law_code
stringclasses 36
values | law_name
stringclasses 36
values | section_num
stringlengths 1
23
| section_content
stringlengths 31
6.7k
| reference
listlengths 0
51
|
|---|---|---|---|---|
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
557
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 557
ในกรณีอย่างใด ๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
(1) ถ้าทรัพย์สินที่เช่านั้นชำรุดควรที่ผู้ให้เช่าจะต้องซ่อมแซมก็ดี
(2) ถ้าจะต้องจัดการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อปัดป้องภยันตรายแก่ทรัพย์สินนั้นก็ดี
(3) ถ้าบุคคลภายนอกรุกล้ำเข้ามาในทรัพย์สินที่เช่าหรือเรียกอ้างสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งเหนือทรัพย์สินนั้นก็ดี
ในเหตุดังกล่าวนั้นให้ผู้เช่าแจ้งเหตุแก่ผู้ให้เช่าโดยพลัน เว้นแต่ผู้ให้เช่าจะได้ทราบเหตุนั้นอยู่ก่อนแล้ว
ถ้าผู้เช่าละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัตินี้ไซร้ ท่านว่าผู้เช่าจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าในเมื่อผู้ให้เช่าต้องเสียหายอย่างใด ๆ เพราะความละเลยชักช้าของผู้เช่านั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
558
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 558
อันทรัพย์สินที่เช่านั้น ถ้ามิได้รับอนุญาตของผู้ให้เช่าก่อน ผู้เช่าจะทำการดัดแปลงหรือต่อเติมอย่างหนึ่งอย่างใดหาได้ไม่ ถ้าและผู้เช่าทำไปโดยมิได้รับอนุญาตของผู้ให้เช่าเช่นนั้นไซร้ เมื่อผู้ให้เช่าเรียกร้อง ผู้เช่าจะต้องทำให้ทรัพย์สินนั้นกลับคืนคงสภาพเดิม ทั้งจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าในความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การดัดแปลงต่อเติมนั้นด้วย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
559
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 559
ถ้าไม่มีกำหนดโดยสัญญาหรือโดยจารีตประเพณีว่าจะพึงชำระค่าเช่า ณ เวลาใด ท่านให้ชำระเมื่อสิ้นระยะเวลาอันได้ตกลงกำหนดกันไว้ทุกคราวไป กล่าวคือว่าถ้าเช่ากันเป็นรายปีก็พึงชำระค่าเช่าเมื่อสิ้นปี ถ้าเช่ากันเป็นรายเดือนก็พึงชำระค่าเช่าเมื่อสิ้นเดือน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
560
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560
ถ้าผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่า ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้
แต่ถ้าค่าเช่านั้นจะพึงส่งเป็นรายเดือน หรือส่งเป็นระยะเวลายาวกว่ารายเดือนขึ้นไป ผู้ให้เช่าต้องบอกกล่าวแก่ผู้เช่าก่อนว่าให้ชำระค่าเช่าภายในเวลาใด ซึ่งพึงกำหนดอย่าให้น้อยกว่าสิบห้าวัน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
561
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 561
ถ้ามิได้ทำหนังสือลงลายมือชื่อของคู่สัญญาแสดงไว้ต่อกันว่าทรัพย์สินที่ให้เช่ามีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เช่าได้รับทรัพย์สินที่เช่านั้นไปโดยสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว และเมื่อสัญญาได้เลิกหรือระงับลง ผู้เช่าก็ต้องส่งคืนทรัพย์สินในสภาพเช่นนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิได้ซ่อมแซมไว้ดีในขณะที่ส่งมอบ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
562
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562
ผู้เช่าจะต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใด ๆ อันเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เช่า เพราะความผิดของผู้เช่าเอง หรือของบุคคลซึ่งอยู่กับผู้เช่า หรือของผู้เช่าช่วง
แต่ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอันเกิดแต่การใช้ทรัพย์สินนั้นโดยชอบ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
563
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 563
คดีอันผู้ให้เช่าจะฟ้องผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่า
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
564
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 564
อันสัญญาเช่านั้น ท่านว่าย่อมระงับไปเมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ มิพักต้องบอกกล่าวก่อน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
565
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 565
การเช่าถือสวนนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเช่ากันปีหนึ่ง
การเช่านาก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเช่ากันตลอดฤดูทำนาปีหนึ่ง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
566
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566
ถ้ากำหนดเวลาเช่าไม่ปรากฏในความที่ตกลงกันหรือไม่พึงสันนิษฐานได้ไซร้ ท่านว่าคู่สัญญาฝ่ายใดจะบอกเลิกสัญญาเช่าในขณะเมื่อสุดระยะเวลาอันเป็นกำหนดชำระค่าเช่าก็ได้ทุกระยะ แต่ต้องบอกกล่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่งให้รู้ตัวก่อนชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อยแต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสองเดือน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
567
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567
ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปทั้งหมดไซร้ ท่านว่าสัญญาเช่าก็ย่อมระงับไปด้วย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
568
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 568
ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปแต่เพียงบางส่วนและมิได้เป็นเพราะความผิดของผู้เช่า ท่านว่าผู้เช่าจะเรียกให้ลดค่าเช่าลงตามส่วนที่สูญหายก็ได้
ในกรณีเช่นนี้ ถ้าผู้เช่าไม่สามารถใช้สอยทรัพย์สินส่วนที่ยังคงเหลืออยู่นั้นสำเร็จประโยชน์ได้ดังที่ได้มุ่งหมายเข้าทำสัญญาเช่าไซร้ ท่านว่าผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
569
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569
อันสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า
ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่านั้นด้วย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
570
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 570
ในเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าซึ่งได้ตกลงกันไว้นั้นถ้าผู้เช่ายังคงครองทรัพย์สินอยู่ และผู้ให้เช่ารู้ความนั้นแล้วไม่ทักท้วงไซร้ ท่านให้ถือว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
571
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 571
ถ้าสัญญาเช่าที่นาได้เลิกหรือระงับลง เมื่อผู้เช่าได้เพาะปลูกข้าวลงแล้วไซร้ ท่านว่าผู้เช่าย่อมมีสิทธิที่จะครองนานั้นต่อไปจนกว่าจะเสร็จการเกี่ยวเก็บ แต่ต้องเสียค่าเช่า
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
572
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572
อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว
สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
573
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573
ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
574
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574
ในกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ถ้าเช่นนั้นบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน ให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สินและเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินนั้นได้ด้วย
อนึ่ง ในกรณีกระทำผิดสัญญาเพราะผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุดนั้น ท่านว่าเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะริบบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อนและกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ต่อเมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่ง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
575
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
576
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 576
ถ้าตามพฤติการณ์ไม่อาจจะคาดหมายได้ว่างานนั้นจะพึงทำให้เปล่าไซร้ ท่านย่อมถือเอาโดยปริยายว่ามีคำมั่นจะให้สินจ้าง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
577
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577
นายจ้างจะโอนสิทธิของตนให้แก่บุคคลภายนอกก็ได้เมื่อลูกจ้างยินยอมพร้อมใจด้วย
ลูกจ้างจะให้บุคคลภายนอกทำงานแทนตนก็ได้เมื่อนายจ้างยินยอมพร้อมใจด้วย
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายใดทำการฝ่าฝืนบทบัญญัตินี้ คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
578
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 578
ถ้าลูกจ้างรับรองโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายว่าตนเป็นผู้มีฝีมือพิเศษ หากมาปรากฏว่าไร้ฝีมือเช่นนั้นไซร้ ท่านว่านายจ้างชอบที่จะบอกเลิกสัญญาเสียได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
579
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 579
การที่ลูกจ้างขาดงานไปโดยเหตุอันสมควรและชั่วระยะเวลาน้อยพอสมควรนั้น ท่านว่าไม่ทำให้นายจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
580
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 580
ถ้าไม่มีกำหนดโดยสัญญาหรือจารีตประเพณีว่าจะพึงจ่ายสินจ้างเมื่อไร ท่านว่าพึงจ่ายเมื่องานได้ทำแล้วเสร็จ ถ้าการจ่ายสินจ้างนั้นได้กำหนดกันไว้เป็นระยะเวลาก็ให้พึงจ่ายเมื่อสุดระยะเวลาเช่นนั้นทุกคราวไป
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
581
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 581
ถ้าระยะเวลาที่ได้ตกลงว่าจ้างกันนั้นสุดสิ้นลงแล้วลูกจ้างยังคงทำงานอยู่ต่อไปอีก และนายจ้างรู้ดังนั้นก็ไม่ทักท้วงไซร้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาจ้างกันใหม่โดยความอย่างเดียวกันกับสัญญาเดิม แต่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะเลิกสัญญาเสียได้ด้วยการบอกกล่าวตามความในมาตราต่อไปนี้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
582
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582
ถ้าคู่สัญญาไม่ได้กำหนดลงไว้ในสัญญาว่าจะจ้างกันนานเท่าไร ท่านว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็อาจทำได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสามเดือน
อนึ่ง ในเมื่อบอกกล่าวดังว่านี้ นายจ้างจะจ่ายสินจ้างแก่ลูกจ้างเสียให้ครบจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวนั้นทีเดียว แล้วปล่อยลูกจ้างจากงานเสียในทันทีก็อาจทำได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
583
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583
ถ้าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตก็ดี ท่านว่านายจ้างจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
584
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 584
ถ้าจ้างแรงงานรายใดมีสาระสำคัญอยู่ที่ตัวบุคคลผู้เป็นนายจ้าง ท่านว่าสัญญาจ้างเช่นนั้นย่อมระงับไปด้วยมรณะแห่งนายจ้าง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
585
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 585
เมื่อการจ้างแรงงานสุดสิ้นลงแล้ว ลูกจ้างชอบที่จะได้รับใบสำคัญแสดงว่าลูกจ้างนั้นได้ทำงานมานานเท่าไร่และงานที่ทำนั้นเป็นงานอย่างไร
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
586
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 586
ถ้าลูกจ้างเป็นผู้ซึ่งนายจ้างได้จ้างเอามาแต่ต่างถิ่นโดยนายจ้างออกเงินค่าเดินทางให้ไซร้ เมื่อการจ้างแรงงานสุดสิ้นลง และถ้ามิได้กำหนดกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาแล้ว ท่านว่านายจ้างจำต้องใช้เงินค่าเดินทางขากลับให้ แต่จะต้องเป็นดังต่อไปนี้ คือ
(1) สัญญามิได้เลิกหรือระงับเพราะการกระทำหรือความผิดของลูกจ้าง และ
(2) ลูกจ้างกลับไปยังถิ่นที่ได้จ้างเอามาภายในเวลาอันสมควร
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
587
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
588
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 588
เครื่องมือต่าง ๆ สำหรับใช้ทำการงานให้สำเร็จนั้น ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
589
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 589
ถ้าสัมภาระสำหรับทำการงานที่กล่าวนั้นผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา ท่านว่าต้องจัดหาชนิดที่ดี
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
590
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 590
ถ้าสัมภาระนั้นผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหามาส่ง ท่านให้ผู้รับจ้างใช้สัมภาระด้วยความระมัดระวังและประหยัดอย่าให้เปลืองเสียเปล่า เมื่อทำการงานสำเร็จแล้ว มีสัมภาระเหลืออยู่ก็ให้คืนแก่ผู้ว่าจ้าง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
591
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 591
ถ้าความชำรุดบกพร่องหรือความชักช้าในการที่ทำนั้นเกิดขึ้นเพราะสภาพแห่งสัมภาระซึ่งผู้ว่าจ้างส่งให้ก็ดี เพราะคำสั่งของผู้ว่าจ้างก็ดี ท่านว่าผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่จะได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระนั้นไม่เหมาะหรือว่าคำสั่งนั้นไม่ถูกต้องและมิได้บอกกล่าวตักเตือน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
592
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 592
ผู้รับจ้างจำต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างตรวจตราการงานได้ตลอดเวลาที่ทำอยู่นั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
593
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 593
ถ้าผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควร หรือทำการชักช้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญาก็ดี หรือทำการชักช้าโดยปราศจากความผิดของผู้ว่าจ้าง จนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่าการนั้นจะไม่สำเร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะเลิกสัญญาเสียได้ มิพักต้องรอคอยให้ถึงเวลากำหนดส่งมอบของนั้นเลย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
594
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 594
ถ้าในระหว่างเวลาที่ทำการอยู่นั้นเป็นวิสัยจะคาดหมายล่วงหน้าได้แน่นอนว่า การที่ทำนั้นจะสำเร็จอย่างบกพร่องหรือจะเป็นไปในทางอันฝ่าฝืนข้อสัญญาเพราะความผิดของผู้รับจ้างไซร้ ผู้ว่าจ้างจะบอกกล่าวให้ผู้รับจ้างแก้ไขสิ่งที่บกพร่องให้คืนดี หรือทำการให้เป็นไปตามสัญญาภายในเวลาอันสมควรซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้นก็ได้ ถ้าและคลาดกำหนดนั้นไป ท่านว่าผู้ว่าจ้างชอบที่จะเอาการนั้นให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมหรือทำต่อไปได้ ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องเสี่ยงความเสียหายและออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
595
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 595
ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระไซร้ ความรับผิดของผู้รับจ้างในการบกพร่องนั้น ท่านให้บังคับด้วยบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ ลักษณะซื้อขาย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
596
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 596
ถ้าผู้รับจ้างส่งมอบการที่ทำไม่ทันเวลาที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาก็ดี หรือถ้าไม่ได้กำหนดเวลาไว้ในสัญญาเมื่อล่วงพ้นเวลาอันควรแก่เหตุก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดสินจ้างลง หรือถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่เวลา ก็ชอบที่จะเลิกสัญญาได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
597
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 597
ถ้าผู้ว่าจ้างยอมรับมอบการที่ทำนั้นแล้วโดยมิได้อิดเอื้อน ผู้รับจ้างก็ไม่ต้องรับผิดเพื่อการที่ส่งมอบเนิ่นช้า
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
598
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 598
ถ้าผู้ว่าจ้างยอมรับมอบการที่ทำนั้นแล้วทั้งชำรุดบกพร่องมิได้อิดเอื้อนโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยาย ผู้รับจ้างก็ไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ความชำรุดบกพร่องนั้นเป็นเช่นจะไม่พึงพบได้ในขณะเมื่อรับมอบ หรือผู้รับจ้างได้ปิดบังความนั้นเสีย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
599
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 599
ในกรณีที่ส่งมอบเนิ่นช้าไปก็ดี หรือส่งมอบการที่ทำชำรุดบกพร่องก็ดี ท่านว่าผู้ว่าจ้างชอบที่จะยึดหน่วงสินจ้างไว้ได้ เว้นแต่ผู้รับจ้างจะให้ประกันตามสมควร
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
600
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600
ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้รับจ้างจะต้องรับผิดเพื่อการที่ทำชำรุดบกพร่องเพียงแต่ที่ปรากฏขึ้นภายในปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือที่ปรากฏขึ้นภายในห้าปี ถ้าการที่ทำนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้
แต่ข้อจำกัดนี้ท่านมิให้ใช้บังคับเมื่อปรากฏว่าผู้รับจ้างได้ปิดบังความชำรุดบกพร่องนั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
601
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601
ท่านห้ามมิให้ฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันการชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
602
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 602
อันสินจ้างนั้นพึงใช้ให้เมื่อรับมอบการที่ทำ
ถ้าการที่ทำนั้นมีกำหนดว่าจะส่งรับกันเป็นส่วน ๆ และได้ระบุจำนวนสินจ้างไว้เป็นส่วน ๆ ไซร้ ท่านว่าพึงใช้สินจ้างเพื่อการแต่ละส่วนในเวลารับเอาส่วนนั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
603
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 603
ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ และการที่จ้างทำนั้นพังทลายหรือบุบสลายลงก่อนได้ส่งมอบกันถูกต้องไซร้ ท่านว่าความวินาศอันนั้นตกเป็นพับแก่ผู้รับจ้าง หากความวินาศนั้นมิได้เป็นเพราะการกระทำของผู้ว่าจ้าง
ในกรณีเช่นว่านี้ สินจ้างก็เป็นอันไม่ต้องใช้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
604
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 604
ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ และการที่จ้างทำนั้นพังทลายหรือบุบสลายลงก่อนได้ส่งมอบกันถูกต้องไซร้ ท่านว่าความวินาศนั้นตกเป็นพับแก่ผู้ว่าจ้าง หากความวินาศนั้นมิได้เป็นเพราะการกระทำของผู้รับจ้าง
ในกรณีเช่นว่านี้ สินจ้างก็เป็นอันไม่ต้องใช้ เว้นแต่ความวินาศนั้นเป็นเพราะการกระทำของผู้ว่าจ้าง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
605
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
606
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 606
ถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่ความรู้ความสามารถของตัวผู้รับจ้างและผู้รับจ้างตายก็ดี หรือตกเป็นผู้ไม่สามารถทำการที่รับจ้างนั้นต่อไปได้ด้วยมิใช่เพราะความผิดของตนก็ดี ท่านว่าสัญญานั้นย่อมเป็นอันสิ้นลง
ถ้าและการส่วนที่ได้ทำขึ้นแล้วนั้นเป็นประโยชน์แก่ผู้ว่าจ้างไซร้ ท่านว่าผู้ว่าจ้างจำต้องรับเอาไว้และใช้สินจ้างตามสมควรแก่ส่วนนั้น ๆ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
607
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 607
ผู้รับจ้างจะเอาการที่รับจ้างทั้งหมดหรือแบ่งการแต่บางส่วนไปให้ผู้รับจ้างช่วงทำอีกทอดหนึ่งก็ได้ เว้นแต่สาระสำคัญแห่งสัญญานั้นจะอยู่ที่ความรู้ความสามารถของตัวผู้รับจ้าง แต่ผู้รับจ้างคงต้องรับผิดเพื่อความประพฤติหรือความผิดอย่างใด ๆ ของผู้รับจ้างช่วง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
608
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 608
อันว่าผู้ขนส่งภายในความหมายแห่งกฎหมายลักษณะนี้ คือบุคคลผู้รับขนส่งของหรือคนโดยสารเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปกติของตน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
609
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 609
การรับขนของหรือคนโดยสารในหน้าที่ของกรมรถไฟหลวงแห่งกรุงสยาม และการขนไปรษณียภัณฑ์ในหน้าที่กรมไปรษณีย์โทรเลขนั้น ท่านให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับสำหรับทบวงการนั้น ๆ
รับขนของทางทะเล ท่านให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการนั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
610
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 610
อันบุคคลผู้ทำความตกลงกับผู้ขนส่งเพื่อให้ขนของส่งไปนั้น เรียกว่าผู้ส่ง หรือผู้ตราส่ง
บุคคลผู้ซึ่งเขาส่งของไปถึงนั้น เรียกว่าผู้รับตราส่ง
บำเหน็จอันจะต้องจ่ายให้เพื่อการขนส่งของนั้น เรียกว่าค่าระวางพาหนะ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
611
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 611
อันว่าอุปกรณ์แห่งค่าระวางพาหนะนั้น ได้แก่ค่าใช้จ่ายอย่างใด ๆ ตามจารีตประเพณีอันผู้ขนส่งได้เสียไปโดยควรในระหว่างขนส่ง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
612
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 612
ถ้าผู้ขนส่งเรียกเอาใบกำกับของ ผู้ส่งต้องทำให้
ใบกำกับของนั้นต้องแสดงรายการต่อไปนี้ คือ
(1) สภาพและน้ำหนัก หรือขนาดแห่งของที่ส่ง กับสภาพ จำนวน และเครื่องหมายแห่งหีบห่อ
(2) ตำบลที่กำหนดให้ส่ง
(3) ชื่อหรือยี่ห้อ และสำนักของผู้รับตราส่ง
(4) ตำบลและวันที่ออกใบกำกับของนั้น
อนึ่งใบกำกับของนั้นต้องลงลายมือชื่อผู้ส่งเป็นสำคัญ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
613
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 613
ถ้าผู้ส่งเรียกเอาใบตราส่ง ผู้ขนส่งก็ต้องทำให้
ใบตราส่งนั้นต้องแสดงรายการต่อไปนี้ คือ
(1) รายการดังกล่าวไว้ในมาตรา 612 อนุมาตรา 1, 2 และ 3
(2) ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ส่ง
(3) จำนวนค่าระวางพาหนะ
(4) ตำบลและวันที่ออกใบตราส่ง
อนึ่งใบตราส่งนั้นต้องลงลายมือชื่อผู้ขนส่งเป็นสำคัญ
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "612"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
614
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 614
แม้ว่าใบตราส่งจะได้ออกให้แก่บุคคลผู้ใดโดยนามก็ตาม ท่านว่าย่อมสลักหลังโอนให้กันได้ เว้นแต่จะมีข้อห้ามการสลักหลังไว้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
615
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 615
ถ้าได้ทำใบตราส่งให้แก่กัน ท่านว่าของนั้นจะรับมอบเอาไปได้ต่อเมื่อเวนคืนใบตราส่ง หรือเมื่อผู้รับตราส่งให้ประกันตามควร
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
616
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616
ผู้ขนส่งจะต้องรับผิดในการที่ของอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้นสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งมอบชักช้า เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการสูญหายหรือบุบสลายหรือชักช้านั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดแต่สภาพแห่งของนั้นเอง หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับตราส่ง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
617
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 617
ผู้ขนส่งจะต้องรับผิดในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้าอันเกิดแต่ความผิดของผู้ขนส่งคนอื่น หรือบุคคลอื่นซึ่งตนหากได้มอบหมายของนั้นไปอีกทอดหนึ่ง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
618
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 618
ถ้าของนั้นได้ส่งไปโดยมีผู้ขนส่งหลายคนหลายทอด ท่านว่าผู้ขนส่งทั้งนั้นจะต้องรับผิดร่วมกันในการสูญหาย บุบสลาย หรือส่งชักช้า
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
619
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 619
ถ้าของเป็นสภาพอันจะก่อให้เกิดอันตรายได้ หรือเป็นสภาพเกลือกจะก่อให้เกิดเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินไซร้ ผู้ส่งต้องแสดงสภาพแห่งของนั้นไว้ก่อนทำสัญญา ถ้ามิได้ทำเช่นนั้นผู้ส่งจะต้องรับผิดในการเสียหายไม่ว่าอย่างใด ๆ อันเกิดแต่ของนั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
620
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 620
ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดในเงินทองตรา ธนบัตร ธนาคารบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ ประทวนสินค้า อัญมณี และของมีค่าอย่างอื่น ๆ หากมิได้รับบอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะที่ส่งมอบแก่ตน
แต่ถ้าของนั้นได้บอกราคา ท่านว่าความรับผิดของผู้ขนส่งก็ย่อมจำกัดเพียงไม่เกินราคาที่บอก
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
621
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 621
ค่าสินไหมทดแทนในการส่งมอบของชักช้านั้น ท่านห้ามมิให้คิดเกินกว่าจำนวนเช่นจะพึงกำหนดให้ในเหตุของสูญหายสิ้นเชิง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
622
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 622
ของถึงเมื่อใด ผู้ขนส่งต้องบอกกล่าวแก่ผู้รับตราส่ง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
623
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 623
ความรับผิดของผู้ขนส่งย่อมสุดสิ้นลงในเมื่อผู้รับตราส่งได้รับเอาของไว้แล้วโดยไม่อิดเอื้อน และได้ใช้ค่าระวางพาหนะกับทั้งอุปกรณ์เสร็จแล้ว
แต่ความที่กล่าวนี้ท่านมิให้ใช้บังคับในกรณีที่ของสูญหายหรือบุบสลายเห็นไม่ได้แต่สภาพภายนอกแห่งของนั้น หากว่าได้บอกกล่าวความสูญหายหรือบุบสลายแก่ผู้ขนส่งภายในแปดวันนับแต่วันส่งมอบ
อนึ่ง บทบัญญัติทั้งหลายนี้ท่านมิให้ใช้บังคับในกรณีที่มีการทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอันจะปรับเอาเป็นความผิดของผู้ขนส่งได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
624
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624
ในข้อความรับผิดของผู้ขนส่งในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่ส่งมอบ หรือปีหนึ่งนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบ เว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
625
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 625
ใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารอื่น ๆ ทำนองนั้นก็ดี ซึ่งผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งนั้น ถ้ามีข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งประการใด ท่านว่าความนั้นเป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งจะได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเช่นว่านั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
626
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 626
ตราบใดของยังอยู่ในมือผู้ขนส่ง ตราบนั้นผู้ส่ง หรือถ้าได้ทำใบตราส่ง ผู้ทรงใบตราส่งนั้น อาจจะให้ผู้ขนส่งงดการส่งของนั้นไป หรือให้ส่งกลับคืน หรือให้จัดการแก่ของนั้นเป็นอย่างอื่นประการใดก็ได้
ในเหตุเช่นนี้ ผู้ขนส่งชอบที่จะได้รับเงินค่าระวางพาหนะตามส่วนแห่งระยะทางที่ได้จัดการขนส่งไปแล้ว กับทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องเสียไปเพราะเหตุที่บอกงดหรือเพราะส่งของกลับคืน หรือเพราะจัดการเป็นประการอื่นนั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
627
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 627
เมื่อของถึงตำบลที่กำหนดให้ส่งและผู้รับตราส่งได้เรียกให้ส่งมอบแล้ว ท่านว่าแต่นั้นไปสิทธิทั้งหลายของผู้ส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนนั้นย่อมตกไปได้แก่ผู้รับตราส่ง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
628
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 628
ถ้าว่าของสูญหายไปเพราะเหตุสุดวิสัย ท่านว่าผู้ขนส่งไม่มีสิทธิจะได้เงินค่าระวางพาหนะ ถ้าและได้รับไปไว้ก่อนแล้วเท่าใดต้องส่งคืนจงสิ้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
629
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 629
ถ้าผู้ขนส่งคนใดส่งมอบของเสียแต่ก่อนได้รับค่าระวางพาหนะและอุปกรณ์ไซร้ ท่านว่าผู้ขนส่งคนนั้นยังคงต้องรับผิดต่อผู้ขนส่งก่อน ๆ ตนเพื่อค่าระวางพาหนะและอุปกรณ์ซึ่งยังค้างชำระแก่เขา
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
630
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 630
ผู้ขนส่งชอบที่จะยึดหน่วงเอาของไว้ก่อนได้ตามที่จำเป็นเพื่อประกันการใช้เงินค่าระวางพาหนะและอุปกรณ์
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
631
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 631
ถ้าหาตัวผู้รับตราส่งไม่พบก็ดี หรือถ้าผู้รับตราส่งบอกปัดไม่ยอมรับมอบของก็ดี ผู้ขนส่งต้องบอกกล่าวไปยังผู้ส่งทันที และถามเอาคำสั่งของผู้ส่ง
ถ้าหากว่าพฤติการณ์ขัดขวางไม่สามารถจะทำได้ดังนี้ก็ดี หรือถ้าผู้ส่งละเลยเสียไม่ส่งคำสั่งมาในเวลาอันควรก็ดี หรือส่งมาเป็นคำสั่งอันไม่อาจปฏิบัติให้เป็นไปได้ก็ดี ท่านว่าผู้ขนส่งมีอำนาจที่จะเอาของไปฝากไว้ ณ สำนักงานฝากทรัพย์ได้
ถ้าของนั้นเป็นลหุภัณฑ์ของสดเสียได้ และการหน่วงช้าไว้ย่อมเป็นการเสี่ยงความเสียหายก็ดี หรือถ้าราคาของนั้นดูไม่น่าจะคุ้มค่าระวางพาหนะและอุปกรณ์ก็ดี ผู้ขนส่งจะเอาของนั้นออกขายทอดตลาดเสียก็ได้
อนึ่ง การเอาของไปฝากหรือเอาออกขายทอดตลาดเช่นว่านั้น ผู้ขนส่งต้องบอกกล่าวแก่ผู้ส่งหรือผู้รับตราส่งมิให้ชักช้า เว้นแต่ไม่สามารถจะทำได้ ถ้าและผู้ขนส่งละเลยเสียไม่บอกกล่าวไซร้ ท่านว่าจะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
632
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 632
เมื่อเอาของออกขายทอดตลาดแล้วได้เงินจำนวนสุทธิเท่าใด ให้ผู้ขนส่งหักเอาไว้เป็นเงินค่าระวางพาหนะและค่าอุปกรณ์ ถ้าและยังมีเงินเหลืออยู่อีกเท่าใดต้องส่งมอบให้แก่บุคคลผู้ควรที่จะได้เงินนั้นโดยพลัน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
633
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 633
ถ้าของนั้นได้ขนส่งไปโดยมีผู้ขนส่งหลายคนหลายทอด ท่านว่าผู้ขนส่งทอดหลังที่สุดอาจใช้สิทธิดังกล่าวไว้ในมาตรา 630, 631, 632 นั้น ในการเรียกค่าระวางพาหนะและอุปกรณ์อันค้างชำระแก่ผู้ขนส่งทั่วทุกคนได้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "630"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "631"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "632"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
634
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 634
ผู้ขนส่งจะต้องรับผิดต่อคนโดยสารในความเสียหายอันเกิดแก่ตัวเขา หรือในความเสื่อมเสียอย่างใด ๆ อันเป็นผลโดยตรงแต่การที่ต้องชักช้าในการขนส่ง เว้นแต่การเสียหายหรือชักช้านั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดแต่ความผิดของคนโดยสารนั้นเอง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
635
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 635
เครื่องเดินทางหากได้มอบหมายแก่ผู้ขนส่งทันเวลา ท่านว่าต้องส่งมอบในขณะคนโดยสารถึง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
636
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 636
ถ้าคนโดยสารไม่รับมอบเครื่องเดินทางของตนภายในเวลาเดือนหนึ่งนับแต่วันเครื่องเดินทางนั้นถึงไซร้ ผู้ขนส่งอาจเอาออกขายทอดตลาดเสียได้
ถ้าเครื่องเดินทางนั้นมีสภาพเป็นของสดของเสียได้ ผู้ขนส่งอาจเอาออกขายทอดตลาดได้ เมื่อของนั้นถึงแล้วรออยู่ล่วงเวลากว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง
บทบัญญัติในมาตรา 632 นั้น ท่านให้ใช้บังคับแก่คดีดังว่านี้ด้วยอนุโลมตามควร
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "632"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
637
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 637
สิทธิและความรับผิดของผู้ขนส่งเพื่อเครื่องเดินทางอันได้มอบหมายแก่ผู้ขนส่งนั้น แม้ผู้ขนส่งจะมิได้คิดเอาค่าขนส่งต่างหากก็ตาม ท่านให้บังคับตามความในหมวด 1
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
638
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 638
ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดในเครื่องเดินทางซึ่งตนมิได้รับมอบหมาย เว้นแต่เมื่อเครื่องเดินทางนั้นสูญหายหรือบุบสลายไปเพราะความผิดของผู้ขนส่งหรือลูกจ้างของผู้ขนส่ง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
639
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 639
ตั๋ว ใบรับ หรือเอกสารอื่นทำนองเช่นว่านี้อันผู้ขนส่งได้ส่งมอบแก่คนโดยสารนั้น หากมีข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งอย่างใด ๆ ท่านว่าข้อความนั้นเป็นโมฆะ เว้นแต่คนโดยสารจะได้ตกลงด้วยชัดแจ้งในการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเช่นนั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
640
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 640
อันว่ายืมใช้คงรูปนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ให้ยืม ให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ยืม ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่า และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้น เมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
641
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 641
การให้ยืมใช้คงรูปนั้น ท่านว่าย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้ยืม
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
642
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 642
ค่าฤชาธรรมเนียมในการทำสัญญาก็ดี ค่าส่งมอบและค่าส่งคืนทรัพย์สินซึ่งยืมก็ดี ย่อมตกแก่ผู้ยืมเป็นผู้เสีย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
643
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 643
ทรัพย์สินซึ่งยืมนั้น ถ้าผู้ยืมเอาไปใช้การอย่างอื่นนอกจากการอันเป็นปกติแก่ทรัพย์สินนั้น หรือนอกจากการอันปรากฏในสัญญาก็ดี เอาไปให้บุคคลภายนอกใช้สอยก็ดี เอาไปไว้นานกว่าที่ควรจะเอาไว้ก็ดี ท่านว่าผู้ยืมจะต้องรับผิดในเหตุทรัพย์สินนั้นสูญหายหรือบุบสลายไปอย่างหนึ่งอย่างใด แม้ถึงจะเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึงอย่างไร ๆ ทรัพย์สินนั้นก็คงจะต้องสูญหายหรือบุบสลายอยู่นั่นเอง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
644
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 644
ผู้ยืมจำต้องสงวนทรัพย์สินซึ่งยืมไปเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
645
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 645
ในกรณีทั้งหลายดังกล่าวไว้ในมาตรา 643 นั้นก็ดี หรือถ้าผู้ยืมประพฤติฝ่าฝืนต่อความในมาตรา 644 ก็ดี ผู้ให้ยืมจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "643"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "644"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
646
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 646
ถ้ามิได้กำหนดเวลากันไว้ ท่านให้คืนทรัพย์สินที่ยืมเมื่อผู้ยืมได้ใช้สอยทรัพย์สินนั้นเสร็จแล้วตามการอันปรากฏในสัญญา แต่ผู้ให้ยืมจะเรียกคืนก่อนนั้นก็ได้เมื่อเวลาได้ล่วงไปพอแก่การที่ผู้ยืมจะได้ใช้สอยทรัพย์สินนั้นเสร็จแล้ว
ถ้าเวลาก็มิได้กำหนดกันไว้ ทั้งในสัญญาก็ไม่ปรากฏว่ายืมไปใช้เพื่อการใดไซร้ ท่านว่าผู้ให้ยืมจะเรียกของคืนเมื่อไรก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
647
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 647
ค่าใช้จ่ายอันเป็นปกติแก่การบำรุงรักษาทรัพย์สินซึ่งยืมนั้น ผู้ยืมต้องเป็นผู้เสีย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
648
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 648
อันการยืมใช้คงรูป ย่อมระงับสิ้นไปด้วยมรณะแห่งผู้ยืม
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
649
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 649
ในข้อความรับผิดเพื่อเสียค่าทดแทนอันเกี่ยวกับการยืมใช้คงรูปนั้นท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นเวลาหกเดือนนับแต่วันสิ้นสัญญา
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
650
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650
อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น
สัญญานี้ย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
651
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 651
ค่าฤชาธรรมเนียมในการทำสัญญาก็ดี ค่าส่งมอบและส่งคืนทรัพย์สินซึ่งยืมก็ดี ย่อมตกแก่ผู้ยืมเป็นผู้เสีย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
652
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 652
ถ้าในสัญญาไม่มีกำหนดเวลาให้คืนทรัพย์สินซึ่งยืมไป ผู้ให้ยืมจะบอกกล่าวแก่ผู้ยืมให้คืนทรัพย์สินภายในเวลาอันควร ซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้นก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
653
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
654
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654
ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
655
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655
ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ แต่ทว่าเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่าปีหนึ่ง คู่สัญญากู้ยืมจะตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยนั้นทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นก็ได้ แต่การตกลงเช่นนั้นต้องทำเป็นหนังสือ
ส่วนประเพณีการค้าขายที่คำนวณดอกทบต้นในบัญชีเดินสะพัดก็ดี ในการค้าขายอย่างอื่นทำนองเช่นว่านี้ก็ดี หาอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติซึ่งกล่าวมาในวรรคก่อนนั้นไม่
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
656
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656
ถ้าทำสัญญากู้ยืมเงินกัน และผู้กู้ยืมยอมรับเอาสิ่งของหรือทรัพย์สินอย่างอื่นแทนจำนวนเงินนั้นไซร้ ท่านให้คิดเป็นหนี้เงินค้างชำระโดยจำนวนเท่ากับราคาท้องตลาดแห่งสิ่งของหรือทรัพย์สินนั้นในเวลาและ ณ สถานที่ส่งมอบ
ถ้าทำสัญญากู้ยืมเงินกัน และผู้ให้กู้ยืมยอมรับเอาสิ่งของหรือทรัพย์สินอย่างอื่นเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ยืมไซร้ หนี้อันระงับไปเพราะการชำระเช่นนั้น ท่านให้คิดเป็นจำนวนเท่ากับราคาท้องตลาดแห่งสิ่งของหรือทรัพย์สินนั้นในเวลาและ ณ สถานที่ส่งมอบ
ความตกลงกันอย่างใด ๆ ขัดกับข้อความดังกล่าวมานี้ ท่านว่าเป็นโมฆะ
|
[] |
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.