question_id
int32
1
4k
article_id
int32
665
954k
context
stringlengths
75
87.2k
question
stringlengths
11
135
answers
dict
2,831
332,537
มณฑล จิรา มณฑล จิรา เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 ที่ฮ่องกง เป็นลูกชายคนโตของอรินทร์ และอภิญญา จิรา มีน้องชาย 1 คน ชื่อ ดนัย จิรา เมื่ออายุ 9 ปี ครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย บิดาได้ส่งเข้าประกวดโดมอนมินิ ประจำปี 2531 และได้รางวัลชนะเลิศ จากนั้นเมื่ออายุ 13 ปี พจน์ อานนท์ นำมาขึ้นปกนิตยสาร เธอกับฉัน ฉบับวันวาเลนไทน์ พ.ศ. 2536 จึงมีงานถ่ายแบบและโฆษณาเข้ามา พร้อมกับออกรายการเกมโชว์ และเมื่ออายุ 17 ปี ได้แสดงละครประวัติ ประวัติ. ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนนานาชาติฮ่องกง ระดับมัธยมศึกษาศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี (RIS) จบเกรด 11 (เทียบเท่ากับมัธยมศึกษาปีที่ 5) และไปศึกษาต่อที่ Robert Lovis Stevenson High School ในแคลิฟอร์เนีย หลังสำเร็จการศึกษา ก็กลับมายังประเทศไทยเพื่อออกผลงานอัลบั้มแรกกับค่ายโพลีแกรม ชื่ออัลบั้ม “J” และแสดงภาพยนตร์เรื่อง "ถนนนี้หัวใจข้าจอง" ก่อนกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์และดนตรีพร้อมกันที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส จนจบ ระหว่างปิดภาคเรียนทุกครั้ง มณฑลก็ได้กลับมายังประเทศไทยและออกรายการเกมโชว์ ถ่ายละครโทรทัศน์ และเป็น VJ พิธีกรรายการเพลงของ MTV ASIA เริ่มการเป็นนักแสดงโดยเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด กันตนา ละครเรื่องแรก "วันไฟวัยฝัน" รับบทเป็นพระเอกคู่กับพิชชาภรณ์ รัตนานนท์ กำกับโดย ออกไซด์ แปง ในปี 2541 และมีละครต่อเนื่องมาทุกปี จนถึงปี 2544 ได้แสดงบทร้ายเป็นครั้งแรกในเรื่องลูกผู้ชายหัวใจเพชร นอกจากนี้ในปีเดียวกันนั้น ยังได้เล่นละครให้กับค่าย Neo Genesis เรื่อง Girl Club...รับเอาคืน รับบทเป็นพระเอกคู่กับ ซาร่า นุศรา ผุงประเสริฐ การทำงาน มีงานอยู่ที่นครนิวยอร์ก หลังจากเรียนจบมณฑลทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Femme Fatal และภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Street of Paradise เป็นผู้ช่วยตัดต่อเสียงในเรื่อง Lion King1 ½ และอีกหลายเรื่องในฮอลลีวู้ด แต่ได้หันไปเป็นหัวหน้าวง Kenna วงดนตรีอีเล็กโทรแครช โดยมีแชด ฮูโก เป็นโปรดิวเซอร์ ออกผลงานชุดแรกกับค่ายโคลัมเบียเรเคิดส์ มียอดขายกว่า 30,000 แผ่น และยังได้เป็นวงเปิดในการทัวร์ทั่วอเมริกาให้กับเดฟ กาฮาน นักร้องนำวงดีเพชเชโมด และวงฟิชเชอร์สปูนเนอร์ กว่า 80 โชว์ เป็นวงเปิดให้กับ Justin Timberlake ในการทัวร์ประเทศอังกฤษ และ Nelly Furtado ในการทัวร์ประเทศอเมริกา และยังเข้าร่วมคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโลก Live Earth ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2550 (07.07.07) มณฑลมีงานเพลงอยู่ในอัลบั้ม Compilation The Sweets of Siam, Smallroom 003 และ 004 กับค่ายสมอลรูม และโปรเจกต์ในรูปแบบ 7 อีพี ออกมาแล้ว 3 อัลบั้ม คือ "The First Album", "Too" และ "Three Love Songs" นอกจากนี้ยังมีโปรเจกต์พิเศษกับ จอนนี่ อันวา ในชื่อ คัทสุ (Katsue) ด้านผลงานแสดงภาพยนตร์ ในปี 2553 นำแสดงใน เราสองสามคน โดยได้เคยร่วมงานกับ เอลลี่ เจิ่น มาครั้งหนึ่ง รวมถึงมีผลงานภาพยนตร์ ดวงอันตราย ปัจจุบันเป็นดีเจ และเปิดค่ายเพลง Samutprakarn Sound ชีวิตส่วนตัว มณฑล จิรา เป็นผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ ชื่นชอบในการเล่นโยคะ โดยเล่นมาตั้งแต่อายุ 13 ขวบ และเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำในเวลา 22.30 น. เป็นประจำผลงานภาพยนตร์ผลงาน. ภาพยนตร์. - ถนนนี้หัวใจข้าจอง (2540) ค่าย สหมงคลฟิล์ม คู่กับ วรรณพร ฉิมบรรจง แนว แอ๊คชั่น / ดราม่า - เราสองสามคน (2553) ค่าย เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ คู่กับ รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล แนว โรแมนติค คอมเมดี้ - ดวงอันตราย (2553) ค่าย สหมงคลฟิล์ม คู่กับ บงกช คงมาลัย แนว ทริลเลอร์ละครละคร. - วันไฟวัยฝัน (2541) -ช่อง 5 คู่กับ นก พิชชาภรณ์ รัตนานนท์ - หนึ่งใจของใบจักร (2541) -ช่อง 5 คู่กับ ราโมน่า ซาโนลารี่ - เลือกแล้วคือเธอ (2542) -ช่อง 5 คู่กับ โอ๋ ญดา โชติชูตระกูล - สายธารหัวใจ (2543) -ช่อง 7 คู่กับ เอ๊ะ อิศริยา สายสนั่น - Girl Club…รับเอาคืน (2544) -ช่อง ITV คู่กับ ซาร่า นุศรา ผุงประเสริฐ - ลูกผู้ชายหัวใจเพชร (2545) -ช่อง 7 (ตัวร้าย)โฆษณาโฆษณา. - ทเวลฟ์ พลัส โคโลญจน์ - ฟิล์มสีฟูจิ - ยาสระผมคลินิก - ซีบรีส - นมตรามะลิ - ไอศกรีมชอคโกบาร์ ยูไนเต็ด - นิสสัน ซันนี่ (B14) - รองเท้านักเรียนบาจา - เนสกาแฟ เรด คัพ - น้ำดื่ม น้ำทิพย์ (2555)ศิลปินศิลปิน. - Prah Jao Jord (เจ มณฑล + จอนนี่ อันวา) รีเมคและขับร้องเพลง I Love You ในภาพยนตร์ เราสองสามคน ปี 2553 - Katsue (เจ มณฑล + จอนนี่ อันวา) อัลบั้ม And So It Goes... สังกัด Samutprakarn Sound พ.ศ. 2549 - เพลง JJ Market (เจ มณฑล + เจ เจตมนต์) อัลบั้ม Fatcode 3 สังกัด Fat Radio. ปี 2549 - มินิอัลบั้ม Three Love Songs พ.ศ. 2548 - มินิอัลบั้ม เดอะ เฟิร์ส อัลบั้ม และทู พ.ศ. 2547 - เพลง In Your Head ในอัลบั้มสมอลล์รูม 003 สังกัดสมอลล์รูม พ.ศ. 2546 - เพลง Oblivious อัลบั้มเดอะ สวีทส์ ออฟ สยาม สังกัด Apricot Records พ.ศ. 2545 - อัลบั้มแรก J มีเพลง ไม่เกี่ยวกับฟ้า, กัดฟัน สังกัดโพลีแกรม พ.ศ. 2539ประพันธ์ดนตรีประพันธ์ดนตรี. - เพลง บิดความคิด (123 เลือก ดื่ม บิด) ประกอบโฆษณา น้ำดื่ม น้ำทิพย์ ชุด The Thinking Water ปี 2555 - เพลง เอื้อม จากภาพยนตร์ 13 เกมสยอง ปี 2549 - ทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ เราสองสามคน ปี 2553 - ทำดนตรีประกอบ (original score) ในภาพยนตร์ไทย "เก้าวัด" ปี 2553 - เพลง Go now และ เพลง Love Focus ศิลปิน จอนนี่ อันวา อัลบั้ม Freeman สังกัด RS Promotion ปี 2545 - เพลงพจนานุกรม ศิลปิน Nologo อัลบั้ม How to be a Rockstar สังกัด More Music ปี 2548เรียบเรียงเสียงใหม่ ทำใหม่เรียบเรียงเสียงใหม่ ทำใหม่. - เพลง Liar (Prah Jao Jord Remix) ศิลปิน GOO ปี 2553 - เพลง For What It’s Worth (Montonn Jira’s Remix) ศิลปิน Placebo ปี 2552 - เพลง Lift (Montonn Jira’s Use the Stairs Remix) ศิลปิน Groove Riders สังกัด Spicy Disc ปี 2552 - เพลง It's No Secret Remix ศิลปิน Siam Secret Service สังกัด Phantom Records. ปี 2549 - เพลง Airport (Montonn's Mash Mix) ศิลปิน Penguin Villa สังกัด สมอลล์รูม ปี 2548 - เพลง So Serene (Montonn’s Madness Mix) ศิลปิน Crub สังกัด สมอลล์รูม ปี 2547 - เพลง Good Boy (Roggin Demix) ศิลปิน Modern Dog สังกัด Bakery Music. ปี 2545 - เพลงเวตาล (Montonn's Moog Mix) ศิลปิน Modern Dog สังกัด Bakery Music. ปี 2544ผลงานเพลงอื่นๆผลงานเพลงอื่นๆ. - โปรดิวเซอร์ วง Slot Machine อัลบั้ม Cell สังกัด Sony Music Thailand. 2554 - มิวสิคไดเร็คเตอร์และ Brand Ambassador งาน Heineken Green Space concert ในหัวข้อ ดนตรีไร้พรมแดน. เดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อค้นหาวงที่จะมาร่วมแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย ปี 2551 - 2552รางวัลรางวัล. - Fat Awards ครั้งที่ 3 รางวัล E.P. of the Year : e.p. Too... ศิลปิน มณฑล จิรา สังกัด Small Room - Fat Awards ครั้งที่ 1 รางวัล Record of the Year (เพลงยอดเยี่ยม มอบให้โปรดิวเซอร์และศิลปิน) เพลง Go Now โปรดิวเซอร์ จอนนี่ อันวา และ มณฑล จิรา ศิลปิน จอนนี่ อันวา อัลบั้ม Freeman
มารดาของมณฑล จิรา นักแสดงชาวไทย คือใคร
{ "answer": [ "อภิญญา จิรา" ], "answer_begin_position": [ 181 ], "answer_end_position": [ 192 ] }
2,833
140,911
วรุฒ วรธรรม วรุฒ วรธรรม เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2512 เป็นนักแสดงชายชาวไทยที่มีชื่อเสียงในยุค 90 เป็นบุตรชายของนักแสดงอาวุโส แรม วรธรรม และเป็นหลานตาของ ร้อยโทหม่อมหลวงพร้อม กุญชร (พี่ชายพลโทหม่อมหลวงขาบ กุญชร) จบการศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนแล้วไปเรียนต่อที่อังกฤษ เพื่อเรียนด้านการบิน เข้าสู่วงการโดยการชักชวนของคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ โดยเรื่องแรกที่แจ้งเกิดคือ ภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม (คู่กับจินตหรา สุขพัฒน์) ตามด้วย เขาชื่อกานต์ โก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะ ฯลฯ ก่อนเข้าสู่จอแก้ว โดยเล่น ละครโทรทัศน์เรื่อง ละอองดาว พี่เลี้ยง ในฝัน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังเป็นพิธีกรทางโทรทัศน์หลายรายการ อาทิ กรุสมบัติ ลุ้นแล้วรวย เกมนักชิม สะบัดช่อ ดาราพาตะลุย โอโน่โชว์ เป็นต้น ในอดีต วรุฒเคยได้รับฉายาว่า "เจ้าชายสายเสมอ" เนื่องจากกิตติศัพท์ที่รับรู้กันดีว่า มักมาสายในงานแสดงหรืองานพิธีต่าง ๆ และเคยสร้างวีรกรรมแสบๆกับ แซม ยุรนันท์ และ ฮันนี่ ภัสสร ด้วยการพังโรงแรมแห่งหนึ่งจนทางโรงแรมได้ปิดป้ายห้ามเข้าโรงแรม ชีวิตครอบครัว เคยสมรสกับ เจษฏาวัลย์ จันทร์แตง หรือ เก๋ ซึ่งพบรักกันเมื่อครั้งที่ตนป่วย และมีอายุห่างกับตน 17 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และมีบุตรชายคือ อาณาจักร วรธรรม (แอร์บัส) ปัจจุบันวรุฒและนางสาวเจษฎาวัลย์ได้แยกทางกันอยู่แล้ว และได้ออกมาเปิดเผยว่าตนเองมีบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาคนแรกอีกหนึ่งคนอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ชื่อ "เอ้ก" หลังจากงานแสดงเริ่มน้อยลง เนื่องจากติดสุราเรื้อรัง และ ได้รับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้วรุฒต้องอำลาวงการบันเทิงถาวร โดยเมื่อ วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน วรุฒเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการลงทุนทำอาชีพเสริม เป็นพ่อค้าร้านกาแฟ ชื่อ "บ้านวรุฒ" เพื่อบริการลูกค้าด้วยตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น แฟนละคร แฟนหนัง และ เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง ที่แวะเวียนมาให้กำลังใจการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในวัย 47 ปี ของเจ้าตัวด้วยการเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ภายในบริเวณบ้านพัก ที่ บ้านเลขที่ 100 ทางเข้าแกรนด์แคนยอนหางดง ถนนคันคลองชลประทาน ซอยตวงตองแคนยอนวิว ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ หลังเลิกดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาดมาครึ่งปี เนื่องจากมือจะสั่น อันเกิดจากโรคพิษสุราเรื้อรัง จากการติดเหล้านานกว่า 30 ปี ,ผลงานละครโทรทัศน์ละครโทรทัศน์. - พ.ศ. 2534 ละอองดาว ช่อง 7 รับบทเป็น กรกฎ เบญจรงค์ คู่กับ สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ - พ.ศ. 2535 แก้วสารพัดนึก ช่อง 7 รับบทเป็น ปลัดสมชาย คู่กับ อภัสนันท์ สุทธิกุล - พ.ศ. 2535 ในฝัน ช่อง 3 รับบทเป็น เจ้าชายพิรียพงศ์ คู่กับ ลลิตา ปัญโญภาส - พ.ศ. 2535 พี่เลี้ยง ช่อง 7 รับบทเป็น สัตยา คู่กับ รชนีกร พันธุ์มณี - พ.ศ. 2536 หน้ากากดอกซ่อนกลิ่น ช่อง 7 รับบทเป็น แสนภูมิ คู่กับ สุวัจนี ไชยมุสิก - พ.ศ. 2536 ผู้ชาย 3 เลือด ช่อง 3 - พ.ศ. 2537 ลูกรัก ลูกชัง ช่อง 9 คู่กับ ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี - พ.ศ. 2537 แววมยุรา (นิยาย) ช่อง 5 รับบทเป็น สยุมภูว์ ทศพล / จักร กังวานไกร คู่กับ กมลชนก โกมลฐิติ - พ.ศ. 2537 แม่นาคพระโขนง ช่อง 5 รับบทเป็น พ่อมาก คู่กับ ลีลาวดี วัชโรบล - พ.ศ. 2538 ผู้กองยอดรัก ช่อง 9 รับบทเป็น พัน น้ำสุพรรณ คู่กับ ชลิตา เฟื่องอารมย์ - พ.ศ. 2539 สาบนรสิงห์ ช่อง 5 รับบทเป็น ชิตนนท์ คู่กับ ชลิตา เฟื่องอารมย์ - พ.ศ. 2539 ร้อยรสบทละคร - 1 7 4 สวัสดีค่ะ ช่อง 3 - พ.ศ. 2540 ร้อยรสบทละคร - นิทรา-สายัณห์ ช่อง 3 - พ.ศ. 2540 เพลงรักจากบ้านนา (ช่อง 9) - พ.ศ. 2540 พ่อครัวหัวป่าก์ ช่อง 3 รับบทเป็น กมลชนก วิวิทย์เวคิน (นายมล) คู่กับ กมลชนก เขมะโยธิน - พ.ศ. 2541 สะใภ้ปฏิวัติ ช่อง 7 คู่กับ วฤณดา สมศิริ - พ.ศ. 2541 อีแตน ช่อง 3 คู่กับ ศิริลักษณ์ ผ่องโชค - พ.ศ. 2542 นางกวัก ช่อง 7 - พ.ศ. 2542 เจ้าสาวข้างถนน ช่อง 7 คู่กับ สกาวใจ พูนสวัสดิ์ - พ.ศ. 2542 ห้องเรียนคุณหนูกับครูคนใหม่ ช่อง 3 คู่กับ ณัฐกานต์ ชุมนานนท์ - พ.ศ. 2543 อุบัติรักจากฟากฟ้า ช่อง 3 - พ.ศ. 2543 ต้นร้ายปลายรัก ช่อง 3 - พ.ศ. 2544 ชายครับผมเป็นชาย ช่อง 5 - พ.ศ. 2544 ทองประกายแสด ช่อง 5 - พ.ศ. 2544 คนทรง-จ้าวแผ่นดิน ช่อง ไอทีวี - พ.ศ. 2545 ปากคลองตลาด ช่อง 5 - พ.ศ. 2546 พ่อบ้านเมียเผลอ ช่อง ไอทีวี - พ.ศ. 2547 แหวนทองเหลือง ช่อง 7 รับบทเป็น พันเอกโตชิโร่ นาตาเบ - พ.ศ. 2547 ภพเสน่หา ช่อง 3 - พ.ศ. 2548 บุษบาครับผม ช่อง 3 คู่กับ แคทรียา อิงลิช - พ.ศ. 2550 ผู้กองยอดรัก ช่อง TITV รับบทเป็น กำนันพูน รุ้งทอง ร่วมทอง - พ.ศ. 2550 มดใสหัวใจซ่าส์ ช่อง 7 - พ.ศ. 2551 จิ๋วแจ๋ว จริงใจ ช่อง 7 - พ.ศ. 2552 ลูกสาวกำนัน ช่อง 3 รับบทเป็น กำนันดนัย - พ.ศ. 2552 วีรบุรุษทุ่งดินดำ ช่อง 9 รับบทเป็น ผู้ใหญ่ธรรม - พ.ศ. 2552 สายลับเดอะซีรีส์กับ 24 คดีสุดห้ามใจ ช่อง 9 - พ.ศ. 2553 หลวงตามหาชน ช่อง 3 - พ.ศ. 2553 เขยบ้านนอก ช่อง 3 รับบทเป็น ผู้ใหญ่นาค - พ.ศ. 2553 ตลาดไม่ขาดรัก ช่อง 7 - พ.ศ. 2554 ปลาไหลป้ายแดง ช่อง 3 รับบทเป็น ปิยวัฒน์ (ปิง) คู่กับ พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ - พ.ศ. 2556 หลานสาวนายพล ช่อง 3 รับบทเป็น เจ็กจุ่น (รับเชิญ) - พ.ศ. 2556 บ้านบอคอแตก (ละครซิตคอม) ช่อง ไทยพีบีเอส - พ.ศ. 2558 มนต์รักเพลงผีบอก ช่อง 7 รับบทเป็น ยมทูต - พ.ศ. 2559 หลวงตามหาชน ช่อง 3 รับบทเป็น เสี่ยชัย (รับเชิญ) - พ.ศ. 2560 พริ้ง คนเริงเมือง ช่อง 7 รับบทเป็น โชค (รับเชิญ) - พ.ศ. 2560 รากนครา ช่อง 3 รับบทเป็น เจ้าอุปราชสิงห์คำ (รับเชิญ) - พ.ศ. 2560 เสียดาย ช่อง ไลน์ทีวี รับบทเป็น จำรัส - พ.ศ. 2561 สัมผัสพิศวง ตอน พระเอกที่หายไป ช่อง 3 รับบทเป็น เอกภาพ (รับเชิญ)ผลงานภาพยนตร์ผลงานพิธีกรผลงานพิธีกร. - กรุสมบัติ ช่อง 3 พิธีกรร่วมกับ เทพ โพธิ์งาม , สินจัย เปล่งพานิช,ณัฐสิมา คุปตะวาทิน - กินกับเกม ช่อง 5 พิธีกรร่วมกับ เมทนี บุรณศิริ , อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ - ขอเอี่ยวด้วยคน ช่อง 3 - ไซเบอร์เกม ช่อง 3 พิธีกรคู่กับ ศิริลักษณ์ ผ่องโชค - โปรแกรม ฟ. ฟัน ช่อง 9 พิธีกรร่วมกับ ดวงตา ตุงคะมณี , หนู คลองเตย - บ้าดารา Star Fever ช่อง 3 พิธีกรร่วมกับ ดารัณ ฐิตะกวิน - จิ๊กซอว์ จิ๊กแสน - ดาราพาตะลุย - เกมทะลุจอ ร่วมกับ สุรศักดิ์ วงศ์ไทย - เกมนักชิม - ลุ้นแล้วรวย ช่อง 9 ร่วมกับ จิ้ม ชวนชื่น,เล็ก ณัชชา - ท้าเที่ยวไทย ช่อง 5 พิธีกรคู่กับ สกาวใจ พูนสวัสดิ์ - โอโน่โชว์ ช่อง 5 พิธีกรคู่กับ เมทนี บุรณศิริ - สะบัดช่อ สะบัดโชว์ พิธีกรคู่กับ ศุกล ศศิจุลกะรางวัลรางวัล. - รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 12 ประจำปี พ.ศ. 2531 ตุ๊กตาเงิน ดาวรุ่งฝ่ายชาย จากภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม - รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 7 ประจำปี พ.ศ. 2535 นักแสดงนำชายดีเด่น จากละครเรื่อง ในฝัน
วรุฒ วรธรรมเป็นนักแสดงชายชาวไทย เกิดเมื่อวันที่เท่าไร
{ "answer": [ "17" ], "answer_begin_position": [ 126 ], "answer_end_position": [ 128 ] }
2,834
140,911
วรุฒ วรธรรม วรุฒ วรธรรม เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2512 เป็นนักแสดงชายชาวไทยที่มีชื่อเสียงในยุค 90 เป็นบุตรชายของนักแสดงอาวุโส แรม วรธรรม และเป็นหลานตาของ ร้อยโทหม่อมหลวงพร้อม กุญชร (พี่ชายพลโทหม่อมหลวงขาบ กุญชร) จบการศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนแล้วไปเรียนต่อที่อังกฤษ เพื่อเรียนด้านการบิน เข้าสู่วงการโดยการชักชวนของคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ โดยเรื่องแรกที่แจ้งเกิดคือ ภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม (คู่กับจินตหรา สุขพัฒน์) ตามด้วย เขาชื่อกานต์ โก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะ ฯลฯ ก่อนเข้าสู่จอแก้ว โดยเล่น ละครโทรทัศน์เรื่อง ละอองดาว พี่เลี้ยง ในฝัน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังเป็นพิธีกรทางโทรทัศน์หลายรายการ อาทิ กรุสมบัติ ลุ้นแล้วรวย เกมนักชิม สะบัดช่อ ดาราพาตะลุย โอโน่โชว์ เป็นต้น ในอดีต วรุฒเคยได้รับฉายาว่า "เจ้าชายสายเสมอ" เนื่องจากกิตติศัพท์ที่รับรู้กันดีว่า มักมาสายในงานแสดงหรืองานพิธีต่าง ๆ และเคยสร้างวีรกรรมแสบๆกับ แซม ยุรนันท์ และ ฮันนี่ ภัสสร ด้วยการพังโรงแรมแห่งหนึ่งจนทางโรงแรมได้ปิดป้ายห้ามเข้าโรงแรม ชีวิตครอบครัว เคยสมรสกับ เจษฏาวัลย์ จันทร์แตง หรือ เก๋ ซึ่งพบรักกันเมื่อครั้งที่ตนป่วย และมีอายุห่างกับตน 17 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และมีบุตรชายคือ อาณาจักร วรธรรม (แอร์บัส) ปัจจุบันวรุฒและนางสาวเจษฎาวัลย์ได้แยกทางกันอยู่แล้ว และได้ออกมาเปิดเผยว่าตนเองมีบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาคนแรกอีกหนึ่งคนอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ชื่อ "เอ้ก" หลังจากงานแสดงเริ่มน้อยลง เนื่องจากติดสุราเรื้อรัง และ ได้รับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้วรุฒต้องอำลาวงการบันเทิงถาวร โดยเมื่อ วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน วรุฒเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการลงทุนทำอาชีพเสริม เป็นพ่อค้าร้านกาแฟ ชื่อ "บ้านวรุฒ" เพื่อบริการลูกค้าด้วยตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น แฟนละคร แฟนหนัง และ เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง ที่แวะเวียนมาให้กำลังใจการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในวัย 47 ปี ของเจ้าตัวด้วยการเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ภายในบริเวณบ้านพัก ที่ บ้านเลขที่ 100 ทางเข้าแกรนด์แคนยอนหางดง ถนนคันคลองชลประทาน ซอยตวงตองแคนยอนวิว ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ หลังเลิกดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาดมาครึ่งปี เนื่องจากมือจะสั่น อันเกิดจากโรคพิษสุราเรื้อรัง จากการติดเหล้านานกว่า 30 ปี ,ผลงานละครโทรทัศน์ละครโทรทัศน์. - พ.ศ. 2534 ละอองดาว ช่อง 7 รับบทเป็น กรกฎ เบญจรงค์ คู่กับ สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ - พ.ศ. 2535 แก้วสารพัดนึก ช่อง 7 รับบทเป็น ปลัดสมชาย คู่กับ อภัสนันท์ สุทธิกุล - พ.ศ. 2535 ในฝัน ช่อง 3 รับบทเป็น เจ้าชายพิรียพงศ์ คู่กับ ลลิตา ปัญโญภาส - พ.ศ. 2535 พี่เลี้ยง ช่อง 7 รับบทเป็น สัตยา คู่กับ รชนีกร พันธุ์มณี - พ.ศ. 2536 หน้ากากดอกซ่อนกลิ่น ช่อง 7 รับบทเป็น แสนภูมิ คู่กับ สุวัจนี ไชยมุสิก - พ.ศ. 2536 ผู้ชาย 3 เลือด ช่อง 3 - พ.ศ. 2537 ลูกรัก ลูกชัง ช่อง 9 คู่กับ ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี - พ.ศ. 2537 แววมยุรา (นิยาย) ช่อง 5 รับบทเป็น สยุมภูว์ ทศพล / จักร กังวานไกร คู่กับ กมลชนก โกมลฐิติ - พ.ศ. 2537 แม่นาคพระโขนง ช่อง 5 รับบทเป็น พ่อมาก คู่กับ ลีลาวดี วัชโรบล - พ.ศ. 2538 ผู้กองยอดรัก ช่อง 9 รับบทเป็น พัน น้ำสุพรรณ คู่กับ ชลิตา เฟื่องอารมย์ - พ.ศ. 2539 สาบนรสิงห์ ช่อง 5 รับบทเป็น ชิตนนท์ คู่กับ ชลิตา เฟื่องอารมย์ - พ.ศ. 2539 ร้อยรสบทละคร - 1 7 4 สวัสดีค่ะ ช่อง 3 - พ.ศ. 2540 ร้อยรสบทละคร - นิทรา-สายัณห์ ช่อง 3 - พ.ศ. 2540 เพลงรักจากบ้านนา (ช่อง 9) - พ.ศ. 2540 พ่อครัวหัวป่าก์ ช่อง 3 รับบทเป็น กมลชนก วิวิทย์เวคิน (นายมล) คู่กับ กมลชนก เขมะโยธิน - พ.ศ. 2541 สะใภ้ปฏิวัติ ช่อง 7 คู่กับ วฤณดา สมศิริ - พ.ศ. 2541 อีแตน ช่อง 3 คู่กับ ศิริลักษณ์ ผ่องโชค - พ.ศ. 2542 นางกวัก ช่อง 7 - พ.ศ. 2542 เจ้าสาวข้างถนน ช่อง 7 คู่กับ สกาวใจ พูนสวัสดิ์ - พ.ศ. 2542 ห้องเรียนคุณหนูกับครูคนใหม่ ช่อง 3 คู่กับ ณัฐกานต์ ชุมนานนท์ - พ.ศ. 2543 อุบัติรักจากฟากฟ้า ช่อง 3 - พ.ศ. 2543 ต้นร้ายปลายรัก ช่อง 3 - พ.ศ. 2544 ชายครับผมเป็นชาย ช่อง 5 - พ.ศ. 2544 ทองประกายแสด ช่อง 5 - พ.ศ. 2544 คนทรง-จ้าวแผ่นดิน ช่อง ไอทีวี - พ.ศ. 2545 ปากคลองตลาด ช่อง 5 - พ.ศ. 2546 พ่อบ้านเมียเผลอ ช่อง ไอทีวี - พ.ศ. 2547 แหวนทองเหลือง ช่อง 7 รับบทเป็น พันเอกโตชิโร่ นาตาเบ - พ.ศ. 2547 ภพเสน่หา ช่อง 3 - พ.ศ. 2548 บุษบาครับผม ช่อง 3 คู่กับ แคทรียา อิงลิช - พ.ศ. 2550 ผู้กองยอดรัก ช่อง TITV รับบทเป็น กำนันพูน รุ้งทอง ร่วมทอง - พ.ศ. 2550 มดใสหัวใจซ่าส์ ช่อง 7 - พ.ศ. 2551 จิ๋วแจ๋ว จริงใจ ช่อง 7 - พ.ศ. 2552 ลูกสาวกำนัน ช่อง 3 รับบทเป็น กำนันดนัย - พ.ศ. 2552 วีรบุรุษทุ่งดินดำ ช่อง 9 รับบทเป็น ผู้ใหญ่ธรรม - พ.ศ. 2552 สายลับเดอะซีรีส์กับ 24 คดีสุดห้ามใจ ช่อง 9 - พ.ศ. 2553 หลวงตามหาชน ช่อง 3 - พ.ศ. 2553 เขยบ้านนอก ช่อง 3 รับบทเป็น ผู้ใหญ่นาค - พ.ศ. 2553 ตลาดไม่ขาดรัก ช่อง 7 - พ.ศ. 2554 ปลาไหลป้ายแดง ช่อง 3 รับบทเป็น ปิยวัฒน์ (ปิง) คู่กับ พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ - พ.ศ. 2556 หลานสาวนายพล ช่อง 3 รับบทเป็น เจ็กจุ่น (รับเชิญ) - พ.ศ. 2556 บ้านบอคอแตก (ละครซิตคอม) ช่อง ไทยพีบีเอส - พ.ศ. 2558 มนต์รักเพลงผีบอก ช่อง 7 รับบทเป็น ยมทูต - พ.ศ. 2559 หลวงตามหาชน ช่อง 3 รับบทเป็น เสี่ยชัย (รับเชิญ) - พ.ศ. 2560 พริ้ง คนเริงเมือง ช่อง 7 รับบทเป็น โชค (รับเชิญ) - พ.ศ. 2560 รากนครา ช่อง 3 รับบทเป็น เจ้าอุปราชสิงห์คำ (รับเชิญ) - พ.ศ. 2560 เสียดาย ช่อง ไลน์ทีวี รับบทเป็น จำรัส - พ.ศ. 2561 สัมผัสพิศวง ตอน พระเอกที่หายไป ช่อง 3 รับบทเป็น เอกภาพ (รับเชิญ)ผลงานภาพยนตร์ผลงานพิธีกรผลงานพิธีกร. - กรุสมบัติ ช่อง 3 พิธีกรร่วมกับ เทพ โพธิ์งาม , สินจัย เปล่งพานิช,ณัฐสิมา คุปตะวาทิน - กินกับเกม ช่อง 5 พิธีกรร่วมกับ เมทนี บุรณศิริ , อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ - ขอเอี่ยวด้วยคน ช่อง 3 - ไซเบอร์เกม ช่อง 3 พิธีกรคู่กับ ศิริลักษณ์ ผ่องโชค - โปรแกรม ฟ. ฟัน ช่อง 9 พิธีกรร่วมกับ ดวงตา ตุงคะมณี , หนู คลองเตย - บ้าดารา Star Fever ช่อง 3 พิธีกรร่วมกับ ดารัณ ฐิตะกวิน - จิ๊กซอว์ จิ๊กแสน - ดาราพาตะลุย - เกมทะลุจอ ร่วมกับ สุรศักดิ์ วงศ์ไทย - เกมนักชิม - ลุ้นแล้วรวย ช่อง 9 ร่วมกับ จิ้ม ชวนชื่น,เล็ก ณัชชา - ท้าเที่ยวไทย ช่อง 5 พิธีกรคู่กับ สกาวใจ พูนสวัสดิ์ - โอโน่โชว์ ช่อง 5 พิธีกรคู่กับ เมทนี บุรณศิริ - สะบัดช่อ สะบัดโชว์ พิธีกรคู่กับ ศุกล ศศิจุลกะรางวัลรางวัล. - รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 12 ประจำปี พ.ศ. 2531 ตุ๊กตาเงิน ดาวรุ่งฝ่ายชาย จากภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม - รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 7 ประจำปี พ.ศ. 2535 นักแสดงนำชายดีเด่น จากละครเรื่อง ในฝัน
บิดาของโอ วรุฒ วรธรรม คือใคร
{ "answer": [ "แรม วรธรรม" ], "answer_begin_position": [ 218 ], "answer_end_position": [ 228 ] }
2,835
6,697
สรยุทธ สุทัศนะจินดา สรยุทธ สุทัศนะจินดา (เกิด 11 พฤษภาคม 2509) เป็นพิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ชาวไทย มีชื่อเสียงในการสัมภาษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์ หรือที่เรียกว่าเล่าข่าว (News Talk) มีผลงานที่เป็นที่รู้จักหลายรายการ ได้แก่ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ คุยคุ้ยข่าว และ ถึงลูกถึงคนประวัติ ประวัติ. สรยุทธ สุทัศนะจินดาเกิดวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 เป็นบุตรคนที่สองจากทั้งหมดสามคนของสมศักดิ์ และวิชชุดา สุทัศนะจินดา (แซ่โล้) มีพี่สาวชื่อ สุกัญญา น้องสาวชื่อ สุภาวดี หลังจากนั้นเข้าศึกษาในโรงเรียนอำนวยศิลป์ เป็นรุ่นที่ 57 เคยมีประวัติเข้าไปอยู่ในกลุ่มทะเลาะวิวาทจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ส่งผลให้ต้องไปใช้ชีวิตในบ้านเมตตา 15 วัน ก่อนจะกลับตัวกลับใจในการตั้งใจเรียนจนกระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษา และสำเร็จการศึกษานิเทศศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) เมื่อปี 2530 สรยุทธเริ่มทำงานเป็นนักข่าวสังกัดหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยทำข่าวสายรัฐสภาเป็นเวลาสองปี และทำข่าวสายทำเนียบรัฐบาลอีกสองปี ต่อมาในปี 2535 ได้ประจำในกองบรรณาธิการ ในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าข่าวการเมือง และในปี 2537 ได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าข่าวการเมือง ในปี 2540 ได้มาเป็นบรรณาธิการข่าว และจัดรายการวิเคราะห์ข่าวให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง สุดท้ายเป็นรองบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น นอกจากการเป็นผู้ดำเนินรายการแล้ว สรยุทธยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ผลิตรายการโทรทัศน์) และบริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด (รับจัดงานและกิจกรรม) สรยุทธสมรสกับเพียงจันทร์ ว่องวิชชุเวทย์ พนักงานอิสระ (Freelance) ของสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ผลงานรายการโทรทัศน์อดีตผลงานรายการโทรทัศน์. อดีต. - วิเคราะห์ข่าว (2539—2543) - เวทีไอทีวี (2539—2543) - ฟังความรอบข้าง (2539—2543) - ไอทีวี ทอล์ก (2539—2543) - เก็บตกจากเนชั่น (1 มิถุนายน 2543—พฤษภาคม 2546) - รายการคมชัดลึก ทางเนชั่น แชนแนล (2543—2546) - ก๊วนกวนข่าว ทางเนชั่น แชนแนล - กล่องวิเศษ ทางช่อง 3 (2 มกราคม—25 กันยายน 2546) - ถึงลูกถึงคน ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี (3 มิถุนายน 2546—29 ธันวาคม 2549) - คุยคุ้ยข่าว ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี (3 เมษายน 2547—31 ธันวาคม 2549) - จับเข่าคุย ทางช่อง 3 (4 ตุลาคม 2546—2547 / 14 เมษายน—24 ธันวาคม 2550 / 14 มกราคม 2551—27 เมษายน 2552) - เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 (2 มิถุนายน 2546—3 มีนาคม 2559) - เรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 (29 มกราคม 2550—2 มีนาคม 2559) - เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 (5 มกราคม 2550—28 กุมภาพันธ์ 2559)ผลงานเขียนคอลัมน์ผลงานเขียน. คอลัมน์. - คอลัมน์ คุยนอกสนาม ในนิตยสารแพรว (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว) - คอลัมน์ พูดจาประสาข่าว ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว) - คอลัมน์ คุยคุ้ยข่าว ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว)หนังสือเล่มหนังสือเล่ม. - คมชัดลึก (เนชั่นบุ๊กส์) - กรรมกรข่าว (อมรินทร์) - กรรมกรข่าว 2 งานรับเหมา (อมรินทร์) - คุยนอกสนาม (อมรินทร์) - กรรมกรข่าว 3 (อมรินทร์)รางวัลที่ได้รับรางวัลที่ได้รับ. - รางวัลเทพทองพระราชทาน - ท็อปอวอร์ดส 2003, 2004, 2010 - สตาร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์อวอร์ดส 2003, 2004 - รางวัลโทรทัศน์ทองคำ - เกิดอวอร์ด 2012 สาขา เกิดมาให้ - รางวัลนิตยสารเปรียวฉายาฉายา. - ป๋าเสี้ยม - โดยสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย จากกรณี ผู้ร่วมรายการถึงลูกถึงคน ทำร้ายกันในรายการ - บ่าง - โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากข่าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงนักบินที่เครื่องบินตกเสียชีวิตที่จังหวัดสุพรรณบุรี - สรยวย, สรย้วย - โดยสื่อในเครือผู้จัดการคดีไร่ส้ม คดีไร่ส้ม. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดนายสรยุทธ ในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทไร่ส้ม จำกัด สำหรับคดีดังกล่าว เริ่มจากบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สน.ห้วยขวาง เมื่อปลายปี 2550 ให้ดำเนินคดีกับพนักงานบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 คน ในข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ของนายสรยุทธในฐานะผู้สนับสนุน ทำให้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้รับความเสียหายจากค่าโฆษณาเป็นเงิน 138,790,000 บาท และ สน.ห้วยขวางได้ส่งสำนวนทั้งหมดให้คณะกรรม ป.ป.ช.เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 13 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญาปรับเงินบริษัทไร่ส้ม 8 หมื่นบาท โดยสรยุทธ ได้อุทธรณ์สู้คดีต่อวางหลักทรัพย์ประกันตัวสองแสนบาทข้อวิพากษ์วิจารณ์ข้อวิพากษ์วิจารณ์. - ถูกวิจารณ์ว่านำเสนอข่าวที่ไม่เป็นสาระโดยให้เวลาและความสำคัญเป็นพิเศษ ไม่ให้ความสำคัญและน้ำหนักเทียบเท่ากับเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญกว่า เช่น การฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาล - การเล่าข่าวใน รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ และ คุยคุ้ยข่าว ซึ่งนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์ โดยมีวิธีการนำเสนอที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนด้วยกันถึงความเหมาะสมที่สื่อโทรทัศน์ ซึ่งมีทรัพยากรและบุคลากรเพียงพอที่จะทำข่าวอย่างมีคุณภาพ กลับนำข่าวจากสื่อหนังสือพิมพ์มาใช้ มานำเสนอโดยสอดแทรกความเห็นของตัวเอง ทั้งที่ไม่มีการหาข้อมูลในเชิงลึกเพิ่มเติม จนถูกบางคนเรียกชื่อรายการว่า "คุยคุ้ยเขี่ย" - กรณีการนำสินค้าเข้ามาประกอบในรายการ และเก็บรายได้จากเจ้าของสินค้า โดยไม่นำส่งส่วนแบ่งรายได้ของอสมท. ตามสัดส่วน เป็นเงินถึง 98 ล้านบาท- กรณีเปิดให้มีการส่งข้อความสั้นเข้ามาแสดงความคิดเห็นในรายการ โดยอ้างว่าเพื่อการเปิดกว้างแสดงความเห็น โดยมีของรางวัลสมนาคุณ แต่มีการแสวงหาประโยชน์จากการแบ่งรายได้กับบริษัทบริการโทรศัพท์ หลังจากข้อเท็จจริงเรื่องนี้ถูกเปิดเผย และเป็นข่าวทางหนังสือพิมพ์ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นายสรยุทธ กลับเก็บตัวเงียบ ปฏิเสธว่าไม่ได้รับรู้ด้วย และปิดปรับปรุงส่วนบอร์ดรับความคิดเห็น ในเว็บไซต์ส่วนตัว อย่างไม่มีกำหนด- ราวเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท ตรวจพบว่า บริษัท ไร่ส้มฯ ของสรยุทธค้างรายได้จากการโฆษณาเป็นเงินเกือบ 100 ล้านบาท โดยที่มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท อาจรู้เห็นด้วย ซึ่งต่อมาการแถลงของผู้บริหาร บมจ.อสมท ต่อกรณีนี้ก็ไม่มีความชัดเจน ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธาน เปิดเผยผลสอบว่า บริษัทไร่ส้มโฆษณาเกินกว่าสัญญาจริง สร้างความเสียหายให้ อสมท. เป็นเงิน 138 ล้านบาท - กรณีเงินรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 ซึ่งเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านหมู่บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ผ่านทางรายการ ได้ยอดเงินประมาณ 9 ล้านบาท แต่ไม่มีการนำเงินไปมอบให้ผู้ประสบภัยจริง ต่อมาสรยุทธ์ได้นำชาวบ้านที่เป็นผู้ดูแล กองทุนถึงลูกถึงคนฟื้นฟูบ้านน้ำเค็ม ออกชี้แจงความเป็นมาของโครงการและข้อพิพาทนี้แล้ว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ว่าโครงการนี้ในที่สุดได้ถึงมือชาวบ้านและบริหารงานอย่างมีระบบและชาวบ้านยังคาดว่าจะสามารถเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ด้วย - หลังเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 กนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรร่วมรายการคุยคุ้ยข่าวและเพื่อนสนิทนายสรยุทธ์ได้ยุติการทำรายการร่วมไป โดยลือกันว่า เป็นเพราะกนกไม่อาจทำงานร่วมกับสรยุทธ์ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นสื่อที่รายงานข่าวไม่ตรงไปตรงมาและมีผลประโยชน์แอบแฝง โดยตอนหนึ่งกนกได้เขียนลงในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ว่า "ผมทำงานกับคนโกงไม่ได้" โดยสื่อให้เข้าใจว่าหมายถึง สรยุทธ - หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล พิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หลังจากที่ทำหน้าที่พิธีกรร่วมมาในระยะเวลาไม่นาน ก็ยุติการทำรายการร่วมไป โดย ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ได้เปิดเผยว่าเพราะ สรยุทธ ไม่เคยให้เกียรติตน อีกทั้งไม่เห็นด้วยกับแนวทางการนำเสนอข่าวของสรยุทธ - ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกรณีนำบิดาของผู้ต้องหาจากเหตุการณ์ขับรถเบนซ์ชนพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จนเสียชีวิต มาให้สัมภาษณ์แต่เพียงฝ่ายเดียว โดยพาดพิงถึงฝ่ายพนักงาน ขสมก. เป็นเหตุให้พนักงาน ขสมก. ไม่พอใจและได้ร่วมกันยื่นหนังสือประท้วงช่อง 3 ต้นสังกัดของสรยุทธ ถึงความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวสาร - ถูก บมจ.อสมท.ฟ้องดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง และปลอมแปลงเอกสาร จากกรณีความผิดปกติในรายได้ค่าโฆษณา - วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552 นำเสนอข่าวในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ว่าสนธิ ลิ้มทองกุล กำลังจะไปปลีกวิเวกที่ประเทศอินเดีย ต่อมา สนธิแถลงข่าวปฏิเสธ - ในรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ได้เหน็บแนมราชบัณฑิตยสถานเกี่ยวกับศัพท์บัญญัติของคำว่า "ซอฟต์แวร์" และ "ฮาร์ดแวร์" - หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดกรณีความผิดปกติในรายได้โฆษณาแล้ว สรยุทธกลับใช้เวลาของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ซึ่งเป็นรายการที่ตนเองเป็นพิธีกร ชี้แจงที่เสมือนการแก้ตัวในกรณีนี้ และยังไม่ยุติการทำหน้าที่ ซึ่งทางสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีมติให้สรยุทธยุติการทำหน้าที่ของตนเอง แต่สรยุทธกลับยื่นหนังสือลาออกแทน แต่ต่อมาสภาฯ ได้ชี้แจงว่า สรยุทธได้พ้นสมาชิกภาพไปแล้วกว่า 3 ปี เนื่องจากไม่ได้จ่ายค่าสมาชิก อีกทั้งภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นองค์กรภาคธุรกิจเอกชนที่ต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบในสังคม ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังช่อง 3 ซึ่งเป็นต้นสังกัดให้พิจารณาการทำหน้าที่ของสรยุทธ หากไม่เช่นนั้นแล้วจะถอนโฆษณาที่สนับสนุนในช่วงรายการของสรยุทธ - กรณีประชาสัมพันธ์กิจกรรม นาย ตัน ภาสกรนที ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน ของนาย ตัน โรงงานของนายตัน ถูกน้ำท่วม แลกกับค่าโฆษณา
สรยุทธ สุทัศนะจินดาเป็นพิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ชาวไทย เกิดวันที่เท่าไร
{ "answer": [ "11" ], "answer_begin_position": [ 486 ], "answer_end_position": [ 488 ] }
2,836
6,697
สรยุทธ สุทัศนะจินดา สรยุทธ สุทัศนะจินดา (เกิด 11 พฤษภาคม 2509) เป็นพิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ชาวไทย มีชื่อเสียงในการสัมภาษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์ หรือที่เรียกว่าเล่าข่าว (News Talk) มีผลงานที่เป็นที่รู้จักหลายรายการ ได้แก่ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ คุยคุ้ยข่าว และ ถึงลูกถึงคนประวัติ ประวัติ. สรยุทธ สุทัศนะจินดาเกิดวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 เป็นบุตรคนที่สองจากทั้งหมดสามคนของสมศักดิ์ และวิชชุดา สุทัศนะจินดา (แซ่โล้) มีพี่สาวชื่อ สุกัญญา น้องสาวชื่อ สุภาวดี หลังจากนั้นเข้าศึกษาในโรงเรียนอำนวยศิลป์ เป็นรุ่นที่ 57 เคยมีประวัติเข้าไปอยู่ในกลุ่มทะเลาะวิวาทจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ส่งผลให้ต้องไปใช้ชีวิตในบ้านเมตตา 15 วัน ก่อนจะกลับตัวกลับใจในการตั้งใจเรียนจนกระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษา และสำเร็จการศึกษานิเทศศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) เมื่อปี 2530 สรยุทธเริ่มทำงานเป็นนักข่าวสังกัดหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยทำข่าวสายรัฐสภาเป็นเวลาสองปี และทำข่าวสายทำเนียบรัฐบาลอีกสองปี ต่อมาในปี 2535 ได้ประจำในกองบรรณาธิการ ในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าข่าวการเมือง และในปี 2537 ได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าข่าวการเมือง ในปี 2540 ได้มาเป็นบรรณาธิการข่าว และจัดรายการวิเคราะห์ข่าวให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง สุดท้ายเป็นรองบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น นอกจากการเป็นผู้ดำเนินรายการแล้ว สรยุทธยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ผลิตรายการโทรทัศน์) และบริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด (รับจัดงานและกิจกรรม) สรยุทธสมรสกับเพียงจันทร์ ว่องวิชชุเวทย์ พนักงานอิสระ (Freelance) ของสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ผลงานรายการโทรทัศน์อดีตผลงานรายการโทรทัศน์. อดีต. - วิเคราะห์ข่าว (2539—2543) - เวทีไอทีวี (2539—2543) - ฟังความรอบข้าง (2539—2543) - ไอทีวี ทอล์ก (2539—2543) - เก็บตกจากเนชั่น (1 มิถุนายน 2543—พฤษภาคม 2546) - รายการคมชัดลึก ทางเนชั่น แชนแนล (2543—2546) - ก๊วนกวนข่าว ทางเนชั่น แชนแนล - กล่องวิเศษ ทางช่อง 3 (2 มกราคม—25 กันยายน 2546) - ถึงลูกถึงคน ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี (3 มิถุนายน 2546—29 ธันวาคม 2549) - คุยคุ้ยข่าว ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี (3 เมษายน 2547—31 ธันวาคม 2549) - จับเข่าคุย ทางช่อง 3 (4 ตุลาคม 2546—2547 / 14 เมษายน—24 ธันวาคม 2550 / 14 มกราคม 2551—27 เมษายน 2552) - เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 (2 มิถุนายน 2546—3 มีนาคม 2559) - เรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 (29 มกราคม 2550—2 มีนาคม 2559) - เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 (5 มกราคม 2550—28 กุมภาพันธ์ 2559)ผลงานเขียนคอลัมน์ผลงานเขียน. คอลัมน์. - คอลัมน์ คุยนอกสนาม ในนิตยสารแพรว (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว) - คอลัมน์ พูดจาประสาข่าว ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว) - คอลัมน์ คุยคุ้ยข่าว ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว)หนังสือเล่มหนังสือเล่ม. - คมชัดลึก (เนชั่นบุ๊กส์) - กรรมกรข่าว (อมรินทร์) - กรรมกรข่าว 2 งานรับเหมา (อมรินทร์) - คุยนอกสนาม (อมรินทร์) - กรรมกรข่าว 3 (อมรินทร์)รางวัลที่ได้รับรางวัลที่ได้รับ. - รางวัลเทพทองพระราชทาน - ท็อปอวอร์ดส 2003, 2004, 2010 - สตาร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์อวอร์ดส 2003, 2004 - รางวัลโทรทัศน์ทองคำ - เกิดอวอร์ด 2012 สาขา เกิดมาให้ - รางวัลนิตยสารเปรียวฉายาฉายา. - ป๋าเสี้ยม - โดยสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย จากกรณี ผู้ร่วมรายการถึงลูกถึงคน ทำร้ายกันในรายการ - บ่าง - โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากข่าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงนักบินที่เครื่องบินตกเสียชีวิตที่จังหวัดสุพรรณบุรี - สรยวย, สรย้วย - โดยสื่อในเครือผู้จัดการคดีไร่ส้ม คดีไร่ส้ม. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดนายสรยุทธ ในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทไร่ส้ม จำกัด สำหรับคดีดังกล่าว เริ่มจากบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สน.ห้วยขวาง เมื่อปลายปี 2550 ให้ดำเนินคดีกับพนักงานบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 คน ในข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ของนายสรยุทธในฐานะผู้สนับสนุน ทำให้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้รับความเสียหายจากค่าโฆษณาเป็นเงิน 138,790,000 บาท และ สน.ห้วยขวางได้ส่งสำนวนทั้งหมดให้คณะกรรม ป.ป.ช.เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 13 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญาปรับเงินบริษัทไร่ส้ม 8 หมื่นบาท โดยสรยุทธ ได้อุทธรณ์สู้คดีต่อวางหลักทรัพย์ประกันตัวสองแสนบาทข้อวิพากษ์วิจารณ์ข้อวิพากษ์วิจารณ์. - ถูกวิจารณ์ว่านำเสนอข่าวที่ไม่เป็นสาระโดยให้เวลาและความสำคัญเป็นพิเศษ ไม่ให้ความสำคัญและน้ำหนักเทียบเท่ากับเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญกว่า เช่น การฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาล - การเล่าข่าวใน รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ และ คุยคุ้ยข่าว ซึ่งนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์ โดยมีวิธีการนำเสนอที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนด้วยกันถึงความเหมาะสมที่สื่อโทรทัศน์ ซึ่งมีทรัพยากรและบุคลากรเพียงพอที่จะทำข่าวอย่างมีคุณภาพ กลับนำข่าวจากสื่อหนังสือพิมพ์มาใช้ มานำเสนอโดยสอดแทรกความเห็นของตัวเอง ทั้งที่ไม่มีการหาข้อมูลในเชิงลึกเพิ่มเติม จนถูกบางคนเรียกชื่อรายการว่า "คุยคุ้ยเขี่ย" - กรณีการนำสินค้าเข้ามาประกอบในรายการ และเก็บรายได้จากเจ้าของสินค้า โดยไม่นำส่งส่วนแบ่งรายได้ของอสมท. ตามสัดส่วน เป็นเงินถึง 98 ล้านบาท- กรณีเปิดให้มีการส่งข้อความสั้นเข้ามาแสดงความคิดเห็นในรายการ โดยอ้างว่าเพื่อการเปิดกว้างแสดงความเห็น โดยมีของรางวัลสมนาคุณ แต่มีการแสวงหาประโยชน์จากการแบ่งรายได้กับบริษัทบริการโทรศัพท์ หลังจากข้อเท็จจริงเรื่องนี้ถูกเปิดเผย และเป็นข่าวทางหนังสือพิมพ์ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นายสรยุทธ กลับเก็บตัวเงียบ ปฏิเสธว่าไม่ได้รับรู้ด้วย และปิดปรับปรุงส่วนบอร์ดรับความคิดเห็น ในเว็บไซต์ส่วนตัว อย่างไม่มีกำหนด- ราวเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท ตรวจพบว่า บริษัท ไร่ส้มฯ ของสรยุทธค้างรายได้จากการโฆษณาเป็นเงินเกือบ 100 ล้านบาท โดยที่มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท อาจรู้เห็นด้วย ซึ่งต่อมาการแถลงของผู้บริหาร บมจ.อสมท ต่อกรณีนี้ก็ไม่มีความชัดเจน ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธาน เปิดเผยผลสอบว่า บริษัทไร่ส้มโฆษณาเกินกว่าสัญญาจริง สร้างความเสียหายให้ อสมท. เป็นเงิน 138 ล้านบาท - กรณีเงินรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 ซึ่งเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านหมู่บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ผ่านทางรายการ ได้ยอดเงินประมาณ 9 ล้านบาท แต่ไม่มีการนำเงินไปมอบให้ผู้ประสบภัยจริง ต่อมาสรยุทธ์ได้นำชาวบ้านที่เป็นผู้ดูแล กองทุนถึงลูกถึงคนฟื้นฟูบ้านน้ำเค็ม ออกชี้แจงความเป็นมาของโครงการและข้อพิพาทนี้แล้ว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ว่าโครงการนี้ในที่สุดได้ถึงมือชาวบ้านและบริหารงานอย่างมีระบบและชาวบ้านยังคาดว่าจะสามารถเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ด้วย - หลังเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 กนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรร่วมรายการคุยคุ้ยข่าวและเพื่อนสนิทนายสรยุทธ์ได้ยุติการทำรายการร่วมไป โดยลือกันว่า เป็นเพราะกนกไม่อาจทำงานร่วมกับสรยุทธ์ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นสื่อที่รายงานข่าวไม่ตรงไปตรงมาและมีผลประโยชน์แอบแฝง โดยตอนหนึ่งกนกได้เขียนลงในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ว่า "ผมทำงานกับคนโกงไม่ได้" โดยสื่อให้เข้าใจว่าหมายถึง สรยุทธ - หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล พิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หลังจากที่ทำหน้าที่พิธีกรร่วมมาในระยะเวลาไม่นาน ก็ยุติการทำรายการร่วมไป โดย ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ได้เปิดเผยว่าเพราะ สรยุทธ ไม่เคยให้เกียรติตน อีกทั้งไม่เห็นด้วยกับแนวทางการนำเสนอข่าวของสรยุทธ - ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกรณีนำบิดาของผู้ต้องหาจากเหตุการณ์ขับรถเบนซ์ชนพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จนเสียชีวิต มาให้สัมภาษณ์แต่เพียงฝ่ายเดียว โดยพาดพิงถึงฝ่ายพนักงาน ขสมก. เป็นเหตุให้พนักงาน ขสมก. ไม่พอใจและได้ร่วมกันยื่นหนังสือประท้วงช่อง 3 ต้นสังกัดของสรยุทธ ถึงความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวสาร - ถูก บมจ.อสมท.ฟ้องดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง และปลอมแปลงเอกสาร จากกรณีความผิดปกติในรายได้ค่าโฆษณา - วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552 นำเสนอข่าวในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ว่าสนธิ ลิ้มทองกุล กำลังจะไปปลีกวิเวกที่ประเทศอินเดีย ต่อมา สนธิแถลงข่าวปฏิเสธ - ในรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ได้เหน็บแนมราชบัณฑิตยสถานเกี่ยวกับศัพท์บัญญัติของคำว่า "ซอฟต์แวร์" และ "ฮาร์ดแวร์" - หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดกรณีความผิดปกติในรายได้โฆษณาแล้ว สรยุทธกลับใช้เวลาของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ซึ่งเป็นรายการที่ตนเองเป็นพิธีกร ชี้แจงที่เสมือนการแก้ตัวในกรณีนี้ และยังไม่ยุติการทำหน้าที่ ซึ่งทางสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีมติให้สรยุทธยุติการทำหน้าที่ของตนเอง แต่สรยุทธกลับยื่นหนังสือลาออกแทน แต่ต่อมาสภาฯ ได้ชี้แจงว่า สรยุทธได้พ้นสมาชิกภาพไปแล้วกว่า 3 ปี เนื่องจากไม่ได้จ่ายค่าสมาชิก อีกทั้งภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นองค์กรภาคธุรกิจเอกชนที่ต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบในสังคม ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังช่อง 3 ซึ่งเป็นต้นสังกัดให้พิจารณาการทำหน้าที่ของสรยุทธ หากไม่เช่นนั้นแล้วจะถอนโฆษณาที่สนับสนุนในช่วงรายการของสรยุทธ - กรณีประชาสัมพันธ์กิจกรรม นาย ตัน ภาสกรนที ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน ของนาย ตัน โรงงานของนายตัน ถูกน้ำท่วม แลกกับค่าโฆษณา
มารดาของสรยุทธ สุทัศนะจินดา คือใคร
{ "answer": [ "วิชชุดา สุทัศนะจินดา" ], "answer_begin_position": [ 553 ], "answer_end_position": [ 573 ] }
3,940
6,697
สรยุทธ สุทัศนะจินดา สรยุทธ สุทัศนะจินดา (เกิด 11 พฤษภาคม 2509) เป็นพิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ชาวไทย มีชื่อเสียงในการสัมภาษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์ หรือที่เรียกว่าเล่าข่าว (News Talk) มีผลงานที่เป็นที่รู้จักหลายรายการ ได้แก่ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ คุยคุ้ยข่าว และ ถึงลูกถึงคนประวัติ ประวัติ. สรยุทธ สุทัศนะจินดาเกิดวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 เป็นบุตรคนที่สองจากทั้งหมดสามคนของสมศักดิ์ และวิชชุดา สุทัศนะจินดา (แซ่โล้) มีพี่สาวชื่อ สุกัญญา น้องสาวชื่อ สุภาวดี หลังจากนั้นเข้าศึกษาในโรงเรียนอำนวยศิลป์ เป็นรุ่นที่ 57 เคยมีประวัติเข้าไปอยู่ในกลุ่มทะเลาะวิวาทจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ส่งผลให้ต้องไปใช้ชีวิตในบ้านเมตตา 15 วัน ก่อนจะกลับตัวกลับใจในการตั้งใจเรียนจนกระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษา และสำเร็จการศึกษานิเทศศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) เมื่อปี 2530 สรยุทธเริ่มทำงานเป็นนักข่าวสังกัดหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยทำข่าวสายรัฐสภาเป็นเวลาสองปี และทำข่าวสายทำเนียบรัฐบาลอีกสองปี ต่อมาในปี 2535 ได้ประจำในกองบรรณาธิการ ในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าข่าวการเมือง และในปี 2537 ได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าข่าวการเมือง ในปี 2540 ได้มาเป็นบรรณาธิการข่าว และจัดรายการวิเคราะห์ข่าวให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง สุดท้ายเป็นรองบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น นอกจากการเป็นผู้ดำเนินรายการแล้ว สรยุทธยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ผลิตรายการโทรทัศน์) และบริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด (รับจัดงานและกิจกรรม) สรยุทธสมรสกับเพียงจันทร์ ว่องวิชชุเวทย์ พนักงานอิสระ (Freelance) ของสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ผลงานรายการโทรทัศน์อดีตผลงานรายการโทรทัศน์. อดีต. - วิเคราะห์ข่าว (2539—2543) - เวทีไอทีวี (2539—2543) - ฟังความรอบข้าง (2539—2543) - ไอทีวี ทอล์ก (2539—2543) - เก็บตกจากเนชั่น (1 มิถุนายน 2543—พฤษภาคม 2546) - รายการคมชัดลึก ทางเนชั่น แชนแนล (2543—2546) - ก๊วนกวนข่าว ทางเนชั่น แชนแนล - กล่องวิเศษ ทางช่อง 3 (2 มกราคม—25 กันยายน 2546) - ถึงลูกถึงคน ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี (3 มิถุนายน 2546—29 ธันวาคม 2549) - คุยคุ้ยข่าว ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี (3 เมษายน 2547—31 ธันวาคม 2549) - จับเข่าคุย ทางช่อง 3 (4 ตุลาคม 2546—2547 / 14 เมษายน—24 ธันวาคม 2550 / 14 มกราคม 2551—27 เมษายน 2552) - เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 (2 มิถุนายน 2546—3 มีนาคม 2559) - เรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 (29 มกราคม 2550—2 มีนาคม 2559) - เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 (5 มกราคม 2550—28 กุมภาพันธ์ 2559)ผลงานเขียนคอลัมน์ผลงานเขียน. คอลัมน์. - คอลัมน์ คุยนอกสนาม ในนิตยสารแพรว (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว) - คอลัมน์ พูดจาประสาข่าว ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว) - คอลัมน์ คุยคุ้ยข่าว ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว)หนังสือเล่มหนังสือเล่ม. - คมชัดลึก (เนชั่นบุ๊กส์) - กรรมกรข่าว (อมรินทร์) - กรรมกรข่าว 2 งานรับเหมา (อมรินทร์) - คุยนอกสนาม (อมรินทร์) - กรรมกรข่าว 3 (อมรินทร์)รางวัลที่ได้รับรางวัลที่ได้รับ. - รางวัลเทพทองพระราชทาน - ท็อปอวอร์ดส 2003, 2004, 2010 - สตาร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์อวอร์ดส 2003, 2004 - รางวัลโทรทัศน์ทองคำ - เกิดอวอร์ด 2012 สาขา เกิดมาให้ - รางวัลนิตยสารเปรียวฉายาฉายา. - ป๋าเสี้ยม - โดยสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย จากกรณี ผู้ร่วมรายการถึงลูกถึงคน ทำร้ายกันในรายการ - บ่าง - โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากข่าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงนักบินที่เครื่องบินตกเสียชีวิตที่จังหวัดสุพรรณบุรี - สรยวย, สรย้วย - โดยสื่อในเครือผู้จัดการคดีไร่ส้ม คดีไร่ส้ม. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดนายสรยุทธ ในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทไร่ส้ม จำกัด สำหรับคดีดังกล่าว เริ่มจากบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สน.ห้วยขวาง เมื่อปลายปี 2550 ให้ดำเนินคดีกับพนักงานบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 คน ในข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ของนายสรยุทธในฐานะผู้สนับสนุน ทำให้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้รับความเสียหายจากค่าโฆษณาเป็นเงิน 138,790,000 บาท และ สน.ห้วยขวางได้ส่งสำนวนทั้งหมดให้คณะกรรม ป.ป.ช.เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 13 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญาปรับเงินบริษัทไร่ส้ม 8 หมื่นบาท โดยสรยุทธ ได้อุทธรณ์สู้คดีต่อวางหลักทรัพย์ประกันตัวสองแสนบาทข้อวิพากษ์วิจารณ์ข้อวิพากษ์วิจารณ์. - ถูกวิจารณ์ว่านำเสนอข่าวที่ไม่เป็นสาระโดยให้เวลาและความสำคัญเป็นพิเศษ ไม่ให้ความสำคัญและน้ำหนักเทียบเท่ากับเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญกว่า เช่น การฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาล - การเล่าข่าวใน รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ และ คุยคุ้ยข่าว ซึ่งนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์ โดยมีวิธีการนำเสนอที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนด้วยกันถึงความเหมาะสมที่สื่อโทรทัศน์ ซึ่งมีทรัพยากรและบุคลากรเพียงพอที่จะทำข่าวอย่างมีคุณภาพ กลับนำข่าวจากสื่อหนังสือพิมพ์มาใช้ มานำเสนอโดยสอดแทรกความเห็นของตัวเอง ทั้งที่ไม่มีการหาข้อมูลในเชิงลึกเพิ่มเติม จนถูกบางคนเรียกชื่อรายการว่า "คุยคุ้ยเขี่ย" - กรณีการนำสินค้าเข้ามาประกอบในรายการ และเก็บรายได้จากเจ้าของสินค้า โดยไม่นำส่งส่วนแบ่งรายได้ของอสมท. ตามสัดส่วน เป็นเงินถึง 98 ล้านบาท- กรณีเปิดให้มีการส่งข้อความสั้นเข้ามาแสดงความคิดเห็นในรายการ โดยอ้างว่าเพื่อการเปิดกว้างแสดงความเห็น โดยมีของรางวัลสมนาคุณ แต่มีการแสวงหาประโยชน์จากการแบ่งรายได้กับบริษัทบริการโทรศัพท์ หลังจากข้อเท็จจริงเรื่องนี้ถูกเปิดเผย และเป็นข่าวทางหนังสือพิมพ์ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นายสรยุทธ กลับเก็บตัวเงียบ ปฏิเสธว่าไม่ได้รับรู้ด้วย และปิดปรับปรุงส่วนบอร์ดรับความคิดเห็น ในเว็บไซต์ส่วนตัว อย่างไม่มีกำหนด- ราวเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท ตรวจพบว่า บริษัท ไร่ส้มฯ ของสรยุทธค้างรายได้จากการโฆษณาเป็นเงินเกือบ 100 ล้านบาท โดยที่มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท อาจรู้เห็นด้วย ซึ่งต่อมาการแถลงของผู้บริหาร บมจ.อสมท ต่อกรณีนี้ก็ไม่มีความชัดเจน ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธาน เปิดเผยผลสอบว่า บริษัทไร่ส้มโฆษณาเกินกว่าสัญญาจริง สร้างความเสียหายให้ อสมท. เป็นเงิน 138 ล้านบาท - กรณีเงินรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 ซึ่งเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านหมู่บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ผ่านทางรายการ ได้ยอดเงินประมาณ 9 ล้านบาท แต่ไม่มีการนำเงินไปมอบให้ผู้ประสบภัยจริง ต่อมาสรยุทธ์ได้นำชาวบ้านที่เป็นผู้ดูแล กองทุนถึงลูกถึงคนฟื้นฟูบ้านน้ำเค็ม ออกชี้แจงความเป็นมาของโครงการและข้อพิพาทนี้แล้ว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ว่าโครงการนี้ในที่สุดได้ถึงมือชาวบ้านและบริหารงานอย่างมีระบบและชาวบ้านยังคาดว่าจะสามารถเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ด้วย - หลังเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 กนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรร่วมรายการคุยคุ้ยข่าวและเพื่อนสนิทนายสรยุทธ์ได้ยุติการทำรายการร่วมไป โดยลือกันว่า เป็นเพราะกนกไม่อาจทำงานร่วมกับสรยุทธ์ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นสื่อที่รายงานข่าวไม่ตรงไปตรงมาและมีผลประโยชน์แอบแฝง โดยตอนหนึ่งกนกได้เขียนลงในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ว่า "ผมทำงานกับคนโกงไม่ได้" โดยสื่อให้เข้าใจว่าหมายถึง สรยุทธ - หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล พิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หลังจากที่ทำหน้าที่พิธีกรร่วมมาในระยะเวลาไม่นาน ก็ยุติการทำรายการร่วมไป โดย ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ได้เปิดเผยว่าเพราะ สรยุทธ ไม่เคยให้เกียรติตน อีกทั้งไม่เห็นด้วยกับแนวทางการนำเสนอข่าวของสรยุทธ - ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกรณีนำบิดาของผู้ต้องหาจากเหตุการณ์ขับรถเบนซ์ชนพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จนเสียชีวิต มาให้สัมภาษณ์แต่เพียงฝ่ายเดียว โดยพาดพิงถึงฝ่ายพนักงาน ขสมก. เป็นเหตุให้พนักงาน ขสมก. ไม่พอใจและได้ร่วมกันยื่นหนังสือประท้วงช่อง 3 ต้นสังกัดของสรยุทธ ถึงความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวสาร - ถูก บมจ.อสมท.ฟ้องดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง และปลอมแปลงเอกสาร จากกรณีความผิดปกติในรายได้ค่าโฆษณา - วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552 นำเสนอข่าวในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ว่าสนธิ ลิ้มทองกุล กำลังจะไปปลีกวิเวกที่ประเทศอินเดีย ต่อมา สนธิแถลงข่าวปฏิเสธ - ในรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ได้เหน็บแนมราชบัณฑิตยสถานเกี่ยวกับศัพท์บัญญัติของคำว่า "ซอฟต์แวร์" และ "ฮาร์ดแวร์" - หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดกรณีความผิดปกติในรายได้โฆษณาแล้ว สรยุทธกลับใช้เวลาของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ซึ่งเป็นรายการที่ตนเองเป็นพิธีกร ชี้แจงที่เสมือนการแก้ตัวในกรณีนี้ และยังไม่ยุติการทำหน้าที่ ซึ่งทางสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีมติให้สรยุทธยุติการทำหน้าที่ของตนเอง แต่สรยุทธกลับยื่นหนังสือลาออกแทน แต่ต่อมาสภาฯ ได้ชี้แจงว่า สรยุทธได้พ้นสมาชิกภาพไปแล้วกว่า 3 ปี เนื่องจากไม่ได้จ่ายค่าสมาชิก อีกทั้งภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นองค์กรภาคธุรกิจเอกชนที่ต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบในสังคม ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังช่อง 3 ซึ่งเป็นต้นสังกัดให้พิจารณาการทำหน้าที่ของสรยุทธ หากไม่เช่นนั้นแล้วจะถอนโฆษณาที่สนับสนุนในช่วงรายการของสรยุทธ - กรณีประชาสัมพันธ์กิจกรรม นาย ตัน ภาสกรนที ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน ของนาย ตัน โรงงานของนายตัน ถูกน้ำท่วม แลกกับค่าโฆษณา
สรยุทธ สุทัศนะจินดา เกิดวันที่เท่าไร
{ "answer": [ "11" ], "answer_begin_position": [ 486 ], "answer_end_position": [ 488 ] }
3,941
6,697
สรยุทธ สุทัศนะจินดา สรยุทธ สุทัศนะจินดา (เกิด 11 พฤษภาคม 2509) เป็นพิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ชาวไทย มีชื่อเสียงในการสัมภาษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์ หรือที่เรียกว่าเล่าข่าว (News Talk) มีผลงานที่เป็นที่รู้จักหลายรายการ ได้แก่ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ คุยคุ้ยข่าว และ ถึงลูกถึงคนประวัติ ประวัติ. สรยุทธ สุทัศนะจินดาเกิดวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 เป็นบุตรคนที่สองจากทั้งหมดสามคนของสมศักดิ์ และวิชชุดา สุทัศนะจินดา (แซ่โล้) มีพี่สาวชื่อ สุกัญญา น้องสาวชื่อ สุภาวดี หลังจากนั้นเข้าศึกษาในโรงเรียนอำนวยศิลป์ เป็นรุ่นที่ 57 เคยมีประวัติเข้าไปอยู่ในกลุ่มทะเลาะวิวาทจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ส่งผลให้ต้องไปใช้ชีวิตในบ้านเมตตา 15 วัน ก่อนจะกลับตัวกลับใจในการตั้งใจเรียนจนกระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษา และสำเร็จการศึกษานิเทศศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) เมื่อปี 2530 สรยุทธเริ่มทำงานเป็นนักข่าวสังกัดหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยทำข่าวสายรัฐสภาเป็นเวลาสองปี และทำข่าวสายทำเนียบรัฐบาลอีกสองปี ต่อมาในปี 2535 ได้ประจำในกองบรรณาธิการ ในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าข่าวการเมือง และในปี 2537 ได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าข่าวการเมือง ในปี 2540 ได้มาเป็นบรรณาธิการข่าว และจัดรายการวิเคราะห์ข่าวให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง สุดท้ายเป็นรองบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น นอกจากการเป็นผู้ดำเนินรายการแล้ว สรยุทธยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ผลิตรายการโทรทัศน์) และบริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด (รับจัดงานและกิจกรรม) สรยุทธสมรสกับเพียงจันทร์ ว่องวิชชุเวทย์ พนักงานอิสระ (Freelance) ของสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ผลงานรายการโทรทัศน์อดีตผลงานรายการโทรทัศน์. อดีต. - วิเคราะห์ข่าว (2539—2543) - เวทีไอทีวี (2539—2543) - ฟังความรอบข้าง (2539—2543) - ไอทีวี ทอล์ก (2539—2543) - เก็บตกจากเนชั่น (1 มิถุนายน 2543—พฤษภาคม 2546) - รายการคมชัดลึก ทางเนชั่น แชนแนล (2543—2546) - ก๊วนกวนข่าว ทางเนชั่น แชนแนล - กล่องวิเศษ ทางช่อง 3 (2 มกราคม—25 กันยายน 2546) - ถึงลูกถึงคน ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี (3 มิถุนายน 2546—29 ธันวาคม 2549) - คุยคุ้ยข่าว ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี (3 เมษายน 2547—31 ธันวาคม 2549) - จับเข่าคุย ทางช่อง 3 (4 ตุลาคม 2546—2547 / 14 เมษายน—24 ธันวาคม 2550 / 14 มกราคม 2551—27 เมษายน 2552) - เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 (2 มิถุนายน 2546—3 มีนาคม 2559) - เรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 (29 มกราคม 2550—2 มีนาคม 2559) - เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 (5 มกราคม 2550—28 กุมภาพันธ์ 2559)ผลงานเขียนคอลัมน์ผลงานเขียน. คอลัมน์. - คอลัมน์ คุยนอกสนาม ในนิตยสารแพรว (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว) - คอลัมน์ พูดจาประสาข่าว ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว) - คอลัมน์ คุยคุ้ยข่าว ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก (ปัจจุบันเลิกเขียนแล้ว)หนังสือเล่มหนังสือเล่ม. - คมชัดลึก (เนชั่นบุ๊กส์) - กรรมกรข่าว (อมรินทร์) - กรรมกรข่าว 2 งานรับเหมา (อมรินทร์) - คุยนอกสนาม (อมรินทร์) - กรรมกรข่าว 3 (อมรินทร์)รางวัลที่ได้รับรางวัลที่ได้รับ. - รางวัลเทพทองพระราชทาน - ท็อปอวอร์ดส 2003, 2004, 2010 - สตาร์เอ็นเตอร์เทนเมนท์อวอร์ดส 2003, 2004 - รางวัลโทรทัศน์ทองคำ - เกิดอวอร์ด 2012 สาขา เกิดมาให้ - รางวัลนิตยสารเปรียวฉายาฉายา. - ป๋าเสี้ยม - โดยสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย จากกรณี ผู้ร่วมรายการถึงลูกถึงคน ทำร้ายกันในรายการ - บ่าง - โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากข่าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงนักบินที่เครื่องบินตกเสียชีวิตที่จังหวัดสุพรรณบุรี - สรยวย, สรย้วย - โดยสื่อในเครือผู้จัดการคดีไร่ส้ม คดีไร่ส้ม. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดนายสรยุทธ ในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทไร่ส้ม จำกัด สำหรับคดีดังกล่าว เริ่มจากบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สน.ห้วยขวาง เมื่อปลายปี 2550 ให้ดำเนินคดีกับพนักงานบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 คน ในข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ของนายสรยุทธในฐานะผู้สนับสนุน ทำให้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้รับความเสียหายจากค่าโฆษณาเป็นเงิน 138,790,000 บาท และ สน.ห้วยขวางได้ส่งสำนวนทั้งหมดให้คณะกรรม ป.ป.ช.เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 13 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญาปรับเงินบริษัทไร่ส้ม 8 หมื่นบาท โดยสรยุทธ ได้อุทธรณ์สู้คดีต่อวางหลักทรัพย์ประกันตัวสองแสนบาทข้อวิพากษ์วิจารณ์ข้อวิพากษ์วิจารณ์. - ถูกวิจารณ์ว่านำเสนอข่าวที่ไม่เป็นสาระโดยให้เวลาและความสำคัญเป็นพิเศษ ไม่ให้ความสำคัญและน้ำหนักเทียบเท่ากับเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญกว่า เช่น การฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาล - การเล่าข่าวใน รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ และ คุยคุ้ยข่าว ซึ่งนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์ โดยมีวิธีการนำเสนอที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนด้วยกันถึงความเหมาะสมที่สื่อโทรทัศน์ ซึ่งมีทรัพยากรและบุคลากรเพียงพอที่จะทำข่าวอย่างมีคุณภาพ กลับนำข่าวจากสื่อหนังสือพิมพ์มาใช้ มานำเสนอโดยสอดแทรกความเห็นของตัวเอง ทั้งที่ไม่มีการหาข้อมูลในเชิงลึกเพิ่มเติม จนถูกบางคนเรียกชื่อรายการว่า "คุยคุ้ยเขี่ย" - กรณีการนำสินค้าเข้ามาประกอบในรายการ และเก็บรายได้จากเจ้าของสินค้า โดยไม่นำส่งส่วนแบ่งรายได้ของอสมท. ตามสัดส่วน เป็นเงินถึง 98 ล้านบาท- กรณีเปิดให้มีการส่งข้อความสั้นเข้ามาแสดงความคิดเห็นในรายการ โดยอ้างว่าเพื่อการเปิดกว้างแสดงความเห็น โดยมีของรางวัลสมนาคุณ แต่มีการแสวงหาประโยชน์จากการแบ่งรายได้กับบริษัทบริการโทรศัพท์ หลังจากข้อเท็จจริงเรื่องนี้ถูกเปิดเผย และเป็นข่าวทางหนังสือพิมพ์ และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นายสรยุทธ กลับเก็บตัวเงียบ ปฏิเสธว่าไม่ได้รับรู้ด้วย และปิดปรับปรุงส่วนบอร์ดรับความคิดเห็น ในเว็บไซต์ส่วนตัว อย่างไม่มีกำหนด- ราวเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท ตรวจพบว่า บริษัท ไร่ส้มฯ ของสรยุทธค้างรายได้จากการโฆษณาเป็นเงินเกือบ 100 ล้านบาท โดยที่มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท อาจรู้เห็นด้วย ซึ่งต่อมาการแถลงของผู้บริหาร บมจ.อสมท ต่อกรณีนี้ก็ไม่มีความชัดเจน ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธาน เปิดเผยผลสอบว่า บริษัทไร่ส้มโฆษณาเกินกว่าสัญญาจริง สร้างความเสียหายให้ อสมท. เป็นเงิน 138 ล้านบาท - กรณีเงินรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 ซึ่งเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านหมู่บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ผ่านทางรายการ ได้ยอดเงินประมาณ 9 ล้านบาท แต่ไม่มีการนำเงินไปมอบให้ผู้ประสบภัยจริง ต่อมาสรยุทธ์ได้นำชาวบ้านที่เป็นผู้ดูแล กองทุนถึงลูกถึงคนฟื้นฟูบ้านน้ำเค็ม ออกชี้แจงความเป็นมาของโครงการและข้อพิพาทนี้แล้ว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ว่าโครงการนี้ในที่สุดได้ถึงมือชาวบ้านและบริหารงานอย่างมีระบบและชาวบ้านยังคาดว่าจะสามารถเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ด้วย - หลังเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 กนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรร่วมรายการคุยคุ้ยข่าวและเพื่อนสนิทนายสรยุทธ์ได้ยุติการทำรายการร่วมไป โดยลือกันว่า เป็นเพราะกนกไม่อาจทำงานร่วมกับสรยุทธ์ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นสื่อที่รายงานข่าวไม่ตรงไปตรงมาและมีผลประโยชน์แอบแฝง โดยตอนหนึ่งกนกได้เขียนลงในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ว่า "ผมทำงานกับคนโกงไม่ได้" โดยสื่อให้เข้าใจว่าหมายถึง สรยุทธ - หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล พิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หลังจากที่ทำหน้าที่พิธีกรร่วมมาในระยะเวลาไม่นาน ก็ยุติการทำรายการร่วมไป โดย ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ได้เปิดเผยว่าเพราะ สรยุทธ ไม่เคยให้เกียรติตน อีกทั้งไม่เห็นด้วยกับแนวทางการนำเสนอข่าวของสรยุทธ - ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกรณีนำบิดาของผู้ต้องหาจากเหตุการณ์ขับรถเบนซ์ชนพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จนเสียชีวิต มาให้สัมภาษณ์แต่เพียงฝ่ายเดียว โดยพาดพิงถึงฝ่ายพนักงาน ขสมก. เป็นเหตุให้พนักงาน ขสมก. ไม่พอใจและได้ร่วมกันยื่นหนังสือประท้วงช่อง 3 ต้นสังกัดของสรยุทธ ถึงความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวสาร - ถูก บมจ.อสมท.ฟ้องดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง และปลอมแปลงเอกสาร จากกรณีความผิดปกติในรายได้ค่าโฆษณา - วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552 นำเสนอข่าวในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ว่าสนธิ ลิ้มทองกุล กำลังจะไปปลีกวิเวกที่ประเทศอินเดีย ต่อมา สนธิแถลงข่าวปฏิเสธ - ในรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ได้เหน็บแนมราชบัณฑิตยสถานเกี่ยวกับศัพท์บัญญัติของคำว่า "ซอฟต์แวร์" และ "ฮาร์ดแวร์" - หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดกรณีความผิดปกติในรายได้โฆษณาแล้ว สรยุทธกลับใช้เวลาของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ซึ่งเป็นรายการที่ตนเองเป็นพิธีกร ชี้แจงที่เสมือนการแก้ตัวในกรณีนี้ และยังไม่ยุติการทำหน้าที่ ซึ่งทางสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีมติให้สรยุทธยุติการทำหน้าที่ของตนเอง แต่สรยุทธกลับยื่นหนังสือลาออกแทน แต่ต่อมาสภาฯ ได้ชี้แจงว่า สรยุทธได้พ้นสมาชิกภาพไปแล้วกว่า 3 ปี เนื่องจากไม่ได้จ่ายค่าสมาชิก อีกทั้งภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นองค์กรภาคธุรกิจเอกชนที่ต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบในสังคม ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังช่อง 3 ซึ่งเป็นต้นสังกัดให้พิจารณาการทำหน้าที่ของสรยุทธ หากไม่เช่นนั้นแล้วจะถอนโฆษณาที่สนับสนุนในช่วงรายการของสรยุทธ - กรณีประชาสัมพันธ์กิจกรรม นาย ตัน ภาสกรนที ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน ของนาย ตัน โรงงานของนายตัน ถูกน้ำท่วม แลกกับค่าโฆษณา
มารดาของสรยุทธ สุทัศนะจินดา คือใคร
{ "answer": [ "วิชชุดา สุทัศนะจินดา" ], "answer_begin_position": [ 553 ], "answer_end_position": [ 573 ] }
2,839
942,642
พรรคประชาภิวัฒน์ (พ.ศ. 2561) พรรคประชาภิวัฒน์ (, ชื่อย่อ: ปชภ./PRA) พรรคการเมืองที่ได้ยื่นจดจองชื่อพรรคต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นลำดับที่ 14/2561 เมื่อวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561 มี พลตรี ไชยนาจ ญาติฉิมพลี เป็นผู้ยื่นคำร้องขอ ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561 ทางพรรคประชาภิวัฒน์ได้รับหนังสือรับจดแจ้งจัดตั้งพรรคจาก กกต. พร้อมกับ พรรคพลังพลเมืองไทย เพื่อให้ทางพรรคได้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคต่อไป กระทั่งวันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561 พรรคประชาภิวัฒน์ได้จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2561 เพื่อร่างข้อบังคับพรรค ระเบียบพรรค อุดมการณ์พรรคและนโยบายของพรรครวมถึงเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคปรากฏว่า นาย สมเกียรติ ศรลัมพ์ อดีต ส.ว. นครสวรรค์ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรกและนาง นันทนา สงฆ์ประชา เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก และได้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคต่อ กกต. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2561คณะกรรมการบริหารพรรคชุดที่ 1 (15 เมษายน 2561 —)
หัวหน้าพรรคคนแรกของพรรคประชาภิวัฒน์ในประเทศไทยคือใคร
{ "answer": [ "สมเกียรติ ศรลัมพ์" ], "answer_begin_position": [ 755 ], "answer_end_position": [ 772 ] }
2,840
176,020
แหล่งโบราณคดีโคกพุทรา แหล่งโบราณคดีโคกพุทรา เป็นแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่ตั้งอยู่ในตำบลวัดโบสถ์ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีประวัติ ประวัติ. แหล่งโบราณคดีโคกพุทรา จากหลักฐานที่ขุดพบและชั้นดินทางโบราณคดี สันนิษฐานว่าโคกพุทรามีการอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์อาจจะอยู่ในช่วงสมัยหินใหม่ ซึ่งใช้เครื่องมือหินขัด และภาชนะดินเผาแบบเนื้อหยาบ และรู้จักจับสัตว์บกและสัตว์น้ำมาเป็นอาหาร อายุประมาณ 2,000- 4,000ปีมาแล้ว หลักฐานที่พบ- 1. โครงกระดูกมนุษย์ 3 โครง ฝังนอนหงายเหยียดยาว มีการโรยดินเทศ และมัดมือก่อนฝังศพ - 2. ขวานหินขัด 2 ชิ้น - 3. หินดุ - 4. กระสุนดินเผา - 5. เครื่องประดับ มีเปลือกหอยเจาะรูลูกปัดดินเผา - 6. เครื่องมือทำด้วยกระดูกตัดฝนปลายจนมีคม - 7. เศษภาชนะเนื้อหยาบตกแต่งด้วยลายเชือกทาบ ลายขูดขีด และลายเขียนสีที่คอ - 8. เปลือกหอยพบเป็นจำนวนมากถึง 3,194 กิโลกรัม ส่วนใหญ่เป็นหอยตลับ รองลงมาเป็นหอยแครง หอยนางรม - 9. กองเถ้าถ่าน - 10. กระดูกสัตว์ ส่วนใหญ่เป็นกระดูกสัตว์ทะเล เช่น ปลา หมายเหตุ - สำรวจขุดค้น 2524ที่ตั้ง ที่ตั้ง. แหล่งโบราณคดีโคกพุทรา ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอ พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี แผนที่ทหาร พิมพ์ครั้งที่1 -RTSD ลำดับชุดL7017 ระวาง 5235 IV รุ้ง 13ฐ 28' 00" เหนือ แวง 101 ฐ 09'00 " ตะวันออก พิกัดกริด 47 PQQ 329925
แหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ของไทยชื่อ แหล่งโบราณคดีโคกพุทรา ตั้งอยู่ที่จังหวัดใด
{ "answer": [ "ชลบุรี" ], "answer_begin_position": [ 225 ], "answer_end_position": [ 231 ] }
2,841
545,434
คาไว เกาะคาไว (Kauaʻi หรือ Kauai) เป็นเกาะที่เก่าแก่ที่สุดทางธรณีวิทยาของหมู่เกาะฮาวาย มีพื้นที่ 562.3 ตร.ไมล์ (1,456.4 กม2) เป็นเกาะใหญ่เป็นอันดับ 4 ของหมู่เกาะฮาวาย และเป็นเกาะใหญ่เป็นอันดับ 21 ของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะโอวาฮู จากการสำรวจประชากรในปี ค.ศ. 2010 เกาะมีประชากร 67,091 คน
เกาะที่เก่าแก่ที่สุดทางธรณีวิทยาของหมู่เกาะฮาวายคือเกาะใด
{ "answer": [ "เกาะคาไว" ], "answer_begin_position": [ 84 ], "answer_end_position": [ 92 ] }
2,842
496,186
โสภณ รัตนากร ศาสตราจารย์พิเศษ โสภณ รัตนากร (เกิด 15 เมษายน พ.ศ. 2474)เป็นที่ปรึกษาในศาลฎีกา ประธานศาลฎีกาคนที่ 26 อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ฯลฯประวัติ ประวัติ. ท่านโสภณ รัตนากร เกิดเมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2474 ภูมิลำเนาเดิม ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ท่านสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนประชาบาล ปากน้ำชุมพร, ชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนพุทธนิคม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ชั้นเตรียมอุดมศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา, ระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พ.ศ. 2495 และเนติบัณฑิต พ.ศ. 2497 ปริญญา LL.B. พ.ศ. 2509 จากราชวิทยาลัยแห่งลอนดอน (King's College London) สหราชอาณาจักร สำเร็จการศึกษา Barrister-at-Law (เนติบัณฑิตอังกฤษ) จากสำนักเกรย์สอิน (Gray's Inn) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2510 โรงเรียนสงครามจิตวิทยา พ.ศ. 2512 และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2521การรับราชการในศาลยุติธรรม การรับราชการในศาลยุติธรรม. ท่านโสภณ รัตนากร เริ่มชีวิตราชการเป็นเสมียนพนักงานกรมสหกรณ์ และโอนมาสังกัดกระทรวงยุติธรรมเมื่อ พ.ศ. 2500 รับราชการในตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ผู้พิพากษาศาลแขวงอุดรธานี ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เลขานุการศาลฎีกา ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2521 ปลัดกระทรวงยุติธรรมในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2525 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประธานศาลฎีกา กรรมการตุลาการ ปัจจุบัน ท่านดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาในศาลฎีกา นอกจากนี้ ท่านยังได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการกฤษฎีกา ตั้งแต่ พ.ศ. 2531 ถึงปัจจุบัน และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 11,กฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและอาญา)รางวัลรางวัล. - รางวัล "สังข์เงิน" ในสาขาบริการประชาชน ในปีพ.ศ. 2527 - ประกาศเกียรติคุณให้เป็น"บุคคลยุติธรรมแห่งปี"ในปี พ.ศ. 2534ประสบการณ์ทางวิชาการประสบการณ์ทางวิชาการ. - กรรมการวางโครงการจัดตั้งศาลปกครอง - กรรมการร่างพรบ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ - กรรมการร่างพรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง - กรรมการร่างพรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา - อาจารย์ผู้บรรยาวิชากฎหมาย ทั้งระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโท ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน - นายกสมาคมนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พ.ศ. 2527-2529เกียรติประวัติ เกียรติประวัติ. ได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์- ได้รับพระราชทานปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2531 - ได้รับพระราชทานปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2534ผลงานทางวิชาการผลงานทางวิชาการ. - คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วย หุ้นส่วนและบริษัท - คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยหนี้ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป - คำอธิบายกฎหมายลักษณะพยานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ประธานศาลฎีกาของไทยคนที่ 26 คือใคร
{ "answer": [ "โสภณ รัตนากร" ], "answer_begin_position": [ 117 ], "answer_end_position": [ 129 ] }
2,843
923,013
เนลสัน รอกกีเฟลเลอร์ เนลสัน อัลดริช รอกกีเฟลเลอร์ () เป็นนักการเมืองชาวอเมริกัน ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 41 ระหว่าง พ.ศ. 2517 ถึง 2520 ในสมัยประธานาธิบดีเจอรัลด์ ฟอร์ด
รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 41 คือใคร
{ "answer": [ "เนลสัน รอกกีเฟลเลอร์" ], "answer_begin_position": [ 95 ], "answer_end_position": [ 115 ] }
2,844
923,013
เนลสัน รอกกีเฟลเลอร์ เนลสัน อัลดริช รอกกีเฟลเลอร์ () เป็นนักการเมืองชาวอเมริกัน ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 41 ระหว่าง พ.ศ. 2517 ถึง 2520 ในสมัยประธานาธิบดีเจอรัลด์ ฟอร์ด
เนลสัน รอกกีเฟลเลอร์ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาในสมัยประธานาธิบดีคนใด
{ "answer": [ "เจอรัลด์ ฟอร์ด" ], "answer_begin_position": [ 275 ], "answer_end_position": [ 289 ] }
2,845
739,208
ทะเลสาบชูเซ็นจิ ทะเลสาบชูเซ็นจิ () เป็นทะเลสาบน้ำจืดในอุทยานแห่งชาตินิกโก จังหวัดโทะชิงิ เกิดขึ้นเมื่อราว 20,000 ปีที่แล้ว เมื่อภูเขาไฟนันไตเกิดการปะทุและไหลลงไปปิดทางแม่น้ำ นอกจากนี้ยังเป็นทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่นจากระดับน้ำทะเล โดยมีความสูงกว่า 1,269 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และเป็นทะเลสาบที่มีความลึกเป็นอันดับ 7 ในญี่ปุ่น โดยส่วนที่ลึกที่สุดมีความลึกกว่า 163 เมตร ทะเลสาบชูเซ็นจิถูกค้นพบในปี พ.ศ. 1325 จากการที่มีภิกษุนามว่า โชโด และคณะของเขา ปีนขึ้นไปบนภูเขาไฟนันไต และเนื่องจากภูเขาแห่งนี้มีเส้นทางที่อันตราย จึงมีการห้ามผู้หญิง ม้า และวัวขึ้นไปจนถึงปี พ.ศ. 2415 ต่อมาในกลางยุคเมจิ บรรดาทูตจากยุโรปจำนวนมากได้เข้าไปสร้างที่พักผ่อนบริเวณโดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีการสร้างศาลเจ้าฟุตะระและวัดชูเซ็นจิขึ้น ในฤดูใบไม้ผลิ ต้นซะกุระจำนวนมากรอบๆทะเลสาบจะบาน
ทะเลสาบชูเซ็นจิเป็นทะเลสาบน้ำจืดในอุทยานแห่งชาติใดของญี่ปุ่น
{ "answer": [ "นิกโก" ], "answer_begin_position": [ 158 ], "answer_end_position": [ 163 ] }
2,846
739,208
ทะเลสาบชูเซ็นจิ ทะเลสาบชูเซ็นจิ () เป็นทะเลสาบน้ำจืดในอุทยานแห่งชาตินิกโก จังหวัดโทะชิงิ เกิดขึ้นเมื่อราว 20,000 ปีที่แล้ว เมื่อภูเขาไฟนันไตเกิดการปะทุและไหลลงไปปิดทางแม่น้ำ นอกจากนี้ยังเป็นทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่นจากระดับน้ำทะเล โดยมีความสูงกว่า 1,269 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และเป็นทะเลสาบที่มีความลึกเป็นอันดับ 7 ในญี่ปุ่น โดยส่วนที่ลึกที่สุดมีความลึกกว่า 163 เมตร ทะเลสาบชูเซ็นจิถูกค้นพบในปี พ.ศ. 1325 จากการที่มีภิกษุนามว่า โชโด และคณะของเขา ปีนขึ้นไปบนภูเขาไฟนันไต และเนื่องจากภูเขาแห่งนี้มีเส้นทางที่อันตราย จึงมีการห้ามผู้หญิง ม้า และวัวขึ้นไปจนถึงปี พ.ศ. 2415 ต่อมาในกลางยุคเมจิ บรรดาทูตจากยุโรปจำนวนมากได้เข้าไปสร้างที่พักผ่อนบริเวณโดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีการสร้างศาลเจ้าฟุตะระและวัดชูเซ็นจิขึ้น ในฤดูใบไม้ผลิ ต้นซะกุระจำนวนมากรอบๆทะเลสาบจะบาน
ทะเลสาบใดในญี่ปุ่นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากที่สุด
{ "answer": [ "ชูเซ็นจิ" ], "answer_begin_position": [ 113 ], "answer_end_position": [ 121 ] }
2,847
332,872
จักษุวิทยา จักษุวิทยา () เป็นสาขาหนึ่งของแพทยศาสตร์ที่ศึกษากายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา และโรคของตา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาเรียกว่า จักษุแพทย์ ซึ่งต้องผ่านการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต และการศึกษาเป็นแพทย์ประจำบ้านด้านจักษุวิทยา และสอบผ่านวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจักษุวิทยาจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์สาขาเฉพาะทางต่อยอด สาขาเฉพาะทางต่อยอด. จักษุวิทยามีสาขาวิชาเฉพาะทางต่อยอดซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคบางโรค หรือบางส่วนของตา เช่น- กระจกตา/การผ่าตัดแก้ไขสายผิดปกติ - จักษุประสาท - จอตา/น้ำวุ้นตา - จักษุวิทยาตกแต่งและศัลยกรรมกระดูกเบ้าตา - จักษุวิทยาเด็ก/ตาเข - จักษุพยาธิวิทยา - ต้อหิน - ม่านตาอักเสบ/ภูมิคุ้มกันวิทยา - สายตาเลือนลาง
จักษุวิทยาเป็นสาขาหนึ่งของแพทยศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับอวัยวะชนิดใด
{ "answer": [ "ตา" ], "answer_begin_position": [ 178 ], "answer_end_position": [ 180 ] }
2,849
332,872
จักษุวิทยา จักษุวิทยา () เป็นสาขาหนึ่งของแพทยศาสตร์ที่ศึกษากายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา และโรคของตา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาเรียกว่า จักษุแพทย์ ซึ่งต้องผ่านการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต และการศึกษาเป็นแพทย์ประจำบ้านด้านจักษุวิทยา และสอบผ่านวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจักษุวิทยาจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์สาขาเฉพาะทางต่อยอด สาขาเฉพาะทางต่อยอด. จักษุวิทยามีสาขาวิชาเฉพาะทางต่อยอดซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคบางโรค หรือบางส่วนของตา เช่น- กระจกตา/การผ่าตัดแก้ไขสายผิดปกติ - จักษุประสาท - จอตา/น้ำวุ้นตา - จักษุวิทยาตกแต่งและศัลยกรรมกระดูกเบ้าตา - จักษุวิทยาเด็ก/ตาเข - จักษุพยาธิวิทยา - ต้อหิน - ม่านตาอักเสบ/ภูมิคุ้มกันวิทยา - สายตาเลือนลาง
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาเรียกว่าอะไร
{ "answer": [ "จักษุแพทย์" ], "answer_begin_position": [ 221 ], "answer_end_position": [ 231 ] }
2,848
18,284
กาพย์เห่เรือ กาพย์เห่เรือ เป็นคำประพันธ์ประเภทหนึ่ง แต่งไว้สำหรับขับร้องเห่ในกระบวนเรือ โดยมีทำนองเห่ที่สอดคล้องกับจังหวะการพายของฝีพาย ว่าช้า หรือเร็ว มักจะมีพนักงานขับเห่หนึ่งคนเป็นต้นเสียง และฝีพายคอยร้องขับตามจังหวะ พร้อมกับการให้จังหวะจากพนักงานประจำเรือแต่ละลำคำประพันธ์ คำประพันธ์. กาพย์เห่เรือนั้น ใช้คำประพันธ์ 2 ชนิดด้วยกัน นั่นคือ กาพย์ยานี 11 และโคลงสี่สุภาพ เรียงร้อยกันในลักษณะที่เรียกว่า กาพย์ห่อโคลง โดยมักขึ้นต้นด้วยโคลง 1 บท แล้วตามด้วยกาพย์ยานี เรื่อยไป จนจบตอนหนึ่งๆ เมื่อจะขึ้นตอนใหม่ ก็จะยกโคลงสี่สุภาพมาอีกหนึ่งบท แล้วตามด้วยกาพย์จนจบตอน เช่นนี้สลับกันไป กาพย์เห่เรือที่เก่าแก่ที่สุด ที่พบในเวลานี้ คือ กาพย์เห่เรือในเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สมัยอยุธยาตอนปลาย ทรงแต่งไว้ 2 เรื่อง คือบทเห่ชมเรือ ชมปลา ชมไม้ และชมนก มีลักษณะเป็นเหมือนนิราศ กับอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องกากี สันนิษฐานกันว่ากาพย์เห่เรือ เดิมคงจะแต่งเพื่อขับเห่กันเมื่อเดินทางไกลในแม่น้ำลำคลอง แต่ในภายหลังคงมีแต่เจ้านายหรือพระราชวงศ์ชั้นสูง และสุดท้ายมีใช้แต่ในกระบวนเรือของพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น กาพย์เห่เรือไม่สู้จะนิยมประพันธ์กันมากนัก เนื่องจากถือเป็นคำประพันธ์สำหรับใช้ในพิธีการ คือ ในกระบวนเรือหลวง หรือกระบวนพยุหยาตราชลมารค ไม่นิยมใช้ในพิธีหรือสถานการณ์อื่นใด การแต่งกาพย์เห่เรือจึงมักแต่งขึ้นสำหรับที่จะใช้เห่เรือจริงๆ ซึ่งในแต่ละรัชกาล มีการเห่เรือเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นกาพย์เห่เรือที่ปรากฏจนถึงปัจจุบันกาพย์เห่เรือที่ปรากฏจนถึงปัจจุบัน. - กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์ ในเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ นิยมใช้เห่ในกระบวนเรือหลวงจนถึงปัจจุบัน - กาพย์เห่เรือ พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ชมเครื่องคาวหวาน และผลไม้) - กาพย์เห่เรือ พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ชมสวน ชมนก ชมไม้ และชมโฉม) - กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์ ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (ชมเรือ) - กาพย์เห่เรือ พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ชมเรือ ชมพระนคร ชมปลา เห่ครวญ เป็นต้น) - กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์ ในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (ทรงพระนิพนธ์ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีทรงเปิดสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์) - กาพย์เห่เรือ นิพนธ์ โดย นายฉันท์ ขำวิไล ในวาระฉลอง 25 พุทธศตวรรษ - กาพย์เห่เรือ นิพนธ์ โดย นายหรีด เรืองฤทธิ์ ในวาระฉลอง 25 พุทธศตวรรษ
กาพย์เห่เรือมีทำนองที่สอดคล้องกับอะไร
{ "answer": [ "จังหวะการพายของฝีพาย" ], "answer_begin_position": [ 200 ], "answer_end_position": [ 220 ] }
2,850
18,284
กาพย์เห่เรือ กาพย์เห่เรือ เป็นคำประพันธ์ประเภทหนึ่ง แต่งไว้สำหรับขับร้องเห่ในกระบวนเรือ โดยมีทำนองเห่ที่สอดคล้องกับจังหวะการพายของฝีพาย ว่าช้า หรือเร็ว มักจะมีพนักงานขับเห่หนึ่งคนเป็นต้นเสียง และฝีพายคอยร้องขับตามจังหวะ พร้อมกับการให้จังหวะจากพนักงานประจำเรือแต่ละลำคำประพันธ์ คำประพันธ์. กาพย์เห่เรือนั้น ใช้คำประพันธ์ 2 ชนิดด้วยกัน นั่นคือ กาพย์ยานี 11 และโคลงสี่สุภาพ เรียงร้อยกันในลักษณะที่เรียกว่า กาพย์ห่อโคลง โดยมักขึ้นต้นด้วยโคลง 1 บท แล้วตามด้วยกาพย์ยานี เรื่อยไป จนจบตอนหนึ่งๆ เมื่อจะขึ้นตอนใหม่ ก็จะยกโคลงสี่สุภาพมาอีกหนึ่งบท แล้วตามด้วยกาพย์จนจบตอน เช่นนี้สลับกันไป กาพย์เห่เรือที่เก่าแก่ที่สุด ที่พบในเวลานี้ คือ กาพย์เห่เรือในเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สมัยอยุธยาตอนปลาย ทรงแต่งไว้ 2 เรื่อง คือบทเห่ชมเรือ ชมปลา ชมไม้ และชมนก มีลักษณะเป็นเหมือนนิราศ กับอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องกากี สันนิษฐานกันว่ากาพย์เห่เรือ เดิมคงจะแต่งเพื่อขับเห่กันเมื่อเดินทางไกลในแม่น้ำลำคลอง แต่ในภายหลังคงมีแต่เจ้านายหรือพระราชวงศ์ชั้นสูง และสุดท้ายมีใช้แต่ในกระบวนเรือของพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น กาพย์เห่เรือไม่สู้จะนิยมประพันธ์กันมากนัก เนื่องจากถือเป็นคำประพันธ์สำหรับใช้ในพิธีการ คือ ในกระบวนเรือหลวง หรือกระบวนพยุหยาตราชลมารค ไม่นิยมใช้ในพิธีหรือสถานการณ์อื่นใด การแต่งกาพย์เห่เรือจึงมักแต่งขึ้นสำหรับที่จะใช้เห่เรือจริงๆ ซึ่งในแต่ละรัชกาล มีการเห่เรือเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นกาพย์เห่เรือที่ปรากฏจนถึงปัจจุบันกาพย์เห่เรือที่ปรากฏจนถึงปัจจุบัน. - กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์ ในเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ นิยมใช้เห่ในกระบวนเรือหลวงจนถึงปัจจุบัน - กาพย์เห่เรือ พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ชมเครื่องคาวหวาน และผลไม้) - กาพย์เห่เรือ พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ชมสวน ชมนก ชมไม้ และชมโฉม) - กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์ ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (ชมเรือ) - กาพย์เห่เรือ พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ชมเรือ ชมพระนคร ชมปลา เห่ครวญ เป็นต้น) - กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์ ในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (ทรงพระนิพนธ์ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีทรงเปิดสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์) - กาพย์เห่เรือ นิพนธ์ โดย นายฉันท์ ขำวิไล ในวาระฉลอง 25 พุทธศตวรรษ - กาพย์เห่เรือ นิพนธ์ โดย นายหรีด เรืองฤทธิ์ ในวาระฉลอง 25 พุทธศตวรรษ
กาพย์เห่เรือใช้กาพย์ยานี 11 และโคลงสี่สุภาพมาเรียงร้อยกันในลักษณะที่เรียกว่าอะไร
{ "answer": [ "กาพย์ห่อโคลง" ], "answer_begin_position": [ 488 ], "answer_end_position": [ 500 ] }
2,851
286,434
ค้างคาวคุณกิตติ ค้างคาวคุณกิตติ, ค้างคาวกิตติ หรือ ค้างคาวหน้าหมู (อังกฤษ: Kitti's hog-nosed bat, Bumblebee bat) เป็นค้างคาวที่จัดอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และเป็นค้างคาวเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในวงศ์ Craseonycteridae และสกุล Craseonycteris พบได้ทางตะวันตกของประเทศไทย และทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศพม่า อาศัยอยู่ตามถ้ำหินปูนริมแม่น้ำ ค้างคาวคุณกิตติเป็นค้างคาวและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีสีน้ำตาลปนแดงเรื่อๆ หรือสีเทา มีจมูกคล้ายจมูกหมู มีอุปนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เฉลี่ยแล้วกลุ่มละ 100 ตัวต่อถ้ำ ออกหากินเป็นช่วงสั้นๆในตอนเย็นและเช้ามืด หากินไม่ไกลจากถ้ำที่พักอาศัย กินแมลงเป็นอาหาร ตกลูกปีละหนึ่งตัว สภาวะของค้างคาวคุณกิตติในประเทศพม่าไม่เป็นที่แน่ชัด และประชากรที่พบในประเทศไทยก็พบว่าจำกัดอยู่ในเพียงจังหวัดเดียว ทำให้ค้างคาวคุณกิตติอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ สาเหตุหลักเกิดจากการคุกคามจากมนุษย์ และการลดลงของถิ่นที่อยู่อาศัยกายวิภาค กายวิภาค. ค้างคาวคุณกิตติลำตัวยาวประมาณ 29-33 มม. หนักประมาณ 2 กรัม จึงเป็นที่มาของชื่อ "bumblebee bat (ค้างคาวผึ้ง)" ค้างคาวคุณกิตติเป็นค้างคาวที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกและเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน โดยมีคู่แข่งคือหนูผี โดยเฉพาะในหนูผีจิ๋ว (Suncus etruscus) ซึ่งมีน้ำหนัก 1.2-2.7 กรัม แต่มีความยาว 36-53 มม.จากหัวถึงหาง ค้างคาวคุณกิตติมีจมูกใหญ่เป็นพิเศษ คล้ายจมูกหมู มีรูจมูกตั้งตรง แคบ มีหูใหญ่เมื่อเทียบกับส่วนหัว ขณะที่ตามีขนาดเล็ก โดยมากถูกปกคลุมด้วยขนอ่อน มีฟันเหมือนกับค้างคาวกินแมลงทั่วไป มีสูตรขากรรไกรบนเป็น 1:1:1:3 และขากรรไกรล่างเป็น 2:1:2:3 มีฟันตัดขนาดใหญ่ด้านบน ค้างคาวมีสีน้ำตาลแดงหรือสีเทาในส่วนหลัง ด้านท้องสีจะอ่อนกว่า ปีกมีขนาดใหญ่ มีสีเข้มกว่า ปลายยาวเพื่อช่วยค้างคาวในการบินร่อน ปีกกว้างประมาณ 160 มม. ค้างคาวคุณกิตติไม่มีหางถึงแม้จะมีกระดูกสันหางถึง 2 ชิ้น มีแผ่นหนังขนาดใหญ่เชื่อมระหว่างขาหลัง (uropatagium) ซึ่งอาจมีไว้ช่วยในการบินจับแมลง ถึงแม้ว่าจะไม่มีกระดูกหางหรือเดือยที่ช่วยควบคุมการบินการกระจายพันธุ์ การกระจายพันธุ์. ค้างคาวคุณกิตติพบในถ้ำหินปูนริมแม่น้ำในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ในประเทศไทยพบค้างคาวคุณกิตติจำกัดอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรี ในแถบลุ่มน้ำของแม่น้ำแควน้อย ในอุทยานแห่งชาติไทรโยคพบการกระจายตัวของค้างคาวมากที่สุด จากการสำรวจถ้ำในเขตจังหวัดกาญจนบุรี พบค้างคาวกิตติจำนวน 35 ถ้ำ ซึ่งส่วนใหญ่กระจายอยู่ในเขตอำเภอไทรโยคมากถึง 23 ถ้ำ ที่เหลือพบในเขตอำเภอทองผาภูมิ ท่าม่วง และอำเภอเมือง ขณะที่ประชากรค้างค้าวนอกเหนือจากในอุทยานแล้วอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการถูกคุกคาม ในปี พ.ศ. 2544 มีการพบค้างคาวคุณกิตติในประเทศพม่า ใน 9 แห่งด้วยกัน ในแถบเทือกเขาหินปูนบริเวณแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำอัตทะรัน (Ataran), และแม่น้ำคเยง (Gyaing) ของรัฐกะเหรี่ยงและรัฐมอญ ค้างคาวที่พบในประเทศไทยและประเทศพม่ามีรูปร่างลักษณะภายนอกเหมือนกันแต่พบความแตกต่างกันในเรื่องของการใช้คลื่นเสียงในการนำทางหรือกำหนดทิศทาง ซึ่งเรายังไม่รู้สาเหตุว่าทำไมประชากรของทั้งสองประเทศจึงมีการวิวัฒนาการแยกจากกันไปพฤติกรรม พฤติกรรม. ค้างคาวคุณกิตติอาศัยในถ้ำตามผาหินปูนไกลจากปากถ้ำ มีประมาณ 10-15 ตัวในแต่ละถ้ำย่อย เฉลี่ยกลุ่มหนึ่งมีประมาณ 100 ตัว สูงสุด 500 ตัว เกาะนอนตามผนังสูงหรือเพดานถ้ำ แยกจากตัวอื่นๆ พบว่ามีการอพยพย้ายถ้ำระหว่างฤดูกาลด้วยเช่นกัน ค้างคาวคุณกิตติมีช่วงหากินสั้นๆประมาณ 30 นาทีในตอนค่ำและ 20 นาทีในรุ่งเช้า ทำให้ง่ายต่อการโดนรบกวนจากฝนหรืออากาศเย็น ค้างคาวจะออกหาอาหารในบริเวณไร่มันสำปะหลังและนุ่น หรือบริเวณเรือนยอดกอไผ่และต้นสักในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตรจากถ้ำที่อาศัย ในกระเพาะของตัวอย่างค้างคาวตัวอย่างที่จับได้ประกอบไปด้วยแมงมุมและแมลงผสมกับสิ่งที่คาดว่าเป็นใบไม้ คาดว่าเป็นเหยื่อที่จับได้ระหว่างทำการบิน อาหารหลักของค้างคาวนั้นประกอบไปด้วยแมลงวัน (วงศ์ Chloropidae วงศ์ Agromyzidae และ วงศ์ Anthomyiidae), แตนและแมลงในอันดับโซคอพเทอรา (psocoptera) ในฤดูแล้งของทุกปี (ประมาณเดือนเมษายน) ค้างคาวจะตกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกจะอาศัยเกาะอกแม่จนกระทั่งสามารถหากินได้ด้วยตัวเอง ในช่วงหากินแม่ค้างคาวจะทิ้งลูกเกาะไว้ในถ้ำอนุกรมวิธานและประวัติการค้นพบ อนุกรมวิธานและประวัติการค้นพบ. ค้างคาวคุณกิตติเป็นค้างคาวเพียงชนิดเดียวในวงศ์ Craseonycteridae ซึ่งอยู่ในวงศ์ใหญ่ Rhinolophoidea จากผลทดสอบทางโมเลกุล บนพื้นฐานนี้ ค้างคาวคุณกิตติจึงเป็นญาติใกล้ชิดกับค้างคาววงศ์ Hipposideridae และ Rhinopomatidae ค้าวคาวกิตติค้นพบครั้งแรกปี พ.ศ. 2516 โดยกิตติ ทองลงยา นักสัตววิทยาของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย บริเวณถ้ำไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างทำการเก็บตัวอย่างค้างคาวในโครงการการสำรวจสัตว์ย้ายแหล่งทางพยาธิวิทยา กิตติพบค้างคาวที่มีขนาดเล็กมากซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้ส่งตัวอย่างค้างคาวให้กับจอห์น เอ็ดวาร์ด ฮิลล์ (John Edward Hill) แห่งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ประเทศอังกฤษ เพื่อตรวจพิสูจน์และพบว่าค้างคาวชนิดนี้มีลักษณะหลายอย่างเป็นแบบฉบับของตนเอง สามารถที่จะตั้งเป็นสกุลและวงศ์ใหม่ได้ หลังจากกิตติเสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 ฮิลล์ได้จำแนกและตีพิมพ์ถึงค้างคาวชนิดนี้ และตั้งชื่อว่า Craseonycteris thonglongyai เพื่อเป็นเกียรติแก่กิตติ ทองลงยา ผู้ค้นพบค้างคาวชนิดนี้เป็นคนแรกสถานะการอนุรักษ์ สถานะการอนุรักษ์. จากการพิจารณาในปี พ.ศ. 2551 ค้างคาวคุณกิตติจัดอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์โดยสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) จากการลดลงของประชากร ในประเทศไทย ค้างคาวคุณกิตติจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ปัจจุบัน จากฐานข้อมูลชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามในประเทศไทยค้างคาวคุณกิตติอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (CR) หลังจากมีการค้นพบในช่วงปี พ.ศ. 2513 ถิ่นอาศัยของค้างคาวโดนรบกวนจากนักท่องเที่ยวและนักสะสมรวมถึงผู้ที่นำค้างคาวไปขายเป็นของที่ระลึก อย่างไรก็ตาม การคุกคามเหล่านี้ยังไม่มีผลกระทบมากนักเพราะค้างคาวส่วนมากอยู่ในพื้นที่เข้าถึงยาก มีเพียงแค่สองสามถ้ำเท่านั้นที่โดนรบกวน การคุกคามนั้นยังรวมถึงการยึดถ้ำเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอีกด้วย ปัจจุบันผลกระทบที่ส่งผลมากและระยะยาวที่สุดต่อประชากรค้างคาวในประเทศไทยคือการเผาป่าในทุกๆปี โดยเฉพาะในช่วงผสมพันธุ์ของค้างคาว ส่วนท่อลำเลียงจากประเทศพม่ามาประเทศไทยนั้นไม่ส่งผลคุกคามต่อค้างคาว แต่อย่างไรก็ตามการคุกคามต่อประชากรค้างคาวในประเทศพม่านั้นก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก ในปี พ.ศ. 2550 ค้างคาวคุณกิตติเป็นหนึ่งในสิบโครงการของสปีชีส์ที่ถูกคุกคามอย่างรุนแรง โดยโครงการสัตว์ที่มีวิวัฒนาการโดดเด่นและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ทั่วโลก (EDGE)การเผยแพร่ในสื่ออื่นการเผยแพร่ในสื่ออื่น. - ตราของอุทยานแห่งชาติไทรโยคมีรูปค้างคาวคุณกิตติเป็นสัญลักษณ์ - สโมสรฟุตบอล เมืองกาญจน์ เอฟซี สโมสรประจำจังหวัดกาญจนบุรี มีโลโก้ประจำสโมสรที่เป็นรูปค้างคาวคุณกิตติ
ค้างคาวชนิดใดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก
{ "answer": [ "ค้างคาวคุณกิตติ" ], "answer_begin_position": [ 433 ], "answer_end_position": [ 448 ] }
2,852
8,070
หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) (24 สิงหาคม พ.ศ. 2439 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2497) นักเขียน นักประพันธ์ บรรณาธิการหนังสือ สารานุกูล เป็นผู้แต่งเพลงชาติไทย เป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ คนที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2483 พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) รับราชการเป็นอาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยทหารบก และเป็นบรรณาธิการหนังสือ เสนาศึกษา" และ "แผ่วิทยาศาสตร์ ก่อนจะลาออกจากราชการเมื่อ พ.ศ. 2468 เพื่อก่อตั้งนิตยสาร สารานุกูล วางจำหน่ายฉบับแรกเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 เป็นผู้ประพันธ์นิยายเรื่อง หน้าผี แพรดำ ราสปูติน ทูตแห่งกาลี พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวลปาจิณพยัคฆ์) เคยรับราชการกระทรวงกลาโหม เคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม) เป็นผู้แปลนิยายเรื่อง เชอร์ล็อก โฮมส์ ของเซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ เป็นคนแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2455 เป็นผู้ประพันธ์คำร้องเพลงเพลงชาติไทยฉบับปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ. 2482 เมื่อครั้งเปลี่ยนชื่อประเทศจาก สยาม เป็น ไทยประวัติ ประวัติ. พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2439 ที่บ้านตำบลสะพานถ่าน จังหวัดพระนคร (ปัจจุบันคือ กรุงเทพมหานคร) เป็นบุตรคนเดียวของ นายนูน และนางบุญเกิด ปาจิณพยัคฆ์ เจ้าของและครูใหญ่โรงเรียนราษฎร์ "บำรุงวิชา" สมรสกับ นางสารานุประพันธ์ (ทิพย์วิมล ปาจิณพยัคฆ์) ใน พ.ศ. 2456 มีบุตรและธิดารวม 6 คนการศึกษา การศึกษา. พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) เริ่มศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนบำรุงวิทยาของผู้เป็นบิดา แล้วเข้าโรงเรียนมัธยมวัดสุทัศน์เทพวราราม สอบไล่ได้ที่ 1 ในวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษในการสอบประโยคมัธยมบริบูรณ์รวมหมดทุกโรงเรียนในประเทศไทย และได้รับรางวัลเมื่อ พ.ศ. 2451 อายุ 13 ปีเศษ เข้าโรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จังหวัดธนบุรี (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) สอบวิชาครูได้ แล้วไปเรียนต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบอังกฤษ สำนักวัดเทพศิรินทร์อีก 2 ปี สอบประโยคมัธยมพิเศษ (คิงสกอลลาชิป -(King Scholarship) ได้ที่ 1 ใน พ.ศ. 2453 แต่สละสิทธิการไปศึกษาต่างประเทศ ออกไปเป็นครู ป.ป. ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ใน พ.ศ. 2454 เมื่ออายุได้ 15 ปี 14 วัน และสอบวิชาครู ป.ม. ได้ต่อมาใน พ.ศ. 2456 เมื่อ พ.ศ. 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้น นายนวล ปาจิณพยัคฆ์ จึงได้รับพระราชทานนามสกุล "ปาจิณพยัคฆ์" และในปีเดียวกันนี้เองท่านได้สมรสกับ นางสาวทิพย์วิมล ภายหลังมีบุตรธิดา รวม 6 คนหน้าที่ราชการ หน้าที่ราชการ. วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 กระทรวงกลาโหมได้ขอโอนตัวนายนวล ปาจิณพยัคฆ์ ไปสอนที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก ความสามารถของนายนวล ปาจิณพยัคฆ์ เป็นที่เลื่องลือมาก ถึงกับสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก ได้เคยรับสั่งกับหม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี ว่า "ฉันได้ช้างเผือกมาจากโรงเรียนสวนกุหลาบมาเป็นครูโรงเรียนนายร้อย ชื่อ นายนวล ปาจิณพยัคฆ์" นอกจากเป็นครูที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกแล้ว นายนวล ปาจิณพยัคฆ์ ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการของหนังสือเสนาศึกษา และแผ่วิทยาศาสตร์ จนกระทั่งพันโท พระสารสาสน์พลขันธ์ (ลอง สุนทานนท์) กราบบังคมทูลลาออกจากราชการเมื่อ พ.ศ. 2464 นายนวล ปาจิณพยัคฆ์ ซึ่งขณะนั้น เป็น ร้อยเอก นวล ปาจิณพยัคฆ์ ได้ทำหน้าที่บรรณาธิการแทน และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงสารานุประพันธ์ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494 พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโฆษณาการ (ปัจจุบันคือ กรมประชาสัมพันธ์) สืบต่อจาก พลเอก สุรจิตร จารุเศรณีอุปสมบท อุปสมบท. พ.ศ. 2462 พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ขณะเป็น นายร้อยเอก นวล ปาจิณพยัคฆ์ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม โดยมี พระธรรมวโรดม เป็นพระอุปัชฌาย์ และมี พระนิกรมนุนี และพระศรีวิสุทธิวงศ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า "กนฺตวณฺโณ" แปลว่า ผู้ที่มีเกียรติ มีผิวพรรณที่เป็นศิริมงคล ในขณะอุปสมบทอยู่นั้น ได้แต่งเรียงความแก้กระทู้ธรรม ซึ่งท่านได้แสดงความรู้ความสามารถในการแต่งเรียงความแก้กระทู้ธรรมได้อย่างงดงาม ซึ่งวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามได้รวบรวมผลงานของท่านจัดพิมพ์เป็นหนังสือไว้ด้วย เรียงความแก้กระทู้ธรรมของ พระกนฺตวณฺโณ (นายร้อยเอก นวล ปาจิณพยัคฆ์) มีดังนี้- ครั้งที่ 1 - "ขนฺติ หิตสุขาวหา" ขันตินำมาซึ่งประโยชน์สุข - ครั้งที่ 2 - "พฺรหฺมมาติ มาตาปิตโร" มารดาบิดาชื่อว่าพรหมของบุตร - ครั้งที่ 3 - "หิริโอตฺตปฺปิยญฺเญว โลกํปาเลติสาธุกํ" หิริ และโอตตัปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี - ครั้งที่ 4 - "อปฺปมาโท อมตํ ปทํ" ความไม่ประมาทเป็นทางไม่ตาย - ครั้งที่ 5 - "นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา" แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี - ครั้งที่ 6 - "นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต" คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก - ครั้งที่ 7 - "น สิยา โลกวฑฺฒโน" ไม่ควรเป็นคนรกโลก - ครั้งพิเศษ - "สุวิชาโน ภวํ โหติ ทุวิชาโน ปราภโว ธมฺมกาโม ภวํ โหติ ธมฺมเทสฺสี ปราภโว" ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ ผู้รู้ชั่วเป็นผู้ฉิบหาย ผู้ใคร่ธรรมเป็นผู้เจริญ ผู้ชังธรรมเป็นผู้ฉิบหาย - ครั้งสอบไล่ - "กาลานุรูปํ - วธุรํนิยุญเช" พึงประกอบธุระให้เหมาะแก่กาลเทียวเพลงชาติไทยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพลงชาติไทยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง. หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาช่วงหนึ่งจนต้องลาออกจากราชการ มาประกอบอาชีพนักเขียน และกิจการสำนักพิพ์อยู่ช่วงหนึ่ง พันเอก นวล ปาจิณพยัคฆ์ (ยศในขณะนั้น) ก็ได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2474 ในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฝ่ายทหารบก ภายหลังเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 คณะราษฎร ได้ดำริให้มีเพลงชาติไทย โดยการใช้ทำนองเพลง มหาชัย ส่วนคำร้องนั้นประพันธ์โดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน พันตรี หลวงนิเทศกลกิจ ร.น. (กลาง โรจนเสนา) ได้ขอให้พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ช่วยแต่งทำนองเพลงชาติให้ จากนั้นขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) ได้ประพันธ์คำร้อง ดังนี้ แต่กระนั้น เพลงชาติไทยเพลงนี้ก็ไม่ได้รับการรับรอง จนกระทั่ง พ.ศ. 2477 รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินการเรื่องเพลงชาติ โดยในที่สุดได้เลือกทำนองเพลงชาติแบบสากลของ พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) จากนั้นมา การประกวดคัดเลือกเนื้อร้องโดยคณะกรรมการตัดสินให้ใช้เนื้อร้องของ ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) ที่แต่งไว้เดิม และเนื้อร้องที่ประพันธ์โดย นายฉันท์ ขำวิไล โดยที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ประธานคณะกรรมการ ได้ขอแก้ไขถ้อยคำบางแห่งของขุนวิจิตรมาตรา เป็นดังนี้ ส่วนเนื้อร้องของนายฉันท์ ขำวิไล มีดังนี้ เพลงชาติไทยเพลงนี้ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2477 โดยให้ร้องทั้งหมด 4 เที่ยว แต่คนมักจะร้อง แต่ส่วนบทร้องของขุนวิจิตรมาตราเพียงสองเที่ยวเท่านั้น เพราะถึงแม้ร้องเพียงสองเที่ยว ก็ยังยืดยาวเกินไปอยู่ดี จนกระทั่ง พ.ศ. 2482 รัฐบาลเปลี่ยนชื่อ ประเทศจาก ประเทศสยาม เป็น ประเทศไทย จึงต้องมีการแก้ไขเพลงชาติขึ้นอีกครั้ง โดยการจัดประกวดชิงเงินรางวัล 1,000 บาท ขณะนั้นหลวงสารานุประพันธ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมเสมียนตรา กระทรวงกลาโหม ได้พบกับ พลเอก มังกร พรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรองผู้บัญชาการทหารบก ขณะเดินไปรับประทานอาหารกลางวันที่โรงอาหาร พลเอก มังกร พรหมโยธี ได้ขอให้ หลวงสารานุประพันธ์ แต่งเพลงชาติเข้าประกวดเพื่อชื่อเสียงของกองทัพบก ท่านก็ได้ตอบตกลงแต่ไม่ขอรับเงินรางวัลหากได้รับรางวัลการประกวดครั้งนี้ นายภากร ปาจิณพยัคฆ์ บุตรชาย ได้กล่าวถึงการทำงานและการประพันธ์เพลงของหลวงสารานุประพันธ์ ไว้ว่าเพลงชาติไทย โดย หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) เพลงชาติไทย โดย หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์). การประกวดแต่งเพลงชาติไทยในครั้งนั้น มีผู้ส่งบทเนื้อร้องเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก ในที่สุดคณะกรรมการได้คัดเลือกบทเนื้อร้องของ พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) เสนอให้คณะรัฐมนตรีวินิจฉัย ที่ประชุมปรึกษาพิจารณาแล้วลงมติรับบทเพลงนั้น โดยแก้ไขไปบ้างตามความเหมาะสม จนเมื่อ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2482 รัฐบาลจึงได้ประกาศ "รัฐนิยมฉบับที่ 6" ให้ใช้ทำนองเพลงชาติของพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ตามแบบที่มีอยู่ในกรมศิลปกร ส่วนเนื้อร้องเพลงชาติให้ใช้บทเพลงของ พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ซึ่งประพันธ์ขึ้นในนามของกองทัพบก ดังที่เราได้ยินได้ฟังกันอยู่ในทุกวันนี้ พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) มีความปลาบปลื้มแและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับได้สั่งเสียกับบุตรธิดา ไว้ว่า เนื้อร้องเพลงชาติไทยของ พันเอก หลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ที่ใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน มีดังนี้เครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์. - 5 ธันวาคม พ.ศ. 2496 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้น ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) - 21 กันยายน พ.ศ. 2477 - เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ (พ.ร.ธ.)
ใครคือผู้แต่งเพลงชาติไทย
{ "answer": [ "หลวงสารานุประพันธ์" ], "answer_begin_position": [ 107 ], "answer_end_position": [ 125 ] }
2,853
608,225
นางงามจักรวาล 1962 นางงามจักรวาล 1962 () เป็นการจัดการประกวดนางงามจักรวาลครั้งที่ 11 จัดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ณ ไมอามีบีช รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ในปีนี้มีผู้เข้าประกวด 52 คน จากทั่วโลก โดยมี มาร์ลีน ชมิดท์ นางงามจักรวาล 1961 เป็นผู้มอบมงกุฏให้กับ นอร์มา โนแลน สาวงามวัย 24 ปีจากประเทศอาร์เจนตินา ครองตำแหน่งนางงามจักรวาลในปีนี้ผลการประกวดลำดับที่รางวัลพิเศษผู้เข้าประกวด ผู้เข้าประกวด. มี 52 ผู้เข้าประกวด ดังต่อไปนี้- - นอร์มา โนแลน - - คริสตา ลินเดอร์ - - คริสติน เดลิต - - จิเล็ตต์ ฮาซูเม - - กาเบรียลา โรคา ดิแอซ - - มาเรีย โอลิเวีย เรโบคาส - - มารีลีน แม็คฟาทริดจ์ - - อีวอน ดี'โรซาริโอ - - เฮเลน หลิว ชิ่ว-หมาน - - โอลกา ลูเซีย โบเทโร โอโรซโค - - เฮลเวเทีย อัลโบนิโค - - ออโรร่า พรีโต - - ซาร่าห์ โอลิมเปีย ฟอร์เมตา - - อีเลน ออร์เทกา ฮิวเจน - - คิม คาร์ลตัน - - อันยา เอาลิคกี ยาร์วิเนน - - ซาบีน เซอร์เจ็ต - - จิเซลา คาร์สชัค - - คริสตินา อโพสทูลู - - มาริแอน แวน เดอ เฮย์เดน - - อีฟลีน มิอต - - เชอร์ลีย์ พอน - - แอนนา เกียร์สดอตตีร์ - - โจซี่ ดิวเยอร์ - - เยฮูดิต มาซอร์ รูนิค - - อิซา สตอปปิ- - คาซูโกะ ฮิราโนะ - - ซอ บอม-จู - - นูฮัด แคบเบบี - - เฟอร์นานเด โคเดสช์ - - ซาร่าห์ อัลฮับชี อับดุลลาห์ - - จิเน็ตต์ บัวนาเวนเทส - - เลสลีย์ มาร์กาเร็ต นิโคลส์ - - จูลี่ เอจี - - คอรินา โรลอน เอสกัวริซ่า - - ซิลเวีย รูธ เดอเดคกิง - - โจเซฟีน บราวน์ เอสทราดา - - มาเรีย ทินเดด เดฟอลลอย - - อนา ซีเลีย โซซ่า - - เวรา ปาร์คเกอร์ - - จูลี่ โค่ว - - ลินเน็ตต์ แกมเบิล - - คอนชิตา โรอิก เออร์ปี - - โมนิกา รักบี - - ฟรานซีน เดลูอีล - - เคที บาวเนอร์ - - เบฮาด กูเลย์ เซเซอร์ - - เนลลี เพ็ตเตอร์สัน - - มาเซล วิลสัน - - เวอร์จิเนีย ไบเลย์ ลาซซารี่ - หมู่เกาะเวอร์จิน - จัวนิตา มอเรลล์ - - เฮเซล วิลเลียมส์กรรมการกรรมการ. - เอดิลสัน ซิด วาเรลา - กลอเรีย เฮเวน - เอเบ อิสซา - จุน คาวาชิ - ชาง คียอง - เสิร์จ เมนด์จิสกี - รัสเซล แพตเตอร์สัน - เฟอร์นานโด เรสเตรโป ซัวเรซ - เอิร์ล วิลสันรายละเอียดของการประกวดรายละเอียดของการประกวด. - ได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลเป็นครั้งแรก (คนที่ 3 ของทวีปอเมริกาใต้) - ประเทศที่ผ่านเข้ารอบในปีที่แล้วด้วย ได้แก่ , , , , , , - , , เข้ารอบก่อนหน้านี้เมื่อปี 1960 - เข้ารอบก่อนหน้านี้เมื่อปี 1957 - เข้ารอบก่อนหน้านี้เมื่อปี 1952 - , , ผ่านเข้ารอบได้เป็นครั้งแรก - เข้าร่วมประกวดเป็นครั้งแรก และผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ - , ผ่านเข้ารอบเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน - , ผ่านเข้ารอบเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน - ในปีนี้ไม่ผ่านเข้ารอบ ทำให้หยุดสถิติการเข้ารอบ 10 ปีติดต่อกันไว้ที่ปีนี้ - ชนะรางวัล ขวัญใจช่างภาพ เป็นครั้งที่ 2 - และ ชนะรางวัล นางงามมิตรภาพ เป็นครั้งแรก (ชนะร่วมกัน) - ปีนี้มีการมอบรางวัล "ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม" เป็นปีแรก - ชนะรางวัล ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม เป็นครั้งแรก - ชนะรางวัลพิเศษ 2 รางวัลในปีเดียว เป็นประเทศแรกในประวัติศาสตร์
การประกวดนางงามจักรวาลครั้งที่ 11 จัดขึ้นที่ประเทศใด
{ "answer": [ "สหรัฐอเมริกา" ], "answer_begin_position": [ 237 ], "answer_end_position": [ 249 ] }
2,854
608,225
นางงามจักรวาล 1962 นางงามจักรวาล 1962 () เป็นการจัดการประกวดนางงามจักรวาลครั้งที่ 11 จัดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ณ ไมอามีบีช รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ในปีนี้มีผู้เข้าประกวด 52 คน จากทั่วโลก โดยมี มาร์ลีน ชมิดท์ นางงามจักรวาล 1961 เป็นผู้มอบมงกุฏให้กับ นอร์มา โนแลน สาวงามวัย 24 ปีจากประเทศอาร์เจนตินา ครองตำแหน่งนางงามจักรวาลในปีนี้ผลการประกวดลำดับที่รางวัลพิเศษผู้เข้าประกวด ผู้เข้าประกวด. มี 52 ผู้เข้าประกวด ดังต่อไปนี้- - นอร์มา โนแลน - - คริสตา ลินเดอร์ - - คริสติน เดลิต - - จิเล็ตต์ ฮาซูเม - - กาเบรียลา โรคา ดิแอซ - - มาเรีย โอลิเวีย เรโบคาส - - มารีลีน แม็คฟาทริดจ์ - - อีวอน ดี'โรซาริโอ - - เฮเลน หลิว ชิ่ว-หมาน - - โอลกา ลูเซีย โบเทโร โอโรซโค - - เฮลเวเทีย อัลโบนิโค - - ออโรร่า พรีโต - - ซาร่าห์ โอลิมเปีย ฟอร์เมตา - - อีเลน ออร์เทกา ฮิวเจน - - คิม คาร์ลตัน - - อันยา เอาลิคกี ยาร์วิเนน - - ซาบีน เซอร์เจ็ต - - จิเซลา คาร์สชัค - - คริสตินา อโพสทูลู - - มาริแอน แวน เดอ เฮย์เดน - - อีฟลีน มิอต - - เชอร์ลีย์ พอน - - แอนนา เกียร์สดอตตีร์ - - โจซี่ ดิวเยอร์ - - เยฮูดิต มาซอร์ รูนิค - - อิซา สตอปปิ- - คาซูโกะ ฮิราโนะ - - ซอ บอม-จู - - นูฮัด แคบเบบี - - เฟอร์นานเด โคเดสช์ - - ซาร่าห์ อัลฮับชี อับดุลลาห์ - - จิเน็ตต์ บัวนาเวนเทส - - เลสลีย์ มาร์กาเร็ต นิโคลส์ - - จูลี่ เอจี - - คอรินา โรลอน เอสกัวริซ่า - - ซิลเวีย รูธ เดอเดคกิง - - โจเซฟีน บราวน์ เอสทราดา - - มาเรีย ทินเดด เดฟอลลอย - - อนา ซีเลีย โซซ่า - - เวรา ปาร์คเกอร์ - - จูลี่ โค่ว - - ลินเน็ตต์ แกมเบิล - - คอนชิตา โรอิก เออร์ปี - - โมนิกา รักบี - - ฟรานซีน เดลูอีล - - เคที บาวเนอร์ - - เบฮาด กูเลย์ เซเซอร์ - - เนลลี เพ็ตเตอร์สัน - - มาเซล วิลสัน - - เวอร์จิเนีย ไบเลย์ ลาซซารี่ - หมู่เกาะเวอร์จิน - จัวนิตา มอเรลล์ - - เฮเซล วิลเลียมส์กรรมการกรรมการ. - เอดิลสัน ซิด วาเรลา - กลอเรีย เฮเวน - เอเบ อิสซา - จุน คาวาชิ - ชาง คียอง - เสิร์จ เมนด์จิสกี - รัสเซล แพตเตอร์สัน - เฟอร์นานโด เรสเตรโป ซัวเรซ - เอิร์ล วิลสันรายละเอียดของการประกวดรายละเอียดของการประกวด. - ได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลเป็นครั้งแรก (คนที่ 3 ของทวีปอเมริกาใต้) - ประเทศที่ผ่านเข้ารอบในปีที่แล้วด้วย ได้แก่ , , , , , , - , , เข้ารอบก่อนหน้านี้เมื่อปี 1960 - เข้ารอบก่อนหน้านี้เมื่อปี 1957 - เข้ารอบก่อนหน้านี้เมื่อปี 1952 - , , ผ่านเข้ารอบได้เป็นครั้งแรก - เข้าร่วมประกวดเป็นครั้งแรก และผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ - , ผ่านเข้ารอบเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน - , ผ่านเข้ารอบเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน - ในปีนี้ไม่ผ่านเข้ารอบ ทำให้หยุดสถิติการเข้ารอบ 10 ปีติดต่อกันไว้ที่ปีนี้ - ชนะรางวัล ขวัญใจช่างภาพ เป็นครั้งที่ 2 - และ ชนะรางวัล นางงามมิตรภาพ เป็นครั้งแรก (ชนะร่วมกัน) - ปีนี้มีการมอบรางวัล "ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม" เป็นปีแรก - ชนะรางวัล ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม เป็นครั้งแรก - ชนะรางวัลพิเศษ 2 รางวัลในปีเดียว เป็นประเทศแรกในประวัติศาสตร์
ผู้ครองตำแหน่งนางงามจักรวาลในปีค.ศ. 1962 คือใคร
{ "answer": [ "นอร์มา โนแลน" ], "answer_begin_position": [ 352 ], "answer_end_position": [ 364 ] }
2,855
909,712
เขาเมินช์ เมินช์ () เป็นภูเขาในเทือกเขาแอลป์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูง 4,107 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เขาเมินช์ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างยุงเฟรายอคกับเขาไอเกอร์ ด้านล่างทางตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขาเมินช์เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ชื่อว่าธารน้ำแข็งอาเล็ทช์
เมินช์เป็นภูเขาในเทือกเขาใดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
{ "answer": [ "แอลป์" ], "answer_begin_position": [ 123 ], "answer_end_position": [ 128 ] }
2,856
909,712
เขาเมินช์ เมินช์ () เป็นภูเขาในเทือกเขาแอลป์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูง 4,107 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เขาเมินช์ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างยุงเฟรายอคกับเขาไอเกอร์ ด้านล่างทางตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขาเมินช์เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ชื่อว่าธารน้ำแข็งอาเล็ทช์
ภูเขาเมินช์ในเทือกเขาแอลป์ตั้งอยู่ในประเทศใด
{ "answer": [ "สวิตเซอร์แลนด์" ], "answer_begin_position": [ 136 ], "answer_end_position": [ 150 ] }
2,857
54,504
รางวัลอาหารโลก รางวัลอาหารโลก () เป็นรางวัลในระดับนานาชาติซึ่งมอบให้เพื่อสดุดีบุคคลซึ่งทำให้การพัฒนามนุษย์ก้าวหน้าขึ้น โดยการปรับปรุงปริมาณคุณภาพ หรือ ความสะดวกต่อการเข้าถึงแหล่งอาหารของโลก รางวัลนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 โดยนอร์แมน บอร์ล็อก (Norman Borloug) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี พ.ศ. 2513 และตั้งแต่ปีพ.ศ. 2533 เป็นต้นมา ก็ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากนักธุรกิจชื่อ จอห์น รวน รางวัลนี้มีการมอบเพื่อสดุดีการอุทิศตนต่องานทุกด้านซึ่งเกี่ยวข้องกับทรัพยากรอาหารของโลก อันได้แก่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การผลิต การตลาด โภชนาการ เศรษฐศาสตร์ การต่อสู้ความยากไร้ รวมถึงสังคมศาสตร์ ด้านอาหารและการเกษตร นอกจากเป็นการสดุดีความสำเร็จส่วนบุคคลแล้ว บอร์ล็อกยังมองรางวัลในฐานะหนทางหนึ่งในการสร้างต้นแบบอันจะเป็นแรงบันดาลใจต่อผู้อื่นอีกด้วย ผู้ชนะรางวัลจะได้รับการประกาศเกียรติคุณและรับมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ในพิธีซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุม แห่งศาลากลางรัฐไอโอว่า เมืองดิมอยน์ รัฐไอโอวา ใน สหรัฐอเมริกา โดยมีการถ่ายทอดพิธีทางโทรทัศน์ด้วย พิธีการมอบรางวัลจะจัดร่วมกับการสัมมนานานาชาติของมูลนิธิเวิลด์ฟู้ดไพรซ์ ซึ่งแต่ละปีจะเป็นหัวข้อเกี่ยวข้องกับความอดอยาก และความมั่นคงของทรัพยากรอาหาร จะมีการประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิหรือต้นฤดูร้อน และผู้ได้รับรางวัลจะได้รับการประกาศเกียรติคุณอย่างเป็นทางการในพิธีมอบรางวัลซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันที่ หรือใกล้ๆ วันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Food Day) ผู้ชนะจะได้เงินรางวัลมูลค่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ได้รับรางวัลนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี เช่น มูฮัมหมัด ยูนูส ซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี พ.ศ. 2549 ขณะที่รางวัลที่ทางมูลนิธิมอบแด่ในหลวงในปีพ.ศ. 2549 นั้น คือเหรียญรางวัลนอร์แมน อี. บอร์ล็อก เป็นรางวัลพิเศษซึ่งในหลวงทรงเป็นผู้ได้รับเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์
รางวัลอาหารโลกถูกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.ใด
{ "answer": [ "2529" ], "answer_begin_position": [ 310 ], "answer_end_position": [ 314 ] }
2,858
54,504
รางวัลอาหารโลก รางวัลอาหารโลก () เป็นรางวัลในระดับนานาชาติซึ่งมอบให้เพื่อสดุดีบุคคลซึ่งทำให้การพัฒนามนุษย์ก้าวหน้าขึ้น โดยการปรับปรุงปริมาณคุณภาพ หรือ ความสะดวกต่อการเข้าถึงแหล่งอาหารของโลก รางวัลนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 โดยนอร์แมน บอร์ล็อก (Norman Borloug) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี พ.ศ. 2513 และตั้งแต่ปีพ.ศ. 2533 เป็นต้นมา ก็ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากนักธุรกิจชื่อ จอห์น รวน รางวัลนี้มีการมอบเพื่อสดุดีการอุทิศตนต่องานทุกด้านซึ่งเกี่ยวข้องกับทรัพยากรอาหารของโลก อันได้แก่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การผลิต การตลาด โภชนาการ เศรษฐศาสตร์ การต่อสู้ความยากไร้ รวมถึงสังคมศาสตร์ ด้านอาหารและการเกษตร นอกจากเป็นการสดุดีความสำเร็จส่วนบุคคลแล้ว บอร์ล็อกยังมองรางวัลในฐานะหนทางหนึ่งในการสร้างต้นแบบอันจะเป็นแรงบันดาลใจต่อผู้อื่นอีกด้วย ผู้ชนะรางวัลจะได้รับการประกาศเกียรติคุณและรับมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ ในพิธีซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุม แห่งศาลากลางรัฐไอโอว่า เมืองดิมอยน์ รัฐไอโอวา ใน สหรัฐอเมริกา โดยมีการถ่ายทอดพิธีทางโทรทัศน์ด้วย พิธีการมอบรางวัลจะจัดร่วมกับการสัมมนานานาชาติของมูลนิธิเวิลด์ฟู้ดไพรซ์ ซึ่งแต่ละปีจะเป็นหัวข้อเกี่ยวข้องกับความอดอยาก และความมั่นคงของทรัพยากรอาหาร จะมีการประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิหรือต้นฤดูร้อน และผู้ได้รับรางวัลจะได้รับการประกาศเกียรติคุณอย่างเป็นทางการในพิธีมอบรางวัลซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันที่ หรือใกล้ๆ วันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Food Day) ผู้ชนะจะได้เงินรางวัลมูลค่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ได้รับรางวัลนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี เช่น มูฮัมหมัด ยูนูส ซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี พ.ศ. 2549 ขณะที่รางวัลที่ทางมูลนิธิมอบแด่ในหลวงในปีพ.ศ. 2549 นั้น คือเหรียญรางวัลนอร์แมน อี. บอร์ล็อก เป็นรางวัลพิเศษซึ่งในหลวงทรงเป็นผู้ได้รับเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์
ใครคือผู้ก่อตั้งรางวัลอาหารโลกในปีพ.ศ. 2529
{ "answer": [ "นอร์แมน บอร์ล็อก" ], "answer_begin_position": [ 318 ], "answer_end_position": [ 334 ] }
2,859
264,379
สวนสัตว์กิซา สวนสัตว์กิซา เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ มีพื้นที่เกือบ 100 ไร่ (0.40 กม. 2) เป็นที่จัดแสดงสัตว์ป่า สัตว์ปีก ทุกชนิด มีทั้ง อูฐ หมีดำ สิงโตทะเลแคลิฟอร์เนีย ยีราฟ ฮิปโปโปเตมัส สิงโตทะเล นกกระจอกเทศ ลิงหลากหลากชนิด นกมอคอรว์สีแดง
สวนสัตว์กิซา ในประเทศอียิปต์ มีพื้นที่กี่ไร่
{ "answer": [ "100" ], "answer_begin_position": [ 183 ], "answer_end_position": [ 186 ] }
2,860
359,532
ฮอ นำฮง ฮอ นำฮง ( โห ณำหุง; เกิด 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1935 ) เป็นรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา และกรรมการบริหารพรรคประชาชนกัมพูชา พรรครัฐบาลของกัมพูชาในปัจจุบัน ฮอ นำฮงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาอย่างยาวนานตั้งแต่ ค.ศ. 1990 ถึง 1993 และตั้งแต่ ค.ศ. 1998 จนถึงปัจจุบัน ฮอ นำฮงเกิดที่พนมเปญ จบการศึกษาด้านการทูต และไปศึกษาต่อด้านกฎหมาย ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส เริ่มรับราชการที่สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำปารีสระหว่างปี ค.ศ. 1967 ถึง 1973 จากนั้นได้ดำรงตำแหน่งทูตกัมพูชาประจำกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ระหว่างปี ค.ศ. 1973 ถึง 1975 ในช่วงที่เขมรแดงปกครองกัมพูชาระหว่างปี ค.ศ. 1973 ถึง 1975 เขาถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำเบือง ตระเบก (Boeung Tra Bek) ในพนมเปญ หลังการพ่ายแพ้ของเขมรแดงในปี 1980 ต่อเฮง สัมรินและกองทัพเวียดนาม ฮอ นำฮงได้เข้าร่วมรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของนายกรัฐมนตรีแปน สุวัน ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ และไปดำรงตำแหน่งทูตกัมพูชาประจำกรุงมอสโก สหภาพโซเวียต ระหว่างปี 1982 ถึง 1989 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในปี 1991 ในรัฐบาลของฮุน เซน จากนั้นได้ไปดูแลด้านการต่างประเทศ ในฐานะทูตกัมพูชาประจำกรุงปารีส ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ฮอ นำฮงเดินทางกลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ จนถึงปัจจุบัน โดยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้วย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004เครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์. - Grand Cross of the Royal Order of Cambodia - เครื่องราชอิสริยาภรณ์มอนิสสราภรณ์
รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาช่วงปี ค.ศ. 1990 ถึง 1993 คือใคร
{ "answer": [ "ฮอ นำฮง" ], "answer_begin_position": [ 90 ], "answer_end_position": [ 97 ] }
2,861
288,249
พญาคชราช พญาคชราช หรือ หูปอ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Talipariti macrophyllus (Roxb. Ex Hornem.) Fryxell หรือ Hibiscus macrophyllus) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง 15-60 เมตร สามารถนำเนื้อไม้มาใช้ประโยชน์ได้ โดยเนื้อไม้จัดอยู่ในชั้นไม้คุณภาพปานกลางหรือเกรดบี มีความหนาแน่น ประมาณ 630 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เนื้อไม้คล้ายไม้สักทอง แต่เป็นไม้ที่มดมอดปลวกชอบกิน ระยะเวลาปลูกถึงตัดใช้งานได้อยู่ที่ 10 ปี
เนื้อไม้ของต้นพญาคชราชมีลักษณะคล้ายต้นอะไร
{ "answer": [ "ไม้สักทอง" ], "answer_begin_position": [ 391 ], "answer_end_position": [ 400 ] }
2,862
543,978
มาตุฆาต มาตุฆาต () หมายถึง การฆ่ามารดาของตัวเอง คำว่า "มาตุฆาต" มาจากการรวมกันของ 2 คำคือ มาตุ (แม่) และ ฆาต (ฆ่า) สำหรับคำในภาษาอังกฤษ matricide มาจากการรวมกันของคำในภาษาละติน mater (แม่) และคำปัจจัย -cida (ฆ่า) ในทางกฎหมาย การทำมาตุฆาตมีโทษถึงประหารชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 และเป็น 1 ใน อนันตริยกรรม (กรรมที่หนักที่สุด) 5 อย่างของพระพุทธศาสนา
มาตุฆาตหมายถึงอะไร
{ "answer": [ "การฆ่ามารดาของตัวเอง" ], "answer_begin_position": [ 109 ], "answer_end_position": [ 129 ] }
2,863
270,984
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง เจ้าผู้ครองนครน่าน พญาภูเข่ง เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 1949 พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ รูปทรง สร้างตามสถาปัตยกรรม ทางภาคเหนือ ลักษณะภายในโอ่โถง ด้านหน้ามีสิงห์คู่ ยืนตรงเชิงบันได ด้านละตัว มีทางเข้า 3 ทาง ประตูกลาง ทำเป็นประตูใหญ่ และประตูเล็ก อยู่ด้านซ้ายและด้านขวา มีทางขึ้นเป็นประตูเล็ก ๆ ตรงข้ามพระประธาน ด้านทิศตะวันออกและตะวันตกอีก 2 ข้าง ทำหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น มุขลดด้านหน้า และด้านหลัง หน้าบัน ตีด้วยแผ่นกระดานเรียงต่อกัน แล้วประดับที่ขอบเสา ด้านหน้าทุกต้น ตามลักษณะ สถาปัตยกรรมล้านนาไทย ภายในพระวิหารกว้างขวาง มีเสาปูนกลมขนาดใหญ่ ขนาด 2 คนโอบรอบ จำหลัก ลวดลายปูนปั้นนูนสูงไว้ เหนือจากระดับพื้นพระวิหาร 1.50 เมตร เป็นลวดลาย กนกระย้าย้อย เหมือนลวดลาย ที่เสาในวิหารวัดภูมินทร์ ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์ มีรูปปั้นช้างปูนปั้น เพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65 % สูง 145 เซนติเมตร ยอดพระโมฬีทำเสริมเมื่อ พ.ศ. 2442 หนัก 69 บาท เจ้างั่วฬารผาสุม เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 14 แห่งราชวงค์ภูคา เป็นผู้สร้าง เมื่อวันพุธ เดือน 6 เหนือ พ.ศ. 1969 เป็นศิลปะสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ที่หอพระไตรปิฎก ใหญ่ที่สุดในประเทศ พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีลิกธาตุไว้ภายใน นับเป็น ปูชนียสถาน สำคัญ เป็นเจดีย์ ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย จากเจดีย์ทรงลังกา คือเจดีย์วัดช้างล้อมนั่นเอง พระธาตุเจดีย์ สร้างด้วยอิฐถือปูน มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลื่ยมจัตุรัส ซ้อนกัน 3 ชั้น กว้างด้านละ 9 วา ฐานจากชั้นแรกสูงถึงชั้นสอง มีรูปช้างค้ำอยู่ในลักษณะ เหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ 6 เชือก รวมทั้งหมด 24 เชือก ช้างแต่ละตัว โผล่ส่วนหัว ลอยออกมาครึ่งตัว ขาหน้าทั้งคู่ ยื่นพ้นออกมาจากเหลี่ยมฐาน เหนือขึ้นไปเป็นฐานปัทม์ (ฐานบัว) ซ้อนกัน 3 ชัน และเป็นองค์ระฆังแบบลังกา ต่อจากองค์ระฆัง ทำเป็นฐานเขียง รองรับมาลัยลูกแก้ว ลดหลั่นกันไป เป็นส่วนยอด ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำ ได้รับการบูรณะซ่อมแซม และหุ้นด้วยแผ่นทองเหลืองทั้งองค์ มีความสวยงามมาก หอไตรวัดช้างค้ำวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ดังปรากฏในพระประวัติ ของพระองค์ว่า "ร.ศ. 127 พ.ศ. 2453 ก่อสร้างหอพระไตรปิฏก ในบริเวณวัดช้างค้ำ 1 หลัง 8 ห้อง ยาว 16 วา 1 ศอก กว้าง 5 วา 2 ศอก สูงตั้งแต่ดินถึงอกไก่ 13 วา หลังคาทำเป็นชั้น ๆ ก่ออิฐทาสี เครื่องบนไม้สัก มุงกระเบื้องไม้สัก ทำอย่างแน่นหนา มีเพดานจั่ว 2 ข้าง และเพดาน ทำด้วยลวดลายต่าง ๆ พระสมุห์อิน เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง กับจีนอิ๋วจีนซาง เป็นสล่าสิ้นเงิน 12,558 บาท ลักษณะ โครงสร้างสถาปัตยกรรมมีลักษณะอย่างเดียวกับวิหารและโบสถ์ ตั้งอยู่ด้านหน้า คู่กับ พระวิหารหลวง อาคารก่ออิฐโบกปูน ยกพื้นสูงมีสิงห์ยืนอยู่ด้านหน้า ตรงเชิงบันใดด้านละ 1 ตัว ตั้งเสาราย รับหลังคาเชิงชายแทนผนัง และก่อผนังปิด ทำเป็นห้องไว้พระธรรม และพระไตรปิฏก ตรงแนวเสาที่รับคาน มีทางเข้าด้านหน้าเป็นประตูทางเดียว บานประตูสลักเป็นรูปเทวดา 2 องค์ และมีลายปูนปั้น เป็นรูปยอดปราสาท ทำเป็นชั้นติดหน้าต่างด้านละ 3 บาน ผนังด้านหลังปิดทึบ ด้านนอกสองข้างทาง ระหว่างเสารายและผนัง เป็นทางเดินถึงกันได้ตลอดโดยรอบ อาคารสูงหลังคาช้อน 3 ชั้น ไม่มีมุขลด ที่หน้าบัน ใช้แผ่นไม้เรียงต่อกัน เป็นแผ่นๆ ประดับลายปูนปั้น เป็นรูปกนกล้อพระยาครุฑ ระหว่างช่วงเสาประดับด้วยแผ่นไม้จำหลัก ลายกนก เป็นรูปสามเหลี่ยม สลับลายพุ่มข้าวบิณฑ์คว่ำ และรูปพระยาครุฑห้อยลงมาตามแบบสถาปัตยกรรมของล้านนา ภายในมีลักษณะส่วนกว้างแคบ ส่วนยาวลึก เข้าไปภายใน และส่วนสูงชะลูดขึ้นไปมาก ใช้เป็นที่เก็บ พระไตรปิฏก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นใบลาน จารอักษรตัวธรรมมีอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นวิหาร ใช้เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมนีงานประจำปี งานประจำปี. ประเพณีทานสลากภัตร (ตานก๋วยสลาก)
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารในจังหวัดน่านเดิมชื่อว่าอะไร
{ "answer": [ "วัดหลวงกลางเวียง" ], "answer_begin_position": [ 170 ], "answer_end_position": [ 186 ] }
2,864
270,984
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง เจ้าผู้ครองนครน่าน พญาภูเข่ง เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 1949 พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ รูปทรง สร้างตามสถาปัตยกรรม ทางภาคเหนือ ลักษณะภายในโอ่โถง ด้านหน้ามีสิงห์คู่ ยืนตรงเชิงบันได ด้านละตัว มีทางเข้า 3 ทาง ประตูกลาง ทำเป็นประตูใหญ่ และประตูเล็ก อยู่ด้านซ้ายและด้านขวา มีทางขึ้นเป็นประตูเล็ก ๆ ตรงข้ามพระประธาน ด้านทิศตะวันออกและตะวันตกอีก 2 ข้าง ทำหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น มุขลดด้านหน้า และด้านหลัง หน้าบัน ตีด้วยแผ่นกระดานเรียงต่อกัน แล้วประดับที่ขอบเสา ด้านหน้าทุกต้น ตามลักษณะ สถาปัตยกรรมล้านนาไทย ภายในพระวิหารกว้างขวาง มีเสาปูนกลมขนาดใหญ่ ขนาด 2 คนโอบรอบ จำหลัก ลวดลายปูนปั้นนูนสูงไว้ เหนือจากระดับพื้นพระวิหาร 1.50 เมตร เป็นลวดลาย กนกระย้าย้อย เหมือนลวดลาย ที่เสาในวิหารวัดภูมินทร์ ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์ มีรูปปั้นช้างปูนปั้น เพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65 % สูง 145 เซนติเมตร ยอดพระโมฬีทำเสริมเมื่อ พ.ศ. 2442 หนัก 69 บาท เจ้างั่วฬารผาสุม เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 14 แห่งราชวงค์ภูคา เป็นผู้สร้าง เมื่อวันพุธ เดือน 6 เหนือ พ.ศ. 1969 เป็นศิลปะสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ที่หอพระไตรปิฎก ใหญ่ที่สุดในประเทศ พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีลิกธาตุไว้ภายใน นับเป็น ปูชนียสถาน สำคัญ เป็นเจดีย์ ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย จากเจดีย์ทรงลังกา คือเจดีย์วัดช้างล้อมนั่นเอง พระธาตุเจดีย์ สร้างด้วยอิฐถือปูน มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลื่ยมจัตุรัส ซ้อนกัน 3 ชั้น กว้างด้านละ 9 วา ฐานจากชั้นแรกสูงถึงชั้นสอง มีรูปช้างค้ำอยู่ในลักษณะ เหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ 6 เชือก รวมทั้งหมด 24 เชือก ช้างแต่ละตัว โผล่ส่วนหัว ลอยออกมาครึ่งตัว ขาหน้าทั้งคู่ ยื่นพ้นออกมาจากเหลี่ยมฐาน เหนือขึ้นไปเป็นฐานปัทม์ (ฐานบัว) ซ้อนกัน 3 ชัน และเป็นองค์ระฆังแบบลังกา ต่อจากองค์ระฆัง ทำเป็นฐานเขียง รองรับมาลัยลูกแก้ว ลดหลั่นกันไป เป็นส่วนยอด ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำ ได้รับการบูรณะซ่อมแซม และหุ้นด้วยแผ่นทองเหลืองทั้งองค์ มีความสวยงามมาก หอไตรวัดช้างค้ำวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ดังปรากฏในพระประวัติ ของพระองค์ว่า "ร.ศ. 127 พ.ศ. 2453 ก่อสร้างหอพระไตรปิฏก ในบริเวณวัดช้างค้ำ 1 หลัง 8 ห้อง ยาว 16 วา 1 ศอก กว้าง 5 วา 2 ศอก สูงตั้งแต่ดินถึงอกไก่ 13 วา หลังคาทำเป็นชั้น ๆ ก่ออิฐทาสี เครื่องบนไม้สัก มุงกระเบื้องไม้สัก ทำอย่างแน่นหนา มีเพดานจั่ว 2 ข้าง และเพดาน ทำด้วยลวดลายต่าง ๆ พระสมุห์อิน เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง กับจีนอิ๋วจีนซาง เป็นสล่าสิ้นเงิน 12,558 บาท ลักษณะ โครงสร้างสถาปัตยกรรมมีลักษณะอย่างเดียวกับวิหารและโบสถ์ ตั้งอยู่ด้านหน้า คู่กับ พระวิหารหลวง อาคารก่ออิฐโบกปูน ยกพื้นสูงมีสิงห์ยืนอยู่ด้านหน้า ตรงเชิงบันใดด้านละ 1 ตัว ตั้งเสาราย รับหลังคาเชิงชายแทนผนัง และก่อผนังปิด ทำเป็นห้องไว้พระธรรม และพระไตรปิฏก ตรงแนวเสาที่รับคาน มีทางเข้าด้านหน้าเป็นประตูทางเดียว บานประตูสลักเป็นรูปเทวดา 2 องค์ และมีลายปูนปั้น เป็นรูปยอดปราสาท ทำเป็นชั้นติดหน้าต่างด้านละ 3 บาน ผนังด้านหลังปิดทึบ ด้านนอกสองข้างทาง ระหว่างเสารายและผนัง เป็นทางเดินถึงกันได้ตลอดโดยรอบ อาคารสูงหลังคาช้อน 3 ชั้น ไม่มีมุขลด ที่หน้าบัน ใช้แผ่นไม้เรียงต่อกัน เป็นแผ่นๆ ประดับลายปูนปั้น เป็นรูปกนกล้อพระยาครุฑ ระหว่างช่วงเสาประดับด้วยแผ่นไม้จำหลัก ลายกนก เป็นรูปสามเหลี่ยม สลับลายพุ่มข้าวบิณฑ์คว่ำ และรูปพระยาครุฑห้อยลงมาตามแบบสถาปัตยกรรมของล้านนา ภายในมีลักษณะส่วนกว้างแคบ ส่วนยาวลึก เข้าไปภายใน และส่วนสูงชะลูดขึ้นไปมาก ใช้เป็นที่เก็บ พระไตรปิฏก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นใบลาน จารอักษรตัวธรรมมีอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นวิหาร ใช้เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมนีงานประจำปี งานประจำปี. ประเพณีทานสลากภัตร (ตานก๋วยสลาก)
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารในจังหวัดน่านสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.ใด
{ "answer": [ "1949" ], "answer_begin_position": [ 246 ], "answer_end_position": [ 250 ] }
2,865
499,503
ผู้กองยอดรัก ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน เป็นหนังสือนวนิยายไตรภาคของ กาญจนา นาคนันทน์ เป็นเรื่องราวของความรักของพลทหารกับผู้กองสาวเจ้าเสน่ห์ที่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง (พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2524) และละครโทรทัศน์ถึง 7 ครั้ง (พ.ศ. 2515, พ.ศ. 2522, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538, พ.ศ. 2545, พ.ศ. 2550, พ.ศ. 2558) โดยแต่ละครั้งจะมีชื่อเรื่องต่างกัน เช่น ผู้กองยอดรัก, ยอดรักผู้กอง, ผู้กองยอดรัก – ยอดรักผู้กอง และ ผู้กองอยู่ไหน ผู้กองยอดรัก เป็นภาคแรก ที่จบถึงพลทหารพันได้หมั้นกับผู้กองสาวฉวีผ่อง ยอดรักผู้กอง เป็นภาคสอง ที่พลทหารพันไปสงครามเวียดนาม และกลับมาแต่งงานกับผู้กองสาวฉวีผ่อง ผู้กองอยู่ไหน เป็นภาคสาม ชีวิตหลังแต่งงานของทั้งสองเนื้อเรื่อง เนื้อเรื่อง. พัน น้ำสุพรรณ (ศรราม เทพพิทักษ์) หลังจากที่เรียนจบสาขานิติศาสตร์ เขาก็ทำงานเป็นทนายฝึกหัดอยู่เกือบปีเมื่อหมดกำหนดการผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร เขาก็เดินทางกลับบ้านเกิด กำนันพูน (ไพโรจน์ ใจสิงห์) กับนางจันทร์ (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) และย่า (มารศรี อิศรางกูรฯ) ก็เตรียมจัดงานต้อนรับการกลับมาของลูกชายอย่างใหญ่โต พันอยากเป็นทหาร แต่พ่อกำนันไม่ยอมเพราะกลัวลูกจะลำบาก จึงติดสินบนเจ้าหน้าที่สัสดีเพื่อไม่ให้พันได้เป็นทหาร เมื่อพันรู้เรื่องจึงทะเลาะกับพ่อและคิดวางแผนฆ่าตัวตาย ทำให้พ่อกับแม่จึงต้องตามใจ แต่พันจับได้ใบดำ เขาจึงไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์โดยใช้วุฒิการศึกษาแค่ ป.4 วันแรกที่กรม พันได้พบเพื่อน และได้พบกับ ผู้กองฉวีผ่อง (กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ) พันเกิดปิ๊งเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่อ่ำ (เบญจพล เชยอรุณ) เตือนพันว่าให้ตัดใจเพราะเธอเป็นลูกสาวสุดหวงของ พันเอกผวน (มนตรี เจนอักษร)กับคุณนายไฉววงษ์ (ดวงตา ตุงคะมณี) แต่กลับทำให้พันเกิดความรู้สึกท้าทายมากกว่าที่คิดจะเด็ดดอกฟ้าโดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือ พันตรีนายแพทย์สุทธิสาร (เกริก ชิลเลอร์) พันเสนอตัวเป็นคนขับรถให้ผู้กองเพื่อหวังจะจีบหล่อน แต่พันก็โดนผู้กองตอกกลับมาทุกครั้ง ผู้กองเริ่มรู้สึกว่าพันมีความคิดอ่านเกินกว่าคนจบ ป.4 คุณนายไฉววงษ์ ซึ่งเป็นคนที่มีนิสัย ขี้เหนียวสุด ๆ ชอบใจพัน เพราะพันชอบเอาของมาฝากอยู่บ่อย ๆ และเก็บขวดในบ้านไปขายได้ราคาดี แต่หารู้ไม่ว่าพันควักเงินของตัวเองให้คุณนาย พันเริ่มเห็นว่าผู้กองไม่ได้เป็นคนเหย่อหยิ่ง แต่เธอเป็นคนรู้จักวางตัว เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ส่วนผู้กองก็เริ่มเห็นความจริงใจของพัน และเริ่มจะเขวอยู่เหมือนกัน พันเป็นที่โปรดปรานของคุณนายไฉววงษ์ เพราะช่วยคุณนายทำขนม จนพันเอกผวนหึง ทางกรมมีคำสั่งด่วนให้ผู้กองไปรักษาคนไข้ที่ต่างจังหวัด พันเอกผวนจึงให้พันเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างทางมีโจรดักปล้นรถผู้กอง พันจึงพาผู้กองหนี แต่ดันไปเจอรังโจรและถูกจับ หัวหน้าโจรเห็นผู้กองก็อยากจะได้มาเป็นเมีย พันจึงออกอุบายหลอกโจรว่าผู้กองเป็นเมียตนเองและจูบผู้กองให้โจรดู หัวหน้าโจรจึงยอมตัดใจ ในค่ายผู้กองได้รักษาโจรคนหนึ่ง และผู้กองได้บอกเมียโจรคนนี้ว่าจะต้องรีบพาสามีหล่อนไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะตายได้ เมียโจรจึงวางแผนใส่ยานอนหลับไว้ในเหล้าจนหัวหน้าโจรและพวกหลับสนิท จึงหนีออกมาได้ มาถึงกรุงเทพฯ พันตรีสุทธิสารก็เร่งรัดขอแต่งงานกับผู้กอง พันเอกผวนเห็นด้วยและเปิดโอกาสให้พัน โดยการให้หาสินสอดทองหมั้นจำนวนมากมาสู่ขอ พันจึงกลับไปบอกพ่อกับแม่ที่สุพรรณให้มาสู่ขอผู้กอง ขบวนขันหมากมาถึงบ้านผู้กองพร้อม ๆ กัน แต่ขันหมากของพันตรีสุทธิสารดูจะได้เปรียบมากกว่า เพราะว่ามีนายทหารชั้นผู้ใหญ่มาเป็นเถ้าแก่สู่ขอ แต่พอพันเอกผวนได้พบกับกำนันพูนถึงกับตะลึงเพราะทั้งสองคนเคนเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน ที่สำคัญกำนันพูนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ขอพันเอกผวนอยู่มากโข พันเอกผวนจึงให้ผู้กองฉวีผ่อง ตัดสินใจเองว่าจะรับขันหมากจากฝ่ายใดภาพยนตร์ ภาพยนตร์. บทประพันธ์นี้ถูกนำมาสร้างทำเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2516 ในชื่อว่า ผู้กองยอดรัก สร้างโดย ปัฐวิกรณ์แผนกภาพยนตร์ โดย จินตนา ไชยกูล เป็นผู้อำนวยการสร้าง กำกับการแสดงโดย เนรมิต นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, สุภัค ลิขิตกุล, รอง เค้ามูลคดี, มีศักดิ์ นาครัตน์, นภาพร หงสกุล, สุรสิทธิ์ สัตยวงษ์, สุมาลี ทองหล่อ ฉายครั้งแรกวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2516 ที่โรงภาพยนตร์โคลีเซี่ยม และนำกลับมาสร้างใหม่เป็นครั้งที่สอง ในปี พ.ศ. 2524 ในชื่อว่า ยอดรักผู้กอง สร้างโดย พูนทรัพย์โปรดักชั่น กำกับโดย สมเดช สันติประชา นำแสดงโดย จตุพล ภูอภิรมย์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ล้อต๊อก, พิศมัย วิไลศักดิ์, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เศรษฐา ศิระฉายา ฉายครั้งแรกวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2524ละครโทรทัศน์ ละครโทรทัศน์. บทประพันธ์นี้ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2515 แสดงโดย ชุมพร เทพพิทักษ์ และกนกวรรณ ด่านอุดม ออกอากาศทาง ช่อง 4 บางขุนพรหม ครั้งที่ 2 ออกอากาศทาง ช่อง 5 ในปี พ.ศ. 2522 สร้างโดย รัศมีดาวการละคร นำแสดงโดย นิรุตติ์ ศิริจรรยา, ดวงใจ หทัยกาญจน์ ได้รับความนิยมอย่างมาก ถือว่าโด่งดังมากมายเลยทีเดียว ต่อมา ออกอากาศทาง ช่อง 9 ถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2531 สร้างโดย สีบุญเรืองสยามสตูดิโอ นำแสดงโดย ทูน หิรัญทรัพย์, สาวิตรี สามิภักดิ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 สร้างโดย อัครมีเดีย นำแสดงโดย วรุฒ วรธรรม, ชลิตา เฟื่องอารมย์, บดินทร์ ดุ๊ก, คัทลียา กาญจนโรจน์, หนู เชิญยิ้ม ส่วนในปี พ.ศ. 2545 ออกอากาศทาง ช่อง 3 สร้างโดย อาร์เอส นำแสดงโดย ศรราม เทพพิทักษ์, กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ ออกอากาศทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม - 28 เมษายน 2545 ก็ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ออกอากาศทาง ช่อง TITV สร้างโดย ทีวี ธันเดอร์ นำแสดงโดย เกียรติกมล ล่าทา, ไดอาน่า จงจินตนาการ และล่าสุดในปี พ.ศ. 2558 ออกอากาศทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 สร้างโดย กู๊ดฟิลลิ่ง นำแสดงโดย ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, ราศรี บาเล็นซิเอก้าออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 3 - 26 กรกฎาคม 2558รายชื่อนักแสดงและการสร้าง
ใครเป็นผู้ประพันธ์นวนิยายเรื่องผู้กองยอดรัก
{ "answer": [ "กาญจนา นาคนันทน์" ], "answer_begin_position": [ 172 ], "answer_end_position": [ 188 ] }
2,867
207,283
ตำนานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือ วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ประวัติความเป็นมาของพระแก้วมรกตนี้ได้มีกล่าวไว้ในตำนานซึ่งมีรายละเอียดดังนี้สถาปนาพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต สถาปนาพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต. ตามตำนานพระแก้วมรกต ในบันทึกแนบท้ายพระราชพงศาวดารเหนือ ระบุไว้ว่า พระแก้วมรกตสร้างขึ้นในปี พุทธศักราช 500 โดยพระนาคเสนเถระ วัดอโศการาม กรุงปาฏลีบุตร ในแผ่นดินพระเจ้ามิลินท์ (เมนันเดอร์) โดยเริ่มแรก เริ่มจากพระนาคเสนเถระได้ปวารณา จะสร้างพระพุทธรูปให้สืบต่อพระพุทธศาสนาจรด 5000 พระพุทธศักราช จึงได้เป็นกังวลว่าจะหาวัสดุใดมาสร้างพระพุทธรูปนี้ ด้วยปริวิตกว่า หากใช้ไม้ ก็จะไม่อยู่ถึง 5000 พระชันษา หากใช้เหล็ก ก็อาจจะถูกนำไปหลอมละลายเมื่อคราวจะมีผู้ทำลาย หากจะใช้หินศิลาธรรมดา ก็จะดูเป็นพระพุทธรูปสามัญทั่วไป จึงได้ตกลงปลงใจเลือกใช้แก้วมณีมาจำหลักพระพุทธรูป เพียงแต่ยังกังวลว่าจะใช้แก้วมณีชนิดใด การนั้น สมเด็จพระอมรินทราธิราช พร้อมกับพระวิสสุกรรมเทพบุตร ได้จำแลงกายเป็นมานพธรรมดา ไปกราบนมัสการพระคุณเจ้าว่า ตนทั้งสองเป็นพ่อค้าเดินทางมาหลายที่ ได้ไปพบแก้วรัตนโสภณมณีโชติ อันมีรัตตนายกดิลกเฉลิม 3000 ดวง สีแดงสุกใส ที่เขาวิบุลบรรพต (เวฬุบรรพต) ณ ดินแดนห่างไกลโพ้น คิดว่าเป็นแก้วที่เหมาะสมควร แก่การนำมาจำหลักพระพุทธรูปให้สืบพระพุทธศาสนาจรด 5000 พระพุทธศักราช ว่าแล้วดังนั้น เมื่อถึงเขาวิบุลบรรพต สมเด็จพระอมรินทราธิราช จึงโปรดให้พระวิสสุกรรมเทพบุตร เข้าไปนำแก้วรัตนโสภณมณีโชติมา แต่พระวิสสุกรรมทรงกราบทูลว่า ยักษ์ผู้เฝ้าแก้วนั้นมิยอมมอบให้ สมเด็จพระอมรินทราธิราชจึงเสด็จด้วยพระองค์เอง พวกยักษ์ก็ยังกราบทูลไม่ถวายแก้วรัตนโสภณมณีโชติเช่นเดิม โดยทูลเหตุผลประกอบว่า แก้วนี้เป็นแก้วคู่บุญบารมีพระบรมศุลีจอมไกรลาส เป็นแก้วชั้นมหาจักรพรรดิ มิสามารถถวายให้ได้จริง สมเด็จพระอมรินทราธิราชจึงตรัสตอบว่า จะทรงนำไปจำหลักพระพุทธรูปให้สืบทอดพระพุทธศาสนาตลอดล่วง 5000 พระชันษา เหล่ายักษ์จึงประชุมกันและลงความเห็น มอบแก้วโลกาทิพยรัตตนายก อันมีรัตนายกดิลกเฉลิม 1000 ดวง สีเขียวทึบ (หยกอ่อน) ให้ไปแทน เมื่อถึงวัดอโศการาม จึงทรงมอบให้พระนาคเสน และพระวิษุกรรมจึงทรงจำหลักพระพุทธรูปองค์นี้ถวายดังพระประสงค์ เมื่อจำหลักเสร็จเรียบร้อยเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงาม ตามประสงค์ของพระนาคเสนเถระแล้ว พระนาคเสนจึงบอกบุญไปยังอุบาสก อุบาสิกา สร้างมหาวิหารใกล้กับอโศการาม แล้วอัญเชิญพระแก้วมรกตขึ้นประดิษฐานไว้เหนือแท่นรัตนบัลลังก์ และปฐมฐาปนาถวายพระนามว่า พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต นอกจากนี้ในตำนานยังระบุด้วยว่าขณะที่ประดิษฐานอยู่นั้น พ่อค้าวานิช และพระมหาราชาธิราชจากประเทศต่างๆที่มาสักการะ ต่างพบเห็นพระแก้วมรกตเปล่งพระรัศมีออกมางามหาที่เปรียบมิได้ เป็นที่น่าพิศวงยินดียิ่งนัก พระนาคเสนจึงได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ลงไปในพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต 7 พระองค์ คือพระโมลี พระนลาฏ พระนาภี พระหัตถ์ซ้าย-ขวา และพระเพลาซ้าย-ขวา แต่เมื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานแล้วนั้น เกิดเหตุการแผ่นดินไหวขึ้น พระนาคเสนเห็นเหตุการณ์นั้น จึงทราบด้วยฌานสมาบัติ และพยากรณ์ว่า พระแก้วองค์นี้ เห็นทีจะไม่ได้ดำรงพระชันษาตลอด 5000 พระพุทธศักราช หากจะให้ครบ ควรจะเสด็จไปโปรดสรรพสัตว์ในเบญจประเทศ คือ ลังกาทวีป กัมโพชะศรีอโยธยา โยนะวิสัย ปะมะหละวิสัย และ สุวรรณภูมิเสด็จลังกาทวีปและแผ่นดินกัมพูชา เสด็จลังกาทวีปและแผ่นดินกัมพูชา. พุทธศักราช 800 โดยประมาณในแผ่นดินพระเจ้าศิริกิตติกุมาร พระเชษฐราชโอรสในพระเจ้าตักละราช ขึ้นครองราชสมบัติเมืองปาฏลีบุตร เป็นช่วงที่เมืองปาฏลีบุตรเกิดมหากลียุค ทั้งมีการจลาจลภายในและข้าศึกภายนอก ผู้คนในปาฏลีบุตรที่เคารพนับถือพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต จึงลงความเห็นกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องอัญเชิญหนีมหาภยันตราย จึงอัญเชิญพระรัตนตรัย และพุทธบริษัท คือพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตในฐานะพระพุทธ พระไตรปิฎกธรรม ที่ประดิษฐานในวิหารนั้น พร้อมทั้งพระสงฆ์ พ่อค้าวานิชและชาวเมืองปาฏลีบุตรกลุ่มหนึ่ง ลงสู่สำเภาแล้วเดินทางลี้ภัยไปยังลังกาทวีป เมื่อถึงลังกาทวีปพระเจ้าแผ่นดินลังกาทวีปในสมัยนั้น(ไม่ได้ระบุพระนาม) ทรงรับรักษาพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตเป็นอย่างดียิ่ง และทรงอุปถัมภ์ค้ำชูชาวปาฏลีบุตรเป็นอย่างดีสมควรตามความดีความชอบ พุทธศักราช 1000 โดยประมาณในแผ่นดินศรีเกษตรพุกามประเทศ พระมหากษัตริย์ผู้ครองนครขณะนั้นคือพระเจ้าอนุรุทธราชาธิราช(ภาษาบาลี) หรือ มังมหาอโนรธาช่อ(ภาษามอญ) พระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีพระอานุภาพมาก บริบูรณ์ด้วยพลช้างพลม้าและทหารมากมาย แต่พระองค์ก็เป็นกษัตริย์ที่ตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฐิ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง พระศีลขันธ์ภิกษุ และพระอาจารย์(ไม่ได้ระบุนาม) ได้ทำการพิจารณาพระไตรปิฎก ท่านเกิดสงสัยว่าพระไตรปิฎกธรรมในแผ่นดินพม่ารามัญทั้งปวงนั้น เห็นจะผิดอักขระไม่ต้องตามกระแสพระพุทธฎีกา จึงทูลพระเจ้าอนุรุทธไปตามนั้น พระเจ้าอนุรุทธได้ทรงสดับก็มีพระศรัทธาเลื่อมใส จึงตรัสถามถึงที่ตั้งของพระไตรปิฎกธรรมฉบับที่ถูกต้อง พระศีลขันธ์จึงทูลว่า พระไตรปิฎกฉบับที่สมบูรณ์ถูกต้องนั้น คือพระไตรปิฎกฉบับพระพุทธโฆษาจารย์เถระที่ลังกาทวีป พระเจ้าอนุรุทธจึงมีพระราชโองการ ดำรัสสั่งเสนาบดีให้แต่งสำเภาเชิญพระราชสาส์นสองลำ ให้แต่งพระราชสาส์นเป็นภาษามคธจารลงในแผ่นพระสุพรรณบัฏ และเครื่องราชบรรณาการอันเป็นต้นว่าดินสอแก้ว น้ำมันดิน พลอย ทับทิม รัตนชาติหลากชนิด และสิ่งของอื่นๆเป็นอันมาก แล้วโปรดให้อาราธนาพระภิกษุที่ทรงคุณธรรม 8 รูป ซึ่งรวมถึงพระศีลขันธ์ภิกษุและพระอาจารย์ พร้อมด้วยเสนาอำมาตย์ราชบุรุษ ทั้งราชทูต อุปทูต ตรีทูต และไพร่พลพอสมควร คุมพระราชสาส์นและเครื่องมงคลบรรณาการ โดยที่พระองค์เองประทับสำเภาพระที่นั่ง และพลทหารบริวารอีกหนึ่งลำ รวมเป็นสี่ลำ มุ่งหน้าสู่ลังกาทวีป ราชทูตพุกามเข้าเฝ้าถวายสาส์น พระเจ้าขัตติยศรีรามวงศ์ พระเจ้าแผ่นดินลังกาทวีปก็เสด็จรับ ด้วยพระองค์เองที่พระราชวังริมฝั่งอ่าวลังกา พระสังฆราชลังกาก็ให้การอุปสมบทพระสงฆ์พุกามทั้ง 8 รูปเป็นภิกษุบริสุทธิ์พระเจ้าอนุรุทธ ดำรัสสั่งเสนาอำมาตย์ราชบัณฑิต ระดมคัดลอกพระไตรปิฎกและคัมภีร์สัททาวิเสส ซึ่งครั้งนั้น ชาวเมืองลังกาก็ช่วยคัดเพิ่มอีกสำรับหนึ่ง พระเจ้าอนุรุทธจึงขอพระราชทานพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต จากพระเจ้าขัตติยศรีรามวงศ์ ซึ่งด้วยเป็นพระราชไมตรีอันมาช้านานนั้น จึงต้องจำพระทัยยกให้ แต่ด้วยที่แผ่นศรีเกษตรพุกามนั้น มิได้เป็นแผ่นดินที่พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตจะประดิษฐาน เรือพระที่นั่งพระเจ้าอนุรุทธและเรือพระไตรปิฎกฉบับชาวพุกามคัดลอก สามารถกลับถึงกรุงพุกามได้เพียงสองลำ ส่วนเรือทรงพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต และพระไตรปิฎกฉบับชาวลังกาช่วยคัดลอกถูกพายุมรสุมพัด พลัดเข้าไปทางอ่าวกัมพูชาแทน พระเจ้านารายณ์ราชสุริยวงศ์ เจ้ากรุงอินทปัตถ์มหานคร แคว้นกัมพูชา มีพระรับสั่งว่า สำเภาซึ่งบรรทุกพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตกับพระไตรปิฎกนั้น เป็นของพระเจ้ากรุงพุกามจริงและทรงเห็นแก่พระราชไมตรี จึงทรงให้อำมาตย์คุมสำเภากลับไปถวายคืนแก่พระเจ้าอนุรุทธ แต่ส่งกลับไปเพียงพระไตรปิฎกเท่านั้น มิได้ส่งพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตไปด้วย แต่ถึงมิได้พระแก้วกลับมา พระเจ้าอนุรุทธก็ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และแก้ไขพระไตรปิฎกที่ผิดเพี้ยนทั้งหมดเสร็จสิ้นในปีพ.ศ. 1172เสด็จประทับ เชียงแสน ล้านนา ล้านช้าง เสด็จประทับ เชียงแสน ล้านนา ล้านช้าง. หลังจากที่พระแก้วมรกตได้ประดิษฐานอยู่กรุงอินทปัตถ์นานพอสมควร(ไม่ได้ระบุปี) ในแผ่นดินพระเจ้าเสน่ห์ราช เกิดพายุฝนขนาดใหญ่ตกเป็นนิจกาลยาวนานหลายเดือน(ไม่ได้ระบุ) พระเจ้าเสน่ห์ราชก็สวรรคตด้วยอุทกภัยนั้น พระมหาเถระ(ไม่ปรากฏพระนาม) ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตขึ้นสำเภาหนีไปยังที่ดอน พระเจ้าอติตะราช (อาทิตยราช) เจ้าครองนครอโยธยา(หมายถึงอโยธยาโบราณ) ทราบเรื่องจึงเสด็จกระบวนพยุหยาตรา ไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ในที่ปลอดภัย โดยทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตประดิษฐานในพระมหาเวชยันตปราสาท และได้ประดิษฐานในนครอโยธยาอีกหลายรัชสมัย ต่อมาเจ้าเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นพระบรมญาติกับกษัตริย์อโยธยาสมัยนั้น จึงทูลขอนำพระแก้วมรกตขึ้นไป ประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชรอีกหลายรัชสมัย ซึ่งปัจจุบันก็คือวัดพระแก้วกำแพงเพชร ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร พระเจ้าพรหมทัศน์เจ้านครหิรัญนครเงินยางเชียงแสนทรงทราบว่าพระบรมราชาธิราช เจ้าเมืองกำแพงเพชรมีพระแก้วมรกต พระเจ้าพรหมทัศน์มีพระราชประสงค์ใคร่จะได้ ไปเป็นศรีนครแก่นครเชียงแสนจึงทูลขอต่อพระเจ้ากำแพงเพชร ด้วยสันถวไมตรีพระเจ้ากำแพงเพชรจึงได้ถวายให้นครเชียงแสน ต่อมานครเชียงแสนเกิดมีศึกกับนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เจ้าผู้ครองนครเชียงแสนในเวลานั้นได้พิจารณาว่า หากนำพระแก้วมรกต หลบภัยสงครามไปด้วยอาจจะเกิดอันตรายกับพระแก้วมรกตได้ จึงได้ทำการพอกปูนจนทึบและลงรักปิดทองเสมือนพระพุทธรูปสามัญทั่วไป แล้วบรรจุเก็บไว้ในเจดีย์วัดป่าญะในเมืองเชียงแสน จากนั้นกษัตริย์และพระราชวงศ์อพยพผู้คนลงมาทางใต้ ส่วนเมืองเชียงแสนก็ถูกตีแตกและ ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาในที่สุด เป็นอันจบส่วนของตำนาน เพราะหลังจากมีการพบพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต ในเจดีย์ป่าญะ วัดพระแก้วงามเมืองนั้น ก็เป็นเหตุการณ์ที่ได้มีการบันทึกตรงกันในทุกสำนัก หากแต่คลาดเคลื่อนเรื่องวันเดือนปีไปบ้าง เนื่องจากการนับศักราชต่างกัน
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยมีชื่อว่าอะไร
{ "answer": [ "พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" ], "answer_begin_position": [ 134 ], "answer_end_position": [ 158 ] }
2,869
207,283
ตำนานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือ วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ประวัติความเป็นมาของพระแก้วมรกตนี้ได้มีกล่าวไว้ในตำนานซึ่งมีรายละเอียดดังนี้สถาปนาพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต สถาปนาพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต. ตามตำนานพระแก้วมรกต ในบันทึกแนบท้ายพระราชพงศาวดารเหนือ ระบุไว้ว่า พระแก้วมรกตสร้างขึ้นในปี พุทธศักราช 500 โดยพระนาคเสนเถระ วัดอโศการาม กรุงปาฏลีบุตร ในแผ่นดินพระเจ้ามิลินท์ (เมนันเดอร์) โดยเริ่มแรก เริ่มจากพระนาคเสนเถระได้ปวารณา จะสร้างพระพุทธรูปให้สืบต่อพระพุทธศาสนาจรด 5000 พระพุทธศักราช จึงได้เป็นกังวลว่าจะหาวัสดุใดมาสร้างพระพุทธรูปนี้ ด้วยปริวิตกว่า หากใช้ไม้ ก็จะไม่อยู่ถึง 5000 พระชันษา หากใช้เหล็ก ก็อาจจะถูกนำไปหลอมละลายเมื่อคราวจะมีผู้ทำลาย หากจะใช้หินศิลาธรรมดา ก็จะดูเป็นพระพุทธรูปสามัญทั่วไป จึงได้ตกลงปลงใจเลือกใช้แก้วมณีมาจำหลักพระพุทธรูป เพียงแต่ยังกังวลว่าจะใช้แก้วมณีชนิดใด การนั้น สมเด็จพระอมรินทราธิราช พร้อมกับพระวิสสุกรรมเทพบุตร ได้จำแลงกายเป็นมานพธรรมดา ไปกราบนมัสการพระคุณเจ้าว่า ตนทั้งสองเป็นพ่อค้าเดินทางมาหลายที่ ได้ไปพบแก้วรัตนโสภณมณีโชติ อันมีรัตตนายกดิลกเฉลิม 3000 ดวง สีแดงสุกใส ที่เขาวิบุลบรรพต (เวฬุบรรพต) ณ ดินแดนห่างไกลโพ้น คิดว่าเป็นแก้วที่เหมาะสมควร แก่การนำมาจำหลักพระพุทธรูปให้สืบพระพุทธศาสนาจรด 5000 พระพุทธศักราช ว่าแล้วดังนั้น เมื่อถึงเขาวิบุลบรรพต สมเด็จพระอมรินทราธิราช จึงโปรดให้พระวิสสุกรรมเทพบุตร เข้าไปนำแก้วรัตนโสภณมณีโชติมา แต่พระวิสสุกรรมทรงกราบทูลว่า ยักษ์ผู้เฝ้าแก้วนั้นมิยอมมอบให้ สมเด็จพระอมรินทราธิราชจึงเสด็จด้วยพระองค์เอง พวกยักษ์ก็ยังกราบทูลไม่ถวายแก้วรัตนโสภณมณีโชติเช่นเดิม โดยทูลเหตุผลประกอบว่า แก้วนี้เป็นแก้วคู่บุญบารมีพระบรมศุลีจอมไกรลาส เป็นแก้วชั้นมหาจักรพรรดิ มิสามารถถวายให้ได้จริง สมเด็จพระอมรินทราธิราชจึงตรัสตอบว่า จะทรงนำไปจำหลักพระพุทธรูปให้สืบทอดพระพุทธศาสนาตลอดล่วง 5000 พระชันษา เหล่ายักษ์จึงประชุมกันและลงความเห็น มอบแก้วโลกาทิพยรัตตนายก อันมีรัตนายกดิลกเฉลิม 1000 ดวง สีเขียวทึบ (หยกอ่อน) ให้ไปแทน เมื่อถึงวัดอโศการาม จึงทรงมอบให้พระนาคเสน และพระวิษุกรรมจึงทรงจำหลักพระพุทธรูปองค์นี้ถวายดังพระประสงค์ เมื่อจำหลักเสร็จเรียบร้อยเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงาม ตามประสงค์ของพระนาคเสนเถระแล้ว พระนาคเสนจึงบอกบุญไปยังอุบาสก อุบาสิกา สร้างมหาวิหารใกล้กับอโศการาม แล้วอัญเชิญพระแก้วมรกตขึ้นประดิษฐานไว้เหนือแท่นรัตนบัลลังก์ และปฐมฐาปนาถวายพระนามว่า พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต นอกจากนี้ในตำนานยังระบุด้วยว่าขณะที่ประดิษฐานอยู่นั้น พ่อค้าวานิช และพระมหาราชาธิราชจากประเทศต่างๆที่มาสักการะ ต่างพบเห็นพระแก้วมรกตเปล่งพระรัศมีออกมางามหาที่เปรียบมิได้ เป็นที่น่าพิศวงยินดียิ่งนัก พระนาคเสนจึงได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ลงไปในพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต 7 พระองค์ คือพระโมลี พระนลาฏ พระนาภี พระหัตถ์ซ้าย-ขวา และพระเพลาซ้าย-ขวา แต่เมื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานแล้วนั้น เกิดเหตุการแผ่นดินไหวขึ้น พระนาคเสนเห็นเหตุการณ์นั้น จึงทราบด้วยฌานสมาบัติ และพยากรณ์ว่า พระแก้วองค์นี้ เห็นทีจะไม่ได้ดำรงพระชันษาตลอด 5000 พระพุทธศักราช หากจะให้ครบ ควรจะเสด็จไปโปรดสรรพสัตว์ในเบญจประเทศ คือ ลังกาทวีป กัมโพชะศรีอโยธยา โยนะวิสัย ปะมะหละวิสัย และ สุวรรณภูมิเสด็จลังกาทวีปและแผ่นดินกัมพูชา เสด็จลังกาทวีปและแผ่นดินกัมพูชา. พุทธศักราช 800 โดยประมาณในแผ่นดินพระเจ้าศิริกิตติกุมาร พระเชษฐราชโอรสในพระเจ้าตักละราช ขึ้นครองราชสมบัติเมืองปาฏลีบุตร เป็นช่วงที่เมืองปาฏลีบุตรเกิดมหากลียุค ทั้งมีการจลาจลภายในและข้าศึกภายนอก ผู้คนในปาฏลีบุตรที่เคารพนับถือพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต จึงลงความเห็นกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องอัญเชิญหนีมหาภยันตราย จึงอัญเชิญพระรัตนตรัย และพุทธบริษัท คือพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตในฐานะพระพุทธ พระไตรปิฎกธรรม ที่ประดิษฐานในวิหารนั้น พร้อมทั้งพระสงฆ์ พ่อค้าวานิชและชาวเมืองปาฏลีบุตรกลุ่มหนึ่ง ลงสู่สำเภาแล้วเดินทางลี้ภัยไปยังลังกาทวีป เมื่อถึงลังกาทวีปพระเจ้าแผ่นดินลังกาทวีปในสมัยนั้น(ไม่ได้ระบุพระนาม) ทรงรับรักษาพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตเป็นอย่างดียิ่ง และทรงอุปถัมภ์ค้ำชูชาวปาฏลีบุตรเป็นอย่างดีสมควรตามความดีความชอบ พุทธศักราช 1000 โดยประมาณในแผ่นดินศรีเกษตรพุกามประเทศ พระมหากษัตริย์ผู้ครองนครขณะนั้นคือพระเจ้าอนุรุทธราชาธิราช(ภาษาบาลี) หรือ มังมหาอโนรธาช่อ(ภาษามอญ) พระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีพระอานุภาพมาก บริบูรณ์ด้วยพลช้างพลม้าและทหารมากมาย แต่พระองค์ก็เป็นกษัตริย์ที่ตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฐิ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง พระศีลขันธ์ภิกษุ และพระอาจารย์(ไม่ได้ระบุนาม) ได้ทำการพิจารณาพระไตรปิฎก ท่านเกิดสงสัยว่าพระไตรปิฎกธรรมในแผ่นดินพม่ารามัญทั้งปวงนั้น เห็นจะผิดอักขระไม่ต้องตามกระแสพระพุทธฎีกา จึงทูลพระเจ้าอนุรุทธไปตามนั้น พระเจ้าอนุรุทธได้ทรงสดับก็มีพระศรัทธาเลื่อมใส จึงตรัสถามถึงที่ตั้งของพระไตรปิฎกธรรมฉบับที่ถูกต้อง พระศีลขันธ์จึงทูลว่า พระไตรปิฎกฉบับที่สมบูรณ์ถูกต้องนั้น คือพระไตรปิฎกฉบับพระพุทธโฆษาจารย์เถระที่ลังกาทวีป พระเจ้าอนุรุทธจึงมีพระราชโองการ ดำรัสสั่งเสนาบดีให้แต่งสำเภาเชิญพระราชสาส์นสองลำ ให้แต่งพระราชสาส์นเป็นภาษามคธจารลงในแผ่นพระสุพรรณบัฏ และเครื่องราชบรรณาการอันเป็นต้นว่าดินสอแก้ว น้ำมันดิน พลอย ทับทิม รัตนชาติหลากชนิด และสิ่งของอื่นๆเป็นอันมาก แล้วโปรดให้อาราธนาพระภิกษุที่ทรงคุณธรรม 8 รูป ซึ่งรวมถึงพระศีลขันธ์ภิกษุและพระอาจารย์ พร้อมด้วยเสนาอำมาตย์ราชบุรุษ ทั้งราชทูต อุปทูต ตรีทูต และไพร่พลพอสมควร คุมพระราชสาส์นและเครื่องมงคลบรรณาการ โดยที่พระองค์เองประทับสำเภาพระที่นั่ง และพลทหารบริวารอีกหนึ่งลำ รวมเป็นสี่ลำ มุ่งหน้าสู่ลังกาทวีป ราชทูตพุกามเข้าเฝ้าถวายสาส์น พระเจ้าขัตติยศรีรามวงศ์ พระเจ้าแผ่นดินลังกาทวีปก็เสด็จรับ ด้วยพระองค์เองที่พระราชวังริมฝั่งอ่าวลังกา พระสังฆราชลังกาก็ให้การอุปสมบทพระสงฆ์พุกามทั้ง 8 รูปเป็นภิกษุบริสุทธิ์พระเจ้าอนุรุทธ ดำรัสสั่งเสนาอำมาตย์ราชบัณฑิต ระดมคัดลอกพระไตรปิฎกและคัมภีร์สัททาวิเสส ซึ่งครั้งนั้น ชาวเมืองลังกาก็ช่วยคัดเพิ่มอีกสำรับหนึ่ง พระเจ้าอนุรุทธจึงขอพระราชทานพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต จากพระเจ้าขัตติยศรีรามวงศ์ ซึ่งด้วยเป็นพระราชไมตรีอันมาช้านานนั้น จึงต้องจำพระทัยยกให้ แต่ด้วยที่แผ่นศรีเกษตรพุกามนั้น มิได้เป็นแผ่นดินที่พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตจะประดิษฐาน เรือพระที่นั่งพระเจ้าอนุรุทธและเรือพระไตรปิฎกฉบับชาวพุกามคัดลอก สามารถกลับถึงกรุงพุกามได้เพียงสองลำ ส่วนเรือทรงพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต และพระไตรปิฎกฉบับชาวลังกาช่วยคัดลอกถูกพายุมรสุมพัด พลัดเข้าไปทางอ่าวกัมพูชาแทน พระเจ้านารายณ์ราชสุริยวงศ์ เจ้ากรุงอินทปัตถ์มหานคร แคว้นกัมพูชา มีพระรับสั่งว่า สำเภาซึ่งบรรทุกพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตกับพระไตรปิฎกนั้น เป็นของพระเจ้ากรุงพุกามจริงและทรงเห็นแก่พระราชไมตรี จึงทรงให้อำมาตย์คุมสำเภากลับไปถวายคืนแก่พระเจ้าอนุรุทธ แต่ส่งกลับไปเพียงพระไตรปิฎกเท่านั้น มิได้ส่งพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตไปด้วย แต่ถึงมิได้พระแก้วกลับมา พระเจ้าอนุรุทธก็ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และแก้ไขพระไตรปิฎกที่ผิดเพี้ยนทั้งหมดเสร็จสิ้นในปีพ.ศ. 1172เสด็จประทับ เชียงแสน ล้านนา ล้านช้าง เสด็จประทับ เชียงแสน ล้านนา ล้านช้าง. หลังจากที่พระแก้วมรกตได้ประดิษฐานอยู่กรุงอินทปัตถ์นานพอสมควร(ไม่ได้ระบุปี) ในแผ่นดินพระเจ้าเสน่ห์ราช เกิดพายุฝนขนาดใหญ่ตกเป็นนิจกาลยาวนานหลายเดือน(ไม่ได้ระบุ) พระเจ้าเสน่ห์ราชก็สวรรคตด้วยอุทกภัยนั้น พระมหาเถระ(ไม่ปรากฏพระนาม) ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตขึ้นสำเภาหนีไปยังที่ดอน พระเจ้าอติตะราช (อาทิตยราช) เจ้าครองนครอโยธยา(หมายถึงอโยธยาโบราณ) ทราบเรื่องจึงเสด็จกระบวนพยุหยาตรา ไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ในที่ปลอดภัย โดยทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตประดิษฐานในพระมหาเวชยันตปราสาท และได้ประดิษฐานในนครอโยธยาอีกหลายรัชสมัย ต่อมาเจ้าเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นพระบรมญาติกับกษัตริย์อโยธยาสมัยนั้น จึงทูลขอนำพระแก้วมรกตขึ้นไป ประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชรอีกหลายรัชสมัย ซึ่งปัจจุบันก็คือวัดพระแก้วกำแพงเพชร ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร พระเจ้าพรหมทัศน์เจ้านครหิรัญนครเงินยางเชียงแสนทรงทราบว่าพระบรมราชาธิราช เจ้าเมืองกำแพงเพชรมีพระแก้วมรกต พระเจ้าพรหมทัศน์มีพระราชประสงค์ใคร่จะได้ ไปเป็นศรีนครแก่นครเชียงแสนจึงทูลขอต่อพระเจ้ากำแพงเพชร ด้วยสันถวไมตรีพระเจ้ากำแพงเพชรจึงได้ถวายให้นครเชียงแสน ต่อมานครเชียงแสนเกิดมีศึกกับนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ เจ้าผู้ครองนครเชียงแสนในเวลานั้นได้พิจารณาว่า หากนำพระแก้วมรกต หลบภัยสงครามไปด้วยอาจจะเกิดอันตรายกับพระแก้วมรกตได้ จึงได้ทำการพอกปูนจนทึบและลงรักปิดทองเสมือนพระพุทธรูปสามัญทั่วไป แล้วบรรจุเก็บไว้ในเจดีย์วัดป่าญะในเมืองเชียงแสน จากนั้นกษัตริย์และพระราชวงศ์อพยพผู้คนลงมาทางใต้ ส่วนเมืองเชียงแสนก็ถูกตีแตกและ ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาในที่สุด เป็นอันจบส่วนของตำนาน เพราะหลังจากมีการพบพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต ในเจดีย์ป่าญะ วัดพระแก้วงามเมืองนั้น ก็เป็นเหตุการณ์ที่ได้มีการบันทึกตรงกันในทุกสำนัก หากแต่คลาดเคลื่อนเรื่องวันเดือนปีไปบ้าง เนื่องจากการนับศักราชต่างกัน
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกตของไทยปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดใด
{ "answer": [ "พระศรีรัตนศาสดาราม" ], "answer_begin_position": [ 241 ], "answer_end_position": [ 259 ] }
2,870
43,810
ราชวงศ์โจว ราชวงศ์โจว หรือ ราชวงศ์จิว (ภาษาอังกฤษ:Zhou Dynasty, ภาษาจีนกลาง:周朝, พินอิน: Zhōu Cháo) ราชวงศ์ที่ 3 ในประวัติศาสตร์จีน เริ่มประมาณ 1123 ปีก่อนคริสต์ศักราช - 256 ปีก่อนคริสต์ศักราช นับเป็นราชวงศ์ที่ยาวนานที่สุด ด้วยเวลาที่ยาวนานกว่า 867 ปี มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่นการสู้รบระหว่างแว่นแคว้น การกำเนิดของปรัชญาเมธีหลายท่าน เช่น ขงจื๊อ, เล่าจื๊อ, ซุนวู เป็นต้น ในยุคชุนชิวกำเนิดราชวงศ์โจว กำเนิดราชวงศ์โจว. โจวอู่หวัง ได้โค่นราชวงศ์ซางลงแล้ว ได้ตั้งราชวงศ์โจวขึ้นแทน ได้เริ่มการปกครองด้วยระบบศักดินา คือแยกแผ่นดินออกเป็นแคว้นต่าง ๆ แล้วส่งเชื้อพระวงศ์แซ่ "จี" ของพระองค์ให้เป็น" อ๋อง" ไปปกครอง โดยพระองค์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ในยุคของราชวงศ์นี้สร้างความเจริญให้แก่บ้านเมืองมาก ทั้งด้านการเมือง การปกครอง ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ แต่มีช่วงเวลา ที่เข้มแข็งจริง ๆ คือราว ๆ 350 ปีก่อนคริสต์ศักราช ที่เรียกว่า ราชวงศ์โจวตะวันตก หรือ ซีโจว (Western Zhou) ที่มีเมืองหลวง คือ เฮ่าจิง ต่อมา สมัยของโจวอิวหวาง กษัตริย์องค์ที่ 12 ซึ่งหลงใหลมเหสีมาก มเหสีมีนามว่า เปาสี กล่าวกันว่านางเป็นคนสวยมาก แต่เป็นคนยิ้มไม่เป็น ทำให้โจวอิวหวางกลุ้มใจมาก ถึงกับตั้งรางวัลไว้พันตำลึง สำหรับผู้ที่ออกอุบายให้นางยิ้มได้ วันหนึ่ง คิดอุบายได้ด้วยการจุดพลุให้อ๋องต่าง ๆ เข้าใจว่า ข้าศึกบุกเมืองหลวงแล้ว เมื่อยกทัพมาถึงกลับไม่มีอะไร ทำให้เปาสียิ้มหัวเราะออกมาได้ แต่อ๋องต่าง ๆ โกรธมาก แล้วในที่สุด ก็มีข้าศึกยกมาตีเมืองหลวงจริง ๆ โจวอิวหวางได้จุดพลุขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีอ๋องคนไหนเชื่อ เลยไม่มีใครยกทัพมาช่วย ข้าศึกจึงตีเมืองได้ โจวอิวหวางถูกฆ่าตาย นางเปาสีถูกจับตัวไป ยิ้มของนางต่อมาถูกเรียกว่า "ยิ้มพันตำลึงทอง" ซึ่งเป็นยิ้มที่นำความวิบัติ มาสู่ราชวงศ์โจวโดยแท้ ต่อมา พวกอ๋องต่าง ๆ ได้ยกทัพมาช่วยตีข้าศึก แล้วตั้งโจวผิงหวาง โอรสของโจวอิวหวาง เป็นกษัตริย์ต่อไป ราชวงศ์โจวจึงต้องย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ลกเอี๋ยง (ลั่วหยาง ในปัจจุบัน) ซึ่งอยู่ทางตะวันออก เรียกว่า ราชวงศ์โจวตะวันออก หรือ ตงโจว (Eastern Zhou) หลังจากนั้น ราชวงศ์โจวก็บัญชาอ๋องต่าง ๆ ไม่ได้อีกต่อไป เนื่องจากอ๋องต่าง ๆ ต่างแข็งเมืองและรบกันเองระหว่างแว่นแคว้นเพื่อต้องการเป็นใหญ่ยุคชุนชิวและยุคจ้านกว๋อและราชวงศ์โจวล่มสลาย ยุคชุนชิวและยุคจ้านกว๋อและราชวงศ์โจวล่มสลาย. ยุคชุนชิว ชุนชิวเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แคว้นต่าง ๆ ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันเกิดสงครามระหว่างแคว้นผู้คนเดือดร้อนทุกข์ยากทำให้นักปราชญ์มีโอกาส เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปรัชญา ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และการปกครอง เพราะผู้คนในเวลานั้นต่างก็ต้องการที่พึ่ง ผู้ปกครองก็ต้องการแม่ทัพผู้ปราชญ์เปรื่อง จึงทำให้มีผู้คนมากมายรับฟังนักปราชญ์ อย่างขงจื้อ เล่าจื่อ และซุนวูผู้เขียนพิชัยสงคราม
ราชวงศ์โจวเป็นราชวงศ์ที่เท่าไรในประวัติศาสตร์จีน
{ "answer": [ "3" ], "answer_begin_position": [ 194 ], "answer_end_position": [ 195 ] }
2,872
43,810
ราชวงศ์โจว ราชวงศ์โจว หรือ ราชวงศ์จิว (ภาษาอังกฤษ:Zhou Dynasty, ภาษาจีนกลาง:周朝, พินอิน: Zhōu Cháo) ราชวงศ์ที่ 3 ในประวัติศาสตร์จีน เริ่มประมาณ 1123 ปีก่อนคริสต์ศักราช - 256 ปีก่อนคริสต์ศักราช นับเป็นราชวงศ์ที่ยาวนานที่สุด ด้วยเวลาที่ยาวนานกว่า 867 ปี มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่นการสู้รบระหว่างแว่นแคว้น การกำเนิดของปรัชญาเมธีหลายท่าน เช่น ขงจื๊อ, เล่าจื๊อ, ซุนวู เป็นต้น ในยุคชุนชิวกำเนิดราชวงศ์โจว กำเนิดราชวงศ์โจว. โจวอู่หวัง ได้โค่นราชวงศ์ซางลงแล้ว ได้ตั้งราชวงศ์โจวขึ้นแทน ได้เริ่มการปกครองด้วยระบบศักดินา คือแยกแผ่นดินออกเป็นแคว้นต่าง ๆ แล้วส่งเชื้อพระวงศ์แซ่ "จี" ของพระองค์ให้เป็น" อ๋อง" ไปปกครอง โดยพระองค์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ในยุคของราชวงศ์นี้สร้างความเจริญให้แก่บ้านเมืองมาก ทั้งด้านการเมือง การปกครอง ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ แต่มีช่วงเวลา ที่เข้มแข็งจริง ๆ คือราว ๆ 350 ปีก่อนคริสต์ศักราช ที่เรียกว่า ราชวงศ์โจวตะวันตก หรือ ซีโจว (Western Zhou) ที่มีเมืองหลวง คือ เฮ่าจิง ต่อมา สมัยของโจวอิวหวาง กษัตริย์องค์ที่ 12 ซึ่งหลงใหลมเหสีมาก มเหสีมีนามว่า เปาสี กล่าวกันว่านางเป็นคนสวยมาก แต่เป็นคนยิ้มไม่เป็น ทำให้โจวอิวหวางกลุ้มใจมาก ถึงกับตั้งรางวัลไว้พันตำลึง สำหรับผู้ที่ออกอุบายให้นางยิ้มได้ วันหนึ่ง คิดอุบายได้ด้วยการจุดพลุให้อ๋องต่าง ๆ เข้าใจว่า ข้าศึกบุกเมืองหลวงแล้ว เมื่อยกทัพมาถึงกลับไม่มีอะไร ทำให้เปาสียิ้มหัวเราะออกมาได้ แต่อ๋องต่าง ๆ โกรธมาก แล้วในที่สุด ก็มีข้าศึกยกมาตีเมืองหลวงจริง ๆ โจวอิวหวางได้จุดพลุขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีอ๋องคนไหนเชื่อ เลยไม่มีใครยกทัพมาช่วย ข้าศึกจึงตีเมืองได้ โจวอิวหวางถูกฆ่าตาย นางเปาสีถูกจับตัวไป ยิ้มของนางต่อมาถูกเรียกว่า "ยิ้มพันตำลึงทอง" ซึ่งเป็นยิ้มที่นำความวิบัติ มาสู่ราชวงศ์โจวโดยแท้ ต่อมา พวกอ๋องต่าง ๆ ได้ยกทัพมาช่วยตีข้าศึก แล้วตั้งโจวผิงหวาง โอรสของโจวอิวหวาง เป็นกษัตริย์ต่อไป ราชวงศ์โจวจึงต้องย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ลกเอี๋ยง (ลั่วหยาง ในปัจจุบัน) ซึ่งอยู่ทางตะวันออก เรียกว่า ราชวงศ์โจวตะวันออก หรือ ตงโจว (Eastern Zhou) หลังจากนั้น ราชวงศ์โจวก็บัญชาอ๋องต่าง ๆ ไม่ได้อีกต่อไป เนื่องจากอ๋องต่าง ๆ ต่างแข็งเมืองและรบกันเองระหว่างแว่นแคว้นเพื่อต้องการเป็นใหญ่ยุคชุนชิวและยุคจ้านกว๋อและราชวงศ์โจวล่มสลาย ยุคชุนชิวและยุคจ้านกว๋อและราชวงศ์โจวล่มสลาย. ยุคชุนชิว ชุนชิวเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แคว้นต่าง ๆ ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันเกิดสงครามระหว่างแคว้นผู้คนเดือดร้อนทุกข์ยากทำให้นักปราชญ์มีโอกาส เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปรัชญา ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และการปกครอง เพราะผู้คนในเวลานั้นต่างก็ต้องการที่พึ่ง ผู้ปกครองก็ต้องการแม่ทัพผู้ปราชญ์เปรื่อง จึงทำให้มีผู้คนมากมายรับฟังนักปราชญ์ อย่างขงจื้อ เล่าจื่อ และซุนวูผู้เขียนพิชัยสงคราม
ขงจื๊อเป็นนักปรัชญาจีนที่มีชื่อเสียงที่เกิดในสมัยราชวงศ์ใด
{ "answer": [ "ราชวงศ์โจว" ], "answer_begin_position": [ 95 ], "answer_end_position": [ 105 ] }
2,871
336,855
เฟมโตลิตร เฟมโตลิตร () เป็นหน่วยเมตริกของปริมาตร มีค่าเท่ากับ 10 ลิตร สามารถใช้ตัวย่อว่า fL หรือ fl หนึ่งเฟมโตลิตรมีค่าเท่ากับ 1 ลูกบาศก์ไมโครเมตร (1 μm)
เฟมโตลิตรเป็นหน่วยเมตริกของปริมาตร มีค่าเท่ากับกี่ลิตร
{ "answer": [ "10" ], "answer_begin_position": [ 146 ], "answer_end_position": [ 148 ] }
2,873
570,903
นกกระเต็นขาวดำใหญ่ นกกระเต็นขาวดำใหญ่ (; ) เป็นนกกระเต็นชนิดหนึ่ง ในวงศ์นกกระเต็นปักหลัก (Cerylidae) นกกระเต็นขาวดำใหญ่ เป็นนกกระเต็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ เพราะมีความยาวถึง 43 เซนติเมตร นับว่าเป็นนกระเต็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบได้ในประเทศไทย และจัดเป็นนกที่หาได้ยากมากชนิดหนึ่ง ด้วยที่เป็นนกที่มีถิ่นกระจายพันธุ์ตามแถบเทือกเขาหิมาลัย เช่น ภูฐาน และกระจายไปจนถึงภาคใต้ของจีน, คาบสมุทรเกาหลี และญี่ปุ่น สำหรับในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์จะพบได้ในประเทศไทย, ลาว และเวียดนาม ประเทศไทยจะพบได้เฉพาะผืนป่าตะวันตก เช่น อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร อาศัยตามลำธารน้ำกลางป่าซึ่งเป็นแหล่งหากิน นกกระเต็นขาวดำใหญ่ มีเสียงร้องว่า "แอ๊ก-แอ๊ก-แอ๊ก"
นกกระเต็นชนิดใดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
{ "answer": [ "นกกระเต็นขาวดำใหญ่" ], "answer_begin_position": [ 112 ], "answer_end_position": [ 130 ] }
2,874
246,918
บ่วงหงส์ บ่วงหงส์ เป็นนวนิยายของ กิ่งฉัตร หรือ ปาริฉัตร ศาลิคุปต์ ซึ่งเป็นภาคต่อจาก ตามรักคืนใจ ถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ด้วยกันการสร้างเป็นละครโทรทัศน์ การสร้างเป็นละครโทรทัศน์. ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2541 ผลิตโดยบริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล กำกับการแสดงโดย จรูญ ธรรมศิลป์ นำแสดงโดย จอห์น รัตนเวโรจน์, บุษกร พรวรรณะศิริเวช, ลิขิต เอกมงคล, วีรยุทธ รสโอชา, สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์ ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เริ่มออกอากาศปี พ.ศ. 2541 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2552 ผลิตโดยบริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด บทโทรทัศน์โดย ภาวิต กำกับการแสดงโดย วัชรา สังข์สุวรรณ นำแสดงโดย วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, เขมนิจ จามิกรณ์, กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์, เอกรัตน์ สารสุข, อานัส ฬาพานิช โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 20 พฤษภาคม - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 ผลิตโดยบริษัท ถนัดละคร จำกัด บทโทรทัศน์ ศุภวรรณ ทองขลิบ, เหมือนฝัน ขาวเหนือ, ศันสนีย์ ดุลยธนบดี กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ นำแสดงโดย จิรายุ ตั้งศรีสุข, คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ, น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ โดยฉบับนี้เป็นภาคต่อของ ตามรักคืนใจ เมื่อปี พ.ศ. 2558 เนื่องจากมีตัวละครหลัก สีหนาท (นายสิงห์), นารา (หนูนา), ราม (น้าราม) และขนิษฐา (คุณน้อง) ปรากฏตัวในเรื่อง โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560 - 24 เมษายน พ.ศ. 2560 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3นักแสดงรางวัลและการเข้าชิง
ใครคือผู้ประพันธ์นวนิยายไทยเรื่อง บ่วงหงส์
{ "answer": [ "กิ่งฉัตร" ], "answer_begin_position": [ 116 ], "answer_end_position": [ 124 ] }
2,875
246,918
บ่วงหงส์ บ่วงหงส์ เป็นนวนิยายของ กิ่งฉัตร หรือ ปาริฉัตร ศาลิคุปต์ ซึ่งเป็นภาคต่อจาก ตามรักคืนใจ ถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ด้วยกันการสร้างเป็นละครโทรทัศน์ การสร้างเป็นละครโทรทัศน์. ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2541 ผลิตโดยบริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล กำกับการแสดงโดย จรูญ ธรรมศิลป์ นำแสดงโดย จอห์น รัตนเวโรจน์, บุษกร พรวรรณะศิริเวช, ลิขิต เอกมงคล, วีรยุทธ รสโอชา, สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์ ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เริ่มออกอากาศปี พ.ศ. 2541 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2552 ผลิตโดยบริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด บทโทรทัศน์โดย ภาวิต กำกับการแสดงโดย วัชรา สังข์สุวรรณ นำแสดงโดย วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, เขมนิจ จามิกรณ์, กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์, เอกรัตน์ สารสุข, อานัส ฬาพานิช โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 20 พฤษภาคม - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 ผลิตโดยบริษัท ถนัดละคร จำกัด บทโทรทัศน์ ศุภวรรณ ทองขลิบ, เหมือนฝัน ขาวเหนือ, ศันสนีย์ ดุลยธนบดี กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ นำแสดงโดย จิรายุ ตั้งศรีสุข, คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ, น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ โดยฉบับนี้เป็นภาคต่อของ ตามรักคืนใจ เมื่อปี พ.ศ. 2558 เนื่องจากมีตัวละครหลัก สีหนาท (นายสิงห์), นารา (หนูนา), ราม (น้าราม) และขนิษฐา (คุณน้อง) ปรากฏตัวในเรื่อง โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560 - 24 เมษายน พ.ศ. 2560 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3นักแสดงรางวัลและการเข้าชิง
นวนิยายไทยเรื่อง บ่วงหงส์ เป็นภาคต่อของนวนิยายเรื่องอะไร
{ "answer": [ "ตามรักคืนใจ" ], "answer_begin_position": [ 167 ], "answer_end_position": [ 178 ] }
3,663
246,918
บ่วงหงส์ บ่วงหงส์ เป็นนวนิยายของ กิ่งฉัตร หรือ ปาริฉัตร ศาลิคุปต์ ซึ่งเป็นภาคต่อจาก ตามรักคืนใจ ถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ด้วยกันการสร้างเป็นละครโทรทัศน์ การสร้างเป็นละครโทรทัศน์. ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2541 ผลิตโดยบริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล กำกับการแสดงโดย จรูญ ธรรมศิลป์ นำแสดงโดย จอห์น รัตนเวโรจน์, บุษกร พรวรรณะศิริเวช, ลิขิต เอกมงคล, วีรยุทธ รสโอชา, สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์ ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เริ่มออกอากาศปี พ.ศ. 2541 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2552 ผลิตโดยบริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด บทโทรทัศน์โดย ภาวิต กำกับการแสดงโดย วัชรา สังข์สุวรรณ นำแสดงโดย วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, เขมนิจ จามิกรณ์, กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์, เอกรัตน์ สารสุข, อานัส ฬาพานิช โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 20 พฤษภาคม - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 ผลิตโดยบริษัท ถนัดละคร จำกัด บทโทรทัศน์ ศุภวรรณ ทองขลิบ, เหมือนฝัน ขาวเหนือ, ศันสนีย์ ดุลยธนบดี กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ นำแสดงโดย จิรายุ ตั้งศรีสุข, คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ, น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ โดยฉบับนี้เป็นภาคต่อของ ตามรักคืนใจ เมื่อปี พ.ศ. 2558 เนื่องจากมีตัวละครหลัก สีหนาท (นายสิงห์), นารา (หนูนา), ราม (น้าราม) และขนิษฐา (คุณน้อง) ปรากฏตัวในเรื่อง โดยเริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560 - 24 เมษายน พ.ศ. 2560 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3นักแสดงรางวัลและการเข้าชิง
ใครคือผู้แต่งนวนิยายไทยเรื่องบ่วงหงส์
{ "answer": [ "กิ่งฉัตร" ], "answer_begin_position": [ 116 ], "answer_end_position": [ 124 ] }
2,876
25,131
เริม โรคเริม () โรคเริมเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส ชื่อ "Herpes simplex" ซึ่งเชื้อไวรัสตัวนี้มีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดที่ทำให้เกิดแผล (cold sore) ที่พบบริเวณริมฝีปาก ทั้งบนและล่าง หรือมุมปาก พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และชนิดที่มักจะพบเริมบริเวณอวัยวะเพศ พบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ลักษณะอาการแบ่งได้เป็นหลายระยะ โดยจะเริ่มจากความรู้สึกคันหรือเจ็บยิบๆบริเวณที่จะเกิดแผล แล้วจะมีผื่น กลายเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำใสซึ่งภายหลังจะรวมตัวกันอยู่บนผิวหนังประมาณ 1-2 วัน จากนั้นตุ่มน้ำใสนี้ จะแตกออก และตกสะเก็ดแต่บางรายอาจเป็นนานกว่านั้นเกือบถึง 1 สัปดาห์ ทั้งนี้เราไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสเริมได้เด็ดขาด แต่เชื้อจะมีระยะพักตัว ซึ่งมักพักตัวอยู่ในเส้นประสาท และก่อให้เกิดตุ่มใสขึ้นอีกได้เสมอๆ ซึ่งขึ้นกับปัจจัยต่างๆ เช่น ภูมิคุ้มกันลดลง ความเครียดทางกายหรือจิตใจ ช่วงประจำเดือน เป็นต้นชนิดของไวรัสเริม ชนิดของไวรัสเริม. ในทางการแพทย์สามารถแยกเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคเริมเป็น 2 ชนิดคือ- 1. Herpes simplex virus type I : HSV-I มักทำให้กิดแผลบริเวณริมฝีปาก หรือ ในช่องปาก หรือบริเวณใดก็ได้เหนือสะดือ - 2. Herpes simplex virus type II : HSV-II ทำให้เกิดโรคเริมบริเวณอวัยวะเพศของทั้งชายและหญิง - ทั้งนี้ ไวรัสทั้งสองชนิดสามารถติดต่อในบริเวณที่ต่างจากปกติได้ เช่น HSV-I ก่อให้เกิดแผลที่อวัยวะเพศการติดต่อ การติดต่อ. เริมทั้ง 2 ชนิดนี้ ติดต่อกันได้ทางการสัมผัสโดยตรง เช่น การใช้แก้วน้ำร่วมกัน การจูบกันและติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโดยการสัมผัสสิ่งของที่ผู้มีเชื้อใช้ เช่น ผ้าเช็ดตัว ช้อน เป็นต้นการเกิดโรคซ้ำ การเกิดโรคซ้ำ. อาการแผลของเริมนี้อาจเกิดเป็นซ้ำได้อีก เนื่องจากเชื้อไวรัสเริมนี้จะเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาท (ganglion) และมักจะทำให้เป็นเริมซ้ำที่บริเวณเดิม หรือใกล้เคียงกับตำแหน่งเดิมเสมอ ปัจจัยที่ทำให้เป็นเริมซ้ำได้อีกมีดังนี้1. การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ 2. ความเครียด วิตกกังวล เช่น ทำงานหนัก ใกล้สอบ เป็นต้น 3. ความเจ็บป่วย ช่วงที่สุขภาพอ่อนแอ ทรุดโทรม ไม่ค่อยสบาย จะกลับเป็นเริมได้อีก 4. อากาศร้อน แสงแดด 5. ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ระหว่างมีประจำเดือนลักษณะของโรคเริม ลักษณะของโรคเริม. เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายประมาณ 6-8 วัน จะทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดตุ่มน้ำพองใสเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มละ 2-10 เม็ด ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถติดต่อไปสู่ผู้อื่นได้ ผู้ป่วยจะมีอาการคันหรือแสบร้อนรอบ ๆ ตุ่มใสนี้ ซึ่งต่อมาจะแตกออกเป็นแผลตื้น ๆ หลายแผลติดกัน ตกเสก็ด และหายไปในที่สุด ซึ่งมักจะไม่ก่อให้เกิดแผลเป็นเริมอวัยวะเพศ เริมอวัยวะเพศ. โรคเริมอวัยวะเพศนี้ มีอัตราการติดต่อสูง ซึ่งโดยมากมักจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่ การใช้ถุงยางอนามัยก็ไม่สามารถป้องกันได้ทีเดียวอาการของเริมอวัยวะเพศ อาการของเริมอวัยวะเพศ. มักจะเป็นรุนแรงในช่วงการติดเชื้อครั้งแรกโดยเริ่มปรากฏขึ้นประมาณ 2-3 วัน ถึง 3 อาทิตย์ หลังจากได้รับเชื้อ คือ มีอาการปวดแสบปวดร้อน ระคายเคืองบริเวณที่จะเกิดตุ่มแผล และอาจมีอาการปวดศีรษะ เป็นไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อก่อน เมื่อเวลาผ่านไปอีกประมาณ 10 วัน จะปรากฏมีตุ่มใส ๆ เกิดขึ้นและมีอาการเจ็บปวดมาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยหญิงอาการของโรคจะเกิดขึ้นนาน 3-6 อาทิตย์ หลังจากนั้นไวรัสอาจจะยังอาศัยและซ่อนตัวอยู่ในร่างกายอีกในสภาวะพักตัว และทำให้เกิดเป็น ๆ หาย ๆ มากหรือน้อยแล้วแต่บุคคล เช่น เมื่อมีอารมณ์เครียด มีประจำเดือน หรือมีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้นข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคเริมอวัยวะเพศข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคเริมอวัยวะเพศ. 1. งดเพศสัมพันธ์ หรือสัมผัสโดยตรงกับแผลจนกระทั่งแผลหายดีแล้ว พยายามละเว้นการแตะต้องกับบริเวณแผล เพราะอาจจะแพร่ไปสู่บริเวณร่างกายได้ 2. สวมชั้นในชนิดฝ้าย ละเว้นการสวมเครื่องนุ่งห่มหรือกางเกงที่คับหรือยีนส์ สตรีควรงดสวมกางเกงชนิดทำจากไนล่อนหรือลินิน 3. สตรีที่เป็นเริมอวัยวะเพศ โอกาสเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการตรวจ PAP SMEAR 1-2 ครั้งทุกเดือน 4. ทุกครั้งที่เปลี่ยนแพทย์ ให้เล่าประวัติการเกิดโรคเริมของตนเองกับแพทย์ที่ท่านมารักษาใหม่ 5. สตรีตั้งครรภ์ควรได้รับการตรวจเกี่ยวกับเริมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงใกล้คลอด ถ้าสงสัยว่าจะเป็นโรคเริมควรรีบปรึกษาแพทย์วิธีการรักษาวิธีการรักษา. - สามารถใช้ยาระงับความเจ็บปวดได้ เช่น พาราเซตตามอล ไอบูโปรเฟน ทั้งนี้ ห้ามใช้ แอสไพริน ในเด็ก เพราะอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ ที่ทำให้ถึงแก่ความตายได้ - การใช้ยาต้านไวรัสนี้ ปัจจุบันมี 3 ชนิด คือ1. Acyclovir 2. Famciclovir 3. Valaciclovir ซึ่งเป็นยากลุ่มที่ฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ โดยควรใช้ให้เร็วที่สุดก่อนที่ไวรัสจะเพิ่มจำนวน คือ ช่วงที่เริ่มรู้สึกคันๆ เจ็บๆ ที่บริเวณที่น่าจะเป็น หรือเคยเป็นมาก่อน (ช่วงที่ตุ่มน้ำใสแตกออกเป็นแผลคือ ช่วงที่ไวรัสหยุดเพิ่มจำนวน) และถ้านอนหลับพักผ่อนเพียงพอ อาจหายเองได้ใน 2-3 วันสรุปข้อแตกต่างของโรคเริมและโรคงูสวัด
โรคเริมเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัสอะไร
{ "answer": [ "Herpes simplex" ], "answer_begin_position": [ 141 ], "answer_end_position": [ 155 ] }
2,877
683,710
ริก ไรออร์แดน ริชาร์ด รัสเซิล "ริก" ไรออร์แดน (เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2507) เป็นนักเขียนชาวอเมริกันซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจากการเขียนนวนิยายชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสัน เขาได้ร่วมวางโครงเรื่องนวนิยายชุดปริศนาสมบัติอัจฉริยะ และเป็นผู้เขียนหนังสือผจญค่ายกลกระดูก ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกในชุด ในปีพ.ศ. 2555 ริกได้แต่งนวนิยายเกี่ยวกับเทพเจ้าอียิปต์โบราณ ในชื่อชุดThe Kane Chronicles และในปีพ.ศ. 2557 เขาได้แต่งนวนิยายชุดThe Heroes of Olympus ซึ่งเป็นภาคต่อของนวนิยายชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสัน ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเทพปกรณัมโรมันและกรีกผลงานเพอร์ซีย์ แจ็กสันผลงาน. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน. 1. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับสายฟ้าที่หายไป (2548) 2. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับอาถรรพ์ทะเลปีศาจ (2549) 3. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับคำสาปแห่งไททัน (2550) 4. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับปริศนาเขาวงกต (2551) 5. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับเทพองค์สุดท้าย (2552)วีรบุรุษแห่งโอลิมปัสวีรบุรุษแห่งโอลิมปัส. 1. วีรบุรุษผู้สาบสูญ (2553) 2. บุตรแห่งสมุทรเทพ (2554) 3. รอยตราอาธีนา (2555) 4. เคหาสน์แห่งฮาเดส (2556) 5. โลหิตแห่งโอลิมปัส (2557)การ์ตูนการ์ตูน. 1. The Lightning Thief Graphic Novel (2553) 2. The Sea of Monsters Graphic Novel (2556) 3. The Titan's Curse Graphic Novel (2556)หนังสือเพิ่มเติมหนังสือเพิ่มเติม. 1. แฟ้มลับมนุษย์กึ่งเทพ (2552) 2. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับบันทึกมนุษย์กึ่งเทพ (2555) 3. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับเรื่องเล่าของเหล่าเทพ (2557) 4. Percy Jackson’s Greek Heroes (2558)The Kane ChroniclesThe Kane Chronicles. 1. พีระมิดสีเลือด (2553) 2. บัลลังก์แห่งไฟ (2554) 3. ล่าเงาพญางู (2555) 4. The Kane Chronicles Survival Guide (2555) 5. The Red Pyramid Graphic Novel (2555)ปริศนาสมบัติอัจฉริยะปริศนาสมบัติอัจฉริยะ. 1. ปริศนาสมบัติอัจฉริยะ ตอน ผจญค่ายกลกระดูก (2551) 2. Introduction to The 39 Clues: The Black Book of Buried Secrets (2553) 3. Vespers Rising (2554)
ใครคือผู้ประพันธ์นวนิยายชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสัน
{ "answer": [ "ริก ไรออร์แดน" ], "answer_begin_position": [ 88 ], "answer_end_position": [ 101 ] }
2,878
120,945
สตีเวน คิง สตีเฟน เอ็ดวิน คิง () เป็นนักเขียนนิยายเขย่าขวัญ ชาวอเมริกัน เกิดวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2490 เคยใช้นามปากกาว่า ริชาร์ด บาร์คแมน (Richard Bachman) และ จอห์น สวิเธน (John Swithen) เขียนนวนิยายเรื่องแรกคือ Carrie ในปี พ.ศ. 2516 ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Doubleday & Co. มีนิยายของคิงถูกนำไปสร้างเป็น ภาพยนตร์ และบทละครโทรทัศน์ เช่น 'Salem' s Lot, It, Misery, Pet Sematary ในปี พ.ศ. 2546 มูลนิธิหนังสือแห่งชาติ (National Book Foundation) มอบรางวัล"เหรียญสำหรับผู้มีผลงานทางวรรณกรรมอเมริกันอันดีเด่น" ให้แก่สตีเฟน คิงประวัติ ประวัติ. สตีเฟน คิง เกิดเมื่อ 21 กันยายน พ.ศ. 2490 ที่เมืองพอร์ตแลนด์ ในรัฐเมน เป็นบุตรคนที่ 2 ของเอ็ดวิน คิง และ เนลลี รูธ พิลส์บูรี เขาเสียพ่อตั้งแต่วัยเด็ก ในปี 2509 เขาได้เข้าเรียนในภาควิชาภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยเมน ที่เมืองออรอโน หลังจบการศึกษาเขาได้สอนวิชาภาษาอังกฤษในเมืองแฮมปเดน ในรัฐเมน ด้านชีวิตส่วนตัว เขาสมรสกับทาบิธา คิง (นามกุลก่อนแต่งงาน; เจน สปรูซ) เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2514 ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 3 คนคือ นาโอมิ ราเชล คิง,โจ คิง และ โอเว่น คิง โดยที่ 2 คนสุดท้ายนี้มีอาชีพเป็นนักเขียนเช่นเดียวกับบิดา มารดาของพวกเขาเอง ในปี 2542 สตีเฟน คิง ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงด้วยการโดนรถชนระหว่างเดินออกกำลังกายตอนเช้าอยู่บนถนนใกล้บ้านในรัฐเมน เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเข้าทำการผ่าตัด ระหว่างการพักฟื้นร่างกาย จึงเขียนหนังสือชื่อ On Writing ซึ่งกล่าวถึงที่มาของการเขียนหนังสือ และแรงบันดาลใจที่ทำให้เขียนหนังสือหลายๆ เล่มผลงานนวนิยายผลงาน. นวนิยาย. - Carrie (พ.ศ. 2517)- แปลในชื่อ คืนนรก โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2526) - 'Salem's Lot (พ.ศ. 2518)- แปลในชื่อ ท้าสู้ผีนรก โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2526) - The Shining (พ.ศ. 2520)- แปลในชื่อ คืนนรก โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2529) - The Stand (พ.ศ. 2521)- แปลในชื่อ เดอะสแตนด์ โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2531) - The Dead Zone (พ.ศ. 2522)- แปลในชื่อ แดนมรณะ โดย เกียรติ (พ.ศ. 2524) - แปลในชื่อ มรณะดำ โดย สิทธิพร-วราภรณ์ (ไม่ทราบปีพิมพ์) - Firestarter (พ.ศ. 2523)- แปลในชื่อ เผามันเลย โดย สถาพร รายา (พ.ศ. 2524) - แปลในชื่อ หนูน้อยพลังเพลิง โดย อรรถพล (พ.ศ. 2531) - Cujo (พ.ศ. 2524)- แปลในชื่อ คูโจ โดย ปรีชา-ดวงตา (พ.ศ. 2524) - The Gunslinger (พ.ศ. 2525)- แปลในชื่อ เดนล่าเดน โดย ประดู่ลาย (พ.ศ. 2533) - แปลในชื่อ มือปืน โดย ตะวัน พงษ์บุรุษ (พ.ศ. 2548) - Pet Sematary (พ.ศ. 2526)- แปลในชื่อ สุสานคืนวิญญาณ โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2527) - Christine (พ.ศ. 2526)- แปลในชื่อ รถบ้า โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2526) - Cycle of the Werewolf (พ.ศ. 2526) - The Talisman (พ.ศ. 2527) ร่วมกับ- แปลในชื่อ ถอดวิญญาณ โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2528) - The Eyes of the Dragon (พ.ศ. 2527)- แปลในชื่อ พ่อมด โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2530) - It (พ.ศ. 2529)- แปลในชื่อ It โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (ไม่ทราบปีพิมพ์) - แปลในชื่อ อิท โดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล (พ.ศ. 2560) - The Dark Tower II: The Drawing of the Three (พ.ศ. 2530)- แปลในชื่อ ปริศนาแห่งสามประตู โดย ตะวัน พงษ์บุรุษ (พ.ศ. 2549) - Misery (พ.ศ. 2530)- แปลในชื่อ มิซรี่ โดย นัทยา (ไม่ทราบปีพิมพ์) - แปลในชื่อ ระทึก โดย วิทูรย์ ปฐม (พ.ศ. 2533) - The Tommyknockers (พ.ศ. 2531)- แปลในชื่อ ทอมมี่น็อคเกอร์ โดย ศักดิ์ บวร (ไม่ทราบปีพิมพ์) - The Dark Half (พ.ศ. 2532)- แปลในชื่อ ผีชั่วไม่ยอมตาย โดย ช. พันธ์พิมพ์ (พ.ศ. 2532) - The Dark Tower III: The Waste Lands (พ.ศ. 2534)- แปลในชื่อ มือปืนแดนสนธยา โดย กฤษฎา วิเศษสังข์ (พ.ศ. 2536) - Needful Things (พ.ศ. 2534)- แปลในชื่อ สู่ฝันสนธยา โดย วิทูรย์ ปฐม (พ.ศ. 2535) - Gerald's Game (พ.ศ. 2535)- แปลในชื่อ เกมกระตุกขวัญ โดย วิฑูรย์ ปฐม (พ.ศ. 2536) - Dolores Claiborne (พ.ศ. 2536)- แปลในชื่อ คำสารภาพ โดย อธิพงษ์ วาทิน (พ.ศ. 2536) - Insomnia (พ.ศ. 2537) - Rose Madder (พ.ศ. 2538)- แปลในชื่อ โรสแมดเดอร์ โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2543) - Desperation (พ.ศ. 2539) - The Green Mile (พ.ศ. 2539) - The Dark Tower IV: Wizard and Glass (พ.ศ. 2540) - Bag of Bones (พ.ศ. 2541)- แปลในชื่อ บ้านวิญญาณพะวง โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2546) - The Girl Who Loved Tom Gordon (พ.ศ. 2542) - Black House (พ.ศ. 2544) ร่วมกับ - Dreamcatcher (พ.ศ. 2544) - From a Buick 8 (พ.ศ. 2545)- แปลในชื่อ จากบิวอิก 8 โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2549) - The Dark Tower V: Wolves of the Calla (พ.ศ. 2546) - The Dark Tower VI: The Song of Susannah (พ.ศ. 2547) - The Dark Tower VII: Dark Tower (พ.ศ. 2547) - The Colorado Kid (พ.ศ. 2548) - Lisey's Story (พ.ศ. 2549) - Cell (พ.ศ. 2549)- แปลในชื่อ เซลล์ โดย นพดล เวชสวัสดิ์ (พ.ศ. 2549) - Duma Key (พ.ศ. 2551) - Under the Dome (พ.ศ. 2553) - 11/22/63 (พ.ศ. 2554)- แปลในชื่อ 11/22/63 วันสังหาร โดย นาลันทา คุปต์ (พ.ศ. 2557) - It: The 25th Anniversary Special Edition (พ.ศ. 2554) - The Dark Tower: The Wind Through the Keyhole (พ.ศ. 2555) - Doctor Sleep (พ.ศ. 2556) เล่มต่อจาก The Shining - Joyland (พ.ศ. 2556)- แปลในชื่อ จอยแลนด์ โดย ปัทมา อินทรรักขา (พ.ศ. 2558) - Mr. Mercedes (พ.ศ. 2557)- แปลในชื่อ มิสเตอร์เมอร์เซเดส โดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล (พ.ศ. 2559) - Revival (พ.ศ. 2557) - Finders Keepers (พ.ศ. 2558)- แปลในชื่อ ใครดีใครได้ (ภาคต่อมิสเตอร์เมอร์เซเดส) โดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล (พ.ศ. 2559) - End of Watch (พ.ศ. 2559)- แปลในชื่อ อวสาน (ภาคต่อใครดีใครได้) โดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล (พ.ศ. 2560)ภายใต้นามปากกา ริชาร์ด บาคแมน (Richard Bachman)ภายใต้นามปากกา ริชาร์ด บาคแมน (Richard Bachman). - Rage (พ.ศ. 2520)- แปลในชื่อ บีบให้บ้า โดย อนามิษ (พ.ศ. 2533) - The Long Walk (พ.ศ. 2522)- แปลในชื่อ แข่งนรก โดย อนามิษ (พ.ศ. 2533) - Roadwork (พ.ศ. 2524) - The Running Man (พ.ศ. 2525)- แปลในชื่อ เกมล่าฅนเหล็ก โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2531) - "Thinner' (พ.ศ. 2527)- แปลในชื่อ คำสาปยิปซี โดย จักกพันธุ์ อัศวกุล (พ.ศ. 2528) - The Regulators (พ.ศ. 2539) - Blaze (พ.ศ. 2550)รวมเรื่องสั้นรวมเรื่องสั้น. - Night Shift (พ.ศ. 2521) - Different Seasons (พ.ศ. 2525)- เรื่อง The Body แปลในชื่อ แสตนด์บายมี โดย วิฑูรย์ ปฐม (ไม่ทราบปีพิมพ์) - แปลเป็นชุดสามเล่ม โดย ป. สามโกเศศ (พ.ศ. 2527) ประกอบด้วย- เรื่อง Rita Hayworth and Shawshank Redemption แปลในชื่อ รีต้าเฮย์เวิ้ทและการไถ่ถอนที่ชอว์แชงค์ - เรื่อง Apt Pupil แปลในชื่อ เด็กแอพท์ - เรื่อง The Body แปลในชื่อ คดีฉ้อฉล - เรื่อง The Breathing Method แปลในชื่อ วิธีการหายใจ (รวมอยู่ในเล่มเดียวกับ คดีฉ้อฉล) - Skeleton Crew (พ.ศ. 2527)- แปลในชื่อ นรกตื่น โดย พิศวาท/โรมรัน (พ.ศ. 2528) - Four Past Midnight (พ.ศ. 2533)- แปลในชื่อ นาทีสยองขวัญ โดย วิทูรย์ ปฐม และ กฤษฎา วิเศษสังข์ (พ.ศ. 2534) - แปลในชื่อ แดนสยองขวัญ โดย ช.พันธ์พิมพ์ (พ.ศ. 2534) - Nightmares & Dreamscapes (พ.ศ. 2536)- แปลบางส่วนในชื่อ มาจากสนธยา โดย กิตติกานต์ อิศระ (พ.ศ. 2537) - แปลในชื่อ คืนแห่งฝันสยอง โดย กฤษดา วิเศษสังข์ (พ.ศ. 2538) - Hearts in Atlantis (พ.ศ. 2542) - Everything's Eventual (พ.ศ. 2545) - Just After Sunset (พ.ศ. 2551) - Stephen King Goes to the Movies (พ.ศ. 2552) - Full Dark, No Stars (พ.ศ. 2553) - The Bazaar of Bad Dreams (พ.ศ. 2558)ผลงานเชิงอัตชีวประวัติผลงานเชิงอัตชีวประวัติ. - On Writing (พ.ศ. 2545)หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book)หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book). - The Plant (พ.ศ. 2543; ยังไม่เสร็จสมบูรณ์) - Ur (พ.ศ. 2553) - Mile 81 (พ.ศ. 2554) - A Face in the Crowd (พ.ศ. 2555)
นวนิยายเรื่องแรกของสตีเฟน คิง คือเรื่องอะไร
{ "answer": [ "Carrie" ], "answer_begin_position": [ 299 ], "answer_end_position": [ 305 ] }
2,882
120,945
สตีเวน คิง สตีเฟน เอ็ดวิน คิง () เป็นนักเขียนนิยายเขย่าขวัญ ชาวอเมริกัน เกิดวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2490 เคยใช้นามปากกาว่า ริชาร์ด บาร์คแมน (Richard Bachman) และ จอห์น สวิเธน (John Swithen) เขียนนวนิยายเรื่องแรกคือ Carrie ในปี พ.ศ. 2516 ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Doubleday & Co. มีนิยายของคิงถูกนำไปสร้างเป็น ภาพยนตร์ และบทละครโทรทัศน์ เช่น 'Salem' s Lot, It, Misery, Pet Sematary ในปี พ.ศ. 2546 มูลนิธิหนังสือแห่งชาติ (National Book Foundation) มอบรางวัล"เหรียญสำหรับผู้มีผลงานทางวรรณกรรมอเมริกันอันดีเด่น" ให้แก่สตีเฟน คิงประวัติ ประวัติ. สตีเฟน คิง เกิดเมื่อ 21 กันยายน พ.ศ. 2490 ที่เมืองพอร์ตแลนด์ ในรัฐเมน เป็นบุตรคนที่ 2 ของเอ็ดวิน คิง และ เนลลี รูธ พิลส์บูรี เขาเสียพ่อตั้งแต่วัยเด็ก ในปี 2509 เขาได้เข้าเรียนในภาควิชาภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยเมน ที่เมืองออรอโน หลังจบการศึกษาเขาได้สอนวิชาภาษาอังกฤษในเมืองแฮมปเดน ในรัฐเมน ด้านชีวิตส่วนตัว เขาสมรสกับทาบิธา คิง (นามกุลก่อนแต่งงาน; เจน สปรูซ) เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2514 ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 3 คนคือ นาโอมิ ราเชล คิง,โจ คิง และ โอเว่น คิง โดยที่ 2 คนสุดท้ายนี้มีอาชีพเป็นนักเขียนเช่นเดียวกับบิดา มารดาของพวกเขาเอง ในปี 2542 สตีเฟน คิง ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงด้วยการโดนรถชนระหว่างเดินออกกำลังกายตอนเช้าอยู่บนถนนใกล้บ้านในรัฐเมน เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเข้าทำการผ่าตัด ระหว่างการพักฟื้นร่างกาย จึงเขียนหนังสือชื่อ On Writing ซึ่งกล่าวถึงที่มาของการเขียนหนังสือ และแรงบันดาลใจที่ทำให้เขียนหนังสือหลายๆ เล่มผลงานนวนิยายผลงาน. นวนิยาย. - Carrie (พ.ศ. 2517)- แปลในชื่อ คืนนรก โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2526) - 'Salem's Lot (พ.ศ. 2518)- แปลในชื่อ ท้าสู้ผีนรก โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2526) - The Shining (พ.ศ. 2520)- แปลในชื่อ คืนนรก โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2529) - The Stand (พ.ศ. 2521)- แปลในชื่อ เดอะสแตนด์ โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2531) - The Dead Zone (พ.ศ. 2522)- แปลในชื่อ แดนมรณะ โดย เกียรติ (พ.ศ. 2524) - แปลในชื่อ มรณะดำ โดย สิทธิพร-วราภรณ์ (ไม่ทราบปีพิมพ์) - Firestarter (พ.ศ. 2523)- แปลในชื่อ เผามันเลย โดย สถาพร รายา (พ.ศ. 2524) - แปลในชื่อ หนูน้อยพลังเพลิง โดย อรรถพล (พ.ศ. 2531) - Cujo (พ.ศ. 2524)- แปลในชื่อ คูโจ โดย ปรีชา-ดวงตา (พ.ศ. 2524) - The Gunslinger (พ.ศ. 2525)- แปลในชื่อ เดนล่าเดน โดย ประดู่ลาย (พ.ศ. 2533) - แปลในชื่อ มือปืน โดย ตะวัน พงษ์บุรุษ (พ.ศ. 2548) - Pet Sematary (พ.ศ. 2526)- แปลในชื่อ สุสานคืนวิญญาณ โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2527) - Christine (พ.ศ. 2526)- แปลในชื่อ รถบ้า โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2526) - Cycle of the Werewolf (พ.ศ. 2526) - The Talisman (พ.ศ. 2527) ร่วมกับ- แปลในชื่อ ถอดวิญญาณ โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2528) - The Eyes of the Dragon (พ.ศ. 2527)- แปลในชื่อ พ่อมด โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2530) - It (พ.ศ. 2529)- แปลในชื่อ It โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (ไม่ทราบปีพิมพ์) - แปลในชื่อ อิท โดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล (พ.ศ. 2560) - The Dark Tower II: The Drawing of the Three (พ.ศ. 2530)- แปลในชื่อ ปริศนาแห่งสามประตู โดย ตะวัน พงษ์บุรุษ (พ.ศ. 2549) - Misery (พ.ศ. 2530)- แปลในชื่อ มิซรี่ โดย นัทยา (ไม่ทราบปีพิมพ์) - แปลในชื่อ ระทึก โดย วิทูรย์ ปฐม (พ.ศ. 2533) - The Tommyknockers (พ.ศ. 2531)- แปลในชื่อ ทอมมี่น็อคเกอร์ โดย ศักดิ์ บวร (ไม่ทราบปีพิมพ์) - The Dark Half (พ.ศ. 2532)- แปลในชื่อ ผีชั่วไม่ยอมตาย โดย ช. พันธ์พิมพ์ (พ.ศ. 2532) - The Dark Tower III: The Waste Lands (พ.ศ. 2534)- แปลในชื่อ มือปืนแดนสนธยา โดย กฤษฎา วิเศษสังข์ (พ.ศ. 2536) - Needful Things (พ.ศ. 2534)- แปลในชื่อ สู่ฝันสนธยา โดย วิทูรย์ ปฐม (พ.ศ. 2535) - Gerald's Game (พ.ศ. 2535)- แปลในชื่อ เกมกระตุกขวัญ โดย วิฑูรย์ ปฐม (พ.ศ. 2536) - Dolores Claiborne (พ.ศ. 2536)- แปลในชื่อ คำสารภาพ โดย อธิพงษ์ วาทิน (พ.ศ. 2536) - Insomnia (พ.ศ. 2537) - Rose Madder (พ.ศ. 2538)- แปลในชื่อ โรสแมดเดอร์ โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2543) - Desperation (พ.ศ. 2539) - The Green Mile (พ.ศ. 2539) - The Dark Tower IV: Wizard and Glass (พ.ศ. 2540) - Bag of Bones (พ.ศ. 2541)- แปลในชื่อ บ้านวิญญาณพะวง โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2546) - The Girl Who Loved Tom Gordon (พ.ศ. 2542) - Black House (พ.ศ. 2544) ร่วมกับ - Dreamcatcher (พ.ศ. 2544) - From a Buick 8 (พ.ศ. 2545)- แปลในชื่อ จากบิวอิก 8 โดย สุวิทย์ ขาวปลอด (พ.ศ. 2549) - The Dark Tower V: Wolves of the Calla (พ.ศ. 2546) - The Dark Tower VI: The Song of Susannah (พ.ศ. 2547) - The Dark Tower VII: Dark Tower (พ.ศ. 2547) - The Colorado Kid (พ.ศ. 2548) - Lisey's Story (พ.ศ. 2549) - Cell (พ.ศ. 2549)- แปลในชื่อ เซลล์ โดย นพดล เวชสวัสดิ์ (พ.ศ. 2549) - Duma Key (พ.ศ. 2551) - Under the Dome (พ.ศ. 2553) - 11/22/63 (พ.ศ. 2554)- แปลในชื่อ 11/22/63 วันสังหาร โดย นาลันทา คุปต์ (พ.ศ. 2557) - It: The 25th Anniversary Special Edition (พ.ศ. 2554) - The Dark Tower: The Wind Through the Keyhole (พ.ศ. 2555) - Doctor Sleep (พ.ศ. 2556) เล่มต่อจาก The Shining - Joyland (พ.ศ. 2556)- แปลในชื่อ จอยแลนด์ โดย ปัทมา อินทรรักขา (พ.ศ. 2558) - Mr. Mercedes (พ.ศ. 2557)- แปลในชื่อ มิสเตอร์เมอร์เซเดส โดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล (พ.ศ. 2559) - Revival (พ.ศ. 2557) - Finders Keepers (พ.ศ. 2558)- แปลในชื่อ ใครดีใครได้ (ภาคต่อมิสเตอร์เมอร์เซเดส) โดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล (พ.ศ. 2559) - End of Watch (พ.ศ. 2559)- แปลในชื่อ อวสาน (ภาคต่อใครดีใครได้) โดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล (พ.ศ. 2560)ภายใต้นามปากกา ริชาร์ด บาคแมน (Richard Bachman)ภายใต้นามปากกา ริชาร์ด บาคแมน (Richard Bachman). - Rage (พ.ศ. 2520)- แปลในชื่อ บีบให้บ้า โดย อนามิษ (พ.ศ. 2533) - The Long Walk (พ.ศ. 2522)- แปลในชื่อ แข่งนรก โดย อนามิษ (พ.ศ. 2533) - Roadwork (พ.ศ. 2524) - The Running Man (พ.ศ. 2525)- แปลในชื่อ เกมล่าฅนเหล็ก โดย ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ (พ.ศ. 2531) - "Thinner' (พ.ศ. 2527)- แปลในชื่อ คำสาปยิปซี โดย จักกพันธุ์ อัศวกุล (พ.ศ. 2528) - The Regulators (พ.ศ. 2539) - Blaze (พ.ศ. 2550)รวมเรื่องสั้นรวมเรื่องสั้น. - Night Shift (พ.ศ. 2521) - Different Seasons (พ.ศ. 2525)- เรื่อง The Body แปลในชื่อ แสตนด์บายมี โดย วิฑูรย์ ปฐม (ไม่ทราบปีพิมพ์) - แปลเป็นชุดสามเล่ม โดย ป. สามโกเศศ (พ.ศ. 2527) ประกอบด้วย- เรื่อง Rita Hayworth and Shawshank Redemption แปลในชื่อ รีต้าเฮย์เวิ้ทและการไถ่ถอนที่ชอว์แชงค์ - เรื่อง Apt Pupil แปลในชื่อ เด็กแอพท์ - เรื่อง The Body แปลในชื่อ คดีฉ้อฉล - เรื่อง The Breathing Method แปลในชื่อ วิธีการหายใจ (รวมอยู่ในเล่มเดียวกับ คดีฉ้อฉล) - Skeleton Crew (พ.ศ. 2527)- แปลในชื่อ นรกตื่น โดย พิศวาท/โรมรัน (พ.ศ. 2528) - Four Past Midnight (พ.ศ. 2533)- แปลในชื่อ นาทีสยองขวัญ โดย วิทูรย์ ปฐม และ กฤษฎา วิเศษสังข์ (พ.ศ. 2534) - แปลในชื่อ แดนสยองขวัญ โดย ช.พันธ์พิมพ์ (พ.ศ. 2534) - Nightmares & Dreamscapes (พ.ศ. 2536)- แปลบางส่วนในชื่อ มาจากสนธยา โดย กิตติกานต์ อิศระ (พ.ศ. 2537) - แปลในชื่อ คืนแห่งฝันสยอง โดย กฤษดา วิเศษสังข์ (พ.ศ. 2538) - Hearts in Atlantis (พ.ศ. 2542) - Everything's Eventual (พ.ศ. 2545) - Just After Sunset (พ.ศ. 2551) - Stephen King Goes to the Movies (พ.ศ. 2552) - Full Dark, No Stars (พ.ศ. 2553) - The Bazaar of Bad Dreams (พ.ศ. 2558)ผลงานเชิงอัตชีวประวัติผลงานเชิงอัตชีวประวัติ. - On Writing (พ.ศ. 2545)หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book)หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book). - The Plant (พ.ศ. 2543; ยังไม่เสร็จสมบูรณ์) - Ur (พ.ศ. 2553) - Mile 81 (พ.ศ. 2554) - A Face in the Crowd (พ.ศ. 2555)
ใครเป็นผู้แปลนวนิยายเรื่อง The Shining ของสตีเฟน คิง ฉบับภาษาไทย
{ "answer": [ "สุวิทย์ ขาวปลอด" ], "answer_begin_position": [ 1670 ], "answer_end_position": [ 1685 ] }
2,879
62,240
เบอร์มิวดา เบอร์มิวดา เป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรในมหาสมุทรแอตแลนติก ตั้งอยู่นอกชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาห่างจากรัฐนอร์ทแคโรไลนาไปทางตะวันออก 580 ไมล์ เบอร์มิวดาเป็นดินแดนโพ้นทะเลที่เก่าแก่ที่สุดของสหราชอาณาจักร ที่ยังคงเหลืออยู่ โดยมีชาวอังกฤษมาตั้งรกรากก่อนการรวมตัวเป็นสหราชอาณาจักรถึงสองศตวรรษ โดยค้นพบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2152 (ค.ศ. 1609)การเมืองการปกครองนิติบัญญัติบริหารตุลาการ การเมืองการปกครอง. ตุลาการ. ในส่วนของฝ่ายตุลาการ อำนาจในการพิจารณาไต่สวน อยู่ภายใต้อำนาจของศาลสูงสุดแคริบเบียนตะวันออก ("") มีศาลฎีกาอยู่ในตำแหน่งสูงสุด การยื่นอุทธรณ์นั้นผ่านการพิจารณาจากศาลอุทธรณ์ ส่วนการยื่นฎีกาจะยื่นให้คณะกรรมการฝ่ายตุลาการแห่งองคมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร (Privy Council) เป็นผู้พิจารณากองทัพประชากรศาสตร์ศาสนา ประชากรศาสตร์. ศาสนา. ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ภาษา ภาษา. ภาษาทางการประจำหมู่เกาะคือภาษาอังกฤษวัฒนธรรมวันหยุดกีฬา
เบอร์มิวดาเป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรในมหาสมุทรใด
{ "answer": [ "แอตแลนติก" ], "answer_begin_position": [ 149 ], "answer_end_position": [ 158 ] }
2,880
62,240
เบอร์มิวดา เบอร์มิวดา เป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรในมหาสมุทรแอตแลนติก ตั้งอยู่นอกชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาห่างจากรัฐนอร์ทแคโรไลนาไปทางตะวันออก 580 ไมล์ เบอร์มิวดาเป็นดินแดนโพ้นทะเลที่เก่าแก่ที่สุดของสหราชอาณาจักร ที่ยังคงเหลืออยู่ โดยมีชาวอังกฤษมาตั้งรกรากก่อนการรวมตัวเป็นสหราชอาณาจักรถึงสองศตวรรษ โดยค้นพบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2152 (ค.ศ. 1609)การเมืองการปกครองนิติบัญญัติบริหารตุลาการ การเมืองการปกครอง. ตุลาการ. ในส่วนของฝ่ายตุลาการ อำนาจในการพิจารณาไต่สวน อยู่ภายใต้อำนาจของศาลสูงสุดแคริบเบียนตะวันออก ("") มีศาลฎีกาอยู่ในตำแหน่งสูงสุด การยื่นอุทธรณ์นั้นผ่านการพิจารณาจากศาลอุทธรณ์ ส่วนการยื่นฎีกาจะยื่นให้คณะกรรมการฝ่ายตุลาการแห่งองคมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร (Privy Council) เป็นผู้พิจารณากองทัพประชากรศาสตร์ศาสนา ประชากรศาสตร์. ศาสนา. ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ภาษา ภาษา. ภาษาทางการประจำหมู่เกาะคือภาษาอังกฤษวัฒนธรรมวันหยุดกีฬา
ภาษาทางการประจำหมู่เกาะเบอร์มิวดาคือภาษาอะไร
{ "answer": [ "ภาษาอังกฤษ" ], "answer_begin_position": [ 914 ], "answer_end_position": [ 924 ] }
2,881
14,922
กุหลาบเมาะลำเลิง กุหลาบเมาะลำเลิง หรือ กุหลาบเทียม (; ) เป็นพืชพื้นเมืองของบราซิลทางตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เป็นพืชสมุนไพร และใบรับประทานได้ แม้ว่าจะเป็นพืชกลุ่มเดียวกับกระบองเพชร แต่แตกกิ่งเป็นพุ่มเล็ก ๆ สูง 2-5 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลอมเทาหนา 20 เซนติเมตร หนามสีดำหรือน้ำตาล ใบยาว 9-23 เซนติเมตร ช่อดอกเกิดที่ปลายกิ่ง มี 10-15 ดอก ดอกมีรูปร่างคล้ายกุหลาบ กุหลาบเมาะลำเลิงมีหลายพันธุ์ พันธุ์ grandifolia มีริ้วประดับสีเขียวและดอกสีชมพู เป็นไม้พื้นเมืองของบราซิลตะวันออกและแพร่หลายไปทั่วเขตร้อนของทวีปอเมริกา พันธุ์ violacea มีสีม่วงอมชมพูหรือสีม่วง เป็นพืชพื้นเมืองของเอสปิริโต ซันโต และมินาส เฆราอิส
กุหลาบเมาะลำเลิงหรือกุหลาบเทียมเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศใด
{ "answer": [ "บราซิล" ], "answer_begin_position": [ 164 ], "answer_end_position": [ 170 ] }
2,883
53,379
สยามมกุฎราชกุมาร สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารของประเทศไทย ซึ่งเป็นพระอิสริยยศของผู้ที่จะสืบราชสมบัติต่อจากพระมหากษัตริย์ไทย โดยสยามมกุฎราชกุมารจะดำรงพระยศนี้ไปจนกว่าพระมหากษัตริย์จะสวรรคตหรือสละราชสมบัติ พระอิสริยยศนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ทรงกำหนดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2429 เพื่อเป็นรัชทายาทแทนกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ วังหน้า และตำแหน่งพระมหาอุปราช ซึ่งใช้สืบเนื่องมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาประวัติ ประวัติ. ในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงตรากฎมณเฑียรบาลซึ่งมีการลำดับยศของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทั่วไป ในกฎมณเฑียรบาลนั้นลำดับพระยศของพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ที่ประสูติแต่พระอัครมเหสีเป็น "สมเด็จหน่อพระพุทธเจ้า" มีพระเกียรติยศเหนือกว่าพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งปวง แต่ก็ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่า ตำแหน่งสมเด็จหน่อพระพุทธเจ้าเป็นรัชทายาท จนกระทั่ง ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงตราพระราชกำหนดศักดินาพลเรือนขึ้น จึงทรงกำหนดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอซึ่งได้เฉลิมพระราชมณเฑียรแล้วทรงศักดินาหนึ่งแสนดำรงพระราชอิสริยยศเป็นพระมหาอุปราช แต่ตำแหน่งพระมหาอุปราชก็หาได้แต่งตั้งในทุกแผ่นดินไม่ ส่วนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้น พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งพระมหาอุปราช (กรมพระราชวังบวรสถานมงคล) ในทุกรัชกาล โดยเป็นตำแหน่งสำหรับพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ผู้มีความดีความชอบยิ่งใหญ่เฉพาะพระองค์ เมื่อพระมหาอุปราชพระองค์นั้นเสด็จสวรรคตแล้ว แต่ถ้ายังไม่มีพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใดที่มีความชอบเสมอเหมือน พระมหากษัตริย์ก็มิทรงแต่งตั้งพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใดที่พระมหาอุปราช จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเสด็จทิวงคต พระองค์มีพระราชดำริว่า ตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและอาจทำให้ชาวต่างประเทศเข้าใจสับสน และมีพระราชดำริว่า พระราชอิสริยยศ "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช" ซึ่งเรียกว่า สมเด็จหน่อพระพุทธเจ้า ที่ได้ตั้งขึ้นไว้ตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เป็นตำแหน่งที่สอดคล้องตามแบบอย่างการสืบสันตติวงศ์ของพระมหากษัตริย์ในนานาอารยประเทศ ที่มีราชประเพณีแต่งตั้งพระราชโอรสองค์ใหญ่เป็นมกุฎราชกุมารดำรงตำแหน่งรัชทายาท จึงมีพระบรมราชโองการประกาศยกเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2428 และโปรดให้มีตำแหน่ง "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร" ซึ่งเป็นตำแหน่งที่จะทรงเป็นรัชทายาทสืบราชสันตติวงศ์สืบไปธงประจำพระองค์ ธงประจำพระองค์. ธงประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เรียกว่า ธงเยาวราช มีขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2440 ธงมีพื้นสีขาบ ขนาดกว้าง 5 ส่วน ยาว 6 ส่วน รูปเครื่องหมายกลางธงเหมือนอย่างธงมหาราช กล่าวคือ ตรงกลางเป็นรูปโล่ ในโล่แบ่งออกเป็น 3 ช่อง ช่องบนเป็นรูปช้างไอยราพตอยู่บนพื้นสีเหลืองบอกนามสยามเหนือ สยามใต้ และสยามกลาง ช่องล่างข้างขวาเป็นรูปช้างเผือกอยู่บนพื้นชมพูหันออกไปข้างเสา เป็นนามสัญญาแห่งลาวประเทศ ช่องล่างซ้ายเป็นรูปกฤชคดและตรง สองอันไขว้กันอยู่บนพื้นแดงบอกนามสัญญามลายูประเทศ เบื้องบนแห่งโล่มีจักรีไขว้กันและมีพระมหาพิชัยมงกุฎสวมอยู่บนจักรี แต่เครื่องสูงข้างโล่ของธงเยาวราชนั้นเป็น 5 ชั้น ธงเยาวราชนี้สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ในเรือพระที่นั่งหรือเรือลำหนึ่งลำใด ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารเสด็จโดยอิสริยยศเป็นที่หมายให้ปรากฏว่าได้เสด็จอยู่ในเรือลำนั้น ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดให้ยกเลิกธงเยาวราชแล้วเปลี่ยนเป็น ธงเยาวราชใหญ่ และ ธงเยาวราชน้อย ปัจจุบัน ธงเยาวราชใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นธงมี 2 สี พื้นรอบนอกสีขาบ พื้นรอบในสีเหลืองกว้างยาวครึ่งส่วนของพื้นรอบนอก ตรงกลางรอบในมีรูปครุฑพ่าห์สีแดง ส่วนธงเยาวราชน้อยแบ่งความยาวออกเป็น 2 ตอน ตอนต้นมีลักษณะและสัณฐานเหมือนกับธงเยาวราชใหญ่แต่กว้างไม่เกินกว่า 60 เซนติเมตร ตอนปลายมีลักษณะเป็นชายต่อสีขาวแปลงเป็นรูปธงยาวเรียว โดยให้ปลายสุดกว้างครึ่งหนึ่งของต้น ปลายธงตัดเป็นแฉกรูปหางนกแซงแซวลึก 3 ใน 8 ส่วนของความยาวของผืนธง ความยาวของผืนธงเป็น 8 เท่าของความกว้างของตอนต้น ธงนี้ถ้าชักขึ้นแทนธงเยาวราชใหญ่ หมายความว่า โปรดเกล้าฯ ให้งดการยิงสลุตถวายคำนับเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยยศ. เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศประจำตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ในปัจจุบัน ประกอบด้วย- พระสุพรรณบัฏ พร้อมหีบทองคำลงยา ภปร. ประดับเพชร และพระราชลัญจกร - หมวดเครื่องศิราภรณ์- พระอนุราชมงกุฎ - พระมาลาเส้าสูงเครื่องทองคำลงยา - หมวดเครื่องศัสตราวุธ- พระแสงฝักทองเกลี้ยง - พระแสงกระบี่สันปรุทองคำลงยาศีรษะนาคสามเศียร - หมวดเครื่องราชภรณ์อันเป็นมงคล- พระสังวาลพระนพน้อย พระประคำทองคำ พระดิ่งทองคำสายทอง พระตะกรุดทองคำลงยาประดับเพชรสายทอง พระธำมรงค์นพรัตน์ - หมวดเครื่องราชูปโภค- พานพระศรีทองคำลงยาเครื่องพร้อม พระคนโททองคำลงยาพร้อมพานรอง พระสุวรรณศรีทองคำลงยา หีบพระศรีไม้แดงหุ้มทองคำลงยาพร้อมพานรอง ที่ชงทองคำเครื่องพร้อม กากระบอกทองคำรายพระนามสยามมกุฎราชกุมาร รายพระนามสยามมกุฎราชกุมาร. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร จนถึงปัจจุบันมีทั้งหมด 3 พระองค์ ได้แก่
สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารของประเทศใด
{ "answer": [ "ไทย" ], "answer_begin_position": [ 159 ], "answer_end_position": [ 162 ] }
2,884
285,728
พระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค) มหาอำมาตย์เอก พระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค) เป็นบุตรพระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม) มารดาชื่อ ศิลา เกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2405 เป็นสามัญชนคนแรกที่ดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และลงนามในธนบัตร มีผลงานด้านการเงินการคลังที่สำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงระบบเงินตรา การใช้สตางค์แทนอัฐ การเสนอแนวคิดให้ตั้งธนาคารชาติ และการปฏิรูประบบภาษีโดยให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการเอง นอกจากนั้นยังประพันธ์ตำราเศรษฐศาสตร์เรื่องทรัพยศาสตร์ และปัจจุบันยังเป็นหนังสือที่ได้รับคัดเลือกว่าเป็นหนึ่งใน 100 เล่มหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน ด้วยเหตุผลว่า “เป็นหนังสือที่นอกจากจะให้ความรู้เรื่องหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ยังให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยและทัศนะที่คนไทยยุคก่อนมองปัญหาเศรษฐกิจไทย รวมทั้งถือเป็นตำราเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของคนไทย”ประวัติ ประวัติ. พระยาสุริยานุวัตร มีนามว่า "เกิด" เกิดในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นบุตรลำดับที่ 22 ของพระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม) เมื่อเยาว์เข้าศึกษาหนังสือไทยที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ต่อมาในปี พ.ศ. 2414 เดินทางไปศึกษาวิชาที่ปีนังและกัลกัตตา เป็นเวลา 5 ปี จึงกลับมาเข้ารับราชการในกรมมหาดเล็ก ตำแหน่งนายเวรฤทธิมหาดเล็ก ในปี พ.ศ. 2419 ต่อมารับราชการกระทรวงมหาดไทย ตำแหน่งผู้ช่วยข้าหลวงตะวันตก มีหน้าที่เป็นผู้เก็บและจ่ายเงินหลวง และเป็นล่ามทำหนังสือราชการเกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2427 ได้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสุริยานุวัตร และยังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยข้าหลวงมณฑลพายัพในเวลาต่อมาและกำกับตำแหน่งกรมคลังเมืองเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ในปี พ.ศ. 2430 เป็นผู้ช่วยทูตประจำราชสำนักเซนต์เจมส์ กรุงลอนดอน ในระหว่งนี้ยังเรียบเรียงหนังสือเรื่องขนบธรรมเนียมราชการต่างประเทศขึ้น และถือว่าเป็นตำรากฎหมายและการปฏิบัติระหว่างประเทศ เรื่องการทูตภาษาไทยเล่มแรก ต่อมา พ.ศ. 2432 ดำรงตำแหน่งตำแหน่งอุปทูตประจำกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในปี พ.ศ. 2439 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสุริยานุวัตร เป็นอัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และรัสเซีย ระหว่างนี้ได้รับมอบอำนาจลงนามในสัญญากับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 ผลของสัญญานี้ ทำให้ฝรั่งเศสถอนทหารจากจังหวัดจันทบุรีหมดเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2447 ในปี พ.ศ. 2448 กลับมารับราชการรับราชการในตำแหน่งรักษาการแทน เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ เป็นเสนาบดี ในปีนี้ยังได้รับพระราชทานยศเป็นมหาอำมาตย์เอก ต่อมาในปี พ.ศ. 2449 เป็นเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ท่านจัดการโอนจำหน่ายฝิ่นจากนายอากรมาเป็นรัฐบาลทำเอง ยังคิดวิธีเปลี่ยนระบบการเงินของไทย จากมาตราเงินเป็นมาตราทองคำ และคิดทำสตางค์ขึ้นใช้แทนอัฐ ต่อมาลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2450 ในสมัยรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี ท่านเขียนหนังสือเรื่องทรัพยศาสตร์จำนวน 3 เล่ม ซึ่งถือว่า เป็นตำราเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของประเทศไทย นอกจากนั้นยังได้เขียนบทความทางเศรษฐกิจลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ศรีกรุง บทความที่สำคัญและมีชื่อเสียงมากคือ เรื่อง ธนาคารชาติ ในปี พ.ศ. 2476 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ทำหน้าที่ เป็นที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาลที่มีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายก เป็นตัวแทนของรัฐบาลไปเจรจากับเจ้านายฝ่ายเหนือ เรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนถึงอนิจกรรมในรัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2479 ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมอายุ 74 ปีครอบครัว ครอบครัว. ด้านชีวิตส่วนตัว มีภรรยาชื่อ คุณหญิงลิ้นจี่ ธิดาพระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) มีบุตรธิดา 7 คน คือหลวงสุริยพงศ์พิสุทธิแพทย์ (กระจ่าง) แพทย์ประจำกรมรถไฟหลวง ดร.ประจวบ บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เกียรติ และจรัล ส่วนธิดาได้แก่ หม่อมลินจง เป็นหม่อมห้ามในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และลำจวน เป็นนางพระกำนัลในรัชกาลที่ 6
ใครคือบิดาของมหาอำมาตย์เอก พระยาสุริยานุวัตร
{ "answer": [ "พระยามนตรีสุริยวงศ์" ], "answer_begin_position": [ 192 ], "answer_end_position": [ 211 ] }
2,885
54,528
ท้อ ลูกท้อ (; ; ชื่อวิทยาศาสตร์: Prunus persica) เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน จัดเป็นไม้พุ่มผลัดใบ อยู่ในสกุล Prunus อันเป็นสกุลเดียวกันกับ ซากุระ, บ๊วย, เชอร์รี่ หรือนางพญาเสือโคร่ง ท้อจัดเป็นไม้เมืองหนาวที่จะขึ้นได้ดีในที่ ๆ มีความสูงตั้งแต่ 3,000 ฟุตขึ้นไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 10 องศาเซลเซียส ทนแล้งได้ดี เป็นไม้ใบเดี่ยว เรียงสลับ ขอบใบจัก ดอกเดี่ยว มักออกเป็นกระจุก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวหรืออาจเป็นสีแดง หรือชมพู ดอกจะแตกออกมาก่อนใบ ผลเป็นผลสดเมล็ดเดี่ยว มีขนปกคลุมทั่วบริเวณผิว ท้อนับเป็นผลไม้ที่ใช้ประโยชน์ในการรับประทานมาอย่างยาวนาน และได้รับความนิยมไปทั่วโลก นอกจากนี้แล้วในวัฒนธรรมของชนชาติต่าง ๆ จะมีท้อเข้ามาร่วมอยู่ด้วย ได้แก่ ชาวจีนมีความเชื่อว่า ท้อเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว และเกี่ยวข้องกับการกับการป้องกันสิ่งชั่วร้าย ถ้าดอกท้อของบานในระหว่างการฉลองวันปีใหม่ หมายถึง ปีต่อไปจะเป็นปีของโชคลาภ และดอกท้อยังใช้ประดับตกแต่งภายในบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล ป้องกันสิ่งชั่วร้ายอีกด้วย นอกจากนี้แล้วในสมัยโบราณ การเขียนป้ายคำอวยพรก็นิยมเขียนลงไม้ที่ทำมาจากต้นท้อ ในนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่น โมโมทาโร่ (桃太郎) ซึ่งเป็นเด็กชายที่มีพละกำลังมากมายและเป็นผู้นำในการปราบปีศาจ ก็กำนิดมาจากลูกท้อ เป็นต้น สำหรับในประเทศไทย ท้อมีการนำเข้ามาปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น โครงการหลวง โดยมีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น มะฟุ้ง, มักม่น, มักม่วน, หุงคอบ, หุงหม่น เป็นต้น
ต้นท้อมีถิ่นกำเนิดจากประเทศใด
{ "answer": [ "จีน" ], "answer_begin_position": [ 155 ], "answer_end_position": [ 158 ] }
2,886
54,528
ท้อ ลูกท้อ (; ; ชื่อวิทยาศาสตร์: Prunus persica) เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน จัดเป็นไม้พุ่มผลัดใบ อยู่ในสกุล Prunus อันเป็นสกุลเดียวกันกับ ซากุระ, บ๊วย, เชอร์รี่ หรือนางพญาเสือโคร่ง ท้อจัดเป็นไม้เมืองหนาวที่จะขึ้นได้ดีในที่ ๆ มีความสูงตั้งแต่ 3,000 ฟุตขึ้นไป อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 10 องศาเซลเซียส ทนแล้งได้ดี เป็นไม้ใบเดี่ยว เรียงสลับ ขอบใบจัก ดอกเดี่ยว มักออกเป็นกระจุก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวหรืออาจเป็นสีแดง หรือชมพู ดอกจะแตกออกมาก่อนใบ ผลเป็นผลสดเมล็ดเดี่ยว มีขนปกคลุมทั่วบริเวณผิว ท้อนับเป็นผลไม้ที่ใช้ประโยชน์ในการรับประทานมาอย่างยาวนาน และได้รับความนิยมไปทั่วโลก นอกจากนี้แล้วในวัฒนธรรมของชนชาติต่าง ๆ จะมีท้อเข้ามาร่วมอยู่ด้วย ได้แก่ ชาวจีนมีความเชื่อว่า ท้อเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว และเกี่ยวข้องกับการกับการป้องกันสิ่งชั่วร้าย ถ้าดอกท้อของบานในระหว่างการฉลองวันปีใหม่ หมายถึง ปีต่อไปจะเป็นปีของโชคลาภ และดอกท้อยังใช้ประดับตกแต่งภายในบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล ป้องกันสิ่งชั่วร้ายอีกด้วย นอกจากนี้แล้วในสมัยโบราณ การเขียนป้ายคำอวยพรก็นิยมเขียนลงไม้ที่ทำมาจากต้นท้อ ในนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่น โมโมทาโร่ (桃太郎) ซึ่งเป็นเด็กชายที่มีพละกำลังมากมายและเป็นผู้นำในการปราบปีศาจ ก็กำนิดมาจากลูกท้อ เป็นต้น สำหรับในประเทศไทย ท้อมีการนำเข้ามาปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น โครงการหลวง โดยมีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เช่น มะฟุ้ง, มักม่น, มักม่วน, หุงคอบ, หุงหม่น เป็นต้น
เด็กชายที่กำเนิดมาจากลูกท้อในนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นมีชื่อว่าอะไร
{ "answer": [ "โมโมทาโร่" ], "answer_begin_position": [ 1098 ], "answer_end_position": [ 1107 ] }
2,887
383,115
ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ () เป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์โห่ (ค.ศ. 1400-1407) ตั้งอยู่ที่ตำบลเต็ยซาย (Tây Giai) อำเภอหวิญหลก (Vĩnh Lộc) จังหวัดทัญฮว้า ริมชายฝั่งเวียดนามเหนือตอนกลาง ปราสาทเต็ยโด (Tây Đô) มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวเหนือจรดใต้เท่ากับ 870.5 เมตร ตะวันออกจรดตะวันตกเท่ากับ 883.5 เมตร มีประตูสี่ด้าน ประตูหน้าคือประตูด้านทิศใต้ มีความสูง 9.5 เมตรและกว้าง 15.17 เมตร อีกสามประตูอยู่ทางทิศเหนือ ตะวันออก และตะวันตก ตัวปราสาทสร้างขึ้นจากก้อนหิน ซึ่งแต่ละก้อนมีขนาดประมาณ 2 m x 1 m x 0.70 m นอกเหนือจากประตูแล้ว ตัวปราสาทเกือบทั้งหมดได้พังทลายไปแล้ว ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554ระเบียงภาพ
ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ตั้งอยู่ในประเทศใด
{ "answer": [ "เวียดนาม" ], "answer_begin_position": [ 180 ], "answer_end_position": [ 188 ] }
2,888
383,115
ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ () เป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์โห่ (ค.ศ. 1400-1407) ตั้งอยู่ที่ตำบลเต็ยซาย (Tây Giai) อำเภอหวิญหลก (Vĩnh Lộc) จังหวัดทัญฮว้า ริมชายฝั่งเวียดนามเหนือตอนกลาง ปราสาทเต็ยโด (Tây Đô) มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวเหนือจรดใต้เท่ากับ 870.5 เมตร ตะวันออกจรดตะวันตกเท่ากับ 883.5 เมตร มีประตูสี่ด้าน ประตูหน้าคือประตูด้านทิศใต้ มีความสูง 9.5 เมตรและกว้าง 15.17 เมตร อีกสามประตูอยู่ทางทิศเหนือ ตะวันออก และตะวันตก ตัวปราสาทสร้างขึ้นจากก้อนหิน ซึ่งแต่ละก้อนมีขนาดประมาณ 2 m x 1 m x 0.70 m นอกเหนือจากประตูแล้ว ตัวปราสาทเกือบทั้งหมดได้พังทลายไปแล้ว ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554ระเบียงภาพ
ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกเมื่อใด
{ "answer": [ "27 มิถุนายน พ.ศ. 2554" ], "answer_begin_position": [ 808 ], "answer_end_position": [ 829 ] }
2,889
390,713
หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ (พ.ศ. 2408 — 25 ธันวาคม พ.ศ. 2477) เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดคลองมะดัน จังหวัดสุพรรณบุรีประวัติ ประวัติ. หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ ท่านเกิดในปี พ.ศ. 2408 ตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นชางตำบลบ้านตาล อำเภอสองพี่น้อง เป็นบุตรของนายโต และนางจ้อย มีพี่น้องทั้งหมด 9 คน ท่านเป็นคนที่ 2 อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2432 ณ วัดสองพี่น้อง โดยมีพระอาจารย์จันทร์ วัดทุ่งคอก เป็นอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ดิษฐ์และพระอธิการสุด เป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระอนุสาวนาจารย์ ตามลำดับ ตั้งแต่บวชมา ท่านไม่เคยฉันเนื้อสัตว์เลย เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งคอก 2 พรรษา วัดสองพี่น้อง 7 พรรษา จากนั้นก็มาจำพรรษาอยู่ที่วัดใหม่อัมพวัน (วัดคลองมะดัน) ตลอดมา ท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดใหม่อัมพวัน ท่านได้ทำนุบำรุงวัดจนรุ่งเรือง หลวงพ่อท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2477 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รวมสิริอายุได้ 69 ปี นับพรรษาได้ 45 พรรษา
หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดใดในไทย
{ "answer": [ "คลองมะดัน" ], "answer_begin_position": [ 207 ], "answer_end_position": [ 216 ] }
2,890
9,696
เทนนิสวิมเบิลดัน การแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน () เป็นการแข่งขันเทนนิสที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยจะจัดการแข่งขันขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี วิมเบิลดันเป็นการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมรายการที่สามของปี ถัดจากออสเตรเลียนโอเพน และเฟรนช์โอเพน ก่อนจะปิดท้ายปีด้วยรายการยูเอสโอเพน และเป็นการแข่งขันแกรนด์สแลมรายการเดียวในปัจจุบันที่แข่งขันบนคอร์ทหญ้า การแข่งขันวิมเบิลดันเริ่มจัดมาตั้งแต่ ค.ศ. 1877 ที่คอร์ทเทนนิสในย่านวิมเบิลดัน กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นการแข่งขันที่มีธรรมเนียมปฏิบัติมากมายและยาวนาน เช่น ชุดแข่งขันของนักเทนนิสจะต้องมีสีขาวเป็นส่วนใหญ่ ไม่แข่งขันในวันอาทิตย์ของสัปดาห์แรก (วันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่สองใช้แข่งขันรอบชิงชนะเลิศชายเดี่ยว) ตั้งแต่เริ่มจัดมีการแข่งขันในวันอาทิตย์ของสัปดาห์แรกเพียงสามปีคือ ค.ศ.1991 ค.ศ.1997 และ ค.ศ.2004 เนื่องจากมีฝนรบกวนทำให้การแข่งขันล่าช้า เนื่องจากเป็นการแข่งขันบนพื้นหญ้า ที่จะมีการแฉลบของลูกมากกว่าพื้นผิวประเภทอื่น และมีความเร็วของลูกสูง เอื้ออำนวยต่อนักเทนนิสที่มีความหนักหน่วงของลูกเสิร์ฟ และลูกกราวด์สโตรก ทำให้ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันวิมเบิลดันมักจะมีรูปแบบการเล่นที่หนักหน่วง ดุดัน เช่น พีท แซมพราส และ มาร์ตินา นาฟราติโลวาทำเนียบผู้ชนะเลิศในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยวตั้งแต่ ค.ศ. 1968
วิมเบิลดันเป็นการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมรายการที่เท่าไหร่ของปี
{ "answer": [ "สาม" ], "answer_begin_position": [ 283 ], "answer_end_position": [ 286 ] }
2,891
9,696
เทนนิสวิมเบิลดัน การแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน () เป็นการแข่งขันเทนนิสที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยจะจัดการแข่งขันขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี วิมเบิลดันเป็นการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมรายการที่สามของปี ถัดจากออสเตรเลียนโอเพน และเฟรนช์โอเพน ก่อนจะปิดท้ายปีด้วยรายการยูเอสโอเพน และเป็นการแข่งขันแกรนด์สแลมรายการเดียวในปัจจุบันที่แข่งขันบนคอร์ทหญ้า การแข่งขันวิมเบิลดันเริ่มจัดมาตั้งแต่ ค.ศ. 1877 ที่คอร์ทเทนนิสในย่านวิมเบิลดัน กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นการแข่งขันที่มีธรรมเนียมปฏิบัติมากมายและยาวนาน เช่น ชุดแข่งขันของนักเทนนิสจะต้องมีสีขาวเป็นส่วนใหญ่ ไม่แข่งขันในวันอาทิตย์ของสัปดาห์แรก (วันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่สองใช้แข่งขันรอบชิงชนะเลิศชายเดี่ยว) ตั้งแต่เริ่มจัดมีการแข่งขันในวันอาทิตย์ของสัปดาห์แรกเพียงสามปีคือ ค.ศ.1991 ค.ศ.1997 และ ค.ศ.2004 เนื่องจากมีฝนรบกวนทำให้การแข่งขันล่าช้า เนื่องจากเป็นการแข่งขันบนพื้นหญ้า ที่จะมีการแฉลบของลูกมากกว่าพื้นผิวประเภทอื่น และมีความเร็วของลูกสูง เอื้ออำนวยต่อนักเทนนิสที่มีความหนักหน่วงของลูกเสิร์ฟ และลูกกราวด์สโตรก ทำให้ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันวิมเบิลดันมักจะมีรูปแบบการเล่นที่หนักหน่วง ดุดัน เช่น พีท แซมพราส และ มาร์ตินา นาฟราติโลวาทำเนียบผู้ชนะเลิศในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยวตั้งแต่ ค.ศ. 1968
การแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดันเริ่มจัดมาตั้งแต่ปีค.ศ.ใด
{ "answer": [ "1877" ], "answer_begin_position": [ 479 ], "answer_end_position": [ 483 ] }
2,892
274,367
จักรพรรดินีนาม เฟือง สมเด็จพระจักรพรรดินีนาม เฟือง แห่งเวียดนาม หรือ เจ้าหญิงนาม เฟือง แห่งเวียดนาม (南芳皇后) พระนามเดิมคือ มารี-เตแรซ เหงียน หืว ถิ ลาน (14 ธันวาคม พ.ศ. 2457 - 16 ธันวาคม พ.ศ. 2506) พระนางเป็นพระมเหสีพระองค์แรกของสมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย แห่งเวียดนาม ผู้เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของอันนัมในอารักขาของฝรั่งเศส และสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์สุดท้ายของเวียดนาม เป็นพระมเหสีตั้งแต่ปีพ.ศ. 2477 จนกระทั่งพระนางสิ้นพระชนม์ พระนางทรงเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีมเหสี (ฮองเฮา) พระองค์แรกและพระองค์เดียวของราชวงศ์เหงียนภูมิหลัง ภูมิหลัง. มารี-เตแรซ เหงียน หืว ถิ ลาน (阮有蘭) กำเนิดที่เมืองก่อกง เมืองแถบสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงซึ่งเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสคือ โคชินไชนา เป็นดินแดนหนึ่งในสามของสหภาพฝรั่งเศสอินโดจีน. บิดาของนางคือ ปีแยร์ เหงียน หืว-ห่าว (阮有好) พ่อค้าผู่มั่งมี ซึ่งเคยถือกำเนิดในครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกผู้ยากจนในเมืองก่อกง ด้วยการรู้จักกับอาร์กบิชอปแห่งไซ่ง่อน เขาได้เป็นเลขานุการของมหาเศรษฐีเล ฟ้าต ดัต ดุ๊กแห่งล็องมีและในที่สุดเขาได้สมรสกับมารี เล ถิ บิญ (黎平) บุตรีของนายจ้าง ทำให้เขาได้มรดกในส่วนนี้ด้วย เหงียน หืว ถิ ลานเป็นพลเมืองฝรั่งเศสผู้แปลงสัญชาติ เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า "มาเรียต" ศึกษาในกูว็องเดซัวโซ โรงเรียนคาทอลิกที่ทันสมัย ซึ่งตั้งอยู่ที่เนอยี-ซูร์-แซน ประเทศฝรั่งเศส นางถูกส่งไปที่นั่นเมื่อมีอายุได้ 12 ปีอภิเษกสมรส อภิเษกสมรส. วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2477 ข่าวการหมั้นของเหงียน หืว ถิ ลาน กับพระเจ้าบ๋าว ดั่ย กษัตริย์แห่งอันนัม ได้เผยแพร่ออกไป พระเจ้าบ๋าว ดั่ย ได้กล่าวว่า "พระราชินีในอนาคตได้รับการเลี้ยงดูเหมือนเราในฝรั่งเศส เป็นการรวมระหว่างบุคลิกของนางคือ ความสง่าแห่งตะวันตกและเสน่ห์แห่งตะวันออก เราได้มีโอกาสพบนาง เชื่อว่านางเป็นผู้ที่ควรสรรเสริญเพื่อเป็นมิตรที่ดีของเราและผู้เท่าเทียมกับเรา เราแน่ใจในจริยวัตรและแบบอย่างที่ดี เราควรยกย่องนางเป็น สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของจักรวรรดิ (First Woman of the Empire)" หลังจากพิธีหมั้นอย่างเป็นทางการที่พระราชวังฤดูร้อนในเมืองด่าหลัต พระเจ้าบ๋าว ดั่ย ได้อภิเษกสมรสกับเหงียน หืว ถิ ลาน ในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2477 ที่เมืองเว้ พระราชพิธีจัดขึ้นตามหลักพระพุทธศาสนา ทำให้ผู้นำคาทอลิกของครอบครัวฝ่ายหญิงได้โต้เถียงอย่างรุนแรง คนในประเทศจึงไม่พอใจการเลื่อมใสในศาสนาของเจ้าสาว บางคนกล่าวว่าการสมรสนี้ "เป็นการจัดตามกลลวงของฝรั่งเศส" หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ได้เขียนว่า "ทำให้เกิดความไม่พอใจไปทั่ว" ในประเทศนี้ เหงียน หืว ถิ ลานปฏิเสธที่จะยอมละทิ้งคาทอลิกและได้ร้องอุทธรณ์ถึง สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 11 เพื่อให้ทรงงดเว้น พระองค์กล่าวว่า "จะให้กลับเป็นคาทอลิกถ้ายินยอมให้พระธิดาของพระนางเป็นคาทอลิก" นอกจากนี้การซับซ้อนของแผนการสมรสทำให้พระราชมารดาของกษัตริย์บ๋าว ดั่ย คือ เจ้าหญิงดวาน ฮวีทรงไม่พอใจ พิธีสมรสสิ้นสุดลงใช้เวลาถึง 4 วัน เหงียน หืว ถิ ลานได้รับการสถาปนาพระอิศริยยศชั้น "เจ้าฟ้าหญิง" และเปลี่ยนชื่อเป็น "นาม เฟือง" อันแปลว่า "น้ำหอมแห่งแดนใต้" เป็นการยกย่องสถานที่ประสูติของพระนาง เดอะ ไทม์ได้ตีพิมพ์ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2477 เกี่ยวกับพระราชพิธีสมรสว่า "Little Mariette Nguyen Huu Hao was beautifully married. It took four days. On her way up Annam's great mandarin road along the coast she stopped off to climb a mountain and drink of the "frozen spring." Outside Huê, a cavalcade of palace mandarins on short native Phu-Yen horses met her in the Valley of Clouds and escorted her through the three walls of the Red City into the Palace of Passengers. Next day, dressed in a great brocaded Annamite gown, she stepped into an automobile and was driven to the Emperor's Palace, followed by the Imperial princesses and the blue-turbaned wives of the mandarins. Two scrolls, on which were written a prayer to Bao Dai's ancestors and the name and age (18) of Nguyen Huu Hao, were burnt on the altars. Finally the two young people were brought face to face and married. It took three more days of Buddhist rites behind the locked gates of the Red City to complete the ceremony. On the fourth day a battalion of mandarins led in musicians and the bearers of the royal insignia. The new Queen, her hair elaborately wound about a tiara encrusted with precious stones, received the Imperial seal and the golden book. Finally she arose and bowed her forehead to the floor three times, in the traditional Chinese kowtow (pronounced ker-toe) of thanks." ในครั้งที่พระนางอภิเษกสมรสได้มีการประพันธ์เพลงขึ้นเพื่อเป็นพระเกียรติแด่พระนางว่า "In the firmament of the Son of Heaven a brilliant new star has risen!/Supple as the neck of the swan is the charm of her graceful form./Her black and sparkling eyes, in hours of ease, envelop and thrill that happy mortal allowed to see./O, Nguyễn Hữu-Hào! Beautiful are all thy ways."พระโอรสธิดา พระโอรสธิดา. สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย และพระจักรพรรดินีนาม เฟือง มีพระโอรสธิดารวม 5 พระองค์ โดยแทบทุกพระองค์ได้รับการศึกษา และประทับอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส- มกุฎราชกุมารเหงียน ฟุก บ๋าว ล็อง ประสูติ 4 มกราคม พ.ศ. 2479 - สิ้นพระชนม์ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 สมรสกับมาดามเฮเบย์ หรือซิติ - เจ้าหญิงเฟือง มาย แห่งเวียดนาม ประสูติ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2480 สมรสกับปีเอโตร บาโดลโย ดุ๊กที่ 2 แห่งอาดดิสอาบาบา และมาร์ควิสแห่งซาโบตีโน มีพระโอรส-ธิดา 2 พระองค์ - เจ้าหญิงเฟือง เลียน แห่งเวียดนาม ประสูติ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 สมรสกับนายแบร์นาร์ ซูแล็ง มีพระธิดา 2 พระองค์ - เจ้าหญิงเฟือง ซุง แห่งเวียดนาม ประสูติ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2485 - เจ้าชายบ๋าว ทั้ง แห่งเวียดนาม ประสูติ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2486แต่งตั้งเป็นจักรพรรดินี แต่งตั้งเป็นจักรพรรดินี. ในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2488 พระนางนาม เฟือง ได้รับการเลื่อนพระยศจาก "พระนางเจ้า" เป็น "สมเด็จพระนางเจ้า" พระนางได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินี ตามพระสวามีที่ได้เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิหลังจากการประกาศอิสรภาพจากฝรั่งเศส พระองค์ทรงต้องจำเป็นเข้าร่วมวงไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพา ในช่วงนี้ตังเกี๋ย โคชินไชนา และอันนัมได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการรวมตัวกันใหม่เป็นจักรวรรดิเวียดนามเป็นรัฐหุ่นเชิด อย่างไรก็ตาม พระจักรพรรดิได้ถูกโน้มน้าวให้สละราชบัลลังก์โดยหัวหน้าคณะปฏิวัติโฮจิมินห์ ผู้นำแห่งเวียดมินห์ อดีตจักรพรรดิได้กลับสู่เวียดนามในปี พ.ศ. 2492 ตามคำเชื้อเชิญของรัฐบาลพลเรือนเพื่อมาเป็นประมุขของประเทศ แต่พระองค์ต้องลี้ภัยอีกครั้งในปี พ.ศ. 2497อิทธิพลต่อแฟชั่น อิทธิพลต่อแฟชั่น. พระจักรพรรดินีนาม เฟือง ได้เสด็จเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฤดูร้อนปี พ.ศ. 2482 เริ่มเป็นที่นิยมเมื่อผู้รายงานวิจารณ์ว่า "กางเกงขายาวและลวดลายผ้าปักเสื้อคลุมสำหรับตอนเย็น ภาพเงาลวดลายเจดีย์และรูปแบบแขนเสื้อตรงกันข้าม" ทำให้ประหลาดใจไม่น้อยสำหรับผู้พบเห็น เมื่อพระนางเข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 "ผู้เดินทางจากอินโดจีนนี้ไม่สวมสีดำที่เป็นประเพณีดั้งเดิม แขนเสื้อคลุมและผ้าคลุมยาว พระนางมาในชุดทอง ปักลายมังกรที่เสื้อคลุม ผ้าพันคอสีแดงและหมวกสีทอง พระนางทรงใส่กางเกงสีเงิน"สิ้นพระชนม์ สิ้นพระชนม์. สมเด็จพระจักรพรรดินีนาม เฟือง ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2506 จากพระอาการพระหทัยวาย ที่โดแมน-เดอ-ลา-แปร์ช ที่ประทับใกล้ชาร์บีญัก จังหวัดกอแรซ ประเทศฝรั่งเศส
พระมเหสีพระองค์แรกของสมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย แห่งเวียดนามมีพระนามว่าอะไร
{ "answer": [ "สมเด็จพระจักรพรรดินีนาม เฟือง แห่งเวียดนาม" ], "answer_begin_position": [ 116 ], "answer_end_position": [ 158 ] }
2,893
251,042
บิลาดี บิลาดี บิลาดี บิลาดี บิลาดี บิลาดี () เป็นเพลงชาติของประเทศอียิปต์ ที่ใช้ขับร้องในปัจจุบัน บทร้องประพันธ์โดย มูฮัมมัด ยูนุส อัลกอดี () และ เรียบเรียงทำนองโดย ซัยยิด ดัรวีช () ซึ่งความจริงนั้นคือ บทร้องของเพลงนี้มาจากสุนทรพจน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ มุสตาฟา คาเมล ประกาศใช้อย่างเป็ทางการเมื่อ พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979)ประวัติ ประวัติ. ในปี พ.ศ. 2402 เพลงชาติฉบับแรกของอียิปต์ ใช้เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมีของราชวงศ์มูฮัมหมัดอาลี มีชื่อว่า ซะลามอัฟฟานดินาร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2466 ราชอาณาจักรอียิปต์ได้รับการสถาปนาและได้รับการยอมรับโดยสหราชอาณาจักร ซึ่งได้ใช้เพลงชาติฉบับใหม่ที่มีชื่อว่า อัสซะลามิยะมิสรี (จงปลอดภัยเถิด อียิปต์) ซึ่งเพลงดังกล่าวนี้ใช้เป็นเพลงชาติของตนมาเป็นระยะเวลา 13 ปี และถูกยกเลิกในปี พ.ศ. 2479 ในช่วงดังกล่าว เพลงซะลามอัฟฟานดินาร์ ยังคงใช้เป็นเพลงคำนับสำหรับพระมหากษัตริย์ของอียิปต์จนถึงปี พ.ศ. 2495 ภายหลังการปฏิวัติอียิปต์ สหสาธารณรัฐอาหรับ ได้ถือกำเนิด และ ได้มีการประกาศใช้เพลงชาติฉบับใหม่ ที่มีชื่อว่า วาลลาซามานยาเซลาฮี (โอ้ อาวุธของพวกเรา) ประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2503.เนื้อร้อง
บิลาดี บิลาดี บิลาดี เป็นเพลงชาติของประเทศใด
{ "answer": [ "อียิปต์" ], "answer_begin_position": [ 161 ], "answer_end_position": [ 168 ] }
2,894
681,707
พรรคภาระการต่อสู้แห่งชาติ พรรคภาระการต่อสู้แห่งชาติ (Concern for the Nation Functional Party; ภาษาอินโดนีเซีย: Partai Karya Peduli Bangsa) เป็นพรรคการเมืองในอินโดนีเซียจัดตั้งโดยอดีตสมาชิกพรรคโกลการ์เช่น ฮาร์โตโน อดีตรัฐมนตรีในสมัยซูฮาร์โต และ ซีตี ฮาร์ดียันตี รุกมานา บุตรสาวของซูฮาร์โต ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2547 พรรคนี้ได้รับเลือกตั้ง 2 ที่นั่ง ส่วนในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2552 ไม่ได้รับเลือก
พรรคภาระการต่อสู้แห่งชาติเป็นพรรคการเมืองของประเทศใด
{ "answer": [ "อินโดนีเซีย" ], "answer_begin_position": [ 257 ], "answer_end_position": [ 268 ] }
2,895
146,301
เงาะป่า เงาะป่า อาจหมายถึง- เงาะป่า (วรรณคดี) พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว - เงาะป่า (กลุ่มชาติพันธุ์) เรียกอีกอย่างว่า ซาไก - เงาะป่า (พรรณไม้) พรรณไม้ชนิดหนึ่งในวงศ์มุ่นดอย (Elaeocarpaceae) - เงาะป่า (ภาพยนตร์ไทย) ภาพยนตร์ไทยในปี พ.ศ. 2522
วรรณคดีเรื่องเงาะป่าเป็นพระราชนิพนธ์ในพระมหากษัตริย์พระองค์ใด
{ "answer": [ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" ], "answer_begin_position": [ 142 ], "answer_end_position": [ 179 ] }
2,896
146,301
เงาะป่า เงาะป่า อาจหมายถึง- เงาะป่า (วรรณคดี) พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว - เงาะป่า (กลุ่มชาติพันธุ์) เรียกอีกอย่างว่า ซาไก - เงาะป่า (พรรณไม้) พรรณไม้ชนิดหนึ่งในวงศ์มุ่นดอย (Elaeocarpaceae) - เงาะป่า (ภาพยนตร์ไทย) ภาพยนตร์ไทยในปี พ.ศ. 2522
กลุ่มชาติพันธุ์ชื่อว่า เงาะป่า เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร
{ "answer": [ "ซาไก" ], "answer_begin_position": [ 225 ], "answer_end_position": [ 229 ] }
2,897
33,858
อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาตินาแห้ว เป็นอุทยานแห่งชาติ ในอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนชื่อเป็น อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549 เนื่องจากชื่อภูสวนทรายเป็นภูเขาที่เด่นที่สุดในพื้นที่อุทยาน ในอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายมีหินสี่ก้อนที่เป็นตัวแทนทางด้านประเพณีและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น มีเนิน 1255 และเนิน 1408 เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของยุทธการร่มเกล้า บนภูสวนทรายมีจุดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และมีความหลากหลายทางชีวภาพ
อุทยานแห่งชาติภูสวนทรายตั้งอยู่ในจังหวัดใดของไทย
{ "answer": [ "เลย" ], "answer_begin_position": [ 214 ], "answer_end_position": [ 217 ] }
2,898
33,858
อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาตินาแห้ว เป็นอุทยานแห่งชาติ ในอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนชื่อเป็น อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549 เนื่องจากชื่อภูสวนทรายเป็นภูเขาที่เด่นที่สุดในพื้นที่อุทยาน ในอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายมีหินสี่ก้อนที่เป็นตัวแทนทางด้านประเพณีและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น มีเนิน 1255 และเนิน 1408 เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของยุทธการร่มเกล้า บนภูสวนทรายมีจุดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และมีความหลากหลายทางชีวภาพ
อุทยานแห่งชาติภูสวนทรายในจังหวัดเลยมีชื่อเดิมว่าอะไร
{ "answer": [ "อุทยานแห่งชาตินาแห้ว" ], "answer_begin_position": [ 153 ], "answer_end_position": [ 173 ] }
2,899
74,370
กายอุปกรณ์ กายอุปกรณ์ หมายถึง อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆที่ใช้กับร่างกาย ในความหมายที่ใช้ในปัจจุบัน มักจะหมายถึงอุปกรณ์ที่ใช้กับร่างกายเพื่อช่วยเหลือการเคลื่อนไหว เช่น แขนเทียม ขาเทียม อุปกรณ์ประคองหรือดามหลัง อุปกรณ์ดามมือ เป็นต้น แต่โดยทั่วไป ขอบเขตที่แท้จริงของกายอุปกรณ์ ยังรวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้กับร่างกายด้วย เช่น ลูกตาเทียม ข้อเข่าเทียมที่ใช้สำหรับผ่าตัดทดแทนเข่าเดิมในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น และอุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น รถล้อเข็น (Wheelchair) ไม้เท้า เป็นต้น ส่วน งานกายอุปกรณ์ หมายถึงการตรวจวัดขนาด ออกแบบ ประดิษฐ์ ผลิต ดัดแปลง แก้ไข ซ่อมแซม อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้กับร่างกายให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อช่วยเหลือการเคลื่อนไหวเท่านั้น งานกายอุปกรณ์ต้องอาศัยทักษะฝีมือและความเชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะบุคคลค่อนข้างสูง (ร่วมกับความรู้ความเข้าใจในเรื่องวัสดุศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และเรื่องวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านกายวิภาคประยุกต์ ด้านชีวกลศาสตร์และการเคลื่อนไหวประยุกต์พอสมควร) และ งานกายอุปกรณ์ จัดเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู อีกด้วย ในภาษาอังกฤษคำว่า กายอุปกรณ์ ใช้ใน US ว่า Orthosis and Prosthesis (ตัวย่อว่า O&P) ส่วนในประเทศไทยนิยมเรียกว่า Prosthesis and Orthosis (ตัวย่อ PO) อนึ่งคำว่า Prosthesis อาจเขียนว่า Prostheses ก็ได้เมื่อมีความหมายเป็นพหูพจน์ และคำว่า Orthosis สามารถเขียนให้อยู่ในรูปพหูพจน์ได้ว่า Orthoses ส่วนคำว่า งานกายอุปกรณ์ ใช้ว่า Prosthetics and Orthotics (ตัวย่อ P&O) หรือ Orthotics and Prosthetics (ตัวย่อ O&P) ก็ได้เช่นกันบุคลากรด้านกายอุปกรณ์ในประเทศไทย บุคลากรด้านกายอุปกรณ์ในประเทศไทย. บุคลากรที่ทำหน้าที่ตรวจวัดขนาด ออกแบบ ประดิษฐ์ ผลิตและดัดแปลงซ่อมแซมกายอุปกรณ์เสริม-เทียมให้เหมาะสมกับผู้ป่วยและผู้พิการ มีชื่อเรียกตามที่ ก.พ.ระบุ ซึ่งเรียกชื่อตำแหน่งบรรจุตามวุฒิการศึกษาคือ หากสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรจากโรงพยาบาลเลิดสิน หรือ สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรชั้นสูงจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (พ.ศ. 2536-2542) เรียกว่า ช่างกายอุปกรณ์ (PO technician) แต่หากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาจะเรียกว่า นักกายอุปกรณ์ (Prosthetist/Orthotist) ซึ่งโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ถือเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกและแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผลิตบัณฑิตในสาขากายอุปกรณ์หรือนักกายอุปกรณ์ออกมา ช่างกายอุปกรณ์หรือนักกายอุปกรณ์ จะปฏิบัติงานในทีมของเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งจะประกอบด้วยสหสาขาวิชา เช่น แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักอรรถบำบัด นักจิตวิทยา พยาบาลทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้ที่ทำหน้าที่ส่งต่อการรักษาและร่วมตรวจสอบกายอุปกรณ์กับผู้ป่วยคือ แพทย์ ซึ่งมักเป็น แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ประเภทของกายอุปกรณ์ ประเภทของกายอุปกรณ์. กายอุปกรณ์แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่- กายอุปกรณ์เทียม (prosthesis) กายอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ทดแทนอวัยวะหรือชิ้นส่วนของอวัยวะที่ขาดหายไป เช่น ขาเทียม แขนเทียม นิ้วมือเทียม เป็นต้น- ในทางกายอุปกรณ์สำหรับแขนขา หมายถึง อุปกรณ์ใดๆก็ตามภายนอกร่างกาย ที่นำมาทดแทนส่วนของระยางค์ (แขน-ขา) ทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งไม่เคยมีอยู่เลยหรือขาดหายไป - Prosthesis; Prosthetic device: Externally applied device used to replace wholly, or in part, an absent or deficient limb segment. (จากข้อ 2.1.1 ใน ISO 8549-1 : 1989) - กายอุปกรณ์เสริม (orthosis) คือ กายอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้เพื่อเสริมการทำหน้าที่ของอวัยวะที่มีปัญหาในการทำงาน (เช่น อ่อนแรง, เจ็บปวด, เสื่อมสมรรถภาพ เป็นต้น) อาจเรียกชื่อสามัญว่า อุปกรณ์เสริม, อุปกรณ์ดาม หรือที่ประคอง (Splint หรือ Brace) ก็ได้- ในทางกายอุปกรณ์สำหรับแขนขา หมายถึง อุปกรณ์ใดๆก็ตามภายนอกร่างกาย ที่นำมาดัดแปลงลักษณะโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ของระบบประสาท-กล้ามเนื้อและระบบค้ำจุนร่างกาย (กระดูก-กล้ามเนื้อ) ของร่างกาย - Orthosis; Orthotic device: Externally applied device used to modify the structural and functional characteristics of the neuro-muscular and skeletal systems. (จากข้อ 2.1.2 ใน ISO 8549-1 : 1989) - เมื่อดูจากคำจำกัดความตาม ISO อุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนไหว (Mobility aids) ชนิดต่างๆ เช่น รถล้อเข็น (Wheelchair) , ไม้เท้า (Cane) , ไม้ค้ำยัน (Crutches) ก็จัดได้ว่าเป็นกายอุปกรณ์เสริมชนิดหนึ่งเช่นกัน แต่ตามปรกติในทางปฏิบัติ มักไม่ถูกรวมอยู่ในกายอุปกรณ์เสริม มักจัดเป็นอีกกลุ่มซึ่งแยกออกมากายอุปกรณ์เทียม กายอุปกรณ์เทียม. ในงานกายอุปกรณ์ แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆคือ- กายอุปกรณ์สำหรับระยางค์ล่าง หรือเรียกง่ายๆว่า ขาเทียม - กายอุปกรณ์เทียมสำหรับระยางค์บน หรือเรียกแบบง่ายว่า แขนเทียม หมายเหตุ รยางค์ล่าง (Lower extremity) หมายถึง ขา (ตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าจนถึงข้อสะโพก) และกระดูกเชิงกราน (ทำหน้าที่เป็นโครงให้ขายึดกับแกนกลางร่างกายที่กระดูกสันหลัง) รยางค์บน (Upper extremity) หมายถึง แขน (ตั้งแต่ปลายนิ้วมือจนถึงข้อไหล่) กระดูกไหปลาร้าและกระดูกสะบัก (ทำหน้าที่เป็นโครงให้ขายึดกับแกนกลางร่างกายที่กระดูกซี่โครง) การเรียกชื่อชนิดต่างๆของแขนเทียมและขาเทียม สามารถทำได้ 2 แบบคือ- เรียกตามตำแหน่งที่ระยางค์ล่างโดนตัด แบ่งได้เป็น (จากด้านล่างขึ้นมาด้านบน)- สำหรับระยางค์ล่าง แบ่งได้เป็น- กายอุปกรณ์เทียมทดแทนนิ้วเท้า (Toe prosthesis) - กายอุปกรณ์เทียมทดแทนบางส่วนของเท้า (Partial foot prosthesis) - ขาเทียมสำหรับผู้ถูกตัดขาผ่านข้อเท้า (Ankle disarticulation (AD) prosthesis) - ขาเทียมสำหรับผู้ถูกตัดขาผ่านกระดูกหน้าแข้ง (Transtibial (TT) prosthesis) - ขาเทียมสำหรับผู้ถูกตัดขาผ่านข้อเข่า (Knee disarticulation (KD) prosthesis) - ขาเทียมสำหรับผู้ถูกตัดขาผ่านกระดูกต้นขา (Transfemoral (TF) prosthesis) - ขาเทียมสำหรับผู้ถูกตัดขาผ่านข้อสะโพก (Hip disarticulation (HD) prosthesis) - ขาเทียมสำหรับผู้ถูกตัดขาและเอากระดูกเชิงกรานออกไปด้วย 1 ข้าง (Hemipelvectomy prosthesis) - สำหรับระยางค์บน แบ่งได้เป็น- กายอุปกรณ์เทียมทดแทนนิ้วมือ (Finger prosthesis) - กายอุปกรณ์เทียมทดแทนบางส่วนของมือ (Partial hand prosthesis) - แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนผ่านข้อมือ (Wrist disarticulation (WD) prosthesis) - แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนผ่านกระดูกปลายแขน (Transradial (TR) prosthesis) - แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนผ่านข้อศอก (Elbow disarticulation (ED) prosthesis) - แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนผ่านกระดูกต้นแขน (Transhumeral (TH) prosthesis) - แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนผ่านกระดูกต้นแขนที่คอกระดูกต้นแขน (Humeral-neck amputation prosthesis) - แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนผ่านข้อไหล่ ("True" shoulder disarticulation prosthesis) - แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนร่วมกับเอากระดูกสะบักและกระดูกไหปลาร้าออกไปด้วย 1 ข้าง (Forequater amputation prosthesis)- เรียกโดยอ้างอิงจากตำแหน่งของข้อต่อ เป็นการแบ่งง่ายๆและเป็นระบบเดิมที่นิยมใช้กันมา ได้แก่- ขาเทียม มักใช้ข้อเข่าเป็นจุดอ้างอิง โดย- ใช้ ขาเทียมระดับใต้เข่า (Below-knee (BK) prosthesis) แทน ขาเทียมสำหรับผู้ถูกตัดขาผ่านกระดูกหน้าแข้ง - ใช้ ขาเทียมระดับข้อเข่า (Through-knee (TK) prosthesis) แทน ขาเทียมสำหรับผู้ถูกตัดขาผ่านข้อเข่า - ใช้ ขาเทียมระดับเหนือเข่า (Above-knee (AK) prosthesis) แทน ขาเทียมสำหรับผู้ถูกตัดขาผ่านกระดูกต้นขา - แขนเทียม มักใช้ข้อศอกเป็นจุดอ้างอิง โดย- ใช้ แขนเทียมระดับใต้ศอก (Below-elbow (BE) prosthesis) แทน แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนผ่านกระดูกปลายแขน - ใช้ แขนเทียมระดับข้อศอก (Through-elbow (TE) prosthesis) แทน แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนผ่านข้อศอก - ใช้ แขนเทียมระดับเหนือศอก (Above-elbow (AE) prosthesis) แทน แขนเทียมสำหรับผู้ถูกตัดแขนผ่านกระดูกต้นแขน- นอกจากนี้ สำหรับแขนเทียม ยังสามารถแบ่งตามคุณสมบัติได้แก่- ประเภทสวยงาม (Cosmetic type) ประเภทนี้ไม่สามารถเคลื่อนไหวมือเทียม/ข้อมือ/ข้อศอก/ข้อไหล่ได้ - ประเภทใช้งานได้ (Functional type) สามารถเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของแขนเทียมได้ตามความต้องการของผู้พิการ โดยยังสามารถแบ่งลงไปได้ตามประเภทของการควบคุมการเคลื่อนไหวเป็น- ควบคุมโดยการใช้การเคลื่อนไหวของร่างกาย (Body controlled) - ควบคุมโดยใช้พลังงานภายนอก (External-power controlled) ซึ่งควบคุมการจ่ายไฟฟ้าด้วยปุ่มสวิตช์กด (Switch controlled) หรือ ตัวรับสัญญาณไฟฟ้าในกล้ามเนื้อ (Myoelectric)กายอุปกรณ์เสริมกายอุปกรณ์เสริม. - มีหน้าที่ต่างๆ เช่น- จำกัดการเคลื่อนไหวของอวัยวะ - ช่วยให้มีการเคลื่อนไหวของอวัยวะ - บรรเทาอาการเจ็บปวด - ช่วยส่งเสริมให้กระดูกที่หักติดเป็นปรกติ - ป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ข้อเคลื่อนหลุด เอ็นฉีกขาด เป็นต้น - ฯลฯ- กายอุปกรณ์เสริม มักแบ่งประเภทใหญ่ๆตามอวัยวะที่ใช้เป็น 4 ประเภทได้แก่- กายอุปกรณ์สำหรับศีรษะ (Head orthosis) - กายอุปกรณ์สำหรับกระดูกสันหลัง (Spinal orthosis) - กายอุปกรณ์สำหรับระยางค์บน (Upper-extremity orthosis) - กายอุปกรณ์สำหรับระยางค์ล่าง (Lower-extremity orthosis) รวมถึงกายอุปกรณ์เสริมสำหรับเท้า (Foot orthosis) และการดัดแปลงรองเท้า (Shoe modification) อีกด้วย โดยการเรียกชื่อสำหรับกายอุปกรณ์เสริมแต่ละชนิด สามารถเรียกชื่อได้หลายแบบตามแต่ละระบบมาตรฐานทางการแพทย์ โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆตามข้อด่อที่กายอุปกรณ์เสริมพาดผ่าน เช่น กายอุปกรณ์เสริมสำหรับมือ-ข้อมือ (Wrist-hand orthosis: WHO) , กายอุปกรณ์เสริมสำหรับเท้า-ข้อเท้า (Ankle-foot orthosis: AFO) หรือ กายอุปกรณ์เสริมสำหรับกระดูกสันหลังส่วนอก-ส่วนหลัง-ส่วนกระเบนเหน็บ (Thoracolumbosacaral spinal orthosis: TLSO) เป็นต้น และมักเพิ่มเติมชื่อกายอุปกรณ์เสริมแต่ละชนิดเพื่อให้จำเพาะเจาะจงไปมากกว่านี้ โดยอาจเรียกตามหน้าที่การทำงาน เช่น ป้องกันการเหยียด (Extension-stopped) , ช่วยการงอ (Flexion-assisted) หรือตามตำแหน่ง"ด้าน"ที่อยู่บนร่างกาย เช่น ด้านหลังมือ (Dorsal) , ด้านฝ่ามือ (Volar) เป็นต้น นอกจากนี้ อาจเรียกตามชื่อสามัญ ซึ่งเป็นชื่อเดิมที่มีมาก่อนจะจัดระบบ เช่น อุปกรณ์เสริมชนิดจีเว็ตต์ เบรซ (Jewette brace) , อุปกรณ์เสริมชนิดไนท์เบรซ (Knight brace) หรือ ยูนิเวอร์ซัล คัฟฟ์ (Universal cuff) เป็นต้นอุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนไหว อุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนไหว. อุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนไหว (Mobility aids) ต่างๆ เช่น รถล้อเข็น (Wheelchair) , ไม้เท้า (Cane) , ไม้ค้ำยัน (Crutches) เป็นต้น มีหลากหลายชนิด ซึ่งต้องอาศัยความรู้ในการเลือกชนิดและส่วนประกอบของอุปกรณ์เหล่านี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแผ่นรองนั่งของรถล้อหมุน สำหรับรถล้อเข็น สามารถแบ่งจำพวกเป็น- รถล้อเข็นมือหมุน- รถล้อเข็นมือหมุนใช้งานทั่วไป - รถล้อเข็นมือหมุนใช้งานพิเศษ (เช่น สำหรับใช้แข่งขันกีฬา เป็นต้น) - รถล้อเข็นไฟฟ้า
กายอุปกรณ์คืออะไร
{ "answer": [ "อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆที่ใช้กับร่างกาย" ], "answer_begin_position": [ 113 ], "answer_end_position": [ 152 ] }
2,900
186,723
ด่างทับทิม ด่างทับทิม มีชื่อทางเคมีว่า โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (KMnO) มีลักษณะเป็นผลึกสีม่วง ใช้ในการแช่ผักหรือผลไม้เพื่อชะล้างสารเคมี เป็นสารประกอบประเภทเกลือ มีฤทธิ์เป็นเบสอ่อนๆ
ด่างทับทิมมีลักษณะเป็นผลึกสีอะไร
{ "answer": [ "ม่วง" ], "answer_begin_position": [ 173 ], "answer_end_position": [ 177 ] }
2,901
186,723
ด่างทับทิม ด่างทับทิม มีชื่อทางเคมีว่า โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (KMnO) มีลักษณะเป็นผลึกสีม่วง ใช้ในการแช่ผักหรือผลไม้เพื่อชะล้างสารเคมี เป็นสารประกอบประเภทเกลือ มีฤทธิ์เป็นเบสอ่อนๆ
ชื่อทางเคมีของด่างทับทิมคืออะไร
{ "answer": [ "โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต" ], "answer_begin_position": [ 124 ], "answer_end_position": [ 147 ] }
2,902
866,757
ซีเกมส์ 2021 กีฬาซีเกมส์ 2021 (พ.ศ. 2564) เป็นการจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ซึ่งมีการกำหนดว่าจะจัดขึ้นที่ประเทศเวียดนามในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 โดยคาดว่าจะมีการจัดการแข่งขัน 30-36ชนิดกีฬา ในแผนการตอนแรกนั้นมีการวางแผนว่าจะจัดในโฮจิมินห์ซิตีแต่การเป็นเจ้าภาพในเมืองนี้ต้องมีการก่อสร้างเพิ่มจึงทำให้มีการเปลี่ยนแผนที่วางเอาไวแล้วไปจัดที่ฮานอยแทนเนื่องจากฮานอยมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสนามกีฬาที่พร้อมใช้งานอยู่แล้วสถานที่แข่งขันการดำเนินการสัญลักษณ์สรุปเหรียญการแข่งขัน
กีฬาซีเกมส์ปีพ.ศ. 2564 จะเป็นการจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่เท่าไร
{ "answer": [ "31" ], "answer_begin_position": [ 166 ], "answer_end_position": [ 168 ] }
2,903
866,757
ซีเกมส์ 2021 กีฬาซีเกมส์ 2021 (พ.ศ. 2564) เป็นการจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ซึ่งมีการกำหนดว่าจะจัดขึ้นที่ประเทศเวียดนามในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 โดยคาดว่าจะมีการจัดการแข่งขัน 30-36ชนิดกีฬา ในแผนการตอนแรกนั้นมีการวางแผนว่าจะจัดในโฮจิมินห์ซิตีแต่การเป็นเจ้าภาพในเมืองนี้ต้องมีการก่อสร้างเพิ่มจึงทำให้มีการเปลี่ยนแผนที่วางเอาไวแล้วไปจัดที่ฮานอยแทนเนื่องจากฮานอยมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสนามกีฬาที่พร้อมใช้งานอยู่แล้วสถานที่แข่งขันการดำเนินการสัญลักษณ์สรุปเหรียญการแข่งขัน
กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 31 ในปีพ.ศ.2564 จะจัดขึ้นที่ประเทศใด
{ "answer": [ "เวียดนาม" ], "answer_begin_position": [ 204 ], "answer_end_position": [ 212 ] }
2,904
944,984
มิสแกรนด์ตาก มิสแกรนด์ตาก () เป็นการประกวดนางงามของจังหวัดตาก ดำเนินการประกวดโดยกองประกวดมิสแกรนด์ตาก จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2559 การประกวดมิสแกรนด์ตากมีจุดประสงค์เพื่อคัดเลือกตัวแทนสาวงาม เข้าร่วมการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ โดยผู้ดำรงตำแหน่งมิสแกรนด์ตากคนปัจจุบัน คือ ณิชารีย์ อ้วนสะอาด ได้รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน แม่สอด ตากมิสแกรนด์ตากรองชนะเลิศผลงานการประกวด ผลงานการประกวด. สัญลักษณ์สี- ชนะเลิศ    รองชนะเลิศ    เข้ารอบสุดท้ายการประกวดระดับประเทศมิสแกรนด์ไทยแลนด์การประกวดระดับนานาชาติเวิลด์บิวตีควีนชุดอัฒลักษณ์ประจำจังหวัด ชุดอัฒลักษณ์ประจำจังหวัด. 2017: ชุดนพประทีปธารานารี ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง นับได้ว่าเป็นประเพณีหนึ่งเดียวของประเทศไทยที่เราสามารถจะเห็นกระทงกะลานับพันๆใบปล่อยลอยลงสู่สายน้ำ ให้ไหลลอยไปอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย เพื่อเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา แม่แห่งสายน้ำที่ได้หล่อเลี้ยงชีวิตตลอดมาในวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี
ใครได้รับตำแหน่งมิสแกรนด์จังหวัดตากในปี พ.ศ. 2561
{ "answer": [ "ณิชารีย์ อ้วนสะอาด" ], "answer_begin_position": [ 364 ], "answer_end_position": [ 382 ] }
2,905
68,108
ฆวน การ์โลส เฟร์เรโร ฆวน การ์โลส เฟร์เรโร โดนัต () เป็นนักเทนนิสอาชีพชาวสเปน เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ณ เมืองโอนติญเญ็นต์ (Ontinyent) ประเทศสเปน เฟร์เรโรเป็นอดีตนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลก เขาชนะเลิศรายการเทนนิสแกรนด์สแลม เฟรนช์โอเพน เมื่อปี พ.ศ. 2546 เขาได้รับการขนานนามชื่อเล่นในวงการเทนนิสว่า "ยุง" () ซึ่งก็เป็นผลมาจากรูปแบบการเล่นเทนนิสของเขาที่มีความเร็ว ความคล่องแคล่ว และความแข็งแรง ปัจจุบัน ณ วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2552 อันดับโลกของเขาตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 75สถิติการแข่งขันอาชีพแกรนด์สแลม ชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ (3)ชนะเลิศ (1)รองชนะเลิศ (2)
ฆวน การ์โลส เฟร์เรโร โดนัต เป็นนักเทนนิสอาชีพจากประเทศใด
{ "answer": [ "สเปน" ], "answer_begin_position": [ 165 ], "answer_end_position": [ 169 ] }
2,906
68,108
ฆวน การ์โลส เฟร์เรโร ฆวน การ์โลส เฟร์เรโร โดนัต () เป็นนักเทนนิสอาชีพชาวสเปน เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ณ เมืองโอนติญเญ็นต์ (Ontinyent) ประเทศสเปน เฟร์เรโรเป็นอดีตนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลก เขาชนะเลิศรายการเทนนิสแกรนด์สแลม เฟรนช์โอเพน เมื่อปี พ.ศ. 2546 เขาได้รับการขนานนามชื่อเล่นในวงการเทนนิสว่า "ยุง" () ซึ่งก็เป็นผลมาจากรูปแบบการเล่นเทนนิสของเขาที่มีความเร็ว ความคล่องแคล่ว และความแข็งแรง ปัจจุบัน ณ วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2552 อันดับโลกของเขาตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 75สถิติการแข่งขันอาชีพแกรนด์สแลม ชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ (3)ชนะเลิศ (1)รองชนะเลิศ (2)
ฆวน การ์โลส เฟร์เรโร โดนัต เป็นนักเทนนิสอาชีพ มีชื่อเล่นในวงการเทนนิสว่าอะไร
{ "answer": [ "ยุง" ], "answer_begin_position": [ 408 ], "answer_end_position": [ 411 ] }
2,907
632,292
เบคอน เบคอน () หรือ เนื้อรมควัน เป็นเนื้อสัตว์ (โดยมากมักใช้เนื้อหมู) ที่นำมาหมักเค็มด้วยเกลือเป็นจำนวนมาก จากนั้นนำมาตากแห้งเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนๆ ในอากาศที่เย็นแห้ง, บางแห่งอาจนำเบคอนมาต้ม หรือรมควันด้วย. โดยมากแล้ว, เบคอนชนิดแห้งสดมักมีการนำไปทำให้สุกก่อนที่จะรับประทาน. อนึ่ง เบคอนแบบต้มอาจนำมาทานได้เลย, แต่บางท้องที่ก็อาจนำมาปรุงรสอีกก่อนรับประทาน.
เบคอนมักทำมาจากเนื้อสัตว์ชนิดใด
{ "answer": [ "หมู" ], "answer_begin_position": [ 145 ], "answer_end_position": [ 148 ] }
2,908
468,879
บีกัน บีกัน (อีโลกาโน: Bigan; ) เป็นเมืองมรดกโลกในประเทศฟิลิปปินส์ เมืองโบราณบีกันจัดเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุด ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะลูซอน ในจังหวัดอีโลโกสซูร์ (Ilocos Sur) ทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1999 เป็นเมืองที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมสมัยอาณานิคมของสเปนไว้ได้อย่างดี ผังเมืองเป็นรูปแบบเมืองการค้าของยุโรปในเอเชีย ที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมยุโรปได้อย่างกลมกลืน ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำอาบรา (Abra) ติดกับทะเลจีนใต้ บริเวณที่เป็นเขตอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำโกวันเตส (Govantes) และแม่น้ำเมสตีโซ (Mestizo) มีโบราณสถานที่เป็นโบสถ์เก่าแก่สมัยอาณานิคม เช่น มหาวิหารบีกัน (Cathedral of Vigan) เมืองบีกันมีประชากร 47,246 คน
บีกัน เป็นเมืองมรดกโลกในประเทศใด
{ "answer": [ "ฟิลิปปินส์" ], "answer_begin_position": [ 136 ], "answer_end_position": [ 146 ] }
2,909
724,097
ครามเช้า ครามเช้า เป็นพืชในสกุลคราม เป็นไม้พุ่ม ใบประกอบแบบขนนก ดอกช่อยาว มีริ้วประดับรูปแถบ กลีบดอกสีขาว ฝักทรงกระบอก เหยียดตรง พบในจีนและลาว ในไทยพบทางภาคเหนือ
ต้นครามเช้ามีดอกสีอะไร
{ "answer": [ "ขาว" ], "answer_begin_position": [ 185 ], "answer_end_position": [ 188 ] }
2,910
39,221
43 43 (สี่สิบสาม) เป็นจำนวนธรรมชาติที่อยู่ถัดจาก 42 (สี่สิบสอง) และอยู่ก่อนหน้า 44 (สี่สิบสี่)คำเติมนำหน้าคำเติมนำหน้า. - ภาษากรีก - - ภาษาละติน -ความหมายความหมาย. - 43 เป็นเลขอะตอมของธาตุ เทคนีเชียม - ซอยที่ 43 ของถนนจรัญสนิทวงศ์ มีอีกชื่อว่า ซอยมัณฑนาในทางคณิตศาสตร์
43 เป็นจำนวนธรรมชาติที่อยู่ถัดจากจำนวนใด
{ "answer": [ "42" ], "answer_begin_position": [ 124 ], "answer_end_position": [ 126 ] }
2,911
39,221
43 43 (สี่สิบสาม) เป็นจำนวนธรรมชาติที่อยู่ถัดจาก 42 (สี่สิบสอง) และอยู่ก่อนหน้า 44 (สี่สิบสี่)คำเติมนำหน้าคำเติมนำหน้า. - ภาษากรีก - - ภาษาละติน -ความหมายความหมาย. - 43 เป็นเลขอะตอมของธาตุ เทคนีเชียม - ซอยที่ 43 ของถนนจรัญสนิทวงศ์ มีอีกชื่อว่า ซอยมัณฑนาในทางคณิตศาสตร์
43 เป็นเลขอะตอมของธาตุใด
{ "answer": [ "เทคนีเชียม" ], "answer_begin_position": [ 264 ], "answer_end_position": [ 274 ] }
2,912
358,533
กระบาก กระบาก () เป็นไม้ยืนต้นสูง 5–25 เมตร เปลือกขรุขระสีเทา ตามกิ่งมีช่องอากาศเป็นจุด ๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก รูปไข่แกมรูปหอกปลายใบแหลม ขอบใบหยักเว้าหรือหยักกลม ๆ เรียบ โคนใบกลม มีต่อมขนอยู่ตรงมุมระหว่างเส้นกลางใบและเส้นใบ ออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ตั้งตรง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นท่อเล็ก ๆ ปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน เกสรเพศผู้มี 4 อัน ยาว 2 อัน สั้น 2 อัน ติดอยู่บนกลีบใกล้ปลายที่แยกออก ผลเป็นฝัก เมล็ดมีปีก ในประเทศไทยพบในป่าเบญจพรรณทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ชื่ออื่น ชื่ออื่น. กระบาก ตะบาก (ลำปาง), กระบากขาว (ชลบุรี, ชุมพร, ระนอง), กระบากโคก (ตรัง), กระบากช่อ กระบากด้าง กระบากดำ (ชุมพร), กระบากแดง (ชุมพร, ระนอง), ชอวาตาผ่อ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), บาก (ชุมพร), ประดิก (เขมร-สุรินทร์), พนอง (จันทบุรี, ตราด), หมีดังว่า (กะเหรี่ยง-ลำปาง)สัญลักษณ์ สัญลักษณ์. กระบากเป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดยโสธร (ส่วนต้นไม้ประจำจังหวัดคือยางนา)นิเวศวิทยา นิเวศวิทยา. ขึ้นอยู่ตามป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณชื้นที่มีการถ่ายเทน้ำได้ดีทั่วไป ที่สูงจากยกระดับน้ำทะเล 10 - 400 เมตร มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ลักษณะเฉพาะลักษณะเฉพาะ. - ใบเดี่ยวเรียงสลับแผ่นใบรูป ขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ ท้องใบมีขนสีน้ำตาลปนเหลือง กว้าง 3 - 8 เซนติเมตร ยาว 6 - 16 เซนติเมตร ปลายใบทู่มนกว้างหรือหยักเป็นติ่งสั้น ๆ โคนใบมน - ดอกเล็กสีขาวปนเหลืองอ่อนออกรวมกันเป็นช่อตามง่ามใบและ ปลายกิ่ง - ผลกลมผิวเรียบ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร มีปีกยาว 2 ปีก รูปไข่กลับ และปีกสั้น 3 ปีกสภาพที่เหมาะสมในการปลูก สภาพที่เหมาะสมในการปลูก. สภาพดินทุกชนิด กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง
ภาคใดในประเทศไทยที่จะพบต้นกระบาก
{ "answer": [ "ตะวันตกเฉียงใต้" ], "answer_begin_position": [ 529 ], "answer_end_position": [ 544 ] }
2,913
469,001
โจว ซื่อหมิง โจว ซื่อหมิง (; มักนิยมเรียกกันว่า ซู ชิหมิง; เกิดวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1981 ที่เมืองซุนอี้ มณฑลกุ้ยโจว) เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผู้ชนะรายการระดับโลกใน ค.ศ. 2005, 2007 และ 2011 รวมถึงได้รับเหรียญทองในโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 และโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ในรุ่นไลท์ฟลายเวทประวัติ ประวัติ. แต่เดิมนั้น พ่อแม่ของโจว ซื่อหมิง ได้คาดหวังว่าลูกชายตนเองจะเป็นนักกีฬาวูซูที่ประสบความสำเร็จ แต่ โจว ซื่อหมิง กลับสนใจมวยสากลมากกว่า ซึ่งแม่ของเขาไม่อนุญาตให้ชกมวย จนในที่สุดโค้ชของ โจว ซื่อหมิง ได้มาขออนุญาตและอธิบายว่ามวยสากลสมัครเล่นเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ หลังจากนั้น โจว ซื่อหมิงก็ได้ชกมวยในเวลาต่อมา โจวได้เข้าแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2006 และได้เหรียญทองโดยเป็นฝ่ายชนะ สุบรรณ พันโนน จากประเทศไทย ด้วยคะแนน 21-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ต่อมาใน พ.ศ. 2550 ได้เหรียญทองในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก โดยเป็นฝ่ายชนะ ดาวิด ไอราเปเตียน ชาวรัสเซีย ด้วยคะแนน 23-6 ในรอบรองชนะเลิศและเป็นฝ่ายชนะ แฮร์รี ทานามอร์ จากประเทศฟิลิปปินส์ ในรอบชิงชนะเลิศ จากนั้น ได้เหรียญเงินจากการแข่งขันรายการ เอเชียนแชมเปี้ยนชิปเกมส์ ในอูลานบาตอร์ โดยแพ้พิวเรพดอร์จิน เซอร์แดมบานักชกชาวมองโกเลีย ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่กรุงปักกิ่ง โจว ซื่อหมิงได้เป็นชาวจีนคนที่ 50 ที่ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นรุ่นไลท์ฟลายเวทโดยเป็นชนะพิวเรพดอร์จิน เซอร์แดมบา จากประเทศมองโกเลียในรอบชิงชนะเลิศซึ่งถูกตัดสินให้แพ้เนื่องจากบาดเจ็บที่ไหล่นับเป็นเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของประเทศจีนที่ได้มาจากมวยสากล ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 โจว ซื่อหมิงพบกับ แก้ว พงษ์ประยูร ในรอบชิงชนะเลิศ โดยเป็นฝ่ายชนะแก้วไปได้ด้วยคะแนน 13-10 แต่ชัยชนะครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากในประเทศไทย จนมีภาพล้อเลียนตามสื่อต่าง ๆ แม้ว่าไอบาจะรับรองว่าการตัดสินเกิดขึ้นโดยยุติธรรมแล้วก็ตาม ด้านชีวิตส่วนตัว โจว ซื่อหมิง สมรสกับ หลัน เป่าอิง ซึ่งเป็นอดีตนางแบบ และเป็นผู้ประกาศประจำช่องข่าวตลาดหุ้น ของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี และมีลูกชาย 1 คนผลการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นโอลิมปิก ผลการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นโอลิมปิก. ค.ศ. 2004 (เอเธนส์, ประเทศกรีซ)- ชนะ โรชี วอร์เรน (ประเทศสหรัฐอเมริกา) 22-9 คะแนน - ชนะ เอนดัลคาชิว เคอบีดี (สาธารณรัฐเอธิโอเปีย) 31-8 คะแนน - ชนะ เรอดูอัน อัซลูม (ประเทศฝรั่งเศส) 20-12 คะแนน - แพ้ ยัง บาเตเลมี (ประเทศคิวบา) 17-29 คะแนน- ชนะ เอดูอาร์ด เบร์มูเดซ (เวเนซุเอลา) 11-2 คะแนน - ชนะ นอร์ดีน วีบาลี (ประเทศฝรั่งเศส) 3-3 คะแนน (โจว ซื่อหมิง ชนะคะแนนดิบ) - ชนะ เบอร์ซาน ซาคีพอฟ (คาซัคสถาน) 9-4 คะแนน - ชนะ แพทริค บาร์นส์ (ไอร์แลนด์) 15-0 คะแนน - ชนะทางเทคนิค พิวเรพดอร์จิน เซอร์แดมบา (ประเทศมองโกเลีย) 1-0 คะแนน (พิวเรพดอร์จิน เซอร์แดมบา ถูกบังคับให้ออกจากการแข่งขันเนื่องจากบาดเจ็บที่ไหล่)- ชนะ ยอสบานี เบย์เตีย (คิวบา) 14-11 คะแนน - ชนะ เบอร์ซาน ซาคีพอฟ (คาซัคสถาน) 13-10 คะแนน - ชนะ แพทริค บาร์นส์ (ไอร์แลนด์) 15-15 คะแนน - ชนะ แก้ว พงษ์ประยูร (ประเทศไทย) 13-10 คะแนนผลการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก ผลการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก. ค.ศ. 2003 (กรุงเทพ, ประเทศไทย)- ชนะ ยัง บาเตเลมี (คิวบา) 22-15 คะแนน - ชนะ รูดอล์ฟ ดายดี (ประเทศสโลวาเกีย) 21-9 คะแนน - ชนะ แฮร์รี ทานามอร์ (ฟิลิปปินส์) 21-13 คะแนน - แพ้ เซอร์เกย์ คาซาคอฟ (ประเทศรัสเซีย) 19-23 คะแนน- ชนะ วูกัซ มาชซิค (โปแลนด์) 18-10 คะแนน - ชนะ ซาลิม ซาลิมอฟ (บัลแกเรีย) 22-9 คะแนน - ชนะ ยัง บาเตเลมี (คิวบา) 12-10 คะแนน - ชนะ เชราลี ดอสตีพ (ทาจิกิสถาน) 18-13 คะแนน - ชนะ ปาล เบดาค (ฮังการี) 31-13 คะแนน- ชนะ คอนสตันติน พาราสคีฟ (โรมาเนีย) 15-3 คะแนน - ชนะ เบอร์ซาน ซาคีพอฟ (คาซัคสถาน) 30-13 คะแนน - ชนะ ดาวิด ไอราเปเตียน (ประเทศรัสเซีย) 23-6 คะแนน - ชนะ แพทริค บาร์นส์ (ไอร์แลนด์) 22-8 คะแนน - ชนะ นอร์ดีน วีบาลี (ฝรั่งเศส) 16-1 คะแนน - ชนะ แฮร์รี ทานามอร์ (ฟิลิปปินส์) 17-3 คะแนน- ชนะ ควน เมดีนา (สาธารณรัฐโดมินิกัน) 17-9 คะแนน - ชนะ อิสวาน อุนก์วารี (ฮังการี) 12-2 คะแนน - ชนะ มาร์ค บารีกา (ฟิลิปปินส์) 12-5 คะแนน - ชนะ แก้ว พงษ์ประยูร (ประเทศไทย) 14-8 คะแนน - ชนะ ดาวิด ไอราเปเตียน (รัสเซีย) 15-8 คะแนน - ชนะ ชิน จงฮุน (เกาหลีใต้) 17-3 คะแนนมวยสากลอาชีพ มวยสากลอาชีพ. หลังจากได้รับเหรียญทองโอลิมปิก 2012 แล้ว โจว ซื่อหมิง ได้เปลี่ยนมาชกมวยสากลอาชีพ โดยหวังที่จะเป็นแชมป์โลกคนแรกของประเทศจีน (แต่แชมป์โลกมวยสากลอาชีพชาวจีนคนแรก คือ เซียง เจ้าซง ซึ่งเป็นแชมป์โลกในรุ่นสตรอว์เวท ของสภามวยโลก (WBC) โดยชนะคะแนนมาจากการชกชิงแชมป์ที่ว่างในปลายปี ค.ศ. 2012 ที่คุนหมิง) โดยโจว ซื่อหมิง ได้เซ็นสัญญาเป็นนักมวยในสังกัดท้อป แรงค์ โปรโมชั่น ของบ๊อบ อารัม โปรโมเตอร์ชาวอเมริกัน โดยเข้าค่ายฝึกซ้อมที่สหรัฐอเมริกา โดยมี เฟร็ดดี โรช เป็นเทรนเนอร์ ซึ่งการชกครั้งแรกมีขึ้นในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2013 ที่เดอะเวเนเชียนมาเก๊า โดยที่ โจว ซื่อหมิง สามารถเอาชนะคะแนน 4 ยก อีเลียสซา วาเลนซูเอล่า นักมวยชาวเวเนซุเอลา อายุ 18 ปีไปได้ ต่อมาได้เป็นแชมป์อินเตอร์เนชั่นแนลรุ่นฟลายเวท ขององค์กรมวยโลก (WBO) ได้แชมป์โดยชนะคะแนนไปแบบเอกฉันท์ 10 ยก ต่อ ลุยส์ เดอ ลา โลซา นักมวยชาวโคลัมเบีย โดยการชกครั้งที่ 6 นั้น เป็นการเอาชนะคะแนน ขวัญพิชิต 13 เหรียญเอ็กซ์เพรส นักมวยชาวไทยไปได้ ในปลายปี ค.ศ. 2014 ซึ่งเป็นการชกเพื่อหาผู้ชนะเพื่อไปชิงแชมป์โลกตัวจริงต่อไป ถึงแม้โจว ซื่อหมิง จะเป็นฝ่ายชนะขวัญพิชิตไปได้อย่างขาดลอยก็ตาม และได้นับ 8 ถึง 4 นับ แต่ก็มีแผลบวมแตกจากการถูกศีรษะชนและถูกหมัดของขวัญพิชิต โจว ซื่อหมิง ได้ขึ้นชกชิงแชมป์โลกครั้งแรกในรุ่นฟลายเวท ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) กับ อำนาจ รื่นเริง เจ้าของตำแหน่งชาวไทย ซึ่งเคยเป็นคู่ปรับเก่ากันมาก่อนสมัยชกมวยสากลสมัครเล่น ที่เดอะเวเนเชียนมาเก๊า ในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 2015 โดยเป็นรายการใหญ่ภายใต้ชื่อรายการว่า "โชว์ดาว์แอตแซนด์" (Showdown at Sands) ซึ่งทั้งคู่ในการชกมวยสากลสมัครเล่นเคยพบกันทั้งหมด 3 ครั้ง และโจว ซื่อหมิง เป็นฝ่ายเอาชนะอำนาจไปได้ 2 ครั้ง และแพ้ 1 ครั้ง ผลการชกปรากฏว่า อำนาจเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้อย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อครบ 12 ยก ด้วยคะแนน 116-111 จากกรรมการทั้ง 3 ท่าน ถึงแม้ว่าโจว ซื่อหมิง จะได้นับ 8 อำนาจในช่วงยกที่ 2 ก็ตาม ทำให้ โจว ซื่อหมิง แพ้เป็นครั้งแรกในการชกมวยสากลอาชีพ ทำให้มีสถิติชก 7 ครั้ง ชนะ 6 ครั้ง แพ้ 1 ครั้ง เป็นการชนะน็อก 1 ครั้ง ต่อมาในปลายปี ค.ศ. 2016 โจว ซื่อหมิง ได้ชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่สอง โดยชิงในรุ่นฟลายเวท ขององค์กรมวยโลก (WBO) ที่ว่าง โดยพบกับขวัญพิชิต 13 เหรียญเอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นคู่ปรับเก่า ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา และคราวนี้เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้เป็นเอกฉันท์เมื่อครบ 12 ยก ด้วยคะแนน 120-107, 120-107 และ 119-108 เพิ่มสถิติชกอาชีพเป็น 10 ครั้งชนะ 9 ครั้ง และทำให้เป็นแชมป์โลกไปในครั้งนี้ แต่ในการป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับ โช คิมุระ ผู้ท้าชิงชาวญี่ปุ่น ในปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 ที่โอเรียลทอลสปอร์ตส์เซนเตอร์ ในนครเซี่ยงไฮ้ ปรากฏว่าเป็นฝ่ายแพ้น็อกในยกที่ 11 ทำให้เสียตำแหน่งแชมป์โลกไปทันที และเสียสถิติการชกเป็นการแพ้ครั้งที่ 2สถิติการชกมวยสากลอาชีพ
ใครคือผู้ได้รับเหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นในโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2008
{ "answer": [ "โจว ซื่อหมิง" ], "answer_begin_position": [ 100 ], "answer_end_position": [ 112 ] }
2,914
515,204
แสงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ เป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าส่วนหนึ่งที่ปล่อยออกจากดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงในช่วงอินฟราเรด แสงที่ตามองเห็น และอัลตราไวโอเล็ต บนโลก แสงอาทิตย์ถูกกรองผ่านชั้นบรรยากาศโลก และเห็นชัดเป็นแสงกลางวันเมื่อดวงอาทิตย์อยู่เหนือเส้นขอบฟ้า แสงอาทิตย์มีสีขาว เกิดจากแสงทั้ง7สีมารวมกัน โดยแสงอาทิตย์จะมีความยาวคลื่นประมาณ 400-700nm แสงที่ความยาวคลื่นต่ำสุดคือสีม่วง สีน้ำเงิน จนมาถึงสีแดง ที่มีความยาวคลื่นประมาณ 700nm เมื่อรังสีจากดวงอาทิตย์โดยตรงไม่ถูกเมฆกั้น แสงอาทิตย์จะเป็นแสงจ้าและรังสีความร้อนประกอบกัน เมื่อรังสีจากดวงอาทิตย์โดยตรงถูกเมฆกั้นหรือสะท้อนออกไปโดยวัตถุอื่น จะเห็นไปแสงพร่ากระจาย (diffused light) แสงอาทิตย์ใช้เวลาเดินทางถึงโลกราว 8.3 นาที โดยเฉลี่ย ต้องใช้พลังงานระหว่าง 10,000 ถึง 170,000 ปีจึงจะออกจากภายในดวงอาทิตย์ แล้วค่อยถูกเปล่งจากพื้นผิวเป็นแสงได้ แสงอาทิตย์โดยตรงมีประสิทธิภาพความส่องสว่างอยู่ที่ราว 93 ลูเมนต่อวัตต์ของฟลักซ์การแผ่รังสี แสงอาทิตย์สว่างให้ความสว่างประมาณ 100,000 ลักซ์หรือลูเมนต่อตารางเมตรที่พื้นผิวโลก องค์ประกอบของแสงอาทิตย์ที่ระดับพื้นต่อตารางเมตร เมื่อดวงอาทิตย์อยู่ที่จุดเหนือศีรษะ อยู่ที่ราว 527 วัตต์ของรังสีอินฟราเรด 445 วัตต์ของแสงที่ตามองเห็น และ 32 วัตต์ของรังสีอัลตราไวโอเล็ต บนชั้นบรรยากาศ แสงอาทิตย์เข้มกว่าประมาณ 30% โดยมีสัดส่วนอัลตราไวโอเล็ตสูงกว่าสามเท่า รังสีอัลตราไวโอเล็ตที่เพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วยอัลตราไวโอเล็ตคลื่นสั้นที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต แสงอาทิตย์ เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง ที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวส์ชัน (Nuclear fusion)  บนดวงอาทิตย์  เกิดจากการหลอมรวมตัวกันของอะตอม ของธาตุไฮโดรเจน กลายเป็นอะตอมของธาตุฮีเลียม ในการเกิดปฏิกิริยานี้ จะให้พลังงานมหาศาล และพลังงานรูปหนึ่งที่เกิดขึ้นนี้ แผ่รังสีในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มายังโลกของเรา ที่เราพอสังเกตเห็นได้ในรูปของความร้อน และแสง ที่เราเรียกว่า แสงแดด หรือแสงอาทิตย์  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่รังสีมาจากดวงอาทิตย์นี้มีความยาวคลื่นต่างๆ ตั้งแต่ความยาวคลื่นมากกว่า 1,000  ไมครอน  (Micron)  ต่อเนื่องกันจนถึงสั้นกว่า  0.2  ไมครอน  (200 นาโนเมตร)  ในบรรดาคลื่นแสงที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ทั้งหมด แสงสีเหลืองที่มีความยาวคลื่น  0.55  ไมครอน  (550 นาโนเมตร)  เป็นคลื่นแสงที่มี ปริมาตรความเข้มสูงสุด ดังแสดงด้วยเส้นกราฟสเปคตรัม  (Spectrum)  ของคลื่นแสง และแสงแดดเป็นคลื่นแสง ที่เหมาะสมที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสงสร้างชีวมวล (Biomass) และมี่ส่วนทำให้พืชและสัตว์ดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้
แสงอาทิตย์เป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าส่วนหนึ่งที่ปล่อยออกจากอะไร
{ "answer": [ "ดวงอาทิตย์" ], "answer_begin_position": [ 152 ], "answer_end_position": [ 162 ] }
2,915
515,204
แสงอาทิตย์ แสงอาทิตย์ เป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าส่วนหนึ่งที่ปล่อยออกจากดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงในช่วงอินฟราเรด แสงที่ตามองเห็น และอัลตราไวโอเล็ต บนโลก แสงอาทิตย์ถูกกรองผ่านชั้นบรรยากาศโลก และเห็นชัดเป็นแสงกลางวันเมื่อดวงอาทิตย์อยู่เหนือเส้นขอบฟ้า แสงอาทิตย์มีสีขาว เกิดจากแสงทั้ง7สีมารวมกัน โดยแสงอาทิตย์จะมีความยาวคลื่นประมาณ 400-700nm แสงที่ความยาวคลื่นต่ำสุดคือสีม่วง สีน้ำเงิน จนมาถึงสีแดง ที่มีความยาวคลื่นประมาณ 700nm เมื่อรังสีจากดวงอาทิตย์โดยตรงไม่ถูกเมฆกั้น แสงอาทิตย์จะเป็นแสงจ้าและรังสีความร้อนประกอบกัน เมื่อรังสีจากดวงอาทิตย์โดยตรงถูกเมฆกั้นหรือสะท้อนออกไปโดยวัตถุอื่น จะเห็นไปแสงพร่ากระจาย (diffused light) แสงอาทิตย์ใช้เวลาเดินทางถึงโลกราว 8.3 นาที โดยเฉลี่ย ต้องใช้พลังงานระหว่าง 10,000 ถึง 170,000 ปีจึงจะออกจากภายในดวงอาทิตย์ แล้วค่อยถูกเปล่งจากพื้นผิวเป็นแสงได้ แสงอาทิตย์โดยตรงมีประสิทธิภาพความส่องสว่างอยู่ที่ราว 93 ลูเมนต่อวัตต์ของฟลักซ์การแผ่รังสี แสงอาทิตย์สว่างให้ความสว่างประมาณ 100,000 ลักซ์หรือลูเมนต่อตารางเมตรที่พื้นผิวโลก องค์ประกอบของแสงอาทิตย์ที่ระดับพื้นต่อตารางเมตร เมื่อดวงอาทิตย์อยู่ที่จุดเหนือศีรษะ อยู่ที่ราว 527 วัตต์ของรังสีอินฟราเรด 445 วัตต์ของแสงที่ตามองเห็น และ 32 วัตต์ของรังสีอัลตราไวโอเล็ต บนชั้นบรรยากาศ แสงอาทิตย์เข้มกว่าประมาณ 30% โดยมีสัดส่วนอัลตราไวโอเล็ตสูงกว่าสามเท่า รังสีอัลตราไวโอเล็ตที่เพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วยอัลตราไวโอเล็ตคลื่นสั้นที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต แสงอาทิตย์ เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง ที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวส์ชัน (Nuclear fusion)  บนดวงอาทิตย์  เกิดจากการหลอมรวมตัวกันของอะตอม ของธาตุไฮโดรเจน กลายเป็นอะตอมของธาตุฮีเลียม ในการเกิดปฏิกิริยานี้ จะให้พลังงานมหาศาล และพลังงานรูปหนึ่งที่เกิดขึ้นนี้ แผ่รังสีในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มายังโลกของเรา ที่เราพอสังเกตเห็นได้ในรูปของความร้อน และแสง ที่เราเรียกว่า แสงแดด หรือแสงอาทิตย์  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่รังสีมาจากดวงอาทิตย์นี้มีความยาวคลื่นต่างๆ ตั้งแต่ความยาวคลื่นมากกว่า 1,000  ไมครอน  (Micron)  ต่อเนื่องกันจนถึงสั้นกว่า  0.2  ไมครอน  (200 นาโนเมตร)  ในบรรดาคลื่นแสงที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ทั้งหมด แสงสีเหลืองที่มีความยาวคลื่น  0.55  ไมครอน  (550 นาโนเมตร)  เป็นคลื่นแสงที่มี ปริมาตรความเข้มสูงสุด ดังแสดงด้วยเส้นกราฟสเปคตรัม  (Spectrum)  ของคลื่นแสง และแสงแดดเป็นคลื่นแสง ที่เหมาะสมที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสงสร้างชีวมวล (Biomass) และมี่ส่วนทำให้พืชและสัตว์ดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้
แสงอาทิตย์มีสีอะไร
{ "answer": [ "ขาว" ], "answer_begin_position": [ 349 ], "answer_end_position": [ 352 ] }
2,916
549,039
เปรม รุจิเรข พันตำรวจโทเปรม รุจิเรข (เกิด 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2472) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลาประวัติ ประวัติ. พันตำรวจโทเปรม รุจิเรข เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจาก โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดม ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์งานการเมือง งานการเมือง. อดีตเคยรับราชการตำรวจ ต่อมาลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกใน พ.ศ. 2526 สังกัดพรรคกิจสังคม และได้รับเลือกตั้งเพียงครั้งเดียวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร. พันตำรวจโทเปรม รุจิเรข ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาสมัยเดียว คือ1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2526 จังหวัดสงขลา สังกัดพรรคกิจสังคมเครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์. - ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.)
พันตำรวจโทเปรม รุจิเรข ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ใด
{ "answer": [ "2526" ], "answer_begin_position": [ 529 ], "answer_end_position": [ 533 ] }
2,917
296,355
ประเทศฮังการีในโอลิมปิกฤดูร้อน 1948 ประเทศฮังการี เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 14 ค.ศ. 1948 (พ.ศ. 2491) ณ เมืองลอนดอน สหราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม พ.ศ. 2491
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 14 ในปีค.ศ. 1948 จัดขึ้นที่ประเทศใด
{ "answer": [ "สหราชอาณาจักร" ], "answer_begin_position": [ 242 ], "answer_end_position": [ 255 ] }
2,918
296,355
ประเทศฮังการีในโอลิมปิกฤดูร้อน 1948 ประเทศฮังการี เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 14 ค.ศ. 1948 (พ.ศ. 2491) ณ เมืองลอนดอน สหราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม พ.ศ. 2491
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 14 จัดขึ้นในปีค.ศ.ใด
{ "answer": [ "1948" ], "answer_begin_position": [ 211 ], "answer_end_position": [ 215 ] }
2,919
63,860
แมงลัก แมงลัก (ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum × citriodourum) เป็นพืชล้มลุกในสกุลกะเพรา-โหระพา แมงลักมีใบเล็ก สีอ่อน บอบบาง ช้ำง่ายและเหี่ยวง่ายกว่า ชื่อสามัญเดิมเรียกกันว่า hoary basil (hoary แปลว่าผมหงอก) โดยนำมาจากลักษณะที่มีขนอ่อนสีขาวๆ บริเวณก้านใบและยอดอ่อน ต่อมาก็เปลี่ยนมาเรียกว่า lemon basil ตามลักษณะกลิ่นที่คล้ายส้ม-มะนาว ส่วนแมงลักศรแดงของไทยเรียกว่า thai lemon basil แมงลักนำไปใช้ได้ทั้งใบและเมล็ด ใบมีกลิ่นฉุน ใช้ประกอบอาหารเช่นเดียวกับกะเพราและโหระพา ส่วนมากจะใช้รับประทานกับขนมจีน หรือใส่เครื่องแกงต่างๆ ส่วนเมล็ดแมงลักใช้ทำเป็นขนมอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ เมล็ดแมงลักนำมาทำเป็นยาระบายและอาหารเสริมลดความอ้วนได้ แมงลักในประเทศไทยนั้น มี หลากหลายยี่ห้อและหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ใช่ยี่ห้อดังยี่ห้อเดียวอย่างที่เข้าใจ ลักษณะพันธุ์ที่ดีใบต้องใหญ่พอดิบพอดี ไม่เล็กจนแคระแกร็น ดอกสีขาวเป็นชั้นๆ คล้ายฉัตรการใช้ประโยชน์ การใช้ประโยชน์. แมงลัก ใบใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร เช่น ห่อหมก แกงเลียง อ่อม แกงคั่ว ขนมจีนน้ำยา แกงหน่อไม้ พบมากในอาหารอีสาน เมล็ดแชน้ำให้พอง ใช้ทำขนมหรือรับประทานกับน้ำแข็งไส ไอศกรีม ใบมีฤทธิ์ขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด ช่วยย่อยอาหาร เมล็ดช่วยย่อยอาหาร เป็นยาระบาย สกัดน้ำมันหอมระเหยจากใบไปใช้ในอุตสาหกรรมสบู่และเครื่องสำอาง กิ่งและใบทุบแล้ววางในเล้าไก่ ช่วยไล่ไรตัวเล็กๆได้คุณค่าทางโภชนาการ คุณค่าทางโภชนาการ. แมงลักมีโปรตีน 3.8 กรัมต่อน้ำหนักใบสด 100 กรัม ซึ่งสูงกว่ากะเพราและโหระพา ข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย รายงานว่า แมงลัก 1 ขีด มีบีตา-แคโรทีนสูงถึง 590.56 ไมโครกรัม เทียบหน่วยเรตินัล สูงกว่ากะเพราและโหระพา และให้แคลเซียม 140 มิลลิกรัม ส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่า ใบแมงลักให้พลังงาน 0.032 กิโลแคลอรี่ วิตามินเอ 9,164 หน่วยสากล และวิตามินบี2 ประมาณ 0.14 มิลลิกรัม ซึ่งน้อยกว่ากะเพราและโหระพา แต่แร่ธาตุอื่นๆ มีสูงกว่า เช่น มีไขมันสูงถึง 0.8 กรัม แป้งมากถึง 11.1 กรัม แคลเซียม 350 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 86 มิลลิกรัม เหล็ก 4.9 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.30 มิลลิกรัม และวิตามินซี 78 มิลลิกรัมการปลูกเลี้ยง การปลูกเลี้ยง. สามารถปลูกได้โดยใช้กิ่งชำหรือใช้เมล็ดเพาะเป็นต้นกล้าแล้วย้ายปลูก เมื่อเมล็ดงอกขึ้นมาได้อายุ 1 เดือน ลงแปลงที่เตรียมดินไว้ ระยะระหว่างต้นและระหว่างแถว 40 เซนติเมตร แต่ถ้าเมื่อถอนขึ้นมาก่อนนำไปปลูกลงดิน ต้องตัดยอดทิ้งก่อนหรืออาจตัดออกครึ่งต้นก็ได้ ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรตัดแต่งรากด้วย เพราะแมงลักที่ตัดแต่ง รากจะงอกงามกว่า แต่ทั้งนี้เวลานำไปปลูก ต้องรดน้ำด้วย ใช้ปลูก หลุมละ 2-3 ต้น เมื่อต้นแมงลักเติบโต กิ่งก้านใบก็จะคลุมถึงกันหมดการเลือกพื้นที่ปลูก การเลือกพื้นที่ปลูก. แมงลักเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุเฉลี่ย 1-2 ปี ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวไปได้เรื่อยๆ ทุก 15-20 วัน การเลือกพื้นที่ปลูกควรเป็นที่ดอน แต่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ สามารถนำน้ำมาใช้รดได้สะดวก ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขัง ปกติสามารถขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด แต่แมงลักจะชอบดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ร่วนซุย ระบายน้ำดี และปลอดจากลมแรงการเตรียมดิน การเตรียมดิน. ไถดินให้ลึก 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 1-2 อาทิตย์ แล้วย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาว ในอัตรา 100-300 กิโลกรัม / ไร่ ใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก อัตรา 2,000 กิโลกรัม / ไร่ ปุ๋ยสูตร 16-16-16อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้ทั่วแล้วยกแปลง ให้สูง ประมาณ 30 เซนติเมตรการดูแลรักษา การดูแลรักษา. ควรจะให้น้ำสม่ำเสมอ วันละ 1 ครั้ง ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 หลังเพาะกล้า 7 วัน และครั้งที่2 ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 20-11-11 ในอัตรา 25-30 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากครั้งแรก 15 วันการเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยว. ใช้มีดตัดกิ่งที่เจริญเติบโตเต็มที่ มัดแล้วนำไปจำหน่าย สามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งแต่ถ้ายังไม่มีผู้รับซื้อเกษตรกรสามารถชะลอการเก็บเกี่ยวออกไปได้โดยการเด็ดยอดที่มีดอกทิ้ง จนถึงระยะเวลา 7-8 เดือน หลังจากนั้นผลผลิตจะลดลงเรื่อยๆ เกษตรกรจึงควรทำการถอนทิ้งเพื่อปลูกใหม่แหล่งเพาะปลูกแมงลักเชิงการค้า แหล่งเพาะปลูกแมงลักเชิงการค้า. แหล่งเพาะปลูกแมงลักภายในประเทศไทย ให้ผลผลิตเพียง 112 กิโลกรัม ต่อพื้นที่เพียง 148 ไร่เท่านั้น ซึ่งเป็นอัตราส่วนผลผลิตต่อไร่ ที่น้อยมากเมื่อเทียบกับกะเพรา และโหระพา
ใบแมงลักมีโปรตีนกี่กรัมต่อน้ำหนักใบสด 100 กรัม
{ "answer": [ "3.8" ], "answer_begin_position": [ 1312 ], "answer_end_position": [ 1315 ] }
2,920
357,474
มิสไซง่อน มิสไซง่อน () เป็นละครเพลง ซึ่งประพันธ์ดนตรีโดยคลอดด์-มิเชล โชนเบิร์ก (Claude-Michel Schönberg) คำร้องโดยอัลเลง บูบลิล (Alain Boublil) และริชาร์ด มอลต์บี จูเนียร์ (Richard Maltby, Jr.) โดยนำเค้าโครงเรื่องมาจากอุปรากรของจาโกโม ปุชชีนี (Giacomo Puccini) เรื่องมาดามบัตเตอร์ฟลาย (Madame Butterfly) ซึ่งทั้ง "มาดามบัตเตอร์ฟลาย" และ "มิสไซง่อน" ได้ถ่ายทอดเรื่องราวโศกนาฏกรรมความรักของหญิงชาวเอเชียที่ถูกชายชาวอเมริกันทอดทิ้ง ในขณะที่เนื้อเรื่องเดิมของ "มาดามบัตเตอร์ฟลาย" เป็นเรื่องราวความรักของหญิงสาวเกอิชาชาวญี่ปุ่นและนายทหารเรือชาวอเมริกันในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1900 ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มเปิดประเทศ "มิสไซง่อน" เป็นเรื่องราวความรักของหญิงสาวชาวเวียดนามที่ทำงานในสถานบริการ และนายทหารชาวอเมริกันที่เข้าไปประจำการในเมืองไซง่อน (ปัจจุบันคือ นครโฮจิมินห์) ประเทศเวียดนาม ระหว่างสงครามเวียดนาม ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 มิสไซง่อนรอบปฐมทัศน์แสดงที่โรงละครเธียร์เตอร์รอยัล ถนนดรูรี่ (Theatre Royal, Drury Lane) กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 1989 และแสดงรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1999 รวมทั้งหมด 4,264 รอบ แต่ยังเปิดการแสดงที่โรงละครบรอดเวย์ (The Broadway Theatre) สหรัฐอเมริกา เมื่อค.ศ. 1991 และเปิดการแสดงตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลก มิสไซง่อนได้กลับมาเปิดทำการแสดงอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม ณ โรงละครปรินส์เอ็ดวาร์ด กรุงลอนดอน และได้สร้างสถิติใหม่เป็นละครที่สร้างรายได้มากที่สุดจากการเปิดจำหน่ายบัตรในวันแรก โดยทำรายได้ไปมากกว่าสี่ล้านปอนด์หรือกว่าหนึ่งร้อยเก้าสิบล้านบาทภายในวันเดียว มิสไซง่อน ถือเป็นละครเพลงของโชนเบิร์กและบูบลิลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากเลมีเซราบล์ (Les Misérables) ที่เป็นการแสดงในค.ศ. 1980 มิสไซง่อนยังถือเป็นละครบรอดเวย์ที่ดำเนินการแสดงเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดเป็นอันดับ 10 ในประวัติศาสตร์ของละครเพลงจุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้น. แรงบันดาลใจต่อละครเพลงเรื่องนี้มาจากรูปภาพที่โชนเบิร์กพบในนิตยสารเล่มหนึ่ง เป็นภาพของหญิงชาวเวียดนามและลูกที่เกิดกับทหารอเมริกันที่กำลังจะจากกันเพื่อสภาพชีวิตของลูกที่ดีกว่าในอเมริกา ณ สนามบินทหารแห่งหนึ่งในเวียดนาม โชนเบิร์กได้นำแรงบันดาลใจจากภาพนี้ซึ่งเขาได้อธิบายว่าเป็น ‘การเสียสละอันยิ่งใหญ่’ มาพัฒนาเป็นละครมิสไซง่อนในปัจจุบันการเปิดแสดงการเปิดแสดง. - เวสต์เอนด์ มิสไซง่อน ทำการแสดงรอบปฐมทัศน์ที่โรงละครเธียร์เตอร์รอยัล ถนนดรูรี่ ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ.1989 และปิดทำการแสดงเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ.1999 หลังจากเปิดทำการแสดงไปแล้วกว่า 4,624 รอบ โดยกำกับการแสดงโดยนิโคลัส ฮายท์เนอร์ (Nicholas Hytner) กำกับศิลป์โดยบอบ เอเวียง (Bob Avian) ออกแบบฉากโดยจอห์น เนเปียร์ (John Napier) ในปีค.ศ.1994 มิสไซง่อนได้ทำลายสถิติเป็นละครที่เปิดทำการแสดงนานที่สุดของโรงละครเธียร์เตอร์รอยัล ลีอา ซาลองกา รับบทเป็นคิมและโด่งดังขึ้นมาจากบทดังกล่าวและได้รับรางวัล ลอเรนซ์ โอลิเวอร์ อวอร์ดและ โทนี อวอร์ดจากบทดังกล่าว และโจนาทาน ไพรซ์ ผู้รับบทเอนจิเนียร์ก็ได้รับรางวัลดังกล่าวด้วยเช่นกัน- บรอดเวย์ มิสไซง่อนเปิดทำการแสดงใน บรอดเวย์ ประเทศอเมริกาที่โรงละครบรอดเวย์ ในวันที่ 11 เมษายน ค.ศ.1991 และปิดทำการแสดงในวันที่ 28 มกราคม ค.ศ.2001 หลังจากเปิดทำการแสดงไปว่า 4,092 รอบ มิสไซง่อนเป็นละครเพลงที่เปิดแสดงในบรอดเวย์ยาวนานที่สุดเป็นอันดับที่ 12- เวสต์เอนด์ (ค.ศ.2014) มิสไซง่อนกลับมาเปิดทำการแสดงอีกครั้งที่โรงละครปรินส์เอ็ดวาร์ดโดยโปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง คาเมรอน แมคอินทอช (Cameron Mackintosh) และกำกับโดยลอเรนส์ คอนเนอร์ (Laurence Conor) ได้มีการออดิชั่นคัดเลือกนักแสดงในบทของคิมที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในวันที่ 19-22 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 และได้มีการประกาศตัวนักแสดงหลักในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ.2013 มิสไซง่อน ได้เปิดการแสดงอีกครั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.2014 และได้จัดรอบพิเศษในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของละครเรื่องนี้ในวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.2014 โดยหลังจากละครได้จบลง ลีอา ซาลองกา, ไซมอน โบวแมน, โจนาทาน ไพรซ์ และนักแสดงอื่น ๆ อีกมากมายจากการแสดงต้นฉบับออกมาแสดงการแสดงชุดพิเศษร่วมกับนักแสดงชุดปัจจุบัน- กรุงเทพมหานคร มิสไซง่อนฉบับภาษาไทย โดยซีเนริโอร่วมกับคาเมรอน แมคอินทอช (Cameron Mackintosh) ภายใต้การจัดการลิขสิทธิ์ของ Music Theatre International (MTI) ได้เปิดการแสดงขึ้นที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 จำนวน 57 รอบ อำนวยการสร้างและกำกับการแสดงโดยถกลเกียรติ วีรวรรณ แปลบทละครโดยธานี พูนสุวรรณ กำกับลีลาโดยสุธีศักดิ์ ภักดีเทวา โดย กุลกรณ์พัชร์ โพธิ์ทองนาค และ กานดา วิทยานุถาพยืนยง รับบทเป็นคิม ชลาทิศ ตันติวุฒิ รับบทเป็นเอนจิเนียร์ และ นภัทร อินทร์ใจเอื้อ รับบเป็นคริส โดยในรอบปฐมทัศน์ของไทยนั้นหลังจากการแสดงจบลง ริชาร์ด มอลต์บี จูเนียร์ หนึ่งในผู้สร้างมิสไซง่อนได้กล่าวบนเวทีว่า “ไม่มีการแสดงครั้งไหน ที่สามารถเข้าถึงจิตใจของผมได้เท่าครั้งนี้”- โปรดักชั่นอื่น ๆ นับตั้งแต่เปิดทำการแสดงในกรุงลอนดอน มิสไซง่อนได้ถูกนำไปแสดงในเมืองต่าง ๆ มากมายเช่นชตุทท์การ์ท ประเทศเยอรมนี, โตรอนโต ประเทศแคนนาดา โดยที่ได้สร้างโรงละครขึ้นใหม่เพื่อละครเรื่องนี้โดยเฉพาะ, เมืองบันโลด์ ประเทศนอร์เวย์ เป็นเมืองที่มีประชากรเพียง 11,000 คน โดยได้เปิดการแสดงในเวทีกลางแจ้งเป็นเวลา 11 วันและได้ใช้เฮลิคอปเตอร์จริงในการแสดงอีกด้วย จนถึงปัจจุบันมิสไซง่อนได้เปิดแสดงทั่วโลกมากกว่า 25 ประเทศใน 246 เมือง คณะนักแสดงกว่า 27 คณะ และถูกแปลเป็นภาษาอื่นถึง 12 ภาษาเนื้อเรื่องเนื้อเรื่อง. - องก์ 1 เดือนเมษายนปีคริสต์ศักราช 1975 ก่อนการสิ้นสุดของสงครามเวียดนาม ใน“ดรีมแลนด์” บาร์แห่งหนึ่งในไซง่อน เป็นวันแรกที่บาร์ของ’คิม’เด็กสาววัย 17 ปี หนึ่งในสาวบริการของ’เอนจิเนียร์’หนุ่มใหญ่ลูกครึ่งฝรั่งเศส-เวียดนามผู้จัดการบาร์ ที่กำลังกวดขันเหล่าหญิงบริการอยู่หลังเวที ให้พร้อมกับโชว์ของคืนนั้น ขณะที่ทั้งหมดกำลังขบขันกับความไร้เดียงสาของคิม เหล่าทหารอเมริกันร่วมดื่มกับหญิงบริการชาวเวียดนาม (“เร่าร้อนในไซง่อน / The heat is on in Saigon”) ‘คริส’หนึ่งในทหารอเมริกันรู้สึกเบื่อและไม่สนใจกับเหล่าหญิงงามในร้านที่กำลังแข่งประกวดชิงตำแหน่งมิสไซง่อน แต่คริสกลับสะดุดตากับความไร้เดียงสาของคิมหนึ่งในหญิงเหล่านั้นและได้เปรยให้’จอห์น’เพื่อนสนิทของเขาฟัง ‘จีจี้’ผู้ได้รับตำแหน่งมิสไซง่อนได้ขอร้องให้ทหารอเมริกันช่วยพาเธอกลับอเมริกาด้วยแต่ถูกปฏิเสธ เหล่าสามงามตัดพ้อถึงความฝันของชีวิตที่ดีกว่า (“ภาพหนังที่ใจใฝ่หา / Movie in my mind”) จอห์นได้คุยกับเอนจิเนียร์เพื่อเปิดห้องพักเป็นของขวัญให้คริสและคิม (“เจรจา / The Transaction”) คิมลังเลที่จะคุยกับคริสด้วยความไร้เดียงสาของเธอ สุดท้ายเธอยอมเต้นรำกับคริส ด้วยความสงสารคริสพยายามให้เงินคิมเพื่อนที่เธอจะได้ไปจากบาร์แห่งนี้ แต่เอนจิเนียร์จับได้และคิดว่าคริสไม่ชอบเธอ คิมจึงรีบตัดบทด้วยการพาคริสไปที่ห้องของเธอ- องก์ 2 ในกรุงแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย จอห์นซึ่งตอนนี้ทำงานให้กับองค์กรช่วยเหลือบุยดอย (มีความหมายว่าเด็กข้างถนน หมายถึงเด็กที่เกิดกับทหารอเมริกันช่วงสงคราม) ให้พบกับพ่อชาวอเมริกัน (“บุยดอย / Bui Doi”) จอห์นได้ข้อมูลมาและบอกคริสว่าคิมยังมีชีวิตอยู่ คริสรู้สึกโล่งใจหลังจากถูกฝันร้ายว่าคิมถูกยิงเสียชีวิตตามหลอกหลอนอยู่นาน จอห์นบอกคริสเรื่องแทมและพยายามให้คริสและเอเลนไปหาคิมและแทมที่กรุงเทพ คริสจึงเล่าเรื่องทุกอย่างทั้งหมดให้เอเลนฟัง และทั้งหมดได้ออกเดินทางมากรุงเทพ ที่กรุงเทพเอนจิเนียร์ทำงานเป็นพนักงานในบาร์แห่งหนึ่งกับคิม (“เซ็งชะมัด / What a waste”) จอห์นตามหาจนพบคิมที่บาร์ เขาบอกเธอว่าคริสอยู่ที่กรุงเทพด้วยเช่นกัน จอห์นพยายามบอกคิมว่าคริสได้แต่งงานแล้วแต่คิมขัดจังหวะบทสนทนาด้วยความดีใจของเธอที่พรั่งพรูออกมา (“วอน / Please”) เธอบอกกับแทมว่าพ่อกลับมาพาทั้งคู่ไปอเมริกาแล้ว จอห์นไม่อาจทำใจที่จะบอกความจริงกับคิมได้แต่สัญญาว่าจะพาคริสมาหาเธอ หลังจากที่จอห์นกลับไปเอนจิเนียร์เข้ามาบอกคิมไม่ให้เชื่อจอห์นและให้เธอไปหาคริสด้วยตัวเธอเองโดยเขาจะไปสืบมาให้ว่าคริสอยู่ที่ไหน คิมตั้งหน้าตั้งตารอเอนจิเนียร์แต่ระหว่างนั้นคิมเห็นวิญญานของถวีมาหลอกหลอน วิญญานของถวีบอกคิมว่าคริสจะหักหลังเธอเหมือนกับที่เขาทำในคืนที่ไซง่อนแตก ทำให้เรื่องราวในคืนนั้นกลับมาตามหลอกหลอนคิม (“ฝันร้ายของคิม (ไซง่อนแตก 1975) / Kim’s nightmare”)ข้อมูลนักแสดง
ใครคือผู้ประพันธ์ดนตรีในละครเพลงเรื่องมิสไซง่อน
{ "answer": [ "คลอดด์-มิเชล โชนเบิร์ก" ], "answer_begin_position": [ 140 ], "answer_end_position": [ 162 ] }
2,921
651,868
เทียนภูหลวง เทียนภูหลวง เป็นพืชในสกุลเทียนดอก วงศ์ Balsaminaceae เป็นไม้ล้มลุกขึ้นตามหินผา ใบหนา ขอบใบจัก ดอกเดี่ยว สีชมพู กลีบบนหยักเว้ารูปหัวใจ สองกลีบล่างแผ่กว้างมากที่สุด ผลรูปกระสวย แก่แล้วแตก ออกดอกช่วงตุลาคม – ธันวาคม เป็นไม้ถิ่นเดียวของไทย พบเฉพาะที่จังหวัดเลย พบครั้งแรกที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย โดย T. shimizu ชาวญี่ปุ่นและคณะ ชื่อสปีชีส์ตั้งเป็นเกียรติแก่สถานที่ค้นพบ
ดอกเทียนภูหลวงมีสีอะไร
{ "answer": [ "ชมพู" ], "answer_begin_position": [ 204 ], "answer_end_position": [ 208 ] }
2,922
107,111
อำเภอแม่พริก แม่พริก () เป็นอำเภอแห่งหนึ่งใน จังหวัดลำปางประวัติ ประวัติ. อำเภอแม่พริกตั้งอยู่บนลำห้วยแม่พริก เข้าใจว่าชื่อ อำเภอแม่พริก คงจะได้มาจากชื่อลำห้วยแม่พริกนี้ ส่วนที่มาของคำว่า “แม่พริก” มีเรื่องเล่ามาว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่อำเภอนี้จึงมีรอยพระพุทธบาทประทับอยู่บนรอยหิน 2 รอย แต่รอยพระพุทธบาททั้ง 2 รอย เป็นรอยกลับกัน (ชาวบ้านเรียกว่า “ปิ๊ก”หรือ “พลิก”แปลว่า “กลับ”)ต่อมานานเข้าเลยเรียกเพี้ยนจาก “พลิก”มาเป็น “พริก”เรื่องเล่าหรือคำบอกเล่าเหล่านี้จึงเป็นที่มาของลำห้วยแม่พริก ก่อนที่จะตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่พริก ปรากฏว่า ท้องที่อำเภอแม่พริกแห่งนี้เป็นหมู่บ้าน ขึ้นกับอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก มีรวมด้วยกัน 3หมู่บ้าน คือ บ้านพริกลุ่ม บ้านแม่พริกบน และบ้านแม่เชียงราย ติดต่อกับเขตอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีม่อนก่องหิน- เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2443 ถึงปี พ.ศ. 2447 จังหวัดตาก ได้ตั้งด่านเก็บภาษีค่านาเงินรัฐชูปการ ขึ้นที่บ้านแม่พริกลุ่ม และได้จัดส่งเจ้าน้อยสารมาเป็นนายด่าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2447 เจ้าน้อยสารถูกคนร้ายปล้นฆ่าตายทางราชการจึงได้โอนหมู่บ้านแม่พริกลุ่ม บ้านแม่พริกบน และบ้านแม่เชียงราย จากอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก มาขึ้นกับอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง โดยถือเขตห้วยแม่เชียงรายและห้วยแม่ระวาน เป็นเส้นแบ่งเขตและตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่พริกขึ้นโดยมีทีทำการกิ่งอำเภอแม่พริกอยู่ที่บ้านแม่พริกลุ่ม เมื่อแรกที่ตั้งเป็นกิ่งอำเภอนั้น ได้แบ่งเขตปกครองออกเป็น 5 ตำบล คือ ตำบลแม่พริกลุ่ม ตำบลแม่พริกบน ตำบลผาปัง ตำบลแม่ปุ และตำบลน้ำดิบ - เมื่อปี พ.ศ. 2470 ได้ยุบตำบลแม่พริกบน รวมกับตำบลแม่พริกลุ่ม เรียกชื่อเป็นทางการใหม่ว่า “ตำบลแม่พริก” - เมื่อปี พ.ศ. 2482 ได้ยุบตำบลน้ำดิบไปรวมกับตำบลแม่วะ เขตอำเภอเถิน และโอนบ้านแม่ตั๋ง บ้านท่าต้นแหน ไปรวมกับตำบลแม่พริก โอนบ้านเกาะหัวช้าง บ้านตะฝั่งสูง บ้านน้ำลัด ไปรวมกับตำบลแม่ปุ ดังนั้น จึงเหลือเขตการปกครองอยู่เพียง 3 ตำบล คือ ตำบลแม่พริก ตำบลแม่ปุ และตำบลผาปัง - กิ่งอำเภอแม่พริก ได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2501ที่ตั้งและอาณาเขต ที่ตั้งและอาณาเขต. อำเภอแม่พริกตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้- ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอลี้ (จังหวัดลำพูน) และอำเภอเถิน - ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเถิน - ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอบ้านตากและอำเภอสามเงา (จังหวัดตาก) - ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอสามเงา (จังหวัดตาก) และอำเภอลี้ (จังหวัดลำพูน)การปกครองส่วนภูมิภาค การปกครองส่วนภูมิภาค. อำเภอแม่พริกแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 4 ตำบล 30หมู่บ้าน ได้แก่การปกครองส่วนท้องถิ่น การปกครองส่วนท้องถิ่น. ท้องที่อำเภอแม่พริกประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่- เทศบาลตำบลแม่ปุ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่ปุทั้งตำบล - เทศบาลตำบลแม่พริก ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลแม่พริก - เทศบาลตำบลพระบาทวังตวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพระบาทวังตวงทั้งตำบล - องค์การบริหารส่วนตำบลแม่พริก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่พริก (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลแม่พริก) และตำบลผาปังทั้งตำบลสถานที่ท่องเที่ยวถ้ำน้ำผ่าผางาม สถานที่ท่องเที่ยว. ถ้ำน้ำผ่าผางาม. ตั้งอยู่ที่ บ้านท่าชุม หมู่ที่ 2 ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง เป็นถ้ำธรรมชาติที่กว้างขวาง มีความยาว 302 เมตร อากาศปลอดโปร่งถ่ายเทดี มีจุดชมธรรมชาติ และหินงอก หินย้อย รูปร่างแปลกๆ สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ระยะทางห่างจากถนนสายเอเซีย 2 ถนน 4 เลน ประมาณ 100 เมตร ขณะนี้ได้รับการปรับปรุงทางเข้าเป็นถนนคอนกรีตทางขึ้นเยี่ยมชมภายในถ้ำ มีบันไดปูนทอดยาวถึงปากถ้ำ บรรยากาศภายในตัวถ้ำสวยงามตามธรรมชาติ อากาศเย็นสบาย โดยจะมีวัดอยู่บริเวณทาง ขึ้น มีไฟฉายให้บริการวัดพระพุทธบาทวังตวง วัดพระพุทธบาทวังตวง. ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง วัดพระบาทวังตวงเป็นวัดเก่าแก่มีรอยพระพุทธบาทเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอแม่พริก เป็นวัดเก่าแก่มีรอยพระพุทธบาท เป็นที่เคารพสักการะของชาวอำเภอแม่พริก มีตำนาน อันศักดิ์สิทธิ์มายาวนาน มีปูชนียสถานที่สำคัญ คือ รอยพระพุทธบาท 2 รอย ประดิษฐาน อยู่บนยอดดอยที่มีความสูงประมาณ 80 จากระดับแม่น้ำวัง ชื่อของวัด แยกตามศัพท์ได้ 2 ความหมาย คือ พระพุทธบาท หมายถึงรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าและคำว่า วังตวง หมายถึงวังน้ำวนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวังติดกับวัดพระพุทธบาทวังตวง และอีกความหมายหนึ่ง หมายถึง รองรับสิ่งที่ไหล เทลงมา(เช่นภาษาถิ่นว่าเอกโอ่งมาตวงน้ำฝน)อีกอย่างหนึ่งคำว่า "ตวง" มีผู้สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "ต๊วง" ซึ่งเป็นภาษาถิ่น แปลว่า "ดิ้น" หรือพลิกตัว(ฉะนั้นคำว่า "วังตวง" จึงมีความหมายว่าวังน้ำวนที่รองรับน้ำที่ไหลเทลงมา จากดอยพระบาทและอีกความหมายหนึ่ง หมายถึง วังน้ำวนที่มีพญานาคพลิกตัวไปมา ดังตำนานเล่าสืบต่อกันมา)น้ำตกแม่ตั๋ง น้ำตกแม่ตั๋ง. ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 บ้านแม่ตั๋ง ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง เป็นน้ำตกที่เกิดจากการทับถมของใบไม้กลายเป็นชั้นหินเล็กๆ และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ซึ่งชาวบ้านยังใช้ประโยชน์ จากน้ำตกดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวัน
อำเภอแม่พริกในจังหวัดลำปางมีกี่หมู่บ้าน
{ "answer": [ "30" ], "answer_begin_position": [ 2297 ], "answer_end_position": [ 2299 ] }
2,923
107,111
อำเภอแม่พริก แม่พริก () เป็นอำเภอแห่งหนึ่งใน จังหวัดลำปางประวัติ ประวัติ. อำเภอแม่พริกตั้งอยู่บนลำห้วยแม่พริก เข้าใจว่าชื่อ อำเภอแม่พริก คงจะได้มาจากชื่อลำห้วยแม่พริกนี้ ส่วนที่มาของคำว่า “แม่พริก” มีเรื่องเล่ามาว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่อำเภอนี้จึงมีรอยพระพุทธบาทประทับอยู่บนรอยหิน 2 รอย แต่รอยพระพุทธบาททั้ง 2 รอย เป็นรอยกลับกัน (ชาวบ้านเรียกว่า “ปิ๊ก”หรือ “พลิก”แปลว่า “กลับ”)ต่อมานานเข้าเลยเรียกเพี้ยนจาก “พลิก”มาเป็น “พริก”เรื่องเล่าหรือคำบอกเล่าเหล่านี้จึงเป็นที่มาของลำห้วยแม่พริก ก่อนที่จะตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่พริก ปรากฏว่า ท้องที่อำเภอแม่พริกแห่งนี้เป็นหมู่บ้าน ขึ้นกับอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก มีรวมด้วยกัน 3หมู่บ้าน คือ บ้านพริกลุ่ม บ้านแม่พริกบน และบ้านแม่เชียงราย ติดต่อกับเขตอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีม่อนก่องหิน- เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2443 ถึงปี พ.ศ. 2447 จังหวัดตาก ได้ตั้งด่านเก็บภาษีค่านาเงินรัฐชูปการ ขึ้นที่บ้านแม่พริกลุ่ม และได้จัดส่งเจ้าน้อยสารมาเป็นนายด่าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2447 เจ้าน้อยสารถูกคนร้ายปล้นฆ่าตายทางราชการจึงได้โอนหมู่บ้านแม่พริกลุ่ม บ้านแม่พริกบน และบ้านแม่เชียงราย จากอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก มาขึ้นกับอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง โดยถือเขตห้วยแม่เชียงรายและห้วยแม่ระวาน เป็นเส้นแบ่งเขตและตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่พริกขึ้นโดยมีทีทำการกิ่งอำเภอแม่พริกอยู่ที่บ้านแม่พริกลุ่ม เมื่อแรกที่ตั้งเป็นกิ่งอำเภอนั้น ได้แบ่งเขตปกครองออกเป็น 5 ตำบล คือ ตำบลแม่พริกลุ่ม ตำบลแม่พริกบน ตำบลผาปัง ตำบลแม่ปุ และตำบลน้ำดิบ - เมื่อปี พ.ศ. 2470 ได้ยุบตำบลแม่พริกบน รวมกับตำบลแม่พริกลุ่ม เรียกชื่อเป็นทางการใหม่ว่า “ตำบลแม่พริก” - เมื่อปี พ.ศ. 2482 ได้ยุบตำบลน้ำดิบไปรวมกับตำบลแม่วะ เขตอำเภอเถิน และโอนบ้านแม่ตั๋ง บ้านท่าต้นแหน ไปรวมกับตำบลแม่พริก โอนบ้านเกาะหัวช้าง บ้านตะฝั่งสูง บ้านน้ำลัด ไปรวมกับตำบลแม่ปุ ดังนั้น จึงเหลือเขตการปกครองอยู่เพียง 3 ตำบล คือ ตำบลแม่พริก ตำบลแม่ปุ และตำบลผาปัง - กิ่งอำเภอแม่พริก ได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2501ที่ตั้งและอาณาเขต ที่ตั้งและอาณาเขต. อำเภอแม่พริกตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้- ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอลี้ (จังหวัดลำพูน) และอำเภอเถิน - ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเถิน - ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอบ้านตากและอำเภอสามเงา (จังหวัดตาก) - ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอสามเงา (จังหวัดตาก) และอำเภอลี้ (จังหวัดลำพูน)การปกครองส่วนภูมิภาค การปกครองส่วนภูมิภาค. อำเภอแม่พริกแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 4 ตำบล 30หมู่บ้าน ได้แก่การปกครองส่วนท้องถิ่น การปกครองส่วนท้องถิ่น. ท้องที่อำเภอแม่พริกประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่- เทศบาลตำบลแม่ปุ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่ปุทั้งตำบล - เทศบาลตำบลแม่พริก ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลแม่พริก - เทศบาลตำบลพระบาทวังตวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพระบาทวังตวงทั้งตำบล - องค์การบริหารส่วนตำบลแม่พริก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่พริก (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลแม่พริก) และตำบลผาปังทั้งตำบลสถานที่ท่องเที่ยวถ้ำน้ำผ่าผางาม สถานที่ท่องเที่ยว. ถ้ำน้ำผ่าผางาม. ตั้งอยู่ที่ บ้านท่าชุม หมู่ที่ 2 ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง เป็นถ้ำธรรมชาติที่กว้างขวาง มีความยาว 302 เมตร อากาศปลอดโปร่งถ่ายเทดี มีจุดชมธรรมชาติ และหินงอก หินย้อย รูปร่างแปลกๆ สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ระยะทางห่างจากถนนสายเอเซีย 2 ถนน 4 เลน ประมาณ 100 เมตร ขณะนี้ได้รับการปรับปรุงทางเข้าเป็นถนนคอนกรีตทางขึ้นเยี่ยมชมภายในถ้ำ มีบันไดปูนทอดยาวถึงปากถ้ำ บรรยากาศภายในตัวถ้ำสวยงามตามธรรมชาติ อากาศเย็นสบาย โดยจะมีวัดอยู่บริเวณทาง ขึ้น มีไฟฉายให้บริการวัดพระพุทธบาทวังตวง วัดพระพุทธบาทวังตวง. ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง วัดพระบาทวังตวงเป็นวัดเก่าแก่มีรอยพระพุทธบาทเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอแม่พริก เป็นวัดเก่าแก่มีรอยพระพุทธบาท เป็นที่เคารพสักการะของชาวอำเภอแม่พริก มีตำนาน อันศักดิ์สิทธิ์มายาวนาน มีปูชนียสถานที่สำคัญ คือ รอยพระพุทธบาท 2 รอย ประดิษฐาน อยู่บนยอดดอยที่มีความสูงประมาณ 80 จากระดับแม่น้ำวัง ชื่อของวัด แยกตามศัพท์ได้ 2 ความหมาย คือ พระพุทธบาท หมายถึงรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าและคำว่า วังตวง หมายถึงวังน้ำวนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวังติดกับวัดพระพุทธบาทวังตวง และอีกความหมายหนึ่ง หมายถึง รองรับสิ่งที่ไหล เทลงมา(เช่นภาษาถิ่นว่าเอกโอ่งมาตวงน้ำฝน)อีกอย่างหนึ่งคำว่า "ตวง" มีผู้สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "ต๊วง" ซึ่งเป็นภาษาถิ่น แปลว่า "ดิ้น" หรือพลิกตัว(ฉะนั้นคำว่า "วังตวง" จึงมีความหมายว่าวังน้ำวนที่รองรับน้ำที่ไหลเทลงมา จากดอยพระบาทและอีกความหมายหนึ่ง หมายถึง วังน้ำวนที่มีพญานาคพลิกตัวไปมา ดังตำนานเล่าสืบต่อกันมา)น้ำตกแม่ตั๋ง น้ำตกแม่ตั๋ง. ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 บ้านแม่ตั๋ง ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง เป็นน้ำตกที่เกิดจากการทับถมของใบไม้กลายเป็นชั้นหินเล็กๆ และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ซึ่งชาวบ้านยังใช้ประโยชน์ จากน้ำตกดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวัน
ถ้ำน้ำผ่าผางามตั้งอยู่ที่อำเภอใดในจังหวัดลำปาง
{ "answer": [ "อำเภอแม่พริก" ], "answer_begin_position": [ 2825 ], "answer_end_position": [ 2837 ] }
2,924
722,741
น้ำตกวังแก้ว น้ำตกวังแก้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งในอุทยานแห่งชาติดอยหลวงซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่16 เมษายน พ.ศ. 2533 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงรายและจังหวัดลำปาง รวมเนื้อที่ประมาณ 731,250 ไร่ สภาพภูมิประเทศเป็นเขาสูงทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ มีดอยหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้นและป่าเต็งรังปะปนกัน มีสัตว์ป่าและน กหลายชนิด ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่บริเวณน้ำตกวังแก้ว น้ำตกวังแก้ว เป็น น้ำตกที่สวยงามที่สุดของจังหวัดลำปาง เกิดจากการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำ มีชั้นน้ำตกประมาณ 110 ชั้น แต่เป็นชั้น ใหญ่ 7-8 ชั้น น้ำตกไหลอยู่ตลอดปี เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของน้ำตกจะพบ หมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้า ที่บ้านป่าคาหลวงและบ้านส้าน ซึ่งมีทางขึ้นค่อนข้างชัน ที่ น้ำตกวังแก้ว ยังมีเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติระยะสั้น 1.4 กิโลเมตร นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียง ยังมี น้ำตกวังทอง ซึ่งมีลักษณะคล้าย น้ำตกวังแก้ว ค่าธรรมเนียมเข้าชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท สามารถกางเต็นท์ได้แต่ต้องเตรียม เสบียง ไปเอง สถานที่พัก มีบ้านพักจำนวน 7 หลัง ราคา 1,000 บาท ทางอุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ 2 คน ราคา 50 บาท/คืนเต็นท์ หรือจะนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ 20 บาท/คน/คืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ ที่ อุทยานแห่งชาติดอยหลวง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โทร. 0 5360 9042, 0 2562 7060 หรือ www.dng.or.th การเดินทาง ใช้เส้นทาง สายลำปาง - แจ้ห่ม - วังเหนือ ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร มีทางเข้าสู่น้ำตกทั้งสองข้างที่ว่าการอำเภอวังเหนือ จากปากทางเข้าสู่น้ำตกวังแก้ว เป็นระยะทาง ประมาณ 24 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางลาดยาง ส่วนทางเข้าน้ำตก วังทองจากปากทางใหญ่ ที่เข้ามาจะถึงก่อนน้ำตกวังแก้วประมาณ 9 กิโลเมตร
น้ำตกวังแก้วตั้งอยู่ในอุทยานใด
{ "answer": [ "อุทยานแห่งชาติดอยหลวง" ], "answer_begin_position": [ 139 ], "answer_end_position": [ 160 ] }
2,925
722,741
น้ำตกวังแก้ว น้ำตกวังแก้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งในอุทยานแห่งชาติดอยหลวงซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่16 เมษายน พ.ศ. 2533 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงรายและจังหวัดลำปาง รวมเนื้อที่ประมาณ 731,250 ไร่ สภาพภูมิประเทศเป็นเขาสูงทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ มีดอยหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้นและป่าเต็งรังปะปนกัน มีสัตว์ป่าและน กหลายชนิด ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่บริเวณน้ำตกวังแก้ว น้ำตกวังแก้ว เป็น น้ำตกที่สวยงามที่สุดของจังหวัดลำปาง เกิดจากการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำ มีชั้นน้ำตกประมาณ 110 ชั้น แต่เป็นชั้น ใหญ่ 7-8 ชั้น น้ำตกไหลอยู่ตลอดปี เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของน้ำตกจะพบ หมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้า ที่บ้านป่าคาหลวงและบ้านส้าน ซึ่งมีทางขึ้นค่อนข้างชัน ที่ น้ำตกวังแก้ว ยังมีเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติระยะสั้น 1.4 กิโลเมตร นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียง ยังมี น้ำตกวังทอง ซึ่งมีลักษณะคล้าย น้ำตกวังแก้ว ค่าธรรมเนียมเข้าชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท สามารถกางเต็นท์ได้แต่ต้องเตรียม เสบียง ไปเอง สถานที่พัก มีบ้านพักจำนวน 7 หลัง ราคา 1,000 บาท ทางอุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ 2 คน ราคา 50 บาท/คืนเต็นท์ หรือจะนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ 20 บาท/คน/คืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ ที่ อุทยานแห่งชาติดอยหลวง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โทร. 0 5360 9042, 0 2562 7060 หรือ www.dng.or.th การเดินทาง ใช้เส้นทาง สายลำปาง - แจ้ห่ม - วังเหนือ ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร มีทางเข้าสู่น้ำตกทั้งสองข้างที่ว่าการอำเภอวังเหนือ จากปากทางเข้าสู่น้ำตกวังแก้ว เป็นระยะทาง ประมาณ 24 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางลาดยาง ส่วนทางเข้าน้ำตก วังทองจากปากทางใหญ่ ที่เข้ามาจะถึงก่อนน้ำตกวังแก้วประมาณ 9 กิโลเมตร
น้ำตกวังแก้วในอุทยานแห่งชาติดอยหลวงมีกี่ชั้น
{ "answer": [ "110" ], "answer_begin_position": [ 640 ], "answer_end_position": [ 643 ] }
2,928
4,650
8 กุมภาพันธ์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ 39 ของปี ตามปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน เมื่อถึงวันนี้จะยังเหลือวันอีก 326 วันในปีนั้น (327 วันในปีอธิกสุรทิน)เหตุการณ์เหตุการณ์. - พ.ศ. 2129 (ค.ศ. 1587) - สมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ ถูกประหารชีวิต ณ ปราสาทฟอเทอริงเกย์ หลังตกเป็นผู้ต้องหาพัวพันในแผนการปลงพระชนม์สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 1 แห่งอังกฤษ - พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868) - สยาม- อังกฤษทำสัญญาเรื่องแนวเขตแดนสยาม-พม่าเป็นครั้งแรกในวันนี้ - พ.ศ. 2446 (ค.ศ. 1904) - สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้น เมื่อญี่ปุ่นสร้างความประหลาดใจ ด้วยการจู่โจมเรือรบของรัสเซียด้วยตอร์ปิโด - พ.ศ. 2485 (ค.ศ. 1942) - ญี่ปุ่นยึดครองหมู่เกาะเซลีเบสสำเร็จ - พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) - เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในซานฟรานซิสโก นับเป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกัน - พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) - วันเปิดทำการ "แนสแด็ก" ตลาดหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งแรกของโลกวันเกิดวันเกิด. - พ.ศ. 954 (ค.ศ. 412) - โพรคลัส นักปรัชญาชาวกรีก (ถึงแก่กรรม 17 เมษายน พ.ศ. 1030) - พ.ศ. 2333 (ค.ศ. 1790) - พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าฉัตร กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (สิ้นพระชนม์ 27 เมษายน พ.ศ. 2373) - พ.ศ. 2371 (ค.ศ. 1828) - จูลส์ เวิร์น นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส (ถึงแก่กรรม 24 มีนาคม พ.ศ. 2448) - พ.ศ. 2392 (ค.ศ. 1850) - เคท โชแปง นักประพันธ์ชาวอเมริกัน (ถึงแก่กรรม 20 สิงหาคม พ.ศ. 2447) - พ.ศ. 2467 (ค.ศ. 1925) - แจ็ก เลมมอน นักแสดงชาวอเมริกัน (ถึงแก่กรรม 27 มิถุนายน พ.ศ. 2544) - พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1931) - เจมส์ ดีน นักแสดงชาวอเมริกัน (ถึงแก่กรรม 30 กันยายน พ.ศ. 2498) - พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) - ซัทซึกิ อิการะชิ นักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่น - พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) - จอห์น ไฟแลน ผู้รักษาประตูชาวออสเตรเลีย - พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) -- คิมโบ สไลซ์ นักต่อสู้แบบผสมชาวอเมริกันเชื้อสายบาฮามาส (ถึงแก่กรรม 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559) - ชลิดา ตันติพิภพ นางสาวไทย - พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) - แกรี่ เนวิลล์ นักฟุตบอลชาวอังกฤษ - พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) - จตุรวิทย์ คชน่วม นักแสดงและตำรวจชาวไทย - พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) - ซินตึ๊ง เกียรติบุษบา แชมป์ PABA - พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) - นาวิน ต้าร์ ดารา นักร้อง นักแสดง อาจารย์มหาวิทยาลัยชาวไทย - พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) - กรรณิการ์ วนะเกียรติกุล นักร้อง นักแสดง นางแบบชาวไทย - พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) - เมธัส ตรีรัตนวารีสิน นักรัองและนักแสดงชายชาวไทย - พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) - นัม อูฮยอน นักร้องชาวเกาหลีใต้ - พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) -- วราภัทร์ เพชรสถิตย์ นักแสดงชาวไทย - คาร์ล เจนคินสัน นักฟุตบอลชาวอังกฤษ - พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) - โยชูอา คิมมิช นักฟุตบอลชาวเยอรมัน - พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) - ภาลฎา ฐิตะวชิระ นักร้องและนักแสดงหญิงชาวไทยวันถึงแก่กรรมวันถึงแก่กรรม. - พ.ศ. 2129 (ค.ศ. 1587) - สมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ (ถูกประหารชีวิต) (สมภพ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2085) - พ.ศ. 2409 - พระยาจุฬาราชมนตรี (น้อย) จุฬาราชมนตรี (ไม่ทราบปีที่เกิด)วันสำคัญและวันหยุดเทศกาลวันสำคัญและวันหยุดเทศกาล. - พ.ศ. 2521 - วันตรุษจีน - พ.ศ. 2540 - วันตรุษจีน - พ.ศ. 2559 - วันตรุษจีน
สมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ ถูกประหารชีวิตที่ปราสาทใด
{ "answer": [ "ฟอเทอริงเกย์" ], "answer_begin_position": [ 348 ], "answer_end_position": [ 360 ] }
2,929
115,197
แพนเค้ก (วงดนตรี) แพนเค้ก เป็นกลุ่มดนตรีสัญชาติไทย ประกอบด้วยสมาชิกคือ ทินกร พึ่งตาราวี,เหมือนเพชร อำมะระ, กฤษฏิ หาญเจริญวนะภูษิต, อธิสสร ชวาลา, อาทิตย์ รัตนพันธ์สมาชิกสมาชิก. - สมาชิก - ทินกร พึ่งตาราวี (นิ้งหน่อง) ร้องนำ (2549 - 2558) - กฤษฏิ หาญเจริญวนะภูษิต (พีท) กีต้าร์ (2549 - 2558) - อธิสสร ชวาลา (เบนนี่) เบส (2549 - 2558) - อาทิตย์ รัตนพันธ์ (ยอด) กลอง (2549 - 2558) - เหมือนเพชร อำมะระ (โจ) กีต้าร์โซโล่ (2549 - 2553)ผลงานก๋วยเตี๋ยวหน้าใสกับใจโทรมๆ พ.ศ. 2549 สังกัด แกรมมี่ผลงาน. ก๋วยเตี๋ยวหน้าใสกับใจโทรมๆ พ.ศ. 2549 สังกัด แกรมมี่. 1. ใจเย็น 2. ก๋วยเตี๋ยวหน้าใสกับใจโทรมๆ 3. เข้าทางแม่ 4. น้ำหอม 5. ความเลวไม่มีความดีไม่ปรากฏ 6. หมดสมรรถภาพ (Feat. Buddha Bless) 7. โกรธ 8. ขอบคุณที่โทรมา 9. ขาดใจ 10. หน้ามัธยมคารมมหาลัยผัดกะเพรากับเรา 2 พ.ศ. 2550 สังกัด แกรมมี่ผัดกะเพรากับเรา 2 พ.ศ. 2550 สังกัด แกรมมี่. 1. คนไหนบ้าง 2. ผัดกะเพราะกับเราสอง 3. จริงใจไม่จริงจัง 4. อยากจับมือเธอมาวางไว้ 5. เกลียด 6. ยิ่งแก้ยิ่งแย่ 7. วันแห่งความรัก 8. ความรักท่วมหัว 9. สวยเลือกได้ 10. วันแดงเดือด feat. โหน่ง b.s.Good Taste (พ.ศ. 2551 สังกัด แกรมมี่)Good Taste (พ.ศ. 2551 สังกัด แกรมมี่). 1. นางร้าย 2. เศษหนึ่งส่วนเกิน 3. ตั้งแต่ต้นจนเจ็บ 4. จุดเกรงใจ 5. เจ็บแต่ยังหายใจ 6. After Party 7. เริ่มต้นด้วยรัก 8. เพื่อชีวิต 9. สักวันเราจะเป็นเพื่อนกันได้ 10. Good Nightขอจงสุขสวัสดิ์ (พ.ศ. 2553 สังกัด แกรมมี่)ขอจงสุขสวัสดิ์ (พ.ศ. 2553 สังกัด แกรมมี่). 1. วงแหวนดาวเสาร์ 2. ความคิดถึงไม่ต้องพึ่งปาฏิหาริย์ 3. รักเดียวที่ฟ้าประทาน 4. ไม่มีสเป็คเวลาสปาร์ค 5. อย่าเอาเรื่องจริงมาพูดเล่น 6. มนต์รักงานกาชาด 7. อย่าเป็นเหมือนฉันเลย 8. เปรี้ยวตลาดแตก 9. สิ้นสุดความเสียใจ 10. ขอจงสุขสวัสดิ์ข้อเสนอสุดท้ายก่อนวันสิ้นโลก (พ.ศ. 2554 สังกัด แกรมมี่)ข้อเสนอสุดท้ายก่อนวันสิ้นโลก (พ.ศ. 2554 สังกัด แกรมมี่). 1. แอน 2. คำถามอยู่ที่ฉัน คำตอบอยู่ที่เธอ 3. ความลับที่อยากให้ตายไปกับสองเรา 4. เธอ+เขา=เจ็บ 5. เหตุผลของคนหมดใจ 6. เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา 7. ลืมทำไมไม่ลืม 8. กดๆ วางๆ 9. ใช้คำว่าใช่กับใครหรือยัง 10. ข้อเสนอสุดท้ายก่อนวันสิ้นโลกซิงเกิ้ลซิงเกิ้ล. - พ.ศ. 2552 - เกลียดเพลงรัก - ต้นงิ้ว - แทนความว่างเปล่า - เธอคงไม่รู้ (ประกอบละคร คุณหนูฉันทนา)- พ.ศ. 2556 - ใจหาย- อัลบั้ม Corerock รวมซิงเกิ้ลเพลงของศิลปิน เสือใหญ่ ไอแซ็ค ฟาเรนไฮธ์ - สุขสมอารมณ์หมาย - พ.ศ.ใหม่ เปลี่ยนใจหรือเปล่า
ใครคือนักร้องนำวงแพนเค้ก
{ "answer": [ "ทินกร พึ่งตาราวี" ], "answer_begin_position": [ 279 ], "answer_end_position": [ 295 ] }
2,930
82,951
เกียรติกมล ล่าทา เกียรติกมล ล่าทา (เกิด 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2526) หรือ ตุ้ย เป็นบุคคลในวงการบันเทิงไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศ สุดยอดนักล่าฝัน จากรายการ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 3 (ในขณะนั้นยังเป็น ยูบีซี อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย) ปัจจุบันมีผลงานในวงการบันเทิง ได้แก่ ผลงานการร้องเพลง ผลงานการแสดงละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ละครเวที และ งานพรีเซนเตอร์ ด้านการกีฬา ตุ้ยเป็นนักแสดงที่มีใจรักในกีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยเป็นนักแข่งรถอาชีพสังกัดทีม อินไซท์ (Team Insight) เข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการ Nitto 3K Racing Car Thailand 2012 และได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย ในการแข่งรถรายการ “ออสเตรเลเชี่ยน ซาฟารี 2012” ซึ่งเป็นการแข่งขันรถยนต์ครอสคันทรีแรลลี่รายการสุดยิ่งใหญ่จากความร่วมมือของ 2 ทวีป ระหว่างออสเตรเลียและเอเชียการศึกษาการศึกษา. - ประถมศึกษา - มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียน เยนเฮเมมโมเรียล - อาชีวะศึกษา (ปวช.) : สาขา การตลาด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร - อุดมศึกษา : ปริญญาตรี สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนครผลงานการแสดงผลงานละครผลงานซิทคอมผลงานภาพยนตร์ผลงานละครเวทีผลงานแสดงอื่นๆผลงานการแสดง. ผลงานแสดงอื่นๆ. - 2553 หนังดังสุดสัปดาห์ "เตี้ยเดอะตุ๊ก นักสืบตลาดแตก" ช่อง 3 รับบท "ตุ๊ก" (ออกอากาศ วันที่ 26 ก.ย. 2553)- 2554 หนังดังสุดสัปดาห์ "อาจารย์เพี้ยนกับผีเฮี้ยน" ช่อง 3 รับบท "อาจารย์เพียร" (ออกอากาศ วันที่ 13 พ.ย. 2554)- 2556 บันทึกกรรม ตอน "คาน" ช่อง 3 รับบท "ตั้ม" (ออกอากาศ วันที่ 23 ก.พ. 2556)- 2556 บันทึกกรรม ตอน "จ้างจีบ" ช่อง 3 รับบท "ตั๊ก" (ออกอากาศ วันที่ 28 ธ.ค. 2556)- 2558 บันทึกกรรม ตอน "ความลับ(ใน)ความรัก" ช่อง 3 รับบท "ภริท" (ออกอากาศ วันที่ 23 , 30 ก.ย. 2558)ผลงานเพลงและคอนเสิร์ทใหญ่อัลบั้มเดี่ยวผลงานเพลงและคอนเสิร์ทใหญ่. อัลบั้มเดี่ยว. - 2550 อัลบั้ม Tui : A Rock On Earth- เพลง "ให้ใครมารักหน่อย", "ตะเกียงกับตะวัน", "ถ้าฝนเป็นใจ", "รัก (ไม่ใช่เพียงลมปาก)", "มีคนแบบนี้อยู่จริง, "ไปกันไม่ได้", "อิสระ", "สองมือ หนึ่งใจ", "สมยอม", "ไม่มีสักวัน", และ "ไม่รักอย่าหลอก"- 2555 อัลบั้ม OST : The Original Sound of Tui- เพลง "I Miss U", "เรื่องดีๆ ที่ยังไม่ได้ทำ (Late Romance)", "กลับไปหลับสักคืน", "เพลงของคนสองคน (Country Pop Version)", "พูดก่อนได้ก่อน (Ost. ละครชื่นชีวานาวี)", และ "หน้าไม่ให้แต่ใจรัก"อัลบั้มรวมอัลบั้มรวม. - 2549 อัลบั้ม School Bus (รวม AF3)- เพลง "อกหักไม่ว่า" (Channel V Thailand Popular MV)เพลงและอัลบั้มเพลงประกอบละครเพลงและอัลบั้มเพลงประกอบละคร. - 2550 เพลง "ตะเกียงกับตะวัน" และเพลง "ไม่รักอย่าหลอก" ประกอบละคร "ผู้กองยอดรัก" - 2550 เพลง "รักต้องซ่อม" ประกอบละครซิตคอม รักต้องซ่อม - 2552 อัลบั้ม เพลงประกอบละคร "ลูกสาวกำนัน" ชุดที่ 1 และ 2 (CD&VCD Karaoke)- เพลง "หัวใจพเนจร", "เขาจะมองดาวดวงเดียวกันไหม", "เดี๋ยวก็หม่ำซะหรอก", "ขาดคนหุงข้าว", "พี่ไม่มีแฟน", "คิดถึงพี่ไหม", "รอวันเธอว่าง", "คนอกหักพักบ้านนี้", "ทำบุญด้วยอะไร" และ "เป็นโสดทำไม" - 2553 เพลง "เขยบ้านนอก" เพลง "ทำไม" และเพลง "อย่าไปไหนนะ" ประกอบละคร เขยบ้านนอก, เพลง "เธอคือคำตอบ" "บ่แม่นของหวาน" ประกอบละคร "สะใภ้เจ้าสัว" - 2554 เพลง "พูดก่อนได้ก่อน" ประกอบละคร "ชื่นชีวานาวี" เพลง "แพ้เธอตลอดกาล" ประกอบละคร "นายสุดซ่าส์ ข้าสุดแสบ" - 2555 เพลง "ชั่วโมงแห่งความเหงา" (Feat ปนัดดา เรืองวุฒิ) ประกอบละคร "ยอดรักนักสู้" - 2556 เพลง "คิดถึงคนที่ไม่คิดถึง" "เกี่ยวกันไหม" ประกอบละคร "ตะวันบ้านทุ่ง" - 2556 เพลง "ตัวจริงตัวปลอมไม่สำคัญ" ประกอบละคร "ดอกอ้อสายขวัญ" - 2560 เพลง "ดุจดวงใจไทยทั้งผอง" ประกอบละครพิเศษ "ดุจดวงใจไทยทั้งผอง เดอะมิวสิคัล"เพลงและอัลบั้มพิเศษเพลงและอัลบั้มพิเศษ. - 2549 เพลง "ทำดีให้พ่อดู" (รวม AF1-3) - 2550 อัลบั้ม เพลงประกอบละครเวที AF The Musical ตอน เงิน เงิน เงิน (รวม AF1-3)- เพลง "หยาดเพชร", "เงิน เงิน เงิน", "อารามบอย" - 2551 อัลบั้ม เพลงประกอบละครเวที AF The Musical ตอน โจโจ้ซัง (รวม AF1-4) - 2552 เพลง "อยากจับเธอมาเคี้ยว" ประกอบโฆษณา ขนมอบกรอบ ด็อกเตอร์ทาโก้ - 2552 เพลง "ถ้าไม่มีเธอ" เนื่องในเทศกาลวันแม่ - 2553 เพลง "อย่ารักฉันเลย" และเพลง "หน้าไม่ให้แต่ใจรัก" อัลบั้ม The Winner Project (รวมแชมป์ อคาเดมี่ แฟนเทเชีย ทั้ง6ซีซั่น)- เพลง "ขอความสุขคืนกลับมา" (ร่วมกับศิลปินอีกกว่า 30 ชีวิต อาทิ ตุ้ย ธีรภัทร ,มอส ปฏิภาณ , แพท สุธาสินี , อี๊ด วงโปงลางสะออน , เจ เจตริน , แบงก์ วงแคลช , ตูน Bodyslam ฯลฯ) นิติพงษ์ ห่อนาค แต่งคำร้อง-ทำนอง และอภิไชย เย็นพูนสุข เรียบเรียง - 2554 เพลง "กลับไปหลับสักคืน" และ เพลง "I Miss You" - 2555 เพลง "เรื่องดีๆที่ยังไม่ได้ทำ" - 2557 เพลง "เงิบ" - 2558 เพลง "เหงา Sad Sad"คอนเสิร์ทใหญ่คอนเสิร์ทใหญ่. - 2549 คอนเสิร์ท School Bus (รวมAF3) ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี/ทัวร์ภาคต่างๆอีก4ภาค - 2549 คอนเสิร์ท Dream Catcher (รวมAF3) จาก P&G ณ บีอีซีเทโรฮอลล์ สวนลุมไนท์บาร์ซ่า - 2549 คอนเสิร์ท Pepsi มูฟเต็มแม็กซ์ ร่วมกับศิลปินกลุ่ม Maximove และ AF1-3 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี - 2550 คอนเสิร์ท To Be No.1 ตอน The Theatre of Love (รวม AF1-3) ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี - 2550 คอนเสิร์ท Boy Tui Patcha Let's Play Concert ของ Honda Click Play (ทัวร์ภาคต่างๆ 4 ภาค) - 2550 คอนเสิร์ท ยิลเลต เวกเตอร์ พลัส ทัวร์ทั่วประเทศ อาทิ ฟู้ดแลนด์จรัญฯ-โลตัส นวนคร-โลตัสชลบุรี -โลตัสบางกะปิ -กาญจนบุรี -โคราช-บุรีรัมย์-อยุธยา-สระบุรี ฯลฯ - 2550 คอนเสิร์ท Atime-AF คนพันธุ์ A The Reality Concert (ดีเจ Atime+นักล่าฝันAF) ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี - 2550 คอนเสิร์ต 60 ปี เซ็นทรัล ณ ห้อง Centara & Bangkok Grand Convention Center โรงแรมเซ็นทารา - 2550 มหกรรมดนตรี Krungsri AF Funtasia (รวมAF14) ณ สวนสนุกดรีมเวิลด์ เวที Action on The Rock - 2551 คอนเสิร์ท Pepsi มูฟเต็มแม็กซ์ (ครั้งที่2) ร่วมกับศิลปินกลุ่ม AF1-4 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี - 2551 มหกรรมดนตรี Krungsri AF Funtasia (รวมAF1-5) ณ ซาฟารีเวิร์ล เวที Spy Rock Spy Love - 2552 คอนเสิร์ท Bachelors' Dream Concert ณ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน - 2552 แขกรับเชิญพิเศษ คอนเสิร์ท คาราบาว 3ช่า สามัคคี ตอน ลูกทุ่งแฟนเทเชีย ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี - 2552 มหกรรมดนตรี Krungsri AF Fan Festival (รวมAF1-6) ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่ม Earthquake Gang - 2553 คอนเสิร์ท The Winner Project ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก - 2554 Krungsri AF Comedy Show Must Go On ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี - 2554 คอนเสิร์ต “น้ำมากแค่ไหน...ก็ไม่ท่วมน้ำใจเรา” ณ ศาลาเฉลิมกรุง - 2554 คอนเสิร์ท Krungsri AF All Season (รวมAF1-8) ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี - 2555 คอนเสิร์ต เมจิไพเกนเพื่อคุณ"คนสำคัญ" ณ โรงละครอักษรา คิง พาวเวอร์ - 2555 คอนเสิร์ต The Gentlemen On Stage ณ หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตท่าพระจันทร์ - 2555 Krungsri AF Comedy Awards ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี - 2555 คอนเสิร์ตฉลอง 75 ปี & 6 ล้านกรมธรรม์ (AIA) ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี - 2556 คอนเสริต์รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ณ โรงละครอักษรา - 2556 OHM CHATREE LIVE 2013 The Director's Cut Concert ณ เซ็นทรัล เวิลด์ ไลฟ์, ชั้น 8 เซ็นทรัล เวิลด์ - 2558 AF Reunion Concert V FUN! มันส์! เฟิร์ม! ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี อื่นๆ มินิคอนเสิร์ทต่างๆผลงานอื่นๆผลงานพิธีกรผลงานอื่นๆ. ผลงานพิธีกร. - 2560 รายการ เสือ สิงห์ กระทิง ซ่า ทางช่อง 3 และช่อง 33 HD ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เวลา 12.45 น. เริ่มเทปแรกวันที่ 19 มกราคม 2560- 2560 รายการ ตลาดเด็ดประเทศไทย ทางช่อง 28 ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ เวลา 21.00 - 22.00 น. เริ่มเทปแรกวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560- 2561 รายการ เสือ สิงห์ กระทิง แซ่บ@Night ทางช่อง 3 และช่อง 33 HD ออกอากาศ ทุกวันเสาร์ เวลา 23.30 น. เริ่มเทปแรกวันที่ 6 มกราคม 2561- 2561 รายการ Ghost Town “เกม-ซ่อน-ผี” ทาง LINE TV ออกอากาศ ทุกวันพุธ เวลา 22.00 น. เริ่มเทปแรกวันที่ 4 เมษายน 2561รางวัลที่ได้รับ และ การได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล รางวัลที่ได้รับ และ การได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล. พ.ศ 2549- "รางวัลชนะเลิศ สุดยอดนักล่าฝัน รายการ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 3" พ.ศ 2550- "รางวัล เยาวชนศิลปินตัวอย่างดีเด่นประจำปี สาขาลูกกตัญญู เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ" - "รางวัล เถิดเทิงอวอร์ด นักแสดงโดนใจที่สุดในรอบปีของ ระเบิดเถิดเทิง ประจำปี 2550 " พ.ศ 2551- "รางวัล นักร้องชายยอดนิยม จาก คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 5" - "รางวัลเพลงยอดนิยม Chart Hitz 40 Bangkok เพลง 'ให้ใครมารักหน่อย' จาก Virgin Hitz Award 2007" (จากอัลบั้ม "A Rock on Earth") - "รางวัล ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมสุดซี้ดแห่งปี จาก Seed Awards 2007" (จากอัลบั้ม "A Rock on Earth") - "รางวัล ลูกผู้มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ จาก สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์" - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Popular Vote Male Artist ศิลปินชายสุดฮิตแห่งปี, Virgin Hitz Award 2007 (จากอัลบั้ม "A Rock on Earth") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ดาวรุ่งชาย จาก Top Awards 2007 จัดโดย นิตยสารทีวีพูล (จากละครเรื่อง "ผู้กองยอดรัก") พ.ศ. 2552- "รางวัล นักแสดงชายยอดนิยม จาก คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 6" - "รางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 6" (จากภาพยนตร์เรื่อง "กอด") - "รางวัล นักแสดงนำฝ่ายชาย โครงการสื่อละครเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสู่สังคม โดย ม.ธรรมศาสตร์ และ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ" (จากละครเรื่อง "ลูกสาวกำนัน") - "รางวัล ลูกกตัญญูดีเด่น จาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ" - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก Starpics Thai Film Awards ครั้งที่ 6 (จากภาพยนตร์เรื่อง "กอด") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก Hamburger Awards ครั้งที่ 6 (จากภาพยนตร์เรื่อง "กอด") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงนำชายแห่งปี จาก เฉลิมไทยอวอร์ด ครั้งที่ 6 (จากภาพยนตร์เรื่อง "กอด") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก Top Awards 2008 จัดโดย นิตยสารทีวีพูล (จากภาพยนตร์เรื่อง "กอด") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 18 (จากภาพยนตร์เรื่อง "กอด") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก รางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 17 (จากภาพยนตร์เรื่อง "กอด") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก สตาร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 7 (จากภาพยนตร์เรื่อง "กอด") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 23 (จากละครเรื่อง "รักต้องซ่อม") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Outstanding Actor (Drama) จาก Monte Carlo Television Festival Golden Nymph Awards ครั้งที่ 49 ณ ประเทศโมนาโค (จากละครเรื่อง "รักต้องซ่อม") - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล พระเอก HOT แห่งปี จาก TV Inside HOT Awards 2009 จัดโดย นิตยสารทีวีอินไซด์ - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ดาวรุ่งชาย HOT แห่งปี จาก TV Inside HOT Awards 2009 จัดโดย นิตยสารทีวีอินไซด์ พ.ศ. 2553- "รางวัล นักแสดงชายยอดนิยม จาก คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 7" - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงสมทบชาย จาก Top Awards 2009 จัดโดย นิตยสารทีวีพูล (จากละครเรื่อง "ผู้ใหญ่ลีกับนางมา") พ.ศ. 2554- ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักร้องยอดนิยม จาก คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 8 - ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงชายยอดนิยม จาก คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 8 - "รางวัล ละครยอดนิยม จาก คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 8" (จากละครเรื่อง "เขยบ้านนอก") - ทูตคิดใส ใจสะอาด เพื่อชาติ เพื่อในหลวงการแข่งรถผลการแข่งขันปี 2555ผลการแข่งขันปี 2556
ใครคือผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากรายการ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 3
{ "answer": [ "เกียรติกมล ล่าทา" ], "answer_begin_position": [ 106 ], "answer_end_position": [ 122 ] }
2,931
837,977
ยุทธการที่เอ๊งหยง ยุทธการที่เอ๊งหยง () สงครามที่เกิดขึ้นในช่วงปลายสมัย ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก อันเป็นส่วนหนึ่งของ ศึกปราบตั๋งโต๊ะ ภายหลังจาก ศึกด่านเฮาโลก๋วน ตั๋งโต๊ะได้รับคำแนะนำจาก ลิยู () ผู้เป็นกุนซือและลูกเขยของตั๋งโต๊ะให้รีบย้ายเมืองหลวงจากลั่วหยางไปยังเตียงฮัน อดีตเมืองหลวงของ ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ตั๋งโต๊ะจึงให้ทหารปล้นเมืองและพระราชสุสานของอดีตจักรพรรดิพร้อมกับเผาเมืองลั่วหยางจนวอดวายแต่ก่อนจะย้ายเมืองหลวงลิยูได้แนะนำตั๋งโต๊ะให้ระวังโจโฉให้ดีเพราะเกรงว่าโจโฉจะโจมตีท้ายทัพจึงได้สั่งให้ ซีเอ๋ง ขุนศึกคนหนึ่งของตั๋งโต๊ะไปดักซุ่มอยู่ที่ช่องเขาเอ๊งหยงซึ่งสถานที่เดียวกันนี้เมื่อ 205 ปีก่อนคริสตกาล ได้เคยใช้เป็นสมรภูมิรบระหว่าง เซี่ยงอวี่ ฌ้อป้าอ๋องและ หลิวปัง ฮันต๋งอ๋อง ทางด้านโจโฉได้ขอกำลังทหารม้าอาชาจาก ซุนเกี๋ยน จำนวน 3,000 นายไปรวมกับกองกำลังของโจโฉที่มีอยู่ประมาณ 4,000 นายเพื่อโจมตีกองทัพตั๋งโต๊ะจนเดินทางมาถึงช่องเขาเอ๊งหยงก็ถูกทัพของซีเอ๋งโจมตีจนแตกพ่ายยับเยินโดยที่ อ้วนเสี้ยว ไม่ได้ส่งทัพหนุนมาช่วยทำให้โจโฉถูกเกาฑัณฑ์ยิงเข้าที่ไหล่ได้รับบาดเจ็บโชคดีที่ โจหอง น้องชายของโจโฉเข้ามาช่วยจนหนีรอดไปได้
ยุทธการที่เอ๊งหยงเป็นสงครามที่เกิดขึ้นในช่วงปลายสมัยราชวงศ์ใดของจีน
{ "answer": [ "ฮั่นตะวันออก" ], "answer_begin_position": [ 170 ], "answer_end_position": [ 182 ] }
2,932
104,184
ทิศตะวันตก ทิศตะวันตก หรือ ทิศประจิม หรือ ทิศปัจฉิม เป็นหนึ่งในทิศหลักทั้งสี่ อยู่ตรงข้ามกับทิศตะวันออก ขวามือของทิศใต้ และซ้ายมือของทิศเหนือ โดยมากจะกำหนดให้ทิศตะวันตกอยู่ด้านซ้ายของแผนที่ทางภูมิศาสตร์ แต่อยู่ด้านขวาของแผนที่ดาว ดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตกพอดีในวันวิษุวัตคตินิยมและความเชื่อ คตินิยมและความเชื่อ. ตามตำราพรหมชาติมีความเชื่อว่าพืชมงคลประจำทิศตะวันตกคือ มะยม และ มะขาม ส่วนเทวดาประจำทิศตะวันตกคือพระพฤหัสบดี
ทิศตะวันตกเป็นหนึ่งในทิศหลักทั้งสี่ โดยอยู่ตรงข้ามกับทิศใด
{ "answer": [ "ตะวันออก" ], "answer_begin_position": [ 180 ], "answer_end_position": [ 188 ] }
2,933
104,184
ทิศตะวันตก ทิศตะวันตก หรือ ทิศประจิม หรือ ทิศปัจฉิม เป็นหนึ่งในทิศหลักทั้งสี่ อยู่ตรงข้ามกับทิศตะวันออก ขวามือของทิศใต้ และซ้ายมือของทิศเหนือ โดยมากจะกำหนดให้ทิศตะวันตกอยู่ด้านซ้ายของแผนที่ทางภูมิศาสตร์ แต่อยู่ด้านขวาของแผนที่ดาว ดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตกพอดีในวันวิษุวัตคตินิยมและความเชื่อ คตินิยมและความเชื่อ. ตามตำราพรหมชาติมีความเชื่อว่าพืชมงคลประจำทิศตะวันตกคือ มะยม และ มะขาม ส่วนเทวดาประจำทิศตะวันตกคือพระพฤหัสบดี
ทิศประจิมหรือทิศปัจฉิมเป็นชื่อใช้เรียกทิศใด
{ "answer": [ "ตะวันตก" ], "answer_begin_position": [ 99 ], "answer_end_position": [ 106 ] }
2,934
371,623
แม่น้ำปรุต แม่น้ำปรุต () เป็นแม่น้ำในยุโรปตะวันออก มีต้นน้ำอยู่ที่เทือกเขาคาร์เพเทียน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศยูเครน ไหลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ตามพรมแดนด้านตะวันออกของประเทศโรมาเนีย ลงสู่แม่น้ำดานูบใกล้เมืองเรนี ใต้เมืองกาลัตซีลงไป ห่างจากทะเลดำ 121 กิโลเมตร แม่น้ำมีความยาวรวม 953 กม.
แม่น้ำปรุตในยุโรปตะวันออกมีต้นน้ำอยู่ที่เทือกเขาใด
{ "answer": [ "คาร์เพเทียน" ], "answer_begin_position": [ 159 ], "answer_end_position": [ 170 ] }