law_code
stringclasses 36
values | law_name
stringclasses 36
values | section_num
stringlengths 1
23
| section_content
stringlengths 31
6.7k
| reference
listlengths 0
51
|
|---|---|---|---|---|
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1548
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1548
บิดาจะจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของเด็กและมารดาเด็ก
ในกรณีที่เด็กและมารดาเด็กไม่ได้มาให้ความยินยอมต่อหน้านายทะเบียนให้นายทะเบียนแจ้งการขอจดทะเบียนของบิดาไปยังเด็กและมารดาเด็ก ถ้าเด็กหรือมารดาเด็กไม่คัดค้านหรือไม่ให้ความยินยอมภายในหกสิบวันนับแต่การแจ้งนั้นถึงเด็กหรือมารดาเด็ก ให้สันนิษฐานว่าเด็กหรือมารดาเด็กไม่ให้ความยินยอม ถ้าเด็กหรือมารดาเด็กอยู่นอกประเทศไทยให้ขยายเวลานั้นเป็นหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
ในกรณีที่เด็กหรือมารดาเด็กคัดค้านว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่ใช่บิดา หรือไม่ให้ความยินยอม หรือไม่อาจให้ความยินยอมได้ การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรต้องมีคำพิพากษาของศาล
เมื่อศาลได้พิพากษาให้บิดาจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรได้ และบิดาได้นำคำพิพากษาไปขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ให้นายทะเบียนดำเนินการจดทะเบียนให้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1549
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1549
เมื่อนายทะเบียนได้แจ้งการขอจดทะเบียนขอรับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายไปยังเด็กและมารดาเด็กตามมาตรา 1548 แล้ว ไม่ว่าเด็กหรือมารดาเด็กจะคัดค้านการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรตามมาตรา 1548 หรือไม่ ภายในกำหนดเวลาไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันแจ้งการขอจดทะเบียนถึงเด็กหรือมารดาเด็ก เด็กหรือมารดาเด็กอาจแจ้งให้นายทะเบียนจดบันทึกไว้ได้ว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่สมควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด
เมื่อได้มีคำแจ้งของเด็กหรือมารดาเด็กดังกล่าวในวรรคหนึ่งแล้ว แม้จะได้มีการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรตามมาตรา 1548 บิดาของเด็กก็ยังใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดตามที่เด็กหรือมารดาเด็กแจ้งว่าบิดาไม่สมควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองนั้นไม่ได้ จนกว่าศาลจะพิพากษาให้บิดาของเด็กใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด หรือกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่เด็กหรือมารดาเด็กแจ้งต่อนายทะเบียนว่าผู้ขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรไม่สมควรใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดนั้นได้ล่วงพ้นไปโดยเด็กหรือมารดาเด็กมิได้ร้องขอต่อศาลให้พิพากษาว่าผู้ขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรไม่เป็นผู้สมควรใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด
ในคดีที่ศาลพิพากษาว่าผู้ขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรเป็นผู้ไม่สมควรใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด ศาลจะพิพากษาในคดีเดียวกันนั้นให้ผู้ใดเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือเป็นผู้ปกครองเพื่อการปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1548"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1550
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1550
(ยกเลิก)
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1551
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1551
ในกรณีที่มีการคัดค้านว่าผู้ซึ่งขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรมิใช่บิดาของเด็ก เมื่อผู้ซึ่งขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรนำคดีไปสู่ศาลขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้ขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรเป็นบิดาของเด็ก เด็กหรือมารดาเด็กจะขอให้ศาลพิพากษาในคดีเดียวกันนั้นก็ได้ว่าผู้ขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรแม้จะเป็นบิดาของเด็ก ก็เป็นผู้ไม่สมควรใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด ในกรณีเช่นว่านี้ให้นำความในวรรคสามของมาตรา 1549 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1549"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1552
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1552
ในกรณีที่เด็กไม่มีมารดาหรือมีมารดาแต่มารดาถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดและศาลได้ตั้งผู้อื่นเป็นผู้ปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดไว้ก่อนมีการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร บิดาซึ่งจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายแล้วจะร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอนความเป็นผู้ปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดของผู้ปกครองและให้บิดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองก็ได้ ถ้าศาลเห็นว่าบิดาอาจใช้อำนาจปกครองเพื่อความผาสุกและประโยชน์ของเด็กได้ดียิ่งกว่าผู้ปกครอง ศาลจะมีคำสั่งถอนความเป็นผู้ปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดของผู้ปกครองและให้บิดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1553
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1553
(ยกเลิก)
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1554
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1554
ผู้มีส่วนได้เสียจะขอให้ศาลถอนการจดทะเบียนเด็กรับเป็นบุตร เพราะเหตุว่าผู้ขอให้จดทะเบียนนั้นมิใช่บิดาก็ได้ แต่ต้องฟ้องภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้การจดทะเบียนนั้น อนึ่ง ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันจดทะเบียน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1555
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1555
ในคดีฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) เมื่อมีการข่มขืนกระทำชำเรา ฉุดคร่า หรือหน่วงเหนี่ยวกักขังหญิงมารดาโดยมิชอบด้วยกฎหมายในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้
(2) เมื่อมีการลักพาหญิงมารดาไปในทางชู้สาวหรือมีการล่อลวงร่วมประเวณีกับหญิงมารดาในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้
(3) เมื่อมีเอกสารของบิดาแสดงว่าเด็กนั้นเป็นบุตรของตน
(4) เมื่อปรากฏในทะเบียนคนเกิดว่าเด็กเป็นบุตรโดยมีหลักฐานว่าบิดาเป็นผู้แจ้งการเกิดหรือรู้เห็นยินยอมในการแจ้งนั้น
(5) เมื่อบิดามารดาได้อยู่กินด้วยกันอย่างเปิดเผยในระยะเวลาซึ่งหญิงมารดาอาจตั้งครรภ์ได้
(6) เมื่อได้มีการร่วมประเวณีกับหญิงมารดาในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้ และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเด็กนั้นมิได้เป็นบุตรของชายอื่น
(7) เมื่อมีพฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตร
พฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตรนั้น ให้พิจารณาข้อเท็จจริงที่แสดงความเกี่ยวข้องฉันบิดากับบุตรซึ่งปรากฏในระหว่างตัวเด็กกับครอบครัวที่เด็กอ้างว่าตนสังกัดอยู่ เช่น บิดาให้การศึกษา ให้ความอุปการะเลี้ยงดูหรือยอมให้เด็กนั้นใช้ชื่อสกุลของตนหรือโดยเหตุประการอื่น
ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังกล่าวข้างต้น ถ้าปรากฏว่าชายไม่อาจเป็นบิดาของเด็กนั้นได้ ให้ยกฟ้องเสีย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1556
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1556
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรในระหว่างที่เด็กเป็นผู้เยาว์ ถ้าเด็กมีอายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กเป็นผู้ฟ้องแทน ในกรณีที่เด็กไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม หรือมีแต่ผู้แทนโดยชอบธรรมไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ญาติสนิทของเด็กหรืออัยการอาจร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้แทนเฉพาะคดีเพื่อทำหน้าที่ฟ้องคดีแทนเด็กก็ได้
เมื่อเด็กมีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ เด็กต้องฟ้องเอง ทั้งนี้ โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม
ในกรณีที่เด็กบรรลุนิติภาวะแล้ว จะต้องฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ
ในกรณีที่เด็กตายในระหว่างที่เด็กนั้นยังมีสิทธิฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรอยู่ ผู้สืบสันดานของเด็กจะฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรก็ได้ ถ้าผู้สืบสันดานของเด็กได้รู้เหตุที่อาจขอให้รับเด็กเป็นบุตรมาก่อนวันที่เด็กนั้นตาย ผู้สืบสันดานของเด็กจะต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เด็กนั้นตาย ถ้าผู้สืบสันดานของเด็กได้รู้เหตุที่อาจขอให้รับเด็กเป็นบุตรภายหลังที่เด็กนั้นตาย ผู้สืบสันดานของเด็กจะต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้เหตุดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ต้องไม่พ้นสิบปีนับแต่วันที่เด็กนั้นตาย
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรในระหว่างที่ผู้สืบสันดานของเด็กเป็นผู้เยาว์ ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1557
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1557
การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1547 ให้มีผลนับแต่วันที่เด็กเกิด แต่ทั้งนี้จะอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตในระหว่างเวลาตั้งแต่เด็กเกิดจนถึงเวลาที่บิดามารดาได้สมรสกันหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นบุตรไม่ได้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1547"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1558
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1558
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรของผู้ตายที่ได้ฟ้องภายในกำหนดอายุความมรดก ถ้าศาลได้พิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เด็กนั้นมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม
ในกรณีที่ได้มีการแบ่งมรดกไปแล้ว ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยเรื่องลาภมิควรได้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1559
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1559
เมื่อได้จดทะเบียนเด็กเป็นบุตรแล้วจะถอนมิได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1560
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1560
บุตรเกิดระหว่างสมรสซึ่งศาลพิพากษาให้เพิกถอนภายหลังนั้นให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1561
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1561
บุตรมีสิทธิใช้ชื่อสกุลของบิดา
ในกรณีที่บิดาไม่ปรากฏ บุตรมีสิทธิใช้ชื่อสกุลของมารดา
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1562
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562
ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้ แต่เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทของผู้นั้นร้องขอ อัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1563
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1563
บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1564
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564
บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์
บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เฉพาะผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1565
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1565
การร้องขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรหรือขอให้บุตรได้รับการอุปการะเลี้ยงดูโดยประการอื่น นอกจากอัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวตามมาตรา 1562 แล้ว บิดาหรือมารดาจะนำคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1562"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1566
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566
บุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา
อำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดาในกรณีดังต่อไปนี้
(1) มารดาหรือบิดาตาย
(2) ไม่แน่นอนว่ามารดาหรือบิดามีชีวิตอยู่หรือตาย
(3) มารดาหรือบิดาถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(4) มารดาหรือบิดาต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะจิตฟั่นเฟือน
(5) ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดา
(6) บิดาและมารดาตกลงกันตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ตกลงกันได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1567
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567
ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ
(1) กำหนดที่อยู่ของบุตร
(2) ทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน
(3) ให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป
(4) เรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1568
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1568
เมื่อบุคคลใดมีบุตรติดมาได้สมรสกับบุคคลอื่น อำนาจปกครองที่มีต่อบุตรอยู่กับผู้ที่บุตรนั้นติดมา
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1569
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1569
ผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร ในกรณีที่บุตรถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ใช้อำนาจปกครองย่อมเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1569/1
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1569/1
ในกรณีที่ผู้เยาว์ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถและศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองเป็นผู้อนุบาลให้คำสั่งนั้นมีผลเป็นการถอนผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้ปกครองที่เป็นอยู่ในขณะนั้น
ในกรณีที่บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและไม่มีคู่สมรสถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ให้บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1570
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1570
คำบอกกล่าวที่ผู้ใช้อำนาจปกครองตามมาตรา 1566 หรือมาตรา 1568 แจ้งไปหรือรับแจ้งมา ให้ถือว่าเป็นคำบอกกล่าวที่บุตรได้แจ้งไปหรือรับแจ้งมา
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1566"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1568"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1571
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1571
อำนาจปกครองนั้น รวมทั้งการจัดการทรัพย์สินของบุตรด้วย และให้จัดการทรัพย์สินนั้นด้วยความระมัดระวังเช่นวิญญูชนจะพึงกระทำ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1572
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1572
ผู้ใช้อำนาจปกครองจะทำหนี้ที่บุตรจะต้องทำเองโดยมิได้รับความยินยอมของบุตรไม่ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1573
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1573
ถ้าบุตรมีเงินได้ ให้ใช้เงินนั้นเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูและการศึกษาก่อน ส่วนที่เหลือผู้ใช้อำนาจปกครองต้องเก็บรักษาไว้เพื่อส่งมอบแก่บุตร แต่ถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองไม่มีเงินได้เพียงพอแก่การครองชีพตามสมควรแก่ฐานะ ผู้ใช้อำนาจปกครองจะใช้เงินนั้นตามสมควรก็ได้ เว้นแต่จะเป็นเงินได้ที่เกิดจากทรัพย์สินโดยการให้โดยเสน่หาหรือพินัยกรรมซึ่งมีเงื่อนไขว่ามิให้ผู้ใช้อำนาจปกครองได้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น ๆ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1574
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574
นิติกรรมใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ดังต่อไปนี้ ผู้ใช้อำนาจปกครองจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต
(1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
(2) กระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งทรัพยสิทธิของผู้เยาว์อันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
(3) ก่อตั้งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพยสิทธิอื่นใดในอสังหาริมทรัพย์
(4) จำหน่ายไปทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งสิทธิเรียกร้องที่จะให้ได้มาซึ่งทรัพยสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ หรือสิทธิเรียกร้องที่จะให้ทรัพย์สินเช่นว่านั้นของผู้เยาว์ปลอดจากทรัพยสิทธิที่มีอยู่เหนือทรัพย์สินนั้น
(5) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี
(6) ก่อข้อผูกพันใด ๆ ที่มุ่งให้เกิดผลตาม (1) (2) หรือ (3)
(7) ให้กู้ยืมเงิน
(8) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่จะเอาเงินได้ของผู้เยาว์ให้แทนผู้เยาว์เพื่อการกุศลสาธารณะ เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา ทั้งนี้ พอสมควรแก่ฐานานุรูปของผู้เยาว์
(9) รับการให้โดยเสน่หาที่มีเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพัน หรือไม่รับการให้โดยเสน่หา
(10) ประกันโดยประการใด ๆ อันอาจมีผลให้ผู้เยาว์ต้องถูกบังคับชำระหนี้หรือทำนิติกรรมอื่นที่มีผลให้ผู้เยาว์ต้องรับเป็นผู้รับชำระหนี้ของบุคคลอื่นหรือแทนบุคคลอื่น
(11) นำทรัพย์สินไปแสวงหาผลประโยชน์นอกจากในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1598/4 (1) (2) หรือ (3)
(12) ประนีประนอมยอมความ
(13) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/4"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1575
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1575
ถ้าในกิจการใด ประโยชน์ของผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือประโยชน์ของคู่สมรสหรือบุตรของผู้ใช้อำนาจปกครองขัดกับประโยชน์ของผู้เยาว์ ผู้ใช้อำนาจปกครองต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงทำกิจการนั้นได้ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1576
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1576
ประโยชน์ของผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือของคู่สมรสหรือบุตรของผู้ใช้อำนาจปกครองตามมาตรา 1575 ให้หมายความรวมถึงประโยชน์ในกิจการดังต่อไปนี้ด้วย คือ
(1) ประโยชน์ในกิจการที่กระทำกับห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลดังกล่าวนั้นเป็นหุ้นส่วน
(2) ประโยชน์ในกิจการที่กระทำกับห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลดังกล่าวนั้นเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1575"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1577
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1577
บุคคลใดจะโอนทรัพย์สินให้ผู้เยาว์โดยพินัยกรรมหรือโดยการให้โดยเสน่หาซึ่งมีเงื่อนไขให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นผู้จัดการจนกว่าผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะก็ได้ ผู้จัดการนั้นต้องเป็นผู้ซึ่งผู้โอนระบุชื่อไว้ หรือถ้ามิได้ระบุไว้ก็ให้ศาลสั่ง แต่การจัดการทรัพย์สินนั้นต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 60
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "56"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "57"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "60"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1578
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1578
ในกรณีที่อำนาจปกครองสิ้นไปเพราะผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะ ผู้ใช้อำนาจปกครองต้องรีบส่งมอบทรัพย์สินที่จัดการและบัญชีในการนั้นให้ผู้บรรลุนิติภาวะเพื่อรับรอง ถ้ามีเอกสารเกี่ยวกับเรื่องจัดการทรัพย์สินนั้น ก็ให้ส่งมอบพร้อมกับบัญชี
ในกรณีที่อำนาจปกครองสิ้นไปเพราะเหตุอื่นนอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ให้มอบทรัพย์สิน บัญชี และเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องจัดการทรัพย์สินให้แก่ผู้ใช้อำนาจปกครอง ถ้ามี หรือผู้ปกครอง แล้วแต่กรณี เพื่อรับรอง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1579
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1579
ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตายและมีบุตรที่เกิดด้วยกันและคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งจะสมรสใหม่ ถ้าคู่สมรสนั้นได้ครอบครองทรัพย์สินอันเป็นสัดส่วนของบุตรไว้อย่างถูกต้องแล้ว จะส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุตรในเมื่อสามารถจัดการก็ได้ หรือมิฉะนั้นจะเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้บุตรเมื่อถึงเวลาอันสมควรก็ได้ แต่ถ้าทรัพย์สินใดเป็นจำพวกที่ระบุไว้ในมาตรา 456 หรือที่มีเอกสารเป็นสำคัญ ให้ลงชื่อบุตรเป็นเจ้าของรวมในเอกสารนั้น ก่อนที่จะจัดการดังกล่าวคู่สมรสนั้นจะทำการสมรสมิได้
ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้คู่สมรสดังกล่าวทำการสมรสไปก่อนก็ได้ คำสั่งศาลเช่นว่านี้ ให้ระบุไว้ด้วยว่าให้คู่สมรสปฏิบัติการแบ่งแยกทรัพย์สินและทำบัญชีทรัพย์สิน ตามความในวรรคหนึ่งภายในกำหนดเวลาเท่าใดภายหลังการสมรสนั้นด้วย
ในกรณีที่การสมรสได้กระทำไปโดยมิได้ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง หรือในกรณีที่คู่สมรสไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลดังกล่าวในวรรคสอง เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือเมื่อญาติของผู้เยาว์หรืออัยการร้องขอ ศาลมีอำนาจสั่งให้ถอนอำนาจปกครองจากคู่สมรสนั้น หรือจะมอบให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดทำบัญชีและลงชื่อบุตรเป็นเจ้าของรวมในเอกสารดังกล่าวแทนโดยให้คู่สมรสเสียค่าใช้จ่ายก็ได้
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าบุตรบุญธรรมของคู่สมรสที่ตายไปและที่มีชีวิตอยู่ทั้งสองฝ่ายเป็นบุตรที่เกิดจากคู่สมรส
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "456"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1580
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1580
ผู้เยาว์ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว ผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองจะให้การรับรองการจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ได้ต่อเมื่อได้รับมอบทรัพย์สินบัญชีและเอกสารตามมาตรา 1578 แล้ว
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1578"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1581
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1581
คดีเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินในระหว่างผู้เยาว์กับผู้ใช้อำนาจปกครองนั้น ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาที่อำนาจปกครองสิ้นไป
ถ้าอำนาจปกครองสิ้นไปขณะบุตรยังเป็นผู้เยาว์อยู่ ให้เริ่มนับอายุความในวรรคหนึ่งตั้งแต่เวลาที่ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะ หรือเมื่อมีผู้แทนโดยชอบธรรมขึ้นใหม่
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1582
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1582
ถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถโดยคำสั่งของศาลก็ดี ใช้อำนาจปกครองเกี่ยวแก่ตัวผู้เยาว์โดยมิชอบก็ดี ประพฤติชั่วร้ายก็ดี ในกรณีเหล่านี้ศาลจะสั่งเอง หรือจะสั่งเมื่อญาติของผู้เยาว์หรืออัยการร้องขอให้ถอนอำนาจปกครองเสียบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้
ถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองล้มละลายก็ดี หรือจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ในทางที่ผิดจนอาจเป็นภัยก็ดี ศาลจะสั่งตามวิธีในวรรคหนึ่งให้ถอนอำนาจจัดการทรัพย์สินเสียก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1583
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1583
ผู้ถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมดนั้น ถ้าเหตุดังกล่าวไว้ในมาตราก่อนสิ้นไปแล้ว และเมื่อตนเองหรือญาติของผู้เยาว์ร้องขอ ศาลจะสั่งให้มีอำนาจปกครองดังเดิมก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1584
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584
การที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด ไม่เป็นเหตุให้ผู้นั้นพ้นจากหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ตามกฎหมาย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1584/1
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584/1
บิดาหรือมารดาย่อมมีสิทธิที่จะติดต่อกับบุตรของตนได้ตามควรแก่พฤติการณ์ ไม่ว่าบุคคลใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองก็ตาม
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1585
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1585
บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและไม่มีบิดามารดาหรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจปกครองเสียแล้วนั้น จะจัดให้มีผู้ปกครองขึ้นในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ก็ได้
ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนตามมาตรา 1582 วรรคหนึ่ง ศาลจะตั้งผู้ปกครองในส่วนที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองนั้นก็ได้ หรือในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจจัดการทรัพย์สินตามมาตรา 1582 วรรคสอง ศาลจะตั้งผู้ปกครองเพื่อจัดการทรัพย์สินก็ได้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1582"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1586
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1586
ผู้ปกครองตามมาตรา 1585 นั้น ให้ตั้งโดยคำสั่งศาลเมื่อมีการร้องขอของญาติของผู้เยาว์ อัยการ หรือผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายทีหลังได้ระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมให้เป็นผู้ปกครอง
ภายใต้บังคับมาตรา 1590 การตั้งผู้ปกครองนั้นถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม เว้นแต่พินัยกรรมนั้นไม่มีผลบังคับหรือบุคคลที่ระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมนั้นเป็นบุคคลที่ต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองตามมาตรา 1587
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1585"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1590"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1587"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1587
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1587
บุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้วอาจถูกตั้งเป็นผู้ปกครองได้ เว้นแต่
(1) ผู้ซึ่งศาลสั่งว่าเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
(2) ผู้ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลาย
(3) ผู้ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือทรัพย์สินของผู้เยาว์
(4) ผู้ซึ่งมีหรือเคยมีคดีในศาลกับผู้เยาว์ ผู้บุพการีหรือพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดากับผู้เยาว์
(5) ผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายได้ทำหนังสือระบุชื่อห้ามไว้มิให้เป็นผู้ปกครอง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1588
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1588
หากปรากฏว่าบุคคลที่ศาลตั้งให้เป็นผู้ปกครองเป็นผู้ต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองตามมาตรา 1587 อยู่ในขณะที่ศาลตั้งให้เป็นผู้ปกครองโดยปรากฏแก่ศาลเองหรือผู้มีส่วนได้เสียหรืออัยการร้องขอ ให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองนั้นเสียและมีคำสั่งเกี่ยวกับผู้ปกครองต่อไปตามที่เห็นสมควร
การเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต เว้นแต่ในกรณีการเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองที่ต้องห้ามตามมาตรา 1587 (1) หรือ (2) การกระทำของผู้ปกครองไม่ผูกพันผู้เยาว์ไม่ว่าบุคคลภายนอกจะได้กระทำการโดยสุจริตหรือไม่
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1587"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1589
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1589
(ยกเลิก)
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1590
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1590
ผู้ปกครองมีได้คราวหนึ่งเพียงคนเดียว แต่ในกรณีมีข้อกำหนดพินัยกรรมให้ตั้งผู้ปกครองหลายคนหรือเมื่อมีผู้ร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร ให้ศาลมีอำนาจตั้งผู้ปกครองได้ตามจำนวนที่ศาลเห็นว่าจำเป็น ในกรณีที่ตั้งผู้ปกครองหลายคนศาลจะกำหนดให้ผู้ปกครองเหล่านั้นกระทำการร่วมกันหรือกำหนดอำนาจเฉพาะสำหรับคนหนึ่ง ๆ ก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1591
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1591
ความเป็นผู้ปกครองนั้นเริ่มแต่วันทราบคำสั่งตั้งของศาล
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1592
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1592
ให้ผู้ปกครองรีบทำบัญชีทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครองให้เสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันที่ทราบคำสั่งตั้งของศาล แต่ผู้ปกครองจะร้องต่อศาลก่อนสิ้นกำหนดขอให้ยืดเวลาก็ได้
บัญชีนั้นต้องมีพยานรับรองความถูกต้องอย่างน้อยสองคน พยานสองคนนั้นต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะและเป็นญาติของผู้อยู่ในปกครอง แต่ถ้าหาญาติไม่ได้จะให้ผู้อื่นเป็นพยานก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1593
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1593
ให้ผู้ปกครองยื่นสำเนาบัญชีทรัพย์สินที่ตนรับรองว่าถูกต้องต่อศาลฉบับหนึ่งภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้ทำบัญชีทรัพย์สินแล้ว และศาลจะสั่งให้ผู้ปกครองชี้แจงเพิ่มเติมหรือให้นำเอกสารมาประกอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าบัญชีนั้นถูกต้องแล้วก็ได้
ถ้าศาลมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นภายในสิบห้าวันนับแต่วันยื่นบัญชี หรือวันชี้แจงเพิ่มเติม หรือวันนำเอกสารยื่นประกอบ แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าศาลยอมรับบัญชีนั้นแล้ว
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1594
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1594
ถ้าผู้ปกครองไม่ปฏิบัติเกี่ยวแก่การทำบัญชีทรัพย์สินหรือการยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1592 หรือมาตรา 1593 หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลซึ่งสั่งตามมาตรา 1593 หรือศาลไม่พอใจในบัญชีทรัพย์สินเพราะทำขึ้นด้วยความเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่สุจริต หรือเห็นได้ชัดว่าผู้ปกครองหย่อนความสามารถ ศาลจะสั่งถอนผู้ปกครองนั้นเสียก็ได้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1592"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1593"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1595
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1595
ก่อนที่ศาลยอมรับบัญชีนั้น ห้ามมิให้ผู้ปกครองทำกิจการใด เว้นแต่เป็นการเร่งร้อนและจำเป็น แต่จะยกข้อห้ามดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1596
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1596
ถ้ามีหนี้เป็นคุณแก่ผู้ปกครองแต่เป็นโทษต่อผู้อยู่ในปกครองหรือเป็นคุณแก่ผู้อยู่ในปกครองแต่เป็นโทษต่อผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองแจ้งข้อความเหล่านั้นต่อศาลก่อนลงมือทำบัญชีทรัพย์สิน
ถ้าผู้ปกครองรู้ว่ามีหนี้เป็นคุณแก่ตนแต่เป็นโทษต่อผู้อยู่ในปกครอง และมิได้แจ้งข้อความนั้นต่อศาล หนี้ของผู้ปกครองนั้นย่อมสูญไป
ถ้าผู้ปกครองรู้ว่ามีหนี้เป็นโทษต่อตนแต่เป็นคุณแก่ผู้อยู่ในปกครอง และมิได้แจ้งข้อความนั้นต่อศาล ศาลจะสั่งถอนผู้ปกครองก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1597
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1597
เมื่อศาลเห็นสมควรโดยลำพัง หรือเมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรืออัยการร้องขอ ศาลอาจสั่งให้ผู้ปกครอง
(1) หาประกันอันสมควรในการจัดการทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครอง ตลอดจนการมอบคืนทรัพย์สินนั้น
(2) แถลงถึงความเป็นอยู่แห่งทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครอง
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598
ในระหว่างปกครอง ถ้าผู้อยู่ในปกครองได้ทรัพย์สินอันมีค่ามาโดยทางมรดกหรือการให้โดยเสน่หา ให้นำมาตรา 1592 ถึงมาตรา 1597 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1592"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1593"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1594"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1595"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1596"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1597"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/1
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/1
ให้ผู้ปกครองทำบัญชีทรัพย์สินส่งต่อศาลปีละครั้งนับแต่วันเป็นผู้ปกครอง แต่เมื่อศาลได้รับบัญชีปีแรกแล้วจะสั่งให้ส่งบัญชีเช่นว่านั้นในระยะเวลาเกินหนึ่งปีก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/2
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/2
ผู้ปกครองมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ใช้อำนาจปกครองตามมาตรา 1564 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1567
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1564"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1567"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/3
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/3
ผู้ปกครองเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้อยู่ในปกครอง
ให้นำมาตรา 1570 มาตรา 1571 มาตรา 1572 มาตรา 1574 มาตรา 1575 มาตรา 1576 และมาตรา 1577 มาใช้บังคับแก่ผู้ปกครองและผู้อยู่ในปกครองโดยอนุโลม
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1570"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1571"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1572"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1574"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1575"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1576"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1577"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/4
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/4
เงินได้ของผู้อยู่ในปกครองนั้น ผู้ปกครองย่อมใช้ได้ตามสมควรเพื่อการอุปการะเลี้ยงดูและการศึกษาของผู้อยู่ในปกครอง ถ้ามีเหลือให้ใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ เฉพาะในเรื่องต่อไปนี้
(1) ซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรที่รัฐบาลไทยค้ำประกัน
(2) รับขายฝากหรือรับจำนองอสังหาริมทรัพย์ในลำดับแรก แต่จำนวนเงินที่รับขายฝากหรือรับจำนองต้องไม่เกินกึ่งราคาตลาดของอสังหาริมทรัพย์นั้น
(3) ฝากประจำในธนาคารที่ได้ตั้งขึ้นโดยกฎหมายหรือที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในราชอาณาจักร
(4) ลงทุนอย่างอื่นซึ่งศาลอนุญาตเป็นพิเศษ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/5
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/5
ถ้าผู้อยู่ในปกครองรู้จักผิดชอบและมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์เมื่อผู้ปกครองจะทำกิจการใดที่สำคัญ ให้ปรึกษาหารือผู้อยู่ในปกครองก่อนเท่าที่จะทำได้
การที่ผู้อยู่ในปกครองได้ยินยอมด้วยนั้นหาคุ้มผู้ปกครองให้พ้นจากความรับผิดไม่
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/6
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/6
ความปกครองสิ้นสุดลงเมื่อผู้อยู่ในปกครองตายหรือบรรลุนิติภาวะ
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/7
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/7
ความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลงเมื่อผู้ปกครอง
(1) ตาย
(2) ลาออกโดยได้รับอนุญาตจากศาล
(3) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(4) เป็นบุคคลล้มละลาย
(5) ถูกถอนโดยคำสั่งศาล
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/8
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/8
ให้ศาลสั่งถอนผู้ปกครองในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้ปกครองละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่
(2) ผู้ปกครองประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในหน้าที่
(3) ผู้ปกครองใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ
(4) ผู้ปกครองประพฤติมิชอบซึ่งไม่สมควรแก่หน้าที่
(5) ผู้ปกครองหย่อนความสามารถในหน้าที่จนน่าจะเป็นอันตรายแก่ประโยชน์ของผู้อยู่ในปกครอง
(6) มีกรณีดังบัญญัติไว้ในมาตรา 1587 (3) (4) หรือ (5)
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1587"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/9
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/9
การร้องขอให้ถอนผู้ปกครองตามมาตรา 1598/8 นั้น ผู้อยู่ในปกครองซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์ หรือญาติของผู้อยู่ในปกครองหรืออัยการจะเป็นผู้ร้องขอก็ได้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/8"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/10
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/10
ในระหว่างพิจารณาคำร้องขอให้ถอนผู้ปกครอง ศาลจะตั้งผู้จัดการชั่วคราวให้จัดการทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครองแทนผู้ปกครองก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/11
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/11
ถ้าความปกครองหรือความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลง ให้ผู้ปกครองหรือทายาทรีบส่งมอบทรัพย์สินที่จัดการแก่ผู้อยู่ในปกครอง หรือทายาทหรือผู้ปกครองคนใหม่ และให้ทำบัญชีในการจัดการทรัพย์สินส่งมอบภายในเวลาหกเดือน และถ้ามีเอกสารเกี่ยวกับเรื่องจัดการทรัพย์สินนั้นก็ให้ส่งมอบพร้อมกับบัญชี แต่เมื่อผู้ปกครองหรือทายาทร้องขอศาลจะสั่งให้ยืดเวลาก็ได้
ให้นำมาตรา 1580 และมาตรา 1581 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1580"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1581"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/12
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/12
นับแต่วันส่งมอบบัญชี ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินซึ่งผู้ปกครองหรือผู้อยู่ในปกครองจะต้องคืนให้แก่กัน
ถ้าผู้ปกครองใช้เงินของผู้อยู่ในปกครองนอกจากเพื่อประโยชน์ของผู้อยู่ในปกครองแล้ว ให้เสียดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีในจำนวนเงินนั้นตั้งแต่วันใช้เป็นต้นไป
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/13
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/13
ผู้อยู่ในปกครองมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ปกครองเพื่อชำระหนี้ซึ่งค้างอยู่แก่ตน
บุริมสิทธินี้ให้อยู่ในลำดับที่หกถัดจากบุริมสิทธิสามัญอย่างอื่นตามมาตรา 253 แห่งประมวลกฎหมายนี้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "253"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/14
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/14
ผู้ปกครองไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้
(1) มีข้อกำหนดไว้ในพินัยกรรมให้ผู้ปกครองได้รับบำเหน็จ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้ปกครองได้รับบำเหน็จเท่าที่กำหนดในพินัยกรรม
(2) ในกรณีที่พินัยกรรมไม่ได้กำหนดบำเหน็จไว้ แต่ไม่มีข้อกำหนดห้ามผู้ปกครองรับบำเหน็จ ผู้ปกครองจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้ ศาลจะกำหนดให้หรือไม่เพียงใดก็ได้
(3) ในกรณีที่ไม่มีคำสั่งตั้งผู้ปกครองไว้ในพินัยกรรม และไม่มีข้อกำหนดห้ามผู้ปกครองรับบำเหน็จ ศาลจะกำหนดบำเหน็จให้แก่ผู้ปกครองในคำสั่งตั้งผู้ปกครองก็ได้ หรือถ้าศาลมิได้กำหนด ผู้ปกครองจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้ ศาลจะกำหนดให้หรือไม่เพียงใดก็ได้
ในการพิจารณากำหนดบำเหน็จ ให้ศาลพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ รายได้และฐานะความเป็นอยู่ของผู้ปกครองและผู้อยู่ในปกครอง
ถ้าผู้ปกครองหรือผู้อยู่ในปกครองแสดงได้ว่า พฤติการณ์ รายได้หรือฐานะความเป็นอยู่ของผู้ปกครองหรือผู้อยู่ในปกครองได้เปลี่ยนแปลงไปภายหลังที่ได้เข้ารับหน้าที่ผู้ปกครอง ศาลจะสั่งให้บำเหน็จ งด ลด เพิ่ม หรือกลับให้บำเหน็จแก่ผู้ปกครองอีกก็ได้ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่มีข้อกำหนดห้ามไว้ในพินัยกรรมมิให้ผู้ปกครองได้รับบำเหน็จด้วย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/15
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/15
ในกรณีที่ศาลสั่งให้สามีหรือภริยาเป็นคนไร้ความสามารถและภริยาหรือสามีเป็นผู้อนุบาล ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้อำนาจปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่สิทธิตามมาตรา 1567 (2) และ (3)
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1567"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/16
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/16
คู่สมรสซึ่งเป็นผู้อนุบาลของคู่สมรสที่ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถมีอำนาจจัดการสินส่วนตัวของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งและมีอำนาจจัดการสินสมรสแต่ผู้เดียว แต่การจัดการสินส่วนตัวและสินสมรสตามกรณีที่ระบุไว้ในมาตรา 1476 วรรคหนึ่ง คู่สมรสนั้นจะจัดการไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1476"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/17
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/17
ในกรณีที่ศาลสั่งให้สามีหรือภริยาเป็นคนไร้ความสามารถและศาลเห็นไม่สมควรให้คู่สมรสเป็นผู้อนุบาล และตั้งบิดาหรือมารดาหรือบุคคลภายนอกเป็นผู้อนุบาล ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้อนุบาลเป็นผู้จัดการสินสมรสร่วมกันกับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง เว้นแต่ถ้ามีเหตุสำคัญอันจะเกิดความเสียหายแก่คนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่นก็ได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีกรณีดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้สั่งแยกสินสมรสได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/18
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/18
ในกรณีที่บิดามารดาเป็นผู้อนุบาลบุตร ถ้าบุตรนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้อำนาจปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าบุตรนั้นบรรลุนิติภาวะแล้ว ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่สิทธิตามมาตรา 1567 (2) และ (3)
ในกรณีที่บุคคลอื่นซึ่งมิใช่บิดามารดาหรือมิใช่คู่สมรสเป็นผู้อนุบาล ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าผู้อยู่ในความอนุบาลบรรลุนิติภาวะแล้วจะใช้สิทธิตามมาตรา 1567 (2) และ (3) ไม่ได้
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1567"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/19
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/19
บุคคลที่มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีจะรับบุคคลอื่นเป็นบุตรบุญธรรมก็ได้ แต่ผู้นั้นต้องมีอายุแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อยสิบห้าปี
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/20
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/20
การรับบุตรบุญธรรม ถ้าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปี ผู้นั้นต้องให้ความยินยอมด้วย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/21
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/21
การรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของบิดาและมารดาของผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ในกรณีที่บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งตายหรือถูกถอนอำนาจปกครองต้องได้รับความยินยอมของมารดาหรือบิดาซึ่งยังมีอำนาจปกครอง
ถ้าไม่มีผู้มีอำนาจให้ความยินยอมดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หรือมีแต่บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้ หรือไม่ให้ความยินยอมและการไม่ให้ความยินยอมนั้นปราศจากเหตุผลอันสมควรและเป็นปฏิปักษ์ต่อสุขภาพ ความเจริญหรือสวัสดิภาพของผู้เยาว์ มารดาหรือบิดาหรือผู้ประสงค์จะขอรับบุตรบุญธรรมหรืออัยการจะร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมตามวรรคหนึ่งก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/22
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/22
ในการรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม ถ้าผู้เยาว์เป็นผู้ถูกทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์เด็กตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์และคุ้มครองเด็ก ให้สถานสงเคราะห์เด็กเป็นผู้ให้ความยินยอมแทนบิดาและมารดา ถ้าสถานสงเคราะห์เด็กไม่ให้ความยินยอม ให้นำความในมาตรา 1598/21 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/21"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/23
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/23
ในกรณีที่ผู้เยาว์มิได้ถูกทอดทิ้ง แต่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของสถานสงเคราะห์เด็กตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์และคุ้มครองเด็ก บิดาและมารดา หรือบิดาหรือมารดาในกรณีที่มารดาหรือบิดาคนใดคนหนึ่งตายหรือถูกถอนอำนาจปกครอง จะทำหนังสือมอบอำนาจให้สถานสงเคราะห์เด็กดังกล่าวเป็นผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมแทนตนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้นำความในมาตรา 1598/22 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
หนังสือมอบอำนาจตามวรรคหนึ่งจะถอนเสียมิได้ตราบเท่าที่ผู้เยาว์ยังอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของสถานสงเคราะห์เด็กนั้น
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/22"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/24
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/24
ผู้มีอำนาจให้ความยินยอมแทนสถานสงเคราะห์เด็กในการรับบุตรบุญธรรมตามมาตรา 1598/22 หรือมาตรา 1598/23 จะรับผู้เยาว์ซึ่งอยู่ในความดูแลหรืออยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของสถานสงเคราะห์เด็กนั้นเป็นบุตรบุญธรรมของตนเองได้ต่อเมื่อศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอของผู้นั้นแทนการให้ความยินยอมของสถานสงเคราะห์เด็ก
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/22"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/23"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/25
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/25
ผู้จะรับบุตรบุญธรรมหรือผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน ในกรณีที่คู่สมรสไม่อาจให้ความยินยอมได้หรือไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/26
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/26
ผู้เยาว์ที่เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม
ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งจะจดทะเบียนรับผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของตนด้วยจะต้องได้รับความยินยอมของคู่สมรสซึ่งเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมอยู่แล้วและมิให้นำมาตรา 1598/21 มาใช้บังคับ
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/21"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/27
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/27
การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/28
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/28
บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา ในกรณีเช่นนี้ ให้บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองนับแต่วันเวลาที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว
ให้นำบทบัญญัติในลักษณะ 2 หมวด 2 แห่งบรรพนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/29
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/29
การรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรมเพราะเหตุการณ์รับบุตรบุญธรรมนั้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/30
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/30
ถ้าบุตรบุญธรรมซึ่งไม่มีคู่สมรสหรือผู้สืบสันดานตายก่อนผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้รับบุตรบุญธรรมมีสิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์สินที่ตนได้ให้แก่บุตรบุญธรรมคืนจากกองมรดกของบุตรบุญธรรมเพียงเท่าที่ทรัพย์สินนั้นยังคงเหลืออยู่ภายหลังที่ชำระหนี้ของกองมรดกเสร็จสิ้นแล้ว
ห้ามมิให้ฟ้องคดีเรียกร้องสิทธิตามวรรคหนึ่ง เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เวลาที่ผู้รับบุตรบุญธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของบุตรบุญธรรมหรือเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่วันที่บุตรบุญธรรมตาย
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/31
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/31
การเลิกรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะแล้วจะเลิกโดยความตกลงกันในระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมเมื่อใดก็ได้
ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเลิกรับบุตรบุญธรรมจะทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของบิดาและมารดา และให้นำมาตรา 1598/20 และมาตรา 1598/21 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่ได้รับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมตามมาตรา 1598/21 วรรคสอง มาตรา 1598/22 มาตรา 1598/23 มาตรา 1598/24 หรือมาตรา 1598/26 วรรคสอง ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเลิกรับบุตรบุญธรรมให้กระทำได้ต่อเมื่อมีคำสั่งศาลโดยคำร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียหรืออัยการ
การเลิกรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/20"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/21"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/22"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/23"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/24"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/26"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/32
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/32
การรับบุตรบุญธรรมย่อมเป็นอันยกเลิกเมื่อมีการสมรสฝ่าฝืนมาตรา 1451
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1451"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/33
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/33
คดีฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรมนั้น เมื่อ
(1) ฝ่ายหนึ่งทำการชั่วร้ายไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ เป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้
(2) ฝ่ายหนึ่งหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่งอันเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ ถ้าบุตรบุญธรรมกระทำการดังกล่าวต่อคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม ให้ผู้รับบุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้
(3) ฝ่ายหนึ่งกระทำการประทุษร้ายอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีหรือคู่สมรสของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจอย่างร้ายแรงและการกระทำนั้นเป็นความผิดที่มีโทษอาญา อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้
(4) ฝ่ายหนึ่งไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้
(5) ฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้
(6) ฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกินสามปี เว้นแต่ความผิดที่กระทำโดยประมาท อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้
(7) ผู้รับบุตรบุญธรรมทำผิดหน้าที่บิดามารดา และการกระทำนั้นเป็นการละเมิด หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 1564 มาตรา 1571 มาตรา 1573 มาตรา 1574 หรือมาตรา 1575 เป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้
(8) ผู้รับบุตรบุญธรรมผู้ใดถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด และเหตุที่ถูกถอนอำนาจปกครองนั้นมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นไม่สมควรเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมต่อไป บุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้
(9) (ยกเลิก)
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1564"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1571"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1573"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1574"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1575"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/34
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/34
ห้ามมิให้ฟ้องขอเลิกการรับบุตรบุญธรรมเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้ขอเลิกการรับบุตรบุญธรรมรู้หรือควรได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้เลิกการนั้น หรือเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เหตุนั้นเกิดขึ้น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/35
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/35
การฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมมีอายุไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ให้บิดามารดาโดยกำเนิดเป็นผู้มีอำนาจฟ้องแทน แต่ถ้าบุตรบุญธรรมมีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์แล้วบุตรบุญธรรมฟ้องได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใด
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง อัยการจะฟ้องคดีแทนบุตรบุญธรรมก็ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/36
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/36
การเลิกรับบุตรบุญธรรมโดยคำพิพากษาของศาล ย่อมมีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุด แต่จะอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตไม่ได้ เว้นแต่ได้จดทะเบียนแล้ว
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/37
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/37
เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมตายหรือมีการเลิกรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้บิดามารดาโดยกำเนิดกลับมีอำนาจปกครองนับแต่เวลาที่ผู้รับบุตรบุญธรรมตาย หรือนับแต่เวลาที่จดทะเบียนเลิกการรับบุตรบุญธรรมตามมาตรา 1598/31 หรือนับแต่เวลาที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เลิกการรับบุตรบุญธรรม เว้นแต่ศาลเห็นสมควรสั่งเป็นประการอื่น
ในกรณีที่มีการตั้งผู้ปกครองของผู้เป็นบุตรบุญธรรมไว้ก่อนผู้รับบุตรบุญธรรมตาย หรือก่อนการเลิกรับบุตรบุญธรรม ให้ผู้ปกครองยังคงมีอำนาจหน้าที่เช่นเดิมต่อไป เว้นแต่บิดามารดาโดยกำเนิดจะร้องขอ และศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอเป็นผู้มีอำนาจปกครอง
การเปลี่ยนผู้ใช้อำนาจปกครองตามวรรคหนึ่งหรือผู้ปกครองตามวรรคสองไม่เป็นเหตุเสื่อมสิทธิที่บุคคลภายนอกได้มาโดยสุจริตก่อนผู้รับบุตรบุญธรรมตายหรือก่อนจดทะเบียนเลิกการรับบุตรบุญธรรม
ให้พนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจร้องขอเพื่อให้ศาลมีคำสั่งเป็นประการอื่นตามวรรคหนึ่ง
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "1598/31"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/38
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38
ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา หรือระหว่างบิดามารดากับบุตรนั้นย่อมเรียกจากกันได้ในเมื่อฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ ค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งกรณี
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/39
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/39
เมื่อผู้มีส่วนได้เสียแสดงว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลจะสั่งแก้ไขในเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยให้เพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกก็ได้
ในกรณีที่ศาลไม่พิพากษาให้ค่าอุปการะเลี้ยงดู เพราะเหตุแต่เพียงอีกฝ่ายหนึ่งไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ในขณะนั้น หากพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของอีกฝ่ายหนึ่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป และพฤติการณ์รายได้หรือฐานะของผู้เรียกร้องอยู่ในสภาพที่ควรได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดู ผู้เรียกร้องอาจร้องขอให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งในคดีนั้นใหม่ได้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/40
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/40
ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้นให้ชำระเป็นเงินโดยวิธีชำระเป็นครั้งคราวตามกำหนด เว้นแต่คู่กรณีจะตกลงกันให้ชำระเป็นอย่างอื่นหรือโดยวิธีอื่น ถ้าไม่มีการตกลงกันและมีเหตุพิเศษ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอและศาลเห็นสมควร จะกำหนดให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นอย่างอื่นหรือโดยวิธีอื่น โดยจะให้ชำระเป็นเงินด้วยหรือไม่ก็ได้
ในกรณีขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร เมื่อมีเหตุพิเศษและศาลเห็นเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์แก่บุตร จะกำหนดให้บุตรได้รับการอุปการะเลี้ยงดูโดยประการใด ๆ นอกจากที่คู่กรณีตกลงกัน หรือนอกจากที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอก็ได้ เช่นให้ไปอยู่ในสถานการศึกษาหรือวิชาชีพ โดยให้ผู้ที่มีหน้าที่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูออกค่าใช้จ่ายในการนี้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1598/41
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/41
สิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น จะสละหรือโอนมิได้และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1599
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599
เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท
ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1600
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1600
ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1601
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1601
ทายาทไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1602
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1602
เมื่อบุคคลใดต้องถือว่าถึงแก่ความตายตามความในมาตรา 62 แห่งประมวลกฎหมายนี้ มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท
ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ หรือตายในเวลาอื่นผิดไปจากเวลาดังระบุไว้ในคำสั่งที่สั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ใช้บทบัญญัติมาตรา 63 แห่งประมวลกฎหมายนี้บังคับแก่ทายาทของบุคคลนั้น
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "62"
},
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "63"
}
] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1603
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1603
กองมรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยสิทธิตามกฎหมายหรือโดยพินัยกรรม
ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมาย เรียกว่า “ทายาทโดยธรรม”
ทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรม เรียกว่า “ผู้รับพินัยกรรม”
|
[] |
ป0003-1D-0002
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
|
1604
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1604
บุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลหรือสามารถมีสิทธิได้ตามมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าเด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายในสามร้อยสิบวันนับแต่เวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายนั้น เป็นทารกในครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
|
[
{
"include": true,
"law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
"section_num": "15"
}
] |
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.