law_code
stringclasses
36 values
law_name
stringclasses
36 values
section_num
stringlengths
1
23
section_content
stringlengths
31
6.7k
reference
listlengths
0
51
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
33
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 33 การหักต้นทุนจากเงินได้ตามมาตรา 21 ให้หักได้เพียงเท่าผลขาดทุนประจำปีคงเหลือตามมาตรา 28 (1) ของบริษัทผู้โอนกิจการปิโตรเลียม ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "21" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "28" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
33/1
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 33/1 บริษัทที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานซึ่งมิใช่เงินตราไทยตามมาตรา8 ให้คำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้โดยใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานนั้น และให้นำบทบัญญัติในหมวด 2ภาษีเงินได้และการคำนวณกำไรสุทธิ เว้นแต่มาตรา 26 (10) (12) และ (13)มาใช้บังคับโดยอนุโลม
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "26" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "8" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
33/2
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 33/2 ราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากสินค้าให้ถือตามราคาทุนถ้าราคาทุนเป็นเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานให้คำนวณเป็นเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานเช่นเดียวกับวิธีการตามมาตรา 33/3ราคาทุนดังกล่าวอาจลดลงได้โดยการหักค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุนตามมาตรา 26 (7)แต่ห้ามมิให้ตีราคาลดลง ส่วนการตีราคาเพิ่มขึ้นให้กระทำได้เท่าที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "26" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "33/3" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
33/3
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 33/3 เงินตรา หนี้สินหรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัทที่ได้รับอนุมัติตามมาตรา8 ให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานตามอัตราที่ได้ซื้อขายเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานนั้น ในกรณีที่มิได้มีการซื้อขายเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานให้คำนวณเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงาน หนี้สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยในรอบระยะเวลาหนึ่งเดือนก่อนเดือนที่ได้รับมาหรือจ่ายไปโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยรายวันที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายเงินตราสกุลนั้นซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขออธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้วให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "8" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
33/4
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 33/4 เงินตรา หนี้สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานเหลืออยู่ในวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี ให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายในวันทำการสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่กรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขอ อธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้ว ให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
33/5
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 33/5 ผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราอันเนื่องมาจากการคำนวณตามมาตรา 8/1 หรือจากการคำนวณมูลค่าของเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานเป็นเงินตราไทย เพื่อชำระภาษีตามมาตรา 42 มิให้ถือเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "42" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "8/1" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
34
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 34 บริษัทมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ดังต่อไปนี้ (1)ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ทุกครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (2)ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ทุกรอบระยะเวลาบัญชี การยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตาม(1)ให้บริษัทมีหน้าที่จัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิที่จะพึงมีสำหรับระยะเวลาบัญชีนั้น ความในวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่บริษัทซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายน้อยกว่าสิบสองเดือน บริษัทที่มีส่วนได้เสียร่วมกันในสัมปทานแต่ละบริษัทมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับรายได้ซึ่งเป็นส่วนของบริษัทเอง บริษัทที่เป็นผู้ได้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจหลายแปลงตามมาตรา26 (16) มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตาม (1) และ (2)เสมือนหนึ่งเป็นบริษัทแยกต่างหากจากกัน
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "26" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
35
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 35 การยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามหมวดนี้ ให้กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทมีหน้าที่ยื่นแทนบริษัท ในกรณีที่บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศมีหน้าที่เสียภาษี ไม่มีกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทอยู่ในราชอาณาจักร ให้ผู้ทำกิจการแทนบริษัทที่อยู่ในราชอาณาจักรในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้อันต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้มีหน้าที่ยื่นแทนบริษัท
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
36
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 36 ในกรณีที่บริษัทควบเข้ากัน ถ้าบริษัทเดิมยังมิได้ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามมาตรา 34 ให้บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่โดยการควบเข้ากันมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้แทนบริษัทเดิม
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "34" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
37
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 37 ในกรณีที่มีการโอนกิจการปิโตรเลียม ถ้าบริษัทผู้โอนไม่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ภายในเวลาที่กำหนดและเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการไม่ยื่นแบบแสดงรายการนั้นต่อบริษัทผู้รับโอนแล้ว ให้บริษัทผู้รับโอนยื่นแบบแสดงรายการเงินได้แทนบริษัทผู้โอน
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
38
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 38 ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการปิโตรเลียม ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการแทนตามมาตรา 35 มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ ถ้ามีผู้ชำระบัญชี ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการแทนตามมาตรา 35 กับผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่ร่วมกันยื่นแบบแสดงรายการเงินได้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "35" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
39
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 39 แบบแสดงรายการเงินได้ ให้ใช้แบบที่อธิบดีกำหนด ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้กรอกรายการในแบบนั้นโดยครบถ้วน และให้ยื่นเอกสารประกอบตามที่อธิบดีกำหนดไปพร้อมด้วย
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
40
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 40 การยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ ให้ยื่นต่อเจ้าพนักงาน ณ สถานที่ที่อธิบดีกำหนด
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
41
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 41 การยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามมาตรา34 (1)ให้ยื่นภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของวันครบกำหนดครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีนั้นและการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามมาตรา 34 (2) ให้ยื่นภายในห้าเดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี การยื่นแบบแสดงรายการตามมาตรา 37ให้ยื่นภายในเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการไม่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ของบริษัทผู้โอนกิจการปิโตรเลียม การยื่นแบบแสดงรายการตามมาตรา 59ให้ยื่นภายในเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "34" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "37" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "59" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
42
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 42 การชำระภาษีตามมาตรา 20 ให้ชำระต่อเจ้าพนักงาน ณ สถานที่ที่อธิบดีกำหนด การชำระภาษีตามวรรคหนึ่ง บริษัทจะยื่นคำขอชำระเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลใดก็ได้ เมื่ออธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีพิจารณาเห็นสมควรจะอนุมัติให้ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลนั้นตามเงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดก็ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติตามวรรคสอง ให้บริษัทที่ใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานซึ่งมิใช่เงินตราไทยตามมาตรา 8 ชำระภาษีตามวรรคหนึ่งเป็นเงินตราไทย โดยให้คำนวณค่าตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ในวันทำการสุดท้ายก่อนวันชำระภาษี
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "20" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "8" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
43
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 43 ถ้ามีภาษีต้องเสีย ให้บริษัทที่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามหมวด 3 ชำระภาษีภายในห้าเดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ ในกรณีตามมาตรา 35 วรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ มีหน้าที่ชำระภาษีร่วมกับบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศด้วย
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "35" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
43 ทวิ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 43 ทวิ การยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามมาตรา34 (1) ถ้ามีภาษีต้องเสียให้บริษัทคำนวณและชำระภาษีจากจำนวนกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิตามมาตรา 34วรรคสอง พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ ภาษีที่ชำระตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 43
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "34" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "43" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
44
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 44 ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินตามหมวด 6 ให้ผู้มีหน้าที่ชำระภาษีชำระภาษีนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน เว้นแต่การประเมินตามมาตรา 59 ให้ชำระภาษีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "59" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
44/1
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 44/1 การขอคืนภาษีเงินได้ปิโตรเลียมหรือภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียภาษี หรือที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืนภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่ (1)ในกรณีผู้มีสิทธิขอคืนได้ยื่นรายการเมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือได้ยื่นรายการภายในเวลาที่อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีขยายหรือเลื่อนออกไป ให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืนภายในสามปีนับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ (2)ในกรณีผู้มีสิทธิขอคืนอุทธรณ์การประเมินหรือเป็นคดีในศาล ให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืนภายในสามปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินเป็นหนังสือหรือนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี คำร้องขอคืนตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืน ณ สถานที่ตามที่อธิบดีกำหนด
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
44/2
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 44/2 เพื่อประโยชน์ในการคืนภาษีเงินได้ปิโตรเลียมตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ เจ้าพนักงานประเมินอาจส่งหนังสือแจ้งความแก่ผู้มีสิทธิขอคืนหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสาร หรือหลักฐานอันควรแก่เรื่องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
45
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 45 ให้บริษัทซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้ตามมาตรา 21 มีหน้าที่ (1) หักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายทุกคราวที่จ่ายเงินได้นั้นในอัตราตามมาตรา 21 (2) ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย (3) นำส่งภาษีที่ต้องหักตาม (1) การหักภาษีตาม (1) ให้คำนวณหักตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "21" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
46
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 46 การยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามหมวดนี้ ให้กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทมีหน้าที่ยื่นแทนบริษัท ในกรณีที่บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่มีกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทอยู่ในราชอาณาจักร ให้ผู้ทำกิจการแทนบริษัทที่อยู่ในราชอาณาจักรในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ที่จ่ายตามมาตรา 21 มีหน้าที่ยื่นแทนบริษัท
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "21" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
47
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 47 ในกรณีที่บริษัทควบเข้ากัน ถ้าบริษัทซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้ตามมาตรา 21 ยังมิได้ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่โดยการควบเข้ากัน มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทนบริษัทเดิม
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "21" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
48
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 48 ในกรณีที่มีการโอนกิจการปิโตรเลียม ถ้าบริษัทผู้โอนไม่ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายภายในเวลาที่กำหนด และเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการไม่ยื่นแบบแสดงรายการนั้นต่อบริษัทผู้รับโอนแล้ว ให้บริษัทผู้รับโอนยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทนบริษัทผู้โอน
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
49
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 49 ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการปิโตรเลียม ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการแทนตามมาตรา 46 มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้ามีผู้ชำระบัญชีให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการแทนตามมาตรา 46 กับผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่ร่วมกัน ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "46" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
50
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 50 แบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ใช้แบบที่อธิบดีกำหนด ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย กรอกรายการในแบบนั้นโดยครบถ้วน และให้ยื่นเอกสารประกอบตามที่อธิบดีกำหนดไปพร้อมด้วย
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
51
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 51 การยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ยื่นภายในเจ็ดวันนับแต่วันจ่ายเงินได้ตามมาตรา 21 การยื่นแบบแสดงรายการตามมาตรา 48 ให้ยื่นภายในเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการไม่ยื่นแบบแสดงรายการของบริษัทผู้โอนกิจการปิโตรเลียม การยื่นแบบแสดงรายการตามมาตรา 59 ให้ยื่นภายในเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "21" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "48" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "59" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
52
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 52 ให้บริษัทที่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งภาษีในเจ็ดวันนับแต่วันจ่ายเงินได้ตามมาตรา 21 พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 51 ในกรณีตามมาตรา 46 วรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย มีหน้าที่นำส่งภาษีร่วมกับบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศด้วย
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "21" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "46" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "51" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
53
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 53 ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินตามหมวด 6 ให้ผู้มีหน้าที่นำส่งภาษี นำส่งภาษีนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน เว้นแต่การประเมินตามมาตรา 59 ให้นำส่งภาษีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "59" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
54
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 54 การยื่นแบบแสดงรายการและการนำส่งภาษีตามหมวดนี้ให้ยื่นและนำส่งต่อเจ้าพนักงาน ณ สถานที่ที่อธิบดีกำหนด
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
55
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 55 ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งมิได้หักภาษีหรือหักภาษีโดยไม่ถูกต้องก็ดี ต้องรับผิดร่วมกับบุคคลซึ่งได้รับเงินได้ตามมาตรา 21 ในการชำระภาษีนั้น ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว แต่มิได้นำส่งภาษีหรือนำส่งภาษีโดยไม่ถูกต้องก็ดี ให้บุคคลซึ่งได้รับเงินได้ตามมาตรา 21 พ้นความรับผิดในการเสียภาษีเท่าจำนวนที่ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ได้หักภาษีไว้ และให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย รับผิดในการชำระภาษีนั้นแต่ฝ่ายเดียว
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "21" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
56
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 56 เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อ (1) ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้มิได้ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ภายในเวลาที่กำหนด (2) ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาด ทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียคลาดเคลื่อนไป (3) บริษัทหรือผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินหรือไม่ตอบคำถามของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจไต่สวนโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือไม่สามารถแสดงหลักฐานในการคำนวณภาษี หรือ (4) บริษัทมิได้หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือมิได้ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือมิได้นำส่งภาษีโดยถูกต้องตามหมวด 5 การประเมินภาษี เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หรือการปฏิบัติการอื่นใดของเจ้าพนักงานประเมินตามพระราชบัญญัตินี้กับบริษัทที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานซึ่งมิใช่เงินตราไทยตามมาตรา 8 ให้เจ้าพนักงานประเมินดำเนินการโดยใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานของบริษัท ดังกล่าว
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "8" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
57
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 57 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา 56 เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจ (1) จัดทำรายการลงในแบบแสดงรายการเงินได้ตามหลักฐานที่เห็นว่าถูกต้อง เมื่อมิได้มีการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ (2) แก้ไขเพิ่มเติมรายการในแบบแสดงรายการเงินได้หรือในเอกสารที่ยื่นประกอบแบบแสดงรายการเงินได้เพื่อให้ถูกต้อง (3) ปรับปรุงจำนวนรายได้และรายจ่ายของบริษัทเพื่อให้ได้จำนวนที่บริษัทควรได้รับและจ่ายถ้าหากบริษัทได้ดำเนินการโดยอิสระ แต่บริษัทมิได้ดำเนินการโดยอิสระเพราะมีความสัมพันธ์ในด้านทุนหรือการจัดการกับบริษัทหรือบุคคลอื่น (4) กำหนดราคาหรือมูลค่าของทรัพย์สินหรือกิจการปิโตรเลียมตามราคาตลาดในวันโอน เมื่อการโอนทรัพย์สินหรือกิจการปิโตรเลียมนั้นไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร (5) กำหนดกำไรสุทธิหรือเงินได้ตามที่รู้เห็นหรือพิจารณาว่าถูกต้องเมื่อมีกรณีตามมาตรา 56 (3)
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "56" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
58
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 58 ในการดำเนินการตามมาตรา 56 หรือมาตรา 57 เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจ (1) ออกหมายเรียกผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้หรือแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายและออกหมายเรียกพยานมาให้ถ้อยคำ (2) ออกคำสั่งให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้หรือแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายและออกคำสั่งให้พยานตอบคำถามเป็นหนังสือ หรือส่งบัญชีหลักฐาน รายงานหรือเอกสารอื่นอันควรแก่กรณีมาตรวจสอบไต่สวน ทั้งนี้ ต้องให้เวลาแก่ผู้รับหมายเรียกหรือคำสั่งไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันได้รับหมายเรียกหรือคำสั่งนั้น
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "56" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "57" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
59
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 59 ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจสั่งให้ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้หรือแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย และมีอำนาจประเมินภาษี สั่งให้เสียภาษีหรือนำส่งภาษีก่อนกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัตินี้
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
60
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 60 เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินแล้ว ให้แจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังบริษัทหรือผู้มีหน้าที่ชำระภาษีหรือนำส่งภาษี ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้ เว้นแต่การประเมินตามมาตรา 56 (3) ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติตามประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์มาใช้บังคับ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "56" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
61
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 61 การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินให้กระทำได้ภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ (1) ห้าปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 51 วรรคหนึ่ง หรือวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลาที่อธิบดีขยายหรือเลื่อนออกไปตามมาตรา 5 แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว (2) ห้าปีนับแต่วันที่บริษัทยื่นแบบแสดงรายการเงินได้หรือแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่บริษัทยื่นแบบแสดงรายการภายหลังวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลาดังกล่าวใน (1) แต่ต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการ (3) สิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการเงินได้หรือแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในกรณีที่บริษัทมิได้ยื่นแบบแสดงรายการหรือยื่นแบบแสดงรายการเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีหรือการนำส่งภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการโดยแสดงจำนวนรายได้หรือภาษีที่ต้องนำส่งขาดไปเกินร้อยละ 25 ของจำนวนรายได้หรือภาษีที่ต้องนำส่งในแบบแสดงรายการ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "41" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "5" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "51" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
62
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 62 ให้บริษัทเสียเบี้ยปรับในกรณีและตามอัตราดังต่อไปนี้ (1)ถ้ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามมาตรา 34 (1) ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 41วรรคหนึ่ง หรือยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามมาตรา 34 (1) ภายในกำหนดเวลาโดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิตามมาตรา 34 วรรคสอง ขาดไปเกินร้อยละ 25ของกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นโดยไม่มีเหตุอันสมควรให้เสียเบี้ยปรับอีกร้อยละ 20 ของภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 43 ทวิหรือของภาษีที่ชำระขาด แล้วแต่กรณี (2)ถ้ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง หรือภายในกำหนดเวลาตามมาตรา34 (2) ที่ขยายหรือเลื่อนออกไปตามมาตรา 5 ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของภาษี (3)ถ้ายื่นแบบแสดงรายการเงินได้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียลดน้อยลงให้เสียเบี้ยปรับอีกร้อยละ 20 ของภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม (4) ถ้ามิได้หักภาษี ณ ที่จ่ายหรือมิได้ยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย ภายในกำหนดเวลาตามหมวด 5หรือยื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ถูกต้องทำให้จำนวนภาษีที่นำส่งนั้นน้อยไปกว่าจำนวนที่ควรต้องนำส่ง ให้เสียเบี้ยปรับอีกร้อยละ20 ของภาษีที่มิได้หัก ณ ที่จ่าย หรือที่มิได้ยื่นแบบแสดงรายการหรือที่ยื่นแบบแสดงรายการขาดไปแล้วแต่กรณี
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "34" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "41" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "43 ทวิ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "5" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "34" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
63
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 63 บริษัทใดมิได้ชำระหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาตามหมวด 4 หรือหมวด 5 หรือชำระหรือนำส่งขาดจากจำนวนที่ควรต้องชำระหรือนำส่ง ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระหรือชำระขาดหรือที่ต้องนำส่งหรือนำส่งขาด โดยไม่รวมเบี้ยปรับตามมาตรา 62 การคำนวณเงินเพิ่มดังกล่าวมิให้คิดทบต้น ในกรณีที่อธิบดีสั่งให้ขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาชำระหรือนำส่งภาษีตามมาตรา 5 และได้มีการชำระหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายหรือเลื่อนให้นั้น เงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งให้ลดลงเหลือร้อยละ 0.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน การคำนวณเงินเพิ่มทุกกรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เริ่มนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่งหรือวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 51 วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี เว้นแต่การประเมินตามมาตรา 59 ให้เริ่มนับแต่วันสุดท้ายแห่งเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด เงินเพิ่มตามมาตรานี้มิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "41" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "5" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "51" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "59" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "62" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
64
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 64 เบี้ยปรับและเงินเพิ่มอาจงดหรือลดลงได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 เพื่อให้ได้รับชำระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ให้ถือว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามหมวดนี้เป็นภาษี
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 ทวิ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 ทวิ ความในหมวดนี้ให้ใช้บังคับแก่บริษัทซึ่งได้ทำสัญญาปิโตรเลียมก่อนปี พ.ศ. 2512 และได้ทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับองค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทยก่อนปี พ.ศ. 2522 และบริษัทอื่นตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนด ให้นำบทนิยามคำว่า “เงินได้” “จำหน่าย” และ “บริษัท” ในมาตรา 65 ตรี มาใช้แทนบทนิยามของคำเหล่านั้นในมาตรา 4 และให้นำความในมาตรา 65 จัตวา มาตรา 65 เบญจ มาตรา 65 ฉ มาตรา 65 สัตต มาตรา 65 อัฏฐ มาตรา 65 นว มาตรา 65 ทศ และมาตรา 65 เอกาทศ มาใช้บังคับแทนความใน มาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 31 มาตรา 41 และมาตรา 43 ตามลำดับ สำหรับบริษัทตามวรรคหนึ่ง มิให้นำคำนิยาม “ราคามาตรฐาน” ในมาตรา 4 กับความในมาตรา 13 มาตรา 18 และมาตรา 32 มาใช้บังคับกับบริษัทตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติในหมวดอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับบริษัทตามวรรคหนึ่งได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในหมวดนี้ และที่ใดบัญญัติถึง “เงินได้” “จำหน่าย” หรือ “บริษัท” ให้หมายถึง “เงินได้” “จำหน่าย” หรือ “บริษัท” ตามลำดับตามหมวดนี้ และที่ใดที่อ้างถึง มาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 31 มาตรา 41 และมาตรา 43 ให้หมายถึงมาตรา 65 จัตวา มาตรา 65 เบญจ มาตรา 65 ฉ มาตรา 65 สัตต มาตรา 65 อัฏฐ มาตรา 65 นว มาตรา 65 ทศ และมาตรา 65 เอกาทศ ตามลำดับตามหมวดนี้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "13" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "18" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "20" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "21" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "24" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "25" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "26" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "31" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "32" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "4" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "41" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "43" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 จัตวา" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 ฉ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 ตรี" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 ทศ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 นว" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 สัตต" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 อัฏฐ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เบญจ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เอกาทศ" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 ตรี
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 ตรี ในหมวดนี้ “เงินได้” หมายความว่า เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้มาอันอาจคิดคำนวณได้เป็นเงินและหมายความรวมถึงภาษีอากรที่มีผู้อื่นออกแทนให้ “จำหน่าย” หมายความว่า ส่งปิโตรเลียมออกนอกราชอาณาจักร ส่งปิโตรเลียมไปยังโรงกลั่นน้ำมันหรือสถานที่เก็บรักษาเพื่อการกลั่นปิโตรเลียมของบริษัท นำปิโตรเลียมที่ต้องเสียค่าภาคหลวงไปใช้ในกิจการใด ๆ ของบริษัทโดยไม่มีการขาย หรือโอนปิโตรเลียมที่ต้องเสียค่าภาคหลวง ไปโดยไม่มีค่าตอบแทน “บริษัท” หมายความว่า บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมซึ่งได้รับสัมปทานหรือมีส่วนได้เสียร่วมกันในสัมปทาน
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 จัตวา
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 จัตวา บริษัทมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ดังต่อไปนี้ (1)ภาษีเงินได้เป็นรายรอบระยะเวลาบัญชีในอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 แต่ไม่เกินร้อยละ 48 ของกำไรสุทธิที่ได้จากกิจการปิโตรเลียม (2) ภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ23.08 ของเงินกำไรที่เหลือจากการชำระภาษีเงินได้ตาม (1)หรือเงินประเภทอื่นใดที่กันไว้จากกำไรดังกล่าว หรือที่ถือว่าเป็นเงินกำไรดังกล่าว ทั้งนี้ เฉพาะจำนวนที่จำหน่ายออกนอกราชอาณาจักร เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีเงินได้ตาม(2) ให้ถือภาษีเงินได้ตาม (2) นั้น เป็นเงินกำไรที่จำหน่ายออกนอกราชอาณาจักรด้วย
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 เบญจ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 เบญจ ในกรณีที่มีการโอนกิจการปิโตรเลียมถ้าบริษัทผู้รับโอนจ่ายเงินได้ที่เป็นเงินค่าสิทธิ เงินปีหรือเงินได้ประจำเนื่องจากการโอนนั้น โดยเงินดังกล่าวไม่อาจกำหนดจำนวนทั้งสิ้นได้แน่นอนให้บุคคลซึ่งได้รับเงินได้นั้นมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ50 แต่ไม่เกินร้อยละ 60 ของเงินได้หลังจากหักต้นทุนตามมาตรา 33 แล้ว บุคคลใดได้รับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากบริษัทบุคคลนั้นมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยนั้นในอัตราตามวรรคหนึ่งและให้นำภาษีที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วตามมาตรา 45มาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องเสีย บุคคลใดได้รับเงินปันผลหรือส่วนแบ่งของกำไรจากบริษัทที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา65 จัตวา (1) แต่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ตาม ตามมาตรา 65 จัตวา (2)บุคคลนั้นมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 23.08ของเงินปันผลหรือส่วนแบ่งของกำไรนั้น และให้นำภาษีที่ถูกหักไว้ ณที่จ่ายและนำส่งแล้วตามมาตรา 45 มาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องเสีย
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "33" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "45" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 จัตวา" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 ฉ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 ฉ ภายใต้บังคับมาตรา 65 สัตตและมาตรา 65 อัฏฐรายจ่ายตามปกติและจำเป็นให้จำกัดอยู่เฉพาะแต่รายจ่ายที่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นรายจ่ายตามปกติและจำเป็นในจำนวนไม่เกินสมควรและได้จ่ายไปทั้งหมดเฉพาะในกิจการปิโตรเลียมไม่ว่าจะจ่ายในหรือนอกราชอาณาจักรและภายในข้อจำกัดดังกล่าวให้รวมถึง (1)ค่าเช่าหรือค่าตอบแทนอย่างอื่นในการเช่าทรัพย์สิน (2) ค่าแรงงาน ค่าบริการค่าวัสดุสิ้นเปลืองและรายจ่ายทำนองเดียวกันอย่างอื่นที่ใช้ในการเจาะเพื่อสำรวจหรือเพื่อผลิต (3) ค่ารับรอง (4) หนี้สูญที่จำหน่ายจากบัญชี (5) เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญ (6) ค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุน (7) ค่าภาคหลวงไม่ว่าจะชำระเป็นตัวเงินหรือปิโตรเลียม (8)รายจ่ายของสำนักงานใหญ่เท่าที่จัดสรรได้โดยสมควรว่าเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมของบริษัท (9)ราคาทุนของทรัพย์สินหรือสิทธิใด ๆ ที่หักค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุนแล้วสำหรับรายได้ตามมาตรา22 (4) (10) ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเฉพาะที่บริษัทพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้รับและได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายดอกเบี้ยนั้นแล้วตามมาตรา 45
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "45" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 สัตต" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 อัฏฐ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "22" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 สัตต
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 สัตต รายการที่มิให้ถือเป็นรายจ่ายตามปกติและจำเป็นให้รวมถึง (1)รายจ่ายที่เป็นทุนหรือรายจ่ายในการต่อเติม เปลี่ยนแปลงขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน รายจ่ายที่เป็นทุนตามวรรคหนึ่งหมายความว่ารายจ่ายที่จ่ายไปเพื่อได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมโดยทรัพย์สินหรือประโยชน์นั้นมีผลต่อกิจการเป็นเวลาเกินหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชีและให้หมายความรวมถึงผลขาดทุนที่เกิดขึ้นก่อนรอบระยะเวลาบัญชีแรกตามมาตรา 65 อัฏฐ (1) วรรคสอง และรายจ่ายตามปกติและจำเป็นที่จ่ายไปก่อนรอบระยะเวลาบัญชีแรกตามมาตรา 65 อัฏฐ (1) วรรคสองด้วย (2) รายจ่ายที่เป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หาหรือรายจ่ายที่เป็นการบริจาค (3)ผลเสียหายอันอาจได้กลับคืนเนื่องจากการประกัน หรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ (4)รายจ่ายเพื่อตอบแทนทุนหรือทรัพย์สินของบริษัท (5)เงินสำรองหรือเงินสมทบกองทุนใด ๆ เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 65 ฉ (5) (6) ภาษีเงินได้ เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มที่บริษัทต้องเสียตามพระราชบัญญัตินี้หรือที่ต้องเสียในต่างประเทศ (7) รายจ่ายเพื่อกิจการหรือเพื่อประโยชน์ในการหามาซึ่งเงินได้อันไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ (8)รายจ่ายที่บริษัทพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ (9) ค่าธรรมเนียมการสงวนพื้นที่และเงินเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม (10) ค่าปรับทางอาญา
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 ฉ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 อัฏฐ" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 อัฏฐ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 อัฏฐ การคำนวณรายได้ รายจ่าย และกำไรสุทธิตามหมวดนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (1)กำไรสุทธิต้องคำนวณเป็นรายรอบระยะเวลาบัญชี รอบระยะเวลาบัญชีแรกให้เริ่มนับแต่วันที่บริษัทขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียมที่ต้องเสียค่าภาคหลวงเป็นครั้งแรกแต่ถ้าอธิบดีอนุมัติให้บริษัทเลือกนับแต่วันใดวันหนึ่งของเดือนเดียวกันก่อนวันที่บริษัทขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียมนั้นเป็นครั้งแรกก็ให้เริ่มนับแต่วันที่บริษัทเลือก ส่วนรอบระยะเวลาบัญชีต่อ ๆ ไป ให้เริ่มนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีก่อน รอบระยะเวลาบัญชีให้มีกำหนดสิบสองเดือนเว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้จะมีกำหนดน้อยกว่าสิบสองเดือนก็ได้ (ก)บริษัทถือเอาวันใดวันหนึ่งเป็นวันสิ้นสุดของรอบระยะเวลาบัญชีแรก (ข)ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการปิโตรเลียม ให้ถือวันเลิกกิจการปิโตรเลียมเป็นวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี (ค)บริษัทได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้เปลี่ยนวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี ในกรณีที่บริษัทโอนสิทธิใด ๆตามสัมปทานก่อนวันเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีแรกตามวรรคสองเพื่อประโยชน์ในการคำนวณกำไรสุทธิเนื่องจากการโอนสิทธิเช่นว่านั้น ให้ถือวันโอนเป็นวันแรกและวันสิ้นสุดของรอบระยะเวลาบัญชีและในระยะเวลาตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวจนถึงวันเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีแรกตามวรรคสองให้ถือว่าไม่มีรอบระยะเวลาบัญชี (2)ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งหมวด 2 และหมวดนี้ วิธีการ หลักเกณฑ์และการปฏิบัติทางบัญชีเพื่อคำนวณรายได้ รายจ่ายและกำไรสุทธิของบริษัท ให้เป็นไปตามวิธีการหลักเกณฑ์และการปฏิบัติทางบัญชีที่เหมาะสมซึ่งใช้อยู่เป็นปกติในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม (3)ยอดเงินได้จากการขายปิโตรเลียมตามมาตรา 22 (1)ให้ถือตามราคาที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับจากการขายปิโตรเลียมหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปิโตรเลียมนั้น (4) มูลค่าของปิโตรเลียมตามมาตรา22 (2) ให้คำนวณตามราคาตลาด ในกรณีที่มีการส่งปิโตรเลียมไปยังโรงกลั่นน้ำมันหรือสถานที่เก็บรักษาเพื่อการกลั่นน้ำมันของบริษัทให้กำหนดมูลค่าของปิโตรเลียมตามวรรคหนึ่งในวันที่มีการขายหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมนั้นและรวมเป็นเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการขายหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมนั้นในกรณีที่มีการจำหน่ายปิโตรเลียมโดยประการอื่น ให้กำหนดมูลค่าของปิโตรเลียมตามวรรคหนึ่งในเวลาที่มีการจำหน่ายและรวมเป็นเงินได้ในปีที่มีการจำหน่ายนั้น การกำหนดราคาตลาดและปริมาณของปิโตรเลียมที่จะต้องนำมูลค่ามารวมเป็นเงินได้ตามวรรคสองให้เฉลี่ยเงินได้ทั้งหมดที่ได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมหรือมูลค่าตามราคาตลาดของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรทั้งหมดแล้วแต่กรณี เป็นมูลค่าของปิโตรเลียมนั้น ทั้งนี้ตามวิธีการ หลักเกณฑ์และการปฏิบัติทางบัญชีที่เหมาะสมซึ่งใช้อยู่เป็นปกติในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมแต่มิให้ถือว่ามีการขายหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมดังกล่าวในรอบระยะเวลาบัญชีใดๆ หลังจากรอบระยะเวลาบัญชีที่ส่งปิโตรเลียมนั้นไปยังโรงกลั่นเว้นแต่บริษัทพิสูจน์ได้ว่ายังมิได้มีการขายหรือส่งออกซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมนั้น (5) มูลค่าของปิโตรเลียมตามมาตรา22 (3)ให้คำนวณตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมที่เกี่ยวกับการคำนวณมูลค่าปิโตรเลียมที่ส่งชำระเป็นค่าภาคหลวง (6)ถ้าบริษัทหนึ่งที่มีส่วนได้เสียร่วมกันในสัมปทานต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสำรวจปิโตรเลียมหรือการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมเพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนได้เสียนั้นแต่ค่าใช้จ่ายนั้นมิได้เสียให้แก่บริษัทอื่นที่มีส่วนได้เสียร่วมกันในสัมปทานค่าใช้จ่ายดังกล่าวมิให้ถือเป็นเงินได้ของบริษัทอื่นนั้น (7) ค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุนให้หักได้เฉพาะตามประเภท อัตรา และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา (8) ค่าแรงงาน ค่าบริการค่าวัสดุสิ้นเปลืองและรายจ่ายทำนองเดียวกันอย่างอื่นที่ใช้ในการเจาะเพื่อสำรวจหรือเพื่อผลิตปิโตรเลียมบริษัทจะถือเป็นรายจ่ายที่เป็นทุนในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีรายจ่ายนั้นก็ได้ (9) ค่ารับรองให้หักเป็นรายจ่ายได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง (10) ราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากสินค้าให้ถือตามราคาทุน ถ้าราคาทุนเป็นเงินตราต่างประเทศให้คำนวณเป็นเงินตราไทยเช่นเดียวกับวิธีการตาม (12)ราคาทุนดังกล่าวอาจลดลงได้โดยการหักค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุนตาม (7)แต่ห้ามมิให้ตีราคาลดลง ส่วนการตีราคาเพิ่มขึ้นให้กระทำได้เท่าที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร (11)ราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีจะคำนวณตามราคาทุนก็ได้หรือจะคำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่าก็ได้และให้ถือราคานี้เป็นราคาสินค้าคงเหลือยกมาสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ การคำนวณราคาทุนตามวรรคหนึ่งนั้นเมื่อได้คำนวณตามหลักเกณฑ์ใดตามวิชาการบัญชีแล้ว ให้ใช้หลักเกณฑ์นั้นตลอดไปเว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนหลักเกณฑ์ได้ (12) เงินตรา หนี้สินหรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราไทยตามอัตราที่ได้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศนั้น ในกรณีที่มิได้มีการซื้อขายเงินตราต่างประเทศให้คำนวณเงินตราต่างประเทศ หนี้สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยในรอบระยะเวลาหนึ่งเดือนก่อนเดือนที่ได้รับมาหรือจ่ายไปโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยรายวันที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขอ อธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้วให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป (13) เงินตราหนี้สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศเหลืออยู่ในวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายในวันทำการสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีแล้วแต่กรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขออธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้วให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป (14) การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้จะกระทำได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงแต่ถ้าได้รับชำระหนี้ในรอบระยะเวลาบัญชีใดให้นำมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หนี้สูญรายใดได้นำมาคำนวณเป็นรายได้แล้วหากได้รับชำระในภายหลังก็มิให้นำมาคำนวณเป็นรายได้อีก (15)เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญจะถือเป็นรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 10ของเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในรอบระยะเวลาบัญชีและต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้ (ก)กองทุนได้ตั้งไว้เพื่อประโยชน์แก่ลูกจ้างโดยเฉพาะ (ข)เงินกองทุนต้องแยกไว้ต่างหากให้พ้นจากการครอบครองของบริษัท (ค)เงินกองทุนจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้นอกจากเพื่อประโยชน์แก่กองทุนโดยเฉพาะ (ง)เงินสมทบกองทุนต้องไม่กลับคืนมาเป็นของบริษัทอีก และ (จ)เงินสมทบกองทุนต้องจ่ายตามข้อผูกพันที่มีระเบียบว่าด้วยกองทุนกำหนดไว้เป็นหนังสือ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "22" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 อัฏฐ/1
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 อัฏฐ/1 ในกรณีที่บริษัทตามหมวดนี้เป็นบริษัทที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานซึ่งมิใช่เงินตราไทยตามมาตรา8 การคำนวณรายได้ รายจ่าย และกำไรสุทธิของบริษัทดังกล่าวเพื่อเสียภาษีเงินได้ให้คำนวณโดยใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานนั้นตามมาตรา 65 อัฏฐแต่มิให้นำมาตรา 65 อัฏฐ (10) (12) และ (13) มาใช้บังคับ และให้ดำเนินการดังนี้แทน (1)ราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากสินค้า ให้ถือตามราคาทุนถ้าราคาทุนเป็นเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานให้คำนวณเป็นเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานด้วยวิธีการตาม (2)ราคาทุนดังกล่าวอาจลดลงได้โดยการหักค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุนตามมาตรา 65 อัฏฐ (7) แต่ห้ามมิให้ตีราคาลดลงส่วนการตีราคาเพิ่มขึ้น ให้กระทำได้เท่าที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร (2) เงินตรา หนี้สินหรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานตามอัตราที่ได้ซื้อขายเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานนั้น ในกรณีที่มิได้มีการซื้อขายเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานให้คำนวณเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงาน หนี้สิน หรือสิทธิเรียกร้องนั้นตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยในรอบระยะเวลาหนึ่งเดือนก่อนเดือนที่ได้รับมาหรือจ่ายไปโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยรายวันที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขอ อธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้วให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป (3) เงินตรา หนี้สินหรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานเหลืออยู่ในวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายในวันทำการสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีแล้วแต่กรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขออธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้วให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป (4)ผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราอันเนื่องมาจากการคำนวณตามมาตรา 8/1หรือจากการคำนวณมูลค่าของเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานเป็นเงินตราไทยเพื่อชำระภาษีตามมาตรา 42มิให้ถือเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "42" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 อัฏฐ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "8/1" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "8" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 นว
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 นว ในกรณีที่บริษัทมีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 65 จัตวา (2)หรือมีหน้าที่หักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 45 สำหรับเงินได้ตามมาตรา 65 เบญจวรรคสาม ในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้บริษัทได้รับเครดิตเพื่อหักออกจากภาษีดังกล่าวสำหรับปิโตรเลียมที่ผลิตได้เพื่อใช้ในราชอาณาจักรเป็นจำนวนเงินตามอัตรา ดังต่อไปนี้ (1) ร้อยละ 4.375 ของยอดเงินได้จากการขายปิโตรเลียมหรือมูลค่าของปิโตรเลียมที่จำหน่ายหรือมูลค่าของปิโตรเลียมที่ส่งชำระเป็นค่าภาคหลวงตามมาตรา22 (1) (2) และ (3)สำหรับปิโตรเลียมที่ผลิตจากแปลงสำรวจที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ*กำหนดว่าเป็นแปลงสำรวจในทะเลที่มีน้ำลึกเกิน200 เมตร (2) ร้อยละ 6.25ของยอดเงินได้จากการขายปิโตรเลียมหรือมูลค่าของปิโตรเลียมที่จำหน่ายหรือมูลค่าของปิโตรเลียมที่ส่งชำระเป็นค่าภาคหลวงตามมาตรา22 (1) (2) และ (3) สำหรับปิโตรเลียมที่ผลิตจากแปลงสำรวจนอกจาก (1) การนำเครดิตมาหักจากภาษีตามวรรคหนึ่งให้อยู่ภายใต้ข้อจำกัด ดังต่อไปนี้ (1)เครดิตที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด จะต้องมีจำนวนไม่เกินภาษีตามมาตรา 65 จัตวา(1) และ (2) สำหรับกำไรที่ได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หรือภาษีตามมาตรา 65 จัตวา(1) และมาตรา 65 เบญจ วรรคสาม แล้วแต่กรณี (2) เครดิตที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชีใดจะต้องไม่เกินภาษีที่ต้องเสียตามมาตรา 65 จัตวา (2) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นหรือไม่เกินภาษีที่ต้องเสียตามมาตรา 65 เบญจ วรรคสาม สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นซึ่งต้องหักไว้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 45 แล้วแต่กรณี ถ้ายังมีเครดิตเหลืออยู่ให้ยกเครดิตส่วนที่เหลือนั้นไปหักในรอบระยะเวลาบัญชีต่อ ๆ ไปได้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "45" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 จัตวา" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เบญจ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "22" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 ทศ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 ทศ การยื่นแบบแสดงรายการเงินได้สำหรับเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา65 จัตวา (1) หรือมาตรา 65 เบญจให้ยื่นภายในห้าเดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีสำหรับเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 65 จัตวา (2)ให้ยื่นภายในเจ็ดวันนับแต่วันจำหน่าย การยื่นแบบแสดงรายการตามมาตรา 37ให้ยื่นภายในเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการไม่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ของบริษัทผู้โอนกิจการปิโตรเลียม การยื่นแบบแสดงรายการมาตรา 59 ให้ยื่นภายในเวลาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "37" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "59" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 จัตวา" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เบญจ" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 เอกาทศ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 เอกาทศ ถ้ามีภาษีต้องเสียให้บริษัทที่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ตามหมวด 3ชำระภาษีภายในห้าเดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้เว้นแต่ในกรณีการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้สำหรับภาษีที่ต้องเสียตามมาตรา 65 จัตวา(2) ให้ชำระภาษีภายในเจ็ดวันนับแต่วันจำหน่ายพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ ในกรณีตามมาตรา 35 วรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้มีหน้าที่ชำระภาษีร่วมกับบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศด้วย
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "35" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 จัตวา" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 ทวาทศ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 ทวาทศ บทบัญญัติมาตรา 12 มิให้นำมาใช้บังคับแก่ (1)เงินได้ที่บริษัทได้จากกิจการอื่นนอกจากกิจการปิโตรเลียม (2)ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่บุคคลใดได้รับจากบริษัท
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "12" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 เตรส
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 เตรส ในกรณีที่บริษัทมีเงินได้จากกิจการอื่นนอกจากกิจการปิโตรเลียมให้บริษัทเสียภาษีสำหรับเงินได้นั้นตามประมวลรัษฎากร ให้บริษัทจัดทำบัญชี หลักฐานรายงาน และเอกสารอื่นที่เกี่ยวกับเงินได้จากกิจการอื่นที่กล่าวในวรรคหนึ่งแยกต่างหากจากบัญชีหลักฐาน รายงาน และเอกสารอื่นที่เกี่ยวกับเงินได้จากกิจการจากปิโตรเลียม ในกรณีที่บริษัทมีรายจ่ายซึ่งเป็นทั้งของกิจการอื่นและกิจการปิโตรเลียมรวมกันให้แบ่งเฉลี่ยรายจ่ายตามส่วนระหว่างกิจการอื่นและกิจการปิโตรเลียม ให้บริษัทปฏิบัติตามระเบียบการจัดแบ่งเฉลี่ยรายจ่ายระหว่างกิจการต่างๆ ตามที่อธิบดีได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบแล้ว มูลค่าของปิโตรเลียมตามมาตรา 22(2) ซึ่งบริษัทนำไปใช้ในกิจการอื่นนอกจากกิจการปิโตรเลียมในรอบระยะเวลาบัญชีใดให้หักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิตามประมวลรัษฎากรสำหรับเงินได้จากกิจการอื่นนอกจากกิจการปิโตรเลียมในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นได้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "22" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 จตุทศ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 จตุทศ ความในหมวดนี้ให้ใช้บังคับแก่บริษัทซึ่งได้ทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับองค์กรร่วม ให้นำบทนิยามคำว่า “ปิโตรเลียม” “กิจการปิโตรเลียม” “เงินได้” “จำหน่าย” “ค่าภาคหลวง” และ “บริษัท” ในมาตรา 65 ปัณรสมาใช้แทนบทนิยามของคำเหล่านั้นในมาตรา 4 และให้นำความในมาตรา 65 โสฬส มาตรา 65สัตตรส มาตรา 65 อัฏฐารส มาตรา 65 เอกูนวีสติ มาตรา 65 วีสติ และมาตรา 65 เอกวีสติมาใช้บังคับแทนความในมาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 25 และมาตรา 26ตามลำดับ สำหรับบริษัทตามวรรคหนึ่ง มิให้นำคำนิยาม “ราคามาตรฐาน” ในมาตรา 4 และความในมาตรา 18 มาใช้บังคับกับบริษัทตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติในหมวดอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับบริษัทตามวรรคหนึ่งได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในหมวดนี้และที่ใดบัญญัติถึง “ปิโตรเลียม” “กิจการปิโตรเลียม” “เงินได้” “จำหน่าย” “ค่าภาคหลวง” และ “บริษัท” ให้หมายถึง “ปิโตรเลียม” “กิจการปิโตรเลียม” “เงินได้” “จำหน่าย” “ค่าภาคหลวง” และ “บริษัท” ตามลำดับตามหมวดนี้และที่ใดที่อ้างถึงมาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 25 และมาตรา 26ให้หมายถึงมาตรา 65 โสฬส มาตรา 65 สัตตรส มาตรา 65 อัฏฐารส มาตรา 65 เอกูนวีสติมาตรา 65 วีสติ และมาตรา 65 เอกวีสติ ตามลำดับตามหมวดนี้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "18" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "20" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "21" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "22" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "24" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "25" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "26" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "4" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 ปัณรส" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 วีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 สัตตรส" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 อัฏฐารส" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เอกวีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เอกูนวีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 โสฬส" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 ปัณรส
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 ปัณรส ในหมวดนี้ “องค์กรร่วม” หมายความว่าองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย ตามพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 “พื้นที่พัฒนาร่วม” หมายความว่า“พื้นที่พัฒนาร่วมตามพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 “ปิโตรเลียม” หมายความว่าน้ำมันดิบหรือไฮโดรคาร์บอนอื่นใด และก๊าซธรรมชาติซึ่งอยู่ในสภาพอันเป็นธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลวที่ปากหลุมรวมทั้งหินบิทูเมนและทรัพยากรอื่นที่สะสมอยู่เป็นชั้น ๆซึ่งสามารถจะสกัดน้ำมันออกมาได้ “กิจการปิโตรเลียม” หมายความว่า กิจการปิโตรเลียมตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตและให้หมายความรวมถึงการโอนทรัพย์สินหรือสิทธิใด ๆ ทั้งหมดหรือบางส่วนที่เกี่ยวกับกิจการดังกล่าว ไม่ว่าการโอนนั้นจะเป็นปกติธุระหรือไม่ก็ตามรวมทั้งกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการหรือการโอนดังกล่าวด้วย “เงินได้” หมายความว่า เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้มาอันอาจคำนวณได้เป็นเงินและหมายความรวมถึงภาษีอากรที่มีผู้อื่นออกแทนให้ “จำหน่าย” หมายความว่าส่งน้ำมันดิบส่วนที่เป็นของบริษัทไปยังโรงกลั่นน้ำมันหรือสถานที่เก็บรักษาเพื่อการกลั่นน้ำมันของบริษัทส่งก๊าซธรรมชาติไปยังโรงแยกก๊าซ โรงทำก๊าซให้เป็นของเหลว โรงอัดก๊าซหรือสถานที่เก็บรักษาเพื่อกิจการดังกล่าวของบริษัทนำปิโตรเลียมส่วนที่เป็นของบริษัทไปใช้ในกิจการใด ๆ ของบริษัท โดยไม่มีการขายหรือโอนปิโตรเลียมส่วนที่เป็นของบริษัทโดยไม่มีค่าตอบแทน “ค่าภาคหลวง” หมายความว่า ค่าภาคหลวงที่บริษัทต้องชำระให้แก่องค์กรร่วมตามพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย- มาเลเซีย พ.ศ. 2533 “บริษัท” หมายความว่าผู้ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตหรือมีส่วนได้เสียร่วมกันในสัญญาแบ่งปันผลผลิตที่ทำกับองค์กรร่วมไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ตาม “สัญญาแบ่งปันผลผลิต” หมายความว่าสัญญาแบ่งปันผลผลิตที่ออกตามพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 โสฬส
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 โสฬส บริษัทมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้เป็นรายรอบระยะเวลาบัญชีในอัตราดังต่อไปนี้ของกำไรสุทธิที่ได้จากกิจการปิโตรเลียม รอบระยะเวลาบัญชีแรกถึงรอบระยะเวลาบัญชีที่แปดร้อยละ 0 รอบระยะเวลาบัญชีที่เก้าถึงรอบระยะเวลาบัญชีที่สิบห้าร้อยละ 10 รอบระยะเวลาบัญชีที่สิบหกเป็นต้นไปร้อยละ 20
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 สัตตรส
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 สัตตรส ในกรณีที่มีการโอนกิจการปิโตรเลียมถ้าบริษัทผู้รับโอนจ่ายเงินได้ที่เป็นเงินค่าสิทธิ เงินปีหรือเงินได้ประจำเนื่องจากการโอนนั้นโดยเงินดังกล่าวไม่อาจกำหนดจำนวนทั้งสิ้นได้แน่นอนให้บุคคลซึ่งได้รับเงินได้นั้นมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในอัตราดังต่อไปนี้ของเงินได้หลังจากหักต้นทุนตามมาตรา33 แล้ว ในกรณีที่มีการโอนในรอบระยะเวลาบัญชีแรกถึงรอบระยะเวลาบัญชีที่แปดร้อยละ 0 ในกรณีที่มีการโอนในรอบระยะเวลาบัญชีที่เก้าถึงรอบระยะเวลาบัญชีที่สิบห้าร้อยละ 10 ในกรณีที่มีการโอนในรอบระยะเวลาบัญชีที่สิบหกเป็นต้นไปร้อยละ 20
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "33" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 อัฏฐารส
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 อัฏฐารส การคำนวณกำไรสุทธิให้นำเอาจำนวนดังต่อไปนี้มารวมเป็นรายได้ (1) ยอดเงินได้จากการขายปิโตรเลียม (2)มูลค่าของปิโตรเลียมที่จำหน่าย (3)ยอดเงินได้เนื่องจากการโอนทรัพย์สินหรือสิทธิใด ๆอันเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมซึ่งอาจกำหนดจำนวนทั้งสิ้นได้แน่นอน (4)ยอดเงินได้อื่นใดที่ได้รับเนื่องจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 เอกูนวีสติ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 เอกูนวีสติ ภายใต้บังคับมาตรา 65 วีสติ และมาตรา 65เอกวีสติรายจ่ายตามปกติและจำเป็นให้จำกัดอยู่เฉพาะแต่รายจ่ายที่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นรายจ่ายตามปกติและจำเป็นในจำนวนไม่เกินสมควรและได้จ่ายไปทั้งหมดเฉพาะในกิจการปิโตรเลียม ไม่ว่าจะจ่ายในหรือนอกราชอาณาจักรและภายในข้อจำกัดดังกล่าวให้รวมถึง (1)ค่าเช่าหรือค่าตอบแทนอย่างอื่นในการเช่าทรัพย์สิน (2) ค่าแรงงาน ค่าบริการค่าวัสดุสิ้นเปลืองและรายจ่ายทำนองเดียวกันอย่างอื่นที่ใช้ในการเจาะเพื่อสำรวจหรือเพื่อผลิต (3) ค่ารับรอง (4) หนี้สูญที่จำหน่ายจากบัญชี (5)เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญ (6) ค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุน (7) รายจ่ายของสำนักงานใหญ่เท่าที่จัดสรรได้โดยสมควรว่าเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมของบริษัทและรายจ่ายเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมที่เรียกเก็บโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน (8)ราคาทุนของทรัพย์สินหรือสิทธิใด ๆ ที่หักค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุนแล้วสำหรับรายได้ตามมาตรา 65 อัฏฐารส (3)
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 วีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 อัฏฐารส" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เอกวีสติ" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 วีสติ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 วีสติ รายการที่มิให้ถือเป็นรายจ่ายตามปกติและจำเป็นให้รวมถึง (1)รายจ่ายที่เป็นทุนหรือรายจ่ายในการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน รายจ่ายที่เป็นทุนตามวรรคหนึ่งหมายความว่ารายจ่ายที่จ่ายไปเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมโดยทรัพย์สินหรือประโยชน์นั้นมีผลต่อกิจการเป็นเวลาเกินหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชีและให้หมายความรวมถึงผลขาดทุนที่เกิดขึ้นก่อนรอบระยะเวลาบัญชีแรกตามมาตรา 65เอกวีสติ (1) วรรคสองและรายจ่ายตามปกติและจำเป็นที่จ่ายไปก่อนรอบระยะเวลาบัญชีแรกตามมาตรา 65 เอกวีสติ(1) วรรคสอง ด้วย (2) รายจ่ายที่เป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หา หรือรายจ่ายที่เป็นการบริจาค (3)ผลเสียหายอันอาจได้กลับคืนเนื่องจากการประกัน หรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ (4)รายจ่ายเพื่อตอบแทนทุนหรือทรัพย์สินของบริษัท (5)เงินสำรองหรือเงินสมทบกองทุนใด ๆ เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 65 เอกูนวีสติ (5) (6) ภาษีเงินได้ เบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่บริษัทต้องเสียตามพระราชบัญญัตินี้ หรือที่ต้องเสียในต่างประเทศ (7)รายจ่ายเพื่อกิจการหรือเพื่อประโยชน์ในการหามาซึ่งเงินได้อันไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัตินี้ (8)รายจ่ายที่บริษัทพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ (9) ดอกเบี้ย (10) ค่าปรับทางอาญา (11) ค่าภาคหลวงสำหรับปิโตรเลียมไม่ว่าจะชำระเป็นตัวเงินหรือปิโตรเลียม
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เอกวีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เอกูนวีสติ" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 เอกวีสติ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 เอกวีสติ การคำนวณรายได้รายจ่าย และกำไรสุทธิตามหมวดนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (1) ต้องคำนวณเป็นรายรอบระยะเวลาบัญชี รอบระยะเวลาบัญชีแรกให้เริ่มนับแต่วันที่มีการผลิตปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตเป็นครั้งแรกแต่ถ้าอธิบดีอนุมัติให้บริษัทเลือกนับแต่วันใดวันหนึ่งของเดือนเดียวกันก่อนวันที่บริษัทขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียมนั้นเป็นครั้งแรกก็ให้เริ่มนับแต่วันที่บริษัทเลือกส่วนรอบระยะเวลาบัญชีต่อ ๆ ไป ให้เริ่มนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีก่อน รอบระยะเวลาบัญชีให้มีกำหนดสิบสองเดือนเว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้จะมีกำหนดน้อยกว่าสิบสองเดือนก็ได้ (ก)บริษัทถือเอาวันใดวันหนึ่งเป็นวันสิ้นสุดของรอบระยะเวลาบัญชีแรก (ข)ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการปิโตรเลียมให้ถือวันเลิกกิจการปิโตรเลียมเป็นวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี (ค)บริษัทได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้เปลี่ยนวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี ในกรณีที่บริษัทโอนสิทธิใด ๆตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตก่อนวันเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีแรกตามวรรคสองเพื่อประโยชน์ในการคำนวณกำไรสุทธิเนื่องจากการโอนสิทธิเช่นว่านั้นให้ถือวันโอนเป็นวันแรกและวันสิ้นสุดของรอบระยะเวลาบัญชีและในระยะเวลาตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวจนถึงวันเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีแรกตามวรรคสองให้ถือว่าไม่มีรอบระยะเวลาบัญชี (2)ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ วิธีการ หลักเกณฑ์และการปฏิบัติทางบัญชีเพื่อคำนวณรายได้ รายจ่ายและกำไรสุทธิของบริษัทให้เป็นไปตามวิธีการ หลักเกณฑ์และการปฏิบัติทางบัญชีที่เหมาะสมซึ่งใช้อยู่เป็นปกติในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม (3) ยอดเงินได้จากการขายปิโตรเลียมตามมาตรา65 อัฏฐารส (1) และมูลค่าของปิโตรเลียมที่จำหน่ายตามมาตรา 65 อัฏฐารส (2)ให้คำนวณตามราคาตลาดตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด (4)ถ้าบริษัทหนึ่งที่มีส่วนได้เสียร่วมกันในสัญญาแบ่งปันผลผลิตต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสำรวจปิโตรเลียมหรือการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมเพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนได้เสียนั้นแต่ถ้าค่าใช้จ่ายนั้นมิได้เสียให้แก่บริษัทอื่นที่มีส่วนได้เสียร่วมกันในสัญญาแบ่งปันผลผลิตค่าใช้จ่ายดังกล่าวมิให้ถือเป็นเงินได้ของบริษัทอื่นนั้น (5) ค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุนให้หักได้เฉพาะตามประเภท อัตรา และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา (6) ค่าแรงงาน ค่าบริการค่าวัสดุสิ้นเปลืองและรายจ่ายทำนองเดียวกันอย่างอื่นที่ใช้ในการเจาะเพื่อสำรวจหรือเพื่อผลิตปิโตรเลียมบริษัทจะถือเป็นรายจ่ายที่เป็นทุนในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีรายจ่ายนั้นก็ได้ (7) ค่ารับรองให้หักเป็นรายจ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง (7/1)ค่าเช่าหรือค่าตอบแทนอย่างอื่นในการเช่าทรัพย์สินให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขสำหรับการคำนวณรายจ่ายดังกล่าวเป็นรายประเภทได้ (7/2)รายจ่ายของสำนักงานใหญ่เท่าที่จัดสรรได้โดยสมควรว่าเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมของบริษัทและรายจ่ายเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมที่เรียกเก็บโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันให้หักเป็นรายจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง (8)ราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากสินค้าให้ถือตามราคาทุนถ้าราคาทุนเป็นเงินตราต่างประเทศให้คำนวณเป็นเงินตราไทยเช่นเดียวกับวิธีการตาม(10) ราคาทุนดังกล่าวอาจลดลงได้โดยการหักค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุนตาม (5)แต่ห้ามมิให้ตีราคาลดลงส่วนการตีราคาเพิ่มขึ้นให้กระทำได้เท่าที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร (9)ราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีจะคำนวณตามราคาทุนก็ได้หรือจะคำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่าก็ได้และให้ถือราคานี้เป็นราคาสินค้าคงเหลือยกมาสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ การคำนวณราคาทุนตามวรรคหนึ่งนั้นเมื่อได้คำนวณตามหลักเกณฑ์ใดตามวิธีการบัญชีแล้ว ให้ใช้หลักเกณฑ์นั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนหลักเกณฑ์ได้ (10) เงินตรา หนี้สินหรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราไทยตามอัตราที่ได้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศนั้น ในกรณีที่มิได้มีการซื้อขายเงินตราต่างประเทศให้คำนวณเงินตราต่างประเทศ หนี้สิน หรือสิทธิเรียกร้องนั้นตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยในรอบระยะเวลาหนึ่งเดือนก่อนเดือนที่ได้รับมาหรือจ่ายไปโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยรายวันที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขอ อธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้วให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป (11) เงินตรา หนี้สินหรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศเหลืออยู่ในวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายในวันทำการสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีแล้วแต่กรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขออธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้วให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป (12) การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้จะกระทำได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ถ้าได้รับชำระหนี้ในรอบระยะเวลาบัญชีใดให้นำมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หนี้สูญรายใดได้นำมาคำนวณเป็นรายได้แล้ว หากได้รับชำระในภายหลังก็มิให้นำมาคำนวณเป็นรายได้อีก (13) เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญจะถือเป็นรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ10 ของเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในรอบระยะเวลาบัญชีและต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (ก)กองทุนได้ตั้งไว้เพื่อประโยชน์แก่ลูกจ้างโดยเฉพาะ (ข)เงินกองทุนต้องแยกไว้ต่างหากให้พ้นจากการครอบครองของบริษัท (ค)เงินกองทุนจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่นไม่ได้นอกจากเพื่อประโยชน์แก่กองทุนโดยเฉพาะ (ง)เงินสมทบกองทุนต้องไม่กลับคืนมาเป็นของบริษัทอีก และ (จ)เงินสมทบกองทุนต้องจ่ายตามข้อผูกพันที่มีระเบียบว่าด้วยกองทุนกำหนดไว้เป็นหนังสือ (14) ในกรณีที่บริษัทเป็นผู้ได้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจซึ่งอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียมพ.ศ. 2514 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่5) พ.ศ. 2541 ด้วย ให้บริษัทดังกล่าวคำนวณรายได้ รายจ่าย และกำไรสุทธิสำหรับแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติดังกล่าวและแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2541เสมือนหนึ่งเป็นบริษัทแยกต่างหากจากกัน การคำนวณรายได้และรายจ่ายสำหรับแปลงสำรวจตามวรรคหนึ่งถ้ารายได้และรายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้งให้เฉลี่ยรายได้และรายจ่ายตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2541", "section_num": "65 อัฏฐารส" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 เอกวีสติ/1
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 เอกวีสติ/1 ในกรณีที่บริษัทซึ่งได้ทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับองค์กรร่วมตามหมวดนี้เป็นบริษัทที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานซึ่งมิใช่เงินตราไทยตามมาตรา 8 การคำนวณรายได้ รายจ่าย และกำไรสุทธิของบริษัทดังกล่าวเพื่อเสียภาษีเงินได้ ให้คำนวณโดยใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานนั้นตามมาตรา 65 เอกวีสติ แต่มิให้นำมาตรา 65 เอกวีสติ (8) (10) และ (11) มาใช้บังคับ และให้ดำเนินการดังนี้แทน (1) ราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากสินค้า ให้ถือตามราคาทุน ถ้าราคาทุนเป็นเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงาน ให้คำนวณเป็นเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานด้วยวิธีการตาม (2) ราคาทุนดังกล่าวอาจลดลงได้โดยการหักค่าชดเชยรายจ่ายที่เป็นทุนตามมาตรา 65 เอกวีสติ (5) แต่ห้ามมิให้ตีราคาลดลง ส่วนการตีราคาเพิ่มขึ้น ให้กระทำได้เท่าที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร (2) เงินตรา หนี้สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี ให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานตามอัตราที่ได้ซื้อขายเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานนั้น ในกรณีที่มิได้มีการซื้อขายเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานให้คำนวณเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงาน หนี้สิน หรือสิทธิเรียกร้องนั้นตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยในรอบระยะเวลาหนึ่งเดือนก่อนเดือนที่ได้รับมาหรือจ่ายไป โดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยรายวันที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขอ อธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้ว ให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป (3) เงินตรา หนี้สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่มีมูลค่าเป็นเงินตราสกุลอื่นที่มิใช่เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานเหลืออยู่ในวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี ให้คำนวณมูลค่าเป็นเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อหรือขายในวันทำการสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่กรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทร้องขอ อธิบดีอาจอนุมัติให้คำนวณโดยคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทร้องขอแล้ว ให้บริษัทถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป (4) ผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราอันเนื่องมาจากการคำนวณตามมาตรา 8/1 หรือจากการคำนวณมูลค่าของเงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานเป็นเงินตราไทยเพื่อชำระภาษีตามมาตรา 42 มิให้ถือเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "42" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เอกวีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "8" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "8/1" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 ทวาวีสติ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 ทวาวีสติ ให้นำบทบัญญัติในหมวด 7 ตรีบทบัญญัติเฉพาะเขตพื้นที่พัฒนาร่วม แห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่บริษัทตามมาตรา 65 เตวีสติ เว้นแต่ (1) บทนิยามคำว่า “ปิโตรเลียม” “บริษัท” และ “สัญญาแบ่งปันผลผลิต” ในมาตรา 65 ปัณรส ให้นำบทนิยามของคำเหล่านั้นในมาตรา65 เตวีสติ มาใช้บังคับแทน (2) ความในมาตรา 65 โสฬส มาตรา 65สัตตรส และมาตรา 65 เอกวีสติ (14) ให้นำความในมาตรา 65 จตุวีสติ มาตรา 65ปัญจวีสติ และมาตรา 65 ฉัพพีสติ มาใช้บังคับแทน ตามลำดับ ให้นำบทบัญญัติในหมวด 1 ถึงหมวด 7และหมวด 8 แห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่บริษัทตามมาตรา 65 เตวีสติได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในหมวดนี้ และที่ใดบัญญัติถึง “สัมปทาน” ให้หมายถึง “สัญญาแบ่งปันผลผลิต” ตามหมวดนี้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 จตุวีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 ฉัพพีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 ปัญจวีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 ปัณรส" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 สัตตรส" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เตวีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 เอกวีสติ" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "65 โสฬส" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 เตวีสติ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 เตวีสติ ในหมวดนี้ “ปิโตรเลียม” หมายความว่า ปิโตรเลียมที่ผลิตในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม “บริษัท” หมายความว่า บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ซึ่ง (1)เป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตหรือมีส่วนได้เสียร่วมกันในสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือ (2) ซื้อน้ำมันดิบที่บริษัทตาม(1) เป็นผู้ผลิต ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบส่วนที่เป็นของรัฐ หรือน้ำมันดิบส่วนใด ๆที่เป็นของผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตเพื่อส่งน้ำมันดิบนั้นทั้งหมดออกนอกราชอาณาจักร “สัญญาแบ่งปันผลผลิต” หมายความว่า สัญญาแบ่งปันผลผลิตตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 จตุวีสติ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 จตุวีสติ ให้บริษัทมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้เป็นรายรอบระยะเวลาบัญชีในอัตราร้อยละยี่สิบของกำไรสุทธิที่ได้จากกิจการปิโตรเลียม
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 ปัญจวีสติ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 ปัญจวีสติ ในกรณีที่มีการโอนกิจการปิโตรเลียม ถ้าบริษัทผู้รับโอนจ่ายเงินได้ที่เป็นเงินค่าสิทธิ เงินปี หรือเงินได้ประจำเนื่องจากการโอนนั้น โดยเงินดังกล่าวไม่อาจกำหนดจำนวนทั้งสิ้นได้แน่นอน ให้บุคคลซึ่งได้รับเงินได้นั้นมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละยี่สิบของเงินได้หลังจากหักต้นทุนตามมาตรา 33 แล้ว
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "33" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
65 ฉัพพีสติ
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 65 ฉัพพีสติ ในกรณีที่บริษัทเป็นผู้ได้รับสัมปทานหรือผู้ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต แล้วแต่กรณี สำหรับแปลงสำรวจหลายแปลง โดยแปลงสำรวจบางแปลงอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2541 หรือบางแปลงอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2541 ให้บริษัทดังกล่าวคำนวณรายได้ รายจ่าย และกำไรสุทธิ สำหรับแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัตินั้น ๆ และแปลงสำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2560 เสมือนหนึ่งเป็นบริษัทแยกต่างหากจากกัน การคำนวณรายได้และรายจ่ายสำหรับแปลงสำรวจตามวรรคหนึ่ง ถ้ารายได้และรายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้อย่างชัดแจ้ง ให้เฉลี่ยรายได้และรายจ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
66
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 66 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ นำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง หรือกระทำการใด ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่สามพันบาทถึงสองแสนบาท
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
67
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 67 ผู้ใดไม่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ หรือแบบแสดงรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียหรือการนำส่งภาษี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
68
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 68 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกหรือขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามมาตรา 6 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "6" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
69
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 69 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีตามมาตรา 7 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "7" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
70
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 70 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีหรือเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา 9 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "9" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
71
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 71 เจ้าพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 11 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "11" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
72
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 72 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับตามมาตรา 16 (3) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "16" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
72/1
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 72/1 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 18/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "18/1" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
73
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 73 ผู้ใดไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งตนมีหน้าที่หักตามมาตรา 45 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "45" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
74
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 74 ผู้ใดมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย หักภาษีไว้แล้วละเลยไม่นำส่งตามหมวด 5 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
75
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 75 ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควรไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินที่ออกตามมาตรา 58 หรือไม่ยอมตอบคำถามของเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจไต่สวน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "58" } ]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
76
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 76 ในกรณีที่บริษัทใดกระทำความผิด ถ้าการกระทำความผิดของบริษัทนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้บริษัทนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย
[]
ภ0002-1B-0001
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
77
พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 77 ความผิดตามมาตรา 67 ถึงมาตรา 70 และมาตรา 72 ถึงมาตรา 76 ถ้าอธิบดีเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรต้องรับโทษถึงจำคุก ให้มีอำนาจเปรียบเทียบกำหนดค่าปรับได้ เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่อธิบดีกำหนดภายในสามสิบวัน คดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ดำเนินคดีเพื่อฟ้องร้องต่อไป
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "67" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "68" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "69" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "70" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "72" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "72/1" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "73" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "74" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "75" }, { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514", "section_num": "76" } ]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
1
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499”
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
2
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
3
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 3 ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พุทธศักราช 2479 (2) พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2490 (3) บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
4
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
5
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้ (1) “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ (2) “นายทะเบียนพาณิชย์” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เป็นผู้มีหน้าที่รับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ (3) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคลซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เป็นผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (4) “ผู้ประกอบพาณิชยกิจ” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งประกอบพาณิชยกิจเป็นอาชีพปกติ และให้หมายความรวมทั้งผู้เป็นหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด กรรมการ หรือผู้จัดการด้วย (5) “สำนักงาน” หมายความว่า สถานที่ซึ่งใช้ประกอบพาณิชยกิจเป็นปกติ
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
6
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 6 ให้ถือกิจการดังต่อไปนี้เป็นพาณิชยกิจตามความหมายแห่งพระราชบัญญัตินี้ (1) การซื้อ การขาย การขายทอดตลาด การแลกเปลี่ยน (2) การให้เช่า การให้เช่าซื้อ (3) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนค้าต่าง (4) การขนส่ง (5) การหัตถกรรม การอุตสาหกรรม (6) การรับจ้างทำของ (7) การให้กู้ยืมเงิน การรับจำนำ การรับจำนอง (8) การคลังสินค้า (9) การรับแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การซื้อ หรือขายตั๋วเงิน การธนาคาร การเครดิตฟองซิเอร์ การโพยก๊วน (10) การรับประกันภัย (11) กิจการอื่นซึ่งกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
7
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 7 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่ (1) การค้าเร่ การค้าแผงลอย (2) พาณิชยกิจเพื่อการบำรุงศาสนาหรือเพื่อการกุศล (3) พาณิชยกิจของนิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น (4) พาณิชยกิจของกระทรวง ทบวง กรม (5) พาณิชยกิจของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ (6) พาณิชยกิจซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
8
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดเป็นครั้งคราวโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า พาณิชยกิจใดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 6 ในท้องที่ใด ผู้ประกอบพาณิชยกิจจะต้องจดทะเบียนพาณิชย์
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499", "section_num": "6" } ]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
9
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 9 ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นสำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์มีหน้าที่กำกับดูแลการรับจดทะเบียนพาณิชย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ เพื่อรับจดทะเบียนพาณิชย์ในท้องที่ของตน ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีความพร้อมเป็นสำนักงานทะเบียนพาณิชย์เพื่อรับจดทะเบียนพาณิชย์ในท้องที่ของตนได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในการนี้ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดยังคงมีอำนาจรับจดทะเบียนพาณิชย์เฉพาะในท้องที่นอกเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมสถิติและทราบหลักฐานของผู้ประกอบพาณิชยกิจบางประเภท ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ เพื่อรับจดทะเบียนพาณิชยกิจตามประเภทที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
10
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 10 การจดทะเบียนนั้น ผู้ประกอบพาณิชยกิจตั้งสำนักงานแห่งใหญ่อยู่ในท้องที่ใด ให้จดทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในท้องที่นั้น ถ้าสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ และมาประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทย สำนักงานสาขาใหญ่ตั้งอยู่ในท้องที่ใด ให้จดทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในท้องที่นั้น ในกรณีที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับจดทะเบียนพาณิชยกิจประเภทใด ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจประเภทดังกล่าวจดทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในท้องที่ที่สำนักงานแห่งใหญ่หรือสำนักงานสาขาใหญ่ตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
11
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 11 ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์แห่งท้องที่ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีได้ประกาศตามมาตรา 8 ผู้ประกอบพาณิชยกิจผู้ใดประกอบพาณิชยกิจภายหลังวันที่รัฐมนตรีได้ประกาศตามมาตรา 8 ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เริ่มประกอบพาณิชยกิจนั้น กำหนดเวลาที่กล่าวในมาตรานี้ ถ้ารัฐมนตรีเห็นเป็นการสมควรก็ให้มีอำนาจประกาศขยายเวลาต่อไปอีกได้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499", "section_num": "8" } ]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
12
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 12 การจดทะเบียนพาณิชย์นั้น ให้มีรายการ ดังต่อไปนี้ (1) ชื่อ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ และตำบลที่อยู่ของผู้ประกอบพาณิชยกิจ (2) ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ (3) ชนิดแห่งพาณิชยกิจ (4) จำนวนเงินทุนซึ่งนำมาใช้ในการประกอบพาณิชยกิจเป็นประจำ (5) ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ สาขา โรงเก็บสินค้า และตัวแทนค้าต่าง (6) ชื่อ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ตำบลที่อยู่ และจำนวนทุนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน และจำนวนเงินทุนของห้างหุ้นส่วน (7) จำนวนเงินทุน จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้นของบริษัทจำกัด จำนวน และมูลค่าหุ้นที่บุคคลแต่ละสัญชาติถืออยู่ (8) วันที่เริ่มต้นประกอบพาณิชยกิจในประเทศไทย (9) วันขอจดทะเบียนพาณิชย์ (10) ชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ ชื่อ สัญชาติ และตำบลที่อยู่ของผู้โอนพาณิชยกิจให้ วันที่ และเหตุที่ได้รับโอน
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
13
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 13 การเปลี่ยนแปลงรายการใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 12 ก็ดี การเลิกประกอบพาณิชยกิจโดยเหตุใด ๆ ก็ดี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนพาณิชย์แห่งท้องที่ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงภายในสามสิบวันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงหรือเลิก
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499", "section_num": "12" } ]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
14
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 14 เมื่อนายทะเบียนพาณิชย์ได้รับคำขอจดทะเบียน และเห็นว่าคำขอนั้นถูกต้องตามพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง และประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ก็ให้รับจดทะเบียนไว้และให้ออกใบทะเบียนพาณิชย์ให้แก่ผู้ขอ ถ้าใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สูญหาย ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจแสดงใบทะเบียนพาณิชย์ หรือใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ ณ สำนักงานในที่เปิดเผยซึ่งอาจเห็นได้ง่าย
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
15
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 15 เมื่อได้จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ให้ผู้ประกอบพาณิชยกิจจัดให้มีป้ายชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจไว้ที่หน้าสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขาโดยเปิดเผย ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้จดทะเบียน ป้ายชื่อนี้ให้เขียนเป็นอักษรไทย อ่านได้ง่ายและชัดเจน และจะมีอักษรต่างประเทศด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกระทำบนแผ่นไม้ แผ่นโลหะ แผ่นกระจก กำแพง หรือผนัง ชื่อในป้ายก็ดี ในเอกสารใด ๆ ก็ดี ต้องใช้ให้ตรงกับชื่อที่จดทะเบียนไว้ และถ้าเป็นสำนักงานสาขา ต้องมีคำว่า “สาขา” ไว้ด้วย
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
16
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 16 ให้มีกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง มีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีอำนาจหน้าที่พิจารณาและให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีในการถอนใบทะเบียนพาณิชย์ของผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งกระทำการฉ้อโกงประชาชนปนสินค้าโดยเจตนาทุจริต ปลอมสินค้า หรือกระทำการทุจริตอื่นใดอย่างร้ายแรงในการประกอบพาณิชยกิจ และให้มีอำนาจพิจารณาและให้คำแนะนำในการรับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่ด้วย เมื่อรัฐมนตรีได้รับคำแนะนำของคณะกรรมการตามความในวรรคแรก รัฐมนตรีจะถอนใบทะเบียนพาณิชย์ หรือสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่ก็ได้ แล้วแต่กรณี ห้ามมิให้ผู้ถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์ประกอบพาณิชยกิจต่อไป เว้นแต่รัฐมนตรีจะสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
17
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 17 ให้นายทะเบียนพาณิชย์มีอำนาจออกคำสั่งเรียกผู้ประกอบพาณิชยกิจมาสอบสวนข้อความอันเกี่ยวกับการจดทะเบียน และในระหว่างเวลาทำงานให้นายทะเบียนพาณิชย์ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปทำการตรวจสอบในสำนักงานของผู้ประกอบพาณิชยกิจ เพื่อให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องอำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนพาณิชย์และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
18
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 18 ผู้ใดประสงค์จะตรวจดู หรือขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิที่จะทำได้ในเมื่อเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้ว
[]
ท0002-1B-0001
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
19
พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 19 ผู้ประกอบพาณิชยกิจผู้ใด (1) ไม่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ (2) แสดงรายการเท็จ หรือ (3) ไม่มาให้นายทะเบียนพาณิชย์สอบสวน ไม่ยอมให้ถ้อยคำ หรือไม่ยอมให้นายทะเบียนพาณิชย์หรือพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตามมาตรา 17 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองพันบาท และในกรณีตาม (1) อันเป็นความผิดต่อเนื่องกัน ให้ชำระค่าปรับเป็นพินัยอีกวันละไม่เกินหนึ่งร้อยบาท* จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
[ { "include": true, "law_name": "พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499", "section_num": "17" } ]