text
stringlengths 2
162
|
|---|
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109 1/2555
|
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
|
อ1773/2548
|
บริษัทสามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)
|
บริษัท บี. ซี.ที. มอเตอร์เซลล์ จำกัด กับพวก
|
ป.พ.พ. มาตรา 420, 425, 883, 885, 886 (4)
|
โจทก์
|
จำเลยป.พ.พ. มาตรา 883 และมาตรา 885 ชี้ชัดถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งประสงค์ให้วิธีการเฉพาะการ
|
ประกันภัยในการรับขนคุ้มถึงความวินาศภัยทุกอย่างซึ่งอาจจะเกิดแก่ของที่ขนส่งในระหว่างเวลาตั้งแต่ผู้ขนส่ง
|
ได้รับของไป จนได้ส่งมอบของนั้นแก่ผู้รับตราส่ง จึงได้กำหนดความคุ้มครองไว้ชัดแจ้ง เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้
|
เอาประกันภัยและบังคับให้ผู้รับประกันภัยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนอันจะส่งผลก่อเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
|
เมื่อมีบทบัญญัติกฎหมายกำหนดวิธีการเฉพาะการประกันภัยในการรับขนให้คุ้มถึงความวินาศภัยซึ่ง
|
อาจเกิดแก่ของที่ขนส่งในระหว่างเวลาตั้งแต่ผู้ขนส่งได้รับขนไปจนได้ส่งมอบของนั้นแก่ผู้รับตราส่ง จึงไม่อาจนำ
|
วิธีการประกันภัยซึ่งมีกำหนดเวลาในกรณีทั่วไปมาปรับใช้ เว้นแต่จะได้ระบุไว้ในสัญญาเป็นอย่างอื่น ดังนี้
|
ที่เกี่ยวข้องกรณีมีวินาศภัยเกิดขึ้น
|
สัญญาประกันภัยในการรับขนที่มีกำหนดเวลาย่อมคุ้มถึงความวินาศภัยทุกอย่างซึ่งอาจเกิดแก่ของที่ขนส่งตั้งแต่
|
เวลาที่รับของไปในกำหนดเวลาประกันภัย จนได้ส่งมอบของนั้นแก่ผู้รับตราส่ง หาได้มีความหมายว่าสัญญา
|
ประกันภัยสิ้นสุดลงเมื่อพ้นกำหนดเวลาประกันภัยทันทีดังเช่นสัญญาประกันวินาศภัยในกรณีทั่วไปที่มิได้มุ่งคุ้ม
|
ถึงความวินาศภัยซึ่งอาจเกิดแก่ของที่ขนส่งจนได้ส่งมอบของนั้นแก่ผู้รับตราส่ง
|
โจทก์รับประกันภัยรถ
|
แทรกเตอร์ที่ขนส่งตั้งแต่โกดังของผู้เอาประกันภัยจนถึงโกดังของลูกค้าของผู้เอาประกันภัย ถึงแม้สัญญาประกัน
|
ภัยพ้นกำหนดระหว่างเดินทางก็คุ้มครองของที่ขนส่งจนถึงปลายทาง ถือว่าการประกันภัยยังไม่สิ้นสุดจนได้ส่ง
|
มอบรถแทรกเตอร์นั้นแก่ผู้รับตราส่ง และกำหนดเวลาประกันภัยหาสิ้นสุดลงตามกำหนดระยะเวลาขนส่งตาม
|
ป.พ.พ. มาตรา 886 (4) ไม่ ทั้งนี้เพราะบทบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงแต่กำหนดให้ต้องเริ่มทำการขนส่งภายใน
|
กำหนดที่ระบุไว้เท่านั้น หาได้มีความหมายว่าการประกันภัยสิ้นสุดเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาขนส่งไม่
|
เมอรถ
|
แทรกเตอร์ได้รับความเสียหายระหว่างการขนส่ง และโจทก์ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยแล้วย่อมรับ
|
ช่วงสิทธิมาฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ทำละเมิดและจำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งกระทำในการ
|
ทางที่จ้างของจําเลยที่ 2 ได้
|
ใบเสนอราคาค่าขนส่งเอกสารหมาย ป.ล. 1 จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาเสนอราคาค่าขนส่งแก่บริษัท ส.
|
โดยระบุเพิ่มเติมว่า ราคาที่เสนอมานี้ไม่รวมค่าความเสียหายและสูญหายในระหว่างการขนส่ง เนื่องจากจำเลยที่
|
1 ไม่ได้ทำประกันภัยการขนส่งไว้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และจำเลยที่ 1 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะมี
|
โอกาสได้รับใช้ท่านเหมือนเช่นเคยนั้น เป็นเพียงข้อเสนอค่าขนส่งที่ไม่รวมค่าเบี้ยประกันภัย ข้อเท็จจริงไม่
|
ปรากฏว่าบริษัท ส. แสดงความตกลงเรื่องข้อยกเว้นความรับผิดโดยชัดแจ้ง ส่วนใบรับรถเอกสารหมาย ป.ล. 2
|
นั้น มีหลายใบแต่ไม่ปรากฏว่ามีใบรับในการขนส่งรถแทรกเตอร์ไปยังห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. ลูกค้าของบริษัท ส.
|
ดังนี้ ใบเสนอราคาและใบรับตามเอกสารหมาย ป.ล. 1 และ ป.ล. 2 ดังกล่าว ไม่เป็นข้อตกลงยกเว้นความรับผิด
|
ของจําเลยที่ 1
|
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 836,394.78 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5
|
ต่อปี ของต้นเงิน 806,563 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์
|
จําเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคําให้การขอให้ยกฟ้อง
|
จําเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคําให้การ
|
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 806,563 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5
|
ต่อปี นับแต่วันที่ 10 มกราคม 2543 จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ 9 มิถุนายน
|
2543) ต้องไม่เกิน 29,381.78 บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่า
|
ทนายความ 20,000 บาท
|
จำเลยที่ 1 อุทธรณ์สอง
|
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยทั้ง
|
โดยกำหนดค่าทนายความให้เฉพาะจำเลยที่ 1 รวม 25,000 บาท
|
โจทก์ฎีกา
|
ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า
|
โจทก์ได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดชำระหนี้หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า วินาศภัยในคดีนี้เกิดขึ้น
|
สัญญาประกันภัยจึง
|
ย่อมได้รับช่วงสิทธิมา
|
ก่อนที่ผู้ขนส่งจะส่งมอบรถแทรกเตอร์คันเกิดเหตุที่โจทก์รับประกันภัยไว้ให้แก่ผู้รับตราส่ง
|
ย่อมมีผลบังคับอยู่ ดังนั้น เมื่อโจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว
|
ฟ้องให้จําเลยทั้งสองรับผิด เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 883 บัญญัติว่า "อันสัญญา
|
ประกันภัยในการรับขนนั้น ย่อมคุ้มถึงความวินาศภัยทุกอย่างซึ่งอาจเกิดแก่ของที่ขนส่ง ในระหว่างเวลาตั้งแต่ผู้
|
ขนส่งได้รับของไป จนได้ส่งมอบของนั้นแก่ผู้รับตราส่ง และจำนวนค่าสินไหมทดแทนนั้น ย่อมกำหนดตามที่ของ
|
ซึ่งขนส่งนั้นจะได้มีราคาเมื่อถึงตำบลอันกําหนดให้ส่ง" กับมาตรา 885 บัญญัติว่า "อันสัญญาประกันภัยในการ
|
รับขนนั้น ถึงแม้การขนส่งจะต้องสะดุดหยุดลงชั่วขณะหรือจะต้องเปลี่ยนทางหรือเปลี่ยนวิธีขนส่งอย่างหนึ่งอย่าง
|
ใดโดยเหตุจำเป็นในระหว่างเดินทางก็ดี ท่านว่าสัญญานั้นก็ย่อมคงเป็นอันสมบูรณ์อยู่ เว้นแต่จะได้ระบุไว้ใน
|
สัญญาเป็นอย่างอื่น" บทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกล่าวชี้ชัดถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งประสงค์ให้วิธีการ
|
เฉพาะการประกันในการรับขนคุ้มถึงความวินาศภัยทุกอย่างซึ่งอาจจะเกิดแก่ของที่ขนส่งในระหว่างเวลาตั้งแต่ผู้
|
ขนส่งได้รับของไป จนได้ส่งมอบของนั้นแก่ผู้รับตราส่ง จึงได้กำหนดความคุ้มครองไว้ชัดแจ้ง เพื่อคุ้มครองสิทธิ
|
ของผู้เอาประกันภัยและบังคับให้ผู้รับประกันภัยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนอันจะส่งผลก่อเกิดความเป็นธรรมแก่
|
ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกรณีมีวินาศภัยเกิดขึ้น เมื่อมีบทบัญญัติกฎหมายกำหนดวิธีการเฉพาะการประกันภัยในการ
|
รับขนให้คุ้มถึงความวินาศภัยซึ่งอาจเกิดแก่ของที่ขนส่งในระหว่างเวลาตั้งแต่ผู้ขนส่งได้รับขนไป จนได้ส่งมอบ
|
ของนั้นแก่ผู้รับตราส่ง จึงไม่อาจนำวิธีการประกันภัยซึ่งมีกำหนดเวลาในกรณีทั่วไปมาปรับใช้ เว้นแต่จะได้ระบุ
|
ไว้ในสัญญาเป็นอย่างอื่น ดังนี้ สัญญาประกันภัยในการรับขนที่มีกำหนดเวลาย่อมคุ้มถึงความวินาศภัยทุกอย่าง
|
ซึ่งอาจเกิดแก่ของที่ขนส่งตั้งแต่เวลาที่รับของไปในกำหนดเวลาประกันภัย จนได้ส่งมอบของนั้นแก่ผู้รับตราส่ง
|
หาได้มีความหมายว่าสัญญาประกันภัยสิ้นสุดลงเมื่อพ้นกำหนดเวลาประกันภัยทันทีดังเช่นสัญญาประกัน
|
วินาศภัยในกรณีทั่วไปที่มิได้มุ่งคุ้มถึงความวินาศภัยซึ่งอาจเกิดแก่ของที่ขนส่งจนได้ส่งมอบของนั้นแก่ผู้รับตรา
|
ส่ง และทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่า โจทก์รับประกันภัยของที่ขนส่งตั้งแต่โกดังของผู้เอาประกันภัยจนถึงโกดัง
|
ของลูกค้าของผู้เอาประกันภัย ถึงแม้สัญญาประกันภัยพ้นกำหนดระหว่างเดินทางก็คุ้มครองของที่ขนส่งจนถึง
|
ปลายทาง โจทก์จึงจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัย แสดงว่าจำเลยที่ 1 รับของที่ขนส่งอันได้แก่รถ
|
แทรกเตอร์ไปภายในกำหนดเวลาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยมิได้ระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับประกันภัย
|
ไว้เป็นอย่างอื่น การปรับใช้กฎหมายจึงต้องอนุวัตให้ต้องตามเจตนารมณ์ที่บัญญัติกฎหมายนั้นตามที่ได้วินิจฉัย
|
มาแล้วในเบื้องต้น จึงต้องถือว่าการประกันภัยยังไม่สิ้นสุดจนได้ส่งมอบรถแทรกเตอร์นั้นแก่ผู้รับตราส่ง และ
|
กำหนดเวลาประกันภัยหาสิ้นสุดลงตามกำหนดระยะเวลาขนส่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา
|
886 (4) ไม่ ทั้งนี้เพราะบทบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงแต่กำหนดให้ต้องเริ่มทำการขนส่งภายในกำหนดที่ระบุไว้
|
เท่านั้น หาได้มีความหมายว่าการประกันภัยสิ้นสุดเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาขนส่งไม่ เมื่อรถแทรกเตอร์ได้รับ
|
ความเสียหายระหว่างการขนส่ง และโจทก์ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยแล้วย่อมรับช่วงสิทธิมาฟ้อง
|
จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ทำละเมิดและจำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งกระทำในการทางที่จ้างของ
|
จำเลยที่ 2 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า กรมธรรม์ประกันภัยกำหนดระยะเวลาขนส่งตั้งแต่วันที่ 1
|
มิถุนายน 2542 ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2542 และให้กรมธรรม์ประกันภัยมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน
|
2542 ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2542 เมื่อเหตุเกิดในวันที่ 12 มิถุนายน 2542 ซึ่งพ้นกำหนดเวลาประกันภัย โจทก์
|
จึงไม่มีหน้าที่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
|
ปัญหาต้องวินิจฉัยตามคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 1 และบริษัทสยาม-ฮิตาชิ คอนสตรัคชั่น
|
แมชีเนอรี จำกัด ผู้ส่ง มีข้อตกลงยกเว้นความรับผิดของผู้ขนส่งไว้ จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ขนส่งจึงไม่ต้องรับผิดต่อ
|
บริษัทสยาม-ฮิตาชิ คอนสตรัคชั่น แมเนอรี่ จำกัด โจทก์ไม่อาจรับช่วงสิทธิมาฟ้องได้ เห็นว่า ใบเสนอราคาค่า1 แสดงเจตนาเสนอราคาค่าขนส่งแก่บริษัทสยาม-ฮิตาชิ คอน
|
ขนส่งฉบับลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2541 จำเลยที่
|
สตรัคชั่น แมเนอรี่ จำกัด โดยระบุเพิ่มเติมว่า ราคาที่เสนอมานี้ ไม่รวมค่าเสียหายและสูญหายในระหว่างการ
|
ขนส่ง เนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่ได้ทำประกันภัยการขนส่งไว้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และจำเลยที่ 1 หวัง
|
เป็นอย่างยิ่งว่าคงจะมีโอกาสได้รับใช้ท่านเหมือนเช่นเคย จึงเป็นเพียงข้อเสนอค่าขนส่งที่ไม่รวมค่าประกันภัยซึ่ง
|
ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าบริษัทสยาม-ฮิตาชิ คอนสตรัคชั่น แมเนอรี่ จำกัด แสดงความตกลงเรื่องข้อยกเว้น
|
ความรับผิดโดยชัดแจ้ง ส่วนใบรับรถนั้น มีหลายใบแต่ไม่ปรากฏว่ามีใบรับในการขนส่งรถแทรกเตอร์ตามฟ้อง
|
ไปยังห้างหุ้นส่วนจำกัด เปรมประชา เอ็นจิเนียริ่ง ลูกค้าของบริษัทสยาม-ฮิตาชิ คอนสตรัคชั่น แมชีเนอรี่ จำกัด
|
ดังนี้ ใบเสนอราคาและใบรับรถดังกล่าวไม่เป็นข้อตกลงยกเว้นความรับผิดของจำเลยที่ 1 คำแก้ฎีกาข้อนี้ของ
|
จําเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น
|
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้
|
End of preview. Expand
in Data Studio
No dataset card yet
- Downloads last month
- -