law_code stringclasses 36
values | law_name stringclasses 36
values | section_num stringlengths 1 23 | section_content stringlengths 31 6.7k | reference listlengths 0 51 |
|---|---|---|---|---|
ห0002-1B-0001 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 | 54 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 มาตรา 54 หอการค้าใดฝ่าฝืนมาตรา 29 หรือมาตรา 30 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาท* | [
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "29"
},
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "30"
}
] |
ห0002-1B-0001 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 | 55 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 มาตรา 55 กรรมการของหอการค้าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 29 หรือกระทำการอันเป็นการผิดวัตถุที่ประสงค์ของหอการค้าและการกระทำนั้นเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามหมื่นบาท* | [
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "29"
}
] |
ห0002-1B-0001 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 | 56 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 มาตรา 56 หอการค้าใดฝ่าฝืนมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 มาตรา 36 หรือมาตรา 37 วรรคหนึ่ง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท* | [
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "33"
},
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "34"
},
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "35"
},
{... |
ห0002-1B-0001 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 | 57 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 มาตรา 57 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา 39 หรือมาตรา 41 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองพันบาท* | [
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "39"
},
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "41"
}
] |
ห0002-1B-0001 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 | 58 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 มาตรา 58 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 40 หรือยังขืนเป็นกรรมการหรือสมาชิกของหอการค้าที่เลิกตามมาตรา 44 หรือตามมาตรา 61 วรรคสาม แล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ | [
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "40"
},
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "44"
},
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "61"
}
] |
ห0002-1B-0001 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 | 59 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 มาตรา 59 หอการค้าใดฝ่าฝืนมาตรา 44 วรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 46 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท* | [
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "44"
},
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "46"
}
] |
ห0002-1B-0001 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 | 60 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 มาตรา 60 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 47 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ | [
{
"include": true,
"law_name": "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509",
"section_num": "47"
}
] |
ห0002-1B-0001 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 | 60/1 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 มาตรา 60/1 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว ให้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบได้ และเมื่อผู้กระทำความผิดได้ชำระค่าปรับตามที่ได้เปรียบเทียบแล้ว ให้คดีเป็นอันเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา | [] |
ห0002-1B-0001 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 | 61 | พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 มาตรา 61 บรรดาหอการค้า สภาการค้า หรือสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับหอการค้าที่ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากประสงค์จะเป็นหอการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ต้องขออนุญาตเป็นหอการค้าภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 1 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1
กฎหมายนี้ให้เรียกว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 2 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 2
ให้ใช้ประมวลกฎหมายนี้ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมกราคม พระพุทธศักราช 2468 เป็นต้นไป | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 3 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 3
ตั้งแต่วันที่ใช้ประมวลกฎหมายนี้สืบไป ให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในประมวลกฎหมายนี้ หรือซึ่งแย้งกับบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 4 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4
กฎหมายนั้น ต้องใช้ในบรรดากรณีซึ่งต้องด้วยบทบัญญัติใด ๆ แห่งกฎหมายตามตัวอักษร หรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัตินั้น ๆ
เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ ให้วินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น ถ้าไม่มีจารีตประเพณีเช่นว่านั้น ให้วินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 5 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5
ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 6 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6
ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 7 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 8 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8
คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 9 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9
เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น
ลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได ตราประทับ หรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้นที่ทำลงในเอกสารแทนการลงลายมือชื่อ หากมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนแล้วให... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 10 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 10
เมื่อความข้อใดข้อหนึ่งในเอกสารอาจตีความได้สองนัย นัยไหนจะทำให้เป็นผลบังคับได้ ให้ถือเอาตามนัยนั้นดีกว่าที่จะถือเอานัยที่ไร้ผล | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 11 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11
ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 12 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12
ในกรณีที่จำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้ทั้งตัวอักษรและตัวเลข ถ้าตัวอักษรกับตัวเลขไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณที่เป็นตัวอักษรเป็นประมาณ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 13 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 13
ถ้าจำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้เป็นตัวอักษรหลายแห่งหรือเป็นตัวเลขหลายแห่ง แต่ที่แสดงไว้หลายแห่งนั้นไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณน้อยที่สุดเป็นประมาณ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 14 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 14
ในกรณีที่เอกสารทำขึ้นไว้หลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นฉบับเดียวกันหรือหลายฉบับก็ตามโดยมีภาษาไทยด้วย ถ้าข้อความในหลายภาษานั้นแตกต่างกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาของคู่กรณีได้ว่าจะใช้ภาษาใดบังคับ ให้ถือตามภาษาไทย | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 15 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 15
สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดลงเมื่อตาย
ทารกในครรภ์มารดาก็สามารถมีสิทธิต่าง ๆ ได้ หากว่าภายหลังคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 16 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 16
การนับอายุของบุคคล ให้เริ่มนับแต่วันเกิด ในกรณีที่รู้ว่าเกิดในเดือนใดแต่ไม่รู้วันเกิด ให้นับวันที่หนึ่งแห่งเดือนนั้นเป็นวันเกิด แต่ถ้าพ้นวิสัยที่จะหยั่งรู้เดือนและวันเกิดของบุคคลใด ให้นับอายุบุคคลนั้นตั้งแต่วันต้นปีปฏิทิน ซึ่งเป็นปีที่บุคคลนั้นเกิด | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 17 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 17
ในกรณีบุคคลหลายคนตายในเหตุภยันตรายร่วมกัน ถ้าเป็นการพ้นวิสัยที่จะกำหนดได้ว่าคนไหนตายก่อนหลัง ให้ถือว่าตายพร้อมกัน | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 18 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18
สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้นถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับอำนาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้ ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 19 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19
บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 20 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 20
ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะเมื่อทำการสมรส หากการสมรสนั้นได้ทำตามบทบัญญัติมาตรา 1448 | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1448"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 21 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 21
ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใด ๆ ที่ผู้เยาว์ได้ทำลงปราศจากความยินยอมเช่นว่านั้นเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 22 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 22
ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น หากเป็นเพียงเพื่อจะได้ไปซึ่งสิทธิอันใดอันหนึ่ง หรือเป็นการเพื่อให้หลุดพ้นจากหน้าที่อันใดอันหนึ่ง | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 23 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 23
ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการต้องทำเองเฉพาะตัว | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 24 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 24
ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการสมแก่ฐานานุรูปแห่งตนและเป็นการอันจำเป็นในการดำรงชีพตามสมควร | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 25 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 25
ผู้เยาว์อาจทำพินัยกรรมได้เมื่ออายุสิบห้าปีบริบูรณ์ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 26 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 26
ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมอนุญาตให้ผู้เยาว์จำหน่ายทรัพย์สินเพื่อการอันใดอันหนึ่งอันได้ระบุไว้ ผู้เยาว์จะจำหน่ายทรัพย์สินนั้นเป็นประการใดภายในขอบของการที่ระบุไว้นั้นก็ทำได้ตามใจสมัคร อนึ่ง ถ้าได้รับอนุญาตให้จำหน่ายทรัพย์สินโดยมิได้ระบุว่าเพื่อการอันใด ผู้เยาว์ก็จำหน่ายได้ตามใจสมัคร | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 27 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 27
ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในการประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่น หรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานได้ ในกรณีที่ผู้แทนโดยชอบธรรมไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลให้สั่งอนุญาตได้
ในความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจหรือการจ้างแรงงาน... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 28 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28
บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 29 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 29
การใด ๆ อันบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถได้กระทำลง การนั้นเป็นโมฆียะ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 30 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 30
การใด ๆ อันบุคคลวิกลจริตซึ่งศาลยังมิได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถได้กระทำลง การนั้นจะเป็นโมฆียะต่อเมื่อได้กระทำในขณะที่บุคคลนั้นจริตวิกลอยู่ และคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้แล้วด้วยว่าผู้กระทำเป็นคนวิกลจริต | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 31 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 31
ถ้าเหตุที่ทำให้เป็นคนไร้ความสามารถได้สิ้นสุดไปแล้ว และเมื่อบุคคลผู้นั้นเองหรือบุคคลใด ๆ ดังกล่าวมาในมาตรา 28 ร้องขอต่อศาลก็ให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้เป็นคนไร้ความสามารถนั้น
คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "28"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 32 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32
บุคคลใดมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณ หรือติดสุรายาเมา หรือมีเหตุอื่นใดทำนองเดียวกันนั้น จนไม่สามารถจะจัดทำการงานโดยตนเองได้ หรือจัดกิจการไปในทางที่อาจจะเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว เมื่อบุคคลตามที่ระบุไว้ในมาตรา 28 ร้องขอต... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "28"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 33 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 33
ในคดีที่มีการร้องขอให้ศาลสั่งให้บุคคลใดเป็นคนไร้ความสามารถเพราะวิกลจริต ถ้าทางพิจารณาได้ความว่าบุคคลนั้นไม่วิกลจริต แต่มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อมีคำขอของคู่ความหรือของบุคคลตามที่ระบุไว้ในมาตรา 28 ศาลอาจสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้ หรือในคด... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "28"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 34 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 34
คนเสมือนไร้ความสามารถนั้น ต้องได้รับความยินยอมของผู้พิทักษ์ก่อนแล้วจึงจะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ได้
(1) นำทรัพย์สินไปลงทุน
(2) รับคืนทรัพย์สินที่ไปลงทุน ต้นเงินหรือทุนอย่างอื่น
(3) กู้ยืมหรือให้กู้ยืมเงิน ยืมหรือให้ยืมสังหาริมทรัพย์อันมีค่า
(4) รับประกันโดยประการใด ๆ อันมีผล... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 35 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 35
ในกรณีที่ผู้พิทักษ์ไม่ยินยอมให้คนเสมือนไร้ความสามารถกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 34 โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อคนเสมือนไร้ความสามารถร้องขอ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้กระทำการนั้นโดยไม่ต้องรับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก็ได้ ถ้าการนั้นจะเป็นคุณประโยชน์แก่คนเสมือนไร้ความสามารถ | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "34"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 36 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 36
ถ้าเหตุที่ศาลได้สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถได้สิ้นสุดไปแล้ว ให้นำบทบัญญัติมาตรา 31 มาใช้บังคับโดยอนุโลม | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "31"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 37 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 37
ภูมิลำเนาของบุคคลธรรมดา ได้แก่ถิ่นอันบุคคลนั้นมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 38 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 38
ถ้าบุคคลธรรมดามีถิ่นที่อยู่หลายแห่งซึ่งอยู่สับเปลี่ยนกันไปหรือมีหลักแหล่งที่ทำการงานเป็นปกติหลายแห่ง ให้ถือเอาแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 39 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 39
ถ้าภูมิลำเนาไม่ปรากฏ ให้ถือว่าถิ่นที่อยู่เป็นภูมิลำเนา | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 40 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 40
บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ไม่มีที่อยู่ปกติเป็นหลักแหล่ง หรือเป็นผู้ครองชีพในการเดินทางไปมาปราศจากหลักแหล่งที่ทำการงาน พบตัวในถิ่นไหนให้ถือว่าถิ่นนั้นเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 41 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 41
ภูมิลำเนาย่อมเปลี่ยนไปด้วยการย้ายถิ่นที่อยู่ พร้อมด้วยเจตนาปรากฏชัดแจ้งว่าจะเปลี่ยนภูมิลำเนา | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 42 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 42
ถ้าบุคคลใดได้เลือกเอาถิ่นใด โดยมีเจตนาปรากฏชัดแจ้งว่าจะให้เป็นภูมิลำเนาเฉพาะการเพื่อทำการใด ให้ถือว่าถิ่นนั้นเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการสำหรับการนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 43 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 43
ภูมิลำเนาของสามีและภริยา ได้แก่ถิ่นที่อยู่ที่สามีและภริยาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา เว้นแต่สามีหรือภริยาได้แสดงเจตนาให้ปรากฏว่ามีภูมิลำเนาแยกต่างหากจากกัน | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 44 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 44
ภูมิลำเนาของผู้เยาว์ ได้แก่ภูมิลำเนาของผู้แทนโดยชอบธรรมซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครอง
ในกรณีที่ผู้เยาว์อยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา ถ้าบิดาและมารดามีภูมิลำเนาแยกต่างหากจากกัน ภูมิลำเนาของผู้เยาว์ได้แก่ภูมิลำเนาของบิดาหรือมารดาซึ่งตนอยู่ด้วย | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 45 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 45
ภูมิลำเนาของคนไร้ความสามารถ ได้แก่ภูมิลำเนาของผู้อนุบาล | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 46 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 46
ภูมิลำเนาของข้าราชการ ได้แก่ถิ่นอันเป็นที่ทำการตามตำแหน่งหน้าที่ หากมิใช่เป็นตำแหน่งหน้าที่ชั่วคราวชั่วระยะเวลาหรือเป็นเพียงแต่งตั้งไปเฉพาะการครั้งเดียวคราวเดียว | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 47 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 47
ภูมิลำเนาของผู้ที่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลหรือตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่เรือนจำหรือทัณฑสถานที่ถูกจำคุกอยู่ จนกว่าจะได้รับการปล่อยตัว | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 48 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 48
ถ้าบุคคลใดไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยมิได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไว้ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ ศาลจะสั่งให้ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดไปพลางก่อนตามที่จำเป็นเพื่อจัดการทรัพย์สินของบุคคลผู้ไม่อยู่นั้นก็ได้... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 49 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 49
ในกรณีที่ผู้ไม่อยู่ได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไว้ และสัญญาตัวแทนระงับสิ้นไป หรือปรากฏว่าตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปได้จัดการทรัพย์สินนั้นในลักษณะที่อาจเสียหายแก่บุคคลดังกล่าว ให้นำมาตรา 48 มาใช้บังคับโดยอนุโลม | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "48"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 50 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 50
เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ ศาลจะสั่งให้ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปจัดทำบัญชีทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ขึ้นตามที่ศาลจะมีคำสั่งก็ได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 51 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 51
ภายใต้บังคับมาตรา 802 ถ้าตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปเห็นเป็นการจำเป็นจะต้องทำการอันใดอันหนึ่งเกินขอบอำนาจที่ได้รับไว้ ต้องขออนุญาตต่อศาล และเมื่อศาลสั่งอนุญาตแล้วจึงจะกระทำการนั้นได้ | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "802"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 52 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 52
ผู้จัดการทรัพย์สินที่ศาลได้ตั้งขึ้น ต้องทำบัญชีทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ให้เสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันทราบคำสั่งตั้งของศาล แต่ผู้จัดการทรัพย์สินจะร้องขอต่อศาลให้ขยายเวลาก็ได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 53 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 53
บัญชีทรัพย์สินตามมาตรา 50 และมาตรา 52 ต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องอย่างน้อยสองคน พยานสองคนนั้นต้องเป็นคู่สมรสหรือญาติของผู้ไม่อยู่ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ถ้าไม่มีคู่สมรสหรือหาญาติไม่ได้ หรือคู่สมรสและญาติไม่ยอมเป็นพยาน จะให้ผู้อื่นซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วเป็นพยานก็ได้ | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "50"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "52"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 54 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 54
ผู้จัดการทรัพย์สินมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปตามมาตรา 801 และมาตรา 802 ถ้าผู้จัดการทรัพย์สินเห็นเป็นการจำเป็นจะต้องทำการอันใดอันหนึ่งเกินขอบอำนาจ ต้องขออนุญาตต่อศาล และเมื่อศาลสั่งอนุญาตแล้วจึงจะกระทำการนั้นได้ | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "801"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "802"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 55 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 55
ถ้าผู้ไม่อยู่ได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเฉพาะการอันใดไว้ ผู้จัดการทรัพย์สินจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการอันเป็นอำนาจเฉพาะการนั้นไม่ได้ แต่ถ้าปรากฏว่าการที่ตัวแทนจัดทำอยู่นั้นอาจจะเสียหายแก่ผู้ไม่อยู่ ผู้จัดการทรัพย์สินจะร้องขอให้ศาลถอดถอนตัวแทนนั้นเสียก็ได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 56 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 56
เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ หรือเมื่อศาลเห็นสมควรศาลอาจสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(1) ให้ผู้จัดการทรัพย์สินหาประกันอันสมควรในการจัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ตลอดจนการมอบคืนทรัพย์สินนั้น
(2) ให้ผู้จัดการทรัพย์สินแถลงถึงความเป็นอยู่แห่งทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่
(3) ถ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 57 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 57
ในคำสั่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สิน ศาลจะกำหนดบำเหน็จให้แก่ผู้จัดการทรัพย์สินโดยจ่ายจากทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่นั้นก็ได้ ถ้าศาลมิได้กำหนด ผู้จัดการทรัพย์สินจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้
ถ้าผู้จัดการทรัพย์สิน หรือผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการร้องขอ หรือเมื่อมีกรณีปรากฏแก่ศ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 58 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 58
ความเป็นผู้จัดการทรัพย์สินย่อมสิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) ผู้ไม่อยู่นั้นกลับมา
(2) ผู้ไม่อยู่นั้นมิได้กลับมาแต่ได้จัดการทรัพย์สินหรือตั้งตัวแทนเพื่อจัดการทรัพย์สินของตนแล้ว
(3) ผู้ไม่อยู่ถึงแก่ความตายหรือศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ
(4) ผู้จัดการทรัพย์สินลาออกหรือถึงแก่ความตาย
(5) ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 59 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 59
ในกรณีที่ความเป็นผู้จัดการทรัพย์สินสิ้นสุดลงเพราะเหตุตามมาตรา 58 (4) (5) หรือ (6) ผู้จัดการทรัพย์สินหรือทายาทของผู้จัดการทรัพย์สิน ผู้จัดการมรดก ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือผู้มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของผู้จัดการทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี จะต้องแถลงให้ศาลทราบถึงความสิ้... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "58"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 60 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 60
ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนแห่งประมวลกฎหมายนี้ มาใช้บังคับแก่การจัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่โดยอนุโลม | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 61 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61
ถ้าบุคคลใดได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอดระยะเวลาห้าปี เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ ศาลจะสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญก็ได้
ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งให้ลดเหลือสองปี
(1) นับแต่วันที่การรบหรือสงครามสิ้นสุดลง ถ้าบุคคลนั้น... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 62 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 62
บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังที่ระบุไว้ในมาตรา 61 | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "61"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 63 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 63
เมื่อบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญนั้นเองหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาล และพิสูจน์ได้ว่าบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ก็ดี หรือว่าตายในเวลาอื่นผิดไปจากเวลาดังระบุไว้ในมาตรา 62 ก็ดี ให้ศาลสั่งถอนคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญนั้น แต่การถอนคำสั่งนี้... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "62"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 64 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 64
คำสั่งศาลให้เป็นคนสาบสูญหรือคำสั่งถอนคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 65 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 65
นิติบุคคลจะมีขึ้นได้ก็แต่ด้วยอาศัยอำนาจแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 66 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 66
นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ภายในขอบแห่งอำนาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ดังได้บัญญัติหรือกำหนดไว้ในกฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้ง | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 67 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 67
ภายใต้บังคับมาตรา 66 นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ซึ่งโดยสภาพจะพึงมีพึงเป็นได้เฉพาะแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "66"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 68 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 68
ภูมิลำเนาของนิติบุคคลได้แก่ถิ่นอันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือถิ่นอันเป็นที่ตั้งที่ทำการ หรือถิ่นที่ได้เลือกเอาเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการตามข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้ง | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 69 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 69
ในกรณีที่นิติบุคคลมีที่ตั้งที่ทำการหลายแห่งหรือมีสำนักงานสาขา ให้ถือว่าถิ่นอันเป็นที่ตั้งของที่ทำการหรือของสำนักงานสาขาเป็นภูมิลำเนาในส่วนกิจการอันได้กระทำ ณ ที่นั้นด้วย | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 70 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70
นิติบุคคลต้องมีผู้แทนคนหนึ่งหรือหลายคน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้งจะได้กำหนดไว้
ความประสงค์ของนิติบุคคลย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคล | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 71 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 71
ในกรณีที่นิติบุคคลมีผู้แทนหลายคน การดำเนินกิจการของนิติบุคคลให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของผู้แทนของนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะได้มีข้อกำหนดไว้เป็นประการอื่นในกฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้ง | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 72 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 72
การเปลี่ยนตัวผู้แทนของนิติบุคคล หรือการจำกัดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงอำนาจของผู้แทนของนิติบุคคล ให้มีผลต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้งแล้ว แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตมิได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 73 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 73
ถ้ามีตำแหน่งว่างลงในจำนวนผู้แทนของนิติบุคคล และมีเหตุอันควรเชื่อว่าการปล่อยตำแหน่งว่างไว้น่าจะเกิดความเสียหายขึ้นได้ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอศาลจะแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวขึ้นก็ได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 74 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 74
ถ้าประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคลขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนของนิติบุคคลในการอันใด ผู้แทนของนิติบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนในการอันนั้นไม่ได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 75 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 75
ถ้ากรณีตามมาตรา 74 เป็นเหตุให้ไม่มีผู้แทนของนิติบุคคลเหลืออยู่ หรือผู้แทนของนิติบุคคลที่เหลืออยู่มีจำนวนไม่พอจะเป็นองค์ประชุม หรือไม่พอจะกระทำการอันนั้นได้ หากกฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้งของนิติบุคคลนั้น มิได้มีข้อกำหนดในเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างอื่น ให้นำความในมาตรา 73 มาใช้บังคับ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "74"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "73"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 76 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76
ถ้าการกระทำตามหน้าที่ของผู้แทนของนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น นิติบุคคลนั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น แต่ไม่สูญเสียสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาแก่ผู้ก่อความเสียหาย
ถ้าความเสียหายแก่บุคคลอื่นเกิดจากการกระทำที่ไม่อยู่ใน... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 77 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 77
ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนแห่งประมวลกฎหมายนี้ มาใช้บังคับแก่ความเกี่ยวพันระหว่างนิติบุคคลกับผู้แทนของนิติบุคคล และระหว่างนิติบุคคล หรือผู้แทนของนิติบุคคลกับบุคคลภายนอก โดยอนุโลม | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 78 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 78
การก่อตั้งสมาคมเพื่อกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะต่อเนื่องร่วมกันและมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน ต้องมีข้อบังคับและจดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 79 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 79
ข้อบังคับของสมาคมอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(1) ชื่อสมาคม
(2) วัตถุประสงค์ของสมาคม
(3) ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ และที่ตั้งสำนักงานสาขาทั้งปวง
(4) วิธีรับสมาชิก และการขาดจากสมาชิกภาพ
(5) อัตราค่าบำรุง
(6) ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการของสมาคม ได้แก่ จำนวนกรรมการ การตั้งกรรมการ วาระการ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 80 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 80
สมาคมต้องใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “สมาคม” ประกอบกับชื่อของสมาคม | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 81 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 81
การขอจดทะเบียนสมาคมนั้น ให้ผู้จะเป็นสมาชิกของสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ร่วมกันยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมจะตั้งขึ้น พร้อมกับแนบข้อบังคับของสมาคม รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่าสิบคน และรายชื่อ ที่อยู่และอาชีพของผู้จะเป็นกร... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 82 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 82
เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอจดทะเบียนพร้อมทั้งข้อบังคับแล้วเห็นว่าคำขอนั้นถูกต้องตามมาตรา 81 และข้อบังคับถูกต้องตามมาตรา 79 และวัตถุประสงค์ของสมาคมไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่เป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ และรายการซึ่งจดแจ้งในคำขอหรือข้อบัง... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "81"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "79"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 83 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 83
สมาคมที่ได้จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 84 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 84
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมจะกระทำได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และสมาคมต้องนำข้อบังคับที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้ลงมติและให้นำความในมาตรา 82 มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อนายทะเบียนได้จดทะเบี... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "82"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 85 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 85
การแต่งตั้งกรรมการของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม ให้กระทำตามข้อบังคับของสมาคม และสมาคมต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม
ถ้านายทะเบียนเห็นว่ากรรมการของ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "82"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 86 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 86
คณะกรรมการของสมาคมเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมตามกฎหมายและข้อบังคับ ภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 87 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 87
คณะกรรมการของสมาคมเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 88 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 88
บรรดากิจการที่คณะกรรมการของสมาคมได้กระทำไป แม้จะปรากฏในภายหลังว่ามีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการตั้งหรือคุณสมบัติของกรรมการของสมาคม กิจการนั้นย่อมมีผลสมบูรณ์ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 89 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 89
สมาชิกของสมาคมมีสิทธิที่จะตรวจตรากิจการและทรัพย์สินของสมาคมในระหว่างเวลาทำการของสมาคมได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 90 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 90
สมาชิกของสมาคมต้องชำระค่าบำรุงเต็มจำนวนในวันที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในวันเริ่มต้นของระยะเวลาชำระค่าบำรุง แล้วแต่กรณี เว้นแต่ข้อบังคับของสมาคมจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 91 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 91
สมาชิกของสมาคมจะลาออกจากสมาคมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่ข้อบังคับของสมาคมจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น | [] |
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.