question stringlengths 10 751 | answer stringlengths 3 12.6k | relevant_laws listlengths 1 1 | reference_answer stringlengths 2 1.9k | reference_laws listlengths 0 51 |
|---|---|---|---|---|
นิติบุคคลใช้คำว่า บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ นำหน้าชื่อบริษัท ก่อนได้รับใบอนุญาตสามารถนำมาใช้ได้หรือไม่ | ไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับใบอนุญาตที่ระบุชื่อของกิจการ
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 11 สถาบันการเงินต้องใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “ธนาคาร” “บริษัทเงินทุน” หรือ “บริษัทเครดิตฟองซิเอร์” นำหน้า ตามที่ระบุในใบอนุญาต แล้วแต่กรณี | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 11 สถาบันการเงินต้องใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “ธนาคาร” “บริษัทเงินทุน” หรือ “บริษัทเครดิตฟองซิเอร์” นำหน้า ตามที่ระบุในใบอนุญาต แล้วแต่กรณี",
"section_num": "11"
}
] | ไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับใบอนุญาตที่ระบุชื่อของกิจการ | [] |
คำใดบ้างที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้นอกจากสถาบันการเงิน | ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจทางการเงินว่า “ธนาคาร” “เงินทุน” “การเงิน” “การลงทุน” “เครดิต” “ทรัสต์” “ไฟแนนซ์” “บริษัทเครดิตฟองซิเอร์” หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 12 ห้ามผู้ใดนอกจากสถาบันการเงินใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจทางการเงินว่า “ธนาคาร” “เงินทุน” “การเงิน” “การลงทุน” “เครดิต” “ทรัสต์” “ไฟแนนซ์” “บริษัทเครดิตฟองซิเอร์” หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายอื่น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 12 ห้ามผู้ใดนอกจากสถาบันการเงินใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจทางการเงินว่า “ธนาคาร” “เงินทุน” “การเงิน” “การลงทุน” “เครดิต” “ทรัสต์” “ไฟแนนซ์” “บริษัทเครดิตฟองซิเอร์” หรือคำอื่นใดท... | “ธนาคาร” “เงินทุน” “การเงิน” “การลงทุน” “เครดิต” “ทรัสต์” “ไฟแนนซ์” “บริษัทเครดิตฟองซิเอร์” หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน | [] |
สถาบันทางเงินต้องการที่จะจัดตั้งหรือเลิก สามารถทำได้ทันทีหรือไม่ | ไม่สามารถทำได้จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551มาตรา 13 การจัดตั้ง หรือย้ายสำนักงานใหญ่หรือสาขา หรือการเลิกสาขาของสถาบันการเงินต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 13 การจัดตั้ง หรือย้ายสำนักงานใหญ่หรือสาขา หรือการเลิกสาขาของสถาบันการเงินต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด",
... | ไม่สามารถทำได้จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย | [] |
สำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินในต่างประเทศ และสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศในประเทศ จะรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ได้หรือไม่ | ไม่ได้
คำอธิบาย : พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 14 การตั้งสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินในต่างประเทศ และการตั้งสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศในประเทศ จะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ให้ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้
สำนักงานผู้แทนตามวรรคหนึ่ง จะรับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ไม่ได้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 14 การตั้งสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินในต่างประเทศ และการตั้งสำนักงานผู้แทนของสถาบันการเงินต่างประเทศในประเทศ จะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ธนาคารแห่... | ไม่ได้ | [] |
สถาบันการเงินสามารถกำหนดเงื่อนไขในการโอนหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของสถาบันการเงินได้หรือไม่ | ไม่ได้ สถาบันการเงินต้องไม่มีข้อจำกัดในการโอนหุ้น
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 15 หุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของสถาบันการเงินต้องเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อผู้ถือ มีมูลค่าของหุ้นไม่เกินหุ้นละหนึ่งร้อยบาท และข้อบังคับของสถาบันการเงินต้องไม่มีข้อจำกัดในการโอนหุ้น เว้นแต่จะเป็นข้อจำกัดเพื่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
สถาบันการเงินอาจออกหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง หรือหุ้นบุริมสิทธิอื่นได้เมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินต้องปฏิบัติก็ได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 15 หุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของสถาบันการเงินต้องเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อผู้ถือ มีมูลค่าของหุ้นไม่เกินหุ้นละหนึ่งร้อยบาท และข้อบังคับของสถาบันการเงินต้องไม่มีข้อจำกัดในการโอนหุ้น เว้น... | ไม่ได้ สถาบันการเงินต้องไม่มีข้อจำกัดในการโอนหุ้น | [] |
สถาบันการเงินของประเทศไทยสามารถให้บุคคลไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นส่วน มากกว่าร้อยละ 25 หรือถือหุ้นเกินหนึ่งในสี่ได้หรือไม่ | ได้ แต่ต้องได้รับการอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จึงจะบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นได้ถึงร้อยละ 49 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และให้มีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้เกินกว่าหนึ่งในสี่แต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 16 ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควร ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจอนุญาตให้บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นได้ถึงร้อยละสี่สิบเก้าของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และให้มีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้เกินกว่าหนึ่งในสี่แต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 16 สถาบันการเงินต้องมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติ... | ได้ แต่ต้องได้รับการอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จึงจะบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยถือหุ้นได้ถึงร้อยละ 49 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และให้มีกรรมการที่เป็นบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้เกินกว่าหนึ่งในสี่แต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด. | [] |
ผู้ที่ถือหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียงที่เกินร้อยละ 5 จะต้องแจ้งต่อธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่ | ผู้ที่ถือหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง แม้จะเกินร้อยละ 5 ก็ไม่ต้องแจ้งรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทย
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา17 บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ตั้งแต่ร้อยละห้าขึ้นไปของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด บุคคลนั้นต้องรายงานการถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
จำนวนหุ้นตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตามวรรคหนึ่งถืออยู่หรือมีไว้ด้วย
หุ้นตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 17 บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ตั้งแต่ร้อยละห้าขึ้นไปของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด บุคคลนั้นต้องรายงานการถือหุ้นหรือ... | ผู้ที่ถือหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง แม้จะเกินร้อยละ 5 ก็ไม่ต้องแจ้งรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 19 บุคคลใดได้มาซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งจนเป็นเหตุให้จำนวนหุ้นที่ตนถืออยู่หรือมีไว้เป็นไปโดยฝ่าฝืนมาตรา 18 บุคคลนั้นจะต้องนำหุ้นในส่วนที่เกินออกจำหน่ายแก่บุคคลอื่นภา... |
หุ้นของสถาบันการเงินประเภทใดที่สามารถถือได้เกินร้อยละสิบ | หุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง
คำอธิบาย : ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ห้ามมิให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
จำนวนหุ้นตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตามวรรคหนึ่งถืออยู่หรือมีไว้ด้วย
หุ้นตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ห้ามมิให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแ... | หุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง | [] |
ผู้ใดถือหุ้นของสถาบันการเงินเกินร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดและไม่ยอมจำหน่ายออกไปได้หรือไม่ | ไม่ได้ หากเกินร้อยละ 10 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะขอศาลให้มีคำสั่งขายหุ้นส่วนเกินนั้น
และถ้าศาลเห็นว่าการถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นนั้นเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎหมาย ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นก็ได้
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 19 บุคคลใดได้มาซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งจนเป็นเหตุให้จำนวนหุ้นที่ตนถืออยู่หรือมีไว้เป็นไปโดยฝ่าฝืนมาตรา 18 บุคคลนั้นจะต้องนำหุ้นในส่วนที่เกินออกจำหน่ายแก่บุคคลอื่นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหุ้นนั้นมา เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งจะผ่อนผันได้อีกไม่เกินเก้าสิบวัน
ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งไม่จำหน่ายหุ้นในส่วนที่เกินภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้ขายหุ้นในส่วนที่เกินดังกล่าวได้ และถ้าศาลเห็นว่าการถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นนั้นเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 18 ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นก็ได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 19 บุคคลใดได้มาซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งจนเป็นเหตุให้จำนวนหุ้นที่ตนถืออยู่หรือมีไว้เป็นไปโดยฝ่าฝืนมาตรา 18 บุคคลนั้นจะต้องนำหุ้นในส่วนที่เกินออกจำหน่ายแก่บุคคลอื่นภา... | ไม่ได้ หากเกินร้อยละ 10 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะขอศาลให้มีคำสั่งขายหุ้นส่วนเกินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ห้ามมิให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแ... |
การนับจำนวนหุ้น จากการที่สถาบันการเงินได้จำหน่ายหุ้นของตนแก่บุคคลใดจนเป็นเหตุให้จำนวนหุ้นที่บุคคลนั้นถืออยู่เกินร้อยละ 10 ต้องนับอย่างไร | ให้นับรวมถึงหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลผู้ซื้อหุ้นจากสถาบันการเงินถืออยู่หรือมีไว้ด้วย
คำอธิบาย : พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 20 ห้ามมิให้สถาบันการเงินจำหน่ายหุ้นของตนแก่บุคคลใดจนเป็นเหตุให้จำนวนหุ้นที่บุคคลนั้นถืออยู่หรือมีไว้เป็นไปโดยฝ่าฝืนมาตรา 18
การนับจำนวนหุ้นตามวรรคหนึ่ง ให้นับรวมถึงหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตามวรรคหนึ่งถืออยู่หรือมีไว้ด้วย
ทุกครั้งที่มีการชี้ชวนให้เข้าชื่อซื้อหุ้นของสถาบันการเงินใด ให้สถาบันการเงินนั้นระบุหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา 17 มาตรา 18 และมาตรา 19 ไว้ในคำชี้ชวนด้วย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 20 ห้ามมิให้สถาบันการเงินจำหน่ายหุ้นของตนแก่บุคคลใดจนเป็นเหตุให้จำนวนหุ้นที่บุคคลนั้นถืออยู่หรือมีไว้เป็นไปโดยฝ่าฝืนมาตรา 18\nการนับจำนวนหุ้นตามวรรคหนึ่ง ให้นับรวมถึงหุ้นของผู้ที่... | ให้นับรวมถึงหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลผู้ซื้อหุ้นจากสถาบันการเงินถืออยู่หรือมีไว้ด้วย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 17 บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ตั้งแต่ร้อยละห้าขึ้นไปของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด บุคคลนั้นต้องรายงานการถือหุ้นหรือ... |
หุ้นที่ได้รับมาจากมรดกสามารถรับปันผลหรือผลตอบแทนได้หรือไม่ | หุ้นที่ได้รับมาจากมรดกสามารถได้รับปันผลหรือผลตอบแทบแม้จะเกินร้อยละ 10 แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลา 90 วันนับตั้งแต่ได้วันที่ได้รับหุ้นมา แต่ไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามจำนวนหุ้นในส่วนที่เกิน
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 21 ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งได้รับหุ้นมาโดยสุจริตจากการรับมรดก หากสถาบันการเงินนั้นได้ประกาศจ่ายเงินปันผลในช่วงระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหุ้นมาหรือภายในระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง ให้มีสิทธิรับเงินปันผลในหุ้นส่วนที่เกินร้อยละสิบตามมาตรา 18 ได้ แต่บุคคลนั้นจะออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามจำนวนหุ้นในส่วนที่เกินมิได้
พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ห้ามมิให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
จำนวนหุ้นตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตามวรรคหนึ่งถืออยู่หรือมีไว้ด้วย
หุ้นตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงหุ้นบุริมสิทธิที่ไม่มีสิทธิออกเสียง | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 21 บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินใดโดยฝ่าฝืนมาตรา 18 บุคคลนั้นจะยกเอาการถือหุ้นในส่วนที่เกินนั้นใช้ยันต่อสถาบันการเงินดังกล่าวมิได้ และสถาบันการเงินนั้นจะจ่ายเงิน... | หุ้นที่ได้รับมาจากมรดกสามารถได้รับปันผลหรือผลตอบแทนได้แม้จะเกินร้อยละ 10 แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลา 90 วันนับตั้งแต่ได้วันที่ได้รับหุ้นมา แต่ไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามจำนวนหุ้นในส่วนที่เกิน. | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ห้ามมิให้บุคคลใดถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแ... |
สถาบันการเงินเมื่อมีการตรวจสอบทะเบียนผู้ถือหุ้นก่อนประชุมแล้วต้องแจ้งผลต่อหน่วยงานใด | สถาบันการเงินต้องแจ้งผลการตรวจสอบต่อธนาคารแห่งประเทศไทย
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551มาตรา 22 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 18 และมาตรา 19 ให้สถาบันการเงินตรวจสอบทะเบียนผู้ถือหุ้นทุกครั้งก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นหรือก่อนจ่ายเงินปันผลหรือผลตอบแทนอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้น แล้วให้แจ้งผลการตรวจสอบต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 22 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 18 และมาตรา 19 ให้สถาบันการเงินตรวจสอบทะเบียนผู้ถือหุ้นทุกครั้งก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นหรือก่อนจ่ายเงินปันผลหรือผลตอบแทนอื่นใ... | สถาบันการเงินต้องแจ้งผลการตรวจสอบต่อธนาคารแห่งประเทศไทย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 16 สถาบันการเงินต้องมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติ... |
ผู้ถือหุ้นในธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศในอัตราร้อย 15 จำเป็นต้องขายในอัตราที่เกินร้อยละ 10 หรือไม่ | ผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องขายหุ้นในส่วนที่เกินร้อยละ 10
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 23 มิให้นำมาตรา 15 ถึงมาตรา 22 มาใช้บังคับกับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 19 บุคคลใดได้มาซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่งจนเป็นเหตุให้จำนวนหุ้นที่ตนถืออยู่หรือมีไว้เป็นไปโดยฝ่าฝืนมาตรา 18 บุคคลนั้นจะต้องนำหุ้นในส่วนที่เกินออกจำหน่ายแก่บุคคลอื่นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหุ้นนั้นมา เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งจะผ่อนผันได้อีกไม่เกินเก้าสิบวัน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 23 มิให้นำมาตรา 15 ถึงมาตรา 22 มาใช้บังคับกับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ",
"section_num"... | ผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องขายหุ้นในส่วนที่เกินร้อยละ 10 | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 15 หุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของสถาบันการเงินต้องเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อผู้ถือ มีมูลค่าของหุ้นไม่เกินหุ้นละหนึ่งร้อยบาท และข้อบังคับของสถาบันการเงินต้องไม่มีข้อจำกัดในการโอนหุ้น เว้น... |
ผู้ที่เป็นบุคคลล้มละลายแต่พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้ว 8 ปี สามารถถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการของสถาบันการเงินได้หรือไม่ | บุคคลนั้นสามารถถูกตั้งตั้งและทำหน้าที่ผู้จัดการของสถาบันการเงินได้
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 24 ห้ามมิให้สถาบันการเงินแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน
(1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 24 ห้ามมิให้สถาบันการเงินแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน\n(1) เป็นบุคคลล้มละลา... | บุคคลนั้นสามารถถูกตั้งตั้งและทำหน้าที่ผู้จัดการของสถาบันการเงินได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 89 ในกรณีที่สถาบันการเงิน กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการได้กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือข้อกำหนดหรือประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติน... |
กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานใด | กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจะต้องได้รับความเห็นชอบธนาคารแห่งประเทศไทย
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 25 การแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งบุคคลใหม่หรือแต่งตั้งบุคคลเดิมให้ดำรงตำแหน่งต่อไป
ในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด หากธนาคารแห่งประเทศไทยมิได้แจ้งผลการพิจารณาให้ความเห็นชอบภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งนั้นแล้ว | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 25 การแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งบุคคลใหม่หรือแต่งตั้งบ... | กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจะต้องได้รับความเห็นชอบธนาคารแห่งประเทศไทย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 24 ห้ามมิให้สถาบันการเงินแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน\n(1) เป็นบุคคลล้มละลา... |
ผู้ใดมีหน้าที่แจ้งการเป็นกรรมการในธุรกิจแก่สถาบันอื่น | สถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 26 ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี สถาบันการเงินมีหน้าที่แจ้งหรือแสดงให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบเกี่ยวกับผลประโยชน์และค่าตอบแทนที่กรรมการ ผู้จัดการ และผู้มีอำนาจในการจัดการได้รับจากสถาบันการเงิน และมีหน้าที่แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบถึงการเป็นกรรมการในธุรกิจอื่นด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้กรรมการมีหน้าที่แจ้งการเป็นกรรมการในธุรกิจอื่นแก่สถาบันการเงิน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 26 ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี สถาบันการเงินมีหน้าที่แจ้งหรือแสดงให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบเกี่ยวกับผลประโยชน์และค่าตอบแทนที่กรรมการ ผู้จัดการ และผู้มีอำนาจในการจัดการได้รับจากสถ... | สถาบันการเงิน | [] |
ในกรณีที่าถ่บันการเงินประสบปัญหาขาดทุน เมื่อสิ้นรอบระยะเวลา 6 เดือน เมื่อลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละห้าสิบของทุนที่ชำระแล้ว ต้องปฏิบัติอย่างไร | ให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนที่ชำระแล้ว เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินตามความเป็นจริง
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 27 ในการดำเนินกิจการของสถาบันการเงิน กรรมการต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง และต้องรับผิดชอบร่วมกันในการบริหารงานสถาบันการเงินนั้น ซึ่งรวมถึงเรื่องดังต่อไปนี้
(1) การให้สถาบันการเงินปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
(2) การจัดทำและเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่แท้จริงของสถาบันการเงิน โดยต้องเปิดเผยให้ผู้ถือหุ้น ผู้ฝากเงิน และประชาชนได้รับทราบและสามารถตรวจสอบได้ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(3) การให้สถาบันการเงินเรียกประชุมผู้ถือหุ้นภายในสี่เดือนนับแต่สิ้นรอบระยะเวลาบัญชีหกเดือน เมื่อปรากฏว่าสถาบันการเงินนั้นประสบการขาดทุนจนทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาหกเดือนตามมาตรา 67 ลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละห้าสิบของทุนที่ชำระแล้ว และให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนที่ชำระแล้ว เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินตามความเป็นจริง | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 27 ในการดำเนินกิจการของสถาบันการเงิน กรรมการต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง และต้องรับผิดชอบร่วมกันในการบริหารงานสถาบันการเงินนั้น ซึ่งรวมถึงเรื่องดั... | ให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนที่ชำระแล้ว เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของสถาบันการเงินตามความเป็นจริง | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 67 ให้สถาบันการเงินจัดทำงบการเงินทุกรอบระยะเวลาหกเดือนและรอบระยะเวลาสิบสองเดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของสถาบันการเงินนั้น ตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และต้องมีการตรวจสอบและ... |
บุคคลใดที่ กรรมการต้องรับผิดชอบ เมื่อใช้เกิดอความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้ตรวจการสถาบันการเงินสั่งการ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ทุจริตหรือมีส่วนในการไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ผู้ถือหุ้น หรือผู้ฝากเงิน หรือผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการระดมเงินจากประชาชนของสถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 28 กรรมการต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อผู้ถือหุ้น หรือผู้ฝากเงิน หรือผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการระดมเงินจากประชาชนของสถาบันการเงิน เพื่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้ตรวจการสถาบันการเงินสั่งการตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ทุจริตหรือมีส่วนในการไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 28 กรรมการต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อผู้ถือหุ้น หรือผู้ฝากเงิน หรือผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการระดมเงินจากประชาชนของสถาบันการเงิน เพื่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการไม่ปฏิบัติหน... | ผู้ถือหุ้น หรือผู้ฝากเงิน หรือผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการระดมเงินจากประชาชนของสถาบันการเงิน | [] |
ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถสั่งการสถานบันทางการเงินเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนได้หรือไม่ | ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้ามาดูแลสถาบันการเงินที่มีความเสี่ยงสูงโดยการสั่งการให้ดำเนินการใดๆตามสมควร
คำอธิบาย : พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 30 สถาบันการเงินต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
การประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจประกาศกำหนดเป็นการทั่วไปให้สถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใด ตามขนาดหรือประเภทของสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงรวมทุกประเภทหรือแต่ละประเภทได้ หรือในกรณีที่ปรากฏว่าสถาบันการเงินใดมีความเสี่ยงสูง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสั่งการให้สถาบันการเงินนั้นดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควรก็ได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 30 สถาบันการเงินต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด\nการประกาศกำหนดตามวรรคหนึ... | ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้ามาดูแลสถาบันการเงินที่มีความเสี่ยงสูงโดยการสั่งการให้ดำเนินการใดๆตามสมควร | [] |
ผู้ถือหุ้นขอให้สถาบันทางการเงินชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของสถาบันทางการเงินได้หรือไม่ | ได้ เนื่องจากมีบทบัญญัติของกฎหมายได้กำหนดให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนและข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตร 31 ให้สถาบันการเงินเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนและข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 31 ให้สถาบันการเงินเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนและข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด",
... | ได้ เนื่องจากมีบทบัญญัติของกฎหมายได้กำหนดให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุนและข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของสถาบันการเงินหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงิน | [] |
สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด หรือไม่ และให้ถือว่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินกองทุนตามพระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือไม่ | ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้ถือว่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินกองทุนตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32 สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้ถือว่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้
สินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย
(1) เงินที่นำเข้ามาจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาอื่นของสถาบันการเงินต่างประเทศซึ่งตั้งอยู่นอกประเทศไทย
(2) เงินสำรองต่าง ๆ แต่ไม่รวมถึงเงินสำรองสำหรับการลดค่าของสินทรัพย์และเงินสำรองเพื่อการชำระหนี้ หรือ
(3) เงินกำไรสุทธิแต่ละรอบปีบัญชีของสาขาหลังจากหักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกรอบปีบัญชีแล้ว และให้รวมถึงเงินกำไรที่ได้โอนไปเป็นส่วนของสำนักงานใหญ่ในทางบัญชีแล้วแต่ยังไม่ได้จำหน่ายออกนอกราชอาณาจักร | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 32 สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเ... | ต้องดำรงสินทรัพย์ไว้ในประเทศไทยหรือมีหลักทรัพย์ในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้ถือว่าสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงินกองทุนตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | [] |
สถาบันทางการเงินสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ เป็นอัตราส่วนร้อยละสิบของเงินกองทุนทั้งหมดของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกันได้หรือไม่ | ได้ เนื่องจากไม่เกินอตราส่วนรอยละยี่สิบ ตามที่กฎหมายกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 33 ภายใต้บังคับมาตรา 34 และมาตรา 35 ให้สถาบันการเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของตนได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 34 ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัทใดเกินอัตราดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(1) ร้อยละยี่สิบของเงินกองทุนทั้งหมดของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกัน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 33 ภายใต้บังคับมาตรา 34 และมาตรา 35 ให้สถาบันการเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของตนได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด",
"section_num": "33"
}
] | ได้ เนื่องจากไม่เกินอตราส่วนรอยละยี่สิบ ตามที่กฎหมายกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 34 ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัทใดเกินอัตราดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด\n(1) ร้อยละยี่สิบของเงินกองทุนทั้งหม... |
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาตในการกำหนดอัตราขั้นสูงในการถือหรือมีหุ้นให้ต่ำกว่าที่กำหนดได้หรือไม่ และต้องประกาศล่วงหน้าอย่างน้อยกี่วัน | ได้ แต่ต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันใช้บังคับไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 34 ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัทใดเกินอัตราดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(1) ร้อยละยี่สิบของเงินกองทุนทั้งหมดของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกัน
(2) ร้อยละห้าของเงินกองทุนทั้งหมดของสถาบันการเงินนั้น สำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละราย หรือ
(3) ร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 34 ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีหุ้นโดยทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัทใดเกินอัตราดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด\n(1) ร้อยละยี่สิบของเงินกองทุนทั้งหม... | ได้ แต่ต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันใช้บังคับไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 58 ห้ามมิให้สถาบันการเงินจัดตั้งหรือมีบริษัทลูก เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย\nการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขอื่นใดให้สถาบันการเงินหรือบริษัท... |
หุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน ในกรณีใดที่สถาบันการเงินสามารถถือหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | เป็นการได้มาจากการชำระหนี้หรือการประกันการให้สินเชื่อซึ่งต้องจำหน่ายภายในเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ได้มา หรือเป็นการซื้อหรือได้มาโดยได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 35 ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้
(1) หุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน เว้นแต่เป็นการได้มาจากการชำระหนี้หรือการประกันการให้สินเชื่อซึ่งต้องจำหน่ายภายในเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ได้มา หรือเป็นการซื้อหรือได้มาโดยได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้
(2) หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินนั้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 35 ห้ามมิให้สถาบันการเงินถือหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้\n(1) หุ้นหรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของสถาบันการเงินอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน เว้นแต่เป็นการได้มาจาก... | เป็นการได้มาจากการชำระหนี้หรือการประกันการให้สินเชื่อซึ่งต้องจำหน่ายภายในเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ได้มา หรือเป็นการซื้อหรือได้มาโดยได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้ | [] |
ธนาคารพาณิชย์ต้องการเปิดธุรกิจใหม่เกี่ยวกับการประกันภัยการเดินทางเรือเพิ่มเติมการธุรกิจธนาคารพาณิชน์ได้หรือไม่ | ได้ เนื่องจากเป็นการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธนาคารพาณิชน์ เพราะบทบัญญัติของกฎหมายอนุญาติให้ธนาคารพาณิชย์สามารถประกอบได้เธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ แล้วแต่กรณี และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หรือจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36 ให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ประกอบธุรกิจได้เฉพาะธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ แล้วแต่กรณี และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หรือจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะประกาศกำหนดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นโดยแยกตามประเภทสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์แต่ละชนิดก็ได้ และจะกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นนั้นด้วยก็ได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 36 ให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ประกอบธุรกิจได้เฉพาะธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน หรือธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ แล้วแต่กรณี และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หร... | ได้ เนื่องจากเป็นการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธนาคารพาณิชย์ | [] |
วันหยุดตามประเพณีของสถาบันการเงินอ้างอิงจากอะไร | สถาบันการเงินอ้างอิงวันหยุดตามประเพณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และมีข้อกำหนดให้สถาบันการเงินประกาศวันและเวลาเปิดและหยุดทำการไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของสถาบันการเงินนั้น
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 37 ให้สถาบันการเงินเปิดทำการ ณ สำนักงานของสถาบันการเงินนั้นอย่างน้อยตามวันและเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติเป็นประการอื่นจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในการอนุญาตดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติด้วยก็ได้
ในปีหนึ่ง ๆ ให้สถาบันการเงินมีวันหยุดตามประเพณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
ให้สถาบันการเงินประกาศวันและเวลาเปิดและหยุดทำการไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 37 ให้สถาบันการเงินเปิดทำการ ณ สำนักงานของสถาบันการเงินนั้นอย่างน้อยตามวันและเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติเป็นประการอื่นจากธนาคารแห่งประเทศ... | สถาบันการเงินอ้างอิงวันหยุดตามประเพณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [] |
ข้อมูลในเรื่องอัตราดอกเบี้ย อัตราส่วนลด และค่าบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น รวมทั้งข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับสถาบันการเงินนั้น นอกเหนือจากประกาศที่ณ สำนักงานของสถาบันการเงิน และสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด สถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องดำเนินการสิ่งใดด้วย | สถาบันการเงินต้องรายงานพร้อมส่งสำเนาประกาศหรือข้อมูลนั้นให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 ให้สถาบันการเงินประกาศข้อมูลในเรื่องอัตราดอกเบี้ย อัตราส่วนลด และค่าบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น รวมทั้งข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับสถาบันการเงินนั้นไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของสถาบันการเงิน เพื่อให้ประชาชนและลูกค้าที่มาติดต่อหรือใช้บริการในสถานที่นั้นทราบข้อมูลดังกล่าว และให้รายงานพร้อมส่งสำเนาประกาศหรือข้อมูลนั้นให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
ให้สถาบันการเงินประกาศข้อมูลตามวรรคหนึ่งในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 ให้สถาบันการเงินประกาศข้อมูลในเรื่องอัตราดอกเบี้ย อัตราส่วนลด และค่าบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น รวมทั้งข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับสถาบันการเงินนั้นไว้ในที่เปิดเผย ณ ส... | สถาบันการเงินต้องรายงานพร้อมส่งสำเนาประกาศหรือข้อมูลนั้นให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย | [] |
สถาบันการเงินมีหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือไม่ | มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการเงิน เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 39 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดให้สถาบันการเงินประเภทหนึ่งประเภทใดถือปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้
(5) การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการเงิน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 39 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดให้สถาบันการเงินประเภทหนึ่งประเภทใดถือปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้\n(1) การรับฝากเงิน การรับเงินจากประ... | มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการเงิน เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภค | [] |
สถาบันการเงินมีหน้าที่อย่างไรในการแจ้งอัตราค่าบริการรายปีให้กับประชาชนและลูกค้าผู้มาขอสินเชื่อ | สถาบันการเงินต้องแจ้งและแสดงวิธีการและรายละเอียดในการคำนวณอัตราค่าบริการรายปีให้ประชาชนและลูกค้าผู้มาขอสินเชื่อทราบ
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรามาตรา มาตรา 40 ให้สถาบันการเงินแจ้งและแสดงวิธีการและรายละเอียดในการคำนวณอัตราค่าบริการรายปีให้ประชาชนและลูกค้าผู้มาขอสินเชื่อทราบ
อัตราค่าบริการรายปีตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นที่สถาบันการเงินเรียกเก็บจากประชาชนและลูกค้าต่อปีในการให้สินเชื่อ ซึ่งรวมถึงดอกเบี้ย ส่วนลด และค่าบริการ
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดวิธีการคำนวณอัตราค่าบริการรายปีให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 40 ให้สถาบันการเงินแจ้งและแสดงวิธีการและรายละเอียดในการคำนวณอัตราค่าบริการรายปีให้ประชาชนและลูกค้าผู้มาขอสินเชื่อทราบ\nอัตราค่าบริการรายปีตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นที่... | สถาบันการเงินต้องแจ้งและแสดงวิธีการและรายละเอียดในการคำนวณอัตราค่าบริการรายปีให้ประชาชนและลูกค้าผู้มาขอสินเชื่อทราบ | [] |
การกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยครอบคลุมธุรกิจอะไรบ้าง | การกำหนดหลักเกณฑ์สามารถครอบคลุมตามประเภทของเงินฝากหรือเงินกู้ยืม, ประเภทของบุคคล, ประเภทของเอกสารการรับฝากเงินหรือการกู้ยืม, หรือประเภทของตราสาร
คำอธิบาย : พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 41 ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรับฝากเงิน รับเงินจากประชาชน ให้สินเชื่อ กู้ยืมเงิน ลงทุน ก่อภาระผูกพัน ซื้อขายตั๋วแลกเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด หรือซื้อขายเงินปริวรรตต่างประเทศ ให้สถาบันการเงินปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
การกำหนดตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดตามประเภทของเงินฝากหรือเงินกู้ยืม ประเภทของบุคคล ประเภทของเอกสารการรับฝากเงินหรือการกู้ยืม หรือประเภทของตราสารก็ได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 41 ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการรับฝากเงิน รับเงินจากประชาชน ให้สินเชื่อ กู้ยืมเงิน ลงทุน ก่อภาระผูกพัน ซื้อขายตั๋วแลกเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด หรือซื้อขายเงินปริวรรตต่างประเ... | การกำหนดหลักเกณฑ์สามารถครอบคลุมตามประเภทของเงินฝากหรือเงินกู้ยืม, ประเภทของบุคคล, ประเภทของเอกสารการรับฝากเงินหรือการกู้ยืม, หรือประเภทของตราสาร | [] |
เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศมีอำนาจในการกำหนดให้สถาบันการเงินงดเว้นให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อในกิจการประเภทใด ๆ เพิ่มขึ้นหรือสูงกว่าอัตราที่กำหนด | สามารถสั่งให้สถาบันการเงินงดเว้นให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อในกิจการประเภทใด ๆ เพิ่มขึ้นหรือสูงกว่าอัตราที่กำหนดได้
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 42 เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขภาวะเศรษฐกิจ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้
(2) ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อในกิจการประเภทใด ๆ เพิ่มขึ้นหรือสูงกว่าอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ จะกำหนดเป็นอัตราส่วนกับยอดเงินทั้งหมดที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อในแต่ละกิจการ ณ ขณะหนึ่งขณะใดก็ได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 42 เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขภาวะเศรษฐกิจ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจประกาศกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้\n(1) กำหนดวงเงินที่สถาบันการเงินจะให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สิน... | สามารถสั่งให้สถาบันการเงินงดเว้นให้สินเชื่อ หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อในกิจการประเภทใด ๆ เพิ่มขึ้นหรือสูงกว่าอัตราที่กำหนดได้ | [] |
การดำเนินการของสถาบันการเงินจะต้องได้รับความเห็นชอบจากใคร และต้องรายงานบุคคลใดหรือองค์กรใด ภายในระยะเวลาเมื่อใด | ต้องได้รับความเห็นชอบจากและให้รายงานต่อรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 43 การดำเนินการต่อไปนี้ สถาบันการเงินจะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน
(1) ขายหรือโอนกิจการของสถาบันการเงินทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่นตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
(2) ซื้อหรือรับโอนกิจการบริษัทอื่นทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญมาเป็นของสถาบันการเงินตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
(3) ทำสัญญา ยินยอม หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการ ผู้จัดการ หรือพนักงานของสถาบันการเงิน มีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของสถาบันการเงิน หรือรวมกิจการกับบุคคลอื่น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแบ่งกำไรขาดทุนกัน
การให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์ให้สถาบันการเงินปฏิบัติด้วยก็ได้ และให้รายงานต่อรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 43 การดำเนินการต่อไปนี้ สถาบันการเงินจะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน\n(1) ขายหรือโอนกิจการของสถาบันการเงินทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่นตามมติของที่ปร... | ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยและให้รายงานต่อรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า | [] |
บริษัทเครดิตฟองซิเอร์จะรับฝากเงินเมื่อสิ้นระยะเวลาได้หรือไม่ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ได้ โดยวิธีออกบัตรเงินฝาก ซึ่งต้องมีรายการของบัตรเงินฝากครบถ้วน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 44 สถาบันการเงินนอกจากบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จะรับฝากเงินที่ต้องจ่ายเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้โดยวิธีออกบัตรเงินฝากก็ได้
บัตรเงินฝากต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(1) คำบอกชื่อว่าเป็นบัตรเงินฝาก
(2) ชื่อสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเงินฝาก
(3) จังหวัดที่ตั้งของผู้ออกบัตรเงินฝาก
(4) วันที่ออกบัตรเงินฝาก
(5) ข้อตกลงอันปราศจากเงื่อนไขว่าจะจ่ายเงินเป็นจำนวนที่แน่นอนพร้อมด้วยดอกเบี้ย (ถ้ามี)
(6) วันถึงกำหนดจ่ายเงิน
(7) สถานที่จ่ายเงิน
(8) ชื่อของผู้ฝากเงิน หรือคำจดแจ้งว่าให้จ่ายเงินแก่ผู้ถือ
(9) ลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามแทนสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเงินฝาก | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 44 สถาบันการเงินนอกจากบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จะรับฝากเงินที่ต้องจ่ายเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้โดยวิธีออกบัตรเงินฝากก็ได้\nบัตรเงินฝากต้องมีรายการดังต่อไปนี้\n(1) คำบอกชื่อว่าเป็น... | ได้ โดยวิธีออกบัตรเงินฝาก ซึ่งต้องมีรายการของบัตรเงินฝากครบถ้วน | [] |
มาตราใดจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ถูกนำมาใช้บังคับกับบัตรเงินฝากแม้จะเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง | มาตรา 761 ถึงมาตรา 763, มาตรา 900, มาตรา 908, มาตรา 912, มาตรา 923 ถึงมาตรา 924, มาตรา 927 ถึงมาตรา 937, มาตรา 943 ถึงมาตรา 944, มาตรา 947, มาตรา 950 ถึงมาตรา 958, มาตรา 960 ถึงมาตรา 966, มาตรา 968 ถึงมาตรา 970, มาตรา 972, มาตรา 974 ถึงมาตรา 985, มาตรา 987 ถึงมาตรา 993, มาตรา 1001 ถึงมาตรา 1005, มาตรา 1009, มาตรา 1012 เป็นต้น
คำอธิบาย : พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 45 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 764 ถึงมาตรา 766 มาตรา 899 ถึงมาตรา 907 มาตรา 911 มาตรา 913 (1) และ (2) มาตรา 914 ถึงมาตรา 916 มาตรา 917 วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาตรา 918 ถึงมาตรา 922 มาตรา 925 มาตรา 926 มาตรา 938 ถึงมาตรา 942 มาตรา 945 มาตรา 946 มาตรา 948 มาตรา 949 มาตรา 959 มาตรา 967 มาตรา 971 มาตรา 973 มาตรา 986 มาตรา 994 ถึงมาตรา 1000 มาตรา 1006 ถึงมาตรา 1008 มาตรา 1010 และมาตรา 1011 มาใช้บังคับกับบัตรเงินฝากโดยอนุโลม | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 45 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 764 ถึงมาตรา 766 มาตรา 899 ถึงมาตรา 907 มาตรา 911 มาตรา 913 (1) และ (2) มาตรา 914 ถึงมาตรา 916 มาตรา 917 วรรคหนึ่งและวรรคสาม ... | มาตรา 761 ถึงมาตรา 763, มาตรา 900, มาตรา 908, มาตรา 912, มาตรา 923 ถึงมาตรา 924, มาตรา 927 ถึงมาตรา 937, มาตรา 943 ถึงมาตรา 944, มาตรา 947, มาตรา 950 ถึงมาตรา 958, มาตรา 960 ถึงมาตรา 966, มาตรา 968 ถึงมาตรา 970, มาตรา 972, มาตรา 974 ถึงมาตรา 985, มาตรา 987 ถึงมาตรา 993, มาตรา 1001 ถึงมาตรา 1005, มาตรา 1009, มาตรา 1012 เป็นต้น | [
{
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_content": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1006\nการที่ลายมือชื่ออันหนึ่งในตั๋วเงินเป็นลายมือปลอม ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงความสมบูรณ์แห่งลายมือชื่ออื่น ๆ ในตั๋วเงินนั้น",
"section_num": "1006"
},
{
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
... |
จำนวนเงินใดหรือประเภทใดที่ธนาคารแห่งประเทศอาจประกาศกำหนดให้สถาบันการเงินสามารถเรียกได้ และถือว่าเป็นดอกเบี้ย ส่วนลด หรือค่าบริการ เมื่อมีเหตุอันสมควร | บรรดาเงิน ทรัพย์สิน หรือสิ่งอื่นที่อาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ซึ่งผู้ฝากเงินหรือบุคคลใดได้รับจากสถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงิน เนื่องจากการรับฝากเงิน กู้ยืมเงิน หรือรับเงิน หรือที่สถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นได้รับเนื่องจากการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ยกเว้น ค่าบริการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 46 ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจประกาศกำหนดให้สถาบันการเงินปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) ดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่อาจเรียกได้
(2) ดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่อาจจ่ายได้
(3) ค่าบริการที่อาจเรียกได้
(4) เงินมัดจำที่อาจเรียกได้
(5) หลักประกันเป็นทรัพย์สินที่ต้องเรียก
(6) ผลประโยชน์ที่อาจเรียกได้จากการทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ
(7) เบี้ยปรับที่อาจเรียกได้
บรรดาเงิน ทรัพย์สิน หรือสิ่งอื่นที่อาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ซึ่งผู้ฝากเงินหรือบุคคลใดได้รับจากสถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงิน เนื่องจากการรับฝากเงิน กู้ยืมเงิน หรือรับเงิน หรือที่สถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นได้รับเนื่องจากการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ให้ถือว่าเป็นดอกเบี้ย ส่วนลด หรือค่าบริการ แล้วแต่กรณี เว้นแต่ค่าบริการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตาม (3) มิให้ถือว่าเป็นดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่สถาบันการเงินอาจเรียกได้ตาม (1)
การกำหนดตามวรรคหนึ่งอาจกำหนดตามประเภทของธุรกิจ การกู้ยืมเงิน การรับเงินจากประชาชน หรือกิจการที่สถาบันการเงินอาจจ่ายหรือเรียก หรือกำหนดวิธีการคำนวณและระยะเวลาการจ่ายหรือเรียกเก็บก็ได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 46 ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจประกาศกำหนดให้สถาบันการเงินปฏิบัติในเรื่องดังต่อไปนี้\n(1) ดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่อาจเรียกได้\n(2) ดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่อาจจ่ายได้\n... | บรรดาเงิน ทรัพย์สิน หรือสิ่งอื่นที่อาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ซึ่งผู้ฝากเงินหรือบุคคลใดได้รับจากสถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงิน เนื่องจากการรับฝากเงิน กู้ยืมเงิน หรือรับเงิน หรือที่สถาบันการเงิน พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นได้รับเนื่องจากการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ยกเว้น ค่าบริการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด. | [] |
สถานบันการเงินจำเป็นต้องให้บุคคลภายในองค์กรเป็นผู้ให้บริการหรือไม่ | ไม่จำเป็นเนื่องจากมีบทกฎหมายบัญญัติให้สถาบันการเงินอาจใช้บริการจากบุคคลภายนอกในการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดได้
คำอธิบาย : พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 47 สถาบันการเงินอาจใช้บริการจากบุคคลภายนอกในการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 47 สถาบันการเงินอาจใช้บริการจากบุคคลภายนอกในการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด",
"section_num": "47"
}
] | ไม่จำเป็นเนื่องจากมีบทกฎหมายบัญญัติให้สถาบันการเงินอาจใช้บริการจากบุคคลภายนอกในการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดได้ | [] |
กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ตามประมวลรัษฎากร มีความหมายว่าอย่างไร และ สถาบันการเงินไม่อาจให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่แก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ในอัตราเท่าใด | กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หมายความว่า บริษัทที่สถาบันการเงิน กรรมการของสถาบันการเงิน
โดย ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 49 ...
ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดอัตราขั้นสูงในการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือแก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องให้สูงกว่าอัตราที่กำหนดในวรรคหนึ่งได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หมายความว่า บริษัทที่สถาบันการเงิน กรรมการของสถาบันการเงิน ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 49 ภายใต้บังคับมาตรา 59 ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือแก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อ... | กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หมายความว่า บริษัทที่สถาบันการเงิน กรรมการของสถาบันการเงิน ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น และสถาบันการเงินไม่อาจให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือแก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องเกินร้อยละห้าของเงินกองทุนหรือเกินร้อยละยี่สิบห้าของหนี้สินทั้งหมดของผู้ถือหุ้นรายใหญ่. | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 59 สถาบันการเงินอาจให้สินเชื่อหรือทำธุรกรรมกับบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วมของสถาบันการเงินได้ แต่จะให้สินเชื่อหรือทำธุรกรรมเกินกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดมิได้ เว้... |
ในกรณีที่สถาบันการเงินใดได้รับการประกันความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือบริษัทอื่นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ให้ถือว่าสถาบันการเงินนั้นให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินหรือบริษัทผู้ประกันความเสี่ยง ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือไม่ | ให้ถือว่าสถาบันการเงินนั้นให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินหรือบริษัทผู้ประกันความเสี่ยงกล่าวด้วย
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 50 ...
ในกรณีที่สถาบันการเงินใดได้รับการประกันความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือบริษัทอื่นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ให้ถือว่าสถาบันการเงินนั้นให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินหรือบริษัทผู้ประกันความเสี่ยงดังกล่าวตามวรรคหนึ่งด้วย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 50 ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือแก่บุคคลหลายคนรวมกันในโครงการหนึ่งโครงการใด หรือเพื่อใ... | ให้ถือว่าสถาบันการเงินนั้นให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินหรือบริษัทผู้ประกันความเสี่ยงกล่าวด้วย | [] |
ในกรณีใดที่สถาบันการเงินสามารถให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจ | กรณีที่การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจแต่ละประเภทนั้นไม่เกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนหรือสินทรัพย์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 51 ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจแต่ละประเภทเกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนหรือสินทรัพย์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 51 ห้ามมิให้สถาบันการเงินให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจแต่ละประเภทเกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนหรือสินทรัพย์ตามที่ธนาคารแห่งประเ... | กรณีที่การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจแต่ละประเภทนั้นไม่เกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนหรือสินทรัพย์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [] |
บริษัทแม่ที่ไม่ได้ประกอบกิจการเป็นสถาบันทางการเงิน แต่มีบริษัทลูกเป็นกลุ่มทางการเงินหนึ่งบริษัทจากทั้งหมด 3 บริษัทถือว่าเป็นกลุ่มธุรกิจทางการเงินตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือไม่ | ถือว่าเป็นกลุ่มทางการเงิน ซึ่งสนันสนุนทางธุรกิจซึ่งกันและกัน
คำอธิบาย : พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 53 กลุ่มธุรกิจทางการเงิน ประกอบด้วยสถาบันการเงินและบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนธุรกิจทางการเงินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
(1) กลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประกอบด้วยสถาบันการเงินเป็นบริษัทแม่และมีบริษัทอื่นเป็นบริษัทลูกบริษัทเดียวหรือหลายบริษัท หรือ
(2) กลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ประกอบด้วยบริษัทแม่ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินแต่มีสถาบันการเงินเป็นบริษัทลูก โดยจะมีบริษัทลูกเพียงบริษัทเดียวหรือหลายบริษัทเป็นบริษัทร่วมก็ได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 53 กลุ่มธุรกิจทางการเงิน ประกอบด้วยสถาบันการเงินและบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนธุรกิจทางการเงินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้\n(1) กลุ่มธุรกิจทางการเงิ... | ถือว่าเป็นกลุ่มทางการเงิน ซึ่งสนันสนุนทางธุรกิจซึ่งกันและกัน | [] |
มูลนิธิจำนวน 2 กลุ่มเข้าร่วมกันเพื่อให้บริการปล่อยเงินกู้ สามารถทำได้หรือไม่ | ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์รับรอง และไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรามาตรา 54 ห้ามมิให้จัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 54 ห้ามมิให้จัดตั้งกลุ่มธุรกิจทางการเงิน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด",
"section_num": "54"
}
] | ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีข้อกำหนดหรือหลักเกณฑ์รับรอง และไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย | [] |
ในกรณีที่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินได้ประกอบธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจได้หรือไม่ | กฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจนั้นจะได้กำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 56 บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินจะประกอบธุรกิจได้แต่เฉพาะธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดเท่านั้นแต่จะประกอบการค้าหรือธุรกิจอื่นมิได้
ในการประกอบธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจดังกล่าวไว้ด้วยก็ได้ เว้นแต่กฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจนั้นจะได้กำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 56 บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินจะประกอบธุรกิจได้แต่เฉพาะธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดเท่านั้นแต่จะประกอบการค้าหรือธุรกิจอื่นมิไ... | ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจได้ | [] |
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดสิ่งใดเพื่อเป็นการตรวจสอบความมั่นคงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ระหว่าง บริษัทแม่ บริษัทลูก และบริษัทร่วมของสถาบันการเงินนั้น | มีอำนาจกำหนดอัตราส่วนเงินกองทุนหรือทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใด หรือกำหนดอัตราส่วนอื่น ๆ ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นได้ รวมทั้งมีอำนาจกำหนดให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินเปิดเผยข้อมูลระหว่างกันได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบความมั่นคงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก และบริษัทร่วมของสถาบันการเงินนั้นในลักษณะเหมือนกับเป็นนิติบุคคลเดียวกัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่กฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจนั้นจะได้กำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดอัตราส่วนเงินกองทุนหรือทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใด หรือกำหนดอัตราส่วนอื่น ๆ ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นได้ รวมทั้งมีอำนาจกำหนดให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินเปิดเผยข้อมูลระหว่างกันได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบความมั่นคงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก และบริษัทร่วมของสถาบันการเงินนั้นในลัก... | มีอำนาจกำหนดอัตราส่วนเงินกองทุนหรือทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใด หรือกำหนดอัตราส่วนอื่น ๆ ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้นได้ รวมทั้งมีอำนาจกำหนดให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินเปิดเผยข้อมูลระหว่างกันได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [] |
สถาบันการเงินสามารถซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทลูกโดยมีมูลค่าของหุ้นรวมกันทั้งสิ้นเกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนทั้งหมดหรือเงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใด ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ได้หรือไม่ | ไม่สามารถซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทลูกโดยมีมูลค่าของหุ้นรวมกันทั้งสิ้นเกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนทั้งหมดหรือเงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใดได้
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 58 ห้ามมิให้สถาบันการเงินจัดตั้งหรือมีบริษัทลูก เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขอื่นใดให้สถาบันการเงินหรือบริษัทลูกต้องปฏิบัติด้วยก็ได้
ห้ามมิให้สถาบันการเงินซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทลูกโดยมีมูลค่าของหุ้นรวมกันทั้งสิ้นเกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนทั้งหมดหรือเงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 58 ห้ามมิให้สถาบันการเงินจัดตั้งหรือมีบริษัทลูก เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย\nการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขอื่นใดให้สถาบันการเงินหรือบริษัท... | ไม่สามารถซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทลูกโดยมีมูลค่าของหุ้นรวมกันทั้งสิ้นเกินอัตราส่วนกับเงินกองทุนทั้งหมดหรือเงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใดได้ | [] |
การให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วม ให้ถือว่าเป็นการให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับบริษัทที่เป็นผู้ยื่นขอ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือไม่ | การให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วม ให้ถือว่าเป็นการให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าวด้วย
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 59 สถาบันการเงินอาจให้สินเชื่อหรือทำธุรกรรมกับบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วมของสถาบันการเงินได้ แต่จะให้สินเชื่อหรือทำธุรกรรมเกินกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
การทำธุรกรรมตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึง
(1) การซื้อหรือขายสินทรัพย์ และรวมถึงสินทรัพย์ที่มีสัญญาซื้อคืนจากบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วม
(2) การรับหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วมเป็นหลักประกันการให้สินเชื่อ หรือการออกหนังสือค้ำประกัน หรือเล็ตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วม
(3) การทำธุรกรรมใด ๆ ที่เป็นผลให้บริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วมได้รับประโยชน์
การให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วม ให้ถือว่าเป็นการให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าวด้วย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 59 สถาบันการเงินอาจให้สินเชื่อหรือทำธุรกรรมกับบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วมของสถาบันการเงินได้ แต่จะให้สินเชื่อหรือทำธุรกรรมเกินกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดมิได้ เว้... | การให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วม ให้ถือว่าเป็นการให้สินเชื่อหรือการทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าวด้วย | [] |
หากหลักเกณฑ์ที่ให้สถาบันการเงินจัดชั้นสินทรัพย์และภาระผูกพันที่เสียหายหรืออาจเสียหายและให้ตัดออกจากบัญชีหรือกันเงินสำรองไว้สำหรับสินทรัพย์และภาระผูกพันที่เกิดขึ้น จะต้องประกาศล่วงหน้าไม่น้อยกว่ากี่วัน | จะต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันใช้บังคับไม่น้อยกว่า 30 วัน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 60 ให้สถาบันการเงินจัดชั้นสินทรัพย์และภาระผูกพันที่เสียหายหรืออาจเสียหายและให้ตัดออกจากบัญชีหรือกันเงินสำรองไว้สำหรับสินทรัพย์และภาระผูกพันดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
ในกรณีที่ปรากฏว่า เมื่อนำสินทรัพย์จัดชั้นหรือภาระผูกพันในส่วนที่ยังมิได้ตัดออกจากบัญชีหรือกันเงินสำรองไว้มาหักออกจากเงินกองทุนแล้ว เงินกองทุนมีจำนวนต่ำกว่าที่ต้องดำรงไว้ตามมาตรา 30 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สถาบันการเงินนั้นถือปฏิบัติจนกว่าจะได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง
หากหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่งมีผลให้สถาบันการเงินต้องเพิ่มการตัดสินทรัพย์ออกจากบัญชีหรือเพิ่มการกันเงินสำรอง จะต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันใช้บังคับไม่น้อยกว่าสามสิบวัน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 60 ให้สถาบันการเงินจัดชั้นสินทรัพย์และภาระผูกพันที่เสียหายหรืออาจเสียหายและให้ตัดออกจากบัญชีหรือกันเงินสำรองไว้สำหรับสินทรัพย์และภาระผูกพันดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไ... | จะต้องประกาศล่วงหน้าก่อนวันใช้บังคับไม่น้อยกว่า 30 วัน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 30 สถาบันการเงินต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด\nการประกาศกำหนดตามวรรคหนึ... |
สถาบันการเงินต้องกันเงินสำรองไว้ร้อยละ 10 ของสินทรัพย์และภาระผูกพันอื่นที่ไม่เสียหายได้ ทำได้หรือไม่ | ไม่ได้ หลักเกณฑ์กำหนัดอัตราให้ไม่เกินร้อยละ 5 ของสินทรัพย์และภาระผูกพันอื่นที่ไม่เสียหายได้
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 61 ให้สถาบันการเงินกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์และภาระผูกพันอื่นที่ไม่เสียหายตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด แต่ทั้งนี้ จะกำหนดอัตราเกินร้อยละห้าของสินทรัพย์และภาระผูกพันอื่นที่ไม่เสียหายมิได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 61 ให้สถาบันการเงินกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์และภาระผูกพันอื่นที่ไม่เสียหายตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด แต่ทั้งนี้ จะกำหนดอัตราเกินร้อยละห้าของสินทรัพย์และภาระผู... | ไม่ได้ | [] |
เมื่อรายได้สำหรับสินทรัพย์ถูกจัดชั้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด สถาบันการเงินต้องดำเนินการอย่างไร | ให้สถาบันการเงินระงับการรับรู้และยกเลิกรายการดอกเบี้ยค้างรับที่เคยรับรู้เป็นรายได้สำหรับสินทรัพย์ที่ถูกจัดชั้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 62 ให้สถาบันการเงินระงับการรับรู้และยกเลิกรายการดอกเบี้ยค้างรับที่เคยรับรู้เป็นรายได้สำหรับสินทรัพย์ที่ถูกจัดชั้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 62 ให้สถาบันการเงินระงับการรับรู้และยกเลิกรายการดอกเบี้ยค้างรับที่เคยรับรู้เป็นรายได้สำหรับสินทรัพย์ที่ถูกจัดชั้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด",
"section_num":... | ให้สถาบันการเงินระงับการรับรู้และยกเลิกรายการดอกเบี้ยค้างรับที่เคยรับรู้เป็นรายได้สำหรับสินทรัพย์ที่ถูกจัดชั้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [] |
สถาบันการเงินต้องบริหารสินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพัน ให้มีความสัมพันธ์กับการรับฝากเงิน การกู้ยืมเงิน หรือการรับเงินจากประชาชน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือไม่ | สถาบันการเงินต้องบริหารสินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพัน ให้มีความสัมพันธ์กับการรับฝากเงิน การกู้ยืมเงิน หรือการรับเงินจากประชาชน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 63 ให้สถาบันการเงินบริหารสินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพัน ให้มีความสัมพันธ์กับการรับฝากเงิน การกู้ยืมเงิน หรือการรับเงินจากประชาชน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 63 ให้สถาบันการเงินบริหารสินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพัน ให้มีความสัมพันธ์กับการรับฝากเงิน การกู้ยืมเงิน หรือการรับเงินจากประชาชน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด",
... | สถาบันการเงินต้องบริหารสินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพัน ให้มีความสัมพันธ์กับการรับฝากเงิน การกู้ยืมเงิน หรือการรับเงินจากประชาชน | [] |
สินทรัพย์สภาพคล่องที่สามารถเปลี่ยนมือได้ ประกอบด้วยสินทรัพย์ชนิดไหนบ้าง | สินทรัพย์สภาพคล่อง 4 ชนิด ดังต่อไปนี้นี้
(1) บัตรเงินฝากที่ปราศจากภาระผูกพัน
(2) หลักทรัพย์รัฐบาลไทย หลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่ปราศจากภาระผูกพัน
(3) หุ้นกู้หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ค้ำประกันเฉพาะต้นเงินหรือรวมทั้งดอกเบี้ย และปราศจากภาระผูกพัน
(4) สินทรัพย์อื่นที่มีสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
คำอธิบาย : พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 65 สินทรัพย์สภาพคล่อง ได้แก่
(1) เงินสด
(2) เงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
(3) เงินฝากสุทธิที่สถาบันการเงินอื่น
(4) บัตรเงินฝากที่ปราศจากภาระผูกพัน
(5) หลักทรัพย์รัฐบาลไทย หลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่ปราศจากภาระผูกพัน
(6) หุ้นกู้หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ค้ำประกันเฉพาะต้นเงินหรือรวมทั้งดอกเบี้ย และปราศจากภาระผูกพัน
(7) สินทรัพย์อื่นใดที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน รับภาระสุดท้ายที่จะชดใช้ความเสียหาย ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(8) สินทรัพย์อื่นที่มีสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
สินทรัพย์สภาพคล่องตาม (4) (5) (6) และ (8) ต้องสามารถโอนเปลี่ยนมือได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 65 สินทรัพย์สภาพคล่อง ได้แก่\n(1) เงินสด\n(2) เงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย\n(3) เงินฝากสุทธิที่สถาบันการเงินอื่น\n(4) บัตรเงินฝากที่ปราศจากภาระผูกพัน\n(5) หลักทรัพย์รัฐบาลไทย หลั... | สินทรัพย์สภาพคล่อง 4 ชนิด ดังต่อไปนี้นี้ (1) บัตรเงินฝากที่ปราศจากภาระผูกพัน (2) หลักทรัพย์รัฐบาลไทย หลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่ปราศจากภาระผูกพัน (3) หุ้นกู้หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ค้ำประกันเฉพาะต้นเงินหรือรวมทั้งดอกเบี้ย และปราศจากภาระผูกพัน (4) สินทรัพย์อื่นที่มีสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [] |
บุคคลใดหรือองค์กรใด มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง โดยถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบและตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | สถาบันการเงิน
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 66 ให้สถาบันการเงินจัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง โดยถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบและตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 66 ให้สถาบันการเงินจัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง โดยถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ค... | สถาบันการเงิน | [] |
งบการเงินที่ได้จัดทำขึ้นตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในรอบปีบัญชีนั้น ต้องประกาศ ณ สถานที่ใด | ให้สถาบันการเงินประกาศงบการเงินที่จัดทำขึ้นตามวรรคหนึ่ง ที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและรับรองความถูกต้องโดยกรรมการของสถาบันการเงินไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาของสถาบันการเงินนั้น รวมทั้งในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 67 ให้สถาบันการเงินจัดทำงบการเงินทุกรอบระยะเวลาหกเดือนและรอบระยะเวลาสิบสองเดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของสถาบันการเงินนั้น ตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในรอบปีบัญชีนั้นด้วย
ให้สถาบันการเงินประกาศงบการเงินที่จัดทำขึ้นตามวรรคหนึ่ง ที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและรับรองความถูกต้องโดยกรรมการของสถาบันการเงินไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาของสถาบันการเงินนั้น รวมทั้งในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย
การจัดทำงบการเงินสำหรับงวดบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชีตามวรรคหนึ่ง การตรวจสอบและการแสดงความเห็นตามวรรคหนึ่ง และการประกาศและการเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามวรรคสอง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวดบัญชี
การจัดทำงบการเงินสำหรับงวดประจำปีบัญชีตามวรรคหนึ่ง การตรวจสอบและการแสดงความเห็นตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเสนอที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น และการประกาศและการเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามวรรคสอง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบเอ็ดวันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินแล้ว ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการทั้งหมดต้องไม่เกินสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชีนั้น
บทบัญญัติตามมาตรานี้มิให้ใช้บังคับกับสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 67 ให้สถาบันการเงินจัดทำงบการเงินทุกรอบระยะเวลาหกเดือนและรอบระยะเวลาสิบสองเดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของสถาบันการเงินนั้น ตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และต้องมีการตรวจสอบและ... | ให้สถาบันการเงินประกาศงบการเงินที่จัดทำขึ้นตามวรรคหนึ่ง ที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและรับรองความถูกต้องโดยกรรมการของสถาบันการเงินไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาของสถาบันการเงินนั้น รวมทั้งในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย | [] |
สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศต้องจัดทำงบการเงิน ทุกรอบระยะเวลาเท่าไหร่ และอย่างไร | ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศจัดทำงบการเงินทุกรอบระยะเวลาสิบสองเดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนั้น ตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 68 ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศประกาศงบการเงินของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศประกาศงบการเงินไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนั้นด้วย
ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศจัดทำงบการเงินทุกรอบระยะเวลาสิบสองเดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนั้น ตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศประกาศงบการเงินที่จัดทำขึ้นตามวรรคสอง ที่ผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นของผู้สอบบัญชีไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนั้น รวมทั้งในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 68 ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศประกาศงบการเงินของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศประกาศงบการเงินไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานสาขาของธนาค... | ให้สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศจัดทำงบการเงินทุกรอบระยะเวลาสิบสองเดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศนั้น ตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [] |
ในกรณีที่สถาบันการเงินได้ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือลงบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริง ผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนเช่นไร ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของบัญชีที่มีผลกระทบต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น รวมทั้งรายงานพฤติการณ์นั้นให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 69 ผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามมาตรา 67 ต้องรักษามารยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี รวมทั้งข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และให้แสดงความเห็นในงบการเงินให้แล้วเสร็จในระยะเวลาที่สถาบันการเงินนั้นสามารถที่จะปฏิบัติตามกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 67 ได้
ในกรณีที่สถาบันการเงินได้ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือลงบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของบัญชีที่มีผลกระทบต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น รวมทั้งรายงานพฤติการณ์นั้นให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ
ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีตามมาตรา 67 ได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 69 ผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามมาตรา 67 ต้องรักษามารยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการบัญ... | ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของบัญชีที่มีผลกระทบต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น รวมทั้งรายงานพฤติการณ์นั้นให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 67 ให้สถาบันการเงินจัดทำงบการเงินทุกรอบระยะเวลาหกเดือนและรอบระยะเวลาสิบสองเดือนอันเป็นรอบปีบัญชีของสถาบันการเงินนั้น ตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และต้องมีการตรวจสอบและ... |
ผู้สอบบัญชี ต้องดำเนินการสิ่งใดเมื่อพบเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในสถาบันการเงิน | ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ พร้อมทั้งส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยในทันที
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 70 ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในสถาบันการเงินใด ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ พร้อมทั้งส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยในทันที | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 70 ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในสถาบันการเงินใด ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ พร้อมทั้งส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แก่ธน... | ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ พร้อมทั้งส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยในทันที | [] |
นอกเหนือจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้สถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทร่วม หรือบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้น ส่งรายงานหรือข้อมูลไม่ว่าในรูปสื่อใด ๆ หรือแสดงเอกสารใดตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราวตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด รวมทั้งให้ชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความรายงานหรือข้อมูล หรือเอกสารนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถมีคำสั่งเรียกบุคคลใดมาให้ปากคำหรือคำชี้แจงได้ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ให้กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน มาให้ถ้อยคำ แสดงข้อมูล บัญชี เอกสารและหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการของสถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 71 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดให้สถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทร่วม หรือบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้น ส่งรายงานหรือข้อมูลไม่ว่าในรูปสื่อใด ๆ หรือแสดงเอกสารใดตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราวตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด รวมทั้งให้ชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความรายงานหรือข้อมูล หรือเอกสารนั้นด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีคำสั่งให้สถาบันการเงินต้องจัดให้กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน มาให้ถ้อยคำ แสดงข้อมูล บัญชี เอกสารและหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการของสถาบันการเงินภายในระยะเวลาที่กำหนดได้
งบการเงิน รายงาน ข้อมูล เอกสาร หรือคำชี้แจงที่ส่งหรือแสดงตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง สถาบันการเงินต้องทำให้ครบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริง ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่างบการเงิน รายงาน ข้อมูล เอกสารหรือคำชี้แจงที่สถาบันการเงินส่งหรือแสดงตามวรรคหนึ่ง มีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือมีข้อความคลุมเครือไม่ชัดเจน หรือในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าจำเป็นหรือสมควร ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชีหรือผู้ชำนาญการเฉพาะด้านเพื่อดำเนินการตรวจสอบและรายงานผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบ โดยให้สถาบันการเงินนั้นเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 71 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดให้สถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทร่วม หรือบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้น ส่งรายงานหรือข้อมูลไม่ว่าในรูปสื่อใด ๆ ห... | ให้กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน มาให้ถ้อยคำ แสดงข้อมูล บัญชี เอกสารและหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการของสถาบันการเงิน | [] |
ในกรณีที่สถาบันการเงินใดควบกิจการเข้ากับสถาบันการเงินอื่นให้มีผลเป็นการยกเลิกใบอนุญาตของสถาบันการเงินของบริษัทที่ถูกควบหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | มีเป็นการยกเลิกใบอนุญาตของสถาบันการเงินที่ถูกควบ
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 72 ในกรณีที่สถาบันการเงินใดควบกิจการเข้ากับสถาบันการเงินอื่นให้มีผลเป็นการยกเลิกใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 72 ในกรณีที่สถาบันการเงินใดควบกิจการเข้ากับสถาบันการเงินอื่นให้มีผลเป็นการยกเลิกใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น",
"section_num": "72"
}
] | มีเป็นการยกเลิกใบอนุญาตของสถาบันการเงินที่ถูกควบ | [] |
บุคคลใดบุคคลหนึ่งสามารุฟ้องสถาบันการเงินว่าเป็นคดีล้มละลายในระหว่างการดำเนินการเพื่อควบ โอนหรือรับโอนกิจการตามที่ได้มีประกาศการให้ความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ได้หรือไม่ | ไม่สามารถฟ้องเป็นคดีล้มละลายในระหว่างการดำเนินการเพื่อควบ โอนหรือรับโอนกิจการตามที่ได้มีประกาศการให้ความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยได้
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 74 ...
ห้ามมิให้บุคคลใดฟ้องสถาบันการเงินตามมาตรา 73 เป็นคดีล้มละลายในระหว่างการดำเนินการเพื่อควบ โอนหรือรับโอนกิจการตามที่ได้มีประกาศการให้ความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยตามมาตรา 73 | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 74 เมื่อได้มีประกาศการให้ความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยตามมาตรา 73 แล้ว ให้สถาบันการเงินที่จะควบ โอนหรือรับโอนกิจการ ทั้งหมดหรือบางส่วน จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาก... | ไม่สามารถฟ้องเป็นคดีล้มละลายในระหว่างการดำเนินการเพื่อควบ โอนหรือรับโอนกิจการตามที่ได้มีประกาศการให้ความเห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 73 ในกรณีที่สถาบันการเงินใดประสงค์จะควบกิจการกับสถาบันการเงินอื่น หรือโอนหรือรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่หรือจากสถาบันการเงินอื่น หรือในกรณีที่สถาบันการเงินใดหรือผ... |
ในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นแล้วบุคคลใดหรือองค์กรใดสามารถสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น | สถาบันการเงินที่ควบกันหรือที่รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณี
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 76 สถาบันการเงินที่ดำเนินการตามมาตรา 73 วรรคหนึ่ง ถ้ามีการฟ้องร้องบังคับสิทธิเรียกร้องเป็นคดีอยู่ในศาล ให้สถาบันการเงินที่ควบกันหรือที่รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณี เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนในคดีดังกล่าว และอาจนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดงคัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้แล้ว ถามค้านพยานที่สืบมาแล้ว และคัดค้านพยานหลักฐานที่ได้สืบไปแล้วได้ และในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นแล้ว ก็ให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 76 สถาบันการเงินที่ดำเนินการตามมาตรา 73 วรรคหนึ่ง ถ้ามีการฟ้องร้องบังคับสิทธิเรียกร้องเป็นคดีอยู่ในศาล ให้สถาบันการเงินที่ควบกันหรือที่รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณี เข้าสวมสิทธิเป็นคู่... | สถาบันการเงินที่ควบกันหรือที่รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณี | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 73 ในกรณีที่สถาบันการเงินใดประสงค์จะควบกิจการกับสถาบันการเงินอื่น หรือโอนหรือรับโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่หรือจากสถาบันการเงินอื่น หรือในกรณีที่สถาบันการเงินใดหรือผ... |
การโอนกิจการหรือการโอนสิทธิเรียกร้องของสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเป็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย ถือว่าเป็นตัดสิทธิของลูกหนี้ที่จะยกข้อต่อสู้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ | ไม่ถือว่าเป็นการตัดาิทธิที่จะขึ้นต่อสู้ เนื่องจากพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ได้ให้อำนาจไว้
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 77 ในการโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ดำเนินการได้ตามที่บัญญัติไว้ในส่วนนี้ และการโอนสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวเนื่องกับการโอนกิจการดังกล่าว ไม่จำต้องบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ตามมาตรา 306 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ไม่ตัดสิทธิของลูกหนี้ที่จะยกข้อต่อสู้ตามมาตรา 308 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 77 ในการโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ดำเนินการได้ตามที่บัญญัติไว้ในส่วนนี้ และการโอนสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวเนื่องกับการโอนกิจการดังกล่... | ไม่ถือว่าเป็นการตัดสิทธิที่จะขึ้นต่อสู้ เนื่องจากพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ได้ให้อำนาจไว้ | [
{
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_content": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306\nการโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าไม่สมบูรณ์ อนึ่งการโอนหนี้นั้นท่านว่าจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้แต่เมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกห... |
สถาบันการเงินสามารถหยุดประกอบกิจการชั่วคราวได้ทันทีเลยหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ไม่ได้ สถาบันการเงินนั้นจะต้องแจ้งขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน จึงจะสามารถหยุดกิจการชั่วคราวได้
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 78 สถาบันการเงินใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ หรือหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว สถาบันการเงินนั้นต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 78 สถาบันการเงินใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ หรือหยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว สถาบันการเงินนั้นต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศ... | ไม่ได้ สถาบันการเงินนั้นจะต้องแจ้งขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน จึงจะสามารถหยุดกิจการชั่วคราวได้ | [] |
ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องรายงานรัฐมนตรีภายในระยะเวลาเท่าไหร่ | ไม่มีกำหนด แต่ต้องแจ้งให้รัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 79 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามที่บัญญัติไว้ในส่วนนี้แล้ว ให้รายงานต่อรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 79 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามที่บัญญัติไว้ในส่วนนี้แล้ว ให้รายงานต่อรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า",
"section_num": "79"
}
] | ไม่มีกำหนด แต่ต้องแจ้งให้รัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า | [] |
การซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ในกรณีใดที่สถาบันการเงินสามารถกระทำได้โดยไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | 1. เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พัก หรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นตามสมควร โดยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ด้วยก็ได้
2. เป็นการได้มาจากการชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่สถาบันการเงินนั้นรับจำนองไว้จากการขายทอดตลาดโดยคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แต่ต้องจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวภายในห้าปีนับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของสถาบันการเงิน ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยจะขยายเวลาการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ด้วยก็ได้
3. เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทเงินทุนที่ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ซื้อหรือมีไว้เพื่อประกอบธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 80 ห้ามมิให้สถาบันการเงินกระทำการ ดังต่อไปนี้
...
(2) ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่
(ก) เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พัก หรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นตามสมควร โดยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ด้วยก็ได้
(ข) เป็นการได้มาจากการชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่สถาบันการเงินนั้นรับจำนองไว้จากการขายทอดตลาดโดยคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แต่ต้องจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวภายในห้าปีนับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของสถาบันการเงิน ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยจะขยายเวลาการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ด้วยก็ได้
(ค) เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทเงินทุนที่ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ซื้อหรือมีไว้เพื่อประกอบธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 80 ห้ามมิให้สถาบันการเงินกระทำการ ดังต่อไปนี้\n(1) ลดทุนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ในการลดทุนไว้ด้วยก็ได้ และม... | 1. เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พัก หรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นตามสมควร โดยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ด้วยก็ได้
2. เป็นการได้มาจากการชำระหนี้ การประกันการให้สินเชื่อ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่สถาบันการเงินนั้นรับจำนองไว้จากการขายทอดตลาดโดยคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แต่ต้องจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวภายในห้าปีนับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของสถาบันการเงิน ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยจะขยายเวลาการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ด้วยก็ได้
3. เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทเงินทุนที่ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ซื้อหรือมีไว้เพื่อประกอบธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด | [
{
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_content": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1117\nอันมูลค่าของหุ้น ๆ หนึ่งนั้น มิให้ต่ำกว่าห้าบาท",
"section_num": "1117"
},
{
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_content": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1225\nอันทุนของบร... |
สถาบันการเงินมีการแก้ไขลดข้อบังคับในทางทะเบียน จะต้องแจ้งแก่หน่วยงานใดหรือไม่ | สถาบันการเงินต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีแก้ไขข้อบังคับ
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 81 ในกรณีที่มีการดำเนินการดังต่อไปนี้ ให้สถาบันการเงินแจ้งเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการดำเนินการดังกล่าว (1) แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของสถาบันการเงิน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 81 ในกรณีที่มีการดำเนินการดังต่อไปนี้ ให้สถาบันการเงินแจ้งเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการดำเนินการดังกล่าว\n(1) แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สน... | สถาบันการเงินต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีแก้ไขข้อบังคับ | [] |
บุคคลใดมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดเก็บข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์และหนี้สิน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย | สถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 82 เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สถาบันการเงินจัดเก็บข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์และหนี้สิน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 82 เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สถาบันการเงินจัดเก็บข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์และหนี้สิน ตามหลักเกณฑ... | สถาบันการเงิน | [] |
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้สั่งปิดกิจการสถาบันการเงินที่ไม่ประกอบธุรกิจสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตในปริมาณที่สถาบันการเงินพึงประกอบตามปกติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยนะต้องเสนอเรื่องให้แก่บุคคลใด หรือองค์กรใดเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินและให้ชำระบัญชีสถาบันการเงินนั้น | ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงิน และให้สถาบันการเงินทำการชำระบัญชี
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 83 สถาบันการเงินใดไม่ประกอบธุรกิจสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตในปริมาณที่สถาบันการเงินพึงประกอบตามปกติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งให้สถาบันการเงินนั้นประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ ในการนี้ จะกำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาไว้ด้วยก็ได้ และหากสถาบันการเงินไม่ดำเนินการตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งการ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งปิดกิจการสถาบันการเงินนั้นก็ได้
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินและให้ชำระบัญชีสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 83 สถาบันการเงินใดไม่ประกอบธุรกิจสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตในปริมาณที่สถาบันการเงินพึงประกอบตามปกติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งให้สถา... | ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงิน และให้สถาบันการเงินทำการชำระบัญชี | [] |
ผู้ตรวจการสถาบันการเงินมีอำนาจหน้าที่ใดบ้าง ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | (1) สั่งให้กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงิน ผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน และผู้รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของสถาบันการเงินด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือด้วยอุปกรณ์อื่นใด มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของสถาบันการเงิน ส่งสำเนาหรือแสดงข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่น
(2) เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน หรือในสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้ให้บริการธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนแก่สถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการปฏิบัติของสถาบันการเงินให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(3) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการประกอบธุรกิจอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือมีหลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการของสถานที่นั้น และเมื่อได้เข้าไปและลงมือทำการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว ถ้ายังดำเนินการไม่เสร็จจะกระทำต่อไปในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(4) ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดี ในการออกคำสั่งยึดหรืออายัดดังกล่าวจะต้องระบุเหตุผล ความจำเป็น และสิทธิของผู้ถูกยึดหรืออายัดนั้น
(5) เข้าไปตรวจสอบฐานะหรือการดำเนินงานในสถานที่ประกอบธุรกิจของบริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทร่วม และบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้น รวมทั้งสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ส่งสำเนาหรือแสดงข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินก็ได้
(6) เข้าไปตรวจสอบฐานะหรือการดำเนินงานในสถานที่ประกอบการของลูกหนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน รวมทั้งสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือแสดงข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สิน ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าสถาบันการเงินกระทำการฝ่าฝืนหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดโดยทุจริตในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 85 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยหรือบุคคลภายนอกเป็นผู้ตรวจการสถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินของสถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทร่วม และบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตลอดจนลูกหนี้และผู้ที่เกี่ยวข้องของสถาบันการเงินนั้น เป็นการทั่วไปหรือเป็นการเฉพาะก็ได้
ให้ผู้ตรวจการสถาบันการเงินมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) สั่งให้กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงิน ผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน และผู้รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของสถาบันการเงินด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือด้วยอุปกรณ์อื่นใด มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของสถาบันการเงิน ส่งสำเนาหรือแสดงข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่น
(2) เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน หรือในสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้ให้บริการธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนแก่สถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการปฏิบัติของสถาบันการเงินให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(3) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการประกอบธุรกิจอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือมีหลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการของสถานที่นั้น และเมื่อได้เข้าไปและลงมือทำการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว ถ้ายังดำเนินการไม่เสร็จจะกระทำต่อไปในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(4) ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดี ในการออกคำสั่งยึดหรืออายัดดังกล่าวจะต้องระบุเหตุผล ความจำเป็น และสิทธิของผู้ถูกยึดหรืออายัดนั้น
(5) เข้าไปตรวจสอบฐานะหรือการดำเนินงานในสถานที่ประกอบธุรกิจของบริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทร่วม และบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้น รวมทั้งสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ส่งสำเนาหรือแสดงข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินก็ได้
(6) เข้าไปตรวจสอบฐานะหรือการดำเนินงานในสถานที่ประกอบการของลูกหนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน รวมทั้งสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือแสดงข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สิน ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าสถาบันการเงินกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 48 มาตรา 49 มาตรา 50 มาตรา 66 หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดโดยทุจริตในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน
ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการสถาบันการเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ตรวจการสถาบันการเงินมีอำนาจมอบหมายให้บุคคลใดทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือตนในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการสถาบันการเงินได้
ให้ผู้ตรวจการสถาบันการเงินรายงานการตรวจสอบตามวรรคหนึ่งต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 85 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยหรือบุคคลภายนอกเป็นผู้ตรวจการสถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินของสถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษ... | (1) สั่งให้กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันการเงิน ผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน และผู้รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของสถาบันการเงินด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือด้วยอุปกรณ์อื่นใด มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของสถาบันการเงิน ส่งสำเนาหรือแสดงข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่น
(2) เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน หรือในสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้ให้บริการธุรกิจที่เป็นการสนับสนุนแก่สถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการปฏิบัติของสถาบันการเงินให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(3) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการประกอบธุรกิจอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือมีหลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการของสถานที่นั้น และเมื่อได้เข้าไปและลงมือทำการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว ถ้ายังดำเนินการไม่เสร็จจะกระทำต่อไปในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(4) ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดี ในการออกคำสั่งยึดหรืออายัดดังกล่าวจะต้องระบุเหตุผล ความจำเป็น และสิทธิของผู้ถูกยึดหรืออายัดนั้น
(5) เข้าไปตรวจสอบฐานะหรือการดำเนินงานในสถานที่ประกอบธุรกิจของบริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทร่วม และบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินนั้น รวมทั้งสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ส่งสำเนาหรือแสดงข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินก็ได้
(6) เข้าไปตรวจสอบฐานะหรือการดำเนินงานในสถานที่ประกอบการของลูกหนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน รวมทั้งสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือแสดงข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สิน ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าสถาบันการเงินกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 48 มาตรา 49 มาตรา 50 มาตรา 66 หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดโดยทุจริตในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน. | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 48 ภายใต้บังคับมาตรา 59 ห้ามมิให้สถาบันการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม\n(1) ให้สินเชื่อ ทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ หรือประกันหนี้แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผ... |
ในกรณีที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่อำนายความสะดวกตามสมควร ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการสถาบันการเงินและกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบสถาบันการเงิน ถือว่ามีความผิดตาม พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | มีความผิดตาม พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 86
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 86 ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการสถาบันการเงินและบุคคลตามมาตรา 85 วรรคสาม ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 86 ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการสถาบันการเงินและบุคคลตามมาตรา 85 วรรคสาม ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร",
"section_num": "86"
}
] | มีความผิดตาม พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 86 | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 85 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยหรือบุคคลภายนอกเป็นผู้ตรวจการสถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินของสถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษ... |
สถาบันการเงินสามารถขอดูบัตรประจำตัวก่อนเข้าตรวจได้หรือไม่ | ได้ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนของผู้ตรวจการสถาบันการเงิน
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 87 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 85 ผู้ตรวจการสถาบันการเงินต้องแสดงบัตรประจำตัวที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง
บัตรประจำตัวผู้ตรวจการสถาบันการเงินให้เป็นไปตามแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 87 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 85 ผู้ตรวจการสถาบันการเงินต้องแสดงบัตรประจำตัวที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง\nบัตรประจำตัวผู้ตรวจการสถาบันการเงินให้เป็นไปตาม... | ได้ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนของผู้ตรวจการสถาบันการเงิน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 85 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยหรือบุคคลภายนอกเป็นผู้ตรวจการสถาบันการเงิน เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินของสถาบันการเงิน บริษัทแม่ บริษ... |
ผู้ตรวจการสถาบันการเงินถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หรือไม่ | ผู้ตรวจการสถาบันการเงินถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551มาตรา 88 ให้ผู้ตรวจการสถาบันการเงินเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 88 ให้ผู้ตรวจการสถาบันการเงินเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา",
"section_num": "88"
}
] | ผู้ตรวจการสถาบันการเงินถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา | [] |
ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป | ให้เสนอรัฐมนตรีเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้นด้วย
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 90 ในกรณีที่สถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(5) มีคำสั่งควบคุมสถาบันการเงิน หรือมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานการดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า และหากธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่ง (5) ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้นด้วย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 90 ในกรณีที่สถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้\n(1) มีคำสั่งให... | ให้เสนอรัฐมนตรีเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้นด้วย | [
{
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_content": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1117\nอันมูลค่าของหุ้น ๆ หนึ่งนั้น มิให้ต่ำกว่าห้าบาท",
"section_num": "1117"
},
{
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_content": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1220\nบริษัทจำกัด... |
กรรมการที่ถูกถอดถอนจากตำแหน่งจากการกระทำความผิด มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายอื่นหรือไม่ | กรรมการที่ถูกถอดถอนจะได้รับเพียงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
คำอธิบาย :พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 91 ผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นลูกจ้าง เพราะถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการตามมาตรา 89 (3) หรือมาตรา 90 (4) ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ รวมทั้งสิทธิประโยชน์อื่นใดตามสัญญาจ้างอันเนื่องมาจากการออกจากงาน เว้นแต่สิทธิประโยชน์อันพึงได้รับตามข้อตกลงภายใต้กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 91 ผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นลูกจ้าง เพราะถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการตามมาตรา 89 (3) หรือมาตรา 90 (4) ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มค... | กรรมการที่ถูกถอดถอนจะได้รับเพียงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 89 ในกรณีที่สถาบันการเงิน กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการได้กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือข้อกำหนดหรือประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติน... |
สถาบันการเงินมีผลประกอบการขาดทุน และธนาคารแห่งประเทศไทยมีเหตุอันควรคาดได้ว่าสถาบันการเงินนั้นไม่อาจดำรงเงินกองทุนได้ตามกฎหมาย ถือว่าเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือไม่ | ถือว่าเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 92
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 92 กรณีดังต่อไปนี้ให้ถือว่าสถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานในลักษณะที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน
(1) สถาบันการเงิน กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการฝ่าฝืนคำสั่งตามมาตรา 89 (2)
(2) สถาบันการเงิน กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 30 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 48 มาตรา 49 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 59 มาตรา 60 มาตรา 61 มาตรา 63 หรือมาตรา 64
(3) สถาบันการเงิน กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ไม่จัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงตามมาตรา 66 หรือลงข้อความเท็จหรือปลอมบัญชี เอกสาร ซึ่งทำให้ไม่สามารถประเมินได้ว่าสถาบันการเงินนั้นมีฐานะการเงินและการดำเนินงานที่มั่นคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเงินกองทุน สินทรัพย์ สินทรัพย์สภาพคล่อง การกันเงินสำรอง การจัดชั้นสินทรัพย์ และเรื่องอื่น ๆ ในพระราชบัญญัตินี้
(4) สถาบันการเงินหยุดทำการจ่ายเงินตามที่มีหน้าที่จะต้องชำระคืน
(5) สถาบันการเงินมีผลประกอบการขาดทุน และธนาคารแห่งประเทศไทยมีเหตุอันควรคาดได้ว่าสถาบันการเงินนั้นไม่อาจดำรงเงินกองทุนได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีตามมาตรา 96 หรือไม่ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 92 กรณีดังต่อไปนี้ให้ถือว่าสถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานในลักษณะที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน\n(1) สถาบันการเงิน กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในกา... | ถือว่าเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 92 | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 30 สถาบันการเงินต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด\nการประกาศกำหนดตามวรรคหนึ... |
เมื่อสถาบันการเงินประสงค์ที่จะที่หยุดทำการจ่ายเงินตามที่มีหน้าที่ต้องชำระคืน และได้แจ้งต่อธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไร ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งผู้ตรวจการสถาบันการเงินเพื่อทำการสอบสวนกรณีตามวรรคหนึ่ง และเมื่อได้รับรายงานการสอบสวนจากผู้ตรวจการสถาบันการเงินแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้ควบคุมสถาบันการเงิน ปิดกิจการของสถาบันการเงิน หรือสั่งการตามที่เห็นสมควร
และเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 93 สถาบันการเงินใดหยุดทำการจ่ายเงินตามที่มีหน้าที่ต้องชำระคืน ให้สถาบันการเงินนั้นแจ้งการหยุดทำการจ่ายเงินพร้อมเหตุผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบทันที และห้ามมิให้ดำเนินกิจการใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งผู้ตรวจการสถาบันการเงินเพื่อทำการสอบสวนกรณีตามวรรคหนึ่ง และเมื่อได้รับรายงานการสอบสวนจากผู้ตรวจการสถาบันการเงินแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้ควบคุมสถาบันการเงิน ปิดกิจการของสถาบันการเงิน หรือสั่งการตามที่เห็นสมควร
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคสองแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 93 สถาบันการเงินใดหยุดทำการจ่ายเงินตามที่มีหน้าที่ต้องชำระคืน ให้สถาบันการเงินนั้นแจ้งการหยุดทำการจ่ายเงินพร้อมเหตุผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบทันที และห้ามมิให้ดำเนินกิจการใด ๆ เ... | ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งผู้ตรวจการสถาบันการเงินเพื่อทำการสอบสวนกรณีตามวรรคหนึ่ง และเมื่อได้รับรายงานการสอบสวนจากผู้ตรวจการสถาบันการเงินแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้ควบคุมสถาบันการเงิน ปิดกิจการของสถาบันการเงิน หรือสั่งการตามที่เห็นสมควร และเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | [] |
กรรมการสามารถรับเงินรางวัลตามผลงานเมื่อเงินในกองทุนเหลือตำกว่าเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ ได้หรือไม่ | ไม่ได้ เพราะการจ่ายเงินรางวัลตามผลงานไม่ใช่ค่าจ้างปกติ
คำอธิบาย : พรบ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551มาตรา 94 ห้ามมิให้สถาบันการเงินจ่ายเงิน ทรัพย์สิน หรือค่าตอบแทนที่มีผลทำให้เงินกองทุนเหลือต่ำกว่าเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามมาตรา 30 ในกรณีดังต่อไปนี้
(2) จ่ายค่าตอบแทนในการบริหารหรือผลประโยชน์อื่นใดซึ่งมิใช่ค่าจ้างตามปกติแก่กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการสถาบันการเงิน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 94 ห้ามมิให้สถาบันการเงินจ่ายเงิน ทรัพย์สิน หรือค่าตอบแทนที่มีผลทำให้เงินกองทุนเหลือต่ำกว่าเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามมาตรา 30 ในกรณีดังต่อไปนี้\n(1) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดแก... | ไม่ได้ เพราะการจ่ายเงินรางวัลตามผลงานไม่ใช่ค่าจ้างปกติ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 30 สถาบันการเงินต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด\nการประกาศกำหนดตามวรรคหนึ... |
ในกรณีที่สถาบันการเงินไม่เสนอโครงการภายใน 60 วัน หรือโครงการที่เสนอไม่ได้รับความเห็นชอบ หรือไม่ดำเนินการตามโครงการ หรือดำเนินการไม่เป็นไปตามโครงการที่ได้รับความเห็นชอบหรือตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจในการดำเนินการใด ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ในกรณีที่สถาบันการเงินไม่เสนอโครงการภายใน 60 วัน หรือโครงการที่เสนอไม่ได้รับความเห็นชอบ หรือไม่ดำเนินการตามโครงการ หรือดำเนินการไม่เป็นไปตามโครงการที่ได้รับความเห็นชอบหรือตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามวรรคสอง ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควร หรือมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคสามแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 95 ในกรณีที่สถาบันการเงินใดมีเงินกองทุนเหลือต่ำกว่าเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามมาตรา 30 ให้สถาบันการเงินนั้นเสนอโครงการเพื่อแก้ไขฐานะและการดำเนินงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อขอความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
(1) การเสนอโครงการต้องกระทำภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สถาบันการเงินทราบ
(2) โครงการตาม (1) อย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายการ ดังต่อไปนี้
(ก) ขั้นตอนที่จะทำให้มีเงินกองทุนเพียงพอ
(ข) ระดับเงินกองทุนที่คาดว่าจะดำรงในแต่ละไตรมาสภายในระยะเวลาของโครงการ
(ค) แผนธุรกิจ
(ง) ระยะเวลาการดำเนินการให้สำเร็จตามโครงการซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่สถาบันการเงินทราบว่ามีเงินกองทุนต่ำกว่าที่ต้องดำรงตามมาตรา 30
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับโครงการแล้ว จะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับโครงการ และให้แจ้งสถาบันการเงินทราบภายในเวลาดังกล่าว ในการนี้ จะกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนเวลาไว้ด้วยก็ได้
ในกรณีที่สถาบันการเงินไม่เสนอโครงการภายในกำหนดเวลาตาม (1) หรือโครงการที่เสนอไม่ได้รับความเห็นชอบ หรือไม่ดำเนินการตามโครงการ หรือดำเนินการไม่เป็นไปตามโครงการที่ได้รับความเห็นชอบหรือตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามวรรคสอง ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควร หรือมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคสามแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 95 ในกรณีที่สถาบันการเงินใดมีเงินกองทุนเหลือต่ำกว่าเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามมาตรา 30 ให้สถาบันการเงินนั้นเสนอโครงการเพื่อแก้ไขฐานะและการดำเนินงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อขอควา... | ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควร หรือมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 30 สถาบันการเงินต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด\nการประกาศกำหนดตามวรรคหนึ... |
ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงิน เนื่องสถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนต่ำกว่าร้อยละสามสิบห้าของอัตราตามที่กำหนด จะต้องนำเสนอต่อบุคคลใดหรือหน่วยงานใดเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 97 ในกรณีที่สถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนต่ำกว่าร้อยละสามสิบห้าของอัตราตามที่กำหนดในมาตรา 30 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น เว้นแต่ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าการมีคำสั่งปิดกิจการจะก่อให้เกิดผลกระทบ หรือความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างรุนแรง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจยังไม่สั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินก็ได้
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 97 ในกรณีที่สถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนต่ำกว่าร้อยละสามสิบห้าของอัตราตามที่กำหนดในมาตรา 30 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น เว้นแต่ในกรณีที่ธนาคารแห่งปร... | ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 30 สถาบันการเงินต้องดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน ภาระผูกพัน หรือตัวแปรและความเสี่ยงอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด\nการประกาศกำหนดตามวรรคหนึ... |
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินแล้ว จะต้องมีบุคคลใดดำเนินการสิ่งใดต่อ พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และให้สถาบันการเงินทำการชำระบัญชีสถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 98 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินใดตามมาตรา 90 (5) มาตรา 93 มาตรา 95 หรือมาตรา 97 และรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ให้ชำระบัญชีสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 98 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินใดตามมาตรา 90 (5) มาตรา 93 มาตรา 95 หรือมาตรา 97 และรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ให้ชำระบัญชีสถาบันการเงินนั้น",
"se... | รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และให้สถาบันการเงินทำการชำระบัญชีสถาบันการเงิน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 90 ในกรณีที่สถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้\n(1) มีคำสั่งให... |
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือได้รับรายงานเกี่ยวกับสถาบันการเงินว่าด้วยเรื่องการแก้ไขหรือการดำเนินงานของสถาบันการเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานต่อรัฐมนตรีภายในระยะวเลาเท่าใด ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ไม่มีเวลากำหนด แต่ควรเป็นเวลาเร็วที่สุดในการแจ้ง
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 99 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือได้รับรายงานเกี่ยวกับสถาบันการเงินตามความในหมวดนี้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 99 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือได้รับรายงานเกี่ยวกับสถาบันการเงินตามความในหมวดนี้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อทรา... | ไม่มีเวลากำหนด แต่ควรเป็นเวลาเร็วที่สุดในการแจ้ง | [] |
สถาบันคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หมายถึงหน่วยงานใดตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 100 ในหมวดนี้
“สถาบันคุ้มครองเงินฝาก” หมายความว่า สถาบันคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 100 ในหมวดนี้\n“สถาบันคุ้มครองเงินฝาก” หมายความว่า สถาบันคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก",
"section_num": "100"
}
] | สถาบันคุ้มครองเงินฝาก | [] |
ในกรณีที่สถาบันการเงิน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งควบคุม เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งต่อบุคคลใดหรือองค์กรใด ในรูปแบบใด ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือแก่ตลาดหลักทรัพย์ด้วย
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 101 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งควบคุมสถาบันการเงินใดแล้ว ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือให้สถาบันคุ้มครองเงินฝากและสถาบันการเงินนั้นทราบ และปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของสถาบันการเงินนั้น รวมทั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
ในกรณีที่สถาบันการเงินตามวรรคหนึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือแก่ตลาดหลักทรัพย์ด้วย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 101 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งควบคุมสถาบันการเงินใดแล้ว ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือให้สถาบันคุ้มครองเงินฝากและสถาบันการเงินนั้นทราบ และปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของสถา... | ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือแก่ตลาดหลักทรัพย์ด้วย | [] |
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องดำเนินการอย่างไร | ประกาศแต่งตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 102 ...
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศแต่งตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 102 เมื่อมีการออกคำสั่งควบคุมสถาบันการเงินใดแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินนั้น ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว... | ประกาศแต่งตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน | [] |
คุณสมบัติใดเป็นคุณสมบัติต้องห้ามของกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | (1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี
(2) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม
(3) เคยถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ องค์การ หรือหน่วยงานของรัฐฐานทุจริตต่อหน้าที่
(4) เคยเป็นผู้มีอำนาจในการจัดการซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะที่สถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(5) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ตามมาตรา 89 (3) หรือมาตรา 90 (4) หรือตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(6) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินแห่งอื่นอีกในเวลาเดียวกัน เว้นแต่ได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(7) เป็นผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการนอกเหนือจากตำแหน่งกรรมการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ำประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินนั้น เว้นแต่
(ก) เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินซึ่งไม่ใช่กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
(ข) เป็นกรณีที่ได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(8) เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นใดตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(9) เป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยหรือเป็นผู้ที่พ้นจากการเป็นพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่ได้รับแต่งตั้งจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้เข้าไปแก้ไขฐานะการเงินหรือการดำเนินการของสถาบันการเงิน หรือเป็นการดำรงตำแหน่งในสถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ทั้งนี้ พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้ที่พ้นจากการเป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ยังต้องห้ามไม่ให้รับตำแหน่งตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดดังกล่าว ไม่มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิในการซื้อหุ้นของสถาบันการเงินนั้น
(10) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 103 กรรมการควบคุมสถาบันการเงินจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับกรรมการของสถาบันการเงินตามมาตรา 24 และไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับอำนาจหน้าที่ในฐานะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน
ให้กรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับกรรมการของสถาบันการเงิน
พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 24 ห้ามมิให้สถาบันการเงินแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน
(1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี
(2) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม
(3) เคยถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ องค์การ หรือหน่วยงานของรัฐฐานทุจริตต่อหน้าที่
(4) เคยเป็นผู้มีอำนาจในการจัดการซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะที่สถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(5) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ตามมาตรา 89 (3) หรือมาตรา 90 (4) หรือตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(6) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินแห่งอื่นอีกในเวลาเดียวกัน เว้นแต่ได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(7) เป็นผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการนอกเหนือจากตำแหน่งกรรมการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ำประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินนั้น เว้นแต่
(ก) เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินซึ่งไม่ใช่กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
(ข) เป็นกรณีที่ได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(8) เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นใดตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(9) เป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยหรือเป็นผู้ที่พ้นจากการเป็นพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่ได้รับแต่งตั้งจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้เข้าไปแก้ไขฐานะการเงินหรือการดำเนินการของสถาบันการเงิน หรือเป็นการดำรงตำแหน่งในสถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ทั้งนี้ พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้ที่พ้นจากการเป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ยังต้องห้ามไม่ให้รับตำแหน่งตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดดังกล่าว ไม่มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิในการซื้อหุ้นของสถาบันการเงินนั้น
(10) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 103 กรรมการควบคุมสถาบันการเงินจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับกรรมการของสถาบันการเงินตามมาตรา 24 และไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับอำนาจหน้าที่ในฐานะกรรมการควบคุมสถาบ... | (1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี
(2) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม
(3) เคยถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ องค์การ หรือหน่วยงานของรัฐฐานทุจริตต่อหน้าที่
(4) เคยเป็นผู้มีอำนาจในการจัดการซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะที่สถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(5) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ตามมาตรา 89 (3) หรือมาตรา 90 (4) หรือตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(6) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินแห่งอื่นอีกในเวลาเดียวกัน เว้นแต่ได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(7) เป็นผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการนอกเหนือจากตำแหน่งกรรมการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ำประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินนั้น เว้นแต่
(ก) เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินซึ่งไม่ใช่กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
(ข) เป็นกรณีที่ได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(8) เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นใดตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(9) เป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยหรือเป็นผู้ที่พ้นจากการเป็นพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด เว้นแต่ได้รับแต่งตั้งจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้เข้าไปแก้ไขฐานะการเงินหรือการดำเนินการของสถาบันการเงิน หรือเป็นการดำรงตำแหน่งในสถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ทั้งนี้ พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้ที่พ้นจากการเป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ยังต้องห้ามไม่ให้รับตำแหน่งตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดดังกล่าว ไม่มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิในการซื้อหุ้นของสถาบันการเงินนั้น
(10) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 24 ห้ามมิให้สถาบันการเงินแต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน\n(1) เป็นบุคคลล้มละลา... |
ตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้แจ้งคำสั่งควบคุมแก่สถาบันการเงินณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานควบคุมสถาบันการเงิน ได้กี่คน เพื่อดำเนินการอะไร | คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานควบคุมสถาบันการเงินคนหนึ่งหรือหลายคนเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินกิจการของสถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมได้ทุกประการ และให้ประธานกรรมการเป็นผู้แทนของสถาบันการเงินนั้น
ให้กรรมการ พนักงาน และลูกจ้าง ของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุม
(1) จัดการเพื่อปกปักรักษาทรัพย์และประโยชน์ของสถาบันการเงินไว้
(2) รายงานกิจการและมอบสินทรัพย์พร้อมด้วยข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการและสินทรัพย์ของสถาบันการเงินให้แก่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินโดยไม่ชักช้า
ให้ผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือเอกสารของสถาบันการเงินแจ้งการครอบครองให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินทราบโดยไม่ชักช้า
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 104 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้แจ้งคำสั่งควบคุมแก่สถาบันการเงินใด ห้ามมิให้กรรมการ พนักงาน และลูกจ้าง ของสถาบันการเงินดำเนินกิจการของสถาบันการเงินนั้นต่อไป เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน
ให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานควบคุมสถาบันการเงินคนหนึ่งหรือหลายคนเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินกิจการของสถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมได้ทุกประการ และให้ประธานกรรมการเป็นผู้แทนของสถาบันการเงินนั้น
ให้กรรมการ พนักงาน และลูกจ้าง ของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุม
(1) จัดการเพื่อปกปักรักษาทรัพย์และประโยชน์ของสถาบันการเงินไว้
(2) รายงานกิจการและมอบสินทรัพย์พร้อมด้วยข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการและสินทรัพย์ของสถาบันการเงินให้แก่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินโดยไม่ชักช้า
ให้ผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือเอกสารของสถาบันการเงินแจ้งการครอบครองให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินทราบโดยไม่ชักช้า | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 104 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้แจ้งคำสั่งควบคุมแก่สถาบันการเงินใด ห้ามมิให้กรรมการ พนักงาน และลูกจ้าง ของสถาบันการเงินดำเนินกิจการของสถาบันการเงินนั้นต่อไป เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจ... | คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานควบคุมสถาบันการเงินคนหนึ่งหรือหลายคนเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ | [] |
ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า เงินฝากของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีภาระดอกเบี้ยสูงเกินสมควรและไม่เป็นธรรม และคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน มีมติที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว ต้องดำเนินการภายในกี่วัน | ต้องประกาศให้ผู้ฝากเงินทราบก่อน และจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เมื่อพ้นระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันประกาศ
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 105 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า เงินฝากของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีภาระดอกเบี้ยสูงเกินสมควรและไม่เป็นธรรม คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝากมีอำนาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ต้องประกาศให้ผู้ฝากเงินทราบก่อน และจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เมื่อพ้นระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันประกาศ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 105 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า เงินฝากของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีภาระดอกเบี้ยสูงเกินสมควรและไม่เป็นธรรม คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินโดยความเห็นชอบของคณะกรรม... | เมื่อพ้นระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันประกาศ | [] |
คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินสามารถทำข้อตกลงกับเจ้าของทรัพย์สินคู่สัญญาได้หรือไม่ | ได้ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินสามารถทำความตกลงกับคู่สัญญา ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า ความผูกพันตามสัญญาของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 106 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า ความผูกพันตามสัญญาของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินอาจทำความตกลงกับเจ้าของทรัพย์สิน คู่สัญญา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อลดภาระดังกล่าวได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 106 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า ความผูกพันตามสัญญาของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินอาจทำความตกลงกับเ... | ได้ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินสามารถทำความตกลงกับคู่สัญญา ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า ความผูกพันตามสัญญาของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ | [] |
ในกรณีใดที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจเลิกจ้าง ระงับ หรือลดการจ่ายค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่ผู้บริหารดังกล่าวได้ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ว่าด้วยการเข้าควบคุมสถาบันการเงิน | ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า สัญญาจ้างผู้บริหารของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสม หรือกำหนดค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์สูงเกินสมควร หรือสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมได้รับความเสียหายจากการบริหารหรือการละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้บริหารสถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 107 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า สัญญาจ้างผู้บริหารของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสม หรือกำหนดค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์สูงเกินสมควร หรือสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมได้รับความเสียหายจากการบริหารหรือการละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้บริหารสถาบันการเงิน ให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจเลิกจ้าง ระงับ หรือลดการจ่ายค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แก่ผู้บริหารดังกล่าวได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 107 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า สัญญาจ้างผู้บริหารของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสม หรือกำหนดค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์สูงเกินสมควร หรือสถาบัน... | ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า สัญญาจ้างผู้บริหารของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสม หรือกำหนดค่าตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์สูงเกินสมควร หรือสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมได้รับความเสียหายจากการบริหารหรือการละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้บริหารสถาบันการเงิน | [] |
ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นสมควรให้มีการควบหรือโอนกิจการของสถาบันการเงิน ในการควบหรือโอนกิจการ ให้นำบทบัญญัติใดในพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาบังคับใช้โดยอนุโลม | บทบัญญัติในส่วนที่ 9 การควบ โอน และเลิกกิจการของหมวด 3 แห่ง พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 108 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นสมควรให้มีการควบหรือโอนกิจการของสถาบันการเงิน ในการควบหรือโอนกิจการดังกล่าวให้นำบทบัญญัติในส่วนที่ 9 การควบ โอน และเลิกกิจการของหมวด 3 มาใช้บังคับ โดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้ถือว่ามติของคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น และให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจดำเนินการแทนคณะกรรมการของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 108 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นสมควรให้มีการควบหรือโอนกิจการของสถาบันการเงิน ในการควบหรือโอนกิจการดังกล่าวให้นำบทบัญญัติในส่วนที่ 9 การควบ โอน และเลิกกิจการของหมวด ... | บทบัญญัติในส่วนที่ 9 การควบ โอน และเลิกกิจการของหมวด 3 แห่ง พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | [] |
ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยว่าสมควรจะให้สถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมดำเนินกิจการต่อไปหรือไม่ จะต้องส่งเอกสารใด และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาเท่าใด | ข้อมูลทางการเงินและเหตุผลประกอบ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 109 ให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยว่าสมควรจะให้สถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมดำเนินกิจการต่อไปหรือไม่ พร้อมทั้งข้อมูลทางการเงินและเหตุผลประกอบ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 109 ให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยว่าสมควรจะให้สถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมดำเนินกิจการต่อไปหรือไม่ พร้อมทั้งข้อมูลทางการเงินและเหตุผลประกอบ ภายใน... | ข้อมูลทางการเงินและเหตุผลประกอบ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย | [] |
ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการไปตามโครงการแก้ไขฟื้นฟูสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเสนอ ในการนี้ จะมีคำสั่งเลิกควบคุมได้หรือไม่ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 แหละหากได้ต้องดำเนินการอย่างไร | มีคำสั่งเลิกควบคุมก็ได้ และให้ประกาศคำสั่งเลิกควบคุมในราชกิจจานุเบกษาและในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 110 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานว่าสมควรจะให้สถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมดำเนินกิจการต่อไปได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องมีคำสั่งเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับรายงานดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน
ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการไปตามโครงการแก้ไขฟื้นฟูสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเสนอ ในการนี้ จะมีคำสั่งเลิกควบคุมก็ได้ และให้ประกาศคำสั่งเลิกควบคุมในราชกิจจานุเบกษาและในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งไม่เห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน หรือโครงการแก้ไขฟื้นฟูสถาบันการเงินไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคสามแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 110 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานว่าสมควรจะให้สถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมดำเนินกิจการต่อไปได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องมีคำสั่งเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับรายงานดัง... | มีคำสั่งเลิกควบคุมก็ได้ และให้ประกาศคำสั่งเลิกควบคุมในราชกิจจานุเบกษาและในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด | [] |
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการ ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานว่าสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ ต่องนำเสนอเรื่องให้แก่บุคคลใดหรือองค์กรใดเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | รัฐมนตรีเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 111 กรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานว่าสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้นและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในสื่อใด ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 111 กรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานว่าสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้นและให้ประกาศในราชกิ... | รัฐมนตรีเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงิน | [] |
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินใด เนื่องจากมีความเห็นว่าสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ และรัฐมนตรีได้เพิกถอนใบอนุญาตแล้ว บุคคลใดหรือองค์กรใดมีหน้าที่อย่างไร ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | สถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการต้องชำระบัญชีสถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 112 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินใดตามมาตรา 110 วรรคสาม หรือมาตรา 111 วรรคหนึ่ง และรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตแล้วให้ชำระบัญชีสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 112 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินใดตามมาตรา 110 วรรคสาม หรือมาตรา 111 วรรคหนึ่ง และรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตแล้วให้ชำระบัญชีสถาบันการเงินนั้น",
"sect... | สถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการต้องชำระบัญชีสถาบันการเงิน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 110 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานว่าสมควรจะให้สถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมดำเนินกิจการต่อไปได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องมีคำสั่งเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับรายงานดัง... |
ข้อมูล หรือเอกสารใดที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินหรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงินที่ได้รับมอบอำนาจมีอำนาจสั่งการให้นำมาแสดงเพื่อ ประโยชน์ในการเข้าควบคุมสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 114 | ข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการและสินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมภาย
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 114 เพื่อประโยชน์ในการเข้าควบคุมสถาบันการเงินตามหมวดนี้ ให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินหรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงินที่ได้รับมอบอำนาจมีอำนาจสั่งให้บุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือให้แสดง หรือส่งข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการและสินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมภายในเวลาที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินหรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงินกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 114 เพื่อประโยชน์ในการเข้าควบคุมสถาบันการเงินตามหมวดนี้ ให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินหรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงินที่ได้รับมอบอำนาจมีอำนาจสั่งให้บุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือให้แ... | ข้อมูล บัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการและสินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุม | [] |
ตามบทบัญญัติว่าด้วยการเข้าควบคุมสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจในการกำหนดค่าตอบแทนของบุคคลใด | ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจเป็นผู้กำหนดค่าตอบแทนของกรรมการควบคุมสถาบันการเงินและพนักงานควบคุมสถาบันการเงิน
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 115 ให้กรรมการควบคุมสถาบันการเงินและพนักงานควบคุมสถาบันการเงินได้รับเงินค่าตอบแทนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 115 ให้กรรมการควบคุมสถาบันการเงินและพนักงานควบคุมสถาบันการเงินได้รับเงินค่าตอบแทนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด",
"section_num": "115"
}
] | ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจเป็นผู้กำหนดค่าตอบแทนของกรรมการควบคุมสถาบันการเงินและพนักงานควบคุมสถาบันการเงิน | [] |
เงินจำนวนใดที่ให้นำจ่ายจากสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน จากการการควบคุมสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 | ใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการควบคุมสถาบันการเงิน เพื่อเป็นการลดภาระของธนาคารแห่งประเทศไทยจากค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการควบคุมต่อสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การควบคุม
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 116 ค่าใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการควบคุมสถาบันการเงินใดให้จ่ายจากสินทรัพย์ของสถาบันการเงินนั้น | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 116 ค่าใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการควบคุมสถาบันการเงินใดให้จ่ายจากสินทรัพย์ของสถาบันการเงินนั้น",
"section_num": "116"
}
] | ค่าใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการควบคุมสถาบันการเงิน | [] |
การควบคุมสถาบันการเงิน สามารถนำข้อบังคับที่เกี่ยวกับ การจัดทำบัญชี การรายงาน และผู้สอบบัญชี ของหมวด 3 ที่เกี่ยวข้องกับ เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลสถาบันการเงิน มาบังคับใช้กับสถาบันการเงินในระหว่างที่ถูกควบคุม ได้หรือไม่ | สามารถนำมาบังคับใช้ได้ เยื่องจากอยู่ในส่วนที่ 8 จึงเข้าข้อยกเว้นตาม พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 117
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 117 มิให้นำบทบัญญัติในหมวด 3 การกำกับสถาบันการเงิน เว้นแต่ส่วนที่ 8 การจัดทำบัญชี การรายงาน และผู้สอบบัญชี มาใช้กับสถาบันการเงินในระหว่างที่ถูกควบคุมตามหมวดนี้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 117 มิให้นำบทบัญญัติในหมวด 3 การกำกับสถาบันการเงิน เว้นแต่ส่วนที่ 8 การจัดทำบัญชี การรายงาน และผู้สอบบัญชี มาใช้กับสถาบันการเงินในระหว่างที่ถูกควบคุมตามหมวดนี้",
"section_num"... | สามารถนำมาบังคับใช้ได้ เยื่องจากอยู่ในส่วนที่ 8 จึงเข้าข้อยกเว้นตาม พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 117 | [] |
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า ภายในกี่วัน | บทบัญญัติไม่ได้กำหนดไว้ในส่วนของเวลาที่แน่นอนแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 118 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด หรือได้รับรายงานเกี่ยวกับสถาบันการเงินตามความในหมวดนี้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 118 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด หรือได้รับรายงานเกี่ยวกับสถาบันการเงินตามความในหมวดนี้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อท... | บทบัญญัติไม่ได้กำหนดไว้ในส่วนของเวลาที่แน่นอนแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า | [] |
ธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สามารถกำหนดหลักเกณฑ์หรือนำบทบัญญัติใดของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาใช้ได้หรือไม่ | ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติ หรือให้นำบทบัญญัติใดของพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการดำเนินการตามนโยบายที่กำหนด
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 120 เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลระบบสถาบันการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจ อาจมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ดังต่อไปนี้ทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วน ตามที่กฎหมายได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีผู้รักษาการได้
(1) กำกับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น
(2) มีอำนาจสั่งให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็น รวมทั้งแต่งตั้งบุคคลเพื่อตรวจสอบและรายงานกิจการหรือทรัพย์สินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(3) มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนบุคคลใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ รวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์อื่นใดให้แก่บุคคลดังกล่าว
(4) กำหนดแนวนโยบายเพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจดำเนินการหรือถือปฏิบัติ
(5) มีอำนาจสั่งให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติหรือยับยั้งการกระทำของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติคณะรัฐมนตรี
ในการกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี อาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติเพิ่มเติมหรือให้นำบทบัญญัติใดของพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นได้ | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 120 เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลระบบสถาบันการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจ อาจมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ดังต่อไปนี้... | ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติ หรือให้นำบทบัญญัติใดของพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการดำเนินการตามนโยบายที่กำหนด | [] |
ในการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ ผู้จัดการ และผู้มีอำนาจในการจัดการ อำนาจหน้าที่ของกรรมการ และการขอความเห็นชอบการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่มิใช่กรรมการโดยตำแหน่งและผู้มีอำนาจในการจัดการ ที่เป็นการเพิ่มเติมจากที่กฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจกำหนด เป็นอำนาจหน้าที่ของบุคคลหรือหน่วยงานใด | ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 120/1 นอกจากหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดในมาตรา 120 วรรคสอง และในกฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นถือปฏิบัติหรือปฏิบัติเพิ่มเติมจากที่กฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย
(1) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ ผู้จัดการ และผู้มีอำนาจในการจัดการ อำนาจหน้าที่ของกรรมการ และการขอความเห็นชอบการดำรงตำแหน่งของกรรมการที่มิใช่กรรมการโดยตำแหน่งและผู้มีอำนาจในการจัดการ
(2) การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์
(3) การลงทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(4) การกำกับดูแลความเสี่ยงและการคุ้มครองผู้บริโภค
(5) ข้อห้ามในการให้สินเชื่อ
(6) การจัดชั้นสินทรัพย์และการกันเงินสำรอง
(7) การบริหารสินทรัพย์และการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง
(8) การจัดทำบัญชีและการรายงาน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 120/1 นอกจากหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดในมาตรา 120 วรรคสอง และในกฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์โดยความเห็นชอบของรั... | ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 120 เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลระบบสถาบันการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจ อาจมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ดังต่อไปนี้... |
ในกรณีใดที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถออกคำสั่งให้ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจลดทุนหรือเพิ่มทุน ได้ | ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของรัฐ
คำอธิบาย พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 120/2 ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจใดมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของรัฐ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีเสนอผู้มีอำนาจตามกฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจพิจารณาดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงาน หรือระงับการดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวภายในเวลาที่กำหนด
(2) สั่งให้ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจหยุดการปฏิบัติหน้าที่ภายในเวลาที่กำหนด
(3) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจลดทุนหรือเพิ่มทุน | [
{
"law_name": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551",
"section_content": "พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 120/2 ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจใดมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของรัฐ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีเสนอผู้มีอ... | ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของรัฐ | [] |
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.