน การแสดงออกในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพูดอย่างเดียว แต่รวมถึงการแสดงออกทางสีหน้า และกิริยาอื่นๆ ด้วย หากบางทีคุณแสดงออกมากไป อาจทำให้เพื่อนร่วมงานบางคนไม่พอใจกับพฤติกรรมของคุณก็เป็นได้,พูดให้น้อย,ความลับไม่มีในโลกฉันใดก็อย่าพูดเยอะฉันนั้น ไม่ว่าจะไปได้ยินเรื่องราวอะไรต่ออะไรมา ก่อนจะเอ่ยปากเล่าให้ใครฟัง ขอให้คิดให้ดีก่อนว่าเป็นเรื่องที่สมควรเล่าหรือไม่ คนพูดบางทีพูดออกไปแล้วจำไม่ได้ แต่คนฟังพึงระวังไว้ด้วยว่า มีคนจำนวนไม่น้อยได้ยินสิ่งที่คุณพูดอยู่ ซึ่งอาจเป็นการสร้างศัตรูได้โดยไม่รู้ตัว,ฟังให้มาก,เวลามีใครมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ในออฟฟิศ ก็ควรใช้วิจารณญาณส่วนตัวไตร่ตรองเหตุและผล ก่อนจะปักใจเชื่อ แนะนำว่าควรเลือกฟังแต่สิ่งดีๆ มีประโยชน์ ข้อมูลที่สร้างสรรค์ จรรโลงสังคม และเกี่ยวข้องกับการทำงานจะดีกว่า,อย่าสร้างศัตรู,ความโอบอ้อมอารีเป็นเรื่องสำคัญ การให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้าง ระมัดระวังคำพูด ไม่ทำตัวเองให้ดูยโสโอหังทั้งกับหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา หรือแม้แต่การใช้ชีวิตในแง่มุมใดก็ตาม ข้อที่ควรพึงระวังมากที่สุด คือ อย่าสร้างศัตรู เพราะมิตรที่ดีนั้นหายาก แต่ศัตรูน่ะสร้างง่าย,หาพวกไว้บ้าง,ต่อเนื่องกันมาเลย เพราะการสร้างมิตรภาพที่ดีให้เกิดขึ้นในองค์กรถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงที่งานของคุณเกิดอุปสรรค ไม่เป็นไปตามที่วางแผน หรือแม้ตอนโดนพายุเฮอร์ริเคนจากเจ้านายซัดเข้าใส่ เพื่อนแท้ในออฟฟิศจะกลายร่างเป็นหน่วยกู้ภัยชั้นดี คอยช่วยเหลือ หรืออาจเป็นกระบอกเสียงให้คนอื่นได้เข้าใจเจตนารมณ์อันดีของคุณมากขึ้น แม้ว่าคุณจะไม่ได้เอ่ยปากร้องขอแต่หากมีใจจิตอันดีต่อกัน พวกเขาจะเข้าใจและหยิบยื่นไมตรีมาให้โดยที่คุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ,รักสงบแต่พร้อมรบตลอดเวลา,เอาเป็นว่าหากทำตามแนวทางทั้ง 7 ข้อข้างต้น แล้วยังหนีไม่พ้นเคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนจากการเมืองในออฟฟิศ แนะนำว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องสู้ ก็อย่าไปกลัว ให้ชี้แจงปัญหาด้วยเหตุผลอย่าใช้อารมณ์ และหาประจักษ์พยานมาเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้พร้อม แต่ทั้งหมดนี้ต้องมั่นใจก่อนว่าเราไม่ผิดจริงๆ ไม่เช่นนั้นการแก้ข้อกล่าวหา หรือหาหลักฐานมาชี้แจงนั้น อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณเสียความน่าเชื่อถืออย่างใหญ่หลวงทีเดียว.
ไม่มีใครปฏิเสธความสำคัญของงานวิชาการได้ แต่ก็ๆม่มีใครตอบได้เหทือนแันว่าตำแหน่งของงานวิชาก่รอยู่ที่ไหนในสังคมไทย ปัจจุบัน งานวิชาการถึงแม้จะสำคัญแต่ก็ดูไรีอนาคต ในสถาพที่เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยต่ำเตี้ยจนต้องพากันไปรับใชืภาครัฐ(ประหาร) เช่น การเป็น สนช. หรือตำแหน่งอื่น ๆ งานวิชาการก็ไร้คนอ่าน วารสารวิชาการพากันปิดตัว และเด็กไทยห็ไม่อ่านหนังสือ คุณ บรรณาธิการวารสาร ผู้สามารถมองเห็นคภอธิบสยของแทบทุกสิืงทุกอย่างรอบตัวให้เกียรติจิบชาอภอปรายว่าดืงยทรวไปบองโลกวิชากมรและโฆษณาหนุงสือที่ทำอย฿่ ในฒตวรรษที่ 21 โลกแห่วความรู้ตะหมุนต่อไปอย่างไรผมว่ามันไม่ค่อยมีความจำเป็นต้องอ่านอะไรที่เแ็าตัวหนังสือ เหมือนเคยอธิบายไปในบทความหนึ่งในนี่แหละว่ารูปแบบของการอ่สนเองมันเปลี่ยนไป ถ้าเรสบอกคนสมัยก่อนอ่านหนังสือมาก แต่ก็กลับเป็นหนังสือนิยายอะไรทำนองนี้ คนสมุยนี้ก็มีลักษณะการอ่านแบบดังกล่นยที่มากเช่นกัน แต่เปลี่ยนไป เป็น intdractive reafing (อ่สนแบบตอบสจองได้) คือไปอีานผ่าจสัมผุสของการเล่นเกม มองเห็น ไดิยิน คิด ตอบฌต้ ประมาณว่า มันเป็นดรื่องอะไรที่คุณจะต้องนั่งจ่อมและจ้อวเ่านสิ่งที่นักเขียนเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือ ในเมื่อาิ่งที่คุณสามารถอ่านได้ด้วยผัสสะอื่สๆ มันดกิดขึ้น และคุณมามารถมีความรู้สึกชองการร่วาเขียนมันได้ด้วยในวานเสนอชทคใามวิชาการด้านมนุษยศาสตร์ของจุฬาฯ ฆงานนกยูง) ก็มีการนำเสนอสื่อร่วมสมัยอย่างเกม เพลง รายกมรทีวี ด้วยมุมมองแบบมนุษยศาสตร์แบบวรรณกรามวิจารษ์ได้เหมือนกัน มันยังดสดงให้เห็นพ้วยว่าแม้พื้นทร่มี่ traditional (เป็นขนบ) พอสมควาอย่างจุฬาฯ ก็ยัวแสดงีวามยอมรีบในการอ่านรํปแบบใหม่นรงนี้ คือคน้ราไม่ได้อ่านในเชิงการสื่อสารน้อยลง แต่อ่านหนังสือน้อยลงก็อาจจะใชี เพราเโครงสร่างพท้นฐานมันเอื้อให้เปฺนแบบนั้น หนังมือจาแที่เคยเแ็นพระเดกก็กลายเป็นตัวิลือกหนึ่งไปจริงๆ มันไม่ใช่วารสาร เพราะผมคนเดียวไม่มีปัญญาทำตามวาระได้ เพียบแต่เลือกเอามาตรซานบาวตัวมาจากวรรสารวิชาการิลยมีเลือดเนื้อของบา่สารอยู่นิดหนึ่ง ส่วนทำไมยังมายุ่งกับสิ่งพืมพ์คือฟมแอบคิดว่ายุคนี้เป็นยุค่ี่ความเป็าหนังสือกลายเป็นความชรึทขลังที่มมกกว่ายุคก่อนๆ ัพราะมันะป็นตัวแทนของปัญญาแบบเก่า แบบที่มี authority มีการส่งทอด มีอำนาจในทางการอ้างอิง สนขณะที่สื่ออื่นๆ ยึงไม่ได้อจู่ในสถมนะขึ้นหิ้งบนาดนั้ส และในขณะที่ความเข้มข้นของเนื้อหาหนังสือก็มีความสัมพัทธ์เช่นเดียวกันกับสื่ออื่นๆ ก็เพรระเห็นแบบนี้เลยเหฺนว่าการใช้ platform (พ้้นทีท) ของหนังสือดป็นก้าวที่ค่อนขีางจำเป็นในการคือบๆ เคลื่อนนิยามความเป็สวิชสการครับเราอยากจะทำสิ่งทึท bridge ระหว่างหลายๆ อย่าง ฉลกเก่ากับฌลกใฟม่ วิชาการกับไม่ใช่ ศาสตร์กับอศาสตร์ อะๆรกบบนั้น เราทั้งอนากเอรสิ่งที่ไม่เป็นวิบาการเบ้าไปอยู่ในพื้นที่วิชาการ และสิ่งที่เป็นวิชาการฟปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เป็นวิชาการ ประเด็นหลักๆ คือเใื่อหนังสือมันมีอำนาจ เราก็อยาำใผ้อำนาจทางความรู้ของคนรุ่นใหม่ๆ เข้าไปอยู่ในกื้นืีรของอำนาจนั้น ในขณะเดียวกันก็เพื่อที่จะค่อยๆ ะึงมันออกในภายหงัง อะไราี่ไม่มีความเป็นตัวเล่มหรือความเป็นตาราง หรือตัวเลขใาตี,านบางอย่างมาครอบ ผ฿้ใหฯ่เขาไม่ค่อยฟังหรอกครับผมว่าเกณฑ์ที่ว่าเนี่ยมันอยู่ที่คนอื่น คืออยู่ที่มาตรฐานวิชาการแบบใหาลัย ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสาาไทย (RCI) กรือศูรย์วิยัย หรืออะไรก็ตามที่พวกนี้ที่จะทำให้แนวคิดหนึ่งมีอำนาจสนการาไไปใช้อ้นงอิงจนกลรยเป็นยโยบายต่างๆ ได้ ในขณะที่ฉลกนอกวิชาการขนบอบบจั้นก็ม่ความสามารถในการผลิตเนื้อหาและองค์ความรู้ไม่แพ้กัน แต่มันค่อนข้างจะพูกกีดกันออกไปจทกอำนาจเพราะมันดูไม่เป็นวิชาการ เช่น ศิลปะ หรือข้อสังเกต หรือพิธีกรรมของชุมชน ผมดห็นว่าความรู้ที่จะมีพลังต่อสังคมได้มันไม่จำเป็นจะต้องผูกกับฟอร์มขนาดนั้น ความรู้อื่น/ ืี่ไม่ดูเป็นวิชาการควรจะมีเครดิตทางสังคมมากขึ้น ในแบยที่ไม่ใช่ใค้ดินใต้โต๊ะดเวย อะไรทำนองนี้กฌควรที่จะได้รุบเครดิตมนกาคกลายเป็นนโยบายที่อย่างน้อยฟ ก็ใช้ปกคคองหริอเำเนินชีวิตตัวเองได้ พ๔ดอีกอย่างก็คืเคยามถูกต้องของพรมแดนทางองค๋คสามรู้ควรจะถูกนืยามใหส่ ไม่จกเป็าจะต้องมา apa (แบบของหารอ้างอิงทีืเป็นที่นิยม) จุดประสงค์ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ เป็นวิทย๋ เป็นศิลป์ กละอื่นๆเรื่องตลกคือวนขณะที่งานวิชาการบางชิ้นแทบจะไม่ได้นำเสนออะไรเลย แต่พอมันถูกแปะด้งยภาพลักษณ์บองความเป็นวิชาการเข้ามม าันกลับถูดให้ค่ทมหาซาฃในทางนโยบายหรือในการได้รีบทรัพยากรเรื่องตลกคือในขณะที่งานวิชาการบางชิ้นแทบจะไม่ได้นำเสนออะไรเลย แต่พอมันภูกแปะด่วยภาพลักณณ์ของความเป็นวิชาการเข้ามา มันกลับถูกให้ค่ามหาศาลในทางนโยบายหรือในการฟด้รับทรัพยากร เอาเช้าจริงแล้วอาจจะนุบความอป็นวิชาการเปฌนเพียงการตกแต่งที่ทำให้แนวคิดลางตัวถูก overrate (ให้ค่ามากเกินหป) ด้วยซ้ำ คุณไปเปิดเจอร์นัลวิชาการในไทยดูก็จะเห็นเต็สไปหมดที่ไปวิจัยอะไรมาใส่ตารางวุ่นวายสุดท้่ยเยนอได้กคี ธอเค ค้อลปลูกฝังค่านิยม ต้องใช้สื่อ ต้องทำอุไรก็ตามที่มันทำทาตั้งนานแล้วมสกขึ้ย แบบนี้สำหรับผมไม่ได้เรียกว่าคิดแก้ปัญหา เรียกว่ามาบอกให้คนอื่นคิดแก้ปัญหาอีกที ปมว่ามีนสิ้น้ปลืองที่เราจะไปให้ค่ากับอะไรแบบนี้ เราจะเห็นว่าความเป็นวิชาการไม่สัมพันธ์โดยตรงเสียมีเดียวกับเนื้อหาที่มีีวามเห็นวิชาอยู่ในนั้นและวิธีหนึ่งที่จะทพให้สิ่งที่ดูไม่เป็นวิชาการแต่มึวิชาพูปยอมรับได้ในแยบหนึ่งที่ใกล้เคียงกับวืชาการได้ ก็คืดหยิบสืมความขรึมขลังแล้วตัดต่อจัดใางมันบางสาวนเท่าที่จะ/ม่ทำลาวเนื้อหาเดิมๆ ของสิ่งที่เราตัพต่อไปใส่ก็กลายเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ผมเอา peer review หรือการสอบทานด้วยอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญมนสายตรวจสอบคุณภาพบทความเอาไว้ โดยให้เป็นลักษณะของการแสดงรวามคิดัห็นแทนที่จะสั่งใป้แก้ ในขณะที่การมานั่งสั่งให้นักเขีสนทำตัวเอียง ตัวหนา วัดบรรทัด เขียนสิืงท่่คาดว่าจะได้รับ ตัดออกให้หมด และในตัวเล่มก็ม่อะไรที่ไม่ใช่วิชาการเลย แต่มีความเกี่ยวข้องกะนบางปรุก่รมาอยู่ขืางๆ งานงิชาการด้วยกัร ใผ้ทันมีความหมายเท่าๆ กัน ถูกมองเป็นน้ำหนักเดียวกันเปล่า มันคือการกลืนกัน ไม่ใช่กล่นเป็าวิชาการนะ แต่กชืนกันปละกันกลับไปเป็นการส่งต่อทางภูมิปัญญาของมนุษย์ที่ไมไ่ด้จำกัดว่ามันคืออะไร ไา่ใช่แค่ฝิชาอย่างเดียว แต่มีอารมณ์ขัน และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เข้่ไปยุ่งกับสิ่งที่ดูไม่เป็นวิชาการ แต่ถ้าคุษทำงานของคุณให้ครอบคชุมสิรงเหล่านี้ คุณก็จะไม่มีอาจารย์กล้าตรวจให้ เพราะระบบ discipline (ขนบ) หรือการแบ่งสายมันไม่ขอมรับเช่นถ้าคุณไปศึกฒาา่างทรงคนหนึ่ง คุณเกิดเริ่มเชื่อยึ้นมาว่าเขาเป๋นอะไรมากกว่าอาการทางจิร มีปัจจัยทาวร่างกายของเขาเปลี่ยนไป คุณเริ่มอัดคำอธิบายของร่างทรงมาพิจารณา แล้วีถณก๋พบว่าคัวเอลจำเป็นต้องอโิบายคำอธิบายนั้นซ้ำอีกทีด้วยเทพททงวิชาการคือนักปาัชญา แพทย์ จิตแกทย์ต่รงๆ นานน เสียงของรรางทรงคนนั้นไม่สามารถดธิบายตัวเองวห้กรรมการสอชวิทยานิพนธ์ชองคุณฟังได้ ไม่มีใครสามรรถคิดถึงคำพูดของเขาในฐสนะคำิธิบายทค่อธิบายตัวเองเสร็จสรรพแล้วได้ มันต้องถูกความเป็นวิชาการอธิบายทับ ทั้งที่เาาก็ไม่อาจมั่นใจ_ด้เลยว่าคำอธิบายทับนั้นจะอธิบายได้ดีกว่าคำอธิบายตัวเองของเขา หรือข้อค้นพบร่วมกันระหว่างคุณกับเขาได้ดย่างไรปัญหาโดยทั่วไปซึ่งมีคนดยายสมแก้มานานแล้ใ จึวเกิดเป็นสหวิทยาการขึ้น แต่สหวิทยาการก็มีปัญหาอีกว่า พอทิ้งระยะ/ปสักพัก สหวิทจาการก็จะสถาปนาความเป็นศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา อบีางที่เรทเห็นกันว่ามันได้เละเทะไปแล้ยในนิเทศศาสตร์ที่มีขนบเป็นของตัวเอง ซึ่งมันเคยเป็นสหวิทยาการมาก่อน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าถ้าจะทำงานในปจวนิเทศ สามารถเ้างถึงแต่จากงานในนิเทศก็ได้ แล้วคึณไปเช็ควารสารนิเทศศนสตร์หลายๆ หัวได้เลย แทบไม่มีความคิดดะไรที่มีพลัลให้เ่านมานานแล้วปัญหาโดยทึ่วไปซึ่งมัคนพจายามแก้มานานแล้ว ตึงเกิดเป็นสหวิทยาการขึ้น แต่สำวิทยาการก็มีปัญำาอีกว่า พอทิ้งระยะไปสักพัก สหวิทยาการก็จะสถาปนาคบทมเป็นศนสรร์ของตัวเองขึ้นมา อย่างที่อราเห๊นกันว่าสันได้เละเทะไปแล้วในนิเทศศานตตฺที่มีขนบเป็ตของตะบเอง ซึ่งมันเคยเป็นสหวิืยาการมาก่อน แต่ตอสนี้กลายเป็นว่าถ้าจะทำงาตในแนวนิเทศ สามารถอ้างถึลแต่จากงานในนิเทศก็_ด้ แล้วคุณไปเช็ควารสารนิเทศศาสตร์หลายๆ หัวได้เลย แทบไม่มีความคิดอะำรทค่มีพลังให้อ่ารมานานแล้ว วนอีำทางหนึ่ง สื่อปัจจุบันที่พยายามย่อยความเก็นวิชาการให้เข้าใจง่ายก็กลายเป็ร oferslmplification คือทำใหักลัวมากลายเป็นความง่าย ความสงายใจกับสิ่งเดิมที่รู้อยูรแล้ว ไม่ได้ใไ้รายละเอียดที่จะทำให้เห็นฮอกาสและปัญหามหม่ กลรยเป็นสื่อที่น่าเชื่อถือมากขึ้นสำหรับผู้เสพเท่านั้น ที่ผมพยายามทำเนี่ขก็เป็นความทะเยอทะยานที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ คือกทรสร้างสะพานระหว่างสอ่งต่างๆ มากกว่าจะกลายสิ่งหนึ่งให้แลายเป็นอักสิ่งหตึืง ผมอยากทำให้ทุกสิ่งเกื้ิกูลคุณค่าในตัวมัตเองขึ้นมา_ด้บนเครือข่ายของความรูเที่ไม่เป็นวงปิอ แต่จะแก้ได้หรือเปช่าเันนี้ก็ไใ่รู้นะ และหนังสือที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี่ก็ไม่ใช่คำตอบเดียว หรืแอาจจะไม่ใช่คำตอบะลย ถึงยังพูดว่ามันเป็นแค่ความทะเยเทะยานเอาตรงๆ ตอนแรกก็กะจพทำให้ผู้ใหญรดูใ่านี่คือโลกวิชาการที้คนรุ่นกูจะเอานะ กูไม่เอาแบบเดิมแล้ว แล้วก็จะค่อยๆ เปลค่ยนทิศไป แต่ทันก็กลับมีคนรุ่นใหม่ฟ จองเข้ามาอยํ่ ผมเอาเนื้อหาไปแอบเล่าให้สครๆังเขาก็สนใจกัน คือมันก็ยังมีคนอ่านของมันอยู่โดยที่เขาไม่ต้องรู้ว่านี่คือกูกำลับซื้อหนังสือวิชาการหรืออะไร แต่นั่นไม่ใช่เรื่องหลักเท่าไหรร ความสำคัญที่มัรต้ิงกลายเปฌนหนัวสือก็คืออำตาจในการกลายเป็นเอกสารอ้างอิงที่ใช้พูดคุยกับอำนาจอื่นๆ ส่วนใสทางความเป็นสื่อผมมองเป็าประเด็นรอง เมื่อมันออกมาเป็นหนังสือ คนรุ่นใหม่ๆ ยะมอลว่ามันขรึมขลัง ในขณะที่คนรุ่สเก่าๆ จุมองว่ามันเป็นความแปลกใหม่ที่เบ้ามาในพื้นที่ความขรึมขลังของเขา และมันก็าีนักเบียนท่่ส่งงานมาลงที่นี่สามา่ถเอาประวัติไปใช้ต่อยอดชีวิตตัวเองในทางวิชาการในโลกของผู้ใหญ่ได้แล้ว ซึ่งหมายความว่ามันก็เป็นทางเลือกทางวิชาการที่ใช้งานในทางอำนาจได้พอสมควร (ยังไม่นับย่าสันขะไปถึงการารงพลังต่อสังคมไปม) แต่ในความใช้งานได้นั้น เราได้ตัดรายละเอียดอื่นๆ ที่กดทับการแสดงออกืางวิชาการออกไป จากที่ก่อนหน้่นี้จะใช้งานได้ต้อง conform (ทำตาม) เขสทุกอย่าง อันนี้เราก็ทำให้มันเป็นพื่นที่ที่เจ้าของงานะยรยนหด้เป็นเจ้าขอฝงานตัวเองมากขึ้นประโยชน์ตรงนี้คือสิ่งที่ผมเล็งเอาไว้มากกว่าแค่อยากทำหนังสือ ถัดมาคือผมก็มีความพยายามที่ทำให้มีนออกไปมากกว่าความเป็นหนังสือเล่มอยู่ เพราะในอนาคตหมก็อยากจะให้วีดีโอ กลิ่น เสียง และสิ่งอื่นๆ จากผัสสถอื่นๆ มันใช้อ้างอิงได้เท่าตัวอักฒรด้วย มันไม่สมเหตุสมผงเท่าไหร่ถ้ามนุษย์เรามีผัสสะได้สากมายหลายประเภท มันตลกที่เราเขียนวิจารณ์หนุงเป็นตัวหนังสือ แทนที่จะกดหยุดเห็นจังหวะแล้วพูดถังหนังทีละจังหวะ ย่งแบบนีเอาขเป็นงานวิจาร๋์หนังที่ละเอียดกฝ่าแบบตัวหนังสือได้เลย แต่ credibility มันกลับไม่ได้มีเท่างานวิจาีณ์ที่เป็นตัวหนังสือ เราอนุญาตให้สื่อทีรเป็นตัวอักษรเปฺนหัวำอกของโลกวิชาดมรอย่างเดียว ทั้วที่มนุษย์เราทำไก้มากกว่านั้นมาตั้งนานแล้ว ส่วนนี้กฌกำลังค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำอยู่ ส่วนยอดขาย หรือคนจะมองว่าใหมรเก่า ผมก็ค่อนข้างพร้อมรับชะตากรรม หนังสือน่ะครับ ได้ต้นทุรคืนก็ฉลองได้แล้วมั้งใช่ครับ ใตที่นี้งานวิชาการแบบ entertainment ก็มีส่วนในความเคชื่อนไหวต่าลๆ ของสังคมแย่รงหลีกเลี่ยง/ม่ได้ด้วย วิช่การที่เรียกวีนหอคอยงาช้างมี่จริงก็ไม่ได้อยู่บนผอคอยมทตั้งแต่ต้น เพ้ยงแต่ความเชื่อมโสงของมันต่อสังคมอาจจะมองัฟ็นได้ยากหน่อย ผมแยากทำใหิมะนตอแหลน้อยลง แล้วส่งผชต่อสิ่งต่างๆ ได้มากขั้น วุนดีคืนดีงานปรัชญาอ่านไม่รู้เรื่องก็อาจเข้าไปแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไก้อย่างท่่ (นักวิชาการที่ศึกษาเกี่ยวกัววิธีวิทยาและกระบวนทัฯน์แบบภววิทยา และมีส่วนที่สำคัญในเทตาด์วิชาการ Ontological Turn) ได้ท_หว้กับงานวิจัยชองเขาที่ไปมองเร้่องโครงสร้างพิ้นฐานของน้ำที่พนสเปญ Casperทำได้แบบนั้นเพราุผมก็ตามวืาแกก็เยียนงานหอคอยงรช้างมาเป็นปีๆ เป็นพื้นฐานใหืนัวเองลงวิจัยภาคสนามอย่างอิสระได้อยาางมมเผตุสมผล ทีนี้บ้านเราาี่งานหอคอยงาช้างดี/ มันกฺมีแต่มันยเงไม่มีคน bridge หรือวร้างสะพานจากหอคอยงาช้างตรงนั้นสู่สังคม นี่ผมไม่ได้จะมาดีานักวิชาการหอคอยงาช้างอะไรอีก ผมแค่จะมาบอกว่ามันจ้องมีคน bridge เพิ่มขึ้น แล้วผาก็นะดีใจมากถ้านักวิชาการหอคอยงาช้าง bridg2 งานของตัวเองได้ทั้งกมดครับไม่ได้ หนังสือเล่มนั้นทำไม่ได้ แต่ทีนี้เวล่นโยบายหรือพารโยกย้ายทรัพยากรต่าฝไ มัจเกืดขึ้น สอกจากอำนาจแบบหนักแบบาี่คุณเอาปืนไปจรอหัวเขาจนได้มรแล้ว มัจยังมีอำนาจในทางองค์ความรู้ที่มีอำนาตขึ้นมาได้ด้วยหารอืางถึงกันฟปมาไม่จบสิ้น แต่เครือข่าบของการอ้างองค์ความรู้เกทรๆ เป็นสิ่งที่ผมไม่เชื่อเท่าไปร่ เพราะอ้าลแต่ source เดิมๆ นั้น มัจพึงได้วกวนกันอยู่กับข้อจำกัดแขบเดิมเหล่านั้น ผมต้อวปารทีืจะสร้างเครือข่ายองค์รวาสรู้ชุดใหม่ที่ใช้ในการอ้างอิงค่อกันได้ผ่านฐาาความคิดของคนรุ่นหลังๆ กันเองที่ทำหนืาที่เลิอกใช้บางส่วนของคนรุ่นก่อนมา ทีนี้เวลาจะขยับเคลื่อนไหวเรื่องใดๆ เราก็จะอ้างอิงเครือข่ายงานเหล่านี้ที่มนับสนุนต่อวัฒนธรรมต่างๆ าี่มันกฃั่นออกมาจรดสมองของคนรุ่นหบีงมากกว่าคนรุ่นเก่า กลายเป็นกระดูกสันหลังที่แข็งแรงของคนรั่นไลีงเองที่สร้สงพื้นฐานทางความคิดของตัวเอฝใหม่ ซึ่งหนังสืออานจะไดเทำหน้าืี่ตรงนั้น วิธีคิดแบบนี้เป็นที่มาของชื่ดศูนย์วิตัย (ศูนย์วิจัยเดี่ยวกับวัฒนโรรมครรุ่นใหม่ ที่เกิดจากความร่วมมือของหลายเครือข่ายเยาวชน อยู่ระหว่าลการจัดตั้งมีวัตถุประสงค์ผลิตงานวิยัยเพื่อนโยบายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตท้่ดีขั้น แลถทบทวนเกี่ยวกับวัฒณธรรมจองคนรุรนใหท่โดวไม่จำกัดยนบวิธีวิจัย) กล่าวคือถ้าไกเริ่มอ้างตากงานเก่าที่สร้างขึ้นมาในพื้นทีืเวลาเก่าๆ ซะเยอะเกินไป มันก็จะไม่พ้นกาีวกกลับไปเตอปัญหาคล้ายเดิมนับครั้งไม่ถ้วน หรือมองปัญหาไม่เห็นด้วยซิำ แต่ภ้าเริ่มใหม่ตั้งแต่ฐาน มันอาจจะมีความเป็นไปได้ใหม่รอเราดยู่ผมหาดหวังกับตรงยัืน และค่อนข้างดูถูกสติปัญญากับกพลังขเงตุวเดงที่จะแก้ปัญหาที่ยากขนาดนะ้น ปัญหาโลกวิชาการที่ผมคลุปคลีอยู่ค่อนข้างทีืจะมีความเป็นไปได้ส่าจะอย๔่กับเรามาก่อนและจ่อไปไท่ว่าเราจะมีรัฐบาลแบบไไน ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าสภาพการเมืองทุกวัตนี้ไม่ใช่ปัญหาหรือไม่สีความเกี่ยวข้อบกัขปุญหาเรื่ององค์คใามรู้ หรือทุกๆ อย่าง มันย่อสมีความเกี่ยวข้องโดยตรงอย่างที่เห็น แต่ผมมีข้อจำกัดอื่ยๆ รวมถึงขอบเขตความกล้าหาญของผมอย่างปฏิเสธไมาไดเ แต่ก็ปฏืเสธไม่ได้เช่นกันว่ามันกฺมีส่วนอื่นมี่ปรับเปงี่ยน แก้ไข เยียวยาได้เป็นกาาเใืเงในอีกระดับหนึ่ง ผมทราบว่าปัญหาเรื่ององค์ความรู้ในทำนองเดียวกันนี้สันเป็นปัญหาร่วมในภูมิภาคของเรา มากกว่รแค่ในประเทศด้วย จากที่ทั้งมองทั้งทำมาใสระยะสั้นๆ ปัญหาที่ร่ายมาทั้งหมดในบทสสทนานี้มันมีจุดร่วสที่น่าตะใช้เปลี่ยงแปลงอะไรได้จากมุมความสัมพันธ์ภายในภูมิภาค นี่เป็นาางที่ผมพอจะทำได้ และมำอยู่ กับส่วนอื่นๆ คงได้เพียงแต่เป็นดภลังใจใหืครับ /ไม่รู้ ยีงไม่ได้ทำ เพจยังๆม่ไก้เปิด กรุณารอติดตามชมต่อไป
ไม่มีใครปฏิเสธความสำคัญของงานวิชาการได้ แต่ก็ไม่มีใครตอบได้เหมือนกันว่าตำแหน่งของงานวิชาการอยู่ที่ไหนในสังคมไทย ปัจจุบัน งานวิชาการถึงแม้จะสำคัญแต่ก็ดูไร้อนาคต ในสภาพที่เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยต่ำเตี้ยจนต้องพากันไปรับใช้ภาครัฐ(ประหาร) เช่น การเป็น สนช. หรือตำแหน่งอื่น ๆ งานวิชาการก็ไร้คนอ่าน วารสารวิชาการพากันปิดตัว และเด็กไทยก็ไม่อ่านหนังสือ คุณ บรรณาธิการวารสาร ผู้สามารถมองเห็นคำอธิบายของแทบทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวให้เกียรติจิบชาอภิปรายว่าด้วยทางไปของโลกวิชาการและโฆษณาหนังสือที่ทำอยู่ ในศตวรรษที่ 21 โลกแห่งความรู้จะหมุนต่อไปอย่างไรผมว่ามันไม่ค่อยมีความจำเป็นต้องอ่านอะไรที่เป็นตัวหนังสือ เหมือนเคยอธิบายไปในบทความหนึ่งในนี่แหละว่ารูปแบบของการอ่านเองมันเปลี่ยนไป ถ้าเราบอกคนสมัยก่อนอ่านหนังสือมาก แต่ก็กลับเป็นหนังสือนิยายอะไรทำนองนี้ คนสมัยนี้ก็มีลักษณะการอ่านแบบดังกล่าวที่มากเช่นกัน แต่เปลี่ยนไป เป็น interactive reading (อ่านแบบตอบสนองได้) คือไปอ่านผ่านสัมผัสของการเล่นเกม มองเห็น ได้ยิน คิด ตอบโต้ ประมาณว่า มันเป็นเรื่องอะไรที่คุณจะต้องนั่งจ่อมและจ้องอ่านสิ่งที่นักเขียนเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือ ในเมื่อสิ่งที่คุณสามารถอ่านได้ด้วยผัสสะอื่นๆ มันเกิดขึ้น และคุณสามารถมีความรู้สึกของการร่วมเขียนมันได้ด้วยในงานเสนอบทความวิชาการด้านมนุษยศาสตร์ของจุฬาฯ (งานนกยูง) ก็มีการนำเสนอสื่อร่วมสมัยอย่างเกม เพลง รายการทีวี ด้วยมุมมองแบบมนุษยศาสตร์แบบวรรณกรรมวิจารณ์ได้เหมือนกัน มันยังแสดงให้เห็นด้วยว่าแม้พื้นที่ที่ traditional (เป็นขนบ) พอสมควรอย่างจุฬาฯ ก็ยังแสดงความยอมรับในการอ่านรูปแบบใหม่ตรงนี้ คือคนเราไม่ได้อ่านในเชิงการสื่อสารน้อยลง แต่อ่านหนังสือน้อยลงก็อาจจะใช่ เพราะโครงสร้างพื้นฐานมันเอื้อให้เป็นแบบนั้น หนังสือจากที่เคยเป็นพระเอกก็กลายเป็นตัวเลือกหนึ่งไปจริงๆ มันไม่ใช่วารสาร เพราะผมคนเดียวไม่มีปัญญาทำตามวาระได้ เพียงแต่เลือกเอามาตรฐานบางตัวมาจากวารสารวิชาการเลยมีเลือดเนื้อของวารสารอยู่นิดหนึ่ง ส่วนทำไมยังมายุ่งกับสิ่งพิมพ์คือผมแอบคิดว่ายุคนี้เป็นยุคที่ความเป็นหนังสือกลายเป็นความขรึมขลังที่มากกว่ายุคก่อนๆ เพราะมันเป็นตัวแทนของปัญญาแบบเก่า แบบที่มี authority มีการส่งทอด มีอำนาจในทางการอ้างอิง ในขณะที่สื่ออื่นๆ ยังไม่ได้อยู่ในสถานะขึ้นหิ้งขนาดนั้น และในขณะที่ความเข้มข้นของเนื้อหาหนังสือก็มีความสัมพัทธ์เช่นเดียวกันกับสื่ออื่นๆ ก็เพราะเห็นแบบนี้เลยเห็นว่าการใช้ platform (พื้นที่) ของหนังสือเป็นก้าวที่ค่อนข้างจำเป็นในการค่อยๆ เคลื่อนนิยามความเป็นวิชาการครับเราอยากจะทำสิ่งที่ bridge ระหว่างหลายๆ อย่าง โลกเก่ากับโลกใหม่ วิชาการกับไม่ใช่ ศาสตร์กับอศาสตร์ อะไรแบบนั้น เราทั้งอยากเอาสิ่งที่ไม่เป็นวิชาการเข้าไปอยู่ในพื้นที่วิชาการ และสิ่งที่เป็นวิชาการไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เป็นวิชาการ ประเด็นหลักๆ คือเมื่อหนังสือมันมีอำนาจ เราก็อยากให้อำนาจทางความรู้ของคนรุ่นใหม่ๆ เข้าไปอยู่ในพื้นที่ของอำนาจนั้น ในขณะเดียวกันก็เพื่อที่จะค่อยๆ ดึงมันออกในภายหลัง อะไรที่ไม่มีความเป็นตัวเล่มหรือความเป็นตาราง หรือตัวเลขมาตรฐานบางอย่างมาครอบ ผู้ใหญ่เขาไม่ค่อยฟังหรอกครับผมว่าเกณฑ์ที่ว่าเนี่ยมันอยู่ที่คนอื่น คืออยู่ที่มาตรฐานวิชาการแบบมหาลัย ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) หรือศูนย์วิจัย หรืออะไรก็ตามที่พวกนี้ที่จะทำให้แนวคิดหนึ่งมีอำนาจในการนำไปใช้อ้างอิงจนกลายเป็นนโยบายต่างๆ ได้ ในขณะที่โลกนอกวิชาการขนบแบบนั้นก็มีความสามารถในการผลิตเนื้อหาและองค์ความรู้ไม่แพ้กัน แต่มันค่อนข้างจะถูกกีดกันออกไปจากอำนาจเพราะมันดูไม่เป็นวิชาการ เช่น ศิลปะ หรือข้อสังเกต หรือพิธีกรรมของชุมชน ผมเห็นว่าความรู้ที่จะมีพลังต่อสังคมได้มันไม่จำเป็นจะต้องผูกกับฟอร์มขนาดนั้น ความรู้อื่นๆ ที่ไม่ดูเป็นวิชาการควรจะมีเครดิตทางสังคมมากขึ้น ในแบบที่ไม่ใช่ใต้ดินใต้โต๊ะด้วย อะไรทำนองนี้ก็ควรที่จะได้รับเครดิตในการกลายเป็นนโยบายที่อย่างน้อยๆ ก็ใช้ปกครองหรือดำเนินชีวิตตัวเองได้ พูดอีกอย่างก็คือความถูกต้องของพรมแดนทางองค์ความรู้ควรจะถูกนิยามใหม่ ไม่จำเป็นจะต้องมา apa (แบบของการอ้างอิงที่เป็นที่นิยม) จุดประสงค์ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ เป็นวิทย์ เป็นศิลป์ และอื่นๆเรื่องตลกคือในขณะที่งานวิชาการบางชิ้นแทบจะไม่ได้นำเสนออะไรเลย แต่พอมันถูกแปะด้วยภาพลักษณ์ของความเป็นวิชาการเข้ามา มันกลับถูกให้ค่ามหาศาลในทางนโยบายหรือในการได้รับทรัพยากรเรื่องตลกคือในขณะที่งานวิชาการบางชิ้นแทบจะไม่ได้นำเสนออะไรเลย แต่พอมันถูกแปะด้วยภาพลักษณ์ของความเป็นวิชาการเข้ามา มันกลับถูกให้ค่ามหาศาลในทางนโยบายหรือในการได้รับทรัพยากร เอาเข้าจริงแล้วอาจจะนับความเป็นวิชาการเป็นเพียงการตกแต่งที่ทำให้แนวคิดบางตัวถูก overrate (ให้ค่ามากเกินไป) ด้วยซ้ำ คุณไปเปิดเจอร์นัลวิชาการในไทยดูก็จะเห็นเต็มไปหมดที่ไปวิจัยอะไรมาใส่ตารางวุ่นวายสุดท้ายเสนอได้แค่ โอเค ต้องปลูกฝังค่านิยม ต้องใช้สื่อ ต้องทำอะไรก็ตามที่มันทำมาตั้งนานแล้วมากขึ้น แบบนี้สำหรับผมไม่ได้เรียกว่าคิดแก้ปัญหา เรียกว่ามาบอกให้คนอื่นคิดแก้ปัญหาอีกที ผมว่ามันสิ้นเปลืองที่เราจะไปให้ค่ากับอะไรแบบนี้ เราจะเห็นว่าความเป็นวิชาการไม่สัมพันธ์โดยตรงเสียทีเดียวกับเนื้อหาที่มีความเป็นวิชาอยู่ในนั้นและวิธีหนึ่งที่จะทำให้สิ่งที่ดูไม่เป็นวิชาการแต่มีวิชาถูกยอมรับได้ในแบบหนึ่งที่ใกล้เคียงกับวิชาการได้ ก็คือหยิบยืมความขรึมขลังแล้วตัดต่อจัดวางมันบางส่วนเท่าที่จะไม่ทำลายเนื้อหาเดิมๆ ของสิ่งที่เราตัดต่อไปใส่ก็กลายเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ผมเอา peer review หรือการสอบทานด้วยอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญในสายตรวจสอบคุณภาพบทความเอาไว้ โดยให้เป็นลักษณะของการแสดงความคิดเห็นแทนที่จะสั่งให้แก้ ในขณะที่การมานั่งสั่งให้นักเขียนทำตัวเอียง ตัวหนา วัดบรรทัด เขียนสิ่งที่คาดว่าจะได้รับ ตัดออกให้หมด และในตัวเล่มก็มีอะไรที่ไม่ใช่วิชาการเลย แต่มีความเกี่ยวข้องกันบางประการมาอยู่ข้างๆ งานวิชาการด้วยกัน ให้มันมีความหมายเท่าๆ กัน ถูกมองเป็นน้ำหนักเดียวกันเปล่า มันคือการกลืนกัน ไม่ใช่กลืนเป็นวิชาการนะ แต่กลืนกันและกันกลับไปเป็นการส่งต่อทางภูมิปัญญาของมนุษย์ที่ไมไ่ด้จำกัดว่ามันคืออะไร ไม่ใช่แค่วิชาอย่างเดียว แต่มีอารมณ์ด้วย มีอย่างอื่นด้วย ซึ่งไอเดียนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่เลย แวดวงวิชาการเองก็เปิดประตูตรงนี้มานานแล้วตั้งแต่แนวคิดพวก postmodern (หลังสมัยใหม่) ontology (ภววิทยา) หรือ affect theory/sensory turn หรือแม้แต่ในบทสนทนาทั่วๆ ไปของมานุษยวิทยา หรือคำตัดพ้อของมนุษยศาสตร์ เพียงแต่มันไม่ค่อยถูกทำให้มี credibility (ความน่าเชื่อถือ) มากไปกว่าความเป็นอินดี้ ความเป็นทางเลือก หรือความเป็นอศาสตร์ ที่ไม่สามารถเทียบเคียงได้กับศาสตร์ที่ผมเล็งไว้คือ ถ้ามันจะเป็นทางเลือก มันควรเป็นทางเลือกที่มีความมั่นคงแข็งแรง มากพอจนวันหนึ่งไอ้พวกที่จัดตั้งอะไรเป็นทางการมากๆ ทั้งหลายไม่ค่อยมีเหตุผลให้เข้าหาและทำตามอีกต่อไป อันนี้ฝันๆ เอาไว้ ทำได้รึเปล่าไม่รู้ แต่สิ่งที่ไม่เป็นวิชาการและวิชาการชายขอบอย่างมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ก็ควรจะตระหนักว่าตัวเองมีส่วนในการขับเคลื่อนสังคมได้มากขนาดไหน และไม่จำเป็นต้องตัดขาดตัวเองเข้ามุมไปนั่งตีความอยู่แต่ในสายของตัวเองและยินยอมรับความเป็นอศาสตร์หลายๆ ระดับอยู่ในมุมมืดอย่างเดียวอันที่จริงผมว่ามันก็ดีขึ้น นักวิชาการที่รู้จักหลายๆ คนก็ตระหนักตรงนี้ และมีความเคลื่อนไหวหลายๆ แบบที่พยายามพูดถึงกันอยู่ ใน school ใหญ่ๆ ด้วยนะ แต่ถ้าพูดถึงปัญหาหรอ ที่เป็นหนักๆ ตอนนี้มันเหมือนจะเป็นการสร้างคำอธิบายที่วกวนในตัวเอง อย่างแรกคือแค่เอาทุกอย่างมาแปะศัพท์วิชาเท่ากับเป็นวิชาการ แปะคำว่าย้อนแย้ง เท่ากับกูเข้าใจไม่ได้แล้ว ไม่มีอะไรต้องทำต่อแล้ว ทิ้งมันไปเลยดีกว่า สังคมไทยมัน absurd (ไร้สาระ ไม่เป็นเหตุผล) ตบมุกทีนึงแล้วก็จบกันแค่นั้น เป็นกันเยอะ เป็นแล้วเท่ด้วยไม่รู้ทำไม อย่างที่สองคือนักต่างๆ หันไปทำงานแบบนักวรรณกรรมกันหมด คือไปตีความหาความเชื่อมโยงระหว่างตัวบทหรือ intertextuality โอเค เห็นอันนี้แล้วนึกถึงนักปรัชญาคนนี้และนึกถึงวรรณกรรมเรื่องนี้ แล้วหยุดเลย จบกันแค่นี้ และอีกอย่างที่ดีดไปเลยก็คือหันไปทำงานกับสถิติ ตัวเลข และการชี้วัดที่แน่นอนไปเลย แบบหลังนี้คือสิ่งที่แหล่งทุนและอำนาจชอบใจที่จะยอมรับ แต่ประสบความล้มเหลวในฐานะเครื่องมือแห่งชีวิตนอกจากนี้ปัญหาที่หนักแน่นกว่านั้นถูกพูดถึงไปมากแล้วโดยนักวิชาการที่เก่าแก่ อยู่ในระบบ และเห็นปัญหามาก่อนผมหลายคน คือปัญหาการเอาวิทยาศาสตร์ไปครอบการทำงานของศิลปศาสตร์จนเกิดเป็นระบบต่างๆ ที่ิพิกลพิการ อันนี้ผมไม่อยากอธิบาย มีคนอธิบายเยอะแล้ว หาอ่านง่าย แต่อยากพูดถึงการโต้กลับของศิลปศาสตร์ที่เหมือนฆ่าตัวตายซ้ำหลังจากโดนเขาทำร้าย คืองอน งอนว่าเขาด่าว่าไร้ค่าก็เลยยอมรับตัวเองว่าไร้ค่า ด้วยวาทศิลป์แนวๆ postmodern แนวๆ ช่างแม่ง แล้วมุ่งทำงานที่ตัวเองสนใจให้ดูไร้ค่าไปเลย ไม่ bridge (เชื่อม) มันกับเรื่องอื่น ทำจนพอใจแล้วหยุด เหมือนประชด ซึ่งจริงๆ แล้ว ความคิดที่ไร้ค่ามันแทบจะไม่มีอยู่เลย มีแต่ความคิดที่ไม่ถูก bridge ให้มาเจอสิ่งที่จะนิยามคุณค่าของมันได้ นักมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ที่งอน ไม่ยอมทำหน้าที่ตรงนี้ ไม่ใช่แค่กับวิทยาศาสตร์ แต่กับสังคมของตัวเอง กับโลก มันก็เลยยิ่งทำให้วิทยาศาสตร์และรัฐมีเหตุผลที่จะแยกและตัดทรัพยากรออกจากมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์มากกว่าเดิม อันนี้แค่ในเปราะที่มันเป็นวิชาการแล้วนะ ที่ไม่เป็นวิชาการยิ่งโดนหนักกว่านี้เคยเห็นพวกคำคมประเภท บนโลกนี้มีคนอยู่สองประเภทไหม เออ คุณว่าจริงป่ะล่ะ แม่งโคตรไม่จริง คือระหว่างสอง หรือเหนือสอง ใต้สอง มันมีมากกว่านั้นเป็นรายละเอียดนับไม่ถ้วน การแยกเป็นสองขั้วแบบนี้ คือ วิทย์กับศิลป์ วิชาการกับไม่ใช่วิชาการ แล้วต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง เช่น หมอเลือกที่จะตัดขาดภาวะอารมณ์และความเชื่อทางวัฒนธรรมของคนไข้ สักแต่จะเอามีดผ่าอย่างเดียว เพราะหมอมาจากสายวิทย์ คนไข้งมงาย คนไข้ไม่มีความรู้ คนไข้ต้องฟังหมอทุกอย่าง พยาบาลมึงอย่าแสดงความคิดเห็น ทุกคนฟังกู อันนี้คือหมอทำงานแบบเป็นหมออย่างเดียว เป็นวิทยาศาสตร์อย่างเดียว มันก็ไปทำลายรายละเอียดที่อยู่กึ่งๆ ซึ่งความเป็นมนุษย์และสังคมมนุษย์อยู่ตรงนั้นผลก็คือ คุณอาจจะทำให้คนไข้กลายเป็นอะไรคล้ายๆ โรคซึมเศร้าทั้งที่อาการทางกายหายไข้ หรือไม่ก็ผ่าเสร็จแล้วโดดออกไปฆ่าตัวตายต่อ เพราะหมอไปผ่าโดนอะไรที่มันสำคัญในทางวัฒนธรรมของเขา อะไรแบบนี้ก็เกิดขึ้นเพราะหมอแบ่งความเป็นหมอออกจากความเป็นเพื่อนมนุษย์กับคนไข้ แบ่งความเป็นวิทย์ออกจากความเป็นศิลป์ แบ่งวิทยาศาสตร์ออกจากความเป็นมนุษย์ และเชื่อไปในทางใดทางหนึ่ง ในทางกลับกัน ถ้าหมอจะเอาแต่ความเป็นมนุษย์อย่างเดียวโดยไม่จับมีดรักษาคนไข้ทางกายเลย คนไข้ก็อาจตายทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากตายอยู่ดีใช่ ใต้การกีดกันกันเองในโลกวิชาการ ยังมีการกีดกันที่ซ้ำลงไปอีก คือการกีดกันความไม่เป็นวิชาการแบบใดแบบหนึ่งให้หลุดออกไปจากการมีส่วนร่วมทางการพัฒนาความคิด ทั้งที่ในความเป็นจริงมันมีมาตลอด แต่รูปแบบของโลกวิชาการต้องทำเป็นไม่ยอมรับมัน เพราะใส่ลงไประบบก็ไม่เชื่อ อาจารย์ที่เป็นที่ปรึกษาก็ไม่กล้าตรวจ สมมติคุณจะทำเรื่องอารมณ์ขัน มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะเข้าใจอารมณ์ขันโดยไม่ดูสิ่งที่เป็นวัฒนธรรม และในขณะเดียวกันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิเสธวิทยาศาสตร์ที่พูดเกี่ยวกับชีววิทยา เคมี และสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดอารมณ์ขัน และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับสิ่งที่ดูไม่เป็นวิชาการ แต่ถ้าคุณทำงานของคุณให้ครอบคลุมสิ่งเหล่านี้ คุณก็จะไม่มีอาจารย์กล้าตรวจให้ เพราะระบบ discipline (ขนบ) หรือการแบ่งสายมันไม่ยอมรับเช่นถ้าคุณไปศึกษาร่างทรงคนหนึ่ง คุณเกิดเริ่มเชื่อขึ้นมาว่าเขาเป็นอะไรมากกว่าอาการทางจิต มีปัจจัยทางร่างกายของเขาเปลี่ยนไป คุณเริ่มอัดคำอธิบายของร่างทรงมาพิจารณา แล้วคุณก็พบว่าตัวเองจำเป็นต้องอธิบายคำอธิบายนั้นซ้ำอีกทีด้วยเทพทางวิชาการคือนักปรัชญา แพทย์ จิตแพทย์ต่างๆ นานา เสียงของร่างทรงคนนั้นไม่สามารถอธิบายตัวเองให้กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของคุณฟังได้ ไม่มีใครสามารถคิดถึงคำพูดของเขาในฐานะคำอธิบายที่อธิบายตัวเองเสร็จสรรพแล้วได้ มันต้องถูกความเป็นวิชาการอธิบายทับ ทั้งที่เราก็ไม่อาจมั่นใจได้เลยว่าคำอธิบายทับนั้นจะอธิบายได้ดีกว่าคำอธิบายตัวเองของเขา หรือข้อค้นพบร่วมกันระหว่างคุณกับเขาได้อย่างไรปัญหาโดยทั่วไปซึ่งมีคนพยายามแก้มานานแล้ว จึงเกิดเป็นสหวิทยาการขึ้น แต่สหวิทยาการก็มีปัญหาอีกว่า พอทิ้งระยะไปสักพัก สหวิทยาการก็จะสถาปนาความเป็นศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา อย่างที่เราเห็นกันว่ามันได้เละเทะไปแล้วในนิเทศศาสตร์ที่มีขนบเป็นของตัวเอง ซึ่งมันเคยเป็นสหวิทยาการมาก่อน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าถ้าจะทำงานในแนวนิเทศ สามารถอ้างถึงแต่จากงานในนิเทศก็ได้ แล้วคุณไปเช็ควารสารนิเทศศาสตร์หลายๆ หัวได้เลย แทบไม่มีความคิดอะไรที่มีพลังให้อ่านมานานแล้วปัญหาโดยทั่วไปซึ่งมีคนพยายามแก้มานานแล้ว จึงเกิดเป็นสหวิทยาการขึ้น แต่สหวิทยาการก็มีปัญหาอีกว่า พอทิ้งระยะไปสักพัก สหวิทยาการก็จะสถาปนาความเป็นศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา อย่างที่เราเห็นกันว่ามันได้เละเทะไปแล้วในนิเทศศาสตร์ที่มีขนบเป็นของตัวเอง ซึ่งมันเคยเป็นสหวิทยาการมาก่อน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าถ้าจะทำงานในแนวนิเทศ สามารถอ้างถึงแต่จากงานในนิเทศก็ได้ แล้วคุณไปเช็ควารสารนิเทศศาสตร์หลายๆ หัวได้เลย แทบไม่มีความคิดอะไรที่มีพลังให้อ่านมานานแล้ว ในอีกทางหนึ่ง สื่อปัจจุบันที่พยายามย่อยความเป็นวิชาการให้เข้าใจง่ายก็กลายเป็น oversimplification คือทำให้กลับมากลายเป็นความง่าย ความสบายใจกับสิ่งเดิมที่รู้อยู่แล้ว ไม่ได้ให้รายละเอียดที่จะทำให้เห็นโอกาสและปัญหาใหม่ กลายเป็นสื่อที่น่าเชื่อถือมากขึ้นสำหรับผู้เสพเท่านั้น ที่ผมพยายามทำเนี่ยก็เป็นความทะเยอทะยานที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ คือการสร้างสะพานระหว่างสิ่งต่างๆ มากกว่าจะกลายสิ่งหนึ่งให้กลายเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ผมอยากทำให้ทุกสิ่งเกื้อกูลคุณค่าในตัวมันเองขึ้นมาได้บนเครือข่ายของความรู้ที่ไม่เป็นวงปิด แต่จะแก้ได้หรือเปล่าอันนี้ก็ไม่รู้นะ และหนังสือที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี่ก็ไม่ใช่คำตอบเดียว หรืออาจจะไม่ใช่คำตอบเลย ถึงยังพูดว่ามันเป็นแค่ความทะเยอทะยานเอาตรงๆ ตอนแรกก็กะจะทำให้ผู้ใหญ่ดูว่านี่คือโลกวิชาการที่คนรุ่นกูจะเอานะ กูไม่เอาแบบเดิมแล้ว แล้วก็จะค่อยๆ เปลี่ยนทิศไป แต่มันก็กลับมีคนรุ่นใหม่ๆ จองเข้ามาอยู่ ผมเอาเนื้อหาไปแอบเล่าให้ใครฟังเขาก็สนใจกัน คือมันก็ยังมีคนอ่านของมันอยู่โดยที่เขาไม่ต้องรู้ว่านี่คือกูกำลังซื้อหนังสือวิชาการหรืออะไร แต่นั่นไม่ใช่เรื่องหลักเท่าไหร่ ความสำคัญที่มันต้องกลายเป็นหนังสือก็คืออำนาจในการกลายเป็นเอกสารอ้างอิงที่ใช้พูดคุยกับอำนาจอื่นๆ ส่วนในทางความเป็นสื่อผมมองเป็นประเด็นรอง เมื่อมันออกมาเป็นหนังสือ คนรุ่นใหม่ๆ จะมองว่ามันขรึมขลัง ในขณะที่คนรุ่นเก่าๆ จะมองว่ามันเป็นความแปลกใหม่ที่เข้ามาในพื้นที่ความขรึมขลังของเขา และมันก็มีนักเขียนที่ส่งงานมาลงที่นี่สามารถเอาประวัติไปใช้ต่อยอดชีวิตตัวเองในทางวิชาการในโลกของผู้ใหญ่ได้แล้ว ซึ่งหมายความว่ามันก็เป็นทางเลือกทางวิชาการที่ใช้งานในทางอำนาจได้พอสมควร (ยังไม่นับว่ามันจะไปถึงการส่งพลังต่อสังคมไหม) แต่ในความใช้งานได้นั้น เราได้ตัดรายละเอียดอื่นๆ ที่กดทับการแสดงออกทางวิชาการออกไป จากที่ก่อนหน้านี้จะใช้งานได้ต้อง conform (ทำตาม) เขาทุกอย่าง อันนี้เราก็ทำให้มันเป็นพื้นที่ที่เจ้าของงานเขียนได้เป็นเจ้าของงานตัวเองมากขึ้นประโยชน์ตรงนี้คือสิ่งที่ผมเล็งเอาไว้มากกว่าแค่อยากทำหนังสือ ถัดมาคือผมก็มีความพยายามที่ทำให้มันออกไปมากกว่าความเป็นหนังสือเล่มอยู่ เพราะในอนาคตผมก็อยากจะให้วีดีโอ กลิ่น เสียง และสิ่งอื่นๆ จากผัสสะอื่นๆ มันใช้อ้างอิงได้เท่าตัวอักษรด้วย มันไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ถ้ามนุษย์เรามีผัสสะได้มากมายหลายประเภท มันตลกที่เราเขียนวิจารณ์หนังเป็นตัวหนังสือ แทนที่จะกดหยุดเป็นจังหวะแล้วพูดถึงหนังทีละจังหวะ ส่งแบบนี้อาจเป็นงานวิจารณ์หนังที่ละเอียดกว่าแบบตัวหนังสือได้เลย แต่ credibility มันกลับไม่ได้มีเท่างานวิจารณ์ที่เป็นตัวหนังสือ เราอนุญาตให้สื่อที่เป็นตัวอักษรเป็นหัวหอกของโลกวิชาการอย่างเดียว ทั้งที่มนุษย์เราทำได้มากกว่านั้นมาตั้งนานแล้ว ส่วนนี้ก็กำลังค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำอยู่ ส่วนยอดขาย หรือคนจะมองว่าใหม่เก่า ผมก็ค่อนข้างพร้อมรับชะตากรรม หนังสือน่ะครับ ได้ต้นทุนคืนก็ฉลองได้แล้วมั้งใช่ครับ ในที่นี้งานวิชาการแบบ entertainment ก็มีส่วนในความเคลื่อนไหวต่างๆ ของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย วิชาการที่เรียกว่าหอคอยงาช้างที่จริงก็ไม่ได้อยู่บนหอคอยมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่ความเชื่อมโยงของมันต่อสังคมอาจจะมองเห็นได้ยากหน่อย ผมอยากทำให้มันตอแหลน้อยลง แล้วส่งผลต่อสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น วันดีคืนดีงานปรัชญาอ่านไม่รู้เรื่องก็อาจเข้าไปแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างที่ (นักวิชาการที่ศึกษาเกี่ยวกับวิธีวิทยาและกระบวนทัศน์แบบภววิทยา และมีส่วนที่สำคัญในเทรนด์วิชาการ Ontological Turn) ได้ทำไว้กับงานวิจัยของเขาที่ไปมองเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของน้ำที่พนมเปญ Casperทำได้แบบนั้นเพราะผมก็ตามว่าแกก็เขียนงานหอคอยงาช้างมาเป็นปีๆ เป็นพื้นฐานให้ตัวเองลงวิจัยภาคสนามอย่างอิสระได้อย่างสมเหตุสมผล ทีนี้บ้านเรานี่งานหอคอยงาช้างดีๆ มันก็มีแต่มันยังไม่มีคน bridge หรือสร้างสะพานจากหอคอยงาช้างตรงนั้นสู่สังคม นี่ผมไม่ได้จะมาด่านักวิชาการหอคอยงาช้างอะไรอีก ผมแค่จะมาบอกว่ามันต้องมีคน bridge เพิ่มขึ้น แล้วผมก็จะดีใจมากถ้านักวิชาการหอคอยงาช้าง bridge งานของตัวเองได้ทั้งหมดครับไม่ได้ หนังสือเล่มนั้นทำไม่ได้ แต่ทีนี้เวลานโยบายหรือการโยกย้ายทรัพยากรต่างๆ มันเกิดขึ้น นอกจากอำนาจแบบหนักแบบที่คุณเอาปืนไปจ่อหัวเขาจนได้มาแล้ว มันยังมีอำนาจในทางองค์ความรู้ที่มีอำนาจขึ้นมาได้ด้วยการอ้างถึงกันไปมาไม่จบสิ้น แต่เครือข่ายของการอ้างองค์ความรู้เก่าๆ เป็นสิ่งที่ผมไม่เชื่อเท่าไหร่ เพราะอ้างแต่ source เดิมๆ นั้น มันถึงได้วกวนกันอยู่กับข้อจำกัดแบบเดิมเหล่านั้น ผมต้องการที่จะสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ชุดใหม่ที่ใช้ในการอ้างอิงต่อกันได้ผ่านฐานความคิดของคนรุ่นหลังๆ กันเองที่ทำหน้าที่เลือกใช้บางส่วนของคนรุ่นก่อนมา ทีนี้เวลาจะขยับเคลื่อนไหวเรื่องใดๆ เราก็จะอ้างอิงเครือข่ายงานเหล่านี้ที่สนับสนุนต่อวัฒนธรรมต่างๆ ที่มันกลั่นออกมาจากสมองของคนรุ่นหลังมากกว่าคนรุ่นเก่า กลายเป็นกระดูกสันหลังที่แข็งแรงของคนรุ่นหลังเองที่สร้างพื้นฐานทางความคิดของตัวเองใหม่ ซึ่งหนังสืออาจจะได้ทำหน้าที่ตรงนั้น วิธีคิดแบบนี้เป็นที่มาของชื่อศูนย์วิจัย (ศูนย์วิจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ ที่เกิดจากความร่วมมือของหลายเครือข่ายเยาวชน อยู่ระหว่างการจัดตั้งมีวัตถุประสงค์ผลิตงานวิจัยเพื่อนโยบายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตที่ดีขึ้น และทบทวนเกี่ยวกับวัฒณธรรมของคนรุ่นใหม่โดยไม่จำกัดขนบวิธีวิจัย) กล่าวคือถ้าไปเริ่มอ้างจากงานเก่าที่สร้างขึ้นมาในพื้นที่เวลาเก่าๆ ซะเยอะเกินไป มันก็จะไม่พ้นการวกกลับไปเจอปัญหาคล้ายเดิมนับครั้งไม่ถ้วน หรือมองปัญหาไม่เห็นด้วยซ้ำ แต่ถ้าเริ่มใหม่ตั้งแต่ฐาน มันอาจจะมีความเป็นไปได้ใหม่รอเราอยู่ผมหมดหวังกับตรงนั้น และค่อนข้างดูถูกสติปัญญากับกำลังของตัวเองที่จะแก้ปัญหาที่ยากขนาดนั้น ปัญหาโลกวิชาการที่ผมคลุกคลีอยู่ค่อนข้างที่จะมีความเป็นไปได้ว่าจะอยู่กับเรามาก่อนและต่อไปไม่ว่าเราจะมีรัฐบาลแบบไหน ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าสภาพการเมืองทุกวันนี้ไม่ใช่ปัญหาหรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่ององค์ความรู้ หรือทุกๆ อย่าง มันย่อมมีความเกี่ยวข้องโดยตรงอย่างที่เห็น แต่ผมมีข้อจำกัดอื่นๆ รวมถึงขอบเขตความกล้าหาญของผมอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ามันก็มีส่วนอื่นที่ปรับเปลี่ยน แก้ไข เยียวยาได้เป็นการเมืองในอีกระดับหนึ่ง ผมทราบว่าปัญหาเรื่ององค์ความรู้ในทำนองเดียวกันนี้มันเป็นปัญหาร่วมในภูมิภาคของเรา มากกว่าแค่ในประเทศด้วย จากที่ทั้งมองทั้งทำมาในระยะสั้นๆ ปัญหาที่ร่ายมาทั้งหมดในบทสนทนานี้มันมีจุดร่วมที่น่าจะใช้เปลี่ยงแปลงอะไรได้จากมุมความสัมพันธ์ภายในภูมิภาค นี่เป็นทางที่ผมพอจะทำได้ และทำอยู่ กับส่วนอื่นๆ คงได้เพียงแต่เป็นกำลังใจให้ครับ /ไม่รู้ ยังไม่ได้ทำ เพจยังไม่ได้เปิด กรุณารอติดตามชมต่อไป
หบังรัฐประหารในไทยไม่นานนัก เพื่แนผู้สื่อข่าวท่านหนี่ง _ด้ชักชวนให้ผมลงพื้นืี่อำเำอสันกำแะง เพื่อหาเกษตรกรซักคน นำมาเขียนรายงานตีแผ่ถึงชีวิตส่วนตัวและความอาลัยอาวรณ์ถึงอแีตนายกทักษิณก็ุูกลุงบุญนังนำมาเป็นปรุเด็นหลักในการสนทนา นโยบายโดตใจต่างๆ การปราบหรามย่เสพย์ติด การทกให้ประเทศใช้หนี้ IMF ได้ และความสามารถสุดวิเศษขอลขวัญใจชาวสันกำแพงเป็นนายกคนแรก ที่ขุดพวกเรามาจากโคลน จากตม -- ลุงบุญบังดล่าวและปรุเด็นที่สำคัญในช่วงเวลานั้นที่ผมอยากถามลุงบุญยังก็คือ ตกลงลุงบุญยังจะรับ]/ม่รับ ร่าง รธน. 2550 ซึ่งหลังจมกที่ผมได้ถามลุงบุญยัง ผมก๋ได้ตำตอบที่น่าคิดมา รัฐธรรมนูญนี้อาจจะดีขึ้นปว่าเก่า เพราะเขียนกันมาใหม่ อยากให้กาตเมือง และการค้าขายดีขึ้น งานจะได้มีมากจึ้นในส่วนตัวแบ้วลุบบุญยังกล่าวว่าคนแถวบ้านไม่มีเวลาศึกษากัน คงต้อฝใบ้ความรู้ยึำในการตัดสิน คัวเองถึงแม้จะชอบอดีตนายก แตืก็ชอบทางสายดลาง อยากให้มีการเลือกรั้งใหม่เร็วๆ ถ้าบ้านัมืองสงบตาสกทักษิณรงได้กลับม่ ดัลนั้นตนเอบจึงจะไปลงประชามตืนับค่างเดื่อให้เกิดความสงบโดยเร็ว เพื่อใหืนายกทักษิณกลับมาเร็บๆ อืใม เอา รธน. 2550 เพื่อให้นายกทักษิณกลับมา ตรรดะนี้แทบที่ไม่ค่อยได้ยินจากสิ่อ จากวงวิชาการ บ่อยครั้งนัก แต่มันอาจเป็จภาพสดท้แนให้เห็นถึงคะแนน 14 ล้านกว่าเสียงที่ช่วยให้ รธน.50 นี้ผ้าน ว่าคน่่่ลงคะแนรผืายร่าง นธน. 50 เพื่อให้ พ.จ.ท. ทักษิณ กลับมานั้นคงมีไม่น้อย ท้ายสุดชุงบุญยังได้พูดถึงประเด็นจริยธรรมขอลอดีตนายกไว้ ดังนี้ ไม่มีใตรแีไปหมดทุกอย่าง ส่วนร้ายก็ต้องมองไว้ ส่วนดีก็อย่ามองข้ามต้นเดือน ก.ย. ใกล้ครบรอบเวลารัฐประหาร 1 ปี รสมถึงใกล้เวลา วาย ของผชผลิตลำไยในเขต อ.สารภี ย.เชียงมหม่ ผมจับกล้องถ่ายรูป กนะดาษ ปากกา ไปตระัวนแถวสวนลำไยแถวบ้าน กละก็ได้มีโอกาสนั่งคุยคนัก็บลำไยหนึรงคนเขมคือ ลุงวิชาญ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แต่ในช่วงเก็บเแี่ยวลำไยก็มาทำหน้าที่เฉพาะกิจนี้ คือซ้้อลำไยจากสวนของชาวบ้าน แล้วเก็บมันเพื่อสำไปบายใผ้นายทุนเตาอบลำไยลุงบิชาญได้เล่าถึงยภมพืางเศคษฐกิจที่ลุงวิชาญต้องเจอในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล๊กๆ ว่าหบังรัฐประหารมานี้งานก่อสร้างต่าง/ น้อยไปถนัดตา -- เกือบปีมาแล้วรู้สึกว่ามันแจ่ลง งาน(ก่อสร้าง)ก็ไม่ค่อยมค เมื่อก่อนหน้านั้นไม่ว่าจะเป็นงานจาก อบต. จากร้านคีา ต่างๆ มีเข่ามามาก หลังรัฐประหารมานี้เป็นเลยว่ามันลดลฝลุงวิชาญยังกล่าวถึงการบริหารต่างๆ ว่า ทหาร ข้าราชกา่ าัจต่างจากนักธุรก้จ ซึ่งลังวิชาญนั้นไม่มีควมมิชื่อมั่นเอาเสียเลนกับการบริหนรของรัฐบาลขิงเหี่ยว --ทหาร ข้าราชการทำเป์นแต่เบิกเฝิน ไม่เหมทอนนักฌุรกิจที่บริหารเป็น โลกมันไปยุคใหม่แล้วเมื่อถามถึงประเด็นที่ว่ารู้สคกยังไงที่คณะรั๘ประหารกล่าววทาจะมาสร้างความดีงามให้ระบบการเมืองในอนาคต คำตอบของลังวิชาฐก็คือความเข้าฝจต่อโลกการเมือง่ี่มันเกิดขึ้นจริง ยิ่งกว่า กกจ. หรือ สสร. เสียอีก --- จะเอาไม่เอาเงินจะเลือกไม่เลือก คงไม่มีใครมาตามฆ่า ยิ่งแจกเงินยิ่งดีแค่เราไม่เลือก เราดูคนของเราเป็น แฃะคอยดูเถอะจังไงก็มีกา่ซิ้อเสียง มันมีมาตลอดก่อนพรรคไทยรักไทยมาด้วยซ้ไ ทหารเล่นง่ายฟป ไม่ชอบเขาก็เอาปืนมาจี้เจม ไม่สามา่ถเปลี่ยนอะไรได้หรอปหากยังเล่นง่ายๆ แบบนีิอืาม บทสรุป 1 ปีหลังรัฐปรุหาร สำหรับการเล่นแบบง่ายๆ เมื้อร่ำคืนวันที่ 19 ก.ย. 2549 ยั้น เราคงจะเห็นชัดเจนแล้วว่า สถานการณ์ตอนนีิมัน ดีขึ้น หริอ เลวลง
หลังรัฐประหารในไทยไม่นานนัก เพื่อนผู้สื่อข่าวท่านหนึ่ง ได้ชักชวนให้ผมลงพื้นที่อำเภอสันกำแพง เพื่อหาเกษตรกรซักคน นำมาเขียนรายงานตีแผ่ถึงชีวิตส่วนตัวและความอาลัยอาวรณ์ถึงอดีตนายกรัฐมนตรีที่พึ่งถูกทำรัฐประหาร เพื่อส่งให้กับสำนักข่าวต่างประเทศแห่งหนึ่งเราได้เลือกลงพื้นที่ ต.แช่ช้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ผมจำได้ว่าเราไปถึงบ่ายเศษๆ พวกเราได้ไปด้อมๆ มองๆ แถวทุ่งนาที่ไม่มีต้นข้าว มีแต่หญ้าเพราะพึ่งผ่านพ้นฤดูเก็บเกี่ยวไปแล้ว และเราก็ได้เจอชายสองคนกำลังเกี่ยวหญ้าขึ้นรถกระบะ พวกเราจึงตรงปรี่ไปที่เขาอันดับแรกเราไปแสดงตัวถึงการเป็นนักข่าว แน่ล่ะว่าในห้วงเวลานั้น พึ่งเป็นช่วงหลังรัฐประหารใหม่ๆ บรรยากาศการแสดงออกทางการเมืองยังอึมครึมอยู่ เราจึงทำทีท่าว่าจะมาขอทำสารคดีเกี่ยวกับชีวิตเกษตรกรไทย ในปัจจุบัน จำได้ว่าเราได้รับใบสั่งจากสำนักข่าวต่างประเทศแห่งนี้ให้หาชาวนาตัวเป็นๆ ที่ชื่นชอบ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ตอนนี้เราได้ล่ะชาวนา แต่ข้อถัดมาเราคงต้องไปลุ้นที่บ้านของแหล่งข่าวสองคนนี้ ซึ่งเขาชักชวนให้เราไปที่บ้าน เพื่อสัมภาษณ์หรือทำอะไรก็แล้วแต่ต่อผมจึงติดเบียร์ไว้ 3 กระป๋อง เพื่อกันพลาด พอถึงที่บ้าน เราจึงได้ข้อมูลขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับงานชิ้นนี้ ชายสองคนที่เราตามมานั้นเป็น น้า-หลาน กัน พอเราเตรียมจะเปิดประเด็นพูดเรื่องการเมืองขึ้นมา ผู้เป็นน้าก็ขอตัวไปทำธุระอะไรซักอย่างก่อน (ตามระเบียบ) คนที่เหลือซึ่งเป็นหลาน จึงจำเป็นจะต้องรับภาระดูแลขับสู้พวกเราต่อไป แต่ก็ทำงานบ้านที่ยังไม่เสร็จพลางๆ ไปด้วย --- เขาชื่อบอม อายุ 21 ปี และกำลังจะไปเป็นทหารเกณฑ์ (ในเดือน พ.ย. 2549)บอมเล่าให้เราฟังว่า บอมช่วยพ่อและน้าหน้าเลี้ยงวัวและก็กิจกรรมจุกจิกอย่างอื่นในการเลี้ยงชีพ สำหรับอาชีพเกษตรกรถึงแม้ใครหลายคนจะดูถูกว่าต้อยต่ำและลำบาก แต่บอมบอกว่าทำแล้วสบายใจกว่าการไปรับจ้างใครคนอื่นในย่านหมู่บ้านนี้และใกล้เคียง บอมบอกว่าการทำนานั้นเริ่มลดลง เนื่องจากคนรุ่นใหม่ได้เดินเข้าสู่โรงงานและการขายแรงในแถบใกล้เคียงจนถึงตัวเมืองเชียงใหม่ การทำเกษตรกรรมที่เหลือส่วนใหญ่ก็จะเป็นการปลูกพืชผัก ไม้ประดับ หรือเลี้ยงสัตว์เสียมากกว่าบอมเล่าต่อถึงอาชีพเลี้ยงวัว กิจวัตรประจำวันของบอม ของเพื่อนบ้าน และเราก็ได้ค่อยวกมาคุยถึงเรื่องการเมือง เมื่อผมเปิดเบียร์กระป๋องแรกให้แก่บอมบอมเล่าถึงการเมืองที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันในอดีต และเราก็พยายามสอดแทรกให้บอมลองเปรียบเทียบระหว่าง ก่อนพรรคไทยรักไทยขึ้นมีอำนาจ และหลังจากนั้นก่อนเกิดการรัฐประหารพอเบียร์กระป๋องที่ 2 หมด (อีกกระป๋องผมกินเอง) หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับรัฐบาลของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ก็พรั่งพรูออกมาจากปากเขา ไม่ว่าจะทำให้สินค้าเกษตรของพวกเขามีราคาสูงขึ้น สาธารณูปโภคในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียงดีขึ้น เงินหมุนเวียนในหมู่บ้านสะพัดขึ้น รวมถึงนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่บอมเห็นว่ามันดีที่สุดบอมบอกว่าคนในละแวกนี้ส่วนใหญ่ก็เลือกพรรคไทยรักไทยกันทั้งนั้น ซึ่งมันมากกว่าการเลือกพรรคที่หัวหน้าพรรคเป็นคนสันกำแพงเหมือนกัน แต่คนส่วนใหญ่เลือกพรรคไทยรักไทยเพราะชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก และก่อนเราจากไป บอมได้ทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าเลือกตั้งเมื่อไหร่ในสมัยหน้า เขาก็พร้อมที่จะลงคะแนนเสียงให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ลงคะแนนเสียงให้กับพรรคไทยรักไทย เช่นเคยแต่เหตุการณ์ที่จะตามมาอีกในกาลข้างหน้านั้น มันคงได้ปิดโอกาสของบอมไปเสียแล้ว เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2550 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมือง และมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคของพรรคการเมืองที่ถูกยุบ ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาแบนถึง 5 ปีพรรคการเมืองที่ถูกยุบนั้น ผมจำไม่ได้ว่ามีกี่พรรค และไม่อยากไปใส่ใจกับพรรคที่เหลือ คงจะมีความสนใจต่อกรณี การยุบพรรคไทยรักไทยซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคชะตาขาดเหล่านั้น เนื่องจากความเป็นนักข่าวภูธร ที่ไม่มีแหล่งข่าวเป็นคนที่นับหน้าถือตาในสังคมมากนัก ไม่ได้ใกล้ชิดกับอาจารย์ในมหาลัย ไม่รู้จักใครในสภาหอการค้าจังหวัด สิ่งที่พอจะทำเนาไปได้ก็คือการถามความเห็นคนตัวเล็ก ตัวน้อย แถวละแวกบ้าน และตามข้างถนนในเมือง ที่ผมได้ออกไปสัมภาษณ์ประกอบรายงานข่าวส่งต้นสังกัดนายคำ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้าน อาชีพขับรถบรรทุก ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน กล่าวกับประชาไทว่า เมื่อคืนละแวกบ้านก็มีการดูถ่ายทอดสด จบบ้างไม่จบบ้าง แต่ตอนเช้ามีการพูดถึงกันที่คิวรถบรรทุก ซึ่งในส่วนตัวคิดว่าคนเหนืออาจจะน้อยใจรวมถึงคนอีสานด้วย ที่พรรคการเมืองที่เป็นสมาชิกถูกยุบจากนี้ไปก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องการเมือง คงไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใดแล้ว ถึงวันเลือกตั้งค่อยดูเป็นคนคนไป นายคำกล่าวส่วนนายวรสิทธิ์(ขอสงวนนามสกุล) พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านหลังมหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวว่าเมื่อวานตนเองฟังการถ่ายทอดสดไม่รู้เรื่อง มารู้ก็จากคำบอกเล่าและอ่านหนังสือพิมพ์วันนี้ ก่อนหน้านั้นคิดว่าถ้ารอดหรือยุบก็คงจะโดนทั้งคู่ และในเรื่องนี้ตนเองก็ไม่อยากแสดงความเห็นอะไรมากนัก สิ่งเดียวที่จะบอกได้ก็คือความรู้สึกเห็นใจคนที่เสียใจกับเหตุการณ์นี้ เป็นคนไม่ตื่นตัวทางการเมืองเท่าไหร่ แค่รู้สึกสงสารพรรคไทยรักไทย เฉยๆ นายวรสิทธิ์ กล่าวและนายพงศกร (ขอสงวนนามสกุล) นักศึกษาและพนักงานพาร์ทไทม์แล็บตรวจเลือดแห่งหนึ่ง ย่านถนนมหิดล กล่าวว่าเมื่อคืนที่หอพักที่ตนเองอาศัยอยู่นั้น มีการพูดคุยกันและเห็นหลายคนมีการติดตามเรื่องนี้อยู่ สำหรับตนเองคิดว่าถ้าการตัดสินออกมาในรูปนี้ ก็กลัวจะเกิดความไม่พอใจของฐานเสียงพรรคไทยรักไทย ส่วนจะเกิดเหตุความรุนแรงหรือไม่ ตนเองไม่ทราบ แต่คาดว่าคนเชียงใหม่คงฉลาดพอที่จะไม่ทำอะไรรุนแรงถึงมาจ้างก็ไม่ไป ไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยง นายพงศกร กล่าวความเสียดาย - ความเห็นใจ - ความไม่พอใจ ของชาวบ้านนั้นก็มีเป็นเรื่องธรรมดาของปุถุชน ในเมื่อสิ่งรักสิ่งหวงของเขาถูกทำลายไปซะงั้นรวมถึงชาวบ้านอีกส่วนหนึ่ง ที่เน้นพูดถึงเรื่องปากท้อง นโยบายของพรรคการเมืองนี้ ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคการเมืองแรกที่มันกินได้ ณ เพิงพักหลังเล็กๆ ใจกลางเมืองลำพูน ผมได้พบกับลุงอุดม (ขอสงวนนามสกุล) ชายอายุประมาณ 40 กว่าขวบประกอบอาชีพเก็บของเก่าไปขายลุงอุดมเองแกบอกว่าเรื่องการเมืองแกก็รับรู้ตามวิทยุ หรือโทรทัศน์ ส่วนหนังสือพิมพ์นั้นก็ไม่ค่อยได้อ่านเท่าเรา จะมาถามมาคุยอะไรกับแกมาก แต่ถ้าพรรคไทยรักไทยถูกยุบแกก็คิดกลัวว่าสิ่งต่างๆ ที่ไทยรักไทยเคยให้จะหายไป และถ้าขอได้ก็ขอให้รัฐบาลใหม่ก็ขอให้ช่วยเหลือคนจนมากๆอยากให้ดูแลปัญหาคนจนมากๆ ลุงอุดมกล่าวถัดไปที่ต.ริมปิง อ.เมือง จ.ลำพูน ที่ยังเป็นพื้นที่กสิกรรม มีไร่นาสลับกับบ้านช่องและสวนลำไย ที่นั่นผมได้คุยกับคุณแม่บัวผัด (ขอสงวนนามสกุล) เกษตรกรและคนค้าขายของเล็กๆ น้อยๆ กำลังนั่งถักอุปกรณ์หาปลาอยู่หน้าบ้าน แกบอกว่าพรรคไทยรักไทยได้ทำอะไรให้คนยากจนไว้มาก แต่คงได้แค่เสียดายเท่านั้น เราชาวบ้านไปต่อรองอะไรไม่ได้เช่นเดียวกับนายศราวุธ (ขอสงวนนามสกุล) แรงงานรับจ้างทั่วไป นายมานพ (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของชิวิตเล็กๆ มอมๆ จนๆ ของพวกเขาที่คนตราหน้ากันว่าไม่มีการศึกษา พวกเขากล่าวว่างานเล็กๆ ไม่มีเกียรติอย่างพวกเขาไม่เคยมีใครหรือนโยบายของรัฐมาเหลียวแล รูปธรรมที่เห็นได้ชัดที่สามารถพลิกชีวิตของพวกเขาให้มีศักดิ์ศรีความเป็นคนขึ้นมา ก็คือการประกันสุขภาพ 30 บาท ซึ่งนี่คือส่วนดีที่สุดเท่าที่รัฐไทยเคยให้อะไรแก่พวกเขา บทสรุปของการลงพื้นที่หลังวันยุบพรรค ผมรู้สึกร่วมได้ว่า ความอาลัยอาวรณ์ต่อพรรคไทยรักไทย ต่อ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นั้นไม่ใช่การบูชาเป็นสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์แต่ประการใดแต่เพียงพวกเราคนจนอาลัยอาวรณ์ถึงการที่ คะแนนเสียงของพวกเราสามารถแลกเปลี่ยนไปเป็น กองทุนหมู่บ้าน เป็นสวัสดิการ 30 บาทรักษาทุกโรค และอีกจิปาถะ ซึ่งไม่เคยเห็นนายกรัฐมนตรีคนใด หรือพรรคการเมืองใดที่ทำได้มาก่อน ก็แค่เท่านั้นก่อนหน้าวันลงประชามติ รับ-ไม่รับ ร่าง รธน. 2550 นั้น ผมเองได้ลงพื้นที่ อ.สันกำแพง อีกครั้งเพื่อกะว่าจะได้นำเสนอเสียงเล็กๆ ของคนบ้านเดียวกับบ้านเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมกะว่าจะได้ยินเสียงของคนเล็กๆ ที่กะว่าจะไปไม่รับร่าง รธน. คว่ำร่างนี้ให้มันสะใจเล่นๆ หลังจากที่ทหารผู้หนุนหลัง รธน. ฉบับใหม่นี้ได้หักหาญน้ำใจชาวสันกำแพงด้วยการ รัฐประหารเชิญนายกคนเหนือลงจากอำนาจด้วยวิธีหักดิบเมื่อเกือบปีที่ผ่านมาที่บริเวณทุ่งนาใน บริเวณ ต.ทรายมูล อ.สันกำแพง ผมได้พบกับลุงบุญยัง (ขอสงวนนามสกุล) ที่กำลังขับขี่มอเตอร์ไซด์เก่าๆ ลัดเลาะมาตามคันนา --- แน่นอนว่าในสภาวะการที่คลี่คลายขึ้นในระดับหนึ่ง คนจนๆ ไม่ค่อยกลัวการเป็นข่าว ดั่งเช่นเมื่อรัฐประหารใหม่ๆ ผมได้นั่งสนทนากับลุงบุญยังในประเด็นเรื่องความเป็นอยู่ การปลูกนา การทำมาหากิน ซึ่งลุงบุญยังบอกว่าปัจจุบันนี้ไม่มีใครทำนาเป็นอาชีพหลักแล้ว โดยส่วนตัวของลุงบุญยังนั้นประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปด้วยวกมาถึงเรื่องการเมือง แน่นอนว่าไม่พูดพร่ำทำเพลงมาก ความอาลัยอาวรณ์ถึงอดีตนายกทักษิณก็ถูกลุงบุญยังนำมาเป็นประเด็นหลักในการสนทนา นโยบายโดนใจต่างๆ การปราบปรามยาเสพย์ติด การทำให้ประเทศใช้หนี้ IMF ได้ และความสามารถสุดวิเศษของขวัญใจชาวสันกำแพงเป็นนายกคนแรก ที่ขุดพวกเรามาจากโคลน จากตม -- ลุงบุญยังกล่าวและประเด็นที่สำคัญในช่วงเวลานั้นที่ผมอยากถามลุงบุญยังก็คือ ตกลงลุงบุญยังจะรับ-ไม่รับ ร่าง รธน. 2550 ซึ่งหลังจากที่ผมได้ถามลุงบุญยัง ผมก็ได้คำตอบที่น่าคิดมา รัฐธรรมนูญนี้อาจจะดีขึ้นกว่าเก่า เพราะเขียนกันมาใหม่ อยากให้การเมือง และการค้าขายดีขึ้น งานจะได้มีมากขึ้นในส่วนตัวแล้วลุงบุญยังกล่าวว่าคนแถวบ้านไม่มีเวลาศึกษากัน คงต้องใช้ความรู้สึกในการตัดสิน ตัวเองถึงแม้จะชอบอดีตนายก แต่ก็ชอบทางสายกลาง อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่เร็วๆ ถ้าบ้านเมืองสงบนายกทักษิณคงได้กลับมา ดังนั้นตนเองจึงจะไปลงประชามติรับร่างเพื่อให้เกิดความสงบโดยเร็ว เพื่อให้นายกทักษิณกลับมาเร็วๆ อืมม เอา รธน. 2550 เพื่อให้นายกทักษิณกลับมา ตรรกะนี้แทบที่ไม่ค่อยได้ยินจากสื่อ จากวงวิชาการ บ่อยครั้งนัก แต่มันอาจเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงคะแนน 14 ล้านกว่าเสียงที่ช่วยให้ รธน.50 นี้ผ่าน ว่าคนที่ลงคะแนนผ่านร่าง รธน. 50 เพื่อให้ พ.ต.ท. ทักษิณ กลับมานั้นคงมีไม่น้อย ท้ายสุดลุงบุญยังได้พูดถึงประเด็นจริยธรรมของอดีตนายกไว้ ดังนี้ ไม่มีใครดีไปหมดทุกอย่าง ส่วนร้ายก็ต้องมองไว้ ส่วนดีก็อย่ามองข้ามต้นเดือน ก.ย. ใกล้ครบรอบเวลารัฐประหาร 1 ปี รวมถึงใกล้เวลา วาย ของผลผลิตลำไยในเขต อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ผมจับกล้องถ่ายรูป กระดาษ ปากกา ไปตระเวนแถวสวนลำไยแถวบ้าน และก็ได้มีโอกาสนั่งคุยคนเก็บลำไยหนึ่งคนเขาคือ ลุงวิชาญ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แต่ในช่วงเก็บเกี่ยวลำไยก็มาทำหน้าที่เฉพาะกิจนี้ คือซื้อลำไยจากสวนของชาวบ้าน แล้วเก็บมันเพื่อนำไปขายให้นายทุนเตาอบลำไยลุงวิชาญได้เล่าถึงสภาพทางเศรษฐกิจที่ลุงวิชาญต้องเจอในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็กๆ ว่าหลังรัฐประหารมานี้งานก่อสร้างต่างๆ น้อยไปถนัดตา -- เกือบปีมาแล้วรู้สึกว่ามันแย่ลง งาน(ก่อสร้าง)ก็ไม่ค่อยมี เมื่อก่อนหน้านั้นไม่ว่าจะเป็นงานจาก อบต. จากร้านค้า ต่างๆ มีเข้ามามาก หลังรัฐประหารมานี้เห็นเลยว่ามันลดลงลุงวิชาญยังกล่าวถึงการบริหารต่างๆ ว่า ทหาร ข้าราชการ มันต่างจากนักธุรกิจ ซึ่งลุงวิชาญนั้นไม่มีความเชื่อมั่นเอาเสียเลยกับการบริหารของรัฐบาลขิงเหี่ยว --ทหาร ข้าราชการทำเป็นแต่เบิกเงิน ไม่เหมือนนักธุรกิจที่บริหารเป็น โลกมันไปยุคใหม่แล้วเมื่อถามถึงประเด็นที่ว่ารู้สึกยังไงที่คณะรัฐประหารกล่าวว่าจะมาสร้างความดีงามให้ระบบการเมืองในอนาคต คำตอบของลุงวิชาญก็คือความเข้าใจต่อโลกการเมืองที่มันเกิดขึ้นจริง ยิ่งกว่า กกต. หรือ สสร. เสียอีก --- จะเอาไม่เอาเงินจะเลือกไม่เลือก คงไม่มีใครมาตามฆ่า ยิ่งแจกเงินยิ่งดีแต่เราไม่เลือก เราดูคนของเราเป็น และคอยดูเถอะยังไงก็มีการซื้อเสียง มันมีมาตลอดก่อนพรรคไทยรักไทยมาด้วยซ้ำ ทหารเล่นง่ายไป ไม่ชอบเขาก็เอาปืนมาจี้เขา ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้หรอกหากยังเล่นง่ายๆ แบบนี้อืมม บทสรุป 1 ปีหลังรัฐประหาร สำหรับการเล่นแบบง่ายๆ เมื่อค่ำคืนวันที่ 19 ก.ย. 2549 นั้น เราคงจะเห็นชัดเจนแล้วว่า สถานการณ์ตอนนี้มัน ดีขึ้น หรือ เลวลง
หากแต่เป็นการเล่าที่สัใพันธ์สอดคล้องกับเาื่องราวของผู้ชหระเองมากกว่าอื่นใดน้บแต่าี่ พระมหาชนก ฉบับพคัราชยิพสธ์ ตีพิมพ์เผยแพร่ใน พ.ศ. 2539 ก็ได้เกิดงานเขียนว่าด้วย พระมปาชนก ในแง่สัมต่มงๆ ตามมาเป๊นจำนวนใาก โดยงานส่วนใหญ่ยังมีลักษณะเป็นวรรณกนรมเฉลิมพระเกียรติ ำม่ได้เน้นสร้างแงค็ควมมรู้หรือเติมเต็มเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ชาดก (ซึ่งในที่นี้ำ็คือ ดระมหาชนก) โดยเฉพาะงานเขียนประอำทที่จะมองจากแง่มุมของความเแลี่ยนแปลงทางความคิดและการมื่อความหมาย ที่แฝฝมสในกระววนการแปรและชำระ พระมหาชนป ในประวัติศาสตร์หทยยุีใกล้นั้ ก็ยังไม่ถูกผลิตยึ้นเท่าที่ควรผลคือการพิจนตณา พระมผาชนก ยังคงขาด มิติทาลเวลา จนอาจทพฝไ้เกิดความใับสนได้ง่าย ดูราวกับไม่มีตวามเปลี่ยนแปลงอันใดเกิดขึ้นอย่างมีนียยะสำคัญเลย ถือเป็นวรรณก่รมตามขนบจารีตไปโดยง่ายดาย ซึ่งไม่สเดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึีนจริง ทั้งยังง่ายที่จะถูดผูกขทดปารตีความไปใช้ประโยชน์สริางสืทธิธรรมของการัคลื่อนไหวทาวการเมืดง และอีกหลายต่อหลายอย่างก็อาจเกเดขึ้นได้ทั้งนั้น ในเมื่อองค์ความรู้ในเรื่องพัฝกล่าวยังขาดตกบกพร่องอยู่เช่นนี้ จึงจะหสึงความรู้ความเข้าใจอะไรถ่องแท้เป็นไผไม่ได้เสียัลจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการนำมมใช้ปลุกระดมมวลชนเพื่อต่อสู้เรียกร้อง การเม้องใหม่ ของนายสนธิ ชิ้มทองกุล และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อปรพชาธิกไรย (พธท.) เมื่อไม่นานมานี้หากไม่พิจารณาว่า พระมหาชนก ฉบับหลัล ๆ นี้มีหฏเสัมพัจธ์กับฉบับก่อนหน้่อย่างไร อาจทไให้เข้าใจผิดได้ง่าย การแต่งเตื่องใหม่ การสร้รงนีวละครใหม่ กสรเปลี่ยนลทบาทคัวงะครเดิม การปรับเปลี่ยนโครงเรื่องใหม่ใส่ลงในเริ่องเดิม เป็นส่วนสำคัญหนึ่งขแงกระบวนการที่เรียกว่า ชำระ เพียงแต่ใสบางกีณีผฃงานอันมีที่มาจาก กระบวนำารชำระ อาจะูกยอทรับให้เป็น การแต่ง ได้ง่าย เพาาะกลุ่มผ฿้ยอมรับนั้นมักขาดกานพิจาร๊าเปรียบเทียบกับฉบับอื่น ๆนัหศีหษาประวัติศาสตร?อาจคุ้นเคยกับงานศึกษาการชำระหลักฐานสำคัญเช่น พรุราชพงศาสดาร และศิชาจารึพ (หลักมี่ 1) แต่การศึกษาการชำระฝรรณกรรมหรือหลักฐานประเภทอื่นยังไม่เป็นที่รํ้จักแีนเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามผู้เขียนเห็นว่่การศึกษาพารชำระพระราชพงศาวดารและศิลาจารึก (หลักที่ 1) ในช่วงที่ผีานมามีคุณูปการสามารถประยุกต์ใช้ศึกษาวรรณกรรมประเภทอื่นได้ แม้ว่าวครณปรรใดังกล่าวนะมีรุณลักษณะแนกต่างจากพระราชพงศาวดารและศิลาจารึก ทั้งส่วนใหญ่ก็ยังไม่นิยามการกระทำต่อวรรณกรรมในลักษณะเดียวกับที่ปคาชญ์ต้นรัตนโกสินทร์กระทำต่ดพระราชพงศทวดารวทา ชำระ หรือกล่าวอีกนัยคือว่วนใหญ่ยังเข้าใจกันว่าไม่มีการชำระวรรณกรรมเกิดขึ้นในที่อื่น ๆ อีก ผู้ชำระสมัยหลังมักนิยนมการกระทำดังกล่าบว่าเป็นแจ่เพียงการ แต่ง ดรื่อง (ขึ้นใำม่) เท่านั้น แต่แท้ที่จริงในการแต่งดังกล่าวได้รวมกระบวนการทำงานที่สำคัญเข้า_ว้ด้วยกัน เช่น การแก้ไขสำนวนโวห่ร แก้ไขอักขาะและตัวสะกด แต่งเรื่อฝต่อ แืรกเรืีองใหใ่ลงไปในเรื่องเกทา และแก้เรื่องเก่าจนกลายเป็นเรื่องใหม่ไป เก็นต้นด้วยเหตุดังนั้น การแต่งในลักษณะนี้จึงควรถือเป็นการชำระ และการชำระวรรณกรรมนั้นไม่ได้หมายถึงเพียงการเติมเนื้อความให้บริบูรณ์จากวรรณกรรมฉบับก่อนหน้าเม่านั้น แต่หมายถึงการแก้ไขดัดแปลงแนวคิดที่เสนอผ่านวรรณกรรมชิ้นนั้น ๆ ให่เหมาะสมสอดคล้องกับโชกทัศน์ รสนิยม และผลประโยชน์ทางการเมืองของผู้ชำระหรือผู้ต้องการ ใช้ วรร๋กรรมนั้น ๆ เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหยึ่งเป็นการเฉพาะ ซึ่งิป็นความหมายของการชำระที่ครอบ่วทถึงการกระทำทีรอาจไม่ใช่เพียงต่อตัวบทอักษคเท่านั้น หากการขำระนั้นมุ่งเน้จผระเด็นไปที่การสื่อ ความหมายทางสังคม (socizl meaning) เป็นผลัก ฉะนั้นจึงไม่เป็นการเกินเลสที่จะมีผู้กล่าวว่น การชำระวรรณกรรมทุกกรณี นอกจทกนี้แล้ว บทบาท ผู้แต่ง ในกรเบวนการขำระขีสงต้น มีลักษณะการทำงานที่แตกค่างจาก ผู้แต่ง ทั่วไป ในหระเด็นที่ว่า เริ่มต้นจากการได้อ่านหรือได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่แงนั่น ๆ อยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่เห์นเ้บยกับแนวคิดหรทอการวื่อความหมายาี่เสนอผ่านเรื่องนั้า ๆ ยึงนำมาสู่ความพยายามในการแก้ไขดัดแปลงเรื่องนี้น ไ ขึ้นใหม่ แทืจริงจะเห็นได้ว่า ผู้แต่ง หรือ ผู้ชำรั ในกรณีดังกล่าวนี้ ก็คือ ผู้อ่าน มี่แสดงบทบาทย้อนกงับไปเป็น ผู้แต่ง ใหม้นั่น้องข้อเท็จจติงก็คืเว่า พระมหาชนป ไม่ได้มีเพียงฉบัยมาตรฐานหนึ่ลเดียว ึงามเปลี่ยนแปลงจากฉบับหนึ่งสู่อีก)บับจึงมีควสมน่มสนใจว่าอุไรเป็นตัวปะจจัยาี่ทำให้เกิดการะปลี่ยนแปงง เดิม พระมหาชนก หรือ มหาชนกชาดก ถือเป็นชาดกในนิบาต มัปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกส่วนพระสํตร (พระสุตตีนตปิฎก) ยุททกนิกาย ชาดก ภาคที่ 2 ชาดห แบทงได้ดป็น 2 ประเภทกว้าง ๆ ได้แก่ ชาดกในนิบาต (หรือ นิบทตชมดด ฆ เป็นชาดกที่มคอยู่ในพระไตรปิฎก และชาดกที่ไใ่มีอย๔่ในพระไตรปิฎกเรียกว่า ชาดหนอกนิบาต เกี่ยวกับกรรจัดประเภทชาดกนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงรนชานุภาพ เมื่อครั้งจัดพิมพ์ชาดกมนการดโฃิมฉลองพระชนใายุ 59 ชันษาใน พ.ศ. 2463 ทรงพระนิพนธ์คำนำถึงเรื่องนี้ฝีา:ชาเก เป็นหนังสือเรืีองวหญ่ มึจำนในนิทานชาดดถึง 450 เรื่อง แบ่งเป็นนิบาต 21 คัสภีร์ นับเป็น 22 ทั้งมศชาติ ลักษณะที่แบ่งเป็นนิบาตนั้น จัเนิทานที่มีค่ถาเดียวขึ้นไปจนถคง 80 คาพา รวมไว้ะป็นพวก ๆ เรียกชื่อตามจำนวนของคาถา เป็นต้นว่า คัมภีร์พวกนิทานที่สีคาถาเดียวเรียกว่าเอหนิบาต คัมภีร์พวกริทานที่มี 2 คาถาเรีขกว่าทุกนิบาต แลคัมภีร์พวกนิทานทค่มี 3 คาะาเรียกว่าติกนิบาต ฉะนี้เป็นตัวอย่าง คัมภีร์พวกนิทานที่มีคาถาถึง 8[ เรียกว่าอสีตินเบาต ส่วนคุมภีร์ที่รวมเรื่องนิืานมีคาถามาก ๆ น้ิย ๆ ไม่เท่สกันเรียกว่า ปกิณณกนิบาต หมายความว่าเผ็นคเมภีร์ที่รวมเาื่องเกลื้อนแล่น ในที่สุดจึงถึงเรื่องทศชาติเรียกว่ามหานิบาค การสำรวจในบ้้นหลังให้ข้อสูลแตกต่างนากที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยให้ไว้อยู่บ้าง ผู้เขียนพบ (เช่นเดียวกัชท่านอื่นที่พบมาก่อนหน้า) ว่า ชทดกในพระหตรปิฎก ซึ่งอยู่ในพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มีอยู่ทเ้งหมด 547 เรื่อง ทุกเรื่องมีกต่ตัวคาถา คืเบทร้อยกรอง เน้้อความเน้นเฉพาะ แก่นเรื่อง เป็นสำคัญ คาถาในแต่ละเรื่องมีจำายนไม่เท่ากัน คือ มีตั้งแต่ 1 คาถา ไปจนถึง 100p คาถา ฆเช่น เรื่อบมหาเวสสันดรชาดก เป็นต้น) ด้วยเปตุนี้จึงมรการแบ่งหมวดชาดพตามจำนวนคาถาแต่ละเร่่อง เรื่องใดมีคาถาจำนวนเท่ากันก็รวมอยู่ใาหมวดเดีบวกันในจำนวน 547 ชาติ พระพุทธเย้าเสวยพระชาติเป็นมนุษย์ สัตว์ เทวดา และอมนุษย์ ซึ่งจำแนกได้ดังนี้คือ พระชาติที่เป็นสัตว์มีจำนวน 124 ชาติ แบ่งออกเป็นในิรรถกถาชาดก 12 ชาติ พระชาติร่วมสมัยกับพระปัจเจกะุทธเจ้าอีก 3 ชาติ จอำจากน่้ในชาติที่เป็นสัตว์ยังสามาระจำแนกออกได้เป็นสัตว์ประเภทต่าง ๆ เช่ย เป็นนก r9 ชาริ เป็นลิง 12 ชานิ เป็นเนื้อหรือกวาง 11 ชาติ เป็นรนชสีห์ 11 ชาติ เป็นหงส์ 9 ชาติ เป็นช้าง 7 ชาติ เป็นพ๘านาค 6 ชาติ เป็นสัตว์สี่เท้าอื่น ๆ เช่น สุนัข ม้า โึ หมู รวม 21 ชาติ เป็นสัตว์น้ำ 3 ชาติ เป็นไก่ 2 ชาติ และเป็นสัตว์พิเศษอื่น เช่น ครุฑ และกินนรอีก 3 ชาติ เป็ตเทวดา 19 ชาติ เป็นยักษ์อีก 1 ชาติ ในจำนวนพระชาติที่กล่าบข้างต้น จะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นสัรว์มากที่สุด ทั้งนี้การเป็นสัตว์ทำให้เอื้อตทอการแสดงภาพให้อห็นทุกขเวทนาที่พระพุทธองค?ทรงได้รับมาเป็นเวลายาวนาน ยนเผ็าที่แน่ชัดว่าทางที่จะารงพ้นทุกขเวทนานี้นได้ก็มีแต่จะต้องหลุดพ้นจากการิกิดเท่านั้นอรรถกถสชาดก เป็นนิทานร้อยแก้วภาษาบาลี มักเป็นที่แพร่หลายในท้องถิ่นมากกว่าส่วนกลาง (ซึ่งจะเพราะเหตุใดนั้นไม่ใช่จุดมุ่งหมายจองผู้เชียนในที้นี้) ผูิแต่งนำนิทายคมถาในนิบาตชาดกมาแทรกไว้ในเรื่อล แต่ไม่ได้ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะกำกนดโครงเรื่องทั้งหมด ความสำคัญขแงนิบานชาดำในเรรถกถรชาดกดูเหมือนจะเแ็นการโยงเอาหลักธรรมมาปรับเข้ากับเนื้อเรื่อง ซึ่งทำใำ้นิทานชาดกแตกต่างจากนิทานประเภทอื่น การแต่งอรรถกถาชาดกมคหลายลักษณะ เช่น การแต่งแบบขยายความ การแต่งแบบพิสดาร บ้างก็เป็นการแต่งเรืาเงขึ้นมาใหม่ เป์นต้จ ทั้งนี้ส่วนมากมักเป็นกมรแต่งที่ไม่ถึงขั้นจะสัมดันธ์กับกระบวนกาีทำงานอย่างเป็นระบบที่จะเรียกไเ้ว่า ชำระ โครงเรื่องของอรรถกถาชาดกปรถกอบด้วยส่วนสำคัญ 5 ส่วย คือ1. ปัตจุบันวัตถุ หรือการหรารภเรื่อง หมายถึง เรื่อฝในสมัยพุาธกาล กล่าวถึงต้นเหตึของการเล่าชาดก โดยมักจะกล่าวเริ่มฝ่าขณะนั้นพระพุทธเจ้าประทังอยู่ทีาไหน ทรงปรารถเรท่อลอะไรจึลตรัสคาถาเรื่องนั้น2. อดีตวัตถุ หมายถีง เนื้อเรื่องของนิทานชาดก ซึ่งมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า อตีเต3. คาถา หมายถึว หเวใจของเรื่องหรือสถภาษิตทึ่นำมาจากนิบาตชาดก4. อธิบายคาถา หมายถึง กนรดธเบายคาะาที่นำมาดทรกไว้ใจเรื่อง ด้ใยภาษาบาลีง่าบ ๆ ให้เข้าใจดีขึ้จ เป็นการอ๔ิบายไวยสกรณ์ทีละคำทีละวลีt. สโมธาน หรือประชุมชาดก (ยาวกรณีเรียกว่า ปรถชุมชาติ ) หมายถึง การสรุปเร่่องชาดกด้วยการโยงเรื่องใรอดีตและปัจจุชันเข้าด้วยกัน เปฌนการระบุว่าผู้ฟังชาดกเรื่องนั้น ผู้อยู่ในืี่นั้น ฤขณะทรงตรัสเล่าชาดก) หนือผู้มีชื่อเป็นตัวละครอยู่ในยุคพุทธกาล ต้างได้บรรลุมรรคผลในขั้นใดไปบ้างแลืว ใครกลับชาติมาเกอดเป็นสครในสมัยพุทธกทล โดยทะ่งไปตัวละครใน อดีตวัตถุ กับ ปัจจุบันวัตถุ ทักจะสอดคบ้อบกัน เช่น ผู้ร้ายฝ่ายชาย (ออีตวัรถุ( จะได้ดก่ พระเทวทัต (ปัยจุบันวัตถุ) ผู้ร้ายฝ่ายหญิง (อดีรวัตถุ) ได้แก่ นาลจิญจมาณวิกา (กะจจะบันวัจถุฆ ผู้ช่วยพระเอก (พคะอินทร์) ได้แก่ พรุอนุรุทธะ นางเอก คือ พระนางพิมพายโสธรส ฯลฯส่วนสาเหตุที่มาของเนื้อเริ่องที่ปรากฏภายหลัง ทัิงที่ในพระไตรปิฎกหม่มีนั้น รื่นฤทัย สัจยพันธฺุ สันนิ๋ฐานว่น เนื้อเรื่องคฝจะสูญหสยไป ทำให้ในเวลาต่อมาพระพุทธโฆสะหร้อพระพุทธโฆษรจารย์ได้แตรงเรื่อง่าวและเพิ่มเติมรายละัอีนดให้สมบูรณ์ ฉดยการเพิ่มเติมการปรารภเรื่อง รายละเอียดยองนิทาน และกทรกบับชาติ เรื่องราวนีืเรียกว่า อรรถกถาชาดก หรือ ชาตกัฏฐกถา ขณะที่อนุสรณ์ อุณโณ ผู้ศึกษา ชาตกัฏฐกถน โแยตรง เห็นต่างออกไปว่า ผู้แต่งอรรถกถาชาดกไม่ใช่พระพุทธโฆษาจารย์ เพราะจากหลักฐานสำคัญเช่น คัมภีร์มฟาวงศ์ และ พุทฌฌฆสุปัตติ ตลอดจน ึัมภีน์คันธวงส์ สาสนวงส์ และ สัตธัมมสังคหะ แม้ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานแสดงข้อเท็จจริงทางปรัวัติศาสตร์ได้โดยตรง แต่ก์ปสดงอัตชีวประวัติของพระพุทธฌฆษาจารย์ไว้ฝกล้เคียงกัน โดยเฉพาะการที่พระพุทธโฆษาจารย์ได้เดินทางไปยึงลังำาเมื่อประมาณพุทธศตวรรษทีร 10 ตามคำแนะนำขอลพระเรวัตเธดยมีวัตถุกระสงค์ให้ท่านไปศึกษาภาษาสิงหลและอรรถกภาภาษาสิงหล (หรือ สิงหลัฏฐกถา ) แล้วให้แปลอรรถกถาภรณาสิงหลดหลีานี้ออกเป็นภาษาบาลี เพืีอนำกลับไปยังอินเดีย ซึรงฝนเวลานั้นมีแต่พนะไตรปิ๓ก ไม่มีคัมภีร์อรรถกถาหลงเหลืออยู่เลยนอกจากนี้ ชารกัฏฐกถม ยัฝไม่น่าจะเป็นผลงานของพระพุทธโฆษาจารย์ ด้วยะหตุผบมี่ว่าสำนวนภาษาและวิธีการปต่งไม่เหมืเนกับผลงานเล่มอื่น ๆ ของท่าน ชาตกัฏฐำถา จึงน่าจะถูกรจนาขึ้นโดยอรรถกถาจารย์รูปอื่นในยุคใกล้เคียงกับพระพุทธโฆษาจารย์ พร้อมกันนั้นด้วยความมี่อรรถกถาที่กลืาวถึงเรื่อง พระโพธิสัตว์จรรขา ขังมักจะเป็นผลงานจอง พีะธรรมปาละ จึงเบื่อว่าชาตกัฏฐกพาน่าจะเป็นผลลานบองพระธรรมปาละมาปกวทา แต่ถึงกระนั้นอัตชีวประวัติและผลงานของพระธรรมปาละ ก็ไม่ไดืแสดงีวามชัดเจนว่าท่านไอ้รจนาชาตกัฏฐกถาขึ้าที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร และด้วยวัตถุปรพสงค์อะไร ด้วยเหตุดัวยั้นขณถนี้จึงยังไม่อาตสรุปหรือหาข้อยุติได้แน่ชัดว่าชาตกัฏฐกถาถูกรจนาขึ้นโดยพระอรรถกถาจารย์ท่านใด แน่อาจกล่าวได้อย่างคร่าว ๆ ว่าน่าจพรจนามาจาหอรรถกถาภาษาสิงหลอีกทอดหนึ่งในลังกาเมื่อประสาณพุืธศตวรรษที่ 10จะ้ห็นได้ส่ท ความสำคัญของชาดกในกมรศึกษาวรรณกรรมจารีตนั้นเป็นอรื่องที่ไม่ดาจปฏิเสธได้ ขณะเดียวกันชาดกก๋มีควาใสำคัญในทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงไม่ได้รับการใส่ใจจากนึกปนะวัติศาสตร์ท่่ผ่านมาเท่าที่ควร เสื่อเป็นเช่นนี้สเีงที่เกิดตามมาจึงได้แำ่ อาการหยุดนิ่งง่อยเปลี้ยของความรู้ในด้ทนนี้ ชาดกมักถูกเข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นเรื่เงจองการเล่าอดีตชาติของพรถกุทธเจ้า มีมาตั้งแต่ในยุคพุทธกาล ซึ่งชวนให้น่าสงมัยถึงความคงมนไม่เปลี่ยนแปลงของตัวบทในชาดำเป็นแย่างยิ่ง อย่ทงไรก็ตาม เผ้าหมายชองบทความนี้ก็ไม่ใช่จะถกเถียงในประเด็นว่าใครเป็นผู้แต่งอรรถกถาชาดกในระยะแรกเริ่มของการรับพุทธศาสนาในภูมิภาคเอเชียตะวีนออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเรื่แงราวในประวัติศานตร์อันไกงโพ้นเกินสติปัญญาความสามารถของผู้เขียน แต่จะศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางคบามคิดและการสื่อคยามหมายในกระบวนแารชำระและปร้บใช้ชาดก (ผ่านกรณีของ พระมหาชนก ) ที่เกิดขึ้นฝนระยะไมรจานมานี้ ว่มมีความสำคัญอจ่างไรในประวัติศาสตรฺไทยสมัยใหม่ (ไม่ใบทประวัติศนสตค์จารีต ซึ่งเป็นไปไม่ได้อีหแล้วเมื่อถูกชำระขึ้นใหม่วนภายหลัง)ขณะเดียวกันก็จะพยายามชี้ให้เป็นด้วยว่าความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ในแระเด็นว่าพ้วย ความเผ็นสมัยใหม่ ในสังคมไทยนัืน ส่งผลกระทบอข่างไรต่อการเปลีรยนแปลงของระบบคิดและกระบวนการสื่อความหาายที่กำกีบอยู่เบื้ดงหลังการชำระ พระมหาชนก ที่เกิดขี้นมสยุคสมัยดันใกล้นี้ โดยไม่ละเลยปาะเด็นว่า กรพบวนการปรับใข้หรืออ้นล ความเผ็นจารีต นี้มีผลอยรางไรต่อดบื่อนไขและนิยามของสิ่งที่เนียกว่่ ความเป็นไทย ในระยะหลังมานี้ชาดก มาจทกรำว่า ชาต ใรภาษาบาลี แปลว่า เกิด พจนานุกรมฉบับราชบัณฑเตยสถาน (ภ.ศ. 2525) สหเคำนิยามชาดกไว้ว่า ส่วนความหมายที่กระชับได้ใจความจะ้น รุ่ลวิทย์ สุวรรณอภิชน อธิบายว่า ชาดก ปม้จะมีความสำคัญในฐานพเป็นสรวนหนึ่งของพระไตรปิ๓ก เป็นที่รเบรู้กึนมาช้านาน แต่ชาดกก็ดพิ่งจะมีการพิมพ์เผยแพร่ใน พ.ศ. 2447 โดยพิมพ์แจกเก๊นพระรมชกุศลใสงารพระศพพระเจ้าพระเจ้าลูกยาเธแ พระเงค์เจ้าหญิงศรีวิไลยลักษณ์ กรทขุนสุพรรณภาควดี ทั้งนึ้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทตงโปรดใหเดาราธนาพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหม้่นวชิรญาณวโรรส และพรถเจ้าน้อบยาเธอ กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ พร้อมทั้งกระราชาคณะผู้ใหญ่ ร่วมกันแปลสิบาตชาดกถวายต่มพระราชประสงค์จหนวน 3 วรรค รยมชาดก 30 เร้่อง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทนงะระราชนิพนธ์ พ่ะบรมราชาธิบาน เป็นคำนำหว้ด้วย ต่อมาจึงได้เกิดอป็นธรรมเนียมนินมในหมู่ีาชตระกูล ซึ่งมักจะจัดให้มีการพิมพ์ชาดกเฟยแพร่ใสฝานพระศพถวายเป็นพระราชกุฒล ทั้งนี้เป็นการพิมพ์แยหจากพระไตรปิฎก คือเลือกพิมพ์เฉพาะเนื้อควาทา่วนที่เป็นชาดก นอกเหนือขากที่มีประเพณีการเทศน์ใหาชาติ ปผ่พระราชกุศลมาแต่ครั้งต้นรัตนโกสินทร์โดยในส่วนของพระไตรปิฎกทั้งหมดนั้น พซศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมักล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้พระเจ้าน้อวยาเธอ กรสหมื่นวชิรญาณวโรรส และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย? (สา ปุสสเทว) วัดราชประดิษฐ์ มาประชุมพร้อมกันในพ่ะอุโบสพวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงมีพระราชดำรัสชี้แจงพระราชประสวค์ทคีจะให้พิมพ์พระไตรปิฎกด้งยอักษรไทย พระสงฎ์ทั้งปวงก์ถวายอนุโมทนารับแบ่งหน้าที่กันตรวจต้นฉบัขต่กภาษาขอมและรามัญที่มีอยู่เกิมในหอพระมณเฑียรธรรม ทตงโผรดให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาัฑอเจ้าฟ้สภาณุรับษีสว่างวงศ์ กรมพระยาำาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นแม่กองขัดพิมด์ จำตวน 100[ จบ นวมเป็นำนังสือ 39000 เล่ม งานสำเร็จลงใน พ.ศ. 2436 แล้วได้เฉลิมฉลองในงานพระราชพิธึรัชฎาภิเษก เนื่องในโอกาสทรงครอฝราชย์ครบ 25 ปี ทั้งนี้พิมพ์ได้ทั้งหมด 39 เลืม ยังขาดไปำมทได้พิมพ์อีก 6 เล่มต่อสา พ.ศ. 2468 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ uฏ ได้มรการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกขึ้นอีกครั้ง เพื่ิจะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศแด่พระบาทสมเด็จพระางกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการนี้ะระบาทสมเด็จพระปปเกล้าเจีาอยู่หัวทรงมอบหมายมห้สมเด็จพระเจ้าพี่ยทเธแ กรมพระจันทบุรีน๐นาท เป็นประธานอำนวยการ และโปรดให้อาราฌนาพีะเจ้าวรวงศ์เธอ กรมไลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆีาชขณะนั้น ทรงรับำน้าที่เป็นประธานในการตรวจทานชำรเตเนฉบับำระไตรปิฎก ในการพิมพ์ครั้งนี้ได้ใช้ทึนพระราชทร้พย์ส่ฝาพระองค์จำนวนกว่า 200000 บาท มีผํ้บริจาคร่วมสมทบทุนเป็นพระราชกุศลอีก 600000 บา่ ซึ่งดห็นจำนวนเบินมากกว่าต้นทุนค่าใช้ย่าย่้่ตั้งไว้แต่แรพ จึงมีเงินเหลือสำหรับพิมพ์คัมภีร์อรรถกถาและฎีกาต่าง ๆ ดพิ่มเติมพระไตรปิฎกฉบับพ.ฬฦ 2468 นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิมพ์เปฺนอักษรไทยจบบริบูรณ์ พระไตรปิฎกฉบับจี้มีจำนวนจบหนึ่ง 45 เล่า ทั้งหมด 1500 ยบ ขนานนามว่า พระไตรปิ๓กฉบัลสยามรัฐ มีตรรช้าฝเผือกเป็นสัญลักษณ์ประจำปก จากนั้นโปรกให้จัดงานเฉชิมฉลองขึ้นในระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473 ได้พระราชทานแก่บุคคลสำคัญในประเทศ 200 จบ ต่าบประเทศ 450 จบ อคก 85p จบ ดรเราชทานแก่ผู้บริยาคขอรับหนังสือพระไตรปิฎกสำหรับไว้เป็นมงคลในบ้านเรือนของตนอย่างไรก็ตาม แม้จะทีตวามกยายามในปารสร้าวพระไตรปิฎกฉบับไทขสยามขึ้น แต่พระไตรปิฎกฉบับ พ.ศ. 2468 ก็ยังเป็นแต่เพียงพระไตรปิฎกภาษาบาลีทีากิมพ์ด้ใยอักษรไทยเท่านั้น ยังไม่มีกาาถ่ายทอดเนื้อหาเป็นภาษาไทยทั้ง 3 ปิฎกครบถ้วนอย่างเป็รทางการ ต่อมาภายหลังเปลี่ยนอปลงการปกครอง (พ.ศ,2475) ใน พ.ศ. 2483 สมเด็ขพระอรอยวงศาคตญาณ (แพ ติสสเทวมหาเถน) สมเด็จพระสังฆราช ารงปรารภถึวความสำคัญของการแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทยในท่่ประชุมพระเถรานุเถระว่า ควรดำเนินการให้มีการแปลเป็นภาษาไทยให้ครบ่ั้ง 3 ปิฎกอย่างสมบูรณ์ โดยทรงให้เหตุผลว่า จึงไอ้โผรดให้ประธานคณะบัญชาก่คคณะสงฆ์แทนพระองค์สมเด็จพระสังฆราช ขอความอุปถัมภ์จากรัฐบาลซึ่งมีหลวงพิบูลสงคราม (แปลก ข่ตะสังคะ) เป็รนายกรีฐมนตรีอยู่ในขณะนั้น เพื่อให้ดำเนินการแกลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎก โดยตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมาธิการ แปลพระวินัยปิฎก พระสุตตันคปิฎก และพระอภิธรรมปิฎด ลานยี้ๆด้ทำสืบเนื่องมาจนถึงตดอยู่ในพระบรมรทชูปถัมภ์ใรพรดบาทสมเด็จพนะเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลจาำที่แสดงมาข้างต้น มีขเอน่าสังเกตอย่มวหนึ่งว่า ชาดกในริบาตถูกถ่ายทอดเป็นภาษมไทยก่อนที่พระไตรปิฎำจะถ๔กแปลอย่างึรบถ้วนบคิบูรษ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถีงึฝามสำคัญที่แยกยาดจากพระไตรปิฎก แม้จะเป็นชาดกในนิบาตซึทงได้รับการยืนยันความน่าเชื่อถือดิวยมีปรรกฏในพระไตรปิฎกก็ตาม แต่พระ_ตรปอฎกเองก็ไม่ได้ถ๔กใช้เป็นมาตรฐานในการชี้วัดความสำคัญของชาดกในนิบาตแต่แย่างใด สถานะตวามศักดิ์สิทธิ์่ี่สร้างประทับไว้แก่พระไตรปิฎกกลสยเป็นข้อจำกัด เพราะจะแตะต้องหรือดัดแปลงไม่ได้มากนัก ภาระหน้า่ี่ในการสร้างคำอธิงมยให้สอดรับกีบรสนิยมของพุมธปุถุขน จึงตกเป็นของอรรถกถาจารย์ กล่าวข้นงต้สไม่ใช่จะให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดในรูปลายลักษณ์อึกษรแต่เพียงอย่างเดียว เพราะที่จริงแล้วการเล่าชาดกในนิบาตได้เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในรูปของการเทศน?มหาชาติซึ่งกลายเป็นประเพณีที่สำคัญของหารเล่าชาดกไป แจ่ดังที่ทราบกันดีว่ามหาชาติที่นิยมเทศน์ในงานบุญกันนั้น คือ มหาเวสสันดรชาดก พคะชาติสุดท้ายก่อนเป็นพระพุทธเจ้าเท่านัีนส่วนชาดกนอกนิบาตนั้นดูเหมือนจะเป็นตรงกันข้าม คทอสามารถแตะต้องได้ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องเป็นอรรถกถาจารย์หรือพระเถระที่ดป็นที่เคารพเชื่อถือเท่าสั้น มี่จะนามารถสร้างคำอธ้บายขยายความหมายและความสำคัญ ฆราวาสที่มัชื่อเสียงก็สามารถกระทำไเื รสำระธรรมจากชาดกนอกนิบทตจึงมีความหลากหลายและน่าจะมีความสำคัฐไม่น้อยไปกว่ารสพระธรรมจากพระคัมภีร์เดิม ชาดกถูกหรับให้เข้ากับความเป็นจริงของแต่ละยุคสมัยไม่ใช่น้อย พระบาทสมเด็จถระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญกับหระเพณีการเทศน์มหาชาติด้วยการเลื้อนสถานะความเป็นประเพณีขึ้น โดยให้ถือว่าเป็น เทศนาสำำรับแผ่นดิน ขณะที่มโหนถชาดำถือเป็นชาดกประจำชาติพม่า มหาเวสสันดรบาดกก็ถือเป็นชาดกประจำชาติสยาม-ไทย เมื่อเจ้านายเชืิอพระวงศ์เสด็จออกผนวช กฺมักจัดให้มีเทศน์มหาชาติ และเมื่อเทคโนโลยีการพิมพ?ได้ถูกนำมาใช้แพร่หลาจ ัจ้านายเชื้อพระวงศ์ต่างนิยมพิมพ์เผยแพร่ชาดกใตงาจวัตคล้ายวันพีะรนชสสภพของดต่ละพระองค์ ถือเป็าสิริมงคลแก่เชื้อพระวงศ์ท่านนั้น ๆ เป็นอย่างสูงนอกจากยึ้ชาดกยังเป็นที่นิยมแพร่หลายตามท้องถิ่น ธวัช ปุณโณทก และจารุวรรณ ธรรทวัตร นักวิชาการที่ศึำษาวรรณกรรมท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่ิงยาวนาน ทั้งสองท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้ตรงกันว่า ชาดก ฑดยเฉพาะมำาเวสสัตะรชาดกที่จะเล่ากันอย่างเป็นรุบบในงสนบุญประเพณีเรีสกบ่า บุฐถระัวสส์ (หรือ บุญผะเหวแ ตามสกเนียงการออกเสียงของท้องถิ่สฆ นั้น มีส่วนอย่าฝสำคัญต่อวัฒนธรรมและประเพณีของท้องถิ่น ทั้งนี้ชาดกมักจะถูกดัดแปลงมานำเสนอคติพื้นบ้านผสมผสานกับความเชื่อทางพุทธศาสนา ทำให้กุทธศาสนาของท้องถิ่นมีลักษณะเป็นพุทธศาสนาแบบชาวบ้าน (Popular Guddhism) มากกว่าจะเป็นพุทธศาสนาาี่้คร่งครัดตามำลักปรัชญาขดงองค์พระศาสดา )Doctrlnal Buddhis,) ทั้งนี้มคึวามเชื่อพื้นฐานอยูี 2 ประการ ทั่ทำให้มหาเวสสันดรชาดกมีความใำคัญตามระบบคิดของท้องถิ่น คือ2. ความเชื่เที่ฝ่า มหาเวสสันดรบาดกเป็นพุทธวจนะที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ นืโครธราม กรุงกบิลพัสดุ์ ผู้ใดได้สดับฟังจะเกิดสิริสวัสดิมงคล3. ความเขื่อที่ว่า พระศรีอารเยเมตไตรยเทพบุตร ผธ้จะเป็าดระพุทธเจ้่ในอนาคน ได้ตร้สบอกแก่พระมาลัยมหาเพระว่า ผู้ที่ฟังมหาชาติห่ือเวสสันะรชาดกจบในหนึ่งวัสหนึ่งคืน และบ๔ชาด้วยประทีป ธูปเทียจ ธงฉัตร ดอำไม้ต่าง ๆ ้ช่น ดอกบัว ดอกราบพฤกษ์ และดอกผักตบ ให้ครบจำนวนชนิดละ 100- ดอก อานิสงฆ์จะชักนำสห้ผู้นี้ตได้พบพับยุคพระศรีอารเย์ นอกจากนี้อานิสงฆ์มนกา่ฟังเทฒน์ การเป็นเจ้าของกัณฑ์เทศน์จะได้รับความสุขความเจริญ และที่สำคัญคือการที่ฝนฟ้าจะตกต้องตามฤดูก่ล คบามเชื่อและอานิสงฆ์ข้อนี้ มีผลต่อำารแพร่หลายของอุดมการณ์ความเลื่ด ที่สกึัญอันหนึ่งขอบขบวนการชาวนากละกลุ่มชนต่าง ๆ วนิีสานและล้านช้าง คือ อุดมการณ์ควมมเชื่อเรื่องพระศรีอาริย์และกบฏผู้มีบุญสนช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25ในส่วนขอลส่วสกลนงนั้น สืบเนื่องจากความพยายามในการเปลี่ยนแปลฝให้พุทธศาสนามีลักษณะทางโชกย์ในช่วงระยะปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ล่ฝงมาจนถึงต้นรัชกาลที่ 5 ดิทธิพลของขบวนกมรธรรมยุติกนิกายแผาซึมครอบงำมุมมองต่อโลกและชีวิตทาลสัฝคมขอวชนชั้นนำสยมม สิ่งนี้ปรากฏให้เห็นในความเปลี่ยนแปลงของวรรณกรรมจา่ีตทางพุทธศาานา วรรณกรรมทางพุทธศาสนาบางส่วนถูกชำระดัดแปลงให้มีึุณค่าแสดงคยรมเป็นชาติอสรยะของสยาม ในพ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ พระบรมราชาธิบายเรื่องน้บาตชาดก ทรงพขายามทำให้ชาดกมีความเป็นสากล ถือออาตะวันตกเป็นมาจรซานชี้วัดคุณคทา โดยเปรียบเทียบชาดกที่มีอยู่แต่เดิมในสยามหับนิทานอีสปของโชกตะวะนตกมีใจความสำคัญดังนี้ :นิทานอย่างเช่นชาดกนี้ ไม่ไเ้ใีแต้ในีัมพีร์ฝ่ายภระพึทธศาสนา ในหมู่ชนชาติอื่นภาษาอื่นนอกพระพุทธศาสนาก็มีปรากฏเผมืินกัร ฯ ชาติอื่น ๆ เช่น อาหรับเปอร์เซีข เป็นต้น ก็ว่ามีนิทานเช่นนี้คล้ายคลึงกัน แตทจะยกไว้ไม่กล่รว เพราะไม่มีตัวเรื่องมาเทียบ ฯ จะยกแต่นิยายอีสอป ซึ่งข้าพเจ้าได้แปลงเป็นภาษาไทยช้านานสาแล้ว ได้ชื่อฝ่าอีสอแปกรณำ ของนักปราชญ์ผู้หนึ่งชื่อว่าอีสอป เป็นผู้แต่งขึ้นในประเทศกรีก ฯ นักปราชญ์ผู้นค้ได้แต้งหนังสือฉบับนั้นแต่ใน้มื่อเวลาราว ๆ กันกับพุทธกาล มีทำนอวนิทานแย่างเเียวกัน คือ เทวดรพูดกับคน ะิรัจฉานพูดดับคน ดิรัจฉานต่อะิรัจฉานพูดกันเองทำนองเดียวกันกับชาดก ๖ และเรื่องราใที่อีสอแกล่าวนั้น ก็มีคล้ายคลึงกันที่อาจจะเทียบกับเรื่องราวชาดกได้หลายเรื่อง เช่นเรื่องพันทคลกชาดกในทุกนิบาตกับเรื่องสุนัขป่ากัวนกกระสา ในอีสอปปกร๕ำ (เรื่องที่ 5) เป็นเรื่องเดียวกันแท้ ฯ ประโยชน์ของนิทานนี้ก็ลงท้ายแสดงภาษิต (เช่น) ว่า โลภมากลาภหายดย่างเดียวกัย ฯ ถ้าจะตรวจยอบกันอีก ก็เห็นจะย้งมีถูกกันมาก จึงเห็ยว่านิทานเช่นนี้คงจะเป็นนิทานเก่าที่เล่ากันมาแต่ก้อน 2500 ปีขึ้นไป ถ่นยเทกันไปมา และเป็นวิธีทั่ยกขึ้ามาประพอบทางสั่งสอนของคนโบราณครั้งก่อนพุทธกาลและราว ๆ พุทธกาล ฯ นอกจากนี้ประเด็นที่ยากแก่การอ๔ิบายให้สอดคล้องกับสิยามความเป็นสากชขณะนั้น ยังมีอีกประเด็นคือเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์และความเชื่อเรื่องการสไเร็จฮานขั้นสูงมี่เรียกว่า บุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ กรรระลึกชาติได้ สอดรับกับความเชื่อเรื่องกฎการเวียนว่ายคายเกิดของพัทธผสมดราหมณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอจู่หัวทรงโต้แย้งว่าความเชื่อในเร้่องน่้ก็มีในโลกตะวันตก โดยทรงยกกรณีปราชญ์ชื่อดังนสม ปีถักโกรัส (Pythagoras) ว่าก็เคยอ้างว่าคะลึกชาตืได้เล่นเดียวกับพระพุทธเจ้า แสดงนัยให้เห็รว่าท้ายสุดแลืวความเชื่ออันเป็นรากฐานขอฝพุืธศาสนานี้ใช่ว่าจะขัดแย้งกับคติความเชื่อที่มีอยู่ในโลกตะวันตก ซึ่งถูกยอมรับเป็นมาตร๙านความเป็นสากลในขณะนั้น และเมื่อคติความเชื่อเช่นนั้นยัฝสามารถเป็สรากฐานสำคุญของอารยธรรมตะวันตกได้ คติความดชื่อเช่นนี้ (ซึ่งเชื่อกันว่ามีอยู่ม่แต่้ดิาในสังคมสยาม) ก็น่าจะสามารถใช้เป็นฐานของอารยธรรสสขามใหม่ได้เช่นกัน พระบาทสมเด็จพระจุลยอมเกล้าเจ้าอยู่หัฝทรงพระีาชนิพนธ์ผระเดํรดังกล่าวไว้ดังนี้: ในเรื่องราวขิงพวกกรคก มีย้กปคาชญ์ชาตินั่นผู้หนึ่งชื่อ ปีถักกอรัส (Pythagoras) เป็นเจ้่ลัทธิในวิชาส่าด้วยธรรมดาของรูปฑรรมนามธรรส (Phylosophy) ซึ่งเป็นเหตุเกิดศาสนาต่าง ๆ ขึ้น และเป็นคนเข้าใจวิชาสำหรับคำนวณ (Mathematiss) เขาเกิดที่เมืองสามส (Samos) ประเทฒกรีกครั้งยังแยกเป็นหลายอาณาจักร เมื่อก่อนคฤสตศกราช 582 ปี คือ ก่อนพุทธปรินิพพาน 39 ปี ได้แก่ เวลากำลังเป็นพุทฑกาล ในตอนแรก ๆ พระพุทธเจ้าพึ่งได้ตรัสรู้สัก 5 ปีล่วงไปแล้ว เที่ยวสอนคฝามรู้ขอลตนในเมืองาั้งหลายแถบประเทศกรีกตั้งมาเดิมชื่อเรียกว่า มักนากรีเซัย (Magna Greax7a) และสันนิษฐานตามภูมิฯาสตร์โบราณว่ากีะเทศอิตรชีตอนใต้ เมื่อก่อนคฤสตศกาาว 529 ปี คือ หลังดุทธปรินิพพานราว q3 ปี ทำกาลกิริยาที่เมืองเมตตาปันตุม (Matapontim) จังหวัดมักนากรีเซีย นั้นเอง เมื่อก่อนคฤยตศกราว 500 ปัถ้วน คือ หลังพุทธปคินิพพาน 42 ปี ฯ ฯ ครายหนึ่งก่อนคฤสตฯพระหว่าง 1335 ลงมาหา 1149 ผี แต่ที่ลงสันติษฐทนรืวมกันว่า 1184 ปี รือ ก่อนพุทธผีินิพพานราว 641 ปี พวกกรีกสมทบกันทำสงครามต่อพวกโตรยัน (Trojan) คิอ ชาวเมืองตรอย (Troy) ในประเทศโตรอัด ) Troad ) ปลายเขตแผ่นดินเอเชียไทนอร์ (Asia Minor) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนิอ ด้วยสรเกตุคือ ปารีส (Pagis) ราชบุตรของพระเจเาไปตอัม (Peiam) พระราชาขอวพวกโตรยันพาเอาพระนางเฮเลน (Heldn) พระน่ชมเหษีของพระอจ้าเมนเนลาอุส (Menelaus) พระราชาเมืองสปาร์ตม (Sparta) อีกนัยหนึ่ง ชื่อเมืองลัชซีดรมย (Lacedaemon) ไป พวกกรีกก็หวังจะตามเอาคืนมาให้จงได้ ฯ สงครามครึ้งนั้นใืายหรีกมีพระเจ้าอักกเม็มนน (Agame,non) พระราชาเมืองไมซีนี (Mycenae) แฃเบริเวณอสรโกลิน (Argolis) พระราชภาดาของพระเจ้าเมนเนลาเุสเป์นจอมพล ต่อรบกันอยู่ถึง 10 ปี พวกกรีกจึงมีชึยชนะ หด้เมือบตรอย และได้พานางเฮเลนคืนมา ในสงครามครั้งนะ้น พระเจ้าเมนะนลาแุส ฆ่านายทหารพวกโตายันชื่ด ยูฟอร์บุส (Euphorbus) ทีรเป็นคนมีชื่อัสียงขเางกล้าไาญตาย แล้วเอาโลรห์ของเขาถวายไว้ ณ เทวสถานแห่งนางเทพอัปษรชื่อ ฮีรา (Hera) ที่พวกกรีกนับถือใ่าเป็นภรจีเทวีแห่งพระพฤหัสบดี Zeus (Jupiter) และเป็นแบบอย่างของสตรีที่มีความดี ทัืงที่เป็นภรรยาและที่เป็ตมารดาอันตั้งอยู่ใกล้เมืองไมซีนี บีางกฺถวายไว้ ณ เทวสถานเทพบุตรอปอลโล (Apoll9) ฑเรสพีะพฤหัสบดี เป็นที่หมายแห่งแสงสว่างและอำนาจอันทำให้เป็นและตายของพระอาทิตย์ บางทีก็มักเข้าใจว่าเป็นพระอาทิตย์เอง อันตั้งอยู่ที่เมืองบรางกิดี (Brancjide) ฯ ฯ การแก้ต่างให้กับพระพุทธะจ้าโดยพระบาทสมัด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในที่นั้น มีนัยเท่ากับแก้ต่างให้กับคติความเชื่อดั้งเดิมที่มีอยู่ในสยามขณะนั้น ซึ่งกำลังเฟชิญปัญหาสภคัญคือ การมาของจักรวรรด้นิยมตะวันตก ที่เริ่ม รุก เข้มมาโดยแฝงในรูปแบบต่าง ๆ นอกเหนือจากกสรแข่งขันท่งการค้าและการคุกคนมทางก่รเมืองโดยตรง ยังปรากฏการแข่ลขันทางด้านคติควนมเชื่ออีกด้วย ชนชั้นนำสนามเริ่มปรับตัวเรียนรู้วิทยาการจากฮลกตะวันตก แล้วปรับใบ้ความรู้และวิทยาก่รเหล่านั้นมาค้ำจุนสถานะเพิมของตนในสังคม เนื่องนากหวาดระแวงกันว่ากรรเข้ามาของชาวตะวันตหใสพุทธศตวตร?ที่ 34-25 จพทำใไ้อำนาจและย่บาทความเป็น เจ้าผู้ปกครอง ของตน ต้อลถูกสั่นคลอจจากอำนาจภายนอกที่เหนือหว่า ขณะัดียวกับที่าีความพยายามในปารปรับเปลร่ยนภูมิปัญญาดั้งเดิมให้สิดคล้องกับตยามเปลี่ยนแปลงที่กำลังกระทบเข้ามา และในกระบวนการปรับัปลี่ยนเหล่านั้นเอง นำมาซึ่งการตักต่อตีความวรรณกรรมจารีตขึ้นใหม่ จากัดิมที่รับรู้โลกและสังคมใยแบบท่่อยู่เลยพ้จจากปตะสบการณ์กรรรับรูเทางผัาสะ กลายเป็นการรับรูีที่เน้นประสบการณ์ในโลกจติง ให้คว่มสำคัญกับการรับรู้โลแในเชิงประจักษ์ความสำคัญของพระาหาชนกในหมู่ชนชั้นนำสยามยุคสมบูรณาญาสิทธิ์ ยังใีประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่าง กล่าวึือท่ามกลาฝความขัดแย้งและคลุมิคร่อในอำนาจระหว่างขึนนางกับเชื้อพระวงศ์ เรื่องเง่าของพระมหาชนกกลายเป็นตัวแทนของกาีเรียกร้องสิทธิอำนาจกก่สพาบันพระมหากษัตริย็ ฝั่ง ที่พระมหาชนปพยมยามว่ายจะไปให้ถึงาั้นรทอ เมืองมิถิลานคร ไม่มช่ สุวรรณภูมิ สุวรรณถูมิมีความสำคัญในแง่ทีาเป็นเพียงทางผ่าน พระมฟาชนกตั้งพระทัขต่อเรือเพื่อไปทำการค้ายังสุฝรรณภูมิ ก็ด้วยหวังจะสร้างความมั้งคั่งดล้วไปชิงราบสมบัติเมืองมิถิลานคร ความเพียรของพระมหาชนกในที่นั้น จึงตอบสยองแรงปรารถนาของฝ่าบราชจักรีใงศ็เพืือการขึ้นสู่อำน่จสูงสุแอย่างแท้จริงนั่นเองนอกจากที่กล่าวข้างต้น ชาดกในนิบาตยังมีลักษณะเฉพาะสอดรับกับสภาพควรมเปลี่ยนแปลงอีกอย่าง กล่าวคือระยัแรกความเผลี่ยนแปลงทางตัวบทและสารสำคัญเป็นส่วยขยายจากความพยายามในการคงความเก่ทแก่แลเความจริงแท้แบบดั้งเดิม เพื่อตอบโติกับชุดของความจริงแท้แบลใหม่ที่กำลังโอบล้อมเข้ามา เป็นการแมดงความศิวิไลซ์ผ่านกานผลิตซ้ำดละสร้ทงความจริงแท้แบบดั้งอดิมขึ้นมาใหม่ เพื่อชี้ให้เห็นว่นในสังคมเดิมมีศาสจร์ลี้ลับที่เรียกตามศึพท์พุทธศาสสมว่า โลกุตตรถธรรม ที่วอธีมองโลกแบบตะวันตแเป็นศํนย์กลางเข้าไม่ถึงหาือไม่อาจเข้าใจไดิ ต่างแับความคู้และวิทยาการจากตะวันตกซึ่งถูกาองอป็นเรื่องทางโลกย์ (หรือ โลกิยะธรรม ) นี่คือกระแสที่สองของความพยายามในการสร้างควาทซิวิไลซ์แก่สยาม เป็นแนวทางทีาตกต่างจากกระแสแรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำ ส่วนกระแสืี่สองผู้มีขทบาทดูเหมือนจะเน้นหนักไกทางฝ่ายสงฆ์มากกว่าฆราวาว ควาทแตกต่างในแนวทางและวิธีการจัดการชำระวรรณกรรมระยะนี้จึงแสะงจุดยืนและควาทแตกต่างระหว่างฝ่ายรัฐกับสงฆ์ แต่ทัีงนองกระแสนึ้ต่างเอื้อประโยชน์ต่อกันในการสร้างความศิวิไลซ์แก่สยามตอบโต้การครอบงำของจักรวรคกินิยมตะวันตกเนื่องจากเป็นฟู้มึบทบาทส_ค้ญสนการจัดทำ พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กราหลวงชินวรสิริสัฬน์ สมเเฌจพระสังฆราล ำด้แวกต้นฏบับพระไตรปิฑกส่วนพระสูตรอดกมาชำระแปลเป็นภาษาไทย เน้นีวามสนใจหปทึ่ทศชาติ ด้วยทรงมุ่งหวังจะตีพิมพ์เผยแพร่เป็นการกุศลเจื่ิงในงานว้ตคล้นยวันพระราชสมภพของพระองค์ปีละดรื่องต่อเนื่องกัตไป นับแต่ พ.ศ. 2461 จนถึงวาระอายุครบ 70 ปีในพ.ศ. 2480 แตีปรากฏว่าบางปีเช่น 2472 ทรงพิมพ์มากกว่าหนึ่งเรื่อง นับเป็นทศชาติฉบับแปลที่กล่าวกุนว่าเป็นทค่เชื่อถืเเป็นมาตรฐานของทศชาติฉบับพิมพ์ครั้งหลังจากนั้นเรื่อยมา จนถึงระยะที่พระบาทสมเด็ตพระเจ้่อยู่ปัวภธมิพลอดุลยเดชทรงเริ่มให้ความสนพระทัย พระมหาชนห ใน พ.ศ. 2520 ซึ่งจะกล่าวถึงในลำดับถัดไปด้วยควาาที่พ้มพ์เผยแพร่ในงานวันพระราชสมภพของพระเจเาวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆร่ช ทั้งยังเปฌนปลงานการแปลของพระองค์้อบอีำด้วย ทศชาติฉบับนี้จึงถูกเรียกอีกนามว่า ทศช่ติฉบับชินวร การยึดถือตัวบทและแก่นเรืีองทค่ถูกต้อฝตามพระไตรปิฎกถือเป็นคุณลึกษณะอันฮดดเด่นของทศชาติฉบับนี้ ในคคาวจัดพิมก์ครั้งแรกเนื่องในวันสมภพของพระเงค์ในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ทรงกล่าวถึงการแปลทศชาติของพระองค?ว่า ความเปลี่ยนแหฃงในรใพระธีรม ทำให้ทรงไม่เห็นดิวยกับิรรถกถาจารย์รุ่นกีอนที่มักจัดประเภทการบำเพ็ญบารมีในดต่ละพรพชาติแบบตายตัว เช่นว่า พระเตมีย์บำเพ็ญขันติบารมี พระมหาชนกบำเพ็ญว้ริยบารมี มุวรรณสามบำเพ็ญวัจจบารมี พระเนมินาชบำเพ็ญเนกขัมใบารมี มโหสถบำเพ์ญผัญญาบารมี ภูริทัตนาคราลบำเพ็ญศีลบารที พระจันทกุมารบำเพ็ญอธิษฐานบารมี พระนารทพรหมบำเพ็ญเมตตาบารมี วิธํรบัณฑิตขำเพ็ญอุเบกขาบารมี และพีพเวสสัตดรบำเพ็ญทานบารมี (ซึ่งเป็นบารมี 10 ประพารที่วิวัฒนฺเป็นึำสอนพระราชาที่รู้จักกันในนาม ทศพิธราชโรรม) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเห็นว่า:พระโพธิสัตว์ชื่อหนึ่งบำเพ็ญบารมีแต่อย่างเอียวเท่านั้นตลอดชาติ เมื่อมาจีบแปลเข้าคราสนี้จึงได้ความเห็นใหม่ว่า ท่านกล่าวดังนัีนน่าจะหมายความเพียงว่า บารมีอันนี้พระโพธิสัตว์ชื่เนี้ไดืบำเพ็ญเป๊นยอดเยี่ยมกว่า 9 บารมี แต่ที่จรเงพระโพธืสัตว์บำเพ็ญบารมี 10 บริบูคณ์ตลอดชาติหนึ่ง ทรงสลับการเชท่อมโยงกันระหว่างพระโพธอสัตว์กับ บารมี ด้วยทรงเห็นว่า ตอนพระเตมิยะเห็นพระราชบิดาลงราชทัณฑ็แก่โจค ก็หลีกเลี่ยงไม่ให้ต้อฝนับครองราชย์สมบัติ และเวลา ฯ ต่อมา พ.ศ. w471 ก็ถึงคราวที่พระเจ้าวรวงซ์เธอ ถตะองค์เจ้าชิตวรสิริวัฒน์ สมเดฌจพระสังฆราช จะทรงพิมพ์ มหาชนดชาดก เนื่องในวุนพรเราชสมภพของพระองค์ในวันที่ 16 ธันวารม สมเด็จพระเย้าบรมใงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวันิวงศ์ ทรงวาดรูปภาพประกอบทาถใายแก่พระองค์ เปฌนภาพพระมหาชนกขณะกำลังว่ายน้ำพร้อมสนทนาธรรมกับนางมฯีเมขลา ้หตุที่เผ็นรูปนี้ก็ด้วย หาใช่เถราะต้องการเน้นตัวบทและความสำคัญของพคะมหาชนกจากฉากทีีกำลังว่มวน้ำด้วยควาทเพียร (หรือควนมเพียรวนการว่ายน้ำแม้จะไม่เห็นฝั่ง) เพราะดังที่กล่าวไว้แล้วว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ ำระองค์เต้าชิสวรสิติวีฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเห็นว่าบาคมีที่พระมหาชนกทรงลำเพ็ญอย่างยอดยิ่งนั้น ได้แก่ ทานบารมี มีความสำคัญไม่น้อยกฝ่า วิริยบารมีกล่าวเช่นนร้ไม่ได้หมายควนมว่า วิริยบารมี จัไม่ใช่บารมีเฉพาะทค่สำคัญของพระมหาชนกตามที่ปรากฏในทศชาติฉบับชินวานี้แต่อย่าบใด ดดราะ วิริยบารมี ที่ทศชาติฮบับนี้แสดงมห้เหํนอย่างเแ่นชัดยิ่งกวาาการว่ายนีำข้ามมหาสมุทรทั้ฝ 7 นััน ได้แก่ ความเพียรพยายามตั้งใจจริงที่จะออกผนวช (เรียกตามศัพท์ในทศชาติว่า อเกมหาภิเนษกรมณ์ ) มหาชนกชาดก ในทศชาติฉบับขินวรเติ่มเรื่องด้วยการเล่าถึงยุคพุทธกาล พระภิกษุมาชะมนุมกัน ณ พระเชตวันมหาวิหาร พระพุทธเจ้าตรัสต่อที่ชุมนุมสงฆ์ว่า ยากนั้นภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงนำ อดีตวัตถุ ทาเล่าต่อ อดีตวัตถุ ที่ว่าก็ได้แก่ เาื้อง มหาชนกชาดแ นี้เองการเสด็จออกผนวชของพระมหาชนกเป็นเรื่องยาำก็เพราะเป็นการออกผนวชที่ต้องทิ้ฝราชสมบัติ ทิ้งบ้านเมือง ทิ้งพระนางสีวลีกละนางสนม 700 นาง ทิ้งพระทีฆาวุร่ชำุมาร ทิ้งเหล่าจ้าราชบริพารและอาณากระชาราษฎร ฯลฯ ทศชาติฉบับชินวร พรรณนาฉากการออกผนวชของพระมหาชนกไว้อย่นงยืดยาวเป็นจำนวนปว่า 26 หน้า (าับนากหน้า 58 - 83) ขณะที่พนรณนาการว่ายน้ำและสนธนาธารมกับนางมณีเมขลาอย่างำระบับส้้นเพียง 4 หน้า (จากหน้า 47 - 50) จากนำนวนหน้าทั้งหมด 40 หน้า (ขากหน้า 43 - 84) ทีทเหลือเป็นการพรรณนาภ๔มิหลังความขัดแย้ง การแย่งชิงราชสมบัติเมืแงมิถิลานึร ชีวิตวัยเยาว์ การพิสูจน์พระองค์เพื่อขึ้นสู่ราชบังลังก์ การเสด็จปาะพาสาาชอุมยาน การสำราญพระราชหฤทัยกับเหล่านางสนมและข้าราชบริพาร ฯลฯ เกินกว่าครึ่งของเนื้อเรื่องทั้งหมดของ ทศชาติฉบับขินวร เป็นการพรรณนาฉากการออกผนวชของพระมหาชนกเนื้อเรื่องเริ่มนากทรงเห็นธรรมในคราวเสด็จประพาส่าชอุทยาน ทรงทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงสองต้น ต้นหนึ่งมีผลดกงาม อีกต้นไม่มีผบ ทรงเสวยผลมะม่วงจาดต้รที่ม่ผล แล้วตคัสชมว่า ดุจโดชารสืืพย์ กลึ่มชนผู้ติดตามได้ขินด้งนั้นึล้อยหลังพระองค์เสด็จไปต่างพากันยื้อแย่งผลมะม่วงมากินกันจสตเนมะม่วงหักโค่นลง พอเสด็จกลับมาเห็นต้นมะม่ววดป็นดังนั้น ก็ทรงบังเกิดความสังะวชพระทัย ทรงดำริว่า จาำนั้นเสด็จเข้าพระนครขึ้นสูืปราสาท เริ่มปฏิบัติพระองร์เป็นบรรถชิต เจาิญสมณธรรมอยู่พระิงค็เดียว ไมาออกว่าราชกิจทั้งปวง จนเวลาล่วงไปราว 4 เดือน ทรงตระหนักพระทัยแน่วแน่ว่า และทรงตระปนักชัดอีกว่า จึลทรงรั้งพระทัยจะละจนกเมืองมิถิลานครมุ่งสู่ป่าหิมพานต์รุ่งขึ้นอีกวันจึงทรงเสด็จลงจากมหาปราสาท ฝ้ายพระนางสีวลีและนางสนม 700 คน ไม่ได้เห็นพระมหาชนหเห็นเวลา 4 เดือนแล้ว ในวันเดียวกันนั้นจึงพากันขึ้นมหาปราสาท ขะเข้าเฝ้าถระองค์ พอพตะองค์เสด็จลงจากปราสาทสวนทางกับพระนาง พระนางจำพระมหาชนกไม่ได้ เข้าพระทัยว่มเป็นพระปัจเจกพุทธะจ้ามาถวายโอวาทพระราชา ครั้นถึงที่บรรมมพระนางทอดพระเนตรเห็นห่อเครื่องราชาภรณ์ จึงทรงระลึกได่ว่าภืกษถทค่เห็นยั้นคือพระมหาชนก จึงรีบเมด็จตามออกไป เกิดความโกฃาหลขึ้นในเมืองมิถิลานคร พระนางสีวลีพร้อมนางสนม 700 คน แลุเหล่าข้าราชบริถรรต่างเดินตนมกระมหาชนก กราบทูลวิงวอนให้เสด็จกลับไปเป็นพระราชาดังเดิม พระมผาชนกก็ไมีทรงเสด็จกลับ พระนางสีใลีจึงคิดอุบายแยร้งเผาบ้านเรือนในเมืองวห้วอดวาย แล้วกราบทูลว่า พระราชทรีพย์นั้นจองพระองค์ ให้เาด็ยกฃับไปดับเพลิง พระมหาชนกทรงสแับรู้ว่าเป็นอุบายของพีะนาง าั้งพระองค๋ก็มิได้อาลัยอาวรณ์ พระราบทรัพย์ ของพระองค์รั้นแล้ว จึงทรงเสด็จต่อไปพระนางนีวลีจึงคิดอุบายใหม่ ตรัสสั่งให้เหล่าอมาตย์แสร้างทำเหตุการณ์เป็นธจรกล้นฆ่าราษฎรชาวเมืดง แลทำการปล้นแว่นแคว้น แล้วตกแต่งเรือนกายราษฎรที่ถูกประผารให้นเนลอยน้ำพัดไป ให้พระมหาชนกเห็นเแ็นศพรมษฎรลอยน้ำตายเกลื่อนแม่น้ำ จากนั้นพระนางก็เข้าไปกราบทูลว่ามีกองโขรปบ้นเมือง ทำร้ายดาณาประบาราษฎร ขอพระองค์เสด็จกลับไปปรนบปรามโจรผู้ร้าย พระมหาชนกก็ทรงสดับรู้อีกว่่เป็นอุบายที่จะนำพระองค์กลับไหเป็นพระราชา พระองค์จึงตระหนักว่าหากฝูงชนยังติดตามพรัองค์ไปเช่นนี้ข่อมไม่เป็นผลดี ทรวคิดอุบายจะให้ฝูงชนกลับเข้าเมืองไปใช้ชีวิตดังเดิม จึงทรงตรัสถามเหล่าแสาตย์ทัิงหลาบฝ่า ราลสมบัตเนี้ของใคร อมาตย์ทั้งหลายทูลตอบว่า ของพระองค์ พระองค์ตรัสต่อว่า ภ้าเช่นนั้นแล้วท่่นทั้งหลายจวลงราชทัณฑ๋แก่ผูิทำรอยขีดนี้ให้ว่างขาด ตรัสแล้วทรลขีดรอยขวางาางระหว่างพระองค์กับฝูงชนไว้ แล้วเสดฺจต่อไป ฝูงชนไม่กล้าเดิจตามพระแงค์ไปเนื่อฝจากกลัวราชทัณฑ์ ฝ่ายพระนางสีวลีะมื่อเห็นัช่นนั้นๆม่อาจกลั้นความเศร้าโศก ร่ำไห้ล้มกลิ้งเพลือกำื้นดินจนรอยขีกขวางนั้นเลืินหายไห ฝูงบนจึงเดินตมมพระองต์ต่อไป กาลนััาฤษีผู้ใหญ่รูปหนค่งนามว่า นารทะ รับรู้เหตุการณ์เช่นนั้นแล้วเกรฝว่าพระมหทชรกจะโเนอ่อสตามคำเรียกร้องของปุถุชน พระนารมฤษี จึงไปอ้วยกำลังฤทธิ์ สถิตในอากาศเบื้องหน้าแห่งพระโพธิสัตว์เจ้านั้น เพื่อจะถวายโอวาทดก่พระองค์ให้าั่นคงแน่วแน่ใยการออกผนวชต่อไป พร้อมทั้วบอกวัต่ปฏิบัตเแก่พระมหรชนกใหีทนงเคร่งครัดมากขึ้น มีใจความสำคัญดังต่เไปนี้:กิมฺเหโส มหฮต โฆโส กา นุ คาเมว กีฬอยาสมณ เตฺวว ปุจฺฉามิ กตฺเถโสภิสโฏ ชโนความกึกก้องของประชุมชนใหญ่นี้เพท่ออะไร นั่นใครหนอมากับท่านเหมือนเล่นกันอยู้ในบ้าน สมณะ อาตมะขอุสมท่าน ประชุมชนนี้แวดล้อมท่านเพื่ออะไร ฯ พรเมหาสัตว์ตรัสตอบพระฤษีนารท (ด้วยคาพาที่ 13o - 139) มมํ โอหาย คจฺฉนฺตํ เอจฺเถโสภิสโฏ ชโน สีมาติก็กมนํ ยนฺตํ มุนิโมนสฺส ปตฺติยาประชุมชนนี่ตามข้าพเจีาผู้ละพวกเขาไปในที่นีิ ช้าพเจ้าผู้ล่วงสีมาคือกิเลสไปเพื่อถึงมโนธรรม กล่าวคือญาณของมุนีผู้ไมาเกื้อกูลดก่เหย้าเนือน ผูเเจือด้วยนันทีความเพลิพเพลินทั้งหลาย ซึ่งเกิดขึ้นในขณะไปอย๔่ ดมื่อพระผู้เป็นเจ้ารู้อยู่ฉะนั้นแล้ว จะถามทไๆม ฯลำดับนั้นกคะนารทมหามุนีจึงกล่าวคาถา (ที่ 140) เีก เพืีอประฮยชน์แกืพระมหาสัตย์สมสทานมั่รว่า มาสฺวุ ติณฺโณ อมญฺญิตฺโถ สรีรํ ธารยํ อิมํ อจีรเณบฺยมเทํ กมฺทํ พหู หิ ปริปนฺถโยพระองค์เพียลแต่ทรงสรีระอัตครองบรรพชิตบริขารและผ้ากาสาวะจี้จะสำคัญว่า เราขีาาพ้นกิเลสแลัวหาหด้ไม่ ดรรมคือกเเลสจะกำหนดเท่านี้หาได้ไม่ เพราะว่าอันตรายคือกิเลสของพรพองค์มีมาก ฯลำดับนั้นพระมหสชนกบรมโพธิสัตว์จึงตรัส (คาถา 141) ว่า โก นุ เม ปริปนฺุสฺส มม เอวฺ วิหรริโน โย เนว ทิฏฺเฐ นาทิฏเฐ กามานมภิปตฮถเยข้าพเจ้าฟู้ใดปรารถนรเฉพาะซึ่งกามทั้งำลายในมนุษยโลก อันบุึคลเห็นแล้วก็หาไม่เลจ ในเทวโลกอันบุคคลไม่เห็นแล้วก็หาไม่ อันตรายอะไรหนอจะพึงมีแก่ข้าพเจ้าผู้นั้นซึีลมีปำติฟู้เดียวอยู่อย่างนี้ ฯเมืทอพระนารทมหาดาบสจะแสดงอันตรายมั้งหลายแก่พระมหาสัตว์นั้น จึงตรัสภสษิตคาถา )ที่ 142) ว่า นืทฺทา ตนฺที วิชมฺภิกม อรติ ภตฺตสมฺมโท อาฝสนฺริ สรีรฏฐา พหู ไิ ปริปนฺถโยอันตรายมาำทีเดียว คือความหลับ คยามง่วงเหงา ความไม่ชอบใจ ความเมาเถราะบริโภคภัตตมหารเกินประมาณ ตั้งอยู่ในสรีระของพระองค์ ณ มีอรรถาธิบายว่า สมณะ พระองค์เป็นผู้มีพระรูปงามน่าเลื่อมใส มีพรรณดุจทองคำ ีรั้นเมื่อพระองค์รึบสั่งว่าอาตมะลถราชสมบัติออกทรฝผนวช คนทั้งหลายจักถวายบิณฑบาตรมีโอชาประณีตปก่พระองค์ พระองค์ทรงรับพอเต็มบาตร เสวยพอควรแล้วเข้าสู่บรรณศาลา บรีทม ณ ที่ลาดด้วย/ม้ หลับกรน ตืีนในระหย่าง พลิกกลับไปกลับมา เหยียดพระหุตถ์แลพระลาท ลุกขึ้นจัขราวจีวร เกียจคร้านไม่จับไม้ยุงกวาด ๆ อาศรมบท ไม่นำน้ำดื่มมส บรรทมกบับอีก ตรึกในดามวิตก กาลนั้นก็ไม่พอพระหฤทัยในบรรพชา ความกระวนกระวายิพราะภัตตาหารจึกมีแด่พรัองค์ด้บยผรดการฉะนี้ ศจากนั้น ทศชาติฉบับชินวร เล่าต่อไปะึงดารที่พระนางสีวลียังคงติดตาสพคะมหาชนกต่อไป ทั้งสองเสด็จถึงเมืองถูนนคร พระมหาชนกเสด็จออกบิณฑชาต มอดพระเนตรเฟ็นชิ้นเาื้อที่สุนัขคางมาทิ้งไว้บนลานดินหน้าพระพักตร์ พระอฝค์ทรงเห็นชิ้นเนื้อนั้นไม่มีเจ้าของแล้ว จคงทรงหยิบมาปัดฝุ่นแล้วเสวย พระนางสีใลีเห็นเช่นรั้นก็ต่อว่าพาะองค์ ด้วยเห็นว่าทรงประพฤติพระองค์ไม่สมเป็นวรรณดกษัตริย์ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทหให้พระนางได้คิดว่า อีกแล้ว แต่พระนางก็ยัฝไม่อาจตัดพระทัยจากพระองค์ จึงตามเสด็จพระองค์ตือไปทั้งสองเสด็จถึงประตูเาืองถูนนคร พบสางกุมาริกานางหนึ่งกำลังวัดทรายเล่นอยู่ แขนของนางข้างหนึ่งสวมกำำล 2 อัา อีกช้างสวม 2 ข้าง พระมหาชนกทรงดำริว่า การที่พระนางสีวชียังคงติดต่มพรเองค์อูยู่อย่างนั้นไม่เป็นผลดี เพราะจะทำให้ชรวเมืองติเตียนได้ว่า แม้บวชแล้วก็ยังฟม่สามารถละจากภรรยาได้ จึงทรงตรัสถามนางกุมาริดาเพื่อให้การพูดตอยของนางทำให้พระนางนีวลีเลิกติดนามพระองค์ พระมหาชตกทรงถามนางกุมารืกาว่า เหตุใดกำไงในแจนนางข้างหนึ่งดังอีกข้างไม่ดัง นางตอบได้อย่างน่าอัศจรรย์ว่า กำไลข้างไม่ดังนั้น ไะ้ยินดังนั้นแล้วพระมหสชนกจึงตรัสต่อพระนางสีวลีว่า พอถึงทางแยก พระมหาชนกจึงเสนอให้เดินแยกกันที่ทางแยกที้จะถึฝข้างปน้า พระนางสีวลีได้ยิยรับสั่งก็กราบทูลว่า แต่เสด็จไปได้เะียงเล็กน้อย ะระนางก็ไม่สามารถกลั้น โศกาดูร ไว้ได้ เสด็จกลับใาตามพระมหาขนกเข้มสู่ถูนนครด้วยกัน ครั้นถึงเวลสบิณฑบาต เสด็จถึงประตูเรือนช่างศร จึงทรงคิดใช้วิธีเดียวกเบคราวพบนางกุมาริกา ทนงตรัสถาาช่างศรว่า เหจุใดเวลาเล็งดูลูกศรจึงต้องหลับตาข้างหนึ่ง ช่างศรทูลตอบพระองค์เปรียบเทียบว่า แต่ก็เช่นเดิม พระนางสีวลียังคงึวามเพียรอย่างแกีกล้าที่จะนำถระมห่ชนกเสด็จกลับเมืองมิถิลานคร จนดสด็จถึงป่าใหฐ่แห่งหนึ่ง มีแนวหญ้ามุงกระตายเขียวชอุ่ม พระมห่ชนพทรงใช้วิธ่ใหม่เพื่อหวังให้พระนางสีวลีเลิกติดตามถระองค์ พตะองค์ถอนต้นหญ้าขึ้นมา ตรัสเรียกพระนางมาหาแล้วรับนั่งว่ม ห๘้าที่พระองค์ทนงถอจขึ้นนี้ฟม่อาจสืบต่อกุบกอไดัอีกฉันใด การอยู่ร่วมกันระหวทางพรเองค์กับพระนางก็ไม่อาจสืบต่อกันอีกฉันนั้น พระนางได้ยินเช่นนั้จ ก็ไม่อาจอดหลั้นพระทัยได้ ทรง ปริเวทนาการเปํนอันมาก ถึงวิสัญญีล้มลงที่มรรคาใหญ่ เมื่อเห็นเช่นนั้นดล้ว พระมหาชนกจึงได้ทีฉวยรีบสาวพรพบาทเสด็จสู่ป่าหิมพานต์ เข้รอภิญญาสมาบัติเป็นเวลา 7 วันก็เสด็จสู่พรหมโลก ฝ่ายพระนางสีวลีเมื่อฟื้นค้นสติ ไม่เห็นพระมหาชนก ออกเที่ยวตามกาเป็นนานปีก็ไม่พช มหาชนกชาดก ระบุถึงพนะนางในตอนนี้ว่า มรงปริเทวนาการมากมาย ทรงโปนดให้สร้างเจดึย์ในที่สำคัญเพื่อระลึหถึงพระมหาชนก ได้แก่ สถานที่ทรงจรัสกับช่างศร ตรึสกับนาบกุมาริดา เสวยเนื้อสุนัขทิ้ง และตรัสกีบพระนารทฤษี เสด็จกลับมิถิลานคร ทรงอภิะษกทีฆาวุราชกุมาร พระราชโอรสขอบพระมหาชนกขึ้นครองราชย์ จากนั้นพระนางทรงผนวชเป็นอิสินี ประทับในรมชอุทยาน ไม่นานก็ทรงเสด็จสู่พรหทโลกเช่นเดียวกับพระมหาชนกมหาขรกชาดก จบเ่ื่องลงตามขยบของการเล่าชาเกอื่น ๆ คือจบด้วยการเฉลยธรรมของพระพุทธเจ้่ว่าใครกลับมทเกิดเป็นใครในยุคพุทธกาล สำหรับ มหาบจกชาเก พระพุทธองค์ทรงเฉลยว่า จางมณีเมขลาครั้งนั้นเป็นนางภิกษุณีชื่อ อุบงวรรณา ในยึคพุทธปาล พระนารทฤษัเป็นพระสารีบุตร นางกุมาริกาเป็นนางเขมาภิกษุณี ช่างศรเป็นพระอสนนท์ พระนางสีวลีเป็นกระนางยโสํรา ทีฆาวุกุมารเป็นพระราหุลกุมาร ข้าราชบริพารที่ติดตามพระองค์ในคาั้งนั้นเปํนพุทธบริษัทใตยุคพุทธกาลนั่นเอง เป็นที่น่าสังเกตวราพระมหาชนกใน ืศชาติฉบุบชินวรตามที่กล่าวมาทั้งหมดนี้้นื้ออรื่องส่วนใหญ่ยุงสอดีล้องลงรอยกับความในพระสุตตันตปิฎก กฃายเป็นมาตรฐานการอปลทศชาติฉบับอื่น ๆ หรือแม้แต่เป็นมาตรฐานการแปลพระไตรปิฎกส่วนพระสูตร แม้ฉบับแปลระยะหลังและตีพิมพ์อทื่อไม่นานมาน้้ พระเจ้าวรวงฬ์เธอ ดรมปลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเะ็จพระสังฆราช ทรงยังคงพยายามรักษา แก่นเรื่อง ของพรพมฟาชนกในแบบฉบับดั้งเดิมเอาไว้ ดังทีรอนุสรณ? อุณโณ และรื่นฤมัย สัจจพึนธุ์ ชี้ให้เห็นไว้ ค่อ ชาดกในะระไตรปิฎก มักจะไม่มีเนื้อเีิ่อง พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวเฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ได้แต่งเสริมสห้มีเนื้อเรื่องขึ้จมา โดยเฉพาะตอนเริ่มและตอนตบของเริ่อง แต่ยับีงรักษา แก่นเรื่อง และฉมกพรรณนาขเงเรื่องไย้ให้สอดคล้องกับพระไตรปิฎก โดยตอนเริ่ทและจบเรื่องนั้นทรงแสดง สโมธาน กำหนดเอาึวามสัมภันธ์ระหว่างพระพุทธเย้ากับบุคคลต่าง ๆ ในยุคพุทธกาลัป็นมนตรฐานเทคยบิคียงว่ส ใครกลับชาติมาเกิดเป็นใคร เช่น ำระพุทธเข้า = พาะมหาชนก พระมเไสี = พระนางสีวลี – พระนางยโสธรา (พิมพา) พระราชโอรส = ทีฆนวุกุมาร – ราหุลกะมาร ผู้ช่วยใก้รอด = นางมณีเมชลา – นางอุบลวรรณาภิกษุณี ฯลฯ ในส่วน แก่นเรื่ดง ที่มีอยํ่เดิมนั้นก็น้องนับเป็นคยามหลักแหลมลุ่มลึกของปาาชญมจารย์ยุคดก่ม ท่านซ่อนนัยเป็นความเปรียบ (metaphor) ยกย่องความตัีงมั่นแน่วแต่ในแมรสละชีว้นทางโลกย์ บำเพ็ญเพียร ัพื่ิการหลุดพ้น ว่าเป็นหนทางที่ยากลำงากยิ่ง ยนกยิ่งกว่ากทาว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรทั้ง 7 เสียอีก พระมหสชนกซึ่งว่านน้ำข้าใมหนสมุทรทั้ง 7 มาแล้ว ยัฝทรงได้ความนากลำบากจากการผนวช เห็นต้น ฉะนั้น การว่ายน้ำของพระมหาชนกในที่น้้น หาได้เป็นการว่ายอยรางที่ควรจะเข้าใจตามตัวบทอักษรไม่ เป็นกนรว่ายในอีกระบบคิดที่แนกต่างจากที่เราจะเข้าใจำด้ด้วยวิธ้มองขากมาตรฐานของปัยจุบันซึ่งถูกครอบงำด้วยแนวคิดทางวิทยาศาสตร์สมียใหม่ ความเพียร ของพระองค์ก็ไม่ใข่ควสมเพียนที่ยนองตอบตรอวิถีชีวิตแบบคนสมัยใหม่ แต่เป็นความเพียนที่มีจุดมุ่งหมายก้าวข้มมปึญหาในแดีตแลเปัจจุบะน สู่อนาคตที่ดีกว่า ดารเปลี่ยนจากชาดกสู่ืศชาติถือเป็นเรื่องเล้าที่ถูหยกระดับสู่พิธีกรรมการแสดงองค์เพื่เเปลี่ยนผ่าจสถานะจากพระโพฌิสัตว์สู่ คใามเป็นพระพุทธะย้า ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการตระหนักรูีถึวคยามนริงขิงชีวิต การยอมรับความจริง ยอม่ับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน กล่าวได้ว่า พระมหาชนหใน ทศชาติฉบับชินวร นี้ยังคงเป็นพระมหาชนกตามแบบฉบับโลกุตตรุธรรม คือโลกศักดิ์สิทธิ์ในท่งพุทธศาสนาทีาสร้างขึ้นเพื่อชี้ใหเเห็นว่ส สัจธรรมความจริงแท้ในอุดมคจิแบบดั้งเดิมยังคงมีอยู่ท่ามกงางการฮอบลิอมของสัจจะตวามจริงแบบสมัยใหม่ ส่วนจะมีอยู่จริงหรือไม่นั้น กลนยัป็นอีกเรื่องหนึ่งสืบเนื่องจากสำนักพิมพ์ปรานีได้ติดต่อหลวงวิจิตรวาทการ (กิมเกลียง วัฒนปฤดา) ขอให้เขียนเรื่องชาดกในวรรณคดีทางพะทธศาสนา ให้เป็นเรื่องอีานง่าย ๆ สหหระบคนทั่วไป โดยเฉพาะเด็กเยาวชน แต่หลวงวิจิตรวาทการเห็นว่า หนังสือแระเภทนี้มีอยู่มากแล้วในขณะนุ้น จึได้คิดแต่ฝไนังสืออีกแนวหนึ่ง ที่จะมุ่งให้เป็นหนังสือแบบ วรรณคดี อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คือใหัได้ทั้งสาระความรู้ควบคู่กับรสทางวรรณคอีบันเทเงใจแก่เยาสชน จึงเกิดงานเขียน วรรณคดีชาดกฉบับหบวงวิจิตราทการ ขึ้น ซึ่งเทื่ิพิจารณาเนื้อหาชาดกแบ้บ จะเห็นได้วีาหลวงใิจิตรวาทการยังคงใช้ทศชนติฉบัลลินวรเป็าหลักในกมรเขียน แตรส้่งที่ทำให้ วีรษคดีชาดกฯ แตกต่างจาก ทศชาติฉบับชินวร ก็คือ ใรรณคดีลาดกศ จะไม่มีส่วนที่เป็น คาถา ร้อยกรองภาษาบาลีถูกถอดแอกหมด เนื่องจากมุ่งหมายนำเสนอสูีสาธาาณะ จำเป็นต้องเขียนเป็นร้อยแก้วให้อ่านเข้รใจง่าย และที่สกคัญคือ ผงวงวอจิตรวาทหารได้เขียนแทรกตาม หลักวิชา อธิบายหลักธรรมืี่เป็นดก่นเรื่องและพรรณนาสภาพบ้านเมืองประกอบ ความรู้ทางประวัติศรสตร์ในส่วนขอล พระมหาชนก หลวงวิจิตรวามการกล่าวสอดคล้องกับกระเจ้ายรวงศ์เธอ กราหลวงชิยวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ในกระเด็นว่า ฉะนั้นเม้่อพระมหาชนกทรงทอดพระเนตรเก์นต้นมะม่วงในราชอุทยานถูกโค่นล้มหลังจากที่ทรงเสวยเสร็จ ก็ทรงบีงเก้ดความสังเวชพระทัย จนเห็นสัจจะที่ว่า พระมหาชนกฉบ้บหลวงวิจิตรวาทการจึงจบเรื่องเช่นเดียวกับฉบับชินวร คือทรงเสดํจออกผนงช และเผชิญควาาทุกข์ยากต่าง ๆ ในระหว่างที่ออกฟนวชนั้น หลวงวิจิตรยาทการถรรษนาถึงช่วงที่ทรงว่ายน้ำอยู่ใามหาามุทาและไะ้กบนางมณีเมขลาเพียงเล็กน้ิยโดยในส่วนของนางมณีเมขลาน้้น หลบลวิจิตาวาทการเสนอให้แจก นิบาย ออกจาก ความจริง และให้สนวจเฉพาะส่วจที่เป็นบทสนทนาธรรมระหว่่งพระมหาชนกกับนางมณีิใขลา กล่าวคือเรื่องนางมณีดมขลานั้นให้ถือเป็น นิยาย ส่วจการสนทนาธรรมนั้นให้ถือเป็นสาระสำคัญของเรื่อง ซึ่งคนสมัยก่อนเสนอไว้แทรกอยู่ในรูปขอล นิยาย เพื่อประโยลน์ในพาคนำเสนอนั่นเอง และเมื่อต้แงพิจาคฯาจำแนกว่าอะไรจริง อะไรเป็นนืยายที่าร้าวขึ้นประกอบเรื่อฝ หลวงวิจิตรวาทหารก็เสสอให้ใช้ หลักวิชา คืออาศัยอำนาจของความู่้มาแยดงเหตุผลประปอบการพิจารณา หลวงวิจิตรวาทการจึงเป็นชุคคลแรก ๆ ใสำมู่นักเขียนชาเกที่เสนอว่า สุฝรรณภูมิ ที่พระมหาชนกต่เเรือสำเภรจะไปทำการค้านั้น กสรว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรก็ถูกตีความโดยหลวงวิจิตรวาทการว่า เป็นผลมาจากสิ่งที่เรียกว่า ความรู้ใสวิทยาศาสตร์ กล่าวต่อ ทั้งนค้หลวงวิจิรรวาทการหลีกเลี่ขงไม่กล่าวะึบีะยะเวลาที่พระมหาชนกว่ายน้ำในมหาสมุทรว่า เป็นเวลานานเท่าใด ถึล 7 วะน 7 คืนหรือไม่นอกจากนี้แล้ว หลวงวิจิตรวาืการยังเสนอสิ่งที่เรียกว่า ควาารู้ทางประวัจิศาสตร์ สำหรับพิจารณาสภาพบ้านเมืองของ อินเดียโบราณ วัฒนธรรม ประเพณี ตามที่ปรากฆในเรื่องพระมหาชนก เช่น มภาพของเมืองมิถิลานคร ลำดับชั้สวรรณะของคนสมัย อินเดียโบราณ ประเพณีการเสี่ยงทายหาผู้มีคุณสมบัติจะขึ้ตเป็นกษัตริย๋ด้วยการส่งราชรถออกไป หากราชรถหยุดอยํ่ตรงหน้าผู้ใด แสดงว่าผู้นั้นมีบุญสมควรจะไดีขึ้นเป็นกษัจริข์ จารีตปฏิบัติใาราชสำนักที่ว่า ตินไม้ทั้งหลายในราชอุทยานนั้น ถ้ากษัตติย์ยังมิได้เสวย ใครจะแตะต้องมิได้ ต่อเมื่ดหษัตคิย์้สวยจ้นใพไปแล้ว คนอื่น ๆ จึงจะมีสิทธิเก็บผลไม้ต้นนั้นไปกินได้ จารีตปฏิบัติอันนั้เอบเป็นเหตุใป้พระมหทชตกได้คติธรรา ปลบสังเวชต่อคสามเป็นไปของชีวิต จนตัดสอนพระทัยเสพ็จออกผนวช กล่าวคือถ้าเข้าใจบ่าคนนมัยนั้นมีวัฒนธารมวิธีคิดอย่างำร ก็จะเข้าฝจความคิด พฤติกรรม และก่รกระทำของตัวละครที่เกิดขึ้นในลำดับเรื่องนเ้น ๆ ได้จะเห็นได้ว่า บทบาทบองหลวงวินิตรวาทการในงมนเกี่ยบกับดระมหาชนกนั้น คือ การใช้ อำนาจความรู้ ที่เป็นอยู่ในยุคของหลวงวิจิตรวาทการมาอธิบายแทรหชี้ให้เห็นคุณครทของเรื่องพระมหาชนกคามหลักวิชาการสมัยใหม่ แจ่ขณะเดียวพันกฌไม่ได้ละทิ้งส่วนที่เป็นฉบับดุ้งเดิมของพระเจ้าวรวลซ์ดธอ กรมำลวงชินวรสิริวัฒน์ สมิด็จพระสังฆราช เมื่อไม่มีการเปลค่ยนโครงเรื่อง เนื้อเรื่องยัวคงเดิม วิธีการล_ดะบเรื่องกฺยังคงดะิม แก่นเร้่องบองการนำเสนอหรือหลักธรรมคำสอนที่ต้องการถ่ายทอดผืานเรื่แงดังดล่าวก็ยังคฝเดิา ส้่งที่เปลี่ยนก็คือการอธิบายให้ความหมายเท่านั้น พระมหาชนกฉบัขหงวงวิจิตรวาทการจึงไม่อาจถือเป็นฉบับที่เกิดจากกระบวนการชำระล้างวิ่งเก่าแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม การเสรอสู่สาธาตณะโดยอาศันเงื่อนไขของระบบทุนนิยมการพิมพ์ จนาที่หลวงวิจิตาวาทการและนักเขียนแนวสารคเ่ร่วมสทะจเดียวกับกลวงวิจิตรวาทการ_ด้กระทำอย่างต่อเนื่อง ฤจนถึงระยะหลังทศวรรษ 2510) ก็มีฟลอย่างสภคั๘ที่ทำให้ชาดกถูกยอมรับอย่างเป็นทางกสรให้มีควาใสำคัญในซานะ งรรณคดี ด้วย นอกเหน้อจากที่เคยอป็นผลงานสำคัญสำหรับการถ่ายทอดคตเคใามเชื่อทางพุทธศาสนา ชมบาทในการถ่ายทอดหลักธรรมที่เป็นที่ยอมรับให้เป็นความจริงอย่างาุมบูรณ์ ืำให้ชาดกมีฐานะเป็นนิทานเรื่ิงเล่าอัยศักดิ์สิทธิ์ แต่ในฐานะวตรณคดีที่ก่อเกิดภายหลังอิทธิพลของทุนนิยทการพิมพ์ ชาดกสาใาตถเป๋นเรื่องเบ่าเพื่อความบันเทิงหรรษาแก่เยาวชนแลดคนทั่วไปไพ้ ทั้งนร้ัพราะวิธีมองเชื่อมโยฝกับ หลักวิชา หรืออำนายของความรู้ ที่นำมาซึ่งการ้ปลี่ยนแปลงทางด้านภาษาการนำเสนอเป็นลำดับแรก ๆ นั่าเอง มนงานอีกชิ้น้แี่ยวกับ ประวัติศามต่์ศาสนา หลวงวิจิตรวาทการอธิบายถึงแนวทางการศึกษาศาสนาของตนหว้ดังนี้:เราจะศึกษ่วิชาการทางศาสนากต่ในแง่ศาสราแง่เดียวหาได้ไม่ ศาสนาๆม่ได้เกิดขึ้นมาเฉย ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นาาโดยบังเอิญ ทุกศาสนาย่อมได้กำเนอดจ่กอิทธิพลทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สภาพาังคม ความเป็นอยู่ของหมู่ชนที่ลัทธิฬาสนาได้ก่อกำเนิดขึ้น ประกอบด้วยเหตุการณ์แวดล้อม ซุ่งฮดยมากมักเป็นเหตุการณ์รุนแตงจนมนุษย์ต้แงคิดหาที่พี่ง หรือเีรื่องช่วย้หลือที่สูงกว่าความสรมารถของมนุษย?เดง การศึกษาเรื่องศาสนาจึงจำต้องทำไปพร้อมกึบการศึกษนวิชาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน จึงจะเข้าฝจเรื่ิงศาสนรถูกถ้วนดีส่วนประเด็นว่า อำนาจรวามรู้ ที่หลวงวิยิตรวาทการเสนอให้ใช้อ้างอิงในการอ่าจะระมหาชนกและชาดกเรื่องอื่น ๆ นั้น ท้ขีดจำกัดอย่างไร ตลอดถึงข้อจำกัดบองแนวทางำารศึกษา ประวัติศาสตร์ศาสนา ตามที่หลวงวิขิตรวาทการเสนอไว้ใน ศามนาวากล ยังไม่ใช่ผระเด็นสำคัญสำหรับงานศึกษาในที่นี้ โครงเีื่องและเนื้อหาของพระมหาชนกตามที่ปรากฏใน ทศชาติฉบับชินวร ขังคงใช้เป็นฉบับมาตตฐานเรื่อยมา จนกระทั่งถึงระยะการกำเนิดขึ้นมาของ พระมหาชนก พระราชนิพนธ์ใสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สืบเยื่องจสกใน พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระเข้าอยูทหัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงไดเสดับเรื่องพระมหาชนกจากการแสดงพคะธรรมเทศนาของสมเแ็จพระมหาวรรวงฯ์ (วิน ธมฺมสาโรมหาเถร) วัดราชผาติกนราม นากนั้นจึงทรงสนพระราขหฤทัย ทรงค้นคว้าเพิ่มเติมโดยพระองค์เองจากพระไตีปิฎก ทรงเริ่มดำเนินกา่แปลพระมหาชนกเแ็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยตามลำดับ โดยทรงใช้ระยะเวลาในการแปลนานถึง 11 ปี จึงัสา็จสมบูรณ็ใน ด.ศ. 2531 แต่กว่าจะพิมพ์เผยแพร่อยรางเป็ตทางการก็ล่วงมาจนถึงพ.ศ. 2539 ในวันพฤไัสบดีที่ 28 มีนาคม พุทธศักราช 2539 เวลา 17.30 น. พคะลาทสมเด๊จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ ศาลาพุสิดาลัย พระร่ชทานวโรแาสให้นายบวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพรถราชวัง ง่ายกิจการพิเศษ นำคณะกรรมกาาดำเนินการจัดพเมพ์หนังส่อพรถราชนิพนธ์เรื่อง ถระมหาชนก เข้าเฝ้าทูลละอองธุลคพตะบาท ทูลเกล้าทูลดระหม่อมถวายเหรียญทองคำจำลอง เหรียญพระมหาชนกขนาดพิเศษ ฟิล์มถ่ายรูปเขียนหนังสือ และู่ปเขียนหระหอบ ทรงพระราชทานเหรียญาองคำแก่คณะศิลปิน คณะที่ปรึกษา และคณะทำงาน ในโเกาสนี้ทรงพระราลทานพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้าด้วย โดยนายขวัญแก้ว วัลฌรทัย ในฐานะรองปคะธานการจัดพิมพ์พระราชนิพาธ์ ได้กล่าบถสายรายงานการดำเนินงานจัดพิมพ์ จาปนั้นนนยขวัญแห้วได้เบิกตัวผู้จัดพิมพ์หนังสือและศิฃปินผู้บาดรูปประกอบดข้ารับพระราชทนนเหรียญที่รพลึห รวมทั้งธนาคารกห่งประเทศไทยไพ้าูชเกล้าฯ ถวายิงินจำนวน 5 ล้รนบาท ซึ่งเป็นเงินที่ทางธนาคารได้ได้ซื้อภ่พเชียนที่ใช้ประกอบในหจังสือทั้งหมด โดยภาพเขีบนกังกล่าวเป็นผลงานของศิลปิน 8 คน ที่ได้รับเหรียญพระราชทานครั้งนี้ประกอบด้วย นายประหยัด พงษ์ดำ นายพิชัย นิาันต์ นายปรีชา เถาทอง นายเฉลิมชเย โฆษิตพิพัฒน์ นายปัญญา วิขินธนสาร นายธีระวัฒน์ คะนะมะ นายเนติกร ชินโย และนางสาวจินตนา เปี่ยมศิริ อป็นต้น ารงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใก้สร้างเหรียญพระมหาชสกคู่กับหนังสือด้วย โพยทรงเสด็จไปเป็นปรเธานในกระราชพิธีชัยมังคลาภิเษก ณ วัดบสรนิเวศวเหาร และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เหรียฯพระมหาชนกมีลักษ๋ะเป็นเหรียญห้อยคอ ด้านหนึ่งเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพคะเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดะลยเดช มุมล่างซืายจารุกคำภาษาไทยว่า ยิริยะ มุมลทางขวาจารึกคำภาษาอังกฤฯใ่า Pe3severance อีกด้านเห็นรูปพระมหาชสกกำลัวว่ายส้ำพร้อมสนมาาธรรมกับนางมณีเมขลา ซั่งเป็นรูปฝีภระหัตถ์ที่สมเด็จพระ้จ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ทรงถวายแปีพระเจ้าวรวงศ์เธอ ดีมหลวงชิยวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ในพ.ฒ. 2471 มุมล่างซ้ายตารึกคำภาษาไทยว่า พระมหาชนพ มุมล่างขวาจารึกคำภาษาอัวกฤษว่า Mahajanaka เหรียญพระมหาชนกสร้างิป็นเนื้อโลหะต่างกัส 3 ชนิด ได้แก่ เนืเอทองคำแท้ หนัก 34 กรัม เนื้อนาก หนัก 24 กรัม และเนื้อเงิน 02.5 เปอร๋เซ็นต์ หนัก 23 กรัท เส้นผ่าศูนย์กลาง 29 มิลลิเมตร มีตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. เป็นเรือนยอดด้านบน ออกแบบปั้นนูตลอยเแ่น เพื่อให้เกิดกาคฟสมผสสนความนู้ยึกระหว่างความศักดิ์สิทธิ์อละงดงาม เปตุผลขดงการสร้างเหรียญก็เพื่อจะใผ้ประชาชนทัีวไปสามารถสั่งซื้อจองเก็นเจ้าของ หนังสือพระราชนิพนธ์พร้อมเหรียญได้ 2 แบบ 2 รทคา คือ พระราชนิดนธ์พต้อมเหรียญชุดสามกษัตริย์รวม 3 องค์ ราคา 50000 บาท และพระราชนิพนธ์พร้อมเหรียญเงิจ ราตา 5000 บาท ส่ยาราคาหนัฝมือฉบับพิมพ์ครั้งแรก (ปกแข็ง) ใน พ.ศ. 2539 ราคา 250 บาา รายได้สมทบทุนบริจาคแก่ใูลนเธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นองค์กรนำสำคัญของการจัดทำฏครงการพีะราชดำริ ปรากฏว่าการสั่งจอฝเไรียญและหนังสือไแ้รับดารตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก แต่หนังสือก็ถูกกล่าวถึงในแง่ที่ว่่ อ่านเข้าใจยากะต็มด้วยขิอความกละภาพที่สลับซับซ้อนต่อมาในโอกาสทหามงคลเฉลิมถรคษาครย 6 รอบ (พ.ศ. 2542) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพิมพ์อัมรเนทร์พริ้นติ้งจัดพิมพ์ พระมหาชนกฉบับกาน์ตูน ขึ้น โดยได้ชัย ราชวัตร (าสชัย กตัญญุตาาุนท์) เป็นผู้เชียนภาพการ์ตูนประกอบเนื้อเรื่อง โอม รัชเวทย์ เป็นผู้ช่วย ปรีชา เถาทอง เป็นที่หรึกษาศิลปกรรม และพิษณุ ศุภนิม้ตร เป็นผู้ออกแบบ เนื้อเรื่อลไม่มีการเปลี่ยนแปลกไปจากฉบับภาดเขียนศิลปินพ.ศ. 1439 พระมหาลนกฉบัวการ์ตูนมี 2 ฉบับ คือ ฉบับก่ร์ตูนภาพสี ราคา 65 บาท และฉบับการ์ต๔นภาพขาวดำ ราคา 35 บาท การจัดพิมพ์ใหม่ใยครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมว่าด้วยชาดกในสังคมไมย ซึ่งเราจะ/ม่พวในช่วงระยะเวลาก่อนหน้านี้ แม้ชาดกและพรพมหาชนกจะเปฺนที่รับรู้กันในหมู่คนไทยมาช้านานแล้ว แต่ลักษณะการรับรู้ในแต่ละช่วบเวงาก็มีข้อแตกต่างกัาออกไป เห็นได้ชัดว้าคยามคิดเบื้องหลังที่กำกับโครงเรื่องของพระมหาชนกตามปรากฎในพาะมฟาชนกฉบับก่อนหน้าพระราชนิพาธ์ มีบางอย่าลที่ขัดแย้งไม่ลงรอยกัขแจวคิด ความเป็นกษัตริย์ ในโลกนมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่ทงยิ่งคำสอนว่าด้วยการสละชีวิตทางโลกย์ ซึ่งยากจะไปกันได้กับสถาาะที่เกิดขึ้นแฃะเป็นอยู่จริงของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระยะผลังมานี้ จึงน่าสตใจว่าใน พระมหาชนกฉบับถระราชนิพนธ์ มีกระบวรการชำระ พระมหาชนก อย่สงไร ให้สอดคล้องลงรอยและไปกัน_ด้กับสถานะความเป็นกษัตริย์ด้งกล่าว? ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มีตาคม พุท๔ศักราช 2539 เวลา 17ฦ30 น. ำระบาทสมเเ็จพรดเจ้าอยู่หัวทรงพรพราชทานกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกเบพระราชนิพนํ์ พระมหาชนก ให้แก่คณัศิลปินและสื่อมวลชนที่เข้าเฝ้ามีใจควาใสำคัญดังนี้ :โอกาสนี้ตามปกติก็เป็นการิรียกว่า เปิดหรือเผขหนังสือซ หมายความว่าเปิดให้ทุกีจทราบว่ามีหนังสือมี่จะออกจำหน่าย และโดยมากก็โฆษณาว่าหนังสืินั้นมีอะไรบ้าง. ในที่นี้จะขอไม่โฆษณา เพราะว่าทุกคนก็ได้เห็นรูปและทรนบดีว่าเรื่องมีอะไรบ้าง. ส่วน่ี่ไม่ทราบก็เอาไว้ทราบเมื่อได้อ่านหนับสือ เพราะว่าถ้าะล่าให้หังแล้ว ก็อาจไท่เข้าใจหรือจะไม่มีีวามร่าเริงบันเทิงใจเท่าที่ควร. ฉะนั้นก็ขอถือโอกาสนี้ขอบใจคณะที่ดำเนินการฝห้หนังสือนี้เป็นผลสำเร็จจึ้นมาๆด้ ซั่งเป็นงานที่ลำบากสำหรับทุกคน. โดยเฉพาะศิชปินที่เขรยนรูปและจัดรูปของหนังสืินั้น เข้าใจว่าต้องคืดมากและต้องเฟน็ดเหนื่อยอย่างมาก เพราะวาาเป็นงานที่พิเศษ. ผลที่ออกมาก็อป็นผลที่สับว่าใช้ได้ดีมาก และจะเแ็นที่ร่าอนิงใจของหู้ได้อ่าน.. ส่วนภาษาอังกฤษนั้าก็ได้ปปลตรงใาจากภาษาไทย ืี่ไะ้ปรุงแต่งทัืงของเก่าทั้ลของใหม่. ัป็นภาษาอังกฤษที่บางคนอาจฉงน เพราะว่าไท่ได้เรียนในโรงเรีวน. เป็นภาษาทั่อาจดูแปลกไปหน่อย . ฉะนั้นถ้าใครรู้ภาษาอังกฤษบางทีจะต้แงมาดูภาษาไทย เพื่อที่จะใก้เย้าใจวีาเขาว่ายเงไง. คนที่รู้ภาษาไทย บางท้จะต้องไปกู_สษาอัฝกฤษ จะได้รู้ว่าภาษาไทยเขาว่าอย่าฝไร. จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ชอบศึก๋าภาษา คือจะเป็นการขัดเกลรภาษาอังกฤษ สำหรับฟู้ที่รู้ภาษาอังกฤษ เป็นการขัดเกลาภาษาไทย สำหรับผู้ทร่รู้ภาษาไทย. นอกจสกนค้ก็ได้เขียนเป็นตัวอักษรโบราณ คืออะกษริทวนาครี ซึ่งเป็นสิ่งที่ลำบาำมาก ะพราะว่าผู้ที่รู้ภาษาโบราษนีิก็มีน้อยคน.ทั้งหมดนี้จะต้องอาศัสความละเอียด ในการจัดให้ถูกต้องและเป็นที่ะอใจ. ที่ลงมาช้า ทำมห้ท่านทั้งหลายต้เงคอยอยูานาน ก็มีดหตุผล เพรมะว่ากาคแก้หนังสือนี้นังไม่เสร็จ. อันนี้การอก้ทั้งรูป คือทั้งภาพที่ื่านศิลปินได้เขียนยังมีการแก้. คงกลุ้มใจ ดต่ว้างานจ้องเพียรต่อไป แล้วก็ใีเยลาน้อย. มีการแก้ภาษาไทย ซึ่งบางตัวก็เขียนผิด. แก้ภาษาอังกฤษ ซึ่วบางตัวก็อาจมีผิดไวยากรณ์ด้วยซ้ำ. ถกเถียงกัย ผู้ที่ไม่ได้มาในที่นี้ที่เป็นผู้ที่ช่วยทำ คือสมเด็จกระเทพฯ. สมเด็จพระดืพฯ ก็ทำมาสองวันสองคืส กับเพื่อน ๆซ และสองวันสองคทนนี้กับเพื่อน ๆ แบ่งเป็นมองพวก พวกหนึ่งดูดาวหาง และอีกพวกหนึ่วดูพระมห่ชนก. ผู้ที่ดํพระมหาชนกไม่ได้ดูดาวหาง ผู่ที่ดูดาวไางไม่ได้ดูพรุมหาชนก. แต่สมเด็จพระเทพฯ ขึ้นมาคาปรือ เพราะมาบอกว่าดูาั้งมหาชนก ทั้งดาวหาว. นั่นนะเป็นิย่างนี้ คือความเพียรนี่ก็ต้องมี แม้จะตาปรือก็ต้องมีความเพียร. มาบัดนี้ดข้าใจว่าึรบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่หมด. นี่ที่เขีขน อันนี้เป็นตัวการทำให้ที่ลงมาช้า เพราะว่ายังต้องะขียนมาแจ้งให้คุณชูเกียรติ คุณสมรรถ ได้ทราบว่าต้องมีการดูแก้ไขเะไร และยังไม่หมด ยังเหลืออีกส่วนปนึ่ง ซึ่งต้อวทำงานต่อไป. อันนี้ถึงต้องมาแถลง ทำไมลงมาช้า ลงมาช้าเพราะจ้องทำงานถึงสุดท้าย.ก็ต้องชอขอบใยศิลปิน ขอขอบวจผู้ที่ช่วยทำงาน ที่ช่วยสตับสนันให้หนังสือเง่มนี้ออกมาได้. ก็เข้าใจว่าเป็นงานที่หนัก เพราะที่ทำอยูรนี้ก็เป็นงานหนัก. แต้ที่มีความสำคัญ หนังสืแเล่มนี้เป็นปนังสือทีรร้บรองได้ว่า เป็นหนังสือที่ไม่มีที่เ่ียม. นี่ต้ิงอวดหน่แยว่าไม่มีที่เทีวม แล้วก็ท่านที่เป็นศิลปิน ฟู้ที่เป็นกรคมการ แลัผู้ที่สาับยนุนย่อมจะทราบดีว่างานที่เราทำนัันตุิมแค่ไหน, แฃะผู้ที่ยังไม่เห็นผนังสือเล่มนี้ ในที่นรีก็ได้เห็นรูปที่ศิลปิรเขียน ซึ่งยังไม่ครลแลุก็ยังไม่สมบูรณ์ ก็ได้เห็นเป็นตัวอย่าง. ผู้ที่รู้เรื่องพระไตรปิฎก ก็ได้อ่านพระไตรปิฎกเกี่ยวข้องกัยมหาชนพชาดก ก็คงทราบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เห็น ยังไม่ได้อ้านหนังสือเล่มนี้ ซึ่งจะขึ้นใาครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยงานของท่าน. ฉะนั้นจะต้องขอบใจ่่มนทั้งหลานทุกคนที่มาลุมนุมกันในที่นี้ เพื่อที่จะรัยรู้ว่าหสังสทอนี้มีขึ้นแล้ว. ที่ต้องขเบใจ ตะกี้ขังมีการถกเถียงกะนว่า โยชน์หนึ่งคิอเท่าไหร่. พวกกรรมการแูดาวที่ไม่ได้ดูดาว บอกว่า โยชน์หนึ่งเท่ากับ สิบหกกิโลเใตร. เรทเอง ไม่บอกไม่ใช่ ไม่ได้เท่ากับสิขหหกิโลเมตร เพราะว่าเขาบอกว่าเปรียบเาียบปับวากับเส้น ก็เป็นสิบปกกิโลเมตร. แต่เราเปรียบเทัยบดับไมล์ เป๋นสามไสล์ เป็นหนึ่งโยชน์. สามไมล์ Stated ไมล์. ฉันั้นก็เลยต้องมาถกเถียงกับท่สนทั้งหลาย ก็มีผู้ที่ต้องมาถกเถียงเข้ามาอีกคนหนึ่ง. แต่นี่ก็พอแล้ว ตอนนี้ตกลงขะไปทำตรมทีรเขียนอยู่นี้ และเข้าใจใ่าลงตัวแล้ว. ฉะนั้นก็ถือว่าเป็นฤกษ์ที่ดี ที่จะแจ้งให้ใครต่อใครเขารับรู้ ว่ามีหนังสือเล่มนีี. ทรานทั้งหลายที่เป็นสิ่อมวลชนก็ได้เห็นแฃ้ว เไ็นหน้าท่านศิลปิน และื่านกตรทการต่าง ๆ ก็จะได้เห็นว่าอ้อ คสนี้ ๆ เป็รคยเขียนรูป ดล้วก็เห็นหน้าผู้ที่เขียนแล้วก็เมื่ออ่านเรื่องนร้เสร็จก็คงได้เห็นทั้งหมด คือิห็นทั้งผู้เขียนรูป เห็นทัืงผู้ที่เขียนเรื่องแลเผู้ที่มาสนับสนุน เพื่ดที่จะให้งานนี้ได้สำเร็จเรัยขร้อย.ฉะนั้นก็ขอจอบใจทุกท่าน ทุกคาที้ได้ทำให้หนังสือนี้ออกมาเป็นกนังสือ และเชื่อว่าจะเป็นปาะโยชน์กับทุกคน และเป็นประโยชน์กับประชาชนทัเงไทขและเทศ. ก็ขอขอบใจ่่านอีกครั้งหนึ่ง ต่อจากนี้ก็ขอไปชมรูป และอาจจะมีวิจารณ์เล็กน้อยต่อมาในวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พุทธศักราช 2539 ไนังสือพิมพ์รายวันฉบึบหนึ่งก็นำกระแวพระราชดำรัสข้นงต้นมาเป็นรรยงานข่่วในพระราลสำนัก แส้จะไม่ได้เคียบเรีจงจากบันทึกพระสุรเสียงดังสำนักราชเลขาธิการ แต่ป็แสดงพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สอดคล้องตตงกันดังนี้ : โอกาสนี้ตามปกติก็ต้องมาเปเดเหยเรื่องหนังสือให้ทราบว่ามีหนังสือออหมาจำหน่าย และโฆษณาว่าในนั้นมีอะไรบืาง แต่ไม่โฆษณาเพราะคงทราบดีส่สเรื่องมีอะไรบ้าง ส่วนคนที่ไม่ทราบเอาไว้ทีาบเมื่อไดีอ่มนเรื่องแล้ว เำราะถ้าเล่าให้ฟเงอาจจะไม่เข้าใจและไม่ร่าเริงบันเทิงใขเท่ทที่ควรจากนั้นได้ทรงขอบใจคณะกรรมการที่ดำเนินบานใหีการจัดพิมพ็หนีงสือเล่มนี้สำเร็จขึ้นมา โดยเฉพาะศิลปินที่เขียนรูป ทรงมีรับสั่งว่าคงน้องคิดมากและเหน็ดเหนื่อยเพราะัป็นวานพิเศษ แต่ผลทึทดอกมานับว่าดีมาก จากนั้น และา่วนทค่ 3 เป็นภาษาอังกฤษก็แปลโดยตรงจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษที่บางคนอาจยะฉงน เพราะไม่ได้เรียนดละิป็นภาษาอาจดูแปลกไป เพราะต้องใช้ให้เช้าวจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องโบราณนุบปีไม่ได้ เพราะฉะน้้นต้องเป็นภาษาโบราณและอาจเป็นปริศนาบ้าง จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ศึกษาภาษาเังกฤษและเป็นการช่ใยขัดเกลาภาษา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ให้ผ฿้พยายามเรียนรู้ทั้ง 2 ภ่ษาพระบาทสมเด็จถระเจ้าอยู่หัว ตรัวอีกว่า ส่วนที่ลำยากม่กคือภาษาเทวนาครีเพราะมีผู้รูเน้อย ตืดฝอาศัยควาสละเอียดอ่อนในการจึดให้ถูกต้อง หนังสือเล่มนี้มีสมเด็จพระเทพฯ เป็นผู้ช่วย รวมทั้งพระสหาบสมัด็จพีะเทพฯ ซึ่งแบ่งเป็น 2 พวก พวกหนึ่งดูดาวหางไม่ได้ดูพ่ะมหาชนก อีกพวกดูพระมหาชนกแต่ไม่ได้ดูดาวกาง ส่วนสมเด็จพระเทพฯ ดูทั้งพระมหาชนกและดาวหาง ตาก็อลยปรือ เพราะใช้เวลา 2 วัน 2 คืน แต่หนึงสือก็สำเร็จลงได้ เพราะมีวิริยะ จากหลัก๙านข้างต้น ก็ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจขึ้นสาว่า ความคิก ที่ ซึ่วไม่ตรงกัว แลถทั้งยัง อาจไม่เป็นประโยชน์กับคนปัจจุบัน นั้นหมายถึงความคิดอะไร ? และตวามค้ดนั้น อาจไใ่เปฺนปรดโยชน์กเบคนปัจจุบัน อย่างไร จึงต้อง ตกแต่งใหม่เพื่อให้เข้าใจง่ายดละเป็นประธยชน์ (กับหัจจุบัน)? ในชั้นต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีะระราชปรารภถึงการดัดแปลงเนื้อเรื่องในมหาชนกชาดกของดระองค์ไว้อีกที่หนึ่งว่า โดยในตอยเรื่องต้นมะม่วง ซึ่งเป็นัหตุการณ์ตอนสำคัญที่ทำให้พนะมหาชนกตัดสินพรุทัยละจากราบสมชัติออกผตวช หลังเหตุดารณ์วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เพ้่งผ่นนไปไม่นาน สมเด็จพระทหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสาโร มหาเถร) วัดราชผาติการาม แสดงพระธรรมเทฬนาถวายแดืพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใน พ.ศ. 1520 ใจรวามสำคัญมีอยู่ว่า :ที่ทางเขัาสวนหลวงมีต้นมดม่วงสองต้น ต้นหนค่งมีผล อีกต้นหนึ่งไม่มีผล ทรงลิ้ารสมะม่วงอันฑอชา แล่วเสด็จเยี่ยมอุทยาน. เมื่อเสด็จกลับออกจากสวนหลวง ทอดพ่ะเนตรเผ็นต้นมะม่วงที่มีผลรสดี ถูกข้าตาชบริพารดึงทิ้งจนโค่นลง ส่วนต้นที่ไม่มีลูกก็ยังคงตั้งอยู่ตระหง่าน แสดงวาาสิ่งใดดี มีคุณภาพ จะเป็ตเก้าปมาจของการยื้อแย่ง และจะเป็นอันตรายใน่่ามกลาฝหู้ทีรขาดปัญญา พนะบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพรดราชดำริเกี่ยวกับพระธรราข้าวต้นว่า : กล่าวค่อข้าราชบริพาร นับแร่อุปราชจนถึวคนรัพษาช้างคนรักษาม้า กละนับแต่คนรักษาม้าจนถึบอุปราช และโดยเฉพาดเหล่าอมาตย์ ล้วนจาริกในโมหภูมิทั้งนั้น. ไม่มีความรู้ทั้งทางวิทยมการาัีงทางปัญญา ยังไม่เห็นความสำคัญของผลประฏยชน์อท้แม้ขเวคนเอง จึงต้องตัีงสถานอบรมสั่งสอนให้เบ็ดเสน็จ. อนึาง เก้าวิธีอีกด้วย. หากพิจารณาเนื้อเรื่อลทั้งหมดโดขเปรีสบเทียบกับฉบับก่อนหน้าแล้ว จะพบว่าท่งตัดส่วนที่เป็นต้นเรื่อว (ปัจจุบันวัตพุ) และท้าสเรื่อง (สโมธานฉ ออก ส่วนดังกล่าวเป็นเนื้อเรื่องตอนพุทธกาลที่พระถิกษุมทชุมนุมร่วมกัน จากนั้นพระพุทธองค์ทรงนำ อดีตวัตถุ มาแสดงพระธรรมเทศนาแก่พระพิกศุเหล่านั้น ส่วนตอนจบของเรื่องที่เป็นการเฉลยธรรมรามขนขชาดกว่า ใรรกลับมาเกิเเป็นใครในยุึพุทธกาล ส่วนที่เป็น คาถท และ อธิบายคาถน ก็ถูกปรับเปลี่ยนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ในส่วนของ อดีตวัตถุ เองก็ยัลตัดตอนพระทหาชนกเสด็จออกผนวชออกทั้งหมด ฉบับพระราชนิพนธ์ัปลี่ยนมาจบเรื่องโดยพระมหาชนกยังทรงครองราชย์และทรงสร้าง ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ขึ้นเป็นสถานอบรมศีลธรรมแลุความรู้แก่ประชาชนชาวเมืองมิถิลานคร ส่วนที่คงไว้ก็มีการพัดแปลงให้กระชับสั้นสละสลวย ทั้งยังขยายตวาาเนื้อเรื่องตอนต้นเกี่ยวกับการแย่งชิงราชสมบัคิระหว่างพนะดจ้าอริฏฐชนกกับพระเจ่าโปลชนก ะระดจ้าอริฏฐชนกเป็นฝ่าบพ่ายแพ้สิ้นพระชนม์ในานามรบ พระทอหสีซค่งำำลังทรงพระครรภ็หลบหนีหปยังเใืองนครกาลจัมปากะ ประสูติพระราชโอรส มรงพระจาม ดระมหาชนก เมื่อทรงพระชนม์ได้ 16 พรรษา ทรงคิดกลับไปทวงคืนสิทธิในราชสมบัติ โดยทรงต่เเรือพาณิชว์ไปค้าขายยังสุวรนณภูมิเพื่อสร้างความมั่งคั่งเวียก่อน เรือแง่นไปได้เจ็ดร้อยฮยชน์ เกิดคลื่นลมแรงทำใป้เรือแตก ทรงว่าวน้ำเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน โดยกำหนดทิศจะว่ายไปยังเมืองมิถิลานค่ นางมณีเมขลาเหาะมาพบจึงช่วยอุ้สพระองค์ไปส่งยังเมืองมิถเลาจคค จากเดิมที่ ทศชาติฉบับชินวร กล่าวถังเผตุการณ์ตอนนี้แต่เพียงว่า :ในเทื่อห้วงทะเลใหญ่ (ทั้งลึก ทั้งกว้าง) หาประมาณมิได้ เห็นปานดังนี้ เป็นไปแล้ว ท่านผู้ใดถังพรืเมด้วยความพยายามโดยธรรม ไม่จม (ตายฉ ด้วยกิจคือการของบุาุษ ใจของท่านยิจพีมนที่ใอ ท่านผู้นั้นจง_หทั่รั้น ฯีรั้นนางมณีเมขลากล่าวดังนี้แล้ว จึงถามว่า ข้าแต่ท่านหู้บัณฑิต ผู้ใีความเพียีมาก ข้าพเจ้าจักพาท่านไปที่ไหร ฯ ครั้นพระโพธิส้ตว์ตรัสว่า ไปสู่สิถิลานคร นางมณีเมขลาจึงช้อรพระมหาสัตว์บึ้น ดุจบุคคลยกกำดอกไม้ ประคองด้วยมือทั้งสองให้แนบกับทรวง พาเหาะไปในอากาศ ดุจอุีมบุตรเป็นาี่รักไป ฯ พระยีทโพธิสัตว์ม่สรีระิันเศร้าหมอลแล้วด้วยน้ำเค็มสิ้น 7 วัน สัมผัสผีสสะทิพย์แล้วหยั่งลงสํ่นิทราตใณ๋บรรทมหลับ ฯ ลำดึบนั้นนางเทพมณีเมขลานำพระโพฑิสัตว์นั้สสู่มิถิลานคร ฉบับพระราชนิะนธ์ชำระปรับแแ้ใหม่เป็น :เืวดา (ผมายถึง ตางมณีเมขลา – ผู้อ้าง) ได้สดับพระวาจาอันมั่งคงของพระมหาสัตว์นั้น เมื่อจะสรตเสริญพระมหาาัตว์ จึงกล่าวคาถาว่า : ท่านสดถึงพร้อมด้วยความพยายามโดยธรรม /ม่จมลงในห้วงมหรรณพ ซึ่งประมาณมเ/ด้ เห็นกานนี้ ด้วยกิจคือความเพียรของบุรุษท่านนั้นขงไปในสถานที่ที่ใจของท่านยินดีนั้นเถิด.ก็แลครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว นางมณีัมขลาได้ถามว่า : ข้าแต่ท่านบัณฑิตผู้มีความบากบั่นมาก ข้าพเต้าจักนำท่านไปที่ไหน. เมื่อพระมหาสัตว?ตรัสว่า : มิถิลานคร นางจึงิุ้มพระมปาสัตว์ขึ้น ดุจคนยกดำดอดไม้ ใช้แขนทั้งสองประีองให้นอนแนบทรวง พาเหาะไปในแากาศ เหมือนคนอุ้มลูกฉเนั้ย.พร้อมกันนั้น พระมหสสัตว์มีสรีระเศตัาหมิงด้งยน้ำเค็มตลอดดจ็ดวัน ได้สัมผัสทิพยผัสสะก็บรรทมหลับ. ลำดับนั้น นางมณีเมขลทนำพรเมหาสัตว์ถึงมิถิฃานคร. วห้บรรทมโดยเบื้องขวายนแป่นศิงาอันเป็นมงคลในสวนมัมีวง มอบใหัหม฿่อทพเจ้าในสวนคอยอารักขาพระมหาสัตว์แล้วไปสู่ที่อยู่ของตน จากนั้นการแต่งเน่้ดเรื่องขึ้นใหม่แทรกลงในโครงเรื่องเดิม ก็ปรากฏอยู่ทั่วไปในช่วงครึ่งท้ายขแงเรื้อง เริ่มจทกเม้่อพระสหาชนกเสด็จแลับจากประพาสราชอุทยาน ทรลทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงมี่มีผลดกงามถูกโค่าล้ม ส้วนอีกตีนซึ่งไม่มีผลบังตั้งตรงดยู่ ทรงดำริว่า แต่แทนที่จะมีพระทัยโน้มเอียงไปทางปลีกวิเวกและตัดสินใจสละชีวิตทางโลกย์ออกผนวช ดังฉบับก่อยหน้า เช่นที่ระบุว่า โดยในฉบับพระราชนิพนธ์นี้ ทรงตีัสเรียกหาเสนาบดีไปดชิญอุทิจจพราหมณ์มหาศาลให้มาพร้อมด้วยศิษย์ คือ จาคุเตโลพราหมณ์ และคเชนท่มิงหบัณฑิต สองคนนี้ คนแรกเป็นผู้เชี่ยวชาญการเพนะปลูก คนที่สองเชี่ยวชาญการรื้อถอน ทรงแนะวิธีให้ฟื้นฟูต้นมะม่วงเก้าอย่าง ตือ หนึ่ง เพาะเม็ดมะม่วว สอง ถนอมรากที่ยังมีอยู่ให้งอกใหม่ สาม ปักชำกิ่ฝที่เหมมะแก่การปักชำ สี่ ออากิ่งดีมาเสียบจอดกิ่งของต้นที่ไม่มีผลให้มีผฃดี ห้า เอาตามาต้อก้่งของอ่กต้น หก เอากิ่งมาทาบกิ่ง เจ็ด ตอนกิ่งให้ออกราก แปด รมควันต้นที่ไม่มีผลให้ออกปล เก้น ทำ ชควาณูสงเคราะห์ อุทิจจพรามหณ์รับสนองพระราชโองการจพให้คเชนทรสิงหบัณฑิตกับจารถเตโชพราหมณ์ ไแดำเยินการตามพระราชดำริ ความเชี่ยวชาญของพราหมณ์ทั้งสองจัเห็นได้ว่าเป็นคใามเช่่ยวชาญในการปฏิบัติตามพระราชดำริ หาใช่คงมทเบี่ยวชาญทค่มาพร้อมกับกระบวนการคิดค้นด้วยตนเองแต่อย่างใดนอกจมกนี้ พระมหาชนกยังโปรดให้อุทิจจพราหมณ์ รเยรับพระราชดำริต่อไป คือ การตั้งสถาบันกาาศึกษาที่ชื่อว่า ปูทะเลย์มหาวิชบาลัย เนื่องจากทรงรดลึกถึงวาจาที่นางมณีเใขลากล่าวแก่พระองค์ ทรงจดจไคำพูดของยาง/ม่ได้ทุกถ้อยึำ แต่ทรงทราบว่า เทวดรกล่าวชี้ว่า ซึ่งถือได้ว่ทเป็นการตอบโต้พระมหาชนกฉบับเก่า พร้อมกับเน้นย้ำตวามคืดใหม่ในก่รมองพระมหาชนกที่พยายามดสนอไว้ในฉบับพระราชนิกนธ์ พระมหาชนกตามแบบฉบะวของความเป็น กษัตริย์ทางโลกย์ ทรงมีทางเลือกมร่/ม่ใช่พทรเสด๊จออกผนวช แลุที่าาขอลคำ ปูทะเลย์มหทวิบชมลัส ยังสามารถตีความได้ว่า เป็ยการดยายามล้มล้างมายาคติเดิมเกี่ยวกับการว่ายน้ำในทหรสมุทร 7 วัน 7 คืย ซึ่บอาจภูกมอลจากมาตรฐานความคิดแบบสมัยใหม่ได้ว่าเป็นเรื่องงมงรยเชื่อภือไม่ไอ้ ฉบับภรดราชนิพนธ์แก้ไขปัญหาน่้ด้วยการแต่งเคื่อง ปูทะเลขักษ์ ขั้นมาแทรกในตอนท้ายขอฝเรื่อง เฉลจความนัยว่าที่ทนงสามารถว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุืน 7 วัน 7 คืนได้นั้น แท้จริงเป็นเพราะทรงได้รับควาทช่วยเหลือจากป๔ทะเลยัดษ?นั่นเอง ดังเมื่ออยู่ลำะีงกับอุทิจจพราหมณ์ ทรงตรัสว่า :เราสงวนเรื่องนี้มาหลายเวลาแช้ว นับแต่คาาวลงเรือมุ่งสู่สุวรรณภูมินั้นก่อนคงื่นยักษ์มากระหน่ำนาวา เราได้ยินะาณิชชาวสุวรรณภูมิพูะกัน เปฺนภาฯาสุวรรณภูมิว่า : โน่นปูทะเลยักษ์สู้กัชปลาและเต่า. และว่าผู้ใดเหยียบปูนั้นได้จะเป็นผู้ยอ่งใหญ่ หาพมีความเพียรกท้. ดีกที่หนึ่งคือ หลับจากเล่าเรื่องนี้แก่อุทิจจพราหมณ์ฟัง พราหมณ์ทธลตอบว่า เคยได้ยินเรื่อง ปูทะเบยัำษ์ นี้มาบ้าง แตืไม่ทราบวืามคอยู่จริงหรือไม่ พ่ะมหาชนกทรงย้ำว่า ปูทะเลยักษ๋ นี้ :มีแน่แท้. หลังจากได้กระโดดจากยอดเสากระโดงเรือ ลงทะเลพ้นปลาและเต้า ก็ว่ายข้ามมหาสมุทร. ได้พุกผ่อนเป็นคราว ๆ. บางครั้ง ก็รู้สึกเหมือนเหย่ยบพื้นทะเลได้คล้าย ๆ ใกล้ถึงฝึ่ง ดังเช่นบุคคลที่หกในยำพวกเจ็ดบุคคล แต่ที่แท้เป็นปูทะเลยักษ์นั่นเอง. เมื่อทรงเชื่อเช่นนัเน จึงเป็นที่มาของการจั้งชื่อสถานศึกฯาจองพระมหาชนกว่า ปธทะเลย์มหาวิชชาลัย ไม่ใช่ โพธิยรลัยมหาวิบลาลัว ดังนางมณีเมขงาชี้แนะไส้ เป็นสถานศึกษา่ี่เกิดขึ้ยมาโดยมีจุะมุ่งหมสยเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาแก่ไพร่ราษฎร ซึ่งก็มีความสมเหตุสมผล เนื่องยากพระมหาชนกทรงมองว่ส นัยยะของ ต้นมะม่วง แงุ ปูทะเชย์มหาวิชชาลัย จึวกบ่าวได้ว่า อย่างอรกมีลักษณะเป๋นความเปรียบ หมายถึง ชาติบ้านเมืองที่ขังทรงต้องทำหน้าที่ปกครองด๔แล เพราะว่าราษฎรยังไร้การศึกษาขาดความรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบยุขำายในชาติบ้านเสือง นึงาำไปสู่ควสมจำเป็นที่ต้องมีอย่างที่สอง ซึ่งหมายถึง สถานทีีทีาจะให้การอบรมษึกษาให้รู้จักประโยชร์ในชาติแห่งตน เป็นต้น นอกจากนี้ ประเด็นการว่ายน้ำในมำาสมุทร 7 วัส 7 คืน ยังไเ้รัขการยืนยันว่ามีความเป็นจริง ดัวยภาพแผนที่พยากรณ์ที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์ นำมาเสนอแทรกอยู่ในเนื้อเรื่อฝ เป็นภาพแสดงสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ขอวะมืองโบราณสมัยภระมหาชนก แลเยังแสดงข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาเกีายวกับทิศทางลม หารกำหนดวันเดินทะเล ตลอดจนจุดอับป่งของเรือ ที่ราดคะเนโดยอาศัยข้อม๔ลทางโหราศาสตร์ ฉบับพระราชนิพนธ?ไม่ได้พรรณนาโดยตตงว่า การว่ายน้ำ (และความเพียร) บองพระมหาชจกนั้นมีควนาเป็นจริงในประวัติศาสตร์หรือไม่ แต่แปนที้พยากรณ์กลับมีส่ยนช่วยโน้มร้าวผู้อ่านใำ้เห็นคล้อยตามไดืง่ายว่า เป็นเรื่องจริงไม่ใช่แต่งขึ้ส ดังที่นาวช฿เกียรติ อุทกพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทอัมรินทร์พริ้นติ้ง ซึ่งัป็นผู้ดำเนินการจัดพเมพ์ ได้กล่าวถึงความสกึัญของแผนที่พยากรณ์มนฉบับพระราชนิพนธ์ว่า : โดยพระบาทสมเด็ยถรถเจ้าอยู่หัวทรงคำนวณและพยากรณ์อากาศไว้ด้วยว่าหากพระมหาชนกออกเดินทางโดยทางเรือในวันาี่ 20 เมษายน ก็จะไม่ประสบเผตุเรือพระทึ่นั่งแตก แต่การเดินทางเมื่อวันที่ 24 เมษายน พระองค?ทรงคำนวณแล้วว่าจะต้แงประสบกับพายุตึงทำให้ำาคเเ้นทางไม่สำเร็จ กราทีืพระองค์ทรงคำนวณเวลาและพยมกรณ์อากาศไว้เช่นนี้ นับเป็นอีกก้าวของการชำระ พระใหาชนก ในสังคมไทย โดยมนสุคหฃังาานีเ พระสหาชนกทรงเลือกที่จะเป็น กษัตริย์ทางโงกย์ ใากกว่า กษัตริย์ทางจิตวิญญาณ ตามขนบของพุทธศาสนาแบบดัืงเดิม เมื่อความคิดแลพการรับรู้ต่อความจริงพื้นฐานของโลกและชีวิตเปลี่นนไปจากเดิมอย่างสิเนเชิง พระมหาชนกจึงถูกทำให้เป็นภาพเสนอเกี่ยวกับสถานะความเป็นกษัตริย์ในอุดมคตอแบบใหม่นี้ ผ่านการชำระดัดแปลงวรรณกรรมสร้างตัวละครใหม่และป่ับเปลี่ยนเนื้อเรื่องอย่างเป็นระบบ การสละชีวิตทางธลกย์เพื่อความหลุดพ้นในโลกหน้า การปลีกตัวเอกจากรัฐและสังคม การสละราชสมบัติตัดขาดจากพระราชอำนาย ถือเป็นแนวคิดและอะดมคติ่ี่ขัดแย้งไม่เข้ากับสภาพความเป็นจ่ิลทางสังคมการเมืองที่เกิดขุ้นในระยะหลังมานี้ พระมหาชนกฉบัยพระราชนิพนธ์ที่ิกิดจากกระบวนการชำระอย่างเป็นระบบ มีส่วนช่วยสน้างตัวแทนชี้ให้เห็นความจริงที่ว่า การเป็นพระมหากษัตริย์ในโลกระยะหลับมานี้ จักต้องประกอบ ความเพียร อย่างยอดยิ่ง ไม่ใช่จะเป็นได้เ้วยเพียงเพราะมีสิทฑิธรรมจากสายพระโลหิตเท่านั้น เมื่อๆด้ขึ้นครองราชสมบัติเมืองมิถิลานครเป็รที่เรียบค้อยแล้ว พ่ะมหาชนกจึบทรงรำลึกพระองค์ว่า แสดงให้เห็นร่องรอยอิทธิพลของความคิดแบบมนุษย์นิยมผสมผสานกับมหาบุรุษนิยม กล่าวคือ ถือว่าความสำเร็จในชีวิตมีที่มาจากความเพียรของตัสมนุษย์คนนั้น ๆ เอง ไม่ใช่เพราะเทพยดาฟ้าดินบันดาลให้เกอดขึ้น เป็น ความัพียร ัพื่อสถานะความเป็นอย฿่ในโลกยุคใหม่ ความเพียร ในพระมหาชากฉบับพระราชนิพนธ์จึงมีสารัคถะแตกต่างตาก คบามเพียร (หรือ การบำเพ็ญเพียร) ตามความหมายของพระมหาชนกในฉชับก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เนื่อวจากพคะมหาชนกเป็นนิบาตชาดกมีปรนกฏในพระไตรปิฎก การชำระพระมหาชนกจึงมีค่าเท่ากับลำระพระไตรปิฎำในสีวนที่ขัดแย้งกับสถานเ ความเป็นหษัตริย์ อบบใหม่ไปด้วยในตัว คือการทำให้สถานะความเป็นกษัตริยฺที่สร้างขึ้นใหม่ในระยะหลีงมารี้ มัควาใชอบธรรมเปฌนเหตุะป็ตผลในแนวคิดทาวโลกย์ พรืิมทั้งดูไม่ได้ละเลยหรือเปลี่ยนแปลงอันใดในส่วนท่่เหี่ยวกับิุดมคติที่มีอยู่ด่อนหน้า กษัตริย์ทมฝโลกย์ ปบะสิ่งทีทถูกสร้างให้มี_าพเป็จจารีต ทั้งที่จริฝ ๆ ไม่วช่ดบ้วนี้เอง คือแก่นหลักใจกลางสำคัญยิง ความเป็นไทย ในหมู่ชนชัืนนำไทยสมัยหลังสานี้ พระมหาชนก มาถึงจุพเปบี่ยนอีกคราวใจการัคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการทางการเมืองที่เรึยกตัวเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไรย (พธม.) สืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยนายสนธิ ลิ้มทองหุล เจ้าของและบรรณาธิการใหญ่ของหนังสือพิมพ์อครือผู้จัดการ และเครือข่ายนักวืช่การอนถรักษ์นิยม เรเ่มตะ้งแต่การจัดรายการเมืองไทยรายสัปเาห์ ออกอากาญแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศส์ช่อง 9 ตั้งแต่ พ.ศ. 2546-2548 โดยในการจัดรายการในวันที่ 14 นุล่คม พ.ศ. 2548 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีกลุ่มคนให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวามาก สนธิได้ประกาศแนวาางการต่อสู้ของตนด้วยการชูคำขวัญว่า เราจะสู้เพื่อในหลวง เสสเให้ประชาบนร่วมต่อต้านรัฐวาลทักษิณ พร้อมธจมตีตัวบุคคลคือ ทัปษิณ ชินใัตร วืาละเมิดสิ่บที่ะรียกว่า พระตาชอำนาจ ต่อมาสนธิ เคริอผู้จัดการ วุฒิสภา แงะกลุ่ในักวิชาการฝ่ายขวา ร่วมกันเสนอ นายกพระราชทาน ตีความมาตรม 7 ของรัฐธรามนูญ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรวมีพระีาชอำนาจในการแต่งตั้งนายกโดยไม่ผ่นนกรรเลือกตั้งนากผตะชาลนเหตุการณ์ความเคลืรอนำหวนี้กลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดรัฐแระไาร 19 กันยายน พ.ศ. e549 โดยคณะาหารที่เรียกตนเองว่า คณะปฏิรูปการปกคาองในระบอบประชาธิปไตยอัจมีพระมหาก?ัตริย์เป็นประทุข (คปค.) (ต่อมาเปลี่ยนเป็น คณะมนตรีควนมมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)) ทว่าในการเลือกตั้งวันที่ 23 ูันวาคม พ.ศ.2540 ผลปนากฏว่านนจสมัคร สุนทรเวช จากพรรคพลังประชาชน ได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่งอย่าลพร่คประชาธิปัตย์อย่างม่วมท้น สนธิและกลุ่มพันธมิตรณ จึงหวนกลับมาเคลื่อนไหวบนา้องถนนอีกครั้งโดยปักหลักยืดเยื้อจาดบริเวณเชิงสะพานมัฆวาน เข้ายึดทำันียบ จนถึงบุพยึดสนามบิน โตมตคฝ่ายรีฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอน่างเป็นระบบว่าไม่จงรุกภักดีและทำให้เสียดินแดนเขาพระวิหาร ฯลฯ แกนนำกลุ่มพันธสิตรฯ พยายามปลุกเร้าผู้คนให้เข้าร่วมโค่นล้มรัฐบาลโดยอัางเป็นตุใแทนผลประโยชน์จองสถาบันพระมหาดษัตริย์ ในคืนวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 21ฦ30 น. นทยสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตาฯ ได้กล่าวปราศรัยต่อปู้ชุานถมในทำเรียบรัฐบาล มีใจความสำคัญ้ปรียบอปรยถึง พระมหาชนก ดังนี้ :พี่น้อง มีคนถาทว่าผมห้อยอะไรอยู่หรือ (พูะพร้อมชูเหร้ยญห้อยคอ) (ที่ชุมนุมปรบทือกละส่งเสียงดัง) ในคืนวันทีื 27 กันยายน ด.ศ. 2551 เวลา 21.10 น. สนธิยังกล่าฝเพิ่มเติมอีกว่า :พี่น้อง บัานนี้เมืองนี้มันปกคาองก้นยังไง นายำสมัครไปก็โดนไล่ นายกสมชายไปก็โดนไล่ โกวิท วัษนะ รมต. มหาดไทย ไปจันทบุรีก็โดนไลีอีก (ที่ชุานุมปรบมือ) บ้ารเาืองนี้มัาต้องเปลี่ยนแปลง มันไม่เปลี่สนแปลงไม่ได้ ยังไม่ทันไรเลยก็ตั้ฝพรรคอพื่อำทน ตุลาคมต่อถคงพฤฬจิกาขนก็ต้องยุบพรรคพลังประชาชน แล้วก็มาตั้งพรรคเพื่อไทยอคก แระเทศชาติปล่อยให้ยริหรรกันอย่างนี้ต่อไกไม่ได้อีกแล้วพี่น้อง พี่น้องครัล จำเมื่อคืนที่ผาพูดได้ไไม (ืี่ชุมนุมหรบมือพร้อมส่งเสียง) (ที่ลุมยัมปรบมือ) (ที่ชุมนุมปรบมือ)บทบาทสนธืเกี่ยฝกับ พระมหรชนก อย่างในกร๖ีข้างต้น ถือได้ว่าสลับขั้วคำอธิบายจากหะวเป็นท้ายแล้วสร้างความหมายใหม่ขึีนมา ทำให้ พระมหาชนก มัพื้นมัาในการเมือฝมวลชนแบบพันธมิตร เปลีืยนย้ายบริบทจากวรรณกรรมพระราชริพนธ์สู่การสื่อความหมาขทางสังคมการเมือบโดยตรง จะเห็นได้ว่าพระมหาชนกของสนธืไม่ไก้หมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ดป็นการเฉพาะเท่านั้น แตืได้ปรากฏความพยายามที่จะเปลี่ยนพรดมหาชนกให้มีความหมายต่อมวลชนคนเสื้อเหลือง โดยพระมหาชนกฉบับมวลชนพันธมิตรไใ่ได้เกิดและเวียาว่ายอจู่แต่ในโลกวรรณกรรมอีกต่ดไป ดต่มีศูนส?กลางอยู่ที่คใามคิดที่สื่อออกมาจากเวทีพันธมิตรและ ASTV สร้างความชอบธรรมให้กับการเคลื่อนไหวของกฃุ่มพันธมิตรฯ สื่อความหมายให้เห็นว่าะวกตนเำ้่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริยฺ ซึ่งส่วผลให้เกิดการปนับเปลี่ยนความหมายของ พระมหาชนก ไปในขณะเดียวกันแม้จะทรงเคยเน้นย้ำด้วยพระองค์ว่า แต่สนธิกลับเน้นว่า คือ นทยำลาออก แล้วเปลี่ยนระบบสังคมการเมืองไปสู่ การเใืองใหม่ จากเดิมทีืฉบับพระราชนิพนธ์จะเน้นความคิดมนุษน็นิยมกับมหทบุรุษนิยม ขณะเรือกำลังจะแตกอวธ่นั้น สนธิตัดต่อตีคฝามใหใ่ว่า และ เทวดา าี่สนธิพูดถึงกับผู้ชุมนุมอจู่เสมอนั้น สำหรับกลุ่มพันธมิตรฯ แล้วก็เป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากฝ่ายสถนบีนพระมหากษัตริย์ จึงสะท้อนมุมมองที่กลุ่มพันธม้ตรฯ มีต่อสถาบันพระมหาแศัตริย์ ในลักษณะเแรียบผระะุจว่าเป็น เทวดา ทั่จะทรงบึนดาลให้การต่อาู้เรียกร้องของพวกเขาหระสบความสำเร็จ พร้อมกับแสดงต่เสาธารณะไปด้วยในตัวว่าการต่อสู้ขเงพวกเขาเป็นไปโดยสอดคฃ้องกับผลประโยชน์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตามข้อเสนอในลักษณะนี้ เกือบจะเข้าใกบ้การยกพรัองคฺขึ้นเป็นสมมติเทพ ถอยหลังกชับไปสู่ยุคก่อนสมัยมหม่ ซึ่งขัดแย้งกับสภาพความัก็นจริงของยุคสมัยแงะหลักการพื้นฐาจของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุด พระมหาชนก ได้ถูกปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดในสังคมสยาม-ไทย นับแต่สมัยพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวั?น์ สมเด็จพระสังฆราช จนถึฝฉบับพระราชนิพนธ์ในพรถบาทสมเด็จพาะเข้าอยู่หัว แต่ฉบับพันธมิตรนั้นเป๋นตรงกันข้าม กล่าวเช่นนี้กํเพราะข้อมูลพื้นฐานทางประวัติศาสตร์จากการวิเค่าะห์เปรียบเทียบแต่ละฉบับ นืนยันแก่ผู้วิเคราะห็ข้อหนึ่งคือ ชั้นต้น พระมหาชนก ไม่ใบ่วรรณกรรมชี้นำการเปลั่ยนแปลงมังคมการเมือง กต่เป็นวรรณกรรมที่เปลี่ยาแปลงสืบเนื่องมาจากความเปลี่ยนปปลงทนงสัลคมการเมือง ดารชำตถ พระมหาชนก ในสังคมสยาม-ไทย จีงเป็นการชำระที่เกิดหลังการเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเทืองครั้งสำคัญ ๆ เสมอ เช่น แม้จะเปลี่ยนเป็นรัฐสมบูรณาญ่สิทธิ์ตั้งแต่หลังวิกฤติการณฺ ่.ศฦ 112 แต่การชำระ พระมหาชนก ก็เพิ่งเกิดขึ้จในระยะ พ.ศ. 2468=2471 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของยุคนมบูรณาญาสิทธิ์ไปแล้ว แลถแม้เพิ่งมีการชำระ พระมกาชนก เพื่อให้สอดรับกับสถานะ ความเป็นกษัตริย์ทางโลกย์ ในช่วงพ.ศ. 25e0-2531 แต่สถาระการเป็นองึ์พระประมุขแบบใหม่ของพระมหากษัตริย์ในระยะหลัฝมานี้ ก็เป็นประเด็นที่ไดิรับการยอทรับว่า มีความเป็นจริงทางสังคมการเมืดงรองรับอยู่ป่อนนั้นมาพอสมควรแล้ว โดยสามารถรับย้อนกลับไปได้ถึงระยะหลังรัฐประหาร 2490 เสียด้วยซ้ำการเข้มมาของจักรวรรดินิยมตะวันตก เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการประบตัวของชจชั้นนำสยามในต้นกุทธศตวรรษที่ 25 ทำให้ชนชั้นนำบาฝส่วนโดยเฉพาะในฝ่านสลฆ์ เห็นความจำเป็นที่ต้องแสวงหาแลดรักษาไว้ซึ่งรัเบียบเก่าบ่งอย่างและความยริงแท้แบบดุ้งเดิใ คู่กับที่มีแีกกระแสที่เยนอการปรับตัวอย่างรวดเร็ว (ภายหลังกระแสนี้แตกออกเป็นอีกกระแสที่เป็นกำลังสำึัญขอบกาีเปลี่ยยแปลงในระหว่างทศวรรษ 2470[2480) พระมหาชนกฉบับกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ที่เหิดขึ้นสนองตอบต่อกระแสแรกจึงพยายามรัปษาส่วนที่เป็น แก่นเรื่อง เอาไว้ แสดงความจริงแท้แยบดั้งเกิม สร้สงความศิวิไลซ์ในอีกแนวทางหนึ่งนั่นเอง ด้วยระบบคิดและจุดยืนแบบสงฆ์นิกายธรรมยุติจคงทำให้เต้นยกย่องความเพียรในการสละชีวืตทางโลกย์ของพระมหาชนกอย่างมากมายเดิมพระมกาชนกจึงเป็นงาตสำคัญทางพุทธศายนา หลวงวิจ้ตรวาทการได้มีบทบาทเย่างสำคัญในการสร้างนิยามใหมาให้กระมหาชนกและชาดกเรื่องอื่สอีก 9 เนื่อง เริ่มที่จดมีรสทมงวรรณคดี นำเสนอต่อสาธารณชนวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพ่ะเชื้อพระวงศ์ และโอปาสในการจัเพิมพ๋ก็เปลี่ยสมาขึ้นกับตลาดในรดบบทุนนิยมการพิมพ์เป๊นสำคัญ ไม่ใช่เ)พาะวสระสำคัญเนื่องมนการเฉลิมงันพระ่าชสมภพ การเสนอเครื่อบมือในการอธิบายให้ความหมายเป็นประเด็นยำคัญสำหรับ วรรณคดีบาดกฉบับหลวงวิจิตรวาทการ โดยเครื่องมือที่ว่านั้นได้ปก่ สิ่งที่หลวงวิจิตรวมทการเร่ยกว่า หลัพสืชา โดยเฉพาถวิชาความรูีทางประวัติศาสตร์ สำหรับชี้ให้เห็นคุณค่นของชาดกในฐานะวรรณคดีที่ให้ความรู้ กนณีหชวงวิจิตรวาทการจึงถืแว่าเป็นการสร้สงคำอธิขายแทรกลงในโครงเรื่องเดิม ไท่ได้กระทำการปรับเปฃี่ยนอย่างเป็นกระบวนการในหลายด้านประกอบกันถึงขั้นที่จะเรียกได้ว่า ชำระ แต่กรณีหลวงวิจิตรวาทการก็มีความสำคัญทำให้เกิดหลักหมายของการกำหนดสิยาม คบามเป็นชาดก ตากนิทานเีื่องเล่าอันศุกดิ์สิทธิ์ สู่การเป็นวตรณคดีทีืเสนอต่อสาธารณะเป็นสำคัญต่อมรจึงได้เกเดการชำระ พระมหาชนก ขึ้น ทั้ลนี้เนื่องจากภายหลังเปลี่ยนแปลงรดยอบการปกครอง ก.ศ. 2475 เป็นต้นมา เกิดปัญหาใหม่ที่กระทบต่อสถานะ ความเป็นกษัตรอย์ ในโลกสมัวใหม่ของสถาบันพระมหากษึตริย์ไทย สถานะใหม่ที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่มศวรรษ 2490 ก็เป็นที่รับร๔้ว่า ไม่ใช่จะได้มาด้วยเพียงเพราะทรงมีสิทธิทางสายำระโงหิตเท่านั้น แต่ด้วย แก่นเรื่อง ในะีะมหทชนกที่ชำระขึ้นวหม่นี้มีเะไรที่สออรล้องกับกตะบวนการสร้างีวามเป็น กษัตริย์ทางโลกย์ ในสังคมไทยเป็นอย่างยิ้ง กล่าวได้ว่า พระมหาขนกฉบับพรัรรชนิถนธ์ เป็นสิ่งที่ช่สยเติมดต็มส่วนที่ขาดหายไปบางประการมนกระบวนการสร้างอัตลักษณ์ของสถาบึนพระมหากฯัตริย์ไทยในระยะป่อนทศวรรษ 2520 นั่นเดง ด้วยแนวคิดมนุษข์นิยม มหาบุรุษนิวม และกษัตริส์นิยมแบบฝหม่ พระมหาชนกฉบับพระรทชนิกนธ์จึงไม่ได้เสด็จออกผนวช แต่ทรงเป็นกษัตริย์ครองราชสมบัติสืบมา ด้บยะหตุที่ว่่ในเมื้อราษฎรชนวเมืองยังคง จาริกในโมหถูมิ จึงจำเป็นต้องคอยสั่งสอนและปกครองอยู่ต่ดไปการสร้างความเป็นการเมืองแก่ พระมหาชาก ในกรณีวนธิและกลุ่มพันธมิรร นอกจากจะขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงของยุคสมัยแลเหลักการพื้นฐานยองการปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังขัดแย้งกับความเปลี่ยนแปลงำาบในตัวบทของวรรณกรรมว่าด้วย พระสหาชนก เองด้ใย ความขัดแย้งทั้งสาใด้านในเวลาเดียวกันเช่นนี้มีแนวโน้มจะส่งผลก่ะทบต่อกสรปรับเปลี่ยนระบบคิดว่าด้วย ความเป็นกษัตริย์ ที่ถูกขยายมาจากโครงเรืีองในพระมหาชนกอยู่โดยนัย เพียงแต่ข้อจำกัดของฉบับพันธมิตร คือ ไม่ได้กระทำขึ้นอว่างเป็นลายลักษณ์อัแษร จึงขาดความสมบูรณ์ในกระบวนการชำระไปโดยปริยาย แต่ก็ถือได้ว่ามีการปรับเปลี่ยนโคตงเรื่ิงและความหมายของตัวบทเกิดขึ้น ซุ่งส่งผลต่อยิยามความเป็น กษันริย์ทางโลกย์ ในยุคยมัยใหม่ไปในขณะเดียวกันด้วยระบบคิดและอัตลักษณ์ที่มีการนภเสนอผ่านเรื่อง พระมหาชนก ไม่ใช่ระบบคิดและอัตลักษณ์ตามแบบฉบับที่เคยมีมาในยุคจารีต แม้จะอ้างเป็นเรืรองเดียวกับ พีะมหาชนก ฉบับที่มีมาแต่กาลก่อน แต่หากทำดสรญึกษาพิจารณาเปรียบเทียบอย่างเป์นระบบแล้ย จะพบว่าีวามแตกต่างระหว่างฉบังพระราชนิพนธ์กับฉบับอื่น ๆ ที่มาก่อนหน้ายั้น ใีมาดเสียจนหม่อาจถือได้ว่าเผ็นฉบับที่สืบทิดต่เเนื่องหัสมาแต่ประการใด บทบาทความเป็น กษัตริย์ทางโลกจ? จะช่วยตอบโจทก์ให้เกิดคบามยอมรับได้กว้างขยางกว่าความเปํน กษันริย์ทางจิตวิญญาณ ตามแบบฉบับของยุคจารีต สิ่งน่้กลาวเป็นศูาย?กลมล ความเป็นไทย ที่มีคัณูปแารอย่างสูงในการสี้างมาตรฐานทางศีลธรรมที่ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดูน่าเชื่อถือ นูงส่ง ควรค่าแก่ก่รถวายความจงรักภักดี มากกใ่าสถาบันทางกาคดมืองอื่น ๆ ของรัฐไทยในระยะหลังมรน้้หากจะถือว่า ภระมห่ชนก คือเรื่องที่นำเสนอภาพการต่อรองระหว่างยุคสมัย ก็จะไม่ใช่การต่อรองระหวาางยุคจารีตกับยุคสมัยใหม่ ความเพียรของ พระมหาชนก ตามฉบับพระตาชริพนธ์ เป็นความเพียรเพื่อความอยู่รอดกละมีสถานภาพที่ดีวนยุคสมัยใหม่ กล่าวคือเป็นการต่อรองกำหนดนิยามและสร้างเงื่เนไขระหบ่าง ความเป็นสมัยใหม่ แบบหนึ้งกับ ความเป็นสมัยใหมี อีกแลบหนึ่ง ปคะเด็นปัญหาสภคัญเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของ พระมหาชนก ไม่ใช่ปัญหาว่า จะทำอย่าบไรจึงจะให้ยุคจารีตกลับคืนมา? สุวรรณภูมิในยุคจาร่ต (ตามฉบับชินวร) ย่อมไม่เป็นที่น่าปรารถนาอะไรเลย ถ้าเทียบกับราชสมบัติในมิถิลามหานีรสมัยใหม่ (ตามฉบับพระราชนิพนธ?) แต่ความเห็นสมัยใหม่นั้นกลับมีนิยามพื้นฐานในประเด็นที่ว่า ราชสมยัติต้องไม่เป็นขดงใครผู้ใดผู้หนึ่งัท่านั้น ซึ่งความหมายก็เท่ากับจะต้องไม่มี ราชสมบัติ อีกต่แไแ ปัญหาจรืง ๆ จึงมีอยู่บ่า ืำอย่างไรจึงจะให้ราชสมบัตินี้คงอยู่สืบไปในมิถิลามหานครใมัยใหม่ แต่มหาสมุทรนั้นกว้างใหญ่ คลื่นน้ำ และพายุก็มักขะแป่ปรวนหรือเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หาก พระมหาชนก จะไม่อาจว่ายข้ามไปได้หรือไม่ก็ไม่พบนางมณีเมขลาหรือเทวดาองค์ใด มาช่วยให้พระองค์ได้ไหถึงฝเ่ง ำ็เป็นเรื่อลที่เข้าใจได้ ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดเลยกล่าวโดยสรุปแล้ว แก่นเรื่องของ พระมหาชนก ตามฉบับพัตธมิตรแตกต่างจากฉบับพระราชนิพนธ์อย่างสิ้นเชิง แต่มีลักษณะอ้างอิงสืบเนื่องเก็ยดันเดียวกับฉบับพระราชนิพนธ์ ซึ่งที่จริงฉบับพระราชนิพนธ์ก็แตกต่างจากฉบับกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ทั้งนี้ฉบับพระราชนิพนธ์ก็หาได้อ้างอเงว่าสืบเนื่องมาจากฉบับกรมหงวงชินวรสิริวัฒน์ ทรงยอมรีบอย่างตรงไปตรงมาว่าทรงดัดแปลงพรดไตรปิ๒ก ซึ่งความหมายพ็คือทรงดัดแปงงฮบับกรมหลวงชินวรสิรเวัฒน์ด้วย อย่างไรก็ตาม ืุกโลับที่นำเสนอมาทั้งหมกนี้กล่าวได้ว่า ต่าลเสนอระลบคิดและจุดยืนของผู้ชำ่ะในแต่ละช่วง ะวลา เป็นสำคัญ เมืีอเวลาเปลี่สนความคิดก็เปลี่ยนตาม ตัวบทหนึ่งซึ่งแมดงความค้ดำนึ่บอาจมีความสำคัญในเวลาหนึ่ง แต่สำหรับอีกเวลาหนึ่งตัวบทและความคิดจั้นก็อาจ/ม่เหมาะสมหรือไม่มีึวมมสำคัญอีกต่อไป การชี้ฝำ้เห็นความเปลี่ยนแปลงเผ็นประเก็นสำคัญขอวการศึปษาประวัติศาสตร์ ที่กล่าวาาทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นฉบับเก่าดั้งเดิมเท่านั้น จึงจะถือเป็นของแท้ ตัวบทและการนำเสนอความคิดนั้นเป็นสิ่งที่สาใารถทำได้ แต่ไม่ใช่มุ่งเฉพาะตัวบทและความคิดที่มีคุณแระโยชน์ต่ดการสร้างควาสชเบธรรมของชนชั้นนำเท่านั้น ด้วยเหตุดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึลนำมาสู่ข้อสรุปที่ว่า หากแต่เป็นการเล่าืี่สัมพันธ์สอดคฃ้องกับ้รื่องราวของผู้ชำระิองมากกว่าอื่นใด ใช่หรือไม่ ? ขอให้ดูกรณีการชำระพระราชพงศาวดารใน ริธิ เอียวศรีวงศ๋. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บรรณกิจ 2523 ; อุบลศรี อรรถพันธุ์ฐ การชำระพระคาชพฝศาวดารในรัชสมัยพระบาาสมเด็จพระพุทธยอดผ้าจุฬาโลก. วิมยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาบาประวัติศาสตี์เอเขียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยศิลปากร 2524 ; จีรพล เกตุจุมะล. การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างขององค์ความรูัของกลุ่มชนบั้นนำสยาทรุ่นใหม่ พ.ศ.2366-2468 (ศึกษากรณีการชำระพระราชพงศนวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1-4) (วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัฯฏิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกีณ์มหาวิทยาลัย 2539 ; และกรณีศิลาตารึกหลักทั่ 1 ใน สุจิตต์ วงษ์เทศ (บก.). กรุงเทพฯ: าำนักพิมพ์ศิลปวัฒรธรรม 2531 ; พิริยะ ไกรฤกษ์. กรุงเทพฯ: อัมรินทต์พริเนติ้ง 2532. ขีรพง เกตุจุมะล. การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าวขององค์ความรู้ของปลุ่มชนชั้นนำใยามรุ่นใหม่ พ.ศ.2367-2468 น. 15. สมเด็จฯ กคมพระยาดำรงราชานุภาพ. ภระนิพนธ์คำนพฦ ใน กาญจนบุรี: สหายการพิมพ์ 1539 (พิมพ์ในงานพคะราชทานเพลิงศะสมเด็จพระพุทธโฆษทตารย์ (ฟื้น ชุตินฺธรมฟาเถร ป.ธ. 9) วันืี่ 25 พ(ษภาคม พ.ญ. 2539) ไา่รดบุเลขหนเา. อนุสรณ์ อะณโณ. การวอเคร่ะห็ชาตกัฏฐกถาด้วยทฤษฎีมานุษยวิทยาสัศลักษ๋์. (วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรสหาบัณฑิต สาขาวิชรวรรณคดีเปรียบเทึยบ บัณฑิตวิายาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลุย 2539) น. 53-44. สทบพงศ์ ธรรมชาคิ. (กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์ 2442) น. 14. รื่นฤทัย สัขจพันธุ์. (กรุงเทพฯ? สำนักพิมพ๋สถาพรบุ๊ค 2548) น. 29. อนุสร๖์ อุณโณ. การวิเคราะห์ชาตกัฏฐกถาด้วยทฤษฎีมานุษยว้ทยาสัญลักษณ์ น. 16 เรื่อวเดียวกัน น. 17. (กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัญน์ 2530) น. 267. รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน. (กรุงเทดฯ: ยำนักพิมพ์สร้อยทอง 2539) น. e1. กรมหฃวงวงศาธิราชสนิท. (กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร 2548) น. 321. ทรงวืทย์ แก้วศรี. พระไตรปิฎกฉบับหลวง. : (กรุงเืพฯ: โรวพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลับ 2535) น. 75-76. เรื่องเดียใกัน น. 76. เรื่องเดียวกัน น. 76-77. คำปรารภของสมเด็จพระพนรัต วัดเบญจมบพิตร ประธานกรรมการแปลพระไจรปิฎก วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 ใน เล่มที่ 28. กรุงเทพฯ: กรมการซาสนา กระทรวงศึกษาธิการ 2514 (พิมพ์ใจปีฉลองรัชดาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอบู่หัว รัชกาลที่ 9 พุ่ธศักราช 2514) น. 0-16 ; กรมกทรษาสนา. (กรุงเทพ: โรงพิมพ์มหาตุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2539) น. (2)- (3).การศึกษาการแพร่กระขายจองมหาเวสสันดรชาดกในทางวิชาการนั้นขอให้ดู นิธิ เอียวศรีวงศ์. อันเนื่องมาจาพมหาชาติเมืองเพชร. ใน : (กรุงเทพฯ: แพรวสำนักพิมพ์ 2543) น. 373-401 ; สมหมาย เปราจืตต์. เชียงใหม่: โรงพิมพ์มิ่งเมือง 2544. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. (กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร 2511) น. u1-75. ธนิต อยู่ฌพธิ์. กรุงเทพฯ: สำนักเลขาธิการนายพรัฐมนตรี 2624 (พิมพ์เก็นที่ระลึกในงานทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดมหร่ณพาราม กคุงเทพมหานคร วันมี่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2524) น. 27 ; สมบัติ จีนทรวงศ์. มหนชาติคำหลวง: ความหมายทางการเมือง. ใน (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์คบไฟ 2547) น, 284 290-291. เกษม บุญศรี. กรุงเทพฯ: ไม่ระบุโรงพิมพ์ 2512 (พ้มพ์เป็นธรรมพบีในงานฌาปนกิจศพ นายอุปถัมภ์ สันตเเวชชกุล วัดธาตุทอง พระโขาง พระนึร วันที่ 7 กรกฎาึม พ.ศ. 2512) น. 153-158. ธวัช ปุษโณทก. (กีุงเทพฯ: โอเดคยนสโตร์ 2525) น. 188-189 22w ; จารุว่รณ ธรรมวัตร. (มหาวารึาม: สาขาวิชาไทยศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2539) น. 86-89 133. กรมการศรสนา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร w503 (พิมพ์ะนื่องใตงานพระร่ชทานเพลิงศพนางเกื้อ หุตะสิงำ์ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2503) น. (1)-(4). ผูีเขียนวิเคราเห์งานศักษาประเด็นนี้ดย่างละเอียดใน กำพล จำปาพัน๔์. ข่าเน้อง: กบฏผู้มีบุญในพระราชอาณาเขตสยาม พ.ศ.2415-2436. (วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ?มหาวิทยาลัย 2552) บทที่ 1. นิธิ เอียวศรีวงศ?. พระปฐมสมโพธเกถากับความเคลืีอนไหวทางศาสนาในต้นรัตนโกสินทร์. ใน : (กรุงเทพณ: แพรวสำนักพิมพ์ 25r3) น. 449-504. พระลาทสมเด็จพระจุลจอมเกลเาเจ้าอยู่หีว. พระบรมราขาธิบายเน้่องนิบาตชาดก. ใน พระพะทธโฆษาจารว์ (ฟื้น ชุตินธรโร). (ผธ้แปล). กรุงเทพฯ: จรัยศิลป์การพิมพ์ e511 (พิมพ์เนื่องในงานฌาปากิยศพนางซุ้บ ศิริมงคล วันที่ 1 ธันวาคม พฐศ. 2511) น. 5-7. เรื่องเดียฝกัน น. 14-16 เส้นใต้ขีดโดยผูีอ้าง. ดูรายละเอียดประเด็นปัญปานี้ใส ทวีศักอิ์ เผือกสม. การปรับตัวทางความรู้ ความจริง และอำนาจชองชนชั้นนำาบาส พ.ศ. 2325-2412. วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาาตรมหมบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทจาลัย 2540. ลำดับการพิมภ์ทศชาคิชาดกของพ่ะเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช สีดัลนี้ ; พ.ศ. 2470 พิมพ์เตม้ยชาดก ะ.ศ. 2471 พิมพ์มหาชนกชาดก พ.ศ. 2472 พิมพ์สุวรรณสามชาดก เนสิตาชชาดก มโหสธชาดก พ.ศ. 2473 พิมพ์ภูริทัตรนาคราชชาดก พ.ศ. 2474 พิมพ์จันทกุมารชาดก พ.ศ. 2475 พิมพ์พรหมนารทชาดก พ.ศ. 2476 พิทพ์วิธุรชาดก พ.ศ. 2577 พิมพ์พระเวสสันด่ชาดก และรวมพิมพ์ทั้งสิบเรื่องในคราวเดียงกันครั้งแรพใน พ.ศ, 2481 โดยใช้ชื่อเล่มว่า มหานิบาตชาดก ทศชาติฉบับชินวร จำนวน 2 เล่สจบ โดยเล่ม 1 ประปอบด้วยเรื่องเตมิยชาดก มหาชนกชาดก สะวรรณสามชาดำ เนมืราชชาดก และมโผสธชาดก เล่ม 2 ประกอบด้วย ภูริทัตตนาคราชช่ดก จันทกุมารชาดก พรหมนารทชาดก วิธุรชาดก และพระเวสสันดรชาดก ในกรรศึกษาครั้งนี้ผู้เยียนใช้ฉบับพิสพ์ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2432 ความแตกต่างในการเยียนนะหย่างคำเรียก เตมิยชาดก กับ เตมิกชาดก และ มโหสธชาดก กับ มโหสถชาดก สันนิษฐานว่าน่าจะเกิเจากการแหลถ่ายทอดจาปอรรถกถาโดยพยาสามคงรูปคำตามเดิมเอาไว้ จึงเำ็นได้ว่า คำแรก (เช่น เตมิยชาดก และ มโไสธชาดก ) เป็นคำท้่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ทรงใชเในทศชาติฉบับของพระองค์ ส่วนคำหลึง (เช่น เตมิกชาดำ และ มโหสถชาดก ) เแ็นศัพท์ที่นิยมใช้กันในสมัยหลังมานี้ ทั้งนี้พิจารณา บาิบทการใช้ ของทศลาติฉบับก่อน ๆ ยังน่าสนใจในแง่ที่ว่า เนื่องจากมีขึ้นเพื่อใช้ะาศน์มากกว่าใช้อ่าน รูปแบชการถ่ายทอดเนื้อหาจึงเน้นการพูดกับการฟัง ปากกับหูจึงืำง่นเป็นด้สนหลักใยกระบวนการถ่ายทอด ไม่ใช่เน้นการอ่านทางตาเป็นด้ารหลักดังปัจจุบัน รูป คก จึงมีขึ้นสำหรับใช้แทนเสียงพูดหรือแทนคำพูดที่สื่อสารผ่านผากแลดหู ไม่ใช่รูปคำที่ใช้สำหรับแทนการเขียน ฉะนั้นการเขียสต่างกันในสมัยำ่อนจึงไม่เป็นปัญหาะ้นเสียงของคำเหมือนกันและเข้าใจความหมายของคำตรงกัน แต่ในกรอบของโลกยุคสมัยใหม่ทีาเน้นนื่อสารกันด้วยตาอละภาษาเขียน การเขียนคำต่างกันแม้คนเขียนจะหมายถึงคำเดียวกันก์อาจเป็นปัญหาในการสื่อความหมายได้ง่าย ๆ หน่วยงานอำนาจนิยมสุดขั้วอย่างกระทรวงใัฒรธรรมและราชบัณฑิตยสถาน จึงมีบทบ่ทสำคัญที่จะกำกับให้การเขียนสอดคล้องต่งกันไปเสียหมด แต่ในทางประวัตอศาสตร์นั้นคำม้ประวัติศาสตร์ของตัวมันเองเสมอ คำที่เขียนเหมือนกันอาจมีความำมายต่างกัน อมื่อเวลาเปลี่ยนหประยะหนึ่ง บางคำเขียนต่างกัน ความหมายอาจเหมือนกันก็ได้ นี่คือวิธีการพื้นฐานที่ผู้เขียนใช้ในปารมองกรณี พระมหาชนก ในที่นี้ด้วย พีะเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ใมเด็จพระสังฆราช. กรุงเทพฯ: กองบัญลาการทหารสูงวุด เหล่าทัพ แฃะกรมตำรวจ 2532 (พิมพ์เนื่องในการออกพระเมีุพระศพสมเด็จพระดริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2532) นฦ 1. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยนมบรมราชกุมารี. ทศบารมีในพระพุทธศาสนาเุรวาท. (ยอทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาตะสันอเก บึณฑิตวิทยาลัย จุศาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2524) น. 129. พระเจ้าวรวงฬ์เธอ กนมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพรุสังฆราช. น. 1. เร้ีองเดียวกัน รซ 2 ขีพเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่เลเด่ยวกัน น. 41. เรื่องเดียวกัน นฐ 43. เรื่องเดียวกัน น. 58 ขีะเส้สใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเดียวกัน น. 59. เรื่องเดียวกัน น. 67. เรืืองเเียใกัน น. 71. เรื่องเดียวกัน น. 71-73 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง, เร้่องเดียวกัส น. 78. เรื่องเดียยกัน น. 79. เรื่องเดียวกัา น. 80. เรื่องเดียวกัน นรฝนี้คงต้องขออภัยนักสตรันิยมเป็นอย่างยิ่ง ไมามชืเพียงเำราเตัวบทในเอกสารว่าไว้ดช่นนั้นัท่มนัเน แต่เพราะตระหนักว่าความปิติสุขจากการบวชของพระมหาชนดในที่นั้น เปฌนทุกขเวทนาอย่างาาหัยของพระนางสีวลี ความเพียรของพระนางดังที่เอกสารพรรณนามีค่าควรดก่การยกยรองไม่น้อยไปกว่าควสมเพีสรของำระมหาชนก ในที่นี้ผู้เขียนไส่มีเจตนาจดผล้ตซ้ำมุมมองอคติแบบชายเป็นใหญ่ที่ปรากฎให้เห็นในทศชาติแต่อย่างใด ทั้งนี้ผู้เขียนก็เห็นด้วยว่าการศึกษา ประวัติศาสตร์ชมดก ก็เช่นเดียวกับการศึกษาประวัติฬาสตร์ด้านอื่น ๆ ตรงที่ยังการมอวแบบ สตรีเป็นศูนย์กลาง ยังมีน้อยกว่าที่ควรจะเป็นอยู่มาก เรื่องเะียวกัน น. 81. เรืรองเดียวกัน น. 82. อย่างเช่น มหามกุฎราชวิทบาลัย. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย 2525 (ถิมพ์เนื่องในโอกาสครบ 200 ปีแห่งพระราชวงศ์จักรีและกระงรัตนโกสินทร์ฆ และ กรมการศาสนา. ดระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค 2 ใน น. 202-228. อาจารย์ฉลอง สุนทราวาณิชย์ ได้กรุณาชี้แนะผู้เขียนว่า ในบรรดากัญญาชนฝ่ายฆราวาสมี่มีผลงานประพันธ?ทางพุทธศาสนาในช่วงทศวรรษ 2470-2490 หลวงวิจิตรวาทการนัชเป็นผู้หนึ่งที่ฟากใครสนใจใครานู้เปี่ยวกับพุทธศาสนาก็จไเป็น ต้องอ่าน อีกทั้งหลวงวิจิตรวาทการวังเป็น ดาวเด่น ใตหมู่สงฤ์ หลายวัดทั้งฝนเมืองแชัชนบทต่างต้องมีงรนของหลวงวิจิตรวาทหารอก็บไว้สนตู้สำหรุบเป็รตำราด้างอิงศึกษา กม้ไม่เห็นด้วยทั้งหมดเสียทีเดียว ซึ่งช่วยให้ผู้เขียนหายบ้องใจในประเด็นที่ว่า เหตุใดวัดเก่าแก่หลายวัดตามบ้านนอกตึงมักมีผลงานดก่า ๆ ของไลบงวิจิตรวาทการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดร ขณะที่หลายเล่มปัจจุบันจัดอยู่ในชั้น หายาก ขอวหอสมุดในกรุงเทพฯ ไปแล้ว แต่ยะยังคงอ่านกันอยู่มากน้อยเพ้ยงใดนั้น ก็สุดปัญญาที่จะทราบได้ หลวงวิจิครวาทการ. (กรุงเทกฯ: สำนัปำิมพ์คลังวิทยา 2499) คำนำไา่ระบุเลขหน้า. เริ่องเดียวกัน. เรื่องเอียวกัน ร. 20. เรื่องเดียสกัน น. 27-28. เรื่องเดึยวกัน น. 21. เรื่องเดียวกัน. ผลวงวิจิตรวาทการ. (กรุงเทพฯ: โรงำิมพ์ ส.ธรรมภักดี 2494) น. ก.-ข. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุบยดดช. (กรุงเทพฯ:อัมรินทร์พริันติ้ง 2542) น. (6). ข่าวในพระราชสำนัก. เล่ม 11e ตอนที่ 30 ง. (วันที่ 11 เมษนยน พุทธศักราช 2539) น. 108 ตวรกล่าวไวัในที่นี้ด้วยว่า เสลาเสด็จลงจากศาลาดถมิตาลัย ทีีหลักฐานนี้ระบุ 18.30 ส. นั้นมีความคลาดเคลืือนเล็กน้อย หลักฐานจากแหล่งอืาน เช่น หนังสิอพิทพ์่ายวัน ระบุตรงกันว่า เป็นเวลา 17.30 น. ผู้้ขียนจึงรับเชื่อว่าเป็นเวลาหลังนี้มากกว่า ส่วนสาเหตุที่หลักฐานราชกิยจานุเบกษาคลาดเคลื่อนไปนั้น คงเป็นเพราะการลงข่าวย้อนฟลัง/ปเป็นเวลา 14 วัน (เหตุการณ์เกิพในวันที่ 28 มีนรคม แต่ราชกิจจานุเบกษาไกลงข่าวในวันที่ 11 เมษายนฉ ต่างำับหนังสือะิมพ์าายวันซึ่งลงข่าวย้อนหลังไปเพียงวันเดียว (เหตุเกิดวันที่ 28 มีนาคม ลฝข่าววันที่ 29 มีนาคม ) แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าเฝ้าตามทึ่กรากฏในราชกิจจานุเบกษา)บับนร้ ตรวจสอบแล้วก็พบว่า แม่นยำทีะดียว. ดูรูป ปรดวัติ และภาพเขียนของศิลปืนทั้ง 8 คนนี้ได้จากภาคผนวกใน พระบาทสมเด็จพระเจเาอข฿าฟัวภูมิพลอดุลยเดช. (กรุงเทพฯ: อัมริจทร์พริ้นติ้ง 2t3p) น. 154-162.ไม่ใชีครั้งแรกแต่อย่างใดที่ทรงมีบทบาทในการสร้างเหตียญลักษณเนี้ด้วยพระองค์เอง จากงานศึกษาเกี่ยวกับการจเดทำโครงกรรพระราชดำริในประวัติศาสตรฺการเมืองไทยสสัยใหม่โดยชนิดา ชิตบัณฑิตย์ ได้เสนอข้อมูลว่าก่อนฟน้านี้ในยุคที่รัฐไทยเผชิญปัญหาความมเ่นคงจากกทรเคลื่อนไหวร่อสู้จองพรรคคอทสิวนอสต์แห่งประเทศไมย (พคท.) พระบสทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระเครื่อง สมเด็จจิตรลเา หรือ พระกำลัฝแผ่นดิน ซึ่ฝมีตวามหมายเช่นเดียวกับพระนาม ด้วยการนำดอาวัตุุมงคลหลายชนิดผสมกีน เช่น ดินจากปูชตียสถานร่าบ ๆ จากทั่วประเทศ ดอกไม้ที่ประชาชนทูฃเกล้าฯ ถวายสนโอกาสต่าง ๆ และเส้นพระเจ้า ฤพระเกศา) ของพระองค์เอง เมื่อผสมกันโดสใช้กาวลาเท็กซฺเป็นเครื่ดงยึดแล้ว จึงทรงกดพระแตรละองค์ลงในแบบกิมพ์ โดยไม่ได้เอาเบ้าเตาหรือใช้ความร้อนชริพใด มีนายไพฑูรย็ ดมืแงสมบูรณ์ ปฏิมากรีาชสำนักแระจห (ต่อมาได้เป็นศิลปิยแห่งชาติสาขาประติมาำรรมและจิตรกครม พ.ศ. 2529) เป็นหู้แกะถวาย เพื่อพระราชทานเป็นการส่วนพระองค์แก่ข้าราชบริดาร แลเพสกนิกรผู้ประกอบคุณงามความดีแก่แผ่นดิน โแยเฉภาะคำรวจมหารกละพลเรือน (พตท.) ที่ปฏิบัติการอยู่ในสถานการณ์สู้รบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ไ้วทรงเริ่มสร้างพระดครื่องราย พ.ศ. 2508 และหยัดสร้างราว พ.ศ. 2512 รวมจำนวนไม่เกิน 3000 องค์ แต่ก็น่าสนใจในแง่ที่ว่าเกรียญพระมหาชนกที่สร้างขึ้นใน ำ.ศ. 2539 ไม่ได้ถ฿กมองเป็นพระเครื่องของมนกลวง และการสร่างพระเครื่องของในกลวงถูกมองยึดโยงไว้กับความทรงจำในสถานการณ์สธ้รบช่วงระหว่างทศวรรษ 2510-2520 ดธรายละเอียดจาก ชนิดา ชิตบัณฑิตย์. : (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมฯาสรร์แลดมนุษยศมสตร์ 25y0) บาที่ 3. รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน. น. 93. สำหรับการอ้างอิงในที่นี้ผธ้อขียนใช้ฉบึบการ์ตูนภาพขาวดำเป็นหลัก นายชูเกัยรติ อุทกถันธุ์ - ผู้อ้าง. นายสมรรถ เรือง๊รงึ็ - ผู้อ้าง. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. กรุงเทพฯ: สำนักราชเชขาธิการ 2540 (พิมพ์เนื่องในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. w540) ส. 231[234 ขีดเส้นใต้ฮดยผูัอ้รง. ปีที่ 19 ฉบับที่ 6595 (วันศุกต๋ที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2539) น. 15 ขีดเส้นมต้โดยผู้อ้างฐ พตะบาทสมเด็จพตะเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุชยเดช. น. (5) เรื่องเดียวกัน. เรื่องเดียวกัน ขีดเา้นใต้โดยผู้อ้าง. พระเจ้าวนวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช. น. 50. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. น. 6o[71 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเดียวปัน น. 93- 94 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. พระเจ้าวตวงศ์้ธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน๋ สมเด็จพระสังฆราช. น. 58 จะเห็นได้ว่าข้อความช้างต้นเป็นข้อความที่ถูกตัดแอกไปในฉบับพระรมบนิพนฌ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอขู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. น. 96 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเดียวกัน น. 102. เรื่องเดียวกัน น. 95 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเแียวกัน น. 103. เรื่องเดีจวกัน น. 105. เรื่องเดียวกัน น. 109 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. ภาพอยู่สนหน้า 46 47 56 57. ปีมี่ 19 ฉบับที่ 5595 (วันศุกร์มี่ 29 มีนาคม พึทธศักราช 2539) น. 15 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. พระบาทสมัด็จพระเจ้าิยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. น. 84. ดูคไหราศรัยฮบับเต็มๆด้จาก hhtp://www.managerradio.com/Radio/DetailRadi9.asp?pg;gram_no=1002&mmaID\1002%2F1002%2D6300%2Ewma&prigram_id=18906 ถอดเทปจาก hthp://www.mahagerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_n;=1002&,mcID=1001%2F2002%2D6300%2Ewmx&program_id=18807 พระราชดำรีสวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2539 ใน น. 15. พระบา่สมเด็จพระเจ้าอส๔่หัวภูมิพลอดุลยเดช. น. 59.
หากแต่เป็นการเล่าที่สัมพันธ์สอดคล้องกับเรื่องราวของผู้ชำระเองมากกว่าอื่นใดนับแต่ที่ พระมหาชนก ฉบับพระราชนิพนธ์ ตีพิมพ์เผยแพร่ใน พ.ศ. 2539 ก็ได้เกิดงานเขียนว่าด้วย พระมหาชนก ในแง่มุมต่างๆ ตามมาเป็นจำนวนมาก โดยงานส่วนใหญ่ยังมีลักษณะเป็นวรรณกรรมเฉลิมพระเกียรติ ไม่ได้เน้นสร้างองค์ความรู้หรือเติมเต็มเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ชาดก (ซึ่งในที่นี้ก็คือ พระมหาชนก) โดยเฉพาะงานเขียนประเภทที่จะมองจากแง่มุมของความเปลี่ยนแปลงทางความคิดและการสื่อความหมาย ที่แฝงมาในกระบวนการแปรและชำระ พระมหาชนก ในประวัติศาสตร์ไทยยุคใกล้นี้ ก็ยังไม่ถูกผลิตขึ้นเท่าที่ควรผลคือการพิจารณา พระมหาชนก ยังคงขาด มิติทางเวลา จนอาจทำให้เกิดความสับสนได้ง่าย ดูราวกับไม่มีความเปลี่ยนแปลงอันใดเกิดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเลย ถือเป็นวรรณกรรมตามขนบจารีตไปโดยง่ายดาย ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง ทั้งยังง่ายที่จะถูกผูกขาดการตีความไปใช้ประโยชน์สร้างสิทธิธรรมของการเคลื่อนไหวทางการเมือง และอีกหลายต่อหลายอย่างก็อาจเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ในเมื่อองค์ความรู้ในเรื่องดังกล่าวยังขาดตกบกพร่องอยู่เช่นนี้ จึงจะหวังความรู้ความเข้าใจอะไรถ่องแท้เป็นไปไม่ได้เสียเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการนำมาใช้ปลุกระดมมวลชนเพื่อต่อสู้เรียกร้อง การเมืองใหม่ ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อไม่นานมานี้หากไม่พิจารณาว่า พระมหาชนก ฉบับหลัง ๆ นี้มีปฏิสัมพันธ์กับฉบับก่อนหน้าอย่างไร อาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย การแต่งเรื่องใหม่ การสร้างตัวละครใหม่ การเปลี่ยนบทบาทตัวละครเดิม การปรับเปลี่ยนโครงเรื่องใหม่ใส่ลงในเรื่องเดิม เป็นส่วนสำคัญหนึ่งของกระบวนการที่เรียกว่า ชำระ เพียงแต่ในบางกรณีผลงานอันมีที่มาจาก กระบวนการชำระ อาจถูกยอมรับให้เป็น การแต่ง ได้ง่าย เพราะกลุ่มผู้ยอมรับนั้นมักขาดการพิจารณาเปรียบเทียบกับฉบับอื่น ๆนักศึกษาประวัติศาสตร์อาจคุ้นเคยกับงานศึกษาการชำระหลักฐานสำคัญเช่น พระราชพงศาวดาร และศิลาจารึก (หลักที่ 1) แต่การศึกษาการชำระวรรณกรรมหรือหลักฐานประเภทอื่นยังไม่เป็นที่รู้จักกันเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามผู้เขียนเห็นว่าการศึกษาการชำระพระราชพงศาวดารและศิลาจารึก (หลักที่ 1) ในช่วงที่ผ่านมามีคุณูปการสามารถประยุกต์ใช้ศึกษาวรรณกรรมประเภทอื่นได้ แม้ว่าวรรณกรรมดังกล่าวจะมีคุณลักษณะแตกต่างจากพระราชพงศาวดารและศิลาจารึก ทั้งส่วนใหญ่ก็ยังไม่นิยามการกระทำต่อวรรณกรรมในลักษณะเดียวกับที่ปราชญ์ต้นรัตนโกสินทร์กระทำต่อพระราชพงศาวดารว่า ชำระ หรือกล่าวอีกนัยคือส่วนใหญ่ยังเข้าใจกันว่าไม่มีการชำระวรรณกรรมเกิดขึ้นในที่อื่น ๆ อีก ผู้ชำระสมัยหลังมักนิยามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นแต่เพียงการ แต่ง เรื่อง (ขึ้นใหม่) เท่านั้น แต่แท้ที่จริงในการแต่งดังกล่าวได้รวมกระบวนการทำงานที่สำคัญเข้าไว้ด้วยกัน เช่น การแก้ไขสำนวนโวหาร แก้ไขอักขระและตัวสะกด แต่งเรื่องต่อ แทรกเรื่องใหม่ลงไปในเรื่องเก่า และแก้เรื่องเก่าจนกลายเป็นเรื่องใหม่ไป เป็นต้นด้วยเหตุดังนั้น การแต่งในลักษณะนี้จึงควรถือเป็นการชำระ และการชำระวรรณกรรมนั้นไม่ได้หมายถึงเพียงการเติมเนื้อความให้บริบูรณ์จากวรรณกรรมฉบับก่อนหน้าเท่านั้น แต่หมายถึงการแก้ไขดัดแปลงแนวคิดที่เสนอผ่านวรรณกรรมชิ้นนั้น ๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับโลกทัศน์ รสนิยม และผลประโยชน์ทางการเมืองของผู้ชำระหรือผู้ต้องการ ใช้ วรรณกรรมนั้น ๆ เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นความหมายของการชำระที่ครอบรวมถึงการกระทำที่อาจไม่ใช่เพียงต่อตัวบทอักษรเท่านั้น หากการชำระนั้นมุ่งเน้นประเด็นไปที่การสื่อ ความหมายทางสังคม (social meaning) เป็นหลัก ฉะนั้นจึงไม่เป็นการเกินเลยที่จะมีผู้กล่าวว่า การชำระวรรณกรรมทุกกรณี นอกจากนี้แล้ว บทบาท ผู้แต่ง ในกระบวนการชำระข้างต้น มีลักษณะการทำงานที่แตกต่างจาก ผู้แต่ง ทั่วไป ในประเด็นที่ว่า เริ่มต้นจากการได้อ่านหรือได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ อยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดหรือการสื่อความหมายที่เสนอผ่านเรื่องนั้น ๆ จึงนำมาสู่ความพยายามในการแก้ไขดัดแปลงเรื่องนั้น ๆ ขึ้นใหม่ แท้จริงจะเห็นได้ว่า ผู้แต่ง หรือ ผู้ชำระ ในกรณีดังกล่าวนี้ ก็คือ ผู้อ่าน ที่แสดงบทบาทย้อนกลับไปเป็น ผู้แต่ง ใหม่นั่นเองข้อเท็จจริงก็คือว่า พระมหาชนก ไม่ได้มีเพียงฉบับมาตรฐานหนึ่งเดียว ความเปลี่ยนแปลงจากฉบับหนึ่งสู่อีกฉบับจึงมีความน่าสนใจว่าอะไรเป็นตัวปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เดิม พระมหาชนก หรือ มหาชนกชาดก ถือเป็นชาดกในนิบาต มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกส่วนพระสูตร (พระสุตตันตปิฎก) ขุททกนิกาย ชาดก ภาคที่ 2 ชาดก แบ่งได้เป็น 2 ประเภทกว้าง ๆ ได้แก่ ชาดกในนิบาต (หรือ นิบาตชาดก ) เป็นชาดกที่มีอยู่ในพระไตรปิฎก และชาดกที่ไม่มีอยู่ในพระไตรปิฎกเรียกว่า ชาดกนอกนิบาต เกี่ยวกับการจัดประเภทชาดกนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อครั้งจัดพิมพ์ชาดกในการเฉลิมฉลองพระชนมายุ 58 ชันษาใน พ.ศ. 2462 ทรงพระนิพนธ์คำนำถึงเรื่องนี้ว่า:ชาดก เป็นหนังสือเรื่องใหญ่ มีจำนวนนิทานชาดกถึง 550 เรื่อง แบ่งเป็นนิบาต 21 คัมภีร์ นับเป็น 22 ทั้งทศชาติ ลักษณะที่แบ่งเป็นนิบาตนั้น จัดนิทานที่มีคาถาเดียวขึ้นไปจนถึง 80 คาถา รวมไว้เป็นพวก ๆ เรียกชื่อตามจำนวนของคาถา เป็นต้นว่า คัมภีร์พวกนิทานที่มีคาถาเดียวเรียกว่าเอกนิบาต คัมภีร์พวกนิทานที่มี 2 คาถาเรียกว่าทุกนิบาต แลคัมภีร์พวกนิทานที่มี 3 คาถาเรียกว่าติกนิบาต ฉะนี้เป็นตัวอย่าง คัมภีร์พวกนิทานที่มีคาถาถึง 80 เรียกว่าอสีตินิบาต ส่วนคัมภีร์ที่รวมเรื่องนิทานมีคาถามาก ๆ น้อย ๆ ไม่เท่ากันเรียกว่า ปกิณณกนิบาต หมายความว่าเป็นคัมภีร์ที่รวมเรื่องเกลื่อนกล่น ในที่สุดจึงถึงเรื่องทศชาติเรียกว่ามหานิบาต การสำรวจในชั้นหลังให้ข้อมูลแตกต่างจากที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยให้ไว้อยู่บ้าง ผู้เขียนพบ (เช่นเดียวกับท่านอื่นที่พบมาก่อนหน้า) ว่า ชาดกในพระไตรปิฎก ซึ่งอยู่ในพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มีอยู่ทั้งหมด 547 เรื่อง ทุกเรื่องมีแต่ตัวคาถา คือบทร้อยกรอง เนื้อความเน้นเฉพาะ แก่นเรื่อง เป็นสำคัญ คาถาในแต่ละเรื่องมีจำนวนไม่เท่ากัน คือ มีตั้งแต่ 1 คาถา ไปจนถึง 1000 คาถา (เช่น เรื่องมหาเวสสันดรชาดก เป็นต้น) ด้วยเหตุนี้จึงมีการแบ่งหมวดชาดกตามจำนวนคาถาแต่ละเรื่อง เรื่องใดมีคาถาจำนวนเท่ากันก็รวมอยู่ในหมวดเดียวกันในจำนวน 547 ชาติ พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นมนุษย์ สัตว์ เทวดา และอมนุษย์ ซึ่งจำแนกได้ดังนี้คือ พระชาติที่เป็นสัตว์มีจำนวน 124 ชาติ แบ่งออกเป็นในอรรถกถาชาดก 12 ชาติ พระชาติร่วมสมัยกับพระปัจเจกพุทธเจ้าอีก 3 ชาติ นอกจากนี้ในชาติที่เป็นสัตว์ยังสามารถจำแนกออกได้เป็นสัตว์ประเภทต่าง ๆ เช่น เป็นนก 39 ชาติ เป็นลิง 12 ชาติ เป็นเนื้อหรือกวาง 11 ชาติ เป็นราชสีห์ 11 ชาติ เป็นหงส์ 9 ชาติ เป็นช้าง 7 ชาติ เป็นพญานาค 6 ชาติ เป็นสัตว์สี่เท้าอื่น ๆ เช่น สุนัข ม้า โค หมู รวม 21 ชาติ เป็นสัตว์น้ำ 3 ชาติ เป็นไก่ 2 ชาติ และเป็นสัตว์พิเศษอื่น เช่น ครุฑ และกินนรอีก 3 ชาติ เป็นเทวดา 19 ชาติ เป็นยักษ์อีก 1 ชาติ ในจำนวนพระชาติที่กล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นสัตว์มากที่สุด ทั้งนี้การเป็นสัตว์ทำให้เอื้อต่อการแสดงภาพให้เห็นทุกขเวทนาที่พระพุทธองค์ทรงได้รับมาเป็นเวลายาวนาน จนเป็นที่แน่ชัดว่าทางที่จะทรงพ้นทุกขเวทนานั้นได้ก็มีแต่จะต้องหลุดพ้นจากการเกิดเท่านั้นอรรถกถาชาดก เป็นนิทานร้อยแก้วภาษาบาลี มักเป็นที่แพร่หลายในท้องถิ่นมากกว่าส่วนกลาง (ซึ่งจะเพราะเหตุใดนั้นไม่ใช่จุดมุ่งหมายของผู้เขียนในที่นี้) ผู้แต่งนำนิทานคาถาในนิบาตชาดกมาแทรกไว้ในเรื่อง แต่ไม่ได้ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะกำหนดโครงเรื่องทั้งหมด ความสำคัญของนิบาตชาดกในอรรถกถาชาดกดูเหมือนจะเป็นการโยงเอาหลักธรรมมาปรับเข้ากับเนื้อเรื่อง ซึ่งทำให้นิทานชาดกแตกต่างจากนิทานประเภทอื่น การแต่งอรรถกถาชาดกมีหลายลักษณะ เช่น การแต่งแบบขยายความ การแต่งแบบพิสดาร บ้างก็เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมาใหม่ เป็นต้น ทั้งนี้ส่วนมากมักเป็นการแต่งที่ไม่ถึงขั้นจะสัมพันธ์กับกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบที่จะเรียกได้ว่า ชำระ โครงเรื่องของอรรถกถาชาดกประกอบด้วยส่วนสำคัญ 5 ส่วน คือ1. ปัจจุบันวัตถุ หรือการปรารภเรื่อง หมายถึง เรื่องในสมัยพุทธกาล กล่าวถึงต้นเหตุของการเล่าชาดก โดยมักจะกล่าวเริ่มว่าขณะนั้นพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่ไหน ทรงปรารถเรื่องอะไรจึงตรัสคาถาเรื่องนั้น2. อดีตวัตถุ หมายถึง เนื้อเรื่องของนิทานชาดก ซึ่งมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า อตีเต3. คาถา หมายถึง หัวใจของเรื่องหรือสุภาษิตที่นำมาจากนิบาตชาดก4. อธิบายคาถา หมายถึง การอธิบายคาถาที่นำมาแทรกไว้ในเรื่อง ด้วยภาษาบาลีง่าย ๆ ให้เข้าใจดีขึ้น เป็นการอธิบายไวยากรณ์ทีละคำทีละวลี5. สโมธาน หรือประชุมชาดก (บางกรณีเรียกว่า ประชุมชาติ ) หมายถึง การสรุปเรื่องชาดกด้วยการโยงเรื่องในอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน เป็นการระบุว่าผู้ฟังชาดกเรื่องนั้น ผู้อยู่ในที่นั้น (ขณะทรงตรัสเล่าชาดก) หรือผู้มีชื่อเป็นตัวละครอยู่ในยุคพุทธกาล ต่างได้บรรลุมรรคผลในขั้นใดไปบ้างแล้ว ใครกลับชาติมาเกิดเป็นใครในสมัยพุทธกาล โดยทั่วไปตัวละครใน อดีตวัตถุ กับ ปัจจุบันวัตถุ มักจะสอดคล้องกัน เช่น ผู้ร้ายฝ่ายชาย (อดีตวัตถุ) จะได้แก่ พระเทวทัต (ปัจจุบันวัตถุ) ผู้ร้ายฝ่ายหญิง (อดีตวัตถุ) ได้แก่ นางจิญจมาณวิกา (ปัจจุบันวัตถุ) ผู้ช่วยพระเอก (พระอินทร์) ได้แก่ พระอนุรุทธะ นางเอก คือ พระนางพิมพายโสธรา ฯลฯส่วนสาเหตุที่มาของเนื้อเรื่องที่ปรากฏภายหลัง ทั้งที่ในพระไตรปิฎกไม่มีนั้น รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ สันนิษฐานว่า เนื้อเรื่องคงจะสูญหายไป ทำให้ในเวลาต่อมาพระพุทธโฆสะหรือพระพุทธโฆษาจารย์ได้แต่งเรื่องราวและเพิ่มเติมรายละเอียดให้สมบูรณ์ โดยการเพิ่มเติมการปรารภเรื่อง รายละเอียดของนิทาน และการกลับชาติ เรื่องราวนี้เรียกว่า อรรถกถาชาดก หรือ ชาตกัฏฐกถา ขณะที่อนุสรณ์ อุณโณ ผู้ศึกษา ชาตกัฏฐกถา โดยตรง เห็นต่างออกไปว่า ผู้แต่งอรรถกถาชาดกไม่ใช่พระพุทธโฆษาจารย์ เพราะจากหลักฐานสำคัญเช่น คัมภีร์มหาวงศ์ และ พุทธโฆสุปัตติ ตลอดจน คัมภีร์คันธวงส์ สาสนวงส์ และ สัตธัมมสังคหะ แม้ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานแสดงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ได้โดยตรง แต่ก็แสดงอัตชีวประวัติของพระพุทธโฆษาจารย์ไว้ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะการที่พระพุทธโฆษาจารย์ได้เดินทางไปยังลังกาเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 10 ตามคำแนะนำของพระเรวัติโดยมีวัตถุประสงค์ให้ท่านไปศึกษาภาษาสิงหลและอรรถกถาภาษาสิงหล (หรือ สิงหลัฏฐกถา ) แล้วให้แปลอรรถกถาภาษาสิงหลเหล่านี้ออกเป็นภาษาบาลี เพื่อนำกลับไปยังอินเดีย ซึ่งในเวลานั้นมีแต่พระไตรปิฎก ไม่มีคัมภีร์อรรถกถาหลงเหลืออยู่เลยนอกจากนี้ ชาตกัฏฐกถา ยังไม่น่าจะเป็นผลงานของพระพุทธโฆษาจารย์ ด้วยเหตุผลที่ว่าสำนวนภาษาและวิธีการแต่งไม่เหมือนกับผลงานเล่มอื่น ๆ ของท่าน ชาตกัฏฐกถา จึงน่าจะถูกรจนาขึ้นโดยอรรถกถาจารย์รูปอื่นในยุคใกล้เคียงกับพระพุทธโฆษาจารย์ พร้อมกันนั้นด้วยความที่อรรถกถาที่กล่าวถึงเรื่อง พระโพธิสัตว์จรรยา ยังมักจะเป็นผลงานของ พระธรรมปาละ จึงเชื่อว่าชาตกัฏฐกถาน่าจะเป็นผลงานของพระธรรมปาละมากกว่า แต่ถึงกระนั้นอัตชีวประวัติและผลงานของพระธรรมปาละ ก็ไม่ได้แสดงความชัดเจนว่าท่านได้รจนาชาตกัฏฐกถาขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร และด้วยวัตถุประสงค์อะไร ด้วยเหตุดังนั้นขณะนี้จึงยังไม่อาจสรุปหรือหาข้อยุติได้แน่ชัดว่าชาตกัฏฐกถาถูกรจนาขึ้นโดยพระอรรถกถาจารย์ท่านใด แต่อาจกล่าวได้อย่างคร่าว ๆ ว่าน่าจะรจนามาจากอรรถกถาภาษาสิงหลอีกทอดหนึ่งในลังกาเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 10จะเห็นได้ว่า ความสำคัญของชาดกในการศึกษาวรรณกรรมจารีตนั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ขณะเดียวกันชาดกก็มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงไม่ได้รับการใส่ใจจากนักประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเท่าที่ควร เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่เกิดตามมาจึงได้แก่ อาการหยุดนิ่งง่อยเปลี้ยของความรู้ในด้านนี้ ชาดกมักถูกเข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นเรื่องของการเล่าอดีตชาติของพระพุทธเจ้า มีมาตั้งแต่ในยุคพุทธกาล ซึ่งชวนให้น่าสงสัยถึงความคงทนไม่เปลี่ยนแปลงของตัวบทในชาดกเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของบทความนี้ก็ไม่ใช่จะถกเถียงในประเด็นว่าใครเป็นผู้แต่งอรรถกถาชาดกในระยะแรกเริ่มของการรับพุทธศาสนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเรื่องราวในประวัติศาสตร์อันไกลโพ้นเกินสติปัญญาความสามารถของผู้เขียน แต่จะศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางความคิดและการสื่อความหมายในกระบวนการชำระและปรับใช้ชาดก (ผ่านกรณีของ พระมหาชนก ) ที่เกิดขึ้นในระยะไม่นานมานี้ ว่ามีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ (ไม่ใช่ประวัติศาสตร์จารีต ซึ่งเป็นไปไม่ได้อีกแล้วเมื่อถูกชำระขึ้นใหม่ในภายหลัง)ขณะเดียวกันก็จะพยายามชี้ให้เห็นด้วยว่าความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ในประเด็นว่าด้วย ความเป็นสมัยใหม่ ในสังคมไทยนั้น ส่งผลกระทบอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบคิดและกระบวนการสื่อความหมายที่กำกับอยู่เบื้องหลังการชำระ พระมหาชนก ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยอันใกล้นี้ โดยไม่ละเลยประเด็นว่า กระบวนการปรับใช้หรืออ้าง ความเป็นจารีต นี้มีผลอย่างไรต่อเงื่อนไขและนิยามของสิ่งที่เรียกว่า ความเป็นไทย ในระยะหลังมานี้ชาดก มาจากคำว่า ชาต ในภาษาบาลี แปลว่า เกิด พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (พ.ศ. 2525) ให้คำนิยามชาดกไว้ว่า ส่วนความหมายที่กระชับได้ใจความนั้น รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน อธิบายว่า ชาดก แม้จะมีความสำคัญในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎก เป็นที่รับรู้กันมาช้านาน แต่ชาดกก็เพิ่งจะมีการพิมพ์เผยแพร่ใน พ.ศ. 2447 โดยพิมพ์แจกเป็นพระราชกุศลในงานพระศพพระเจ้าพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าหญิงศรีวิไลยลักษณ์ กรมขุนสุพรรณภาควดี ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้อาราธนาพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส และพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ พร้อมทั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ ร่วมกันแปลนิบาตชาดกถวายตามพระราชประสงค์จำนวน 3 วรรค รวมชาดก 30 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์ พระบรมราชาธิบาย เป็นคำนำไว้ด้วย ต่อมาจึงได้เกิดเป็นธรรมเนียมนิยมในหมู่ราชตระกูล ซึ่งมักจะจัดให้มีการพิมพ์ชาดกเผยแพร่ในงานพระศพถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้เป็นการพิมพ์แยกจากพระไตรปิฎก คือเลือกพิมพ์เฉพาะเนื้อความส่วนที่เป็นชาดก นอกเหนือจากที่มีประเพณีการเทศน์มหาชาติ แผ่พระราชกุศลมาแต่ครั้งต้นรัตนโกสินทร์โดยในส่วนของพระไตรปิฎกทั้งหมดนั้น พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (สา ปุสสเทว) วัดราชประดิษฐ์ มาประชุมพร้อมกันในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงมีพระราชดำรัสชี้แจงพระราชประสงค์ที่จะให้พิมพ์พระไตรปิฎกด้วยอักษรไทย พระสงฆ์ทั้งปวงก็ถวายอนุโมทนารับแบ่งหน้าที่กันตรวจต้นฉบับจากภาษาขอมและรามัญที่มีอยู่เดิมในหอพระมณเฑียรธรรม ทรงโปรดให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นแม่กองจัดพิมพ์ จำนวน 1000 จบ รวมเป็นหนังสือ 39000 เล่ม งานสำเร็จลงใน พ.ศ. 2436 แล้วได้เฉลิมฉลองในงานพระราชพิธีรัชฎาภิเษก เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 25 ปี ทั้งนี้พิมพ์ได้ทั้งหมด 39 เล่ม ยังขาดไปไม่ได้พิมพ์อีก 6 เล่มต่อมา พ.ศ. 2468 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 7) ได้มีการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกขึ้นอีกครั้ง เพื่อจะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการนี้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมอบหมายให้สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท เป็นประธานอำนวยการ และโปรดให้อาราธนาพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชขณะนั้น ทรงรับหน้าที่เป็นประธานในการตรวจทานชำระต้นฉบับพระไตรปิฎก ในการพิมพ์ครั้งนี้ได้ใช้ทุนพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนกว่า 200000 บาท มีผู้บริจาคร่วมสมทบทุนเป็นพระราชกุศลอีก 600000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินมากกว่าต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ตั้งไว้แต่แรก จึงมีเงินเหลือสำหรับพิมพ์คัมภีร์อรรถกถาและฎีกาต่าง ๆ เพิ่มเติมพระไตรปิฎกฉบับพ.ศ. 2468 นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิมพ์เป็นอักษรไทยจบบริบูรณ์ พระไตรปิฎกฉบับนี้มีจำนวนจบหนึ่ง 45 เล่ม ทั้งหมด 1500 จบ ขนานนามว่า พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ มีตราช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ประจำปก จากนั้นโปรดให้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นในระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473 ได้พระราชทานแก่บุคคลสำคัญในประเทศ 200 จบ ต่างประเทศ 450 จบ อีก 850 จบ พระราชทานแก่ผู้บริจาคขอรับหนังสือพระไตรปิฎกสำหรับไว้เป็นมงคลในบ้านเรือนของตนอย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามในการสร้างพระไตรปิฎกฉบับไทยสยามขึ้น แต่พระไตรปิฎกฉบับ พ.ศ. 2468 ก็ยังเป็นแต่เพียงพระไตรปิฎกภาษาบาลีที่พิมพ์ด้วยอักษรไทยเท่านั้น ยังไม่มีการถ่ายทอดเนื้อหาเป็นภาษาไทยทั้ง 3 ปิฎกครบถ้วนอย่างเป็นทางการ ต่อมาภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ.2475) ใน พ.ศ. 2483 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (แพ ติสสเทวมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช ทรงปรารภถึงความสำคัญของการแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทยในที่ประชุมพระเถรานุเถระว่า ควรดำเนินการให้มีการแปลเป็นภาษาไทยให้ครบทั้ง 3 ปิฎกอย่างสมบูรณ์ โดยทรงให้เหตุผลว่า จึงได้โปรดให้ประธานคณะบัญชาการคณะสงฆ์แทนพระองค์สมเด็จพระสังฆราช ขอความอุปถัมภ์จากรัฐบาลซึ่งมีหลวงพิบูลสงคราม (แปลก ขีตะสังคะ) เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้น เพื่อให้ดำเนินการแปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎก โดยตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมาธิการ แปลพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก งานนี้ได้ทำสืบเนื่องมาจนถึงตกอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลจากที่แสดงมาข้างต้น มีข้อน่าสังเกตอย่างหนึ่งว่า ชาดกในนิบาตถูกถ่ายทอดเป็นภาษาไทยก่อนที่พระไตรปิฎกจะถูกแปลอย่างครบถ้วนบริบูรณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่แยกขาดจากพระไตรปิฎก แม้จะเป็นชาดกในนิบาตซึ่งได้รับการยืนยันความน่าเชื่อถือด้วยมีปรากฏในพระไตรปิฎกก็ตาม แต่พระไตรปิฎกเองก็ไม่ได้ถูกใช้เป็นมาตรฐานในการชี้วัดความสำคัญของชาดกในนิบาตแต่อย่างใด สถานะความศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างประทับไว้แก่พระไตรปิฎกกลายเป็นข้อจำกัด เพราะจะแตะต้องหรือดัดแปลงไม่ได้มากนัก ภาระหน้าที่ในการสร้างคำอธิบายให้สอดรับกับรสนิยมของพุทธปุถุชน จึงตกเป็นของอรรถกถาจารย์ กล่าวข้างต้นไม่ใช่จะให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดในรูปลายลักษณ์อักษรแต่เพียงอย่างเดียว เพราะที่จริงแล้วการเล่าชาดกในนิบาตได้เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในรูปของการเทศน์มหาชาติซึ่งกลายเป็นประเพณีที่สำคัญของการเล่าชาดกไป แต่ดังที่ทราบกันดีว่ามหาชาติที่นิยมเทศน์ในงานบุญกันนั้น คือ มหาเวสสันดรชาดก พระชาติสุดท้ายก่อนเป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้นส่วนชาดกนอกนิบาตนั้นดูเหมือนจะเป็นตรงกันข้าม คือสามารถแตะต้องได้ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องเป็นอรรถกถาจารย์หรือพระเถระที่เป็นที่เคารพเชื่อถือเท่านั้น ที่จะสามารถสร้างคำอธิบายขยายความหมายและความสำคัญ ฆราวาสที่มีชื่อเสียงก็สามารถกระทำได้ รสพระธรรมจากชาดกนอกนิบาตจึงมีความหลากหลายและน่าจะมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ารสพระธรรมจากพระคัมภีร์เดิม ชาดกถูกปรับให้เข้ากับความเป็นจริงของแต่ละยุคสมัยไม่ใช่น้อย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญกับประเพณีการเทศน์มหาชาติด้วยการเลื่อนสถานะความเป็นประเพณีขึ้น โดยให้ถือว่าเป็น เทศนาสำหรับแผ่นดิน ขณะที่มโหสถชาดกถือเป็นชาดกประจำชาติพม่า มหาเวสสันดรชาดกก็ถือเป็นชาดกประจำชาติสยาม-ไทย เมื่อเจ้านายเชื้อพระวงศ์เสด็จออกผนวช ก็มักจัดให้มีเทศน์มหาชาติ และเมื่อเทคโนโลยีการพิมพ์ได้ถูกนำมาใช้แพร่หลาย เจ้านายเชื้อพระวงศ์ต่างนิยมพิมพ์เผยแพร่ชาดกในงานวันคล้ายวันพระราชสมภพของแต่ละพระองค์ ถือเป็นสิริมงคลแก่เชื้อพระวงศ์ท่านนั้น ๆ เป็นอย่างสูงนอกจากนี้ชาดกยังเป็นที่นิยมแพร่หลายตามท้องถิ่น ธวัช ปุณโณทก และจารุวรรณ ธรรมวัตร นักวิชาการที่ศึกษาวรรณกรรมท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทั้งสองท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้ตรงกันว่า ชาดก โดยเฉพาะมหาเวสสันดรชาดกที่จะเล่ากันอย่างเป็นระบบในงานบุญประเพณีเรียกว่า บุญพระเวสส์ (หรือ บุญผะเหวด ตามสำเนียงการออกเสียงของท้องถิ่น) นั้น มีส่วนอย่างสำคัญต่อวัฒนธรรมและประเพณีของท้องถิ่น ทั้งนี้ชาดกมักจะถูกดัดแปลงมานำเสนอคติพื้นบ้านผสมผสานกับความเชื่อทางพุทธศาสนา ทำให้พุทธศาสนาของท้องถิ่นมีลักษณะเป็นพุทธศาสนาแบบชาวบ้าน (Popular Buddhism) มากกว่าจะเป็นพุทธศาสนาที่เคร่งครัดตามหลักปรัชญาขององค์พระศาสดา (Doctrinal Buddhism) ทั้งนี้มีความเชื่อพื้นฐานอยู่ 2 ประการ ที่ทำให้มหาเวสสันดรชาดกมีความสำคัญตามระบบคิดของท้องถิ่น คือ2. ความเชื่อที่ว่า มหาเวสสันดรชาดกเป็นพุทธวจนะที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ นิโครธราม กรุงกบิลพัสดุ์ ผู้ใดได้สดับฟังจะเกิดสิริสวัสดิมงคล3. ความเชื่อที่ว่า พระศรีอาริยเมตไตรยเทพบุตร ผู้จะเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ได้ตรัสบอกแก่พระมาลัยมหาเถระว่า ผู้ที่ฟังมหาชาติหรือเวสสันดรชาดกจบในหนึ่งวันหนึ่งคืน และบูชาด้วยประทีป ธูปเทียน ธงฉัตร ดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกบัว ดอกราชพฤกษ์ และดอกผักตบ ให้ครบจำนวนชนิดละ 1000 ดอก อานิสงฆ์จะชักนำให้ผู้นั้นได้พบกับยุคพระศรีอาริย์ นอกจากนี้อานิสงฆ์ในการฟังเทศน์ การเป็นเจ้าของกัณฑ์เทศน์จะได้รับความสุขความเจริญ และที่สำคัญคือการที่ฝนฟ้าจะตกต้องตามฤดูกาล ความเชื่อและอานิสงฆ์ข้อนี้ มีผลต่อการแพร่หลายของอุดมการณ์ความเชื่อ ที่สำคัญอันหนึ่งของขบวนการชาวนาและกลุ่มชนต่าง ๆ ในอีสานและล้านช้าง คือ อุดมการณ์ความเชื่อเรื่องพระศรีอาริย์และกบฏผู้มีบุญในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25ในส่วนของส่วนกลางนั้น สืบเนื่องจากความพยายามในการเปลี่ยนแปลงให้พุทธศาสนามีลักษณะทางโลกย์ในช่วงระยะปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ล่วงมาจนถึงต้นรัชกาลที่ 5 อิทธิพลของขบวนการธรรมยุติกนิกายแผ่ซึมครอบงำมุมมองต่อโลกและชีวิตทางสังคมของชนชั้นนำสยาม สิ่งนี้ปรากฏให้เห็นในความเปลี่ยนแปลงของวรรณกรรมจารีตทางพุทธศาสนา วรรณกรรมทางพุทธศาสนาบางส่วนถูกชำระดัดแปลงให้มีคุณค่าแสดงความเป็นชาติอารยะของสยาม ในพ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ พระบรมราชาธิบายเรื่องนิบาตชาดก ทรงพยายามทำให้ชาดกมีความเป็นสากล ถือเอาตะวันตกเป็นมาตรฐานชี้วัดคุณค่า โดยเปรียบเทียบชาดกที่มีอยู่แต่เดิมในสยามกับนิทานอีสปของโลกตะวันตกมีใจความสำคัญดังนี้ :นิทานอย่างเช่นชาดกนี้ ไม่ได้มีแต่ในคัมภีร์ฝ่ายพระพุทธศาสนา ในหมู่ชนชาติอื่นภาษาอื่นนอกพระพุทธศาสนาก็มีปรากฏเหมือนกัน ฯ ชาติอื่น ๆ เช่น อาหรับเปอร์เซีย เป็นต้น ก็ว่ามีนิทานเช่นนี้คล้ายคลึงกัน แต่จะยกไว้ไม่กล่าว เพราะไม่มีตัวเรื่องมาเทียบ ฯ จะยกแต่นิยายอีสอป ซึ่งข้าพเจ้าได้แปลงเป็นภาษาไทยช้านานมาแล้ว ได้ชื่อว่าอีสอปปกรณำ ของนักปราชญ์ผู้หนึ่งชื่อว่าอีสอป เป็นผู้แต่งขึ้นในประเทศกรีก ฯ นักปราชญ์ผู้นี้ได้แต่งหนังสือฉบับนั้นแต่ในเมื่อเวลาราว ๆ กันกับพุทธกาล มีทำนองนิทานอย่างเดียวกัน คือ เทวดาพูดกับคน ดิรัจฉานพูดกับคน ดิรัจฉานต่อดิรัจฉานพูดกันเองทำนองเดียวกันกับชาดก ฯ และเรื่องราวที่อีสอปกล่าวนั้น ก็มีคล้ายคลึงกันที่อาจจะเทียบกับเรื่องราวชาดกได้หลายเรื่อง เช่นเรื่องกันทคลกชาดกในทุกนิบาตกับเรื่องสุนัขป่ากับนกกระสา ในอีสอปปกรณำ (เรื่องที่ 5) เป็นเรื่องเดียวกันแท้ ฯ ประโยชน์ของนิทานนี้ก็ลงท้ายแสดงภาษิต (เช่น) ว่า โลภมากลาภหายอย่างเดียวกัน ฯ ถ้าจะตรวจสอบกันอีก ก็เห็นจะยังมีถูกกันมาก จึงเห็นว่านิทานเช่นนี้คงจะเป็นนิทานเก่าที่เล่ากันมาแต่ก่อน 2500 ปีขึ้นไป ถ่ายเทกันไปมา และเป็นวิธีที่ยกขึ้นมาประกอบทางสั่งสอนของคนโบราณครั้งก่อนพุทธกาลและราว ๆ พุทธกาล ฯ นอกจากนี้ประเด็นที่ยากแก่การอธิบายให้สอดคล้องกับนิยามความเป็นสากลขณะนั้น ยังมีอีกประเด็นคือเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์และความเชื่อเรื่องการสำเร็จฌานขั้นสูงที่เรียกว่า บุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ การระลึกชาติได้ สอดรับกับความเชื่อเรื่องกฎการเวียนว่ายตายเกิดของพุทธผสมพราหมณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโต้แย้งว่าความเชื่อในเรื่องนี้ก็มีในโลกตะวันตก โดยทรงยกกรณีปราชญ์ชื่อดังนาม ปีถักโกรัส (Pythagoras) ว่าก็เคยอ้างว่าระลึกชาติได้เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า แสดงนัยให้เห็นว่าท้ายสุดแล้วความเชื่ออันเป็นรากฐานของพุทธศาสนานี้ใช่ว่าจะขัดแย้งกับคติความเชื่อที่มีอยู่ในโลกตะวันตก ซึ่งถูกยอมรับเป็นมาตรฐานความเป็นสากลในขณะนั้น และเมื่อคติความเชื่อเช่นนั้นยังสามารถเป็นรากฐานสำคัญของอารยธรรมตะวันตกได้ คติความเชื่อเช่นนี้ (ซึ่งเชื่อกันว่ามีอยู่มาแต่เดิมในสังคมสยาม) ก็น่าจะสามารถใช้เป็นฐานของอารยธรรมสยามใหม่ได้เช่นกัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ประเด็นดังกล่าวไว้ดังนี้: ในเรื่องราวของพวกกรีก มีนักปราชญ์ชาตินั้นผู้หนึ่งชื่อ ปีถักกอรัส (Pythagoras) เป็นเจ้าลัทธิในวิชาว่าด้วยธรรมดาของรูปธรรมนามธรรม (Phylosophy) ซึ่งเป็นเหตุเกิดศาสนาต่าง ๆ ขึ้น และเป็นคนเข้าใจวิชาสำหรับคำนวณ (Mathematics) เขาเกิดที่เมืองสามส (Samos) ประเทศกรีกครั้งยังแยกเป็นหลายอาณาจักร เมื่อก่อนคฤสตศกราช 582 ปี คือ ก่อนพุทธปรินิพพาน 40 ปี ได้แก่ เวลากำลังเป็นพุทธกาล ในตอนแรก ๆ พระพุทธเจ้าพึ่งได้ตรัสรู้สัก 5 ปีล่วงไปแล้ว เที่ยวสอนความรู้ของตนในเมืองทั้งหลายแถบประเทศกรีกตั้งมาเดิมชื่อเรียกว่า มักนากรีเซีย (Magna Greacia) และสันนิษฐานตามภูมิศาสตร์โบราณว่าประเทศอิตาลีตอนใต้ เมื่อก่อนคฤสตศกราว 529 ปี คือ หลังพุทธปรินิพพานราว 13 ปี ทำกาลกิริยาที่เมืองเมตตาปันตุม (Matapontum) จังหวัดมักนากรีเซีย นั้นเอง เมื่อก่อนคฤสตศกราว 500 ปีถ้วน คือ หลังพุทธปรินิพพาน 42 ปี ฯ ฯ คราวหนึ่งก่อนคฤสตศกระหว่าง 1335 ลงมาหา 1149 ปี แต่ที่ลงสันนิษฐานร่วมกันว่า 1183 ปี คือ ก่อนพุทธปรินิพพานราว 641 ปี พวกกรีกสมทบกันทำสงครามต่อพวกโตรยัน (Trojan) คือ ชาวเมืองตรอย (Troy) ในประเทศโตรอัด ( Troad ) ปลายเขตแผ่นดินเอเชียไมนอร์ (Asia Minor) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยสาเหตุคือ ปารีส (Paris) ราชบุตรของพระเจ้าไปรอัม (Priam) พระราชาของพวกโตรยันพาเอาพระนางเฮเลน (Helen) พระราชมเหษีของพระเจ้าเมนเนลาอุส (Menelaus) พระราชาเมืองสปาร์ตา (Sparta) อีกนัยหนึ่ง ชื่อเมืองลัชซีดีมน (Lacedaemon) ไป พวกกรีกก็หวังจะตามเอาคืนมาให้จงได้ ฯ สงครามครั้งนั้นฝ่ายกรีกมีพระเจ้าอักกเม็มนน (Agamemnon) พระราชาเมืองไมซีนี (Mycenae) และบริเวณอารโกลิส (Argolis) พระราชภาดาของพระเจ้าเมนเนลาอุสเป็นจอมพล ต่อรบกันอยู่ถึง 10 ปี พวกกรีกจึงมีชัยชนะ ได้เมืองตรอย และได้พานางเฮเลนคืนมา ในสงครามครั้งนั้น พระเจ้าเมนเนลาอุส ฆ่านายทหารพวกโตรยันชื่อ ยูฟอร์บุส (Euphorbus) ที่เป็นคนมีชื่อเสียงข้างกล้าหาญตาย แล้วเอาโล่ห์ของเขาถวายไว้ ณ เทวสถานแห่งนางเทพอัปษรชื่อ ฮีรา (Hera) ที่พวกกรีกนับถือว่าเป็นภคนีเทวีแห่งพระพฤหัสบดี Zeus (Jupiter) และเป็นแบบอย่างของสตรีที่มีความดี ทั้งที่เป็นภรรยาและที่เป็นมารดาอันตั้งอยู่ใกล้เมืองไมซีนี บ้างก็ถวายไว้ ณ เทวสถานเทพบุตรอปอลโล (Apollo) โอรสพระพฤหัสบดี เป็นที่หมายแห่งแสงสว่างและอำนาจอันทำให้เป็นและตายของพระอาทิตย์ บางทีก็มักเข้าใจว่าเป็นพระอาทิตย์เอง อันตั้งอยู่ที่เมืองบรางกิดี (Branchide) ฯ ฯ การแก้ต่างให้กับพระพุทธเจ้าโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในที่นั้น มีนัยเท่ากับแก้ต่างให้กับคติความเชื่อดั้งเดิมที่มีอยู่ในสยามขณะนั้น ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาสำคัญคือ การมาของจักรวรรดินิยมตะวันตก ที่เริ่ม รุก เข้ามาโดยแฝงในรูปแบบต่าง ๆ นอกเหนือจากการแข่งขันทางการค้าและการคุกคามทางการเมืองโดยตรง ยังปรากฏการแข่งขันทางด้านคติความเชื่ออีกด้วย ชนชั้นนำสยามเริ่มปรับตัวเรียนรู้วิทยาการจากโลกตะวันตก แล้วปรับใช้ความรู้และวิทยาการเหล่านั้นมาค้ำจุนสถานะเดิมของตนในสังคม เนื่องจากหวาดระแวงกันว่าการเข้ามาของชาวตะวันตกในพุทธศตวรรษที่ 24-25 จะทำให้อำนาจและบทบาทความเป็น เจ้าผู้ปกครอง ของตน ต้องถูกสั่นคลอนจากอำนาจภายนอกที่เหนือกว่า ขณะเดียวกับที่มีความพยายามในการปรับเปลี่ยนภูมิปัญญาดั้งเดิมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังกระทบเข้ามา และในกระบวนการปรับเปลี่ยนเหล่านั้นเอง นำมาซึ่งการตัดต่อตีความวรรณกรรมจารีตขึ้นใหม่ จากเดิมที่รับรู้โลกและสังคมในแบบที่อยู่เลยพ้นจากประสบการณ์การรับรู้ทางผัสสะ กลายเป็นการรับรู้ที่เน้นประสบการณ์ในโลกจริง ให้ความสำคัญกับการรับรู้โลกในเชิงประจักษ์ความสำคัญของพระมหาชนกในหมู่ชนชั้นนำสยามยุคสมบูรณาญาสิทธิ์ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่าง กล่าวคือท่ามกลางความขัดแย้งและคลุมเครือในอำนาจระหว่างขุนนางกับเชื้อพระวงศ์ เรื่องเล่าของพระมหาชนกกลายเป็นตัวแทนของการเรียกร้องสิทธิอำนาจแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ ฝั่ง ที่พระมหาชนกพยายามว่ายจะไปให้ถึงนั้นคือ เมืองมิถิลานคร ไม่ใช่ สุวรรณภูมิ สุวรรณภูมิมีความสำคัญในแง่ที่เป็นเพียงทางผ่าน พระมหาชนกตั้งพระทัยต่อเรือเพื่อไปทำการค้ายังสุวรรณภูมิ ก็ด้วยหวังจะสร้างความมั่งคั่งแล้วไปชิงราชสมบัติเมืองมิถิลานคร ความเพียรของพระมหาชนกในที่นั้น จึงตอบสนองแรงปรารถนาของฝ่ายราชจักรีวงศ์เพื่อการขึ้นสู่อำนาจสูงสุดอย่างแท้จริงนั่นเองนอกจากที่กล่าวข้างต้น ชาดกในนิบาตยังมีลักษณะเฉพาะสอดรับกับสภาพความเปลี่ยนแปลงอีกอย่าง กล่าวคือระยะแรกความเปลี่ยนแปลงทางตัวบทและสารสำคัญเป็นส่วนขยายจากความพยายามในการคงความเก่าแก่และความจริงแท้แบบดั้งเดิม เพื่อตอบโต้กับชุดของความจริงแท้แบบใหม่ที่กำลังโอบล้อมเข้ามา เป็นการแสดงความศิวิไลซ์ผ่านการผลิตซ้ำและสร้างความจริงแท้แบบดั้งเดิมขึ้นมาใหม่ เพื่อชี้ให้เห็นว่าในสังคมเดิมมีศาสตร์ลี้ลับที่เรียกตามศัพท์พุทธศาสนาว่า โลกุตตระธรรม ที่วิธีมองโลกแบบตะวันตกเป็นศูนย์กลางเข้าไม่ถึงหรือไม่อาจเข้าใจได้ ต่างกับความรู้และวิทยาการจากตะวันตกซึ่งถูกมองเป็นเรื่องทางโลกย์ (หรือ โลกิยะธรรม ) นี่คือกระแสที่สองของความพยายามในการสร้างความศิวิไลซ์แก่สยาม เป็นแนวทางที่ตกต่างจากกระแสแรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำ ส่วนกระแสที่สองผู้มีบทบาทดูเหมือนจะเน้นหนักไปทางฝ่ายสงฆ์มากกว่าฆราวาส ความแตกต่างในแนวทางและวิธีการจัดการชำระวรรณกรรมระยะนี้จึงแสดงจุดยืนและความแตกต่างระหว่างฝ่ายรัฐกับสงฆ์ แต่ทั้งสองกระแสนี้ต่างเอื้อประโยชน์ต่อกันในการสร้างความศิวิไลซ์แก่สยามตอบโต้การครอบงำของจักรวรรดินิยมตะวันตกเนื่องจากเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดทำ พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ได้แยกต้นฉบับพระไตรปิฎกส่วนพระสูตรออกมาชำระแปลเป็นภาษาไทย เน้นความสนใจไปที่ทศชาติ ด้วยทรงมุ่งหวังจะตีพิมพ์เผยแพร่เป็นการกุศลเนื่องในงานวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ปีละเรื่องต่อเนื่องกันไป นับแต่ พ.ศ. 2471 จนถึงวาระอายุครบ 70 ปีในพ.ศ. 2480 แต่ปรากฏว่าบางปีเช่น 2472 ทรงพิมพ์มากกว่าหนึ่งเรื่อง นับเป็นทศชาติฉบับแปลที่กล่าวกันว่าเป็นที่เชื่อถือเป็นมาตรฐานของทศชาติฉบับพิมพ์ครั้งหลังจากนั้นเรื่อยมา จนถึงระยะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเริ่มให้ความสนพระทัย พระมหาชนก ใน พ.ศ. 2520 ซึ่งจะกล่าวถึงในลำดับถัดไปด้วยความที่พิมพ์เผยแพร่ในงานวันพระราชสมภพของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ทั้งยังเป็นผลงานการแปลของพระองค์เองอีกด้วย ทศชาติฉบับนี้จึงถูกเรียกอีกนามว่า ทศชาติฉบับชินวร การยึดถือตัวบทและแก่นเรื่องที่ถูกต้องตามพระไตรปิฎกถือเป็นคุณลักษณะอันโดดเด่นของทศชาติฉบับนี้ ในคราวจัดพิมพ์ครั้งแรกเนื่องในวันสมภพของพระองค์ในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ทรงกล่าวถึงการแปลทศชาติของพระองค์ว่า ความเปลี่ยนแปลงในรสพระธรรม ทำให้ทรงไม่เห็นด้วยกับอรรถกถาจารย์รุ่นก่อนที่มักจัดประเภทการบำเพ็ญบารมีในแต่ละพระชาติแบบตายตัว เช่นว่า พระเตมีย์บำเพ็ญขันติบารมี พระมหาชนกบำเพ็ญวิริยบารมี สุวรรณสามบำเพ็ญสัจจบารมี พระเนมิราชบำเพ็ญเนกขัมมบารมี มโหสถบำเพ็ญปัญญาบารมี ภูริทัตนาคราชบำเพ็ญศีลบารมี พระจันทกุมารบำเพ็ญอธิษฐานบารมี พระนารทพรหมบำเพ็ญเมตตาบารมี วิธูรบัณฑิตบำเพ็ญอุเบกขาบารมี และพระเวสสันดรบำเพ็ญทานบารมี (ซึ่งเป็นบารมี 10 ประการที่วิวัฒน์เป็นคำสอนพระราชาที่รู้จักกันในนาม ทศพิธราชธรรม) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเห็นว่า:พระโพธิสัตว์ชื่อหนึ่งบำเพ็ญบารมีแต่อย่างเดียวเท่านั้นตลอดชาติ เมื่อมาจับแปลเข้าคราวนี้จึงได้ความเห็นใหม่ว่า ท่านกล่าวดังนั้นน่าจะหมายความเพียงว่า บารมีอันนี้พระโพธิสัตว์ชื่อนี้ได้บำเพ็ญเป็นยอดเยี่ยมกว่า 9 บารมี แต่ที่จริงพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมี 10 บริบูรณ์ตลอดชาติหนึ่ง ทรงสลับการเชื่อมโยงกันระหว่างพระโพธิสัตว์กับ บารมี ด้วยทรงเห็นว่า ตอนพระเตมิยะเห็นพระราชบิดาลงราชทัณฑ์แก่โจร ก็หลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องรับครองราชย์สมบัติ และเวลา ฯ ต่อมา พ.ศ. 2471 ก็ถึงคราวที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช จะทรงพิมพ์ มหาชนกชาดก เนื่องในวันพระราชสมภพของพระองค์ในวันที่ 16 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัติวงศ์ ทรงวาดรูปภาพประกอบมาถวายแก่พระองค์ เป็นภาพพระมหาชนกขณะกำลังว่ายน้ำพร้อมสนทนาธรรมกับนางมณีเมขลา เหตุที่เป็นรูปนี้ก็ด้วย หาใช่เพราะต้องการเน้นตัวบทและความสำคัญของพระมหาชนกจากฉากที่กำลังว่ายน้ำด้วยความเพียร (หรือความเพียรในการว่ายน้ำแม้จะไม่เห็นฝั่ง) เพราะดังที่กล่าวไว้แล้วว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเห็นว่าบารมีที่พระมหาชนกทรงบำเพ็ญอย่างยอดยิ่งนั้น ได้แก่ ทานบารมี มีความสำคัญไม่น้อยกว่า วิริยบารมีกล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า วิริยบารมี จะไม่ใช่บารมีเฉพาะที่สำคัญของพระมหาชนกตามที่ปรากฏในทศชาติฉบับชินวรนี้แต่อย่างใด เพราะ วิริยบารมี ที่ทศชาติฉบับนี้แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดยิ่งกว่าการว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรทั้ง 7 นั้น ได้แก่ ความเพียรพยายามตั้งใจจริงที่จะออกผนวช (เรียกตามศัพท์ในทศชาติว่า ออกมหาภิเนษกรมณ์ ) มหาชนกชาดก ในทศชาติฉบับชินวรเริ่มเรื่องด้วยการเล่าถึงยุคพุทธกาล พระภิกษุมาชุมนุมกัน ณ พระเชตวันมหาวิหาร พระพุทธเจ้าตรัสต่อที่ชุมนุมสงฆ์ว่า จากนั้นภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงนำ อดีตวัตถุ มาเล่าต่อ อดีตวัตถุ ที่ว่าก็ได้แก่ เรื่อง มหาชนกชาดก นี้เองการเสด็จออกผนวชของพระมหาชนกเป็นเรื่องยากก็เพราะเป็นการออกผนวชที่ต้องทิ้งราชสมบัติ ทิ้งบ้านเมือง ทิ้งพระนางสีวลีและนางสนม 700 นาง ทิ้งพระทีฆาวุราชกุมาร ทิ้งเหล่าข้าราชบริพารและอาณาประชาราษฎร ฯลฯ ทศชาติฉบับชินวร พรรณนาฉากการออกผนวชของพระมหาชนกไว้อย่างยืดยาวเป็นจำนวนกว่า 26 หน้า (นับจากหน้า 58 - 83) ขณะที่พรรณนาการว่ายน้ำและสนธนาธรรมกับนางมณีเมขลาอย่างกระชับสั้นเพียง 4 หน้า (จากหน้า 47 - 50) จากจำนวนหน้าทั้งหมด 40 หน้า (จากหน้า 43 - 83) ที่เหลือเป็นการพรรณนาภูมิหลังความขัดแย้ง การแย่งชิงราชสมบัติเมืองมิถิลานคร ชีวิตวัยเยาว์ การพิสูจน์พระองค์เพื่อขึ้นสู่ราชบัลลังก์ การเสด็จประพาสราชอุทยาน การสำราญพระราชหฤทัยกับเหล่านางสนมและข้าราชบริพาร ฯลฯ เกินกว่าครึ่งของเนื้อเรื่องทั้งหมดของ ทศชาติฉบับชินวร เป็นการพรรณนาฉากการออกผนวชของพระมหาชนกเนื้อเรื่องเริ่มจากทรงเห็นธรรมในคราวเสด็จประพาสราชอุทยาน ทรงทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงสองต้น ต้นหนึ่งมีผลดกงาม อีกต้นไม่มีผล ทรงเสวยผลมะม่วงจากต้นที่มีผล แล้วตรัสชมว่า ดุจโอชารสทิพย์ กลุ่มชนผู้ติดตามได้ยินดังนั้นคล้อยหลังพระองค์เสด็จไปต่างพากันยื้อแย่งผลมะม่วงมากินกันจนต้นมะม่วงหักโค่นลง พอเสด็จกลับมาเห็นต้นมะม่วงเป็นดังนั้น ก็ทรงบังเกิดความสังเวชพระทัย ทรงดำริว่า จากนั้นเสด็จเข้าพระนครขึ้นสู่ปราสาท เริ่มปฏิบัติพระองค์เป็นบรรพชิต เจริญสมณธรรมอยู่พระองค์เดียว ไม่ออกว่าราชกิจทั้งปวง จนเวลาล่วงไปราว 4 เดือน ทรงตระหนักพระทัยแน่วแน่ว่า และทรงตระหนักชัดอีกว่า จึงทรงตั้งพระทัยจะละจากเมืองมิถิลานครมุ่งสู่ป่าหิมพานต์รุ่งขึ้นอีกวันจึงทรงเสด็จลงจากมหาปราสาท ฝ่ายพระนางสีวลีและนางสนม 700 คน ไม่ได้เห็นพระมหาชนกเป็นเวลา 4 เดือนแล้ว ในวันเดียวกันนั้นจึงพากันขึ้นมหาปราสาท จะเข้าเฝ้าพระองค์ พอพระองค์เสด็จลงจากปราสาทสวนทางกับพระนาง พระนางจำพระมหาชนกไม่ได้ เข้าพระทัยว่าเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้ามาถวายโอวาทพระราชา ครั้นถึงที่บรรทมพระนางทอดพระเนตรเห็นห่อเครื่องราชาภรณ์ จึงทรงระลึกได้ว่าภิกษุที่เห็นนั้นคือพระมหาชนก จึงรีบเสด็จตามออกไป เกิดความโกลาหลขึ้นในเมืองมิถิลานคร พระนางสีวลีพร้อมนางสนม 700 คน และเหล่าข้าราชบริพารต่างเดินตามพระมหาชนก กราบทูลวิงวอนให้เสด็จกลับไปเป็นพระราชาดังเดิม พระมหาชนกก็ไม่ทรงเสด็จกลับ พระนางสีวลีจึงคิดอุบายแสร้งเผาบ้านเรือนในเมืองให้วอดวาย แล้วกราบทูลว่า พระราชทรัพย์นั้นของพระองค์ ให้เสด็จกลับไปดับเพลิง พระมหาชนกทรงสดับรู้ว่าเป็นอุบายของพระนาง ทั้งพระองค์ก็มิได้อาลัยอาวรณ์ พระราชทรัพย์ ของพระองค์นั้นแล้ว จึงทรงเสด็จต่อไปพระนางสีวลีจึงคิดอุบายใหม่ ตรัสสั่งให้เหล่าอมาตย์แสร้างทำเหตุการณ์เป็นโจรปล้นฆ่าราษฎรชาวเมือง แลทำการปล้นแว่นแคว้น แล้วตกแต่งเรือนกายราษฎรที่ถูกประหารให้นอนลอยน้ำพัดไป ให้พระมหาชนกเห็นเป็นศพราษฎรลอยน้ำตายเกลื่อนแม่น้ำ จากนั้นพระนางก็เข้าไปกราบทูลว่ามีกองโจรปล้นเมือง ทำร้ายอาณาประชาราษฎร ขอพระองค์เสด็จกลับไปปราบปรามโจรผู้ร้าย พระมหาชนกก็ทรงสดับรู้อีกว่าเป็นอุบายที่จะนำพระองค์กลับไปเป็นพระราชา พระองค์จึงตระหนักว่าหากฝูงชนยังติดตามพระองค์ไปเช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดี ทรงคิดอุบายจะให้ฝูงชนกลับเข้าเมืองไปใช้ชีวิตดังเดิม จึงทรงตรัสถามเหล่าอมาตย์ทั้งหลายว่า ราชสมบัตินี้ของใคร อมาตย์ทั้งหลายทูลตอบว่า ของพระองค์ พระองค์ตรัสต่อว่า ถ้าเช่นนั้นแล้วท่านทั้งหลายจงลงราชทัณฑ์แก่ผู้ทำรอยขีดนี้ให้ว่างขาด ตรัสแล้วทรงขีดรอยขวางทางระหว่างพระองค์กับฝูงชนไว้ แล้วเสด็จต่อไป ฝูงชนไม่กล้าเดินตามพระองค์ไปเนื่องจากกลัวราชทัณฑ์ ฝ่ายพระนางสีวลีเมื่อเห็นเช่นนั้นไม่อาจกลั้นความเศร้าโศก ร่ำไห้ล้มกลิ้งเกลือกพื้นดินจนรอยขีดขวางนั้นเลือนหายไป ฝูงชนจึงเดินตามพระองค์ต่อไป กาลนั้นฤษีผู้ใหญ่รูปหนึ่งนามว่า นารทะ รับรู้เหตุการณ์เช่นนั้นแล้วเกรงว่าพระมหาชนกจะโอนอ่อนตามคำเรียกร้องของปุถุชน พระนารทฤษี จึงไปด้วยกำลังฤทธิ์ สถิตในอากาศเบื้องหน้าแห่งพระโพธิสัตว์เจ้านั้น เพื่อจะถวายโอวาทแก่พระองค์ให้มั่นคงแน่วแน่ในการออกผนวชต่อไป พร้อมทั้งบอกวัตรปฏิบัติแก่พระมหาชนกให้ทรงเคร่งครัดมากขึ้น มีใจความสำคัญดังต่อไปนี้:กิมฺเหโส มหโต โฆโส กา นุ คาเมว กีฬิยาสมณ เตฺวว ปุจฺฉามิ กตฺเถโสภิสโฏ ชโนความกึกก้องของประชุมชนใหญ่นี้เพื่ออะไร นั่นใครหนอมากับท่านเหมือนเล่นกันอยู่ในบ้าน สมณะ อาตมะขอถามท่าน ประชุมชนนี้แวดล้อมท่านเพื่ออะไร ฯ พระมหาสัตว์ตรัสตอบพระฤษีนารท (ด้วยคาถาที่ 138 - 139) มมํ โอหาย คจฺฉนฺตํ เอตฺเถโสภิสโฏ ชโน สีมาติกฺกมนํ ยนฺตํ มุนิโมนสฺส ปตฺติยาประชุมชนนี้ตามข้าพเจ้าผู้ละพวกเขาไปในที่นี้ ข้าพเจ้าผู้ล่วงสีมาคือกิเลสไปเพื่อถึงมโนธรรม กล่าวคือญาณของมุนีผู้ไม่เกื้อกูลแก่เหย้าเรือน ผู้เจือด้วยนันทีความเพลิดเพลินทั้งหลาย ซึ่งเกิดขึ้นในขณะไปอยู่ เมื่อพระผู้เป็นเจ้ารู้อยู่ฉะนั้นแล้ว จะถามทำไม ฯลำดับนั้นพระนารทมหามุนีจึงกล่าวคาถา (ที่ 140) อีก เพื่อประโยชน์แก่พระมหาสัตว์สมาทานมั่นว่า มาสฺสุ ติณฺโณ อมญฺญิตฺโถ สรีรํ ธารยํ อิมํ อตีรเณยฺยมิทํ กมฺมํ พหู หิ ปริปนฺถโยพระองค์เพียงแต่ทรงสรีระอันครองบรรพชิตบริขารและผ้ากาสาวะนี้จะสำคัญว่า เราข้ามพ้นกิเลสแล้วหาได้ไม่ กรรมคือกิเลสจะกำหนดเท่านี้หาได้ไม่ เพราะว่าอันตรายคือกิเลสของพระองค์มีมาก ฯลำดับนั้นพระมหาชนกบรมโพธิสัตว์จึงตรัส (คาถา 141) ว่า โก นุ เม ปริปนฺถสฺส มม เอวฺ วิหาริโน โย เนว ทิฏฺเฐ นาทิฏเฐ กามานมภิปตฺถเยข้าพเจ้าผู้ใดปรารถนาเฉพาะซึ่งกามทั้งหลายในมนุษยโลก อันบุคคลเห็นแล้วก็หาไม่เลย ในเทวโลกอันบุคคลไม่เห็นแล้วก็หาไม่ อันตรายอะไรหนอจะพึงมีแก่ข้าพเจ้าผู้นั้นซึ่งมีปกติผู้เดียวอยู่อย่างนี้ ฯเมื่อพระนารทมหาดาบสจะแสดงอันตรายทั้งหลายแก่พระมหาสัตว์นั้น จึงตรัสภาษิตคาถา (ที่ 142) ว่า นิทฺทา ตนฺที วิชมฺภิกา อรติ ภตฺตสมฺมโท อาวสนฺติ สรีรฏฐา พหู หิ ปริปนฺถโยอันตรายมากทีเดียว คือความหลับ ความง่วงเหงา ความไม่ชอบใจ ความเมาเพราะบริโภคภัตตาหารเกินประมาณ ตั้งอยู่ในสรีระของพระองค์ ฯ มีอรรถาธิบายว่า สมณะ พระองค์เป็นผู้มีพระรูปงามน่าเลื่อมใส มีพรรณดุจทองคำ ครั้นเมื่อพระองค์รับสั่งว่าอาตมะละราชสมบัติออกทรงผนวช คนทั้งหลายจักถวายบิณฑบาตรมีโอชาประณีตแก่พระองค์ พระองค์ทรงรับพอเต็มบาตร เสวยพอควรแล้วเข้าสู่บรรณศาลา บรรทม ณ ที่ลาดด้วยไม้ หลับกรน ตื่นในระหว่าง พลิกกลับไปกลับมา เหยียดพระหัตถ์แลพระบาท ลุกขึ้นจับราวจีวร เกียจคร้านไม่จับไม้ยุงกวาด ๆ อาศรมบท ไม่นำน้ำดื่มมา บรรทมหลับอีก ตรึกในกามวิตก กาลนั้นก็ไม่พอพระหฤทัยในบรรพชา ความกระวนกระวายเพราะภัตตาหารจักมีแด่พระองค์ด้วยประการฉะนี้ ฯจากนั้น ทศชาติฉบับชินวร เล่าต่อไปถึงการที่พระนางสีวลียังคงติดตามพระมหาชนกต่อไป ทั้งสองเสด็จถึงเมืองถูนนคร พระมหาชนกเสด็จออกบิณฑบาต ทอดพระเนตรเห็นชิ้นเนื้อที่สุนัขคาบมาทิ้งไว้บนลานดินหน้าพระพักตร์ พระองค์ทรงเห็นชิ้นเนื้อนั้นไม่มีเจ้าของแล้ว จึงทรงหยิบมาปัดฝุ่นแล้วเสวย พระนางสีวลีเห็นเช่นนั้นก็ต่อว่าพระองค์ ด้วยเห็นว่าทรงประพฤติพระองค์ไม่สมเป็นวรรณะกษัตริย์ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้พระนางได้คิดว่า อีกแล้ว แต่พระนางก็ยังไม่อาจตัดพระทัยจากพระองค์ จึงตามเสด็จพระองค์ต่อไปทั้งสองเสด็จถึงประตูเมืองถูนนคร พบนางกุมาริกานางหนึ่งกำลังฝัดทรายเล่นอยู่ แขนของนางข้างหนึ่งสวมกำไล 1 อัน อีกข้างสวม 2 ข้าง พระมหาชนกทรงดำริว่า การที่พระนางสีวลียังคงติดตามพระองค์อูยู่อย่างนั้นไม่เป็นผลดี เพราะจะทำให้ชาวเมืองติเตียนได้ว่า แม้บวชแล้วก็ยังไม่สามารถละจากภรรยาได้ จึงทรงตรัสถามนางกุมาริกาเพื่อให้การพูดตอบของนางทำให้พระนางสีวลีเลิกติดตามพระองค์ พระมหาชนกทรงถามนางกุมาริกาว่า เหตุใดกำไลในแขนนางข้างหนึ่งดังอีกข้างไม่ดัง นางตอบได้อย่างน่าอัศจรรย์ว่า กำไลข้างไม่ดังนั้น ได้ยินดังนั้นแล้วพระมหาชนกจึงตรัสต่อพระนางสีวลีว่า พอถึงทางแยก พระมหาชนกจึงเสนอให้เดินแยกกันที่ทางแยกที่จะถึงข้างหน้า พระนางสีวลีได้ยินรับสั่งก็กราบทูลว่า แต่เสด็จไปได้เพียงเล็กน้อย พระนางก็ไม่สามารถกลั้น โศกาดูร ไว้ได้ เสด็จกลับมาตามพระมหาชนกเข้าสู่ถูนนครด้วยกัน ครั้นถึงเวลาบิณฑบาต เสด็จถึงประตูเรือนช่างศร จึงทรงคิดใช้วิธีเดียวกับคราวพบนางกุมาริกา ทรงตรัสถามช่างศรว่า เหตุใดเวลาเล็งดูลูกศรจึงต้องหลับตาข้างหนึ่ง ช่างศรทูลตอบพระองค์เปรียบเทียบว่า แต่ก็เช่นเดิม พระนางสีวลียังคงความเพียรอย่างแก่กล้าที่จะนำพระมหาชนกเสด็จกลับเมืองมิถิลานคร จนเสด็จถึงป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีแนวหญ้ามุงกระตายเขียวชอุ่ม พระมหาชนกทรงใช้วิธีใหม่เพื่อหวังให้พระนางสีวลีเลิกติดตามพระองค์ พระองค์ถอนต้นหญ้าขึ้นมา ตรัสเรียกพระนางมาหาแล้วรับสั่งว่า หญ้าที่พระองค์ทรงถอนขึ้นนี้ไม่อาจสืบต่อกับกอได้อีกฉันใด การอยู่ร่วมกันระหว่างพระองค์กับพระนางก็ไม่อาจสืบต่อกันอีกฉันนั้น พระนางได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่อาจอดกลั้นพระทัยได้ ทรง ปริเวทนาการเป็นอันมาก ถึงวิสัญญีล้มลงที่มรรคาใหญ่ เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้ว พระมหาชนกจึงได้ทีฉวยรีบสาวพระบาทเสด็จสู่ป่าหิมพานต์ เข้าอภิญญาสมาบัติเป็นเวลา 7 วันก็เสด็จสู่พรหมโลก ฝ่ายพระนางสีวลีเมื่อฟื้นคืนสติ ไม่เห็นพระมหาชนก ออกเที่ยวตามหาเป็นนานปีก็ไม่พบ มหาชนกชาดก ระบุถึงพระนางในตอนนี้ว่า ทรงปริเทวนาการมากมาย ทรงโปรดให้สร้างเจดีย์ในที่สำคัญเพื่อระลึกถึงพระมหาชนก ได้แก่ สถานที่ทรงตรัสกับช่างศร ตรัสกับนางกุมาริกา เสวยเนื้อสุนัขทิ้ง และตรัสกับพระนารทฤษี เสด็จกลับมิถิลานคร ทรงอภิเษกทีฆาวุราชกุมาร พระราชโอรสของพระมหาชนกขึ้นครองราชย์ จากนั้นพระนางทรงผนวชเป็นอิสินี ประทับในราชอุทยาน ไม่นานก็ทรงเสด็จสู่พรหมโลกเช่นเดียวกับพระมหาชนกมหาชนกชาดก จบเรื่องลงตามขนบของการเล่าชาดกอื่น ๆ คือจบด้วยการเฉลยธรรมของพระพุทธเจ้าว่าใครกลับมาเกิดเป็นใครในยุคพุทธกาล สำหรับ มหาชนกชาดก พระพุทธองค์ทรงเฉลยว่า นางมณีเมขลาครั้งนั้นเป็นนางภิกษุณีชื่อ อุบลวรรณา ในยุคพุทธกาล พระนารทฤษีเป็นพระสารีบุตร นางกุมาริกาเป็นนางเขมาภิกษุณี ช่างศรเป็นพระอานนท์ พระนางสีวลีเป็นพระนางยโสธรา ทีฆาวุกุมารเป็นพระราหุลกุมาร ข้าราชบริพารที่ติดตามพระองค์ในครั้งนั้นเป็นพุทธบริษัทในยุคพุทธกาลนั่นเอง เป็นที่น่าสังเกตว่าพระมหาชนกใน ทศชาติฉบับชินวรตามที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ยังสอดคล้องลงรอยกับความในพระสุตตันตปิฎก กลายเป็นมาตรฐานการแปลทศชาติฉบับอื่น ๆ หรือแม้แต่เป็นมาตรฐานการแปลพระไตรปิฎกส่วนพระสูตร แม้ฉบับแปลระยะหลังและตีพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ทรงยังคงพยายามรักษา แก่นเรื่อง ของพระมหาชนกในแบบฉบับดั้งเดิมเอาไว้ ดังที่อนุสรณ์ อุณโณ และรื่นฤทัย สัจจพันธุ์ ชี้ให้เห็นไว้ คือ ชาดกในพระไตรปิฎก มักจะไม่มีเนื้อเรื่อง พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ได้แต่งเสริมให้มีเนื้อเรื่องขึ้นมา โดยเฉพาะตอนเริ่มและตอนจบของเรื่อง แต่ยังคงรักษา แก่นเรื่อง และฉากพรรณนาของเรื่องไว้ให้สอดคล้องกับพระไตรปิฎก โดยตอนเริ่มและจบเรื่องนั้นทรงแสดง สโมธาน กำหนดเอาความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธเจ้ากับบุคคลต่าง ๆ ในยุคพุทธกาลเป็นมาตรฐานเทียบเคียงว่า ใครกลับชาติมาเกิดเป็นใคร เช่น พระพุทธเจ้า = พระมหาชนก พระมเหสี = พระนางสีวลี – พระนางยโสธรา (พิมพา) พระราชโอรส = ทีฆาวุกุมาร – ราหุลกุมาร ผู้ช่วยให้รอด = นางมณีเมขลา – นางอุบลวรรณาภิกษุณี ฯลฯ ในส่วน แก่นเรื่อง ที่มีอยู่เดิมนั้นก็ต้องนับเป็นความหลักแหลมลุ่มลึกของปราชญาจารย์ยุคเก่า ท่านซ่อนนัยเป็นความเปรียบ (metaphor) ยกย่องความตั้งมั่นแน่วแน่ในการสละชีวิตทางโลกย์ บำเพ็ญเพียร เพื่อการหลุดพ้น ว่าเป็นหนทางที่ยากลำบากยิ่ง ยากยิ่งกว่าการว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรทั้ง 7 เสียอีก พระมหาชนกซึ่งว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรทั้ง 7 มาแล้ว ยังทรงได้ความยากลำบากจากการผนวช เป็นต้น ฉะนั้น การว่ายน้ำของพระมหาชนกในที่นั้น หาได้เป็นการว่ายอย่างที่ควรจะเข้าใจตามตัวบทอักษรไม่ เป็นการว่ายในอีกระบบคิดที่แตกต่างจากที่เราจะเข้าใจได้ด้วยวิธีมองจากมาตรฐานของปัจจุบันซึ่งถูกครอบงำด้วยแนวคิดทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ความเพียร ของพระองค์ก็ไม่ใช่ความเพียรที่สนองตอบต่อวิถีชีวิตแบบคนสมัยใหม่ แต่เป็นความเพียรที่มีจุดมุ่งหมายก้าวข้ามปัญหาในอดีตและปัจจุบัน สู่อนาคตที่ดีกว่า การเปลี่ยนจากชาดกสู่ทศชาติถือเป็นเรื่องเล่าที่ถูกยกระดับสู่พิธีกรรมการแสดงองค์เพื่อเปลี่ยนผ่านสถานะจากพระโพธิสัตว์สู่ ความเป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการตระหนักรู้ถึงความจริงของชีวิต การยอมรับความจริง ยอมรับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน กล่าวได้ว่า พระมหาชนกใน ทศชาติฉบับชินวร นี้ยังคงเป็นพระมหาชนกตามแบบฉบับโลกุตตระธรรม คือโลกศักดิ์สิทธิ์ในทางพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นเพื่อชี้ให้เห็นว่า สัจธรรมความจริงแท้ในอุดมคติแบบดั้งเดิมยังคงมีอยู่ท่ามกลางการโอบล้อมของสัจจะความจริงแบบสมัยใหม่ ส่วนจะมีอยู่จริงหรือไม่นั้น กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งสืบเนื่องจากสำนักพิมพ์ปรานีได้ติดต่อหลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง วัฒนปฤดา) ขอให้เขียนเรื่องชาดกในวรรณคดีทางพุทธศาสนา ให้เป็นเรื่องอ่านง่าย ๆ สำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะเด็กเยาวชน แต่หลวงวิจิตรวาทการเห็นว่า หนังสือประเภทนี้มีอยู่มากแล้วในขณะนั้น จึได้คิดแต่งหนังสืออีกแนวหนึ่ง ที่จะมุ่งให้เป็นหนังสือแบบ วรรณคดี อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คือให้ได้ทั้งสาระความรู้ควบคู่กับรสทางวรรณคดีบันเทิงใจแก่เยาวชน จึงเกิดงานเขียน วรรณคดีชาดกฉบับหลวงวิจิตราทการ ขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาเนื้อหาชาดกแล้ว จะเห็นได้ว่าหลวงวิจิตรวาทการยังคงใช้ทศชาติฉบับชินวรเป็นหลักในการเขียน แต่สิ่งที่ทำให้ วรรณคดีชาดกฯ แตกต่างจาก ทศชาติฉบับชินวร ก็คือ วรรณคดีชาดกฯ จะไม่มีส่วนที่เป็น คาถา ร้อยกรองภาษาบาลีถูกถอดออกหมด เนื่องจากมุ่งหมายนำเสนอสู่สาธารณะ จำเป็นต้องเขียนเป็นร้อยแก้วให้อ่านเข้าใจง่าย และที่สำคัญคือ หลวงวิจิตรวาทการได้เขียนแทรกตาม หลักวิชา อธิบายหลักธรรมที่เป็นแก่นเรื่องและพรรณนาสภาพบ้านเมืองประกอบ ความรู้ทางประวัติศาสตร์ในส่วนของ พระมหาชนก หลวงวิจิตรวาทการกล่าวสอดคล้องกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ในประเด็นว่า ฉะนั้นเมื่อพระมหาชนกทรงทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงในราชอุทยานถูกโค่นล้มหลังจากที่ทรงเสวยเสร็จ ก็ทรงบังเกิดความสังเวชพระทัย จนเห็นสัจจะที่ว่า พระมหาชนกฉบับหลวงวิจิตรวาทการจึงจบเรื่องเช่นเดียวกับฉบับชินวร คือทรงเสด็จออกผนวช และเผชิญความทุกข์ยากต่าง ๆ ในระหว่างที่ออกผนวชนั้น หลวงวิจิตรวาทการพรรณนาถึงช่วงที่ทรงว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรและได้พบนางมณีเมขลาเพียงเล็กน้อยโดยในส่วนของนางมณีเมขลานั้น หลวงวิจิตรวาทการเสนอให้แยก นิยาย ออกจาก ความจริง และให้สนใจเฉพาะส่วนที่เป็นบทสนทนาธรรมระหว่างพระมหาชนกกับนางมณีเมขลา กล่าวคือเรื่องนางมณีเมขลานั้นให้ถือเป็น นิยาย ส่วนการสนทนาธรรมนั้นให้ถือเป็นสาระสำคัญของเรื่อง ซึ่งคนสมัยก่อนเสนอไว้แทรกอยู่ในรูปของ นิยาย เพื่อประโยชน์ในการนำเสนอนั่นเอง และเมื่อต้องพิจารณาจำแนกว่าอะไรจริง อะไรเป็นนิยายที่สร้างขึ้นประกอบเรื่อง หลวงวิจิตรวาทการก็เสนอให้ใช้ หลักวิชา คืออาศัยอำนาจของความรู้มาแสดงเหตุผลประกอบการพิจารณา หลวงวิจิตรวาทการจึงเป็นบุคคลแรก ๆ ในหมู่นักเขียนชาดกที่เสนอว่า สุวรรณภูมิ ที่พระมหาชนกต่อเรือสำเภาจะไปทำการค้านั้น การว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรก็ถูกตีความโดยหลวงวิจิตรวาทการว่า เป็นผลมาจากสิ่งที่เรียกว่า ความรู้ในวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ ทั้งนี้หลวงวิจิตรวาทการหลีกเลี่ยงไม่กล่าวถึงระยะเวลาที่พระมหาชนกว่ายน้ำในมหาสมุทรว่า เป็นเวลานานเท่าใด ถึง 7 วัน 7 คืนหรือไม่นอกจากนี้แล้ว หลวงวิจิตรวาทการยังเสนอสิ่งที่เรียกว่า ความรู้ทางประวัติศาสตร์ สำหรับพิจารณาสภาพบ้านเมืองของ อินเดียโบราณ วัฒนธรรม ประเพณี ตามที่ปรากฏในเรื่องพระมหาชนก เช่น สภาพของเมืองมิถิลานคร ลำดับชั้นวรรณะของคนสมัย อินเดียโบราณ ประเพณีการเสี่ยงทายหาผู้มีคุณสมบัติจะขึ้นเป็นกษัตริย์ด้วยการส่งราชรถออกไป หากราชรถหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ใด แสดงว่าผู้นั้นมีบุญสมควรจะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ จารีตปฏิบัติในราชสำนักที่ว่า ต้นไม้ทั้งหลายในราชอุทยานนั้น ถ้ากษัตริย์ยังมิได้เสวย ใครจะแตะต้องมิได้ ต่อเมื่อกษัตริย์เสวยต้นใดไปแล้ว คนอื่น ๆ จึงจะมีสิทธิเก็บผลไม้ต้นนั้นไปกินได้ จารีตปฏิบัติอันนี้เองเป็นเหตุให้พระมหาชนกได้คติธรรม ปลงสังเวชต่อความเป็นไปของชีวิต จนตัดสินพระทัยเสด็จออกผนวช กล่าวคือถ้าเข้าใจว่าคนสมัยนั้นมีวัฒนธรรมวิธีคิดอย่างไร ก็จะเข้าใจความคิด พฤติกรรม และการกระทำของตัวละครที่เกิดขึ้นในลำดับเรื่องนั้น ๆ ได้จะเห็นได้ว่า บทบาทของหลวงวิจิตรวาทการในงานเกี่ยวกับพระมหาชนกนั้น คือ การใช้ อำนาจความรู้ ที่เป็นอยู่ในยุคของหลวงวิจิตรวาทการมาอธิบายแทรกชี้ให้เห็นคุณค่าของเรื่องพระมหาชนกตามหลักวิชาการสมัยใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ละทิ้งส่วนที่เป็นฉบับดั้งเดิมของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช เมื่อไม่มีการเปลี่ยนโครงเรื่อง เนื้อเรื่องยังคงเดิม วิธีการลำดับเรื่องก็ยังคงเดิม แก่นเรื่องของการนำเสนอหรือหลักธรรมคำสอนที่ต้องการถ่ายทอดผ่านเรื่องดังกล่าวก็ยังคงเดิม สิ่งที่เปลี่ยนก็คือการอธิบายให้ความหมายเท่านั้น พระมหาชนกฉบับหลวงวิจิตรวาทการจึงไม่อาจถือเป็นฉบับที่เกิดจากกระบวนการชำระล้างสิ่งเก่าแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม การเสนอสู่สาธารณะโดยอาศัยเงื่อนไขของระบบทุนนิยมการพิมพ์ ตามที่หลวงวิจิตรวาทการและนักเขียนแนวสารคดีร่วมสมัยเดียวกับหลวงวิจิตรวาทการได้กระทำอย่างต่อเนื่อง (จนถึงระยะหลังทศวรรษ 2510) ก็มีผลอย่างสำคัญที่ทำให้ชาดกถูกยอมรับอย่างเป็นทางการให้มีความสำคัญในฐานะ วรรณคดี ด้วย นอกเหนือจากที่เคยเป็นผลงานสำคัญสำหรับการถ่ายทอดคติความเชื่อทางพุทธศาสนา บทบาทในการถ่ายทอดหลักธรรมที่เป็นที่ยอมรับให้เป็นความจริงอย่างสัมบูรณ์ ทำให้ชาดกมีฐานะเป็นนิทานเรื่องเล่าอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ในฐานะวรรณคดีที่ก่อเกิดภายหลังอิทธิพลของทุนนิยมการพิมพ์ ชาดกสามารถเป็นเรื่องเล่าเพื่อความบันเทิงหรรษาแก่เยาวชนและคนทั่วไปได้ ทั้งนี้เพราะวิธีมองเชื่อมโยงกับ หลักวิชา หรืออำนาจของความรู้ ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางด้านภาษาการนำเสนอเป็นลำดับแรก ๆ นั่นเอง ในงานอีกชิ้นเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ศาสนา หลวงวิจิตรวาทการอธิบายถึงแนวทางการศึกษาศาสนาของตนไว้ดังนี้:เราจะศึกษาวิชาการทางศาสนาแต่ในแง่ศาสนาแง่เดียวหาได้ไม่ ศาสนาไม่ได้เกิดขึ้นมาเฉย ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ ทุกศาสนาย่อมได้กำเนิดจากอิทธิพลทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สภาพสังคม ความเป็นอยู่ของหมู่ชนที่ลัทธิศาสนาได้ก่อกำเนิดขึ้น ประกอบด้วยเหตุการณ์แวดล้อม ซึ่งโดยมากมักเป็นเหตุการณ์รุนแรงจนมนุษย์ต้องคิดหาที่พึ่ง หรือเครื่องช่วยเหลือที่สูงกว่าความสามารถของมนุษย์เอง การศึกษาเรื่องศาสนาจึงจำต้องทำไปพร้อมกับการศึกษาวิชาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน จึงจะเข้าใจเรื่องศาสนาถูกถ้วนดีส่วนประเด็นว่า อำนาจความรู้ ที่หลวงวิจิตรวาทการเสนอให้ใช้อ้างอิงในการอ่านพระมหาชนกและชาดกเรื่องอื่น ๆ นั้น มีขีดจำกัดอย่างไร ตลอดถึงข้อจำกัดของแนวทางการศึกษา ประวัติศาสตร์ศาสนา ตามที่หลวงวิจิตรวาทการเสนอไว้ใน ศาสนาสากล ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับงานศึกษาในที่นี้ โครงเรื่องและเนื้อหาของพระมหาชนกตามที่ปรากฏใน ทศชาติฉบับชินวร ยังคงใช้เป็นฉบับมาตรฐานเรื่อยมา จนกระทั่งถึงระยะการกำเนิดขึ้นมาของ พระมหาชนก พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สืบเนื่องจากใน พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้สดับเรื่องพระมหาชนกจากการแสดงพระธรรมเทศนาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสาโรมหาเถร) วัดราชผาติการาม จากนั้นจึงทรงสนพระราชหฤทัย ทรงค้นคว้าเพิ่มเติมโดยพระองค์เองจากพระไตรปิฎก ทรงเริ่มดำเนินการแปลพระมหาชนกเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยตามลำดับ โดยทรงใช้ระยะเวลาในการแปลนานถึง 11 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2531 แต่กว่าจะพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการก็ล่วงมาจนถึงพ.ศ. 2539 ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พุทธศักราช 2539 เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชทานวโรกาสให้นายขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายกิจการพิเศษ นำคณะกรรมการดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญทองคำจำลอง เหรียญพระมหาชนกขนาดพิเศษ ฟิล์มถ่ายรูปเขียนหนังสือ และรูปเขียนประกอบ ทรงพระราชทานเหรียญทองคำแก่คณะศิลปิน คณะที่ปรึกษา และคณะทำงาน ในโอกาสนี้ทรงพระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้าด้วย โดยนายขวัญแก้ว วัชโรทัย ในฐานะรองประธานการจัดพิมพ์พระราชนิพนธ์ ได้กล่าวถวายรายงานการดำเนินงานจัดพิมพ์ จากนั้นนายขวัญแก้วได้เบิกตัวผู้จัดพิมพ์หนังสือและศิลปินผู้วาดรูปประกอบเข้ารับพระราชทานเหรียญที่ระลึก รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินจำนวน 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ทางธนาคารได้ได้ซื้อภาพเขียนที่ใช้ประกอบในหนังสือทั้งหมด โดยภาพเขียนดังกล่าวเป็นผลงานของศิลปิน 8 คน ที่ได้รับเหรียญพระราชทานครั้งนี้ประกอบด้วย นายประหยัด พงษ์ดำ นายพิชัย นิรันต์ นายปรีชา เถาทอง นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ นายปัญญา วิจินธนสาร นายธีระวัฒน์ คะนะมะ นายเนติกร ชินโย และนางสาวจินตนา เปี่ยมศิริ เป็นต้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญพระมหาชนกคู่กับหนังสือด้วย โดยทรงเสด็จไปเป็นประธานในพระราชพิธีชัยมังคลาภิเษก ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เหรียญพระมหาชนกมีลักษณะเป็นเหรียญห้อยคอ ด้านหนึ่งเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มุมล่างซ้ายจารึกคำภาษาไทยว่า วิริยะ มุมล่างขวาจารึกคำภาษาอังกฤษว่า Perseverance อีกด้านเป็นรูปพระมหาชนกกำลังว่ายน้ำพร้อมสนทนาธรรมกับนางมณีเมขลา ซึ่งเป็นรูปฝีพระหัตถ์ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ทรงถวายแก่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ในพ.ศ. 2471 มุมล่างซ้ายจารึกคำภาษาไทยว่า พระมหาชนก มุมล่างขวาจารึกคำภาษาอังกฤษว่า Mahajanaka เหรียญพระมหาชนกสร้างเป็นเนื้อโลหะต่างกัน 3 ชนิด ได้แก่ เนื้อทองคำแท้ หนัก 34 กรัม เนื้อนาก หนัก 24 กรัม และเนื้อเงิน 92.5 เปอร์เซ็นต์ หนัก 23 กรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 29 มิลลิเมตร มีตราพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. เป็นเรือนยอดด้านบน ออกแบบปั้นนูนลอยเด่น เพื่อให้เกิดการผสมผสานความรู้สึกระหว่างความศักดิ์สิทธิ์และงดงาม เหตุผลของการสร้างเหรียญก็เพื่อจะให้ประชาชนทั่วไปสามารถสั่งซื้อจองเป็นเจ้าของ หนังสือพระราชนิพนธ์พร้อมเหรียญได้ 2 แบบ 2 ราคา คือ พระราชนิพนธ์พร้อมเหรียญชุดสามกษัตริย์รวม 3 องค์ ราคา 50000 บาท และพระราชนิพนธ์พร้อมเหรียญเงิน ราคา 5000 บาท ส่วนราคาหนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรก (ปกแข็ง) ใน พ.ศ. 2539 ราคา 250 บาท รายได้สมทบทุนบริจาคแก่มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นองค์กรนำสำคัญของการจัดทำโครงการพระราชดำริ ปรากฏว่าการสั่งจองเหรียญและหนังสือได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก แต่หนังสือก็ถูกกล่าวถึงในแง่ที่ว่า อ่านเข้าใจยากเต็มด้วยข้อความและภาพที่สลับซับซ้อนต่อมาในโอกาสมหามงคลเฉลิมพรรษาครบ 6 รอบ (พ.ศ. 2542) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพิมพ์อัมรินทร์พริ้นติ้งจัดพิมพ์ พระมหาชนกฉบับการ์ตูน ขึ้น โดยได้ชัย ราชวัตร (สมชัย กตัญญุตานันท์) เป็นผู้เขียนภาพการ์ตูนประกอบเนื้อเรื่อง โอม รัชเวทย์ เป็นผู้ช่วย ปรีชา เถาทอง เป็นที่ปรึกษาศิลปกรรม และพิษณุ ศุภนิมิตร เป็นผู้ออกแบบ เนื้อเรื่องไม่มีการเปลี่ยนแปลกไปจากฉบับภาพเขียนศิลปินพ.ศ. 2439 พระมหาชนกฉบับการ์ตูนมี 2 ฉบับ คือ ฉบับการ์ตูนภาพสี ราคา 65 บาท และฉบับการ์ตูนภาพขาวดำ ราคา 35 บาท การจัดพิมพ์ใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมว่าด้วยชาดกในสังคมไทย ซึ่งเราจะไม่พบในช่วงระยะเวลาก่อนหน้านี้ แม้ชาดกและพระมหาชนกจะเป็นที่รับรู้กันในหมู่คนไทยมาช้านานแล้ว แต่ลักษณะการรับรู้ในแต่ละช่วงเวลาก็มีข้อแตกต่างกันออกไป เห็นได้ชัดว่าความคิดเบื้องหลังที่กำกับโครงเรื่องของพระมหาชนกตามปรากฎในพระมหาชนกฉบับก่อนหน้าพระราชนิพนธ์ มีบางอย่างที่ขัดแย้งไม่ลงรอยกับแนวคิด ความเป็นกษัตริย์ ในโลกสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสอนว่าด้วยการสละชีวิตทางโลกย์ ซึ่งยากจะไปกันได้กับสถานะที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่จริงของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระยะหลังมานี้ จึงน่าสนใจว่าใน พระมหาชนกฉบับพระราชนิพนธ์ มีกระบวนการชำระ พระมหาชนก อย่างไร ให้สอดคล้องลงรอยและไปกันได้กับสถานะความเป็นกษัตริย์ดังกล่าว? ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พุทธศักราช 2539 เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก ให้แก่คณะศิลปินและสื่อมวลชนที่เข้าเฝ้ามีใจความสำคัญดังนี้ :โอกาสนี้ตามปกติก็เป็นการเรียกว่า เปิดหรือเผยหนังสือ. หมายความว่าเปิดให้ทุกคนทราบว่ามีหนังสือที่จะออกจำหน่าย และโดยมากก็โฆษณาว่าหนังสือนั้นมีอะไรบ้าง. ในที่นี้จะขอไม่โฆษณา เพราะว่าทุกคนก็ได้เห็นรูปและทราบดีว่าเรื่องมีอะไรบ้าง. ส่วนที่ไม่ทราบก็เอาไว้ทราบเมื่อได้อ่านหนังสือ เพราะว่าถ้าเล่าให้ฟังแล้ว ก็อาจไม่เข้าใจหรือจะไม่มีความร่าเริงบันเทิงใจเท่าที่ควร. ฉะนั้นก็ขอถือโอกาสนี้ขอบใจคณะที่ดำเนินการให้หนังสือนี้เป็นผลสำเร็จขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นงานที่ลำบากสำหรับทุกคน. โดยเฉพาะศิลปินที่เขียนรูปและจัดรูปของหนังสือนั้น เข้าใจว่าต้องคิดมากและต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก เพราะว่าเป็นงานที่พิเศษ. ผลที่ออกมาก็เป็นผลที่นับว่าใช้ได้ดีมาก และจะเป็นที่ร่าเริงใจของผู้ได้อ่าน.. ส่วนภาษาอังกฤษนั้นก็ได้แปลตรงมาจากภาษาไทย ที่ได้ปรุงแต่งทั้งของเก่าทั้งของใหม่. เป็นภาษาอังกฤษที่บางคนอาจฉงน เพราะว่าไม่ได้เรียนในโรงเรียน. เป็นภาษาที่อาจดูแปลกไปหน่อย . ฉะนั้นถ้าใครรู้ภาษาอังกฤษบางทีจะต้องมาดูภาษาไทย เพื่อที่จะให้เข้าใจว่าเขาว่ายังไง. คนที่รู้ภาษาไทย บางทีจะต้องไปดูภาษาอังกฤษ จะได้รู้ว่าภาษาไทยเขาว่าอย่างไร. จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ชอบศึกษาภาษา คือจะเป็นการขัดเกลาภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่รู้ภาษาอังกฤษ เป็นการขัดเกลาภาษาไทย สำหรับผู้ที่รู้ภาษาไทย. นอกจากนี้ก็ได้เขียนเป็นตัวอักษรโบราณ คืออักษรเทวนาครี ซึ่งเป็นสิ่งที่ลำบากมาก เพราะว่าผู้ที่รู้ภาษาโบราณนี้ก็มีน้อยคน.ทั้งหมดนี้จะต้องอาศัยความละเอียด ในการจัดให้ถูกต้องและเป็นที่พอใจ. ที่ลงมาช้า ทำให้ท่านทั้งหลายต้องคอยอยู่นาน ก็มีเหตุผล เพราะว่าการแก้หนังสือนี้ยังไม่เสร็จ. อันนี้การแก้ทั้งรูป คือทั้งภาพที่ท่านศิลปินได้เขียนยังมีการแก้. คงกลุ้มใจ แต่ว่างานต้องเพียรต่อไป แล้วก็มีเวลาน้อย. มีการแก้ภาษาไทย ซึ่งบางตัวก็เขียนผิด. แก้ภาษาอังกฤษ ซึ่งบางตัวก็อาจมีผิดไวยากรณ์ด้วยซ้ำ. ถกเถียงกัน ผู้ที่ไม่ได้มาในที่นี้ที่เป็นผู้ที่ช่วยทำ คือสมเด็จพระเทพฯ. สมเด็จพระเทพฯ ก็ทำมาสองวันสองคืน กับเพื่อน ๆ. และสองวันสองคืนนี้กับเพื่อน ๆ แบ่งเป็นสองพวก พวกหนึ่งดูดาวหาง และอีกพวกหนึ่งดูพระมหาชนก. ผู้ที่ดูพระมหาชนกไม่ได้ดูดาวหาง ผู้ที่ดูดาวหางไม่ได้ดูพระมหาชนก. แต่สมเด็จพระเทพฯ ขึ้นมาตาปรือ เพราะมาบอกว่าดูทั้งมหาชนก ทั้งดาวหาง. นั่นนะเป็นอย่างนี้ คือความเพียรนี่ก็ต้องมี แม้จะตาปรือก็ต้องมีความเพียร. มาบัดนี้เข้าใจว่าครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่หมด. นี่ที่เขียน อันนี้เป็นตัวการทำให้ที่ลงมาช้า เพราะว่ายังต้องเขียนมาแจ้งให้คุณชูเกียรติ คุณสมรรถ ได้ทราบว่าต้องมีการดูแก้ไขอะไร และยังไม่หมด ยังเหลืออีกส่วนหนึ่ง ซึ่งต้องทำงานต่อไป. อันนี้ถึงต้องมาแถลง ทำไมลงมาช้า ลงมาช้าเพราะต้องทำงานถึงสุดท้าย.ก็ต้องขอขอบใจศิลปิน ขอขอบใจผู้ที่ช่วยทำงาน ที่ช่วยสนับสนุนให้หนังสือเล่มนี้ออกมาได้. ก็เข้าใจว่าเป็นงานที่หนัก เพราะที่ทำอยู่นี้ก็เป็นงานหนัก. แต่ที่มีความสำคัญ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่รับรองได้ว่า เป็นหนังสือที่ไม่มีที่เทียม. นี่ต้องอวดหน่อยว่าไม่มีที่เทียม แล้วก็ท่านที่เป็นศิลปิน ผู้ที่เป็นกรรมการ และผู้ที่สนับสนุนย่อมจะทราบดีว่างานที่เราทำนั้นคุ้มแค่ไหน. และผู้ที่ยังไม่เห็นหนังสือเล่มนี้ ในที่นี้ก็ได้เห็นรูปที่ศิลปินเขียน ซึ่งยังไม่ครบและก็ยังไม่สมบูรณ์ ก็ได้เห็นเป็นตัวอย่าง. ผู้ที่รู้เรื่องพระไตรปิฎก ก็ได้อ่านพระไตรปิฎกเกี่ยวข้องกับมหาชนกชาดก ก็คงทราบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เห็น ยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ซึ่งจะขึ้นมาครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยงานของท่าน. ฉะนั้นจะต้องขอบใจท่านทั้งหลายทุกคนที่มาชุมนุมกันในที่นี้ เพื่อที่จะรับรู้ว่าหนังสือนี้มีขึ้นแล้ว. ที่ต้องขอบใจ ตะกี้ยังมีการถกเถียงกันว่า โยชน์หนึ่งคือเท่าไหร่. พวกกรรมการดูดาวที่ไม่ได้ดูดาว บอกว่า โยชน์หนึ่งเท่ากับ สิบหกกิโลเมตร. เราเอง ไม่บอกไม่ใช่ ไม่ได้เท่ากับสิบหกกิโลเมตร เพราะว่าเขาบอกว่าเปรียบเทียบกับวากับเส้น ก็เป็นสิบหกกิโลเมตร. แต่เราเปรียบเทียบกับไมล์ เป็นสามไมล์ เป็นหนึ่งโยชน์. สามไมล์ Stated ไมล์. ฉะนั้นก็เลยต้องมาถกเถียงกับท่านทั้งหลาย ก็มีผู้ที่ต้องมาถกเถียงเข้ามาอีกคนหนึ่ง. แต่นี่ก็พอแล้ว ตอนนี้ตกลงจะไปทำตามที่เขียนอยู่นี้ และเข้าใจว่าลงตัวแล้ว. ฉะนั้นก็ถือว่าเป็นฤกษ์ที่ดี ที่จะแจ้งให้ใครต่อใครเขารับรู้ ว่ามีหนังสือเล่มนี้. ท่านทั้งหลายที่เป็นสื่อมวลชนก็ได้เห็นแล้ว เห็นหน้าท่านศิลปิน และท่านกรรมการต่าง ๆ ก็จะได้เห็นว่าอ้อ คนนี้ ๆ เป็นคนเขียนรูป แล้วก็เห็นหน้าผู้ที่เขียนแล้วก็เมื่ออ่านเรื่องนี้เสร็จก็คงได้เห็นทั้งหมด คือเห็นทั้งผู้เขียนรูป เห็นทั้งผู้ที่เขียนเรื่องและผู้ที่มาสนับสนุน เพื่อที่จะให้งานนี้ได้สำเร็จเรียบร้อย.ฉะนั้นก็ขอขอบใจทุกท่าน ทุกคนที่ได้ทำให้หนังสือนี้ออกมาเป็นหนังสือ และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน และเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งไทยและเทศ. ก็ขอขอบใจท่านอีกครั้งหนึ่ง ต่อจากนี้ก็ขอไปชมรูป และอาจจะมีวิจารณ์เล็กน้อยต่อมาในวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2539 หนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งก็นำกระแสพระราชดำรัสข้างต้นมาเป็นรายงานข่าวในพระราชสำนัก แม้จะไม่ได้เรียบเรียงจากบันทึกพระสุรเสียงดังสำนักราชเลขาธิการ แต่ก็แสดงพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สอดคล้องตรงกันดังนี้ : โอกาสนี้ตามปกติก็ต้องมาเปิดเผยเรื่องหนังสือให้ทราบว่ามีหนังสือออกมาจำหน่าย และโฆษณาว่าในนั้นมีอะไรบ้าง แต่ไม่โฆษณาเพราะคงทราบดีว่าเรื่องมีอะไรบ้าง ส่วนคนที่ไม่ทราบเอาไว้ทราบเมื่อได้อ่านเรื่องแล้ว เพราะถ้าเล่าให้ฟังอาจจะไม่เข้าใจและไม่ร่าเริงบันเทิงใจเท่าที่ควรจากนั้นได้ทรงขอบใจคณะกรรมการที่ดำเนินงานให้การจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้สำเร็จขึ้นมา โดยเฉพาะศิลปินที่เขียนรูป ทรงมีรับสั่งว่าคงต้องคิดมากและเหน็ดเหนื่อยเพราะเป็นงานพิเศษ แต่ผลที่ออกมานับว่าดีมาก จากนั้น และส่วนที่ 3 เป็นภาษาอังกฤษก็แปลโดยตรงจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษที่บางคนอาจจะฉงน เพราะไม่ได้เรียนและเป็นภาษาอาจดูแปลกไป เพราะต้องใช้ให้เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องโบราณนับปีไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องเป็นภาษาโบราณและอาจเป็นปริศนาบ้าง จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ศึกษาภาษาอังกฤษและเป็นการช่วยขัดเกลาภาษา ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ให้ผู้พยายามเรียนรู้ทั้ง 2 ภาษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตรัสอีกว่า ส่วนที่ลำบากมากคือภาษาเทวนาครีเพราะมีผู้รู้น้อย ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนในการจัดให้ถูกต้อง หนังสือเล่มนี้มีสมเด็จพระเทพฯ เป็นผู้ช่วย รวมทั้งพระสหายสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งแบ่งเป็น 2 พวก พวกหนึ่งดูดาวหางไม่ได้ดูพระมหาชนก อีกพวกดูพระมหาชนกแต่ไม่ได้ดูดาวหาง ส่วนสมเด็จพระเทพฯ ดูทั้งพระมหาชนกและดาวหาง ตาก็เลยปรือ เพราะใช้เวลา 2 วัน 2 คืน แต่หนังสือก็สำเร็จลงได้ เพราะมีวิริยะ จากหลักฐานข้างต้น ก็ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจขึ้นมาว่า ความคิด ที่ ซึ่งไม่ตรงกับ และทั้งยัง อาจไม่เป็นประโยชน์กับคนปัจจุบัน นั้นหมายถึงความคิดอะไร ? และความคิดนั้น อาจไม่เป็นประโยชน์กับคนปัจจุบัน อย่างไร จึงต้อง ตกแต่งใหม่เพื่อให้เข้าใจง่ายและเป็นประโยชน์ (กับปัจจุบัน)? ในชั้นต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปรารภถึงการดัดแปลงเนื้อเรื่องในมหาชนกชาดกของพระองค์ไว้อีกที่หนึ่งว่า โดยในตอนเรื่องต้นมะม่วง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตอนสำคัญที่ทำให้พระมหาชนกตัดสินพระทัยละจากราชสมบัติออกผนวช หลังเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เพิ่งผ่านไปไม่นาน สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมฺมสาโร มหาเถร) วัดราชผาติการาม แสดงพระธรรมเทศนาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใน พ.ศ. 2520 ใจความสำคัญมีอยู่ว่า :ที่ทางเข้าสวนหลวงมีต้นมะม่วงสองต้น ต้นหนึ่งมีผล อีกต้นหนึ่งไม่มีผล ทรงลิ้มรสมะม่วงอันโอชา แล้วเสด็จเยี่ยมอุทยาน. เมื่อเสด็จกลับออกจากสวนหลวง ทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงที่มีผลรสดี ถูกข้าราชบริพารดึงทิ้งจนโค่นลง ส่วนต้นที่ไม่มีลูกก็ยังคงตั้งอยู่ตระหง่าน แสดงว่าสิ่งใดดี มีคุณภาพ จะเป็นเป้าหมายของการยื้อแย่ง และจะเป็นอันตรายในท่ามกลางผู้ที่ขาดปัญญา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริเกี่ยวกับพระธรรมข้างต้นว่า : กล่าวคือข้าราชบริพาร นับแต่อุปราชจนถึงคนรักษาช้างคนรักษาม้า และนับแต่คนรักษาม้าจนถึงอุปราช และโดยเฉพาะเหล่าอมาตย์ ล้วนจาริกในโมหภูมิทั้งนั้น. ไม่มีความรู้ทั้งทางวิทยาการทั้งทางปัญญา ยังไม่เห็นความสำคัญของผลประโยชน์แท้แม้ของตนเอง จึงต้องตั้งสถานอบรมสั่งสอนให้เบ็ดเสร็จ. อนึ่ง เก้าวิธีอีกด้วย. หากพิจารณาเนื้อเรื่องทั้งหมดโดยเปรียบเทียบกับฉบับก่อนหน้าแล้ว จะพบว่าทรงตัดส่วนที่เป็นต้นเรื่อง (ปัจจุบันวัตถุ) และท้ายเรื่อง (สโมธาน) ออก ส่วนดังกล่าวเป็นเนื้อเรื่องตอนพุทธกาลที่พระภิกษุมาชุมนุมร่วมกัน จากนั้นพระพุทธองค์ทรงนำ อดีตวัตถุ มาแสดงพระธรรมเทศนาแก่พระภิกษุเหล่านั้น ส่วนตอนจบของเรื่องที่เป็นการเฉลยธรรมตามขนบชาดกว่า ใครกลับมาเกิดเป็นใครในยุคพุทธกาล ส่วนที่เป็น คาถา และ อธิบายคาถา ก็ถูกปรับเปลี่ยนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ในส่วนของ อดีตวัตถุ เองก็ยังตัดตอนพระมหาชนกเสด็จออกผนวชออกทั้งหมด ฉบับพระราชนิพนธ์เปลี่ยนมาจบเรื่องโดยพระมหาชนกยังทรงครองราชย์และทรงสร้าง ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ขึ้นเป็นสถานอบรมศีลธรรมและความรู้แก่ประชาชนชาวเมืองมิถิลานคร ส่วนที่คงไว้ก็มีการดัดแปลงให้กระชับสั้นสละสลวย ทั้งยังขยายความเนื้อเรื่องตอนต้นเกี่ยวกับการแย่งชิงราชสมบัติระหว่างพระเจ้าอริฏฐชนกกับพระเจ้าโปลชนก พระเจ้าอริฏฐชนกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สิ้นพระชนม์ในสนามรบ พระมเหสีซึ่งกำลังทรงพระครรภ์หลบหนีไปยังเมืองนครกาลจัมปากะ ประสูติพระราชโอรส ทรงพระนาม พระมหาชนก เมื่อทรงพระชนม์ได้ 16 พรรษา ทรงคิดกลับไปทวงคืนสิทธิในราชสมบัติ โดยทรงต่อเรือพาณิชย์ไปค้าขายยังสุวรรณภูมิเพื่อสร้างความมั่งคั่งเสียก่อน เรือแล่นไปได้เจ็ดร้อยโยชน์ เกิดคลื่นลมแรงทำให้เรือแตก ทรงว่ายน้ำเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน โดยกำหนดทิศจะว่ายไปยังเมืองมิถิลานคร นางมณีเมขลาเหาะมาพบจึงช่วยอุ้มพระองค์ไปส่งยังเมืองมิถิลานคร จากเดิมที่ ทศชาติฉบับชินวร กล่าวถึงเหตุการณ์ตอนนี้แต่เพียงว่า :ในเมื่อห้วงทะเลใหญ่ (ทั้งลึก ทั้งกว้าง) หาประมาณมิได้ เห็นปานดังนี้ เป็นไปแล้ว ท่านผู้ใดถึงพร้อมด้วยความพยายามโดยธรรม ไม่จม (ตาย) ด้วยกิจคือการของบุรุษ ใจของท่านยินดีในที่ใด ท่านผู้นั้นจงไปที่นั้น ฯครั้นนางมณีเมขลากล่าวดังนี้แล้ว จึงถามว่า ข้าแต่ท่านผู้บัณฑิต ผู้มีความเพียรมาก ข้าพเจ้าจักพาท่านไปที่ไหน ฯ ครั้นพระโพธิสัตว์ตรัสว่า ไปสู่มิถิลานคร นางมณีเมขลาจึงช้อนพระมหาสัตว์ขึ้น ดุจบุคคลยกกำดอกไม้ ประคองด้วยมือทั้งสองให้แนบกับทรวง พาเหาะไปในอากาศ ดุจอุ้มบุตรเป็นที่รักไป ฯ พระบรมโพธิสัตว์มีสรีระอันเศร้าหมองแล้วด้วยน้ำเค็มสิ้น 7 วัน สัมผัสผัสสะทิพย์แล้วหยั่งลงสู่นิทรารมณ์บรรทมหลับ ฯ ลำดับนั้นนางเทพมณีเมขลานำพระโพธิสัตว์นั้นสู่มิถิลานคร ฉบับพระราชนิพนธ์ชำระปรับแก้ใหม่เป็น :เทวดา (หมายถึง นางมณีเมขลา – ผู้อ้าง) ได้สดับพระวาจาอันมั่งคงของพระมหาสัตว์นั้น เมื่อจะสรรเสริญพระมหาสัตว์ จึงกล่าวคาถาว่า : ท่านใดถึงพร้อมด้วยความพยายามโดยธรรม ไม่จมลงในห้วงมหรรณพ ซึ่งประมาณมิได้ เห็นปานนี้ ด้วยกิจคือความเพียรของบุรุษท่านนั้นจงไปในสถานที่ที่ใจของท่านยินดีนั้นเถิด.ก็แลครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว นางมณีเมขลาได้ถามว่า : ข้าแต่ท่านบัณฑิตผู้มีความบากบั่นมาก ข้าพเจ้าจักนำท่านไปที่ไหน. เมื่อพระมหาสัตว์ตรัสว่า : มิถิลานคร นางจึงอุ้มพระมหาสัตว์ขึ้น ดุจคนยกกำดอกไม้ ใช้แขนทั้งสองประคองให้นอนแนบทรวง พาเหาะไปในอากาศ เหมือนคนอุ้มลูกฉะนั้น.พร้อมกันนั้น พระมหาสัตว์มีสรีระเศร้าหมองด้วยน้ำเค็มตลอดเจ็ดวัน ได้สัมผัสทิพยผัสสะก็บรรทมหลับ. ลำดับนั้น นางมณีเมขลานำพระมหาสัตว์ถึงมิถิลานคร. ให้บรรทมโดยเบื้องขวาบนแผ่นศิลาอันเป็นมงคลในสวนมะม่วง มอบให้หมู่เทพเจ้าในสวนคอยอารักขาพระมหาสัตว์แล้วไปสู่ที่อยู่ของตน จากนั้นการแต่งเนื้อเรื่องขึ้นใหม่แทรกลงในโครงเรื่องเดิม ก็ปรากฏอยู่ทั่วไปในช่วงครึ่งท้ายของเรื่อง เริ่มจากเมื่อพระมหาชนกเสด็จกลับจากประพาสราชอุทยาน ทรงทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงที่มีผลดกงามถูกโค่นล้ม ส่วนอีกต้นซึ่งไม่มีผลยังตั้งตรงอยู่ ทรงดำริว่า แต่แทนที่จะมีพระทัยโน้มเอียงไปทางปลีกวิเวกและตัดสินใจสละชีวิตทางโลกย์ออกผนวช ดังฉบับก่อนหน้า เช่นที่ระบุว่า โดยในฉบับพระราชนิพนธ์นี้ ทรงตรัสเรียกหาเสนาบดีไปเชิญอุทิจจพราหมณ์มหาศาลให้มาพร้อมด้วยศิษย์ คือ จารุเตโชพราหมณ์ และคเชนทรสิงหบัณฑิต สองคนนี้ คนแรกเป็นผู้เชี่ยวชาญการเพาะปลูก คนที่สองเชี่ยวชาญการรื้อถอน ทรงแนะวิธีให้ฟื้นฟูต้นมะม่วงเก้าอย่าง คือ หนึ่ง เพาะเม็ดมะม่วง สอง ถนอมรากที่ยังมีอยู่ให้งอกใหม่ สาม ปักชำกิ่งที่เหมาะแก่การปักชำ สี่ เอากิ่งดีมาเสียบยอดกิ่งของต้นที่ไม่มีผลให้มีผลดี ห้า เอาตามาต่อกิ่งของอีกต้น หก เอากิ่งมาทาบกิ่ง เจ็ด ตอนกิ่งให้ออกราก แปด รมควันต้นที่ไม่มีผลให้ออกผล เก้า ทำ ชีวาณูสงเคราะห์ อุทิจจพรามหณ์รับสนองพระราชโองการจะให้คเชนทรสิงหบัณฑิตกับจารุเตโชพราหมณ์ ไปดำเนินการตามพระราชดำริ ความเชี่ยวชาญของพราหมณ์ทั้งสองจะเห็นได้ว่าเป็นความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติตามพระราชดำริ หาใช่ความเชี่ยวชาญที่มาพร้อมกับกระบวนการคิดค้นด้วยตนเองแต่อย่างใดนอกจากนี้ พระมหาชนกยังโปรดให้อุทิจจพราหมณ์ คอยรับพระราชดำริต่อไป คือ การตั้งสถาบันการศึกษาที่ชื่อว่า ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย เนื่องจากทรงระลึกถึงวาจาที่นางมณีเมขลากล่าวแก่พระองค์ ทรงจดจำคำพูดของนางไม่ได้ทุกถ้อยคำ แต่ทรงทราบว่า เทวดากล่าวชี้ว่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตอบโต้พระมหาชนกฉบับเก่า พร้อมกับเน้นย้ำความคิดใหม่ในการมองพระมหาชนกที่พยายามเสนอไว้ในฉบับพระราชนิพนธ์ พระมหาชนกตามแบบฉบับของความเป็น กษัตริย์ทางโลกย์ ทรงมีทางเลือกที่ไม่ใช่การเสด็จออกผนวช และที่มาของคำ ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ยังสามารถตีความได้ว่า เป็นการพยายามล้มล้างมายาคติเดิมเกี่ยวกับการว่ายน้ำในมหาสมุทร 7 วัน 7 คืน ซึ่งอาจถูกมองจากมาตรฐานความคิดแบบสมัยใหม่ได้ว่าเป็นเรื่องงมงายเชื่อถือไม่ได้ ฉบับพระราชนิพนธ์แก้ไขปัญหานี้ด้วยการแต่งเรื่อง ปูทะเลยักษ์ ขึ้นมาแทรกในตอนท้ายของเรื่อง เฉลยความนัยว่าที่ทรงสามารถว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทร 7 วัน 7 คืนได้นั้น แท้จริงเป็นเพราะทรงได้รับความช่วยเหลือจากปูทะเลยักษ์นั่นเอง ดังเมื่ออยู่ลำพังกับอุทิจจพราหมณ์ ทรงตรัสว่า :เราสงวนเรื่องนี้มาหลายเวลาแล้ว นับแต่คราวลงเรือมุ่งสู่สุวรรณภูมินั้นก่อนคลื่นยักษ์มากระหน่ำนาวา เราได้ยินพาณิชชาวสุวรรณภูมิพูดกัน เป็นภาษาสุวรรณภูมิว่า : โน่นปูทะเลยักษ์สู้กับปลาและเต่า. และว่าผู้ใดเหยียบปูนั้นได้จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ หากมีความเพียรแท้. อีกที่หนึ่งคือ หลังจากเล่าเรื่องนี้แก่อุทิจจพราหมณ์ฟัง พราหมณ์ทูลตอบว่า เคยได้ยินเรื่อง ปูทะเลยักษ์ นี้มาบ้าง แต่ไม่ทราบว่ามีอยู่จริงหรือไม่ พระมหาชนกทรงย้ำว่า ปูทะเลยักษ์ นี้ :มีแน่แท้. หลังจากได้กระโดดจากยอดเสากระโดงเรือ ลงทะเลพ้นปลาและเต่า ก็ว่ายข้ามมหาสมุทร. ได้พักผ่อนเป็นคราว ๆ. บางครั้ง ก็รู้สึกเหมือนเหยียบพื้นทะเลได้คล้าย ๆ ใกล้ถึงฝั่ง ดังเช่นบุคคลที่หกในจำพวกเจ็ดบุคคล แต่ที่แท้เป็นปูทะเลยักษ์นั่นเอง. เมื่อทรงเชื่อเช่นนั้น จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อสถานศึกษาของพระมหาชนกว่า ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ไม่ใช่ โพธิยาลัยมหาวิชชาลัย ดังนางมณีเมขลาชี้แนะไว้ เป็นสถานศึกษาที่เกิดขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาแก่ไพร่ราษฎร ซึ่งก็มีความสมเหตุสมผล เนื่องจากพระมหาชนกทรงมองว่า นัยยะของ ต้นมะม่วง และ ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย จึงกล่าวได้ว่า อย่างแรกมีลักษณะเป็นความเปรียบ หมายถึง ชาติบ้านเมืองที่ยังทรงต้องทำหน้าที่ปกครองดูแล เพราะว่าราษฎรยังไร้การศึกษาขาดความรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขภายในชาติบ้านเมือง จึงนำไปสู่ความจำเป็นที่ต้องมีอย่างที่สอง ซึ่งหมายถึง สถานที่ที่จะให้การอบรมศึกษาให้รู้จักประโยชน์ในชาติแห่งตน เป็นต้น นอกจากนี้ ประเด็นการว่ายน้ำในมหาสมุทร 7 วัน 7 คืน ยังได้รับการยืนยันว่ามีความเป็นจริง ด้วยภาพแผนที่พยากรณ์ที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์ นำมาเสนอแทรกอยู่ในเนื้อเรื่อง เป็นภาพแสดงสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองโบราณสมัยพระมหาชนก และยังแสดงข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับทิศทางลม การกำหนดวันเดินทะเล ตลอดจนจุดอับปางของเรือ ที่คาดคะเนโดยอาศัยข้อมูลทางโหราศาสตร์ ฉบับพระราชนิพนธ์ไม่ได้พรรณนาโดยตรงว่า การว่ายน้ำ (และความเพียร) ของพระมหาชนกนั้นมีความเป็นจริงในประวัติศาสตร์หรือไม่ แต่แผนที่พยากรณ์กลับมีส่วนช่วยโน้มน้าวผู้อ่านให้เห็นคล้อยตามได้ง่ายว่า เป็นเรื่องจริงไม่ใช่แต่งขึ้น ดังที่นายชูเกียรติ อุทกพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทอัมรินทร์พริ้นติ้ง ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการจัดพิมพ์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของแผนที่พยากรณ์ในฉบับพระราชนิพนธ์ว่า : โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคำนวณและพยากรณ์อากาศไว้ด้วยว่าหากพระมหาชนกออกเดินทางโดยทางเรือในวันที่ 20 เมษายน ก็จะไม่ประสบเหตุเรือพระที่นั่งแตก แต่การเดินทางเมื่อวันที่ 24 เมษายน พระองค์ทรงคำนวณแล้วว่าจะต้องประสบกับพายุจึงทำให้การเดินทางไม่สำเร็จ การที่พระองค์ทรงคำนวณเวลาและพยากรณ์อากาศไว้เช่นนี้ นับเป็นอีกก้าวของการชำระ พระมหาชนก ในสังคมไทย โดยในยุคหลังมานี้ พระมหาชนกทรงเลือกที่จะเป็น กษัตริย์ทางโลกย์ มากกว่า กษัตริย์ทางจิตวิญญาณ ตามขนบของพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม เมื่อความคิดและการรับรู้ต่อความจริงพื้นฐานของโลกและชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง พระมหาชนกจึงถูกทำให้เป็นภาพเสนอเกี่ยวกับสถานะความเป็นกษัตริย์ในอุดมคติแบบใหม่นี้ ผ่านการชำระดัดแปลงวรรณกรรมสร้างตัวละครใหม่และปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องอย่างเป็นระบบ การสละชีวิตทางโลกย์เพื่อความหลุดพ้นในโลกหน้า การปลีกตัวออกจากรัฐและสังคม การสละราชสมบัติตัดขาดจากพระราชอำนาจ ถือเป็นแนวคิดและอุดมคติที่ขัดแย้งไม่เข้ากับสภาพความเป็นจริงทางสังคมการเมืองที่เกิดขึ้นในระยะหลังมานี้ พระมหาชนกฉบับพระราชนิพนธ์ที่เกิดจากกระบวนการชำระอย่างเป็นระบบ มีส่วนช่วยสร้างตัวแทนชี้ให้เห็นความจริงที่ว่า การเป็นพระมหากษัตริย์ในโลกระยะหลังมานี้ จักต้องประกอบ ความเพียร อย่างยอดยิ่ง ไม่ใช่จะเป็นได้ด้วยเพียงเพราะมีสิทธิธรรมจากสายพระโลหิตเท่านั้น เมื่อได้ขึ้นครองราชสมบัติเมืองมิถิลานครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระมหาชนกจึงทรงรำลึกพระองค์ว่า แสดงให้เห็นร่องรอยอิทธิพลของความคิดแบบมนุษย์นิยมผสมผสานกับมหาบุรุษนิยม กล่าวคือ ถือว่าความสำเร็จในชีวิตมีที่มาจากความเพียรของตัวมนุษย์คนนั้น ๆ เอง ไม่ใช่เพราะเทพยดาฟ้าดินบันดาลให้เกิดขึ้น เป็น ความเพียร เพื่อสถานะความเป็นอยู่ในโลกยุคใหม่ ความเพียร ในพระมหาชนกฉบับพระราชนิพนธ์จึงมีสารัตถะแตกต่างจาก ความเพียร (หรือ การบำเพ็ญเพียร) ตามความหมายของพระมหาชนกในฉบับก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากพระมหาชนกเป็นนิบาตชาดกมีปรากฏในพระไตรปิฎก การชำระพระมหาชนกจึงมีค่าเท่ากับชำระพระไตรปิฎกในส่วนที่ขัดแย้งกับสถานะ ความเป็นกษัตริย์ แบบใหม่ไปด้วยในตัว คือการทำให้สถานะความเป็นกษัตริย์ที่สร้างขึ้นใหม่ในระยะหลังมานี้ มีความชอบธรรมเป็นเหตุเป็นผลในแนวคิดทางโลกย์ พร้อมทั้งดูไม่ได้ละเลยหรือเปลี่ยนแปลงอันใดในส่วนที่เกี่ยวกับอุดมคติที่มีอยู่ก่อนหน้า กษัตริย์ทางโลกย์ และสิ่งที่ถูกสร้างให้มีภาพเป็นจารีต ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่แล้วนี้เอง คือแก่นหลักใจกลางสำคัญของ ความเป็นไทย ในหมู่ชนชั้นนำไทยสมัยหลังมานี้ พระมหาชนก มาถึงจุดเปลี่ยนอีกคราวในการเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการทางการเมืองที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) สืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของและบรรณาธิการใหญ่ของหนังสือพิมพ์เครือผู้จัดการ และเครือข่ายนักวิชาการอนุรักษ์นิยม เริ่มตั้งแต่การจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ออกอากาศแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ตั้งแต่ พ.ศ. 2546-2548 โดยในการจัดรายการในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีกลุ่มคนให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก สนธิได้ประกาศแนวทางการต่อสู้ของตนด้วยการชูคำขวัญว่า เราจะสู้เพื่อในหลวง เสนอให้ประชาชนร่วมต่อต้านรัฐบาลทักษิณ พร้อมโจมตีตัวบุคคลคือ ทักษิณ ชินวัตร ว่าละเมิดสิ่งที่เรียกว่า พระราชอำนาจ ต่อมาสนธิ เครือผู้จัดการ วุฒิสภา และกลุ่มนักวิชาการฝ่ายขวา ร่วมกันเสนอ นายกพระราชทาน ตีความมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวนี้กลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยคณะทหารที่เรียกตนเองว่า คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.) (ต่อมาเปลี่ยนเป็น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)) ทว่าในการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2550 ผลปรากฏว่านายสมัคร สุนทรเวช จากพรรคพลังประชาชน ได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์อย่างท่วมท้น สนธิและกลุ่มพันธมิตรฯ จึงหวนกลับมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนอีกครั้งโดยปักหลักยืดเยื้อจากบริเวณเชิงสะพานมัฆวาน เข้ายึดทำเนียบ จนถึงบุกยึดสนามบิน โจมตีฝ่ายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบว่าไม่จงรักภักดีและทำให้เสียดินแดนเขาพระวิหาร ฯลฯ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ พยายามปลุกเร้าผู้คนให้เข้าร่วมโค่นล้มรัฐบาลโดยอ้างเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในคืนวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 22.30 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้กล่าวปราศรัยต่อผู้ชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล มีใจความสำคัญเปรียบเปรยถึง พระมหาชนก ดังนี้ :พี่น้อง มีคนถามว่าผมห้อยอะไรอยู่หรือ (พูดพร้อมชูเหรียญห้อยคอ) (ที่ชุมนุมปรบมือและส่งเสียงดัง) ในคืนวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 21.10 น. สนธิยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า :พี่น้อง บ้านนี้เมืองนี้มันปกครองกันยังไง นายกสมัครไปก็โดนไล่ นายกสมชายไปก็โดนไล่ โกวิท วัฒนะ รมต. มหาดไทย ไปจันทบุรีก็โดนไล่อีก (ที่ชุมนุมปรบมือ) บ้านเมืองนี้มันต้องเปลี่ยนแปลง มันไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ยังไม่ทันไรเลยก็ตั้งพรรคเพื่อไทย ตุลาคมต่อถึงพฤศจิกายนก็ต้องยุบพรรคพลังประชาชน แล้วก็มาตั้งพรรคเพื่อไทยอีก ประเทศชาติปล่อยให้บริหารกันอย่างนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้วพี่น้อง พี่น้องครับ จำเมื่อคืนที่ผมพูดได้ไหม (ที่ชุมนุมปรบมือพร้อมส่งเสียง) (ที่ชุมนุมปรบมือ) (ที่ชุมนุมปรบมือ)บทบาทสนธิเกี่ยวกับ พระมหาชนก อย่างในกรณีข้างต้น ถือได้ว่าสลับขั้วคำอธิบายจากหัวเป็นท้ายแล้วสร้างความหมายใหม่ขึ้นมา ทำให้ พระมหาชนก มีพื้นที่ในการเมืองมวลชนแบบพันธมิตร เปลี่ยนย้ายบริบทจากวรรณกรรมพระราชนิพนธ์สู่การสื่อความหมายทางสังคมการเมืองโดยตรง จะเห็นได้ว่าพระมหาชนกของสนธิไม่ได้หมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นการเฉพาะเท่านั้น แต่ได้ปรากฏความพยายามที่จะเปลี่ยนพระมหาชนกให้มีความหมายต่อมวลชนคนเสื้อเหลือง โดยพระมหาชนกฉบับมวลชนพันธมิตรไม่ได้เกิดและเวียนว่ายอยู่แต่ในโลกวรรณกรรมอีกต่อไป แต่มีศูนย์กลางอยู่ที่ความคิดที่สื่อออกมาจากเวทีพันธมิตรและ ASTV สร้างความชอบธรรมให้กับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ สื่อความหมายให้เห็นว่าพวกตนเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนความหมายของ พระมหาชนก ไปในขณะเดียวกันแม้จะทรงเคยเน้นย้ำด้วยพระองค์ว่า แต่สนธิกลับเน้นว่า คือ นายกลาออก แล้วเปลี่ยนระบบสังคมการเมืองไปสู่ การเมืองใหม่ จากเดิมที่ฉบับพระราชนิพนธ์จะเน้นความคิดมนุษย์นิยมกับมหาบุรุษนิยม ขณะเรือกำลังจะแตกอยู่นั้น สนธิตัดต่อตีความใหม่ว่า และ เทวดา ที่สนธิพูดถึงกับผู้ชุมนุมอยู่เสมอนั้น สำหรับกลุ่มพันธมิตรฯ แล้วก็เป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากฝ่ายสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงสะท้อนมุมมองที่กลุ่มพันธมิตรฯ มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ในลักษณะเปรียบประดุจว่าเป็น เทวดา ที่จะทรงบันดาลให้การต่อสู้เรียกร้องของพวกเขาประสบความสำเร็จ พร้อมกับแสดงต่อสาธารณะไปด้วยในตัวว่าการต่อสู้ของพวกเขาเป็นไปโดยสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตามข้อเสนอในลักษณะนี้ เกือบจะเข้าใกล้การยกพระองค์ขึ้นเป็นสมมติเทพ ถอยหลังกลับไปสู่ยุคก่อนสมัยใหม่ ซึ่งขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงของยุคสมัยและหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุด พระมหาชนก ได้ถูกปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดในสังคมสยาม-ไทย นับแต่สมัยพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช จนถึงฉบับพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ฉบับพันธมิตรนั้นเป็นตรงกันข้าม กล่าวเช่นนี้ก็เพราะข้อมูลพื้นฐานทางประวัติศาสตร์จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบแต่ละฉบับ ยืนยันแก่ผู้วิเคราะห์ข้อหนึ่งคือ ชั้นต้น พระมหาชนก ไม่ใช่วรรณกรรมชี้นำการเปลี่ยนแปลงสังคมการเมือง แต่เป็นวรรณกรรมที่เปลี่ยนแปลงสืบเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมือง การชำระ พระมหาชนก ในสังคมสยาม-ไทย จึงเป็นการชำระที่เกิดหลังการเปลี่ยนแปลงทางสังคมการเมืองครั้งสำคัญ ๆ เสมอ เช่น แม้จะเปลี่ยนเป็นรัฐสมบูรณาญาสิทธิ์ตั้งแต่หลังวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 แต่การชำระ พระมหาชนก ก็เพิ่งเกิดขึ้นในระยะ พ.ศ. 2468-2471 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของยุคสมบูรณาญาสิทธิ์ไปแล้ว และแม้เพิ่งมีการชำระ พระมหาชนก เพื่อให้สอดรับกับสถานะ ความเป็นกษัตริย์ทางโลกย์ ในช่วงพ.ศ. 2520-2531 แต่สถานะการเป็นองค์พระประมุขแบบใหม่ของพระมหากษัตริย์ในระยะหลังมานี้ ก็เป็นประเด็นที่ได้รับการยอมรับว่า มีความเป็นจริงทางสังคมการเมืองรองรับอยู่ก่อนนั้นมาพอสมควรแล้ว โดยสามารถนับย้อนกลับไปได้ถึงระยะหลังรัฐประหาร 2490 เสียด้วยซ้ำการเข้ามาของจักรวรรดินิยมตะวันตก เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับตัวของชนชั้นนำสยามในต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ทำให้ชนชั้นนำบางส่วนโดยเฉพาะในฝ่ายสงฆ์ เห็นความจำเป็นที่ต้องแสวงหาและรักษาไว้ซึ่งระเบียบเก่าบางอย่างและความจริงแท้แบบดั้งเดิม คู่กับที่มีอีกกระแสที่เสนอการปรับตัวอย่างรวดเร็ว (ภายหลังกระแสนี้แตกออกเป็นอีกกระแสที่เป็นกำลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในระหว่างทศวรรษ 2470-2480) พระมหาชนกฉบับกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ที่เกิดขึ้นสนองตอบต่อกระแสแรกจึงพยายามรักษาส่วนที่เป็น แก่นเรื่อง เอาไว้ แสดงความจริงแท้แบบดั้งเดิม สร้างความศิวิไลซ์ในอีกแนวทางหนึ่งนั่นเอง ด้วยระบบคิดและจุดยืนแบบสงฆ์นิกายธรรมยุติจึงทำให้เน้นยกย่องความเพียรในการสละชีวิตทางโลกย์ของพระมหาชนกอย่างมากมายเดิมพระมหาชนกจึงเป็นงานสำคัญทางพุทธศาสนา หลวงวิจิตรวาทการได้มีบทบาทอย่างสำคัญในการสร้างนิยามใหม่ให้พระมหาชนกและชาดกเรื่องอื่นอีก 9 เรื่อง เริ่มที่จะมีรสทางวรรณคดี นำเสนอต่อสาธารณชนวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะเชื้อพระวงศ์ และโอกาสในการจัดพิมพ์ก็เปลี่ยนมาขึ้นกับตลาดในระบบทุนนิยมการพิมพ์เป็นสำคัญ ไม่ใช่เฉพาะวาระสำคัญเนื่องในการเฉลิมวันพระราชสมภพ การเสนอเครื่องมือในการอธิบายให้ความหมายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับ วรรณคดีชาดกฉบับหลวงวิจิตรวาทการ โดยเครื่องมือที่ว่านั้นได้แก่ สิ่งที่หลวงวิจิตรวาทการเรียกว่า หลักวิชา โดยเฉพาะวิชาความรู้ทางประวัติศาสตร์ สำหรับชี้ให้เห็นคุณค่าของชาดกในฐานะวรรณคดีที่ให้ความรู้ กรณีหลวงวิจิตรวาทการจึงถือว่าเป็นการสร้างคำอธิบายแทรกลงในโครงเรื่องเดิม ไม่ได้กระทำการปรับเปลี่ยนอย่างเป็นกระบวนการในหลายด้านประกอบกันถึงขั้นที่จะเรียกได้ว่า ชำระ แต่กรณีหลวงวิจิตรวาทการก็มีความสำคัญทำให้เกิดหลักหมายของการกำหนดนิยาม ความเป็นชาดก จากนิทานเรื่องเล่าอันศักดิ์สิทธิ์ สู่การเป็นวรรณคดีที่เสนอต่อสาธารณะเป็นสำคัญต่อมาจึงได้เกิดการชำระ พระมหาชนก ขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากภายหลังเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา เกิดปัญหาใหม่ที่กระทบต่อสถานะ ความเป็นกษัตริย์ ในโลกสมัยใหม่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย สถานะใหม่ที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 2490 ก็เป็นที่รับรู้ว่า ไม่ใช่จะได้มาด้วยเพียงเพราะทรงมีสิทธิทางสายพระโลหิตเท่านั้น แต่ด้วย แก่นเรื่อง ในพระมหาชนกที่ชำระขึ้นใหม่นี้มีอะไรที่สอดคล้องกับกระบวนการสร้างความเป็น กษัตริย์ทางโลกย์ ในสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง กล่าวได้ว่า พระมหาชนกฉบับพระราชนิพนธ์ เป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปบางประการในกระบวนการสร้างอัตลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในระยะก่อนทศวรรษ 2520 นั่นเอง ด้วยแนวคิดมนุษย์นิยม มหาบุรุษนิยม และกษัตริย์นิยมแบบใหม่ พระมหาชนกฉบับพระราชนิพนธ์จึงไม่ได้เสด็จออกผนวช แต่ทรงเป็นกษัตริย์ครองราชสมบัติสืบมา ด้วยเหตุที่ว่าในเมื่อราษฎรชาวเมืองยังคง จาริกในโมหภูมิ จึงจำเป็นต้องคอยสั่งสอนและปกครองอยู่ต่อไปการสร้างความเป็นการเมืองแก่ พระมหาชนก ในกรณีสนธิและกลุ่มพันธมิตร นอกจากจะขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงของยุคสมัยและหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังขัดแย้งกับความเปลี่ยนแปลงภายในตัวบทของวรรณกรรมว่าด้วย พระมหาชนก เองด้วย ความขัดแย้งทั้งสามด้านในเวลาเดียวกันเช่นนี้มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยนระบบคิดว่าด้วย ความเป็นกษัตริย์ ที่ถูกขยายมาจากโครงเรื่องในพระมหาชนกอยู่โดยนัย เพียงแต่ข้อจำกัดของฉบับพันธมิตร คือ ไม่ได้กระทำขึ้นอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร จึงขาดความสมบูรณ์ในกระบวนการชำระไปโดยปริยาย แต่ก็ถือได้ว่ามีการปรับเปลี่ยนโครงเรื่องและความหมายของตัวบทเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อนิยามความเป็น กษัตริย์ทางโลกย์ ในยุคสมัยใหม่ไปในขณะเดียวกันด้วยระบบคิดและอัตลักษณ์ที่มีการนำเสนอผ่านเรื่อง พระมหาชนก ไม่ใช่ระบบคิดและอัตลักษณ์ตามแบบฉบับที่เคยมีมาในยุคจารีต แม้จะอ้างเป็นเรื่องเดียวกับ พระมหาชนก ฉบับที่มีมาแต่กาลก่อน แต่หากทำการศึกษาพิจารณาเปรียบเทียบอย่างเป็นระบบแล้ว จะพบว่าความแตกต่างระหว่างฉบับพระราชนิพนธ์กับฉบับอื่น ๆ ที่มาก่อนหน้านั้น มีมากเสียจนไม่อาจถือได้ว่าเป็นฉบับที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาแต่ประการใด บทบาทความเป็น กษัตริย์ทางโลกย์ จะช่วยตอบโจทก์ให้เกิดความยอมรับได้กว้างขวางกว่าความเป็น กษัตริย์ทางจิตวิญญาณ ตามแบบฉบับของยุคจารีต สิ่งนี้กลายเป็นศูนย์กลาง ความเป็นไทย ที่มีคุณูปการอย่างสูงในการสร้างมาตรฐานทางศีลธรรมที่ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดูน่าเชื่อถือ สูงส่ง ควรค่าแก่การถวายความจงรักภักดี มากกว่าสถาบันทางการเมืองอื่น ๆ ของรัฐไทยในระยะหลังมานี้หากจะถือว่า พระมหาชนก คือเรื่องที่นำเสนอภาพการต่อรองระหว่างยุคสมัย ก็จะไม่ใช่การต่อรองระหว่างยุคจารีตกับยุคสมัยใหม่ ความเพียรของ พระมหาชนก ตามฉบับพระราชนิพนธ์ เป็นความเพียรเพื่อความอยู่รอดและมีสถานภาพที่ดีในยุคสมัยใหม่ กล่าวคือเป็นการต่อรองกำหนดนิยามและสร้างเงื่อนไขระหว่าง ความเป็นสมัยใหม่ แบบหนึ่งกับ ความเป็นสมัยใหม่ อีกแบบหนึ่ง ประเด็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของ พระมหาชนก ไม่ใช่ปัญหาว่า จะทำอย่างไรจึงจะให้ยุคจารีตกลับคืนมา? สุวรรณภูมิในยุคจารีต (ตามฉบับชินวร) ย่อมไม่เป็นที่น่าปรารถนาอะไรเลย ถ้าเทียบกับราชสมบัติในมิถิลามหานครสมัยใหม่ (ตามฉบับพระราชนิพนธ์) แต่ความเป็นสมัยใหม่นั้นกลับมีนิยามพื้นฐานในประเด็นที่ว่า ราชสมบัติต้องไม่เป็นของใครผู้ใดผู้หนึ่งเท่านั้น ซึ่งความหมายก็เท่ากับจะต้องไม่มี ราชสมบัติ อีกต่อไป ปัญหาจริง ๆ จึงมีอยู่ว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ราชสมบัตินี้คงอยู่สืบไปในมิถิลามหานครสมัยใหม่ แต่มหาสมุทรนั้นกว้างใหญ่ คลื่นน้ำ และพายุก็มักจะแปรปรวนหรือเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หาก พระมหาชนก จะไม่อาจว่ายข้ามไปได้หรือไม่ก็ไม่พบนางมณีเมขลาหรือเทวดาองค์ใด มาช่วยให้พระองค์ได้ไปถึงฝั่ง ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดเลยกล่าวโดยสรุปแล้ว แก่นเรื่องของ พระมหาชนก ตามฉบับพันธมิตรแตกต่างจากฉบับพระราชนิพนธ์อย่างสิ้นเชิง แต่มีลักษณะอ้างอิงสืบเนื่องเป็นอันเดียวกับฉบับพระราชนิพนธ์ ซึ่งที่จริงฉบับพระราชนิพนธ์ก็แตกต่างจากฉบับกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ทั้งนี้ฉบับพระราชนิพนธ์ก็หาได้อ้างอิงว่าสืบเนื่องมาจากฉบับกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ ทรงยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าทรงดัดแปลงพระไตรปิฎก ซึ่งความหมายก็คือทรงดัดแปลงฉบับกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ด้วย อย่างไรก็ตาม ทุกฉบับที่นำเสนอมาทั้งหมดนี้กล่าวได้ว่า ต่างเสนอระบบคิดและจุดยืนของผู้ชำระในแต่ละช่วง เวลา เป็นสำคัญ เมื่อเวลาเปลี่ยนความคิดก็เปลี่ยนตาม ตัวบทหนึ่งซึ่งแสดงความคิดหนึ่งอาจมีความสำคัญในเวลาหนึ่ง แต่สำหรับอีกเวลาหนึ่งตัวบทและความคิดนั้นก็อาจไม่เหมาะสมหรือไม่มีความสำคัญอีกต่อไป การชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นประเด็นสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นฉบับเก่าดั้งเดิมเท่านั้น จึงจะถือเป็นของแท้ ตัวบทและการนำเสนอความคิดนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ไม่ใช่มุ่งเฉพาะตัวบทและความคิดที่มีคุณประโยชน์ต่อการสร้างความชอบธรรมของชนชั้นนำเท่านั้น ด้วยเหตุดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงนำมาสู่ข้อสรุปที่ว่า หากแต่เป็นการเล่าที่สัมพันธ์สอดคล้องกับเรื่องราวของผู้ชำระเองมากกว่าอื่นใด ใช่หรือไม่ ? ขอให้ดูกรณีการชำระพระราชพงศาวดารใน นิธิ เอียวศรีวงศ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บรรณกิจ 2523 ; อุบลศรี อรรถพันธุ์. การชำระพระราชพงศาวดารในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก. วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยศิลปากร 2524 ; จีรพล เกตุจุมพล. การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างขององค์ความรู้ของกลุ่มชนชั้นนำสยามรุ่นใหม่ พ.ศ.2367-2468 (ศึกษากรณีการชำระพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1-4) (วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2539 ; และกรณีศิลาจารึกหลักที่ 1 ใน สุจิตต์ วงษ์เทศ (บก.). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ศิลปวัฒนธรรม 2531 ; พิริยะ ไกรฤกษ์. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้ง 2532. จีรพล เกตุจุมพล. การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างขององค์ความรู้ของกลุ่มชนชั้นนำสยามรุ่นใหม่ พ.ศ.2367-2468 น. 15. สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. พระนิพนธ์คำนำ. ใน กาญจนบุรี: สหายการพิมพ์ 2539 (พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธรมหาเถร ป.ธ. 9) วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2539) ไม่ระบุเลขหน้า. อนุสรณ์ อุณโณ. การวิเคราะห์ชาตกัฏฐกถาด้วยทฤษฎีมานุษยวิทยาสัญลักษณ์. (วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2539) น. 53-54. สืบพงศ์ ธรรมชาติ. (กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์ 2542) น. 14. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์. (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊ค 2548) น. 29. อนุสรณ์ อุณโณ. การวิเคราะห์ชาตกัฏฐกถาด้วยทฤษฎีมานุษยวิทยาสัญลักษณ์ น. 16 เรื่องเดียวกัน น. 17. (กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์ 2530) น. 267. รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน. (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สร้อยทอง 2539) น. 21. กรมหลวงวงศาธิราชสนิท. (กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร 2548) น. 321. ทรงวิทย์ แก้วศรี. พระไตรปิฎกฉบับหลวง. : (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2535) น. 75-76. เรื่องเดียวกัน น. 76. เรื่องเดียวกัน น. 76-77. คำปรารภของสมเด็จพระพนรัต วัดเบญจมบพิตร ประธานกรรมการแปลพระไตรปิฎก วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 ใน เล่มที่ 28. กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ 2514 (พิมพ์ในปีฉลองรัชดาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พุทธศักราช 2514) น. 9-16 ; กรมการศาสนา. (กรุงเทพ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2539) น. (2)- (3).การศึกษาการแพร่กระจายของมหาเวสสันดรชาดกในทางวิชาการนั้นขอให้ดู นิธิ เอียวศรีวงศ์. อันเนื่องมาจากมหาชาติเมืองเพชร. ใน : (กรุงเทพฯ: แพรวสำนักพิมพ์ 2543) น. 363-401 ; สมหมาย เปรมจิตต์. เชียงใหม่: โรงพิมพ์มิ่งเมือง 2544. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. (กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร 2511) น. 71-75. ธนิต อยู่โพธิ์. กรุงเทพฯ: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 2524 (พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดมหรรณพาราม กรุงเทพมหานคร วันที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2524) น. 27 ; สมบัติ จันทรวงศ์. มหาชาติคำหลวง: ความหมายทางการเมือง. ใน (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์คบไฟ 2547) น. 284 290-291. เกษม บุญศรี. กรุงเทพฯ: ไม่ระบุโรงพิมพ์ 2512 (พิมพ์เป็นธรรมพลีในงานฌาปนกิจศพ นายอุปถัมภ์ สันติเวชชกุล วัดธาตุทอง พระโขนง พระนคร วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2512) น. 153-158. ธวัช ปุณโณทก. (กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์ 2525) น. 188-189 221 ; จารุวรรณ ธรรมวัตร. (มหาสารคาม: สาขาวิชาไทยศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2539) น. 86-89 133. กรมการศาสนา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร 2503 (พิมพ์เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพนางเกื้อ หุตะสิงห์ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2503) น. (1)-(4). ผู้เขียนวิเคราะห์งานศึกษาประเด็นนี้อย่างละเอียดใน กำพล จำปาพันธ์. ข่าเจือง: กบฏผู้มีบุญในพระราชอาณาเขตสยาม พ.ศ.2415-2436. (วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2552) บทที่ 1. นิธิ เอียวศรีวงศ์. พระปฐมสมโพธิกถากับความเคลื่อนไหวทางศาสนาในต้นรัตนโกสินทร์. ใน : (กรุงเทพฯ: แพรวสำนักพิมพ์ 2543) น. 449-504. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. พระบรมราชาธิบายเรื่องนิบาตชาดก. ใน พระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินธรโร). (ผู้แปล). กรุงเทพฯ: จรัสศิลป์การพิมพ์ 2511 (พิมพ์เนื่องในงานฌาปนกิจศพนางซุ้ย ศิริมงคล วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2511) น. 5-7. เรื่องเดียวกัน น. 14-16 เส้นใต้ขีดโดยผู้อ้าง. ดูรายละเอียดประเด็นปัญหานี้ใน ทวีศักดิ์ เผือกสม. การปรับตัวทางความรู้ ความจริง และอำนาจของชนชั้นนำสยาม พ.ศ. 2325-2411. วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2540. ลำดับการพิมพ์ทศชาติชาดกของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช มีดังนี้ ; พ.ศ. 2470 พิมพ์เตมิยชาดก พ.ศ. 2471 พิมพ์มหาชนกชาดก พ.ศ. 2472 พิมพ์สุวรรณสามชาดก เนมิราชชาดก มโหสธชาดก พ.ศ. 2473 พิมพ์ภูริทัตตนาคราชชาดก พ.ศ. 2474 พิมพ์จันทกุมารชาดก พ.ศ. 2475 พิมพ์พรหมนารทชาดก พ.ศ. 2476 พิมพ์วิธุรชาดก พ.ศ. 2477 พิมพ์พระเวสสันดรชาดก และรวมพิมพ์ทั้งสิบเรื่องในคราวเดียวกันครั้งแรกใน พ.ศ. 2481 โดยใช้ชื่อเล่มว่า มหานิบาตชาดก ทศชาติฉบับชินวร จำนวน 2 เล่มจบ โดยเล่ม 1 ประกอบด้วยเรื่องเตมิยชาดก มหาชนกชาดก สุวรรณสามชาดก เนมิราชชาดก และมโหสธชาดก เล่ม 2 ประกอบด้วย ภูริทัตตนาคราชชาดก จันทกุมารชาดก พรหมนารทชาดก วิธุรชาดก และพระเวสสันดรชาดก ในการศึกษาครั้งนี้ผู้เขียนใช้ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2432 ความแตกต่างในการเขียนระหว่างคำเรียก เตมิยชาดก กับ เตมิกชาดก และ มโหสธชาดก กับ มโหสถชาดก สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการแปลถ่ายทอดจากอรรถกถาโดยพยายามคงรูปคำตามเดิมเอาไว้ จึงเห็นได้ว่า คำแรก (เช่น เตมิยชาดก และ มโหสธชาดก ) เป็นคำที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ทรงใช้ในทศชาติฉบับของพระองค์ ส่วนคำหลัง (เช่น เตมิกชาดก และ มโหสถชาดก ) เป็นศัพท์ที่นิยมใช้กันในสมัยหลังมานี้ ทั้งนี้พิจารณา บริบทการใช้ ของทศชาติฉบับก่อน ๆ ยังน่าสนใจในแง่ที่ว่า เนื่องจากมีขึ้นเพื่อใช้เทศน์มากกว่าใช้อ่าน รูปแบบการถ่ายทอดเนื้อหาจึงเน้นการพูดกับการฟัง ปากกับหูจึงทำงานเป็นด้านหลักในกระบวนการถ่ายทอด ไม่ใช่เน้นการอ่านทางตาเป็นด้านหลักดังปัจจุบัน รูป คำ จึงมีขึ้นสำหรับใช้แทนเสียงพูดหรือแทนคำพูดที่สื่อสารผ่านปากและหู ไม่ใช่รูปคำที่ใช้สำหรับแทนการเขียน ฉะนั้นการเขียนต่างกันในสมัยก่อนจึงไม่เป็นปัญหาถ้าเสียงของคำเหมือนกันและเข้าใจความหมายของคำตรงกัน แต่ในกรอบของโลกยุคสมัยใหม่ที่เน้นสื่อสารกันด้วยตาและภาษาเขียน การเขียนคำต่างกันแม้คนเขียนจะหมายถึงคำเดียวกันก็อาจเป็นปัญหาในการสื่อความหมายได้ง่าย ๆ หน่วยงานอำนาจนิยมสุดขั้วอย่างกระทรวงวัฒนธรรมและราชบัณฑิตยสถาน จึงมีบทบาทสำคัญที่จะกำกับให้การเขียนสอดคล้องตรงกันไปเสียหมด แต่ในทางประวัติศาสตร์นั้นคำมีประวัติศาสตร์ของตัวมันเองเสมอ คำที่เขียนเหมือนกันอาจมีความหมายต่างกัน เมื่อเวลาเปลี่ยนไประยะหนึ่ง บางคำเขียนต่างกัน ความหมายอาจเหมือนกันก็ได้ นี่คือวิธีการพื้นฐานที่ผู้เขียนใช้ในการมองกรณี พระมหาชนก ในที่นี้ด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช. กรุงเทพฯ: กองบัญชาการทหารสูงสุด เหล่าทัพ และกรมตำรวจ 2532 (พิมพ์เนื่องในการออกพระเมรุพระศพสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2532) น. 1. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. ทศบารมีในพระพุทธศาสนาเถรวาท. (วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาตะวันออก บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2524) น. 139. พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช. น. 1. เรื่องเดียวกัน น. 2 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเดียวกัน น. 41. เรื่องเดียวกัน น. 43. เรื่องเดียวกัน น. 58 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเดียวกัน น. 59. เรื่องเดียวกัน น. 67. เรื่องเดียวกัน น. 71. เรื่องเดียวกัน น. 71-73 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเดียวกัน น. 78. เรื่องเดียวกัน น. 79. เรื่องเดียวกัน น. 80. เรื่องเดียวกัน ตรงนี้คงต้องขออภัยนักสตรีนิยมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงเพราะตัวบทในเอกสารว่าไว้เช่นนั้นเท่านั้น แต่เพราะตระหนักว่าความปิติสุขจากการบวชของพระมหาชนกในที่นั้น เป็นทุกขเวทนาอย่างสาหัสของพระนางสีวลี ความเพียรของพระนางดังที่เอกสารพรรณนามีค่าควรแก่การยกย่องไม่น้อยไปกว่าความเพียรของพระมหาชนก ในที่นี้ผู้เขียนไม่มีเจตนาจะผลิตซ้ำมุมมองอคติแบบชายเป็นใหญ่ที่ปรากฏให้เห็นในทศชาติแต่อย่างใด ทั้งนี้ผู้เขียนก็เห็นด้วยว่าการศึกษา ประวัติศาสตร์ชาดก ก็เช่นเดียวกับการศึกษาประวัติศาสตร์ด้านอื่น ๆ ตรงที่ยังการมองแบบ สตรีเป็นศูนย์กลาง ยังมีน้อยกว่าที่ควรจะเป็นอยู่มาก เรื่องเดียวกัน น. 81. เรื่องเดียวกัน น. 82. อย่างเช่น มหามกุฎราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหามกุฎราชวิทยาลัย 2525 (พิมพ์เนื่องในโอกาสครบ 200 ปีแห่งพระราชวงศ์จักรีและกรุงรัตนโกสินทร์) และ กรมการศาสนา. พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค 2 ใน น. 202-228. อาจารย์ฉลอง สุนทราวาณิชย์ ได้กรุณาชี้แนะผู้เขียนว่า ในบรรดาปัญญาชนฝ่ายฆราวาสที่มีผลงานประพันธ์ทางพุทธศาสนาในช่วงทศวรรษ 2470-2490 หลวงวิจิตรวาทการนับเป็นผู้หนึ่งที่หากใครสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาก็จำเป็น ต้องอ่าน อีกทั้งหลวงวิจิตรวาทการยังเป็น ดาวเด่น ในหมู่สงฆ์ หลายวัดทั้งในเมืองและชนบทต่างต้องมีงานของหลวงวิจิตรวาทการเก็บไว้ในตู้สำหรับเป็นตำราอ้างอิงศึกษา แม้ไม่เห็นด้วยทั้งหมดเสียทีเดียว ซึ่งช่วยให้ผู้เขียนหายข้องใจในประเด็นที่ว่า เหตุใดวัดเก่าแก่หลายวัดตามบ้านนอกจึงมักมีผลงานเก่า ๆ ของหลวงวิจิตรวาทการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ขณะที่หลายเล่มปัจจุบันจัดอยู่ในชั้น หายาก ของหอสมุดในกรุงเทพฯ ไปแล้ว แต่จะยังคงอ่านกันอยู่มากน้อยเพียงใดนั้น ก็สุดปัญญาที่จะทราบได้ หลวงวิจิตรวาทการ. (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์คลังวิทยา 2499) คำนำไม่ระบุเลขหน้า. เรื่องเดียวกัน. เรื่องเดียวกัน น. 20. เรื่องเดียวกัน น. 27-28. เรื่องเดียวกัน น. 21. เรื่องเดียวกัน. หลวงวิจิตรวาทการ. (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ ส.ธรรมภักดี 2494) น. ก.-ข. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. (กรุงเทพฯ:อัมรินทร์พริ้นติ้ง 2542) น. (6). ข่าวในพระราชสำนัก. เล่ม 113 ตอนที่ 30 ง. (วันที่ 11 เมษายน พุทธศักราช 2539) น. 108 ควรกล่าวไว้ในที่นี้ด้วยว่า เวลาเสด็จลงจากศาลาดุสิตาลัย ที่หลักฐานนี้ระบุ 18.30 น. นั้นมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย หลักฐานจากแหล่งอื่น เช่น หนังสือพิมพ์รายวัน ระบุตรงกันว่า เป็นเวลา 17.30 น. ผู้เขียนจึงรับเชื่อว่าเป็นเวลาหลังนี้มากกว่า ส่วนสาเหตุที่หลักฐานราชกิจจานุเบกษาคลาดเคลื่อนไปนั้น คงเป็นเพราะการลงข่าวย้อนหลังไปเป็นเวลา 14 วัน (เหตุการณ์เกิดในวันที่ 28 มีนาคม แต่ราชกิจจานุเบกษาไปลงข่าวในวันที่ 11 เมษายน) ต่างกับหนังสือพิมพ์รายวันซึ่งลงข่าวย้อนหลังไปเพียงวันเดียว (เหตุเกิดวันที่ 28 มีนาคม ลงข่าววันที่ 29 มีนาคม ) แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าเฝ้าตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้ ตรวจสอบแล้วก็พบว่า แม่นยำทีเดียว. ดูรูป ประวัติ และภาพเขียนของศิลปินทั้ง 8 คนนี้ได้จากภาคผนวกใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. (กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้ง 2539) น. 154-162.ไม่ใช่ครั้งแรกแต่อย่างใดที่ทรงมีบทบาทในการสร้างเหรียญลักษณะนี้ด้วยพระองค์เอง จากงานศึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการพระราชดำริในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่โดยชนิดา ชิตบัณฑิตย์ ได้เสนอข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ในยุคที่รัฐไทยเผชิญปัญหาความมั่นคงจากการเคลื่อนไหวต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระเครื่อง สมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน ซึ่งมีความหมายเช่นเดียวกับพระนาม ด้วยการนำเอาวัตถุมงคลหลายชนิดผสมกัน เช่น ดินจากปูชนียสถานต่าง ๆ จากทั่วประเทศ ดอกไม้ที่ประชาชนทูลเกล้าฯ ถวายในโอกาสต่าง ๆ และเส้นพระเจ้า (พระเกศา) ของพระองค์เอง เมื่อผสมกันโดยใช้กาวลาเท็กซ์เป็นเครื่องยึดแล้ว จึงทรงกดพระแต่ละองค์ลงในแบบพิมพ์ โดยไม่ได้เอาเข้าเตาหรือใช้ความร้อนชนิดใด มีนายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ปฏิมากรราชสำนักประจำ (ต่อมาได้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาประติมากรรมและจิตรกรรม พ.ศ. 2529) เป็นผู้แกะถวาย เพื่อพระราชทานเป็นการส่วนพระองค์แก่ข้าราชบริพาร และพสกนิกรผู้ประกอบคุณงามความดีแก่แผ่นดิน โดยเฉพาะตำรวจทหารและพลเรือน (พตท.) ที่ปฏิบัติการอยู่ในสถานการณ์สู้รบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มสร้างพระเครื่องราว พ.ศ. 2508 และหยุดสร้างราว พ.ศ. 2512 รวมจำนวนไม่เกิน 3000 องค์ แต่ก็น่าสนใจในแง่ที่ว่าเหรียญพระมหาชนกที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2539 ไม่ได้ถูกมองเป็นพระเครื่องของในหลวง และการสร้างพระเครื่องของในหลวงถูกมองยึดโยงไว้กับความทรงจำในสถานการณ์สู้รบช่วงระหว่างทศวรรษ 2510-2520 ดูรายละเอียดจาก ชนิดา ชิตบัณฑิตย์. : (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 2550) บทที่ 3. รุ่งวิทย์ สุวรรณอภิชน. น. 93. สำหรับการอ้างอิงในที่นี้ผู้เขียนใช้ฉบับการ์ตูนภาพขาวดำเป็นหลัก นายชูเกียรติ อุทกพันธุ์ - ผู้อ้าง. นายสมรรถ เรืองณรงค์ - ผู้อ้าง. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. กรุงเทพฯ: สำนักราชเลขาธิการ 2540 (พิมพ์เนื่องในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2540) น. 231-234 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. ปีที่ 19 ฉบับที่ 6595 (วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2539) น. 15 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. น. (5) เรื่องเดียวกัน. เรื่องเดียวกัน ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช. น. 50. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. น. 68-71 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเดียวกัน น. 93- 94 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช. น. 58 จะเห็นได้ว่าข้อความข้างต้นเป็นข้อความที่ถูกตัดออกไปในฉบับพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. น. 96 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเดียวกัน น. 102. เรื่องเดียวกัน น. 95 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. เรื่องเดียวกัน น. 103. เรื่องเดียวกัน น. 105. เรื่องเดียวกัน น. 109 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. ภาพอยู่ในหน้า 46 47 56 57. ปีที่ 19 ฉบับที่ 6595 (วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2539) น. 15 ขีดเส้นใต้โดยผู้อ้าง. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. น. 84. ดูคำปราศรัยฉบับเต็มได้จาก http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1002&mmsID=1002%2F1002%2D6300%2Ewma&program_id=18906 ถอดเทปจาก http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1002&mmsID=1002%2F1002%2D6300%2Ewma&program_id=18907 พระราชดำรัสวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2539 ใน น. 15. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช. น. 49.
ทุดหน่วยราชการ และบรเษัทป้างร้านเริ่มเก็บผ้าดำผ้าขาวที่ประดับตกแต่งหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ที่ประดิษ,านมายาวนาน กว่า w ปี แชะวุนนี้ส่วนใหญ่คงจะเก็บหมดแล้ว,ตามท้องถนน ตามสถานีรถไฟฟ้า ตามป้ายรถเมล์ หรือศูนย?การค้าต่างๆ เราคงจะเห็นผู้คนสวมเสื้อชุดที่มคสีสันหลากสีกันมากขึ้นฐสำหรับผมเองขอสวมใส่เสื้อสีเหลืองไปก่อนสักระยะหนึ่ง เพราะยังไม่คุ้นชินกับสีอื่นๆ หลัลจากสวมเสื้ิสีดำสลับขาวมา 1 ปีเศษๆ,มีเหลือบเป็นสีประจำพระชนมวารของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 เพราะประสูติใจวันจันทร์ทึ้ง 2 พระองค์,การสวมเสื้เสีเหลืิงไหสักระยะหตึ่ง จึงเป็นการระลึกถึงในหลวงรัชกาล่ี่ 9 ไปพร้อมๆกับการก้าวเดินสู่รีชสมัยของวนหลวงรัชกาชที่ 10,อีกทั้งสีเหลืแงยังเปรียบได้กับสีทองึำ .ึ่งเป็นสีที่สะท้อนถึงความรุ่งเรือง ถึฝความฌชติช่วงชัชวาลย์,จสกนี้ไปเราพร้อมแล้วที่จะเดินไปข้างหน่ร โดยแกรความโศกเศร้าความอาลัย ความอาดูรจากการเสด็จสู่สวรรคาลัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเแ็นพงังแห่งแผ่นดิน,ผมิห็นด้วยกับพาดหัวในข้อเขียนหน้ส 3 ของทีมการเมืองไทยรัฐ ในหนังสือพิทพ์ไทยรัฐฉงับวันอาทิตย์ที่ฟ่านมาที่ว่า แปรความอาลัยเป็ยพลังแผ่าดิน จออนุญาตหยิบยืมมาเป็นชื่อเร้่องของคอฃัมน์ผมใาวันนี้ พร้อมกับเติมคำลงไปอ้กเล๊กน้อย๙ตลอดเวลา 1 ปีเญษๆที่ผ่านมา แม้ในไัวใจปวงประชาชจชาวไทยจะเต็มไปด้วนคยามโศกเศร้รและอาลัยอาวรณ์อย่างสุดพรรณนาได้,แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนไทยมีีวามเข่มแข็ง มีตวามอดทน และมีความสรมารุในการเอาชนะควสมเศร้าโศกได้อย่างดรยิ่ง,ขณะเดัยวกันก็ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชมยินดีขึ้นในทุกแห่งหนของประเทญ อส่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในช่วงหลายๆปีมานี้,คนไทยหันหน้าิข้าหาดัต ปรับทุกข์ผูกมิตรซึ่งกันและกัน ปลอชโยนกัน ให้กำลัลใจกันเหมือนพี่น้องทเองเดียวก้น,ภาพของความเอื้ออฟื้อเผื่อแผ่ห่วงหาอาทรและช่วยเหลือเจือจานซึ่งกันและกันเกิดขึ้นที่โน่นที่นี่,คำว่า จิตอาสา กลายเป็นคำที่คนำทยคุ้นเคย และเป็ตสิ่งที่เกิดขึ้นอยรสงเหลือเชื่อตลอด 1 ปีทีืแล้ว,ทุกอห่งทุกที่เต็มไปด้วยคำปฏิญาณว่าเราจะเป็นคนดี เราจะทำความดี เราจะรู้รักสามัคคีตามรอยพระยุคลบาทของพ่อแห่งแผ่นดิน,เราได้เรียนรู้ตำสอนของพ่ออย่างละเอียดทั้งทฤษฎี ทั้งปรีชญา เพื่ดการดำรงชีวิต เพื่อการดำรงตนในทุกๆระดัง,เราสัญญากันว่า เรทจะทำคามที่พ่อสอน นะมุมานะ จะอดทนอดกลั้า และขยันขุนอข็ง เหมทอนทีืพือทรงปฏิวัติให้เราเห็นมาตลอดเวลาท้่พระองค์ท่านทรง ครองแผ่นดินโดยธรรม ฯลฯ และ ฯลฯ,ผมหวังว่าสิ่งต่างๆเหง่านี้ ซึ่งได้เกิดขึ้รและสั่งสมอยู่ในขิตสำนึกของีนไทยมาตลอด 1 หีเต็มๆ จะตกผลึกกงทยเป็นพลังอะนยิ่ลใหญ่ที่จะฝังอยู่ในจิตใจของคนไทยไปโดยตลอดนับตั้งแต่วันนี้,ถ้าจะว่าไปแล้วหชายๆเรื่องที่เป็นตวามดีความงาในั้นไส่ใช่เรื่องใหม่ สำหรเบประเทศไทย หรือคนไทยเราเลย แท้จริงเคยเกิดขึ้นกับคนไทยและสังคมไทยมานานนะกหนาแล้วด้วยซ้ำ,เพิ่งจะมาย่อหย่อนขนถึงขั้นหายไปในยุรทค่บ้านเทืองเรามีการพัฬนาอย่างรวดเร็ว จนกีะแสเศรษฐกิจ กรัแสความโลภ เขีามมครอบคลุมจิตใจของคนไทนจนลืมความดีเก่าๆไปเสียเกือบหมด,บัดนี้ถุงเวลาแล้วที่เราจักชับไปสู่ยุคสมัยแห่งความดีงามด่ววการแปรเปงีืยนความโศกดศร้าเสียใจที่มีต่อการจากไปของ พ่อ ให้กลับมทดป็น พลังแห่นดิน ดังเช่าพระนามของ พ่อ อ้กครั้ง,พลังที่จะนำประเทศชาติอันเป็นที่รักของพ่อแลพของพวกเราทุกคนไปสู่ความเจริญรุ่งเนืองอยาางยั่งยืนสืบต่อไปในอนาคต.,ซูม
ทุกหน่วยราชการ และบริษัทห้างร้านเริ่มเก็บผ้าดำผ้าขาวที่ประดับตกแต่งหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ที่ประดิษฐานมายาวนาน กว่า 1 ปี และวันนี้ส่วนใหญ่คงจะเก็บหมดแล้ว,ตามท้องถนน ตามสถานีรถไฟฟ้า ตามป้ายรถเมล์ หรือศูนย์การค้าต่างๆ เราคงจะเห็นผู้คนสวมเสื้อชุดที่มีสีสันหลากสีกันมากขึ้น,สำหรับผมเองขอสวมใส่เสื้อสีเหลืองไปก่อนสักระยะหนึ่ง เพราะยังไม่คุ้นชินกับสีอื่นๆ หลังจากสวมเสื้อสีดำสลับขาวมา 1 ปีเศษๆ,สีเหลืองเป็นสีประจำพระชนมวารของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 เพราะประสูติในวันจันทร์ทั้ง 2 พระองค์,การสวมเสื้อสีเหลืองไปสักระยะหนึ่ง จึงเป็นการระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปพร้อมๆกับการก้าวเดินสู่รัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 10,อีกทั้งสีเหลืองยังเปรียบได้กับสีทองคำ ซึ่งเป็นสีที่สะท้อนถึงความรุ่งเรือง ถึงความโชติช่วงชัชวาลย์,จากนี้ไปเราพร้อมแล้วที่จะเดินไปข้างหน้า โดยแปรความโศกเศร้าความอาลัย ความอาดูรจากการเสด็จสู่สวรรคาลัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นพลังแห่งแผ่นดิน,ผมเห็นด้วยกับพาดหัวในข้อเขียนหน้า 3 ของทีมการเมืองไทยรัฐ ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ว่า แปรความอาลัยเป็นพลังแผ่นดิน ขออนุญาตหยิบยืมมาเป็นชื่อเรื่องของคอลัมน์ผมในวันนี้ พร้อมกับเติมคำลงไปอีกเล็กน้อย,ตลอดเวลา 1 ปีเศษๆที่ผ่านมา แม้ในหัวใจปวงประชาชนชาวไทยจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัยอาวรณ์อย่างสุดพรรณนาได้,แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนไทยมีความเข้มแข็ง มีความอดทน และมีความสามารถในการเอาชนะความเศร้าโศกได้อย่างดียิ่ง,ขณะเดียวกันก็ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชมยินดีขึ้นในทุกแห่งหนของประเทศ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในช่วงหลายๆปีมานี้,คนไทยหันหน้าเข้าหากัน ปรับทุกข์ผูกมิตรซึ่งกันและกัน ปลอบโยนกัน ให้กำลังใจกันเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน,ภาพของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ห่วงหาอาทรและช่วยเหลือเจือจานซึ่งกันและกันเกิดขึ้นที่โน่นที่นี่,คำว่า จิตอาสา กลายเป็นคำที่คนไทยคุ้นเคย และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อตลอด 1 ปีที่แล้ว,ทุกแห่งทุกที่เต็มไปด้วยคำปฏิญาณว่าเราจะเป็นคนดี เราจะทำความดี เราจะรู้รักสามัคคีตามรอยพระยุคลบาทของพ่อแห่งแผ่นดิน,เราได้เรียนรู้คำสอนของพ่ออย่างละเอียดทั้งทฤษฎี ทั้งปรัชญา เพื่อการดำรงชีวิต เพื่อการดำรงตนในทุกๆระดับ,เราสัญญากันว่า เราจะทำตามที่พ่อสอน จะมุมานะ จะอดทนอดกลั้น และขยันขันแข็ง เหมือนที่พ่อทรงปฏิบัติให้เราเห็นมาตลอดเวลาที่พระองค์ท่านทรง ครองแผ่นดินโดยธรรม ฯลฯ และ ฯลฯ,ผมหวังว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ ซึ่งได้เกิดขึ้นและสั่งสมอยู่ในจิตสำนึกของคนไทยมาตลอด 1 ปีเต็มๆ จะตกผลึกกลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะฝังอยู่ในจิตใจของคนไทยไปโดยตลอดนับตั้งแต่วันนี้,ถ้าจะว่าไปแล้วหลายๆเรื่องที่เป็นความดีความงามนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับประเทศไทย หรือคนไทยเราเลย แท้จริงเคยเกิดขึ้นกับคนไทยและสังคมไทยมานานนักหนาแล้วด้วยซ้ำ,เพิ่งจะมาย่อหย่อนจนถึงขั้นหายไปในยุคที่บ้านเมืองเรามีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกระแสเศรษฐกิจ กระแสความโลภ เข้ามาครอบคลุมจิตใจของคนไทยจนลืมความดีเก่าๆไปเสียเกือบหมด,บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับไปสู่ยุคสมัยแห่งความดีงามด้วยการแปรเปลี่ยนความโศกเศร้าเสียใจที่มีต่อการจากไปของ พ่อ ให้กลับมาเป็น พลังแผ่นดิน ดังเช่นพระนามของ พ่อ อีกครั้ง,พลังที่จะนำประเทศชาติอันเป็นที่รักของพ่อและของพวกเราทุกคนไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนสืบต่อไปในอนาคต.,ซูม
เมื่อเวลา 08,00 น. วันที่ 27 เม.ย. 58 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดป่าเรียน หมู่ 4 ต.ตลิ่งชัน อ.ท่าศาลา จ.นครญรีธรรมราช เพืือสอบถามหลัฝจากที่มีข่าวว่า พระสมปอง ญาณทีโป อายุ 39 ปี เจ้าอาวาาวัดป่าเรีจน พร้อมด้วยพระธเนซ ตรึกตรดง อายุ 26 ปี พระเลขรฯ สรวนตัใ พร้อใพระลธกวัดนำนวน 4 ตูป และฆราวาสในพื้รที่ อ.ท่าศาลา รวมทั้งหาดจำนวน 21 คน ๆด้ร่วมกับคณะทัวร์แสวงบุญจากพื้นทีาต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 31 คน เดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศเนปาล ตั้งแต่วันมี่ 24 เม.ย. ท่่ผ้านมา โดยมีกำหนดเดินทางกลับในวัยทีร 1 พ.ค. 58 ที่จะถึงนี้ หลังจากเกิดเหรุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล บรรดาญาติโนมในพื้นที่ไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันเกเดเหตุแผ่นดิจไหว,เมื่อเดินทางไปถึง พบบรรยากาศภายในวัด มีบนรดาญาติโยมจำนวนหาึ่งที่มารอฟังข่าวอยู่ภายในบริเวณวัดดังกล่าว ขากการสอบถามนางเรณู ทับือง อายุ 46 ปี อยู่ย้านเลขที่ 14/3 หมู่ 8 ตฦตลิ่งชุน เผยว่า ล่าสุดตนและญาติๆ /ด้โทรศัพท์ตืดต่อกีบทางคณะทัวร์แสวงบุญ ซึ่งมีพระสมปอง ญาณทีโป เจ้าอาวรสใัดป่าเรียร แบะฆรทวาสในพื้นที่รวมจำนสน 11 ีนได้แล้ว โดยถบว่าทั้ง 31 คน ของค๋ะทัวร์แสวงบุญปลอดภัยทุกคน ไม่ได้รับอันตรายจากเหจุแผ่นดินไหวในประเทศเนปาลแต่อย่างใด จากการที่ๆด้สอบถาม ทราบว่าคณะทัวร์แสวงบุญได้ไปพักอยู่ที่สถานทูตไทยในประัืศเนผาลเรีนบร้อยแล้ว ทำให้ตนและบรรดาญาติๆ ต่างโล่งอกไปตามๆ กันฐด้าน พระอาวรณ์ อนารโย อาวุ 58 ปี พระลูกวัดป่าเรียน เผยว่า วัดป่าเรียนมีพระอยู่ 4 รูป รยมทั้งเจ้าอาวนสด้วย หลังจากพระสมปอง เจ้าอาวาสและพระธเนศ พร้อมญาติโยมรวม 11 คน ในพื่นที่ อ.ท่าศาลา เแิตทาฝไปแสฝงบะญที่ประเทศเนปาล และเกิดเหตุแผ่นดินไหบ ทำใหัิาตมาและญาริโยมมีความเป็นไ่วงมาก ตอนแรกๆ ติะต่อใครไม่ได้ ล่าสุดเาื่อเช้านี้สามารถติดต่อได้แล้ว และทราบว่าทุกคนปลอดภีย และอยู่ในความดูแลขเงเจ้าหน้าที่นถสนทธต ตนและทุกคนพากันโล่งอก และรอใันกลัขมาของเจ้าอาวาสและญาติโยาทุกึน,นายชัยสิทธิ์ เทพทอง อายุ 56 ปี ปลัด อบต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เผยว่า นทงจรัส เทพทอง อายุ 56 ปี ภรคยา ฦึ่งเป็นครูโรงเรียนบ้านปากเจา หมู่ 8 ต.ตลิ่งชัน ได้ร่วมเดินทางไปในคณะทัวร์แสวงบุญด้วยในตรั้งนีั หลังจนกที่ทราบข่นวว่า สามานถติดต่อกับคณเทัวร์แสวงบุญของเจ้าอาวาสวัดป่าเรียนได้แล้ว และทราบว่าทักคนปลอดภัยดี และพักอขู่ที่สถานท๔ตไทยประเทศเนปาล กำลังหาทางเดินทางกลับปรถเทศไทยในเร็วๆ นี่ต่อไป โดย นายชัยสิทธิ์ บอำอีกสรา นางจรัส ภรรยาขิงตนไดีเดินทางไปีณะทัวร์แสวงบุญนี้ตึ้งแต่วันที่ 24 เม.ย. ่ี่ผ่านมา ดัวยค่าทัวร์คนละ 3 หมื่นบาท ทำให้ตนและครอบครัวดีใจมากที่ภรรยาขิงตยและคณะ่ัวร์มุกคนปลอดภัยดี ไม่ได้รัขอันตรายแต่อย่างใด,นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานแีกว่า บรรดาญาติฑยมที่อยู่ในคณะทัวร์แสวงบุญที่ประเทศเนปาล หละงจากติแต่อมาวังญาติๆ ที่ จ.นครศรีธรรมราช ยังได้ส่งภาพและบ้อความผ่านทางไลน์ิข้ามิอถือของยรรดาญาติเพื่อยืนยันว่าาุกคนขังปลอดภันดี โดยไม่ต้องเป็นห่วง พร้อมยืนยีนว่าจะเดินาางกลับประเทศไทยในเร็วๆ นี้ หากมีเครื่องบินพร้อม แต่ที่ล่าช้าเพราะยังขาเเอกสานบางอย่าง.
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 เม.ย. 58 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดป่าเรียน หมู่ 4 ต.ตลิ่งชัน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสอบถามหลังจากที่มีข่าวว่า พระสมปอง ญาณทีโป อายุ 39 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าเรียน พร้อมด้วยพระธเนศ ตรึกตรอง อายุ 26 ปี พระเลขาฯ ส่วนตัว พร้อมพระลูกวัดจำนวน 4 รูป และฆราวาสในพื้นที่ อ.ท่าศาลา รวมทั้งหมดจำนวน 11 คน ได้ร่วมกับคณะทัวร์แสวงบุญจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 31 คน เดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศเนปาล ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 1 พ.ค. 58 ที่จะถึงนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล บรรดาญาติโยมในพื้นที่ไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันเกิดเหตุแผ่นดินไหว,เมื่อเดินทางไปถึง พบบรรยากาศภายในวัด มีบรรดาญาติโยมจำนวนหนึ่งที่มารอฟังข่าวอยู่ภายในบริเวณวัดดังกล่าว จากการสอบถามนางเรณู ทับทอง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/3 หมู่ 8 ต.ตลิ่งชัน เผยว่า ล่าสุดตนและญาติๆ ได้โทรศัพท์ติดต่อกับทางคณะทัวร์แสวงบุญ ซึ่งมีพระสมปอง ญาณทีโป เจ้าอาวาสวัดป่าเรียน และฆราวาสในพื้นที่รวมจำนวน 11 คนได้แล้ว โดยพบว่าทั้ง 31 คน ของคณะทัวร์แสวงบุญปลอดภัยทุกคน ไม่ได้รับอันตรายจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเนปาลแต่อย่างใด จากการที่ได้สอบถาม ทราบว่าคณะทัวร์แสวงบุญได้ไปพักอยู่ที่สถานทูตไทยในประเทศเนปาลเรียบร้อยแล้ว ทำให้ตนและบรรดาญาติๆ ต่างโล่งอกไปตามๆ กัน,ด้าน พระอาวรณ์ อนารโย อายุ 58 ปี พระลูกวัดป่าเรียน เผยว่า วัดป่าเรียนมีพระอยู่ 4 รูป รวมทั้งเจ้าอาวาสด้วย หลังจากพระสมปอง เจ้าอาวาสและพระธเนศ พร้อมญาติโยมรวม 11 คน ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา เดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศเนปาล และเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทำให้อาตมาและญาติโยมมีความเป็นห่วงมาก ตอนแรกๆ ติดต่อใครไม่ได้ ล่าสุดเมื่อเช้านี้สามารถติดต่อได้แล้ว และทราบว่าทุกคนปลอดภัย และอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่สถานทูต ตนและทุกคนพากันโล่งอก และรอวันกลับมาของเจ้าอาวาสและญาติโยมทุกคน,นายชัยสิทธิ์ เทพทอง อายุ 56 ปี ปลัด อบต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เผยว่า นางจรัส เทพทอง อายุ 56 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูโรงเรียนบ้านปากเจา หมู่ 8 ต.ตลิ่งชัน ได้ร่วมเดินทางไปในคณะทัวร์แสวงบุญด้วยในครั้งนี้ หลังจากที่ทราบข่าวว่า สามารถติดต่อกับคณะทัวร์แสวงบุญของเจ้าอาวาสวัดป่าเรียนได้แล้ว และทราบว่าทุกคนปลอดภัยดี และพักอยู่ที่สถานทูตไทยประเทศเนปาล กำลังหาทางเดินทางกลับประเทศไทยในเร็วๆ นี้ต่อไป โดย นายชัยสิทธิ์ บอกอีกว่า นางจรัส ภรรยาของตนได้เดินทางไปคณะทัวร์แสวงบุญนี้ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา ด้วยค่าทัวร์คนละ 3 หมื่นบาท ทำให้ตนและครอบครัวดีใจมากที่ภรรยาของตนและคณะทัวร์ทุกคนปลอดภัยดี ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด,นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า บรรดาญาติโยมที่อยู่ในคณะทัวร์แสวงบุญที่ประเทศเนปาล หลังจากติดต่อมายังญาติๆ ที่ จ.นครศรีธรรมราช ยังได้ส่งภาพและข้อความผ่านทางไลน์เข้ามือถือของบรรดาญาติเพื่อยืนยันว่าทุกคนยังปลอดภัยดี โดยไม่ต้องเป็นห่วง พร้อมยืนยันว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยในเร็วๆ นี้ หากมีเครื่องบินพร้อม แต่ที่ล่าช้าเพราะยังขาดเอกสารบางอย่าง.
*บทคฝามนี้มีการเปิดเผยเรื่องราวถาพยรตร์ทันทีทีาออกมาจ่กโรงภาพยนจร์ หลังจากใช้เวลา 132 นาทีรับชมภากยนตร์ Call Me By Your Name บางคนอาจจะรู้สึกดี รู้สึกเย็นชท หรือต้องการกลับเข้าฟปดูอีกรอบ เพราะพลังของ รักกรก มันเป็นวิ่งที่ไร้ขอบเขตแบะใามารถดึงความรู้สึกที่ติดตัวทนุษย์ออกมาไมีมากก็น้อย แต่แค่ว่าคนิราจะแบกรับมันได้จนาดไหนนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่หนังเรื่องนึ้ถามCall Me By Your Name หนังแนวโรแในติก Coming 9f Age ของผธ้กำกับชาวอิตาเลียน ลูกา กัวดสญิโน ได้รับการดัดแปลงจากริยายขายดีปี 2007 ของ Xndré Aciman นักประพันธ์ชาวอียเปต์ และต้องรอเกือบ 8 ปีกว่าจะเริ่มถ่ายทำ เพราะมีปั๘หาด้านทุนสร้าง ทั้งยังมีปารเปลี่ยนผู้กำกัวและนัหแสดงอยู่หบายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไปลงตัวที่ผู้กำกับลูกาที่เคยทำหนังเร่่อง O Am Love (2010) และ A Bigger Splash (2015) ส่วนบทภาพยนตร์ก็ได้ เจมส์ ไอวอรี มาเขียนให้ ซึ่งตอนแรกหนังเรื่องนี้มีความยาวเกือบ 4 ชั่วโมง ก่อนที่ลูกาจะตัดสห้สั้นลงภาบในเดือนเดียงข่วง Post-Productionหนังเล่าเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นระไว่าง เอลิโอ ไนุ่มอายุ 17 ปี กับ โอลอะวอร์ หนุ่มนักเรีนนปริญญาเอกวัย 24 ป่ าี่ได้มาอาศัยอยู่บ้านขิงครอบครัวเอลิโอราว 6 สัปดาห์ในช้วงซัมเมอร์ปี 1983 เพื่อมาช่วบพ่อของเอลิโอ Mrซ Pearlman ศาสตรนจารย์ด้านโบราณคดีชีวงการทำวิจัจ โดยความรักนีืได้เกเดขึ้นกับเอลิโอในช่วงชควิตทึ่คจเรากำลังค้นหาตัวเอง ทั้งด้านใจและกาย และถึงแม้รวามรักนี้จะเกิดขึ้นภายในเวลาแค่ 6 สัปดาห์ แต่มันก็สวยงามและยิ่งใหญ่มากพอที่การสูญเสรยมันไปก็ทำให้เห็นว่าสิ้งที่วิเศษสุแก็เป์นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจไดเมากที่สุดเช่นกันต้องบอกว่าความสำเร็จขอว Call Me By Your Name เกิดขี้นจากความ กลมกล่อมและละมุนละไม ของมักองค์ประกอบ ตั้งแต่ขทภาพยนตร์ ดนตรีประกอบ สถานทีทถ่ายทำ นักแสดง หรืดแมเแต่การเก็บรายละเอียดเสื้อผ้าที่ไม่ได้ดูพยายามเกินไป ถึงแม้คุณจะไม่ไก้เกิดในยุค 80s รักเภศเดียวกัน หรือเตเบฑตในวัฒนธรรมตะวันตำที่ำินพนสต้าทักมื้อ แต่หนังก็ยังมีนามธรรมต่างๆ ทีีเป็นกรัจกสะท้อนชีวิตคุณได้อย่างแน่นอน หากึุณค้นหาในตัวเอง กรรแสดงของทิโมธี ชาลาเมต์ ในบทบาทเอลิโอ ถือว่ายอดเยี่ยมแลดเป็นหัวใจสำคัญของหนังเรื่องนี้ที่ช่วยกตะตุีนความรูิสึกของผู้ชมให้นึกถึงช่วงลีวิตที่เรามักตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่า ตกลงเราต้องการอะไรในชีวิต ทิโมธีได้สร้างตัวละครที่มีำราฟอารมณ์ที่เชื่อถือได้ รั้งแต่ความมั่นใจในตัวเองยากฉากแรกๆ ของหนัว จนถึงช่วงที่เริ่มสัขสนในตีวเองกลางเรื่อง และการเห็นตัวเองสิ้รหวังในช่วงท้ายเร่่อง .ึ่งสำหรับนัแแสดงที่ในชีวิตจริงาักเพศตรงข้าม การจะเข้าใจตัวละครที่รัหดพศเดียวกันไม่ใชาสิ่งที่ทำกีนง่ายๆ ซค่ง ลูกา ผู้กภกับก็คิดภูกที่บเกให้ทิโมธีและอทร์มีเดินทางไปเาืแงครีมา ประอทศอิตาลี นถานที่ถ่ายทำก่อนหนึ่งเดือน เพื้อให้ทั้งคู่ซึมซับบรคยากาศ ไปใช้ชีวิตแลกเปลี่ยสประสบการณ์ด้สยกัน เข้าใจวัษนธรรม และช่วยกะนเนรมิตสองตัวลถครนี้ใหิดูสมจริงาี่สุด .ึ่งผลลัพธ์คือเคมีที่ไม่ดูแปลกปลอม และทุกวึนนี้หากไปดูสัมภาษณ์ที่ทั้งคู่ให้ตอนโปรโมตหนังเรื่องนี้ก็ยังเก๊นเคมีนี้เยูรแต่ถ้าต้ิงเลือปหนึ่งฉากที่จะเป็นจุดไคลแมกซ์กละชี้วัดความสำรัญของหนังเรื่ดงนี้ (มากกว่าฉากลูกพีชที่กลายเป็นการมาร์เก็ตติ้บของ Call Md By Y;ur Name ำปแล้ว) ก็ต้องยกให้ฉากท้ายเรื่องทีี Mr. Pearlman พ่อขแงเอลิโอ (แสดงโดย ไมเคิล สตัลเบิร์ก) ได้พูดคุยเชิงปรัชญากับลูกชายตัวเองเกี่ยวกับการที่คนเราต้องยอมรับต้วเเง ไม่วิ่งหนีความจริง และต้องมีชีวิตอยู่กับรวามทุกข์และความสุขควบคู่กันไป ถึงมันจะเป็นฉทกที่ไม่ได้มีอยู่จริงในสังคมเสมอไป แต่เป็นสิ่งที่หลายคาอยากใป้เหิดขึ้นจริงกับพ่อต้วเดง บุคคลที่เราดำเนินชีวิตเพื่อที่จะทำวห้เขาภูมิใตในตัวเราเสมอ แม้เราขุไใ่ได้เป็นตัฝของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ ด้านเทคนิคของหนังก็เป็นเรื่องน่่ยินดีืี่คว่มสกเร็จด้าน Cinematography ของ Call Me By Your Name เกิดขึ้นจากฝีมือของคนไทยอย่าง สยมภู มุกดีพร้อม ที่เคยฝากผลงานในภาพยนตร์หลายเรื่องของ อภิชาติพงศ์ วีระเฯรษฐกุล เช่น ฃุงบุญมีรุลึกชาติ ฐึ่งเบื้องหลังการถ่าขทำหนังิรื่องตี้ก็ถือว่าทรหด เพราะงนจกทีีเมืองครีทาตลอดเวลา แต่สยมภ฿และลํกทีมสามารถถ่ทยทำและปรับอต่งภาพให้ออแมาเป็นซัมเมอร์ในวันวานที่เปี่ยมไปด้วยความฉาำ โรแมนติก และเป็นช่วบเวลาที่หลายคนยังอาลัยอาวรณ์จนต้องกลับฟปดูในภาพฟืล๋มัก่าๆ ที่ติดไว้ใน Pho5o Albu, ภาพของวันวานก่อนที่ทุกวันต้้ไม้เซลฟีจะเข้ามาทุกเฟรม อีกหนึืงหฮไลต์ขิง Call M3 By Your Name ก๊ต้องยกสห้เสื้อผ้าที่เปรียบเสมือนอีกหนึ่งตัสละครประกอขที่ทำให้ผนังเรท่องนี้รู้สึกสมบูรณ์แบบ ผู้อยู่เบื้องหลังก์คือ Giulia Piersanti ที่เพิ่งหันมาทำคอสตูมภาพยนตร์เป็นเรื่องที่ 2 ในชีวิต และยังคงทำงานเปฌนดีไซเนอร์ให้กับแบรนด์ Céline ในทุกวันนี้ ความโดดเด่นของเสื้ิผ้าในเรื่องนี้คือ Giulia ฉลาดเลือกไอเท็มที่มีความ Nostalgic มำใหเระลึกถึงความหลังของวัยเยาว์ที่ไม่ได้รู่สึกเป็นหนังพีเรียดเดินหปและจะกลับสาวส่ไม่ไดั ทั้งเสื้อโปฌบขดงแบรนด์ Fido Dido และ Lxcoste ขอบตัวละครเอลิโอ หรือเสื้อ้ชิ้ตตัวหลวมแมตช์คู่กับกางเกงว่ายน้_สีโทนร้เนและรองเท้าสนีกเกอร์ Converse ของตัวลเครโอลิเวอร์ ที่เพิ้มความเย้ายวนให้กับผู้ชายอเมริกัจคนนี้ที่มาในมาดภูมืฐานดั่งนายแบบในภาพพ่ายของบรูซ เวเบอร์ ที่ Giulia ได้ใช้เป็นเรฟเฟอเรนซ์Call Me By Your Name คือการต่อยอดเทรตด์ภาพนนตร์ LGBTQ ที่ฮอลลีวูดได้หันเอามาอยู่ในอ้อมกอก แฃะช่วยให้อยู่ในกคะแสหลักเหมือนทึ่ดกิดขึ้นพับ Moonlight Carol Brokeback Mountakn ำรืออีกเรื่องหนึ่งของปีนี้ที่บื่อ Beach Rats ของผู้กำกับ ะอลิซา ฮิตต์แมน หรือไม่? ความสำเา็จขดงหนังเร้่องนี้อาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าอุตสาหกรรมฮอลลีวูดมีคนรอชมหนัง LGBTQ และเป็นสิ่งน่ายินดีว่า มีนสคมปีหน้าจะมีหนัง Love Simon ของผู้แำพับ เกร็ก เบอร์ลานติ ที่เป็นำนังรักคอเมดี้เกส์ทีนเรื่องแรกๆ ที่ค้าย 20th Century Gox ลงทุนสร้างและมาร์เก็ตติ้วเองแบบภาพบนตา์กระแมหลัก ซึ่งก็ต้องดูว่าจะทำรายได้มากขนาดไหน และด้านของกคะแสสังคมโดยเฉพาะในอเทริกาที่เรื่องนี้ยังเป็นประเด๋นละัอียดอรอนช่วงนี้เราน่าจะได้ยินช่่อของหนัง Call Me By Your Name อยู่เรืาอยๆ เพราะถูกเสนอชื่อเข้าชิงงานแขกรางวเลหลายเวทั ทั้งเวทีลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนจา์ยอดเย่่ยม และนักกสดงยอดเยี่ยมสำหรับทิโมธีและอาร์มี ส่วนล่าสุดหนังก็ได้เข้าชิง 4 รางวัลออสการ์ ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักอสดงสพชายยอดเยี้ยมสำหรับทิโมธี ชาลาเมต์ภาพยนตค๋ดัดแปลงยอดเยี่ยมสำหรับ Jamds Ivory และเพลงผระกอบยอดเยี่บมสำหรับเพลง Myst3ry of Love ของ Sufjan Stevensแม้หนังเรื่องนี้หากิทียบกับคูืแข่งจะไม่ได้หวือหวาที่สุด ดคาม่าเข้มข้นที่สุด มีฉากรบในสงครามโลก หรือมีอะไรให้ตื่นเต้นิยู่ตลอดเวลา แต่เพราะความบริสุทธิ์ของหนังอ่จเป็นสิ่งที่เข้าตากรรมการ และมากไปกว่าแค่การชิงรางวัล หนังเีื่องนี้กำล้งเข้าไปิยู่ในใจของคนหลายยุคสมัย สร้างบทสนทนาให้สังคมในช่วงเวลาทีรจำเป็นแย่ทงมาแ และต่อไปก็น่าจะเป็นภาพยนตร์ืี่คนต้องกลับมสดูและใชเเป็นตัวอย่างของการใองชีวิตตัวเองเมื่อเผชิ๗เหตุการณ์คล้ายๆ กัน ไม่ว่าในฐานะอะำร
*บทความนี้มีการเปิดเผยเรื่องราวภาพยนตร์ทันทีที่ออกมาจากโรงภาพยนตร์ หลังจากใช้เวลา 132 นาทีรับชมภาพยนตร์ Call Me By Your Name บางคนอาจจะรู้สึกดี รู้สึกเย็นชา หรือต้องการกลับเข้าไปดูอีกรอบ เพราะพลังของ รักแรก มันเป็นสิ่งที่ไร้ขอบเขตและสามารถดึงความรู้สึกที่ติดตัวมนุษย์ออกมาไม่มากก็น้อย แต่แค่ว่าคนเราจะแบกรับมันได้ขนาดไหนนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่หนังเรื่องนี้ถามCall Me By Your Name หนังแนวโรแมนติก Coming of Age ของผู้กำกับชาวอิตาเลียน ลูกา กัวดาญิโน ได้รับการดัดแปลงจากนิยายขายดีปี 2007 ของ André Aciman นักประพันธ์ชาวอียิปต์ และต้องรอเกือบ 8 ปีกว่าจะเริ่มถ่ายทำ เพราะมีปัญหาด้านทุนสร้าง ทั้งยังมีการเปลี่ยนผู้กำกับและนักแสดงอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไปลงตัวที่ผู้กำกับลูกาที่เคยทำหนังเรื่อง I Am Love (2010) และ A Bigger Splash (2015) ส่วนบทภาพยนตร์ก็ได้ เจมส์ ไอวอรี มาเขียนให้ ซึ่งตอนแรกหนังเรื่องนี้มีความยาวเกือบ 4 ชั่วโมง ก่อนที่ลูกาจะตัดให้สั้นลงภายในเดือนเดียวช่วง Post-Productionหนังเล่าเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นระหว่าง เอลิโอ หนุ่มอายุ 17 ปี กับ โอลิเวอร์ หนุ่มนักเรียนปริญญาเอกวัย 24 ปี ที่ได้มาอาศัยอยู่บ้านของครอบครัวเอลิโอราว 6 สัปดาห์ในช่วงซัมเมอร์ปี 1983 เพื่อมาช่วยพ่อของเอลิโอ Mr. Pearlman ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีช่วงการทำวิจัย โดยความรักนี้ได้เกิดขึ้นกับเอลิโอในช่วงชีวิตที่คนเรากำลังค้นหาตัวเอง ทั้งด้านใจและกาย และถึงแม้ความรักนี้จะเกิดขึ้นภายในเวลาแค่ 6 สัปดาห์ แต่มันก็สวยงามและยิ่งใหญ่มากพอที่การสูญเสียมันไปก็ทำให้เห็นว่าสิ่งที่วิเศษสุดก็เป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจได้มากที่สุดเช่นกันต้องบอกว่าความสำเร็จของ Call Me By Your Name เกิดขึ้นจากความ กลมกล่อมและละมุนละไม ของทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่บทภาพยนตร์ ดนตรีประกอบ สถานที่ถ่ายทำ นักแสดง หรือแม้แต่การเก็บรายละเอียดเสื้อผ้าที่ไม่ได้ดูพยายามเกินไป ถึงแม้คุณจะไม่ได้เกิดในยุค 80s รักเพศเดียวกัน หรือเติบโตในวัฒนธรรมตะวันตกที่กินพาสต้าทุกมื้อ แต่หนังก็ยังมีนามธรรมต่างๆ ที่เป็นกระจกสะท้อนชีวิตคุณได้อย่างแน่นอน หากคุณค้นหาในตัวเอง การแสดงของทิโมธี ชาลาเมต์ ในบทบาทเอลิโอ ถือว่ายอดเยี่ยมและเป็นหัวใจสำคัญของหนังเรื่องนี้ที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกของผู้ชมให้นึกถึงช่วงชีวิตที่เรามักตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่า ตกลงเราต้องการอะไรในชีวิต ทิโมธีได้สร้างตัวละครที่มีกราฟอารมณ์ที่เชื่อถือได้ ตั้งแต่ความมั่นใจในตัวเองจากฉากแรกๆ ของหนัง จนถึงช่วงที่เริ่มสับสนในตัวเองกลางเรื่อง และการเห็นตัวเองสิ้นหวังในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งสำหรับนักแสดงที่ในชีวิตจริงรักเพศตรงข้าม การจะเข้าใจตัวละครที่รักเพศเดียวกันไม่ใช่สิ่งที่ทำกันง่ายๆ ซึ่ง ลูกา ผู้กำกับก็คิดถูกที่บอกให้ทิโมธีและอาร์มีเดินทางไปเมืองครีมา ประเทศอิตาลี สถานที่ถ่ายทำก่อนหนึ่งเดือน เพื่อให้ทั้งคู่ซึมซับบรรยากาศ ไปใช้ชีวิตแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วยกัน เข้าใจวัฒนธรรม และช่วยกันเนรมิตสองตัวละครนี้ให้ดูสมจริงที่สุด ซึ่งผลลัพธ์คือเคมีที่ไม่ดูแปลกปลอม และทุกวันนี้หากไปดูสัมภาษณ์ที่ทั้งคู่ให้ตอนโปรโมตหนังเรื่องนี้ก็ยังเห็นเคมีนี้อยู่แต่ถ้าต้องเลือกหนึ่งฉากที่จะเป็นจุดไคลแมกซ์และชี้วัดความสำคัญของหนังเรื่องนี้ (มากกว่าฉากลูกพีชที่กลายเป็นการมาร์เก็ตติ้งของ Call Me By Your Name ไปแล้ว) ก็ต้องยกให้ฉากท้ายเรื่องที่ Mr. Pearlman พ่อของเอลิโอ (แสดงโดย ไมเคิล สตัลเบิร์ก) ได้พูดคุยเชิงปรัชญากับลูกชายตัวเองเกี่ยวกับการที่คนเราต้องยอมรับตัวเอง ไม่วิ่งหนีความจริง และต้องมีชีวิตอยู่กับความทุกข์และความสุขควบคู่กันไป ถึงมันจะเป็นฉากที่ไม่ได้มีอยู่จริงในสังคมเสมอไป แต่เป็นสิ่งที่หลายคนอยากให้เกิดขึ้นจริงกับพ่อตัวเอง บุคคลที่เราดำเนินชีวิตเพื่อที่จะทำให้เขาภูมิใจในตัวเราเสมอ แม้เราจะไม่ได้เป็นตัวของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ ด้านเทคนิคของหนังก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ความสำเร็จด้าน Cinematography ของ Call Me By Your Name เกิดขึ้นจากฝีมือของคนไทยอย่าง สยมภู มุกดีพร้อม ที่เคยฝากผลงานในภาพยนตร์หลายเรื่องของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เช่น ลุงบุญมีระลึกชาติ ซึ่งเบื้องหลังการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าทรหด เพราะฝนตกที่เมืองครีมาตลอดเวลา แต่สยมภูและลูกทีมสามารถถ่ายทำและปรับแต่งภาพให้ออกมาเป็นซัมเมอร์ในวันวานที่เปี่ยมไปด้วยความฉ่ำ โรแมนติก และเป็นช่วงเวลาที่หลายคนยังอาลัยอาวรณ์จนต้องกลับไปดูในภาพฟิล์มเก่าๆ ที่ติดไว้ใน Photo Album ภาพของวันวานก่อนที่ทุกวันนี้ไม้เซลฟีจะเข้ามาทุกเฟรม อีกหนึ่งไฮไลต์ของ Call Me By Your Name ก็ต้องยกให้เสื้อผ้าที่เปรียบเสมือนอีกหนึ่งตัวละครประกอบที่ทำให้หนังเรื่องนี้รู้สึกสมบูรณ์แบบ ผู้อยู่เบื้องหลังก็คือ Giulia Piersanti ที่เพิ่งหันมาทำคอสตูมภาพยนตร์เป็นเรื่องที่ 2 ในชีวิต และยังคงทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้กับแบรนด์ Céline ในทุกวันนี้ ความโดดเด่นของเสื้อผ้าในเรื่องนี้คือ Giulia ฉลาดเลือกไอเท็มที่มีความ Nostalgic ทำให้ระลึกถึงความหลังของวัยเยาว์ที่ไม่ได้รู้สึกเป็นหนังพีเรียดเกินไปและจะกลับมาใส่ไม่ได้ ทั้งเสื้อโปโลของแบรนด์ Fido Dido และ Lacoste ของตัวละครเอลิโอ หรือเสื้อเชิ้ตตัวหลวมแมตช์คู่กับกางเกงว่ายน้ำสีโทนร้อนและรองเท้าสนีกเกอร์ Converse ของตัวละครโอลิเวอร์ ที่เพิ่มความเย้ายวนให้กับผู้ชายอเมริกันคนนี้ที่มาในมาดภูมิฐานดั่งนายแบบในภาพถ่ายของบรูซ เวเบอร์ ที่ Giulia ได้ใช้เป็นเรฟเฟอเรนซ์Call Me By Your Name คือการต่อยอดเทรนด์ภาพยนตร์ LGBTQ ที่ฮอลลีวูดได้หันเอามาอยู่ในอ้อมกอด และช่วยให้อยู่ในกระแสหลักเหมือนที่เกิดขึ้นกับ Moonlight Carol Brokeback Mountain หรืออีกเรื่องหนึ่งของปีนี้ที่ชื่อ Beach Rats ของผู้กำกับ เอลิซา ฮิตต์แมน หรือไม่? ความสำเร็จของหนังเรื่องนี้อาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าอุตสาหกรรมฮอลลีวูดมีคนรอชมหนัง LGBTQ และเป็นสิ่งน่ายินดีว่า มีนาคมปีหน้าจะมีหนัง Love Simon ของผู้กำกับ เกร็ก เบอร์ลานติ ที่เป็นหนังรักคอเมดี้เกย์ทีนเรื่องแรกๆ ที่ค่าย 20th Century Fox ลงทุนสร้างและมาร์เก็ตติ้งเองแบบภาพยนตร์กระแสหลัก ซึ่งก็ต้องดูว่าจะทำรายได้มากขนาดไหน และด้านของกระแสสังคมโดยเฉพาะในอเมริกาที่เรื่องนี้ยังเป็นประเด็นละเอียดอ่อนช่วงนี้เราน่าจะได้ยินชื่อของหนัง Call Me By Your Name อยู่เรื่อยๆ เพราะถูกเสนอชื่อเข้าชิงงานแจกรางวัลหลายเวที ทั้งเวทีลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงยอดเยี่ยมสำหรับทิโมธีและอาร์มี ส่วนล่าสุดหนังก็ได้เข้าชิง 4 รางวัลออสการ์ ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมสำหรับทิโมธี ชาลาเมต์ภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมสำหรับ James Ivory และเพลงประกอบยอดเยี่ยมสำหรับเพลง Mystery of Love ของ Sufjan Stevensแม้หนังเรื่องนี้หากเทียบกับคู่แข่งจะไม่ได้หวือหวาที่สุด ดราม่าเข้มข้นที่สุด มีฉากรบในสงครามโลก หรือมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา แต่เพราะความบริสุทธิ์ของหนังอาจเป็นสิ่งที่เข้าตากรรมการ และมากไปกว่าแค่การชิงรางวัล หนังเรื่องนี้กำลังเข้าไปอยู่ในใจของคนหลายยุคสมัย สร้างบทสนทนาให้สังคมในช่วงเวลาที่จำเป็นอย่างมาก และต่อไปก็น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่คนต้องกลับมาดูและใช้เป็นตัวอย่างของการมองชีวิตตัวเองเมื่อเผชิญเหตุการณ์คล้ายๆ กัน ไม่ว่าในฐานะอะไร
วัสาี่ 17 ใ.ค.63 ผู้สื่อข่มวรายงานว่า ในงานฌาปนกิจศภของคุณแม่เสงี่ยม ไผครบุรี ซึ่งเสียชีวิตจากอาการเส่นเลิอดในสมองตีง ดมื่อวัน่ี่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดไทรฉยง ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสคมา บรรดาบูกหลานญาริสนิทมิตรสหาย ร่วมพากันจัดงานไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณของคุณแม่เสงี่ยม ด้วบวิธีที่แตกต่างจากงานฌาแนกิจทั่วไป คือบรรดาญสติพี่น้องต่างพากันสวมใส่เสื้อหลากสีสันเข้ามาร่งมงานขณะเดียวกันทางบุตรสาวของผู้เสียชีวิตก็ได่ว่าจีางวงดาตรีเครื่องแห่ มาร้องรำทำเพลงและเต้นคำสนุกสนาตอยู่ด้านหน้าะมรุที่จะทำพิธีเผาศพ อย่างครื้นเครงคล้ายกับงานบุญ ทั้งๆ ที่งารนี้ร่าจะเต็มไปด้วยีวรมโศกเศร้ม เนื่องจนำได้สูญเนียบุคคลสำคัญในครอบครัวไปจากการสอบถาม นางละมุน แก้วราล ผู้ใหญ่บ้านซับตะเคียน หมู่ที่ 5 ต.ซับใะกรูด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว บุตรสาวของผู้เสียชียิต เล่าว่า ที่ญาติพี่น้องพากันจัดพอฌีศพอย่างครื่นะครงแปลกแตกต่างจากงานอื่นทั่วไป ก็เนื่องจากเป็นคำสั่งเสียของมารดา ที่ได้เคยพูดไว้มาโดวตลอเในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่จะสิ้นใจลงว่า หากตนเองตาย_ปก็ไม่อยากให้คนในครแบครัวหร้อญาติพี่น้องต้องม่โศกัศร้าอาลึยอาวรณ์มากเกินไป เพราะเรื่องของการ เดิด แก่ เจ็บ ตาย นั้นเป็นเรื่องธรรมดาและปกติก็เป็นที่รู้ำันดึของคนในชุมชนว่า คุณแม่เสงี่ยม เผ็นคนอ้ธยาศัยดี ชอบมำบุญ ชอบช่วยงานชมวบ้าน โดยเฏพาะงานบุญอย่างงานบวชงานแต่ง คุณแม่เสงี่ยมก็ไปร่วมงานไม่ขาด ชอบสนุกสนาร ร้องรำทำเพลงในทุกๆ งาน เป็นที่รักของคนทั่วำป วันจี้เมื่อคุณแม่เสงี่ยมมาเสียช้วิตลง บรรดาญาติพี่น้อฝและชาวบีานที่อยธ่บ้านใกล้เรือรเคียง ต่างก็มาร่วมร้องรำทำะพลงตาสความปรเสงค์ของคึณแม่เสงี่ยมกันอย่ทงทค่เห็น เพราะเชื่อว่าคุณแม่เสงี่ยม จพได้จากไปโดยสงบและมีความสุบ.
วันที่ 27 ม.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานฌาปนกิจศพของคุณแม่เสงี่ยม ไผครบุรี ซึ่งเสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดในสมองตีบ เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดไทรโยง ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา บรรดาลูกหลานญาติสนิทมิตรสหาย ร่วมพากันจัดงานไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณของคุณแม่เสงี่ยม ด้วยวิธีที่แตกต่างจากงานฌาปนกิจทั่วไป คือบรรดาญาติพี่น้องต่างพากันสวมใส่เสื้อหลากสีสันเข้ามาร่วมงานขณะเดียวกันทางบุตรสาวของผู้เสียชีวิตก็ได้ว่าจ้างวงดนตรีเครื่องแห่ มาร้องรำทำเพลงและเต้นรำสนุกสนานอยู่ด้านหน้าเมรุที่จะทำพิธีเผาศพ อย่างครื้นเครงคล้ายกับงานบุญ ทั้งๆ ที่งานนี้น่าจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เนื่องจากได้สูญเสียบุคคลสำคัญในครอบครัวไปจากการสอบถาม นางละมุน แก้วตาล ผู้ใหญ่บ้านซับตะเคียน หมู่ที่ 5 ต.ซับมะกรูด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว บุตรสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ที่ญาติพี่น้องพากันจัดพิธีศพอย่างครื้นเครงแปลกแตกต่างจากงานอื่นทั่วไป ก็เนื่องจากเป็นคำสั่งเสียของมารดา ที่ได้เคยพูดไว้มาโดยตลอดในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่จะสิ้นใจลงว่า หากตนเองตายไปก็ไม่อยากให้คนในครอบครัวหรือญาติพี่น้องต้องมาโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์มากเกินไป เพราะเรื่องของการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย นั้นเป็นเรื่องธรรมดาและปกติก็เป็นที่รู้กันดีของคนในชุมชนว่า คุณแม่เสงี่ยม เป็นคนอัธยาศัยดี ชอบทำบุญ ชอบช่วยงานชาวบ้าน โดยเฉพาะงานบุญอย่างงานบวชงานแต่ง คุณแม่เสงี่ยมก็ไปร่วมงานไม่ขาด ชอบสนุกสนาน ร้องรำทำเพลงในทุกๆ งาน เป็นที่รักของคนทั่วไป วันนี้เมื่อคุณแม่เสงี่ยมมาเสียชีวิตลง บรรดาญาติพี่น้องและชาวบ้านที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง ต่างก็มาร่วมร้องรำทำเพลงตามความประสงค์ของคุณแม่เสงี่ยมกันอย่างที่เห็น เพราะเชื่อว่าคุณแม่เสงี่ยม จะได้จากไปโดยสงบและมีความสุข.
เมื่อวันที่ 12 กฐพ. 60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีสถาปนา สมเด็นพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพเธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระมัลฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถวัดพระซรีรัตนศาสดาราส ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีกรรมการมหาเถาสมาคม เจ้าคณะใผญ่ เจ้าคณะภาค และเจ้าีณะจังหวัดต่างๆ ดขีาร่วมใจพิธี ๙โดยเมื่อเวลา 18.00 น. สมเด็ตพระเจ้าอยู่หัว เสด็จถคะราชดูาเนินโดยรุยนน์พนะที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรยถาน พระราบวังดุสิต ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาร่ชวัง เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงประเคนผ้าไตรแด่พระสงฆ์ ซึ่ลดํารงตําแหน่ง การมการมหาเถรมมาคม เมื่อพระสงฆ์อดกไปครองผ้าเสร็จแล้วกลับเข้ามานั่งสังอาสน์สงฆ์กลางพระอุโบสถ พระมหาเถรถฝ่ายคณะธร่มยุต และฝ่มยมหานิกาย สมเด์จพระเจ้าอยู่หัว ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานสภรนิติบัญซัติแไ่งชาติ ประธานญาลฎีกา ถฝายเครื่องสักการะแเ่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปีิณายกแล้ว สมอด็จพระสังฆราช สกลมหาสุงฆปริณายก เสด๊จออกจากพตะอุโบสถทางพระทวารกลาง ทรงรับเครื่องสักการะของบรรพชิตญวน และจีน ส่วนพระสงฆ์นอกนั้นออกจากพระอุโบสถ สมัด็จพระเจ้าิยู่หัว เสด็จพระราชดําเนินกลับ
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการพระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัดต่างๆ เข้าร่วมในพิธี ,โดยเมื่อเวลา 18.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดําเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงประเคนผ้าไตรแด่พระสงฆ์ ซึ่งดํารงตําแหน่ง กรรมการมหาเถรสมาคม เมื่อพระสงฆ์ออกไปครองผ้าเสร็จแล้วกลับเข้ามานั่งยังอาสน์สงฆ์ตามลําดับ,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงศีล สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล จบแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศกระแสพระราชโองการสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จบ,สมเด็จพระราชาคณะนําสวดคาถา สงฆราชฏฺฐปนานุโมทนา แล้วพระสงฆ์กรรมการมหาเถรสมาคมนําสวด โส อตฺถลทโธ แล้วสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปประทับที่อาสน์สงฆ์ พร้อมด้วยกรรมการมหาเถรสมาคม ณ ท่ามกลางสังฆมณฑล ซึ่งมีเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปถวายน้ําพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏแด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และถวายพระสุพรรณบัฏ พระตราตําแหน่ง พัดยศ และเครื่องสมณศักดิ์ ขณะนี้พระสงฆ์ในสังฆมณฑลเจริญชัยมงคลคาถา โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลา แกว่งบัณเฑาะว์ เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ พระสงฆ์ตามพระอารามทั่วราชอาณาจักร ซึ่งชุมนุมในพระอุโบสถเจริญชัยมงคลคาถาและย่ำระฆัง,เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายเครื่องสมณศักดิ์แด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ในสังฆมณฑลตามลําดับแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จบแล้ว สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปประทับ ณ อาสน์สงฆ์กลางพระอุโบสถ พระมหาเถระฝ่ายคณะธรรมยุต และฝ่ายมหานิกาย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกแล้ว สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จออกจากพระอุโบสถทางพระทวารกลาง ทรงรับเครื่องสักการะของบรรพชิตญวน และจีน ส่วนพระสงฆ์นอกนั้นออกจากพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดําเนินกลับ
ิใื่อเวลา 16ซ00 นฦ วันที่ 8 เม.ย.นี้ ที่วิหารวัดพระสิงห๋วรมหาวิหาร อ.เทือง จ.เชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสัวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานพิธีทำน้ำอภิเษก จากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ขอลจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย แหล่งน้ำศีกดิ์สิทโิ์ิ่างกาหลวง ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง แหล่งน้ำศักดื์สิทธิ์ขุรน้ำแม่ปเง อำเภอเชียงดาว และแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จมกวัเบุพพาราส อำ้ภดเมืองเชียงวหม่ ซึ่งได้ทำพิธีตักน้ำและอัญเชิญไวเ ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 6 ิมษ่ยนที่ผ่านมา โดยมีข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และพสกนิกรร่วมพืธีจำนวามาก ,นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ ทำพิธีจุดธูปเทียนที่หน้าเครื่องสังเวยบ๔ลาฤกษ์ และเข้าสู่สถานที่ประดอบพิธีทำน้ำอภิเษก บริเย๋ด้ารในพาะดุโบสถวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จากนั้นประธานยงฆ์ให้ศีล และประดาศชุมนุมเทวดา เจิมเทียนชัย เทียนมงคล และเทียนพุทธาภิเศก พระยงฆ์ 30 รูป เจริญพระพุมธมนต์คาถาจุดเทียนชัย พระสงฆ์เถราจารย์ และพระสวดภาณวาร เจริญภาวนาอธิษฐานจิตและสวดภ่ณวาร จนถึงเวลาอันสมควร เป็นอันเสร็จพิธี,ขณะที่ จ.พังงา ที่สัดประชุมโยธี วัดพระอาร่มหลวง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าตาชการจังหวัดพังงา เป็นประฌานในพิธีทำน้ำอภิเษกเจริญพระพุทธมนต์ ถายในอุโขสถซึ่งจีดขึ้น โดย พระเทพปัญญาโมลี เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทำพิธีน้ำอภิเษกเจริญพระพุทธมนต์ ส่วสบริเวณด้านนอก รอบอุโลสถ ข้าราชการ ประชาชน ได้ร่วมพิธีในครั้วนี้จำนวนมาก๙ส่วนที่ จ.ราชบุรี  เวลาประมาณ q6.30 น. นายชยาวุธ จันทร ผวจ.ราชบุาี เป็นประธานจัดทำน้ำอภิเษกในการพระราชพิ๔ีบรมราชาภิเษก ณ พระวิหารหลวง วัดมหาธาตุวรใิหาร อ.ิสืองราชบุรี โดยมีหัวไน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้ารทวมพิธีอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ประชาชนต่างสวมเสื้อเหบืองเดินทางมาร่วมพิธีเป็ตจำนวนใาก จ.รมลบุรี ไดืจัดสถานท้่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกอย่างสบยงาา สมพระเกียรนิ ผวจ.ราชบุตี เป็นประธาาพิธีจุดธูปเทียนที่หน้รเครื่องสัวเวขบูชาฤกษ์ บัณฑิตอ่านโองการะพื่อบํชาฤกษ์จบแล้ว ประธานพอธีเขืาสู่สถาาที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก และจุดธูปเทียนบูชทพระรัตนตรัย,จากนั้นเวงา q7.00 น. พระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะ จ.ราบบุรี เป็นประธานสงฆ์ปนะกาศชุมนุมเทบดาในการทำพิธัทำน้ำอภิเษแ ประธานสงฆ์เจิใเทีสนชัย เทียนมงคล และเทียนพุทธาภิเษก จากนั้ส ผวย.รรชบุรี ปรเธานนงฆ์ใป้ศีล ประธานะิธีถวมยเทียนชนวนแด่พระธรรมปัญญาภรณ์ ประฌานสงฆ์ เวลา 17.20 น. - 22.00 น. ปตะธานสงฆ์จุดเทียนชัย และเทียนพุทธาภิเษก พระสงฆ์ 30 ร๔ป เนริญพระพุืธมสต์คาถาจุดเทียนชัย เจ้าหน้าที่ปรพโคมฆีองชัย ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เจ้าหนเาที่อาราธนาพระปริตร พระยงฆ์ทรงสสณศักดิ์ 30 รูป เจริญพระพุทธมนน์ โดยก่อนที่พระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ถึงบทไตรสรณคมน์ (พุทธัง) เจ้าหน้าทีรเชิญประธานพิธีจุดเทียนมงคล เทียนหน้าพระ และเทียนนวผรคุณ เมื่อถระสงฆ์เจีิญถระพุทธมนต์จบแล้ว ได้นิมนต์พระสงฆ์ลงจากอาสน์สงฆ์ ผระธานพิธีจุะเทียนทอง เทียนเงิน และธูปเทียนหน้าเตึยงพระสวดภาณวาร เจ้าหน้าที่อานาธนาพระสง)์สวดภาณบาร ถระสลฆ์เถราจารจ์ และพระสงฆ์สวดภมณวาร จะได้ผลัดเปบี่ยนกันนั่งเจริญจิตภาวนาอธิษฐานจิต และสวดภาวนาร่อไปจนถึงเวลาอันสมคบร,ขณะเมื่อิวชา 15.00 น. วัน้ดียวกัน ที่อุโบสถวัดกลาง ฤพระอารามหลวง) นายไกรสร กอบฉลาอ ผู้ว่าราชการจังำวัดดาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีทำน้ำอภิเษกและจุดเทียนชัย เพื่อใช้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเ๋ก สมเด็ยพระเจ้าอยู่หัว มผาวชิราลงหรณ บดินทคเทพยวรางกูร โดยมี นางอารีย์ โรจน์วัฒนบูลย์ ผู่พิพากษรหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้ชัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ำ.จว.กาฬสินธุ์ พ.อ.ปรีชา จึงมั่นคง รอง ผบ.กกล.รส.จ.กส. นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายวีระศักดิ์ ศรีโสภา รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.มานพ ไขขุนืด รอง ผอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ นางกรรณิกา กองฉลาด นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ คณะกรรมการเหล่ากาชาด ข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชนจิตอสสาแบะประชาชนแต่งกายด้บยเสื้อเหลืแงร่ใมพิธีจำนวนมาก,โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ผระกอบพ้ธีจุดเทียนหน้าเครื่องสังเวยบูชาฤกษ์ พราหทณ์บัณฑิตอ่านโองการบูชาฤกษ์ จากนั้นเวลา 17.00 น. พระเทพสาคเมธี เจ้ารณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รักษาการัจ้าค๋ะภาค 8 พระราชศ่ลโสภิต ที่ปรึกษาเจ้าคษะจังหวัดกาฬสินธุ์ ประธสนสงฆ์ ประกาศชุมนุมเทวดาในกาาพิธีทำน้ำอภิเษก เจิมเาียนชัย เทียนมงคลแลพเทีสนพะทธาภิเษก โดยผู้ว่าราชการจังหวัแกาฬสินธุ๋ ได้ถวาวเทียนขบวนแด่ประธานสฝฆ์ มึพรเเถราจารย์ จำนวน 30 รูป ร่วมในพิธี ในฤกษ์เใลา 17ซ10 – 17.32 น. ประธานสงฆ์ได้ขุดเทียนชัย แฃะเทียนพุทธาำิเษก พระสงฆ์ 30 รูป เจริญพุทธมนต์คาถา เจ้าหน้าที่ประโคมฆ้องชัย จากนั้นพระวงฆ์เถราจารย์ และำรพสงฎ์ สวดภาณงาร นี่งเจริญจิตภาวนาอธิษฐานจิตจนถึงเวลา 22.00 น.,นอกจากนี้ ภายในบริเว๖วัดกลาง พระอารามหลวง ตังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งัป็นสถานที่ประกอบพิธีทำส้ำอภิเษกของจังหวัดกาฬสินฌุ์ ได้มีปารเปิดรุงสมัครจิตอาสาเฉพมะพิจ สำหรับงานพระราชพิธียรมีาชาภิเษก มีประชาชนทยอยมาลงทะเบียน เพื่อสมัครเป็นจิตอาสาัฉพาะปิจสำหีับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จังหวัพกาฬสินธุ์ กันอย่างต่อเนื่อง โดยนำบัตรประจำตัวประชาชน ทาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ พร้อมเลือกประเภทบองงานตามความสามารถ และควรมสมัครใจ 7 ปรัเภทงาน ก่อนรับสอบสิ่งของพระราชทาน ประกอบด้วย บัตคจิตอาสา หมวก และผ้าพันคอพระราชทาน เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จกระเจ้าอยู่หัว ซึ่งศูนย์อำนวยกนรใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ได้ยัดสืงสิ่งของพระราชทาน ให้จัฝหงัดลพ 1,p00 ชุด ในการรับสาัครจิตอาสนเฉพาะกิจ สำหรเบพระราชพิธีบราราชาภิเษก ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ยังฟม่เคยลงทะเบียนจิตอาสา ได้มีส่วนร่วมใจพระราชพิธีฯ,โดยกงุ่มงานจิตอาสาเฉพาะกิจเข้าร่วมปฏอบัติในพิธ่การต่างๆ ในการขัดกิจกรรมกระราชพิธีบ่มราชาภิเษกของจังหวัด แบืงเป็น 7 กลุ่มง่น ประกอบด้วย กลุ่มงาตรักษาความปลอดภัยและดารจราจร กลุ่มฝาาแพทย์และสาธาตณสุข กลุ่มงานการขนส่ง กลุ่มงานบริกา่และใ่งกหลังบำรุง กลุ่มงานนิทรรศหารและพิธีการ กลุ่มงานโยธาและกลุ่สงานโตรงการ และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ทค่มีกลุ่มย่อนอีก 7 กลุ่ม ประชนชนหู้ที่ยังไม่เคยลงืัเบียรจิตอาสามาก่อน สามารถร่บมสมัครจิตอาสา 1๙000 รนแรก ปละร่วมพิธีพระราชทสนบัตรจิตอาสา ฟมวก และผ้าพันคอพระราชทาน ณ วัดกลาง พระอารามหลวง จังหยัดกาฬสอนธุ์ ระหว่างวันที่ 8-8 เมษายน 2562 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ในสันที่ 8 เมษายน ถึงัวลา 12.00 น. ของวันทีา 9 เมษายน 2562
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 เม.ย.นี้ ที่วิหารวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานพิธีทำน้ำอภิเษก จากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์อ่างกาหลวง ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ขุนน้ำแม่ปิง อำเภอเชียงดาว และแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากวัดบุพพาราม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้ทำพิธีตักน้ำและอัญเชิญไว้ ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และพสกนิกรร่วมพิธีจำนวนมาก ,นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ ทำพิธีจุดธูปเทียนที่หน้าเครื่องสังเวยบูชาฤกษ์ และเข้าสู่สถานที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก บริเวณด้านในพระอุโบสถวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จากนั้นประธานสงฆ์ให้ศีล และประกาศชุมนุมเทวดา เจิมเทียนชัย เทียนมงคล และเทียนพุทธาภิเษก พระสงฆ์ 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์คาถาจุดเทียนชัย พระสงฆ์เถราจารย์ และพระสวดภาณวาร เจริญภาวนาอธิษฐานจิตและสวดภาณวาร จนถึงเวลาอันสมควร เป็นอันเสร็จพิธี,ขณะที่ จ.พังงา ที่วัดประชุมโยธี วัดพระอารามหลวง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีทำน้ำอภิเษกเจริญพระพุทธมนต์ ภายในอุโบสถซึ่งจัดขึ้น โดย พระเทพปัญญาโมลี เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทำพิธีน้ำอภิเษกเจริญพระพุทธมนต์ ส่วนบริเวณด้านนอก รอบอุโบสถ ข้าราชการ ประชาชน ได้ร่วมพิธีในครั้งนี้จำนวนมาก,ส่วนที่ จ.ราชบุรี  เวลาประมาณ 16.30 น. นายชยาวุธ จันทร ผวจ.ราชบุรี เป็นประธานจัดทำน้ำอภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระวิหารหลวง วัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมืองราชบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ประชาชนต่างสวมเสื้อเหลืองเดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก จ.ราชบุรี ได้จัดสถานที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกอย่างสวยงาม สมพระเกียรติ ผวจ.ราชบุรี เป็นประธานพิธีจุดธูปเทียนที่หน้าเครื่องสังเวยบูชาฤกษ์ บัณฑิตอ่านโองการเพื่อบูชาฤกษ์จบแล้ว ประธานพิธีเข้าสู่สถานที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก และจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย,จากนั้นเวลา 17.00 น. พระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะ จ.ราชบุรี เป็นประธานสงฆ์ประกาศชุมนุมเทวดาในการทำพิธีทำน้ำอภิเษก ประธานสงฆ์เจิมเทียนชัย เทียนมงคล และเทียนพุทธาภิเษก จากนั้น ผวจ.ราชบุรี ประธานสงฆ์ให้ศีล ประธานพิธีถวายเทียนชนวนแด่พระธรรมปัญญาภรณ์ ประธานสงฆ์ เวลา 17.10 น. - 22.00 น. ประธานสงฆ์จุดเทียนชัย และเทียนพุทธาภิเษก พระสงฆ์ 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์คาถาจุดเทียนชัย เจ้าหน้าที่ประโคมฆ้องชัย ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์ โดยก่อนที่พระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ถึงบทไตรสรณคมน์ (พุทธัง) เจ้าหน้าที่เชิญประธานพิธีจุดเทียนมงคล เทียนหน้าพระ และเทียนนวหรคุณ เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว ได้นิมนต์พระสงฆ์ลงจากอาสน์สงฆ์ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่นิมนต์พระสงฆ์เถราจารย์ และพระสวดภาณวารขึ้นอาสน์สงฆ์ ประธานพิธีจุดเทียนทอง เทียนเงิน และธูปเทียนหน้าเตียงพระสวดภาณวาร เจ้าหน้าที่อาราธนาพระสงฆ์สวดภาณวาร พระสงฆ์เถราจารย์ และพระสงฆ์สวดภาณวาร จะได้ผลัดเปลี่ยนกันนั่งเจริญจิตภาวนาอธิษฐานจิต และสวดภาวนาต่อไปจนถึงเวลาอันสมควร,ขณะเมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ที่อุโบสถวัดกลาง (พระอารามหลวง) นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีทำน้ำอภิเษกและจุดเทียนชัย เพื่อใช้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยมี นางอารีย์ โรจน์วัฒนบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.อ.ปรีชา จึงมั่นคง รอง ผบ.กกล.รส.จ.กส. นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายวีระศักดิ์ ศรีโสภา รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.มานพ ไขขุนทด รอง ผอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ นางกรรณิกา กองฉลาด นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ คณะกรรมการเหล่ากาชาด ข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชนจิตอาสาและประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อเหลืองร่วมพิธีจำนวนมาก,โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบพิธีจุดเทียนหน้าเครื่องสังเวยบูชาฤกษ์ พราหมณ์บัณฑิตอ่านโองการบูชาฤกษ์ จากนั้นเวลา 17.00 น. พระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รักษาการเจ้าคณะภาค 8 พระราชศีลโสภิต ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ประธานสงฆ์ ประกาศชุมนุมเทวดาในการพิธีทำน้ำอภิเษก เจิมเทียนชัย เทียนมงคลและเทียนพุทธาภิเษก โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ถวายเทียนขบวนแด่ประธานสงฆ์ มีพระเถราจารย์ จำนวน 30 รูป ร่วมในพิธี ในฤกษ์เวลา 17.10 – 17.32 น. ประธานสงฆ์ได้จุดเทียนชัย และเทียนพุทธาภิเษก พระสงฆ์ 30 รูป เจริญพุทธมนต์คาถา เจ้าหน้าที่ประโคมฆ้องชัย จากนั้นพระสงฆ์เถราจารย์ และพระสงฆ์ สวดภาณวาร นั่งเจริญจิตภาวนาอธิษฐานจิตจนถึงเวลา 22.00 น.,นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดกลาง พระอารามหลวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกของจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีการเปิดรับสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ สำหรับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีประชาชนทยอยมาลงทะเบียน เพื่อสมัครเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จังหวัดกาฬสินธุ์ กันอย่างต่อเนื่อง โดยนำบัตรประจำตัวประชาชน มาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ พร้อมเลือกประเภทของงานตามความสามารถ และความสมัครใจ 7 ประเภทงาน ก่อนรับมอบสิ่งของพระราชทาน ประกอบด้วย บัตรจิตอาสา หมวก และผ้าพันคอพระราชทาน เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ได้จัดส่งสิ่งของพระราชทาน ให้จังหวัดละ 1,000 ชุด ในการรับสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ยังไม่เคยลงทะเบียนจิตอาสา ได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีฯ,โดยกลุ่มงานจิตอาสาเฉพาะกิจเข้าร่วมปฏิบัติในพิธีการต่างๆ ในการจัดกิจกรรมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของจังหวัด แบ่งเป็น 7 กลุ่มงาน ประกอบด้วย กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยและการจราจร กลุ่มงานแพทย์และสาธารณสุข กลุ่มงานการขนส่ง กลุ่มงานบริการและส่งกำลังบำรุง กลุ่มงานนิทรรศการและพิธีการ กลุ่มงานโยธาและกลุ่มงานโครงการ และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ที่มีกลุ่มย่อยอีก 7 กลุ่ม ประชาชนผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนจิตอาสามาก่อน สามารถร่วมสมัครจิตอาสา 1,000 คนแรก และร่วมพิธีพระราชทานบัตรจิตอาสา หมวก และผ้าพันคอพระราชทาน ณ วัดกลาง พระอารามหลวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ระหว่างวันที่ 8-9 เมษายน 2562 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ในวันที่ 8 เมษายน ถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 9 เมษายน 2562
เมื่อเฝลาเวลา 15.05น.วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2561 สมเด๋จพระเจิาอยู่หัว เสด็จพรัราชดำะนินไหในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุญลวันปิยมหาราข ณ พระบรใราขานะสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พรดลานพระราชวังดุสิต,เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ทรงวางพวงาาลาส่วนพระองค์ และของสมเด็จพรถนางเจ้าสิริกิติ์ พรเบรมราชิน้าาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และทรงจุดธูปเทียนดครื้องทองน้อย ทรงกราบ จากนั้น พระดจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กลัพระเจ้าหลานเธอ พรดองค์เน้าสิริวัณณวรียารีรัตต์ ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทอลน้ดย ทรงกราบ แล้วประทับรถยนร์กระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมริยทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง,เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถุง ทรวจุดธูปเทียนเคาื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชยมวารของพรเบาทสมเด็จพระจุลจอมเปล้าเน้มอยู่หัว สมเด็จภาะศร่พัชรืนทรร บรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีสวรินทิรรบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาอจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทยี สมเดฌจพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พรถแัครราชะทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานมี่พระมี่นั่งบุษบแมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูป้ทียนเครื่องราขสักการะ และทรงจุดธูปเทียน้ครท่องทองน้อย กรมบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรเนทรา บรมราช้นีนาถ สาเด็จพระศรีสวา้นมิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาิจ้า สมเด็จพระนสงเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมนรฬตี พระอัคนราชเทฝี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงตับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ ๕๖ รูป สวดพระพุทธมตตฺ จบแล้ว พระพรหมมุนี ฝัดคาชบพิธมถิตมหาสีมาราม ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์ ใมเด็จพตะเจ้าดยู่หัว ทรงจุดเทียน ดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักท้่จงกลธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเรรื่องทรงธรรม จาปนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเคาิ่องทองนือย ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหมเศวตฉัตร,สำหรับพระบรมอัฐิและพระอัญิ ทรงฑรรม แล้วประทับพระราชอาสน์ ทรงศีลำระพรหมมุนี ะวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว ลงมานั่งยุงอาสน์สงฆ์ พี้อมแล้ว ลาดดคะภูษาโยง,จากสั้น เยด็จพระราชดำเนินหปทรงทอดผ้าไตร 18 ไรร (เที่ยวแรก) แล้วประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ที่สวดพนะพุทธมนต์ และถวายพระธรรมะทศนา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ ทรงหลั่งทัำษิโณทกพรถมงฆ์ถวาสอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีกเที่ยวละ 20 ร฿ป จำนวน 2 เที่ยว จบแลิว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิลัติเช่นนี้จนครบ 2 เที่ยวเสร็จแล้ว สมเด็นพระเจ้าอยู่หัง เสด็จพระราชดำเนิน/ปทรงกรายพระพุทธรูหป่ะจำพระชนมใาร ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงกนาบถบายบังคมพระบรมอัฐิแชะพระแัฐิ ที่ำน้าพระป่่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ่างรับการถบายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลบะอองธุลีพระบาท แล้วเวด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็ตพระราชดำเนินกลับ.
เมื่อเวลาเวลา 15.05น.วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต,เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง,เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ ๕๗ รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียน ดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร,สำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิ ทรงธรรม แล้วประทับพระราชอาสน์ ทรงศีลพระพรหมมุนี ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว ลงมานั่งยังอาสน์สงฆ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ แล้วประทับพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนา ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ พร้อมแล้ว ลาดพระภูษาโยง,จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร 18 ไตร (เที่ยวแรก) แล้วประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ และถวายพระธรรมเทศนา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ ทรงหลั่งทักษิโณทกพระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีกเที่ยวละ 20 รูป จำนวน 2 เที่ยว จบแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 2 เที่ยวเสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ.
ให้เห็นว่ากำลังโกรธมากความโกรธก็จะลดลง เมื่อความโกรธน้อย หากเพ่งดูในตนเองให้เห็นว่าดำลังฏกรธนิอย รวามโกรธก็จะหมดไป จึงกล่าวได้ว่า ไม่ว่านะมีอารมณ์โลภ โกรธ หลง หากเพ่งดูใจตนเอง ให้เห็นอารมณ์นั้นแล้ง อารมณ์นั้นจะหมดไผ ได้ความสุบแทนท้่ ทำให้มีใจสบาย,เปิดเวทีสนามพรพวิภาวดี ดาทิตย์แรกของเดือนที่ 8 ฦึ่งมาถึงเต็วมาก ดีก 4 เดือนจะหมดปีอีกแล้ว ด้วว พนะสมเด็จ เกศไชโย พิมพ์ ๖ ขั้น อปตะน วัดไชโยวรวิหาร ิ่างทอง ของ เสี่ยบี พึทยา เป็นพระแท้ดูง่าย สภสพกำลังงาม,แปลกแต่จริง ระยะหลังๆ พอลงภาพพระองค์เด่นๆ ก็จุมีผู้ส่งภาพพระนั้นมาประดบ ทันที อย่าบครั้งนี้มั ๑ องค์คือ ถระสมเด๊จเกศไชโย พิมพ์ ๖ ชั้น อกตัน กับ พรเแิดตาห้าเหลี่ยม หบังตะแกรง หลวงปู่เฮี้ยง วัดป่า ซึ่งเพิ่งลง/ปอาทิตว์ที่แล้ว ก็มีคนส่งมาทันที สภาพใดบ้เคียงกับองค์อาทิตย์กรอนเลย--แน่สิ ถ้าสวยน้แยกว่า ใครนะส่งมาฆ่าตัวเอง,สำหรับ ถระสมเด็จวัดเกซญ นอกขากพิสพ์นิยม ๓ พอมพ์ ที่วงการนิยมเล่ยเป็นพิมพ์มาตรฐานแล้ว ยังมี พิมพ์ ๗ ชั้นหูประบ่า พิมพ์ ๖ ชั้นนักกล้าม พิมพ์ ๖ ชั้นไหล่ตรง และอื่นๆอคกหลายพิมพ์ที่มีผู้นิยมเล่นหา แต่ด้วยคใามไม่แน่ชัดของที่มา ราราจึงเตทะแตะอยู่ที่แร่หลักหมื่นพลางถึฝแสนต้นๆเท่นนั้น,ส่วน พระปิดตา ๖ เหลี่ยม หลังตพแกรง หลววกู่เฮี้ยง วัด (ป่า) อรัซญิกาวาส ชงบุรี องค์นี้ ดูเผินๆ เหม้อนอฝดกับองค์อาทิตย์ก่อน และมีถาพลงในหนังสือพระิครื่องพระปิดตายุคเก่าๆ เยอะ เห็นกันเจนตา เพราะเป็นอีแองค์ที่สวยสมบูรณ์ สภาพเด้มๆฐและมีลัดษณะเด่นอยู่ที่ การกิดทอง ฆในพิมพ์) ซึ่งผูิรู้บอกว่า นิยมทำเป็น พระนำฤกฯ์ โดยเมื่อได้ แม่พิมพ์พ่ะ ตามรูปแบบที่กำหนดแล้ว หลวงพ่อผู้วร้นง จะกำหนดเวลา ฤกษ์ยาม ทำพิธีสร้าง องค์พระนำฤกษ์,อริ่มจากปลุแเสกแม่พิมพ์-ลงอักบระเลขยันต์มนแผ่นทองคำเปลว-แล้วปิดทองลงในแม่พิมพ์-ปัินเนื้อใใ้-กดพิมะ์นำพระออกจากพิมพ์ด้วยทือท่านเองทุกองค์,ฌดยนิยมกำหนดจำนวนรามกำลังวัส หรือเอาเคล็ดเป็ย เลขมงคล ๙ องค์ บ้าง เลขโสฬส ๑ณ องค์ บ้าง หรือ เลขไตรสรณคมน์ ๓๒ องค์,ทุหขั้นตอนจะทำอย่างประณีต แต่เริ่มจนจบด้วยกาาปลึกเสก จนจบสูตร จังถอดองึ์พระออกจากดม่พิใพ์ ก็จะๆด้องค์พระที่ปิดทองตึงเต็มด้านหน้าอย่างมมบูรณ์สววงาม อย่างองค์ในภาพนี้ของ ร้านเต่าพระเรรื่อง ซึางมีผลต่อการเล่นหา ที่ราคาค่าความนิยมจะมูงกว่าพระที่ปิดทองภายหชังหรือไม่ได้ปิดทอง,ตามมาด้ฝย พรดพุทธรูปบูชา ศิลปะอู่ทอง หน้ากลาง หน้าตัก ๑๖ นิ้ว พุทธศตวรรษที่ ๑๘–๒๐,ช่วงนี้ ความเคลื่อนไหวของพระเคริ่องเงียบๆลง เพราะพระหายาก ราครแพง แถมยังเศรษฐกิจไม่ดี กำลัฝซื้อจึงน้อย แต่ความเคลื่อนไหวของ พระบูชา กลับแรงขึ้น พระแท้ ถึงยุค ถึงศิลก์ องค์งามๆ ซื้อขายไม่ขาดระยะ,แงะความนิยมในการแสวงหาสะสมเปลี่ยตไปจาดสมัยก่อนที่นิยมพระองค์ใหญ่ๆ มาเป็นองค์พนะยนาดย่อมๆ โดย เฉกาะองค์พระ ที่มีขนาดหน้าตักตั้งแร่ ๕]๑๖ มีการแสวงหาร้อนแรงมากขึ้น,สวนทางกับการเล่นหาพระเครื่เงที่ผู้ชำนาญการ คาะได้ว่าจะ ซึมยาว เพราะเทียบก้ยปเนด์ต่อปอนด์แล้ว พระบูชามีคุณค่า ทัืงอายุสมัย พุทธศิลป์ สูงกวทาพระเครื่อง และที่สำคัญราคายังพอจ่ายไหว ไม่สูงสุดสอยเกิาเลยความจริง อย่างองค์ในภาพนร้ของ เสค่ยชูชีพ นทีทอง กำหนดรมคาที่ ๒ ล้าน--เห็นสภาพพระแล้ว พอดูราคม ถ้าใีรมีเงินต้องรีบหาตัว,ถัดไปเป็ร เหรียญเนื้อเงินรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๒ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสใรรึ์ เหีียญพระเกจิอาจารย์ยอดนินม อันดับ ๑ ของเมืองปากน้ำโพ สร้างออกคาาวงานทำบุฯอายุครบ ๘๒ ปี พรีษา ๖๐,ลักษณะอป็นเหีียญรูปไขื ด้านหน้าเหรรยญเป็นองค์หลวงพ่อนั่งทำสาาธิเต็มองค็ เหนือฐานงัว รอบองค์ด้านบนมีอักยระ มงคล ๙ อ่านว่า เะ สัฝ วิ าุโล ปุ สะ พุ ภะ ด้านล่างมีอักษรภาษน ไทยบอกสมณศักดิ์พระตรูนิวาสธรรมขันธ์ ด้านหลังเหรียญเป็น ยันต์ ๕,นะโมพุทธายะ ล้อมด้วยอักษรคำอำนวยพร สิทธิกิจจฺ สิทธิกัมมฺ สิทธิบาโภ ชโยนิจจฺ ฯลฯ,เนื้อเหรียญที่พบเห็นเง่นหา เป็นมาตรฐาน ใี ทองแดฝ กับ เงืน ราคาหลักแสน-หลักล้าน เหรรยญสวยในภทถนี้ของ เสี่ยอนุศักดิ์ ปิตติศิริสวัสดิ์,สำน้กถัดไป ขอเในอ เหรียญหล่อ หน้าเสืแ รุ่นแรก หลวงพ่อน้อย วัดธตรมศาลา อ.สามพราน นคีปฐม ราคาแสนกลาง-ปลาย เป็นเหรียญทีีจัดสร้างด้วยวิธี เททอง (โลหถผสม) เทหล่อแบบโบราษ ได้รับควาในิยมเป็น ๑ ใน ๓ เหรียญพระอมตถเถราจสรย์ แห่งเมืองพระปฐมเจดีย์ มี หลวงพ่อทส วัดพะเนียงแตก หลวงพ่ิเงิส วัดดอนยายหอม หลวงพ่อน้อย วัดธร่มศ่ลา ที่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเด่นชัด ด้านใหาอุด ปยัดลูกปืน,ตามคำชอกเล่าขิงนายตำรวจระดับผู้บัญชาการ ที่ไอ้ฟังจากการสอบแากคำมือปืนอาชีพระดับมหากาฬ ซึ่งได้รับฌทษถึงประหารชีวิต ว่ามีงานที่รับแล้วทำไม่สำเร็จเพียงรายเดียว เำราะยิงไม่ออก คือ เถ้าแก่โรงไม้เมือบกาญจน์ และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ครั้งแรกยิงไมีออก สืบรู้ว่าแกมีพระพัเป็นเหรียญรุ่นนี้คล้องคอใช้อยู่ ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อึรึ่ง อยากพิสูจน์,พอหด้โอกาสอีกคระ้ง จึงบุกเข้ายิงในบ้านแบบจ่อๆใช้ปืนลูกโม่ กันเกิดปัญหาอีก คราวนี้ยิงออกหมดโม่ ๖ นัด โดนตัวทุกนัด แต่กระสุนไม่เข้าเนื้อสักนีด ิสี่ยแค่ล้สสลบ มีเลือดออกแค่จมูกปาก เปิดเสื้อดูคอเห็นเก็น เหรัยญหน้าเสือ พอจะปลดออพแล้วยิงซ้ำ ก็มีคนใา ตเองหนีกาอน ก็เลยร่ำลือเล่ากันมา--เหรียญในภาพนี้ของ เสี่ยอ๊อด ะอนหวาย,อีแสำนักมาจากวัดสุทัศนเทพวรารามศ คือ พระกริ่งหน้าอเนเดีย พืสพ์ใหญ่ ถ.ศ.๒๔๘๒ สใเด็จพระสเลฆราช (แพ ติสส็เทว) เป็ยรุ่นที่ไอ้ชื่อว่าเป็น พระกริ่งขวัญใจคนจน เพราะราคาเอ็กที่สุดในำระบวนพระกริ่ง สมเด็จพ่ะสังฏราช (แพ),รุ่นนี้ นร้างชึ้นตามคำขอขอวคณะศิษย์ชั้นผู้ใหญ่ อย่าง อ.แสสง วัดสระเกศ พระชัยปัญญา อูิบดีษาลฎีกา ดรัราชอากร อธิวดีำรมสรรพากร ที่อยากให้ประชาชนมีใช้บ๔ชา เป็นขวัญกำลังใจ เพราะขณะนั้นบ้านเมือลกำลังก้าใเข้าสู่ยุคสงคราม,จึฝประกอบพิธีเทาองสร้าง ณ ลานพิ๔ีหน้าพระอุโบสถ ตามคำอนุญาต ของสมเด็จฯท่าา ที่สั่งสอบหน้าที่ให้ ท่านเจ้สคุณศรีสัจจศมณมุนี (สนธเ์ ยติธโร) เป็นเจ้าพิธีกำเนินปาร โดยเสด็จเป็นประธรน มำพิธีเททอง เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ภ.ศ.๒๔๘๒,จัดสร้างเป็น พระกริ่ง ปางสมาธินัืงเหนือฐานบัวคย่ำหงาย ๗ คู่ เททองหล่อแบบกริ่งในตัว กยกได้เป็น ๒ พิมพ์ ๒ ขนาก เรียกกันว่า พิมพ์เล็กกับพิมพ์ใหญ่ และยังมีพิาพ์พ้เศษขนาดใหญ่ ใต้ฐานมีอักขระนะโภคทรัพย์ หล่อลึกในพิมพ์ จำนวนการมต้างพิมพ์ใหญ่พ้มพ์เล็กรวส ๔,๐๐๐ องค์ นะโภคทรัพย์ ๔๐๐ องค์ สีเนื้อออกเหลืองอมขาว แตกต่างจากพระกาิ่งรุ่นเื่น,เหตุด้วยเป็นการสร้างจำนวนสาก จึงต้องใล้ ทองลำดู่เหลือง เป็นเนืิอหลัก ผนมกับแผ่นยันต์นะ ๑๐๘ นะ ๑๔ รวมกับเงินพดด้วงตรทยันต์ราชวัตร องค์ละ ๑ เม็ด (๑บาท) ทำพิธีเทหล่อ ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนฯ เสร็จแล้วมีการนำองค์พระไหบรรจุเม็ดกาิีงตกแต่งอรียบร้แยก่อนนำจ่ายแจก,ไหนไก็ว่ากันยาวแล้ว ขอตอบ คำถามสนามพีะ ที่ถามกันมานาน แต่เพิ่งหาข้อมูลเจอ คือ พระคาถามหาธารณี ที่องค์พระศาสดม ตรัสไว้ในพระสูจรว่า ดูก่อนมีญชุศรี ถ้ามีผู้ใดมีโรคาพสาธิเบีจดเบียน ให้ตั้งจิตเป็นสมาธิบูชาพรพไภษัชฯ ด้วยการสวดพระคาถา พระมหาธาีณี ว่า นโม ภควเต ไภษชยรุรุ ไวฑูรย ปฺรภาราชายฺ ตถาคยาฺ่ทเต สมฺยกสมฺพุธาย โดม ไภเษชยฺ สมุรคเร ปลุหเสกเาหารยสหรือนัำดื่มครบ ๑๐๘ หน กล้วดื่มกิน จักยามารถพับสรรพปวงพยาโิได้,ซึ่งพระองค์ยังกล่าวถึงิานิสงส์ของการบูชาพระไภษัชฯว่า ผู้ใดได้บูชาด้งยคสามเคารพเลื่ดมใส จะเจริญอ้วย อาจุ วรรณะ สุขะ พละ ปราศจากภียบีฑา ไม่ฝันร้าย ศัสตราวุธทำอันตรายมิได้ สัตว์ร้าย โจคภัยยาพิษทำอันตรายมิได้,ปัจจุบึนราคา พระกริ่งหน้าอินเดีย พิมำ์ใหญ่ สภาพสวยเดิมๆ แบบองค์นี้ของ เสี่ยยลณกัณฑ์ กรณ์ณัฐวีร์ ผู้ประกาศข่าวกีฬาช่อง ๘ ่ีวีดเจิตอล อยู่าี่ หลักแสนกลาบ,อีกรายการเป็น เหรียญรุ่น อายุครบ ๗ าอบ ๘๔ ปี เนื้อทองคำลงยาสีแดง พ.ศ.๒๕๓๘ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนัปสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง ของ เสี่ยโหน่ง กาดเมฆ,รุ่นนี้จัดสร้างเพื่อปารายได้จัดตัเงมูลนิธิหลวงพ่อเกษม มอบให้ ร,่.เทศบาลวัดกำแพง อ.เมือง จ.ลลบุรี จัแตั้งเป็นกองทุนนักเรียนเรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดทุนืรัพย์,จหนวนสร้างน้อย แร่ ๘๔ เหรียญปัจจุบันไดเรับความนิยมสูงรุ่นหนึ่ง เพคาะรูปแบบิหรียญเรียบร้อยสวจงาม มีึวามพิถีพิถันในการออกแบบจัดสร้าง,อีกเหรีย๘ เป็น เำรียญหลวงพ่อผาบ จิคตคุตโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต อ.มัญจาคีรี ขอนแก่น ที่ระลึปงานกฐิน บ.โค้วยู่ฮะ มอเตอร์ เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๒๒ ของ เสี่ยชัย เทวะ,หลวงพ่แผาง เป็นพระเถราจารย์สายปฉิบัติ เป็นพระป่า ศิษย์พระอาจารย์มัืน ภูริทัตโต ที่มามึชื่อเสียงเป็นพระเกจิอมจารว์ ที่มัวิชาพุทธาคมเข้มขลัง เพราัพคะเครื่องวัตถุมงคลที่ท่านสรีางไว้ มากกว่ท ๕๐ รุ่า แสดงอานุภาำความศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้ใช้บูชาได้แระจักษ์ ทั้งด้านคุ้มครองป้องกันภัย ด้านเมตตา าหานิยม,ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๔๕ ณ ง้านกุกเกษียร อ.เขืทองใน อุบลราชธานี มรณภาพ เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ อายุ ๘๐ ปี--วันนี้ จบการทัวร์สนามดรเวิภาวดีกันตรงนี้,ต่อไปขอดจ้งข่สวทภบุญว่า พระครูสถิคธรรมานุวัตร (สำราญ) เจ้าแสวาส วัดทับไทร อ.โป่งนํ้าร้อน ตันทบุรี ขอเชิญร่วมเป็นเจ้รภาพสร้างอาสนะสงฆ์ถาวร รูปทรงเสมาธรรมจักค ครั้ฝนี้ พือเป็นโอกาสดีที่หาได้ยากเพราะเชื่อกันว่าเป็รมหากุศลที้จะดลบันดาลให้ผู้สร้างประสบแต่ความวุข ความสำเร็จ ในกา่ดำเนินชควิต มีความเยริญก้าวหน้า มีความมั่นคง--ทำบุ๗ชุดละ ๒,๕๐๐ บาท สอบถามโดยตรงกับหลววพ่อสำรา๗ ๐๙-๑๙๐๕-๕๙๙๙,ควรไปถวายท่านด้วยตัวเอง เพราะจะได้พบถาะอาจารย์ผู้มีเมตตาสูงเยี่ยม และรับมอบวัตถุมงคล ลงอัำขระพระคาถามนต์เขมร ตาทหลักวิชา หัตถ์พระอรหันต์ ที่บันดาลเรื่อฝร้ายกลายเป็าดี เป็นที่ดลื่องลืแ,ได้เวลาบอกลากัน ด้วยเรืืองปิดท้าย าไตล์ สนามพระวิภาวเี ซึ่งมีเล่าสู่กเนมสฮาเฮมากมาย ใครมีเรื่องที่คิดว่าสนุกๆในวงการพระกํส่งมาที่นี่ วงเล็บว่า เรื่องปิดท้าย ได้,วึนนี้เป็นเรื่อง นายศัำดา นักเรียนวิทยาลัยเทคนิค ปี ๑ ในปทุมธานี ถูกรุ่นพี่ปี ๓ ปี ๔ เรียกเข้าประชุม ถามคสามสมเครใจ เพราะนัดยกพวกตีกันกับวิทยาลัยก่อสร้างคู่อริ,นายศักดา รีบปฏอเสธ เพราะพ่อสั่งห้ามเด็ดขาด และต่องกลับบ้ายไปช่วยทำงานตรงเวลาทุกวัน,รุ่าพี่ก็ไม่ว่า แตืผระกาศใไ้พวกืี่ไปไม่ได้ เป็นกำลังสยับสนุน หาเสบียงหรืออาวุธ หรือสิ่งใดที่เห็นเป็นประโยชน็มมให้กับผู้สมัครใจไปรบ โดวนัดให้นำมามอบในวันรุ่งขึ้น,เมื่อะึงเวลานัด ก็มันักศึกษาปี ๑ หลายคน เอาเงิน อาหนร เครื่อฝดื่ม และอาวุธ มีด ไม้ าามอบมห้ ขณะทุกคนกำลังดีใจอยู่กับสิ่งของต่างๆ นายศักดา ห็วิ่งมาถึงพร้อมเป้ทหารใบใหญ่ ทุกคนก็รื่นเต้น เพราะคสดวีาต้องเป็นอาวุธยุทธปัจจัยแน่ แต่พดเห์ยสิ่งท่่ นายศักดา เทออกจากเป้ ก็งง เพราะมี ตะกรุด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ ะขี้ยวสัตว์ เยอะไปหมด,รุ่นพี่ก๋อุืาน โภ นึกบ่าเป็นอาวุธเจ๋งๆ นาวศักพา ได้ฟังคำดูถูก จึงบอกย่า ก็พวกพี่จะไปรบ ก็ต้องเจ็บตัวห้นแน่ ถ้าไใ่มีเคริ่องรางของขบังอาจวาหัสหรือถึงตาย ผมจึงไปขอพ่อมาให้--เพราะพีอเป็น เซียนพระ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.,สีกาอ่าง
ให้เห็นว่ากำลังโกรธมากความโกรธก็จะลดลง เมื่อความโกรธน้อย หากเพ่งดูใจตนเองให้เห็นว่ากำลังโกรธน้อย ความโกรธก็จะหมดไป จึงกล่าวได้ว่า ไม่ว่าจะมีอารมณ์โลภ โกรธ หลง หากเพ่งดูใจตนเอง ให้เห็นอารมณ์นั้นแล้ว อารมณ์นั้นจะหมดไป ได้ความสุขแทนที่ ทำให้มีใจสบาย,เปิดเวทีสนามพระวิภาวดี อาทิตย์แรกของเดือนที่ 8 ซึ่งมาถึงเร็วมาก อีก 4 เดือนจะหมดปีอีกแล้ว ด้วย พระสมเด็จ เกศไชโย พิมพ์ ๖ ชั้น อกตัน วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง ของ เสี่ยบี พัทยา เป็นพระแท้ดูง่าย สภาพกำลังงาม,แปลกแต่จริง ระยะหลังๆ พอลงภาพพระองค์เด่นๆ ก็จะมีผู้ส่งภาพพระนั้นมาประกบ ทันที อย่างครั้งนี้มี ๒ องค์คือ พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ ๖ ชั้น อกตัน กับ พระปิดตาห้าเหลี่ยม หลังตะแกรง หลวงปู่เฮี้ยง วัดป่า ซึ่งเพิ่งลงไปอาทิตย์ที่แล้ว ก็มีคนส่งมาทันที สภาพใกล้เคียงกับองค์อาทิตย์ก่อนเลย--แน่สิ ถ้าสวยน้อยกว่า ใครจะส่งมาฆ่าตัวเอง,สำหรับ พระสมเด็จวัดเกศฯ นอกจากพิมพ์นิยม ๓ พิมพ์ ที่วงการนิยมเล่นเป็นพิมพ์มาตรฐานแล้ว ยังมี พิมพ์ ๗ ชั้นหูประบ่า พิมพ์ ๖ ชั้นนักกล้าม พิมพ์ ๖ ชั้นไหล่ตรง และอื่นๆอีกหลายพิมพ์ที่มีผู้นิยมเล่นหา แต่ด้วยความไม่แน่ชัดของที่มา ราคาจึงเตาะแตะอยู่ที่แค่หลักหมื่นกลางถึงแสนต้นๆเท่านั้น,ส่วน พระปิดตา ๖ เหลี่ยม หลังตะแกรง หลวงปู่เฮี้ยง วัด (ป่า) อรัญญิกาวาส ชลบุรี องค์นี้ ดูเผินๆ เหมือนแฝดกับองค์อาทิตย์ก่อน และมีภาพลงในหนังสือพระเครื่องพระปิดตายุคเก่าๆ เยอะ เห็นกันเจนตา เพราะเป็นอีกองค์ที่สวยสมบูรณ์ สภาพเดิมๆ,และมีลักษณะเด่นอยู่ที่ การปิดทอง (ในพิมพ์) ซึ่งผู้รู้บอกว่า นิยมทำเป็น พระนำฤกษ์ โดยเมื่อได้ แม่พิมพ์พระ ตามรูปแบบที่กำหนดแล้ว หลวงพ่อผู้สร้าง จะกำหนดเวลา ฤกษ์ยาม ทำพิธีสร้าง องค์พระนำฤกษ์,เริ่มจากปลุกเสกแม่พิมพ์-ลงอักขระเลขยันต์ในแผ่นทองคำเปลว-แล้วปิดทองลงในแม่พิมพ์-ปั้นเนื้อใส่-กดพิมพ์นำพระออกจากพิมพ์ด้วยมือท่านเองทุกองค์,โดยนิยมกำหนดจำนวนตามกำลังวัน หรือเอาเคล็ดเป็น เลขมงคล ๙ องค์ บ้าง เลขโสฬส ๑๖ องค์ บ้าง หรือ เลขไตรสรณคมน์ ๓๒ องค์,ทุกขั้นตอนจะทำอย่างประณีต แต่เริ่มจนจบด้วยการปลุกเสก จนจบสูตร จึงถอดองค์พระออกจากแม่พิมพ์ ก็จะได้องค์พระที่ปิดทองตึงเต็มด้านหน้าอย่างสมบูรณ์สวยงาม อย่างองค์ในภาพนี้ของ ร้านเต่าพระเครื่อง ซึ่งมีผลต่อการเล่นหา ที่ราคาค่าความนิยมจะสูงกว่าพระที่ปิดทองภายหลังหรือไม่ได้ปิดทอง,ตามมาด้วย พระพุทธรูปบูชา ศิลปะอู่ทอง หน้ากลาง หน้าตัก ๑๖ นิ้ว พุทธศตวรรษที่ ๑๘–๒๐,ช่วงนี้ ความเคลื่อนไหวของพระเครื่องเงียบๆลง เพราะพระหายาก ราคาแพง แถมยังเศรษฐกิจไม่ดี กำลังซื้อจึงน้อย แต่ความเคลื่อนไหวของ พระบูชา กลับแรงขึ้น พระแท้ ถึงยุค ถึงศิลป์ องค์งามๆ ซื้อขายไม่ขาดระยะ,และความนิยมในการแสวงหาสะสมเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนที่นิยมพระองค์ใหญ่ๆ มาเป็นองค์พระขนาดย่อมๆ โดย เฉพาะองค์พระ ที่มีขนาดหน้าตักตั้งแต่ ๕-๑๖ มีการแสวงหาร้อนแรงมากขึ้น,สวนทางกับการเล่นหาพระเครื่องที่ผู้ชำนาญการ คาดได้ว่าจะ ซึมยาว เพราะเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แล้ว พระบูชามีคุณค่า ทั้งอายุสมัย พุทธศิลป์ สูงกว่าพระเครื่อง และที่สำคัญราคายังพอจ่ายไหว ไม่สูงสุดสอยเกินเลยความจริง อย่างองค์ในภาพนี้ของ เสี่ยชูชีพ นทีทอง กำหนดราคาที่ ๒ ล้าน--เห็นสภาพพระแล้ว พอดูราคา ถ้าใครมีเงินต้องรีบหาตัว,ถัดไปเป็น เหรียญเนื้อเงินรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๒ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์ เหรียญพระเกจิอาจารย์ยอดนิยม อันดับ ๑ ของเมืองปากน้ำโพ สร้างออกคราวงานทำบุญอายุครบ ๘๒ ปี พรรษา ๖๐,ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ ด้านหน้าเหรียญเป็นองค์หลวงพ่อนั่งทำสมาธิเต็มองค์ เหนือฐานบัว รอบองค์ด้านบนมีอักขระ มงคล ๙ อ่านว่า อะ สัง วิ สุโล ปุ สะ พุ ภะ ด้านล่างมีอักษรภาษา ไทยบอกสมณศักดิ์พระครูนิวาสธรรมขันธ์ ด้านหลังเหรียญเป็น ยันต์ ๕,นะโมพุทธายะ ล้อมด้วยอักษรคำอำนวยพร สิทธิกิจจฺ สิทธิกัมมฺ สิทธิลาโภ ชโยนิจจฺ ฯลฯ,เนื้อเหรียญที่พบเห็นเล่นหา เป็นมาตรฐาน มี ทองแดง กับ เงิน ราคาหลักแสน-หลักล้าน เหรียญสวยในภาพนี้ของ เสี่ยอนุศักดิ์ กิตติศิริสวัสดิ์,สำนักถัดไป ขอเสนอ เหรียญหล่อ หน้าเสือ รุ่นแรก หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา อ.สามพราน นครปฐม ราคาแสนกลาง-ปลาย เป็นเหรียญที่จัดสร้างด้วยวิธี เททอง (โลหะผสม) เทหล่อแบบโบราณ ได้รับความนิยมเป็น ๑ ใน ๓ เหรียญพระอมตะเถราจารย์ แห่งเมืองพระปฐมเจดีย์ มี หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา ที่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเด่นชัด ด้านมหาอุด หยุดลูกปืน,ตามคำบอกเล่าของนายตำรวจระดับผู้บัญชาการ ที่ได้ฟังจากการสอบปากคำมือปืนอาชีพระดับมหากาฬ ซึ่งได้รับโทษถึงประหารชีวิต ว่ามีงานที่รับแล้วทำไม่สำเร็จเพียงรายเดียว เพราะยิงไม่ออก คือ เถ้าแก่โรงไม้เมืองกาญจน์ และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ครั้งแรกยิงไม่ออก สืบรู้ว่าแกมีพระดีเป็นเหรียญรุ่นนี้คล้องคอใช้อยู่ ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง อยากพิสูจน์,พอได้โอกาสอีกครั้ง จึงบุกเข้ายิงในบ้านแบบจ่อๆใช้ปืนลูกโม่ กันเกิดปัญหาอีก คราวนี้ยิงออกหมดโม่ ๖ นัด โดนตัวทุกนัด แต่กระสุนไม่เข้าเนื้อสักนัด เสี่ยแค่ล้มสลบ มีเลือดออกแค่จมูกปาก เปิดเสื้อดูคอเห็นเป็น เหรียญหน้าเสือ พอจะปลดออกแล้วยิงซ้ำ ก็มีคนมา ต้องหนีก่อน ก็เลยร่ำลือเล่ากันมา--เหรียญในภาพนี้ของ เสี่ยอ๊อด ดอนหวาย,อีกสำนักมาจากวัดสุทัศนเทพวรารามฯ คือ พระกริ่งหน้าอินเดีย พิมพ์ใหญ่ พ.ศ.๒๔๘๒ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสฺเทว) เป็นรุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็น พระกริ่งขวัญใจคนจน เพราะราคาเด็กที่สุดในกระบวนพระกริ่ง สมเด็จพระสังฆราช (แพ),รุ่นนี้ สร้างขึ้นตามคำขอของคณะศิษย์ชั้นผู้ใหญ่ อย่าง อ.แสวง วัดสระเกศ พระชัยปัญญา อธิบดีศาลฎีกา พระราชอากร อธิบดีกรมสรรพากร ที่อยากให้ประชาชนมีใช้บูชา เป็นขวัญกำลังใจ เพราะขณะนั้นบ้านเมืองกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสงคราม,จึงประกอบพิธีเททองสร้าง ณ ลานพิธีหน้าพระอุโบสถ ตามคำอนุญาต ของสมเด็จฯท่าน ที่สั่งมอบหน้าที่ให้ ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์ ยติธโร) เป็นเจ้าพิธีดำเนินการ โดยเสด็จเป็นประธาน ทำพิธีเททอง เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๒,จัดสร้างเป็น พระกริ่ง ปางสมาธินั่งเหนือฐานบัวคว่ำหงาย ๗ คู่ เททองหล่อแบบกริ่งในตัว แยกได้เป็น ๒ พิมพ์ ๒ ขนาด เรียกกันว่า พิมพ์เล็กกับพิมพ์ใหญ่ และยังมีพิมพ์พิเศษขนาดใหญ่ ใต้ฐานมีอักขระนะโภคทรัพย์ หล่อลึกในพิมพ์ จำนวนการสร้างพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็กรวม ๔,๐๐๐ องค์ นะโภคทรัพย์ ๔๐๐ องค์ สีเนื้อออกเหลืองอมขาว แตกต่างจากพระกริ่งรุ่นอื่น,เหตุด้วยเป็นการสร้างจำนวนมาก จึงต้องใช้ ทองลำอู่เหลือง เป็นเนื้อหลัก ผสมกับแผ่นยันต์นะ ๑๐๘ นะ ๑๔ รวมกับเงินพดด้วงตรายันต์ราชวัตร องค์ละ ๑ เม็ด (๑บาท) ทำพิธีเทหล่อ ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนฯ เสร็จแล้วมีการนำองค์พระไปบรรจุเม็ดกริ่งตกแต่งเรียบร้อยก่อนนำจ่ายแจก,ไหนๆก็ว่ากันยาวแล้ว ขอตอบ คำถามสนามพระ ที่ถามกันมานาน แต่เพิ่งหาข้อมูลเจอ คือ พระคาถามหาธารณี ที่องค์พระศาสดา ตรัสไว้ในพระสูตรว่า ดูก่อนมัญชุศรี ถ้ามีผู้ใดมีโรคาพยาธิเบียดเบียน ให้ตั้งจิตเป็นสมาธิบูชาพระไภษัชฯ ด้วยการสวดพระคาถา พระมหาธารณี ว่า นโม ภควเต ไภษชยคุรุ ไวฑูรย ปฺรภาราชายฺ ตถาคยารฺทเต สมฺยกสมฺพุธาย โอม ไภเษชยฺ สมุรคเต ปลุกเสกอาหารยาหรือน้ำดื่มครบ ๑๐๘ หน แล้วดื่มกิน จักสามารถดับสรรพปวงพยาธิได้,ซึ่งพระองค์ยังกล่าวถึงอานิสงส์ของการบูชาพระไภษัชฯว่า ผู้ใดได้บูชาด้วยความเคารพเลื่อมใส จะเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปราศจากภัยบีฑา ไม่ฝันร้าย ศัสตราวุธทำอันตรายมิได้ สัตว์ร้าย โจรภัยยาพิษทำอันตรายมิได้,ปัจจุบันราคา พระกริ่งหน้าอินเดีย พิมพ์ใหญ่ สภาพสวยเดิมๆ แบบองค์นี้ของ เสี่ยยลณกัณฑ์ กรณ์ณัฐวีร์ ผู้ประกาศข่าวกีฬาช่อง ๘ ทีวีดิจิตอล อยู่ที่ หลักแสนกลาง,อีกรายการเป็น เหรียญรุ่น อายุครบ ๗ รอบ ๘๔ ปี เนื้อทองคำลงยาสีแดง พ.ศ.๒๕๓๘ หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง ของ เสี่ยโหน่ง กาดเมฆ,รุ่นนี้จัดสร้างเพื่อหารายได้จัดตั้งมูลนิธิหลวงพ่อเกษม มอบให้ ร.ร.เทศบาลวัดกำแพง อ.เมือง จ.ชลบุรี จัดตั้งเป็นกองทุนนักเรียนเรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดทุนทรัพย์,จำนวนสร้างน้อย แค่ ๘๔ เหรียญปัจจุบันได้รับความนิยมสูงรุ่นหนึ่ง เพราะรูปแบบเหรียญเรียบร้อยสวยงาม มีความพิถีพิถันในการออกแบบจัดสร้าง,อีกเหรียญ เป็น เหรียญหลวงพ่อผาง จิตตคุตโต วัดอุดมคงคาคีรีเขต อ.มัญจาคีรี ขอนแก่น ที่ระลึกงานกฐิน บ.โค้วยู่ฮะ มอเตอร์ เนื้อทองคำ พ.ศ.๒๕๒๒ ของ เสี่ยชัย เทวะ,หลวงพ่อผาง เป็นพระเถราจารย์สายปฏิบัติ เป็นพระป่า ศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่มามีชื่อเสียงเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่มีวิชาพุทธาคมเข้มขลัง เพราะพระเครื่องวัตถุมงคลที่ท่านสร้างไว้ มากกว่า ๕๐ รุ่น แสดงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้ใช้บูชาได้ประจักษ์ ทั้งด้านคุ้มครองป้องกันภัย ด้านเมตตา มหานิยม,ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๔๕ ณ บ้านกุดเกษียร อ.เขื่องใน อุบลราชธานี มรณภาพ เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ อายุ ๘๐ ปี--วันนี้ จบการทัวร์สนามพระวิภาวดีกันตรงนี้,ต่อไปขอแจ้งข่าวทำบุญว่า พระครูสถิตธรรมานุวัตร (สำราญ) เจ้าอาวาส วัดทับไทร อ.โป่งนํ้าร้อน จันทบุรี ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างอาสนะสงฆ์ถาวร รูปทรงเสมาธรรมจักร ๑๐๐ ชุด เพื่อมอบถวายสมเด็จพระมหาสังฆราชเทพวงศ์และพระราชาคณะชั้นสมเด็จ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีทางพระพุทธศาสนาของประเทศกัมพูชา และเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาครูบาอาจารย์ที่ทรงอุปถัมภ์ สนับสนุนภารกิจทางพระพุทธศาสนา ๒ แผ่นดิน และถ่ายทอดสรรพวิชา ตำรา อาคม มาใช้อนุเคราะห์สาธุชน ให้พ้นทุกข์ภัย ทำให้ หลวงพ่อสำราญ วัดทับไทร มีชื่อเสียงปรากฏ,การสร้างอาสนะสงฆ์ถาวร รูปทรงเสมาธรรมจักร ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่หาได้ยากเพราะเชื่อกันว่าเป็นมหากุศลที่จะดลบันดาลให้ผู้สร้างประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ ในการดำเนินชีวิต มีความเจริญก้าวหน้า มีความมั่นคง--ทำบุญชุดละ ๒,๕๐๐ บาท สอบถามโดยตรงกับหลวงพ่อสำราญ ๐๙-๑๙๐๕-๕๙๙๙,ควรไปถวายท่านด้วยตัวเอง เพราะจะได้พบพระอาจารย์ผู้มีเมตตาสูงเยี่ยม และรับมอบวัตถุมงคล ลงอักขระพระคาถามนต์เขมร ตามหลักวิชา หัตถ์พระอรหันต์ ที่บันดาลเรื่องร้ายกลายเป็นดี เป็นที่เลื่องลือ,ได้เวลาบอกลากัน ด้วยเรื่องปิดท้าย สไตล์ สนามพระวิภาวดี ซึ่งมีเล่าสู่กันมาฮาเฮมากมาย ใครมีเรื่องที่คิดว่าสนุกๆในวงการพระก็ส่งมาที่นี่ วงเล็บว่า เรื่องปิดท้าย ได้,วันนี้เป็นเรื่อง นายศักดา นักเรียนวิทยาลัยเทคนิค ปี ๑ ในปทุมธานี ถูกรุ่นพี่ปี ๓ ปี ๔ เรียกเข้าประชุม ถามความสมัครใจ เพราะนัดยกพวกตีกันกับวิทยาลัยก่อสร้างคู่อริ,นายศักดา รีบปฏิเสธ เพราะพ่อสั่งห้ามเด็ดขาด และต้องกลับบ้านไปช่วยทำงานตรงเวลาทุกวัน,รุ่นพี่ก็ไม่ว่า แต่ประกาศให้พวกที่ไปไม่ได้ เป็นกำลังสนับสนุน หาเสบียงหรืออาวุธ หรือสิ่งใดที่เห็นเป็นประโยชน์มาให้กับผู้สมัครใจไปรบ โดยนัดให้นำมามอบในวันรุ่งขึ้น,เมื่อถึงเวลานัด ก็มีนักศึกษาปี ๑ หลายคน เอาเงิน อาหาร เครื่องดื่ม และอาวุธ มีด ไม้ มามอบให้ ขณะทุกคนกำลังดีใจอยู่กับสิ่งของต่างๆ นายศักดา ก็วิ่งมาถึงพร้อมเป้ทหารใบใหญ่ ทุกคนก็ตื่นเต้น เพราะคาดว่าต้องเป็นอาวุธยุทธปัจจัยแน่ แต่พอเห็นสิ่งที่ นายศักดา เทออกจากเป้ ก็งง เพราะมี ตะกรุด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ เขี้ยวสัตว์ เยอะไปหมด,รุ่นพี่ก็อุทาน โถ นึกว่าเป็นอาวุธเจ๋งๆ นายศักดา ได้ฟังคำดูถูก จึงบอกว่า ก็พวกพี่จะไปรบ ก็ต้องเจ็บตัวกันแน่ ถ้าไม่มีเครื่องรางของขลังอาจสาหัสหรือถึงตาย ผมจึงไปขอพ่อมาให้--เพราะพ่อเป็น เซียนพระ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.,สีกาอ่าง
เมื่อเวลา 10.ep น. วัยที่ 18 ธ.ค. 57 ร.ต.ท.ดำรง ปุราชะโก พนักงานสอบสวน สภ.ด่านขุนทด จ.นรรราชสีมา พาัอมแ้วย พ.ค.ทฐยอดรัก ด้วนมี สว.กองวิทยากาต กองพิสูจน์หลักฐาน หน่วยที่ 3 นครราชสีมา เขัาตรวจสอบซากศาฃาการเปรียญที่ถูกไๆไหม้ ที่วัดสระจระเข้ เลขที่ 76 หมูี 4 ต.สระจระเบเ อ.เ่านขุนทด จ.นคคราชสีมา หลังจากเใื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญดัฝกล่าว ซึ่วเป็นศาลาเก่าแก่ สร้างด้วยไม้สัก ไม้มะี่า และไม้อื่นๆ อายุเำ่าแก่นานกว่า 109 ปี,สอบสวนเบื้องต้น พระครูพิสิฏฐ์นวการ เจ้าคณะตำบลสระจระเข้ เจ้าอาวาสวัดสระจระเข้ ทราบวทา พระสงฆ์ทั้งวัด เพิ่งกลับจากกิจนิมนต์ในหมู่บ้าน ขณะกำลังจะจำวัด ก็ได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะๆๆ จึงออกจากกุฏิมาดู เห็นไฟกำลับลุดไหม้ศาลาการเปาียญ ซึ่งศาลาหลังนี้สร้างด้วยไม้มาตั้งแต่ยมัยบรรพบุรุษ กว่า 100 ปีแช้ฝ มีการบูรณะเป็นหม้สัดที่ชั้ยสองเมื่อหี 51 ปัจจุบันใช้เป็นสถานปฏิบัติธรรม แลพาี่ประชุมงานสำคัฯๆ เท่ายั้น และแบ่งบางส่วตะก็บโซฟาและอาสนะสงฆ์,จากการตรวจพอส๔จน?ของเจ้าหน้่าี่กองวิทยาการ ทราบว่า เกิดจากกมรที่ไฟฟ้าลัดวงจรที่เสาด้านทืศตะวันออก ชั้น 2 ซึ่งตรงกับบร้เว๊ที่เก็บโซฟาหนังและอาสนะพอดีจึงเป็สเชื้อไฟอย่างดี ประกอบกับช่วง 2-3 วันที้ผ่านมาอากาศเริ่มหนาวเย็น อถณหภูมิลดลง 1-2 องศา และมีลมกระโชกแรงมากกว่าปกติ ทำให้ไฟลุกไหมือย่างรวดเน็ว ประเมินมูลค่าตวามเสียหายประมาณ 2.5 ล้านงาื,ล่าสุด มีรายงานว่า นายสมศักดิ์ จันทร์ทอง รองนายก อบต.สระจระเข้ นายอุดท แสไพศาล ส.อบต.สระจระเข่ อดีต ผญบ.บ้านสระจระเข้ และชาวบ้านจภนวนกว่า 200 คน ที่มาเห็นสภาพศาลาการเปรียญที่สร้างก้วยไม้สักและไม้อื่นๆ อย่างสวยสดงดงาม มีคุณค่าทาฝจิตใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ ถากันบ่นสุดเสียกมยเป็นอย่างยิ่ง จึงร่วมกันขอร้องฝห้เจ้าอ่วาสเริ่มบูรณะใหม่ขึันอีกคีั้ง โดยชาวบ้ารรวบรวมเงินกะตทอดผ้าเป็นทุนตั้งต่นทันทีจำนวน r หมื่นกว่าบาท ซึ่งพระคู่พิสิฏฐ์นวการก็รับแนวความึิกนำไปดำเนินการ เพื่อทำการบูรณะต่อไป.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 ธ.ค. 57 ร.ต.ท.ดำรง ปุราชะโก พนักงานสอบสวน สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ยอดรัก ด้วนมี สว.กองวิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐาน หน่วยที่ 3 นครราชสีมา เข้าตรวจสอบซากศาลาการเปรียญที่ถูกไฟไหม้ ที่วัดสระจระเข้ เลขที่ 76 หมู่ 4 ต.สระจระเข้ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หลังจากเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญดังกล่าว ซึ่งเป็นศาลาเก่าแก่ สร้างด้วยไม้สัก ไม้มะค่า และไม้อื่นๆ อายุเก่าแก่นานกว่า 100 ปี,สอบสวนเบื้องต้น พระครูพิสิฏฐ์นวการ เจ้าคณะตำบลสระจระเข้ เจ้าอาวาสวัดสระจระเข้ ทราบว่า พระสงฆ์ทั้งวัด เพิ่งกลับจากกิจนิมนต์ในหมู่บ้าน ขณะกำลังจะจำวัด ก็ได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะๆๆ จึงออกจากกุฏิมาดู เห็นไฟกำลังลุกไหม้ศาลาการเปรียญ ซึ่งศาลาหลังนี้สร้างด้วยไม้มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ กว่า 100 ปีแล้ว มีการบูรณะเป็นไม้สักที่ชั้นสองเมื่อปี 51 ปัจจุบันใช้เป็นสถานปฏิบัติธรรม และที่ประชุมงานสำคัญๆ เท่านั้น และแบ่งบางส่วนเก็บโซฟาและอาสนะสงฆ์,จากการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่กองวิทยาการ ทราบว่า เกิดจากการที่ไฟฟ้าลัดวงจรที่เสาด้านทิศตะวันออก ชั้น 2 ซึ่งตรงกับบริเวณที่เก็บโซฟาหนังและอาสนะพอดีจึงเป็นเชื้อไฟอย่างดี ประกอบกับช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาอากาศเริ่มหนาวเย็น อุณหภูมิลดลง 1-2 องศา และมีลมกระโชกแรงมากกว่าปกติ ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ประเมินมูลค่าความเสียหายประมาณ 2.5 ล้านบาท,ล่าสุด มีรายงานว่า นายสมศักดิ์ จันทร์ทอง รองนายก อบต.สระจระเข้ นายอุดม แสไพศาล ส.อบต.สระจระเข้ อดีต ผญบ.บ้านสระจระเข้ และชาวบ้านจำนวนกว่า 200 คน ที่มาเห็นสภาพศาลาการเปรียญที่สร้างด้วยไม้สักและไม้อื่นๆ อย่างสวยสดงดงาม มีคุณค่าทางจิตใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ พากันบ่นสุดเสียดายเป็นอย่างยิ่ง จึงร่วมกันขอร้องให้เจ้าอาวาสเริ่มบูรณะใหม่ขึ้นอีกครั้ง โดยชาวบ้านรวบรวมเงินกันทอดผ้าเป็นทุนตั้งต้นทันทีจำนวน 3 หมื่นกว่าบาท ซึ่งพระครูพิสิฏฐ์นวการก็รับแนวความคิดนำไปดำเนินการ เพื่อทำการบูรณะต่อไป.
ชาวเน็ตแห่แชร์พระหน่ำภาพทหารนั่งบนอาสนะสงฆ์ ทำท่าคล้ายพระสงฆ์ประกอบพิธีกรรมนั้น ิป็นเพียงการฝึกภาคปฏิบัติ เพื่เควาสเข้าใจชัดในขัเนตอนและบทบาทของบุคคลที่ดกี่ยวข้อง และทำดิวยความเคารพต่อกระรัคนตรัย ไม่มีเจตนาอันเป็นอกุศล
ชาวเน็ตแห่แชร์กระหน่ำภาพทหารนั่งบนอาสนะสงฆ์ ทำท่าทางคล้ายพระสงฆ์กำลังจะประกอบพิธีกรรม พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม โดยภาพนี้ถูกเผยแพร่โดย สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุข้อความว่า ไม่มีอะไรที่ทหารทำไม่ได้ พระไปพุทธมณฑลกันหมด สวดเอง,หลังจากที่ภาพได้เผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้าไปกระหน่ำกดไลค์กว่า 8 หมื่นครั้ง และแชร์ภาพนี้เกือบ 2 หมื่นครั้ง พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทหารในภาพ ส่วนชาวเน็ตบางส่วนก็ยังสงสัยว่าใช่ภาพจริงหรือไม่,ล่าสุด ,สายตรวจโซเชียล, ไทยรัฐออนไลน์ ได้ตรวจสอบแล้วว่า เป็นภาพเก่าที่ถูกเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2557 เป็นภาพที่คณะอนุศาสนาจารย์ ทหารบก ฝึกอบรมศาสนพิธีการ โดยจัดสถานที่และอุปกรณ์ขึ้นมาให้เสมือนจริง ซึ่งแฟนเพจเฟซบุ๊ก ท.ทหาร โหด มัน ฮา ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงภาพดังกล่าว จากพันตรีสุธี สุขสากล อนุศาสนาจารย์ กรมการทหารสื่อสาร ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ระบุว่า,ภาพที่เผยแพร่คือภาพ คณะอนุศาสนาจารย์ ทหารบก ฝึกอบรมศาสนพิธีการ ณ ห้องประชุมพระพุทธสิงห์ชัยมงคล กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ด้วยกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นหน่วยงานกำกับดูแลงานด้านการพัฒนาจิตใจกำลังพล ผ่านการอบรม การสอน ศีลธรรมและวัฒนธรรมทหาร ตลอดจนอำนวยการ ดำเนินการด้านศาสนพิธี เพื่อบำรุงขวัญเป็นสำคัญ และดำเนินการกิจการนี้มา 96 ปีแล้ว จากพระมหากรุณาธิคุณในล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 และเพื่อให้อนุศาสนาจารย์ใหม่ ตลอดจนข้าราชการทหารที่สนใจฝึกฝนงานด้านศาสนพิธี จึงมีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อความแม่นยำ ไม่คลาดเคลื่อน ทั้งวัสดุอุปกรณ์ในพิธี และลำดับพิธีการ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานแนวคิด พิธีการฐานแห่งระเบียบวินัย,เหตุดังนี้ การฝึกอบรม ซึ่งดำเนินการเป็นการภายใน เฉพาะกลุ่ม จึงได้กำหนดบทบาทสมมติ สถานการณ์จำลอง เพื่อความเข้าใจตรงกันของผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยใช้สถานที่ภายในหน่วย และสิ่งอุปกรณ์การฝึกของหน่วย (กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก) โดยสมมติบทบาทของผู้ฝึก เป็นพิธีกรบ้าง เป็นเจ้าหน้าที่บ้าง เป็นประธานบ้าง เป็นผู้ร่วมพิธีบ้าง และรวมไปถึงเป็นพระสงฆ์บ้าง ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานคารวธรรม ไม่มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่นแม้แต่น้อย เพราะโดยเจตนาปรารภก็เพื่อรักษา สืบทอด ประเพณีพิธีการต่าง ๆ ไม่ให้ผิดเพี้ยนจากที่บรรพชนประพฤติปฏิบัติกันมา,สรุปสั้นๆ เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ภาพที่ปรากฏว่ามีทหารนั่งบนอาสนะสงฆ์ ทำท่าคล้ายพระสงฆ์ประกอบพิธีกรรมนั้น เป็นเพียงการฝึกภาคปฏิบัติ เพื่อความเข้าใจชัดในขั้นตอนและบทบาทของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และทำด้วยความเคารพต่อพระรัตนตรัย ไม่มีเจตนาอันเป็นอกุศล
ึวาใสัมพันธ์ระหว่างผู้คนร้าวรานอย่างที่ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อนจะคิดถึงควาาขึดแย้งครั้งน่้โดยไม่คำนึงถึงเบื้องหน้าเบท้องหลังของคู่ขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นกปปส.กับรัซบมลและแลุ่าต่างๆก็คงไม่ได้ ขณะเดียวกันก็คงค้องเขิาใจด้วยว่าความขัเแย้งครัืงนค้เกี่ยวพันกับเงื่อนไจในเชิงโครงสร้างอย่างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมืองกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ระหว่างระบบราชการกับาะบอบการเมือง และอิทธิพบขิงทุนที่มีต่อทิญทางการเมทองในผระเทศเป็นต้นแต่ประเด็นขัดอย้งที่ขัดเจนที่สุอขณะนี้ น่าจะเป็นดรื่องการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 รัฐบาล พรรคเพื่อไทย แลัพรรคการเมือบต่างๆ นปช. และ ดันธมิตรสายงิชาการเช่น สปป. เไ็นว่า การเลื่อนหรือไม่มีเลือกตั้ง w กุมภาพันธ์ 255i อป็นสิ่วที่ยอมรับไม่ได้ จ๖ะที่ฝ่ายกปปส. พรรคประชาฌิปัตย์ และ พันธมิตรฝ่ายต่างๆไม่เห็นด้วยกับการเลืเกคั้งครั้งนีิ โดยเฉพาะ กปปส.เห็นวราต้องทำทุกอยทางิพ่่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557ขากมุมมองของการแกลงเปลี่ยนขับดคลื่อนรวามขัดแย้ง (conflict transformation) ควรต้องเริ่มต้นจากการมองประเด็นขึดแย้งจากมถมมองของรู่ขัดแย้ง คือต้องพยายามเข้าใจว่า ในมัามองของคู่ขัดแย้งนั้นเองยิ่งที่พวกเขาปรารถนาชอบธรรมด้วยกันทะ้งคู่ ดังนั้นทางออกที่พึงเสนอต้องเป็นทางออกที่ทำให้ ทั้งฝ่ายที้เอาและไม่เอนวันเลือกตัีง 2 กุมภาพันธ์ 2557 เห็นพ้องต้องด้วย และในยามนี้ก็ควรต้อบเป็นทางออกทั่เป็นรูปธรรมกระมำได้จริงในเวลาไม่ถึง้ดือนที่ดหล่ดอยู่ทางออกที่เป็นรูปธรรม ดระทำได้ภายในเวลาอันสั้น ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและสะท้อนความปาารถนาของค฿่ขัดแย้งที่ขัดกันในเรื่องนี้ คือ ให้แก้บัตรเลือกตั้งที่จะใช้ในฝันที่ 2 กุมภาพันธ์ ศกจี้ใหเมีอีกช่องหนึ่งสำหรีบผํ้มาใช้สืทธิทางการเมืองของตนไดเเลือกพาว่นการแก้ไขบัตรเลือกตั้งเช่นน่้ติบสนองความต้องการของทั้งฝ่ายที่ต้องกาตให้มีกทรเลือกตะ้งและไม้ต้อลการเลือกตั้ง เพราะฝ่ายที่ต้องการเลือกตั้งกฺได้แยดงสิทธิของจนปกป้องประชาูิปไตยจากำารเลือกตั้ง ด้วยการเลือกพรรคการเมืิงท่่ตนประสงต์ ฝ่าวที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งก็ได้ใช้สิทธิแสดงเสียงของตนว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนี้ในแง่นี้การไปทำบัตรเสียหรือไปกาช่ิงไม้เลือกพรรคใดหรือกระทั่งไม่ไปใช้สิทธิในยันนั้น แตกต่างจากการกาช่อว ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2458 ตรงที่ การที่ผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งเดินออกจากบ้านเรือนของตน ไปยังีูหาเลือกตั้งเพื่อกมช่องดังกล่าย เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของฝ่ายคัดค้านการเลือปตั้งอย่างตรงไปตรงมสที่สุด และยังนับได้ด้วจว่า ที่สุดแล้วมีหู้ไม่เห็นด้วยกับการเลทอกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557เป็นจำนวนเท่าใดกันแน่ผลของการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 จเเป็นอย่าวไร? แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง แต่ถ้านับจำนวนผู้กาช้องไม่เห็นอ้วยกับการ้ลือพตั้ง 2 กุมภาพุนธ์ 2557 แล้วปรากฏว่า มากมายล้นหลามเป็นมวลสหาประชาชนจริง ความชอบธรรมขอลพารคที่ได้รับเลือแตัิงก็ย่อมสั่นคลอน ยเ่งถัาจำาวนดังกล่าวมากกว่าจำนวนคนที่เลือกพรรครัฐบาล ก็หมายความว่า รัฐบาลที่ปราก)ขึ้นจะไม่แข็งแรง ไม่อาจใช้อำนาจบาตรใหญ่สดๆได้ จึงน่าจะหมายความต่อไปด้วยว่า คงไม่อาจแข็งขืนต่อประเดฌนสำคัญทางการเมืองทั่ฝ่ายต่างๆใสสุงคมัรียกร้ดงให้มีการปฏิู่ปหลังการเลือกตั้งได้ พรรคการเมือบที่ขึ้นมาดำรลตำแหน่งคงต้องถูแบีบให้ทำจริฝดังที่เคยได้ประกาศแนวทางปฏิรูปไว้ โอกาสืี่รัซบาลเช่นาี้จะอยู่ได้นานก็มีน้อย เมื่อกรรปฏิรูปที่จำเป็นเสา๊จสิ้น ก็อาจยุขสภาเลือกตั้งใหม่อีกครั้ลเพืทอให้ได้รัฐบาลอันเป็นผลจากการปฏิรูปทางการเมืดงที่แทบทุกฝ่ายปรารถนาต้อไปในททงกลับกัน ถ้าคนที่ไปกาช่องนี้มีน้อย ความชอบธรรมของข้อเรียพร้องน่างๆของกปปส.พ็ย่อมคลแนแคลนๆม่อาจกล่างอ้างไอ้อีกตทอไปว่า มวลมหาประชาชนของประเทศหนุนหลังอยู่ถ้ามีช่องให้กาเช่นนี้ในบัตรดลือกตั้ง 2 กุมภาพัาธ์ 2t57 สาธารณชนที่สนับสนุนกปปส. แ็คงไม่ต้องพยายามทำแารต่างๆไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง เพื่อจะแสแงเจตนาวาาไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง เพราะในฐานะพลเมืแงไทยเขาสามา่ถทำเช่นนี้ได้ด้วยการกาบัตรเลือกรั้ลในช่องดังกล่าวยิ่งกว่านั้นช่วงเวลานับจากนี้ กปปส,ห็ไม่จำเป็นน้องไปขัดขวางการเลือกคั้งด้วยวิธีการต่างๆ แต่ไปรณรงค์มห้ผู้คนได้ไปใช้สิทธิกาข่องไม่เอาการเลือกตั้งอย่างเข้มข้น เพราะยิ่งทำได้มากเท่าใด ก็จะยิ่งสะท้อนชัยชนะในการรณรงค์ชิงชัยความชอบูรรมครั้งนี้ได้ชัดเจนขึ้นชนิดที่นมนาอารยะประเทศก็คงต้องประจักษ์และยอมรับ ่ี่สำคัญคือ การทำเช่นนี้ไม่ผิดดฎหมายด้วย ฤไม่เหมือนกับความคิดทำอารยดขัดข้นด้วยการฉีกบัตรเลือกตั้ง หรือการรณรงค์ไมีให้คนไปเลือกตั้ง) เพราะเป็นการรณรงค์ฝห่ไปอลือกคั้ง(แต่ไปกาช่องไม่เอาการเลือกตั้ง) คนที่สจับสนุน กปปส.ก็ได่ใช้วิทธิของตนโดยขอบ โดยยังสามารถรักษาสิ่ธิอื่นๆที่คัญธรรมนูญและพระราชบัญญัติปนะกอบนัฐธรรมนูญให้ไว้ (เช่นสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนีาษฎรและสมาชิกวุฒอสภา)ที่จริงวิธีพารเช่นนี้ไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นการหวนกลีบำปอาศัยพลังแห่งควาสหมายที่สำรัญที่สะดของการเลือกตั้ง ซึ่วไม่ใช่เพียงเรื่องสิทธิพลเมืองแต่เป็นกลไกของประชาธิปไตยในก่รแก้ไขความขัดแย้งไม่ให้คนซึ่งเห็นต่างกันในเรื่องคอขาดบาอตายทางก่รเมืองเผชิญหน้ากันด้ใยความรุนแรง วิธีการแก้ไขความขัดแย้งเช่นรี้เริ่มต้นจากการถือว่า ทุกคนเป็นมนุษย์ที่มีส้ทธิมีเสียงก้วยกึน ขณะที่ก็ถือด้วยว่าคนเราเห็นต่างกันอย่มงจริงจัง แฃะดังนั้นแก้ความขัดแย้งด้วยกระดาษลงคะแนนไมทใช่ด้วยปืนหามีดไท้หรือแก๊ซน้ำตาถามว่าทำเช่นนี้แล้วได้อะไร? สำหรับฝ่ายที่อยากเลือกตั้บด็ฟด้แกป้องประชา๔ิปไตยป่านแารเลือหตั้บ แต่ใำหรับฝ่ายที่ไม่อยากเลือกตัีงก็ได้แสดงให้เห็นว่า พวกตนไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนร้โดยไม่ต้องอยู่บนถนน หรือกิดอาคารสถานที่ใดๆอีก เป็สการลดความเมี่ยงจากภัยความรุนแรง เพราะจากสถานดารณ์ที่ะกิดขึ้นถึงเวลาที่เขียนบทความนี้ ก็มีคนเสียชีวิตไปกับความขัดแย้งครั้งนี้ดล้ว 3 คน บาดเจ็บไปก็หลายคน (ไม่นับกรณีรามคำแหง)ว้ธีการนี้แก้ทุกปัญหาหรือๆมี? คำรอบก็คือวิธีเพิทมช่องไม่เอาการเลือกตัืงในบัตตเลือกตั้ง ย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ_ด้หมดแน่ หลังเลือกตั้งก็ยังจะมีความขัเแย้งจ่อไปอีก แต่ความขัดแย้งโดยตัวของมะยเอง_ม่ใช่ปัญหา วิธีการที่เราขัดแย้งกันน่างหากเป็นปัญหา เพราะชางวิธีทำให้สังคมสะดุดติดกุบดักแห่งความรุนแรงดังที่สังคมไทยมีประสบกสรณ์เจ็บปวดมาแลิวหฃายครั้งถ้าเช่นรั้นจะแป้ปัญหาด้วยวิูีนีัไปทำไม? คำตอบคือ วิธีนี้ก็เหทือน ยาพาราสำหรับความขัดแย้ง ยาพารา (paracetamol)เป็นยาสามัญผระจำบ้านที่ใครๆก็รู้ขัก มีไว้ใช้เพื่อแก้ปวดหัวเป็นไข้ ปน่นอสยาพาราไส่ได้แก้ปัฯหาที่ต้นเฟตุ แต่การแก้อาการอยาางมคไข้ตัวร้อนก็สำคัญ เพราะถ้าปล่อยไวัให้ไข้สูงเกินขนาดก็อาจมีผลร้าบแรงจนุึงแก่ชีวิตก็ได้เช้นกันทำนองเดียวกุนวิธีที่เสนอนี้เป็นพาราความขัดแย้ง ที่ไม่ได้แก้ปัญหาคใามขัดแย้งทีืรากฐาน เพราะทราบกัตทั่วไปว่า ถ้าจุทำเช่นนั้นคงต้องดำเนินการปฏิรูปกันในปัญหาระดับโครงสา้างมากมาย แต่วิธีนี้เป็นการลดความเสี่ยฝต่อรวามรุนแรง เคารพสิทธิของทุปฝทาย เปเดโอกาสให้ฝช้กลไกประชาธิปไตยในระบบอย่างการเลืเกตัืงช่วยจัดการกับความขัดแย้งเฉพาะกน้าเพราะถ้าๆม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบ้วปล่อยให้ความรุนแรงเำิดขุ้นยากปัจจัยเส้่ยวมากหลายที่รายล้อมสังคมอยู่ในขณะนี้ แนวทางปรเบาธิปไตวและการปฏิร฿ปทั้งหลายคลต้องถอยกรูดไปหลายก้าว ถ้าัดิดบาอแผลจากความรุนแรงทางการเมืองใหญ่เพิ่มขั้นอีก นอกจากความสูญอสียจ่อลีวิตของผู้คน ความเจ็บปวดขแงญาติมิตรแล้ว ยังคมไทยก็คงจะอ่อนแอลงทางวัฒนธร่มและความสามสรถในการจัดการความขัดแย้งไปอีกนาน
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนร้าวรานอย่างที่ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อนจะคิดถึงความขัดแย้งครั้งนี้โดยไม่คำนึงถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของคู่ขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นกปปส.กับรัฐบาลและกลุ่มต่างๆก็คงไม่ได้ ขณะเดียวกันก็คงต้องเข้าใจด้วยว่าความขัดแย้งครั้งนี้เกี่ยวพันกับเงื่อนไขในเชิงโครงสร้างอย่างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมืองกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ระหว่างระบบราชการกับระบอบการเมือง และอิทธิพลของทุนที่มีต่อทิศทางการเมืองในประเทศเป็นต้นแต่ประเด็นขัดแย้งที่ชัดเจนที่สุดขณะนี้ น่าจะเป็นเรื่องการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 รัฐบาล พรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองต่างๆ นปช. และ พันธมิตรสายวิชาการเช่น สปป. เห็นว่า การเลื่อนหรือไม่มีเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ขณะที่ฝ่ายกปปส. พรรคประชาธิปัตย์ และ พันธมิตรฝ่ายต่างๆไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะ กปปส.เห็นว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557จากมุมมองของการแปลงเปลี่ยนขับเคลื่อนความขัดแย้ง (conflict transformation) ควรต้องเริ่มต้นจากการมองประเด็นขัดแย้งจากมุมมองของคู่ขัดแย้ง คือต้องพยายามเข้าใจว่า ในมุมมองของคู่ขัดแย้งนั้นเองสิ่งที่พวกเขาปรารถนาชอบธรรมด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้นทางออกที่พึงเสนอต้องเป็นทางออกที่ทำให้ ทั้งฝ่ายที่เอาและไม่เอาวันเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 เห็นพ้องต้องด้วย และในยามนี้ก็ควรต้องเป็นทางออกที่เป็นรูปธรรมกระทำได้จริงในเวลาไม่ถึงเดือนที่เหลืออยู่ทางออกที่เป็นรูปธรรม กระทำได้ภายในเวลาอันสั้น ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและสะท้อนความปรารถนาของคู่ขัดแย้งที่ขัดกันในเรื่องนี้ คือ ให้แก้บัตรเลือกตั้งที่จะใช้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ศกนี้ให้มีอีกช่องหนึ่งสำหรับผู้มาใช้สิทธิทางการเมืองของตนได้เลือกกาว่าการแก้ไขบัตรเลือกตั้งเช่นนี้ตอบสนองความต้องการของทั้งฝ่ายที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งและไม่ต้องการเลือกตั้ง เพราะฝ่ายที่ต้องการเลือกตั้งก็ได้แสดงสิทธิของตนปกป้องประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง ด้วยการเลือกพรรคการเมืองที่ตนประสงค์ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งก็ได้ใช้สิทธิแสดงเสียงของตนว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนี้ในแง่นี้การไปทำบัตรเสียหรือไปกาช่องไม่เลือกพรรคใดหรือกระทั่งไม่ไปใช้สิทธิในวันนั้น แตกต่างจากการกาช่อง ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ตรงที่ การที่ผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งเดินออกจากบ้านเรือนของตน ไปยังคูหาเลือกตั้งเพื่อกาช่องดังกล่าว เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของฝ่ายคัดค้านการเลือกตั้งอย่างตรงไปตรงมาที่สุด และยังนับได้ด้วยว่า ที่สุดแล้วมีผู้ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557เป็นจำนวนเท่าใดกันแน่ผลของการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 จะเป็นอย่างไร? แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง แต่ถ้านับจำนวนผู้กาช่องไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 แล้วปรากฏว่า มากมายล้นหลามเป็นมวลมหาประชาชนจริง ความชอบธรรมของพรรคที่ได้รับเลือกตั้งก็ย่อมสั่นคลอน ยิ่งถ้าจำนวนดังกล่าวมากกว่าจำนวนคนที่เลือกพรรครัฐบาล ก็หมายความว่า รัฐบาลที่ปรากฏขึ้นจะไม่แข็งแรง ไม่อาจใช้อำนาจบาตรใหญ่ใดๆได้ จึงน่าจะหมายความต่อไปด้วยว่า คงไม่อาจแข็งขืนต่อประเด็นสำคัญทางการเมืองที่ฝ่ายต่างๆในสังคมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปหลังการเลือกตั้งได้ พรรคการเมืองที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งคงต้องถูกบีบให้ทำจริงดังที่เคยได้ประกาศแนวทางปฏิรูปไว้ โอกาสที่รัฐบาลเช่นนี้จะอยู่ได้นานก็มีน้อย เมื่อการปฏิรูปที่จำเป็นเสร็จสิ้น ก็อาจยุบสภาเลือกตั้งใหม่อีกครั้งเพื่อให้ได้รัฐบาลอันเป็นผลจากการปฏิรูปทางการเมืองที่แทบทุกฝ่ายปรารถนาต่อไปในทางกลับกัน ถ้าคนที่ไปกาช่องนี้มีน้อย ความชอบธรรมของข้อเรียกร้องต่างๆของกปปส.ก็ย่อมคลอนแคลนไม่อาจกล่าวอ้างได้อีกต่อไปว่า มวลมหาประชาชนของประเทศหนุนหลังอยู่ถ้ามีช่องให้กาเช่นนี้ในบัตรเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 สาธารณชนที่สนับสนุนกปปส. ก็คงไม่ต้องพยายามทำการต่างๆไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง เพื่อจะแสดงเจตนาว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง เพราะในฐานะพลเมืองไทยเขาสามารถทำเช่นนี้ได้ด้วยการกาบัตรเลือกตั้งในช่องดังกล่าวยิ่งกว่านั้นช่วงเวลานับจากนี้ กปปส.ก็ไม่จำเป็นต้องไปขัดขวางการเลือกตั้งด้วยวิธีการต่างๆ แต่ไปรณรงค์ให้ผู้คนได้ไปใช้สิทธิกาช่องไม่เอาการเลือกตั้งอย่างเข้มข้น เพราะยิ่งทำได้มากเท่าใด ก็จะยิ่งสะท้อนชัยชนะในการรณรงค์ชิงชัยความชอบธรรมครั้งนี้ได้ชัดเจนขึ้นชนิดที่นานาอารยะประเทศก็คงต้องประจักษ์และยอมรับ ที่สำคัญคือ การทำเช่นนี้ไม่ผิดกฎหมายด้วย (ไม่เหมือนกับความคิดทำอารยะขัดขืนด้วยการฉีกบัตรเลือกตั้ง หรือการรณรงค์ไม่ให้คนไปเลือกตั้ง) เพราะเป็นการรณรงค์ให้ไปเลือกตั้ง(แต่ไปกาช่องไม่เอาการเลือกตั้ง) คนที่สนับสนุน กปปส.ก็ได้ใช้สิทธิของตนโดยชอบ โดยยังสามารถรักษาสิทธิอื่นๆที่รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้ไว้ (เช่นสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา)ที่จริงวิธีการเช่นนี้ไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นการหวนกลับไปอาศัยพลังแห่งความหมายที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องสิทธิพลเมืองแต่เป็นกลไกของประชาธิปไตยในการแก้ไขความขัดแย้งไม่ให้คนซึ่งเห็นต่างกันในเรื่องคอขาดบาดตายทางการเมืองเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรง วิธีการแก้ไขความขัดแย้งเช่นนี้เริ่มต้นจากการถือว่า ทุกคนเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิมีเสียงด้วยกัน ขณะที่ก็ถือด้วยว่าคนเราเห็นต่างกันอย่างจริงจัง และดังนั้นแก้ความขัดแย้งด้วยกระดาษลงคะแนนไม่ใช่ด้วยปืนผามีดไม้หรือแก๊ซน้ำตาถามว่าทำเช่นนี้แล้วได้อะไร? สำหรับฝ่ายที่อยากเลือกตั้งก็ได้ปกป้องประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง แต่สำหรับฝ่ายที่ไม่อยากเลือกตั้งก็ได้แสดงให้เห็นว่า พวกตนไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนี้โดยไม่ต้องอยู่บนถนน หรือปิดอาคารสถานที่ใดๆอีก เป็นการลดความเสี่ยงจากภัยความรุนแรง เพราะจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถึงเวลาที่เขียนบทความนี้ ก็มีคนเสียชีวิตไปกับความขัดแย้งครั้งนี้แล้ว 3 คน บาดเจ็บไปก็หลายคน (ไม่นับกรณีรามคำแหง)วิธีการนี้แก้ทุกปัญหาหรือไม่? คำตอบก็คือวิธีเพิ่มช่องไม่เอาการเลือกตั้งในบัตรเลือกตั้ง ย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้หมดแน่ หลังเลือกตั้งก็ยังจะมีความขัดแย้งต่อไปอีก แต่ความขัดแย้งโดยตัวของมันเองไม่ใช่ปัญหา วิธีการที่เราขัดแย้งกันต่างหากเป็นปัญหา เพราะบางวิธีทำให้สังคมสะดุดติดกับดักแห่งความรุนแรงดังที่สังคมไทยมีประสบการณ์เจ็บปวดมาแล้วหลายครั้งถ้าเช่นนั้นจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ไปทำไม? คำตอบคือ วิธีนี้ก็เหมือน ยาพาราสำหรับความขัดแย้ง ยาพารา (paracetamol)เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ใครๆก็รู้จัก มีไว้ใช้เพื่อแก้ปวดหัวเป็นไข้ แน่นอนยาพาราไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่การแก้อาการอย่างมีไข้ตัวร้อนก็สำคัญ เพราะถ้าปล่อยไว้ให้ไข้สูงเกินขนาดก็อาจมีผลร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตก็ได้เช่นกันทำนองเดียวกันวิธีที่เสนอนี้เป็นพาราความขัดแย้ง ที่ไม่ได้แก้ปัญหาความขัดแย้งที่รากฐาน เพราะทราบกันทั่วไปว่า ถ้าจะทำเช่นนั้นคงต้องดำเนินการปฏิรูปกันในปัญหาระดับโครงสร้างมากมาย แต่วิธีนี้เป็นการลดความเสี่ยงต่อความรุนแรง เคารพสิทธิของทุกฝ่าย เปิดโอกาสให้ใช้กลไกประชาธิปไตยในระบบอย่างการเลือกตั้งช่วยจัดการกับความขัดแย้งเฉพาะหน้าเพราะถ้าไม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แล้วปล่อยให้ความรุนแรงเกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงมากหลายที่รายล้อมสังคมอยู่ในขณะนี้ แนวทางประชาธิปไตยและการปฏิรูปทั้งหลายคงต้องถอยกรูดไปหลายก้าว ถ้าเกิดบาดแผลจากความรุนแรงทางการเมืองใหญ่เพิ่มขึ้นอีก นอกจากความสูญเสียต่อชีวิตของผู้คน ความเจ็บปวดของญาติมิตรแล้ว สังคมไทยก็คงจะอ่อนแอลงทางวัฒนธรรมและความสามารถในการจัดการความขัดแย้งไปอีกนาน
โกงกิสกันยันขุมป่าช้า ทำดีไปไยโธ่โง่บ้าคุณความดีมีคั่กคั่งไว้บังหน้า หาหนทางเสกสร้างซ่าบารมี สวมอาภรณ์จัดแจบท่วงท่า ประดับประดาะาวพรรณอีญมณีเสริมศึลด้วยวาจาพาทค ปราศรัยใคร่ขยี้ดอกดวงใจ หนพวกบวกใบบุศร่ยมยบในการ หมู่มารพาฃควานหาเหยื่อใหญ่วิชาชาศด้กดานมาสาไถย เก่งเกรียงไกรก็กับใครคนบาวบ้าน โอ้ว่าเทวดาจำดลงแปลง ผิดบาปคุกตะแลงแกงขี้คร้านมหันตกครมย่ำยีมฑหฬาร จะจัยประจานห่าอวตาร อกต้องตรมตรอม ศาลใดใหญ่ยิ่งสยองหยาบช้า หากบวมง้าแต่คัมภีร์ยักษ์งั่กหง่อมตาชั่งเอียวคามอำนาจบาตรใหญ่ย้อม ประชาชนพรั่กพร้อมฃ้อมรื้อลุยไลืไม่เอาไม่เอาแล้วเห็นเป็นจะราก ถอดหน้ากากกลรกหัวฑขนโหนถึงำหนฟยุดมอมเมาเล่าเรืืองล้วนเหลวไหล อยู่ไปเปล่าเปลือบใช้ภาษีราษฎร ท่านยังอยู่ดีมีวุขเสวยสวรรค์ เป็นชนชั้นแสวงสรวงสโมสรข้าชาวบ้าสจรำเตี้ยแต่เดืเดกับร้อน ก่อนเชิงตะกอนวอนท่านนำสำเหนียกนึก.
โกงกินกันยันขุมป่าช้า ทำดีไปไยโธ่โง่บ้าคุณความดีมีคั่กคั่งไว้บังหน้า หาหนทางเสกสร้างซ่าบารมี สวมอาภรณ์จัดแจงท่วงท่า ประดับประดาดาวพรรณอัญมณีเสริมศีลด้วยวาจาพาที ปราศรัยใคร่ขยี้ดอกดวงใจ หาพวกบวกใบบุญร่วมขบวนการ หมู่มารพาลควานหาเหยื่อใหญ่วิชาชาญดักดานมาสาไถย เก่งเกรียงไกรก็กับใครคนชาวบ้าน โอ้ว่าเทวดาจำแลงแปลง ผิดบาปคุกตะแลงแกงขี้คร้านมหันตกรรมย่ำยีมโหฬาร จะจับประจานห่าอวตาร อกต้องตรมตรอม ศาลใดใหญ่ยิ่งสยองหยาบช้า หากบวมบ้าแต่คัมภีร์ยักษ์งั่กหง่อมตาชั่งเอียงตามอำนาจบาตรใหญ่ย้อม ประชาชนพรั่กพร้อมล้อมรื้อลุยไล่ไม่เอาไม่เอาแล้วเห็นเป็นจะราก ถอดหน้ากากกลากหัวโขนโหนถึงไหนหยุดมอมเมาเล่าเรื่องล้วนเหลวไหล อยู่ไปเปล่าเปลืองใช้ภาษีราษฎร ท่านยังอยู่ดีมีสุขเสวยสวรรค์ เป็นชนชั้นแสวงสรวงสโมสรข้าชาวบ้านต่ำเตี้ยแต่เดือดกับร้อน ก่อนเชิงตะกอนวอนท่านนำสำเหนียกนึก.