1 stringlengths 13 42 ⌀ | 2 stringlengths 14 40 ⌀ | 3 stringlengths 14 43 | 4 stringlengths 14 40 ⌀ |
|---|---|---|---|
อย่าคบชู้สู่สมนิยมหวัง | ไม่จิรังกาลดอกบอกโฉมศรี | เขารักหลอกหยอกเล่นดอกเช่นนี้ | ถ้าแม้นมีข้าวของต้องบำเรอ |
ธุระอะไรจะให้มันเสียของ | อันเงินทองผัวสิทำสน่ำเสนอ | เพราะเชื่อใจภรรยายิ่งกว่าเกลอ | ควรบำเรอลูกผัวของตัวตน |
จะมีจิตพิศวาสไม่คลาดเคลื่อน | เพราะแม่เรือนร่วมใจจึงได้ผล | แม้นนอกจิตคิดร้ายหมายประจญ | จะพาตนยากยับอัประมาณ |
จงกันภัยในเล่ห์เสน่หา | อย่าให้มาปนปะจงประหาร | เอาความสัตย์ตัดตั้งปฏิญาณ | ถึงเกิดการยากเข็ญไม่เป็นไร |
จงซื่อต่อภัสดาสวามี | จนชีวีศรีสวัสดิ์เจ้าตัดษัย | อย่าให้มีราคินที่กินใจ | อุปไมยเหมือนอนงค์องค์สีดา |
ถึงที่สุดทดลองก็ทองแท้ | ด้วยนางแน่อยู่ในสัจอธิษฐาน์ | หญิงเดี๋ยวนี้แม้นมีสัตยา | ภัสดาก็ยิ่งรักขึ้นหนักครัน ฯ |
๏ แม้นเขารักแล้วอย่าดื้อทำถือจิต | เร่งเกรงผิดกลัวภัยใหญ่มหันต์ | คำนับนอบสามีทุกวี่วัน | อย่าดุดันดื้อดึงตะบึงตะบอน |
ยามสิ้นแสงสุริยาอย่าไปไหน | จุดไต้ไฟเข้าไปส่องในห้องก่อน | ระวังดูปูปัดสลัดที่นอน | ทั้งฟูกหมอนอย่าให้มีธุลีลง |
ถ้าแม้นว่าภัสดาเข้าไสยาสน์ | จงกราบบาททุกครั้งอย่าพลั้งหลง | เขาเมื่อยเหน็บเจ็บปวดในทรวงทรง | ช่วยบรรจงนวดฟั้นให้บรรเทา |
ประพฤติกายสายสมรจะนอนหลับ | อย่ากลิ้งกลับมือไม้ไปป่ายเขา | นอนให้ดีมีสติสิริเรา | อย่าซมเซาอยู่จนแจ้งแสงพยับ |
จงรีบฟื้นตื่นก่อนภัสดา | น้ำล้างหน้าหาไว้ให้เสร็จสรรพ | จึงหุงข้าวต้มแกงแต่งสำรับ | จัดประดับเทียมทำให้น้ำนวล |
ทั้งกระโถนคนทีขัดสีไว้ | ให้ผ่องใสสวยตาดูน่าบ้วน | อีกน้ำท่าอย่าให้ผงลงไปกวน | จงใคร่ครวญพิเคราะห์ให้เหมาะการ |
แม้นรู้ว่าสามีจะไปไหน | แต่ยังไม่ตื่นพรากจากสถาน | ประจงปลุกภัสดาอย่าช้านาน | ให้ลุกขึ้นรับประทานโภชนา |
จงระวังนั่งดูอยู่ใกล้ใกล้ | เผื่ออะไรมันขาดจะเรียกหา | อย่าให้ต้องร้องตะโกนโพนทะนา | จงอุตส่าห์ตั้งใจระไวระวัง |
อยู่จนผัวรับประทานอาหารแล้ว | นางน้องแก้วเจ้าจงกินเมื่อภายหลัง | อย่ากินก่อนภัสดาดูน่าชัง | เขาจะรังเกียจใจดูไม่ดี ฯ |
๏ ถ้าผัวทำราชการพระผ่านเกล้า | เคยเข้าเฝ้าสู่วังนรังศรี | ทั้งล่วมปัดจัดแจงแต่งให้ดี | หมากบุหรี่หาใส่ให้ไปกิน |
อุตส่าห์ทำบำเรอเสนอสนอง | ตามทำนองมิ่งมิตรเป็นนิจศิล | ปรนนิบัติภัสดาอย่าราคิน | จึงจะภิญโญยศปรากฏไป ฯ |
๏ เกิดเป็นหญิงให้เห็นว่าเป็นหญิง | อย่าทอดทิ้งกิริยาอัชฌาสัย | เป็นหญิงครึ่งชายครึ่งอย่าพึงใจ | ใครเขาไม่สรรเสริญเมินอารมณ์ |
แม้นผัวเดือดเจ้าจงดับระงับไว้ | อย่าพอใจขึ้นเสียงเถียงประสม | เขาเป็นไฟเราเป็นน้ำค่อยพรำพรม | แม้นระดมขึ้นทั้งคู่จะวู่วาม |
อันโทโสโมโหไม่อดได้ | ความในใจก็จะดังออกกลางสนาม | ที่ชาวบ้านท่านไม่รู้จะรู้ความ | อย่าทำตามใจนักมักจะเคย |
เอาใจผัวผัวจะรักเจ้าหนักหนา | หมั่นนำพาการเรือนอย่าเชือนเฉย | แม้นผัวทุกข์ขุกไข้ไม่เสบย | อย่าวายเวยลามลวนให้กวนใจ |
จงแย้มสรวลชวนปลอบให้ชอบชื่น | เห็นเริงรื่นหัทยาจึงปราศรัย | ค่อยถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงฤทัย | แม้นสิ่งไรเขาไม่ชื่นอย่าขืนทำ |
จะพูดจาสารพัดประหยัดปาก | อย่าพูดมากเติมต่อซึ่งข้อขำ | ความสิ่งไรในจิตจงปิดงำ | อย่าควรนำแนะออกไปนอกเรือน |
การสิ่งไรที่ชั่วผัวเขาห้าม | ประพฤติตามแบบแผนให้แม้นเหมือน | อย่าดึงดื้อถือตนเป็นคนเชือน | จะเอ่ยเอื้อนโอภาให้น่าฟัง ฯ |
๏ แม้นพิโรธโกรธขึ้งกับภัสดา | อย่านินทาว่าผัวตัวลับหลัง | พึ่งข่มขืนกลืนไว้ในอุรัง | อุตส่าห์บังกลบเกลื่อนที่เงื่อนเงา |
จึงจะว่านารีมีความคิด | รู้ปกปิดมิดโทษไม่โฉดเขลา | ถึงใครรู้อยู่ว่าคมต้องชมเรา | หนึ่งผัวเล่าเขาก็เห็นว่าเป็นดี |
การนินทาด่าผัวนี้ชั่วถ่อย | เป็นคนน้อยปัญญาเสียราศี | ถึงร้างหย่าหาใหม่วิสัยมี | ชายที่ดีรู้กำพืดก็จืดไป |
บ้างทำกลัวตัวสั่นแต่ต่อหน้า | ถึงตีด่าก็สู้นิ่งไม่ติงไหว | ครั้นผัวเดินเกินเลยเฉยเฉียดไป | ก็ด่าให้ไม่ดังตั้งกะซิบ |
ทำเสงี่ยมเจียมตัวผัวไม่เห็น | ดูเหมือนเช่นปากว่าตาขยิบ | ครั้นว่าเขาเข้าใจรู้ไหวพริบ | ก็ต้องริบต้องร้างระคางแคลง ฯ |
๏ บางนารีที่เป็นนางใจร้ายกาจ | หมิ่นประมาททุ่มเถียงส่งเสียงแข็ง | สำรากก้องร้องแรกแหกกระแชง | ตะคอกแกล้งข่มขี่ให้ผัวกลัว |
ขู่คำรนบ่นว่าด่าประชด | ให้สามีอัปยศลงหดหัว | ลุอำนาจไม่อาจขยาดตัว | มัดมือผัวผูกแขวนแค่นเฆี่ยนตี |
ทรมานภัสดาน่าสังเวช | ดูเหมือนเปรตเวทนาน่าบัดสี | ยังมิหนำซ้ำป่าวเหล่านารี | ที่ไม่มีภัสดาให้มาดู |
ข้างฝ่ายผัวใจดีมิได้ว่า | นิ่งให้เมียเฆี่ยนด่าน่าอดสู | ดูเหมือนแม่กับลูกผูกขึ้นชู | มิได้สู้รบรับสัประยุทธ์ |
ช่างกระไรใจคอมันอดได้ | ดูเหมือนไม่มีจิตผิดบุรุษ | จึงยอมตัวกลัวเมียจนหัวมุด | น้อยมนุษย์ที่จะเป็นได้เช่นนั้น |
เหมือนเช่นเราแล้วไม่ต้องให้ตีตบ | คงสู้รบโต้เต็มให้เข้มขัน | จะถีบถองเสียให้ยับไล่ขับกัน | ร้างหย่ามันเสียให้ค้างอยู่กลางคัน ฯ |
๏ สุภาษิตซึ่งประดิษฐ์มาไว้นี้ | ล้วนแต่มีเยี่ยงอย่างดังเสกสรร | ใช่จะแกล้งแต่งคำมารำพัน | คนทุกวันอย่างนี้มีอาเกียรณ์ |
จะร่ำไปสักเท่าไรก็ไม่หมด | ขี้เกียจจดเหน็ดเหนื่อยเมื่อยมือเขียน | อุตส่าห์ตรองตริตรึกนึกจำเนียร | ตั้งความเพียรผูกข้อต่อเรื่องราว |
พอเป็นเรื่องสำหรับดับทุกข์โทษ | เป็นประโยชน์แก่สตรีที่สวยสาว | เป็นตำรับแบบฉบับไปยืดยาว | ในเรื่องราวสุภาษิตลิขิตความ |
ข้อไหนชั่วแล้วอย่ามัวไปขืนทำ | จงจดจำบุญบาปอย่าหยาบหยาม | เก็บประกอบเอาแต่ชอบในเรื่องความ | ประพฤติตามห้ามใจเสียให้ดี |
อย่าฟังเปล่าเอาแต่กลอนสุนทรเพราะ | จงพิเคราะห์คำเลิศประเสริฐศรี | ไว้เป็นแบบสอนตนพ้นราคี | กันบัดสีคำค่อนคนนินทา |
ให้สุขีศรีเมืองเลื่องฦๅฟุ้ง | หอมจรุงกลิ่นกลั้วทั่วทิศา | เป็นที่ชื่นเช่นอย่างนางสีดา | ในใต้หล้าหมายประคองตัวน้องเอย ฯ |
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.