question_id int32 1 4k | article_id int32 665 954k | context stringlengths 75 87.2k | question stringlengths 11 135 | answers dict |
|---|---|---|---|---|
2,730 | 216,352 | พิพิธภัณฑ์วาติกัน พิพิธภัณฑ์วาติกัน (; ) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ภายในนครรัฐวาติกันในกรุงโรมในประเทศอิตาลี “พิพิธภัณฑ์วาติกัน” เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงศิลปะที่สะสมโดยวัดโรมันคาทอริกมาเป็นเวลาหลายร้อยๆ ปี เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1929 นครรัฐวาติกันและอิตาลีได้ลงนามสนธิสัญญายอมรับสถานะของนครรัฐวาติกันเป็นรัฐเอกราชมีอำนาจอธิปไตยของตนเอง สมเด็จพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 ทรงก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ชาเปลซิสตินและห้องราฟาเอล (Stanze della Segnatura) เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์จะได้เห็น
| สมเด็จพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 ทรงก่อตั้งพิพิธภัณฑ์วาติกันในคริสต์ศตวรรษที่เท่าไร | {
"answer": [
"16"
],
"answer_begin_position": [
501
],
"answer_end_position": [
503
]
} |
2,731 | 19,108 | นินเท็นโด นินเท็นโด (; ) เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) เริ่มแรกทำธุรกิจเกี่ยวกับการ์ดเกมและของเล่น รวมถึงธุรกิจอื่น เช่น โรงแรมและแท็กซี่ ใน พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) นินเท็นโดได้ผันตัวเองมาเป็นบริษัทวิดีโอเกม ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับวิดีโอเกมที่มีอายุยาวนานที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดจนถึงปัจจุบันฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์. นินเท็นโดได้วางจำหน่ายเครื่องเล่นเกมคอนโซล 6 รุ่น ได้แก่ คัลเลอร์ ทีวี เกม ฟามิคอม ซูเปอร์ฟามิคอม นินเท็นโด 64 เกมคิวบ์ วี วียู และ นินเทนโดสวิตช์ สำหรับเครื่องเล่นเกมพกพา ได้วางจำหน่ายเกมบอย 7 รุ่น เวอร์ชวลบอย นินเท็นโด DS นินเท็นโด 2DS นินเท็นโด 3DS นิว นินเท็นโด 3ดีเอส และ เกมกดและ วิดีโอเกม อื่น ๆ อีกมากซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์. นินเท็นโดมีเกมที่มีชื่อเสียงหลายเกม เช่น เกมชุดมาริโอ ดองกี้คอง เดอะเลเจนด์ออฟเซลดา ไฟร์เอมเบลม เมทรอยด์ เคอร์บี้ แอนิมอลครอสซิง และโปเกมอน พนักงานหลายคนของนินเท็นโดมีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการเกม เช่น ชิเงรุ มิยะโมะโตะ ผู้ให้กำเนิดมาริโอ เป็นต้นสถานที่ตั้ง สถานที่ตั้ง. นินเท็นโดสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นินเท็นโดอเมริกาตั้งอยู่ที่ เรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน (สำนักงานใหญ่สาขาอเมริกา), นอร์ธเบนด์ รัฐวอชิงตัน และ แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย นินเท็นโดแคนาดาตั้งอยู่ที่ ริชมอนด์ บริติชโคลัมเบีย และโทรอนโต นินเท็นโดออสเตรเลียตั้งอยู่ที่เมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย นินเท็นโดยุโรปตั้งอยู่ที่เมือง Großostheim ประเทศเยอรมนี นินเท็นโดจีนได้ร่วมกับ iQue และล่าสุดนินเท็นโดเกาหลี ก่อตั้งเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2549นินเท็นโด ประเทศไทย นินเท็นโด ประเทศไทย. นินเท็นโด ยังไม่แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างไม่เป็นทางการ อย่างไรก็ดี แต่ร้านขายเกมหิ้วนำเข้าจากในต่างประเทศของนินเท็นโดขายในประเทศไทย ในอนาคตนินเท็นโดจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยก็เป็นไปได้โลโก้ โลโก้. คำว่า Nintendo นั้นคาดกันว่ามาจากคำว่า Nintendou ซึ่งแปลว่า “ปล่อยให้เรื่องของโชคขึ้นกับสวรรค์เบื้องบน”
| บริษัทวิดีโอเกม นินเท็นโด ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. ใด | {
"answer": [
"1889"
],
"answer_begin_position": [
161
],
"answer_end_position": [
165
]
} |
2,732 | 19,108 | นินเท็นโด นินเท็นโด (; ) เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) เริ่มแรกทำธุรกิจเกี่ยวกับการ์ดเกมและของเล่น รวมถึงธุรกิจอื่น เช่น โรงแรมและแท็กซี่ ใน พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) นินเท็นโดได้ผันตัวเองมาเป็นบริษัทวิดีโอเกม ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับวิดีโอเกมที่มีอายุยาวนานที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดจนถึงปัจจุบันฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์. นินเท็นโดได้วางจำหน่ายเครื่องเล่นเกมคอนโซล 6 รุ่น ได้แก่ คัลเลอร์ ทีวี เกม ฟามิคอม ซูเปอร์ฟามิคอม นินเท็นโด 64 เกมคิวบ์ วี วียู และ นินเทนโดสวิตช์ สำหรับเครื่องเล่นเกมพกพา ได้วางจำหน่ายเกมบอย 7 รุ่น เวอร์ชวลบอย นินเท็นโด DS นินเท็นโด 2DS นินเท็นโด 3DS นิว นินเท็นโด 3ดีเอส และ เกมกดและ วิดีโอเกม อื่น ๆ อีกมากซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์. นินเท็นโดมีเกมที่มีชื่อเสียงหลายเกม เช่น เกมชุดมาริโอ ดองกี้คอง เดอะเลเจนด์ออฟเซลดา ไฟร์เอมเบลม เมทรอยด์ เคอร์บี้ แอนิมอลครอสซิง และโปเกมอน พนักงานหลายคนของนินเท็นโดมีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการเกม เช่น ชิเงรุ มิยะโมะโตะ ผู้ให้กำเนิดมาริโอ เป็นต้นสถานที่ตั้ง สถานที่ตั้ง. นินเท็นโดสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นินเท็นโดอเมริกาตั้งอยู่ที่ เรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน (สำนักงานใหญ่สาขาอเมริกา), นอร์ธเบนด์ รัฐวอชิงตัน และ แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย นินเท็นโดแคนาดาตั้งอยู่ที่ ริชมอนด์ บริติชโคลัมเบีย และโทรอนโต นินเท็นโดออสเตรเลียตั้งอยู่ที่เมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย นินเท็นโดยุโรปตั้งอยู่ที่เมือง Großostheim ประเทศเยอรมนี นินเท็นโดจีนได้ร่วมกับ iQue และล่าสุดนินเท็นโดเกาหลี ก่อตั้งเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2549นินเท็นโด ประเทศไทย นินเท็นโด ประเทศไทย. นินเท็นโด ยังไม่แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างไม่เป็นทางการ อย่างไรก็ดี แต่ร้านขายเกมหิ้วนำเข้าจากในต่างประเทศของนินเท็นโดขายในประเทศไทย ในอนาคตนินเท็นโดจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยก็เป็นไปได้โลโก้ โลโก้. คำว่า Nintendo นั้นคาดกันว่ามาจากคำว่า Nintendou ซึ่งแปลว่า “ปล่อยให้เรื่องของโชคขึ้นกับสวรรค์เบื้องบน”
| สำนักงานใหญ่ของบริษัทวิดีโอเกม นินเท็นโด ตั้งอยู่ที่ประเทศใด | {
"answer": [
"ญี่ปุ่น"
],
"answer_begin_position": [
1088
],
"answer_end_position": [
1095
]
} |
2,733 | 796,016 | กบลำห้วย กบลำห้วย หรือ กบห้วย () เป็นสกุลของกบในสกุล Limnonectes ในวงศ์กบลิ้นส้อม (Dicroglossidae) มีรูปร่างลักษณะที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่มักมีส่วนหัวโต ปากกว้าง ในตัวผู้มีฟันอยู่ 1 คู่บริเวณด้านล่างขากรรไกร เรียกว่า "เขี้ยวเทียม" ใช้สำหรับต่อสู้กับตัวผู้ตัวอื่น หรือใช้งับเหยื่อได้เช่นกัน ซึ่งต่างจากกบจำพวกอื่นที่มีฟันขนาดเล็ก จึงทำให้ได้อีกชื่อหนึ่งว่า "กบเขี้ยว" กบในสกุลนี้บางชนิดมีพฤติกรรมการปกป้องตัวอ่อน โดยการเอาไข่หรือลูกอ๊อดแบกไว้บนหลัง (ไม่พบพฤติกรรมนี้ในกบสกุลนี้ในไทย) บางชนิดขุดโพรงเพื่อวางไข่ในดินที่ชื้น รอให้เจริญเป็นตัวอ่อนพัฒนาเป็นกบเล็ก โผล่พ้นจากดิน หลายชนิดมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก พบกระจายพันธุ์ในเอเชียแถบเอเชียตะวันออกถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลายชนิดมีพฤติกรรมอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ ชนิดที่มีขนาดใหญ่มักอาศัยอยู่ในลำธารที่น้ำไหลเชี่ยว ขณะที่ชนิดที่มีขนาดเล็กอาศัยตามกองใบไม้หรือริมฝั่ง เฉพาะในสุลาเวสีของอินโดนีเซีย พบอย่างน้อย 15 ชนิด แต่ได้รับการบรรยายเพียงแค่ 4 ชนิด สำหรับในประเทศไทยมีรายงานพบประมาณ 11 ชนิด รวมถึงจากการศึกษาพบว่าในประเทศไทย กบสกุลนี้กินอาหารซึ่งได้แก่แมลงจำพวกมดมากที่สุดการจำแนก การจำแนก. ประมาณ 64 ชนิด ที่เป็นที่รู้จัก แต่ก็ยังมีชนิดใหม่ ๆ ได้รับการอธิบายเพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ
| กบลำห้วยเป็นกบในสกุลใด | {
"answer": [
"Limnonectes"
],
"answer_begin_position": [
136
],
"answer_end_position": [
147
]
} |
2,734 | 126,022 | ถนนเจริญราษฎร์ ถนนเจริญราษฎร์ () เป็นเส้นทางการคมนาคมในพื้นที่เขตสาทรและเขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร โดยเริ่มต้นจากถนนสาทรใต้ที่แยกสาทร-สุรศักดิ์ในพื้นที่แขวงยานนาวา เขตสาทร แล้วเลียบใต้ทางพิเศษศรีรัชไปทางทิศใต้ เข้าพื้นที่แขวงทุ่งวัดดอน ก่อนตัดกับถนนจันทน์ที่แยกเจริญราษฎร์-จันทน์ จากนั้นจึงแยกออกจากแนวทางพิเศษ เข้าพื้นที่แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม แล้วมุ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จนกระทั่งบรรจบกับถนนพระรามที่ 3 ที่แยกเจริญราษฎร์ (ระหว่างคลองบางโคล่กลางกับคลองบางโคล่สาร) ระยะทางรวมประมาณ 3.5 กิโลเมตร ถนนเจริญราษฎร์ตัดขึ้นตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงยานนาวา แขวงทุ่งวัดดอน และแขวงบางโคล่ เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2526 โดยมีแนวเส้นทางตัดผ่านซอยสาทร 17 (โรงน้ำแข็ง) ซอยเจริญกรุง 57 (ดอนกุศล) ถนนจันทน์ ซอยอยู่ดี ซอยเจริญกรุง 107 (ประดู่ 1) และถนนเจ้าพระยา ไปสิ้นสุดที่แม่น้ำเจ้าพระยา (เมื่อก่อสร้างจริงสิ้นสุดที่ถนนเจ้าพระยา) เนื่องจากระบบถนนสายต่าง ๆ ในพื้นที่เขตยานนาวาขณะนั้นมีเขตทางแคบมากและมีเส้นทางคดเคี้ยวไปมา จึงต้องตัดถนนขึ้นเพื่อแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนถนนที่อยู่โดยรอบ เช่น ถนนเจริญกรุง ถนนสาธร และถนนจันทน์แต่กฎหมายดังกล่าวได้หมดอายุบังคับใช้ไปก่อนที่กรุงเทพมหานครจะสำรวจแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนให้แล้วเสร็จ จึงได้ออกพระราชกฤษฎีกาเดียวกันอีกครั้งในปี พ.ศ. 2531 จากนั้นจึงเริ่มก่อสร้างจนเสร็จและเปิดการจราจรในปี พ.ศ. 2540 ประชาชนทั่วไปรวมทั้งหน่วยงานราชการเรียกถนนสายนี้ว่า ถนนเหนือ-ใต้ หรือ ถนนสาทรตัดใหม่ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2544 กรุงเทพมหานครได้ตั้งชื่อถนนสายนี้ใหม่ว่า ถนนเจริญราษฎร์ ตามที่สำนักงานเขตบางคอแหลมเสนอไป เนื่องจากเจริญราษฎร์เป็นชื่อที่มีความหมายและยังคล้องกับถนนเจริญกรุงและถนนเจริญนครที่อยู่ในแนวขนานกันอีกด้วย
| ถนนเจริญราษฎร์ ในเขตบางคอแหลม จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้เปิดการจราจรให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้เมื่อปี พ.ศ. ใด | {
"answer": [
"2540"
],
"answer_begin_position": [
1355
],
"answer_end_position": [
1359
]
} |
2,735 | 103,362 | กฎหมายตราสามดวง กฎหมายตราสามดวง คือ ประมวลกฎหมายในรัชกาลที่ 1 เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชำระกฎหมายเก่าที่มีมาแต่ครั้งโบราณ แล้วรวบรวมเป็นประมวลกฎหมายขึ้นเมื่อจุลศักราช 1166 ตรงกับ พ.ศ. 2347 โปรดให้เรียกว่า “กฎหมายตราสามดวง” ให้อาลักษณ์ชุบเส้นหมึกสามชุด แต่ละชุดประทับตรา 3 ดวง คือ ตราพระราชสีห์ (สำหรับตำแหน่งสมุหนายก) 1 ตราพระคชสีห์ (สำหรับตำแหน่งสมุหพระกลาโหม) 1 และตราบัวแก้ว (สำหรับตำแหน่งโกษาธิบดี หมายถึงพระคลัง ซึ่งดูแลรวมทั้งกิจการด้านต่างประเทศ) ไว้ทุกเล่มเก็บไว้ ณ ห้องเครื่องชุดหนึ่ง หอหลวงชุดหนึ่ง และศาลหลวงอีกชุดหนึ่ง กฎหมายตราสามดวงนี้ ได้ใช้อาลักษณ์หลายท่านเขียนขึ้น โดยแยกเป็น “ฉบับหลวง” และ “ฉบับรองทรง” โดยสันนิษฐานว่า สำหรับฉบับหลวง ชุดหนึ่งเป็นสมุดไทย 41 เล่ม เมื่อรวม 3 ชุด จึงมีทั้งสิ้น 123 เล่ม แต่เท่าที่พบ ในปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 79 เล่ม โดยเก็บไว้ที่กระทรวงยุติธรรม 37 เล่ม และที่หอสมุดแห่งชาติ 41 เล่ม ส่วนอีก 44 เล่ม ไม่ทราบว่าขาดหายไปด้วยประการใด ส่วน ฉบับรองทรง นั้น ก็คือ กฎหมายตราสามดวงที่อาลักษณ์ชุดเดียวกับที่เขียนฉบับหลวง ได้เขียนขึ้น โดยเขียนในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยฉบับหลวง เขียนในปีฉลู จ.ศ.1167 (พ.ศ. 2348) ส่วนฉบับรองทรงเขียนขึ้นในปีเถาะ จ.ศ. 1169 (พ.ศ. 2350) ข้อแตกต่างระหว่าง ฉบับหลวง และฉบับรองทรง ก็คือ ฉบับรองทรงจะไม่มีตราสามดวงประทับไว้ และฉบับหลวงจะมีอาลักษณ์สอบทาน 3 คนส่วนฉบับรองทรงมีอาลักษณ์สอบทานเพียง 2 คน สำหรับกฎหมายตราสามดวง ฉบับรองทรงนี้ ปัจจุบันนี้พบเพียง 18 เล่ม โดยเก็บรักษาไว้ที่ หอสมุดแห่งชาติ 17 เล่มและที่พิพิธภัณฑ์อัยการไทย สำนักงานอัยการสูงสุด 1 เล่มมูลเหตุของการชำระกฎหมายตราสามดวง มูลเหตุของการชำระกฎหมายตราสามดวง. กฎหมายที่ใช้กันอยู่ในระยะแรกของกรุงรัตนโกสินทร์นั้นก็คือกฎหมายที่ใช้อยู่เมื่อครั้ง กรุงศรีอยุธยา โดยอาศัยความจำ และการคัดลอกมาตามเอกสารที่หลงเหลือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทรงทำการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ โดยอาศัยมูลอำนาจอธิปไตยของ พระองค์เองบ้าง อาศัยหลักฐานที่ได้จากการสืบสวน ฟังคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่บ้างจนกระทั่งได้เกิดคดีขึ้นคดีหนึ่งและมีการทูลเกล้าฯถวายฎีกา คดีที่เกิดขึ้นนี้แม้เป็นคดีฟ้องหย่าของชาวบ้านธรรมดา แต่ที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์กฎหมาย ก็คือผลจากคดีนี้เป็นต้นเหตุให้นำมา ซึ่งการชำระสะสางกฎหมายในสมัยนั้น เป็นคดีที่อำแดงป้อม ฟ้องหย่านายบุญศรี ช่างเหล็กหลวง ทั้งๆ ที่ตนได้ทำชู้ กับ นายราชาอรรถ และศาลได้พิพากษาให้หย่าได้ตามที่อำแดงป้อมฟ้อง โดยอาศัยการพิจารณาคดีตามบทกฎหมาย ที่มีความว่า “ชายหาผิดมิได้ หญิงขอหย่า ท่านว่าเป็นหญิงหย่าชาย หย่าได้” เมื่อผลของคดีเป็นเช่นนี้ นายบุญศรีจึงได้นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าถวายฎีกา ต่อพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงเห็นด้วยกับฎีกาว่าคำพิพากษาของศาลนั้น ขัดหลักความยุติธรรม ทรงสงสัยว่าการพิจารณาพิพากษาคดีจะถูกต้องตรงตามตัวฉบับกฎหมายหรือไม่ จึงมีพระบรมราชโองการ ให้เทียบกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ คือ ฉบับที่ศาลใช้กับฉบับที่หอหลวงและที่ห้องเครื่อง แต่ก็ปรากฏ ข้อความที่ตรงกัน เมื่อเป็นดังนี้ จึงมีพระราชดำริว่ากฎหมายนั้นไม่เหมาะสม อาจมีความคลาดเคลื่อนจากการคัดลอก สมควรที่จะจัดให้มีการชำระสะสางกฎหมายใหม่ เหมือนการสังคายนา พระไตรปิฎกจากคดีอำแดงป้อมดังกล่าวข้างต้น ได้แสดงให้เห็นหลักกฎหมายสำคัญประการหนึ่งเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายที่ว่าแม้แต่พระมหากษัตริย์ก็ต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติตามไม่มีพระราชอำนาจที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลงกฎหมาย ตามอำเภอใจ ในคดีนี้แม้จะทรงเห็นว่าคำตัดสินนั้นไม่สอดคล้องกับความยุติธรรม อันอาจเนื่องมาจากการคัดลอกกฎหมายมาผิด ก็ชอบที่จะจัดให้มีการชำระสะสางกฎหมายให้กลับไปสู่ความถูกต้องเหมือนการสังคายนาพระไตรปิฎก ดังพระราชปรารภที่ว่า “ให้กรรมการชำระพระราชกำหนดบทพระอายการ อันมีอยู่ในหอหลวง ตั้งแต่พระธรรมศาสตร์ไปให้ถูกถ้วน ตามบาฬีและเนื้อความ มิให้ผิดเพี้ยนซ้ำกัน ได้จัดเป็นหมวด เป็นเหล่าเข้าไว้ แล้วทรงอุตสาห ทรงชำระดัดแปลง ซึ่งบทอันวิปลาดนั้นให้ชอบโดยยุติธรรมไว้”ความสำคัญของกฎหมายตราสามดวงความสำคัญของกฎหมายตราสามดวง. - กฎหมายตราสามดวงมีลักษณะเป็นกฎหมายของนักกฎหมาย (Juristenrecht) กล่าวคือ กฎเกณฑ์ส่วนใหญ่ของกฎหมายตราสามดวงโดยเฉพาะในส่วนที่เป็นพระธรรมศาสตร์ ที่มีลักษณะทั่วไปและมีฐานะสูงกว่าจารีตประเพณี มีการจัดระบบกฎหมายที่เป็นระบบและมีการใช้เหตุผลของนักกฎหมายปรุงแต่ง - กฎหมายตราสามดวงมีลักษณะที่เป็นกฎหมายธรรมชาติ ทุกคนแม้แต่พระมหากษัตริย์ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย - ไม่มีการบัญญัติโดยแท้ บทกฎหมายใหม่นี้จึงเป็นผลงานของ นักกฎหมาย อันได้แก่ ศาลและพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงเป็นนักกฎหมายด้วย ไม่ใช่กฎหมาย ที่บัญญัติขึ้นด้วยเหตุผลทางเทคนิค โดยกระบวนการนิติบัญญัติอย่างปัจจุบัน - มีความนับถือตัวบทกฎหมาย เชื่อว่าไม่มีใครสามารถแก้กฎหมายได้เพราะกฎหมายไม่ใช่สิ่งที่คนสร้างขึ้น แม้แต่กษัตริย์ก็แก้ไม่ได้ หากเห็นว่ากฎหมายนั้นไม่เหมาะสมจะใช้การชำระสะสางไม่ใช่ยกร่างขึ้นใหม่หรือแก้ไขกฎหมายเดิม - ไม่ใช่ประมวลกฎหมายที่มีเนื้อหาครอบคลุมทุกด้านเพราะเป็นที่รวมของบทกฎหมายที่ปรุงแต่งโดยนักกฎหมายและจารีตประเพณีที่สำคัญเท่านั้น การเรียกว่าประมวลกฎหมายตราสามดวงนั้นเป็นเพียงการใช้คำว่าประมวลเพื่อยกย่องเท่านั้น - เป็นกฎหมายที่ใช้เป็นคู่มือในการชี้ขาดตัดสินคดีเพราะเป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นจากการพิจารณาพิพากษาคดี และใช้ในการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นหลัก ไม่ใช่กฎหมายที่เขียนขึ้นในลักษณะตำรากฎหมายประวัติการพิมพ์เผยแพร่กฎหมายตราสามดวง ประวัติการพิมพ์เผยแพร่กฎหมายตราสามดวง. จากอดีตจนถึงปัจจุบัน กฎหมายตราสามดวงได้เคยถูกพิมพ์เผยแพร่มาแล้วอย่างน้อย 10 ครั้งดังนี้1. พิมพ์ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 ปีระกา จุลศักราช 1211 พ.ศ. 2392 พระยากระสาปนกิจโกศล (โหมด อมาตยกุล) ได้นำตีพิมพ์ไว้เพียงเล่ม 1 ยังไม่จบ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่โปรด กริ้วว่า นำกฎหมายหลวงมาพิมพ์เผยแพร่ จึงยึดไปเผาทำลายเกือบทั้งหมด (อาจมีเหตุผลว่าในสมัยโบราณถือว่าบรรดาความรู้คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นของหลวงหวงห้าม จะรู้ได้เฉพาะชนชั้นปกครองเท่านั้น) 2. พิมพ์ครั้งที่สอง ในสมัยรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2406 หมอบรัดเลย์ได้ตีพิมพ์จำหน่ายรวม 2 เล่ม เรียกชื่อว่า กฎหมายเมืองไทย 2 เล่ม หรือ กฎหมายหมอบรัดเลย์ 3. พิมพ์ครั้งที่สาม พิมพ์ก่อนปี พ.ศ. 2444 แต่ไม่ระบุว่าเป็นปี พ.ศ.ใด หลวงดำรงธรรมสาร ผู้พิพากษาศาลอาญาจัดพิมพ์ขึ้น เรียกชื่อว่า กฎหมายเก่าใหม่ 4. พิมพ์ครั้งที่สี่ ใน ร.ศ. 120 พ.ศ. 2444 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงจัดบทใหม่ อธิบายเหตุผลในหัวข้อกฎหมายให้เข้าใจง่ายขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับผู้พิพากษา และเป็นคู่มือทนายว่าความเรียกว่ากฎหมายราชบุรี มี 2 เล่ม 5. พิมพ์ครั้งที่ห้า พ.ศ. 2473 โรงพิมพ์นิติสาสน์ ได้ถ่ายทำแม่พิมพ์จากสมุดไทย พิมพ์เผยแพร่ไว้ในชุด "ประชุมกฎหมายไทย" 6. พิมพ์ครั้งที่หก พ.ศ. 2474 ราชบัณฑิตยสภาจัดพิมพ์ เฉพาะลักษณ์อาชญาหลวงและลักษณะอาชญาราษฎร์ ในงานพระราชทานเพลิงศพมหาอำมาตย์ตรี พระยาลพะนรินทร์ เรืองศักดิ์ 7. พิมพ์ครั้งที่เจ็ด ระหว่าง พ.ศ. 2481–2482 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองได้ให้ ร.แลงกาต์ ดอกเตอร์กฎหมายฝรั่งเศสเป็นผู้ชำระใหม่และจัดพิมพ์เป็นหนังสือ 3 เล่ม เรียกว่า ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉบับหลวงตรา 3 ดวง 8. พิมพ์ครั้งที่แปด หลังจากการพิมพ์ครั้งที่เจ็ดเล็กน้อย นายร้อยตำรวจโทเสถียร ลายลักษณ์ ได้พิมพ์บทกฎหมายตราสามดวงในหนังสือ ประชุมกฎหมายประจำศก ซึ่งมีจำนวน 69 เล่ม โดยกฎหมายตราสามดวงอยู่ในเล่มที่ 3 และ 4 9. ในยุคปัจจุบันนี้ มีการจัดพิมพ์กฎหมายตราสามดวงอีกสามครั้ง คือ องค์การค้าของคุรุสภา 2 ครั้ง ใน พ.ศ. 2505 และ พ.ศ. 2515 และของกรมศิลปากร 1 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2521 โดยในการพิมพ์ยุคปัจจุบันได้ยึดต้นฉบับของ ร.แลงกาต์ ซึ่งถือว่าสมบูรณ์ที่สุดเป็นบรรทัดฐาน 10. ล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2548 สถาบันปรีดี พนมยงค์ ได้ จัดพิมพ์ กฎหมายตราสามดวง โดยใช้ชื่อหนังสือชุดนี้ว่า "กฎหมายตรา 3 ดวง : ฉบับพิมพ์มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง แก้ไขปรับปรุงใหม่" ซึ่งมี 3 เล่ม ใน 1 ชุด โดยยึดเอา "ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166" ฉบับปี พ.ศ. 2481 เป็นหลัก เพราะ ถือว่าเป็นกฎหมายตราสามดวงฉบับพิมพ์ที่ดีที่สุดแล้วการเลิกกฎหมายตราสามดวง การเลิกกฎหมายตราสามดวง. กฎหมายตราสามดวงได้เป็นกฎหมายหลักของประเทศที่ใช้บังคับมาตั้งแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจนถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นระยะเวลานานถึง 103 ปี จนกระทั่งมีการปฏิรูประบบกฎหมายและการศาลตามแบบประเทศมหาอำนาจยุโรป จึงได้เลิกใช้กฎหมายตราสามดวง
| กฎหมายตราสามดวงเป็นประมวลกฎหมายไทยที่เริ่มบังคับใช้ในสมัยรัชกาลที่เท่าไหร่ | {
"answer": [
"รัชกาลที่ 1"
],
"answer_begin_position": [
140
],
"answer_end_position": [
151
]
} |
2,736 | 85,035 | ท่าอากาศยานนานาชาติฟิลาเดลเฟีย ท่าอากาศยานนานาชาติฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia International Airport) ตั้งอยู่ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เป็นท่าอากาศยานหลักของสายการบินยูเอสแอร์เวย์อาคารผู้โดยสาร และสายการบินอาคารเทียบเครื่องบิน เอ ฝั่งตะวันตกอาคารผู้โดยสาร และสายการบิน. อาคารเทียบเครื่องบิน เอ ฝั่งตะวันตก. - ฟรอนเทียร์แอร์ไลน์ - ยูเอสแอร์เวย์ - ลุฟต์ฮันซา - แอร์จาเมกา - แอร์ฟรานซ์อาคารผู้โดยสาร เอ ฝั่งตะวันออกอาคารผู้โดยสาร เอ ฝั่งตะวันออก. - บริติช แอร์เวย์ - มิดเวสต์แอร์ไลน์- มิดเวสต์คอดนเนคชั่น ให้บริการโดย สกายเวสต์ - ยูเอสเอ 3000 - ยูเอสแอร์เวย์ - อเมริกันแอร์ไลน์- อเมริกันคอนเนคชั่น ให้บริการโดย โขตโกวแอร์ไลน์ - อเมริกันคอนเนคชั่น ให้บริการโดย ทรานส์ สเตทส์ แอร์ไลน์อาคารผู้โดยสาร บี และซีอาคารผู้โดยสาร บี และซี. - ยูเอสแอร์เวย์- ยูเอสแอร์เวย์ ให้บริการโดย อเมริกันเวสต์แอร์ไลน์ - ยูเอสแอร์เวย์เอกซ์เพรส ให้บริการโดย รีพับบลิกแอร์ไลน์อาคารผู้โดยสาร ดีอาคารผู้โดยสาร ดี. - คอนติเนนตัล แอร์ไลน์- คอนติเนนตัลเอกซ์เพรส ให้บริการโดย เอกซ์เพรสเจ็ตแอร์ไลน์ - เซาท์เวสต์แอร์ไลน์ - ยูไนเต็ดแอร์ไลน์- ยูไนเต็ดเอกซ์เพรส ให้บริการโดย เมซาแอร์ไลน์ - ยูไนเต็ดเอกซ์เพรส ให้บริการโดย ทรานส์ สเตทส์ แอร์ไลน์ - แอร์แคนาดา- แอร์แคนาดาแจ๊ซ - แอร์ทรานแอร์เวย์อาคารผู้โดยสาร อีอาคารผู้โดยสาร อี. - เดลต้า แอร์ไลน์- เดลต้าคอนเนคชั่น ให้บริการโดย คอมแอร์ - เดลต้าคอนเนคชั่น ให้บริการโดย ฟรีดอมแอร์ไลน์ - เซาท์เวสต์แอร์ไลน์ - นอร์ธเวสต์แอร์ไลน์- นอร์ธเวสต์แอร์ลิงก์ ให้บริการโดย พินนาเคิลแอร์ไลน์อาคารผู้โดยสาร เอฟอาคารผู้โดยสาร เอฟ. - ยูเอสแอร์เวย์- ยูเอสแอร์เวย์เอกซ์เพรส ให้บริการโดย โชโตโกวแอร์ไลน์ - ยูเอสแอร์เวย์เอกซ์เพรส ให้บริการโดย พีเอสเอแอร์ไลน์ - ยูเอสแอร์เวย์เอกซ์เพรส ให้บริการโดย เพียดมอนต์แอร์ไลน์ - ยูเอสแอร์เวย์เอกซ์เพรส ให้บริการโดย แอร์วิสคอนซิน
| ท่าอากาศยานนานาชาติฟิลาเดลเฟียที่รัฐเพนซิลเวเนียเป็นท่าอากาศยานหลักของสายการบินอะไร | {
"answer": [
"ยูเอสแอร์เวย์"
],
"answer_begin_position": [
277
],
"answer_end_position": [
290
]
} |
2,737 | 195,340 | ถนนมหรรณพ ถนนมหรรณพ () เป็นถนนสายหนึ่งในเขตพระนคร ถนนมหรรณพเป็นถนนที่เชื่อมถนนตะนาวกับถนนดินสอไว้ด้วยกัน เป็นถนนสายสั้น ๆ โดยมีจุดเริ่มต้นที่ถนนดินสอบริเวณศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ไปสิ้นสุดที่ศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร เป็นถนนที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2460 หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ถนนตะนาว มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงนครบาล ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลว่า ราษฎรปลูกบ้านเรือนเบียดเสียดแออัดและไม่มีถนนที่จะให้เจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือได้ทันที จึงเห็นว่าควรที่จะมีถนนอีกสายหนึ่งเพื่อประโยชน์ในการสัญจรและเพื่อการระงับเหตุภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ท่วงที พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงนครบาลจัดการตัดถนนขึ้นมาโดยเลือกบริเวณที่เกิดเหตุเพลิงไม้ที่บริเวณตลาดเสาชิงช้า และทรงพระราชทานนามว่า "ถนนมหรรณพ" ปัจจุบัน ถนนมหรรณพเป็นทำเลที่ตั้งของร้านอาหารต่าง ๆ จำนวนมาก เช่นเดียวกับถนนดินสอ, ถนนตะนาว หรือถนนแพร่งภูธร และถนนแพร่งนรา ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
| ถนนมหรรณพในกรุงเทพมหานครเป็นถนนที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. อะไร | {
"answer": [
"2460"
],
"answer_begin_position": [
375
],
"answer_end_position": [
379
]
} |
2,738 | 243,198 | สัตตมหาสถาน สัตตมหาสถาน คือ สถานที่สำคัญ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข หลังจากได้ตรัสรู้ธรรมวิเศษแล้วเป็นเวลาแห่งละ 1 สัปดาห์ เรียงตามลำดับดังต่อไปนี้- สัปดาห์ที่ 1 เสด็จประทับภายใต้ร่มไม้มหาโพธิ์ เสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน- สัปดาห์ที่ 2 เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นมหาโพธิ์ โดยมิได้กะพริบพระเนตรตลอด 7 วัน- สัปดาห์ที่ 3 เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมอยู่ที่นี้เป็นเวลา 7 วัน- สัปดาห์ที่ 4 เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ เสด็จไปทางทิศพายัพ แห่งต้นศรีมหาโพธิ์ ประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรมตลอด 7 วัน- สัปดาห์ที่ 5 เสด็จไปประทับใต้ร่มไม้ไทร โดยมีชื่อว่า อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ทรงถูกธิดาทั้งสามของพญามารวัสตีใช้กริยาอิตถีสตรียั่วพระพุทธองค์ให้หลงแต่ไม่สำเร็จ พระพุทธองค์ทรงขับไล่ธิดาทั้งสามออกไปเสีย - สัปดาห์ที่ 6 เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิภายใต้ร่มไม้จิก โดยมีชื่อว่า มุจลินท์ ทางทิศอาคเนย์แห่งต้นมหาโพธิ์ ตอนนั้นเกิดฝนตกลงมาเป็นเวลา 7 วัน พญานาคตนหนึ่งมีนามว่า พญามุจลินท์นาคราช เกิดความเลื่อมใสจึงได้แผ่พังพานป้องพระพุทธเจ้าเป็นเวลา 7 วัน เมื่อฝนหยุดตก พญานาคก็คลายขนดจำแลงกายเป็นมานพ เข้าไปถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์และจากไป- สัปดาห์ที่ 7 เสด็จไปประทับภายใต้ร่มไม้เกดโดยมีชื่อว่า ราชายตนะ ประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน
| สัตตมหาสถานคืออะไร | {
"answer": [
"สถานที่สำคัญ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข"
],
"answer_begin_position": [
114
],
"answer_end_position": [
172
]
} |
2,739 | 13,651 | โมริ โคโกโร่ โมริ โคโกโร่ () เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง "ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน" โดยในฉบับภาษาอังกฤษหรือ Case Closed ใช้ชื่อว่า "ริชาร์ด มัวร์" (Richard Moore) ให้เสียงพากย์เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นโดยอากิระ คามิยะ และตั้งแต่ตอนที่ 553 ผู้ให้เสียงพากย์คือริกิยะ โคยามะ ให้เสียงพากย์เวอร์ชันภาษาอังกฤษโดยโรเบิร์ต บรูซ เอเลียต และฉบับภาษาไทยโดยมนูญ เรืองเชื้อเหมือน ในฉบับลิขสิทธิ์ของ TIGA, นิรุต ณ บางช้าง ในฉบับทรูวิชั่นส์และในฉบับโมเดิร์นไนน์โดยนิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์ (น้าต๋อย เซมเบ้) และผู้แสดงนำในฉบับภาพยนตร์คือ ทาคาโนริ จินไนประวัติ ประวัติ. โมริ โคโกโร่ เคยเป็นตำรวจมาก่อนที่จะลาออกมาเป็นนักสืบเอกชน เขามักเป็นคนที่หลงตัวเอง เจ้าชู้ และชอบเล่นไพ่นกกระจอก อย่างไรก็ตาม เขามีความสามารถในด้านยูโดและยิงปืน แต่เนื่องด้วยการวิเคราะห์คดีความที่ผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เอโดงาวะ โคนัน จึงใช้ลูกดอกยาสลบขนาดเล็กยิงไปที่ท้ายทอยของโมริเพื่อให้สลบ แล้วใช้เสียงพากษ์ช่วยวิเคราะห์คดีให้อยู่บ่อยครั้ง นี่จึงเป็นที่มาของฉายา "โคโกโร่นิทรา" (; Sleeping Kogorō) ที่คนทั่วไปรู้จักกันเป็นอย่างดีลักษณะนิสัย ลักษณะนิสัย. โคโกโร่เป็นคนที่ค่อนข้างจะหลงตัวเอง ชอบคุยโวโอ้อวด และบางครั้งก็ช่างประจบประแจง แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นคนดีมากคนนึงเลยทีเดียว เขาเป็นผู้ชายห่ามๆ ที่ไม่ค่อยจะมีความโรแมนติกซักเท่าไร แม้แต่กับโมริ รัน ลูกสาวสุดรักสุดหวงของตัวเอง ก็มักจะใช้คำพูดเช่น"แกจะกรี๊ดอะไรนักหนา หนวกหูชะมัด" "เพราะแกคนเดียวเลยยัยรัน" เป็นต้น โดยรวมแล้วเขาเป็นพ่อที่รักลูกสาวมาก และมักจะกันท่าไม่ให้ใครมาจอแจกับลูกสาวเลย แม้จะเป็นคนตรงไปตรงมา และเหมือนจะคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ค่อยใส่ใจผู้อื่น แต่โคโกโร่ก็ค่อนข้างจะตามใจลูกสาวมากๆเลยทีเดียว และก็ออกจะกลัวลูกสาวในบางครั้ง เพราะโมริ รัน เป็นกัปตันทีมคาราเต้ ที่หมัดหนักมาก โคโกโร่มักจะพูดไม่ดีกับโคนันอยู่เสมอ แต่ถ้าสังเกตให้ดีคำพูดที่ใช้กับโคนันไม่ได้ต่างจากที่ใช้กับรันซักเท่าไร และก็จะมีบางครั้งที่เขาแสดงอาการเป็นห่วงเอโดกาวะ โคนัน เช่นมีตอนนึงที่โคนันถูกแทงและเสียเลือดมาก รันได้ให้เลือดกับโคนันไป ตอนไปเยี่ยมโคโกโร่พูดกับโคนันว่า"แกได้เลือดยัยรันไปเยอะ แกก็ต้องหายเร็วๆนะ" และเวลารันไม่ได้ทำกับข้าวให้ เขาก็จะเป็นคนทำอาหารง่ายๆให้โคนันกินเอง เขามีคิซากิ เอริ ภรรยาคนเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นแม่ของรัน ซึ่งปัจจุบันทั้งสองได้แยกกันอยู่เพราะเอริ ทนความเจ้าชู้ของโคโกโร่ไม่ไหว ความจริงแล้วทั้งสองยังรักกันอยู่มาก แต่ด้วยความทิฐิจึงชอบทำท่าอวดดีใส่กัน และพูดจาไม่ดีเวลาเจอหน้ากัน เอริมักจะทำให้โคโกโร่หงุดหงิดมากๆเสมอ เอริรักโคโกโร่และยังหลงใหลในความเป็นคนดีของเขาอยู่มาก แต่เธอเป็นผู้หญิงฉลาดและไว้ตัวจึงไม่ยอมกลับไปคืนดีกับเขาง่ายๆ โคโกโร่เองก็รักเอริมากและยกย่องให้เธอเป็นภรรยาคนเดียวและแม่ของลูก เขาอาจจะเจ้าชู้มากๆแต่ก็เพราะเป็นนิสัยผู้ชายทั่วไปที่ชอบคุยและอยู่ใกล้ผู้หญิงเซ็กซี่เท่านั้นเอง เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ใดเกินเลยกับผู้หญิงคนอื่นเลย เขาเคยง้อเอริอยู่ครั้งนึงหลังจากทนความคิดถึงไม่ไหว "ผมเบื่อกับข้าวฝีมือยัยรันแล้ว กลับมาเถอะนะเอริ" แต่คิซากิ เอริก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ซึ่งคนอย่างโมริ โคโกโร่ ก็ไม่มีทางเสียศักดิ์ศรีซ้ำสองข้อมูลอื่นๆข้อมูลอื่นๆ. - วันเดือนปีเกิด : 28 ตุลาคม ค.ศ. 1962 - ส่วนสูง : 186 ซม. - สิ่งที่ชอบ : แทงม้า เล่นไพ่นกกระจอก - นักร้องที่ชอบ : โอกิโนะ โยโกะ - ยี่ห้อของบุหรี่ที่สูบ : ไฮไลท์ ครอบครัวโมริตอนที่ โมริ โคโกโร่ โชว์ไขคดีได้ด้วยตัวเอง ตอนที่ โมริ โคโกโร่ โชว์ไขคดีได้ด้วยตัวเอง. แอนิเมชั่น- 1.) ตอน คดีฆาตกรรมเจ้าของหอศิลป์ - 2.) ตอน คดีฆาตกรรมสมาคมศิษย์เก่าของโคโกโร่ - 3.) ตอน คดีฆาตกรรมอาวุธปริศนา - 4.) ตอน คดีฆาตกรรมหฤโหดนักเดินเขา - 5.) ตอน เมื่อยอดนักสืบจนมุม! กับคดีฆาตกรรมใหญ่ 2 คดีต่อเนื่อง - 6.) ตอน คดีแก๊งค์โจรในคฤหาสน์ปริศนา - 7.) ตอน ความจริงในคดีรถระเบิด - 8.) ตอน ผู้ต้องสงสัยที่มองไม่เห็น - 9.) ตอน แกงเผ็ดที่น่าสงสัย - 10.) ตอน ทางเดินที่พูดไม่ได้ - 11.) ตอน การจ้างวานจากครอบครัวพิลึก - 12.) ตอน ความลับของรัสเซียน บลู - 13.) ตอน เงาขององค์กรชุดดำ (ภาคแสงไฟพิศวง) - 14.) ตอน รถเช่าที่ควบคุมไม่ได้ - 15.) ตอน นิยายรักตำรวจนครบาล ภาค 8: แหวนของซาโต้ - 16.) ตอน ปริศนาที่ไม่อ่อนไหว - 17.) ตอน วันที่โมริ โคโกโร่เลิกเป็นนักสืบ - 18.) ตอน แม่มดในม่านหมอก - 19.) ตอน วันเกิดที่เลวร้ายที่สุด - 20.) ตอน ลิงคุมาเดะและพวกวิ่งราว - 21.) - 22.) เดอะมูวี่- 1.) ยุทธการเหนือห้วงทะเลลึก - 2.)
| ตัวละคร โมริ โคโกโร่ จากการ์ตูนเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน มีชื่อว่าอะไรในฉบับภาคภาษาอังกฤษ | {
"answer": [
"ริชาร์ด มัวร์"
],
"answer_begin_position": [
212
],
"answer_end_position": [
225
]
} |
2,740 | 13,651 | โมริ โคโกโร่ โมริ โคโกโร่ () เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง "ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน" โดยในฉบับภาษาอังกฤษหรือ Case Closed ใช้ชื่อว่า "ริชาร์ด มัวร์" (Richard Moore) ให้เสียงพากย์เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นโดยอากิระ คามิยะ และตั้งแต่ตอนที่ 553 ผู้ให้เสียงพากย์คือริกิยะ โคยามะ ให้เสียงพากย์เวอร์ชันภาษาอังกฤษโดยโรเบิร์ต บรูซ เอเลียต และฉบับภาษาไทยโดยมนูญ เรืองเชื้อเหมือน ในฉบับลิขสิทธิ์ของ TIGA, นิรุต ณ บางช้าง ในฉบับทรูวิชั่นส์และในฉบับโมเดิร์นไนน์โดยนิรันดร์ บุญยรัตพันธุ์ (น้าต๋อย เซมเบ้) และผู้แสดงนำในฉบับภาพยนตร์คือ ทาคาโนริ จินไนประวัติ ประวัติ. โมริ โคโกโร่ เคยเป็นตำรวจมาก่อนที่จะลาออกมาเป็นนักสืบเอกชน เขามักเป็นคนที่หลงตัวเอง เจ้าชู้ และชอบเล่นไพ่นกกระจอก อย่างไรก็ตาม เขามีความสามารถในด้านยูโดและยิงปืน แต่เนื่องด้วยการวิเคราะห์คดีความที่ผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เอโดงาวะ โคนัน จึงใช้ลูกดอกยาสลบขนาดเล็กยิงไปที่ท้ายทอยของโมริเพื่อให้สลบ แล้วใช้เสียงพากษ์ช่วยวิเคราะห์คดีให้อยู่บ่อยครั้ง นี่จึงเป็นที่มาของฉายา "โคโกโร่นิทรา" (; Sleeping Kogorō) ที่คนทั่วไปรู้จักกันเป็นอย่างดีลักษณะนิสัย ลักษณะนิสัย. โคโกโร่เป็นคนที่ค่อนข้างจะหลงตัวเอง ชอบคุยโวโอ้อวด และบางครั้งก็ช่างประจบประแจง แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นคนดีมากคนนึงเลยทีเดียว เขาเป็นผู้ชายห่ามๆ ที่ไม่ค่อยจะมีความโรแมนติกซักเท่าไร แม้แต่กับโมริ รัน ลูกสาวสุดรักสุดหวงของตัวเอง ก็มักจะใช้คำพูดเช่น"แกจะกรี๊ดอะไรนักหนา หนวกหูชะมัด" "เพราะแกคนเดียวเลยยัยรัน" เป็นต้น โดยรวมแล้วเขาเป็นพ่อที่รักลูกสาวมาก และมักจะกันท่าไม่ให้ใครมาจอแจกับลูกสาวเลย แม้จะเป็นคนตรงไปตรงมา และเหมือนจะคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ค่อยใส่ใจผู้อื่น แต่โคโกโร่ก็ค่อนข้างจะตามใจลูกสาวมากๆเลยทีเดียว และก็ออกจะกลัวลูกสาวในบางครั้ง เพราะโมริ รัน เป็นกัปตันทีมคาราเต้ ที่หมัดหนักมาก โคโกโร่มักจะพูดไม่ดีกับโคนันอยู่เสมอ แต่ถ้าสังเกตให้ดีคำพูดที่ใช้กับโคนันไม่ได้ต่างจากที่ใช้กับรันซักเท่าไร และก็จะมีบางครั้งที่เขาแสดงอาการเป็นห่วงเอโดกาวะ โคนัน เช่นมีตอนนึงที่โคนันถูกแทงและเสียเลือดมาก รันได้ให้เลือดกับโคนันไป ตอนไปเยี่ยมโคโกโร่พูดกับโคนันว่า"แกได้เลือดยัยรันไปเยอะ แกก็ต้องหายเร็วๆนะ" และเวลารันไม่ได้ทำกับข้าวให้ เขาก็จะเป็นคนทำอาหารง่ายๆให้โคนันกินเอง เขามีคิซากิ เอริ ภรรยาคนเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นแม่ของรัน ซึ่งปัจจุบันทั้งสองได้แยกกันอยู่เพราะเอริ ทนความเจ้าชู้ของโคโกโร่ไม่ไหว ความจริงแล้วทั้งสองยังรักกันอยู่มาก แต่ด้วยความทิฐิจึงชอบทำท่าอวดดีใส่กัน และพูดจาไม่ดีเวลาเจอหน้ากัน เอริมักจะทำให้โคโกโร่หงุดหงิดมากๆเสมอ เอริรักโคโกโร่และยังหลงใหลในความเป็นคนดีของเขาอยู่มาก แต่เธอเป็นผู้หญิงฉลาดและไว้ตัวจึงไม่ยอมกลับไปคืนดีกับเขาง่ายๆ โคโกโร่เองก็รักเอริมากและยกย่องให้เธอเป็นภรรยาคนเดียวและแม่ของลูก เขาอาจจะเจ้าชู้มากๆแต่ก็เพราะเป็นนิสัยผู้ชายทั่วไปที่ชอบคุยและอยู่ใกล้ผู้หญิงเซ็กซี่เท่านั้นเอง เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ใดเกินเลยกับผู้หญิงคนอื่นเลย เขาเคยง้อเอริอยู่ครั้งนึงหลังจากทนความคิดถึงไม่ไหว "ผมเบื่อกับข้าวฝีมือยัยรันแล้ว กลับมาเถอะนะเอริ" แต่คิซากิ เอริก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ซึ่งคนอย่างโมริ โคโกโร่ ก็ไม่มีทางเสียศักดิ์ศรีซ้ำสองข้อมูลอื่นๆข้อมูลอื่นๆ. - วันเดือนปีเกิด : 28 ตุลาคม ค.ศ. 1962 - ส่วนสูง : 186 ซม. - สิ่งที่ชอบ : แทงม้า เล่นไพ่นกกระจอก - นักร้องที่ชอบ : โอกิโนะ โยโกะ - ยี่ห้อของบุหรี่ที่สูบ : ไฮไลท์ ครอบครัวโมริตอนที่ โมริ โคโกโร่ โชว์ไขคดีได้ด้วยตัวเอง ตอนที่ โมริ โคโกโร่ โชว์ไขคดีได้ด้วยตัวเอง. แอนิเมชั่น- 1.) ตอน คดีฆาตกรรมเจ้าของหอศิลป์ - 2.) ตอน คดีฆาตกรรมสมาคมศิษย์เก่าของโคโกโร่ - 3.) ตอน คดีฆาตกรรมอาวุธปริศนา - 4.) ตอน คดีฆาตกรรมหฤโหดนักเดินเขา - 5.) ตอน เมื่อยอดนักสืบจนมุม! กับคดีฆาตกรรมใหญ่ 2 คดีต่อเนื่อง - 6.) ตอน คดีแก๊งค์โจรในคฤหาสน์ปริศนา - 7.) ตอน ความจริงในคดีรถระเบิด - 8.) ตอน ผู้ต้องสงสัยที่มองไม่เห็น - 9.) ตอน แกงเผ็ดที่น่าสงสัย - 10.) ตอน ทางเดินที่พูดไม่ได้ - 11.) ตอน การจ้างวานจากครอบครัวพิลึก - 12.) ตอน ความลับของรัสเซียน บลู - 13.) ตอน เงาขององค์กรชุดดำ (ภาคแสงไฟพิศวง) - 14.) ตอน รถเช่าที่ควบคุมไม่ได้ - 15.) ตอน นิยายรักตำรวจนครบาล ภาค 8: แหวนของซาโต้ - 16.) ตอน ปริศนาที่ไม่อ่อนไหว - 17.) ตอน วันที่โมริ โคโกโร่เลิกเป็นนักสืบ - 18.) ตอน แม่มดในม่านหมอก - 19.) ตอน วันเกิดที่เลวร้ายที่สุด - 20.) ตอน ลิงคุมาเดะและพวกวิ่งราว - 21.) - 22.) เดอะมูวี่- 1.) ยุทธการเหนือห้วงทะเลลึก - 2.)
| ตัวละคร โมริ โคโกโร่ จากการ์ตูนเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน มีอาชีพอะไร | {
"answer": [
"นักสืบเอกชน"
],
"answer_begin_position": [
671
],
"answer_end_position": [
682
]
} |
2,741 | 43,409 | ร้านภูฟ้า ร้านภูฟ้า จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆของโครงการพัฒนาต่าง ๆ ซึ่งช่วยการส่งเสริมอาชีพประชาชนในถิ่นทุรกันดาร พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยใช้ตราสัญลักษณ์ "ภูฟ้า" เป็นเครื่องหมายการค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ในโครงการส่งเสริมอาชีพ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ซึ่งมีฐานะยากจน ให้มีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้จากอาชีพเกษตรกรรมวัตถุประสงค์ของร้านภูฟ้า วัตถุประสงค์ของร้านภูฟ้า. ร้านภูฟ้ามีวัตถุประสงค์ ดังนี้1. ร้านภูฟ้า เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สานต่องานโครงการส่งเสริมอาชีพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งส่งเสริมและพัฒนาชุมชนในถิ่นทุรกันดารให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเสริมสร้างจิต สำนึกและความรับผิดชอบของประชาชนชาวไทยที่มีต่อการพัฒนาชุมชนในถิ่นทุรกันดาร 2. จุดประสงค์หลักของร้านภูฟ้า คือ การสร้างวงจรการตลาด การพัฒนา การส่งเสริม การผลิตในชุมชนให้เกิด ขึ้นได้อย่างยั่งยืน ด้วยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในโครงการส่งเสริมอาชีพ ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มุ่งส่งเสริมอาชีพของประชาชนในถิ่นทุรกันดาร นอกจากนี้ยังมีสินค้าและ กิจกรรมอื่นเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้แก่ร้าน 3. ร้านภูฟ้าจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการตลาด ในความ เป็นจริง เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม โดยคำนึงการพัฒนาสังคมโดยรวมด้วย 4. ร้านภูฟ้าจะพัฒนากระบวนการจัดสรรผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นคืนกลับสู่ชุมชนที่มีส่วนในการผลิต เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์. ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในร้านภูฟ้า1. ผ้า 2. เครื่องจักสาน 3. อาหาร 4. ยาสระผม / ครีมนวดผม 5. ผลิตภัณฑ์จากภาพฝีพระหัตถ์การส่งเสริมอาชีพประชาชนในถิ่นทุรกันดาร การส่งเสริมอาชีพประชาชนในถิ่นทุรกันดาร. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริ ให้ดำเนินงานโครงการพัฒนาต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือ ประชาชนที่ด้อยโอกาส ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลคมนาคม ให้มี คุณภาพชีวิตดีขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา ด้วยทรงเห็นว่าประชาชนในพื้นที่เหล่านี้มีความเป็นอยู่ยากลำบาก ได้รับบริการพื้นฐานต่าง ๆ จากรัฐไม่ทั่วถึง ดังนั้นการพัฒนาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นไปอย่างช้า ๆ และไม่เพียงพอ ทำให้มาตรฐานในการดำรงชีวิตของประชาชนเหล่านี้ ไม่เท่าเทียมกับประชาชนใน พื้นที่อื่น ๆปัญหาพื้นฐาน 4 ประการ ปัญหาพื้นฐาน 4 ประการ. ในการดำเนินงานโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนเหล่านี้ทรงเน้นการพัฒนาเพื่อ ช่วยแก้ไขปัญหาพื้นฐาน 4 ประการ คือ1. ความยากจน 2. ปัญหาโภชนาการและสุขภาพอนามัย 3. การขาดโอกาสทางการศึกษา 4. ความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีความเกี่ยวกันเป็นลูกโซ่ ก่อให้เกิดความทุกข์ยากแร้นแค้นอย่างเรื้อรังแก่ประชาชนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร. โดย ที่ทรงเห็นว่าเด็กเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มากที่สุด ดังนั้นในระยะแรกของการพัฒนา จึงทรงมุ่งพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเป็น กลุ่มเป้าหมายหลัก โดยทรงเลือกพื้นที่ดำเนินการในสถานที่เหล่านี้ คือ1. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2. โรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" สังกัดสำนักงานบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน 4. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเด็กวัยเตาะแตะในถิ่นทุรกันดาร 5. พื้นที่อื่น ๆ ตามพระราชประสงค์ ในกระบวนการพัฒนาให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น โรงเรียนเหล่านี้จะเป็นแหล่งความรู้พื้นฐานของประชาชนที่จะนำไปพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ในครอบครัวให้ดีขึ้นพร้อมกันไปด้วยการดำเนินงาน การดำเนินงาน. ในแต่ละปี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือแก่ เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เป็นจำนวนเพิ่มขึ้น จนถึงปัจจุบัน (ปีการศึกษา 2546) มีเด็กและเยาวชนจำนวนทั้งสิ้น 65,058 คน และมีพระราชดำริในการดำเนินงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ได้ดำเนินงานดังนี้1. การส่งเสริมโภชนาการดีและสุขภาพดีของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ 2. การส่งเสริมการผลิตอาหารในพื้นที่เพื่อช่วยลดระดับความรุนแรงของปัญหาการ ขาดสารอาหาร 3. การป้องกันโรคติดต่อที่สำคัญในแต่ละพื้นที่ 4. การเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมท้องถิ่น 5. การสร้างความรู้และพัฒนาทักษะการอาชีพที่เป็นราก ฐานของพึ่งตนเองให้แก่เด็กอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการที่มีพระราชดำริให้ดำเนินการฝึกอาชีพให้กับเด็กนักเรียน และศิษย์เก่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531สาขาสาขา. - สาขาสยามดิสคัฟเวอรี - สาขาตลาดนัดสวนจตุจักร โครงการ 24 - สาขาสุขุมวิท ซอย 7 (สำนักงานโครงการ) - สาขาถนนกำแพงเพชร 1 - สาขาพระที่นั่งวิมานเมฆ อาคารอรรถวิจารย์ - สาขาตลาดบอง มาร์เช่ - สาขาหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ - สาขาโรงแรมบ้านไทย บีช รีสอร์ท ป่าตอง ภูเก็ต - สาขาเดอะแพลทินั่มเพลส วัชรพล - สาขาสเปลล์ แอท ฟิวเจอร์พาร์ค - สาขาพาราไดซ์ พาร์ค - สาขาศิริราช - สาขาแคนทารี เทอเรซ เชียงใหม่ - สาขาจัตุรัสจามจุรี - สาขาอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ โรงพยาบาลรามาธิบดี - สาขาเพียวเพลส รามคำแหง 110 - สาขาบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า พระราม 4 - สาขาพลัสมอลล์ บางใหญ่ - สาขาบิ๊กซี ราชดำริ - สาขากรมศิลปากร - ร้านภูฟ้าผสมผสาน สยามพารากอน
| ร้านภูฟ้าเป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริของใคร | {
"answer": [
"สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"
],
"answer_begin_position": [
375
],
"answer_end_position": [
416
]
} |
2,742 | 798,102 | สงครามโอนิน สงครามโอนิน ( , ) สงครามกลางเมือง ระหว่าง ค.ศ. 1467 - ค.ศ. 1477 ในช่วง ยุคมุโระมะชิ อันเป็นต้นกำเนิดของ ยุคเซ็งโงะกุ สาเหตุของสงครามครั้งนี้เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งเรื่องทายาททางการเมืองของโชกุน อะชิกะงะ โยะชิมะซะ ระหว่าง โฮะโซะกะวะ คะสึโมะโตะ ผู้ดำรงตำแหน่ง คันเร หรือผู้แทนโชกุนที่สนับสนุน อะชิกะงะ โยะชิมิ น้องชายของโชกุนโยะชิมะซะและ ยะมะนะ โซเซ็น พ่อตาของคะสึโมะโตะที่สนับสนุนบุตรชายคนเดียวของโชกุนโยะชิมะซะคือ อะชิกะงะ โยะชิฮิซะ ทำให้ทั้งสองฝ่ายรวบรวมกองทัพจากแคว้นต่าง ๆ ที่เป็นพันธมิตรเข้าสู้รบจนทำให้ นครหลวงเฮอัง หรือ นครหลวงเคียวโตะ ในปัจจุบันได้รับความเสียหายอย่างหนักประชาชนหลบหนีจากเมืองหลวงทำให้เฮอังกลายสภาพเป็นเมืองร้าง ในปี ค.ศ. 1469 โชกุนโยะชิมะซะตัดสินใจตั้งโยะชิฮิซะบุตรชายเป็นทายาททางการเมือง ถึงแม้โซเซ็นและคะสึโมะโตะจะเสียชีวิตทั้งคู่ในปี ค.ศ. 1473 แต่สงครามก็ยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งทั้งสองฝ่ายยอมสงบศึกเมื่อปี ค.ศ. 1477
| สงครามโอนินซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองในประเทศญี่ปุ่นยุติเมื่อปี ค.ศ. อะไร | {
"answer": [
"1477"
],
"answer_begin_position": [
937
],
"answer_end_position": [
941
]
} |
2,743 | 538,197 | รปปงงิ รปปงงิ ( ) เป็นย่านหนึ่งในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเสียงเป็นแหล่งช้อปปิ้งระดับบนและสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนโดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สถานที่ที่มีชื่อเสียงเช่น รปปงงิฮิลส์
| รปปงงิเป็นแหล่งท่องเที่ยงแห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดใดในประเทศญี่ปุ่น | {
"answer": [
"โตเกียว"
],
"answer_begin_position": [
129
],
"answer_end_position": [
136
]
} |
2,744 | 478,396 | พิมพา พรศิริ พิมพา พรศิริ เป็นนักร้องแนวหมอลำที่มีชื่อเสียงในยุค 2530 มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ พ.ศ. 2530 มีผลงานเพลงกว่า 70 ชุด ผลงานที่สร้างชื่อเสียงคือเพลงน้ำตาเมียซาอุ ซึ่งได้รับรางวัลผู้ขับร้องเพลงลูกทุ่งดีเด่นเนื่องในงาน "กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ภาค 2" ประจำปี พ.ศ. 2534 จัดโดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ในขณะนั้น) และเข้ารับรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีประวัติ ประวัติ. พิมพา เกิดวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2512 บ้านกันกง ตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เป็นบุตรีของนายเพชร-นางทองอินทร์ สุภาพ จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุ 16 ปี เคยลงทุนทำเพลงเองแต่ไม่ประสบความสำเร็จผลงานผลงาน. - อัลบั้มหลัก 2. น้ำตาเมียซาอุ อันมีเพลงน้ำตาเมียซาอุและนับเป็นผลงานสำคัญที่ทำให้มีชื่อเสียง 3. พิมพาไถ่นาคืน 4. รักหนุ่มเร่หนัง 5. อีสานเขียว 6. อยากให้มีวันนั้นวันเดียว 7. สาวติ๋มโดดตึก 8. หมอลำประยุกต์ 9. ที่สุดของพิมพา 10. เสียงสะท้อนจากสาวไทย 11. พิมพาลีลา ๒ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับนักร้องอื่นๆ ทำผลงานเพลงอีกหลายชุด โดยมีผลงานรวมกว่า 70 ชุด- เพลงใหม่ล่าสุดหลังจากย้ายค่าย หลังจากย้ายค่ายมาอยู่ค่ายอาร์สยาม เธอก็มีเพลงใหม่เป็นซิงเกิลในอัลบั้ม "ซุปตาร์อีสาน" ในบทเพลง "สาวใหญ่สิลงคาน" เมื่อปลายเดือนกันยายน 2558 ซึ่งอัลบั้มนี้มีศิลปินนอกจากเธอร่วมขับร้อง อาทิเช่น ติ๊ก ดอกรัก ดวงมาลา อาร์สยาม,พรชัย วรรณศรี อาร์สยาม ฯลฯละครโทรทัศน์ผลงานละครชุดซิทคอมภาพยนตร์รางวัล รางวัล. ประกาศเกียรติคุณผลงานดีเด่นเป็นมรดกแก่วงการเพลงลูกทุ่งไทย ในฐานะผู้ขับร้องเพลง "น้ำตาเมียซาอุ" ในงาน "กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ภาค ๒" ประจำปี ๒๕๓๔ ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และเข้ารับรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
| ใครได้รับรางวัลผู้ขับร้องเพลงลูกทุ่งดีเด่นในงาน กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ภาค 2 ในปี พ.ศ. 2534 | {
"answer": [
"พิมพา พรศิริ"
],
"answer_begin_position": [
100
],
"answer_end_position": [
112
]
} |
2,745 | 393,773 | ปลาสลิดหินม้าลาย ปลาสลิดหินม้าลาย หรือ ปลาสลิดหินอานม้า (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ปลาม้าลาย หรือ ปลาอานม้า; ) เป็นปลาทะเลขนาดเล็กชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dascyllus aruanus อยู่ในวงศ์ปลาสลิดหิน (Pomacentridae)ลักษณะ ลักษณะ. มีลักษณะลำตัวค่อนข้างกลมและแบนข้างมาก จะงอยปากสั้น มีความโดดเด่นที่สีของลำตัว ที่เป็นสีขาวสลับกับลายแถบสีดำที่พาดขวางลำตัว 3 แถบ คือ บริเวณหน้า กลางลำตัว และใกล้โคนหาง ครีบท้องมีสีดำ ครีบหางเว้าตื้นมีปลายเรียว มีขนาดเมื่อโตเต็มที่ 10 เซนติเมตรเท่านั้น มีขนาดโดยเฉลี่ย 5-6 เซนติเมตร มีพฤติกรรมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 10-20 ตัว อาศัยอยู่ตามแนวปะการังเขากวาง ขนาดของฝูงจะขึ้นอยู่กับขนาดของปะการังเขากวาง ปกติเป็นปลาที่รักสงบ แต่หากมีการบุกรุกจากปลาฝูงอื่น ก็จะมีการกัดกันได้ พบได้ในระดับความลึกตั้งแต่ 0-20 เมตรที่อยู่ ที่อยู่. พบกระจายพันธุ์กว้างขวางตั้งแต่ทะเลแดงและชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก, ทะเลญี่ปุ่น, ทะเลอันดามัน, อ่าวไทย และพบได้จนถึงออสเตรเลียทางตอนใต้ เป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม จัดเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายมากและกินอาหารได้หลากหลายอีกชนิดหนึ่ง
| ปลาสลิดหินม้าลายมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าอะไร | {
"answer": [
"Dascyllus aruanus"
],
"answer_begin_position": [
246
],
"answer_end_position": [
263
]
} |
2,746 | 393,773 | ปลาสลิดหินม้าลาย ปลาสลิดหินม้าลาย หรือ ปลาสลิดหินอานม้า (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ปลาม้าลาย หรือ ปลาอานม้า; ) เป็นปลาทะเลขนาดเล็กชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dascyllus aruanus อยู่ในวงศ์ปลาสลิดหิน (Pomacentridae)ลักษณะ ลักษณะ. มีลักษณะลำตัวค่อนข้างกลมและแบนข้างมาก จะงอยปากสั้น มีความโดดเด่นที่สีของลำตัว ที่เป็นสีขาวสลับกับลายแถบสีดำที่พาดขวางลำตัว 3 แถบ คือ บริเวณหน้า กลางลำตัว และใกล้โคนหาง ครีบท้องมีสีดำ ครีบหางเว้าตื้นมีปลายเรียว มีขนาดเมื่อโตเต็มที่ 10 เซนติเมตรเท่านั้น มีขนาดโดยเฉลี่ย 5-6 เซนติเมตร มีพฤติกรรมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 10-20 ตัว อาศัยอยู่ตามแนวปะการังเขากวาง ขนาดของฝูงจะขึ้นอยู่กับขนาดของปะการังเขากวาง ปกติเป็นปลาที่รักสงบ แต่หากมีการบุกรุกจากปลาฝูงอื่น ก็จะมีการกัดกันได้ พบได้ในระดับความลึกตั้งแต่ 0-20 เมตรที่อยู่ ที่อยู่. พบกระจายพันธุ์กว้างขวางตั้งแต่ทะเลแดงและชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก, ทะเลญี่ปุ่น, ทะเลอันดามัน, อ่าวไทย และพบได้จนถึงออสเตรเลียทางตอนใต้ เป็นปลาอีกชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม จัดเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายมากและกินอาหารได้หลากหลายอีกชนิดหนึ่ง
| ปลาสลิดหินม้าลายมีแถบสีขาวดำกลางลำตัวกี่แถบ | {
"answer": [
"3"
],
"answer_begin_position": [
438
],
"answer_end_position": [
439
]
} |
2,747 | 35,824 | อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เป็นหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยทางทิศเหนือในเขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี แวดล้อมด้วยทิวเขาเป็นแนวยาวอยู่โดยรอบ ลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลง กว้างประมาณ 800 เมตร หมายถึงส่วนกว้างของเมือง ยาวประมาณ 850 เมตร และกำแพงสูง 7 เมตร มีประตูเข้าออก 4 ด้าน มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ภายในเมืองมีสระน้ำ 6 สระประวัติ ประวัติ. ปราสาทเมืองสิงห์ มีจุดมุ่งหมายสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายมหายาน จากการขุดตกแต่งของกรมศิลปากรที่ค่อยทำค่อยไปตั้งแต่ พ.ศ. 2478 แต่มาเริ่มบุกเบิกกันจริงจังเมื่อ พ.ศ. 2517 แล้วเสร็จเป็นอุทยานประวัติศาสตร์เมื่อ พ.ศ. 2530 จึงสวยงามดังที่เห็นอยู่ในวันนี้ ปราสาทเมืองสิงห์นี้กล่าวว่าสถาปัตยกรรมและปฏิมากรรม คล้ายคลึงกับของสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1720 - 1780) กษัตริย์นักสร้างปราสาทแห่งขอม จากการขุดแต่งของกรมศิลปากร พบศิลปกรรมที่สำคัญยิ่งคือพระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และ นางปรัชญาปารมิตา และยังพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีอีกองค์หนึ่ง รูปลักษณ์คล้ายกับที่พบในประเทศกัมพูชา ปัจจุบันกรมศิลปากรได้นำไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แล้ว คงเหลือแต่องค์จำลองไว้ จากศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา ซึ่งจารึกโดย พระวีรกุมาร พระราชโอรสของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จารึกชื่อเมือง 23 เมือง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างไว้ มีเมืองชื่อ ศรีชัยสิงห์บุรี ซึ่งสันนิษฐานกันว่าคือเมือง ปราสาทเมืองสิงห์ นี่เอง และยังมีชื่อของเมือง ละโวธยปุระ หรือ ละโว้ หรือลพบุรี ที่มีพระปรางค์สามยอด เป็นโบราณวัตถุร่วมสมัย แต่ในเรื่องดังกล่าวรองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เห็นว่าการที่นำเอาชื่อเมืองที่คล้ายคลึงกันในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาไปเปรียบเทียบกับบรรดาเมืองในเส้นทางคมนาคมในจารึกปราสาทพระขรรค์อย่างง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงหลักภูมิศาสตร์ เท่ากับเป็นการบิดเบือนความจริงอย่างมักง่าย เพราะบรรดาปราสาทขอมที่เรียกว่าอโรคยาศาลนั้นมักพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มีพบบ้างในบางส่วนของจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบันได้แยกเป็นจังหวัดสระแก้ว) และมีรูปแบบแตกต่างจากปราสาทขอมที่พบในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสิ้นเชิง ตรงข้ามกับบรรดาปราสาทของที่พบบนเส้นทางคมนาคมจากละโว้ถึงเพชรบุรีและปราสาทเมืองสิงห์ แต่ละแห่งก็มีรูปแบบที่แตกต่างออกไป จะมีความคล้ายคลึงกันแต่รูปเคารพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และนางปรัชญาปารมิตาที่บ่งชี้ว่าน่าจะแพร่หลายมาจากเมืองละโว้ และพระโพธิสัตว์บางองค์นำมาจากเมืองพระนครก็มี แต่หลักฐานทั้งหมดก็มิได้ปฏิเสธความสัมพันธ์ทั้งสังคมและวัฒนธรรมระหว่างละโว้กับเมืองพระนครในกัมพูชา ในสมัย รัชกาลที่ 1 เมืองสิงห์ได้มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่าน ในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดให้เจ้าเมืองสิงห์เป็น พระสมิงสิงห์บุรินทร์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล ดังนั้นจึงยุบเมืองสิงห์ให้เหลือเป็นฐานะเพียงตำบลหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีโบราณสถาน โบราณสถาน. ปราสาทเมืองสิงห์ตั้งอยู่บริเวณที่ราบริมฝั่งทิศเหนือของแม่น้ำแควน้อย พื้นที่โดยรอบโอบรอบด้วยภูเขาขนาดไม่สูงมากนัก บริเวณโบราณสถานจะมีกำแพงและคูคันดินเป็นชั้นๆ แนวกำแพงดังกล่าวมีลักษณะเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม คือแม่น้ำแควน้อยไหลผ่านด้านทิศใต้ ด้งนั้นพื้นที่ด้านนี้จึงขยายออกไปตามแนวแม่น้ำ สำหรับด้านทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศเหนือ แนวกำแพงต่อกันเป็นรูปสีเหลี่ยม รอบนอกกำแพงจะเป็นคูคันดินล้อมรอบอยู่ โดยเฉพาะด้านตะวันตกปรากฏซากคันดินอยู่ถึง 7 ชั้น กำแพงและคูดินนี้จะล้อมรอบกลุ่มโบราณสถานสำคัญ ซึ่งประกอบด้วยโบราณสถานหมายเลข 1 - 4 กำแพงและประตู คูคันดิน สระน้ำ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ โบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ สามารถแบ่งได้เป็นเช่นนี้โบราณสถานหมายเลข 1 โบราณสถานหมายเลข 1. โบราณสถานหมายเลข 1 โบราณสถานหมายเลข 1 ตั้งอยู่บริเวณใจกลางกลุ่มโบราณสถาน องค์โบราณสถานหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและประกอบด้วยสิงห์สำคัญคือ ปรางค์ประธาน ระเบียงคด โคปุระ บรรณศาลาหรือบรรณาลัย และกำแพงแก้ว ปรางค์ประธานเป็นศูนย์กลางของโบราณสถานมีลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวทรงหอสูงคล้ายฝักข้าวโพด องค์ประธานตั้งอยู่บนฐานย่อมุมไม้ 20 ขนาดกว้างและยาวด้านละ 13.20 เมตร มีมุขยื่นออกไปรับกับมุขด้านในของโคปุระทั้งสี่ทิศ โดยมุขด้านตะวันออกยาวกว่าด้านอื่นๆ และระหว่างปรางค์ประธานกับโคปุระด้านตะวันออกมีลานศิลาแลงเชื่อมเป็นลานกว้าง ระเบียนคดเป็นอาคารที่ล้อมรอบองค์ปรางค์ประธาน ด้านเหนือและด้านใต้ยาวด้านละ 42.50 เมตร ด้านตะวันออกและด้านตะวันตกยาวด้านละ 36.40เมตร ตามมุมของระเบียนคดจะมีซุ้มทิศอยู่สี่มุม โคปุระหรือซุ้มประตูเข้าเป็นอาคารอยู่ระหว่างระเบียงคดทั้ง 4 ด้าน ซึ่งอยู่ในแนวเดียวกับซุ้มขององค์ปรางค์ และมีทางเข้าเฉพาะซุ้มด้านทิศตะวันออกเท่านั้น บรรณศาลาหรือบรรณาลัยเป็นอาคารเล็กๆ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 4.50เมตร ยาว 5.50 เมตร ตั้งอยู่ที่มุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ขององค์ปรางค์ประธาน ประตูบรรณศาลามีประตูเดียวอยู่ทางตะวันตก สันนิษฐานว่าบรรณลัยนี้เป็นที่เก็บตำราหรือคัมภีร์ต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา กำแพงแก้วเป็นส่วนที่ล้อมรอบตัวปราสาทมีประตูเข้าทางตะวันออก กำแพงแก้วประกอบด้วยฐานกว้าง 2.40 เมตร มีด้านกว้าง 81.20 เมตร และยาว 97.60เมตรโบราณสถานหมายเลข 2 โบราณสถานหมายเลข 2. โบราณสถานหมายเลข 2 ยังมีปรางค์ประธาน โคปุระ 4 ด้าน แต่พังลงมามาก บูรณะได้น้อย โบราณสถานหมายเลข 2 โบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโบราณสถานหมายเลข1 และมีลักษณะคล้ายคลึงกัน เมตร ยาว 54.20 เมตร และสูง 80 เมตร โบราณสถานหมายเลข 2 ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และประกอบด้วยปรางค์ประธาน ระเบียงคดโคปุระ และกำแพงแก้ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโบราณสถานหมายเลข 1 แต่มีขนาดเล็กกว่า โบราณสถานกลุ่มนี้ยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย โบราณสถานหมายเลข 1 และโบราณสถานหมายเลข 2 เป็นอาคารที่สันนิษฐานว่า เป็นศาสนสถานที่สำคัญ มีองค์ปรางค์ประธานตั้งอยู่กลางอาคารและเป็นที่ตั้งของรูปเคารพที่สำคัญอีกด้วย การก่อสร้างใช้ศิลาแลงเป็นส่วนวัสดุสำคัญ วัสดุอืนๆที่ใช่ ประกอบอาคารคือ กระเบื้องดินเผา ไม้ ศิลาทราย เหล็ก และอิฐ เป็นต้น การตกแต่งตัวอาคารใช้ปูนฉาบและประดับด้วยลายปูนปั้นตามปรางค์ประธานและซุ้มทิศ ปูนปั้นใช้หินปูนและเปลือกหอยเผาบดแล้วผสมด้วยกาวหนังสัตว์หรือส่วนผสมที่มีความข้นเหนียวและคลุกเคล้ากับน้ำอ้อยเพื่อให้ปูนแข็งตัวช้าทำให้ง่ายต่อการปั้นแต่งเป็นลวดลาย เทคนิคในการก่อสร้าง การก่อสร้างปรางค์ประธาน ซุ้มทิศ ระเบียง ล้วนใช้สิลาแลงและเรียงซ้อนขึ้นไปโดยมิได้ใช้ปูนสอ แต่บางแห่งก็ใช้เหล็กรูป ตัวไอ หรือ ตัวที ช่วยยึดระหว่างก้อนศิลาโบราณสถานหมายเลข 3 โบราณสถานหมายเลข 3. โบราณสถานหมายเลข 3 ตั้งอยู่นอกกำแพงแก้ว เป็นโบราณสถานขนาดเล็ก ก่อด้วยศิลาแลง โบราณสถานหมายเลข3 โบราณสถานแห่งนี้อยู่บริเวณนอกกำแพงแก้วทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโบราณสถานหมายเลข 1 องค์โบราณสถานมีลักษณะเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กสร้างด้วยอิฐและศิลาแลง ซึ่งอาจจะเป็นฐานของเจดี ดังที่กรมศิลปากรสันนิษฐานว่า สิ่งก่อสร้างสันนิษฐานว่าเป็นเจดี 2 องค์ ฐานแรกมีขนาด 5.20 คูณ 5.20 เมตร เป็นฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูง 1.43 เมตร ลักษณะเป็นฐานเขียงสี่เหลี่ยม ก่อขึ้นไปเป็นฐานปัทม์(บัวคว่ำหงาย) ทั้งหมดนี้ก่อสร้างด้วยอิฐโดยใช้เทคนิคการเรียงอิฐแบบ Header Bond คือใช้ด้านสันของอิฐโผล่ออกมาด้านนอก ชั้นบนของฐานปัทม์ขึ้นไปใช้ศิลาแลงก่อเป็นฐานเขียงอีกชั้นหนึ่ง...ฐานเจดีอีกองค์หนึ่งทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือใช้แลงก่อเป็นฐาน...ฐานเจดีอีกองค์นี้สภาพชำรุดมากจึงไม่สามารถบอกขนนาดและลักษณะที่แน่นอนได้โบราณสถานหมายเลข 4 โบราณสถานหมายเลข 4. โบราณสถานหมายเลข 4 อยู่ใกล้หมายเลข 3 ยังบูรณะอยู่ เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าโบราณสถานหมายเลข4โบราณสถานแห่งนี้เป็นอาคารรูปสี่เหลียมผืนผ้าแบ่งเป็นส่วนเรียงเป็นแถวแนวเหนือใต้ แต่ละส่วนมีขนาดกว้าง 3.90 เมตร และยาว 6.65 เมตร โดยเว้นระยะห่าง กัน 0.50 เมตรในแต่ล่ะส่วนทำเป็นขอบสูงขึ้นมาประมาณ 40 เซนติเมตร บนฐานส่วนที่สองจากทิศของประติมากรรมตั้งอยู่ การก่อสร้างอาคารใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุสำคัญ
| อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เป็นหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำใด | {
"answer": [
"แควน้อย"
],
"answer_begin_position": [
225
],
"answer_end_position": [
232
]
} |
2,748 | 35,824 | อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เป็นหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยทางทิศเหนือในเขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี แวดล้อมด้วยทิวเขาเป็นแนวยาวอยู่โดยรอบ ลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลง กว้างประมาณ 800 เมตร หมายถึงส่วนกว้างของเมือง ยาวประมาณ 850 เมตร และกำแพงสูง 7 เมตร มีประตูเข้าออก 4 ด้าน มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ภายในเมืองมีสระน้ำ 6 สระประวัติ ประวัติ. ปราสาทเมืองสิงห์ มีจุดมุ่งหมายสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายมหายาน จากการขุดตกแต่งของกรมศิลปากรที่ค่อยทำค่อยไปตั้งแต่ พ.ศ. 2478 แต่มาเริ่มบุกเบิกกันจริงจังเมื่อ พ.ศ. 2517 แล้วเสร็จเป็นอุทยานประวัติศาสตร์เมื่อ พ.ศ. 2530 จึงสวยงามดังที่เห็นอยู่ในวันนี้ ปราสาทเมืองสิงห์นี้กล่าวว่าสถาปัตยกรรมและปฏิมากรรม คล้ายคลึงกับของสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1720 - 1780) กษัตริย์นักสร้างปราสาทแห่งขอม จากการขุดแต่งของกรมศิลปากร พบศิลปกรรมที่สำคัญยิ่งคือพระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และ นางปรัชญาปารมิตา และยังพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีอีกองค์หนึ่ง รูปลักษณ์คล้ายกับที่พบในประเทศกัมพูชา ปัจจุบันกรมศิลปากรได้นำไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แล้ว คงเหลือแต่องค์จำลองไว้ จากศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา ซึ่งจารึกโดย พระวีรกุมาร พระราชโอรสของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จารึกชื่อเมือง 23 เมือง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างไว้ มีเมืองชื่อ ศรีชัยสิงห์บุรี ซึ่งสันนิษฐานกันว่าคือเมือง ปราสาทเมืองสิงห์ นี่เอง และยังมีชื่อของเมือง ละโวธยปุระ หรือ ละโว้ หรือลพบุรี ที่มีพระปรางค์สามยอด เป็นโบราณวัตถุร่วมสมัย แต่ในเรื่องดังกล่าวรองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เห็นว่าการที่นำเอาชื่อเมืองที่คล้ายคลึงกันในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาไปเปรียบเทียบกับบรรดาเมืองในเส้นทางคมนาคมในจารึกปราสาทพระขรรค์อย่างง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงหลักภูมิศาสตร์ เท่ากับเป็นการบิดเบือนความจริงอย่างมักง่าย เพราะบรรดาปราสาทขอมที่เรียกว่าอโรคยาศาลนั้นมักพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มีพบบ้างในบางส่วนของจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบันได้แยกเป็นจังหวัดสระแก้ว) และมีรูปแบบแตกต่างจากปราสาทขอมที่พบในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสิ้นเชิง ตรงข้ามกับบรรดาปราสาทของที่พบบนเส้นทางคมนาคมจากละโว้ถึงเพชรบุรีและปราสาทเมืองสิงห์ แต่ละแห่งก็มีรูปแบบที่แตกต่างออกไป จะมีความคล้ายคลึงกันแต่รูปเคารพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และนางปรัชญาปารมิตาที่บ่งชี้ว่าน่าจะแพร่หลายมาจากเมืองละโว้ และพระโพธิสัตว์บางองค์นำมาจากเมืองพระนครก็มี แต่หลักฐานทั้งหมดก็มิได้ปฏิเสธความสัมพันธ์ทั้งสังคมและวัฒนธรรมระหว่างละโว้กับเมืองพระนครในกัมพูชา ในสมัย รัชกาลที่ 1 เมืองสิงห์ได้มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่าน ในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดให้เจ้าเมืองสิงห์เป็น พระสมิงสิงห์บุรินทร์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล ดังนั้นจึงยุบเมืองสิงห์ให้เหลือเป็นฐานะเพียงตำบลหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีโบราณสถาน โบราณสถาน. ปราสาทเมืองสิงห์ตั้งอยู่บริเวณที่ราบริมฝั่งทิศเหนือของแม่น้ำแควน้อย พื้นที่โดยรอบโอบรอบด้วยภูเขาขนาดไม่สูงมากนัก บริเวณโบราณสถานจะมีกำแพงและคูคันดินเป็นชั้นๆ แนวกำแพงดังกล่าวมีลักษณะเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม คือแม่น้ำแควน้อยไหลผ่านด้านทิศใต้ ด้งนั้นพื้นที่ด้านนี้จึงขยายออกไปตามแนวแม่น้ำ สำหรับด้านทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศเหนือ แนวกำแพงต่อกันเป็นรูปสีเหลี่ยม รอบนอกกำแพงจะเป็นคูคันดินล้อมรอบอยู่ โดยเฉพาะด้านตะวันตกปรากฏซากคันดินอยู่ถึง 7 ชั้น กำแพงและคูดินนี้จะล้อมรอบกลุ่มโบราณสถานสำคัญ ซึ่งประกอบด้วยโบราณสถานหมายเลข 1 - 4 กำแพงและประตู คูคันดิน สระน้ำ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ โบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ สามารถแบ่งได้เป็นเช่นนี้โบราณสถานหมายเลข 1 โบราณสถานหมายเลข 1. โบราณสถานหมายเลข 1 โบราณสถานหมายเลข 1 ตั้งอยู่บริเวณใจกลางกลุ่มโบราณสถาน องค์โบราณสถานหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและประกอบด้วยสิงห์สำคัญคือ ปรางค์ประธาน ระเบียงคด โคปุระ บรรณศาลาหรือบรรณาลัย และกำแพงแก้ว ปรางค์ประธานเป็นศูนย์กลางของโบราณสถานมีลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวทรงหอสูงคล้ายฝักข้าวโพด องค์ประธานตั้งอยู่บนฐานย่อมุมไม้ 20 ขนาดกว้างและยาวด้านละ 13.20 เมตร มีมุขยื่นออกไปรับกับมุขด้านในของโคปุระทั้งสี่ทิศ โดยมุขด้านตะวันออกยาวกว่าด้านอื่นๆ และระหว่างปรางค์ประธานกับโคปุระด้านตะวันออกมีลานศิลาแลงเชื่อมเป็นลานกว้าง ระเบียนคดเป็นอาคารที่ล้อมรอบองค์ปรางค์ประธาน ด้านเหนือและด้านใต้ยาวด้านละ 42.50 เมตร ด้านตะวันออกและด้านตะวันตกยาวด้านละ 36.40เมตร ตามมุมของระเบียนคดจะมีซุ้มทิศอยู่สี่มุม โคปุระหรือซุ้มประตูเข้าเป็นอาคารอยู่ระหว่างระเบียงคดทั้ง 4 ด้าน ซึ่งอยู่ในแนวเดียวกับซุ้มขององค์ปรางค์ และมีทางเข้าเฉพาะซุ้มด้านทิศตะวันออกเท่านั้น บรรณศาลาหรือบรรณาลัยเป็นอาคารเล็กๆ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 4.50เมตร ยาว 5.50 เมตร ตั้งอยู่ที่มุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ขององค์ปรางค์ประธาน ประตูบรรณศาลามีประตูเดียวอยู่ทางตะวันตก สันนิษฐานว่าบรรณลัยนี้เป็นที่เก็บตำราหรือคัมภีร์ต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา กำแพงแก้วเป็นส่วนที่ล้อมรอบตัวปราสาทมีประตูเข้าทางตะวันออก กำแพงแก้วประกอบด้วยฐานกว้าง 2.40 เมตร มีด้านกว้าง 81.20 เมตร และยาว 97.60เมตรโบราณสถานหมายเลข 2 โบราณสถานหมายเลข 2. โบราณสถานหมายเลข 2 ยังมีปรางค์ประธาน โคปุระ 4 ด้าน แต่พังลงมามาก บูรณะได้น้อย โบราณสถานหมายเลข 2 โบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโบราณสถานหมายเลข1 และมีลักษณะคล้ายคลึงกัน เมตร ยาว 54.20 เมตร และสูง 80 เมตร โบราณสถานหมายเลข 2 ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และประกอบด้วยปรางค์ประธาน ระเบียงคดโคปุระ และกำแพงแก้ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโบราณสถานหมายเลข 1 แต่มีขนาดเล็กกว่า โบราณสถานกลุ่มนี้ยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย โบราณสถานหมายเลข 1 และโบราณสถานหมายเลข 2 เป็นอาคารที่สันนิษฐานว่า เป็นศาสนสถานที่สำคัญ มีองค์ปรางค์ประธานตั้งอยู่กลางอาคารและเป็นที่ตั้งของรูปเคารพที่สำคัญอีกด้วย การก่อสร้างใช้ศิลาแลงเป็นส่วนวัสดุสำคัญ วัสดุอืนๆที่ใช่ ประกอบอาคารคือ กระเบื้องดินเผา ไม้ ศิลาทราย เหล็ก และอิฐ เป็นต้น การตกแต่งตัวอาคารใช้ปูนฉาบและประดับด้วยลายปูนปั้นตามปรางค์ประธานและซุ้มทิศ ปูนปั้นใช้หินปูนและเปลือกหอยเผาบดแล้วผสมด้วยกาวหนังสัตว์หรือส่วนผสมที่มีความข้นเหนียวและคลุกเคล้ากับน้ำอ้อยเพื่อให้ปูนแข็งตัวช้าทำให้ง่ายต่อการปั้นแต่งเป็นลวดลาย เทคนิคในการก่อสร้าง การก่อสร้างปรางค์ประธาน ซุ้มทิศ ระเบียง ล้วนใช้สิลาแลงและเรียงซ้อนขึ้นไปโดยมิได้ใช้ปูนสอ แต่บางแห่งก็ใช้เหล็กรูป ตัวไอ หรือ ตัวที ช่วยยึดระหว่างก้อนศิลาโบราณสถานหมายเลข 3 โบราณสถานหมายเลข 3. โบราณสถานหมายเลข 3 ตั้งอยู่นอกกำแพงแก้ว เป็นโบราณสถานขนาดเล็ก ก่อด้วยศิลาแลง โบราณสถานหมายเลข3 โบราณสถานแห่งนี้อยู่บริเวณนอกกำแพงแก้วทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโบราณสถานหมายเลข 1 องค์โบราณสถานมีลักษณะเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กสร้างด้วยอิฐและศิลาแลง ซึ่งอาจจะเป็นฐานของเจดี ดังที่กรมศิลปากรสันนิษฐานว่า สิ่งก่อสร้างสันนิษฐานว่าเป็นเจดี 2 องค์ ฐานแรกมีขนาด 5.20 คูณ 5.20 เมตร เป็นฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูง 1.43 เมตร ลักษณะเป็นฐานเขียงสี่เหลี่ยม ก่อขึ้นไปเป็นฐานปัทม์(บัวคว่ำหงาย) ทั้งหมดนี้ก่อสร้างด้วยอิฐโดยใช้เทคนิคการเรียงอิฐแบบ Header Bond คือใช้ด้านสันของอิฐโผล่ออกมาด้านนอก ชั้นบนของฐานปัทม์ขึ้นไปใช้ศิลาแลงก่อเป็นฐานเขียงอีกชั้นหนึ่ง...ฐานเจดีอีกองค์หนึ่งทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือใช้แลงก่อเป็นฐาน...ฐานเจดีอีกองค์นี้สภาพชำรุดมากจึงไม่สามารถบอกขนนาดและลักษณะที่แน่นอนได้โบราณสถานหมายเลข 4 โบราณสถานหมายเลข 4. โบราณสถานหมายเลข 4 อยู่ใกล้หมายเลข 3 ยังบูรณะอยู่ เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าโบราณสถานหมายเลข4โบราณสถานแห่งนี้เป็นอาคารรูปสี่เหลียมผืนผ้าแบ่งเป็นส่วนเรียงเป็นแถวแนวเหนือใต้ แต่ละส่วนมีขนาดกว้าง 3.90 เมตร และยาว 6.65 เมตร โดยเว้นระยะห่าง กัน 0.50 เมตรในแต่ล่ะส่วนทำเป็นขอบสูงขึ้นมาประมาณ 40 เซนติเมตร บนฐานส่วนที่สองจากทิศของประติมากรรมตั้งอยู่ การก่อสร้างอาคารใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุสำคัญ
| ปราสาทเมืองสิงห์ในอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ของไทยสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายใด | {
"answer": [
"มหายาน"
],
"answer_begin_position": [
633
],
"answer_end_position": [
639
]
} |
2,749 | 102,725 | ภาษาแสก ภาษาแสก เป็นภาษาตระกูลไท-กะไดที่ใช้พูดบริเวณสองฝั่งแม่น้ำโขงในประเทศลาวและจังหวัดนครพนม ประเทศไทย ผู้พูดภาษานี้เหลือน้อยเพราะคนรุ่นใหม่หันไปพูดภาษาลาวและภาษาไทยถิ่นอีสานมากขึ้นตัวอย่าง ตัวอย่าง. ภาษาแสก จะอยู่ในตระกูลภาษาไท-กะได แต่ก็ได้มีการปะปนกับภาษาเวียดนามบางคำจึงมีลักษณะแตกต่างไปจากภาษาอีสานทั่วไป เช่น
| ภาษาใดในตระกูลไท-กะไดที่ใช้พูดบริเวณสองฝั่งแม่น้ำโขงในประเทศลาวและจังหวัดนครพนม ประเทศไทย | {
"answer": [
"แสก"
],
"answer_begin_position": [
94
],
"answer_end_position": [
97
]
} |
2,750 | 502,555 | พญาไชยสงคราม พญาไชยสงคราม () เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายพระองค์ที่สองแห่งอาณาจักรล้านนา ทรงครองราชย์ใน พ.ศ. 1854 - 1868 พญาไชยสงครามเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่สองในพญามังราย มีพระนามเดิมว่าเจ้าขุนคราม เสวยราชย์สืบสันตติวงศ์เป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรล้านนาสืบต่อจากพระราชบิดา ในปี พ.ศ. 1860 ขณะขึ้นเสวยราชย์พระองค์มีพระชนมายุได้ 55 พรรษา พญาไชยสงครามนับเป็นปิยราชโอรส เพราะทรงเป็นเสมือนพระพาหาเบื้องขวาของพญามังรายพระราชบิดา ในการสถาปนาอาณาจักรล้านนาขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระองค์ทรงเป็นนักรบที่เก่งกล้าสามารถ หลังจากที่ทรงมีชัยชนะต่อพญาเบิก เจ้าผู้ครองนครหริภุญชัย ในการยุทธครั้งใหญ่เมื่อปีพุทธศักราช ๑๘๓๙ แล้วพระราชบิดาก็สถาปนาให้เป็นมหาอุปราช และโปรดพระราชทานเมืองเชียงดาวให้เป็นบำเหน็จรางวัลอีกด้วย พระเจ้าไชยสงครามมีพระมเหสีหลายองค์ และมีพระราชโอรส 3 พระองค์ คือ เจ้าท้าวแสนภู เจ้าท้าวน้ำท่วม เจ้าท้าวงั่ว พระราชโอรสทั้งสามนี้เมื่อทรงจำเริญวัยขึ้นแล้ว พระราชบิดาได้ส่งเข้ามาเล่าเรียนศึกษาศิลปะวิทยาการและราชประเพณีในราชสำนักของพญามังรายผู้เป็นพระราชอัยกา ซึ่งพญามังรายก็ได้มีพระมหากรุณาธิคุณแก่พระราชนัดดาทั้งสามเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพญาไชยสงครามได้ขึ้นครองราชย์สมบัติแล้ว ก็ทรงจัดการบ้านเมืองในเมืองเชียงใหม่ได้ ๔ เดือน พระองค์ไม่โปรดที่จะประทับอยู่ ณ เมืองเชียงใหม่ จึงได้สถาปนาให้เจ้าท้าวแสนภูพระราชโอรสพระองค์โตขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ ในยุคนี้เมืองเชียงใหม่ได้ลดฐานะเป็นเพียงเมืองลูกหลวง พญาไชยสงครามองค์พระประมุขทรงย้ายราชธานีไปอยู่ที่เมืองเชียงราย และทรงแต่งตั้งให้เจ้าท้าวน้ำท่วมพระราชโอรสพระองค์กลางไปครองเมืองฝาง ให้พระราชโอรสพระองค์เล็กคือเจ้าท้าวงั่วไปครองเมืองเชียงของ
| พญาไชยสงคราม เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายพระองค์ที่สองแห่งอาณาจักรใด | {
"answer": [
"ล้านนา"
],
"answer_begin_position": [
176
],
"answer_end_position": [
182
]
} |
2,751 | 502,555 | พญาไชยสงคราม พญาไชยสงคราม () เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายพระองค์ที่สองแห่งอาณาจักรล้านนา ทรงครองราชย์ใน พ.ศ. 1854 - 1868 พญาไชยสงครามเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่สองในพญามังราย มีพระนามเดิมว่าเจ้าขุนคราม เสวยราชย์สืบสันตติวงศ์เป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรล้านนาสืบต่อจากพระราชบิดา ในปี พ.ศ. 1860 ขณะขึ้นเสวยราชย์พระองค์มีพระชนมายุได้ 55 พรรษา พญาไชยสงครามนับเป็นปิยราชโอรส เพราะทรงเป็นเสมือนพระพาหาเบื้องขวาของพญามังรายพระราชบิดา ในการสถาปนาอาณาจักรล้านนาขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระองค์ทรงเป็นนักรบที่เก่งกล้าสามารถ หลังจากที่ทรงมีชัยชนะต่อพญาเบิก เจ้าผู้ครองนครหริภุญชัย ในการยุทธครั้งใหญ่เมื่อปีพุทธศักราช ๑๘๓๙ แล้วพระราชบิดาก็สถาปนาให้เป็นมหาอุปราช และโปรดพระราชทานเมืองเชียงดาวให้เป็นบำเหน็จรางวัลอีกด้วย พระเจ้าไชยสงครามมีพระมเหสีหลายองค์ และมีพระราชโอรส 3 พระองค์ คือ เจ้าท้าวแสนภู เจ้าท้าวน้ำท่วม เจ้าท้าวงั่ว พระราชโอรสทั้งสามนี้เมื่อทรงจำเริญวัยขึ้นแล้ว พระราชบิดาได้ส่งเข้ามาเล่าเรียนศึกษาศิลปะวิทยาการและราชประเพณีในราชสำนักของพญามังรายผู้เป็นพระราชอัยกา ซึ่งพญามังรายก็ได้มีพระมหากรุณาธิคุณแก่พระราชนัดดาทั้งสามเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพญาไชยสงครามได้ขึ้นครองราชย์สมบัติแล้ว ก็ทรงจัดการบ้านเมืองในเมืองเชียงใหม่ได้ ๔ เดือน พระองค์ไม่โปรดที่จะประทับอยู่ ณ เมืองเชียงใหม่ จึงได้สถาปนาให้เจ้าท้าวแสนภูพระราชโอรสพระองค์โตขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ ในยุคนี้เมืองเชียงใหม่ได้ลดฐานะเป็นเพียงเมืองลูกหลวง พญาไชยสงครามองค์พระประมุขทรงย้ายราชธานีไปอยู่ที่เมืองเชียงราย และทรงแต่งตั้งให้เจ้าท้าวน้ำท่วมพระราชโอรสพระองค์กลางไปครองเมืองฝาง ให้พระราชโอรสพระองค์เล็กคือเจ้าท้าวงั่วไปครองเมืองเชียงของ
| พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายพระองค์ที่สองแห่งอาณาจักรล้านนามีพระนามว่าอะไร | {
"answer": [
"พญาไชยสงคราม"
],
"answer_begin_position": [
100
],
"answer_end_position": [
112
]
} |
2,752 | 292,811 | คย็องจู คย็องจู (; ) เป็นเมืองใหญ่ที่มีความสำคัญในประเทศเกาหลีใต้ มีประชากรประมาณ 269,343 คนและมีความสำคัญในประวัติศาสตร์เกาหลี อย่างมาก เนื่องจากเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรซิลลาและอาณาจักรรวมซิลลา
| ตามประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีใต้ เมืองหลวงของอาณาจักรซิลลาและอาณาจักรรวมซิลลาในอดีตคือเมืองใด | {
"answer": [
"คย็องจู"
],
"answer_begin_position": [
90
],
"answer_end_position": [
97
]
} |
2,753 | 193,462 | ศรีเมือง เจริญศิริ ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดมหาสารคาม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคพลังประชาชนประวัติ ประวัติ. ศรีเมือง เจริญศิริ เกิดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ที่ จังหวัดมหาสารคาม เป็นบุตรของนายเสี่ยวเพ็ง กับ นางแก่น เจริญศิริ สมรสกับนาง รังสิมา เจริญศิริ มีบุตร 2 คน คือ ดร.มติ เจริญศิริ และ ดร.ชนาวีร์ เจริญศิริ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสารคามพิทยาคม จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโทรคมนาคม) จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (รุ่นที่ 1) จบการศึกษาระดับปริญญาโท พาณิชยศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบการศึกษาระดับปริญญาเอก รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และยังได้รับปริญญา รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้รับประกาศนียบัตรในด้านต่างๆ จากหลายสถาบัน อาทิ- ประกาศนียบัตรชั้นสูง หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 9 จากสถาบันพระปกเกล้า - ประกาศนียบัตรชั้นสูง หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 4 จากสถาบันพระปกเกล้า - ประกาศนียบัตร Telecommunication Senior management จากประเทศแคนาดา โดยทุนรัฐบาลแคนาดา - ประกาศนียบัตร Telephone Outside Plant Engineering จากประเทศญี่ปุ่น โดยทุนโคลัมโบ - ประกาศนียบัตร Optical Fiber Cable จากประเทศญี่ปุ่น - ประกาศนียบัตร PCM Transmission System จากประเทศญี่ปุ่นการทำงาน การทำงาน. ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ เริ่มรับราชการในสังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงคมนาคม จากนั้นจึงย้ายมาเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดการสื่อสารแห่งประเทศไทย และเป็นผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2520 ได้รับตำแหน่งสำคัญ ๆ หลายตำแหน่ง อาทิผู้อำนวยการกองขนส่ง ผู้อำนวยการฝ่ายโทรคมนาคมภูมิภาค จนตำแหน่งสุดท้าย คือ ผู้ตรวจการใหญ่ ฝ่ายโทรคมนาคม การสื่อสารแห่งประเทศไทย ต่อมาได้ลงสมัครและได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดมหาสารคาม ในปี พ.ศ. 2543 และได้รับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา ต่อจากนั้นได้เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชาชน และได้รับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ระหว่างวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550 - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ดร.ศรีเมือง ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ในสังกัดพรรคพลังประชาชน ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551 กระทั่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองในคดียุบพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ภายหลังพ้นจากการถูกตัดสิทธิทางการเมือง ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่จังหวัดมหาสารคาม ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557 และได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557 ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ เข้าร่วมชุมนุมกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติที่เวทีสะพานผ่านฟ้า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553 นอกจากหน้าที่การราชการแล้ว ยังเคยมีหน้าที่ทางสังคมอีกหลายหน้าที่ อาทิ ประธานชมรมสมาชิกวุฒิสภาอีสาน ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาชาวมหาสารคาม ประธานสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสารคามพิทยาคม กรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และนายสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์. - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาประมาภรณ์ช้างเผือก 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.) - เหรียญลูกเสือสดุดี ชั้น1 พ.ศ. 2552
| นายศรีเมือง เจริญศิริ เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาในไทย สังกัดพรรคใด | {
"answer": [
"พลังประชาชน"
],
"answer_begin_position": [
243
],
"answer_end_position": [
254
]
} |
2,754 | 890,040 | เกมกระตุกขวัญ เกมกระตุกขวัญ () เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ออกฉายเมื่อปี 2017 กำกับโดย Mike Flanagan และเขียนบทโดย Jeff Howard และ Flanagan ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง Gerald's Game ของ Stephen King ออกฉายครั้งแรกเมื่อ 29 กันยายน 2017 ทาง Netflix
| เกมกระตุกขวัญ เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาจากประเทศใด | {
"answer": [
"สหรัฐอเมริกา"
],
"answer_begin_position": [
164
],
"answer_end_position": [
176
]
} |
2,755 | 890,040 | เกมกระตุกขวัญ เกมกระตุกขวัญ () เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ออกฉายเมื่อปี 2017 กำกับโดย Mike Flanagan และเขียนบทโดย Jeff Howard และ Flanagan ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง Gerald's Game ของ Stephen King ออกฉายครั้งแรกเมื่อ 29 กันยายน 2017 ทาง Netflix
| ใครคือผู้กำกับภาพยนตร์แนวระทึกขวัญเชิงจิตวิทยาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเรื่อง เกมกระตุกขวัญ | {
"answer": [
"Mike Flanagan"
],
"answer_begin_position": [
205
],
"answer_end_position": [
218
]
} |
2,756 | 325,932 | องคมนตรีคาบาล องคมนตรีคาบาล () หมายถึงกลุ่มองค์มนตรีผู้มีอำนาจผู้ถืออิทธิพลในการปกครองราชอาณาจักรอังกฤษ ระหว่างปี ค.ศ. 1668 จนถึงราวปี ค.ศ. 1674สมาชิกในกลุ่ม สมาชิกในกลุ่ม. หลังจากอำนาจการปกครองขององคมนตรีแคลเร็นดอนสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1667 อำนาจการปกครองของรัฐบาลของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ก็ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มองคมนตรีที่เรียกกันว่า กลุ่มคาบาล (Cabal) ที่ประกอบด้วยองคมนตรีห้าคนผู้ก่อตั้งเป็นคณะกรรมการเพื่อกิจการทางการต่างประเทศ องคมนตรีทั้งห้าคนใช้ตำแหน่งและสถาบันที่อยู่ภายใต้อำนาจของตนในการควบคุมและวางนโยบายในการปกครองราชอาณาจักรทั้งกิจการภายในและภายนอกประเทศ การมีอำนาจของกลุ่มคนที่รวมตัวขึ้นอย่างเป็นทางการในการปกครองประเทศที่ตรงกันข้ามกับการปกครองโดยผู้เป็นคนโปรดของพระมหากษัตริย์ที่มีอำนาจเด็ดขาด บ้างก็เห็นกันว่าเป็นอันตรายต่ออำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ บ้างก็เห็นว่าเป็นลดอำนาจของรัฐสภา บ้างก็เห็นว่าความใกล้ชิดของดยุคแห่งบัคคิงแฮมกับพระเจ้าชาร์ลส์ทำให้ความนิยมของกลุ่มคาบาลในบรรดานักปฏิรูปบางคนลดถอยลง ชื่อของกลุ่ม กลุ่มคาบาล มีความหมายเป็นนัยยะว่าเป็นกลุ่มที่บทบาทในการโค่นอำนาจเอ็ดเวิร์ด ไฮด์ เอิร์ลแห่งแคลเร็นดอน, เพิ่มความลึกลับในการดำเนินการปกครองรัฐบาล และเป็นอักษรย่อที่มาจากชื่อของสมาชิกในกลุ่ม แต่ตามความเป็นจริงแล้วสมาชิกของกลุ่มก็ต่างก็ถือปรัชญาการปกครองที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่แอนโทนี แอชลีย์ผู้ที่ถือปรัชญาสนับสนุนอุดมคติของการปกครองระบบรัฐสภาไปจนถึงจอห์น เมทแลนด์ ดยุคแห่งลอเดอร์เดลผู้ถือปรัชญาสนับสนุนการปกครองระบบอภิสิทธิ์แบบสมบูรณ์นิยม
| องคมนตรีคาบาล หมายถึงกลุ่มองคมนตรีผู้มีอำนาจและเป็นผู้ถืออิทธิพลในการปกครองราชอาณาจักรใด | {
"answer": [
"อังกฤษ"
],
"answer_begin_position": [
185
],
"answer_end_position": [
191
]
} |
2,757 | 272,457 | ดยุก ดยุก ( ) หรือ ดุ๊ก () หรือ แฮร์ซอก () เป็นบรรดาศักดิ์ของขุนนางในทวีปยุโรป เป็นตำแหน่งทางปกครองที่เป็นรองจากกษัตริย์ซึ่งปกครองดินแดนที่เรียกว่า "ดัชชี" ส่วนตำแหน่งดยุกในหมู่เกาะอังกฤษเป็นเพียงตำแหน่งที่ตั้งไว้เป็นเกียรติยศเท่านั้น ไม่มีอำนาจในทางปกครองเหมือนในประเทศยุโรปอื่นๆ ปัจจุบันตำแหน่งดยุก(ที่ไม่ใช่ราชวงศ์)ปรากฏอยู่อย่างเป็นทางการเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น ภริยาของดยุกมีตำแหน่งเป็น ดัชเชส (Duchess) ตามสิทธิของคู่สมรส อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ดยุกมีแต่บุตรสาว บุตรสาวจะได้ขึ้นสืบตำแหน่งแทนเมื่อดยุกถึงแก่อสัญกรรม ซึ่งบุตรสาวที่ได้สืบตำแหน่งดยุกนี้จะมีตำแหน่งเป็น ดัชเชส ด้วยเช่นกันแต่เป็นดัชเชสจากการสืบตระกูล ในกรณีนี้ สิทธิของคู่สมรสจะไม่ส่งผ่านไปยังสามี ยกตัวอย่าง ดยุกที่ 1 แห่งมาร์ลบะระ มีเพียงธิดาเท่านั้น เมื่อเขาถึงแก่อสัญกรรม ธิดาของเขาจึงขึ้นสืบตำแหน่งต่อเป็น ดัชเชสที่ 2 แห่งมาร์ลบะระ อย่างไรก็ตาม สามีของนางจะไม่มีสิทธิหรือเกียรติยศใดๆในมาร์ลบะระ เมื่อนางถึงแก่อสัญกรรม บุตรชายของนางจึงสืบตำแหน่งต่อเป็นดยุกที่ 3 แห่งมาร์ลบะระ คำว่าดยุกมาจากภาษาละตินว่า dux ซึ่งมีความหมายว่า 'ผู้นำ' คำนี้ถูกใช้ในยุคสาธารณรัฐโรมันเพื่อสื่อถึงผู้นำทางทหารที่ไม่มียศอย่างเป็นทางการ และต่อมาก็ใช้สื่อถึงผู้บัญชาการทหารประจำมณฑล
| ดยุก เป็นบรรดาศักดิ์ของขุนนางในทวีปใด | {
"answer": [
"ยุโรป"
],
"answer_begin_position": [
152
],
"answer_end_position": [
157
]
} |
2,758 | 320,187 | หลวงประเสริฐมนูกิจ (ประเสริฐ ศิริสัมพันธ์) หลวงประเสริฐมนูกิจ มีชื่อจริงว่า นายประเสริฐ ศิริสัมพันธ์ เป็นนักกฎหมายและอาจารย์มหาวิทยาลัย เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นศาสตราจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ราชทินนามของหลวงประเสริฐมนูกิจนั้นเป็นราชทินนามคู่กับปรีดี พนมยงค์และถูกนำไปใช้เป็นชื่อของถนนประเสริฐมนูกิจ ในกรุงเทพมหานครการศึกษา การศึกษา. ศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ต่อมาได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนราชวิทยาลัย(โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์)และได้รับทุนพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.6)ให้ไปศึกษาที่ Aldenham School ประเทศอังกฤษ และUniversity of Cambridge (มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์) ประเทศอังกฤษหน้าที่การงานหน้าที่การงาน. - ข้าหลวงเรื่องกฎหมายและศาลอยู่ทางภาคเหนือ (ดูแล 4 จังหวัด) - อาจาร์ยสอนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - สำนักงานทนายความหลวงประเสริฐและคณะลูกศิษย์นักการเมืองลูกศิษย์. นักการเมือง. - ชวน หลีกภัย - สมัคร สุนทรเวชบรรพบุรุษ บรรพบุรุษ. บรรพบุรุษของหลวงประเสริฐมนูกิจ (ประเสริฐ ศิริสัมพันธ์) หมายเหตุ : คุณ ถนอม ภายหลังได้แต่งงานใหม่กับ พระยาพิศณุแสน (แดง โรหิตรัตนะ)การเชิดชูเกียรติการเชิดชูเกียรติ. - ถนนประเสริฐมนูกิจ (พ.ศ. 2545) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 351 มีระยะทาง 9.178 กิโลเมตร ตั้งตามราชทินนามของ"หลวงประเสริฐมนูกิจ"
| หลวงประเสริฐมนูกิจ เป็นนักกฎหมายและอาจารย์มหาวิทยาลัยชาวไทยมีชื่อจริงว่าอะไร | {
"answer": [
"นายประเสริฐ ศิริสัมพันธ์"
],
"answer_begin_position": [
193
],
"answer_end_position": [
217
]
} |
2,759 | 320,187 | หลวงประเสริฐมนูกิจ (ประเสริฐ ศิริสัมพันธ์) หลวงประเสริฐมนูกิจ มีชื่อจริงว่า นายประเสริฐ ศิริสัมพันธ์ เป็นนักกฎหมายและอาจารย์มหาวิทยาลัย เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นศาสตราจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ราชทินนามของหลวงประเสริฐมนูกิจนั้นเป็นราชทินนามคู่กับปรีดี พนมยงค์และถูกนำไปใช้เป็นชื่อของถนนประเสริฐมนูกิจ ในกรุงเทพมหานครการศึกษา การศึกษา. ศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ต่อมาได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนราชวิทยาลัย(โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์)และได้รับทุนพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.6)ให้ไปศึกษาที่ Aldenham School ประเทศอังกฤษ และUniversity of Cambridge (มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์) ประเทศอังกฤษหน้าที่การงานหน้าที่การงาน. - ข้าหลวงเรื่องกฎหมายและศาลอยู่ทางภาคเหนือ (ดูแล 4 จังหวัด) - อาจาร์ยสอนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - สำนักงานทนายความหลวงประเสริฐและคณะลูกศิษย์นักการเมืองลูกศิษย์. นักการเมือง. - ชวน หลีกภัย - สมัคร สุนทรเวชบรรพบุรุษ บรรพบุรุษ. บรรพบุรุษของหลวงประเสริฐมนูกิจ (ประเสริฐ ศิริสัมพันธ์) หมายเหตุ : คุณ ถนอม ภายหลังได้แต่งงานใหม่กับ พระยาพิศณุแสน (แดง โรหิตรัตนะ)การเชิดชูเกียรติการเชิดชูเกียรติ. - ถนนประเสริฐมนูกิจ (พ.ศ. 2545) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 351 มีระยะทาง 9.178 กิโลเมตร ตั้งตามราชทินนามของ"หลวงประเสริฐมนูกิจ"
| หลวงประเสริฐมนูกิจ เป็นนักกฎหมายและอาจารย์มหาวิทยาลัยชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยใด | {
"answer": [
"ธรรมศาสตร์"
],
"answer_begin_position": [
297
],
"answer_end_position": [
307
]
} |
2,760 | 83,277 | ภควัทคีตา ภควัทคีตา (สันสกฤต: भगवद्गीता, อ่านว่า "พะ-คะ-วัด-คี-ตา") เป็นชื่อคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดู โดยเฉพาะสำหรับนิกายไวษณพหรือผู้ที่ยกย่องพระวิษณุ (พระนารายณ์) เป็นพระเจ้าสูงสุด ชื่อคัมภีร์ ภควัทคีตา (ภควตฺ + คีตา) แปลว่า "บทเพลง (หรือลำนำ) แห่งพระผู้เป็นเจ้า" นำเรื่องราวส่วนหนึ่งมาจากมหากาพย์มหาภารตะ ประกอบด้วยบทกวี 700 บทการดำเนินเรื่อง การดำเนินเรื่อง. คัมภีร์นี้มิได้มีลักษณะเป็นเอกเทศ คือมิได้แต่งขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยวเป็นเล่มเฉพาะเหมือนดังคัมภีร์พระเวทแต่ละเล่ม แท้ที่จริงเป็นเพียงบทสนทนาโต้ตอบระหว่างบุคคล 2 คน ซึ่งเป็นข้อความที่แทรกเข้ามาในบรรพที่ 6 (ภีษมบรรพ) แห่งมหากาพย์มหาภารตะ ในบทสนทนาโต้ตอบดังกล่าวนี้ ฝ่ายที่ถามปัญหาคือพระอรชุน เจ้าชายฝ่ายปาณฑพแห่งจันทรวงศ์ซึ่งเป็นผู้นำกองทัพใหญ่มาทำสงครามแย่งชิงเมืองหัสตินาปุระจากฝ่ายเการพแห่งจันทรวงศ์เช่นเดียวกัน ซึ่งมีเจ้าชายทุรโยธน์และกองทัพพันธมิตรมากมายเป็นศัตรูคู่สงครามด้วย ฝ่ายที่ตอบปัญหาทั้งหมดและเป็นผู้อธิบายตลอดทั้งเรื่องก็คือ พระกฤษณะ ซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายราชสกุลจันทรวงศ์ สาขายาทพ ในขณะที่ตอบปัญหาอันล้ำลึกดังกล่าวนั้น พระกฤษณะกำลังทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถศึกให้พระอรชุน บทสนทนาโต้ตอบนี้ถ่ายทอดออกมาโดยสญชัย ผู้เป็นเสวกามาตย์ของพระเจ้าธฤตราษฏร์ พระราชาพระเนตรบอดแห่งเมืองหัสตินาปุระ โดยมหาฤษีวยาสหรือพระฤษีกฤษณไทวปายนเป็นผู้ให้ตาทิพย์แก่สญชัย เพื่อแลเห็นเหตุการณ์รบพุ่งในมหาสงครามครั้งนั้นอย่างแจ่มแจ้งทั้งๆ ที่นั่งอยู่ในพระราชวัง และคอยกราบทูลพระเจ้าธฤตราษฎร์ให้ทราบการเคลื่อนไหวทุกขณะในสมรภูมิ เพราะฉะนั้นข้อความสนทนาระหว่างบุคคลทั้งสองในสนามรบก่อนจะเริ่มมหาสงครามจึงเป็นถ้อยคำที่สญชัยเรียบเรียงทูลถวายพระเจ้าธฤตราษฎร์ และมาให้ชื่อกันในภายหลังว่า ภควัทคีตา ทั้ง ๆ ที่ชื่อเดิมในมหาภารตะเรียกข้อความตอนนี้ว่า ภควัทคีโตปนิษัท (ภควตฺ + คีตา + อุปนิษทฺ) ด้วยเหตุที่มีข้อความหลายตอนคัดลอกมาจาก คัมภีร์อุปนิษัท ฉบับต่างๆ อันเป็นหมู่คัมภีร์รุ่นสุดท้ายในสมัยพระเวท ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เวทานตะ (ที่สุดแห่งพระเวท) ตลอดจนความคิดเรื่องอาตมัน ปรมาตมัน พรหมัน อันเป็นแก่นหรือสาระสำคัญที่สุดในคำสอนของอุปนิษัททุกเล่ม ก็มีกล่าวถึงหลายต่อหลายครั้งในภควัทคีตา จะแตกต่างกันเล็กน้อยก็ตรงที่ว่าข้อความในคัมภีร์อุปนิษัทนั้นแต่งเป็นภาษาร้อยแก้ว แต่ในคัมภีร์ภควัทคีตาแต่งเป็นบทร้อยกรอง ถ้าจะกล่าวโดยแท้จริงแล้ว คำสอนในคัมภีร์ภควัทคีตา เกือบครึ่งเล่มเป็นคำสอนในคัมภีร์อุปนิษัท และอีกกว่าครึ่งเล่มเป็นคำสอนแบบของเหล่าภาควตะ ซึ่งไหว้พระกฤษณะเป็นเทพสูงสุดในนิกายของตน และคำสอนแบบดังกล่าวนี้มีมานานแล้วในหมู่เหล่าภาควตะอันเป็นชนอารยันอินเดียกลุ่มหนึ่ง ต่อมาเหล่านิกายไวษณพ หรือเหล่าที่นับถือพระวิษณุเป็นพระเจ้าสูงสุดได้ผนวกเอาพระกฤษณะเข้าไปเป็นพระวิษณุอวตาร หรือนารายณ์อวตารปางที่ 8 คำสอนของเหล่าภาควตะซึ่งเน้นในเรื่องความนับถือพระกฤษณะเป็นเทพสูงสุดก็ถูกกลืนเข้าไปผสมผสานกับแนวความคิดของเหล่าไวษณพที่มีส่วนในการแต่งมหากาพย์มหาภารตะอยู่มากมายหลายตอน จึงปรากฏออกมาในรูปภควัทคีตาดังที่ปรากฏเป็นที่รู้จักกันทุกวันนี้ และการที่จะเรียกหนังสือศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ว่า ภควัทคีโตปนิษัท หรือ ภควัทคีตา หรือ คีตา เฉย ๆ ก็ย่อมเป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึงคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของคนอินเดียนิกายไวษณพ ในรูปแบบของบทสนทนาที่มีข้อความเกือบทั้งหมด เป็นคำอธิบายเรื่องวิถีทางไปสู่พระผู้เป็นเจ้าอันสูงสุด ส่วนบทที่เป็นคำถามของพระอรชุนในเรื่องความลึกลับและวิถีทางแห่งพระผู้เป็นเจ้านั้น ก็เป็นเพียงส่วนประกอบที่เล็กน้อยเหลือเกิน คล้าย ๆ กับเป็นบทเชื่อมต่อระหว่างคำอธิบายอันยืดยาว แต่ละตอนของพระเจ้าในร่างมนุษย์คือพระกฤษณะเท่านั้นเอง คัมภีร์ภควัทคีตา แบ่งออกเป็นตอน ๆ เรียกว่า อัธยายะ รวมทั้งสิ้น 18 อัธยายะด้วยกัน
| ภควัทคีตา เป็นชื่อคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาใด | {
"answer": [
"ฮินดู"
],
"answer_begin_position": [
185
],
"answer_end_position": [
190
]
} |
2,761 | 83,277 | ภควัทคีตา ภควัทคีตา (สันสกฤต: भगवद्गीता, อ่านว่า "พะ-คะ-วัด-คี-ตา") เป็นชื่อคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดู โดยเฉพาะสำหรับนิกายไวษณพหรือผู้ที่ยกย่องพระวิษณุ (พระนารายณ์) เป็นพระเจ้าสูงสุด ชื่อคัมภีร์ ภควัทคีตา (ภควตฺ + คีตา) แปลว่า "บทเพลง (หรือลำนำ) แห่งพระผู้เป็นเจ้า" นำเรื่องราวส่วนหนึ่งมาจากมหากาพย์มหาภารตะ ประกอบด้วยบทกวี 700 บทการดำเนินเรื่อง การดำเนินเรื่อง. คัมภีร์นี้มิได้มีลักษณะเป็นเอกเทศ คือมิได้แต่งขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยวเป็นเล่มเฉพาะเหมือนดังคัมภีร์พระเวทแต่ละเล่ม แท้ที่จริงเป็นเพียงบทสนทนาโต้ตอบระหว่างบุคคล 2 คน ซึ่งเป็นข้อความที่แทรกเข้ามาในบรรพที่ 6 (ภีษมบรรพ) แห่งมหากาพย์มหาภารตะ ในบทสนทนาโต้ตอบดังกล่าวนี้ ฝ่ายที่ถามปัญหาคือพระอรชุน เจ้าชายฝ่ายปาณฑพแห่งจันทรวงศ์ซึ่งเป็นผู้นำกองทัพใหญ่มาทำสงครามแย่งชิงเมืองหัสตินาปุระจากฝ่ายเการพแห่งจันทรวงศ์เช่นเดียวกัน ซึ่งมีเจ้าชายทุรโยธน์และกองทัพพันธมิตรมากมายเป็นศัตรูคู่สงครามด้วย ฝ่ายที่ตอบปัญหาทั้งหมดและเป็นผู้อธิบายตลอดทั้งเรื่องก็คือ พระกฤษณะ ซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายราชสกุลจันทรวงศ์ สาขายาทพ ในขณะที่ตอบปัญหาอันล้ำลึกดังกล่าวนั้น พระกฤษณะกำลังทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถศึกให้พระอรชุน บทสนทนาโต้ตอบนี้ถ่ายทอดออกมาโดยสญชัย ผู้เป็นเสวกามาตย์ของพระเจ้าธฤตราษฏร์ พระราชาพระเนตรบอดแห่งเมืองหัสตินาปุระ โดยมหาฤษีวยาสหรือพระฤษีกฤษณไทวปายนเป็นผู้ให้ตาทิพย์แก่สญชัย เพื่อแลเห็นเหตุการณ์รบพุ่งในมหาสงครามครั้งนั้นอย่างแจ่มแจ้งทั้งๆ ที่นั่งอยู่ในพระราชวัง และคอยกราบทูลพระเจ้าธฤตราษฎร์ให้ทราบการเคลื่อนไหวทุกขณะในสมรภูมิ เพราะฉะนั้นข้อความสนทนาระหว่างบุคคลทั้งสองในสนามรบก่อนจะเริ่มมหาสงครามจึงเป็นถ้อยคำที่สญชัยเรียบเรียงทูลถวายพระเจ้าธฤตราษฎร์ และมาให้ชื่อกันในภายหลังว่า ภควัทคีตา ทั้ง ๆ ที่ชื่อเดิมในมหาภารตะเรียกข้อความตอนนี้ว่า ภควัทคีโตปนิษัท (ภควตฺ + คีตา + อุปนิษทฺ) ด้วยเหตุที่มีข้อความหลายตอนคัดลอกมาจาก คัมภีร์อุปนิษัท ฉบับต่างๆ อันเป็นหมู่คัมภีร์รุ่นสุดท้ายในสมัยพระเวท ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เวทานตะ (ที่สุดแห่งพระเวท) ตลอดจนความคิดเรื่องอาตมัน ปรมาตมัน พรหมัน อันเป็นแก่นหรือสาระสำคัญที่สุดในคำสอนของอุปนิษัททุกเล่ม ก็มีกล่าวถึงหลายต่อหลายครั้งในภควัทคีตา จะแตกต่างกันเล็กน้อยก็ตรงที่ว่าข้อความในคัมภีร์อุปนิษัทนั้นแต่งเป็นภาษาร้อยแก้ว แต่ในคัมภีร์ภควัทคีตาแต่งเป็นบทร้อยกรอง ถ้าจะกล่าวโดยแท้จริงแล้ว คำสอนในคัมภีร์ภควัทคีตา เกือบครึ่งเล่มเป็นคำสอนในคัมภีร์อุปนิษัท และอีกกว่าครึ่งเล่มเป็นคำสอนแบบของเหล่าภาควตะ ซึ่งไหว้พระกฤษณะเป็นเทพสูงสุดในนิกายของตน และคำสอนแบบดังกล่าวนี้มีมานานแล้วในหมู่เหล่าภาควตะอันเป็นชนอารยันอินเดียกลุ่มหนึ่ง ต่อมาเหล่านิกายไวษณพ หรือเหล่าที่นับถือพระวิษณุเป็นพระเจ้าสูงสุดได้ผนวกเอาพระกฤษณะเข้าไปเป็นพระวิษณุอวตาร หรือนารายณ์อวตารปางที่ 8 คำสอนของเหล่าภาควตะซึ่งเน้นในเรื่องความนับถือพระกฤษณะเป็นเทพสูงสุดก็ถูกกลืนเข้าไปผสมผสานกับแนวความคิดของเหล่าไวษณพที่มีส่วนในการแต่งมหากาพย์มหาภารตะอยู่มากมายหลายตอน จึงปรากฏออกมาในรูปภควัทคีตาดังที่ปรากฏเป็นที่รู้จักกันทุกวันนี้ และการที่จะเรียกหนังสือศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ว่า ภควัทคีโตปนิษัท หรือ ภควัทคีตา หรือ คีตา เฉย ๆ ก็ย่อมเป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึงคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของคนอินเดียนิกายไวษณพ ในรูปแบบของบทสนทนาที่มีข้อความเกือบทั้งหมด เป็นคำอธิบายเรื่องวิถีทางไปสู่พระผู้เป็นเจ้าอันสูงสุด ส่วนบทที่เป็นคำถามของพระอรชุนในเรื่องความลึกลับและวิถีทางแห่งพระผู้เป็นเจ้านั้น ก็เป็นเพียงส่วนประกอบที่เล็กน้อยเหลือเกิน คล้าย ๆ กับเป็นบทเชื่อมต่อระหว่างคำอธิบายอันยืดยาว แต่ละตอนของพระเจ้าในร่างมนุษย์คือพระกฤษณะเท่านั้นเอง คัมภีร์ภควัทคีตา แบ่งออกเป็นตอน ๆ เรียกว่า อัธยายะ รวมทั้งสิ้น 18 อัธยายะด้วยกัน
| คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูชื่อว่า ภควัทคีตา ประกอบด้วยบทกวีกี่บท | {
"answer": [
"700"
],
"answer_begin_position": [
412
],
"answer_end_position": [
415
]
} |
2,762 | 932,524 | แคมป์เลกบ็อตทอม แคมป์เลกบ็อตทอม () เป็นการ์ตูนทีวีแอนิเมชันของประเทศแคนาดา ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ โดยออกอากาศทางช่องเทเลตูน ส่วนในสหรัฐอเมริกา ออกอากาศทางช่องดิสนีย์เอ็กซ์ดี เมื่อวันที่ และส่วนในประเทศไทย ออกอากาศทางช่องดิสนีย์แชนแนลตัวละครตัวละคร. - McGee - Gretchen Grietchelson - Squirt - Sawyer - Armand - Rosebud - Jordan Buttsquat - Suzi - Slimeyรายชื่อตอน
| แคมป์เลกบ็อตทอมเป็นการ์ตูนทีวีแอนิเมชันของประเทศใด | {
"answer": [
"แคนาดา"
],
"answer_begin_position": [
158
],
"answer_end_position": [
164
]
} |
2,763 | 429,469 | ไปรอา ไปรอา () เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศกาบูเวร์ดี (เคปเวิร์ด) ประเทศในมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันตกของประเทศเซเนกัล ตั้งอยู่ชายหาดทางใต้ของเกาะซังเตียกู มีท่าเรือเฟอร์รีและมีสนามบินแห่งชาติ 4 แห่ง เป็นเมืองศูนย์กลางการค้า ส่งออกกาแฟ อ้อย ผลไม้เมืองร้อน มีอุตสาหกรรมการประมง
| ไปรอา เป็นชื่อเมืองหลวงของประเทศใด | {
"answer": [
"กาบูเวร์ดี"
],
"answer_begin_position": [
138
],
"answer_end_position": [
148
]
} |
2,764 | 827,408 | จักรพรรดิเค็นโซ จักรพรรดิเค็นโซ ( ) จักรพรรดิองค์ที่ 23 แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นครองสิริราชสมบัติระหว่าง 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 484 – 2 มิถุนายน ค.ศ. 487
| จักรพรรดิเค็นโซ เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 23 แห่งราชวงศ์ใด | {
"answer": [
"ญี่ปุ่น"
],
"answer_begin_position": [
157
],
"answer_end_position": [
164
]
} |
2,765 | 247,364 | ราชอาณาจักรโบฮีเมีย ราชอาณาจักรโบฮีเมีย (; ; ; ) เป็นราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่ในตอนกลางของทวีปยุโรปที่ได้รับการก่อตั้งโดยสารตราทองแห่งซิซิลีที่ออกโดยจักรพรรดิฟรีดริชที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในปี ค.ศ. 1212 ที่เป็นพระราชโองการที่ยกฐานะดัชชีโบฮีเมียขึ้นเป็นราชอาณาจักร ราชอาณาจักรโบฮีเมียจึงเป็นสมาชิกอิสระของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสเตรียและมาถูกยุบในปี ค.ศ. 1918 เมื่อจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีล่มสลายลง เมื่อพระเจ้าคาร์ลที่ 3 แห่งโบฮีเมียทรงสละราชสมบัติ การประชุมสภาแห่งชาติปลดราชวงศ์ฮับส์บูร์ก-โลทริงเงินและประกาศให้เป็นสาธารณรัฐเชโกสโลวักที่ 1 ราชอาณาจักรโบฮีเมียเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของพระมหากษัตริย์โบฮีเมีย (Lands of the Bohemian Crown) ที่รวมทั้ง:- อาณาจักรมาร์ชแห่งโมราเวีย (March of Moravia) ได้มาโดยประมุขโบฮีเมียหลังจากยุทธการเล็คเฟลด์ (Battle of Lechfeld) ในปี ค.ศ. 955, มาเสียไปให้แก่ราชอาณาจักรโปแลนด์ ใน ค.ศ. 999 และได้คืนมาอีกครั้งโดยพระเจ้าเบรติสเลาสที่ 1 แห่งโบฮีเมีย ราวระหว่าง ค.ศ. 1019 ถึง ค.ศ. 1029 - ดัชชีออสเตรีย ใน ค.ศ. 1251 ดัชชีสติเรีย ใน ค.ศ. 1261 เอเกอร์แลนด์ ใน ค.ศ. 1266, ดัชชีคารินเทีย พร้อมกับดัชชีคาร์นีโอลา และดัชชีวินดิก ใน ค.ศ. 1269 และดัชชีฟริอุลิ ใน ค.ศ. 1272 ดินแดนทั้งหมดนี้ได้มาโดยพระเจ้าออทโทคาร์ที่ 2 แห่งโบฮีเมีย และมาเสียไป ใน ค.ศ. 1278 ในยุทธการที่มาร์ชเฟลด์ (Battle on the Marchfeld) - ลูเซเชียเหนือถูกผนวกโดยพระเจ้าจอห์นแห่งโบฮีเมีย ใน ค.ศ. 1319 และ ใน ค.ศ. 1329 เกอร์ลิทซ์ (Görlitz) และลูเซเชียใต้ (เดิมเป็นดัชชีลูเซเชีย) ที่ได้มาโดยจักรพรรดิคาร์ลที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จาก ออทโทที่ 5 ดยุกแห่งบาวาเรีย ใน ค.ศ. 1367 ต่อมาจักรพรรดิแฟร์ดีนันด์ที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ก็เสียลูเซเชียให้แก่รัฐผู้คัดเลือกซัคเซินใน ค.ศ. 1635 - ดัชชีไซลีเซียได้มาใน ค.ศ. 1335 จากสนธิสัญญาเทรนเซ็น (Treaty of Trencsén) ระหว่าง Jan Lucemburský และพระเจ้าคาซิเมียร์ที่ 3 แห่งโปแลนด์ ต่อมาจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซาเสียดินแดนไซเลเซียยกเว้นไซเลเซียออสเตรีย ให้แก่พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 แห่งปรัสเซีย ใน ค.ศ. 1742 - ดินแดนโอเบิร์ฟฟัล์ซ ("โบฮีเมียใหม่") ผนวกโดยจักรพรรดิคาร์ลที่ 4 ใน ค.ศ. 1355 เวนซสเลาส พระมหากษัตริย์แห่งโรมัน พระราชโอรสของพระองค์เสียโอเบิร์ฟฟัล์ซ ใน ค.ศ. 1400 แก่รูเปิร์ตแห่งเยอรมนี - ดัชชีบรันเดินบวร์คได้มาโดยจักรพรรดิคาร์ลที่ 4 จากออทโทที่ 5 ดยุกแห่งบาวาเรีย ใน ค.ศ. 1373 พระราชโอรสในจักรพรรดิซีกิสมุนด์เสียบรันเดินบวร์คใน ค.ศ. 1415 แก่ฟรีดริชที่ 1 ผู้คัดเลือกแห่งบรันเดินบวร์ค ระหว่างรัชสมัยของพระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ Přemyslid และราชวงศ์ลักเซมเบิร์กต่อมาโดยเฉพาะในรัชสมัยของจักรพรรดิคาร์ลที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์เป็นสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักร จนดินแดนโบฮีเมียไม่กลายไปเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์เช่นที่ระบุไว้ในการปฏิรูปจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Imperial Reform) ของปี ค.ศ. 1500 สาธารณรัฐเช็กในปัจจุบันยังคงใช้สัญลักษณ์บางอย่างของราชอาณาจักรโบฮีเมียเช่นสิงห์โตสองหางในตราอาร์มของ และใช้ปราสาทปรากเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี
| ราชอาณาจักรโบฮีเมียเป็นราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่ในตอนกลางของทวีปใด | {
"answer": [
"ยุโรป"
],
"answer_begin_position": [
185
],
"answer_end_position": [
190
]
} |
2,766 | 375,855 | หัวเว่ย หัวเว่ยเทคโนโลยี (; ) เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์และติดตั้งงานโครงสร้างพื้นฐานของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ในปี ค.ศ. 2012 หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1987 โดยเหริน เจิ้งเฟย ปัจจุบัน บริษัทมีธุรกิจหลักแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่กลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคม กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับภาคธุรกิจและองค์กร และกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้บริโภค โดยมีพนักงานรวมทั้งหมดกว่า 110,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอีกกว่า 20 แห่งทั่วโลก ในปี 2010 หัวเว่ยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 500 บริษัทใหญ่ของนิตยสารฟอร์จูน ด้วยยอดขาย 21.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 2.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันบริษัทยังเป็นบริษัทจำกัด ที่ไม่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป แต่กระจายหุ้นให้เฉพาะกับพนักงานบริษัท
| หัวเว่ยเทคโนโลยี เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติใด | {
"answer": [
"จีน"
],
"answer_begin_position": [
171
],
"answer_end_position": [
174
]
} |
2,767 | 375,855 | หัวเว่ย หัวเว่ยเทคโนโลยี (; ) เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์และติดตั้งงานโครงสร้างพื้นฐานของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ในปี ค.ศ. 2012 หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1987 โดยเหริน เจิ้งเฟย ปัจจุบัน บริษัทมีธุรกิจหลักแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่กลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคม กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับภาคธุรกิจและองค์กร และกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้บริโภค โดยมีพนักงานรวมทั้งหมดกว่า 110,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอีกกว่า 20 แห่งทั่วโลก ในปี 2010 หัวเว่ยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 500 บริษัทใหญ่ของนิตยสารฟอร์จูน ด้วยยอดขาย 21.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 2.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันบริษัทยังเป็นบริษัทจำกัด ที่ไม่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป แต่กระจายหุ้นให้เฉพาะกับพนักงานบริษัท
| ใครคือผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีนชื่อว่า หัวเว่ยเทคโนโลยี | {
"answer": [
"เหริน เจิ้งเฟย"
],
"answer_begin_position": [
462
],
"answer_end_position": [
476
]
} |
2,768 | 410,006 | สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด () เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอังกฤษ ตั้งอยู่ในเมืองเชฟฟีลด์ เซาท์ยอร์กเชียร์ พวกเขาเป็นสโมสรแรกที่ใช้ชื่อต่อท้ายว่า "ยูไนเต็ด" และฉายา ดาบคู่ (The Blades) ของพวกเขาก็มาจากการที่เมืองของเขามีอุตสาหกรรมเหล็กกล้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก สนามเหย้าของพวกเขาคือ บรามอลล์เลน ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังใช้อยู่ สโมสรเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดประสบความสำเร็จในช่วงระหว่างปี 1897 ถึง 1902 โดยได้แชมป์ลีกในปี ค.ศ. 1898 และได้แชมป์เอฟเอคัพในปี ค.ศ. 1899 และ 1902 และอีกครั้งในปี 1915 และ 1925 พวกเขายังเคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศอีกสองครั้งในปี 1901 และ 1936 เข้าถึงรอบรองชนะเลิศอีกสี่ครั้งในปี 1961, 1993, 1998 และปี 2003 นอกจากนี้ในถ้วยลีกคัพ ผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาก็คือการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในปี 2003 อีกเช่นเดียวกัน ผลงานในช่วงที่ผ่านมา ทีมดาบคู่ สามารถเลื่อนชั้นมาเล่นพรีเมียร์ ลีกได้ในปี 2006 แต่อยู่ได้แค่ปีเดียวกตกชั้นไปอีกครั้ง พวกเขาสามารถเข้าถึงรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นได้ในปี 2009 แต่จากความไว้วางใจในตัวผู้เล่นที่ยืมมาประกอบกับการขายดาวดังไป ทำให้ทีมต้องตกชั้นไปสู่ลีก วัน เป็นครั้งในรอบ 23 ปี ปัจจุบันในฤดูกาล 2011-2012 ตกอยู่ในลีกที่ 3 หรือฟุตบอลลีกวัน เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปีประวัติ ประวัติ. สโมสรเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ.1889 ที่โรงแรมอเดลฟี ในเมืองเชฟฟีลด์ (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ครูซิเบิ้ล Crucible Theatre) โดยผู้ก่อตั้งคือ เซอร์ ชาร์ลส์ เคร็ก ประธานสโมสรคริกเก็ต เชฟฟีลด์ เว้นส์เดย์ ซึ่งเคยใช้สนามบรามอลล์ เลนมาก่อน ก่อนจะย้ายไปที่โอลีฟ โกรฟ ท่านเซอร์จึงต้องหาทีมใหม่มาเช่าสนามแทน ซึ่งก็คือเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดนี่เอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ายุคที่รุ่งเรืองที่สุดของเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดอยู่ในช่วง 40 ปีแรกของสโมสร ระหว่างปี 1895-1935 เมื่อพวกเขาในแชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาล 1897-98 รองแชมป์ในปี 1896-97 และ 1899-1900 ชนะเลิศเอฟเอ คัพ ปี 1899, 1902 ,1915 และ 1925 รองชนะเลิศปี 1901 และปี 1936 จากปี 1925 เป็นต้นมา พวกเขาก็ไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์อีกเลย หลังจากนั้นพวกเขาก็มักจะขึ้นชั้น ตกชั้น สลับกันไป พวกเขาเคยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศบอลถ้วยในประเทศทั้งสองถ้วยและยังได้เตะเพลย์ออฟเลื่อนชั้นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพอีกในฤดูกาล 2002-03 แต่ก็พลาดทั้งหมด ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดอยู่ในช่วงปี 1975 ถึง 1981 จากที่จบอันดับ 6 ดิวิชัน 1 ในฤดูกาล 1974-75 ปีต่อมาพวกเขากลับตกชั้นสู่ดิวิชัน 2 และอีก 3 ปีก็ตกชั้นอีกสู่ดิวิชัน 3 เท่านั้นยังไม่พอในปี 1981 พวกเขาก็ตกชั้นสู่ดิวิชัน 4 (ซึ่งเทียบเท่า ลีก ทูในปัจจุบัน) แต่อยู่ได้แค่ปีเดียวพวกเขาก็กลับสู่ดิวิชัน 3 และ แค่ 2 ปีก็เลื่อนชั้นกลับสู่ดิวิชัน 2 อีกครั้ง พวกเขาตกชั้นสู่ดิวิชัน 3 อีกครั้งในปี 1988 แต่หลังจากได้ผู้จัดการทีมคนใหม่คือ เดฟ บาสเซตต์ เขาก็ทำให้เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด กลับสู่ยุคที่ถือว่าประสบความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อใช้เวลาแค่ 2 ปีนำเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดคืนสู่ ลีกสูงสุดอีกครั้งในปี 1990 หลังจาก 14 ปีที่ตกชั้นไป คราวนี้พวกเขาอยู่ได้ถึง 4 ฤดูกาล (เป็นหนึ่งในทีมที่อยู่ในยุคก่อตั้งพรีเมียร์ ลีก) และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพในฤดูกาล 1992-93 ก่อนตกชั้นไปในปี 1994 พวกเขาไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุดถึงอีก 12 ปี โดยในช่วงเวลาเหล่านั้นพวกเขาเกือบที่จะได้เลื่อนชั้นมาอยู่หลายครั้งเช่น เข้าถึงรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นในปี 1997 ซึ่งคุมโดย โฮเวิร์ด เคนดัลล์ ผู้รับตำแหน่งต่อจากเดฟ บาสเซตต์ อีกครั้งในปี 1998 โดยผู้จัดการทีมชั่วคราว สตีฟ ทอมป์สัน ปีถัดมาพวกเขาได้นีล วอร์น็อกเข้ามาคุม แต่กลับสู่สภาวะที่ยากลำบากอีกครั้งเมื่อจบอันดับเกือบท้ายตารางและสถานการณ์ทางการเงินที่เข้าขั้นวิกฤตจึงไม่สามารถที่จะหาผู้เล่นมาเสริมทีมได้ตามที่ต้องการ เมื่อถึงฤดูกาล 2002-03 ก็เป็นอีกฤดูกาลที่น่าจดจำของสโมสรเมื่อเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลถ้วยภายในประเทศทั้งสองรายการ และได้เพลย์ออฟ เลื่อนชั้น แต่ก็น่าเสียดาย ที่พลาดทั้งหมด โดยรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้น แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตันไป 3-0 อย่างไรก็ตาม นีล วอร์น็อกก็สามารถนำทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จในปี 2006 เมื่อพาทีมจบตำแหน่งรองชนะเลิศในลีกแชมเปี้ยนชิพ แต่อยู่ได้ปีเดียวก็ต้องตกชั้นไป ท่ามกลางการโต้เถียงที่รุนแรงกับ คาร์ลอส เตเบซ (ถ้าจำกันได้ ปีนั้นแมทช์สุดท้าย คาร์ลอส เตเบซ เป็นคนยิงให้เวสต์แฮมบุกไปเอาชนะแมน ยูไนเต็ดถึงถิ่น ซึ่งก่อนแข่งเวสต์แฮมมีแต้มเท่ากับเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดแต่ลูกได้เสีย เชฟฟีลด์ยูไนเต็ดดีกว่า ทำให้เวสต์แฮม รอดตกชั้น ส่วนเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด ตกชั้น) หลังจากนั้นเขาก็ลาออก พวกเขาประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอีกครั้งในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ด้วยค่าเหนื่อยที่ไม่เหมาะสมกับระดับฝีเท้าของนักเตะประกอบกับช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จสั้นเกินไป ในปี 2009 เควิน แบล็กเวลล์ พาทีมเข้าถึงรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ทีมเข้าสู่ยุคมืดมนอีกครั้ง ฤดูกาล 2010-11 ถือเป็นหายนะอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาเปลี่ยนผู้จัดการทีมไปถึง 3 คน สุดท้ายก็ต้องตกชั้น ซึ่งคุมโดยมิกกี้ อดัมส์ นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องตกชั้นสู่ลีกวันเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี และเพียง 5 ปีเท่านั้นหลังจากที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกสนาม สนาม. สโมสรเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดเล่นที่สนามบรามอลล์ เลน ใกล้กับใจกลางเมืองเชฟฟีลด์ สนามบรามอลล์ เลนเป็นสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังใช้เตะอยู่ในปัจจุบัน โดยเกมแรกต้องย้อนไปถึงปี 1862 โดยเป็นการพบกันระหว่างทีมฮัลลัมกับทีมเชฟฟีลด์ คลับ และยังเป็นสนามแรกในโลกที่มีการเปิดไฟในสนามเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ปี 1878 โดยทีมที่มาเตะนั้นถูกเลือกโดยสมาคมฟุตบอลเมืองเชฟฟีลด์เอง โดยไฟนั้นได้มาจากเครื่องปั่นไฟ 2 ตัว มีผู้ชมประมาณ 20,000 คน ผลการแข่งขัน 2-0 ตอนแรกสนามแห่งนี้ถูกใช้เป็นสนามคริกเก็ตโดยแมทช์แรกที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการพบกันระหว่างทีมยอร์กเชียร์กับทีมซัสเซ็กส์ในปี 1855 สโมสรคริกเก็ตของเมืองได้เกิดในปี 1854 โดยใช้ชื่อว่า สโมสรคริกเก็ต เชฟฟีลด์ยูไนเต็ดและสนามบรามอลล์ เลนถูกเช่าโดยสโมสรจากดยุคแห่งนอร์ฟอล์ค สนามได้เปิดการแข่งขันคริกเก็ตเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1855 สโมสรคริกเก็ต ยอร์กเชียร์ เคาน์ตี้ ได้ถือกำเนิดขึ้นที่สนามแห่ง และใช้สนามแห่งนี้จนถึงแมทช์สุดท้ายเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1973 โดยพบกับคู่อริเก่า แลงคาเชียร์ สนามแห่งนี้ได้รับการต่อเติมเพิ่มที่นั่งอีก 3,000 ที่นั่ง ในปี 2006 บริเวณมุมของสนาม ทำให้สนามมีที่นั่งเพิ่มเป็น 32,609 ที่นั่ง ในปี 2009 สโมสรได้อนุญาตให้มีการต่อเติมสนามอีกครั้ง โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกจะขยายสนามฝั่งเดอะ คอปออกไป ซึ่งจะทำให้สนามมีความจุประมาณ 37,000 ที่นั่ง และจะเอาสแตนด์ฝั่งหลักออกจากนั้นจะติดตั้งจอยักษ์เข้าไปที่หลังคา ในช่วงสอง สแตนด์ฝั่งวาลัด (แสตนด์ฝั่งอาโนลด์ ลาเวอร์เก่า) จะถูกต่อเติมทำให้มีความจุประมาณ 40,000 ที่นั่ง โดยเป้าหมายรองของการต่อเติมคราวนี้ก็เพื่อการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของอังกฤษในปี 2018 หรือ 2022 ซึ่งเมืองเชฟฟีลด์ถูกเลือกเป็นหนึ่งในเมืองที่จะใช้จัดการแข่งขัน อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี 2009 สมาคมฟุตบอลของอังกฤษได้เลือกสนามฮิลส์โบโร่ ของเชฟฟีลด์เวนส์เดย์ แทนหากอังกฤษได้เป็นเจ้าภาพ เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เทรเวอร์ เบิร์ช ประธานบริหารของเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดต้องพักโครงการนี้ไว้ชั่วคราว จนกว่าสโมสรจะกลับสู่พรีเมียร์ ลีกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังจากการตกชั้นในปี 2011 ดูเหมือนว่าโครงการนี้จะยิ่งเป็นไปไม่ได้ไปกันใหญ่ผู้เล่นชุดปัจจุบัน
| สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศใด | {
"answer": [
"อังกฤษ"
],
"answer_begin_position": [
181
],
"answer_end_position": [
187
]
} |
2,769 | 410,006 | สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด () เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอังกฤษ ตั้งอยู่ในเมืองเชฟฟีลด์ เซาท์ยอร์กเชียร์ พวกเขาเป็นสโมสรแรกที่ใช้ชื่อต่อท้ายว่า "ยูไนเต็ด" และฉายา ดาบคู่ (The Blades) ของพวกเขาก็มาจากการที่เมืองของเขามีอุตสาหกรรมเหล็กกล้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก สนามเหย้าของพวกเขาคือ บรามอลล์เลน ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังใช้อยู่ สโมสรเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดประสบความสำเร็จในช่วงระหว่างปี 1897 ถึง 1902 โดยได้แชมป์ลีกในปี ค.ศ. 1898 และได้แชมป์เอฟเอคัพในปี ค.ศ. 1899 และ 1902 และอีกครั้งในปี 1915 และ 1925 พวกเขายังเคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศอีกสองครั้งในปี 1901 และ 1936 เข้าถึงรอบรองชนะเลิศอีกสี่ครั้งในปี 1961, 1993, 1998 และปี 2003 นอกจากนี้ในถ้วยลีกคัพ ผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาก็คือการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในปี 2003 อีกเช่นเดียวกัน ผลงานในช่วงที่ผ่านมา ทีมดาบคู่ สามารถเลื่อนชั้นมาเล่นพรีเมียร์ ลีกได้ในปี 2006 แต่อยู่ได้แค่ปีเดียวกตกชั้นไปอีกครั้ง พวกเขาสามารถเข้าถึงรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นได้ในปี 2009 แต่จากความไว้วางใจในตัวผู้เล่นที่ยืมมาประกอบกับการขายดาวดังไป ทำให้ทีมต้องตกชั้นไปสู่ลีก วัน เป็นครั้งในรอบ 23 ปี ปัจจุบันในฤดูกาล 2011-2012 ตกอยู่ในลีกที่ 3 หรือฟุตบอลลีกวัน เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปีประวัติ ประวัติ. สโมสรเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ.1889 ที่โรงแรมอเดลฟี ในเมืองเชฟฟีลด์ (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ครูซิเบิ้ล Crucible Theatre) โดยผู้ก่อตั้งคือ เซอร์ ชาร์ลส์ เคร็ก ประธานสโมสรคริกเก็ต เชฟฟีลด์ เว้นส์เดย์ ซึ่งเคยใช้สนามบรามอลล์ เลนมาก่อน ก่อนจะย้ายไปที่โอลีฟ โกรฟ ท่านเซอร์จึงต้องหาทีมใหม่มาเช่าสนามแทน ซึ่งก็คือเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดนี่เอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ายุคที่รุ่งเรืองที่สุดของเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดอยู่ในช่วง 40 ปีแรกของสโมสร ระหว่างปี 1895-1935 เมื่อพวกเขาในแชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาล 1897-98 รองแชมป์ในปี 1896-97 และ 1899-1900 ชนะเลิศเอฟเอ คัพ ปี 1899, 1902 ,1915 และ 1925 รองชนะเลิศปี 1901 และปี 1936 จากปี 1925 เป็นต้นมา พวกเขาก็ไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์อีกเลย หลังจากนั้นพวกเขาก็มักจะขึ้นชั้น ตกชั้น สลับกันไป พวกเขาเคยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศบอลถ้วยในประเทศทั้งสองถ้วยและยังได้เตะเพลย์ออฟเลื่อนชั้นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพอีกในฤดูกาล 2002-03 แต่ก็พลาดทั้งหมด ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดอยู่ในช่วงปี 1975 ถึง 1981 จากที่จบอันดับ 6 ดิวิชัน 1 ในฤดูกาล 1974-75 ปีต่อมาพวกเขากลับตกชั้นสู่ดิวิชัน 2 และอีก 3 ปีก็ตกชั้นอีกสู่ดิวิชัน 3 เท่านั้นยังไม่พอในปี 1981 พวกเขาก็ตกชั้นสู่ดิวิชัน 4 (ซึ่งเทียบเท่า ลีก ทูในปัจจุบัน) แต่อยู่ได้แค่ปีเดียวพวกเขาก็กลับสู่ดิวิชัน 3 และ แค่ 2 ปีก็เลื่อนชั้นกลับสู่ดิวิชัน 2 อีกครั้ง พวกเขาตกชั้นสู่ดิวิชัน 3 อีกครั้งในปี 1988 แต่หลังจากได้ผู้จัดการทีมคนใหม่คือ เดฟ บาสเซตต์ เขาก็ทำให้เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด กลับสู่ยุคที่ถือว่าประสบความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อใช้เวลาแค่ 2 ปีนำเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดคืนสู่ ลีกสูงสุดอีกครั้งในปี 1990 หลังจาก 14 ปีที่ตกชั้นไป คราวนี้พวกเขาอยู่ได้ถึง 4 ฤดูกาล (เป็นหนึ่งในทีมที่อยู่ในยุคก่อตั้งพรีเมียร์ ลีก) และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพในฤดูกาล 1992-93 ก่อนตกชั้นไปในปี 1994 พวกเขาไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุดถึงอีก 12 ปี โดยในช่วงเวลาเหล่านั้นพวกเขาเกือบที่จะได้เลื่อนชั้นมาอยู่หลายครั้งเช่น เข้าถึงรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นในปี 1997 ซึ่งคุมโดย โฮเวิร์ด เคนดัลล์ ผู้รับตำแหน่งต่อจากเดฟ บาสเซตต์ อีกครั้งในปี 1998 โดยผู้จัดการทีมชั่วคราว สตีฟ ทอมป์สัน ปีถัดมาพวกเขาได้นีล วอร์น็อกเข้ามาคุม แต่กลับสู่สภาวะที่ยากลำบากอีกครั้งเมื่อจบอันดับเกือบท้ายตารางและสถานการณ์ทางการเงินที่เข้าขั้นวิกฤตจึงไม่สามารถที่จะหาผู้เล่นมาเสริมทีมได้ตามที่ต้องการ เมื่อถึงฤดูกาล 2002-03 ก็เป็นอีกฤดูกาลที่น่าจดจำของสโมสรเมื่อเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลถ้วยภายในประเทศทั้งสองรายการ และได้เพลย์ออฟ เลื่อนชั้น แต่ก็น่าเสียดาย ที่พลาดทั้งหมด โดยรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้น แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตันไป 3-0 อย่างไรก็ตาม นีล วอร์น็อกก็สามารถนำทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จในปี 2006 เมื่อพาทีมจบตำแหน่งรองชนะเลิศในลีกแชมเปี้ยนชิพ แต่อยู่ได้ปีเดียวก็ต้องตกชั้นไป ท่ามกลางการโต้เถียงที่รุนแรงกับ คาร์ลอส เตเบซ (ถ้าจำกันได้ ปีนั้นแมทช์สุดท้าย คาร์ลอส เตเบซ เป็นคนยิงให้เวสต์แฮมบุกไปเอาชนะแมน ยูไนเต็ดถึงถิ่น ซึ่งก่อนแข่งเวสต์แฮมมีแต้มเท่ากับเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดแต่ลูกได้เสีย เชฟฟีลด์ยูไนเต็ดดีกว่า ทำให้เวสต์แฮม รอดตกชั้น ส่วนเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด ตกชั้น) หลังจากนั้นเขาก็ลาออก พวกเขาประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอีกครั้งในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ด้วยค่าเหนื่อยที่ไม่เหมาะสมกับระดับฝีเท้าของนักเตะประกอบกับช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จสั้นเกินไป ในปี 2009 เควิน แบล็กเวลล์ พาทีมเข้าถึงรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ทีมเข้าสู่ยุคมืดมนอีกครั้ง ฤดูกาล 2010-11 ถือเป็นหายนะอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาเปลี่ยนผู้จัดการทีมไปถึง 3 คน สุดท้ายก็ต้องตกชั้น ซึ่งคุมโดยมิกกี้ อดัมส์ นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องตกชั้นสู่ลีกวันเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี และเพียง 5 ปีเท่านั้นหลังจากที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกสนาม สนาม. สโมสรเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดเล่นที่สนามบรามอลล์ เลน ใกล้กับใจกลางเมืองเชฟฟีลด์ สนามบรามอลล์ เลนเป็นสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังใช้เตะอยู่ในปัจจุบัน โดยเกมแรกต้องย้อนไปถึงปี 1862 โดยเป็นการพบกันระหว่างทีมฮัลลัมกับทีมเชฟฟีลด์ คลับ และยังเป็นสนามแรกในโลกที่มีการเปิดไฟในสนามเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ปี 1878 โดยทีมที่มาเตะนั้นถูกเลือกโดยสมาคมฟุตบอลเมืองเชฟฟีลด์เอง โดยไฟนั้นได้มาจากเครื่องปั่นไฟ 2 ตัว มีผู้ชมประมาณ 20,000 คน ผลการแข่งขัน 2-0 ตอนแรกสนามแห่งนี้ถูกใช้เป็นสนามคริกเก็ตโดยแมทช์แรกที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการพบกันระหว่างทีมยอร์กเชียร์กับทีมซัสเซ็กส์ในปี 1855 สโมสรคริกเก็ตของเมืองได้เกิดในปี 1854 โดยใช้ชื่อว่า สโมสรคริกเก็ต เชฟฟีลด์ยูไนเต็ดและสนามบรามอลล์ เลนถูกเช่าโดยสโมสรจากดยุคแห่งนอร์ฟอล์ค สนามได้เปิดการแข่งขันคริกเก็ตเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1855 สโมสรคริกเก็ต ยอร์กเชียร์ เคาน์ตี้ ได้ถือกำเนิดขึ้นที่สนามแห่ง และใช้สนามแห่งนี้จนถึงแมทช์สุดท้ายเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1973 โดยพบกับคู่อริเก่า แลงคาเชียร์ สนามแห่งนี้ได้รับการต่อเติมเพิ่มที่นั่งอีก 3,000 ที่นั่ง ในปี 2006 บริเวณมุมของสนาม ทำให้สนามมีที่นั่งเพิ่มเป็น 32,609 ที่นั่ง ในปี 2009 สโมสรได้อนุญาตให้มีการต่อเติมสนามอีกครั้ง โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกจะขยายสนามฝั่งเดอะ คอปออกไป ซึ่งจะทำให้สนามมีความจุประมาณ 37,000 ที่นั่ง และจะเอาสแตนด์ฝั่งหลักออกจากนั้นจะติดตั้งจอยักษ์เข้าไปที่หลังคา ในช่วงสอง สแตนด์ฝั่งวาลัด (แสตนด์ฝั่งอาโนลด์ ลาเวอร์เก่า) จะถูกต่อเติมทำให้มีความจุประมาณ 40,000 ที่นั่ง โดยเป้าหมายรองของการต่อเติมคราวนี้ก็เพื่อการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของอังกฤษในปี 2018 หรือ 2022 ซึ่งเมืองเชฟฟีลด์ถูกเลือกเป็นหนึ่งในเมืองที่จะใช้จัดการแข่งขัน อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี 2009 สมาคมฟุตบอลของอังกฤษได้เลือกสนามฮิลส์โบโร่ ของเชฟฟีลด์เวนส์เดย์ แทนหากอังกฤษได้เป็นเจ้าภาพ เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้เทรเวอร์ เบิร์ช ประธานบริหารของเชฟฟีลด์ยูไนเต็ดต้องพักโครงการนี้ไว้ชั่วคราว จนกว่าสโมสรจะกลับสู่พรีเมียร์ ลีกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังจากการตกชั้นในปี 2011 ดูเหมือนว่าโครงการนี้จะยิ่งเป็นไปไม่ได้ไปกันใหญ่ผู้เล่นชุดปัจจุบัน
| สนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมีชื่อว่าอะไร | {
"answer": [
"บรามอลล์เลน"
],
"answer_begin_position": [
407
],
"answer_end_position": [
418
]
} |
2,770 | 925,297 | แคว้นมิกะวะ แคว้นมิกะวะ () อดีตแคว้นศักดินาในประเทศญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของ จังหวัดไอชิ แคว้นมิกะวะมีพื้นที่ติดกับอีก 4 แคว้นคือ แคว้นมิโนะ, แคว้นโอะวะริ, แคว้นโทโทมิ และ แคว้นชินะโนะ
| แคว้นมิกะวะเป็นอดีตแคว้นศักดินาในประเทศใด | {
"answer": [
"ญี่ปุ่น"
],
"answer_begin_position": [
137
],
"answer_end_position": [
144
]
} |
2,771 | 182,497 | สะพานนวรัฐ สะพานนวรัฐ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกที่ทำด้วยไม้สัก ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2433 ปัจจุบันได้รับการสร้างใหม่ให้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2510 ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน และจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ประวัติสะพานเหล็ก ประวัติ. สะพานเหล็ก. สะพานนวรัฐ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงสะพานที่ 2 โดยสะพานแรก คือ สะพานไม้ที่ข้ามระหว่างตลาดต้นลำไยกับวัดเกตการาม หรือ "สะพานจันทร์สม" เมื่อปี พ.ศ. 2440 เมื่อนายปิแอร์ โอร์ต นักกฎหมายชาวเบลเยียมเดินทางมาเมืองเชียงใหม่และบันทึกเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำปิงว่า "…เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเก่าแก่มากนัก (เมื่อเทียบกับเมืองในยุโรป) แบ่งออกเป็น 2 เขต แต่ละเขตมีกำแพงสูงราว 3-4 เมตร และมีป้อมสูงที่แต่ละมุมกำแพง ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนบนฝั่งซ้ายก็มีอาคารสำคัญๆ ตั้งอยู่ มีสะพานไม่สวยงามทอดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ สะพานนี้มีเสา 14 ต้น ระหว่างที่ข้าพเจ้าพำนักอยู่ในเชียงใหม่สะพานนี้โยกคลอนเนื่องจากถูกท่อนไม้ซุงที่มากับกระแสน้ำดัน" สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่แห่งแรกทำด้วยไม้สัก สร้างโดยนายชี้กหรือหมอชี้ก ราวปี พ.ศ. 2433 ใช้การต่อมาหลายสิบปีจนพังลง โดยชื่อ "นวรัฐ" ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้าย สมัยที่พระยาอนุบาลพายัพกิจได้รับแต่งตั้งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางต้องมาพักเตรียมตัวเดินทางในเมืองเชียงใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับสะพานนวรัฐ สะพานแห่งที่สองไว้ว่า "สะพานนวรัฐที่สร้างด้วยไม้นี้ ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้สะพาน ทางราชการจึงสร้างสะพานเหล็กลำลองพอให้รถวิ่งข้าไปมาได้ เมื่อรถไฟมาถึงเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2464 จึงมีการรื้อสะพานไม้เดิมแล้วสร้างสะพานเหล็กขึ้นแทน" สะพานเหล็ก ถูกสร้างขึ้นทดแทนสะพานไม้สัก และเริ่มใช้งานในปี พ.ศ. 2466 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2510 จึงรื้อสะพานเหล็กแล้วก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขึ้นแทน โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2510 พร้อมกันกับสะพานเม็งรายอนุสรณ์
| สะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงในจังหวัดเชียงใหม่สะพานที่ 2 คือสะพานใด | {
"answer": [
"สะพานนวรัฐ"
],
"answer_begin_position": [
373
],
"answer_end_position": [
383
]
} |
2,772 | 182,497 | สะพานนวรัฐ สะพานนวรัฐ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกที่ทำด้วยไม้สัก ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2433 ปัจจุบันได้รับการสร้างใหม่ให้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2510 ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน และจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ประวัติสะพานเหล็ก ประวัติ. สะพานเหล็ก. สะพานนวรัฐ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงสะพานที่ 2 โดยสะพานแรก คือ สะพานไม้ที่ข้ามระหว่างตลาดต้นลำไยกับวัดเกตการาม หรือ "สะพานจันทร์สม" เมื่อปี พ.ศ. 2440 เมื่อนายปิแอร์ โอร์ต นักกฎหมายชาวเบลเยียมเดินทางมาเมืองเชียงใหม่และบันทึกเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำปิงว่า "…เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเก่าแก่มากนัก (เมื่อเทียบกับเมืองในยุโรป) แบ่งออกเป็น 2 เขต แต่ละเขตมีกำแพงสูงราว 3-4 เมตร และมีป้อมสูงที่แต่ละมุมกำแพง ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนบนฝั่งซ้ายก็มีอาคารสำคัญๆ ตั้งอยู่ มีสะพานไม่สวยงามทอดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ สะพานนี้มีเสา 14 ต้น ระหว่างที่ข้าพเจ้าพำนักอยู่ในเชียงใหม่สะพานนี้โยกคลอนเนื่องจากถูกท่อนไม้ซุงที่มากับกระแสน้ำดัน" สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่แห่งแรกทำด้วยไม้สัก สร้างโดยนายชี้กหรือหมอชี้ก ราวปี พ.ศ. 2433 ใช้การต่อมาหลายสิบปีจนพังลง โดยชื่อ "นวรัฐ" ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้าย สมัยที่พระยาอนุบาลพายัพกิจได้รับแต่งตั้งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางต้องมาพักเตรียมตัวเดินทางในเมืองเชียงใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับสะพานนวรัฐ สะพานแห่งที่สองไว้ว่า "สะพานนวรัฐที่สร้างด้วยไม้นี้ ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้สะพาน ทางราชการจึงสร้างสะพานเหล็กลำลองพอให้รถวิ่งข้าไปมาได้ เมื่อรถไฟมาถึงเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2464 จึงมีการรื้อสะพานไม้เดิมแล้วสร้างสะพานเหล็กขึ้นแทน" สะพานเหล็ก ถูกสร้างขึ้นทดแทนสะพานไม้สัก และเริ่มใช้งานในปี พ.ศ. 2466 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2510 จึงรื้อสะพานเหล็กแล้วก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขึ้นแทน โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2510 พร้อมกันกับสะพานเม็งรายอนุสรณ์
| สะพานนวรัฐเป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อสร้างเมื่อปีพ.ศ.ใด | {
"answer": [
"2433"
],
"answer_begin_position": [
173
],
"answer_end_position": [
177
]
} |
2,960 | 182,497 | สะพานนวรัฐ สะพานนวรัฐ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกที่ทำด้วยไม้สัก ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2433 ปัจจุบันได้รับการสร้างใหม่ให้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2510 ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน และจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ประวัติสะพานเหล็ก ประวัติ. สะพานเหล็ก. สะพานนวรัฐ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงสะพานที่ 2 โดยสะพานแรก คือ สะพานไม้ที่ข้ามระหว่างตลาดต้นลำไยกับวัดเกตการาม หรือ "สะพานจันทร์สม" เมื่อปี พ.ศ. 2440 เมื่อนายปิแอร์ โอร์ต นักกฎหมายชาวเบลเยียมเดินทางมาเมืองเชียงใหม่และบันทึกเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำปิงว่า "…เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเก่าแก่มากนัก (เมื่อเทียบกับเมืองในยุโรป) แบ่งออกเป็น 2 เขต แต่ละเขตมีกำแพงสูงราว 3-4 เมตร และมีป้อมสูงที่แต่ละมุมกำแพง ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนบนฝั่งซ้ายก็มีอาคารสำคัญๆ ตั้งอยู่ มีสะพานไม่สวยงามทอดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ สะพานนี้มีเสา 14 ต้น ระหว่างที่ข้าพเจ้าพำนักอยู่ในเชียงใหม่สะพานนี้โยกคลอนเนื่องจากถูกท่อนไม้ซุงที่มากับกระแสน้ำดัน" สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่แห่งแรกทำด้วยไม้สัก สร้างโดยนายชี้กหรือหมอชี้ก ราวปี พ.ศ. 2433 ใช้การต่อมาหลายสิบปีจนพังลง โดยชื่อ "นวรัฐ" ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้าย สมัยที่พระยาอนุบาลพายัพกิจได้รับแต่งตั้งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางต้องมาพักเตรียมตัวเดินทางในเมืองเชียงใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับสะพานนวรัฐ สะพานแห่งที่สองไว้ว่า "สะพานนวรัฐที่สร้างด้วยไม้นี้ ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้สะพาน ทางราชการจึงสร้างสะพานเหล็กลำลองพอให้รถวิ่งข้าไปมาได้ เมื่อรถไฟมาถึงเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2464 จึงมีการรื้อสะพานไม้เดิมแล้วสร้างสะพานเหล็กขึ้นแทน" สะพานเหล็ก ถูกสร้างขึ้นทดแทนสะพานไม้สัก และเริ่มใช้งานในปี พ.ศ. 2466 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2510 จึงรื้อสะพานเหล็กแล้วก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขึ้นแทน โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2510 พร้อมกันกับสะพานเม็งรายอนุสรณ์
| สะพานอะไรคือสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกที่ทำด้วยไม้สัก | {
"answer": [
"สะพานนวรัฐ"
],
"answer_begin_position": [
96
],
"answer_end_position": [
106
]
} |
2,961 | 182,497 | สะพานนวรัฐ สะพานนวรัฐ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกที่ทำด้วยไม้สัก ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2433 ปัจจุบันได้รับการสร้างใหม่ให้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2510 ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน และจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ประวัติสะพานเหล็ก ประวัติ. สะพานเหล็ก. สะพานนวรัฐ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำปิงสะพานที่ 2 โดยสะพานแรก คือ สะพานไม้ที่ข้ามระหว่างตลาดต้นลำไยกับวัดเกตการาม หรือ "สะพานจันทร์สม" เมื่อปี พ.ศ. 2440 เมื่อนายปิแอร์ โอร์ต นักกฎหมายชาวเบลเยียมเดินทางมาเมืองเชียงใหม่และบันทึกเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำปิงว่า "…เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเก่าแก่มากนัก (เมื่อเทียบกับเมืองในยุโรป) แบ่งออกเป็น 2 เขต แต่ละเขตมีกำแพงสูงราว 3-4 เมตร และมีป้อมสูงที่แต่ละมุมกำแพง ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนบนฝั่งซ้ายก็มีอาคารสำคัญๆ ตั้งอยู่ มีสะพานไม่สวยงามทอดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ สะพานนี้มีเสา 14 ต้น ระหว่างที่ข้าพเจ้าพำนักอยู่ในเชียงใหม่สะพานนี้โยกคลอนเนื่องจากถูกท่อนไม้ซุงที่มากับกระแสน้ำดัน" สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่แห่งแรกทำด้วยไม้สัก สร้างโดยนายชี้กหรือหมอชี้ก ราวปี พ.ศ. 2433 ใช้การต่อมาหลายสิบปีจนพังลง โดยชื่อ "นวรัฐ" ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้าย สมัยที่พระยาอนุบาลพายัพกิจได้รับแต่งตั้งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางต้องมาพักเตรียมตัวเดินทางในเมืองเชียงใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับสะพานนวรัฐ สะพานแห่งที่สองไว้ว่า "สะพานนวรัฐที่สร้างด้วยไม้นี้ ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้สะพาน ทางราชการจึงสร้างสะพานเหล็กลำลองพอให้รถวิ่งข้าไปมาได้ เมื่อรถไฟมาถึงเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2464 จึงมีการรื้อสะพานไม้เดิมแล้วสร้างสะพานเหล็กขึ้นแทน" สะพานเหล็ก ถูกสร้างขึ้นทดแทนสะพานไม้สัก และเริ่มใช้งานในปี พ.ศ. 2466 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2510 จึงรื้อสะพานเหล็กแล้วก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขึ้นแทน โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2510 พร้อมกันกับสะพานเม็งรายอนุสรณ์
| สะพานนวรัฐถูกสร้างขึ้นมาในปี พ.ศ. ใด | {
"answer": [
"2433"
],
"answer_begin_position": [
173
],
"answer_end_position": [
177
]
} |
2,773 | 34,361 | ฟอกซ์ทรอต ฟอกซ์ทรอต (FoxTrot) เป็นการ์ตูนช่องของอเมริกา วาดโดยบิลล์ แอเมนด์ เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวตระกูล ฟอกซ์ การ์ตูนได้เริ่มตีพิมพ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2531 syndicate โดย ยูนิวเอร์แซลเพรซซ์ซินดิเคต โดยในปัจจุบันได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์มากกว่า 1,000 ฉบับ และมีหนังสือรวมการ์ตูนทั้งหมด 27 เล่มที่ออกมา ตีพิมพ์มากกว่า 2 ล้านเล่มในฉบับภาษาอังกฤษ และนอกจากนี้ยังมีการแปลในภาษาอื่น รวมถึง ภาษาสเปน ภาษาโปรตุเกส ภาษาสวีเดน ลักษณะของการ์ตูนส่วนมากจะมีลักษณะเป็นการ์ตูนขาวดำ 4 ช่องจบ และฉบับวันอาทิตย์จะเป็นภาพสีเนื้อเรื่อง เนื้อเรื่อง. เนื้อเรื่องในฟอกซ์ทรอตเน้นเกี่ยวกับมุกขำขันเกี่ยวกับเรื่องภายในครอบครัว รวมไปถึงเหตุการณ์ปัจจุบันในขณะนั้น โดยเฉพาะ เจสัน ที่จะมีอะไรทำเกี่ยวกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน เช่นตอนที่มีเกมนินเทนดอกส์ออกมา จะเห็นเจสันกับแม่แย่งเล่นเกมกัน หรือตอนที่ภาพยนตร์สตาร์วอรส์ ออกมา เจสันจะเล่นแต่งตัวเหมือนในภาพยนตร์ต่อสู้กับเพื่อนตัวละครตัวละคร. - โรเจอร์ ฟอกซ์ - พ่อบ้านของครอบครัวฟอกซ์ เป็นพนักงานออฟฟิศ ชอบเล่นหมากรุกและดูกีฬา หลายๆ ครั้งที่เล่นกีฬาและจะบาดเจ็บกลับมาเสมอ โรเจอร์มักจะถูกเปรียบเทียบความฉลาดกับเจสันอยู่บ่อยๆ - แอนเดรีย "แอนดี" ฟอกซ์ - แม่บ้านของครอบครัวฟอกซ์ อาชีพเป็นนักเขียนอิสระ เป็นแม่บ้านที่ดูแลทุกอย่างในบ้านตั้งแต่อาหารการกิน ที่จะเน้นอาหารสุขภาพมีแต่ผักให้ลูกๆเสมอ ที่เจสันพยายามหาวิธีเลี่ยงตลอดเวลา และแอนดีมักจะมีปัญหาเรื่องการปรับฮีตเตอร์ในบ้าน ในทุกช่วงฤดูหนาว ที่จะไม่ให้คนอื่นปรับอุณหภูมิเพื่อประหยัดไฟ - ปีเตอร์ ฟอกซ์ - พี่ชายคนโตของบ้าน กำลังเรียนอยู่ในระดับไฮสคูล ปกติจะใส่หมวกเบสบอลอยู่ตลอดเวลา รักการเล่นกีฬา และรักการกินอาหารทุกชนิดและกินจุมาก นิสัยจะไม่ชอบทำงานบ้านและจะโยนให้น้องทำ - เพจ ฟอกซ์ - พี่สาวคนที่สองของบ้าน ได้เริ่มเข้าเรียนปีแรก นิสัยจะคล้ายกับปีเตอร์ และนิสัยจะเหมือนสาววัยรุ่นทั่วไป ที่ชอบแฟชัน ชอบดารา และมักจะทะเลาะกับเจสันอยู่บ่อยๆ - เจสัน ฟอกซ์ - น้องชายคนสุดท้องของบ้าน เป็นเด็กเรียนประจำบ้าน ฉลาดเหลือเชื่อมีความสามารถในการเขียนโปรแกรม ความสามารถคณิตศาสตร์ ที่เก่งที่สุดในบ้าน ซึ่งปีเตอร์จะชอบเอาไปเปรียบเทียบกับพ่อประจำ เจสันบางทีจะชอบพูดภาษาคอมพิวเตอร์กับคนอื่นตามลักษณะของเด็กเรียนทั่วไป ที่คนอื่นจะฟังไม่รู้เรื่อง(และก็ไม่สนใจ) เจสันมีข้อด้อยที่ไม่ค่อยรู้จักวิธีเข้าสังคม - ควินซี - อีกัวนาสัตว์เลี้ยงของเจสัน มีนิสัยชอบกัดของใช้ของเพจเป็นประจำ โดยเฉพาะโปสเตอร์ดารา
| ผู้วาดการ์ตูนช่องของประเทศสหรัฐอเมริกาชื่อเรื่องว่า ฟอกซ์ทรอตหรือ FoxTrot คือใคร | {
"answer": [
"บิลล์ แอเมนด์"
],
"answer_begin_position": [
144
],
"answer_end_position": [
157
]
} |
2,774 | 246,242 | ไปรโตริอานี ไปรโตริอานี () เป็นกองทหารที่ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ประจำพระองค์ของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมัน ก่อนหน้านั้นเป็นตำแหน่งที่ใช้สำหรับองครักษ์ของจอมพลโรมัน ที่เริ่มอย่างน้อยก็ตั้งแต่ตระกูลสกีปิโอ () ขึ้นมามีอำนาจราว 275 ก่อนคริสต์ศักราช จักรพรรดิคอนสตันไทน์ที่ 1 ทรงมายุบเลิกในคริสต์ศตวรรษที่ 4ประวัติ ประวัติ. คำว่า ไปรโตริอานี (, กององครักษ์) และ ไปรโตริอานุส (, องครักษ์แต่ละนาย) แผลงมาจากคำว่า ซึ่งแปลว่า เต็นท์ของไปรตอร์หรือแม่ทัพ () แห่งกองทัพโรมันในสมรภูมิ การได้รับเลือกมาเป็นไปรโตริอานุสถือว่าเป็นตำแหน่งอันมีเกียรติ นายพลโรมันมักจะเลือกองครักษ์มาจากผู้ที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเต็นท์บัญชาการที่มาจากทั้งทหารม้าและทหารราบ ต่อมาก็เรียกกองกำลังนี้ว่า "กองไปรโตริอานุส" () บุคคลสำคัญ ๆ ของโรมันที่เคยทำหน้าที่ในไปรโตริอานีมาก่อนได้แก่ จูเลียส ซีซาร์, มาร์ก แอนโทนี และจักรพรรดิเอากุสตุส
| ไปรโตริอานีเป็นกองทหารที่ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ประจำพระองค์ของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิใด | {
"answer": [
"โรมัน"
],
"answer_begin_position": [
185
],
"answer_end_position": [
190
]
} |
2,775 | 11,542 | อักษรรูมี อักษรรูมี () คืออักษรโรมันที่ใช้เขียนภาษามลายู ในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และสิงคโปร์ คำว่า "รูมี" นั้นแผลงมาจากคำว่า "โรมัน" (Roman) หมายถึงอักษรโรมัน คำว่า "อักษรรูมี" ในภาษามลายูจะหมายรวมถึงอักษรโรมันที่ใช้เขียนภาษาอื่น ๆ เช่นภาษาตากาล็อกด้วย ส่วนในภาษาไทย "อักษรรูมี" หมายถึงอักษรโรมันที่ใช้เขียนภาษามลายูเท่านั้น การกำหนดใช้อักษรโรมันเพื่อถ่ายเสียงภาษามลายูนั้น มีระบบและกฎเกณฑ์ที่แน่นอน เข้าใจง่าย และเขียนได้สะดวก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา สำหรับผู้ที่ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาแม่ อาจคุ้นเคยกับการเขียนอักษรยาวี ซึ่งดัดแปลงมาจากอักษรอาหรับ แต่ทั้งอักษรยาวีและอักษรรูมี ก็สามารถถ่ายทอดเสียงภาษามลายูได้เช่นเดียวกันชื่อและการออกเสียง ชื่อและการออกเสียง. ถ้าสังเกต ชื่อเรียกของอินโดนีเซียจะคล้ายของภาษาดัตช์ ส่วนของมาเลเซียจะคล้ายภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีทวิอักษรซึ่งไม่ถือว่าเป็นตัวอักษรต่างหาก ดังต่อไปนี้ตัวอย่างการเขียน
| อักษรรูมีคืออักษรโรมันที่ใช้เขียนภาษาใด | {
"answer": [
"มลายู"
],
"answer_begin_position": [
133
],
"answer_end_position": [
138
]
} |
2,776 | 225,977 | รอเบิร์ต วอลโพล รอเบิร์ต วอลโพล เอิร์ลแห่งออร์ฟอร์ด () หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม เซอร์ รอเบิร์ต วอลโพล เป็นรัฐบุรุษและนักการเมืองชาวอังกฤษผู้ถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกโดยพฤตินัย และยังถือเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ เขาได้รับเลือกตั้งเข้าไปในสภาในปี 1701 ในฐานะสมาชิกพรรควิก และได้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เนื่องจากเขาเป็นพวกผู้ดีจากนอกกรุง ดังนั้นเขาจึงมองหาฐานการเมืองจากนอกกรุงเป็นหลักประวัติ ประวัติ. วอลโพลเกิดที่หมู่บ้านโฮตัน มณฑลนอร์ฟอล์ก ในปี 1676 เป็นบุตรคนที่ห้าในจำนวน 19 คนของพันเอกรอเบิร์ต วอลโพล ผู้ดีนอกกรุงและผู้แทนจากพรรควิกในสภาสามัญชน ส่วนมารดาคือแมรี วอลโพล บุตรีและทายาทของเซอร์จี ออฟเฟรย เบร์เวลล์ ในวัยเด็กเขาเข้าศึกษาที่โรงเรียนเอกชนในหมู่บ้านเมสซิงแฮมในนอร์ฟอล์ก และในปี 1690 ก็เข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยอีตันซึ่งที่นั่นเขาได้รับคำกล่าวว่าเป็น "นักเรียนที่ยอดเยี่ยม" เขาออกจากอีตันในเดือนเมษายน 1696 และเข้าสมัครเรียนต่อที่คิงส์คอลเลจน์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในเดือนพฤษภาคม 1698 เขาออกจากคิงส์คอลเลจน์เพื่อกลับบ้านไปช่วยบิดาบริหารและจัดการทรัพย์สินของครอบครัวแทนพี่ชายที่พึ่งเสียชีวิตไป เขาเคยมีความคิดที่จะอุทิศตนสู่ศาสนา แต่เนื่องจากกลายเป็นบุตรชายคนโตและทายาทลำดับแรกของครอบครัว ทำให้เขาต้องล้มเลิกความคิดนั้นไป จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 1700 บิดาของเขาก็ถึงแก่กรรม และเขากลายเป็นหัวหน้าครอบครัว จากเอกสารที่เขียนด้วยลายมือของบิดา ระบุว่าครอบครัววอลโพลมีคฤหาสน์ถึง 9 หลังในนอร์ฟอล์ก และอีกหลังในซัฟฟอล์กฐานันดร
| นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศอังกฤษโดยพฤตินัยคือใคร | {
"answer": [
"รอเบิร์ต วอลโพล"
],
"answer_begin_position": [
106
],
"answer_end_position": [
121
]
} |
2,777 | 225,977 | รอเบิร์ต วอลโพล รอเบิร์ต วอลโพล เอิร์ลแห่งออร์ฟอร์ด () หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม เซอร์ รอเบิร์ต วอลโพล เป็นรัฐบุรุษและนักการเมืองชาวอังกฤษผู้ถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกโดยพฤตินัย และยังถือเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ เขาได้รับเลือกตั้งเข้าไปในสภาในปี 1701 ในฐานะสมาชิกพรรควิก และได้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เนื่องจากเขาเป็นพวกผู้ดีจากนอกกรุง ดังนั้นเขาจึงมองหาฐานการเมืองจากนอกกรุงเป็นหลักประวัติ ประวัติ. วอลโพลเกิดที่หมู่บ้านโฮตัน มณฑลนอร์ฟอล์ก ในปี 1676 เป็นบุตรคนที่ห้าในจำนวน 19 คนของพันเอกรอเบิร์ต วอลโพล ผู้ดีนอกกรุงและผู้แทนจากพรรควิกในสภาสามัญชน ส่วนมารดาคือแมรี วอลโพล บุตรีและทายาทของเซอร์จี ออฟเฟรย เบร์เวลล์ ในวัยเด็กเขาเข้าศึกษาที่โรงเรียนเอกชนในหมู่บ้านเมสซิงแฮมในนอร์ฟอล์ก และในปี 1690 ก็เข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยอีตันซึ่งที่นั่นเขาได้รับคำกล่าวว่าเป็น "นักเรียนที่ยอดเยี่ยม" เขาออกจากอีตันในเดือนเมษายน 1696 และเข้าสมัครเรียนต่อที่คิงส์คอลเลจน์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในเดือนพฤษภาคม 1698 เขาออกจากคิงส์คอลเลจน์เพื่อกลับบ้านไปช่วยบิดาบริหารและจัดการทรัพย์สินของครอบครัวแทนพี่ชายที่พึ่งเสียชีวิตไป เขาเคยมีความคิดที่จะอุทิศตนสู่ศาสนา แต่เนื่องจากกลายเป็นบุตรชายคนโตและทายาทลำดับแรกของครอบครัว ทำให้เขาต้องล้มเลิกความคิดนั้นไป จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 1700 บิดาของเขาก็ถึงแก่กรรม และเขากลายเป็นหัวหน้าครอบครัว จากเอกสารที่เขียนด้วยลายมือของบิดา ระบุว่าครอบครัววอลโพลมีคฤหาสน์ถึง 9 หลังในนอร์ฟอล์ก และอีกหลังในซัฟฟอล์กฐานันดร
| รอเบิร์ต วอลโพลเป็นรัฐบุรุษและนักการเมืองชาวอะไร | {
"answer": [
"อังกฤษ"
],
"answer_begin_position": [
222
],
"answer_end_position": [
228
]
} |
2,778 | 6,371 | กลุ่มดาวตาข่าย กลุ่มดาวตาข่าย เป็นกลุ่มดาวขนาดเล็กในซีกฟ้าใต้ ตั้งชื่อโดยนิโกลา-ลุย เดอ ลากาย ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 ตาข่ายในที่นี้ หมายถึงตาข่ายในกล้องสำหรับวัดตำแหน่งดาว
| ใครคือผู้ตั้งชื่อกลุ่มดาวขนาดเล็กกลุ่มหนึ่งในซีกฟ้าใต้ว่ากลุ่มดาวตาข่าย | {
"answer": [
"นิโกลา-ลุย เดอ ลากาย"
],
"answer_begin_position": [
158
],
"answer_end_position": [
178
]
} |
2,779 | 259,689 | แม่น้ำวิสวา แม่น้ำวิสวา () หรือ แม่น้ำวิสตูลา () เป็นแม่น้ำสายที่ยาวและมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศโปแลนด์ โดยมีความยาว 1,047 กิโลเมตร ลุ่มแม่น้ำวิสวาคิดเป็น 194,424 ตารางกิโลเมตร ซึ่งกว่า 168,699 ตารางกิโลเมตรอยู่ในประเทศโปแลนด์ภูมิศาสตร์ ภูมิศาสตร์. แม่น้ำวิสวาประกอบด้วยแม่น้ำจำนวนสามตอน ตอนบนไหลมาจากต้นน้ำมาจนถึงเมืองซันดอมีแยช (Sandomierz) ตอนกลางไหลจากซันดอมีแยชมาจนถึงปากแม่น้ำนาแรฟ (Narew) และแม่น้ำบุ๊ก (Bug) และตอนล่างไหลจากปากแม่น้ำนาแรฟมาจนถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำวิสวาที่ทะเลบอลติก แม่น้ำวิสวามีระดับความสูงโดยเฉลี่ยสูงกว่าระดับทะเลปานกลางประมาณ 270 เมตร
| แม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในประเทศโปแลนด์คือแม่น้ำใด | {
"answer": [
"แม่น้ำวิสวา"
],
"answer_begin_position": [
98
],
"answer_end_position": [
109
]
} |
2,780 | 198,123 | เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนอุบลรัตน์ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นถัดจากเขื่อนภูมิพล และเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และ ตำบลโนนสัง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ปิดกั้นแม่น้ำพองสาขาย่อยของแม่น้ำชี ตัวเขื่อนเป็นหินถมแกนดินเหนียว ยาว 885 เมตร สูง 32 เมตร สันเขื่อนกว้าง 6 เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ 2,263 ล้านลูกบาศก์เมตร ผลิตไฟฟ้าได้ 55 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงประวัติ ประวัติ. การสร้างเขื่อนริเริ่มขึ้นในชื่อ โครงการน้ำพอง เมื่อ พ.ศ. 2503 โดยได้รับความร่วมมือจากกองทุนพิเศษแห่งสหประชาชาติ ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 ดำเนินการสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2508 และเนื่องจากบริเวณที่สร้างเขื่อน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านช่องเขาทั้งสอง ซึ่งแม่น้ำพองดูเหมือนถูกหนีบ ชาวบ้านจึงเรียกเขื่อนนี้ว่า เขื่อนพองหนีบ ตามชื่อดั้งเดิมของบริเวณนี้ี้ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (ฐานันดรศักดิ์ในขณะนั้น) ไปทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อน พระราชทานชื่อเขื่อนนี้ว่า เขื่อนอุบลรัตน์
| เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยคือเขื่อนใด | {
"answer": [
"อุบลรัตน์"
],
"answer_begin_position": [
112
],
"answer_end_position": [
121
]
} |
2,781 | 198,123 | เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนอุบลรัตน์ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นถัดจากเขื่อนภูมิพล และเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และ ตำบลโนนสัง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ปิดกั้นแม่น้ำพองสาขาย่อยของแม่น้ำชี ตัวเขื่อนเป็นหินถมแกนดินเหนียว ยาว 885 เมตร สูง 32 เมตร สันเขื่อนกว้าง 6 เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ 2,263 ล้านลูกบาศก์เมตร ผลิตไฟฟ้าได้ 55 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงประวัติ ประวัติ. การสร้างเขื่อนริเริ่มขึ้นในชื่อ โครงการน้ำพอง เมื่อ พ.ศ. 2503 โดยได้รับความร่วมมือจากกองทุนพิเศษแห่งสหประชาชาติ ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 ดำเนินการสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2508 และเนื่องจากบริเวณที่สร้างเขื่อน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านช่องเขาทั้งสอง ซึ่งแม่น้ำพองดูเหมือนถูกหนีบ ชาวบ้านจึงเรียกเขื่อนนี้ว่า เขื่อนพองหนีบ ตามชื่อดั้งเดิมของบริเวณนี้ี้ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (ฐานันดรศักดิ์ในขณะนั้น) ไปทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อน พระราชทานชื่อเขื่อนนี้ว่า เขื่อนอุบลรัตน์
| เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำในไทยชื่อว่า เขื่อนอุบลรัตน์ ก่อสร้างเสร็จในปีพ.ศ.ใด | {
"answer": [
"2508"
],
"answer_begin_position": [
775
],
"answer_end_position": [
779
]
} |
2,782 | 75,812 | พ็อทซ์ดัม พ็อทซ์ดัม () เป็นเมืองหลวงของรัฐบรันเดนบูร์กทางด้านตะวันออกของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่บนแม่น้ำฮาเฟิล (Havel) 26 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเบอร์ลิน และเป็นส่วนหนึ่งของเขตนครเบอร์ลิน มีประชากรประมาณ 154,606 คน พ็อทซ์ดัมเป็นที่รู้จักจากการเป็นที่ประทับของกษัตริย์ปรัสเซียหลายพระองค์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ส่วนตัวเมืองประกอบไปทะเลสาบเชื่อมต่อกันเป็นจำนวนมาก และมีภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะสวนและพระราชวังพระราชวังซ็องซูซี; (Sanssouci ไกลกังวล) ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนีสถานที่น่าสนใจ
| เมืองหลวงของรัฐบรันเดนบูร์กทางด้านตะวันออกของประเทศเยอรมนีมีชื่อเรียกว่าอะไร | {
"answer": [
"พ็อทซ์ดัม"
],
"answer_begin_position": [
92
],
"answer_end_position": [
101
]
} |
2,783 | 414,607 | บิสเซา บิสเซา () เป็นเมืองหลวงของประเทศกินีบิสเซา ในทวีปแอฟริกา ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีป เป็นเมืองท่า ที่ปากแม่น้ำเกบา เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ศูนย์กลางการบริหารและการทหาร จากข้อมูลปี ค.ศ. 2007 มีประชากร 407,424 คน ชาวโปรตุเกสเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อ ค.ศ. 1687 และใช้เป็นศูนย์กลางการค้าทาสในขณะนั้น
| บิสเซาเป็นเมืองหลวงของประเทศใด | {
"answer": [
"กินีบิสเซา"
],
"answer_begin_position": [
120
],
"answer_end_position": [
130
]
} |
2,784 | 215,481 | เล่าเหง เล่าเหง( เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก บิดาของเล่าปี่ เป็นเชื้อพระวงศ์ราขวงศ์ฮั่น สืบเชื้อสายจากจงซานจิ้งอ๋องซึ่งพระราชโอรสองค์ที่ 7 ในพระเจ้าฮั่นเกงเต้ เล่าเหงตายตั้งแต่เล่าปี่ยังเล็ก
| เล่าเหงเป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องใด | {
"answer": [
"สามก๊ก"
],
"answer_begin_position": [
145
],
"answer_end_position": [
151
]
} |
2,785 | 207,703 | บาห์เรโนนา เพลงชาติบาห์เรนมีชื่อว่า บาห์เรนโนนา (, แปลว่า "บาห์เรนของเรา") เนื้อร้องของเพลงนี้มีอยู่ 2 สำนวน สำนวนแรกใช้ตั้งแต่เมื่อประเทศบาห์เรนได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2514 กระทั่งในปี พ.ศ. 2545 จึงมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อร้องใหม่เมื่อเชคฮามัด บิน อิซา อัล คอลีฟะห์ ประกาศสถาปนาพระองค์เองเป็นสมเด็จพระราชาธิบดี และเปลี่ยนแปลงประเทศจากนครรัฐเป็นราชอาณาจักรในปีนั้น ซึ่งเนื้อร้องสำนวนดังกล่าวคือเนื้อเพลงชาติบาห์เรนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เนื้อร้องต้นฉบับของเพลงชาติบาห์เรนนั้น ประพันธ์โดย โมฮัมเหม็ด ซุดควี อายยาช (Mohammed Sudqi Ayyash - เกิด พ.ศ. 2477) ส่วนทำนองนั้นไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นผลงานของผู้ใดเนื้อร้อง
| เพลงชาติบาห์เรนมีชื่อว่าอะไร | {
"answer": [
"บาห์เรนโนนา"
],
"answer_begin_position": [
121
],
"answer_end_position": [
132
]
} |
2,786 | 207,703 | บาห์เรโนนา เพลงชาติบาห์เรนมีชื่อว่า บาห์เรนโนนา (, แปลว่า "บาห์เรนของเรา") เนื้อร้องของเพลงนี้มีอยู่ 2 สำนวน สำนวนแรกใช้ตั้งแต่เมื่อประเทศบาห์เรนได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2514 กระทั่งในปี พ.ศ. 2545 จึงมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อร้องใหม่เมื่อเชคฮามัด บิน อิซา อัล คอลีฟะห์ ประกาศสถาปนาพระองค์เองเป็นสมเด็จพระราชาธิบดี และเปลี่ยนแปลงประเทศจากนครรัฐเป็นราชอาณาจักรในปีนั้น ซึ่งเนื้อร้องสำนวนดังกล่าวคือเนื้อเพลงชาติบาห์เรนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เนื้อร้องต้นฉบับของเพลงชาติบาห์เรนนั้น ประพันธ์โดย โมฮัมเหม็ด ซุดควี อายยาช (Mohammed Sudqi Ayyash - เกิด พ.ศ. 2477) ส่วนทำนองนั้นไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นผลงานของผู้ใดเนื้อร้อง
| ใครคือผู้ประพันธ์เนื้อร้องต้นฉบับของเพลงชาติบาห์เรน | {
"answer": [
"โมฮัมเหม็ด ซุดควี อายยาช"
],
"answer_begin_position": [
566
],
"answer_end_position": [
590
]
} |
2,787 | 4,806 | มอสโก มอสโก (; , มะสฺกฺวา) เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และ การเดินทางของประเทศ โดยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำมัสกวา ซึ่งในตัวเมืองมีประชากรอยู่อาศัยกว่า 1 ใน 10 ของประเทศ ทำให้เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในยุโรป และเมื่อสมัยครั้งที่สหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลาย กรุงมอสโกก็ยังเป็นเมืองหลวงของสหภาพโซเวียตอีกด้วย ในปี พ.ศ. 2550 มอสโกได้รับการจัดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ตามมาด้วย ลอนดอน และ โซลประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์. ค.ศ. 1237 เมืองมอสโกก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยเป็นเมืองของรัฐอิสระโดยเจ้าชาย ยูรี ดาลการุสกี การอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลกาช่วยให้มอสโกขยายตัวอย่างรวดเร็ว ค.ศ. 1380 ชาวมอสโกได้เป็นแกนนำในการปลดปล่อยรัสเซียจากมองโกล ค.ศ. 1480 พระเจ้าซาร์อีวานที่ 3 ได้ปลดปล่อยรัสเซียจากการปกครองของเผ่า ตาตาร์ และย้ายเมืองหลวงของประเทศมายังมอสโก ค.ศ. 1712 พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชได้ย้ายเมืองหลวงไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มอสโกได้เผชิญกับการปิดล้อมโดยกองทัพของนโปเลียน โบนาปาร์ต ในปี ค.ศ. 1812 แต่นโปเลียนต้องถอยทัพกลับไปเนื่องจากทนความหนาวเย็นไม่ได้ หลังจากการปฏิวัติรัสเซีย ใน ค.ศ. 1917 เลนินได้ย้ายเมืองหลวงกลับมายังมอสโกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1918 ซึ่งยังคงเป็นเมืองหลวงมาจนถึงปัจจุบัน มอสโกเผชิญการปิดล้อมอีกครั้งจากนาซีเยอรมันระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1941 และยังเป็นสถานที่จัดกีฬาโอลิมปิก ในปี ค.ศ. 1980
| มอสโกเป็นเมืองหลวงของประเทศใด | {
"answer": [
"รัสเซีย"
],
"answer_begin_position": [
125
],
"answer_end_position": [
132
]
} |
2,788 | 788,941 | เอสเอ็มสเตชัน เอสเอ็มสเตชัน (SM STATION) เป็นโปรเจ็กต์การปล่อยเพลงผ่านระบบสตรีมมิ่งจากค่ายเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ โดยเริ่มต้นโปรเจ็กต์นี้ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 โดยสร้างขึ้นเพื่อโปรโมตตัวศิลปินและแสดงศักยภาพของทางค่ายความเป็นมาและการเปิดตัว ความเป็นมาและการเปิดตัว. อี ซูมาน ผู้ก่อตั้ง เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ ได้แถลงข่าวเปิดตัว โปรเจ็กต์ใหม่ของค่ายอย่างเอสเอ็มสเตชัน และกลุ่มนักร้องชายวงใหม่อย่างเอ็นซีที ในงาน SMTOWN: Neo Culture Technology 2016 เมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559 โดยทาง เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ จะปล่อยเพลงใหม่ทุกสัปดาห์เป็นเวลา 52 สัปดาห์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 จนถึง วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 โดยในโปรเจ็กต์นี้จะมีการร่วมงานกับศิลปินจากนอกสังกัดมากมายทั้งในและต่างประเทศเพลงในโปรเจ็กต์ฤดูกาลที่ 1เพลงในโปรเจ็กต์. ฤดูกาลที่ 1. - ¹ - ²ฤดูกาลที่ 2ฤดูกาลที่ 2. - ¹รางวัลรางวัลเพลงประจำสัปดาห์อินกิกาโย (SBS)
| เอสเอ็มสเตชัน หรือ SM STATION เป็นโปรเจ็กต์การปล่อยเพลงผ่านระบบสตรีมมิ่งจากค่ายเพลงของประเทศเกาหลีใต้ค่ายใด | {
"answer": [
"เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์"
],
"answer_begin_position": [
178
],
"answer_end_position": [
201
]
} |
2,789 | 425,221 | หญ้าชะเงา หญ้าชะเงา() เป็นหญ้าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ขึ้นเป็นกอสูง 1 เมตร มี 2-5 ใบ ใบแบนยาว แตกขึ้นมาจากไรโซม ก้านดอกยาว ม้วนงอเหมือนสปริง พบได้ทั้งบริเวณน้ำกร่อยและทะเล เป็นพืชท้องถิ่นในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ในตำรายาไทยใช้เป็นยาฟอกโลหิต ขับน้ำเหลืองเสีย แก้ลมในลำไส้
| หญ้าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีชื่อเรียกว่าอะไร | {
"answer": [
"หญ้าชะเงา"
],
"answer_begin_position": [
94
],
"answer_end_position": [
103
]
} |
2,790 | 105,915 | บาเซนจี บาเซนจี () สายพันธุ์สุนัขล่าเหยื่อ (Hound) ชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมที่ทวีปแอฟริกา บริเวณประเทศคองโก โดยคำว่า "บาเซนจี" เป็นภาษาสวาฮีลีแปลว่า "สิ่งที่อยู่ในพุ่มไม้" บาเซนจีเป็นสุนัขที่ผู้คนในแถบทวีปแอฟริกานิยมเลี้ยงมานานแล้ว เพราะหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า รูปสลักในปิรามิดมีรูปของสุนัขที่ลักษณะคล้ายบาเซนจีอยู่ และแม้เทพองค์หนึ่งที่เป็นที่นับถือของชาวอียิปต์โบราณ คือ อะนูบิส (Anubis) ก็มีหัวเป็นสุนัขคล้ายบาเซนจี ชาวพื้นเมืองในแอฟริกานิยมใช้บาเซนจีในการล่าสัตว์ ซึ่งบาเซนจีสามารถใช้ล่าเป็นอย่างดีทั้งสัตว์ขนาดเล็ก อย่าง นก หนู กระต่าย หรือแม้แต่กระทั่งสัตว์ขนาดใหญ่อย่างกอริลลา ลักษณะของบาเซนจี เป็นสุนัขขนสั้น รูปร่างปราดเปรียว สง่างาม หลังตรง รูปร่างถือว่าไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับสุนัขล่าเนื้อชนิดอื่น ๆ หางม้วนเป็นวงกลม หน้าแหลม หูแหลมชี้ตั้ง มีความสูงประมาณ 40–43 เซนติเมตร น้ำหนัก 9.5–11 กิโลกรัม และมีลักษณะพิเศษคือ ไม่มีกลิ่นตัว และไม่เห่า จัดว่าเป็นสุนัขชนิดเดียวในโลกที่ไม่เห่า เมื่อเวลาจะส่งเสียงขู่จะเพียงแค่คำรามสั้น ๆ ในลำคอ สีลำตัวโดยมากจะเป็นสีน้ำตาล–ขาว หรือ สีน้ำตาลแดง–ขาว อายุโดยเฉลี่ย 16 ปี อุปนิสัยของบาเซนจี เป็นสุนัขฉลาด แม้จะไม่เห่า แต่ก็สามารถใช้เฝ้าบ้านได้เป็นอย่างดี มีสัญชาตญาณความเป็นนักล่าสูงอันเป็นลักษณะนิสัยประจำสายพันธุ์ และรักอิสระไม่ชอบให้ใครมาบังคับขู่เข็ญ เข้ากับเด็ก ๆ ได้ดี แต่มักไม่สนใจสิ่งรอบข้าง บาเซนจีถูกนำเข้ามาในอังกฤษครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1937 เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ แต่ทว่าไม่ประสบความสำเร็จในช่วงแรก เนื่องไม่มีภูมิคุ้มกันโรคหัดสุนัข จึงพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก ทว่ารุ่นต่อมาก็ถูกผสมพันธุ์ได้สำเร็จ และเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับในประเทศไทย บาเซนจียังเป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมน้อย เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีราคาแพง โดยมากมักจะนำเข้ามาจากต่างประเทศ อีกทั้งยังมีรูปร่าง ลักษณะ คล้ายคลึงกับสุนัขทั่วไปของไทย จึงทำให้ไม่ได้รับความนิยมนัก สำหรับสุนัขบาเซนจีที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ได้แก่ คุณทองแท้ สุนัขทรงเลี้ยงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คู่ของคุณทองแดง ซึ่งคุณทองแดงนี้ก็สันนิษฐานว่ามีเชื้อสายของบาเซนจีผสมอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน
| บาเซนจีเป็นสายพันธุ์สุนัขล่าเหยื่อชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมที่ทวีปใด | {
"answer": [
"แอฟริกา"
],
"answer_begin_position": [
170
],
"answer_end_position": [
177
]
} |
2,792 | 12,548 | เซเลอร์มูน เซเลอร์มูน () () เป็นชื่อของการ์ตูนญี่ปุ่นสำหรับผู้หญิง วาดโดยนาโอโกะ ทาเคอุจิ ลงตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในนิตยสารนาคาโยชิ ของสำนักพิมพ์โคดันฉะ ประเทศญี่ปุ่น ส่วนฉบับรวมเล่มมีความยาว 18 เล่มจบ อีกทั้งยังมีการ์ตูนที่แตกออกจากเรื่องนี้อีกมากมาย รวมทั้งนำเสนอในสื่อหลายประเภท เป็นต้นว่า ภาพยนตร์อะนิเมะ, ละครเวที, เกม และละครโทรทัศน์ แนวโทคุซัทสึต้นกำเนิด ต้นกำเนิด. เรื่องราวหลักๆ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวร่างจุติของผู้พิทักษ์อาณาจักรใน ระบบสุริยะจักรวาล ที่ถูกทำลาย และการต่อสู้กับอำนาจชั่วร้ายของเหล่าผู้พิทักษ์ในชุดกะลาสี ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างเนื้อเรื่องที่โรแมนติกในแบบการ์ตูนผู้หญิง กับ ฉากการต่อสู้กับเหล่าร้าย ที่ส่วนใหญ่มักจะพบเห็นแต่เฉพาะในการ์ตูนผู้ชายได้อย่างลงตัว ทำให้เซเลอร์มูนได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่เด็กผู้หญิง โดยหนังสือการ์ตูนฉบับรวมเล่มทั้ง 18 เล่ม มียอดขายรวมสูงถึง 12 ล้านเล่ม (ข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2546 ) เมื่อนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อะนิเมะออกอากาศทางโทรทัศน์ เซเลอร์มูนก็ยิ่งมีกลุ่มผู้ชมที่กว้างขวางมากขึ้น จนได้ออกอากาศติดต่อกันยาวนานถึง 5 ปี เพราะแฟนๆ เรียกร้องให้สร้างภาคอะนิเมะฉายทางโทรทัศน์ต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเนื้อเรื่องได้จบลงอย่างสมบูรณ์ในภาค Stars อีกทั้งยังมีหุ่นโมเดลต่างๆ และอุปกรณ์ของเล่นที่ใช้ในการแปลงกายหรือต่อสู้ของเซเลอร์มูนผลิตออกมาจำหน่ายอย่างมากมาย ในปี พ.ศ. 2536 เซเลอร์มูน ได้รับรางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยม สาขาการ์ตูนผู้หญิง ครั้งที่ 17 ของสำนักพิมพ์โคดันฉะ และในปีเดียวกันก็ได้รับการโหวตให้เป็นภาพยนตร์อะนิเมะยอดนิยมอันดับ 1 ในการประกาศผลรางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 15 ที่จัดโดยนิตยสาร Animage ด้วย ในปี พ.ศ. 2555 ได้มีประกาศจากงานอีเว้นท์ทอล์คครบรอบ 20 ปี เซเลอร์มูนว่าจะมีการสร้างเป็นอะนิเมะฉบับใหม่ ซึ่งจะออกอากาศในฤดูร้อน ปี พ.ศ. 2556 พร้อมกันทั่วโลก โดยเพลงหลักของเรื่องใหม่จะร้องโดยวงโมะโมะอิโระโคลเวอร์ Z อีกด้วย ต่อมาเมื่อเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2556 ได้มีการประกาศจากงานอีเว้นท์ทอล์คครบรอบ 20 ปี เซเลอร์มูน ภาค 2 ว่ามีกำหนดการเลื่อนออกอากาศจากเดิมฤดูร้อนปี พ.ศ. 2556 มาเป็นช่วงปี พ.ศ. 2557 แทน โดยจะมีการออกอากาศให้ชมพร้อมกันทั่วโลกผ่านเว็บสตรีมมิ่งชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง นิโคะนิโคะโดงะ อีกทั้งวงโมะโมะอิโระโคลเวอร์ Z จะมาร้องเพลงประกอบซีรีส์ให้ทั้งเพลงเปิดและเพลงปิดอีกด้วย โดยในเดือน เมษายน พ.ศ. 2557 นี้ ได้มีการประกาศใช้ชื่อของอะนิเมะเรื่องใหม่อย่างเป็นทางการว่า บิโชโจ เซนชิ เซเลอร์มูน คริสตัล หรือ Pretty Guardian Sailor Moon Crystal (美少女戦士セーラームーンCrystal - Bishōjo Senshi Sērāmūn Kurisutaru) และอะนิเมะจะมีจำนวนตอนทั้งหมด 26 ตอน โดยออกอากาศทุกๆวันเสาร์ที่ 1 และ 3 ของทุกๆเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557เรื่องย่อ เรื่องย่อ. วันหนึ่งในเมืองอาซาบุจูบัง สึคิโนะ อุซางิ นักเรียนสาวชั้น มัธยมศึกษาปีที่2 ที่แสนจะซุ่มซ่าม เรียนไม่ดี กีฬาก็ไม่เก่ง ได้พบกับลูนาร์ แมวดำประหลาดซึ่งมีรูปจันทร์เสี้ยวที่หน้าผาก ลูนาร์ได้มอบปากกาและเข็มกลัดวิเศษให้แก่อุซางิ ทำให้เธอสามารถแปลงร่างเป็นเซเลอร์มูน เข้าต่อสู้กับเหล่าร้ายเพื่อรักษาความสงบสุขของโลก ร่วมกับพรรคพวกอัศวินเซเลอร์คนอื่นๆ ที่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาในภายหลังตัวละครอัศวินเซเลอร์ (ประจำดาวเคราะห์วงใน)ตัวละคร. อัศวินเซเลอร์ (ประจำดาวเคราะห์วงใน). - สึคิโนะ อุซางิ () หรือ เซเลอร์มูน ()- มิซุโนะ อามิ () หรือ เซเลอร์เมอร์คิวรี่ ()- ฮิโนะ เร () หรือ เซเลอร์มาร์ส ()- คิโนะ มาโกโตะ () หรือ เซเลอร์จูปิเตอร์ ()- ไอโนะ มินาโกะ () หรือ เซเลอร์วีนัส ()อัศวินเซเลอร์ (ประจำดาวเคราะห์วงนอก)อัศวินเซเลอร์ (ประจำดาวเคราะห์วงนอก). - เทนโอ ฮารุกะ () หรือ เซเลอร์ยูเรนัส ()- ไคโอ มิจิรุ () หรือ เซเลอร์เนปจูน ()- เมโอ เซ็ตสึนะ () หรือ เซเลอร์พลูโต ()- โทโมเอะ โฮตารุ () หรือ เซเลอร์แซทเทิร์น ()บุคคลผู้มีความเกี่ยวข้องบุคคลผู้มีความเกี่ยวข้อง. - ชิบะ มาโมรุ () หรือ หน้ากากทักซิโด () หรือ เจ้าชายเอ็นดิเมียน / คิง เอ็นดิเมียน}}- อุซางิน้อย () หรือ เซเลอร์มูนน้อย () หรือ ท่านหญิงน้อย ()- จิบิจิบิ () หรือ เซเลอร์จิบิจิบิ ()อัศวินเซเลอร์ คนอื่นๆเซเลอร์ ควอเต็ทอัศวินเซเลอร์ คนอื่นๆ. เซเลอร์ ควอเต็ท. - เซเลอร์ควอเต็ท ()สตาร์ไลท์สตาร์ไลท์. - เซเลอร์สตาร์ไลท์ () นักพากย์ไทย : รัชนี อารีย์รักษ์วานิช (TIGA)เซเลอร์ คอสมอสเซเลอร์ คอสมอส. - เซเลอร์คอสมอส ()แมวผู้พิทักษ์เซเลอร์มูนแมวผู้พิทักษ์เซเลอร์มูน. - ลูนาร์ () นักพากย์ไทย : รัชนี อารีย์รักษ์วานิช (TIGA) , อรุณี นันทิวาส (ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ปี 2537) , ศันสนีย์ ติณห์กีรดีศ (ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ปี 2554) , ฉันทนา ธาราจันทร์ (ไรท์บียอนด์)- อาร์เตมิส ()- ไดอาน่า ()- ลูนาร์ พี ()เหล่าร้ายเหล่าร้าย. - ดาร์กคิงดอม ()- ต้นไม้แห่งโลกปีศาจและมนุษย์ต่างดาว ()- แบล็กมูน ()- เดธบัสเตอร์ ()- เดดมูน ()- ชาโดว์กาแล็กติก้า ()ตัวละครอื่นๆตัวละครอื่นๆ. - ฟุรุฮาตะ โมโตกิ ()- ฟุรุฮาตะ อุนาสึกิ ()- โอซากะ นารุ ()- อุมิโนะ คุริโอะ ()รายชื่อตอนรางวัลและความนิยมรางวัลและความนิยมด้านหนังสือการ์ตูน (มังงะ)รางวัลและความนิยม. รางวัลและความนิยมด้านหนังสือการ์ตูน (มังงะ). - รางวัลการ์ตูนผู้หญิงยอดเยี่ยมในปี พ.ศ. 2536 ในงานประกาศผล โคดันฉะมังงะโช ครั้งที่ 17 (ญี่ปุ่น) - รางวัล 2011 Manga Trade Paperback of the Year ในปี พ.ศ. 2554 จากรางวัล The Diamond Gem Awards (อเมริกา) - รางวัล Sondermann Award จากงาน Frankfurt Book Fair ในปี พ.ศ. 2555 (เยอรมนี) - ยอดขายฉบับหนังสือการ์ตูนสูงถึง 12 ล้านเล่ม (ญี่ปุ่น) - ในปี พ.ศ. 2537 ได้จัดนิทรรศการภาพเซเลอร์มูนของอาจารย์นาโอโกะ ทาเคอุจิ ที่อิเซตัน ในชินจูกุ (ญี่ปุ่น)รางวัลและความนิยมด้านวิดีโอเกมและของเล่นรางวัลและความนิยมด้านวิดีโอเกมและของเล่น. - รางวัลการ์ดเกมที่ยอมเยี่ยม ในปี พ.ศ. 2543 จากรางวัล Origins Award 2000 (อเมริกา) - จำนวนสินค้าเซเลอร์มูน ฉบับอะนิเมะชั่นมีจำนวนทั้งสิ้น 1,200 ชนิด (ญี่ปุ่น) - ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535-พ.ศ. 2540 สามารถขายลิขสิทธิ์ตัวละครเซเลอร์มูนได้มากกว่า 100,000,000,000 เยน (ญี่ปุ่น) - ในปี พ.ศ. 2537 สินค้าคาแรคเตอร์มียอดจำนายสูงถึง 260,000,000,000 เยน (ญี่ปุ่น) - ยอดขายไอเท็มแปลงร่าง สามารถขายได้รวม 2,800,000 ชิ้น ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 (ญี่ปุ่น) - ยอดขายคฑามูนสติ๊ค ของบันไดนับตั้งแต่ขายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2536 สามารถขายได้ 500,000 ชิ้น (ญี่ปุ่น) - ยอดขายคฑาคิวตี้มูนร็อด ของบันไดสามารถขายได้ 800,000 ชิ้น (ญี่ปุ่น) - ยอดขายคฑาสไปรัลมูนฮาร์ทร็อด ของบันไดสามารถขายได้ 460,000 ชิ้น (ญี่ปุ่น) - ยอดขายชุดอัศวินเซเลอร์ขนาดเด็ก สามารถขายได้มากกว่า 330,000 ชุด (ญี่ปุ่น) - ยอดขายตุ๊กตา เซเลอร์มูน R ของบันไดนับตั้งแต่ขายเดือนเมษายน พ.ศ. 2536 1 ล้านตัวภายใน 9 เดือน (ญี่ปุ่น) - ยอดขายนาฬิกาฮัตโตริ เซโกะที่ได้เปิดตัวนาฬิกาเซเลอร์มูน R ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2536 ขายได้ 166,000เรือน ถึงสิ้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2537 (ญี่ปุ่น)รางวัลและความนิยมด้านดนตรีรางวัลและความนิยมด้านดนตรี. - รางวัลแผ่นเสียงทองคำ สาขาอะนิเมะชั่น จากอัลบั้ม เซเลอร์มูน-ความรักอยู่หนใด- ในปี พ.ศ. 2535 จากรางวัล Japan Gold Disc Awards ครั้งที่ 7 ของค่ายโคลัมเบียเจแปน (ญี่ปุ่น) - อัลบั้มเซเลอร์มูน SuperS ธีมซองค์คอลเลคชั่น (เทปคาสเซ็ท) ติดยอดขายอันดับ 1 ในชาร์ตโอริค่อนประจำสัปดาห์ สาขาเทปคาสเซ็ท ในปี พ.ศ. 2538 - รางวัล JASRAC สาขานานาชาติ เซเลอร์มูน (BGM) ผู้แต่งโดยทากะโนริ อาริซาวะ ในปี พ.ศ. 2540 จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - รางวัล JASRAC สาขานานาชาติ เซเลอร์มูน (BGM) ผู้แต่งโดยทากะโนริ อาริซาวะ ในปี พ.ศ. 2542 จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - รางวัล JASRAC สาขานานาชาติ เซเลอร์มูน (BGM) ผู้แต่งโดยทากะโนริ อาริซาวะ ในปี พ.ศ. 2543 จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - ยอดขายซีดีโคโระจัง แพ็ค 4 อัลบั้มสามารถขายได้มากกว่า 500,000 แผ่นในปี พ.ศ. 2537 (ญี่ปุ่น) - จำนวนผู้ชม เซเลอร์มูน ฉบับละครเวที ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี พ.ศ. 2545 มีจำนวนผู้ชมทั้งสิ้น 460,000 คน (ญี่ปุ่น)รางวัลและความนิยมด้านทีวีรางวัลและความนิยมด้านทีวี. - เรทติ้งเซเลอร์มูน ฉบับอะนิเมะในภูมิภาคเขตคันโต สำรวจโดยวิดีโอรีเซิร์ช เรทติ้งทีวีสูงสุดอยู่ที่ 16.3% (จากวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 จากตอนที่ 28 ของภาคอาร์) (ญี่ปุ่น) - เรทติ้งเซเลอร์มูน ฉบับภาคคนแสดงในภูมิภาคเขตคันโต สำรวจโดยวิดีโอรีเซิร์ช เรทติ้งทีวีสูงสุดอยู่ที่ 5.1% (จากวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2547 จากตอนที่ 23) (ญี่ปุ่น) - ยอดขายวิดีโอฉบับอะนิเมะชั่น (วิดีโอให้เช่า วิดีโอ (ขาย) เลเซอร์ดิสก์ และเลเซอร์ดิสก์คาราโอเกะ) 1,600,000 แผ่น (ญี่ปุ่น) - ยอดขายวิดีโอฉบับภาคคนแสดง (วิดีโอ และดีวีดี) ตั้งแต่ 1-8 ทำรายได้มากกว่า 110,000 แผ่น (ญี่ปุ่น) - วิดีโอเซเลอร์มูน R ม้วน 1 และม้วน 2 สามารถทำยอดขายได้ 80,000 ม้วน (ญี่ปุ่น) - เรื่องราวของเซเลอร์มูนถูกตีพิมพ์หนังสือพิมพ์เป็นเวลาหลายวัน และหลายฉบับหลังจากที่เซเลอร์มูนตอนที่45 ได้แพร่ภาพ เนื่องจากเป็นตอนที่สะเทือนอารมณ์สำหรับผู้ขมากโดยเฉพาะเด็กๆ ที่พากันป่วยและไม่ยอมทานข้าว (ญี่ปุ่น) - รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 15 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 1 เซเลอร์มูน - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตอนที่ 31 ตามรักตามล่า! วันชุลมุนของลูน่า - อันดับที่ 3 ตอนที่ 24 นารุเสียน้ำตา! จุดจบความรักของเนฟไลท์ - อันดับที่ 6 ตอนที่ 34 วันที่คริสตัลเงินเปล่งแสง! เจ้าหญิงแห่งดวงจันทร์เผยโฉม - อันดับที่ 9 ตอนที่ 35 ความทรงจำกลับคืนมา! อดีตของอุซางิกับมาโมรุ - อันดับที่ 11 ตอนที่ 27 รักนี้แด่อามิ? เด็กหนุ่มผู้หยั่งรู้อนาคต - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 1 มิซูโนะ อามิ - อันดับที่ 2 ทสึคิโนะ อุซางิ - อันดับที่ 5 ไอโนะ มินาโกะ - อันดับที่ 6 ฮิโนะ เรย์ - อันดับที่ 10 คิโนะ มาโคโตะ - อันดับที่ 52 โอซากะ นารุ - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับที่ 4 หน้ากากทักซิโด้ - อันดับที่ 10 ซอยไซต์ - อันดับที่ 17 เนฟไลท์ - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตำนานแสงจันทร์ - อันดับอื่นๆ พรินเซสมูน และฮาร์ท มูฟวิ่ง (ตามลำดับ) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ) - อันดับที่ 3 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ) - อันดับที่ 13 โทมิซาว่า มิจิเอะ (ฮิโนะ เรย์) - อันดับที่ 19 ฟุรุยะ โทรุ (หน้ากากทักซิโด้)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 16 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 2 เซเลอร์มูน R - อันดับที่ 5 เซเลอร์มูน - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตอนที่ 45 อวสานนักรบเซเลอร์! วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย - อันดับที่ 2 ตอนที่ 46 ความปรารถนาของอุซางิจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ จุติในภพใหม่ - อันดับที่ 8 ตอนที่ 68 คุ้มครองอุซางิน้อยสิ! การปะทะดุเดือดของ 10 ยอดนักรบ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 71 เพื่อมิตรภาพ! อามิปะทะเบลเช่อย่างจัง - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 62 มิตรภาพของอัศวินเซเลอร์ ลาก่อนนะอามิจัง - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 2 มิซูโนะ อามิ - อันดับที่ 4 ไอโนะ มินาโกะ - อันดับที่ 5 ทสึคิโนะ อุซางิ - อันดับที่ 10 ฮิโนะ เรย์ - อันดับที่ 12 คิโนะ มาโคโตะ - อันดับอื่นๆ อุซางิน้อย เพ็ทซ์ และเซเลอร์พลูโต (ตามลำดับ) - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับที่ 7 หน้ากากทักซิโด้ - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตำนานแสงจันทร์ (เซเลอร์มูนR) - อันดับที่ 7 โอโตเมะ โนะ โพลิซี่ (เซเลอร์มูนR) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ) - อันดับที่ 3 เมงุมิ โองาตะ (เพ็ซท์) - อันดับที่ 4 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ) - อันดับที่ 17 ฟูคามิ ริกะ (ไอโนะ มินาโกะ) - อันดับที่ 19 โทมิซาว่า มิจิเอะ (ฮิโนะ เรย์)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 17 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 2 เซเลอร์มูน S - อันดับที่ 10 เซเลอร์มูน R ภาคโรงภาพยนตร์ - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตอนที่ 110 จุดจบของพวกยูเรนัส ทาริสแมนปรากฏ - อันดับที่ 7 ตอนที่ 88 การต่อสู้นัดตัดสินระว่างแสงสว่างและความมืด! สาบานรักสู่อนาคต - อันดับที่ 8 ตอนที่ 106 สายสัมพันธ์แห่งโชคชะตา วันอันแสนไกลของฮารุกะ - อันดับที่ 9 ตอนที่ 97 วังวนแห่งสายน้ำ อามิคือเป้าหมาย - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 100 อยากเลิกเป็นนักรบเซเลอร์ ความกังวลของมินาโกะ - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 1 เทนโอ ฮารุกะ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 5 มิซูโนะ อามิ (เซเลอร์มูน R) - อันดับที่ 9 ไอโนะ มินาโกะ (เซเลอร์มูน R) - อันดับที่ 10 ทสึคิโนะ อุซางิ (เซเลอร์มูน R) - อันดับที่ 15 โทโมเอะ โฮตารุ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 18 ไคโอ มิจิรุ (เซเลอร์มูน S) - อันดับอื่นๆ คิโนะ มาโคโตะ ฮิโนะ เรย์ เซเลอร์พลูโต และมิเมท (ตามลำดับ) - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับที่ 12 จิบะ มาโมรุ (เซเลอร์มูน R) - อันดับที่ 15 โทโมเอะ โซอิจิ (เซเลอร์มูน S) - อันดับอื่นๆ ซาฟิล (เซเลอร์มูน R) - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 7 ตำนานแสงจันทร์ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 8 Moon Revenge (เซเลอร์มูน R ภาคโรงภาพยนตร์) - อันดับที่ 16 ตำนานแสงจันทร์ (เซเลอร์มูนR) - อันดับอื่นๆ โอโตเมะ โนะ โพลิซี่ (เซเลอร์มูนR) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 1 เมงุมิ โองาตะ (เท็นโอ ฮารุกะ) - อันดับที่ 4 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ) - อันดับที่ 5 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 18 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 11 เซเลอร์มูน S - อันดับที่ 15 เซเลอร์มูน SuperS - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 14 ตอนที่ 125 แสงสว่างจากดาวตก แซทเทิร์นและผู้ช่วยโลกแห่งความมืด - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 151 จุดชนวนระเบิดพลังแท้จริง การค้นหาใจอามิ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 149 กระจกแห่งความฝัน เวทีสุดท้ายของอเมซอนทรีโอ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 126 ชีวิตใหม่ เวลาจากการกันของเหล่าดวงดาวแห่งโชคชะตา - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 127 สำนึกตนของอัศวินเซเลอร์ ความแข็งแกร่งอยู่ในจิตใจอันบริสุทธิ์ - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 7 เทนโอ ฮารุกะ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 16 มิซูโนะ อามิ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 20 ทสึคิโนะ อุซางิ (เซเลอร์มูน S) - อันดับอื่นๆ โทโมเอะ โฮตารุ ไอโนะ มินาโกะ และอุซางิน้อย (ตามลำดับ) - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับอื่นๆ จิบะ มาโมรุ (เซเลอร์มูน SuperS) - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 18 ราชิคุ อิกิมาโชว (เซเลอร์มูน SuperS) - อันดับอื่นๆ มูนไลท์ เด็นเซ็ทสึ (เอส) ทักซิโด้ มิราจ และวาตาชิ ตาจินิ นาริตะคุเตะ (ตามลำดับ) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 เมงุมิ โองาตะ (เท็นโอ ฮารุกะ) - อันดับที่ 7 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ) - อันดับที่ 12 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 19 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 5 เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส - ตอนยอดนิยม- อันดับอื่นๆ ตอนที่ 172 พลังดวงจันทร์แห่งรัก เวลาของฝันร้ายถึงคราวอวสาน - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 162 ความฝันจงอยู่ชั่วนิรันด์ ที่สวรรค์แห่งแสงสว่าง - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 184 ค่ำคืนเพียงเรา 2 ช่วงปัญหาของอุซางิ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 180 แสงเรียกจากดวงดาว การมีส่วนร่วมสงครามของพวกฮารุกะ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 167 ดอกไม้ของความฝันร่วงโรย ราชินีแห่งความมืดคืนชีพ - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 6 เทนโอ ฮารุกะ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับที่ 10 ทสึคิโนะ อุซางิ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับที่ 20 มิซูโนะ อามิ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับอื่นๆ โทโมเอะ โฮตารุ ไอโนะ มินาโกะ และอุซางิน้อย (ตามลำดับ) - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับที่ 20 เซยะ โค (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับอื่นๆ จิบะ มาโมรุ (เซเลอร์มูน SuperS) - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 11 Sailor Stars Song (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับที่ 16 มูนไลท์ เด็นเซ็ทสึ (เซเลอร์มูน SuperS) - อันดับอื่นๆ ราชิคุ อิกิมัสโช และ คาเสะ โมะ โซระ โมะ คิตโตะ (ตามลำดับ) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 เมงุมิ โองาตะ (เท็นโอ ฮารุกะ) - อันดับที่ 5 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ) - อันดับที่ 20 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 20 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 11 เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 3 ตอนที่ 200 ความรักของอุซางิ!แสงจันทร์ส่องสว่างไปทั่วกาแลคซี่ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 198 เมื่อเหล่าดวงดาวหายไป วาระสุดท้ายของพวกยูเรนัส - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 14 เทนโอ ฮารุกะ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับอื่นๆ ทสึคิโนะ อุซางิ และมิซูโนะ อามิ (ตามลำดับ) - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่อื่นๆ มูนไลท์ เด็นเซ็ทสึ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับอื่นๆ Sailor Stars Song (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 เมงุมิ โองาตะ (เท็นโอ ฮารุกะ) - อันดับที่ 8 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ)- รางวัล Animedia Japan 1995 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 3 เซเลอร์มูน เอส ด้วยคะแนน 3,987 คะแนน - ตัวละครนำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 1 เทนโอ ฮารุกะ - อันดับที่ 7 สึคิโนะ อุซางิ- อันดับที่ 10 เซเลอร์มูน ใน 25 อะนิเมะตลอดกาล จากนิตยสาร Newtype USA (อเมริกา) - อันดับที่ 19 จาก TV Asahi Top 100 Anime (ญี่ปุ่น) - อันดับที่ 18 จาก TV Asahi Top 100 Anime ครั้งที่ 2 (ญี่ปุ่น) - อันดับที่ 30 จากผลโหวตออนไลน์อะนิเมะยอดนิยม จากช่องทีวี TV Asahi ปี 2006 ด้วยคะแนน 647 คะแนน (ญี่ปุ่น) - อันดับที่ 9 เซเลอร์มูน Best Anime Media in 1990-1999 จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - อันดับที่ 38 เซเลอร์มูน Best Anime Media จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - อะนิเมะจ 100 เรื่องอมตะแห่งศตวรรษที่ 20 เมื่อ 15 มกราคม พ.ศ. 2544 อันดับที่ 71 เซเลอร์มูน (ทีวีซีรีส์) พ.ศ. 2535 (ญี่ปุ่น)รางวัลและความนิยมด้านภาพยนตร์อะนิเมะชั่นรางวัลและความนิยมด้านภาพยนตร์อะนิเมะชั่น. - เซเลอร์มูน R "สงครามปีศาจดอกไม้จากอวกาศ" และเมคอัพ! เซเลอร์เซนชิ- รายได้รวม อันดับที่ 157 22.1 ร้อยล้านเยน 773.5ล้านบาท (อันดับที่ 62 ภาพยนตร์อะนิเมะ)- อันดับ 7 ในปี 1994 13 ร้อยล้านเยน อีก 9.1 ร้อยล้านอยู่ในปี 1993 - เซเลอร์มูน S "แผนยึดครองโลกของเจ้าหญิงหิมะ"- รายได้รวม อันดับที่ 238 17.9 ร้อยล้านเยน 626.5ล้านบาท (อันดับที่ 89 ภาพยนตร์อะนิเมะ)- อันดับ 7 ในปี 1995 10.5 ร้อยล้านเยน อีก 7.4 ร้อยล้านอยู่ในปี 1994 - เซเลอร์มูน SuperS "รวมพลังอัศวินเซเลอร์ทั้ง 9! ปาฏิหาริย์แห่งแบล็กดรีมโฮล" และเซเลอร์มูน SuperS "ความรักครั้งแรกของอามิจัง"- รายได้รวม 600 ล้านเยน 240.1 ล้านบาทส่วนเกี่ยวข้องส่วนเกี่ยวข้อง. - เซยะ โค () หรือ เซเลอร์สตาร์ไฟท์เตอร์ () อัศวินเซเลอร์ในภาคสตาร์สมีชื่อเรียกอีกหนึ่งชื่อว่า โฮชิ โนะ () - เนื้อเรื่องและตัวละครของเซเลอร์มูนถูกวาดขึ้น โดยใช้หลักดาราศาสตร์เป็นหลักผสมกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้าโบราณ ในประเทศกรีก - สัญลักษณ์ประจำตัวอัศวินเซเลอร์แต่ละคน เป็นสัญลักษณ์ประจำดาวเคราะห์แต่ละดวงของโรมัน - เดธบัสเตอร์ กลุ่มปีศาจจากเซเลอร์มูน เอส วาดโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ผสมกับอารยธรรมอิยิปต์โบราณเข้าไว้ด้วยกัน - เดดมูน กลุ่มปีศาจจากเซเลอร์มูน ซูเปอร์เอส ออกแบบให้เป็นคณะละครสัตว์ผสมกับความลึกลับของป่าอเมซอนอีกด้วย - กระจกของเนเลเฮเนียใน เซเลอร์มูน ซูเปอร์เอส นั้นมาจากกระจกโบราณในห้องนอนของ นาโอโกะ ทาเคอุจิ - เนื้อเพลงที่โทโมเอะ โฮตารุ อ่านในมังงะตอนที่ 39 ในเล่มที่ 14 ต่างกับที่ลงไว้ในนิตยสาร นากาโยชิ - อัศวินเงาพระจันทร์ ตัวละครจากเรื่องเซเลอร์มูน อาร์ ไม่มีลงในมังงะ แต่มีลงในอะนิเมะเท่านั้น เช่นเดียวกับ เอลและแอน ศัตรูในภาคนี้เช่นเดียวกัน - วิดีโอของ TIGA เรื่องเซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์สในตอนที่ 172 ได้ตัดภาพตอนที่เซเลอร์แซทเทิร์นฟันง้าวแห่งความเงียบงันออก โดยไม่ทราบเหตุผลแต่อย่างใด - วิดีโอของไรท์ พิคเจอร์ เรื่องเซเลอร์มูน เอส เรื่องเซเลอร์แซทเทิร์นว่า เซเลอร์ซาตาน ซึ่งเป็นคำอ่านของภาษาญี่ปุ่น - ตัวละคร ฮิโนะ เร () ในมังงะลักษณะนิสัยและท่าทางต่างกับอะนิเมะเป็นอย่างมากรวมไปถึงภาคละครโทรทัศน์อีกด้วย - เทนโอ ฮารุกะ หรือเซเลอร์ยูเรนัส ใช้คำแทนตัวเองเวลาพูดกับมิจิรุ ว่า "Boku" ซึ่งแปลว่า "ผม" ในภาษาไทย! - ตัวละครชื่อ ซอยไซต์ ศัตรูในภาคแรก ถูกพากย์เสียงให้เป็นผู้หญิงในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา - ในปีพ.ศ. 2541ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เซเลอร์มูนถูกเสนอให้ทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดในรูปแบบคนแสดง แต่ติดปัญหาการเจรจากับค่ายโคดันฉะ - เซเลอร์พลูโต ในภาพยนตร์ ภาคเอสในเวลาที่ 00:49:25 นาที มีแขนเสื้อในชุดเซเลอร์เป็นครั้งแรก - ภาพยนตร์ในภาคอาร์อยู่ในช่วง ตอนที่ 77 - ตอนที่ 82 - ต่างหู กุหลาบสีชมพูของ คิโนะ มาโกโตะ (「木野まこと」) หรือ เซเลอร์จูปิเตอร์ (「セーラージュピター」) มีความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่อง เพราะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ตอนที่มาโกโตะปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก มาโกโตะสามารถนำมาใช้ดึงดูดความสนใจของซอยไซต์ในการต่อสู้ของเธอได้และด้วยความที่ต่างหูนี้ เป็นดอกกุหลาบเหมือนกัน ทำให้มีลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์ของ ชิบะ มาโมรุ (「地場 衛」) หรือ หน้ากากทักซิโด (「タキシード仮面 ทากิชิโดะคะเมน」) ทำให้สึคิโนะ อุซางิ (「月野うさぎ」) หรือ เซเลอร์มูน (「セーラームーン」) เห็นและได้สติคืนมา หลังจากที่โดนดอกไม้ของ เนเฮเลเนียสะกดจิต ทำให้มีกำลังใจต่อสู้กับเนเฮเลเนีย สามารถนำ มาโมรุ กลับคืนมาได้บิโชโจ เซนชิ เซเลอร์มูน คริสตัล (2557) บิโชโจ เซนชิ เซเลอร์มูน คริสตัล (2557). ดูบทความเพิ่มเติมได้ที่ เซเลอร์มูน คริสตัล
| ใครเป็นผู้วาดการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องเซเลอร์มูน | {
"answer": [
"นาโอโกะ ทาเคอุจิ"
],
"answer_begin_position": [
156
],
"answer_end_position": [
172
]
} |
2,793 | 12,548 | เซเลอร์มูน เซเลอร์มูน () () เป็นชื่อของการ์ตูนญี่ปุ่นสำหรับผู้หญิง วาดโดยนาโอโกะ ทาเคอุจิ ลงตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในนิตยสารนาคาโยชิ ของสำนักพิมพ์โคดันฉะ ประเทศญี่ปุ่น ส่วนฉบับรวมเล่มมีความยาว 18 เล่มจบ อีกทั้งยังมีการ์ตูนที่แตกออกจากเรื่องนี้อีกมากมาย รวมทั้งนำเสนอในสื่อหลายประเภท เป็นต้นว่า ภาพยนตร์อะนิเมะ, ละครเวที, เกม และละครโทรทัศน์ แนวโทคุซัทสึต้นกำเนิด ต้นกำเนิด. เรื่องราวหลักๆ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวร่างจุติของผู้พิทักษ์อาณาจักรใน ระบบสุริยะจักรวาล ที่ถูกทำลาย และการต่อสู้กับอำนาจชั่วร้ายของเหล่าผู้พิทักษ์ในชุดกะลาสี ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างเนื้อเรื่องที่โรแมนติกในแบบการ์ตูนผู้หญิง กับ ฉากการต่อสู้กับเหล่าร้าย ที่ส่วนใหญ่มักจะพบเห็นแต่เฉพาะในการ์ตูนผู้ชายได้อย่างลงตัว ทำให้เซเลอร์มูนได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่เด็กผู้หญิง โดยหนังสือการ์ตูนฉบับรวมเล่มทั้ง 18 เล่ม มียอดขายรวมสูงถึง 12 ล้านเล่ม (ข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2546 ) เมื่อนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อะนิเมะออกอากาศทางโทรทัศน์ เซเลอร์มูนก็ยิ่งมีกลุ่มผู้ชมที่กว้างขวางมากขึ้น จนได้ออกอากาศติดต่อกันยาวนานถึง 5 ปี เพราะแฟนๆ เรียกร้องให้สร้างภาคอะนิเมะฉายทางโทรทัศน์ต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเนื้อเรื่องได้จบลงอย่างสมบูรณ์ในภาค Stars อีกทั้งยังมีหุ่นโมเดลต่างๆ และอุปกรณ์ของเล่นที่ใช้ในการแปลงกายหรือต่อสู้ของเซเลอร์มูนผลิตออกมาจำหน่ายอย่างมากมาย ในปี พ.ศ. 2536 เซเลอร์มูน ได้รับรางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยม สาขาการ์ตูนผู้หญิง ครั้งที่ 17 ของสำนักพิมพ์โคดันฉะ และในปีเดียวกันก็ได้รับการโหวตให้เป็นภาพยนตร์อะนิเมะยอดนิยมอันดับ 1 ในการประกาศผลรางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 15 ที่จัดโดยนิตยสาร Animage ด้วย ในปี พ.ศ. 2555 ได้มีประกาศจากงานอีเว้นท์ทอล์คครบรอบ 20 ปี เซเลอร์มูนว่าจะมีการสร้างเป็นอะนิเมะฉบับใหม่ ซึ่งจะออกอากาศในฤดูร้อน ปี พ.ศ. 2556 พร้อมกันทั่วโลก โดยเพลงหลักของเรื่องใหม่จะร้องโดยวงโมะโมะอิโระโคลเวอร์ Z อีกด้วย ต่อมาเมื่อเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2556 ได้มีการประกาศจากงานอีเว้นท์ทอล์คครบรอบ 20 ปี เซเลอร์มูน ภาค 2 ว่ามีกำหนดการเลื่อนออกอากาศจากเดิมฤดูร้อนปี พ.ศ. 2556 มาเป็นช่วงปี พ.ศ. 2557 แทน โดยจะมีการออกอากาศให้ชมพร้อมกันทั่วโลกผ่านเว็บสตรีมมิ่งชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง นิโคะนิโคะโดงะ อีกทั้งวงโมะโมะอิโระโคลเวอร์ Z จะมาร้องเพลงประกอบซีรีส์ให้ทั้งเพลงเปิดและเพลงปิดอีกด้วย โดยในเดือน เมษายน พ.ศ. 2557 นี้ ได้มีการประกาศใช้ชื่อของอะนิเมะเรื่องใหม่อย่างเป็นทางการว่า บิโชโจ เซนชิ เซเลอร์มูน คริสตัล หรือ Pretty Guardian Sailor Moon Crystal (美少女戦士セーラームーンCrystal - Bishōjo Senshi Sērāmūn Kurisutaru) และอะนิเมะจะมีจำนวนตอนทั้งหมด 26 ตอน โดยออกอากาศทุกๆวันเสาร์ที่ 1 และ 3 ของทุกๆเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557เรื่องย่อ เรื่องย่อ. วันหนึ่งในเมืองอาซาบุจูบัง สึคิโนะ อุซางิ นักเรียนสาวชั้น มัธยมศึกษาปีที่2 ที่แสนจะซุ่มซ่าม เรียนไม่ดี กีฬาก็ไม่เก่ง ได้พบกับลูนาร์ แมวดำประหลาดซึ่งมีรูปจันทร์เสี้ยวที่หน้าผาก ลูนาร์ได้มอบปากกาและเข็มกลัดวิเศษให้แก่อุซางิ ทำให้เธอสามารถแปลงร่างเป็นเซเลอร์มูน เข้าต่อสู้กับเหล่าร้ายเพื่อรักษาความสงบสุขของโลก ร่วมกับพรรคพวกอัศวินเซเลอร์คนอื่นๆ ที่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาในภายหลังตัวละครอัศวินเซเลอร์ (ประจำดาวเคราะห์วงใน)ตัวละคร. อัศวินเซเลอร์ (ประจำดาวเคราะห์วงใน). - สึคิโนะ อุซางิ () หรือ เซเลอร์มูน ()- มิซุโนะ อามิ () หรือ เซเลอร์เมอร์คิวรี่ ()- ฮิโนะ เร () หรือ เซเลอร์มาร์ส ()- คิโนะ มาโกโตะ () หรือ เซเลอร์จูปิเตอร์ ()- ไอโนะ มินาโกะ () หรือ เซเลอร์วีนัส ()อัศวินเซเลอร์ (ประจำดาวเคราะห์วงนอก)อัศวินเซเลอร์ (ประจำดาวเคราะห์วงนอก). - เทนโอ ฮารุกะ () หรือ เซเลอร์ยูเรนัส ()- ไคโอ มิจิรุ () หรือ เซเลอร์เนปจูน ()- เมโอ เซ็ตสึนะ () หรือ เซเลอร์พลูโต ()- โทโมเอะ โฮตารุ () หรือ เซเลอร์แซทเทิร์น ()บุคคลผู้มีความเกี่ยวข้องบุคคลผู้มีความเกี่ยวข้อง. - ชิบะ มาโมรุ () หรือ หน้ากากทักซิโด () หรือ เจ้าชายเอ็นดิเมียน / คิง เอ็นดิเมียน}}- อุซางิน้อย () หรือ เซเลอร์มูนน้อย () หรือ ท่านหญิงน้อย ()- จิบิจิบิ () หรือ เซเลอร์จิบิจิบิ ()อัศวินเซเลอร์ คนอื่นๆเซเลอร์ ควอเต็ทอัศวินเซเลอร์ คนอื่นๆ. เซเลอร์ ควอเต็ท. - เซเลอร์ควอเต็ท ()สตาร์ไลท์สตาร์ไลท์. - เซเลอร์สตาร์ไลท์ () นักพากย์ไทย : รัชนี อารีย์รักษ์วานิช (TIGA)เซเลอร์ คอสมอสเซเลอร์ คอสมอส. - เซเลอร์คอสมอส ()แมวผู้พิทักษ์เซเลอร์มูนแมวผู้พิทักษ์เซเลอร์มูน. - ลูนาร์ () นักพากย์ไทย : รัชนี อารีย์รักษ์วานิช (TIGA) , อรุณี นันทิวาส (ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ปี 2537) , ศันสนีย์ ติณห์กีรดีศ (ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ปี 2554) , ฉันทนา ธาราจันทร์ (ไรท์บียอนด์)- อาร์เตมิส ()- ไดอาน่า ()- ลูนาร์ พี ()เหล่าร้ายเหล่าร้าย. - ดาร์กคิงดอม ()- ต้นไม้แห่งโลกปีศาจและมนุษย์ต่างดาว ()- แบล็กมูน ()- เดธบัสเตอร์ ()- เดดมูน ()- ชาโดว์กาแล็กติก้า ()ตัวละครอื่นๆตัวละครอื่นๆ. - ฟุรุฮาตะ โมโตกิ ()- ฟุรุฮาตะ อุนาสึกิ ()- โอซากะ นารุ ()- อุมิโนะ คุริโอะ ()รายชื่อตอนรางวัลและความนิยมรางวัลและความนิยมด้านหนังสือการ์ตูน (มังงะ)รางวัลและความนิยม. รางวัลและความนิยมด้านหนังสือการ์ตูน (มังงะ). - รางวัลการ์ตูนผู้หญิงยอดเยี่ยมในปี พ.ศ. 2536 ในงานประกาศผล โคดันฉะมังงะโช ครั้งที่ 17 (ญี่ปุ่น) - รางวัล 2011 Manga Trade Paperback of the Year ในปี พ.ศ. 2554 จากรางวัล The Diamond Gem Awards (อเมริกา) - รางวัล Sondermann Award จากงาน Frankfurt Book Fair ในปี พ.ศ. 2555 (เยอรมนี) - ยอดขายฉบับหนังสือการ์ตูนสูงถึง 12 ล้านเล่ม (ญี่ปุ่น) - ในปี พ.ศ. 2537 ได้จัดนิทรรศการภาพเซเลอร์มูนของอาจารย์นาโอโกะ ทาเคอุจิ ที่อิเซตัน ในชินจูกุ (ญี่ปุ่น)รางวัลและความนิยมด้านวิดีโอเกมและของเล่นรางวัลและความนิยมด้านวิดีโอเกมและของเล่น. - รางวัลการ์ดเกมที่ยอมเยี่ยม ในปี พ.ศ. 2543 จากรางวัล Origins Award 2000 (อเมริกา) - จำนวนสินค้าเซเลอร์มูน ฉบับอะนิเมะชั่นมีจำนวนทั้งสิ้น 1,200 ชนิด (ญี่ปุ่น) - ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535-พ.ศ. 2540 สามารถขายลิขสิทธิ์ตัวละครเซเลอร์มูนได้มากกว่า 100,000,000,000 เยน (ญี่ปุ่น) - ในปี พ.ศ. 2537 สินค้าคาแรคเตอร์มียอดจำนายสูงถึง 260,000,000,000 เยน (ญี่ปุ่น) - ยอดขายไอเท็มแปลงร่าง สามารถขายได้รวม 2,800,000 ชิ้น ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2544 (ญี่ปุ่น) - ยอดขายคฑามูนสติ๊ค ของบันไดนับตั้งแต่ขายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2536 สามารถขายได้ 500,000 ชิ้น (ญี่ปุ่น) - ยอดขายคฑาคิวตี้มูนร็อด ของบันไดสามารถขายได้ 800,000 ชิ้น (ญี่ปุ่น) - ยอดขายคฑาสไปรัลมูนฮาร์ทร็อด ของบันไดสามารถขายได้ 460,000 ชิ้น (ญี่ปุ่น) - ยอดขายชุดอัศวินเซเลอร์ขนาดเด็ก สามารถขายได้มากกว่า 330,000 ชุด (ญี่ปุ่น) - ยอดขายตุ๊กตา เซเลอร์มูน R ของบันไดนับตั้งแต่ขายเดือนเมษายน พ.ศ. 2536 1 ล้านตัวภายใน 9 เดือน (ญี่ปุ่น) - ยอดขายนาฬิกาฮัตโตริ เซโกะที่ได้เปิดตัวนาฬิกาเซเลอร์มูน R ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2536 ขายได้ 166,000เรือน ถึงสิ้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2537 (ญี่ปุ่น)รางวัลและความนิยมด้านดนตรีรางวัลและความนิยมด้านดนตรี. - รางวัลแผ่นเสียงทองคำ สาขาอะนิเมะชั่น จากอัลบั้ม เซเลอร์มูน-ความรักอยู่หนใด- ในปี พ.ศ. 2535 จากรางวัล Japan Gold Disc Awards ครั้งที่ 7 ของค่ายโคลัมเบียเจแปน (ญี่ปุ่น) - อัลบั้มเซเลอร์มูน SuperS ธีมซองค์คอลเลคชั่น (เทปคาสเซ็ท) ติดยอดขายอันดับ 1 ในชาร์ตโอริค่อนประจำสัปดาห์ สาขาเทปคาสเซ็ท ในปี พ.ศ. 2538 - รางวัล JASRAC สาขานานาชาติ เซเลอร์มูน (BGM) ผู้แต่งโดยทากะโนริ อาริซาวะ ในปี พ.ศ. 2540 จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - รางวัล JASRAC สาขานานาชาติ เซเลอร์มูน (BGM) ผู้แต่งโดยทากะโนริ อาริซาวะ ในปี พ.ศ. 2542 จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - รางวัล JASRAC สาขานานาชาติ เซเลอร์มูน (BGM) ผู้แต่งโดยทากะโนริ อาริซาวะ ในปี พ.ศ. 2543 จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - ยอดขายซีดีโคโระจัง แพ็ค 4 อัลบั้มสามารถขายได้มากกว่า 500,000 แผ่นในปี พ.ศ. 2537 (ญี่ปุ่น) - จำนวนผู้ชม เซเลอร์มูน ฉบับละครเวที ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี พ.ศ. 2545 มีจำนวนผู้ชมทั้งสิ้น 460,000 คน (ญี่ปุ่น)รางวัลและความนิยมด้านทีวีรางวัลและความนิยมด้านทีวี. - เรทติ้งเซเลอร์มูน ฉบับอะนิเมะในภูมิภาคเขตคันโต สำรวจโดยวิดีโอรีเซิร์ช เรทติ้งทีวีสูงสุดอยู่ที่ 16.3% (จากวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 จากตอนที่ 28 ของภาคอาร์) (ญี่ปุ่น) - เรทติ้งเซเลอร์มูน ฉบับภาคคนแสดงในภูมิภาคเขตคันโต สำรวจโดยวิดีโอรีเซิร์ช เรทติ้งทีวีสูงสุดอยู่ที่ 5.1% (จากวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2547 จากตอนที่ 23) (ญี่ปุ่น) - ยอดขายวิดีโอฉบับอะนิเมะชั่น (วิดีโอให้เช่า วิดีโอ (ขาย) เลเซอร์ดิสก์ และเลเซอร์ดิสก์คาราโอเกะ) 1,600,000 แผ่น (ญี่ปุ่น) - ยอดขายวิดีโอฉบับภาคคนแสดง (วิดีโอ และดีวีดี) ตั้งแต่ 1-8 ทำรายได้มากกว่า 110,000 แผ่น (ญี่ปุ่น) - วิดีโอเซเลอร์มูน R ม้วน 1 และม้วน 2 สามารถทำยอดขายได้ 80,000 ม้วน (ญี่ปุ่น) - เรื่องราวของเซเลอร์มูนถูกตีพิมพ์หนังสือพิมพ์เป็นเวลาหลายวัน และหลายฉบับหลังจากที่เซเลอร์มูนตอนที่45 ได้แพร่ภาพ เนื่องจากเป็นตอนที่สะเทือนอารมณ์สำหรับผู้ขมากโดยเฉพาะเด็กๆ ที่พากันป่วยและไม่ยอมทานข้าว (ญี่ปุ่น) - รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 15 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 1 เซเลอร์มูน - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตอนที่ 31 ตามรักตามล่า! วันชุลมุนของลูน่า - อันดับที่ 3 ตอนที่ 24 นารุเสียน้ำตา! จุดจบความรักของเนฟไลท์ - อันดับที่ 6 ตอนที่ 34 วันที่คริสตัลเงินเปล่งแสง! เจ้าหญิงแห่งดวงจันทร์เผยโฉม - อันดับที่ 9 ตอนที่ 35 ความทรงจำกลับคืนมา! อดีตของอุซางิกับมาโมรุ - อันดับที่ 11 ตอนที่ 27 รักนี้แด่อามิ? เด็กหนุ่มผู้หยั่งรู้อนาคต - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 1 มิซูโนะ อามิ - อันดับที่ 2 ทสึคิโนะ อุซางิ - อันดับที่ 5 ไอโนะ มินาโกะ - อันดับที่ 6 ฮิโนะ เรย์ - อันดับที่ 10 คิโนะ มาโคโตะ - อันดับที่ 52 โอซากะ นารุ - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับที่ 4 หน้ากากทักซิโด้ - อันดับที่ 10 ซอยไซต์ - อันดับที่ 17 เนฟไลท์ - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตำนานแสงจันทร์ - อันดับอื่นๆ พรินเซสมูน และฮาร์ท มูฟวิ่ง (ตามลำดับ) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ) - อันดับที่ 3 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ) - อันดับที่ 13 โทมิซาว่า มิจิเอะ (ฮิโนะ เรย์) - อันดับที่ 19 ฟุรุยะ โทรุ (หน้ากากทักซิโด้)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 16 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 2 เซเลอร์มูน R - อันดับที่ 5 เซเลอร์มูน - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตอนที่ 45 อวสานนักรบเซเลอร์! วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย - อันดับที่ 2 ตอนที่ 46 ความปรารถนาของอุซางิจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ จุติในภพใหม่ - อันดับที่ 8 ตอนที่ 68 คุ้มครองอุซางิน้อยสิ! การปะทะดุเดือดของ 10 ยอดนักรบ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 71 เพื่อมิตรภาพ! อามิปะทะเบลเช่อย่างจัง - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 62 มิตรภาพของอัศวินเซเลอร์ ลาก่อนนะอามิจัง - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 2 มิซูโนะ อามิ - อันดับที่ 4 ไอโนะ มินาโกะ - อันดับที่ 5 ทสึคิโนะ อุซางิ - อันดับที่ 10 ฮิโนะ เรย์ - อันดับที่ 12 คิโนะ มาโคโตะ - อันดับอื่นๆ อุซางิน้อย เพ็ทซ์ และเซเลอร์พลูโต (ตามลำดับ) - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับที่ 7 หน้ากากทักซิโด้ - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตำนานแสงจันทร์ (เซเลอร์มูนR) - อันดับที่ 7 โอโตเมะ โนะ โพลิซี่ (เซเลอร์มูนR) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ) - อันดับที่ 3 เมงุมิ โองาตะ (เพ็ซท์) - อันดับที่ 4 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ) - อันดับที่ 17 ฟูคามิ ริกะ (ไอโนะ มินาโกะ) - อันดับที่ 19 โทมิซาว่า มิจิเอะ (ฮิโนะ เรย์)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 17 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 2 เซเลอร์มูน S - อันดับที่ 10 เซเลอร์มูน R ภาคโรงภาพยนตร์ - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 1 ตอนที่ 110 จุดจบของพวกยูเรนัส ทาริสแมนปรากฏ - อันดับที่ 7 ตอนที่ 88 การต่อสู้นัดตัดสินระว่างแสงสว่างและความมืด! สาบานรักสู่อนาคต - อันดับที่ 8 ตอนที่ 106 สายสัมพันธ์แห่งโชคชะตา วันอันแสนไกลของฮารุกะ - อันดับที่ 9 ตอนที่ 97 วังวนแห่งสายน้ำ อามิคือเป้าหมาย - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 100 อยากเลิกเป็นนักรบเซเลอร์ ความกังวลของมินาโกะ - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 1 เทนโอ ฮารุกะ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 5 มิซูโนะ อามิ (เซเลอร์มูน R) - อันดับที่ 9 ไอโนะ มินาโกะ (เซเลอร์มูน R) - อันดับที่ 10 ทสึคิโนะ อุซางิ (เซเลอร์มูน R) - อันดับที่ 15 โทโมเอะ โฮตารุ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 18 ไคโอ มิจิรุ (เซเลอร์มูน S) - อันดับอื่นๆ คิโนะ มาโคโตะ ฮิโนะ เรย์ เซเลอร์พลูโต และมิเมท (ตามลำดับ) - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับที่ 12 จิบะ มาโมรุ (เซเลอร์มูน R) - อันดับที่ 15 โทโมเอะ โซอิจิ (เซเลอร์มูน S) - อันดับอื่นๆ ซาฟิล (เซเลอร์มูน R) - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 7 ตำนานแสงจันทร์ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 8 Moon Revenge (เซเลอร์มูน R ภาคโรงภาพยนตร์) - อันดับที่ 16 ตำนานแสงจันทร์ (เซเลอร์มูนR) - อันดับอื่นๆ โอโตเมะ โนะ โพลิซี่ (เซเลอร์มูนR) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 1 เมงุมิ โองาตะ (เท็นโอ ฮารุกะ) - อันดับที่ 4 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ) - อันดับที่ 5 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 18 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 11 เซเลอร์มูน S - อันดับที่ 15 เซเลอร์มูน SuperS - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 14 ตอนที่ 125 แสงสว่างจากดาวตก แซทเทิร์นและผู้ช่วยโลกแห่งความมืด - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 151 จุดชนวนระเบิดพลังแท้จริง การค้นหาใจอามิ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 149 กระจกแห่งความฝัน เวทีสุดท้ายของอเมซอนทรีโอ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 126 ชีวิตใหม่ เวลาจากการกันของเหล่าดวงดาวแห่งโชคชะตา - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 127 สำนึกตนของอัศวินเซเลอร์ ความแข็งแกร่งอยู่ในจิตใจอันบริสุทธิ์ - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 7 เทนโอ ฮารุกะ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 16 มิซูโนะ อามิ (เซเลอร์มูน S) - อันดับที่ 20 ทสึคิโนะ อุซางิ (เซเลอร์มูน S) - อันดับอื่นๆ โทโมเอะ โฮตารุ ไอโนะ มินาโกะ และอุซางิน้อย (ตามลำดับ) - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับอื่นๆ จิบะ มาโมรุ (เซเลอร์มูน SuperS) - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 18 ราชิคุ อิกิมาโชว (เซเลอร์มูน SuperS) - อันดับอื่นๆ มูนไลท์ เด็นเซ็ทสึ (เอส) ทักซิโด้ มิราจ และวาตาชิ ตาจินิ นาริตะคุเตะ (ตามลำดับ) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 เมงุมิ โองาตะ (เท็นโอ ฮารุกะ) - อันดับที่ 7 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ) - อันดับที่ 12 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 19 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 5 เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส - ตอนยอดนิยม- อันดับอื่นๆ ตอนที่ 172 พลังดวงจันทร์แห่งรัก เวลาของฝันร้ายถึงคราวอวสาน - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 162 ความฝันจงอยู่ชั่วนิรันด์ ที่สวรรค์แห่งแสงสว่าง - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 184 ค่ำคืนเพียงเรา 2 ช่วงปัญหาของอุซางิ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 180 แสงเรียกจากดวงดาว การมีส่วนร่วมสงครามของพวกฮารุกะ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 167 ดอกไม้ของความฝันร่วงโรย ราชินีแห่งความมืดคืนชีพ - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 6 เทนโอ ฮารุกะ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับที่ 10 ทสึคิโนะ อุซางิ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับที่ 20 มิซูโนะ อามิ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับอื่นๆ โทโมเอะ โฮตารุ ไอโนะ มินาโกะ และอุซางิน้อย (ตามลำดับ) - ดารานำชายยอดนิยม- อันดับที่ 20 เซยะ โค (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับอื่นๆ จิบะ มาโมรุ (เซเลอร์มูน SuperS) - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่ 11 Sailor Stars Song (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับที่ 16 มูนไลท์ เด็นเซ็ทสึ (เซเลอร์มูน SuperS) - อันดับอื่นๆ ราชิคุ อิกิมัสโช และ คาเสะ โมะ โซระ โมะ คิตโตะ (ตามลำดับ) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 เมงุมิ โองาตะ (เท็นโอ ฮารุกะ) - อันดับที่ 5 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ) - อันดับที่ 20 ฮิซาคาวะ อายะ (มิซูโนะ อามิ)- รางวัลอะนิเมะกรังปรีซ์ ครั้งที่ 20 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 11 เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส - ตอนยอดนิยม- อันดับที่ 3 ตอนที่ 200 ความรักของอุซางิ!แสงจันทร์ส่องสว่างไปทั่วกาแลคซี่ - อันดับอื่นๆ ตอนที่ 198 เมื่อเหล่าดวงดาวหายไป วาระสุดท้ายของพวกยูเรนัส - ดารานำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 14 เทนโอ ฮารุกะ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับอื่นๆ ทสึคิโนะ อุซางิ และมิซูโนะ อามิ (ตามลำดับ) - เพลงประกอบยอดนิยม- อันดับที่อื่นๆ มูนไลท์ เด็นเซ็ทสึ (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - อันดับอื่นๆ Sailor Stars Song (เซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์ส) - นักพากย์ยอดนิยม- อันดับที่ 2 เมงุมิ โองาตะ (เท็นโอ ฮารุกะ) - อันดับที่ 8 โคโตโนะ มิตสึอิชิ (ทสึคิโนะ อุซางิ)- รางวัล Animedia Japan 1995 (ญี่ปุ่น)- อะนิเมะยอดนิยม- อันดับที่ 3 เซเลอร์มูน เอส ด้วยคะแนน 3,987 คะแนน - ตัวละครนำหญิงยอดนิยม- อันดับที่ 1 เทนโอ ฮารุกะ - อันดับที่ 7 สึคิโนะ อุซางิ- อันดับที่ 10 เซเลอร์มูน ใน 25 อะนิเมะตลอดกาล จากนิตยสาร Newtype USA (อเมริกา) - อันดับที่ 19 จาก TV Asahi Top 100 Anime (ญี่ปุ่น) - อันดับที่ 18 จาก TV Asahi Top 100 Anime ครั้งที่ 2 (ญี่ปุ่น) - อันดับที่ 30 จากผลโหวตออนไลน์อะนิเมะยอดนิยม จากช่องทีวี TV Asahi ปี 2006 ด้วยคะแนน 647 คะแนน (ญี่ปุ่น) - อันดับที่ 9 เซเลอร์มูน Best Anime Media in 1990-1999 จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - อันดับที่ 38 เซเลอร์มูน Best Anime Media จากรางวัล JASRAC International Award (ญี่ปุ่น) - อะนิเมะจ 100 เรื่องอมตะแห่งศตวรรษที่ 20 เมื่อ 15 มกราคม พ.ศ. 2544 อันดับที่ 71 เซเลอร์มูน (ทีวีซีรีส์) พ.ศ. 2535 (ญี่ปุ่น)รางวัลและความนิยมด้านภาพยนตร์อะนิเมะชั่นรางวัลและความนิยมด้านภาพยนตร์อะนิเมะชั่น. - เซเลอร์มูน R "สงครามปีศาจดอกไม้จากอวกาศ" และเมคอัพ! เซเลอร์เซนชิ- รายได้รวม อันดับที่ 157 22.1 ร้อยล้านเยน 773.5ล้านบาท (อันดับที่ 62 ภาพยนตร์อะนิเมะ)- อันดับ 7 ในปี 1994 13 ร้อยล้านเยน อีก 9.1 ร้อยล้านอยู่ในปี 1993 - เซเลอร์มูน S "แผนยึดครองโลกของเจ้าหญิงหิมะ"- รายได้รวม อันดับที่ 238 17.9 ร้อยล้านเยน 626.5ล้านบาท (อันดับที่ 89 ภาพยนตร์อะนิเมะ)- อันดับ 7 ในปี 1995 10.5 ร้อยล้านเยน อีก 7.4 ร้อยล้านอยู่ในปี 1994 - เซเลอร์มูน SuperS "รวมพลังอัศวินเซเลอร์ทั้ง 9! ปาฏิหาริย์แห่งแบล็กดรีมโฮล" และเซเลอร์มูน SuperS "ความรักครั้งแรกของอามิจัง"- รายได้รวม 600 ล้านเยน 240.1 ล้านบาทส่วนเกี่ยวข้องส่วนเกี่ยวข้อง. - เซยะ โค () หรือ เซเลอร์สตาร์ไฟท์เตอร์ () อัศวินเซเลอร์ในภาคสตาร์สมีชื่อเรียกอีกหนึ่งชื่อว่า โฮชิ โนะ () - เนื้อเรื่องและตัวละครของเซเลอร์มูนถูกวาดขึ้น โดยใช้หลักดาราศาสตร์เป็นหลักผสมกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้าโบราณ ในประเทศกรีก - สัญลักษณ์ประจำตัวอัศวินเซเลอร์แต่ละคน เป็นสัญลักษณ์ประจำดาวเคราะห์แต่ละดวงของโรมัน - เดธบัสเตอร์ กลุ่มปีศาจจากเซเลอร์มูน เอส วาดโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ผสมกับอารยธรรมอิยิปต์โบราณเข้าไว้ด้วยกัน - เดดมูน กลุ่มปีศาจจากเซเลอร์มูน ซูเปอร์เอส ออกแบบให้เป็นคณะละครสัตว์ผสมกับความลึกลับของป่าอเมซอนอีกด้วย - กระจกของเนเลเฮเนียใน เซเลอร์มูน ซูเปอร์เอส นั้นมาจากกระจกโบราณในห้องนอนของ นาโอโกะ ทาเคอุจิ - เนื้อเพลงที่โทโมเอะ โฮตารุ อ่านในมังงะตอนที่ 39 ในเล่มที่ 14 ต่างกับที่ลงไว้ในนิตยสาร นากาโยชิ - อัศวินเงาพระจันทร์ ตัวละครจากเรื่องเซเลอร์มูน อาร์ ไม่มีลงในมังงะ แต่มีลงในอะนิเมะเท่านั้น เช่นเดียวกับ เอลและแอน ศัตรูในภาคนี้เช่นเดียวกัน - วิดีโอของ TIGA เรื่องเซเลอร์มูน เซเลอร์สตาร์สในตอนที่ 172 ได้ตัดภาพตอนที่เซเลอร์แซทเทิร์นฟันง้าวแห่งความเงียบงันออก โดยไม่ทราบเหตุผลแต่อย่างใด - วิดีโอของไรท์ พิคเจอร์ เรื่องเซเลอร์มูน เอส เรื่องเซเลอร์แซทเทิร์นว่า เซเลอร์ซาตาน ซึ่งเป็นคำอ่านของภาษาญี่ปุ่น - ตัวละคร ฮิโนะ เร () ในมังงะลักษณะนิสัยและท่าทางต่างกับอะนิเมะเป็นอย่างมากรวมไปถึงภาคละครโทรทัศน์อีกด้วย - เทนโอ ฮารุกะ หรือเซเลอร์ยูเรนัส ใช้คำแทนตัวเองเวลาพูดกับมิจิรุ ว่า "Boku" ซึ่งแปลว่า "ผม" ในภาษาไทย! - ตัวละครชื่อ ซอยไซต์ ศัตรูในภาคแรก ถูกพากย์เสียงให้เป็นผู้หญิงในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา - ในปีพ.ศ. 2541ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เซเลอร์มูนถูกเสนอให้ทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดในรูปแบบคนแสดง แต่ติดปัญหาการเจรจากับค่ายโคดันฉะ - เซเลอร์พลูโต ในภาพยนตร์ ภาคเอสในเวลาที่ 00:49:25 นาที มีแขนเสื้อในชุดเซเลอร์เป็นครั้งแรก - ภาพยนตร์ในภาคอาร์อยู่ในช่วง ตอนที่ 77 - ตอนที่ 82 - ต่างหู กุหลาบสีชมพูของ คิโนะ มาโกโตะ (「木野まこと」) หรือ เซเลอร์จูปิเตอร์ (「セーラージュピター」) มีความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่อง เพราะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ตอนที่มาโกโตะปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก มาโกโตะสามารถนำมาใช้ดึงดูดความสนใจของซอยไซต์ในการต่อสู้ของเธอได้และด้วยความที่ต่างหูนี้ เป็นดอกกุหลาบเหมือนกัน ทำให้มีลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์ของ ชิบะ มาโมรุ (「地場 衛」) หรือ หน้ากากทักซิโด (「タキシード仮面 ทากิชิโดะคะเมน」) ทำให้สึคิโนะ อุซางิ (「月野うさぎ」) หรือ เซเลอร์มูน (「セーラームーン」) เห็นและได้สติคืนมา หลังจากที่โดนดอกไม้ของ เนเฮเลเนียสะกดจิต ทำให้มีกำลังใจต่อสู้กับเนเฮเลเนีย สามารถนำ มาโมรุ กลับคืนมาได้บิโชโจ เซนชิ เซเลอร์มูน คริสตัล (2557) บิโชโจ เซนชิ เซเลอร์มูน คริสตัล (2557). ดูบทความเพิ่มเติมได้ที่ เซเลอร์มูน คริสตัล
| หน้ากากทักซิโดในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องเซเลอร์มูนคือใคร | {
"answer": [
"ชิบะ มาโมรุ"
],
"answer_begin_position": [
3438
],
"answer_end_position": [
3449
]
} |
2,796 | 716,176 | ฮงอินโบ ชูซะกุ ฮงอินโบ ชูซะกุ (; ) เจ้าของฉายา ชูซะกุ ผู้คงกระพัน หรือชื่อแรกเกิด คุวะบะระ โทะระจิโร (; ; 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1829 — ค.ศ. 1862) เป็นนักหมากล้อมระดับอาชีพชาวญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 19 เขาเป็นที่รู้จักจากหมากไร้พ่าย ในการแข่งขันศึกหน้าปราสาท; สามสิบเกมประจำปีกับโอตะ ยูโซ กับการเปิดหมากแบบชูซะกุด้วยตัวหมากสีดำ หลังจากการเสียชีวิต เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นปราชญ์หมากล้อม และอยู่ถัดจากฮงอินโบ ชูวะ ผู้เป็นอาจารย์ของเขา ฮงอินโบ ชูซะกุ ได้รับการยกย่องเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1847/8 จนถึงปีที่เขาเสียชีวิตใน ค.ศ. 1862 เขาได้รับฉายาว่าเป็นชูซะกุ ผู้คงกระพัน เนื่องจากการเดินหมากที่ไร้เทียมทาน ของการแข่งขันศึกหน้าปราสาทประวัติการเสียชีวิตและมรดกสืบทอด ประวัติ. การเสียชีวิตและมรดกสืบทอด. ในปี ค.ศ. 1862 เกิดการระบาดของอหิวาตกโรคไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ชูซะกุมีแนวโน้มที่จะติดโรคในสำนักฮงอินโบ แล้วเขาก็ล้มป่วยลง กระทั่งเสียชีวิตลงในวันที่ 8 สิงหาคม ขณะมีอายุได้เพียง 33 ปี ชื่อของชูซะกุ มีความเกี่ยวข้องกับการเปิดหมากแบบชูซะกุ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการเปิดเกมด้วยตัวหมากสีดำ โดยได้รับการพัฒนาสู่ความเป็นปรมัตถ์ (แต่ไม่ได้คิดค้น) โดยตัวเขาเอง และเป็นพื้นฐานของการเปิดเกมที่ได้รับความนิยมจึงถึงช่วงทศวรรษที่ 1930 ชูซะกุยังได้รับการจดจำโดยหมายเลขชูซะกุ ซึ่งมีความเทียบเท่ากับหมายเลขแอร์ดิชสำหรับผู้เล่นหมากล้อม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2014 กูเกิล ดูเดิล ได้ฉลองวันคล้ายวันเกิดเพื่อระลึกถึง 185 ปีของชูซะกุ โดยเรื่องนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งในสหราชอาณาจักร เนื่องด้วยความรู้สึกที่ถูกตัดหน้าสำหรับวาระครบ 70 ปีการยกพลขึ้นบกที่นอร์ม็องดี พวกเขาเห็นว่าไม่เหมาะสมสำหรับการให้เกียรติแก่ชาวญี่ปุ่นในครั้งนี้ ส่งผลให้มีการแก้ไขหน้าเว็บ Google.uk อย่างรีบเร่งการปรากฏตัวในเรื่องแต่ง การปรากฏตัวในเรื่องแต่ง. ในมังงะและอะนิเมะซีรีส์ ฮิคารุเซียนโกะ ชูซะกุได้พบกับวิญญาณของนักเล่นหมากล้อมที่มีชื่อว่าฟูจิวาระ โนะ ซาอิ ชูซะกุจึงได้เป็นสื่อกลางให้วิญญาณของซาอิได้เดินหมากที่แข็งแกร่ง โดยการบอกให้ชูซะกุเป็นผู้เดินหมากตามที่ตนกำหนด
| นักหมากล้อม ฮงอินโบ ชูซะกุ มีชื่อจริงว่าอะไร | {
"answer": [
"คุวะบะระ โทะระจิโร"
],
"answer_begin_position": [
171
],
"answer_end_position": [
189
]
} |
2,797 | 716,176 | ฮงอินโบ ชูซะกุ ฮงอินโบ ชูซะกุ (; ) เจ้าของฉายา ชูซะกุ ผู้คงกระพัน หรือชื่อแรกเกิด คุวะบะระ โทะระจิโร (; ; 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1829 — ค.ศ. 1862) เป็นนักหมากล้อมระดับอาชีพชาวญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 19 เขาเป็นที่รู้จักจากหมากไร้พ่าย ในการแข่งขันศึกหน้าปราสาท; สามสิบเกมประจำปีกับโอตะ ยูโซ กับการเปิดหมากแบบชูซะกุด้วยตัวหมากสีดำ หลังจากการเสียชีวิต เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นปราชญ์หมากล้อม และอยู่ถัดจากฮงอินโบ ชูวะ ผู้เป็นอาจารย์ของเขา ฮงอินโบ ชูซะกุ ได้รับการยกย่องเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1847/8 จนถึงปีที่เขาเสียชีวิตใน ค.ศ. 1862 เขาได้รับฉายาว่าเป็นชูซะกุ ผู้คงกระพัน เนื่องจากการเดินหมากที่ไร้เทียมทาน ของการแข่งขันศึกหน้าปราสาทประวัติการเสียชีวิตและมรดกสืบทอด ประวัติ. การเสียชีวิตและมรดกสืบทอด. ในปี ค.ศ. 1862 เกิดการระบาดของอหิวาตกโรคไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ชูซะกุมีแนวโน้มที่จะติดโรคในสำนักฮงอินโบ แล้วเขาก็ล้มป่วยลง กระทั่งเสียชีวิตลงในวันที่ 8 สิงหาคม ขณะมีอายุได้เพียง 33 ปี ชื่อของชูซะกุ มีความเกี่ยวข้องกับการเปิดหมากแบบชูซะกุ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการเปิดเกมด้วยตัวหมากสีดำ โดยได้รับการพัฒนาสู่ความเป็นปรมัตถ์ (แต่ไม่ได้คิดค้น) โดยตัวเขาเอง และเป็นพื้นฐานของการเปิดเกมที่ได้รับความนิยมจึงถึงช่วงทศวรรษที่ 1930 ชูซะกุยังได้รับการจดจำโดยหมายเลขชูซะกุ ซึ่งมีความเทียบเท่ากับหมายเลขแอร์ดิชสำหรับผู้เล่นหมากล้อม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2014 กูเกิล ดูเดิล ได้ฉลองวันคล้ายวันเกิดเพื่อระลึกถึง 185 ปีของชูซะกุ โดยเรื่องนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งในสหราชอาณาจักร เนื่องด้วยความรู้สึกที่ถูกตัดหน้าสำหรับวาระครบ 70 ปีการยกพลขึ้นบกที่นอร์ม็องดี พวกเขาเห็นว่าไม่เหมาะสมสำหรับการให้เกียรติแก่ชาวญี่ปุ่นในครั้งนี้ ส่งผลให้มีการแก้ไขหน้าเว็บ Google.uk อย่างรีบเร่งการปรากฏตัวในเรื่องแต่ง การปรากฏตัวในเรื่องแต่ง. ในมังงะและอะนิเมะซีรีส์ ฮิคารุเซียนโกะ ชูซะกุได้พบกับวิญญาณของนักเล่นหมากล้อมที่มีชื่อว่าฟูจิวาระ โนะ ซาอิ ชูซะกุจึงได้เป็นสื่อกลางให้วิญญาณของซาอิได้เดินหมากที่แข็งแกร่ง โดยการบอกให้ชูซะกุเป็นผู้เดินหมากตามที่ตนกำหนด
| นักหมากล้อม ฮงอินโบ ชูซะกุ เสียชีวิตขณะมีอายุเท่าไร | {
"answer": [
"33"
],
"answer_begin_position": [
975
],
"answer_end_position": [
977
]
} |
2,798 | 407,316 | ซากุระโนะคินินาโร ซากุระโนะคินินาโร (桜の木になろう) เป็นซิงเกิ้ลลำดับที่ 20 ของ AKB48 ออกจำหน่ายวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554ข้อมูลเพลง ข้อมูลเพลง. ซิงเกิ้ลลำดับที่ 20 ของ AKB48 ออกจำหน่ายใน 5 อิดิทชั่น ได้แก่ ลิมิเต็ดอิดิทชั่น CD+DVD ไทป์ A และ B, เร็กกูล่าอิดิทชั่น CD+DVD ไทป์ A และ B, และเทียร์เตอร์อิดิทชั่น CD เท่านั้น ซิงเกิ้ลนี้ทำยอดจำหน่ายได้ถึง 655,344 แผ่น โดยในเวลานั้นนับว่าเป็นศิลปินที่จำหน่ายออกได้มากที่สุดนับตั้งแต่มีการรายงานผลของโอริคอนตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2552รายชื่อเพลงType-Aรายชื่อเพลง. Type-A. - CD 2. Sakura no Ki ni Narou (桜の木になろう) 3. Guuzen no Juujiro (偶然の十字路) / Undergirls 4. Kiss Made 100 Mile (キスまで100マイル) / MINT 5. Sakura no Ki ni Narou (off vocal ver.) 6. Guuzen no Juujiro (off vocal ver.) 7. Kiss Made 100 Mile (off vocal ver.) - DVD 9. Sakura no Ki ni Narou Music Clip 10. Guuzen no Juujiro Music Clip 11. Kiss Made 100 Mile Music Clip 12. วิดีโอพิเศษ: Personal Clothes Fashion Show (Type A) - พิเศษType-BType-B. - CD 2. Sakura no Ki ni Narou (桜の木になろう) 3. Guuzen no Juujiro (偶然の十字路) / Undergirls 4. Area K (エリアK) / DIVA 5. Sakura no Ki ni Narou (off vocal ver.) 6. Guuzen no Juujiro (off vocal ver.) 7. Area K (off vocal ver.) - DVD 9. Sakura no Ki ni Narou Music Clip 10. Guuzen no Juujiro Music Clip 11. Area K Music Clip 12. วิดีโอพิเศษ: Personal Clothes Fashion Show (Type B) - พิเศษTheatre EditionTheatre Edition. - CD 2. Sakura no Ki ni Narou (桜の木になろう) 3. Guuzen no Juujiro (偶然の十字路) / Undergirls 4. Ougon Center (黄金センター) / Team Kenkyuusei 5. Sakura no Ki ni Narou (off vocal ver.) 6. Guuzen no Juujiro (off vocal ver.) 7. Area K (off vocal ver.) - พิเศษสมาชิก"Sakura no Ki ni Narou"สมาชิก. "Sakura no Ki ni Narou". - ทีม A:โคจิมะ ฮารุนะ, ซาชิฮาระ ริโนะ, ชิโนดะ มาริโกะ, ทาคาโจ อากิ, ทาคาฮาชิ มินามิ, มาเอดะ อัตสึโกะ - ทีม K:อิตาโนะ โทโมมิ, โอชิมะ ยูโกะ, มิเนกิชิ มินามิ, มิยาซาวะ ซาเอะ - ทีม B:คาซาอิ โทโมมิ, คาชิวากิ ยูคิ, คิตาฮาระ ริเอะ, วาตานาเบะ มายุ - ทีม S (SKE48): มัตสึอิ จูรินะ, มัตสึอิ เรนะ"Guuzen no Juujiro""Guuzen no Juujiro". - Under Girls (アンダーガールズ) - ทีม A:โอตะ ไอกะ, นาคากาวะ ฮารุกะ, มาเอดะ อามิ - ทีม K:อุชิดะ มายูมิ, คิคุชิ อายากะ, นิโตะ โมเอโนะ, ฟูจิเอะ เรย์นะ, โยโกยามะ ยูอิ - ทีม B:อิชิดะ ฮารุกะ, โอคุ มานามิ, โคโมริ มิกะ, ซาโตะ สึมิเระ, มิยาซากิ มิโฮะ - ทีม S (SKE48): โอยะ มาซานะ, ยางามิ คุมิ - ทีม KII (SKE48): ทาคายานางิ อาคาเนะ, มุไคดะ มานัตสึ - ทีม E (SKE48): คิโมโตะ คานอน"Kiss Made 100 Mile""Kiss Made 100 Mile". - MINT - ทีม A: คาตายามะ ฮารุกะ, มาเอดะ อัตสึโกะ - ทีม K: นิโตะ โมเอโนะ, มัตสึอิ ซาคิโกะ - ทีม B: คาซาอิ โทโมมิ"Area K""Area K". - DIVA - ทีม A: อิวาสะ มิซากิ, โอยะ ชิซึกะ, คุราโมชิ อะสึกะ, นาคาตะ ชิซาโตะ, นาคายะ ซายากะ, มัตสึบาระ นัตสึมิ - ทีม K: อาคิโมโตะ ซายากะ, อูเมดะ อายากะ, ทานาเบะ มิคุ, นาคัตสึกะ โทโมมิ, โนนาคะ มิซาโตะ, โยเนซาวะ รูมิ - ทีม B: โคบายาชิ คานะ, ซาโตะ อะมินะ, ซาโตะ นัตสึกิ, สึซึกิ มาริยะ, ชิคาโนะ รินะ, ฮิราจิมะ นัตสึมิ, มาสึดะ ยูกะ"Ougon Center""Ougon Center". - Team Kenkyuusei (チーム研究生) - รุ่นที่ 9: โอบะ มินะ, ชิมาซากิ ฮารุกะ, ชิมาดะ ฮารุกะ, ทาเคอุชิ มิยุ, นาคามุระ มาริโกะ, นากาโอะ มาริยะ, โมริ อันนะ, ยามาอุชิ สึซึรัน - รุ่นที่ 10: อาเบะ มาริอะ, อิซึตะ รินะ, อิชิคาวะ มิโอริ, อิริยามะ อันนะ, คาโตะ เรนะ, คานาซาวะ ยูกิ, โคบายาชิ มารินะ, ฟุจิตะ นานะ, นาคามาตะ ชิโอริ - รุ่นที่ 11: อุชิคุโบะ ซาระ, คาวาเอะ รินะ, โคจิมะ นัตสึกิ, สึซึกิ ชิโฮริ, ทานาริ วาคานะ, โมริคาวะ อายากะ, ยามากุชิ นาอุTie-Up
| ซิงเกิ้ลลำดับที่ 20 ของ AKB48 ที่ชื่อว่าซากุระโนะคินินาโร ออกจำหน่ายเมื่อใด | {
"answer": [
"16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554"
],
"answer_begin_position": [
189
],
"answer_end_position": [
212
]
} |
2,799 | 407,316 | ซากุระโนะคินินาโร ซากุระโนะคินินาโร (桜の木になろう) เป็นซิงเกิ้ลลำดับที่ 20 ของ AKB48 ออกจำหน่ายวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554ข้อมูลเพลง ข้อมูลเพลง. ซิงเกิ้ลลำดับที่ 20 ของ AKB48 ออกจำหน่ายใน 5 อิดิทชั่น ได้แก่ ลิมิเต็ดอิดิทชั่น CD+DVD ไทป์ A และ B, เร็กกูล่าอิดิทชั่น CD+DVD ไทป์ A และ B, และเทียร์เตอร์อิดิทชั่น CD เท่านั้น ซิงเกิ้ลนี้ทำยอดจำหน่ายได้ถึง 655,344 แผ่น โดยในเวลานั้นนับว่าเป็นศิลปินที่จำหน่ายออกได้มากที่สุดนับตั้งแต่มีการรายงานผลของโอริคอนตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2552รายชื่อเพลงType-Aรายชื่อเพลง. Type-A. - CD 2. Sakura no Ki ni Narou (桜の木になろう) 3. Guuzen no Juujiro (偶然の十字路) / Undergirls 4. Kiss Made 100 Mile (キスまで100マイル) / MINT 5. Sakura no Ki ni Narou (off vocal ver.) 6. Guuzen no Juujiro (off vocal ver.) 7. Kiss Made 100 Mile (off vocal ver.) - DVD 9. Sakura no Ki ni Narou Music Clip 10. Guuzen no Juujiro Music Clip 11. Kiss Made 100 Mile Music Clip 12. วิดีโอพิเศษ: Personal Clothes Fashion Show (Type A) - พิเศษType-BType-B. - CD 2. Sakura no Ki ni Narou (桜の木になろう) 3. Guuzen no Juujiro (偶然の十字路) / Undergirls 4. Area K (エリアK) / DIVA 5. Sakura no Ki ni Narou (off vocal ver.) 6. Guuzen no Juujiro (off vocal ver.) 7. Area K (off vocal ver.) - DVD 9. Sakura no Ki ni Narou Music Clip 10. Guuzen no Juujiro Music Clip 11. Area K Music Clip 12. วิดีโอพิเศษ: Personal Clothes Fashion Show (Type B) - พิเศษTheatre EditionTheatre Edition. - CD 2. Sakura no Ki ni Narou (桜の木になろう) 3. Guuzen no Juujiro (偶然の十字路) / Undergirls 4. Ougon Center (黄金センター) / Team Kenkyuusei 5. Sakura no Ki ni Narou (off vocal ver.) 6. Guuzen no Juujiro (off vocal ver.) 7. Area K (off vocal ver.) - พิเศษสมาชิก"Sakura no Ki ni Narou"สมาชิก. "Sakura no Ki ni Narou". - ทีม A:โคจิมะ ฮารุนะ, ซาชิฮาระ ริโนะ, ชิโนดะ มาริโกะ, ทาคาโจ อากิ, ทาคาฮาชิ มินามิ, มาเอดะ อัตสึโกะ - ทีม K:อิตาโนะ โทโมมิ, โอชิมะ ยูโกะ, มิเนกิชิ มินามิ, มิยาซาวะ ซาเอะ - ทีม B:คาซาอิ โทโมมิ, คาชิวากิ ยูคิ, คิตาฮาระ ริเอะ, วาตานาเบะ มายุ - ทีม S (SKE48): มัตสึอิ จูรินะ, มัตสึอิ เรนะ"Guuzen no Juujiro""Guuzen no Juujiro". - Under Girls (アンダーガールズ) - ทีม A:โอตะ ไอกะ, นาคากาวะ ฮารุกะ, มาเอดะ อามิ - ทีม K:อุชิดะ มายูมิ, คิคุชิ อายากะ, นิโตะ โมเอโนะ, ฟูจิเอะ เรย์นะ, โยโกยามะ ยูอิ - ทีม B:อิชิดะ ฮารุกะ, โอคุ มานามิ, โคโมริ มิกะ, ซาโตะ สึมิเระ, มิยาซากิ มิโฮะ - ทีม S (SKE48): โอยะ มาซานะ, ยางามิ คุมิ - ทีม KII (SKE48): ทาคายานางิ อาคาเนะ, มุไคดะ มานัตสึ - ทีม E (SKE48): คิโมโตะ คานอน"Kiss Made 100 Mile""Kiss Made 100 Mile". - MINT - ทีม A: คาตายามะ ฮารุกะ, มาเอดะ อัตสึโกะ - ทีม K: นิโตะ โมเอโนะ, มัตสึอิ ซาคิโกะ - ทีม B: คาซาอิ โทโมมิ"Area K""Area K". - DIVA - ทีม A: อิวาสะ มิซากิ, โอยะ ชิซึกะ, คุราโมชิ อะสึกะ, นาคาตะ ชิซาโตะ, นาคายะ ซายากะ, มัตสึบาระ นัตสึมิ - ทีม K: อาคิโมโตะ ซายากะ, อูเมดะ อายากะ, ทานาเบะ มิคุ, นาคัตสึกะ โทโมมิ, โนนาคะ มิซาโตะ, โยเนซาวะ รูมิ - ทีม B: โคบายาชิ คานะ, ซาโตะ อะมินะ, ซาโตะ นัตสึกิ, สึซึกิ มาริยะ, ชิคาโนะ รินะ, ฮิราจิมะ นัตสึมิ, มาสึดะ ยูกะ"Ougon Center""Ougon Center". - Team Kenkyuusei (チーム研究生) - รุ่นที่ 9: โอบะ มินะ, ชิมาซากิ ฮารุกะ, ชิมาดะ ฮารุกะ, ทาเคอุชิ มิยุ, นาคามุระ มาริโกะ, นากาโอะ มาริยะ, โมริ อันนะ, ยามาอุชิ สึซึรัน - รุ่นที่ 10: อาเบะ มาริอะ, อิซึตะ รินะ, อิชิคาวะ มิโอริ, อิริยามะ อันนะ, คาโตะ เรนะ, คานาซาวะ ยูกิ, โคบายาชิ มารินะ, ฟุจิตะ นานะ, นาคามาตะ ชิโอริ - รุ่นที่ 11: อุชิคุโบะ ซาระ, คาวาเอะ รินะ, โคจิมะ นัตสึกิ, สึซึกิ ชิโฮริ, ทานาริ วาคานะ, โมริคาวะ อายากะ, ยามากุชิ นาอุTie-Up
| ซิงเกิ้ลลำดับที่ 20 ของ AKB48 ที่ชื่อว่าซากุระโนะคินินาโร ออกจำหน่ายกี่รูปแบบ | {
"answer": [
"5"
],
"answer_begin_position": [
278
],
"answer_end_position": [
279
]
} |
2,800 | 298,904 | โอตารุ โอตารุ (; ไอนุ: オタ・オル・ナイ โอตาโอรูไน) เป็นเมืองท่าในกิ่งจังหวัดชิริเบะชิ จังหวัดฮกไกโด ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครซัปโปะโระ ตัวเมืองหันหน้าออกสู่อ่าวอิชิกะริ และเป็นเมืองท่าหลักของอ่าวมาเป็นเวลานาน มีอาคารเก่าแก่มากมาย จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และเนื่องจากใช้เวลานั่งรถยนต์จากซัปโปะโระเพียง 25 นาที ในระยะหลังเมืองจึงพัฒนาเป็นย่านที่พักอาศัย ใน พ.ศ. 2551 (2008) โอตารุมีจำนวนประชากรประมาณ 137,693 คน และความหนาแน่น 580.11 คนต่อตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 243.13 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน กิ่งจังหวัด ชิริเบะชิ แต่ไม่ใช่ศูนย์กลางของกิ่งจังหวัด (ศูนย์กลางคือตำบลคุตจัง ที่ตั้งอยู่ใกล้กับกึ่งกลางของกิ่งจังหวัด มากกว่า)ภูมิศาสตร์ ภูมิศาสตร์. โอตารุเป็นเมืองท่าบนชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ส่วนเหนือของ กิ่งจังหวัดชิริเบะชิ สมัยก่อนเคยมีคลองไหลผ่านใจกลางเมือง ปัจจุบันเหลือเพียงบางส่วนของคลองที่ยังอนุรักษ์ไว้ พื้นที่ด้านทิศใต้ของเมืองจะลาดชันตามแนวภูเขาหลายลูก ที่มีชื่อเสียงคือ ภูเขาเท็งงุ (เท็งงุ ยะมะ) ซึ่งเป็นแหล่งสกีในฤดูหนาวที่เป็นที่นิยม ระดับความสูงของพื้นที่จะลาดลงอย่างรวดเร็วจากพื้นที่ภูเขาไปถึงชายทะเล พื้นที่เกือบทั้งหมดระหว่างชายฝั่งกับภูเขาถูกพัฒนาเป็นเมือง ตัวเมืองส่วนที่อยู่บนพื้นที่ลาดภูเขาจะเรียกว่า ซะกะ โนะ มะชิ หรือ "เมืองบนเนินเขา"ภูเขาเท็งงุ ภูเขาเท็งงุ. โอตารุเป็นเมืองท่าสำคัญสำหรับซัปโปะโระ และบางส่วนของเมืองตั้งอยู่บนที่ลาดต่ำของภูเขาเท็งงุ ซึ่งเป็นแหล่งสกีและกีฬาฤดูหนาวที่มีชื่อเสียง สามารถไปได้โดย กระเช้าลอยฟ้าโอตารุเท็งงุยะมะเมืองใกล้เคียงเมืองใกล้เคียง. - กิ่งจังหวัดชิริเบะชิ- โยะอิชิ (ตำบล) - อะไกงะวะ (ตำบล)- กิ่งจังหวัดอิชิกะริ- ซัปโปะโระ (เมืองเอก) - อิชิกะริ (ตำบล)ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์. โอตารุเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวไอนุ และเชื่อกันว่าชื่อ"โอตารุ"มีที่มาจากภาษาไอนุ ซึ่งอาจหมายถึง "แม่น้ำที่ไหลผ่านหาดทราย" ถ้ำเทะมิยะซึ่งหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยในปัจจุบันมีภาพเขียนผนังถ้ำตั้งแต่ยุคโซกุ-โจมง หรือประมาณ พ.ศ. 943(400) ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2408(1865) รัฐบาลเอะโดะได้ยกสถานะโอตารุเป็นหมู่บ้าน และเมื่อ พ.ศ. 2423 ทางรถไฟสายแรกในฮกไกโดได้เปิดให้บริการวันละเที่ยวระหว่างโอตารุกับซัปโปะโระ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2465(1922) โอตารุได้รับการยกสถานะให้เป็นเมืองสถานที่สำคัญ สถานที่สำคัญ. โอตารุมีคลองไหลผ่านกลางเมือง และประดับตกแต่งด้วยโคมไฟถนนแบบวิคตอเรียน เวลากลางวันบริเวณนี้จะเป็นแหล่งรวมกิจกรรมต่างๆ และมีศิลปินมาแสดงความสามารถเฉพาะตัวตามถนนเลียบคลอง โอตารุจัดว่าเป็นเมืองที่สวยงามดั่งภาพวาดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น บริเวณใกล้เคียงตัวเมืองมีธรรมชาติที่สวยงาม และมีชายหาดที่สวยงามอยู่ใกล้เมือง บางหาดน้ำทะเลจะใสมาก เช่น หาดรันชิมะ และ Sunset Beach ที่เซะนิบะโกะ (บนเส้นทางไปยังซัปโปะโระ) มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวโอตารุเป็นจำนวนมาก สถานที่ที่มีชื่อเสียงในส่วนตะวันตกของเมืองคือ นิชิน โกเต็ง (Nishin Goten) (herring mansion) เป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2440(1897) เคยเป็นบ้านของเจ้าของอุตสาหกรรมจับปลาเฮอร์ริงชื่อว่า ฟุคุมัทสึ ทะนะกะ เดิมสร้างขึ้นใกล้กับหมู่บ้านโทะมะริ ต่อมาถูกย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2501 (1958) นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นความแตกต่างระหว่างส่วนที่พักที่ซอมซ่อของคนงาน 120 คนบนชั้นสอง กับห้องของเจ้าของอุตสาหกรรมที่หรูหราบนชั้นล่าง ได้อย่างชัดเจน โอตารุมีชื่อเสียงในด้านเบียร์ที่ผลิตในเมือง โดยมี โอตารุเบียร์ (Otaru Beer) เป็นภัตตาคารชื่อดังที่ตกแต่งร้านแบบยุคกลาง ตั้งอยู่ติดกับคลอง นอกจากนี้ยังมีซุชิที่มีชื่อเสียงด้านความสดเช่นกัน ในเมืองมี Shopping arcades และ Bazaars อยู่มากมาย แต่น้อยกว่าในซัปโปะโระ ศูนย์กลางของฮกไกโดภูมิอากาศ ภูมิอากาศ. ในฤดูร้อน อากาศจะร้อนและปลอดโปร่ง ในฤดูหนาวจะมีหิมะตกตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม แต่ปกติจะหิมะจะทับถมน้อยกว่า 2-3 เมตรเมืองพี่น้องเมืองพี่น้อง. - Nakhodka, รัสเซีย - Dunedin, นิวซีแลนด์
| ภูเขาที่มีชื่อเสียงที่เมืองโอตารุ จังหวัดฮกไกโด ประเทศญี่ปุ่น มีชื่อว่าอะไร | {
"answer": [
"ภูเขาเท็งงุ"
],
"answer_begin_position": [
1027
],
"answer_end_position": [
1038
]
} |
2,801 | 298,904 | โอตารุ โอตารุ (; ไอนุ: オタ・オル・ナイ โอตาโอรูไน) เป็นเมืองท่าในกิ่งจังหวัดชิริเบะชิ จังหวัดฮกไกโด ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครซัปโปะโระ ตัวเมืองหันหน้าออกสู่อ่าวอิชิกะริ และเป็นเมืองท่าหลักของอ่าวมาเป็นเวลานาน มีอาคารเก่าแก่มากมาย จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และเนื่องจากใช้เวลานั่งรถยนต์จากซัปโปะโระเพียง 25 นาที ในระยะหลังเมืองจึงพัฒนาเป็นย่านที่พักอาศัย ใน พ.ศ. 2551 (2008) โอตารุมีจำนวนประชากรประมาณ 137,693 คน และความหนาแน่น 580.11 คนต่อตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 243.13 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน กิ่งจังหวัด ชิริเบะชิ แต่ไม่ใช่ศูนย์กลางของกิ่งจังหวัด (ศูนย์กลางคือตำบลคุตจัง ที่ตั้งอยู่ใกล้กับกึ่งกลางของกิ่งจังหวัด มากกว่า)ภูมิศาสตร์ ภูมิศาสตร์. โอตารุเป็นเมืองท่าบนชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ส่วนเหนือของ กิ่งจังหวัดชิริเบะชิ สมัยก่อนเคยมีคลองไหลผ่านใจกลางเมือง ปัจจุบันเหลือเพียงบางส่วนของคลองที่ยังอนุรักษ์ไว้ พื้นที่ด้านทิศใต้ของเมืองจะลาดชันตามแนวภูเขาหลายลูก ที่มีชื่อเสียงคือ ภูเขาเท็งงุ (เท็งงุ ยะมะ) ซึ่งเป็นแหล่งสกีในฤดูหนาวที่เป็นที่นิยม ระดับความสูงของพื้นที่จะลาดลงอย่างรวดเร็วจากพื้นที่ภูเขาไปถึงชายทะเล พื้นที่เกือบทั้งหมดระหว่างชายฝั่งกับภูเขาถูกพัฒนาเป็นเมือง ตัวเมืองส่วนที่อยู่บนพื้นที่ลาดภูเขาจะเรียกว่า ซะกะ โนะ มะชิ หรือ "เมืองบนเนินเขา"ภูเขาเท็งงุ ภูเขาเท็งงุ. โอตารุเป็นเมืองท่าสำคัญสำหรับซัปโปะโระ และบางส่วนของเมืองตั้งอยู่บนที่ลาดต่ำของภูเขาเท็งงุ ซึ่งเป็นแหล่งสกีและกีฬาฤดูหนาวที่มีชื่อเสียง สามารถไปได้โดย กระเช้าลอยฟ้าโอตารุเท็งงุยะมะเมืองใกล้เคียงเมืองใกล้เคียง. - กิ่งจังหวัดชิริเบะชิ- โยะอิชิ (ตำบล) - อะไกงะวะ (ตำบล)- กิ่งจังหวัดอิชิกะริ- ซัปโปะโระ (เมืองเอก) - อิชิกะริ (ตำบล)ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์. โอตารุเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวไอนุ และเชื่อกันว่าชื่อ"โอตารุ"มีที่มาจากภาษาไอนุ ซึ่งอาจหมายถึง "แม่น้ำที่ไหลผ่านหาดทราย" ถ้ำเทะมิยะซึ่งหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยในปัจจุบันมีภาพเขียนผนังถ้ำตั้งแต่ยุคโซกุ-โจมง หรือประมาณ พ.ศ. 943(400) ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2408(1865) รัฐบาลเอะโดะได้ยกสถานะโอตารุเป็นหมู่บ้าน และเมื่อ พ.ศ. 2423 ทางรถไฟสายแรกในฮกไกโดได้เปิดให้บริการวันละเที่ยวระหว่างโอตารุกับซัปโปะโระ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2465(1922) โอตารุได้รับการยกสถานะให้เป็นเมืองสถานที่สำคัญ สถานที่สำคัญ. โอตารุมีคลองไหลผ่านกลางเมือง และประดับตกแต่งด้วยโคมไฟถนนแบบวิคตอเรียน เวลากลางวันบริเวณนี้จะเป็นแหล่งรวมกิจกรรมต่างๆ และมีศิลปินมาแสดงความสามารถเฉพาะตัวตามถนนเลียบคลอง โอตารุจัดว่าเป็นเมืองที่สวยงามดั่งภาพวาดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น บริเวณใกล้เคียงตัวเมืองมีธรรมชาติที่สวยงาม และมีชายหาดที่สวยงามอยู่ใกล้เมือง บางหาดน้ำทะเลจะใสมาก เช่น หาดรันชิมะ และ Sunset Beach ที่เซะนิบะโกะ (บนเส้นทางไปยังซัปโปะโระ) มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวโอตารุเป็นจำนวนมาก สถานที่ที่มีชื่อเสียงในส่วนตะวันตกของเมืองคือ นิชิน โกเต็ง (Nishin Goten) (herring mansion) เป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2440(1897) เคยเป็นบ้านของเจ้าของอุตสาหกรรมจับปลาเฮอร์ริงชื่อว่า ฟุคุมัทสึ ทะนะกะ เดิมสร้างขึ้นใกล้กับหมู่บ้านโทะมะริ ต่อมาถูกย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2501 (1958) นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นความแตกต่างระหว่างส่วนที่พักที่ซอมซ่อของคนงาน 120 คนบนชั้นสอง กับห้องของเจ้าของอุตสาหกรรมที่หรูหราบนชั้นล่าง ได้อย่างชัดเจน โอตารุมีชื่อเสียงในด้านเบียร์ที่ผลิตในเมือง โดยมี โอตารุเบียร์ (Otaru Beer) เป็นภัตตาคารชื่อดังที่ตกแต่งร้านแบบยุคกลาง ตั้งอยู่ติดกับคลอง นอกจากนี้ยังมีซุชิที่มีชื่อเสียงด้านความสดเช่นกัน ในเมืองมี Shopping arcades และ Bazaars อยู่มากมาย แต่น้อยกว่าในซัปโปะโระ ศูนย์กลางของฮกไกโดภูมิอากาศ ภูมิอากาศ. ในฤดูร้อน อากาศจะร้อนและปลอดโปร่ง ในฤดูหนาวจะมีหิมะตกตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม แต่ปกติจะหิมะจะทับถมน้อยกว่า 2-3 เมตรเมืองพี่น้องเมืองพี่น้อง. - Nakhodka, รัสเซีย - Dunedin, นิวซีแลนด์
| ชื่อเมืองโอตารุ ที่จังหวัดฮกไกโด ประเทศญี่ปุ่น มีที่มาจากภาษาอะไร | {
"answer": [
"ไอนุ"
],
"answer_begin_position": [
1759
],
"answer_end_position": [
1763
]
} |
2,802 | 42,744 | ย่าเหล ย่าเหล (พ.ศ. 2448 - 2456) เป็นสุนัขพันทางที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยงและโปรดปรานเป็นอย่างยิ่ง ภายหลังถูกลอบยิงตาย รัชกาลที่ 6 ทรงโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพ และสร้างอนุสาวรีย์ย่าเหลขึ้น ทั้งยังทรงพระราชนิพนธ์คำกลอนไว้อาลัยแก่ย่าเหลด้วยประวัติ:) ประวัติ:). ย่าเหลเป็นสุนัขพันทาง ขนปุย หางเป็นพวง สีขาว มีแต้มดำ หูตก เกิดในเรือนจำจังหวัดนครปฐม เดิมเป็นสุนัขของหลวงไชยราษฎร์รักษา (โพ เคหะนันทน์) ตำแหน่งพะทำมะรงหรือผู้ควบคุมนักโทษ (ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระพุทธเกษตรานุรักษ์) เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปตรวจเรือนจำจังหวัดนครปฐม และทอดพระเนตรเห็นสุนัขตัวนี้ และตรัสชมว่าน่าเอ็นดู หลวงชัยอาญาจึงน้อมเกล้าฯ ถวาย พระองค์จึงทรงรับมาเลี้ยง และพระราชทานนามว่า "ย่าเหล" สำหรับชื่อย่าเหลนั้น พระองค์ทรงตั้งจากชื่อตัวละครเอก เอมิล ยาร์เลต์ (Emile Jarlet) จากบทละครฝรั่งเศสเรื่อง "My friend Jarlet" ซึ่งได้ทรงพระราชนิพนธ์แปลเป็นบทละครภาษาไทย ชื่อ "มิตรแท้" และยังทรงพระราชนิพนธ์ละครพูดเรื่อง "เพื่อนตาย" ตามเค้าโครงภาษาอังกฤษด้วยสร้างศัตรู สร้างศัตรู. ย่าเหลเป็นสุนัขที่ฉลาดแสนรู้ และช่างประจบ คอยถวายความจงรักภักดีพระเจ้าอยู่หัวเสมือนเป็นทหารรักษาพระองค์ ทำให้เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่ง และด้วยเหตุนี้จึงสร้างความอิจฉาและเกลียดในหมู่ข้าราชบริพารบางคน หากข้าราชบริพารคนใดแต่งกายไม่เรียบร้อย ก็จะถูกย่าเหลกัดต่อหน้าพระที่นั่ง สร้างความละอายและเจ็บแค้นแก่ผู้ที่ถูกกัดนั้นเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยลำพัง โดยมิได้นำย่าเหลไปด้วย จึงมีมหาดเล็กบางคนคอยทำร้ายเอาก็มี เล่ากันว่าย่าเหลชอบหนีออกไปเที่ยว เป็นเหตุให้พระเจ้าอยู่หัวต้องทรงตามหาอยู่หลายครั้ง ในภายหลังโปรดฯ ให้ทำป้ายแขวนคอ เขียนบอกว่า สุนัขตัวนี้เป็นสุนัขของพระเจ้าอยู่หัว ผู้ใดพบนำคืน จะได้รับพระราชทานรางวัลสิ้นชีวิต สิ้นชีวิต. ในปีที่ 5 ที่ย่าเหลเข้ามาเป็นสุนัขหลวงในพระราชวัง วันหนึ่งมีผู้ไปพบย่าเหลนอนตายข้างกำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านวัดโพธิ์ ท่าเตียน มีรอยถูกปืนยิง ตามรูปการณ์เชื่อว่าคนที่ฆ่าย่าเหลต้องมิใช่มหาดเล็กธรรมดา เพราะผู้ที่มีปืนในสมัยนั้น จะต้องมียศฐาชั้นเจ้าคุณขึ้นไป หรืออาจเป็นชั้นเจ้านายก็เป็นได้ ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงโทมนัสอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพแก่ย่าเหล มีหีบใส่ศพอย่างดี ปิดทองที่มุมโลง และโปรดฯให้แกะสลักรูปย่าเหลวางไว้บนโลงด้วย ทั้งยังให้มหาดเล็กแต่งตัวเป็นสัตว์นานาชนิดเข้าร่วมขบวนแห่ศพด้วย นอกจากนี้ยังมีของชำร่วยแจกในงานศพ เป็นผ้าเช็ดหน้าพิมพ์รูปย่าเหล และมีตราวชิระที่มุมด้านขวา พระราชทานเป็นของที่ระลึกแก่ทุกคนที่ไปร่วมงานด้วยอนุสรณ์ย่าเหล อนุสรณ์ย่าเหล. หลังงานศพของย่าเหล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ขึ้น โดยหล่อรูปย่าเหลด้วยโลหะทองแดง ตั้งไว้หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ในพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม และได้ทรงพระราชนิพนธ์บทกลอนไว้อาลัยแก่ย่าเหล จารึกไว้ที่ด้านข้างของอนุสาวรีย์ ดังนี้
| สุนัขพันทางที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยงและถูกลอบยิงตายมีชื่อว่าอะไร | {
"answer": [
"ย่าเหล"
],
"answer_begin_position": [
86
],
"answer_end_position": [
92
]
} |
2,803 | 42,744 | ย่าเหล ย่าเหล (พ.ศ. 2448 - 2456) เป็นสุนัขพันทางที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยงและโปรดปรานเป็นอย่างยิ่ง ภายหลังถูกลอบยิงตาย รัชกาลที่ 6 ทรงโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพ และสร้างอนุสาวรีย์ย่าเหลขึ้น ทั้งยังทรงพระราชนิพนธ์คำกลอนไว้อาลัยแก่ย่าเหลด้วยประวัติ:) ประวัติ:). ย่าเหลเป็นสุนัขพันทาง ขนปุย หางเป็นพวง สีขาว มีแต้มดำ หูตก เกิดในเรือนจำจังหวัดนครปฐม เดิมเป็นสุนัขของหลวงไชยราษฎร์รักษา (โพ เคหะนันทน์) ตำแหน่งพะทำมะรงหรือผู้ควบคุมนักโทษ (ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระพุทธเกษตรานุรักษ์) เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปตรวจเรือนจำจังหวัดนครปฐม และทอดพระเนตรเห็นสุนัขตัวนี้ และตรัสชมว่าน่าเอ็นดู หลวงชัยอาญาจึงน้อมเกล้าฯ ถวาย พระองค์จึงทรงรับมาเลี้ยง และพระราชทานนามว่า "ย่าเหล" สำหรับชื่อย่าเหลนั้น พระองค์ทรงตั้งจากชื่อตัวละครเอก เอมิล ยาร์เลต์ (Emile Jarlet) จากบทละครฝรั่งเศสเรื่อง "My friend Jarlet" ซึ่งได้ทรงพระราชนิพนธ์แปลเป็นบทละครภาษาไทย ชื่อ "มิตรแท้" และยังทรงพระราชนิพนธ์ละครพูดเรื่อง "เพื่อนตาย" ตามเค้าโครงภาษาอังกฤษด้วยสร้างศัตรู สร้างศัตรู. ย่าเหลเป็นสุนัขที่ฉลาดแสนรู้ และช่างประจบ คอยถวายความจงรักภักดีพระเจ้าอยู่หัวเสมือนเป็นทหารรักษาพระองค์ ทำให้เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่ง และด้วยเหตุนี้จึงสร้างความอิจฉาและเกลียดในหมู่ข้าราชบริพารบางคน หากข้าราชบริพารคนใดแต่งกายไม่เรียบร้อย ก็จะถูกย่าเหลกัดต่อหน้าพระที่นั่ง สร้างความละอายและเจ็บแค้นแก่ผู้ที่ถูกกัดนั้นเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยลำพัง โดยมิได้นำย่าเหลไปด้วย จึงมีมหาดเล็กบางคนคอยทำร้ายเอาก็มี เล่ากันว่าย่าเหลชอบหนีออกไปเที่ยว เป็นเหตุให้พระเจ้าอยู่หัวต้องทรงตามหาอยู่หลายครั้ง ในภายหลังโปรดฯ ให้ทำป้ายแขวนคอ เขียนบอกว่า สุนัขตัวนี้เป็นสุนัขของพระเจ้าอยู่หัว ผู้ใดพบนำคืน จะได้รับพระราชทานรางวัลสิ้นชีวิต สิ้นชีวิต. ในปีที่ 5 ที่ย่าเหลเข้ามาเป็นสุนัขหลวงในพระราชวัง วันหนึ่งมีผู้ไปพบย่าเหลนอนตายข้างกำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านวัดโพธิ์ ท่าเตียน มีรอยถูกปืนยิง ตามรูปการณ์เชื่อว่าคนที่ฆ่าย่าเหลต้องมิใช่มหาดเล็กธรรมดา เพราะผู้ที่มีปืนในสมัยนั้น จะต้องมียศฐาชั้นเจ้าคุณขึ้นไป หรืออาจเป็นชั้นเจ้านายก็เป็นได้ ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงโทมนัสอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพแก่ย่าเหล มีหีบใส่ศพอย่างดี ปิดทองที่มุมโลง และโปรดฯให้แกะสลักรูปย่าเหลวางไว้บนโลงด้วย ทั้งยังให้มหาดเล็กแต่งตัวเป็นสัตว์นานาชนิดเข้าร่วมขบวนแห่ศพด้วย นอกจากนี้ยังมีของชำร่วยแจกในงานศพ เป็นผ้าเช็ดหน้าพิมพ์รูปย่าเหล และมีตราวชิระที่มุมด้านขวา พระราชทานเป็นของที่ระลึกแก่ทุกคนที่ไปร่วมงานด้วยอนุสรณ์ย่าเหล อนุสรณ์ย่าเหล. หลังงานศพของย่าเหล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ขึ้น โดยหล่อรูปย่าเหลด้วยโลหะทองแดง ตั้งไว้หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ในพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม และได้ทรงพระราชนิพนธ์บทกลอนไว้อาลัยแก่ย่าเหล จารึกไว้ที่ด้านข้างของอนุสาวรีย์ ดังนี้
| ของชำร่วยที่แจกในงานศพย่าเหล สุนัขพันทางที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยง คืออะไร | {
"answer": [
"ผ้าเช็ดหน้า"
],
"answer_begin_position": [
2376
],
"answer_end_position": [
2387
]
} |
2,804 | 464,681 | ปูม้า (สกุล) ปูม้า () เป็นสกุลของปูสกุลหนึ่ง ในวงศ์ปูว่ายน้ำ (Portunidae) ใช้ชื่อสกุลว่า Portunus (/ปอร์-ทู-นัส/) มีลักษณะกระดองแบนราบและกว้าง ขาคู่สุดท้ายแพเป็นใบพาย ใช้สำหรับว่ายน้ำ ซึ่งจะว่ายน้ำได้ดีและเร็วมาก ปกติจะหากินในเวลากลางคืน ส่วนเวลากลางวันจะฝังตัวอยู่ใต้ทราย ในระดับความลึกประมาณ 7-30 เมตร โดยโผล่มาเพียงตาและหนวดเพื่อสังเกตการณ์ จัดเป็นปูที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เนื่องจากใช้บริโภคเป็นอาหาร เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 3 เดือน หลังจากตัวผู้ลอกคราบแล้ว สามารถออกไข่ได้ครั้งละ 120,000-2,300,000 ฟอง พบในน่านน้ำไทย 19 ชนิดการจำแนก การจำแนก. . ดังนี้
| มีการพบปูม้ากี่ชนิดในน่านน้ำไทย | {
"answer": [
"19"
],
"answer_begin_position": [
621
],
"answer_end_position": [
623
]
} |
2,805 | 572,359 | ไข่นกกระทา ไข่นกกระทา () เป็นไข่ของนกประเภทนกคุ่มหรือนกกระทา มีลักษณะคล้ายกับไข่ไก่ แต่มีขนาดเล็กกว่ามากและมีจุดเด่นคือ มีจุดแต้มหรือลายประสีต่าง ๆ บนเปลือกไข่อันเป็นสีตามธรรมชาติ ที่ธรรมชาติสร้างไว้สำหรับให้หลบซ่อนจากสัตว์กินเนื้อที่จะมาขโมยไข่ไปกิน ไข่นกกระทามีความสำคัญต่อมนุษย์ในฐานะเป็นอาหารเช่นเดียวกับไข่ไก่หรือไข่เป็ด ได้รับความนิยมไปทั่วโลกทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันตก หรือเอเชีย ในอาหารญี่ปุ่น จะปรุงดิบหรือปรุงสุกในซุชิเป็นทะมะโกะ และพบได้ในกล่องอาหารมื้อกลางวัน ในอาหารจีน ไข่กระทาก็นิยมใส่ในกระเพาะปลา ในเวียดนามและประเทศไทย ไข่นกกระทาสามารถปรุงเป็นขนมหรืออาหารรับประทานเล่นที่สามารถซื้อได้ตามริมทางเท้า ไข่นกกระทาหนึ่งฟองจะให้ปริมาณพลังงานกิโลแคลอรี 171 ซึ่งนับว่าสูงกว่าไข่ไก่ มีโปรตีน 13.3 (กรัม) ไขมัน 12.0 (กรัม) แคลเซียม 153 (มิลลิกรัม) เหล็ก 3.5 (มิลลิกรัม) คอเลสเตอรอล 508 (มิลลิกรัม) ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี
| ไข่ที่นิยมใส่ในกระเพาะปลาคือไข่อะไร | {
"answer": [
"ไข่นกกระทา"
],
"answer_begin_position": [
96
],
"answer_end_position": [
106
]
} |
2,806 | 572,359 | ไข่นกกระทา ไข่นกกระทา () เป็นไข่ของนกประเภทนกคุ่มหรือนกกระทา มีลักษณะคล้ายกับไข่ไก่ แต่มีขนาดเล็กกว่ามากและมีจุดเด่นคือ มีจุดแต้มหรือลายประสีต่าง ๆ บนเปลือกไข่อันเป็นสีตามธรรมชาติ ที่ธรรมชาติสร้างไว้สำหรับให้หลบซ่อนจากสัตว์กินเนื้อที่จะมาขโมยไข่ไปกิน ไข่นกกระทามีความสำคัญต่อมนุษย์ในฐานะเป็นอาหารเช่นเดียวกับไข่ไก่หรือไข่เป็ด ได้รับความนิยมไปทั่วโลกทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันตก หรือเอเชีย ในอาหารญี่ปุ่น จะปรุงดิบหรือปรุงสุกในซุชิเป็นทะมะโกะ และพบได้ในกล่องอาหารมื้อกลางวัน ในอาหารจีน ไข่กระทาก็นิยมใส่ในกระเพาะปลา ในเวียดนามและประเทศไทย ไข่นกกระทาสามารถปรุงเป็นขนมหรืออาหารรับประทานเล่นที่สามารถซื้อได้ตามริมทางเท้า ไข่นกกระทาหนึ่งฟองจะให้ปริมาณพลังงานกิโลแคลอรี 171 ซึ่งนับว่าสูงกว่าไข่ไก่ มีโปรตีน 13.3 (กรัม) ไขมัน 12.0 (กรัม) แคลเซียม 153 (มิลลิกรัม) เหล็ก 3.5 (มิลลิกรัม) คอเลสเตอรอล 508 (มิลลิกรัม) ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี
| ไข่นกกระทาหนึ่งฟองจะให้ปริมาณพลังงานกี่กิโลแคลอรี | {
"answer": [
"171"
],
"answer_begin_position": [
750
],
"answer_end_position": [
753
]
} |
2,807 | 60,498 | ปลาหวีเกศ ปลาหวีเกศ (; ) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปลาหวีเกศ (Schilbeidae) เป็นปลาไม่มีเกล็ด มีรูปร่างคล้ายปลาสังกะวาดและปลาเนื้ออ่อนผสมรวมกัน ตัวเรียวยาว มีครีบหลัง 2 ตอน ตอนหลังเป็นแผ่นเนื้อขนาดเล็กมาก มีลักษณะเด่นคือ มีหนวดยาว 4 คู่ แต่หนวดจะแบนไม่เป็นเส้น คล้ายกับเส้นผมของผู้หญิง จึงเป็นที่มาของชื่อ พบอาศัยอยู่เฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น กินแมลงเป็นอาหาร ขนาดโตเต็มที่ราว 20 เซนติเมตร เป็นปลาที่มีรายชื่ออยู่ในกาพย์แห่ชมปลาของเจ้าฟ้ากุ้งนับตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายที่ว่า ปัจจุบันนี้ไม่มีรายงานพบในธรรมชาติมานานแล้ว จึงเชื่อว่าได้สูญพันธุ์ไปแล้ว เหลือแต่เพียงซากที่ถูกดองเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากรมประมงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยฮิว แมคคอร์มิค สมิธ ที่เก็บตัวอย่างได้จากตลาดปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 และสถาบันสมิธโซเนียนเท่านั้น มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ปลาสายยู" หรือ "ปลาเกด"
| ปลาหวีเกศอาศัยอยู่ในแม่น้ำใดในประเทศไทย | {
"answer": [
"แม่น้ำเจ้าพระยา"
],
"answer_begin_position": [
410
],
"answer_end_position": [
425
]
} |
2,808 | 60,498 | ปลาหวีเกศ ปลาหวีเกศ (; ) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปลาหวีเกศ (Schilbeidae) เป็นปลาไม่มีเกล็ด มีรูปร่างคล้ายปลาสังกะวาดและปลาเนื้ออ่อนผสมรวมกัน ตัวเรียวยาว มีครีบหลัง 2 ตอน ตอนหลังเป็นแผ่นเนื้อขนาดเล็กมาก มีลักษณะเด่นคือ มีหนวดยาว 4 คู่ แต่หนวดจะแบนไม่เป็นเส้น คล้ายกับเส้นผมของผู้หญิง จึงเป็นที่มาของชื่อ พบอาศัยอยู่เฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น กินแมลงเป็นอาหาร ขนาดโตเต็มที่ราว 20 เซนติเมตร เป็นปลาที่มีรายชื่ออยู่ในกาพย์แห่ชมปลาของเจ้าฟ้ากุ้งนับตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายที่ว่า ปัจจุบันนี้ไม่มีรายงานพบในธรรมชาติมานานแล้ว จึงเชื่อว่าได้สูญพันธุ์ไปแล้ว เหลือแต่เพียงซากที่ถูกดองเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากรมประมงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยฮิว แมคคอร์มิค สมิธ ที่เก็บตัวอย่างได้จากตลาดปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 และสถาบันสมิธโซเนียนเท่านั้น มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ปลาสายยู" หรือ "ปลาเกด"
| ปลาหวีเกศกินอะไรเป็นอาหาร | {
"answer": [
"แมลง"
],
"answer_begin_position": [
437
],
"answer_end_position": [
441
]
} |
2,809 | 476,709 | บานไม่รู้โรยป่า บานไม่รู้โรยป่า เป็นไม้ล้มลุกและไม้ยืนต้น พุ่มต้นสูงประมาณ 40-100 เมตร ในประเทศไทยพบมากทางภาคเหนือลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์. บานไม่รู้โรยป่าเป็นไม้ล้มลุกและไม้ยืนต้น พุ่มต้นสูงประมาณ 40-100 เมตร ต้นค่อนข้างกลมอวบน้ำ สีเขียวแกมขาว ยาวตรง กิ่งแขนงเลื้อย ทอดไปเป็นรัศมีโดยรอบ ส่วนปล้องค่อนข้างยาว ลำต้นมีขนเล็กๆปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงตัวแบบตรงข้าม ก้านใบยาว 2-5 มม. โคนก้านเป็นร่องเล็กๆแล้วแผ่เป็นกาบสั้นๆหุ้ม ข้อ ใบรูปไข่กลับยาวรี ถึงรูปใบหอกโคนใบแหลมและ attenuate ปลายใบค่อนข้างแหลมหรือมน ผิวใบมีขนสีขาวปก คลุม ขอบใบเรียบ ใบกว้าง 0.5-1 ซม. ยาว 2-3.5 ซม. ดอกช่อเชิงลดรูปขอบขนาน เกิดที่ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 5-15 ซม. ปลายก้านดอกมี ใบประดับ รูปร่าง คล้ายใบ 1 คู่ อยู่ใต้กลุ่มดอกย่อย แต่ละดอกย่อยมีใบประดับ 1 อันรูปไข่ปลายแหลม กว้าง 1.5-2 มม. ยาว2-3 มม. กลีบ 5 กลีบ แยกกัน สีขาว บางและแห้ง รูปไข่หรือรูปขอบขนาน ปลายแหลม กว้าง 1-1.5 มม. ยาว 4-8 มม. โคน กลีบมีขนสีขาว เกสรเพศผู้ จำนวน 5 อัน ก้านชูอับเรณูเชื่อมติดกันเป็นหลอดเยื่อบางๆความยาวหลอด 3-4 มม. อับ เรณูสีเหลือง เกสรเพศเมีย 1 อัน รังไข่ superior ovary สีเขียว ขนาด 0.5-1 มม. ก้านเกสรสั้นๆ ยอดเกสรเป็น 2 แฉก ดอกบานเวลากลางวันจะหุบเวลากลางคืน ผลแห้งแบบผลกระเปาะ รูปไข่กลับ มีกลีบและใบประดับห่อหุ้ม เมล็ดรูปเลนส์ สีดำขนาด 1 มม.การป้องกันและกำจัดการป้องกันและกำจัด. - รดน้ำให้ดินนิ่มและทำการถอนให้โคนต้นหลุดออกจากดิน หากมีจำนวนมากไม่สามารถถอนได้หมดในคราวเดียวควรตัดต้นออกก่อนที่ดอกจะแก่ สามารถควบคุมการแพร่กระจายได้ระดับหนึ่ง - ใช้สารเคมีประเภทดูดซึม เช่น ไกลโฟเซต (48% เอสแอล) การใช้สารเคมีประเภทนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เนื่องจาก เป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้มาก อัตราที่ใช้ 70 - 80 ซี.ซี. ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วและเพื่อให้ได้ผลในการกำจัดควรใช้ร่วมกับสารจับใบเพื่อการเกาะติดของสารเคมีกับใบพืชสรรพคุณสรรพคุณ. - ต้น : แก้กามโรค หนองใน ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว แก้ระดูขาว - ราก : แก้โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ ขับนิ่ว
| บานไม่รู้โรยป่าพบมากในประเทศไทยทางแถบภาคใด | {
"answer": [
"ภาคเหนือ"
],
"answer_begin_position": [
196
],
"answer_end_position": [
204
]
} |
2,810 | 250,291 | สุสานหลวงราชวงศ์โชซ็อน สุสานหลวงราชวงศ์โชซ็อน () เป็นสุสานที่ฝังพระศพของกษัตริย์ พระมเหสี และพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์โชซ็อน ประกอบด้วยสุสานทั้งหมด 40 สุสาน ซึ่งกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ 18 แห่ง สุสานแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2552มรดกโลก มรดกโลก. สุสานหลวงราชวงศ์โชซ็อนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 33 เมื่อปี พ.ศ. 2552 ที่เมืองเซบียา ประเทศสเปน โดยผ่านข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก ดังนี้- (iii) - เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว - (iv) - เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ - (vi) - มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมในสุสานหลวง สถาปัตยกรรมในสุสานหลวง. ในสุสานหลวงสามารถแบ่งออกได้เป็นสามส่วนหลัก ดังนี้ส่วนของช็องจากัก ส่วนของช็องจากัก. เป็นจุดพบกันระหว่างผู้ล่วงลับและคนเป็น โดยพื้นที่บริเวณประตูฮงซัลมุนเป็นบริเวณสำหรับคนเป็นส่วนของพื้นที่ซึ่งผ่านประตูไปแล้ว ส่วนของพื้นที่ซึ่งผ่านประตูไปแล้ว. เป็นบริเวณระหว่างโลกและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นพื้นที่ซึ่งดวงพระวิญญาณของกษัตริย์และราชินีจะทรงมาพบกับผู้มานมัสการจากโลกมนุษย์ พื้นที่นี้ประกอบไปด้วยศาลช็องจากัก, ซูบกบัง และอาคารซูรากังพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์บริเวณหลุมพระบรมศพ พื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์บริเวณหลุมพระบรมศพ. พื้นที่ที่ประกอบไปด้วยกำแพง และสถาปัตยกรรมจากหินอื่น ๆสถาปัตยกรรมอื่น สถาปัตยกรรมอื่น. สถาปัตยกรรมอื่น ๆ ประกอบไปด้วย1. กกจัง เป็นกำแพงสามด้านรอบหลุมพระบรมศพป้องกันพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ 2. ซ็อกโฮ เทพเสือ ทำหน้าที่เป็นผู้ปกปักรักษาบงบุน 3. ซ็อกยัง รูปปั้นแกะ ซึ่งป้องกันวิญญาณชั่วร้ายจากโลกและยังสวดภาวนาแด่ดวงพระวิญญาณของผู้ล่วงลับ 4. มังจูซ็อก เสาหินคู่ สร้างขึ้นไว้ทั้งสองด้านของเนินหลุมพระบรมศพ 5. บงบุน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพของกษัตริย์หรือราชินี อาจเรียกว่า นึงชิม หรือ นึงซัง 6. นันกางซ็อก เป็นที่หินป้องกันความเสี่ยงและปกป้องบย็องพุงซ็อก 7. ฮ็องนยูซ็อก หินสี่เหลี่ยมสร้างขึ้นไว้ทางด้านหน้าของหลุมพระบรมศพ เชื่อว่าเป็นที่เชิญดวงพระวิญญาณออกมา 8. มูนินซ็อก รูปปั้นนักปราชญ์ ซึ่งวางไว้ทางด้านซ้ายและขวาของประทีบชังมย็องดึง 9. ชังมย็องดึง ประทีบซึ่งอำนวยความสะดวกในการนมัสการและสวดมนต์แด่ดวงพระวิญญาณ 10. ซ็องมา รูปปั้นม้า 11. มูอินซ็อก รูปปั้นทหาร ซึ่งกล่าวว่าจะปกป้องกษัตริย์ วางอยู่ด้านล่างของมูอินซ็อก 12. เยกัม ตั้งอยู่ทางมุมด้านซ้าย ด้านหลังของช็องจากัก ถูกนำมาใช้ในการเผาคำอธิษฐานหลังงานพระบรมศพแล้ว 13. บิกัก อาคารซึ่งมีอนุสาวรีย์หินสลักพระนามของกษัตริย์และราชินีไว้ด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะสลักรายชื่อพระราชกรณียกิจที่ประสบความสำเร็จของกษัตริย์ 14. ช็องจากัก เป็นพื้นที่สำหรับใก้บริการในการรำลึก 15. ชัมโด เป็นแนวทางเดินหินนำไปสู่งช็องจากัก ทางเดินที่สูงกว่าเรียกว่าชินโด (ทางเดินแห่งพระเจ้า) ขณะที่ทางเดินต่ำกว่าเรียกว่า Eodo (ทางเดินของกษัตริย์) เฉพาะ Eodo เท่านั้นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้ ตามที่ทางเกาหลีกำหนดไว้ 16. ซูรากัน เป็นที่ตั้งอาหารเตรียมการสำหรับรำลึก 17. ซูบ็อกบัง เป็นพื้นที่สุดท้ายสำหรับเจ้าหน้าที่เฝ้าหลุมพระบรมศพ 18. แบวี 19. ฮงซัลมุน เป็นประตูสีแดงทรงกระบอก- บย็องพุงซ็อก เป็นกินซึ่งอยู่ใต้และรอบ ๆ เพื่อปกป้องบงบุนรายชื่อสุสาน รายชื่อสุสาน. สุสานหลวงมีการแบ่งระดับของสุสานไว้ 3 ระดับ คือ1. "นึง" (, ) สำหรับเรียกพระราชสุสานที่ใช้ฝังพระบรมศพของกษัตริย์ และพระศพพระมเหสี รวมถึงพระราชวงศ์ที่ได้รับการสถาปนาพระเกียรติยศเทียบเท่ากษัตริย์หรือพระมเหสี 2. "วอน" (, ) สำหรับเรียกพระสุสานที่ใช้ฝังพระศพพระราชบิดากับพระราชมารดาของกษัตริย์ องค์ชายรัชทายาท และพระชายาในองค์ชายรัชทายาท 3. "มโย" (, ) สำหรับเรียกพระสุสานที่ใช้ฝังพระศพพระราชวงศ์ระดับรองลงมา รวมถึงกษัตริย์ พระมเหสี หรือพระสนมที่โดนปลดออกจากตำแหน่งด้วย อนึ่ง สุสานของประชาชนทั่วไปเรียกว่า มโย เช่นกันดงกูลึง (동구릉) ดงกูลึง (동구릉). ดงกูลึง: กลุ่มพระราชสุสานดงกูรึง (, ) ตั้งอยู่ในเมืองคูรี จังหวัดคย็องกี เป็นพระราชสุสานที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดในเกาหลีใต้ ประกอบด้วยพระราชสุสาน 9 หลัง โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่พระราชสุสานก็อนว็อลลึง (, ) ที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าแทโจ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซ็อน และพระราชสุสานอื่น ๆ ที่อยู่ล้อมรอบ ได้แก่ พระราชสุสานมงนึง (, ) ที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าซอนโจ พระศพพระมเหสีอึยอิน และพระมเหสีอินมก พระราชสุสานฮย็อลลึง (, ) ที่ฝังพระบรมศพพระเจ้ามุนจง และพระศพพระมเหสีฮยอนด็อค พระราชสุสานซูลึง (, ) ที่ฝังพระศพองค์ชายฮโยมยอง องค์ชายรัชทายาทในพระเจ้าซุนโจ และพระศพพระชายาซินจอง พระราชสุสานฮวีลึง (, ) ที่ฝังพระศพพระมเหสีจางนย็อล พระมเหสีในพระเจ้าอินโจ พระราชสุสานคย็องนึง (, ) ที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าฮอนจง พระศพพระมเหสีฮโยฮย็อน และพระศพพระมเหสีฮโยจ็อง พระราชสุสานว็อลลึง (, ) ที่ฝังพระบรมศพพระเจ้ายองโจ และพระศพพระมเหสีจ็องซุน พระราชสุสานฮเยลึง (, ) ที่ฝังพระศพพระมเหสีดันอึย พระมเหสีในพระเจ้าคย็องจง และพระราชสุสานซุงนึง (, ) ที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าฮย็อนจง และพระศพพระมเหสีมย็องซ็องกวังนึง (광릉) กวังนึง (광릉). กวังนึง: พระราชสุสานกวังนึง (, ) ตั้งอยู่ในเมืองนัมยางจู จังหวัดคย็องกี เป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าเซโจ และพระศพพระมเหสีจองฮุย ตระกูลยุนฮ็อลลึงและอิลลึง(헌릉&인릉) ฮ็อลลึงและอิลลึง(헌릉&인릉). ฮ็อลลึง: อิลลึง: พระราชสุสานฮ็อลลึง (, ) และพระราชสุสานอิลลึง (, ) ตั้งอยู่ในทางตอนใต้ของโซล ฮ็อลลึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าแทจง และพระศพพระมเหสีวอนคย็อง ตระกูลมิน ส่วนอิลลึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าซุนโจ และพระศพพระมเหสีซุนวอน ตระกูลกิมฮงนึงและยูลึง (홍릉&유릉) ฮงนึงและยูลึง (홍릉&유릉). ฮงนึง: ยูลึง: ย็องวอน: พระราชสุสานฮงนึง (, ) และพระราชสุสานยูลึง (, ) ตั้งอยู่ในเมืองนัมยางจู จังหวัดคย็องกี ฮงนึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระจักรพรรดิโกจง และพระศพจักรพรรดินีมย็องซ็อง ส่วนยูลึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระจักรพรรดิซุนจง พระศพพระจักรพรรดินีซุนมยองฮโย และพระศพพระจักรพรรดินีซุนจองฮโย พระราชสุสานยูลึงนับเป็นพระราชสุสานลำดับสุดท้ายของราชวงศ์โชซ็อน ส่วนพระสุสานอีก 1 หลังที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยนั้น คือ พระสุสานย็องวอน (, ) เป็นที่ฝังพระศพเจ้าชายอุยมิน พระราชโอรสในพระจักรพรรดิโกจง มกุฏราชกุมารองค์สุดท้ายของราชวงศ์โชซ็อน และพระศพพระชายาอี พัง-จาจังนึง (คิมโพ) (김포 장릉) จังนึง (คิมโพ) (김포 장릉). จังนึง (คิมโพ): พระราชสุสานจังนึง (, ) ตั้งอยู่ในเมืองเมืองคิมโพ จังหวัดคย็องกี เป็นที่ฝังพระศพองค์ชายว็อนจง และพระชายาอินฮ็อน พระราชบิดาและพระราชมารดาของพระเจ้าอินโจจังนึง (พาจู) (파주 장릉) จังนึง (พาจู) (파주 장릉). จังนึง (พาจู): พระราชสุสานจังนึง (พาจู) (, ) ตั้งอยู่ในเมืองพาจู จังหวัดคย็องกี เป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าอินโจ และพระศพพระมเหสีอิลย็อล ปัจจุบัน พระราชสุสานหลังนี้ไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมจังนึง (ย็องวอล)(영월 장릉) จังนึง (ย็องวอล)(영월 장릉). จังนึง (ย็องวอล): พระราชสุสานจังนึง (ย็องวอล) (, ) ตั้งอยู่ในเมืองย็องวอล จังหวัดคังวอน เป็นที่ฝังพระศพพระเจ้าทันจง เป็นพระราชสุสานที่ไกลจากโซลมากที่สุดจองนึง (정릉) จองนึง (정릉). จองนึง: พระราชสุสานจองนึง (, ) ตั้งอยู่ในโซล เป็นที่ฝังพระศพพระมเหสีซินด็อค ตระกูลกัง พระมเหสีในพระเจ้าแทโจโอลลึง (온릉) โอลลึง (온릉). โอลลึง: พระราชสุสานโอลลึง (, ) ตั้งอยู่ในเมืองยังจู จังหวัดคย็องกี เป็นที่ฝังพระศพพระมเหสีดันคย็อง พระมเหสีในพระเจ้าจุงจง ปัจจุบัน พระราชสุสานหลังนี้ไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมซัมนึง (พาจู) (파주 삼릉) ซัมนึง (พาจู) (파주 삼릉). กงนึง: ซอลลึง: ยองนึง: กลุ่มพระราชสุสานซัมนึง (พาจู) (, ) ตั้งอยู่ในเมืองพาจู จังหวัดคย็องกี ประกอบด้วยพระราชสุสาน 3 หลัง คือ พระราชสุสานกงนึง (, ) พระราชสุสานซอลลึง (, ) และพระราชสุสานยองนึง (, ) กงนึงเป็นที่ฝังพระศพพระมเหสีจางซุน ตระกูลฮัน พระมเหสีในพระเจ้าเยจง ซอลลึงเป็นที่ฝังพระศพพระมเหสีกงฮเย ตระกูลฮัน พระมเหสีในพระเจ้าซองจง ส่วนยองนึงเป็นที่ฝังพระศพเจ้าชายฮโยจัง พระราชโอรสองค์โตในพระเจ้ายองโจ และพระศพพระชายาฮโยซุนซารึง (사릉) ซารึง (사릉). ซารึง: พระราชสุสานซารึง (, ) ตั้งอยู่ที่ในเมืองนัมยางจู จังหวัดคย็องกี เป็นที่ฝังพระศพพระมเหสีจองซุน ตระกูลซง พระมเหสีในพระเจ้าทันจงซ็อลลึงและจ็องนึง (선릉&정릉) ซ็อลลึงและจ็องนึง (선릉&정릉). ซ็อลลึง: จ็องนึง: พระราชสุสานซ็อลลึง (, ) และพระราชสุสานจ็องนึง (, ) ตั้งอยู่ในตอนใต้ของโซล ซ็อลลึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าซองจง และพระศพพระมเหสีจองฮยอน ตระกูลยุน ส่วนจ็องนึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าจุงจง ในเอกสารของทางการ มีการเรียกชื่อพระราชสุสาน 2 หลังนี้รวมกันว่า "ซ็อนจ็องนึง" (, )ซอโอลึง (서오릉) ซอโอลึง (서오릉). คย็องนึง: ชังนึง: อิงนึง: มย็องนึง: ฮงนึง: ซุนชังวอน: ซูคย็องวอน: แดบินมโย: กลุ่มพระราชสุสานซอโอลึง (, ) ตั้งอยู่ในเมืองโกยาง จังหวัดคย็องกี ประกอบด้วยพระราชสุสาน 5 หลัง ได้แก่ พระราชสุสานคย็องนึง (, ) เป็นที่ฝังพระศพองค์ชายอึยคย็อง องค์ชายรัชทายาทในพระเจ้าเซโจ และพระศพพระชายาโซฮเย พระราชสุสานชังนึง (, ) เป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าเยจง และพระศพพระมเหสีอันซุน ตระกูลฮัน พระราชสุสานอิงนึง (, ) เป็นที่ฝังพระศพพระมเหสีอิงคย็อง พระมเหสีในพระเจ้าซุกจง พระราชสุสานมย็องนึง (, ) เป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าซุกจง พระศพพระมเหสีอินฮย็อน และพระศพพระมเหสีอินว็อน และพระราชสุสานฮงนึง (, ) เป็นที่ฝังพระศพพระมเหสีจ็องซ็อง พระมเหสีในพระเจ้ายองโจ ในบริเวณใกล้เคียงกัน มีพระสุสานอีก 3 หลังที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแต่มีชื่อเสียง ได้แก่ ซุนชังวอน (, ) เป็นที่ฝังพระศพองค์ชายซุนโฮ องค์ชายรัชทายาทในพระเจ้ามย็องจ็อง และพระศพพระชายากงฮโยบิน ตระกูลยุน ซูคย็องวอน (, )เป็นที่ฝังพระศพพระสนมยองบิน ตระกูลอี พระสนมในพระเจ้ายองโจและพระราชมารดาของมกุฏราชกุมารซาโด และแดบินมโย (, ) เป็นที่ฝังพระศพพระสนมฮีบิน ตระกูลจาง พระสนมในพระเจ้าซุกจงซอซัมนึง (서삼릉) ซอซัมนึง (서삼릉). ฮุยลึง: ฮโยลึง: เยลึง: ฮอยมโย: ฮโยชังวอน: อึยรย็องวอน : กลุ่มพระราชสุสานซอซัมนึง (, ) ตั้งอยูในเมืองโกยาง จังหวัดคย็องกี ประกอบด้วยพระราชสุสาน 3 หลัง คือ พระราชสุสานฮุยลึง (, ) พระราชสุสานฮโยลึง (, ) และพระราชสุสานเยลึง (, ) ฮุยลึงเป็นที่ฝังพระศพพระมเหสีจังคย็อง พระมเหสีในพระเจ้าจุงจง ฮโยลึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าอินจง และพระศพพระมเหสีอินซอง ส่วนเยลึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าชอลจง และพระศพพระมเหสีชอลอิน นอกจากนี้ยังมีพระสุสานอีก 50 หลังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เป็นที่ฝังพระศพของพระราชวงศ์พระองค์อื่น ๆ พระสุสานที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ฮโยชังวอน (, ) เป็นที่ฝังพระศพองค์ชายมุนฮโย องค์ชายรัชทายาทในพระเจ้าจองโจ อึยรย็องวอน (, ) เป็นที่ฝังพระศพองค์ชายอึยโซ พระราชนัดดาพระองค์แรกในพระเจ้ายองโจ และฮเวมโย (, ) เป็นที่ฝังพระศพอดีตพระมเหสีแจฮอน ตระกูลยุน พระมเหสีในพระเจ้าซองจงแทลึงและกังนึง (태릉&강릉) แทลึงและกังนึง (태릉&강릉). แทลึง: กังนึง: พระราชสุสานแทลึง (, ) และพระราชสุสานกังนึง (, ) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของโซล แทลึงเป็นที่ฝังพระศพพระมเหสีมุนจอง ตระกูลยุน พระมเหสีในพระเจ้าจุงจง ส่วนกังนึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้ามยองจง และพระศพพระมเหสีอินซุน ตระกูลซิมอึยลึง (의릉) อึยลึง (의릉). อึยลึง: พระราชสุสานอึยลึง (, ) ตั้งอยู่ในโซล เป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าคย็องจง และพระศพพระมเหสีซอนอึย ตระกูลออย็องนึงและนย็องนึง (영릉&영릉) ย็องนึงและนย็องนึง (영릉&영릉). ย็องนึง: นย็องนึง: พระราชสุสานย็องนึง (, ) และพระราชสุสานนย็องนึง (, ) ตั้งอยู่ในเมืองยอจู จังหวัดคย็องกี ย็องนึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าเซจงมหาราช และพระศพพระมเหสีโซฮอน ส่วนนย็องนึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าฮโยจง และพระศพพระมเหสีอินซอน อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งมีการเรียกพระราชสุสานนย็องนึงว่า "พระราชสุสานย็องนึง" เช่นกันยุงนึงและก็อนลึง (융릉&건릉) ยุงนึงและก็อนลึง (융릉&건릉). ยุงนึง: ก็อนลึง: พระราชสุสานยุงนึง (, ) และพระราชสุสานก็อนลึง (, ) ตั้งอยู่ในเมืองฮวาซ็อง จังหวัดคย็องกี ยุงนึงเป็นที่ฝังพระศพมกุฎราชกุมารซาโด กับพระชายาฮเยกย็อง ส่วนก็อนลึงเป็นที่ฝังพระบรมศพพระเจ้าช็องโจ กับพระมเหสีฮโยอึย ในเอกสารของทางการมีการเรียกชื่อพระราชสุสาน 2 หลังนี้รวมกันว่า "ยุงก็อนลึง" (, )
| สุสานหลวงราชวงศ์โชซ็อนที่ประเทศเกาหลีใต้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. ใด | {
"answer": [
"2552"
],
"answer_begin_position": [
341
],
"answer_end_position": [
345
]
} |
2,811 | 243,726 | โบตั๋น (พรรณไม้) โบตั๋นมีชื่อในภาษาไทยว่า "นางพญานิรมล" เป็นไม้ดอกสกุล Paeonia ซึ่งเป็นสกุลเดียว ในวงศ์ Paeoniaceae เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชีย, ตอนใต้ของทวีปยุโรป และตะวันตกของอเมริกาเหนือ ในอดีต โบตั๋นมักถูกจัดอยู่ในวงศ์ Ranunculaceae พืชสกุลโบตั๋นส่วนใหญ่เป็นไม้ล้มลุกหลายปี สูงประมาณ 0.5–1.5 เมตร บางชนิดเป็นพุ่ม ลำต้นมีเนื้อไม้ สูง 1.5-3 เมตร ลักษณะของใบเป็นใบประกอบ มีแฉกลึก ดอกใหญ่ และมักมีกลิ่นหอม มีหลายสี ตั้งแต่ แดง บานเย็น เหลือง จนถึงขาว มักออกดอกในช่วงต้นฤดูร้อนชื่อ ชื่อ. ชื่อ "โบตั๋น" ในภาษาไทย มาจากชื่อดอกไม้นี้ในภาษาญี่ปุ่นว่า "โบะตัง" () แต่บางคนก็ว่า มาจากชื่อในภาษาจีนว่า "หมู่ตัน" () โบตั๋นนั้น ในภาษาอังกฤษเรียกว่า peony โดยมีตำนานเล่าว่า ตั้งตามชื่อของไพอัน (Paean) ศิษย์คนหนึ่งของเอสเคลปิอัส เทพเจ้าแห่งการแพทย์ของกรีกโบราณ ต่อมาเอสเคลปิอัสอิจฉาลูกศิษย์ของตน เทพเซอุสช่วยไพอันให้พ้นภัยโดยสาปให้กลายร่างเป็นดอกโบตั๋นชนิดชนิด. - ชนิดไม้ล้มลุก มีด้วยกันประมาณ 30 ชนิด- Paeonia abchasica - Paeonia anomala - Paeonia bakeri - Paeonia broteri - Paeonia brownii (Brown's Peony) - Paeonia californica (โบตั๋นแคลิฟอร์เนีย) - Paeonia cambessedesii - Paeonia caucasica - Paeonia clusii - Paeonia coriacea - Paeonia daurica - Paeonia emodi - Paeonia hirsuta - Paeonia intermedia - Paeonia japonica (โบตั๋นญี่ปุ่น) - Paeonia kesrouanensis (โบตั๋นซีเรีย) - Paeonia lactiflora (โบตั๋นจีน, "Common Garden Peony") - Paeonia macrophylla - Paeonia mairei - Paeonia mascula (โบตั๋นบอลข่าน) - Paeonia mlokosewitschii (Golden Peony) - Paeonia obovata - Paeonia officinalis (โบตั๋นยุโรป) - Paeonia parnassica (โบตั๋นกรีก) - Paeonia peregrina - Paeonia rhodia - Paeonia sinjiangensis - Paeonia sterniana - Paeonia steveniana - Paeonia tenuifolia - Paeonia tomentosa - Paeonia veitchii (Veitch's Peony) - Paeonia wittmanniana- ชนิดไม้เนื้อแข็ง (ประมาณ 8 ชนิด)- Paeonia decomposita - Paeonia delavayi (Delavay's Tree Peony) - Paeonia jishanensis (syn. Paeonia spontanea; Jishan Peony) - Paeonia ludlowii (Ludlow's Tree Peony) - Paeonia ostii (Osti's Peony) - Paeonia qiui (Qiu's Peony) - Paeonia rockii (syn. Paeonia suffruticosa subsp. rockii; Rock's Peony or Tree Peony) - Paeonia suffruticosaสัญลักษณ์และการใช้ สัญลักษณ์และการใช้. ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ที่นิยมใช้ในงานศิลปะมายาวนาน และหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำชาติของจีน โดยถือเป็นดอกไม้แห่งจักรพรรดิและความร่ำรวย กับนิยมใช้ในเชิงสัญลักษณ์ในศิลปะจีนอีกด้วย เมื่อ ค.ศ.1903 ราชวงศ์ชิงประกาศให้โบตั๋นเป็นดอกไม้ประจำชาติ ปัจจุบันนี้ไต้หวันใช้ดอกเหมยเป็นดอกไม้ประจำชาติ ขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ได้ใช้เป็นดอกไม้ประจำชาติตามกฎหมายอีกแล้ว และต่อมาเมื่อปี 1994 มีการเสนอให้ใช้ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ประจำชาติอีก โดยการทำประชามติ แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับ กระทั่ง ค.ศ. 2003 มีการเสนอดังกล่าวอีกครึ่งหนึ่ง และยังไม่มีการเลือกใช้ดอกโบตั๋นอีกเช่นกัน เมืองลั่วหยาง เมืองหลวงเก่าที่มีชื่อเสียงของจีน มีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางการปลูกดอกโบตั๋นที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในประวัติศาสตร์จีน มักจะยกย่องโบตั๋นจากลั่วหยางว่างดงามที่สุดในแผ่นดิน ปัจจุบันยังมีการจัดนิทรรศการและการแสดงดอกโบตั๋นในเมืองนี้ปีละนับสิบๆ ครั้ง ในประเทศญี่ปุ่น ดอกโบตั๋นชนิด Paeonia lactiflora เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ebisugusuri (แปลว่า ยาจากต่างแดน) ตามตำรับยาของญี่ปุ่น ถือว่ารากโบตั๋นใช้รักษาอาการชักได้ นอกจากนี้ยังปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ โบตั๋นชนิด Paeonia suffruticosa ในญี่ปุ่น ถือว่าเป็น เจ้าแห่งบุปผา และชนิด Paeonia lactiflora ถือว่า เป็น อัครเสนาบดีแห่งบุปผา" ภาษาญี่ปุ่นเรียกโบตั๋นว่า โบตัน (牡丹) ก่อนสมัยเมจิ เนื้อจากสัตว์สี่เท้าไม่นิยมบริโภคมากนัก เนื่องจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา เมื่อเอ่ยถึงเนื้อสัตว์จึงเลี่ยงมาใช้ชื่อดอกไม้แทน คำว่า โบตัน ถูกใช้เรียกเนื้อหมูป่า มาตั้งแต่ครั้งนั้นจนปัจจุบัน ทั้งนี้ก็เพราะเนื้อหมูป่าเมื่อแล่เป็นชิ้นบางๆ จะคล้ายกับดอกโบตั๋นนั่นเอง ในทำนองเดียวกัน ชาวญี่ปุ่นใช้ดอกซากุระแทนคำเรียกเนื้อม้า ในรัฐอินเดียนา ของสหรัฐอเมริกา ใช้ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ประจำรัฐมาตั้งแต่ ค.ศ. 1957 โดยใช้แทนดอก zinnia ที่เคยใช้เป็นดอกไม้ประจำรัฐมาตั้งแต่ ค.ศ.1931 โบตั๋นนิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ เพราะมีดอกสวยงามและใหญ่มาก ทั้งยังมีกลิ่นหอมด้วยภาพโบตั๋น
| ดอกโบตั๋นมีชื่อภาษาไทยว่าอะไร | {
"answer": [
"นางพญานิรมล"
],
"answer_begin_position": [
134
],
"answer_end_position": [
145
]
} |
2,812 | 82,992 | ธนกฤต พานิชวิทย์ ธนกฤต พานิชวิทย์ หรือ ว่าน เป็นนักร้อง, นักแต่งเพลง,โปรดิวเซอร์, พิธีกรและนักแสดงชาวไทยที่มีชื่อเสียง เริ่มเข้าวงการจากเข้าร่วมประกวดในรายการเรียลลิตี้ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย (ในขณะนั้นยังเป็น ยูบีซี อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย) ซีซั่น 2 ในพ.ศ. 2548 เมื่อจบรายการจึงมาเป็นศิลปินในสังกัด ทรู แฟนเทเชีย อยู่ 5 ปี และได้รับโอกาสต่าง ๆ มากมายจากผู้ใหญ่จาก GMMA และเมื่อหมดสัญญากับทางทรู แฟนเทเชียแล้ว จึงได้ย้ายมาอยู่สังกัด GMMA ในเครือของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และเมื่อปี 2557 ได้ย้ายมาอยู่กับค่ายเพลงสไปซีดิสก์ มีผลงานต่าง ๆ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันประวัติ ประวัติ. ธนกฤต พานิชวิทย์ หรือ ว่าน เกิดเมื่อ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ที่จังหวัดนนทบุรี เป็นบุตรของนายธเนศและนางวานิสา พานิชวิทย์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ และตอนปลายจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และปริญญาตรีจาก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ภาควิชาดนตรีสากล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และปริญญาโทจาก คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพว่านเข้าวงการด้วยการสมัครเข้ารายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 2 ในรหัส V3 หลังจบการแข่งขัน ว่านก็มีผลงานเพลงออกมาภายใต้สังกัดบริษัท ทรู แฟนเทเชีย เช่น อัลบั้ม รวมถึงการเล่นละครโทรทัศน์ พิธีกรรายการโทรทัศน์ ละครเวที ภาพยนตร์ และการเป็นดีเจ แต่หลังจากครบสัญญา 5 ปี กับทาง ทรู แฟนเทเชีย ว่าน ธนกฤต ได้ย้ายสังกัดไปบริษัทในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ชื่อ GMMA แล้วเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ในเดือนกันยายน 2557 ย้ายมาอยู่กับค่ายเพลง สไปซีดิสก์ และเปิดตัวซิงเกิลแรกเพลง “ดาวอังคาร”- ชีวิตส่วนตัวคบหาดูใจกับ ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์คอนเสิร์ต “10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง” คอนเสิร์ต “10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง”. เมื่อ 20 สิงหาคม 2559 ธนกฤตเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต ฉลองครบรอบ 10 ปีในวงการบันเทิง ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ธนกฤตได้ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ตลอด 10 ปี ชีวิตในวงการบันเทิง ผ่านบทเพลงตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ เปิดตัวด้วยเพลง “คนเหงาที่ไม่เคยเหงา”, “สักเรื่องได้ไหม”, “มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ” และแขกรับเชิญคนแรกเริ่มด้วย รัฐ tattoo colour กับเพลง“รักแรกพบ”, ร่วมร้องกับแพท วง Klear ในเพลง“คำยินดี” ต่อด้วยศิลปินฮิพฮอพ Urboy TJ มาฮิพฮอพกับว่านในเพลง “ร้อยแก้ว” จากนั้นบอย ตรัย มาร่วมแจมกับว่าน รวมถึงเพลง “ทุกครั้งที่ฟัง” ที่บอย ตรัยแต่งและให้ว่านร้อง จากนั้นเป็นเซอร์ไพรส์พิเศษ เพลง“Thinking out loud” ที่ว่านตั้งใจร้องให้ ฟาง ธนันต์ธรญ์ จากนั้น ป๊อด โมเดิร์นด็อกมาร้องเพลง “ตาสว่าง” และ“ขอบคุณ” และเพลง “นาที” ที่ว่านอยากให้ป๊อด โมเดิร์นด็อก ศิลปินในดวงใจได้เป็นผู้ขับร้อง ปิดท้ายด้วยแขกรับเชิญสุดซี้ตั้งแต่สมัย AF จนถึงปัจจุบันอย่าง อ๊อฟ ปองศักดิ์ ช่วงท้ายมีเซอร์ไพรส์จากคุณพ่อคุณแม่ของว่านขึ้นมาอวยพรให้กับลูกชาย นอกจากนี้ตลอดทั้งคอนเสิร์ตยังมีเพลงมากมายที่ว่านได้นำมาร้อง เช่น วัยทองรำลึก, รู้สึกดี, คนไม่มีเวลา, สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก, ดาวอังคาร, อยู่บำรุง และระยะปลอดภัยงานโปรดิวเซอร์ งานโปรดิวเซอร์. ธนกฤตได้เริ่มเป็นโปรดิวเซอร์ให้แก่ศิลปินในค่าย ทรู แฟนเทเชีย และปัจจุบันได้ทำงานให้กับนักร้อง, ศิลปินคนอื่นในค่ายต่าง ๆ ทั้งยังได้แต่งเพลงประกอบหนัง ประกอบละคร หรือแม้แต่เพลงประกอบโฆษณาต่าง ๆ มากมายเลยทีเดียวผลงานเพลงสตูดิโออัลบั้ม (ที่ออกเดี่ยว)ผลงานเพลง. สตูดิโออัลบั้ม (ที่ออกเดี่ยว). - Wan Soloist (2550) สังกัดทรู แฟนเทเชีย - Soloist Plan B (2553) สังกัดทรู แฟนเทเชีย - อโศก (2554) สังกัด GMMA ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ - Alonevera (2559) ค่ายเพลง สไปซีดิสก์อัลบั้มอื่น ๆอัลบั้มอื่น ๆ. - Baby Hip-Pro (เพลง ว๊าก!!) (กันยายน 2547) - ปฏิบัติการเร่ขายฝัน (25 พฤศจิกายน 2548) - Plam Plam (4 กุมภาพันธ์ 2549) - Dream Team (กรกฎาคม 2549) - Soul Much In Love (23 มกราคม 2550) - อัลบั้มเพลงประกอบละครเวที AF The Musical ตอน เงิน เงิน เงิน (23 กุมภาพันธ์ 2550) - อัลบั้มเพลงประกอบละครเวที AF The Musical ตอน โจโจ้ซัง (12 สิงหาคม 2551) - อัลบั้มเพลงฮอตละครฮิต 5 (2 มิถุนายน 2552) - AF Hits Singles 2009 (เพลง "อยู่บำรุง") (14 มกราคม 2553)ซิงเกิลซิงเกิล. - เพลง สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก - ว่าน ธนกฤต (เพลงประกอบภาพยนตร์ สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก) (2553) - เพลง เหตุผล (ที่คนไม่เข้าใจ) (2554) - เพลง ยิ่งดู ยิ่งดี (2555) - เพลง มือปราบพ่อลูกอ่อน (เพลงประกอบละคร มือปราบพ่อลูกอ่อน) (2555) - เพลง คนเหงาที่ไม่เคยเหงา (เพลงประกอบ Club Friday The Series) (2555) - เพลง ไกล (เพลงประกอบละคร สามี) (2556)- เพลง ลูกผู้ชายตัวจริง (2557) - เพลง สายลับเจ้าเสน่ห์ (เพลงประกอบละคร สายลับสามมิติ) (2557)- เพลง นะ (เพลงประกอบละคร สายลับสามมิติ) (2557) - เพลง มิดชิด (เพลงประกอบละคร สายลับสามมิติ) (2557) - เพลง ภูมิต้านทาน - Better Weather Feat. ว่าน ธนกฤต (2558) - เพลง เพื่อนรักหักเหลี่ยม - เต็น ธีรภัค Feat. ว่าน ธนกฤต (2558)- เพลง วันที่พ่อไม่อยู่ - ว่าน ธนกฤต Feat. จั๊ก ชวิน (2559)- เพลง หวั่นไหวก็พอ - ว่าน ธนกฤตFeat. สายไหม มณีรัตน์ (เพลงประกอบละคร เพลิงนรี) (2559)- เพลง ทุกครั้งที่ฟัง (2559)- เพลง คุณนางฟ้า (2559)- เพลง ปิดผนึก (2559)- เพลง ชอบดื้อ - หน้ากากชายแก่ ft. โฟร์ ศกลรัตน์ (2560)- เพลง เราจะยิ้มให้กัน (เพลงประกอบโฆษณาเต้าหู้ไข่ไก่ตรานางพยาบาล) (2561)คอนเสิร์ตคอนเสิร์ต. - Dream Factory Concert [รวมเอเอฟ 2] - Never Before Never Again Concert by P&G [รวมเอเอฟ 2] - Love Me Love My Dog Concert by Central Plus Card [รวมเอเอฟ 2] - The Battle of Dream Concert [รวมเอเอฟ 1-2] - To Be Number One Concert ตอน : กำเนิดนักล่าฝัน [ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริโสภาพรรณวดี และเอเอฟ 2] - AF Dream Team Concert by FM One [รวมเอเอฟ 1-2] - คืนเหย้าเหล่านักล่าฝัน [รวมเอเอฟ 2] - Snow Kim กับผู้ชายทั้ง 7 โดยเป็น 1 ในแขกรับเชิญ - To Be Number One Concert ตอน :The theatre of Love[ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริโสภาพรรณวดี และเอเอฟ 1-2-3] - Green Concert หมายเลข 10 The Lost Love Songs (พร้อมบันทึกเสียงในซีดีที่แจกให้ผู้ซื้อบัตรทุกท่าน) - A-TIME * AF คนพันธุ์ A , The Reality Concert (ดีเจเอไทม์ ปะทะ เอเอฟ) - แอม ว่าน คอนเสิร์ต แอม เสาวลักษณ์ 2551 - AF FUNTASIA ปี 2007 ที่สวนสนุกดรีมเวิร์ล เวที Magic Chat show - BRIGHTER IDEA BY PHILIPS TORNADO PRESENTS AMP - WAN LIVE IN CONCERT I’ll HAVE TO SAY I LOVE YOU IN A SONG - THE SINGER CONCERT อ๊อฟ ปองศักดิ์ เป็น 1 ในแขกรับเชิญ - AF FUNTASIA 2008 ตอน Cooling The World ที่สวนสัตว์ซาฟารีเวิร์ล เวที Melody of Bird - Miniconcert ต่าง ๆ ของ Chill Band ของคลื่น 89 Chill FM ตาม Tops supermarket - Calories Blah Blah Unplugged concert เป็นแขกรับเชิญ ในรอบวันอาทิตย์ที่ 28 มิย. 09 - Green Concert หมายเลข 12 Greenwave's The Greatest Songs (จำนวน 2 รอบ ในวันที่ 26 ถึง 27 กย.09) - ว่าน เอ็ม รุจ YESTERDAY ONCE MORE CONCERT WITH WAN M RUJ (จำนวน 2 รอบ ในวันที่ 17 ถึง 18 ตค. 09) - True Music Party ตามสถาบันในจังหวัดต่าง ๆ - COVER NIGH PLUS THE DUET GUITER กับ โรส ศิรินทิพย์ - 5 men and a lady concert (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) - Free concert ของ Nestle Fitness แดน วรเวช และ วงมายด์ - Miniconcert Wan Soloist Plan B จัดที่ อาคารทิปโก้ ถ.พระราม 6 (เดิมจัดที่ Centerpoint PlayHouse @ Central World) - คอนเสิร์ตอาหลานโชว์ ร่วมกับ ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว กับ อ๊อฟ ปองศักดิ์ - คอนเสิร์ตแสตมป์ ควบ ว่าน ร่วมกับ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข จัดที่ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง อาคารกีฬาเวสน์ 2 (จำนวน 1 รอบ ในวันที่ 7 สค. 10) - คอนเสิร์ต Bam'S Love Song Concert ในวันที่ 13 พย. 10 - พิธีกรในคอนเสิร์ต KRUNGSRI AF COMEDY SHOW MUST GO ON - Big Mountain Music Festival 2011 วันที่ 11 ธ.ค. 11 ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ เวที Cowstage - Krungsri AF All Seasons วันที่ 24 ธันวาคม 2554 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี - คอนเสิร์ต Wan & The Guitars วันที่ 24 มีนาคม 2555 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ - คอนเสิร์ต AF Reunion V Fun มันส์ เฟิร์ม วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2558/2015 - Impact arena เมืองทองธานี - คอนเสิร์ต รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ครั้งที่ 3 (รำลึกถึงพระเจนดุริยางค์) เป็นแขกรับเชิญของวงดุริยางค์ทหารอากาศ วันที่ 19 สิงหาคม 2558 ณ โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ - คอนเสิร์ต ค.ส.ต. คืนความสุขสู่สายตา (10 ปี AF2) วันที่ 10 ตุลาคม 2558 ที่ จีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์ - คอนเสิร์ตสามแยกปากหวาน ร่วมกับ ป๊อบ ปองกูล กับ อ๊อฟ ปองศักดิ์ - คอนเสิร์ต ทัพฟ้าคู่ไทยเพื่อชัยพัฒนา ครั้งที่ 10 (ฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) เป็นแขกรับเชิญของวงดุริยางค์ทหารอากาศ วันที่ 13 - 14 มิถุนายน 2559 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จมาทอดพระเนตรในรอบวันที่ 14) - คอนเสิร์ต 10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า คอนเสิร์ต ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง วันที่ 20 สิงหาคม 2559 จัดที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี - JKN Mega Showcase : 7 - 11 - 17 Diamond Gold ร้องเพลงประกอบละครโปรเจกต์ รักกระชากใจ เดอะซีรีส์ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 จัดที่โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์- คอนเสิร์ตสามแยกปากหวานสามบวกหนึ่ง ร่วมกับ ป๊อบ ปองกูล กับ อ๊อฟ ปองศักดิ์ และ โอ๊ต ปราโมทย์ วันที่ 23-25 มีนาคม 2561 จัดที่ รอยัลพารากอนฮอลล์นักแต่งเพลงนักแต่งเพลง. - แต่งเนื้อเพลงและร่วมร้องคอรัส เพลง "เพราะดาว" ในอัลบั้มเดี่ยวของ พัดชา เอนกอายุวัฒน์ (อัลบั้ม Patcha the miracle 6) - แต่งเนื้อเพลง "คนไกลไกล" ขับร้องโดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม (ทำนองเพลงแต่งโดย จรส ฟูพร้อมวงศ์) - แต่งเนื้อเพลงในอัลบั้มรวมของเอเอฟ 5 ให้กับ กี๋ AF5 (ฐษชัย ชนะอรรถกาล) ร่วมกับ ครูบิ๊ก ธานัท ธัญญาหาร - แต่งเนื้อเพลงในอัลบั้มรวมของเอเอฟ 5 ให้กับ ว่าน AF5 (ยศนันท์ วงษ์เซ็ง) ร่วมกับ จั๊ก ชวิน จิตรสมบูรณ์ - แต่งเนื้อและทำนองเพลง "รักหมุนเวียน" โดยร่วมร้องกับ โจ AF2 (ภานุพล เอกเพชร) เพื่อประกอบรายการเจาะใจ ตอน Change - แต่งเนื้อและทำนองเพลง "วันทุกข์ วันศุกร์" ประจำรายการ Club Friday ของ คลื่น 106.5 Greenwave - แต่งเนื้อเพลงประกอบละคร "ก๊วนกามเทพ" จำนวน 2 เพลง เพลงอยู่เดี่ยว และเพลง คนเย็นชา..ไม่เหลือใคร - แต่งเนื้อเพลง "ไม่ใช่ความจริง" ให้กับ มาลีวัลย์ เจมีน่า (อัลบั้ม "Sensation") - แต่งเนื้อเพลง "คนที่พร้อมให้เธอ" ให้กับ วันธงชัย อินทรวัตร (ต้อล AF4) โดยใช้ประกอบละคร "เศรษฐีข้างเขียง" - แต่งเนื้อเพลงทุกเพลงในอัลบัมใหม่ของ น็อตโต๊ะ ร่วมกับ จั๊ก ชวิน จิตรสมบรูณ์ โดยมีซิงเกิลแรกชื่อเพลง "เพื่อนคนสุดท้าย" และซิงเกิลที่สอง "รักข้างเดียว" - แต่งเนื้อเพลง "ถามทำไม" ให้กับ ธัญนันท์ มหาพิรุณ (จีน AF) - แต่งเนื้อเพลง "เกินนาน" ในอัลบั้มรวม AF6 Debutants AF6 The Album ให้กับ อ๊อฟ (ชาญณรงค์ หอมชิต) - แต่งเนื้อเพลง "ถามไม่เอาคำตอบ" ในอัลบั้มรวม AF6 Debutants AF6 The Album ให้กับ ที (ทีป์ชลิต พรหมชนะ) - แต่งเนื้อและทำนองเพลง "สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก" เพลงประกอบภาพยนตร์ สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า...รัก - แต่งเนื้อเพลง "เสียงพล่อย ๆ" และ "รักตัวเองก็พอ" ให้กับ พัดชา เอนกอายุวัฒน์ - แต่งเนื้อเพลงและทำนองเพลง "ไม่มีใคร...ดีกว่า" ในอัมบั้มรวม True AF7 Showcase ให้กับ น้ำแข็ง (ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว ) - แต่งเนื้อเพลงและทำนองเพลง เหตุผล(คนที่ไม่เข้าใจ)ประกอบละคร ปลาไหลป้ายแดง - แต่งเนื้อเพลงและทำนองเพลง ถึงเธออีกคน ขับร้องโดย โบ สุนิตา ประกอบละคร ปลาไหลป้ายแดง - แต่งเนื้อเพลง "รักเธอซ้ำ ๆ" ให้กับ โรส ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ (อัลบั้ม "Living Rose") - แต่งเนื้อเพลงและขับร้องเพลง "มือปราบพ่อลูกอ่อน" ประกอบละคร มือปราบพ่อลูกอ่อน - แต่งเนื้อเพลง "นับดาว" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ประกอบละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ - แต่งเนื้อเพลงและขับร้องเพลง "เบาหวาน" ประกอบภาพยนตร์ วาเลนไทน์ สวีทตี้ - แต่งเนื้อเพลงและเรียบเรียง(เรียบเรียงร่วมกับ อคิร วงษ์เซ็ง(ว่านไฉ))"เพลงฝันทำทาง" ประกอบละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ - แต่งเนื้อเพลงและเรียบเรียง(เรียบเรียงร่วมกับ อคิร วงษ์เซ็ง(ว่านไฉ))"หวั่นไหว" ประกอบละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ - แต่งเนื้อเพลง ทำนองเพลง และคอรัส "บ่ายสอง" ขับร้องโดย คชา นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์ - แต่งเนื้อเพลง "ข้อความสุดท้าย" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล อัลบั้ม Calling Love 2 - แต่งเนื้อเพลง "รัก ไม่รัก" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล เพลงประกอบละคร นางร้ายสายลับ - แต่งเนื้อเพลง "คนที่ยืนตรงนี้" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล เพลงประกอบละคร แอบรักออนไลน์ - แต่งเนื้อเพลง "เส้นขอบฟ้า" ขับร้องโดย จั๊ก ชวิน จิตรสมบูรณ์ เพลงประกอบละคร ปาฏิหาริย์รักข้ามขอบฟ้า - แต่งเนื้อเพลง "ไม่มีเธอ" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล เพลงประกอบภาพยนตร์ ละติจูดที่ 6 - แต่งเนื้อเพลง "Classmate (เพื่อนคนพิเศษ)" ให้กับวง BNK48โปรดิวเซอร์โปรดิวเซอร์. - เป็นโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มรวม AF6 Debutants AF6 The Album ให้กับ อ๊อฟ (ชาญณรงค์ หอมชิต) - เป็นโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มรวม AF6 Debutants AF6 The Album ให้กับ ที (ทีป์ชลิต พรหมชนะ) - เป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับ โตน โซฟา (จักรธร ขจรไชยกูล)ให้กับวง Past Tales - เป็นโปรดิวเซอร์ในอัมบั้มรวม True AF7 Showcase ให้กับ น้ำแข็ง (ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว )ผลงานทางการแสดงละครโทรทัศน์ซิทคอมผลงานภาพยนตร์ละครเทิดพระเกียรติผลงานละครเวทีผลงานทางการแสดง. ผลงานละครเวที. - ละครเวที เอเอฟเดอะมิวสิเคิล ตอน เงิน เงิน เงิน รับบทเป็น สัปเหร่อยุทธ์ คู่กับ คุณหนูนัตตี้ (ซึ่งรับบทโดย ซาร่า –นลินธารา โฮเลอร์) - ละครเวที เอเอฟเดอะมิวสิเคิล ตอน โจโจ้ซังรับบทเป็น นาวาโท บี.เอฟ.พิงเคอร์ตัน คู่กับ โจโจ้ซัง (ซึ่งรับบทโดย มิ้น -มิณฑิตา วัฒนกุล)ผลงานดีเจผลงานดีเจ. - ปี 2549-2552 เป็นดีเจในช่วง "โจว่านโชว์" ทางคลื่น 94 EFM ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 14.00-17.00 น. (คู่กับ ภานุพล เอกเพชร) - ปี 2552 เป็นดีเจคลื่น Chill89 ทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 16.00 - 18.00 น. - ปี 2555 เป็นดีเจคลื่น Chill89 ช่วง CHILL CHART ทุกวันอาทิตย์ 16.00-18.00 น. ร่วมกับ ดีเจ.โตน - ปี 2556 เป็นดีเจคลื่น Chill89 ช่วง CHILL ON TOP ทุกวันอาทิตย์ 16.00-18.00 น. ร่วมกับ ดีเจ.โตนผลงานพิธีกรผลงานพิธีกร. - พิธีกร รายการ สุดขั้วทั่วโลก ทางช่อง โมเดิร์นไนน์ ทีวี (พ.ศ. 2549) (คู่กับ ภานุพล เอกเพชร) - พิธีกร รายการ ศุกร์สุดสุข ทางสถานีกองทัพบกช่อง5 (พ.ศ. 2550) ทุกวันศุกร์ เวลา 9.00 - 9.30 น. - พิธีกร รายการ Design ทางช่อง โมเดิร์นไนน์ ทีวี (พ.ศ. 2551) คู่กับ ม้า อรนภา (เป็นพิธีกรภาคสนาม) ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30 - 12.00 น. - พิธีกร รายการ 7 กะรัต ทางช่อง 7 (พ.ศ. 2551) เป็นพิธีกรภาคสนาม ช่วง เพชรตัดเพชร ทุกวันอังคาร เวลา 22.25 น. - พิธีกร รายการ ohno show ทางช่อง 5 (พ.ศ. 2553) ร่วมกับ นีโน่ เมทนี และ โอ วรุต ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น. - พิธีกร รายการ ดาราการ์ตูน ทางช่อง 3 (พ.ศ. 2554) - พิธีกร รายการ ครัวอินดี้ ทางช่อง 5 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 12:00-12:35น. - พิธีกร รายการ Hidden Singer Thailand เสียงลับ จับไมค์ ทางช่อง 3 (พ.ศ. 2558) คู่กับ เปรมณัช สุวรรณานนท์ ทุกวันเสาร์ เวลา 17.20 - 19.00น. - พิธีกร รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ช่วง ครอบครัวบันเทิง ทางช่อง 3 (วันพฤหัสบดี) (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 - 2560) - พิธีกร รายการ สามแยกปากหวาน ทางช่อง GMM25 (3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน) ร่วมกับ ป๊อป ปองกูล และ อ๊อฟ ปองศักดิ์ ทุกวันจันทร์ เวลา 21.30 - 22.50น. - พิธีกร รายการ Show Me Your Son ลูกแม่หล่อมาก ทางช่อง เวิร์คพอยท์ ร่วมกับ ไอซ์ อภิษฎา ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 20.15 – 21.15 น. (23 ธันวาคม พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน) - พิธีกร ตามงาน Event ต่าง ๆรางวัลที่ได้รับรางวัลที่ได้รับ. - ศิลปินเดี่ยวยอดเยี่ยม รางวัลดนตรี สีสัน อวอร์ด ครั้งที่ 28 ประจำปี 2559 - ศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ประจำปี พ.ศ. 2554 - รับรางวัลเชิดชูเกียรติ“เพชรสยาม”ประเภท ศิษย์เก่าดีเด่น และรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทบุคคลแห่งปี 2553 ด้านประพันธ์เพลงสร้างสรรค์สังคม จัดโดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
| ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ เริ่มเข้าวงการจากรายการอะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ปีที่เท่าไร | {
"answer": [
"2"
],
"answer_begin_position": [
333
],
"answer_end_position": [
334
]
} |
2,813 | 82,992 | ธนกฤต พานิชวิทย์ ธนกฤต พานิชวิทย์ หรือ ว่าน เป็นนักร้อง, นักแต่งเพลง,โปรดิวเซอร์, พิธีกรและนักแสดงชาวไทยที่มีชื่อเสียง เริ่มเข้าวงการจากเข้าร่วมประกวดในรายการเรียลลิตี้ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย (ในขณะนั้นยังเป็น ยูบีซี อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย) ซีซั่น 2 ในพ.ศ. 2548 เมื่อจบรายการจึงมาเป็นศิลปินในสังกัด ทรู แฟนเทเชีย อยู่ 5 ปี และได้รับโอกาสต่าง ๆ มากมายจากผู้ใหญ่จาก GMMA และเมื่อหมดสัญญากับทางทรู แฟนเทเชียแล้ว จึงได้ย้ายมาอยู่สังกัด GMMA ในเครือของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และเมื่อปี 2557 ได้ย้ายมาอยู่กับค่ายเพลงสไปซีดิสก์ มีผลงานต่าง ๆ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันประวัติ ประวัติ. ธนกฤต พานิชวิทย์ หรือ ว่าน เกิดเมื่อ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ที่จังหวัดนนทบุรี เป็นบุตรของนายธเนศและนางวานิสา พานิชวิทย์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ และตอนปลายจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และปริญญาตรีจาก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ภาควิชาดนตรีสากล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และปริญญาโทจาก คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพว่านเข้าวงการด้วยการสมัครเข้ารายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 2 ในรหัส V3 หลังจบการแข่งขัน ว่านก็มีผลงานเพลงออกมาภายใต้สังกัดบริษัท ทรู แฟนเทเชีย เช่น อัลบั้ม รวมถึงการเล่นละครโทรทัศน์ พิธีกรรายการโทรทัศน์ ละครเวที ภาพยนตร์ และการเป็นดีเจ แต่หลังจากครบสัญญา 5 ปี กับทาง ทรู แฟนเทเชีย ว่าน ธนกฤต ได้ย้ายสังกัดไปบริษัทในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ชื่อ GMMA แล้วเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ในเดือนกันยายน 2557 ย้ายมาอยู่กับค่ายเพลง สไปซีดิสก์ และเปิดตัวซิงเกิลแรกเพลง “ดาวอังคาร”- ชีวิตส่วนตัวคบหาดูใจกับ ฟาง ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์คอนเสิร์ต “10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง” คอนเสิร์ต “10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง”. เมื่อ 20 สิงหาคม 2559 ธนกฤตเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต ฉลองครบรอบ 10 ปีในวงการบันเทิง ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ธนกฤตได้ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ตลอด 10 ปี ชีวิตในวงการบันเทิง ผ่านบทเพลงตลอด 4 ชั่วโมงเต็ม พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ เปิดตัวด้วยเพลง “คนเหงาที่ไม่เคยเหงา”, “สักเรื่องได้ไหม”, “มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ” และแขกรับเชิญคนแรกเริ่มด้วย รัฐ tattoo colour กับเพลง“รักแรกพบ”, ร่วมร้องกับแพท วง Klear ในเพลง“คำยินดี” ต่อด้วยศิลปินฮิพฮอพ Urboy TJ มาฮิพฮอพกับว่านในเพลง “ร้อยแก้ว” จากนั้นบอย ตรัย มาร่วมแจมกับว่าน รวมถึงเพลง “ทุกครั้งที่ฟัง” ที่บอย ตรัยแต่งและให้ว่านร้อง จากนั้นเป็นเซอร์ไพรส์พิเศษ เพลง“Thinking out loud” ที่ว่านตั้งใจร้องให้ ฟาง ธนันต์ธรญ์ จากนั้น ป๊อด โมเดิร์นด็อกมาร้องเพลง “ตาสว่าง” และ“ขอบคุณ” และเพลง “นาที” ที่ว่านอยากให้ป๊อด โมเดิร์นด็อก ศิลปินในดวงใจได้เป็นผู้ขับร้อง ปิดท้ายด้วยแขกรับเชิญสุดซี้ตั้งแต่สมัย AF จนถึงปัจจุบันอย่าง อ๊อฟ ปองศักดิ์ ช่วงท้ายมีเซอร์ไพรส์จากคุณพ่อคุณแม่ของว่านขึ้นมาอวยพรให้กับลูกชาย นอกจากนี้ตลอดทั้งคอนเสิร์ตยังมีเพลงมากมายที่ว่านได้นำมาร้อง เช่น วัยทองรำลึก, รู้สึกดี, คนไม่มีเวลา, สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก, ดาวอังคาร, อยู่บำรุง และระยะปลอดภัยงานโปรดิวเซอร์ งานโปรดิวเซอร์. ธนกฤตได้เริ่มเป็นโปรดิวเซอร์ให้แก่ศิลปินในค่าย ทรู แฟนเทเชีย และปัจจุบันได้ทำงานให้กับนักร้อง, ศิลปินคนอื่นในค่ายต่าง ๆ ทั้งยังได้แต่งเพลงประกอบหนัง ประกอบละคร หรือแม้แต่เพลงประกอบโฆษณาต่าง ๆ มากมายเลยทีเดียวผลงานเพลงสตูดิโออัลบั้ม (ที่ออกเดี่ยว)ผลงานเพลง. สตูดิโออัลบั้ม (ที่ออกเดี่ยว). - Wan Soloist (2550) สังกัดทรู แฟนเทเชีย - Soloist Plan B (2553) สังกัดทรู แฟนเทเชีย - อโศก (2554) สังกัด GMMA ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ - Alonevera (2559) ค่ายเพลง สไปซีดิสก์อัลบั้มอื่น ๆอัลบั้มอื่น ๆ. - Baby Hip-Pro (เพลง ว๊าก!!) (กันยายน 2547) - ปฏิบัติการเร่ขายฝัน (25 พฤศจิกายน 2548) - Plam Plam (4 กุมภาพันธ์ 2549) - Dream Team (กรกฎาคม 2549) - Soul Much In Love (23 มกราคม 2550) - อัลบั้มเพลงประกอบละครเวที AF The Musical ตอน เงิน เงิน เงิน (23 กุมภาพันธ์ 2550) - อัลบั้มเพลงประกอบละครเวที AF The Musical ตอน โจโจ้ซัง (12 สิงหาคม 2551) - อัลบั้มเพลงฮอตละครฮิต 5 (2 มิถุนายน 2552) - AF Hits Singles 2009 (เพลง "อยู่บำรุง") (14 มกราคม 2553)ซิงเกิลซิงเกิล. - เพลง สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก - ว่าน ธนกฤต (เพลงประกอบภาพยนตร์ สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก) (2553) - เพลง เหตุผล (ที่คนไม่เข้าใจ) (2554) - เพลง ยิ่งดู ยิ่งดี (2555) - เพลง มือปราบพ่อลูกอ่อน (เพลงประกอบละคร มือปราบพ่อลูกอ่อน) (2555) - เพลง คนเหงาที่ไม่เคยเหงา (เพลงประกอบ Club Friday The Series) (2555) - เพลง ไกล (เพลงประกอบละคร สามี) (2556)- เพลง ลูกผู้ชายตัวจริง (2557) - เพลง สายลับเจ้าเสน่ห์ (เพลงประกอบละคร สายลับสามมิติ) (2557)- เพลง นะ (เพลงประกอบละคร สายลับสามมิติ) (2557) - เพลง มิดชิด (เพลงประกอบละคร สายลับสามมิติ) (2557) - เพลง ภูมิต้านทาน - Better Weather Feat. ว่าน ธนกฤต (2558) - เพลง เพื่อนรักหักเหลี่ยม - เต็น ธีรภัค Feat. ว่าน ธนกฤต (2558)- เพลง วันที่พ่อไม่อยู่ - ว่าน ธนกฤต Feat. จั๊ก ชวิน (2559)- เพลง หวั่นไหวก็พอ - ว่าน ธนกฤตFeat. สายไหม มณีรัตน์ (เพลงประกอบละคร เพลิงนรี) (2559)- เพลง ทุกครั้งที่ฟัง (2559)- เพลง คุณนางฟ้า (2559)- เพลง ปิดผนึก (2559)- เพลง ชอบดื้อ - หน้ากากชายแก่ ft. โฟร์ ศกลรัตน์ (2560)- เพลง เราจะยิ้มให้กัน (เพลงประกอบโฆษณาเต้าหู้ไข่ไก่ตรานางพยาบาล) (2561)คอนเสิร์ตคอนเสิร์ต. - Dream Factory Concert [รวมเอเอฟ 2] - Never Before Never Again Concert by P&G [รวมเอเอฟ 2] - Love Me Love My Dog Concert by Central Plus Card [รวมเอเอฟ 2] - The Battle of Dream Concert [รวมเอเอฟ 1-2] - To Be Number One Concert ตอน : กำเนิดนักล่าฝัน [ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริโสภาพรรณวดี และเอเอฟ 2] - AF Dream Team Concert by FM One [รวมเอเอฟ 1-2] - คืนเหย้าเหล่านักล่าฝัน [รวมเอเอฟ 2] - Snow Kim กับผู้ชายทั้ง 7 โดยเป็น 1 ในแขกรับเชิญ - To Be Number One Concert ตอน :The theatre of Love[ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริโสภาพรรณวดี และเอเอฟ 1-2-3] - Green Concert หมายเลข 10 The Lost Love Songs (พร้อมบันทึกเสียงในซีดีที่แจกให้ผู้ซื้อบัตรทุกท่าน) - A-TIME * AF คนพันธุ์ A , The Reality Concert (ดีเจเอไทม์ ปะทะ เอเอฟ) - แอม ว่าน คอนเสิร์ต แอม เสาวลักษณ์ 2551 - AF FUNTASIA ปี 2007 ที่สวนสนุกดรีมเวิร์ล เวที Magic Chat show - BRIGHTER IDEA BY PHILIPS TORNADO PRESENTS AMP - WAN LIVE IN CONCERT I’ll HAVE TO SAY I LOVE YOU IN A SONG - THE SINGER CONCERT อ๊อฟ ปองศักดิ์ เป็น 1 ในแขกรับเชิญ - AF FUNTASIA 2008 ตอน Cooling The World ที่สวนสัตว์ซาฟารีเวิร์ล เวที Melody of Bird - Miniconcert ต่าง ๆ ของ Chill Band ของคลื่น 89 Chill FM ตาม Tops supermarket - Calories Blah Blah Unplugged concert เป็นแขกรับเชิญ ในรอบวันอาทิตย์ที่ 28 มิย. 09 - Green Concert หมายเลข 12 Greenwave's The Greatest Songs (จำนวน 2 รอบ ในวันที่ 26 ถึง 27 กย.09) - ว่าน เอ็ม รุจ YESTERDAY ONCE MORE CONCERT WITH WAN M RUJ (จำนวน 2 รอบ ในวันที่ 17 ถึง 18 ตค. 09) - True Music Party ตามสถาบันในจังหวัดต่าง ๆ - COVER NIGH PLUS THE DUET GUITER กับ โรส ศิรินทิพย์ - 5 men and a lady concert (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) - Free concert ของ Nestle Fitness แดน วรเวช และ วงมายด์ - Miniconcert Wan Soloist Plan B จัดที่ อาคารทิปโก้ ถ.พระราม 6 (เดิมจัดที่ Centerpoint PlayHouse @ Central World) - คอนเสิร์ตอาหลานโชว์ ร่วมกับ ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว กับ อ๊อฟ ปองศักดิ์ - คอนเสิร์ตแสตมป์ ควบ ว่าน ร่วมกับ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข จัดที่ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง อาคารกีฬาเวสน์ 2 (จำนวน 1 รอบ ในวันที่ 7 สค. 10) - คอนเสิร์ต Bam'S Love Song Concert ในวันที่ 13 พย. 10 - พิธีกรในคอนเสิร์ต KRUNGSRI AF COMEDY SHOW MUST GO ON - Big Mountain Music Festival 2011 วันที่ 11 ธ.ค. 11 ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ เวที Cowstage - Krungsri AF All Seasons วันที่ 24 ธันวาคม 2554 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี - คอนเสิร์ต Wan & The Guitars วันที่ 24 มีนาคม 2555 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ - คอนเสิร์ต AF Reunion V Fun มันส์ เฟิร์ม วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2558/2015 - Impact arena เมืองทองธานี - คอนเสิร์ต รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ครั้งที่ 3 (รำลึกถึงพระเจนดุริยางค์) เป็นแขกรับเชิญของวงดุริยางค์ทหารอากาศ วันที่ 19 สิงหาคม 2558 ณ โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ - คอนเสิร์ต ค.ส.ต. คืนความสุขสู่สายตา (10 ปี AF2) วันที่ 10 ตุลาคม 2558 ที่ จีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์ - คอนเสิร์ตสามแยกปากหวาน ร่วมกับ ป๊อบ ปองกูล กับ อ๊อฟ ปองศักดิ์ - คอนเสิร์ต ทัพฟ้าคู่ไทยเพื่อชัยพัฒนา ครั้งที่ 10 (ฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) เป็นแขกรับเชิญของวงดุริยางค์ทหารอากาศ วันที่ 13 - 14 มิถุนายน 2559 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จมาทอดพระเนตรในรอบวันที่ 14) - คอนเสิร์ต 10 ปี ว่าน โซโลอิสท์ อะโลนเวร่า คอนเสิร์ต ตอน คนดีศรีขาวจ๋อง วันที่ 20 สิงหาคม 2559 จัดที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี - JKN Mega Showcase : 7 - 11 - 17 Diamond Gold ร้องเพลงประกอบละครโปรเจกต์ รักกระชากใจ เดอะซีรีส์ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 จัดที่โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์- คอนเสิร์ตสามแยกปากหวานสามบวกหนึ่ง ร่วมกับ ป๊อบ ปองกูล กับ อ๊อฟ ปองศักดิ์ และ โอ๊ต ปราโมทย์ วันที่ 23-25 มีนาคม 2561 จัดที่ รอยัลพารากอนฮอลล์นักแต่งเพลงนักแต่งเพลง. - แต่งเนื้อเพลงและร่วมร้องคอรัส เพลง "เพราะดาว" ในอัลบั้มเดี่ยวของ พัดชา เอนกอายุวัฒน์ (อัลบั้ม Patcha the miracle 6) - แต่งเนื้อเพลง "คนไกลไกล" ขับร้องโดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม (ทำนองเพลงแต่งโดย จรส ฟูพร้อมวงศ์) - แต่งเนื้อเพลงในอัลบั้มรวมของเอเอฟ 5 ให้กับ กี๋ AF5 (ฐษชัย ชนะอรรถกาล) ร่วมกับ ครูบิ๊ก ธานัท ธัญญาหาร - แต่งเนื้อเพลงในอัลบั้มรวมของเอเอฟ 5 ให้กับ ว่าน AF5 (ยศนันท์ วงษ์เซ็ง) ร่วมกับ จั๊ก ชวิน จิตรสมบูรณ์ - แต่งเนื้อและทำนองเพลง "รักหมุนเวียน" โดยร่วมร้องกับ โจ AF2 (ภานุพล เอกเพชร) เพื่อประกอบรายการเจาะใจ ตอน Change - แต่งเนื้อและทำนองเพลง "วันทุกข์ วันศุกร์" ประจำรายการ Club Friday ของ คลื่น 106.5 Greenwave - แต่งเนื้อเพลงประกอบละคร "ก๊วนกามเทพ" จำนวน 2 เพลง เพลงอยู่เดี่ยว และเพลง คนเย็นชา..ไม่เหลือใคร - แต่งเนื้อเพลง "ไม่ใช่ความจริง" ให้กับ มาลีวัลย์ เจมีน่า (อัลบั้ม "Sensation") - แต่งเนื้อเพลง "คนที่พร้อมให้เธอ" ให้กับ วันธงชัย อินทรวัตร (ต้อล AF4) โดยใช้ประกอบละคร "เศรษฐีข้างเขียง" - แต่งเนื้อเพลงทุกเพลงในอัลบัมใหม่ของ น็อตโต๊ะ ร่วมกับ จั๊ก ชวิน จิตรสมบรูณ์ โดยมีซิงเกิลแรกชื่อเพลง "เพื่อนคนสุดท้าย" และซิงเกิลที่สอง "รักข้างเดียว" - แต่งเนื้อเพลง "ถามทำไม" ให้กับ ธัญนันท์ มหาพิรุณ (จีน AF) - แต่งเนื้อเพลง "เกินนาน" ในอัลบั้มรวม AF6 Debutants AF6 The Album ให้กับ อ๊อฟ (ชาญณรงค์ หอมชิต) - แต่งเนื้อเพลง "ถามไม่เอาคำตอบ" ในอัลบั้มรวม AF6 Debutants AF6 The Album ให้กับ ที (ทีป์ชลิต พรหมชนะ) - แต่งเนื้อและทำนองเพลง "สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก" เพลงประกอบภาพยนตร์ สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า...รัก - แต่งเนื้อเพลง "เสียงพล่อย ๆ" และ "รักตัวเองก็พอ" ให้กับ พัดชา เอนกอายุวัฒน์ - แต่งเนื้อเพลงและทำนองเพลง "ไม่มีใคร...ดีกว่า" ในอัมบั้มรวม True AF7 Showcase ให้กับ น้ำแข็ง (ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว ) - แต่งเนื้อเพลงและทำนองเพลง เหตุผล(คนที่ไม่เข้าใจ)ประกอบละคร ปลาไหลป้ายแดง - แต่งเนื้อเพลงและทำนองเพลง ถึงเธออีกคน ขับร้องโดย โบ สุนิตา ประกอบละคร ปลาไหลป้ายแดง - แต่งเนื้อเพลง "รักเธอซ้ำ ๆ" ให้กับ โรส ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ (อัลบั้ม "Living Rose") - แต่งเนื้อเพลงและขับร้องเพลง "มือปราบพ่อลูกอ่อน" ประกอบละคร มือปราบพ่อลูกอ่อน - แต่งเนื้อเพลง "นับดาว" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ประกอบละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ - แต่งเนื้อเพลงและขับร้องเพลง "เบาหวาน" ประกอบภาพยนตร์ วาเลนไทน์ สวีทตี้ - แต่งเนื้อเพลงและเรียบเรียง(เรียบเรียงร่วมกับ อคิร วงษ์เซ็ง(ว่านไฉ))"เพลงฝันทำทาง" ประกอบละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ - แต่งเนื้อเพลงและเรียบเรียง(เรียบเรียงร่วมกับ อคิร วงษ์เซ็ง(ว่านไฉ))"หวั่นไหว" ประกอบละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ - แต่งเนื้อเพลง ทำนองเพลง และคอรัส "บ่ายสอง" ขับร้องโดย คชา นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์ - แต่งเนื้อเพลง "ข้อความสุดท้าย" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล อัลบั้ม Calling Love 2 - แต่งเนื้อเพลง "รัก ไม่รัก" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล เพลงประกอบละคร นางร้ายสายลับ - แต่งเนื้อเพลง "คนที่ยืนตรงนี้" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล เพลงประกอบละคร แอบรักออนไลน์ - แต่งเนื้อเพลง "เส้นขอบฟ้า" ขับร้องโดย จั๊ก ชวิน จิตรสมบูรณ์ เพลงประกอบละคร ปาฏิหาริย์รักข้ามขอบฟ้า - แต่งเนื้อเพลง "ไม่มีเธอ" ขับร้องโดย ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล เพลงประกอบภาพยนตร์ ละติจูดที่ 6 - แต่งเนื้อเพลง "Classmate (เพื่อนคนพิเศษ)" ให้กับวง BNK48โปรดิวเซอร์โปรดิวเซอร์. - เป็นโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มรวม AF6 Debutants AF6 The Album ให้กับ อ๊อฟ (ชาญณรงค์ หอมชิต) - เป็นโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มรวม AF6 Debutants AF6 The Album ให้กับ ที (ทีป์ชลิต พรหมชนะ) - เป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับ โตน โซฟา (จักรธร ขจรไชยกูล)ให้กับวง Past Tales - เป็นโปรดิวเซอร์ในอัมบั้มรวม True AF7 Showcase ให้กับ น้ำแข็ง (ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว )ผลงานทางการแสดงละครโทรทัศน์ซิทคอมผลงานภาพยนตร์ละครเทิดพระเกียรติผลงานละครเวทีผลงานทางการแสดง. ผลงานละครเวที. - ละครเวที เอเอฟเดอะมิวสิเคิล ตอน เงิน เงิน เงิน รับบทเป็น สัปเหร่อยุทธ์ คู่กับ คุณหนูนัตตี้ (ซึ่งรับบทโดย ซาร่า –นลินธารา โฮเลอร์) - ละครเวที เอเอฟเดอะมิวสิเคิล ตอน โจโจ้ซังรับบทเป็น นาวาโท บี.เอฟ.พิงเคอร์ตัน คู่กับ โจโจ้ซัง (ซึ่งรับบทโดย มิ้น -มิณฑิตา วัฒนกุล)ผลงานดีเจผลงานดีเจ. - ปี 2549-2552 เป็นดีเจในช่วง "โจว่านโชว์" ทางคลื่น 94 EFM ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 14.00-17.00 น. (คู่กับ ภานุพล เอกเพชร) - ปี 2552 เป็นดีเจคลื่น Chill89 ทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 16.00 - 18.00 น. - ปี 2555 เป็นดีเจคลื่น Chill89 ช่วง CHILL CHART ทุกวันอาทิตย์ 16.00-18.00 น. ร่วมกับ ดีเจ.โตน - ปี 2556 เป็นดีเจคลื่น Chill89 ช่วง CHILL ON TOP ทุกวันอาทิตย์ 16.00-18.00 น. ร่วมกับ ดีเจ.โตนผลงานพิธีกรผลงานพิธีกร. - พิธีกร รายการ สุดขั้วทั่วโลก ทางช่อง โมเดิร์นไนน์ ทีวี (พ.ศ. 2549) (คู่กับ ภานุพล เอกเพชร) - พิธีกร รายการ ศุกร์สุดสุข ทางสถานีกองทัพบกช่อง5 (พ.ศ. 2550) ทุกวันศุกร์ เวลา 9.00 - 9.30 น. - พิธีกร รายการ Design ทางช่อง โมเดิร์นไนน์ ทีวี (พ.ศ. 2551) คู่กับ ม้า อรนภา (เป็นพิธีกรภาคสนาม) ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30 - 12.00 น. - พิธีกร รายการ 7 กะรัต ทางช่อง 7 (พ.ศ. 2551) เป็นพิธีกรภาคสนาม ช่วง เพชรตัดเพชร ทุกวันอังคาร เวลา 22.25 น. - พิธีกร รายการ ohno show ทางช่อง 5 (พ.ศ. 2553) ร่วมกับ นีโน่ เมทนี และ โอ วรุต ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น. - พิธีกร รายการ ดาราการ์ตูน ทางช่อง 3 (พ.ศ. 2554) - พิธีกร รายการ ครัวอินดี้ ทางช่อง 5 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 12:00-12:35น. - พิธีกร รายการ Hidden Singer Thailand เสียงลับ จับไมค์ ทางช่อง 3 (พ.ศ. 2558) คู่กับ เปรมณัช สุวรรณานนท์ ทุกวันเสาร์ เวลา 17.20 - 19.00น. - พิธีกร รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ช่วง ครอบครัวบันเทิง ทางช่อง 3 (วันพฤหัสบดี) (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 - 2560) - พิธีกร รายการ สามแยกปากหวาน ทางช่อง GMM25 (3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน) ร่วมกับ ป๊อป ปองกูล และ อ๊อฟ ปองศักดิ์ ทุกวันจันทร์ เวลา 21.30 - 22.50น. - พิธีกร รายการ Show Me Your Son ลูกแม่หล่อมาก ทางช่อง เวิร์คพอยท์ ร่วมกับ ไอซ์ อภิษฎา ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 20.15 – 21.15 น. (23 ธันวาคม พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน) - พิธีกร ตามงาน Event ต่าง ๆรางวัลที่ได้รับรางวัลที่ได้รับ. - ศิลปินเดี่ยวยอดเยี่ยม รางวัลดนตรี สีสัน อวอร์ด ครั้งที่ 28 ประจำปี 2559 - ศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ประจำปี พ.ศ. 2554 - รับรางวัลเชิดชูเกียรติ“เพชรสยาม”ประเภท ศิษย์เก่าดีเด่น และรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทบุคคลแห่งปี 2553 ด้านประพันธ์เพลงสร้างสรรค์สังคม จัดโดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
| เพลงอะไรคือเพลงเปิดตัวของ ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ เมื่อย้ายมาอยู่กับค่ายเพลง สไปซีดิสก์ | {
"answer": [
"ดาวอังคาร"
],
"answer_begin_position": [
1509
],
"answer_end_position": [
1518
]
} |
2,814 | 34,087 | บรรพชา บรรพชา (อ่านว่า บันพะชา, บับพะชา) (; ) แปลว่า การบวช (แปลว่า เว้นความชั่วทุกอย่าง) หมายถึง การบวชทั่วไป, การบวชอันเป็นบุรพประโยคแห่งอุปสมบท, การบวชเป็นสามเณร (เดิมทีเดียว คำว่า บรรพชา หมายความว่า บวชเป็นภิกษุ เช่น เสด็จออกบรรพชาอัครสาวกบรรพชา เป็นต้น ในสมัยต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ คำว่า บรรพชา หมายถึง บวชเป็นสามเณร ถ้าบวชเป็นภิกษุ ใช้คำว่า อุปสมบท โดยเฉพาะเมื่อใช้คอบกันว่า บรรพชาอุปสมบท)
| บรรพชาแปลว่าอะไร | {
"answer": [
"การบวช"
],
"answer_begin_position": [
132
],
"answer_end_position": [
138
]
} |
2,815 | 55,065 | เจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาลที่ 5 เจ้าจอมมารดาทับทิม (9 ธันวาคม พ.ศ. 2400 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2481) เป็นพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประวัติ ประวัติ. เจ้าจอมมารดาทับทิม เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2400 เป็นธิดาพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) ซึ่งเป็นตาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับขรัวยายอิ่ม สกุลเดิมเป็นข้าหลวงทั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้นตระกูล “บุญเรือง” เป็นตำแหน่งหลวงวัง ท่านเริ่มต้นชีวิตภายในพระบรมมหาราชวังตั้งแต่อายุได้เพียง 6 ขวบ โดยเจ้าจอมมารดาเที่ยง ในรัชกาลที่ 4 ผู้เป็นพี่ใหญ่ได้พาไปฝากให้คุณท้าววรคณานันท์ (หุ่น) เป็นครูผู้ฝึกสอนการละคร และฟ้อนรำ ในสมัยนั้น ถือกันว่าคุณท้าววรคณานันท์ (หุ่น) เป็นเจ้าสำนักที่ฝึกหัดเด็กดีที่สุด เพราะเป็นเจ้าจอมละครมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 และได้เป็นผู้ใหญ่อยู่ในพระราชวังในรัชกาลหลังๆ ต่อมาจึงทำให้เคยชินกับขนบธรรมเนียมภายในพระบรมมหาราชวังเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้จึงนับได้ว่าเจ้าจอมมารดาทับทิมได้ครูดี ได้โรงเรียนดี และได้สิ่งแวดล้อมทั้งมวลดีด้วย ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้หัดละครในรุ่นเล็กขึ้นใหม่ เพื่อเอาไว้ให้หนุนแทนละครชั้นใหญ่ซึ่งลดน้อยไป เพราะเหตุไปเป็นเจ้าจอมมารดาบ้าง หรือล้มตายบ้าง ท่านผู้ใหญ่ในพระราชวัง สังเกตมานานแล้วว่าเจ้าจอมมารดาทับทิมมีแววฉลาด และมีพรสวรรค์สำหรับความเป็นศิลปิน จึงแนะนำให้รับราชการเป็นละครหลวง ซึ่งทั้งนี้เจ้าจอมมารดาเที่ยงผู้เป็นพี่ก็เห็นดีด้วย ด้วยใจรักเป็นทุน เจ้าจอมมารดาทับทิมจึงตั้งหน้าฝึกหัดฟ้อนรำพร้อม ๆ กับศึกษาวิชาอื่นๆ คู่ควบไปด้วย เมื่อละครหลวงชั้นเล็กออกโรงปลายสมัยรัชกาลที่ 4 คนทั้งปวงก็พากันชมเชยว่าเจ้าจอมมารดาทับทิมสามารถรรำได้งดงามกว่าคนอื่น ซึ่งเป็นละครชั้นเดียวกันเป็นอันมาก เมื่อปี พ.ศ. 2411 เจ้าจอมอายุได้ 11 ปี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เสด็จสวรรคต และเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว เจ้าจอมมารดาทับทิมก็ยังเป็นละครหลวงอยู่ และมีลีลาการฟ้อนรำเป็นที่เลื่องลือกันทั่วไป จนได้ชื่อว่าเป็นนางเอกละครหลวงที่ดีที่สุดคนหนึ่งต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ชุบเลี้ยงเจ้าจอมมารดาทับทิมเป็นเจ้าจอม ประจวบกับเจ้าจอมมารดาเที่ยงออกไปอยู่วังกรมหมื่นราชศักดิ์สโมสร พระองค์หญิงโสมาวดี (กรมหลวงสมรรัตน์สิริเชษฐ) พระราชธิดาองค์ใหญ่ ซึ่งครอบครองตำหนักต่อมา ทรงพระเมตตารับเจ้าจอมมารดาทับทิมจากสำนักท้าววรคณานันท์ และจัดเรือนในบริเวณตำหนักหลังหนึ่งกับทั้งคนสำหรับใช้สอย ให้ครอบครองสมกับบรรดาศักดิ์ สาเหตุที่ต้องสละการแสดงละครนั้น เพราะเหตุว่าเจ้าจอมมารดาทับทิมทรงครรภ์ พระเจ้าลูกเธอ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานตำหนักเจ้านายให้อยู่เป็นอิสระอย่างเจ้าจอมมารดา ท่านมีประสูติกาลพระราชโอรสธิดาทั้งหมด 3 พระองค์ คือ1. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช (พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช) 2. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประเวศวรสมัย 3. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร (พระองค์เจ้าวุฒิชัยเฉลิมลาภ) เจ้าจอมมารดาทับทิมมีอัธยาศัยดี เป็นที่ชอบแก่บุคคลโดยทั่วไป โดยเฉพาะกิริยามารยาทถือกันว่า เป็นแบบฉบับแห่งหญิงชาววังที่ดี ในที่สุดทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานเครื่องยศ ยกย่องขึ้นเป็นพระสนมเอก นับว่าพระราชทานเกียรติยศอย่างสูง เจ้าจอมมารดาทับทิมดำรงชีพอยู่ในพระบรมมหาราชวัง จนกระทั่งกรมหลวงนครชัยศรีสุรเดชพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ทรงสำเร็จการศึกษาจากยุโรป กลับมาพร้อมกับกรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร พระราชโอรสพระองค์เล็ก ซึ่งเสด็จไปทรงศึกษาวิชาทหารเรือ เจ้าจอมมารดาทับทิมก็ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตออกไปพำนักอยู่ที่วังของพระราชโอรสทั้ง 2 โดยเฉลี่ยเท่า ๆ กัน บางครั้งท่านก็ไปพำนักกับพระราชธิดาพระองค์เดียว ณ ตำหนักในสวนสุนันทา เป็นต้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เมื่อเจ้าจอมมารดาทับทิมมีอายุได้ 53 ปี หลังจากนั้นท่านก็ออกไปอาศัยอยู่กับพระราชโอรส-ธิดาเป็นการถาวรและใช้เวลาให้หมดไปกับการบำเพ็ญวัตรหาความสุข ตามสมควรแก่ฐานะบรรดาศักดิ์ เช่นฟังเทศน์ ทำบุญและให้ทาน อย่างไรก็ตาม เจ้าจอมมารดาทับทิมก็มีสิ่งที่แปลกกว่าคนอื่นอยู่อย่างหนึ่ง คือ ชอบไปเที่ยวตามหัวเมือง ถ้าอยู่กับบ้านกับวังนาน ๆ คล้าย ๆ กับจะเจ็บป่วย แต่ถ้าได้แปรสถานไปที่อื่น กลับฟื้นมีความสบายด้วยเหตุนี้เอง เมื่อใดที่พระโอรสธิดาสังเกตเห็นว่า เจ้าจอมมารดามีอาการไม่สบายเป็นปกติ ก็มักชวนแปรสถานไปที่อื่นอย่างน้อยปีละหนหนึ่ง ทางฝ่ายทะเล เจ้าจอมมารดาทับทิมชอบไปที่สมุทรปราการ และที่หนองแกใต้หัวหิน ซึ่งเสด็จในกรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร พระราชโอรสพระองค์เล็ก มีสวนและทรงสร้างตำหนักที่พักไว้ที่นั่นโดยเฉพาะในฤดูร้อน เจ้าจอมมารดามักแปรสถานไปอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน ๆ แทบทุกปีสำหรับการไปต่างประเทศ เจ้าจอมมารดาเคยไปเยี่ยมพระโอรสและธิดาถึงปีนัง ทั้ง ๆ ที่อายุเกือบจะ 80 อยู่แล้ว กลับชมว่าปีนังอากาศดี เลยพักอยู่ที่ตำหนักพระองค์หญิงประเวศฯถึง 13 เดือน ในการฉลองอายุครบรอบ 80 ปี เจ้าจอมมารดาทับทิมไม่พอใจที่จะให้จัดทำขึ้นในกรุงเทพฯ ด้วยเหตุว่าได้เคยรับไว้กับสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมมุนี ซึ่งเป็นเจ้าคณะมณฑลอีสาน ว่าจะสร้างสำนักวิปัสสนาที่ในวัดสุปัฏน์ อุบล จึงปรารภว่าจะไปทำบุญฉลองอายุที่เมืองอุบลฯ แต่ยังไม่ทันถึงกำหนดงานก็มีอาการทุพพลภาพยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน เกรงว่าจะเดินทางโดยรถไฟไปไกลไม่ได้ จึงล้มความคิดจะไปทำบุญฉลองอายุที่อุบลฯ เปลี่ยนเป็นบริจาคทรัพย์ตามที่จำนวนกะไว้ อาการทุพพลภาพที่ว่านี้ เป็นการเริ่มต้นของโรคชรา หมอก็รู้ว่ายากที่จะกลับฟื้นดีได้ แต่เจ้าจอมมารดาทับทิมว่า ใคร่จะแปรสถานไปรักษาตัวที่บางปะอิน ผู้รักษาพยาบาลเห็นว่าอาการร้ายแรง ถ้าแปรสถานจะทำให้โรคกำเริบก็ทัดทานไว้ แต่ไม่สำเร็จ เจ้าจอมมารดาทับทิมได้ลงเรือไปบางปะอินในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2480 พระราชโอรสธิดา ซึ่งรีบเสด็จมาจากปีนังเมื่อทราบเหตุ พยายามจะให้กลับกรุงเทพฯ อีก แต่ไม่เป็นผลประหลาดก็ตรงที่ว่า เจ้าจอมมารดาทับทิมอยู่ที่บางปะอินได้ถึง 79 วัน จึงได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2481 รวมอายุ 82 ปีเครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์. - เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 4 ชั้นที่ 5 - เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 2 - เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 2
| เจ้าจอมมารดาทับทิมเป็นพระสนมเอกของใคร | {
"answer": [
"พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"
],
"answer_begin_position": [
217
],
"answer_end_position": [
254
]
} |
2,816 | 78,373 | ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ (11 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 - ) ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กรรมการธนาคารกสิกรไทย อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นนักวิชาการด้านพลังงาน เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองเกี่ยวกับพลังงานมามากมาย ทั้งยังได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ประวัติ ประวัติ. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ หรือ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นบุตรชายคนโตของปรก อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ และอดีตเอกอัครราชทูตฯ กับหม่อมราชวงศ์ปิ่มสาย อัมระนันทน์ (สกุลเดิม: สวัสดิวัตน์) เป็นหลานตาของ หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ สมรสกับอานิก อัมระนันทน์ (สกุลเดิม: วิเชียรเจริญ เป็นบุตรสาวของ ศาสตราจารย์ ดร.อดุล วิเชียรเจริญ และ แม่ชีคุณหญิงกนิษฐา วิเชียรเจริญ) อดีตผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการเงิน บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย ทั้งคู่มีบุตร 2 คนคือ ปีย์ อัมระนันทน์ และอนุตร์ อัมระนันทน์การศึกษา การศึกษา. ดร.ปิยสวัสดิ์ สำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นศึกษาต่อระดับไฮสกูลที่ โรงเรียน Bryanston Public School ประเทศอังกฤษ โดยเรียน 4 ปี ได้ระดับเกรด A ในปี พ.ศ. 2515 สอบเข้า Brasenose College มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาคณิตศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ London School of Economics มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และระดับปริญญาเอก สาขาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ (ได้รับทุนรัฐบาลอังกฤษ)การทำงาน การทำงาน. ดร.ปิยสวัสดิ์ เริ่มรับราชการเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2523 ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 4 กองวางแผนเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จนได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และประมาณการเศรษฐกิจ เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 และได้โอนมารับตำแหน่งเป็น รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ในปีเดียวกัน นายปิยสวัสดิ์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2537 และอยู่ในตำแหน่งรวม 6 ปี ก่อนจะย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 และตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2543งานการเมือง งานการเมือง. ดร.ปิยสวัสดิ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ หลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 ในการปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีครั้งนั้น ดร.ปิยสวัสดิ์ ได้ยกเลิกแผนการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติจากประเทศพม่า หลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ในรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้บริหารการบินไทย ผู้บริหารการบินไทย. พ.ศ. 2552 ดร. ปิยสวัสดิ์ ได้ลาออกจากบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย เพื่อสมัครคัดเลือกเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552 นับเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทยคนที่ 15 ของการบินไทย ซึ่งช่วงเวลาที่เขาเข้ามาบริหารการบินไทยนั้น เป็นช่วงเวลาที่การบินไทยกำลังเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสม และมีสถานะทางการเงินที่ลำบาก ดร.ปิยสวัสดิ์ จึงได้ดำเนินนโยบายลดค่าใช้จ่าย ปรับลดเงินเดือนพนักงาน ปลดพนักงาน ตัดงบประมาณส่วนที่ไม่จำเป็นของบริษัทออกอย่างมหาศาล และปรับปรุงภาพลักษณ์ของบริษัทให้ดีขึ้น จนทำให้ในปี พ.ศ. 2552 การบินไทยสามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และทำกำไรเพิ่มขึ้นในปีต่อมา จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2554 การบินไทยได้รับการจัดอันดับจากสกายแทรกซ์ ให้เป็นสายการบินอันดับ 5 ของโลก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่การบินไทยติด 1 ใน 5 สายการบินที่ดีที่สุด แม้ว่าจะช่วยทำให้สถานะของการบินไทยดีขึ้น แต่นโยบายของเขาก็สร้างความไม่พอใจให้กับพนักงานการบินไทยจำนวนมาก พ.ศ. 2555 วันที่ 21 พฤษภาคม คณะกรรมการบริหารบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการฯ ได้มีมติเลิกจ้างดร. ปิยสวัสดิ์ จากการเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย โดยอ้างเหตุผลว่า ดร. ปิยสวัสดิ์มีปัญหาเรื่องการสื่อสารและกับคณะกรรมการบริษัทฯ จากเหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาในทันทีจากวงสังคม ถึงเหตุผลในการปลด ดร. ปิยสวัสดิ์ เพราะเหตุผลของคณะกรรมการบริษัทนั้นไม่มีความชัดเจนพอ และมีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะมีเรื่องของผลประโยชน์และการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามจากการเลิกจ้างครั้งนี้ การบินไทยต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับ ดร. ปิยสวัสดิ์ เป็นจำนวนเงินกว่า 5.4 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ดร. ปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่การบินไทยเครื่องราชย์อิสริยาภรณ์ลำดับสาแหรก
| ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอะไรในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ | {
"answer": [
"กระทรวงพลังงาน"
],
"answer_begin_position": [
433
],
"answer_end_position": [
447
]
} |
2,817 | 544,381 | มันนกดอย มันนกดอย เป็นพืชในสกุลกลอย วงศ์ Dioscoreaceae เป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อน มีหัวอยู่ใต้ดิน ช่วงฤดูแล้งจะฟุบแห้งหายไป แตกต้นใหม่ช่วงฤดูฝน ใบรูปไข่ โคนใบหยักเว้า เส้นแขนงใบมี 7 เส้น ดอกเป็นดอกช่อ ผลมีครีบตามยาว 3 สัน แก่แล้วแตก ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน พบตามป่าดิบแล้ง บนเขาหินปูนทางภาคเหนือ หัวใช้ต้มรับประทานได้ พบครั้งแรกที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดย H.B.G. Garrett ชาวอังกฤษ ชื่อวิทยาศาสตร์ตั้งตามชื่อผู้ค้นพบ
| มันนกดอยถูกพบครั้งแรกที่จังหวัดอะไร | {
"answer": [
"เชียงใหม่"
],
"answer_begin_position": [
439
],
"answer_end_position": [
448
]
} |
2,818 | 36,893 | คอสเพลย์ คอสเพลย์ ( ; ) โดยทั่วไปหมายถึงการแต่งกายเลียนแบบตัวละครจากในเกมหรือการ์ตูน โดยอาจมีการแสดงท่าทางหรือบุคลิกตามตัวละครนั้น ๆ ด้วย เดิมทีการแต่งกายในลักษณะนี้ยังไม่มีคำระบุเรียกอย่างชัดเจน คำว่าคอสเพลย์นี้ถูกใช้เป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้การเขียนคอลัมน์ในนิตยสาร My Anime เมื่อปี พ.ศ. 2525 โดยโนบุยุกิ ทากาฮาชิ ซึ่งมาจากการนำคำ 2 คำมาผสมกัน คือคำว่า Costume และ Play
| คอสเพลย์หมายถึงอะไร | {
"answer": [
"การแต่งกายเลียนแบบตัวละครจากในเกมหรือการ์ตูน"
],
"answer_begin_position": [
121
],
"answer_end_position": [
165
]
} |
2,819 | 146,155 | ผักกูด ผักกูด () เป็นชื่อของผักชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลเฟิร์นที่อยู่ในวงศ์ Athyriaceae ซึ่งมนุษย์สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้ นอกจากจะนำมาเป็นอาหารได้แล้วยังนำมาเป็นสมุนไพรได้อีกด้วย ผักกูดมักจะขึ้นอยู่ตามริมน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำ มากกว่าในป่าทึบ มักพบบ่อยเพราะเป็นช่วงเจริญเติบโตในฤดูฝน มีเหง้าสูงได้ 1 เมตร ใบเป็นแผงรูปขนนก ตอนอายุยังน้อยจะแตกเป็นรูปขนนกชั้นเดียวคู่ขนานกันไปตั้งแต่โคนใบถึงปลายใบ เมื่ออายุมากขึ้นใบจะเปลี่ยนเป็นรูปขนนก 2 ชั้น ยอดอ่อนและปลายยอดม้วนงอแบบก้นหอย พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในทวีปเอเชียและโอเชียเนีย ใบของผักกูดใช้ต้มน้ำดื่มหรือกินสด ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน, แก้พิษอักเสบ, บำรุงสายตา, บำรุงโลหิต, แก้โลหิตจาง ป้องกันเลือดออกตามไรฟันและขับปัสสาวะเด็ดขาดมาก ลดความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด มีสารบีตา-แคโรทีนและธาตุเหล็กสูง ส่วนใหญ่จะนำใบอ่อน ช่ออ่อน ทำแกงกับปลาเนื้ออ่อนน้ำจืด เช่นปลาช่อนหรือลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆ ยำผักกูด, ผักกูดผัดน้ำมันหอย, แกงกะทิกับปลาย่าง, ลวกกะทิ แต่ไม่นิยมกินสด ๆ กันเพราะจะมียางเป็นเมือกอยู่ที่ก้าน นอกจากนี้แล้ว ผักกูดยังเป็นดัชนีชี้วัดถึงสภาพแวดล้อมให้ได้รู้ว่า บริเวณไหนอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ มีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่ขึ้นหรือแตกต้นในบริเวณนั้นเด็ดขาด
| ใบของผักกูดมีรูปร่างคล้ายอะไร | {
"answer": [
"ขนนก"
],
"answer_begin_position": [
399
],
"answer_end_position": [
403
]
} |
2,820 | 10,527 | ช้างเอเชีย ช้างเอเชีย () จัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิด Elephas maximus ในวงศ์ Elephantidae มีขนาดเล็กกว่าช้างแอฟริกา รวมทั้งมีใบหูขนาดเล็กกว่า มีอายุขัยโดยเฉลี่ยประมาณ 60 ปี ซึ่งถือได้ว่ามีอายุยืนกว่าช้างแอฟริกาลักษณะและนิเวศวิทยา ลักษณะและนิเวศวิทยา. ลำตัวมีสีเทา จมูกยื่นยาวเรียกว่า งวง โดยงวงของช้างเอเชียจะมีเพียงจะงอยเดียว ต่างจากช้างแอฟริกาที่มี 2 จะงอย และมีโพรงสมองบริเวณหน้าผากกว้างกว่าช้างแอฟริกา เนื่องจากมีฮอร์โมนสมองมากกว่า ดังนั้นช้างเอเชียจึงเป็นช้างที่เฉลียวฉลาด สามารถนำมาฝึกหัดใช้งานและเชื่องกว่าช้างแอฟริกามาก ตัวผู้มีงายาวเรียก ช้างพลาย ถ้าไม่มีงาหรืองาสั้นเรียก ช้างสีดอ ในฤดูผสมพันธุ์มีอาการดุร้ายมาก มีระยะเวลาตั้งท้องนานประมาณ 18-22 เดือน ออกลูกครั้งละตัว ตัวเมียเรียก ช้างพัง ส่วนใหญ่ไม่มีงาปรากฏให้เห็น แต่บางตัวมีงาสั้น ๆ ซึ่งเรียกว่า ขนาย โผล่ออกมา ซึ่งงาของช้าแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. งาปลี มีลำใหญ่วัดรอบประมาณ 15 นิ้ว แต่ยาวไม่มาก 2. งาหวาย หรืองาเครือ ขนาดวัดโดยรอบประมาณ 14 นิ้ว แต่ยาวรี ช้างเป็นสัตว์กินพืช อยู่รวมกันเป็นโขลง มีช้างพังอายุมากเป็นจ่าโขลง ช้างเอเชียส่วนใหญ่มีขนาดความสูงประมาณ 2-4 เมตร (7-12 ฟุต) และมีน้ำหนักประมาณ 3,000-5,000 กิโลกรัม (6,500-11,000 ปอนด์) ช้างเมื่อโตเต็มที่จะกินอาหารวันหนึ่งประมาณ 200 กิโลกรัม ช้างโดยปกติจะอาศัยอยู่ได้ในป่าแทบทุกประเภท เป็นสัตว์ที่ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี แต่โดยมากแล้วมักจะอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า หรือป่าโปร่งมากกว่าป่าทึบ แต่ในช่วงฤดูแล้งที่มีไฟป่า อาจหนีเข้าไปอยู่ในป่าที่มีความชื้นกว่าได้ เช่น ป่าดิบแล้ง นอกจากกินพืชเป็นอาหารหลักแล้ว ช้างจะยังกินขี้เถ้าหรือดินโป่งเพื่อเสริมแร่ธาตุอาหารด้วย วัน ๆ หนึ่งจะใช้เวลาหากินมากถึง 16-18 ชั่วโมง และใช้เวลานอนหลับพักผ่อนเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น นับว่าน้อยมากชนิดย่อย ชนิดย่อย. ช้างเอเชีย แบ่งออกเป็น 6 ชนิดย่อย อีก 2 ชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ได้ดังนี้- ช้างศรีลังกา (E. m. maximus) จะมีรูปร่างขนาดใหญ่ ตัวสีดำ ขนาดใบหูใหญ่และมีสีกระจายมากบริเวณใบหู ใบหน้า งวงและลำตัว มักจะเป็นช้างสีดอหรือไม่มีงา เป็นช้างที่มีอยู่ในป่าตามธรรมชาติเฉพาะในเกาะซีลอนหรือเกาะลังกา ซึ่งในปัจจุบันเป็นประเทศศรีลังกาเท่านั้น ช้างเอเชียชนิดย่อยศรีลังกาตัวผู้ หรือช้างพลายส่วนใหญ่จะเป็นช้างสีดอ คือไม่มีงาคงมีแต่ขนายซึ่งเป็นงาขนาดเล็กโตประมาณเท่าข้อมือ (เส้นรอบวงประมาณ 15-20 เซนติเมตร) ช้างศรีลังกาตัวผู้หรือช้างพลายมีงาน้อยมาก ส่วนตัวเมียเหมือนช้างเอเชียชนิดอื่น คือ ไม่มีงา มีแต่ขนายเท่านั้น- ช้างอินเดีย (E. m. indicus) ขนาดตัวจะเล็กกว่าชนิดแรก สีตามจุดต่าง ๆ จางกว่า เป็นช้างที่มีอยู่ในป่าตามธรรมชาติ บนผืนแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเชียได้แก่ เนปาล, ภูฐาน, อินเดีย, พม่า, ไทย, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา, มณฑลยูนานในประเทศจีน และมาเลเซีย สำหรับประเทศไทยนั้นมีช้างเอเชียพันธุ์อินเดียกระจัดกระจายอยู่ในป่าตามธรรมชาติทั่วทุกภาคของประเทศ- ช้างสุมาตรา (E. m. sumatranus) มีขนาดตัวเล็ก สีผิวจางมากที่สุด พบในมาเลเซีย เกาะสุมาตรา- ช้างบอร์เนียว (E. m. borneensis) มีขนาดตัวเล็กที่สุด จนถูกเรียกว่าเป็น "ช้างแคระ" พบในตอนเหนือของเกาะบอร์เนียวใกล้กับรัฐซาบะฮ์และกาลิมันตันของมาเลเซีย - ช้างซีเรีย (E. m. asurus) มีขนาดใหญ่ที่สุดมีความสูงจากไหล่ถึง11ฟุตซึงใหญ่กว่าชนิดแรกพบในพบทางตอนใต้ของตุรกีจนถึงอิหร่านของปัจจุบันนี้แต่ในปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้สูญพันธุ์ตั้งแต่100ปีก่อนคริสต์ศักราช - ช้างจีน (E. m. rubridens) เป็นช้างที่มีขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งซึงมีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับพาลีโอโซดอนซึ่งช้างดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่งช้างจีนมีลักษณะมีลำตัวสีชมพูอ่อนๆเล็กน้อยไปตามตัวพบในทางตะวันออกของจีน แต่ปัจจุบันได้สูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ ศตวรรษที่ 14 แล้วความผูกพันกับมนุษย์ ความผูกพันกับมนุษย์. ดูบทความหลักที่ ช้างในประเทศไทย ช้างเอเชีย จัดเป็นสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงไว้ใช้งานประเภทต่าง ๆ มาแต่โบราณ เช่น ใช้เป็นพาหนะ ลากซุง หรือแม้แต่ในการสงคราม โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะนับถือช้างเป็นสัตว์ชั้นสูง โดยจะปรากฏเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ธงรูปช้าง, ตำราคชลักษณ์ เป็นต้น ช้างถูกใช้ในประเพณีต่าง ๆ รวมทั้งเป็นราชพาหนะและสิ่งประดับบารมีของพระมหากษัตริย์ โดยเชื่อว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่มีช้างเผือกไว้ในครอบครอง ถือว่าเป็นกษัตริย์ที่มีบุญบารมี เฉกเช่น สมเด็จพระจักรพรรดิราชในคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท
| ช้างเอเชียมีอายุเฉลี่ยประมาณกี่ปี | {
"answer": [
"60"
],
"answer_begin_position": [
261
],
"answer_end_position": [
263
]
} |
2,821 | 10,527 | ช้างเอเชีย ช้างเอเชีย () จัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิด Elephas maximus ในวงศ์ Elephantidae มีขนาดเล็กกว่าช้างแอฟริกา รวมทั้งมีใบหูขนาดเล็กกว่า มีอายุขัยโดยเฉลี่ยประมาณ 60 ปี ซึ่งถือได้ว่ามีอายุยืนกว่าช้างแอฟริกาลักษณะและนิเวศวิทยา ลักษณะและนิเวศวิทยา. ลำตัวมีสีเทา จมูกยื่นยาวเรียกว่า งวง โดยงวงของช้างเอเชียจะมีเพียงจะงอยเดียว ต่างจากช้างแอฟริกาที่มี 2 จะงอย และมีโพรงสมองบริเวณหน้าผากกว้างกว่าช้างแอฟริกา เนื่องจากมีฮอร์โมนสมองมากกว่า ดังนั้นช้างเอเชียจึงเป็นช้างที่เฉลียวฉลาด สามารถนำมาฝึกหัดใช้งานและเชื่องกว่าช้างแอฟริกามาก ตัวผู้มีงายาวเรียก ช้างพลาย ถ้าไม่มีงาหรืองาสั้นเรียก ช้างสีดอ ในฤดูผสมพันธุ์มีอาการดุร้ายมาก มีระยะเวลาตั้งท้องนานประมาณ 18-22 เดือน ออกลูกครั้งละตัว ตัวเมียเรียก ช้างพัง ส่วนใหญ่ไม่มีงาปรากฏให้เห็น แต่บางตัวมีงาสั้น ๆ ซึ่งเรียกว่า ขนาย โผล่ออกมา ซึ่งงาของช้าแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. งาปลี มีลำใหญ่วัดรอบประมาณ 15 นิ้ว แต่ยาวไม่มาก 2. งาหวาย หรืองาเครือ ขนาดวัดโดยรอบประมาณ 14 นิ้ว แต่ยาวรี ช้างเป็นสัตว์กินพืช อยู่รวมกันเป็นโขลง มีช้างพังอายุมากเป็นจ่าโขลง ช้างเอเชียส่วนใหญ่มีขนาดความสูงประมาณ 2-4 เมตร (7-12 ฟุต) และมีน้ำหนักประมาณ 3,000-5,000 กิโลกรัม (6,500-11,000 ปอนด์) ช้างเมื่อโตเต็มที่จะกินอาหารวันหนึ่งประมาณ 200 กิโลกรัม ช้างโดยปกติจะอาศัยอยู่ได้ในป่าแทบทุกประเภท เป็นสัตว์ที่ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี แต่โดยมากแล้วมักจะอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า หรือป่าโปร่งมากกว่าป่าทึบ แต่ในช่วงฤดูแล้งที่มีไฟป่า อาจหนีเข้าไปอยู่ในป่าที่มีความชื้นกว่าได้ เช่น ป่าดิบแล้ง นอกจากกินพืชเป็นอาหารหลักแล้ว ช้างจะยังกินขี้เถ้าหรือดินโป่งเพื่อเสริมแร่ธาตุอาหารด้วย วัน ๆ หนึ่งจะใช้เวลาหากินมากถึง 16-18 ชั่วโมง และใช้เวลานอนหลับพักผ่อนเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น นับว่าน้อยมากชนิดย่อย ชนิดย่อย. ช้างเอเชีย แบ่งออกเป็น 6 ชนิดย่อย อีก 2 ชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ได้ดังนี้- ช้างศรีลังกา (E. m. maximus) จะมีรูปร่างขนาดใหญ่ ตัวสีดำ ขนาดใบหูใหญ่และมีสีกระจายมากบริเวณใบหู ใบหน้า งวงและลำตัว มักจะเป็นช้างสีดอหรือไม่มีงา เป็นช้างที่มีอยู่ในป่าตามธรรมชาติเฉพาะในเกาะซีลอนหรือเกาะลังกา ซึ่งในปัจจุบันเป็นประเทศศรีลังกาเท่านั้น ช้างเอเชียชนิดย่อยศรีลังกาตัวผู้ หรือช้างพลายส่วนใหญ่จะเป็นช้างสีดอ คือไม่มีงาคงมีแต่ขนายซึ่งเป็นงาขนาดเล็กโตประมาณเท่าข้อมือ (เส้นรอบวงประมาณ 15-20 เซนติเมตร) ช้างศรีลังกาตัวผู้หรือช้างพลายมีงาน้อยมาก ส่วนตัวเมียเหมือนช้างเอเชียชนิดอื่น คือ ไม่มีงา มีแต่ขนายเท่านั้น- ช้างอินเดีย (E. m. indicus) ขนาดตัวจะเล็กกว่าชนิดแรก สีตามจุดต่าง ๆ จางกว่า เป็นช้างที่มีอยู่ในป่าตามธรรมชาติ บนผืนแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเชียได้แก่ เนปาล, ภูฐาน, อินเดีย, พม่า, ไทย, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา, มณฑลยูนานในประเทศจีน และมาเลเซีย สำหรับประเทศไทยนั้นมีช้างเอเชียพันธุ์อินเดียกระจัดกระจายอยู่ในป่าตามธรรมชาติทั่วทุกภาคของประเทศ- ช้างสุมาตรา (E. m. sumatranus) มีขนาดตัวเล็ก สีผิวจางมากที่สุด พบในมาเลเซีย เกาะสุมาตรา- ช้างบอร์เนียว (E. m. borneensis) มีขนาดตัวเล็กที่สุด จนถูกเรียกว่าเป็น "ช้างแคระ" พบในตอนเหนือของเกาะบอร์เนียวใกล้กับรัฐซาบะฮ์และกาลิมันตันของมาเลเซีย - ช้างซีเรีย (E. m. asurus) มีขนาดใหญ่ที่สุดมีความสูงจากไหล่ถึง11ฟุตซึงใหญ่กว่าชนิดแรกพบในพบทางตอนใต้ของตุรกีจนถึงอิหร่านของปัจจุบันนี้แต่ในปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้สูญพันธุ์ตั้งแต่100ปีก่อนคริสต์ศักราช - ช้างจีน (E. m. rubridens) เป็นช้างที่มีขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งซึงมีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับพาลีโอโซดอนซึ่งช้างดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่งช้างจีนมีลักษณะมีลำตัวสีชมพูอ่อนๆเล็กน้อยไปตามตัวพบในทางตะวันออกของจีน แต่ปัจจุบันได้สูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ ศตวรรษที่ 14 แล้วความผูกพันกับมนุษย์ ความผูกพันกับมนุษย์. ดูบทความหลักที่ ช้างในประเทศไทย ช้างเอเชีย จัดเป็นสัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงไว้ใช้งานประเภทต่าง ๆ มาแต่โบราณ เช่น ใช้เป็นพาหนะ ลากซุง หรือแม้แต่ในการสงคราม โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะนับถือช้างเป็นสัตว์ชั้นสูง โดยจะปรากฏเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ธงรูปช้าง, ตำราคชลักษณ์ เป็นต้น ช้างถูกใช้ในประเพณีต่าง ๆ รวมทั้งเป็นราชพาหนะและสิ่งประดับบารมีของพระมหากษัตริย์ โดยเชื่อว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่มีช้างเผือกไว้ในครอบครอง ถือว่าเป็นกษัตริย์ที่มีบุญบารมี เฉกเช่น สมเด็จพระจักรพรรดิราชในคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท
| ช้างเอเชียถูกแบ่งออกเป็นกี่ชนิดย่อย | {
"answer": [
"6"
],
"answer_begin_position": [
1748
],
"answer_end_position": [
1749
]
} |
2,822 | 465,389 | ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อ ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อ หรือ ค้างคาวสี (; ) เป็นค้างคาวขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ในวงศ์ค้างคาวกินแมลง (Vespertilionidae) เป็นค้างคาวขนาดเล็ก มีขนาดลำตัวและปีกพอ ๆ กับผีเสื้อ มีน้ำหนักประมาณ 10 กรัม ความยาวตลอดปลายปีกประมาณ 15 เซนติเมตร ขนตามลำตัวสีส้มสด ใบหูใหญ่ ปีกมีสีแดงแกมน้ำตาลบางส่วน ส่วนที่เหลือเหมือนค้างคาวทั่วไป ซึ่งชื่อวิทยาศาสตร์นั้น คำว่า "pict" เป็นรากศัพท์ภาษาละติน หมายถึง "ระบายสี" โดยรวมแล้วหมายถึง มีสีสันหลายสีในตัวเดียวกัน ค้นพบครั้งแรกในหมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย กระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปตั้งแต่อินเดีย, ศรีลังกา, พม่า, ตอนใต้ของประเทศจีน, เวียดนาม, ไทย, มาเลเชีย และอินโดนีเซีย สำหรับในประเทศไทยแล้ว เป็นค้างคาวที่พบได้น้อย แต่สามารถพบได้ทั่วทุกภาค มีพฤติกรรม มักเกาะอาศัยตามยอดใบกล้วยที่ม้วนเป็นหลอดหรือท่อ และจะย้ายไปเรื่อย ๆ เมื่อยอดกล้วยแก่ขยายออกไม่ม้วนเป็นหลอดแล้ว นอกจากนี้ยังพบเกาะตามใบไม้แห้งของต้นไม้, ยอดหญ้าพง, ยอดอ้อ และยอดอ้อย รวมทั้งมีรายงานเกาะตามรังของนกกระจาบธรรมดาตัวผู้ ซึ่งเป็นรูปหยดน้ำแขวนตามกิ่งก้านของต้นไม้ อยู่เป็นคู่หรือโดดเดี่ยว ออกหากินในเวลาเย็น โดยบินต่ำระดับยอดไม้พุ่ม ลักษณะการบินคล้ายผีเสื้อกลางคืนขนาดใหญ่ แต่บินเร็วกว่ามาก อาหารได้แก่แมลงต่าง ๆ โดยเฉพาะแมลงที่มีขนาดเล็ก มีพฤติกรรมจับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมิถุนายน ค้างคาวตัวผู้และตัวเมียรวมทั้งลูกอ่อนที่เกาะติดอกแม่ถูกจับได้พร้อมกันบนใบตองแห้งในเดือนสิงหาคม เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
| ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อกินอะไรเป็นอาหาร | {
"answer": [
"แมลง"
],
"answer_begin_position": [
1209
],
"answer_end_position": [
1213
]
} |
2,823 | 465,389 | ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อ ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อ หรือ ค้างคาวสี (; ) เป็นค้างคาวขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ในวงศ์ค้างคาวกินแมลง (Vespertilionidae) เป็นค้างคาวขนาดเล็ก มีขนาดลำตัวและปีกพอ ๆ กับผีเสื้อ มีน้ำหนักประมาณ 10 กรัม ความยาวตลอดปลายปีกประมาณ 15 เซนติเมตร ขนตามลำตัวสีส้มสด ใบหูใหญ่ ปีกมีสีแดงแกมน้ำตาลบางส่วน ส่วนที่เหลือเหมือนค้างคาวทั่วไป ซึ่งชื่อวิทยาศาสตร์นั้น คำว่า "pict" เป็นรากศัพท์ภาษาละติน หมายถึง "ระบายสี" โดยรวมแล้วหมายถึง มีสีสันหลายสีในตัวเดียวกัน ค้นพบครั้งแรกในหมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย กระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปตั้งแต่อินเดีย, ศรีลังกา, พม่า, ตอนใต้ของประเทศจีน, เวียดนาม, ไทย, มาเลเชีย และอินโดนีเซีย สำหรับในประเทศไทยแล้ว เป็นค้างคาวที่พบได้น้อย แต่สามารถพบได้ทั่วทุกภาค มีพฤติกรรม มักเกาะอาศัยตามยอดใบกล้วยที่ม้วนเป็นหลอดหรือท่อ และจะย้ายไปเรื่อย ๆ เมื่อยอดกล้วยแก่ขยายออกไม่ม้วนเป็นหลอดแล้ว นอกจากนี้ยังพบเกาะตามใบไม้แห้งของต้นไม้, ยอดหญ้าพง, ยอดอ้อ และยอดอ้อย รวมทั้งมีรายงานเกาะตามรังของนกกระจาบธรรมดาตัวผู้ ซึ่งเป็นรูปหยดน้ำแขวนตามกิ่งก้านของต้นไม้ อยู่เป็นคู่หรือโดดเดี่ยว ออกหากินในเวลาเย็น โดยบินต่ำระดับยอดไม้พุ่ม ลักษณะการบินคล้ายผีเสื้อกลางคืนขนาดใหญ่ แต่บินเร็วกว่ามาก อาหารได้แก่แมลงต่าง ๆ โดยเฉพาะแมลงที่มีขนาดเล็ก มีพฤติกรรมจับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมิถุนายน ค้างคาวตัวผู้และตัวเมียรวมทั้งลูกอ่อนที่เกาะติดอกแม่ถูกจับได้พร้อมกันบนใบตองแห้งในเดือนสิงหาคม เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
| ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อมักผสมพันธุ์กันในช่วงเดือนอะไร | {
"answer": [
"มิถุนายน"
],
"answer_begin_position": [
1282
],
"answer_end_position": [
1290
]
} |
2,824 | 331,003 | พระธาตุภูเพ็ก พระธาตุภูเพ็ก หรือ ปราสาทภูเพ็ก จัดเป็นโบราณสถานขนาดใหญ่บนภูเขา ประดิษฐานบนเทือกเขาภูพาน ณ วัดพระธาตุภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนครลักษณะ ลักษณะ. พระธาตุภูเพ็ก เป็นปราสาทขอมขนาดใหญ่ ก่อสร้างด้วยหินทราย เรือนธาตุตั้งอยู่บนฐานยกสูง ตอนหน้าของปราสาทมีฐานหินเป็นก้อนเรียงซ้อน ๆ กัน ยื่นออกคล้ายกากบาท เรียกว่า โคปุระ สูงกว่าฐานของเรือนฐานเล็กน้อย ตัวเรือนธาตุทั้งสี่ด้านย่อมุม ๆ ละ ๕ เหลี่ยม รวมเป็น ๒๐ เหลี่ยม ความกว้างของปราสาทโดยรอบกว้างด้านละ ๑๑ เมตร มีชานเป็นพื้นที่กว้างพอสมควร ความสูงจากพื้นดินถึงฐานชั้นที่ ๑ สูง ๑.๕๘ เมตร จากฐานชั้นที่ ๑ ถึงฐานชั้นที่ ๒ สูง .๗๐ เมตร ตัวเรือนปราสาททั้ง ๓ ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก บริเวณโดยรอบพบสระน้ำโบราณและแหล่งสกัดหินในการสร้างปราสาท หน้าอาคารปราสาทหันไปทางทิศตะวันออกและมีบันไดหินก่อปูนขึ้นบนยอดเขาประมาณ 491 ขั้น ตามตำนานสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวงการเดินทาง การเดินทาง. พระธาตุภูเพ็กห่างจากตัวอำเภอพรรณานิคมประมาณ 31 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดสกลนคร ประมาณ 22 กิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข 22 กม.ที่ 139 แยกซ้าย(เมื่อหันหน้าไปทางอุดรธานี)ไปตามทาง รพช.2016 เป็นทางรถยนต์ลาดยางจากถนนเข้าไปตถึงหมู่บ้านภูเพ็ก หรือแต่เดิมเรียกชื่อ บ้านอ่าง ระยะทาง 8 กม.เป็นทางลาดยาง และเป็นระยะทางลาดยางขึ้นภูเพ็ก อีก 4 กม.ซึ่งช่วงนี้เป็นเส้นทางขึ้นภูเขาสูงคดเคี้ยวให้ใช้ความเร็วอย่างระมัดระวังวันสิ้นโลก วันสิ้นโลก. นอกจากนี้แล้ว พระธาตุภูเพ็กยังใช้เป็นสถานที่พิสูจน์ความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกในปลายปี พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) ด้วยมีพิกัดอยู่ในเมอริเดียนเดียวกันกับปราสาทบายน ในประเทศกัมพูชา
| ฐานหินรูปร่างคล้ายกากบาทหน้าพระธาตุภูเพ็กเรียกว่าอะไร | {
"answer": [
"โคปุระ"
],
"answer_begin_position": [
426
],
"answer_end_position": [
432
]
} |
2,825 | 331,003 | พระธาตุภูเพ็ก พระธาตุภูเพ็ก หรือ ปราสาทภูเพ็ก จัดเป็นโบราณสถานขนาดใหญ่บนภูเขา ประดิษฐานบนเทือกเขาภูพาน ณ วัดพระธาตุภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนครลักษณะ ลักษณะ. พระธาตุภูเพ็ก เป็นปราสาทขอมขนาดใหญ่ ก่อสร้างด้วยหินทราย เรือนธาตุตั้งอยู่บนฐานยกสูง ตอนหน้าของปราสาทมีฐานหินเป็นก้อนเรียงซ้อน ๆ กัน ยื่นออกคล้ายกากบาท เรียกว่า โคปุระ สูงกว่าฐานของเรือนฐานเล็กน้อย ตัวเรือนธาตุทั้งสี่ด้านย่อมุม ๆ ละ ๕ เหลี่ยม รวมเป็น ๒๐ เหลี่ยม ความกว้างของปราสาทโดยรอบกว้างด้านละ ๑๑ เมตร มีชานเป็นพื้นที่กว้างพอสมควร ความสูงจากพื้นดินถึงฐานชั้นที่ ๑ สูง ๑.๕๘ เมตร จากฐานชั้นที่ ๑ ถึงฐานชั้นที่ ๒ สูง .๗๐ เมตร ตัวเรือนปราสาททั้ง ๓ ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก บริเวณโดยรอบพบสระน้ำโบราณและแหล่งสกัดหินในการสร้างปราสาท หน้าอาคารปราสาทหันไปทางทิศตะวันออกและมีบันไดหินก่อปูนขึ้นบนยอดเขาประมาณ 491 ขั้น ตามตำนานสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวงการเดินทาง การเดินทาง. พระธาตุภูเพ็กห่างจากตัวอำเภอพรรณานิคมประมาณ 31 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดสกลนคร ประมาณ 22 กิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข 22 กม.ที่ 139 แยกซ้าย(เมื่อหันหน้าไปทางอุดรธานี)ไปตามทาง รพช.2016 เป็นทางรถยนต์ลาดยางจากถนนเข้าไปตถึงหมู่บ้านภูเพ็ก หรือแต่เดิมเรียกชื่อ บ้านอ่าง ระยะทาง 8 กม.เป็นทางลาดยาง และเป็นระยะทางลาดยางขึ้นภูเพ็ก อีก 4 กม.ซึ่งช่วงนี้เป็นเส้นทางขึ้นภูเขาสูงคดเคี้ยวให้ใช้ความเร็วอย่างระมัดระวังวันสิ้นโลก วันสิ้นโลก. นอกจากนี้แล้ว พระธาตุภูเพ็กยังใช้เป็นสถานที่พิสูจน์ความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกในปลายปี พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) ด้วยมีพิกัดอยู่ในเมอริเดียนเดียวกันกับปราสาทบายน ในประเทศกัมพูชา
| พระธาตุภูเพ็กประดิษฐานอยู่บนเทือกเขาอะไร | {
"answer": [
"ภูพาน"
],
"answer_begin_position": [
185
],
"answer_end_position": [
190
]
} |
2,826 | 8,028 | ซุนวู ซุนวู (; ซุนอู่) หรือ ซุนจื่อ (, แปลว่า "ปราชญ์แซ่ซุน") เป็นผู้เขียนตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ (ซุนจื่อปิงฝ่า - 孙子兵法) ที่นับว่าเป็นตำรายุทธศาสตร์ทางทหาร ที่มีอิทธิพลมากของประเทศจีน ปัจจุบันยุทธศาสตร์ในตำราได้ถูกประยุกต์ ใช้อย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจและการเมือง หลักการที่สำคัญเช่น รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งประวัติ ประวัติ. ข้อมูลที่มีหลงเหลืออยู่เกี่ยวกับชีวประวัติของซุนวูคือชีวประวัติที่เขียนขึ้นในช่วง 2 ศตวรรษก่อนคริสตกาล โดยซือหม่าเชียน นักเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ได้บรรยายถึงซุนวูว่าเป็นแม่ทัพที่อาศัยอยู่ในรัฐอู๋ ในช่วงประมาณ 600 ปี ก่อนคริสตกาล ซึ่งอยุ่ในยุคเดียวกันกับ ขงจื๊อ นักปรัชญาจีนผู้ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามชีวประวัตินี้ขัดแย้งกับหลักฐานอื่นๆ ของยุคนั้น รวมทั้งลักษณะการเขียนและเนื้อหาของ "ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ" ก็บ่งชี้ว่าไม่น่าจะเป็นงานที่เขียนขึ้นในช่วง 400-320 ปีก่อนคริสตกาล "ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ" ได้ทิ้งเบาะแสเป็นนัยๆ ถึงชีวิตของซุนวู เช่น รถม้าใช้ในการสงครามที่อธิบายโดยซุนวูนั้น มีการใช้เพียงแค่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในช่วงยุค 400 ปีก่อนคริสตกาล ดังนั้นจึงถือว่าบางส่วนของงานเขียนนี้ก็อยู่ในช่วงเวลานั้น โดยคาดว่าซุนวูมีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ตำราพิชัยสงครามของซุนวูได้มีการกล่าวถึงหลายคราในนิยายเรื่อง สามก๊ก ในเลียดก๊ก ซุนวูเป็นสหายกับอู๋จื่อซี อู๋จื่อซีได้ชักชวนซุนวูให้มารับราชการในแคว้นอู๋ โดยทำหน้าที่ฝึกทหารให้แก่ อู๋อ๋องเหอหลี อ๋องแห่งแคว้นอู๋ ซุนวูได้เสนอแผนพิชัยสงคราม 13 บรรพ แต่อู๋อ๋องเหอหลียังไม่เชื่อ ซุนวูจึงขอฝึกนางสนมของอู๋อ๋องเหอหลี อู๋อ๋องเหอหลีก็อนุญาต ในการฝึกมีนางสนม 2 นางได้หัวเราะอย่างสนุกสนานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของซุนวู ซุนวูจึงสั่งประหารสนม 2 นางนี้ทันที เพื่อให้เห็นถึงความเอาจริง ท้ายที่สุด อู๋อ๋องเหอหลีจึงได้เชื่อมั่นในตัวซุนวูและตำราพิชัยสงครามอย่างเต็มที่ ในก่อนคริสต์ศักราช 507 ปี อู๋อ๋องเหอหลีแต่งตั้งให้ซุนวูเป็นแม่ทัพ อู๋จื่อซีและป๋อผีเป็นรองแม่ทัพ ยกพลหนึ่งแสนไปตีแคว้นฉู่ สามารถตีแคว้นฉู่ที่ใหญ่กว่าเข้มแข็งกว่าได้สำเร็จ แต่ต่อมาสถานการณ์พลิกผลัน เพราะฉู่เจาอ๋อง อ๋องแคว้นฉู่ได้หลบหนีไปเสียก่อน เย่วอ๋องยุ่นฉาง อ๋องแห่งแคว้นเยว่ ฉวยโอกาสที่แคว้นอู๋ว่างเปล่ายกทัพมาตีแคว้นอู๋ อู๋อ๋องเหอหลีจึงรีบยกทัพกลับทันที เย่วอ๋องยุ่นฉางจึงหนีไป ทำให้อู๋อ๋องเหอหลีผูกใจเจ็บคิดจะล้างแค้นเย่วอ๋องยุ่นฉางตลอดไป ต่อมาในก่อนคริสต์ศักราช 497 ปี เย่วอ๋องยุ่นฉางถึงแก่กรรม โกวเจี้ยนผู้บุตรได้ขึ้นครองแคว้นแทน จึงคิดฉวยโอกาสไปตีตอนนี้ ซุนวูและอู๋จื่อซีคัดค้าน แต่อู๋อ๋องเหอหลีไม่ฟัง ยกทัพสามหมื่นไปตีแคว้นเยว่ ผลคือทั้งคู่ปะทะกันที่จุ้ยหลี่ ในที่สุดอู๋อ๋องเหอหลีกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และตนเองก็ถูกอาวุธจนบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่กรรมระหว่างการเดินทางกลับแคว้นอู๋ อู๋อ๋องฟูซาจึงได้ขึ้นครองแคว้นสืบต่อจากอู๋อ๋องเหอหลีผู้บิดา อู๋อ๋องฟูซาแรกทีเดียวดำเนินการอย่างเข้มแข็งหมายจะล้างแค้นให้บิดาให้ได้ รบชนะแคว้นเย่วถึงขั้นจับเย่วอ๋องโกวเจี้ยนได้ แต่ต่อมาความประพฤติกลับเหลวไหล หลงแต่สุราและนารีจากแผนนางงามไซซี ของเย่วอ๋อง จนในที่สุดต้องฆ่าตัวตาย อู๋จื่อซือได้ฆ่าตัวตายเมื่อก่อนคริสต์ศักราช 485 ปี ส่วนซุนวูเมื่อได้รู้ถึงนิสัยที่แท้จริงของอู๋อ๋องฟูซา คิดว่าต่อไปภายภาคหน้าแคว้นอู๋ต้องล่มสลายแน่ จึงลาออกจากราชการในก่อนคริสต์ศักราช 495 ปีรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง. คนส่วนใหญ่อาจเคยได้ยินคำนี้แล้วก็จะรู้เลยว่านี่เป็นคำสอนของซุนวู แต่เป็นเพียงการรวมคำพูดทั้งสองประโยคที่ซุนวูพูดไว้เท่านั้น คือ"การชนะร้อยทั้งร้อยมิใช่วิธีการอันประเสริฐแท้ แต่ชนะโดยไม่ต้องรบเลย จึ่งถือว่าเป็นวิธีอันวิเศษยิ่ง" กับ"หากรู้เขารู้เรา แม้นรบกันตั้งร้อยครั้งก็ไม่มีอันตรายอันใด ถ้าไม่รู้เขาแต่รู้เพียงตัวเรา แพ้ชนะย่อมก้ำกึ่งอยู่ หากไม่รู้ในตัวเขาตัวเราเสียเลย ก็ต้องปราชัยทุกครั้งที่มีการยุทธนั้นแล" ฉะนั้นคำสอน"รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"จึงไม่มีปรากฏในตำราพิชัยสงครามแต่อย่างใด
| หลักการทางการทหารที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง มาจากตำราอะไร | {
"answer": [
"ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ"
],
"answer_begin_position": [
150
],
"answer_end_position": [
172
]
} |
2,827 | 8,028 | ซุนวู ซุนวู (; ซุนอู่) หรือ ซุนจื่อ (, แปลว่า "ปราชญ์แซ่ซุน") เป็นผู้เขียนตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ (ซุนจื่อปิงฝ่า - 孙子兵法) ที่นับว่าเป็นตำรายุทธศาสตร์ทางทหาร ที่มีอิทธิพลมากของประเทศจีน ปัจจุบันยุทธศาสตร์ในตำราได้ถูกประยุกต์ ใช้อย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจและการเมือง หลักการที่สำคัญเช่น รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งประวัติ ประวัติ. ข้อมูลที่มีหลงเหลืออยู่เกี่ยวกับชีวประวัติของซุนวูคือชีวประวัติที่เขียนขึ้นในช่วง 2 ศตวรรษก่อนคริสตกาล โดยซือหม่าเชียน นักเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ได้บรรยายถึงซุนวูว่าเป็นแม่ทัพที่อาศัยอยู่ในรัฐอู๋ ในช่วงประมาณ 600 ปี ก่อนคริสตกาล ซึ่งอยุ่ในยุคเดียวกันกับ ขงจื๊อ นักปรัชญาจีนผู้ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามชีวประวัตินี้ขัดแย้งกับหลักฐานอื่นๆ ของยุคนั้น รวมทั้งลักษณะการเขียนและเนื้อหาของ "ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ" ก็บ่งชี้ว่าไม่น่าจะเป็นงานที่เขียนขึ้นในช่วง 400-320 ปีก่อนคริสตกาล "ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ" ได้ทิ้งเบาะแสเป็นนัยๆ ถึงชีวิตของซุนวู เช่น รถม้าใช้ในการสงครามที่อธิบายโดยซุนวูนั้น มีการใช้เพียงแค่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในช่วงยุค 400 ปีก่อนคริสตกาล ดังนั้นจึงถือว่าบางส่วนของงานเขียนนี้ก็อยู่ในช่วงเวลานั้น โดยคาดว่าซุนวูมีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ตำราพิชัยสงครามของซุนวูได้มีการกล่าวถึงหลายคราในนิยายเรื่อง สามก๊ก ในเลียดก๊ก ซุนวูเป็นสหายกับอู๋จื่อซี อู๋จื่อซีได้ชักชวนซุนวูให้มารับราชการในแคว้นอู๋ โดยทำหน้าที่ฝึกทหารให้แก่ อู๋อ๋องเหอหลี อ๋องแห่งแคว้นอู๋ ซุนวูได้เสนอแผนพิชัยสงคราม 13 บรรพ แต่อู๋อ๋องเหอหลียังไม่เชื่อ ซุนวูจึงขอฝึกนางสนมของอู๋อ๋องเหอหลี อู๋อ๋องเหอหลีก็อนุญาต ในการฝึกมีนางสนม 2 นางได้หัวเราะอย่างสนุกสนานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของซุนวู ซุนวูจึงสั่งประหารสนม 2 นางนี้ทันที เพื่อให้เห็นถึงความเอาจริง ท้ายที่สุด อู๋อ๋องเหอหลีจึงได้เชื่อมั่นในตัวซุนวูและตำราพิชัยสงครามอย่างเต็มที่ ในก่อนคริสต์ศักราช 507 ปี อู๋อ๋องเหอหลีแต่งตั้งให้ซุนวูเป็นแม่ทัพ อู๋จื่อซีและป๋อผีเป็นรองแม่ทัพ ยกพลหนึ่งแสนไปตีแคว้นฉู่ สามารถตีแคว้นฉู่ที่ใหญ่กว่าเข้มแข็งกว่าได้สำเร็จ แต่ต่อมาสถานการณ์พลิกผลัน เพราะฉู่เจาอ๋อง อ๋องแคว้นฉู่ได้หลบหนีไปเสียก่อน เย่วอ๋องยุ่นฉาง อ๋องแห่งแคว้นเยว่ ฉวยโอกาสที่แคว้นอู๋ว่างเปล่ายกทัพมาตีแคว้นอู๋ อู๋อ๋องเหอหลีจึงรีบยกทัพกลับทันที เย่วอ๋องยุ่นฉางจึงหนีไป ทำให้อู๋อ๋องเหอหลีผูกใจเจ็บคิดจะล้างแค้นเย่วอ๋องยุ่นฉางตลอดไป ต่อมาในก่อนคริสต์ศักราช 497 ปี เย่วอ๋องยุ่นฉางถึงแก่กรรม โกวเจี้ยนผู้บุตรได้ขึ้นครองแคว้นแทน จึงคิดฉวยโอกาสไปตีตอนนี้ ซุนวูและอู๋จื่อซีคัดค้าน แต่อู๋อ๋องเหอหลีไม่ฟัง ยกทัพสามหมื่นไปตีแคว้นเยว่ ผลคือทั้งคู่ปะทะกันที่จุ้ยหลี่ ในที่สุดอู๋อ๋องเหอหลีกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และตนเองก็ถูกอาวุธจนบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่กรรมระหว่างการเดินทางกลับแคว้นอู๋ อู๋อ๋องฟูซาจึงได้ขึ้นครองแคว้นสืบต่อจากอู๋อ๋องเหอหลีผู้บิดา อู๋อ๋องฟูซาแรกทีเดียวดำเนินการอย่างเข้มแข็งหมายจะล้างแค้นให้บิดาให้ได้ รบชนะแคว้นเย่วถึงขั้นจับเย่วอ๋องโกวเจี้ยนได้ แต่ต่อมาความประพฤติกลับเหลวไหล หลงแต่สุราและนารีจากแผนนางงามไซซี ของเย่วอ๋อง จนในที่สุดต้องฆ่าตัวตาย อู๋จื่อซือได้ฆ่าตัวตายเมื่อก่อนคริสต์ศักราช 485 ปี ส่วนซุนวูเมื่อได้รู้ถึงนิสัยที่แท้จริงของอู๋อ๋องฟูซา คิดว่าต่อไปภายภาคหน้าแคว้นอู๋ต้องล่มสลายแน่ จึงลาออกจากราชการในก่อนคริสต์ศักราช 495 ปีรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง. คนส่วนใหญ่อาจเคยได้ยินคำนี้แล้วก็จะรู้เลยว่านี่เป็นคำสอนของซุนวู แต่เป็นเพียงการรวมคำพูดทั้งสองประโยคที่ซุนวูพูดไว้เท่านั้น คือ"การชนะร้อยทั้งร้อยมิใช่วิธีการอันประเสริฐแท้ แต่ชนะโดยไม่ต้องรบเลย จึ่งถือว่าเป็นวิธีอันวิเศษยิ่ง" กับ"หากรู้เขารู้เรา แม้นรบกันตั้งร้อยครั้งก็ไม่มีอันตรายอันใด ถ้าไม่รู้เขาแต่รู้เพียงตัวเรา แพ้ชนะย่อมก้ำกึ่งอยู่ หากไม่รู้ในตัวเขาตัวเราเสียเลย ก็ต้องปราชัยทุกครั้งที่มีการยุทธนั้นแล" ฉะนั้นคำสอน"รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"จึงไม่มีปรากฏในตำราพิชัยสงครามแต่อย่างใด
| ใครเป็นผู้ประพันธ์ตำราพิชัยสงครามซุนจื่อ | {
"answer": [
"ซุนวู"
],
"answer_begin_position": [
82
],
"answer_end_position": [
87
]
} |
2,828 | 342,107 | พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย ตั้งอยู่ที่ 15 ซอยลาดพร้าว 43 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 จัดตั้งโดย สมาคมนักอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งความรู้ใหม่สำหรับประชาชนคนไทยที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาเกี่ยวกับกระบวนการบันทึกเสียงของประเทศไทย พิพิธภัณฑ์มีความโดดเด่น เพราะว่าได้รวบรวมอารยธรรมและรากเหง้าของการบันทึกเสียงในสยามเท่านั้น เปิดทำการครั้งแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ จากวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น พิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงการจำลองการบันทึกเสียงตั้งแต่เมื่อครั้งคณะละครนายบุศย์ มหินทร์ เดินทางไปบันทึกเสียงครั้งแรกที่เยอรมัน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๓ รวมถึงการจัดแสดงกระบอกเสียงหายากที่มีความเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ชาติไทยโดยตรง เป็นต้นว่า กระบอกเสียง Siamese Patrol ซึ่งเป็นกระบอกเสียงที่มีการบันทึกเสียงเพลงบรรเลงรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ. ประเทศเยอรมัน เมื่อครั้งประพาสยุโรป แต่งโดย Paul Lincke การจัดแสดงเพลงสรรเสริญพระบารมีเก่าแก่ที่สุดบนจานเสียง เรื่องราวจานเสียงร่องกลับทาง ปาเต๊ะเพลงสยาม การจัดแสดง กำเนิดจานเสียงปาเต๊ะแผ่นแรกของโลก และการจัดแสดงอื่นๆอีกมาก ผู้อำนวยการ หรือภัณฑารักษ์ คิอ นายพฤฒิพล ประชุมผล
| พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทยตั้งอยู่ที่ซอยอะไรในจังหวัดกรุงเทพ | {
"answer": [
"ซอยลาดพร้าว 43"
],
"answer_begin_position": [
230
],
"answer_end_position": [
244
]
} |
2,829 | 342,107 | พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย ตั้งอยู่ที่ 15 ซอยลาดพร้าว 43 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 จัดตั้งโดย สมาคมนักอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งความรู้ใหม่สำหรับประชาชนคนไทยที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาเกี่ยวกับกระบวนการบันทึกเสียงของประเทศไทย พิพิธภัณฑ์มีความโดดเด่น เพราะว่าได้รวบรวมอารยธรรมและรากเหง้าของการบันทึกเสียงในสยามเท่านั้น เปิดทำการครั้งแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ จากวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น พิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงการจำลองการบันทึกเสียงตั้งแต่เมื่อครั้งคณะละครนายบุศย์ มหินทร์ เดินทางไปบันทึกเสียงครั้งแรกที่เยอรมัน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๓ รวมถึงการจัดแสดงกระบอกเสียงหายากที่มีความเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ชาติไทยโดยตรง เป็นต้นว่า กระบอกเสียง Siamese Patrol ซึ่งเป็นกระบอกเสียงที่มีการบันทึกเสียงเพลงบรรเลงรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ. ประเทศเยอรมัน เมื่อครั้งประพาสยุโรป แต่งโดย Paul Lincke การจัดแสดงเพลงสรรเสริญพระบารมีเก่าแก่ที่สุดบนจานเสียง เรื่องราวจานเสียงร่องกลับทาง ปาเต๊ะเพลงสยาม การจัดแสดง กำเนิดจานเสียงปาเต๊ะแผ่นแรกของโลก และการจัดแสดงอื่นๆอีกมาก ผู้อำนวยการ หรือภัณฑารักษ์ คิอ นายพฤฒิพล ประชุมผล
| พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทยเปิดทำการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ใด | {
"answer": [
"๒๕๔๘"
],
"answer_begin_position": [
668
],
"answer_end_position": [
672
]
} |
2,830 | 332,537 | มณฑล จิรา มณฑล จิรา เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 ที่ฮ่องกง เป็นลูกชายคนโตของอรินทร์ และอภิญญา จิรา มีน้องชาย 1 คน ชื่อ ดนัย จิรา เมื่ออายุ 9 ปี ครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย บิดาได้ส่งเข้าประกวดโดมอนมินิ ประจำปี 2531 และได้รางวัลชนะเลิศ จากนั้นเมื่ออายุ 13 ปี พจน์ อานนท์ นำมาขึ้นปกนิตยสาร เธอกับฉัน ฉบับวันวาเลนไทน์ พ.ศ. 2536 จึงมีงานถ่ายแบบและโฆษณาเข้ามา พร้อมกับออกรายการเกมโชว์ และเมื่ออายุ 17 ปี ได้แสดงละครประวัติ ประวัติ. ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนนานาชาติฮ่องกง ระดับมัธยมศึกษาศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี (RIS) จบเกรด 11 (เทียบเท่ากับมัธยมศึกษาปีที่ 5) และไปศึกษาต่อที่ Robert Lovis Stevenson High School ในแคลิฟอร์เนีย หลังสำเร็จการศึกษา ก็กลับมายังประเทศไทยเพื่อออกผลงานอัลบั้มแรกกับค่ายโพลีแกรม ชื่ออัลบั้ม “J” และแสดงภาพยนตร์เรื่อง "ถนนนี้หัวใจข้าจอง" ก่อนกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์และดนตรีพร้อมกันที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส จนจบ ระหว่างปิดภาคเรียนทุกครั้ง มณฑลก็ได้กลับมายังประเทศไทยและออกรายการเกมโชว์ ถ่ายละครโทรทัศน์ และเป็น VJ พิธีกรรายการเพลงของ MTV ASIA เริ่มการเป็นนักแสดงโดยเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด กันตนา ละครเรื่องแรก "วันไฟวัยฝัน" รับบทเป็นพระเอกคู่กับพิชชาภรณ์ รัตนานนท์ กำกับโดย ออกไซด์ แปง ในปี 2541 และมีละครต่อเนื่องมาทุกปี จนถึงปี 2544 ได้แสดงบทร้ายเป็นครั้งแรกในเรื่องลูกผู้ชายหัวใจเพชร นอกจากนี้ในปีเดียวกันนั้น ยังได้เล่นละครให้กับค่าย Neo Genesis เรื่อง Girl Club...รับเอาคืน รับบทเป็นพระเอกคู่กับ ซาร่า นุศรา ผุงประเสริฐ การทำงาน มีงานอยู่ที่นครนิวยอร์ก หลังจากเรียนจบมณฑลทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Femme Fatal และภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Street of Paradise เป็นผู้ช่วยตัดต่อเสียงในเรื่อง Lion King1 ½ และอีกหลายเรื่องในฮอลลีวู้ด แต่ได้หันไปเป็นหัวหน้าวง Kenna วงดนตรีอีเล็กโทรแครช โดยมีแชด ฮูโก เป็นโปรดิวเซอร์ ออกผลงานชุดแรกกับค่ายโคลัมเบียเรเคิดส์ มียอดขายกว่า 30,000 แผ่น และยังได้เป็นวงเปิดในการทัวร์ทั่วอเมริกาให้กับเดฟ กาฮาน นักร้องนำวงดีเพชเชโมด และวงฟิชเชอร์สปูนเนอร์ กว่า 80 โชว์ เป็นวงเปิดให้กับ Justin Timberlake ในการทัวร์ประเทศอังกฤษ และ Nelly Furtado ในการทัวร์ประเทศอเมริกา และยังเข้าร่วมคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโลก Live Earth ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2550 (07.07.07) มณฑลมีงานเพลงอยู่ในอัลบั้ม Compilation The Sweets of Siam, Smallroom 003 และ 004 กับค่ายสมอลรูม และโปรเจกต์ในรูปแบบ 7 อีพี ออกมาแล้ว 3 อัลบั้ม คือ "The First Album", "Too" และ "Three Love Songs" นอกจากนี้ยังมีโปรเจกต์พิเศษกับ จอนนี่ อันวา ในชื่อ คัทสุ (Katsue) ด้านผลงานแสดงภาพยนตร์ ในปี 2553 นำแสดงใน เราสองสามคน โดยได้เคยร่วมงานกับ เอลลี่ เจิ่น มาครั้งหนึ่ง รวมถึงมีผลงานภาพยนตร์ ดวงอันตราย ปัจจุบันเป็นดีเจ และเปิดค่ายเพลง Samutprakarn Sound ชีวิตส่วนตัว มณฑล จิรา เป็นผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ ชื่นชอบในการเล่นโยคะ โดยเล่นมาตั้งแต่อายุ 13 ขวบ และเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำในเวลา 22.30 น. เป็นประจำผลงานภาพยนตร์ผลงาน. ภาพยนตร์. - ถนนนี้หัวใจข้าจอง (2540) ค่าย สหมงคลฟิล์ม คู่กับ วรรณพร ฉิมบรรจง แนว แอ๊คชั่น / ดราม่า - เราสองสามคน (2553) ค่าย เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ คู่กับ รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล แนว โรแมนติค คอมเมดี้ - ดวงอันตราย (2553) ค่าย สหมงคลฟิล์ม คู่กับ บงกช คงมาลัย แนว ทริลเลอร์ละครละคร. - วันไฟวัยฝัน (2541) -ช่อง 5 คู่กับ นก พิชชาภรณ์ รัตนานนท์ - หนึ่งใจของใบจักร (2541) -ช่อง 5 คู่กับ ราโมน่า ซาโนลารี่ - เลือกแล้วคือเธอ (2542) -ช่อง 5 คู่กับ โอ๋ ญดา โชติชูตระกูล - สายธารหัวใจ (2543) -ช่อง 7 คู่กับ เอ๊ะ อิศริยา สายสนั่น - Girl Club…รับเอาคืน (2544) -ช่อง ITV คู่กับ ซาร่า นุศรา ผุงประเสริฐ - ลูกผู้ชายหัวใจเพชร (2545) -ช่อง 7 (ตัวร้าย)โฆษณาโฆษณา. - ทเวลฟ์ พลัส โคโลญจน์ - ฟิล์มสีฟูจิ - ยาสระผมคลินิก - ซีบรีส - นมตรามะลิ - ไอศกรีมชอคโกบาร์ ยูไนเต็ด - นิสสัน ซันนี่ (B14) - รองเท้านักเรียนบาจา - เนสกาแฟ เรด คัพ - น้ำดื่ม น้ำทิพย์ (2555)ศิลปินศิลปิน. - Prah Jao Jord (เจ มณฑล + จอนนี่ อันวา) รีเมคและขับร้องเพลง I Love You ในภาพยนตร์ เราสองสามคน ปี 2553 - Katsue (เจ มณฑล + จอนนี่ อันวา) อัลบั้ม And So It Goes... สังกัด Samutprakarn Sound พ.ศ. 2549 - เพลง JJ Market (เจ มณฑล + เจ เจตมนต์) อัลบั้ม Fatcode 3 สังกัด Fat Radio. ปี 2549 - มินิอัลบั้ม Three Love Songs พ.ศ. 2548 - มินิอัลบั้ม เดอะ เฟิร์ส อัลบั้ม และทู พ.ศ. 2547 - เพลง In Your Head ในอัลบั้มสมอลล์รูม 003 สังกัดสมอลล์รูม พ.ศ. 2546 - เพลง Oblivious อัลบั้มเดอะ สวีทส์ ออฟ สยาม สังกัด Apricot Records พ.ศ. 2545 - อัลบั้มแรก J มีเพลง ไม่เกี่ยวกับฟ้า, กัดฟัน สังกัดโพลีแกรม พ.ศ. 2539ประพันธ์ดนตรีประพันธ์ดนตรี. - เพลง บิดความคิด (123 เลือก ดื่ม บิด) ประกอบโฆษณา น้ำดื่ม น้ำทิพย์ ชุด The Thinking Water ปี 2555 - เพลง เอื้อม จากภาพยนตร์ 13 เกมสยอง ปี 2549 - ทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ เราสองสามคน ปี 2553 - ทำดนตรีประกอบ (original score) ในภาพยนตร์ไทย "เก้าวัด" ปี 2553 - เพลง Go now และ เพลง Love Focus ศิลปิน จอนนี่ อันวา อัลบั้ม Freeman สังกัด RS Promotion ปี 2545 - เพลงพจนานุกรม ศิลปิน Nologo อัลบั้ม How to be a Rockstar สังกัด More Music ปี 2548เรียบเรียงเสียงใหม่ ทำใหม่เรียบเรียงเสียงใหม่ ทำใหม่. - เพลง Liar (Prah Jao Jord Remix) ศิลปิน GOO ปี 2553 - เพลง For What It’s Worth (Montonn Jira’s Remix) ศิลปิน Placebo ปี 2552 - เพลง Lift (Montonn Jira’s Use the Stairs Remix) ศิลปิน Groove Riders สังกัด Spicy Disc ปี 2552 - เพลง It's No Secret Remix ศิลปิน Siam Secret Service สังกัด Phantom Records. ปี 2549 - เพลง Airport (Montonn's Mash Mix) ศิลปิน Penguin Villa สังกัด สมอลล์รูม ปี 2548 - เพลง So Serene (Montonn’s Madness Mix) ศิลปิน Crub สังกัด สมอลล์รูม ปี 2547 - เพลง Good Boy (Roggin Demix) ศิลปิน Modern Dog สังกัด Bakery Music. ปี 2545 - เพลงเวตาล (Montonn's Moog Mix) ศิลปิน Modern Dog สังกัด Bakery Music. ปี 2544ผลงานเพลงอื่นๆผลงานเพลงอื่นๆ. - โปรดิวเซอร์ วง Slot Machine อัลบั้ม Cell สังกัด Sony Music Thailand. 2554 - มิวสิคไดเร็คเตอร์และ Brand Ambassador งาน Heineken Green Space concert ในหัวข้อ ดนตรีไร้พรมแดน. เดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อค้นหาวงที่จะมาร่วมแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย ปี 2551 - 2552รางวัลรางวัล. - Fat Awards ครั้งที่ 3 รางวัล E.P. of the Year : e.p. Too... ศิลปิน มณฑล จิรา สังกัด Small Room - Fat Awards ครั้งที่ 1 รางวัล Record of the Year (เพลงยอดเยี่ยม มอบให้โปรดิวเซอร์และศิลปิน) เพลง Go Now โปรดิวเซอร์ จอนนี่ อันวา และ มณฑล จิรา ศิลปิน จอนนี่ อันวา อัลบั้ม Freeman
| มณฑล จิรา นักแสดงชาวไทย เกิดเมื่อวันที่เท่าไร | {
"answer": [
"20"
],
"answer_begin_position": [
120
],
"answer_end_position": [
122
]
} |
Subsets and Splits
No community queries yet
The top public SQL queries from the community will appear here once available.