law_code stringclasses 36
values | law_name stringclasses 36
values | section_num stringlengths 1 23 | section_content stringlengths 31 6.7k | reference listlengths 0 51 |
|---|---|---|---|---|
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 92 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 92
สมาชิกแต่ละคนมีความรับผิดในหนี้ของสมาคมไม่เกินจำนวนค่าบำรุงที่สมาชิกนั้นค้างชำระอยู่ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 93 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 93
คณะกรรมการของสมาคมต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยปีละครั้ง | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 94 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 94
คณะกรรมการของสมาคมจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็สุดแต่จะเห็นสมควร
สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในข้อบังคับจะทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการของสมาคมให้ประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้ ในหนังสือร้อง... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 95 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 95
ในการเรียกประชุมใหญ่ คณะกรรมการของสมาคมต้องส่งหนังสือนัดประชุมไปยังสมาชิกทุกคนซึ่งมีชื่อในทะเบียนของสมาคมก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันหรือลงพิมพ์โฆษณาอย่างน้อยสองคราวในหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลายในท้องที่ฉบับหนึ่งก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก็ได้
การเรียกประชุมใหญ่ต้องระบุสถาน... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 96 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 96
การประชุมใหญ่ของสมาคมต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่ข้อบังคับของสมาคมจะกำหนดองค์ประชุมไว้เป็นอย่างอื่น
ในการประชุมใหญ่ครั้งใด ถ้าไม่ได้องค์ประชุมตามที่กำหนดไว้และการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกตามคำร้องขอของสมาชิก ก็ให้งดการประชุม แต... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 97 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 97
มติของที่ประชุม ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ เว้นแต่กรณีที่ข้อบังคับของสมาคมกำหนดเสียงข้างมากไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะ
สมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 98 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 98
สมาชิกจะมอบอำนาจให้สมาชิกผู้ใดมาเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนตนก็ได้ เว้นแต่ข้อบังคับของสมาคมจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 99 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 99
ในกรณีที่จะมีมติในเรื่องใด ถ้าส่วนได้เสียของกรรมการหรือสมาชิกของสมาคมผู้ใดขัดกับประโยชน์ได้เสียของสมาคม กรรมการหรือสมาชิกของสมาคมผู้นั้นจะออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้นไม่ได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 100 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 100
ในการประชุมใหญ่ครั้งใด ถ้าได้มีการนัดประชุมหรือการลงมติโดยไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมหรือบทบัญญัติในส่วนนี้ สมาชิก หรือพนักงานอัยการอาจร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติในการประชุมใหญ่ครั้งนั้นได้ แต่ต้องร้องขอต่อศาลภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 101 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 101
สมาคมย่อมเลิกด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้
(1) เมื่อมีเหตุตามที่กำหนดในข้อบังคับ
(2) ถ้าสมาคมตั้งขึ้นไว้เฉพาะระยะเวลาใด เมื่อสิ้นระยะเวลานั้น
(3) ถ้าสมาคมตั้งขึ้นเพื่อกระทำกิจการใด เมื่อกิจการนั้นสำเร็จแล้ว
(4) เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก
(5) เมื่อสมาคมล้มละลาย
(6) เมื่อนายทะเบ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "102"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "104"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 102 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 102
ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งถอนชื่อสมาคมออกจากทะเบียนได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อปรากฏในภายหลังการจดทะเบียนว่า วัตถุประสงค์ของสมาคมขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ และนายทะเบียนได้สั่งให้แก้ไขแล้วแต่สมาคมไม่ปฏิบัติตา... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 103 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 103
เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งให้ถอนชื่อสมาคมใดออกจากทะเบียนตามมาตรา 102 แล้ว ให้นายทะเบียนแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสมาคมนั้นโดยมิชักช้า และประกาศการเลิกสมาคมในราชกิจจานุเบกษา
กรรมการคนหนึ่งคนใดหรือสมาชิกของสมาคมจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อรัฐ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "102"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "82"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 104 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 104
เมื่อมีกรณีตามมาตรา 102 ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาคมออกจากทะเบียนได้ ถ้านายทะเบียนไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอโดยไม่แจ้งเหตุผลให้ผู้ร้องขอทราบภายในเวลาอันสมควร หรือนายทะเบียนได้แจ้งเหตุผลให้ทราบแล้วแต่ผู้ร้องขอไม่พอใจในเหตุผลดังกล่าว ผู้ร้องขอนั้นจะร้องขอต่อศาลให้สั่ง... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "102"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 105 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 105
เมื่อสมาคมมีเหตุต้องเลิกตามมาตรา 101 (1) (2) (3) หรือ (4) ให้คณะกรรมการของสมาคมที่อยู่ในตำแหน่งขณะมีการเลิกสมาคมแจ้งการเลิกสมาคมต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเลิกสมาคม
ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้สมาคมล้มละลายตามมาตรา 101 (5) หรือมีคำสั่งถึงที่สุดให้เล... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "101"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "104"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 106 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 106
ในกรณีที่มีการเลิกสมาคม ให้มีการชำระบัญชีสมาคมและให้นำบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 22 ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด มาใช้บังคับแก่การชำระบัญชีสมาคมโดยอนุโลม | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 107 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107
เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด จะแบ่งให้แก่สมาชิกของสมาคมนั้นไม่ได้ ทรัพย์สินที่เหลือนั้นจะต้องโอนให้แก่สมาคมหรือมูลนิธิ หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการสาธารณกุศล ตามที่ได้ระบุชื่อไว้ในข้อบังคับของสมาคม หรือถ้าข้อบังคับไม่ได้ระบุชื่อไว้ก็ให้เป็นไปตามม... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 108 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 108
ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจเอกสารเกี่ยวกับสมาคมที่นายทะเบียนเก็บรักษาไว้ หรือจะขอให้นายทะเบียนคัดสำเนาเอกสารดังกล่าว พร้อมด้วยคำรับรองว่าถูกต้อง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน และเมื่อได้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้วให้นายทะเบียนปฏิบัติตามคำขอนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 109 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามบทบัญญัติในส่วนนี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนกับออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับ
(1) การยื่นคำขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียน
(2) ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การคัดสำเนาเอกสารและค่าธรรมเนียมการขอให้นายทะเบียนดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับสมาคม... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 110 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 110
มูลนิธิได้แก่ทรัพย์สินที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการกุศล สาธารณะ การศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างอื่น โดยมิได้มุ่งหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน และได้จดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้
การจัดการทรัพย์สินของมูลนิธิ ต้องมิใช่เป็... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 111 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 111
มูลนิธิต้องมีข้อบังคับ และต้องมีคณะกรรมการของมูลนิธิประกอบด้วยบุคคลอย่างน้อยสามคน เป็นผู้ดำเนินกิจการของมูลนิธิตามกฎหมายและข้อบังคับของมูลนิธิ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 112 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 112
ข้อบังคับของมูลนิธิอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(1) ชื่อมูลนิธิ
(2) วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
(3) ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และที่ตั้งสำนักงานสาขาทั้งปวง
(4) ทรัพย์สินของมูลนิธิขณะจัดตั้ง
(5) ข้อกำหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการของมูลนิธิ ได้แก่ จำนวนกรรมการ การตั้งกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งของกร... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 113 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113
มูลนิธิต้องใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “มูลนิธิ” ประกอบกับชื่อของมูลนิธิ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 114 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 114
การขอจดทะเบียนมูลนิธินั้น ให้ผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิจะตั้งขึ้น ในคำขออย่างน้อยต้องระบุเจ้าของทรัพย์สินและรายการทรัพย์สินที่จะจัดสรรสำหรับมูลนิธิ รายชื่อ ที่อยู่และอาชีพของผู้จะเป็นกรรมการของมูลนิธิทุกคน พร้อมกับแนบข้อบั... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 115 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 115
เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอแล้วเห็นว่า คำขอนั้นถูกต้องตามมาตรา 114 และข้อบังคับถูกต้องตามมาตรา 112 และวัตถุประสงค์เป็นไปตามมาตรา 110 และไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่เป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ และรายการซึ่งจดแจ้งในคำขอหรือข้อบังคับสอดคล้... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "114"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "112"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "110"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 116 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 116
ก่อนที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนมูลนิธิ ผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิมีสิทธิขอถอนการจัดตั้งมูลนิธิได้โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียน สิทธิที่จะขอถอนการจัดตั้งมูลนิธินี้ไม่ตกทอดไปยังทายาท
ในกรณีที่มีผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิหลายคน ถ้าผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิคนหนึ่งคนใดใช้สิทธิถอนการจัดตั้งมูลนิธิ ให้คำขอจ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 117 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 117
ในกรณีที่ผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิถึงแก่ความตายก่อนนายทะเบียนรับจดทะเบียนมูลนิธิ ถ้าผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมยกเลิกการจัดตั้งมูลนิธิที่ขอจัดตั้งไว้ให้คำขอจัดตั้งมูลนิธิที่ผู้ตายได้ยื่นไว้ต่อนายทะเบียนยังคงใช้ได้ต่อไป และให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือผู้ซึ่งผู้ตายมอบหมาย ดำเนินการในฐานะเป็นผู้... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1679"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "115"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 118 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118
ในกรณีที่มีข้อกำหนดพินัยกรรมให้ก่อตั้งมูลนิธิตามมาตรา 1676 ให้บุคคลซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องจัดตั้งมูลนิธิตามมาตรา 1677 วรรคหนึ่ง ดำเนินการตามมาตรา 114 และตามบทบัญญัติแห่งมาตรานี้
ถ้าบุคคลซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องจัดตั้งมูลนิธิตามวรรคหนึ่ง มิได้ขอจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิภายในหนึ่งร้อยยี่สิ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1676"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1677"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "114"
},
{
"incl... |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 119 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 119
ในกรณีที่มีข้อกำหนดพินัยกรรมให้จัดตั้งมูลนิธิ ถ้าพินัยกรรมที่ทำไว้มิได้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับรายการตามมาตรา 112 (1) (3) (5) หรือ (6) ให้ผู้ยื่นคำขอตามมาตรา 118 กำหนดรายการดังกล่าวได้ ถ้าผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดคัดค้าน ให้นายทะเบียนมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร แล้วแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอและผู้... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "112"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "118"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 120 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 120
ในกรณีที่มีบุคคลหลายรายยื่นคำขอจดทะเบียนมูลนิธิตามพินัยกรรมของเจ้ามรดกรายเดียวกัน ถ้าคำขอนั้นมีข้อขัดแย้งกัน ให้นายทะเบียนเรียกผู้ยื่นคำขอมาตกลงกัน และถ้าผู้ยื่นคำขอไม่มาตกลงกัน หรือตกลงกันไม่ได้ภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด ให้นายทะเบียนมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร และให้นำความในมาตรา... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "119"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 121 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 121
เมื่อได้จดทะเบียนมูลนิธิแล้ว ถ้าผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิมีชีวิตอยู่ ให้ทรัพย์สินที่จัดสรรไว้เพื่อการนั้นตกเป็นของมูลนิธิตั้งแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนมูลนิธิเป็นต้นไป
ในกรณีที่ผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิถึงแก่ความตายก่อนนายทะเบียนรับจดทะเบียนมูลนิธิ เมื่อได้จดทะเบียนมูลนิธิแล้ว ให้ทรัพย์สิน... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 122 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 122
มูลนิธิที่ได้จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 123 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 123
คณะกรรมการของมูลนิธิเป็นผู้แทนของมูลนิธิในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 124 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 124
บรรดากิจการที่คณะกรรมการของมูลนิธิได้กระทำไป แม้จะปรากฏในภายหลังว่ามีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการแต่งตั้งหรือคุณสมบัติของกรรมการของมูลนิธิ กิจการนั้นย่อมมีผลสมบูรณ์ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 125 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 125
การแต่งตั้งกรรมการของมูลนิธิขึ้นใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ ให้กระทำตามข้อบังคับของมูลนิธิ และมูลนิธิต้องนำไปจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิ
ถ้านายทะเบียนเห็นว่ากรรมการของมูลนิธิตามวรรคหนึ่งผู้ใด มีฐานะหรือความประพฤ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "115"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "129"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 126 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 126
ภายใต้บังคับมาตรา 127 ให้คณะกรรมการของมูลนิธิเป็นผู้มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ แต่ถ้าข้อบังคับของมูลนิธิได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ การแก้ไขเพิ่มเติมต้องเป็นไปตามที่ข้อบังคับกำหนด และให้มูลนิธินำข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภาย... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "127"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "115"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 127 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 127
การแก้ไขเพิ่มเติมรายการในข้อบังคับของมูลนิธิตามมาตรา 112 (2) จะกระทำได้แต่เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เพื่อให้สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ หรือ
(2) พฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปเป็นเหตุให้วัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นมีประโยชน์น้อย หรือไม่อาจดำเนินการให้สมประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "112"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 128 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 128
ให้นายทะเบียนมีอำนาจตรวจตราและควบคุมดูแลการดำเนินกิจการของมูลนิธิให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของมูลนิธิ เพื่อการนี้ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายเป็นหนังสือ มีอำนาจ
(1) มีคำสั่งเป็นหนังสือให้กรรมการ พนักงาน ลูกจ้างหรือตัวแทนของมูลนิธิ ชี้แจงแสดงข้อเท็จจริ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 129 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 129
ในกรณีที่กรรมการของมูลนิธิผู้ใดดำเนินกิจการของมูลนิธิผิดพลาดเสื่อมเสียต่อมูลนิธิ หรือดำเนินกิจการฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของมูลนิธิ หรือกลายเป็นผู้มีฐานะหรือความประพฤติไม่เหมาะสมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดอาจร้องข... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 130 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 130
มูลนิธิย่อมเลิกด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้
(1) เมื่อมีเหตุตามที่กำหนดในข้อบังคับ
(2) ถ้ามูลนิธิตั้งขึ้นไว้เฉพาะระยะเวลาใด เมื่อสิ้นระยะเวลานั้น
(3) ถ้ามูลนิธิตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใด และได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์สำเร็จบริบูรณ์แล้ว หรือวัตถุประสงค์นั้นกลายเป็นพ้นวิสัย
(4... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "131"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 131 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 131
นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิได้ในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
(1) เมื่อปรากฏว่าวัตถุประสงค์ของมูลนิธิขัดต่อกฎหมาย
(2) เมื่อปรากฏว่ามูลนิธิกระทำการขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 132 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 132
เมื่อมูลนิธิมีเหตุต้องเลิกตามมาตรา 130 (1) (2) หรือ (3) แล้ว ให้คณะกรรมการของมูลนิธิที่อยู่ในตำแหน่งขณะมีการเลิกมูลนิธิแจ้งการเลิกมูลนิธิต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเลิกมูลนิธิ
ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้มูลนิธิล้มละลายตามมาตรา 130 (4) หรือมีคำสั่งถ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "130"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "131"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 133 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 133
ในกรณีที่มีการเลิกมูลนิธิ ให้มีการชำระบัญชีมูลนิธิและให้นำบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 22 ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด มาใช้บังคับแก่การชำระบัญชีมูลนิธิโดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้ผู้ชำระบัญชีเสนอรายงานการชำระบัญชีต่อนายทะเบียน และให้นายทะเบียนเป็นผ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 134 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 134
เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ให้โอนทรัพย์สินของมูลนิธิให้แก่มูลนิธิหรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ตามมาตรา 110 ซึ่งได้ระบุชื่อไว้ในข้อบังคับของมูลนิธิ ถ้าข้อบังคับของมูลนิธิมิได้ระบุชื่อมูลนิธิหรือนิติบุคคลดังกล่าวไว้ พนักงานอัยการ ผู้ชำระบัญชี หรือผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใด อาจร้องขอต่อศา... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "110"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "131"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 135 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 135
ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจเอกสารเกี่ยวกับมูลนิธิที่นายทะเบียนเก็บรักษาไว้ หรือจะขอให้นายทะเบียนคัดสำเนาเอกสารดังกล่าวพร้อมด้วยคำรับรองว่าถูกต้อง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน และเมื่อได้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้ว ให้นายทะเบียนปฏิบัติตามคำขอนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 136 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 136
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามบทบัญญัติในส่วนนี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนกับออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับ
(1) การยื่นคำขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียน
(2) ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การคัดสำเนาเอกสารและค่าธรรมเนียมการขอให้นายทะเบียนดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับมูลนิ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 137 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137
ทรัพย์ หมายความว่า วัตถุมีรูปร่าง | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 138 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 138
ทรัพย์สิน หมายความรวมทั้งทรัพย์และวัตถุไม่มีรูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 139 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 139
อสังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความรวมถึงทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 140 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 140
สังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ทรัพย์สินอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์ และหมายความรวมถึงสิทธิอันเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นด้วย | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 141 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 141
ทรัพย์แบ่งได้ หมายความว่า ทรัพย์อันอาจแยกออกจากกันเป็นส่วน ๆ ได้จริงถนัดชัดแจ้ง แต่ละส่วนได้รูปบริบูรณ์ลำพังตัว | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 142 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 142
ทรัพย์แบ่งไม่ได้ หมายความว่า ทรัพย์อันจะแยกออกจากกันไม่ได้นอกจากเปลี่ยนแปลงภาวะของทรัพย์ และหมายความรวมถึงทรัพย์ที่มีกฎหมายบัญญัติว่าแบ่งไม่ได้ด้วย | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 143 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 143
ทรัพย์นอกพาณิชย์ หมายความว่า ทรัพย์ที่ไม่สามารถถือเอาได้และทรัพย์ที่โอนแก่กันมิได้โดยชอบด้วยกฎหมาย | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 144 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 144
ส่วนควบของทรัพย์ หมายความว่า ส่วนซึ่งโดยสภาพแห่งทรัพย์หรือโดยจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นเป็นสาระสำคัญในความเป็นอยู่ของทรัพย์นั้น และไม่อาจแยกจากกันได้นอกจากจะทำลาย ทำให้บุบสลาย หรือทำให้ทรัพย์นั้นเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพไป
เจ้าของทรัพย์ย่อมมีกรรมสิทธิ์ในส่วนควบของทรัพย์นั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 145 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 145
ไม้ยืนต้นเป็นส่วนควบกับที่ดินที่ไม้นั้นขึ้นอยู่
ไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปีไม่เป็นส่วนควบกับที่ดิน | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 146 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146
ทรัพย์ซึ่งติดกับที่ดินหรือติดกับโรงเรือนเพียงชั่วคราวไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินหรือโรงเรือนนั้น ความข้อนี้ให้ใช้บังคับแก่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ซึ่งผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่นใช้สิทธินั้นปลูกสร้างไว้ในที่ดินนั้นด้วย | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 147 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 147
อุปกรณ์ หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยปกตินิยมเฉพาะถิ่นหรือโดยเจตนาชัดแจ้งของเจ้าของทรัพย์ที่เป็นประธาน เป็นของใช้ประจำอยู่กับทรัพย์ที่เป็นประธานเป็นอาจิณเพื่อประโยชน์แก่การจัดดูแล ใช้สอย หรือรักษาทรัพย์ที่เป็นประธาน และเจ้าของทรัพย์ได้นำมาสู่ทรัพย์ที่เป็นประธานโดยการนำมาติดต่อหร... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 148 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 148
ดอกผลของทรัพย์ ได้แก่ ดอกผลธรรมดาและดอกผลนิตินัย
ดอกผลธรรมดา หมายความว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของทรัพย์ ซึ่งได้มาจากตัวทรัพย์ โดยการมีหรือใช้ทรัพย์นั้นตามปกตินิยม และสามารถถือเอาได้เมื่อขาดจากทรัพย์นั้น
ดอกผลนิตินัย หมายความว่า ทรัพย์หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้มาเป็นครั้งคราวแก... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 149 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149
นิติกรรม หมายความว่า การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 150 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150
การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 151 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 151
การใดเป็นการแตกต่างกับบทบัญญัติของกฎหมาย ถ้ามิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นไม่เป็นโมฆะ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 152 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152
การใดมิได้ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายบังคับไว้ การนั้นเป็นโมฆะ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 153 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 153
การใดมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยความสามารถของบุคคล การนั้นเป็นโมฆียะ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 154 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 154
การแสดงเจตนาใดแม้ในใจจริงผู้แสดงจะมิได้เจตนาให้ตนต้องผูกพันตามที่ได้แสดงออกมาก็ตาม หาเป็นมูลเหตุให้การแสดงเจตนานั้นเป็นโมฆะไม่ เว้นแต่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รู้ถึงเจตนาอันซ่อนอยู่ในใจของผู้แสดงนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 155 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155
การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต และต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้
ถ้าการแสดงเจตนาลวงตามวรรคหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอื่น ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายอันเกี่ยวกับนิติกรรมที่ถูกอำพรางมาใช้บังคับ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 156 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156
การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมเป็นโมฆะ
ความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ความสำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม ความสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรมและความสำคัญผิดในทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม เป็นต้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 157 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 157
การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินเป็นโมฆียะ
ความสำคัญผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นความสำคัญผิดในคุณสมบัติซึ่งตามปกติถือว่าเป็นสาระสำคัญ ซึ่งหากมิได้มีความสำคัญผิดดังกล่าวการอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 158 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158
ความสำคัญผิดตามมาตรา 156 หรือมาตรา 157 ซึ่งเกิดขึ้นโดยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบุคคลผู้แสดงเจตนา บุคคลนั้นจะถือเอาความสำคัญผิดนั้นมาใช้เป็นประโยชน์แก่ตนไม่ได้ | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "156"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "157"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 159 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 159
การแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลเป็นโมฆียะ
การถูกกลฉ้อฉลที่จะเป็นโมฆียะตามวรรคหนึ่ง จะต้องถึงขนาดซึ่งถ้ามิได้มีกลฉ้อฉลดังกล่าว การอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น
ถ้าคู่กรณีฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลโดยบุคคลภายนอก การแสดงเจตนานั้นจะเป็นโมฆียะต่อเมื่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้หรื... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 160 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 160
การบอกล้างโมฆียะกรรมเพราะถูกกลฉ้อฉลตามมาตรา 159 ห้ามมิให้ยกเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "159"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 161 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 161
ถ้ากลฉ้อฉลเป็นแต่เพียงเหตุจูงใจให้คู่กรณีฝ่ายหนึ่งยอมรับข้อกำหนดอันหนักยิ่งกว่าที่คู่กรณีฝ่ายนั้นจะยอมรับโดยปกติ คู่กรณีฝ่ายนั้นจะบอกล้างการนั้นหาได้ไม่ แต่ชอบที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากกลฉ้อฉลนั้นได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 162 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 162
ในนิติกรรมสองฝ่าย การที่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งจงใจนิ่งเสียไม่แจ้งข้อความจริงหรือคุณสมบัติอันคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งมิได้รู้ การนั้นจะเป็นกลฉ้อฉล หากพิสูจน์ได้ว่าถ้ามิได้นิ่งเสียเช่นนั้น นิติกรรมนั้นก็คงจะมิได้กระทำขึ้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 163 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 163
ถ้าคู่กรณีต่างได้กระทำการโดยกลฉ้อฉลด้วยกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะกล่าวอ้างกลฉ้อฉลของอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อบอกล้างการนั้นหรือเรียกค่าสินไหมทดแทนมิได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 164 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164
การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่เป็นโมฆียะ
การข่มขู่ที่จะทำให้การใดตกเป็นโมฆียะนั้น จะต้องเป็นการข่มขู่ที่จะให้เกิดภัยอันใกล้จะถึง และร้ายแรงถึงขนาดที่จะจูงใจให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว ซึ่งถ้ามิได้มีการข่มขู่เช่นนั้น การนั้นก็คงจะมิได้กระทำขึ้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 165 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165
การขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยม ไม่ถือว่าเป็นการข่มขู่
การใดที่กระทำไปเพราะนับถือยำเกรง ไม่ถือว่าการนั้นได้กระทำเพราะถูกข่มขู่ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 166 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166
การข่มขู่ย่อมทำให้การแสดงเจตนาเป็นโมฆียะแม้บุคคลภายนอกจะเป็นผู้ข่มขู่ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 167 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 167
ในการวินิจฉัยกรณีความสำคัญผิด กลฉ้อฉล หรือการข่มขู่ให้พิเคราะห์ถึง เพศ อายุ ฐานะ สุขภาพอนามัย และภาวะแห่งจิตของผู้แสดงเจตนาตลอดจนพฤติการณ์และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ อันเกี่ยวกับการนั้นด้วย | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 168 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 168
การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้าให้ถือว่ามีผลนับแต่ผู้รับการแสดงเจตนาได้ทราบการแสดงเจตนานั้น ความข้อนี้ให้ใช้ตลอดถึงการที่บุคคลหนึ่งแสดงเจตนาไปยังบุคคลอีกคนหนึ่งโดยทางโทรศัพท์ หรือโดยเครื่องมือสื่อสารอย่างอื่น หรือโดยวิธีอื่นซึ่งสามารถติดต่อถึงกันได้ทำนองเดียวกัน | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 169 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169
การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้าให้ถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา แต่ถ้าได้บอกถอนไปถึงผู้รับการแสดงเจตนานั้น ก่อนหรือพร้อมกันกับที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา การแสดงเจตนานั้นตกเป็นอันไร้ผล
การแสดงเจตนาที่ได้ส่งออกไปแล้วย... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 170 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 170
การแสดงเจตนาซึ่งกระทำต่อผู้เยาว์หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้รับการแสดงเจตนาไม่ได้ เว้นแต่ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี ของผู้รับการแสดงเจตนานั้นได้รู้ด้วย หรือได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนแล้ว
ความในวรรคห... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 171 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 171
ในการตีความการแสดงเจตนานั้น ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 172 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172
โมฆะกรรมนั้นไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้ และผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้างก็ได้
ถ้าจะต้องคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้แห่งประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 173 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173
ถ้าส่วนหนึ่งส่วนใดของนิติกรรมเป็นโมฆะ นิติกรรมนั้นย่อมตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น เว้นแต่จะพึงสันนิษฐานได้โดยพฤติการณ์แห่งกรณีว่า คู่กรณีเจตนาจะให้ส่วนที่ไม่เป็นโมฆะนั้นแยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 174 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 174
การใดเป็นโมฆะแต่เข้าลักษณะเป็นนิติกรรมอย่างอื่นซึ่งไม่เป็นโมฆะ ให้ถือตามนิติกรรมซึ่งไม่เป็นโมฆะ ถ้าสันนิษฐานได้โดยพฤติการณ์แห่งกรณีว่า หากคู่กรณีได้รู้ว่าการนั้นเป็นโมฆะแล้ว ก็คงจะได้ตั้งใจมาตั้งแต่แรกที่จะทำนิติกรรมอย่างอื่นซึ่งไม่เป็นโมฆะนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 175 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 175
โมฆียะกรรมนั้น บุคคลต่อไปนี้จะบอกล้างเสียก็ได้
(1) ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้เยาว์ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ผู้เยาว์จะบอกล้างก่อนที่ตนบรรลุนิติภาวะก็ได้ถ้าได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม
(2) บุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เมื่อบุคคลนั้นพ้นจากการเป็นค... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "30"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 176 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 176
โมฆียะกรรมเมื่อบอกล้างแล้ว ให้ถือว่าเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก และให้ผู้เป็นคู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม ถ้าเป็นการพ้นวิสัยจะให้กลับคืนเช่นนั้นได้ ก็ให้ได้รับค่าเสียหายชดใช้ให้แทน
ถ้าบุคคลใดได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าการใดเป็นโมฆียะ เมื่อบอกล้างแล้ว ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้รู้ว่าการนั้นเป็นโมฆะ น... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 177 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 177
ถ้าบุคคลผู้มีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมตามมาตรา 175 ผู้หนึ่งผู้ใด ได้ให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรม ให้ถือว่าการนั้นเป็นอันสมบูรณ์มาแต่เริ่มแรก แต่ทั้งนี้ย่อมไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอก | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "175"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 178 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 178
การบอกล้างหรือให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรม ย่อมกระทำได้โดยการแสดงเจตนาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลที่มีตัวกำหนดได้แน่นอน | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 179 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 179
การให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรมนั้น จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้กระทำภายหลังเวลาที่มูลเหตุให้เป็นโมฆียะกรรมนั้นหมดสิ้นไปแล้ว
บุคคลซึ่งศาลได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถหรือบุคคลวิกลจริต ผู้กระทำนิติกรรมอันเป็นโมฆียะตามมาตรา 30 จะให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรมได้ต่อเมื่อได้รู้เห็นซ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "30"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 180 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 180
ภายหลังเวลาอันพึงให้สัตยาบันได้ตามมาตรา 179 ถ้ามีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้นเกี่ยวด้วยโมฆียะกรรมโดยการกระทำของบุคคลซึ่งมีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมตามมาตรา 175 ถ้ามิได้สงวนสิทธิไว้แจ้งชัดประการใดให้ถือว่าเป็นการให้สัตยาบัน
(1) ได้ปฏิบัติการชำระหนี้แล้วทั้งหมดหรือแต่บาง... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "179"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "175"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 181 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 181
โมฆียะกรรมนั้นจะบอกล้างมิได้เมื่อพ้นเวลาหนึ่งปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ หรือเมื่อพ้นเวลาสิบปีนับแต่ได้ทำนิติกรรมอันเป็นโมฆียะนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 182 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 182
ข้อความใดอันบังคับไว้ให้นิติกรรมเป็นผลหรือสิ้นผลต่อเมื่อมีเหตุการณ์อันไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ในอนาคต ข้อความนั้นเรียกว่าเงื่อนไข | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 183 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 183
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับก่อน นิติกรรมนั้นย่อมเป็นผลต่อเมื่อเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับหลัง นิติกรรมนั้นย่อมสิ้นผลในเมื่อเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว
ถ้าคู่กรณีแห่งนิติกรรมได้แสดงเจตนาไว้ด้วยกันว่า ความสำเร็จแห่งเงื่อนไขนั้นให้มีผลย้อนหลังไปถึงเวลาใดเวลาหนึ่งก่อนสำเ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 184 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 184
ในระหว่างที่เงื่อนไขยังไม่สำเร็จ คู่กรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแห่งนิติกรรมอันอยู่ในบังคับเงื่อนไขจะต้องงดเว้นไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เป็นที่เสื่อมเสียประโยชน์แก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งจะพึงได้จากความสำเร็จแห่งเงื่อนไขนั้น | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 185 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 185
ในระหว่างที่เงื่อนไขยังมิได้สำเร็จนั้น สิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ของคู่กรณีมีอย่างไร จะจำหน่าย จะรับมรดก จะจัดการป้องกันรักษา หรือจะทำประกันไว้ประการใดตามกฎหมายก็ย่อมทำได้ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 186 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 186
ถ้าความสำเร็จแห่งเงื่อนไขจะเป็นทางให้คู่กรณีฝ่ายใดเสียเปรียบ และคู่กรณีฝ่ายนั้นกระทำการโดยไม่สุจริตจนเป็นเหตุให้เงื่อนไขนั้นไม่สำเร็จให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว
ถ้าความสำเร็จแห่งเงื่อนไขจะเป็นทางให้คู่กรณีฝ่ายใดได้เปรียบ และคู่กรณีฝ่ายนั้นกระทำการโดยไม่สุจริตจนเป็นเหตุให้เงื่อนไ... | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 187 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 187
ถ้าเงื่อนไขสำเร็จแล้วในเวลาทำนิติกรรม หากเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนให้ถือว่านิติกรรมนั้นไม่มีเงื่อนไข หากเป็นเงื่อนไขบังคับหลังให้ถือว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ
ถ้าเป็นอันแน่นอนในเวลาทำนิติกรรมว่าเงื่อนไขไม่อาจสำเร็จได้ หากเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนให้ถือว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ หากเป็นเงื่อนไขบ... | [
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "184"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "185"
}
] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 188 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 188
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 189 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 189
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับก่อนและเงื่อนไขนั้นเป็นการพ้นวิสัย นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับหลังและเงื่อนไขนั้นเป็นการพ้นวิสัย ให้ถือว่านิติกรรมนั้นไม่มีเงื่อนไข | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 190 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 190
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับก่อนและเป็นเงื่อนไขอันจะสำเร็จได้หรือไม่ สุดแล้วแต่ใจของฝ่ายลูกหนี้ นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ | [] |
ป0003-1D-0002 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | 191 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 191
นิติกรรมใดมีเงื่อนเวลาเริ่มต้นกำหนดไว้ ห้ามมิให้ทวงถามให้ปฏิบัติการตามนิติกรรมนั้นก่อนถึงเวลาที่กำหนด
นิติกรรมใดมีเงื่อนเวลาสิ้นสุดกำหนดไว้ นิติกรรมนั้นย่อมสิ้นผลเมื่อถึงเวลาที่กำหนด | [] |
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.