question_id
int32
1
4k
article_id
int32
665
954k
context
stringlengths
75
87.2k
question
stringlengths
11
135
answers
dict
3,044
23,759
โมเมนตัม โมเมนตัม หมายถึง ความสามารถในการเคลื่อนที่ของวัตถุ ซึ่งมีค่าเท่ากับผลคูณระหว่างมวลและความเร็วของวัตถุ มวลเป็นปริมาณสเกลาร์ แต่ความเร็วเป็นปริมาณเวกเตอร์ เมื่อนำปริมาณทั้งสองเข้าคูณด้วยกัน ถือว่าปริมาณใหม่เป็นปริมาณเวกเตอร์เสมอ ฉะนั้นโมเมนตัมจึงเป็นปริมาณเวกเตอร์ คือมีทั้งขนาดและทิศทางโมเมนตัมในกลศาสตร์ดั้งเดิม โมเมนตัมในกลศาสตร์ดั้งเดิม. ถ้าวัตถุเคลื่อนที่อยู่ในกรอบอ้างอิงใด ๆ ก็ตาม วัตถุนั้นจะมีโมเมนตัมอยู่ในกรอบอ้างอิงนั้น ๆ ค่าของโมเมนตัมของวัตถุจะขึ้นอยู่กับสองตัวแปร คือมวลกับความเร็วดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ความสัมพันธ์ของตัวแปรทั้งสองเขียนได้เป็น: โมเมนตัม = มวล × ความเร็ว ในวิชาฟิสิกส์ สัญลักษณ์ของโมเมนตัมคือตัวอักษร p ดังนั้นอาจเขียนสมการข้างบนใหม่ได้เป็น: โดยที่ m แทนมวล และ v แทนความเร็ว หน่วยเอสไอของโมเมนตัม คือ กิโลกรัม เมตรต่อวินาที (kg m/s) ความเร็วของวัตถุจะให้ทั้งขนาด (อัตราเร็ว) และทิศทาง โมเมนตัมของวัตถุขึ้นอยู่กับความเร็ว จึงทำให้เป็นปริมาณเวกเตอร์ การเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมของวัตถุ เราเรียกว่า การดล ซึ่งหาได้จาก มวล × การเปลี่ยนแปลงความเร็ว หรือ แรงที่กระทำต่อวัตถุ × เวลาที่แรงนั้นกระทำกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม และการชน กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม และการชน. กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมมีใจความว่า "ถ้าไม่มีแรงภายนอกกระทำต่อระบบแล้วโมเมนตัมของระบบจะมีค่าคงตัว" ในกรณีวัตถุสองก้อนขึ้นไปเคลื่อนที่มาชนกัน หรือเคลื่อนที่แยกจากกัน กฎการอนุรักษ์โมเมนตัมก็ยังคงเป็นจริงเสมอ อาจเขียนเป็นลักษณะสมการได้ว่า ผลรวมโมเมนตัมของวัตถุก่อนชนเท่ากับผลรวมโมเมนตัมของวัตถุหลังชน กล่าวคือ เมื่ออยู่ในระบบปิด คือ ไม่มีการแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็คือโมเมนตัมจะถูกอนุรักษ์อยู่เสมอ (ไม่เพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันก็ไม่ลดหายไป) แม้แต่ในการชน พลังงานจลน์นั้นจะไม่ถูกอนุรักษ์ในการชน ถ้าการชนนั้นเป็นการชนแบบไม่ยืดหยุ่น เนื่องจากการคงตัวของโมเมนตัมที่กล่าวมาแล้ว จึงทำให้สามารถนำไปคำนวณความเร็วที่ไม่ทราบค่าภายหลังการชนได้ ปัญหาในวิชาฟิสิกส์ที่จะต้องใช้ความจริงที่กล่าวมานี้ ก็คือการชนกันของสองอนุภาค โดยผลรวมของโมเมนตัมก่อนการชนจะต้องเท่ากับผลรวมของโมเมนตัมหลังการชนเสมอ โดยที่ตัวห้อย i แสดงถึงก่อนการชน และตัวห้อย f แสดงถึงหลังการชน โดยปกติ เราจะทราบเพียงความเร็วก่อนการชน หรือหลังการชน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง และต้องการที่จะทราบความเร็วอีกตัวหนึ่ง การแก้ไขปัญหานี้อย่างถูกต้องจะทำให้เราทราบว่าการชนนั้นเป็นอย่างไร การชนนั้นมีสองประเภท ดังต่อไปนี้- การชนแบบยืดหยุ่น เป็นการชนที่อนุรักษ์พลังงาน - การชนแบบไม่ยืดหยุ่นเป็นการชนที่ไม่อนุรักษ์พลังงาน การชนทั้งสองประเภทที่ได้กล่าวมานี้ เป็นการชนที่อนุรักษ์โมเมนตัมทั้งหมดการชนแบบยืดหยุ่น การชนแบบยืดหยุ่น. การชนกันของลูกสนุ้กเกอร์สองลูก เป็นตัวอย่างหนึ่งของการชนแบบยืดหยุ่น นอกเหนือจากที่โมเมนตัมรวมกันก่อนชนต้องเท่ากับโมเมนตัมรวมกันหลังชนแล้ว ผลรวมของพลังงานจลน์ก่อนการชนจะต้องเท่ากับผลรวมของพลังงานจลน์หลังการชนด้วย เนื่องจากตัวประกอบ 1/2 มีอยู่แล้วทุก ๆ พจน์ จึงสามารถนำออกไปได้การชนแบบพุ่งตรง (การชนในหนึ่งมิติ) การชนแบบพุ่งตรง (การชนในหนึ่งมิติ). ในกรณีที่วัตถุพุ่งเข้าชนกันแบบเต็ม ๆ เป็นทางตรง เราสามารถหาความเร็วปลายได้เป็นการชนแบบไม่ยืดหยุ่น การชนแบบไม่ยืดหยุ่น. ตัวอย่างที่พบเห็นได้ของการชนแบบไม่ยืดหยุ่น คือการที่วัตถุชนแล้วติดกัน (ไถลไปด้วยกัน) สมการต่อไปนี้จะแสดงการอนุรักษ์โมเมนตัม เมื่อชนแล้ววัตถุจะติดกันไปโมเมนตัมก่อนชน = หลังชน ส่วนพลังงานจลน์ไม่เท่ากัน เช่น รถยนต์ชนกันการประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องโมเมนตัมการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัม การเปลี่ยนแปลงโมเมนตัม. ในกลศาสตร์ดั้งเดิม การดลจะเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมของวัตถุ โดยการดลมีหน่วยและมิติเหมือนโมเมนตัมทุกประการ หน่วยเอสไอของการดลนั้นเหมือนกับหน่วยของโมเมนตัม (กิโลกรัม เมตร/วินาที) การดลสามารถคำนวณได้จากปริพันธ์ของแรงกับเวลา โดยที่ หากมีแรงคงตัว การดลมักจะเขียนเป็น โดยที่ จากนิยามของแรง ทำให้ได้ว่าการดลคือการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมการชน การชน. การชน ( Collision ) การชน หมายถึง การที่วัตถุหนึ่งกระทบกับอีกวัตถุหนึ่งในช่วงเวลาสั่นๆ ( การชนกันของรถ การ กระทบกันของลูกตุ้ม กับเสาเข็ม การตีเทนนิส ตีปิงปอง ตีกอล์ฟ การเตะลูกบอล )หรือในบางครั้งวัตถุอาจ ไม่ต้องกระทบกัน แต่มีแรงมากระท าต่อวัตถุแล้วให้ผลเหมือนกับการชน ( การระเบิดของวัตถุระเบิด การ ยิงปืน ) ในการชนของวัตถุโดยมากมักจะมีแรงภายนอกมากระท าต่อวัตถุ ซึ่งขนาดของแรงจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับลักษณะการชนของวัตถุ และในการชนอาจมีการสูญเสียค่าโมเมนต้มมากหรือน้อย หรือไม่สูญเสีย เลยก็ได้ 1. เมื่อโมเมนตัมของระบบมีค่าคงที่ 2. เมื่อโมเมนตัมของระบบไม่คงที่ 1. การชนแบบยืดหยุ่น เป็นการชนที่พลังงานจลน์ของระบบไม่เปลี่ยน พิจารณาการชนกันของวัตถุสองก้อน ที่มีความเร็วอยู่ในแนวผ่านจุดศูนย์กลางมวล  2. การชนแบบไม่ยืดหยุ่น เป็นการชนของวัตถุแล้วรูปร่างมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีการเคลื่อนที่ติดกันไป พลังงานจลน์ไม่คงที่ พลังงานจลน์หลังชนมีค่าน้อยกว่าหลังงานจลน์ก่อนชนเพราะว่าพลังงานจลน์บางส่วนน าไปใช้ในการ เปลี่ยนรูปร่างวุตถุให้ยุบ, บุบ หรือเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานเสียง แต่โมเมนตัมรวมก่อนการชนเท่ากับหลังการ ชนวัตถุ
โมเมนตัมคืออะไร
{ "answer": [ "ความสามารถในการเคลื่อนที่ของวัตถุ" ], "answer_begin_position": [ 107 ], "answer_end_position": [ 140 ] }
3,045
166,769
ไพโรจน์ ใจสิงห์ ไพโรจน์ ใจสิงห์ เป็นนักแสดงอาวุโส ที่เข้าสู่วงการตั้งแต่ พ.ศ. 2514 และมีชื่อเสียงเป็นนักแสดงนำ ช่วง พ.ศ. 2514 - พ.ศ. 2516 แล้วจึงหันมารับบทตัวรอง หลากหลาย ทั้งพระเอก ผู้ร้าย บทตัวพ่อ บทตลก จนถึงปัจจุบันประวัติ ประวัติ. ไพโรจน์ ใจสิงห์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2486 ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ จบการศึกษาจากโรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัย เคยเป็นครูที่โรงเรียนสารวิทยา และโรงเรียนอำนวยศิลป์พระนครมาหลายปี ระหว่างสอนหนังสือก็ได้หารายได้พิเศษเล่นดนตรีตอนกลางคืน เข้าสู่วงการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 โดยรับบทพระเอกจากเรื่อง ดวง ของ เปี๊ยก โปสเตอร์ คู่กับ วนิดา อมาตยกุล และ สังข์ทอง สีใส เป็นตัวประกอบ ตามด้วยการทำงานกับผู้กำกับมืออาชีพอีกหลายคน ได้แก่ คนสู้คน ของ วิจารณ์ ภักดีวิจิตร คู่กับ อรัญญา นามวงศ์ และ ชุมพร เทพพิทักษ์ , เพชรตาแมว (จากละครวิทยุโด่งดังในอดีตโดยคณะกันตนา) ของ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก คู่กับ นัยนา ชีวานันท์ , ลูกชู้ ของ มารุต คู่กับ สุทิศา พัฒนุช และ สาวขบเผาะ ของ เนรมิต คู่กับ ผึ้ง สุวรรณแพทย์ ในปี พ.ศ. 2515 ไพโรจน์เป็นนักแสดงคู่ขวัญกับ วันดี ศรีตรัง มีผลงานแสดงนำร่วมกันหลายเรื่อง ช่วงปี พ.ศ. 2516 ได้แก่ ยอดสงสาร รัญจวนจิต สวรรค์เวียงพิงค์ เหลือแต่รัก น้ำตานาง ในช่วงที่ชีวิตการแสดงรุ่งเรือง จัดเป็นนักแสดงชั้นนำอันดับต้นๆ ร่วมกับ สมบัติ เมทะนี, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, กรุง ศรีวิไล, นาท ภูวนัย ช่วงหลังปี พ.ศ. 2517 รับบทรอง คู่กับ กรุง ศรีวิไล และ อุเทน บุญยงค์ ระยะหลัง รับงานแสดงเป็นครั้งคราว กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง จากการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับภาพยนตร์โฆษณา เปิดตัวเบียร์ลีโอ ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี เมื่อ พ.ศ. 2542 โดยผู้บริหารเจาะจงเลือก ไพโรจน์ ใจสิงห์ ให้แสดงโฆษณานี้ เพราะมีนามสกุลพ้องกับชื่อผลิตภัณฑ์ เบียร์สิงห์ ของบริษัท ภาพยนตร์โฆษณานี้เป็นแนวตลกขบขัน ไพโรจน์ รับบทผู้ใหญ่บ้านจัดงานฉลองแต่งงานให้กับลูกสาว โดยเชิญผู้ว่าฯ มาเป็นประธาน เมื่อผู้ว่าฯ ได้ทดลองดื่มเบียร์ลีโอ ก็ติดใจในรสชาติ นั่งดื่มเบียร์จนถึงเช้า โฆษณาชุดนี้ถูกประท้วงจากกลุ่มผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ทำให้ภาพลักษณ์ของวิชาชีพเสียหาย ชีวิตส่วนตัวสมรสแล้วกับนางโซติรส ใจสิงห์ (นก) มีบุตรทั้งหมด 9 คน หนึ่งในนั้นคือ ชื่อ กฤษฎา ใจสิงห์ ศิลปินเพลงแนวอินดี้ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ไพโรจน์ได้ป่วยเป็นโรคอัมพฤตซีกซ้าย โดยเป็นหลายโรครุมเร้า เช่น ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองตีบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจและต่อมลูกหมากโต ได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกจนอาการดีขึ้น ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556 ได้มีอาการทรุดลงอีกครั้งโดยมีอาการไข้ขึ้นสูง และเบื่ออาหาร จึงถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีอีกครั้งผลงานภาพยนตร์พ.ศ. 2514-2519ผลงาน. ภาพยนตร์. พ.ศ. 2514-2519. - ดวง (2514) - คนสู้คน (2515) - เพชรตาแมว (2515) - แม่ยาย (2515) - รอยบุญ (2515) - ลูกชู้ (2515) - สาวขบเผาะ (2515) - หัวใจมีตีน (2515) - ดรุณีผีสิง (2516) - 2 ชาติสมิง (2516) - ความรักมักเป็นอย่างนี้ (2516) - ไผ่ล้อมรัก (2516) - มารรัก (2516) - ยอดสงสาร (2516) - รัญจวนจิต (2516) - สวรรค์เวียงพิงค์ (2516) - รสสวาท (2516) - สายชล (2516) - เสือหยิ่งสิงห์ผยอง (2516) - หมอกฟ้า (2516) - เหลือแต่รัก (2516) - เกาะรักนางงู (2517) - เจ้าดวงดอกไม้ (2517) - น้ำตานาง (2517) - บุษบาขายรัก (2517) - ผู้ดีเถื่อน (2517) - มัจจุราชสีน้ำผึ้ง (2517)- แม่ (2517) - สามปอยหลวง (2517) - หัวใจ 100 ห้อง (2517) - คู่หู (2517) - 7 ดอกจิก (2518) - คำมั่นสัญญา (2518) - งิ้วราย (2518) - จำเลยสวาท (2518) - ตัดเหลี่ยมเพชร (2518) - พยัคฆ์ร้ายไทยถีบ (2518) - ระห่ำลำหัก (2518) - ลูกผู้ชาย (2518) - วัยไฟ (2518) - สาวแรงสูง (2518) - เสือพี่น้องสิงห์ (2518) - หนุมานผจญเห้งเจีย (2518) - ขยะ (2519) - คมเฉือนคม (2519) - สวรรค์ยังมีชั้น (2519) - ชุมเสือ (2519) - ดับสุริยา (2519) - นักเลงมหากาฬ (2519) - แมงดาปีกทอง (2519) - สามนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ (2519) - สู้ (2519) - เสาร์ 5 (2519) - 3 นัด (2519)พ.ศ. 2520-2529พ.ศ. 2520-2529. - 12 สิงห์สยาม (2520) - กูซิใหญ่ (2520) - เขี้ยวเสือเล็บสิงห์ (2520) - ชาติสิงห์ทุ่งสง (2520) - ดับเครื่องชน (2520) - ตาปีอีปัน (2520) - นางฟ้าท่าเรือ (2520) - บินเดี่ยว (2520) - ปล้นอเมริกา (2520) - รักเลือกไม่ได้ (2520) - ราชสีห์ดง (2520) - ลุยแหลก (2520) - หงส์ทอง (2520) - หน้าเนื้อใจเสือ (2520) - ขุนกระทิง (2521) - ขุนดอน (2521) - ข้ามาจากเมืองนคร (2521) - ฆ่าอย่างเดียว (2521) - ดงเย็น (2521) - ด่านนรก (2521) - ถล่มดงนักเลง (2521) - ถล่มวังข่า (2521) - นักล่าผาทอง (2521) - พ่อเสือลูกสิงห์ (2521) - มันส์เขาล่ะ (2521) - ยมบาลจ๋า (2521) - ลูกโดด (2521)- ล้วงคองูเห่า (2521) - เสือเผ่น (2521) - หัวใจสีชมพู (2521) - อาณาจักรนักเลง (2521) - ตลุมบอน (2522) - ทำไมถึงต้องเป็นเรา (2522) - นรกบนดิน (2522) - นรกแตก (2522) - โป่งกระทิง (2522) - รักต้องกระซิบ (2522) - ลาบเลือด (2522) - อวนดำ (2522) - ไอ้ฟ้าผ่า (2522) - ไอ้เขี้ยวตัน (2522) - ชายชาติเสือ (2523) - บัวสีน้ำเงิน (2523) - บุญเพ็งหีบเหล็ก (2523) - 5 คม (2524) - มือปืนกระดูกเหล็ก (2524) - ยางโทน (2524) - สะดิ้ง (2524) - ถล่มแผนจ้าวโลก (2525) - ตีแสกหน้า (2527) - ลูกหลง (2528) - รักสอง เมีย ต้องห้าม (2528) - แด่คุณครูด้วยหัวใจ (2529) - สงครามร้อนรัก (2529)พ.ศ. 2530-ปัจจุบันพ.ศ. 2530-ปัจจุบัน. - เพชร 7 เหลี่ยม (2530) - รอยเสือ (2530) - มนุษย์หมาป่า (2530) - เรือมนุษย์ (2531) - รอยไถ (2532) - วิ่งหน้าตั้งก็ยังรักเธอ (2535) - จะกู่รักกอดน้องให้ก้องโลก (2535) - เร็วกว่าใจ ไกลเกินฝัน (2536) - ชะแว้บแอบปิ๊ง (2536) - กำแพง (2542) - ฟ้าทะลายโจร (2543) - สุริโยไท (2544) - 191 1/2 มือปราบทราบแล้วป่วน (2546) - ผีหัวขาด 2 (2547) - สุริยะฆาต 2547) - มนต์รักลูกทุ่ง(2548) - ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 ตอน องค์ประกันหงสา (2550) - เท่งโหน่งคนมาหาเฮีย (2550) - หนุมานคลุกฝุ่น (2551) - อยากได้ยินว่ารักกัน (2553)กำกับภาพยนตร์กำกับภาพยนตร์. - ลูกหลง (2528) - ราชสีห์หน้าเซ่อ (2531) - รอยไถ (2532)ละครละคร. - ช่อง 3 - มนต์ดำ (2522) - หนามชีวิต (2530) - สุดถนนบนทางเปลี่ยว (2534) - ตราบดินสิ้นฟ้า (2535) - ดงผู้ดี (2536) - ไอ้คุณผี (2538) - พริกขี้หนูกับหมูแฮม (2538) รับเชิญ - เสน่ห์บางกอก (2539) - ชีวิตเหมือนฝัน (2539) - สุดแต่ใจจะไขว่คว้า (2540) - คุณพ่อจอมซ่าส์ (2540) - ไข่ลูกเขย (2540) - รักแท้แค่ขอบฟ้า (2540) - ลูกผู้ชายเหยียบฝัน (2540) - ล่าปีศาจ (2540) - นางสาวแสนแก้ว (2541) - เชลย (2541) - ทรายย้อมสี (2541) - คนึงหา 240 วันไม่ทันห้ามใจ (2541) - เศรษฐีอนาถา (2541) - ธรณีนี่นี้ใครครอง (2541) - ขนมปังกับน้ำพริก (2542) - เจนนี่ นางสาวจำเป็นฮ่ะ (2542) - รักใสใส หัวใจเดียวกัน (2542) - ตำรับรัก (2542) - รักลอยลม (2543) - ไอดินกับกลิ่นไวน์ (2543) - ประกาศิตเงินตรา (2543) - สุดหัวใจ (2544) - สะใภ้ไร้ศักดินา (2544) - พระรถเสน (2544) - วัยร้ายไฮสคูล (2544) - พยัคฆ์ร้าย โอมเพี้ยง (2545) - 5 คม (2545) รับบทเป็น ผู้ใหญ่บ้าน/พ่อของครูแพร (รับเชิญ) - มาดามยี่หุบ (2545) รับเชิญ - หนูชื่อทองสร้อยค่ะ (2545) รับบท ทองคำ เพชรเงินทอง - แม่ยายที่รัก (2545) - ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง (2545) - เสื้อสีฝุ่น (2545) - อลวนคนไร่ส้ม (2546) - กาเหว่าที่บางเพลง (2546) - สมปองน้องสมชาย (2547) - ท่านชายต้มยำกุ้ง (2547) - ลูกสาวแม่เอ๊ย (2547) - สองเรานิรันดร (2548) - ดื้อนักรักเลย (2548) - นางฟ้าไซเบอร์ (2548) รับเชิญ - ธรรมะ (ทำไม) (2549) รับบท หลวงตาเปรื่อง - คุณชายร้ายเล่มเกวียน (2549) - หิมะใต้พระจันทร์ (2549) - แกะรอยรัก (2551) - สะใภ้ไกลปืนเที่ยง (2552) รับบท กำนันแพร้ว - คู่เดือด (2553) - วุ่นวายสบายดี (2555)- ช่อง 5 - พิมพิลาไลย (2522) - สายใจ (2524) รับบท ศักดิ์สิทธิ์ - ไฟหนาว (2525) - มหาเวสสันดรชาดก (2530) รับบท พระเจ้ากรุงสญชัย - แม่ผัวมหาภัยกับสะใภ้สารพัดพิษ (2534) รับเชิญ - กาในฝูงหงส์ (2535) - เจ้าสาวแสนกล (2535) - สกุลกา (2536) - บัลลังก์เมฆ (2536) - ยามเมื่อลมพัดหวน (2536) - คนละโลก (2536) รับเชิญ - แรงเทียน (2536) รับเชิญ - เพลิงสีรุ้ง (2537) - เมียข้างถนน (2537) - นางสิบสอง (2538) - รักหลอกๆ อย่าบอกใคร (2539) - สันติบาล (2539) - พิสูจน์รักจากสวรรค์ (2539) - แม่ปูไข่ (254x) - สะใภ้อลวน คนอลเวง (254x) - ชุมทางเขาชุมทอง (2540) - รักผู้พันแถมเรือพ่วง (2540) - หลานสาวคุณหญิง (2540) - ดวงไฟในพายุ (2540) - ผู้ชายหัวใจไม่แพ้ (2541) รับบท เปี๊ยก - หัวใจทระนง (2541) รับเชิญ - พระจันทร์ลายกระต่าย (2542) - สาวใช้หัวใจชิคาโก้ (2543) - เจ้าแม่จำเป็น (2544) รับบท โต๊ด - ฝันเฟื่อง (2548) รับบท รมต. ประเสริฐศักดิ์- ช่อง 7 - หัวใจสองภาค (2530) - อีสา (2531) รับบท ท่านชายโชติช่วงรวี รวีวาร - สวรรค์เบี่ยง (2531) - จำเลยรัก (2531) - ปัญญาชนก้นครัว (2531) รับบท อุทยาน - ปริศนาของเวตาล (2532) - คนเหนือดวง (2532) - แววมยุรา (2532) - อุบัติเหตุ (2533) รับบท อำนวย - กนกลายโบตั๋น (2533) - เชลยศักดิ์ (2534) - ตะวันชิงพลบ (2534) - นางทิพย์ (2535) - มาลัยทอง (2535) - พรพรหมอลเวง (2535) - สองฝั่งคลอง (2535) - โม่งป่า (2535) - วันนี้ที่รอคอย (2536) - ครูซ่อนกลิ่น (2537) - ดาวแต้มดิน (2538) - ไกรทอง (2538) - ความรักของคุณฉุย 2 (2538) - เมื่อหมอกสลาย (2538) - ไม้ดัด (2539) - ซุ้มสะบันงา (2540) - คนเหนือดวง ภาค 2 (2540) - สัมปทานหัวใจ (2540) - สวัสดีคุณครู (2541) - เสน่ห์ลูกทุ่ง (2541) - นิทรา สายัณห์ (2542) - ซื่อ…ไม่บื้อรัก (2542) - คุณปู่ซู่ซ่า (2542) - เทพบุตรสลัม (2543) - กำนันหญิง (2544) - หงส์ฟ้ากับสมหวัง (2544) - เมียจำเป็น (2544) รับบท ตรง - ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน (2544) รับเชิญ - เจ้าชายหัวใจเกินร้อย (2545) - หัวใจไกลปืนเที่ยง (2545) - ตลาดโรงเจลิเกความรัก (2546) - รักข้ามคลอง (2546) - รักสุดขั้ว (2547) รับบท โรจน์ - หน้ากาก (2547) - รุ้งเคียงดาว (2548) - ดวง (2549) - ดอกเบี้ยเคลียร์รัก (2549) - สายน้ำสามชีวิต (2549) - ดั่งดวงหฤทัย (2550) - เธอคือชีวิต (2551) - ทหารหญิงหัวใจแหวว (2551) - ศิลามณี (2551) รับเชิญ - รักนี้...เคียงตะวัน (2552) รับเชิญ - กำนันอี๊ด (2552) - เณรน้อย (2552) - สมหวังสู้สู้ (2554) - คู่แค้นแสนรัก (2554) - กระบือบาล (2555) - ตะวันยอแสง (2555) - ไข่ลูกเขย (2555)- ช่อง 9 - ในม่านเมฆ (2530) - แม่เลี้ยงคนใหม่ (2534) - เจ้าจอม (2535) - มนุษย์ (2535) รับเชิญ - พรหมพยศ (2536) - พิศวงพิศวาส (2536) - ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง (2538) - สวรรค์บ้านทุ่ง (2541) - 4 รุ่น 4 วุ่น เดอะ ซีรีส์ (2555) รับบท พิชัย- ช่อง ITV - หลงไฟ (2544) - พ่อดอกรักเร่ (2546) - ช่อง 11 - เพียงเดือนจะฉาย (2531)- ช่องเวิร์คพอยท์ - พันท้ายนรสิงห์ (2559)ซิทคอมซิทคอม. - หกตกไม่แตก (ช่อง 7) รับเชิญ รับบท เจ้าพ่อ ในตอน ลูกสาวเจ้าพ่อ - บ้านนี้มีรัก (ช่อง 9) รับเชิญ รับบท นายหว่าง (ขา) เป็นแฟนเก่าของแม่ - ระเบิดเถิดเทิง (ช่อง 5) รับเชิญ ปี 2539 , 2542 / รับเชิญพิเศษ ปี 2540 , 2541 / 2542 เป็นต้นมา รับบทเป็น คุณพ่อของเจ๊ตุ่ม (แดนนี่ ศรีภิญโญ)มิวสิกวิดีโอมิวสิกวิดีโอ. - เรียกพี่ได้ไหม - เสรี รุ่งสว่าง - เรียกพี่ยังไหว - ยุ้ย ญาติเยอะ - คุณนายขาแมลงสาบ - ยุ้ย ญาติเยอะ
ไพโรจน์ ใจสิงห์ เกิดเมื่อใด
{ "answer": [ "15 กันยายน พ.ศ. 2486" ], "answer_begin_position": [ 357 ], "answer_end_position": [ 377 ] }
3,046
166,769
ไพโรจน์ ใจสิงห์ ไพโรจน์ ใจสิงห์ เป็นนักแสดงอาวุโส ที่เข้าสู่วงการตั้งแต่ พ.ศ. 2514 และมีชื่อเสียงเป็นนักแสดงนำ ช่วง พ.ศ. 2514 - พ.ศ. 2516 แล้วจึงหันมารับบทตัวรอง หลากหลาย ทั้งพระเอก ผู้ร้าย บทตัวพ่อ บทตลก จนถึงปัจจุบันประวัติ ประวัติ. ไพโรจน์ ใจสิงห์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2486 ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ จบการศึกษาจากโรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัย เคยเป็นครูที่โรงเรียนสารวิทยา และโรงเรียนอำนวยศิลป์พระนครมาหลายปี ระหว่างสอนหนังสือก็ได้หารายได้พิเศษเล่นดนตรีตอนกลางคืน เข้าสู่วงการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 โดยรับบทพระเอกจากเรื่อง ดวง ของ เปี๊ยก โปสเตอร์ คู่กับ วนิดา อมาตยกุล และ สังข์ทอง สีใส เป็นตัวประกอบ ตามด้วยการทำงานกับผู้กำกับมืออาชีพอีกหลายคน ได้แก่ คนสู้คน ของ วิจารณ์ ภักดีวิจิตร คู่กับ อรัญญา นามวงศ์ และ ชุมพร เทพพิทักษ์ , เพชรตาแมว (จากละครวิทยุโด่งดังในอดีตโดยคณะกันตนา) ของ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก คู่กับ นัยนา ชีวานันท์ , ลูกชู้ ของ มารุต คู่กับ สุทิศา พัฒนุช และ สาวขบเผาะ ของ เนรมิต คู่กับ ผึ้ง สุวรรณแพทย์ ในปี พ.ศ. 2515 ไพโรจน์เป็นนักแสดงคู่ขวัญกับ วันดี ศรีตรัง มีผลงานแสดงนำร่วมกันหลายเรื่อง ช่วงปี พ.ศ. 2516 ได้แก่ ยอดสงสาร รัญจวนจิต สวรรค์เวียงพิงค์ เหลือแต่รัก น้ำตานาง ในช่วงที่ชีวิตการแสดงรุ่งเรือง จัดเป็นนักแสดงชั้นนำอันดับต้นๆ ร่วมกับ สมบัติ เมทะนี, ยอดชาย เมฆสุวรรณ, กรุง ศรีวิไล, นาท ภูวนัย ช่วงหลังปี พ.ศ. 2517 รับบทรอง คู่กับ กรุง ศรีวิไล และ อุเทน บุญยงค์ ระยะหลัง รับงานแสดงเป็นครั้งคราว กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง จากการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับภาพยนตร์โฆษณา เปิดตัวเบียร์ลีโอ ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี เมื่อ พ.ศ. 2542 โดยผู้บริหารเจาะจงเลือก ไพโรจน์ ใจสิงห์ ให้แสดงโฆษณานี้ เพราะมีนามสกุลพ้องกับชื่อผลิตภัณฑ์ เบียร์สิงห์ ของบริษัท ภาพยนตร์โฆษณานี้เป็นแนวตลกขบขัน ไพโรจน์ รับบทผู้ใหญ่บ้านจัดงานฉลองแต่งงานให้กับลูกสาว โดยเชิญผู้ว่าฯ มาเป็นประธาน เมื่อผู้ว่าฯ ได้ทดลองดื่มเบียร์ลีโอ ก็ติดใจในรสชาติ นั่งดื่มเบียร์จนถึงเช้า โฆษณาชุดนี้ถูกประท้วงจากกลุ่มผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ทำให้ภาพลักษณ์ของวิชาชีพเสียหาย ชีวิตส่วนตัวสมรสแล้วกับนางโซติรส ใจสิงห์ (นก) มีบุตรทั้งหมด 9 คน หนึ่งในนั้นคือ ชื่อ กฤษฎา ใจสิงห์ ศิลปินเพลงแนวอินดี้ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ไพโรจน์ได้ป่วยเป็นโรคอัมพฤตซีกซ้าย โดยเป็นหลายโรครุมเร้า เช่น ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองตีบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจและต่อมลูกหมากโต ได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกจนอาการดีขึ้น ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556 ได้มีอาการทรุดลงอีกครั้งโดยมีอาการไข้ขึ้นสูง และเบื่ออาหาร จึงถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีอีกครั้งผลงานภาพยนตร์พ.ศ. 2514-2519ผลงาน. ภาพยนตร์. พ.ศ. 2514-2519. - ดวง (2514) - คนสู้คน (2515) - เพชรตาแมว (2515) - แม่ยาย (2515) - รอยบุญ (2515) - ลูกชู้ (2515) - สาวขบเผาะ (2515) - หัวใจมีตีน (2515) - ดรุณีผีสิง (2516) - 2 ชาติสมิง (2516) - ความรักมักเป็นอย่างนี้ (2516) - ไผ่ล้อมรัก (2516) - มารรัก (2516) - ยอดสงสาร (2516) - รัญจวนจิต (2516) - สวรรค์เวียงพิงค์ (2516) - รสสวาท (2516) - สายชล (2516) - เสือหยิ่งสิงห์ผยอง (2516) - หมอกฟ้า (2516) - เหลือแต่รัก (2516) - เกาะรักนางงู (2517) - เจ้าดวงดอกไม้ (2517) - น้ำตานาง (2517) - บุษบาขายรัก (2517) - ผู้ดีเถื่อน (2517) - มัจจุราชสีน้ำผึ้ง (2517)- แม่ (2517) - สามปอยหลวง (2517) - หัวใจ 100 ห้อง (2517) - คู่หู (2517) - 7 ดอกจิก (2518) - คำมั่นสัญญา (2518) - งิ้วราย (2518) - จำเลยสวาท (2518) - ตัดเหลี่ยมเพชร (2518) - พยัคฆ์ร้ายไทยถีบ (2518) - ระห่ำลำหัก (2518) - ลูกผู้ชาย (2518) - วัยไฟ (2518) - สาวแรงสูง (2518) - เสือพี่น้องสิงห์ (2518) - หนุมานผจญเห้งเจีย (2518) - ขยะ (2519) - คมเฉือนคม (2519) - สวรรค์ยังมีชั้น (2519) - ชุมเสือ (2519) - ดับสุริยา (2519) - นักเลงมหากาฬ (2519) - แมงดาปีกทอง (2519) - สามนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ (2519) - สู้ (2519) - เสาร์ 5 (2519) - 3 นัด (2519)พ.ศ. 2520-2529พ.ศ. 2520-2529. - 12 สิงห์สยาม (2520) - กูซิใหญ่ (2520) - เขี้ยวเสือเล็บสิงห์ (2520) - ชาติสิงห์ทุ่งสง (2520) - ดับเครื่องชน (2520) - ตาปีอีปัน (2520) - นางฟ้าท่าเรือ (2520) - บินเดี่ยว (2520) - ปล้นอเมริกา (2520) - รักเลือกไม่ได้ (2520) - ราชสีห์ดง (2520) - ลุยแหลก (2520) - หงส์ทอง (2520) - หน้าเนื้อใจเสือ (2520) - ขุนกระทิง (2521) - ขุนดอน (2521) - ข้ามาจากเมืองนคร (2521) - ฆ่าอย่างเดียว (2521) - ดงเย็น (2521) - ด่านนรก (2521) - ถล่มดงนักเลง (2521) - ถล่มวังข่า (2521) - นักล่าผาทอง (2521) - พ่อเสือลูกสิงห์ (2521) - มันส์เขาล่ะ (2521) - ยมบาลจ๋า (2521) - ลูกโดด (2521)- ล้วงคองูเห่า (2521) - เสือเผ่น (2521) - หัวใจสีชมพู (2521) - อาณาจักรนักเลง (2521) - ตลุมบอน (2522) - ทำไมถึงต้องเป็นเรา (2522) - นรกบนดิน (2522) - นรกแตก (2522) - โป่งกระทิง (2522) - รักต้องกระซิบ (2522) - ลาบเลือด (2522) - อวนดำ (2522) - ไอ้ฟ้าผ่า (2522) - ไอ้เขี้ยวตัน (2522) - ชายชาติเสือ (2523) - บัวสีน้ำเงิน (2523) - บุญเพ็งหีบเหล็ก (2523) - 5 คม (2524) - มือปืนกระดูกเหล็ก (2524) - ยางโทน (2524) - สะดิ้ง (2524) - ถล่มแผนจ้าวโลก (2525) - ตีแสกหน้า (2527) - ลูกหลง (2528) - รักสอง เมีย ต้องห้าม (2528) - แด่คุณครูด้วยหัวใจ (2529) - สงครามร้อนรัก (2529)พ.ศ. 2530-ปัจจุบันพ.ศ. 2530-ปัจจุบัน. - เพชร 7 เหลี่ยม (2530) - รอยเสือ (2530) - มนุษย์หมาป่า (2530) - เรือมนุษย์ (2531) - รอยไถ (2532) - วิ่งหน้าตั้งก็ยังรักเธอ (2535) - จะกู่รักกอดน้องให้ก้องโลก (2535) - เร็วกว่าใจ ไกลเกินฝัน (2536) - ชะแว้บแอบปิ๊ง (2536) - กำแพง (2542) - ฟ้าทะลายโจร (2543) - สุริโยไท (2544) - 191 1/2 มือปราบทราบแล้วป่วน (2546) - ผีหัวขาด 2 (2547) - สุริยะฆาต 2547) - มนต์รักลูกทุ่ง(2548) - ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 ตอน องค์ประกันหงสา (2550) - เท่งโหน่งคนมาหาเฮีย (2550) - หนุมานคลุกฝุ่น (2551) - อยากได้ยินว่ารักกัน (2553)กำกับภาพยนตร์กำกับภาพยนตร์. - ลูกหลง (2528) - ราชสีห์หน้าเซ่อ (2531) - รอยไถ (2532)ละครละคร. - ช่อง 3 - มนต์ดำ (2522) - หนามชีวิต (2530) - สุดถนนบนทางเปลี่ยว (2534) - ตราบดินสิ้นฟ้า (2535) - ดงผู้ดี (2536) - ไอ้คุณผี (2538) - พริกขี้หนูกับหมูแฮม (2538) รับเชิญ - เสน่ห์บางกอก (2539) - ชีวิตเหมือนฝัน (2539) - สุดแต่ใจจะไขว่คว้า (2540) - คุณพ่อจอมซ่าส์ (2540) - ไข่ลูกเขย (2540) - รักแท้แค่ขอบฟ้า (2540) - ลูกผู้ชายเหยียบฝัน (2540) - ล่าปีศาจ (2540) - นางสาวแสนแก้ว (2541) - เชลย (2541) - ทรายย้อมสี (2541) - คนึงหา 240 วันไม่ทันห้ามใจ (2541) - เศรษฐีอนาถา (2541) - ธรณีนี่นี้ใครครอง (2541) - ขนมปังกับน้ำพริก (2542) - เจนนี่ นางสาวจำเป็นฮ่ะ (2542) - รักใสใส หัวใจเดียวกัน (2542) - ตำรับรัก (2542) - รักลอยลม (2543) - ไอดินกับกลิ่นไวน์ (2543) - ประกาศิตเงินตรา (2543) - สุดหัวใจ (2544) - สะใภ้ไร้ศักดินา (2544) - พระรถเสน (2544) - วัยร้ายไฮสคูล (2544) - พยัคฆ์ร้าย โอมเพี้ยง (2545) - 5 คม (2545) รับบทเป็น ผู้ใหญ่บ้าน/พ่อของครูแพร (รับเชิญ) - มาดามยี่หุบ (2545) รับเชิญ - หนูชื่อทองสร้อยค่ะ (2545) รับบท ทองคำ เพชรเงินทอง - แม่ยายที่รัก (2545) - ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง (2545) - เสื้อสีฝุ่น (2545) - อลวนคนไร่ส้ม (2546) - กาเหว่าที่บางเพลง (2546) - สมปองน้องสมชาย (2547) - ท่านชายต้มยำกุ้ง (2547) - ลูกสาวแม่เอ๊ย (2547) - สองเรานิรันดร (2548) - ดื้อนักรักเลย (2548) - นางฟ้าไซเบอร์ (2548) รับเชิญ - ธรรมะ (ทำไม) (2549) รับบท หลวงตาเปรื่อง - คุณชายร้ายเล่มเกวียน (2549) - หิมะใต้พระจันทร์ (2549) - แกะรอยรัก (2551) - สะใภ้ไกลปืนเที่ยง (2552) รับบท กำนันแพร้ว - คู่เดือด (2553) - วุ่นวายสบายดี (2555)- ช่อง 5 - พิมพิลาไลย (2522) - สายใจ (2524) รับบท ศักดิ์สิทธิ์ - ไฟหนาว (2525) - มหาเวสสันดรชาดก (2530) รับบท พระเจ้ากรุงสญชัย - แม่ผัวมหาภัยกับสะใภ้สารพัดพิษ (2534) รับเชิญ - กาในฝูงหงส์ (2535) - เจ้าสาวแสนกล (2535) - สกุลกา (2536) - บัลลังก์เมฆ (2536) - ยามเมื่อลมพัดหวน (2536) - คนละโลก (2536) รับเชิญ - แรงเทียน (2536) รับเชิญ - เพลิงสีรุ้ง (2537) - เมียข้างถนน (2537) - นางสิบสอง (2538) - รักหลอกๆ อย่าบอกใคร (2539) - สันติบาล (2539) - พิสูจน์รักจากสวรรค์ (2539) - แม่ปูไข่ (254x) - สะใภ้อลวน คนอลเวง (254x) - ชุมทางเขาชุมทอง (2540) - รักผู้พันแถมเรือพ่วง (2540) - หลานสาวคุณหญิง (2540) - ดวงไฟในพายุ (2540) - ผู้ชายหัวใจไม่แพ้ (2541) รับบท เปี๊ยก - หัวใจทระนง (2541) รับเชิญ - พระจันทร์ลายกระต่าย (2542) - สาวใช้หัวใจชิคาโก้ (2543) - เจ้าแม่จำเป็น (2544) รับบท โต๊ด - ฝันเฟื่อง (2548) รับบท รมต. ประเสริฐศักดิ์- ช่อง 7 - หัวใจสองภาค (2530) - อีสา (2531) รับบท ท่านชายโชติช่วงรวี รวีวาร - สวรรค์เบี่ยง (2531) - จำเลยรัก (2531) - ปัญญาชนก้นครัว (2531) รับบท อุทยาน - ปริศนาของเวตาล (2532) - คนเหนือดวง (2532) - แววมยุรา (2532) - อุบัติเหตุ (2533) รับบท อำนวย - กนกลายโบตั๋น (2533) - เชลยศักดิ์ (2534) - ตะวันชิงพลบ (2534) - นางทิพย์ (2535) - มาลัยทอง (2535) - พรพรหมอลเวง (2535) - สองฝั่งคลอง (2535) - โม่งป่า (2535) - วันนี้ที่รอคอย (2536) - ครูซ่อนกลิ่น (2537) - ดาวแต้มดิน (2538) - ไกรทอง (2538) - ความรักของคุณฉุย 2 (2538) - เมื่อหมอกสลาย (2538) - ไม้ดัด (2539) - ซุ้มสะบันงา (2540) - คนเหนือดวง ภาค 2 (2540) - สัมปทานหัวใจ (2540) - สวัสดีคุณครู (2541) - เสน่ห์ลูกทุ่ง (2541) - นิทรา สายัณห์ (2542) - ซื่อ…ไม่บื้อรัก (2542) - คุณปู่ซู่ซ่า (2542) - เทพบุตรสลัม (2543) - กำนันหญิง (2544) - หงส์ฟ้ากับสมหวัง (2544) - เมียจำเป็น (2544) รับบท ตรง - ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน (2544) รับเชิญ - เจ้าชายหัวใจเกินร้อย (2545) - หัวใจไกลปืนเที่ยง (2545) - ตลาดโรงเจลิเกความรัก (2546) - รักข้ามคลอง (2546) - รักสุดขั้ว (2547) รับบท โรจน์ - หน้ากาก (2547) - รุ้งเคียงดาว (2548) - ดวง (2549) - ดอกเบี้ยเคลียร์รัก (2549) - สายน้ำสามชีวิต (2549) - ดั่งดวงหฤทัย (2550) - เธอคือชีวิต (2551) - ทหารหญิงหัวใจแหวว (2551) - ศิลามณี (2551) รับเชิญ - รักนี้...เคียงตะวัน (2552) รับเชิญ - กำนันอี๊ด (2552) - เณรน้อย (2552) - สมหวังสู้สู้ (2554) - คู่แค้นแสนรัก (2554) - กระบือบาล (2555) - ตะวันยอแสง (2555) - ไข่ลูกเขย (2555)- ช่อง 9 - ในม่านเมฆ (2530) - แม่เลี้ยงคนใหม่ (2534) - เจ้าจอม (2535) - มนุษย์ (2535) รับเชิญ - พรหมพยศ (2536) - พิศวงพิศวาส (2536) - ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง (2538) - สวรรค์บ้านทุ่ง (2541) - 4 รุ่น 4 วุ่น เดอะ ซีรีส์ (2555) รับบท พิชัย- ช่อง ITV - หลงไฟ (2544) - พ่อดอกรักเร่ (2546) - ช่อง 11 - เพียงเดือนจะฉาย (2531)- ช่องเวิร์คพอยท์ - พันท้ายนรสิงห์ (2559)ซิทคอมซิทคอม. - หกตกไม่แตก (ช่อง 7) รับเชิญ รับบท เจ้าพ่อ ในตอน ลูกสาวเจ้าพ่อ - บ้านนี้มีรัก (ช่อง 9) รับเชิญ รับบท นายหว่าง (ขา) เป็นแฟนเก่าของแม่ - ระเบิดเถิดเทิง (ช่อง 5) รับเชิญ ปี 2539 , 2542 / รับเชิญพิเศษ ปี 2540 , 2541 / 2542 เป็นต้นมา รับบทเป็น คุณพ่อของเจ๊ตุ่ม (แดนนี่ ศรีภิญโญ)มิวสิกวิดีโอมิวสิกวิดีโอ. - เรียกพี่ได้ไหม - เสรี รุ่งสว่าง - เรียกพี่ยังไหว - ยุ้ย ญาติเยอะ - คุณนายขาแมลงสาบ - ยุ้ย ญาติเยอะ
ไพโรจน์ ใจสิงห์ เข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่ปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2514" ], "answer_begin_position": [ 168 ], "answer_end_position": [ 172 ] }
3,047
150,201
นกแต้วแร้วท้องดำ นกแต้วแร้วท้องดำ หรือ นกแต้วแล้วท้องดำ (, ) เป็นนกที่พบในพม่าและไทย ปัจจุบันพบได้ที่ เขานอจู้จี้ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และบางส่วนในประเทศพม่า นกแต้วแร้วท้องดำถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1875 ในเขตตะนาวศรี ประเทศพม่า โดยชื่อสามัญในภาษาอังกฤษและชื่อวิทยาศาสตร์ตั้งขึ้นเป็นเพื่อเป็นเกียรติแก่ จอห์น เฮนรี เกอนีย์ นายธนาคารและนักปักษีวิทยาสมัครเล่นชาวอังกฤษ มีรายงานการพบครั้งสุดท้าย ในประเทศพม่าปี ค.ศ. 1914 และไม่พบอีกเลยติดต่อกันนานถึง 50 ปี ทำให้ CITES ขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1986 ถูกค้นพบในประเทศไทยโดย ฟิลิป ดี. ราวด์ และ อุทัย ตรีสุคนธ์ โดยพบ 44-45 คู่ แต่ในปี ค.ศ. 1997 เหลือเพียง 9 คู่เท่านั้น ปัจจุบันคาดว่ามีอยู่ประมาณ 13-20 คู่เท่านั้น จึงถูกให้เป็นสัตว์ป่าสงวน 15 ชนิดของไทย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ซึ่ง IUCN เคยประเมินสถานภาพให้อยู่ในระดับใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CE) แต่จากการที่การสำรวจพบประชากรของนกชนิดนี้ในประเทศพม่ามากขึ้น ในปี ค.ศ. 2008 จึงปรับสถานภาพให้ดีขึ้นเล็กน้อยเป็นใกล้สูญพันธุ์ (EN) นกแต้วแร้วท้องดำ เป็นหนึ่งในนกแต้วแร้ว 12 ชนิดที่พบได้ในประเทศไทย รูปร่างอ้วนป้อม คอสั้น หัวโต หางสั้น ลำตัวยาว 22 เซนติเมตร ตัวผู้หัวมีสีดำ กระหม่อมและท้ายทอยสีน้ำเงินเหลือบฟ้า หางสีน้ำเงินอมเขียว ท้องสีเหลืองสดมีริ้วสีดำบาง ๆ พาดสลับตลอดช่วงท้อง ใต้ท้องมีแต้มสีดำ อันเป็นที่มาของชื่อ ตัวเมียกระหม่อมสีเหลืองอ่อน มีแถบดำผ่านใต้ตาลงไปถึงแก้ม ท้องสีขาว มีแถบสีน้ำตาลขวางจากอกลงไปถึงก้น อาศัยอยู่ในป่าดิบที่ราบต่ำ ซึ่งมีระดับความสูงไม่เกิน 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล มักพบตามที่ราบ ใกล้ร่องน้ำหรือลำธารที่ชื้นแฉะ ไม่ชอบอยู่บริเวณที่มีไม้พื้นล่างขึ้นรกทึบ หากินด้วยการกระโดดหาแมลงบนพื้นดินกินหรืออาจขุดไส้เดือนดินขึ้นมากิน บางครั้งอาจจับกบ และสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กด้วย โดยเฉพาะในช่วงมีลูกอ่อน นกตัวผู้จะร้องหาคู่ด้วยเสียง 2 พยางค์ เร็ว ๆ ว่า "ท-รับ" แต่ถ้าตกใจจะร้องเสียงว่า "แต้ว แต้ว" เว้นช่วงแต่ละพยางค์ประมาณ 7-8 วินาที และอาจร้องนานเป็นชั่วโมง ส่วนเสียงที่ใช้ในการสื่อสารกันระยะใกล้จะใช้เสียงนุ่มดังว่า "ฮุ ฮุ" มีฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ออกไข่คราวละ 3-4 ฟอง
ในปัจจุบันสามารถพบนกแต้วแร้วท้องดำได้ในจังหวัดใดของประเทศไทย
{ "answer": [ "กระบี่" ], "answer_begin_position": [ 265 ], "answer_end_position": [ 271 ] }
3,050
244,265
สงขลาอะควาเรี่ยม สงขลาอะควาเรี่ยม () หรือเดิม สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สงขลา ตั้งอยู่ที่แหลมสนอ่อน อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศวิทยาและจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิดแห่งแรกของภาคใต้ตอนล่าง โดยเริ่มเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551 ก่อนหน้าพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเปิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552 ลักษณะโดยรวมคือมีความโดดเด่นในการจำลองระบบนิเวศวิทยาภาคใต้ และจำลองสภาพวิถีชีวิตของชาวใต้การก่อสร้าง การก่อสร้าง. ใช้งบประมาณ 240 ล้านบาทและใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2549 และแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2552อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ. อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภายในแบ่งส่วนการจัดแสดงออกเป็น 4 โซน ได้แก่- โซนเอ กลุ่มสัตว์น้ำจืด และกลุ่มปลาบริเวณต้นน้ำ - โซนบี กลุ่มสัตว์น้ำกร่อย กลุ่มปลาเศรษฐกิจ - โซนซี กลุ่มสัตว์น้ำเค็ม กลุ่มปลาสวยงาม ปะการัง - โซนดี เรียกว่าโซน Big Tank จัดแสดงสัตว์น้ำเค็มต่างๆ เช่นฉลาม กระเบน ภายในห้องโถงตรงกลางอาคารจะเป็นลานนิทรรศการกลางแจ้ง และร้านจำหน่ายของที่ระลึก
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งใดที่เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศวิทยาและจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งแรกในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย
{ "answer": [ "สงขลาอะควาเรี่ยม" ], "answer_begin_position": [ 108 ], "answer_end_position": [ 124 ] }
3,051
244,265
สงขลาอะควาเรี่ยม สงขลาอะควาเรี่ยม () หรือเดิม สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สงขลา ตั้งอยู่ที่แหลมสนอ่อน อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศวิทยาและจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิดแห่งแรกของภาคใต้ตอนล่าง โดยเริ่มเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2551 ก่อนหน้าพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเปิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552 ลักษณะโดยรวมคือมีความโดดเด่นในการจำลองระบบนิเวศวิทยาภาคใต้ และจำลองสภาพวิถีชีวิตของชาวใต้การก่อสร้าง การก่อสร้าง. ใช้งบประมาณ 240 ล้านบาทและใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2549 และแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2552อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ. อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภายในแบ่งส่วนการจัดแสดงออกเป็น 4 โซน ได้แก่- โซนเอ กลุ่มสัตว์น้ำจืด และกลุ่มปลาบริเวณต้นน้ำ - โซนบี กลุ่มสัตว์น้ำกร่อย กลุ่มปลาเศรษฐกิจ - โซนซี กลุ่มสัตว์น้ำเค็ม กลุ่มปลาสวยงาม ปะการัง - โซนดี เรียกว่าโซน Big Tank จัดแสดงสัตว์น้ำเค็มต่างๆ เช่นฉลาม กระเบน ภายในห้องโถงตรงกลางอาคารจะเป็นลานนิทรรศการกลางแจ้ง และร้านจำหน่ายของที่ระลึก
สงขลาอะควาเรี่ยม เริ่มเปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2551" ], "answer_begin_position": [ 350 ], "answer_end_position": [ 354 ] }
3,052
78,265
สราวุธ วัชรพล นายสราวุธ วัชรพล หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บุตรชายคนกลาง ของ นายกำพล วัชรพล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กับ คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล ประธานกรรมการ บริษัท วัชรพล จำกัดจบการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล นายสราวุธ สมรสกับ นางอรพรรณ วัชรพล (นามสกุลเดิม พานทอง) อดีตนักร้องนักแสดงชื่อดัง ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการ บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัดเครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์. - พ.ศ. 2550 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) - - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.) - พ.ศ. 2540 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้น ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.)
ใครคือภรรยาของนายสราวุธ วัชรพล หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
{ "answer": [ "นางอรพรรณ วัชรพล" ], "answer_begin_position": [ 334 ], "answer_end_position": [ 350 ] }
3,053
345,218
สีเผือก คนด่านเกวียน สีเผือก คนด่านเกวียน นักร้องนำของวงคนด่านเกวียน วงดนตรีเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงวงหนึ่งของไทย มีชื่อจริงว่า อิศรา อนันตทัศน์ (ชื่อเดิม: สำรอง อนันตทัศน์) เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 ที่อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ (ขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดหนองคาย) ต่อมาเมื่อเข้าเรียนประถมศึกษาได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ต่อมาสามารถสอบเข้าเรียนวิชาช่างกลเกษตร ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานได้ แต่ทว่าเนื่องจากสถานการณ์การเมืองในเวลานั้นเป็นยุคของเผด็จการทหาร จึงได้มีโอกาสพบปะและร่วมกิจกรรมกับศิลปินหรือนักศึกษาศิลปะคนอื่น ๆ เช่น มงคล อุทก, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, สุรชัย จันทิมาธร และได้เข้าร่วมในเหตุการณ์ 14 ตุลา ด้วย หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา สีเผือกสอบบรรจุครูได้ ด้วยความที่พ่อเป็นครู จึงอยากให้ลูกชายเป็นครูตามด้วย แต่ติดที่พ่อเป็นข้าราชการ ขณะที่สีเผือกมีแนวความคิดต่อต้านระบบราชการอยู่ จึงเข้าทำงานเป็นครูอยู่ตามแถบชายป่า จากนั้นจึงเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในนาม "สหายครู" มีหน้าที่รับส่งเอกสาร, ส่งเสบียง, รับผิดชอบสมาชิกพรรคที่เข้าไปในเมือง พร้อมกับทำหน้าที่สอนหนังสือไปด้วย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2526 ได้ออกอัลบั้มชุดแรกในชื่อชุด "เด็กปั๊ม" กับวงคนด่านเกวียน ประสบความสำเร็จ จนถึงปัจจุบันนี้มีผลงานอัลบั้มออกมามากกว่า 20 อัลบั้ม มีเพลงที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จัก อาทิ เด็กปั๊ม, ชาวนาอาลัย, ตาผุยชุมแพ, กุหลาบปากซัน รวมถึง เดือนเพ็ญ ที่เป็นบทกวีของอัศนี พลจันทร์ มาร้องใหม่ด้วย พ.ศ. 2529 เคยรับราชการเป็นอาจารย์สอนวิชางานเกษตรที่โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน สีเผือก มีชื่อเรียกในวงการเพลงเพื่อชีวิต ที่นักดนตรีมักเรียกเขาด้วยความเคารพว่า "ครูสีเผือก" หรือ "อาจารย์สีเผือก"อัลบั้มเดี่ยว อัลบั้มเดี่ยว. "คนเล่นกล (พ.ศ. 2529)1. คนเล่นกล 2. รองเท้า 3. ไอ้ทอง 4. กฎธรรม์ 5. น้ำตาแม่ 6. ครูแล้ง 7. กุหลาบปากซัน 8. บินเดี่ยว 9. คนธรรมดา 10. เธอ 11. ความรัก 12. อำลา "เสน่ห์น้ำจัณฑ์ (อัลบั้มในโปรเจ็กต์ซูเปอร์ฮิต, พ.ศ. 2533)1. ไอ้ตี๋ขี้เมา 2. ดอกไม้กับนายกระจอก 3. เมาลูกเดียว 4. รักสาวเมืองสิงห์ 5. สุราลำเพลิน 6. สุภาษิตวงเหล้า 7. รำวงกลางทุ่ง 8. อยากกินเนื้อคนใจดำ 9. เช้าแบน-เย็นแบน 10. ถึงแม้พี่นี้จะขี้เมา "สมพรปาก (พ.ศ. 2534)1. อยู่ดีกว่าตาย 2. สมพรปาก 3. จอห์นนี่โคราช 4. สาวสุพรรณโสภา 5. เย็นไว้โยม 6. คำหล้า 7. เพื่อนซี้ 8. จอมขวัญ 9. รอยอารมณ์ 10. พริกป่น "ไผ่ร้อยกอ (พ.ศ. 2535)1. หญิงสาวผู้จุดประกายฝัน 2. ให้เธอ 3. ก่อนจาก 4. ตีนติดดิน 5. สาวโรงงาน 6. สมพงษ์ 7. หนุ่มไชยา 8. สาวเวียงจันทร์ 9. คุณนาย...เท่ 10. โคตรเซ็ง "พ่อขุนร้องไห้ "ลาวแหลงใต้1. ไม่พรือ 2. ลาวแหลงใต้ 3. ต้นยาง 4. บ่าวเมืองคอน 5. แม่ 6. มะเขือยาว 7. บานไม่รู้โรย 8. มายา 9. หยาดฝน 10. เรียนรัก 11. น้องสาม 12. หนุ่มสาว "อยากมีเมีย1. อยากมีเมีย 2. เขยฝั่งลาว 3. เสียงพิณอีสาน 4. ชายนิรนาม 5. กาลเวลา 6. ปีกรัก 7. คิดถึงแม่ 8. ยิ้ม 9. ถอนหงอก 10. พ่อขุนร้องไห้ "หัวใจแหว่ง1. เสี่ยวปนลาว 2. หัวใจแหว่ง 3. สัญญารักลำชี 4. น้ำค้าง 5. ฉากสุดท้าย 6. ห่วงใย 7. กอเดียวกัน 8. สังคมเก่า 9. ธาตุแท้ 10. รักทรมาน "หนามชีวิต1. จอมขวัญ 2. นางฟ้าอรชร 3. บานฉ่ำ 4. ฝันคนเดียว 5. ยิ้ม 6. แรงใจ 7. โลเล 8. สน. รักเมีย 9. สาวใต้ 10. หนามชีวิต "ไอดินกลิ่นฝัน1. หนุ่มหนองคาย 2. สาวแวมไพร์ 3. หนุ่มลำใย-สาวสะตอ 4. สายใยแม่ปิง 5. วิมานดิน 6. ปลอบขวัญ 7. แม่ย่านาง 8. ดิ้นรน 9. คนพเนจร 10. เงา 11. นิยายน้ำเน่า 12. เรือ "ไม้เท้ายอดทอง (พ.ศ. 2553)1. ไม้เท้ายอดทอง 2. ภูผายังท้าชน 3. ดักแด้ 4. สายใยแม่ปิง 5. พ่อขุนร้องไห้ 6. ดิน น้ำ ลม ไฟ 7. ลาวแหลงใต้ 8. หนุ่มลำไย-สาวสะตอ 9. ดอกไม้กับนายกระจอก 10. คิดถึงบ้านอัลบั้มรวมเพลง อัลบั้มรวมเพลง. "สะแด่วแห้ว "UNPLUGGED 12 ปี [2538]1. คืนรัง 2. เดือนเพ็ญ 3. ก่อนจาก 4. ให้เธอ 5. ดวงจำปา 6. กุหลาบปากซัน 7. เสี่ยวอีสาน 8. สะแด่วแห้ว 9. ตาหรุ่ง 10. ชายชรา 11. ชาวนาอาลัย 12. วันทอง "วันทอง ๒๕๔๐1. ก่อนจาก 2. กุหลาบปากซัน 3. คนหลังเขา 4. คืนรัง 5. ชายชรา 6. ชาวนาอาลัย 7. เสียงขวงแคนงาม 8. ดวงจำปา 9. ดอกจาน 10. เดือนเพ็ญ 11. ตาหรุ่ง 12. แม่ 13. วันทอง 14. สะแด่วแห้ว 15. ลาวแหลงใต้ 16. ให้เธอ "ยังแจ๋ว1. สวรรค์บ้านนอก 2. หน่อโคราช สระบุรีเลี้ยวขวา 3. รักเขาทำไม 4. เธอผู้เสียสละ 5. จันทร์เจ้าขา 6. สาวส่งออก 7. พี่ชาย 8. ยืมควาย 9. สายบัว 10. กำลังใจ "สีเผือก คนด่านเกวียน Bonus1. เด็กปั้ม 2. วันทอง 3. ไอ้หิน 4. ตาหรุ่ง 5. กุหลาบให้เธอ 6. กุหลาบปากซัน 7. คืนรัง 8. สยามเมืองยิ้ม 9. ล้างลิ้น 10. ชาวนาอาลัย 11. ตะเกียง 12. คนฟั่นเฟือน 13. สุดขอบฟ้า 14. ชายชรา "สีเผือก ช่า ช่า ช่า1. ตาผุยชุมแพ 2. บ่อสร้างกางจ้อง 3. ซี่โครงบุญมา 4. เด็กปั๊ม 5. เสี่ยวอีสาน 6. วันทอง 7. ไอ้หิน 8. ไก่ชน 9. เซ็ง 10. ลอยลมบนอัลบั้มที่ทำร่วมกับศิลปินอื่นๆอัลบั้มที่ทำร่วมกับศิลปินอื่นๆ. - หวานใจข้าวเหนียว ร่วมกับ เล็ก คาราบาว(2550)
นักร้องนำของวงคนด่านเกวียนคือใคร
{ "answer": [ "สีเผือก" ], "answer_begin_position": [ 116 ], "answer_end_position": [ 123 ] }
3,054
48,130
อุทยานแห่งชาติเขาสก อุทยานแห่งชาติเขาสก มีพื้นที่อยู่ในท้องที่อำเภอพนมและอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพพื้นที่เป็นธรรมชาติอันกว้างใหญ่ปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของเขตอุทยานแห่งชาติ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน พื้นที่ราบมีน้อย พื้นที่ส่วนหนึ่งด้านทิศเหนือบริเวณคลองพระแสงเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เกิดขึ้นเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน) ประกอบไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด อุทยานแห่งชาติเขาสกมีเนื้อที่ประมาณ 741.01 ตารางกิโลเมตร หรือ 463,131.43 ไร่ ได้มีการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2523ภูมิประเทศ ภูมิประเทศ. สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะ มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง ที่ราบมีไม่มาก มีสภาพป่าเป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์มากเป็นป่าต้นน้ำ ลำธารของแม่น้ำตาปี จุดสูงสุดมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 960 เมตร โดยเฉลี่ยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร และลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียวปนทรายมีสีแดง บางแห่งเป็นดินลูกรังแต่มีส่วนน้อยภูมิอากาศ ภูมิอากาศ. บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสกได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งสองฝั่ง คือทั้งด้านมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิค ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนถึงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี และจะตกชุกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน ช่วงที่เหมาะในการเข้าไปชมอุทยานแห่งชาติเขาสกจะอยู่ในระหว่างเดือนธันวาคม - เมษายน ของทุกปีพืชพันธุ์และสัตว์ป่า พืชพันธุ์และสัตว์ป่า. สัตว์ป่าประกอบไปด้วยสัตว์นานาชนิด ได้แก่ ช้าง กวาง เสือ หมี สมเสร็จ ชะนี ลิง เลียงผา นกชนิดต่าง ๆ เป็นต้น สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น กบทูด และพันธุ์ปลาที่หายากประจำถิ่น ได้แก่ ปลามังกร รวมถึงในอดีตเคยมีบันทึกว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกระซู่ ด้วย โดยในปลายปี พ.ศ. 2508 มีพรานท้องถิ่นสามารถยิงกระซู่ได้ในปลักกลางป่า ต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2530 สืบ นาคะเสถียร ได้ลงพื้นที่สำรวจค้นหาโดยใช้เวลา 10 วัน ไม่เจอตัว แต่ได้พบร่องรอยเมื่อฤดูฝนปีที่ผ่านมา สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบชื้นมีพรรณไม้มีค่า เช่น โดแหลม ตะเคียน ยาง ตาเสือ หงอนไก่ กระบาก ยมหอม อินทนิน ฯลฯ และยังประกอบด้วยพันธุ์ไม้พื้นล่างมากมาย ที่น่าสนใจ ได้แก่ "บัวผุด" เป็นพันธุ์ไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นแหล่งกระจายพันธุ์ไม้ที่ขึ้นปะปนกันระหว่างพันธุ์ไม้ในเขตภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศ
อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่กี่ตารางกิโลเมตร
{ "answer": [ "741.01" ], "answer_begin_position": [ 557 ], "answer_end_position": [ 563 ] }
3,055
48,130
อุทยานแห่งชาติเขาสก อุทยานแห่งชาติเขาสก มีพื้นที่อยู่ในท้องที่อำเภอพนมและอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพพื้นที่เป็นธรรมชาติอันกว้างใหญ่ปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของเขตอุทยานแห่งชาติ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน พื้นที่ราบมีน้อย พื้นที่ส่วนหนึ่งด้านทิศเหนือบริเวณคลองพระแสงเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เกิดขึ้นเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน) ประกอบไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด อุทยานแห่งชาติเขาสกมีเนื้อที่ประมาณ 741.01 ตารางกิโลเมตร หรือ 463,131.43 ไร่ ได้มีการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2523ภูมิประเทศ ภูมิประเทศ. สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะ มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง ที่ราบมีไม่มาก มีสภาพป่าเป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์มากเป็นป่าต้นน้ำ ลำธารของแม่น้ำตาปี จุดสูงสุดมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 960 เมตร โดยเฉลี่ยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร และลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียวปนทรายมีสีแดง บางแห่งเป็นดินลูกรังแต่มีส่วนน้อยภูมิอากาศ ภูมิอากาศ. บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสกได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งสองฝั่ง คือทั้งด้านมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิค ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนถึงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี และจะตกชุกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน ช่วงที่เหมาะในการเข้าไปชมอุทยานแห่งชาติเขาสกจะอยู่ในระหว่างเดือนธันวาคม - เมษายน ของทุกปีพืชพันธุ์และสัตว์ป่า พืชพันธุ์และสัตว์ป่า. สัตว์ป่าประกอบไปด้วยสัตว์นานาชนิด ได้แก่ ช้าง กวาง เสือ หมี สมเสร็จ ชะนี ลิง เลียงผา นกชนิดต่าง ๆ เป็นต้น สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น กบทูด และพันธุ์ปลาที่หายากประจำถิ่น ได้แก่ ปลามังกร รวมถึงในอดีตเคยมีบันทึกว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกระซู่ ด้วย โดยในปลายปี พ.ศ. 2508 มีพรานท้องถิ่นสามารถยิงกระซู่ได้ในปลักกลางป่า ต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2530 สืบ นาคะเสถียร ได้ลงพื้นที่สำรวจค้นหาโดยใช้เวลา 10 วัน ไม่เจอตัว แต่ได้พบร่องรอยเมื่อฤดูฝนปีที่ผ่านมา สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบชื้นมีพรรณไม้มีค่า เช่น โดแหลม ตะเคียน ยาง ตาเสือ หงอนไก่ กระบาก ยมหอม อินทนิน ฯลฯ และยังประกอบด้วยพันธุ์ไม้พื้นล่างมากมาย ที่น่าสนใจ ได้แก่ "บัวผุด" เป็นพันธุ์ไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นแหล่งกระจายพันธุ์ไม้ที่ขึ้นปะปนกันระหว่างพันธุ์ไม้ในเขตภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศ
อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2523" ], "answer_begin_position": [ 654 ], "answer_end_position": [ 658 ] }
3,056
34,155
จำรัส เขมะจารุ ศาสตราจารย์พิเศษ จำรัส เขมะจารุ (11 สิงหาคม พ.ศ. 2472 - 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558) อดีตองคมนตรี และอดีตประธานศาลฎีกาประวัติ ประวัติ. จำรัส เขมะจารุ เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2472 เป็นบุตรของนายเจียก และนางถนอม เขมะจารุ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีธรรมศาสตร์บัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. 2492 เนติบัณฑิตไทย ในปีเดียวกัน และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านกฎหมาย Master of Comparative Laws จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และ Master of Laws จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จำรัส เขมะจารุ ผ่านการศึกษาอบรมจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 19 (2519) และเคยได้รับปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัย 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2530) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2531) และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2549) นอกจากนี้ ยังเคยเป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และประธานกรรมการที่ปรึกษาประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช รวมทั้งประธานกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 10 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับคุณหญิงบังอร เขมะจารุ มีบุตร-ธิดา 3 คน จำรัส เขมะจารุ ถึงแก่อสัญกรรมเนื่องจากติดเชื้อในกระแสโลหิต เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ในขณะดำรงตำแหน่งองคมนตรี สิริอายุ 85 ปี ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 17.03 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโกศมณฑปประกอบศพ พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 7 วัน และทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอดตำแหน่งที่สำคัญในอดีตตำแหน่งที่สำคัญในอดีต. - ประธานศาลฎีกา (2529-2532) - ประธานกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 10) (กฎหมายสาธารณสุข) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - ประธานกรรมการปรับปรุงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา - อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง (2525-2528) - อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง (2523-2525) - อาจารย์ผู้บรรยายในคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ
ใครคือประธานศาลฎีกาที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ถึง 2532
{ "answer": [ "จำรัส เขมะจารุ" ], "answer_begin_position": [ 230 ], "answer_end_position": [ 244 ] }
3,057
93,796
หอกลอง หอกลอง คืออาคารประเภทหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งก่อสร้างในวัดบางแห่ง ใช้เป็นอาคารสำหรับแขวนกลองเพื่อใช้ตีบอกสัญญาณ เวลาแก่พระสงฆ์ในการลงทำวัตรและประกอบกิจของสงฆ์ รายละเอียดต่าง ๆ ของหอกลอง เช่นเดียวกันกับ หอระฆัง
การตีกลองในหอกลองมีไว้เพื่อบอกเวลาในการทำอะไร
{ "answer": [ "การลงทำวัตรและประกอบกิจของสงฆ์" ], "answer_begin_position": [ 219 ], "answer_end_position": [ 249 ] }
3,058
154,357
ฟูจิ (ร้านอาหาร) ร้านอาหารฟูจิ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น โดยคุณทานากะ ชาวญี่ปุ่น ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย ร่วมมือกับพรรคพวกเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นขึ้น ร้านแรกชื่อ "ไทยซึคิจิ" เป็นร้านที่เปิดเพื่อบริการลูกค้าชาวญี่ปุ่นด้วยกันเองเป็นหลัก ซึ่งประสบความสำเร็จดี จากนั้นคุณทานากะยังร่วมหุ้นเปิดร้าน "ชินไดโกกุ" ขึ้นอีกที่ย่านสวนลุม ซึ่งเป็นที่ตั้งของตึกอับดุลลาฮิมในปัจจุบัน ภายหลังได้ย้ายไปอยู่ที่ย่าน อโศก นอกจากนั้นยังเปิด "โกเบ"ที่ย่านสยามสแควร์ เมื่อสั่งสมประสบการณ์การดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นมามากมายเพียงพอ คุณทานากะจึงเปิดร้านอาหาร "ฟูจิ" เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2542 ภายใต้แนวความคิดแรกคือ “สั่งเลย อร่อยทุกอย่าง” ที่ทำให้สโลแกนนี้กลายเป็นคำพูดที่คุ้นหู และติดปากผู้บริโภคมาได้ระยะหนึ่ง โดยร้านแรกเปิดบริการที่ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
สโลแกนของร้านอาหารญี่ปุ่น ฟูจิ คืออะไร
{ "answer": [ "สั่งเลย อร่อยทุกอย่าง" ], "answer_begin_position": [ 694 ], "answer_end_position": [ 715 ] }
3,059
381,147
เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโก เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโก (พระนามเดิม ชาร์ลีน ไลเนตต์ วิตต์สท็อก, ประสูติ 25 มกราคม พ.ศ. 2521) อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติแอฟริกาใต้ และได้ดำรงอิสริยยศเป็น เจ้าหญิงแห่งโมนาโก ในฐานะพระชายาในเจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 องค์อธิปัตย์แห่งโมนาโก หลังจากที่ตำแหน่งดังกล่าวได้ว่างลงหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงเกรซ พระมารดาของสวามีพระประวัติ พระประวัติ. เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโก มีพระนามเดิมว่า ชาร์ลีน ไลเนตต์ วิตต์สท็อก เกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2521 ที่เมืองบูลาวาโย ประเทศโรดิเซีย (ปัจจุบันคือประเทศซิมบับเว) เป็นธิดาของไมเคิล เคนเนต วิตต์สท็อก กับไลเนตต์ วิตต์สท็อก (สกุลเดิม ฮัมเบอร์สโตน) บิดาของเธอมีอาชีพเป็นพนักงานขาย ส่วนมารดาเป็นอดีตผู้ฝึกสอนนักว่ายน้ำและนักดำน้ำ ชาร์ลีนมีน้องชายด้วยกันสองคน ได้แก่ กาเรธ (เกิดปี พ.ศ. 2523) นักเทคนิคคอมพิวเตอร์ และฌอน (เกิดปี พ.ศ. 2526) ทำงานพนักงานขาย ครอบครัวของชาร์ลีนอพยพเข้าสู่ประเทศแอฟริกาใต้ในช่วงปี พ.ศ. 2532 ขณะนั้นพระองค์มีพระชันษาเพียง 11 ปี และเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนประถมทอมนิวบีในเมืองเบโนนี ใกล้กับเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ช่วงปี พ.ศ. 2531-2534 บรรพบุรุษของพระองค์คือ มาร์ทิน ก็อตต์ลีบ วิตต์สท็อก และลุยเซอ วิตต์สท็อก ซึ่งมีพื้นเพเดิมมาจากหมู่บ้านแซร์เรินซิน แถบพอเมอเรเนีย ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเยอรมัน ได้อพยพเข้าสู่ประเทศแอฟริกาใต้ในปี พ.ศ. 2404 เพื่อหลบหนีความยากลำบากเพื่อมาขุดเพชร แต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จ เฮนริก คาร์ล วิตต์สท็อก บุตรชายของมาร์ทิน ก็อตต์ลีบได้สมรสกับโอลีฟ ฟลอเรนซ์ คอล์ดเวลล์ สตรีเชื้อสายอังกฤษ และบุตรชายของพวกเขาคือ ดัดลีย์ เคนเน็ต วิตต์สท็อก (ปู่ของชาร์ลีน) ได้สมรสกับซิลเวีย ฟากัน นิโคลสัน ซึ่งมีเชื้อสายอังกฤษเช่นกันนักกีฬาว่ายน้ำอภิเษกสมรส อภิเษกสมรส. ชาร์ลีนได้พบกับเจ้าชายอัลแบร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2543 ในการแข่งขันว่ายน้ำที่จัดขึ้นในโมนาโก และทั้งสองได้ออกงานร่วมกันครั้งแรกในพิธีเปิดงานโอลิมปิกฤดูหนาวในปี พ.ศ. 2549 ภายหลังชาร์ลีนได้เข้าไปอาศัยร่วมกันกับเจ้าชายอัลแบร์ในปีเดียวกันนั้นเอง ชาร์ลีนและเจ้าชายอัลแบร์ได้ออกงานร่วมกันอีกในงานอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงวิกตอเรีย มกุฎราชกุมารีแห่งสวีเดน ปี พ.ศ. 2553 และงานอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ ในปี พ.ศ. 2554 เจ้าชายอัลแบร์ทรงหมั้นกับชาร์ลีนเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เธอต้องละจากการนับถือนิกายโปรเตสแตนต์ แล้วเปลี่ยนไปนับถือนิกายโรมันคาทอลิก ตามกฎมนเทียรบาลของโมนาโก หลังจากนั้นว่าที่เจ้าหญิงแห่งโมนาโกจะต้องหัดรับสั่งภาษาฝรั่งเศส และภาษาโมนาโก เดิมการอภิเษกสมรสจะถูกจัดขึ้นภายในวันที่ 8-9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 แต่กลับถูกเลื่อนไปเนื่องจากงานอภิเษกสมรสอาจซ้อนกับงานประชุมของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ซึ่งงานประชุมดังกล่าวจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 5-9 กรกฎาคม ทั้งสองได้เชิญสมาชิกของ IOC รวมไปถึงนายฌาคส์ รอคเคอ (Jacques Rogge) ประธาน IOC เพื่อมาร่วมงานอภิเษกสมรส ทั้งสองวางแผนการประชุม IOC ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของเจ้าหญิงแห่งโมนาโกที่จะได้เสด็จไปยังบ้านเดิมของพระองค์เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ที่ประเทศแอฟริกาใต้ หนึ่งสัปดาห์ก่อนงานอภิเษก สำนักพระราชวังปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับชาร์ลีนว่าเธอไม่กล้าเข้าร่วมพิธีอภิเษกสมรส มีรายงานจาก L'Express หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของฝรั่งเศส ได้รายงานข่าวว่า ชาร์ลีนได้พยายามหนีออกจากพระราชวังในวันที่ 28 มิถุนายน หลังจากข่าวลือว่าเจ้าชายอัลแบร์มีพระบุตรนอกสมรสคนที่สาม ซึ่งรายงานดังกล่าวได้อ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของโมนาโกได้พยายามขัดขวางชาร์ลีนในสนามบินนีซโกตดาซูร์ (Nice Côte d'Azur) และยึดหนังสือเดินทางของเธอ มีการโน้มน้าวเธอจากเจ้าชายอัลแบร์และเจ้าหน้าที่ของพระราชวังให้เธอกลับไปยังที่พัก ขณะเดียวกันสำนักพระราชวังของโมนาโกได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ข่าวลือที่ขี้เหร่" อันเกิดจากความริษยา วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ทั้งคู่ได้สมรสกันตามกฎหมายที่จัดภายในพระราชวังเจ้าชายแห่งโมนาโก และพิธีสมรสทางศาสนาในวันที่ 2 กรกฎาคม ที่จัดอย่างหรูหรา หลังการฮันนีมูนของทั้งสองที่ประเทศแอฟริกาใต้ หนังสือพิมพ์ของสเปน, สหราชอาณาจักร และรายงานอื่นๆ ต่างลงข่าวว่าทั้งสองไม่ได้พักอยู่ในโรงแรมเดียวกัน แต่แท้จริงแล้วทั้งสองจองโรงแรมหลายแห่งที่ห่างกันหลายไมล์ ซึ่งรายงานดังกล่าวเปรียบเสมือนการกระตุ้นความไม่ลงรอยในชีวิตส่วนพระองค์ซึ่งมีตั้งแต่ก่อนการอภิเษกสมรสของทั้งสอง วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557 พระองค์มีพระประสูติกาลพระโอรสและพระธิดาแฝดคล้ายร่วมกัน 2 พระองค์ คือ1. เจ้าหญิงกาเบรียลา เคาน์เตสแห่งการ์ลาแด็ส (ประสูติ: 10 ธันวาคม 2557) 2. เจ้าชายฌัก รัชทายาทแห่งโมนาโก (ประสูติ: 10 ธันวาคม 2557)พระเกียรติยศพระอิสริยยศพระเกียรติยศ. พระอิสริยยศ. - นางสาวชาร์ลีน ไลเนตต์ วิตต์สท็อก (25 มกราคม พ.ศ. 2521 - 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554) - เฮอร์เซอรีนไฮนิส เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโก (1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน)เครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์. - โมนาโก: Grand Cross of the Order of Saint-Charles (17 พฤศจิกายน 2555) - โปแลนด์: (1st class) Order of Merit of the Republic of Poland (18 ตุลาคม 2555)พงศาวลี
เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโกเคยเป็นนักกีฬาทีมชาติแอฟริกาใต้ประเภทใด
{ "answer": [ "ว่ายน้ำ" ], "answer_begin_position": [ 232 ], "answer_end_position": [ 239 ] }
3,060
381,147
เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโก เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโก (พระนามเดิม ชาร์ลีน ไลเนตต์ วิตต์สท็อก, ประสูติ 25 มกราคม พ.ศ. 2521) อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติแอฟริกาใต้ และได้ดำรงอิสริยยศเป็น เจ้าหญิงแห่งโมนาโก ในฐานะพระชายาในเจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 องค์อธิปัตย์แห่งโมนาโก หลังจากที่ตำแหน่งดังกล่าวได้ว่างลงหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงเกรซ พระมารดาของสวามีพระประวัติ พระประวัติ. เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโก มีพระนามเดิมว่า ชาร์ลีน ไลเนตต์ วิตต์สท็อก เกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2521 ที่เมืองบูลาวาโย ประเทศโรดิเซีย (ปัจจุบันคือประเทศซิมบับเว) เป็นธิดาของไมเคิล เคนเนต วิตต์สท็อก กับไลเนตต์ วิตต์สท็อก (สกุลเดิม ฮัมเบอร์สโตน) บิดาของเธอมีอาชีพเป็นพนักงานขาย ส่วนมารดาเป็นอดีตผู้ฝึกสอนนักว่ายน้ำและนักดำน้ำ ชาร์ลีนมีน้องชายด้วยกันสองคน ได้แก่ กาเรธ (เกิดปี พ.ศ. 2523) นักเทคนิคคอมพิวเตอร์ และฌอน (เกิดปี พ.ศ. 2526) ทำงานพนักงานขาย ครอบครัวของชาร์ลีนอพยพเข้าสู่ประเทศแอฟริกาใต้ในช่วงปี พ.ศ. 2532 ขณะนั้นพระองค์มีพระชันษาเพียง 11 ปี และเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนประถมทอมนิวบีในเมืองเบโนนี ใกล้กับเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ช่วงปี พ.ศ. 2531-2534 บรรพบุรุษของพระองค์คือ มาร์ทิน ก็อตต์ลีบ วิตต์สท็อก และลุยเซอ วิตต์สท็อก ซึ่งมีพื้นเพเดิมมาจากหมู่บ้านแซร์เรินซิน แถบพอเมอเรเนีย ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเยอรมัน ได้อพยพเข้าสู่ประเทศแอฟริกาใต้ในปี พ.ศ. 2404 เพื่อหลบหนีความยากลำบากเพื่อมาขุดเพชร แต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จ เฮนริก คาร์ล วิตต์สท็อก บุตรชายของมาร์ทิน ก็อตต์ลีบได้สมรสกับโอลีฟ ฟลอเรนซ์ คอล์ดเวลล์ สตรีเชื้อสายอังกฤษ และบุตรชายของพวกเขาคือ ดัดลีย์ เคนเน็ต วิตต์สท็อก (ปู่ของชาร์ลีน) ได้สมรสกับซิลเวีย ฟากัน นิโคลสัน ซึ่งมีเชื้อสายอังกฤษเช่นกันนักกีฬาว่ายน้ำอภิเษกสมรส อภิเษกสมรส. ชาร์ลีนได้พบกับเจ้าชายอัลแบร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2543 ในการแข่งขันว่ายน้ำที่จัดขึ้นในโมนาโก และทั้งสองได้ออกงานร่วมกันครั้งแรกในพิธีเปิดงานโอลิมปิกฤดูหนาวในปี พ.ศ. 2549 ภายหลังชาร์ลีนได้เข้าไปอาศัยร่วมกันกับเจ้าชายอัลแบร์ในปีเดียวกันนั้นเอง ชาร์ลีนและเจ้าชายอัลแบร์ได้ออกงานร่วมกันอีกในงานอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงวิกตอเรีย มกุฎราชกุมารีแห่งสวีเดน ปี พ.ศ. 2553 และงานอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ ในปี พ.ศ. 2554 เจ้าชายอัลแบร์ทรงหมั้นกับชาร์ลีนเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เธอต้องละจากการนับถือนิกายโปรเตสแตนต์ แล้วเปลี่ยนไปนับถือนิกายโรมันคาทอลิก ตามกฎมนเทียรบาลของโมนาโก หลังจากนั้นว่าที่เจ้าหญิงแห่งโมนาโกจะต้องหัดรับสั่งภาษาฝรั่งเศส และภาษาโมนาโก เดิมการอภิเษกสมรสจะถูกจัดขึ้นภายในวันที่ 8-9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 แต่กลับถูกเลื่อนไปเนื่องจากงานอภิเษกสมรสอาจซ้อนกับงานประชุมของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ซึ่งงานประชุมดังกล่าวจะถูกจัดขึ้นในวันที่ 5-9 กรกฎาคม ทั้งสองได้เชิญสมาชิกของ IOC รวมไปถึงนายฌาคส์ รอคเคอ (Jacques Rogge) ประธาน IOC เพื่อมาร่วมงานอภิเษกสมรส ทั้งสองวางแผนการประชุม IOC ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของเจ้าหญิงแห่งโมนาโกที่จะได้เสด็จไปยังบ้านเดิมของพระองค์เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ที่ประเทศแอฟริกาใต้ หนึ่งสัปดาห์ก่อนงานอภิเษก สำนักพระราชวังปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับชาร์ลีนว่าเธอไม่กล้าเข้าร่วมพิธีอภิเษกสมรส มีรายงานจาก L'Express หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของฝรั่งเศส ได้รายงานข่าวว่า ชาร์ลีนได้พยายามหนีออกจากพระราชวังในวันที่ 28 มิถุนายน หลังจากข่าวลือว่าเจ้าชายอัลแบร์มีพระบุตรนอกสมรสคนที่สาม ซึ่งรายงานดังกล่าวได้อ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของโมนาโกได้พยายามขัดขวางชาร์ลีนในสนามบินนีซโกตดาซูร์ (Nice Côte d'Azur) และยึดหนังสือเดินทางของเธอ มีการโน้มน้าวเธอจากเจ้าชายอัลแบร์และเจ้าหน้าที่ของพระราชวังให้เธอกลับไปยังที่พัก ขณะเดียวกันสำนักพระราชวังของโมนาโกได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ข่าวลือที่ขี้เหร่" อันเกิดจากความริษยา วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ทั้งคู่ได้สมรสกันตามกฎหมายที่จัดภายในพระราชวังเจ้าชายแห่งโมนาโก และพิธีสมรสทางศาสนาในวันที่ 2 กรกฎาคม ที่จัดอย่างหรูหรา หลังการฮันนีมูนของทั้งสองที่ประเทศแอฟริกาใต้ หนังสือพิมพ์ของสเปน, สหราชอาณาจักร และรายงานอื่นๆ ต่างลงข่าวว่าทั้งสองไม่ได้พักอยู่ในโรงแรมเดียวกัน แต่แท้จริงแล้วทั้งสองจองโรงแรมหลายแห่งที่ห่างกันหลายไมล์ ซึ่งรายงานดังกล่าวเปรียบเสมือนการกระตุ้นความไม่ลงรอยในชีวิตส่วนพระองค์ซึ่งมีตั้งแต่ก่อนการอภิเษกสมรสของทั้งสอง วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557 พระองค์มีพระประสูติกาลพระโอรสและพระธิดาแฝดคล้ายร่วมกัน 2 พระองค์ คือ1. เจ้าหญิงกาเบรียลา เคาน์เตสแห่งการ์ลาแด็ส (ประสูติ: 10 ธันวาคม 2557) 2. เจ้าชายฌัก รัชทายาทแห่งโมนาโก (ประสูติ: 10 ธันวาคม 2557)พระเกียรติยศพระอิสริยยศพระเกียรติยศ. พระอิสริยยศ. - นางสาวชาร์ลีน ไลเนตต์ วิตต์สท็อก (25 มกราคม พ.ศ. 2521 - 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554) - เฮอร์เซอรีนไฮนิส เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโก (1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน)เครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์. - โมนาโก: Grand Cross of the Order of Saint-Charles (17 พฤศจิกายน 2555) - โปแลนด์: (1st class) Order of Merit of the Republic of Poland (18 ตุลาคม 2555)พงศาวลี
เจ้าหญิงชาร์ลีนแห่งโมนาโกทรงเป็นพระชายาของใคร
{ "answer": [ "เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2" ], "answer_begin_position": [ 314 ], "answer_end_position": [ 333 ] }
3,061
945,162
มิสแกรนด์ลำพูน มิสแกรนด์ลำพูน () เป็นการประกวดนางงามของจังหวัดลำพูน จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2559 ดำเนินการประกวดโดยกองประกวดมิสแกรนด์ลำพูน การประกวดมิสแกรนด์ลำพูนมีจุดประสงค์เพื่อคัดเลือกตัวแทนสาวงาม เข้าร่วมการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ โดยผู้ดำรงตำแหน่งมิสแกรนด์ลำพูนคนปัจจุบัน คือ วิลาสินี จงจิตร ได้รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน แม่สอด ตากมิสแกรนด์ลำพูนรองชนะเลิศผลงานการประกวด ผลงานการประกวด. สัญลักษณ์สี- ชนะเลิศ    รองชนะเลิศ    เข้ารอบสุดท้ายการประกวดระดับประเทศมิสแกรนด์ไทยแลนด์ชุดอัฒลักษณ์ประจำจังหวัด ชุดอัฒลักษณ์ประจำจังหวัด. 2017: ชุดเทวี ศรีหริภุญไชย แรงบันดาลใจมาจากพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองหริภุญไชย ที่มีพระรูปเลอโฉมงดงามแต่มีจิตใจสู้ประดุจดั่งชาย พระปรีชาญาณหลักแหลมทั้งด้านการสู้รบและการปกครอง เป็นที่สรรเสริญแก่บรรดาประเทศน้อยใหญ่ พสกนิกรต่างมีใจศรัทธาสร้างวัดขึ้นเป็นจำนวนมา ถึง 2,000 แห่ง จึงเป็นที่มาของคำว่าเมืองแห่งศาสนาและวัฒนธรรมหริภุญไชยจวบจนเช่นปัจจุบัน
ใครคือผู้ได้รับตำแหน่งมิสแกรนด์ลำพูน ปี 2561
{ "answer": [ "วิลาสินี จงจิตร" ], "answer_begin_position": [ 378 ], "answer_end_position": [ 393 ] }
3,062
58,519
ดอนหอยหลอด ดอนหอยหลอด เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง มีอาณาบริเวณกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร ใน ตำบลบางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสถานที่ที่พบหอยหลอดจำนวนมาก เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย (ชาวบ้านเรียกว่า “ทรายขี้เป็ด”)ลักษณะทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ. ดอนหอยหลอดเป็นสถานที่ที่มีลักษณะเด่นที่หาพบได้ยากในประเทศไทย โดยเกิดจากการทับถมของตะกอนจากแม่น้ำ และตะกอนจากทะเลบริเวณปากแม่น้ำแม่กลอง เกิดเป็นสันดอนยื่นออกไปในทะเลราว 8 กิโลเมตร ลักษณะของพื้นที่เป็นชายฝั่งราบเรียบที่พื้นเป็นทรายและตะกอน เวลาน้ำลงจะปรากฏพื้นโคลนเลนกว้างราว 4 กิโลเมตร ซึ่งมีพื้นเป็นตะกอนนุ่มและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ในพื้นที่จะเกิดน้ำขึ้นวันละ 2 ครั้ง เวลาน้ำขึ้นกระแสน้ำจะไหลขึ้นทางทิศเหนือ แต่เวลาน้ำลงจะไหลลงทิศใต้ อย่างไรก็ตาม บางเวลาทิศทางของกระแสน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยโดยกระแสลมความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ. พื้นโคลนเลนในบริเวณดอนหอยหลอดเป็นแหล่งอาศัยของหอยหลอด (Razor clam) จำนวนมาก จัดว่าเป็นพื้นที่ที่พบหอยหลอดได้มากที่สุดในบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยทั้งหมด บริเวณดอนหอยหลอดและป่าชายเลนที่อยู่ใกล้เคียงเป็นแหล่งอาศัยของนกทะเลและนกชายฝั่งอย่างน้อย 18 ชนิด ในจำนวนนี้มีอยู่ชนิดหนึ่งที่จัดเป็นนกที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย คือ นกกระสานวล (Grey heron) และมีอีก 3 ชนิดที่จัดอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม ได้แก่ เหยี่ยวแดง (Brahminy kite) นกนางนวลแกลบเล็ก (Little tern) และนกแอ่นกินรัง (Edible-nest swiftlet) ส่วนนกอื่นๆที่เป็นจุดเด่นของพื้นที่คือ นกยางกรอกชวา (Javanese pond heron) และนกนางนวลแกลบเคราขาว (Whiskered tern) จากการสำรวจบริเวณดอนหอยหลอด พบสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอย่างน้อย 42 ชนิด เช่น แมงกะพรุนไฟ หนอนริบบิ้น (Ribbin worm) แม่เพรียงทะเล (King ragworm) ในจำนวนนี้เป็นสัตว์จำพวกมอลลัสก์ประมาณ 10 ชนิด เช่น หอยมวนพลู (Screw turritella) หอยกะพง (Horse mussel) หอยเสียบ (Common donax) หอยปากเป็ด (Tongue shell) หอยแครง (Ark shell) หอยหลอด (Razor clam) เป็นต้น ส่วนพืชที่ขึ้นในพื้นที่ของดอนหอยหลอดนั้น พรรณไม้ส่วนใหญ่บริเวณป่าชายเลนจะเป็นโกงกางใบเล็ก (Small-leaved mangrove) และโกงกางใบใหญ่ (Large-leaved mangrove) ตามลำต้นและรากของต้นโกงกางจะมีสาหร่ายสีแดงเกาะอยู่ บริเวณพื้นโคลนแถบชายฝั่งจะพบไซยาโนแบคทีเรีย (สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน) ได้ทั่วไป นอกจากนี้ในป่ายังพบพืชชนิดอื่นๆอีกมากมาย เช่น โพทะเล (Portia tree) แสมดำ (White mangrove) แสมขาว และพืชสกุลประสักประโยชน์และคุณค่าของพื้นที่ ประโยชน์และคุณค่าของพื้นที่. ดอนหอยหลอดเป็นกลไกทางธรรมชาติที่ช่วยกรองตะกอนจากแม่น้ำก่อนที่จะออกสู่ทะเล ในพื้นที่จัดว่าเป็นแหล่งของสัตว์น้ำทางการประมงที่มีความหลากหลายมาก เช่น หอยหลอด หอยแครง และหอยสองฝาอื่นๆ โดยเฉพาะหอยหลอด ที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งทำรายได้ให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างมาก นอกจากนี้ ดอนหอยหลอดยังมีความสำคัญในแง่ของแหล่งศึกษาทางนิเวศวิทยาที่มีสภาพสมบูรณ์ ทั้งการค้นคว้าวิจัย ทดลอง และเก็บตัวอย่างเพื่อการศึกษาทางอนุกรมวิธาน นิเวศวิทยา และวิวัฒนาการมลภาวะและการจัดการสภาพแวดล้อมมลภาวะและการจัดการสภาพแวดล้อม. - ในปี พ.ศ. 2536 สำนักงานป่าไม้จังหวัดสมุทรสงครามได้กำหนดพื้นที่หวงห้ามโดยปักหลักเขตครอบคลุมพื้นที่ของกิ่งอำเภอบางจะเกร็ง บางบ่อ และบางแคว เป็นเนื้อที่ 0.48 ตารางกิโลเมตร - วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอนหอยหลอดได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ (Ramsar Site) ลำดับที่ 1099 - โครงการพัฒนาพื้นที่ อย่างเช่น โครงการระบบป้องกันลุ่มน้ำเค็ม และโครงการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งระหว่างกิ่งอำเภอบางจะเกร็งและบางแคว อาจมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในระยะยาว - มลภาวะอื่นๆในพื้นที่ได้แก่ มลพิษทางน้ำในแม่น้ำแม่กลองซึ่งมีสาเหตุต่างๆมากมาย เช่น โรงงานอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม การรุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การก่อสร้างร้านอาหารยื่นออกไปในทะเล การก่อสร้างถนนและที่จอดรถเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว การจับหอยหลอดในปริมาณที่มากเกินไป การใช้วิธีการจับหอยหลอดอย่างไม่เหมาะสม (เช่นการใช้ปูนขาว) มลภาวะในทะเล การปล่อยน้ำเสียจากบ่อเลี้ยงกุ้ง รวมทั้งพฤติกรรมการทิ้งขยะไม่ถูกที่ของนักท่องเที่ยว
ดอนหอยหลอด ตั้งอยู่ที่จังหวัดอะไร
{ "answer": [ "สมุทรสงคราม" ], "answer_begin_position": [ 262 ], "answer_end_position": [ 273 ] }
3,063
58,519
ดอนหอยหลอด ดอนหอยหลอด เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง มีอาณาบริเวณกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร ใน ตำบลบางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสถานที่ที่พบหอยหลอดจำนวนมาก เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย (ชาวบ้านเรียกว่า “ทรายขี้เป็ด”)ลักษณะทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ. ดอนหอยหลอดเป็นสถานที่ที่มีลักษณะเด่นที่หาพบได้ยากในประเทศไทย โดยเกิดจากการทับถมของตะกอนจากแม่น้ำ และตะกอนจากทะเลบริเวณปากแม่น้ำแม่กลอง เกิดเป็นสันดอนยื่นออกไปในทะเลราว 8 กิโลเมตร ลักษณะของพื้นที่เป็นชายฝั่งราบเรียบที่พื้นเป็นทรายและตะกอน เวลาน้ำลงจะปรากฏพื้นโคลนเลนกว้างราว 4 กิโลเมตร ซึ่งมีพื้นเป็นตะกอนนุ่มและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ในพื้นที่จะเกิดน้ำขึ้นวันละ 2 ครั้ง เวลาน้ำขึ้นกระแสน้ำจะไหลขึ้นทางทิศเหนือ แต่เวลาน้ำลงจะไหลลงทิศใต้ อย่างไรก็ตาม บางเวลาทิศทางของกระแสน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยโดยกระแสลมความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ. พื้นโคลนเลนในบริเวณดอนหอยหลอดเป็นแหล่งอาศัยของหอยหลอด (Razor clam) จำนวนมาก จัดว่าเป็นพื้นที่ที่พบหอยหลอดได้มากที่สุดในบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยทั้งหมด บริเวณดอนหอยหลอดและป่าชายเลนที่อยู่ใกล้เคียงเป็นแหล่งอาศัยของนกทะเลและนกชายฝั่งอย่างน้อย 18 ชนิด ในจำนวนนี้มีอยู่ชนิดหนึ่งที่จัดเป็นนกที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย คือ นกกระสานวล (Grey heron) และมีอีก 3 ชนิดที่จัดอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม ได้แก่ เหยี่ยวแดง (Brahminy kite) นกนางนวลแกลบเล็ก (Little tern) และนกแอ่นกินรัง (Edible-nest swiftlet) ส่วนนกอื่นๆที่เป็นจุดเด่นของพื้นที่คือ นกยางกรอกชวา (Javanese pond heron) และนกนางนวลแกลบเคราขาว (Whiskered tern) จากการสำรวจบริเวณดอนหอยหลอด พบสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอย่างน้อย 42 ชนิด เช่น แมงกะพรุนไฟ หนอนริบบิ้น (Ribbin worm) แม่เพรียงทะเล (King ragworm) ในจำนวนนี้เป็นสัตว์จำพวกมอลลัสก์ประมาณ 10 ชนิด เช่น หอยมวนพลู (Screw turritella) หอยกะพง (Horse mussel) หอยเสียบ (Common donax) หอยปากเป็ด (Tongue shell) หอยแครง (Ark shell) หอยหลอด (Razor clam) เป็นต้น ส่วนพืชที่ขึ้นในพื้นที่ของดอนหอยหลอดนั้น พรรณไม้ส่วนใหญ่บริเวณป่าชายเลนจะเป็นโกงกางใบเล็ก (Small-leaved mangrove) และโกงกางใบใหญ่ (Large-leaved mangrove) ตามลำต้นและรากของต้นโกงกางจะมีสาหร่ายสีแดงเกาะอยู่ บริเวณพื้นโคลนแถบชายฝั่งจะพบไซยาโนแบคทีเรีย (สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน) ได้ทั่วไป นอกจากนี้ในป่ายังพบพืชชนิดอื่นๆอีกมากมาย เช่น โพทะเล (Portia tree) แสมดำ (White mangrove) แสมขาว และพืชสกุลประสักประโยชน์และคุณค่าของพื้นที่ ประโยชน์และคุณค่าของพื้นที่. ดอนหอยหลอดเป็นกลไกทางธรรมชาติที่ช่วยกรองตะกอนจากแม่น้ำก่อนที่จะออกสู่ทะเล ในพื้นที่จัดว่าเป็นแหล่งของสัตว์น้ำทางการประมงที่มีความหลากหลายมาก เช่น หอยหลอด หอยแครง และหอยสองฝาอื่นๆ โดยเฉพาะหอยหลอด ที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งทำรายได้ให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างมาก นอกจากนี้ ดอนหอยหลอดยังมีความสำคัญในแง่ของแหล่งศึกษาทางนิเวศวิทยาที่มีสภาพสมบูรณ์ ทั้งการค้นคว้าวิจัย ทดลอง และเก็บตัวอย่างเพื่อการศึกษาทางอนุกรมวิธาน นิเวศวิทยา และวิวัฒนาการมลภาวะและการจัดการสภาพแวดล้อมมลภาวะและการจัดการสภาพแวดล้อม. - ในปี พ.ศ. 2536 สำนักงานป่าไม้จังหวัดสมุทรสงครามได้กำหนดพื้นที่หวงห้ามโดยปักหลักเขตครอบคลุมพื้นที่ของกิ่งอำเภอบางจะเกร็ง บางบ่อ และบางแคว เป็นเนื้อที่ 0.48 ตารางกิโลเมตร - วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอนหอยหลอดได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ (Ramsar Site) ลำดับที่ 1099 - โครงการพัฒนาพื้นที่ อย่างเช่น โครงการระบบป้องกันลุ่มน้ำเค็ม และโครงการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งระหว่างกิ่งอำเภอบางจะเกร็งและบางแคว อาจมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในระยะยาว - มลภาวะอื่นๆในพื้นที่ได้แก่ มลพิษทางน้ำในแม่น้ำแม่กลองซึ่งมีสาเหตุต่างๆมากมาย เช่น โรงงานอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม การรุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การก่อสร้างร้านอาหารยื่นออกไปในทะเล การก่อสร้างถนนและที่จอดรถเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว การจับหอยหลอดในปริมาณที่มากเกินไป การใช้วิธีการจับหอยหลอดอย่างไม่เหมาะสม (เช่นการใช้ปูนขาว) มลภาวะในทะเล การปล่อยน้ำเสียจากบ่อเลี้ยงกุ้ง รวมทั้งพฤติกรรมการทิ้งขยะไม่ถูกที่ของนักท่องเที่ยว
นกชนิดใดที่อาศัยอยู่ในดอนหอยหลอดที่จัดเป็นนกที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย
{ "answer": [ "นกกระสานวล" ], "answer_begin_position": [ 1274 ], "answer_end_position": [ 1284 ] }
3,065
16,301
อิชิกะวะ โกะเอะมง อิชิกาวะ โกเอมง (คันจิ: 石川五右衛門, ฮิรางานะ: いしかわ ごえもん, Ishikawa Goemon, พ.ศ. 2101 - พ.ศ. 2137) นักรบนินจาและจอมโจรที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ถูกประหารชีวิตหลังจากที่ลอบสังหารโทโยโตมิ ฮิเดโยชิไม่สำเร็จ โกเอมงถูกต้มในน้ำเดือดจนตายพร้อมกับลูกชาย โดยตำนานกล่าวไว้ว่าโกเอมงได้อุ้มลูกชายเหนือน้ำจนกระทั่งตัวตาย อ่างอาบน้ำที่มีรูปทรงกะทะในประเทศญี่ปุ่นได้ตั้งชื่อตามว่าโกเอมงบูโระ โกเอมงได้มาเป็นตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่น และเป็นตัวละครที่นิยมนำมาเล่นในละครคาบุกิ โดยเฉพาะตอนต่อสู้ที่ด่านนันเซนจิในเกียวโตการอ้างอิงในวัฒนธรรมสมัยนิยมการอ้างอิงในวัฒนธรรมสมัยนิยม. - โกเอมงได้เป็นตัวละครในวิดีโอเกมหลายเกม ได้แก่ กัมบาเระ โกเอมอนของโคนามิ และซามูไรวอริเออร์ของโคเอ - ในการ์ตูนเรื่องลูแปง ตัวละครหลักที่เป็นขโมยร่วมกับลูแปงมีชื่อว่าโกเอมอน ที่ 13 - ทีวีซีรีส์โทคุซัทสึของญี่ปุ่นเรื่องมาสค์ไรเดอร์โกสต์ มีการใช้วิญญาณของโกเอมอนมาเป็นร่างต่อสู้ของมาสค์ไรเดอร์โกสต์
อิชิกาวะ โกเอมง ถูกประหารชีวิตหลังจากที่ลอบสังหารใครไม่สำเร็จ
{ "answer": [ "โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ" ], "answer_begin_position": [ 290 ], "answer_end_position": [ 307 ] }
3,066
16,301
อิชิกะวะ โกะเอะมง อิชิกาวะ โกเอมง (คันจิ: 石川五右衛門, ฮิรางานะ: いしかわ ごえもん, Ishikawa Goemon, พ.ศ. 2101 - พ.ศ. 2137) นักรบนินจาและจอมโจรที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ถูกประหารชีวิตหลังจากที่ลอบสังหารโทโยโตมิ ฮิเดโยชิไม่สำเร็จ โกเอมงถูกต้มในน้ำเดือดจนตายพร้อมกับลูกชาย โดยตำนานกล่าวไว้ว่าโกเอมงได้อุ้มลูกชายเหนือน้ำจนกระทั่งตัวตาย อ่างอาบน้ำที่มีรูปทรงกะทะในประเทศญี่ปุ่นได้ตั้งชื่อตามว่าโกเอมงบูโระ โกเอมงได้มาเป็นตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่น และเป็นตัวละครที่นิยมนำมาเล่นในละครคาบุกิ โดยเฉพาะตอนต่อสู้ที่ด่านนันเซนจิในเกียวโตการอ้างอิงในวัฒนธรรมสมัยนิยมการอ้างอิงในวัฒนธรรมสมัยนิยม. - โกเอมงได้เป็นตัวละครในวิดีโอเกมหลายเกม ได้แก่ กัมบาเระ โกเอมอนของโคนามิ และซามูไรวอริเออร์ของโคเอ - ในการ์ตูนเรื่องลูแปง ตัวละครหลักที่เป็นขโมยร่วมกับลูแปงมีชื่อว่าโกเอมอน ที่ 13 - ทีวีซีรีส์โทคุซัทสึของญี่ปุ่นเรื่องมาสค์ไรเดอร์โกสต์ มีการใช้วิญญาณของโกเอมอนมาเป็นร่างต่อสู้ของมาสค์ไรเดอร์โกสต์
อิชิกาวะ โกเอมง ถูกประหารชีวิตด้วยวิธีใด
{ "answer": [ "ถูกต้มในน้ำเดือด" ], "answer_begin_position": [ 323 ], "answer_end_position": [ 339 ] }
3,067
318,180
วัดบ้านไร่ วัดบ้านไร่ (วัดหลวงพ่อคูณ) ตั้งอยู่ใน ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเสียงเนื่องจากพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) พระเกจิชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งประเทศ ท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ปัจจุบัน พระภาวนาประชานาถ (นุช รตนวิชโย) เป็นรักษาการเจ้าอาวาส จึงทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปด้วย หลวงพ่อคูณเป็นพระชาวบ้านที่เข้าถึงมวลชนทุกระดับชั้น ตั้งแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน นักการเมืองไปจนถึงชาวบ้าน ด้วยท่านมีเมตตามหานิยม มีวิธีการสั่งสอนที่ตรงไปตรงมาง่ายแก่การเข้าใจ ปัจจุบัน หอเทพวิทยาคม เฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา (อาคารปริสุทธปัญญา) ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จในปี 2554 ได้กลายจุดเด่นสำคัญของวัดบ้านไร่ ลักษณะเป็นอาคารประติมากรรมช้าง ตั้งอยู่บนพื้นที่บึงน้ำขนาด 30 ไร่ เป็นอาคารสูง 4 ชั้น รวมชั้นใต้ดิน (ชั้นบาดาล) 1 ชั้น โดยชั้นดาดฟ้าของอาคารเป็นรูปปั้นหลวงพ่อคูณและสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความสูงรวมแล้ว 42 เมตร อาคารตั้งอยู่บนลานทรงกลมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 65 เมตร ทำให้หอเทพวิทยาคม กลายเป็นพุทธสถานในนิกายเถรวาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยประวัติ ประวัติ. วัดบ้านไร่เดิมเป็นสำนักสงฆ์ที่มีมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2436 ในช่วงรัชกาลที่ 5 โดยมีพระอาจารย์เชื่อม วิรโช เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกได้มีการก่อสร้างศาสนอาคารต่างๆ ขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นเจ้าอาวาสได้มีการพัฒนาวัดมากที่สุด ด้วยมีผู้ศรัทธาจากทั่วประเทศได้ร่วมถวายวัตถุปัจจัยเป็นเงินมหาศาล หลวงพ่อคูณได้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เช่น การบูรณะวัด การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้นสิ่งก่อสร้างภายในวัดสิ่งก่อสร้างภายในวัด. - พระอุโบสถ - พิพิธภัณพฑ์หลวงพ่อคูณ - หอแก้ว - หอระฆัง - อาคารประชาสัมพันธ์ - ศูนย์โอท๊อป (OTOP) - วิหารเทพวิทยาคม ปริสุทธปัญญา
รูปปั้นหลวงพ่อคูณที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของวัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา มีความสูงกี่เมตร
{ "answer": [ "42" ], "answer_begin_position": [ 929 ], "answer_end_position": [ 931 ] }
3,068
318,180
วัดบ้านไร่ วัดบ้านไร่ (วัดหลวงพ่อคูณ) ตั้งอยู่ใน ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเสียงเนื่องจากพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) พระเกจิชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งประเทศ ท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ปัจจุบัน พระภาวนาประชานาถ (นุช รตนวิชโย) เป็นรักษาการเจ้าอาวาส จึงทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปด้วย หลวงพ่อคูณเป็นพระชาวบ้านที่เข้าถึงมวลชนทุกระดับชั้น ตั้งแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน นักการเมืองไปจนถึงชาวบ้าน ด้วยท่านมีเมตตามหานิยม มีวิธีการสั่งสอนที่ตรงไปตรงมาง่ายแก่การเข้าใจ ปัจจุบัน หอเทพวิทยาคม เฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา (อาคารปริสุทธปัญญา) ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จในปี 2554 ได้กลายจุดเด่นสำคัญของวัดบ้านไร่ ลักษณะเป็นอาคารประติมากรรมช้าง ตั้งอยู่บนพื้นที่บึงน้ำขนาด 30 ไร่ เป็นอาคารสูง 4 ชั้น รวมชั้นใต้ดิน (ชั้นบาดาล) 1 ชั้น โดยชั้นดาดฟ้าของอาคารเป็นรูปปั้นหลวงพ่อคูณและสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความสูงรวมแล้ว 42 เมตร อาคารตั้งอยู่บนลานทรงกลมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 65 เมตร ทำให้หอเทพวิทยาคม กลายเป็นพุทธสถานในนิกายเถรวาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยประวัติ ประวัติ. วัดบ้านไร่เดิมเป็นสำนักสงฆ์ที่มีมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2436 ในช่วงรัชกาลที่ 5 โดยมีพระอาจารย์เชื่อม วิรโช เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกได้มีการก่อสร้างศาสนอาคารต่างๆ ขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นเจ้าอาวาสได้มีการพัฒนาวัดมากที่สุด ด้วยมีผู้ศรัทธาจากทั่วประเทศได้ร่วมถวายวัตถุปัจจัยเป็นเงินมหาศาล หลวงพ่อคูณได้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เช่น การบูรณะวัด การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้นสิ่งก่อสร้างภายในวัดสิ่งก่อสร้างภายในวัด. - พระอุโบสถ - พิพิธภัณพฑ์หลวงพ่อคูณ - หอแก้ว - หอระฆัง - อาคารประชาสัมพันธ์ - ศูนย์โอท๊อป (OTOP) - วิหารเทพวิทยาคม ปริสุทธปัญญา
หอเทพวิทยาคมที่เป็นพุทธสถานในนิกายเถรวาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่วัดใด
{ "answer": [ "วัดบ้านไร่" ], "answer_begin_position": [ 96 ], "answer_end_position": [ 106 ] }
3,069
926,626
มิสแกรนด์ยะลา มิสแกรนด์ยะลา () เป็นการประกวดนางงามของจังหวัดยะลา จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันดำเนินการจัดประกวดโดย ยุทธนา ปลื้มสำราญ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์ยะลา ทั้งนี้ การประกวดมิสแกรนด์ยะลามีจุดประสงค์เพื่อคัดเลือกตัวแทนสาวงาม เข้าร่วมการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ โดยผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน มิสแกรนด์ยะลา 2018 คือ กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว ได้รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามิสแกรนด์ยะลารองชนะเลิศผลงานการประกวดการประกวดระดับประเทศมิสแกรนด์ไทยแลนด์ชุดอัตลักษณ์ประจำจังหวัด ชุดอัตลักษณ์ประจำจังหวัด. 2017: ชุดสาวงามเมืองยะลา ได้รับแรงบันดาลใจจาก ความงามของหญิงสาวชาวยะลา ที่เปรียบเสมือนเครื่องประดับของชุดที่เป็นสีทอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ยังสว่างสดใสและเป็นทองอยู่เสมอ ผ้าถุงด้านล่างเป็นลายผ้าปาเต๊ะสีน้ำเงินจำลองลายมาจากการวางผังเมืองยะลาแบบใยแมงมุมที่สวยที่สุดของประเทศไทย สมกับคำกล่าวที่ว่า "ยะลาใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน" 2016: ชุดบุหงารายา ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานวัฒนธรรมของสตรีในสามจังหวัดชายแดนใต้ วิถีชีวิตแบบสังคมพหุวัฒนธรรมของไทยพุทธ ไทยมุสลิม และชาวจีน
ใครคือ มิสแกรนด์ยะลา ปี 2561
{ "answer": [ "กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว" ], "answer_begin_position": [ 426 ], "answer_end_position": [ 445 ] }
3,070
926,626
มิสแกรนด์ยะลา มิสแกรนด์ยะลา () เป็นการประกวดนางงามของจังหวัดยะลา จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันดำเนินการจัดประกวดโดย ยุทธนา ปลื้มสำราญ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์ยะลา ทั้งนี้ การประกวดมิสแกรนด์ยะลามีจุดประสงค์เพื่อคัดเลือกตัวแทนสาวงาม เข้าร่วมการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ โดยผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน มิสแกรนด์ยะลา 2018 คือ กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว ได้รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามิสแกรนด์ยะลารองชนะเลิศผลงานการประกวดการประกวดระดับประเทศมิสแกรนด์ไทยแลนด์ชุดอัตลักษณ์ประจำจังหวัด ชุดอัตลักษณ์ประจำจังหวัด. 2017: ชุดสาวงามเมืองยะลา ได้รับแรงบันดาลใจจาก ความงามของหญิงสาวชาวยะลา ที่เปรียบเสมือนเครื่องประดับของชุดที่เป็นสีทอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ยังสว่างสดใสและเป็นทองอยู่เสมอ ผ้าถุงด้านล่างเป็นลายผ้าปาเต๊ะสีน้ำเงินจำลองลายมาจากการวางผังเมืองยะลาแบบใยแมงมุมที่สวยที่สุดของประเทศไทย สมกับคำกล่าวที่ว่า "ยะลาใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน" 2016: ชุดบุหงารายา ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานวัฒนธรรมของสตรีในสามจังหวัดชายแดนใต้ วิถีชีวิตแบบสังคมพหุวัฒนธรรมของไทยพุทธ ไทยมุสลิม และชาวจีน
ชุดอัตลักษณ์ประจำจังหวัดของมิสแกรนด์ยะลา ปี 2016 มีชื่อว่าชุดอะไร
{ "answer": [ "ชุดบุหงารายา" ], "answer_begin_position": [ 982 ], "answer_end_position": [ 994 ] }
3,071
49,860
เรือหลวงกูด เรือหลวงกูด ถูกใช้ในการลำเลียงทหาร มีอายุการใช้งานนานกว่า 58 ปี ปัจจุบัน ปลดระวางแล้ว (พุทธศักราช 2549) โดยเมืองพัทยาร่วมกับกองทัพเรือไทย จัดทำโครงการอุทยานใต้ทะเล เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีประวัติ ประวัติ. เรือหลวงกูด เดิมชื่อ "USS EXNO" (LSM 333) ต่อที่อู่ Pullman Works เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐบาลไทยได้จัดซื้อมาในราคา 235,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตามโครงการช่วยเหลือทางทหาร และได้ขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือไทย เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2490 ผ่านภารกิจสำคัญมากมาย รับใช้ชาติและราชนาวีมานานถึง 57 ปี
เรือหลวงกูดถูกปลดระวางเมื่อปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2549" ], "answer_begin_position": [ 194 ], "answer_end_position": [ 198 ] }
3,072
118,436
เจ้าหญิงยูเชนีแห่งยอร์ก เจ้าหญิงยูเจนีแห่งยอร์ก หรือ ยูเจนี วิกตอเรีย เฮเลนา (; ประสูติ 23 มีนาคม พ.ศ. 2533) ทรงเป็นสมาชิกในพระราชวงศ์อังกฤษ และพระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ทรงอยู่ในอันดับที่เก้าของลำดับการสืบราชบัลลังก์อังกฤษ และได้ทรงดำรงอยู่ในอันดับนี้มานับตั้งแต่การประสูติของพระองค์ในปี พ.ศ. 2533ชีวิตในวัยเยาว์ ชีวิตในวัยเยาว์. เจ้าหญิงยูเจนีประสูติวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2533 ณ โรงพยาบาลพอร์ตแลนด์ กรุงลอนดอน พระชนกของพระองค์คือ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก พระราชโอรสพระองค์ที่สามและสองในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และ เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ส่วนพระชนนีคือซาราห์ ดัชเชสแห่งยอร์ก (เดิม ซาราห์ มาร์กาเรต เฟอร์กูสัน) บุตรีของพันตรี โรนัลด์ เฟอร์กูสัน และ ซูซาน บาร์รันทส์ พระองค์ทรงได้รับการขนานพระนามตามสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ยูเจนีแห่งสเปน และ เจ้าหญิงเฮเลนา พระราชนัดดาและพระราชธิดาในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และมีพระภคินีหนึ่งพระองค์คือ เจ้าหญิงเบียทริซแห่งยอร์ก ซึ่งประสูติในปี พ.ศ. 2531 พระองค์ทรงเข้ารับบัพติศมาเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2533 ณ โบสถ์นักบุญแมรีแม็กดาเลน เมืองแซนดริงแฮม โดยทรงเป็นทารกเชื้อพระวงศ์องค์แรกที่มีการรับศีลแบบสาธารณชน และมีพระราชาคณะแห่งนอร์วิชเป็นผู้ทำพิธีรับศีล พ่อและแม่ทูนหัวมีดังนี้ เจมส์ โอกิลวี ร้อยเอก อลาสแตร์ รอส นางโรนัลด์ (นามเดิม ซู) เฟอร์กูสัน (ซึ่งเป็นอัยยิกาเลี้ยง) นางจูเลีย ด็อดด์-โนเบิล และ นางสาวหลุยส์ แบล็กเคอร์ ในฐานะพระราชนัดดาของพระประมุขแห่งอังกฤษ ผ่านทางพระราชโอรส เจ้าหญิงยูเจนีทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าหญิงแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ พร้อมด้วยพระอิสริยยศเจ้า ดังนั้นจึงทรงเป็น เจ้าหญิงยูเจนีแห่งยอร์ก (Her Royal Highness Princess Eugenie of York) เจ้าหญิงยูเจนีและเจ้าหญิงเบียทริซ พระภคินีเป็นพระราชนัดดาหญิงเพียงสองพระองค์ที่ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เจ้าหญิงและพระอิสริยยศชั้นเจ้าการศึกษาการศึกษา. - โรงเรียนอนุบาล / โรงเรียนเตรียมก่อนชั้นมัธยม: โรงเรียนวิงค์ฟิลด์ มอนเทสซอรี มณฑลเซอร์เรย์ (2535-2536) และ โรงเรียนอัพตันเฮาส์ เมืองวินด์เซอร์ (2536-2538) - โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา: โรงเรียนโคเวิร์ธพาร์ค มณฑลเซอร์เรย์ (2538-2544) ประจำแบบไป-กลับ และ โรงเรียนเซนต์จอร์จ ปราสาทวินด์เซอร์ (2541-2546) ประจำแบบไป-กลับ - โรงเรียนมัธยมศึกษา: วิทยาลัยมาร์ลโบโร เมืองวิลท์ไชร์ (พ.ศ. 2546 - กำลังศึกษาอยู่) เป็นนักเรียนประจำการปรากฏต่อสาธารณชน การปรากฏต่อสาธารณชน. เจ้าหญิงยูเจนีพร้อมด้วยเจ้าหญิงเบียทริซ พระภคินีทรงเป็นแขกจากพระราชวงศ์ในงานคอนเสิร์ตเพื่อไดอานา ซึ่งจัดโดยเจ้าชายวิลเลียม และ เจ้าชายแฮร์รี ในการรำลึกถึงไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ อดีตพระมาตุลานี (ป้าสะใภ้) ผู้ล่วงลับพระอิสริยยศพระอิสริยยศ. - พ.ศ. 2533 - ปัจจุบัน: เจ้าหญิงยูเจนีแห่งยอร์ก (Her Royal Highness Princess Eugenie of York)พาดหัวข่าว พาดหัวข่าว. ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 หนังสือพิมพ์ The Mail ฉบับวันอาทิตย์รายงาน เจ้าหญิงซึ่งเพิ่งจะเจริญพระชันษา 17 ชันษา ทรงมีหน้าเว็บ MySpace เป็นของพระองค์เอง เรื่องดังกล่าวเก็บเอามาจากประเทศออสเตรเลีย โดยหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph เสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยส่วนมากที่เขียนไว้ใน The Mail ฉบับวันอาทิตย์ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้รับการระบุว่าหน้าเว็บนั้นเป็นเรื่องหลอกลวงหมายเหตุ
เจ้าหญิงในพระราชวงศ์อังกฤษองค์ใดที่ทรงเป็นทารกเชื้อพระวงศ์องค์แรกที่มีการรับศีลแบบสาธารณชน
{ "answer": [ "เจ้าหญิงยูเจนีแห่งยอร์ก" ], "answer_begin_position": [ 122 ], "answer_end_position": [ 145 ] }
3,073
118,436
เจ้าหญิงยูเชนีแห่งยอร์ก เจ้าหญิงยูเจนีแห่งยอร์ก หรือ ยูเจนี วิกตอเรีย เฮเลนา (; ประสูติ 23 มีนาคม พ.ศ. 2533) ทรงเป็นสมาชิกในพระราชวงศ์อังกฤษ และพระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ทรงอยู่ในอันดับที่เก้าของลำดับการสืบราชบัลลังก์อังกฤษ และได้ทรงดำรงอยู่ในอันดับนี้มานับตั้งแต่การประสูติของพระองค์ในปี พ.ศ. 2533ชีวิตในวัยเยาว์ ชีวิตในวัยเยาว์. เจ้าหญิงยูเจนีประสูติวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2533 ณ โรงพยาบาลพอร์ตแลนด์ กรุงลอนดอน พระชนกของพระองค์คือ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก พระราชโอรสพระองค์ที่สามและสองในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และ เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ส่วนพระชนนีคือซาราห์ ดัชเชสแห่งยอร์ก (เดิม ซาราห์ มาร์กาเรต เฟอร์กูสัน) บุตรีของพันตรี โรนัลด์ เฟอร์กูสัน และ ซูซาน บาร์รันทส์ พระองค์ทรงได้รับการขนานพระนามตามสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ยูเจนีแห่งสเปน และ เจ้าหญิงเฮเลนา พระราชนัดดาและพระราชธิดาในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และมีพระภคินีหนึ่งพระองค์คือ เจ้าหญิงเบียทริซแห่งยอร์ก ซึ่งประสูติในปี พ.ศ. 2531 พระองค์ทรงเข้ารับบัพติศมาเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2533 ณ โบสถ์นักบุญแมรีแม็กดาเลน เมืองแซนดริงแฮม โดยทรงเป็นทารกเชื้อพระวงศ์องค์แรกที่มีการรับศีลแบบสาธารณชน และมีพระราชาคณะแห่งนอร์วิชเป็นผู้ทำพิธีรับศีล พ่อและแม่ทูนหัวมีดังนี้ เจมส์ โอกิลวี ร้อยเอก อลาสแตร์ รอส นางโรนัลด์ (นามเดิม ซู) เฟอร์กูสัน (ซึ่งเป็นอัยยิกาเลี้ยง) นางจูเลีย ด็อดด์-โนเบิล และ นางสาวหลุยส์ แบล็กเคอร์ ในฐานะพระราชนัดดาของพระประมุขแห่งอังกฤษ ผ่านทางพระราชโอรส เจ้าหญิงยูเจนีทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าหญิงแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ พร้อมด้วยพระอิสริยยศเจ้า ดังนั้นจึงทรงเป็น เจ้าหญิงยูเจนีแห่งยอร์ก (Her Royal Highness Princess Eugenie of York) เจ้าหญิงยูเจนีและเจ้าหญิงเบียทริซ พระภคินีเป็นพระราชนัดดาหญิงเพียงสองพระองค์ที่ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เจ้าหญิงและพระอิสริยยศชั้นเจ้าการศึกษาการศึกษา. - โรงเรียนอนุบาล / โรงเรียนเตรียมก่อนชั้นมัธยม: โรงเรียนวิงค์ฟิลด์ มอนเทสซอรี มณฑลเซอร์เรย์ (2535-2536) และ โรงเรียนอัพตันเฮาส์ เมืองวินด์เซอร์ (2536-2538) - โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา: โรงเรียนโคเวิร์ธพาร์ค มณฑลเซอร์เรย์ (2538-2544) ประจำแบบไป-กลับ และ โรงเรียนเซนต์จอร์จ ปราสาทวินด์เซอร์ (2541-2546) ประจำแบบไป-กลับ - โรงเรียนมัธยมศึกษา: วิทยาลัยมาร์ลโบโร เมืองวิลท์ไชร์ (พ.ศ. 2546 - กำลังศึกษาอยู่) เป็นนักเรียนประจำการปรากฏต่อสาธารณชน การปรากฏต่อสาธารณชน. เจ้าหญิงยูเจนีพร้อมด้วยเจ้าหญิงเบียทริซ พระภคินีทรงเป็นแขกจากพระราชวงศ์ในงานคอนเสิร์ตเพื่อไดอานา ซึ่งจัดโดยเจ้าชายวิลเลียม และ เจ้าชายแฮร์รี ในการรำลึกถึงไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ อดีตพระมาตุลานี (ป้าสะใภ้) ผู้ล่วงลับพระอิสริยยศพระอิสริยยศ. - พ.ศ. 2533 - ปัจจุบัน: เจ้าหญิงยูเจนีแห่งยอร์ก (Her Royal Highness Princess Eugenie of York)พาดหัวข่าว พาดหัวข่าว. ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 หนังสือพิมพ์ The Mail ฉบับวันอาทิตย์รายงาน เจ้าหญิงซึ่งเพิ่งจะเจริญพระชันษา 17 ชันษา ทรงมีหน้าเว็บ MySpace เป็นของพระองค์เอง เรื่องดังกล่าวเก็บเอามาจากประเทศออสเตรเลีย โดยหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph เสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยส่วนมากที่เขียนไว้ใน The Mail ฉบับวันอาทิตย์ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้รับการระบุว่าหน้าเว็บนั้นเป็นเรื่องหลอกลวงหมายเหตุ
เจ้าหญิงยูเจนีแห่งยอร์ก หรือ ยูเจนี วิกตอเรีย เฮเลนา ทรงอยู่ในอันดับที่เท่าไรในลำดับการสืบราชบัลลังก์อังกฤษ
{ "answer": [ "เก้า" ], "answer_begin_position": [ 313 ], "answer_end_position": [ 317 ] }
3,074
216,741
ปีเอโร ดี โกซีโม เปียโร ดิ โคสิโม (ภาษาอังกฤษ: Piero di Cosimo) (2 มกราคม ค.ศ. 1462 - 12 เมษายน ค.ศ. 1522) เป็นจิตรกรรมสมัยเรอเนซองส์ชาวอิตาลีในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง 16 ผู้มีความเชี่ยวชาญทางการเขียนภาพเขียนสีน้ำมัน เปียโร ดิ โคสิโมเกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1462 ที่ ฟลอเรนซ์ ในประเทศอิตาลี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1522 เปียโรเป็นลูกของช่างทองและฝึกงานภายใต้โคสิโม โรสเสลิ (Cosimo Rosseli) ผู้ที่เปียโรได้รับนาม และเป็นผู้ช่วยในการวาดภาพที่ชาเปล ในปี ค.ศ. 1481 เปียโรเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงที่จอร์โจ วาซารีลงบันทึกไว้ในหนังสือ “ชีวิตศิลปิน”
เปียโร ดิ โคสิโม จิตรกรรมสมัยเรอเนซองส์ชาวอิตาลีในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง 16 มีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนภาพชนิดใด
{ "answer": [ "สีน้ำมัน" ], "answer_begin_position": [ 298 ], "answer_end_position": [ 306 ] }
3,075
403,164
เจ้าชายคริสเตียนแห่งเดนมาร์ก เจ้าชายคริสเตียน วัลเดมาร์ เฮนรี จอห์นแห่งเดนมาร์ก, เคานต์แห่งมงเปอซา (15 ตุลาคม พ.ศ. 2548) เป็นพระโอรสพระองค์แรกในเจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก กับเจ้าหญิงแมรี มกุฎราชกุมารีแห่งเดนมาร์ก พระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก และพระราชภาคิไนยในสมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ พระองค์ทรงอยู่ในลำดับที่สองในการสืบราชบัลลังก์เดนมาร์กต่อจากพระบิดาคือมกุฎราชกุมารเฟรเดอริกพระประวัติ พระประวัติ. เจ้าชายคริสเตียน ประสูติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เป็นพระบุตรองค์แรกและพระโอรสพระองค์แรกในเจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก กับเจ้าหญิงแมรี มกุฎราชกุมารีแห่งเดนมาร์ก เมื่อแรกประสูติทรงมีน้ำหนัก 3.5 กิโลกรัม (7.7 ปอนด์) มีความยาวของพระวรกาย 51 เซนติเมตร (20 นิ้ว) และในช่วงเที่ยงของวันนั้นก็ได้มีการยิงสลุตสดุดีที่ฐานทัพเรือโคเปนเฮเกน และปราสาทครอนบอร์กที่ซีแลนด์เหนือ พระองค์มีพระอนุชาคือเจ้าชายวินเซนต์ และพระขนิษฐาอีกสองพระองค์คือเจ้าหญิงอิซาเบลลา และเจ้าหญิงโจเซฟิน ซึ่งเจ้าชายวินเซนต์และเจ้าหญิงโจเซฟินเป็นฝาแฝดกัน เจ้าชายคริสเตียนทรงเข้ารับบัพติศมาเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2549 ณ โบสถ์น้อยภายในพระราชวังคริสเตียนบอร์ก โดยมีบิชอปอีริก นอร์มัน สเวนด์เซน เป็นผู้ดำเนินพิธีการ ทรงได้รับพระนาม คริสเตียน วัลเดมาร์ เฮนรี จอห์น ทรงมีพ่อทูนหัวและแม่ทูนหัว ได้แก่ มกุฎราชกุมารโฮกุนแห่งนอร์เวย์, มกุฎราชกุมารีเมตเต-มาริตแห่งนอร์เวย์, มกุฎราชกุมารีวิกตอเรียแห่งสวีเดน, เจ้าชายโจอาคิมแห่งเดนมาร์ก, เจ้าชายเปาโลส มกุฎราชกุมารแห่งกรีซ, เจน สตีเฟน (พระมาตุจฉา) และสหายอีกสองคนของพระมาตุจฉาคือ เจปป์ แฮนเวิร์ก และแฮมิส แคมป์เบล วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2549 สติก เมิลเลอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเดนมาร์ก ได้ลงนามและลงลายมือชื่อลงในเอกสารอย่างเป็นทางการในการเพิ่มพระนามของเจ้าชายคริสเตียน เป็นรัชทายาทในการสืบราชบัลลังก์ ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลปลีกย่อยต่างๆ ได้ถูกบันทึกตามกฎมนเทียรบาล ปี พ.ศ. 2342การศึกษา การศึกษา. วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2550 เจ้าชายคริสเตียน ทรงเริ่มเข้าศึกษาในโรงเรียนอนุบาลบ้านเด็กควีนลูอิส ซึ่งอยู่ห่างออกไป 35 กิโลเมตรทางเหนือของโคเปนเฮเกน ในวังเฟรเดินสบอร์กที่ครอบครัวของมกุฎราชกุมารพำนักอยู่ พระองค์เสด็จฯ พร้อมกับพระชนกและพระชนนี ซึ่งมกุฎราชกุมารีทรงเห็นว่าจะช่วยในการขัดเกลาทางด้านสังคมช่วงระยะเวลาก่อนศึกษาต่อในระดับประถมศึกษา เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554 ได้มีการประกาศว่า พระองค์จะเข้าศึกษาในโรงเรียนทราเนอโอเวอร์โกร์ (Trane Overgaard) ในเขตเจนทอฟต์ (Gentofte) และพระองค์จะเริ่มต้นเข้าศึกษาในระดับประถมศึกษาในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ถือเป็นพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์แรกในเดนมาร์กที่เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนอนุบาล และเป็นพระองค์แรกที่เข้าศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลสามัญเช่นชาวเดนมาร์กทั่วไปพระกรณียกิจ พระกรณียกิจ. เจ้าชายคริสเตียนได้ประกอบพระกรณียกิจครั้งแรก ร่วมกับเจ้าชายเฮนริก พระราชสวามีฯ พระอัยกา ในการเปิดบ้านช้างแห่งใหม่ขึ้นในสวนสัตว์โคเปนเฮเกน ซึ่งได้ให้การอุปถัมภ์สวนสัตว์ และวางศิลาฤกษ์ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 เจ้าชายคริสเตียนได้กดปุ่มเพื่อเริ่มพิธีเปิดบ้านช้างดังกล่าว ซึ่งช้างในสวนสัตว์แห่งนี้เป็นช้างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานให้เป็นของขวัญแก่สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเทอที่ 2 และพระราชสวามี เมื่อครั้งการเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งล่าสุด และบ้านช้างดังกล่าวเป็นผลงานการออกแบบของนอร์มัน ฟอสเตอร์ วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553 พระองค์ได้ทำหน้าที่ในงานอภิเษกสมรสของมกุฎราชกุมารีวิกตอเรียแห่งสวีเดน กับดาเนียล เวสต์ลิง วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พระองค์พร้อมด้วยพระชนนี และเจ้าชายเฮนริก พระอัยกา ได้เสด็จฯ เปิดตัวภาพเขียนของเจ้าชายอุลริก ที่ปราสาทโรเซินบอร์กพระอิสริยยศพระอิสริยยศ. - ฮิสรอยัลไฮนิส เจ้าชายคริสเตียนแห่งเดนมาร์ก (15 ตุลาคม พ.ศ. 2548 - 29 เมษายน พ.ศ. 2551) - ฮิสรอยัลไฮนิส เจ้าชายคริสเตียนแห่งเดนมาร์ก, เคานต์แห่งมงเปอซา (29 เมษายน พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน)พงศาวลี
ใครคือพระโอรสพระองค์แรกของเจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก
{ "answer": [ "เจ้าชายคริสเตียน วัลเดมาร์ เฮนรี จอห์นแห่งเดนมาร์ก" ], "answer_begin_position": [ 132 ], "answer_end_position": [ 182 ] }
3,076
85,655
อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อุทยานแมลงในลักษณะของศูนย์ธรรมชาติศึกษา ศูนย์กลางที่ให้การศึกษา เป็นแหล่งที่จะให้ความรู้ความเข้าใจ ในลักษณะพิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยาในศาสตร์ทางกีฏวิทยา ชีววิทยา นิเวศวิทยา ตลอดจนการจำลองชีววิทยานั้น ฐานของความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งจะสนองตอบและอำนวยประโยชน์ให้ กับนิสิต นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปในเขตภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันตก นอกจากนี้ในพื้นที่ดำเนินโครงการ ยังทำการค้นคว้าศึกษาวิจัยการเพาะเลี้ยงแมลงให้ผลผลิตบางชนิดที่มีศักยภาพในการที่จะพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจ และการวิจัยการเพาะเลี้ยงแมลงที่สวยงามและหายากบางชนิด ที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และอนุสัญญา CITES อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ประเทศไทย
อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยใด
{ "answer": [ "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์" ], "answer_begin_position": [ 931 ], "answer_end_position": [ 953 ] }
3,077
13,090
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร () เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งอยู่ในเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เริ่มทำการสอนเมื่อปี พ.ศ. 2435ประวัติ ประวัติ. มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครเป็นมหาวิทยาลัยด้านการฝึกหัดครูที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ได้รับการสถาปนาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในนาม "โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์" สังกัดกระทรวงธรรมการ ทำหน้าที่ผลิตครูเพื่อรองรับการขยายตัวของการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2435 เป็นสถานศึกษาด้านการฝึกหัดครูแห่งแรกของประเทศไทยมีมิสเตอร์กรีนรอด ชาวอังกฤษเป็นอาจารย์ใหญ่คนเแรก โดยมีที่ตั้งครั้งแรกอยู่ในบริเวณโรงเลี้ยงเด็ก ตำบลสวนมะลิ ถนนบำรุงเมือง จากนั้นก็ได้ย้ายไปสถานที่ตั้งไปอีกหลายแห่ง ในปี พ.ศ. 2449 มีการปรับปรุงหลักสูตรให้กว้างขวางขึ้น และให้นับเป็นโรงเรียนขั้นอุดมศึกษา และในปี พ.ศ. 2456 ได้รวมเป็นแผนกหนึ่งของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน เรียกว่า แผนกครุศึกษา แต่ยังอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกระทรวงธรรมการ พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการประกาศประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ จึงเป็นแผนกครุศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเมื่อมีการสถาปนากรมมหาวิทยาลัยขึ้นแล้วรวมโรงเรียนข้าราชการพลเรือนทุกแผนกขึ้นกับกรมนี้ กระทรวงธรรมการจึงได้ย้ายโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ไปสังกัดกรมศึกษาธิการ แผนกวิชาสามัญศึกษา วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2461 ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์เป็น "โรงเรียนฝึกหัดครู" เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) และได้ย้ายไปตั้งที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ. 2475 เรียกว่า "โรงเรียนฝึกหัดครูประถมพระราชวังสนามจันทร์" และโดยที่ภายในพระราชวังสนามจันทร์มีศาลพระพิฆเนศวรอยู่แล้ว ทางโรงเรียนจึงได้นำรูปพระพิฆเนศวรมาเป็นตราและสัญลักษณ์ของโรงเรียน พ.ศ. 2477 ได้ย้ายโรงเรียนจากพระราชวังสนามจันทร์มาตั้งที่กองพันทหารราบที่ 6 ถนนศรีอยุธยา หลังวังปารุสกวัน (ปัจจุบันคือ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์) จึงเรียกชื่อโรงเรียนว่า "โรงเรียนฝึกหัดครูประถมพระนคร" และ พ.ศ. 2490 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนฝึกหัดครูพระนคร" ผลิตครูตามหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) ใช้เวลา 3 ปี พ.ศ. 2498 โรงเรียนฝึกหัดครูพระนครได้ใช้หลักสูตรใหม่ คือ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) เวลาเรียน 2 ปี แทนหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถมเดิม เพื่อเร่งรัดการผลิตครูให้ทันกับความต้องการ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2499 ได้ย้ายโรงเรียนมาเช่าที่ดินวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ณ อาคารเลขที่ 3 หมู่ที่ 6 ตำบลอนุสาวรีย์ ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร อันเป็นที่ตั้งปัจจุบันโดยยังเช่าที่ดินวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ต่อมาจนปัจจุบัน วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 กระทรวงศึกษาธิการได้ยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูพระนคร ขึ้นเป็น "วิทยาลัยครูพระนคร" ทำให้สามารถเปิดหลักสูตประกาศนียบัตรวิชาการศึกศสชั้นสูง (ป.กศ.สูง) ได้ และเพื่อสนองความต้องการของโรงเรียนมัธยมแบบประสม วิทยาลัยจึงได้เปิดวิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์ โดยรับนักเรียนที่จบ ป.กศ. มาเรียนวิชาช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างโลหะ ช่างก่อสร้าง และช่างปั้นดินเผา ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 จึงได้เปิดสอนวิชาอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก พ.ศ. 2517 ได้เปิดหลักสูตรประโยคครูอุดมศึกษา (ป.อ.) โดยใช้หลักสูตรของวิทยาลัยวิชาการศึกษา โดยรับผู้สำเร็จ ป.กศ.สูง หรืออนุปริญญา เรียน 2 ปี เมื่อสำเร็จจะได้ปริญญาการศึกษาบัณฑิต วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู ซึ่งมีผลทำให้วิทยาลัยครูทั้ง 36 แห่งทั่วประเทศสามารถเปิดสอนได้ถึงระดับปริญญาตรี จึงได้รับการปรับหลักสูตรประโยคครูอุดมศึกษา เป็นหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต พ.ศ. 2521 วิทยาลัยครูพระนคร เปิดโครงการฝึกอบรมครูประจำการ (อ.ค.ป.) ร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกับเลิกการผลิตครูระดับป.กศ.สูง และระดับปริญญาตรีครุศาสตรบัณฑิตเพิ่มขึ้น และในปี พ.ศ. 2523 ก็ได้เปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีคุรศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี เป็นรุ่นแรก พ.ศ. 2527 ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2) ซึ่งเป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ทำให้วิทยาลัยครูสามารถเปิดสอนสาขาวิชาอื่นนอกเหนือจากวิชาชีพครู โดยสภาการฝึกหัดครูอนุมัติให้เปิดสอนใน 3 สาขา คือ สาขาวิชาการศึกษา สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาศิลปศาสตร์ และในปีการศึกษา 2528 ก็ได้เปิดรับนักศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ (กศ.บป.) ทั้งสายวิชาชีพครูและสายวิชาการอื่น จากนั้นก็ได้มีการขยายและพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการของท้องถิ่น และประเทศชาติมาโดยลำดับ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม "สถาบันราชภัฏ" เป็นชื่อสถาบันการศึกษาในสังกัดกรมการฝึกหัดครูกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งยังได้พระราชทานตราพระราชลัญจกรให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏด้วย และเมื่อได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 วิทยาลัยครูพระนคร จึงได้ชื่อว่า "สถาบันราชภัฏพระนคร" และมีภารกิจตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 คือ "เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ปรับปรุง ถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ผลิตครู และส่งเสริมวิทยฐานะครู" เมื่อ พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฎ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลให้ "สถาบันราชภัฎพระนคร" ได้ชื่อใหม่ว่า "มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร" ตั้งแต่ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นมาสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร. - สีน้ำเงิน แทนค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิด และพระราชทาน “มหาวิทยาลัยราชภัฎ” - สีเขียว แทนค่าแหล่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่งในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม - สีทอง แทนค่าความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา - สีส้ม แทนค่าความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ก้าวไกลใน 40 มหาวิทยาลัยราชภัฏ - สีขาว แทนค่าความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯสีประจำมหาวิทยาลัย สีประจำมหาวิทยาลัย. สีประจำสถาบัน สีเขียว ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ต้นปีป หรือกาซะลอง ภาษาอีสานเรียก ดอกกางของคณะ และ วิทยาลัยคณะ และ วิทยาลัย. - วิทยาลัยการฝึกหัดครู - พุทธวิชชาลัย(วิทยาลัยพุทธศาสตร์และปรัชญา วัดพระศรีมหาธาตุ) - วิทยาลัยนานาชาติพระนคร - คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - คณะวิทยาการจัดการ - คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ - คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม - บัณฑิตวิทยาลัยสถาบัน/ศูนย์และหน่วยงานในมหาวิทยาลัยสถาบัน/ศูนย์และหน่วยงานในมหาวิทยาลัย. - สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร - สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ - ศูนย์ภาษาและอาเซี่ยนศึกษา - ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ - ศูนย์ประสานราชการใสสะอาด - ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมราชภัฎพระนคร - โรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร - ศูนย์การบริบาลและพัฒนาเด็กปฐมวัย - องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครการเดินทางรถโดยสารประจำทาง การเดินทาง. รถโดยสารประจำทาง. ถนนพหลโยธิน (ประตูฌาปนสถานกองทัพอากาศ[วัดพระศรีมหาธาตุฯ]) ถนนพหลโยธิน (ประตูฌาปนสถานกองทัพอากาศ[วัดพระศรีมหาธาตุฯ]). - รถโดยสารประจำทางสาย 26 มีนบุรี-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - รถโดยสารประจำทางสาย 34 รังสิต-หัวลำโพง - รถโดยสารประจำทางสาย 39 ตลาดไท-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - รถโดยสารประจำทางสาย 51 ปากเกร็ด-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - รถโดยสารประจำทางสาย 59 รังสิต-หลักสี่-สนามหลวง - รถโดยสารประจำทางสาย 95 อู่บางเขน-มหาวิทยาลัยรามคำแหง - รถโดยสารประจำทางสาย 95ก อู่บางเขน-CDC-บางกะปิ-มหาวิทยาลัยรามคำแหง - รถโดยสารประจำทางสาย 107 อู่บางเขน-คลองเตย (ทางด่วน) - รถโดยสารประจำทางสาย 114 อู่นครอินทร์-แยกลำลูกกา - รถโดยสารประจำทางสาย 129 อู่บางเขน-สำโรง (ทางด่วน) - รถโดยสารประจำทางสาย 150 ปากเกร็ด-มหาวิทยาลัยรามคำแหง - รถโดยสารประจำทางสาย 196 อู่บางเขน-MRTลาดพร้าว-โชคชัย 4 (วงกลม) - รถโดยสารประจำทางสาย 503 รังสิต-สะพานใหม่-สนามหลวง - รถโดยสารประจำทางสาย 522 รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ทางด่วน) - รถโดยสารประจำทางสาย 524 หลักสี่-สามเสน-สนามหลวง - รถโดยสารประจำทางสาย 543 อู่บางเขน-ลำลูกกาคลอง 7-กรมการปกครอง (คลอง 9) - รถโดยสารประจำทางสาย 543ก ท่าน้ำนนทบุรี-อู่บางเขนถนนแจ้งวัฒนะถนนแจ้งวัฒนะ. - รถโดยสารประจำทางสาย 26 มีนบุรี-ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ(เสริม) - รถโดยสารประจำทางสาย 51 ปากเกร็ด-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - รถโดยสารประจำทางสาย 59 รังสิต-หลักสี่-สนามหลวง - รถโดยสารประจำทางสาย 95ก รังสิต-บางกะปิ - รถโดยสารประจำทางสาย 150 ปากเกร็ด-บางกะปิ - รถโดยสารประจำทางสาย 356 ปากเกร็ด-สะพานใหม่-ดอนเมือง(วงกลม)/ตลาดนนทบุรี-แยกลำลูกกา - รถโดยสารประจำทางสาย 524 หลักสี่-สามเสน-สนามหลวง - รถโดยสารสวัสดิการทหารอากาศ สาย สะพานใหม่-ดอนเมือง(วงกลม)รถไฟฟ้า (อนาคต)รถไฟฟ้าสายสีชมพูรถไฟฟ้า (อนาคต). รถไฟฟ้าสายสีชมพู. - สถานีราชภัฎพระนคร (PK15)" (ในอนาคต)รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน (BTS สายสุขุมวิท)รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน (BTS สายสุขุมวิท). - สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (N17)" (ในอนาคต)สถานที่ใกล้เคียงสถานที่ใกล้เคียง. - วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน - โรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร - แม็กซ์แวลู สาขาหลักสี่บุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครตั้งอยู่ที่เขตใดในจังหวัดกรุงเทพมหานคร
{ "answer": [ "บางเขน" ], "answer_begin_position": [ 206 ], "answer_end_position": [ 212 ] }
3,078
152,015
ตัวอสุจิ ตัวอสุจิ () คือเซลล์สืบพันธุ์ที่แบ่งตัวด้วยกระบวนการไมโอซิสจากร่างกายของสัตว์เพศผู้ในวัยเจริญพันธุ์ และไม่สามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีก โดยการปฏิสนธิจะเกิดขึ้นเมื่อตัวอสุจิผสมกับเซลล์ไข่ในสัตว์เพศเมีย ตัวอสุจิถูกสร้างมาตัวเพศชายและหลั่งออกมาพร้อมกับน้ำเลี้ยงที่เรียกรวมกันว่า น้ำอสุจิ ตัวอสุจิจะสามารถอยู่ได้ประมาณ 3 วันในร่างกายของสัตว์เพศเมียโดยไม่สัมผัสอากาศหรือของเหลวอื่นรูปร่าง รูปร่าง. ตัวอสุจิของมนุษย์เรียกว่า สเปอร์มาโทซัว (เอกพจน์: spermatozoon หรือ -zoan พหูพจน์: -zoa) รูปร่างคล้ายตัวอ่อนของกบ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนหัวกับส่วนหาง- ส่วนหัว เป็นที่อยู่ของนิวเคลียสและเอนไซม์ที่ใช้ย่อยผนังหุ้มเซลล์ไข่ โครโมโซมสืบพันธุ์จะบรรจุอยู่ในนิวเคลียส โดยส่วนหน้าของส่วนหัวเป็นส่วนที่เรียกว่าอะโครโซม(Acrosome)ซึ่งเปลียนมาจาก กอลจิคอมเพล็กซ์ มีหน้าที่ในการเจาะผนังของเซลล์ไข่ โดยบรรจุเอนไซม์ไฮโดรไลซิสไว้หลายชนิด เช่น ไฮอาลูโรนิเดส อะโครซิน โปรทีเอส- ส่วนคอและลำตัว ต่อจากส่วนหัว มีลักษณะเป็นแท่ง ทำหน้าที่ให้พลังงานแก่เซลล์ - ส่วนหาง แกนกลางพัฒนามาจากไมโครทูบูล ตอนบนมีกลุ่มไมโทคอนเดรียซึ่งใช้เป็นพลังงานในการเคลื่อนที่ของอสุจิ ตอนล่างสามารถโบกพัดได้เพื่อว่ายไปหาเซลล์ไข่
ตัวอสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ภายในร่างกายของสัตว์เพศเมียโดยไม่สัมผัสอากาศหรือของเหลวอื่นกี่วัน
{ "answer": [ "3" ], "answer_begin_position": [ 402 ], "answer_end_position": [ 403 ] }
3,079
291,597
ปริญ สุภารัตน์ ปริญ สุภารัตน์ ชื่อเล่น หมาก เป็นนักแสดงและนายแบบชาวไทย สังกัด สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เคยเป็น นักกีฬายูโด ผู้เข้าแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ มาก่อน เมื่อก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงชายหน้าใหม่ ด้วยบทบาทพระเอกละครโทรทัศน์เรื่องแรก คือ เงารักลวงใจ แสดงคู่กับ มิ้นท์ ณัฐวรา วงศ์วาสนาประวัติ ประวัติ. ปริญ สุภารัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2533 เป็น ชาวเชียงใหม่ บิดาชื่อ นพ.วรพันธ์ วิลัยหงษ์ มารดาชื่อ ปานหทัย สุภารัตน์ มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน เป็นลูกคนสุดท้อง มีพี่สาว 1 คน ชื่อ ปราง และมีพี่สาวต่างมารดาอีก 2 คน ชื่อจริง ปริญ ย่อมาจากคำว่าปริญญา ส่วนนามสกุล สุภารัตน์ ซึ่งเป็นนามสกุลของมารดา หมายถึง แก้วที่ประเสริฐ ปริญจบการศึกษาในระดับชั้นอนุบาลที่อักษรธรรม จังหวัดเชียงใหม่ ประถมศึกษาที่ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครอบครัวย้ายไปที่จังหวัดลำปาง จึงเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง จังหวัดลำปาง หมากมีความการชอบการท่องเที่ยวแบบ Naturist เป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังเคยได้สร้างผลงานการแข่งขันกีฬายูโด ในการแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ดอกบัวเกมส์ ที่ จังหวัดอุบลราชธานี ศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยรังสิต ด้วยทุนนักกีฬาท อีกทั้งในปี 2558 “สมาคมยูโดแห่งประเทศไทย” ได้มอบ “วุฒิบัตรสายดำชั้น 1” และแต่งตั้งให้เป็น “ทูตกีฬายูโด” ของประเทศไทยอีกด้วย ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการตลาด มหาวิทยาลัยรังสิต เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการถ่ายแบบ ถ่ายมิวสิกวิดีโอ ถ่ายโฆษณา จนมีผลงานแสดงละครเรื่องแรก เงารักลวงใจ และเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากละครเรื่อง ปฐพีเล่ห์รัก ในบทบาทของ ปฐพี อดิศวร ในละครซีรีส์ชุด 4 หัวใจแห่งขุนเขาผลงานละครโทรทัศน์ผลงาน. ละครโทรทัศน์. - ละครโทรทัศน์ทั้งหมดด้านล่างนี้ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3ภาพยนตร์สั้นเพลงพากย์เสียงพากย์เสียง. - ซุปเปอร์ฮีโร่ หล่อช่วยได้ (ฮีโร่สีดำ) - สิงห์ แพดเดิล ป๊อป ในภาพยนตร์เรื่อง “แพดเดิ้ล ป๊อป” ซีซั่นใหม่ล่าสุด “ไดโน เทอร์ร่า”คอนเสิร์ตคอนเสิร์ต. - 4+1 Channel 3 Superstar Concert - หล่อมากมาก คอนเสิร์ต - Love Missoin คอนเสิร์ตรักล้นจอ - Love is in the airรางวัล รางวัล. ปี 2555- สยามบันเทิงสตาร์สชอยส์อวอร์ดส สาขาหนุ่มหล่อกระชากใจ - สีสันบันเทิงอวอร์ด 2012 สาขาคู่จิ้นแห่งปี ร่วมกับ คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ ปี 2556- The Nine Fever Award ครั้งที่ 1 สาขานักแสดงยอดนิยม - รางวัล Spicy สาขา 100 Spicy Most Idol - รางวัลช่อสะอาด สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทละครโทรทัศน์ จากละครเรื่อง เหนือเมฆ 2 มือปราบจอมขมังเวทย์ ปี 2557- แคสอวอร์ดส 2014 สาขาคู่จิ้นแห่งปี ร่วมกับ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ปี 2558- Korean & Culture Entertainment Awards and Asia Awards ครั้งที่ 23 สาขานักแสดงชายต่างชาติยอดนิยม จากละครเรื่อง ภพรัก และ แอบรักออนไลน์ ปี 2559- ดาราเดลี่ เดอะเกรท อวอร์ด สาขาหนุ่มฮอตแห่งปี ปี 2560- สีสันบันเทิงอวอร์ด 2560 สาขาสามีแห่งชาติ จากละครเรื่อง รากนครา ปี 2561- HOWE AWARDS 2017 สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต - MThai Top Talk-about 2018 สาขา นักแสดงชาย ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด จากละครเรื่อง คลื่นชีวิตเข้าชิงรางวัล เข้าชิงรางวัล. ปี 2553- เข้าชิงรางวัล สยามดาราสตาร์อวอร์ด 2010 สาขานักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง เงารักลวงใจ - เข้าชิงรางวัล ท็อปอวอร์ด 2010 สาขานักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม ประเภทละครโทรทัศน์ จากละครเรื่อง ปฐพีเล่ห์รัก - เข้าชิงรางวัล รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 2 สาขาทีมนักแสดงยอดเยี่ยม จากละครซีรีส์ชุด 4 หัวใจแห่งขุนเขา - เข้าชิงรางวัล ทีวีสาม แฟนคลับ อวอร์ด สาขาดาวรุ่งชายยอดนิยม ปี 2554- เข้าชิงรางวัล ทีวีสาม แฟนคลับ อวอร์ด สาขานักแสดงชายยอดนิยม - เข้าชิงรางวัล รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 3 สาขาทีมนักแสดงยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง ตะวันเดือด ปี 2555- เข้าชิงรางวัล ทีวีสาม แฟนคลับ อวอร์ด สาขานักแสดงชายยอดนิยม - เข้าชิงรางวัล สตาร์ไลท์ อวอร์ด สาขาหนุ่มเจ้าสำราญ ปี 2556- เข้าชิงรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 10 สาขานักแสดงชายยอดนิยม - เข้าชิงรางวัล ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 6 สาขาขวัญใจมหาชน - เข้าชิงรางวัล สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013 สาขาสยามดารา สตาร์ ป๊อปปูลาร์โหวตชาย - เข้าชิงรางวัล สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013 สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทละครโทรทัศน์ จากละครเรื่อง ปัญญาชนก้นครัว - เข้าชิงรางวัล เกิด อวอร์ด ครั้งที่ 2 สาขาคู่เกิด ร่วมกับ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ - เข้าชิงรางวัล ดาราเดลี่ เดอะ เกรท อวอร์ดส์ ครั้งที่ 2 สาขานักแสดงนำชายสาขาละครที่สุดแห่งปี 2012 จากละครเรื่อง ปัญญาชนก้นครัว
หมาก ปริญ สุภารัตน์ เคยเป็นนักกีฬาเยาวชนแห่งชาติประเภทใดมาก่อนที่จะเข้าวงการบันเทิง
{ "answer": [ "ยูโด" ], "answer_begin_position": [ 216 ], "answer_end_position": [ 220 ] }
3,080
291,597
ปริญ สุภารัตน์ ปริญ สุภารัตน์ ชื่อเล่น หมาก เป็นนักแสดงและนายแบบชาวไทย สังกัด สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เคยเป็น นักกีฬายูโด ผู้เข้าแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ มาก่อน เมื่อก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงชายหน้าใหม่ ด้วยบทบาทพระเอกละครโทรทัศน์เรื่องแรก คือ เงารักลวงใจ แสดงคู่กับ มิ้นท์ ณัฐวรา วงศ์วาสนาประวัติ ประวัติ. ปริญ สุภารัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2533 เป็น ชาวเชียงใหม่ บิดาชื่อ นพ.วรพันธ์ วิลัยหงษ์ มารดาชื่อ ปานหทัย สุภารัตน์ มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน เป็นลูกคนสุดท้อง มีพี่สาว 1 คน ชื่อ ปราง และมีพี่สาวต่างมารดาอีก 2 คน ชื่อจริง ปริญ ย่อมาจากคำว่าปริญญา ส่วนนามสกุล สุภารัตน์ ซึ่งเป็นนามสกุลของมารดา หมายถึง แก้วที่ประเสริฐ ปริญจบการศึกษาในระดับชั้นอนุบาลที่อักษรธรรม จังหวัดเชียงใหม่ ประถมศึกษาที่ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครอบครัวย้ายไปที่จังหวัดลำปาง จึงเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง จังหวัดลำปาง หมากมีความการชอบการท่องเที่ยวแบบ Naturist เป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังเคยได้สร้างผลงานการแข่งขันกีฬายูโด ในการแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ดอกบัวเกมส์ ที่ จังหวัดอุบลราชธานี ศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยรังสิต ด้วยทุนนักกีฬาท อีกทั้งในปี 2558 “สมาคมยูโดแห่งประเทศไทย” ได้มอบ “วุฒิบัตรสายดำชั้น 1” และแต่งตั้งให้เป็น “ทูตกีฬายูโด” ของประเทศไทยอีกด้วย ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการตลาด มหาวิทยาลัยรังสิต เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการถ่ายแบบ ถ่ายมิวสิกวิดีโอ ถ่ายโฆษณา จนมีผลงานแสดงละครเรื่องแรก เงารักลวงใจ และเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากละครเรื่อง ปฐพีเล่ห์รัก ในบทบาทของ ปฐพี อดิศวร ในละครซีรีส์ชุด 4 หัวใจแห่งขุนเขาผลงานละครโทรทัศน์ผลงาน. ละครโทรทัศน์. - ละครโทรทัศน์ทั้งหมดด้านล่างนี้ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3ภาพยนตร์สั้นเพลงพากย์เสียงพากย์เสียง. - ซุปเปอร์ฮีโร่ หล่อช่วยได้ (ฮีโร่สีดำ) - สิงห์ แพดเดิล ป๊อป ในภาพยนตร์เรื่อง “แพดเดิ้ล ป๊อป” ซีซั่นใหม่ล่าสุด “ไดโน เทอร์ร่า”คอนเสิร์ตคอนเสิร์ต. - 4+1 Channel 3 Superstar Concert - หล่อมากมาก คอนเสิร์ต - Love Missoin คอนเสิร์ตรักล้นจอ - Love is in the airรางวัล รางวัล. ปี 2555- สยามบันเทิงสตาร์สชอยส์อวอร์ดส สาขาหนุ่มหล่อกระชากใจ - สีสันบันเทิงอวอร์ด 2012 สาขาคู่จิ้นแห่งปี ร่วมกับ คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ ปี 2556- The Nine Fever Award ครั้งที่ 1 สาขานักแสดงยอดนิยม - รางวัล Spicy สาขา 100 Spicy Most Idol - รางวัลช่อสะอาด สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทละครโทรทัศน์ จากละครเรื่อง เหนือเมฆ 2 มือปราบจอมขมังเวทย์ ปี 2557- แคสอวอร์ดส 2014 สาขาคู่จิ้นแห่งปี ร่วมกับ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ปี 2558- Korean & Culture Entertainment Awards and Asia Awards ครั้งที่ 23 สาขานักแสดงชายต่างชาติยอดนิยม จากละครเรื่อง ภพรัก และ แอบรักออนไลน์ ปี 2559- ดาราเดลี่ เดอะเกรท อวอร์ด สาขาหนุ่มฮอตแห่งปี ปี 2560- สีสันบันเทิงอวอร์ด 2560 สาขาสามีแห่งชาติ จากละครเรื่อง รากนครา ปี 2561- HOWE AWARDS 2017 สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต - MThai Top Talk-about 2018 สาขา นักแสดงชาย ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด จากละครเรื่อง คลื่นชีวิตเข้าชิงรางวัล เข้าชิงรางวัล. ปี 2553- เข้าชิงรางวัล สยามดาราสตาร์อวอร์ด 2010 สาขานักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง เงารักลวงใจ - เข้าชิงรางวัล ท็อปอวอร์ด 2010 สาขานักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม ประเภทละครโทรทัศน์ จากละครเรื่อง ปฐพีเล่ห์รัก - เข้าชิงรางวัล รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 2 สาขาทีมนักแสดงยอดเยี่ยม จากละครซีรีส์ชุด 4 หัวใจแห่งขุนเขา - เข้าชิงรางวัล ทีวีสาม แฟนคลับ อวอร์ด สาขาดาวรุ่งชายยอดนิยม ปี 2554- เข้าชิงรางวัล ทีวีสาม แฟนคลับ อวอร์ด สาขานักแสดงชายยอดนิยม - เข้าชิงรางวัล รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 3 สาขาทีมนักแสดงยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง ตะวันเดือด ปี 2555- เข้าชิงรางวัล ทีวีสาม แฟนคลับ อวอร์ด สาขานักแสดงชายยอดนิยม - เข้าชิงรางวัล สตาร์ไลท์ อวอร์ด สาขาหนุ่มเจ้าสำราญ ปี 2556- เข้าชิงรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 10 สาขานักแสดงชายยอดนิยม - เข้าชิงรางวัล ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 6 สาขาขวัญใจมหาชน - เข้าชิงรางวัล สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013 สาขาสยามดารา สตาร์ ป๊อปปูลาร์โหวตชาย - เข้าชิงรางวัล สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013 สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทละครโทรทัศน์ จากละครเรื่อง ปัญญาชนก้นครัว - เข้าชิงรางวัล เกิด อวอร์ด ครั้งที่ 2 สาขาคู่เกิด ร่วมกับ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ - เข้าชิงรางวัล ดาราเดลี่ เดอะ เกรท อวอร์ดส์ ครั้งที่ 2 สาขานักแสดงนำชายสาขาละครที่สุดแห่งปี 2012 จากละครเรื่อง ปัญญาชนก้นครัว
ละครเรื่องแรกของ หมาก ปริญ สุภารัตน์ คือเรื่องใด
{ "answer": [ "เงารักลวงใจ" ], "answer_begin_position": [ 378 ], "answer_end_position": [ 389 ] }
3,081
149,538
รถไฟฟ้าปารีส รถไฟฟ้าปารีส () เป็นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองก็ว่าได้ เห็นได้ชัดจากอิทธิพลของนวศิลป์ (Art Nouveau) มีเส้นทางทั้งหมด 16 สาย ส่วนมากมักจะอยู่ใต้ดินและมีความยาวทั้งสิ้น 213 กิโลเมตร (133 ไมล์) และมีสถานี 298 แห่ง รถไฟฟ้าสายแรกเปิดโดยไม่มีพิธีรีตองในปี พ.ศ. 2443 ระหว่างงานนิทรรศการนานาชาติ () หลังจากนั้นระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเสร็จในช่วงปี พ.ศ. 2463 ส่วนการขยายออกไปยังชานเมืองได้บรรลุในช่วง 10 กว่าปีต่อมา ระบบรถไฟฟ้าปารีสได้ถึงจุดอิ่มตัวในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งระบบรถไฟฟ้าก็ได้นำขบวนรถไฟฟ้าใหม่เข้ามาให้บริการเนื่องจากการจราจรอันคับคั่ง ซึ่งการต่อเติมนั้นเป็นไปได้ยากและมีขีดจำกัดจึงได้เกิดรถไฟฟ้าแอร์เออแอร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2503 เป็นต้นมา กรุงปารีสเป็นเมืองที่มีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่หนาแน่นที่สุดในโลก ด้วยสถานีกว่า 245 แห่งภายในเนื้อที่กรุงปารีส 41 ตารางกิโลเมตร (16 ตารางไมล์) แต่ละสายจะมีชื่อเป็นหมายเลขตั้งแต่ 1 ถึง 14 และมีสายรองอีกสองสายคือ สาย 3 (2) และสาย 7 (2) สายรองทั้งสองเคยเป็นส่วนหนึ่งของสาย 3 และ 7 แต่แยกตัวออกมาภายหลังในปี พ.ศ. 2514 และ พ.ศ. 2510 ตามลำดับ รถไฟฟ้าปารีสมีสถานีทั้งหมด 298 แห่ง (382 ป้าย) โดยเชื่อมต่อกับสายอื่น 62 ป้าย มีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 4.5 ล้านคนต่อวัน (1,409 ล้านคนต่อปี) ถือเป็นลำดับที่ 4 ของโลก ตามหลังมอสโก โตเกียว และเม็กซิโกซิตี และอยู่ในลำดับที่ 7 ของโลกเมื่อเปรียบเทียบระยะทางการเดินรถไฟฟ้า รองจากนิวยอร์ก โซล โตเกียว มอสโก มาดริด (แต่ถ้ารวมกับแอร์เออแอร์แล้วจะอยู่ในอันดับที่ 1) ส่วนจำนวนสถานีนั้นอยู่ที่ลำดับ 3 ของโลก รองลงมาจากนิวยอร์ก (468 สถานี) และโซล ทั้งนี้สถานีชาเตอแล-เลอาลยังเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย แต่ละสายจะมีเลขและสีในการบ่งบอก ส่วนทิศทางในการเดินทางเห็นได้จากสถานีปลายทางของแต่ละสายการใช้บริการเวลาเปิดบริการ การใช้บริการ. เวลาเปิดบริการ. รถไฟฟ้าปารีสจะเปิดให้ใช้บริการในเวลา 05.00 น. จนถึง 01.00 น. ทุกวันและทุกสถานี รถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายมักจะถูกเรียกว่า "balai" (ไม้กวาด) เนื่องจากได้กวาดผู้โดยสารชุดสุดท้ายของวันไปยังสถานีในเวลา 01.15 น. ทั้งนี้ในวันเสาร์และวันก่อนถึงวันหยุดเทศกาลจะเลื่อนเวลาปิดให้บริการไปอีก 1 ชั่วโมง และตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา รถไฟฟ้าปารีสได้เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมงในคืนวันศุกร์ รถไฟฟ้าปารีสยังเปิดตลอดเวลาในวันสิ้นปี วันดนตรีสากล วันนุยบล็องช์ และเทศกาลอื่น ๆ อีกด้วยการใช้บริการ การใช้บริการ. บัตรรถไฟสามารถซื้อได้จากแผงขายบัตรหรือเครื่องขายอัตโนมัติบริเวณทางเข้าสถานีรถไฟ เมื่อสอดบัตรบริเวณประตูทางเข้าอัตโนมัติแล้ว มันจะเปิดให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อไปยังชานชาลา หลังจากนั้นเครื่องจะให้บัตรรถไฟคืนบัตรรถไฟ บัตรรถไฟ. บัตรรถไฟมาตรฐานของรถไฟฟ้าปารีสคือ "บัตรรถไฟฟ้า t+" ซึ่งสามารถใช้ได้ในระยะเวลา 90 นาทีหลังจากเข้าชานชาลาและเดินทางได้เพียงรอบเดียว บัตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งระบบรถไฟฟ้าปารีส รถเมล์ รถราง หรือแม้กระทั่งพื้นที่ 1 ของรถไฟฟ้าแอร์เออแอร์ () ทำให้เป็นการลดการโดยสารจากระบบการขนส่งแบบเดียวกัน (เช่น รถไฟฟ้า - รถไฟฟ้า, รถโดยสารประจำทาง - รถโดยสารประจำทาง, รถราง - รถราง) ให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนประเภทอื่นได้ ระหว่างรถโดยสารประจำทาง - รถราง, รถไฟฟ้า - รถไฟฟ้าแอร์เออแอร์ พื้นที่ 1 เป็นต้น หรือสามารถซื้อ 10 ใบ ซึ่งเรียกว่า "การ์แน" ()ข้อมูลทางเทคนิคโดยรวม ข้อมูลทางเทคนิค. โดยรวม. รถไฟฟ้าปารีสมีความยาวกว่า 213 กิโลเมตร (133 ไมล์) และมีสถานี 298 แห่ง 382 ป้ายจอดและ 62 ตัวเชื่อมระหว่างสาย ในที่นี้ไม่ได้รวมถึงระบบรถไฟฟ้าแอร์เออแอร์ ความยาวเฉลี่ยในแต่ละสถานีคือ 562 เมตร (1,845 ฟุต) รถไฟฟ้าจะจอดทุกสถานี แต่ละสายจะไม่มีการใช้ชานชาลาร่วมกัน แม้กระทั่งสถานีเชื่อมต่อก็ตาม ซึ่งก็เหมือนกับรถไฟฟ้าแอร์เออแอร์ ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟฟ้าปารีสคือ 35 กม./ชม. (22 ไมล์/ชม.) และมีความเร็วสูงสุดคือ 70 กม./ชม. (44 ไมล์/ชม.) ยกเว้นรถไฟฟ้าอัตโนมัติ ไร้คนขับของสาย 14 ซึ่งมีความเร็วสูงสุดถึง 80 กม./ชม. รถไฟฟ้าปารีสโดยทั่วไปจะโดยสารทางฝั่งขวาเสมอ รางรถไฟใช้แบบรางมาตรฐานยุโรป ส่วนรางแบบขนส่งจะมีขนาดเล็กกว่าสายหลักของ SNCF ในแต่ละสายอาจจะมีตู้รถไฟฟ้าต่างกันจาก 3 จนถึง 6 ตู้ โดยแต่ละสายจะมีจำนวนตู้เท่ากัน และรับไฟฟ้ากระแสตรงขั้วบวกเพื่อขับเคลื่อนจากรางที่สาม (750v DC) ยกเว้นสายที่ใช้ล้อยาง ซึ่งจะรับพลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนจากรางตรงกลาง (750v DC) ซึ่งมีสาย 1, 4, 6, 11 และ 14 ใช้ล้อยาง รถไฟฟ้าสายแรกสุดคือ สาย 1 ซึ่งขุดด้วยมือไปตามทางถนนช็องเซลีเซเป็นเส้นตรง พวกวิศวกรต้องขุดไปตามถนนหรือต้องปะกับสิ่งก่อสร้างใต้ดิน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมบางสถานี (สาย 8 และสาย 13) มีชานชาลาที่ไม่ได้อยู่แนวเดียวกัน เพราะถนนข้างบนแคบเกินไปในการสร้างชานชาลาให้ตรงข้ามกันล้อขับเคลื่อน ล้อขับเคลื่อน. ล้อขับเคลื่อนของรถไฟฟ้าปารีสนั้นมี 2 แบบ ได้แก่ ล้อเหล็ก () และล้อยาง () โดยแต่ละรุ่นจะมีชื่อต่างกันโดยตั้งชื่อในปีที่ออกแบบ ไม่ใช่ปีที่ให้บริการเป็นครั้งแรก- ล้อยาง- MP 59 : สาย 4 และ 11 (จะถูกเลิกใช้เมื่อการเคลื่อนย้าย "MP 89 CC" จากสาย 1 สำเร็จ) - MP 73 : สาย 6 - MP 89 CA : สาย 14 - MP 89 CC : สาย 1 (จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังสาย 4 เริ่มในปี พ.ศ. 2551 - 2552) - MP 05 : ไว้สำหรับสาย 1 ภายในปี พ.ศ. 2553 - ล้อเหล็ก- MF 67 : สาย 3, 10, 12 และแบบ 3 ตอนในสาย 3 (2) - MF 77 : สาย 7, 8 และ 13 - MF 88 : สาย 7 (2) - MF 2000 : สาย 2, 5 และ 9สายที่เปิดให้บริการ
รถไฟฟ้าของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เปิดให้บริการสายแรกในปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2443" ], "answer_begin_position": [ 401 ], "answer_end_position": [ 405 ] }
3,082
567,693
พระบรมดิลก พระบรมดิลก เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ 4 ในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย สิ้นพระชนม์ชีพพร้อมพระราชมารดาในสงครามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้พระประวัติ พระประวัติ. พระบรมดิลก เป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย ประสูติเมื่อครั้งพระราชบิดายังมีพระอิสริยยศเป็น พระเทียรราชา เป็นพระมหาอุปราชประทับอยู่ที่วังชัย สมเด็จพระไชยราชาธิราชพระเชษฐาของพระราชบิดาของพระองค์สวรรคต พระยอดฟ้าพระราชโอรสจึงได้สืบราชสมบัติต่อ เนื่องจากพระยอดฟ้ายังทรงพระเยาว์อยู่มาก เสนาบดีชั้นผู้ใหญ่จึงได้ทูลเชิญพระเที่ยรราชาและท้าวศรีสุดาจันทร์ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ท้าวศรีสุดาจันทร์ก็พยายามกดดันให้พระเทียรราชาออกจากตำแหน่ง เพื่อที่ตนจะได้เป็นผู้สำเร็จราชการแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นเพื่อหลบหลีกความกดดันจากท้าวศรีสุดาจันทร์ จึงได้เสด็จออกผนวช ณ วัดราชประดิษฐาน จนถึงสมัยขุนวรวงศาธิราชได้ครองกรุงศรีอยุธยา ฝ่ายสมเด็จพระศรีสุริโยทัย เมื่อพระราชสวามีออกผนวช พระองค์จึงได้พาพระราเมศวร พระมหินทร์ พระสวัสดิราช พระบรมดิลก และพระเทพกษัตรี เสด็จไปประทับ ณ พระตำหนักชานเมือง เมื่อพระราชบิดาสึกออกมา และสามารถล้มล้างราชบัลลังก์ของขุนวรวงศาธิราชได้ และเสด็จครองราชย์ พระองค์ก็ได้ดำรงพระอิสริยศเป็นพระราชธิดา ประทับในพระราชวังหลวง ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2091 หลังพระราชบิดาของพระองค์ครองราชย์ได้ 7 เดือน พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้พระมหากษัตริย์พม่าได้ยกกองทัพลงมา หมายจะยึดอยุธยาเป็นประเทศราช พระราชบิดาของพระองค์จึงเตรียมการรับศึกสิ้นพระชนม์ สิ้นพระชนม์. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2092 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงตัดสินพระทัยยกทัพออกนอกพระนครเพื่อเป็นการบำรุงขวัญทหารและทอดพระเนตรจำนวนข้าศึกนอกเหนือจากพระองค์แล้ว พระมเหสี สมเด็จพระสุริโยทัย พร้อมกับพระราชธิดา พระบรมดิลก ซึ่งเสด็จบนหลังช้างทรงเช่นกัน พระองค์และพระราชมารดาได้แต่งกายเป็นทหารอย่างชาย โดยสมเด็จพระสุริโยทัยทรงแต่งกายอย่างพระมหาอุปราช นอกจากนี้ พระเชษฐาทั้งสองของพระองค์ พระราเมศวร พระมหาอุปราชและทายาทผู้มีสิทธิ์โดยตรง และพระมหินทร์ ได้ตามเสด็จพระราชบิดาไปด้วย กองทัพอยุธยาจัดขบวนออกเคลื่อนทัพไปทางเหนือจนถึงบริเวณทุ่งภูเขาทอง ไม่นานก็พบกับทัพหน้าของพม่าโดยมีพระเจ้าแปรเป็นแม่ทัพ ทั้งสองขบวนก็ปะทะกัน พระเจ้าแปรและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงทำยุทธหัตถีกัน ซึ่งเป็นแบบธรรมเนียมในเวลานั้น แต่ช้างทรงของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสียทีและหันหลังหนีจากข้าศึก พระเจ้าแปรก็ทรงขับช้างไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด สมเด็จพระสุริโยทัยทอดพระเนตรเห็นพระราชสวามีกำลังอยู่ในอันตรายจึงรีบขับช้างเข้าขวางพระเจ้าแปร ทำให้ทรงไม่สามารถติดตามต่อไปได้ พระเจ้าแปรจึงทำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระสุริโยทัย เนื่องจากสมเด็จพระสุริโยทัยอยู่ในลักษณะเสียเปรียบ ช้างพระเจ้าแปรได้เสยช้างสมเด็จพระสุริโยทัย จนเท้าหน้าทั้งสองลอยพ้นพื้นดิน แล้วพระเจ้าแปรจึงฟันสมเด็จพระสุริโยทัยจากพระพาหาขาดถึงกลางพระองค์ นอกจากนี้ พระเจ้าแปรยังทรงทำให้พระบรมดิลกได้รับบาดเจ็บ ทั้งสองพระองค์เสด็จสวรรคตบนช้างทรงเชือกเดียวกัน มีการเล่าว่า พระเจ้าแปรไม่ทรงทราบว่าพระองค์กำลังรบกับสตรีอยู่จนกระทั่งพระองค์ทรงฟันศัตรูบริเวณไหล่ ในจังหวะที่ร่างกายทรุดลงจนหมวกเหล็กที่สวมไว้หลุดออกนั้น พระองค์จึงทรงเห็นผมยาวของสตรี พระราเมศวรและพระมหินทร์ทรงขับช้างเข้ากันข้าศึก และขับทัพหน้าของพม่าออกจากทุ่ง จากนั้นทรงนำช้างพร้อมทั้งพระศพสมเด็จพระราชชนนีและพระขนิษฐภคินีกลับเข้ากรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ใช้เวลาในการรวบรวมกองทัพแล้วจึงถอยกลับเข้าพระนครเช่นกัน
ใครคือพระราชธิดาพระองค์ที่ 4 ของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย
{ "answer": [ "พระบรมดิลก" ], "answer_begin_position": [ 96 ], "answer_end_position": [ 106 ] }
3,083
567,693
พระบรมดิลก พระบรมดิลก เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ 4 ในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย สิ้นพระชนม์ชีพพร้อมพระราชมารดาในสงครามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้พระประวัติ พระประวัติ. พระบรมดิลก เป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย ประสูติเมื่อครั้งพระราชบิดายังมีพระอิสริยยศเป็น พระเทียรราชา เป็นพระมหาอุปราชประทับอยู่ที่วังชัย สมเด็จพระไชยราชาธิราชพระเชษฐาของพระราชบิดาของพระองค์สวรรคต พระยอดฟ้าพระราชโอรสจึงได้สืบราชสมบัติต่อ เนื่องจากพระยอดฟ้ายังทรงพระเยาว์อยู่มาก เสนาบดีชั้นผู้ใหญ่จึงได้ทูลเชิญพระเที่ยรราชาและท้าวศรีสุดาจันทร์ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ท้าวศรีสุดาจันทร์ก็พยายามกดดันให้พระเทียรราชาออกจากตำแหน่ง เพื่อที่ตนจะได้เป็นผู้สำเร็จราชการแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นเพื่อหลบหลีกความกดดันจากท้าวศรีสุดาจันทร์ จึงได้เสด็จออกผนวช ณ วัดราชประดิษฐาน จนถึงสมัยขุนวรวงศาธิราชได้ครองกรุงศรีอยุธยา ฝ่ายสมเด็จพระศรีสุริโยทัย เมื่อพระราชสวามีออกผนวช พระองค์จึงได้พาพระราเมศวร พระมหินทร์ พระสวัสดิราช พระบรมดิลก และพระเทพกษัตรี เสด็จไปประทับ ณ พระตำหนักชานเมือง เมื่อพระราชบิดาสึกออกมา และสามารถล้มล้างราชบัลลังก์ของขุนวรวงศาธิราชได้ และเสด็จครองราชย์ พระองค์ก็ได้ดำรงพระอิสริยศเป็นพระราชธิดา ประทับในพระราชวังหลวง ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2091 หลังพระราชบิดาของพระองค์ครองราชย์ได้ 7 เดือน พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้พระมหากษัตริย์พม่าได้ยกกองทัพลงมา หมายจะยึดอยุธยาเป็นประเทศราช พระราชบิดาของพระองค์จึงเตรียมการรับศึกสิ้นพระชนม์ สิ้นพระชนม์. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2092 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงตัดสินพระทัยยกทัพออกนอกพระนครเพื่อเป็นการบำรุงขวัญทหารและทอดพระเนตรจำนวนข้าศึกนอกเหนือจากพระองค์แล้ว พระมเหสี สมเด็จพระสุริโยทัย พร้อมกับพระราชธิดา พระบรมดิลก ซึ่งเสด็จบนหลังช้างทรงเช่นกัน พระองค์และพระราชมารดาได้แต่งกายเป็นทหารอย่างชาย โดยสมเด็จพระสุริโยทัยทรงแต่งกายอย่างพระมหาอุปราช นอกจากนี้ พระเชษฐาทั้งสองของพระองค์ พระราเมศวร พระมหาอุปราชและทายาทผู้มีสิทธิ์โดยตรง และพระมหินทร์ ได้ตามเสด็จพระราชบิดาไปด้วย กองทัพอยุธยาจัดขบวนออกเคลื่อนทัพไปทางเหนือจนถึงบริเวณทุ่งภูเขาทอง ไม่นานก็พบกับทัพหน้าของพม่าโดยมีพระเจ้าแปรเป็นแม่ทัพ ทั้งสองขบวนก็ปะทะกัน พระเจ้าแปรและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงทำยุทธหัตถีกัน ซึ่งเป็นแบบธรรมเนียมในเวลานั้น แต่ช้างทรงของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสียทีและหันหลังหนีจากข้าศึก พระเจ้าแปรก็ทรงขับช้างไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด สมเด็จพระสุริโยทัยทอดพระเนตรเห็นพระราชสวามีกำลังอยู่ในอันตรายจึงรีบขับช้างเข้าขวางพระเจ้าแปร ทำให้ทรงไม่สามารถติดตามต่อไปได้ พระเจ้าแปรจึงทำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระสุริโยทัย เนื่องจากสมเด็จพระสุริโยทัยอยู่ในลักษณะเสียเปรียบ ช้างพระเจ้าแปรได้เสยช้างสมเด็จพระสุริโยทัย จนเท้าหน้าทั้งสองลอยพ้นพื้นดิน แล้วพระเจ้าแปรจึงฟันสมเด็จพระสุริโยทัยจากพระพาหาขาดถึงกลางพระองค์ นอกจากนี้ พระเจ้าแปรยังทรงทำให้พระบรมดิลกได้รับบาดเจ็บ ทั้งสองพระองค์เสด็จสวรรคตบนช้างทรงเชือกเดียวกัน มีการเล่าว่า พระเจ้าแปรไม่ทรงทราบว่าพระองค์กำลังรบกับสตรีอยู่จนกระทั่งพระองค์ทรงฟันศัตรูบริเวณไหล่ ในจังหวะที่ร่างกายทรุดลงจนหมวกเหล็กที่สวมไว้หลุดออกนั้น พระองค์จึงทรงเห็นผมยาวของสตรี พระราเมศวรและพระมหินทร์ทรงขับช้างเข้ากันข้าศึก และขับทัพหน้าของพม่าออกจากทุ่ง จากนั้นทรงนำช้างพร้อมทั้งพระศพสมเด็จพระราชชนนีและพระขนิษฐภคินีกลับเข้ากรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ใช้เวลาในการรวบรวมกองทัพแล้วจึงถอยกลับเข้าพระนครเช่นกัน
พระบรมดิลก พระราชธิดาพระองค์ที่ 4 ของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย สิ้นพระชนม์ชีพในสงครามที่ไทยรบกับกษัตริย์พม่าองค์ใด
{ "answer": [ "พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้" ], "answer_begin_position": [ 220 ], "answer_end_position": [ 239 ] }
3,084
12,279
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 1 ใน 5 แห่งแรกในประเทศไทยถูกสถาปนาขึ้นพร้อมกับ วิทยาลัยเกริก วิทยาลัยไทยสุริยะ วิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และวิทยาลัยพัฒนา เริ่มแรกนั้นได้รับการก่อตั้งในชื่อ “วิทยาลัยไทยเทคนิค” เมื่อปี พ.ศ. 2505 ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วิทยาลัยกรุงเทพ” และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “มหาวิทยาลัยกรุงเทพ” เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2527 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2527 โดยจัดการเรียนการสอนใน 11 คณะ รวมทั้ง วิทยาลัยนานาชาติ และบัณฑิตวิทยาลัย ครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ปัจจุบัน เปิดดำเนินการสอน ใน 2 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท กรุงเทพมหานคร และวิทยาเขตรังสิต จังหวัดปทุมธานีประวัติ ประวัติ. นีสรมหาวิทยาลัยกรุงเทพถือกำเนิดขึ้น จากการก่อตั้ง "วิทยาลัยไทยเทคนิค" () ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 โดยสุรัตน์ และปองทิพย์ โอสถานุเคราะห์ (เจ้าของกิจการกลุ่มโอสถสภา) ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของทั้งสอง ภายในซอยบ้านกล้วยใต้ ริมถนนพระรามที่ 4 (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวิทยาเขตกล้วยน้ำไท) ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นถนนลูกรังอยู่ แต่เป็นย่านค้าขายของเหล่าบรรดานายห้างต่างชาติ รวมถึงท่าเรือสินค้าที่คลองเตยด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ผู้บริหารเปลี่ยนชื่อสถาบันแห่งนี้เสียใหม่เป็น "วิทยาลัยกรุงเทพ" () แต่เนื่องจากเป็นวิทยาลัยเอกชนแห่งแรก ที่เปิดสอนในระดับปริญญา ผู้บริหารจึงขอความร่วมมือทางวิชาการ จากมหาวิทยาลัยแฟรลีดิกคินสัน (Fairleigh Dickinson University) สหรัฐอเมริกา ให้เป็นผู้รับรองวิทยฐานะของปริญญา โดยในสมัยนั้น ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยกรุงเทพ จะมีปริญญาสองใบคือ จากวิทยาลัยกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยแฟรลีดิกคินสันด้วย ในระยะต่อมา วิทยาลัยกรุงเทพขยายตัวขึ้นเป็นลำดับ ขณะเดียวกัน มีการก่อตั้งวิทยาลัยเอกชน เพิ่มเติมขึ้นอีกหลายแห่ง เช่นวิทยาลัยการค้าหรือวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ส่งผลให้การแข่งขันของสถาบันการศึกษาเอกชนสูงขึ้น ผู้บริหารวิทยาลัยกรุงเทพ จึงวางโครงการขยายการศึกษา เพื่อยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2527 ทบวงมหาวิทยาลัยจึงยกฐานะขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยกรุงเทพ" (พร้อมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) มหาวิทยาลัยกรุงเทพมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งการเปิดวิทยาเขตแห่งใหม่ บริเวณย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากท่าอากาศยานดอนเมือง ไปตามถนนพหลโยธินเป็นระยะทาง 14 กิโลเมตร ภายในพื้นที่กว่า 400 ไร่ ซึ่งผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยมีความคาดหวัง ที่จะสร้างวิทยาเขตรังสิต ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีบรรยากาศ เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชานเมือง อาคารเรียนต่างๆ มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ประกอบด้วยสวนหย่อม ซึ่งปลูกต้นไม้ไว้มาก รวมถึงขุดทะเลสาบ แต่เนื่องจากในยุคแรกที่ขยายวิทยาเขตนั้น ย่านรังสิตยังคงห่างไกลจากความเจริญของเมือง นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงพากันขนานนามวิทยาเขตรังสิตว่าเป็น กระท่อมปลายนาสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยตราประจำมหาวิทยาลัย สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย. ตราประจำมหาวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยกรุงเทพใช้รูปเพชร ประกอบในตราประจำมหาวิทยาลัย มาโดยตลอดตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้ง ซึ่งมีที่มาจากนามของผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยคือ สุรัตน์ ซึ่งแปลว่าแก้วอันประเสริฐ ซึ่งก็หมายถึงเพชรนั่นเอง การนำรูปเพชรมาใช้เป็นตราประจำมหาวิทยาลัย จึงเป็นการให้เกียรติและรำลึกถึงผู้ก่อตั้ง นอกจากนั้น เพชรยังสื่อความหมายถึงคุณค่า และความแข็งแกร่ง อุปมาดั่งมหาวิทยาลัย เป็นเสมือนสถานที่ "เจียระไน" ให้นักศึกษากลายเป็นเพชร ซึ่งทรงเกียรติทรงคุณค่า มีความมั่นคงแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยรูปแบบดั้งเดิมเรียกว่า เพชรในชัยพฤกษ์ ซึ่งเป็นตราที่ประกอบไปด้วยรูปเพชรอยู่ตอนบน เล่มหนังสืออยู่ตอนล่าง และล้อมรอบด้วยช่อชัยพฤกษ์ แต่ปัจจุบัน (ตั้งแต่ปีการศึกษา 2548) มีการออกแบบเพิ่มสีสัน เพื่อให้สื่อความหมายชัดเจนขึ้น เพิ่มความทันสมัยมากขึ้น โดยที่ยังคงใช้รูปเพชรลอยตัวอยู่ในเส้นวงกลมสีประจำมหาวิทยาลัย สีประจำมหาวิทยาลัย. ที่มาของสีสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยนั้น จากหลักฐานและบันทึกทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย แต่เดิมมหาวิทยาลัยใช้ สีเขียวอมฟ้า เป็นสีประจำมหาวิทยาลัย ดังจะเห็นได้จาก ปกเสื้อครุยของบัณฑิตรุ่นแรก ๆ ที่เป็นสีเขียวอมฟ้า และจากเพลงมาร์ชของมหาวิทยาลัย ที่ยังคงมีเนื้อร้องว่า ธงเขียวเชิดให้เด่นไกลนานเนาว์ มาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน ได้เปลี่ยนมาใช้ สีม่วง และ สีแสด เป็นสีประจำมหาวิทยาลัย โดยการเปลี่ยนแปลงสีประจำมหาวิทยาลัยนั้น เพื่อเป็นเกียรติกับสองบูรพาจารย์ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย เนื่องจากสีม่วงเป็นสีประจำวันเสาร์ และสีแสดเป็นสีประจำวันพฤหัสบดีต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย. ต้นชัยพฤกษ์เพลงประจำมหาวิทยาลัย เพลงประจำมหาวิทยาลัย. เพลงประจำมหาวิทยาลัย ที่ใช้ในพิธีการและโอกาสต่างๆ นั้น มีทั้งเพลงมาร์ช และเพลงความรู้คู่ความดี เป็นเพลงที่ใช้มาตั้งแต่มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ลักษณะคำร้อง ทำนอง และแนวดนตรี จึงเป็นไปในลักษณะย้อนยุคทำเนียบอธิการบดีหลักสูตรที่เปิดสอนคณะและวิทยาลัยคณะและวิทยาลัย. - บัณฑิตวิทยาลัย - คณะบัญชี - คณะบริหารธุรกิจ - คณะนิเทศศาสตร์ - คณะนิติศาสตร์ - คณะมนุษยศาสตร์ และการจัดการการท่องเที่ยว - คณะเศรษฐศาสตร์ - คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม- คณะศิลปกรรมศาสตร์ - คณะวิศวกรรมศาสตร์ - คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ - คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ และการบริหารกิจการ - คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ - วิทยาลัยนานาชาติ - วิทยาลัยนานาชาติจีนวิทยาเขต วิทยาเขต. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดดำเนินการสอนใน 2 วิทยาเขต ได้แก่วิทยาเขตกล้วยน้ำไท วิทยาเขตกล้วยน้ำไท. ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 119 ถนนกลัวยน้ำไท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 25 ไร่ 3 งาน 49 ตารางวา เป็นสถานที่เรียนของนักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 ภาคปกติ นักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติทุกชั้นปี นักศึกษาปริญญาโทและเอก และนักศึกษาภาคพิเศษ สถานที่ทำการของสำนักงานอธิการบดี วิทยาลัยนานาชาติ บัณฑิตวิทยาลัย คณะวิชาต่างๆ ห้องปฏิบัติการ ห้องเรียน ห้องสัมมนา สำนักหอสมุด ศูนย์คอมพิวเตอร์ศูนย์กีฬาในร่มและหน่วยงานบริการอื่นๆวิทยาเขตรังสิต วิทยาเขตรังสิต. ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 9/1 หมู่ 5 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 14 กิโลเมตร มีพื้นที่ 441 ไร่ 1งาน 67 ตารางวา เป็นสถานที่ศึกษาของนักศึกษาในระดับปริญญาตรีภาคปกติทุกคณะ ทุกชั้นปี นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ตั้งของสนามกีฬา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หอสมุดสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ และพิพิธภัณฑสถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยเครื่องถ้วยโบราณที่สำคัญและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิทยาเขตรังสิต ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ทั้งระบบจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งนับเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 14001 ทั้งระบบความสัมพันธ์กับสถาบันต่างประเทศ ความสัมพันธ์กับสถาบันต่างประเทศ. มหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์กับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ทั่วโลกเป็นอย่างดี นำมาซึ่งความร่วมมือและการสนับสนุนทางด้านวิชาการรวมทั้งด้านวัฒนธรรมในโครงการต่างๆ เช่น โครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์และนักศึกษา โครงการศึกษาดูงาน ตลอดจนการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านการบริหารมหาวิทยาลัยระหว่างผู้บริหารระดับสูงมหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ที่ได้รับเชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมอธิการบดีระหว่างประเทศ (International of University Presidents IAUP) ซึ่งในปี 2527 ดร.เจริญ คันธวงศ์ อธิการบดีกิตติคุณ ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการ และดร.ธนู กุลชล อธิการบดีได้รับเลือกเป็นผู้ช่วยเลขาธิการ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 3 ปี ในปี พ.ศ. 2549 ดร.ธนู กุลชล เป็นอธิการบดีเพียงคนเดียวจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อเรื่อง The Social Benefits of the Research University of in the 21st Century ซึ่งจัดขึ้นโดยเลขาธิการสหประชาชาติ ฯพณฯ โคฟี อันนัน ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2550 ดร.มัทนา สานติวัตร อธิการบดี ได้รับเชิญจาก ฯพณฯ บัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ เข้าร่วมสัมมนา The Secretary-General's Global Colloquium of University Presidents ในหัวข้อ Global Climate Change ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในด้านการพัฒนาคุณภาพเกี่ยวกับการเรียนการสอนและบุคลากร หรืออาจารย์ผู้สอน มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนในด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงดีเด่นของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ อาทิ- เครือรัฐออสเตรเลีย- Deakin University - University of Wollongong- สาธารณรัฐออสเตรีย- FHS Kufstein Tirol University of Applied Sciences - Management Center Innsbruck (MCI) - Upper Austria University of Applied Sciences- สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ- IBAIS University (International Business Administration and Information System) - International University of Business Argriculture and Technology (IUBAT)- ราชอาณาจักรกัมพูชา- Norton University- สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)- Beijing Polytechnic University - Guangdong University of Foreign Studies - Hubei Open University - Southwest Jiaotong University - Yunnan Normal University- สาธารณรัฐไซปรัส- The American University of Cyprus- สาธารณรัฐฟินแลนด์- Mikkeli Polytechnic - Satakunta University of Applled Sciences- สาธารณรัฐฝรั่งเศส- École Supérieure des Sciences Commerciales d'Angers (ESSCA)- สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี- Bad Honnef Bonn International University of Applied Sciences- สาธารณรัฐฮังการี- Budapest Business School- สาธารณรัฐอินเดีย- AICAR Business School- สาธารณรัฐอินโดนีเซีย- University Negeri Semarang- สาธารณรัฐไอร์แลนด์- Dundalk Institute of Technology- สาธารณรัฐอิตาลี- University of Foggia- ประเทศญี่ปุ่น- Dohto University - Hagoromo University of International Studies - Kansai Gaidai University - Nagaoka University of Technology - Osaka Gakuin University - Osaka International University - Osaka Jogakuin College - Osaka University of Economics- สาธารณรัฐเกาหลี- Hankuk Aviation University - Hannam University - Sungkyunkwan University - Pai Chai University- สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว- The Lao-American College- ประเทศมาเลเซีย- Universiti of Utara Malaysia- สหรัฐเม็กซิโก- Instituto Tecnológico y de Estudios Superiores de Monterrey (ITESM)- ราชรัฐโมนาโก- International University of Monaco- ราชอาณาจักรนอร์เวย์- Alesund University College - Hedmark University College- สาธารณรัฐฟิลิปปินส์- La Consolacion College-Bacolod - University of Mindanoa- ราชอาณาจักรสวีเดน- Malardalen University - Vaxjo University- สหราชอาณาจักร- Leeds Metropolitan University- สหรัฐอเมริกา- Babson College - California State University, Sacramento - College of Charleston - Fairleigh Dickinson University - Hawaii Pacific University - Marietta College - Middle Tennessee State University - Murray State University - Ohio University - Pittsburg State University - Southern Illinois University - University of Nebraska - University of New Orleans - University of Massachusetts, Amherst - University of Montana- สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม- Cantho University - Duy Tan University - Vietnam University of Commerceการจัดอันดับมหาวิทยาลัย การจัดอันดับมหาวิทยาลัย. การจัดอันดับโดย เว็บโอเมตริกซ์ (Webometrics) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บไซต์ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก โดยบ่งบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เพื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการประเมินผลงานวิจัยของสถาบัน ซึ่งทางเว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับปีละ 2 ครั้งในเดือนมกราคม และกรกฎาคม ล่าสุดเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 25578 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อยู่ในอันดับที่ 3,115 ของโลก อันดับที่ 71 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 36 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ล่าสุด- ธันวาคม พ.ศ. 2557 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ติดอันดับ 2 ของมหาวิทยาลัยเอกชนที่ดีที่สุดในประเทศไทย การจัดอันดับจาก webometrics สถาบันจัดอันดับชื่อดังจากประเทศสเปนสถานที่สำคัญสถานที่สำคัญ. - หอพระพุทธสุรัตนมุนี (หลวงพ่อเพชร) - เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรัตนมุนี ปางนาคปรก พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย ลักษณะเป็นศาลาทรงไทยตรีมุข ก่ออิฐถือปูน ประกอบด้วยลวดลายไทยอย่างวิจิตรงดงาม องค์พระหล่อด้วยสำริด รมดำทั้งองค์ ฐานพญานาคประดับด้วยกระจกสี ด้านหน้าหอพระ มีแผ่นศิลาจารึกพระพุทธโอวาทของพระพุทธเจ้า - หอสมุดสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ (Surat Osathanugrah Library) - เป็นหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัย ตั้งอยู่ที่วิทยาเขตรังสิต เป็นอาคารสูง 5 ชั้น ให้ชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่ร้อยตำรวจเอกสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย - อาคารนิเทศศาสตร์คอมเพล็กซ์ ปองทิพย์ โอสถานุเคราะห์ - เป็นกลุ่มอาคารสำหรับการศึกษาทางด้านนิเทศศาสตร์ และการสื่อสารมวลชน ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบ ภายในมหาวิทยาลัยที่วิทยาเขตรังสิต - พิพิธภัณฑสถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - จัดตั้งขึ้นเนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยมีอายุครบรอบ 40 ปี ซึ่งอาจารย์สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ได้กรุณามอบศิลปโบราณวัตถุ จำนวนกว่า 2,000 รายการ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ของนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป โดยห้องจัดแสดงอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของหอสมุดสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 1,872 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นห้องนิทรรศการถาวร ห้องนิทรรศการพิเศษ คลังพิพิธภัณฑสถานเพื่อการศึกษา สำนักงาน และร้านจำหน่ายของที่ระลึก - โรงละครแบล็กบ็อกซ์ - เป็นโรงละครแบบบรอดเวย์ ที่มีลักษณะเฉพาะคือ ทุกสิ่งทุกอย่างในโรงละครเป็นสีดำ สร้างด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้เป็นสถานที่แสดงละครเวทีของนักศึกษา - บียู เรสโตรองต์ - เป็นภัตตาคารจำลอง ของภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตั้งอยู่ที่อาคาร ศูนย์ประชาสัมพันธ์ (ประตู 1) วิทยาเขตกล้วยน้ำไท ให้บริการเฉพาะอาหารกลางวัน ทุกวันอังคาร-วันเสาร์ ระหว่างเวลา 11.00-14.00 น. ยกเว้นช่วงสอบ และปิดภาคการศึกษา วัตถุประสงค์ที่สำคัญในการเปิดดำเนินการ คือ ให้นักศึกษาได้มีโอกาสนำความรู้มาปฏิบัติจริง ได้เรียนรู้ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างปฏิบัติงาน ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ เหนือสิ่งอื่นใด นักศึกษาจะต้องเรียนรู้ และเข้าใจว่า จะต้องให้บริการอย่างสุดความสามารถ - หอศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ - เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานทางศิลปะต่างๆ ทั้งศิลปินอาชีพ ศิลปินอิสระ นักศึกษาทั้งในและต่างประเทศ - บียู แลนด์มาร์ก คอมเพล็กซ์ กลุ่มอาคาร 3 หลัง ตั้งอยู่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยวิทยาเขตรังสิตชีวิตในมหาวิทยาลัยเพชรกิจกรรม ชีวิตในมหาวิทยาลัย. เพชรกิจกรรม. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดให้มีการทำกิจกรรมนอกหลักสูตร โดยมีการกำหนดเป็นหัวข้อกิจกรรมต่างๆ เป็น 2 ลักษณะ ลักษณะแรก เป็นกิจกรรมเชิงบังคับ และลักษณะที่สอง เป็นกิจกรรมที่สามารถเลือกทำได้ ซึ่งนักศึกษาจะต้องบันทึกกิจกรรมต่างๆ ที่ทำลงในสมุดบันทึกกิจกรรม หรือ Electronic Diamond Book ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญว่านักศึกษาได้เรียนรู้กิจกรรมนอกหลักสูตร และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยว่าตนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ อันมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์เปี่ยมด้วยความรู้คู่ความดี ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข สำหรับกิจกรรมที่นักศึกษาต้องทำเป็น 8 หมวด คือ- 1. กิจกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม อาทิ กิจกรรมด้านศาสนา การฝึกอบรมปฏิบัติธรรมการทำบุญตักบาตร - 2. กิจกรรมที่รับผิดชอบต่อสถาบันและสังคม อาทิ การปลูกฝังจิตสำนึกประชาธิปไตยผ่านการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทั้งในระดับสถาบัน ท้องถิ่นหรือระดับชาติ การร่วมรณรงค์ในโครงการต่างๆ เช่น การแต่งกายถูกระเบียบ การใช้สะพานลอย การปฏิบัติตามกฏจราจร (กิจกรรมบังคับ: การเลือกตั้งคณะกรรมการสโมสรนักศึกษา หรือคณะกรรมการคณะ) - 3. กิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และการมีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ อาทิ การส่งผลงานเข้าประกวดโครงการต่างๆ การเข้าร่วมอบรม สัมมนาหลักสูตรต่างๆที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และการมีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ (กิจกรรมบังคับ: การเข้าชมนิทรรศการที่จัดโดยหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ) - 4. กิจกรรมวิชาการ อาทิ การศึกษาดูงาน เข้าร่วมอบรม สัมมนา หลักสูตรที่ให้ทักษะความรู้ทางด้านวิชาการ - 5. กิจกรรมกีฬา ส่งเสริมสุขภาพ และ นันทนาการ อาทิ การเข้าร่วมงานกีฬาต่างๆ หรือการออกกำลังกายในสถานที่ที่มหาวิทยาลัยจัดให้ หรือตาม Fitness Center ภายนอกอย่างสม่ำเสมอ - 6. กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และรักษาสิ่งแวดล้อม อาทิ การบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวมการออกค่ายอาสา การบริจาคโลหิต การ่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมการปลูกป่า เป็นต้น - 7. กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม อาทิ การร่วมกิจกรรมพิธีบายศรีสู่ขวัญ หลือเทียนพรรษา วันลอยกระทง พิธีไหว้ครู (กิจกรรมบังคับ: การเข้าชมพิพิธภัณฑสถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) - 8. การเข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรม หรือกลุ่มกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยรับรอง พร้อมร่วมทำ กิจกรรมกับชมรม หรือกลุ่มกิจกรรมที่เข้าร่วม หมายเหตุ :- 1. กิจกรรมบังคับของนักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติ เรื่องการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปเยี่ยมชมที่ ว.รังสิต หรือไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ แทนได้ โดยนักศึกษาต้องมีหลักฐาน และได้รับอนุการอนุญาตให้บันทึกกิจกรรมจากคณบดี - 2. กิจกรรมบังคับของนักศึกษา ภาคพิเศษ กิจกรรมบังคับของนักศึกษา ภาคพิเศษ มีเพียง 1 กิจกรรม คือชมหอศิลป์ เพราะเรียนที่ ว.กล้วยน้ำไท และไม่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารงานสโมสร นักศึกษา นักศึกษาทุกหลักสูตรปริญญาตรี ต้องทำกิจกรรมให้ครบทั้งหมด โดย 4 ปีภาคปกติจะต้องมีจำนวนกิจกรรมที่กำหนดไม่น้อยกว่า 16 กิจกรรม ปีละไม่ต่ำกว่า 50 ชั่วโมง ครบ 8 หมวด และ 3 กิจกรรมบังคับ ส่วนการได้รับทรานสคริปและเกียรติบัตรแสดงการเข้าร่วมทำกิจกรรม ภาคปกติจะต้องมีจำนวนกิจกรรมที่กำหนดไม่น้อยกว่า 32 กิจกรรม ปีละไม่ต่ำกว่า 50 ชั่วโมง ครบ 8 หมวด และ 3 กิจกรรมบังคับ และภาคพิเศษต้องมีจำนวนกิจกรรมที่กำหนดไม่น้อยกว่า 8 กิจกรรม ครบ 8 หมวด และ 1 กิจกรรมบังคับ (ชมหอศิลป์) ส่วนการได้รับทรานสคริปและเกียรติบัตรแสดงการเข้าร่วมทำกิจกรรม ภาคปกติจะต้องมีจำนวนกิจกรรมที่กำหนดไม่น้อยกว่า 16 กิจกรรม ครบ 8 หมวด และ 1 กิจกรรมบังคับ (ชมหอศิลป์) จึงจะถือว่าทำกิจกรรมนอกหลักสูตรและได้รับประสบการณ์เพื่อพัฒนาตนเองสมคุณค่าแห่งการเป็นบัณฑิตกิจกรรมปฐมนิเทศและรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย กิจกรรมปฐมนิเทศและรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดให้มีพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่เป็นประจำทุกปี โดยเป็นการปฐมนิเทศรวมทั้งมหาวิทยาลัย ท่านอธิการบดี คณะผู้บริหาร คณบดี คณาจารย์ ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธีดังกล่าวเป็นประจำทุกปี ซึ่งในงานจะมีพิธีบายสีสู่ขวัญ และการแสดงจากพี่จากคณะและชมรมต่างๆ คอนเสิร์ตจากศิลปินดารา เพื่อเป็นการต้อนรับน้องใหม่ ในแต่ละปีจะมีชื่องานที่แตกต่างกันไป เช่น- ปี 2548 Enjoy Bu Life 2005 (4 มิถุนายน 2548 ณ อาคารยิมเนเซียม 1 ฮอล์ล 1 ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) - ปี 2549 พิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ 2549 (ณ อาคารยิมเนเซียม 1 ฮอล์ล 1 ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) - ปี 2550 พิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ 2550 (2 มิถุนายน 2550 ณ อาคารอเนกประสงค์ (ธันเดอร์โดม) สถานกีฬาเมืองทองธานี) - ปี 2551 Bangkok Kok Kok Kok เปิดประตูมหาวิทยาลัย คู่หัวใจคุณธรรม (ณ อาคารยิมเนเซียม 1 ฮอล์ล 1 ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) - ปี 2552 Miracle Freshy Day 2009 มหัศจรรย์วันรับน้องใหม่ ใส่ใจทำความดี (30 พฤษภาคม 2552 ณ อาคารยิมเนเซียม 1 ฮอล์ล 1 ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) - ปี 2553 Fantastic Freshy Day 2010 Welcome to Bu Creative World (11 มิถุนายน 2553 ณ อาคารยิมเนเซียม 1 ฮอล์ล 1 ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) - ปี 2554 BU ร้อยดวงใจ เทิดไท้๘๔พรรษามหาราชา (10 มิถุนายน 2554 ณ อาคารยิมเนเซียม 1 ฮอล์ล 1 ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต)Sport Day Sport Day. Sport Day เป็นการแข่งขันกีฬาภายในของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งจัดโดยสโมสรนักศึกษาภาคปกติ เป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างนักศึกษาคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่สนามกีฬาสุรี บูรณธนิต และสนามกีฬาภายใน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิตงานลอยกระทง วิทยเขตรังสิต งานลอยกระทง วิทยเขตรังสิต. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีการจัดประเพณีลอยกระทงเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย ในงานจะมีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ ประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง การออกร้านขายของของคณะ และชมรมต่างๆ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยเขตรังสิตกิจกรรมชมรมและโครงการต่างๆ กิจกรรมชมรมและโครงการต่างๆ. ชมรมวิชาการ- ชมรมไอแซค - ชมรมถ่ายภาพ - ชมรมการตลาด - ชมรมปาฐกถาและโต้วาที ชมรมศิลปวัฒนธรรม- ชมรมศาสนาและวัฒนธรรมไทย - ชมรมดนตรีและนาฏศิลป์ไทย - ชมรมดนตรีสากล - ขับร้องและประสานเสียง ชมรมนักศึกษาสัมพันธ์- ชมรมเชียร์ - ชมรมกระจายเสียง - ชมรมวิทยุสมัครเล่น - ชมรมทัศนศึกษาและการท่องเที่ยว ชมรมบำเพ็ญประโยชน์- ชมรมโรตาแรคท์ - ชมรมค่ายอาสาพัฒนา - ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชมรมกีฬา- ชมรมยูโด - ชมรมกรีฑา - ชมรมตะกร้อ - ชมรมเทนนิส - ชมรมฟันดาบ - ชมรมฟุตบอล - ชมรมรักบี้ฟุตบอล - ชมรมบาสเกตบอล - ชมรมวอลเลย์บอล - ชมรมแบดมินตัน - ชมรมเทเบิลเทนนิส กิจกรรมคณะ- คณะบัญชี - คณะบริหารธุรกิจ - คณะนิเทศศาสตร์ - คณะนิติศาสตร์ - คณะมนุษยศาสตร์ - คณะเศรษฐศาสตร์ - คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - คณะศิลปกรรมศาสตร์ - คณะวิศวกรรมศาสตร์ - คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ - วิทยาลัยนานาชาติ โครงการ- โครงการละครเวทีการกุศล เป็นโครงการของนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ใช้ชื่อกลุ่มว่า "ครอบครัวละครนิเทศศาสตร์" ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีความสนใจกิจกรรมการแสดง เข้าร่วมเป็นทีมงาน โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ให้คำแนะนำในการดำเนินงาน ซึ่งโครงการละครเวทีนี้จะจัดแสดงเป็นประจำทุกปี รายได้ส่วนหนึ่งจากการแสดงจะมอบแก่องค์กรการกุศล- โครงการให้คำแนะนำและปรึกษาด้านกฎหมาย เป็นโครงการของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ในการให้บริการด้านกฎหมายแก่ประชาชนและผู้สนใจ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จัดเป็นบริการเพื่อสังคมที่นักศึกษาสามารถใช้เป็นเวทีในการฝึกฝนเชิงปฏิบัติการและได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว โดยมีอาจารย์ผู้มีความรู้และความ เชี่ยวชาญทางกฎหมายควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้บริการนี้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่- โครงการฝึกงานภาคฤดูร้อนบริษัทจำลองรีจอยซ์ เป็น โครงการของนักศึกษาภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ ที่จัดตั้งบริษัทจำลองขึ้น เพื่อฝึกฝนประสบการณ์ภาคปฏิบัติ โดยนักศึกษาทำหน้า ที่ในการบริหารงานเองทั้งระบบ ซึ่งเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ และมียอดจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นทุกปี- โครงการแข่งขันสิ่งประดิษฐ์ เป็นโครงการของนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยได้รับรางวัลรองชนะเลิศในการแข่งขันหุ่นยนต์ TPA Robocon'98 ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีส (ไทย-ญี่ปุ่น) และรางวัลชนะเลิศ (Winner) และรางวัล Best Performance ในฐานะทีมตัวแทนประเทศไทยจากการแข่งขันประดิษฐ์หุ่นยนต์นานาชาติ Robocon'99 ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งแรกของประเทศไทย และเพื่อเป็นการพัฒนศักยภาพผู้นำนักศึกษา ทางมหาวิทยาลัย ได้จัดโครงการอบรมสัมมนาผู้นำนักศึกษาประจำปีโดยมีจุดประสงค์ที่จะเสริมสร้างทักษะแก่นักศึกษา ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของชมรม คณะและโครงการกิจกรรมต่างสๆ นักศึกษาสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ อย่างมีประสิทธิภาพทั้งกิจกรรมภายในและการเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างสถาบัน- โครงการฝึกงานด้านบัญชี เป็นโครงการของนักศึกษาคณะ บัญชีเพื่อฝึกปฏิบัติงานด้านการจัดทำและการนำเสนอข้อมูลทางการบัญชี รวมถึงด้านการตรวจสอบบัญชี โดยนักศึกษาสามารถเลือกฝึกงานในโครงการต่าง ๆ ได้ตามความสนใจและความถนัด ซึ่งจะทำให้นักศึกษาได้มีทักษะ และประสบการณ์ทางวิชาชีพเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนสำเร็จการศึกษาเพื่อก้าวสู่โลกธุรกิจบุคคลที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพบุคคลที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ. - ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ (บิ๊ก D2B) นิเทศศาสตร์ ภาควิชาวิทยุโทรทัศน์ สาขาภาพยนตร์ - แทมมารีน ธนสุกาญจน์ นิติศาสตร์บัณฑิต รุ่นที่ 33 - ดนัย อุดมโชค - ธัญญาเรศ รามณรงค์ นิเทศศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 32 - สรยุทธ สุทัศนะจินดา นิเทศศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 22 - แอน ทองประสม นิเทศศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 33 - สาธิต กรีกุล บริหารธุรกิจบัณฑิต รุ่นที่ 16 - มีสุข แจ้งมีสุข นิเทศศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 32 - เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ นิเทศศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 38 - วิริฒิพา ภักดีประสงค์ (วีเจวุ้นเส้น) นิเทศศาสตรบัณฑิต - รฐา โพธิ์งาม (ญาญ่าหญิง) นิเทศศาสตรบัณฑิตและมนุษยศาสตร์ - หยาดทิพย์ ราชปาล นิเทศศาสตร์ - อุษามณี ไวทยานนท์ (ขวัญ) นิเทศศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์ - กัญญา รัตนเพชร์ (ตาล) บริหารธุรกิจ - อินทิรา เจริญปุระ (ทราย) นิเทศศาสตร์ สาขาการโฆษณา - ปรียาดา สิทธาไชย เดิมชื่อ พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์ (แก้มบุ๋ม) นิเทศศาสตร์ - พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร (พิม ซาซ่า) มนุษยศาสตร์ - จรีนา สิริสิงห (แก้ว ซาซ่า) - ชาเคอลีน มิ้นซ์ (แจ๊คกี้) - ศรีริต้า เจนเซ่น นิเทศศาสตร์ - สายวรุณ น้อยนิมิตร อาจารย์พิเศษ - วิศว ไทยานนท์ (โทโมะ) บริหารธุรกิจ (นานาชาติ) - ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์ นักเขียนชื่อดัง นักเขียนบทโทรทัศน์และบทภาพยนตร์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ พ.ศ. 2555.เมธีวิจัยอาวุโสและภาคีราชบัณฑิต สภาวิจัยแห่งชาติ . อดีตผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำ คณะมนุษยศาสตร์ พ.ศ. 2534-2550. - อภิภู สหรัตน์ชัย (แบงก์) วิทยาลัยนานาชาติ สาขาบริหารธุรกิจ - ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์ (หวาย) วิทยาลัยนานาชาติ สาขาบริหารธุรกิจ - กัญญาพัชญ์ ธนันต์ชัยกานต์ (หญิง) นิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ - ณัฐจารี หรเวชกุล (เชอรีน) นิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ - ศุภัคชญา สุขใบเย็น (เฟรม) นิเทศศาสตร์ สาขาศิลปการแสดง - เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา (เอสเธอร์) นิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารตรา - ทัศนียา การสมนุช (เปรี้ยว) นิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ - พิมพ์พัชร วัชรเสวี (พาย) วิทยาลัยนานาชาติ สาขาการบริหารและการจัดการ - เวธกา ศิริวัฒนา (เกล) บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ - ธนกฤต พานิชวิทย์ (ว่าน) นิเทศศาสตรมหาบัณทิต สาขาการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ - พงศกร เมตตาริกานนท์ (เต้ย) นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาการโฆษณา - เมธัส ตรีรัตนวารีสิน (แจ็ค) บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ - จันจิรา จันทร์พิทักษ์ (จันจิ) นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาโฆษณา - ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง (ณัฐ) ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ หลักสูตรนานาชาติ - ณัฐชนน อาภาศรีรัตน์ (ผู้ประกาศข่าวช่อง 7) (อาจาร์พิเศษ) นิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ - ภานุพรรณ จันทนะวงษ์ (เจแปน) นิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ - ณภัทร โชคจินดาชัย (ท็อปแท็ป) นิเทศศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ - ธิติ มหาโยธารักษ์ (แบงค์) นิเทศศาสตร์ - ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ (แพรวา) นิเทศศาสตร์ - นฤภรกมล ฉายแสง (แพรว) นิเทศศาสตร์ - ภาวิณี พูนนิพัฒน์ (แอน) นิเทศศาสตร์ - ปาลิดา รุ่งพงศ์วัฒน์ (แพรวา) เดิมชื่อ ณชญาดา รุ่งสว่าง นิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ - หฤษฎ์ ชีวการุณ (ซิง) นิเทศศาสตร์ - ณปภา ตันตระกูล (แพท) วิทยาลัยนานาชาติ - อคัมย์สิริ สุวรรณศุข (จักจั่น) นิเทศศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 38 - มารี เบิร์นเนอร์ นิเทศศาสตร์ - ชีรณัฐ ยูสานนท์ (น้ำชา) วิทยาลัยนานาชาติ - กวินตรา โพธิจักร - ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ - ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ - สุษิรา แน่นหนา - เจนสุดา ปานโต - อามีนา กูล - ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ (มด) - อรรคพันธ์ นะมาตร์ (อ๋อม) นิเทศศาสตร์ สาขาการโฆษณา - สุวภัทร เตชะวิริยะวงศ์ (พิม) - ชนกันต์ อาพรสุทธินันธ์ (กันสมาย) นิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ - กีรติ เงินคำ (บอมบ์แบม) นิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ - ณวัชร์ พุ่มโพธิงาม (ไวท์) บริหารธุรกิจ สาขาการตลาด - เปรมอนันต์ ศรีพานิช (ฟีฟ่า) บริหารธุรกิจ - คริษฐา สังสะโอภาส (ชิงชิง) นิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ - ปราชญา เรืองโรจน์ (สิงโต) นิเทศศาสตร์ - ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ (ณิชา) นิเทศศาสตร์ ภาควิชาการสื่อสารแบรนด - ปรมะ อิ่มอโนทัย (ปั้นจั่น) นิเทศศาสตร์ ภาควิชาศิลปะการแสดง - จรรยา ธนาสว่างกุล (หยา) นิเทศศาสตร์ ภาควิชาศิลปะการแสดง - เจตสุภา เครือแตง (แจน) อดีตสมาชิกวง BNK48 ศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์การเดินทาง การเดินทาง. วิทยาเขตกล้วยน้ำไท- ที่ตั้ง ซอยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถนนพระรามที่ 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 - การคมนาคม รถประจำทางสาย 22 45 46 72 98 102 109 115 116 149 154 ปอ. 22 ปอ. 72 ปอ.115 ปอ. 173 ปอ. 507 ปอ. 519 ปอ.552 ปอ.544 วิทยาเขตรังสิต- ที่ตั้ง 9/1 หมู่ที่ 5 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 - การคมนาคม รถประจำทางสาย 29 39 ปอ. 510 ปอ. 520 ปอ. 29 ปอ. 39 รถ บขส. สายภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังจัดบริการรถโดยสารวิ่งระหว่างวิทยาเขตกล้วยน้ำไท และวิทยาเขตรังสิต ผ่านทางด่วนใช้เวลาประมาณ 40 นาที เป็นบริการเฉพาะอีกด้วย รถบริการภายในมหาวิทยาลัย- ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยเขตรังสิต มีการให้บริการรถในการรับส่งนักศึกษาภายใน โดยรถจะจอดรับบริเวณ ศาลาพักใจ อาคาร A7 อาคาร A3 (BU Land Mark) อาคาร A4 อาคาร A6 อาคาร B4 (คณะวิศวกรรมศาสตร์) หอสมุดสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ อาคารนิเทศศาสตร์คอมเพล็กซ์ ปองทิพย์ โอสถานุเคราะห์ ศูนย์กีฬาสุรี บูรณธนิต
ตรามหาวิทยาลัยกรุงเทพมีลักษณะเป็นรูปอะไร
{ "answer": [ "เพชร" ], "answer_begin_position": [ 2837 ], "answer_end_position": [ 2841 ] }
3,085
660,678
พระแม่นีลาเทวี พระแม่นีลาเทวี (; Neela Devi) เป็นพระชายาองค์ที่สามของพระวิษณุ อีกสององค์คือพระแม่ศรีเทวีและพระแม่ภูเทวี เมื่อพระวิษณุประทับที่วิมานไวกูณฐ์ พระแม่ศรีเทวีจะประทับทางด้านขวาของพระวิษณุ ส่วนพระแม่ภูเทวีประทับถัดมาไปทางด้านซ้าย.และในบทสวดพระเวทยังปรากฏ สรรเสริญพระนางในบท นีลา สูกตัม (Nila Suktam)เทวตำนาน
พระแม่นีลาเทวีเป็นพระชายาของเทพเจ้าศาสนาพราหมณ์องค์ใด
{ "answer": [ "พระวิษณุ" ], "answer_begin_position": [ 158 ], "answer_end_position": [ 166 ] }
3,086
392,791
นมข้น นมข้น () เป็นนมโคซึ่งนำน้ำออกแล้ว ถ้าปรุงแต่งให้มีรสหวาน เรียก นมข้นหวาน (sweetened condensed milk) และปัจจุบัน คำทั้งสองนี้บางทีมีความหมายเหมือนกัน นมข้นหวานมักใช้ในของหวานหลายประเภท ถ้าบรรจุกระป๋องก็อาจเก็บไว้ได้หลายปีโดยไม่ต้องแช่เย็น ผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน คือ นมระเหย (evaporated milk) ซึ่งผ่านขั้นตอนซับซ้อนกว่า และไม่ปรุงรสหวาน ในบางประเทศเรียก นมข้นไม่หวาน (unsweetened condensed milk)
นมของสัตว์ชนิดใดที่มักจะนำมาทำนมข้น
{ "answer": [ "โค" ], "answer_begin_position": [ 101 ], "answer_end_position": [ 103 ] }
3,087
9,880
ภราดร ศรีชาพันธุ์ ภราดร ศรีชาพันธุ์ (ชื่อเล่น บอล, เกิด 14 มิถุนายน พ.ศ. 2522) ฉายา "ซูเปอร์บอล" เป็นนักเทนนิสชาวไทย และเป็นอดีตนักเทนนิสชายชาวเอเชียที่มีอันดับสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยอันดับ 9 ของโลกในปี พ.ศ. 2546 ภราดรเริ่มเล่นในระดับอาชีพเมื่อปี พ.ศ. 2540 และในรายการเอทีพี ปี พ.ศ. 2541 โดยจบปีด้วยอันดับท้ายๆ ของมือวางร้อยอันดับแรกของเอทีพีมาหลายปี จนกระทั่งปี พ.ศ. 2545 สามารถเป็นขึ้นมือวาง 30 อันดับแรก ภายหลังจากสามารถเอาชนะ อังเดร อากัสซี ในรายการวิมเบิลดัน และขึ้นเป็นอันดับ 9 ของโลกในปี 2546ประวัติ ประวัติ. ภราดร เกิดที่จังหวัดขอนแก่น เติบโตที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนสุดท้องในจำนวน 3 คน ของชนะชัย และอุบล ศรีชาพันธุ์ มีพี่ชายสองคน คือ ธนากร และนราธร จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ โรงเรียนอรรถวิทย์พณิชยการ เขตบางนาปัจจุบัน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีส่วนสูง 185 ซม. น้ำหนัก 81 กก. ใช้รองเท้าและเสื้อผ้าของนันยาง และไม้เทนนิสของช่างดังจากเมืองไทย ชื่อ อูฐ เริ่มเล่นเทนนิสครั้งแรก ตั้งแต่เกิด นอกจากนี้ ภราดรได้ปรากฏตัวในโฆษณาหลายครั้ง ได้แก่ โฆษณาของ กระทรวงวัฒนธรรม เชฟโรเลต เทเลคอมเอเซีย ซัมซุง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา รายการ 3 ช่า ซึ่งเป็นนักแสดงใหม่มาแทน โหน่ง ในปี 2547 มีข่าวออกมาว่าเป็นแฟนกับทาทายัง แต่ทางบ้านไม่เห็นด้วย ปีถัดมามีข่าวว่าควงกับ โอเด็ต แจ็คโคมิน นางแบบสาวที่มักเดินทางไปเชียร์ภราดรเมื่อมีโอกาส สมรสกับนางสาวนาตาลี เกลโบวา วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2550 และมีงานแต่งงานเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปัจจุบันได้เลิกรากันแล้วผลงานการแข่งขันกีฬาเทนนิส ผลงานการแข่งขันกีฬาเทนนิส. ในปี 2547 ภราดรได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการถือธงชาติในกีฬาโอลิมปิก ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ ผลงานในทีมชาติไทยคือ เหรียญทอง ชายเดี่ยว ซีเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่อินโดนีเซีย, 3 เหรียญทอง ซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่บรูไน, เหรียญทอง ชายคู่ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทย, เหรียญทอง ชายเดี่ยว เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 14 เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้, ทีมชาติไทย ชุดแชมป์ เดวิส คัพ โซนเอเชีย เดือนมีนาคม 2549 ภราดรสามารถเอาชนะมือวางถึง 4 คน จนเข้าสู่รอบรองชนะเลิศการแข่งขันรายการแปซิฟิกไลฟ์โอเพน ทำให้อันดับโลกที่ตกลงไปที่ 61 ดีดกลับมาอยู่ที่ 38 สูงกว่าอันดับโลกเมื่อสิ้นปี 2548 เล็กน้อย อย่างไรก็ตามภราดรประสบปัญหาเจ็บข้อมือเรื้อรัง จนขณะนี้ (19 มีนาคม 2550) อันดับโลกตกไปอยู่ที่ 83 กลายเป็นมืออันดับสองของไทยตามหลัง ดนัย อุดมโชค ซึ่งอยู่ที่อันดับ 79 และในปี 2550 ภราดรแทบไม่ได้ลงแข่งเทนนิสเลย จนกระทั่งปัจจุบันอันดับได้หล่นลงไปที่ 900 กว่าแล้ว เพราะไม่มีคะแนนสะสม อย่างไรก็ตามภราดรจะได้สิทธิ์ลงแข่งในรายการระดับ ATP 9 รายการในการกลับมาเล่นอีกครั้ง โดยระหว่างพักอาการบาดเจ็บนั้นภราดรรับหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการ เช้านี้...ที่หมอชิต เดือนตุลาคม 2552 ภราดรสามารถกลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้งในรายการ พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น 2009 หลังจากห่างหายจากการเล่นเทนนิสไป 2 ปี โดยเล่นประเภทชายคู่ คู่กับ ดนัย อุดมโชค แพ้ตกรอบแรกอย่างหวุดหวิด 1-2 เซต ด้วยคะแนน 6-2, 1-6, 6-10 เดือนมกราคม 2553 ภราดรได้กลับมาแข่งเทนนิสอีกครั้ง 2 รายการในประเทศไทยและฮ่องกง โดยรายการแรกแข่งเทนนิสนัดพิเศษฉลองครบ 100 ปีหัวหิน "หัวหิน เซ็นเท็นเนียล อินวิเทชั่น" ที่สนามเซ็นเท็นเนียลปาร์ค อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2553 ประเภทคู่ผสม ซึ่งแข่งขันกันเพียงเซตเดียวเท่านั้น โดยภราดร คู่กับ วีนัส วิลเลียมส์ ชนะคู่ของ ดนัย อุดมโชค กับ มาเรีย ชาราโปวา ด้วยคะแนน 7-6 ไทเบรก 8-6 รายการที่ 2 แข่งเทนนิสรายการพิเศษ "ฮ่องกง เทนนิส คลาสสิก 2010" ที่วิคตอเรีย พาร์ค เทนนิส สเตเดี้ยม ฮ่องกง เมื่อวันที่ 6-9 มกราคม 2552 โดยการแข่งขันรายการดังกล่าวเป็นการแข่งขันประเภททีม ซึ่งประกอบด้วยทีมที่เข้าร่วม 4 ทีม ได้แก่ ทีมเอเชีย แปซิฟิก ประกอบด้วย เจีย เชง, อายูมิ โมริตะ และ ภราดร ศรีชาพันธุ์ ทีมรัสเซีย ประกอบด้วย มาเรีย ชาราโปว่า เวร่า ซโวนาเรว่า และ เยฟเกนี่ คาเฟลนิคอฟ ทีมอเมริกา ประกอบด้วย วีนัส วิลเลี่ยมส์, จีเซล่า ดุลโก้ และ ไมเคิ่ล ชาง ทีมยุโรป ประกอบด้วย แคโรไลน์ วอซเนี้ยคกี้, วิคตอเรีย อซาเรนก้า และ สเตฟาน เอ็ดเบิร์ก ผลการแข่งขันทีมเอเชีย แปซิฟิกได้รองแชมป์กลุ่มเงิน โดยภราดรลงสนามนัดแรกประเภทเดี่ยวชนะเยฟเกนี่ คาเฟลนิคอฟ ด้วยคะแนน 6-2, 1-6, 10-4 นัดสองประเภทคู่ผสมคู่กับอายูมิ โมริตะ แพ้ มาเรีย ชาราโปว่า กับ เยฟเกนี่ คาเฟลนิคอฟ ด้วยคะแนน 4-6, 5-7 นัดสามประเภทเดี่ยวชนะไมเคิ่ล ชาง ด้วยคะแนน 6-4, 2-6, 10-6 นัดสี่ประเภทคู่ผสมคู่กับเจีย เชง แพ้ วีนัส วิลเลี่ยมส์ กับ ไมเคิ่ล ชาง ด้วยคะแนน 6-4, 3-6, 9-11 หลังจากนั้นภราดรได้มีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือ บางระจัน 2 และเป็นผู้ปั้นนักกีฬาโครงการ "เดอะสตาร์" ของลอนเทนนิสสมาคมฯ เป็นกัปตันทีมเดวิสคัพให้กับทีมชาติไทยอีกด้วย แต่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2553 ภราดรประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำแขนหัก 2 ข้าง และขาหัก 1 ข้าง ทำให้กระดูกข้อมือทั้ง 2 ข้างเคลื่อน และเท้าซ้ายฉีก ทำให้ภราดรไม่มีความพร้อมที่จะกลับสู่สนามแข่งขันเทนนิสอาชีพได้ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก และประกาศแขวนแร็กเก็ตอย่างเป็นทางการในรายการ พีทีที ไทยแลนด์ โอเพน 2010 โดยปัจจุบันภราดรผันตัวเองมาจับธุรกิจหลายต่อหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ฝึกสอนเทนนิส ร้านอาหาร รวมไปถึง บริษัทผลิตยาสมุนไพรบำรุงกำลังเพศชาย "แมจิก ไอริส" เดือนตุลาคม 2553 ภราดรได้กลับมาแข่งเทนนิสอีกครั้งในรายการพิเศษ "เอทีพี แชมเปี้ยนส์ ทัวร์" ที่ศูนย์เทนนิสนานาชาตินครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 21-24 ตุลาคม 2553 ซึ่งเป็นรายการที่ได้เชิญนักเทนนิสอดีตมือ 1 โลก และ นักเทนนิสที่มีชื่อเสียงในอดีตและได้เลิกเล่นเทนนิสไปแล้วมาลงสนามแข่งขัน โดยมีข้อกำหนดว่า นักหวด 6 คน ต้องเคยเป็นมือ 1 โลก, เข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลม หรือเป็นแชมป์เดวิส คัพ มาแล้ว ขณะที่อีก 2 คนจะเป็นนักกีฬารับเชิญ ซึ่งรวมถึง"เจ้าบอล" ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตมือ 9 ของโลก และมือ 1 เอเชีย ขวัญใจชาวไทยในครั้งนี้ โดยทั้งสองกลุ่มจะแข่งขันแบบพบกันหมด ผู้ชนะของสองกลุ่มเข้าไปชิงชนะเลิศ และอันดับ 2 ของแต่ละกลุ่มชิงที่ 3 โดยเล่นในระบบ 2 ใน 3 เซต และเซตตัดสินใช้ระบบแชมเปี้ยนไทเบรก ใครถึง 10 แต้มก่อนชนะ ภราดรอยู่กลุ่ม A ลงสนามนัดแรกพบกับ กี ฟอร์เชต์ อดีตมือ 4 ของโลก ภราดรเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-2 เซต ด้วยคะแนน 4-6, 6-7 (1) นัดสองพบกับ แพช แคช อดีตมือ 4 ของโลก ภราดรเป็นฝ่ายชนะไป 2-1 เซต ด้วยคะแนน 6-4, 5-7, 10-5 นัดสามพบกับ พีท แซมพราส อดีตมือ 1 ของโลก ภราดรเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-2 เซต ด้วยคะแนน 3-6, 2-6 ได้อันดับ 3 ของกลุ่ม A เดือนมกราคม 2555 ภราดรได้กลับมาแข่งเทนนิสอีกครั้งในการแข่งขันเทนนิสการกุศล "เวิลด์ เทนนิส แชริตี้ อินวิเทชั่น" เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ที่สนามเซ็นเทนเนียล ปาร์ค อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555 ชนะ จอห์น อิสเนอร์ (มือ 18 ของโลก) 2-0 เซต ด้วยคะแนน 6-4, 7-5 ปัจจุบัน 2560 ภราดรคือตำนานของเมืองไทยในด้านเทนนิส นาตาลี พาแฟนใหม่ที่เป็นฝรั่งมาอยู่ด้วยกันที่เมืองไทยสถิติชนะเลิศรองชนะเลิศสถิติ. รองชนะเลิศ. - พ.ศ. 2544: เชนไน (พ่ายต่อ กิเยร์โม คานาส) - พ.ศ. 2545: วอชิงตัน (พ่ายต่อ เจมส์ เบลค) - พ.ศ. 2546: อินเดียแนโพลิส (พ่ายต่อ แอนดี้ ร็อดดิก) - พ.ศ. 2547: เชนไน (พ่ายต่อ คาร์ลอส โมย่า) - พ.ศ. 2548: เชนไน (พ่ายต่อ คาร์ลอส โมย่า) - พ.ศ. 2548: สตอกโฮล์ม (พ่ายต่อ เจมส์ เบลค)สรุปผลงานรางวัลและความสำเร็จรางวัลและความสำเร็จ. - พ.ศ. 2545: รางวัลพัฒนาการยอดเยี่ยม ของ เอทีพี - พ.ศ. 2545-2546: รางวัลผู้มีน้ำใจนักกีฬายอดเยี่ยม ของ เอทีพีเพลงเพลง. - คนขอนแก่น - รวมศิลปินชาวจังหวัดขอนแก่นผลงานการแสดงผลงานการแสดง. - พิธีกร รายการเช้านี้...ที่หมอชิต (ผู้ประกาศข่าวกีฬา “ผู้รู้...ผู้เล่า” ด้านกีฬาเทนนิส) ทางช่อง 7 ออกอากาศทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 06.00 - 07.30 น. - บางระจัน 2 (2553)งานการเมือง งานการเมือง. ภราดร ศรีชาพันธุ์ เข้าร่วมกิจกรรมการทางการเมืองกับพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ให้การสนับสนุนพรรค ซึ่งในตอนแรกภารดรตั้งใจไว้ว่าจะลงรับสมัครเลือกตั้งในการเลือกตั้งกลางปีเดียวกันนี้ แต่ทว่าเมื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว พบว่าภารดรไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว (การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขต-ส.ก., ส.ข. เมื่อปี พ.ศ. 2551) จึงทำได้เพียงแค่เป็นผู้สนับสนุนเท่านั้น
ภราดร ศรีชาพันธุ์ เป็นนักเทนนิสชาวไทยที่ได้อันดับที่เท่าไรของโลกในปี พ.ศ. 2546
{ "answer": [ "9" ], "answer_begin_position": [ 283 ], "answer_end_position": [ 284 ] }
3,088
9,880
ภราดร ศรีชาพันธุ์ ภราดร ศรีชาพันธุ์ (ชื่อเล่น บอล, เกิด 14 มิถุนายน พ.ศ. 2522) ฉายา "ซูเปอร์บอล" เป็นนักเทนนิสชาวไทย และเป็นอดีตนักเทนนิสชายชาวเอเชียที่มีอันดับสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยอันดับ 9 ของโลกในปี พ.ศ. 2546 ภราดรเริ่มเล่นในระดับอาชีพเมื่อปี พ.ศ. 2540 และในรายการเอทีพี ปี พ.ศ. 2541 โดยจบปีด้วยอันดับท้ายๆ ของมือวางร้อยอันดับแรกของเอทีพีมาหลายปี จนกระทั่งปี พ.ศ. 2545 สามารถเป็นขึ้นมือวาง 30 อันดับแรก ภายหลังจากสามารถเอาชนะ อังเดร อากัสซี ในรายการวิมเบิลดัน และขึ้นเป็นอันดับ 9 ของโลกในปี 2546ประวัติ ประวัติ. ภราดร เกิดที่จังหวัดขอนแก่น เติบโตที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนสุดท้องในจำนวน 3 คน ของชนะชัย และอุบล ศรีชาพันธุ์ มีพี่ชายสองคน คือ ธนากร และนราธร จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ โรงเรียนอรรถวิทย์พณิชยการ เขตบางนาปัจจุบัน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีส่วนสูง 185 ซม. น้ำหนัก 81 กก. ใช้รองเท้าและเสื้อผ้าของนันยาง และไม้เทนนิสของช่างดังจากเมืองไทย ชื่อ อูฐ เริ่มเล่นเทนนิสครั้งแรก ตั้งแต่เกิด นอกจากนี้ ภราดรได้ปรากฏตัวในโฆษณาหลายครั้ง ได้แก่ โฆษณาของ กระทรวงวัฒนธรรม เชฟโรเลต เทเลคอมเอเซีย ซัมซุง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา รายการ 3 ช่า ซึ่งเป็นนักแสดงใหม่มาแทน โหน่ง ในปี 2547 มีข่าวออกมาว่าเป็นแฟนกับทาทายัง แต่ทางบ้านไม่เห็นด้วย ปีถัดมามีข่าวว่าควงกับ โอเด็ต แจ็คโคมิน นางแบบสาวที่มักเดินทางไปเชียร์ภราดรเมื่อมีโอกาส สมรสกับนางสาวนาตาลี เกลโบวา วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2550 และมีงานแต่งงานเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปัจจุบันได้เลิกรากันแล้วผลงานการแข่งขันกีฬาเทนนิส ผลงานการแข่งขันกีฬาเทนนิส. ในปี 2547 ภราดรได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการถือธงชาติในกีฬาโอลิมปิก ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ ผลงานในทีมชาติไทยคือ เหรียญทอง ชายเดี่ยว ซีเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่อินโดนีเซีย, 3 เหรียญทอง ซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่บรูไน, เหรียญทอง ชายคู่ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทย, เหรียญทอง ชายเดี่ยว เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 14 เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้, ทีมชาติไทย ชุดแชมป์ เดวิส คัพ โซนเอเชีย เดือนมีนาคม 2549 ภราดรสามารถเอาชนะมือวางถึง 4 คน จนเข้าสู่รอบรองชนะเลิศการแข่งขันรายการแปซิฟิกไลฟ์โอเพน ทำให้อันดับโลกที่ตกลงไปที่ 61 ดีดกลับมาอยู่ที่ 38 สูงกว่าอันดับโลกเมื่อสิ้นปี 2548 เล็กน้อย อย่างไรก็ตามภราดรประสบปัญหาเจ็บข้อมือเรื้อรัง จนขณะนี้ (19 มีนาคม 2550) อันดับโลกตกไปอยู่ที่ 83 กลายเป็นมืออันดับสองของไทยตามหลัง ดนัย อุดมโชค ซึ่งอยู่ที่อันดับ 79 และในปี 2550 ภราดรแทบไม่ได้ลงแข่งเทนนิสเลย จนกระทั่งปัจจุบันอันดับได้หล่นลงไปที่ 900 กว่าแล้ว เพราะไม่มีคะแนนสะสม อย่างไรก็ตามภราดรจะได้สิทธิ์ลงแข่งในรายการระดับ ATP 9 รายการในการกลับมาเล่นอีกครั้ง โดยระหว่างพักอาการบาดเจ็บนั้นภราดรรับหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการ เช้านี้...ที่หมอชิต เดือนตุลาคม 2552 ภราดรสามารถกลับมาลงแข่งขันได้อีกครั้งในรายการ พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น 2009 หลังจากห่างหายจากการเล่นเทนนิสไป 2 ปี โดยเล่นประเภทชายคู่ คู่กับ ดนัย อุดมโชค แพ้ตกรอบแรกอย่างหวุดหวิด 1-2 เซต ด้วยคะแนน 6-2, 1-6, 6-10 เดือนมกราคม 2553 ภราดรได้กลับมาแข่งเทนนิสอีกครั้ง 2 รายการในประเทศไทยและฮ่องกง โดยรายการแรกแข่งเทนนิสนัดพิเศษฉลองครบ 100 ปีหัวหิน "หัวหิน เซ็นเท็นเนียล อินวิเทชั่น" ที่สนามเซ็นเท็นเนียลปาร์ค อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2553 ประเภทคู่ผสม ซึ่งแข่งขันกันเพียงเซตเดียวเท่านั้น โดยภราดร คู่กับ วีนัส วิลเลียมส์ ชนะคู่ของ ดนัย อุดมโชค กับ มาเรีย ชาราโปวา ด้วยคะแนน 7-6 ไทเบรก 8-6 รายการที่ 2 แข่งเทนนิสรายการพิเศษ "ฮ่องกง เทนนิส คลาสสิก 2010" ที่วิคตอเรีย พาร์ค เทนนิส สเตเดี้ยม ฮ่องกง เมื่อวันที่ 6-9 มกราคม 2552 โดยการแข่งขันรายการดังกล่าวเป็นการแข่งขันประเภททีม ซึ่งประกอบด้วยทีมที่เข้าร่วม 4 ทีม ได้แก่ ทีมเอเชีย แปซิฟิก ประกอบด้วย เจีย เชง, อายูมิ โมริตะ และ ภราดร ศรีชาพันธุ์ ทีมรัสเซีย ประกอบด้วย มาเรีย ชาราโปว่า เวร่า ซโวนาเรว่า และ เยฟเกนี่ คาเฟลนิคอฟ ทีมอเมริกา ประกอบด้วย วีนัส วิลเลี่ยมส์, จีเซล่า ดุลโก้ และ ไมเคิ่ล ชาง ทีมยุโรป ประกอบด้วย แคโรไลน์ วอซเนี้ยคกี้, วิคตอเรีย อซาเรนก้า และ สเตฟาน เอ็ดเบิร์ก ผลการแข่งขันทีมเอเชีย แปซิฟิกได้รองแชมป์กลุ่มเงิน โดยภราดรลงสนามนัดแรกประเภทเดี่ยวชนะเยฟเกนี่ คาเฟลนิคอฟ ด้วยคะแนน 6-2, 1-6, 10-4 นัดสองประเภทคู่ผสมคู่กับอายูมิ โมริตะ แพ้ มาเรีย ชาราโปว่า กับ เยฟเกนี่ คาเฟลนิคอฟ ด้วยคะแนน 4-6, 5-7 นัดสามประเภทเดี่ยวชนะไมเคิ่ล ชาง ด้วยคะแนน 6-4, 2-6, 10-6 นัดสี่ประเภทคู่ผสมคู่กับเจีย เชง แพ้ วีนัส วิลเลี่ยมส์ กับ ไมเคิ่ล ชาง ด้วยคะแนน 6-4, 3-6, 9-11 หลังจากนั้นภราดรได้มีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือ บางระจัน 2 และเป็นผู้ปั้นนักกีฬาโครงการ "เดอะสตาร์" ของลอนเทนนิสสมาคมฯ เป็นกัปตันทีมเดวิสคัพให้กับทีมชาติไทยอีกด้วย แต่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2553 ภราดรประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำแขนหัก 2 ข้าง และขาหัก 1 ข้าง ทำให้กระดูกข้อมือทั้ง 2 ข้างเคลื่อน และเท้าซ้ายฉีก ทำให้ภราดรไม่มีความพร้อมที่จะกลับสู่สนามแข่งขันเทนนิสอาชีพได้ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก และประกาศแขวนแร็กเก็ตอย่างเป็นทางการในรายการ พีทีที ไทยแลนด์ โอเพน 2010 โดยปัจจุบันภราดรผันตัวเองมาจับธุรกิจหลายต่อหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ฝึกสอนเทนนิส ร้านอาหาร รวมไปถึง บริษัทผลิตยาสมุนไพรบำรุงกำลังเพศชาย "แมจิก ไอริส" เดือนตุลาคม 2553 ภราดรได้กลับมาแข่งเทนนิสอีกครั้งในรายการพิเศษ "เอทีพี แชมเปี้ยนส์ ทัวร์" ที่ศูนย์เทนนิสนานาชาตินครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 21-24 ตุลาคม 2553 ซึ่งเป็นรายการที่ได้เชิญนักเทนนิสอดีตมือ 1 โลก และ นักเทนนิสที่มีชื่อเสียงในอดีตและได้เลิกเล่นเทนนิสไปแล้วมาลงสนามแข่งขัน โดยมีข้อกำหนดว่า นักหวด 6 คน ต้องเคยเป็นมือ 1 โลก, เข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลม หรือเป็นแชมป์เดวิส คัพ มาแล้ว ขณะที่อีก 2 คนจะเป็นนักกีฬารับเชิญ ซึ่งรวมถึง"เจ้าบอล" ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตมือ 9 ของโลก และมือ 1 เอเชีย ขวัญใจชาวไทยในครั้งนี้ โดยทั้งสองกลุ่มจะแข่งขันแบบพบกันหมด ผู้ชนะของสองกลุ่มเข้าไปชิงชนะเลิศ และอันดับ 2 ของแต่ละกลุ่มชิงที่ 3 โดยเล่นในระบบ 2 ใน 3 เซต และเซตตัดสินใช้ระบบแชมเปี้ยนไทเบรก ใครถึง 10 แต้มก่อนชนะ ภราดรอยู่กลุ่ม A ลงสนามนัดแรกพบกับ กี ฟอร์เชต์ อดีตมือ 4 ของโลก ภราดรเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-2 เซต ด้วยคะแนน 4-6, 6-7 (1) นัดสองพบกับ แพช แคช อดีตมือ 4 ของโลก ภราดรเป็นฝ่ายชนะไป 2-1 เซต ด้วยคะแนน 6-4, 5-7, 10-5 นัดสามพบกับ พีท แซมพราส อดีตมือ 1 ของโลก ภราดรเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-2 เซต ด้วยคะแนน 3-6, 2-6 ได้อันดับ 3 ของกลุ่ม A เดือนมกราคม 2555 ภราดรได้กลับมาแข่งเทนนิสอีกครั้งในการแข่งขันเทนนิสการกุศล "เวิลด์ เทนนิส แชริตี้ อินวิเทชั่น" เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ที่สนามเซ็นเทนเนียล ปาร์ค อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555 ชนะ จอห์น อิสเนอร์ (มือ 18 ของโลก) 2-0 เซต ด้วยคะแนน 6-4, 7-5 ปัจจุบัน 2560 ภราดรคือตำนานของเมืองไทยในด้านเทนนิส นาตาลี พาแฟนใหม่ที่เป็นฝรั่งมาอยู่ด้วยกันที่เมืองไทยสถิติชนะเลิศรองชนะเลิศสถิติ. รองชนะเลิศ. - พ.ศ. 2544: เชนไน (พ่ายต่อ กิเยร์โม คานาส) - พ.ศ. 2545: วอชิงตัน (พ่ายต่อ เจมส์ เบลค) - พ.ศ. 2546: อินเดียแนโพลิส (พ่ายต่อ แอนดี้ ร็อดดิก) - พ.ศ. 2547: เชนไน (พ่ายต่อ คาร์ลอส โมย่า) - พ.ศ. 2548: เชนไน (พ่ายต่อ คาร์ลอส โมย่า) - พ.ศ. 2548: สตอกโฮล์ม (พ่ายต่อ เจมส์ เบลค)สรุปผลงานรางวัลและความสำเร็จรางวัลและความสำเร็จ. - พ.ศ. 2545: รางวัลพัฒนาการยอดเยี่ยม ของ เอทีพี - พ.ศ. 2545-2546: รางวัลผู้มีน้ำใจนักกีฬายอดเยี่ยม ของ เอทีพีเพลงเพลง. - คนขอนแก่น - รวมศิลปินชาวจังหวัดขอนแก่นผลงานการแสดงผลงานการแสดง. - พิธีกร รายการเช้านี้...ที่หมอชิต (ผู้ประกาศข่าวกีฬา “ผู้รู้...ผู้เล่า” ด้านกีฬาเทนนิส) ทางช่อง 7 ออกอากาศทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 06.00 - 07.30 น. - บางระจัน 2 (2553)งานการเมือง งานการเมือง. ภราดร ศรีชาพันธุ์ เข้าร่วมกิจกรรมการทางการเมืองกับพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ให้การสนับสนุนพรรค ซึ่งในตอนแรกภารดรตั้งใจไว้ว่าจะลงรับสมัครเลือกตั้งในการเลือกตั้งกลางปีเดียวกันนี้ แต่ทว่าเมื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว พบว่าภารดรไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว (การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขต-ส.ก., ส.ข. เมื่อปี พ.ศ. 2551) จึงทำได้เพียงแค่เป็นผู้สนับสนุนเท่านั้น
ภราดร ศรีชาพันธุ์ เคยแต่งงานกับนางงามคนใด
{ "answer": [ "นาตาลี เกลโบวา" ], "answer_begin_position": [ 1390 ], "answer_end_position": [ 1404 ] }
3,089
952,837
แม่น้ำงาว น้ำแม่งาว เป็นแม่น้ำสายหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในอำเภองาวจังหวัดลำปาง โดยต้นน้ำเกิดมีแหล่งกำเนิดจากดอยปากบ่องผาแดง เป็นภูเขาสายหนึ่งของทิวเขาผีปันน้ำ ตะวันออกในเขตบ้านขุนแม่งาว ตำบลบ้านร้อง อำเภองาว จังหวัดลำปาง ไหลผ่านที่ราบลุ่มจากที่ภูเขาสูงลงสู่อำเภองาว จากนั้นไหลบรรจบสู่แม่น้ำยมที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นลำน้ำสาขาหลักของแม่น้ำยม หนึ่งในแม่น้ำสี่สายต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาลำน้ำสาขาที่สำคัญลำน้ำสาขาที่สำคัญ. - น้ำแม่แหง
น้ำแม่งาวมีต้นกำเนิดอยู่ที่จังหวัดใดในประเทศไทย
{ "answer": [ "ลำปาง" ], "answer_begin_position": [ 153 ], "answer_end_position": [ 158 ] }
3,090
952,837
แม่น้ำงาว น้ำแม่งาว เป็นแม่น้ำสายหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในอำเภองาวจังหวัดลำปาง โดยต้นน้ำเกิดมีแหล่งกำเนิดจากดอยปากบ่องผาแดง เป็นภูเขาสายหนึ่งของทิวเขาผีปันน้ำ ตะวันออกในเขตบ้านขุนแม่งาว ตำบลบ้านร้อง อำเภองาว จังหวัดลำปาง ไหลผ่านที่ราบลุ่มจากที่ภูเขาสูงลงสู่อำเภองาว จากนั้นไหลบรรจบสู่แม่น้ำยมที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นลำน้ำสาขาหลักของแม่น้ำยม หนึ่งในแม่น้ำสี่สายต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาลำน้ำสาขาที่สำคัญลำน้ำสาขาที่สำคัญ. - น้ำแม่แหง
น้ำแม่งาวไหลมาบรรจบกับแม่น้ำอะไรในจังหวัดแพร่
{ "answer": [ "แม่น้ำยม" ], "answer_begin_position": [ 364 ], "answer_end_position": [ 372 ] }
3,091
100,013
ตุ๊กกาย ตุ๊กกาย หรือ ตุ๊กแกป่า () สัตว์เลื้อยคลานจำพวกหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายตุ๊กแก แต่มีขนาดเล็กกว่า อยู่ในวงศ์ Gekkonidae เช่นเดียวกับตุ๊กแกและจิ้งจก โดยอยู่ในสกุล Cyrtodactylus มีลักษณะสำคัญ คือ มีนิ้วเท้าและเล็บที่แหลมยาว ไม่มีปุ่มดูดจึงไม่สามารถดูดติดเกาะผนังได้เหมือนตุ๊กแกและจิ้งจก ใช้ได้เพียงแค่ปีนป่ายเหมือนกิ้งก่าเท่านั้น อาศัยอยู่ในถ้ำและป่า ของทวีปเอเชียไม่พบในเมือง มีประมาณ 89 ชนิด ปัจจุบันพบแล้วในประเทศไทยประมาณ 30 ชนิด สถานะปัจจุบันเป็นสัตว์หายากชนิดหนึ่ง เคยเป็นสัตว์ที่ถูกบรรจุชื่อไว้ในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 แต่เมื่อมีการปรับปรุงใหม่ในปี พ.ศ. 2546 ถูกถอดชื่อออกไป โดยคำว่า "ตุ๊กกาย" ผู้ที่บัญญัติชื่อนี้ขึ้นมา คือ นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล อดีตนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของไทยรายชื่อตุ๊กกายที่พบในประเทศไทยรายชื่อตุ๊กกายที่พบในประเทศไทย. - ตุ๊กกายดงพญาเย็น Cyrtodactylus angularis - ตุ๊กกายประดับดาว Cyrtodactylus astrum - ตุ๊กกายปล้องทอง Cyrtodactylus auribalteatus - ตุ๊กกายโคนนิ้วติด Cyrtodactylus brevipalmatus - ตุ๊กกายถ้ำหางขาว, ตุ๊กกายถ้ำสระบุรี Cyrtodactylus chanhomeae - ตุ๊กกายมลายู Cyrtodactylus consobrinus - ตุ๊กกายถ้ำเหนือ, ตุ๊กกายดำนุ้ย Cyrtodactylus dumnuii - ตุ๊กกายดอยสุเทพ Cyrtodactylus doisuthep - ตุ๊กกายตาแดง Cyrtodactylus erythrops - ตุ๊กกายน้ำหนาว Cyrtodactylus interdigitalis - ตุ๊กแกป่าตะวันออก Cyrtodactylus intermedius - ตุ๊กกายจารุจินต์ Cyrtodactylus jarujini - ตุ๊กกายผาหินงาม, ตุ๊กกายกันยา Cyrtodactylus kunyai - ตุ๊กกายหมอบุญส่ง Cyrtodactylus lekaguli - ตุ๊กกายป่าท้าวแสนปม Cyrtodactylus macrotuberculatus - ตุ๊กแกคอขวั้น Cyrtodactylus oldhami - ตุ๊กกายลายผีเสื้อ Cyrtodactylus papilionoides - ตุ๊กกายลายจุด, จิ้งจกดินลายหินอ่อน Cyrtodactylus peguensis - ตุ๊กกายภูเก็ต Cyrtodactylus phuketensis - ตุ๊กกายป่าใต้ Cyrtodactylus pulchellus - ตุ๊กกายลายสี่ขีด Cyrtodactylus quadrivirgatus - ตุ๊กกายสนุก Cyrtodactylus sanook - ตุ๊กกายถ้ำตะวันออก, ตุ๊กกายถ้ำหินปูน, ตุ๊กกายเขาวง Cyrtodactylus sumonthai - ตุ๊กกายคอขวั้นเกาะสุรินทร์ Cyrtodactylus surin - ตุ๊กกายถ้ำใต้, ตุ๊กกายธีรคุปต์ Cyrtodactylus thirakhupti - ตุ๊กกายลายเสือ, ตุ๊กกายไทรโยค Cyrtodactylus tigroides - ตุ๊กกายพม่า Cyrtodactylus variegatusรายชื่อตุ๊กกายที่อาจพบได้ในประเทศไทย รายชื่อตุ๊กกายที่อาจพบได้ในประเทศไทย. รอรายงานอย่างเป็นทางการ- ตุ๊กกายบาลา Cyrtodactylus elok - ตุ๊กกายป่าพรุ Cyrtodactylus payacola
ใครเป็นผู้บัญญัติชื่อตุ๊กกาย
{ "answer": [ "นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล" ], "answer_begin_position": [ 737 ], "answer_end_position": [ 759 ] }
3,092
100,013
ตุ๊กกาย ตุ๊กกาย หรือ ตุ๊กแกป่า () สัตว์เลื้อยคลานจำพวกหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายตุ๊กแก แต่มีขนาดเล็กกว่า อยู่ในวงศ์ Gekkonidae เช่นเดียวกับตุ๊กแกและจิ้งจก โดยอยู่ในสกุล Cyrtodactylus มีลักษณะสำคัญ คือ มีนิ้วเท้าและเล็บที่แหลมยาว ไม่มีปุ่มดูดจึงไม่สามารถดูดติดเกาะผนังได้เหมือนตุ๊กแกและจิ้งจก ใช้ได้เพียงแค่ปีนป่ายเหมือนกิ้งก่าเท่านั้น อาศัยอยู่ในถ้ำและป่า ของทวีปเอเชียไม่พบในเมือง มีประมาณ 89 ชนิด ปัจจุบันพบแล้วในประเทศไทยประมาณ 30 ชนิด สถานะปัจจุบันเป็นสัตว์หายากชนิดหนึ่ง เคยเป็นสัตว์ที่ถูกบรรจุชื่อไว้ในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 แต่เมื่อมีการปรับปรุงใหม่ในปี พ.ศ. 2546 ถูกถอดชื่อออกไป โดยคำว่า "ตุ๊กกาย" ผู้ที่บัญญัติชื่อนี้ขึ้นมา คือ นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล อดีตนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของไทยรายชื่อตุ๊กกายที่พบในประเทศไทยรายชื่อตุ๊กกายที่พบในประเทศไทย. - ตุ๊กกายดงพญาเย็น Cyrtodactylus angularis - ตุ๊กกายประดับดาว Cyrtodactylus astrum - ตุ๊กกายปล้องทอง Cyrtodactylus auribalteatus - ตุ๊กกายโคนนิ้วติด Cyrtodactylus brevipalmatus - ตุ๊กกายถ้ำหางขาว, ตุ๊กกายถ้ำสระบุรี Cyrtodactylus chanhomeae - ตุ๊กกายมลายู Cyrtodactylus consobrinus - ตุ๊กกายถ้ำเหนือ, ตุ๊กกายดำนุ้ย Cyrtodactylus dumnuii - ตุ๊กกายดอยสุเทพ Cyrtodactylus doisuthep - ตุ๊กกายตาแดง Cyrtodactylus erythrops - ตุ๊กกายน้ำหนาว Cyrtodactylus interdigitalis - ตุ๊กแกป่าตะวันออก Cyrtodactylus intermedius - ตุ๊กกายจารุจินต์ Cyrtodactylus jarujini - ตุ๊กกายผาหินงาม, ตุ๊กกายกันยา Cyrtodactylus kunyai - ตุ๊กกายหมอบุญส่ง Cyrtodactylus lekaguli - ตุ๊กกายป่าท้าวแสนปม Cyrtodactylus macrotuberculatus - ตุ๊กแกคอขวั้น Cyrtodactylus oldhami - ตุ๊กกายลายผีเสื้อ Cyrtodactylus papilionoides - ตุ๊กกายลายจุด, จิ้งจกดินลายหินอ่อน Cyrtodactylus peguensis - ตุ๊กกายภูเก็ต Cyrtodactylus phuketensis - ตุ๊กกายป่าใต้ Cyrtodactylus pulchellus - ตุ๊กกายลายสี่ขีด Cyrtodactylus quadrivirgatus - ตุ๊กกายสนุก Cyrtodactylus sanook - ตุ๊กกายถ้ำตะวันออก, ตุ๊กกายถ้ำหินปูน, ตุ๊กกายเขาวง Cyrtodactylus sumonthai - ตุ๊กกายคอขวั้นเกาะสุรินทร์ Cyrtodactylus surin - ตุ๊กกายถ้ำใต้, ตุ๊กกายธีรคุปต์ Cyrtodactylus thirakhupti - ตุ๊กกายลายเสือ, ตุ๊กกายไทรโยค Cyrtodactylus tigroides - ตุ๊กกายพม่า Cyrtodactylus variegatusรายชื่อตุ๊กกายที่อาจพบได้ในประเทศไทย รายชื่อตุ๊กกายที่อาจพบได้ในประเทศไทย. รอรายงานอย่างเป็นทางการ- ตุ๊กกายบาลา Cyrtodactylus elok - ตุ๊กกายป่าพรุ Cyrtodactylus payacola
ตุ๊กกาย เป็นสัตว์คล้ายตุ๊กแกที่อยู่ในวงศ์ใด
{ "answer": [ "Gekkonidae" ], "answer_begin_position": [ 192 ], "answer_end_position": [ 202 ] }
3,093
67,551
คอคอดกระ คอคอดกระ หรือ กิ่วกระ เป็นส่วนที่แคบที่สุดของคาบสมุทรมลายูอยู่ในเขตบ้านทับหลี ตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กับ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ประมาณกิโลเมตรที่ 545 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ห่างจากเขตเทศบาลเมือง 66 กิโลเมตร ในบริเวณนี้มีแผ่นป้ายคอนกรีตขนาดใหญ่จำลอง คอคอดกระ มีระยะทางจากฝั่งทะเลตะวันตกจรดฝั่งตะวันออกกว้างเพียง 50 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนนี้นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ที่ได้รับความสนใจตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในการที่จะขุดคลองตัดผ่านจนกระทั่งถึงรัชกาลที่ 4 ฝรั่งเศสคิดจะขุดคอคอดกระเพื่อร่นระยะทางในการเดินเรือจากฝั่งทะเลอันดามันข้ามมายังฝั่งอ่าวไทย โดยไม่ต้องอ้อมไปทางแหลมมลายู แต่เนื่องด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับอังกฤษที่เป็นเจ้าของกิจการท่าเรือในปีนังและสิงคโปร์โครงการนี้จึงต้องระงับไป ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองในสนธิสัญญาสมบูรณ์แบบไทยยินยอมที่จะไม่ขุดคลองคอคอดกระหากไม่ได้รับความยินยอมจากอังกฤษก่อน ปรีดี พนมยงค์ได้เสนอให้ขุดคลอง เมื่อ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 แต่ยังคงไม่มีการขุดคลองแต่อย่างใดจวบจนปัจจุบัน ซึ่งมีหลายเหตุผลคัดค้านรวมถึงไม่ต้องการให้ประเทศไทยแยกออกเป็นสองส่วน ผนวกกับประเทศสิงคโปร์กลัวจะเสียผลประโยชน์ด้วย ใน พ.ศ. 2544 วุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระ ผลการศึกษาที่รายงานต่อที่ประชุมมีสาระสำคัญให้เรียกชื่อคลองว่า "คลองไทย" และบริเวณที่ขุดมิใช่คอคอดกระ เนื่องด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมศาสตร์ อันได้แก่สภาพพื้นที่ที่ต้องขุดที่คอคอดกระนั้นเป็นหินและภูเขา และความมั่นคงเนื่องจากบริเวณคอคอดกระอยู่ที่ชายแดนพม่าปากแม่น้ำกระบุรี บริเวณที่วุฒิสภาเห็นว่ามีความเป็นไปได้และเกิดประโยชน์สูงสุดในการขุดคลองไทย คือ เส้นทาง 9A ผ่านจังหวัดกระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา ระยะทาง 120 กิโลเมตร
คอคอดกระ มีระยะทางจากฝั่งทะเลตะวันตกจรดฝั่งตะวันออกกว้างกี่กิโลเมตร
{ "answer": [ "50" ], "answer_begin_position": [ 416 ], "answer_end_position": [ 418 ] }
3,808
67,551
คอคอดกระ คอคอดกระ หรือ กิ่วกระ เป็นส่วนที่แคบที่สุดของคาบสมุทรมลายูอยู่ในเขตบ้านทับหลี ตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กับ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ประมาณกิโลเมตรที่ 545 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ห่างจากเขตเทศบาลเมือง 66 กิโลเมตร ในบริเวณนี้มีแผ่นป้ายคอนกรีตขนาดใหญ่จำลอง คอคอดกระ มีระยะทางจากฝั่งทะเลตะวันตกจรดฝั่งตะวันออกกว้างเพียง 50 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนนี้นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ที่ได้รับความสนใจตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในการที่จะขุดคลองตัดผ่านจนกระทั่งถึงรัชกาลที่ 4 ฝรั่งเศสคิดจะขุดคอคอดกระเพื่อร่นระยะทางในการเดินเรือจากฝั่งทะเลอันดามันข้ามมายังฝั่งอ่าวไทย โดยไม่ต้องอ้อมไปทางแหลมมลายู แต่เนื่องด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับอังกฤษที่เป็นเจ้าของกิจการท่าเรือในปีนังและสิงคโปร์โครงการนี้จึงต้องระงับไป ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองในสนธิสัญญาสมบูรณ์แบบไทยยินยอมที่จะไม่ขุดคลองคอคอดกระหากไม่ได้รับความยินยอมจากอังกฤษก่อน ปรีดี พนมยงค์ได้เสนอให้ขุดคลอง เมื่อ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 แต่ยังคงไม่มีการขุดคลองแต่อย่างใดจวบจนปัจจุบัน ซึ่งมีหลายเหตุผลคัดค้านรวมถึงไม่ต้องการให้ประเทศไทยแยกออกเป็นสองส่วน ผนวกกับประเทศสิงคโปร์กลัวจะเสียผลประโยชน์ด้วย ใน พ.ศ. 2544 วุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระ ผลการศึกษาที่รายงานต่อที่ประชุมมีสาระสำคัญให้เรียกชื่อคลองว่า "คลองไทย" และบริเวณที่ขุดมิใช่คอคอดกระ เนื่องด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมศาสตร์ อันได้แก่สภาพพื้นที่ที่ต้องขุดที่คอคอดกระนั้นเป็นหินและภูเขา และความมั่นคงเนื่องจากบริเวณคอคอดกระอยู่ที่ชายแดนพม่าปากแม่น้ำกระบุรี บริเวณที่วุฒิสภาเห็นว่ามีความเป็นไปได้และเกิดประโยชน์สูงสุดในการขุดคลองไทย คือ เส้นทาง 9A ผ่านจังหวัดกระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา ระยะทาง 120 กิโลเมตร
ส่วนที่แคบที่สุดของคาบสมุทรมลายูมีชื่อว่าอะไร
{ "answer": [ "คอคอดกระ" ], "answer_begin_position": [ 90 ], "answer_end_position": [ 98 ] }
3,094
531,158
พระครูเกษมธรรมนันท์ (แช่ม ฐานุสฺสโก) พระครูเกษมธรรมนันท์ หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม (6 มีนาคม พ.ศ. 2449 — 9 ธันวาคม พ.ศ. 2536) ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม อำเภอดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนอีกรูปหนึ่งแห่งเมืองนครปฐม และท่านเป็นผู้ที่สืบต่อการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมต่อจากหลวงพ่อเงิน และวัตถุมงคลของท่านแต่ละรุ่นล้วนน่าบูชาและเคราพนับถือ และท่านเป็นผู้ที่ประชาชนให้ความเคราพนับถืออีกรูปหนึ่งประวัติ ประวัติ. พระครูเกษมธรรมนันท์ หรือ หลวงพ่อแช่ม ฐานฺสฺสโก อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม ท่านเกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2449 ตรงกับปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่บ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรคนที่ ๓ ของนายเนียม และนางอ่ำ อินทนชิตจุ้ย ชื่อเกิดของท่านก็คือ แช่ม อินทนชิดจุ้ย ได้เข้าอุปสมบทในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 โดยมีพระครูอุตตรการบดี (สุข) วัดห้วยจรเข้ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูทักษิณานุกิจ (เงิน) วัดดอนยายหอม เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระครูวินัยธร (ใย) วัดบางช้างใต้ เป็นพระอนุศาสนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า "ฐานุสฺสโก ภายหลังการอุปสมบท หลวงพ่อท่านก็เริ่มศึกษาพระปริยัติธรรม หลวงพ่อแช่มได้ศึกษาและตั้งใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นประจำและได้รับการถ่ายทอดวิชาการปฏิบัติกรรมฐานและเวทวิทยาคมจากพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าๆ หลายรูป ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 หลวงพ่อเงิน ได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยวัยชรา ทางคณะสงฆ์จึงมีมติแต่งตั้งหลวงพ่อแช่ม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมสืบแทน และทุกๆวันที่ 9 -13 ธันวาคม ของทุกๆปี ศิษยานุศิษย์ก็จะทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพของท่าน ในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็ได้ปลุกเสกพระเครื่องหรือวัตถุมงคล โดยในการสร้างครั้งสุดท้ายในปี 2528 - 2536 ทางศิษยานุศิษย์ได้นำมวลสารศักดิ์จากพระเกจิชื่อดังทั่วประเทศ มาหล่อหลอมทำเป็นชนวน หลวงพ่อปลุกเสกนานกว่า 1 เดือน พระเครื่องที่น่าสนใจในยุคนี้ โดยวัตถุมงคลแต่ละรุ่นล้วนปกป้องคุ้มครองลูกศิษย์ลูกหาและประชาชนทุกคนให้มีแต่ความสุขและปกป้องภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมท่านได้สืบต่องานการพัฒนาวัดต่อจากหลวงพ่อเงิน โดยท่านได้สร้างวัดวาอาราม ปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ รวมถึงสมทบทุนสร้างวัด สะพาน หรือสร้างโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นหรือคนไข้ผู้ได้รับความเดือดร้อน มีความเชื่อกันว่า หลวงพ่อสำเร็จเตโชกสิณตั้งแต่พรรษายังน้อย บางคนเชื่อว่าท่านสำเร็จฌานอภิญญามีพลังจิตเข้มขลัง และวิชาของท่านสามารถรักษาคนไข้ได้เช่นกัน หลวงพ่อท่านได้ถึงแก่มรณภาพลงเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2536 สิริอายุได้ 87 ปี 66 พรรษา
พระครูเกษมธรรมนันท์ หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2536" ], "answer_begin_position": [ 2387 ], "answer_end_position": [ 2391 ] }
3,095
531,158
พระครูเกษมธรรมนันท์ (แช่ม ฐานุสฺสโก) พระครูเกษมธรรมนันท์ หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม (6 มีนาคม พ.ศ. 2449 — 9 ธันวาคม พ.ศ. 2536) ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม อำเภอดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนอีกรูปหนึ่งแห่งเมืองนครปฐม และท่านเป็นผู้ที่สืบต่อการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมต่อจากหลวงพ่อเงิน และวัตถุมงคลของท่านแต่ละรุ่นล้วนน่าบูชาและเคราพนับถือ และท่านเป็นผู้ที่ประชาชนให้ความเคราพนับถืออีกรูปหนึ่งประวัติ ประวัติ. พระครูเกษมธรรมนันท์ หรือ หลวงพ่อแช่ม ฐานฺสฺสโก อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม ท่านเกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2449 ตรงกับปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่บ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรคนที่ ๓ ของนายเนียม และนางอ่ำ อินทนชิตจุ้ย ชื่อเกิดของท่านก็คือ แช่ม อินทนชิดจุ้ย ได้เข้าอุปสมบทในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 โดยมีพระครูอุตตรการบดี (สุข) วัดห้วยจรเข้ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูทักษิณานุกิจ (เงิน) วัดดอนยายหอม เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระครูวินัยธร (ใย) วัดบางช้างใต้ เป็นพระอนุศาสนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า "ฐานุสฺสโก ภายหลังการอุปสมบท หลวงพ่อท่านก็เริ่มศึกษาพระปริยัติธรรม หลวงพ่อแช่มได้ศึกษาและตั้งใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นประจำและได้รับการถ่ายทอดวิชาการปฏิบัติกรรมฐานและเวทวิทยาคมจากพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าๆ หลายรูป ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 หลวงพ่อเงิน ได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยวัยชรา ทางคณะสงฆ์จึงมีมติแต่งตั้งหลวงพ่อแช่ม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมสืบแทน และทุกๆวันที่ 9 -13 ธันวาคม ของทุกๆปี ศิษยานุศิษย์ก็จะทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพของท่าน ในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็ได้ปลุกเสกพระเครื่องหรือวัตถุมงคล โดยในการสร้างครั้งสุดท้ายในปี 2528 - 2536 ทางศิษยานุศิษย์ได้นำมวลสารศักดิ์จากพระเกจิชื่อดังทั่วประเทศ มาหล่อหลอมทำเป็นชนวน หลวงพ่อปลุกเสกนานกว่า 1 เดือน พระเครื่องที่น่าสนใจในยุคนี้ โดยวัตถุมงคลแต่ละรุ่นล้วนปกป้องคุ้มครองลูกศิษย์ลูกหาและประชาชนทุกคนให้มีแต่ความสุขและปกป้องภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมท่านได้สืบต่องานการพัฒนาวัดต่อจากหลวงพ่อเงิน โดยท่านได้สร้างวัดวาอาราม ปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ รวมถึงสมทบทุนสร้างวัด สะพาน หรือสร้างโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นหรือคนไข้ผู้ได้รับความเดือดร้อน มีความเชื่อกันว่า หลวงพ่อสำเร็จเตโชกสิณตั้งแต่พรรษายังน้อย บางคนเชื่อว่าท่านสำเร็จฌานอภิญญามีพลังจิตเข้มขลัง และวิชาของท่านสามารถรักษาคนไข้ได้เช่นกัน หลวงพ่อท่านได้ถึงแก่มรณภาพลงเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2536 สิริอายุได้ 87 ปี 66 พรรษา
พระครูเกษมธรรมนันท์ หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม มีชื่อเดิมว่าอะไร
{ "answer": [ "แช่ม อินทนชิดจุ้ย" ], "answer_begin_position": [ 847 ], "answer_end_position": [ 864 ] }
3,096
626,106
มะสัง มะสัง หรือ หมากกะสัง ( (Scheff.) Swingle) เป็นพืชในวงศ์ Rutaceae เป็นไม้ยืนต้นแผ่กิ่งก้านจำนวนมาก ลำต้นและกิ่งก้าน มีหนามแหลมยาว แข็ง ใบประกอบแบบขนนก แผ่นใบโค้งขึ้นด้านบนเล็กน้อย สีเขียวเข้ม เป็นมันวาว ตามผิวใบมีต่อมน้ำมัน ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงที่ซอกใบ คล้ายดอกกระถิน เป็นปุย ๆ มีสีขาว ผลทรงกลมสีเขียวคล้ายผลมะนาว ผิวเปลือกมีลายเป็นคลื่น เปลือกแข็งและหนามาก ผลอ่อนเปลือกสีเขียว เมื่อแก่จัดสีน้ำตาล มีเมล็ดจำนวนมากการใช้ประโยชน์ การใช้ประโยชน์. ทางอุบลราชธานี ใช้ แก่นต้มรวมกับแก่นมะขาม ใช้ดื่มขณะอยู่ไฟ ตำรายาไทยใช้รากต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ใบรสฝาดมัน ใช้แก้ท้องเดิน ผลมีรสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาวได้ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมรับประทานสด เปลือกผลมะสังใช้บรรจุเทียน เมื่อจุดจะมีกลิ่นหอม เนื้อมะสังตากแห้งใช้ปรุงรสอาหารแบบเดียวกับมะขามเปียก ใส่ในน้ำพริก ลาบ ก้อย ยำ ส้มตำแทนมะนาว ผลอ่อนและยอดอ่อนมีรสเปรี้ยว ทางภาคใต้นิยมนำผลอ่อนมาแกงส้มกับปลาหมอ นิยมทำไปทำเป็นไม้ดัด เพื่อใช้ในการประดับตกแต่ง
ดอกของต้นมะสังมีลักษณะคล้ายดอกของต้นอะไร
{ "answer": [ "กระถิน" ], "answer_begin_position": [ 346 ], "answer_end_position": [ 352 ] }
3,097
179,750
อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ เป็นนางสาวไทยคนที่ 30 พ.ศ. 2535 ต่อมาได้เป็นนักแสดง มีผลงานทางด้านการแสดงอีกมากมายประวัติ ประวัติ. อรอนงค์เกิดวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่ 6 จากทั้งหมด 7 คนของชม และวิไล ปัญญาวงศ์ ครอบครัวมีฐานะยากจน ได้ทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา จบการศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่และได้เป็นนางสาวไทยปี พ.ศ. 2535 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2535 ได้เรียนต่อปริญญาตรีที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเป็นตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาล 1992 ที่ปีนั้นประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ อรอนงค์เปลี่ยนนามสกุล ปัญญาวงศ์ เป็น อาวะกุล เพราะสมรสกับนายชินวุธ อาวะกุล ลูก 2 คนชื่อ น้องอองตองและน้องอองรีผลงานละครโทรทัศน์ผลงานละครโทรทัศน์. - 2535 นางเสือง ช่อง 7 รับบท นางเสือง - 2535 ละครเร่ ช่อง 7 รับบท กระถิน - 2537 ทวิภพ ช่อง 7 รับบท ประยงค์ - 2538 ดาวแต้มดิน ช่อง 7 รับบท ปริตตา (บี๋) - 2538 ปราสาทสีขาว ช่อง 7 - 2540 การะเกด ช่อง 7 รับบท เจ้าหญิงเกษรี - 2540 นิรมิต ช่อง 7 รับบท มธุรี (หวาน) รับเชิญ - 2540 ไม่ย่อท้อมรสุม ช่อง 5 (ละครสั้น) - 2541 ประทีปอธิษฐาน ช่อง 9 - 2541 เศรษฐีอนาถา ช่อง 3 - 2543 น้ำผึ้งขม ช่อง 3 รับบท แสงดาว (อาเอียด) - 2543 ใต้ร่มไม้เลื้อย เรือนศิรา ช่อง 7 รับบท ศิถี - 2545 ละอองเทศ ช่อง 3 รับบท คุณหญิงดนยา - 2546 ทับตะวัน ช่อง 3 รับบท บุญเหลือ - 2546 บ่วงเล่ห์เสน่หา ช่อง 3 รับบท พุดซ้อน - 2546 ห้องหุ่น ช่อง 7 รับบท อารีย์ - 2546 ทับเทวา ช่อง 7 รับบท มณฑกานติ - 2548 บ้านร้อยดอกไม้ ช่อง 7 รับบท กรองผกา - 2551 อุบัติรักข้ามขอบฟ้า ช่อง 9 อสมท. - 2552 อุบัติรักข้ามขอบฟ้า 2 ช่อง 9 อสมท. - 2554 รอยไหม ช่อง 3 รับบท วันดารา - 2556 หน้าต่างสีรุ้ง รับบท ป้านิ่ม - 2556 รักข้ามเส้น ช่อง 3 รับบท นวล - 2556 อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ช่อง 3 รับบทเป็น ฟองคำ - 2558 เคหาสน์ดาว ช่องวัน รับบทเป็น สุดใจ - 2558 เพื่อนรัก เพื่อนริษยา ช่อง 3 รับบทเป็น คุณหญิงเดือนเด่น - 2558 สมุดสีคราม ช่องพีพีทีวี รับบทเป็น ป้านาง - 2559 เพื่อเธอ ช่องวัน รับบทเป็น ดรุณี ธรรมพิทักษ์ (แม่นี) - 2560 เงาเสน่หา ช่อง 8 รับบทเป็น แม่ของธีรภาพ - 2560 รากนครา ช่อง 3 รับบทเป็น เขียนจันทร์ - 2560 30 กำลังแจ๋ว The Series ช่องวัน รับบทเป็น - 2560 แหวนดอกไม้ ช่อง จีเอ็มเอ็ม 25 รับบทเป็น ประนอมผลงานภาพยนตร์ผลงานภาพยนตร์. - ภาพยนตร์ เรื่อง Beautiful Boxer - ภาพยนตร์ เรื่อง บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) - ภาพยนตร์ เรื่อง First love รักครั้งแรกผลงานพิธีกรผลงานพิธีกร. - ยุทธการเด็ดดอกฟ้า ช่อง 9 - กินกับเกม ช่อง 5 - ป๊อก ป๊อก ป๊อก ช่อง 7 - Mom Club ช่อง เอ็มคอตแฟมิลี่
อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ได้รับตำแหน่งนางสาวไทยเมื่อปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2535" ], "answer_begin_position": [ 155 ], "answer_end_position": [ 159 ] }
3,098
179,750
อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ เป็นนางสาวไทยคนที่ 30 พ.ศ. 2535 ต่อมาได้เป็นนักแสดง มีผลงานทางด้านการแสดงอีกมากมายประวัติ ประวัติ. อรอนงค์เกิดวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่ 6 จากทั้งหมด 7 คนของชม และวิไล ปัญญาวงศ์ ครอบครัวมีฐานะยากจน ได้ทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา จบการศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่และได้เป็นนางสาวไทยปี พ.ศ. 2535 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2535 ได้เรียนต่อปริญญาตรีที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเป็นตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาล 1992 ที่ปีนั้นประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ อรอนงค์เปลี่ยนนามสกุล ปัญญาวงศ์ เป็น อาวะกุล เพราะสมรสกับนายชินวุธ อาวะกุล ลูก 2 คนชื่อ น้องอองตองและน้องอองรีผลงานละครโทรทัศน์ผลงานละครโทรทัศน์. - 2535 นางเสือง ช่อง 7 รับบท นางเสือง - 2535 ละครเร่ ช่อง 7 รับบท กระถิน - 2537 ทวิภพ ช่อง 7 รับบท ประยงค์ - 2538 ดาวแต้มดิน ช่อง 7 รับบท ปริตตา (บี๋) - 2538 ปราสาทสีขาว ช่อง 7 - 2540 การะเกด ช่อง 7 รับบท เจ้าหญิงเกษรี - 2540 นิรมิต ช่อง 7 รับบท มธุรี (หวาน) รับเชิญ - 2540 ไม่ย่อท้อมรสุม ช่อง 5 (ละครสั้น) - 2541 ประทีปอธิษฐาน ช่อง 9 - 2541 เศรษฐีอนาถา ช่อง 3 - 2543 น้ำผึ้งขม ช่อง 3 รับบท แสงดาว (อาเอียด) - 2543 ใต้ร่มไม้เลื้อย เรือนศิรา ช่อง 7 รับบท ศิถี - 2545 ละอองเทศ ช่อง 3 รับบท คุณหญิงดนยา - 2546 ทับตะวัน ช่อง 3 รับบท บุญเหลือ - 2546 บ่วงเล่ห์เสน่หา ช่อง 3 รับบท พุดซ้อน - 2546 ห้องหุ่น ช่อง 7 รับบท อารีย์ - 2546 ทับเทวา ช่อง 7 รับบท มณฑกานติ - 2548 บ้านร้อยดอกไม้ ช่อง 7 รับบท กรองผกา - 2551 อุบัติรักข้ามขอบฟ้า ช่อง 9 อสมท. - 2552 อุบัติรักข้ามขอบฟ้า 2 ช่อง 9 อสมท. - 2554 รอยไหม ช่อง 3 รับบท วันดารา - 2556 หน้าต่างสีรุ้ง รับบท ป้านิ่ม - 2556 รักข้ามเส้น ช่อง 3 รับบท นวล - 2556 อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ ช่อง 3 รับบทเป็น ฟองคำ - 2558 เคหาสน์ดาว ช่องวัน รับบทเป็น สุดใจ - 2558 เพื่อนรัก เพื่อนริษยา ช่อง 3 รับบทเป็น คุณหญิงเดือนเด่น - 2558 สมุดสีคราม ช่องพีพีทีวี รับบทเป็น ป้านาง - 2559 เพื่อเธอ ช่องวัน รับบทเป็น ดรุณี ธรรมพิทักษ์ (แม่นี) - 2560 เงาเสน่หา ช่อง 8 รับบทเป็น แม่ของธีรภาพ - 2560 รากนครา ช่อง 3 รับบทเป็น เขียนจันทร์ - 2560 30 กำลังแจ๋ว The Series ช่องวัน รับบทเป็น - 2560 แหวนดอกไม้ ช่อง จีเอ็มเอ็ม 25 รับบทเป็น ประนอมผลงานภาพยนตร์ผลงานภาพยนตร์. - ภาพยนตร์ เรื่อง Beautiful Boxer - ภาพยนตร์ เรื่อง บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) - ภาพยนตร์ เรื่อง First love รักครั้งแรกผลงานพิธีกรผลงานพิธีกร. - ยุทธการเด็ดดอกฟ้า ช่อง 9 - กินกับเกม ช่อง 5 - ป๊อก ป๊อก ป๊อก ช่อง 7 - Mom Club ช่อง เอ็มคอตแฟมิลี่
อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ นางสาวไทยคนที่ 30 มีบุตรกี่คน
{ "answer": [ "2" ], "answer_begin_position": [ 757 ], "answer_end_position": [ 758 ] }
3,099
510,516
ทาร์เซียร์ฟิลิปปิน ทาร์เซียร์ฟิลิปปิน (; เซบัวโน: ; ; เดิมเคยใช้ชื่อสกุลว่า Carlito) เป็นสัตว์เลี้ยงด้วยนมขนาดเล็ก จำพวกไพรเมตชนิดหนึ่ง ในกลุ่มทาร์เซียร์ ทาร์เซียร์ฟิลิปปิน เป็นสัตว์ที่พบได้ในหมู่เกาะฟิลิปปิน ได้แก่ เกาะโบฮอล, เกาะมินดาเนา, เกาะเลย์เต และเกาะซามาร์ เป็นต้น ตัวเต็มวัยมีความยาวลำตัวเพียง 10 เซนติเมตรกว่า น้ำหนักเพียง 120 กรัมเท่านั้น จัดเป็นไพรเมตที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ทาร์เซียร์ฟิลิปปิน อาศัยอยู่ในป่าดิบ ออกหากินในเวลากลางคืน โดยจะกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารเท่านั้น เช่น แมลง เป็นอาหารหลัก รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็ก ๆ เช่น จิ้งจก, กิ้งก่าบิน เป็นต้น ทาร์เซียร์ฟิลิปปินโดยปกติจะอาศัยอยู่ตามลำพังหรือเป็นฝูงเล็ก ๆ ในเวลากลางวันจะหลบซ่อนตัวพักผ่อนในโพรงไม้หรือตามซอกไม้ตามต้นไม้ใหญ่ แต่สามารถกระโดดได้อย่างว่องไวเหมือนกบในเวลากลางคืน อันเป็นเวลาหากิน ซึ่งทาร์เซียร์ฟิลิปปินจะร้องส่งเสียงเพื่อเป็นการสื่อสารกันเอง ซึ่งจากการศึกษาพบว่า เป็นสัตว์ที่ส่งเสียงออกมาในย่านความถี่อัลตร้าสูงมากถึง 2,000 เฮิรตซ์ หรือ 20 กิโลเฮิรตซ์ อันเป็นย่านความถี่ที่หูมนุษย์ไม่ได้ยิน แต่โดยปกติแล้วเสียงร้องของทาร์เซียร์ร์ฟิลิปปินส่วนใหญ่มีความถี่อยู่ที่ระดับ 70 เฮิร์ตซ์ โดยมีช่วงต่ำสุดและสูงสุด 67-79 กิโลเฮิรตซ์ นอกจากนี้แล้วยังมีความเป็นไปได้ว่า อาจใช้ระบบเอคโคโลเคชั่นในการหาตำแหน่งของอาหารเหมือนค้างคาวด้วยหรือไม่ เนื่องจากแม้ทาร์เซียร์ฟิลิปปินจะมีดวงตาที่กลมโต แต่ทว่าไม่มีทาพีตัม ลูซิเดี่ยม เหมือนสัตว์หากินตอนกลางคืนจำพวกอื่น ๆ ที่จะช่วยรวบรวมแสงในที่มืดทำให้มองเห็นได้ดียิ่งขึ้น สถานภาพปัจจุบันของทาร์เซียร์ฟิลิปปินอยู่ในภาวะถูกคุกคาม อันเกิดจากการถูกทำลายถิ่นที่อยู่ แต่ปัจจุบันทางการฟิลิปปินส์ได้ทำการอนุรักษ์ และใช้เป็นตัวประชาสัมพันธ์ในเรื่องการท่องเที่ยว
ทาร์เซียร์ฟิลิปปินคืออะไร
{ "answer": [ "สัตว์เลี้ยงด้วยนมขนาดเล็ก" ], "answer_begin_position": [ 182 ], "answer_end_position": [ 207 ] }
3,100
3,822
ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา (สกุลเดิม กรองทอง; 6 กันยายน พ.ศ. 2462 — 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559) มีนามปากกาว่า อุชเชนี และ นิด นรารักษ์ เป็นนักเขียนและนักแปลชาวไทยประวัติ ประวัติ. ประคิณเกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2462 ในครอบครัวคริสตัง เป็นธิดาของแสง กรองทอง (นามทางศาสนา ยอห์น บัปติสตา) กับประคอง กรองทอง (นามทางศาสนา โรซา) เธอมีเชื้อสายจีนจากปู่ มีชื่อทางศาสนาว่าเออเชนี ตั้งตามชื่อนักบุญเอวเยน (Eugène) ส่วนชื่อจริงมารดาตั้งตามพจนานุกรมปัลเลอกัวซ์ แปลว่า "ประคับประคอง" สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 8 ภาษาฝรั่งเศส จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ และเรียนซ้ำมัธยม 8 ทางภาษาอังกฤษ ก่อนเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษาคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นที่หนึ่งของประเทศ จบปริญญาโทเกียรตินิยม ภาษาฝรั่งเศส พ.ศ. 2488 และได้ทุนไปศึกษาต่อที่ปารีส 1 ปี รับประกาศนียบัตรการศึกษาระดับสูงด้านวรรณคดีฝรั่งเศสร่วมสมัย มหาวิทยาลัยเซอร์บอน เริ่มเขียนกลอนตั้งแต่เข้าเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีรุ่นพี่ชื่อสุจิต ศิกษมัต ตั้งนามปากกาให้ว่า "อุชเชนี" ตามชื่อเดิม จนในปี พ.ศ. 2489 เธอเริ่มเขียนกลอนสั้น "มะลิแรกแย้ม" ลงพิมพ์ในหนังสือบ้าน- กับโรงเรียน ในนาม "มลิสด" ต่อมาในปี พ.ศ. 2491 เปลี่ยนแนวการแต่งจากรักเป็นเรื่องของคนทุกข์ยากคือ "ใต้- โค้งสะพาน" ลงในหนังสือการเมือง จนในปี พ.ศ. 2499 มีการรวมพิมพ์เป็นเล่มระหว่าง อุชเชนี และนิด นรารักษ์ ชื่อ "ขอบฟ้าขลิบทอง" บอกเล่าเรื่องราวเพื่อเสริมสร้างการมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะเคียงความรู้สึกของชนชั้นกลาง ที่เห็นคุณค่าของชนชั้นที่ต่ำกว่า ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ระหว่างความรวยและความจน ต่อมาเธอกลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้สมรสกับหม่อมหลวงจิตรสาร ชุมสาย (มีชื่อทางศาสนาว่า ยอห์น) มีบุตร-ธิดา 3 คน ระหว่างศึกษาที่ฝรั่งเศส ได้อ่านหนังสือวรรณคดีชั้นเยี่ยมของฝรั่งเศสจำนวนมาก ซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดที่จะสร้างสรรค์งานที่มีค่าต่อสังคม เมื่อกลับมาเป็นอาจารย์มีโอกาสได้ติดตามนายแพทย์และบาทหลวงเข้าไปทำงานที่แหล่งเสื่อมโทรม และมีจิตสำนึกแบบชาวคาทอลิกที่เคร่งครัดว่าควรจะต้องทำอะไรเพื่อคนจน ทำให้เธอเขียนบทกวีที่สะท้อนภาพสังคมในเชิงมนุษยธรรม ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พร้อมกับเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ในปี พ.ศ. 2536 หนังสือเรื่อง "ขอบฟ้าขลิบทอง" เป็นหนังสือที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นงานวรรณกรรมที่น่าอ่าน มีคุณค่าทางศิลปวรรณกรรม ครบถ้วนตามแนวทางของวรรณกรรมโลกหรือวรรณกรรมสากลมีเนื้อหาสาระที่แสดงออกถึงความริเริ่มสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิตและต่อโลกกว้างขึ้น ได้รับความรู้ ความคิดอ่าน ความบันเทิงทางศิลปวัฒนธรรม ปรากฏแจ้งใน หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ด้วยโรคมะเร็งลำไส้ ณ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สิริอายุ 96 ปี โดยจัดพิธีสวด ณ วัดพระมหาไถ่ และมีพิธีฝังศพที่สุสานศานติคาม จังหวัดนครปฐมผลงาน ผลงาน. ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา มีผลงานเขียนและงานแปลดังนี้- ขอบฟ้าขลิบทอง เป็นผลงานรวมบทกวี - อัษมา เป็นผลงานการแปลจากบทกวีนิทานพื้นบ้านของจีน - ดาวผ่องนภาดิน เป็นผลงานรวมบทกวี - เพียงแค่เม็ดทราย เป็นผลงานการประพันธ์ประเภทร้อยแก้ว - หิ่งห้อย เป็นผลงานการแปลจากบทกวีของรพินทรนาถ ฐากูร ปราชญ์ชาวอินเดีย ซึ่งได้แปลร่วมกับศาสตราจารย์ระวี ภาวิไล
อุชเชนี และ นิด นรารักษ์ เป็นนามปากกาของนักเขียนคนใด
{ "answer": [ "ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา" ], "answer_begin_position": [ 116 ], "answer_end_position": [ 138 ] }
3,101
157,970
ณรงค์ จันทร์เรือง ณรงค์ จันทร์เรือง เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2489 เป็นนักเขียนชาวไทย ประเภทเรื่องขนหัวลุก ใช้นามปากกาว่า "ใบหนาด"ประวัติ ประวัติ. ณรงค์ จันทร์เรืองเกิดที่กรุงเทพฯ เริ่มเรียนชั้นประถม-มัธยมที่สระบุรี โดยเริ่มเขียนหนังสือตั้งแต่อายุ 15 ปี เริ่มส่งบทกลอนไปลงหนังสือ "ศรีสัปดาห์” ส่งนิทานไปลง "ดรุณสาร" และได้ตีพิมพ์เรื่องสั้นเรื่องแรก "วิวาห์ในอากาศ" ในนิตยสาร "แสนสุข" และ "แม่ศรีเรือน" พออายุประมาณ 18-19 ปีก็เริ่มเขียนเรื่องยาว ทำให้เขาได้ค่าเรื่องมากกว่า 3 เท่าของเงินเดือนบัณฑิตในสมัยนั้น เขาจึงตัดสินใจเลิกการเรียนไป ไม่จบชั้น ม. 8 เข้าทำงานในตำแหน่งพิสูจน์อักษรที่นิตยสาร "แสนสุข" แล้วเขียนนิยายบู๊เรื่อง "กริชมหาราช" ให้กับสำนักพิมพ์เพลินจิต ต่อมาเรื่องสั้นของเขาเรื่อง "โรงนา” ได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์โดยบรรณาธิการ ประมูล อุณหธูป ใน "สยามรัฐสัปดาวิจารณ์” จนวันหนึ่งเขาต้องมารับหน้าที่เขียนเรื่องสั้นผีลงในคอลัมน์ "ขวัญหาย" ในหนังสือ "ขวัญจิต" เขาจึงรีบเขียนเรื่อง "วิญญาณห่วง" ในเวลาที่จำกัดและใช้นามปากกาว่า "ใบหนาด" ซึ่งเขาได้เขียนเรื่องผีนับพันเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ผีในป่าช้า บ้านร้าง ผีตายโหง ผีตายทั้งกลม ผีอาฆาตพยาบาท นางไม้ พราย ฯลฯ นอกจากเรื่องผีแล้ว ณรงค์ยังมีผลงานอีกหลายประเภท ทั้งนวนิยาย เช่น มัสยาวังเย็น, เทพธิดาโรงแรม, วมานสลัม, เทพธิดาวารี, เทพธิดาคาเฟ่ ฯลฯ เรื่องสั้น เช่น สวะชีวิต, เสน่ห์สลัม, น้ำรักไม่รา, ตายแล้วมาทางนี้ ฯลฯ สารคดี เช่น ไอ้มืดนิวยอร์ก, คึกฤทธิ์ ปราโมช-สิบเศียรยี่สิบกร, อรวรรณ อกสามศอก, นักเขียนในอดีต ฯลฯ นอกจากนี้ เขายังเขียนเรื่องขบขัน เรื่องท่องเที่ยว บทความ คอลัมน์ตอบปัญหาชีวิต เขียนบทภาพยนตร์ โดยใช้นามปากกาหลากหลาย อาทิ "ใบหนาด", "บุญเสมอ", "แดงสังวาลย์", "คริส สารคาม", "รบ จันทร์แรม" เป็นต้น ณรงค์ จันทร์เรือง ในกลุ่ม "หนุ่มเหน้าสาวสวย" มีสมาชิกในกลุ่ม เช่น ขรรค์ชัย บุนปาน สุจิตต์ วงษ์เทศ สุวรรณี สุคนธา ณรงค์ยังคงเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ข่าวสด คอลัมน์ประวัตินักเขียนไทยใน มติชนสุดสัปดาห์ และยังคงเขียนเรื่องผีในนามปากกาว่า "ใบหนาด" เช่นเดิม
ณรงค์ จันทร์เรือง เป็นนักเขียนเรื่องสยองขวัญที่ใช้นามปากกาว่าอะไร
{ "answer": [ "ใบหนาด" ], "answer_begin_position": [ 221 ], "answer_end_position": [ 227 ] }
3,102
446,866
คาเบียร์ ซาเนตตี คาเบียร์ อาเดลมาร์ ซาเนตตี () เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1973 ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ป็นอดีตนักฟุตบอล ซึ่งส่วนใหญ่เขาลงเล่นให้กับสโมสรอินเตอร์มิลานในลีกเซเรีย อา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 ถึง 2014 และได้รับตำแหน่งกัปตันทีมตั้งแต่ปี 1999 จนได้ฉายาว่า" อิล กาปิตาโน" (Il Capitano=The Captain) ความเก่งกาจของเขาสามารถเล่นได้ทั้งฟูลแบ็กรวมถึงปีกด้วย ทั้งยังเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับได้อีกด้วย ปัจจุบันเขาได้แขวนสตั๊ดแล้ว สโมสรได้ยกเลิกเสื้อเบอร์4ของเขา และแต่งตั้งให้เขาเป็นรองประธานสโมสรด้วย หลังจากที่ซาเนตติย้ายไปเล่นในลีกอิตาลี เขาได้ฉายาว่า "เอล แทรคเตอร์" (El Tractor=The Tractor)* เนื่องจากความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่น ความอดทน และความสามารถในการฝ่ากองหลังฝ่ายตรงข้าม จากจังหวะบุกโดยตำแหน่งของเขาคือกองหลังทางขวา ทำให้เขาได้รับความเคารพ ซาเนตติพาอินเตอร์มิลานคว้าแชมป์เซเรีย อา 5ครั้ง โกปปาอีตาเลีย 4ครั้ง และคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อวันที่22 พฤษภาคม 2010 ซึ่งนัดนั้นเป็นนัดที่700 กับการลงเล่นให้อินเตอร์มิลานพอดี และในคืนนั้นเขาเป็นกัปตันคนเดียวในสโมสรอิตาลีที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์มาได้ ในฤดูกาล 2011-2012 เขาเป็นนักเตะพียงคนเดียวที่ไม่ได้เป็นชาวอิตาลีแล้วได้รับตำแหน่งกัปตันทีมในลีกเซเรีย อา ซาเนตติถูกบันทึกว่าเป็นนักเตะที่ไม่ใช่ชาวอิตาลีที่ได้ลงเล่นสนามมากที่สุดให้กับสโมสรในประเทศอิตาลี อย่างทางการ 858 แมตช์ โดยทั้งหมดเขาลงเล่นให้อินเตอร์มิลาน และตลอดอาชีพนักเตะอาชีพ เขาได้ลงเล่นกว่า 1123 แมตช์ เป็นลงเพียง โรแชริโอ เซนี(1200) และปีเตอร์ ชิลตัน(1362)ชีวิตในวัยเด็ก ชีวิตในวัยเด็ก. คาเบียร์ อเดลมาร์ ซาเนตตี เกิดที่บัวโนสไอเรส ในครอบครัวชนชั้นกรรมกร และเติบโตขึ้นบริเวณท่าเรือในเขตดอก ซูด ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่รู้จักกันในเรื่องที่ไม่ดี พ่อเขาเป็นช่างก่ออิฐ ส่วนแม่เป็นพนักงานทำความสะอาด เขาเริ่มเล่นฟุตบอลที่สนามแถวชานเมือง และเขามักจะบำรุงรักษาสนามเมื่อเขาว่าง พอถงวัยรุ่น เขาพยายามเข้าเป็นศูนย์ฝึกเยาวชนของทีมอินเดเพนเดนเต้ ทีมยักษ์ใหญ่แถวนั้น แต่ถูกปฏิเสธในที่สุด โดยบอกว่าเขาขาดร่างกายที่จะประสบความสำเร็จในเกมนักฟุตบอลอาชีพตาเยเรส นักฟุตบอลอาชีพ. ตาเยเรส. หลังจากถูกปฏิเสธจากอินเดเพนเดนเต้ ซาเนตตีได้เซ็นสัญญากับ สโมสรตาเยเรส ทีมจากดีวิชั่น2 โดยเขาลงเล่น 33 นัด ยิงได้ 1ลูก เขาอยู่เพียงแค่ฤดูกาลเดียว ก็ย้ายไปเล่นให้บันฟิลด์ ทีมจากดิวิชั่นแรก เมื่อปี ค.ศ. 1993บันฟีลด์ บันฟีลด์. ซาเนตตีในวัย 20ปีได้ลงเล่นกับบันฟิลด์ครั้งแรกเมื่อ 12 กันยายน 1993 แมตช์เปิดบ้านเจอริเวอร์ เพลท หลังจากนั้น 17 วัน เขาสามารถยิงประตูแรกได้ในแมตช์ที่เจอนีเวล โอลด์บอยซึ่งจบการแข่งเสมอ1–1 การเล่นที่โดดเด่นของเขาทำให้ได้รับความนิยมจากแฟนๆเอล โตลาโดรจำนวนมาก อีกทั้งเขาถูกเรียกให้ติดทีมชาติด้วย ทีมยักษ์ใหญ่จากดิวิชั่นแรกอย่างริเวอร์ เพลท และโบกา จูเนียร์สสนใจ แต่ซาเนตติเลือกที่จะอยู่กับทีมเดิม จนปีค.ศ. 1995 เขาและเพื่อนชาวอาร์เจนตินา เซบาสเตียน แรมเบิร์ต ได้ย้ายมาเล่นให้อินเตอร์มิลานในอิตาลี ซึ่งนั้นเป็นการซื้อครั้งแรกของประธานสโมสร มัสซิโม โมรัตติอินเตอร์มิลาน อินเตอร์มิลาน. ซาเนตตีเป็นส่วนหนึ่งของทีมตลอด 19ฤดูกาล 858นัด ปัจจุบันเขาคือนักเตะที่ลงเล่นให้ทีมมากที่สุด มากกว่าจูเซปเป เบอร์โกมี(758) ตลอดการค้าแข้งเขากวาดมา 16ถ้วย และ15ถ้วยในจำนวนนั้นเขาเป็นกัปตันทีม : ยูฟ่าคัพปี 1998 โกปปา อิตาเลีย 2005, 2006, 2010 และ2011 ซูแปร์โกปปา อีตาเลียนา 2005, 2006, 2008, 2010 สกูเดตโต ฤดูกาล 2005–2006, 2006–2007, 2007–2008 และ2009–2010 ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2009–2010 ซาเนตตี มีสถิติไม่ถูกเปลี่ยนตัวออกเลยตลอด12ปี นับตั้งแต่เขาถูกเปลี่ยนตัวออกวันที่17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1999 ในโกปปา อิตาเลียแมตช์เจอปาร์ม่า จนถึงวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2011 เมื่อถูกเปลี่ยนตัวออกในเซเรีย อา แมตช์เจออูดิเนเซ ตลอดการค้าแข้งกับอินเตอร์มิลานเขาถูกเปลี่ยนตัวออกเพียงแค่ 2ครั้งนี้ ซาเนตตีเคยทำงานร่วมกับโค้ช 19 คนในสโมสรอินเตอร์มิลาน เขาให้สัญญากับตัวเองกับพวกแฟนบอลNerazzurriว่าในอนาคตหลังจากแขวนสตั๊ด เขาจะกลับมาที่สโมสรอีกครั้ง “อินเตอร์มีความหมายกับผมมาก” ซาเนตตีเป็นผู้กล่าวช่วงต้นอาชีพ ช่วงต้นอาชีพ. ซาเนตตีลงนัดแรกให้อินเตอร์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1995 ตอนเจอกับวิเชนซ่า ที่มิลาน และเขายิงประตูที่สองให้ทีมชนะลาซิโอ 3–0 ในยูฟ่าคัพรอบชิงชนะเลิศ ปี1998 ที่สนามปาร์ก เด แพร็งส์ และนั้นคือถ้วยใบแรกของเขากับสโมสร 29 สิงหาคม ค.ศ. 1999 เขาได้รับเลือกเป็นกัปตันทีม ต่อจากตำนานกองหลัง จูเซปเป เบอร์โกมี มีการเปิดเผยภายหลังว่าเขากำลังพิจารณาสัญญาของเรอัล มาดริด ก่อนจะได้ตำแหน่งกัปตันทีมย้ายเป็นกองกลาง ย้ายเป็นกองกลาง. หลังจากการมาของไมก่องในฤดูกาล 2006–2007 ซาเนตตีต้องย้ายจากตำแหน่งกองหลังทางขวาเป็นกองกลาง ตลอดเกือบ 4ปีก่อนหน้านั้นเขายิงประตูไม่ได้เลย โดยแมตช์สุดท้ายที่ยิงได้ก็คือ ตอนไปเยือนเอมโบลี 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 จนกระทั่งวันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 2006 แมตช์เปิดบ้านเจออัสโคลี เขาได้กลับมายิงได้อีกครั้ง วันที่27 กันยายน [ค.ศ. 2006] เจอกับบาเยิร์นมิวนิค ซึ่งนัดนั้นเขาได้ลงเล่นกับอินเตอร์ครบ500 นัดพอดี และวันที่22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2006 เขาได้ลงเล่นในยูฟ่าครบ 100 นัด ในแมตช์เจอกับสปอร์ติง ลิสบอน เขาฉลองการลงเล่นให้อินเตอร์ครบ 600 นัดในวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2008 ด้วยการชัยชนะเหนือเลชเช่1–0 ก่อนเริ่มแข่ง เขาได้ถาดที่ระลึกจากอดีตรองกัปตันอีบัน กอร์โดบาที่มอบให้เนื่องจากโอกาสพิเศษ แม้ปกติซาเนตตีจะเล่นเป็นกองหลัง แต่ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2008–2009 เขาต้องมาเล่นตำแหน่งกองกลางเป็นเวลาหลายสัปดาห์ในเดือนตุลาคม โดยช่วงนั้นโค้ชชาวโปรตุเกสโชเซ มูรินโญต้องเผชิญกับวิกฤติกองกลางตัวสำคัญอย่างเอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ และซุลเลย์ มุนตารีได้รับบาดเจ็บ ทำให้เขาได้เล่นต้องถูกเลื่อนมาเป็นกองกลาง ตอนเจอทีมเจนัว และฟีออเรนตินา แถมช่วงนั้นมูรินโญให้เขาเล่นเนื่องจากมีไมก่อง, ลูซิโอ, วัลเตร์ ซามวยล์ และคริสเตียน คิวู เล่นหลัง4คน ซาเนตตีและอินเตอร์ เริ่มฤดูกาล2009–10ได้ดี โดยเฉพาะเอาชนะอริร่วมเมืองอย่างเอซี มิลานขาดลอย 4–0 และในแมตช์เจอกับเจนัววันที่17 ตุลาคม เขาได้สกัดบอล และเนื่องด้วยจากนักเตะเจนัวผิดพลาด ทำให้เป็นสิ่งที่นำไปสู่ประตูที่สองของอินเตอร์ ส่งผลให้อินเตอร์เป็นทีมแรกที่สามารถชนะ ด้วยสกอร์ 5–0 ในฤดูกาลนั้น วันที่24 ตุลาคม เขาได้ลงเล่นในเซเรีย อา เทียบเท่ากับจาชินโต ฟักเคตติด้วยจำนวน 476นัด ผลนัดนั้นก็คืออินเตอร์ชนะไป2–1 นอกจากนั้นเขาได้ถูกบันทึกในสโมสรว่าลงเล่น 149 นัดตอดต่อกันด้วย 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 อินเตอร์มิลานชนะแชมเปี้ยนส์ลีกนัดสุดท้ายปี2010 โดยชนะบาเยิร์น มิวนิคด้วยสกอร์2–0 นัดนี้ซาเนตตียังลงครบ700นัดกับอินเตอร์มิลานด้วย และเป็นกัปตันคนแรกจากสโมสรจากอิตาลีที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ประกอบด้วย สกูเดตโต, โกปปา อิตาเลีย และแชมป์เปี้ยนลีกช่วงปลายอาชีพ ช่วงปลายอาชีพ. 20 ตุลาคม ค.ศ. 2010 ในวัย 37ปี กับอีก71วัน เขาได้กลายเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดที่ยิงในแชมเปี้ยนลีก(ปัจจุบันสถิติเป็นของฟรันเชสโก ตอตตี ในเกมที่เจอกับแมนซิตี้ 30 กันยายน ค.ศ. 2014)ด้วยวัย 38ปี 3วัน) โดยเป็นคนยิงประตูแรกให้อินเตอร์ชนะทอตนัม ฮอตสเปอร์ไป 4–3ในรอบแบ่งกลุ่มที่สนาม จูเซปเป เมอัซซา ด้วยนี่เป็นหนึ่งในสองประตูที่ยิงในแชมเปี้ยนลีกของเขา; ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 1998 แมตช์ที่ชนะทีมสตวร์ม กราซ จากออสเตรีย 2–0 ซาเนตตีได้ยิงประตูในถ้วยชิงแชมป์สโมสรโลก แมตช์ที่ชนะซองนัม ทีมจากเกาหลีใต้ 3–0[15]และเขาก็ชนะถ้วยนั้นด้วย 19 มกราคม ค.ศ. 2011 ซาเนตตีได้แซงตำนานอินเตอร์ จูเซปเป เบอร์โกมีในการลงเล่นในเซเรีย อา ครบ 520นัด วันที่ 11พฤษภาคม 2011 ซาเนตติได้ลงเล่นครบ 1000นัดในฟุตบอลอาชีพของเขา ในแมตช์เจอโรมา นัดที่สองในรอบรองชนะเลิศถ้วยโกปปา อีตาเลีย 20 กันยายน 2011 คาเบียร์ ซาเนตตีได้ถูกบันทึกในสถิติเซเรีย อา ในเจอทีมโนวารา มากยิ่งกว่าจูเซปเป เบอร์โกมาลงเล่ วันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 2013 ซาเนตติลงเล่นในเซเรีย อา ครบ600นัด ในแมตช์อินเตอร์มิลานแพ้ทีมโบโลญาคาบ้าน 29 เมษายน ค.ศ. 2014 ประธานสโมสรอินเตอร์มิลานเอริก โธเฮียร์ประกาศว่าซาเนตตีจะแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาล 2013–2014 และจะมาเป็นผู้บริหารสโมสรด้วย แมตช์สุดท้ายของซาเนตติที่เล่นในสนามจูเซปเป เมอัซซา คือแมตช์เปิดบ้านชนะลาซิโอ 4–1 วันที่10 พฤษภาคม 2014 เขาถูกเปลี่ยนตัวมาลงแทนโจนาธาน มอเรย์ราในนาทีที่ 52 พร้อมกับสวมปลอกแขนพิเศษที่มีชื่อของนักเตะทุกคนที่ลงเล่นกับเขาตลอดในการเล่นกับอินเตอร์มิลาน เขาแขวนสตั๊ดหลังจบเกมสุดท้ายในฤดูกาลในนัดบุกไปพ่าย ทีมคิเอโว 2–1 วันที่18 พฤษภาคม มิถุนายน 2014 อินเตอร์มิลานได้ยกเลิกเสื้อเบอร์ 4 เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา และแต่งตั้งเขาให้เป็นรองประธานสโมสรเป็นเวลาสองปีการติดทีมชาติ การติดทีมชาติ. ซาเนตตีลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1994 แมตช์เจอชิลี โดบการนำของโค้ชดาเนียล พาสซาเรลลา เขายังได้รับใช้ทีมชาติด้วยลงเล่นในฟุตบอลโลกปี1998 และ2002 อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ได้เหรียญเงินจากโอลิมปิกฤดูร้อน 1996 ที่แอตแลนตา, สหรัฐอเมริกา ในฟุตบอลโลก 1998 เขาได้ยิงประตูอย่างเฉียบขาดหลังได้ลูกจากฟรีคิกของควน เซบานเตียน เบรอน ในแมตช์เจออังกฤษ รอบ16ทีมสุดท้ายทำให้สกอร์กลับมาเป็น 2–2 ก่อนที่อาร์เจนตินาจะมาชนะจุดโทษ4–3 ผ่านเข้ารอบจนถึงรอบสี่ทีมสุดท้าย พวกเขาต้องมาแพ้ให้เนเธอแลนด์ ซาเนตตีลงเล่นให้อาร์เจนตินาภายใต้การคุ้มทีมของมาร์เซโล เบียลซาในฟุตบอลโลก 2002 ถึงอย่างนั้นพวกเขาจบที่สามของกลุ่ม แม้จะชนะในนัดแรก ทำให้อดเข้ารอบต่อไป ซาเนตตีฉลองลงเล่นครบ100นัดด้วยการพาอาร์เจนตินาชนะเม็กซิโกในรอบรองชิงชนะเลิศของฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ เมื่อวัน 26 มิถุนาคม ค.ศ. 2005 และเขายังได้แมนออฟเดอะแมตช์นัดนั้นด้วย[ ซาเนตติก็ได้สวมปลวกแขนกัปตันทีม และในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แมตช์เจอโบลีเวีย 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 เขาได้กลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นเยอะที่สุดตลอดกาลของอาร์เจนตินาสไตล์การเล่น สไตล์การเล่น. เขาได้รับฉายาว่า เอล แทรกเตอร์ เพราะเป็นปีกที่มีความแข็งแกร่ง และวิ่งขึ้นไปบุกหรือลงมาตั้งรับอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนร่วมทีมว่าออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดเวลาอาชีพนักเตะของเขาออกไป ในช่วงไม่กี่ฤดูกาลหลังสุดเขาลงเล่นมากกว่าสามสิบนัด แม้อายของเขาจะสามสิบกว่าแล้ว ในฐานะกัปตัน เขาได้รับการนับถือจากทั้งแฟนคลับ และฝ่ายตรงข้าม ทั้งในเรื่องความเป็นผู้นำ, ความประพฤติ, และการปฏิบัติตัวในฐานะกัปตันทีมอินเตอร์ ตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา เขาได้รับใบแดงเพียงสองใบเท่านั้น ซาเนตตีเริ่มอาชีพนักเตะอาชีพด้วยตำแหน่งกองหน้าตัวริมเส้นหรือก็คือปีก แต่ต่อมาถูกเปลี่ยนให้ไปในแดนกลางและแดนหลัง ไม่ก็กองกลางแถว จนเขาเป็นคนที่มีกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด และมีความหลากหลาย เขาสามารถเล่นตำแหน่งอะไรก็ได้ในแดงกลางและแดนหลัง โดยหลักแล้วตำแหน่งเขาคือกองกลางตัวริมเส้น ไม่ก็ฟูลแบ็ก ไม่ก็ปีกตลอดการค้าแข้งเขา อีกทั้งเขายังเล่นเซ็นเตอร์แบ็ก, สวีปเปอร์ หรือไม่ก็กองกลางตัวรับ ส่วนจะอยู่ตำแหน่งไหนก็แล้วแต่โอกาส ซาเนตตีได้ถูกยกย่องสำหรับความมุ่งมั่น, ความสม่ำเสมอ และเล่นได้ตลอดทั้งเกม ราวกับว่าระเบียบและชีวิตที่ยืนยาวถูกสร้างขึ้นมาด้วยความขยะนในการฝึกของเขาชีวิตส่วนตัว ชีวิตส่วนตัว. 3 ธันวาคม 1999 ซาเนตตีได้แต่งงานกับแฟนสาวที่คบกันมาอย่างยาวนาน เปาลา เด ลา ฟวนเต ลูกสาวอาจารย์มหาวิทยาลัย พวกเขาคบกันเมื่อเขาอายุ 19ปี ส่วนเธออายุเพียงแค่ 14ปี คบกันมา7ปีก่อนแต่งงาน พวกเขาอยู่กันที่ทะเลสาบโกโม อีกทั้งยังเป็นเจ้าของภัตตาคาร “เอล เกาโช”ในย่านนาวีลยี ของเมืองมิลาน ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวชื่ดัง เปาลาปัจจุบันทำงานเป็นช่างถ่านรูป ทั้งคู่มีลูกสาวชื่อ โซล(ก. 11 มิถุนายน 2005) และมีลูกชายสองคน อิกนาซีโอ (ก. 2008) และโตมัส (ก. 9 พฤษภาคม 2012)สถิติสโมสรทีมชาติสถิติการแข่งขันสถิติ. สถิติการแข่งขัน. - เซเรีย อา: ลงเล่น 615 นัด,ยิงได้ 12 ประตู - โกปปา อีตาเลีย: ลงเล่น 70 นัด,ยิงได้ 3 ประตู - ซูแปร์โกปปา อีตาเลียนา: ลงเล่น 7 นัด - ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: ลงเล่น 105 นัด,ยิงได้ 2 ประตู - ยูฟ่าคัพ: ลงเล่น 53 นัด,ยิงได้ 3 ประตู - ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก: ลงเล่น 2 นัด,ยิงได้ 1 ประตู - ฟุตบอลโลก: ลงเล่น 8 นัด,ยิงได้ 1 ประตู - คอนเฟเดอเรชันส์คัพ: ลงเล่น 8 นัด - โคปาอเมริกา:ลงเล่น 22 นัดเกียรติประวัติเกียรติประวัติ. - อินเตอร์มิลาน - เซเรีย อา (5): 2005–06, 2006–07, 2007–08, 2008–09, 2009–10 - โกปปา อีตาเลีย (4): 2004–05, 2005–06, 2009–10, 2010–11 - ซูแปร์โกปปา อีตาเลียนา (4): 2005, 2006, 2008, 2010 - ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (1): 2009–10 - ยูฟ่าคัพ (1): 1997–98 - ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (1): 2010- อาร์เจนตินา - โคปาอเมริกา เหรียญเงิน (2): 2004, 2007 - คอนเฟเดอเรชันส์คัพ เหรียญเงิน (2): 1995, 2005 - โอลิมปิก เหรียญเงิน (1): 1996 - แพนอเมริกันเกมส์ เหรียญทอง (1): 1995- ส่วนตัว - ฟีฟ่า 100 - โกลเดน ไพเรท (1):1992 - บอลเงิน(Pallone d'Argento) (1):2002 - เข้าชิงฟีฟ่าโปร เวิร์ดXI (ตำแหน่งแบ็คขวา):2010 - Premio Nazionale Carriera Esemplare Gaetano Scirea: 2010 - Premio Internazionale Giacinto Facchetti: 2012
คาเบียร์ อาเดลมาร์ ซาเนตตี อดีตนักฟุตบอลผู้ได้รับฉายาว่า อิล กาปิตาโน เป็นคนประเทศอะไร
{ "answer": [ "อาร์เจนตินา" ], "answer_begin_position": [ 199 ], "answer_end_position": [ 210 ] }
3,103
15,613
มณฑลเทศาภิบาล มณฑลเทศาภิบาลคือระบบแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีการใช้มาจนถึงสมัยช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองประมาณ 7 ปี เป็นการเลียนแบบการปกครองของอังกฤษในพม่าและมาเลเซีย เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2440 โดยพระราชดำริของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ มณฑลมีข้าหลวงเทศาภิบาลเป็นผู้ปกครอง เจ้าเมืองไม่มีอำนาจที่จะปกครอง หน่วยการปกครองเรียงจากใหญ่ไปเล็กได้ดังนี้ ในปี พ.ศ. 2458 ดินแดนสยามมีมณฑลอยู่ 19 แห่งครอบคลุมพื้นที่ 72 เมือง (เปลี่ยนเป็น จังหวัด ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำจึงทำให้หลายมณฑลถูกยุบรวมกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468 (มณฑลเพชรบูรณ์ถูกยุบลงไปก่อนหน้านั้นแล้ว) ภายหลังจึงคงเหลืออยู่เพียง 14 มณฑล ได้แก่ กรุงเทพพระมหานคร มณฑลจันทบุรี มณฑลนครชัยศรี มณฑลนครสวรรค์ มณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลนครราชสีมา มณฑลปราจีนบุรี มณฑลปัตตานี มณฑลพายัพ มณฑลพิษณุโลก มณฑลภูเก็ต มณฑลราชบุรี มณฑลอยุธยา และมณฑลอุดรธานี ทั้งหมดถูกล้มเลิกไปในปี พ.ศ. 2476 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อมีการตราพระราชบัญญัติการบริหารราชการส่วนภูมิภาค พุทธศักราช 2476 ขึ้น และนับจากนั้น จังหวัดก็ได้กลายเป็นเขตการปกครองย่อยของประเทศไทยที่มีระดับสูงที่สุดรายชื่อมณฑลเทศาภิบาลภาคเหนือรายชื่อมณฑลเทศาภิบาล. ภาคเหนือ. 1. มณฑลพายัพ หรือ มณฑลลาวเฉียง หรือมณฑลลาวพุงดำ ในปี พ.ศ. 2442 มณฑลนี้ได้ถูกเรียกว่า "มณฑลฝ่ายตะวันตกเฉียงเหนือ" ต่อมาในปี พ.ศ. 2443 จีงได้เปลี่ยนชื่อให้สั้นลงเป็นมณฑลพายัพซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตแปลว่าตะวันตกเฉียงเหนือ ครอบคลุมอาณาเขตของอดีตอาณาจักรล้านนา ประกอบด้วย 6 หัวเมือง ได้แก่ เมืองนครเชียงใหม่ (ครอบคลุมพื้นที่เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และเชียงราย) เมืองนครลำปาง เมืองนครลำพูน เมืองน่าน เมืองแพร่ และเมืองเถิน (ต่อมา พ.ศ. 2446 ยุบลงรวมเข้ากับลำปาง) 2. มณฑลมหาราษฎร์ เป็นมณฑลที่แยกออกมาจากมณฑลพายัพในปี พ.ศ. 2458 ครอบคลุมพื้นที่ทางตะวันออกของมณฑลพายัพเดิม ประกอบด้วย 3 หัวเมือง เมืองนครลำปาง เมืองนครแพร่ และเมืองนครน่าน ต่อมา พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ยุบมณฑลมหาราษฎร์ รวมกันมณฑลพายัพตามเดิม 3. มณฑลนครสวรรค์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2438 ซึ่งเป็นมณฑลแรก ๆ ที่จัดตั้งขึ้นมา มีพื้นที่ครอบคลุมเมืองนครสวรรค์ เมืองชัยนาท เมืองกำแพงเพชร เมืองมโนรมย์ เมืองพยุหะคีรี เมืองสรรคบุรี เมืองตาก และเมืองอุทัยธานี 4. มณฑลพิษณุโลก ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2437 มีพื้นที่ครอบคลุมเมืองพิษณุโลก เมืองพิจิตร เมืองสุโขทัย เมืองพิชัย (จังหวัดอุตรดิตถ์) และเมืองสวรรคโลก 5. มณฑลเพชรบูรณ์ เป็นมณฑลที่แยกออกมาจากมณฑลนครราชสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2442 ตอนแรกประกอบด้วย 2 เมือง คือเมืองหล่มสักและเมืองเพชรบูรณ์ ภายหลังเมืองหล่มสักได้ถูกยุบลงเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นกับเมืองเพชรบูรณ์ จึงทำให้มณฑลนี้มีอยู่เมือง (จังหวัด) เดียว ซึ่งต่อมามณฑลเพชรบูรณ์ก็ได้ถูกรวมเข้ากับมณฑลพิษณุโลกในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2446-2450 ก่อนที่จะถูกยุบลงเป็นหัวเมืองในมณฑลพิษณุโลกอย่างถาวรในปี พ.ศ. 2458ภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 1. มณฑลนครราชสีมา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2436 เป็นมณฑลแรกของประเทศสยาม มีพื้นที่ครอบคลุมเมืองนครราชสีมา เมืองชัยภูมิ และเมืองบุรีรัมย์ ในช่วงแรกมีเมืองเพชรบูรณ์และเมืองหล่มสักรวมอยู่ด้วย แต่ได้แยกออกไปเป็นมณฑลเพชรบูรณ์ในปี พ.ศ. 2442 2. มณฑลอีสาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2443 แต่ภายหลังได้แยกออกเป็น 2 มณฑล ได้แก่ มณฑลร้อยเอ็ดและมณฑลอุบล เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2455 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 3. มณฑลร้อยเอ็ด แยกออกมาจากมณฑลอีสานเมื่อปี พ.ศ. 2455 ประกอบด้วยเมืองร้อยเอ็ด เมืองมหาสารคาม และเมืองกาฬสินธุ์ 4. มณฑลอุบล หรือ มณฑลลาวกาว แยกออกมาจากมณฑลอีสานเมื่อปี พ.ศ. 2455 ประกอบด้วยเมืองอุบลราชธานี เมืองขุขันธ์ เมืองศรีสะเกษ และเมืองสุรินทร์ 5. มณฑลอุดร หรือ มณฑลลาวพวน ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2442 เมืองที่ขึ้นกับมณฑลนี้ประกอบด้วยเมืองอุดรธานี เมืองขอนแก่น เมืองเลย เมืองนครพนม เมืองหนองคาย และเมืองสกลนครภาคใต้ภาคใต้. 1. มณฑลภูเก็ต ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2441 เมืองในมณฑลนี้ประกอบด้วยเมืองภูเก็ต เมืองถลาง เมืองระนอง เมืองพังงา เมืองตะกั่วป่า เมืองกระบี่ เมืองตรัง และเมืองสตูล ซึ่งเมืองสตูลเดิมเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลไทรบุรีทางทิศใต้ ได้มารวมอยู่กับมณฑลนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2451 หลังจากที่ยกพื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลไทรบุรีให้อังกฤษ 2. มณฑลชุมพร ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2439 เมืองในมณฑลนี้ได้แก่ เมืองชุมพร เมืองไชยา เมืองกาญจนดิษฐ์ เมืองหลังสวน และเมืองบ้านดอน ภายหลังเมืองไชยาและเมืองกาญจนดิษฐ์ ถูกรวมเข้าเป็นเมืองไชยา ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2448 เมืองไชยากับเมืองบ้านดอนถูกรวมเข้าเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็นมณฑลสุราษฎร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2468 จึงได้ถูกยุบรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช 3. มณฑลนครศรีธรรมราช ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2439 ประกอบด้วย เมืองนครศรีธรรมราช เมืองพัทลุง เมืองสงขลา 4. มณฑลปัตตานี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2449 มีอาณาเขตครอบคลุมบริเวณ มลายูเจ็ดหัวเมืองได้แก่ เมืองปัตตานี (ตานี) เมืองยะลา เมืองสายบุรี เมืองยะหริ่ง เมืองหนองจิก เมืองรามัน เมืองระแงะ (จังหวัดนราธิวาส) 5. มณฑลไทรบุรี หรือ มณฑลเกดะห์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2440 มีพื้นที่ครอบคลุมเมืองไทรบุรี เมืองปลิศ และเมืองสตูล แต่ภายหลังเสียดินแดนส่วนนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมลายูในเครือจักรภพอังกฤษเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2451 จึงเหลือเมืองสตูลซึ่งเป็นส่วนที่เหลือของมณฑลไทรบุรีในอาณาเขตสยาม และเมืองนี้จึงถูกรวมเข้ากับมณฑลภูเก็ตภาคกลางภาคกลาง. 1. มณฑลกรุงเทพ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2440 โดยตอนแรกเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงนครบาล ประกอบด้วยจังหวัดในเขตปริมณฑล ได้แก่ เมืองพระนคร เมืองธนบุรี เมืองมีนบุรี เมืองนนทบุรี เมืองพระประแดง (เมืองนครเขื่อนขันธ์) และเมืองสมุทรปราการ โดยในปี พ.ศ. 2458 มณฑลนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรุงเทพพระมหานคร" และเมื่อมีการรวมกระทรวงนครบาลเข้ากับกระทรวงมหาดไทยในปี พ.ศ. 2465 กรุงเทพพระมหานครจึงมาอยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทยเหมือนกับมณฑลอื่น ๆ 2. มณฑลอยุธยา หรือ มณฑลกรุงเก่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2436 เมืองในมณฑลนี้ได้แก่กรุงเก่า เมืองอ่างทอง เมืองสิงห์บุรี เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรี เมืองลพบุรี เมืองสระบุรี เมืองปทุมธานี และเมืองธัญบุรี 3. มณฑลราชบุรี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2438 เมืองในมณฑลนี้ได้แก่เมืองราชบุรี เมืองกาญจนบุรี เมืองสมุทรสงคราม เมืองเพชรบุรี และเมืองปราณบุรี(เมืองประจวบคีรีขันธ์) 4. มณฑลนครชัยศรี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2438 เมืองในมณฑลนี้ได้แก่เมืองนครชัยศรี เมืองสุพรรณบุรี และเมืองสมุทรสาครภาคตะวันออกภาคตะวันออก. 1. มณฑลปราจีนบุรี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2436 เมืองในมณฑลนี้ได้แก่เมืองปราจีนบุรี เมืองชลบุรี เมืองนครนายก เมืองฉะเชิงเทรา เมืองบางละมุง เมืองพนัสนิคม และเมืองพนมสารคาม 2. มณฑลบูรพา ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2446 มณฑลนี้ประกอบด้วยเมืองเสียมราฐ เมืองพระตะบอง เมืองพนมศก และเมืองศรีโสภณ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน ดินแดนส่วนนี้เสียไปเมื่อ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 เพื่อแลกกับเมืองตราดและเมืองด่านซ้าย 3. มณฑลจันทบุรี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2449 หลังจากที่สยามเสียมณฑลบูรพาไปให้กับฝรั่งเศส และฝรั่งเศสคืนดินแดนเมืองตราดและเกาะต่าง ๆ กลับมาสู่อำนาจอธิปไตยของสยาม เมืองในมณฑลนี้ได้แก่เมืองจันทบุรี เมืองระยอง เมืองตราดบริเวณ บริเวณ. มณฑลที่ใหญ่ ๆ ได่แก่ มณฑลพายัพ มณฑลอุดรธานี และมณฑลอีสาน มีเขตการปกครองพิเศษที่มีระดับอยู่ระหว่างมณฑลกับเมือง (จังหวัด) เรียกว่า "บริเวณ" มีข้าหลวงประจำบริเวณเป็นผู้ปกครอง ได้แก่- มณฑลพายัพ (มณฑลลาวเฉียงหรือลาวพุงดำ)- บริเวณเชียงใหม่เหนือ: เชียงราย เชียงแสน ป่าเป้า (เวียงป่าเป้า) เชียงขวาง และฝาง - บริเวณเชียงใหม่ตะวันตก: แม่ฮ่องสอน ยาว ขุนยวม และปาย - บริเวณน่านเหนือ: เชียงของ เทิง เชียงคำ เชียงแลง เชียงลม และเชียงฮ่อน - มณฑลอุดรธานี (มณฑลลาวพวน)- บริเวณหมากแข้ง: บ้านหมากแข้ง (อุดรธานี) หนองคาย หนองหาน กุมภวาปี กมุทธาไสย (หนองบัวลำภู) โพนพิสัย และรัตนวาปี - บริเวณพาชี: ขอนแก่น ชนบท และภูเวียง - บริเวณธาตุพนม: นครพนม ไชยบุรี (บึงกาฬ) ท่าอุเทน กุสุมาลย์มณฑล อากาศอำนวย เรณูนคร หนองสูงและมุกดาหาร - บริเวณสกล: สกลนคร พรรณานิคม วาริชภูมิ - บริเวณน้ำเหือง: เลย แก่นท้าว (ประเทศลาว) และบ่อท่า - มณฑลอีสาน (มณฑลลาวกาว)- บริเวณอุบล: อุบลราชธานี เขมราฐ และยโสธร - บริเวณจำปาศักดิ์: จำปาศักดิ์ (ประเทศลาว) - บริเวณขุขันธ์: ขุขันธ์ ศรีสะเกษ กันทรลักษ์ อุทุมพรพิไสย และเดชอุดม - บริเวณสุรินทร์: สุรินทร์และสังขะ - บริเวณร้อยเอ็ด: ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ กมลาไสย และสุวรรณภูมิลำดับเวลาพ.ศ. 2443 ลำดับเวลา. พ.ศ. 2443. เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2443 ได้มีการรวมเมืองเชียงใหม่ น่าน ลำปาง ลำพูน และแพร่ เป็นมณฑลตวันตกเฉียงเหนือพ.ศ. 2444 พ.ศ. 2444. เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2444 (พ.ศ. 2443 เดิม) ได้เปลี่ยนชื่อมณฑล 4 มณฑลดังต่อไปนี้- มณฑลตวันออก เป็นมณฑลบุรพา - มณฑลตวันออกเฉียงเหนือ เป็นมณฑลอิสาณ - มณฑลฝ่ายเหนือ เป็นมณฑลอุดร - มณฑลตวันตกเฉียงเหนือ เป็นมณฑลพายัพพ.ศ. 2469 พ.ศ. 2469. เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2469 (พ.ศ. 2468 เดิม):- เลิกมณฑลมหาราษฎร์ ยกจังหวัดแพร่ ลำปาง น่าน มารวมกับจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย แม่ฮ่องสอน เป็น 7 จังหวัดด้วยกัน เรียก มณฑลพายัพ - เลิกมณฑลสุราษฎร์ ยกจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังสวน ชุมพร มารวมกับจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง เป็น 6 จังหวัด - ยกจังหวัดสตูลเข้ารวมในมณฑลนครศรีธรรมราช รวมเป็น 7 จังหวัด เรียก มณฑลนครศรีธรรมราช - เลิกมณฑลร้อยเอ็จและมณฑลอุบลราชธานี ยกจังหวัดร้อยเอ็จ มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ขุขันธ์ สุรินทร์ รวม 6 จังหวัดมารวมกับจังหวัดนครราชสีมา ไชยภูมิ บุรีรัมย์ เป็น 9 จังหวัด เรียก มณฑลนครราชสีมา - ประกาศยกเลิกตำแหน่งอุปราชประจำภาคและมณฑลต่างๆ เป็นตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลตามเดิมพ.ศ. 2475 พ.ศ. 2475. เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2475:- ยุบเลิกมณฑลปัตตานี รวมจังหวัดต่าง ๆ ของมณฑลปัตตานีเข้าไว้ในปกครองของมณฑลนครศรีธรรมราช - ยุบเลิกมณฑลจันทบุรี รวมจังหวัดต่าง ๆ ของมณฑลจันทบุรีเข้าไว่ในปกครองของมณฑลปราจีน - ยุบเลิกมณฑลนครชัยศรี รวมจังหวัดต่าง ๆ ของมณฑลนครชัยศรีเข้าไว่ในปกครองของมณฑลราชบุรี - ยุบเลิกมณฑลนครสวรรค์ รวมจังหวัดต่าง ๆ ของมณฑลนครสวรรค์เข้าไว่ในปกครองของมณฑลอยุธยา เว้นแต่จังหวัดตาก และจังหวัดกำแพงเพชรให้ยกไปขึ้นอยู่ในปกครองของมณฑลพิษณุโลก = ลำดับพระนามและนามท่านผู้บัญชาการมณฑลเทศาภิบาล =
มณฑลเทศาภิบาลเป็นระบบแบ่งเขตการปกครองที่ใช้ในรัชสมัยของกษัตริย์ไทยพระองค์ใด
{ "answer": [ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" ], "answer_begin_position": [ 159 ], "answer_end_position": [ 196 ] }
3,104
220,083
เกมทศกัณฐ์เด็ก เกมทศกัณฐ์เด็ก เป็นรายการเกมโชว์ควิซโชว์สำหรับเด็กเยาวชน โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2547 ออกอากาศทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ทำเนียบทศกัณฐ์เด็ก- ด.ช.พัทธดนย์ เกลี้ยงจันทร์ (น้องเดียว) เป็นทศกัณฐ์เด็กชายคนแรกที่สามารถพิชิต 200 หน้าได้ รับทุนการศึกษาร่วม 4,000,000 บาท - ด.ญ.สุพิชชา มงคลจิตตานนท์ (น้องแพร) ทศกัณฐ์เด็กหญิงคนแรกที่สามารถพิชิต 200 หน้าได้ รับทุนการศึกษาร่วม 4,000,000 บาท - ด.ช.พีรพล เพิ่มเพ็ชร (น้องพีพี) ทศกัณฐ์เด็กชายคนที่สองที่สามารถพิชิต 200 หน้าได้ รับทุนการศึกษาร่วม 4,000,000 บาท รายการ เกมทศกัณฐ์เด็ก แจกทุนการศึกษารวมทั้งหมด 12,000,000 บาทวันเวลาและออกอากาศวันเวลาและออกอากาศ. - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 19.30 - 20.00 น. - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 19.00 - 19.30 น. - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 16.05 - 16.30 น. (หลังข่าวต้นชั่วโมง) - ออกอากาศ วันจันทร์,พุธ,พฤหัสบดี และศุกร์ เวลา 17.30-18.00 น./13.00-13.30 น.ทางเวิร์คพอยท์ ทีวี - ออกอากาศ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-09.30 น.ทางเวิร์คพอยท์ ทีวี - ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11:00-11:30 น./17:00-17:30 น./23:00-23:30 น.ทางช่อง 6 รอบรู้ดูสนุก - ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11:30-12:00 น./17:30-18:00 น./23:30-00:00 น.ทางช่อง 6 รอบรู้ดูสนุกชื่อรายการชื่อรายการ. - เกมทศกัณฐ์เด็ก (3 เมษายน 2547 - 2 มีนาคม 2551 / 7 มิถุนายน 2551 - 14 มิถุนายน 2551) - เกมทศกัณฐ์เด็ก 3 วัย (8 มีนาคม 2551 - 30 มีนาคม 2551) - เกมทศกัณฐ์เด็ก ช่วยโรงเรียน (5 เมษายน 2551 - 4 พฤษภาคม 2551) - เกมทศกัณฐ์เด็ก ช่วยโรงพยาบาล (10 พฤษภาคม 2551 - 1 มิถุนายน 2551)กติการูปแบบที่ 1 กติกา. รูปแบบที่ 1. รูปแบบการเล่นจะคล้ายคลึงกับเกมทศกัณฐ์ของผู้ใหญ่แทบทุกประการ เพียงแต่ว่าจะเป็นการเล่นเพียงคนเดียว และเน้นการสะสมเงินรางวัลเป็นหลัก โดยเมื่อเริ่มการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกใบหน้าที่จะเป็นใบหน้าแรกขึ้นมาทายก่อน โดยใบหน้านั้นจะถูกสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เมื่อผู้เข้าแข่งขันพอใจแล้วสามารถกดปุ่มหยุดเพื่อเลือกใบหน้านั้นได้ และเมื่อได้ใบหน้าแล้วผู้เข้าแข่งขันจะมีเวลา 1 นาที ในการทายให้ถูกว่าบุคคลคนนี้คือใคร หากตอบถูกต้อง ก็จะมีสิทธิ์ในการเล่นใบหน้าต่อไป แต่ถ้าหากตอบผิด เกมจะยุติลงทันที อย่างไรก็ดี ผู้เข้าแข่งขันสามารถขอโยนใบหน้านั้นได้ ซึ่งการโยนนั้นจะเท่ากับการขอผ่านไปเลย โดยสิทธิ์การโยนจะมีให้ 1 ครั้ง ต่อการเล่นทุกๆ 10 หน้า (หมายความว่าเมื่อเข้าสู่ 10 หน้าถัดไป ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะใช้หรือไม่ก็ตาม สิทธิ์นี้จะมีให้ 1 ครั้งเสมอ) การสะสมเงินรางวัล จะมาจากการทายใบหน้าให้ถูกต้องมากที่สุด โดยทุก 10 หน้าที่ทายถูก จะได้รับเงินรางวัลสะสมดังนี้- ตอบถูก 10 หน้า รับเงินรางวัล 100,000 บาท - ตอบถูก 20 หน้า รับเงินรางวัลเพิ่มอีก 200,000 บาท - ตอบถูก 30 หน้า รับเงินรางวัลเพิ่มอีก 300,000 บาท - ตอบถูก 40 หน้า รับเงินรางวัลเพิ่มอีก 400,000 บาท และจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ตอบถูกรูปแบบที่ 2 รูปแบบที่ 2. รูปแบบนี้ยังคงเน้นการทายใบหน้าเพื่อสะสมเงินรางวัล แต่ครั้งนี้จะเป็นทายใบหน้าจากโจทย์ที่กำหนด โดยกติกาคือผู้เข้าขันขันจะต้องทายว่าใครคือบุคคลที่โจทย์กำหนดให้ โดยจะมีใบหน้าให้เลือก 2 ใบหน้า คือบนและล่าง ผู้เข้าแข่งขันจะมีเวลา 1 นาทีในการทาย หากทายถูกก็จะมีสิทธิ์เล่นในใบหน้าถัดไป แต่ถ้าหากตอบผิด เกมจะยุติลงทันที การสะสมเงินรางวัล จะมาจากการทายใบหน้าให้ถูกต้องมากที่สุด โดยทุก 10 หน้าที่ทายถูก จะได้รับเงินรางวัลสะสมดังนี้- ตอบถูก 10 หน้า รับเงินรางวัล 10,000 บาท - ตอบถูก 20 หน้า รับเงินรางวัลเพิ่มอีก 20,000 บาท เป็นมูลค่า 30,000 บาท - ตอบถูก 30 หน้า รับเงินรางวัลเพิ่มอีก 30,000 บาท เป็นมูลค่า 60,000 บาท - ตอบถูก 40 หน้า รับเงินรางวัลเพิ่มอีก 40,000 บาท เป็นมูลค่า 100,000 บาท และจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ตอบถูก แต่ถ้าหากผู้เข้าแข่งขันสามารถทายได้ถูกต้องถึง 200 หน้า จะได้รับบ้านอีก 1 หลัง รวมมูลค่า 4,000,000 บาท
รายการโทรทัศน์เกมทศกัณฐ์เด็กออกกาศครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2547" ], "answer_begin_position": [ 206 ], "answer_end_position": [ 210 ] }
3,105
380,448
ราชวงศ์พระร่วง ราชวงศ์พระร่วง เป็นราชวงศ์แรกและราชวงศ์เดียวที่ปกครองอาณาจักรสุโขทัย หลักฐานจารึกปู่สบถหลานระหว่างกษัตริย์สุโขทัยและน่าน แล้วมีการลำดับพระนามพระมหากษัตริย์ของราชวงศ์สุโขทัยตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่วนหลักฐานทางประวัติศาสตร์มักพบว่าผู้คนภายในเขตสุโขทัย หรือบ้านเมืองแว่นแคว้นอื่นมักเรียกพระมหากษัตริย์ของสุโขทัยในนามว่า "พระร่วง" ซึ่งเป็นนามที่รู้จักไปอย่างกว้างขวางของคนกลุ่มไทยในสมัยโบราณ เชื้อสายของราชวงศ์พระร่วงนี้สืบทอดมายาวนานในการปกครองสมัยสุโขทัย ราชวงศ์พระร่วง มีการสานสายสัมพันธ์กับราชวงศ์อู่ทองแห่งอาณาจักรละโว้ และราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราชแห่งอาณาจักรตามพรลิงก์ มาถึงสมัยอยุธยา ราชวงศ์สุพรรณภูมิรวมถึงราชวงศ์สุโขทัยแห่งอาณาจักรอยุธยา ยังปรากฏอยู่ผ่านความสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างอาณาจักร สัญลักษณ์หรืออนุสรณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์พระร่วงที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน คือ รูปพระร่วงพระลือ ในซุ้มพระร่วงพระลือที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตามความเชื่อของคนรุ่นเก่าแก่ในจังหวัดสุโขทัย ระบุว่า ที่นี่คือนิวาสถานดั้งเดิม หรือต้นกำเนิดของราชวงศ์พระร่วงประวัติ ประวัติ. ราชวงศ์พระร่วง เป็นเชื้อสายของพระมหากษัตริย์ชนชั้นปกครองไทยที่มีอำนาจอยู่ในสมัยประวัติศาสตร์ที่เรียกกันว่า "สมัยสุโขทัย" ฐานอำนาจของราชวงศ์พระร่วงก็คือ ศรีสัชนาลัยสุโขทัย ที่เป็นทั้งศูนย์กลางการปกครองรัฐบาลและที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ ความชัดเจนในแง่ความเป็นมาของราชวงศ์นี้ไม่สามารถที่จะชี้ชัดระบุให้แน่นอนได้ เพราะมีหลักฐานหรือสิ่งที่กล่าวอ้างน้อยมาก พระร่วงในความทรงจำของคนตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางลงมาเป็นไปในลักษณะที่เรียกว่าตำนานแล้ว เพราะเต็มไปด้วยเรื่องราวอภินิหารและความน่ามหัศจรรย์ ผนวกไปกับเรื่องราวของบ้านเมืองสถานที่ต่าง ๆ ในแถบกลุ่มอาณาจักรสุโขทัยเดิม (ได้แก่ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย น่าน พิษณุโลก กำแพงเพชร ปากยม และพระบาง) ราชวงศ์พระร่วง เป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นเมื่อคราวพ่อขุนบางกลางหาวทรงราชาภิเษกเป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ คำว่าพระร่วงเป็นคำที่ใช้เรียกพระมหากษัตริย์ หรือผู้นำแห่งรัฐสุโขทัย โดยคำว่าร่วง แปลว่า รุ่ง (โรจน์) ในสำเนียงไทยกลางจึงตรงกับคำว่า รุ่ง ซึ่งไปพ้องกับสำเนียงล้านช้างที่อ่านว่า ฮุ่ง ซึ่งอาจจะสืบเนื่องกับตำนานท้าวฮุ่ง-ท้าวเจือง อันเป็นวีรบุรุษในตำนานสองฝั่งโขง อย่างไรก็ตาม คำว่า "พระร่วง" เป็นคำที่คิดขึ้นใหม่เมื่อครั้งสถาปนาวงศ์ หรือราชวงศ์ เดิมทีเรียกว่า "บางกลางหาว" ต่อมา "พ่อขุน" แต่ยังติดปาก จึงใช้ พ่อขุน + บางกลางหาว รวมเป็น "พ่อขุนบางกลางหาว" มาแต่ต้น ความหมายของคำว่า "ร่วง" นี้ ต่อมาเป็นพระนามพระพุทธรูปองค์หนึ่งว่าพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธปูชนียบพิตร เป็นการย้ำความหมายให้ ร่วงโรจน์ มีความหมายไปในทางเดียวกับ รุ่งโรจน์ อีกด้วย ด้วยเหตุความเข้าใจคลาดเคลื่อนนี้ โดยมากจึงคิดกันว่า พ่อขุนศรีนาวนำถุมแห่งราชวงศ์ศรีนาวนำถุม พ่อขุนผาเมืองแห่งราชวงศ์ผาเมือง ตลอดจนพระมหาเถรศรีศรัทธาแห่งราชวงศ์ผาเมือง ทรงเป็นราชวงศ์พระร่วง อันที่จริงแล้ว ทั้งสามพระองค์นี้เป็นราชวงศ์ศรีนาวนำถุม (หรือราชวงศ์นำถุม) และราชวงศ์ผาเมือง โดยเอกสารทางวิชาการส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันว่า พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถาปนาราชวงศ์พระร่วง คือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (กำมรเตงอัญศรีอินทรบดินทราทิตย์)รายนามและพระนามผู้ที่อยู่ในราชวงศ์พระร่วง-สุโขทัย รายนามและพระนามผู้ที่อยู่ในราชวงศ์พระร่วง-สุโขทัย. บุคคลตามจารึกในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับราชวงศ์พระร่วง1. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระนามเดิม บางกลางหาว 2. นางเสือง 3. พ่อขุนบานเมือง 4. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช 5. พญาเลอไท 6. พญางั่วนำถุม (ผสมวงศ์นำถุมทางราชินิกุล) 7. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) 8. พระมหาธรรมราชาที่ 2 (ลือไท) 9. พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสยลือไท) 10. พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) 11. พระมหาเทวี(สุโขทัย) (พระพี่นางในพญาลิไท) 12. พระศรีเทพาหูราช พระโอรสในพระมหาเทวี และขุนหลวงพะงั่ว (ครึ่งพระร่วง-ครึ่งสุพรรณภูมิ) 13. พระยารามแห่งสุโขทัย (พระเชษฐาพระมหาธรรมราชาที่ 4 ครองศรีสัชนาลัย) 14. พระยายุทธิษฐิระ (พระโอรสในพระยาราม เจ้าเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นโอรสในพระมหาธรรมราชาที่ 3อีกต่อหนึ่ง) 15. สมเด็จพระอินทราชา (ครึ่งพระร่วง-ครึ่งสุพรรณภูมิ) 16. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (ครึ่งพระร่วง-ครึ่งสุพรรณภูมิ) 17. พระนางสาขา 18. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (ครึ่งพระร่วง-ครึ่งสุพรรณภูมิ) 19. ตำแหน่งท้าวศรีจุฬาลักษณ์ของกษัตริย์อยุธยาต้องมาจากราชวงศ์พระร่วง 20. สมเด็จพระสุริโยทัย - ราชวงศ์สุโขทัย 22. สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช และเชื้อพระวงศ์สุโขทัยทุกพระองค์ 23. หม่อมเจ้าหญิงในราชวงศ์พระร่วง สมัยพระนารายณ์มหาราช 24. หม่อมเจ้าเจิดอุภัย 25. เจ้าแม่วัดดุสิต 26. เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) 27. เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) 28. เจ้าพระยาวรวงษาธิราช (ขุนทอง) บุตรชายเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน) ชื่อตำแหน่งมีความหมายเป็นพระญาติ 29. พระยาราชนิกูล (ทองคำ) บุตรชายเจ้าพระยาวรวงษาธิราช ชื่อตำแหน่งมีความหมายเป็นพระญาติ 30. สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) บุตรชายพระยาราชนิกูล - ราชวงศ์จักรี 32. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และเชื้อพระวงศ์จักรีทุกพระองค์รายพระนามพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง
ราชวงศ์พระร่วงเป็นราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักรอะไร
{ "answer": [ "อาณาจักรสุโขทัย" ], "answer_begin_position": [ 157 ], "answer_end_position": [ 172 ] }
3,106
380,448
ราชวงศ์พระร่วง ราชวงศ์พระร่วง เป็นราชวงศ์แรกและราชวงศ์เดียวที่ปกครองอาณาจักรสุโขทัย หลักฐานจารึกปู่สบถหลานระหว่างกษัตริย์สุโขทัยและน่าน แล้วมีการลำดับพระนามพระมหากษัตริย์ของราชวงศ์สุโขทัยตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่วนหลักฐานทางประวัติศาสตร์มักพบว่าผู้คนภายในเขตสุโขทัย หรือบ้านเมืองแว่นแคว้นอื่นมักเรียกพระมหากษัตริย์ของสุโขทัยในนามว่า "พระร่วง" ซึ่งเป็นนามที่รู้จักไปอย่างกว้างขวางของคนกลุ่มไทยในสมัยโบราณ เชื้อสายของราชวงศ์พระร่วงนี้สืบทอดมายาวนานในการปกครองสมัยสุโขทัย ราชวงศ์พระร่วง มีการสานสายสัมพันธ์กับราชวงศ์อู่ทองแห่งอาณาจักรละโว้ และราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราชแห่งอาณาจักรตามพรลิงก์ มาถึงสมัยอยุธยา ราชวงศ์สุพรรณภูมิรวมถึงราชวงศ์สุโขทัยแห่งอาณาจักรอยุธยา ยังปรากฏอยู่ผ่านความสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างอาณาจักร สัญลักษณ์หรืออนุสรณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์พระร่วงที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน คือ รูปพระร่วงพระลือ ในซุ้มพระร่วงพระลือที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตามความเชื่อของคนรุ่นเก่าแก่ในจังหวัดสุโขทัย ระบุว่า ที่นี่คือนิวาสถานดั้งเดิม หรือต้นกำเนิดของราชวงศ์พระร่วงประวัติ ประวัติ. ราชวงศ์พระร่วง เป็นเชื้อสายของพระมหากษัตริย์ชนชั้นปกครองไทยที่มีอำนาจอยู่ในสมัยประวัติศาสตร์ที่เรียกกันว่า "สมัยสุโขทัย" ฐานอำนาจของราชวงศ์พระร่วงก็คือ ศรีสัชนาลัยสุโขทัย ที่เป็นทั้งศูนย์กลางการปกครองรัฐบาลและที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ ความชัดเจนในแง่ความเป็นมาของราชวงศ์นี้ไม่สามารถที่จะชี้ชัดระบุให้แน่นอนได้ เพราะมีหลักฐานหรือสิ่งที่กล่าวอ้างน้อยมาก พระร่วงในความทรงจำของคนตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางลงมาเป็นไปในลักษณะที่เรียกว่าตำนานแล้ว เพราะเต็มไปด้วยเรื่องราวอภินิหารและความน่ามหัศจรรย์ ผนวกไปกับเรื่องราวของบ้านเมืองสถานที่ต่าง ๆ ในแถบกลุ่มอาณาจักรสุโขทัยเดิม (ได้แก่ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย น่าน พิษณุโลก กำแพงเพชร ปากยม และพระบาง) ราชวงศ์พระร่วง เป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นเมื่อคราวพ่อขุนบางกลางหาวทรงราชาภิเษกเป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ คำว่าพระร่วงเป็นคำที่ใช้เรียกพระมหากษัตริย์ หรือผู้นำแห่งรัฐสุโขทัย โดยคำว่าร่วง แปลว่า รุ่ง (โรจน์) ในสำเนียงไทยกลางจึงตรงกับคำว่า รุ่ง ซึ่งไปพ้องกับสำเนียงล้านช้างที่อ่านว่า ฮุ่ง ซึ่งอาจจะสืบเนื่องกับตำนานท้าวฮุ่ง-ท้าวเจือง อันเป็นวีรบุรุษในตำนานสองฝั่งโขง อย่างไรก็ตาม คำว่า "พระร่วง" เป็นคำที่คิดขึ้นใหม่เมื่อครั้งสถาปนาวงศ์ หรือราชวงศ์ เดิมทีเรียกว่า "บางกลางหาว" ต่อมา "พ่อขุน" แต่ยังติดปาก จึงใช้ พ่อขุน + บางกลางหาว รวมเป็น "พ่อขุนบางกลางหาว" มาแต่ต้น ความหมายของคำว่า "ร่วง" นี้ ต่อมาเป็นพระนามพระพุทธรูปองค์หนึ่งว่าพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธปูชนียบพิตร เป็นการย้ำความหมายให้ ร่วงโรจน์ มีความหมายไปในทางเดียวกับ รุ่งโรจน์ อีกด้วย ด้วยเหตุความเข้าใจคลาดเคลื่อนนี้ โดยมากจึงคิดกันว่า พ่อขุนศรีนาวนำถุมแห่งราชวงศ์ศรีนาวนำถุม พ่อขุนผาเมืองแห่งราชวงศ์ผาเมือง ตลอดจนพระมหาเถรศรีศรัทธาแห่งราชวงศ์ผาเมือง ทรงเป็นราชวงศ์พระร่วง อันที่จริงแล้ว ทั้งสามพระองค์นี้เป็นราชวงศ์ศรีนาวนำถุม (หรือราชวงศ์นำถุม) และราชวงศ์ผาเมือง โดยเอกสารทางวิชาการส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันว่า พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถาปนาราชวงศ์พระร่วง คือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (กำมรเตงอัญศรีอินทรบดินทราทิตย์)รายนามและพระนามผู้ที่อยู่ในราชวงศ์พระร่วง-สุโขทัย รายนามและพระนามผู้ที่อยู่ในราชวงศ์พระร่วง-สุโขทัย. บุคคลตามจารึกในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับราชวงศ์พระร่วง1. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระนามเดิม บางกลางหาว 2. นางเสือง 3. พ่อขุนบานเมือง 4. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช 5. พญาเลอไท 6. พญางั่วนำถุม (ผสมวงศ์นำถุมทางราชินิกุล) 7. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) 8. พระมหาธรรมราชาที่ 2 (ลือไท) 9. พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสยลือไท) 10. พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) 11. พระมหาเทวี(สุโขทัย) (พระพี่นางในพญาลิไท) 12. พระศรีเทพาหูราช พระโอรสในพระมหาเทวี และขุนหลวงพะงั่ว (ครึ่งพระร่วง-ครึ่งสุพรรณภูมิ) 13. พระยารามแห่งสุโขทัย (พระเชษฐาพระมหาธรรมราชาที่ 4 ครองศรีสัชนาลัย) 14. พระยายุทธิษฐิระ (พระโอรสในพระยาราม เจ้าเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นโอรสในพระมหาธรรมราชาที่ 3อีกต่อหนึ่ง) 15. สมเด็จพระอินทราชา (ครึ่งพระร่วง-ครึ่งสุพรรณภูมิ) 16. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (ครึ่งพระร่วง-ครึ่งสุพรรณภูมิ) 17. พระนางสาขา 18. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (ครึ่งพระร่วง-ครึ่งสุพรรณภูมิ) 19. ตำแหน่งท้าวศรีจุฬาลักษณ์ของกษัตริย์อยุธยาต้องมาจากราชวงศ์พระร่วง 20. สมเด็จพระสุริโยทัย - ราชวงศ์สุโขทัย 22. สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช และเชื้อพระวงศ์สุโขทัยทุกพระองค์ 23. หม่อมเจ้าหญิงในราชวงศ์พระร่วง สมัยพระนารายณ์มหาราช 24. หม่อมเจ้าเจิดอุภัย 25. เจ้าแม่วัดดุสิต 26. เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) 27. เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) 28. เจ้าพระยาวรวงษาธิราช (ขุนทอง) บุตรชายเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน) ชื่อตำแหน่งมีความหมายเป็นพระญาติ 29. พระยาราชนิกูล (ทองคำ) บุตรชายเจ้าพระยาวรวงษาธิราช ชื่อตำแหน่งมีความหมายเป็นพระญาติ 30. สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) บุตรชายพระยาราชนิกูล - ราชวงศ์จักรี 32. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และเชื้อพระวงศ์จักรีทุกพระองค์รายพระนามพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ในราชวงศ์พระร่วงมีชื่อเดิมว่าอะไร
{ "answer": [ "บางกลางหาว" ], "answer_begin_position": [ 3117 ], "answer_end_position": [ 3127 ] }
3,107
562,750
เทเรซ่า เฮมเฮาเซอร์ เทเรซ่า เฮมเฮาเซอร์(อังกฤษ: Teresa Hemhauser) เป็นศิลปินในนาม บับเบิ้ล เกิร์ลส สังกัดเมกเกอร์เฮด ในเครือแกรมมี่ "ลิซ่า" เธอเป็นหนึ่งในสมาชิกของBubble Girls เธอมีเสน่ห์ที่เสียง เสียงของเธอคล้ายกับผู้ชายมาก และเธอยังมีเสน่ห์อีกมากมาย ที่ทำให้ใครหลายคนหลงรักเธอประวัติ ประวัติ. เทเรซ่า เฮมเฮาเซอร์ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ลิซ่าบับเบิ้ล เกิร์ลส เกิดที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 เชื้อชาติเยอรมัน-ไต้หวัน จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนนานาชาติ เทร็ลล์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ลิซ่าเป็นหนึ่งในศิลปินเกิร์ลกรุป สังกัดเมกเกอร์เฮด ในเครือแกรมมี่ ในนามบับเบิ้ล เกิร์ล ประกอบสมาชิก 3 คน ซาแมนต้า แสงสิงแก้ว ไฮด์ (แซม), แพร เอมเมอรี่ และ เทเรซ่า เฮมเฮาเซอร์ (ลิซ่า) มีผลงานอัลบั้ม 2 ชุดด้วยกัน อัลบั้มชุดแรกชื่อว่า Bubble Girls ออกประมาณกลางปี พ.ศ. 2541 เปิดตัวด้วยเพลง "ตัวเล็ก...ใจใหญ่" ต่อด้วยเพลง "อยากฟังเหตุผล" ส่วนอัลบั้มชุดที่ 2 ชื่อว่า "Hey Boy! (เฮ บอย!)" ออกประมาณต้นปี พ.ศ. 2544 เปิดตัวด้วยเพลง "Hey Boy!" ต่อด้วยเพลง "ไม่ต้องมาอีกใช่ไหม" และเพลง "หลีกทาง" เป็นต้น ส่วนผลงานอัลบั้มพิเศษ เคยทำโปรเจกต์พิเศษร่วมกับเกิร์ลกรุปอีกหนึ่งวงของค่ายแกรมมี่ ชื่อวง ซาซ่า เมื่อปี พ.ศ. 2542 ภายใต้ชื่อ "ซาซ่า แอนด์ บับเบิ้ล เกิร์ล" (Zaza & Bubble Girls) อัลบั้ม Surprise มีเพลงดังอย่าง Surprise และ อยู่ได้ไหม นอกจากนี้ลิซ่ายังได้ร่วมโปรเจกต์กับศิลปินแกรมมี่อีกหลายอัลบั้ม ถือว่าเธอมีผลงานเพลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปีพ.ศ. 2549 ปัจจุบันเธอเป็นนางแบบที่ประเทศไต้หวัน โดยใช้ชื่อ ปารีส เฮมเฮาเซอร์ผลงานผลงานอัลบั้มผลงานอัลบั้มอื่นๆมิวสิควีดีโอผลงาน. มิวสิควีดีโอ. - เพลง หลบหน่อย (พระเอกมา) ศิลปิน เจอาร์-วอย (ปี 2540) - เพลง พูดเล่นเล่น ศิลปิน เบิร์ด ธงไชย (ปี 2541)โฆษณาโฆษณา. - 2541 โฆษณา เลย์ คู่กับ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ (มอส) - 2543 โฆษณา ทเวลฟ์พลัสโลชั่น - 2548 โฆษณา โรลออน นีเวีย
เทเรซ่า เฮมเฮาเซอร์ เป็นหนึ่งในนักร้องวงหญิงล้วนวงใดในเครือแกรมมี่
{ "answer": [ "บับเบิ้ล เกิร์ลส" ], "answer_begin_position": [ 176 ], "answer_end_position": [ 192 ] }
3,108
451,222
อาสาสนุก อาสาสนุก เป็นอัลบั้มเพลงลำดับที่ 16 ของธงไชย แมคอินไตย์ ซูเปอร์สตาร์ชาวไทย โดยค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เป็นอัลบั้มที่มียอดดาวโหลดเพลงในอัลบั้ม และมียอดจำหน่ายสูงสุด ในปี 2554 และเป็น 1 ใน 50 อัลบั้มขายดีที่สุดของแกรมมี่ในยุคดิจิตอล 2007-2017 หากนับยุค 2010 - 2017 อัลบั้มอาสาสนุกเป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของยุค นอกจากนั้นเขามีคอนเสิร์ตใหญ่จัดการแสดงที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี 8 รอบ ในชื่อคอนเสิร์ตเบิร์ดอาสาสนุก และเบิร์ดอาสาสนุกอังกอร์พลัสรายชื่อเพลงรางวัลรางวัล. - ปี 2554 รางวัล "Bang Awards-เพลง Too Much So Much Very Much" จากผลการประกาศรางวัล Bang Awards ของ Bang Channel เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 - ปี 2554 รางวัล "มิวสิกวิดีโอยอดนิยม" เพลง Too Much So Much Very Much จาก Channel[V] Music Thailand เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2554 - ปี 2554 รางวัล "Music Chart Award for June 2011" สำหรับเพลงไทยสากล เพลง "อย่าทำอย่างนี้ไม่ว่ากับใคร...เข้าใจไหม" รับมอบรางวัลจาก Intensive Watch เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2554สรุปผลสรุปผล. - ปี 2553 "เพลงฮิตสุดๆแห่งปี" เพลง "อยู่คนเดียว เป็นหนึ่งในเพลงฮิตสุดๆแห่งปี 2553 โดยตะกอนข่าวนิตยสารทีวีพูล ฉบับ 1075 - ปี 2553 "เพลงฮิตระเบิดระเบ้อ" เพลง "อยู่คนเดียว" เป็นหนึ่งในเพลงฮิตระเบิดระเบ้อ จากการสรุปผลโดย Mthai.com - ปี 2553 "เพลงสุดฮิตแห่งปี" เพลง "อยู่คนเดียว" เป็นหนึ่งใน 10 เพลงสุดฮิตแห่งปี จากการสรุปผลโดยสยามดารา - ปี 2553 "เพลงฮิตโดนใจ" เพลง "อยู่คนเดียว" เพลง "เรามา Sing" และ "Too Much So Much Very Much" จากสรุปเพลงโดนใจจากค่ายดัง ปี 2553 โดยมติชน - ปี 2553 "มิวสิกวิดีโอครองแชมป์ Youtube" มิวสิกเพลง "อยู่คนเดียว" ยอดเข้าชม 10 ล้าน Views ติดอันดับ 34 ของโลก จากสรุปมิวสิกวิดีโอครองแชมป์ Youtube ปี 2010 ของเว็บไซต์ Gmember - ปี 2554 "คอนเสิร์ตร้อนแรงสุดแห่งปี 2554" คอนเสิร์ต "เบิร์ดอาสาสนุกอังกอร์พลัสฯ" จากการจัดอันดับของทีมข่าวบันเทิง Website ชื่อดังของประเทศไทย Sanook.com - ปี 2554 "เพลงฮิตที่สุดแห่งปี" เพลง "Too much so much very much" จากสรุปผลวงการเพลง ปี 2554 ของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ - ปี 2554 "เพลงฮิตแห่งปี" เพลง "Too much so much very much" จากสรุป Grammy Best of the year 2011 ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยเว็บไซต์ Gmember - ปี 2554 "เพลงฮิตฟอร์มร้อนแรงแห่งปี" เพลง "อย่าทำอย่างนี้ไม่ว่ากับใคร...เข้าใจไหม" เป็นหนึ่งในสิบเพลงฮิตฟอร์มร้อนแรงแห่งปี จากผลการจัดอันดับโดยสยามดารา - ปี 2554 "เพลงฮิตแห่งปี" เพลง "Too much so much very much" หนึ่งในเพลงฮิตแห่งปี จากสรุปผลโดยรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน - ปี 2554 "อัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงสุด" อัลบั้ม"อาสาสนุก" จากสรุปที่สุดแห่งปี ของหนังสือพิมพ์บ้านเมือง - ปี 2554 "ธุรกิจดาวโหลดที่มียอดดาวโหลดสูงสุด" เพลง "Too much so much very much" จากสรุปที่สุดแห่งปี ของหนังสือพิมพ์บ้านเมือง - ปี 2554 "ที่สุดของคอนเสิร์ต" คอนเสิร์ต "เบิร์ดอาสาสนุก" จากสรุปที่สุดของคอนเสิร์ต ปี 2554 ของเว็บไซต์ Gmember31 ธันวาคม 2554 - ปี 2554 "เพลงที่เปิดมากที่สุดบนหน้าปัดวิทยุเมืองไทย" ปี 2011 เพลง "Too much so much very much" และ "เพลงอย่าทำอย่างนี้ไม่ว่ากับใคร...เข้าใจไหม" เป็น 2 เพลงใน 26 เพลงที่เปิดมากที่สุดบนหน้าปัดวิทยุเมืองไทย จากการสรุปผลโดยคลื่น 94 EFM - ปี 2554 "อัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงสุด" อัลบั้ม "อาสาสนุก" จากสรุปสถานการณ์วงการเพลงปี 2554 ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 30 ธันวาคม 2554 - ปี 2554 "เพลงที่มียอดดาวโหลดสูงสุด" เพลง "ทูมัช โซมัช เวรี่มัช" จากสรุปสถานการณ์วงการเพลงปี 2554 ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 30 ธันวาคม 2554 - ปี 2554 "คอนเสิร์ตที่ได้รับการตอบรับสูง" คอนเสิร์ต "อาสาสนุกฯ" จากสกู๊ปเหลียวหลังมองธุรกิจเพลงปีกระต่าย ของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก - ปี 2554 "ยอดจำหน่ายสูงสุด" อัลบั้ม "อาสาสนุก" จากสกู๊ปเหลียวหลังมองธุรกิจเพลงปีกระต่าย ของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก - ปี 2554 "ยอดดาวโหลดสูงสุด" เพลง Too much so much very much จากสกู๊ปเหลียวหลังมองธุรกิจเพลงปีกระต่าย ของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก - ปี 2554 "คอนเสิร์ตที่มีรายได้สูงสุด" คอนเสิร์ต "เบิร์ดอาสาสนุก" จากสรุปผลประกอบการ GRAMMY ไตรมาส 1 และไตรมาส 3 ปี 2554 - ปี 2554 "ยอดจำหน่ายอัลบั้มสูงสุด" อัลบั้ม "อาสาสนุก" จากสรุปผลประกอบการ GRAMMY ไตรมาส 1 และไตรมาส 3 ปี 2554 - ปี 2554 "อัลบั้มที่มียอดดาวโหลดเพลงสูงสุด" อัลบั้ม "อาสาสนุก" จากสรุปผลประกอบการ GRAMMY ไตรมาส 1 และไตรมาส 3 ปี 2554 - ปี 2555 "เพลงไทยที่คนไทยชื่นชอบมากที่สุด เพราะและฮิตที่สุด" เพลง "Too much so much very much"(อันดับ1) "เพลงอย่าทำอย่างนี้ไม่ว่ากับใคร...เข้าใจไหม"(อันดับ5) "เพลงร้องไห้ทำไม"(อันดับ14) "เพลงอกมีไว้หัก"(อันดับ45) "เพลงอยู่คนเดียว"(อันดับ67) จาก 100 อันดับ "เพลงไทย" ที่คนไทยชอบมากที่สุด เพราะและฮิตที่สุดประจำปี 2554 โดย The[v]COUNTDOWN SIAM TOP 100 Year End Chart 2011 - ปี 2555 "เพลงไทยสากลยอดนิยม ประจำปี 2011" เพลง "Too much so much very much" และ "เพลงอย่าทำอย่างนี้ไม่ว่ากับใคร...เข้าใจไหม" เป็น 2 เพลงใน 20 เพลง ที่มีจำนวนครั้งที่เปิดมากที่สุด จากการเปิดจริงทาง 40 สถานีวิทยุใน กทมและปริมณฑล ปี 2011 โดย Intensive watchการตอบรับการตอบรับ. - ปี 2554 เพลง "ร้องไห้ทำไม" นำไปแปลงเป็นภาษาจีนแมนดาริน ในชื่อเพลง "why the tears"เพื่อจัดทำมิวสิกวิดีโอโปรโมทการท่องเที่ยวไทย ร่วมแสดงกับ ซอนย่า ซุย (Sonia Sui) ดารา-นางแบบ จากประเทศจีน - ปี 2554 เพลง "ร้องไห้ทำไม หรือ Why the tears" Version ภาษาจีนแมนดารินแต่งขึ้นใหม่ขับร้องโดยคนไทยเพลงแรกที่ติดชาร์ตอันดับเพลงยอดนิยมอันดับ 1 ของ tvb 8 ฮ่องกง เมื่อเดือนตุลาคม 2554 - ปี 2555 เพลง "เรามา Sing" และเพลง "Too Much So Much Very Much" จากอัลบั้ม "อาสาสนุก" มีการซื้อลิขสิทธิ์จากค่ายเพลงในประเทศญี่ปุ่น และแปลงเนื้อเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นขับร้องใหม่โดยวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อวง Berryz Koubou - ปี 2555 เพลงต้นฉบับของไทย เพลง "เรามา Sing" และเพลง "Too much so much very much" จากอัลบั้ม "อาสาสนุก" สามารถขึ้นอันดับ 1 จากการดาวโหลดผ่านทาง iTunes Japan ภายหลังจากศิลปินญี่ปุ่นวง Berryz Kobo นำไปคัฟเวอร์เวอร์ชันญี่ปุ่น
อาสาสนุก เป็นผลงานเพลงชุดที่เท่าไหร่ของธงไชย แมคอินไตย์
{ "answer": [ "16" ], "answer_begin_position": [ 125 ], "answer_end_position": [ 127 ] }
3,109
648,296
แอเรียล แอเรียล เป็นตัวละครในนวนิยายและเป็นชื่อเรื่องของภาพยนตร์ภาพเคลื่อนไหวในลำดับที่ 28 ในปี 1989 แอเรียลได้ปรากฏตัวบนจอภาพยนตร์ก่อนมีการนำขึ้นฉายบนจอทีวีและตามมาด้วยวีดิโอ เงือกน้อยผจญภัยภาค 2 ตอนวิมานรักใต้สมุทร เป็นการนำเอาลูกสาวของแอเรียลมาเป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่องแทน และได้มีการนำมาทำเป็นวีดิโอให้ชมก่อนภาคแรกอีกด้วย เสียงของแอเรียลถูกพากย์โดย Jodi Benson อย่างเป็นทางการในทุกครั้งและทุกที่ที่มีการปรากฏตัวของเธอ แอเรียลเป็นเจ้าหญิงในลำดับที่ 4 ของเจ้าหญิงดิสนีย์และเป็นเจ้าหญิงองค์เดียวที่มีบทบาทของการเป็นแม่ของลูกตนเองอย่างแท้จริง แอเรียลมีลักษณะเฉพาะของตัวเองที่เด่นชัด เช่นผมยาวสีแดงที่ดูมีน้ำหนัก ตาสีฟ้า หางเงือกสีเขียว และชุดว่ายน้ำชิ้นส่วนบนของผู้หญิงที่เป็นรูปฝาหอยสีม่วง เรื่องราวในภาพยนตร์และจอทีวี แอเรียลเป็นลูกสาวคนที่ 7 ของราชาไทรทัน (Triton) และราชินีอาเธน่า (Athena) แห่งอาณาจักรใต้น้ำ เมอโฟร์ก (Merfolk) แอเรียลมีความดื้อรั้นอยู่ในตัวบ่อย ๆ เนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโลกมนุษย์ แอเรียลแต่งงานกับเจ้าชายเอริค (Eric) บุคคลที่เธอช่วยชีวิตไว้หลังจากเรือล่ม และทั้งคู่ก็ได้มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อเมโลดี้ (Melody) ตัวละครตัวนี้อ้างอิงมาจากตัวละครจากบทประพันธ์ “เงือกน้อยผจญภัย” “The Little Mermaid” ของ Hans Christian Andersen แต่ได้มีการถูกพัฒนาและเปลี่ยนแปลงลักษณะนิสัยเพื่อการสร้างภาพเคลื่อนไหวในปี 1989 แอเรียลได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลาย บางสำนักพิมพ์เช่น Time ได้วิจารณ์แอเรียลว่าเธอได้ทุ่มเทมากเกินไปให้กับผู้ชาย ในขณะที่ สำนักพิมพ์ Empire ยกย่องในความดื้อรั้นและลักษณะนิสัยของเธอที่ไม่เหมือนเจ้าหญิงองค์อื่น ๆ ของดิสนีย์พัฒนาการของตัวละคร พัฒนาการของตัวละคร. แอเรียลถูกอ้างอิงมาจากตัวละครของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เรื่อง เงือกน้อยผจญภัย แต่ผู้ร่วมกำกับและนักเขียน Ron Clements คิดว่านางเงือกในเรื่องของต้นฉบับมีความเศร้าโศกมากเกินไปจึงได้มีการเขียนบทตัวละครอันใหม่ขึ้นมาและกลายเป็นแอเรียลที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน Jodi Benson นักแสดงหญิงผู้มีความถนัดในการแสดงละครเวทีถูกคัดเลือกให้พากย์เสียงของแอเรียลเพราะผู้กำกับมีความรู้สึกว่าการที่เสียงของที่คนร้องเพลงและพูดเป็นเสียงที่มาจากคนคนเดียวกันนั้นมีความสำคัญมาก Clements กล่าวไว้ว่าเสียงของ Benson มีความเป็นเอกลักษณ์ที่อ่อนหวานและเยาว์วัย เมื่อทำการบันทึกเสียงของเพลง Part of Your World เธอจึงได้ขอให้มีการหรี่ไฟในสตูดิโอลงเพื่อสร้างบรรยากาศของการอยู่ใต้น้ำลึก Part of Your World ถูกอ้างอิงจากนักประพันธ์เพลง I Want ซึ่งเดิมนั้นจะมีการนำมาตัดต่อเพื่อใช้เป็นเพลงของภาพยนตร์จริง แต่ Jeffrey Katzenberg เชื่อว่าจะเป็นการทำให้การดำเนินเนื้อเรื่องช้าลง แต่ Ashman และ Keane ก็พยายามที่จะยังเก็บมันไว้ ต้นฉบับของแอเรียลถูกออกแบบและพัฒนาโดยนักสร้างภาพเคลื่อนไหวที่มีชื่อว่า Glen Keane ผู้ที่กล่าวไว้ว่าลักษณะแอเรียลมีการอ้างอิงมาจากภรรยาของตนในการบรรยายหัวข้อเกี่ยวกับภาพเคลื่อนไหว และยังมีการนำเอานักแสดงหญิง Alyssa Milano ซึ่งอายุ 16 ปี ณ ขณะนั้นและทำหน้าทีเป็นพิธีกรซึ่งสร้างความพิเศษเกิดขึ้นบนช่องของดิสนีย์ มาใช้ในการสร้างตัวละครนี้อีกด้วย และยังมีนักแสดงตลกชื่อดัง Sherri Stoner ผู้ที่สามารถให้การอ้างอิงท่าทางการแสดงออกกับนักสร้างภาพเคลื่อนไหวในช่วงของการพัฒนาภาพยนตร์เรื่องนี้ การเคลื่อนไหวของผมของแอเรียลใต้น้ำ ถูกอ้างอิงมาจากนักบินอวกาศ Sally Ride เมื่อเธออยู่ในอวกาศ และแหล่งอ้างอิงอื่น ๆ มาจากการบันทึกภาพการว่ายน้ำในสระของ Stoner ซึ่งเป็นการช่วยในการออกแบบการเคลื่อนไหวของแอเรียลใต้น้ำได้อีกด้วย ความท้าทายในการสร้างภาพเคลื่อนไหวของแอเรียลในปี 1989 คือสีสันของความเป็นแอเรียลในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งใต้น้ำและบนบก ซึ่งต้องใช้โมเดลถึง 32 สี สำหรับนักสร้างภาพเคลื่อนไหว โดยที่ไม่รวมถึงเครื่องแต่งกาย หางสีเขียวอมน้ำเงินของแอเรียลถูกผสมขึ้นเป็นพิเศษในแล็บของดิสนีย์ และภายหลังจึงมีการตั้งชื่อว่าแอเรียล หลังจากที่ตัวละครนี้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว ผมสีแดงของแอเรียลได้กลายมาเป็นข้อโต้เถียงระหว่างผู้สร้างภาพยนตร์และผู้อำนวยการสตูดิโอที่อยากให้ผมเป็นสีทอง แต่เป็นที่รู้กันดีว่าผมสีแดงจะตัดกับหางสีเขียวของแอเรียล สีแดงจะสามารถทำให้เข้มขึ้นได้ง่ายกว่าสีทอง และดิสนีย์ Touchstone Pictures ก็ได้ปล่อยภาพของนางเงือกผมสีทองไปแล้ว จึงเป็นที่มาของการเก็บผมสีแดงของแอเรียลไว้ ในการเริ่มต้นของบทสัมภาษณ์ Jodi Benson ได้พูดถึงแอเรียลไว้ว่า นักเขียนบทต้องทบทวนบทหลาย ๆ รอบเพื่อที่จะคงความทันสมัยของเนื้อหา Benson จึงได้บอกพวกเขาว่าบทที่ถูกเขียนขึ้นทำให้ลักษณะของแอเรียลนั้นแปลี่ยนไปจากความเป็นตัวเองและควรปรับให้กลับมาให้อยู่ในเค้าโครงเดิมมากขึ้น
แอเรียลเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ลำดับที่เท่าไร
{ "answer": [ "4" ], "answer_begin_position": [ 541 ], "answer_end_position": [ 542 ] }
3,110
648,296
แอเรียล แอเรียล เป็นตัวละครในนวนิยายและเป็นชื่อเรื่องของภาพยนตร์ภาพเคลื่อนไหวในลำดับที่ 28 ในปี 1989 แอเรียลได้ปรากฏตัวบนจอภาพยนตร์ก่อนมีการนำขึ้นฉายบนจอทีวีและตามมาด้วยวีดิโอ เงือกน้อยผจญภัยภาค 2 ตอนวิมานรักใต้สมุทร เป็นการนำเอาลูกสาวของแอเรียลมาเป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่องแทน และได้มีการนำมาทำเป็นวีดิโอให้ชมก่อนภาคแรกอีกด้วย เสียงของแอเรียลถูกพากย์โดย Jodi Benson อย่างเป็นทางการในทุกครั้งและทุกที่ที่มีการปรากฏตัวของเธอ แอเรียลเป็นเจ้าหญิงในลำดับที่ 4 ของเจ้าหญิงดิสนีย์และเป็นเจ้าหญิงองค์เดียวที่มีบทบาทของการเป็นแม่ของลูกตนเองอย่างแท้จริง แอเรียลมีลักษณะเฉพาะของตัวเองที่เด่นชัด เช่นผมยาวสีแดงที่ดูมีน้ำหนัก ตาสีฟ้า หางเงือกสีเขียว และชุดว่ายน้ำชิ้นส่วนบนของผู้หญิงที่เป็นรูปฝาหอยสีม่วง เรื่องราวในภาพยนตร์และจอทีวี แอเรียลเป็นลูกสาวคนที่ 7 ของราชาไทรทัน (Triton) และราชินีอาเธน่า (Athena) แห่งอาณาจักรใต้น้ำ เมอโฟร์ก (Merfolk) แอเรียลมีความดื้อรั้นอยู่ในตัวบ่อย ๆ เนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโลกมนุษย์ แอเรียลแต่งงานกับเจ้าชายเอริค (Eric) บุคคลที่เธอช่วยชีวิตไว้หลังจากเรือล่ม และทั้งคู่ก็ได้มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อเมโลดี้ (Melody) ตัวละครตัวนี้อ้างอิงมาจากตัวละครจากบทประพันธ์ “เงือกน้อยผจญภัย” “The Little Mermaid” ของ Hans Christian Andersen แต่ได้มีการถูกพัฒนาและเปลี่ยนแปลงลักษณะนิสัยเพื่อการสร้างภาพเคลื่อนไหวในปี 1989 แอเรียลได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลาย บางสำนักพิมพ์เช่น Time ได้วิจารณ์แอเรียลว่าเธอได้ทุ่มเทมากเกินไปให้กับผู้ชาย ในขณะที่ สำนักพิมพ์ Empire ยกย่องในความดื้อรั้นและลักษณะนิสัยของเธอที่ไม่เหมือนเจ้าหญิงองค์อื่น ๆ ของดิสนีย์พัฒนาการของตัวละคร พัฒนาการของตัวละคร. แอเรียลถูกอ้างอิงมาจากตัวละครของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เรื่อง เงือกน้อยผจญภัย แต่ผู้ร่วมกำกับและนักเขียน Ron Clements คิดว่านางเงือกในเรื่องของต้นฉบับมีความเศร้าโศกมากเกินไปจึงได้มีการเขียนบทตัวละครอันใหม่ขึ้นมาและกลายเป็นแอเรียลที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน Jodi Benson นักแสดงหญิงผู้มีความถนัดในการแสดงละครเวทีถูกคัดเลือกให้พากย์เสียงของแอเรียลเพราะผู้กำกับมีความรู้สึกว่าการที่เสียงของที่คนร้องเพลงและพูดเป็นเสียงที่มาจากคนคนเดียวกันนั้นมีความสำคัญมาก Clements กล่าวไว้ว่าเสียงของ Benson มีความเป็นเอกลักษณ์ที่อ่อนหวานและเยาว์วัย เมื่อทำการบันทึกเสียงของเพลง Part of Your World เธอจึงได้ขอให้มีการหรี่ไฟในสตูดิโอลงเพื่อสร้างบรรยากาศของการอยู่ใต้น้ำลึก Part of Your World ถูกอ้างอิงจากนักประพันธ์เพลง I Want ซึ่งเดิมนั้นจะมีการนำมาตัดต่อเพื่อใช้เป็นเพลงของภาพยนตร์จริง แต่ Jeffrey Katzenberg เชื่อว่าจะเป็นการทำให้การดำเนินเนื้อเรื่องช้าลง แต่ Ashman และ Keane ก็พยายามที่จะยังเก็บมันไว้ ต้นฉบับของแอเรียลถูกออกแบบและพัฒนาโดยนักสร้างภาพเคลื่อนไหวที่มีชื่อว่า Glen Keane ผู้ที่กล่าวไว้ว่าลักษณะแอเรียลมีการอ้างอิงมาจากภรรยาของตนในการบรรยายหัวข้อเกี่ยวกับภาพเคลื่อนไหว และยังมีการนำเอานักแสดงหญิง Alyssa Milano ซึ่งอายุ 16 ปี ณ ขณะนั้นและทำหน้าทีเป็นพิธีกรซึ่งสร้างความพิเศษเกิดขึ้นบนช่องของดิสนีย์ มาใช้ในการสร้างตัวละครนี้อีกด้วย และยังมีนักแสดงตลกชื่อดัง Sherri Stoner ผู้ที่สามารถให้การอ้างอิงท่าทางการแสดงออกกับนักสร้างภาพเคลื่อนไหวในช่วงของการพัฒนาภาพยนตร์เรื่องนี้ การเคลื่อนไหวของผมของแอเรียลใต้น้ำ ถูกอ้างอิงมาจากนักบินอวกาศ Sally Ride เมื่อเธออยู่ในอวกาศ และแหล่งอ้างอิงอื่น ๆ มาจากการบันทึกภาพการว่ายน้ำในสระของ Stoner ซึ่งเป็นการช่วยในการออกแบบการเคลื่อนไหวของแอเรียลใต้น้ำได้อีกด้วย ความท้าทายในการสร้างภาพเคลื่อนไหวของแอเรียลในปี 1989 คือสีสันของความเป็นแอเรียลในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งใต้น้ำและบนบก ซึ่งต้องใช้โมเดลถึง 32 สี สำหรับนักสร้างภาพเคลื่อนไหว โดยที่ไม่รวมถึงเครื่องแต่งกาย หางสีเขียวอมน้ำเงินของแอเรียลถูกผสมขึ้นเป็นพิเศษในแล็บของดิสนีย์ และภายหลังจึงมีการตั้งชื่อว่าแอเรียล หลังจากที่ตัวละครนี้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว ผมสีแดงของแอเรียลได้กลายมาเป็นข้อโต้เถียงระหว่างผู้สร้างภาพยนตร์และผู้อำนวยการสตูดิโอที่อยากให้ผมเป็นสีทอง แต่เป็นที่รู้กันดีว่าผมสีแดงจะตัดกับหางสีเขียวของแอเรียล สีแดงจะสามารถทำให้เข้มขึ้นได้ง่ายกว่าสีทอง และดิสนีย์ Touchstone Pictures ก็ได้ปล่อยภาพของนางเงือกผมสีทองไปแล้ว จึงเป็นที่มาของการเก็บผมสีแดงของแอเรียลไว้ ในการเริ่มต้นของบทสัมภาษณ์ Jodi Benson ได้พูดถึงแอเรียลไว้ว่า นักเขียนบทต้องทบทวนบทหลาย ๆ รอบเพื่อที่จะคงความทันสมัยของเนื้อหา Benson จึงได้บอกพวกเขาว่าบทที่ถูกเขียนขึ้นทำให้ลักษณะของแอเรียลนั้นแปลี่ยนไปจากความเป็นตัวเองและควรปรับให้กลับมาให้อยู่ในเค้าโครงเดิมมากขึ้น
ใครคือคนพากย์เสียงภาษาอังกฤษตัวละครเจ้าหญิงแอเรียล ในการ์ตูนเรื่องเงือกน้อยผจญภัย
{ "answer": [ "Jodi Benson" ], "answer_begin_position": [ 442 ], "answer_end_position": [ 453 ] }
3,111
710,192
กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์ "น้ำฝน กุลณัฐ" ( ชื่อในวงการแสดง ) หรือชื่อจริงว่า อัญรินทร์ หิรัญพรฐานนท์ (ชื่อเล่น: น้ำฝน) เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 มีชื่อเสียงขึ้นมาในราวปี พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2539 ในฐานะดาราวัยรุ่นจากการแสดงนำในภาพยนตร์ไทยเรื่อง เพื่อนกันเฉพาะวันหยุดและละครโทรทัศน์ทาง (ช่อง 7)"เรื่อง นายขนมต้ม"(แสดงคู่กับสมรักษ์ คำสิงห์) ปัจจุบัน มีผลงานละครออกมาเป็นระยะ ๆ นอกเหนือจากงานแสดงยังมีกิจการส่วนตัว คือ ขายขนมจีน การศึกษา จบมัธยมจากโรงเรียน สายน้ำผึ้ง ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ด้านชีวิตส่วนตัวปัจจุบันสมรสกับ จอร์แดน วินเทอร์ และมีบุตรสาวหนึ่งคน ชื่อ น้องทาเลีย เกิดเมื่อวันที่ผลงานละครผู้จัดละครผลงานภาพยนตร์ผลงานภาพยนตร์. - แก๊งค์กระแทกก๊วนส์ เก๋ากวนเมือง (2540) - เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ (2539) - เพื่อนกันเฉพาะวันหยุด (2539)มิวสิควีดีโอมิวสิควีดีโอ. - Happy Ending ของ มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์รางวัลรางวัล. - (เข้าชิง) รางวัลเมขลาครั้งที่ 22 สาขานักแสดงหญิงดีเด่น จาก ลูกผู้ชายหัวใจเพชร - (เข้าชิง)รางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขา นักแสดงหญิงดีเด่น จาก แรงฤทธ์พิศวาศ - (เข้าชิง) nineentertain awards ครั้งที่ 2 สาขานักแสดงหญิงแห่งปี จาก หาบของแม่ - (เข้าชิง) 1 ใน 6 Drama Award 2015 สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จาก บัลลังก์เมฆ - (เข้าชิง) Drama Award 2015 จอมขโมยซีนยอดเยี่ยม จาก สุดแค้นแสนรัก
น้ำฝน กุลณัฐ มีชื่อจริงว่าอะไร
{ "answer": [ "อัญรินทร์ หิรัญพรฐานนท์" ], "answer_begin_position": [ 167 ], "answer_end_position": [ 190 ] }
3,112
710,192
กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์ "น้ำฝน กุลณัฐ" ( ชื่อในวงการแสดง ) หรือชื่อจริงว่า อัญรินทร์ หิรัญพรฐานนท์ (ชื่อเล่น: น้ำฝน) เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 มีชื่อเสียงขึ้นมาในราวปี พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2539 ในฐานะดาราวัยรุ่นจากการแสดงนำในภาพยนตร์ไทยเรื่อง เพื่อนกันเฉพาะวันหยุดและละครโทรทัศน์ทาง (ช่อง 7)"เรื่อง นายขนมต้ม"(แสดงคู่กับสมรักษ์ คำสิงห์) ปัจจุบัน มีผลงานละครออกมาเป็นระยะ ๆ นอกเหนือจากงานแสดงยังมีกิจการส่วนตัว คือ ขายขนมจีน การศึกษา จบมัธยมจากโรงเรียน สายน้ำผึ้ง ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ด้านชีวิตส่วนตัวปัจจุบันสมรสกับ จอร์แดน วินเทอร์ และมีบุตรสาวหนึ่งคน ชื่อ น้องทาเลีย เกิดเมื่อวันที่ผลงานละครผู้จัดละครผลงานภาพยนตร์ผลงานภาพยนตร์. - แก๊งค์กระแทกก๊วนส์ เก๋ากวนเมือง (2540) - เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ (2539) - เพื่อนกันเฉพาะวันหยุด (2539)มิวสิควีดีโอมิวสิควีดีโอ. - Happy Ending ของ มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์รางวัลรางวัล. - (เข้าชิง) รางวัลเมขลาครั้งที่ 22 สาขานักแสดงหญิงดีเด่น จาก ลูกผู้ชายหัวใจเพชร - (เข้าชิง)รางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขา นักแสดงหญิงดีเด่น จาก แรงฤทธ์พิศวาศ - (เข้าชิง) nineentertain awards ครั้งที่ 2 สาขานักแสดงหญิงแห่งปี จาก หาบของแม่ - (เข้าชิง) 1 ใน 6 Drama Award 2015 สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จาก บัลลังก์เมฆ - (เข้าชิง) Drama Award 2015 จอมขโมยซีนยอดเยี่ยม จาก สุดแค้นแสนรัก
สามีของน้ำฝน กุลณัฐ มีชื่อว่าอะไร
{ "answer": [ "จอร์แดน วินเทอร์" ], "answer_begin_position": [ 650 ], "answer_end_position": [ 666 ] }
3,113
32,339
สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย () เป็นสถานเอกอัครราชทูตของสหราชอาณาจักรในประเทศไทยตั้งอยู่ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครประวัติ ประวัติ. สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ยกฐานะมาจากสถานกงสุลอังกฤษประจำประเทศไทย ซึ่งแต่เดิมตั้งอยู่ที่ ตำบลบางรัก จังหวัดพระนคร ซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สมัยเปิดสัมพันธ์ทางทูตและการค้ากับประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 การคมนาคมติดต่อกับสถานทูต เดิมใช้ทางแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อมีการตัดถนนเจริญกรุง จึงสามารถเข้าทางถนนได้อีกทางหนึ่ง ตามประวัติศาสตร์แล้วรัชกาลที่ 4 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ซื้อที่ดินเพื่อทำสถานกงสุลอังกฤษจากชาวมอญและพม่า ในราคาตารางวาละ 1 บาท พร้อมพระราชทานเสาธงไม้ให้สถานกุงสุลอีกด้วย พ.ศ. 2435 เสาธงที่ได้รับพระราชทานถูกพายุหักโค้น สถานกงสุลจึงสั่งนำเข้าเสาธงเหล็กในราคา 500 ปอนด์ จากฮ่องกงเข้ามาเปลี่ยนแทน ต่อมาได้มีการก่อสร้างโรงสีจำนวน 2 โรงขึ้นอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ตรงข้ามกับสถานกงสุลอังกฤษ โรงสีได้ปล่อยควันมีขี้ฝุ่นและเสียงหวูดโรงสีไฟเปิดดังหนวกหู ซึ่งสร้างปัญหามลภาวะในการทำงานและการพักอาศัยให้กับบุคลากรของสถานกงสุลอังกฤษเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในยามค่ำคืน ยังมีเสียงดนตรีและเสียงกลองดังลั่นจากร้านเหล้า รวมถึงยังมีคนเมาอาละวาดอยู่หน้าอนุสาวรีย์พระนางเจ้าวิคตอเลีย ริมถนนเจริญกรุงฝั่งตรงข้ามกับสถานทูตอีกด้วย ท่านกงสุลจึงดำริที่ต้องการจะย้ายสถานที่ตั้งสถานกงสุลใหม่ ซึ่งประจวบกับขณะนั้น พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ มีที่ดินจำนวนมากต้องการพัฒนาพื้นที่ย่านเพลินจิตริมคลองแสนแสบของตน จึงนำมาเสนอขายให้กับสถานกงสุลอังกฤษ โดยมีเงื่อนไขพระยาภักดีนรเศรษฐ ขอรับซื้อพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างของสถานกงสุลอังกฤษเดิมทั้งหมดด้วย เมื่อสถานกงสุลพิจารณาแล้วเห็นชอบจึงรับข้อเสนอและก่อสร้างอาคารสถานกงสุลใหม่ในที่ดินของนายเลิศ พ.ศ. 2465 สถานกงสุลได้ย้ายไปอยู่ที่ตั้งใหม่ย่านเพลินจิต ส่วนที่ตั้งเดิมของสถานกงสุลอังกฤษ นายเลิศได้นำไปเสนอขายให้กับทางราชการของไทย ในราคา 1,800,000 บาท ซึ่งราชการของไทยโดยกระทรวงพระคลังมหาสมบัติได้รับซื้อไว้ ปี พ.ศ. 2469 อาคารสถานที่เดิมของสถานกงสุลอังกฤษได้ถูกนำไปใช้เป็นที่ตั้งของสำนักงานไปรษณีย์โทรเลขกลาง สังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลข ต่อมาอาคารมีความทรุดโทรมและคับแคบไม่เหมาะกับงานไปรษณีย์ จึงรื้ออาคารทิ้งทั้งหมดแล้วก่อสร้างอาคารใหม่ ซึ่งก็คือ อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก ถนนเจริญกรุง ในปัจจุบัน ส่วนสถานกงสุลอังกฤษที่ย้ายไปที่ตั้งใหม่ย่านเพลินจิต ถนนวิทยุ ต่อมาได้ถูกยกฐานะเป็น สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย พ.ศ. 2549 สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร มีนโยบายขายที่ดินบางส่วนจำนวน 9 ไร่ ติดกับถนนเพลินจิต จึงมอบหมายให้ตัวแทนเปิดการประมูลซึ่งผลปรากฏว่า กลุ่มเซ็นทรัล ชนะการประมูล ต่อมา กลุ่มเซ็นทรัล ได้นำพื้นที่จำนวน 9 ไร่ นี้ไปก่อสร้างเป็น ศูนย์การค้าและโรงแรมในชื่อ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งเปิดดำเนินการแล้วในปัจจุบัน พ.ศ. 2560 สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร มีนโยบายขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจำนวน 25 ไร่ ทั้งหมดที่เหลือของสถานทูต โดยแนวทางที่สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรวางแผนไว้ ที่ตั้งแห่งใหม่จะย้ายไปอยู่ในอาคารสำนักงาน และมอบหมายให้ตัวแทนไปดำเนินการหาผู้ประมูลที่ทำให้สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรได้ประโยชน์สูงสุด พ.ศ. 2561 ได้ผลของผู้ชนะการประมูลที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร 25 ไร่ ทั้งหมดที่เหลือของสถานทูต คือ ฮ่องกงแลนด์ ซึ่งเป็นการร่วมทุนของ กลุ่มเซ็นทรัล กับ ทุนจากฮ่องกง โดยฮ่องกงแลนด์ประมูลได้ไปในราคา 420 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.86 หมื่นล้านบาท โดยเงินที่ได้จากการขายกระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักร จะนำไปใช้ปรับปรุงสถานทูตต่างๆทั่วโลก รวมถึงค่าใช้จ่ายในการย้ายไปเช่าอาคารสำนักงานและปรับปรุงเป็นสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรแห่งใหม่อีกด้วย โดยตามแผนจะย้ายไปที่ตั้งแห่งใหม่ในปี พ.ศ. 2562 นอกจากนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหราชอาณาจักรสำนักงานประเทศไทยได้มีประกาศปรับย้าย เฉพาะส่วนงานของการพิจารณาวีซ่าของผู้มายื่นที่สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย จากประเทศไทยไปอยู่ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เพือรวมเป็นศูนย์กลางข้อมูล สะดวกในการพิจาณาวีซ่าและบริหารจัดการข้อมูล แต่ในส่วนงานรับคำร้องการขอวีซ่ายังอยู่ที่ประเทศไทยเช่นเดิมความสัมพันธ์ทางการทูตและสนธิสัญญา ความสัมพันธ์ทางการทูตและสนธิสัญญา. ประเทศไทยและสหราชอาณาจักรมีความสัมพันธ์ทางการค้ามากว่า 400 ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ประเทศไทยและสหราชอาณาจักรได้ขาดช่วงความสัมพันธ์ลงหลังสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์การติดต่อต้องดำเนินการผ่านเมืองขึ้นหรืออาณานิคมของของสหราชอาณาจักรในขณะนั้น คือ ประเทศอินเดีย โดยมีการลงนามสนธิสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน ลงนามสนธิสัญญาระหว่างฉบับแรกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2369 ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สหราชอาณาจักรได้ส่ง เซอร์จอห์น บาวริ่ง มาเป็นราชทูตเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูนและการค้าซึ่งก็ประสบผลสำเร็จ ไทยและสหราชอาณาจักรได้มีการลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและการค้าระหว่างกัน ซึ่งเรียกสนธิสัญญาระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรฉบับนี้ว่า สนธิสัญญาบาวริ่ง โดยลงนามทำสนธิสัญญากันเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2398 ซึ่งนับว่าเป็นการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรระหว่างกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2400 ประเทศไทยได้ส่งคณะราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับสหราชอาณาจักรเป็นการตอบแทน โดยมี เจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี เป็นหัวหน้าคณะเพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร กระทั่งปี พ.ศ. 2425 ประเทศไทยได้แต่งตั้ง หม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ชุมสาย เป็นราชทูตไทยประจำสหราชอาณาจักรและประเทศต่างๆ ในยุโรปและอเมริการวม 12 ประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือได้ว่า หม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ชุมสาย เป็นราชทูตคนแรกของไทยที่ส่งไปประจำที่สหราชอาณาจักรรายนามกงสุลประจำประเทศสยาม รายนามกงสุลประจำประเทศสยาม. ปี 1885–1889: Sir Ernest Satow ปี 1889–1894: Cpt. Henry Jones ปี 1896–1900: Sir George Grevilleรายนามทูตพิเศษกระทรวงต่างประเทศ รายนามทูตพิเศษกระทรวงต่างประเทศ. ปี 1901–1903: Mr.Reginald Tower ปี 1904–1909: Sir Ralph Paget ปี 1909–1915: Sir Arthur Peel ปี 1915–1919: Sir Herbert Dering ปี 1919–1921: Mr.Richard Seymour ปี 1921–1926: Sir Robert Greg ปี 1926–1928: Sir Sydney Waterlow ปี 1928–1929: Sir Charles Wingfield ปี 1929–1934: Sir Cecil Dormer ปี 1934–1941: Sir Josiah Crosby ปี 1941–1945: ไม่มีทูตพิเศษประจำ (ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) ปี 1945–1947: Sir Geoffrey Thompsonรายนามเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย รายนามเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย. ปี 1947-1950: Sir Geoffrey Thompson ปี 1951-1954: Sir Geoffrey A. Wallinger ปี 1954-1957: Sir Berkeley E.F. Gage ปี 1957-1961: Sir Richard Wittington ปี 1961-1965: Sir Dermot F. McDermot ปี 1965-1967: Sir Arthony Rumbold ปี 1967-1970: Sir Neil Pritchard ปี 1970-1973: Sir Arthur de la Mare ปี 1973-1978: Sir David Cole ปี 1978-1981: Mr. Peter Tripp ปี 1981-1986: Mr. Justin Staples ปี 1986-1989: Mr. Derek Tomkin ปี 1989-1992: Mr. Ramsay Melhuish ปี 1992-1996: Mr. Charles Christian Wilfred Adams ปี 1996-2000: Sir James Hodge ปี 2000-2003: Mr. Lloyd Barnaby Smith ปี 2003-2007: Mr. David William Fall ปี 2007-2010: Mr. Quinton Mark Quayle ปี 2010-2012: Mr.Asif Ahmad ปี 2012-2016: Mr.Mark Kent ปี 2016-ปัจจุบัน: Mr.Brian Davidson
สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตใดของกรุงเทพมหานคร
{ "answer": [ "ปทุมวัน" ], "answer_begin_position": [ 291 ], "answer_end_position": [ 298 ] }
3,114
15,614
28 พฤศจิกายน วันที่ 28 พฤศจิกายน เป็นวันที่ 332 ของปี (วันที่ 333 ในปีอธิกสุรทิน) ตามปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน เมื่อถึงวันนี้จะยังเหลือวันอีก 33 วันในปีนั้นเหตุการณ์เหตุการณ์. - พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) - โรงเรียนเกษตราธิการ ได้ถือกำเนิดขึ้น ณ วังสระปทุม ซึ่งรวบรวมโรงเรียน 3 โรงเรียนคือ โรงเรียนแผนที่ โรงเรียนกรมคลอง และโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก โดยกระทรวงเกษตราธิการ - พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) - แอลเบเนียประกาศเอกราช - พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) - กรณีพิพาทอินโดจีน ฝรั่งเศสส่งเครื่องบินเข้าโจมตีทางอากศเป็นครั้งแรก ที่จังหวัดนครพนม โดยนักบินไทยนำเครื่องบินขึ้นต่อสู้ เครื่องบินฝรั่งเศสถูกยิงเสียหายหนึ่งลำ - พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) - มอริตาเนียประกาศเอกราช - พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) - พรรคเฟรติลินประกาศเอกราชของติมอร์ตะวันออกจากโปรตุเกส - พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) - ตัวแทนจากประเทศต่างๆ 88 ประเทศ เริ่มการประชุมเกี่ยวกับการค้าโลก ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาขึ้นเป็น องค์การการค้าโลก (World Trade Organization-WTO) เพื่อสร้างความสมดุลให้กับการค้าของโลก - พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) - เกิดเหตุเครื่องบินสายการบินเซาธ์แอฟริกันแอร์เวย์เที่ยวบินที่ 295 ประสบอุบัติเหตุตกและไฟไหม้บริเวณมหาสมุทรอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 159 คน - พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) - ลี กวน ยู โอนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ให้แก่ผู้นำรุ่นสอง นายโก๊ะ จก ตงวันเกิดวันเกิด. - พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) - หลวงพ่อเกษม เขมโก (เจ้าเกษม ณ ลำปาง) พระเกจิเถราจารย์ทางด้านธุดงค์วัตร (มรณภาพ 15 มกราคม พ.ศ. 2539) - พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) - แอนนา นิโคล สมิธ นักแสดงอเมริกัน และนางแบบจากนิตยสารเพลย์บอย (ถึงแก่กรรม 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550) - พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) - จิตตนาถ ลิ้มทองกุล เครือผู้จัดการ - พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) -- ภัทร จึงกานต์กุล ผู้ประกาศข่าวชาวไทย - แชมมิลเลียนแนร์ แร๊ปเตอร์ชาวอเมริกัน - แดเนียล เฮนนีย์ นักแสดงชาวเกาหลี-อเมริกัน - พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) - สจวร์ต เทย์เลอร์ นักฟุตบอลตำแหน่งผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ - พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) - แมรี เอลิซาเบธ วินสตีด นักแสดงหญิงชาวอเมริกัน - พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) - ธนบูลย์ วัลลภศิรินันท์ ดีเจ พิธีกร นายแบบ และนักแสดงชายชาวไทย - พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) - มิกค์ ทองระย้า นักแสดงชายชาวไทย - พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) - นันทนัช โล่ห์สุวรรณ (ฝ้าย) นักแสดงหญิงชาวไทยวันถึงแก่กรรมวันถึงแก่กรรม. - พ.ศ. 2237 (ค.ศ. 1694) - มะสึโอะ บะโช กวีชาวญี่ปุ่น (เกิด พ.ศ. 2187) - พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) - เลสลี นีลเซน นักแสดงแคนาดา-อเมริกัน (เกิด พ.ศ. 2469)วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลวันสำคัญและวันหยุดเทศกาล. - วันชาติ มอริตาเนีย - วันชาติ แอลเบเนีย - พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) - วันลอยกระทง
วันที่ 28 พฤศจิกายนตามปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียนจะถือว่าเป็นวันที่เท่าไรของปี
{ "answer": [ "332" ], "answer_begin_position": [ 129 ], "answer_end_position": [ 132 ] }
3,115
664,552
เคแมนแคระกูว์วีเย เคแมนแคระกูว์วีเย (; ) เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง จำพวกเคแมน จัดอยู่ในวงศ์แอลลิเกเตอร์ (Alligatoridae) จัดเป็นสัตว์เลื้อยคลานในอันดับจระเข้ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง มีขนาดยาวเต็มที่ประมาณ 1.4 เมตร (4.6 ฟุต) ในตัวผู้ และ 1.2 เมตร (3.9 ฟุต) ในตัวเมีย น้ำหนักประมาณ 6 ถึง 7 กิโลกรัม (13 ถึง 15 ปอนด์) ถูกค้นพบและบรรยายทางวิทยาศาสตร์โดยฌอร์ฌ กูว์วีเย (Georges Cuvier) นักสัตววิทยาชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ค้นพบเป็นบุคคลแรก โดยสถานที่ค้นพบครั้งแรกคือเมืองกาแยนในเฟรนช์เกียนา โดยที่ชื่อวิทยาศาสตร์ คำว่า Paleosuchus มาจากคำภาษากรีกว่า palaios หมายถึง "โบราณ" และ soukhos หมายถึง "จระเข้" เพราะเชื่อว่าเคแมนแคระกูว์วีเยสืบสายพันธุ์มาจากสัตว์ในอันดับจระเข้โบราณอายุนานกว่า 30 ล้านปี และคำว่า palpebrosus มาจากภาษาละติน palpebra หมายถึง "เปลือกตา" และ osus หมายถึง "เต็มไปด้วย" ซึ่งหมายถึงแผ่นกระดูกที่ปรากฏอยู่เหนือเปลือกตา เคแมนแคระกูว์วีเย กระจายพันธุ์อยู่ในป่าทึบของลุ่มน้ำแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้ โดยอาศัยในพื้นที่ที่เป็นแม่น้ำและทะเลสาบ การฟักไข่เหมือนกับเคแมนชนิดอื่น ๆ คือ ใช้ความร้อนจากแสงแดดหรือความร้อนจากการเน่าสลายของพรรณพืชที่ใช้ปกคลุมรังเพื่อการฟักเป็นตัว เคแมนแคระกูว์วีเยไม่มีชนิดย่อย กินอาหารได้หลากหลายชนิด ทั้งสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ, ปลา, ปู, นก, กุ้ง, หอย, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก รวมถึงแมลงปีกแข็งและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังด้วย เนื่องจากเป็นสัตว์ขนาดเล็กจึงนิยมเลี้่ยงกันเป็นสัตว์เลี้ยงด้วย
เคแมนแคระกูว์วีเยเป็นสัตว์ประเภทใด
{ "answer": [ "สัตว์เลื้อยคลาน" ], "answer_begin_position": [ 137 ], "answer_end_position": [ 152 ] }
3,116
764,703
สุทธาทิพย์ วุฒิชัยประดิษฐ์ สุทธาทิพย์ วุฒิชัยประดิษฐ์ (ชื่อเล่น:แอมแปร์) เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2531 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรสาวคนโตของ นาย ศักดิ์ชัย วุฒิชัยประดิษฐ์ กับ นาง มณีรัตน์ วุฒิชัยประดิษฐ์ โดยมีน้องชายอีก 2 คน คือ ศุภฤกษ์ วุฒิชัยประดิษฐ์ และ กิตติพงศ์ วุฒิชัยประดิษฐ์ เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น และเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายต่อที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม และจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับ1 สาขาศิลปะการแสดง เอกการแสดงและกำกับการแสดง ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร โดยในสมัยเรียนยังได้เล่นละครเวทีกับทางคณะศิลปกรรมศาสตร์อยู่บ่อยครั้ง (40กะรัต , มนต์รักทรานซิสเตอร์ , บุษบาสมาคม) แอมแปร์เริ่มเข้าสู่วงการจากการถ่ายโฆษณา ซึ่งโฆษณาตัวแรกคือ รองเท้านักเรียนหญิง และมีผลงานต่อมาเรื่อยๆ ทั้งมิวสิควิดีโอ พิธีกรทางช่องทรูปลูกปัญญา และโฆษณาตลกอีกหลายสิบตัว จนกระทั่งได้ถ่ายละครเรื่องแรกกับคุณคิง สมจริง ศรีสุภาพ ทางช่อง3 เรื่องนางร้ายสายลับ ในบท "พายไก่" ทำให้มีผลงานมาอย่างต่อเนื่องทั้งภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว รับบท “จอย” และ เรื่อง 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น รับบท “แบม” ซึ่งผลงานเด่นคือ ละครเรื่อง ปดิวรัดา ในบทของ "จิ้มลิ้ม" และเรื่องเพลิงบุญ ในบทของ "แอ๊ด" ทางช่อง3ผลงานละครภาพยนตร์ผลงาน. ภาพยนตร์. - 2557 ภาพยนตร์เรื่อง รักหมดแก้ว - 2558 ภาพยนตร์เรื่อง Cat A Wabb แบบว่ารักอ่ะ รับบท ซูซี่ - 2559 ภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว รับบท จอย - 2559 ภาพยนตร์เรื่อง 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น รับบท แบมมิวสิกวีดีโอมิวสิกวีดีโอ. - MV เพลง ระบายเฉยๆ (Room39) - MV เพลง เขิน (นท เดอะสตาร์)พิธีกรพิธีกร. - 2555 - 2557 รายการ Social Cafe ช่องทรูปลูกปัญญา - 2557 - 2559 รายการสารสังเคราะห์ ช่องทรูปลูกปัญญา - 2560 - ปัจจุบัน รายการอร่อยต้องแชร์ ช่องbagaboo.tv
สุทธาทิพย์ วุฒิชัยประดิษฐ์ มีชื่อเล่นว่าอะไร
{ "answer": [ "แอมแปร์" ], "answer_begin_position": [ 165 ], "answer_end_position": [ 172 ] }
3,117
764,703
สุทธาทิพย์ วุฒิชัยประดิษฐ์ สุทธาทิพย์ วุฒิชัยประดิษฐ์ (ชื่อเล่น:แอมแปร์) เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2531 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรสาวคนโตของ นาย ศักดิ์ชัย วุฒิชัยประดิษฐ์ กับ นาง มณีรัตน์ วุฒิชัยประดิษฐ์ โดยมีน้องชายอีก 2 คน คือ ศุภฤกษ์ วุฒิชัยประดิษฐ์ และ กิตติพงศ์ วุฒิชัยประดิษฐ์ เข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น และเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายต่อที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม และจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับ1 สาขาศิลปะการแสดง เอกการแสดงและกำกับการแสดง ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร โดยในสมัยเรียนยังได้เล่นละครเวทีกับทางคณะศิลปกรรมศาสตร์อยู่บ่อยครั้ง (40กะรัต , มนต์รักทรานซิสเตอร์ , บุษบาสมาคม) แอมแปร์เริ่มเข้าสู่วงการจากการถ่ายโฆษณา ซึ่งโฆษณาตัวแรกคือ รองเท้านักเรียนหญิง และมีผลงานต่อมาเรื่อยๆ ทั้งมิวสิควิดีโอ พิธีกรทางช่องทรูปลูกปัญญา และโฆษณาตลกอีกหลายสิบตัว จนกระทั่งได้ถ่ายละครเรื่องแรกกับคุณคิง สมจริง ศรีสุภาพ ทางช่อง3 เรื่องนางร้ายสายลับ ในบท "พายไก่" ทำให้มีผลงานมาอย่างต่อเนื่องทั้งภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว รับบท “จอย” และ เรื่อง 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น รับบท “แบม” ซึ่งผลงานเด่นคือ ละครเรื่อง ปดิวรัดา ในบทของ "จิ้มลิ้ม" และเรื่องเพลิงบุญ ในบทของ "แอ๊ด" ทางช่อง3ผลงานละครภาพยนตร์ผลงาน. ภาพยนตร์. - 2557 ภาพยนตร์เรื่อง รักหมดแก้ว - 2558 ภาพยนตร์เรื่อง Cat A Wabb แบบว่ารักอ่ะ รับบท ซูซี่ - 2559 ภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว รับบท จอย - 2559 ภาพยนตร์เรื่อง 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น รับบท แบมมิวสิกวีดีโอมิวสิกวีดีโอ. - MV เพลง ระบายเฉยๆ (Room39) - MV เพลง เขิน (นท เดอะสตาร์)พิธีกรพิธีกร. - 2555 - 2557 รายการ Social Cafe ช่องทรูปลูกปัญญา - 2557 - 2559 รายการสารสังเคราะห์ ช่องทรูปลูกปัญญา - 2560 - ปัจจุบัน รายการอร่อยต้องแชร์ ช่องbagaboo.tv
ละครเรื่องแรกของ สุทธาทิพย์ วุฒิชัยประดิษฐ์ คือเรื่องใด
{ "answer": [ "นางร้ายสายลับ" ], "answer_begin_position": [ 1057 ], "answer_end_position": [ 1070 ] }
3,118
192,231
คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร () จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2511 เป็นคณะวิชาลำดับที่ 5 ของมหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นคณะวิชาแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ณ จังหวัดนครปฐม โดยศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร คณะอักษรศาสตร์ ให้ความสำคัญต่อคุณภาพการเรียนการสอน โดยมีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอนแก่นักศึกษาทั้งในและนอกห้องเรียน และมีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนานักศึกษา นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้วยตนเอง และห้องโทรทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และภาษาต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีภารกิจในด้านการวิจัย โดยมีระบบและกลไกส่งเสริมให้คณาจารย์ทำวิจัยในสาขาวิชาต่าง ๆ ด้วยการให้ทุนส่งเสริมการวิจัย และสนับสนุนการเผยแพร่งานวิจัยในเวทีระดับชาติและนานาชาติ และได้ผลิตวารสารอักษรศาสตร์ซึ่งเป็นวารสารระดับชาติเพื่อเผยแพร่งานวิจัยอีกด้วย คณะอักษรศาสตร์ได้จัดกิจกรรมบริการทางวิชาการแก่สังคมและกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องปีละหลายโครงการประวัติ ประวัติ. มหาวิทยาลัยศิลปากรได้รับการสถาปนาเมื่อปี พ.ศ. 2486 ในระยะแรกได้มีการจัดตั้งคณะวิชาทางด้านศิลปะและโบราณคดีรวมทั้งสิ้น 4 คณะ ณ วังท่าพระ กรุงเทพมหานคร ต่อมาเมื่อผู้แทนขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ให้คำแนะนำในการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยให้มีลักษณะสอดคล้องกับหลักการสากล คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาโครงการปรับปรุงมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อขยายการศึกษาวิชาต่าง ๆ โดยไม่จำกัดเฉพาะศิลปะและโบราณคดีเท่านั้น ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร จึงได้ดำเนินการจัดตั้งคณะอักษรศาสตร์ขึ้นเป็นคณะวิชาลำดับที่ 5 และเป็นคณะวิชาแรกของวิทยาเขตแห่งใหม่ คือ วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ณ จังหวัดนครปฐม โดยเริ่มเปิดสอนนักศึกษารุ่นแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2511 และคณะอักษรศาสตร์ได้ถือวันดังกล่าวเป็นวันสถาปนาคณะฯ ตลอดมาหน่วยงานหน่วยงาน. - ภาควิชานาฏยสังคีต - ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ - ภาควิชาประวัติศาสตร์ - ภาควิชาปรัชญา - ภาควิชาภาษาไทย - ภาควิชาภาษาปัจจุบันตะวันออก - ภาควิชาภาษาฝรั่งเศส - ภาควิชาภาษาเยอรมัน - ภาควิชาภาษาอังกฤษ - ภาควิชาภูมิศาสตร์ - ภาควิชาสังคมศาสตร์ - หมวดวิชาทัศนศิลป์ - สำนักงานคณบดีหลักสูตรทำเนียบคณบดีกิจกรรมนักศึกษากิจกรรมนักศึกษา. - Young SU Camp (ค่ายเปิดประตูสู่ฝัน บ้านสีฟ้า) เป็นค่ายที่รับสมัครน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า เพื่อมาร่วมเปิดประสบการณ์ ตามหาคำตอบว่าอักษรศาสตร์คืออะไร และอยากมาเป็นชาวอักษรศาสตร์ได้อย่างไร- เปิดรั้วทัวร์อักษร กิจกรรมสำหรับน้องใหม่ได้ทำความรู้จักคณะอักษรศาสตร์ ก่อนเข้ามาศึกษา- กิจกรรมรับน้องและประชุมเชียร์ กิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อให้น้องใหม่ได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่จะใช้ชีวิตการเรียนร่วมกัน และเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อน พี่น้อง ร่วมสถาบันเดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นการให้น้องใหม่มีระเบียบวินัย รู้จักการเสียสละและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น กิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้นช่วงภาคการศึกษาต้นที่มีนักศึกษาใหม่ทุกปี- Freshy Night กิจกรรมที่นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จัดให้กับนักศึกษาน้องใหม่ รวมถึงนักศึกษาชั้นปีอื่น ๆ ก็จะมาเข้าร่วมกิจกรรม เป็นกิจกรรมเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง- Thank P' กิจกรรมที่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จัดให้กับนักศึกษารุ่นพี่ เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับการให้ดูแลจัดกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้ตลอดช่วงการรับน้องใหม่ของแต่ละปีการศึกษา- Trendy & Smart กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาอักษรศาสตร์ที่เรียนดีและมีความสามารถ เข้าร่วมการประกวดเพื่อได้รับการคัดเลือกเป็น Trendy & Smart Arts Ambassador และ Trendy & Smart Team เพื่อเป็นกลุ่มตัวแทนและพัฒนาจิตอาสาช่วยเหลือกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะฯ- Byenior กิจกรรมที่นักศึกษารุ่นน้องจัดให้กับนักศึกษารุ่นพี่ชั้นปีที่ 4 เพื่อเป็นการแสดงความยินดีที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา- Silpakorn Music Award (SMA) การประกวดวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวศิลปากร โดยมีสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ- เปิดโลกชมรม กิจกรรมแนะนำชมรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยศิลปากรให้กับน้องใหม่ เพื่อการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือตำราเรียน อีกทั้งน้อง ๆ จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ รุ่นพี่ และได้ฝึกฝนการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น โดยมีสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ- โครงการทัศนศึกษา ณ ต่างประเทศ ของคณะอักษรศาสตร์ เป็นโครงการที่มีเป้าหมายให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะด้านต่าง ๆ ของภาษาที่เรียนมา และได้เรียนรู้การใช้ชีวิต สังคม และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา- โครงการสานสัมพันธ์อักษรศิลป์ (One Arts) งานกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง 4 คณะวิชาด้านภาษาและมนุษยศาสตร์ ได้แก่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แต่เดิมใช้ชื่อว่า "งานสานสัมพันธ์อักษร" โดยเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 คณะอักษรศาสตร์ของประเทศไทย แต่ทางคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มาเข้าร่วมด้วยในภายหลัง จึงเปลี่ยนชื่อเป็นงาน Tri Arts และล่าสุด ทางคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมด้วยเช่นกัน ทำให้มีมากกว่า 3 มหาวิทยาลัย จึงตั้งชื่อกิจกรรมขึ้นมาใหม่ว่างาน One Arts เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันของทั้ง 4 มหาวิทยาลัย ภายในงานมีการแข่งขันกีฬา การแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมต่าง ๆ การเชียร์โต้ และโชว์เชียร์ลีดเดอร์จากแต่ละคณะเกร็ดเกร็ด. - คณะอักษรศาสตร์ อ่านว่า อัก–สอ–ระ–สาด ไม่ใช่ อัก–สอน–สาด แล้วก็ไม่ใช่ อัก–สอน–ระ–สาด - คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นหนึ่งในสองคณะอักษรศาสตร์ของประเทศไทย คือ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร - สีประจำคณะ คือ สีตาแมว (ทีมีการปรับเปลี่ยนใหม่ตามสรุปมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยศิลปากร ครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560) เดิมใช้สีน้ำไหล
คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2511" ], "answer_begin_position": [ 201 ], "answer_end_position": [ 205 ] }
3,119
198,182
กล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง กล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง () เป็นกล้องโทรทรรศน์ชนิดหนึ่งที่ใช้กระจกโค้งหนึ่งชิ้นหรือมากกว่านั้นเพื่อสะท้อนแสงสำหรับสร้างขึ้นเป็นภาพ คิดค้นขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เพื่อแก้ปัญหาของกล้องโทรทรรศน์หักเหแสงที่มีปัญหาเรื่องความคลาดสี (chromatic aberration) อย่างมาก แม้กล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงจะทำให้เกิดปัญหาความคลาดแสง (optical aberration) แต่ก็ช่วยให้สามารถจับภาพวัตถุขนาดใหญ่มากๆ ได้ กล้องโทรทรรศน์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในงานด้านดาราศาสตร์มักเป็นแบบสะท้อนแสงแทบทั้งหมด และมีการออกแบบปลีกย่อยอีกมากมายหลายแบบเพื่อปรับปรุงคุณภาพของภาพที่ได้ไม่นาน ความต้องการกล้องขนาดใหญ่เพื่อใช้ประวัติการคิดค้นกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง ประวัติการคิดค้นกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง. หลังจากกาลิเลโอเริ่มสำรวจจักรวาลด้วยกล้องโทรทรรศน์หักเหแสงได้ไม่นาน ความต้องการกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่เพื่อใช้รวมแสงจากวัตถุที่มีแสงริบหรีก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผนวกกับข้อจำกัดต่างๆ ในการสร้างกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงขนาดใหญ่ จึ่งมีผู้พยายามคิดค้นวิธีสร้างกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง (Reflecting Telescope) ในปีค.ศ. 1663 เจมส์ เกรกอรี (James Gregoy)นักคณิตศาสตร์ชาวสกอต ได้ออกแบบกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ในเวลานั้นเกรกอรีไม่สามารถหาช่างขัดกระจกที่มีความสามารถพอจะขัดกระจกโค้งตามแบบได้ จึงยังไม่มีการประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงขึ้นอย่างจริงจัง จนกระทั่ง เซอร์ ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton) ออกแบบและประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงของเขาขึ้นในปีค.ศ. 1668 และเสนอต่อราชบัณฑิตยสภาของอังกฤษในเดือนมกราคมปีค.ศ. 1672หลักการทั่วไปของกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง หลักการทั่วไปของกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง. กล้องแบบดั่งเดิมของนิวตันใช้กระจกโค้งที่ท้ายกล้อง สะท้อนแสงที่เข้าสู่กล้องให้มารวมกันที่จุดโฟกัสโดยกระจกโค้งที่ใช้รวมแสงนี้เรียกว่า กระจกปฐมภูมิ (Primary Mirror) จากนั้นแสงจะถูกสะท้อนออกจากแนวของกล้องด้วยกระจกทุติยภูมิ (Secondary Mirror)ซึ่งเป็นกระจกราบ เข้าสู่เลนส์ตาเพื่อขยายภาพให้สังเกตได้คล้ายกับกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง กล้องในสมัยของนิวตัน ความโค้งของกระจกที่ใช้เป็นความโค้งแบบผิวทรงกลม (Spherical Cuvature)ซึ่งจะประสบปัญหาความคลาดทรงกลม (Spherical Aberration) ทำให้ภาพของวัตถุที่เป็นวงกลมเห็นเป็นวงรี ในปัจจุบันปัญหานี้แก้วได้โดยการขัดกระจกให้โค้งเป็นรูปพาราโบลา (Parabolic Curvature) ซึ่งทำให้แสงทุกสีสะท้อนไปที่จุดโฟกัสที่จุดเดียวกัน กล้องสะท้อนแสงส่วนใหญ่จึงใช้กระจกที่มีพื้นที่ผิวรูปพาราโบลา กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงสามารถสร้างให้มีขนาดใหญ่ในราคาที่ถูกว่ากล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงมา ปัจจุบันกล้องโทรทรรศน์ตามหอดูดาวขนาดใหญ่จะนิยมใช้กล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงทั้งสิ้น กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบันคือ กล้อง LBT (Large Binocular Telescope) ตั้งอยู่ที่ Mount Graham International Observatory ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นกล้องแบบสะท้อนแสงที่มีขนาดกระจกปฐมภูมิขนาด 11.8 เมตร นอกจากนี้ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ก็เป็นกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงเช่นกัน การที่แสงไม่ต้องเดินทางผ่านชิ้นส่วนเลนส์ในกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง ทำให้มีข้อได้เปรียบกว่ากล้องโทรทรรศน์หักเหแสงอยู่สองประการ- กล้องจะไม่มีปัญหาความคลาดสีของชิ้นเลนส์ - กล้องจะไม่ประสบปัญหาการดูดกลืนแสงในช่วงคลื่นต่างๆ ทำให้กล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงสามารถสังเกตวัตถุในช่วงคลื่นอัลตราไวโอเลตข้อจำกัดของกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง ข้อจำกัดของกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง. ข้อเสียเปรียบของกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง คือ การมีกระจกทุติยภูมิอยู่ภายในตัวกล้องละขวางทางเดินแสงบางส่วน ทำให้ภาพมืดลงเล็กน้อย ในกรณีที่กระจกทุติยภูมิมีขนาดใหญ่ (มีพื้นที่มากกว่าร้อยละ 20 ของหน้ากล้อง) ภาพที่สังเกตได้จะมืดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือมีภาพกระจกทุติยภูมิเป็นจุดมัวให้เห็น นอกจากนี้การสะท้อนแสงในกล้องแต่ละครั้งทำให้สูญเสียความเข้มแสงไปพอสมควร เพราะกระจกทั่วไปมักจะสะท้อนแสงได้เพียงร้อยละ 85-90 ของแสงที่ตกกระทบเท่านั้น หรือสูญเสียแสงไปถึงร้อยละ 10-15 ทุกครั้งที่มีการสะท้อน หากมีการสะท้อนหลายครั้งก็จะยิ่งทำให้ภาพมืดลง ปัญหาที่สำคัญของกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง คือ ความคลาดเคลื่อนของการวางตัวของระบบกระจก (Optical Alignment) เนื่องจากกระบบกระจกของกล้องสะท้อนแสงต้องอยู่ในแนวเดียวกันอย่างเที่ยงตรงมาก หากคลาดเคลื่อนไปเพียงเล็กน้อยก็จะได้ภาพมัวลงอย่างชัดเจน ในการเคลื่อนย้ายกล้อง กระจกมักจะเคลื่อนไปเล็กน้อยเสมอ จึงต้องปรับเล็กใหม่บ่อยครั้ง การปรับเล็งกระจกให้วางต้วเรียงกันอย่างแม่นยำนี้เป็นกระบวนการที่ใช้เวลาพอสมควรสำหรับผู้เริ่มต้น แต่เมื่อทำจนชำนาญแล้วก็จะสามารถปรับได้อย่างรวดเร็ว นอกจากกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงแบบนิวตัน (Newtonian) ซึ่งผู้สังเกตมองจากด้านข้างกล้องแล้ว ยังมีกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงอื่นๆ เช่น แคสสิเกรน (Cassegrain) ริตเช-เครเตียง (Ritchey-Chertien) กูเด (Coude) แนสมิธ (Nasmyth)การออกแบบกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงแบบต่างๆนิวโตเนียนคาสเซเกรนริตชีย์-เครเชี่ยนแนสมิธ
กล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงถูกคิดค้นขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่เท่าไหร่
{ "answer": [ "17" ], "answer_begin_position": [ 280 ], "answer_end_position": [ 282 ] }
3,120
861,029
มายา มหาชน 2017 มายา มหาชน 2017 (Maya Award 2017) เป็นงานประกาศผลรางวัลบันเทิงที่จัดโดยนิตยสารมายาแชนแนล ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560 งานนี้จัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้แก่บุคคลในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นวงการเพลง โทรทัศน์ และละครโทรทัศน์ โดยจะคัดสรรผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงจากผลงานในช่วง 1 ขวบปีที่ผ่านมา สำหรับในปีนี้ได้กำหนดระยะเวลาคัดเลือกผลงานคือ ช่วงครึ่งปีหลังของปี พ.ศ. 2559 ถึงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2560 ส่วนวิธีหาผู้สมควรได้รับรางวัลนั้นจะให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เพื่อให้เหมาะสมกับชื่อรางวัล "มหาชน" โดยเก็บคะแนนจากผลโหวตทั้ง 2 ช่องทาง คือ โหวตผ่านทางโทรศัพท์มือถือและโหวตผ่านทางนิตยสารมายาแชนแนล บุคคลใดได้รับการโหวตมากที่สุดก็จะได้รางวัลไปครอง สำหรับรางวัล มายา มหาชน 2017 ประกอบไปด้วย 39 รางวัล ดังต่อไปนี้ (ผู้ชนะจะขึ้น ตัวหนา)รางวัลประเภทเพลงและดนตรีเพลงประกอบละครยอดนิยมรางวัล. ประเภทเพลงและดนตรี. เพลงประกอบละครยอดนิยม. - เพลง ยิ่งห้ามยิ่งหวั่นไหว ขับร้องโดย Zeal เพลงประกอบละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง เพลิงพระนาง ขับร้องโดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลงประกอบละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - เพลง ใกล้แค่ลมหายใจ ขับร้องโดย วิชญาณี เปียกลิ่น เพลงประกอบละครเรื่อง ตะวันยอแสง ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง หัวใจคนรอ ขับร้องโดย รวิสรารัตน์ พิบูลภานุวัธน เพลงประกอบละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - เพลง คราม ขับร้องโดย Chanudom เพลงประกอบซีรีส์เรื่อง I HATE YOU I LOVE YOU ออกอากาศทางช่อง LINE TV และ GMM 25 - เพลง คู่คอง ขับร้องโดย ก้อง ห้วยไร่ เพลงประกอบละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง แพ้หัวใจตัวเอง ขับร้องโดย ว่าน วันวาน เพลงประกอบละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง รักไม่มีนิยาม ขับร้องโดย ใหม่ เจริญปุระ เพลงประกอบซีรีส์เรื่อง Club Friday The Series 8 รักแท้...มีหรือไม่มีจริง? ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - เพลง กลับมา ขับร้องโดย จิรากร สมพิทักษ์ เพลงประกอบละครเรื่อง ชะนีผีผลัก ออกอากาศทางช่อง ช่องเวิร์คพอยท์ 23 - เพลง หัวใจครึ่งดวง ขับร้องโดย อารยา เอ ฮาร์เก็ต, จรินทร์พร จุนเกียรติ, คริส หอวัง, พิจักขณา วงศารัตนศิลป์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด, ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์, ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล เพลงประกอบละครเรื่อง The Cupids บริษัทรักอุตลุด ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง แค่มีเธอ ขับร้องโดย พิจิกา จิตตะปุตตะ เพลงประกอบละครเรื่อง ชีวิตเพื่อฆ่า หัวใจเพื่อเธอ ออกอากาศทางช่อง One 31นักร้องลูกทุ่งยอดนิยมนักร้องลูกทุ่งยอดนิยม. - ต่าย อรทัย - ป๊อปปี้ ปรัชญาลักษณ์ - จ๊ะ อาร์สยาม - ศิริพร อำไพพงษ์ - ใบเตย อาร์สยาม - หลิว อาจารียา - ตั๊กแตน ชลดา - หญิงลี ศรีจุมพล - เปาวลี พรพิมล - กระแต อาร์สยาม - ลำไย ไหทองคำ - จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ - ก้อง ห้วยไร่ - เบิ้ล ปทุมราช - ภูศิลป์ วารินรักษ์ - แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก - ไมค์ ภิรมย์พร - มนต์แคน แก่นคูน - ไผ่ พงศธร - เพชร สหรัตน์ - แซ็ค ชุมแพ - ไชยา มิตรชัยนักร้องสตริงยอดนิยมนักร้องสตริงยอดนิยม. - บงกช เจริญธรรม - นรารักษ์ ใจบำรุง - จินตนัดดา ลัมะกานนท์ - นิว จิ๋ว - ภัทรวี ศรีสันติสุข - ว่าน วันวาน - ระดับดาว ศรีระวงศ์ - ลุลา - วิชญาณี เปียกลิ่น - ธนิดา ธรรมวิมล - ญานนีน ภารวี ไวเกล - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร - ชนกันต์ รัตนอุดม - อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข - อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี - ลาบานูน - นครินทร์ กิ่งศักดิ์ - ปองกูล สืบซึ้ง - Helmetheads - The parkinson - Room 39 - ธงไชย แมคอินไตย์ประเภทรางวัลปกิณกะคนโทรทัศน์เกียรติยศ แห่งปี 2560ประเภทรางวัลปกิณกะ. คนโทรทัศน์เกียรติยศ แห่งปี 2560. - ปัญญา นิรันดร์กุลสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลยอดนิยมอันดับ 1 แห่งปี 2560สถานีโทรทัศน์ดิจิทัลยอดนิยมอันดับ 1 แห่งปี 2560. - ช่องเวิร์คพอยท์รายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด แห่งปี 2560​รายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด แห่งปี 2560​. - กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ออกอากาศทางช่อง 7สถานีข่าวโทรทัศน์ยอดเยี่ยม แห่งปี 2560​สถานีข่าวโทรทัศน์ยอดเยี่ยม แห่งปี 2560​. - ทีเอ็นเอ็น24รายการทีวีที่สร้างกระแสสังคม แห่งปี 2560​รายการทีวีที่สร้างกระแสสังคม แห่งปี 2560​. - The Face Thailand ออกอากาศทางช่อง 3วิเคราะห์ข่าวดีเด่น แห่งปี 2560วิเคราะห์ข่าวดีเด่น แห่งปี 2560. - วาสนา นาน่วม จากช่อง Spring Newsละครสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม แห่งปี 2560ละครสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม แห่งปี 2560. - น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ออกอากาศทางช่อง 3Best Healthy Star ดาราที่สุขภาพดี แห่งปี 2560​Best Healthy Star ดาราที่สุขภาพดี แห่งปี 2560​. - เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์The Best Come Back Star แห่งปี 2560The Best Come Back Star แห่งปี 2560. - สุวนันท์ ปุณณกันต์ จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7Rising Star ดาราหญิงมาแรง แห่งปี 2560Rising Star ดาราหญิงมาแรง แห่งปี 2560. - คามิลล่า กิตติวัฒน์Rising Star ดาราชายมาแรง แห่งปี 2560Rising Star ดาราชายมาแรง แห่งปี 2560. - ธนลภย์ ปรีดามาโนชรายการทีวีที่มาแรงที่สุดในประเทศรายการทีวีที่มาแรงที่สุดในประเทศ. - The Mask Singer หน้ากากนักร้อง - The Return of Superman ลูกจ๋า ป๊ะป๋ามาแล้ว - ตลาดสดพระราม 4 - กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน - ปริศนาฟ้าแลบ - The Face Thailand - I Can See Your Voice Thailand นักร้องซ่อนแอบ - Davinci เกมถอดรหัส - สับขาหลอก - The Bachelor Thailand ศึกรักสละโสด - The Love Machine วงล้อ ลุ้นรักดาราหญิงเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560ดาราหญิงเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560. - อุรัสยา เสปอร์บันด์ - คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ - อุษามณี ไวทยานนท์ - ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก - ณฐพร เตมีรักษ์ - นิษฐา จิรยั่งยืน - ดาวิกา โฮร์เน่ - ฝนทิพย์ วัชรตระกูล - ราณี แคมเปน - เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ - พัชราภา ไชยเชื้อดาราชายเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560ดาราชายเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560. - ปริญ สุภารัตน์ - เจมส์ มาร์ - จิรายุ ตั้งศรีสุข - ศุกลวัฒน์ คณารศ - ธนภพ ลีรัตนขจร - ณเดชน์ คูกิมิยะ - ณภัทร เสียงสมบุญ - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ - มาริโอ้ เมาเร่อ - ภัทรเดช สงวนความดี - อรรคพันธ์ นะมาตร์ดาราคู่ขวัญ(คู่จิ้น)ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560ดาราคู่ขวัญ(คู่จิ้น)ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560. - ณเดชน์ คูกิมิยะ + อุรัสยา เสปอร์บันด์ - ปริญ สุภารัตน์ + คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ - ภัทรเดช สงวนความดี + ฝนทิพย์ วัชรตระกูล - ราณี แคมเปน + จิรายุ ตั้งศรีสุข - พีรวัส แสงโพธิรัตน์ + ปราชญา เรืองโรจน์ - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ + จรินทร์พร จุนเกียรติ - ภูภูมิ พงศ์ภาณุ + พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ - มาริโอ้ เมาเร่อ + ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง - ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ + นิษฐา จิรยั่งยืน - ศุกลวัฒน์ คณารศ + พีชญา วัฒนามนตรี - ปรมะ อิ่มอโนทัย + คริส หอวังดาราสาวเซ็กซี่ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560ดาราสาวเซ็กซี่ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560. - อคัมย์สิริ สุวรรณศุข - ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก - แซมมี่ เคาวเวลล์ - เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ - น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ - ฝนทิพย์ วัชรตระกูล - อภิษฎา เครือคงคา - กวินตรา โพธิจักร - ชลิตา ส่วนเสน่ห์ - นิดา พัชรวีระพงษ์ - พัชราภา ไชยเชื้อประเภทภาพยนตร์ดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์)ประเภทภาพยนตร์. ดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์). - อาภา ภาวิไล จากภาพยนตร์เรื่อง ปั๊มน้ำมันดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์)ดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์). - เฉลิมพล มาลาคำ จากภาพยนตร์เรื่อง I Love You ผู้ใหญ่บ้านดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์)ดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์). - ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง จากภาพยนตร์เรื่อง ฉลาดเกมส์โกงดารานำชาย ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์)ดารานำชาย ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์). - บัวขาว บัญชาเมฆ จากภาพยนตร์เรื่อง ทองดีฟันขาวบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม. - ฉลาดเกมส์โกง เขียนบทโดย นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, ธนีดา หาญทวีวัฒนา และ วสุธร ปิยารมณ์ผู้กำกับภาพยนตร์ ขวัญใจมหาชนผู้กำกับภาพยนตร์ ขวัญใจมหาชน. - ชยนพ บุญประกอบ จากภาพยนตร์เรื่อง พรจากฟ้าภาพยนตร์ยอดนิยม ขวัญใจมหาชนภาพยนตร์ยอดนิยม ขวัญใจมหาชน. - ฉลาดเกมส์โกง จากค่าย GDH 559ประเภทผลงานดีเด่นด้านโทรทัศน์ผู้ประกาศข่าวหญิง ขวัญใจมหาชนประเภทผลงานดีเด่นด้านโทรทัศน์. ผู้ประกาศข่าวหญิง ขวัญใจมหาชน. - ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ จากช่อง 7ผู้ประกาศข่าวชาย ขวัญใจมหาชนผู้ประกาศข่าวชาย ขวัญใจมหาชน. - ภาษิต อภิญญาวาท จากช่อง 3พิธีกรหญิง ขวัญใจมหาชนพิธีกรหญิง ขวัญใจมหาชน. - พัชรศรี เบญจมาศ จากรายการ 3 แซ่บ - ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ จากรายการ วงล้อลุ้นรัก - ปวีณ์นุช แพ่งนคร จากรายการ เม้นท์ แอนด์ เมาท์ - ปาณิสรา อารยะสกุล จากรายการ ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์ - ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ จากรายการ Daily C3 - สุริวิภา กุลตังวัฒนา จากรายการ ตลาดสดพระราม 4 - พุทธชาด พงศ์สุชาติ จากรายการ ไอเลิฟไทยแลนด์ - สุมณทิพย์ ชี จากรายการ ตื่นมาคุย - วรัทยา นิลคูหา จากรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ว้าว ว้าว ว้าว - คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ จากรายการ ข่าวใส่ไข่ - นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล และ สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา จากรายการ Club Fridayพิธีกรชาย ขวัญใจมหาชนพิธีกรชาย ขวัญใจมหาชน. - กันต์ กันตถาวร จากรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง - ปัญญา นิรันดร์กุล จากรายการ ปริศนาฟ้าแลบ - ภูวนาท คุนผลิน จากรายการ ข่าวคลุกข้าว - เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา จากรายการ Tonight's The Night คืนสำคัญ - ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ จากรายการ จันทร์พันดาว - เกียรติ กิจเจริญ จากรายการ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน - ไตรภพ ลิมปพัทธ์ จากรายการ ทูเดย์โชว์ - วุฒิธร มิลินทจินดา จากรายการ ตื่นมาคุย - วราวุธ เจนธนากุล จากรายการ The Money Drop Thailand - สัญญา คุณากร จากรายการ สาบานว่าพูดจริง - วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล จากรายการดาวรุ่งหญิง ขวัญใจมหาชนดาวรุ่งหญิง ขวัญใจมหาชน. - ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด จากละครเรื่อง คงกระพันนารี ออกอากาศทางช่อง 3 - เดียร์น่า ฟลีโป จากละครเรื่อง เลือดรักทระนง ออกอากาศทางช่อง 3 - วิโอเลต วอเทียร์ จากละครเรื่อง O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้ ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - คามิลล่า กิตติวัฒน์ จากละครเรื่อง ชื่นชีวา ออกอากาศทางช่อง 7 - พิมประภา ตั้งประภาพร จากละครเรื่อง กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ ออกอากาศทางช่อง 7 - สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ จากซีรีส์เรื่อง U-Prince ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - นาตาลี ปณาลี จากละครเรื่อง ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ออกอากาศทางช่อง 3 - มุกดา นรินทร์รักษ์ จากละครเรื่อง ขมิ้นกับปูน ออกอากาศทางช่อง 7 - ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ จากละครเรื่อง คนละขอบฟ้า ออกอากาศทางช่อง 3 - ซอนญ่า สิงหะ จากละครเรื่อง ลูกตาลลอยแก้ว ออกอากาศทางช่อง 7 - ตรีชฎา เพชรรัตน์ จากละครเรื่องดาวรุ่งชาย ขวัญใจมหาชนดาวรุ่งชาย ขวัญใจมหาชน. - อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ จากละครเรื่อง คู่ซ่ารสแซ่บ ออกอากาศทางช่อง 7 - ปฐมพงศ์ เรือนใจดี จากซีรีส์เรื่อง Club Friday To Be Continue ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ จากละครเรื่อง ตะวันยอแสง ออกอากาศทางช่อง 3 - พีรวัส แสงโพธิรัตน์ จากซีรีส์เรื่อง SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง ออกอากาศทางช่อง One 31 - ธนลภย์ ปรีดามาโนช จากละครเรื่อง กามเทพหรรษา ออกอากาศทางช่อง 3 - กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา จากซีรีส์เรื่อง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ ปี 2 ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - เผ่าเพชร เจริญสุข จากซีรีส์เรื่อง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ ปี 2 ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - หลุยส์ เฮส์ดาร์ซัน จากละครเรื่อง หักลิ้นช้าง ออกอากาศทางช่อง 7 - กรภัทร์ เกิดพันธุ์ จากซีรีส์เรื่อง รุ่นพี่ Secret Love ออกอากาศทางช่อง One 31 - ปรมะ อิ่มอโนทัย จากละครเรื่อง กามเทพออกศึก ออกอากาศทางช่อง 3 - ปราชญา เรืองโรจน์ จากซีรีส์เรื่อง SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง ออกอากาศทางช่อง One 31ดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชนดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน. - รฐา โพธิ์งาม จากซิตคอมเรื่อง เสือ ชะนี เก้ง ออกอากาศทางช่อง One 31 - จรินทร์พร จุนเกียรติ จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - ศรศิลป์ มณีวรรณ์ จากละครเรื่อง ขมิ้นกับปูน ออกอากาศทางช่อง 7 - อาภา ภาวิไล จากละครเรื่อง หักลิ้นช้าง ออกอากาศทางช่อง 7 - น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ จากละครเรื่อง แต่ปางก่อน ออกอากาศทางช่อง One 31 - สุภัสสรา ธนชาต จากละครเรื่อง O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้ ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - หยาดทิพย์ ราชปาล จากละครเรื่อง นางทาส ออกอากาศทางช่อง 3 - ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ จากละครเรื่อง ริษยา ออกอากาศทางช่อง 7 - พรชิตา ณ สงขลา จากละครเรื่อง ทายาทอสูร ออกอากาศทางช่อง 3 - จีรนันท์ มะโนแจ่ม จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7ดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชนดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน. - เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ จากละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - หลุยส์ สก๊อต จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - เคลลี่ ธนะพัฒน์ จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7 - ธนลภย์ ปรีดามาโนช จากละครเรื่อง กามเทพหรรษา ออกอากาศทางช่อง 3 - ธนภพ ลีรัตนขจร จากละครเรื่อง O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้ ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - เมทนี บุรณศิริ จากละครเรื่อง พริ้ง คนเริงเมือง ออกอากาศทางช่อง 7 - วิศรุต หิรัญบุศย์ จากละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - ปรมะ อิ่มอโนทัย จากละครเรื่อง The Cupids บริษัทรักอุตลุด ออกอากาศทางช่อง 3 - ชนะพล สัตยา จากละครเรื่อง ริษยา ออกอากาศทางช่อง 7 - โกสินทร์ ราชกรม จากละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทางช่อง 3 - ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จากละครเรื่องดารานำหญิง ขวัญใจมหาชนดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน. - อคัมย์สิริ สุวรรณศุข จากละครเรื่อง ลิขิตริษยา ออกอากาศทางช่อง 7 - ณฐพร เตมีรักษ์ จากละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ จากละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทางช่อง 3 - วรนุช ภิรมย์ภักดี จากละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - พัชราภา ไชยเชื้อ จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - อุรัสยา เสปอร์บันด์ จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร จากละครเรื่อง ข้ามาคนเดียว ออกอากาศทางช่อง 7 - พีชญา วัฒนามนตรี จากละครเรื่อง คู่ซ่ารสแซ่บ ออกอากาศทางช่อง 7 - นิษฐา จิรยั่งยืน จากละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทางช่อง 3 - อุษามณี ไวทยานนท์ จากละครเรื่อง เพชรตัดเพชร ออกอากาศทางช่อง 7 - สุวนันท์ ปุณณกันต์ จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7ดารานำชาย ขวัญใจมหาชนดารานำชาย ขวัญใจมหาชน. - ณัฐวุฒิ สกิดใจ จากละครเรื่อง ตะวันยอแสง ออกอากาศทางช่อง 3 - ภัทรเดช สงวนความดี จากละครเรื่อง บัลลังก์หงส์ ออกอากาศทางช่อง 7 - จิรายุ ตั้งศรีสุข จากละครเรื่อง บ่วงหงส์ ออกอากาศทางช่อง 3 - เคลลี่ ธนะพัฒน์ จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ จากละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - ปริญ สุภารัตน์ จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - ศุกลวัฒน์ คณารศ จากละครเรื่อง เพชรตัดเพชร ออกอากาศทางช่อง 7 - ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ จากละครเรื่อง The Cupids บริษัทรักอุตลุด ออกอากาศทางช่อง 3 - มาริโอ้ เมาเร่อ จากละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทางช่อง 3 - ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ จากละครเรื่อง เพชฌฆาตดาวโจร ออกอากาศทางช่อง One 31 - ศรราม เทพพิทักษ์ จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7บทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยมบทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม. - เรือนพะยอม เขียนบทโดย เริงใจ ออกอากาศทางช่อง 7ผู้กำกับละคร ขวัญใจมหาชนผู้กำกับละคร ขวัญใจมหาชน. - พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง จากละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - วรวุฒิ นิยมทรัพย์ จากละครเรื่อง ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทางช่อง 3 - ธีระศักดิ์ พรหมเงิน จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - สันต์ ศรีแก้วหล่อ จากละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - อำไพพร จิตต์ไม่งง จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - ธงชัย ประสงค์สันติ จากละครเรื่อง ขมิ้นกับปูน ออกอากาศทางช่อง 7 - พลชย เมธา จากละครเรื่อง หักลิ้นช้าง ออกอากาศทางช่อง 7 - เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข จากซีรีส์เรื่อง O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้ ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - ตะวัน จารุจินดา จากละครเรื่อง กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ ออกอากาศทางช่อง 7 - ชัยวุฒิ เทพวงศ์ จากละครเรื่อง นักบุญทรงกลด ออกอากาศทางช่อง 7 - สยาม สังวริบุตร จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7 - โอลิเวอร์ บีเวอร์ จากละครเรื่อง มือเหนือเมฆ ออกอากาศทางช่อง 7ละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชนละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน. - นางแค้น ออกอากาศทางช่อง เวิร์คพอยท์ 23 - คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - ขมิ้นกับปูน ออกอากาศทางช่อง 7 - หักลิ้นช้าง ออกอากาศทางช่อง 7 - เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทางช่อง 3 - เพชรตัดเพชร ออกอากาศทางช่อง 7 - The Cupids บริษัทรักอุตลุด ออกอากาศทางช่อง 3 - น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7
มายา มหาชน 2017 หรือ Maya Award 2017 เป็นงานประกาศผลรางวัลด้านบันเทิงที่จัดโดยนิตยสารอะไร
{ "answer": [ "มายาแชนแนล" ], "answer_begin_position": [ 184 ], "answer_end_position": [ 194 ] }
3,121
861,029
มายา มหาชน 2017 มายา มหาชน 2017 (Maya Award 2017) เป็นงานประกาศผลรางวัลบันเทิงที่จัดโดยนิตยสารมายาแชนแนล ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560 งานนี้จัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้แก่บุคคลในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นวงการเพลง โทรทัศน์ และละครโทรทัศน์ โดยจะคัดสรรผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงจากผลงานในช่วง 1 ขวบปีที่ผ่านมา สำหรับในปีนี้ได้กำหนดระยะเวลาคัดเลือกผลงานคือ ช่วงครึ่งปีหลังของปี พ.ศ. 2559 ถึงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2560 ส่วนวิธีหาผู้สมควรได้รับรางวัลนั้นจะให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เพื่อให้เหมาะสมกับชื่อรางวัล "มหาชน" โดยเก็บคะแนนจากผลโหวตทั้ง 2 ช่องทาง คือ โหวตผ่านทางโทรศัพท์มือถือและโหวตผ่านทางนิตยสารมายาแชนแนล บุคคลใดได้รับการโหวตมากที่สุดก็จะได้รางวัลไปครอง สำหรับรางวัล มายา มหาชน 2017 ประกอบไปด้วย 39 รางวัล ดังต่อไปนี้ (ผู้ชนะจะขึ้น ตัวหนา)รางวัลประเภทเพลงและดนตรีเพลงประกอบละครยอดนิยมรางวัล. ประเภทเพลงและดนตรี. เพลงประกอบละครยอดนิยม. - เพลง ยิ่งห้ามยิ่งหวั่นไหว ขับร้องโดย Zeal เพลงประกอบละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง เพลิงพระนาง ขับร้องโดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลงประกอบละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - เพลง ใกล้แค่ลมหายใจ ขับร้องโดย วิชญาณี เปียกลิ่น เพลงประกอบละครเรื่อง ตะวันยอแสง ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง หัวใจคนรอ ขับร้องโดย รวิสรารัตน์ พิบูลภานุวัธน เพลงประกอบละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - เพลง คราม ขับร้องโดย Chanudom เพลงประกอบซีรีส์เรื่อง I HATE YOU I LOVE YOU ออกอากาศทางช่อง LINE TV และ GMM 25 - เพลง คู่คอง ขับร้องโดย ก้อง ห้วยไร่ เพลงประกอบละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง แพ้หัวใจตัวเอง ขับร้องโดย ว่าน วันวาน เพลงประกอบละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง รักไม่มีนิยาม ขับร้องโดย ใหม่ เจริญปุระ เพลงประกอบซีรีส์เรื่อง Club Friday The Series 8 รักแท้...มีหรือไม่มีจริง? ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - เพลง กลับมา ขับร้องโดย จิรากร สมพิทักษ์ เพลงประกอบละครเรื่อง ชะนีผีผลัก ออกอากาศทางช่อง ช่องเวิร์คพอยท์ 23 - เพลง หัวใจครึ่งดวง ขับร้องโดย อารยา เอ ฮาร์เก็ต, จรินทร์พร จุนเกียรติ, คริส หอวัง, พิจักขณา วงศารัตนศิลป์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด, ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์, ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล เพลงประกอบละครเรื่อง The Cupids บริษัทรักอุตลุด ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลง แค่มีเธอ ขับร้องโดย พิจิกา จิตตะปุตตะ เพลงประกอบละครเรื่อง ชีวิตเพื่อฆ่า หัวใจเพื่อเธอ ออกอากาศทางช่อง One 31นักร้องลูกทุ่งยอดนิยมนักร้องลูกทุ่งยอดนิยม. - ต่าย อรทัย - ป๊อปปี้ ปรัชญาลักษณ์ - จ๊ะ อาร์สยาม - ศิริพร อำไพพงษ์ - ใบเตย อาร์สยาม - หลิว อาจารียา - ตั๊กแตน ชลดา - หญิงลี ศรีจุมพล - เปาวลี พรพิมล - กระแต อาร์สยาม - ลำไย ไหทองคำ - จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ - ก้อง ห้วยไร่ - เบิ้ล ปทุมราช - ภูศิลป์ วารินรักษ์ - แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก - ไมค์ ภิรมย์พร - มนต์แคน แก่นคูน - ไผ่ พงศธร - เพชร สหรัตน์ - แซ็ค ชุมแพ - ไชยา มิตรชัยนักร้องสตริงยอดนิยมนักร้องสตริงยอดนิยม. - บงกช เจริญธรรม - นรารักษ์ ใจบำรุง - จินตนัดดา ลัมะกานนท์ - นิว จิ๋ว - ภัทรวี ศรีสันติสุข - ว่าน วันวาน - ระดับดาว ศรีระวงศ์ - ลุลา - วิชญาณี เปียกลิ่น - ธนิดา ธรรมวิมล - ญานนีน ภารวี ไวเกล - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร - ชนกันต์ รัตนอุดม - อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข - อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี - ลาบานูน - นครินทร์ กิ่งศักดิ์ - ปองกูล สืบซึ้ง - Helmetheads - The parkinson - Room 39 - ธงไชย แมคอินไตย์ประเภทรางวัลปกิณกะคนโทรทัศน์เกียรติยศ แห่งปี 2560ประเภทรางวัลปกิณกะ. คนโทรทัศน์เกียรติยศ แห่งปี 2560. - ปัญญา นิรันดร์กุลสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลยอดนิยมอันดับ 1 แห่งปี 2560สถานีโทรทัศน์ดิจิทัลยอดนิยมอันดับ 1 แห่งปี 2560. - ช่องเวิร์คพอยท์รายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด แห่งปี 2560​รายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด แห่งปี 2560​. - กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ออกอากาศทางช่อง 7สถานีข่าวโทรทัศน์ยอดเยี่ยม แห่งปี 2560​สถานีข่าวโทรทัศน์ยอดเยี่ยม แห่งปี 2560​. - ทีเอ็นเอ็น24รายการทีวีที่สร้างกระแสสังคม แห่งปี 2560​รายการทีวีที่สร้างกระแสสังคม แห่งปี 2560​. - The Face Thailand ออกอากาศทางช่อง 3วิเคราะห์ข่าวดีเด่น แห่งปี 2560วิเคราะห์ข่าวดีเด่น แห่งปี 2560. - วาสนา นาน่วม จากช่อง Spring Newsละครสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม แห่งปี 2560ละครสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม แห่งปี 2560. - น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ออกอากาศทางช่อง 3Best Healthy Star ดาราที่สุขภาพดี แห่งปี 2560​Best Healthy Star ดาราที่สุขภาพดี แห่งปี 2560​. - เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์The Best Come Back Star แห่งปี 2560The Best Come Back Star แห่งปี 2560. - สุวนันท์ ปุณณกันต์ จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7Rising Star ดาราหญิงมาแรง แห่งปี 2560Rising Star ดาราหญิงมาแรง แห่งปี 2560. - คามิลล่า กิตติวัฒน์Rising Star ดาราชายมาแรง แห่งปี 2560Rising Star ดาราชายมาแรง แห่งปี 2560. - ธนลภย์ ปรีดามาโนชรายการทีวีที่มาแรงที่สุดในประเทศรายการทีวีที่มาแรงที่สุดในประเทศ. - The Mask Singer หน้ากากนักร้อง - The Return of Superman ลูกจ๋า ป๊ะป๋ามาแล้ว - ตลาดสดพระราม 4 - กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน - ปริศนาฟ้าแลบ - The Face Thailand - I Can See Your Voice Thailand นักร้องซ่อนแอบ - Davinci เกมถอดรหัส - สับขาหลอก - The Bachelor Thailand ศึกรักสละโสด - The Love Machine วงล้อ ลุ้นรักดาราหญิงเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560ดาราหญิงเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560. - อุรัสยา เสปอร์บันด์ - คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ - อุษามณี ไวทยานนท์ - ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก - ณฐพร เตมีรักษ์ - นิษฐา จิรยั่งยืน - ดาวิกา โฮร์เน่ - ฝนทิพย์ วัชรตระกูล - ราณี แคมเปน - เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ - พัชราภา ไชยเชื้อดาราชายเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560ดาราชายเจ้าเสน่ห์ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560. - ปริญ สุภารัตน์ - เจมส์ มาร์ - จิรายุ ตั้งศรีสุข - ศุกลวัฒน์ คณารศ - ธนภพ ลีรัตนขจร - ณเดชน์ คูกิมิยะ - ณภัทร เสียงสมบุญ - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ - มาริโอ้ เมาเร่อ - ภัทรเดช สงวนความดี - อรรคพันธ์ นะมาตร์ดาราคู่ขวัญ(คู่จิ้น)ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560ดาราคู่ขวัญ(คู่จิ้น)ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560. - ณเดชน์ คูกิมิยะ + อุรัสยา เสปอร์บันด์ - ปริญ สุภารัตน์ + คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ - ภัทรเดช สงวนความดี + ฝนทิพย์ วัชรตระกูล - ราณี แคมเปน + จิรายุ ตั้งศรีสุข - พีรวัส แสงโพธิรัตน์ + ปราชญา เรืองโรจน์ - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ + จรินทร์พร จุนเกียรติ - ภูภูมิ พงศ์ภาณุ + พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ - มาริโอ้ เมาเร่อ + ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง - ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ + นิษฐา จิรยั่งยืน - ศุกลวัฒน์ คณารศ + พีชญา วัฒนามนตรี - ปรมะ อิ่มอโนทัย + คริส หอวังดาราสาวเซ็กซี่ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560ดาราสาวเซ็กซี่ ขวัญใจมหาชน แห่งปี 2560. - อคัมย์สิริ สุวรรณศุข - ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก - แซมมี่ เคาวเวลล์ - เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ - น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ - ฝนทิพย์ วัชรตระกูล - อภิษฎา เครือคงคา - กวินตรา โพธิจักร - ชลิตา ส่วนเสน่ห์ - นิดา พัชรวีระพงษ์ - พัชราภา ไชยเชื้อประเภทภาพยนตร์ดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์)ประเภทภาพยนตร์. ดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์). - อาภา ภาวิไล จากภาพยนตร์เรื่อง ปั๊มน้ำมันดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์)ดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์). - เฉลิมพล มาลาคำ จากภาพยนตร์เรื่อง I Love You ผู้ใหญ่บ้านดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์)ดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์). - ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง จากภาพยนตร์เรื่อง ฉลาดเกมส์โกงดารานำชาย ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์)ดารานำชาย ขวัญใจมหาชน (ภาพยนตร์). - บัวขาว บัญชาเมฆ จากภาพยนตร์เรื่อง ทองดีฟันขาวบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม. - ฉลาดเกมส์โกง เขียนบทโดย นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, ธนีดา หาญทวีวัฒนา และ วสุธร ปิยารมณ์ผู้กำกับภาพยนตร์ ขวัญใจมหาชนผู้กำกับภาพยนตร์ ขวัญใจมหาชน. - ชยนพ บุญประกอบ จากภาพยนตร์เรื่อง พรจากฟ้าภาพยนตร์ยอดนิยม ขวัญใจมหาชนภาพยนตร์ยอดนิยม ขวัญใจมหาชน. - ฉลาดเกมส์โกง จากค่าย GDH 559ประเภทผลงานดีเด่นด้านโทรทัศน์ผู้ประกาศข่าวหญิง ขวัญใจมหาชนประเภทผลงานดีเด่นด้านโทรทัศน์. ผู้ประกาศข่าวหญิง ขวัญใจมหาชน. - ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ จากช่อง 7ผู้ประกาศข่าวชาย ขวัญใจมหาชนผู้ประกาศข่าวชาย ขวัญใจมหาชน. - ภาษิต อภิญญาวาท จากช่อง 3พิธีกรหญิง ขวัญใจมหาชนพิธีกรหญิง ขวัญใจมหาชน. - พัชรศรี เบญจมาศ จากรายการ 3 แซ่บ - ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ จากรายการ วงล้อลุ้นรัก - ปวีณ์นุช แพ่งนคร จากรายการ เม้นท์ แอนด์ เมาท์ - ปาณิสรา อารยะสกุล จากรายการ ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์ - ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ จากรายการ Daily C3 - สุริวิภา กุลตังวัฒนา จากรายการ ตลาดสดพระราม 4 - พุทธชาด พงศ์สุชาติ จากรายการ ไอเลิฟไทยแลนด์ - สุมณทิพย์ ชี จากรายการ ตื่นมาคุย - วรัทยา นิลคูหา จากรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ว้าว ว้าว ว้าว - คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ จากรายการ ข่าวใส่ไข่ - นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล และ สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา จากรายการ Club Fridayพิธีกรชาย ขวัญใจมหาชนพิธีกรชาย ขวัญใจมหาชน. - กันต์ กันตถาวร จากรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง - ปัญญา นิรันดร์กุล จากรายการ ปริศนาฟ้าแลบ - ภูวนาท คุนผลิน จากรายการ ข่าวคลุกข้าว - เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา จากรายการ Tonight's The Night คืนสำคัญ - ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ จากรายการ จันทร์พันดาว - เกียรติ กิจเจริญ จากรายการ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน - ไตรภพ ลิมปพัทธ์ จากรายการ ทูเดย์โชว์ - วุฒิธร มิลินทจินดา จากรายการ ตื่นมาคุย - วราวุธ เจนธนากุล จากรายการ The Money Drop Thailand - สัญญา คุณากร จากรายการ สาบานว่าพูดจริง - วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล จากรายการดาวรุ่งหญิง ขวัญใจมหาชนดาวรุ่งหญิง ขวัญใจมหาชน. - ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด จากละครเรื่อง คงกระพันนารี ออกอากาศทางช่อง 3 - เดียร์น่า ฟลีโป จากละครเรื่อง เลือดรักทระนง ออกอากาศทางช่อง 3 - วิโอเลต วอเทียร์ จากละครเรื่อง O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้ ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - คามิลล่า กิตติวัฒน์ จากละครเรื่อง ชื่นชีวา ออกอากาศทางช่อง 7 - พิมประภา ตั้งประภาพร จากละครเรื่อง กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ ออกอากาศทางช่อง 7 - สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ จากซีรีส์เรื่อง U-Prince ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - นาตาลี ปณาลี จากละครเรื่อง ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ออกอากาศทางช่อง 3 - มุกดา นรินทร์รักษ์ จากละครเรื่อง ขมิ้นกับปูน ออกอากาศทางช่อง 7 - ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ จากละครเรื่อง คนละขอบฟ้า ออกอากาศทางช่อง 3 - ซอนญ่า สิงหะ จากละครเรื่อง ลูกตาลลอยแก้ว ออกอากาศทางช่อง 7 - ตรีชฎา เพชรรัตน์ จากละครเรื่องดาวรุ่งชาย ขวัญใจมหาชนดาวรุ่งชาย ขวัญใจมหาชน. - อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ จากละครเรื่อง คู่ซ่ารสแซ่บ ออกอากาศทางช่อง 7 - ปฐมพงศ์ เรือนใจดี จากซีรีส์เรื่อง Club Friday To Be Continue ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ จากละครเรื่อง ตะวันยอแสง ออกอากาศทางช่อง 3 - พีรวัส แสงโพธิรัตน์ จากซีรีส์เรื่อง SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง ออกอากาศทางช่อง One 31 - ธนลภย์ ปรีดามาโนช จากละครเรื่อง กามเทพหรรษา ออกอากาศทางช่อง 3 - กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา จากซีรีส์เรื่อง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ ปี 2 ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - เผ่าเพชร เจริญสุข จากซีรีส์เรื่อง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ ปี 2 ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - หลุยส์ เฮส์ดาร์ซัน จากละครเรื่อง หักลิ้นช้าง ออกอากาศทางช่อง 7 - กรภัทร์ เกิดพันธุ์ จากซีรีส์เรื่อง รุ่นพี่ Secret Love ออกอากาศทางช่อง One 31 - ปรมะ อิ่มอโนทัย จากละครเรื่อง กามเทพออกศึก ออกอากาศทางช่อง 3 - ปราชญา เรืองโรจน์ จากซีรีส์เรื่อง SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง ออกอากาศทางช่อง One 31ดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชนดาราสมทบหญิง ขวัญใจมหาชน. - รฐา โพธิ์งาม จากซิตคอมเรื่อง เสือ ชะนี เก้ง ออกอากาศทางช่อง One 31 - จรินทร์พร จุนเกียรติ จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - ศรศิลป์ มณีวรรณ์ จากละครเรื่อง ขมิ้นกับปูน ออกอากาศทางช่อง 7 - อาภา ภาวิไล จากละครเรื่อง หักลิ้นช้าง ออกอากาศทางช่อง 7 - น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ จากละครเรื่อง แต่ปางก่อน ออกอากาศทางช่อง One 31 - สุภัสสรา ธนชาต จากละครเรื่อง O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้ ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - หยาดทิพย์ ราชปาล จากละครเรื่อง นางทาส ออกอากาศทางช่อง 3 - ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ จากละครเรื่อง ริษยา ออกอากาศทางช่อง 7 - พรชิตา ณ สงขลา จากละครเรื่อง ทายาทอสูร ออกอากาศทางช่อง 3 - จีรนันท์ มะโนแจ่ม จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7ดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชนดาราสมทบชาย ขวัญใจมหาชน. - เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ จากละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - หลุยส์ สก๊อต จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - เคลลี่ ธนะพัฒน์ จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7 - ธนลภย์ ปรีดามาโนช จากละครเรื่อง กามเทพหรรษา ออกอากาศทางช่อง 3 - ธนภพ ลีรัตนขจร จากละครเรื่อง O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้ ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - เมทนี บุรณศิริ จากละครเรื่อง พริ้ง คนเริงเมือง ออกอากาศทางช่อง 7 - วิศรุต หิรัญบุศย์ จากละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - ปรมะ อิ่มอโนทัย จากละครเรื่อง The Cupids บริษัทรักอุตลุด ออกอากาศทางช่อง 3 - ชนะพล สัตยา จากละครเรื่อง ริษยา ออกอากาศทางช่อง 7 - โกสินทร์ ราชกรม จากละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทางช่อง 3 - ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จากละครเรื่องดารานำหญิง ขวัญใจมหาชนดารานำหญิง ขวัญใจมหาชน. - อคัมย์สิริ สุวรรณศุข จากละครเรื่อง ลิขิตริษยา ออกอากาศทางช่อง 7 - ณฐพร เตมีรักษ์ จากละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ จากละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทางช่อง 3 - วรนุช ภิรมย์ภักดี จากละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - พัชราภา ไชยเชื้อ จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - อุรัสยา เสปอร์บันด์ จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร จากละครเรื่อง ข้ามาคนเดียว ออกอากาศทางช่อง 7 - พีชญา วัฒนามนตรี จากละครเรื่อง คู่ซ่ารสแซ่บ ออกอากาศทางช่อง 7 - นิษฐา จิรยั่งยืน จากละครเรื่อง เพชรกลางไฟ ออกอากาศทางช่อง 3 - อุษามณี ไวทยานนท์ จากละครเรื่อง เพชรตัดเพชร ออกอากาศทางช่อง 7 - สุวนันท์ ปุณณกันต์ จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7ดารานำชาย ขวัญใจมหาชนดารานำชาย ขวัญใจมหาชน. - ณัฐวุฒิ สกิดใจ จากละครเรื่อง ตะวันยอแสง ออกอากาศทางช่อง 3 - ภัทรเดช สงวนความดี จากละครเรื่อง บัลลังก์หงส์ ออกอากาศทางช่อง 7 - จิรายุ ตั้งศรีสุข จากละครเรื่อง บ่วงหงส์ ออกอากาศทางช่อง 3 - เคลลี่ ธนะพัฒน์ จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ จากละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - ปริญ สุภารัตน์ จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - ศุกลวัฒน์ คณารศ จากละครเรื่อง เพชรตัดเพชร ออกอากาศทางช่อง 7 - ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ จากละครเรื่อง The Cupids บริษัทรักอุตลุด ออกอากาศทางช่อง 3 - มาริโอ้ เมาเร่อ จากละครเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ ออกอากาศทางช่อง 3 - ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ จากละครเรื่อง เพชฌฆาตดาวโจร ออกอากาศทางช่อง One 31 - ศรราม เทพพิทักษ์ จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7บทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยมบทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม. - เรือนพะยอม เขียนบทโดย เริงใจ ออกอากาศทางช่อง 7ผู้กำกับละคร ขวัญใจมหาชนผู้กำกับละคร ขวัญใจมหาชน. - พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง จากละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - วรวุฒิ นิยมทรัพย์ จากละครเรื่อง ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทางช่อง 3 - ธีระศักดิ์ พรหมเงิน จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - สันต์ ศรีแก้วหล่อ จากละครเรื่อง พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - อำไพพร จิตต์ไม่งง จากละครเรื่อง คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - ธงชัย ประสงค์สันติ จากละครเรื่อง ขมิ้นกับปูน ออกอากาศทางช่อง 7 - พลชย เมธา จากละครเรื่อง หักลิ้นช้าง ออกอากาศทางช่อง 7 - เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข จากซีรีส์เรื่อง O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้ ออกอากาศทางช่อง GMM 25 - ตะวัน จารุจินดา จากละครเรื่อง กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ ออกอากาศทางช่อง 7 - ชัยวุฒิ เทพวงศ์ จากละครเรื่อง นักบุญทรงกลด ออกอากาศทางช่อง 7 - สยาม สังวริบุตร จากละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7 - โอลิเวอร์ บีเวอร์ จากละครเรื่อง มือเหนือเมฆ ออกอากาศทางช่อง 7ละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชนละครยอดนิยม ขวัญใจมหาชน. - นางแค้น ออกอากาศทางช่อง เวิร์คพอยท์ 23 - คลื่นชีวิต ออกอากาศทางช่อง 3 - เพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 - พิษสวาท ออกอากาศทางช่อง One 31 - นาคี ออกอากาศทางช่อง 3 - ขมิ้นกับปูน ออกอากาศทางช่อง 7 - หักลิ้นช้าง ออกอากาศทางช่อง 7 - เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทางช่อง 3 - เพชรตัดเพชร ออกอากาศทางช่อง 7 - The Cupids บริษัทรักอุตลุด ออกอากาศทางช่อง 3 - น้ำเซาะทราย ออกอากาศทางช่อง 7
ใครได้รับรางวัลคนโทรทัศน์เกียรติยศแห่งปี 2560 จากงานมายา มหาชน 2017
{ "answer": [ "ปัญญา นิรันดร์กุล" ], "answer_begin_position": [ 3282 ], "answer_end_position": [ 3299 ] }
3,122
33,497
องค์การการค้าโลก องค์การการค้าโลก () เป็นองค์การนานาชาติสังกัดองค์การสหประชาชาติ (UN) ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงทางด้านการค้าระหว่างชาติ เป็นเวทีสำหรับการเจรจาต่อรอง ตกลงและขจัดข้อขัดแย้งในเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ทางการค้าและการบริการระหว่างประเทศสมาชิก องค์การการค้าโลกจัดตั้งขึ้นแทนความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าและภาษีศุลกากร เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2538 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีสมาชิก 164 ประเทศและดินแดน องค์การการค้าโลกมีงบประมาณปี พ.ศ. 2554 ทั้งสิ้น 197 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 7,000 ล้านบาท) มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสำนักเลขาธิการ 640 คน เลขาธิการคนปัจจุบันชื่อนายโรแบร์ตู อาเซเวดู องค์การการค้าโลก จะทำหน้าที่ดูแลข้อตกลงย่อย 3 ข้อตกลง คือ ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าและภาษีศุลกากร (General Agreement on Tariff and Trade; GATT) ที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้, ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการ (General Agreement on Trade in Services; GATS) และ ความตกลงว่าด้วยการค้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาของการค้า (The agreement on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights; TRIPS)
องค์การการค้าโลกเป็นองค์การนานาชาติที่สังกัดอยู่กับหน่วยงานใด
{ "answer": [ "องค์การสหประชาชาติ" ], "answer_begin_position": [ 151 ], "answer_end_position": [ 169 ] }
3,123
69,431
วรกาญจน์ โรจนวัชร วรกาญจน์ โรจนวัชร (หรือ วรฑิกานต์ โรจนวัชร) ชื่อเล่นว่า พั้นช์ (เกิดวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2527) เป็นนักร้องหญิงชาวไทย สังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีผลงานเด่น คือ เพลง "คำขอร้องของผู้หญิงตาดำ ๆ" , "เราคงต้องเป็นแฟนกัน", "ยิ่งกว่าเสียใจ" และ "วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล" เป็นต้น พั้นช์ วรกาญจน์เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว เริ่มร้องเพลงกับวงดนตรีของครอบครัวเมื่ออายุ 9 ปี หลังจากนั้นก็ร้องเพลงมาโดยตลอด จนกระทั่ง หลานของลุงชวนเธอเป็นนักร้องของวง Tiny Thai เพื่อประกวดโครงการ Nescafe' แม้ว่าจะไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่ก็มีแมวมองจากค่ายเพลงชื่อดังอย่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ติดต่อทางแม่ของพั้นช์ (แม่แตน) และได้ไปเทสต์เสียงในที่สุด พั้นช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร เป็นศิลปิน ที่มีความสามารถในการร้องเพลง ชีวิตของเธอผูกพันกับเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก เพราะ “ พั้นช์ ” เกิดในครอบครัวนักดนตรีที่เล่นเพลงตามงานต่าง ๆ เธอเริ่มร้องเพลงโดยเป็นนักร้องนำให้กับวงดนตรีของครอบครัวตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ตอนมัธยม พั้นช์เรียนอยู่ที่ โรงเรียน ฤทธิณรงค์รอน แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ และจบหลักสูตรนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตชีวิตส่วนตัว ชีวิตส่วนตัว. ด้านชีวิตส่วนตัวพั้นช์ คบหาดูใจกับ อรรถกร คูพัฒนาวิบูลย์ ชื่อเล่น ปลั๊ก แฟนหนุ่มนอกวงการ ที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 8 ปี ปัจจุบันสมรสกันแล้วจัดงานสมรสที่ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายเจ้าบ่าวประวัติ ประวัติ. ในปี พ.ศ. 2548 อัลบั้มแรกในชีวิตของสาวตาคม พั้นช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร กับอัลบั้มที่มีชื่อว่า "ผู้หญิงตาดำๆ" ซึ่งมีเพลงฮิตมากมาย เช่น "คำขอร้องของผู้หญิงตาดำๆ","เราคงต้องเป็นแฟนกัน", "ไม่ถือสา แต่ว่ารู้สึก","ไม่รักชั่งปะไร" และ "สัญญา" ออกวางแผงเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ซึ่งเสียงตอบรับใน อัลบั้มแรกเรียกได้ว่ากระแสแฟนเพลง ล้นหลามกันเลยทีเดียว จึงทำให้สาวพั้นช์แจ้งเกิดกับการเป็นนักร้องอย่างเต็มตัว มียอดขายถึง 800,000 ตลับ ต้องการอ้างอิง ในปีถัดมา พ.ศ. 2549 หลังจากแจ้งเกิดแบบเต็มตัวจากอัลบัมชุดแรก พั้นช์ก็ส่งอัลบั้มชุดที่สองตามมาติดๆ ในชื่อ "ผู้หญิงกลางสายฝน" แนวดนตรีมีความหนักแน่นด้วยเนื้อหาของบทเพลงมากขึ้น กับเพลง "ยิ่งกว่าเสียใจ" ซึ่งสามารถครองอันดับหนึ่งในคลื่น seed chart top 20 ได้ถึง 9 สัปดาห์เลยทีเดียว พร้อมทั้งยังมีเพลงฮิตติดชาร์ทอย่าง "เปลืองหัวใจ","วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล", "เดี๋ยวเหอะ" และ "คนไร้ค่าที่มาก่อน" มียอดขายอัลบั้มถึง 900,000 ตลับ ต้องการอ้างอิง ในปีเดียวกัน พั้นช์ได้ออกอัลบั้มต่อมาคืออัลบั้ม "วันพิเศษ" อัลบั้มพิเศษเนื่องในโอกาสขอบคุณแฟนเพลงที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ฉลองยอดขายซีดีแบบถล่มถลาย โดยมีเพลงเพราะๆ ที่โดนใจแฟนเพลงอย่างแรง "ให้ฉันเป็นคนสุดท้าย" และเพลง "ที่สูงวิวสวย" ซึ่งเป็นเพลงใหม่ที่บรรจุอยู่ในอัลบั้ม นอกเหนือจากนั้นเป็นเพลงดังจากสองชุดแรกมีเรียบเรียบใหม่ในรูปแบบอคูลสติก เวอร์ชัน พ.ศ. 2550 พั้นช์ ออกอัลบั้มกันมาอย่างต่อเนื่อง กับอัลบั้มชุดที่สาม ยังคงแนวเพลง และสไตล์เดิม กับอัลบั้ม "นักร้องเปื้อนฝุ่น" ผลงานเพลงที่แสดงให้ถึงพัฒนาการของสาวสวยคนนี้ ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ทางด้านของเสียงร้องที่เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ประจำตัว โดยมีเพลงฮิตติดชาร์ตอย่าง "แปลว่ายังหายใจ", "สาบานส่งๆ" , "ฟ้าลวง ฟ้าลืม" , "ยิ่งเฉย ยิ่งชอบ" และ "อย่าเป็นคนดีด้วยวิธีนี้เลย" พ.ศ. 2551 กับอัลบั้มที่สี่ "Woman Story (วูแมน สตอรี่ส์)"' ของพั้นช์ วรกาญจน์ เป็นสาวหกสไตล์หกลุค และปล่อยเพลงแรกที่มีชื่อว่า "นี่คือคนเสียใจ" เป็นเพลงอิตอันดับหนึ่งหลายๆชาร์ตอีกทั้ง ยังขึ้น Top5 เกือบทุกชาร์ตอีกด้วย นอกเหนือจากนี้ อัลบั้มชุดนี้ยังได้ทำมิวสิควีดีโอในรูปแบบ Story ถึง10เพลงด้วยกัน และในปีเดียวกัน พั้นช์ยังมีอัลบั้มสุดพิเศษอีก 1 อัลบั้ม เพลงรักของสาวพั้นช์ที่รวมเพลงฮิตตั้งแต่อัมบั้มแรกจนถึงอัลบั้มที่สี กับอัลบั้ม "พั้นช์ เพลงรัก" และอัลบั้มพิเศษอัลบั้มนี้ ยังมีเพลงพิเศษถึง2เพลง คือ "เพื่อน" จากภาพยนตร์เรื่อง รัก สาม เศร้า และเพลง จำเลยรัก จากละครรีเมคสุดฮิตเรื่อง จำเลยรัก ในปีเดียวกัน นอกเหนือจากงานเพลงแล้ว พั้นช์ยังได้มีผลงานทางจอเงิน กับภาพยนตร์เรื่องแรก โดยรับบทเป็น ส้ม นางเอกของเรื่อง คู่กับ "เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี" ในภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่อง โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต ของค่ายจีทีเอช พ.ศ. 2552 กับอัลบั้มที่ห้า "ปรากฏการณ์ธรรมชาติ" ได้ปล่อยซิงเกิ้ลแรกอย่างเพลง "เพื่อนกันวันสุดท้าย" ที่เพราะจับใจแฟนเพลงไม่น้อย พ.ศ. 2554 อัลบั้มที่หกของพั้นช์ ใช้ชื่อว่า "คนสนิท" ซึ่งในอัลบั้มนี้เธอเปิดตัวด้วยเพลงเร็ว คือเพลง "กรุณาอย่ามาแต่เสียง" ที่มากับความน่ารักสดใส ด้วยการเปลี่ยนลุคมาตัดผมหน้าม้าครั้งแรกในชีวิตของสาวพั้นช์ ได้ปล่อยกันมาติดๆ กับ เพลง "เก็บความห่วงใยไว้ใช้กับคนที่เธอรัก" ซึ่งเป็นแนวเพลงช้าๆ ที่พั้นช์ถนัด พ.ศ. 2556 กับอัลบั้มชุดที่เจ็ด ทั้งนี้อัลบั้มที่เจ็ดก็เป็นอีกอัลบั้มที่พั้นช์ภาคภูมิใจ ซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยออกมาให้แฟนๆได้ฟัง ได้แก่เพลง อย่าปล่อยให้ฉันฝันไปคนเดียว (เพลงประกอบละครเรื่อง ท่านชายในสายหมอก) ที่พั้นช์ได้เล่นเป็นนางเอกคู่กับพระเอกหล่อ หลุยส์ สก็อต ทางช่อง 3 ต่อมาเพลงที่สองจังหวะมันๆ ชวนเต้นไปกับ สาวพั้นช์ จุดประสงค์ไม่ชัดเจน ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแฟนเพลง นอกเหนือจากงานเพลงแล้ว พั้นช์ยังมีผลงานละครโทรทัศน์ ผลงานการถ่ายแบบอีกมากมาย ถือเป็นนักร้อง นักแสดงที่มากความสามารถอีกคนในวงการบันเทิงเลยก็ว่าได้การศึกษาการศึกษา. - ป.1 - ป.6 โรงเรียนประถมทวีธาภิเศก - ม.1 - ม.6 โรงเรียนฤทธิณรงค์รอน แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ - จบจากวิทยาลัยพาณิชย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาผลงานเพลงที่มีชื่อเสียง ผลงาน. เพลงที่มีชื่อเสียง. 1. เราคงต้องเป็นแฟนกัน 2. คำขอร้องของผู้หญิงตาดำๆ 3. สัญญา 4. ฉันกลัว (เธอรักไม่ได้) 5. ไม่ถือสาแต่ว่ารู้สึก 6. นายยังมีเรา 7. ยิ่งกว่าเสียใจ 8. เปลืองหัวใจ 9. คนไร้ค่าที่มาก่อน 10. เดี๋ยวเหอะ 11. อย่าเป็นคนดีด้วยวิธีนี้เลย 12. ตาแดงแดง (ร่วมกับ: พลพล พลกองเส็ง) 13. อ้วนดำ (ร่วมกับ: พลพล พลกองเส็ง) 14. วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล 15. แม่ของเรา 16. เธอทำให้ฉันคิดถึงแต่เธอ (ร่วมกับ: อรรถพล ประกอบของ) (OST. ทัดดาวบุษยา) 17. เส้นทางแห่งความรัก (OST. ทัดดาวบุษยา) 18. กรุณาอย่ามาแต่เสียง 19. นี่คือ...คนเสียใจ 20. เจ็บไหม 21. แปลว่ายังหายใจ 22. จุดประสงค์ไม่ชัดเจน 23. ฟ้าลวง ฟ้าลืม 24. สาบานส่งๆ 25. ยิ่งเฉย ยิ่งชอบ 26. เก็บความห่วงใยไว้ใช้กับคนที่เธอรัก 27. เวลาส่วนตัว 28. อธิบายไม่ถูกแต่รู้สึกดี 29. แล้วเขาว่าไง 30. ลืมไม่ลง คงไม่ลืม 31. ใช้เป็นเหตุผลได้ไหม 32. เกลียดคำขอโทษ (ร่วมกับ: นครินทร์ กิ่งศักดิ์) (OST. โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต) 33. จำเลยรัก (OST. จำเลยรัก) 34. เพื่อน (OST. รักสามเศร้า) 35. ไม่เคยอยู่ในสายตา (OST. รักสุดฤทธิ์) 36. เพื่อนกันวันสุดท้าย 37. ผู้เคราะห์ร้าย ฯลฯผลงานอัลบั้มอัลบั้มรวมฮิตอัลบั้มรวมฮิต. - พั้นช์ & พลพล : รวมเพลงฮิตของพั้นช์ และ พลพล พลกองเส็ง มีเพลงพิเศษของพั้นช์คือเพลง "แม่ของเรา" (2550) - พั้นช์ เพลงรัก : รวมเพลงฮิตของพั้นช์โดยเพิ่มเพลงประกอบภาพยนตร์ รัก/สาม/เศร้า คือเพลง "เพื่อน"(2551) - Punch Best Collection : เพิ่มเพลงประกอบละคร รักสุดฤทธิ์ 2 เพลง (2556)เพลงพิเศษ เพลงพิเศษ. โครงการเมาไม่ขับ Anti Alcohol- เพลง ไม่อยากมีแฟนแบบนี้ เพลงพิเศษคณะการปกครองในระบอบประชาธิปไตย- เพลง พรุ่งนี้ต้องดีกว่า เพลงพิเศษกระทรวงวัฒนธรรม- เพลง ตามรอยพระราชา ร่วมกับ ณัฐ ศักดาทร และ ฟิล์ม บงกชผลงานละครโทรทัศน์ผลงานการแสดงภาพยนตร์ผลงานละครโทรทัศน์. ผลงานการแสดงภาพยนตร์. - พ.ศ. 2551 ภาพยนตร์ โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต รับบทเป็น...ส้ม - พ.ศ. 2561 ภาพยนตร์ ตีสาม Aftershock ตอน ทางด่วน รับบทเป็น...พิมพร อมรรัตนะ/พิมรางวัลที่เคยได้รับรางวัลที่เคยได้รับ. - รองอันดับหนึ่ง การแข่งขันวงดนตรีระดับโลก - Entertainer ยอดเยี่ยม การแข่งขันวงดนตรีระดับโลก ปี 2549- อัลบั้มแห่งปี "ผู้หญิงกลางสายฝน" Virgin Awards 2006 - รางวัลศิลปินหญิงยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี จากเวที Seed Awards 2006 - EBM Music Awards 6 สาขา ปี 2550- รางวัลเพลงhit ติดchart เพลงแปลว่ายังหายใจ ปี 2551- รางวัล ลูกกตัญญู 3 รางวัล - เข้าชิง Seed Awards ครั้งที่ 3 สาขา รางวัลศิลปินหญิงยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี - รางวัล Star Idol Award 2008 สาขานักร้องต้นแบบ - เข้าชิงรางวัล Top Awards 2008 สาขานักร้องยอดเยี่ยม ปี 2552- Soizaa Awards 2009 สาขานักร้องหญิงยอดนิยม - Soizaa Awards 2009 สาขานักร้องหญิง สาขาเพลง ป๊อป ยอดนิยม - Top Awards 2008 สาขา นักแสดงหญิงดาวรุ่งยอดนิยม (ภาพยนตร์) - Gmember awards สาขา สุดยอดเมาท์ทูเมาท์มันฮาแห่งปี 2009 - เข้าชิง Nine entertain awards 2009 สาขานักร้องหญิงแห่งปี ปี 2553- เข้าชิง Seed Awards ครั้งที่ 5 สาขา รางวัลศิลปินหญิงยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี - เข้าชิง เฉลิมกรุง อวอร์ด สาขา ศิลปินหญิงแห่งปี - เข้าชิง Nine entertain awards 2010 สาขานักร้องหญิงแห่งปี ปี 2555- เข้าชิง Gmember awards 2011 สาขา สุดยอดศิลปินหญิงแห่งปี ปี 2556- เข้าชิง Gmember awards 2013 สาขา สุดยอดศิลปินหญิงแห่งปี และสาขา สุดยอดเพลงประกอบละครแห่งปี จากเพลง อย่าปล่อยให้ฉันฝันไปคนเดียว (เพลงประกอบละคร ท่านชายในสายหมอก) ปี 2557- รางวัลศิลปินหญิงยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี จากเวที Seed Awards ครั้งที่9 - Gmember awards 2014 สาขา สุดยอดศิลปินหญิงแห่งปี - เข้าชิง Bang Music Awards 2014 สาขา ศิลปินหญิงยอดเยี่ยม - ดาวเมขลา ครั้งที่ 2 พ.ศ 2557 สาขารางวัลดาราศิลปินเพลงไทยสากลยอดนิยม - เพชรในเพลง ประจำปีพ.ศ 2557 รางวัลชมเชยผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง ดีเด่นด้านภาษาไทย จากเพลงไม่เคยอยู่ในสายตา (เพลงประกอบละคร รักสุดฤทธิ์) ปี 2558- เข้าชิง สีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 26 สาขา ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม
สามีของพั้นช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร มีชื่อว่าอะไร
{ "answer": [ "อรรถกร คูพัฒนาวิบูลย์" ], "answer_begin_position": [ 1176 ], "answer_end_position": [ 1197 ] }
3,124
627,156
วุ้นมะพร้าว วุ้นมะพร้าว หรือ วุ้นสวรรค์ () เป็นขนมชนิดหนึ่งที่มีลักษณะหนึบ ๆ สีใส และลักษณะคล้ายเยลลี่ ผลิตจากการหมักน้ำมะพร้าวผ่านประมวลการทำให้แข็งตัวจนกลายเป็นเซลลูโลสโดยใช้ Acetobacter xylinum เชื่อกันว่าวุ้นมะพร้าวมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งที่นั่น วุ้นมะพร้าวเป็นขนมหวานที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยสามารถกินกับของดอง เครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ ไอศกรีม พุดดิง และผลไม้รวมได้ แผ่นวุ้นที่เกิดจากการหมักโดยจุลินทรีย์ A. xylinum เป็นพอลิเมอร์ของน้ำตาลกลูโคสต่อกันด้วยพันธะบีตา-1,4 ไกลโคซิดิก (b-1,4 glycosidic bond) หรืออาจเรียกว่าเป็นเนื้อเยื่อประเภทเซลลูโลส จากโครงสร้างทางเคมีของวุ้นน้ำมะพร้าวทำให้น้ำย่อยหรือเอนไซม์ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยได้  จึงถูกจัดเป็นสารอาหารประเภทเส้นใยอาหาร (dietary fiber) และจากคุณสมบัตินี้จึงทำให้สามารถใช้วุ้นน้ำมะพร้าวเป็นส่วนของอาหารในการลดน้ำหนักได้ และมีประโยชน์ในแง่การส่งเสริมสุขภาพช่วยระบบขับถ่าย วุ้นน้ำมะพร้าวสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารคาวหวานได้หลายชนิด เช่น วุ้นลอยแก้วรวมมิตร นำมาแทนน้ำปลาหมึกหรือแมงกะพรุนในอาหารประเภทต่าง ๆ  นอกจากนี้ยังนิยมนำมาผสมในเยลลี่ โยเกิร์ต และไอศกรีม
วุ้นมะพร้าวมีต้นกำเนิดมากจากประเทศใด
{ "answer": [ "ฟิลิปปินส์" ], "answer_begin_position": [ 327 ], "answer_end_position": [ 337 ] }
3,125
50,545
ปลากระเบนแมนตา ปลากระเบนแมนตา หรือ ปลากระเบนราหู () เป็นปลากระดูกอ่อนจำพวกหนึ่ง จัดเป็นปลากระเบนที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาจมีความกว้างช่วงปีก (ครีบหู) ได้ถึง 6.7 เมตร หรือ 22 ฟุต มีน้ำหนักได้ถึง 1,350 กิโลกรัม หรือ 3,000 ปอนด์ อาศัยอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนทั่วโลก โดยเฉพาะรอบ ๆ แนวปะการัง จัดอยู่ในสกุล Manta (เป็นภาษาสเปนแปลว่า "ผ้าห่ม") ในวงศ์ปลากระเบนนก (Myliobatidae) เดิมทีแล้ว ปลากระเบนแมนตาถูกจัดอยู่ในวงศ์ Mobulidae แต่ในปัจจุบันรวมอยู่ในวงศ์ปลากระเบนนก โดยทั่วไปปลากระเบนแมนตาจะมีหลังสีดำและท้องสีขาว แต่อาจพบตัวที่มีหลังสีฟ้าได้บ้าง ตาอยู่บริเวณข้างหัว และต่างจากปลากระเบนทั่วไป ปากอยู่ทางด้านหน้าของหัว มีช่องเหงือก 5 คู่ เหมือนปลากระเบนทั่วไป ครีบหูพัฒนาเป็น ติ่งลักษณะคล้ายเขา หรือที่เรียกว่าครีบหัว อยู่บริเวณด้านหน้าของหัวแบน ๆ ครีบดังกล่าวเจริญขึ้นในช่วงตัวอ่อน เลื่อนมาอยู่รอบปาก ทำให้เป็นหนึ่งในสัตว์มีกระดูกสันหลังมีขากรรไกร ที่มีรยางค์พิเศษอันเป็นที่รู้จักมากที่สุดชนิดหนึ่ง (อีกชนิดคือ เต่าหก ((Manouria emys)) โดยเขาที่อ่อนนุ่มนี้มีไว้สำหรับโบกพัดเอาน้ำเข้าปาก เพื่อกินแพลงก์ตอน และเพื่อจะฮุบน้ำจำนวนมากต้องว่ายอ้าปากและพัดอาหารเข้าปากอยู่เสมอ ปลากระเบนแมนตาเคยหาอาหารตามพื้นท้องทะเลมาก่อน ก่อนที่จะวิวัฒนาการมาเป็นกรองกินแพลงก์ตอนตามทะเลเปิดในปัจจุบัน ทำให้สามารถเจริญเติบโตได้จนมีขนาดใหญ่มากกว่าปลากระเบนชนิดอื่น ๆ ลักษณะการกรองกินทำให้ฟันลดขนาดลงเป็นซี่เล็ก ๆ ส่วนใหญ่แอบอยู่ใต้ผิว คล้ายกับปลากระเบนทั่วไป มีหางเป็นเส้นยาว แต่หากปราศจากเงี่ยงที่ส่วนหาง และเกล็ดแหลมหุ้มลำตัวก็มีขนาดเล็กลง แทนที่ด้วยเมือกหนาหุ้มร่างกาย ส่วนท่อน้ำออกมีขนาดเล็กและไม่ทำหน้าที่ น้ำทั้งหมดไหลเข้าสู่ปากแทน เพื่อการว่ายน้ำที่ดี ปลากระเบนแมนตาวิวัฒนาการรูปร่างร่างกายให้เป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด และมีการพัฒนาครีบให้คล้ายปีกสำหรับโบยบินในท้องทะเล ขนาดตัวยักษ์ใหญ่และความเร็วชนิดใกล้เคียงจรวด ทำให้ปลากระเบนแมนตามีศัตรูตามธรรมชาติน้อยมาก โดยที่ศัตรูของปลากระเบนแมนตาในน่านน้ำไทยกลุ่มเดียว คือวาฬเพชรฆาต (Orcinus orca) และวาฬเพชรฆาตเทียม (Pseudorca crassidens) แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานแน่นอน โดยปกติแล้วกินแพลงก์ตอน, ตัวอ่อนปลา และสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ทั่วไปโดยการกรองน้ำที่ไหลเข้าสู่ปากโดยใช้ซี่เหงือก ซึ่งเรียกว่า แรม-เจ็ต (Ram-jet) ปลากระเบนแมนตา เดิมถูกจัดเป็นเพียงปลาชนิดเดียว และปัจจุบันถูกจำแนกออกเป็น 2 ชนิด เมื่อไม่นานมานี้ ได้แก่- ปลากระเบนแมนตาแนวปะการัง (Manta alfredi) - ปลากระเบนแมนตามหาสมุทร (Manta birostris‎) โดยมีความแตกต่างกันทางรูปร่างภายนอก และพฤติกรรมบางประการเล็กน้อย และอาจเป็นไปได้ว่ามีชนิดที่ 3 อีก ที่ขณะนี้ยังไม่ได้ถูกจำแนก โดยพบที่แคริบเบียน แต่ก็มีนักอนุกรมวิธานบางรายเสนอให้ยุบสกุล Manta ไปรวมกับสกุล Mobula หรือปลากระเบนปีศาจแทน ปลากระเบนแมนตาทั้ง 2 ชนิด สามารถถูกพบเห็นได้บ่อยตามแนวปะการังของมหาสมุทรอินเดีย โดยเฉพาะหมู่เกาะมัลดีฟส์, หมู่เกาะสุรินทร์ รวมไปถึงหมู่เกาะสิมิลันของไทย โดยเฉพาะ หินแดง, เกาะบอน, เกาะตอรินลา, และเกาะตาชัย พบได้บ่อยในทางด้านอ่าวไทยเช่นกัน เช่น หินใบ, เกาะพงัน และกองหินโลซินอันห่างไกล ปลากระเบนแมนตาเป็นปลาอีกชนิดที่นักดำน้ำต้องการที่จะพบเห็นมากที่สุด ซึ่งมักจะถูกพูดถึงร่วมกับปลาฉลามวาฬ (Rhincodon typus) เสมอ นอกจากนี้ ปลากระเบนแมนตายังเป็นปลากระเบนเพียงไม่กี่ชนิด ที่ไม่มีเงี่ยงพิษที่โคนหางเหมือนปลากระเบนชนิดอื่น ๆ
ปลากระเบนแมนตามีชื่อเรียกอีกชื่อว่าอะไร
{ "answer": [ "ปลากระเบนราหู" ], "answer_begin_position": [ 122 ], "answer_end_position": [ 135 ] }
3,129
50,545
ปลากระเบนแมนตา ปลากระเบนแมนตา หรือ ปลากระเบนราหู () เป็นปลากระดูกอ่อนจำพวกหนึ่ง จัดเป็นปลากระเบนที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาจมีความกว้างช่วงปีก (ครีบหู) ได้ถึง 6.7 เมตร หรือ 22 ฟุต มีน้ำหนักได้ถึง 1,350 กิโลกรัม หรือ 3,000 ปอนด์ อาศัยอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนทั่วโลก โดยเฉพาะรอบ ๆ แนวปะการัง จัดอยู่ในสกุล Manta (เป็นภาษาสเปนแปลว่า "ผ้าห่ม") ในวงศ์ปลากระเบนนก (Myliobatidae) เดิมทีแล้ว ปลากระเบนแมนตาถูกจัดอยู่ในวงศ์ Mobulidae แต่ในปัจจุบันรวมอยู่ในวงศ์ปลากระเบนนก โดยทั่วไปปลากระเบนแมนตาจะมีหลังสีดำและท้องสีขาว แต่อาจพบตัวที่มีหลังสีฟ้าได้บ้าง ตาอยู่บริเวณข้างหัว และต่างจากปลากระเบนทั่วไป ปากอยู่ทางด้านหน้าของหัว มีช่องเหงือก 5 คู่ เหมือนปลากระเบนทั่วไป ครีบหูพัฒนาเป็น ติ่งลักษณะคล้ายเขา หรือที่เรียกว่าครีบหัว อยู่บริเวณด้านหน้าของหัวแบน ๆ ครีบดังกล่าวเจริญขึ้นในช่วงตัวอ่อน เลื่อนมาอยู่รอบปาก ทำให้เป็นหนึ่งในสัตว์มีกระดูกสันหลังมีขากรรไกร ที่มีรยางค์พิเศษอันเป็นที่รู้จักมากที่สุดชนิดหนึ่ง (อีกชนิดคือ เต่าหก ((Manouria emys)) โดยเขาที่อ่อนนุ่มนี้มีไว้สำหรับโบกพัดเอาน้ำเข้าปาก เพื่อกินแพลงก์ตอน และเพื่อจะฮุบน้ำจำนวนมากต้องว่ายอ้าปากและพัดอาหารเข้าปากอยู่เสมอ ปลากระเบนแมนตาเคยหาอาหารตามพื้นท้องทะเลมาก่อน ก่อนที่จะวิวัฒนาการมาเป็นกรองกินแพลงก์ตอนตามทะเลเปิดในปัจจุบัน ทำให้สามารถเจริญเติบโตได้จนมีขนาดใหญ่มากกว่าปลากระเบนชนิดอื่น ๆ ลักษณะการกรองกินทำให้ฟันลดขนาดลงเป็นซี่เล็ก ๆ ส่วนใหญ่แอบอยู่ใต้ผิว คล้ายกับปลากระเบนทั่วไป มีหางเป็นเส้นยาว แต่หากปราศจากเงี่ยงที่ส่วนหาง และเกล็ดแหลมหุ้มลำตัวก็มีขนาดเล็กลง แทนที่ด้วยเมือกหนาหุ้มร่างกาย ส่วนท่อน้ำออกมีขนาดเล็กและไม่ทำหน้าที่ น้ำทั้งหมดไหลเข้าสู่ปากแทน เพื่อการว่ายน้ำที่ดี ปลากระเบนแมนตาวิวัฒนาการรูปร่างร่างกายให้เป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด และมีการพัฒนาครีบให้คล้ายปีกสำหรับโบยบินในท้องทะเล ขนาดตัวยักษ์ใหญ่และความเร็วชนิดใกล้เคียงจรวด ทำให้ปลากระเบนแมนตามีศัตรูตามธรรมชาติน้อยมาก โดยที่ศัตรูของปลากระเบนแมนตาในน่านน้ำไทยกลุ่มเดียว คือวาฬเพชรฆาต (Orcinus orca) และวาฬเพชรฆาตเทียม (Pseudorca crassidens) แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานแน่นอน โดยปกติแล้วกินแพลงก์ตอน, ตัวอ่อนปลา และสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ทั่วไปโดยการกรองน้ำที่ไหลเข้าสู่ปากโดยใช้ซี่เหงือก ซึ่งเรียกว่า แรม-เจ็ต (Ram-jet) ปลากระเบนแมนตา เดิมถูกจัดเป็นเพียงปลาชนิดเดียว และปัจจุบันถูกจำแนกออกเป็น 2 ชนิด เมื่อไม่นานมานี้ ได้แก่- ปลากระเบนแมนตาแนวปะการัง (Manta alfredi) - ปลากระเบนแมนตามหาสมุทร (Manta birostris‎) โดยมีความแตกต่างกันทางรูปร่างภายนอก และพฤติกรรมบางประการเล็กน้อย และอาจเป็นไปได้ว่ามีชนิดที่ 3 อีก ที่ขณะนี้ยังไม่ได้ถูกจำแนก โดยพบที่แคริบเบียน แต่ก็มีนักอนุกรมวิธานบางรายเสนอให้ยุบสกุล Manta ไปรวมกับสกุล Mobula หรือปลากระเบนปีศาจแทน ปลากระเบนแมนตาทั้ง 2 ชนิด สามารถถูกพบเห็นได้บ่อยตามแนวปะการังของมหาสมุทรอินเดีย โดยเฉพาะหมู่เกาะมัลดีฟส์, หมู่เกาะสุรินทร์ รวมไปถึงหมู่เกาะสิมิลันของไทย โดยเฉพาะ หินแดง, เกาะบอน, เกาะตอรินลา, และเกาะตาชัย พบได้บ่อยในทางด้านอ่าวไทยเช่นกัน เช่น หินใบ, เกาะพงัน และกองหินโลซินอันห่างไกล ปลากระเบนแมนตาเป็นปลาอีกชนิดที่นักดำน้ำต้องการที่จะพบเห็นมากที่สุด ซึ่งมักจะถูกพูดถึงร่วมกับปลาฉลามวาฬ (Rhincodon typus) เสมอ นอกจากนี้ ปลากระเบนแมนตายังเป็นปลากระเบนเพียงไม่กี่ชนิด ที่ไม่มีเงี่ยงพิษที่โคนหางเหมือนปลากระเบนชนิดอื่น ๆ
ปลากระเบนแมนตา มีช่องเหงือกกี่คู่
{ "answer": [ "5" ], "answer_begin_position": [ 705 ], "answer_end_position": [ 706 ] }
3,126
160,723
เมทัลลิกา เมทัลลิกา () เป็นวงเฮฟวี่เมทัลสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1981 ในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เมทัลลิกาได้เริ่มขึ้นเมื่อเจมส์ เฮตฟีลด์ (ร้องนำ/กีตาร์หลัก) ได้เข้าร่วมวงตามประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของลาร์ส อุลริช (กลองชุด) กระทั่งในเวลาต่อมาก็มีสมาชิกเพิ่มเข้ามาอีก 2 คน คือ เดฟ มัสเทน (กีตาร์หลัก) และ รอน แม็คกอฟนีย์ (เบส) ต่อมารอน แม็คกอฟนีย์ ถูกไล่ออกจากวง ทางวงได้ คลิฟฟ์ เบอร์ตันมาแทนที่ และต่อมา เดฟ มัสเทน ก็ถูกไล่ออกจากวงเช่นกัน ทางวงได้ตัว เคิร์ก แฮมเมตต์ จากวงเอ็กโซดัส มาแทนที่ในตำแหน่งกีตาร์หลัก ต่อมาในปี ค.ศ. 1986 คลิฟฟ์ เบอร์ตัน ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต เจสัน นิวสเตด จากวงโฟลตซัม แอนด์ เจทซัม ได้เข้ามาแทนที่ในตำแหน่งมือเบสของวง เจสัน นิวสเตด ได้ลาออกจากวงในปี ค.ศ. 2001 และถูกแทนที่โดยโรเบิร์ต ทรูฮีโย อดีตมือเบสของออซซี ออสบอร์น จนถึงปัจจุบัน วงได้นำเสนอการบรรเลงดนตรีด้วยเทคนิคที่ก้าวร้าวและจังหวะอันรวดเร็ว ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในวงผู้บุกเบิกและมีอิทธิพลอย่างสูงต่อวงการแทรชเมทัล หรือที่รู้จักกันดีในกลุ่ม "บิ๊กโฟว์" ที่ประกอบไปด้วยวงแทรชเมทัลอื่นอีก 3 วงคือ สเลเยอร์ เมกาเดธ และแอนแทรกซ์ เมทัลลิกา เริ่มต้นจากการเป็นเพียงวงดนตรีใต้ดิน สู่การประสบความสำเร็จระดับหนึ่งใน 4 อัลบั้มแรก โดยเฉพาะในอัลบั้มที่ 3 Master of Puppets (ค.ศ. 1986) ที่รับการยกย่องให้เป็น "หนึ่งในอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลและหนักที่สุดอัลบั้มหนึ่งในวงการแทรชเมทัล" วงยังคงเดินหน้าปูชื่อเสียงและผลสำเร็จในอัลบั้มที่ 5 คืออัลบั้ม Metallica หรือที่รู้จักกันในชื่อ อัลบั้มดำ (Black album) (ค.ศ. 1991) ซึ่งได้ผลตอบรับอย่างสูงจากแฟนคลับ ด้วยการขึ้นชาร์ตอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 นับตั้งแต่เปิดตัว ภายหลังการปล่อยอัลบั้มดำ 3 อัลบั้มต่อมา คือ Load (ค.ศ. 1996) Reload (ค.ศ. 1997) และ St. Anger (ค.ศ. 2003) วงได้ลดความเป็นแทรชเมทัลลง จนในท้ายสุดวงได้ออกอัลบั้ม Death Magnetic (2008) ซึ่งถือเป็นการกลับสู่แนวแทรชเมทัลอีกครั้งของวง และในปี ค.ศ. 2009 เมทัลลิกาก็ได้รับการยกเข้าสู่หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล เมทัลลิกาได้ออกสตูดิโออัลบั้มมาแล้วทั้งหมด 9 อัลบั้ม อัลบั้มแสดงสด 4 อัลบั้ม ส่วนเพิ่มเติมอีก 5 มิวสิกวีดีโอ 26 วีดีโอ และ 37 ซิงเกิล วงได้รับรางวัลแกรมมีถึง 8 รางวัล และ 5 อัลบั้มจากทั้งหมดของวง ล้วนสามารถไต่ขึ้นชาร์ตอันดับที่ 1 บนบิลบอร์ด 200 โดยเพียงแค่ อัลบั้มดำ หรือ อัลบั้ม เมทัลลิกา สามารถจำหน่ายได้กว่า 16 ล้านชุดในสหรัฐ ทำให้กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงที่แห่งยุคในระบบนีลเซน ซาวด์สแกน นอกจากนี้วงยังเป็นหนึ่งในศิลปินที่มียอดจำหน่ายอัลบั้มโดยรวมสูงที่สุดตลอดกาล ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 110 ล้านชุดทั่วโลก เมทัลลิกายังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในศิลปินวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลจากหลายนิตยสาร รวมถึงนิตยสารโรลลิงสโตน ซึ่งได้จัดอันดับที่ 61 ในหัวข้อ "100 ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 เมทัลลิกาได้กลายเป็นศิลปินที่มียอดจำหน่ายโดยรวมในระบบนีลเซน ซาวด์สแกน มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 นับตั้งแต่จำหน่ายในปี ค.ศ. 1991 ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 54.26 ล้านอัลบั้มในสหรัฐที่เดียว ในปี ค.ศ. 2016 วงได้มีการเตรียมออกอัลบั้มที่ 10 ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวภายหลังปีนั้นประวัติก่อตั้งและช่วงปีแรก ประวัติ. ก่อตั้งและช่วงปีแรก. เมทัลลิกาได้ก่อขึ้นที่เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1981 เมื่อ ลาร์ส อุลริช มือกลองสัญชาติเดนมาร์ก ได้ติดประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งนามว่า "เดอะรีไซเคอร์" (The Recycler) โดยมีการพาดข้อความไว้ว่า "มือกลองกำลังหานักดนตรีแนวเมทัล แบบวงไทเกอรส์ออฟแพนแทง (Tygers of Pan Tang), ไดมอนเฮด (Diamond Head) และไอเอิร์นเมเดน" จนในที่สุดก็ได้ เจมส์ เฮตฟีลด์ และ ฮิวจ์ แทนเนอร์ (Hugh Tanner) จากวง ลีเทอร์ชาร์ม ตอบรับ อุลลิช ได้ทำหน้าที่ติดต่อไปยังหัวหน้าค่ายเพลงเมทัลเบลด นามว่า ไบรอัน สลาเกล (Brian Slagel ) ถึงการบันทึกเสียงเพลงให้กับค่าย ในอัลบั้มโปรเจกต์อัลบั้มรวบรวมเพลง ที่ชื่อว่า เมทัลมาสซาเคอ (Metal Massacre) ซึ่งในเวลาต่อมาเป็นที่รู้จักในฐานะอัลบั้มรวมเพลงที่แจ้งเกิดให้กับวงเมทัลที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันหลายวง สลาเกลได้ตอบรับและอุลลิชก็ได้จ้างเฮตฟีลด์ทำหน้าที่ในฐานะร้องนำและมือริทึมกีตาร์ วงได้รับการก่อตั้งอย่างเป็นทางการอย่างแท้จริงในเดือน ตุลาคม ค.ศ. 1981 ห้าเดือนภายหลังการพบกันครั้งแรกของอุลลิชและเฮทฟิลด์ อุลลิชได้พูดคุยกับรอน ควินตานา (Ron Quintana) เพื่อนของเขา เพื่อช่วยกันระดมคิดชื่อ ในที่สุดก็ได้ชื่อให้เลือกมา 2 ชื่อ คือ เมทัลมาเนีย (MetalMania) และเมทัลลิกา อุลลิชจึงตัดสินใจเลือกเมทัลลิกา ในเวลาต่อมาอุลลิชในลงโฆษณาอีกรอบในเดอะไซเคอร์ เพื่อหามือกีตาร์หลัก จนเดฟ มัสเทน ได้ตอบรับข้อเสนอ ในปี ค.ศ. 1982 เมทัลลิกาได้บันทึกเสียงครั้งแรกคือ Hit the Lights ให้กับ เมทัลมาสซาเคอที่หนึ่ง (Metal Massacre I) เฮทฟิลด์ทำหน้าที่มือเบสในเพลงและลอยด์ แกรนต์ (Lloyd Grant) ทำหน้าที่โซโล่กีตาร์ อัลบั้มได้เปิดตัวในวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1982 แต่ในช่วงแรกอัลบั้มได้ใส่ชื่อวงผิดคือใส่ตัว "t" เพิ่มไปหนึ่งตัว (Mettallica) ทำให้สมาชิกวงฉุนเฉียวไปพอสมควร วงได้แสดงสดครั้งแรกในวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1982 ที่เมืองเรดิโอ ในอนาไฮม์ แคลิฟอร์เนีย โดยได้ว่าจ้าง รอน แม็คกอฟนีย์ ทำหน้าที่มือเบส ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ทำให้วงได้สัมผัสผลสำเร็จตั้งแต่แรก จนวงได้รับการรับเลือกให้วงร่วมบรรเลงในทัวร์คอนเสิร์ตสหรัฐปี ค.ศ. 1982 ของวงสัญชาติอังกฤษ "แซกซอน" (Saxon) เมทัลลิกาได้บันทึกเสียงครั้งแรกในรูปแบบเดโม ในชื่อ Power Metal อ้างจากนิตยสารเคอร์แรง! ฉบับที่ 62 หน้าที่ 8 ความหมายของคำว่า "แทรชเมทัล" ได้เกิดขึ้นโดย มัลคอล์ม โดม (Malcolm Dome) นักข่าวจากนิตยสารเคอร์แรง! เพื่ออธิบายแนวเพลง "Metal Thrashing Mad" ของแอนแทรกซ์ แต่โดยก่อนหน้านี้ เฮตฟีลด์ ได้อ้างถึงเมทัลลิกา ว่าดนตรีของพวกเขาเป็นแนวพาวเวอร์เมทัล ในช่วงปลาย ค.ศ. 1982 อุลลิชและเฮตฟีลด์ ได้เข้าไปชมการแสดงที่ "Whisky a Go Go" ไนท์คลับแห่งหนึ่งในย่านฮอลลีวูดฝั่งตะวันตก และได้พบกับคลิฟฟ์ เบอร์ตัน มือเบสแห่งวงทรอมา (Trauma) จนพวกเขารู้สึกประทับใจในทักษะของเขา และได้ขอให้เขาร่วมวง ซึ่งเฮตฟีลด์และมัสเทนต้องการให้แม็คกอฟนีย์ ออกจากวงเนื่องจากพวกเขาคิดว่าแม็คกอฟนีย์ "ไม่ได้มีส่วนร่วมสร้างในดนตรีของพวกเขาเลย นอกจากจะเป็นผู้ตามอย่างเดียว" แม้ว่าในตอนแรกเบอร์ตันจะปฏิเสธข้อเสนอ แต่ภายหลังสิ้นปีเขาก็ตอบรับ วงได้แสดงคอนเสิร์ตร่วมกับเบอร์ตันครั้งแรกที่ไนท์คลับ "เดอะสโตน" (The Stone) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1983 และบันทึกเสียงร่วมกับเบอร์ตันครั้งแรกในเดโม Megaforce demo (1983) เมทัลลิกา ได้เตรียมพร้อมที่ออกอัลบั้มแรกของพวกเขา แต่ทางค่ายเมทัลเบลดไม่มีงบเพียงพอ วงจึงต้องหาทางเลือกอื่นด้วยการพบ จอห์นนี "แซด" ซาซูลา นักโปรโมตคอนเสิร์ต ซึ่งเขาเป็นตัวแทนเสนอทำสัญญาระหว่างเมทัลลิกาและค่ายเพลงต่างๆในนิวยอร์ก แต่ภายหลังค่ายเพลงเหล่าชมคอนเสิร์ตของพวกเขาแล้วนกลับไม่สนใจ ซาซูลาจึงได้หาวิธีอื่นด้วยการขอยืมเงินจนเพียงพอต่องบประมาณและได้เซนต์สัญญากับค่ายของเขาเองในชื่อ "เมกาฟอร์ซเรเคิดส์" (Megaforce Records)คิลเอมออล และ ไรด์เดอะไลท์นิง (ค.ศ. 1983–85) คิลเอมออล และ ไรด์เดอะไลท์นิง (ค.ศ. 1983–85). ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1983 สมาชิกเมทัลลิกาได้เดินทางไปยัง โรเชสเตอร์, นิวยอร์ก เพื่อทำการบันทึกเสียงอัลบั้มแรก Metal Up Your Ass ซึ่งได้พอล เคอร์คิโอ (Paul Curcio) เป็นโปรดิวเซอร์ สมาชิกคนอื่นๆได้ตกลงกันให้มัสเทนออกจากวงเพราะเขาเสพยา ติดแอลกอฮอล์ รวมถึงไปถึงมีพฤติกรรมรุนแรง นับเป็นการขับไล่เขาออกจากวง ภายหลังเพิ่งบันทึกเสียงเสร็จในวันที่ 11 เมษายน 1983 และได้เคิร์ก แฮมเมตต์ จากวงเอ็กโซดัส มาแทนที่เขาในวันนั้นเอง มัสเทน ได้ย้ายไปตั้งวงเองในชื่อ "เมกาเดธ" เขาเคยกล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า เขาไม่ชอบแฮมเมตต์ ที่ทำให้เขาต้องออกจากวง โดยเขาใช้คำว่า "ขโมย" งานเขา มัสเทนรู้สึก "โกรธ" เพราะเขาเชื่อว่าแฮมเมตต์ ที่ต่อมาโด่งดังในฐานะตำแหน่งมือกีตาร์หลัก แต่เพลง เป็นเพลงที่มัสเทนแต่ง ในบทสัมภาษณ์ปี ค.ศ. 1985 กับนิตยสาร "เมทัลฟอร์ซเซส" (Metal Forces) มัสเทนได้กล่าวว่า "มันฟังดูแล้วตลกว่าทำไมเคิร์ก แฮมเมตต์เข้ามาชิงทุกๆอย่างที่ผมเล่นในเทป No Life 'til Leather และไปโหวตให้เขาเป็นมือกีตาร์อันดับ 1 ในนิตยสารของคุณ" ในอัลบั้มเปิดตัวของเมกาเดธ Killing Is My Business... and Business Is Good! (1985) มัสเทนได้กล่าวว่าซิงเกิล "Mechanix" เมทัลลิกานำงานของเขากลับไปทำใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น "The Four Horsemen" ในอัลบั้ม คิลเอมออล มัสเทนยังได้กล่าวอีกว่าที่พูดเช่นนี้เพื่อต้องการ "เน้นย้ำเมทัลลิกา" เพราะเมทัลลิกาเห็นว่าเขาดื่มเยอะและดูท่าว่าไม่สามารถเล่นกีตาร์ได้ เมทัลลิกาได้แสดงสดครั้งแรกร่วมกับแฮมเมตต์ในวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1983 ที่ เดอะสโนเพลส (The Showplace) ไนท์คลับในเมืองโดเวอร์ รัฐนิวเจอร์ซี โดยมีแดน ลิลเคอร์ (Dan Lilker) และนีล เทอร์บิน (Neil Turbin) สมาชิกวงแอนแทรกซ์เข้าร่วมเล่นด้วย และนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ 2 วงได้ร่วมแสดงสดด้วยกัน เนื่องจากปัญหาเรื่องชื่อของอัลบั้ม ที่ทางค่ายปฏิเสธใช้ชื่อ Metal Up Your Ass อัลบั้มจึงได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Kill 'Em All อัลบั้มได้เปิดตัวในนามค่ายเมกาฟอร์ซเรเคิดส์ในสหรัฐและในยุโรป และสามารถไต่ชาร์ตในอันดับที่ 155 บนบิลบอร์ด 200 เป็นผลสำเร็จในปี 1986 แม้ว่าอัลบั้มจะไม่ประสบความสำเร็จทางการเงินมากก็ตาม แต่ก็สามารถสร้างฐานแฟนคลับได้จำนวนหนึ่งในบรรดาวงเมทัลใต้ดิน เมทัลลิกาได้บันทึกเสียงสตูดิโออัลบั้มที่ 2 Ride the Lightning ที่สตูดิโอสวีทไซเลน ในเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งได้เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 1984 และไต่ขึ้นชาร์ตด้วยอันดับที่ 100 บนบิลบอร์ด 200 โดยตอนแรก หน้าปกอัลบั้มได้พิมพ์สีผิด โดยไปพิมพ์เป็นสีเขียว จนบัดนี้ถือเป็นของสะสมสำหรับนักสะสมเพลงซึ่งหาได้ยาก อัลบั้มนี้ยังได้ใส่เครดิตมัสเทนในซิงเกิล "Ride the Lightning" และ "The Call of Ktulu" ด้วย ไมเคิล อลาโก (Michael Alago) ผู้อำนวยการค่ายเพลงอิเล็กตรา (Elektra Records) และเอแอนด์อาร์ (A&R) และคลิฟฟ์ เบิร์นสไตน์ (Cliff Burnstein) ผู้ร่วมก่อตั้ง คิวไพรม์แมกเนจเมนท์ (Q-Prime Managemen) ได้มารับชม เมทัลลิกาแสดงคอนเสิร์ตในเดือนกันยายน ค.ศ. 1984 ซึ่งพวกเขารู้สึกประทับใจในการแสดงสด และได้เซ็นต์สัญญากับค่ายอิเล็กตรา ซึ่งทำให้พวกเขาเริ่มประสบผลสำเร็จในยอดขายขึ้นบ้าง วงได้แสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ ที่งาน "มอนสเตอร์ออฟร็อก" (Monsters of Rock) ณ สวนโดนิงตัน (Donington Park) ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1985 ได้ร่วมงานกับบอน โจวี และวงแรตต์ โดยมีผู้คนเข้าชมกว่า 70,000 คน ในเทศกาลดนตรี "เดย์ออนเดอะกรีน" (Day on the Green) ที่โอ๊คแลนด์ แคลิฟอร์เนียมาสเตอร์ออฟพัพเพทส์ และการเสียชีวิตของเบอร์ตัน (ค.ศ. 1986-87) มาสเตอร์ออฟพัพเพทส์ และการเสียชีวิตของเบอร์ตัน (ค.ศ. 1986-87). เมทัลลิกาได้ออกสตูดิโออัลบั้มที่ 3 ในชื่อ มาสเตอร์ออฟพัพเพทส์ (Master of Puppets) ซึ่งได้ทำการบันทึกเสียงที่สตูดิโอสวีทไซเลนซ์และเปิดตัวในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1986 อัลบั้มสามารถไต่ขึ้นชาร์ตที่ 29 บนบิลบอร์ด 200 เป็นผลสำเร็จ และอยู่บนชาร์ตนานกว่า 72 สัปดาห์ อัลบั้มนี้นับว่าเป็นอัลบั้มแรกของวงที่ได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายระดับทองคำจาก สมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงของสหรัฐ (RIAA) ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1986 และยืนยันในระดับ 6× แผ่นเสียงทองคำขาว ในปี ค.ศ. 2003 สตีฟ ฮิวอี (Steve Huey) จากออลมิวสิก ได้ยกย่องอัลบั้มนี้ว่า "เป็นอัลบั้มเมทัลลิกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" ตามมาด้วยการทัวร์คอนเสิร์ตสหรัฐที่มีออซซี ออสบอร์นร่วมเสริม ในวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1986 ในระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตภายใต้ชื่อ Damage, Inc. Tour สมาชิกได้ทำการจับสลากเพื่อเลือกที่นอนในรถทัวร์ ผลปรากฏว่าเบอร์ตันชนะได้นอนในที่ของแฮมเมตต์ ตกช่วงดวงอาทิตย์กำลังขึ้นใกล้กับเมือง โดราร์ป ประเทศสวีเดน ขณะนั้นเองคนขับรถบัสได้สูญเสียการควบคุมและลื่นไถล จนทำให้ตัวรถหมุนหลายครั้ง ผลจากอุบัติเหตุครั้งนี้ อุลลิช แฮมเม็ตต์ และเฮทฟิลด์ แทบไม่ได้รับการบาดเจ็บสาหัสใดเลย แต่เบอร์ตัน กลับเสียชีวิตคาที่ การเสียชีวิตของเบอร์ตันได้ทำให้อนาคตของเมทัลลิกาเปลี่ยนไป สมาชิกทั้ง 3 ที่เหลือได้ตัดสินใจว่าจะเล่นวงต่อไป โดยเชื่อว่าเบอร์ตันคงให้พวกเขาคิดเช่นนี้ และรวมถึงคนในครอบครัวของเขาเองก็ขอให้หาคนมาแทนในตำแหน่งเขาด้วย วงได้ทำการเลือกผู้สมัครกว่า 40 คน ซึ่งรวมถึงเพื่อนวัยเด็กของแฮ็มเมตต์ นามว่า เลส เคลย์พูล (Les Claypool) จากวงไพรมัส ทรอย เกรกอรี (Troy Gregory) จากวงพรอง และเจสัน นิวสเตด อดีตสมาชิกวงโฟลตซัม แอนด์ เจทซัม จนในที่สุดผลการคัดเลือกนิวสเตด มาแทนที่เบอร์ตัน ในตำแหน่งมือเบส เขาได้ร่วมคอนเสิร์ตกับเมทัลลิกาครั้งแรกที่ คันทรีคลับ ในเมืองเรเซดา รัฐแคลิฟอร์เนีย เมทัลลิกาได้เสร็จสิ้นการทัวร์ในช่วงต้นเดือนปี ค.ศ. 1987 ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1987 ได้มีการออกหน้าปกอีพี The $5.98 E.P.: Garage Days Re-Revisited สู่ตลาด ด้วยจุดประสงค์ที่จะบันทึกเสียงด้วยโครงสร้างเพลงใหม่ และยังเป็นการทดสอบนิวสเตดในการบันทึกเสียงครั้งแรก รวมถึงเป็นการไว้อาลัยต่อการจากไปของเบอร์ตันอีกด้วย โดยวีดิโอ Cliff 'Em All ซึ่งเป็นการไว้อาลัย ชีวิต 3 ปีในเมทัลลิกาของเบอร์ตัน เปิดตัวในปี ค.ศ. 1987 ภายในวีดิโอ ได้รวบรวมการโซโล่กีตาร์เบส และภาพส่วนตัวต่างๆของเขา...แอนด์จัสติกฟอร์ออล และ เมทัลลิกา (ค.ศ. 1988–93) ...แอนด์จัสติกฟอร์ออล และ เมทัลลิกา (ค.ศ. 1988–93). นับเป็นการออกสตูดิโออัลบั้มครั้งแรกนับตั้งแต่การเสียชีวิตของเบอร์ตัน ในชื่อ ...แอนด์จัสติกฟอร์ออล (...And Justice for All) ซึ่งได้เปิดตัวในปี ค.ศ. 1988 อัลบั้มได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการไต่ขึ้นชาร์ตอันดับที่ 6 บนบิลบอร์ด 200 และยังนับเป็นอัลบั้มแรกของวงที่ติดท็อป 10 บนชาร์ตอีกด้วย อัลบั้มได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายระดับแพลตตินัมถึง 9 สัปดาห์ ภายหลังเปิดตัว อัลบั้มมีกลิ่นอายในเสียงเบสของนิวสเตดที่ดูเบาบางลง รวมถึงการลดไอเดียในดนตรีของเขาลงด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ดี เขาก็ได้รับเครดิตส่วหนึ่งในซิงเกิล Blackened อัลบั้มนี้ยังได้รับเสียงวิพากย์วิจารณ์จากหลายสำนักเช่น สตีฟ ฮิวอี จากออลมิวสิก ว่าเสียงกลองและกีตาร์ที่ดูเบาลงไป สำหรับการโปรโมตอัลบั้ม เมทัลลิกา ได้จัดทำทัวร์ภายใต้ชื่อ "Damaged Justice" ในปี ค.ศ. 1989 เมทัลลิกา ได้รับการเสนอชื่อรางวัลแกรมมีครั้งแรก ในอัลบั้ม ...And Justice for All หัวข้อ "เสียงร้องและเครื่องดนตรีแนวฮาร์ดร็อก/เมทัล ดีที่สุด" แต่ก็พลาด ในส่วนของรางวัลตกไปอยู่กับวงเจโทร ทัล ในอัลบั้ม Crest of a Knave ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์จากแฟนคลับของเมทัลลิกาพอสมควร จนรางวัลครั้งนี้ในโผ "10 รางวัลแกรมมีที่น่าผิดหวังที่สุด" จากนิยสาร เอนเตอร์เทนเมนต์วีคลี ภายหลังการเปิดตัว ...And Justice for All เมทัลลิกายังได้เปิดตัวมิวสิกวีดีโอ ในซิงเกิล "One" ซึ่งแสดงให้เห็นภาพการแสดงสดในโกดังร้างแห่งหนึ่ง รวมกับฉากในภาพยนตร์แนวสงคราม Johnny Got His Gun มิวสิกวีดีโอนี้ยังได้รับการโหวตในอันดับที่ 38 บนหัวข้อ "สุดยอด 100 มิวสิกวีดิโอตลอดกาล" จากเอ็มทีวี ปี ค.ศ. 1999 อีกด้วย และได้คัดเลือกให้อยู่ ADD Video ในอากาสเฉลิมฉลอง 25 ปี ซึ่งรวบรวมวีดิโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอ็มทีวีในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1990 เมทัลลิกา ได้เริ่มเข้าบันทึกเสียงอัลบั้มถัดไปที่สตูดิโอ 17 เฮิร์ตซ์ ย่านฮอลลีวูดเหนือ โดยทางวงได้จ้างบ็อบ ร็อก ผู้ซึ่งเคยทำงานกับ แอโรสมิธ เดอะคัลท์ บอน โจวี และมอตลีย์ครู ทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ ในอัลบั้มใหม่นี้มีชื่อว่า เมทัลลิกา หรือ อัลบั้มดำ (The Black Album) (ที่มาของชื่อคือสีของหน้าปกที่ดำเกือบสนิท) ซึ่งเป็นอัลบั้มที่มีการรีมิกซ์ถึง 3 ครั้ง และใช้งบประมาณเกือบ 1 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าการเปิดตัวจะล่าช้าไปบ้าง แต่อัลบั้มก็สามารถเปิดตัวด้วยการขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ในหลายประเทศ โดยทำยอดจำหน่ายได้สูงกว่า 650,000 ชุดในสหรัฐอเมริกาเพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น อัลบั้มนี้ยังผลักดันให้เกิดกระแสแฟนคลับที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย ด้วยการยืนยอดจำหน่ายระดับ 16× แผ่นเสียงทองคำขาวในสหรัฐ ทำให้กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงสุดตลอดกาลในสหรัฐ ในอันดับที่ 25 วงได้ทำการทัวร์ครั้งที่ 5 ในชื่อ Wherever We May Roam Tour จนเมื่อจบทัวร์ได้ 14 เดือนเมทัลลิกาได้ออกสารคดีในชื่อ A Year and a Half in the Life of Metallica ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1992 เมทัลลิกายังได้ร่วมคอนเสิร์ตรำลึกเฟรดดี้ เมอร์คิวรีในชื่อ "The Freddie Mercury Tribute Concert" เฮตฟีลด์ได้ร่วมเล่นเพลง "Stone Cold Crazy" กับสมาชิกวงที่เหลือของวงควีน และโทนี อิออมมีอีกด้วย ในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1992 ในระหว่างร่วมคอนเสิร์ตกับวงกันส์แอนด์โรสเซส ในชื่อ "Guns N' Roses/Metallica Stadium Tour" เฮตฟีลต์ ได้รับบาดเจ็บจากไฟประกอบเอ็ฟเฟกต์ ทั้ง บริเวณแขน หน้า มือ และขา ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดตอนตั้งค่าไฟเอ็ฟเฟกต์ ทำให้เฮตฟีลต์เดินเข้าไปในจุดที่จุดไฟ สูงกว่า 12 ฟุต (3.7 เมตร) ระหว่างกำลังเล่น "Fade to Black" นิวสเตดได้บรรยาภาพว่า ผิวหนังของเขา "เดือดๆพองๆ แบบในภาพยนตร์ The Toxic Avenger" จอห์น มาร์แชลล์ (John Marshall) มือกีตาร์เทคนิค ซึ่งก่อนหน้าทำหน้าที่เป็นมือริทึมกีตาร์และได้ไปอยู่กับวงเมทัลเชิร์ช (Metal Church) ได้รับหน้าที่แทนเฮตฟีลต์ตลอดทัวร์ สำหรับอาการของเฮตฟีลต์ ทำให้ไม่สามารถเล่นกีตาร์ได้ แม้ว่าเขาจะสามารถร้องได้ปกติก็ตาม ต่อมาในปี ค.ศ. 1993 เมทัลลิกา ได้ทัวร์คอนเสิร์ตในชื่อ "Nowhere Else to Roam" ซึ่งเล่นในเม็กซิโกซิตี ถึง 5 ครั้ง วงได้ออกบ็อกเซตครั้งแรกในชื่อ Live Shit: Binge & Purge ซึ่งเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1993 ประกอบด้วย 3 ซีดีแสดงสด 3 โฮมวีดิโอ และหนังสือโหลด, รีโหลด, การาจอิงค์. และ เอสแอนด์เอ็ม (ค.ศ. 1994–99) โหลด, รีโหลด, การาจอิงค์. และ เอสแอนด์เอ็ม (ค.ศ. 1994–99). ภายหลังการทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อโปรโมตอัลบั้ม เมทัลลิกา แล้ว เมทัลลิกาได้มุ่งหน้าสู่การแต่งเพลงและอัดเสียงในสตูดิโอในอัลบั้มถัดไป โดยในระหว่างอัดสตูดิโอในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1995 วงได้จัดคอนเสิร์ตกลางแจ้งสั้นๆ ที่สนามแข่งรถดอนิงตันพาร์ก ร่วมกับวง สเลเยอร์, สคิดโรล, สแลชสเนคพิต, เทอราพี? และ คอร์รอสชันออฟคอนฟอร์มิที วงใช้เวลากับการบันทึกเสียงใหม่นานหนึ่งปี และได้เปิดตัวอัลบั้มที่ 6 ในชื่อ โหลด (Load) ในปี ค.ศ. 1996 อัลบั้มยังคงความสำเร็จด้วยการขึ้นชาร์ตอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 และชาร์ตออสเตรเลีย (ARIA) ซึ่งยังนับเป็นอัลบั้มที่ 2 ของวงที่สามารถไต่ชาร์ตในอันดับที่ 1 เป็นผลสำเร็จ ในส่วนของหน้าปกอัลบั้ม มีชื่อว่า "Blood and Semen III" สร้างสรรค์ขึ้นโดยแอนเดรส เซอร์ราโน (Andres Serrano) เป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับ การผสมปนเลือดและน้ำอสุจิระหว่างกระจก 2 บาน การปล่อยอัลบั้มครั้งนี้ยังนับเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์วงใหม่ ทั้งดนตรีที่ลดความเบาและทิ้งห่างจากแทรชเมทัลลง รวมถึงการไว้ยาวของสมาชิกที่ได้เปลี่ยนไปตัดผมสั้นแทน ในช่วงการออกอัลบั้มถัดต่อจากนี้ ก่อนหน้านี้วงได้มีการบันทึกเสียงบางส่วนเพิ่มเติมในอัลบั้ม Load มาบ้างแล้ว ทำให้ในปีต่อมาก็ได้ออกอัลบั้มภาคต่อในชื่อ รีโหลด (Reload) พร้อมกับหน้าปกที่มีความคล้ายคลึงกับก่อนหน้านี้มาก ซึ่งออกแบบโดยศิลปินคนเดิม แต่หน้าปกได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดเป็นในเรื่องของการผสมระหว่างปัสสาวะและเลือด รีโหลด สามารถไต่ขึ้นชาร์ตด้วยอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 และขึ้นอันดับ 2 ในชาร์ตแคนาดา สำหรับการโปรโมตอัลบั้ม เมทัลลิกาได้มีการเล่นซิงเกิลจาก Reload 2 เพลงคือ "Fuel" และ "The Memory Remains" ร่วมกับแมริแอน เฟทฟูล (Marianne Faithfull) ในรายการ Saturday Night Live ช่องเอ็นบีซี ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1997 ในปี ค.ศ. 1998 เมทัลลิกาได้ทำอัลบั้มรวมเพลง ในชื่อ การาจอิงค์ (Garage Inc.) ซึ่งประกอบด้วยเพลงโคเวอร์จากหลายศิลปินเช่น ไดมอนเฮด, คิลลิงโจ๊ก, มิสฟิตส์, ทินลิซซี, เมอร์ซีฟูลเฟต, แบล็กซับบาธ เป็นต้น และส่วนของ The $5.98 E.P.: Garage Days Re-Revisited เวอร์ชันเดิมในรูปแบบอีพีมาใส่ในอัลบั้มนี้ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นของสะสมที่หาได้ยากในปัจจุบัน อัลบั้มนี้สามารถไต่บนบิลบอร์ดชาร์ต 200 ด้วยอันดับที่ 2 ในวันที่ 21 และ 22 เมษายน ค.ศ. 1999 เมทัลลิกาได้บันทึกการแสดงสดร่วมกับ "ซานฟรานซิสโกซิมโฟนี" นำโดยวาทยกรไมเคิล คาเมน (Michael Kamen) ผู้ซึ่งเคยทำงานร่วมกับร็อกมาก่อนใน ซิงเกิล "Nothing Else Matters" คาเมน ได้รับการทาบทามเข้าร่วมกับเมทัลลิกา ใน ค.ศ. 1991 กับไอเดียในการดนตรีของวงมาร่วมกับซิมโฟนีออร์เคสตรา คาเมน และทีมงานของเขาได้เรียบเรียงเครื่องดนตรีเพิ่มกว่า 100 เครื่อง เมทัลลิกาแต่งเพลงใหม่ 2 เพลง คือ "No Leaf Clover" และ "-Human" การบันทึกและจัดคอนเสิร์ตได้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1999 ในอัลบั้มสดและภาพยนตร์คอนเสิร์ต S&M ซึ่งสมารถไต่ขึ้นบิลบอร์ด 200 ด้วยอันดับที่ 2 และออสเตรเลียนชาร์ต (ARIA) และท็อปอินเทอร์เน็ตชาร์ต ด้วยอันดับ 1ข้อพิพาทกับแนปสเตอร์, การออกจากวงของนิวสเตดและ เซนต์แอนเจอร์ (ค.ศ. 2000–05) ข้อพิพาทกับแนปสเตอร์, การออกจากวงของนิวสเตดและ เซนต์แอนเจอร์ (ค.ศ. 2000–05). ในปี ค.ศ. 2000 เมทัลลิกาพบว่าเดโมของซิงเกิล "I Disappear" ซึ่งจะเปิดตัวพร้อมกับซาวด์แทร็กในภาพยนตร์ ฝ่าปฏิบัติการสะท้านโลก 2 ได้ถูกนำมาอากาศทางวิทยุก่อน ทำให้วงได้ติดตามการรั่วไหลของซิงเกิลนี้ จนพบว่าไฟล์ต้นฉบับมาจากเว็บไซด์แชร์ดนตรี แนปสเตอร์ (Napster) และยังได้พบว่าไฟล์ในหมวดหมู่ของเมทัลลิกายังปล่อยให้โหลดอย่างอิสระ จึงเกิดการฟ้องร้องขึ้นกับแนปสเตอร์ ผ่านทางศาลกลางแห่งแคลิฟอร์เนีย ทางโจทก์ได้กล่าวหาว่าแนปสเตอร์ได้ล่วงละเมิดลิขสิทธิ์ การออกอากาศผ่านระบบดิจิตอลอย่างผิดกฎหมาย และการใช้อิทธิพล หลอกลวงทางสื่อมีเดีย ข้อยุติระหว่างแนปสเตอร์และเมทัลลิกาได้สิ้นสุดลงเมื่อ บริษัทเบอร์เทลสมันน์ (Bertelsmann) จากเยอรมัน ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับแนสเตอร์เป็นจำนวน 94 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ข้อยุติ แนปสเตอร์ได้ยินยอมบล็อกผู้ใช้ที่ทำการแชร์ข้อมูลดนตรีของศิลปินที่ไม่ต้องการให้แชร์ดนตรีของพวกเขา ในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2002 แนปสเตอร์ได้ทำการยื่นข้อกฎหมายบทที่ 11 ภายใต้กฎหมายล้มละลายสหรัฐฯ จนในที่วันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2012 ผู้พิพากษาแห่งศาลล้มละลายได้ทำการบล็อกการค้าขายระหว่าง แนปสเตอร์และเบอร์เทลสมันน์ และแนปสเตอร์ต้อง จ่ายหนี้สินทั้งหมดจากข้อกฎหมายบทที่ 7 ภายใต้กฎหมายล้มละลายสหรัฐฯ ทำให้ปัจจุบันแนปสเตอร์กลายเป็นเว็บไซด์ที่บริการเสียเงิน จากเดิมที่ปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรี นิวสเตด ได้ออกจากวงในวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 2001 ด้วยเหตุผลส่วนตัว และรู้สึกเพียงพอแล้วกับงานดนตรีกว่าหลายปี ในบทสัมภาษณ์ของนิตยสารเพลย์บอยกับเมทัลลิกา นิวสเตดได้กล่าวว่า เขาต้องการที่จะไปทำอัลบั้มข้างนอก (Side Project) เองในชื่อ เอคโคเบรน (Echobrain) ทำให้ในเวลาต่อมาเฮตฟีลด์ ก็ได้ออกมากล่าวว่า "การที่ใครจะทำไซด์โปรเจกต์เท่ากับต้องการออกจากเมทัลลิกาไปแล้ว" และเปรียบเทียบการทำไซด์โปรเจกต์ว่าเหมือนเป็นการ "ขโมยภรรยา" ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2001 ได้มีการจัดทำสารคดีเกี่ยวกับการจัดทำอัลบั้มต่อไป โดยมี โจ เบอร์ลินเจอร์ (Joe Berlinger) และบรูซ ซินอฟสกาย (Bruce Sinofsky) ร่วมอำนวยการสร้าง ซึ่งเป็นการบันทึกเรื่องราวของการบันทึกเสียงใหม่ของเมทัลลิกา ในช่วง 2 ปี กว่า 1,000 ชั่วโมง ในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 ก่อนการเตรียมการบันทึกเสียง เฮตฟีลด์ได้ทำการบำบัดแอลกอฮอล์ในช่วงหนึ่ง จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการบันทึกเสียงจะสำเร็จหรือไม่ เฮทฟิวด์ได้กลับจากการพักฟื้นในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2001 และกลับสู่การบันทึกเสียงในวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 2002 โดยมีการจำกัดการทำงานต่อวันเพียง 4 ชั่วโมง เพื่อที่จะใช้ชีวิตส่วนหนึ่งกับครอบครัว จนในที่สุดสารคดีก็ได้เรียบเรียงภายใต้ชื่อ Some Kind of Monster ซึ่งได้ไปเปิดตัวในเทศกาลดนตรีซันแดนซ์ ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2004 ในระหว่างการบันทึกเสียง ได้บ็อบ ร็อก โปรดิวเซอร์ของวง ทำหน้าที่มือเบสแทนนิวสเตด รวมถึงในหลายๆคอนเสิร์ตร่วมกับเมทัลลิกาด้วย อัลบั้มได้เรียบเรียงเสร็จในปี ค.ศ. 2003 วงได้ทำการออดิชันเพื่อหาคนมาแทนที่นิวสเตด ทั้ง เพพเพอร์ คีแนน (Pepper Keenan), จีออร์ดี ไวท์ (Jeordie White), สกอตต์ รีเดอร์ (Scott Reeder), อีริก อเวอรี (Eric Avery), แดนนี โลเนอร์ (Danny Lohner) และคริส วิซ (Chris Wyse) ซึ่งทุกคนต่างเป็นมือเบสในวงเมทัลที่มีชื่อเสียง ภายหลังจากการออดิชันได้ 3 เดือน ก็ได้ โรเบิร์ต ทรูฮีโย จากวงซูอิไซดัลเทนเดนซีส์ (Suicidal Tendencies) และอดีตมือเบสร่วมกับออซซี ออสบอร์น เป็นมือเบสใหม่ ทางด้านของนิวสเตดได้ย้ายไปอยู่กับวงแทรชเมทัล วอยวอด (Voivod) ในปี ค.ศ. 2002 และยังรวมถึงการแทนที่ทรูฮีโยอีกที ในทัวร์ Ozzfest tour ของออสเบิร์น ปี ค.ศ. 2003 ในที่สุดในเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 2003 เมทัลลิกาก็ได้ออกสตูดิโออัลบั้มที่ 8 ในชื่อ เซนต์แอนเจอร์ (St. Anger) ด้วยการเปิดตัวอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 และได้รับคำวิจารณ์ที่หลากหลาย เช่น การโซโล่ของกีตาร์ที่ขาดหายไปและการบรรเลงกลองที่ไม่เข้าถึงความเข้มข้นเท่าที่ควร แต่ถึงอย่างไรก็ดี ในปี ค.ศ. 2004 อัลบั้มก็ได้รับรางวัลแกรมมีในซิงเกิล St. Anger ของหัวข้อ "รางวัลแสดงเมทัลดีที่สุด" และยังได้เป็นเพลงประจำขององค์กรมวยปล้ำดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในรายการ "ซัมเมอร์สแลม (2003)" อีกด้วย ก่อนที่วงจะได้เข้าร่วมเทศกาลดนตรีดาวน์โหลด (Download Festival) ปี ค.ศ. 2004 อุลลิชได้เข้าโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉินที่สวิตเซอร์แลนด์และไม่สามารถเล่นคอนเสิร์ตต่อได้ เฮทฟิวด์จึงได้หาตัวเลือกเพื่อแทนเขา ในที่สุดก็ได้ เดฟ ลอมบาร์โด มือกลองแห่งสเลเยอร์ และมือกลองโจเอิล จาอร์ดิสัน จากสลิปน็อต อาสามาร่วมเล่น โดยลอมบาร์โด ได้แสดงในซิงเกิล "Battery" และ "The Four Horsemen" ส่วนจอร์ดิสันเล่นในเพลงที่เหลือ การทัวร์คอนเสิร์ตยาวนานกว่า 2 ปี จนในปี ค.ศ. 2005 สมาชิกเมทัลลิกาได้พักผ่อนไปอยู่กับเพื่อนและครอบครัว วงได้กลับมาเล่นอีกครั้งด้วยการเป็นวงเปิดให้กับเดอะโรลลิงสโตนส์ ในคอนเสิร์ตที่สนามเบสบอลเอแอนด์ทีพาร์ค ซานฟรานซิสโก วันที่ 13 และ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005เดทแม็กเนทิก, ลูลา และ บียอนด์แม็กเนทิก (ค.ศ. 2006–11) เดทแม็กเนทิก, ลูลา และ บียอนด์แม็กเนทิก (ค.ศ. 2006–11). ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2006 เมทัลลิกา ได้เปิดตัว ดีวีดีอัลบั้ม ในชื่อ The Videos 1989–2004 ซึ่งเปิดตัวด้วยอันดับ 3 บนบิลบอร์ดท็อปวีดิโอ สามารถจำหน่ายได้กว่า 28,000 ชุด เมทัลลิกา ได้ประกาศผ่านเว็บไซด์อย่างเป็นทางการว่า บ็อบ ร็อก โปรดิวเซอร์ที่ร่วมงานมานานกว่า 15 ปี จะไม่มาร่วมในการออกอัลบั้มอีกต่อไป ในที่สุดวงได้ทำการเลือก ริค รูบิน มาแทน และประกาศว่าจะเปิดตัวอัลบั้มในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2008 พร้อมกับมิวสิกวีดิโอในซิงเกิลแรกของอัลบั้ม คือ "The Day That Never Comes" ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 2008 ร้านขายแผ่นเสียงในฝรั่งเศสได้ทำการปล่อยอัลบั้ม Death Magnetic ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการถึง 2 สัปดาห์ ทำให้ทางค่ายเวอร์ทิโกจากอังกฤษ ต้องเปิดตัวเร็วขึ้นในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 2008 และยังมีข่าวลือถึงการฟ้องร้องต่อผู้ค้าแผ่นเสียงในฝรั่งเศสจากทางฝั่งของเมทัลลิกาหรือจากค่ายวอร์เนอร์แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับการยืนยัน เดทแม็กเนทิก (Death Magnetic) ได้รับการเปิดตัวด้วยอันดับ 1 ในชาร์ตสหรัฐ สามารถจำหน่ายได้กว่า 490,000 ชุด และได้กลายเป็นวงดนตรีวงแรกที่สามารถเปิดตัวอัลบั้มด้วยอันดับ 1 เรียงติดต่อกันถึง 5 อัลบั้มในประวัติศาสตร์ของบิลบอร์ด 200 ภายหลังสัปดาห์ของการเปิดตัว Death Magnetic ก็ยังคงครองอันดับ 1 บนชาร์ตและรวมถึงชาร์ตอัลบั้มยุโรปอีกด้วย นอกจากนี้อัลบั้มยังได้กลายเป็นอัลบั้มที่ขายได้เร็วที่สุดในปี ค.ศ. 2008 ของประเทศออสเตรเลียอีกด้วย Death Magnetic ยังคงที่บนบิลบอร์ด 200 อัลบั้มชาร์ต ด้วยอันดับ 1 เรียงต่อกันยาวถึง 3 สัปดาห์ เมทัลลิกาได้กลายเป็นหนึ่งใน 2 ศิลปิน เช่นเดียวกับอัลบั้ม Sleep Through the Static ของแจ็ค จอห์นสัน ที่สามารถครองชาร์ตได้นานถึง 3 สัปดาห์ ประจำปี ค.ศ. 2008 นอกจากนี้ Death Magnetic ยังครองอันดับ 1 เรียงต่อกันบนชาร์ตฮาร์ดร็อก, โมเดิร์นร็อก/อัลเทอร์เนทีฟ และร็อกอัลบั้ม ถึง 5 สัปดาห์ด้วยกัน อัลบั้มขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตประเทศอื่นอีก 32 ประเทศ หนึ่งในคือ สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย ในเดือนพฤษภาคม 2008 เมทัลลิกาได้ยุติสัญญากับค่ายวอร์เนอร์บราเธอร์สเรเคิดส์ลง และวงได้มีแนวคิดที่จะเปิดตัวอัลบั้มต่อไปผ่านอินเทอร์เน็ต ในวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 2009 ได้มีการประกาศให้เมทัลลิกาบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล ในวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2009 และอดีตมือเบส เจสัน นิวสเตด จะมาร่วมเฉลิมฉลองในการประกาศผลครั้งนี้ด้วย แต่มือเบสปัจจุบัน โรเบิร์ต ทรูฮีโย ตัดสินใจจะไม่มาร่วมเล่นโดยกล่าวว่าจะเป็นผู้รับชม ถึงอย่างไรก็ดีในช่วงที่วงจะบรรเลงซิงเกิล "Master of Puppets" และ "Enter Sandman" ทั้งทรูฮีโย และนิวสเตด ต่างร่วมกันบรรเลงพร้อมกัน ในขณะที่คลิฟฟ์ เบอร์ตันที่เสียชีวิตไป บิดาของเขาเรย์ เบอร์ตัน รับเกียรติยศแทนเขา นอกจากนี้วงยังได้เชิญให้เดฟ มัสเทน อดีตมือกีตาร์มาร่วมในพิธีอีกด้วย แต่เขาปฏิเสธเพราะติดทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรป เมทัลลิกา สเลเยอร์ เมกาเดธ และแอนแทรกซ์ ได้ร่วมกันบรรเลงครั้งแรกในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2010 ที่สนามบินวอร์ซอว์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรีโซนิสเฟียร์ ในวันที่ 28 มิถุนายนปีเดียวกันนี้ อัลบั้ม Death Magnetic ได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายระดับ 2X แพลตตินัม จากอาร์ไอเอเอ รายการทัวร์คอนเสิร์ต World Magnetic Tour ของเมทัลลิกาได้สิ้นสุดลงที่นครเมลเบิร์น ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 ภายหลังทัวร์มามากกว่า 2 ปี ในการโปรโมตอัลบั้ม Death Magnetic นี้ วงได้ออกอีพีรุ่นจำกัดจำนวน ซึ่งเป็นภาพการแสดงสดที่ออสเตรเลียในชื่อ Six Feet Down Under และตามมาด้วยอีพี Six Feet Down Under (Part II) ซึ่งเปิดตัวในวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 ในวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 เมทัลลิกาได้เปิดตัว อีพีแสดงสด ในชื่อ Live at Grimey's ซึ่งได้บันทึกไว้ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2008 ที่กริมีย์เรเคิร์ดสตูดิโอ ภายหลังวงเข้าร่วมงานที่ เทศกาลดนตรีบอนนารู (Bonnaroo Music Festival) ในปีเดียวกันนั้น ในวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 2010 วงได้ประกาศร่วมบรรเลงกับเครือ "บิ๊กโฟว์" อีกครั้ง ในช่วงเทศกาลดนตรีโซนิสเฟียร์ ที่เนปเวิร์ทเฮาส์ (Knebworth House), ฮาร์ตฟอร์ดเชอร์ ในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 นับเป็นครั้งแรกที่สมาชิกวงทุกคนในเครือบิ๊กโฟว์ ร่วมบรรเลงเพลงในเวทีเดียว ณ ประเทศอังกฤษ วันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2010 ได้ประกาศไปเล่นต่อที่ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 9 กรกฎาคม วงได้ร่วมบรรเลงที่เอ็มไพร์โปโลคลับ ในอินดิโอ แคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2011 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ได้ร่วมร่วมบรรเลงเพลงในเวทีเดียว ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 ได้จัดโชว์ที่เกลเซนเคียร์เชิน ประเทศเยอรมนี ในวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ได้จัดโชว์ที่มิลาน ประเทศอิตาลี ในวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ได้จัดโชว์ที่กอเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน จนทัวร์สุดท้ายของ "บิ๊กโฟว์" ได้ยุติลงที่นครนิวยอร์ก ณ สนามกีฬายานคี ในวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 2011 ในวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 2011 เมทัลลิกาได้ประกาศการออกอัลบั้มใหม่ในชื่อ Lulu ร่วมกับศิลปินลู รีด แห่งเดอะเวลเวตอันเดอร์กราวด์ ซึ่งใช้เวลาเรียบเรียงนานหลายเดือน ซึ่งประกอบด้วยซิงเกิลทั้งหมด 10 ซิงเกิล ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ก็ได้รับการเปิดตัว นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่อัลบั้มก่อนหน้านี้ 5 อัลบั้ม ที่อัลบั้มนี้ไม่ได้ขึ้นอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 รวมถึงอัลบั้มในชาร์ตประเทศอื่นๆ เมทัลลิกาได้เข้าร่วมเทศกาลดนตรี "อินเดียร็อก" เป็นครั้งแรก ณ สนามแข่งรถอินเดียน (Indian Grand Prix) ปี ค.ศ. 2011 แต่ถึงอย่างไรก็ดีคอนเสิร์ตได้ยกเลิกลง เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยในสถานที่ ซึ่งแฟนเพลงปีนขึ้นไปบนเวทีในระหว่างงาน รวมถึงผู้จัดงานที่ต่อมาก็ถูกจับในข้อหาฉ้อโกงด้วย เมทัลลิกาได้กลับมาเปิดตัวที่อินเดียอีกครั้งในเมืองบังกาลอร์ วันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ได้มีการประกาศว่าเมทัลลิกาจะไปเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ในวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 2012 ที่เทศกาลดนตรีดาวน์โหลด (Download Festival) ณ สนามแข่งรถดอนิงตันพาร์ก ประเทศอังกฤษ และจะเล่นเฉพาะ อัลบั้มดำ ตลอดเวที เมทัลลิกาได้ฉลอง 30 ปี ด้วยการจัดคอนเสิร์ต 4 ครั้งที่ ฟิลล์มอร์ ในซาน ฟรานซิสโก ในเดือนธันวาคม 2011 ในคอนเสิร์ตวงได้บรรเลงเพลงต่างนับตั้งแต่อัลบั้มแรก รวมถึงแขกรับเชิญต่างๆที่มีส่วนช่วยเหลือให้วงมีชื่อเสียงทั้ง ลอยต์ แกรนต์, เดฟ มัสเทน, เจสัน นิวสเตด, ออซซี ออสบอร์น, เจอร์รี แคนเทรลล์ แห่งอลิซอินเชนส์ เกรนน์ แดนซิกแห่งมิสฟิตส์ วงอะโพคาลิปติกา สมาชิกวงไดมอนด์เฮด และยังรวมถึงศิลปินแบล็กเมทัล คิง ไดมอนด์ จากเมอร์ซีฟูลเฟตอีกด้วย ในวันที่ 13 ธันวาคม 2011 วงได้เปิดตัวอีพี Beyond Magnetic ซึ่งวางจำหน่ายในไอทูนส์ และจำหน่ายในซีดีในเดือนมกราคม 2012เมทัลลิกา: ทรูเดอะเนเวอร์ และอัลบั้มที่สิบ (ค.ศ. 2012-ปัจจุบัน) เมทัลลิกา: ทรูเดอะเนเวอร์ และอัลบั้มที่สิบ (ค.ศ. 2012-ปัจจุบัน). ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 เมทัลลิกาได้ประกาศทัวร์คอนเสิร์ตในชื่อ "Orion Music + More" ในวันที่ 23 กรกฎาคม และ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 ในแอนแลนติกซิตี้ รัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยพวกเขายืนยันว่าจะเล่นทั้ง 2 วันและเล่นในซิงเกิลฮิตจากอัลบั้ม 2 อัลบั้ม คือ Metallica ในคืนแรกและ Ride the Lightning ในอีกคืน ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2012 จากบทสัมภาษณ์กับสถานีวิทยุแคนาดา 99.3 เดอะฟ็อกซ์ อุลริชกล่าวว่าเมทัลลิกา จะยังไม่ออกอัลบั้มใหม่ โดยคาดว่าเร็วสุดคือช่วงต้น ค.ศ. 2014 ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2012 เมทัลลิกาได้ออกจากสัญญากับวอร์เนอร์บราเธอร์สเรเคิดส์ และย้ายตัวไปทำค่ายเพลงเอง ในชื่อ "แบล็คเคนเริเคิดดิง" (Blackened Recordings) ซึ่งจะเป็นค่ายเพลงให้กับวงต่อไปในอนาคต วงได้รับลิขสิทธิ์ในทุกสตูดิโออัลบั้ม ผ่านการจำหน่ายในค่ายใหม่นี้ รวมถึงผ่านค่ายลูกของวอร์เนอร์ ในชื่อบริษัทริโนเอนเตอร์เทนเมนต์ สำหรับจำหน่ายในสหรัฐ และที่อื่นผ่านทาง ยูนิเวอร์ซัลมิวสิก ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2012 เมทัลลิกาได้ประกาศเปิดตัวดีวิดีในรูปแบบอัลบั้มแสดงสดในควิเบก ประเทศแคนาดา ปี ค.ศ. 2009 ผ่านทางเว็บไซด์หลัก ต่อมาก็ได้จำหน่ายในวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ที่สหรัฐอเมริกา ในปี 2013 สมาชิกวงได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์คอนเสิร์ต 3 มิติ ในชื่อ Metallica: Through the Never กำกับโดย แอนทัล นิมรอด (Antal Nimród) และเปิดฉายในโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์ในวันที่ 27 กันยายนปีเดียวกัน ในบทสัมภาษณ์วันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 อุลริชได้กล่าวกับนิตยสารอัลติเมตกีตาร์ (Ultimate Guitar) ว่า "ในปี ค.ศ. 2014 จะร่วมบันทึกเสียงอัลบั้มใหม่เมทัลลิกา" และเขาพูดว่าอัลบั้มมีแนวโน้มจะเปิดตัวในช่วงปี 2015 เคิร์ก แฮมเมตต์ และโรเบิร์ต ทรูฮีโย ต่อมาก็ได้ยืนยันถึงการเข้าสตูดิโอ สำหรับทัวร์ "Orion Music + More" ในครั้งที่ 2 ที่จะจัดขึ้นในดีทรอยต์ วงได้เล่นภายใต้ชื่อ "Dehaan" ซึ่งอ้างมาจากชื่อของ เดน ดีฮานน์ (Dane DeHaan) ที่รับบทบาทในภาพยนตร์ Metallica: Through the Never วงได้แสดงสดเฉพาะในอัลบั้ม Kill 'Em All ตลอดทั้งเวที ซึ่งยังถือเป็นการเฉลิมฉลอง 30 ปี ของอัลบั้มอีกด้วย ในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2013 วงได้เล่นสดในชื่อ "Freeze 'Em All" ในดินแดนแอนตาร์กติกา ทำให้กลายเป็นวงดนตรีวงแรกที่เล่นคอนเสิร์ตครบทั้ง 7 ทวีป ภายหลังวงได้ออกอัลบั้มและเปิดตัวอัลบั้มสดในเดือนเดียวกัน ในงานประกาศผลรางวัลแกรมมีครั้งที่ 56 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2014 เมทัลลิกาได้เล่นซิงเกิล "One" ร่วมกับนักเปียโนชาวจีน หลาง หล่าง ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 เมทัลลิกาได้จัดคอนเสิร์ตในชื่อ "Metallica By Request" ซึ่งเล่นเพลงตามเสียงเรียกร้องของแฟนเพลง โดยมีซิงเกิล "Lords of Summer" ที่ได้แต่งเพื่อคอนเสิร์ตนี้ รวมถึงเปิดตัวเดโม "first take" ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2014 วงได้ทัวร์ต่อยังเทศกาลแกลสตันบูรี ในความพยายามที่จะหาแฟนเพลงใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2014 เมทัลลิกา ได้บรรเลงปิดงานเฉลิมฉลองกิจกรรมบลิซซ์คอน 2014 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015 เมทัลลิกาได้เข้าร่วมงาน "Metallica Night" ร่วมกับสมาชิกทีมฮอกกี้น้ำแข็ง แซน จอซ ชาร์คส์ เกี่ยวกับงานประมูลการกุศล แต่ไม่ได้แสดงสด ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 วงได้กลับไปเล่นที่เทศกาลดนตรีลอลลาพาลูซา (Lollapalooza) ประเทศบราซิล อีกครั้งในรอบ 20 ปี ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 เมทัลลิกาได้แสดงสดที่ เอทีแอนด์ทีปาร์ค นอกจากนี้วงยังได้ไปเล่นให้กับ เอ็กซ์เกม เป็นครั้งแรกในงาน "เอ็กซ์เกมอัสติน 2015" ที่เมืองอัสติน รัฐเท็กซัส ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เมทัลลิกาได้เข้าร่วมบรรเลงที่ "The Night Before" ที่เอทีแอนด์ทีปาร์ค ในวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2016 เมทัลลิกาได้ร่วมเปิดสนามกีฬา ยู.เอส.แบงค์ (U.S. Bank) ร่วมกับวงอะเว็นจด์เซเวนโฟลด์และวงวอลบีตจากเดนมาร์ก ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2016 อุลลิช ได้สัมภาษณ์กับนิตยสารบิลบอร์ดถึงการออกอัลบั้มที่ 10 โดยกล่าวโดยสรุปว่า "มันคงยากที่จะเชื่อว่ามันจะไม่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2016" จนต่อมาในวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2016 วงก็ได้ประกาศออกสตูดิโออัลบั้มใหม่ผ่านเว็บไซต์หลักของเมทัลลิกา ในชื่อ Hardwired... to Self-Destruct ซึ่งได้เปิดตัวในวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ผ่านทางค่ายอิสระของวง แบล็กเคนเนดเรเคิดดิงส์ วงยังได้เปิดตัวเพลง "Hardwired" พร้อมมิวสิกวีดิโอในซิงเกิลแรกอีกด้วย อัลบั้มได้เปิดตัวตามกำหนดการ และไต่ขึ้นอันดับบิลบอร์ด 200 ด้วยอันดับที่หนึ่ง เมทัลลิกายังได้วางแผนทัวร์สหรัฐอเมริกาในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2017 ในชื่อ WorldWired Tour ซึ่งมีวงอย่าง อะเว็นจด์เซเวนโฟลด์ วอลบีต และกอจิรา เข้าร่วมสมทบด้วยสไตล์และแนวเพลง สไตล์และแนวเพลง. เมทัลลิกา ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปินวงเฮฟวีเมทัลและฮาร์ดร็อกก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น แบล็กแซ็บบาธ, ดีปเพอร์เพิล, คิส, เลด เซพเพลิน, ควีน, เทด นูเจนท์, เอซี/ดีซี, รัช, แอโรสมิธ, จูดาสพรีสต์ และสกอร์เปียนส์ ศิลปินในกลุ่มคลื่นเฮฟวีเมทัลลูกใหม่จากอังกฤษเช่น เวนอม, มอเตอร์เฮด, ซาซอน, ไดมอนด์เฮด, บลิทซ์ครีก และไอเอิร์นเมเดน กลุ่มศิลปินพังก์ยุคแรก เช่น ราโมนส์, เซ็กซ์พิสทอลส์ และมิสฟิตส์ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งในอิทธิพลในสไตล์ของเมทัลลิกา รวมไปถึงวงโพสต์-พังก์ อย่างคิลลิ่งโจ๊ก ด้วย ในช่วงแรกเริ่มวงได้นำเสนอการบรรเลงดนตรีด้วยจังหวะรวดเร็ว ความกลมกลืนทางดนตรี และบรรเลงเฉพาะเครื่องดนตรี สตีฟ ฮิวอี แห่งออลมิวสิก ได้กล่าวว่า Ride the Lightning นำเสนอ "การขยายออก, ความก้าวหน้าในเนื้อหา ที่หนักแน่น กระชับ" ฮิวอียังได้เสริมต่อว่า เมทัลลิกาได้ขยายตัวตนด้วยการเรียบเรียงเทคนิคและการแสดงออก ที่มีความก้าวร้าวแฝงอยู่ในเนื้อเพลงที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องส่วนบุคคล ประเด็นทางสังคม ศาสนา ทหาร อารมณ์โกรธ ความวิกลจริต สัตว์ประหลาด และสารเสพติด ซึ่งเป็นธีมที่ถูกนำเสนอผ่าน Master of Puppets ในปี ค.ศ. 1991 ฮิวอี ได้กล่าวถึงเมทัลลิกากับโปรดิวเซอร์คนใหม่ บ็อบ ร็อก ที่ช่วยปรับดนตรีให้เรียบง่ายและคล่องตัวขึ้น ทำให้เพิ่มความนิยมในตลาดมากขึ้น จนในเวลาต่อมาเมทัลลิกาก็สามารถเข้าสู่กระแสหลักในหมู่ผู้ฟังดนตรีได้สำเร็จ โรเบิร์ต พาลเมอร์ (Robert Palmer) แห่งนิตยสารโรลลิงสโตน ได้กล่าวว่า วงได้ละทิ้งความก้าวร้าว จังหวะรวดเร็วและช่วงแสดงทางดนตรีที่ฟุ่มเฟือยลง สิ่งเหล่านี้เองในเปลี่ยนเส้นทางให้วงเข้าสู่ตลาดดนตรีจนประสบความสำเร็จในอัลบั้ม Metallica ที่ถือเป็นอัลบั้มแรกของวงที่ไต่ชาร์ตอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 เมทัลลิกาได้เปลี่ยนแนวไปเล่นแนวกลุ่มร็อกที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มกรันจ์ ช่วงต้นยุค 1990 ในอัลบั้ม Load อัลบั้มได้รับการกล่าวว่า "แทบจะเป็นอัลบั้มอัลเทอร์เนทีฟ" ซึ่งนับเป็นการหลีกห่างจากคำว่า "เมทัล" มากขึ้น รวมถึงเนื้อหาเพลงที่ได้ละทิ้งเนื้อหาเชิงลบ อย่าง สารเสพติดและสัตว์ประหลาด แล้วไปเน้นที่เนื้อหาอย่าง อารมณ์โกรธ ความสูญเสีย และวิบากกรรม ที่เบาลง ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนเนื้อหาแล้ว ยังมีในเรื่องของการตัดผมยาวของสมาชิกวง หน้าปกอัลบั้ม Load การไปเล่นคอนเสิร์ตที่โลลลาพาลูซา ซึ่งเป็นงานคอนเสิร์ตของพวกวงอัลเทอร์เนทัฟ ทำให้แฟนเพลงและนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ไม่ประทับใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จนขนาดเดวิด ฟริคค์ (David Fricke) แห่งโรลลิงสโตน ถึงกับออกมากล่าวว่า "ลาก่อนแทรช" และถึงกับเสียดสีอัลบั้มนี้ว่า "เป็นอัลบั้มที่หนักที่สุดแห่งปี ค.ศ. 1996" ในอัลบั้ม ReLoad ปี 1997 ที่วงนำเสนอแนวบลูส์และฮาร์ดร็อกช่วงต้น ซึ่งผสมผสานจังหวะและความกลมกลืนที่มากขึ้นในโครงสร้างเพลง ในอัลบั้ม St. Anger ได้มีการปรับเปลี่ยนทางดนตรีครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของวง ทั้งการโซโล่กีตาร์ที่ตัดทิ้งไปจากอัลบั้ม ละทิ้ง "ความดิบและเสียงที่ไม่ขัดเกลาออก" เนื้อหาอัลบั้มยังเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูอาการติดยาของเฮทฟิลด์และการอ้างอิงถึงปีศาจ การต่อต้านสารเสพติด ความกลัวขั้นรุนแรง การลงโทษในวาระสุดท้าย และการเสแสร้งทางศาสนา จากคำแนะนำของโปรดิวเซอร์ ริค รูบิน ในอัลบั้มที่ 9 Death Magnetic ทำให้วงได้กลับสู่แนวทางดั้งเดิมทั้งเรื่องของเสียงและการโซโล่กีตาร์ รวมไปถึงความเป็นแทรชเมทัลแท้ๆของเมทัลลิกา ซึ่งเน้นที่จังหวะริฟฟ์แบบแทรช การบรรเลงโซโล่ที่หนักแน่น เข้มข้น แต่มีเนื้อหาอ่อนๆ เกี่ยวข้องกับ อัตวินิบาตกรรม การไถ่ถอนจากภูตผีอิทธิพลของวง อิทธิพลของวง. เมทัลลิกาได้กลายเป็นหนึ่งในวงทรงอิทธิพลที่สุดวงหนึ่งในวงการเฮฟวีเมทัลตลอดกาล และได้รับเครดิตให้เป็นหนึ่งใน 4 กลุ่มดนตรีแทรชเมทัลรุ่นบุกเบิกในสหรัฐที่เรียกว่า "บิ๊กโฟว์" เช่นเดียวกับ สเลเยอร์ แอนแทรกซ์ และเมกาเดธ วงสามารถจำหน่ายแผ่นเสียงได้มากกว่า 110 ล้านชุดทั่วโลก รวมถึงยอดยืนยันจำหน่ายจากสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงของสหรัฐ (RIAA) กว่า 66 ล้านชุดและในระบบนีลเซน ซาวด์สแกน ที่ได้ยืนยันตัวเลขกว่า 53,642,000 ชุด ในสหรัฐอเมริกาเพียงที่เดียว ทำให้เมทัลลิกาได้กลายเป็นหนึ่งในวงที่ประสบความสำเร็จด้านยอดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ตลอดกาล นักเขียนสารานุกรม The Rolling Stone Encyclopedia of Rock & Roll จากนิตยสารโรลลิงสโตน ได้กล่าวว่า เมทัลลิกาให้ความหมายของดนตรีเฮฟวีเมทัลว่า "เป็นแบบแผนที่สำคัญที่สุด" สตีเฟน โทมัส เออเลวิน (Thomas Erlewine) และเกร็ก พลาโต (Greg Prato) จากออลมิวสิกได้กล่าวว่าเมทัลลิกา "ขยายจุดจำกัดของแทรช โดยการใช้ความเร็วและความเข้มข้นของเสียงที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้ของวงเท่านั้น แต่พวกเขายังเพิ่มความปราณีตให้กับโครงสร้างทางดนตรีอีกด้วย" และได้ยกย่องวงว่า "เรียบง่ายที่ดีที่สุด เป็นวงเฮฟวีเมทัลที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค 80 ที่ได้ภาระนำดนตรีกลับสู่โลกมนุษย์" โจนาธาน เดวิส แห่งวงคอร์น ได้กล่าวว่าเขายกย่องเมทัลลิกาในฐานะวงดนตรีโปรดของเขา เขายังได้กล่าวว่า "ฉันรักในสิ่งที่พวกเขาทำทุกอย่างในทางของพวกเขาและรักษามันไว้หลายปี ซึ่งในปัจจุบันพวกเขาก็ยังทำอยู่ ฉันคิดว่าพวกเขาคือวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" แชนนอน ลาร์คิน แห่งกอดส์แมก ได้กล่าวว่าเมทัลลิกาคือวงที่ทรงอิทธิพลต่อวงดนตรีมากที่สุด โดยได้ขยายความต่อว่า "พวกเขาเปลี่ยนชีวิตฉันอย่างมาก เมื่อฉันอายุ 16 ปี ฉันไม่เคยฟังเฮฟวีเมทัลอะไรที่หนักอย่างนี้มาก่อน" ร็อบบ์ ฟลินน์ (Robb Flynn) แห่งวงแม็กชีนเฮด ได้กล่าวตอนทำอัลบั้มวงในปี ค.ศ. 2007 The Blackening ว่า "สิ่งที่พวกเราต้องการสื่อในอัลบั้มนี้ก็คือพลัง อิทธิพล และมหากาพย์ความยิ่งใหญ่ต่อจากอัลบั้ม มาสเตอร์ออฟพัพเพทส์ ที่ยืนยงกับพลังไม่มีวันตาย เช่นนั้นบ้าง" โคเรย์ บิวลิวอู และแมตต์ ฮีฟีย์ 2 มือกีตาร์แห่งวงทริเวียม ได้กล่าวว่าเมื่อเขาได้ยินเมทัลลิกาเมื่อไหร่ เขาต้องการที่จะจับกีตาร์เล่นตามทันที เอ็ม. แชโดวส์ แห่งอะเว็นจด์เซเวนโฟลด์ ได้กล่าวขณะกำลังทัวร์ร่วมกับเมทัลลิกาว่า "การจำหน่ายเพียงบันทึกเสียงเป็นตันๆ และการเล่นโชว์ที่มีคนฟังมากๆ จะมีไม่มีทางเทียบได้เลย กับการพบสมาชิกเมทัลลิกาตัวจริงๆ" ดอกและดัลลาส คอยล์ จากวงก็อดฟอร์บิด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมทัลลิกาที่ทำให้พวกเขาได้เติบโตขึ้น และมือเบสจอห์น เอาต์คาลต์ ได้ชื่นชมเบอร์ตัน ในฐานะ "ร็อกเกอร์" เดฟ ชาวาร์รี จากวงอิลนิโน ได้กล่าวชื่นชมอัลบั้มช่วงต้นของเมทัลลิกาว่า "มีความหนัก ดิบ กระด้างกระเดื่อง ที่ต้องพูดว่า 'fuck you'" และคริส โคฮ์ลส มือกลองจากวงอดีมา ได้กล่าวว่า วงของพวกเขาต่างได้รับอิทธิพลจากเมทัลลิกา นิตยสารเคอร์แรง! ได้เปิดตัวอัลบั้มลูก (tribute album) ในชื่อ Master of Puppets: Remastered ฉบับวันที 8 เมษายน 2006 ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลอง 20 ปี ให้กับอัลบั้ม Master of Puppets ภายในอัลบั้มประกอบด้วยเพลงโคเวอร์ของเมทัลลิกา จากศิลปินต่าง ๆ เช่น แมชชีนเฮด, บุลเลตฟอร์มายวาเลนไทน์, ไคไมอารา, มาสโทดอน, เมนดีด และทริเวียม ซึ่งวงเหล่านี้ต่างได้รับอิทธิพลทางดนตรีจากเมทัลลิกาทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีอัลบั้มลูกเมทัลลิกาอื่นอีกกว่า 15 อัลบั้มที่ได้รับการเปิดตัว ในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 2006 เมทัลลิกาได้เป็นแขกรับเชิญนำแสดงในเดอะซิมป์สันส์ ซีซันส์ที่ 18 ในฉากที่สมาชิกวงกำลังแสดงคอนเสิร์ตบนรถกระบะของแฮนส์ โมเลแมน (Hans Moleman) เฮมเมตต์และเฮทฟิวด์ยังได้ร่วมพากย์เสียงใน 3 ตอนบนรายการโทรทัศน์ เมทัลโลคาลิปส์ (Metalocalypse) วงดนตรีเซลโลจากฟินแลนด์นาม อะโพคาลิปติกา ได้ปล่อยอัลบั้มลูกในชื่อ Plays Metallica by Four Cellos ซึ่งนำเสนอซิงเกิลของเมทัลลิกาจำนวน 8 ซิงเกิลผ่านเครื่องสายเซลโลทั้ง 4 วงล้อเลียนชื่อบีทัลลิกา (Beatallica) ที่ใช้ชื่อผสมระหว่างวงเดอะบีเทิลส์และเมทัลลิกา ได้เผชิญหน้ากับข้อกฎหมายเมื่อโซนี่ ซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าวงบีเทิลส์ ได้สั่งยุติการสั่งซื้อของจากวง โดยกล่าวว่า "อาการหนัก เกินเยียวยา" และได้ทำการฟ้องร้องให้วงจ่ายค่าเสียหายอีกด้วย จนอุลริช ซึ่งเขาก็เป็นแฟนเพลงของบีทัลลิกาด้วย ได้ช่วยเหลือผ่านนักกฎหมายประจำวง ปีเตอร์ พาเทอร์โน เพื่อช่วยในข้อกฎหมาย เอ็มทีวี (MTV) ได้จัดอันดับที่ 3 ให้กับเมทัลลิกาในหัวข้อ "วงเฮฟวีเมทัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์" ได้อันดับที่ 5 ในหัวข้อ "100 ศิลปินฮาร์ดร็อก" จากวีเอชวัน (VH1) และวงยังได้อันดับ 1 บนหัวข้อ "20 รายชื่อวงดนตรีเมทัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" จากวีเอชวันอีกด้วย โรลลิงสโตน ได้จัดอันดับที่ 61 แก่วง บนหัวข้อ "100 ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" นอกจากนี้ในอัลบั้ม Master of Puppets และ Metallica ก็ได้จัดอันดับที่ 167 และ 252 บนหัวข้อ "500 อัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" จากนิตยสารเดียวกันนี้ อัลบั้ม Master of Puppets ก็ได้ถูกจัดหนึ่งในรายชื่อ "50 อัลบั้มที่หนักที่สุดตลอดกาล" จากนิตยสารคิว ได้รับอันดับที่ 1 ในหัวข้อ "ท็อป 25 อัลบั้มเมทัล" จากไอจีเอ็น และอันดับ 1 ในหัวข้อ "ท็อป 100 อัลบั้มเอฟวีเมทัล" จาก เมทัล-รูส์.คอม (Metal-rules.com) ซิงเกิล "Enter Sandman" ก็ได้รับอันดับที่ 399 จากนิตยสารโรลลิงสโตนบนหัวข้อ "500 เพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" ด้วย ในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1999 เมทัลลิกาได้รับการยกเข้าสู่หอเกียรติยศซานฟรานซิสโกวอร์คออฟเฟรม (San Francisco Walk of Fame) โดยวิลลี บราวน์ (Willie Brown) ผู้ว่าการรัฐซานฟรานซิสโก ถึงกับประกาศให้วันนี้เป็นวัน "วันเมทัลลิกาอย่างเป็นทางการ" ในปี ค.ศ. 2003 วงได้รับรางวัลเอ็มทีวีไอคอน (MTV Icon award) เมทัลลิกาได้มีการแสดงคอนเสิร์ตลูก (Tribute) จากศิลปินต่างๆ ทั้ง ซัม 41 ที่ได้เล่น "For Whom the Bell Tolls", "Enter Sandman" และ "Master of Puppets" วงสเตนด์ ได้โคเวอร์ "Nothing Else Matters" แอวริล ลาวีน ได้เล่น "Fuel" สนูป ด็อกก์ ได้เล่น "Sad but True" คอร์น เล่น "One" และลิมป์บิซกิต เล่นเพลง "Welcome Home (Sanitarium)" วีดิโอซีรีส์เกม กีตาร์ฮีโร (Guitar Hero) ได้บรรจุเพลงของเมทัลลิกาหลายเพลง เช่น "One" ใน กีตาร์ฮีโร III ในอัลบั้ม Death Magnetic ซึ่งต่อมาได้เปิดจำหน่ายผ่านการดาวน์โหลด ในซิงเกิล "Trapped Under Ice" ได้เปิดเผยในภาคต่อ กีตาร์ฮีโรเวิร์ดทัวร์ (Guitar Hero World Tour) ในปี ค.ศ. 2009 เมทัลลิกาได้ร่วมมือกับเกมในการพัฒนาในชื่อว่า กีตาร์ฮีโร:เมทัลลิกา (Guitar Hero: Metallica) ซึ่งเน้นรวมเพลงเฉพาะเมทัลลิกา วีดิโอเกมซีรีส์แนวร็อก ชื่อ ฮาร์โมนิกซ์ (Harmonix) ซึ่งได้ทำการปล่อยซิงเกิล "Enter Sandman"; "Ride the Lightning", "Blackened" และ "...And Justice for All" สามารถดาวน์โหลดได้ในเกม แต่ในปี ค.ศ. 2013 เนื่องจากปัญหาลิขสิทธิ์ที่ยุติลง ทำให้ซิงเกิล "Ride the Lightning", "Blackened" และ "...And Justice for All" จึงไม่สามารถดาวน์โหลดได้อีกสมาชิกวง สมาชิกวง. สมาชิกปัจจุบัน- เจมส์ เฮตฟีลด์ – ร้องนำ, ริทึ่มกีตาร์ - เคิร์ก แฮมเมตต์ – กีตาร์หลัก, ร้องประสาน - โรเบิร์ต ทรูฮีโย – กีตาร์เบส, ร้องประสา - ลาร์ส อุลริช – กลองชุด อดีตสมาชิก- เดฟ มัสเทน – กีตาร์หลัก, ร้องประสาน - รอน แม็คกอฟนีย์ – กีตาร์เบส - คลิฟฟ์ เบอร์ตัน – กีตาร์เบส, ร้องประสาน - เจสัน นิวสเตด – กีตาร์เบส, ร้องประสาน สมาชิกอื่น/ออกทัวร์- บ็อบ ร็อก – กีตาร์เบส, ร้องประสานลำดับเวลาสตูดิโออัลบั้มสตูดิโออัลบั้ม. - Kill 'Em All (1983) - Ride the Lightning (1984) - Master of Puppets (1986) - ...And Justice for All (1988) - Metallica (1991) - Load (1996) - Reload (1997) - St. Anger (2003) - Death Magnetic (2008) - Hardwired... to Self-Destruct (2016)รางวัล รางวัล. รางวัลแกรมมี- 1990: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – ซิงเกิล "One" - 1991: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – "Stone Cold Crazy" - 1992: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – อัลบั้ม Metallica - 1999: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – ซิงเกิล "Better than You" - 2000: รางวัลการแสดงฮาร์ดร็อกดีที่สุด (Best Hard Rock Performance)  – ซิงเกิล "Whiskey in the Jar" - 2001: รางวัลการแสดงเครื่องดนตรีดีที่สุด (Best Rock Instrumental Performance)  – ซิงเกิล "The Call of Ktulu" - 2004: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – ซิงเกิล "St. Anger" - 2009: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – ซิงเกิล "My Apocalypse" - 2009: รางวัลบันทึกเสียงดีที่สุด  – อัลบั้ม Death Magnetic
เมทัลลิกาเป็นวงดนตรีแนวเฮฟวี่เมทัลสัญชาติใด
{ "answer": [ "อเมริกัน" ], "answer_begin_position": [ 131 ], "answer_end_position": [ 139 ] }
3,127
160,723
เมทัลลิกา เมทัลลิกา () เป็นวงเฮฟวี่เมทัลสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1981 ในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เมทัลลิกาได้เริ่มขึ้นเมื่อเจมส์ เฮตฟีลด์ (ร้องนำ/กีตาร์หลัก) ได้เข้าร่วมวงตามประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของลาร์ส อุลริช (กลองชุด) กระทั่งในเวลาต่อมาก็มีสมาชิกเพิ่มเข้ามาอีก 2 คน คือ เดฟ มัสเทน (กีตาร์หลัก) และ รอน แม็คกอฟนีย์ (เบส) ต่อมารอน แม็คกอฟนีย์ ถูกไล่ออกจากวง ทางวงได้ คลิฟฟ์ เบอร์ตันมาแทนที่ และต่อมา เดฟ มัสเทน ก็ถูกไล่ออกจากวงเช่นกัน ทางวงได้ตัว เคิร์ก แฮมเมตต์ จากวงเอ็กโซดัส มาแทนที่ในตำแหน่งกีตาร์หลัก ต่อมาในปี ค.ศ. 1986 คลิฟฟ์ เบอร์ตัน ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต เจสัน นิวสเตด จากวงโฟลตซัม แอนด์ เจทซัม ได้เข้ามาแทนที่ในตำแหน่งมือเบสของวง เจสัน นิวสเตด ได้ลาออกจากวงในปี ค.ศ. 2001 และถูกแทนที่โดยโรเบิร์ต ทรูฮีโย อดีตมือเบสของออซซี ออสบอร์น จนถึงปัจจุบัน วงได้นำเสนอการบรรเลงดนตรีด้วยเทคนิคที่ก้าวร้าวและจังหวะอันรวดเร็ว ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในวงผู้บุกเบิกและมีอิทธิพลอย่างสูงต่อวงการแทรชเมทัล หรือที่รู้จักกันดีในกลุ่ม "บิ๊กโฟว์" ที่ประกอบไปด้วยวงแทรชเมทัลอื่นอีก 3 วงคือ สเลเยอร์ เมกาเดธ และแอนแทรกซ์ เมทัลลิกา เริ่มต้นจากการเป็นเพียงวงดนตรีใต้ดิน สู่การประสบความสำเร็จระดับหนึ่งใน 4 อัลบั้มแรก โดยเฉพาะในอัลบั้มที่ 3 Master of Puppets (ค.ศ. 1986) ที่รับการยกย่องให้เป็น "หนึ่งในอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลและหนักที่สุดอัลบั้มหนึ่งในวงการแทรชเมทัล" วงยังคงเดินหน้าปูชื่อเสียงและผลสำเร็จในอัลบั้มที่ 5 คืออัลบั้ม Metallica หรือที่รู้จักกันในชื่อ อัลบั้มดำ (Black album) (ค.ศ. 1991) ซึ่งได้ผลตอบรับอย่างสูงจากแฟนคลับ ด้วยการขึ้นชาร์ตอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 นับตั้งแต่เปิดตัว ภายหลังการปล่อยอัลบั้มดำ 3 อัลบั้มต่อมา คือ Load (ค.ศ. 1996) Reload (ค.ศ. 1997) และ St. Anger (ค.ศ. 2003) วงได้ลดความเป็นแทรชเมทัลลง จนในท้ายสุดวงได้ออกอัลบั้ม Death Magnetic (2008) ซึ่งถือเป็นการกลับสู่แนวแทรชเมทัลอีกครั้งของวง และในปี ค.ศ. 2009 เมทัลลิกาก็ได้รับการยกเข้าสู่หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล เมทัลลิกาได้ออกสตูดิโออัลบั้มมาแล้วทั้งหมด 9 อัลบั้ม อัลบั้มแสดงสด 4 อัลบั้ม ส่วนเพิ่มเติมอีก 5 มิวสิกวีดีโอ 26 วีดีโอ และ 37 ซิงเกิล วงได้รับรางวัลแกรมมีถึง 8 รางวัล และ 5 อัลบั้มจากทั้งหมดของวง ล้วนสามารถไต่ขึ้นชาร์ตอันดับที่ 1 บนบิลบอร์ด 200 โดยเพียงแค่ อัลบั้มดำ หรือ อัลบั้ม เมทัลลิกา สามารถจำหน่ายได้กว่า 16 ล้านชุดในสหรัฐ ทำให้กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงที่แห่งยุคในระบบนีลเซน ซาวด์สแกน นอกจากนี้วงยังเป็นหนึ่งในศิลปินที่มียอดจำหน่ายอัลบั้มโดยรวมสูงที่สุดตลอดกาล ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 110 ล้านชุดทั่วโลก เมทัลลิกายังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในศิลปินวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลจากหลายนิตยสาร รวมถึงนิตยสารโรลลิงสโตน ซึ่งได้จัดอันดับที่ 61 ในหัวข้อ "100 ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 เมทัลลิกาได้กลายเป็นศิลปินที่มียอดจำหน่ายโดยรวมในระบบนีลเซน ซาวด์สแกน มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 นับตั้งแต่จำหน่ายในปี ค.ศ. 1991 ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 54.26 ล้านอัลบั้มในสหรัฐที่เดียว ในปี ค.ศ. 2016 วงได้มีการเตรียมออกอัลบั้มที่ 10 ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวภายหลังปีนั้นประวัติก่อตั้งและช่วงปีแรก ประวัติ. ก่อตั้งและช่วงปีแรก. เมทัลลิกาได้ก่อขึ้นที่เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1981 เมื่อ ลาร์ส อุลริช มือกลองสัญชาติเดนมาร์ก ได้ติดประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งนามว่า "เดอะรีไซเคอร์" (The Recycler) โดยมีการพาดข้อความไว้ว่า "มือกลองกำลังหานักดนตรีแนวเมทัล แบบวงไทเกอรส์ออฟแพนแทง (Tygers of Pan Tang), ไดมอนเฮด (Diamond Head) และไอเอิร์นเมเดน" จนในที่สุดก็ได้ เจมส์ เฮตฟีลด์ และ ฮิวจ์ แทนเนอร์ (Hugh Tanner) จากวง ลีเทอร์ชาร์ม ตอบรับ อุลลิช ได้ทำหน้าที่ติดต่อไปยังหัวหน้าค่ายเพลงเมทัลเบลด นามว่า ไบรอัน สลาเกล (Brian Slagel ) ถึงการบันทึกเสียงเพลงให้กับค่าย ในอัลบั้มโปรเจกต์อัลบั้มรวบรวมเพลง ที่ชื่อว่า เมทัลมาสซาเคอ (Metal Massacre) ซึ่งในเวลาต่อมาเป็นที่รู้จักในฐานะอัลบั้มรวมเพลงที่แจ้งเกิดให้กับวงเมทัลที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันหลายวง สลาเกลได้ตอบรับและอุลลิชก็ได้จ้างเฮตฟีลด์ทำหน้าที่ในฐานะร้องนำและมือริทึมกีตาร์ วงได้รับการก่อตั้งอย่างเป็นทางการอย่างแท้จริงในเดือน ตุลาคม ค.ศ. 1981 ห้าเดือนภายหลังการพบกันครั้งแรกของอุลลิชและเฮทฟิลด์ อุลลิชได้พูดคุยกับรอน ควินตานา (Ron Quintana) เพื่อนของเขา เพื่อช่วยกันระดมคิดชื่อ ในที่สุดก็ได้ชื่อให้เลือกมา 2 ชื่อ คือ เมทัลมาเนีย (MetalMania) และเมทัลลิกา อุลลิชจึงตัดสินใจเลือกเมทัลลิกา ในเวลาต่อมาอุลลิชในลงโฆษณาอีกรอบในเดอะไซเคอร์ เพื่อหามือกีตาร์หลัก จนเดฟ มัสเทน ได้ตอบรับข้อเสนอ ในปี ค.ศ. 1982 เมทัลลิกาได้บันทึกเสียงครั้งแรกคือ Hit the Lights ให้กับ เมทัลมาสซาเคอที่หนึ่ง (Metal Massacre I) เฮทฟิลด์ทำหน้าที่มือเบสในเพลงและลอยด์ แกรนต์ (Lloyd Grant) ทำหน้าที่โซโล่กีตาร์ อัลบั้มได้เปิดตัวในวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1982 แต่ในช่วงแรกอัลบั้มได้ใส่ชื่อวงผิดคือใส่ตัว "t" เพิ่มไปหนึ่งตัว (Mettallica) ทำให้สมาชิกวงฉุนเฉียวไปพอสมควร วงได้แสดงสดครั้งแรกในวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1982 ที่เมืองเรดิโอ ในอนาไฮม์ แคลิฟอร์เนีย โดยได้ว่าจ้าง รอน แม็คกอฟนีย์ ทำหน้าที่มือเบส ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ทำให้วงได้สัมผัสผลสำเร็จตั้งแต่แรก จนวงได้รับการรับเลือกให้วงร่วมบรรเลงในทัวร์คอนเสิร์ตสหรัฐปี ค.ศ. 1982 ของวงสัญชาติอังกฤษ "แซกซอน" (Saxon) เมทัลลิกาได้บันทึกเสียงครั้งแรกในรูปแบบเดโม ในชื่อ Power Metal อ้างจากนิตยสารเคอร์แรง! ฉบับที่ 62 หน้าที่ 8 ความหมายของคำว่า "แทรชเมทัล" ได้เกิดขึ้นโดย มัลคอล์ม โดม (Malcolm Dome) นักข่าวจากนิตยสารเคอร์แรง! เพื่ออธิบายแนวเพลง "Metal Thrashing Mad" ของแอนแทรกซ์ แต่โดยก่อนหน้านี้ เฮตฟีลด์ ได้อ้างถึงเมทัลลิกา ว่าดนตรีของพวกเขาเป็นแนวพาวเวอร์เมทัล ในช่วงปลาย ค.ศ. 1982 อุลลิชและเฮตฟีลด์ ได้เข้าไปชมการแสดงที่ "Whisky a Go Go" ไนท์คลับแห่งหนึ่งในย่านฮอลลีวูดฝั่งตะวันตก และได้พบกับคลิฟฟ์ เบอร์ตัน มือเบสแห่งวงทรอมา (Trauma) จนพวกเขารู้สึกประทับใจในทักษะของเขา และได้ขอให้เขาร่วมวง ซึ่งเฮตฟีลด์และมัสเทนต้องการให้แม็คกอฟนีย์ ออกจากวงเนื่องจากพวกเขาคิดว่าแม็คกอฟนีย์ "ไม่ได้มีส่วนร่วมสร้างในดนตรีของพวกเขาเลย นอกจากจะเป็นผู้ตามอย่างเดียว" แม้ว่าในตอนแรกเบอร์ตันจะปฏิเสธข้อเสนอ แต่ภายหลังสิ้นปีเขาก็ตอบรับ วงได้แสดงคอนเสิร์ตร่วมกับเบอร์ตันครั้งแรกที่ไนท์คลับ "เดอะสโตน" (The Stone) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1983 และบันทึกเสียงร่วมกับเบอร์ตันครั้งแรกในเดโม Megaforce demo (1983) เมทัลลิกา ได้เตรียมพร้อมที่ออกอัลบั้มแรกของพวกเขา แต่ทางค่ายเมทัลเบลดไม่มีงบเพียงพอ วงจึงต้องหาทางเลือกอื่นด้วยการพบ จอห์นนี "แซด" ซาซูลา นักโปรโมตคอนเสิร์ต ซึ่งเขาเป็นตัวแทนเสนอทำสัญญาระหว่างเมทัลลิกาและค่ายเพลงต่างๆในนิวยอร์ก แต่ภายหลังค่ายเพลงเหล่าชมคอนเสิร์ตของพวกเขาแล้วนกลับไม่สนใจ ซาซูลาจึงได้หาวิธีอื่นด้วยการขอยืมเงินจนเพียงพอต่องบประมาณและได้เซนต์สัญญากับค่ายของเขาเองในชื่อ "เมกาฟอร์ซเรเคิดส์" (Megaforce Records)คิลเอมออล และ ไรด์เดอะไลท์นิง (ค.ศ. 1983–85) คิลเอมออล และ ไรด์เดอะไลท์นิง (ค.ศ. 1983–85). ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1983 สมาชิกเมทัลลิกาได้เดินทางไปยัง โรเชสเตอร์, นิวยอร์ก เพื่อทำการบันทึกเสียงอัลบั้มแรก Metal Up Your Ass ซึ่งได้พอล เคอร์คิโอ (Paul Curcio) เป็นโปรดิวเซอร์ สมาชิกคนอื่นๆได้ตกลงกันให้มัสเทนออกจากวงเพราะเขาเสพยา ติดแอลกอฮอล์ รวมถึงไปถึงมีพฤติกรรมรุนแรง นับเป็นการขับไล่เขาออกจากวง ภายหลังเพิ่งบันทึกเสียงเสร็จในวันที่ 11 เมษายน 1983 และได้เคิร์ก แฮมเมตต์ จากวงเอ็กโซดัส มาแทนที่เขาในวันนั้นเอง มัสเทน ได้ย้ายไปตั้งวงเองในชื่อ "เมกาเดธ" เขาเคยกล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า เขาไม่ชอบแฮมเมตต์ ที่ทำให้เขาต้องออกจากวง โดยเขาใช้คำว่า "ขโมย" งานเขา มัสเทนรู้สึก "โกรธ" เพราะเขาเชื่อว่าแฮมเมตต์ ที่ต่อมาโด่งดังในฐานะตำแหน่งมือกีตาร์หลัก แต่เพลง เป็นเพลงที่มัสเทนแต่ง ในบทสัมภาษณ์ปี ค.ศ. 1985 กับนิตยสาร "เมทัลฟอร์ซเซส" (Metal Forces) มัสเทนได้กล่าวว่า "มันฟังดูแล้วตลกว่าทำไมเคิร์ก แฮมเมตต์เข้ามาชิงทุกๆอย่างที่ผมเล่นในเทป No Life 'til Leather และไปโหวตให้เขาเป็นมือกีตาร์อันดับ 1 ในนิตยสารของคุณ" ในอัลบั้มเปิดตัวของเมกาเดธ Killing Is My Business... and Business Is Good! (1985) มัสเทนได้กล่าวว่าซิงเกิล "Mechanix" เมทัลลิกานำงานของเขากลับไปทำใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น "The Four Horsemen" ในอัลบั้ม คิลเอมออล มัสเทนยังได้กล่าวอีกว่าที่พูดเช่นนี้เพื่อต้องการ "เน้นย้ำเมทัลลิกา" เพราะเมทัลลิกาเห็นว่าเขาดื่มเยอะและดูท่าว่าไม่สามารถเล่นกีตาร์ได้ เมทัลลิกาได้แสดงสดครั้งแรกร่วมกับแฮมเมตต์ในวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1983 ที่ เดอะสโนเพลส (The Showplace) ไนท์คลับในเมืองโดเวอร์ รัฐนิวเจอร์ซี โดยมีแดน ลิลเคอร์ (Dan Lilker) และนีล เทอร์บิน (Neil Turbin) สมาชิกวงแอนแทรกซ์เข้าร่วมเล่นด้วย และนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ 2 วงได้ร่วมแสดงสดด้วยกัน เนื่องจากปัญหาเรื่องชื่อของอัลบั้ม ที่ทางค่ายปฏิเสธใช้ชื่อ Metal Up Your Ass อัลบั้มจึงได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Kill 'Em All อัลบั้มได้เปิดตัวในนามค่ายเมกาฟอร์ซเรเคิดส์ในสหรัฐและในยุโรป และสามารถไต่ชาร์ตในอันดับที่ 155 บนบิลบอร์ด 200 เป็นผลสำเร็จในปี 1986 แม้ว่าอัลบั้มจะไม่ประสบความสำเร็จทางการเงินมากก็ตาม แต่ก็สามารถสร้างฐานแฟนคลับได้จำนวนหนึ่งในบรรดาวงเมทัลใต้ดิน เมทัลลิกาได้บันทึกเสียงสตูดิโออัลบั้มที่ 2 Ride the Lightning ที่สตูดิโอสวีทไซเลน ในเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งได้เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 1984 และไต่ขึ้นชาร์ตด้วยอันดับที่ 100 บนบิลบอร์ด 200 โดยตอนแรก หน้าปกอัลบั้มได้พิมพ์สีผิด โดยไปพิมพ์เป็นสีเขียว จนบัดนี้ถือเป็นของสะสมสำหรับนักสะสมเพลงซึ่งหาได้ยาก อัลบั้มนี้ยังได้ใส่เครดิตมัสเทนในซิงเกิล "Ride the Lightning" และ "The Call of Ktulu" ด้วย ไมเคิล อลาโก (Michael Alago) ผู้อำนวยการค่ายเพลงอิเล็กตรา (Elektra Records) และเอแอนด์อาร์ (A&R) และคลิฟฟ์ เบิร์นสไตน์ (Cliff Burnstein) ผู้ร่วมก่อตั้ง คิวไพรม์แมกเนจเมนท์ (Q-Prime Managemen) ได้มารับชม เมทัลลิกาแสดงคอนเสิร์ตในเดือนกันยายน ค.ศ. 1984 ซึ่งพวกเขารู้สึกประทับใจในการแสดงสด และได้เซ็นต์สัญญากับค่ายอิเล็กตรา ซึ่งทำให้พวกเขาเริ่มประสบผลสำเร็จในยอดขายขึ้นบ้าง วงได้แสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ ที่งาน "มอนสเตอร์ออฟร็อก" (Monsters of Rock) ณ สวนโดนิงตัน (Donington Park) ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 1985 ได้ร่วมงานกับบอน โจวี และวงแรตต์ โดยมีผู้คนเข้าชมกว่า 70,000 คน ในเทศกาลดนตรี "เดย์ออนเดอะกรีน" (Day on the Green) ที่โอ๊คแลนด์ แคลิฟอร์เนียมาสเตอร์ออฟพัพเพทส์ และการเสียชีวิตของเบอร์ตัน (ค.ศ. 1986-87) มาสเตอร์ออฟพัพเพทส์ และการเสียชีวิตของเบอร์ตัน (ค.ศ. 1986-87). เมทัลลิกาได้ออกสตูดิโออัลบั้มที่ 3 ในชื่อ มาสเตอร์ออฟพัพเพทส์ (Master of Puppets) ซึ่งได้ทำการบันทึกเสียงที่สตูดิโอสวีทไซเลนซ์และเปิดตัวในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1986 อัลบั้มสามารถไต่ขึ้นชาร์ตที่ 29 บนบิลบอร์ด 200 เป็นผลสำเร็จ และอยู่บนชาร์ตนานกว่า 72 สัปดาห์ อัลบั้มนี้นับว่าเป็นอัลบั้มแรกของวงที่ได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายระดับทองคำจาก สมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงของสหรัฐ (RIAA) ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1986 และยืนยันในระดับ 6× แผ่นเสียงทองคำขาว ในปี ค.ศ. 2003 สตีฟ ฮิวอี (Steve Huey) จากออลมิวสิก ได้ยกย่องอัลบั้มนี้ว่า "เป็นอัลบั้มเมทัลลิกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" ตามมาด้วยการทัวร์คอนเสิร์ตสหรัฐที่มีออซซี ออสบอร์นร่วมเสริม ในวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1986 ในระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตภายใต้ชื่อ Damage, Inc. Tour สมาชิกได้ทำการจับสลากเพื่อเลือกที่นอนในรถทัวร์ ผลปรากฏว่าเบอร์ตันชนะได้นอนในที่ของแฮมเมตต์ ตกช่วงดวงอาทิตย์กำลังขึ้นใกล้กับเมือง โดราร์ป ประเทศสวีเดน ขณะนั้นเองคนขับรถบัสได้สูญเสียการควบคุมและลื่นไถล จนทำให้ตัวรถหมุนหลายครั้ง ผลจากอุบัติเหตุครั้งนี้ อุลลิช แฮมเม็ตต์ และเฮทฟิลด์ แทบไม่ได้รับการบาดเจ็บสาหัสใดเลย แต่เบอร์ตัน กลับเสียชีวิตคาที่ การเสียชีวิตของเบอร์ตันได้ทำให้อนาคตของเมทัลลิกาเปลี่ยนไป สมาชิกทั้ง 3 ที่เหลือได้ตัดสินใจว่าจะเล่นวงต่อไป โดยเชื่อว่าเบอร์ตันคงให้พวกเขาคิดเช่นนี้ และรวมถึงคนในครอบครัวของเขาเองก็ขอให้หาคนมาแทนในตำแหน่งเขาด้วย วงได้ทำการเลือกผู้สมัครกว่า 40 คน ซึ่งรวมถึงเพื่อนวัยเด็กของแฮ็มเมตต์ นามว่า เลส เคลย์พูล (Les Claypool) จากวงไพรมัส ทรอย เกรกอรี (Troy Gregory) จากวงพรอง และเจสัน นิวสเตด อดีตสมาชิกวงโฟลตซัม แอนด์ เจทซัม จนในที่สุดผลการคัดเลือกนิวสเตด มาแทนที่เบอร์ตัน ในตำแหน่งมือเบส เขาได้ร่วมคอนเสิร์ตกับเมทัลลิกาครั้งแรกที่ คันทรีคลับ ในเมืองเรเซดา รัฐแคลิฟอร์เนีย เมทัลลิกาได้เสร็จสิ้นการทัวร์ในช่วงต้นเดือนปี ค.ศ. 1987 ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1987 ได้มีการออกหน้าปกอีพี The $5.98 E.P.: Garage Days Re-Revisited สู่ตลาด ด้วยจุดประสงค์ที่จะบันทึกเสียงด้วยโครงสร้างเพลงใหม่ และยังเป็นการทดสอบนิวสเตดในการบันทึกเสียงครั้งแรก รวมถึงเป็นการไว้อาลัยต่อการจากไปของเบอร์ตันอีกด้วย โดยวีดิโอ Cliff 'Em All ซึ่งเป็นการไว้อาลัย ชีวิต 3 ปีในเมทัลลิกาของเบอร์ตัน เปิดตัวในปี ค.ศ. 1987 ภายในวีดิโอ ได้รวบรวมการโซโล่กีตาร์เบส และภาพส่วนตัวต่างๆของเขา...แอนด์จัสติกฟอร์ออล และ เมทัลลิกา (ค.ศ. 1988–93) ...แอนด์จัสติกฟอร์ออล และ เมทัลลิกา (ค.ศ. 1988–93). นับเป็นการออกสตูดิโออัลบั้มครั้งแรกนับตั้งแต่การเสียชีวิตของเบอร์ตัน ในชื่อ ...แอนด์จัสติกฟอร์ออล (...And Justice for All) ซึ่งได้เปิดตัวในปี ค.ศ. 1988 อัลบั้มได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการไต่ขึ้นชาร์ตอันดับที่ 6 บนบิลบอร์ด 200 และยังนับเป็นอัลบั้มแรกของวงที่ติดท็อป 10 บนชาร์ตอีกด้วย อัลบั้มได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายระดับแพลตตินัมถึง 9 สัปดาห์ ภายหลังเปิดตัว อัลบั้มมีกลิ่นอายในเสียงเบสของนิวสเตดที่ดูเบาบางลง รวมถึงการลดไอเดียในดนตรีของเขาลงด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ดี เขาก็ได้รับเครดิตส่วหนึ่งในซิงเกิล Blackened อัลบั้มนี้ยังได้รับเสียงวิพากย์วิจารณ์จากหลายสำนักเช่น สตีฟ ฮิวอี จากออลมิวสิก ว่าเสียงกลองและกีตาร์ที่ดูเบาลงไป สำหรับการโปรโมตอัลบั้ม เมทัลลิกา ได้จัดทำทัวร์ภายใต้ชื่อ "Damaged Justice" ในปี ค.ศ. 1989 เมทัลลิกา ได้รับการเสนอชื่อรางวัลแกรมมีครั้งแรก ในอัลบั้ม ...And Justice for All หัวข้อ "เสียงร้องและเครื่องดนตรีแนวฮาร์ดร็อก/เมทัล ดีที่สุด" แต่ก็พลาด ในส่วนของรางวัลตกไปอยู่กับวงเจโทร ทัล ในอัลบั้ม Crest of a Knave ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์จากแฟนคลับของเมทัลลิกาพอสมควร จนรางวัลครั้งนี้ในโผ "10 รางวัลแกรมมีที่น่าผิดหวังที่สุด" จากนิยสาร เอนเตอร์เทนเมนต์วีคลี ภายหลังการเปิดตัว ...And Justice for All เมทัลลิกายังได้เปิดตัวมิวสิกวีดีโอ ในซิงเกิล "One" ซึ่งแสดงให้เห็นภาพการแสดงสดในโกดังร้างแห่งหนึ่ง รวมกับฉากในภาพยนตร์แนวสงคราม Johnny Got His Gun มิวสิกวีดีโอนี้ยังได้รับการโหวตในอันดับที่ 38 บนหัวข้อ "สุดยอด 100 มิวสิกวีดิโอตลอดกาล" จากเอ็มทีวี ปี ค.ศ. 1999 อีกด้วย และได้คัดเลือกให้อยู่ ADD Video ในอากาสเฉลิมฉลอง 25 ปี ซึ่งรวบรวมวีดิโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอ็มทีวีในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1990 เมทัลลิกา ได้เริ่มเข้าบันทึกเสียงอัลบั้มถัดไปที่สตูดิโอ 17 เฮิร์ตซ์ ย่านฮอลลีวูดเหนือ โดยทางวงได้จ้างบ็อบ ร็อก ผู้ซึ่งเคยทำงานกับ แอโรสมิธ เดอะคัลท์ บอน โจวี และมอตลีย์ครู ทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ ในอัลบั้มใหม่นี้มีชื่อว่า เมทัลลิกา หรือ อัลบั้มดำ (The Black Album) (ที่มาของชื่อคือสีของหน้าปกที่ดำเกือบสนิท) ซึ่งเป็นอัลบั้มที่มีการรีมิกซ์ถึง 3 ครั้ง และใช้งบประมาณเกือบ 1 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าการเปิดตัวจะล่าช้าไปบ้าง แต่อัลบั้มก็สามารถเปิดตัวด้วยการขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ในหลายประเทศ โดยทำยอดจำหน่ายได้สูงกว่า 650,000 ชุดในสหรัฐอเมริกาเพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น อัลบั้มนี้ยังผลักดันให้เกิดกระแสแฟนคลับที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย ด้วยการยืนยอดจำหน่ายระดับ 16× แผ่นเสียงทองคำขาวในสหรัฐ ทำให้กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงสุดตลอดกาลในสหรัฐ ในอันดับที่ 25 วงได้ทำการทัวร์ครั้งที่ 5 ในชื่อ Wherever We May Roam Tour จนเมื่อจบทัวร์ได้ 14 เดือนเมทัลลิกาได้ออกสารคดีในชื่อ A Year and a Half in the Life of Metallica ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1992 เมทัลลิกายังได้ร่วมคอนเสิร์ตรำลึกเฟรดดี้ เมอร์คิวรีในชื่อ "The Freddie Mercury Tribute Concert" เฮตฟีลด์ได้ร่วมเล่นเพลง "Stone Cold Crazy" กับสมาชิกวงที่เหลือของวงควีน และโทนี อิออมมีอีกด้วย ในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1992 ในระหว่างร่วมคอนเสิร์ตกับวงกันส์แอนด์โรสเซส ในชื่อ "Guns N' Roses/Metallica Stadium Tour" เฮตฟีลต์ ได้รับบาดเจ็บจากไฟประกอบเอ็ฟเฟกต์ ทั้ง บริเวณแขน หน้า มือ และขา ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดตอนตั้งค่าไฟเอ็ฟเฟกต์ ทำให้เฮตฟีลต์เดินเข้าไปในจุดที่จุดไฟ สูงกว่า 12 ฟุต (3.7 เมตร) ระหว่างกำลังเล่น "Fade to Black" นิวสเตดได้บรรยาภาพว่า ผิวหนังของเขา "เดือดๆพองๆ แบบในภาพยนตร์ The Toxic Avenger" จอห์น มาร์แชลล์ (John Marshall) มือกีตาร์เทคนิค ซึ่งก่อนหน้าทำหน้าที่เป็นมือริทึมกีตาร์และได้ไปอยู่กับวงเมทัลเชิร์ช (Metal Church) ได้รับหน้าที่แทนเฮตฟีลต์ตลอดทัวร์ สำหรับอาการของเฮตฟีลต์ ทำให้ไม่สามารถเล่นกีตาร์ได้ แม้ว่าเขาจะสามารถร้องได้ปกติก็ตาม ต่อมาในปี ค.ศ. 1993 เมทัลลิกา ได้ทัวร์คอนเสิร์ตในชื่อ "Nowhere Else to Roam" ซึ่งเล่นในเม็กซิโกซิตี ถึง 5 ครั้ง วงได้ออกบ็อกเซตครั้งแรกในชื่อ Live Shit: Binge & Purge ซึ่งเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1993 ประกอบด้วย 3 ซีดีแสดงสด 3 โฮมวีดิโอ และหนังสือโหลด, รีโหลด, การาจอิงค์. และ เอสแอนด์เอ็ม (ค.ศ. 1994–99) โหลด, รีโหลด, การาจอิงค์. และ เอสแอนด์เอ็ม (ค.ศ. 1994–99). ภายหลังการทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อโปรโมตอัลบั้ม เมทัลลิกา แล้ว เมทัลลิกาได้มุ่งหน้าสู่การแต่งเพลงและอัดเสียงในสตูดิโอในอัลบั้มถัดไป โดยในระหว่างอัดสตูดิโอในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1995 วงได้จัดคอนเสิร์ตกลางแจ้งสั้นๆ ที่สนามแข่งรถดอนิงตันพาร์ก ร่วมกับวง สเลเยอร์, สคิดโรล, สแลชสเนคพิต, เทอราพี? และ คอร์รอสชันออฟคอนฟอร์มิที วงใช้เวลากับการบันทึกเสียงใหม่นานหนึ่งปี และได้เปิดตัวอัลบั้มที่ 6 ในชื่อ โหลด (Load) ในปี ค.ศ. 1996 อัลบั้มยังคงความสำเร็จด้วยการขึ้นชาร์ตอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 และชาร์ตออสเตรเลีย (ARIA) ซึ่งยังนับเป็นอัลบั้มที่ 2 ของวงที่สามารถไต่ชาร์ตในอันดับที่ 1 เป็นผลสำเร็จ ในส่วนของหน้าปกอัลบั้ม มีชื่อว่า "Blood and Semen III" สร้างสรรค์ขึ้นโดยแอนเดรส เซอร์ราโน (Andres Serrano) เป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับ การผสมปนเลือดและน้ำอสุจิระหว่างกระจก 2 บาน การปล่อยอัลบั้มครั้งนี้ยังนับเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์วงใหม่ ทั้งดนตรีที่ลดความเบาและทิ้งห่างจากแทรชเมทัลลง รวมถึงการไว้ยาวของสมาชิกที่ได้เปลี่ยนไปตัดผมสั้นแทน ในช่วงการออกอัลบั้มถัดต่อจากนี้ ก่อนหน้านี้วงได้มีการบันทึกเสียงบางส่วนเพิ่มเติมในอัลบั้ม Load มาบ้างแล้ว ทำให้ในปีต่อมาก็ได้ออกอัลบั้มภาคต่อในชื่อ รีโหลด (Reload) พร้อมกับหน้าปกที่มีความคล้ายคลึงกับก่อนหน้านี้มาก ซึ่งออกแบบโดยศิลปินคนเดิม แต่หน้าปกได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดเป็นในเรื่องของการผสมระหว่างปัสสาวะและเลือด รีโหลด สามารถไต่ขึ้นชาร์ตด้วยอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 และขึ้นอันดับ 2 ในชาร์ตแคนาดา สำหรับการโปรโมตอัลบั้ม เมทัลลิกาได้มีการเล่นซิงเกิลจาก Reload 2 เพลงคือ "Fuel" และ "The Memory Remains" ร่วมกับแมริแอน เฟทฟูล (Marianne Faithfull) ในรายการ Saturday Night Live ช่องเอ็นบีซี ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1997 ในปี ค.ศ. 1998 เมทัลลิกาได้ทำอัลบั้มรวมเพลง ในชื่อ การาจอิงค์ (Garage Inc.) ซึ่งประกอบด้วยเพลงโคเวอร์จากหลายศิลปินเช่น ไดมอนเฮด, คิลลิงโจ๊ก, มิสฟิตส์, ทินลิซซี, เมอร์ซีฟูลเฟต, แบล็กซับบาธ เป็นต้น และส่วนของ The $5.98 E.P.: Garage Days Re-Revisited เวอร์ชันเดิมในรูปแบบอีพีมาใส่ในอัลบั้มนี้ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นของสะสมที่หาได้ยากในปัจจุบัน อัลบั้มนี้สามารถไต่บนบิลบอร์ดชาร์ต 200 ด้วยอันดับที่ 2 ในวันที่ 21 และ 22 เมษายน ค.ศ. 1999 เมทัลลิกาได้บันทึกการแสดงสดร่วมกับ "ซานฟรานซิสโกซิมโฟนี" นำโดยวาทยกรไมเคิล คาเมน (Michael Kamen) ผู้ซึ่งเคยทำงานร่วมกับร็อกมาก่อนใน ซิงเกิล "Nothing Else Matters" คาเมน ได้รับการทาบทามเข้าร่วมกับเมทัลลิกา ใน ค.ศ. 1991 กับไอเดียในการดนตรีของวงมาร่วมกับซิมโฟนีออร์เคสตรา คาเมน และทีมงานของเขาได้เรียบเรียงเครื่องดนตรีเพิ่มกว่า 100 เครื่อง เมทัลลิกาแต่งเพลงใหม่ 2 เพลง คือ "No Leaf Clover" และ "-Human" การบันทึกและจัดคอนเสิร์ตได้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1999 ในอัลบั้มสดและภาพยนตร์คอนเสิร์ต S&M ซึ่งสมารถไต่ขึ้นบิลบอร์ด 200 ด้วยอันดับที่ 2 และออสเตรเลียนชาร์ต (ARIA) และท็อปอินเทอร์เน็ตชาร์ต ด้วยอันดับ 1ข้อพิพาทกับแนปสเตอร์, การออกจากวงของนิวสเตดและ เซนต์แอนเจอร์ (ค.ศ. 2000–05) ข้อพิพาทกับแนปสเตอร์, การออกจากวงของนิวสเตดและ เซนต์แอนเจอร์ (ค.ศ. 2000–05). ในปี ค.ศ. 2000 เมทัลลิกาพบว่าเดโมของซิงเกิล "I Disappear" ซึ่งจะเปิดตัวพร้อมกับซาวด์แทร็กในภาพยนตร์ ฝ่าปฏิบัติการสะท้านโลก 2 ได้ถูกนำมาอากาศทางวิทยุก่อน ทำให้วงได้ติดตามการรั่วไหลของซิงเกิลนี้ จนพบว่าไฟล์ต้นฉบับมาจากเว็บไซด์แชร์ดนตรี แนปสเตอร์ (Napster) และยังได้พบว่าไฟล์ในหมวดหมู่ของเมทัลลิกายังปล่อยให้โหลดอย่างอิสระ จึงเกิดการฟ้องร้องขึ้นกับแนปสเตอร์ ผ่านทางศาลกลางแห่งแคลิฟอร์เนีย ทางโจทก์ได้กล่าวหาว่าแนปสเตอร์ได้ล่วงละเมิดลิขสิทธิ์ การออกอากาศผ่านระบบดิจิตอลอย่างผิดกฎหมาย และการใช้อิทธิพล หลอกลวงทางสื่อมีเดีย ข้อยุติระหว่างแนปสเตอร์และเมทัลลิกาได้สิ้นสุดลงเมื่อ บริษัทเบอร์เทลสมันน์ (Bertelsmann) จากเยอรมัน ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับแนสเตอร์เป็นจำนวน 94 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ข้อยุติ แนปสเตอร์ได้ยินยอมบล็อกผู้ใช้ที่ทำการแชร์ข้อมูลดนตรีของศิลปินที่ไม่ต้องการให้แชร์ดนตรีของพวกเขา ในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2002 แนปสเตอร์ได้ทำการยื่นข้อกฎหมายบทที่ 11 ภายใต้กฎหมายล้มละลายสหรัฐฯ จนในที่วันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2012 ผู้พิพากษาแห่งศาลล้มละลายได้ทำการบล็อกการค้าขายระหว่าง แนปสเตอร์และเบอร์เทลสมันน์ และแนปสเตอร์ต้อง จ่ายหนี้สินทั้งหมดจากข้อกฎหมายบทที่ 7 ภายใต้กฎหมายล้มละลายสหรัฐฯ ทำให้ปัจจุบันแนปสเตอร์กลายเป็นเว็บไซด์ที่บริการเสียเงิน จากเดิมที่ปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรี นิวสเตด ได้ออกจากวงในวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 2001 ด้วยเหตุผลส่วนตัว และรู้สึกเพียงพอแล้วกับงานดนตรีกว่าหลายปี ในบทสัมภาษณ์ของนิตยสารเพลย์บอยกับเมทัลลิกา นิวสเตดได้กล่าวว่า เขาต้องการที่จะไปทำอัลบั้มข้างนอก (Side Project) เองในชื่อ เอคโคเบรน (Echobrain) ทำให้ในเวลาต่อมาเฮตฟีลด์ ก็ได้ออกมากล่าวว่า "การที่ใครจะทำไซด์โปรเจกต์เท่ากับต้องการออกจากเมทัลลิกาไปแล้ว" และเปรียบเทียบการทำไซด์โปรเจกต์ว่าเหมือนเป็นการ "ขโมยภรรยา" ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2001 ได้มีการจัดทำสารคดีเกี่ยวกับการจัดทำอัลบั้มต่อไป โดยมี โจ เบอร์ลินเจอร์ (Joe Berlinger) และบรูซ ซินอฟสกาย (Bruce Sinofsky) ร่วมอำนวยการสร้าง ซึ่งเป็นการบันทึกเรื่องราวของการบันทึกเสียงใหม่ของเมทัลลิกา ในช่วง 2 ปี กว่า 1,000 ชั่วโมง ในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 ก่อนการเตรียมการบันทึกเสียง เฮตฟีลด์ได้ทำการบำบัดแอลกอฮอล์ในช่วงหนึ่ง จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการบันทึกเสียงจะสำเร็จหรือไม่ เฮทฟิวด์ได้กลับจากการพักฟื้นในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2001 และกลับสู่การบันทึกเสียงในวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 2002 โดยมีการจำกัดการทำงานต่อวันเพียง 4 ชั่วโมง เพื่อที่จะใช้ชีวิตส่วนหนึ่งกับครอบครัว จนในที่สุดสารคดีก็ได้เรียบเรียงภายใต้ชื่อ Some Kind of Monster ซึ่งได้ไปเปิดตัวในเทศกาลดนตรีซันแดนซ์ ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2004 ในระหว่างการบันทึกเสียง ได้บ็อบ ร็อก โปรดิวเซอร์ของวง ทำหน้าที่มือเบสแทนนิวสเตด รวมถึงในหลายๆคอนเสิร์ตร่วมกับเมทัลลิกาด้วย อัลบั้มได้เรียบเรียงเสร็จในปี ค.ศ. 2003 วงได้ทำการออดิชันเพื่อหาคนมาแทนที่นิวสเตด ทั้ง เพพเพอร์ คีแนน (Pepper Keenan), จีออร์ดี ไวท์ (Jeordie White), สกอตต์ รีเดอร์ (Scott Reeder), อีริก อเวอรี (Eric Avery), แดนนี โลเนอร์ (Danny Lohner) และคริส วิซ (Chris Wyse) ซึ่งทุกคนต่างเป็นมือเบสในวงเมทัลที่มีชื่อเสียง ภายหลังจากการออดิชันได้ 3 เดือน ก็ได้ โรเบิร์ต ทรูฮีโย จากวงซูอิไซดัลเทนเดนซีส์ (Suicidal Tendencies) และอดีตมือเบสร่วมกับออซซี ออสบอร์น เป็นมือเบสใหม่ ทางด้านของนิวสเตดได้ย้ายไปอยู่กับวงแทรชเมทัล วอยวอด (Voivod) ในปี ค.ศ. 2002 และยังรวมถึงการแทนที่ทรูฮีโยอีกที ในทัวร์ Ozzfest tour ของออสเบิร์น ปี ค.ศ. 2003 ในที่สุดในเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 2003 เมทัลลิกาก็ได้ออกสตูดิโออัลบั้มที่ 8 ในชื่อ เซนต์แอนเจอร์ (St. Anger) ด้วยการเปิดตัวอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 และได้รับคำวิจารณ์ที่หลากหลาย เช่น การโซโล่ของกีตาร์ที่ขาดหายไปและการบรรเลงกลองที่ไม่เข้าถึงความเข้มข้นเท่าที่ควร แต่ถึงอย่างไรก็ดี ในปี ค.ศ. 2004 อัลบั้มก็ได้รับรางวัลแกรมมีในซิงเกิล St. Anger ของหัวข้อ "รางวัลแสดงเมทัลดีที่สุด" และยังได้เป็นเพลงประจำขององค์กรมวยปล้ำดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในรายการ "ซัมเมอร์สแลม (2003)" อีกด้วย ก่อนที่วงจะได้เข้าร่วมเทศกาลดนตรีดาวน์โหลด (Download Festival) ปี ค.ศ. 2004 อุลลิชได้เข้าโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉินที่สวิตเซอร์แลนด์และไม่สามารถเล่นคอนเสิร์ตต่อได้ เฮทฟิวด์จึงได้หาตัวเลือกเพื่อแทนเขา ในที่สุดก็ได้ เดฟ ลอมบาร์โด มือกลองแห่งสเลเยอร์ และมือกลองโจเอิล จาอร์ดิสัน จากสลิปน็อต อาสามาร่วมเล่น โดยลอมบาร์โด ได้แสดงในซิงเกิล "Battery" และ "The Four Horsemen" ส่วนจอร์ดิสันเล่นในเพลงที่เหลือ การทัวร์คอนเสิร์ตยาวนานกว่า 2 ปี จนในปี ค.ศ. 2005 สมาชิกเมทัลลิกาได้พักผ่อนไปอยู่กับเพื่อนและครอบครัว วงได้กลับมาเล่นอีกครั้งด้วยการเป็นวงเปิดให้กับเดอะโรลลิงสโตนส์ ในคอนเสิร์ตที่สนามเบสบอลเอแอนด์ทีพาร์ค ซานฟรานซิสโก วันที่ 13 และ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005เดทแม็กเนทิก, ลูลา และ บียอนด์แม็กเนทิก (ค.ศ. 2006–11) เดทแม็กเนทิก, ลูลา และ บียอนด์แม็กเนทิก (ค.ศ. 2006–11). ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2006 เมทัลลิกา ได้เปิดตัว ดีวีดีอัลบั้ม ในชื่อ The Videos 1989–2004 ซึ่งเปิดตัวด้วยอันดับ 3 บนบิลบอร์ดท็อปวีดิโอ สามารถจำหน่ายได้กว่า 28,000 ชุด เมทัลลิกา ได้ประกาศผ่านเว็บไซด์อย่างเป็นทางการว่า บ็อบ ร็อก โปรดิวเซอร์ที่ร่วมงานมานานกว่า 15 ปี จะไม่มาร่วมในการออกอัลบั้มอีกต่อไป ในที่สุดวงได้ทำการเลือก ริค รูบิน มาแทน และประกาศว่าจะเปิดตัวอัลบั้มในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2008 พร้อมกับมิวสิกวีดิโอในซิงเกิลแรกของอัลบั้ม คือ "The Day That Never Comes" ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 2008 ร้านขายแผ่นเสียงในฝรั่งเศสได้ทำการปล่อยอัลบั้ม Death Magnetic ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการถึง 2 สัปดาห์ ทำให้ทางค่ายเวอร์ทิโกจากอังกฤษ ต้องเปิดตัวเร็วขึ้นในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 2008 และยังมีข่าวลือถึงการฟ้องร้องต่อผู้ค้าแผ่นเสียงในฝรั่งเศสจากทางฝั่งของเมทัลลิกาหรือจากค่ายวอร์เนอร์แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับการยืนยัน เดทแม็กเนทิก (Death Magnetic) ได้รับการเปิดตัวด้วยอันดับ 1 ในชาร์ตสหรัฐ สามารถจำหน่ายได้กว่า 490,000 ชุด และได้กลายเป็นวงดนตรีวงแรกที่สามารถเปิดตัวอัลบั้มด้วยอันดับ 1 เรียงติดต่อกันถึง 5 อัลบั้มในประวัติศาสตร์ของบิลบอร์ด 200 ภายหลังสัปดาห์ของการเปิดตัว Death Magnetic ก็ยังคงครองอันดับ 1 บนชาร์ตและรวมถึงชาร์ตอัลบั้มยุโรปอีกด้วย นอกจากนี้อัลบั้มยังได้กลายเป็นอัลบั้มที่ขายได้เร็วที่สุดในปี ค.ศ. 2008 ของประเทศออสเตรเลียอีกด้วย Death Magnetic ยังคงที่บนบิลบอร์ด 200 อัลบั้มชาร์ต ด้วยอันดับ 1 เรียงต่อกันยาวถึง 3 สัปดาห์ เมทัลลิกาได้กลายเป็นหนึ่งใน 2 ศิลปิน เช่นเดียวกับอัลบั้ม Sleep Through the Static ของแจ็ค จอห์นสัน ที่สามารถครองชาร์ตได้นานถึง 3 สัปดาห์ ประจำปี ค.ศ. 2008 นอกจากนี้ Death Magnetic ยังครองอันดับ 1 เรียงต่อกันบนชาร์ตฮาร์ดร็อก, โมเดิร์นร็อก/อัลเทอร์เนทีฟ และร็อกอัลบั้ม ถึง 5 สัปดาห์ด้วยกัน อัลบั้มขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตประเทศอื่นอีก 32 ประเทศ หนึ่งในคือ สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย ในเดือนพฤษภาคม 2008 เมทัลลิกาได้ยุติสัญญากับค่ายวอร์เนอร์บราเธอร์สเรเคิดส์ลง และวงได้มีแนวคิดที่จะเปิดตัวอัลบั้มต่อไปผ่านอินเทอร์เน็ต ในวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 2009 ได้มีการประกาศให้เมทัลลิกาบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล ในวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2009 และอดีตมือเบส เจสัน นิวสเตด จะมาร่วมเฉลิมฉลองในการประกาศผลครั้งนี้ด้วย แต่มือเบสปัจจุบัน โรเบิร์ต ทรูฮีโย ตัดสินใจจะไม่มาร่วมเล่นโดยกล่าวว่าจะเป็นผู้รับชม ถึงอย่างไรก็ดีในช่วงที่วงจะบรรเลงซิงเกิล "Master of Puppets" และ "Enter Sandman" ทั้งทรูฮีโย และนิวสเตด ต่างร่วมกันบรรเลงพร้อมกัน ในขณะที่คลิฟฟ์ เบอร์ตันที่เสียชีวิตไป บิดาของเขาเรย์ เบอร์ตัน รับเกียรติยศแทนเขา นอกจากนี้วงยังได้เชิญให้เดฟ มัสเทน อดีตมือกีตาร์มาร่วมในพิธีอีกด้วย แต่เขาปฏิเสธเพราะติดทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรป เมทัลลิกา สเลเยอร์ เมกาเดธ และแอนแทรกซ์ ได้ร่วมกันบรรเลงครั้งแรกในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2010 ที่สนามบินวอร์ซอว์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรีโซนิสเฟียร์ ในวันที่ 28 มิถุนายนปีเดียวกันนี้ อัลบั้ม Death Magnetic ได้รับการยืนยันยอดจำหน่ายระดับ 2X แพลตตินัม จากอาร์ไอเอเอ รายการทัวร์คอนเสิร์ต World Magnetic Tour ของเมทัลลิกาได้สิ้นสุดลงที่นครเมลเบิร์น ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 ภายหลังทัวร์มามากกว่า 2 ปี ในการโปรโมตอัลบั้ม Death Magnetic นี้ วงได้ออกอีพีรุ่นจำกัดจำนวน ซึ่งเป็นภาพการแสดงสดที่ออสเตรเลียในชื่อ Six Feet Down Under และตามมาด้วยอีพี Six Feet Down Under (Part II) ซึ่งเปิดตัวในวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 ในวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 เมทัลลิกาได้เปิดตัว อีพีแสดงสด ในชื่อ Live at Grimey's ซึ่งได้บันทึกไว้ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2008 ที่กริมีย์เรเคิร์ดสตูดิโอ ภายหลังวงเข้าร่วมงานที่ เทศกาลดนตรีบอนนารู (Bonnaroo Music Festival) ในปีเดียวกันนั้น ในวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 2010 วงได้ประกาศร่วมบรรเลงกับเครือ "บิ๊กโฟว์" อีกครั้ง ในช่วงเทศกาลดนตรีโซนิสเฟียร์ ที่เนปเวิร์ทเฮาส์ (Knebworth House), ฮาร์ตฟอร์ดเชอร์ ในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 นับเป็นครั้งแรกที่สมาชิกวงทุกคนในเครือบิ๊กโฟว์ ร่วมบรรเลงเพลงในเวทีเดียว ณ ประเทศอังกฤษ วันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2010 ได้ประกาศไปเล่นต่อที่ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 9 กรกฎาคม วงได้ร่วมบรรเลงที่เอ็มไพร์โปโลคลับ ในอินดิโอ แคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2011 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ได้ร่วมร่วมบรรเลงเพลงในเวทีเดียว ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 ได้จัดโชว์ที่เกลเซนเคียร์เชิน ประเทศเยอรมนี ในวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ได้จัดโชว์ที่มิลาน ประเทศอิตาลี ในวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ได้จัดโชว์ที่กอเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน จนทัวร์สุดท้ายของ "บิ๊กโฟว์" ได้ยุติลงที่นครนิวยอร์ก ณ สนามกีฬายานคี ในวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 2011 ในวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 2011 เมทัลลิกาได้ประกาศการออกอัลบั้มใหม่ในชื่อ Lulu ร่วมกับศิลปินลู รีด แห่งเดอะเวลเวตอันเดอร์กราวด์ ซึ่งใช้เวลาเรียบเรียงนานหลายเดือน ซึ่งประกอบด้วยซิงเกิลทั้งหมด 10 ซิงเกิล ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ก็ได้รับการเปิดตัว นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่อัลบั้มก่อนหน้านี้ 5 อัลบั้ม ที่อัลบั้มนี้ไม่ได้ขึ้นอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 รวมถึงอัลบั้มในชาร์ตประเทศอื่นๆ เมทัลลิกาได้เข้าร่วมเทศกาลดนตรี "อินเดียร็อก" เป็นครั้งแรก ณ สนามแข่งรถอินเดียน (Indian Grand Prix) ปี ค.ศ. 2011 แต่ถึงอย่างไรก็ดีคอนเสิร์ตได้ยกเลิกลง เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยในสถานที่ ซึ่งแฟนเพลงปีนขึ้นไปบนเวทีในระหว่างงาน รวมถึงผู้จัดงานที่ต่อมาก็ถูกจับในข้อหาฉ้อโกงด้วย เมทัลลิกาได้กลับมาเปิดตัวที่อินเดียอีกครั้งในเมืองบังกาลอร์ วันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2011 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ได้มีการประกาศว่าเมทัลลิกาจะไปเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ในวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 2012 ที่เทศกาลดนตรีดาวน์โหลด (Download Festival) ณ สนามแข่งรถดอนิงตันพาร์ก ประเทศอังกฤษ และจะเล่นเฉพาะ อัลบั้มดำ ตลอดเวที เมทัลลิกาได้ฉลอง 30 ปี ด้วยการจัดคอนเสิร์ต 4 ครั้งที่ ฟิลล์มอร์ ในซาน ฟรานซิสโก ในเดือนธันวาคม 2011 ในคอนเสิร์ตวงได้บรรเลงเพลงต่างนับตั้งแต่อัลบั้มแรก รวมถึงแขกรับเชิญต่างๆที่มีส่วนช่วยเหลือให้วงมีชื่อเสียงทั้ง ลอยต์ แกรนต์, เดฟ มัสเทน, เจสัน นิวสเตด, ออซซี ออสบอร์น, เจอร์รี แคนเทรลล์ แห่งอลิซอินเชนส์ เกรนน์ แดนซิกแห่งมิสฟิตส์ วงอะโพคาลิปติกา สมาชิกวงไดมอนด์เฮด และยังรวมถึงศิลปินแบล็กเมทัล คิง ไดมอนด์ จากเมอร์ซีฟูลเฟตอีกด้วย ในวันที่ 13 ธันวาคม 2011 วงได้เปิดตัวอีพี Beyond Magnetic ซึ่งวางจำหน่ายในไอทูนส์ และจำหน่ายในซีดีในเดือนมกราคม 2012เมทัลลิกา: ทรูเดอะเนเวอร์ และอัลบั้มที่สิบ (ค.ศ. 2012-ปัจจุบัน) เมทัลลิกา: ทรูเดอะเนเวอร์ และอัลบั้มที่สิบ (ค.ศ. 2012-ปัจจุบัน). ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 เมทัลลิกาได้ประกาศทัวร์คอนเสิร์ตในชื่อ "Orion Music + More" ในวันที่ 23 กรกฎาคม และ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 ในแอนแลนติกซิตี้ รัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยพวกเขายืนยันว่าจะเล่นทั้ง 2 วันและเล่นในซิงเกิลฮิตจากอัลบั้ม 2 อัลบั้ม คือ Metallica ในคืนแรกและ Ride the Lightning ในอีกคืน ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2012 จากบทสัมภาษณ์กับสถานีวิทยุแคนาดา 99.3 เดอะฟ็อกซ์ อุลริชกล่าวว่าเมทัลลิกา จะยังไม่ออกอัลบั้มใหม่ โดยคาดว่าเร็วสุดคือช่วงต้น ค.ศ. 2014 ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2012 เมทัลลิกาได้ออกจากสัญญากับวอร์เนอร์บราเธอร์สเรเคิดส์ และย้ายตัวไปทำค่ายเพลงเอง ในชื่อ "แบล็คเคนเริเคิดดิง" (Blackened Recordings) ซึ่งจะเป็นค่ายเพลงให้กับวงต่อไปในอนาคต วงได้รับลิขสิทธิ์ในทุกสตูดิโออัลบั้ม ผ่านการจำหน่ายในค่ายใหม่นี้ รวมถึงผ่านค่ายลูกของวอร์เนอร์ ในชื่อบริษัทริโนเอนเตอร์เทนเมนต์ สำหรับจำหน่ายในสหรัฐ และที่อื่นผ่านทาง ยูนิเวอร์ซัลมิวสิก ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2012 เมทัลลิกาได้ประกาศเปิดตัวดีวิดีในรูปแบบอัลบั้มแสดงสดในควิเบก ประเทศแคนาดา ปี ค.ศ. 2009 ผ่านทางเว็บไซด์หลัก ต่อมาก็ได้จำหน่ายในวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ที่สหรัฐอเมริกา ในปี 2013 สมาชิกวงได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์คอนเสิร์ต 3 มิติ ในชื่อ Metallica: Through the Never กำกับโดย แอนทัล นิมรอด (Antal Nimród) และเปิดฉายในโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์ในวันที่ 27 กันยายนปีเดียวกัน ในบทสัมภาษณ์วันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 อุลริชได้กล่าวกับนิตยสารอัลติเมตกีตาร์ (Ultimate Guitar) ว่า "ในปี ค.ศ. 2014 จะร่วมบันทึกเสียงอัลบั้มใหม่เมทัลลิกา" และเขาพูดว่าอัลบั้มมีแนวโน้มจะเปิดตัวในช่วงปี 2015 เคิร์ก แฮมเมตต์ และโรเบิร์ต ทรูฮีโย ต่อมาก็ได้ยืนยันถึงการเข้าสตูดิโอ สำหรับทัวร์ "Orion Music + More" ในครั้งที่ 2 ที่จะจัดขึ้นในดีทรอยต์ วงได้เล่นภายใต้ชื่อ "Dehaan" ซึ่งอ้างมาจากชื่อของ เดน ดีฮานน์ (Dane DeHaan) ที่รับบทบาทในภาพยนตร์ Metallica: Through the Never วงได้แสดงสดเฉพาะในอัลบั้ม Kill 'Em All ตลอดทั้งเวที ซึ่งยังถือเป็นการเฉลิมฉลอง 30 ปี ของอัลบั้มอีกด้วย ในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2013 วงได้เล่นสดในชื่อ "Freeze 'Em All" ในดินแดนแอนตาร์กติกา ทำให้กลายเป็นวงดนตรีวงแรกที่เล่นคอนเสิร์ตครบทั้ง 7 ทวีป ภายหลังวงได้ออกอัลบั้มและเปิดตัวอัลบั้มสดในเดือนเดียวกัน ในงานประกาศผลรางวัลแกรมมีครั้งที่ 56 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2014 เมทัลลิกาได้เล่นซิงเกิล "One" ร่วมกับนักเปียโนชาวจีน หลาง หล่าง ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 เมทัลลิกาได้จัดคอนเสิร์ตในชื่อ "Metallica By Request" ซึ่งเล่นเพลงตามเสียงเรียกร้องของแฟนเพลง โดยมีซิงเกิล "Lords of Summer" ที่ได้แต่งเพื่อคอนเสิร์ตนี้ รวมถึงเปิดตัวเดโม "first take" ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2014 วงได้ทัวร์ต่อยังเทศกาลแกลสตันบูรี ในความพยายามที่จะหาแฟนเพลงใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2014 เมทัลลิกา ได้บรรเลงปิดงานเฉลิมฉลองกิจกรรมบลิซซ์คอน 2014 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015 เมทัลลิกาได้เข้าร่วมงาน "Metallica Night" ร่วมกับสมาชิกทีมฮอกกี้น้ำแข็ง แซน จอซ ชาร์คส์ เกี่ยวกับงานประมูลการกุศล แต่ไม่ได้แสดงสด ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 วงได้กลับไปเล่นที่เทศกาลดนตรีลอลลาพาลูซา (Lollapalooza) ประเทศบราซิล อีกครั้งในรอบ 20 ปี ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 เมทัลลิกาได้แสดงสดที่ เอทีแอนด์ทีปาร์ค นอกจากนี้วงยังได้ไปเล่นให้กับ เอ็กซ์เกม เป็นครั้งแรกในงาน "เอ็กซ์เกมอัสติน 2015" ที่เมืองอัสติน รัฐเท็กซัส ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เมทัลลิกาได้เข้าร่วมบรรเลงที่ "The Night Before" ที่เอทีแอนด์ทีปาร์ค ในวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2016 เมทัลลิกาได้ร่วมเปิดสนามกีฬา ยู.เอส.แบงค์ (U.S. Bank) ร่วมกับวงอะเว็นจด์เซเวนโฟลด์และวงวอลบีตจากเดนมาร์ก ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2016 อุลลิช ได้สัมภาษณ์กับนิตยสารบิลบอร์ดถึงการออกอัลบั้มที่ 10 โดยกล่าวโดยสรุปว่า "มันคงยากที่จะเชื่อว่ามันจะไม่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2016" จนต่อมาในวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2016 วงก็ได้ประกาศออกสตูดิโออัลบั้มใหม่ผ่านเว็บไซต์หลักของเมทัลลิกา ในชื่อ Hardwired... to Self-Destruct ซึ่งได้เปิดตัวในวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ผ่านทางค่ายอิสระของวง แบล็กเคนเนดเรเคิดดิงส์ วงยังได้เปิดตัวเพลง "Hardwired" พร้อมมิวสิกวีดิโอในซิงเกิลแรกอีกด้วย อัลบั้มได้เปิดตัวตามกำหนดการ และไต่ขึ้นอันดับบิลบอร์ด 200 ด้วยอันดับที่หนึ่ง เมทัลลิกายังได้วางแผนทัวร์สหรัฐอเมริกาในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2017 ในชื่อ WorldWired Tour ซึ่งมีวงอย่าง อะเว็นจด์เซเวนโฟลด์ วอลบีต และกอจิรา เข้าร่วมสมทบด้วยสไตล์และแนวเพลง สไตล์และแนวเพลง. เมทัลลิกา ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปินวงเฮฟวีเมทัลและฮาร์ดร็อกก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น แบล็กแซ็บบาธ, ดีปเพอร์เพิล, คิส, เลด เซพเพลิน, ควีน, เทด นูเจนท์, เอซี/ดีซี, รัช, แอโรสมิธ, จูดาสพรีสต์ และสกอร์เปียนส์ ศิลปินในกลุ่มคลื่นเฮฟวีเมทัลลูกใหม่จากอังกฤษเช่น เวนอม, มอเตอร์เฮด, ซาซอน, ไดมอนด์เฮด, บลิทซ์ครีก และไอเอิร์นเมเดน กลุ่มศิลปินพังก์ยุคแรก เช่น ราโมนส์, เซ็กซ์พิสทอลส์ และมิสฟิตส์ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งในอิทธิพลในสไตล์ของเมทัลลิกา รวมไปถึงวงโพสต์-พังก์ อย่างคิลลิ่งโจ๊ก ด้วย ในช่วงแรกเริ่มวงได้นำเสนอการบรรเลงดนตรีด้วยจังหวะรวดเร็ว ความกลมกลืนทางดนตรี และบรรเลงเฉพาะเครื่องดนตรี สตีฟ ฮิวอี แห่งออลมิวสิก ได้กล่าวว่า Ride the Lightning นำเสนอ "การขยายออก, ความก้าวหน้าในเนื้อหา ที่หนักแน่น กระชับ" ฮิวอียังได้เสริมต่อว่า เมทัลลิกาได้ขยายตัวตนด้วยการเรียบเรียงเทคนิคและการแสดงออก ที่มีความก้าวร้าวแฝงอยู่ในเนื้อเพลงที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องส่วนบุคคล ประเด็นทางสังคม ศาสนา ทหาร อารมณ์โกรธ ความวิกลจริต สัตว์ประหลาด และสารเสพติด ซึ่งเป็นธีมที่ถูกนำเสนอผ่าน Master of Puppets ในปี ค.ศ. 1991 ฮิวอี ได้กล่าวถึงเมทัลลิกากับโปรดิวเซอร์คนใหม่ บ็อบ ร็อก ที่ช่วยปรับดนตรีให้เรียบง่ายและคล่องตัวขึ้น ทำให้เพิ่มความนิยมในตลาดมากขึ้น จนในเวลาต่อมาเมทัลลิกาก็สามารถเข้าสู่กระแสหลักในหมู่ผู้ฟังดนตรีได้สำเร็จ โรเบิร์ต พาลเมอร์ (Robert Palmer) แห่งนิตยสารโรลลิงสโตน ได้กล่าวว่า วงได้ละทิ้งความก้าวร้าว จังหวะรวดเร็วและช่วงแสดงทางดนตรีที่ฟุ่มเฟือยลง สิ่งเหล่านี้เองในเปลี่ยนเส้นทางให้วงเข้าสู่ตลาดดนตรีจนประสบความสำเร็จในอัลบั้ม Metallica ที่ถือเป็นอัลบั้มแรกของวงที่ไต่ชาร์ตอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 เมทัลลิกาได้เปลี่ยนแนวไปเล่นแนวกลุ่มร็อกที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มกรันจ์ ช่วงต้นยุค 1990 ในอัลบั้ม Load อัลบั้มได้รับการกล่าวว่า "แทบจะเป็นอัลบั้มอัลเทอร์เนทีฟ" ซึ่งนับเป็นการหลีกห่างจากคำว่า "เมทัล" มากขึ้น รวมถึงเนื้อหาเพลงที่ได้ละทิ้งเนื้อหาเชิงลบ อย่าง สารเสพติดและสัตว์ประหลาด แล้วไปเน้นที่เนื้อหาอย่าง อารมณ์โกรธ ความสูญเสีย และวิบากกรรม ที่เบาลง ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนเนื้อหาแล้ว ยังมีในเรื่องของการตัดผมยาวของสมาชิกวง หน้าปกอัลบั้ม Load การไปเล่นคอนเสิร์ตที่โลลลาพาลูซา ซึ่งเป็นงานคอนเสิร์ตของพวกวงอัลเทอร์เนทัฟ ทำให้แฟนเพลงและนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ไม่ประทับใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จนขนาดเดวิด ฟริคค์ (David Fricke) แห่งโรลลิงสโตน ถึงกับออกมากล่าวว่า "ลาก่อนแทรช" และถึงกับเสียดสีอัลบั้มนี้ว่า "เป็นอัลบั้มที่หนักที่สุดแห่งปี ค.ศ. 1996" ในอัลบั้ม ReLoad ปี 1997 ที่วงนำเสนอแนวบลูส์และฮาร์ดร็อกช่วงต้น ซึ่งผสมผสานจังหวะและความกลมกลืนที่มากขึ้นในโครงสร้างเพลง ในอัลบั้ม St. Anger ได้มีการปรับเปลี่ยนทางดนตรีครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของวง ทั้งการโซโล่กีตาร์ที่ตัดทิ้งไปจากอัลบั้ม ละทิ้ง "ความดิบและเสียงที่ไม่ขัดเกลาออก" เนื้อหาอัลบั้มยังเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูอาการติดยาของเฮทฟิลด์และการอ้างอิงถึงปีศาจ การต่อต้านสารเสพติด ความกลัวขั้นรุนแรง การลงโทษในวาระสุดท้าย และการเสแสร้งทางศาสนา จากคำแนะนำของโปรดิวเซอร์ ริค รูบิน ในอัลบั้มที่ 9 Death Magnetic ทำให้วงได้กลับสู่แนวทางดั้งเดิมทั้งเรื่องของเสียงและการโซโล่กีตาร์ รวมไปถึงความเป็นแทรชเมทัลแท้ๆของเมทัลลิกา ซึ่งเน้นที่จังหวะริฟฟ์แบบแทรช การบรรเลงโซโล่ที่หนักแน่น เข้มข้น แต่มีเนื้อหาอ่อนๆ เกี่ยวข้องกับ อัตวินิบาตกรรม การไถ่ถอนจากภูตผีอิทธิพลของวง อิทธิพลของวง. เมทัลลิกาได้กลายเป็นหนึ่งในวงทรงอิทธิพลที่สุดวงหนึ่งในวงการเฮฟวีเมทัลตลอดกาล และได้รับเครดิตให้เป็นหนึ่งใน 4 กลุ่มดนตรีแทรชเมทัลรุ่นบุกเบิกในสหรัฐที่เรียกว่า "บิ๊กโฟว์" เช่นเดียวกับ สเลเยอร์ แอนแทรกซ์ และเมกาเดธ วงสามารถจำหน่ายแผ่นเสียงได้มากกว่า 110 ล้านชุดทั่วโลก รวมถึงยอดยืนยันจำหน่ายจากสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงของสหรัฐ (RIAA) กว่า 66 ล้านชุดและในระบบนีลเซน ซาวด์สแกน ที่ได้ยืนยันตัวเลขกว่า 53,642,000 ชุด ในสหรัฐอเมริกาเพียงที่เดียว ทำให้เมทัลลิกาได้กลายเป็นหนึ่งในวงที่ประสบความสำเร็จด้านยอดจำหน่ายเชิงพาณิชย์ตลอดกาล นักเขียนสารานุกรม The Rolling Stone Encyclopedia of Rock & Roll จากนิตยสารโรลลิงสโตน ได้กล่าวว่า เมทัลลิกาให้ความหมายของดนตรีเฮฟวีเมทัลว่า "เป็นแบบแผนที่สำคัญที่สุด" สตีเฟน โทมัส เออเลวิน (Thomas Erlewine) และเกร็ก พลาโต (Greg Prato) จากออลมิวสิกได้กล่าวว่าเมทัลลิกา "ขยายจุดจำกัดของแทรช โดยการใช้ความเร็วและความเข้มข้นของเสียงที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้ของวงเท่านั้น แต่พวกเขายังเพิ่มความปราณีตให้กับโครงสร้างทางดนตรีอีกด้วย" และได้ยกย่องวงว่า "เรียบง่ายที่ดีที่สุด เป็นวงเฮฟวีเมทัลที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค 80 ที่ได้ภาระนำดนตรีกลับสู่โลกมนุษย์" โจนาธาน เดวิส แห่งวงคอร์น ได้กล่าวว่าเขายกย่องเมทัลลิกาในฐานะวงดนตรีโปรดของเขา เขายังได้กล่าวว่า "ฉันรักในสิ่งที่พวกเขาทำทุกอย่างในทางของพวกเขาและรักษามันไว้หลายปี ซึ่งในปัจจุบันพวกเขาก็ยังทำอยู่ ฉันคิดว่าพวกเขาคือวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" แชนนอน ลาร์คิน แห่งกอดส์แมก ได้กล่าวว่าเมทัลลิกาคือวงที่ทรงอิทธิพลต่อวงดนตรีมากที่สุด โดยได้ขยายความต่อว่า "พวกเขาเปลี่ยนชีวิตฉันอย่างมาก เมื่อฉันอายุ 16 ปี ฉันไม่เคยฟังเฮฟวีเมทัลอะไรที่หนักอย่างนี้มาก่อน" ร็อบบ์ ฟลินน์ (Robb Flynn) แห่งวงแม็กชีนเฮด ได้กล่าวตอนทำอัลบั้มวงในปี ค.ศ. 2007 The Blackening ว่า "สิ่งที่พวกเราต้องการสื่อในอัลบั้มนี้ก็คือพลัง อิทธิพล และมหากาพย์ความยิ่งใหญ่ต่อจากอัลบั้ม มาสเตอร์ออฟพัพเพทส์ ที่ยืนยงกับพลังไม่มีวันตาย เช่นนั้นบ้าง" โคเรย์ บิวลิวอู และแมตต์ ฮีฟีย์ 2 มือกีตาร์แห่งวงทริเวียม ได้กล่าวว่าเมื่อเขาได้ยินเมทัลลิกาเมื่อไหร่ เขาต้องการที่จะจับกีตาร์เล่นตามทันที เอ็ม. แชโดวส์ แห่งอะเว็นจด์เซเวนโฟลด์ ได้กล่าวขณะกำลังทัวร์ร่วมกับเมทัลลิกาว่า "การจำหน่ายเพียงบันทึกเสียงเป็นตันๆ และการเล่นโชว์ที่มีคนฟังมากๆ จะมีไม่มีทางเทียบได้เลย กับการพบสมาชิกเมทัลลิกาตัวจริงๆ" ดอกและดัลลาส คอยล์ จากวงก็อดฟอร์บิด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมทัลลิกาที่ทำให้พวกเขาได้เติบโตขึ้น และมือเบสจอห์น เอาต์คาลต์ ได้ชื่นชมเบอร์ตัน ในฐานะ "ร็อกเกอร์" เดฟ ชาวาร์รี จากวงอิลนิโน ได้กล่าวชื่นชมอัลบั้มช่วงต้นของเมทัลลิกาว่า "มีความหนัก ดิบ กระด้างกระเดื่อง ที่ต้องพูดว่า 'fuck you'" และคริส โคฮ์ลส มือกลองจากวงอดีมา ได้กล่าวว่า วงของพวกเขาต่างได้รับอิทธิพลจากเมทัลลิกา นิตยสารเคอร์แรง! ได้เปิดตัวอัลบั้มลูก (tribute album) ในชื่อ Master of Puppets: Remastered ฉบับวันที 8 เมษายน 2006 ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลอง 20 ปี ให้กับอัลบั้ม Master of Puppets ภายในอัลบั้มประกอบด้วยเพลงโคเวอร์ของเมทัลลิกา จากศิลปินต่าง ๆ เช่น แมชชีนเฮด, บุลเลตฟอร์มายวาเลนไทน์, ไคไมอารา, มาสโทดอน, เมนดีด และทริเวียม ซึ่งวงเหล่านี้ต่างได้รับอิทธิพลทางดนตรีจากเมทัลลิกาทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีอัลบั้มลูกเมทัลลิกาอื่นอีกกว่า 15 อัลบั้มที่ได้รับการเปิดตัว ในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 2006 เมทัลลิกาได้เป็นแขกรับเชิญนำแสดงในเดอะซิมป์สันส์ ซีซันส์ที่ 18 ในฉากที่สมาชิกวงกำลังแสดงคอนเสิร์ตบนรถกระบะของแฮนส์ โมเลแมน (Hans Moleman) เฮมเมตต์และเฮทฟิวด์ยังได้ร่วมพากย์เสียงใน 3 ตอนบนรายการโทรทัศน์ เมทัลโลคาลิปส์ (Metalocalypse) วงดนตรีเซลโลจากฟินแลนด์นาม อะโพคาลิปติกา ได้ปล่อยอัลบั้มลูกในชื่อ Plays Metallica by Four Cellos ซึ่งนำเสนอซิงเกิลของเมทัลลิกาจำนวน 8 ซิงเกิลผ่านเครื่องสายเซลโลทั้ง 4 วงล้อเลียนชื่อบีทัลลิกา (Beatallica) ที่ใช้ชื่อผสมระหว่างวงเดอะบีเทิลส์และเมทัลลิกา ได้เผชิญหน้ากับข้อกฎหมายเมื่อโซนี่ ซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าวงบีเทิลส์ ได้สั่งยุติการสั่งซื้อของจากวง โดยกล่าวว่า "อาการหนัก เกินเยียวยา" และได้ทำการฟ้องร้องให้วงจ่ายค่าเสียหายอีกด้วย จนอุลริช ซึ่งเขาก็เป็นแฟนเพลงของบีทัลลิกาด้วย ได้ช่วยเหลือผ่านนักกฎหมายประจำวง ปีเตอร์ พาเทอร์โน เพื่อช่วยในข้อกฎหมาย เอ็มทีวี (MTV) ได้จัดอันดับที่ 3 ให้กับเมทัลลิกาในหัวข้อ "วงเฮฟวีเมทัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์" ได้อันดับที่ 5 ในหัวข้อ "100 ศิลปินฮาร์ดร็อก" จากวีเอชวัน (VH1) และวงยังได้อันดับ 1 บนหัวข้อ "20 รายชื่อวงดนตรีเมทัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" จากวีเอชวันอีกด้วย โรลลิงสโตน ได้จัดอันดับที่ 61 แก่วง บนหัวข้อ "100 ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" นอกจากนี้ในอัลบั้ม Master of Puppets และ Metallica ก็ได้จัดอันดับที่ 167 และ 252 บนหัวข้อ "500 อัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" จากนิตยสารเดียวกันนี้ อัลบั้ม Master of Puppets ก็ได้ถูกจัดหนึ่งในรายชื่อ "50 อัลบั้มที่หนักที่สุดตลอดกาล" จากนิตยสารคิว ได้รับอันดับที่ 1 ในหัวข้อ "ท็อป 25 อัลบั้มเมทัล" จากไอจีเอ็น และอันดับ 1 ในหัวข้อ "ท็อป 100 อัลบั้มเอฟวีเมทัล" จาก เมทัล-รูส์.คอม (Metal-rules.com) ซิงเกิล "Enter Sandman" ก็ได้รับอันดับที่ 399 จากนิตยสารโรลลิงสโตนบนหัวข้อ "500 เพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" ด้วย ในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1999 เมทัลลิกาได้รับการยกเข้าสู่หอเกียรติยศซานฟรานซิสโกวอร์คออฟเฟรม (San Francisco Walk of Fame) โดยวิลลี บราวน์ (Willie Brown) ผู้ว่าการรัฐซานฟรานซิสโก ถึงกับประกาศให้วันนี้เป็นวัน "วันเมทัลลิกาอย่างเป็นทางการ" ในปี ค.ศ. 2003 วงได้รับรางวัลเอ็มทีวีไอคอน (MTV Icon award) เมทัลลิกาได้มีการแสดงคอนเสิร์ตลูก (Tribute) จากศิลปินต่างๆ ทั้ง ซัม 41 ที่ได้เล่น "For Whom the Bell Tolls", "Enter Sandman" และ "Master of Puppets" วงสเตนด์ ได้โคเวอร์ "Nothing Else Matters" แอวริล ลาวีน ได้เล่น "Fuel" สนูป ด็อกก์ ได้เล่น "Sad but True" คอร์น เล่น "One" และลิมป์บิซกิต เล่นเพลง "Welcome Home (Sanitarium)" วีดิโอซีรีส์เกม กีตาร์ฮีโร (Guitar Hero) ได้บรรจุเพลงของเมทัลลิกาหลายเพลง เช่น "One" ใน กีตาร์ฮีโร III ในอัลบั้ม Death Magnetic ซึ่งต่อมาได้เปิดจำหน่ายผ่านการดาวน์โหลด ในซิงเกิล "Trapped Under Ice" ได้เปิดเผยในภาคต่อ กีตาร์ฮีโรเวิร์ดทัวร์ (Guitar Hero World Tour) ในปี ค.ศ. 2009 เมทัลลิกาได้ร่วมมือกับเกมในการพัฒนาในชื่อว่า กีตาร์ฮีโร:เมทัลลิกา (Guitar Hero: Metallica) ซึ่งเน้นรวมเพลงเฉพาะเมทัลลิกา วีดิโอเกมซีรีส์แนวร็อก ชื่อ ฮาร์โมนิกซ์ (Harmonix) ซึ่งได้ทำการปล่อยซิงเกิล "Enter Sandman"; "Ride the Lightning", "Blackened" และ "...And Justice for All" สามารถดาวน์โหลดได้ในเกม แต่ในปี ค.ศ. 2013 เนื่องจากปัญหาลิขสิทธิ์ที่ยุติลง ทำให้ซิงเกิล "Ride the Lightning", "Blackened" และ "...And Justice for All" จึงไม่สามารถดาวน์โหลดได้อีกสมาชิกวง สมาชิกวง. สมาชิกปัจจุบัน- เจมส์ เฮตฟีลด์ – ร้องนำ, ริทึ่มกีตาร์ - เคิร์ก แฮมเมตต์ – กีตาร์หลัก, ร้องประสาน - โรเบิร์ต ทรูฮีโย – กีตาร์เบส, ร้องประสา - ลาร์ส อุลริช – กลองชุด อดีตสมาชิก- เดฟ มัสเทน – กีตาร์หลัก, ร้องประสาน - รอน แม็คกอฟนีย์ – กีตาร์เบส - คลิฟฟ์ เบอร์ตัน – กีตาร์เบส, ร้องประสาน - เจสัน นิวสเตด – กีตาร์เบส, ร้องประสาน สมาชิกอื่น/ออกทัวร์- บ็อบ ร็อก – กีตาร์เบส, ร้องประสานลำดับเวลาสตูดิโออัลบั้มสตูดิโออัลบั้ม. - Kill 'Em All (1983) - Ride the Lightning (1984) - Master of Puppets (1986) - ...And Justice for All (1988) - Metallica (1991) - Load (1996) - Reload (1997) - St. Anger (2003) - Death Magnetic (2008) - Hardwired... to Self-Destruct (2016)รางวัล รางวัล. รางวัลแกรมมี- 1990: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – ซิงเกิล "One" - 1991: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – "Stone Cold Crazy" - 1992: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – อัลบั้ม Metallica - 1999: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – ซิงเกิล "Better than You" - 2000: รางวัลการแสดงฮาร์ดร็อกดีที่สุด (Best Hard Rock Performance)  – ซิงเกิล "Whiskey in the Jar" - 2001: รางวัลการแสดงเครื่องดนตรีดีที่สุด (Best Rock Instrumental Performance)  – ซิงเกิล "The Call of Ktulu" - 2004: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – ซิงเกิล "St. Anger" - 2009: รางวัลการแสดงเมทัลดีที่สุด (Best Metal Performance)  – ซิงเกิล "My Apocalypse" - 2009: รางวัลบันทึกเสียงดีที่สุด  – อัลบั้ม Death Magnetic
เมทัลลิกาเป็นวงดนตรีแนวเฮฟวี่เมทัลสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.ใด
{ "answer": [ "1981" ], "answer_begin_position": [ 164 ], "answer_end_position": [ 168 ] }
3,128
536,586
สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปแห่งเบลเยียม สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปแห่งเบลเยียม (การออกเสียงภาษาอื่น: ; ; ; , เสด็จพระราชสมภพ 15 เมษายน ค.ศ. 1960) เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 7 แห่งราชอาณาจักรเบลเยียม เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในอดีตสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 และสมเด็จพระราชินีเปาลาแห่งเบลเยียม ทรงสืบราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 ภายหลังจากการสละราชสมบัติของสมเด็จพระราชบิดาอันเนื่องมาจากปัญหาพระพลานามัย โดยหลังจากการเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เจ้าหญิงเอลีซาแบ็ต พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ จึงดำรงพระราชอิสริยยศเป็น ดัชเชสแห่งบราบันท์ รัชทายาทพระองค์ต่อไปของเบลเยียมช่วงทรงพระเยาว์ ช่วงทรงพระเยาว์. สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1960 พระราชบิดาคือสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 ซึ่งขณะนั้นคือ เจ้าชายแห่งลีแยช (พระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระราชาธิบดีเลโอโปลด์ที่ 3 และพระอนุชาในสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง) และพระราชมารดาคือสมเด็จพระราชินีเปาลา ซึ่งขณะนั้นคือเจ้าหญิงแห่งลีแยช พระชายา (ธิดาในขุนนางชาวอิตาเลียน เจ้าชายฟุลโกที่ 8 รุฟโฟ่แห่งคาลาเบรีย, ดยุคแห่งกวาร์เดีย ลอมบาร์เดีย) โดยได้รับพระราชทานพระยศ เจ้าชายฟีลิป ซึ่งได้ประสูติในช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระราชปิตุลา ประสูติ ณ พระราชวังเบลเวแดร์ ในเมืองลาเคิน ทางตอนเหนือของกรุงบรัสเซลส์ โดยทรงเข้าพิธีจุ่มศีลล้างบาป อีก 1 เดือนต่อมา เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ณ วิหารแซงต์ ฌากแห่งโควเดนแบร์ก ในกรุงบรัสเซลส์ เจ้าชายฟีลิปได้รับพระราชทานพระนามตามเจ้าชายฟีลิป เคานท์แห่งฟลานเดอร์ ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีเลโอโปลด์ที่ 3 ทรงรับเป็นพระบิดาอุปถัมภ์ โดยพระมารดาอุปถัมภ์คือ เจ้าหญิงหลุยซ่า รุฟโฟ่แห่งคาลาเบรีย พระอัยยิกา (พระมารดาในเจ้าหญิงเปาลา) เจ้าชายฟีลิป ทรงเฉลิมพระนามเต็มแบบ 3 ภาษา ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติของเบลเยียม ดังนี้ เจ้าชายฟีลิป มีพระขนิษฐา 1 พระองค์ และพระอนุชา 1 พระองค์ ได้แก่- เจ้าหญิงอัสตริดแห่งเบลเยียม ประสูติเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 1962 - เจ้าชายโลร็องแห่งเบลเยียม ประสูติเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 1963การศึกษา การศึกษา. ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978 ถึงปี ค.ศ. 1981 เจ้าชายฟีลิปทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยแห่งเบลเยียม (Belgian Royal Military Academy) ในรุ่นที่ 118 และต่อมาเมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1980 ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารยศร้อยตรี และได้เข้าสาบานพระองค์เป็นข้าราชการทหาร ต่อมา ได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยทรินิตี้ มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ และทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พระองค์ทรงจบการศึกษาในปีค.ศ. 1985 ในสาขาวิชารัฐศาสตร์ เจ้าชายฟีลิปยังทรงได้รับประกาศนียบัตรรับรองการขับเครื่องบินขับไล่ รวมทั้งกระโดดร่มและคอมมานโด ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 ได้ทรงศึกษาต่อหลักสูตรพิเศษที่สถาบันป้องกันราชอาณาจักรขั้นสูง (Royal Higher Defence Institute) และในปีเดียวกัน ทรงได้รับการเลื่อนพระยศทางทหารเป็นพันเอก และต่อมาในปี ค.ศ. 2001 เป็นพลตรีในกองทัพบก กองทัพอากาศ และพลเรือตรีในกองทัพเรือดยุกแห่งบราบันต์ ดยุกแห่งบราบันต์. หลังจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1993 และไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา ทำให้เจ้าชายอัลแบร์ เจ้าชายแห่งลีแยช ทรงสืบราชสมบัติต่อ เฉลิมพระปรมาภิไธย สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 6 แห่งราชอาณาจักรเบลเยียม เจ้าชายฟีลิป จึงทรงดำรงพระราชอิสริยยศ ดยุกแห่งบราบันต์ มกุฎราชกุมารแห่งเบลเยียมอภิเษกสมรส อภิเษกสมรส. เจ้าชายฟีลิป ดยุกแห่งบราบันต์ มกุฎราชกุมารแห่งเบลเยียม ทรงอภิเษกสมรสกับ มาตีลด์ มารี คริสเตียนน์ กิสเลน ดูว์เดอเกม ดาโก ธิดาของเคานท์ พาทริค ดูว์เดอเกม ดาโก จากตระกูลเก่าแก่ในเขตวัลลูน ทางตอนใต้ของเบลเยียม กับเคานท์เตส อันนา มาเรีย โคโมรอฟสกา ชาวโปแลนด์ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1999 มีการประกอบพิธีแบบเป็นทางการ ณ ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ และพระราชพิธีทางศาสนา ณ มหาวิหารแซงต์มิเชลและแซงต์กูดูลา ในกรุงบรัสเซลส์ มาตีลด์ได้รับพระราชทานพระราชอิสริยยศ ดัชเชสแห่งบราบันต์ เจ้าชายฟีลิปและเจ้าหญิงมาตีลด์ มีพระโอรสและพระธิดารวม 4 พระองค์เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 ทรงประกาศสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการ โดยทรงพระราชปรารภเรื่องเกี่ยวกับปัญหาทางพระพลานมัย โดยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 ซึ่งเป็นวันชาติเบลเยียม ทรงลงพระปรมาภิไธยสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการให้แก่เจ้าชายฟีลิป ดยุกแห่งบราบันต์ และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 7 แห่งชาวเบลเยียม และสาบานพระองค์หน้าพระราชบัลลังก์ต่อหน้าคณะองคมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา ณ รัฐสภาในกรุงบรัสเซลส์ หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีแล้ว สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีพระองค์ใหม่ ได้เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระราชวังหลวง กรุงบรัสเซลส์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้พสกนิกรชาวเบลเยียม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ชื่นชมพระบารมีและถวายพระพร โดยเมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว เจ้าหญิงมาตีลด์ ดัชเชสแห่งบราบันท์ พระชายา ได้ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งชาวเบลเยียม และเจ้าหญิงเอลิซาเบธ พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ได้ขึ้นเป็นดัชเชสแห่งบราบันท์ มกุฎราชกุมารีแห่งเบลเยียม พระรัชทายาทพระองค์ต่อไป ซึ่งหากเป็นดังที่คาดการณ์กันไว้ เจ้าหญิงเอลิซาเบธจะทรงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถพระองค์แรกของเบลเยียมพระราชกรณียกิจ พระราชกรณียกิจ. ตั้งแต่เมื่อครั้นทรงดำรงพระราชอิสริยยศ ดยุกแห่งบราบันต์ มกุฎราชกุมารแห่งเบลเยียม สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป ทรงให้ความสำคัญด้านการแสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าขายระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1993 ทรงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมการค้าระหว่างประเทศของเบลเยียม (Belgian Foreign Trade Board: BFTB) โดยสืบตำแหน่งต่อจากสมเด็จพระราชบิดา ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกิตติมศักดิ์ตั้งแต่ปีค.ศ. 1962 ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2003 ทรงรับการถวายตำแหน่งองค์ประธานกิตติมศักดิ์ขององค์การการค้าระหว่างประเทศ โดยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายและเสด็จพระราชดำเนินเยือนนานาประเทศเพื่อการแสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว เจ้าหญิงอัสตริด พระกนิษฐภคินี ทรงรับช่วงต่อการปฏิบัติพระกรณียกิจนี้การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทย การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทย. สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป และสมเด็จพระราชินีมาตีลด์ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยหลายครั้ง เมื่อครั้นตั้งแต่ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ ดยุคและดัชเชสแห่งบราบันท์ โดยทรงเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน รวมทั้งการหาแนวทางในการทำการค้าและการลงทุนร่วมกันในสาขาที่ประเทศไทยให้ความสำคัญลำดับต้นในการพัฒนาประเทศ และที่เบลเยียมมีเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน สุขภาพและเวชภัณฑ์ เกษตรอาหาร เป็นต้น เป็นความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกันและสอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศของไทย รวมทั้งเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจระดับประชาชนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสองประเทศที่มีรากฐานมากกว่า 140 ปี นอกจากมีความสัมพันธ์ทางการค้าขายแล้ว ยังทรงกระชับความสัมพันธ์ของพระราชวงศ์ทั้ง 2 ประเทศ โดยเมื่อปีค.ศ. 2006 ดยุคและดัชเชสแห่งบราบันท์ (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมกับสมาชิกพระราชวงศ์ต่างประเทศในการพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทย เมื่อปีค.ศ. 2013 ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงพบ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นการส่วนพระองค์ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช จากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2016 สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป ได้มีพระราชดำรัสแสดงความเสียพระราชหฤทัย สำนักพระราชวังของเบลเยียม ได้นำข้อความพระราชดำรัสเผยแพร่ผ่านทางทวิตเตอร์ของสำนักพระราชวัง ความว่า "รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการสิ้นสุดรัชสมัยที่ยาวนาน ข้าพเจ้าขอส่งความระลึกไปถึงพระราชวงศ์ และพสกนิกรชาวไทย"พระราชบุตร พระราชบุตร. สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป และสมเด็จพระราชินีมาตีลด์แห่งเบลเยียม มีพระราชธิดา 2 พระองค์ และพระราชโอรส 2 พระองค์ รวมทั้งสิ้น 4 พระองค์ ดังนี้- เจ้าหญิงเอลีซาแบ็ตแห่งเบลเยียม (พระราชสมภพ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2001) - เจ้าชายกาบรีแยลแห่งเบลเยียม (ประสูติ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2003) - เจ้าชายแอมานุแอลแห่งเบลเยียม (ประสูติ 4 ตุลาคม ค.ศ. 2005) - เจ้าหญิงเอเลออนอร์แห่งเบลเยียม (ประสูติ 16 เมษายน ค.ศ. 2008)พระอิสริยยศพระอิสริยยศ. - 15 เมษายน ค.ศ. 1960 – 9 สิงหาคม ค.ศ. 1993: เจ้าชายฟีลิปแห่งเบลเยียม(His Royal Highness Prince Philippe of Belgium) - 9 สิงหาคม ค.ศ. 1993 – 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2013: เจ้าชายฟีลิป ดยุกแห่งบราบันต์(His Royal Highness The Duke of Brabant) - 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 – ปัจจุบัน : สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเบลเยียม(His Majesty The King of the Belgians) ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งเบลเยียม พระมหากษัตริย์เบลเยียมจะทรงเฉลิมพระปรมาภิไธย และพระราชอิสริยยศอย่างเป็นทางการที่ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งชาวเบลเยียม () โดยจะไม่ทรงฉลองพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเบลเยียม ซึ่งใช้สำหรับอดีตพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ พระราชอิสริยยศอย่างเป็นทางการของพระมหากษัตริย์แห่งเบลเยียม เขียนแบบ 3 ภาษา ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติของเบลเยียม ดังนี้- (ซา เมเชสเต้ เลอ คัว เด เบลช์) - (เซย์เนอ มาเยสเตท เดอ โคนิง แดร์ เบลเคิน) - (ไซเนอ มาเยสเตท แดร์ เคอนิก แดร์ เบลเกียร์)พระเกียรติยศเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบลเยียมพระเกียรติยศ. เครื่องราชอิสริยาภรณ์เบลเยียม. - ประธานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลโอโพลด์ที่ 1 (Grand Master and Grand Cordon of the Order of Leopold I) - ประธานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดาราแห่งแอฟริกา (Grand Master of the Order of the African Star) - ประธานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาราชสีห์แห่งเบลเยียม (Grand Master of the Royal Order of the Lion) - ประธานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหามงกุฎแห่งเบลเยียม (Grand Master of the Order of the Crown) - ประธานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลโอโพลด์ที่ 2 (Grand Master of the Order of Leopold II)เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศพระยศทางการทหารพระยศทางการทหาร. - 26 กันยายน 1980 – 21 มีนาคม 1983:- กองทัพอากาศเบลเยียม, ร้อยตรี. - กองทัพบกเบลเยียม, ร้อยตรี. - มกราคม – มีนาคม 1983: Platoon leader, 15th Comp., 3rd Parachutists Battalion of the Paracommando Reg - 21 มีนาคม 1983 – 1 ธันวาคม 1989:- กองทัพอากาศเบลเยียม, กัปตัน. - กองทัพบกเบลเยียม, กัปตัน. - 1 ธันวาคม 1989 – 5 เมษายน 2001:- กองทัพอากาศเบลเยียม, พันเอก - กองทัพบกเบลเยียม, พันเอก. - 5 เมษายน 2001 – 25 มีนาคม 2010:- กองทัพอากาศเบลเยียม (Belgian Air Force before 2002), พลตรี - กองทัพบกเบลเยียม, พลตรี - กองทัพเรือเบลเยียม, พลเรือเอก - 15 มีนาคม 2010:- กองทัพอากาศเบลเยียม, พลโท - กองทัพบกเบลเยียม, พลโท - กองทัพเรือเบลเยียม, พลเรือโท - 21 กรกฎาคม 2013 (ในฐานะพระมหากษัตริย์):- กองทัพอากาศเบลเยียม, พลเอก - กองทัพบกเบลเยียม, พลเอก - กองทัพเรือเบลเยียม, พลเรือเอกพงศาวลี
สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปแห่งเบลเยียมเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรเบลเยียมรัชกาลที่เท่าไร
{ "answer": [ "7" ], "answer_begin_position": [ 278 ], "answer_end_position": [ 279 ] }
3,130
232,863
ข้าวโป่ง ข้าวโป่ง เป็นขนมพื้นบ้านภาคอีสาน นิยมในฤดูหนาวหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว การทำเริ่มจากนำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วไปตำด้วยครกมอง เมื่อละเอียดแล้วจะเอาใบตดหมูตดหมาหรือย่านพาโหมขยี้กับน้ำแล้วสลัดใส่ครก เพื่อให้ข้าวเหนียวจับตัวกันดี นำน้ำอ้อยโขลกแล้วตำผสมลงในครกจนเหนียวได้ที่ นำน้ำมันหมูทามือแล้วปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนผสมกับไข่แดง กดก้อนข้าวเหนียวที่ปั้นให้เป็นแผ่นบางๆ แล้ววางบนใบตองที่ทาน้ำมันหมูแล้ว ตากแดดให้แห้ง เมื่อจะรับประทานจึงเอามาปิ้งให้สุก ทางภาคเหนือมีขนมชนิดนี้เช่นกันแต่เรียกข้าวปองหรือข้าวควบ
ข้าวโป่งเป็นขนมพื้นบ้านไทยของทางภาคใด
{ "answer": [ "อีสาน" ], "answer_begin_position": [ 119 ], "answer_end_position": [ 124 ] }
3,131
75,166
ตาอูมาตาฟากาตังกีฮังกาโกอาอูอาอูโอตามาทีอาโปกาอีเฟนูอากีตานาตาฮู ตาอูมาตาฟากาตังกีฮังกาโกอาอูอาอูโอตามาทีอาโปกาอีเฟนูอากีตานาตาฮู เป็นชื่อเนินเขาแห่งหนึ่งในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีความสูง 305 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ติดกับเมืองโปรังกาฮาอู (Porangahau) ทางใต้ของไวปูกูราอู (Waipukurau) ในทางตอนใต้ของอ่าวเฮวค์ (Hawke's Bay) สะกดในภาษามาวรีว่า "Taumata­whakatangihanga­koauau­o­tamatea­turi­pukakapiki­maunga­horo­nuku­pokai­whenua­kitanatahu" คนท้องถิ่นมักจะเรียกสั้น ๆ ว่า ตาอูมาตา (Taumata) เพื่อความสะดวกในการสนทนา ฐานข้อมูลชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ของนิวซีแลนด์ซึ่งควบคุมดูแลโดยสารสนเทศที่ดินแห่งนิวซีแลนด์ (LINZ) บันทึกชื่อไว้ว่า "Taumata­whakatangihanga­koauau­o­tamatea­pokai­whenua­ki­tana­tahu" (สั้นกว่าภาษามาวรี) มันได้รับการยกย่องว่าเป็นชื่อสถานที่ที่ยาวที่สุดในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ และเป็นชื่อสถานที่ที่ยาวเป็นอันดับสองของโลก ตามที่ปรากฏใน Wises New Zealand Guide และรายงานใน New Zealand Heraldความหมาย ความหมาย. ชื่อที่ปรากฏอยู่บนป้ายซึ่งใช้ชื่อในรูปแบบที่สอง สามารถแปลความหมายอย่างหยาบ ๆ ได้ว่า: จุดยอดของเนินเขา ที่ซึ่งผู้ชายคนหนึ่งที่มีเข่าอันใหญ่โต ได้ไถลลง ปีนขึ้น และกลืนกินภูเขาต่าง ๆ เป็นผู้ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นผู้กินผืนดิน (land eater) และเป่าขลุ่ยจมูกให้สุดที่รักของเขาฟัง
ตาอูมาตาฟากาตังกีฮังกาโกอาอูอาอูโอตามาทีอาโปกาอีเฟนูอากีตานาตาฮู เป็นชื่อเนินเขาแห่งหนึ่งในประเทศใด
{ "answer": [ "นิวซีแลนด์" ], "answer_begin_position": [ 299 ], "answer_end_position": [ 309 ] }
3,132
358,794
หญ้าคา หญ้าคา (ชื่อวิทยาศาสตร์: Imperata cylindrica Beauv.) เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในตระกูลหญ้า มีลำต้นสูงประมาณ ๕๐-๑๐๐ เซนติเมตร ลักษณะลำต้นเป็นทรงกลมเรียวยาวขนาดเล็ก ลักษณะใบเป็นขนกระจุก ขอบใบมีลักษณะคมกริบ ออกดอกเป็นช่อก้านยาวสีขาว คล้ายหางกระรอก มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้หลายชนิด เช่น โรคไต โรคมะเร็งคอ แก้ลมพิษ ผื่นคัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากหญ้าคาในการมุงหลังคาชื่ออื่น ๆ ชื่ออื่น ๆ. คาหลวง , คา (ภาคกลาง) ลาแล , ลาลาง มลายู และ เก้อฮี (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์. มีเหง้าสีขาวแข็งอยู่ใต้ดิน ลำต้นตั้งตรงสูงถึง15 - 20 เซนติเมตร มีกาบใบโอบหุ้มอยู่และริมกาบใบจะมีขน ตัวใบจะเรียวยาวประมาณ 1 - 2 เมตร กว้างประมาณ 4 - 18 มิลลิเมตร มีขนเป็นกระจุกอยู่ระหว่างรอยต่อของตัวใบและกาบใบ ดอกมีสีขาวอมเหลือง หรือเป็นสีม่วง เป็นช่อยาวประมาณ5 เซนติเมตรแหล่งที่พบ แหล่งที่พบ. สามารถพบได้ทั้งในพืชไร่ พืชสวนและพื้นที่รกร้าง ว่างเปล่า สามารถขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด สามารถทนต่อแสงแดดและความร้อนได้ดีสรรพคุณ สรรพคุณ. ใช้ลำต้นสดหรือแห้ง นำมาปรุงเป็นยาแก้โรคไต แก้โรคมะเร็งคอ และแก้ฝี , ดอก ใช้เป็นยาแก้ปัสสาวะแดง แก้ไอ แก้มะเร็งในลำไส้ แก้ริดสีดวงต่าง ๆ , ราก ใช้ปรุงกินเป็นยาแก้ร้อนใน แก้พิษอักเสบในกระเพาะปัสสาวะ แก้น้ำดีซ่าน ตาเหลือง และเบื่ออาหาร นอกจากนี้หญ้าคายังให้แร่ธาตุไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โปแทสเซียมอย่างมาก , ทำให้ดินร่วนซุย ทำให้ออกซิเจนลงไปในดิน ได้สะดวก ทำให้ไม่แน่น , มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่วคือ ถ้าเน่าเป็นปุ๋ยแล้ว จะสามารถป้องกันเพลี้ยและแมลงต่างๆได้ลักษณะจำเพาะของหญ้าคาก ลักษณะจำเพาะของหญ้าคาก. 1.ไม่ชอบบริเวณที่น้ำแฉะ 2.เจริญเติบโตได้ดีในที่ดอน และทุกฤดูกาล 3.ถ้าหากไปเผา-เกี่ยวหรือตัด จะแตกหน่อขึ้นมา จากพื้นดิน อย่างรวดเร็วประโยชน์ของหญ้าคา ประโยชน์ของหญ้าคา. ส่วนของใบ ใช้ปรุงเป็นยาต้มอาบ ผื่นคัน แก้ลมพิษ และแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ส่วนของดอก ใช้ปรุงเป็นยารับประทานแก้ปวด นำมาตำเป็นยาพอกแผลอักเสบ บวมฝีมีหนอง และ อุจจาระเป็นเลือด ราก ใช้ปรุงเป็นยา แก้ร้อนใน แก้ไอกระหายน้ำ เป็นยารับประทานเพื่อห้ามเลือด แก้เลือดกำเดาไหล และแก้พิษอักเสบในกระเพาะอาหาร ชาวโอรังอัสลีในรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซียใช้ผงแห้งของต้นใช้โรยแผลป้องกันการติดเชื้อ ในฐานะเป็นพืชเศรษฐกิจ ใช้ประโยชน์ในการมุงหลังคา กระท่อม คอกเลี้ยงหมู เล้าไก่ เล้าเป็ด สามารถกันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้หลังคาหญ้าคายังให้ความเย็นได้ดีกว่าการมุงหลังคาจากกระเบื้อง และสังกะสีซึ่งมีราคาแพงกว่าหญ้าคาหลายเท่าตัว และอายุการใช้งานของหลังคาหญ้าคาสามารถใช้ได้นานถึง 3 - 5 ปี ขึ้นอยู่กับความหนาของคาที่ใช้และนอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์ในการจักสานอีกด้วย จึงนับได้ว่าหญ้าคากลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรเป็นอย่างมากโทษของหญ้าคา โทษของหญ้าคา. 1.หน่อของหญ้าคาแหลมคมมาก ถ้าเดินเข้าไปโดยไม่ระมัดระวัง จะทิ่มแทงฝ่าเท้า ทำให้เกิดความเจ็บปวดได้ 2.เนื่องจากหญ้าคาเป็นวัชพืช สามารถขึ้นได้ตามพื้นที่รกกร้าง ไร่หรือท้องนา ทำให้ชาวไร่ชาวนาส่วนมากไม่ค่อยชอบ 3.เมื่อนำไปมุงหลังคาบ้าน หรือกระท่อม ไม่ค่อยทนทาน และถ้าดูแลไม่ดี อาจจะเกิดอัคคีภัย ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ทรัพย์สินได้การขยายพันธุ์ การขยายพันธุ์. เป็นพรรณไม้ที่ขึ้นได้ดีใน ดินทุกชนิด ทนต่อความร้อน และแสงแดดได้ดี ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เหง้า หรือเมล็ดการเป็นพืชพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน การเป็นพืชพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน. หญ้าคาเป็นพืชต่างถิ่นรุกราน(invasive alien species) และเป็นวัชพืชอายุหลายปีแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วด้วยการแตกหน่อจากไหลใต้ดินที่มีใบเกล็ดปกคลุมและการกระจายตัวของเมล็ด หญ้าคาสามรถผลิตเมล็ดได้มากถึง 3,000 เมล็ดต่อต้น เจริญเติบโตได้ดีทั้งในดินที่แห้งและดินที่ชื้นและสามารถขึ้นปกคลุมพื้นที่โล่ง หรือ บริเวณที่ถูกทำลายได้ดีมาก หญ้าคาสร้างความเสียหายต่อพรรณพืชดั้งเดิมคือ แก่งแย่งธาตุอาหารและน้ำ ทำให้กล้าไม้อื่น ๆ ไม่สามารถขึ้นอยู่ได้เป็นเหตุทำให้พืชดั้งเดิมลดจำนวนลง บริเวณที่มีหญ้าคาปกคลุม พื้นที่บริเวณนั้นจะไม่มีพืชชนิดอื่น เนื่องจากหญ้าคาจะมีการปล่อยสารยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชอื่น ประกอบกับระบบรากที่มักแผ่กระจายหนาแน่นปกคลุมดินชั้นบนทำให้ยากแก่การงอกของพืชชนิดอื่น และในช่วงฤดูร้อน หญ้าคาที่แห้งเป็นเชื้อเพลิงได้ดีซึ่งเมื่อเกิดอัคคีภัย ทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่ป่าธรรมชาติบริเวณรอบข้างอย่างมาก หญ้าคาระบาดได้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่รกร้างหรือตามพื้นที่เกษตรกรรม พบระบาดมากในทุกพื้นที่ในประเทศไทย ยกเว้นภาคกลางที่มีการระบาดปานกลางการกำจัดและป้องกัน การกำจัดและป้องกัน. 1.ใช้วิธีการเขตกรรม เช่น การถาก ตัดให้สั้นไม่ให้ออกดอก หรือขุดทิ้ง 2.ใช้สารเคมีต่างๆ เช่น มาร์เก็ต ไกลโฟเสต ดาร์ไฟท์ (ไกลโฟเซต, ไอโซโพฟิลามีน ซอลต์) ดามาร์ค (ไกลโฟเลท) ทัชดาวน์ (ไกลโฟเซต ไตรมีเซียมซอลต์)
ดอกของหญ้าคามีสีอะไร
{ "answer": [ "ขาว" ], "answer_begin_position": [ 319 ], "answer_end_position": [ 322 ] }
3,133
37,248
เขาชื่อกานต์ เขาชื่อกานต์ เป็นภาพยนตร์ไทย ที่สร้างจากนวนิยายที่มีชื่อเสียงเรื่องหนึ่งของสุวรรณี สุคนธา เรื่อง เขาชื่อกานต์ ซึ่งนวนิยายเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2513 เป็นงานวรรณกรรม ที่มีลักษณะ บุกเบิกทางความคิด ซึ่งขาดช่วงหายไปเป็นเวลากว่า 10 ปี เป็นภาพยนตร์รุ่นแรก ๆ ของวงการหนังไทยที่กล่าวถึงปัญหาสังคม ถือเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของภาพยนตร์ไทย คือการวิพากษ์สังคมเกี่ยวกับหลากหลายปัญหาของสังคมไทย อาทิ ปัญหาความยากจน ปัญหาผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น และปัญหาคอร์รัปชั่น ผ่านตัวละครที่ชื่อ "กานต์" หมอหนุ่มที่มีอุดมการณ์สูง ที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง และยอมอุทิศตนไปทำงานไปรักษาคนไข้ในเขตชนบท จนเกิดความขัดแย้งกับข้าราชการท้องถิ่น และลงเอยโดยการถูกลอบยิงจนเสียชีวิต จากบทประพันธ์มาเป็นนวนิยายที่ได้รับรางวัลทางวรรณกรรมหลายประเภท ทำให้เรื่องนี้สร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายครั้ง โดยเฉพาะภาพยนตร์ได้มีการรีมาสเตอร์ใหม่เพื่อเป็นการรำลึกถึงหนังไทยสมัยก่อน ภาพยนตร์ เขาชื่อกานต์ ฉบับปี พ.ศ. 2516 กำกับโดย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี, นัยนา ชีวานันท์, ภิญโญ ทองเจือ, คธา อภัยวงศ์, มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา เข้าฉายเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2516 ออกฉายครั้งแรกที่โรงภาพยนตร์เฉลิมเขตร์ เกิดมีปัญหากับเซ็นเซอร์ตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะเป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างขึ้นมาพูดถึงระบบการฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยตรง ซึ่งในสมัยนั้นไม่มีใครกล้าแตะต้อง แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำรายได้หลายล้านบาท ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับรางวัลผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) และสรพงษ์ ชาตรีได้เข้าชิงตุ๊กตาทองดารานำชายจากเรื่องนี้ ในงาน รางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 9 ปี พ.ศ. 2517 ในยุคต่อมา เขาชื่อกานต์ยังได้สร้างเป็นภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย วรุฒ วรธรรม, จินตหรา สุขพัฒน์, ตฤน เศรษฐโชค และได้มีการนำเอาเรื่องเขาชื่อกานต์มาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2523 ทางช่อง 3 และครั้งที่ 2 ทางช่อง สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย สร้างในปี พ.ศ. 2553 แต่ไม่ออกอากาศ ครั้งที่ 3 ทางช่อง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เริ่มออกอากาศ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558เนื้อเรื่อง เนื้อเรื่อง. หมอกานต์ นายแพทย์ที่ยึดอุดมคติ เข้าฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขาคิดที่จะสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เตือนเขา ให้ทำงานตามที่เรียนมาอย่างเดียว วันหนึ่งเขาได้พบรักกับ หฤทัย แต่เธอมีแฟนอยู่แล้วชื่อ โตมร โตมรได้มอบแหวนแทนรักก่อนเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ ในระหว่างนี้ หฤทัยป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบกะทันหัน เธอได้รับการรักษาจากหมอกานต์ และได้รับการดูแลด้วยใจของหมอกานต์จนเกิดเป็นความรัก หมอกานต์บอกหฤทัยว่าเขาไม่ใช่คนรวย หลังจากแม่ตาย พ่อก็ขายที่นาให้เขาเรียนต่อ จากนั้นพ่อก็บวช และตอนนี้เขาต้องไปเป็นหมอที่บ้านชนบท ในที่สุดทั้งสองก็หมั้นกัน และ แต่งงานไปอยู่ที่มาประจำเมืองพิษณุโลกด้วยกัน เมื่อโตมรทราบก็โกรธอย่างมาก และได้บอกหฤทัย ว่า หากหมอกานต์ไม่รักแล้วให้บอกเขา เขาจะไปรับทันที หมอกานต์ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ยึดมั่นอุดมการณ์ จนทำให้เป็นที่ขัดแย้งกับข้าราชการฉ้ฉ้อราษฎร์บังหลวงหลายฝ่าย โดยเฉพาะนายอำเภอ วันหนึ่งหมอกานต์กับหฤทัยทะเลาะกันอย่างแรง ด้วยเรื่องที่ว่าหฤทัย เธอชวนกลับกรุงเทพฯด้วยเหตุผลที่ว่าปัญหาเกิดกับหมอมากมายเหลือเกิน หมอคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทั้งอำเภอได้ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากหมอกานต์ เพราะหมอทิ้งคนไข้ไปไม่ได้ สร้างความน้อยใจให้หฤทัยอย่างมาก เธอจึงหนีไปกรุงเทพฯ โดยที่โตมรได้ทราบข่าวจึงขอร้องให้หฤทัยไปทานข้าวด้วย จากนั้นก็เกิดการทะเลาะกันขึ้น เพราะหฤทัยไม่อยากยุ่งกับโตมร ทำให้โตมรขับรถเสียหลัก หฤทัยหมดสติไป และจำความไม่ได้ จนหมอกานต์มาฟื้นความจำให้เธอ และทั้งสองก็กอดกันด้วยความอบอุ่น สร้างความอิจฉาให้โตมรอย่างมาก โตมรจึงให้ผู้อำนวยการ ภักดีให้ทุนเรียนต่อต่างประเทศกับหมอกานต์ หวังเพื่อจะกำจัดหมอกานต์ไป แต่หมอกานต์ไม่ไป เช้าวันรุ่งขึ้นหมอกานต์กำลังจะลงเรือไปรับหฤทัยกลับ ขณะที่กำลังจะลงเรือ ผดุงครรภ์ให้คนมาตามหมอให้ไปทำคลอดคนไข้ หมอจึงขอให้คนเรือรอ แต่โดนถูกลอบยิงจนเสียชีวิตนักแสดงหลักการสร้างการสร้าง. - พ.ศ. 2516 เขาชื่อกานต์สร้างเป็นภาพยนตร์เป็นครั้งแรก มีผู้กำกับ คือ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เข้าฉายเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2516 ออกฉายครั้งแรกที่โรงภาพยนตร์เฉลิมเขตร์ นำแสดงโดย- สรพงศ์ ชาตรี รับบท หมอกานต์ - นัยนา ชีวานันท์ รับบท หฤทัย - ภิญโญ ทองเจือ รับบท โตมร- พ.ศ. 2523 เขาชื่อกานต์ สร้างเป็นละครโทรทัศน์เป็นครั้งแรก โดยออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 กำกับการแสดงโดย อดุลย์ ดุลยรัตน์ นำแสดงโดย- วิฑูรย์ กรุณา รับบท หมอกานต์ - ดวงใจ หทัยกาญจน์ รับบท หฤทัย - สมจินต์ ธรรมทัต รับบท โตมร- พ.ศ. 2531 เขาชื่อกานต์ ได้สร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้ง โดย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น กำกับโดย รุจน์ รณภพ เข้าฉายเมื่อ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย- วรุฒ วรธรรม รับบท หมอกานต์ - จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท หฤทัย - ตฤน เศรษฐโชค รับบท โตมร- ต่อมามีการสร้างเป็นละครโทรทัศน์อีกครั้งในปี พ.ศ. 2553 โดยกำหนดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย แต่ไม่ได้ออกอากาศเนื่องด้วยเหตุผลบางประการ ผลิตโดย มีเดีย สตูดิโอ กำกับการแสดงโดย มารุต สาโรวาท นำแสดงโดย- ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ รับบท หมอกานต์ - สาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบท หฤทัย - สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล รับบท โตมร
เขาชื่อกานต์ เป็นภาพยนตร์ไทยที่สร้างจากนวนิยายของผู้ใด
{ "answer": [ "สุวรรณี สุคนธา" ], "answer_begin_position": [ 173 ], "answer_end_position": [ 187 ] }
3,134
426,171
นิวเคลียส (ระบบประสาท) ในทางประสาทกายวิภาคศาสตร์ นิวเคลียส () หมายถึงกลุ่มของเซลล์ประสาทที่อยู่กันอย่างหนาแน่นภายในสมอง ในภาพตัดกายวิภาคบริเวณนิวเคลียสจะเป็นส่วนเนื้อเทา (gray matter) ที่ถูกรายล้อมด้วยเนื้อขาว (white matter) ซึ่งเป็นส่วนใยประสาท นิวเคลียสมีลักษณะโครงสร้างซับซ้อนประกอบด้วยเซลล์ประสาทหลายชนิดเรียงตัวกันเป็นกลุ่มหรือเป็นชั้นๆ เพื่อทำหน้าที่ร่วมกัน ในสมองของสัตว์มีกระดูกสันหลังประกอบด้วยนิวเคลียสต่างๆ มากนับร้อยนิวเคลียส คำว่านิวเคลียสในบางครั้งอาจอนุโลมหมายถึงกลุ่มของเซลล์ประสาทที่กระจายตัวเป็นบริเวณกว้างแต่สามารถระบุแยกได้ อาทิ เรติคิวลาร์นิวเคลียสของทาลามัส (reticular nucleus of the thalamus) ซึ่งเป็นชั้นบางๆ ของเซลล์ประสาทชนิดยับยั้ง (inhibitory neuron) ที่อยู่ล้อมรอบทาลามัส ส่วนของสมองที่สำคัญบางตำแหน่งมีลักษณะเป็นกลุ่มของนิวเคลียสที่ทำงานประสาทกันระหว่างโครงสร้าง ได้แก่ ทาลามัสและไฮโปทาลามัสซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างย่อยลงไปอีกมากมาย เมดัลลา ออบลองกาตาและพอนส์ก็ประกอบด้วยนิวเคลียสเล็กๆ จำนวนมากทำหน้าที่ทั้งรับความรู้สึก สั่งการ และการควบคุมการทำงานของร่างกาย ในระบบประสาทนอกส่วนกลางจะเรียกกลุ่มของเซลล์ประสาทว่า ปมประสาท (ganglion) แทนตัวอย่างของนิวเคลียสตัวอย่างของนิวเคลียส. - ก้านสมอง (brainstem) ได้แก่ เรด นิวเคลียส (red nucleus), เวสทิบิวลาร์ นิวเคลียส (vestibular nucleus), อินฟีเรียร์ โอลีฟ (inferior olive) - ซีรีเบลลัม (cerebellum) ได้แก่ เดนเตต นิวเคลียส (dentate nucleus), เอ็มโบลิฟอร์ม นิวเคลียส (emboliform nucleus), โกลโบส นิวเคลียส (globose nucleus), แฟสทิเจียล นิวเคลียส (fastigial nucleus) - เบซัลแกงเกลีย (basal ganglia) ได้แก่ สไตรเอตัม (striatum) (ได้แก่ คอเดต (caudate) และพิวตาเมน (putamen)), พาลลิดัม (pallidum) (โกลบัส พาลลิดัส (globus pallidus)), ซับสแตนเชีย ไนกรา (substantia nigra), ซับทาลามิก นิวเคลียส (subthalamic nucleus) - นิวเคลียสของเส้นประสาทสมองต่างๆ
ในทางประสาทกายวิภาคศาสตร์ นิวเคลียส หมายถึงกลุ่มของเซลล์ประสาทที่อยู่กันอย่างหนาแน่นภายในอวัยวะใด
{ "answer": [ "สมอง" ], "answer_begin_position": [ 212 ], "answer_end_position": [ 216 ] }
3,135
254,330
เห็ดถ่านเล็ก เห็ดถ่านเล็ก เป็นเห็ดที่สามารถกินได้ มีลักษณะสีขาวนวล พบได้ในทั่วโลก และมีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศไทยทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะขึ้นเป็นดอกเดี่ยวในป่าก่อ ป่าตองตึง และป่าสนลักษณะหมวกเห็ด ลักษณะ. หมวกเห็ด. เห็ดถ่านเล็กจะมีหมวกเห็ดเป็นสีขาวนวล เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 - 6 เซนติเมตร กลางหมวกจะเว้าดิ้น ผิวเรียบ แต่จะหนืดเมื่อจับครีบ ครีบ. มีสีขาวนวล บาง เรียงชิดกันและยึดติดกับก้านก้าน ก้าน. ส่วนก้านจะมีสีขาวนวลเช่นเดียวกับหมวกเห็ดและครีบ ยาวประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร และเส้นผ่าศุนย์กลางประมาณ 1 - 1.2 เซนติเมตร มีผิวเรียบและภายในสีขาว สีดอกเห็ดจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำหรือสีดำ และเมื่อฉีกขาดหรือช้ำสีของดอกเห็ดจะเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นสปอร์ สปอร์. สปอร์ของเห็ดถ่านเล็กจะมีลักษณะค่อนข้างกลม และมีสีขาว ขนาดประมาณ 6x7 ไมโครเมตร ผิวขรุขระมีสันนูนสานกันเป็นร่างแห และมีติ่ง 1 อันขนิด ขนิด. เห็ดถ่านเล็กสามารถจำแนกได้ 4 ชนิด 1. ชนิด R. densifolia (Secr.) Grill ซึ่งเมื่อเนื้อในเห็ดช้ำจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำ หรือน้ำตาลแดง 2. ชนิด R. aduata Fr. เนื้อในเห็ดจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ ๆ ก้านเป็นร่องตื้น ๆ 3. ชนิด R. acrifolia Romagn เนื้อในเห็ดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงก่อน เมื่อฉีกขาดหรือช้ำแล้วจึงค่อยเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและสีดำ 4. ชนิด R. albonigra Krombh. เนื้อในเห็ดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือดำทันที แต่ 3 ชนิดหลังยังสำรวจไม่พบในประเทศไทย
เห็ดถ่านเล็กมีสีอะไร
{ "answer": [ "ขาวนวล" ], "answer_begin_position": [ 147 ], "answer_end_position": [ 153 ] }
3,136
480,567
ชะชิโฮะโกะ ชะจิโฮะโกะ () หรือ พยัคฆ์มัสยา เป็นสัตว์ในตำนานของคติชนญี่ปุ่น มีหัวเป็นเสือและร่างเป็นปลาคาร์ฟที่ปกคลุมไปด้วยหนามแหลมมีพิษ เมื่ออยู่บนบกชะจิโฮะโกะสามารถแปลงตนเป็นเสือได้อย่างสมบูรณ์ เชื่อกันว่าชะจิโฮะโกะมีอำนาจที่สามารถดลบันดาลให้ฝนตกได้ ด้วยความเชื่อนี้เอง ตามจั่ว (鴟尾 ชิบิ) บนหลังคาของสิ่งก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น เช่น ปราสาท มักจะประดับด้วยรูปปั้นชะจิโฮะโกะ เพื่อให้เป็นเทพผู้พิทักษ์ที่ช่วยดับไฟเวลาเกิดเพลิงไหม้ ตามอักษรคันจิ 鯱 แล้ว สามารถอ่านออกเสียงได้สองวิธี คือ "ชะจิโฮะโกะ" ซึ่งจะหมายถึงสัตว์ในตำนานญี่ปุ่น และอีกวิธีหนึ่งคือ "ชะชิ" ซึ่งจะหมายถึงวาฬเพชรฆาต
ชะจิโฮะโกะหรือพยัคฆ์มัสยาเป็นสัตว์ในตำนานของคติชนในประเทศใด
{ "answer": [ "ญี่ปุ่น" ], "answer_begin_position": [ 151 ], "answer_end_position": [ 158 ] }
3,137
480,567
ชะชิโฮะโกะ ชะจิโฮะโกะ () หรือ พยัคฆ์มัสยา เป็นสัตว์ในตำนานของคติชนญี่ปุ่น มีหัวเป็นเสือและร่างเป็นปลาคาร์ฟที่ปกคลุมไปด้วยหนามแหลมมีพิษ เมื่ออยู่บนบกชะจิโฮะโกะสามารถแปลงตนเป็นเสือได้อย่างสมบูรณ์ เชื่อกันว่าชะจิโฮะโกะมีอำนาจที่สามารถดลบันดาลให้ฝนตกได้ ด้วยความเชื่อนี้เอง ตามจั่ว (鴟尾 ชิบิ) บนหลังคาของสิ่งก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น เช่น ปราสาท มักจะประดับด้วยรูปปั้นชะจิโฮะโกะ เพื่อให้เป็นเทพผู้พิทักษ์ที่ช่วยดับไฟเวลาเกิดเพลิงไหม้ ตามอักษรคันจิ 鯱 แล้ว สามารถอ่านออกเสียงได้สองวิธี คือ "ชะจิโฮะโกะ" ซึ่งจะหมายถึงสัตว์ในตำนานญี่ปุ่น และอีกวิธีหนึ่งคือ "ชะชิ" ซึ่งจะหมายถึงวาฬเพชรฆาต
ชะจิโฮะโกะหรือพยัคฆ์มัสยาเป็นสัตว์ในตำนานของคติชนในญี่ปุ่น มีหัวเป็นสัตว์ชนิดใด
{ "answer": [ "เสือ" ], "answer_begin_position": [ 168 ], "answer_end_position": [ 172 ] }
3,138
4,203
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน เคยมีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่ไม่มีอำเภอเมือง มีอำเภอพระนครศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ชาวบ้านโดยทั่วไปนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "กรุงเก่า" หรือ "เมืองกรุงเก่า"ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์. พระนครศรีอยุธยาเคยเป็นราชธานี (เมืองหลวง) ของอาณาจักรอยุธยา หรืออาณาจักรสยาม ตลอดระยะเวลา 417 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 1893 กระทั่งเสียกรุงแก่พม่า เมื่อ พ.ศ. 2310 ครั้นเมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนาราชธานีแห่งใหม่ที่กรุงธนบุรี กรุงศรีอยุธยาก็ไม่ได้กลายเป็นเมืองร้าง ยังมีคนที่รักถิ่นฐานบ้านเดิมอาศัยอยู่และมีราษฎรที่หลบหนีไปอยู่ตามป่ากลับเข้ามาอาศัยอยู่รอบ ๆ เมือง รวมกันเข้าเป็นเมือง จนทางการยกเป็นเมืองจัตวาเรียกว่า "เมืองกรุงเก่า" เมื่อ พ.ศ. 2325 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงยกเมืองกรุงเก่าขึ้นเป็น หัวเมืองจัตวา เช่นเดียวกับในสมัยกรุงธนบุรี หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้จัดการปฏิรูปการปกครองทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยการปกครองส่วนภูมิภาคนั้น โปรดให้จัดการปกครองแบบเทศาภิบาลขึ้น โดยให้รวมเมืองที่อยู่ใกล้เคียงกัน 3-4 เมือง ขึ้นเป็นมณฑล มีข้าหลวงเทศาภิบาลเป็นผู้ปกครอง โดยในปี พ.ศ. 2438 โปรดให้จัดตั้งมณฑลกรุงเก่าขึ้น ประกอบด้วยหัวเมืองต่าง ๆ คือ กรุงเก่าหรืออยุธยา อ่างทอง สระบุรี พระพุทธบาท ลพบุรี พรหมบุรี อินทร์บุรี และสิงห์บุรี ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองอินทร์บุรีและเมืองพรหมบุรีเข้ากับเมืองสิงห์บุรี รวมเมืองพระพุทธบาทเข้ากับเมืองสระบุรี ตั้งที่ว่าการมณฑลที่อยุธยา และในปี พ.ศ. 2469 เปลี่ยนชื่อจาก "มณฑลกรุงเก่า" เป็น "มณฑลอยุธยา" ซึ่งจากการจัดตั้งมณฑลอยุธยามีผลให้อยุธยามีความสำคัญทางการบริหารการปกครองมากขึ้น การสร้างสิ่งสาธารณูปโภคหลายอย่างมีผลต่อการพัฒนาเมืองอยุธยาในเวลาต่อมา จนเมื่อยกเลิกการปกครองระบบมณฑลเทศาภิบาล ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 อยุธยาจึงเปลี่ยนฐานะเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายบูรณะโบราณสถานภายในเมืองอยุธยา เพื่อเป็นการฉลองยี่สิบห้าพุทธศตวรรษ ประจวบกับในปี พ.ศ. 2498 นายกรัฐมนตรีประเทศพม่าเดินทางมาเยือนประเทศไทย และได้มอบเงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อปฏิสังขรณ์วัดและองค์พระมงคลบพิตร เป็นการเริ่มต้นบูรณะโบราณสถานในอยุธยาอย่างจริงจัง ซึ่งต่อมากรมศิลปากรเป็นหน่วยงานสำคัญในการดำเนินการ จนองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโกมีมติให้ประกาศขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็น "มรดกโลก" เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 มีพื้นที่ครอบคลุมในบริเวณโบราณสถานเมืองอยุธยาภูมิศาสตร์สภาพภูมิอากาศสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสัญลักษณ์ประจำจังหวัด. - คำขวัญประจำจังหวัด : ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา เลอคุณค่ามรดกโลก - ตราประจำจังหวัด : รูปสังข์ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพานแว่นฟ้าภายในปราสาทใต้ต้นหมัน ซึ่งนับถือกัน ว่าเป็นสัญลักษณ์อันประเสริฐ - ต้นไม้ประจำจังหวัด : หมัน () - ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกโสน (สะ-โหน) () - สัตว์น้ำประจำจังหวัด : กุ้งก้ามกรามหรือกุ้งสมเด็จ ()การเมืองการปกครองประวัติการแบ่งเขตการปกครอง การเมืองการปกครอง. ประวัติการแบ่งเขตการปกครอง. ในสมัยอาณาจักรอยุธยามีการแบ่งการปกครองในราชธานีออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ การปกครองภายในบริเวณกำแพงเมือง และภายนอกบริเวณกำแพงเมือง โดยในบริเวณกำแพงเมืองก็จะแบ่งออกเป็น 4 แขวง ได้แก่ แขวงขุนธรณีบาล แขวงขุนโลกบาล แขวงขุนธราบาล และแขวงขุนนราบาล ต่อมาในสมัยอาณาจักรธนบุรีจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รวมทั้ง 4 แขวงภายในกำแพงเมืองเป็นแขวงเดียวกัน เรียกว่า แขวงรอบกรุง และขยายอาณาเขตออกมาเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน และต่อมาเปลี่ยนมาเป็นอำเภอรอบกรุง อำเภอกรุงเก่า และอำเภอพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน ตามลำดับ ส่วนการปกครองภายนอกบริเวณกำแพงเมือง บริเวณนอกกำแพงเมืองแบ่งออกเป็น 3 แขวง ได้แก่ แขวงขุนนคร แขวงขุนอุทัย และแขวงขุนเสนา และต่อมามีการแบ่งออกเป็นแขวงต่าง ๆ ดังนี้- แขวงขุนนคร อยู่ทางทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของกำแพงพระนครตั้งแต่ลำน้ำลพบุรีและลุ่มน้ำป่าสัก ต่อมามีการแบ่งออกเป็นแขวง คือ ทางด้านตะวันตกเป็นแขวงนครใหญ่ และด้านตะวันออกเป็น แขวงนครน้อย - แขวงขุนอุทัย อยู่ทางใต้ตั้งแต่เขตของแขวงขุนนครตลอดลงมายังมายังแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันออก ต่อมาได้มีการแบ่งออกเป็นแขวง คือ แขวงอุทัยใหญ่ และแขวงอุทัยน้อย - แขวงขุนเสนา อยู่ทางด้านตะวันตกมีอาณาเขตด้านเหนือจรดตะวันตกเฉียงใต้ของแขวงขุนนครและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาได้มีการแบ่งออกเป็นแขวง คือ แขวงเสนาใหญ่ ทางด้านตะวันตก และแขวงเสนาน้อย ทางด้านตะวันออก ดังนั้น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แขวงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงมีทั้งหมด 7 แขวง ได้แก่ แขวงรอบกรุง แขวงนครใหญ่ แขวงนครน้อย แขวงอุทัยใหญ่ แขวงอุทัยน้อย แขวงเสนาใหญ่ และแขวงเสนาน้อย ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดระเบียบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล มีการรวมเมืองเข้าด้วยกันเป็นมณฑล เปลี่ยนคำเรียกเมืองเป็นจังหวัด แขวงจึงต้องเปลี่ยนเป็นอำเภอตามไปด้วย และต่อมาสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นได้ทรงดำริว่า อำเภอแต่ละอำเภอมีพลเมืองมากและมีท้องที่กว้าง จึงให้แบ่งเขตการปกครองออกไปอีกในทุกอำเภอ ยกเว้นอำเภอรอบกรุง อำเภออุทัยใหญ่ และอำเภออุทัยน้อย ดังนี้- อำเภอนครใหญ่ ให้ทางตอนเหนือคงเป็นอำเภอนครใหญ่ และแบ่งเขตท้องที่ตอนใต้ออกเป็นอำเภอนครใน - อำเภอนครน้อย ให้ทางตอนเหนือคงเป็นอำเภอนครน้อย และแบ่งเขตท้องที่ตอนใต้ออกเป็นอำเภอนครกลาง - อำเภอเสนาใหญ่ ให้ทางด้านทิศเหนือคงเป็นอำเภอเสนาใหญ่ และแบ่งเขตท้องที่ด้านทิศใต้ออกเป็นอำเภอเสนากลาง - อำเภอเสนาน้อย ให้ทางด้านทิศใต้คงเป็นอำเภอเสนาน้อย และแบ่งเขตท้องที่ด้านทิศเหนือออกเป็นอำเภอเสนาใน ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่ออำเภอต่าง ๆ โดยในปี พ.ศ. 2443 เปลี่ยนชื่ออำเภออุทัยน้อยเป็นอำเภอพระราชวัง ในปี พ.ศ. 2446 เปลี่ยนชื่ออำเภอนครกลางเป็นอำเภอนครหลวงมาจนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2450 ได้แบ่งเขตท้องที่อำเภอพระราชวังด้านตะวันออกรวมกับอำเภออุทัยใหญ่ด้านใต้ แล้วยกขึ้นเป็นอำเภออุทัยน้อย แทนอำเภออุทัยน้อยเดิมที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอพระราชวังเมื่อปี พ.ศ. 2443 และมีการเปลี่ยนชื่ออำเภอต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ตรงกับชื่อตำบลที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อใหม่ ดังนี้ และอีก 4 กิ่งอำเภอได้แก่ กิ่งอำเภอลาดบัวหลวง (ขึ้นกับอำเภอบางไทร), กิ่งอำเภอภาชี (ขึ้นกับอำเภออุทัย), กิ่งอำเภอบางซ้าย (ขึ้นกับอำเภอเสนา) และกิ่งอำเภอบ้านแพรก (ขึ้นกับอำเภอมหาราช) ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอตามลำดับจนครบในปี พ.ศ. 2502การแบ่งเขตการปกครองในปัจจุบันการปกครองส่วนภูมิภาค การแบ่งเขตการปกครองในปัจจุบัน. การปกครองส่วนภูมิภาค. ปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประกอบด้วย 16 อำเภอ ได้แก่การปกครองส่วนท้องถิ่น การปกครองส่วนท้องถิ่น. จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนทั้งสิ้น 158 แห่ง แบ่งออกเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, เทศบาลนคร 1 แห่ง คือ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา, เทศบาลเมือง 4 แห่ง, เทศบาลตำบล 31 แห่ง, และองค์การบริหารส่วนตำบล 121 แห่ง โดยเทศบาลสามารถจำแนกได้ตามอำเภอต่าง ๆ ดังนี้รายชื่อเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัดเศรษฐกิจ เศรษฐกิจ. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดมีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดระยอง และจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุน เขต 2 มีนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค), นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร และมีเขตประกอบการอุตสาหกรรม 3 แห่ง ได้แก่ เขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟตเตอรี่แลนด์วังน้อย สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ 2ประชากรโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาโครงสร้างพื้นฐาน. การศึกษา. - สถานศึกษาในระดับอุดมศึกษา - มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ สำนักอธิการบดี หันตรา - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์วาสุกรี - มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย - มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย - สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา- สถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษา - สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาการขนส่งถนนการขนส่ง. ถนน. - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 308 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 309 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 352 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 356 การเดินทางเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา- ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) แล้วข้ามสะพานนนทบุรีหรือสะพานนวลฉวีไปยังจังหวัดปทุมธานีต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวงหมายเลข 3111) เลี้ยวแยกขวาที่อำเภอเสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - เส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานีทางหลวงหมายเลข 306 ถึงทางแยกสะพานปทุมธานี เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 แล้วไปแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3309 ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางปะอิน เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - ถนนกาญจนาภิเษก เริ่มตั้งแต่กิโลเมตรที่ 71+570 ที่ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางไทร ตัดถนนสามโคก-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร (3309) ที่กิโลเมตรที่ 72 เข้าสู่พื้นที่อำเภอบางปะอิน ตัดทางพิเศษอุดรรัถยา ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 ที่กิโลเมตรที่ 77 ข้ามคลองเปรมประชากรและทางรถไฟสายเหนือ ไปบรรจบถนนพหลโยธิน กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32กิโลเมตรที่ 52-53 - ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด หรือ "ทางด่วน 2 (ส่วนนอกเมือง)") เริ่มต้นจากถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ถึง ถนนกาญจนาภิเษก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยารถโดยสารประจำทาง รถโดยสารประจำทาง. ปัจจุบันรถโดยสารประจำทางสาย กรุงเทพฯ-อยุธยา มีให้บริการ 2 ประเภท 1.รถบัส ประเภท ปรับอากาศชั้น 2 สายที่ 901 กรุงเทพฯ (หมอชิตใหม่) -อยุธยา ให้บริการอยู่ที่ ท่ารถไปกรุงเทพฯ (ถนนนเรศวร) 2.รถตู้ ประเภท มาตรฐาน 2 (จ) 2 (ต) 2 (ช)รถไฟ รถไฟ. การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถใช้บริการรถไฟโดยสารที่มีปลายทางสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนรถไฟจะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเขตอำเภอบางปะอิน อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอภาชี ทางรถไฟจะแยกไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชีการคมนาคมภายในตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาการคมนาคมภายในตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. - รถสามล้อเครื่อง คิดค่าโดยสารตามระยะทาง (เป็นรถเหมา) - รถสามล้อถีบ คิดค่าโดยสารตามระยะทาง - รถจักรยานยนต์รับจ้าง คิดค่าโดยสารตามระยะทาง - รถสองแถว มีหลายสาย คิดค่าโดยสารตามระยะทางสถานที่สำคัญสถานที่สำคัญ. - ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (ATC) - ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา - อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา - วัดพระศรีสรรเพชญ์ - พระราชวังโบราณ อยุธยา- พระที่นั่งวิหารสมเด็จ - พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท - พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ - พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ - พระที่นั่งตรีมุข - พระที่นั่งบรรยงค์รัตนาสน์ - วัดไชยวัฒนาราม - วัดใหญ่ชัยมงคล - วัดสุวรรณดาราม - วัดสะตือ พุทธไสยาสนย์ - ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร - พระราชวังบางปะอิน - คลองรางจระเข้ - เพนียดคล้องช้าง - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม - เขื่อนพระรามหก เขื่อนทดน้ำแห่งแรกในประเทศไทยเมืองพี่เมืองน้องเมืองพี่เมืองน้อง. - เมืองหนานซาง สาธารณรัฐประชาชนจีน - เมืองกุม ประเทศอิหร่าน - สาธารณรัฐเบลารุส - นครเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน - เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกาบุคคลที่มีชื่อเสียงบุคคลที่มีชื่อเสียง. - ด้านศาสนา - สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศรี) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จสถิต ณ วัดบางหว้าใหญ่ - สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จสถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร - สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตเจ้าคณะใหญ่อรัญวาสี อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร - สมเด็จพระวันรัต (ฑิต อุทโย) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตเจ้าคณะใหญ่หนใต้ อดีตอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร - สมเด็จพระวันรัต (จ่าย ปุณฺณทตฺโต) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะใหญ่หนใต้ และอดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารรูปแรก - สมเด็จพระวันรัต (ทรัพย์ โฆสโก) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก อดีตสมาชิกสังฆสภา อดีตสังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง อดีตเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร - สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตแม่กองบาลีสนามหลวง อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา - สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พุฒ สุวฑฺฒโน) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และอดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร - สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จนฺทสิริ) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร - สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และอดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง - สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) (นามเดิม:สมศักดิ์ ชูมาลัยวงศ์) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาส[[วัดพิชยญาติการามวรวิหาร] - [[พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน)]] [[พระราชาคณะเจ้าคณะรอง]] กรรมการ[[มหาเถรสมาคม]] [[เจ้าคณะภาค]]๑๔-๑๕ ([[ธรรมยุต]]) [[แม่กองธรรมสนามหลวง]] เลขานุการ[[สมเด็จพระสังฆราช]] ผู้ช่วย[[เจ้าอาวาส]][[วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร]] รักษาการ[[เจ้าคณะภาค]]๔-๗ ([[ธรรมยุต]]) - [[พระธรรมปัญญาบดี (พีร์ สุชาโต)]] [[พระราชาคณะเจ้าคณะรอง]] ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร นายกสภา[[มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย]] [[เจ้าอาวาส|อธิบดีสงฆ์]][[วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร]]รูปปัจจุบัน - [[พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท)]] หรือ หลวงพ่อปานวัดบางนมโค พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางนมโค [[อำเภอเสนา]] - [[หลวงพ่อจง พุทธสโร]] พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก [[อำเภอบางไทร]] - [[พระครูสังวรสมณกิจ (ทิม อตฺตสนฺโต)]] พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดพระขาว [[อำเภอบางบาล]] - แม่ชี[[ศันสนีย์ เสถียรสุต]] พุทธสาวิกาใน[[พุทธศาสนา]]และยังเป็นเป็นวิทยากรประจำและผู้ก่อตั้ง[[เสถียรธรรมสถาน]] - [[เอื้อน กลิ่นสาลี]] อดีต[[พระราชาคณะเจ้าคณะรอง]] อดีต[[เจ้าอาวาส]][[วัดสามพระยา]] อดีต[[เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร]] ถูกถอดถอน[[สมณศักดิ์]] 30 พฤษภาคม 2561- นักการเมือง - [[ปรีดี พนมยงค์|ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ หรือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ]] [[นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย]] คนที่ 7 - พลเรือตรี [[ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]] หรือ หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ [[นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย]] คนที่ 8 - [[ประมวล สภาวสุ]] อดีต[[รองนายกรัฐมนตรี]] รัฐมนตรีว่าการ[[กระทรวงการคลัง]]และ[[กระทรวงอุตสาหกรรม]] - [[ดำรง พุฒตาล]] พิธีกรชื่อดัง และอดีตสมาชิก[[วุฒิสภา]] - [[เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร]] อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ[[กระทรวงคมนาคม]] ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - พลเอก [[พงษ์เทพ เทศประทีป]] อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์) และอดีตเสนาธิการทหารบก - [[วิทยา บุรณศิริ]] [[รายนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของไทย|อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข]][[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]จังหวัด[[พระนครศรีอยุธยา]] - พลตำรวจเอก [[โกวิท วัฒนะ]] อดีต[[รองนายกรัฐมนตรี]] ครม.60 - [[ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม]] อดีต[[รองนายกรัฐมนตรี]] และ[[รัฐมนตรี]]ว่าการ[[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]] ใน[[คณะรัฐมนตรีคณะที่ 56]] - [[วิบูลย์ สงวนพงศ์]] ปลัด[[กระทรวงมหาดไทย]] - พ.อ. [[ณรงค์ กิตติขจร]] อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี 2515 2534- ด้านศิลปวัฒนธรรมและบันเทิง - [[หลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล)]] ครู[[ดนตรีไทย]] และต้นสกุลพาทยโกศล เป็นบิดาของจางวาง[[ทั่ว พาทยโกศล]] - [[รวงทอง ทองลั่นธม]] นักร้อง[[วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์]] และ[[วงสุนทราภรณ์]] - [[ส.พลายน้อย]] (ชื่อจริง สมบัติ พลายน้อย) [[ศิลปินแห่งชาติ]]สาขาวรรณศิลป์ และนักเขียนสารคดีประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมชื่อดัง - [[สุชาติ สวัสดิ์ศรี]] [[ศิลปินแห่งชาติ]]สาขาวรรณศิลป์ นักเขียนเจ้าของนามปากกา[[สิงห์สนามหลวง]] ผู้ก่อตั้ง[[รางวัลช่อการะเกด]] - [[สรพงศ์ ชาตรี]] นักแสดง และ[[ศิลปินแห่งชาติ]] สาขาศิลปะการแสดง - [[สำราญ เกิดผล]] [[ศิลปินแห่งชาติ]]สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) - [[ชลิต เฟื่องอารมย์]] นักแสดง - [[ชรัส เฟื่องอารมย์]] นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง - [[บัณฑิต ฤทธิ์ถกล]] [[ผู้กำกับภาพยนตร์]] และผู้เขียนบทภาพยนตร์ - [[พีระ ตรีบุปผา]] นักแต่งเพลง นักดนตรี และนักเรียบเรียงเสียงประสาน - [[แอน มิตรชัย]] นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง - [[รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง]] นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง - [[กันต์ธีร์ ปิติธัญ]] นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง- นักกีฬาทีมชาติ - [[นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม]] นักฟุตบอลทีมชาติไทย
พระนครศรีอยุธยาเคยเป็นราชธานีของอาณาจักรอยุธยารวมทั้งสิ้นกี่ปี
{ "answer": [ "417" ], "answer_begin_position": [ 644 ], "answer_end_position": [ 647 ] }
3,140
4,203
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน เคยมีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่ไม่มีอำเภอเมือง มีอำเภอพระนครศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ชาวบ้านโดยทั่วไปนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "กรุงเก่า" หรือ "เมืองกรุงเก่า"ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์. พระนครศรีอยุธยาเคยเป็นราชธานี (เมืองหลวง) ของอาณาจักรอยุธยา หรืออาณาจักรสยาม ตลอดระยะเวลา 417 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 1893 กระทั่งเสียกรุงแก่พม่า เมื่อ พ.ศ. 2310 ครั้นเมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนาราชธานีแห่งใหม่ที่กรุงธนบุรี กรุงศรีอยุธยาก็ไม่ได้กลายเป็นเมืองร้าง ยังมีคนที่รักถิ่นฐานบ้านเดิมอาศัยอยู่และมีราษฎรที่หลบหนีไปอยู่ตามป่ากลับเข้ามาอาศัยอยู่รอบ ๆ เมือง รวมกันเข้าเป็นเมือง จนทางการยกเป็นเมืองจัตวาเรียกว่า "เมืองกรุงเก่า" เมื่อ พ.ศ. 2325 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงยกเมืองกรุงเก่าขึ้นเป็น หัวเมืองจัตวา เช่นเดียวกับในสมัยกรุงธนบุรี หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้จัดการปฏิรูปการปกครองทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยการปกครองส่วนภูมิภาคนั้น โปรดให้จัดการปกครองแบบเทศาภิบาลขึ้น โดยให้รวมเมืองที่อยู่ใกล้เคียงกัน 3-4 เมือง ขึ้นเป็นมณฑล มีข้าหลวงเทศาภิบาลเป็นผู้ปกครอง โดยในปี พ.ศ. 2438 โปรดให้จัดตั้งมณฑลกรุงเก่าขึ้น ประกอบด้วยหัวเมืองต่าง ๆ คือ กรุงเก่าหรืออยุธยา อ่างทอง สระบุรี พระพุทธบาท ลพบุรี พรหมบุรี อินทร์บุรี และสิงห์บุรี ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองอินทร์บุรีและเมืองพรหมบุรีเข้ากับเมืองสิงห์บุรี รวมเมืองพระพุทธบาทเข้ากับเมืองสระบุรี ตั้งที่ว่าการมณฑลที่อยุธยา และในปี พ.ศ. 2469 เปลี่ยนชื่อจาก "มณฑลกรุงเก่า" เป็น "มณฑลอยุธยา" ซึ่งจากการจัดตั้งมณฑลอยุธยามีผลให้อยุธยามีความสำคัญทางการบริหารการปกครองมากขึ้น การสร้างสิ่งสาธารณูปโภคหลายอย่างมีผลต่อการพัฒนาเมืองอยุธยาในเวลาต่อมา จนเมื่อยกเลิกการปกครองระบบมณฑลเทศาภิบาล ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 อยุธยาจึงเปลี่ยนฐานะเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายบูรณะโบราณสถานภายในเมืองอยุธยา เพื่อเป็นการฉลองยี่สิบห้าพุทธศตวรรษ ประจวบกับในปี พ.ศ. 2498 นายกรัฐมนตรีประเทศพม่าเดินทางมาเยือนประเทศไทย และได้มอบเงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อปฏิสังขรณ์วัดและองค์พระมงคลบพิตร เป็นการเริ่มต้นบูรณะโบราณสถานในอยุธยาอย่างจริงจัง ซึ่งต่อมากรมศิลปากรเป็นหน่วยงานสำคัญในการดำเนินการ จนองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโกมีมติให้ประกาศขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็น "มรดกโลก" เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 มีพื้นที่ครอบคลุมในบริเวณโบราณสถานเมืองอยุธยาภูมิศาสตร์สภาพภูมิอากาศสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสัญลักษณ์ประจำจังหวัด. - คำขวัญประจำจังหวัด : ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา เลอคุณค่ามรดกโลก - ตราประจำจังหวัด : รูปสังข์ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพานแว่นฟ้าภายในปราสาทใต้ต้นหมัน ซึ่งนับถือกัน ว่าเป็นสัญลักษณ์อันประเสริฐ - ต้นไม้ประจำจังหวัด : หมัน () - ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกโสน (สะ-โหน) () - สัตว์น้ำประจำจังหวัด : กุ้งก้ามกรามหรือกุ้งสมเด็จ ()การเมืองการปกครองประวัติการแบ่งเขตการปกครอง การเมืองการปกครอง. ประวัติการแบ่งเขตการปกครอง. ในสมัยอาณาจักรอยุธยามีการแบ่งการปกครองในราชธานีออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ การปกครองภายในบริเวณกำแพงเมือง และภายนอกบริเวณกำแพงเมือง โดยในบริเวณกำแพงเมืองก็จะแบ่งออกเป็น 4 แขวง ได้แก่ แขวงขุนธรณีบาล แขวงขุนโลกบาล แขวงขุนธราบาล และแขวงขุนนราบาล ต่อมาในสมัยอาณาจักรธนบุรีจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รวมทั้ง 4 แขวงภายในกำแพงเมืองเป็นแขวงเดียวกัน เรียกว่า แขวงรอบกรุง และขยายอาณาเขตออกมาเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน และต่อมาเปลี่ยนมาเป็นอำเภอรอบกรุง อำเภอกรุงเก่า และอำเภอพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน ตามลำดับ ส่วนการปกครองภายนอกบริเวณกำแพงเมือง บริเวณนอกกำแพงเมืองแบ่งออกเป็น 3 แขวง ได้แก่ แขวงขุนนคร แขวงขุนอุทัย และแขวงขุนเสนา และต่อมามีการแบ่งออกเป็นแขวงต่าง ๆ ดังนี้- แขวงขุนนคร อยู่ทางทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของกำแพงพระนครตั้งแต่ลำน้ำลพบุรีและลุ่มน้ำป่าสัก ต่อมามีการแบ่งออกเป็นแขวง คือ ทางด้านตะวันตกเป็นแขวงนครใหญ่ และด้านตะวันออกเป็น แขวงนครน้อย - แขวงขุนอุทัย อยู่ทางใต้ตั้งแต่เขตของแขวงขุนนครตลอดลงมายังมายังแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันออก ต่อมาได้มีการแบ่งออกเป็นแขวง คือ แขวงอุทัยใหญ่ และแขวงอุทัยน้อย - แขวงขุนเสนา อยู่ทางด้านตะวันตกมีอาณาเขตด้านเหนือจรดตะวันตกเฉียงใต้ของแขวงขุนนครและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาได้มีการแบ่งออกเป็นแขวง คือ แขวงเสนาใหญ่ ทางด้านตะวันตก และแขวงเสนาน้อย ทางด้านตะวันออก ดังนั้น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แขวงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงมีทั้งหมด 7 แขวง ได้แก่ แขวงรอบกรุง แขวงนครใหญ่ แขวงนครน้อย แขวงอุทัยใหญ่ แขวงอุทัยน้อย แขวงเสนาใหญ่ และแขวงเสนาน้อย ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดระเบียบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล มีการรวมเมืองเข้าด้วยกันเป็นมณฑล เปลี่ยนคำเรียกเมืองเป็นจังหวัด แขวงจึงต้องเปลี่ยนเป็นอำเภอตามไปด้วย และต่อมาสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นได้ทรงดำริว่า อำเภอแต่ละอำเภอมีพลเมืองมากและมีท้องที่กว้าง จึงให้แบ่งเขตการปกครองออกไปอีกในทุกอำเภอ ยกเว้นอำเภอรอบกรุง อำเภออุทัยใหญ่ และอำเภออุทัยน้อย ดังนี้- อำเภอนครใหญ่ ให้ทางตอนเหนือคงเป็นอำเภอนครใหญ่ และแบ่งเขตท้องที่ตอนใต้ออกเป็นอำเภอนครใน - อำเภอนครน้อย ให้ทางตอนเหนือคงเป็นอำเภอนครน้อย และแบ่งเขตท้องที่ตอนใต้ออกเป็นอำเภอนครกลาง - อำเภอเสนาใหญ่ ให้ทางด้านทิศเหนือคงเป็นอำเภอเสนาใหญ่ และแบ่งเขตท้องที่ด้านทิศใต้ออกเป็นอำเภอเสนากลาง - อำเภอเสนาน้อย ให้ทางด้านทิศใต้คงเป็นอำเภอเสนาน้อย และแบ่งเขตท้องที่ด้านทิศเหนือออกเป็นอำเภอเสนาใน ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่ออำเภอต่าง ๆ โดยในปี พ.ศ. 2443 เปลี่ยนชื่ออำเภออุทัยน้อยเป็นอำเภอพระราชวัง ในปี พ.ศ. 2446 เปลี่ยนชื่ออำเภอนครกลางเป็นอำเภอนครหลวงมาจนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2450 ได้แบ่งเขตท้องที่อำเภอพระราชวังด้านตะวันออกรวมกับอำเภออุทัยใหญ่ด้านใต้ แล้วยกขึ้นเป็นอำเภออุทัยน้อย แทนอำเภออุทัยน้อยเดิมที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอพระราชวังเมื่อปี พ.ศ. 2443 และมีการเปลี่ยนชื่ออำเภอต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ตรงกับชื่อตำบลที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อใหม่ ดังนี้ และอีก 4 กิ่งอำเภอได้แก่ กิ่งอำเภอลาดบัวหลวง (ขึ้นกับอำเภอบางไทร), กิ่งอำเภอภาชี (ขึ้นกับอำเภออุทัย), กิ่งอำเภอบางซ้าย (ขึ้นกับอำเภอเสนา) และกิ่งอำเภอบ้านแพรก (ขึ้นกับอำเภอมหาราช) ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอตามลำดับจนครบในปี พ.ศ. 2502การแบ่งเขตการปกครองในปัจจุบันการปกครองส่วนภูมิภาค การแบ่งเขตการปกครองในปัจจุบัน. การปกครองส่วนภูมิภาค. ปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประกอบด้วย 16 อำเภอ ได้แก่การปกครองส่วนท้องถิ่น การปกครองส่วนท้องถิ่น. จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนทั้งสิ้น 158 แห่ง แบ่งออกเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, เทศบาลนคร 1 แห่ง คือ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา, เทศบาลเมือง 4 แห่ง, เทศบาลตำบล 31 แห่ง, และองค์การบริหารส่วนตำบล 121 แห่ง โดยเทศบาลสามารถจำแนกได้ตามอำเภอต่าง ๆ ดังนี้รายชื่อเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัดเศรษฐกิจ เศรษฐกิจ. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดมีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดระยอง และจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุน เขต 2 มีนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค), นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร และมีเขตประกอบการอุตสาหกรรม 3 แห่ง ได้แก่ เขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟตเตอรี่แลนด์วังน้อย สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ 2ประชากรโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาโครงสร้างพื้นฐาน. การศึกษา. - สถานศึกษาในระดับอุดมศึกษา - มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ สำนักอธิการบดี หันตรา - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์วาสุกรี - มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย - มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย - สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา- สถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษา - สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาการขนส่งถนนการขนส่ง. ถนน. - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 308 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 309 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 352 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 356 การเดินทางเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา- ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) แล้วข้ามสะพานนนทบุรีหรือสะพานนวลฉวีไปยังจังหวัดปทุมธานีต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวงหมายเลข 3111) เลี้ยวแยกขวาที่อำเภอเสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - เส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานีทางหลวงหมายเลข 306 ถึงทางแยกสะพานปทุมธานี เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 แล้วไปแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3309 ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางปะอิน เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - ถนนกาญจนาภิเษก เริ่มตั้งแต่กิโลเมตรที่ 71+570 ที่ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางไทร ตัดถนนสามโคก-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร (3309) ที่กิโลเมตรที่ 72 เข้าสู่พื้นที่อำเภอบางปะอิน ตัดทางพิเศษอุดรรัถยา ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 ที่กิโลเมตรที่ 77 ข้ามคลองเปรมประชากรและทางรถไฟสายเหนือ ไปบรรจบถนนพหลโยธิน กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32กิโลเมตรที่ 52-53 - ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด หรือ "ทางด่วน 2 (ส่วนนอกเมือง)") เริ่มต้นจากถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ถึง ถนนกาญจนาภิเษก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยารถโดยสารประจำทาง รถโดยสารประจำทาง. ปัจจุบันรถโดยสารประจำทางสาย กรุงเทพฯ-อยุธยา มีให้บริการ 2 ประเภท 1.รถบัส ประเภท ปรับอากาศชั้น 2 สายที่ 901 กรุงเทพฯ (หมอชิตใหม่) -อยุธยา ให้บริการอยู่ที่ ท่ารถไปกรุงเทพฯ (ถนนนเรศวร) 2.รถตู้ ประเภท มาตรฐาน 2 (จ) 2 (ต) 2 (ช)รถไฟ รถไฟ. การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถใช้บริการรถไฟโดยสารที่มีปลายทางสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนรถไฟจะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเขตอำเภอบางปะอิน อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอภาชี ทางรถไฟจะแยกไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชีการคมนาคมภายในตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาการคมนาคมภายในตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. - รถสามล้อเครื่อง คิดค่าโดยสารตามระยะทาง (เป็นรถเหมา) - รถสามล้อถีบ คิดค่าโดยสารตามระยะทาง - รถจักรยานยนต์รับจ้าง คิดค่าโดยสารตามระยะทาง - รถสองแถว มีหลายสาย คิดค่าโดยสารตามระยะทางสถานที่สำคัญสถานที่สำคัญ. - ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (ATC) - ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา - อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา - วัดพระศรีสรรเพชญ์ - พระราชวังโบราณ อยุธยา- พระที่นั่งวิหารสมเด็จ - พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท - พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ - พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ - พระที่นั่งตรีมุข - พระที่นั่งบรรยงค์รัตนาสน์ - วัดไชยวัฒนาราม - วัดใหญ่ชัยมงคล - วัดสุวรรณดาราม - วัดสะตือ พุทธไสยาสนย์ - ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร - พระราชวังบางปะอิน - คลองรางจระเข้ - เพนียดคล้องช้าง - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม - เขื่อนพระรามหก เขื่อนทดน้ำแห่งแรกในประเทศไทยเมืองพี่เมืองน้องเมืองพี่เมืองน้อง. - เมืองหนานซาง สาธารณรัฐประชาชนจีน - เมืองกุม ประเทศอิหร่าน - สาธารณรัฐเบลารุส - นครเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน - เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกาบุคคลที่มีชื่อเสียงบุคคลที่มีชื่อเสียง. - ด้านศาสนา - สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศรี) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จสถิต ณ วัดบางหว้าใหญ่ - สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จสถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร - สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตเจ้าคณะใหญ่อรัญวาสี อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร - สมเด็จพระวันรัต (ฑิต อุทโย) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตเจ้าคณะใหญ่หนใต้ อดีตอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร - สมเด็จพระวันรัต (จ่าย ปุณฺณทตฺโต) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะใหญ่หนใต้ และอดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารรูปแรก - สมเด็จพระวันรัต (ทรัพย์ โฆสโก) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก อดีตสมาชิกสังฆสภา อดีตสังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง อดีตเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร - สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตแม่กองบาลีสนามหลวง อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา - สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พุฒ สุวฑฺฒโน) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และอดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร - สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จนฺทสิริ) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร - สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และอดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง - สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) (นามเดิม:สมศักดิ์ ชูมาลัยวงศ์) สมเด็จพระราชาคณะ อดีตคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาส[[วัดพิชยญาติการามวรวิหาร] - [[พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน)]] [[พระราชาคณะเจ้าคณะรอง]] กรรมการ[[มหาเถรสมาคม]] [[เจ้าคณะภาค]]๑๔-๑๕ ([[ธรรมยุต]]) [[แม่กองธรรมสนามหลวง]] เลขานุการ[[สมเด็จพระสังฆราช]] ผู้ช่วย[[เจ้าอาวาส]][[วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร]] รักษาการ[[เจ้าคณะภาค]]๔-๗ ([[ธรรมยุต]]) - [[พระธรรมปัญญาบดี (พีร์ สุชาโต)]] [[พระราชาคณะเจ้าคณะรอง]] ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร นายกสภา[[มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย]] [[เจ้าอาวาส|อธิบดีสงฆ์]][[วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร]]รูปปัจจุบัน - [[พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท)]] หรือ หลวงพ่อปานวัดบางนมโค พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางนมโค [[อำเภอเสนา]] - [[หลวงพ่อจง พุทธสโร]] พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก [[อำเภอบางไทร]] - [[พระครูสังวรสมณกิจ (ทิม อตฺตสนฺโต)]] พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดพระขาว [[อำเภอบางบาล]] - แม่ชี[[ศันสนีย์ เสถียรสุต]] พุทธสาวิกาใน[[พุทธศาสนา]]และยังเป็นเป็นวิทยากรประจำและผู้ก่อตั้ง[[เสถียรธรรมสถาน]] - [[เอื้อน กลิ่นสาลี]] อดีต[[พระราชาคณะเจ้าคณะรอง]] อดีต[[เจ้าอาวาส]][[วัดสามพระยา]] อดีต[[เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร]] ถูกถอดถอน[[สมณศักดิ์]] 30 พฤษภาคม 2561- นักการเมือง - [[ปรีดี พนมยงค์|ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ หรือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ]] [[นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย]] คนที่ 7 - พลเรือตรี [[ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]] หรือ หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ [[นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย]] คนที่ 8 - [[ประมวล สภาวสุ]] อดีต[[รองนายกรัฐมนตรี]] รัฐมนตรีว่าการ[[กระทรวงการคลัง]]และ[[กระทรวงอุตสาหกรรม]] - [[ดำรง พุฒตาล]] พิธีกรชื่อดัง และอดีตสมาชิก[[วุฒิสภา]] - [[เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร]] อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ[[กระทรวงคมนาคม]] ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - พลเอก [[พงษ์เทพ เทศประทีป]] อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์) และอดีตเสนาธิการทหารบก - [[วิทยา บุรณศิริ]] [[รายนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของไทย|อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข]][[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]จังหวัด[[พระนครศรีอยุธยา]] - พลตำรวจเอก [[โกวิท วัฒนะ]] อดีต[[รองนายกรัฐมนตรี]] ครม.60 - [[ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม]] อดีต[[รองนายกรัฐมนตรี]] และ[[รัฐมนตรี]]ว่าการ[[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]] ใน[[คณะรัฐมนตรีคณะที่ 56]] - [[วิบูลย์ สงวนพงศ์]] ปลัด[[กระทรวงมหาดไทย]] - พ.อ. [[ณรงค์ กิตติขจร]] อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี 2515 2534- ด้านศิลปวัฒนธรรมและบันเทิง - [[หลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล)]] ครู[[ดนตรีไทย]] และต้นสกุลพาทยโกศล เป็นบิดาของจางวาง[[ทั่ว พาทยโกศล]] - [[รวงทอง ทองลั่นธม]] นักร้อง[[วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์]] และ[[วงสุนทราภรณ์]] - [[ส.พลายน้อย]] (ชื่อจริง สมบัติ พลายน้อย) [[ศิลปินแห่งชาติ]]สาขาวรรณศิลป์ และนักเขียนสารคดีประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมชื่อดัง - [[สุชาติ สวัสดิ์ศรี]] [[ศิลปินแห่งชาติ]]สาขาวรรณศิลป์ นักเขียนเจ้าของนามปากกา[[สิงห์สนามหลวง]] ผู้ก่อตั้ง[[รางวัลช่อการะเกด]] - [[สรพงศ์ ชาตรี]] นักแสดง และ[[ศิลปินแห่งชาติ]] สาขาศิลปะการแสดง - [[สำราญ เกิดผล]] [[ศิลปินแห่งชาติ]]สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) - [[ชลิต เฟื่องอารมย์]] นักแสดง - [[ชรัส เฟื่องอารมย์]] นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง - [[บัณฑิต ฤทธิ์ถกล]] [[ผู้กำกับภาพยนตร์]] และผู้เขียนบทภาพยนตร์ - [[พีระ ตรีบุปผา]] นักแต่งเพลง นักดนตรี และนักเรียบเรียงเสียงประสาน - [[แอน มิตรชัย]] นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง - [[รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง]] นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง - [[กันต์ธีร์ ปิติธัญ]] นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง- นักกีฬาทีมชาติ - [[นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม]] นักฟุตบอลทีมชาติไทย
เมืองกรุงเก่าคือชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของจังหวัดใดในประเทศไทย
{ "answer": [ "จังหวัดพระนครศรีอยุธยา" ], "answer_begin_position": [ 116 ], "answer_end_position": [ 138 ] }
3,139
346,081
โปร์ตู โปร์ตู () หรือ โอพอร์โต () เป็นเมืองใหญ่อันดับสอง ของประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดรูทางตอนเหนือของประเทศ และเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางเก่าแก่ของยุโรป นอกจากนี้โปร์ตูยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 1996 ปัจจุบันเป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียง อีกทั้งไวน์จากโปร์ตูเป็นที่รู้จักอย่างมาก คำว่า โปร์ตู ในภาษาโปรตุเกส หมายถึง ท่าเรือ
เมืองใดมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศโปรตุเกส
{ "answer": [ "โปร์ตู" ], "answer_begin_position": [ 88 ], "answer_end_position": [ 94 ] }
3,141
346,081
โปร์ตู โปร์ตู () หรือ โอพอร์โต () เป็นเมืองใหญ่อันดับสอง ของประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดรูทางตอนเหนือของประเทศ และเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางเก่าแก่ของยุโรป นอกจากนี้โปร์ตูยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 1996 ปัจจุบันเป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียง อีกทั้งไวน์จากโปร์ตูเป็นที่รู้จักอย่างมาก คำว่า โปร์ตู ในภาษาโปรตุเกส หมายถึง ท่าเรือ
เมืองโปร์ตู ประเทศโปรตุเกส ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. ใด
{ "answer": [ "1996" ], "answer_begin_position": [ 305 ], "answer_end_position": [ 309 ] }
3,142
602,888
ชัยลดล โชควัฒนาชัยลดล โชควัฒนา ชัยลดล โชควัฒนา. ชัยลดล โชควัฒนา หรือ มั้งค์ นักแสดง พิธีกร และ นักกอล์ฟอาชีพ ชาวไทย เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2521 เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของ นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และนางลัดดา โชควัฒนา มีพี่สาว 1 คน คือ ชัยลดา ตันติเวชกุล มั้งค์ เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของตระกูล “โชควัฒนา” ช่วยดูแลธุรกิจในเครือของ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ดูแลในส่วนของภาพลักษณ์องค์กรตำแหน่ง Corpoorate Identity Adviser เริ่มโลดแล่นในเส้นทางสายบันเทิงเมื่ออายุ 21 ปี จากนั้นผันตัวมาเป็นนักกอล์ฟอาชีพเมื่ออายุ 27 ปี และปัจจุบันหันมาทำธุรกิจส่วนตัว ภายใต้ชื่อ บริษัท มั้งค์ โปรดักชั่น จำกัดเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของตระกูล "โชควัฒนา" เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของตระกูล "โชควัฒนา". ชัยลดล โชควัฒนา หรือ มั้ง นักแสดง พิธีกร และ นักกอล์ฟอาชีพ ชาวไทย เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2521 เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของ นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และนางลัดดา โชควัฒนา มีพี่สาว 1 คน คือ ชัยลดา ตันติเวชกุล มั้งค์ เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของตระกูล “โชควัฒนา” ช่วยดูแลธุรกิจในเครือของ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ดูแลในส่วนของภาพลักษณ์องค์กรตำแหน่ง Corpoorate Identity Adviserประวัติการศึกษาประวัติการศึกษา. - มัธยมปลาย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ - ปริญญาตรี ด้านกราฟิกดีไซน์ จาก Marymount Universityผลงานโฆษณาผลงาน. โฆษณา. - Bionic Acne - SB Funiture - Essence - Fuji Restaurantละครละคร. - มนต์รักลูกทุ่ง - เล็กใหญ่ไม่เกี่ยว ขอเอี่ยวด้วยคน - ฟ้ามีตะวัน หัวใจฉันมีเธอ - สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย - แม่คุณทูนหัว - คนส่งกรรม - เมนูรักจานเด็ด - ศัตรูคู่ขวัญพิธีกรพิธีกร. - X-Generation Sports - ทรู ไลฟ์สไตล์ - เพชร - ฅ คนรักรถ - รายการเด็ก ทางช่อง9 - รายการกอล์ฟ ทางเนชั่นชาแนล - กอล์ฟ สแควร์ - The High ProfileThe High Profile เบื้องหลังความสำเร็จ The High Profile เบื้องหลังความสำเร็จ. The High Profile เบื้องหลังความสำเร็จ เป็นรายการโทรทัศน์ ประเภท ทอล์คโชว์ ดำเนินรายการโดย มั้งค์ ชัยลดล โชควัฒนา , โอปอล์ ปาณิสรา พิมพ์ปรุ , เพชรจ้า วิเชียร กุศลมโนมัย ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556 ปัจจุบันออกอากาศทุกคืนวันอังคาร เวลา 00.00-00.30 ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ผลิตรายการโดยบริษัท มั้งค์ โปรดักชั่น จำกัดตอนที่ออกอากาศตอนที่ออกอากาศ. - วันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2556 โอ่ง กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ - วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2556 โอ่ง กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ - วันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2556 รวบรวมเนื้อหาความสำเร็จ - วันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2556 รวบรวมเนื้อหาความสำเร็จ - วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2556 อินเด็กซ์ ครีเอทีฟวิลเลจ เกรียงไกร กาญจนะโภคิน และ เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน - วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม 2556 อินเด็กซ์ ครีเอทีฟวิลเลจ เกรียงไกร กาญจนะโภคิน และ เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน - วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2556 วีอาร์โซ ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย และ ทับทิม มัลลิกา จงวัฒนา - วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2556 วีอาร์โซ ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย และ ทับทิม มัลลิกา จงวัฒนา - วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม 2556 ปุ๊กลุ๊ก ศศิวิมล ณ ระนอง - วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2556 ท็อป ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี - วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2556 ท็อป ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี - วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2556 พอลล่า เทเลอร์ - วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2556 พอลล่า เทเลอร์ - วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2556 ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิช - วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2556 ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิช - วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2556 กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ - วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2556 กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ - วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2556 เจี๊ยบ เอกมล อรรถกมล - วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2556 ภูมิ ภูมิใจ ตั้งสง่า - วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2556 ภูมิ ภูมิใจ ตั้งสง่า - วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2556 จุ๋ม วชิรา จิตศักดานนท์ - วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2556 ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร และดีเจบุ๊คโก๊ะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล - วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2556 ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร และดีเจบุ๊คโก๊ะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล - วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2556 แย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข - วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 เวย์ ไทเทเนียม ปริญญา อินทชัย และแบงค์ ปรีติ บารมีอนันต์ - วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 เวย์ ไทเทเนียม ปริญญา อินทชัย และแบงค์ ปรีติ บารมีอนันต์ - วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ณัฐพล จุฬางกูร - วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร - วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร - วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2556 โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ - วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 เพชรจ้า วิเชียร กุศลมโนมัย - วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2556 เพชรจ้า วิเชียร กุศลมโนมัย - วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2556 ดร.บอย เชษฐา ส่งทวีผล
ชัยลดล โชควัฒนา นอกจากจะมีอาชีพเป็นนักแสดงยังเป็นนักกีฬาประเภทใดอีกด้วย
{ "answer": [ "กอล์ฟ" ], "answer_begin_position": [ 626 ], "answer_end_position": [ 631 ] }
3,143
620,439
มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (รู้จักในชื่อของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งไส้ตรงหรือมะเร็งลำไส้) คือโรคมะเร็งที่เกิดในลำไส้ใหญ่หรือลำไส้ตรง (ส่วนของ ลำไส้ใหญ่) เกิดจากการเติบโตอย่างผิดปกติของเซลล์ซึ่งสามารถลุกลามหรือแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ สัญญาณและอาการของโรคอาจได้แก่การอุจจาระเป็นเลือด การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่เปลี่ยนแปลงไป น้ำหนักลดและมีอาการเหนื่อยอ่อนเพลียตลอดเวลา โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงส่วนใหญ่เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น รูปแบบการดำเนินชีวิตและอายุที่มากขึ้น รวมทั้งจากความผิดปกติที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแต่ปัจจัยนี้จะพบได้ในน้อยราย ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ การรับประทานอาหาร โรคอ้วน การสูบบุหรี่ และการขาดการออกกำลังกาย ปัจจัยที่เกี่ยวกับอาหารซึ่งจะเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคคือ การรับประทาน เนื้อแดงและเนื้อที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่ง และการดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจัยเสี่ยงอีกประการหนึ่งก็คือ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบซึ่งได้แก่ โรคโครห์นและลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง ภาวะของความผิดปกติที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงบางภาวะได้แก่ ติ่งเนื้องอกที่เกิดจากพันธุกรรม และ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบไม่พบติ่งเนื้อ อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ป่วยจากสาเหตุนี้มีน้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับกลุ่มสาเหตุอื่นๆ โดยทั่วไปในเบื้องต้นจะพบเนื้องอกชนิดไม่เป็นอันตรายซึ่งมักจะมีลักษณะเป็นติ่งเนื้อ เมื่อเวลาผ่านไปติ่งเนื้อนี้จะกลายเป็นมะเร็ง การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจทำได้โดยการตรวจชิ้นเนื้อตัวอย่างที่ตัดจากลำไส้ใหญ่ในระหว่างการส่องกล้องตรวจลำไส้ส่วนปลายหรือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทั้งหมด แล้วตามด้วยขั้นตอนการฉายแสงเพื่อตรวจวิเคราะห์ว่ามีการแพร่กระจายหรือไม่ การคัดกรองหรือการตรวจหาโรคก่อนที่จะมีอาการเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพเพื่อการลดโอกาสของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง จึงแนะนำให้มีการเข้ารับตรวจหาโรคเมื่ออายุ 50 ปีและรับการตรวจหาโรคต่อไปจนอายุ 75 ปี ระหว่างการส่องกล้องตรวจสำไส้ใหญ่ทั้งหมดจะมีการตัดติ่งติ่งเนื้อออก ยาแอสไพรินและยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์ลดความเสี่ยงได้ แต่โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ยาเพื่อวัตถุประสงค์นี้เนื่องจากมีผลข้างเคียง การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงอาจใช้วิธีการรักษาแบบผสมวิธีต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ การผ่าตัด การบำบัดด้วยรังสี เคมีบำบัดและการรักษาแบบมุ่งเป้า มะเร็งที่งอกอยู่ในผนังลำไส้ใหญ่อาจรักษาได้ด้วยการผ่าตัด แต่หากมีการกระจายของเชื้อมะเร็งไปทั่วแล้วโดยปกติไม่สามารถรักษาได้ด้วยการรักษาแบบเน้นที่การปรับปรุงคุณภาพของชีวิตให้ดีดีขึ้นและการบำบัดตามอาการ อัตรารอดที่ห้าปีในประเทศสหรัฐอเมริกามีอยู่ที่ประมาณ 65% อย่างไรก็ตามนี่ขึ้นอยู่กับว่ามะเร็งได้ลุกลามไปมากน้อยเท่าไร ได้รับการผ่าตัดมะเร็งออกไปหรือไม่และสุขภาพโดยรวมของบุคคลนั้น มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเป็นอันดับที่สามโดยคิดเป็น 10% จากทั้งหมด ในปี 2012 พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 1.4 ล้านคนและมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้จำนวน 694,000 ราย โรคนี้มักจะพบได้มากกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งคิดเป็นจำนวนที่มากกว่า 65% ของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด และมักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
เพศใดที่มีแนวโน้มเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่า
{ "answer": [ "ชาย" ], "answer_begin_position": [ 2862 ], "answer_end_position": [ 2865 ] }
3,144
620,439
มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (รู้จักในชื่อของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งไส้ตรงหรือมะเร็งลำไส้) คือโรคมะเร็งที่เกิดในลำไส้ใหญ่หรือลำไส้ตรง (ส่วนของ ลำไส้ใหญ่) เกิดจากการเติบโตอย่างผิดปกติของเซลล์ซึ่งสามารถลุกลามหรือแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ สัญญาณและอาการของโรคอาจได้แก่การอุจจาระเป็นเลือด การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่เปลี่ยนแปลงไป น้ำหนักลดและมีอาการเหนื่อยอ่อนเพลียตลอดเวลา โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงส่วนใหญ่เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น รูปแบบการดำเนินชีวิตและอายุที่มากขึ้น รวมทั้งจากความผิดปกติที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแต่ปัจจัยนี้จะพบได้ในน้อยราย ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ การรับประทานอาหาร โรคอ้วน การสูบบุหรี่ และการขาดการออกกำลังกาย ปัจจัยที่เกี่ยวกับอาหารซึ่งจะเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคคือ การรับประทาน เนื้อแดงและเนื้อที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่ง และการดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจัยเสี่ยงอีกประการหนึ่งก็คือ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบซึ่งได้แก่ โรคโครห์นและลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง ภาวะของความผิดปกติที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงบางภาวะได้แก่ ติ่งเนื้องอกที่เกิดจากพันธุกรรม และ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบไม่พบติ่งเนื้อ อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ป่วยจากสาเหตุนี้มีน้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับกลุ่มสาเหตุอื่นๆ โดยทั่วไปในเบื้องต้นจะพบเนื้องอกชนิดไม่เป็นอันตรายซึ่งมักจะมีลักษณะเป็นติ่งเนื้อ เมื่อเวลาผ่านไปติ่งเนื้อนี้จะกลายเป็นมะเร็ง การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจทำได้โดยการตรวจชิ้นเนื้อตัวอย่างที่ตัดจากลำไส้ใหญ่ในระหว่างการส่องกล้องตรวจลำไส้ส่วนปลายหรือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทั้งหมด แล้วตามด้วยขั้นตอนการฉายแสงเพื่อตรวจวิเคราะห์ว่ามีการแพร่กระจายหรือไม่ การคัดกรองหรือการตรวจหาโรคก่อนที่จะมีอาการเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพเพื่อการลดโอกาสของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง จึงแนะนำให้มีการเข้ารับตรวจหาโรคเมื่ออายุ 50 ปีและรับการตรวจหาโรคต่อไปจนอายุ 75 ปี ระหว่างการส่องกล้องตรวจสำไส้ใหญ่ทั้งหมดจะมีการตัดติ่งติ่งเนื้อออก ยาแอสไพรินและยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์ลดความเสี่ยงได้ แต่โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ยาเพื่อวัตถุประสงค์นี้เนื่องจากมีผลข้างเคียง การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงอาจใช้วิธีการรักษาแบบผสมวิธีต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ การผ่าตัด การบำบัดด้วยรังสี เคมีบำบัดและการรักษาแบบมุ่งเป้า มะเร็งที่งอกอยู่ในผนังลำไส้ใหญ่อาจรักษาได้ด้วยการผ่าตัด แต่หากมีการกระจายของเชื้อมะเร็งไปทั่วแล้วโดยปกติไม่สามารถรักษาได้ด้วยการรักษาแบบเน้นที่การปรับปรุงคุณภาพของชีวิตให้ดีดีขึ้นและการบำบัดตามอาการ อัตรารอดที่ห้าปีในประเทศสหรัฐอเมริกามีอยู่ที่ประมาณ 65% อย่างไรก็ตามนี่ขึ้นอยู่กับว่ามะเร็งได้ลุกลามไปมากน้อยเท่าไร ได้รับการผ่าตัดมะเร็งออกไปหรือไม่และสุขภาพโดยรวมของบุคคลนั้น มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเป็นอันดับที่สามโดยคิดเป็น 10% จากทั้งหมด ในปี 2012 พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 1.4 ล้านคนและมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้จำนวน 694,000 ราย โรคนี้มักจะพบได้มากกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งคิดเป็นจำนวนที่มากกว่า 65% ของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด และมักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
ในปี 2012 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กี่ราย
{ "answer": [ "694,000" ], "answer_begin_position": [ 2740 ], "answer_end_position": [ 2747 ] }
3,145
143,115
อุทยานแห่งชาติขุนน่าน อุทยานแห่งชาติขุนน่าน ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 111 ซึ่งประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2552 โดยตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน อุทยานแห่งชาติขุนน่าน หมายถึง "ขุนเขา ลำน้ำ อันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน" อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดอยภูคาและป่าผาแดง บริเวณท้องที่ตำบลดงพญา ตำบลบ่อเกลือใต้ และตำบลภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่านลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศ. สภาพภูมิประเทศทั่วไปของพื้นที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำชั้น 1A มีเขาสูงชันสลับซับซ้อนติดต่อกัน โดยมีระดับความสูงตั้งแต่ 600-1,745 เมตรจากระดับน้ำทะเล มียอดดอยผีปันน้ำในเทือกเขาผีปันน้ำเป็นจุดสูงสุด ที่ความสูงประมาณ 1,745 เมตรจากระดับน้ำทะเล อุทยานแห่งชาติขุนน่านเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำว้า อันเป็นลำน้ำสายใหญ่และสำคัญ ไหลผ่านกลางพื้นที่ในแนวทิศเหนือไหลลงทิศใต้ มีระยะทางการไหลผ่านพื้นที่ประมาณ 25.5 กิโลเมตร และมีลำห้วยสำคัญที่ไหลลงลำน้ำว้า ได้แก่ น้ำปาด น้ำสะปัน ห้วยตี๋ ห้วยห้า และน้ำแปดลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศ. เนื่องจากเป็นพื้นที่บริเวณเกือบเหนือสุดของประเทศ อยู่ระหว่างเส้นรุ้ง ที่ 02-32.5 องศาเหนือ ระหว่างเส้นแวง ที่ 27.2-48.4 องศาตะวันออก สภาพภูมิประเทศเป็นเขาสูงสลับซับซ้อนเป็นที่สูง ทำให้มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 1-7 องศาเซลเซียสในช่วงฤดูหนาว และประมาณ 28-33 องศาเซลเซียสในช่วงฤดูร้อน โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,900 - 2,200 มิลลิเมตรต่อปี ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติขุนน่านมีป่าไม้และภูเขารอบด้านห่างไกลจากชุมชนเมืองใหญ่อากาศบนพื้นที่นี้มีป่าไม้และภูเขารอบด้านห่างไกลจากชุมชนเมืองใหญ่อากาศพื้นที่จึงมีความบริสุทธิ์ แจ่มใส สดชื่น หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปีพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า. สภาพพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติขุนน่านปกคลุมด้วยป่าดิบเขาประมาณร้อยละ 90 ป่าดิบแล้ง ร้อยละ 7 และทุ่งหญ้า ร้อยละ 3 ชนิดพันธุ์ไม้พบเห็นตั้งแต่ไม้ยืนต้น ได้แก่ ยางนา ยางแดง ตุ้มเต๋น ก่อ กำยาน กำลังเสือโคร่ง จำปีป่า มะม่วงป่า หว้า ทะโล้ มะไฟ แก้มขาว ติ้ว ตะไคร้ต้น รวมไปถึงไม้ไผ่ เฟิร์นชนิดต่างๆ ไผ่เลื้อย ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่พบบริเวณน้ำตกสะปันและลำน้ำว้า กล้วยไม้ดิน กระแตไต่ไม้ เอื้องผึ้ง เอื้องชะนี หวายป่า เอื้องหมายนา ค้างคาวดำ เป็นต้น สัตว์ป่าที่สำรวจพบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนน่าน ได้แก่ เก้ง เลียงผา หมูป่า ชะมด หมีควาย กวางป่า ลิ่น หมูหริ่ง เม่น กระรอก กระแต ไก่ป่า นกชนิดต่างๆ สัตว์เลื้อยคลานที่พบได้แก่ กบ คางคก งูชนิดต่างๆ ปูห้วย เต่าปูลูเหนือ เป็นต้นการเดินทาง การเดินทาง. จากอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1081 (บ่อเกลือ-เฉลิมพระเกียรติ) ประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯแหล่งท่องเที่ยวด้านท่องเที่ยวผจญภัยแหล่งท่องเที่ยว. ด้านท่องเที่ยวผจญภัย. - ล่องแก่งลำน้ำว้าตอนบนด้านธรรมชาติด้านธรรมชาติ. - น้ำตกบ้านเด่น - น้ำตกสะปัน - น้ำตกห้วยห้า - น้ำตกห้วยตี๋ - น้ำตกห้วยหินฝน - หินซาววาด้านศึกษาธรรมชาติด้านศึกษาธรรมชาติ. - เส้นทางศึกษาธรรมชาติในเส้นทางน้ำตกห้วยหินฝนระเบียงภาพ
อุทยานแห่งชาติขุนน่านเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่เท่าไรของประเทศไทย
{ "answer": [ "111" ], "answer_begin_position": [ 183 ], "answer_end_position": [ 186 ] }