text
stringlengths
2
3.99k
label
int64
0
0
( สอง ) สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ไม่ น้อย กว่า หนึ่ง ใน สิบ ของ จำนวน สมาชิก ทั้งหมด เท่า ที่ มี อยู่ ของ สภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิก วุฒิสภา มี จำนวน ไม่ น้อย กว่า หนึ่ง ใน สิบ ของ จำนวน สมาชิก ทั้งหมด เท่า ที่ มี อยู่ ของ ทั้ง สอง สภา หรือ
0
ให้ นายก รัฐมนตรี นำ ความ กราบบังคมทูล เพื่อ ทรง แต่งตั้ง ต่อ ไปมาตรา
0
มาตรา หนึ่ง ร้อย ห้า สิบ สาม วุฒิสภา และ สภาผู้แทนราษฎร มี อำนาจ เลือก สมาชิก ของ แต่ละ สภา ตั้ง เป็น คณะ กรรมาธิการ สามัญ และ มี อำนาจ เลือก บุคคล ผู้ เป็น สมาชิก หรือ มิ ได้ เป็น สมาชิก ตั้ง เป็น คณะ กรรมาธิการ วิสามัญ เพื่อ พิจารณา ร่าง พระราชบัญญัติ ตาม ที่ วุฒิสภา หรือ สภาผู้แทนราษฎร มอบหมาย หรือ กระทำ กิจการ ใด ๆ ตาม ที่ สภา มอบหมาย แล้ว รายงาน ต่อ สภา ตาม เวลา ที่ สภา กำหนด คณะ กรรมาธิการ ที่ กล่าว นี้ อาจ เรียก เอกสาร จาก บุคคล ใด ๆ หรือ เรียก บุคคล ใด ๆ มา แถลง ข้อ เท็จจริง หรือ แสดง ความ คิดเห็น ใน การ พิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ หรือ กิจการ ที่ กระทำ อยู่ นั้น ได้
0
ให้ นำ บท ที่ ใช้ แก่ สภา ทั้ง สอง มา ใช้ บังคับ โดย อนุโลม
0
สาม
0
รวม ทั้ง การ ปรับปรุง กฎหมาย ให้ เป็น ไป ตาม รัฐธรรมนูญ โดย ต้อง รับฟัง ความ คิดเห็น ของ ผู้ ที่ ได้ รับ ผล กระทบ จาก กฎหมาย นั้น ประกอบ ด้วย
0
ทุก ครั้ง ที่ เข้า รับ ตำแหน่ง หรือ พ้น จาก ตำแหน่ง
0
จำนวน สอง คน
0
( สอง )
0
ได้ เมื่อ คณะ รัฐมนตรี ได้ บริหาร ราชการ แผ่นดิน มา เกิน กว่า สอง ปี แล้วมาตรา
0
( ห้า )
0
ก็ ให้ ผู้ สำเร็จ ราชการ แทน พระองค์ นั้นๆ
0
และ พระบรมราชโองการ ใด อัน เกี่ยว กับ ราชการ แผ่นดิน
0
( สี่ )
0
เว้น แต่ ใน ความ ผิด อัน ได้ กระทำ โดย ประมาท หรือ ความ ผิด ลหุโทษ
0
หรือ ให้ ประธาน องคมนตรี พ้น จาก ตำแหน่ง
0
สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร
0
โดย ให้ เริ่ม นับ วาระ ตั้งแต่ วัน ที่ ได้ รับ แต่งตั้ง
0
สาม สิบ แปด
0
และ ได้ รับ เลือก จาก วุฒิสภาคุณสมบัติ
0
คณะ รัฐมนตรี ที่ พ้น จาก ตำแหน่ง จะ อยู่ ปฏิบัติ หน้าที่ ต่อ ไป มิ ได้
0
บท ทั่วไปมาตรา
0
ต้อง มี รัฐมนตรี ลง นาม รับสนอง พระบรมราชโองการหมวด
0
( สี่ ) ไม่ ใช้ ทรัพยากร ของ รัฐ หรือ บุคลากร ของ รัฐ เพื่อ กระทำ การ ใด ซึ่ง จะ มี ผล ต่อ การ เลือกตั้ง และ ไม่ กระทำ การ อัน เป็น การ ฝ่าฝืน ข้อ ห้าม ตาม ระเบียบ ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนด
0
ตาม ที่ กฎหมาย บัญญัติ
0
เดือน หรือ จนกว่า การ จัด ประเทศ เป็น ปกติ เรียบร้อย
0
( สอง ) อนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และ ใช้ หรือ จัด ให้ มี การ ใช้ ประโยชน์ จาก ทรัพยากร ธรรมชาติ สิ่ง แวดล้อม และ ความ หลากหลาย ทาง ชีวภาพ ให้ เกิด ประโยชน์ อย่าง สมดุล และ ยั่งยืน โดย ต้อง ให้ ประชาชน และ ชุมชน ใน ท้องถิ่น ที่ เกี่ยวข้อง มี ส่วน ร่วม ดำเนิน การ และ ได้ รับ ประโยชน์ จาก การ ดำเนิน การ ดัง กล่าว ด้วย ตาม ที่ กฎหมาย บัญญัติ
0
หก สิบ
0
( ฉบับ ชั่วคราว )พุทธศักราช
0
พ้น จาก ตำแหน่ง เพราะ เหตุ ตาม มาตรา
0
อายุ ไม่ ต่ำ กว่า ยี่ สิบ ปี บริบูรณ์ ใน วัน ที่หนึ่ง
0
เจ็ด สิบ หก
0
หรือ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร
0
ให้ นำ บท บัญญัติ มาตรา สอง ร้อย สอง มา ใช้ บังคับ โดย อนุโลม
0
สนธิบุญยรัตกลิน
0
ดำเนินการ ใด เพื่อ ประโยชน์ แห่ง การ พิจารณา ได้
0
ที่ ยัง ใช้ บังคับ อยู่ ใน วัน ใช้ รัฐธรรมนูญ นี้
0
รัฐพึง สนับสนุนการ วิจัย ใน ศิลปะ และ วิทยาการ ต่างๆ
0
( สิบ สี่ ) ส่งเสริมอุตสาหกรรม แปร รูป ผล ผลิต ทาง การ เกษตร เพื่อ ให้ เกิด มูลค่า เพิ่ม ใน ทาง เศรษฐกิจ
0
โดย มิ ให้ นำ เอา เหตุ ที่ พรรค การ เมือง ไม่ ส่ง สมาชิก สมัคร รับ เลือกตั้ง
0
หาก สมาชิก วุฒิสภา และ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร
0
ให้ ประกาศ รายงาน ดัง กล่าว ใน ราชกิจจานุเบกษา และ เปิดเผย ต่อ สาธารณะ ด้วย
0
อำนาจ อธิปไตย เป็น ของ ปวงชน ชาว ไทย
0
ภาย ใน หนึ่ง ปี นับ แต่ วัน ที่ แถลง นโยบาย ต่อ รัฐสภา ตาม มาตรา
0
ให้ คณะ รัฐมนตรี มี อำนาจ บริหาร ราชการ แผ่นดินมาตรา
0
ข้าพระพุทธเจ้า ( ชื่อ ผู้ ปฏิญาณ ) ขอ ถวาย สัตย์ ปฏิญาณ ว่า ข้า พระพุทธเจ้า จะซื่อสัตย์สุจริต และ จงรักภักดี ต่อ พระมหากษัตริย์ ( พระบรมนามาภิไธย ) และ จะ ปฏิบัติ หน้าที่ เพื่อ ประโยชน์ ของ ประเทศ และ ประชาชน ทั้ง จะ รักษา ไว้ และ ปฏิบัติ ตาม ซึ่ง รัฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักรไทย ทุก ประการ
0
เป็น ประธาน
0
หนึ่ง ร้อย ยี่ สิบ สาม
0
ไม่ ชัดเจน
0
มาตรา สอง ร้อย สิบ สอง นับ แต่ วัน ประกาศ ใช้ รัฐธรรมนูญ นี้ จนถึง วัน เลือกตั้ง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร มาตรา สอง ร้อย สิบ แปด ให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตาม ธรรมนูญ การ ปกครอง ราชอาณาจักร พุทธศักราช สอง พัน ห้า ร้อย สาม สิบ สี่ ทำ หน้าที่ รัฐสภา ตาม บท บัญญัติ แห่ง รัฐธรรมนูญ นี้ แต่ สมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะ เสนอ ร่าง พระราชบัญญัติ ตาม มาตรา หนึ่ง ร้อย สาม สิบ เจ็ด ร่าง รัฐธรรมนูญ แก้ไข เพิ่มเติม ตาม มาตรา สอง ร้อย สิบ เอ็ด ตั้ง กระทู้ ถาม ตาม มาตรา หนึ่ง ร้อย สี่ สิบ เก้า หรือ เข้า ชื่อ เสนอ ญัตติ ขอ เปิด อภิปราย ทั่วไป ตาม มาตรา หนึ่ง ร้อย ห้า สิบ หรือ มาตรา หนึ่ง ร้อย ห้า สิบ เอ็ด มิ ได้
0
พระมหากษัตริย์ จะ เสด็จพระราชดำเนิน มา ทรง ทำ รัฐ พิธี เปิด ประชุม สมัย ประชุม สามัญ ประจำ ปี ครั้ง แรก ด้วย พระองค์ เอง
0
ให้ นำ บท บัญญัติ มาตรา
0
เคย รับ ราชการ หรือ เคย มี ชื่อ อยู่ ใน ทะเบียน บ้าน ใน จังหวัด ที่ สมัคร รับ เลือกตั้ง เป็น เวลา ติดต่อ กัน ไม่ น้อย กว่า ห้า ปี
0
ให้ ประธาน องคมนตรี เป็น ผู้ สำเร็จ ราชการ แทน พระองค์ ไป พลาง ก่อน
0
หรือ มาตรา
0
การ ชุมนุม สาธารณะ
0
( สิบ เอ็ด )
0
ว่า เป็น การ ชอบ ด้วย รัฐธรรมนูญ และ กฎหมาย
0
สี่ สิบสอง
0
งบ ประมาณ ราย จ่าย ของ แผ่นดิน ให้ ทำ เป็น พระราชบัญญัติ
0
( สาม )มาตรา
0
มาตรา สาม ร้อย สิบ ใน การ พิจารณา คดี ให้ ศาลฎีกา แผนกคดี อาญา ของ ผู้ดำรง ตำแหน่ง ทาง การ เมือง ยึด สำนวน ของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ เป็น หลัก ใน การ พิจารณา และ อาจ ไต่สวน หา ข้อ เท็จจริง และ พยาน หลักฐาน เพิ่มเติม ได้ ตาม ที่ เห็น สมควร
0
มาตรา แปด สิบ สาม การ เลือกตั้ง สมาชิก สภาผู้แทน ให้ ถือ เกณฑ์ จำนวน ราษฎร แต่ละ จังหวัด ตาม หลักฐาน การ ทะเบียน ราษฎร ที่ ประกาศ ใน ปี สุดท้าย ก่อน ปี ที่ มี การ เลือกตั้ง หนึ่ง แสน ห้า หมื่น คน ต่อ สมาชิก สภา ผู้แทน หนึ่ง คน จังหวัด ใด มี ราษฎร ไม่ ถึง หนึ่ง แสน ห้า หมื่น คน ให้ มี การ เลือกตั้ง สมาชิก สภาผู้แทน ใน จังหวัด นั้น ได้ หนึ่ง คน ถ้า จังหวัด ใด มี ราษฎร เกิน หนึ่ง แสน ห้า หมื่น คน ก็ ให้ มี การ เลือกตั้ง สมาชิก สภาผู้แทน ใน จังหวัด นั้น เพิ่ม ขึ้น อีก หนึ่ง คน ต่อ จำนวน ราษฎร ทุก หนึ่ง แสน ห้า หมื่น คน เศษ ของ หนึ่ง แสน ห้า หมื่น ถ้า ถึง เจ็ด หมื่น ห้า พัน หรือ กว่า นั้น ให้ นับ เป็น หนึ่ง แสน ห้า หมื่น
0
( หนึ่ง )
0
( ง )
0
สิบ หก
0
สมาชิก วุฒิสภา หรือ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ไม่ น้อย กว่า หนึ่ง ใน สาม ของ จำนวน สมาชิก ทั้งหมด เท่า ที่ มี อยู่ ของ แต่ละ สภา
0
ไม่ว่า จะ เป็น ใน รูป ใด และ ไม่ว่า จะ ประกาศ หรือ สั่ง ให้ มี ผล บังคับ ใน ทาง นิติบัญญัติ
0
ใน การ ประชุม ร่วม กัน ของ รัฐสภา ให้ ใช้ ข้อ บังคับ การ ประชุม รัฐสภา
0
ใน กรณี ที่ ประธาน องคมนตรี ไม่ สามารถ ปฏิบัติ หน้าที่ ได้ ด้วย เหตุ ใด เหตุ หนึ่ง
0
จะ ต้อง ได้ รับ ความ เห็น ชอบ ของ คณะ กรรมการ ตุลาการ
0
( สอง ) ตาย
0
ผู้ แทน นอก จาก ถึง เวร
0
มี คะแนน เสียง เท่า กัน ให้ ตั้ง คน กลาง ออก เสียง ชี้ขาด
0
ยี่ สิบ
0
ใน กรณี ที่ บุคคล หรือ พรรค การ เมือง ใด กระทำ การ ตาม วรรค หนึ่ง ผู้ รู้ เห็น การ กระทำ ดัง กล่าว ย่อม มี สิทธิ เสนอ เรื่อง ให้ อัยการ สูงสุด ตรวจสอบ ข้อ เท็จจริง และ ยื่น คำ ร้อง ขอ ให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย สั่งการ ให้ เลิก การ กระทำ ดัง กล่าว แต่ ทั้งนี้ ไม่ กระทบกระเทือน การ ดำเนิน คดี อาญา ต่อ ผู้ กระทำ การ ดัง กล่าว
0
แปด สิบ ห้า
0
หนึ่ง ร้อย ยี่ สิบ แปด
0
คณะ กรรมาธิการ ร่วม กัน อาจ เรียก เอกสาร จาก บุคคล ใดๆ
0
( หนึ่ง ) ติด ยา เสพ ติด ให้ โทษ
0
เข้า มา เป็น ผู้ ดำรง ตำแหน่ง ทาง การ เมือง ที่ ชัดเจน และ เป็น รูปธรรม
0
จาก ผู้ ซึ่ง ได้ รับ การ สรรหา โดย คณะ กรรมการ สรรหา
0
ให้ มี การ เลือกตั้ง สมาชิก ประเภท ที่หนึ่ง
0
การ แต่งตั้ง และ การ ให้ ตุลาการ ศาลทหาร พ้น จาก ตำแหน่ง ให้ เป็น ไป ตาม ที่ กฎหมาย บัญญัติมาตรา
0
หนึ่ง ร้อย ยี่ สิบ ห้า
0
หรือ การ อัน จำเป็น ใน การ ป้องกัน ประเทศ โดย ตรง
0
ถ้า ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ว่า ร่าง พระราชบัญญัติ นั้น มี ข้อความ ขัด หรือ แย้ง ต่อ รัฐธรรมนูญ หรือ ตรา ขึ้น โดย ไม่ ถูกต้อง ตาม บท บัญญัติ แห่ง รัฐธรรมนูญ
0
มาตรา สอง อำนาจ อธิปไตย มา จาก ปวง ชน ชาว ไทย พระมหากษัตริย์ ผู้ เป็น พระประมุข ทรง ใช้ อำนาจ นั้น แต่ โดย บท บัญญัติ แห่ง ธรรมนูญ การ ปกครอง นี้
0
หรือ ออกเสียง ลง คะแนน
0
ให้ มี แผนก คดี อาญา ของ ผู้ดำรง ตำแหน่ง ทาง การ เมือง ใน ศาลฎีกา โดย องค์ คณะ ผู้ พิพากษา ประกอบ ด้วย ผู้ พิพากษา ใน ศาลฎีกา ซึ่ง ดำรง ตำแหน่ง ไม่ ต่ำ กว่า ผู้ พิพากษา ศาลฎีกา หรือ ผู้ พิพากษา อาวุโส ซึ่ง เคย ดำรง ตำแหน่ง ไม่ ต่ำ กว่า ผู้ พิพากษา ศาลฎีกา จำนวน เก้า คน ซึ่ง ได้ รับ เลือก โดย ที่ ประชุม ใหญ่ ศาลฎีกา โดย วิธี ลง คะแนน ลับ และ ให้ เลือก เป็น ราย คดี
0
หนึ่ง ร้อย สาม สิบ เก้า
0
และ กฎหมาย อื่น ตาม หมวด
0
( หนึ่ง )
0
หนึ่ง ร้อย หกมาตรา
0
คณะ กรรมาธิการ ที่ กล่าว นี้ ย่อม มี อำนาจ เรียก บุคคล ใดๆ
0
เก้า สิบ สาม
0
การ รับ ทราบ การ แก้ไข เพิ่มเติม กฎ มณเฑียรบาล ว่า ด้วย การ สืบ ราชสันตติวงศ์พระพุทธศักราช
0
เพื่อ สวัสดิภาพ และ ความ ผาสุก ของ ประชาชนมาตรา
0
ไม่ว่า จะ กระทำ ด้วย ประการ ใด
0
และ การ ลง โทษ บุคคล นั้น จะ ต้อง เป็น ไป ตาม ระบบ คุณธรรม และ คำนึง ถึง พฤติกรรม ทาง จริยธรรม ของ บุคคล ดัง กล่าว ด้วยมาตรา
0